เฉลยละเอียดขอ้ ยาก ครบทงั้ 5 สาระ
ครอบคลมุ ทกุ ตวั ช้วี ดั ตามหลกั สตู รแกนกลาง
ตะลยุ โจทยค์ วามจาขนั้ ลึก และแนวขอ้ สอบคิดวิเคราะหข์ น้ั สงู
เพ่ือสอบบรรจเุ ขา้ รบั ราชการ ตาแหน่ง ครผู ชู้ ่วย ทกุ สงั กดั
วิชา เอกสงั คมศึกษา
โดย
อาจารยพ์ ิเดช ปรางทอง
ผสู้ อบบรรจเุ ขา้ รบั ราชการครอู นั ดบั ที่ 1
About as อ.พิเดช ปรำงทอง
ผสู้ อบบรรจรุ บั ราชการครผู ชู้ ่วยไดอ้ ันดบั ท่ี 1
ศษ.บ (สงั คมศึกษา)
พธ.ม (พระพุทธศาสนา)
รำงวลั นวตั กรรมสอนคิด ระดบั ประเทศ
จำกคุรุสภำ กระทรวงศึกษำธกิ ำร
ประสบกำรณด์ ำ้ นกำรสอน
❖ หวั หนำ้ กลมุ่ สำระสงั คมฯ โรงเรียนวำรีเชียงใหม่ (ม.1 - ม.6)
สำนกั งำนคณะกรรมกำรส่งเสริมกำรศึกษำเอกชน
❖ โรงเรียนบำ้ นแอน่ จดั สรร (ป.1 - ม.3) สพป.เชยี งใหม่ เขต 5
❖ โรงเรียนบำ้ นแม่จำ๊ ง (ป.1 - ม.3) สพป.แมฮ่ ่องสอน เขต 2
❖ โรงเรยี นดอยเตำ่ วิทยำคม (ม.1 - ม.6) สพม. 34 (เชียงใหม่-แมฮ่ ่องสอน)
สำนักงำนคณะกรรมกำรกำรศึกษำข้นั พ้ ืนฐำน กระทรวงศึกษำธกิ ำร
วิทยำกรบรรยำยพเิ ศษดำ้ นเทคนิคกำรสอน
❖ ศนู ยภ์ มู ิภำคเทคโนโลยีอวกำศฯ ภำควิชำภมู ิศำสตร์ มหำวิทยำลยั เชียงใหม่
❖ มหำวิทยำลยั รำชภฏั เชยี งใหม่ คณะครศุ ำสตร์ สำขำวิชำสงั คมศึกษำ
❖ มหำวิทยำลยั รำชภฏั บำ้ นสมเด็จเจำ้ พระยำ กทม. คณะครุศำสตร์
❖ มหำวิทยำลยั มหำมกุฏรำชวิทยำลยั วทิ ยำเขตลำ้ นนำ คณะศึกษำศำสตร์
❖ อบรมทกั ษะ ศ.21 ใหส้ ำนักงำนศึกษำธิกำรภำค 15 สำนกั ปลดั กระทรวงศึกษำธิกำร
❖ อบรมเทคนิคกำรสอนใหค้ รูสงั คม สพม.เขต 35 (ลำปำง)
❖ อบรมครูแกนนำให้ สพป.ลำพนู เขต 1 และ สพป.เชียงใหม่ เขต 5
พิมพค์ รง้ั ท่ี 1 พ.ศ. 2564 จำนวน 5,000 เล่ม (592 หน้า) รำคำ 399 บาท โรงพมิ พ์ เชียงใหม่การพิมพ์
สงวนลิขสิทธ์ิ ตามพระราชบญั ญตั ลิ ขิ สิทธ์ิ (ฉบบั เพิม่ เตมิ ) พ.ศ. 2558 หา้ มทาซา้ ดดั แปลง เผยแพร่
สงั ่ ซ้ อื ออนไลน์ จ่ายผ่านธนาคารกรงุ ไทย ชื่อบญั ชี นายพิเดช ปรางทอง เลขท่ี 787-0-27342-2
โทร. 089-1585796 ID LINE: pidetch Facebook: pidetch prangthong / Page: สงั คมครูป๊ ุ
คำเตือน
หนังสือเล่มนี้จดั จำหนา่ ยแบบไฟล์ PDF ทั้งข้อความ รปู ภาพ หรือคำเฉลย ท่ปี รากฏอยู่
ในเอกสารเลม่ นี้ ห้ามมิให้นำไปเผยแพร่ สง่ ตอ่ ไฟล์ โดยมิได้รบั อนญุ าตจากผู้เขยี น
เอกสารเล่มน้ีเปน็ ไฟล์ที่จัดพมิ พข์ ้ึนมาเพื่ออ่านสอบข้าราชการเทา่ นั้น ถือเป็นงานอนั มี
ลิขสิทธ์ิ และได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ. ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (และที่แก้ไข) ทางผู้เขียน
อนุญาตให้ใช้ข้อมูลดังกล่าว เฉพาะเพื่อประโยชน์ในการเรียนการสอนในสถานศึกษา การ
อ่านประกอบเพอ่ื เตรียมตัวสอบ อันมิใช่การกระทำเพ่ือหากำไรหรอื เพ่ือทำการค้าขายไฟล์
การกระทำใด ๆ ท่ีถือเป็นการค้าขาย สง่ ตอ่ ไฟล์ ทำซ้ำ ดัดแปลง แก้ไข เผยแพร่หรอื ทำ
ให้ปรากฏต่อสาธารณชน ไม่ว่าจะท้ังหมดหรือแต่เพียงบางส่วน โดยมิไดร้ ับอนุญาตเปน็ ลาย
ลักษณ์อกั ษรจากผู้เขยี น ถอื เปน็ การละเมิดลิขสทิ ธิ์ และตอ้ งถูกดำเนนิ คดีตามกฎหมายตอ่ ไป
ขอขอบคณุ
ครพู เิ ดช ปรางทอง
หา้ มสง่ ตอ่ ไฟล์ PDF
คำนำ
หนงั สอื เล่มน้ ีดอี ยำ่ งไร ?
หนังสือเล่มน้ ี ครูไดร้ วบรวมขอ้ สอบสังคมศึกษาไว้ใชเ้ ตรียมสอบถึง 2,564 ขอ้ และมี
ขอ้ สอบอพั เดทล่าสุด ทันสมยั ใชไ้ ดท้ ุกสนามสอบ พรอ้ มท้งั เฉลยใหอ้ ่านอย่างละเอียด สลับกบั
เฉลยอย่างย่อ ๆ เพอื่ ใหท้ ุกคนไดฝ้ ึกทาขอ้ สอบและประเมนิ ผลการเรียนรดู้ ว้ ยตนเอง
สาหรบั ขอ้ สอบทุกชุด ครูไดว้ ิเคราะหไ์ วค้ รบทุกตวั ช้ วี ดั ตามหลกั สูตรแกนกลาง ไดแ้ ก่
1. ศาสนา ศีลธรรม และจริยธรรม
2. หน้าทีพ่ ลเมอื ง วฒั นธรรม และการดาเนินชวี ิต
3. เศรษฐศาสตร์
4. ประวตั ศิ าสตร์
5. ภูมิศาสตร์ (ท้งั ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนตน้ และตอนปลาย)
โดยขอ้ สอบท้ังหมดจะมี 22 ชุด บางชุดมี 90 ขอ้ บางชุดมี 100 ขอ้ บางชุดมี 50 ขอ้
นอกจากน้ัน ยงั มีขอ้ สอบตามตวั ช้ ีวดั แยกเป็ นสาระครบทง้ั 5 สาระ มากบา้ ง น้อยบา้ ง สลับกนั
ไปนะครบั เพื่อใหน้ ้องๆ ทุกคน สามารถเตรียมตัวรบั มือกบั ขอ้ สอบได้ ภายในเวลาอนั รวดเร็ว
สว่ นขอ้ สอบทไ่ี ม่ยาก ครูจะมีเฉลยยอ่ ๆ ไว้ เพื่อใหฝ้ ึกทาและตรวจคาตอบ ประเมินตนเองนะครบั
ครหู วงั เป็นอย่างยงิ่ ว่า จะเป็นประโยชน์ต่อผเู้ ขา้ สอบทกุ คนนะครบั เป็นกาลงั ใจใหเ้ สมอ
คุณงามความดอี นั เกิดจากหนังสอื เล่มน้ ี ขอถวายแด่พระรตั นตรยั และคุณบิดา มารดา
ความผิดพลาดประการใด อนั เกดิ จากความไมร่ จู้ รงิ ผเู้ ขียนขอน้อมรบั ไวแ้ ตเ่ พยี งผเู้ ดยี ว
ครูพิเดช ปรางทอง
13 เมษายน 2564
โควดิ ระบาดรอบท่ ี 3 ณ จงั หวดั เชยี งใหม่
สำรบญั ขอ้ สอบ
ขอ้ สอบชุดท่ี เรอื่ ง หนำ้
1 โจทยส์ งั คม ข้นั เทพสวรรค์ (รวมทกุ สาระ 90 ขอ้ ) 5
49
2 โจทยส์ งั คม ข้นั มหาเทพ (รวมทกุ สาระ 50 ขอ้ ) 61
95
3 โจทยส์ งั คม ขน้ั จา้ วยุทธจกั ร (รวมทุกสาระ 100 ขอ้ ) 107
137
4 โจทยส์ งั คม ขน้ั ปราบเซยี น (รวมทกุ สาระ 50 ขอ้ ) 151
189
5 โจทยส์ งั คม ข้นั เซียนสวรรค์ (รวมทกุ สาระ 100 ขอ้ ) 201
211
6 โจทยส์ งั คม ข้นั ปราบมาร (รวมทุกสาระ 50 ขอ้ ) 221
231
7 โจทยส์ งั คม ข้นั ปราบพญามาร (รวมทกุ สาระ 100 ขอ้ ) 261
309
8 โจทยส์ งั คม ขน้ั พรหมโลก (รวมทุกสาระ 50 ขอ้ ) 331
359
9 โจทยส์ งั คม ขน้ั เทพราชนั ย์ (รวมทกุ สาระ 50 ขอ้ ) 391
421
10 โจทยส์ งั คม ข้นั ปรมาจารย์ (รวมทกุ สาระ 50 ขอ้ ) 439
458
11 โจทยส์ งั คม ขน้ั เทพมงั กรฟ้า (รวมทกุ สาระ 50 ขอ้ ) 469
479
12 โจทยส์ งั คม ข้นั สอบเจา้ อาวาส พทุ ธศาสนาและศาสนาสากล (270 ขอ้ ) 487
495
13 โจทยส์ งั คม ข้นั มหาเศรษฐี เศรษฐศาสตร์ การเงนิ การคลงั (290 ขอ้ ) 506
516
14 โจทยส์ งั คม ขน้ั มหาตุลาการ กฎหมายทวั่ ไป แพ่งและอาญา (150 ขอ้ ) 548
15 โจทยส์ งั คม ข้นั จอมปราชญ์ หนา้ ท่พี ลเมืองและวฒั นธรรม (203 ขอ้ )
16 โจทยส์ งั คม ข้นั ราชครูรฐั ศาสตร์ การเมอื งและการปกครอง (235 ขอ้ )
17 โจทยส์ งั คม ขน้ั มหาปฐพีโลกธาตุ ภมู ศิ าสตรแ์ ละส่งิ แวดลอ้ ม (265 ขอ้ )
18 โจทยส์ งั คม ขน้ั ราชบณั ฑิตทวภิ พ ประวตั ิศาสตรไ์ ทย (132 ขอ้ )
19 โจทยส์ งั คม ข้นั จอมยุทธท์ ะลมุ ติ ิ ประวศิ าสตรโ์ ลกสากล (145 ขอ้ )
20 โจทยภ์ ูมศิ าสตร์ ทวีปเอเชยี ออสเตรเลีย (50 ขอ้ )
21 โจทยภ์ ูมิศาสตร์ ทวีปยุโรป แอฟริกา (50 ขอ้ )
22 โจทยภ์ ูมศิ าสตร์ ทวปี อเมริกาเหนือ ใต้ (34 ขอ้ )
23 โจทยป์ ระวตั ิศาสตรไ์ ทย (36 ขอ้ )
24 โจทยส์ งั คมสะทา้ นฟ้า (50 ขอ้ )
25 โจทยส์ งั คมสะทา้ นดิน (50 ขอ้ )
26 โจทยส์ งั คมขน้ั อามหิต (100 ขอ้ )
27 โจทยส์ งั คมรวมทกุ สาระ (200 ขอ้ )
รวมโจทย์ 3,000 ขอ้
*** สินคา้ จดั จาหน่ายในรูปแบบไฟล์ PDF เพียง 149 บาท***
สั่งซอ้ื ผา่ น LINE ID : pidetch หรอื ทกั แชท Facebook : pidetch prangthong
ชำระเงินผ่ำน : ธ.กรุงไทย บญั ชี นายพเิ ดช ปรางทอง เลขที่ 787-0-27342-2 โทร.089-1585796
5
ตอนที่ 1 แบบปรนยั 5 ตวั เลอื ก เลือก 1 คำตอบทถี่ กู ต้องที่สุด จำนวน 90 ข้อ
1. หลกั ธรรมใดทสี่ ามารถนาไปประยุกตใ์ ชก้ บั หลกั เศรษฐกิจแบบพอเพยี งไดเ้ หมาะสมทสี่ ุด
1. มชั ฌมิ าปฏิปทา 2. อทิ ธิบาท 4
3. ไตรสิกขา 4. เบญจศีล 5. ไตรลกั ษณ์
2. นายแดงปฏิบตั ิหน้าที่ เป็ นจิตอาสาเฉพาะกิจ สาหรับพิธีบรมราชาภิเษก ระหว่างวนั ท่ี 8 - 9 เมษายน 2552 ณ ศูนย์
อานวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. ประจาจงั หวดั การปฏิบตั ิหนา้ ที่ของนายแดง มีลกั ษณะสอดคลอ้ งกบั
การเผยแผ่พทุ ธศาสนาตามแนวพทุ ธจริยาขอ้ ใด
1. พุทธตั ถจริยา 2. ญาตตั ถจริยา
3. โลกตั ถจริยา 4. สัทธาจริยา 5. พุทธิจริยา
3. นายดาเป็ นคนใจดี ชอบทาบุญอย่างสม่าเสมอ เม่ือมีคนถามเขามกั จะตอบว่า “ที่ฉันตอ้ งทาบุญและทาความดีอย่าง
สมา่ เสมอน้ี เพราะฉนั ไม่รู้วา่ ความตายจะมาถึงตวั เมอ่ื ไหร่ จะไดไ้ ม่ตอ้ งเสียใจภายหลงั ” วธิ ีคดิ ของนายดา สอดคลอ้ งกบั
เหตกุ ารณ์ใดในพทุ ธประวตั ิมากท่ีสุด
1. การประสูติของเจา้ ชายสิทธตั ถะ
2. การกล่าวอาสภิวาจาของเจา้ ชายสิทธตั ถะ
3. การตรสั รูข้ องเจา้ ชายสิทธตั ถะ
4. การแสดงเทศนากณั ฑแ์ รกของพระพทุ ธเจา้
5. การเสด็จดบั ขนั ธปรินิพพานของพระพทุ ธเจา้
4. ใครควรไดร้ ับการพฒั นาดว้ ยกระบวนการศึกษาตามหลกั สีลสิกขามากท่ีสุด
1. แดงเป็นคนเจา้ อารมณ์ มกั หงุดหงิดโกรธงา่ ยจนเพื่อน ๆ ไม่อยากอยู่ใกล้
2. ดาคิดว่าการดื่มสุราเป็นสิ่งจาเป็นในการเขา้ สังคมกบั เพอ่ื นฝูง
3. ขาวมองวา่ พ่อแมไ่ ม่มีพระคณุ เพราะพ่อแม่ทง้ิ ตนเองใหป้ ่ ยู า่ เล้ียงดจู นเตบิ โต
4. เขียวรูส้ ึกโกรธแคน้ นายดาอย่างมากทีล่ อ้ เลยี นช่ือพ่อแม่ตนเอง
5. ฟ้ามกั พูดกบั พ่อแม่ ครู และเพอ่ื น ๆ ดว้ ยคาไมส่ ุภาพจนครูตอ้ งตกั เตอื นบอ่ ย ๆ
5. ขอ้ ใดจดั เป็น “เหต”ุ ของน้าแข็ง ตามหลกั ปฏจิ จสมปุ บาท
1. น้า 2. ตเู้ ยน็
3. ไฟฟ้า 4. ช่องแชแ่ ขง็ ในตเู้ ยน็
5. อุณหภูมิตา่ วา่ จดุ เยอื กแขง็
6
6. ศาสนาทกุ ศาสนาไมว่ ่าจะเป็นศาสนาฝ่ ายเทวนิยมหรืออเทวนิยม ต่างก็มีจุดเริ่มตน้ ของการยอมรบั นบั ถือ และการปฏบิ ตั ิ
ตามหลกั คาสอนในศาสนาของตนที่เหมอื นกนั ส่ิงน้นั คอื อะไร
1. ความเสมอภาค 2. ความรัก
3. ปัญญา 4. ศรทั ธา 5. สมาธิ
7. วนั หน่ึง ดาไดช้ วนเพอื่ นในกลุ่มสนทนาเก่ียวกบั ศาสนาตา่ ง ๆ ว่า
ดา “น่ีพวกเรารู้ไหม หวั ใจสาคญั ของพทุ ธศาสนา คอื คาสอนใด”
แดง “ความไมป่ ระมาท”
ขาว “ใช่ พุทธศาสนาถือว่า คาสอนของพระพุทธเจา้ ท้งั หมด สามารถสรุปลง
ในความไม่ประมาทน้ีแหละ” ทุกคนพยกั หนา้ เห็นดว้ ย
ดา “แลว้ อะไรเป็นหัวใจสาคญั ของบทบญั ญตั ิในศาสนาคริสตล์ ่ะ”
แดง “บทบญั ญตั ิ 10 ประการไง”
ดา “บทบญั ญตั เิ ยอะไป มีบทบญั ญตั ิที่เป็นบทสรุปของบทบญั ญตั 1ิ 0 ประการน้ีไหม
ขอ้ ทสี่ าคญั ท่ีสุดขอ้ เดยี วแบบพุทธศาสนามีไหม”
ขาว “นนั่ สิ น่าจะมีนะ แตบ่ ทบญั ญตั ขิ อ้ น้นั คอื อะไรล่ะ”
หากนกั เรียนอยู่ในสถานการณข์ า้ งตน้ นกั เรียนจะบอกเพ่ือน ๆ อยา่ งไร
1. ความศรัทธา 2. ความรัก
3. ความยุตธิ รรม 4. ความเสมอภาค 5. ความสามคั คี
8. ขอ้ ใดไม่ใชล่ กั ษณะทว่ั ไปของการพฒั นาที่ยง่ั ยืนเชิงพุทธ
1. คนสัมพนั ธก์ บั คนอย่างมคี วามสุข
2. คนสัมพนั ธก์ บั สังคมอยา่ งมีความสุข
3. คนสมั พนั ธ์กบั ธรรมทีแ่ ทจ้ ริงอยา่ งรูเ้ ทา่ ทนั
4. คนสัมพนั ธก์ บั ส่ิงแวดลอ้ มอย่างนายผใู้ ชป้ ระโยชน์
5. คนสมั พนั ธก์ บั วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอย่างมสี ติ
9. พระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ไดพ้ ระราชทานพระบรมราโชวาท
เกี่ยวกบั ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง ตอนหน่ึงว่า “การที่ต้องการให้ทกุ คนพยายามทจี่ ะหาความรู้และสร้างตนเองให้ม่นั คง
นี้ เพ่ือตนเอง เพ่ือท่ีจะให้ตนเองมีความเป็นอยู่ท่ีก้าวหน้า มีความสุข พอมีพอกิน เป็นช้ันหน่ึงและชั้นต่อไปกค็ ือ ให้มี
เกยี รติว่า ยนื ได้ด้วยตัวเอง” จากพระราชดารสั น้ี หลกั ธรรมขอ้ ใดมีความหมายม่งุ เนน้ ให้คนเราสามารถยืนได้ ดว้ ยตวั เอง
และเป็นทีพ่ ่งึ ของตนเองได้
1. อริยสัจ 4 2. มรรคมีองค์ 8
3. โลกตุ รธรรม 9 4. นาถกรณธรรม 10 5. สนั โดษ 12
10. ขอ้ ใดปฏิบตั ิไม่ถูกตอ้ งเกี่ยวกบั การละหมาดในวนั ศุกร์
1. ตอ้ งทาละหมาดให้ครบวนั ละ 5 เวลา
2. ตา่ งคนตา่ งทาละหมาดในสถานท่ีสะอาดโดยทวั่ ไป
3. ตอ้ งทาพธิ ีชาระร่างกาย และทาจติ ใจใหบ้ ริสุทธ์ิก่อนเสมอ
4. ทาละหมาดหนั หนา้ ไปทางทิศท่ีต้งั ของวิหารกาบะ ประเทศซาอดุ ิอาระเบีย
5. ตอ้ งทาละหมาดพร้อมกนั ที่มสั ยิด
7
11. เม่ือนักเรียนถูกเพื่อนชักชวนให้เล่นการพนัน หรือให้ยกพวกไปตีกบั ฝ่ ายอ่ืน นักเรียนใช้สติพิจารณาดว้ ยตนเองว่า
ขณะน้ีเรากาลงั เรียนหนงั สือ เพือ่ ความเจริญกา้ วหนา้ ในชีวิต ถา้ เราปล่อยตวั ปลอ่ ยใจไปตามคาชวนเชน่ น้นั อนาคตของ
เราจะเป็นเช่นไร ถา้ เราประสบภยั อนั ตรายใด ๆ พ่อแม่ พ่นี อ้ ง ญาติ ๆ ครู อาจารย์ และผหู้ วงั ดตี อ่ เรา จะรูส้ ึกอยา่ งไร เม่ือ
คิดไดเ้ ช่นน้ีแลว้ จงึ ตดั สินใจไมไ่ ปตามคาชกั ชวน และต้งั ใจศึกษาหาความรู้ เพ่อื ให้บรรลุผลตามทีต่ นเองและพอ่ แม่หวงั
เอาไว้ โดยไม่หวนั่ ไหวไปตามอารมณ์ยว่ั ยุใด ๆ การปรารภกบั ตนเองและคานึงถงึ ความหวงั ดีของบุคคลใกลช้ ิดที่มีต่อ
ตนเชน่ น้ี จดั เป็นการครองตนตามหลกั อธิปไตยขอ้ ใด
1. อตั ตาธิปไตย (ความมีตนเป็นใหญ)่
2. โลกาธิปไตย (ความมีโลกเป็นใหญ่)
3. ประชาธิปไตย (ความมปี ระชาชนเป็นใหญ)่
4. ธมั มาธิปไตย (ความมีธรรมเป็นใหญ่)
5. อภิชนาธิปไตย (ความมีอภิชนเป็นใหญ)่
12. นายแดงมุง่ มน่ั ทางานขบั รถขนส่งสินคา้ ดว้ ยความขยนั ไม่ยอ่ ทอ้ แมจ้ ะเหนื่อยลา้ เพียงใดกต็ าม จนถึงเวลาส้ินเดอื น เขา
ไดร้ ับเงินเดือนจากทางบริษทั มาจานวน 20,000 บาท ใจหน่ึงก็อยากนาไปใชจ้ ่ายในครอบครวั อีกใจหน่ึงกอ็ ยากนาไป
ลงทนุ ทาการคา้ ในหมู่บา้ น และใจหน่ึงอยากเกบ็ ไวใ้ ชใ้ นยามจาเป็น เขารูส้ ึกลงั เล ไมร่ ูว้ า่ จะตอ้ งใชท้ รพั ยเ์ หล่าน้ีอย่างไร
หากนกั เรียนเป็นนายแดงจะตดั สินใจแบ่งทรพั ยน์ ้ีอย่างไรตามหลกั โภควภิ าค
1. 10,000 บาท สาหรับใชจ้ า่ ยในครอบครัว / 5,000 บาท ลงทุนทาการคา้ /
5,000 บาทเกบ็ ไวใ้ ชจ้ ่ายเม่อื ยามจาเป็น
2. 5,000 บาท สาหรับใชจ้ า่ ยในครอบครัว / 5,000 บาท ลงทุนทาการคา้ /
10,000 บาทเก็บไวใ้ ชจ้ ่ายเมอ่ื ยามจาเป็น
3. 5,000 บาท สาหรบั ใชจ้ า่ ยในครอบครวั /10,000 บาท ลงทุนทาการคา้ /
5,000 บาทเก็บไวใ้ ชจ้ า่ ยเมือ่ ยามจาเป็น
4. 10,000 บาท สาหรบั ใชจ้ ่ายในครอบครัว / 7,000 บาท ลงทนุ ทาการคา้ /
3,000 บาทเกบ็ ไวใ้ ชจ้ า่ ยเมื่อยามจาเป็น
5. 7,000 บาท สาหรบั ใชจ้ ่ายในครอบครัว / 10,000 บาท ลงทุนทาการคา้ /
3,000 บาท เกบ็ ไวใ้ ชจ้ า่ ยเม่ือยามจาเป็น
13. “ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจกั รไทยเกือบทุกฉบับจะมีบทบญั ญตั ิให้สมาชิกรัฐสภาตอ้ งปฏิญาณตนก่อนเขา้ รับ
ตาแหน่ง โดยมีเจตนารมณ์เพ่ือให้สมาชิกสภาผูแ้ ทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา ไดแ้ สดงปณิธานและความต้งั ใจท่ีจะ
ปฏิบตั ิหน้าที่ ด้วยความซื่อสัตยส์ ุจริต เพ่ือประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน โดยรักษาไวซ้ ่ึงรัฐธรรมนูญ และ
ไม่กระทาการทีข่ ดั ต่อรฐั ธรรมนูญ ซ่ึงการปฏญิ าณตนของสมาชิกรฐั สภาในรฐั ธรรมนูญแตล่ ะฉบบั น้นั อาจมถี อ้ ยคาและ
บทบญั ญตั ิทแี่ ตกต่างกนั ไปบา้ ง ตามยุคสมยั ”
ผ้เู รียบเรียง วิจิตรา ประยรู วงษ์
ผ้ทู รงคณุ วุฒิประจาบทความ รองเลขาธิการสภาผ้แู ทนราษฎร จเร พันธ์ุเปร่ือง
ท่ีมา: 2016 King Prajadhipok's Institute
เจตนารมณ์ของการปฏญิ าณตนน้ี สอดคลอ้ งกบั คตธิ รรมทเี่ ก่ียวเนื่องกบั วนั สาคญั
ทางพระพุทธศาสนาวนั ใด
1. วนั ออกพรรษา 2. วนั เขา้ พรรษา
3. วนั อฏั ฐมีบชู า 4. วนั อาสาฬหบูชา 5. วนั มาฆบูชา
8
14. นางสาวฟ้าตอ้ งการทาบุญตกั บาตร จึงสอบถามเพื่อน ๆ ว่าเธอควรทาอย่างไร นกั เรียนคนใดแนะนานางสาวฟ้า ได้
ถกู ตอ้ งที่สุด
1. แดง “ตอ้ งไปทาในวนั สาคญั ทางพระพุทธศาสนา เช่น วนั วิสาขบูชา วนั มาฆบูชาเป็นตน้ เท่าน้นั วนั อื่น ๆ เขาไม่
นิยมทากนั หรอก เวลาฉันไปทาบุญที่วดั จงึ เหน็ ชาวบา้ นตกั บาตรเยอะมาก”
2. ดา “ตอ้ งไปทาในวนั ธมั มสั สวนะหรือวนั พระสิ เพราะการทาบุญตกั บาตรเป็ นพิธีกรรมทางศาสนาท่ีจดั ข้ึนเฉพาะ
ในวนั พระเทา่ น้นั เพือ่ พุทธศาสนิกชนไดม้ ีโอกาสทาบุญ คาว่า วนั พระ ก็คอื ทาบุญตกั บาตรพระนนั่ เอง”
3. ขาว “ไปวนั ท่ีเราสะดวกสิ เธอสะดวกตอนไหน เวลาไหน วนั ไหน ก็ไปตอนน้ันเวลาน้ัน การทาบุญตกั บาตรชาว
พุทธ สามารถทาไดต้ ลอดเวลา ไม่จากดั เวลาและสถานท่ี เชื่อฉนั ”
4. เขียว “เดือนหนา้ กว็ นั เกิดเธอแลว้ จะรีบไปทาบุญตกั บาตรทาไม ถา้ ไมใ่ ช่วนั สาคญั สาหรับเราเอง เชน่ วนั เกิด ชาว
พทุ ธจะไมน่ ิยมทาบญุ ตกั บาตรหรอกนะ เช่ือฉนั รออีกสกั เดือนก็ไดท้ าแลว้ ”
5. เหลือง “เด๋ียวเชา้ พรุ่งน้ีเราพาไปทาบุญตกั บาตรท่ีวดั หน้าวดั หรือหนา้ บา้ นเราก็ได้ถา้ พระไม่เดินบิณฑบาตผ่าน
หนา้ บา้ นเธอ เราสามารถทาบญุ ตกั บาตรไดท้ ุก ๆ เชา้ ของทกุ วนั กอ่ นพระฉันเชา้ หรือฉนั เพล”
15. วนั หน่ึง แดงไดก้ ลา่ วปรารภกบั เพอ่ื น ๆ วา่
แดง “อาทิตยห์ นา้ จะครบรอบวนั ตายของคณุ ยา่ ฉนั แลว้ ทางบา้ นกาลงั เตรียมงานทาบญุ อฐั ิกนั จนวุ่นเลยแหละ ตอนน้ี
นะ”
ขาว “แลว้ เธอรับหนา้ ทีท่ าอะไรล่ะ”
แดง “ฉนั รับหนา้ ทไี่ ปนิมนตพ์ ระ นี่ยงั หนกั ใจอยเู่ ลยวา่ จะบอกนิมนตว์ ่าอยา่ งไรดี ระหวา่ งใชค้ าว่า
เจริญพระพุทธมนต์ กบั สวดพระพทุ ธมนต”์
เขยี ว “ฉนั คนุ้ ๆ นะ ดเู หมอื นวา่ เขาจะใชต้ า่ งกนั แตจ่ าไมไ่ ดแ้ ลว้ วา่ งานมงคลกบั งานอวมงคล เขานิยมใช้ คาไหน เพราะ
คาใกลเ้ คียงกนั มาก สับสนนะ”
ฟ้า “จะทาใหย้ งุ่ ยากทาไม ก็บอกว่า สวดมนต์ กพ็ อ”
หากนกั เรียนเป็นเพอ่ื นกบั แดง นกั เรียนจะแนะนาแดงอยา่ งไร
1. ใชค้ าว่า “เจริญพระพทุ ธมนต”์ เพราะการทาบุญอฐั ิเป็นมงคล เน่ืองจากคนตายไปนานแลว้ ไม่ใช่เพ่ิงตายหรือมศี พ
อยู่ท่บี า้ น
2. ใชค้ าว่า “เจริญพระพุทธมนต”์ เพราะการทาบญุ อฐั ิเป็นอวมงคล เนื่องจากเป็นการทาบญุ ท่ปี รารภถงึ การตายของ
คน
3. ใชค้ าว่า “สวดมนต”์ เพราะเป็นคากลาง ๆ ทีน่ ิยมใช้ท้งั ในงานทีเ่ ป็นมงคลและงานอวมงคล ตลอดจนงานท่ีไม่
สามารถระบุไดว้ ่าจะเป็นมงคลหรืออวมงคลเชน่ เดียวกบั การทาบุญอฐั ิ
4. ใชค้ าวา่ “สวดพระพทุ ธมนต”์ เพราะการทาบุญอฐั ิเป็นงานบุญอวมงคลเนื่องจากเป็นการทาบุญที่ปรารภถึงการตาย
ของคน
5. ใชค้ าว่า “สวดพระพทุ ธมนต”์ เพราะการทาบญุ อฐั ิเป็นงานบญุ มงคล เนื่องจากคนตายไปนานแลว้ ไมใ่ ช่เพงิ่ ตาย
หรือมีศพอย่ทู บ่ี า้ น
9
16. ขอ้ ใดกล่าวถกู ตอ้ งเก่ียวกบั “ทาน” ในพทุ ธศาสนา กบั “ซะกาต” ในศาสนาอสิ ลาม
1. ซะกาตใหก้ บั ใครกไ็ ด้ ส่วนทานใหก้ บั คนที่มสี ิทธ์ิรับเทา่ น้นั
2. ซะกาตให้เวลาใดกไ็ ด้ ส่วนทานใหเ้ มือ่ ครบรอบปี
3. ทานเป็นการใหโ้ ดยสมคั รใจ ส่วนซะกาตเป็นการใหภ้ าคบงั คบั ตามหลกั ศาสนา
4. ทานกาหนดอตั ราการจ่ายตามจานวนทรัพยส์ ินของผจู้ ่าย ส่วนซะกาตไม่มกี าหนดอตั ราการจ่ายใด ๆ
5. ผใู้ ห้ทานจะตอ้ งเป็นคฤหัสถ์ ส่วนผใู้ ห้ซะกาตจะตอ้ งเป็นอิหมา่ ม
17. การกระทาในกรณีตามขอ้ ใดเป็นความผิดฐานฉอ้ โกง
1. นางสาวแขวางโทรศพั ทม์ ือถือไวบ้ นโต๊ะระหว่างรับประทานอาหาร นายหน่ึงจึงโกหกนางสาวแขวา่ บา้ นนางสาว
แขไฟไหมใ้ หร้ ีบไปดู เป็นเหตุให้นางสาวแขลืมโทรศพั ทไ์ ว้ แลว้ จากน้นั นายหน่ึงก็หยิบนาไปเป็นของตน
2. นายเอแกลง้ ทาตวั เป็นคนพกิ าร ท้งั ที่มรี ่างกายสมบรู ณ์ แลว้ ไปทาการขอทานซ่ึงส่งผลใหผ้ คู้ นท่ีผ่านมานาเงนิ ให้แก่
นายเอดว้ ยความสงสาร
3. นายไกฝ่ ากเงนิ ของตนให้นายไข่ไปจา่ ยค่าไฟฟ้าให้ ตอ่ มานายไขไดพ้ บว่านายไกจ่ า่ ยไปเรียบรอ้ ยแลว้ แต่นายไข่ไม่
อยากคืนเงนิ แก่นายไก่ จึงบอกแก่นายไก่วา่ จา่ ยคา่ ไฟฟ้าให้แลว้ และเก็บเงินน้นั ไวใ้ ชส้ ่วนตวั
4. นางสวยตกลงซ้ือผลไมจ้ ากนายรวย แต่พอถึงเวลาจ่ายเงินหลงั ไดร้ ับสินคา้ พบว่า ตนมเี งนิ ไมพ่ อจึงอาศยั ชว่ งเวลาที่
นายรวยเผลอ เดนิ ออกจากร้านไปโดยไมจ่ ่ายเงนิ
5. นายมงั่ ยมื หนงั สือของนายมมี าอา่ น 2 วนั พอถึงกาหนดวนั คืน นายมกี ็มาทวงถามนายมง่ั แตน่ ายมง่ั กลบั โกหกนาย
มวี า่ ตนส่งคืนทางไปรษณียแ์ ลว้ ท้งั ทไ่ี มเ่ ป็นความจริง
18. ขอ้ ใดเป็นการทาสัญญาเชา่ ทรัพยท์ ี่สมบรู ณต์ ามกฎหมาย
1. นางเอกตกลงให้นายโทนาหนงั สือของตนไปอา่ นเพอื่ เตรียมตวั สอบ เม่อื สอบเสร็จแลว้ นายโทกไ็ ดน้ าหนงั สือมา
คนื ตามทต่ี กลง พรอ้ มกบั เล้ยี งอาหารนางเอกเป็นการตอบแทน
2. นายหน่ึงตกลงให้นายสองใชท้ ีด่ ินของตนในการทาไร่เป็นเวลา 2 ปี เมื่อครบกาหนดเวลาแลว้ ก็ตอ้ งยา้ ยออกไป เวน้
แต่จะตกลงกนั ใหม้ ีการใชต้ ่อไปได้
3. เด็กชายไก่ไดเ้ ขา้ ไปใชบ้ ริการคอมพิวเตอร์ในรา้ นอนิ เทอร์เน็ตของนายไขท่ ี่คิดค่าบริการชว่ั โมงละ 20 บาท เป็น
เวลา 1 ชวั่ โมง
4. เดก็ หญิงกกุ๊ ยมื หนงั สือจากหอ้ งสมุดของโรงเรียน โดยใชส้ ิทธิจากการชาระคา่ บารุงห้องสมดุ แก่ทางโรงเรียน
5. นางสาวแดงยมื รถนายดาไปขบั 1 วนั พร้อมกบั ตกลงว่าจะรบั ผดิ ชอบเรื่องคา่ น้ามนั ขณะทนี่ ารถไปใช้
19. การหม้นั ในขอ้ ใดสมบรู ณ์ตามกฎหมาย
1 นายดาจดั พธิ ีหม้นั ระหวา่ งตนและนางสาวแดง โดยการเชิญญาตผิ ใู้ หญท่ ้งั สองฝ่ายมาเป็นสกั ขพี ยานร่วมกนั
2 นางสาวแดงไดใ้ หแ้ หวนเพชรแก่นายดา เพือ่ ให้นายดาวางใจวา่ จะไดม้ กี ารสมรสกนั ในอนาคตอนั ใกล้
3 นายขาวบิดาของนายเขยี ว ใหร้ ถยนตแ์ กน่ างสาวขา เพื่อใหเ้ ป็นท่เี ขา้ ใจกนั วา่ นายเขยี วและนางสาวขาจะสมรสกนั
ในอนาคต
4 นายเหลืองไดใ้ ห้สรอ้ ยทองแก่นางฟ้า ซ่ึงเป็นมารดาของนางสาวสม้ เพ่ือใหเ้ ป็นท่เี ขา้ ใจกนั ว่านายเหลอื งและ
นางสาวสม้ จะสมรสกนั ในอนาคต
5 นายมว่ งบดิ าของนายน้าเงนิ ให้แหวนเพชรแกน่ างจนั ทร์มารดาของนางสาวองั คาร เพอ่ื เป็นหลกั ฐานวา่ นายน้าเงนิ
และนางสาวองั คารจะสมรสกนั ในอนาคต
10
20. ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 2 วรรคแรก บญั ญัติว่า บุคคลจักต้องรับโทษในทางอาญาต่อเม่ือไดก้ ระทาการอนั
กฎหมายทีใ่ ชใ้ นขณะกระทาน้ันบญั ญตั เิ ป็ นความผดิ และกาหนดโทษไว้ และโทษทีจ่ ะลงแก่ผูก้ ระทาความผิดน้นั ตอ้ ง
เป็นโทษทบ่ี ญั ญตั ิไวใ้ นกฎหมาย จากบทกฎหมายขา้ งตน้ ขอ้ ใดตอ่ ไปน้ีกล่าวถกู ตอ้ งเกี่ยวกบั หลกั กฎหมายอาญา
1) การเพกิ ถอนสิทธิเลือกต้งั ตามกฎหมายใหมไ่ ม่อาจมีผลใชบ้ งั คบั ยอ้ นหลงั ได้
2) รัฐอาจบญั ญตั กิ ฎหมายอาญาใหส้ ามารถตีความอยา่ งกวา้ งขวาง เพ่ือใชล้ งโทษอาชญากรไดอ้ ยา่ งมปี ระสิทธิภาพ
3) ผพู้ พิ ากษาใชห้ ลกั จารีตประเพณีในการเอาผิดและลงโทษทางอาญาแก่บุคคลได้ แมไ้ ม่มกี ฎหมายบญั ญตั ไิ วโ้ ดยตรง
4) การแอบจดจารหสั ผา่ นเขา้ ระบบคอมพวิ เตอร์ เป็นความผดิ ฐานลกั ทรัพยเ์ น่ืองจากสามารถเทียบเคยี งไดว้ ่าเป็นการ
เอาทรัพยข์ องผอู้ ื่นไปโดยทจุ ริต
5) การเป็นชูห้ รือมีชูน้ ้นั แมจ้ ะเป็นการกระทาท่ีขดั ต่อศีลธรรมกต็ าม แตเ่ มื่อกฎหมายมไิ ดบ้ ญั ญตั ใิ หเ้ ป็นความผดิ รฐั ก็
ไมอ่ าจลงโทษบคุ คลทีก่ ระทาการดงั กลา่ วน้ีไดเ้ ลย
21. ขอ้ ใดไมใ่ ชเ่ หตุที่ทาให้หน้ีระงบั 2. การหกั กลบลบหน้ี 5. การแปลงหน้ี
1. การชาระหน้ี 4. หน้ีเกลือ่ นกลืนกนั
3. การเสียชีวติ ของลกู หน้ี
22. กฎหมายใดตราข้ึนโดยฝ่ ายบริหาร และจะสิ้นผลใช้บงั คบั เม่ือสภาไม่ให้ความเห็นชอบ
1. รฐั ธรรมนูญ 2. พระราชบญั ญตั ิ
3. พระราชกาหนด 4. ประมวลกฎหมาย
5. พระราชบญั ญตั ิประกอบรฐั ธรรมนูญ
23. ขอ้ ใดไม่ใชส่ ัญลกั ษณแ์ สดงถงึ ความหมายและความสาคญั ของวฒั นธรรม
1. ถนน เป็นวิถที างท่คี นในสังคมยดึ ถอื ปฏบิ ตั ิ
2. กระจก เป็นสิ่งสะทอ้ นเอกลกั ษณเ์ ฉพาะของสังคม
3. เบา้ หลอม เป็นเครื่องมือสาหรบั อบรมขดั เกลาสมาชิกของสงั คม
4. กาแพง เป็นขอบเขตท่ชี ่วยในการจาแนกความแตกต่างของกล่มุ
5. สะพาน เป็นส่ิงช่วยใหเ้ กิดการส่งตอ่ และเช่ือมโยงแนวปฏบิ ตั ิระหว่างรุ่น
24. ขอ้ ใดกล่าวไมถ่ ูกตอ้ งเกี่ยวกบั อตั ลกั ษณแ์ ละการอยูร่ ่วมกนั ในสงั คมแห่งความหลากหลายทางวฒั นธรรม
1. การหลอมรวมทางวฒั นธรรมสามารถทาใหเ้ กิดไดท้ ้งั ความขดั แยง้ และการมีสมานฉันทท์ างสงั คม
2. การปรบั ตวั เพื่อการอยรู่ ่วมในสงั คมทม่ี คี วามหลากหลายจาเป็นตอ้ งยอมละทิ้งอตั ลกั ษณเ์ ดมิ ของตนเอง
3. การมอี ตั ลกั ษณท์ แ่ี ตกต่างหลากหลายเป็นทุนทางสังคมท่เี ป็นประโยชน์ในการพฒั นาสังคมพหุวฒั นธรรม
4. การทาความเขา้ ใจระหวา่ งวฒั นธรรมจะช่วยเกิดการแลกเปล่ยี นและเรียนรู้เพือ่ การอยู่ร่วมกนั ไดอ้ ย่างสนั ติ
5. การเชิดชูอตั ลกั ษณท์ างวฒั นธรรมของกลมุ่ วฒั นธรรมใดวฒั นธรรมหน่ึงแสดงถงึ การเลือกปฏิบตั ทิ างวฒั นธรรม
25. ประเพณีในวฒั นธรรมไทยขอ้ ใด ท่ีไม่เกี่ยวขอ้ งกบั อทิ ธิพลของศาสนาหรือความเชื่อ
1. ประเพณีวิ่งควาย
2. ประเพณีแห่ผตี าโขน
3. ประเพณีบูชาผีขุนน้า
4. ประเพณีบายศรีสู่ขวญั
5. ประเพณีสารทเดอื นสิบ
11
26. การเลอื กรับวฒั นธรรมสากลมาปรับประยุกตใ์ ห้เขา้ กบั สังคมไทย ตอ้ งคานึงถงึ ปัจจยั หลายประการยกเวน้ ขอ้ ใด
1. วิถปี ฏบิ ตั ทิ มี่ อี ยูเ่ ดมิ 2. สถาบนั ทางสังคมท่มี อี ยเู่ ดมิ
3. โครงสร้างทางสงั คมทม่ี อี ย่เู ดมิ 4. พ้นื ฐานทางเศรษฐกิจท่ีมีอย่เู ดมิ
5. ค่านิยมและความเช่ือทม่ี อี ยูเ่ ดิม
27. ค่านิยมทางสังคมทีส่ ะทอ้ นผา่ นสานวนสุภาษิตหรือค่าพงั เพยในขอ้ ใด ทแี่ สดงถงึ การเตือนใจให้รบั มือการเปลยี่ นแปลง
ทางวฒั นธรรม โดยไมล่ ะทง้ิ รากเหงา้ ทีม่ ีมาแต่เดิม
1. เขา้ เมอื งตาหลิ่ว หลวิ่ ตาตาม 2. อยูบ่ า้ นทา่ นอยา่ น่ิงดดู าย
3. หัวมงั กรทา้ ยมงั กร 4. จบั แพะชนแกะ 5. ววั ลมื ตีน
28. ในการเมืองการปกครองระบอบประชาธิปไตย การกระทาทางการเมืองใดที่สะทอ้ นถึงหลกั การประชาธิปไตยโดย
ประชาชน
1. ประชาชนสองหมนื่ คนร่วมเขา้ ชื่อเสนอร่างกฎหมาย
2. ศาลรัฐธรรมนูญวนิ ิจฉัยคณุ สมบตั ขิ องสมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎร
3. ขา้ ราชการประจาเสนอนโยบายเพิม่ รายไดป้ ระชาชนต่อคณะรัฐมนตรี
4. ศาลปกครองวนิ ิจฉัยใหห้ น่วยงานของรัฐชดใชค้ า่ เสียหายแกป่ ระชาชน
5. คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนเสนอรายงานสถานการณ์การละเมดิ สิทธิของประชาชน
29. ฐานะทางประเพณีของพระมหากษตั ริยภ์ ายใตร้ ะบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยท์ รงเป็ นประมุข การที่
พระองคไ์ มท่ รงกระทาผดิ (The King; can do no wrong) เน่ืองดว้ ยเหตุผลใด
1. ทรงเป็นพุทธมามกะ 2. ทรงเป็นเอกอคั รศาสนูปถมั ภก
3. ทรงมผี รู้ บั สนองพระบรมราชโองการ 4. ทรงแตง่ ต้งั ผูส้ าเร็จราชการแทนพระองค์
5. ทรงแตง่ ต้งั ผทู้ รงคณุ วุฒิเป็นคณะองคมนตรี
30. รฐั ก. มรี ูปแบบและโครงสรา้ งของรฐั ดงั น้ี
- มรี ฐั บาลเดยี วที่มีอานาจบริหารกิจการภายในและภายนอกประเทศในภาพรวมโดยเด็ดขาด
- แบ่งการบริหารราชการออกเป็นส่วนกลาง ส่วนภูมภิ าค และส่วนทอ้ งถิ่น
- การบริหารส่วนภูมภิ าคอยใู่ นกากบั ของส่วนกลาง มผี ูบ้ ริหารมาจากการเลอื กต้งั ของประชาชน
ขอ้ ใดกล่าวถกู ตอ้ งเก่ียวกบั รัฐ ก.
1. เป็นรัฐเดี่ยวท่เี นน้ หลกั การแบ่งอานาจ 2. เป็นรฐั เดย่ี วท่ีเนน้ หลกั การกระจายอานาจ
3. เป็นรัฐเดี่ยวทเ่ี นน้ หลกั การรวมศูนยอ์ านาจ 4. เป็นรัฐรวมที่เนน้ หลกั การแบ่งอานาจ
5. เป็นรฐั รวมที่เนน้ หลกั การกระจายอานาจ
31. ระบอบการเมืองการปกครองแบบเผดจ็ การและแบบประชาธิปไตย มีผลตอ่ การดาเนินชีวติ ทีแ่ ตกต่างกนั ของประชาชน
ในเรื่องใดมากที่สุด
1. ระดบั การศกึ ษาของประชาชน
2. ฐานะทางเศรษฐกิจของประชาชน
3. ความปลอดภยั ในชีวิตและทรัพยส์ ินของประชาชน
4. การมกี ฎหมายรกั ษาความสงบเรียบร้อยของสังคม
5. ขอบเขตของสิทธิเสรีภาพและการกาหนดชีวติ ตนเองของประชาชน
12
32. การแสดงออกในสื่อสังคมออนไลน์ด้วยการใช้ถอ้ ยคาสรา้ งความเกลยี ดชัง (Hate Speech) การไล่ลา่ และขุดคุย้ ประวตั ิ
ของบุคคลท่ีเห็นต่างทางการเมือง แลว้ นามาประจาน การกระทาดงั กล่าว บนั่ ทอนหลกั การหรือคุณค่าพ้ืนฐานของ
ประชาธิปไตยขอ้ ใดมากทีส่ ุด
1. เจตจานงของเสียงขา้ งมาก 2. การมีส่วนร่วมทางการเมือง
3. คณุ คา่ ความเป็นมนุษย์ 4. คุณธรรมทางศาสนา
5. การแบ่งแยกอานาจ
33. ขอ้ ใดกลา่ วไมถ่ กู ตอ้ งเกี่ยวกบั ประเทศท่ีมีระบบเศรษฐกิจแบบผสม
1. เอกชนเป็นเจา้ ของปัจจยั การผลิตและทรพั ยส์ ินอย่างเสรีบางเร่ือง
2. สหภาพแรงงานมผี ลทาให้กลไกราคามีบทบาทในการจดั สรรทรพั ยากรไดน้ อ้ ยลง
3. สมาคมการคา้ ต่าง ๆ มีผลทาให้กลไกราคามบี ทบาทในการจดั สรรทรพั ยากรไดน้ อ้ ยลง
4. เศรษฐกิจเจริญเตบิ โตสูงกว่าระบบเศรษฐกิจแบบอืน่ เพราะมเี สรีภาพในการแขง่ ขนั เป็นแรงจงู ใจ
5. มกี ารจากดั สิทธิเสรีภาพในการดาเนินกิจกรรมการป้องกนั ประเทศและการรักษาความปลอดภยั
34. ขอ้ ใดเป็นอุปสงคใ์ นทางเศรษฐศาสตร์
1. นายปิ ตอิ ยากไปเทย่ี วต่างประเทศกบั ครอบครัวต้งั ใจว่าจะไปเที่ยวยุโรปในช่วงวนั สงกรานต์
2. นายวรี ะชอบรับประทานผลไมม้ าก หลงั อาหารกลางวนั เขาซ้ือผลไมม้ ารับประทานวนั ละถงุ เสมอ
3. เดก็ หญิงมานีอยากไดต้ ุก๊ ตาบาร์บ้ีมากในวนั เกิดของเธอ คณุ แมส่ ัญญาวา่ วนั เกิดปีหนา้ จะซ้ือ
ต๊กุ ตาให้เธอ
4. นางชูใจมีฐานะร่ารวย เพื่อนของนางชูใจมาขายบา้ นพกั ท่ีเขาใหญ่ แตน่ างชูใจไม่ซ้ือ เพราะเธอ
ชอบทะเล
5. นายมานะมอี าชีพส่งหนงั สือพมิ พต์ ามบา้ น พยายามเกบ็ เงินในแตล่ ะเดือนเพอ่ื ซ้ือรถมอเตอร์ไซค์
สกั คนั ในปลายปี
35. ถา้ ราคาอาหารเล้ยี งกุง้ กุลาดาเพม่ิ สูงข้ึน ในขณะทปี่ ัจจยั อนื่ ๆ คงท่ี จะทาให้เกิดการเปลยี่ นแปลงอปุ ทานของกุง้ กุลาดา
ในขอ้ ใด
1. ปริมาณอปุ ทานลดลงบนเสน้ อุปทานเดมิ
2. เสน้ อปุ ทานเคล่ือนยา้ ยไปท้งั เสน้ ไปทางซ้ายมอื ปริมาณอุปทานลดลง
3. เสน้ อุปทานเคลอื่ นยา้ ยไปท้งั เส้นไปทางขวามือ ปริมาณอปุ ทานลดลง
4. เสน้ อปุ ทานเคลือ่ นยา้ ยไปท้งั เส้นไปทางซา้ ยมอื ปริมาณอุปทานเพิ่มข้นึ
5. เส้นอุปทานเคลอ่ื นยา้ ยไปท้งั เส้นไปทางขวามือ ปริมาณอปุ ทานเพ่ิมข้ึน
36. หากประเทศไทยตอ้ งการลดอปุ ทานแรงงานส่วนเกินในตลาดแรงงานทมี่ กี ารแข่งขนั อยา่ งสมบูรณ์ รฐั บาลจะเลือกใช้
มาตรการใดจึงเหมาะสม
1. ลดอตั ราค่าจา้ งแรงงานข้นั ตา่
2. เพิม่ อตั ราคา่ จา้ งแรงงานข้นั ต่า
3. กาหนดคา่ จา้ งแรงงานข้นั สูงในอตั ราสูงกว่าค่าจา้ งตลาด
4. เพิ่มสวสั ดกิ ารให้แกแ่ รงงานตา่ งดา้ วท่ีทางานในประเทศไทย
5. ส่งเสริมการนาเขา้ แรงงานตา่ งดา้ วจากประเทศกลุ่มอาเซียน
13
37. ขอ้ ใดคือการประยกุ ตใ์ ชท้ ฤษฎีใหมข่ ้นั ที่ 3 ตามหลกั ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง
1. กลมุ่ แม่บา้ นร่วมมอื กนั จดั ต้งั เครือข่ายวสิ าหกิจชุมชน
2. เกษตรกรในชุมชนรวมกลุ่มกนั จดั ต้งั สหกรณก์ ารเกษตร
3. อาสาสมคั รสาธารณสุขประจาหมู่บา้ น (อสม.) ร่วมมอื กนั ปลูกสมนุ ไพร
เพ่อื ใชใ้ นการรกั ษาสุขภาพ
4. ผูใ้ หญ่บา้ นแนะนาเกษตรกรให้จดั สรรพ้นื ท่ีอยอู่ าศยั และทท่ี ากินออกเป็น 4 ส่วน
ในอตั รา 30:30:30:10
5. สมาคมผปู้ กครองในชุมชนร่วมมือกบั ธนาคารออมสิน สานกั งานใหญม่ อบทนุ การศกึ ษา
แกน่ กั เรียนทย่ี ากจน
38. ขอ้ ใดไดร้ ับการบรรจุในแผนพฒั นาเศรษฐกิจและสงั คมแห่งชาตฉิ บบั ที่ 7 (พ.ศ. 2535-2539) เป็นคร้งั แรก
1. การกาหนดนโยบายดา้ นประชากร
2. การเจริญเติบโตอยา่ งมีเสถยี รภาพและการพฒั นาทย่ี ง่ั ยืน
3. การวางแผนลกั ษณะจากบนไปล่างและมกี ารกระจายสู่ระดบั ภมู ภิ าคและพ้นื ที่
4. การพฒั นาสมรรถนะทางเศรษฐกิจเพื่อสนบั สนุนการพฒั นาคนและคณุ ภาพชีวิต
5. การเพ่มิ บทบาทองคก์ รประชาชนในทอ้ งถ่ินเพอ่ื พฒั นาทรัพยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดลอ้ ม
39. ขอ้ ความใดกลา่ วไม่ถกู ตอ้ งเกี่ยวกบั สหกรณ์
1. สหกรณ์โคนมมสี ่วนในการช่วยลดการนาเขา้ น้านมดบิ จากต่างประเทศ
2. ระบบสหกรณเ์ ป็นเคร่ืองมือในการแกไ้ ขปัญหาเศรษฐกิจสังคมของประเทศ
3. สหกรณ์ร้านคา้ ในโรงเรียนมีส่วนช่วยสร้างการมีส่วนร่วมในการทากิจกรรมของนกั เรียน
4. หลกั การของระบบสหกรณค์ อื การควบคุมการดาเนินงานโดยผจู้ ดั การสหกรณต์ ามหลกั ประชาธิปไตย
5. การดาเนินงานโดยคานึงถงึ ประโยชนข์ องสังคมและของสหกรณค์ อื หลกั การความเอ้ืออาทรต่อชุมชน
40. สหกรณใ์ นขอ้ ใดไมม่ ีลกั ษณะเป็นสหกรณ์อเนกประสงค์
1. สหกรณน์ ิคม 2. สหกรณ์ประมง
3. สหกรณ์ร้านคา้ 4. สหกรณก์ ารเกษตร 5. สหกรณ์เครดติ ยเู น่ียน
41. หนา้ ทท่ี ส่ี าคญั ทส่ี ุดของเงนิ ในระบบเศรษฐกิจคอื ขอ้ ใด
1. เป็นเครื่องรักษามลู คา่ 2. เป็นส่ือกลางการแลกเปลย่ี น
3. เป็นมาตรฐานในการวดั มลู ค่า 4. เป็นมาตรฐานในการชาระหน้ี
5. เป็นเครื่องแสดงฐานะทางเศรษฐกิจ
42. ขอ้ ใดถกู ตอ้ งในการคานวณผลติ ภณั ฑม์ วลรวมในประเทศ (GDP)
1. GDP = GNP - รายไดส้ ุทธิจากต่างประเทศ
2. GDP = GNP + รายไดส้ ุทธิจากตา่ งประเทศ
3. GDP = GNP + มลู คา่ สินคา้ ข้นั สุดทา้ ยทผ่ี ลติ ข้นึ ภายในประเทศ
4. GDP = มูลค่าสินคา้ ข้นั สุดทา้ ยท่ีผลติ ข้นึ ภายในประเทศ + รายไดส้ ุทธิจากต่างประเทศ
5. GDIP = มูลคา่ สินคา้ ข้นั สุดทา้ ยท่ีผลิตข้นึ ภายในประเทศ – รายไดส้ ุทธิจากตา่ งประเทศ
14
43. รัฐบาลไทยประกาศใชน้ โยบาย “ชอ้ ปช่วยชาติ” โดยการใหน้ าใบเสร็จมาหักค่าลดหย่อนภาษเี งนิ ไดบ้ คุ คลธรรมดา เป็น
การดาเนินนโยบายประเภทใด เพื่อวตั ถปุ ระสงคใ์ ด
1. นโยบายการเงิน เพ่ือกระตนุ้ รายจา่ ยการบริโภคและการขยายตวั ของผลติ ภณั ฑม์ วลรวมในประเทศ
2. นโยบายการคลงั เพอ่ื กระตนุ้ รายจ่ายการบริโภคและการขยายตวั ของผลิตภณั ฑม์ วลรวมในประเทศ
3. นโยบายการเงนิ เพื่อกระตนุ้ รายไดข้ องรัฐและการขยายตวั ของผลิตภณั ฑม์ วลรวมในประเทศ
4. นโยบายการคลงั เพื่อกระตนุ้ รายจา่ ยของรฐั และการขยายตวั ของผลติ ภณั ฑม์ วลรวมประชาชาติ
5. นโยบายการเงิน เพ่อื กระตนุ้ รายจา่ ยของรฐั และการขยายตวั ของผลิตภณั ฑม์ วลรวมประชาชาติ
44. ประเทศ ก กาลงั ประสบปัญหาเงินเฟ้ออย่างรุนแรง อันเป็ นผลที่เกิดข้ึนจากแรงดึงของอุปสงคม์ วลรวม ในขณะที่
อุปทานมวลรวมของประเทศไม่สามารถตอบสนอง ความตอ้ งการซ้ือสินคา้ และบริการต่างๆ ท่ีเพิ่มข้ึนได้ เนื่องจาก
ระบบเศรษฐกิจ อยู่ในภาวการณ์จ้างงานเต็มที่ ในขณะเดียวกนั สัดส่วนของหน้ีสาธารณะต่อ GDP อยู่ในระดบั สูงเม่ือ
เปรียบเทยี บกบั ประเทศอื่น ๆ ในภูมภิ าคเดยี วกนั
จากสถานการณ์ขา้ งตน้ ถา้ ตอ้ งการแกป้ ัญหาท่เี กิดข้นึ ในประเทศ ก ดว้ ยเคร่ืองมอื ของนโยบายการคลงั เครื่องมือดงั กลา่ ว
ควรเป็นมาตรการตามขอ้ ใด
1. ลดการใชจ้ ่ายของรัฐบาลและลดปริมาณเงนิ
2. นาพนั ธบตั รรัฐบาลออกขายและเพม่ิ อตั ราดอกเบ้ยี
3. เพิม่ อตั ราการจดั เกบ็ ภาษีและลดการใชจ้ ่ายของรัฐบาล
4. ลดการใชจ้ ่ายของรฐั บาลลงและเพ่มิ อตั ราค่าจา้ งข้นั ตา่
5. นาพนั ธบตั รรัฐบาลออกขายและลดการก่อหน้ีสาธารณะ
45. ขอ้ ใดถือเป็นการลงทุนทางตรงระหว่างประเทศ
1. คนไทยซ้ือพนั ธบตั รรฐั บาลไทย
2. คนมาเลเซียซ้ือหลกั ทรัพยข์ องบริษทั ในประเทศไทย
3. คนอินโดนีเซียต้งั โรงงานผลิตน้าดื่มในประเทศเมียนมา
4. คนสิงคโปร์ปลอ่ ยสินเช่ือใหค้ นไทยเพื่อลงทนุ ในประเทศสิงคโปร์
5. คนเวียดนามกยู้ ืมเงินจากสถาบนั การเงนิ ในต่างประเทศเพื่อนากลบั ไปลงทุนในเวยี ดนาม
46. สหภาพยุโรป (European Union) เป็นการรวมกลมุ่ ในลกั ษณะใด
1. เขตการคา้ เสรี 2. สหภาพศลุ กากร
3. สหภาพการเมอื ง 4. สหภาพเศรษฐกิจ 5. เขตเศรษฐกิจอนุภาค
47. ถา้ บริษทั เอกชนในประเทศหน่ึงซ้ือทองคาแทง่ จากต่างประเทศ และชาระดว้ ยเงนิ สารองจ่ายของบริษทั โดยการโอนเงิน
ผ่านธนาคารในตา่ งประเทศ หากตอ้ งการแสดงฐานะของดลุ การชาระเงนิ ระหว่างประเทศ การรับและการจ่ายของ
กิจกรรมน้ี ควรบนั ทึกไวใ้ นบญั ชีใด
1. บญั ชีเดินสะพดั 2. บญั ชีทุนเคลื่อนยา้ ย
3. บญั ชีเงนิ โอนและบริจาค 4. บญั ชีรับจ่ายของบริษทั น้นั ๆ
5. บญั ชีทนุ สารองระหวา่ งประเทศ
15
48. ประเทศ ข ซ่ึงเป็นประเทศกาลงั พฒั นาประเทศหน่ึง กาลงั ประสบปัญหาวกิ ฤตการณ์ทางเศรษฐกิจและการเงินอย่าง
รุนแรง โดยมีปรากฏการณ์ท่ไี ม่พงึ ปรารถนาหลาย ประการ เช่น
- อตั ราการขยายตวั ของผลิตภณั ฑม์ วลรวมในประเทศ (GDP) มีค่าตดิ ลบ
- อตั ราการวา่ งงานในประเทศสูงถึงร้อยละ 20
- เงนิ ทนุ ไหลออกนอกประเทศอย่างตอ่ เนื่อง
- การขยายตวั ทางการคา้ หยุดชะงกั
- ดุลการชาระเงินขาดดุล
- เงนิ ตราสกลุ ของประเทศมีค่าผนั ผวน
- รายรบั จากภาษีของรัฐบาลลดลงกวา่ ร้อยละ 30
จากสถานการณท์ ปี่ ระเทศ ข กาลงั ประสบอยู่ หากรฐั บาลของประเทศ ข มคี วามจาเป็นตอ้ งแกไ้ ขปัญหาอยา่ งเร่งด่วน จึง
ตอ้ งการคาปรึกษาเพ่ือหาลู่ทางและมาตรการ ในการแก้ปัญหา ในขณะเดียวกนั ก็ตอ้ งการความช่วยเหลือทางการเงินเพ่ือ
นามาแกว้ กิ ฤตการณ์ทเี่ กิดข้นึ รฐั บาลของประเทศ ข ควรขอรบั ความชว่ ยเหลอื จาก หน่วยงานหรือองคก์ รใดมากที่สุด
1. ธนาคารโลก 2. องคก์ ารการคา้ โลก
3. องคก์ ารสหประชาชาติ 4. กองทนุ การเงนิ ระหวา่ งประเทศ
5. องคก์ ารเพอ่ื ความร่วมมอื และการพฒั นาทางเศรษฐกิจ
49. ขอ้ ใดไมใ่ ช่ปัจจยั สาคญั อนั เป็นรากฐานของการสถาปนากรุงศรีอยธุ ยาในปลายพุทธศตวรรษท่ี 19
1. วฒั นธรรมตะวนั ตก 2. การติดต่อคา้ ขายกบั จนี
3. วฒั นธรรมทวารวดีและวฒั นธรรมเขมร 4. สภาพภูมปิ ระเทศของลมุ่ แม่น้าเจา้ พระยา
5. สายสัมพนั ธ์ทางเครือญาตขิ องชนช้นั ปกครอง
50. สมเดจ็ พระราชินีนาถวิกตอเรียแห่งองั กฤษ ทรงครองราชสมบตั ิอยใู่ นระยะเวลาทต่ี รงกบั รัชสมยั ของพระมหากษตั ริย์
ไทย ในราชวงศจ์ กั รีพระองคใ์ ดบา้ ง
1. พระบาทสมเด็จพระพุทธเลศิ หลา้ นภาลยั และพระบาทสมเด็จพระนง่ั เกลา้ เจา้ อย่หู วั
2. พระบาทสมเดจ็ พระนง่ั เกลา้ เจา้ อยหู่ ัว และพระบาทสมเดจ็ พระจอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั
3. พระบาทสมเดจ็ พระนง่ั เกลา้ เจา้ อยหู่ วั พระบาทสมเด็จพระจอมเกลา้ เจา้ อย่หู วั และพระบาทสมเด็จ
พระจลุ จอมเกลา้ เจา้ อยูห่ วั
4. พระบาทสมเดจ็ พระจอมเกลา้ เจา้ อยู่หวั พระบาทสมเดจ็ พระจุลจอมเกลา้ เจา้ อย่หู วั และ
พระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกลา้ เจา้ อยหู่ ัว
5. พระบาทสมเด็จพระนงั่ เกลา้ เจา้ อยูห่ วั พระบาทสมเด็จพระจอมเกลา้ เจา้ อยู่หวั พระบาทสมเด็จ
พระจลุ จอมเกลา้ เจา้ อยูห่ ัว และพระบาทสมเด็จพระมงกฎุ เกลา้ เจา้ อยู่หวั
51. ขอ้ ใดคือเหตุการณ์ท้งั หมดทีเ่ กิดข้ึนในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระนงั่ เกลา้ เจา้ อยูห่ วั
1. การสร้างจารึกวดั พระเชตุพน / การสงครามอนมั สยามยุทธ / การเปิดโรงพิมพห์ นงั สือไทย ของหมอบรดั เลย์
2. การเกิดวรี กรรมของทา้ วสุรนารี / การสร้างสวนขวาในพระบรมมหาราชวงั /การสร้างสมดุ ภาพไตรภูมฉิ บบั หลวง
3. การจดั ทากฎหมายตราสามดวง การสร้างพระเจดียเ์ รือสาเภาที่วดั ยานนาวา /การทาสัญญา เบอร์นียก์ บั องั กฤษ
4. การคา้ สาเภากบั จนี ทารายไดส้ ูงสุด / การสรา้ งพระปรางคว์ ดั อรุณราชวราราม /การสงครามระหวา่ งองั กฤษกบั พม่า
คร้ังที่ 2
5. การสรา้ งโลหะปราสาทวดั ราชนดั ดาราม / การทรงพระราชนิพนธบ์ ทละครในเรื่องอเิ หนา / การเปิดโรงเรียนที่
วดั มหรรณพาราม
16
52. กระทรวงใดในสมยั รัชกาลท่ี 5 ท่มี หี นา้ ทร่ี ับผดิ ชอบงานส่วนหน่ึงทอี่ ย่ใู นความรับผิดชอบของกระทรวงคมนาคมใน
ปัจจบุ นั
1. กระทรวงยตุ ิธรรม 2. กระทรวงธรรมการ
3. กระทรวงโยธาธิการ 4. กระทรวงยุทธนาธิการ 5. กระทรวงการตา่ งประเทศ
53. นายทหารท่านใด ที่ข้ึนสู่ตาแหน่งนายกรัฐมนตรี ดว้ ยกระบวนการลงสมคั รรับเลอื กต้งั ตามกตกิ าทางการเมือง
1. พลเอก เกรียงศกั ด์ิ ชมะนนั ทน์ 2. พลเอกเปรม ตณิ สูลานนท์
3. พลเอก สุจนิ ดา คราประยูร 4. พลเอก ชาตชิ าย ชุณหะวณั 5. พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์
54. ข้นั ตอนใดของพระราชพธิ ีบรมราชาภิเษกพระมหากษตั ริยใ์ นราชวงศจ์ กั รี ทจี่ ดั ข้ึนเพอ่ื ประสงคใ์ ห้ประชาชนไดเ้ ขา้
มาร่วมในพระราชพธิ ีไดโ้ ดยใกลช้ ิด
1. การสรงพระมูรธาภเิ ษก
2. การจารึกพระสุพรรณบฏั
3. การเสดจ็ พระราชดาเนินเลียบพระนคร
4. การเสด็จออกมหาสมาคมในทอ้ งพระโรงพระท่นี ง่ั อมรินทรวินิจฉัย
5. การรับเครื่องเบญจราชกกธุ ภณั ฑ์ พระแสงอษั ฎาวุธ และเครื่องบรมราชูปโภค
55. ขอ้ ใดไมใ่ ชล่ กั ษณะของสงั คมในยุคหินใหม่
1. การดารงชีวิตอย่ใู นสภาพวถิ ีชีวิตแบบชุมชนเมือง
2. มนุษยต์ ้งั ถ่นิ ฐานเป็นหลกั แหลง่ ไม่อพยพเคลื่อนยา้ ย
3. มนุษยร์ ูจ้ กั การเกษตรกรรมคอื การเพาะปลูกและเล้ยี งสตั ว์
4. ประดิษฐล์ วดลายลงบนเครื่องป้ันดนิ เผา ไมน่ ิยมวาดภาพตามผนงั ถ้า
5. เครื่องมอื เคร่ืองใชท้ ี่เป็นหินมีความแหลมคม เพิ่มประโยชน์ใชส้ อยมากข้นึ
56. ขอ้ ใดกลา่ วถกู ตอ้ งเกี่ยวกบั อารยธรรมอินเดยี
1. คมั ภีร์พระเวทถอื เป็นวรรณกรรมสาคญั ของอินเดยี
2. อินเดยี มคี วามแตกตา่ งของกล่มุ ชาติพนั ธุน์ อ้ ยกว่าจีน
3. ศลิ ปะแบบคนั ธารราฐคอื การป้ันพระพทุ ธรูปในสมยั ราชวงศค์ ปุ ตะ
4. สมยั ราชวงศเ์ มารยะถอื เป็นยคุ ทองของอินเดียดา้ นศลิ ปวฒั นธรรม
5. การแตง่ งานขา้ มวรรณะของอินเดียถือเป็นเร่ืองทไี่ ดร้ บั การยอมรบั
57. ขอ้ ใดต่อไปน้ีกลา่ วถกู ตอ้ ง
1. ชนเผ่าต่าง ๆ ในอารยธรรมเมโสโปเตเมยี มกั มีการปกครองในรูปแบบของนครรัฐ
2. ชาวอียปิ ตโ์ บราณมีความเช่ือเร่ืองอมตะภาวะของผูว้ ายชนมท์ ้งั ทเี่ ป็นฟาโรห์ลงมาถึงสามญั ชน
3. พระจกั รพรรดิคอนสแตนตินทรงประกาศให้คริสตศ์ าสนาเป็นศาสนาทางการแห่งจกั รวรรดโิ รมนั
4. จดุ ประสงคข์ องการแขง่ ขนั กีฬาโอลิมปิกของกรีกยคุ โบราณคลา้ ยคลึงกบั การแข่งขนั กีฬาโอลมิ ปิกในปัจจุบนั
5. พระเจา้ อเลก็ ซานเดอร์มหาราชมบี ทบาทสาคญั ในการทาใหอ้ ารยธรรมกรีกแพร่กระจายทวั่ ไปในแถบทะเลเมดิ
เตอร์เรเนียนเป็นคร้งั แรก
17
58. ขอ้ ใดกล่าวถกู ตอ้ งเก่ียวกบั แนวคดิ มนุษยนิยม (Humanism) ในสมยั การฟ้ื นฟูศิลปวทิ ยาการของยโุ รป
1. ความสนใจศึกษาและลอกเลียนแบบองคค์ วามรู้และสุนทรียะทางภาษาจากอารยธรรมคลาสสิค
2. ศิลปินแนวมนุษยนิยมมกั ผลิตผลงานท่ีสะทอ้ นความจริงของสงั คมเป็นสาคญั มากกวา่ มติ ิทางศาสนา
3. นกั มนุษยนิยมคริสเตยี นให้ความสาคญั ตอ่ งานเขยี นทเี่ กีย่ วขอ้ งกบั คริสตศ์ าสนาและงานเขียนของกวีโรมนั
4. การศกึ ษาปรัชญายุคคลาสสิคเพ่ือเป็นแนวทางในการดาเนินชีวิตและแกป้ ัญหาสงั คมและการเมืองในสมยั ดงั กลา่ ว
5. การใชเ้ หตุผลเพ่อื แสดงทศั นะทางสังคมและการเมืองและเชื่อวา่ เหตุผลสามารถเปลยี่ นชีวติ และสงั คมใหด้ ีข้นึ ได้
59. ขอ้ ใดต่อไปน้ีไม่ใช่ผลของการปฏิรูปคริสตศ์ าสนาในสมยั คริสต์ศตวรรษท่ี 16 - 17
1. เกิดความขดั แยง้ ท้งั ทางการเมืองและศาสนาทว่ั ท้งั ทวปี ยุโรปในรูปแบบของสงคราม
2. เกิดกระแสแนวคิดชาตินิยมแบบคลง่ั ชาตทิ ว่ั ไปในดินแดนท่ีนบั ถือนิกายโปรเตสแตนด์
3. เกิดการประชุมสภาสงฆ์ ณ เมอื งเทรนต์ และมกี ารกาหนดรายชื่อหนงั สือตอ้ งหา้ มสาหรบั ฝ่ายคาทอลิก
4. การสถาปนาคณะสงฆเ์ ยซูอติ ของฝ่ายคาทอลกิ เพอ่ื การศึกษาและการเผยแผศ่ าสนาในดนิ แดนโพน้ ทะเล
5. การเพิม่ ข้ึนอยา่ งมีนยั สาคญั ของจานวนประชากรผสู้ ามารถอ่านออกเขยี นไดใ้ นดนิ แดนโปรเตสแตนต์
60. ขอ้ ใดต่อไปน้ีไมใ่ ช่สาเหตุทท่ี าใหอ้ งั กฤษประสบความสาเร็จในการปฏวิ ตั อิ ตุ สาหกรรมเป็นชาตแิ รก
1. เจา้ ของโรงงานอตุ สาหกรรมในระยะแรกมีศรทั ธาในเรื่องชะตากรรมของมนุษยว์ ่าถูกกาหนดไวแ้ ลว้ โดยพระเป็น
เจา้
2. องั กฤษมีแหลง่ ทรพั ยากรอนั จาเป็นแก่การพฒั นาอุตสาหกรรมโดยเฉพาะถา่ นหินท่อี ยู่ภายในประเทศเป็นจานวน
มาก
3. การเพ่มิ ข้ึนของประชากรท้งั ในส่วนของตลาดแรงงานราคาถูกและในส่วนของตลาดผบู้ ริโภคสินคา้ ท่มี ีอตั รากาลงั
ซ้ือสูง
4. ความสามารถของนกั ประดิษฐช์ าวองั กฤษในการคดิ คน้ นวตั กรรมเครื่องจกั รไอน้าและนามาประยกุ ตใ์ ช้ใน
อุตสาหกรรมทอผา้
5. รัฐสภาและรัฐบาลองั กฤษไม่ยุ่งเกี่ยวกบั กิจการการคา้ ท้งั ภายในและระหว่างประเทศ ปล่อยให้เอกชนดาเนินกิจการ
กนั ไปเองตามหลกั การเสรีนิยม
61. ขอ้ ใดต่อไปน้ีไม่สมั พนั ธก์ นั
1. การฟ้ื นฟูศลิ ปวทิ ยาการในอติ าลี กบั การปฏริ ูปคริสตศ์ าสนาของมาร์ตนิ ลูเธอร์
2. การคน้ พบทวีปอเมริกาของโคลมั บสั กบั การลงนามสนธิสัญญาทอร์เดซิลาส
3. แนวคดิ “ลทั ธิสากลนิยม” กบั การสถาปนาองคก์ ารสันนิบาตชาติ
4. แนวคดิ “ภาระหนา้ ท่ขี องคนผิวขาว” กบั การฆา่ ลา้ งเผ่าพนั ธุ์ชาวยิวของนาซีเยอรมนี
5. การผอ่ นคลายความตงึ เครียดช่วงสงครามเยน็ กบั การประชุม ณ กรุงเฮลซิงกิค.ศ. 1975
62. ขอ้ ใดกลา่ วไมถ่ กู ตอ้ งเก่ียวกบั ผลของระบอบอาณานิคมทมี่ ตี อ่ เศรษฐกิจในเอเชียตะวนั ออกเฉียงใต้
1. เกิดการปลกู พชื ชนิดใหม่ ๆ มากข้นึ
2. เกิดการพฒั นาที่ดนิ ขยายการเพาะปลกู
3. เกิดการพฒั นาระบบการเงินการธนาคาร
4. ชาวจีนเขา้ มาประกอบอาชีพในเอเชียตะวนั ออกเฉียงใตน้ อ้ ยลง
5. ระบบเศรษฐกิจเปล่ยี นเป็นระบบเศรษฐกิจท่ตี อ้ งพ่งึ เศรษฐกิจโลก
18
63. ขอ้ ใดกล่าวไมถ่ ูกตอ้ งเก่ียวกบั การปฏวิ ตั ิจนี ค.ศ. 1911
1. ผนู้ าในการปฏิวตั คิ ือ ดร.ซุนยดั เซน็
2. สาเหตมุ าจากความเส่ือมของราชวงศช์ ิง
3. จนี ปรับปรุงประเทศใหท้ นั สมยั ตามแนวคิดลทั ธิไตรราษฎร์
4. การปฏวิ ตั ิสิ้นสุดลงดว้ ยการสละราชสมบตั ขิ องจกั รพรรดิจีน
5. ทาให้จีนกลายเป็นประเทศท่ีปกครองดว้ ยระบอบคอมมวิ นิสต์
64. ขอ้ ใดกลา่ วไม่ถกู ตอ้ งเก่ียวกบั สหภาพยโุ รป
1. ทุกประเทศทเ่ี ป็นสมาชิกตอ้ งใชเ้ งนิ สกุลยโู ร
2. มงุ่ ให้เกิดการเคลื่อนยา้ ยคน สินคา้ บริการและทนุ อย่างเสรี
3. การเป็นยโุ รปตลาดเดียวส่งเสริมความไดเ้ ปรียบในดา้ นตน้ ทุนการผลติ และขนส่ง
4. มกี ารประชุมสุดยอดของประมุขแห่งรัฐหรือหวั หนา้ รฐั บาลอย่างนอ้ ยปีละ 4 คร้งั
5. ประเทศสหราชอาณาจกั ร คอื ประเทศล่าสุดทีอ่ อกจากการเป็นสมาชิกภาพของสหภาพยุโรป
65. แผนที่ชุด L7018 จดั เป็นแผนท่ีประเภทใด
1. แผนทเี่ ล่ม
2. แผนทอ่ี า้ งองิ
3. แผนทีล่ ายเสน้
4. แผนทรี่ ูปถ่าย
5. แผนทเ่ี ฉพาะเร่ือง
66. ขอ้ ใดกลา่ วถกู ตอ้ งเก่ียวกบั ประโยชนข์ องระบบกาหนดตาแหน่งบนพ้ืนโลกดา้ นการใชป้ ระโยชนท์ ี่ดนิ
1. ติดตามตรวจสอบขอ้ มูลการเดนิ ทางของยานพาหนะในเวลาจริง (real time)
2. คานวณเสน้ ทาง นาทาง หาเสน้ ทางในระหว่างการขบั ข่ยี านพาหนะ
3. หาคา่ พิกดั ในการรงั วดั พ้ืนท่ไี ดล้ ะเอยี ดถงึ ระดบั เซนตเิ มตร
4. ติดตามการเปลีย่ นแปลงของอากาศจากทิศทางของเมฆ
5. ประหยดั เวลาและคา่ ใชจ้ ่ายในการเดนิ ทาง
67. ขอ้ ใดไม่ใชก่ ารป้องกนั การสูญเสียหรือเฝ้าระวงั ภยั จากแผน่ ดนิ ถล่มท่ถี กู ตอ้ ง
1. นกั ทอ่ งเทีย่ วหลกี เลี่ยงการไปเท่ยี วบริเวณภเู ขาในช่วงฤดฝู น
2. กรมป่ าไมร้ ่วมมือกบั ชุมชนจดั โครงการรณรงคป์ ลูกป่ าเพอื่ ฟ้ื นฟปู ่ าใหอ้ ดุ มสมบรู ณ์
3. สถานทพ่ี กั ตากอากาศเตรียมการก่อสรา้ งอาคารบนภเู ขาดว้ ยการบดอดั ดินบริเวณเนินเขาชนั ใหแ้ น่น
4. ชาวบา้ นทอี่ าศยั อยใู่ นบริเวณภเู ขาต้งั กล่มุ อาสาสมคั รชว่ ยกนั สงั เกตระดบั น้าในแหลง่ น้าในช่วงที่ฝน
ตกหนกั
5. เจา้ หนา้ ทอ่ี ทุ ยานสงั เกตเห็นน้าตกมีน้าสีแดงข้นั จงึ ประกาศใหน้ กั ท่องเท่ียวรีบออกห่างจากพ้นื ท่ีให้
มากท่สี ุด
19
68. ภมู ปิ ระเทศในขอ้ ใดท่ีมีกระบวนการเกิดเหมอื นกบั หุบเขาทรุด (rift valley)
1. แกรนดแ์ คนยอนในสหรัฐอเมริกา
2. ทะเลสาบทางตอนเหนือของแคนาดา
3. ทะเลสาบแทนแกนยิกาในประเทศคองโก
4. เนินทรายหรือสันทรายในเขตทะเลทรายซาฮารา
5. ทะเลสาบรูปแอกในภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือของประเทศไทย
69. หากนกั เรียนตอ้ งการเดินทางไปท่องเท่ยี วเมืองชายฝั่งทอ่ี ย่รู ะหว่างอ่าวเบงกอลกบั เมียนมา ควรหลีกเล่ยี งการเดินทางใน
ชว่ งเวลาใด เพ่ือลดความเสี่ยงท่ีจะเจอกบั ภยั จากพายุหมุนเขตร้อน
1. มกราคม 2. กุมภาพนั ธ์
3. มนี าคม 4. พฤษภาคม 5. ธนั วาคม
70. ขอ้ ใดไมถ่ ูกตอ้ งเกี่ยวกบั ปรากฏการณก์ ารเกิดช่องโหว่ของช้นั โอโซน
1. การสลายตวั ของก๊าซโอโซน (O3) กลายเป็นก๊าซออกซิเจน (O)
2. ระบบนิเวศทางทะเลเสียหายเนื่องจากสาหร่ายทเี่ ป็นผูผ้ ลติ ข้นั ตน้ ตายมากข้นึ
3. การเผาไหมเ้ ช้ือเพลิงจากฟอสซิลเป็นสาเหตุหลกั ท่ีทาให้เกิดชอ่ งโหวข่ องช้นั โอโซน
4. การขยายตวั ของชอ่ งโหว่ทาให้ประชากรโลกมคี วามเสี่ยงตอ่ โรคมะเร็งผิวหนงั มากข้ึน
5. ตน้ ไมไ้ ดร้ ับรังสีอลั ตราไวโอเลตมากจนเกินไปส่งผลต่อการเจริญเติบโตของพชื ท่ชี า้ ลง หรือ
ทาให้พชื แคระแกร็นมากข้นึ
71. ขอ้ ใดเป็นผลจากการเปล่ยี นแปลงภมู ิอากาศของโลก
1. การขาดแคลนน้า และน้าเสีย
2. การเพม่ิ ข้นึ ของประชากร และปะการังฟอกสี
3. การขยายตวั ของทะเลทราย และมลพิษทางอากาศ
4. การกดั เซาะพ้ืนทีช่ ายฝ่ังทะเลรุนแรงข้นึ และการบุกรุกพ้ืนที่ป่ า
5. การสูญเสียปะการังตามแนวชายฝ่ังมหาสมทุ รอนิ เดยี และการแพร่กระจายของเช้ือโรค
72. จากการพฒั นาประเทศให้มีความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม ได้มีการนา ทรัพยากรธรรมชาติและ
สิ่งแวดลอ้ มมาใช้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจอยา่ งมาก จนทรพั ยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอ้ มเริ่มเส่ือมโทรม ขอ้ ใดไม่ใช่
สาเหตทุ ี่ทาให้เกิดสถานการณ์การเส่ือมโทรมดงั กล่าว
1. การเพิ่มข้ึนของทรัพยากรหมุนเวียน
2. การเพิม่ ข้นึ ของประชากรอย่างรวดเร็ว
3. การเพิ่มข้นึ ของความขดั แยง้ ระหวา่ งประเทศ
4. การบริโภคสินคา้ และบริการอย่างฟ่มุ เฟือย
5. ความกา้ วหนา้ ทางวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
20
73. วิกฤตการณ์ดา้ นทรัพยากรเกิดจากการกระทาของมนุษย์ และส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของมนุษย์ รวมถงึ การพฒั นา
เศรษฐกิจและสังคมของประเทศ เน่ืองจากวิกฤตการณ์น้ีส่งผลเสียต่อมนุษย์ เหตุใดมนุษยจ์ ึงยงั คงกระทาให้เกิด
วกิ ฤตการณ์ดงั กลา่ ว
1. มนุษยไ์ ม่รูว้ า่ สิ่งทก่ี าลงั กระทา ก่อใหเ้ กิดวกิ ฤตการณด์ งั กล่าว
2. มนุษยเ์ ชื่อว่าธรรมชาติจะปรับสภาพแวดลอ้ มเขา้ สู่สมดลุ ในทส่ี ุด
3. มนุษยค์ ดิ วา่ ทรัพยากรบนโลกน้ีมอี ยู่มากมาย เพยี งพอท่ีจะสนบั สนุนชีวติ ความเป็นอยขู่ องมนุษยไ์ ด้
4. มนุษยม์ ีความหลงใหลในวตั ถมุ ากกวา่ คณุ ธรรมและจริยธรรม มคี วามตอ้ งการทฟ่ี ้งุ เฟ้อในสิ่งทีไ่ ม่จาเป็น
5. มนุษยเ์ ช่ือวา่ การกระทาของมนุษยไ์ ม่ใชส่ าเหตุหลกั ทท่ี าใหเ้ กิดวิกฤตการณ์ดา้ นทรพั ยากรและส่ิงแวดลอ้ ม
74. เมอ่ื 14 มนี าคม 2562 จงั หวดั เลยพบกบั สถานการณ์และคุณภาพอากาศทีม่ ีปริมาณฝ่นุ ละอองขนาดไมเ่ กิน 2.5 ไมครอน
ในระดบั สูง และมีแนวโนม้ เพม่ิ ข้ึนเร่ือย ๆ ถงึ 120 ไมโครกรัมตอ่ ลกู บาศก์เมตร ซ่ึงมผี ลกระทบตอ่ สุขภาพประชาชนใน
พ้นื ท่ี จงั หวดั เลยจาเป็นตอ้ งใชม้ าตรการป้องกนั ภยั ประเภทใด เพ่ือชว่ ยลดปริมาณฝ่นุ ละออง ขนาดไมเ่ กิน 2.5 ไมครอน
1. ไฟป่ า 2. ภยั แลง้
3. วาตภยั 4. แผ่นดินไหว 5. ดนิ โคลนถล่ม
75. ขอ้ ใดเป็นกฎหมายป้องกนั และอนุรกั ษห์ อยมอื เสือของประเทศไทย
1. พระราชบญั ญตั ปิ ่ าไม้ พ.ศ. 2484
2. พระราชบญั ญตั ิอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2504
3. พระราชบญั ญตั ิป่ าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507
4. พระราชบญั ญตั ิสงวนและคมุ้ ครองสตั วป์ ่ า พ.ศ. 2535 และ พ.ศ. 2546 (ฉบบั ท่ี 2)
5. พระราชบญั ญตั สิ ่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดลอ้ มแห่งชาติ พ.ศ. 2535
76. ลูกพะยูน “มาเรียม” ตายลงจากหลากหลายสาเหตุ ซ่ึงรวมถึงขยะถุงพลาสติก องค์กรภาคเอกชนใด ควรมีบทบาท
โดยตรงในการดาเนินการร่วมกบั องคก์ รภาครัฐ
1. กลุ่มอนุรกั ษป์ ่ าชายเลนบา้ นเปร็ดใน
2. มลู นิธิอาสาสมคั รเพ่ือสงั คม
3. มูลนิธิสืบนาคะเสถียร
4. สมาคมสร้างสรรคไ์ ทย
5. สมาคมหยาดฝน
77. สุนทรฝ่ าฝืนคาสง่ั หา้ มใช้ยานพาหนะท่ีกอ่ ให้เกิดมลพิษ มีโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาทและสมุทรฝ่ าฝืนไม่ยินยอมหยดุ
พาหนะให้พนักงานเจ้าหนา้ ที่ตรวจสอบ มีโทษจาคุก 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือท้งั จาท้งั ปรับ จาก
สถานการณ์ดงั กล่าว เป็นบทกาหนดโทษของกฎหมายใด
1. พรบ.พฒั นาท่ดี นิ พ.ศ. 2551
2. กฎหมายเก่ียวกบั การจดั การขยะของประเทศไทย
3. พรบ.ส่งเสริมและรกั ษาคณุ ภาพสิ่งแวดลอ้ มแห่งชาติ พ.ศ. 2535
4. พรบ.การสาธารณสุข พ.ศ. 2535 และทแี่ กไ้ ขเพ่ิมเติม (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ. 2550
5. พรบ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบยี บเรียบร้อยของบา้ นเมือง พ.ศ. 2535
21
78. ลกั ษณะทางภูมศิ าสตร์แบบใดทคี่ วรปลูกพืชจาพวกหญา้ แฝก
1. พ้ืนทพ่ี ฒั นาการเกษตรและปศสุ ตั วเ์ พอ่ื ใชเ้ ป็นอาหารสัตวแ์ ละย่อยสลายเป็นป๋ ุยบารุงดนิ
2. พ้ืนทพ่ี รุที่มนี ้าขงั ตลอดปี เพอื่ ชว่ ยลดความเป็นกรดในดนิ
3. พ้ืนที่ดินร่วนท่มี คี วามลาดชนั และมนี ้าไหลผา่ น
4. พ้ืนทแ่ี หง้ แลง้ โดยปลูกเพือ่ เป็นแนวกนั ไฟป่ า
5. พ้นื ทีท่ ม่ี ีปัญหาดนิ เคม็ เพอ่ื ลดความเค็มของดิน
79. ขอ้ ใดหมายถึงการแกลง้ ดนิ ในโครงการตามแนวพระราชดาริ
1. การแกป้ ัญหาดินแหง้ โดยการขงั น้าไวใ้ นดินให้ลกึ ถงึ ระดบั น้าใตด้ นิ เพื่อดึงน้าข้นึ สู่ผิวดนิ
2. การแกป้ ัญหาดนิ เค็ม โดยขงั น้าไวเ้ ล็กนอ้ ยให้ระเหย เหลอื แต่เกลอื ทหี่ นา้ ดินแลว้ จึงตกั เกลอื ออก
3. การแกป้ ัญหาดินเปร้ียว โดยการขงั น้าและระบายน้าสลบั กนั ไปจนดินเปร้ียวจดั แลว้ ปรับสภาพดว้ ยปูนขาว
4. การแกป้ ัญหาดนิ ขาดธาตอุ าหาร โดยการไม่ใส่ป๋ ยุ จนกระทงั่ พืชทิง้ ใบ ใบจะสะสมและย่อยสลายเป็นธาตอุ าหาร
5. การแกป้ ัญหาการชะลา้ งพงั ทลายของหนา้ ดิน โดยเซาะหนา้ ดินเป็นข้นั บนั ได และปลูกพืชยึดหนา้ ดินไว้
80. การกระทาในขอ้ ใดสอดคลอ้ งกบั แนวทางการอนุรักษท์ รพั ยากรธรรมชาตโิ ดยการใชท้ รัพยากรธรรมชาติให้คุม้ คา่
1. ปิดไฟเมอ่ื ไม่ใช้ 2. ปลกู ป่ าชายเลน
3. รบั ประทานอาหารใหห้ มด 4. ขยายพนั ธุพ์ ชื ผกั พ้ืนถิ่น
5. ใชจ้ ลุ นิ ทรียช์ ีวภาพกาจดั ศตั รูพืช
ตอนท่ี 2 แบบปรนัย 5 ตวั เลอื ก เลอื ก 2 คำตอบทถี่ ูกต้อง
จำนวน 10 ข้อ ข้อละ 2 คะแนน รวม 20 คะแนน
ในแต่ละข้อคำถำม ตอบถกู 1 คำตอบได้ 1 คะแนน ถ้ำตอบถกู 2 คำตอบได้ 2 คะแนน
81. นายดาต้งั ใจเรียน หมน่ั อ่านหนงั สือและทบทวนเน้ือหาอย่างสม่าเสมอเพื่อเตรียมตวั ท่ีจะสอบเขา้ เรียนแพทยใ์ นระดบั
มหาวทิ ยาลยั จนเขา้ เรียนแพทยไ์ ดต้ ามเป้าหมาย
จากสถานการณ์น้ี การกระทาของดาสอดคลอ้ งกบั อริยสจั ตามขอ้ ใดบา้ ง
1. ทุกข์ (ปัญหา) 2. สมุทยั (สาเหตขุ องปัญหา)
3. นิโรธ (ภาวะที่ปลอดปัญหา) 4. มรรค (วิธกี าร)
5. วิริยะ (ความเพียร)
82. คากลอนสอนใจว่า
“ยศและลาภหาบไปไม่ได้แน่ มีเพียงแต่ต้นทุนบุญกศุ ล
ทรัพย์สมบัติทิ้งไว้ให้ปวงชน แม้ร่างตนเขากเ็ อาไปเผาไฟ”
คากลอนขา้ งตน้ แสดงถึงคตธิ รรมในวนั สาคญั ทางพระพุทธศาสนาวนั ใด
1. วนั วิสาขบชู า
2. วนั อาสาฬหบชู า
3. วนั มาฆบูชา
4. วนั อฏั ฐมีบูชา
5. วนั เขา้ พรรษา
22
83. นับแต่การรัฐประหาร พ.ศ. 2549 จนถึงปัจจุบนั ประเทศไทยมีรัฐธรรมนูญในช่วงเวลาดงั กล่าว 4 ฉบบั ในระหว่างท่ี
รัฐธรรมนูญแต่ละฉบับประกาศใช้ มกั มีปัญหาการยอมรับ ในรัฐธรรมนูญ และปัญหาการตีความบทบัญญตั ิของ
รัฐธรรมนูญที่แตกต่างกนั ของกลุ่มการเมืองต่าง ๆ ขอ้ ใดต่อไปน้ีเป็ นแนวทางแก้ไขปัญหาการเมืองดงั กล่าวในวิถี
ประชาธิปไตย
1. ด้ือแพ่งและไม่ปฏิบตั ติ ามรัฐธรรมนูญ
2. สนบั สนุนการแกไ้ ขรัฐธรรมนูญในวถิ ที างรัฐสภา
3. ให้การศกึ ษาและสรา้ งคา่ นิยมประชาธิปไตยแก่ประชาชนอยา่ งกวา้ งขวาง
4. เพิม่ อานาจแก่เจา้ หนา้ ที่รฐั ในการติดตามตรวจสอบกลุ่มคนทว่ี ิจารณร์ ฐั ธรรมนูญ
5. เนรเทศผทู้ ีล่ ม้ ลา้ งรฐั ธรรมนูญและการปกครองแบบประชาธิปไตยอนั มีพระมหากษตั ริย์
ทรงเป็ นประมขุ
84. การดารงชีวติ อย่รู ่วมกนั ในสงั คมพหุวฒั นธรรม จาเป็นตอ้ งส่งเสริมแนวทางปฏิบตั ิใด เพอ่ื การอยรู่ ่วมกนั อยา่ งสนั ติ
1. การมอี ุดมการณช์ าตนิ ิยม
2. การยอมละท้งิ อตั ลกั ษณท์ างวฒั นธรรม
3. การมีความอดทนอดกล้นั ตอ่ ความแตกต่าง
4. การมีความภาคภูมใิ จในอตั ลกั ษณ์ทางชาติพนั ธุ์
5. การยดึ ตดิ ในหลกั คาสอนของศาสนาอยา่ งเคร่งครดั
85. ขอ้ ใดเป็นลกั ษณะของตลาดก่ึงแข่งขนั ก่ึงผูกขาดทมี่ คี วามเหมือนกบั ตลาดผขู้ ายนอ้ ยราย
1. มีผูผ้ ลิตจานวนนอ้ ย
2. นิยมแข่งขนั ดา้ นโฆษณา
3. การเคล่อื นยา้ ยปัจจยั การผลิตเป็นไปอยา่ งเสรี
4. การเขา้ และออกจากตลาดเป็นไปอยา่ งเสรี
5. สินคา้ มคี วามแตกต่างกนั แต่ทดแทนกนั ได้
86. หากกาหนดใหอ้ ตั ราแลกเปลย่ี นระหว่างไทยกบั ฝรงั่ เศสเป็นดงั น้ี
อตั ราแลกเปลีย่ นวนั ท่ี 30 พฤษภาคม 2562 เท่ากบั 35.40 บาท ต่อ 1 ยูโร
อัตราแลกเปล่ยี นวันท่ี 30 กรกฎาคม 2562 เท่ากับ 34.30 บาท ต่อ 1 ยูโร
ขอ้ ใดกลา่ วถกู ตอ้ งเกี่ยวกบั สถานการณ์ ณ วนั ท่ี 30 กรกฎาคม 2562
1. เงนิ ยโู รออ่ นคา่ ลงเม่ือเทียบกบั เงินบาท
2. คนยุโรปมีแนวโนม้ จะเดินทางมาเท่ียวประเทศไทยมากข้ึน
3. ประเทศไทยจ่ายเงนิ บาทเพิม่ ข้ึนเพือ่ ซ้ือสินคา้ จากยโุ รป
4. ประเทศไทยมีแนวโนม้ นาเขา้ สินคา้ จากประเทศในทวปี ยโุ รปมากข้นึ
5. ประเทศในทวีปยโุ รปจา่ ยเงินยโู รนอ้ ยลงเพ่อื ซ้ือสินคา้ จากประเทศไทย
23
87. ขอ้ ใดต่อไปน้ีกล่าวไม่ถูกตอ้ งเก่ียวกบั ประวตั ิศาสตร์ยุโรปสมยั กลาง
1. มหาวทิ ยาลยั ในระยะแรกมลี กั ษณะเป็นสมาคมอาชีพของอาจารยแ์ ละนกั ศึกษา
2. วฒั นธรรมการศกึ ษาในมหาวิทยาลยั ในยุคกลางมลี กั ษณะท่เี รียกว่า scholasticism
3. ชนเผา่ เยอรมนั ต้งั ถนิ่ ฐานในดินแดนจกั รวรรดโิ รมนั ตะวนั ตกเป็นคร้งั แรกหลงั ค.ศ. 476
4. สนั ตะปาปาแต่งต้งั ให้ชาร์เลอมาญเป็นจกั รพรรดิแห่งจกั รวรรดิโรมนั ตะวนั ตกและตะวนั ออก
5. มหาวหิ ารโกธิคเป็นผลจากการแขง่ ขนั ความมงั่ คงั่ ทางการคา้ และพลงั ศรทั ธาทางศาสนาระหวา่ ง
เมอื งตา่ ง ๆ
88. ขอ้ ใดคือผลที่เกิดข้ึนตามมาจากเหตุการณ์ “กบฏบวรเดช พ.ศ. 2476”
1. การสละราชสมบตั ขิ องพระบาทสมเด็จพระปกเกลา้ เจา้ อยู่หัว
2. การตราพระราชบญั ญตั ิระเบียบขา้ ราชการพลเรือนฉบบั ใหม่
3. การปฏริ ูปกองทพั บกเพอื่ มใิ หท้ หารเขา้ ไปมีบทบาทแทรกแซงการเมือง
4. ฐานะของรัฐบาลทม่ี ีพระยาพหลพลพยุหเสนาเป็นนายกรฐั มนตรีมีความมน่ั คงมากข้นึ
5. ความตื่นตวั ของผนู้ าคณะราษฎรท่จี ะทาใหก้ ารเมืองของประเทศสยามมีความเป็นประชาธิปไตย
โดยแทจ้ ริง
89. ขอ้ ใดกลา่ วไมถ่ ูกตอ้ งเก่ียวกบั ปรากฏการณเ์ อลนีโญในพ้ืนทต่ี ่าง ๆ ของโลก
1. ปริมาณปลาบริเวณชายฝ่ังของประเทศเปรู มีจานวนลดลงมาก
2. บริเวณชายฝั่งของประเทศเอกวาดอร์ มีอุณหภูมิผวิ น้าเฉลี่ยสูงข้ึนกว่าปกติ
3. ประเทศอนิ โดนีเซียเกิดความแห้งแลง้ มาก จนเกิดไฟป่ าและภาวะมลพิษทางอากาศ
4. ประเทศไทยประสบกบั ปัญหาสภาพอากาศแปรปรวน มีฝนตกเพม่ิ มากข้ึนในช่วงฤดูร้อน
5. ลมคา้ ตะวนั ออกบริเวณศูนยส์ ูตรมีกาลงั แรงข้นึ ทาใหอ้ ณุ หภูมพิ ้ืนผวิ น้าบริเวณชายฝ่ังออสเตรเลยี
มีอณุ หภมู ลิ ดลง
90. ขอ้ ใดเป็นการดารงชีวติ อย่างเป็นมติ รกบั ส่ิงแวดลอ้ ม เพ่อื การพฒั นาทรพั ยากรและส่ิงแวดลอ้ มอยา่ งยงั่ ยนื
1. ส่งเสริมการเทย่ี วป่ า และถางป่ าเป็นทางเดนิ ธรรมชาติสาหรบั นกั ท่องเทีย่ ว
2. ลดจานวนประชากรโลก ดว้ ยการไม่แต่งงาน หรือแต่งงานแตไ่ มต่ อ้ งการมบี ตุ ร
3. ปลกู ตน้ ไมท้ ีบ่ า้ น ร่วมกิจกรรมปลูกป่ าชุมชน ร่วมรณรงคก์ ารใชพ้ ลงั งานอย่างประหยดั
4. สรา้ งเขอ่ื นกกั เกบ็ น้าเพือ่ ผลิตกระแสไฟฟ้า และใชใ้ นชว่ งเวลาท่ีพ้ืนทข่ี องตนขาดแคลนน้า
5. แสวงหาความสุข ความพอใจในการดาเนินชีวิตตามสมควรแกส่ ถานะของตน ไม่ใชส้ ่ิงของเกิน
ความจาเป็ น
24
------------------------------------------------------------------------------------------------------
เฉลยข้อสอบชุดท่ี 1
-------------------------------------------------------------------------------------------------------
ข้อ คำตอบ ข้อ คำตอบ ข้อ คำตอบ ข้อ คำตอบ ข้อ คำตอบ
1) 1 19) 3 37) 5 55) 1 73) 4
2) 3 20) 5 38) 2 56) 1 74) 1
3) 5 21) 3 39) 4 57) 2 75) 4
4) 5 22) 3 40) 3 58) 4 76) 4
5) 1 23) 4 41) 2 59) 2 77) 3
6) 4 24) 2 42) 1 60) 5 78) 3
7) 2 25) 1 43) 2 61) 4 79) 3
8) 4 26) 5 44) 3 62) 4 80) 3
9) 4 27) 5 45) 3 63) 5 81) 3,4
10) 2 28) 1 46) 4 64) 1 82) 1,4
11) 1 29) 3 47) 1 65) 2 83) 2,3
12) 3 30) 2 48) 4 66) 3 84) 3,4
13) 2 31) 5 49) 1 67) 3 85) 2,5
14) 5 32) 3 50) 3 68) 3 86) 1,4
15) 4 33) 4 51) 1 69) 4 87) 3,4
16) 3 34) 2 52) 3 70) 3 88) 1,4
17) 2 35) 2 53) 4 71) 5 89) 4,5
18) 3 36) 1 54) 3 72) 1 90) 3,5
25
-------------------------------------------------------------------------------------------------------
เฉลยข้อสอบชุดท่ี 1 แบบวิเครำะห์ละเอียด
-------------------------------------------------------------------------------------------------------
ข้อ เฉลย
1. เฉลยขอ้ 1. มชั ฌมิ าปฏปิ ทา
มชั ฌิมาปฏิปทา หรือ ทำงสำยกลำง คอื ไมป่ ฏิบตั ิสุดโต่งท้งั 2 ทาง
1. ทรมานตวั เอง อดอาหาร ทาตนให้ลาบาก (ไม่ประกอบอตั ตกิลมถานุโยค)
2. หมกมุน่ ในกาม ไมส่ นใจฟังธรรม ปล่อยไปตามกิเลส (ไมป่ ระกอบกามสุขลั ลิกานุโยค)
สรุป มัชฌิมำปฏิปทำ คอื อริยมรรคมอี งค์แปด (สติปัฏฐาน)
1. สมั มาทิฏฐิ (เหน็ ชอบ ไดแ้ ก่ ความรูอ้ ริยสัจจ์ 4 หรือ เห็นไตรลกั ษณ์)
2. สมั มาสงั กปั ปะ (ดาริชอบ ไดแ้ ก่ เนกขมั มสังกปั ป์ อพยาบาทสงั กปั ป์ อวิหิงสาสังกปั ป์ )
3. สัมมาวาจา (เจรจาชอบ ไดแ้ ก่ วจีสุจริต 4)
4. สัมมากมั มนั ตะ (กระทาชอบ ไดแ้ ก่ กายสุจริต 3)
5. สมั มาอาชีวะ (เล้ยี งชีพชอบ ไดแ้ ก่ เวน้ มิจฉาชีพ ประกอบสัมมาชีพ)
6. สมั มาวายามะ (พยายามชอบ ไดแ้ ก่ ปธาน หรือ สัมมปั ปธาน 4)
7. สัมมาสติ (ระลกึ ชอบ ไดแ้ ก่ สติปัฏฐาน 4)
8. สมั มาสมาธิ (ต้งั จติ มน่ั ชอบ ไดแ้ ก่ ฌาน 4)
2. เฉลยขอ้ 3. โลกตั ถจริยา
พุทธจริยำ 3 หมายถงึ การทรงบาเพญ็ ประโยชน์ของพระพทุ ธเจา้ มีอยู่ 3 ประการ ไดแ้ ก่
1) โลกตั ถจริยา เป็นการบาเพญ็ ประโยชน์แก่ชาวโลก ซ่ึงเป็นการทพี่ ระพุทธเจา้ ทรงอนุเคราะห์
แก่ชาวโลกโดยแสดงออกในพทุ ธกิจประจาวนั ไดแ้ ก่
- ช่วงเชา้ เสด็จออกบณิ ฑบาตเพ่ือโปรดสตั ว์ (คนที่สมควรจะแสดงธรรมใหฟ้ ัง)
- ช่วงเยน็ ทรงแสดงธรรมแกอ่ บุ าสก อบุ าสิกาท่มี าเฝ้า
- ชว่ งค่า ประทานโอวาทแกเ่ หล่าภกิ ษุ
- ช่วงเท่ียงคืน ทรงตอบปัญหาของเทวดาหรือขา้ ราชการผใู้ หญแ่ ละพระราชา
- ช่วงเชา้ มืด ทรงตรวจวา่ ผใู้ ดมีอปุ นิสยั ที่บรรลุธรรมได้ เสดจ็ ไปโปรดในตอนเชา้
2) ญาตตั ถจริยา เป็นการบาเพญ็ ประโยชนแ์ กญ่ าตติ ามฐานะ เช่น เสดจ็ ไปห้ามญาตทิ ่ที ะเลาะ
วิวาทกนั ดว้ ยเรื่องน้า
3) พุทธตั ถจริยา เป็นการบาเพญ็ ประโยชนต์ ามหนา้ ที่ของพระพุทธเจา้ เชน่ ทรงแสดงธรรมแก่
เวไนยสตั ว์ ทรงบญั ญตั วิ ินยั ข้ึนเพอื่ บริหารหมูค่ ณะ ทรงประดษิ ฐานพระพุทธศาสนาให้ยง่ั ยืน
มาเท่าทกุ วนั น้ี
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
26
3. เฉลยขอ้ 5. การเสด็จดบั ขนั ธปรินิพพานของพระพทุ ธเจา้
พระพุทธเจา้ ทรงประชวรหนกั แต่ทรงอดกล้นั มุ่งหนา้ ไปยงั เมอื งกุสินารา ประทบั ณ ป่ าสาละ เพ่ือ
เสด็จดบั ขนั ธุ์ปรินิพพาน โดยก่อนท่ีจะเสด็จดบั ขนั ธ์ปรินิพพานน้ัน พระองค์ได้อุปสมบทแก่พระสุภทั ทะ
ปริพาชก ซ่ึงถือไดว้ ่า "พระสุภภทั ทะ" คือสาวกองค์สุดทา้ ยที่พระพุทธองค์ทรงบวชให้ ในท่ามกลางคณะ
สงฆท์ ้งั ทเ่ี ป็นพระอรหนั ต์ และปุถุชนจากแควน้ ต่างๆ รวมท้งั เทวดา ท่ีมารวมตวั กนั ในวนั น้ี
ในคราน้ัน พระพุทธองค์ทรงมีปัจฉิมโอวาทว่า "ดูก่อนภิกษุท้ังหลาย เราขอบอกเธอทั้งหลาย
สังขารทัง้ ปวงมีความเสื่อมสลายไปเป็ นธรรมดา พวกเธอจงึ ทาประโยชน์ตนเอง และประโยชน์ของผู้อื่นให้
สมบูรณ์ด้วยความไม่ประมาทเถิด"
4. เฉลยขอ้ 5. ฟ้ามกั พูดกบั พอ่ แม่ ครู และเพ่อื น ๆ ดว้ ยคาไมส่ ุภาพจนครูตอ้ งตกั เตอื นบอ่ ย ๆ
สิกขำ หมายถงึ ขอ้ สาหรับศึกษา การฝึกฝนอบรมตนในเรื่องที่พ่งึ ศกึ ษา มี 3 ประการคอื
1) อธิสีลสิกขา (ศีล) หมายถึง การศึกษาเร่ืองศีลฝึกฝนและปฏิบตั ิตนให้เรียบร้อยดีงามทางกาย
วาจา ใหบ้ ริสุทธ์ิถกู ตอ้ ง ในอริยมรรค คอื สมั มาวาจา สมั มากมั มนั ตะ และสมั มาอาชีวะ
2) อธิจิตตสกขา (สมาธิ) หมายถึง การศึกษาเรื่องจิตอบรมจิตให้มน่ั คงเป็ นสมาธิ ไดแ้ ก่ การ
บาเพญ็ สมถกมั มฏั ฐาน ในอริยมรรค คือ สมั มาวายามะ สัมมาสติ และสมั มาสมาธิ
3) อธิปัญญาสิกขา (ปัญญา) หมายถึง การศึกษาเร่ืองปัญญา อบรมตนให้เกิดปัญญาอย่างแจ่ม
แจง้ ไดแ้ ก่การบาเพญ็ วปิ ัสสนากมั ฏั ฐาน เป็นการศกึ ษาข้นั สูงสุด ในอริยมรรค คือ สัมมาทฏิ ฐิ
และสัมมาสังกปั ปะ
5. เฉลยขอ้ 1. น้า
ปฏิจจสมุปบำท แปลวา่ การท่ีสิ่งท้งั หลายอาศยั กนั จึงเกิดมี
เมอ่ื เหตนุ ้ีมี ผลน้ีจงึ มี
เพราะเหตุน้ีเกิดข้นึ ผลน้ีจงึ เกิดข้ึน
เมอื่ เหตนุ ้ีไม่มี ผลน้ีจึงไมม่ ี
เพราะเหตนุ ้ีดบั ผลน้ีจงึ ดบั
6. เฉลยขอ้ 4. ศรัทธา
ศรัทธำ หรือ ความเชื่อที่ประกอบดว้ ยเหตุผล หรือมีปัญญาน้นั ประกอบดว้ ย
1) กมั มสัทธา เช่ือกฎแห่งกรรม เชื่อว่ากรรมมอี ยู่จริง
2) วิปากศรัทธา เชื่อผลของกรรม เชื่อว่าผลของกรรมมีจริง คือเช่ือว่ากรรมท่ีทาแลว้ ตอ้ งมีผล
และผลตอ้ งมเี หตุ ผลดีเกิดจากกรรมดี ผลชว่ั เกิดจากกรรมชว่ั
3) กัมมสั สกตาสัทธา เชื่อว่าสัตวม์ ีกรรมเป็ นของตน คือ เช่ือว่าแต่ละคนเป็ นเจ้าของ จะตอ้ ง
รบั ผดิ ชอบเสวยวบิ ากเป็นไปตามกรรมของตน
4) ตถาคตโพธิสัทธา เช่ือความตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า คือมนั่ ใจในองค์พระตถาคตว่าทรงเป็น
พระสัมมาสัมพทุ ธะ
7. เฉลยขอ้ 2. ความรัก
หลกั ธรรมสำคัญของศำสนำคริสต์
1) หลกั ตรีเอกภาพ มีพระเจา้ องคเ์ ดียว (Monotheism) คือ พระยะโฮวา ในพระเจ้าองคเ์ ดียวน้ี
แบง่ ออกเป็น 3 ภาค คอื พระบดิ า คอื พระเจา้ สร้างโลก เป็นผูส้ รา้ งทุกสิ่ง ทรงเป็นนิรันดร /
พระบุตร คอื พระเยซู ซ่ึงจุติมาเป็นมนุษย์ เพ่อื ช่วยให้มนุษยไ์ ดร้ บั ฟังคาสั่งสอนของพระเจ้า
อย่างใกลช้ ิด / พระจิต คือ พระเจ้าท่ีปรากฏเป็นดวงวิญญาณ ของมนุษย์ เพ่ือเก้ือหนุนให้
มนุษย์ ประกอบกรรมดี
27
2) ความรัก ถือเป็นบทบญั ญตั ิท่ีสาคญั ของศาสนาคริสต์ ดงั พระเยซูตรัสว่า "จงรักพระเจา้ อย่าง
สุดใจ สุดความคิด และสุดกาลงั และจงรักเพื่อนมนุษยเ์ หมือนรักตนเอง" ความรักน้ี ไม่ใช่
ความรักของหนุ่มสาว แตเ่ ป็นความรกั ต่อเพ่ือนมนุษย์
3) บญั ญตั ิ 10 ประการ เป็นหลกั ศีลธรรมของศาสนายูดาย ซ่ึงโมเสสเป็นผูไ้ ด้รับจากพระเจ้า
เพ่ือประกาศให้ชาวยิวนาไปยดึ ถอื ปฏิบตั ิ ซ่ึงศาสนาคริสตก์ ็ยอมรับบญั ญตั ิ 10 ประการ ดงั น้ี
- จงนมนั การพระเจา้ แต่เพียงองคเ์ ดียว
- อยา่ ผดิ ประเวณี
- อย่าออกนามพระเจา้ โดยไม่สมเหตุ หรือพร่าเพรื่อ
- อย่างลกั ทรัพย์
- จงนบั ถือวนั พระเจา้ เป็นศกั ด์สิ ิทธ์ิ
- อย่านินทาว่าร้ายผอู้ น่ื อยา่ เป็นพยานเท็จ
- จงนบั ถือบิดามารดา
- อย่าคดิ มิชอบ
- อย่าฆ่าคน และ - อย่ามคี วามโลภ
8. เฉลยขอ้ 4. คนสมั พนั ธ์กบั สิ่งแวดลอ้ มอยา่ งนายผใู้ ชป้ ระโยชน์
กำรพัฒนำแบบย่ังยืน จะยดึ หลกั ทางสายกลาง และการพฒั นาไปพรอ้ มกนั ท้งั 3 ดา้ น คอื
1) พฒั นาพฤตกิ รรม (ศลี ) หรือ วธิ ีการใชช้ ีวิต ตลอดจนการทามาหาเล้ยี งชีพ
2) พฒั นาดา้ นจิตใจ (สมาธิ) เช่น พฒั นาคุณธรรม ความเขม้ แขง็ มน่ั คงของจติ ใจ
3) พฒั นาดา้ นปัญญา (ปัญญา) คอื ความรู้ความเขา้ ใจตา่ ง ๆ รวมท้งั แนวความคดิ ทศั นคติ และ
ค่านิยม ทาไดโ้ ดยรู้จกั วินิจฉัย ไตร่ตรอง ตรวจสอบโดยอาศยั เหตผุ ล เพอ่ื ให้เขา้ ใจความเป็น
จริงที่เป็นสากลของส่ิงท้งั ปวง
9. เฉลยขอ้ 4. นาถกรณธรรม 10
นำถกรณธรรม คอื ธรรมะอนั ทาใหเ้ ป็นท่ีพ่งึ 10 ประการ
1) ศลี ความประพฤติดงี ามสุจริต รกั ษาระเบยี บวินยั มีอาชีวะบริสุทธ์ิ
2) พาหุสัจจะ ความเป็นผไู้ ดศ้ ึกษาเลา่ เรียนมาก มีความรู้ความเขา้ ใจลึกซ้ึง
3) กลั ยาณมติ ตตา ความมกี ลั ยาณมติ ร การคบคนดี และผแู้ นะนาสั่งสอนท่ดี ี
4) โสวจสั สตา ความเป็นผวู้ า่ ง่ายสอนงา่ ย รับฟังเหตผุ ล
5) กิงกรณีเยสุ ทกั ขตา ความเอาใจใส่ช่วยขวนขวายในกิจใหญ่น้อยทุกอย่างของเพ่ือนร่วมหมู่
คณะ รูจ้ กั พิจารณาไตร่ตรอง สามารถจดั ทาใหส้ าเร็จเรียบรอ้ ย
6) ธัมมกามตา ความเป็นผูใ้ คร่ธรรม คือ รักธรรม ใฝ่ ความรู้ใฝ่ ความจริง รู้จกั พูดรู้จกั ฟัง ทาให้
เกิดความพอใจ น่าร่วมปรึกษาสนทนา ชอบศึกษา ยนิ ดีปรีดาในหลกั ธรรมหลกั วนิ ยั ทล่ี ะเอยี ด
ลึกซ้ึงยิง่ ๆ ข้นึ ไป
7) วริ ิยารัมภะ ความขยนั หมนั่ เพียร คือ เพยี รละความชวั่ ประกอบความดมี ีใจแกลว้ กลา้ บากบนั่
กา้ วหนา้ ไม่ยอ่ ทอ้ ไมท่ อดทงิ้ ธุระ
8) สนั ตุฏฐี ความสนั โดษ คือ ยนิ ดี มคี วามสุขความพอใจในสิ่งทหี่ ามาไดด้ ว้ ยความเพียรอนั ชอบ
ธรรมของตน
9) สติ ความมสี ติ รู้จกั กาหนดจดจา ระลึกการทีท่ าคาทพ่ี ดู ไวไ้ ด้ ไมม่ คี วามประมาท
10) ปัญญา ความมีปั ญญาหยั่งรู้เหตุผล รู้จักคิดพิจารณา เข้าใจภาวะของสิ่งท้ังหลาย
ตามความเป็ นจริง
28
10. เฉลยขอ้ 2. ต่างคนต่างทาละหมาดในสถานท่ีสะอาดโดยทวั่ ไป
กำรละหมำด คือ ศาสนกิจอย่างหน่ึงในศาสนาอิสลาม มีเวลาละหมาด 5 เวลาต่อวนั เป็ นการ
แสดงออกถึงความเคารพต่ออลั ลอฮฺท้งั ทางร่างกายและจิตใจ ดว้ ยความสงบสารวม ก่อนเร่ิมการละหมาด
จะตอ้ งอาบน้าละหมาดทกุ คร้งั
กำรละหมำด แบ่งออกได้เป็ น 2 ประเภท
1) การละหมาดบงั คบั ได้แก่ ละหมาดประจาวนั วนั ละ 5 เวลา ละหมาดวนั ศุกร์ (บงั คบั เฉพาะ
เพศชาย) และละหมาดจนี าซะฮ์ ( สาหรับผูท้ ่ีถึงแก่กรรม ) การละหมาดภาคบงั คบั ในมุสลิม
จะปฏิบตั กิ นั ต้งั แต่บรรลนุ ิตภิ าวะ จนถึงวาระสุดทา้ ยของชีวติ ในเพศหญงิ จะไดร้ บั การยกเวน้
ในขณะท่ีมีรอบเดือน หรือมีเลือดหลงั คลอดบุตร แต่จะตอ้ งทาการละหมาดชดเชยเมื่อเขา้ สู่
สภาพปกติ
2) การละหมาดท่ีไม่บงั คบั เชื่อกันว่าหากปฏิบตั ิจะได้บุญ แต่หากไม่ปฏิบัติก็ไม่บาป ได้แก่
ละหมาดขอพร ฯลฯ สถานที่ที่ทาการละหมาดเป็นท่ีใดก็ได้ แต่จะตอ้ งสะอาด หากละหมาด
ในช่วงเวลาวนั ศุกร์ให้กระทาท่ีมสั ยิด โดยหันหน้าไปทางทิศตะวนั ตก ซ่ึงเป็ นที่ต้งั ของ
กะบะฮ์ หินศกั ด์ิสิทธ์ิทต่ี ้งั อยูใ่ นนครเมกะ ซาอุดิอาระเบีย
11. เฉลยขอ้ 1. อตั ตาธิปไตย (ความมีตนเป็นใหญ่)
อธิปไตยหรือควำมเป็ นใหญ่ ตามนยั แห่งคาสอนของศาสนาพทุ ธ มีอยู่ 3 ประการ คอื
1) อตั ตาธิปไตย หมายถึง การถอื ตนเป็นใหญ่ กระทาการโดยยึดความคิดเห็นของตนเองเป็น
ที่ต้งั ซ่ึงเปรียบไดก้ บั เผด็จการ
2) โลกาธิปไตย หมายถึง การถอื โลกเป็นใหญ่ กระทาการโดยยึดถือกระแสของโลกเป็น
ประมาณ ซ่ึงเปรียบไดก้ บั ประชาธิปไตย
3) ธมั มาธิปไตย หมายถงึ การถอื ธรรมคอื ความถูกตอ้ งเป็นใหญ่ กระทาการโดยยดึ ความถกู ตอ้ ง
เป็นหลกั ซ่ึงเป็นแนวทางทผี่ ูป้ กครองท้งั ในระบอบเผดจ็ การ และประชาธิปไตยจะตอ้ งยึดถือ
เพอ่ื ไมใ่ หเ้ หลงิ และหลงในอานาจน้นั
12. เฉลยขอ้ 3. 5,000 บาท สาหรบั ใชจ้ า่ ยในครอบครวั /10,000 บาท ลงทนุ ทาการคา้ /
5,000 บาทเกบ็ ไวใ้ ชจ้ า่ ยเมอ่ื ยามจาเป็น
โภควิภำค 4 คือ หลกั กำรแบ่งทรัพย์โดยจดั สรรเป็ น 4 ส่วน
1) ใช้ 1 ส่วน ใชจ้ า่ ยเล้ียงตน เล้ยี งคนทีค่ วรบารุง และทาประโยชน์
2) ใช้ 2 ส่วน ใชล้ งทุนประกอบการงาน
3) ใช้ 1 ส่วน เกบ็ ไวใ้ ชใ้ นคราวจาเป็น ออมทรัพยไ์ ว้
13. เฉลยขอ้ 2. วนั เขา้ พรรษา
วนั เข้ำพรรษำ (วนั แรม 1 ค่า เดือน 8 ถงึ วนั ข้นึ 15 ค่า เดือน 11) มีกาหนดระยะเวลา 3 เดอื นในช่วง
ฤดูฝน พระสงฆจ์ ะอธิษฐานเขา้ พรรษา คอื การต้งั ใจวา่ จะอย่จู าพรรษาทอ่ี าวาสน้ีเป็นเวลาสามเดอื นไมจ่ าริก
ไปไหนยกเวน้ มกี รณียกิจจาเป็น เชน่ ไปแสดงธรรม ไปฉลองศรัทธา บิดามารดาป่ วย พระสงฆส์ ามเณรป่ วย
ตอ้ งการความชว่ ยเหลอื จงึ ไปได้ คอื ไปทาธุระหรือปฏบิ ตั ิศาสนกิจในท่ตี ่างๆ ไดไ้ มเ่ กิน 7 วนั
14. เฉลยขอ้ 5 เหลอื ง
“เด๋ียวเช้าพรุ่งน้ีเราพาไปทาบุญตักบาตรท่ีวัด หน้าวัด หรือหน้าบ้านเราก็ได้ถ้าพระไม่เดิน
บิณฑบาตผา่ นหนา้ บา้ นเธอ เราสามารถทาบุญตกั บาตรไดท้ กุ ๆ เชา้ ของทุกวนั ก่อนพระฉนั เชา้ หรือฉันเพล”
29
กำรตกั บำตร คือประเพณีอย่างหน่ึงท่ีชาวพุทธปฏบิ ตั กิ นั มาแตส่ มยั พุทธกาล พระภิกษุจะถือบาตร
ออกบณิ ฑบาตเพือ่ รบั อาหารหรือทานอน่ื ๆ ตามหมบู่ า้ นในเวลาเชา้ ผคู้ นทีอ่ อกมาตกั บาตรจะนาของทาทาน
ตา่ งๆ เชน่ ขา้ ว อาหารแหง้ มาถวายพระ
ในวนั พระทุกข้ึน/แรม 8/15ค่า โดยทวั่ ไปพระภิกษุจะไม่มีการออกบิณฑบาต ผูค้ นจะนาทานไป
ถวายที่วดั และวนั น้นั พระภิกษจุ ะมีการเทศนาธรรมทว่ี ดั
15. เฉลยขอ้ 4 ใชค้ าว่า “สวดพระพุทธมนต”์ เพราะการทาบญุ อฐั ิเป็นงานบญุ อวมงคล
เนอ่ื งจากเป็นการทาบุญท่ปี รารภถึงการตายของคน
พธิ สี งฆ์ในงำนทำบญุ ที่สาคญั มดี งั น้ี
1) พิธีเจริญพระพุทธมนต์ เป็นพิธีกรรมฝ่ายสงฆพ์ ึงปฏิบตั ิโดยเฉพาะในงานมงคลต่าง ๆ
2) พธิ ีสวดพระพทุ ธมนต์ คอื การสวดมนตเ์ ป็นพธิ ีสงฆใ์ นงานอวมงคล แตถ่ า้ เป็นงานทาบุญ
หนา้ ศพ ไมต่ อ้ งโยงดา้ ยสายสิญจน์ และไมต่ อ้ งต้งั น้ามนต์ เช่น งานทาบญุ หนา้ ศพ ทาบญุ เจด็
วนั ทาบุญ 50 วนั และ 100 วนั
16. เฉลยขอ้ 3. ทานเป็นการใหโ้ ดยสมคั รใจ ส่วนซะกาตเป็นการใหภ้ าคบงั คบั ตามหลกั ศาสนา
กำรจ่ำยซะกำต เป็ นวินัยบัญญัติสาคญั หน่ึงใน 5 ประการ สาหรับมุสลิมจะตอ้ งปฏิบัติ การ
หลีกเลยี่ งถอื เป็นบาปใหญ่และเป็นการเนรคุณตอ่ พระเจา้ ดงั น้นั ซะกาต จงึ เป็น ภาษที ่ีพลเมอื งมสุ ลมิ ทุกคน
ตอ้ งจา่ ยกลบั สู่สงั คม ซะกาตจึงไม่ใช่ “การบริจาคทาน” ตามความสมัครใจ
ทรัพย์สินอะไรท่จี ำเป็ นต้องจ่ำยซะกำต
1) โลหะเงินและทองคา เงินสด เงินในบญั ชี หุ้นสินคา้ (ของตนเองไม่ว่าจะเป็นท่ีดินหรืออัญ
มณี) ท่ีมีไวข้ ายท้งั หมดไม่ใชส่ ิ่งท่ีคนอ่ืนนามาฝากขายหากมีมูลค่าเท่าราคาทองคา หนกั 85
กรัม หรือประมาณ 5.66 บาท (ทองคาหน่ึงบาทหนกั 15 กรัม) เมื่อครบรอบปีกจ็ ะตอ้ งจ่ายซะ
กาต 2.5% จากทรพั ยส์ ินเหลา่ น้ี
2) ผลผลิตจากการเกษตร หากเกิดจากการใชช้ ลประทาน ทีต่ อ้ งลงทุนอตั ราซะกาต คอื 5% หาก
ไม่ใชก้ ารชลประทานและอาศยั น้าฝนอยา่ งเดยี่ ว อตั ราซะกาต คือ 10%
3) ปศุสตั วเ์ ช่น แพะ แกะ ววั ความ อฐู เป็นตน้
4) ขุมทรัพยท์ พ่ี บไดใ้ นแผน่ ดิน
ผู้มีสิทธ์ิได้รับซะกำต
1) คนยากจน / คนอนาถา
2) คนทที่ าหนา้ ที่ในเรื่องจดั การซะกาต
3) คนทม่ี ีหวั ใจโนม้ มาสู่อสิ ลาม / ทาสและ เชลย / คนมหี น้ีสิน
4) คนที่มาในหนทางของอลั ลอฮฺ และ คนที่ติดขดั ในระหว่างเดินทาง
17. เฉลยขอ้ 2 นายเอแกลง้ ทาตวั เป็นคนพกิ าร ท้งั ท่ีมีร่างกายสมบูรณ์ แลว้ ไปทาการขอทาน
ซ่ึงส่งผลใหผ้ คู้ นทผ่ี า่ นมานาเงินให้แก่นายเอดว้ ยความสงสาร
ควำมผิดฐำนฉ้อโกงทรัพย์ ตอ้ งมีการหลอกลวงด้วยการแสดงขอ้ ความอนั เป็ นเท็จ หรือปกปิ ด
ความจริงซ่ึงควรบอกให้แจง้ ซ่ึงตอ้ งเป็นเหตุการณ์ในอดีตหรือปัจจุบนั ไม่ใช่เหตุการณ์ในอนาคต และไม่
จากดั เฉพาะทรัพยแ์ ต่อย่างเดยี ว แต่รวมถึงทรพั ยส์ ิน สิทธิบางอย่างและให้ทา ถอนหรือทาลายเอกสารสิทธิ
ดว้ ย
ที่สาคญั ตอ้ งเป็นการหลอกลวงให้เขาส่งทรัพยใ์ ห้ แต่ถา้ การหลอกลวงเพื่อเอาทรัพยไ์ ปส่งคืน แม้
เป็นเทจ็ กไ็ ม่เป็นความผดิ ฐานฉอ้ โกง
30
18. เฉลยขอ้ 3 เด็กชายไก่ไดเ้ ขา้ ไปใชบ้ ริการคอมพวิ เตอร์ในร้านอนิ เทอร์เนต็ ของนายไข่
ท่คี ิดคา่ บริการชวั่ โมงละ 20 บาท เป็นเวลา 1 ชวั่ โมง
สัญญำเช่ำทรัพย์ คือ สัญญาซ่ึงบุคคลคนหน่ึงเรียกว่าผูใ้ ห้เช่า ตกลงให้บุคคลอกี คนหน่ึงเรียกว่าผู้
เช่า ไดใ้ ชห้ รือไดร้ ับประโยชน์ในทรัพยส์ ินอยา่ งใดอย่างหน่ึง ชวั่ ระยะเวลาอนั มีจากดั และผเู้ ชา่ ตกลงจะให้
คา่ เช่าเพอ่ื การน้นั
1) การเช่าสงั หาริมทรพั ยไ์ ม่ตอ้ งมีแบบ ตกลงดว้ ยวาจาได้
2) การเชา่ อสงั หาริมทรัพย์ กาหนดระยะเวลาเชา่ ไวไม่เกิน 3 ปี ตอ้ งมหี ลกั ฐานเป็นหนงั สือ
3) การเช่าอสังหาริมทรพั ย์ กาหนดระยะเวลาเชา่ ไวเ้ กิน 3 ปี หรือตลอดอายขุ องผเู้ ชา่ หรือผใู้ หเ้ ช่า
ตอ้ งทาเป็นหนงั สือและจดทะเบียนตอ่ พนกั งานเจา้ หนา้ ท่ี มฉิ ะน้นั จะบงั คบั ไดพ้ ียง 3 ปี
4) อสังหาริมทรัพย์ ห้ามมิใหเ้ ชา่ เกินกวา่ 30 ปี ถา้ เกิน 30 ปี ใหล้ ดลงมาเป็น 30 ปี
19. เฉลยขอ้ 3 นายขาวบดิ าของนายเขยี ว ให้รถยนตแ์ กน่ างสาวขา
เพ่อื ให้เป็นทีเ่ ขา้ ใจกนั ว่านายเขยี วและนางสาวขาจะสมรสกนั ในอนาคต
1) การหม้นั เป็นสัญญาทต่ี กลงกนั วา่ ชายและหญงิ คู่หม้นั จะทาการสมรสกนั ในอนาคต
2) สัญญาหม้นั ไมส่ ามารถฟ้องรอ้ งบงั คบั คดใี ห้อกี ฝ่ายหน่ึงทาการสมรสได้
3) การหม้นั จะสมบรู ณ์เมื่อฝ่ายชายไดส้ ่งมอบหรือโอนทรัพยส์ ินอนั เป็นของหม้นั ใหแ้ ก่หญิง
เพือ่ เป็นหลกั ฐานว่าจะสมรสกบั หญงิ น้นั
4) เมื่อหม้นั แลว้ ให้ของหม้นั ตกเป็นสิทธิแกห่ ญงิ
20. เฉลยขอ้ 5 การเป็นชูห้ รือมีชูน้ ้นั แม้จะเป็นการกระทาทข่ี ดั ต่อศีลธรรมก็ตาม แตเ่ ม่ือกฎหมายมไิ ดบ้ ญั ญตั ิ
ให้เป็นความผิด รัฐกไ็ ม่อาจลงโทษบคุ คลท่กี ระทาการดังกล่าวนไี้ ด้เลย
1) “หลักไม่มีความผิด ไม่มีโทษ โดยไม่มีกฎหมาย” (Nullum crimen, nulla poena sine lege)
เป็นแนวคดิ ของนกั ปรัชญาทางตะวนั ตก
2) เกิดข้ึนเพื่อให้ความเป็ นธรรมกบั บุคคลทกี่ ระทาการสิ่งใดส่ิงหน่ึงผ่านมาแลว้ แต่ในขณะน้ัน
ไมม่ กี ฎหมายใดบญั ญตั วิ า่ สิ่งท่กี ระทาเป็นความผดิ เอาไว้
3) หากมีการบญั ญตั กิ ฎหมายในภายหลงั วา่ การกระทาในอดตี น้นั เป็ นความผิด และตอ้ งรบั โทษ
จะตอ้ งนาตวั บคุ คลดงั กล่าวมาลงโทษ จะเป็นการละเมดิ หลกั ดงั กลา่ วซ่ึงไมส่ ามารถกระทาได้
(เฉพาะอาญาเทา่ น้นั )
21. เฉลยขอ้ 3. การเสียชีวิตของลกู หน้ี
ควำมระงบั แห่งหนี้ หมายถึง ความผกู พนั ระหวา่ งเจา้ หน้ีและลูกหน้ีทีเ่ ป็นหน้ีกนั อยนู่ ้นั ไดเ้ สร็จส้ิน
ลง อาจระงบั ได้ ดงั น้ี
1) การชาระหน้ี คือการทลี่ ูกหน้ีไดป้ ฏิบตั ิการชาระหน้ีตามวตั ถแุ ห่งหน้ีน้นั
2) การปลดหน้ี คือการทีเ่ จา้ หน้ีแสดงเจตนาสละสิทธเิ รียกรอ้ งของตนใหแ้ ก่ลกู หน้ีและลกู หน้ีจะ
ไดร้ ับหรือไม่ก็ถือวา่ หน้ีน้นั ไดร้ ะงบั ไปเพราะการปลดหน้ี
3) หกั กลบลบหน้ี โดยวตั ถแุ ห่งหน้ีเป็นอย่างเดียวกนั ถงึ กาหนดชาระดว้ ยกนั ท้งั สองฝ่าย
4) แปลงหน้ีใหม่ คอื การที่เจา้ หน้ี ลูกหน้ีทาสญั ญาเปลย่ี นสิ่งซ่ึงเป็นสาระสาคญั ของหน้ีโดยมี
ความประสงคเ์ พอื่ ให้หน้ีรายน้นั ระงบั ไป เกิดเป็นหน้ีใหม่ข้ึน
5) หน้ีเกลื่อนกลนื กนั คอื หน้ีโดยทว่ั ๆ ไปอาจเกลือ่ นกลนื กนั ไดถ้ า้ สิทธิและความรับผดิ ในหน้ี
รายใดรายหน่ึง มาตกอยใู่ นบุคคลคนเดยี วกนั
31
22. เฉลยขอ้ 3. พระราชกาหนด
พระรำชกำหนด เป็นกฎหมายท่พี ระมหากษตั ริยจ์ ะทรงตราข้ึนให้ใชบ้ งั คบั ดงั เช่นพระราชบญั ญตั ิ
โดยการถวายคาแนะนาของคณะรฐั มนตรีท่เี ห็นว่า
1) เป็นกรณีฉุกเฉินท่มี ีความจา เป็นรีบดว่ นอนั มอิ าจจะหลีกเลยี่ งได้
2) เพือ่ ประโยชน์ในอนั ท่ีจะรกั ษาความปลอดภยั ของประเทศ ความปลอดภยั สาธารณะ
3) ความมนั่ คงในทางเศรษฐกิจของประเทศ หรือ
4) ป้องปัดภยั พิบตั สิ าธารณะ
การพิจารณาพระรำชกำหนด (ท่ัวไป) ของสภาผูแ้ ทนราษฎรและของวุฒิสภา และการยืนยนั การ
อนุมตั พิ ระราชกาหนด จะตอ้ งกระทาในโอกาสแรกที่มีการประชุมสภาน้นั ๆ
ส่วนพระรำชกำหนดที่เกี่ยวด้วยภำษีอำกรหรือเงินตรำ อนั เป็นกฎหมายที่มีความสาคญั อย่างยง่ิ
ซ่ึงตอ้ งไดร้ ับการพิจารณาโดยด่วนและลบั เพื่อรักษาประโยชน์ของแผ่นดิน ถา้ เป็นการตราข้ึน ในระหว่าง
สมยั ประชุม จะตอ้ งนาเสนอตอ่ สภาผแู้ ทนราษฎรภายในสำมวนั นบั แตว่ นั ประกาศ ในราชกิจจานุเบกษา
23. เฉลยขอ้ 4. กาแพง เป็นขอบเขตที่ช่วยในการจาแนกความแตกต่างของกลมุ่
วฒั นธรรมมีลักษณะสำคัญ ดังน้ี
1) วฒั นธรรมเกิดจากการเรียนรู้ วฒั นธรรมไมใ่ ชส่ ่ิงท่ตี ดิ ตวั มนุษยม์ าแต่กาเนิดและไม่ใชส่ ิ่งที่
อาจถา่ ยทอดทางพนั ธุกรรมได้
2) วฒั นธรรมเป็นมรดกของสังคม วฒั นธรรมเป็นผลของการถา่ ยทอดและการเรียนรู้จากสมาชิก
รุ่นหน่ึงไปสู่สมาชิกอีกรุ่นต่อไป
3) วฒั นธรรมเป็นแบบแผนในการดาเนินชีวิต บุคคลที่เกิดในสงั คมใดกต็ อ้ งเรียนรู้
4) วฒั นธรรมเป็นสิ่งทเ่ี ปล่ยี นแปลงได้ จากการคดิ คน้ สิ่งใหมๆ่ หรือปรับปรุงของเดิม
5) วฒั นธรรมมีลกั ษณะเป็นการแสดงถงึ รูปแบบของความคิด โดยท่ีสมาชิกรับรูร้ ่วมกนั และ
ประพฤตติ ามแนวคิดน้นั
6) วฒั นธรรมมิใชเ่ ป็นของผใู้ ดผหู้ น่ึงโดยเฉพาะ วฒั นธรรมเป็นของส่วนรวม ซ่ึงเกิดจากการที่
มนุษยอ์ ย่รู ่วมกนั และสร้างรูปแบบในการดาเนินชีวติ ในสงั คมร่วมกนั
24. เฉลยขอ้ 2. กลา่ วไมถ่ ูกตอ้ งเก่ียวกบั อตั ลกั ษณ์
อัตลักษณ์ (Identity) คุณลักษณะเฉพาะตวั ซ่ึงเป็ นตวั บ่งช้ีของลกั ษณะเฉพาะของบุคล สังคม
ชุมชนหรือประเทศน้ัน ๆ เช่น เช้ือชาติ ภาษา วฒั นธรรมทอ้ งถ่ิน และศาสนา ฯลฯ ซ่ึงมีคุณลกั ษณะที่ไม่
ทวั่ ไปหรือสากลกบั สงั คม อื่น ๆ พูดง่ายๆ คือ ลกั ษณะที่ไมเ่ หมอื นกบั ของคนอืน่ ๆ
25. เฉลยขอ้ 1. ประเพณีวง่ิ ควาย
ประเพณีว่ิงควำย เป็นประเพณีเกา่ แก่ด้งั เดิมทม่ี ีมายาวนานกวา่ 100 ปี ของจงั หวดั ชลบรุ ี ประเพณี
น้ีถอื ไดว้ า่ เป็นของชาวไร่ชาวสวน หรือเกษตรกรอย่างแทจ้ ริง ในการท่จี ะมีโอกาสพบปะสงั สรรค์ ประกวด
ประชนั การบารุงเล้ยี งควายของกนั และกนั ควายของใครสมบรู ณก์ ว่ากนั
แตเ่ ดมิ น้นั จะจดั ใหม้ งี านในวนั ข้ึน 15 ค่า เดือน 11 ของทกุ ปี ซ่ึง วนั แรม 1 ค่า เดือน 11 จะเป็นวนั
เทศกาลออกพรรษา มงี านทาบญุ ตกั บาตรเทโวโรหณะ เม่ือ ชาวไร่ ชาวสวน นาสินคา้ มาจาหน่าย และจะพกั
ควายไวใ้ นบริเวณวดั และเมื่อจบั จ่ายสินคา้ ซ้ือหาสิ่งของทต่ี อ้ งประสงคเ์ สร็จส้ินแลว้ กถ็ ือโอกาสท่ีนานทีจะ
ไดพ้ บปะกนั จงู ควายเขา้ ตลาดจนกลายมาเป็นว่ิงควายรอบ ๆ ตลาดดว้ ยความ สนุกสนาน
32
26. เฉลยขอ้ 5. คา่ นิยมและความเชื่อทีม่ อี ยูเ่ ดมิ
วัฒนธรรมสำกล เช่น ภาษาอังกฤษ คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ ความรู้ทางวิทยาศาสตร์
เทคโนโลยี ตลอดจนระบบระเบียบการคา้ ขายระหว่างประเทศ มคี วามสาคญั ในการติดต่อสัมพนั ธ์ระหว่าง
คนไทยและคนต่างชาติอย่างมาก จึงจาเป็นตอ้ งศึกษาหาความรู้ให้ถ่องแท้ เลือกรับเฉพาะวฒั นธรรมท่ีดี
เหมาะกบั สงั คมไทยเพอื่ เป็นประโยชนต์ อ่ การดาเนินชีวิต
27. เฉลยขอ้ 5. ววั ลืมตีน
สานวน “วัวลืมตีน” หมายถึงคนที่ลืมตวั ลืมกาพืดตนเอง หย่ิงผยองในฐานะ โดยลืมอดีตความ
เป็ นมาของตน สานวนน้ีนิยมใชก้ บั คนที่เคยยากจนขน้ แคน้ ปากกดั ตีนถีบ เพ่ือให้มีกิน แต่เมื่อมีฐานะดขี ้ึน
กลบั ลืมตวั ตนในอดีตของตน หย่ิงยโส ยกตนข่มทา่ นอยู่เสมอ
28. เฉลยขอ้ 1. ประชาชนสองหม่ืนคนร่วมเขา้ ชื่อเสนอร่างกฎหมาย
หลักกำรมีส่วนร่วมทำงกำรเมือง
1) ทางตรง เชน่ การออกเสียงประชามติ การเสนอถอดถอน การแสดงความคิดเห็น การขอรบั รู้
ขอ้ มลู ข่าวสารราชการ การชุมนุม การรอ้ งทุกขส์ ่วนราชการ เป็นตน้
2) ทางออ้ ม เชน่ การเลือกตวั แทนเขา้ ไปทาหนา้ ทบี่ ริหารประเทศแทนตน การเลือกต้งั ส.ส.
และ ส.ว. ไปทาหนา้ ท่ใี นการออกกฎหมายและบริหารประเทศ เป็นตน้
29. เฉลยขอ้ 3. ทรงมผี รู้ บั สนองพระบรมราชโองการ
ระบอบประชำธิปไตย ท่ีมีประมุขของรัฐเป็ นกษตั ริย์และใช้ระบบรัฐสภา มีหลักการสาคัญ
ประการหน่ึง คือ “กษตั ริยไ์ ม่ทรงตอ้ งรับผิด” หรือ “The king can do no wrong” กล่าวคือ กษตั ริยเ์ ป็นเพียง
สัญลกั ษณ์ของประเทศ และตอ้ งให้องคก์ รหรือบุคคลท่ีใชอ้ านาจในเร่ืองน้ันจริง ๆ เขา้ มาเป็นผูร้ ับผิดชอบ
แทน ดว้ ยการกาหนดให้องคก์ รหรือบคุ คลน้นั เขา้ มาเป็นผลู้ งนามสนองพระบรมราชโองการ
30. เฉลยขอ้ 2. เป็นรัฐเดย่ี วทีเ่ นน้ หลกั การกระจายอานาจ
กำรกระจำยอำนำจ เป็นการปกครองที่รฐั ได้สละอานาจ หรือมอบอานาจการตดั สินใจในทางการ
ปกครองและการบริหารของส่วนกลางให้แก่องค์กรอื่นอย่างเป็ นทางการ และองคก์ รท่ีสามารถรับมอบ
อานาจ ท่ีรฐั บาลกลางสละอานาจมาใหน้ ้ีได้ เราเรียกว่า “องค์กรปกครองส่วนท้องถน่ิ ”
31. เฉลยขอ้ 5. ขอบเขตของสิทธิเสรีภาพและการกาหนดชีวิตตนเองของประชาชน
เพราะ ระบอบเผด็จกำร เป็นระบบการปกครองประชาชนท้งั ประเทศโดยคนๆ เดียวหรือกลุ่มเดยี ว
ใชอ้ านาจทตี่ นมคี อยจากดั เสรีภาพของประชาชน ถา้ หากประชาชนเกิดความขดั แยง้ หรือแสดงทา่ ทตี ่อตา้ น
ไม่พอใจ ตอ่ รัฐบาลประชาชนกอ็ าจไดร้ บั การลงโทษอยา่ งรุนแรง
32. เฉลยขอ้ 3. คุณค่าความเป็นมนุษย์
พ้ืนฐำนควำมเป็ นพลเมืองในระบอบประชำธิปไตย มีหลกั การ 3 ประการ คอื
1) เคารพศกั ด์ศิ รีความเป็นมนุษย์ ที่ทุกคนเกิดมามีคุณคา่ เท่ากนั มิ อาจล่วงละเมดิ ได้
2) เคารพสิทธิ เสรีภาพ และกฎกติกา ของสงั คมที่เป็นธรรมโดยต้งั อยูบ่ นความยุติธรรมและชอบ
ธรรม มีหลกั นิตริ ัฐในการคมุ้ ครองสิทธิเสรีภาพมิให้ถูกละเมิด
3) รับผดิ ชอบตอ่ ตนเอง ผอู้ ่ืน และสังคม
33
33. เฉลยขอ้ 4. กล่าวไม่ถกู ตอ้ ง
เพราะ ระบบเศรษฐกิจแบบผสม หมายถึง ระบบเศรษฐกิจท่ีรวมเอาลกั ษณะสาคัญของระบบ
เศรษฐกิจแบบทุนนิยมและสังคมนิยมเขา้ ไวด้ ้วยกนั หรือท่ีเรียกกนั โดยทวั่ ๆ ไปอีกอย่างหน่ึงว่า ”ระบบ
เศรษฐกิจแบบทุนนิยมใหม่ เป็ นระบบเศรษฐกิจที่ท้งั รัฐบาลและเอกชนรับผิดชอบร่วมกนั ในการตดั สินใจ
เก่ียวกบั ปัญหาพ้ืนฐานทางเศรษฐกิจ
34. เฉลยขอ้ 2. เป็นอุปสงคใ์ นทางเศรษฐศาสตร์
อปุ สงค์ (Demand) หมายถึง ปริมาณสินคา้ และบริการชนิดใดชนิดหน่ึงที่มผี ูต้ อ้ งการซ้ือ ณ ระดบั
ราคาต่างๆ ของสินคา้ ชนิดน้นั ภายในระยะเวลาใดเวลาหน่ึง ความตอ้ งการในท่ีน้ี ตอ้ งมีอานาจซ้ือด้วย ถา้
บุคคลใดบุคคลหน่ึง มีแต่ความตอ้ งการในตวั สินคา้ โดยไม่มีเงินท่ีจะจา่ ยซ้ือ เราเรียกความตอ้ งการลกั ษณะ
น้นั วา่ “ความตอ้ งการ” ไมใ่ ช่ “อปุ สงค”์
35. เฉลยขอ้ 2. เสน้ อปุ ทานเคล่ือนยา้ ยไปท้งั เส้นไปทางซา้ ยมือ ปริมาณอปุ ทานลดลง
กำรเปลี่ยนแปลงอุปทำน สามารถเปล่ียนแปลงได้ 2 แบบคอื
1) กำรเปล่ียนแปลงปริมำณของอุปทำน (Change in quantity supply) เป็ นการเปล่ียนแปลง
อุปทานเนื่องจากราคาสินคา้ ชนิดน้นั เปล่ียนแปลงไป ภายใตข้ อ้ สมมุติปัจจยั อ่ืนๆ ท่ีกาหนด
อปุ ทานคงที่ การเปลี่ยนแปลงปริมาณของอุปทานจะทาให้ปริมาณการเสนอขายเปล่ียนแปลง
อย่บู นเส้นอุปทานเสน้ เดมิ คอื เคลอ่ื นไหวอยู่ภายในเสน้ อปุ ทานเสน้ เดมิ จากจดุ หน่ึงไปยงั อกี
จุดหน่ึง
2) กำรเปลี่ยนแปลงระดับอุปทำน (Change in supply) เป็นการเปลี่ยนแปลงอุปทานเน่ืองจาก
ปัจจัยอ่ืนๆ ท่ีมีอิทธิพลต่ออุปทาน เช่น ต้นทุนการผลิต เทคโนโลยีการผลิตเปล่ียนแปลง
ภายใตข้ อ้ สมมุตริ าคาสินคา้ ชนิดน้นั คงที่ และส่งผลให้เส้นอุปทานเกิดการเคลอ่ื นยา้ ยไปจาก
เส้นเดิม ถา้ ผลการเปล่ียนแปลงทาให้อุปทานเพ่ิมข้ึนเส้นจะเล่ือนระดบั ไปด้านขวามือของ
เส้นเดิม และถา้ มีผลให้อุปทานลดลงเส้นจะเลื่อนระดบั ไปทางซ้ายมือของเส้นเดิม หรือ
เคลื่อนยา้ ยไปทางขวาของเส้นเดิมแสดงว่าอุปทานเพิ่มข้ึน ถา้ เคลื่อนยา้ ยไปทางซ้ายแสดงว่า
อปุ ทานลดลง (ซ่ึงตรงกบั ขอ้ 2)
36. เฉลยขอ้ 1. ลดอตั ราคา่ จา้ งแรงงานข้นั ต่า
อปุ ทำนแรงงำนส่วนเกิน ส่งผลกระทบใหส้ ินคา้ บริการเกิดภาวะของเหลอื หรือ “ลน้ ตลาด” เป็น
ภาวะความไมส่ มดลุ กนั ระหวา่ งฝ่ัง Demand และ Supply หมายความวา่ มีอุปทานมากกวา่ ความตอ้ งการของ
ผูบ้ ริโภค ซ่ึงอุปทานส่วนเกิน มกั จะเกิดข้ึนเม่ือราคาสินคา้ หรือราคาค่าแรง อยู่เหนือจดุ ดุลยภาพ จึงตอ้ งใช้
วิธีการลดอตั ราคา่ จา้ งแรงงานข้นั ต่า
37. เฉลยขอ้ 5. คอื การประยกุ ตใ์ ชท้ ฤษฎีใหมข่ ้นั ท่ี 3
1) ข้นั ที่ 1 คอื การแบง่ พ้นื ทีเ่ ป็นส่วน ๆ ในอตั รา 30:30:30:10
2) ข้นั ที่ 2 คือการรวมตวั กนั ข้นึ เป็นกล่มุ หรือสหกรณ์ เพื่อชว่ ยดา้ นการผลิต การตลาด
3) ข้นั ที่ 3 คือการจดั หาทุนจากธนาคาร หรือภาคเอกชน มาช่วยขยายผล
38. เฉลยขอ้ 2. การเจริญเติบโตอยา่ งมีเสถยี รภาพและการพฒั นาท่ียง่ั ยนื
แผนพัฒนำเศรษฐกจิ และสังคมแห่งชำติฉบับที่ 7
1) กาหนดแนวความคดิ การพฒั นาทย่ี งั่ ยนื (Sustainable Development)
2) กาหนดวตั ถุประสงคก์ ารพฒั นา 3 ประการ เนน้ การให้เกิดความสมดลุ ระหว่าง ความ
เจริญเตบิ โตทางเศรษฐกิจ การกระจายรายได้ / การพฒั นาทรัพยากรมนุษย์ คณุ ภาพชีวติ /
และส่ิงแวดลอ้ ม เนน้ การรักษาอตั ราการเตบิ โตทางเศรษฐกิจอย่างต่อเน่ือง และมเี สถียรภาพ
34
39. เฉลยขอ้ 4. ไม่ถกู ตอ้ งเก่ียวกบั สหกรณ์
หลักสหกรณ์ ประกอบด้วยหลกั 7 ประกำร คอื
1) การเป็นสมาชิกโดยสมคั รใจและเปิดกวา้ ง (Voluntary and Open Membership)
2) การควบคุมโดยสมาชิกตามหลกั ประชาธิปไตย (Democratic Member Control) สมาชิกหน่ึง
คนหน่ึงเสียง
3) การมีส่วนร่วมทางเศรษฐกิจของสมาชิก (Member Economic Participation)
4) การปกครองตนเองและความเป็นอิสระ (Autonomy and Independence)
5) การศกึ ษา ฝึกอบรม และสารสนเทศ (Education, Trainning and Information)
6) การร่วมมือระหว่างสหกรณ์ (Cooperation among Cooperatives)
7) การเอ้อื อาทรตอ่ ชุมชน (Concern for Community)
40. เฉลยขอ้ 3. สหกรณ์ร้านคา้
ประเภทของสหกรณ์
1) สหกรณ์การเกษตร: ดาเนินธุรกิจอเนกประสงค์ มสี มาชิกท้งั หมดเป็นเกษตรกร มี
วตั ถปุ ระสงคเ์ พอื่ สนบั สนุนผปู้ ระกอบอาชีพเกษตรกรรม
2) สหกรณ์ประมง: ดาเนินธุรกิจอเนกประสงค์ มีสมาชิกท้งั หมดเป็นชาวประมง มีวตั ถุประสงค์
เพอ่ื สนบั สนุนชาวประมง
3) สหกรณน์ ิคม: ดาเนินธุรกิจอเนกประสงค์ มสี มาชิกท้งั หมดเป็นเกษตรกรหรือชาวนาเกลอื มี
วตั ถปุ ระสงคเ์ พื่อการจดั การเกี่ยวกบั การถอื ครองทด่ี นิ ทากินของสมาชิกสหกรณ์
4) สหกรณร์ า้ นคา้ : ดาเนินธุรกิจคา้ ปลีกและคา้ ส่ง มีสมาชิกไดห้ ลากหลายอาชีพ มีวตั ถุประสงค์
เพ่อื ช่วยเหลือผบู้ ริโภค (ไม่อเนกประสงค)์
5) สหกรณ์บริการ: ดาเนินธุรกิจผลิตสินคา้ หรืออานวยบริการใหแ้ กส่ มาชิกผใู้ ช้บริการโดยตรง
(ไมอ่ เนกประสงค)์
6) สหกรณอ์ อมทรัพย:์ ดาเนินธุรกิจเอนกประสงค์ มีวตั ถุประสงคเ์ พ่อื ส่งเสริมและอานวยความ
สะดวกในการออมทรพั ยแ์ ละใหส้ ินเชื่อแกส่ มาชิก (ตอ้ งมอี าชีพเดยี วกนั )
7) สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน: ดาเนินธุรกิจเอนกประสงค์ มีวตั ถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและอานวย
ความสะดวกในการออมทรัพย์ของสมาชิกในชุมชน รวมท้้ังช่วยเหลือในการรวบรวม
ผลิตภณั ฑห์ รือจาหน่ายส่ิงของใหแ้ ก่บรรดาสมาชิก ไมจ่ าเป็นตอ้ งเป็นผูท้ ่ที าอาชีพเดียวกนั
41. เฉลยขอ้ 2. เป็นสื่อกลางการแลกเปลี่ยน
หน้ำทีข่ องเงิน
1) เงนิ เป็นสื่อกลางของการแลกเปล่ียน
2) เงนิ เป็นมาตรฐานในการเทยี บคา่ เชน่ แอปเปิลผลละ 10 บาท เน้ือหมู กก.ละ 120 บาท ค่าแรง
ข้นั ต่าวนั ละ 300 บาท เป็นตน้
3) เงนิ เป็นหน่วยรักษามลู คา่ คนส่วนใหญ่ จงึ นิยมสะสมไวเ้ ป็นสมบตั ิ
4) เงนิ เป็นมาตรฐานในการใชห้ น้ีในภายภาคหนา้
35
42. เฉลยขอ้ 1. GDP = GNP - รายไดส้ ุทธิจากตา่ งประเทศ
GDP คือ อะไร?
1) GDP ย่อมาจาก Gross Domestic Product คอื การนบั รายไดท้ ่เี กิดข้นึ จากในประเทศเท่าน้นั
ไม่ว่าจะสัญชาตใิ ดก็ตาม
2) ถา้ เป็นคนไทย แลว้ มรี ายไดท้ ่ีต่างประเทศ ไม่นับนะ อนั น้นั เรียก GNP : Gross National
Product ทจ่ี ะนบั เฉพาะรายไดจ้ ากคนไทยเท่าน้นั ไมว่ า่ จะอยปู่ ระเทศใดในโลกน้ีก็ตาม
3) กำรคำนวณ GDP รำยจ่ำย (Expenditure Approach) ที่จ่ายให้สินคา้ และบริการข้นั สุดทา้ ย
คือ GDP = รายจา่ ยเพอ่ื บริโภค + รายจ่ายเพ่ือการลงทนุ + รายจ่ายของรฐั บาล + รายจ่ายสุทธิ
ของตา่ งประเทศทซ่ี ้ือสินคา้ ผลติ ในประเทศ หรือ GDP = Consumption + Investment +
Government spending + (exports – imports) หรือ GDP = C + I + G + (X - M)
4) กำรคำนวณ GDP ด้ำนรำยได้ (Resource Cost - Income Approach) ทไี่ ดจ้ ากการขายสินคา้
และบริการข้นั สุดทา้ ย คอื GDP = ค่าจา้ งและเงินเดอื นลกู จา้ ง + รายไดเ้ จา้ ของธุรกิจส่วนตวั +
กาไรของบริษทั (รายไดผ้ ถู้ ือหุน้ ) + ดอกเบ้ีย (รายไดเ้ จา้ หน้ี) + ค่าเช่า (รายไดเ้ จา้ ของ
สินทรัพย)์ + ภาษีธุรกิจทางออ้ ม + ค่าเสื่อมราคา + รายไดส้ ุทธิของคนตา่ งชาตใิ นประเทศ
5) ความสัมพนั ธ์ระหวา่ งรายไดป้ ระชาชาติ คือ GNP = GDP + รายไดป้ ัจจยั การผลติ สุทธิจาก
ต่างประเทศ (รายไดข้ องคนไทยจากต่างประเทศ- รายไดข้ องคนต่างประเทศจากไทย) และ
การคานวณผลิตภณั ฑม์ วลรวมในประเทศ (GDP) คือ GDP = GNP - รายไดส้ ุทธิจาก
ตา่ งประเทศ
6) ผลิตภณั ฑม์ วลรวมในประเทศ (GDP) สามารถใชเ้ ป็นตวั บง่ ช้ีถึงมาตรฐานการครองชีพของ
ประชากรในประเทศน้นั ๆ ได้ แต่ไม่สามารถช้ีวดั คุณภาพชีวติ ท่ีแทจ้ ริงได้
43. เฉลยขอ้ 2. นโยบายการคลงั
นโยบำยที่ทุกประเทศใช้ในกำรขับเคลอื่ นเศรษฐกิจมี 2 วธิ หี ลัก
1) นโยบำยกำรเงิน โดยธนาคารกลาง ผ่านกลไกของอตั ราดอกเบ้ีย เช่น ถา้ ตอ้ งการกระตุน้ ให้
เศรษฐกิจเติบโต ธนาคารกลางก็ลดอตั ราดอกเบ้ียนโยบายลง ในทางตรงขา้ ม ถา้ ตอ้ งการลด
ความรอ้ นแรงของระบบเศรษฐกิจ ธนาคารกลางก็เพิ่มอตั ราดอกเบ้ียนโยบาย
2) นโยบำยกำรคลัง เกี่ยวกบั วิธีทร่ี ัฐบาลจดั หารายได้และรายจ่าย ผ่านการจดั เกบ็ ภาษีซ่ึงถือเป็น
แหล่งรายได้หลกั ของรัฐบาล ถา้ รัฐบาลตอ้ งการกระตุน้ เศรษฐกิจก็ลดการจดั เก็บภาษีลงแลว้
ใชจ้ ่ายมากข้ึน หรือที่เราเรียกว่า การใชง้ บประมาณขาดดุล ในทางตรงขา้ ม ถา้ ตอ้ งการลด
ความรอ้ นแรงของเศรษฐกิจ ก็ตอ้ งจดั เก็บภาษมี ากข้ึน แลว้ ลดการใชจ้ า่ ยของรัฐบาลลง หรือที่
เราเรียกว่า การใชง้ บประมาณเกินดุล
44. เฉลยขอ้ 3. เพิม่ อตั ราการจดั เกบ็ ภาษแี ละลดการใชจ้ ่ายของรัฐบาล
แนวทำงแก้ปัญหำภำวะเงินเฟ้อ ใช้นโยบายการคลงั โดยเพิ่มการเก็บภาษีจากประชาชน ใช้
งบประมาณแบบเกินดุล คือ ลดรายจ่ายภาครฐั ให้นอ้ ยลง แต่เพ่ิมรายได้ของรฐั บาลโดยการเก็บภาษีให้มาก
ข้ึน เพือ่ ลดปริมาณเงนิ ในมอื ประชาชนให้นอ้ ยลง
45. เฉลยขอ้ 3. คนอนิ โดนีเซียต้งั โรงงานผลิตน้าด่มื ในประเทศเมยี นมา
กำรลงทุนระหว่ำงประเทศทำงตรง หมายถึง การเคลอ่ื นยา้ ยทุนจากประเทศหน่ึงไปยงั อกี ประเทศ
หน่ึง โดยเจา้ ของทนุ ยงั มอี านาจในการดูแลกิจการท่ีตนเองเป็นเจา้ ของ เป็นการนาเงนิ ไปลงทนุ โดยผูล้ งทุน
เขา้ ไปดาเนินกิจการ มกี ารนาทรัพยากรการผลิต แรงงานและเทคโนโลยีเขา้ ไปยงั ประเทศทีล่ งทนุ ส่วนใหญ่
เป็ นการลงทุนในระยะยาว
36
การลงทนุ ในลกั ษณะน้ีคือ การลงทนุ ในรูปบริษทั ขา้ มชาติ (multinational corporations) ทีม่ ีบริษทั
แม่อยู่ในประเทศที่เป็นเจา้ ของทุน และมีบริษทั ท่ีเป็นเครือข่ายสาขาอยู่ในหลายประเทศ มีสถาบนั การเงิน
ของเอกชนเป็นผจู้ ดั หาเงินทนุ สาหรบั การลงทนุ ในโครงการตา่ ง ๆ
46. เฉลยขอ้ 4. สหภาพเศรษฐกิจ
เพราะเป็น กำรรวมกล่มุ ทำงเศรษฐกิจ อนั เกิดจากขอ้ ตกลงระหวา่ งรัฐบาลต้งั แต่ 2 ประเทศข้ึนไป
ซ่ึงเป็นการขยายรูปแบบของตลาดร่วมออกไป โดยประเทศภาคียงั ตกลงประสานนโยบายเศรษฐกิจต่าง ๆ
เป็นนโยบายเดียวกนั เชน่ นโยบายดา้ น การเงนิ การคลงั การผลิตสินคา้ และบริการตา่ งๆ เช่น สหภาพยโุ รป
(European Union : EU)
กำรให้ควำมร่วมมือทำงเศรษฐกจิ มีหลำยลักษณะ พอสรุปได้ดงั น้ี
6) เขตการคา้ เสรี (Free Trade Area) คอื การยกเลิกภาษีศุลกากรและขอ้ จากดั ทางการคา้ ระหว่าง
สมาชิก เช่น เขตการคา้ เสรีอเมริกาเหนือ (NAFTA) เขตการคา้ เสรียุโรป (EFTA) เขตการคา้
เสรีอาเซียน (AFTA)
7) สหภาพศุลกากร (Customs Union) คือ การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจที่พฒั นามาจากเขตการคา้
เสรี มีการการกาหนดอตั ราภาษีศลุ กากรในอตั ราเดียวกนั ระหวา่ งสมาชิก ซ่ึงมผี ลตอ่ ประเทศ
ทม่ี ิใช่สมาชิก
8) ตลาดร่วม (Common Union) คือ การเคลื่อนยา้ ยสินค้า บริการ เงินทุน เทคโนโลยี และ
แรงงานระหวา่ งสมาชิกไดอ้ ย่างเสรี เช่น แรงงานของประเทศที่เป็นสมาชิกตลาดร่วมสามารถ
เขา้ ไปทางานในประเทศสมาชิกอ่ืน ๆ ได้
9) สหภาพเศรษฐกิจ (Economic Union) คอื การร่วมกล่มุ ทางเศรษฐกิจทีพ่ ฒั นามาจากตลาดร่วม
สามารถเคลื่อนยา้ ยปัจจยั การผลติ ระหว่างสมาชิกไดอ้ ย่างเสรี มีการกาหนดนโยบายเศรษฐกิจ
ส่วนรวมระหว่างประเทศสมาชิก และมีการใชเ้ งนิ ตราสกุลเดียวกนั
10) สหภาพเหนือชาติ (Political Union) เป็ นการร่วมกลุ่มกันท้งั เศรษฐกิจและการเมือง โดย
ประเทศสมาชิกประสานนโยบายเศรษฐกิจและการเมืองเขา้ ดว้ ยกนั
47. เฉลยขอ้ 1. บญั ชีเดินสะพดั
ดลุ บัญชีเดินสะพัด คอื ดลุ บญั ชีท่แี สดงเงนิ ทไ่ี หลเขา้ ออกประเทศน้นั ๆ จากการซ้ือขายสินคา้ และ
บริการของประเทศน้นั ๆ โดยจะแบ่งออกเป็น
1) ดุลการคา้ หมายถึง บญั ชีท่ีแสดงการเปรียบเทียบมูลค่าสินคา้ ออกกบั มูลค่าของสินคา้ นาเขา้
เช่น ดลุ การคา้ เกินดุล ดลุ การคา้ ขาดดุล และดุลการคา้ สมดุล
2) ดุลการบริการ หมายถึง บญั ชีทแี่ สดงถึงการคา้ ระหว่างประเทศในดา้ นบริการ เช่น ค่าระวาง
ประกนั ภยั ค่าขนส่ง รายไดจ้ ากการท่องเท่ียว รายได้จากการลงทุน รายได้จากแรงงานและ
บริการอ่นื ๆ
3) รายได้ เป็นผลตอบแทนทไี่ ดจ้ ากการลงทุน และประกอบกิจการในต่างประเทศ เชน่ ดอกเบ้ีย
เงินเดือน เงนิ ปันผล เป็นตน้
4) บริจาคและเงินโอน ไดแ้ ก่ เงินชว่ ยเหลือตา่ งประเทศ ส่งเงินให้ญาติ
48. เฉลยขอ้ 4. กองทนุ การเงนิ ระหวา่ งประเทศ
กองทุนกำรเงินระหว่ำงประเทศ (IMF) ทาหน้าท่ีสนับสนุนความร่วมมือทางการเงินระหว่าง
ประเทศ สนบั สนุนการคา้ ระหว่างประเทศใหข้ ยายตวั อย่างสมดุล เสริมสร้างเสถียรภาพในอตั ราแลกเปล่ียน
เงนิ ตราระหว่างประเทศ สนบั สนุนการจดั ต้งั ระบบการชาระเงนิ ระหวา่ งประเทศ และให้ความชว่ ยเหลอื ทาง
การเงินแกป่ ระเทศสมาชิกทปี่ ระสบปัญหาดลุ การชาระเงนิ
37
49. เฉลยขอ้ 1. วฒั นธรรมตะวนั ตก ไม่ใชป่ ัจจยั สาคญั
ปัจจัยทีส่ นับสนนุ กำรสถำปนำกรุงศรีอยธุ ยำ
1) ควำมเข้มแข็งทำงกำรทหำร สนั นิษฐานวา่ พระเจา้ อ่ทู องทรงมกี าลงั ทหารเขม้ แข็ง มกี าลงั ไพร่
พลมาก และมีลกั ษณะเป็นผนู้ าทางการเมอื งทผ่ี คู้ นยอมรับ
2) กำรดำเนนิ นโยบำยทำงกำรทตู ที่เหมำะสมกบั ดินแดนใกล้เคยี ง พระเจา้ อู่ทองไดอ้ ภิเษกสมรส
กบั เจ้าหญิงแห่งแควน้ สุพรรณภูมิ จึงเป็นการเช่ือมโยงแควน้ ละโวแ้ ละแควน้ สุพรรณภูมใิ ห้
เป็นอนั หน่ึงอนั เดียวกนั
3) กำรปลอดอำนำจทำงกำรเมืองภำยนอก ในขณะน้ัน อาณาจกั รสุโขทยั ของคนไทยด้วยกนั ที่
อยู่ทางตอนเหนือ และอาณาจกั รเขมร ซ่ึงอยู่ทางทิศตะวนั ออก ค่อย ๆ เส่ือมอานาจลง จึงไม่
สามารถสกดั ก้นั การกอ่ ต้งั อาณาจกั รใหม่ของคนไทยได้
4) ทำเลท่ีต้งั มคี วำมเหมำะสมในด้ำนยุทธศำสตร์ กรุงศรีอยุธยามีแมน่ ้าไหลผ่าน ถึง 3 สาย ไดแ้ ก่
แม่น้าเจ้าพระยา ป่ าสักและลพบุรี ทาให้เป็ นท่ีราบลุ่มต่า ข้าศึกจะล้อมกรุงศรีอยุธยาได้
เฉพาะฤดูแลง้ เท่าน้ัน เม่ือถึงฤดูน้าหลาก น้าจะท่วมรอบตัวเมืองทาให้ขา้ ศึกตอ้ งถอนทพั
กลบั ไป
5) ควำมอุดมสมบูรณ์ทำงด้ำนเศรษฐกิจ ลักษณะภูมิประเทศของอยุธยาเป็ นท่ีราบที่อุดม
สมบูรณ์จึงเป็ นแหล่งอู่ข้าวอู่น้าท่ีสาคญั ประกอบกบั อยู่ใกล้ปากแม่น้าเจา้ พระยา มีการ
คมนาคมทางน้าสะดวกทาให้สามารถติดต่อค้าขายกบั ต่างประเทศได้ง่ายการสร้างความ
มนั่ คงของอาณาจกั รอยธุ ยา
50. เฉลยขอ้ 3. พระบาทสมเดจ็ พระนง่ั เกลา้ เจา้ อยหู่ วั พระบาทสมเด็จพระจอมเกลา้ เจา้ อยู่หวั
และพระบาทสมเด็จพระจลุ จอมเกลา้ เจา้ อยหู่ ัว
เหตุผล สมเด็จพระรำชินีนำถวิกตอเรีย เป็นพระมหากษตั ริยท์ ี่ครองราชสมบตั ิยาวนานที่สุดใน
ประวตั ิศาสตร์องั กฤษ เป็นเวลา 63 ปีเศษ ระหวา่ งปี พ.ศ. 2380-2444 (ตรงกบั รัชสมยั พระบาทสมเด็จพระนั่ง
เกลา้ เจา้ อยู่หัว รัชกาลท่ี 3 ถงึ รัชสมยั พระบาทสมเดจ็ พระจุลจอมเกลา้ เจา้ อย่หู วั รชั กาลท่ี 5)
51. เฉลยขอ้ 1. การสร้างจารึกวดั พระเชตุพน / การสงครามอนมั สยามยุทธ /
การเปิดโรงพิมพห์ นงั สือไทย ของหมอบรัดเลย์
กำรสร้ำงจำรึกวดั พระเชตุพน
ในรัชกาลท่ี 1 ได้ทรงบูรณปฏิสังขรณ์วดั น้ีข้ึนใหม่ ต่อมาในรัชกาลที่ 3 บูรณปฏิสังขรณ์นานถึง
16 ปีและใหร้ วบรวมเลอื กสรร ตารับตาราตา่ ง ๆ มาจารึกไวบ้ นแผน่ ศิลาประดบั ไวต้ ามทตี่ า่ ง ๆ ในบริเวณวดั
พระเชตุพน เพ่ือให้คนท้งั หลายสามารถเรียนรู้ ความรู้ต่าง ๆ ท่ีสนใจจากศิลาจารึกน้ัน โดยแบ่งออกเป็น
หมวดตา่ ง ๆ ดงั น้ี 1. หมวดพระพทุ ธศาสนา 2. หมวดวรรณคดีร้อยกรองและร้อยแกว้ 3. หมวดอกั ษรศาสตร์
และ 4. หมวดเวชศาสตร์
กำรสงครำมอนัมสยำมยุทธ
ในปี พ.ศ. 2376 สมยั รัชกาลท่ี 3 เกิดเหตุการณ์วุ่นวายในเขมรและญวน จึงทรงพระโปรดเกลา้ ฯ
ให้เจา้ พระยาบดินทรเดชา เป็นแม่ทพั ใหญ่ในการออกปราบปราม ส่วนทพั เรือน้นั โปรดให้เจ้าพระยาพระ
คลงั เป็นแม่ทพั ยกไปรบญวน คร้งั น้นั ไดเ้ กณฑไ์ พร่พลเมืองตราดไปร่วมทาสงครามดว้ ย
กำรเปิ ดโรงพมิ พ์หนงั สือไทย ของหมอบรัดเลย์
1) พ.ศ.2380 หมอแดน บชี บรดั เลย์ ไดน้ าแทน่ พิมพ์ทาดว้ ยโลหะ จากเมอื งสิงคโปร์เขา้ มาใน
กรุงเทพฯ ทาใหโ้ รงพมิ พพ์ รอ้ มทจ่ี ะพิมพง์ านได้
38
2) หนงั สือเล่มแรกที่พมิ พน์ ้นั เป็นจุลสาร หนา 8 หนา้ เป็นเร่ืองบญั ญตั สิ ิบประการของคริสต์
ศาสนา พิมพจ์ านวน 1,000 ฉบบั
3) ใน พ.ศ.2382 รชั กาลที่ 3 โปรดเกลา้ ฯ ให้จา้ งโรงพมิ พม์ ิชชนั นารีอเมริกนั พมิ พห์ มายประกาศ
หา้ มสูบฝิ่น จานวน 9,000 ฉบบั นบั วา่ เป็นเอกสารทางราชการของไทยชิน้ แรกท่ีจดั พิมพข์ ้ึน
4) พ.ศ.2387 (สมยั รชั กาลท่ี 3) หมอบรดั เลย์ ไดอ้ อกหนงั สือพมิ พเ์ ป็นฉบบั แรกข้ึน ในเมืองไทย
ชื่อ บางกอกรีคอร์ดเดอร์ (Bangkok Recorder) ซ่ึงขณะน้นั เรียกวา่ จดหมายเหตอุ ย่างส้ัน ออก
เดอื นละสองคร้งั
52. เฉลยขอ้ 3. กระทรวงโยธาธิการ
เพราะ รัชกำลที่ 5 ทรงประกาศต้งั กระทรวงข้นึ อย่างเป็ นทางการจานวน 12 กระทรวง เมือ่ วนั ที่ 1
เมษายน พ.ศ. 2435 อนั ประกอบดว้ ย
1) กระทรวงมหาดไทย รับผดิ ชอบงานที่เดมิ เป็ นของสมหุ นายก ดูแลกิจการพลเรือนท้งั หมด
และบงั คบั บญั ชาหัวเมอื งฝ่ายเหนือและชายทะเลตะวนั ออก
2) กระทรวงนครบาล รับผิดชอบกิจการในพระนคร
3) กระทรวงโยธาธิการ รับผิดชอบการก่อสร้าง
4) กระทรวงธรรมการ ดูแลการศาสนาและการศกึ ษา
5) กระทรวงเกษตรพานิชการ รบั ผิดชอบงานที่ในปัจจุบนั เป็นของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
และกระทรวงพาณิชย์
6) กระทรวงยุติธรรม ดแู ลเร่ืองตลุ าการ
7) กระทรวงมรุธาธร ดแู ลเคร่ืองราชูปโภคของพระมหากษตั ริย์
8) กระทรวงยุทธนาธิการ รบั ผิดชอบปฏบิ ตั กิ ารการทหารสมยั ใหม่ตามแบบยโุ รป
9) กระทรวงพระคลงั สมบตั ิ รับผิดชอบงานท่ีในปัจจุบนั เป็นของกระทรวงการคลงั
10) กระทรวงการตา่ งประเทศ (กรมทา่ ) รับผิดชอบการตา่ งประเทศ
11) กระทรวงกลาโหม รับผิดชอบกิจการทหาร และบงั คบั บญั ชาหวั เมืองฝ่ายใต้
12) กระทรวงวงั รับผดิ ชอบกิจการพระมหากษตั ริย์
53. เฉลยขอ้ 4. พลเอก ชาตชิ าย ชุณหะวณั
เม่อื วนั ท่ี 24 กรกฎาคม 2531 พรรคชาตไิ ทยนาโดย พลตรี ชาติชาย ชุณหะวณั หวั หนา้ พรรค ไดร้ บั
การเลือกต้งั เขา้ มาดว้ ยจานวนสมาชิกสภาผูแ้ ทนราษฎรมากที่สุด 87 คน ไดร้ ับการสนับสนุนให้ข้ึนดารง
ตาแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 17 ของประเทศไทย เมอ่ื วนั ที่ 4 สิงหาคม 2531 และดาเนินนโยบายต่างประเทศ
ดว้ ยวธิ ีการ “เปลย่ี นสนามรบให้เป็ นสนามการค้า”
54. เฉลยขอ้ 3. การเสดจ็ พระราชดาเนินเลยี บพระนคร
การเสด็จเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยำตรำทำงชลมำรคในคร้ังน้ี ถือเป็ นพระราชพิธีบรม
ราชาภเิ ษกเบ้อื งปลาย และนบั เป็นคร้ังแรกในรัชสมยั ของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกลา้ เจ้าอยู่หวั โดยใชเ้ รือ
พระราชพิธีรวมท้งั ส้ิน 52 ลา มีเรือพระทน่ี งั่ สาคญั 4 ลา คือ
1) เรือพระทีน่ ง่ั สุพรรณหงส์
2) เรือพระที่นงั่ อนนั ตนาคราช
3) เรือพระทีน่ ง่ั นารายณ์ทรงสุบรรณ รชั กาลที่ 9 และ
4) เรือพระทนี่ งั่ อเนกชาติภุชงค์
39
55. เฉลยขอ้ 1. การดารงชีวิตอยูใ่ นสภาพวถิ ีชีวิตแบบชุมชนเมอื ง
ไม่ใช่สังคมในยุคหินใหม่ แต่เป็ นยุคโลหะ เพราะมนุษยใ์ นยุคหินใหม่ เร่ิมรู้จกั การเพาะปลกู และ
เล้ยี งสตั วส์ าหรับใชง้ านและเป็นอาหาร จงึ ไม่ตอ้ งเร่ร่อนเก็บของป่ าล่าสตั ว์ สามารถต้งั ถน่ิ ฐานบา้ นเรือนเป็น
หลกั แหล่งทาให้มีเวลาว่างมากข้ึน การประดิษฐ์เครื่องมือหินจึงมีความประณีตมากข้ึน โดยมีการฝนผิว
เคร่ืองมือหินจนเรียบ เรียกว่า “เครื่องมือหินขดั ” มีการทาเครื่องป้ันดินเผา และรูจ้ กั หุงตม้ อาหารให้สุกก่อน
กิน รวมกล่มุ เกษตรกรรมเป็นหมบู่ า้ น มีการจดั ระเบยี บเพ่อื ควบคมุ สงั คม มีหัวหนา้ ชุมชน
56. เฉลยขอ้ 1. คมั ภีร์พระเวทถอื เป็นวรรณกรรมสาคญั ของอินเดีย
คมั ภีร์พระเวท มี 3 คมั ภรี ์ เรียกวา่ "ไตรเวท" คอื
1) ฤคเวท เป็นคมั ภีร์ทร่ี วบรวมบทสวดสดุดพี ระผูเ้ ป็นเจา้ ท้งั หลาย
2) ยชุรเวท เป็นคมั ภรี ์ทร่ี วบรวมบทประพนั ธท์ ่วี า่ ดว้ ยสูตรสาหรบั ใชใ้ นการประกอบยญั พธิ ี
3) สามเวท เป็นคมั ภีร์ทีร่ วบรวมบทประพนั ธส์ วดขบั ร้อง ผสมน้าโสมเพือ่ ถวายเทพเจา้
4) อาถรรพเวท เป็นคมั ภรี ์ท่ีเกี่ยวกบั เวทมนต์ คาถาตา่ ง ๆ
57. เฉลยขอ้ 2. ชาวอียิปตโ์ บราณมคี วามเช่ือเรื่องอมตะภาวะของผูว้ ายชนมท์ ้งั ท่เี ป็นฟาโรหล์ งมาถงึ สามญั ชน
อียปิ ต์โบรำณมีควำมเชื่อดังน้ี
1) ชาวอยี ิปตเ์ ชื่อในเรื่องชีวิตหลงั ความตาย โดยเชื่อว่าวญิ ญาณ หรือ “คา” (ka) เป็นสิ่งทไ่ี ม่สูญ
จะกลบั เขา้ ร่างฟ้ืนคนื ชีพข้ึนมาอกี คร้งั จงึ มีการทาศพอาบน้ายา (mummy) ไวใ้ นสุสาน เพอ่ื
รกั ษาร่างกายไม่ให้เน่าเป่ือยผพุ งั
2) ชาวอยี ิปตเ์ ชื่อว่า เมอ่ื ตายไปแลว้ ทกุ คนมีฐานะเท่าเทียมกนั เมื่อวญิ ญาณของผตู้ ายไดอ้ อกจาก
ร่างมมั มี่แลว้ จะนัง่ เรือขา้ มแม่น้าไปสู่แดนมรณะท่ีซ่ึงมีเทพโอซิริส เทพเจา้ แห่งแดนมรณะ
เป็นผตู้ ดั สินวา่ ใครจะไดไ้ ปสู่สรวงสวรรค์ โดยมโี อซิริสเป็นประธาน มตี ลุ าการซ่ึงเป็นผูช้ ่วย
อีก 42 คน วิญญาณจะตอ้ งให้การตามความสัตยจ์ ริง เมื่อสิ้นคาให้การ เทพอานูบิส ก็จะนา
หัวใจไปช่ังกบั ตาชัง่ แห่งความสัตยท์ ี่ด้านหน่ึงเป็ นขนนก หากหัวใจเบากว่าขนนก ถือว่าคน
คนน้นั เป็นคนดี วญิ ญาณน้นั กจ็ ะกลายเป็นวญิ ญาณแห่งเทพโอซิริสและจะไดไ้ ปเกิดใหม่เป็น
นิรันดร์ และในทางตรงกนั ข้ามหากเป็ นคนไม่ดี วิญญาณน้ันก็จะกลายเป็ นหมูหรือสัตว์
สกปรกอ่นื ๆ
3) ในอดีตชาวอียิปต์เฝ้าสงั เกตว่าพระอาทิตยข์ ้นึ ทางทิศตะวนั ออก ลบั ขอบฟ้าทางทิศตะวนั ตก
อันเป็ นสัญญาณเริ่มต้นแห่งรัตติกาล และพอรุ่ งเช้าพระอาทิตย์ก็จะทอแสงอีกคร้ัง
ปรากฏการณธ์ รรมชาตนิ ้ีไดก้ ลายเป็นหลกั คิดสาคญั ทาให้ชาวอยี ปิ ตเ์ ชื่อวา่ ทศิ ตะวนั ออกเป็น
ทิศของคนเป็น และทิศตะวนั ตกเป็นทิศของคนตาย ชาวอียปิ ตส์ ่วนใหญจ่ ึงนิยมต้งั บา้ นเรือน
ทางฝั่งตะวนั ออกของแม่น้าไนล์ ส่วนฝั่งตะวนั ตกเป็นท่ีต้งั ของสุสาน ดว้ ยเหตุน้ีสุสานของ
ฟาโรหท์ ี่มอี ยู่ประมาณ 80-90 แห่ง ท้งั หมดต้งั อยูฝ่ ่ังตะวนั ตกของแมน่ ้าไนล์
58. เฉลยขอ้ 4. การศึกษาปรชั ญายุคคลาสสิคเพือ่ เป็นแนวทางในการดาเนินชีวติ
และแกป้ ัญหาสงั คมและการเมอื งในสมยั ดงั กล่าว
ลัทธิมนุษยนิยม (humanism) ท่ีให้ความสนใจโลกปัจจุบนั แทนการมุ่งหน้าไปสู่สวรรค์ ซ่ึงเคย
เป็นปรชั ญาในการครองชีวิตในสมยั กลาง นกั ปราชญท์ ม่ี บี ทบาทสาคญั ในยุคฟ้ืนฟูศิลปวิทยาและไดร้ ับการ
ยกยอ่ งวา่ เป็นบดิ าแห่งมนุษยนิยม คอื ฟรานเซสโก เปทราก (Francesco Petrarch ค.ศ. 1340-1374) ชาวอิตาลี
เขาเร่ิมเห็นวา่ โดยแทจ้ ริงมนุษยน์ ้นั สามารถพฒั นาชีวิตตนเองให้ดีและมคี ุณค่าได้ โดยการศึกษาและเรียนรู้
จากงานเขียนและวรรณกรรมของกรีกและโรมนั โบราณท่ีสอดแทรกปรัชญาและแนวทางในการดาเนินชีวิต
ใหม้ ีความสุขในโลกปัจจบุ นั น้ีได้
40
59. เฉลยขอ้ 2. เกิดกระแสแนวคิดชาตนิ ิยมแบบคลงั่ ชาติทวั่ ไปในดินแดนท่นี ับถือนิกายโปรเตสแตนด์
ผลของกำรปฏิรูปศำสนำ ไดแ้ ก่
1) คริสตจกั รตะวนั ตก ไดแ้ ตกแยกออกเป็น 2 นิกาย คอื นิกายโรมนั คาทอลกิ ซ่ึงมีศูนยก์ ลางอยู่
ที่กรุงโรม มีสันตะปาปาเป็นประมุข กบั นิกายโปรเตสแตนต์ ซ่ึงเป็นนิกายตา่ งๆ ในประเทศ
ทางภาคเหนือของยุโรป
2) เกิดกระแสชาตนิ ิยมในประเทศต่างๆ เช่น กรณีท่ีมาร์ติน ลูเทอร์ หนุนให้เจ้าผูค้ รองรฐั ตา่ งๆ
ในเยอรมนั ต่อตา้ นจกั รพรรดิแห่งอาณาจกั รโรมันอนั ศกั ด์ิสิทธ์ิ ผูท้ ่ีนับถือนิกายคาลวิน ใน
เนเธอร์แลนด์ ส่วนทเ่ี ป็นเจา้ ของสเปนต่อตา้ นกษตั ริยส์ เปนจะไดร้ บั เอกราช
3) เกิดการแข่งขนั ระหวา่ งนิกายต่างๆ การปรับปรุงสิ่งท่ีบกพร่องเพอ่ื เรียกศรัทธาและกอ่ ให้เกิด
ขนั ติธรรมในการอยรู่ ่วมกบั ผนู้ บั ถอื นิกายต่างกนั
4) สภาพสงั คมเปล่ยี นแปลงไป นิกายโปรเตสแตนตไ์ ดส้ นบั สนุนการประกอบอาชีพดา้ นการคา้
และอุตสาหกรรม ทาให้ระบบทุนนิยมในยุโรปเจริญเติบโต
5) ระบอบรัฐชาติแข็งแกร่งข้ึน การเกิดนิกายโปรเตสแตนต์ได้ส่งเสริมวฒั นธรรมของแต่ละ
ทอ้ งถ่ิน เช่น การแปลคมั ภีร์เป็นภาษาทอ้ งถ่ิน และยงั ส่งเสริมอานาจของผูป้ กครอง ไดแ้ ก่
กษตั ริยใ์ นฐานะตวั แทนของพระเป็นเจา้ ในการปกครองประเทศ จึงเท่ากบั ส่งเสริมระบอบ
สมบรู ณาญาสิทธิราชยโ์ ดยปริยาย
6) ผลของการแตกแยกทางศาสนา ทาใหเ้ กิดสงครามศาสนาข้ึนในยุโรปหลายคร้ัง เชน่ สงคราม
ศาสนาในเยอรมนี (ค.ศ.1546 - 1555) สงครามศาสนาในประเทศฝรัง่ เศส(ค.ศ.1562 - 1589)
สงครามสามสิบปี (ค.ศ.1618 - 1648)
7) การเกิดสงครามศาสนา ทาให้สถาบันกษัตริย์มีอานาจเหนือคริสตจักรในท่ีสุด เพราะ
สันตะปาปาตอ้ งอาศยั อานาจของกษัตริยท์ ่ีนับถือคาทอลิก ทาการต่อตา้ นกษตั ริย์ที่นับถือ
โปรเตสแตนต์
60. เฉลยขอ้ 5. รัฐสภาและรัฐบาลองั กฤษไม่ยุ่งเก่ียวกบั กิจการการคา้ ท้งั ภายใน
และระหวา่ งประเทศ ปลอ่ ยใหเ้ อกชนดาเนินกิจการกนั ไปเองตามหลกั การเสรีนิยม
ปัจจยั ท่กี ่อให้เกดิ กำรปฏิวัตอิ ุตสำหกรรมในประเทศองั กฤษ คือ
1) การขยายตวั ของการใชถ้ ่านหินและเหลก็
2) รฐั มบี ทบาทนอ้ ยในกิจกรรมทางเศรษฐกิจภายในประเทศ แต่มีบทบาทมากในกิจการ
เกี่ยวกบั การจดั ระเบยี บการคา้ ระหวา่ งประเทศ การล่าอาณานิคมและการเดินเรือ
3) การพฒั นาการขนส่งในประเทศโดยสรา้ งทางรถไฟเช่ือมเมืองอุตสาหกรรมและเมอื งทา่
ต่าง ๆ
4) การสะสมทุนเน่ืองจากการคา้ และการลงทนุ ระหวา่ งประเทศ
5) การเพม่ิ ข้ึนของประชากรในประเทศซ่ึงมีผลตอ่ ตลาดผบู้ ริโภคขนาดใหญแ่ ละการ
เพ่มิ ข้ึนของอุปทานและแรงงาน
61. เฉลยขอ้ 4. แนวคดิ “ภาระหนา้ ทข่ี องคนผิวขาว” กบั การฆา่ ลา้ งเผา่ พนั ธุช์ าวยิวของนาซีเยอรมนี
“ภาระคนขาว” หรือ "White Man's Burden"
1) เกิดจำกกำรล่ำอำณำนิคม เพราะเช่ือวา่ เป็น “ส่ิงจาเป็น” และเป็นภาระอนั ยิ่งใหญ่ของคนขาว
อารยธรรมคนขาวน้นั อยู่เหนืออารยธรรมชาติอื่นที่ไมใ่ ช่คนขาว แมว้ า่ “ภำระคนขำว” ทวี่ ่าน้ี
จะหมายรวมถึงการใช้ความรุนแรงกบั คนอน่ื ก็ตาม และการการฆ่าลา้ งเผ่าพนั ธุ์ซ่ึงเกิดข้นึ ใน
หลากหลายพ้ืนท่ีในโลกใบน้ี กร็ วมอย่ใู น“ภาระ” อนั ชอบธรรมของคนขาวดว้ ยเชน่ กนั
41
2) ยกเว้น กำรฆ่ำล้ำงเผ่ำพันธ์ุชำวยิวของนำซีเยอรมนี เพราะเป็นการสังหารหมู่คนจานวนมาก
ในค่ายกกั กนั ช่วงสงครามโลกคร้ังที่ 2 ท้งั ชาวยิว ชาวสลาฟ โรมา ผูพ้ ิการทางสมอง โฮโม
เซ็กชวล กลุ่มรักเพศเดียวกนั และคนกลุ่มอื่นๆ ท่ีไม่เขา้ ข่าย 'อารยนั บริสุทธ์ิ' ถูกนาซีสังหาร
หมู่ รวมกวา่ 12 ลา้ นคน
62. เฉลยขอ้ 4. ชาวจนี เขา้ มาประกอบอาชีพในเอเชียตะวนั ออกเฉียงใตน้ อ้ ยลง
จนี เขา้ มามบี ทบาทและขยายอทิ ธิพลในอาเซียนมากข้นึ เชน่ การที่จนี มีปัญหาพิพาททางทะเลกบั
หลายชาติในอาเซียน ในขณะที่บางประเทศ ไดแ้ ก่ ลาว กมั พูชา และเมยี นมาร์ ยงั คงพ่งึ พาเศรษฐกิจจากจนี
จนกลายเป็นอปุ สรรคในความเป็นเอกภาพของอาเซียน
63. เฉลยขอ้ 5. ทาใหจ้ ีนกลายเป็นประเทศท่ีปกครองดว้ ยระบอบคอมมิวนิสต์
กำรปฏิวัติจีน ค.ศ. 1911 เป็นการโค่นลม้ อานาจการปกครองของราชวงศ์ชิง ซ่ึงเป็นชาวแมนจู
โดยการนาของ ดร.ชุน ยตั เซน หัวหนา้ พรรคก๊ก มิน ตง๋ั เป็ นผลทาให้จีนเปลี่ยนแปลงการปกครองเขา้ สู่
ระบอบประชาธิปไตยในท่ีสุด
ส่ วน การปฏิวัติของจีนครั้งที่สอง ปี ค.ศ. 1949 โดยการนาของ “หมา เจ๋อตุง” ผู้นาพรร ค
คอมมิวนิสต์จนี เป็นการปฏิวตั ิเปล่ียนแปลงการปกครองจากระบอบสาธารณรัฐประชาธิปไตย ข้าสู่ระบอบ
สังคมนิยมหรือคอมมิวนิสต์
64. เฉลยขอ้ 1. ทุกประเทศท่ีเป็นสมาชิกตอ้ งใชเ้ งนิ สกลุ ยโู ร
สหภำพยุโรป เป็นการรวมกลมุ่ ของประเทศในภมู ิภาคยโุ รปท้งั ดา้ นการเมอื ง เศรษฐกิจ และสงั คม
ในลกั ษณะสถาบนั แบบเหนือรัฐ (Supranational Institution) ที่ใหญ่ท่ีสุดและก้าวหนา้ ท่ีสุดในโลก โดยมี
วตั ถุประสงคเ์ พอ่ื
1) เสริมสร้างสันติภาพเป็นการถาวรระหวา่ งประเทศในภมู ิภาคยุโรป หลงั สงครามโลกคร้ังท่ี 2
2) เสริมสร้างความเขม้ แขง็ ทางเศรษฐกิจแก่ประเทศสมาชิกและการมีบทบาทนาของสหภาพ
ยโุ รปในประชาคมโลก
ปัจจุบนั สหภาพยโุ รปมีรัฐสมาชิกจานวน 27 ประเทศ (สหราชอาณาจกั รออกจากการเป็นสมาชิก
สหภาพยุโรป เม่ือวนั ที่ 31 มกราคม 2563 (ค.ศ. 2020) มีระบบตลาดร่วม ระบบภาษีศุลกากรร่วม มีการใช้
เงินสกุลยูโรร่วมกนั ใน 17 ประเทศสมาชิก (Eurozone) และมีศูนย์กลางการบริหารอยู่ท่ีกรุงบรัสเซลส์
ประเทศเบลเยียม
65. เฉลยขอ้ 2. แผนท่อี า้ งองิ
เนื่องด้วย แผนที่อ้ำงอิง เป็นแผนที่ท่ีใช้เป็นหลกั ในการทาแผนที่ชนิดอน่ื ๆ แผนที่อา้ งอิงท่สี าคญั
ไดแ้ ก่ แผนท่ีภมู ปิ ระเทศ คือ แผนทท่ี ี่ใชแ้ สดงลกั ษณะภมู ิประเทศบนพ้ืนผวิ โลก และแผนทีช่ ุด คือ แผน
ทหี่ ลายแผ่นท่ีมีมาตราส่วนและรูปแบบเป็นอยา่ งเดยี วกนั และครอบคลุมพ้นื ทใี่ ดพ้นื ท่ีหน่ึงโดยเฉพาะ
มีองคป์ ระกอบ คือ หมำยเลขประจำชุด เพ่ือบอกใหท้ ราบว่าแผนท่ีอยู่ในชุดใด ตามขอ้ ตกลงของ
องคก์ ารสนธิสญั ญาแอตแลนตคิ เหนือหรือ NATO เชน่ L708 และ L7017 มอี งคป์ ระกอบ 4 ประการ คือ
1) ตวั อกั ษร L หมายถึง ภูมิภาคหน่ึงของทวีปเอเชีย ซ่ึงตรงกบั ของประเทศไทย
2) เลข 7 หมายถึง กลุ่มของมาตราส่วนทีก่ าหนดไวแ้ น่นอน คอื ใชก้ บั แผนทมี่ าตราส่วนระหว่าง
มาตราส่วน 1:70,000 ถงึ 1:35,000
3) เลข 0 หมายถงึ ตวั เลขแสดงส่วนย่อยของภมู ิภาค เช่น ภูมิภาค 0 มีตวั เลขแสดงส่วนย่อยของ
ไทย กาหนดขอบเขตไวแ้ น่นอนเป็นเลข 0
42
4) เลข 8 หรือเลข 17 หรือเลข 18 เป็นตวั เลขที่แสดงว่าแผนท่ีชุดน้นั จดั ทาเป็ นคร้ังท่ีเท่าใดใน
ภมู ภิ าค เชน่ คร้งั ท่ี 8 คร้ังที่ 17 หรือ คร้งั ที่ 18 (องคป์ ระกอบท่ี 4 จะเปลยี่ นไปตามจานวนคร้ัง
ที่จดั ทาแผนท่ี และหมายเลขประจาชุดน้ีจะปรากฏอยู่มุมขวาบนของแผนท่ี)
66. เฉลยขอ้ 3. หาค่าพกิ ดั ในการรังวดั พ้นื ทไ่ี ดล้ ะเอียดถึงระดบั เซนตเิ มตร
ปัจจบุ นั น้ีได้มีการใชง้ าน GPS ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น การกาหนดพกิ ดั ของสถานที่ต่าง ๆ การทา
แผนที่ งานสารวจ ทาใหเ้ ราสามารถนาขอ้ มูลตาแหน่ง มาใชป้ ระโยชน์ไดห้ ลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น ระบบนา
ร่อง (Navigation System) ระบบตดิ ตามยานพาหนะ (Automatic Vehicle Location)การสารวจพ้นื ที่
(Survey) หรือ การทาแผนที่ (Mapping) เป็นตน้
67. เฉลยขอ้ 3. สถานท่พี กั ตากอากาศเตรียมการก่อสรา้ งอาคารบนภเู ขาดว้ ยการบดอดั ดนิ
บริเวณเนินเขาชนั ให้แน่น
ไม่ใช่กำรป้องกันกำรสูญเสียหรือเฝ้ำระวังภัยจำกแผ่นดินถล่ม แต่ควรหลีกเลี่ยงการสร้างบ้าน
อาศยั อยู่ในบริเวณที่เคยมีเหตุการณ์ดินถล่ม หรือบริเวณหุบเขา พ้ืนท่ีมีความลาดชนั สูง พ้ืนท่ีลาบลุ่มแอ่ง
กระทะ พ้ืนที่ร่องน้า พ้ืนท่ีถมดินใหม่ที่มีความลาดชนั หากท่านอยู่ในพ้ืนที่บริเวณอนั ตราย ให้สารวจพ้นื ที่
โดยรอบ เพ่ือเตรียมการหนีภยั หรือควรปลูกพืชยึดหน้าดินบริเวณเชิงเขา และพ้ืนท่ีลาดชนั เพ่ือลดความ
เส่ียงของแผ่นดนิ ถล่ม
68. เฉลยขอ้ 3. ทะเลสาบแทนแกนยิกาในประเทศคองโก
หุบเขำทรุด เป็ นพ้ืนที่ราบต่าลกั ษณะเป็ นเส้นยาว ขนาบขา้ งดว้ ยพ้ืนที่ราบสูง หรือแนวเทือกเขา
เมอื่ แผน่ ธรณีทวีปเคล่อื นท่อี อกจากกนั แรงดนั ในช้นั ฐานธรณีจะดนั ให้แผ่นธรณีทวีปโก่งตวั ส่วนยอดของ
รอยโก่งยดื ตวั ออก และบางลงจนเกิดรอยแตก และทรุดตวั ลงกลายเป็น "หุบเขาทรุด" (Rift valley) จากน้นั
แมกมาผลกั ให้แผน่ ธรณีแยกออกจากกนั ตวั อยา่ งเช่น ทะเลสาบมาลาวี ในทวปี แอฟริกา และทะเลแดงซ่ึงกนั
ระหวา่ งทวปี แอฟริกากบั คาบสมทุ รอาหรบั หรือ หุบเขาทรุดแอฟริกาตะวนั ออก (East Africa Rift-Valley)
69. เฉลยขอ้ 4. พฤษภาคม
เพราะช่วงกลางเดือนพฤษภาคมจะมีมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พดั ปกคลุมประเทศไทย และร่อง
ความกดอากาศต่าพาดผ่านประเทศไทย ทาให้มีฝนชุกทวั่ ไป แลว้ จึงเลื่อนข้นึ ไปทางเหนือตามลาดบั โดยมี
แหล่งกาเนิดจากบริเวณความกดอากาศสูงในซีกโลกใต้ บริเวณมหาสมุทรอนิ เดีย ทาใหม้ เี มฆมากและฝนตก
ชุกทว่ั ไป โดยเฉพาะอย่างย่ิงตามบริเวณชายฝั่งทะเล และเทือกเขาดา้ นรบั ลมจะมีฝนมากกวา่ บริเวณอน่ื
70. เฉลยขอ้ 3. การเผาไหมเ้ ช้ือเพลิงจากฟอสซิลเป็นสาเหตุหลกั ที่ทาใหเ้ กิดช่องโหว่ของช้นั โอโซน
ปรำกฏกำรณ์เรือนกระจก (ซ่ึงก่อให้เกิดสภาวะโลกร้อน) เกิดข้ึนในบรรยากาศช้นั โทรโพสเฟียร์
ซ่ึงใกลพ้ ้ืนโลกที่สุด ในขณะที่รูโหว่โอโซนเกิดข้ึนในบรรยากาศช้นั สตราโตสเฟี ยร์ ซ่ึงสูงถดั ข้ึนมาจากช้นั
โทรโพสเฟี ยร์ สรุปเกี่ยวกบั ปรากฏการณไ์ ดด้ งั น้ี
1) ปรากฏการณเ์ รือนกระจกเก่ียวขอ้ งกบั การดซู บั ความรอ้ นในรูปของรังสีอนิ ฟาเรดท่พี ้ืนโลก
(รวมท้งั ส่ิงต่างๆ บนพ้ืนโลก) เพอื่ ปลดปล่อยกลบั ข้นึ ไปยงั บรรยากาศ
2) โอโซนป้องกนั รงั สีอลั ตราไวโอเลตจากอวกาศทีเ่ ดนิ ทางลงมาสู่โลก
3) สารประเภท CFCs จึงมสี มบตั เิ ป็นท้งั แก๊สเรือนกระจกทส่ี ามารถดูดซับรงั สีอินฟราเรดได้
และเป็นสารทท่ี าลายช้นั โอโซนในบรรยากาศได้ อนั เป็นสาเหตุของท้งั สภาะโลกรอ้ นและรู
โหวโ่ อโซน
4) สาร CFCs หรือ สารคาร์โรฟลอู อโรคาร์บอน เป็นสารประกอบที่มนุษยส์ ร้างข้ึนมไิ ดเ้ กิดข้ึน
เองตามธรรมชาติ มีแหล่งกาเนิดจากโรงงานอุตสาหกรรมและอุปกรณ์เครื่องใช้ใน
ชีวติ ประจาวนั เชน่ ตเู้ ยน็ เคร่ืองปรับอากาศ แอร์ในรถยนต์
43
5) สารซีเอฟซีที่หลุดลอยข้ึนไปในบรรยากาศจะไปทาลายก๊าซโอโซน ทาให้เกิดเป็นรูโหว่ใน
ช้นั โอโซน ส่งผลให้รงั สียวู สี ามารถทะลุผ่านมายงั โลกไดม้ ากข้ึนและเป็นอนั ตรายตอ่ มนุษย์
เชน่ ก่อให้เกิดเป็นมะเร็งผิวหนงั ได้
71. เฉลยขอ้ 5. การสูญเสียปะการงั ตามแนวชายฝั่งมหาสมุทรอินเดีย และการแพร่กระจายของเช้ือโรค
ภำวะโลกร้อน (Global Warming) ซ่ึงเป็นคาทีอ่ ธิบายถึงอุณหภมู เิ ฉลีย่ ของพ้ืนผิวโลกทีเ่ พ่ิมข้ึนจาก
การปล่อยก๊าซเรือนกระจกของมนุษย์ โดยอุณหภูมิเฉล่ียของพ้ืนผิวโลกน้ันเพิ่มข้ึน 0.8 องศาเซลเซียส การ
เปลี่ยนแปลงดงั กล่าว อาจทาให้เกิดการขาดแคลนน้าจืด และส่งผลต่อการผลติ อาหาร ขณะที่บางพ้ืนท่ีอาจ
ตอ้ งเผชิญกบั น้าท่วมจากระดบั น้าทะเลทีส่ ูงข้นึ และการเกิดพายุรุนแรง หิมะและน้าแข็งจะละลายเพ่มิ ข้ึน น้า
ในมหาสมทุ รมีอณุ หภมู ิสูงข้นึ บางพ้นื ทีอ่ าจจะร้อนข้นึ ส่วนบางพ้ืนท่อี าจจะเยน็ ลง พืชและสตั วบ์ างชนิดจะ
สูญพนั ธุ์ ความเป็ นกรดในมหาสมุทรเพ่ิมข้ึน อาจก่อให้เกิดปัญหากับแนวปะการังและนาไปสู่การ
เปล่ียนแปลงของวฏั จกั รสิ่งมชี ีวิตในมหาสมทุ รได้
72. เฉลยขอ้ 1. การเพม่ิ ข้นึ ของทรัพยากรหมุนเวียน
ไม่ใช่สำเหตุท่ีทำให้เกิดสถำนกำรณ์กำรเสื่อมโทรม เพราะ ทรพั ยากรหมนุ เวยี น หรือทรพั ยากรทใ่ี ช้
ไม่หมดส้ิน เป็ นทรัพยากรที่มีอยู่ในธรรมชาติอย่างมากมาย เช่น แสงอาทิตย์อากาศ และน้าในวฏั จักร
ทรัพยากรประเภทน้ีมีความจาเป็นตอ่ ร่างกายมนุษยแ์ ละสิ่งมชี ีวติ อย่างอ่นื ถา้ ขาดแคลนหรือมีสิ่งเจือปนท้งั ที่
เป็นพษิ และไมเ่ ป็นพิษ กจ็ ะมผี ลต่อการเจริญเติบโตและศกั ยภาพในการผลิตทรัพยากรธรรมชาติดว้ ย
73. เฉลยขอ้ 4. มนุษยม์ ีความหลงใหลในวตั ถมุ ากกวา่ คุณธรรมและจริยธรรม
มีความตอ้ งการทฟี่ ุ้งเฟ้อในส่ิงทไี่ มจ่ าเป็น
ปัญหำวิกฤตกำรณ์ด้ำนทรัพยำกรธรรมชำติและส่ิงแวดล้อมของโลกในปัจจุบัน แบ่งได้เป็ น 3
ปัญหาใหญ่ ๆ ดงั น้ี
1) ปัญหาทรัพยากรธรรมชาติลดความอุดมสมบูรณ์ ท้งั ในด้านปริมาณและคุณภาพ ได้แก่ ดิน
น้า ป่ าไม้ สตั วป์ ่ า และแร่ธาตตุ ่าง ๆ
2) ปัญหาการเกิดมลภาวะหรือมลพิษต่าง ๆ ของส่ิงแวดลอ้ ม เช่น น้าเน่าเสีย อากาศเป็นพิษ
มลพษิ ของเสียง และมลพิษจากขยะมูลฝอย เป็นตน้
3) ปัญหาท่ีเกิดจากการทาลายระบบนิเวศทางธรรมชาติ เช่น ฝนท้ิงช่วง ภยั จากความแห้งแลง้
อทุ กภยั วาตภยั และภาวะโลกร้อนมอี ณุ หภูมสิ ูง เป็นตน้
74. เฉลยขอ้ 1. ไฟป่ า
ฝ่ นุ ละอองขนำดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) มาจากสองแหล่งกาเนิดใหญ่ๆ คือ
1) แหลง่ กาเนิดโดยตรง ไดแ้ ก่ การเผาในทโี่ ลง่ การคมนาคมขนส่ง การผลิตไฟฟ้า อตุ สาหกรรม
การผลติ
2) การรวมตวั ของกา๊ ซอื่น ๆ ในบรรยากาศ โดยเฉพาะซลั เฟอร์ไดออกไซด์ (SO2) และออกไซด์
ของไนโตรเจน (NOx) รวมท้งั สารพิษอ่ืน ๆ ที่ลว้ นเป็ นอนั ตรายต่อร่างกายมนุษย์ เช่น สาร
ปรอท (Hg), แคดเมียม (Cd), อาร์เซนิก (As) หรือโพลีไซคลิกอะโรมาติกไฮโดรคาร์บอน
(PAHs)
75. เฉลยขอ้ 4. พระราชบญั ญตั ิสงวนและคมุ้ ครองสตั วป์ ่ า พ.ศ. 2535 และ พ.ศ. 2546 (ฉบบั ท่ี 2)
"หอยมือเสือ" เป็ น "สัตว์ป่ ำคุ้มครอง" จัดอยู่ในบัญชีสัตว์สงวนและคุ้มครองประเภท 2 ตาม
พระราชบญั ญตั ิสงวนและคุม้ ครองสัตวป์ ่ า พ.ศ. 2535 คือ "ห้ามล่า ห้ามมี และห้ามซ้ือขาย ผูฝ้ ่ าฝืนมีโทษ
จาคกุ ไม่เกิน 4 ปี ปรับไม่เกิน 4 หม่ืนบาท / เปลือกของหอยมอื เสือถอื เป็นซากสัตวป์ ่ า เชน่ เดียวกบั ปะการัง
ท่ีห้ามซ้ือขาย รวมท้งั หา้ มนามาวางประดบั ใชเ้ ป็นทีเ่ ขีย่ บหุ ร่ี หรือทีใ่ ส่สบตู่ ามโรงแรมและร้านอาหาร
44
น่ำรู้
1) สัตว์ป่ ำสงวน เป็นสตั วป์ ่ าหายากหรือกาลงั จะสูญพนั ธุ์ จงึ หา้ มลา่ หรือมไี วใ้ นครอบครอง ท้งั
สัตวท์ ี่ยงั มีชีวิตหรือซากสตั ว์ โดยสัตวท์ ี่ถูกจดั อยู่ในกลุ่มน้ีมี 15 ชนิด ได้แก่ นกเจา้ ฟ้าหญงิ -
สิรินธร แรด กระซู่ กูปรี ควายป่ า ละองหรือละมงั่ สมนั เลยี งผา กวางผา นกแตว้ แลว้ ทอ้ งดา
นกกระเรียน แมวลายหินออ่ น สมเสร็จ เกง้ หมอ้ และพะยูน
2) สัตว์ป่ ำค้มุ ครอง หมายถึง สัตวป์ ่ าตามทก่ี ระทรวงกาหนดให้เป็นสตั วป์ ่ าคุม้ ครอง และมีชื่ออยู่
ในบัญชีแนบท้ายของกฎกระทรวง ประกอบด้วยสัตวป์ ่ าจาพวกสัตว์เล้ียงลูกด้วยนม 201
ชนิด นก 952 ชนิด สตั วเ์ ล้อื ยคลาน 91 ชนิด สัตวส์ ะเทินน้าสะเทนิ บก 12 ชนิด แมลง 20 ชนิด
ปลา 14 ชนิด และสัตวไ์ มม่ กี ระดูกสันหลงั อ่นื ๆ 12 ชนิด เชน่ กระทิง กระรอกบนิ กวาง เกง้
ชะมด ชะนี ไก่ป่ า นกยูง นกแร้ง นกเงือก งูสิง งูเหลือม ปูเจ้าฟ้า เป็ นตน้ ซ่ึงกฎหมายไม่
อนุญาตใหล้ า่ หรือมไี วใ้ นครอบครอง ซ่ึงรวมถึงซากของสตั วเ์ หล่าน้ีดว้ ย
76. เฉลยขอ้ 4. สมาคมสรา้ งสรรคไ์ ทย
สมำคมสร้ำงสรรค์ไทย (Thai Environmental and Community Development Association หรือ
TECDA) มีแนวความคิดในการที่จะกระตุน้ เตือนให้ประชาชนร่วมกนั รักษาสภาพแวดลอ้ มของบา้ นเมอื ง
เร่ิมรณรงค์ด้วยโครงการ “ช่วยกันรักษาเมืองไทยให้สะอาด” ซ่ึงเผยแพร่สู่ประชาชนคร้ังแรกโดยใช้
สัญลกั ษณ์ “ตาวเิ ศษ” เป็นสื่อ และไดจ้ ดทะเบียนเป็นองคก์ รเอกชนดว้ ยการคุม้ ครองส่ิงแวดลอ้ มและอนุรักษ์
ทรัพยากรธรรมชาติ จากกระทรวงวทิ ยาศาสตร์เทคโนโลยีและสิ่งแวดลอ้ ม เมอ่ื วนั ท่ี 4 สิงหาคม 2536
77. เฉลยขอ้ 3. พรบ.ส่งเสริมและรกั ษาคณุ ภาพสิ่งแวดลอ้ มแห่งชาติ พ.ศ. 2535
ห้ามมใิ หน้ ายานพาหนะที่กอ่ ให้เกิดมลพิษเกินกว่ามาตรฐานควบคุมมลพษิ จากแหล่งกาเนิดมาใช้
โดยให้พนักงานเจ้าหน้าท่ีมีอานาจสั่งให้ยานพาหนะหยุด เพ่ือตรวจสอบเคร่ืองยนต์และอุปกรณ์ของ
ยานพาหนะน้นั และมีอานาจสง่ั ห้ามใชย้ านพาหนะน้นั โดยเดด็ ขาดหรือจนกว่าจะไดม้ ีการแกไ้ ขปรบั ปรุงให้
เป็ นไปตามมาตรฐานโดย การทาเคร่ืองหมาย ให้เห็นปรากฏเด่นชัด "ห้ำมใช้เด็ดขำด" หรือ "ห้ามใช้
ชว่ั คราว" ณ ส่วนใดส่วนหน่ึงของยานพาหนะ
78. เฉลยขอ้ 3. พ้ืนท่ดี นิ ร่วนทมี่ ีความลาดชันและมีน้าไหลผา่ น
กำรปลูกหญ้ำแฝกในพ้ืนที่ดินเสื่อมโทรม หรือพ้นื ที่ดินมีปัญหา จึงมีส่วนช่วยฟ้ื นฟู และปรับปรุง
ดินให้มีสภาพดีข้ึน เนื่องจากผลของอินทรียวตั ถุที่เพ่ิมข้ึน และกิจกรรมของเช้ือจุลินทรียบ์ ริเวณรากหญา้
แฝก รวมท้งั มีความช้ืนทีย่ าวนานข้นึ สภาพดินจึงมีการพฒั นา และความอุดมสมบูรณเ์ พ่ิมข้นึ
79. เฉลยขอ้ 3. การแกป้ ัญหาดนิ เปร้ียว โดยการขงั น้าและระบายน้าสลบั กนั ไป
จนดนิ เปร้ียวจดั แลว้ ปรบั สภาพดว้ ยปนู ขาว
แกล้งดิน เป็นแนวพระราชดาริของพระบาทสมเด็จพระเจา้ อยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เกี่ยวกบั การ
แก้ปัญหาดินเปร้ียว หรือดินเป็นกรด โดยมีการขงั น้าไวใ้ นพ้ืนท่ี จนกระทง่ั เกิดปฏิกิริยาเคมีทาใหด้ นิ เปร้ียว
จดั จนถึงที่สุดแลว้ จึงระบายน้าออก และปรับสภาพฟ้ื นฟูดินด้วยปูนขาว จนกระทง่ั ดินมีสภาพดีพอที่จะใช้
ในการเพาะปลกู ได้
80. เฉลยขอ้ 3. รบั ประทานอาหารใหห้ มด
เพราะ มูลนิธิสถำบันส่ิงแวดล้อมไทย และองค์กรธุรกิจเพ่ือการพฒั นาอย่างยง่ั ยืน (TBCSD)
ชกั ชวนคนไทย ร่วมรักษาส่ิงแวดลอ้ มและทรัพยากรธรรมชาติ ด้วยการปรับพฤติกรรมการบริโภคอย่าง
ง่ายๆ โดยการ “กนิ ข้าวหมดจาน ด่ืมน้าหมดแก้ว” ซ่ึงปฏิบตั ิไดใ้ นชีวิตประจาวนั ไม่ตอ้ งลงทุน แถมยงั ช่วย
ประหยดั ค่าใชจ้ ่าย ช่วยลดการสูญเสียทรพั ยากรโดยเปล่าประโยชน์ ลดค่าใช้จ่ายในการบาบดั ของเสียและ
45
น้าเสีย ลดมลพิษทเ่ี กิดจากกระบวนการผลิตและกาจดั ของเสียแลว้ ยงั ชว่ ยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกซ่ึง
เป็นสาเหตุของสภาวะโลกรอ้ นดว้ ย สาหรับการใชท้ รัพยากรอย่างประหยดั และคุม้ ค่ามีแนวปฏบิ ตั ิทีเ่ รียกว่า
หลกั 3 R ดงั น้ี
1) ลดการใช้ (Reduce)
2) การนากลบั มาใชใ้ หมห่ รือใชซ้ ้า(Reuse)
3) การผลติ ข้นึ ใชใ้ หม(่ Recycle)
81. เฉลยขอ้ 3. นิโรธ (ภาวะทป่ี ลอดปัญหา) และ 4. มรรค (วธิ ีการ)
นิโรธ (ควำมดบั ทกุ ข์) เป็นสิ่งทค่ี วรทาใหแ้ จง้ หรือทาใหเ้ กิดมขี ้นึ
มรรค คอื ขอ้ ปฏิบตั ใิ ห้ถงึ ความดบั ทุกข์ หรือหมดปัญหาต่าง ๆ โดยสิ้นเชิง ไดแ้ ก่
1) เห็นชอบ (สมั มาทฏิ ฐิ) คอื เห็นสิ่งต่าง ๆ ตามที่เป็นจริง
2) ดาริชอบ (สมั มาสังกปั ปะ) คือ ไมล่ ุ่มหลงมวั เมากบั ความสุขทางกาย ไม่พยาบาทและไมค่ ิด
ทาร้ายผอู้ ื่น
3) เจรจาชอบ (สมั มาวาจา) คือ การไม่พูดเท็จ ไม่พดู ส่อเสียด ไมพ่ ดู คาหยาบ และไม่พดู เพอ้ เจอ้
4) กระทาชอบ (สัมมากมั มนั ตะ) คือ ไมท่ าลายชีวิต ไม่ลกั ขโมย ไม่ประพฤติผดิ ทางกาม
5) เล้ียงชีวติ ชอบ (สมั มาอาชีวะ) คือ การทามาหากินดว้ ยอาชีพทสี่ ุจริต ไมค่ ดโกง ไม่หลอกลวง
ไมท่ ากิจการในส่ิงทเี่ ป็นผลรา้ ยตอ่ คนทว่ั ไป
6) พยายามชอบ (สมั มาวายามะ) คอื ความพยายามทีจ่ ะป้องกนั มิใหค้ วามชวั่ เกิดข้ึน ความ
พยายามที่จะกาจดั ความชวั่ ทีเ่ กิดข้นึ แลว้ ใหห้ มดไป ความพยายามทจ่ี ะสรา้ งความดที ยี่ งั ไม่
เกิดให้เกิดข้ึนและความพยายามทจ่ี ะรกั ษาความดที เี่ กิดข้ึนแลว้ ใหค้ งอยู่ตลอดไป
7) ระลึกชอบ (สัมมาสติ) ความหลงไมล่ ืม รู้ตวั อยู่เสมอว่ากาลงั เหน็ ส่ิงต่าง ๆ ตามท่เี ป็นจริง
8) ต้งั จติ มนั่ ชอบ (สัมมาสมาธิ) คอื การท่สี ามารถต้งั จติ ใหจ้ ดจ่ออย่กู บั ส่ิงใดสิ่งหน่ึงไดน้ าน
82. เฉลยขอ้ 1. วนั วิสาขบชู า และ 4. วนั อฏั ฐมบี ชู า
วันวสิ ำขบูชำ นบั วา่ เป็นวนั สาคญั สากลระดบั นานาชาติ เน่ืองจากเป็นวนั คลา้ ยวนั ทเ่ี กิดเหตุการณ์
สาคญั ท่สี ุดใน 3 เหตุการณ์ ไดแ้ ก่ การประสูติ ตรสั รู้ และปรินิพพานของพระพุทธโคดม ซ่ึงท้งั 3 เหตกุ ารณ์
น้ีไดเ้ กิดข้นึ ตรงกนั ณ วนั ข้ึน 15 คา่ เดือน 6 หรือวนั เพญ็ แห่งเดือนวิสาขะ (ต่างปีกนั )
วันอัฏฐมีบูชำ วนั คลา้ ยวนั ถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระของพระพุทธเจ้า หลงั จากเสด็จดบั ขนั
ธปรินิพพานได้ 8 วนั (ที่นับจากวนั วิสาขบูชาไปเพียง 8 วนั ) หรือ ตรงกบั วนั แรม 8 ค่า เดือน 6 มีการทาพิธี
ถวายพระเพลงิ ณ มกฏุ พนั ธนเจดีย์ เมืองกสุ ินารา แควน้ มลั ละ ประเทศอินเดยี
83. เฉลยขอ้ 2. สนบั สนุนการแกไ้ ขรัฐธรรมนูญในวิถีทางรฐั สภา และ
3. ให้การศึกษาและสรา้ งคา่ นิยมประชาธิปไตยแก่ประชาชนอยา่ งกวา้ งขวาง
เพราะ กำรรับฟังควำมคิดเห็นของประชำชน คู่ขนานการทาหนา้ ทีใ่ นสภา ส่วนหน่ึงเพ่ือลดความ
ตงึ เครียดทีอ่ าจนาไปสู่การเมอื งบนทอ้ งถนนหรือการประทว้ งในหมู่คนเห็นตา่ ง
84. เฉลยขอ้ 3. การมีความอดทนอดกล้นั ต่อความแตกตา่ ง และ
4. การมีความภาคภมู ใิ จในอตั ลกั ษณ์ทางชาติพนั ธุ์
การเรียนรูว้ ิธีการอยู่ร่วมกนั ในสังคมทีเ่ ต็มไปดว้ ยควำมหลำกหลำยและแตกต่ำง เพอื่ ปรบั ตวั ใหเ้ ขา้
กบั บุคคลรอบขา้ งตอ้ งมีความอดทนอดกล้นั ภาคภูมิใจในอตั ลกั ษณ์ทางชาติพนั ธุ์ อนั จะก่อให้เกิดความสุข
ในการอาศยั อย่รู ่วมกนั
46
85. เฉลยขอ้ 2. นิยมแข่งขนั ดา้ นโฆษณา และ 5. สินคา้ มคี วามแตกตา่ งกนั แตท่ ดแทนกนั ได้
เพราะท้งั 2 ตลาดน้ี มีลักษณะตรงข้ำมกับตลำดผูกขำด (monopoly) กลา่ วคอื ตลาดผกู ขาดมผี ูข้ าย
อยู่เพียงคนเดียว ทาให้ผูข้ ายมีอิทธิพลเหนือราคาและปริมาณสินคา้ อย่างสมบูรณ์ ในการที่จะเพิ่มหรือลด
ราคาและควบคุมจานวนขายท้งั หมด (total supply) ไดต้ ามตอ้ งการ ส่วนมากจะเป็นธุรกิจขนาดใหญใ่ ชเ้ งนิ
ลงทุนมาก มเี ทคโนโลยที ท่ี นั สมยั ทาให้ธุรกิจขนาดเลก็ รายอื่น ๆ ไมส่ ามารถเขา้ มาแข่งขนั ได้ ตลาดประเภท
น้ี ไดแ้ ก่ บริษทั ผลติ เครื่องบิน เคร่ืองจกั รกล หรือกิจการสาธารณูปโภค เช่น การเดนิ รถประจาทาง โรงงาน
ยาสูบ ไฟฟ้า น้าประปา โทรศพั ท์ เป็นตน้
86. เฉลยขอ้ 1. เงินยโู รออ่ นค่าลงเม่อื เทยี บกบั เงนิ บาท และ
4. ประเทศไทยมีแนวโนม้ นาเขา้ สินคา้ จากประเทศในทวปี ยุโรปมากข้นึ
เพราะหากเทยี บอตั ราแลกเปลี่ยนระหว่างไทยกบั ฝรง่ั เศส พบวา่ ค่ำเงินบำทมีกำรแขง็ ค่ำมำกขนึ้
และการแข็งค่าของเงินบาท ทาใหร้ าคาสินคา้ นาเขา้ ถูกลง ผบู้ ริโภคจงึ หนั ไปซ้ือสินคา้ นาเขา้ มากข้นึ และทา
ให้ค่าใชจ้ ่ายในการทอ่ งเท่ยี วต่างประเทศถกู ลง จึงมีส่วนทาให้คนไทยหนั ไปท่องเที่ยวต่างประเทศมากข้ึน
ในทางกลบั กนั กท็ าให้นกั ท่องเที่ยวตา่ งชาติลดลงเพราะแลกเงินบาทได้นอ้ ยลง
87. เฉลยขอ้ 3. ชนเผ่าเยอรมนั ต้งั ถนิ่ ฐานในดินแดนจกั รวรรดโิ รมนั ตะวนั ตกเป็นคร้งั แรกหลงั ค.ศ. 476 และ
4. สนั ตะปาปาแตง่ ต้งั ใหช้ าร์เลอมาญเป็นจกั รพรรดิแห่งจกั รวรรดิโรมนั ตะวนั ตกและตะวนั ออก
ใน ค.ศ. 476 โอโดอาเซอร์ (Odoacer) จากเผ่าเยอรมนั โจมตีกรุงโรม และปลดจกั รพรรดิองค์
สุดทา้ ยแห่งฝ่ังตะวนั ตก คอื จกั รพรรดิโรมุลสุ ออกสุ ตสุ (Romulus Augustus) ทาให้จกั รพรรดฝิ ั่งตะวนั ออก
ส่งพระเจ้าธีโอโดริค (Theodoric) แห่งชาวออสโตรกอท (Ostrogoths) มายึดโรมคืน แต่ธีโอโดริคก็ต้ัง
อาณาจกั รในอิตาลีเสียเอง
ดังน้ัน กำรล่มสลำยของจักรวรรดิโรมันตะวันตกใน ค.ศ. 476 เป็ นจุดเร่ิมต้นของสมัยกลาง
ศูนยก์ ลางอยทู่ ี่จกั รวรรดโิ รมนั ตะวนั ออก ซ่ึงกลายเป็นจกั รวรรดิไบแซนไทน์ คริสตศ์ าสนาจึงกลายเป็นท่ีพ่ึง
และสถาบนั สูงสุดของยุโรปสมยั กลาง จนในศตวรรษที่ 15 ชาติต่าง ๆ ในยุโรปสามารถรวมตวั กนั เป็นรฐั
ชาติ (Nation-States) จนพฒั นากลายเป็นประเทศต่าง ๆ ในปัจจบุ นั ได้ หลงั จากการลม่ สลายของจกั รวรรดไิ บ
แซนไทน์ ในปี ค.ศ. 1453 ทาให้ความรูข้ องกรีกและโรมนั แพร่กระจายไปทวั่ ยุโรป เกิดการฟ้ื นฟศู ลิ ปวิทยา
จงึ เริ่มตน้ เขา้ สู่ยคุ ฟ้ื นฟศู ิลปวิทยา ซ่ึงเป็นจดุ สิ้นสุดของสมยั กลางของสากลโลก และเปิดโลกเขา้ สู่สมยั ใหม่
88. เฉลยขอ้ 1. การสละราชสมบตั ขิ องพระบาทสมเด็จพระปกเกลา้ เจา้ อยหู่ วั และ
4. ฐานะของรฐั บาลท่มี ีพระยาพหลพลพยุหเสนาเป็นนายกรัฐมนตรีมีความมน่ั คงมากข้ึน
พ.ศ. 2476 เกิดเหตุการณ์ "กบฏบวรเดช” ซ่ึงเป็นกบฎคร้ังแรกในประวตั ศิ าสตร์ไทย อนั เป็นผลมา
จากความขดั แยง้ ระหว่างฝ่ ายคณะราษฎร์ กบั ขุนนางเก่าที่นิยมเจา้ นาโดยคณะทหารในนาม "คณะกูบ้ า้ นกู้
เมือง” พลเอก พระเจา้ บรมวงศเ์ ธอ พระองคเ์ จา้ บวรเดช ย่นื หนงั สือเรียกร้องให้ฝ่ายรัฐบาลลาออก โดยอา้ ง
เหตุผลวา่ คณะรัฐมนตรีปล่อยใหม้ ีการดูหม่ินพระบรมเดชานุภาพ และไม่พอใจท่ี หลวงประดิษฐ์มนูธรรม
(ปรีดี พนมยงค)์ ซ่ึงคณะผกู้ อ่ การมองวา่ มีความคิดแบบคอมมวิ นิสต์ กลบั มาร่วมคณะรฐั บาล
นายพนั เอก พระยาพหลพลพยุหเสนา (พจน์ พหลโยธิน) นายกรัฐมนตรี ไดต้ อบปฏิเสธ และส่ง
กาลงั กองผสมนาโดย หลวงพิบูลสงคราม เขา้ ปราบปรามจนได้ชยั ชนะในวนั ท่ี 25 ตุลาคม 2476 จากน้นั
พระองคเ์ จา้ บวรเดช ไดเ้ สด็จล้ีภยั การเมืองไปยงั อินโดจนี ของฝร่งั เศส
ภายหลงั ไดม้ ีการต้งั ศาลพเิ ศษ มีการคุมขงั ทหารและพลเรือนผูเ้ กี่ยวขอ้ งกบั การกบฏคร้งั น้ีนับร้อย
คนท่ีเรือนจาบางขวาง แต่ที่ไม่มีการประหารชีวิต เพราะพระบาทสมเด็จพระปกเกลา้ เจา้ อยู่หวั ไดส้ ละราช
สมบตั ิ ทาให้รัฐบาลตอ้ งอภยั โทษให้บรรดาผูร้ ับโทษประหารชีวิตเป็นโทษจาคุกตลอดชีวิต และผูไ้ ดร้ ับ
โทษจาคุกกไ็ ดร้ บั การลดโทษตามลาดบั ข้นั
47
89. เฉลยขอ้ 4. ประเทศไทยประสบกบั ปัญหาสภาพอากาศแปรปรวน มฝี นตกเพิม่ มากข้ึน
ในช่วงฤดูรอ้ น และ 5. ลมคา้ ตะวนั ออกบริเวณศนู ยส์ ูตรมกี าลงั แรงข้ึน ทาใหอ้ ุณหภมู ิพ้ืนผิวน้า
บริเวณชายฝ่ังออสเตรเลยี มอี ณุ หภมู ิลดลง
เพราะผลกระทบจำกปรำกฏกำรณ์เอลนีโญในตอนเหนือและตะวนั ออกของออสเตรเลยี ชว่ งเดือน
เมษายน – พฤศจิกายน บริเวณตอนเหนือและตะวนั ออกของทวีปมีฝนรวมต่ากว่าค่าปกติ ทาให้เกิดความ
แห้งแลง้ ทว่ั บริเวณ ประกอบกบั ช่วงเดือนพฤศจิกายน – ธนั วาคม ทางตะวนั ออกเฉียงใตข้ องทวีปมีอุณหภูมิ
สูงกว่าค่าปกติ จึงกอ่ ใหเ้ กิดไฟป่ าข้ึนในบริเวณรฐั วิคตอเรียและนิวเซ้าตเ์ วลสเ์ ป็นเวลาหลายสัปดาห์
เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริเวณที่ได้รับความแห้งแล้งมากโดยเฉพาะช่วงเดือนพฤษภาคม –
ตุลาคม ได้แก่ อินโดนีเซีย ฟิ ลิปปิ นส์ มาเลเซีย สิงคโปร์ บรูไนและปาปัวนิวกินี และได้เกิดไฟป่ าใน
อินโดนีเซีย และรัฐซาราวคั ของมาเลเซียต้งั แต่เดือนสิงหาคม ถึงปลายปี 2540 บริเวณอ่ืน ๆ ที่ได้รับความ
แหง้ แลง้ คือ ประเทศไทย บางส่วนของพมา่ ลาว เขมรและเวียดนาม
90. เฉลยขอ้ 3. ปลูกตน้ ไมท้ บ่ี า้ น ร่วมกิจกรรมปลูกป่ าชุมชน ร่วมรณรงคก์ ารใชพ้ ลงั งานอย่างประหยดั
และ 5. แสวงหาความสุข ความพอใจในการดาเนินชีวิตตามสมควรแก่สถานะของตน
ไมใ่ ชส้ ิ่งของเกินความจาเป็น
เพรำะหัวใจของกำรอยู่อำศัยอย่ำงเป็ นมิตรกับส่ิงแวดล้อมน้ัน อยู่ที่ความพอดี ไม่ว่าจะเป็นการ
บริโภคพลงั งาน การไม่ก่อมลพิษท่ีจะทาร้ายทาลายตนเองและสิ่งแวดลอ้ ม การจดั กิจกรรมหิ้วถุงผา้ ถือ
ตะกรา้ ไปตลาด การใชว้ สั ดุธรรมชาติเพ่ือพิทกั ษโ์ ลกรอ้ น เปลย่ี นหลอดไฟ ลดใชพ้ ลงั งาน หรือคดั แยกขยะ
ในครัวเรือน เป็นตน้
48
-------------------------------------------------------------------------------------------------------
กระดำษคำตอบ เพ่อื ให้ฝึ กลองทำชุดที่ 1 ก่อนจะทำชุดต่อไป
-------------------------------------------------------------------------------------------------------
ข้อ คำตอบ ข้อ คำตอบ ข้อ คำตอบ ข้อ คำตอบ ข้อ คำตอบ
1) 19) 37) 55) 73)
2) 20) 38) 56) 74)
3) 21) 39) 57) 75)
4) 22) 40) 58) 76)
5) 23) 41) 59) 77)
6) 24) 42) 60) 78)
7) 25) 43) 61) 79)
8) 26) 44) 62) 80)
9) 27) 45) 63) 81)
10) 28) 46) 64) 82)
11) 29) 47) 65) 83)
12) 30) 48) 66) 84)
13) 31) 49) 67) 85)
14) 32) 50) 68) 86)
15) 33) 51) 69) 87)
16) 34) 52) 70) 88)
17) 35) 53) 71) 89)
18) 36) 54) 72) 90)