The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ไฟล์PDFเจาะข้อสอบเอกสังคม3000ข้อ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by unoph26133, 2021-07-16 05:05:09

ข้อสอบครูสังคม63/64

ไฟล์PDFเจาะข้อสอบเอกสังคม3000ข้อ

299

241. ในปีงบประมาณ 2554 ประเทศไทยจดั ทางบประมาณแบบขาดดลุ
คาวา่ “งบประมำณขำดดุล” หมายถึง ขอ้ ใด
1. รฐั บาลตงั้ งบประมาณรายจ่ายมากกวา่ งบประมาณรายได้
2. รฐั บาลตั้งงบประมาณรายจ่ายมากกวา่ งบประมาณรายรบั
3. รฐั บาลมรี ายได้จากเกบ็ ภาษีอากรน้อยกวา่ รายจ่ายในการซอื้ สนิ คา้ และบรกิ าร
4. รัฐบาลมีรายไดจ้ ากเกบ็ ภาษีอากรน้อยกวา่ งบประมาณที่ตั้งไว้เพ่อื จ่ายหนสี้ าธารณะ

242. ในการใชน้ โยบายการคลงั เพ่อื การรกั ษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ รฐั บาลควรดาเนินการ
ตามขอ้ ใด
1. พยายามทาให้งบประมาณสมดลุ อยตู่ ลอดเวลา
2. กาหนดใหร้ ายจ่ายของรฐั บาลเพม่ิ ข้นึ ในอตั ราคงที่ เชน่ ร้อยละ 5 ต่อปี
3. ทาตรงขา้ มกับประชาชนทว่ั ไปในระบบเศรษฐกิจ กลา่ วคือใช้จ่ายน้อยลงในเวลาที่
เศรษฐกิจดีและใช้จ่ายมากข้นึ ในเวลาที่เศรษฐกิจไม่ดี
4. ทาเช่นเดียวกับประชาชนทว่ั ไปในระบบเศรษฐกจิ กลา่ วคือใช้จ่ายมากข้นึ ในเวลาที่
เศรษฐกิจดีและใช้จ่ายน้อยลงในเวลาที่เศรษฐกิจไมด่ ี

243. การวดั ขนาดของการเปิดประเทศ จะพิจารณาจากขอ้ ใด
1. อัตราส่วนระหว่างมูลคา่ สินคา้ ออกกบั มลู คา่ สินค้าเขา้
2. อัตราส่วนระหว่างมลู คา่ สินค้าเข้ากับผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ
3. อตั ราส่วนระหว่างการลงทุนของชาวต่างประเทศกับการลงทนุ รวมทั้งหมด
4. อตั ราส่วนระหว่างมลู คา่ สินค้าเขา้ และสินค้าออกกับผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ

244. เหตกุ ารณ์ใดจะเกดิ ข้นึ หากประเทศไทยเกิดภาวะเงินเฟ้อ
1. เงินบาทจานวนเท่าเดิมซื้อสินค้าได้น้อยลง
2. เงินบาทไทยแลกเงนิ ต่างประเทศได้มากข้นึ
3. สินค้าที่นาเขา้ จากตางประเทศจะลดน้อยลงกวา่ เดิม
4. สินค้าทสี่ ่งออกขายให้ต่างประเทศจะขายได้มากข้นึ กวา่ เดิม

245. ขอ้ ใดถกู ต้อง ถ้าประชากรของประเทศไทยร้อยละ 20 มรี ายได้รวมกันคดิ เปน็ ร้อยละ 60
ของรายได้ประชาชาติ
1. ประชากรร้อยละ 70 อยใู่ นเขตชนบท
2. คา่ ครองชีพของประชากรในเมืองอยใู่ นระดบั สูง
3. รายได้ต่อหวั ของประชากรในประเทศอยใู่ นระดบั ตา่
4. การกระจายรายได้ของประเทศเปน็ ไปอย่างไม่เทา่ เทยี มกนั

300

246. ขอ้ ใดสอดคล้องกบั คาวา่ “โลกนีไ้ ม่มีอะไรฟรี” ในทางเศรษฐศาสตร์

1. ถ้าสมใจจะไปดูการแสดงดนตรี เขาต้องพาพอ่ และแม่ไปดดู ้วย

2. ถ้าสมพงศ์จะขจ่ี กั รยานไปเรียนได้ กต็ ้องซ่อมล้อจักรยานให้ดีก่อน

3. ถ้าสมคดิ อ่านหนังสือเตรียมสอบ กจ็ ะไม่มีเวลาพาสุนขั ไปเดินเล่น

4. ถ้าสมปองเพ่มิ ปริมาณการผลิตเงาะกระป๋อง เขาจะต้องเสียเงินเพิ่มข้นึ ในการโฆษณาสินค้า

247. ขอ้ ใดถกู ต้อง

1. ในระบบเศรษฐกิจแบบสังคมนิยม รัฐบาลกับเอกชนจะร่วมกนั แก้ปญั หาพืน้ ฐานทางเศรษฐกิจ

2. เศรษฐศาสตร์เปน็ วิชาที่ศึกษาถึงวิธีตอบสนองต่อความต้องการทีไ่ ม่จากัดของมนุษยท์ ุกคน

3. ในระบบเศรษฐกิจ หน่วยธรุ กิจหรือหน่วยผลิตจะทาหน้าทีเป็นท้ังผู้ซอื้ และผู้ขาย

กบั หน่วยครวั เรือน

4. การเลือกว่าจะใช้ปัจจยั การผลิตชนิดใดในการผลิตสินคา้ เปน็ การแก้ปัญหาพนื้ ฐานเศรษฐกิจ

ในเรื่อง “ผลิตอะไร”

248. ขอ้ ใดเป็นขอ้ ดีของระบบเศรษฐกิจแบบเสรีท่แี ตกต่างจากระบบเศรษฐกิจแบบวางแผน

จากส่วนกลาง

1. แก้ปญั หาการขาดแคลนทรัพยากรได้ดีกวา่

2. มปี ระสิทธภิ าพในการจัดการกบั ทรพั ยากรได้ดีกวา่

3. รฐั บาลมีบทบาทสาคญั ในการจัดสรรทรัพยากรมากกวา่

4. มกี ารกระจายสินค้าและบริการให้แก่ครวั เรือนอยา่ งเท่าเทียมกนั มากกวา่

249. ขอ้ ใดเป็นสถานการณ์ในลกั ษณะของเศรษฐศาสตร์จุลภาค

1. ปัญหาการวา่ งงานเพม่ิ ข้นึ ภายหลังจากประเทศไทยประสบปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจ

2. บริษัทปูนซีเมนต์ไทยจากัดได้รับผลกระทบจากการข้นึ ราคาน้ามนั เชือ้ เพลิงในประเทศ

3. ภาวการณ์ลงทุนในประเทศลดลง เนือ่ งจากธนาคารแห่งประเทศไทยปรบั ขนึ้ อตั ราดอกเบยี้

4. นโยบายอัดฉีดเงินเขา้ สู่หมู่บา้ นของรัฐบาลทีผ่ ่านมา ทาให้ภาวะเงินเฟ้อมีแนวโน้มเพ่มิ สงู ข้นึ

250. ขอ้ ใดคอื คา่ ตอบแทนของปจั จัยท่ดี ินและปจั จยั ทุน ตามลาดับ

1. กาไร และดอกเบีย้ 2. ค่าเช่า และ กาไร

3. ดอกเบีย้ และ คา่ เช่า 4. ค่าเช่า และ ดอกเบยี้

251. ขอ้ ใดอธิบายบทบาทของผู้ผลิตในตลาดแขง่ จันสมบูรณ์และตลาดผูกขาดได้ถูกต้อง

1. ผู้ผลิตจากตลาดทั้งสองประเภทคอื ผู้รบั ราคา

2. ผู้ผลิตจากตลาดทั้งสองประเภทคอื ผู้กาหนดราคา

3. ผู้ผลิตในตลาดแขง่ ขันสมบูรณ์คอื ผู้รบั ราคา และผู้ผลิตในตลาดผกู ขาดคอื ผู้กาหนดราคา

4. ผู้ผลิตในตลาดแขง่ ขันสมบูรณ์คอื ผู้กาหนดราคา และผู้ผลิตในตลาดผกู ขาดคอื ผู้รับราคา

301

252. หากราคาสินค้า ณ ขณะใดขณะหนึง่ อยตู่ ่ากวา่ ระดับราคาดุลยภาพ ปริมาณสินค้าทีผ่ ู้บริโภค

ต้องการซือ้ จะเป็นอยา่ งไร

1. น้อยกวา่ ปริมาณสินค้าที่ผู้ผลิตต้องการขาย และเกิดอุปสงคส์ ่วนเกินในตลาด

2. มากกวา่ ปริมาณสินคา้ ทีผ่ ู้ผลิตต้องการขาย และเกิดอปุ สงคส์ ่วนเกินในตลาด

3. น้อยกวา่ ปริมาณสินค้าที่ผู้ผลิตต้องการขาย และเกิดอุปทานส่วนเกินในตลาด

4. มากกวา่ ปริมาณสินค้าทีผ่ ู้ผลิตต้องการขาย และเกิดอุปทานส่วนเกินในตลาด

253. ขอ้ ใดถกู ต้อง เมื่อกล่าวถึงขอ้ มลู ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ ( GDP )

1. สามารถนาไปใช้วัดความม่ังคง่ั ของคนเชือ้ ชาติน้ันๆได้

2. สามารถนาไปใช้วัดการกระจายรายได้ภายในประเทศได้

3. มกี ารนารายได้จากอาชีพอิสระต่างๆทกุ อาชีพมาคานวณด้วย

4. เป็นการวัดทางด้านปริมาณเท่านั้น แต่ไม่ได้วัดคณุ ภาพของสินค้าและบริการ

254. ในช่วง 5 ปีท่ผี ่านมา องคป์ ระกอบใดของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของไทย

มีมลู คา่ มากทีส่ ดุ

1. การส่งออกสุทธิ 2. การใช้จ่ายภาครัฐ

3. การลงทนุ ของภาคเอกชน 4. การบริโภคของภาคเอกชน

255. ขอ้ ใดคอื นโยบายการเงินแบบเข้มงวด

1. การเพม่ิ อตั ราภาษี 2. การลดอตั ราดอกเบยี้

3. การลดการใช้จ่ายของรัฐบาล 4. การเพม่ิ อัตราเงินสดสารองตามกฎหมาย

256. ขอ้ ใดถูกต้อง

1. ประเทศไทยสามารถจัดเก็บภาษีทางตรงได้มากกวา่ ภาษีทางอ้อม

2. ปจั จบุ ันประเทศไทยมีการจดั เก็บภาษีมูลคา่ เพ่มิ ในอตั ราร้อยละ 10

3. คนไทยทกุ คนไมว่ า่ จะมีงานทาหรือไม่มีงานทา ยอ่ มมีหน้าทีเ่ สียภาษี

4. โครงสร้างอตั ราภาษีแบบคงที่ จะทาให้การกระจายรายได้ของคนไทยดีขนึ้

257. ขอ้ ใดถูกต้อง

1. ภาวะเงินเฟ้อจะไม่พบในภาวะสงคราม

2. ภาวะเงินฝืดเปน็ ภาวะที่ไม่เคยเกิดขนึ้ ในประเทศไทย

3. ภาวะเงินฝืดคอื ภาวะที่ระดบั ราคาสินค้าโดยท่วั ไปลดลง

4. ภาวะเงินเฟ้อคอื ภาวะที่ระดับราคาสินค้าทุกชนิดต้องราคาสงู ข้นึ

258. ขอ้ ใดถกู ต้อง ถ้าประเทศไทยต้องการทาการคา้ ขายกับสาธารณรฐั คองโก

1. ท้ังสองประเทศจะได้รับประโยชน์จากการคา้ ร่วมกนั

2. ทั้งสองประเทศจะไม่ได้รบั ประโยชน์จากการคา้ เลยเพราะมีวฒั นธรรมที่แตกต่างกนั มาก

3. สาธารณรฐั คองโกจะไม่ได้รบั ประโยชน์จากการคา้ เพราะแรงงานในไทยมีผลิตภาพมากกวา่

4. สาธารณรัฐคองโกจะได้รบั ประโยชน์จากการคา้ แต่การคา้ กับประเทศที่พัฒนาน้อยกว่าทาให้

ประเทศไทยไม่ได้รบั ประโยชน์จากการคา้

302

259. การรวมกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ( AEC ) มีลกั ษณะที่เหมือนกบั สหภาพยโุ รป ( EU )
ตามขอ้ ใด
1. ใช้เงินสกลุ เดียวกัน
2. ใช้นโยบายการเงินการคลังร่วมกัน
3. ไมเ่ กบ็ ภาษีศุลกากรของประเทศในกลุ่ม
4. คิดอตั ราภาษีของประเทศนอกกลุ่มในอตั ราเดียวกนั

260. ขอ้ ใดกล่าวถึงกลไกราคาในระบบเศรษฐกิจไดถ้ กู ต้อง
1. ช่วยลดปญั หาความขาดแคลนสินค้าและบรกิ าร
2. กาหนดจากปริมาณการเสนอซอื้ และขายในตลาด
3. ช่วยใหก้ ารจดั สรรสนิ คา้ และบริการมีความเปน็ ธรรมมากที่สุด
4. เป็นเครือ่ งมือที่ทาให้ภาครัฐไมจ่ าเป็นต้องเขา้ แทรกแซงตลาดในระบบเศรษฐกิจ

261. ขอ้ ใดไมใ่ ช่สถานการณ์ทีเ่ กิดขนึ้ ในตลาดปจั จยั การผลติ
1. แดงเปน็ เจ้าของตลาด และได้รบั คา่ เช่าพ้นื ทีจ่ ากแม่ค้าในตลาด
2. ส้มรบั จดั บรกิ ารอาหารนอกสถานที่ และได้รบั รายไดจ้ ากการคดิ คา่ อาหารต่อคน
3. ฟ้าเปน็ ตวั แทนขายประกนั ชีวติ และได้รบั คา่ ตอบแทนจากบริษทั เมื่อขายประกนั ชีวติ ได้
4. เขียวเป็นเจ้าหน้าทีฝ่ ่ายบริการซ่อมเครื่องซักผ้าของรา้ นขายเครื่องใช้ไฟฟา้ และได้รับ
คา่ ตอบแทนเปน็ เงนิ เดือน

262. การศกึ ษาเศรษฐศาสตร์มหภาค ตรงกับการศกึ ษาผลกระทบของขอ้ ใด
1. โครงการรับจานาขา้ วต่อชาวนาไทย
2. การข้นึ ค่าจ้างแรงงานต่ออตุ สาหกรรมกาแฟในประเทศ
3. การเปลี่ยนแปลงระดบั ราคาสินค้าหมวดอาหารต่อมาตรฐานการครองชีพ
4. การจากัดโควตาการนาเขา้ เหล็กเส้นต่อผู้ประกอบการเหลก็ เสน้ ในประเทศไทย

263. ขอ้ ใดถกู ต้อง
1. การที่ประเทศขาดแคลนแรงงาน แสดงวา่ ราคาสินค้าในประเทศน้ันมแี นวโน้มสูง
2. ถ้าอปุ สงคส์ าหรับแรงงานมีมากกวา่ อุปทานของแรงงาน คา่ จ้างแรงงานจะอยใู่ นระดบั สงู
3. ถ้าประเทศขาดแคลนแรงงาน แสดงวา่ อปุ สงคส์ าหรบั แรงงานมีน้อยกวา่ อุปทานของแรงงาน
4. อปุ สงคส์ าหรบั แรงงานจะเท่ากับอปุ ทานของแรงงาน ถ้าไม่มีการอพยพแรงงานออกนอก
ประเทศ

303

264. ในการผลติ สนิ คา้ ชนิดหนึ่งจานวน 1 หน่วย ผู้ผลิต A ใช้แรงงานทาต่อ 10 ช่ัวโมง และใช้ปัจจยั

ทุนจานวน 5 หน่วย ผู้ผลิต B ใช้แรงงานทางาน 5 ช่วั โมง และใช้ปจั จัยทนุ จานวน 10 หน่วย

ผู้ผลิต C ใช้แรงงานทางาน 10 ชัว่ โมง และใช้ปัจจยั ทนุ จานวน 10 หน่วย ถ้าคา่ ตอบแทนแรงงาน

และปัจจยั ทุนเท่ากับ 10 บาท/ชั่วโมง และ 5 บาท/หน่วยตามลาดับ ผู้ผลติ รายใดผลิตได้อยา่ งมี

ประสิทธิภาพในทางเศรษฐศาสตร์มากที่สดุ

1. ผู้ผลิต A 2. ผู้ผลิต B

3. ผู้ผลิต C 4. ไมส่ ามารถระบไุ ด้ เพราะขอ้ มูลไม่เพียงพอ

265. ขอ้ ใดไมส่ ำมำรถนามาคานวณผลติ ภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของประเทศไทย

1. กลุ่มเกษตรกรภาคใต้ ส่งกุ้งแช่แขง็ ไปขายประเทศญีป่ นุ่

2. รัฐบาลไทย ส่งเงนิ ไปช่วยบรรเทาทกุ ขใ์ นประเทศแอฟริกาใต้

3. มหาวทิ ยาลยั เชียงใหม่ จดั ซือ้ เครือ่ งคอมพวิ เตอร์จากประเทศสหรฐั อเมริกา

4. บริษทั เยอรมนั เปดิ โรงงานทอผ้าในประเทศไทยเพือ่ สง่ ออกไปประเทศสหรฐั อเมรกิ า

266. ขอ้ ใดถกู ต้อง ถ้าประเทศ A ทาการคา้ ขายกับต่างประเทศ

1. ได้รับประโยชน์จากการคา้ ที่เกดิ ข้นึ ไม่ว่าประเทศ A จะคา้ ขายกับประเทศใด

2. ได้รับประโยชน์จากการคา้ เพยี งฝ่ายเดยี ว ถ้าประเทศ A คา้ ขายกบั ประเทศทีพ่ ฒั นาแล้ว

3. ไมไ่ ดร้ ับประโยชน์จากการคา้ หากประเทศ A คา้ ขายกับประเทศที่ด้อยพฒั นากวา่

4. ไมไ่ ด้รบั ประโยชน์จากการคา้ ถ้าทาการคา้ กับประเทศที่ผลิตสินค้าที่ประเทศ A ผลติ ได้

267. ขอ้ ใดถกู ต้อง เมื่อพจิ ารณาโครงการของรฐั ทีม่ ีลกั ษณะของการนาเงินรายได้จากผู้ท่มี รี ายไดส้ ูง

มาให้ผู้ท่มี ีรายได้ต่า

1. ระบบเศรษฐกิจจะมีประสิทธภิ าพมากข้นึ เพราะมีคนยากจนลดลง

2. ประสิทธภิ าพในระบบเศรษฐกิจลดลง เพราะเปน็ การลดแรงจงู ใจในการทางาน

3. ไมม่ ีผลใดๆ ต่อประสทิ ธิภาพในระบบเศรษฐกจิ เพราะทาให้ความยากจนลดลงแม้จะเปน็

การลดแรงจงู ใจในการทางาน

4. อาจทาให้ประสิทธิภาพในระบบเศรษฐกิจเพ่มิ ข้นึ ลดลง หรือไม่เปลี่ยนแปลงก็ได้ ข้นึ อยกู่ ับ

ภาวะเศรษฐกจิ ในช่วงเวลาน้ันๆ

268. ขอ้ ใดเปน็ วธิ กี ารของมาตรการ “เงนิ โอน แก้จน คนขยัน” (negative income tax)

1. รัฐจะใช้การประกันรายได้ขั้นตา่ ให้ผู้มีรายไดน้ ้อย

2. การไม่จดั เก็บภาษีผู้มีรายไดต้ า่ กวา่ ที่รฐั กาหนดให้

3. การกันเงินงบประมาณส่วนหนึง่ ของรัฐ เพ่อื ส่งเสริมการจ้างงานให้ผู้มีรายได้น้อย

4. รฐั จะให้ความช่วยเหลือผู้มีรายไดน้ ้อย โดยจะโอนเงินให้ผู้มีรายได้ต่ากวา่ เส้นความ

ยากจนทกุ คน

304

269. ในปี พ.ศ.2527 ส้มโอ เปน็ นกั ร้องทีม่ ีชือ่ เสียงมาก ได้รับรายได้ในปีน้ันเป็นจานวนเงิน 5
ล้านบาท แต่นกั ร้องทีม่ ีชื่อเสียงในปัจจบุ นั ได้รับรายได้ตอ่ ปีมากกวา่ ส้มโอถึง 20 เท่า และในช่วง
ปี 2527 ถึง 2557 ระดบั ราคาสินค้าโดยทว่ั ไปในระบบเศรษฐกิจเพม่ิ ขน้ึ ขอ้ ใดถกู ต้อง
1. นกั ร้องในปจั จบุ นั มีมาตรฐานการครองชีพทดี่ ีกวา่ ส้มโอ 20 เท่า
2. มาตรฐานการครองชีพไมส่ ามารถวดั ไดด้ ้วยรายได้และระดบั ราคา จึงไม่สามารถตดั สิน
ได้วา่ มีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่
3. มาตรฐานการครองชีพของนกั ร้องในปัจจุบนั ไม่ไดแ้ ตกต่างจากส้มโอ เพราะระดับราคา
สินค้าโดยท่ัวไปในระบบเศรษฐกิจกเ็ พ่มิ ข้นึ ด้วย
4. ไมส่ ามารถตดั สนิ ได้ว่ามกี ารเปลี่ยนแปลงของมาตรฐานการครองชีพ เพราะต้องเปรียบเทียบ
อัตราการเพ่มิ ขน้ึ ของระดบั ราคาสินค้าโดยท่วั ไปกบั ระดบั รายได้ โดยใช้ข้อมลู ตวั เลขที่ชดั เจน

270. ถ้าผู้นาประเทศเสนอมาตรการทางเศรษฐกจิ โดยมีเปา้ หมายเพือ่ สร้างการเจริญเติบโต ดงั นี้
(1) ลดการพง่ึ พากลไกตลาด เพราะทาใหก้ ารจดั สรรสนิ คา้ บริการไม่เปน็ ธรรม
(2) เพม่ิ สดั ส่วนของ GDP โดยมุ่งเน้นในด้านการให้บริโภคของภาคเอกชน เพราะเป็นภาคท่มี ี
สัดส่วนมากทีส่ ุดใน GDP
(3) ส่งเสริมการคา้ กับประเทศเพือ่ นบ้านใกล้เคียง เพราะมีความคล้ายคลึงกนั ทงั้ ในด้านสภาพ
เศรษฐกจิ สังคม และวัฒนธรรม
(4) จากดั การลงทนุ จากต่างประเทศ เพราะนกั ลงทนุ จากต่างประเทศจะนากาไรทีไ่ ด้กลบั
ประเทศไมน่ ามาหมนุ เวียนใช้ในประเทศไทย

จากมาตรการขา้ งตน้ มีมาตรการทีท่ าให้เกดิ ความเจริญเติบโตทางเศรษฐกจิ เพิ่มข้นึ ทงั้ หมดกี่ข้อ

1. 1 ขอ้ 2. 2 ขอ้ 3. 3 ขอ้ 4. 4 ข้อ

271. หน่วยงานใดรบั ผดิ ชอบการประกาศตวั เลขอัตราการขยายตัวเศรษฐกจิ รายไตรมาสของประเทศ
ไทยอยา่ งเปน็ ทางการ
1. กระทรวง
2. สานักงานนายกรัฐมนตรี
3. ธนาคารแห่งประเทศไทย
4. สานักงานคณะกรรมการพฒั นาเศรษฐกิจและสงั คมแห่งชาติ

272. การที่รฐั บาลมีโครงสร้างถนนปลอดฝุ่นและลาดยางในชนบทเปน็ การใช้นโยบายใด และควรใช้
ในช่วงเวลาใด
1. นโยบายการเงิน ในภาวะทีเ่ ศรษฐกิจตกต่า
2. นโยบายการเงิน ในภาวะทีเ่ ศรษฐกจิ มกี ารขยายตวั มากเกนิ ไป
3. นโยบายการคลัง ในภาวะที่เศรษฐกจิ ตกตา่
4. นโยบายการคลัง ในภาวะทีเ่ ศรษฐกิจมีการขยายตัวมากเกินไป

305

273. ขอ้ ใดคอื ตวั อยา่ งของปญั หาพนื้ ฐานทางเศรษฐกิจที่ว่า "ผลิตอะไร"

1. กลุ่มลกู คา้ เป้าหมายของเครือ่ งปน้ั ดินเผาที่ผลิตขน้ึ มาใคร

2. ควรผลิตเครือ่ งปัน้ ดินเผาประเภทของใช้บนโต๊ะอาหารมากน้อยเทา่ ใด

3. ควรนาดินเหนียวทม่ี ีอยมู่ าผลติ เป็นเครื่องป้ันดินเผาหรือทาอิฐสร้างบ้าน

4. การผลิตเครื่องปนั้ ดนิ เผาควรใช้เตาเผาแบบใด และใชร้ ะยะเวลานานเท่าใด

274. ระบบเศรษฐกิจทุนนิยมดกี วา่ ระบบเศรษฐกิจแบบวางแผนจากส่วนกลางเพราะเหตุผลใด

1. แก้ไขปัญหาความขาดแคลนในระบบเศรษฐกจิ ไดด้ ีกวา่

2. รัฐบาลมีบทบาทสาคญั ในการจดั สรรทรัพยากรมากกวา่

3. ประสิทธภิ าพในการจดั สรรทรพั ยากรในระบบเศรษฐกจิ ดีกวา่

4. การกระจายสนิ คา้ และบรกิ ารให้กับครัวเรือนเท่าเทียมกันมากกวา่

275. การศกึ ษาผลกระทบในขอ้ ใดเป็นเศรษฐศาสตรจ์ ุลภาค

1. ผลของการเพ่มิ ปริมาณเงินต่ออัตราเงินเฟ้อ

2. ผลของกฎหมายค่าจ้างขน้ั ตา่ ต่อการจ้างงานในอุตสาหกรรมอาหารกระป๋อง

3. ผลของการเปลี่ยนแปลงอัตราการออมครวั เรือนต่ออตั ราการเพ่มิ ของรายไดป้ ระชาชาติ

4. ผลของการกาหนดพ้นื ทีพ่ เิ ศษเพอ่ื การคา้ ชายแดนกบั อตั ราเปลีย่ นแปลงของผลิตภณั ฑ์มวล

รวมของจังหวัดตาก

276. ขอ้ ใดเป็นผลทเี่ กดิ จากการทรี่ ฐั บาลยกเลิกการประกันราคาขน้ั ต่าของไขไ่ ก่

1. ความต้องการซือ้ และขายจะลดลง

2. ความต้องการซอื้ และขายจะเพม่ิ ข้นึ

3. ความต้องการซอื้ จะเพิ่มข้นึ แต่ความต้องการขายจะลดลง

4. ความต้องการซอื้ จะลดลง ความต้องการขายจะเพ่มิ ข้นึ

277. ตลาดผู้ให้บริการเครือขา่ ยโทรศัพท์เคลื่อนทีใ่ นประเทศไทยจดั เปน็ ตลาดแบบใด

1. ตลาดผูกขาด 2. ตลาดผู้ขายน้อยราย

3. ตลาดแขง่ ขนั สมบรู ณ์ 4. ตลาดกึ่งแขง่ ขนั กึง่ ผกู ขาด

278. ขอ้ ใดคอื เป้าหมายของผู้ผลิตในทางเศรษฐศาสตร์

ก. การไดก้ าไรมากทสี่ ดุ แม้ผู้ผลิตต้องผลติ สินค้าลดลง

ข. การได้กาไรมากที่สดุ แม้ผู้ผลติ ต้องมตี ้นทนุ การผลิตที่สูงข้นึ

ค. การได้รายรับมากทีส่ ดุ แม่ผู้ผลติ จะไดก้ าไรลดลง

1. ขอ้ ก. และ ข. 2. ขอ้ ก. และ ค.

3. ขอ้ ข. และ ค. 4. ขอ้ ก. ข. และ ค.

279. ถ้าธนาคารแหง่ ประเทศไทยดาเนินมาตรการเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบยี้ เพื่อเพ่มิ ปริมาณเงินใน

ระบบเศรษฐกิจ แสดงวา่ ธนาคารแห่งประเทศไทยต้องการแก้ปัญหาใด

1. เงนิ เฟอ้ 2. การวา่ งงาน

3. การขยายตวั ทางเศรษฐกจิ ที่เรว็ เกินไป 4. การซอื้ สนิ คา้ จากต่างประเทศมากเกนิ ไป

306

280. ดชั นีราคาผู้บริโภคเป็นเครือ่ งมือเพ่อื ใช้วดั การเปลี่ยนแปลงในขอ้ ใด

1. คา่ ครองชีพของประชาชน

2. มลู คา่ ของดชั นีตลาดหลกั ทรัพย์

3. ระดบั ของราคาขายส่งในระบบเศรษฐกจิ

4. ระดับของผลติ ภณั ฑ์มวลรวมภายในประเทศที่แทจ้ ริง

281. เมื่อพจิ ารณาในช่วงระยะเวลา 50 ปที ีผ่ ่านมา ขอ้ ใดถกู ตอ้ ง

1. ประเทศไทยมีอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจเพม่ิ ขน้ึ อยา่ งต่อเนื่องทกุ ปี

2. การจดั ลาดับประเทศของธนาคารโลกตามระดับรายไดม้ ีการเปลีย่ นแปลงทกุ ปี

3. ประเทศส่วนใหญ่มีอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจเปลีย่ นแปลงเพยี งเลก็ น้อย

4. ประเทศจนี มีอัตราการเพม่ิ ของผลิตภณั ฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ทีแ่ ทจ้ ริงมากทีส่ ดุ

และมี GDP ที่แท้จริงต่อหวั สงู ที่สดุ ด้วย

282. ขอ้ ใดเปน็ ขอ้ มลู ทใี่ ช้วดั ขนาดของการเปิดประเทศ

1. มูลคา่ สินค้าเขา้ และมลู คา่ สินค้าออก

2. มลู คา่ สินค้าเขา้ และผลติ ภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ

3. การลงทนุ ของชาวต่างประเทศและการลงทนุ รวมทั้งหมด

4. มูลคา่ สินค้าเขา้ สนิ คา้ ออก และผลิตภณั ฑ์มวลรวมภายในประเทศ

283. ขอ้ ใดไมใ่ ช่หน้าทีข่ องธนาคารแห่งประเทศไทย

1. รบั ฝากเงินส่วนหนึ่งของธนาคารพาณิชย์

2. จัดหาเงนิ รายได้จากการเกบ็ ภาษีให้รฐั บาล

3. เปน็ ทีป่ รกึ ษาแก่รฐั บาลในการดาเนินนโยบายเศรษฐกิจ

4. รกั สาทนุ สารองและอตั ราแลกเปลีย่ นเงินตราต่างประเทศ

284. การทีร่ ฐั บาลไปเจรจาขอกู้เงนิ จากต่างประเทศและนาไปใช้จ่ายในโครงการต่างๆ เพ่อื ช่วยเหลือ

ประชาชน ในทางเศรษฐศาสตร์ถือวา่ เปน็ นโยบายด้านใด

1. การเงนิ 2. การคลงั

3. การบริหารดลุ บญั ชีเดินสะพัด 4. การบรหิ ารงบประมาณแผ่นดิน

285. ข้อใดจดั เป็นภาษีทางอ้อม

1. ภาษีเงินได้ ภาษีมลู คา่ เพม่ิ ภาษีศลุ กากร 2. ภาษีเงินได้ ภาษสี รรพสามิต ภาษีศลุ กากร

3. ภาษีมลู คา่ เพ่มิ ภาษีสรรพสามิต ภาษีมรดก 4. ภาษีมูลคา่ เพ่มิ ภาษีสรรพสามิต ศลุ กากร

286. ถ้าสหรฐั อเมรกิ ากล่าวหาประเทศไทยวา่ ทุ่มตลาดสิง่ ทอในประเทศสหรัฐอเมรกิ า จงึ ต้องการ

เก็บภาษีขาเขา้ สิ่งทอจากประเทศไทยสงู กวา่ ประเทศอ่นื ประเทศไทยจะต้องเสนอให้องคก์ รใด

ดาเนินการแก้ปัญหาดงั กล่าว

1. องคก์ ารการคา้ โลก (WTO) 2. เขตการคา้ เสรีอเมรกิ าเหนือ (NAFTA)

3. กองทนุ การเงินระหว่างประเทศ (IMF) 4. ความร่วมมือในเอเชีย-แปซิฟกิ (APEC)

307

287. ขอ้ ใดไม่ใช่เป้าหมายของการพัฒนาเศรษฐกจิ ของประเทศ

1. ให้ประเทศมกี ารวา่ จ้างงานเต็มที่

2. ให้ประชาชนทกุ คนมีรายได้เทา่ กนั

3. เร่งการขยายตวั ทางเศรษฐกิจของประเทศ

4. รกั ษาเสถียรภาพในระดบั ราคาสินค้าท่วั ไป

288. ขอ้ ใดอธิบายลกั ษณะเดน่ ของระบบเศรษฐกจิ แบบผสม

1. การดาเนินงานในภาคเศรษฐกจิ มีทง้ั สว่ นของทนุ นิยมและสงั คมนิยม

2. คนในสงั คมมสี ทิ ธเิ์ ลือกงานทาอยา่ งเสรี

3. ประชาชนเป็นเจา้ ของปัจจยั ในการผลิต

4. กลไกตลาดทางานอย่างเสรี

289. ปัจจยั ขอ้ ใดท่ีไมเ่ ป็นตวั กาหนดอปุ ทานของผผู้ ลิตกางเกงยนี ส์

1. เทคโนโลยีของการผลิตกางเกงยีนส์ 2. รสนิยมของผซู้ ือ้ กางเกงยีนส์

3. ราคาของกางเกงยีนส์ 4. คา่ จา้ งแรงงาน

290. หากผบู้ ริโภคคาดวา่ รถจกั รยานยนตใ์ นอนาคตจะมรี าคาสงู ขนึ้ อีก 50% จะสง่ ผลใหร้ าคาและ

ปริมาณดลุ ยภาพของตลาดจกั รยานยนตใ์ นปัจจบุ นั เปลย่ี นแปลงอยา่ งไร

1. ราคาและปรมิ าณลดลง 2. ราคาเพิ่มขนึ้ แตป่ ริมาณลดลง

3. ราคาลดลงแตป่ ริมาณเพิ่มขนึ้ 4. ราคาและปริมาณซือ้ ขายเพิ่มขนึ้

เฉลยข้อสอบ เศรษฐศำสตร์ กำรเงิน กำรคลัง

1) 1 16) 1 31) 2 46) 3 61) 2 76) 4
2) 3 17) 2 32) 3 47) 4 62) 3 77) 2
3) 1 18) 2 33) 4 48) 1 63) 3 78) 4
4) 2 19) 4 34) 2 49) 3 64) 4 79) 4
5) 4 20) 1 35) 4 50) 4 65) 1 80) 3
6) 3 21) 4 36) 2 51) 3 66) 3 81) 1
7) 2 22) 1 37) 4 52) 1 67) 3 82) 1
8) 4 23) 4 38) 3 53) 4 68) 4 83) 3
9) 2 24) 2 39) 1 54) 1 69) 2 84) 4
10) 1 25) 3 40) 4 55) 2 70) 3 85) 4
11) 2 26) 2 41) 4 56) 1 71) 4 86) 4
12) 1 27) 2 42) 1 57) 4 72) 2 87) 3
13) 4 28) 4 43) 2 58) 3 73) 4 88) 1
14) 2 29) 1 44) 4 59) 2 74) 1 89) 3
15) 1 30) 3 45) 2 60) 2 75) 1 90) 4

308

91) 4 127)3 163)1 199)4 235)2 271)4
92) 2 128)4 164)4 200)1 236)2 272)3
93) 4 129)2 165)4 201)1 237)4 273)3
94) 2 130)1 166)4 202)2 238)1 274)3
95) 3 131)4 167)4 203)3 239)2 275)2
96) 3 132)2 168)1 204)1 240)4 276)3
97) 2 133)1 169)2 205)2 241)1 277)2
98) 1 134)2 170)3 206)3 242)3 278)1
99) 2 135)1 171)4 207)4 243)4 279)2
100)1 136)4 172)4 208)2 244)1 280)1
101)1 137)3 173)1 209)3 245)4 281)1
102)2 138)4 174)3 210)2 246)3 282)4
103)1 139)3 175)4 211)2 247)3 283)2
104)1 140)4 176)3 212)3 248)2 284)2
105)2 141)1 177)4 213)1 249)2 285)4
106)4 142)3 178)2 214)2 250)4 286)1
107)2 143)4 179)4 215)3 251)3 287)2
108)4 144)1 180)2 216)1 252)2 288)1
109)2 145)4 181)3 217)3 253)4 289)2
110)1 146)1 182)3 218)3 254)1 290)4
111)1 147)2 183)4 219)2 255)4
112)4 148)2 184)2 220)4 256)3
113)1 149)2 185)1 221)4 257)3
114)1 150)1 186)1 222)1 258)1
115)1 151)1 187)4 223)1 259)3
116)1 152)4 188)4 224)1 260)2
117)2 153)3 189)2 225)1 261)2
118)1 154)4 190)4 226)1 262)3
119)2 155)1 191)2 227)3 263)2
120)2 156)3 192)1 228)2 264)2
121)1 157)4 193)4 229)2 265)2
122)3 158)3 194)4 230)2 266)1
123)1 159)4 195)1 231)2 267)1
124)1 160)4 196)3 232)3 268)4
125)2 161)1 197)3 233)4 269)4
126)4 162)3 198)2 234)1 270)2

309

ขอ้ สอบ

ชุดที่ 14 โจทยส์ งั คมข้นั มหาตลุ าการ

คลงั ขอ้ สอบกฎหมายทวั ่ ไป แพ่งและอาญา

ขอ้ สอบแบบปรนยั 4 ตวั เลอื ก เลอื ก 1 คำตอบทีถ่ กู ตอ้ งทีส่ ดุ จำนวน 150 ขอ้

1. นายเอฝากรถจักรยานไวก้ ับนายบี ต่อมานายบนี าเอาไปขายให้ผู้อื่นแล้วนาเงินไปใช้ เป็นความผิด

อาญาฐานใด

1. ลกั ทรัพย์ 2. ชิงทรัพย์ 3. ยักยอกทรัพย์ 4. ฉ้อโกง

2. สภาพบุคคลตามกฎหมายเริม่ เมื่อใด

1. ตั้งแต่ปฏิสนธิในครรภ์มารดา

2. ตั้งแต่คลอดและอยรู่ อดเปน็ ทารก

3. เม่อื แจง้ เกดิ ตามพระราชบัญญตั กิ ารทะเบียนราษฎร

4. เม่อื แจ้งเกิดตามพระราชบญั ญัติจดทะเบียนครอบครวั

3. เจ้าพนักงานซึ่งมหี น้าทดี่ าเนินการใหเ้ ป็นไปตามคาพพิ ากษาหรือคาสง่ั ศาลในคดีเพง่ หมายถึงใคร

1. พนักงานสอบสวน 2. พนักงานอัยการ

3. พนกั งานบงั คบั คดี 4. พนกั งานราชทัณฑ์

4. การกระทาในขอ้ ใดที่กฎหมายยกเวน้ ความผิดให้

1. การกระทาด้วยความจาเปน็ 2. การกระทาเพ่อื ป้องกนั ตนเองหรือผู้อืน่

3. การกระทาของคนวกิ ลจริต 4. การกระทาผิดของเยาวชน

5. ขอ้ ใดเปน็ สาระสาคัญของกฎหมายอาญา

1. รักษาความสงบเรียบร้อยในสังคม 2. คุ้มครองผลประโยชน์ของส่วนรวม

3. กาหนดลักษณะความผิดและบทลงโทษ 4. ชดใช้ค่าเสียหาย

6. นางแดงไดร้ บั มรดกจากบิดาที่เสียชีวิตเปน็ ทีด่ นิ หนงึ่ แปลงระหว่างสมรสกบั นายดา ที่ดนิ นเี้ ปน็

ทรัพย์สินประเภทใด

1. สินส่วนตัว 2. สินสมรส

3. สนิ มรดก 4. สินไหมทดแทน

7. ขอ้ ใดกล่าวเกีย่ วกบั นติ ิกรรมที่เปน็ โมฆะกรรมไม่ถกู ต้อง

1. เสียเปล่าตั้งแต่ตน้ 2. บังคับกนั ไม่ได้

3. มผี ลสมบรู ณ์อยู่ชั่วคราว 4. เหมือนไม่มีการทานิตกิ รรมกันเลย

310

8. ขอ้ ใดไมใ่ ช่อสงั หาริมทรพั ย์

1. ทีน่ า 2. ไมย้ นื ต้น 3. ภูเขา 4. ไมล้ ้มลกุ

9. ขอ้ ใดกล่าวไมถ่ กู ต้อง

1. ผู้เยาวห์ มายถึงบุคคลซึง่ มอี ายตุ ่ากวา่ 20 ปีบริบรู ณ์

2. ผู้เยาวท์ านิติกรรม ต้องไดร้ ับความยนิ ยอมจากบดิ ามารดา

3. คนไร้ความสามารถ ศาลจะต้ังผู้อนบุ าลเพ่อื ทานิตกิ รรมต่างๆแทน

4. คนเสมือนไร้ความสามารถ ศาลจะต้ังผู้พิทักษ์เพื่อทานิติกรรมต่างๆแทน

10. การเวนคนื อสังหาริมทรัพย์เพือ่ สร้างสาธารณปู โภคของรฐั ถือเปน็ การใช้อานาจตามกฎหมาย

ประเภทใด

1. กฎหมายเอกชน 2. กฎหมายมหาชน

3. กฎหมายระหว่างประเทศ 4. กฎหมายเศรษฐกิจ

11. หากรฐั บาลมีความจาเป็นเร่งด่วนในการบงั คับใช้มาตรการป้องปดั ภัยพิบตั ิสาธารณะเนือ่ งจาก

หลายจังหวดั ในภาคกลางประสบภาวะน้าท่วม รฐั บาลควรออกกฎหมายในรูปแบบใด

1. พระราชบัญญตั ิ 2. พระราชกาหนด

3. พระราชกฤษฎกี า 4. กฎกระทรวง

12. ขอ้ ใดกล่าวไมถ่ กู ต้องเกี่ยวกบั พระราชกาหนด

1. เปน็ กฎหมายทร่ี ัฐธรรมนญู ให้อานาจไวเ้ ปน็ พเิ ศษ

2. เป็นกฎหมายจดั ทาโดยองคก์ รบริหาร

3. เปน็ กฎหมายท่ใี ช้ไดถ้ าวรจนกวา่ จะมกี ารยกเลิก

4. มีผลใช้เป็นกฎหมายเช่นเดียวกบั พระราชบญั ญัติ

13. กฎหมายใดทมี่ ิได้ออกโดยฝ่ายบริหาร

1. พระราชกาหนด 2. กฎกระทรวง

3. เทศบญั ญตั ิ 4. พระราชกฤษฎีกา

14. เหตุใดรฐั ธรรมนูญจึงเปน็ กฎหมายสงู สุด

1. เพราะได้รบั พระราชทานจากพระมหากษตั ริย์

2. เพราะเป็นขอ้ ตกลงสากลที่ทกุ ๆ ประเทศในโลกยดึ ถือเช่นน้ัน

3. เพราะเป็นกฎหมายทว่ี า่ ด้วยการจดั โครงสร้างขององคก์ รรฐั ขนาดใหญ่

4. เพราะเป็นหลักประกนั สิทธแิ ละเสรีภาพให้แก่ประชาชน

15. ขอ้ ใดจดั ลาดบั ความสาคัญของกฎหมายลายลกั ษณ์อกั ษรของไทยได้ถกู ตอ้ ง

1. รฐั ธรรมนญู พระราชกาหนด พระราชกฤษฎกี า พระราชบญั ญัติ เทศบัญญตั ิ

2. รฐั ธรรมนูญ พระราชกฤษฎีกา พระราชกาหนด พระราชบญั ญัติ เทศบญั ญัติ

3. รฐั ธรรมนูญ พระราชบญั ญัติ พระราชกาหนด พระราชกฤษฎีกา เทศบัญญตั ิ

4. รฐั ธรรมนญู พระราชบญั ญัติ พระราชกฤษฎีกา พระราชกาหนด เทศบัญญตั ิ

311

16. การเรียงลาดับศกั ดิ์ของกฎหมายจากสงู ไปตำ่ ในขอ้ ใดถกู ต้อง

1. รฐั ธรรมนูญ พระราชกฤษฎีกา พระราชกาหนด ขอ้ บญั ญตั ิกรงุ เทพมหานคร

2. ประมวลกฎหมาย รฐั ธรรมนญู พระราชกฤษฎกี า พระราชบญั ญัติ

3. รฐั ธรรมนูญ พระราชบญั ญตั ิ พระราชกฤษฎีกา ขอ้ บญั ญตั ิองคก์ ารบริหารส่วนจังหวดั

4. ประมวลกฎหมาย พระราชบญั ญตั ิ กฎกระทรวง ขอ้ บงั คบั ตาบล

17. กฎหมายใดมีท่มี าแตกตำ่ งจากกฎหมายอืน่

1. พระราชบญั ญตั ิ 2. พระราชกาหนด

3. พระราชกฤษฎกี า 4. กฎกระทรวง

18. กฎหมายในขอ้ ใดอยใู่ นลาดับศกั ดิข์ องกฎหมายช้ันเดียวกนั

1. พระราชกฤษฎีกา และ พระราชบัญญตั ิ 2. พระราชบญั ญัติ และ ประมวลกฎหมาย

3. พระราชกาหนด และ พระราชกฤษฎีกา 4. ประมวลกฎหมาย และ พระราชกฤษฎีกา

19. การทาสนธิสัญญาระงับข้อพพิ าทระหว่างรฐั ถือเปน็ กฎหมายประเภทใด

1. กฎหมายมหาชน 2. กฎหมายเอกชน

3. กฎหมายอาญา 4. กฎหมายระหว่างประเทศ

20. นิติกรรมขอ้ ใดทีผ่ ู้เยาวส์ ามารถทาให้ได้โดยลาพงั

1. ทาสญั ญาคา้ ประกนั 2. ทาสญั ญากู้ยืมเงิน

3. รบั การให้โดยไม่มีค่าตอบแทน 4. ทาการสมรส

21. ทายาทของผู้ตายได้รับทรัพย์สนิ เป็นมรดกตามพนิ ัยกรรม ถือเป็นการได้สิทธใิ นทรัพย์สนิ โดยเหตุใด

1. บทบญั ญตั ิของกฎหมาย 2. ผลของนติ ิกรรมและสัญญา

3. หลกั จารตี ประเพณี 4. หลักความยุติธรรมตามธรรมชาติ

22. ขอ้ ใดเปน็ เงือ่ นไขตามกฎหมายของการสมรส

1. ชายหญงิ จะสมรสในขณะทตี่ นมีคู่สมรสอยไู่ ม่ได้

2. ชายหรือหญงิ ป่วยเป็นโรคร้ายแรงจะสมรสกันไม่ได้

3. การสมรสจะจดทะเบียนหรือไม่ก็ได้ขนึ้ อยกู่ ับคสู่ มรส

4. การสมรสจะกระทาได้เมื่อชายหญงิ บรรลุนิติภาวะแล้ว

23. เมือ่ การสมรสสนิ้ สดุ ลง การแบ่งสินสมรสจะต้องดาเนินการอยา่ งไร

1. ฝ่ายใดหามาไดก้ ็เปน็ ของฝ่ายน้ัน 2. ตกแก่หญงิ ทงั้ หมด

3. ตกแก่ชายทงั้ หมด 4. นาสนิ สมรสมาแบ่งเท่าๆ กนั

24. ขอ้ ใดไมใ่ ช่โทษตามกฎหมายอาญา

1. จาคกุ 2. กกั ขัง 3. กกั กนั 4. ปรบั

25. การเบียดบงั ทรัพย์ของผู้อื่นหรือทีผ่ ู้อืน่ เป็นเจ้าของร่วมอยดู่ ้วยและทรพั ย์นน้ั อยใู่ นความครอบครอง

ของผู้กระทาผิด ถือเป็นความผิดฐานใด

1. ลกั ทรัพย์ 2. ยกั ยอกทรพั ย์ 3. ชิงทรัพย์ 4. ปลน้ ทรพั ย์

312

26. บคุ คลมิสิทธแิ ละโอกาสเสมอกนั ในการรับการศกึ ษาขน้ั พ้นื ฐานจากรฐั ตามพระราชบญั ญัติ

การศกึ ษาแหง่ ชาติ พ.ศ. 2542 อยา่ งน้อยเป็นเวลากปี่ ี

1. 7 2. 9 3. 12 4. 15

27. ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง หากไมส่ ามารถไปใชส้ ิทธเิ ลือกตง้ั ได้ ตอ้ งแจ้งต่อบคุ คลซึ่งคณะกรรมการการ

เลือกตงั้ แต่งตงั้ ไวป้ ระจาแต่ละเขตเลือกตั้ง ก่อนวันเลือกตั้งอยา่ งน้อยกี่วนั

1. 7 2. 12 3. 14 4. 30

28. การนาสงิ่ ที่มีลิขสิทธ์ไิ ปใช้ประโยชน์ในข้อใดถือเปน็ การละเมิดลิขสิทธ์ิ

1. การศกึ ษา 2. ส่วนตน

3. การแสวงหากาไร 4. ครอบครวั หรือญาติสนทิ

29. ร่างพระราชบญั ญัตสิ ภาเกษตรกร พ.ศ......... เม่อื ผ่านการพจิ ารณาแก้ไขจากวุฒสิ ภาและสง่ กลบั

คนื สภาผู้แทนราษฎร หากสภาผู้แทนราษฎรไม่เหน็ ด้วยกับการแกไ้ ข จะต้องดาเนินการตาม

รฐั ธรรมนญู อยา่ งไรต่อไป

1. ร่างพระราชบัญญัตินนั้ ถกู ยบั ยงั้ ต้องรอพจิ ารณาใหม่

2. สภาผู้แทนราษฎรพจิ ารณาและแก้ไขใหม่

3. ต้ังคณะกรรมาธิการร่วมกนั ท้ังสองสภาพจิ ารณา

4. ทั้งสองสภายกพจิ ารณาใหม่เพื่อขอความเหน็ ชอบ

30. ทนายความแผ่นดินหมายถึงบุคคลใด

1. พนกั งานสอบสวน 2. พนกั งานอยั การ

3. พนักงานบงั คบั คดี 4. พนกั งานราชทัณฑ์

31. ขอ้ ใดกล่าวถึงหลกั เกณฑก์ ารเสนอขอแก้ไขรฐั ธรรมนูญ พ.ศ. 2550 ได้ถกู ต้อง

1. สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจานวนไม่น้อยกวา่ 1 ใน 5

2. ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตง้ั ไม่น้อยกวา่ 100,000 คน

3. สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจานวนไมน่ ้อยกวา่ กงึ่ หนงึ่

4. สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาจานวนไม่น้อยกวา่ 2 ใน 5

32. ขอ้ ใดได้ชือ่ วา่ เปน็ กฎหมายแมบ่ ทของกฎหมายทกุ ฉบับ ซึ่งกาหนดรูปแบบการปกครองและระเบียบ

บริหารราชการแผ่นดิน ตลอดจนสิทธติ ่างๆของประชาชนทั้งประเทศ

1. รฐั ธรรมนญู 2. พระราชบัญญัติประกอบรฐั ธรรมนญู

3. พระราชบญั ญัติ 4. พระราชกาหนด

33. นายเย็นใจเป็นคนไทย ทาสญั ญาค้าขายกับนายตี๋ซึ่งเป็นคนจีน ต่างฝ่ายต่างต้องการใช้กฎหมาย

ภายในประเทศของตนบังคับในสัญญาที่ทาข้ึนระหว่างกัน ในกรณีที่มีความขัดแย้งเกิดข้ึนต้อง

บังคับใช้กฎหมายใด

1. กฎหมายแพง่ และพาณิชยข์ องไทย 2. กฎหมายแพ่งและพาณิชยข์ องจีน

3. กฎหมายระหว่างประเทศ 4. กฎหมายวธิ ีพิจารณาความอาญาของไทย

313

34. การแบง่ แยกประเภทของกฎหมายออกเปน็ เอกชน มหาชน ระหว่างประเทศ เป็นการแบ่งแยก

ตามลักษณะในขอ้ ใด

1. ลกั ษณะแห่งการใช้กฎหมาย 2. ลักษณะความสมั พันธ์ของคกู่ รณี

3. ลกั ษณะความหนกั เบาแห่งการกระทา 4. ลกั ษณะสถานทีข่ องการกระทา

35. ความผิดอาญาทีไ่ ม่ผิดศีลธรรมแต่ผิดเพราะกฎหมายห้าม คอื ขอ้ ใด

1. การจอดรถในทีห่ ้ามจอด 2. การเอาทรพั ย์ของผู้อืน่ ไปโดยทจุ ริต

3. การทาให้ผู้อืน่ ตายโดยไม่เจตนา 4. การครอบครองปรปกั ษ์

36. ขอ้ ใดมิได้มีลกั ษณะเป็นกฎหมาย

1. ขณะขับขร่ี ถจกั รยานยนตต์ ้องสวมหมวกนริ ภัย

2. นายมะพร้าวหลบหนกี ารเกณฑ์ทหาร

3. รณรงคภ์ าวะโลกร้อน

4. นายมะกอกเอาแหวนของนายมะขามไปโดยทุจริต

37. ขอ้ ใดกล่าวไดถ้ ูกต้องเกยี่ วกบั ความไม่รกู้ ฎหมาย

1. ความไม่รู้กฎหมายทาใหไ้ ม่ต้องรบั โทษ

2. ความไม่รู้กฎหมายทาใหร้ บั โทษน้อยลง

3. ความไม่รกู้ ฎหมายไม่อาจเกดิ ได้ เนือ่ งจากกฎหมายบงั คบั ให้ทกุ คนต้องรกู้ ฎหมาย

4. ความไม่รู้กฎหมายไม่เปน็ ขอ้ แกต้ ัวให้พน้ ผิดได้

38. สิทธขิ องบคุ คลธรรมดาเกดิ ข้นึ เม่อื ใด

1. เมื่อคลอดแล้วอยรู่ อดเปน็ ทารก

2. เมือ่ แพทย์ตดั สายรกของมารดา

3. เมื่อได้ยินเสียงร้องของเดก็

4. เมื่อส่วนใดส่วนหนงึ่ ของร่างกายพ้นออกจากครรภ์มารดา

39. พระราชบัญญัติบัตรประจาตวั ประชาชน กาหนดให้บคุ คลใดจะต้องมีบตั รประจาตวั ประชาชน

1. บุคคลเชอื้ ชาติไทยท่มี ีอายุครบ 7 ปีบริบรู ณ์ แต่ไม่เกนิ 70 ปีบริบรู ณ์

2. บคุ คลสญั ชาติไทยทม่ี ีอายุครบ 7 ปีบริบรู ณ์ แต่ไม่เกนิ 70 ปีบริบรู ณ์

3. บคุ คลสัญชาติไทยที่มีอายคุ รบ 15 ปีบริบรู ณ์ แต่ไม่เกิน 60 ปีบริบรู ณ์

4. บุคคลเชือ้ ชาติไทยท่มี ีอายุครบ 15 ปีบริบรู ณ์เปน็ ตน้ ไป

40. บคุ คลใดไม่มสี ิทธริ บั มรดกในฐานะทายาทโดยธรรม

1. พ่นี ้องต่างบิดาหรือมารดา 2. ผู้สืบสนั ดาน

3. บุพการี 4. พ่นี ้องร่วมบิดามารดาเดียวกนั

41. ผู้เยาวอ์ าจทาพินยั กรรมได้ตามกฎหมายเมื่ออายคุ รบกี่ปี

1. 15 ปีบริบรู ณ์ 2. 17 ปีบริบรู ณ์ 3. 18 ปบี ริบรู ณ์ 4. 20 ปีบริบูรณ์

314

42. การทาสัญญาซอื้ ขายทรพั ย์สนิ ประเภทใดไม่จาต้องทาเปน็ หนงั สือและจดทะเบียนต่อพนักงาน

เจ้าหน้าที่

1. ทีด่ นิ 2. แพ 3. รถบรรทกุ 4. สตั วพ์ าหนะ

43. หากคสู่ ัญญาคดิ ดอกเบยี้ กู้ยืมเงินเกินกวา่ อัตราทกี่ ฎหมายกาหนดจะมีผลเปน็ อยา่ งไร

1. สญั ญากยู้ มื เงินตกเปน็ โมฆะ 2. ดอกเบยี้ ทงั้ หมดตกเป็นโมฆะ

3. ทงั้ สญั ญากู้ยืมเงินและดอกเบยี้ ตกเปน็ โมฆะ 4. สญั ญากู้ยืมเงินไมบ่ ริบรู ณ์

44. นายด้วงได้ขโมยรถมอเตอร์ไซดข์ องนายโดมไป หลงั จากเวลาผ่านไป 2 วนั นายด้วงเกิดเปลี่ยนใจจงึ

นามอเตอร์ไซด์มาคืนนายโดม การกระทาของนายด้วงดังกล่าวถือว่าเป็นความผิดฐานลักทรัพย์

หรือไม่ เพราะเหตใุ ด

1. ไม่ผิด เนือ่ งจากไดน้ ารถมอเตอร์ไซด์มาคนื

2. ไม่ผิด เนื่องจากลงมือกระทาความผิดโดยปราศจากเจตนาลกั ทรัพย์

3. ผิด เนือ่ งจากได้ลงมือกระทาความผิดแล้ว แต่ไม่สาเรจ็

4. ผิด เนื่องจากไดก้ ระทาความผิดสาเร็จแล้ว

45. นายกล้าใช้ปนื เปน็ อาวุธจนี้ ายแก้วซึ่งเป็นคนขับรถแทก็ ซี่ให้ส่งเงินให้ตน โดยพดู ขม่ ขถู่ ้าไม่สง่ เงนิ ให้

จะยิงนายแก้วทันที นายแก้วกลัวถูกยงิ จึงส่งเงนิ ใหน้ ายกล้าไป ดงั นนี้ ายกล้ากระทาความผิดฐานใด

1. ลกั ทรพั ย์ 2. ว่งิ ราวทรพั ย์ 3. ชิงทรพั ย์ 4. ปล้นทรัพย์

46. องคก์ รอสิ ระใดมหี น้าทีใ่ นการชีข้ าดความขัดแยง้ และยกเลิกคาสง่ั หรือนิตกิ รรมทางการปกครองที่

ไม่ชอบด้วยกฎหมายของท้องถนิ่

1. ศาลรัฐธรรมนูญ 2. ศาลปกครอง

3. ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของนกั การเมือง 4. ศาลยตุ ิธรรม

47. ขอ้ ใดเปน็ การปฏิบตั ติ ามปฏิญญาสากลวา่ ด้วยสิทธมิ นษุ ยชนแห่งสหประชาชาติ

1. นางสมศรีไม่เลีย้ งดูลกู เพราะประชดทสี่ ามีไม่มาดูแล

2. นายโอฬารเขา้ ร่วมชมุ นุมประท้วงการทางานของรฐั บาลโดยสงบ

3. นายอานนทถ์ ูกนายจ้างลงโทษอย่างรนุ แรงเมือ่ ทางานไม่ถกู ใจ

4. นางสมรขบู่ งั คบั ไม่ให้นายกนกเปิดเผยข้อมลู ของผู้มีอิทธพิ ลในท้องถนิ่

48. ขอ้ ใดกล่าวถกู ต้องเกี่ยวกบั สภาพบงั คบั ทางอาญา

1. จาคุก กกั ขัง 2. ปรบั ริบมัดจา

3. กกั กนั กกั ขัง 4. จาคกุ ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน

49. ขอ้ ใดบิดามารดาไมม่ ีสิทธิกระทาต่อบุตร

1. ให้บตุ รช่วยงานบ้าน และเลีย้ งน้องได้

2. เรียกบตุ รคนื จากบคุ คลอืน่ ทรี่ ับบตุ รไวโ้ ดยมิชอบ

3. ขายทรพั ยส์ ินซึง่ เปน็ ของบุตรใหแ้ ก่คนอืน่

4. ทาโทษบตุ รตามสมควรเพ่อื อบรมส่ังสอน

315

50. ขอ้ ใดกล่าวไมถ่ กู ต้อง

1. พระราชกฤษฎีกาจะตราข้นึ ขัดกบั พระราชบัญญตั ิไม่ได้

2. รฐั สภาและคณะรฐั มนตรีมีสิทธิในการเสนอร่างพระราชบัญญัติ

3. พระราชกาหนดเปน็ กฎหมายทฝ่ี ่ายบริหารบัญญตั ิขนึ้ มีผลใช้บงั คับถาวร

4. ข้อบัญญตั ิต่าง ๆ เปน็ กฎหมายทร่ี าชการบริหารส่วนท้องถิน่ เป็นผู้บญั ญตั ิขนึ้

51. กฎหมายบังคับให้บคุ คลใดต้องมบี ตั รประจาตัวประชาชน

1. ตารวจ 2. ภิกษุ สามเณร

3. ทหารกองประจาการ 4. บคุ คลอายุ 65 ปี

52. ขอ้ ใดกล่าวเรือ่ งผู้เยาวถ์ กู ต้อง

1. ผู้ทม่ี ีอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์

2. ชายหญงิ ที่สมรสกนั เมื่ออายุครบ 17 ปีบริบูรณ์

3. ผู้เยาวส์ ามารถรับการให้โดยเสน่หาได้โดยลาพงั

4. ผู้เยาวส์ ามารถซือ้ จกั รยานเพอ่ื ไปโรงเรียนไดโ้ ดยลาพงั

53. ของหมนั้ จดั เปน็ ทรพั ย์สนิ ประเภทใดระหว่างสามีภริยา

1. สินส่วนตวั ของหญิง 2. สินส่วนตวั ของชาย

3. สนิ สมรส 4. ถกู ทกุ ขอ้

54. ขอ้ ใดกล่าวไมถ่ กู ต้องเกี่ยวกบั การรับบตุ รบุญธรรม

1. ผู้รับบุตรบุญธรรมต้องมีอายแุ ก่กวา่ บตุ รบญุ ธรรมอยา่ งน้อย 25 ปี

2. ในกรณีผู้จะรบั บตุ รบญุ ธรรมมีคสู่ มรสต้องได้รบั ความยนิ ยอมจากคสู่ มรสก่อน

3. การรบั บตุ รบุญธรรมจะต้องจดทะเบียนตามกฎหมาย

4. บุตรบญุ ธรรมมีฐานะอยา่ งเดียวกบั บุตรชอบด้วยกฎหมายของผู้รับบตุ รบุญธรรม

55. ตามประมวลกฎหมายรัษฎากร การเกบ็ ภาษีเงนิ ไดน้ ิติบคุ คลจะเก็บในอตั ราร้อยละเท่าไรของกาไร

สุทธิ

1. 10 2. 20 3. 30 4. 40

56. ขอ้ ใดเปน็ นิตกิ รรม

1. เมอ่ื บคุ คลตาย ทายาทจะได้รบั มรดก

2. เม่อื ขบั รถชนคนเดินเท้าต้องรบั ผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทน

3. เม่อื ตกลงนัดเพ่อื นไปดหู นงั แตก่ ลบั ไม่ไปตามนดั

4. เม่อื ลกู หนีน้ าเงนิ มาชาระหนีพ้ ร้อมดอกเบยี้ ตามสัญญา

57. การเช่าอสงั หาริมทรัพย์เกินกวา่ กี่ปี ที่กฎหมายบงั คบั ว่าต้องทาเป็นหนงั สือและจดทะเบียนต่อ

พนกั งานเจ้าหน้าที่

1. 1 2. 3 3. 10 4. 30

316

58. นายอนั ธพาลจะทาร้ายร่างกายนายหวังดีโดยมีอาวธุ ในมือ นายหวังดีจงึ ชกนายอนั ธพาลจนหกล้ม

หัวฟาดพ้ืนถึงแก่ความตาย นายหวังดีจะต้องรับโทษทางอาญาอยา่ งไร

1. การกระทาที่ไม่เปน็ ความผิด ผู้กระทาไม่ต้องรบั โทษ

2. การกระทาทีเ่ ป็นความผิด แต่ผู้กระทาผิดไมต่ ้องรบั โทษ

3. การกระทาที่เปน็ ความผิด แต่ไดร้ บั การลดหย่อนผ่อนโทษ

4. การกระทาที่ไม่เป็นความผิด ผู้กระทาต้องได้รบั โทษ

59. นายเทง่ ยมื รถจกั รยานของนายโหน่งไปใช้ ต่อมานายเทง่ เอารถจกั รยานไปขายเพื่อเอาเงินมาใช้เอง

เป็นความผิดทางอาญาประเภทใด

1. ลกั ทรัพย์ 2. ยักยอกทรัพย์

3. ฉ้อโกงทรพั ย์ 4. ทาให้เสียทรัพย์

60. ความผิดอาญาใด ถ้าผู้เสียหายมิได้ร้องทกุ ขต์ ่อพนักงานสอบสวนหรือเจ้าหน้าทีต่ ารวจภายใน 3

เดือน นับแต่รู้เรือ่ งความผิดและรตู้ ัวผู้กระทาผิดจะไม่สามารถดาเนนิ คดีอาญากบั ผู้นน้ั ได้

1. ฆ่าคนตาย 2. ทาร้ายร่างกาย

3. ลกั ทรัพย์บุพการี 4. ข่มขนื หญิงอายไุ ม่เกนิ 15 ปี

61. ขอ้ ใดกล่าวถกู ต้อง

1. การกักกนั เป็นโทษทางอาญาตามประมวลกฎหมายอาญา

2. สภาพบังคับในทางแพง่ ได้แก่การชดใช้ค่าสินไหนทดแทนเท่าน้ัน

3. กฎหมายตราสามดวงเปน็ กฎหมายท่ใี ช้ในสมัยรตั นโกสินทรต์ อนปลาย

4. กฎหมายต้องมลี ักษณะบังคับใช้ตลอดไปจนกวา่ จะมกี ารยกเลกิ

62. ขอ้ ใดกล่าวไมถ่ ูกต้องเกี่ยวกับพระราชกฤษฎีกา

1. เปน็ กฎหมายลาดบั รอง

2. ฝ่ายนิติบัญญัติเปน็ ผตู้ ราข้นึ

3. คณะรฐั มนตรีเปน็ ผู้พิจารณาร่างพระราชกฤษฎีกา

4. พระราชกฤษฎีกามีลาดับศักดิเ์ ทา่ กบั พระราชบญั ญัติ

63. กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคจัดเปน็ กฎหมายประเภทใด

1. กฎหมายมหาชน 2. กฎหมายเอกชน

3. กฎหมายอาญา 4. กฎหมายระหว่างประเทศ

64. ขอ้ ใดกล่าวไมถ่ กู ต้อง

1. พระราชกาหนดเป็นกฎหมายทม่ี ีค่าบังคบั สงู กวา่ พระราชบัญญตั ิ

2. การออกกฎของกระทรวงจะต้องอาศัยอานาจตามพระราชบัญญตั ิเสมอ

3. พระราชกาหนดออกไดก้ รณีเพ่อื รกั ษาความปลอดภัยของประเทศ

4. กฎกระทรวงเปน็ กฎหมายท่ฝี ่ายบริหารตราข้นึ

317

65. สามีภรรยาจงใจทิ้งร้างอีกฝ่ายหนงึ่ เปน็ เวลานานเท่าใด จึงเป็นเหตุฟอ้ งหย่าได้

1. 1 ปี 2. 2 ปี 3. 3 ปี 4. 5 ปี

66. ขอ้ ใดเปน็ เงือ่ นไขทเ่ี ปน็ ขอ้ ห้ามเรื่องการสมรส

1. ผู้รับบุตรบุญธรรมสมรสกบั บตุ รบญุ ธรรม

2. ชายหรือหญิงป่วยเปน็ โรคเอดส์

3. หญิงหมา้ ยสมรสใหม่เมื่อเวลาผ่านไปไมน่ ้อยกวา่ 310 วัน

4. ชายหญงิ อายุครบ 17 ปีบบริบรู ณ์

67. นายโอ่งขนู่ ายอ่างวา่ ถ้าไม่ให้เงินแกต่ น 5,000 บาท ระวงั จะมีชีวิตส้ัน นายอ่างกลวั จงึ มอบเงิน

5,000 บาทให้นายโอ่ง จากเหตกุ ารณ์นนี้ ายโอ่งมคี วามผิดฐานใด

1. ลักทรพั ย์ 2. กรรโชกทรพั ย์

3. รดี เอาทรพั ย์ 4. ยกั ยอกทรัพย์

68. นายสงกรานต์แตง่ เพลง “เหงาใจ” ปรากฏวา่ ขายดีขนึ้ อนั ดบั หนึ่ง จากเหตกุ ารณ์นนี้ ายสงกรานต์จะ

ได้รบั ความคมุ้ ครองงานตามกฎหมายเปน็ ระยะเวลาเท่าใด

1. ตลอดอายุของผู้สร้างสรรคแ์ ละหลังจากตาย 10 ปี

2. ตลอดอายุของผู้สร้างสรรคแ์ ละหลังจากตาย 20 ปี

3. ตลอดอายุของผู้สร้างสรรคแ์ ละหลงั จากตาย 25 ปี

4. ตลอดอายุของผสู้ ร้างสรรคแ์ ละหลงั จากตาย 50 ปี

69. กฎหมายห้ามิให้ใช้สิทธิไถ่บา้ นและทดี่ ินที่ขายฝากเมื่อพน้ กาหนดเวลาเท่าใด

1. 3 ปี 2. 10 ปี

3. 15 ปี 4. 20 ปี

70. นายเอเข้าไปลักทรัพย์ในบ้านนายบี นายบีพบเข้าและเห็นว่านายเอพกปืน จึงใช้ไม้ตีศีรษะนายเอ

แตก จากเหตุการณ์นีน้ ายบมี ีความผิดตามกฎหมายอาญาหรือไม่ อยา่ งไร

1. มคี วามผิด แต่นายบไี ม่ต้องรบั โทษ

2. ไมม่ ีความผิดและไม่ต้องรับโทษ

3. มคี วามผิดฐานทาร้ายร่างกายโดยเจตนา

4. มคี วามผิดฐานทาร้ายร่างกายโดยไม่เจตนา

71. องคก์ รใดเปน็ ผู้พิจารณาบทบัญญตั ิกฎหมายท่มี ีข้อความขดั แยง้ กบั รฐั ธรรมนญู

1. ศาลยตุ ิธรรม 2. ศาลรัฐธรรมนญู

3. ศาลปกครอง 4. ตลุ าการรฐั ธรรมนญู

72. พระราชกาหนดเฉพาะหมายถงึ อะไร

1. พระราชกาหนดที่ออกเนื่องจากความจาเป็นเร่งด่วนเกีย่ วกับภาษีอากรและเงินตรา

2. พระราชกาหนดทีอ่ อกเนือ่ งจากความจาเปน็ เรง่ ด่วนเกี่ยวกบั ความมั่นคงของประเทศ

3. พระราชกาหนดทเี่ ปน็ บทยกเวน้ ของกฎหมายหลกั

4. พระราชกาหนดทีม่ ีเนือ้ หาเฉพาะเรื่องนั้นๆ

318

73. กรณใี ดเปน็ การยกเลิกกฎหมายโดยปริยาย

1. กฎกระทรวงเรื่องการต่ออายกุ ารทางานของคนต่างดา้ วในประเทศไทยประกาศใช้

ภายใน 1 เดือนเท่าน้ัน

2. พ.ร.บ. ลิขสิทธ์ิ พ.ศ. 2535 บญั ญตั ิให้ยกเลกิ พ.ร.บ. ลิขสิทธ์ิ พ.ศ. 2522

3. รฐั สภาไม่อนุมัติพระราชกาหนดการก่อการร้าย พ.ศ. 2546

4. พ.ร.บ. ป่าไม้ พ.ศ. 2540 มีข้อความขัดแยง้ กับ พ.ร.บ. ป่าไม้ พ.ศ. 2484

74. บุคคลใดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ไม่ถกู จากดั ความสามารถในการทานิตกิ รรม

1. ผู้เยาว์ 2. คนเสมือนไร้ความสามารถ

3. คนไร้ความสามารถ 4. บุคคลล้มละลาย

75. หากเดก็ ชายเออายุ 10 ปี ต้องการซือ้ ปากกาในราคา 10,000 บาท จากร้านสหกรณ์ของโรงเรียน

เพ่อื เปน็ ของขวญั ใหแ้ ก่เพือ่ นสนิทของตน เด็กชายเอจะตอ้ งทาอยา่ งไรจึงจะมีผลบงั คับใช้ในทาง

กฎหมายไดถ้ ูกต้องทสี่ ุด

1. นาเงนิ ที่เกบ็ ไวไ้ ปซือ้ ได้เลย เพราะถือวา่ มีเงนิ เสียอยา่ ง และเปน็ ของทีใ่ ช้สาหรับการเรียน

ถือเป็นการใช้จ่ายตามอัตภาพของเด็ก

2. นาเงินทตี่ นเกบ็ ไวไ้ ปซอื้ โดยให้พช่ี ายซึ่งเป็นผู้ปกคอรงยนิ ยอม เพราะเปน็ การซอื้ ของใน

ราคาที่สูงเกินทีเ่ ดก็ อายุ 10 ขวบจะตัดสินใจเองได้

3. นาเงินทตี่ นเก็บไวไ้ ปซือ้ โดยให้คุณครลู งนามรับรอง เนื่องจากอยใู่ นโรงเรยี นถือวา่ ครู

มีอานาจปกครอง

4. ทาได้โดยการซือ้ แบบผ่อนชาระ โดยหกั จากคา่ ขนม 100 บาทต่อเดือน ซึง่ ถือวา่ อยใู่ น

จานวนเงนิ ที่ไม่สงู มากนกั ทีเ่ ด็กจะตดั สินใจเองได้

76. ขอ้ ใดเปน็ การอธิบายโดยใช้เหตุผลทางกฎหมาย

1. การวสิ ามญั ฆาตกรรมพอ่ คา้ ยาบ้า เกดิ ข้นึ เพ่อื ทาให้ผู้กระทาผิดชดใชก้ รรมทกี่ ่อข้นึ ให้

สาสมกับความผิด

2. การวสิ ามัญฆาตกรรมพอ่ คา้ ยาบ้า เป็นสงิ่ ที่ทาข้นึ เพ่อื กาจดั คนชว่ั ให้หมดไปจากสงั คม

เพราะการคา้ ยาบ้าเปน็ การทาลายชาติบา้ นเมือง

3. การวสิ ามัญฆาตกรรมพอ่ คา้ ยาบ้า เปน็ สงิ่ ที่เกิดขนึ้ ในกรณีทีเ่ จ้าหน้าที่ตารวจทาไปเพ่อื

ป้องกนั ตัวในขณะปฏิบัตหิ น้าที่

. 4. การวสิ ามัญฆาตกรรมพอ่ คา้ ยาบ้า เปน็ สงิ่ ทีต่ ้องทาเพอ่ื ป้องปรามอาชญากรรมโดยเปน็

การกระทาที่กฎหมายให้อานาจแก่เจ้าหน้าที่ตารวจ

319

77. กฎหมายจารีตประเพณี หมายความถึงขอ้ ใด

1. การตกลงร่วมกนั ของชมุ ชนหนึง่ การกาหนดความประพฤติของคนในชุมชน

2. แนวทางในการปฏิบัตดิ ้ังเดิมทยี่ ังใช้อยใู่ นชมุ ชนนน้ั โดยทกุ คนทราบดี

3. ประเพณีโบราณที่มีการจารกึ เป็นลายลักษณ์อกั ษรและเผยแพร่ในชมุ ชน

4. กติกาของชมุ ชนทีผ่ ่านการพจิ ารณาจากองคก์ รท้องถิน่ ใหใ้ ช้บังคับร่วมกัน

78. ความเปน็ กฎหมายสงู สุดของรฐั ธรรมนญู หมายความวา่ อยา่ งไร

1. ต้องเคารพ ผู้ใดจะละเมดิ ไม่ได้ 2. กฎหมายใดจะขดั หรือแยง้ ไม่ได้

3. รฐั เท่าน้ันที่มีอานาจในการใช้บังคับ 4. เปน็ บ่อเกิดแห่งสทิ ธิและเสรีภาพ

79. ขอ้ ใดเปน็ โทษในทางอาญา

1. จบั กมุ กักขัง จาคุก ปรบั ประหารชีวิต

2. จับกมุ คุมขงั จาคุก ริบทรพั ยส์ ิน ประหารชีวิต

3. กกั ขงั จาคกุ ปรับ ริบทรัพยส์ ิน ประหารชีวิต

4. เนรเทศ จาคกุ ปรับ ริบทรพั ยส์ ิน ประหารชีวิต

80. ขอ้ ใดอธิบายความแตกต่างของกฎหมายอาญาและกฎหมายแพ่งไดถ้ กู ต้อง

1. กฎหมายอาญาเป็นเรื่องของการป้องกนั และปราบปรามการทาชว่ั กฎหมายแพ่งเป็นเรื่อง

ของความต้องการส่วนบคุ คล

2. กฎหมายอาญาเป็นเรือ่ งของการลงโทษผกู้ ระทาความผิด กฎหมายแพง่ เปน็ เรื่องขอ้ ตกลง

ระหว่างบุคคล

3. กฎหมายอาญาเป็นเรือ่ งความผิดต่อบ้านเมือง กฎหมายแพ่งเปน็ เรื่องความผิดต่อบุคคล

4. กฎหมายอาญาเปน็ เรือ่ งของการรกั ษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง กฎหมายแพง่

เปน็ เรือ่ งของการแสดงเจตนาของบุคคล

81. ขอ้ ใดเปน็ การกระทาที่ไม่อาจอ้างสิทธแิ ละเสรีภาพตามรฐั ธรรมนูญได้

1. เอกซอื้ ทีด่ นิ เพอ่ื ปลกู บ้านทีอ่ ุทยานแห่งชาติทงุ่ ใหญน่ เรศวร

2. โทอ่านหนงั สือปรัชญาชีวิตของอดีตผู้นาพรรคคอมมิวนิสต์

3. ตรีจดั เวทีต่อต้านการประชมุ การคา้ โลก โดยไดร้ บั อนญุ าต

4. จัตวาไปทางานทปี่ ระเทศไต้หวนั โดยไม่ได้ผ่านกรมการจัดหางาน

82. ขอ้ ใดเปน็ สภาพบงั คับของกฎหมาย

1. การห้ามบุคคลต่างด้าวถือครองทีด่ นิ

2. นางน้อยขบั รถฝ่าไฟแดง จงึ ถกู ปรบั 2,000 บาท

3. หญิงชายเมื่อแต่งงานกนั ต้องไปจดทะเบียนสมรส จึงเป็นสามีภริยาโดยชอบด้วยกฎหมาย

4. นายแดงไปประกันตวั นายดา ในวงเงินห้าแสนบาท เมอื่ นายดาหนีไปนายแดงต้องใช้เงิน

ประกันให้แก่ศาล

320

83. การสนิ้ สดุ สภาพของกฎหมายในการบงั คับใช้ เกดิ ข้นึ เมอ่ื ใด

1. เม่อื กฎหมายน้ันขดั รฐั ธรรมนญู

2. เมอ่ื สิน้ สดุ ระยะเวลาทกี่ ฎหมายนั้นเองระบไุ ว้

3. เม่อื มีกฎหมายชื่อเดียวกันออกมาใช้บังคับในภายหลงั

4. เม่อื สิน้ สดุ กฎหมายแมบ่ ททีใ่ ห้อานาจตรากฎหมายน้ัน

84. ขอ้ ใดอธิบายถึง ศกั ดศิ์ รีความเป็นมนษุ ย์ ได้ชดั เจนทีส่ ดุ

1. เสรีภาพในการกระทาสิง่ ทีไ่ ม่เบยี ดเบียนผู้อื่น โดยคานงึ ถึงประโยชน์ของมนษุ ยชาติเปน็ หลกั

2. ความมีจิตใจสูง และปฏิบัติต่อกันอยา่ งให้เกยี รติ โดยใช้วฒั นธรรมประเพณีอันดีงาม

3. การกระทาอยา่ งมสี ติปญั ญาในการแก้ปญั หา โดยไมม่ ีอคติหรือความลาเอียงใดๆ

4. การปฏิบัตติ ่อกนั โดยคานึงถึงความเท่าเทียมกนั ของความเป็นมนุษย์

85. คาวา่ “โมฆะ” ในเรือ่ งนติ ิกรรม หมายความวา่ อยา่ งไร

1. ให้ยกเลกิ นบั ต้ังแต่ทราบวา่ นติ ิกรรมที่ทาข้นึ เปน็ โมฆะ

2. ใช้บังคับไม่ได้นบั ตั้งแต่ทราบวา่ นิตกิ รรมทที่ าข้นึ เปน็ โมฆะ

3. ให้ยกเลกิ นบั ต้ังแต่เวลาทีไ่ ด้ทานติ ิกรรมอันเป็นโมฆะน้ัน

4. ให้ถือเสมือนวา่ ไม่เคยเกดิ นติ ิกรรมนน้ั ข้นึ มาเลย

86. ประเภทของกฎหมายในขอ้ ใดเกิดจากการแบ่งประเภทตามลกั ษณะความสมั พันธ์ของคู่กรณี

1. กฎหมายอาญาและกฎหมายแพง่

2. กฎหมายสารบัญญตั ิและกฎหมายวธิ ีสบัญญตั ิ

3. กฎหมายลายลกั ษณ์อกั ษรและกฎหมายจารีตประเพณี

4. กฎหมายเอกชน กฎหมายมหาชน และกฎหมายระหว่างประเทศ

87. ตามกฎหมายวา่ ด้วยมรดก ใครคือทายาทโดยธรรมลาดบั แรก

1. คสู่ มรส 2. บิดามารดา 3. ผู้สืบสนั ดาน 4. ผู้รบั พนิ ัยกรรม

88. ขอ้ ใดกล่าวไม่ถกู ต้องเกี่ยวกับการละเมิดลิขสิทธ์ิ

1. เป็นความผิดอันยอมความได้

2. ผู้เสียหายจะฟอ้ งร้องได้ต่อเมื่อจดทะเบียนลิขสิทธ์แิ ลว้

3. หากกระทาเพ่อื การคา้ อาจต้องระวางโทษทงั้ จาทง้ั ปรบั

4. ผู้เสียหายสามารถฟอ้ งคดตี ่อศาลได้ทงั้ ทางแพง่ และอาญา

89. กฎหมายตราสามดวงเกิดจากการตรวจชาระและรวบรวมกฎหมายขนึ้ ใหม่ในรัชกาลใด

1. สมเดจ็ พระบรมไตรโลกนาถ

2. สมเด็จพระนารายณ์มหาราช

3. พระบาทสมเดจ็ พระพุทธยอดฟา้ จฬุ าโลก

4. พระบาทสมเดจ็ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยหู่ ัว

321

90. ขอ้ ใดไมใ่ ช่กฎหมายมหาชน

1. รฐั ธรรมนูญ 2. กฎหมายแพ่ง

3. กฎหมายอาญา 4. กฎหมายปกครอง

91. นายแดงขวู่ า่ จะเผาบ้านนายดา ทาใหน้ ายดาต้องเอาเงินทองมามอบให้ นายแดงกระทาความผิด

ตามขอ้ ใด

1. ชิงทรัพย์ 2. ปลน้ ทรพั ย์ 3. รีดเอาทรพั ย์ 4. กรรโชกทรัพย์

92. บคุ คลใดคอื ผู้ท่ศี าลแตง่ ต้ังให้เปน็ ผู้ดแู ลคนไร้ความสามารถ

1. ผู้พิทกั ษ์ 2. ผู้อภิบาล 3. ผู้อนบุ าล 4. ผู้ปกครอง

93. ผู้ท่ใี ช้ให้ผู้อืน่ กระทาความผิดจนสาเรจ็ ต้องได้รบั โทษอยา่ งไร

1. รับโทษเหมอื นเป็นตวั การ

2. รับโทษมากกวา่ เป็นตัวการ

3. รบั โทษกงึ่ หนงึ่ ของโทษสาหรับความผิดนั้น

4. รับโทษสองในสามของโทษสาหรบั ความผิดนน้ั

94. ทรัพย์สินในขอ้ ใดถือวา่ เป็นสินส่วนตวั

1. ดอกผลของสนิ ส่วนตัว

2. รายได้จากการประกอบอาชีพของคสู่ มรสฝ่ายใดฝ่ายหนึง่

3. ทรัพยส์ ินทีค่ สู่ มรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้มาโดยการรบั มรดก

4. อสังหาริมทรพั ย์ทค่ี สู่ มรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้มาระหว่างสมรส

95. ประมวลกฎหมายแพง่ และพาณิชยก์ าหนดใหต้ ้องทาสญั ญาเป็นลายลกั ษณ์อกั ษร

1. เกินกวา่ 50 บาท 2. เกินกวา่ 100 บาท

3. เกนิ กวา่ 500 บาท 4. เกินกวา่ 2,000 บาท

96. ใครคือ “ทนายแผ่นดนิ ”

1. ผู้พิพากษา 2. พนกั งานอยั การ

3. ประธานศาลฎกี า 4. คณะกรรมการตุลาการ

97. กฎหมายแตกต่างจากกฎเกณฑ์อืน่ อย่างไร

1. มีสภาพบงั คบั ท่ชี ดั เจนและจริงจงั

2. เปน็ กฎเกณฑ์ที่ใช้บังคบั กบั มนษุ ยเ์ ท่านั้น

3. มีลกั ษณะควบคุมความประพฤติของมนษุ ย์

4. ใช้แก้ไขขอ้ ขดั แยง้ ในสงั คมได้อยา่ งมีประสิทธภิ าพ

98. พระราชกาหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉกุ เฉนิ พ.ศ.2548 เปน็ กฎหมายทอ่ี อกโดย

องคก์ รใด

1. นิติบญั ญตั ิ 2. บริหาร

3. ตุลาการ 4. องคก์ รอิสระ

322

99. นายเก่งอายุ 18 ปี ต้องการซือ้ รถจกั รยานยนต์ จงึ ทาสญั ญาซือ้ ขายกบั ร้านคา้ โดยลาพัง สญั ญา

ดังกล่าวมีผลอยา่ งไรในทางกฎหมาย

1. สมบรู ณ์ 2. โมฆะ

3. โมฆยี ะ 4. ไม่สมบรู ณ์

100. ในขอ้ ใดหญงิ ไม่ต้องคนื ของหมน้ั ให้แก่ฝ่ายชาย

1. หญิงผดิ สญั ญาหมนั้ 2. หญิงที่ไปร่วมประเวณกี ับชายอื่น

3. หญงิ ไม่ยอมไปจดทะเบียนสมรส 4. หญิงที่ชายคู่หม้ันตายก่อนสมรส

101. ขอ้ ใดกล่าวถกู ต้อง

1. ชายหรือหญงิ วกิ ลจรติ สามารถสมรสกนั ได้

2. ชายหรือหญิงเปน็ ญาติสบื สายโลหิตสมรสกันได้

3. ชายหรือหญิงบรรลนุ ิติภาวะจดทะเบียนสมรสกันได้

4. ชายหรือหญิงทาการสมรสขณะตนมีคู่สมรสแล้วได้

102. บคุ คลทีศ่ าลมีคาสง่ั แตง่ ตงั้ ให้ดแู ลคนไร้ความสามารถ ในทางกฎหมายเรียกวา่ อะไร

1. ผู้แทนโดยชอบธรรม 2. ผู้พิทกั ษ์

3. ผู้อนุบาล 4. ผู้มีอานาจจัดการแทน

103. ขอ้ ใดไมใ่ ช่โทษตามกฎหมายอาญา

1. ริบทรัพย์สนิ 2. กกั ขงั

3. ยดึ ทรัพย์ 4. ปรบั

104. การเสียภาษีเงนิ ไดบ้ ุคคลธรรมดา ตามปกติจะต้องดาเนนิ การภายในเดือนใดของทกุ ปี

1. มกราคม 2. มีนาคม

3. เมษายน 4. มิถนุ ายน

105. น.ส.ฟา้ ใสทาสญั ญาซือ้ ขายบา้ นจดั สรร ต้องดาเนินการตามแบบของนติ ิกรรมในขอ้ ใด

1. ทาเปน็ หนังสือ 2. จดทะเบียนต่อเจ้าพนักงาน

3. ทาเปน็ หนงั สือต่อพนกั งานเจ้าหน้าที่ 4. ทาเป็นหนงั สือและจดทะเบียนต่อเจ้าพนกั งาน

106. ขอ้ ใดถกู ต้อง

1. นายกรัฐมนตรีมสี ิทธเิ สนอร่างพระราชบญั ญตั ิได้

2. สมาชิกวฒุ ิสภามีสิทธิเสนอร่างพระราชบัญญตั ิได้

3. รฐั มนตรีมีอานาจเสนอร่างพระราชบญั ญัติโดยการรบั รองจากมติคณะรฐั มนตรี

4. ประชาชนสามารถเสนอร่างพระราชบญั ญัติทเ่ี กี่ยวขอ้ งกบั แนวนโยบายของรัฐได้

107. อายุของการคมุ้ ครองลิขสิทธงิ์ านถ่ายภาพ นอกจากคมุ้ ครองตลอดอายขุ องผู้สร้างสรรคแ์ ล้วยัง

จะคุ้มครองต่อได้อีกกีป่ ี

1. 20 2. 25

3. 35 4. 50

323

108. วาระใดไม่อยใู่ นการพจิ ารณาร่างพระราชบญั ญตั ใิ นช้ันสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

1. การพจิ ารณาหลักการและเหตุผลของร่าง พ.ร.บ.

2. การพจิ ารณาเนือ้ หาของร่าง พ.ร.บ.

3. การแก้ไขเพ่มิ เติมใน พ.ร.บ.

4. การลงมตริ ับร่าง พ.ร.บ.

109. กรณีวุฒสิ ภาไม่เหน็ ชอบกบั ร่างพระราชบัญญตั ิ จะยกมาพจิ ารณาใหม่ได้เมือ่ พน้ กาหนด

เวลากีว่ นั

1. 90 2. 120 3. 150 4. 180

110. ขอ้ ใดเรียงลาดับศักดิข์ องกฎหมายจากสงู ไปหาต่าได้อยา่ งถูกต้อง

1. พระราชกาหนด พระราชกฤษฎกี า เทศบญั ญัติ กฎกระทรวง

2. รฐั ธรรมนูญ พระราชกฤษฎกี า พระราชบญั ญตั ิ กฎกระทรวง

3. รฐั ธรรมนูญ พระราชบญั ญตั ิ พระราชกฤษฎกี า กฎกระทรวง

4. พระราชบญั ญัติ กฎกระทรวง พระราชกฤษฎกี า เทศบญั ญตั ิ

111. ศาลใดที่เมื่อมีคาพพิ ากษาคดีอาญาแล้ว ไม่มกี ารอุทธรณ์ฎีกา

1. ศาลแขวง 2. ศาลอาญาศึก

3. ศาลปกครองกลาง 4. ศาลเยาวชนและครอบครวั กลาง

112. การใช้เงินเพ่อื ซอื้ คะแนนเสียงเลือกต้ังของพรรคการเมือง มีผลประกาศใดในทางกฎหมาย

1. ถูกดาเนินคดีอาญาต้องระวางโทษปรับหรือจาคกุ

2. ถกู เพกิ ถอนสิทธกิ ารเลือกต้ังและยดึ ทรัพย์สินของผู้สมัครรบั เลือกตั้ง

3. ถกู เพกิ ถอนสิทธกิ ารเลือกตั้งและต้องห้ามไม่ให้ยงุ่ เกีย่ วทางการเมืองเปน็ เวลา 10 ปี

4. ถูกยบุ พรรคการเมืองและกรรมการบริหารพรรคถูกเพกิ ถอนสิทธกิ ารเลือกตั้งเปน็ เวลา 5 ปี

113. พระราชกาหนดให้อานาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพ่อื วางระบบบริหารจัดการน้าและสร้างอนาคต

ประเทศ พ.ศ. 2555 เปน็ กฎหมายทอ่ี อกโดยฝ่ายใด

1. นิติบัญญตั ิ 2. บริหาร

3. ตุลาการ 4. องค์กรอิสระ

114. นาย ก. และพวกรวม 7 คน ถูกจับและดาเนินคดีข้อหาวางเพลิงสถานที่ราชการ หากต่อมามี

กฎหมายนิรโทษกรรมการกระทาความผิดดังกล่าว จะมีผลประการใดในทางกฎหมาย

1. ถือวา่ การกระทานั้นไมเ่ ปน็ ความผิดและบคุ คลเหล่านั้นพ้นโทษ

2. ถือวา่ บุคคลเหล่านั้นได้รับการยกเวน้ โทษทั้งหมดหรือบ้างส่วน

3. ถือวา่ บุคคลเหล่านั้นได้รบั การลดหย่อนผ่อนโทษน้อยลง

4. ถือวา่ การกระทานั้นเปน็ ความผิดแต่ได้รับการลบล้างโทษ

324

115. ขอ้ ใดผู้ให้เช่าซอื้ มีสิทธิบอกเลิกสญั ญาได้

1. ผู้เช่าซือ้ ผิดนัดไม่ชาระคา่ เช่าซอื้ งวดใดงวดหนึ่ง

2. ผู้เช่าซือ้ ผิดนัดไม่ชาระคา่ เช่าซอื้ สองงวดติดต่อกัน

3. ผู้เช่าซือ้ นาทรัพย์สินไปให้บคุ คลอ่ืนใช้สอย

4. ผู้เช่าซือ้ ไม่สงวนดูแลรักษาทรัพย์สิน

116. สภาพบุคคลของบคุ คลธรรมดาสนิ้ สุดลงเมือ่ ใด

1. พิการ 2. ตาย 3. ล้มละลาย 4. อายุ 60 ปีขนึ้ ไป

117. ขอ้ ใดกล่าวถกู ต้อง

1. ชายหรือหญิงฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งวิกลจริตสามารถสมรสกนั ได้ หากศาลอนญุ าต

2. ชายหรือหญิงต้องมีอายคุ รบ 20 ปีบริบูรณ์ จึงจดทะเบียนสมรสกันได้

3. การผิดสญั ญาหมนั้ ฝ่ายทเ่ี สียหายสามารถฟอ้ งศาลบงั คบั ให้สมรสได้

4. เม่อื การสมรสสิน้ สุดลง การแบ่งสินสมรสจะต้องนามาแบ่งให้เทา่ กนั ทั้งสองฝ่าย

118. ขอ้ ใดเป็นนิติกรรมฝ่ายเดียว

1. ซือ้ ขาย 2. เช่าซือ้ 3. พนิ ยั กรรม 4. จานา

119. นาย ก. ขายฝากสร้อยคอทองคากับนาย ข. จานวน 50,000 บาท โดยไม่ได้ตกลงระยะทางเวลาไถ่

คนื กนั ไว้ ดงั น้ันนาย ก. มสี ิทธไิ ถ่คืนภายในระยะเวลาเท่าใด

1. ไมเ่ กิน 3 ปี นับแต่วันทาสัญญา

2. ไมเ่ กิน 3 ปี นบั แต่วันส่งมอบทรพั ย์สิน

3. ไมเ่ กิน 10 ปี นับแต่วันทาสัญญา

4. ไมเ่ กิน 10 ปี นบั แต่วันส่งมอบทรพั ย์สิน

120. ทรพั ย์ชนิดใดไม่สามารถจานองประกนั หนไี้ ด้

1. ตึกแถว 2. ช้างที่มีตั๋วรูปพรรณ

3. รถบรรทกุ 10 ล้อ 4. เรือเดินสมุทร

121. ขอ้ ใดเปน็ สภาพบังคับคดีทางแพง่

1. จาคุก 2. ปรบั

3. ริบทรพั ยส์ ิน 4. ยดึ ทรัพย์

122. ขอ้ ใดไม่ใช่งานที่มีลิขสิทธิ์

1. แบบแปลนอาคารพาณิชย์ 2. เนือ้ เพลงของคา่ ยเพลงหนึง่

3. วิธสี กดั น้ามันปาล์มเป็นไบโอดีเซล 4. ท่าเต้นประกอบการแสดงละครเวที

325

อำ่ นข้อควำมต่อไปนีแ้ ลว้ ตอบคำถำมข้อ 123-125
เพ่ือเป็นการส่งเสริมให้สถาบนั อุดมศึกษาสามารถจดั การศึกษาได้อยา่ งหลากหลายทันสมัยมี

มาตรฐาน และคุณภาพการศึกษาสอดคล้องกับความก้าวหน้าด้านวิชาการและวิชาชีพ รัฐมันตรี
กระทรวงศึกษาธิการจึงได้จัดทาแนวทางการจัดหลักสูตรควบระดับปริญญาตรีสองปริญญาใน
สถาบันอุดมศึกษาไทย โดยให้ผู้ศึกษาได้ศึกษาในสองหลกั สตู รที่แตกต่างกนั แต่มีส่วนสนับสนุนซึ่งกัน
และกันในระยะเวลาเดียวกนั ได้ โดยอาจใช้ระยะเวลาในการศึกษาส้ันลง และประหยดั คา่ ใช้จ่าย ทาให้ผู้
เข้ารับการศึกษามีความเชี่ยวชาญในศาสตร์ท้ังสองศาสตร์ และสามารถเชื่อมโยงศาสตร์เหล่านั้นได้
อยา่ งบูรณาการ

123. แนวทางการจดั หลกั สตู รควบระดบั ปริญญาตรสี องปริญญาในสถาบนั อุดมศกึ ษาไทยต้องจดั ทา

เปน็ กฎหมายในรูปแบบใด

1. ข้อบัญญตั ิ 2. พระราชกฤษฎกี า

3. ประกาศกระทรวง 4. ข้อบังคับมหาวิทยาลัย

124. แนวทางการจดั หลกั สตู รควบระดบั ปริญญาตรสี องปริญญาเปน็ การกระทาของฝ่ายใด

1. รัฐสภา 2. บริหาร

3. ตลุ าการ 4. ปกครอง

125.หากแนวทางการจดั หลกั สูตรควบระดบั ปริญญาตรีสองปริญญามีข้อความขดั แยง้ หรือแยง้ ต่อหลกั

สิทธทิ างการศกึ ษาและเสรีภาพทางวชิ าการ ศาลใดมีอานาจวินิจฉัย

1. ศาลยตุ ิธรรม 2. ศาลปกครอง

3. ศาลชานัญพเิ ศษ 4. ศาลรฐั ธรรมนญู

126.การที่เจ้าหน้าที่ตารวจเข้าตรวจสอบสถานที่เกิดเหตแุ ละชันสตู รพลกิ ศพ เปน็ การปฏิบัติภายใต้

กฎหมายใด

1. วิธบี ัญญัติ 2. องค์กรบัญญตั ิ

3. สารบญั ญัติ 4. บริหารบญั ญตั ิ

127. ขอ้ ใดไมใ่ ช่กฎหมายมหาชน

1. ข้อบงั คบั ตาบล 2. ข้อบงั คับแพทยสภา

3. ข้อบงั คบั บริษัทมหาชนจากดั 4. ข้อบงั คับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่

128.ขอ้ ใดคอื ความผิดอาญาแผ่นดิน

1. ความผิดที่เหน็ ได้ในตัวเอง

2. ความผิดทีย่ อมความกันไม่ได้

3. ความผิดทีเ่ กี่ยวข้องกบั ศีลธรรม

4. ความผิดที่ดาเนินคดีไดต้ ่อเมือ่ มีการร้องทกุ ข์

326

129. ผู้ใดทาหน้าที่ฟ้องจาเลยต่อศาลแทนรฐั

1. นิตกิ ร 2. ตารวจ

3. อยั การ 4. ทนายความ

130.ขอ้ ใดได้รบั การคมุ้ ครองโดยไมต่ อ้ งจดทะเบียนทรพั ย์สนิ ทางปัญญา

1. ลิขสิทธ์ิ 2. สิทธบิ ัตร

3. เครือ่ งหมายการคา้ 4. แบบผงั ภมู ิของวงจรรวม

131. ขอ้ ใดถกู ต้อง

1. สงั หาริมทรพั ย์ทกุ ชนิดทีไ่ ด้มาระหว่างสมรสคอื สินสมรส

2. ดอกเบีย้ เงินฝากธนาคารทีเ่ กดิ ข้นึ ในระหว่างสมรสยอ่ มเปน็ สินสมรส

3. ที่ดนิ ที่สามีซือ้ มาในระหว่างการสมรสยอ่ มเปน็ สนิ สมรสเพราะเปน็ อสงั หาริมทรพั ย์

4. มรดกทีภ่ ริยาไดร้ บั จากบิดามารดาของตน สามีย่อมมีสิทธิครึง่ หนงึ่ ในฐานะทีเ่ ป็นสินสมรส

132.ขอ้ ใดเป็นสภาพบังคบั ทางแพง่

1. เสียเบีย้ ปรบั 2. ริบทรพั ยส์ ิน

3. คมุ ประพฤติ 4. รบั ทณั ฑ์บน

133.ขอ้ ใดเป็นการทานติ ิกรรม

1. ดาขบั รถยนต์ชนขาวด้วยความตั้งใจ

2. เขียวเข้าซ่อมแซมหลังคาบ้านให้เหลืองโดยเหลืองไม่ได้สงั่

3. ส้มแสดงตนในฐานะผู้รับพินยั กรรมเพ่อื ขอรับมรดกของฟา้ ผู้ตาย

4. แดงยอมรับวา่ ตนเปน็ หนี้ม่วงโดยลงลายมือชื่อในเอกสารไวเ้ ป็นหลกั ฐาน

134. การขายรถยนตท์ ี่มีมูลคา่ 300,000 บาท แต่ไม่ได้ทาเปน็ หนงั สือสญั ญาไว้ หลกั ฐานตามขอ้ ใดใช้

ฟอ้ งร้องบงั คบั คดีได้

1. บนั ทกึ ประจาวัน

2. สาเนาใบคมู่ ือจดทะเบียนรถยนต์

3. จดหมายลงทะเบียนไปรษณีย์ทก่ี าหนดวนั ชาระหนใี้ หผ้ ู้ซื้อทราบล่วงหน้า

4. เทปบันทกึ เสียงการสนทนาทางโทรศพั ท์ในระหว่างพดู คยุ เพ่อื ทวงถามให้ผู้ซือ้ ชาระหนี้

อำ่ นขอ้ ควำมตอ่ ไปนีแ้ ลว้ ตอบคำถำมข้อ 135-137
สมหญิงต้องใช้เงินจานวน 200,000 บาท เพอ่ื เป็นคา่ ผ่าตัดเปลี่ยนไต แต่มีเงินไม่พอจึงตัดสินใจยืม

เงินจากสมชายจานวน 150,000 บาท แต่สมชายกังวลวา่ เมื่อให้ยืมไปแล้วจะไม่ได้คืน
สมหญิงมีโฉนดที่ดินทากินเปน็ ของตนเองอยู่ 5 ไร่สร้อยคอทองคา 1 เส้น สุกร 10 ตวั กระบอื 2 ตัว

รถยนต์ 1 คันและรถจักรยานยนต์ 1 คันซึ่งสมหญิงยินยอมที่จะนาทรัพยส์ ินเหล่านี้มาเป็นประกนั การ
ชาระหนี้

327

135.หากสมชายเลือกโฉนดทดี่ ินเปน็ ประกันการชาระหนกี้ ู้ยืม และต้องการกรรมสิทธใ์ิ นที่ดนิ นนั้ โดยจะ

โอนคนื ให้เมื่อสมหญิงชาระหนีเ้ งินกู้ครบแล้ว สมชายต้องทาสญั ญาใด

1. จานา 2. เช่าซือ้

3. ขายฝาก 4. แลกเปลีย่ น

136.หากสมชายเลือกกระบือเปน็ ประกันการชาระหนกี้ ู้ยืม โดยสมหญงิ ยงั คงต้องรบั ผิดชอบคา่ เลีย้ งดู

กระบือ สมชายต้องทาสัญญาใด

1. เช่า 2. จานอง

3. ฝากทรัพย์ 4. จ้างแรงงาน

137. ขอ้ ใดคอื ทรัพยส์ ินทสี่ มชายไม่ควรใช้เปน็ ประกันการชาระหนกี้ ู้ยืม

1. สุกร 2. รถยนต์

3. รถจกั รยานยนต์ 4. สร้อยคอทองคา

138.ประกาศคณะรกั ษาความสงบแหง่ ชาติ ฉบับที่ 116 / 2557 เรือ่ ง การแกไ้ ขเพิม่ เติมกฎหมายวา่ ด้วย

มาตรการในการปราบปรามผู้กระทาผิดเกีย่ วกับยาเสพติด มีวัตถปุ ระสงคเ์ พ่อื แก้ไขเพ่มิ เติม

กฎหมายวา่ ด้วยมาตรการในการปราบปรามผู้กระทาผิดเกีย่ วกบั ยาเสพตดิ และปรับปรงุ

บทบัญญตั ิในส่วนทีเ่ กี่ยวกับการตรวจสอบทรพั ย์สนิ ทีเ่ กยี่ วเนือ่ งกบั การกระทาความผิดเกยี่ วกับยา

เสพติด ประกาศนมี้ ีค่าบงั คบั เท่ากับกฎหมายลาดบั ใด

1. รฐั ธรรมนูญ 2. กฎกระทรวง

3. พระราชบญั ญตั ิ 4. ประกาศสานกั นายกรฐั มนตรี

139.คาส่งั หัวหน้าคณะรกั ษาความสงบแห่งชาติ ที่ 26 / 2558 เรือ่ ง การดาเนินการเพอ่ื ถอดพนั ตารวจ

โท ทักษณิ ชินวตั ร ออกจากยศตารวจ เปน็ การกระทาโดยอานาจด้านใด

1. บรหิ าร 2. ตลุ าการ

3. ปกครอง 4. นิติบัญญตั ิ

140. นางสาว ก ขับขีร่ ถจกั รยานยนต์ โดยมีเดก็ หญิง ข ซ้อนท้ายไปตามทางหลวงชนบท เมื่อถึงจุดเกิด

เหตุ ต้นทองหลางทีผ่ กุ ลวงในเขตทางหลวงได้โค่นลงมาทับรถจักรยานยนต์ ทาให้นางสาว ก ได้รบั

บาดเจ็บและเด็กหญิง ข ถึงแก่ความตาย บิดามารดาของผู้ท่ไี ด้รับอุบัติเหตุท้ังสองต้องการฟอ้ งร้อง

กรมทางหลวงฐานละเลยหน้าที่ เพ่ือเรียกคา่ สินไหมทดแทน รวมคา่ ปลงศพ และอื่นๆ จะต้องย่ืน

ฟอ้ งต่อศาลใด

1. ศาลยตุ ิธรรม 2. ศาลปกครอง

3. ศาลชานญั พเิ ศษ 4. ศาลเยาวชนและครอบครวั

141.ขอ้ ใดเปน็ หลกั ทว่ั ไปเกี่ยวกับการดาเนินคดีแพง่

1. การนิง่ ถือวา่ จาเลยใหก้ ารยอมรับ

2. หากจาเลยไม่มีทนาย ศาลจะต้องจดั หาทนายให้

3. การพจิ ารณาพิพากษาคดีต้องกระทาต่อหน้าจาเลย

4. จาเลยมีสิทธติ ่อสู้คดีอยา่ งเต็มที่ และกลบั คาใหก้ ารเมือ่ ใดก็ได้

328

142. ขอ้ ใดไมใ่ ช่สภาพบังคบั ทางอาญา

1. ยดึ ทรัพย์ 2. กกั บริเวณ

3. คมุ ประพฤติ 4. วธิ ีการสาหรับเดก็

143. ใครทาหน้าที่ให้คาปรึกษาด้านกฎหมายแกห่ น่วยราชการ

1. นิตกิ ร 2. ตารวจ

3. อยั การ 4. ทนายความ

144. ขอ้ ใดคอื ความผิดอาญาแผ่นดิน

1. ความผิดทีเ่ หน็ ไดใ้ นตัวเอง

2. ความผิดทีย่ อมความกนั ไม่ได้

3. ความผิดที่เกี่ยวข้องกับศีลธรรม

4. ความผิดทีด่ าเนินคดีได้เมือ่ มีการร้องทกุ ข์

145. ขอ้ ใดไมส่ ่งผลใหก้ ารฟอ้ งคดีอาญาระงบั ลง

1. ผู้กระทาผิดตาย 2. คดีขาดอายุความ

3. จาเลยถอนคาใหก้ าร 4. มีกฎหมายยกเวน้ ความผิด

146. ขอ้ ใดคอื นิตกิ รรม

1. ดาขับรถยนต์ชนขาวด้วยความต้ังใจ

2. ส้มแสดงตนในฐานะผู้รับพินัยกรรมเพ่อื ขอรับมรดกของฟา้ ผู้ตาย

3. เขยี วเข้าซ่อมหลังคาบ้านให้เหลืองด้วยความหวงั ดีเพราะเปน็ ฤดฝู น

4. แดงยอมรบั วา่ ตนเปน็ หนีม้ ่วงโดยลงลายมือชือ่ ในเอกสารไวเ้ ปน็ หลกั ฐาน

147. ขอ้ ใดเป็นการกระทาที่ชอบด้วยกฎหมาย

1. ขาวทาพนิ ัยกรรมเป็นหนงั สือยกทดี่ ินให้สนุ ัข

2. เล็กบอกกล่าวด้วยวาจาจ้างน้อยตดั ตน้ ไม้ในเขตป่าต้นนา้

3. สายหมอกหลอกให้สายน้าซ่อมคอมพวิ เตอร์โดยอ้างวา่ เครือ่ งเสียหายมาก

4. ดาวเช่ารถยนต์ของตะวนั เป็นเวลา 5 ปี โดยไม่ได้ทาสญั ญาเป็นลายลกั ษณ์อกั ษร

148. หากเจ้าหนีต้ ้องการโฉนดที่ดนิ ของลกู หนเี้ ป็นประกนั หนกี้ ู้ยืม โดยต้องการกรรมสิทธ์ใิ นที่ดนิ นั้น

และจะโอนคนื ให้แก่ลกู หนีเ้ มือ่ ได้ชาระหนีเ้ งินกู้ครบจานวนแล้ว ต้องทาสัญญาลกั ษณะใด

1. จานา 2. จานอง 3. ขายฝาก 4. แลกเปลีย่ น

149. ขอ้ ใดได้รบั การคมุ้ ครองโดยไม่ต้องจดทะเบียนทรพั ยส์ ินทางปญั ญา

1. งานวรรณกรรม 2. สิ่งบ่งชที้ างภูมิศาสตร์

3. การออกแบบผลิตภัณฑ์ 4. แบบผังภูมิของวงจรรวม

150.สูตรอาหารได้รบั การคมุ้ ครองทรัพยส์ ินทางปัญญาตามขอ้ ใด

1. ลิขสิทธ์ิ 2. สทิ ธิบัตร

3. เครื่องหมายบรกิ าร 4. สิง่ บ่งชที้ างภูมิศาสตร์

329

เฉลยขอ้ สอบ กฎหมำยทั่วไป แพ่งและอำญำ

1) 3 31) 1 61) 4
2) 2 32) 1 62) 4
3) 3 33) 3 63) 1
4) 2 34) 2 64) 1
5) 3 35) 1 65) 1
6) 1 36) 3 66) 1
7) 3 37) 4 67) 2
8) 4 38) 1 68) 4
9) 4 39) 2 69) 2
10) 2 40) 1 70) 2
11) 2 41) 1 71) 2
12) 3 42) 3 72) 1
13) 3 43) 2 73) 4
14) 3 44) 4 74) 4
15) 3 45) 3 75) 2
16) 3 46) 2 76) 3
17) 1 47) 2 77) 2
18) 2 48) 1 78) 2
19) 4 49) 3 79) 3
20) 3 50) 3 80) 4
21) 1 51) 4 81) 1
22) 1 52) 3 82) 2
23) 4 53) 1 83) 1
24) 3 54) 1 84) 4
25) 2 55) 3 85) 4
26) 3 56) 4 86) 4
27) 1 57) 2 87) 3
28) 3 58) 1 88) 2
29) 3 59) 2 89) 3
30) 2 60) 3 90) 2

330

91) 4 123)3
92) 3 124)4
93) 1 125)2
94) 3 126)1
95) 4 127)3
96) 2 128)2
97) 1 129)3
98) 2 130)1
99) 3 131)2
100)4 132)1
101)3 133)4
102)3 134)1
103)3 135)3
104)2 136)2
105)4 137)1
106)4 138)3
107)4 139)1
108)3 140)2
109)4 141)1
110)3 142)1
111)2 143)1
112)4 144)2
113)2 145)3
114)1 146)4
115)2 147)4
116)2 148)2
117)4 149)1
118)3 150)2
119) 1
120) 3
121) 4
122) 3

331

ขอ้ สอบ

ชุดที่ 15 โจทยส์ งั คมข้นั จอมปราชญ์

คลงั ขอ้ สอบหนา้ ทพี่ ลเมืองและวฒั นธรรม

ข้อสอบแบบปรนัย 4 ตวั เลอื ก เลอื ก 1 คำตอบที่ถกู ตอ้ งที่สดุ จำนวน 203 ข้อ

1. ขอ้ ใดไมใ่ ช่องคป์ ระกอบทสี่ ำคญั ของสถำบนั ทำงสังคม

1. กลุ่มสงั คม 2. สญั ลกั ษณ์และคำ่ นิยม

3. สำนกั งำนและสถำนทตี่ ั้ง 4. แบบแผนพฤตกิ รรมของสมำชิก

2. กำรจดั ประเพณีทอ้ งถนิ่ ใดเกี่ยวข้องกับวดั หรือสถำบนั ทำงศำสนำน้อยทส่ี ดุ

1. กำรแห่ผีตำโขน 2. กำรรับบัวโยนบัว

3. กำรทำขวัญขำ้ ว 4. กำรบชู ำเสำอินทขลี

3. ขอ้ ใดเปน็ ควำมหมำยของ “วฒั นธรรม” ทไี่ มถ่ กู ต้องในทำงสงั คมศำสตร์

1. เป็นสงิ่ ที่มีสมำชิกสงั คมใหก้ ำรยอมรับ

2. เปน็ ผลรวมของสิง่ ทดี่ ีงำม ไม่เปลี่ยนแปลง

3. มที ้ังวัฒนธรรมทีเ่ ป็นวัตถแุ ละทีไ่ ม่ใช่วัตถุ

4. เป็นสงิ่ สร้ำงสรรคแ์ ละภมู ิปัญญำทีถ่ ่ำยทอดสบื ต่อได้

4. ขอ้ ใดไมใ่ ช่ปรำกฏกำรณ์จำกมหำอุทกภยั ในหลำยจงั หวดั รวมท้ังกรงุ เทพฯ ในปี 2554

1. กำรรำยงำนและเผยแพร่ข้อมูลขำ่ วสำรเรือ่ งน้ำท่วมมีอยำ่ งต่อเนือ่ งผ่ำนสื่อหลำยช่องทำง

2. ภำคส่วนต่ำงๆในสงั คม ท้ังรฐั เอกชน และชุมชนระดมควำมช่วยเหลือผู้ประสบภัยอยำ่ ง

กวำ้ งขวำง

3. กำรแกป้ ญั หำน้ำท่วมก่อให้เกิดควำมขดั แยง้ ระหว่ำงผทู้ ีอ่ ยเู่ หนือคันกั้นน้ำและใต้คนั กั้นน้ำ

4. หน่วยงำนภำครฐั ที่มีส่วนเกยี่ วข้องกบั กำรจัดกำรน้ำสำมำรถคำดกำรณ์สถำนกำรณ์น้ำท่วม

ล่วงหน้ำได้อยำ่ งถูกต้อง

5. ในระยะที่ผ่ำนมำมีกำรรวมตัวและเคลื่อนไหวทำงกำรเมอื งของกลุ่มทีเ่ รียกกนั ทั่วไปว่ำกลุ่มเสอื้ แดง

และกลุ่มเสอื้ เหลือง อะไรคอื ควำมแตกต่ำงทสี่ ำคญั ระหวำ่ งของคนสองกลุ่ม

1. แนวนโยบำยในกำรพัฒนำประเทศ

2. ควำมเชื่อและอุดมกำรณ์ทำงศำสนำ

3. แนวทำงกำรพัฒนำสังคมไทยให้เปน็ “ประชำธิปไตย”

4. ชนชั้นและสถำนภำพทำงสงั คมของสมำชิกของแตล่ ะกลุ่ม

332

6. ขอ้ ใดอธิบำยลกั ษณะของสงั คมไทยในปจั จบุ ันได้ถกู ต้องที่สุด

1. แรงงำนในภำคเกษตรมีแนวโน้มเพ่มิ ข้นึ

2. ประชำกรจำกชนบทยำ้ ยถนิ่ เขำ้ สู่เมืองมำกขน้ึ

3. จำนวนสมำชิกเฉลี่ยในครอบครวั มีแนวโน้มเพ่มิ ข้นึ

4. พื้นที่ชนบทมีควำมหนำแน่นของประชำกรมำกกวำ่ พ้ืนที่ในเมอื ง

7. ปัญหำใดทีท่ ำให้เกิดควำมขัดแยง้ และนำไปสู่ควำมรนุ แรงในสงั คมไทยได้มำกที่สดุ

1. กำรขำดกำรศกึ ษำ 2. ควำมแตกต่ำงทำงศำสนำ

3. กำรแพรร่ ะบำดของยำเสพติด 4. ควำมไม่เทำ่ เทียมทำงเศรษฐกจิ และสงั คม

8. ประเทศไทยเริม่ มีกำรก่อสร้ำงโครงสร้ำงพน้ื ฐำนทีส่ ำคญั เช่น เข่อื นขนำดใหญ่ ถนนสู่ภมู ิภำคต่ำงๆ

ในช่วงของกำรใช้แผนพัฒนำเศรษฐกิจแห่งชำตฉิ บับใด

1. ฉบบั ที่ 1 2. ฉบบั ที่ 2 3. ฉบบั ที่ 3 4. ฉบับที่ 4

9. ขอ้ ใดเป็นสถำนภำพทำงสงั คมโดยกำเนิด

1. ยศ 2. ชนช้ัน 3. วรรณะ 4. ตำแหนง่ หน้ำที่

10. ขอ้ ใดอธิบำยลกั ษณะของ “คนต่ำงด้ำว” ในประเทศไทยได้ถกู ต้องทีส่ ดุ

1. มีสิทธิและหน้ำที่ต่ำงจำกพลเมืองไทย

2. เข้ำเมืองผิดกฎหมำย เปน็ ภัยต่อควำมมั่นคงของชำติ

3. ไมม่ ีควำมจงรกั ภักดีต่อชำติ ศำสนำ และพระมหำกษตั ริย์

4. เข้ำมำอยอู่ ำศยั ในเมืองไทยเป็นเวลำนำนจนกลำยเปน็ คนไทย

11. ขอ้ ใดเป็นตัวชวี้ ัดควำมเป็น “พลเมอื ง” ไทย

1. กำรมีสญั ชำติไทย

2. กำรรกั ษำขนบธรรมเนียมประเพณีไทย

3. กำรเสียภำษีตำมกฎหมำยของประเทศไทย

4. กำรปฏิบัตติ ำมกฎหมำยไทยอยำ่ งเคร่งครัด

12. ขอ้ ใดให้ควำมหมำยของสงั คมได้ถูกตอ้ งที่สดุ

1. คนหมมู่ ำกมำรวมตวั กัน 2. คนหมู่มำกมีปฏสิ มั พันธก์ ัน

3. คนหมมู่ ำกมำอำศยั อยรู่ ่วมกัน 4. คนหมมู่ ำกแลกเปลี่ยนระหว่ำงกนั

13. ขอ้ ใดคอื หน้ำที่ทส่ี ำคญั ทีส่ ดุ ของ “สถำบนั ทำงสังคม”

1. ตอบสนองควำมต้องกำรและควำมจำเปน็ ของสงั คม

2. ควบคมุ พฤติกรรมเบี่ยงเบนของสมำชิกในสังคม

3. จดั ระเบียบกำรเปลี่ยนแปลงทำงสังคมและวัฒนธรรม

4. เปน็ ศูนยก์ ลำงของควำมเชือ่ และควำมศรทั ธำของสงั คม

333

14. ขอ้ ใดไมใ่ ช่ควำมหมำยของกำรจดั ระเบียบทำงสงั คมในทศั นะของนักสงั คมวทิ ยำ

1. กำรทำใหส้ งั คมมีระเบียบวนิ ัยเปน็ คนดี

2. กำรทำให้คนในสงั คมมีบทบำทและสถำนภำพทำงสงั คม

3. กำรทำให้คนในสังคมปฏิบตั ิตำมกฎ กติกำต่ำงๆ ทำงสังคม

4. กำรทำให้คนในสงั คมรู้ว่ำควรทำอยำ่ งไรในสถำนกำรณ์ต่ำงๆ

15. ขอ้ ใดกล่ำวถูกต้องทีส่ ดุ

1. กำรขัดเกลำทำงสังคมทำให้บุคคลมีควำมเปน็ คนอยำ่ งแท้จรงิ

2. ครอบครัวเปน็ กลุ่มทำงสังคมเดียวท่ที ำหน้ำที่ขดั เกลำทำงสังคม

3. กำรขดั เกลำทำงสงั คมทสี่ ำคัญของมนุษยค์ อื เฉพำะช่วงวยั เด็กเท่ำนั้น

4. คนในสงั คมหนงึ่ ไม่สำมำรถขดั เกลำผู้คนจำกอกี สงั คมที่แตกต่ำงกนั ได้

16. ขอ้ ใดมีควำมหมำยใกล้เคียงทีส่ ดุ กบั คำวำ่ “สถำนภำพทำงสงั คม”

1. หน้ำที่ทำงสงั คม 2. ตำแหนง่ ทำงสงั คม

3. ปฏิสมั พนั ธ์ทำงสงั คม 4. บรรทดั ฐำนทำงสังคม

17. ขอ้ ใดมีควำมหมำยใกล้เคียงทีส่ ดุ กบั คำวำ่ “บทบำททำงสงั คม”

1. หน้ำที่ทำงสงั คม 2. ตำแหนง่ ทำงสงั คม

3. ปฏิสมั พนั ธ์ทำงสงั คม 4. บรรทดั ฐำนทำงสังคม

18. ควำมหมำยของคำวำ่ “กำรควบคมุ ทำงสงั คม” ในเชิงสงั คมวทิ ยำที่ถกู ต้องทีส่ ดุ หมำยถึงกำรทำ

ให้คนในสังคมเปน็ อยำ่ งไร

1. เปน็ คนดี 2. มีระเบียบวนิ ยั

3. คนไม่ดีได้รบั กำรลงโทษ 4. ปฏบิ ตั ติ ำมบรรทดั ฐำน

19. พฤติกรรมเบีย่ งเบน หมำยถึง กำรกระทำทำงสงั คมที่เปน็ อยำ่ งไร

1. ผิดกฎหมำย 2. คนหมู่มำกไม่เหน็ ด้วย

3. มำจำกบรรดำเพศทำงเลือก 4. ก่อให้เกิดควำมเดือดร้อน

20. ในทศั นะของนกั สังคมวทิ ยำ กำรชุมนมุ ของกลุ่มเสือ้ เหลอื งและกลุ่มเสือ้ แดงถือเปน็ พฤติกรรมใด

1. กลุ่มผลประโยชน์ 2. พรรคกำรเมือง

3. พฤตกิ รรมเบี่ยงเบน 4. ขบวนกำรทำงสังคม

21. ขอ้ ใดไมใ่ ช่หน้ำทีโ่ ดยตรงของสถำบนั ครอบครวั

1. ใหส้ ถำนภำพ 2. อบรมขดั เกลำ

3. ให้ควำมอบอุ่น 4. ผลิตสมำชิกใหม่

22. “มำรยำทบนโตะ๊ อำหำร” ถือเป็นวฒั นธรรมแบบใด

1. คติธรรม 2. วตั ถธุ รรม

3. เนติธรรม 4. สหธรรม

334

23. “ประเพณกี ำรเลยี้ งดง” เปน็ ควำมเชือ่ ที่มีหน้ำที่ทำงสงั คมเกีย่ วข้องกบั เรือ่ งใด

1. กำรอนรุ กั ษ์ทรัพยำกรป่ำไม้ 2. กำรสอนให้รู้จกั เอือ้ เฟอ้ื ต่อสตั วป์ ่ำ

3. กำรสร้ำงควำมม่ันใจในกำรเพำะปลกู 4. กำรขดี เส้นแบง่ ระหว่ำงโลกมนุษยก์ บั วญิ ญำณ

24. “กำรทรงเจ้ำเขำ้ ผี” ถือเปน็ ศำสนำหรือไม่ในทศั นะของนักสงั คมวทิ ยำ

1. ไม่เปน็ เพรำะเปน็ เพยี งควำมเชือ่ โบรำณ

2. ไม่เปน็ เพรำะเปน็ เพยี งควำมเชือ่ งมงำย

3. เป็น แต่เปน็ เพยี งศำสนำชำวบำ้ น

4. เป็น แต่เป็นเพยี งศำสนำของคนในสมยั ก่อน

25. ขอ้ ใดคอื ภมู ิปัญญำของคนไทยภำคอีสำน

1. นำเกลือ 2. เหมอื งฝำย 3. หนังสือก้อม 4. งอบใบลำน

26. ขอ้ ใดคอื องคป์ ระกอบทีส่ ำคญั ทสี่ ดุ ในกำรอยรู่ ่วมกนั เป็น “สงั คม” ของมนษุ ย์

1. กำรจดั ระเบียบทำงสงั คม 2. กำรสื่อสำรและภำษำแบบตัวอกั ษร

3. กำรอนรุ ักษแ์ ละกำรสืบทอดสงิ่ ดีงำม 4. ศีลธรรมและคณุ ธรรมของคนในสงั คม

27. ขอ้ ใดอธิบำยควำมหมำยของคำวำ่ “โครงสรำ้ งสังคม” ได้ถกู ต้องทีส่ ดุ

1. กำรจดั ระเบียบทำงสงั คมแบบเปน็ ทำงกำร

2. กำรกระทำระหว่ำงกนั ของสมำชิกในสงั คมทกี่ ลำยมำเป็นสถำบนั

3. เครือขำ่ ยและควำมสัมพนั ธ์ทำงสงั คมทถี่ กู สร้ำงขน้ึ ระหว่ำงสมำชิกในสงั คม

4. รปู แบบกำรกระทำระหว่ำงกนั ของสมำชิกทีเ่ ปน็ ทีย่ อมรบั และมีกำรปฏิบัติอยำ่ งสืบเนื่อง

28. ขอ้ ใดอธิบำยควำมหมำยของคำวำ่ “สถำบันทำงสังคม” (Social Institution) ได้ถกู ต้องที่สดุ

1. องคก์ รทำงสงั คมพ้ืนฐำนที่ได้รับกำรยอมรบั

2. องคก์ รหรือมลู นิธทิ กี่ ่อตงั้ ข้นึ เพอ่ื อำนวยประโยชน์ด้ำนต่ำงๆให้แก่สงั คม

3. แบบแผนกำรปฏิบัติของสมำชิกในสังคมทไี่ ด้รบั กำรยอมรบั วำ่ เปน็ สงิ่ ดีงำมมีคุณค่ำ

4. แบบแผนกำรปฏิบตั ิของสมำชิกทีต่ อบสนองควำมต้องกำรทำงสงั คมด้ำนใดด้ำนหนึง่

29. ขอ้ ใดไมใ่ ช่กจิ กรรมของสถำบนั เศรษฐกิจ

1. กำรจำนำผลิตผลทำงกำรเกษตรของเกษตรกร

2. เกษตรกรในภำคอีสำนปลกู อ้อยเพื่อสง่ ขำยโรงงำนนำ้ ตำล

3. ธนำคำรให้บริกำรในกำรแลกเปลีย่ นเงินตรำระหว่ำงประเทศ

4. กำรเพำะปลกู เพอ่ื กำรบริโภคในครวั เรือนของชำวเขำในอดีต

30. ขอ้ ใดอธิบำยควำมหมำยของคำวำ่ “บทบำททำงสงั คม” ไดถ้ ูกต้องทสี่ ดุ

1. กำรกำหนดหน้ำที่ให้ผู้คนปฏิบตั ิ

2. กำรระบตุ ำแหน่งที่อยขู่ องบคุ คลในสังคม

3. กำรจดั ระเบียบทำงสังคมของคนส่วนใหญ่

4. กำรสร้ำงควำมสัมพนั ธ์ระหว่ำงผู้คนในทิศทำงเดียวกนั

335

31. ขอ้ ใดอธิบำยควำมหมำยของคำวำ่ “พฤตกิ รรมเบี่ยงเบน” ไดถ้ ูกต้องทสี่ ุด

1. สมำชิกในสังคมไม่ยอมปฏิบตั ิตำมกฎหมำย

2. สมำชิกในสงั คมประพฤติผิดไปจำกหลกั ศำสนำ

3. สมำชิกในสงั คมไม่ปฏิบัตติ ำมสิง่ ดีงำมทีก่ ำหนดไว้

4. สมำชิกส่วนใหญ่ในสงั คมมีพฤตกิ รรมที่เป็นปกติวิสยั

32. ขอ้ ใดไมใ่ ช่กำรขัดเกลำทำงสงั คม

1. กำรทแี่ ม่ใหล้ กู ดื่มนมจำกอกเมือ่ ยำมหิว 2. กำรฉำยหนงั กลำงแปลงของพอ่ คำ้ เร่

3. กำรบวชภำคฤดรู ้อนของเดก็ ชนั้ ประถม 4. กำรแสดงพ้ืนบ้ำนของเดก็ ไทยในสมยั ก่อน

33. ขอ้ ใดมีควำมหมำยเหมอื นกนั กบั คำวำ่ “ปทสั ถำนทำงสงั คม” มำกทสี่ ดุ

1. จำรีต (Social Mores) 2. คำ่ นิยม (Social Values)

3. บรรทดั ฐำน (Social Norm) 4. วถิ ีประชำ (Social Folkways)

34. ขอ้ ใดอธิบำยควำมหมำยของคำวำ่ “วฒั นธรรม” ในเชิงสังคมวทิ ยำไดถ้ กู ต้องทสี่ ดุ

1. สิ่งจำเป็นในกำรดำรงชีวิตของมนษุ ย์

2. สิ่งดีท่สี ร้ำงควำมเจริญงอกงำมใหแ้ กส่ ังคม

3. สิง่ ที่มนษุ ยส์ ร้ำงขน้ึ และมีกำรถ่ำยทอดไปสู่รุ่นอนื่

4. วถิ ีชีวิตและควำมคดิ ดงี ำมของคนในอดีตทีค่ วรแก่กำรอนุรกั ษ์ไว้

35. ขอ้ ใดอธิบำยควำมหมำยของคำวำ่ “กฎหมำย” ในเชิงสังคมวทิ ยำได้ถกู ต้องทสี่ ดุ

1. จำรีตที่มีบทลงโทษรนุ แรงทสี่ ดุ

2. กำรกำหนดบทลงโทษให้แก่ผกู้ ระทำผิด

3. วถิ ีประชำที่สมำชิกในสังคมร่วมกนั บญั ญตั ิไว้

4. บรรทดั ฐำนทำงสงั คมทีเ่ ขียนเปน็ ลำยลักษณ์อกั ษร

36. สงั คมล้ำนนำในอดตี มีลกั ษณะของสถำบนั ครอบครัวหลงั กำรแต่งงำนอยำ่ งไร

1. อยกู่ บั ฝ่ำยผู้ชำย 2. อยกู่ บั ฝ่ำยผู้หญงิ

3. อยกู่ ับฝ่ำยใดก็ได้ 4. เลือกทีอ่ ยอู่ ำศยั ใหม่

37. “มำบรี” คอื กลุ่มชำติพันธุ์ใด

1. ลัวะ 2. เม็ง

3. มอแกน 4. ผีตองเหลือง

38. ขอ้ ใดคอื ภูมิปัญญำเกีย่ วกบั “อำหำรพน้ื บ้ำน” ของไทยภำคใต้

1. ขำ้ วแช่ 2. ผักเหนำะ 3. ซปุ มะเขอื 4. ถ่วั เน่ำเมอะ

39. “วบิ ลู ย์ เข็มเฉลิม” ไดร้ ับกำรยกยอ่ งให้เปน็ “ครูภมู ิปัญญำไทย” ในด้ำนใด

1. ประเพณแี ละพิธกี รรม 2. สมุนไพรและตำรำยำพ้นื บ้ำน

3. ประดิษฐกรรมและหตั ถกรรมพ้นื บ้ำน 4. กำรดำรงชีวิตตำมสภำพแวดล้อมทำงธรรมชำติ

336

40. หน้ำที่ท่สี ำคัญทสี่ ุดของสถำบนั ครอบครัวคือขอ้ ใด

1. ให้สถำนภำพแกส่ มำชิกของสังคม

2. อบรมขดั เกลำให้แก่สำมเณรทีอ่ ำยนุ ้อย

3. ควบคมุ ทำงสงั คมด้วยระบบศีลธรรมและจริยธรรม

4. ตอบสนองควำมต้องกำรใช้ทรัพยำกรธรรมชำติของสมำชิกในสังคม

41. ตัวอยำ่ งของภูมิปัญญำไทยภำคเหนือคอื ขอ้ ใด

1. เพลงอีแซว 2. ฮีตสิบสองคลองสบิ สี่

3. กำรฟอ้ นผีมดผีเม็ง 4. หุ่นกระบอก

42. ตัวอยำ่ งของภูมิปญั ญำไทยภำคอีสำนคอื ขอ้ ใด

1. เพลงอีแซว 2. ฮีตสิบสองครองสบิ สี่

3. กำรฟอ้ นผีมดผีเม็ง 4. หุ่นกระบอก

43. ขอ้ ใดไมใ่ ช่ลกั ษณะทแี่ สดงถงึ “ภมู ิปัญญำ”

1. กลุ่มฌำปนกจิ ของหมู่บำ้ นในชัยนำท

2. กำรแขง่ ขนั เรือประเพณีของจงั หวดั น่ำน

3. สหกรณ์เครดิตยเู นียนของชำวบำ้ นในจงั หวดั พระนครศรีอยุธยำ

4. แบบเรียนเกี่ยวกับกำรนวดแผนไทยของกำรศกึ ษำนอกโรงเรียน

44. ขอ้ ใดอธิบำยควำมหมำยของคำวำ่ “กำรจดั ระเบียบทำงสงั คม” ได้ถกู ต้องทีส่ ดุ

1. แบบแผนของควำมสมั พันธ์ทำงสงั คม

2. ศีลธรรมจริยธรรมร่วมของคนในสงั คม

3. กฎเกณฑ์ทำงสงั คมที่ไม่เปน็ ลำยลกั ษณ์อกั ษร

4. กำรควบคมุ เฉพำะพฤตกิ รรมเบีย่ งเบนทำงสงั คม

45. “กฎทำงสงั คม” ที่มีบทลงโทษรนุ แรงที่สดุ คอื ขอ้ ใด

1. จำรีต 2. วิถีประชำ 3. ระบบคณุ ค่ำของสงั คม 4. บรรทดั ฐำนทำงสงั คม

46. ควำมหมำยของคำวำ่ “วัฒนธรรม” ทถี่ กู ต้องทสี่ ดุ คอื ขอ้ ใด

1. ประเพณีหรือธรรมเนียมปฏิบตั ิท่คี วรคำ่ แก่กำรอนรุ กั ษ์

2. ควำมสมั ฤทธิผลของมนษุ ยท์ ี่อนชุ นรุ่นหลังควรใหก้ ำรอนรุ ักษ์

3. แบบอยำ่ งพฤตกิ รรมที่ได้มำทำงสังคมและทีถ่ ่ำยทอดต่อไปในสงั คม

4. แบบแผนพฤตกิ รรมที่เนน้ คำ่ นิยมทีด่ งี ำมของประเทศเพ่อื จรรโลงควำมดีงำมของชำติ

47. ขอ้ ใดไมใ่ ช่วัฒนธรรมประเภทเดียวกนั

1. เสือ้ ผ้ำ รองเท้ำ รถมอเตอร์ไซค์

2. บ้ำนทรงไทย ไม้แกะสลัก เสื่อจนั ทบรู

3. ทองหยิบ ทองหยอด ขำ้ วเกรียบปำกหมอ้

4. ควำมเชื่อเรื่องพรหมจรรย์ กำรรกั นวลสงวนตวั เรือนหอ

337

48. ขอ้ ใดเป็นได้ทงั้ สถำนภำพท่ตี ดิ ตัวมำตงั้ แตก่ ำเนดิ และสถำนภำพสมั ฤทธิ์

1. อำยุ 2. อำชีพ

3. ชนช้ัน 4. กำรศกึ ษำ

49. ขอ้ ใดไมใ่ ช่ควำมหมำยของกำรขดั เกลำทำงสงั คม

1. กระบวนกำรเรียนรู้ทำงสงั คม

2. กระบวนกำรถ่ำยทอดวัฒนธรรม

3. กระบวนกำรจดั ระเบียบทำงสงั คม

4. กระบวนกำรเปลีย่ นแปลงทำงสงั คม

50. สัญลกั ษณ์ของสถำบนั มีประโยชน์อยำ่ งไร

1. บ่งชสี้ ถำนภำพของสถำบันนนั้ ๆ ในสงั คม

2. แสดงถงึ ควำมสมำนสำมคั คีระหว่ำงคนในสังคม

3. สมำชิกในสถำบันนนั้ ๆ ได้ทรำบวำ่ ตนเองควรประพฤติปฏิบัติอยำ่ งไร

4. แสดงใหแ้ ก่ผู้คนท่ัวไปในสังคมได้รบั ทรำบถึงเอกลกั ษณ์ของสถำบันนน้ั ๆ

51. ขอ้ ใดกล่ำวได้ถกู ต้องทีส่ ดุ เกีย่ วกับกำรขดั เกลำทำงสงั คม

1. มนษุ ยไ์ ดร้ ับกำรขัดเกลำทำงสังคมตลอดชีวิต

2. โรงเรียนเป็นแหล่งขดั เกลำทำงสังคมอนั ดบั แรกมนุษย์

3. กำรขดั เกลำทำงสงั คมจัดไวเ้ ฉพำะผู้ท่มี ีพฤติกรรมเบยี่ งเบน

4. กำรขดั เกลำทำงสงั คมเกิดขนึ้ เฉพำะในช่วงวยั เดก็ และวัยรุ่นเท่ำนน้ั

52. องคป์ ระกอบทสี่ ำคญั และขำดไมไ่ ด้ในกำรชแี้ สดงถงึ ควำมเปน็ กลุ่มสงั คมคอื ขอ้ ใด

1. บทบำทของสมำชิกทรี่ ะบไุ วใ้ นโครงสร้ำงของสังคม

2. จำนวนสมำชิกของกลุ่มแตล่ ะกลุ่มทีม่ ีขนำดแตกต่ำงกนั ไป

3. รูปแบบควำมสัมพันธร์ ะหว่ำงกันทสี่ มำชิกยอมรับและปฏิบตั ิตำม

4. ลักษณะถ้อยทถี ้อยอำศยั ระหว่ำงสมำชิกเพอ่ื กำรสร้ำงควำมยั่งยืนใหแ้ กก่ ลุ่ม

53. สถำนกำรณท์ ีเ่ อือ้ ต่อกำรผสมผสำนทำงวฒั นธรรมคอื ขอ้ ใด

1. ศกั ยะของวัฒนธรรมทสี่ นองต่อกำรเกอื้ กลู ต่อกนั

2. สมำชิกในสงั คมตระหนกั ถึงกำรปกป้องคำ่ นยิ มและประเพณีเดิม

3. ควำมภมู ิใจของสมำชิกในสังคมที่มีต่อกำรอนุรกั ษ์วฒั นธรรมให้ดำรงอยู่

4. ปริมำณของวฒั นธรรมทีเ่ ปน็ วตั ถุมีพอเหมำะกับปริมำณของวัฒนธรรมทีไ่ ม่ใช่วัตถุ

54. ลักษณะเด่นของกลุ่มทำงสงั คม คอื อะไร

1. ตั้งอยบู่ นควำมรู้สกึ เป็นพวกเดยี วกนั

2. เน้นระเบียบกฎเกณฑ์ในกำรอยรู่ ่วมกนั

3. มสี ัญลักษณ์เฉพำะอยำ่ งที่ใช้ระบคุ วำมเป็นกลุ่ม

4. กำรอยรู่ ่วมกันของผู้คนที่อยใู่ นพน้ื ทีเ่ ดียวกัน

338

55. ประโยชน์ทส่ี ำคญั ประกำรหนึง่ ของภมู ิปญั ญำท้องถิ่น คอื ขอ้ ใด

1. เปน็ พ้ืนฐำนของควำมรู้ใหม่

2. ทำให้มนุษยม์ ีควำมสัมพนั ธก์ ับสงิ่ แวดล้อมมำกย่งิ ขน้ึ

3. ช่วยในกำรลองผิดลองถกู ผิดของชำวบำ้ นในกำรดำเนนิ ชีวิต

4. สร้ำงควำมรู้ใหมท่ ี่สอดคล้องกบั แบบแผนในกำรดำรงอยขู่ องสังคม

56. ทำไมมนษุ ยจ์ ึงมีควำมจำเปน็ ต้องมำอยรู่ ่วมกนั เป็นสงั คม

1. มนุษยต์ ้องกำรส่งผ่ำนวฒั นธรรมทสี่ ร้ำงข้นึ มำสู่ผู้คนตอ่ ๆไป

2. ควำมจำเป็นในกำรเสำะแสวงหำอำหำร กำรผลติ สิ่งของเครื่องนงุ่ ห่ม และยำรกั ษำโรค

3. มนุษย์เปน็ สตั วเ์ ลยี้ งลกู ด้วยนมที่ไม่มีเขยี้ วเลบ็ สำหรับกำรต่อสู้

4. กรรมพนั ธุ์ของมนษุ ยช์ ่วยในกำรดำรงอยแู่ ละกำรหำเลยี้ งชีพในสงั คม

57. ผู้ใดสร้ำงบรรทดั ฐำนทำงสงั คม

1. หน่วยงำนหรือกรมกองทรี่ ับผิดชอบงำนด้ำนสงั คม

2. สมำชิกของสังคม

3. คณะรฐั บำล

4. องค์กรทีเ่ กี่ยวข้องกับกำรออกกฎหมำย

58. อะไรคอื ตัวอยำ่ งของ “สถำนภำพสัมฤทธิ์” ของบคุ คลในสงั คม

1. กำรเปน็ สตรีเพศ 2. กำรเริม่ เขำ้ สู่วยั ผู้ใหญ่

3. กำรสมคั รเข้ำทำงำน 4. กำรเปน็ ผู้ว่ำรำชกำรจงั หวัด

59. วธิ ีใดเป็นกำรสร้ำงคำ่ นิยมในสงั คมไทยทีไ่ ด้ผลมำกทสี่ ุด

1. บรรทดั ฐำนทำงสงั คม 2. กำรผสมผสำนทำงวัฒนธรรม

3. กำรขดั เกลำทำงสงั คม 4. กำรจดั ระเบียบทำงสังคม

60. ประโยชน์ของ “กำรจัดระเบียบทำงสงั คม” คอื อะไร

1. ทำให้รฐั บำลมีผลงำน

2. ทำให้สมำชิกในสังคมเกิดควำมรสู้ ึกเปน็ อนั หนึ่งอนั เดยี วกัน

3. ทำใหส้ มำชิกในสังคมเกดิ ควำมตืน่ ตัวและตระหนกั ต่อบทลงโทษ

4. ทำให้สมำชิกของสังคมภำคภูมิใจต่อกำรควบคุมสังคม

61. ขอ้ ควำมใดทีส่ ะท้อนถึงควำมหมำยของ “ปญั หำสงั คม” ได้ดีทสี่ ุด

1. กำรดำเนินชีวิตของสมำชิกในสังคมไม่เปน็ ปกติและจำเปน็ ต้องมกี ำรแก้ไขโดยด่วน

2. กำรเปลี่ยนแปลงวธิ กี ำรเพำะปลกู ของผู้คนในชนบท

3. กำรตดั ต้นไมท่ ำลำยปำ่ ทำให้เกดิ น้ำท่วมตำมจงั หวดั ตำ่ งๆ มำกขน้ึ กวำ่ อดตี

4. พฤตกิ รรมของสมำชิกส่วนใหญใ่ นสงั คมส่งผลกระทบต่อบรรทดั ฐำนเฉพำะอยำ่ ง

339

62. สถำนกำรณใ์ ดทสี่ ะท้อนถงึ ตัวอยำ่ งของควำมขดั แยง้ ทำงสถำนภำพและบทบำทได้ดีทสี่ ุด
1. ข้ำรำชกำรไม่พึงพอใจกับกำรโยกยำ้ ยตำแหน่งของตน
2. พ่อคำ้ ขำยของลดรำคำตำ่ กวำ่ ตน้ ทุน
3. ผู้จัดกำรบริษทั ไล่พนกั งำนทีเ่ ปน็ บุตรของตนออกจำกงำน
4. คนไทยนิยมอ่ำนหนังสือพมิ พต์ ่ำงประเทศ

63. วถิ ีประชำ (Folkways) คอื อะไร
1. กำรใหค้ ำชมเชยหรือให้กำลงั ใจต่อกำรกระทำของบคุ คลในสงั คม
2. กฎกำรปฏิบตั ิของสมำชิกทไี่ ม่เปน็ ลำยลกั ษณ์อกั ษรโดยผู้กระทำควำมผิดจะได้รับโทษรนุ แรง
3. วิธกี ำรเลือ่ นชั้นให้แกส่ มำชิกในสงั คมเมือ่ ปฏิบตั ติ ำมคำดหวังของสงั คม
4. แบบแผนปฏิบตั ิทล่ี งโทษผู้ฝ่ำฝืนไม่รนุ แรง

64. ขอ้ ใดเป็นกำรเปลีย่ นแปลงทำงสงั คม
1. พนกั งำนของบริษทั ไดร้ บั กำรพจิ ำรณำเลื่อนตำแหนง่ หน้ำที่ประจำปี
2. กำรโยกยำ้ ยข้ำรำชกำรตำรวจเพือ่ รบั ตำแหนง่ สูงขน้ึ และสลับหน้ำทีป่ ระจำปี
3. แบบแผนกำรปฏิบัติของสมำชิกในสังคมไม่เหมือนเดมิ
4. เพื่อนๆ ที่เรียนจบช้ันมธั ยมเดียวกนั เติบโตเปน็ ผู้ใหญข่ น้ึ เมือ่ เวลำผ่ำนไป

65. ขอ้ ใดคอื ตัวอยำ่ งของภูมิปัญญำไทย
1. ศิลปะกำรแสดงทเี่ รียกวำ่ ละครใน
2. กำรจัดกำรน้ำโดยสร้ำงเปน็ เหมอื งฝำย
3. กำรใช้โทรศัพท์มือถือไอโฟน (iPhone)
4. กำรนับหน่วยของเวลำเปน็ วนิ ำที นำที และชัว่ โมง

66. ขอ้ ใดคอื ลกั ษณะของวัฒนธรรม
1. เปน็ สงิ่ ทีม่ นุษยส์ ร้ำงขน้ึ จงึ สำมำรถถ่ำยทอดได้
2. เป็นสิง่ ทีเ่ กดิ จำกกำรเรียนรู้ จึงจับต้องไม่ได้
3. เปน็ สิง่ ทีเ่ กิดขนึ้ เองตำมธรรมชำติ จึงสำมำรถเปลี่ยนแปลงได้
4. เปน็ สงิ่ ที่มองเหน็ ได้ และจบั ต้องได้เทำ่ นน้ั จงึ จะสง่ ต่อได้

67. ขอ้ ใดถกู ต้อง
1. ครัวเรือนในสมยั โบรำณหมำยถึงครอบครัว
2. ครอบครัวเปน็ สถำบนั ที่เก่ำแก่ทส่ี ดุ ในสงั คมมนษุ ย์
3. ครอบครวั เดี่ยวหมำยถึงครอบครัวทีม่ ลี กู เพยี งคนเดียว
4. ครอบครัวขยำยหมำยถงึ ครอบครวั ท่มี ีลกู มำกกวำ่ หนงึ่ คน

340

68. ขอ้ ใดผิด

1. วัฒนธรรมวยั รุ่นเรียกได้ว่ำเปน็ วฒั นธรรมรองหรือวัฒนธรรมยอ่ ยของสังคม

2. สภำพแวดล้อมมีส่วนทำให้วฒั นธรรมในแต่ละสงั คมแตกต่ำงกัน

3. กำรทำประชำทณั ฑ์เปน็ ตัวอยำ่ งรปู แบบหนึง่ ของบรรทัดฐำน

4. วัฒนธรรมเปน็ เอกลกั ษณ์ของแตล่ ะสงั คม จึงไม่สำมำรถนำมำแลกเปลี่ยนหยิบยมื กนั ได้

69. กระบวนกำรขัดเกลำทำงสงั คมมีอิทธพิ ลต่อสิ่งใดน้อยทส่ี ุด

1. บุคลิกภำพ 2. พฤตกิ รรม 3. ค่ำนิยม 4. ลกั ษณะทำงชีวภำพ

70. ศำสตรำจำรยศ์ ิลป์ พีระศรี คอื ใคร

1. ชำวญี่ปนุ่ ทีใ่ ห้ควำมช่วยเหลือไทยด้ำนเงินกู้

2. ชำวเยอรมนั ผู้ให้กำรสนบั สนุนไทยด้ำนเครือ่ งดนตรีสำกล

3. ชำวอิตำเลียนทีม่ ีบทบำทอยำ่ งมำกในวงกำรศิลปะของไทย

4. ชำวไทยผู้ได้รบั กำรยกยอ่ งเป็นศิลปนิ ยอดเย่ยี มด้ำนดรุ ิยศิลป์

71. วฒั นธรรมหลกั ของไทยคอื ขอ้ ใด

1. กำรฟอ้ นผีมดผีเมง็ 2. ประเพณีรับบวั โยนบวั

3. กำรใช้ภำษำไทยกลำง 4. กำรนิยมบริโภคเนือ้ สุนัข

72. ประเพณีแหส่ ลงุ หลวงเป็นภมู ิปญั ญำท้องถิ่นใด

1. ภำคเหนือ 2. ภำคกลำง 3. ภำคอีสำน 4. ภำคใต้

73. แนวทำงกำรอนรุ กั ษ์ภมู ิปญั ญำท้องถิน่ ของไทยคอื ขอ้ ใด

1. กำรเสริมสร้ำงเอตทคั คะ 2. กำรทำใหส้ งั คมทนั สมยั

3. กำรพฒั นำให้เปน็ สงั คมเมือง 4. กำรเลกิ ใช้สงิ่ ล้ำสมยั

74. ลกั ษณะพิเศษใดที่ทำให้เครือ่ งปั้นดินเผำในสมยั สโุ ขทัยมชี ือ่ เสียง

1. เขียนด้วยลวดลำยสีดำ 2. ตกแต่งด้วยลำยขดู ขดี

3. เคลือบสีเขียวไขก่ ำ 4. มลี วดลำยสีแดงบนพน้ื สนี วล

75. “มนุษยเ์ ปน็ สตั วส์ งั คม” คอื คำกล่ำวของผู้ใด

1. เนรูห์ 2. ดำร์วิน 3. ฮีโรโดตัส 4. อริสโตเติล

76. พฤตกิ รรมของมนุษยใ์ นสงั คมเกิดจำกขอ้ ใด

1. กรรมพันธุ์ 2. สิง่ แวดล้อมในสงั คม

3. กระบวนกำรเรียนรู้ 4. ควำมสำมำรถของสตั วป์ ระเภทเลยี้ งลกู ด้วยนม

77. ลกั ษณะสำคัญประกำรหนงึ่ ที่บง่ บอกถึงควำมเปน็ “สงั คม” คอื ขอ้ ใด

1. พฤตกิ รรมทีก่ ำหนดโดยบุคคลอื่น

2. แบบแผนกำรกระทำระหว่ำงกนั ของสมำชิก

3. สญั ลักษณ์ที่เปน็ รปู ธรรมสำหรับระบุควำมเปน็ กลุ่ม

4. กำรจดั ลำดบั ควำมสำคญั ของตำแหน่งสมำชิกในสังคม

341

78. รปู แบบของควำมสัมพนั ธ์หนึ่งๆ ทสี่ มำชิกสังคมร่วมกนั สร้ำงข้นึ เพ่อื อำนวยประโยชน์ในกำรอยู่

ร่วมกนั ในสงั คมเปน็ นิยำมของขอ้ ใด

1. สถำบนั ทำงสงั คม 2. สถำนภำพทำงสงั คม

3. ปฏิสัมพนั ธ์ทำงสงั คม 4. สถำนกำรณ์ทำงสงั คม

79. กำรยอมรบั ควำมสำคญั ของระบบอำวโุ สในสังคมไทยโดยผู้น้อยเชือ่ ฟงั สิง่ ที่ผู้ใหญส่ งั่ สอน เป็น

ตวั อยำ่ งของขอ้ ใด

1. คำ่ นิยมทำงสงั คม 2. บทบำททำงสังคม

3. สญั ลกั ษณ์ทำงสังคม 4. สถำนภำพทำงสงั คม

80. ขอ้ ใดแสดงรูปแบบของกำรจัดระเบียบสงั คมได้ถกู ต้องทสี่ ดุ

1. วถิ ีประชำ จำรตี กฎหมำย 2. จำรีต ระเบียบประชำ กฎหมำย

3. กฎหมำย วิถีประชำ วถิ ีชำวบำ้ น 4. ประเพณี จำรีต วถิ ีประชำ

81. ขอ้ ใดเปน็ ตวั อยำ่ งของควำมขดั แยง้ ทำงสถำนภำพและบทบำท

1. นกั ร้องคนไทยเพศชำยร้องเพลงฝรง่ั

2. ตำรวจผู้เป็นพ่อจบั ลกู ชำยท่ขี โมยโทรทศั น์เพื่อดำเนินคดี

3. อำจำรย์คนไทยที่นิยมพดู ศพั ทต์ ่ำงๆ เปน็ ภำษำอังกฤษในเวลำสอนหนังสือ

4. คนไทยนิยมบริโภคสนิ คำ้ ของญี่ปนุ่ มำกกวำ่ ผลิตภณั ฑ์ที่ผลิตในประเทศไทย

82. ขอ้ ควำมใดสะท้อนให้เห็นถึงกำรไดร้ บั สถำนภำพสมั ฤทธไิ์ ด้ดีทสี่ ุด

1. บคุ คลใช้วุฒิปริญญำตรีไปสมัครงำน

2. ชำวไทยบวชเป็นพระเมื่อถึงวัยเบญจเพส

3. กำรเป็นผู้จดั กำรฝ่ำยขำยต้องเป็นหญงิ ที่หน้ำตำดี

4. ลกู จ้ำงคนหนึง่ ได้รบั เงินเดือนมำกเปน็ พเิ ศษเพรำะมีพ่อเปน็ เจ้ำของกิจกำร

83. สถำบนั ใดทำหน้ำที่ในด้ำนกำรถ่ำยทอดแบบแผนในกำรดำเนินชีวิตให้แก่สมำชิกในสงั คม

1. สภำบันฝึกอำชีพ 2. สถำบันเครือญำติ

3. สถำบันกำรศกึ ษำ 4. สถำบนั พัฒนำบุคลกิ ภำพ

84. ขอ้ ควำมใดอธิบำยควำมหมำยของ “โครงสร้ำงทำงสงั คม” ไดด้ ีท่สี ดุ

1. กลุ่มสังคมที่มีควำมหมำยในเชิงพน้ื ที่หรือกำรต้ังถิน่ ฐำน

2. สถำบันสังคมทีม่ ุ่งส่งเสริมให้ผู้คนในสงั คมปฏิบัตติ นในทำงดีงำม

3. กำรจดั ระเบียบสงั คมทีเ่ นน้ ตรวจสอบสถำนบรกิ ำรต่ำงๆ ในเมืองใหญ่

4. วถิ ีปฏิบตั ติ ่ำงๆ ของผู้คนที่ทำหน้ำทีต่ ่อกันอนั ทำให้สงั คมดำเนินอยตู่ ่อไปได้

85. ลกั ษณะทีส่ ำคัญประกำรหนงึ่ ของกำรจดั ระเบียบทำงสงั คม คอื ขอ้ ใด

1. ถือเปน็ หน้ำทีข่ องรฐั บำลในกำรใหร้ ำงวัลแก่ประชำชน

2. ทำให้สมำชิกในสงั คมเกิดควำมรสู้ ึกเปน็ อนั หนึง่ อนั เดยี วกัน

3. กระตุ้นให้สมำชิกในสงั คมเกดิ ควำมตืน่ ตัวต่อบทลงโทษที่พฒั นำมำกข้นึ

4. สร้ำงควำมรสู้ ึกทสี่ มำชิกในสังคมเกิดควำมภำคภูมิใจต่อกำรควบคุมจำกภำยใน

342

86. ขอ้ ใดคอื ตวั อย่ำงของกำรขดั เกลำทำงสงั คมโดยทำงอ้อม ทีเ่ ข้ำใจได้ชดั เจนทสี่ ุด

1. ชำวบำ้ นฟงั พระเทศนท์ ี่วัดทกุ วนั พระ

2. พอ่ แม่ดุด่ำเมื่อลกู แอบขโมยเงินไปซือ้ ขนม

3. กำรติดตำมขำ่ วสำรด้ำนต่ำงๆ ทำงวทิ ยหุ รือโทรทัศน์

4. โรงเรยี นจดั กจิ กรรมปลกู ผกั สวนครวั เพื่อใหน้ กั เรียนสำมำรถลดค่ำใช้จ่ำยของครอบครวั

87. ขอ้ ควำมใดแสดงถงึ ปญั หำสงั คม

1. กำรที่พนี่ ้องแต่งงำนกันเอง

2. ภำวะโลกร้อนทำให้สภำวะแวดล้อมเปลี่ยนแปลงไป

3. พฤติกรรมของสมำชิกส่วนใหญ่ในสังคมส่งผลกระทบต่อบรรทดั ฐำนเฉพำะ

4. กำรดำเนินชีวิตของสมำชิกในสงั คมไม่เปน็ ปกติและจำเปน็ ต้องมกี ำรแก้ไขโดยด่วน

88. ขอ้ ใดบ่งบอกควำมหมำยของ “วัฒนธรรม” ได้ดีทสี่ ุด

1. ประชำชนหนีภยั จำกพำยุ 2. กำรปกครองของประเทศไทย

3. วฒั นธรรมเป็นเรือ่ งระดบั จติ ใจ 4. ท่ำทำงกำรแสดงออกของทำรกเมือ่ มีอำกำรหิว

89. “กำรมีสมั มำคำรวะต่อบดิ ำมำรดำทีบ่ ุตรหลำนยดึ ปฏิบตั ใิ นสงั คมไทยสืบต่อกนั มำ” นน้ั

ถือวำ่ เป็นตัวอยำ่ งของขอ้ ใด

1. กำรกำหนดวถิ ีทำงกำรดำรงชีวิตของสมำชิกในสังคมไทย

2. กำรทำหน้ำทสี่ ร้ำงควำมเป็นอนั หนงึ่ อันเดียวกนั ของวฒั นธรรมไทย

3. วัฒนธรรมนำเอำระบบภูมิปญั ญำไทยแสดงออกให้ปรำกฏต่อสำยตำผู้คนในสังคมโลก

4. วฒั นธรรมเปน็ ตวั ควบคมุ สังคมซึ่งคอยกำหนดแนวทำงกำรแสดงออกของบคุ คลในสังคมโลก

90. กำรผสมผสำนทำงวฒั นธรรม เกิดขึน้ ได้ดใี นสภำวะใด

1. ควำมสำมำรถของวฒั นธรรมในกำรเกอื้ กลู ต่อกัน

2. คำ่ นิยมและประเพณีเดิมไดร้ บั กำรปกป้องจำกสมำชิกในสงั คม

3. สมำชิกในสงั คมมีควำมภูมิใจในกำรอนุรกั ษ์วฒั นธรรมให้ดำรงอยู่

4. วฒั นธรรมที่เปน็ วัตถุมีปริมำณพอเหมำะกับระดบั ของวฒั นธรรมทีไ่ ม่ใช่วัตถุ

91. กำรอนรุ กั ษ์วฒั นธรรมไทยสำมำรถทำได้ดเี มือ่ มีปัจจยั ขอ้ ใด

1. ผู้นำของประเทศให้ควำมสนใจต่อวัฒนธรรมนนั้ ๆ

2. วฒั นธรรมนน้ั สนองประโยชน์ต่อสมำชิกอยำ่ งสงู สดุ

3. สภำพทำงธรรมชำติเออื้ ต่อกำรดำรงอยขู่ องวัฒนธรรม

4. ประชำชนทำกำรฟน้ื ฟูวัฒนธรรมให้ไดร้ บั กำรยอมรบั จำกนกั ท่องเที่ยว

343

92. ขอ้ ใดเป็นประโยชน์ท่สี ำคญั อยำ่ งหนึง่ ของภมู ิปัญญำท้องถิ่น

1. เป็นพ้ืนฐำนของควำมรู้ใหม่

2. ทำให้มนุษยม์ ีควำมสัมพนั ธก์ บั สงิ่ แวดล้อมมำกข้นึ

3. ช่วยในกำรลองถกู ลองผิดของชำวบ้ำนในกำรดำเนินชวี ติ

4. สร้ำงควำมรู้ใหมท่ ี่สอดคล้องกับแบบแผนในกำรดำรงอยขู่ องสงั คม

93. ปญั หำคอรัปชันเกี่ยวกับโครงสร้ำงสงั คมไทย คำวำ่ “โครงสร้ำงสงั คม” ในทีน่ ี้หมำยถึงอะไร

1. กำรแบง่ กลุ่มคนออกเป็นขำ้ รำชกำรและรำษฎร

2. กำรให้คณุ ค่ำกบั เงนิ ทอง

3. กำรกระจำยอำนำจในระบบรำชกำร

4. กำรจดั ระบบควำมสมั พันธ์ของส่วนต่ำงๆ ในสังคม

94. ขอ้ ใดคอื องคป์ ระกอบของโครงสร้ำงสงั คม

1. กลุ่มสังคม ระดบั เทคโนโลยี สถำบนั ครอบครวั

2. กลุ่มสงั คม สถำบนั สังคม แบบแผนพฤตกิ รรมกระทำต่อกนั

3. สถำบนั กษตั ริย์ สถำบันกำรปกครอง ระดบั เทคโนโลยี

4. สถำบนั สงั คม กลุ่มสังคม ระดบั เทคโนโลยี

95. ควำมหมำยของวัฒนธรรมในขอ้ ใดสมบรู ณ์ทสี่ ุด

1. แบบแผนกำรใช้ชีวิตของแตล่ ะกลุ่มในสงั คม

2. กำรยดึ ถือกระทำตำมกฎเกณฑ์เดิมในสังคมอดตี

3. ค่ำนิยม อดุ มกำรณ์ร่วม และวธิ กี ำรดำเนนิ ชีวิต

4. แบบแผนควำมสมั พนั ธ์ระหว่ำงกลุ่มคนในสังคม

96. สังคมมีควำมสัมพันธก์ ับวัฒนธรรมอยำ่ งไร

1. สังคมและวัฒนธรรมคอื สิ่งเดียวกนั เพยี งแต่บคุ คลบำงกลุ่มเรียกชือ่ ต่ำงกนั

2. ระดับเทคโนโลยใี นสังคมเปน็ เงือ่ นไขสำคญั ในกำรสรำ้ งวัฒนธรรม

3. วฒั นธรรมอำจสง่ เสริมหรือเปน็ อปุ สรรคต่อกำรพฒั นำเศรษฐกิจของสังคม

4. วัฒนธรรมทำให้เกดิ ควำมเหมอื นกนั ภำยในสังคมและแตกต่ำงจำกสงั คมอนื่

97. สถำบันสงั คมใดทำหน้ำทสี่ ำคญั ในกำรถ่ำยทอดวัฒนธรรมให้แก่บุคคลในระยะแรกๆ ของชีวิต

1. สถำบนั ศำสนำ 2. สถำบนั สือ่ สำรมวลชน

3. สถำบนั ครอบครัว 4. สถำบันกำรศึกษำ

98. ขอ้ ใดไมแ่ สดงถึงกำรกระทำตำมบรรทัดฐำนทำงสงั คม

1. ชลธีเสียสละที่นง่ั ในรถโดยสำรให้ผู้พิกำร

2. วรำงคณำร้องและดงึ มือหนีเมื่อจบั ของร้อน

3. วิชุดำยกมือไหว้เมื่อพบครู

4. รกั พงศ์หยดุ รถเมื่อสัญญำณไฟจรำจรเป็นสีแดง

344

99. กำรจดั ระเบียบทำงสงั คมคอื อะไร

1. กำรกำหนดหน้ำที่ แบบแผนควำมสัมพันธ์ทำงสงั คมในด้ำนต่ำงๆ

2. กำรกำหนดกฎเกณฑ์ในกำรจำแนกบคุ คลออกเปน็ กลุ่มๆ

3. กำรถ่ำยทอดวฒั นธรรมและคำ่ นิยมให้แก่บคุ คลรุ่นตอ่ มำ

4. กฎเกณฑ์และวธิ ีกำรควบคมุ ให้เกิดควำมเป็นระเบียบในสงั คม

100. บทบำททำงสังคมของบคุ คลมีควำมสมั พนั ธก์ ับสิง่ ใดมำกที่สดุ

1. ชนชั้นทำงสงั คม 2. สถำนภำพทำงสงั คม

3. จำรตี ของสงั คม 4. ระดบั กำรศกึ ษำ

101. ขอ้ ใดสะท้อนถึงวิธกี ำรควบคุมทำงสังคมแบบเปน็ ทำงกำร

1. สมฤทยั ไม่เคยช่วยเพือ่ นๆ ทำงำนกลุ่ม จึงไม่มีใครให้สมฤทัยเข้ำร่วมกลุ่มด้วย

2. นินำทถกู คนอน่ื มองและซุบซิบเนื่องจำกรบั ประทำนอำหำรมูมมำม

3. วลรี ัตนถ์ กู ตำรวจปรับเพรำะไม่สวมหมวกกนั นอ็ คขณะขร่ี ถจกั รยำนยนต์

4. ชิดสดุ ำถูกตำรวจจรำจรหันมำมองหน้ำขณะขับรถยนต์ปำดหน้ำคนอืน่

102. เงือ่ นไขสำคัญในกำรกำหนดควำมสัมพนั ธแ์ ละกำรกระทำระหว่ำงกันของบุคคลในชุมชนเมือง

คอื อะไร

1. ชำติ ตระกลู ถิ่นและลกั ษณะทีพ่ กั อำศยั 2. ระดับกำรศึกษำ อำยุ

3. ชำติ ตระกลู ระดบั กำรศึกษำ 4. สถำนภำพท่ไี ด้มำด้วยควำมสำมำรถ

103. คำ่ นิยมทีเ่ ด่นชัดของคนในชมุ ชนเมืองคอื ขอ้ ใด

1. กำรใหค้ วำมสำคัญกับเวลำ 2. กำรเคำรพนบน้อมผู้อำวโุ ส

3. กำรอนุรกั ษ์สงิ่ แวดล้อม 4. ควำมขยนั หม่นั เพียร

104. นกั ปรำชญ์คนใดทกี่ ล่ำวว่ำมนุษยเ์ ปน็ สตั วส์ งั คม

1. เลโอนำรโ์ ด ดำวนิ ซี 2. เพลโต

3. อรสิ โตเติล 4. เฮเรโดตสั

105. ปัจจยั สำคัญทสี่ ่งผลต่อกำรเพม่ิ จำนวนประชำกรในช่วงสังคมอุตสำหกรรมคอื อะไร

1. กำรที่มนษุ ยร์ อดพน้ จำกภยั คกุ คำมทำงธรรมชำติ

2. กำรประดษิ ฐ์คนั ไถทำให้มนษุ ยส์ ำมำรถผลติ อำหำรไดเ้ อง

3. ควำมก้ำวหน้ำทำงกำรแพทยแ์ ละเทคโนโลยเี พ่อื กรดำรงชีพ

4. มนุษย์พัฒนำวธิ ีกำรถนอมอำหำรไดด้ ีขนึ้

106. ขนำดประชำกรในกรุงเทพมหำนครและในเมืองใหญๆ่ เพม่ิ ข้นึ อยำ่ งรวดเร็วเนื่องจำกปจั จยั ใด

1. กำรยำ้ ยถิน่ 2. กำรเจริญพันธุ์

3. กำรตำย 4. กำรเกิด

345

107. เท่ำที่ผ่ำนมำเงื่อนไขทำงสงั คมทสี่ ำคัญ ทนี่ ำไปสกู่ ำรแพร่ระบำดอยำ่ งรวดเร็วของเชือ้ เอชไอวีใน

ประเทศไทยคืออะไร

1. กำรเปลีย่ นแปลงโครงสร้ำงของครอบครัวเป็นครอบครัวเดี่ยว

2. กำรพัฒนำกำรคมนำคมและเทคโนโลยสี ื่อสำร

3. กำรเน้นกำรพัฒนำทำงเศรษฐกจิ กำรท่องเที่ยว

4. กำรเปลีย่ นแปลงคำ่ นยิ มเกี่ยวกบั ควำมสัมพันธท์ ำงเพศ

108. กำรที่มนษุ ยอ์ ยรู่ วมกนั เปน็ สงั คมได้น้ัน ต้องมลี กั ษณะสำคญั อันดับแรกคอื อะไร

1. กำรพ่งึ พำซึ่งกันและกนั 2. กำรสือ่ สำรซึง่ กนั และกัน

3. กำรทำกิจกรรมต่ำงๆ ร่วมกนั 4. กำรสร้ำงสงิ่ ประดษิ ฐ์ต่ำงๆร่วมกัน

109. กำรที่มนุษยอ์ ยรู่ ่วมกนั เปน็ สงั คม ก่อให้เกิดประโยชน์ในเรื่องใด

1. ช่วยให้มนษุ ยม์ ีควำมเป็นอสิ ระ

2. ช่วยให้มนษุ ยม์ ีเพือ่ นจำนวนมำก

3. ช่วยให้มนษุ ยม์ ีควำมรู้สึกเปน็ มิตรและปลอดภัย

4. ช่วยให้มนุษยม์ ีกำรถ่ำยทอดวฒั นธรรมจำกรุ่นหนึ่งไปสู่อีกรนุ่ หนึ่ง

110. ขอ้ ใดคอื วัฒนธรรมยอ่ ย

1. พิธเี ผำศพ 2. พธิ ีไหลเรือไฟ

3. ประเพณีแตง่ งำน 4. ประเพณีสงกรำนต์

111.ผีสำง เทวดำ และสงิ่ ศกั ดสิ์ ิทธ์ทิ ั้งหลำยเปน็ วฒั นธรรมเพรำะเหตใุ ด

1. เป็นสงิ่ ที่มีมำนำนแล้ว 2. เป็นสิ่งที่อยคู่ สู่ งั คมมนษุ ย์

3. เป็นสิ่งที่ควบคมุ พฤตกิ รรมมนุษย์ 4. เปน็ สงิ่ ที่มนุษยส์ ร้ำงข้นึ ตำมจินตนำกำร

112. มนษุ ยเ์ รียนรู้วัฒนธรรมของสังคมไดด้ ้วยวธิ กี ำรใด

1. กำรเปน็ สมำชิกของสงั คม

2. กำรแบง่ งำนกันทำตำมควำมเชี่ยวชำญเฉพำะ

3. กำรรบั สัญชำตญำณมำจำกบรรพบรุ ษุ หลำยรนุ่ อำยุ

4. กำรสร้ำงสรรคแ์ ละสร้ำงจินตนำกำรตำมสภำพแวดลอ้ มทำงธรรมชำติ

113. กำรรวมกลุ่มในขอ้ ใดทีจ่ ดั วำ่ เปน็ กลุ่มคน

1. ครอบครวั 2. เครือญำติ

3. เพ่อื นนกั เรียน 4. กลุ่มประท้วงท่อก๊ำซ

114.ขอ้ ใดเปน็ ตัวอยำ่ งของกลุ่มปฐมภูมิ และทตุ ิยภมู ติ ำมลำดับ

1. เพื่อนนกั เรียน เพ่อื นบ้ำน

2. เพื่อนนกั เรียน ครอบครวั

3. เพอ่ื นนกั เรียน พนกั งำนตลำดหลกั ทรัพย์

4. เพ่อื นนกั เรียน สมำคมชำวไร่อ้อยสุพรรณบุรี

346

115. ขอ้ ใดเปน็ องคป์ ระกอบของสถำบนั สงั คม

1. สญั ลกั ษณ์ รูปแบบ คำ่ นิยม วธิ ีปฏิบัติ

2. สญั ลักษณ์ รูปแบบ ควำมเชื่อ คำ่ นิยม

3. สญั ลกั ษณ์ รปู แบบ วธิ ีปฏิบตั ิ ควำมเชื่อ

4. สัญลกั ษณ์ รูปแบบ ควำมเชื่อ จดุ มุ่งหมำย

116. ขอ้ ควำมใดถูกต้อง

1. จำรีตเปลีย่ นแปลงยำกกวำ่ วถิ ีชำวบำ้ น

2. วิถีชำวบำ้ นเปลี่ยนแปลงยำกกวำ่ จำรีต

3. จำรตี และประเพณีมีควำมหมำยเหมอื นกนั

4. จำรีตและวถิ ีชำวบำ้ นต้องเปลี่ยนแปลงพร้อมๆกนั

117. ขอ้ ใดสะท้อนบรรทดั ฐำนทำงสังคมทเี่ รียกวำ่ วิถีชำวบ้ำน

1. สกลกนิ เนือ้ สุนัข 2. สรุ ินทร์กนิ เนอื้ หมูปำ่

3. สุพรรณขโมยปลำยำ่ ง 4. สวุ ทิ ยข์ บั รถฝ่ำไฟแดง

118. ขอ้ ใดเป็นคำ่ นิยมทีค่ วรปลกู ฝงั ให้คนไทยมำกทีส่ ดุ เพอ่ื พฒั นำประเทศชำติให้เจริญ

1. ควำมมีวินยั 2. กำรตรงต่อเวลำ

3. กำรกตญั ญรู ู้คณุ 4. กำรมีสมั มำคำรวะ

119. ขอ้ ใดเป็นปจั จยั ท่มี ีผลต่อกำรเปลี่ยนแปลงทำงวัฒนธรรมในสงั คมชนบทไทยมำกทสี่ ุด

1. กำรมีจำนวนประชำกรเพ่มิ ข้นึ

2. กำรศกึ ษำของประชำกรสูงขน้ึ

3. กำรเปลี่ยนแปลงที่เปน็ ไปตำมวัฏจกั รของธรรมชำติ

4. กำรคมนำคมและกำรตดิ ต่อสือ่ สำรทสี่ ะดวกและรวดเรว็ ขนึ้

120. กำรพัฒนำประชำธิปไตยในสงั คมไทยดำเนินไปอยำ่ งเชือ่ งช้ำ เพรำะอะไร

1. สตรีมีบทบำทในสงั คมน้อย

2. วฒั นธรรมกำรอบรมขดั เกลำทำงสงั คม

3. กำรยดึ มนั่ ในตวั บุคคลและระบบอุปถัมภ์

4. คนยงั ไม่ค่อยเหน็ ประโยชนแ์ ละควำมสำคัญ

121. แนวโน้มของสงั คมในอนำคตเปน็ อยำ่ งไร

1. คนไทยอพยพเข้ำสู่ชนบทเพ่อื คุณภำพชีวิตทีด่ ีขนึ้

2. วิถีชีวิตคนในชนบทเปลี่ยนไปเป็นแบบคนในเมืองมำกข้นึ

3. สถำบนั ครอบครัวมีขนำดเลก็ และหน้ำที่ลดลง มีสถำบันอืน่ ทำหน้ำทีแ่ ทน

4. คนไทยให้ควำมสนใจในวถิ ีชีวติ ที่เรียบง่ำยและเศรษฐกิจพอเพยี งมำกกวำ่ กำรใช้สินคำ้

มีชือ่ รำคำแพงทนี่ ำเขำ้ จำกต่ำงประเทศ

347

122. ปัญหำยำเสพติดในสงั คมไทยก่อให้เกิดควำมเสียหำยทำงเศรษฐกจิ มำกเพรำะเหตใุ ด

1. เสียเงนิ ซือ้ เสพมำกข้นึ เรือ่ ยๆ

2. ผู้เสพเป็นวยั แรงงำนเปน็ ส่วนใหญ่

3. เสียงบประมำณในกำรปรำบปรำมมำก

4. สูญเสียเจ้ำหน้ำทีต่ ำรวจในกำรจับและเกิดกำรปะทะกนั

123. กำรแก้ไขปญั หำสงั คมที่ถกู ต้องควรจดั กำรอยำ่ งไร

1. ให้รฐั เป็นผดู้ ำเนินกำร

2. ให้จัดกำรตำมกฎหมำยโดยเคร่งครดั

3. ให้ออกกฎหมำยเพิม่ โทษแก่ผกู้ ่อปญั หำ

4. ให้สมำชิกในสังคมร่วมมือกนั หำมำตรกำรแก้ไข

124. คณะกรรมกำรวฒั นธรรมแห่งชำติได้กำหนดคำ่ นยิ มพ้ืนฐำนของสงั คมไทยทสี่ ำคญั 5 ประกำร

คำ่ นิยมนีไ้ ด้แก่

1. กำรมีควำมรับผิดชอบ กำรประหยัด กำรมรี ะเบียบวนิ ยั กำรปฏิบตั ิตำมคณุ ธรรมของศำสนำ

และควำมรกั ชำติ ศำสน์ กษัตริย์

2. กำรขยันหมน่ั เพยี ร กำรอดทน กำรรกั สันโดษ กำรปฏบิ ตั ิตำมคุณธรรมของศำสนำ

และควำมรกั ชำติ ศำสน์ กษตั ริย์

3. กำรพง่ึ ตนเอง กำรประหยดั และกำรออม กำรรักสนั โดษ กำรปฏิบัตติ ำมคุณธรรมของ

ศำสนำและควำมรักชำติ ศำสน์ กษตั ริย์

4. กำรมีควำมรับผิดชอบ กำรเคำรพกฎหมำย กำรรกั สนั โดษ กำรปฏิบตั ิตำมคณุ ธรรม

ของศำสนำและควำมรกั ชำติ ศำสน์ กษตั ริย์

125. ขอ้ ใดสะท้อนลำดบั ของบรรทดั ฐำนทำงสงั คมทถี่ กู ต้อง

1. จำรีต ประเพณี วถิ ีชำวบำ้ น กฎหมำย 2. ประเพณี จำรีต วถิ ีชำวบำ้ น กฎหมำย

3. วิถีชำวบำ้ น จำรีต ประเพณี กฎหมำย 4. วิถีชำวบำ้ น จำรตี กฎหมำย

126. บรรทดั ฐำนทำงสงั คมในขอ้ ใด มีควำมเกี่ยวข้องกับหลักศีลธรรมทำงศำสนำมำกที่สดุ

1. จำรีต 2. กฎหมำย

3. วิถีชำวบำ้ น 4. จรรยำบรรณ

127. ประเพณีใดของไทย มีควำมสัมพันธ์ใกล้ชิดกับสังคมเกษตรกรรมมำกเพรำะถือว่ำเป็นกำร

ฉลองขำ้ วปลำอำหำรทีไ่ ด้จำกกำรเกบ็ เกี่ยวพืชผลในรอบปี

1. ประเพณสี ำรท 2. ประเพณีทอดกฐนิ

3. ประเพณีทำขวญั แม่โพสพ 4. ประเพณีบชู ำเสำอินทขลิ

128. กำรทีเ่ ดก็ ผู้หญงิ เล่นเป็นนำงพยำบำล และเดก็ ผู้ชำยเล่นเป็นคนขบั เครื่องบินเฮลิคอปเตอร์ คอื

1. กำรเรียนรสู้ ถำนภำพ 2. กำรเรียนรู้บทบำท

3. กำรเรียนรู้จำกประสบกำรณจ์ ริง 4. กำรเรียนรู้เพื่อเตรียมพร้อมเปน็ ผู้ใหญ่

348

129. หน่วยทำงสงั คมหน่วยใดที่มีควำมสำคญั มำกทสี่ ดุ ในกำรถ่ำยทอดวัฒนธรรม

1. วัด 2. กลุ่มเพอ่ื น

3. สื่อชนดิ ต่ำงๆ 4. ครอบครัว

130. ขอ้ ใดจัดวำ่ เปน็ กลุ่มปฐมภมู ิ และทุติยภูมิตำมลำดบั

1. ไทยมุง ครอบครวั

2. เกษตรกร ครอบครวั

3. เพ่ือนบ้ำน กลุ่มคนตำบอดภำคเหนือ

4. กลุ่มคนขำยล็อตเตอรีรฐั บำล กลุ่มคนขำยลอ็ ตเตอรี่กำรกศุ ล

131. แบบแผนใดคอื วถิ ีชำวบำ้ น

1. กำรแต่งกำยไวท้ กุ ขเ์ มื่อไปร่วมงำนศพ

2. กำรแตง่ เครื่องแบบ

3. กำรใสส่ ทู และรองเท้ำรัดขอ้

4. กำรกดแตรของรถรับจ้ำงสำธำรณะเมื่อเหน็ ผู้โบกมือเรียกให้จอด

132. สภำพสงั คมใดทสี่ มำชิกในสังคมมกั ประสบปัญหำโรคจติ ประสำทได้มำกทีส่ ดุ

1. สงั คมชนบท 2. สงั คมบพุ กำล

3. สงั คมพ้ืนบ้ำนลำนนำ 4. สงั คมอตุ สำหกรรม

133. ขอ้ ใดไมน่ บั วำ่ เปน็ ปัญหำสงั คมของไทย

1. ยำเสพตดิ 2. อำชญำกรรม

3. สงิ่ แวดล้อม 4. กำรหย่ำร้ำง

134. เพรำะเหตุใดจึงต้องมีกำรจัดระเบียบทำงสงั คม

1. มนษุ ย์มีควำมต้องกำรทีแ่ ตกต่ำงกนั 2. มนษุ ย์มีอำชีพต่ำงกนั

3. มนษุ ยอ์ ยรู่ ่วมกนั เปน็ จำนวนมำก 4. มนษุ ย์มีระดับฐำนะทำงสงั คมต่ำงกันมำก

135. สถำบันใดสำมำรถทำหน้ำที่ของสถำบันอืน่ ๆ ในสงั คมได้ด้วย

1. สถำบนั กำรเมือง 2. สถำบนั เศรษฐกจิ

3. สถำบนั กำรศกึ ษำ 4. สถำบันครอบครวั

136. ขอ้ ใดคอื องคป์ ระกอบทีส่ ำคญั ของโครงสร้ำงทำงสงั คม

1. กลุ่มและสถำบนั 2. อำนำจและกลไก

3. ทัศนคติและพฤติกรรม 4. วัฒนธรรมและประเพณี

137. เรือนเครื่องสับเปน็ เรือนไทยทีม่ ีลกั ษณะสอดคล้องกับข้อใด

1. เรือนไม้ไผ่ 2. เรือนฝำขดั แตะ

3. เรือนฝำกระดำน 4. เรือนหลังคำจำก


Click to View FlipBook Version