99
21. สมมติใหม้ สี ินคา้ 2 ชนิดคือสินคา้ X และสินคา้ Y ซ่ึงเป็นสินคา้ ท่ีใชท้ ดแทนกนั ถา้ กาหนดใหอ้ ุปทานของสินคา้ ท้งั สอง
ไม่มีการเปลย่ี นแปลง หากราคาสินคา้ Y ลดลงในขณะท่ีราคาสินคา้ X คงที่ ราคาและปริมาณดลุ ยภาพในตลาดสินคา้ X
จากเกิดการเปลี่ยนแปลงไปอยา่ งไร
1. ราคาดุลยภาพคงท่ี ปริมาณดุลยภาพคงท่ี 2. ราคาดลุ ยภาพเพิ่มข้ึน ปริมาณดลุ ยภาพเพิ่มข้ึน
3. ราคาดลุ ยภาพลดลงปริมาณดุลยภาพเพ่ิมข้ึน 4. ราคาดลุ ยภาพเพ่มิ ข้นึ ปริมาณดลุ ยภาพลดลง
5. ราคาดุลยภาพลดลง ปริมาณดุลยภาพลดลง
22. ขอ้ ใดตอ่ ไปน้ีครอบคลุมปัญหาพ้นื ฐานทางเศรษฐกิจอยา่ งครบถว้ น
1. ผลิตอะไร ควรต้งั ราคาเทา่ ไหร่ ผลติ เพ่ือขายใคร
2. ผลติ อะไร ควรใชเ้ ทคโนโลยใี ดในการผลติ ผลติ เพื่อขายใคร
3. ผลติ ท่ีไหน ควรใชเ้ ทคโนโลยีใดในการผลิต ผลติ เพื่อขายใคร
4. ควรใชเ้ ทคโนโลยีในการผลิต ควรต้งั ราคาเท่าไหร่ ผลติ เพือ่ ขายใคร
5. ผลติ อะไร ผลติ สินคา้ ที่ไหน ควรใชเ้ ทคโนโลยีใดในการผลิต
23. ขอ้ ใดสอดคลอ้ งกบั ความหมายของอุปสงคส์ ่วนเกิน (Excess Demand) ในตลาดสินคา้ ชนิดหน่ึงๆ
1. ปริมาณความตอ้ งการซ้ือมากกวา่ ปริมาณความตอ้ งการขาย เน่ืองจากระดบั ราคาตา่ กวา่ ราคาดุลยภาพ
2. ปริมาณความตอ้ งการขายมากกวา่ ปริมาณความตอ้ งการซ้ือ เน่ืองจากระดบั ราคาสูงกว่าราคาดลุ ยภาพ
3. ผบู้ ริโภคไดร้ บั ความพอใจมากกวา่ ราคาท่จี า่ ย เนื่องจากระดบั ราคาต่ากว่าราคาดลุ ยภาพ
4. ผบู้ ริโภคไดร้ ับความพอใจตา่ กวา่ ราคาท่จี ่าย เนื่องจากระดบั ราคาสูงกว่าราคาดลุ ยภาพ
5. ผบู้ ริโภคไดร้ ับสินคา้ มากกวา่ ปริมาณท่ีตอ้ งการ เนอ่ื งจากระดบั ราคาต่ากว่าราคาดุลยภาพ
24. บริษทั ก. เป็ นบริษัทหน่ึงในตลาดท่ีให้บริการเครือข่ายโทรศพั ท์เคลื่อนท่ีในประเทศไทย บริษัท ก. ต้องเผชิญกบั
สถานการณ์ใด
1. สามารถใหบ้ ริการเครือขา่ ยโทรศพั ทด์ ว้ ยตน้ ทุนตา่ กวา่ คู่แข่ง
2. เผชิญกบั การแขง่ ขนั ที่สูง เนื่องจากมีผผู้ ลติ เป็นจานวนมากในตลาด
3. เผชิญกบั การแข่งขนั ทสี่ ูง เน่ืองจากคแู่ ขง่ รายใหม่เขา้ มาในตลาดไดอ้ ย่างเสรี
4. สามารถกาหนดราคาค่าบริการเครือขา่ ยโทรศพั ทท์ ี่ผลิตได้ เนื่องจากมีอานาจผูกขาดแบบสมบรู ณ์
5. ตอ้ งใส่ใจกบั การให้บริการเครือขา่ ยโทรศพั ท์ให้มีความแตกต่างจากผผู้ ลิตรายอ่ืน เพ่อื แยง่ ส่วนแบง่ ทางตลาด
25. ขอ้ ใดไมใ่ ช่แนวทางแกไ้ ขปัญหาเศรษฐกิจชุมชนตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
1. เสริมสร้างชุมชนใหเ้ ขม้ แขง็ โดยสร้างคนให้เป็นคนดี มงุ เนน้ พฒั นาคน ครอบครวั และชุมชน
2. ส่งเสริมใหม้ ีกระบวนการเรียนรูภ้ ายในชุมชน โดยเนน้ การมสี ่วนร่วมของคนในชุมชน
3. มงุ่ สรา้ งและหาโอกาสในการพฒั นาตนเอง เพือ่ เพ่ิมขีดความสามารถในการแข่งขนั ทางเศรษฐกิจ
4. ส่งเสริมการพ่งึ พาตนเองลดการพ่งึ พาจากภายนอก โดยใชท้ รัพยากรและภูมิปัญญาภายในทอ้ งถ่ิน
5. สร้างความสมดลุ และความพอประมาณอย่างมีเหตุผล เพื่อนาสงั คมไปสู่คุณภาพ มเี สถียรภาพ และเป็นธรรม
100
26. หากประเทศ ก. ประสบภาวะเงินเฟ้ออนั เนื่องจากสาเหตุด้านอุปสงค์ ขอ้ ใดเป็นมาตรการทางการเงินที่ประเทศ ก. ไม่
ควรนามาใชใ้ นการแกไ้ ขปัญหาเงินเฟ้อ
1. ขยายฐานภาษที รัพยส์ ิน
2. เพม่ิ อตั รารับชว่ งซ้ือลดตว๋ั เงนิ
3. เพม่ิ การลดหย่อนภาษเี งินไดบ้ ุคคลธรรมดา
4. ควบคมุ ธนาคารพาณิชยใ์ ห้ลดปริมาณการใชส้ ินเชื่อ
5. ลดอตั ราเงนิ สารองตามกฎหมายของธนาคารพาณิชย์
27. ขอ้ ใดคือมาตรการของนโยบายการคลงั ที่ไมม่ ีผลในการกระตนุ้ การใชจ้ า่ ยภายในประเทศ
1. การลดอตั ราภาษมี ูลคา่ เพ่มิ และการลดอตั ราดอกเบ้ียเงินกู้
2. การเพิม่ อตั ราภาษีมลู ค่าเพ่มิ และการยกเลิกการจา่ ยเงินอดุ หนุนแก่เกษตรกร
3. การลดอตั ราภาษีเงนิ ไดบ้ ุคคลธรรมดาและการประกาศลดอตั ราดอกเบ้ยี เงนิ กู้
4. การอนญุ าตใหน้ าคา่ ใชจ้ ่ายในการทอ่ งเท่ยี วไปลดหยอ่ นในการเสียภาษีเงินไดบ้ คุ คลธรรมดา
5. การอนุญาตใหน้ าค่าใชจ้ า่ ยชว่ งเทศกาลวนั สงกรานตไ์ ปลดหยอ่ นในการเสียภาษีเงนิ ไดบ้ คุ คลธรรมดา
28. ขอ้ ใดมีลกั ษณะเป็ นการสร้างหน้ีสาธารณะที่ยอมรับได้ จากการพิจารณาอัตราการเพิ่มหน้ีสาธารณะและอตั ราการ
ขยายตวั ของผลติ ภณั ฑม์ วลรวมในประเทศ (GDP) ทเ่ี กิดจากการเพิม่ หน้ีสาธารณะ
1. มูลค่าของการค้าประกนั เงินกูข้ องรัฐบาลเพม่ิ ข้นึ ร้อยละ 5 และ GDP ขยายตวั ร้อยละ 5
2. มูลคา่ การกยู้ มื โดยตรงจากตา่ งประเทศเพิม่ ข้นึ รอ้ ยละ 10 และ GDP ขยายตวั รอ้ ยละ 10
3. มลู ค่าการกูย้ ืมโดยตรงจากรัฐบาลต่างประเทศเพิ่มข้ึนร้อยละ 2 และ GDP ขยายตวั มากกว่ารอ้ ยละ 2
4. มูลค่าการกูย้ มื โดยตรงและการค้าประกนั เงินกูข้ องรฐั บาลเพิม่ ข้ึนรอ้ ยละ 4 และ GDP ขยายตวั มากกว่าร้อยละ 4
5. มูลค่าการกูย้ ืมจากประชาชนและสถาบนั การเงนิ ในประเทศเพ่ิมข้ึนรอ้ ยละ 8 และ GDP ขยายตวั มากกวา่ รอ้ ยละ 8
29. กาหนดให้อตั ราแลกเปล่ียนเงินตราต่างประเทศ ระหว่างประเทศญ่ีป่ ุนกบั ประเทศไทยและอตั ราแลกเปลี่ยนเงินตรา
ตา่ งประเทศ ระหว่างประเทศจีนกบั ประเทศไทยในเดอื นมกราคม 2561 และเดอื นพฤษภาคม 2561 เป็นดงั น้ี
ณ มกราคม 2561 ณ พฤษภาคม 2561
อตั ราและเปลย่ี นญ่ีป่ นุ กบั ไทย (เยน : บาท) 100 : 35 100 : 38
อตั ราและเปล่ยี นจีนกบั ไทย (หยวน : บาท) 100 : 498 100 : 480
หากกาหนดให้ราคาสินคา้ ระหวา่ งประเทศของสินคา้ ไทย สินคา้ ญี่ป่ ุนและสินคา้ จีน ยงั คมเดิม การสรุป
สถานการณใ์ นเดอื น พฤษภาคม 2561 ขอ้ ใดไมถ่ กู ตอ้ ง
1. เงินเยนมคี ่าสูงข้นึ เมอ่ื เทยี บกบั เงนิ บาท
2. เงนิ บาทมีค่าสูงข้ึนเมื่อเทียบกบั เงนิ หยวน
3. จา่ ยเงนิ หยวนลดลงเพ่ือซ้ือสินคา้ จานวนเทา่ เดิมจากประเทศไทย
4. จา่ ยเงนิ เยนลดลงเพ่ือซ้ือสินคา้ จานวนเท่าเดิมจากประเทศไทย
5. สินคา้ จากประเทศจีนมรี าคาถกู ลงในสายตาของคนไทยและคนที่มเี งินบาทในมอื
101
30. ประเทศกินีควรขอกเู้ งินจากหน่วยงานใด เม่ือประเทศอยู่ในสถานการณ์ท่ีประสงคจ์ ะกู้เงนิ จากตา่ งประเทศ โดยเนน้ การ
ลงทุนเพ่ือเพ่ิมประสิทธิภาพการผลิตและเร่งรัดการเจริญเตบิ โตทางเศรษฐกิจ เพ่ือยกระดบั ชีวิตและความเป็นอยู่ของ
ประชาชนในประเทศ ตลอดจนตอ้ งการความรูแ้ ละคาแนะนาเกี่ยวกบั การวางแผนการลงทนุ และการบริหารเงนิ
1. IBRD
2. WTO
3. ADB
4. IMF
5. EU
31. ขอ้ ใดกลา่ วไม่ถูกตอ้ งเก่ียวกบั ยคุ สมยั และวิธีการทางประวตั ศิ าสตร์
1. มนุษยเ์ ริ่มรู้จกั การเกษตรกรรมและเล้ียงสตั วใ์ นยคุ หินเกา่
2. อารยธรรมลุ่มแมน่ ้าฮวงโหนบั เป็นหน่ึงในแหลง่ อารยธรรมสาคญั ของยคุ หินใหม่
3. ความหมายของประวตั ศิ าสตร์มหี ลากหลายและแตกต่างไปตามความรู้และความเขา้ ใจของแต่ละคน
4. ประวตั ิศาสตร์สามารถเปลี่ยนแปลงได้ เม่ือมีการตคี วามขอ้ มูลแนวคดิ ดว้ ยวิธีการทางประวตั ิศาสตร์ที่สมบูรณ์
กว่าในภายหลงั
5. การศกึ ษาเร่ืองราวของมนุษยใ์ นยคุ กอ่ นประวตั ิศาสตร์ จาเป็นตอ้ งใชค้ วามรู้และการศกึ ษาคน้ ควา้ จากวชิ าการ
หลายแขนงประกอบกนั ไม่ใชจ่ ากวชิ าประวตั ศิ าสตร์เพยี งอย่างเดยี ว
32. ขอ้ ใดไม่สอดคลอ้ งกบั ยคุ กอ่ นประวตั ศิ าสตร์
1. ศิลาจารึกทีเ่ กา่ แก่ท่สี ุด
2. ภาพเขยี นสีอาเภอโขงเจียม จงั หวดั อบุ ลราชธานี
3. หลกั ฐานเคร่ืองมอื เครื่องใชส้ าริด ท่ีบา้ นดอนตาเพชร จงั หวดั กาญจนบรุ ี
4. เคร่ืองป้ันดนิ เผาทบี่ า้ นเชียง จงั หวดั อดุ รธานี
5. การถลุงแร่เหล็ก
33. ขอ้ ใดเป็นหลกั ฐานช้นั ตน้ ทเี่ กิดข้นึ ใน “สมยั ใหม”่ ตามการแบ่งยคุ ประวตั ิศาสตร์สากล
1. แมกนา คาตา้ หรือกฎบตั รฉบบั ใหม่
2. ผลงาน “ประวตั ิศาสตร์ของพวกแฟรงก”์
3. เอกสารคาประกาศอิสรภาพของสหรฐั อเมริกา
4. ผลงาน “ประวตั ศิ าสตร์สงครามเปอร์เซีย”
5. มหากาพยอ์ เี ลียด
102
34. ขอ้ ใดไมใ่ ชส่ าเหตุของการเกิดสงครามโลกคร้ังท่ี 1
1. อิตาลรี วมเป็นประเทศไดส้ าเร็จในช่วงหลงั ของคริสตศ์ ตวรรษที่ 19
2. ราชวงศโ์ รมานอฟ ของรสั เซียถูกคนลม้ ในช่วงตน้ คริสตศ์ ตวรรษที่ 20
3. ประเทศในยุโรปไดพ้ ฒั นาตนเองจนกลายเป็นประเทศอตุ สาหกรรมในคริสตศ์ ตวรรษที่ 19
4. อดุ มการณ์ทางการเมืองทแ่ี ตกตา่ งกนั ของมหาอานาจในยโุ รปชว่ งตน้ คริสตศ์ ตวรรษที่ 20
5. การแข่งขนั อานาจกนั ระหวา่ งรัสเซียและออสเตรีย-ฮงั การีในคาบสมทุ รบอลข่านในชว่ งคริสตศ์ ตวรรษที่ 19
และตน้ คริสตศ์ ตวรรษท่ี 20
35. ขอ้ ใดไม่ใชผ่ ลทเ่ี กิดจากการปกครองแบบฟิวดลั ในสมยั กลางของยโุ รป
1. กษตั ริยอ์ อ่ นแอและไม่มีอานาจในการปกครองอยา่ งแทจ้ ริง
2. การคา้ โดยภาพรวมชะงกั งนั จนถงึ คริสตศ์ ตวรรษท่ี 11
3. คริสตจกั รเขม้ แข็งมีอานาจมาก
4. ผลผลติ ทางการเกษตรอยู่ในระดบั สูง
5. เกิดยศถาบรรดาศกั ด์เิ ช่น อาร์ช ด๊กุ ดกุ๊ เคานต์ เป็นตน้
36. โรงเรียนประชาบาลซ่ึงเกิดจากเงินบริจาคและเงินท่ีทางราชการไดเ้ รียกเก็บเพอ่ื ส่งเสริมการจดั การศกึ ษาภาคบงั คบั จาก
ผชู้ ายอายุ 18 - 60 ปีคนละ 1 - 3 บาทตอ่ ปี ทเ่ี รียกวา่ “เงินศึกษาพลี” เกิดข้ึนในรชั กาลใด
1. รชั กาลท่ี 4
2. รชั กาลท่ี 5
3. รัชกาลท่ี 6
4. รัชกาลที่ 7
5. รัชกาลที่ 8
37. สงครามอนั นามสยามยทุ ธกบั ญวนเกิดข้ึนในรชั กาลใด
1. รัชกาลที่ 1
2. รัชกาลท่ี 2
3. รัชกาลท่ี 3
4. รัชกาลท่ี 4
5. รัชกาลท่ี 5
38. ขอ้ ใดเป็นภูมปิ ัญญาไทยท่ีเป็นนามธรรม
1. การทาปลาร้าของคนอสี าน
2. พระพุทธรูปสมยั อยุธยา
3. การหาฤกษย์ ามแต่งงาน
4. หุ่นฟางแทนแม่โพสพ
5. เครื่องทองสุโขทยั
103
39. การจดั ต้งั หอรษั ฎากรณ์พพิ ฒั น์ ส่งผลต่อการปฏริ ูปสยามในดา้ นใดมากท่สี ุด
1. ดา้ นภาษอี ากร
2. ดา้ นการศกึ ษา
3. ดา้ นพระพทุ ธศาสนา
4. ดา้ นการปกครองส่วนภูมิภาค
5. ดา้ นการศาลและกฎหมาย
40. คา่ ผูกป้ี ตรงกบั ขอ้ ใดมากทสี่ ุดภาษี
1. การขนสินคา้ ผา่ นดา่ นท้งั ทางบกและทางน้า
2. ส่ิงของหรือสินคา้ ท่ีไพร่นามามอบให้แทนการถูกเกณฑแ์ รงงาน
3. ภาษที ่เี กบ็ จากราษฎรที่ทาสวน
4. ภาษีปากเรือ
5. ภาษที เ่ี กบ็ จากชาวจีนท่ีมีอายุ 20 ปีข้ึนไปท่ไี ม่ตอ้ งการถกู เกณฑแ์ รงงาน
41. ถา้ ภาพถา่ ยทางอากาศใน 1 แนวบนิ มีจานวนภาพเรียงกนั ท้งั หมด 6 ภาพ โดยแตล่ ะภาพมีส่วนเหลื่อมหนา้ รอ้ ยละ 60
อยากทราบวา่ จะสามารถมองเหน็ ภาพ 3 มิติทภ่ี าพทบั กนั สนิทไดท้ ้งั หมดกี่ภาพ
1. จานวน 3 ภาพ 2. จานวน 3 ภาพ
3. จานวน 4 ภาพ 4. จานวน 5 ภาพ
5. จานวน 6 ภาพ
42. ถา้ วดั มมุ แอสิมุทไดเ้ ท่ากบั 100 องศาจะคิดเป็นมุมแบริ่งไดเ้ ทา่ ไร
1. N 80 องศา E
2. N 100 องศา W
3. S 80 องศา E
4. S 100 องศา W
5. S 180 องศา E
43. ในช่วงเดือนตุลาคม – พฤศจิกายนเพ่ือลดความเส่ียงท่ีจะประสบภยั พิบตั ิในด้านวาตภยั และอุทกภยั รวมถึงอาจเกิด
แผน่ ดินถล่มจากอทิ ธิพลของพายุหมุนเขตรอ้ นทม่ี คี วามถ่ีในการเกิดสูง ทา่ นควรหลีกเลย่ี งการเดนิ ทางทอ่ งเที่ยวในกลุ่ม
จงั หวดั ใด
1. สกลนคร นครพนม หนองคาย
2. อบุ ลราชธานี รอ้ ยเอด็ ยโสธร
3. ระยอง จนั ทบุรี ตราด
4. ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช
5.ระนอง พงั งา ภเู ก็ต
104
44. กรณีการเกิดอทุ กภยั ทร่ี ุนแรงและรวดเร็วในเขตเทศบาลนครสกลนครเมอื่ ปลายเดอื นกรกฎาคม 2560 มีแนวทางใดที่จะ
ป้องกนั ไม่ใหเ้ กิดสภาวะน้าท่วมไดอ้ ยา่ งยง่ั ยืนและเหมาะสมท่ีสุด
1. สร้างแหล่งเก็บน้าและขุดลอกลาน้าก่า เพอื่ ระบายน้าลงสู่แมน่ ้าโขงโดยเร็ว
2. ลดการใชพ้ ลงั งานท่กี อ่ ใหเ้ กิดภาวะเรือนกระจกโดยปฏบิ ตั อิ ยา่ งจริงจงั และต่อเน่ือง
3. สรา้ งเขอื่ นอา่ งเก็บน้าและฝายรอบตวั เมอื งสกลนครเพื่อกกั เก็บน้าไวใ้ ห้ไดม้ ากท่ีสุด
4. ปลูกป่ าและดแู ลรกั ษาป่ าในเขตทส่ี ูงรอบตวั เมืองโดยเฉพาะเทือกเขาภูพาน เพื่อเป็นพ้ืนทด่ี ูดซบั น้า
5. ขุดลอกคูคลองแหล่งน้าธรรมชาติและหนองหานรวมถึงป้องกนั การบกุ รุกใชพ้ ้นื ทีร่ อบหนองหาน
45. การศึกษาและสารวจการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพซ่ึงเกิดจากการกระทาจากแรงน้าไหลของแม่น้าเจา้ พระยาต้ังแต่
ปากน้าจนถงึ จงั หวดั นครสวรรค์ ลกั ษณะภูมิสณั ฐานใดมีโอกาสพบนอ้ ยทีส่ ุด
1. ทะเลสาบรูปแอกและลานตะพกั ลาน้า 2. ร่องลาน้าฝ่ังตลง่ิ ลาดนูนและตลิ่งชนั เวา้
3. ท่รี าบน้าท่วมถงึ และข้นั ดนิ ธรรมชาติ 4. แมน่ ้าโคง้ ตวดั ไหลตดั คอคอดคงุ้ น้า
5. กุมภลกั ษณแ์ ละโกรกธารธาราผาชนั
46. ขอ้ ใดไม่เป็นความจริงเกี่ยวกบั สถานการณ์และวกิ ฤตการณ์ดา้ นทรพั ยากรป่ าไมแ้ ละสัตวป์ ่ าของประเทศไทย
1. ในอดตี เคยมีพ้นื ท่ปี ่ าไมม้ ากกวา่ พ้ืนที่เกษตรกรรม
2. ในปัจจบุ นั ปัจจุบนั มีพ้ืนท่ีป่ าไมเ้ พ่ิมมากข้ึนแต่ยงั ต่ากว่านโยบายท่กี าหนดไวร้ อ้ ยละ 40
3. ปัจจบุ นั การลกั ลอบตดั ไมท้ าลายป่ าและการลา่ สตั วป์ ่ ายงั คงมีอยู่อยา่ งตอ่ เนื่อง
4. นโยบายการเพม่ิ พ้ืนท่ีป่ าอนุรกั ษแ์ ละการส่งเสริมการปลกู ป่ าเศรษฐกิจทาใหม้ ีพ้ืนท่ีป่ าเพิ่มข้ึน
5. นโยบายการประกาศปิดป่ าหรือการยกเลกิ สัมปทานป่ าไมป้ ีพ.ศ. 2532 ทาให้ไม่มกี ารบกุ รุกพ้นื ท่ีป่ าไม้
47. การเปลีย่ นแปลงทางกายภาพของโลกดว้ ยการกระทาของมนุษยต์ ามขอ้ ใด ส่งผลตอ่ การเกิดภมู สิ งั คมใหม่ลกั ษณะต่าง ๆ
อยา่ งกวา้ งขวางมากทส่ี ุด
1. การสร้างรีสอร์ทเกาะรูปตน้ ปาลม์ ในเอเชียตะวนั ออก
2. การสร้างโพลเดอร์ทาการเกษตรและต้งั ถ่นิ ฐานในทวปี ยุโรป
3. การสร้างเข่อื นสามผาท่ีใหญ่ทสี่ ุดในโลกของเอเชียตะวนั ออก
4. การสรา้ งเขอื่ นก้นั ลาน้าแมน่ ้าของแตล่ ะประเทศทว่ั โลก
5. การสรา้ งคลองสุเอซ และคลองปานามาเช่ือมตอ่ ระหวา่ งมหาสมุทร
48. พระราชบญั ญตั ิทางทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอ้ มใด มีบทบาทในการเสนอแนะมาตรการดา้ นการเงินการคลงั
การภาษอี ากรและการส่งเสริมการลงทุนต่อคณะรฐั มนตรี
1. พระราชบญั ญตั ิสวนป่ า พ.ศ. 2535
2. พระราชบญั ญตั สิ าธารณสุข พ.ศ. 2535
3. พระราชบญั ญตั สิ งวนและคุม้ ครองสัตวป์ ่ า พ.ศ. 2535
4. พระราชบญั ญตั ิส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดลอ้ มแห่งชาติ พ.ศ. 2535
5. พระราชบญั ญตั ิรักษาความสะอาดและความเป็นระเบยี บเรียบร้อยของบา้ นเมอื ง พ.ศ. 2535
105
49. ฝนกรดมผี ลเสียตอ่ แหล่งน้า ปลา ป่ าไม้ ตลอดจนระบบทางเดนิ หายใจของคนแนวทางแกไ้ ขให้ลดลงอยา่ งรวดเร็วและ
เป็นไปไดจ้ ริงในทวปี อเมริกาเหนือและยุโรปคือแนวทางในขอ้ ใด
1. เลกิ ใชพ้ ลงั งานท่ผี ลิตจากถา่ นหินและน้ามนั ในทุกกิจกรรมทนั ที
2. ใชพ้ ลงั งานไฟฟ้าที่ผลติ จากพลงั งานสะอาดในทุกกิจกรรมที่ใชพ้ ลงั งาน
3. ควบคุมความเร็วของรถยนตแ์ ละใชก้ ารขนส่งสินคา้ ในระบบรางแทนการใชร้ ถบรรทกุ
4. รักษาป่ าและเร่งปลูกป่ าในเขตเมอื งและบริเวณโดยรอบโรงงานอุตสาหกรรมเพือ่ ดดู ซบั มลพษิ
5. ตดิ ต้งั เครื่องกาจดั มลพิษทางอากาศในรถยนตโ์ รงงานอตุ สาหกรรมและโรงไฟฟ้าจากพลงั งานถ่านหิน
50. ขอ้ ใดเป็นแนวทางการอนุรักษท์ รัพยากรธรรมชาตใิ นเชิงภูมศิ าสตร์ของเกษตรกรทจี่ ะชว่ ยแกป้ ัญหาโลกรอ้ น
1. การปลูกผกั ผลไมต้ ามฤดกู าลและการปลกู พชื หมนุ เวยี น
2. ใชเ้ ทคโนโลยเี ตาอบแสงอาทติ ยท์ ีผ่ ลติ ข้นึ เองเพือ่ อบผกั และผลไม้
3. ลดการใชส้ ารเคมีในการเกษตรเพอ่ื ลดตน้ ทุนและเพอื่ สุขภาพทดี่ ขี ้ึน
4. รวมกลุ่มเกษตรกรผผู้ ลติ และสร้างตลาดผบู้ ริโภคในลกั ษณะจาหน่ายตรง
5. ขยายพ้ืนท่ีทาการเกษตรโดยไม่เผาป่ า หญา้ ฟางเพ่อื กาจดั แมลงและวชั พชื
106
------------------------------------------------------------------------------------------------------
เฉลยข้อสอบชุดท่ี 4
-------------------------------------------------------------------------------------------------------
ข้อ คำตอบ ข้อ คำตอบ ข้อ คำตอบ ข้อ คำตอบ ข้อ คำตอบ
1) 1 11) 1 21) 5 31) 1 41) 3
2) 1 12) 1 22) 2 32) 1 42) 3
3) 2 13) 5 23) 1 33) 3 43) 3
4) 5 14) 1 24) 5 34) 2 44) 5
5) 5 15) 4 25) 3 35) 4 45) 5
6) 2 16) 4 26) 5 36) 3 46) 5
7) 3 17) 3 27) 2 37) 3 47) 5
8) 5 18) 1 28) 5 38) 3 48) 4
9) 4 19) 3 29) 3 39) 1 49) 3
10) 4 20) 1 30) 1 40) 5 50) 5
เฉลยละเอียดเฉพำะข้อยำก
ขอ้ 41 ตอบ ขอ้ 3. จานวน 4 ภาพ
เ พ ร า ะ จ า นว นภ า พ ท่ี เ รี ย งกัน 6 ภ า พ จ ะ ส า ม า ร ถ ส่ อ งเ ห็ นภ าพ 3 มิ ติ ไ ด้เ ต็ ม 1 0 0 % = 4 ภ า พ
คอื ภาพ 2, 3, 4 และ 5 กบั ส่องเหน็ ภาพ 3 มิตไิ ด้ 60% = 2 ภาพ คือภาพท่ี 1 กบั ภาพที่ 6
ขอ้ 42 ตอบ ขอ้ 3. S 80 องศา E
ถา้ วดั มมุ แอสิมุทไดเ้ ทา่ กบั 100 องศา จะคดิ เป็นมมุ แบริ่งได้ S 80 องศา E
โดย เม่อื กางมุมแอสิมุท 100 องศา และภายในมุมแบร่ิง จะอยทู่ ่ีจดุ S - E
และเอา 90 องศาภายในมมุ แมริ่ง ลบหักออกไป 10 องศา จะได้ 80 องศา
107
ข้อสอบแบบปรนัย 4 ตัวเลือก เลือก 1 คำตอบท่ีถูกต้องท่ีสุด จำนวน 100 ข้อ
1. พธิ ีกรรมใดทีพ่ ระเยซูทรงไดร้ ับมาจากนกั บุญในศาสนายดู าห์
1. ศลี ลา้ งบาป 2. ศีลกาลงั 3. ศีลอภยั บาป 4. ศลี มหาสนิท
2. ขอ้ ใดในหลกั ปฏิบตั ิ 5 ประการของศาสนาอิสลาม ทศี่ าสนิกผมู้ ีความสามารถและความพร้อมเท่าน้นั จึงจะปฏบิ ตั ไิ ด้
1. การปฏญิ าณตนตอ่ พระเจา้ 2. การละหมาด 3.การถือศีลอด 4. การประกอบพธิ ีฮจั ญ์
3. พิธีกรรมใดในศาสนาพราหมณ์ – ฮินดูท่ีตรงกับการทาบุญศพและการเผาศพตามพิธีกรรมทางพุทธศาสนาใน
สังคมไทย
1. ชาตกรรม 2. วิวาหะ 3. เปรตกรรม 4. พิธีศราท
4. ขอ้ ใดแสดงความโดดเดน่ ของพระพุทธศาสนาไดช้ ดั เจนทสี่ ุด
1. ทุกปัญหายอ่ มมสี าเหตุเสมอ มิไดเ้ กิดข้ึนเอง 2. มนุษยท์ กุ คนมศี กั ยภาพที่จะแกป้ ัญหาเองได้
3. ตอ้ งแกป้ ัญหาดว้ ยความรู้และความเพยี รเอง 4. ตอ้ งอาศยั คาแนะนาและการชว่ ยเหลือจากผรู้ ู้
5. ขอ้ ใดกล่าวไม่ถูกตอ้ งเกีย่ วกบั หลกั ประชาธิปไตยของพระสงฆใ์ นการทาสังฆกรรม
1. ตอ้ งครบองคป์ ระชมุ ของสมาชิก 2. ตอ้ งประชุมในเขตพทั ธสีมา
3. สมาชิกมีสิทธิแสดงความคดิ เหน็ 4. มตทิ ีป่ ระชมุ ใชเ้ สียงส่วนใหญ่
6. ขอ้ ใดกลา่ วถกู ตอ้ งเกีย่ วกบั หลกั การของวิทยาศาสตร์และหลกั การของพระพุทธศาสนา
1. วิทยาศาสตร์ใหค้ วามสาคญั แกม่ ลู ค่ามากกว่าคุณค่า 2. พระพุทธศาสนาใหค้ วามสาคญั แก่กายและจิตเทา่ กนั
3. ความสุขทางกายเป็นเป้าหมายหลกั ของวิทยาศาสตร์ 4. ความสุขทางใจเป็นเป้าหมายหลกั ของพระพุทธศาสนา
7. หากจะตอ้ งปฏบิ ตั ิธรรมะเพยี งขอ้ เดยี วแลว้ พระพทุ ธเจา้ ทรงแนะนาธรรมะขอ้ ใด
1. ความมีสติ 2. ความมขี นั ติ 3. ความมีปัญญา 4. ความมกี ตญั ญตุ า
8. การตดั ตอ่ พนั ธุกรรมทางวทิ ยาศาสตร์ ตรงกบั หลกั นิยามขอ้ ใดในพระพทุ ธศาสนา
1. อตุ ุนิยาม 2. พชี นิยาม 3. กรรมนิยาม 4. จิตนิยาม
9. “ความพอประมาณและมีเหตุผล” ตามหลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี งสอดคลอ้ งกบั หลกั ธรรมขอ้ ใด
1. อตั ตญั ญุตา 2. อตั ถญั ญุตา 3. มตั ตญญตุ า 4. ธมั มญั ญตุ า
10. ขอ้ ใดเป็นคุณลกั ษณะของอนุชาตบตุ ร
1. เป็นผมู้ ภี มู ิธรรมตา่ กวา่ บิดามารดา 2. เป็นผมู้ ภี มู ธิ รรมเสมอดว้ ยบดิ ามารดา
3. เป็นผมู้ ภี มู ธิ รรมสูงกวา่ บิดามารดา 4. เป็นผชู้ กั นาบิดามารดาใหเ้ ป็นผมู้ ศี ลี ธรรม
11. มิตรสหายถกู วางไวต้ าแหน่งใด ตามหลกั ทศิ 6 ในสิงคาลสูตร
1. ทิศเบ้ืองขวา 2. ทิศเบ้อื งซา้ ย 3. ทิศเบ้อื งหลงั 4. ทิศเบ้ืองต่า
12. ธรรมหมวดใดเป็นเครื่องส่งเสริมใหบ้ คุ คลตระหนกั ถงึ อกเขาอกเรา
1. สาราณิยธรรม 2. อปริหานิยธรรม 3. สังคหวตั ถธุ รรม 4. พรหมวิหารธรรม
108
13. ขอ้ ใดตรงกบั ความหมายของคาว่า “อามสิ ปฏสิ นั ถาร”
1. การกลา่ วคาว่า “ยนิ ดตี อ้ นรับ” 2. การตอ้ นรับดว้ ยอาหารหรือน้าดมื่
3. แสดงน้าใจตอ่ แขกดว้ ยใบหนา้ ยม้ิ แยม้ 4. แสดงความเคารพแขกดว้ ยการไหวก้ ่อน
14. นิกายใดในศาสนาคริสตไ์ ม่มีนกั บวช
1. โรมนั คาทอลกิ 2. กรีกออร์ธอดอกซ์ 3. โปรเตสแตนต์ 4. คริสตจกั รลาติน
15. ชาวมุสลิมในประเทศไทย เม่อื ทาละหมาดตอ้ งหนั หนา้ ไปทางทศิ ใด
1. ทศิ เหนือ 2. ทิศตะวนั ออก 3. ทิศใต้ 4. ทศิ ตะวนั ตก
16. ประวตั ิศาสตร์สมยั ใหม่ของอนิ เดยี เริ่มตน้ เม่อื ใด
1. สมยั ราชวงศโ์ มกุล 2. เมอ่ื ตกเป็นอาณานิคม
3. หลงั จากไดร้ ับเอกราช 4. หลงั การแบ่งแยก อนิ เดีย-ปากีสถาน
17. เหตกุ ารณ์ใดท่ีนกั ประวตั ศิ าสตร์ตะวนั ตกถือวา่ เป็นการสิ้นสุดสมยั กลางของยโุ รป
1. การแล่นเรือออ้ มแหลมกู๊ดโอบ 2. การยดึ ครองมะละกาโดยโปรตเุ กส
3. การคน้ พบทวปี อเมริกาโดยโคลมั บสั 4. การกาหนดเส้นแบ่งโลกระหวา่ งสเปนกบั โปรตุเกส
18. ขอ้ ใดไม่ใช่ปัจจยั ทมี่ ผี ลต่อการเกิดอารยะธรรม
1. การจดั ระเบียบสงั คม 2. กลมุ่ ชาติพนั ธุข์ องมนุษย์
3. สภาพแวดลอ้ มทางภูมิศาสตร์ 4. ความกา้ วหนา้ ทางดา้ นเทคโนโลยี
19. ขอ้ ใดคือมรดกทางวฒั นธรรมของชาวซูเมเรียน
1. วฒั นธรรมจกั รวรรดิ 2. การนบั ถอื พระเจา้ องคเ์ ดียว
3. การจารึกตวั อกั ษรบนแผ่นโลหะ 4. จานหมนุ ในการป้ันภาชนะดินเผา
20. ขอ้ ใดอธิบายควำมแตกต่ำงระหว่างอารยธรรมจีนกบั อารยธรรมร่วมสมยั อ่ืนๆไดด้ ีที่สุด
1. รู้จกั ใชต้ วั อกั ษร 2. มีความเป็นเอกภาพสูง
3. มีการปกครองโดยจกั รพรรดิ 4. ไดร้ ับอทิ ธิพลจากภายนอกมาก
21. ขอ้ ใดคอื การแสวงหาความรู้ที่สาคญั ของผคู้ นในยคุ การฟ้ื นฟศู ิลปวทิ ยาการ
1. การศกึ ษาพระคมั ภรี ์ไบเบ้ลิ 2. การหาความรู้สมยั คลาสสิกของยโุ รป
3. การศกึ ษาภาษาถน่ิ ของยโุ รป 4. การหาความรู้เก่ียวกบั จกั รวรรดโิ รมนั ตะวนั ตก
22. เหตุการณ์ใดมีผลมากทสี่ ุดตอ่ การขยายตวั ของการฟ้ื นฟศู ิลปวทิ ยาการกลางคริสตศ์ ตวรรษท่ี 15
1. การเดินทางของมาร์โคโปโล 2. การเกิดนิกายโปรเตสแตนต์
3. การเกิดสงครามครูเสดถึง 9 คร้ัง 4. การยดึ ครองกรุงคอนสแตนตโิ นเปิ ลโดยชาวมสุ ลิม
23. ขอ้ ใดไม่ใช่ผลของการสารวจทางทะเลท่ีมตี อ่ ยโุ รป
1. ยโุ รปกลายเป็นศนู ยก์ ลางอานาจของโลก 2. องั กฤษกลายเป็นมหาอานาจทางทะเล
3. เกดิ แนวคดิ ในการจดั ต้งั สหภาพยโุ รป 4. ยโุ รปมง่ั คงั่ จากการคา้ กบั ดินแดนตา่ งๆ
24. ขอ้ ใดเป็นการคน้ พบทางวทิ ยาศาสตร์ทมี่ ผี ลตอ่ การเปลย่ี นแปลงดา้ นความคดิ ทางสังคมต้งั แตค่ ริสตศ์ ตวรรษที่ 19 จนถงึ
ปัจจุบนั
1. แรงโนม้ ถ่วงของโลก 2. ทฤษฏวี ิวฒั นาการ
3. กฎแรงดงึ ดูดของจกั รวาล 4. ดวงอาทิตยค์ อื ศูนยก์ ลางจกั รวาล
25. ขอ้ ใดไม่ใช่อาณาจกั รโบราณในดนิ แดนไทย
1. ทวารวดี 2. โคตรบรู ณ์
3. ตามพรลิงค์ 4. อมราวดี
109
26. ขอ้ ใดคือ “คณะรำษฎร” ซ่ึงเปลยี่ นแปลงการปกครองในปี พ.ศ.2475
1. ทหารบก ทหารเรือ ตารวจ และพลเรือน 2. ทหารบก ทหารอากาศ ตารวจและตลุ าการ
3. ทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศ และพลเรือน 4. ทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศ และตุลาการ
27. ขอ้ ใดกล่าวถงึ “การเกบ็ ภาษปี ากเรือ” ถกู ตอ้ ง
1. เร่ิมใชห้ ลงั สนธิสัญญาเบาวร์ ิง 2. เกบ็ ภาษตี ามความยาวของเรือ
3. พ่อคา้ นาเรือเปล่าเขา้ ตอ้ งเสียภาษี 4. ระบบน้ีทาใหไ้ ทยเสียเปรียบต่างชาติ
28. ขอ้ ใดเรียงลาดบั การเขา้ มามีบทบาทของชาวตา่ งชาตใิ นประเทศไทยไดถ้ ูกตอ้ ง
1. ลาลูแบร์ บาทหลวงปาลเลอกวั ซ์ หมอบรัดเลย์ ดร.ฟรานซิส บ.ี แซร์
2. บาทหลวงปาลเลอกวั ซ์ ลาลแู บร์ หมอบรัดเลย์ ดร.ฟรานซิส บ.ี แซร์
3. ดร.ฟรานซิส บี. แซร์ บาทหลวงปาลเลอกวั ซ์ ลาลแู บร์ หมอบรัดเลย์
4. หมอบรัดเลย์ ดร.ฟรานซิส บี. แซร์ บาทหลวงปาลเลอกวั ซ์ ลาลูแบร์
29. สามเสาหลกั ของประชาคมอาเซียนคอื ขอ้ ใด
1. เศรษฐกิจ สังคม การท่องเที่ยว 2. เศรษฐกจิ วฒั นธรรม การศกึ ษา
3. การเมอื งความมน่ั คง สงั คมและวฒั นธรรม การกีฬา 4. การเมืองความมนั่ คง เศรษฐกิจ สังคมและวฒั นธรรม
30. ประเทศใดมสี ิทธิใชอ้ านาจยงั ย้งั ( Veto ) ในการลงมตขิ องคณะมนตรีความมน่ั คงแห่งองคก์ ารสหประชาชาติ
1. จีน 2. เกาหลี 3. เยอรมนี 4. เนเธอร์แลนด์
31. เส้นแบ่งเขตวนั สากลอยทู่ ี่เสน้ เมริเดียนใด
1. 0 องศา 2. 45 องศา 3. 90 องศา 4. 180 องศา
32. ขอ้ ใดเป็นลมประจาเวลา
1. ลมตะวนั ตก 2. ลมสินคา้ 3. ลมทะเล 4. ลมพายุ
33. ขอ้ ใดถูกตอ้ ง
1. เทอื กเขาถนนธงชยั และแดนลาวก้นั เขตไทยกบั ลาว
2. เทอื กเขาถนนธงชยั และแดนลาวก้นั เขตแดนไทยกบั พม่า
3. เทอื กเขาหลวงพระบางและแดนก้นั เขตแดนไทยกบั ลาว
4. เทอื กเขาหลวงพระบางและเพชรบรู ณ์ก้นั เขตแดนไทยกบั พมา่
34. ปรากฏการณ์ลานิญา ( La Nina ) เป็นปรากฏการณ์ทผ่ี ิวน้าของมหาสมทุ รแปซิฟิ กแถบศูนยส์ ูตรมีอุณหภูมิเปลีย่ นแปลง
อยา่ งไร และส่งผลใหบ้ ริเวณชายฝั่งตะวนั ออกของทวีปเอเชยี เป็นอยา่ งไรตามลาดบั
1. อุณหภูมิสูงข้ึน แหง้ แลง้ 2. อณุ หภมู สิ ูงข้นึ ฝนตกชกุ
3. อุณหภูมลิ ดลง แหง้ แลง้ 4. อณุ หภมู ิลดลง ฝนตกชุก
35. ดาวเทยี มดวงใดเป็นดาวเทยี มสารวจทรัพยากรดวงแรกของไทย
1. LANDSAT 2. SPOT 3. NOAA 4. THEOS
36. แผนทีฉ่ บบั หน่ึงมีมาตราส่วน 1 : 500,000 หมายถงึ ระยะทางในแผนท่ี 1 เซนติเมตร เท่ากบั ระยะทางจริงในภมู ปิ ระเทศ
กก่ี ิโลเมตร
1. 0.5 2. 1.5 3. 2.5 4. 5
37. การเกดิ สึนามใิ นประเทศไทยเมือ่ วนั ที่ 26 ธนั วาคม พ.ศ. 2547 เกดิ จากการมุดตวั ของแผน่ เปลอื กโลกใด
1. แผน่ เปลอื กโลกแปซิฟิ ก 2. แผ่นเปลือกโลกฟิ ลปิ ปิ นส์
3. แผน่ เปลอื กโลกนาซกา 4. แผน่ เปลอื กโลกอินโด-ออสเตรเลีย
38. พายหุ มุนท่ีมีแหล่งกาเนิดบริเวณอ่าวเมก็ ซิโกมชี ื่อวา่ อะไร
1. ไตฝ้ ่ นุ 2. ไซโคลน 3. ทอร์นาโด 4. วิลลี-วิลลี
110
39. ลมวา่ วเป็นลมประจาถน่ิ ของประเทศไทยที่พดั ในช่วงเดือนใด
1. มถิ นุ ายน 2. สิงหาคม 3. ตุลาคม 4. ธนั วาคม
40. เดอื นกรกฎาคมเป็นฤดูอะไร ในเขตอบอ่นุ ทางซีกโลกเหนือ
1. ฤดหู นาว 2. ฤดูใบไมผ้ ลิ 3. ฤดรู ้อน 4. ฤดูใบไมร้ ่วง
41. ป่ าประเภทใดเป็นป่ าผลดั ใบ
1. ป่ าดิบแลง้ 2. ป่ าเตง็ รัง 3. ป่ าพรุ 4. ป่ าชายหาด
42. ขอ้ ใดเป็นลกั ษณะของบรรยากาศช้นั สแตรโทสเฟี ยร์
1. มีไอน้า ฝ่ ุนละอองอยใู่ นอากาศ
2. อุณหภูมขิ องอากาศจะลดลงตามความสูง
3. อากาศมกี ารเคลอื่ นท่ใี นแนวดงิ่ เรียกวา่ “กระแสอากาศ”
4. อากาศมีการเคลื่อนท่ใี นแนวนอนจึงเหมาะสาหรับกิจการการบนิ
43. จงั หวดั ใดมีการใชน้ ้าบาดาลมากจนทาใหเ้ กดิ ปัญหาแผน่ ดนิ ทรุดตวั
1. ลพบรุ ี 2. อ่างทอง 3. พระนครศรีอยธุ ยา 4. สมทุ รสงคราม
44. ขอ้ ใดไม่ใช่หลกั 7R ที่เป็นแนวทางในการอนุรักษท์ รัพยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดลอ้ ม
1. Reuse 2. Reject 3. Rethink 4. Recovery
45. ขอ้ ใดเกีย่ วขอ้ งกบั เน้ือหาของการศกึ ษา “ โครงสร้างทางสงั คม” น้อยท่ีสุด
1. สถาบนั ทางสังคม 2. สถานภาพทางสงั คม 3. พฤติกรรมทางสงั คม 4. การควบคมุ ทางสงั คม
46. ขอ้ ใดส่งผลมำกท่สี ุดต่อการแสดง “บทบาททางสงั คม” ของแต่ละบุคคล
1. สถาบนั ทางสังคม 2. สถานภาพทางสังคม 3. การขดั เกลาทางสงั คม 4. การควบคุมทางสงั คม
47. ขอ้ ใดไม่ใช่การขดั เกลาทางสังคม
1. ครูตกั เตือนนกั เรียนไม่ใหเ้ ป็นเดก็ เกเร ตดิ ยาเสพตดิ
2. ครูนานกั เรียนไปทากิจกรรมบาเพญ็ ประโยชนน์ อกสถานศกึ ษา
3. ครูลงโทษนกั เรียนทไี่ มป่ ฏบิ ตั ติ ามกฎระเบยี บวา่ ดว้ ยการแต่งกาย
4. ครูสอนนกั เรียนใหร้ ู้เทคนิคการทาขอ้ สอบวดั ผลสัมฤทธ์ิทางการศึกษา
48. ขอ้ ใดไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงทางสงั คมทีเ่ กิดข้ึนในประเทศไทยในปัจจุบนั
1. ประชากรเคลื่อนยา้ ยจากชนบทสู่เมืองมากข้ึน 2. จานวนสมาชกิ ในครอบครัวมีอตั ราเฉล่ียเพิ่มข้ึน
3. การกระจายอานาจการปกครองส่วนทอ้ งถิ่นเพม่ิ ข้ึน 4. เทคโนโลยที กี่ ารเกษตรมีความทนั สมยั มากข้นึ
49. ขอ้ ใดเป็นผลของ “โลกไร้พรมแดน” ที่เกิดข้ึนในประเทศไทยในปัจจุบนั
1. สินคา้ ไทยส่งออกไปขายตา่ งประเทศในปริมาณทเ่ี พิม่ ข้ึน
2. ขอ้ มลู ข่าวสารจากตา่ งประเทศเป็นท่ีรับรู้ไดอ้ ยา่ งรวดเร็วยง่ิ ข้นึ
3. ความสมั พนั ธ์กบั ประเทศเพอ่ื นบา้ นใกลช้ ดิ แน่นแฟ้นมากยงิ่ ข้นึ
4. ระบบการศึกษาไดร้ ับการยกระดบั คุณภาพใหท้ ดั เทียมกบั ต่างประเทศมากยงิ่ ข้นึ
50. ขอ้ ใดไม่ใช่ปัจจยั สาคญั ที่ทาใหเ้ กดิ ปัญหาความยากจนในสงั คมไทย
1. สวสั ดกิ ารสังคมทเ่ี ป็นหลกั ประกนั ความมนั่ คงของชวี ิต
2. โอกาสการเขา้ ถงึ ทรัพยากรหลกั ทีจ่ าเป็นสาหรับการดารงชีวติ
3. ความรู้ความสามารถสาหรับการประกอบอาชีพแบบใหม่
4. ความเห็นอกเหน็ ใจและการใหค้ วามช่วยเหลือกนั ในสังคม
111
51. ขอ้ ใดเป็นสาเหตสุ าคญั ท่ีทาใหส้ ังคมไทยเขา้ สู่สังคมผสู้ ูงอายุ
1. การลดลงของอตั ราการเกดิ 2. การจดั สรรเบ้ียยงั ชพี ใหผ้ สู้ ูงอายุ
3. ความกา้ วหนา้ ของระบบการแพทย์ 4. การดูแลเอาใจใส่ผสู้ ูงอายขุ องลูกหลาน
อ่ำนข้อควำมต่อไปนี้แล้วตอบคำถำมข้อที่ 52-54
“จากกรณีท่ีมีผโู้ ดยสารเที่ยวบิน ทีจี 679 ประสบเหตุไถลออกนอกรันเวย์ ไดบ้ อกเล่าเหตุการณ์ผ่านวิทยวุ ่า ช่วงเกดิ เหตุชุลมุนไม่ปรากฏมี
ลูกเรือคนใดแสดงความห่วงใยให้ความช่วยเหลือผโู้ ดยสาร เห็นเพียงมีแอร์โฮสเตสที่แต่งชุดไทยเพียงคนเดียวที่พยายามใหค้ วามช่วยเหลือ...
ล่าสุด ผสู้ ื่อข่าวรายงานว่า พนกั งานตอ้ นรับบนเคร่ืองบินลาดงั กล่าวยนื ยนั ว่า ในวนั เกดิ เหตุโฮสเตสทุกคนใส่ชุดเส้ือแขนส้ัน กระโปรงส้ัน ไม่มี
ใครใส่ชุดไทย ห่มสไบแต่อย่างใด คาดว่าอาจเป็ นสิ่งศกั ด์ิสิทธ์ิ เทพยดา นางฟ้าของสนามบินสุวรรณภูมิท่ีเขา้ มาช่วยเหลือผโู้ ดยสารทุกคนให้
แคลว้ คลาดปลอดภยั ...ขณะท่ีทางดา้ นอดีตกรรมการผอู้ านวยการใหญ่บริษทั ท่าอากาศยานไทยยอมรับว่า ในช่วงกอ่ นเปิ ดสนามบินชุดแรกที่เข้า
ไปปฏิบตั ิหนา้ ที่บริเวณศูนยด์ บั เพลิงมาร้องเรียนว่าถูกผีหลอกเป็ นจานวนมากท้ังกลางวนั และกลางคืน รวมท้งั ยงั ประสบปัญหาเกดิ อุบตั ิเหตุ
บ่อยคร้ังทาใหต้ อ้ งทาพธิ ีสร้างศาล รวม 6 แห่ง และใหพ้ นกั งานสวดมนตท์ ุกวนั เสาร์ และมีพิธีทาบุญใหญ่เพ่อื เป็นศิริมงคล รวมถึงอุทิศส่วนกุศล
ใหแ้ กด่ วงวญิ ญาณของเจา้ ท่ีเจา้ ทางต่างๆท่ีอย่รู อบบริเวณสนามบินฯ..” (ข่าว http://news.th.msn.com/13 ก.ย. 2556)
52. ขอ้ ใดไม่ใช่ลกั ษณะของความเชอ่ื เรื่องผีทีส่ ะทอ้ นใหเ้ ห็น
1. ความเช่ือเรื่องผีทีพ่ บไดใ้ นคนทกุ เพศและสถานภาพ
2. ความเช่ือเรื่องผีไดร้ ับการเผยแพร่โดยสื่อสมยั ใหม่
3. ความเชอื่ เรื่องผแี ยกออกจากพระพทุ ธศาสนาอยา่ งชดั เจน
4. ความเชอ่ื เรื่องผียงั คงดารงอยแู่ มส้ งั คมจะมคี วามทนั สมยั มากข้นึ
53. ขอ้ ใดเป็นจุดเดน่ ของวฒั นธรรมไทยทแ่ี สดงอยา่ งชดั เจน
1. ความมีจิตสาธารณะ
2. ความสามรถใชส้ ่ือหลายชอ่ งทาง
3. ความคิดและวธิ ีการที่เป็นวทิ ยาศาสตร์
4. ความเคารพต่อส่ิงศกั ด์ิสิทธ์ิที่อยใู่ นธรรมชาติ
54. ถา้ ทา่ นเป็นผบู้ ริหารสายการบนิ ท่านจะใชป้ ระโยชนจ์ ากรายงานขา่ วดงั กลา่ วอยา่ งไร
1. สร้างศาลพระภูมแิ ละจดั พิธีทาบญุ เพ่ิมข้นึ 2. ส่งเสริมใหค้ นในสังคมมีความสามคั คกี นั มากข้นึ
3. ตรวจสอบและปรับปรุงการใหบ้ ริการแอร์โฮสเตส 4. เพม่ิ เทคนิคการแนะนาวธิ ีปฏบิ ตั ติ วั เมอื่ เกิดเหตฉุ ุกเฉิน
55. ขอ้ ใดอธิบายลกั ษณะของ “วฒั นธรรมไทย” ไดถ้ ูกตอ้ งทส่ี ุด
1. วฒั นธรรมทม่ี กี ารผสมผสานกบั วฒั นธรรมของชาติอ่ืน
2. วฒั นธรรมท่ดี งี ามทีม่ ีการสืบทอดอยา่ งตอ่ เน่ืองยาวนาน
3. วฒั นธรรมทเ่ี ก่ยี วขอ้ งกบั ชาติ ศาสนา และพระมหากษตั ริย์
4. วฒั นธรรมทไ่ี ดร้ ับการรับรองอยา่ งเป็นทางการใหเ้ ป็นตวั แทนชาติไทย
56. ขอ้ ใดเป็นการปฏบิ ตั ิทจ่ี ะทาใหป้ ระชาคมสังคมและวฒั นธรรมอาเซียนบรรลุเป้าหมาย
1. การส่งเสริมพฒั นาเศรษฐกิจในประเทศอาเซียน
2. การพฒั นาทกั ษะภาษาเพื่อสื่อสารกบั คนในประเทศอาเซียน
3. การเรียนรู้วฒั นธรรมและประวตั ศิ าสตร์ของประเทศอาเซียน
4. การผสมผสานวฒั นธรรมของแตล่ ะประเทศอาเซียนใหเ้ ป็นหน่ึงเดียวกนั
57. ขอ้ ใดทาใหว้ ฒั นธรรมไทยแตกต่ำงจากวฒั นธรรมสากล
1. การยดึ ระบบอุปถมั ภ์ 2. การพฒั นาเศรษฐกิจแบบทุนนิยม
3. การพฒั นาระบบการศกึ ษาทีท่ นั สมยั 4. การยดึ ถอื ปรัชญาว่ามนุษยเ์ ป็นนายธรรมชาติ
112
58. ขอ้ ใดเป็นแนวทางทีไ่ ดผ้ ลท่ีสุดในการอนุรักษว์ ฒั นธรรมไทย
1. สร้างพพิ ธิ ภณั ฑเ์ พิม่ เตมิ เพ่ือจดั เกบ็ และแสดงวฒั นธรรมไทย
2. ออกกฎหมายหา้ มการปรับเปล่ยี นและดดั แปลงวฒั นธรรมไทย
3. ประกาศข้นึ ทะเบียนมรดกทางวฒั นาธรรมและจดั ต้งั คณะกรรมการคอยดแู ล
4. ส่งเสริมใหป้ ระชาชนตระหนกั ในคุณค่าและนาไปใชป้ ระโยชนใ์ หแ้ พร่หลาย
59. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจกั รไทย พ.ศ. 2560 ร่างข้ึนโดยคนกลุ่มใด
1. รัฐสภาท่ปี ระกอบดว้ ยสภาผแู้ ทนราษฎรและวฒุ สิ ภา
2. คณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ
3. รัฐบาลท่ีมีพรรคไทยรักไทยและพรรคร่วมรัฐบาลเสียงขา้ งมาก
4. คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอนั มีพระมหากษตั ริยท์ รงเป็นประมขุ
60. องคก์ ารปกครองส่วนทอ้ งถิ่นในรูปแบบองคก์ ารบริหารส่วนตาบล (อบต.) เกดิ ข้ึนคร้ังแรกเม่อื พ.ศ. ใด
1. พ.ศ. 2530 2. พ.ศ. 2535 3. พ.ศ. 2537 4. พ.ศ. 2540
61. บงึ กาฬจงั หวดั ท่ี 77 ของประเทศไทยแยกออกมาจากจงั หวดั ใด
1. ขอนแก่น 2. อดุ รธานี 3. สกลนคร 4. หนองคาย
62. ระบบการเลอื กต้งั ของประเทศไทยในปัจจุบนั (2562) เป็นแบบใด และจานวนสมาชกิ ผแู้ ทนราษฎรมีท้งั หมดก่คี น
1. แบบรวมเขต 480 คน 2. แบบแบง่ เขตรวมเบอร์ 480 คน
3. แบบบญั ชีรายชือ่ และแบง่ เขต รวม 500 คน 4. แบบบญั ชีรายชอื่ 125 คน และแบบแบ่งเขต 500 คน
63. ศาลใดมหี นา้ ท่วี นิ ิจฉยั กรณีบคุ คลหรือพรรคการเมืองใชส้ ิทธิเสรีภาพในทางการเมอื งโดยมชิ อบดว้ ยรัฐธรรมนูญ
1. ศาลปกครอง 2. ศาลฎีกา 3. ศาลปกครองสูงสุด 4. ศาลรัฐธรรมนูญ
64. องคก์ รใดไม่ใช่องคก์ รอิสระตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560
1. ผตู้ รวจการแผน่ ดิน 2. คณะกรรมการการเลือกต้งั
3. คณะกรรมการกจิ การโทรคมนาคมแห่งชาติ 4. คณะกรรมการป้องกนั และปราบปรามการทจุ ริตแห่งชาติ
65. ขอ้ ความใดถูกตอ้ งเกีย่ วกบั การกอ่ ต้งั องคก์ ารแรงงานระหว่างประเทศ ( ILO ) สานกั งานประจาภูมภิ าคเอเชียแปซิฟิ ก
ในประเทศไทย
1. เขา้ มาก่อต้งั ต้งั แต่ พ.ศ. 2509 2. ยงั ไมม่ ีหน่วยงานน้ีเขา้ มาต้งั ในประเทศไทย
3. เขา้ มาก่อต้งั ในสมยั รัฐบาลนางสาวยงิ่ ลกั ษณ์ ชินวตั ร 4. อยรู่ ะหวา่ งเจรจาหาขอ้ ยตุ เิ พอ่ื เขา้ มาต้งั สานกั งานน้ี
66. รัฐธรรมนูญใดถอื เป็นรัฐธรรมนูญฉบบั แรกของไทยและร่างข้นึ โดยคนกลุม่ ใด
1. รัฐธรรมนูญฉบบั ชว่ั คราว 24 มถิ นุ ายน 2475 คณะราษฎร
2. รัฐธรรมนูญฉบบั ชว่ั คราว 27 มิถุนายน 2475 คณะราษฎร
3. รัฐธรรมนูญฉบบั ถาวร 10 ธนั วาคม 2475 คณะราษฎร
4. รัฐธรรมนูญฉบบั ชวั่ คราว 10 ธนั วาคม 2475 พระบาทสมเดจ็ พระปกเกลา้ เจา้ อยหู่ วั
67. ประเทศใดบริหารประเทศแบบก่งึ ประธานาธิบดี
1. มองโกเลยี 2. ซาอุดิอาระเบีย 3. การตาร์ 4. บรูไน
68. องคก์ ารสหประชาชาตกิ ่อต้งั ข้ึนเมือ่ ใดและมีวตั ถุประสงคห์ ลกั ในเรื่องใด
1. พ.ศ. 2480 ดูแลพฒั นาเศรษฐกิจและใหก้ ยู้ มื เงินแก่ประเทศสมาชิก
2. พ.ศ. 2488 รักษาสนั ตภิ าพและความมนั่ คงของประเทศสมาชกิ
3. พ.ศ. 2480 แกป้ ัญหาขอ้ พิพาทแกป่ ระเทศสมาชกิ
4. พ.ศ. 2488 แกป้ ัญหาขอ้ พพิ าทแกป่ ระเทศสมาชิก
113
69. “รัฐวสิ าหกิจ” คือองคก์ รในลกั ษณะใด
1. ไม่แสวงหากาไร
2. มีความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนตลอดเวลา
3. ทาหนา้ ท่ีตามนโยบายของรัฐบาล แตม่ โี ครงสร้างคลา้ ยองคก์ รเอกชน
4. มรี ัฐบาลเป็นเจา้ ของหรือผถู้ ือหุน้ รายใหญ่ และมีวตั ถปุ ระสงคเ์ พือ่ แสวงหาผลกาไร
70. ประเทศไทยในปัจจุบนั มีรูปแบบการปกครองทอ้ งถิน่ อะไรบา้ ง
1. อบต. อบจ. ตาบล 2. เทศบาล อบต. อบจ.
3. อาเภอ ตาบล หม่บู า้ น 4. อบต. หมู่บา้ น เทศบาล
71. การปกครองแบบเทศาภิบาล เกดิ ข้ึนในรัชกาลใด
1. รัชกาลที่ 5 2. รัชกาลท่ี 6 3. รัชกาลที่ 7 4. รัชกาลท่ี 9
72. ขอ้ ใดกล่าวถงึ การไปใชส้ ิทธ์ิเลือกต้งั ที่ถกู ตอ้ งมากท่สี ุด
1. บุคคลมีหนา้ ท่ไี ปใชส้ ิทธ์ิเลอื กต้งั 2. การเลอื กต้งั เป็นสิทธิของพลเมอื ง
3. การเลอื กต้งั ถอื เป็นเสรีภาพส่วนบุคคล 4. การเลอื กต้งั เป็นสิทธิส่วนตวั ทใี่ ครละเมดิ มิได้
73. ขอ้ ใดไม่ใช่หลกั การทก่ี าหนดไวใ้ นรัฐธรรมนูญแห่งรัชอาณาจกั รไทย พ.ศ. 2550
1. การส่งเสริมและคมุ้ ครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน
2. การทาใหก้ ารเมอื งโปร่งใส มีคณุ ธรรมและจริยธรรม
3. การส่งเสริมพฒั นาศกั ยภาพทางเศรษฐกจิ และสงั คมของชาติ
4. การทาใหร้ ะบบตรวจสอบมีความเขม้ แขง็ และทางานอยา่ งมปี ระสิทธิภาพ
74. ผดู้ ารงตาแหน่งทางการเมืองมีหนา้ ทต่ี อ้ งยนื่ บญั ชีแสดงรายการทรัพยส์ ินและหน้ีสินของบุคคลใดบา้ ง
1. ตนเอง ค่สู มรส บุตรทกุ คน 2. ตนเอง คสู่ มรส บุตรทย่ี งั ไม่บรรลนุ ิตภิ าวะ
3. ตนเอง คสู่ มรส บิดามารดา 4. ตนเองและคนในครอบครัวท้งั หมด
75. องคก์ รใดมอี านาจวินิจฉัยความชอบดว้ ยรฐั ธรรมนญู ของกฎหมายหรอื รา่ งกฎหมาย
1. ศาลทหาร 2. ศาลปกครอง 3. ผตู้ รวจการแผน่ ดนิ 4. ศาลรัฐธรรมนูญ
76. การใชเ้ งนิ เพื่อซ้ือคะแนนเสียงเลือกต้งั ของพรรคการเมอื ง มีผลประกาศใดในทางกฎหมาย
1. ถกู ดาเนินคดีอาญาตอ้ งระวางโทษปรับหรือไลอ่ อกนอกประเทศ
2. ถูกเพกิ ถอนสิทธิการเลือกต้งั และยดึ ทรัพยส์ ินของผสู้ มคั รรับเลอื กต้งั
3. ถกู เพกิ ถอนสิทธิการเลือกต้งั และตอ้ งหา้ มไม่ใหย้ งุ่ เกยี่ วทางการเมืองเป็นเวลา 3 ปี
4. ตอ้ งระวางโทษจาคกุ ตงั้ แต่ 1 – 10 ปี และปรบั 20,000 – 200,000 บาท หรอื ทง้ั จาทง้ั ปรบั
77. พระราชกาหนดให้อานาจกระทรวงการคลงั กูเ้ งินเพื่อวางระบบบริหารจดั การน้าและสร้างอนาคตประเทศ พ.ศ. 2555
เป็นกฎหมายที่ออกโดยฝ่ ายใด
1. นิตบิ ญั ญตั ิ 2. บริหาร 3. ตุลาการ 4. องคก์ รอิสระ
78. นาย ก. และพวกรวม 7 คน ถกู จบั และดาเนินคดขี อ้ หาวางเพลิงสถานที่ราชการ หากต่อมามีกฎหมายนิรโทษกรรมการ
กระทาความผดิ ดงั กล่าว จะมีผลประการใดในทางกฎหมาย
1. ถอื วา่ การกระทาน้นั ไม่เป็นความผิดและบคุ คลเหลา่ น้นั พน้ โทษ
2. ถอื วา่ บุคคลเหล่าน้นั ไดร้ ับการยกเวน้ โทษท้งั หมดหรือบา้ งส่วน
3. ถอื ว่าบุคคลเหล่าน้นั ไดร้ ับการลดหยอ่ นผ่อนโทษนอ้ ยลง
4. ถอื ว่าการกระทาน้นั เป็นความผิดแตไ่ ดร้ ับการลบลา้ งโทษ
114
79. ขอ้ ใดผูใ้ หเ้ ชา่ ซ้ือมีสิทธิบอกเลกิ สญั ญาได้
1. ผเู้ ช่าซ้ือผดิ นดั ไม่ชาระคา่ เชา่ ซ้ืองวดใดงวดหน่ึง
2. ผูเ้ ช่าซ้ือผิดนดั ไมช่ าระคา่ เช่าซ้ือสองงวดติดตอ่ กนั
3. ผเู้ ชา่ ซ้ือนาทรัพยส์ ินไปใหบ้ คุ คลอ่ืนใชส้ อย
4. ผูเ้ ช่าซ้ือไมส่ งวนดแู ลรักษาทรัพยส์ ิน
80. สภาพบุคคลของบคุ คลธรรมดาส้ินสุดลงเมอ่ื ใด
1. พิการ 2. ตาย 3. ลม้ ละลาย 4. อายุ 60 ปี ข้นึ ไป
81. ขอ้ ใดกล่าวถูกตอ้ ง
1. ชายหรือหญิงฝ่ ายใดฝ่ ายหน่ึงวิกลจริตสามารถสมรสกนั ได้ หากศาลอนุญาต
2. ชายหรือหญิงตอ้ งมีอายคุ รบ 20 ปี บริบูรณ์ จึงจดทะเบยี นสมรสกนั ได้
3. การผดิ สัญญาหม้นั ฝ่ ายทีเ่ สียหายสามารถฟ้องศาลบงั คบั ใหส้ มรสได้
4. เมื่อการสมรสสิ้นสุดลง การแบ่งสินสมรสจะตอ้ งนามาแบง่ ใหเ้ ท่ากนั ท้งั สองฝ่ าย
82. ขอ้ ใดเป็นนิตกิ รรมฝ่ ายเดียว
1. ซ้ือขาย 2. เชา่ ซ้ือ
3. พนิ ยั กรรม 4. จานา
83. นาย ก. ขายฝากสร้อยคอทองคากบั นาย ข. จานวน 50,000 บาท โดยไมไ่ ดต้ กลงระยะทางเวลาไถ่คนื กนั ไว้ ดงั น้นั นาย
ก. มีสิทธิไถค่ นื ภายในระยะเวลาเท่าใด
1. ไมเ่ กิน 3 ปี นบั แตว่ นั ทาสญั ญา
2. ไม่เกิน 3 ปี นบั แต่วนั ส่งมอบทรัพยส์ ิน
3. ไมเ่ กิน 10 ปี นบั แต่วนั ทาสัญญา
4. ไม่เกิน 10 ปี นบั แต่วนั ส่งมอบทรัพยส์ ิน
84. ทรัพยช์ นิดใดไมส่ ามารถจานองประกนั หน้ีได้
1. ตึกแถว 2. ชา้ งทีม่ ตี ว๋ั รูปพรรณ
3. รถบรรทุก 10 ลอ้ 4. เรือเดินสมทุ ร
85. ขอ้ ใดเป็นสภาพบงั คบั คดที างแพ่ง
1. จาคุก 2. ปรับ
3. ริบทรัพยส์ ิน 4. ยดึ ทรัพย์
86. ขอ้ ใดไม่ใช่งานทม่ี ลี ขิ สิทธ์ิ
1. แบบแปลนอาคารพาณิชย์
2. เน้ือเพลงของค่ายเพลงหน่ึง
3. วิธีสกดั น้ามนั ปาลม์ เป็นไบโอดเี ซล
4. ท่าเตน้ ประกอบการแสดงละครเวที
87. ขอ้ ใดสอดคลอ้ งกบั คาวา่ “โลกน้ีไม่มอี ะไรฟรี” ในทางเศรษฐศาสตร์
1. ถา้ สมใจจะไปดกู ารแสดงดนตรี เขาตอ้ งพาพ่อและแม่ไปดดู ว้ ย
2. ถา้ สมพงศจ์ ะขี่จกั รยานไปเรียนได้ กต็ อ้ งซ่อมลอ้ จกั รยานใหด้ กี อ่ น
3. ถา้ สมคดิ อ่านหนงั สือเตรียมสอบ กจ็ ะไม่มีเวลาพาสุนขั ไปเดินเลน่
4. ถา้ สมปองเพิม่ ปริมาณการผลิตเงาะกระป๋ อง เขาจะตอ้ งเสียเงนิ เพม่ิ ข้นึ ในการโฆษณาสินคา้
115
88. ขอ้ ใดถูกตอ้ ง
1. ในระบบเศรษฐกิจแบบสงั คมนิยม รัฐบาลกบั เอกชนจะร่วมกนั แกป้ ัญหาพ้นื ฐานทางเศรษฐกจิ
2. เศรษฐศาสตร์เป็นวิชาท่ศี กึ ษาถึงวิธีท่จี ะตอบสนองตอ่ ความตอ้ งการที่ไมจ่ ากดั ของมนุษยท์ ุกคน
3. ในระบบเศรษฐกิจ หน่วยธุรกจิ หรือหน่วยผลิตจะทาหนา้ ทเี ป็นท้งั ผซู้ ้ือและผขู้ ายกบั หน่วยครัวเรือน
4. การเลือกวา่ จะใชป้ ัจจยั การผลิตชนิดใดในการผลติ สินคา้ เป็นการแกป้ ัญหาพ้นื ฐานเศรษฐกิจในเร่ือง “ผลิตอะไร”
89. ขอ้ ใดเป็นขอ้ ดีของระบบเศรษฐกิจแบบเสรีท่ีแตกตา่ งจากระบบเศรษฐกจิ แบบวางแผนจากส่วนกลาง
1. แกป้ ัญหาการขาดแคลนทรัพยากรไดด้ กี วา่
2. มปี ระสิทธิภาพในการจดั การกบั ทรัพยากรไดด้ กี ว่า
3. รัฐบาลมีบทบาทสาคญั ในการจดั สรรทรัพยากรมากกวา่
4. มกี ารกระจายสินคา้ และบริการใหแ้ กค่ รัวเรือนอยา่ งเท่าเทยี มกนั มากกวา่
90. ขอ้ ใดเป็นสถานการณ์ในลกั ษณะของเศรษฐศาสตร์จุลภาค
1. ปัญหาการว่างงานเพมิ่ ข้นึ ภายหลงั จากประเทศไทยประสบปัญหาวิกฤตเศรษฐกจิ
2. บริษทั ปนู ซีเมนตไ์ ทยจากดั ไดร้ ับผลกระทบจากการข้ึนราคาน้ามนั เช้อื เพลงิ ในประเทศ
3. ภาวการณ์ลงทนุ ในประเทศลดลง เนื่องจากธนาคารแห่งประเทศไทยปรับข้ึนอตั ราดอกเบ้ีย
4. นโยบายอดั ฉีดเงนิ เขา้ สู่หม่บู า้ นของรัฐบาลท่ผี า่ นมา ทาใหภ้ าวะเงนิ เฟ้อมแี นวโนม้ เพม่ิ สูงข้นึ
91. ขอ้ ใดคอื คา่ ตอบแทนของปัจจยั ทีด่ ินและปัจจยั ทุน ตามลาดบั
1. กาไร และดอกเบ้ีย 2. ค่าเชา่ และ กาไร
3. ดอกเบ้ยี และ คา่ เชา่ 4. ค่าเชา่ และ ดอกเบ้ยี
92. ขอ้ ใดอธิบายบทบาทของผผู้ ลิตในตลาดแขง่ จนั สมบรู ณ์และตลาดผกู ขาดไดถ้ ูกตอ้ ง
1. ผูผ้ ลติ จากตลาดท้งั สองประเภทคือผรู้ ับราคา
2. ผูผ้ ลิตจากตลาดท้งั สองประเภทคือผูก้ าหนดราคา
3. ผผู้ ลิตในตลาดแข่งขนั สมบรู ณ์คอื ผรู้ ับราคา และผผู้ ลติ ในตลาดผูกขาดคอื ผกู้ าหนดราคา
4. ผผู้ ลติ ในตลาดแขง่ ขนั สมบูรณ์คือผกู้ าหนดราคา และผผู้ ลติ ในตลาดผูกขาดคือผรู้ ับราคา
93. หากราคาสินคา้ ณ ขณะใดขณะหน่ึงอยตู่ ่ากวา่ ระดบั ราคาดุลยภาพ ปริมาณสินคา้ ทีผ่ ูบ้ ริโภคตอ้ งการซ้ือจะเป็นอยา่ งไร
1. นอ้ ยกวา่ ปริมาณสินคา้ ท่ผี ผู้ ลติ ตอ้ งการขาย และเกิดอุปสงคส์ ่วนเกินในตลาด
2. มากกว่าปริมาณสินคา้ ทีผ่ ผู้ ลิตตอ้ งการขาย และเกิดอุปสงคส์ ่วนเกนิ ในตลาด
3. นอ้ ยกว่าปริมาณสินคา้ ท่ีผผู้ ลิตตอ้ งการขาย และเกดิ อุปทานส่วนเกินในตลาด
4. มากกว่าปริมาณสินคา้ ทผี่ ผู้ ลติ ตอ้ งการขาย และเกดิ อุปทานส่วนเกินในตลาด
94. ขอ้ ใดถูกตอ้ ง เม่อื กลา่ วถงึ ขอ้ มูลผลติ ภณั ฑม์ วลรวมภายในประเทศ ( GDP )
1. สามารถนาไปใชว้ ดั ความมง่ั คง่ั ของคนเช้ือชาตนิ ้นั ๆได้
2. สามารถนาไปใชว้ ดั การกระจายรายไดภ้ ายในประเทศได้
3. มกี ารนารายไดจ้ ากอาชีพอสิ ระต่างๆทุกอาชพี มาคานวณดว้ ย
4. เป็นการวดั ทางดา้ นปริมาณเทา่ น้นั แตไ่ ม่ไดว้ ดั คุณภาพของสินคา้ และบริการ
95. ในชว่ ง 5 ปี ที่ผา่ นมา องคป์ ระกอบใดของผลิตภณั ฑม์ วลรวมภายในประเทศ (GDP) ของไทยมมี ลู ค่ามากทีส่ ุด
1. การส่งออกสุทธิ
2. การใชจ้ ่ายภาครัฐ
3. การลงทนุ ของภาคเอกชน
4. การบริโภคของภาคเอกชน
116
96. ขอ้ ใดคือนโยบายการเงินแบบเขม้ งวด
1. การเพิม่ อตั ราภาษี
2. การลดอตั ราดอกเบ้ีย
3. การลดการใชจ้ ่ายของรัฐบาล
4. การเพิ่มอตั ราเงนิ สดสารองตามกฎหมาย
97. ขอ้ ใดถูกตอ้ ง
1. ประเทศไทยสามารถจดั เกบ็ ภาษที างตรงไดม้ ากกวา่ ภาษที างออ้ ม
2. ปัจจุบนั ประเทศไทยมีการจดั เกบ็ ภาษมี ูลคา่ เพ่มิ ในอตั ราร้อยละ 10
3. คนไทยทุกคนไม่วา่ จะมงี านทาหรือไม่มงี านทา ยอ่ มมหี นา้ ทเ่ี สียภาษี
4. โครงสร้างอตั ราภาษีแบบคงท่ี จะทาใหก้ ารกระจายรายไดข้ องคนไทยดีข้ึน
98. ขอ้ ใดถูกตอ้ ง
1. ภาวะเงินเฟ้อจะไม่พบในภาวะสงคราม
2. ภาวะเงินฝื ดเป็นภาวะท่ีไม่เคยเกิดข้นึ ในประเทศไทย
3. ภาวะเงนิ ฝื ดคือภาวะที่ระดบั ราคาสินคา้ โดยทวั่ ไปลดลง
4. ภาวะเงินเฟ้อคอื ภาวะที่ระดบั ราคาสินคา้ ทุกชนิดตอ้ งราคาสูงข้ึน
99. ขอ้ ใดถูกตอ้ ง ถา้ ประเทศไทยตอ้ งการทาการคา้ ขายกบั สาธารณรัฐคองโก
1. ท้งั สองประเทศจะไดร้ ับประโยชน์จากการคา้ ร่วมกนั
2. ท้งั สองประเทศจะไม่ไดร้ ับประโยชน์จากการคา้ เลยเพราะมีวฒั นธรรมทแ่ี ตกต่างกนั มาก
3. สาธารณรัฐคองโกจะไมไ่ ดร้ ับประโยชน์จากการคา้ เพราะแรงงานในประเทศไทยมีผลติ ภาพมากกว่า
4. สาธารณรัฐคองโกจะไดร้ ับประโยชน์จากการคา้ แตก่ ารคา้ กบั ประเทศทพ่ี ฒั นานอ้ ยกว่าทาใหป้ ระเทศไทยไม่ไดร้ ับ
ประโยชนจ์ ากการคา้
100. การรวมกลมุ่ ประชาคมเศรษฐกจิ อาเซียน ( AEC ) มีลกั ษณะทเ่ี หมอื นกบั สหภาพยโุ รป ( EU ) ตามขอ้ ใด
1. ใชเ้ งินสกลุ เดียวกนั
2. ใชน้ โยบายการเงินการคลงั ร่วมกนั
3. ไมเ่ กบ็ ภาษศี ลุ กากรของประเทศในกลุ่ม
4. คดิ อตั ราภาษขี องประเทศนอกกลุม่ ในอตั ราเดียวกนั
117
------------------------------------------------------------------------------------------------------
เฉลยข้อสอบชุดท่ี 5
-------------------------------------------------------------------------------------------------------
(1) 1 (11) 2 (21) 2 (31) 4 (41) 2 (51) 1 (61) 4 (71) 1 (81) 4 (91) 4
(2) 4 (12) 1 (22) 4 (32) 3 (42) 4 (52) 3 (62) 3 (72) 1 (82) 3 (92) 3
(3) 4 (13) 2 (23) 3 (33) 2 (43) 3 (53) 4 (63) 4 (73) 3 (83) 1 (93) 2
(4) 1 (14) 3 (24) 2 (34) 4 (44) 3 (54) 3 (64) 3 (74) 2 (84) 3 (94) 4
(5) 4 (15) 4 (25) 4 (35) 4 (45) 3 (55) 1 (65) 1 (75) 4 (85) 4 (95) 1
(6) 4 (16) 1 (26) 1 (36) 4 (46) 2 (56) 3 (66) 2 (76) 4 (86) 3 (96) 4
(7) 1 (17) 3 (27) 3 (37) 4 (47) 2 (57) 4 (67) 1 (77) 2 (87) 3 (97) 3
(8) 2 (18) 2 (28) 1 (38) 3 (48) 2 (58) 4 (68) 2 (78) 1 (88) 3 (98) 3
(9) 3 (19) 4 (29) 4 (39) 3 (49) 2 (59) 2 (69) 4 (79) 2 (89) 2 (99) 1
(10) 2 (20) 2 (30) 1 (40) 3 (50) 4 (60) 3 (70) 2 (80) 2 (90) 2 (100) 3
=====================================================================
118
-------------------------------------------------------------------------------------------------------
เฉลยข้อสอบชุดที่ 5 แบบวเิ ครำะห์ละเอยี ด
-------------------------------------------------------------------------------------------------------
1. เฉลย ขอ้ 1. ศลี ลา้ งบาป
เหตุผล ตามความเชอ่ื ของศาสนาคริสตน์ ิกายโรมนั คาทอลกิ คอื มนุษยท์ กุ คนทเ่ี กิดมาบนโลกน้ีลว้ นมีบาปมาต้งั แต่กาเนิด
เพราะการกระทาผดิ ของมนุษยค์ ู่แรกของโลก อดมั และอฟี ท่ฝี ่ าฝื นคาสัง่ ไปกินแอปเป้ิ ลในสวนเอเดน เพราะฉะน้นั
การทคี่ ณุ จะเขา้ มาเป็นหน่ึงในคริสตชน จาเป็นตอ้ งรับศลี ลา้ งบาปเพอ่ื ทาใหม้ แี ต่ความสะอาดบริสุทธ์ิ
2. เฉลย ขอ้ 4. การประกอบพธิ ีฮจั ญ์
เหตุผล การประกอบพิธีฮจั ญ์ คือการเดินทางไปปฏิบตั ิศาสนกจิ ท่ีนครมกั กะห์ อนั เป็ นเมืองที่ "ท่านศาสดามุฮมั มดั " เริ่ม
ประกาศศาสนาอิสลาม ในเดอื นซุลฮิจญะห์ ตามวนั เวลา และสถานทีต่ า่ งๆ ทีท่ างศาสนาอิสลามกาหนดไว้ ซ่ึงศาสนกจิ ขอ้ น้ี
เป็ นหน้าท่ีสาหรับมุสลิมท้งั ชายและหญิง ทุกคนท่ีมีความสามารถในดา้ นร่างกาย ทรัพยส์ ิน และการเดินทาง ที่คร้ังหน่ึงใน
ชวี ติ ควรจะตอ้ งเดนิ ทางไป
3. เฉลย ขอ้ 4. พิธีศราท
เหตผุ ล “ศราทธ์” เป็ นพิธีบูชาบรรพบุรุษในศาสนาฮินดู เป็ นการทาบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่บิดามารดาหรือบรรพบรุ ุษผู้
ลว่ งลบั ไปแลว้ โดยรูปแบบการประกอบพิธีในปัจจุบนั น้นั จะจดั ข้นึ ในเดอื น 10 ต้งั แตว่ นั แรม 1 คา่ ถึงวนั แรม 15 คา่ ในพธิ ี
จะนาขา้ วบิณฑ(์ กอ้ นขา้ วสุก)อุทิศให้แก่บรรพบุรุษ ส่วนชาวอินเดียมกั เชิญพราหมณ์มาทาพิธี และร่วมกินอาหารท่ีทาง
ลูกหลานไดจ้ ดั ไวใ้ ห้ ซ่ึงการทาบญุ ในพิธีน้ีลูกหลานเชื่อว่าหากพราหมณ์กินอะไร บรรพบุรุษกจ็ ะไดก้ ินสิ่งน้นั ดว้ ย และเม่ือ
ทาพิธีเสร็จแลว้ ขา้ วของเครื่องใชต้ ่างๆ ที่ใชใ้ นการประกอบพธิ ีจะตอ้ งทง้ิ ในแม่น้าหรือโคนตน้ โพธ์ิดว้ ย
4. เฉลย ขอ้ 1. ทกุ ปัญหายอ่ มมีสาเหตุเสมอ มไิ ดเ้ กดิ ข้ึนเอง
เหตผุ ล โจทยถ์ ามถึงความโดดเดน่ ของพุทธศาสนาท่ีชดั เจนท่ีสุด กค็ อื กำรค้นพบอริยสัจ 4 ซ่ึงเป็นศาสตร์แห่งเหตุและผล
โดยเน้นว่าสรรพสิ่งที่เกิดข้ึนมา ลว้ นมีเหตุปัจจัย สรรพส่ิงจะดบั ไปก็เพราะดบั เหตุ ดงั น้นั เม่ือรู้ว่าปัญหำทุกอย่ำงมีสำเหตุ
ไม่ได้เกิดขนึ้ ลอยๆ แลว้ การแกป้ ัญหาจึงตอ้ งแกท้ ีส่ าเหตุ (อา้ งองิ : ดนยั ไชยโยธาและคณะ. หนงั สือเรียนพทุ ธศาสนา ม.4-6.
กรุงเทพฯ : อกั ษรเจริญทศั น์, 2551, หนา้ 4, 10.)
- ขอ้ อืน่ ๆ ผิด เพราะ หากไมร่ ู้สาเหตขุ องปัญหา (คอื ขอ้ ที่ 1) กม็ ิอาจแกป้ ัญหาเองไดส้ าเร็จ (อยา่ โง่ซิครับ ขอ้ น้ีง่ายมาก)
5. เฉลย ขอ้ 4. มตทิ ่ปี ระชมุ ใชเ้ สียงส่วนใหญ่
เหตุผล ไม่ถูกตอ้ ง เพราะมติของทปี่ ระชมุ ตอ้ งเป็นเอกฉนั ท์ คอื เป็นท่ยี อมรับของภิกษุทกุ รูป เชน่ รับกฐิน อปุ สมบท
เนื่องจากหลักประชำธิปไตยของพระสงฆ์มี 5 ประกำร ไดแ้ ก่ (1) มีจานวนสงฆ์อย่างต่าครบองคป์ ระชุม (2) มี
สถานที่ประชมุ เพือ่ ทาสงั ฆกรรม เรียกว่า สีมา แปลวา่ เขตแดน พ้นื ดิน (3) มีการประกาศเร่ืองทีป่ ระชุม และการประกาศขอ
ความเห็นชอบ (4) ภิกษุผูเ้ ขา้ ประชุมมีสิทธิแสดงความคิดเห็นท้งั ในทางเห็นดว้ ยและในทางคดั คา้ น (5) การทาสังฆกรรม
ท้งั หมด มตขิ องทป่ี ระชมุ ตอ้ งเป็นเอกฉนั ท์ เป็นทยี่ อมรับทุกรูป
119
6. เฉลย ขอ้ 4. ความสุขทางใจเป็นเป้าหมายหลกั ของพระพุทธศาสนา
เหตผุ ล คาสอนทางพระพทุ ธศาสนาน้นั เนน้ เร่ืองศีลธรรม ความดคี วามชวั่ มุ่งใหม้ นุษยม์ ีความสุข เป็นลาดบั ข้นึ ไปเร่ือย ๆ
จนถงึ ความสงบสุข อนั สูงสุดคือพระนิพพาน
7. เฉลย ขอ้ 1. ความมีสติ
เหตผุ ล ธรรมะแมเ้ พียงบทเดยี วท่ีสามารถทใ่ี หป้ ระโยชน์ท้งั ชาติน้ีและชาติหนา้ และอาจทาใหส้ าเร็จตามความปรารถนาทกุ
ประการ น้นั กค็ อื อปั ปมาทธรรม แปลว่า “ไม่ประมำท” เป็นชื่อของสติ เป็นธรรมทม่ี ีความสาคญั มากทส่ี ุด
8. เฉลย ขอ้ 2. พชี นิยาม
เหตุผล เป็ นกฎธรรมชาติเกี่ยวกบั การสืบพนั ธุ์ หรือที่เรียกกนั ว่า พันธุกรรม เช่น หลกั ความจริงท่ีว่าพืชเช่นใด ก็ให้ผล
เช่นน้นั พืชมะมว่ งกอ็ อกผลเป็นมะมว่ ง
9.เฉลย ขอ้ 3. มตั ตญญตุ า
เหตุผล ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ตรงกับหลกั “สัปปุริสธรรม 7” หมายถึง ธรรมท่ีทาให้คนเป็ นสัตบุรุ ษ ไดแ้ ก่ (1)
ธมั มญั ญู เป็นผรู้ ู้จกั เหตุ (2) อตั ถญั ญู เป็นผรู้ ู้จกั ผล (3) อตั ตญั ญู เป็นผรู้ ู้จกั ตน (4) มัตตัญญู เป็ นผ้รู ู้จักประมำณ (5) กาลญั ญู
เป็นผรู้ ู้จกั กาล (6) ปริสญั ญู เป็นผรู้ ู้จกั ชมุ ชน และ (7) ปคุ คลญั ญู เป็นผรู้ ู้จกั บคุ คล
10.เฉลย ขอ้ 2. เป็นผมู้ ีภูมธิ รรมเสมอดว้ ยบดิ ามารดา
เหตผุ ล บุตรแบ่งออกเป็ น 3 ประเภท คือ (1) อภิชำตบุตร ไดแ้ ก่ ลูกท่ีเกิดมาอุดหนุนค้าจุนพ่อแม่ เป็ นลูกที่ประเสริฐ (2)
อนุชำตบุตร ไดแ้ ก่ ลูกท่ีเกดิ มาเสมอตวั คือ ไม่ดี ไม่เลวกว่าพอ่ แม่ และไม่แยไ่ ปกว่าวงศส์ กุล (3) อวชำตบุตร ไดแ้ ก่ ลูกทีเ่ กิด
มาเลว ต่ากวา่ พ่อแม่ ฉุดดงึ เอาพ่อแมต่ กต่าไปดว้ ย ทาตวั เป็นปัญหา พอ่ แม่เดอื ดร้อนทุกขใ์ จอยรู่ ่าไป
11.เฉลย ขอ้ 2. ทิศเบ้อื งซ้าย
เหตุผล ทิศหก คือ บุคคลประเภทต่างๆ ท่ีเราตอ้ งเก่ียวขอ้ งสัมพนั ธ์ ดงั น้ี (1) ปุรัตถิมทิส ทิศเบื้องหน้ำ ไดแ้ ก่ บิดา มารดา
(2) ทักขณิ ทิส ทศิ เบื้องขวำ ไดแ้ ก่ ครูอาจารย์ (3) ปัจฉิมทิส ทศิ เบื้องหลัง ไดแ้ ก่ สามีภรรยา (4) อุตตรทสิ ทิศเบ้ืองซ้ำยไดแ้ ก่
มิตรสหาย (5) อุปริมทิส ทิศเบ้ืองบนไดแ้ ก่ พระสงฆ์ สมณพราหมณ์ (6) เหฏฐิมทิส ทศิ เบ้ืองล่ำง ไดแ้ ก่ ลกู จา้ งกบั นายจา้ ง
12.เฉลย ขอ้ 1. สาราณียธรรม
เหตผุ ล สาราณียธรรม 6 หมายถงึ ธรรมเป็นทตี่ ้งั แห่งความระลึกถึงกนั มีอยู่ 6 ขอ้ คือ (1) เมตตำกำยกรรม ไมร่ ังแกทาร้าย
ผอู้ ่นื (2) เมตตำวจีกรรม ไม่พูดใหร้ ้ายผอู้ นื่ ทาใหผ้ อู้ ่นื เดอื ดร้อน (3) เมตตำมโนกรรม คือ ไมค่ ิดอิจฉาริษยาหรือไม่คดิ มุ่งร้าย
พยาบาท (4) สำธำรณโภคี คือ การรู้จกั แบ่งส่ิงของใหก้ นั และกนั (5) สีลสำมัญญตำ คือ รักษาศีลอย่างเคร่งครัด (6) ทิฏฐิ
สำมญั ญตำ คือ การมีความเหน็ ร่วมกนั รับฟังความคิดเหน็ ของผอู้ ืน่
120
13.เฉลย ขอ้ 2. การตอ้ นรับดว้ ยอาหารหรือน้าดม่ื
เหตุผล “ปฏสิ นั ถาร” ไดแ้ ก่ การตอ้ นรับแขกผูม้ าถงึ ถ่นิ มี 2 ประการไดแ้ ก่
(1) อำมสิ ปฏสิ ันถำร คือ การปฏิสัณฐานดว้ ยอามิส ตอ้ นรับดว้ ยปัจจยั สี่
(2) ธมั มปฏสิ ันถำร การปฏิสนั ถารดว้ ยธรรม ตอ้ นรับดว้ ยพูดจาปราศรัย ดว้ ยคาพดู ท่สี ุภาพ
14.เฉลย ขอ้ 3. โปรเตสแตนต์
เหตผุ ล นิกายโปรเตสแตนต์ ไม่มีนักบวช แต่มีผูส้ อนศาสนา เรียกว่า ศำสนำจำรย์ หรือ ศิษยาภิบาล ทาหน้าที่ประกอบ
พิธีกรรมทางศาสนา และสอนศาสนา ซ่ึงมคี รอบครัวได้ เพราะเพยี งสอนวิธีติดต่อกบั พระเจา้ มิใชต่ ดิ ตอ่ กบั พระเจา้ แทนคน
ทว่ั ไป ซ่ึงต่าง จากอีก 2 นิกายอยา่ งส้ินเชงิ (คือ นิกายโรมนั คาทอลิก และ นิกายออร์ธอดอ็ กซ์ ซ่ึงจกั รพรรดิคอนสแตนติน ได้
ทรงสร้างกรุงคอนสแตนติโนเปิ ล ซ่ึงถือว่าเป็ นกรุงโรมใหม่ และประกาศใหส้ ัฆราชของกรุงคอนสแตนติโนเปิ ล มีอานาจ
เท่ากบั สังฆราชของกรุงโรม)
15.เฉลย ขอ้ 4. ทิศตะวนั ตก
เหตผุ ล “ละหมำด” หมายถึง การขอพรต่อพระอลั ลอฮเจา้ ซ่ึงมุสลิมท้งั ชายและหญิงท่ีบรรลนุ ิติภาวะทางร่างกาย คือ ยา่ ง
เขา้ สู่วยั หนุ่มสาวแลว้ จะตอ้ งสวดมนตท์ กุ วนั ๆ ละ 5 คร้ัง คอื เช้ำมืด เที่ยงวนั เยน็ พลบคำ่ กลำงคนื (ยกเวน้ สตรีขณะมี
ประจาเดือนหรือมีเลือดหลงั คลอด) โดยตอ้ งหนั หนา้ ไปสู่ทิศทางที่ต้งั ของวิหารกาบะ ประเทศซาอุดีอาระเบีย ซ่ึงเรียกวา่
“กิบลตั ” แตส่ าหรับมสุ ลิมในประเทศไทย ตอ้ งหนั หนา้ ไปทำงทศิ ตะวนั ตก
16.เฉลย ขอ้ 1. สมยั ราชวงศโ์ มกลุ
เหตุผล สมยั ใหม่ เริ่มต้งั แตต่ น้ ราชวงศโ์ มกุล ในคริสตศ์ ตวรรษที่ 16 จนถงึ การไดร้ ับเอกราชจากองั กฤษ ในปี ค.ศ. 1947
17.เฉลย ขอ้ 3. การคน้ พบทวปี อเมริกาโดยโคลมั บสั
เหตผุ ล นกั ประวตั ศิ าสตรบางทา่ นถือเอาปี ค.ศ 1453 เป็นปี สิ้นสุด เพราะเป็นปี ทอี่ าณาจกั รโรมนั ตะวนั ออก (ไบเซนไทน์ )
ถูกพวกเตอร์กทาลาย แต่บางท่านถือว่าส้ินสุดลงในปี ค.ศ 1492 เม่ือโคลมั บสั คน้ พบโลกใหม่ (ทวีปอเมริกา) ซ่ึงเป็ น
ระยะเวลาใกลเ้ คียงกนั คือ ในคร่ึงหลงั ของศตวรรษท่ี 15 เป็นยคุ ยโุ รปแตกแยกเป็นอาณาจกั รตา่ งๆมากมาย
18.เฉลย ขอ้ 2. กล่มุ ชาติพนั ธุ์ของมนุษย์
เหตผุ ล ปัจจัยสาคญั ท่ีก่อให้เกิดอารยธรรม ไดแ้ ก่ (1) สภาพแวดลอ้ มทางภูมิศาสตร์ (2) ระบบการเมืองการปกครอง (3)
ความเจริญทางเทคโนโลยี (4) การเจริญเตบิ โตของสังคมและการเปลย่ี นแปลงทางวฒั นธรรม (5) การขยายตวั ทางเศรษฐกิจ
และ (6) ความเช่ือและศาสนา ซ่ึงไมเ่ ก่ยี วกบั กล่มุ ชาตพิ นั ธุ์ของมนุษย์
19.เฉลย ขอ้ 4. จานหมนุ ในการป้ันภาชนะดินเผา
เหตุผล ชาวซูเมเรียนสร้างการประดิษฐ์จำนหมุนเพ่ือใช้ในกำรป้ันภำชนะดินเผำในราว 3,500 ปี กอ่ นคริสตศ์ กั ราช ถอื เป็น
เคร่ืองกลชนิดแรกของโลก นอกจากน้ีพวกเขายงั สร้างวงลอ้ ท่ีประกอบติดกบั เพลาเพ่ือใชก้ บั เกวียนและรถศึก ซ่ึงทาให้
นกั รบบนรถศกึ ใชอ้ าวธุ ไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพ และชาวซูเมเรียยงั มีความสามารถทางคณิตศาสตร์ท่ยี อดเยยี่ ม คือ นาระบบ
121
ฐานเลข 60 ในการแบง่ เวลาและมุม, คานวณพ้ืนที่ของวงกลม, หาระยะทาง การคานวณ การคิดมาตราชงั่ ตวงวดั , การนบั ปี
เดอื นแบบจนั ทรคติ
- ข้อ 3 ผดิ เพรำะ อกั ษรลิ่มเป็นส่ิงประดิษฐ์ท่ีชาวสุเมเรียนนาเอาไมส้ ลักลงบนแผ่นดินเหนียวเปี ยกเป็ นสัญลกั ษณ์ ทาให้
ชาวสุเมเรียนสามารถสร้างวรรณกรรมที่สาคญั เร่ืองแรกของโลก รู้จกั อยา่ งกวา้ งขวางและมีขนาดยาว ทชี่ ่ือว่า มหากาพย์
กลิ กาเมช เขียนบนแผ่นดินเผาขนาดใหญ่ 12 แผน่ รวมท้งั สิ้น 3000 บรรทดั (ข้อ 1 ผิดสุดๆ ครับ เพรำะ สุเมเรียน ไม่ใช่
จกั รวรรดิแต่เป็ นสังคมเมือง มนี ครรัฐ 12 รัฐ)
20.เฉลย ขอ้ 2. มคี วามเป็นเอกภาพสูง
เหตุผล อารยธรรมจีนเป็ นอารยธรรมที่มีเอกภาพสูง ซ่ึงแตกต่างจากอารยธรรมร่วมสมยั อื่นๆ ไม่ว่าจะเป็ นอารยธรรม
อินเดียหรือเมโสโปเตเมีย เน่ืองจากมีพฒั นาและหล่อหลอมขึ้นภำยในดินแดนของตนเองเป็ นส่วนใหญ่ โดยไดร้ ับอิทธิพล
จากโลกภายนอกไม่มากนกั จึงมรี ากฐานทีม่ น่ั คงและมีเอกลกั ษณ์เฉพาะตนเอง ปัจจยั สาคญั ไดแ้ ก่ ปัจจยั ทางภมู ศิ าสตร์ และ
ความเช่ือเกย่ี วกบั วฏั จกั รของราชวงศ์ ซ่ึงจีนมกี ษตั ริยร์ าชวงศต์ ่างๆ ผลดั เปลยี่ นหมุนเวยี นกนั ปกครองเป็นวฏั จกั รตอ่ เน่ือง
21.เฉลย ขอ้ 2. การหาความรู้สมยั คลาสสิกของยโุ รป
เหตผุ ล ในปลายสมยั กลาง การศึกษาและการคา้ เจริญกา้ วหนา้ ทาใหผ้ ูค้ นในสมยั น้ีกระตอื รือร้นแสวงหาความรู้ใหม่ๆ เกดิ
พฒั นาการท่เี รียกว่า “ขบวนการมนุษยน์ ิยม (Humanism)” ทาใหเ้ กิดการเรียนรู้ท่ีสาคญั ในสมยั น้ี คือ การฟ้ื นฟศู ิลปวทิ ยาการ
สมยั คลาสสิก ซ่ึงเป็นความเจริญของกรีกและโรมนั ในอดตี
สาหรับ ศลิ ปกรรมที่โดดเดน่ ในสมยั ฟ้ื นฟศู ลิ ปวทิ ยาการ ไดแ้ ก่ ผลงานดา้ นจิตรกรรม ซ่ึงจิตรกรอิตาลที ี่มีช่อื เสียงใน
สมยั น้ี เช่น เลโอนำร์โด ดำ วนิ ชี (Leonardo da Vinci) ซ่ึงวาดภาพ “Mona Lisa” และ “The Last Supper” หรือ ไมเคลิ แองเจโล
(Michelangelo) ซ่ึงมีช่ือเสียงในการสร้างงานประติมากรรมและจิตรกรรม ผลงานจิตรกรรมที่โดดเด่น ไดแ้ ก่ จิตรกรรมฝา
ผนงั เก่ียวกบั การสร้างโลกบนเพดานของวิหารนอ้ ยซิสตีน (Sistine Chapel) ในนครวาติกนั และรำฟำเอล ซำำนซิโอ (Raphael
Sanzio) ซ่ึงวาดภาพ “School of Athens” บนฝาผนงั หอ้ งสมดุ ของสนั ตะปาปา
22.เฉลย ขอ้ 4. การยดึ ครองกรุงคอนสแตนตโิ นเปิ ลโดยชาวมสุ ลิม
เหตุผล การฟ้ื นฟูศิลปวิทยาการ (Renaissance) หมายถึง การเกิดใหมข่ องการศกึ ษา การฟ้ื นฟูอดุ มคติ ศิลปะและวรรณกรรม
ของกรีกและโรมนั อยใู่ นช่วงศตวรรษท่ี 14-15
- ข้อ 1 ผิด เพราะ มำร์โค โปโล (Marco Polo) นกั เดนิ ทางชาวอิตาเลยี นในยคุ กลาง ชาวยโุ รปคนแรก ๆ ทเี่ ดินทางขา้ มทวีป
เอเชีย ในวยั 17 ปี เขาเดนิ ทางไปถึงเมืองจีน โดยใชเ้ วลาถึงสามปี คร่ึง และรับใชจ้ กั รพรรดมิ องโกลนาน 17 ปี มาร์โคกบั
พอ่ และลุงกไ็ ดเ้ ดนิ ทางกลบั ยโุ รปในปี 1834 เมอ่ื กลบั ถึงเมอื งเวนิซ เขากเ็ ล่าเรื่องราวต่าง ๆ ใหเ้ พ่อื นบา้ นฟัง แรก ๆ กไ็ ม่
มใี ครเช่ือ จนเขาตอ้ งเอาเส้ือผา้ เหรียญเงนิ และอญั มณีจากเมอื งจีนมาใหด้ ู
- ข้อ 2 ผดิ เพราะ กำรเกดิ นิกำยโปรเตสแตนต์ อยสู่ มยั ใหม่ชว่ งแรก เป็นยคุ ทีส่ ะทอ้ นถึงความใฝ่ หาในเสรีภาพของมนุษย์
นกั ปฏิรูปศาสนาที่สาคญั ไดแ้ ก่ มาร์ตนิ ลเู ธอร์ (Martin Luther)
- ข้อ 3 ผดิ กำรเกิดสงครำมครูเสดถึง 9 คร้ัง ทาใหก้ ารคา้ ขยายตวั
122
23.เฉลย ขอ้ 3. เกดิ แนวคดิ ในการจดั ต้งั สหภาพยโุ รป
เหตผุ ล สหภาพยุโรป (European Union: EU) กาเนิดข้ึนจากประชาคมถ่านหินและเหลก็ กลา้ แห่งยุโรป และประชาคม
เศรษฐกิจยโุ รป ประกอบดว้ ยรัฐสมาชิก 28 ประเทศ ก่อต้งั เมื่อวนั ท่ี 7 กุมภาพนั ธ์ พ.ศ. 2535 ภายใตส้ นธิสัญญามาสทริชต์
เพอ่ื สร้างระบบเศรษฐกิจ ความร่วมมือในการพฒั นาสงั คม และการปกครองแบบประชาธิปไตยใหเ้ ป็นอนั หน่ึงอนั เดยี ว
- ข้ออ่ืนๆ เป็นผลมาจากการสารวจทางทะเล เพราะ การสารวจและคน้ พบเส้นทางเดนิ เรือทางทะเลใหม่ๆ เรียกวา่ "สมัย
แห่งกำรค้นพบ" (Age of Discovery) นบั ต้งั แต่การคน้ พบทวีปอเมริกาของ คริสโตเฟอร์ โคลมั บสั เม่ือ ค.ศ.1492 เป็ น
ตน้ มา เป็ นผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจของยุโรปอยา่ งใหญ่หลวง มีการขยายตวั ทางการค้า และการล่า
ดนิ แดนอาณานิคมท่ีเรียกว่า "สมัยแห่งลัทธอิ ำณำนิคม" ซ่ึงมีผลตอ่ การสร้างสรรคง์ านศลิ ปวฒั นธรรมของยโุ รปท้งั ส้ิน
24.เฉลย ขอ้ 2. ทฤษฏวี ิวฒั นาการ
เหตุผล ตน้ ศตวรรษที่ 19 เริ่มมีการบกุ เบิกเรื่องการศึกษาซากดึกดาบรรพข์ องสิ่งมีชวี ิตจนทาใหเ้ กิดแนวคิดปฏิวตั ิเก่ียวกบั
วิวฒั นาการท่ีเช่ือว่า “สิ่งมีชีวิตน่าจะมีการเปล่ียนแปลงให้เขา้ กับสภาพแวดลอ้ มท่ีเปล่ียนแปลงไปในแต่ละยุคสมัยและ
ยอมรับว่าสิ่งมชี วี ติ มีววิ ฒั นาการจริง” แนวคดิ เกี่ยวกบั ววิ ฒั นาการเป็นของชำร์ลส์ ดำร์วนิ (Charles Darwin, พ.ศ. 2352-2428,
ศ.19) นกั ธรรมชาติวิทยาชาวองั กฤษ ปี ท่ีดาร์วินเกิดอยใู่ นช่วงรัชสมยั ของรัชกาลที่ 3 และในอีก 50 ปี ต่อมาดาร์วนิ ไดต้ ีพิมพ์
หนงั สือเรื่อง กาเนิดความหลากหลายของส่ิงมีชีวิตโดยการคดั เลือกโดยธรรมชาติ ทกี่ ระทบความเชื่อชาวตะวนั ตก
- เซอร์ ไอแซค นิวตัน เป็ นนักคณิตศาสตร์ชาวองั กฤษ (ค.ศ.1642, ศ.17) เป็ นผูค้ ิดคน้ กฎแรงโนม้ ถ่วง กลอ้ งโทรทรรศน์
แบบสะทอ้ นแสง และเป็นเจา้ ทฤษฎแี คลคูลสั
- นิโคลำส โคเปอร์นิคสั (ค.ศ.1514, ศ.16) บาทหลวงชาวโปแลนด์ เป็นผปู้ ฏวิ ตั ิความเชอ่ื เรื่องทอ้ งฟ้า นาเสนอแนวความคดิ
ทมี่ รี ะบบดวงอาทติ ยเ์ ป็นศนู ยก์ ลาง ซ่ึงถือเป็นจุดเร่ิมตน้ ของดาราศาสตร์ยคุ ใหม่
25.เฉลย ขอ้ 4. อมราวดี
เหตผุ ล เป็นศลิ ปะแบบอมราวดี (Amaravati) เจริญข้นึ ทางทศิ ตะวนั ออกเฉียงใตข้ องประเทศอนิ เดีย เชน่ พระพุทธรูปแบบ
อมราวดีแบ่งไดเ้ ป็ น 4 แบบ คือ 1) แบบประทับยืน มกั ยืนหนั หน้าตรงอยบู่ นฐานบวั ครองจีวรท้งั ห่มเฉียงและห่มคลุม
2) แบบประทับน่ัง มเี ฉพาะในภาพสลกั นูนต่าเท่าน้นั 3) แบบนำคปรก พระพุทธรูปนาคปรกอยใู่ นแบบประทบั นง่ั ห่มเฉียง
และ 4) แบบประทับน่ัง หอ้ ยพระบาท
26.เฉลย ขอ้ 1. ทหารบก ทหารเรือ ตารวจ และพลเรือน
เหตผุ ล การปฏวิ ตั ิ 24 มิถุนายน 2475 “คณะรำษฎร” ซ่ึงประกอบดว้ ยทหำรบก ทหำรเรือ ตำรวจ และพลเรือนบางกลุ่ม มี
พระยาพหลพลพยหุ เสนา เป็ นหัวหนา้ คณะ ไดท้ าการยึดอานาจการปกครองประเทศ จากรัชกาลที่7 เพ่ือ เปล่ียนแปลงการ
ปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ เป็นระบอบประชาธิปไตย (อ้างอิง : ณรงค์ พ่วงพิศ. หนังสือเรียนประวตั ิศาสตร์
ไทย ม.4-6. หน้า 65.)
27.เฉลย ขอ้ 3. พอ่ คา้ นาเรือเปลา่ เขา้ ตอ้ งเสียภาษี
เหตุผล ภาษปี ากเรือ หรือ ภาษีเบิกร่อง เป็นคา่ ธรรมเนียม ซ่ึงเกบ็ จากเรือสินคา้ ของชาวต่างประเทศที่เขา้ มาจอดในเมืองท่า
ของไทย กำหนดเก็บภำษตี ำมส่วนกว้ำงที่สุดของเรือ (ไมใ่ ช่ความยาว) โดยคิดอตั ราภาษเี ป็น “วา” เชน่ สมยั ร.1 คดิ ว่าละ 12
บาท ต่อมาเพิ่มเป็นวาละ 20 บาท ในสมยั ร.2 เรือของจีนเสียวาละ 40 บาท เรือกาปั่นฝร่ัง เสียวาละ 118 บาท ต่อมาสมยั ร.3
123
เมอื่ ไทยทาสนธิสญั ญาเบอร์นีกบั องั กฤษ ใน พ.ศ. 2369 เกบ็ ภาษีจากพ่อคา้ องั กฤษรวมเป็ นอยา่ งเดยี วตามความกวา้ งของปาก
เรือวาละ 1,700 บาท ส่วนเรือเปล่ำ (เรือบรรทกุ อับเฉำ) เกบ็ วาละ 1,500 บาท ซ่ึงแบ่งออกเป็น 2 ประเภท
1. ภำษีสินค้ำขำเข้ำ (นาเขา้ มาจาหน่าย) เชน่ ผา้ ฝ้าย ผา้ แพรจีน เคร่ืองแกว้ เครื่องลายคราม ใบชา อตั ราการเก็บไม่
แน่นอน ยดื หยนุ่ ตามความเหมาะสม เชน่ สมยั รัชกาลท่ี 2 เรือสินคา้ ของชาวจีนเสียภาษีสินคา้ ขาเขา้ ร้อยละ 4 ถา้
เป็นเรือสินคา้ ของชาติตะวนั ตก เสียภาษรี ้อยละ 8 ของราคาสินคา้
2. ภำษีสินค้ำขำออก (ส่งออกไปขาย) เช่น ในสมยั รัชกาลที่ 2 รังนกนางแอ่นกบั เขากวางอ่อน เสียภาษีร้อยละ 20
ของราคาสินคา้ งาชา้ งหาบละ 10 สลึง เกลอื เกวยี นละ 4 บาท หนงั ววั หนงั ควาย กระดกู ชา้ ง หาบละ 1 บาท
28.เฉลย ขอ้ 1. ลาลแู บร์ บาทหลวงปาลเลอกวั ซ์ หมอบรัดเลย์ ดร.ฟรานซิส บ.ี แซร์
เหตผุ ล เรียงลาดบั การเขา้ มาไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง
29.เฉลย ขอ้ 4. การเมือง ความมน่ั คง เศรษฐกิจ สงั คมและวฒั นธรรม
เหตุผล ประชาคมอาเซียนประกอบด้วย 3 เสาหลัก ได้แก่ (1) ประชาคมการเมืองความมั่นคงอาเซียน (ASEAN
POLITICAL-SECURITY COMMUNITY หรื อ APSC) (2) ประชาคมเศรษฐกิจอาเซี ยน ( ASEAN ECONOMIC
COMMUNITY หรือ AEC) (3) ประชาคมสังคมและวฒั นธรรมอาเซียน (ASEAN SOCIO-CULTURAL COMMUNITY
หรือ ASCC)
30.เฉลย ขอ้ 1. จีน
เหตผุ ล คณะมนตรีความมน่ั คง ทาหนา้ ท่รี ักษาสันติภาพของโลก ดว้ ยการแกไ้ ขปัญหาวกิ ฤตต่างๆ ที่เกดิ ข้นึ มีสมาชิกรวม
15 ชาติ ประกอบด้วยสมาชิกถาวร ซ่ึงมีสิทธ์ิใช้ อำนำจยับย้ัง (Veto) การลงมติของคณะมนตรี ความมั่นคง ได้แก่
สหรัฐอเมริกา สหภาพโซเวียต องั กฤษ ฝร่ังเศส และจีนรวม 5 ชาติ และสมาชิกไม่ถาวรซ่ึงไดร้ ับเลือกจากสมชั ชาใหญ่ 10
ชาติ มีวาระ 2 ปี จะไม่มีสิทธ์ิใชอ้ านาจยบั ย้งั
31.เฉลย ขอ้ 4. 180 องศา
เหตผุ ล เสน้ วนั ที่ คือ เสน้ สมมตุ ิทลี่ ากผ่านแบง่ โลกออกเป็น 2 ซีก คอิ ซีกโลกตะวนั ออก และซีกโลกตะวนั ตก โดยลากทบั
เสน้ เมริเดยี นของลองจิจูดท่ี 180 องศา ซ่ึงเสน้ น้ีจะไม่ลากผา่ นแผ่นดินเลย โดยเส้นลองจจิ ูดท่ี 180 เป็นเสน้ แบ่งเขตวนั สากล
แตม่ ีการเลยี่ งใหเ้ ส้นเขตวนั น้ีผา่ นเฉพาะพ้นื น้า และถา้ ขา้ มเส้นเขตวนั น้ีไปทางซีกโลกตะวนั ตก ตอ้ งนบั วนั ลดลง 1 วนั และ
ถา้ ขา้ มเส้นเขตวนั น้ีไปทางซีกโลกตะวนั ออก จะตอ้ งนบั วนั เพม่ิ 1 วนั
32.เฉลย ขอ้ 3. ลมทะเล
เหตผุ ล ลมประจาเวลา คอื ลมทเ่ี กดิ ข้นึ ในช่วงเวลาตา่ งกนั เชน่ ลมบก เกดิ ข้นึ ในเวลากลางคนื โดยพ้นื ดินคายความร้อนได้
เร็วกว่าพ้ืนน้า ทาใหก้ ระแสลม “เคล่ือนจากพ้ืนดิน สู่พ้ืนน้า” ส่วน ลมทะเล เกิดในเวลากลางวนั ลมจะพดั เขา้ หาชายฝั่ง
นอกจากน้นั ยงั มี ลมภเู ขำ (Mountain Breeze) หรือ ลมพดั ลงลาดเขา จะเป็นลมเฉ่ือยทพี่ ดั ตามแดนภูเขาในตอนกลางคนื และ
ลมหุบเขำ (Valley Breeze) เรียกอกี อยา่ งหน่ึงว่า “ลมพดั ข้ึนลาดเขา” เป็นลมที่พดั ในตอนกลางวนั
124
33.เฉลย ขอ้ 2. เทอื กเขาถนนธงชยั และแดนลาวก้นั เขตแดนไทยกบั พม่า
เหตุผล เทือกเขาถนนธงชัย เป็ นแนวเทือกเขาทางดา้ นตะวนั ตกของภาคเหนือ เร่ิมจากจุท่ีบรรจบกบั เทือกเขาแดนลาว
ทอดตวั เป็นแนวยาวมาทางตอนลา่ งของภาค
34.เฉลย ขอ้ 4. อุณหภูมิลดลง ฝนตกชุก
เหตผุ ล ลานีญา จะทาใหอ้ ากาศลอยข้ึนและกลน่ั ตวั เป็ นเมฆและฝนบริเวณแปซิฟิ กตะวนั ตกเขตร้อน ทาให้ออสเตรเลยี
อินโดนีเซีย และฟิ ลิปปิ นส์ รวมไปถึงแอฟริกาใต้ มีฝนมำกและมีน้ำท่วม ขณะท่ีบริเวณแปซิฟิ กตะวันออกเขตร้อน
ตะวนั ออกของแอฟริกา และตอนใตข้ องอเมริกาจะมีฝนนอ้ ยและแหง้ แลง้ กว่าปกติ ส่วนในประเทศไทย ปรากฏการณ์ ลา
นีญา ส่งผลตอ่ ปริมาณฝนของประเทศไทย ทาให้สูงกว่ำปกติโดยเฉพาะชว่ งฤดรู ้อนและตน้ ฤดฝู น และอณุ หภมู ลิ ดลง
- ขอ้ 1 ผดิ เพราะ อุณหภูมสิ ูงข้นึ แหง้ แลง้ ฝนตกนอ้ ย เป็นลกั ษณะของปรากฏการณ์ เอลนิโญ ในประเทศไทย
35.เฉลย ขอ้ 4. THEOS
เหตผุ ล ดาวเทยี มธอี อส เป็นดาวเทยี มสารวจขอ้ มลู ระยะไกล (Remote Sensing) เพือ่ ใชส้ ารวจทรัพยากรธรรมชาติดวงแรก
ของประเทศไทย ซ่ึงเป็นความร่วมมอื ระหวา่ งรัฐบาลไทยและรัฐบาลฝรั่งเศส เมื่อปี 2547 และไดท้ ะยานข้นึ สู่อวกาศ เมื่อวนั
พุธ ที่ 1 ตลุ าคม 2551 มีศนู ยค์ วบคุมสญั ญาณอยทู่ ี่ อ.ศรีราชา จ.ชลบรุ ี
- Landsat เป็นชือ่ ของชุดดาวเทยี มสำรวจทรัพยำกรธรรมชำติ ของสหรัฐ
- SPOT โดยสถาบนั อวกาศแห่งชาติ ของฝรั่งเศสร่วมกบั ประเทศในกลุ่มยโุ รป สามารถนาไปใชศ้ ึกษาการสารวจพ้นื ที่
และแยกชนิดของป่ า รวมท้งั ไฟป่ า การทาแผนท่ี การใชท้ ่ีดิน ธรณีวิทยา อุทกวิทยา แหล่งน้า การพงั ทลาย ใช้
สำรวจทรัพยำกรธรรมชำติ
- NOAA เป็นดาวเทียมขององคก์ ร NOAA ของสหรัฐ ซ่ึงเป็นดาวเทยี มสำรวจอตุ ุนิยมวิทยำ
36.เฉลย ขอ้ 4. เท่ากบั ระยะทางจริงในภมู ปิ ระเทศ 5 กโิ ลเมตร
เหตุผล โดยการคานวณจาก เอา 500,000 หารดว้ ย 100,000 = 5 กโิ ลเมตร
37.เฉลย ขอ้ 4. แผน่ เปลือกโลกอินโด-ออสเตรเลยี
เหตุผล ในอดีตที่ผา่ นมาท่เี กดิ “สินามิ” คร้ังใหญ่ จากเหตุการณ์แผน่ ดนิ ไหว 9 ริกเตอร์น้นั มสี าเหตมุ าจากแผน่ เปลอื กโลก
สองแผ่นมุดเขา้ หากนั และเกิดการงดั ทาให้เกิดการดีดตวั ของแผ่นเปลือกโลก จึงทาให้เกิดแผ่นดินไหว ไดแ้ ก่ แผ่นเปลือก
โลกอินโด – ออสเตรเลยี มุดเขา้ หาแผ่นยเู รเซีย ประมาณ 20 เมตร และกระทบไทยในใน 6 จงั หวดั ภาคใต้ ติดกบั ชายฝ่ังทะเล
อนั ดามนั คอื ภูเกต็ พงั งา ระนอง กระบี่ ตรัง และสตลู
38.เฉลย ขอ้ 3. ทอร์นาโด
เหตผุ ล ลมงวงหรือ พายทุ อร์นาโด (Tornado) มีแหลง่ กาเนิดที่อ่ำวเมก็ ซิโก ทวีปอเมริกำ มขี นาดเลก็ ทส่ี ุด แตม่ คี วามรุนแรง
มากท่ีสุดท้งั บริเวณพ้ืนดินและพ้ืนน้า พายปุ ระเภทน้ีถา้ เกิดบริเวณเหนือพ้ืนน้าเรียกว่า นำคเล่นน้ำ (Waterspout) ส่วนใน
สหรัฐอเมริกา มีพายทุ อร์นาโดพดั ผ่านประมาณ 800 ลูกต่อปี ซ่ึงเป็ นจำนวนที่มำกกว่ำที่ใดๆในโลก บริเวณท่ีมีทอร์นาโด
เกดิ ข้ึนบอ่ ยที่สุดคือบริเวณท่รี าบทางตอนกลางของสหรัฐอเมริกา ต้งั แตร่ ัฐเทกซัส ไปจนถึงรัฐเซาทด์ าโกตา้ (ความเร็ว 150 -
500 กม.ต่อ ชม.) เคยเกดิ ในประเทศไทยเมอ่ื 2528 และ 2548
125
39.เฉลย ขอ้ 3. ตุลาคม
เหตผุ ล ลมประจาถน่ิ ทพ่ี ดั อยใู่ นประเทศไทยท้งั หมดจะเป็นลมเยน็ แบ่งออกเป็น 5 ชนิด คือ ลมวา่ ว ลมตะเภา ลมพทั ยา ลม
ตะโก้ และลมอุตรา
40.เฉลย ขอ้ 3. ฤดรู ้อน
เหตุผล เร่ิมต้งั แตว่ นั ท่ี 21 มถิ ุนำยน ในซีกโลกเหนือซ่ึงเป็นวนั เริ่มตน้ ฤดูร้อน จะมกี ลางวนั ยาวนานที่สุด ส่วนซีกโลกใตซ้ ่ึง
เป็นวนั เร่ิมตน้ ฤดูหนาว จะมีกลางคนื ยาวนานทส่ี ุด เพราะวนั น้ีโลกจะหนั ข้วั โลกเหนือเขา้ หาดวงอาทิตยม์ ากทีส่ ุดและหนั ข้วั
โลกใตอ้ อกห่างดวงอาทติ ยม์ ากทสี่ ุด เรียกวา่ “ครีษมำยนั ” หรือ “วันอตุ รำยนั ” (บางปี อาจเป็นวนั ท่ี 20 มถิ ุนายน)
- ขอ้ 1 ผิดเพราะ วันท่ี 22 ธนั วำคม ในซีกโลกเหนือซ่ึงเป็นวนั เริ่มตน้ ฤดหู นำวจะมกี ลางคนื ยาวนานที่สุด ส่วนซีกโลก
ใตซ้ ่ึงเป็นวนั เร่ิมตน้ ฤดูร้อนจะมีกลางวนั ยาวนานท่สี ุด เพราะวนั น้ีโลกจะหนั ข้วั โลกเหนือออกห่างจากดวงอาทิตย์
มากที่สุดและหนั ข้วั โลกใตเ้ ขา้ หาดวงอาทิตยม์ ากทสี่ ุด เรียกว่า “เหมำยนั ” (อา่ นว่า เห-มา-ยนั ) หรือ “วนั ทกั ษิณายนั ”
(winter solstice)
- ขอ้ 2 ผิดเพราะ วันท่ี 21 มนี ำคม เรียกวา่ “วสันตวิษุวัต” เป็นวนั เร่ิมตน้ ฤดใู บไม้ผลิในซีกโลกเหนือ และเป็นวนั เร่ิมตน้
ฤดูใบไมร้ ่วงในซีกโลกใต้
- ขอ้ 4 ผิดเพราะ วันที่ 22 กันยำยน เรียกว่า “ศำรทวิษุวัต” เป็ นวนั เร่ิมตน้ ฤดูใบไม้ร่วงในซีกโลกเหนือ และเป็ นวนั
เร่ิมตน้ ฤดใู บไมผ้ ลิในซีกโลกใต้
41.เฉลย ขอ้ 2. ป่ าเตง็ รัง
เหตุผล ป่ าผลดั ใบ เป็ นป่ าไมท้ ี่ผลดั ใบตามฤดูกาล พบทว่ั ไปทุกภาคที่มีช่วงฤดูแลง้ ยาวนานชดั เจน ระหว่าง 4 – 7 เดือน
ยกเวน้ ภาคใตแ้ ละภาคตะวนั ออกเฉียงใต้ (จนั ทบุรี– ตราด) จาแนกออกเป็น 3 ชนิด ดงั น้ี
1. ป่ ำเบญจพรรณ หรือป่ าผลดั ใบผสม มอี ยมู่ ากทางภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ
2. ป่ ำเตง็ รัง ป่ ำแพะ ป่ ำแดงหรือป่ ำโคก พบมากท่ีสุดในภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือประมาณ 80 % ของป่ าชนิดตา่ งๆ
3. ป่ ำเตง็ รัง ทอ่ี ย่บู นภเู ขำสูง จากระดบั น้าทะเลต้งั แต่ 700 เมตร ถึง 1,350 เมตร มกั จะพบสนสอง และสนสามใบ
42.เฉลย ขอ้ 4. อากาศมกี ารเคล่ือนทใ่ี นแนวนอนจึงเหมาะสาหรับกิจการการบิน
เหตผุ ล บรรยากาศช้นั สตราโตสเฟี ยร์ (stratosphere) มีระดบั ความสูงข้ึนไปจนถึง 50 กิโลเมตรจากพ้ืนโลก อุณหภูมิของ
บรรยากาศช้นั น้ีจะเพ่ิมสูงข้ึนเมื่อความสูงเพ่ิมข้ึน มีการดูดกลืนรังสีอุลตราไวโอเลต (UV) และรังสีอินฟราเรด (IR) โดย
โอโซน (O3) โดยปริมำณโอโซนในช้นั น้ีมคี วามสาคญั ต่อส่ิงมีชีวิตเพราะช่วยกรองแสง UV ทีเ่ ป็นอนั ตรายจาก ดวงอาทิตย์
ไดถ้ ึง 99% ทาให้มนุษย์ รอดพน้ จากการเป็ นมะเร็ง และในช้นั สตรำโตสเฟี ยร์ แทบจะไม่มีไอน้าเลย บรรยากาศช้นั น้ีไม่
แปรปรวน มีเสถยี รภาพมากและทศั นวสิ ัยที่เหมำะสมสำหรับกำรบิน
43.เฉลย ขอ้ 3. พระนครศรีอยธุ ยา
เหตุผล แผ่นดินทรุดมี 2 สาเหตุหลกั ไดแ้ ก่ (1) การสูบน้าบาดาลมาใชเ้ ร็วเกินกว่าท่ีน้าในธรรมชาตจิ ะไหลไปทดแทนได้
ทนั และ (2) น้าหนักของส่ิงปลูกสร้าง อาคาร บา้ นเรือน ถนน ท่ีเพิ่มข้ึน และกดทบั ลงไปบนช้นั ดิน สาหรับเขตน้าบาดาล
ไดแ้ ก่ กรุงเทพมหำนคร นนทบุรี ปทุมธำนี พระนครศรีอยธุ ยำ สมุทรปรำกำร สมุทรสำคร และนครปฐม ส่วนจังหวดั ทมี่ ี
จานวนบ่อน้าบาดาลและปริมำณกำรสูบน้ำสูงสุด 3 อนั ดับแรก คือ สมุทรสำคร สมุทรปรำกำร และพระนครศรีอยธุ ยำ
126
- ขอ้ 1,2,4 ไมใ่ ช่คาตอบ และไม่ใช่สมุทรสงครำม แตเ่ ป็นสมุทรปรำกำร และสมทุ รสำคร ทมี่ กี ารสูบน้าบาดาลข้นึ มาใช้
ในปริมาณท่ีมากเกินกว่าปริมาณท่ีไหลลงสู่ช้นั น้าบาดาล ทาใหเ้ กิดผลกระทบต่อส่ิงแวดล้อม การทรุดตวั ของ
แผน่ ดิน (อา้ งอิงจาก : พระราชบญั ญตั ิ น้าบาดาล ฉบบั ที่ 3 พ.ศ. 2546)
44.เฉลย ขอ้ 3. Rethink
เหตุผล Rethink คือ การคดิ ใหม่ เปลี่ยนวธิ ีคิดจากความคดิ เดมิ ทีก่ อ่ เกิดปัญหา กลบั มาคิดใหม่ เป็ นควำมคดิ ทส่ี ร้ำงสรรค์ ซ่ึง
ไมใ่ ชห่ ลกั 7R ทีเ่ ป็นแนวทางในการอนุรักษท์ รัพยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดลอ้ ม (อา้ งอิง : ภูมิศาสตร์ ม.4-6, โดย ชศู กั ด์ิ คง
คานนท,์ ประสานมิตร, หนา้ 105.)
หลกั 7 R ในกำรอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
1. Reduce (ลดกำรใช้) เป็ นการลดใชท้ รัพยากรใหเ้ หลือเทา่ ท่ีจาเป็ นหรือนามาใชใ้ ห้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เช่น
การใชถ้ งุ ผา้ แทนถงุ พลาสติก ลดการบริโภคเพ่ือใหเ้ กดิ ขยะหรือของเสียนอ้ ยลง
2. Reuse (ใช้ซ้ำ) เป็นการนาผลิตภณั ฑต์ า่ งๆ ท่ีสามารถใชซ้ ้าไดม้ าใชก้ ่อนนาไป Recycle
3. Recycle (นำกลบั มำใช้ใหม่) เป็นการนาวสั ดทุ ห่ี มดสภาพแลว้ หรือทีใ่ ชแ้ ลว้ มาแปรสภาพดว้ ยกระบวนการต่างๆ
ทางอุตสาหกรรมเพอ่ื นากลบั มาใช้ หรือแปรรูปเป็นผลติ ภณั ฑช์ นิด
4. Repair (ซ่อมแซม) เป็นการซ่อมแซมเพอ่ื ยดื อายกุ ารใชง้ านของผลติ ภณั ฑต์ า่ งๆ
5. Reject (ปฏิเสธกำรใช้ ) เป็ นการงดใช้สิ่งของที่ทาให้เกิดผลเสียต่อส่ิ งแวดล้อมหรื อทาให้สิ้นเปลือง
ทรัพยากรธรรมชาติมากเกินไป เชน่ หากเดนิ ทางในระยะทางทไี่ ม่ไกลเกินไป ควรเดนิ หรือข่ีจกั รยานแทน
6. Recovery (ถนอมรักษำ) เชน่ กระเป๋ าเดินทาง ควรเกบ็ รักษาใหอ้ ยใู่ นสภาพดี เพอื่ ไวใ้ ชค้ ร้ังตอ่ ไปไดน้ านๆ
7. Renewal (เสริมแต่งของเก่ำ) เพื่อใหด้ ูสวยงาม หรือใชป้ ระโยชน์ไดม้ ากข้ึน เช่นรถยนต์ รถจกั รยานยนต์ท่ีใช้
แลว้ ดูเกา่ ไม่ทนั สมยั กใ็ หน้ าไปตกแตง่ ทาสีใหม่
45.เฉลย ขอ้ 3. พฤตกิ รรมทางสังคม
เหตผุ ล พฤติกรรมทางสังคม เกี่ยวขอ้ งกบั เน้ือหาของการศึกษา “โครงสร้ำงทำงสังคม” น้อยท่ีสุด เพราะเน้ือหาของ
การศึกษา “โครงสร้างทางสงั คม” จะศึกษาเกีย่ วกบั กลมุ่ ทางสงั คม สถานบนั และการจดั ระเบียบ
46.เฉลย ขอ้ 2. สถานภาพทางสงั คม
เหตผุ ล บทบาท หมายถึง การปฏิบตั ิตามหนา้ ที่ และสิทธิของตนตามสถานภาพในสงั คม เช่น นายพิเดช มีสถานภาพทาง
สังคมเป็นครู นายพิเดช ยอ่ มมบี ทบาทในการอบรมส่งั สอนใหค้ วามรู้แกน่ กั เรียน
47.เฉลย ขอ้ 2. ครูนานกั เรียนไปทากจิ กรรมบาเพญ็ ประโยชนน์ อกสถานศกึ ษา
เหตผุ ล โจทยข์ อ้ น้ีสังเกตดูดีๆ นะครับว่า “การท่ีครูนานักเรียนไป....” ยงั ไม่ไดเ้ ป็ นการสอนตรงๆ หรือสอนทางออ้ ม
เพียงแตเ่ ขาใหพ้ าไป กพ็ าไปตามคาสั่งของผอู้ านวยการ และไปบาเพญ็ ประโยชน์เร่ืองอะไรกไ็ มท่ ราบ ที่ไหนกไ็ มร่ ู้ มนั จึงยงั
ไมส่ ะทอ้ นใหเ้ ห็นถึงกระบวนการในการปลูกฝังระเบียบวินยั ใหส้ มาชกิ ทาตามบรรทดั ฐานของสังคมนะครับ...แต่ๆ ถา้ ระบุ
ว่า...ครูนานักเรียนไปทศั นศกึ ษาหาความรู้นอกห้องเรียน หรือนานกั เรียนไปทากิจกรรมบาเพญ็ ประโยชน์ที่วดั เพ่อื ปลกู ฝัง
เรื่องจิตสาธารณะ แบบน้ีกจ็ ะเป็นการขดั เกลาทางออ้ มนะครับ
- ขอ้ 1,3,4 ไม่ตอ้ งเลือก เพราะ ครูตกั เตอื นนกั เรียน หรือ ครูลงโทษ/สอน มกี ารแจง้ โทษต่อหนา้ ถือว่าขดั เกลำทำงตรง
127
48.เฉลย ขอ้ 2. จานวนสมาชกิ ในครอบครัวมีอตั ราเฉล่ียเพิ่มข้นึ
เหตผุ ล ผิดความจริง เนื่องจากในอดตี เม่อื 40-50 ปี ก่อน ผหู้ ญงิ ไทยคนหน่ึงมบี ุตรเฉลีย่ ตลอดวยั เจริญพนั ธุข์ องตนมากถึง 6
คน จานวนบตุ รเฉลีย่ น้ีไดล้ ดลงอยา่ งรวดเร็ว จนถึงปัจจุบนั น้ีจานวนเดก็ เกิดกจ็ ะลดน้อยลง
49.เฉลย ขอ้ 2. ขอ้ มูลขา่ วสารจากต่างประเทศเป็นท่ีรับรู้ไดอ้ ยา่ งรวดเร็วยงิ่ ข้ึน
เหตุผล คาวา่ “โลกาภิวตั น์ ” หรือ Globalization” คือ ววิ ตั นาการอยา่ งรวดเร็วของเทคโนโลยคี อมพิวเตอร์ ผนวกกบั ความ
เจริญกา้ วหนา้ ของเทคโนโลยที างดา้ นการสื่อสาร ทาใหค้ วามเป็นไปของในซีกโลกหน่ึง สามารถเห็นไดใ้ นอีกซีกโลกหน่ึง
ในเวลาเพียงชว่ั เส้ียววินาที สาหรับในสงั คมไทย เรียกวา่ ยคุ ไอที (IT = Information Technology) เกดิ เครือขา่ ยโทรคมนาคม
ท่ีโยงใยทว่ั โลกดว้ ยระบบคอมพิวเตอร์ ที่เรียกว่า Internet (International Network )
50.เฉลย ขอ้ 4. ความเห็นอกเหน็ ใจและการใหค้ วามชว่ ยเหลอื กนั ในสังคม
เหตุผล ไม่ใชส่ าเหตุของความยากจน
51.เฉลย ขอ้ 1. การลดลงของอตั ราการเกดิ
เหตผุ ล สงั คมไทยประชากรวยั เดก็ (อายุ 0-14 ปี ) จะลดลงจาก 15.95 ลา้ นคนในปี 2533 เป็น 9.54 ลา้ นคนในปี 2573 ขณะที่
ประชากรวยั สูงอายุ (อายุ 60 ปี ข้ึนไป) จะเพิ่มข้นึ จาก 4.02 ลา้ นคน เป็น 17.74 ลา้ นคน ในช่วงเดยี วกนั จึงทาใหป้ ระเทศไทย
เริ่มเขา้ สู่สังคมผูส้ ูงอายตุ ้งั แตป่ ี 2547 และจะเป็นสงั คมผสู้ ูงอายโุ ดยสมบรู ณ์ในปี 2567 หรืออกี 15 ปี ขา้ งหนา้
52.เฉลย ขอ้ 3. ความเช่อื เร่ืองผแี ยกออกจากพระพุทธศาสนาอย่างชดั เจน
เหตผุ ล เนื่องจากเรื่องผี เป็ นความเชื่อด้งั เดิมของชนชาติไทยท่ีมีมาก่อนศาสนาพราหมณ์และก่อนที่พุทธศาสนาจะเผยแผ่
เขา้ มาในดินแดนแถบน้ี
53.เฉลย ขอ้ 4. ความเคารพต่อส่ิงศกั ด์ิสิทธ์ิทอ่ี ยใู่ นธรรมชาติ
เหตุผล สังคมไทยในสมยั โบราณ มนุษยด์ าเนินชีวิตในท่ามกลางปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่มนุษยไ์ ม่สามารถเขา้ ใจได้
ไมว่ ่าจะเป็นความมืด ความสวา่ ง ความร้อน ความหนาว พายฝุ น ฟ้าร้อง ฟ้าผา่ ฯลฯ ทาใหเ้ กดิ ความกลวั และเชื่อว่าตอ้ งมีส่ิง
ศกั ด์สิ ิทธ์ิท่มี ีอานาจล้ลี บั อยเู่ หนือปรากฏการณ์เหล่าน้ีซ่ึงสามารถบนั ดาลคณุ และโทษแก่มนุษยไ์ ด้ ฉะน้นั มนุษยจ์ ึงพยายาม
หาวิธีการออ้ นวอนเอาใจหรือต่อรองกบั อานาจลึกลบั ของธรรมชาติดว้ ยการบูชา บนบาน หรือ เซ่นไหว้
54.เฉลย ขอ้ 3. ตรวจสอบและปรับปรุงการใหบ้ ริการของแอร์โฮสเตส
เหตุผล เพือ่ ใหช้ ว่ ยเหลอื ผโู้ ดยสารทุกคนไดอ้ ยา่ งปลอดภยั เน่ืองจากข่าวระบวุ า่ ไมม่ ีลูกเรือห่วงใยผโู้ ดยสาร จึงตอ้ งปรับท่ี
ตน้ เหตุ คือ ลกู เรือ
55.เฉลย ขอ้ 1. วฒั นธรรมท่ีมกี ารผสมผสานกบั วฒั นธรรมของชาติอ่ืน
เหตุผล วฒั นธรรมไทยมาจากแหล่งที่มาท่ีต่างกนั และเกิดการหล่อหลอมกนั ข้ึน ซ่ึงต้งั แต่อดีตจนถึงปัจจุบนั ไดร้ ับการ
ผสมผสานมาจากการเผยแพร่ทางวฒั นธรรมของสังคมอื่น เชน่ ศาสนาพราหมณ์เป็นทม่ี าของประเพณีตา่ ง ๆ ซ่ึงไดร้ ับการ
128
ปฏบิ ตั ิสืบทอดในสงั คม เชน่ พธิ ีจรดพระนงั คลั แรกนาขวญั การต้งั ศาลพระภูมิ เป็นตน้ นอกจากน้ียงั มวี ฒั นธรรมตะวนั ตก
ทก่ี าลงั เขา้ มามอี ิทธิพลมากในสงั คมไทย เช่น ดา้ นเทคโนโลยี การแต่งกาย และอาหาร
56.เฉลย ขอ้ 3. การเรียนรู้วฒั นธรรมและประวตั ศิ าสตร์ของประเทศอาเซียน
เหตุผล ในการประชุมสุดยอดอาเซียน คร้ังท่ี 9 ปี พ.ศ.2549 ท่ีบาหลี ผูน้ าอาเซียนเห็นชอบให้จัดต้งั ประชาคมอาเซียน
ประกอบดว้ ยประชาคมในสามเสาหลกั
57.เฉลย ขอ้ 4. การยดึ ถอื ปรัชญาวา่ มนุษยเ์ ป็นนายธรรมชาติ
เหตุผล วฒั นธรรมสากล กค็ ือการแพร่กระจายของวฒั นธรรมทีม่ ีอิทธิพลเหนือกวา่ ไปสูว้ ฒั นธรรมทอี่ อ่ นแอกว่า ทาใหเ้ กิด
การยอมรับและนาไปปฏบิ ตั ิตามในสงั คมอนื่ ทว่ั ทุกภูมิภาคของโลก เช่น ภาษาองั กฤษ เครื่องมีเคร่ืองใชอ้ ิเลก็ ทรอนิกส์ ยา
แผนปัจจุบนั สถาปัตยกรรมสมยั ใหม่ เป็นตน้
58.เฉลย ขอ้ 4. ส่งเสริมใหป้ ระชาชนตระหนกั ในคณุ คา่ และนาไปใชป้ ระโยชน์ใหแ้ พร่หลาย
เหตผุ ล เป้าหมายของการอนุรักษ์วฒั นธรรมกเ็ พ่ือใหเ้ ดก็ และเยาวชน มีความรู้ ความเขา้ ใจ เห็นคุณค่าไม่ละเลยหลงลืม
วฒั นธรรมทีด่ งี ามและความเป็นไทย เกิดความภาคภมู ิใจ และรักทอ้ งถิ่นของตน
59.เฉลย ขอ้ 2. คณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ
เหตุผล เม่ือวนั ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557 ไดม้ กี ารต้งั คณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญชุดแรก จานวน 36 คน ซ่ึงสมาชิก
มาจากการแตง่ ต้งั ท้งั หมด มีบวรศกั ด์ิ อุวรรณโณ เป็นประธาน
แตใ่ นวนั ท่ี 6 กนั ยายน พ.ศ. 2558 สภาปฏริ ูปแห่งชาติ มมี ติไมร่ ับร่างรัฐธรรมนูญของคณะกรรมาธิการฯ ทาใหม้ กี าร
ต้งั คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญข้นึ ใหม่ จานวน 21 คน
ต่อมาเม่ือวนั ท่ี 5 ตุลาคม พ.ศ. 2558 และมี นายมีชยั ฤชุพันธุ์ เป็ นประธาน โดยนับเป็ นรัฐธรรมนูญฉบบั ท่ี 2 ที่ผ่าน
การออกเสียงประชามติ ต่อจากรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจกั รไทย พุทธศกั ราช 2550 โดยไดร้ ับเสียงเห็นชอบท่วมทน้ ถงึ
16.8 ลา้ นเสียง ต่อเสียงคดั คา้ น 10.5 ลา้ นเสียง
60.เฉลย ขอ้ 3. พ.ศ. 2537
เหตุผล ในปี พ.ศ.2537 ไดจ้ ดั ต้งั องคก์ ารบริหารส่วนตาบล (อบต.) ตามพระราชบญั ญตั ิสภาตาบลและองคก์ ารบริหารส่วน
ตาบล พ.ศ.2537 ในปัจจุบนั กระทรวงมหาดไทย ไดป้ ระกาศจดั ต้งั แลว้ ทว่ั ประเทศ 6,397 แห่ง ซ่ึงนบั ว่า เป็นองคก์ รปกครอง
ทอ้ งถ่นิ รูปแบบใหมท่ ่ีเลก็ และใกลช้ ิดประชาชนในทอ้ งถน่ิ มากทส่ี ุด
61.เฉลย ขอ้ 4. หนองคาย
เหตุผล ครม.มีมติให้มีการจัดต้ัง จงั หวดั บึงกาฬ เป็ นจังหวดั ท่ี 77 ของประเทศไทย เม่ือวนั ที่ 3 สิงหาคม 2553 และได้
ประกาศใหเ้ ป็นจงั หวดั อยา่ งเป็นทางการในวนั ท่ี 23 มนี าคม 2554 ซ่ึงบึงกาฬเคยเป็นอาเภอหน่ึงของจงั หวดั หนองคำย จงั หวดั
บึงกาฬ มีพ้ืนทค่ี รอบคลุม 8 อาเภอ ไดแ้ ก่ อาเภอเมอื งบึงกาฬ อาเภอปากคาด อาเภอโซ่พิสัย อาเภอศรีวไิ ล อาเภอเซกา อาเภอ
บุง่ คลา้ อาเภอพรเจริญ และอาเภอบึงโขงหลง มผี วู้ ่าราชการจงั หวดั คนแรก ช่ือ นายสมพงษ์ อรุณโรจนป์ ัญญา
129
62.เฉลย ขอ้ 3. แบบบญั ชรี ายช่ือและแบ่งเขต 500 คน
เหตผุ ล ส.ส. มจี ำนวน 500 คน มาจากการเลือกต้งั 2 แบบ ไดแ้ ก่ (ตามรัฐธรรมนูญ 2560)
1. ส.ส. แบบแบ่งเขต มีจานวน 350 คน คือ ส.ส. ทม่ี าจากเขตเลอื กต้งั โดยการแบง่ เขตเลอื กต้งั ทว่ั ประเทศออกเป็ น
350 เขต ในแตล่ ะเขตเลือกต้งั มี ส.ส. ได้ 1 คน ผทู้ ีไ่ ดร้ ับคะแนนสูงสุดเป็นผไู้ ดร้ ับเลือกเป็น ส.ส.
2. ส.ส. แบบบัญชีรำยชื่อ มจี านวน 150 คน โดยพรรคการเมอื งทีส่ ่งผสู้ มคั ร ส.ส.แบบบญั ชีรายช่ือจะจดั ทาบญั ชี
รายชือ่ ผสู้ มคั รไวเ้ พยี งบญั ชเี ดียว เรียงลาดบั จานวนไม่เกนิ 150 รายชอื่ รายชอื่ ใครจะอยลู่ าดบั ใดน้นั ข้ึนอยกู่ บั
แตล่ ะพรรคจะดาเนินการ การเลอื กต้งั แบบน้ีถอื ประเทศเป็นเขตเลอื กต้งั คะแนนทไี่ ดแ้ ละสดั ส่วนของ สส. จะ
เป็นไปตามที่ กกต. คานวณ
63.เฉลย ขอ้ 4. ศาลรัฐธรรมนูญ
เหตุผล ศาลรัฐธรรมนูญมอี านาจหนา้ ที่โดยสรุปคอื (1) พิจารณาวินิจฉัยว่า บคุ คลหรือพรรคการเมอื งใด กระทาการโดยใช้
สิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ เพ่อื ลม้ ลา้ ง การปกครองระบอบประชาธิปไตย อนั มพี ระมหากษตั ริยท์ รงเป็นประมขุ ตาม
รัฐธรรมนูญน้ี หรือเพ่ือให้ไดม้ าซ่ึงอานาจในการปกครองประเทศ โดยวิธีการซ่ึงมิไดเ้ ป็ นไปตามวิถีทางที่บัญญตั ิไว้ใน
รัฐธรรมนูญ หรือไม่ (2) พจิ ารณาส่ังยบุ พรรคการเมือง ตาม พรบ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าดว้ ย พรรคการเมอื ง พ.ศ. 2541
64.เฉลย ขอ้ 3. คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ
เหตุผล คณะกรรมการกจิ การกระจายเสียง กจิ การโทรทศั น์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. เป็นองคก์ รของ
รัฐทเ่ี ป็นอสิ ระ มอี านาจหนา้ ทีด่ าเนินการจดั สรรคล่ืนความถ่ีและกากบั การประกอบกจิ การวิทยุ กระจายเสียง วทิ ยโุ ทรทศั น์
และกจิ การโทรคมนาคมใหเ้ กิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน โดยมคี ณะกรรมการ กสทช. จานวน 11 ทา่ น ซ่ึงวุฒิสภาจะมี
มตเิ ลือกภายในกรอบเวลาท่ีกฎหมายกาหนด เพ่ือรับพระบรมราชโองการโปรดเกลา้ ฯ แตง่ ต้งั
65.เฉลย ขอ้ 1. เขา้ มาก่อต้งั ต้งั แต่ พ.ศ. 2509
เหตผุ ล องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (International Labour Organization : ILO) ก่อต้งั ในป พ.ศ.2462 พร้อมกับ
สนั นิบาตชาติ ภายใตส้ นธิสญั ญาแวร์ซาย ส่วนประเทศไทยเขา้ เป็นสมาชิกไอแอลโอในปี พ.ศ.2462 ซ่ึงไทยนบั เป็นหน่ึงใน
45 ประเทศทร่ี ่วมก่อต้งั ไอแอลโอ และเปิ ดสานกั งานประจาภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิ คในประเทศไทยเมื่อปี พ.ศ. 2509 โ ด ย
ปัจจุบนั สานกั งานน้ีดูแลการดาเนินงานของไอแอลโอในกวา่ 30 ประเทศในภูมภิ าค
66.เฉลย ขอ้ 2. รัฐธรรมนูญฉบบั ชวั่ คราว 27 มถิ นุ ายน 2475 คณะราษฎร
เหตุผล พระราชบญั ญตั ิธรรมนูญการปกครองแผ่นดินสยามชว่ั คราว พุทธศกั ราช 2475 เป็ นรัฐธรรมนูญฉบบั ชว่ั คราว ซ่ึง
ถือวา่ เป็นรัฐธรรมนูญฉบบั แรกแห่งราชอาณาจกั รสยาม ประกาศใชเ้ มอื่ วนั ท่ี 27 มถิ ุนายน พ.ศ. 2475 โดยเป็นผลพวงหลงั การ
ปฏวิ ตั ขิ องคณะราษฎร เมือ่ วนั ที่ 24 มถิ ุนายน พ.ศ. 2475 ซ่ึงรัฐธรรมนูญฉบบั แรกน้ีมรี ะยะเวลาบงั คบั ใชท้ ้งั หมดเพยี ง 5 เดือน
13 วนั จานวน 39 มาตรา และยกเลิกเมื่อวนั ที่ 10 ธนั วาคม 2475 เน่ืองจากการประกาศและบงั คบั ใชร้ ัฐธรรมนูญใหม่ ฉบบั
ถาวร
130
67.เฉลย ขอ้ 1. มองโกเลยี
เหตุผล ระบบก่ึงรัฐสภา-ก่ึงประธานาธิบดี เป็ นผลพวงมาจากการสร้างรัฐธรรมนูญของประเทศฝร่ังเศส ค.ศ.1958 ท่ีนา
รู ปแบบที่เป็ นข้อดีของการปกครองระบบรัฐสภา และระบบประธานาธิบดีมาผสมผสาน กนั โดยมอบอานาจให้
ประธานาธิบดีมาก แตใ่ นขณะเดียวกนั กใ็ หร้ ัฐสภา (ฝ่ ายนิติบญั ญตั )ิ ควบคุมการทางานของฝ่ ายบริหารดว้ ย มีใชอ้ ยใู่ นปัจจุบนั
เช่น ประเทศฝรั่งเศส ประเทศมองโกเลีย เป็นตน้
1. ประมุขของรัฐมาจากการเลือกต้งั จากประชาชนโดยตรง เรียกวา่ “ประธำนำธิบดี” อยใู่ นวาระ 5 ปี
2. ประธำนำธบิ ดมี ีอำนำจสูงสุด เป็นผแู้ ตง่ ต้งั นำยกรัฐมนตรีเป็ นหัวหน้ำฝ่ ำยบริหำร และเป็นฝ่ ายบริหารดว้ ย
3. ประธานาธิบดจี ะจดั สรรอานาจในการบริหารประเทศใหแ้ ก่นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี
4. ประธานาธิบดจี ึงมีอานาจทางการเมอื ง เชน่ เป็นประธานในทปี่ ระชมุ ครม. การอนุมตั ิ ลงนามในกฎหมาย
5. ประธานาธิบดสี ามารถยบุ สภาได้ ส่วนนายกรัฐมนตรีมาทาหนา้ ที่ผจู้ ดั การบริหาร จึงมอี านาจในการบริหารงาน
68.เฉลย ขอ้ 2. พ.ศ. 2488 รักษาสนั ตภิ าพและความมน่ั คงของประเทศสมาชิก
เหตุผล องค์การสหประชาชาติ เป็ นองค์การระหว่างประเทศระดบั โลกท่ีก่อต้งั ข้ึนในปี ค.ศ. 1945 (พ.ศ. 2488) ภายหลงั
สงครามโลกคร้ังที่ 2 ยตุ ลิ ง โดยมีสานกั งานใหญ่ต้งั อยทู่ ่ี กรุงนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา มวี ตั ถุประสงค์ ดงั น้ี
1. เพื่อธารงไวซ้ ่ึงสนั ติ และความมน่ั คงระหวา่ งประเทศ
2. เพ่ือพฒั นาความสัมพนั ธฉ์ ันมติ รระหวา่ งประชาชาติท้งั ปวง โดยยดึ การเคารพสิทธิอนั เท่าเทียมกนั
3. แกไ้ ขปัญหาระหวา่ งประเทศทางเศรษฐกจิ สังคม วฒั นธรรม หรือ มนุษยธรรม
4. ส่งเสริมสนบั สนุนการเคารพต่อสิทธิมนุษยชน และเสรีภาพข้นั มลู พ้ืนฐานสาหรับทุกคนโดยไมเ่ ลอื กปฏบิ ตั ิ
69.เฉลย ขอ้ 4. มีรัฐบาลเป็นเจา้ ของหรือผถู้ ือหุน้ รายใหญ่ และมีวตั ถปุ ระสงคเ์ พ่อื แสวงหาผลกาไร
เหตผุ ล รัฐวสิ าหกจิ หมายถึง องคก์ ารของรัฐบาล หน่วยงานธุรกจิ ทรี่ ัฐบาลเป็นเจา้ ของหรือบริษทั หา้ งหุน้ ส่วนนิตบิ คุ คล
ทีส่ ่วนราชการ หรือหน่วยงานธุรกจิ ของรัฐบาลมที นุ รวมอยดู่ ว้ ยเกนิ กวา่ ร้อยละ 50 มีการบริหารงานอยรู่ ะหว่างระบบราชการ
และระบบธุรกิจ เพ่อื หารายไดเ้ ขา้ รัฐ รัฐบาลจาเป็นตอ้ งหารายไดเ้ ขา้ รัฐ (นอกจากภาษีอากร) เพอื่ นาไปใชจ้ ่ายในการ
ทานุบารุง และพฒั นาประเทศชาติ เชน่
1. การไฟฟ้าฝ่ ายผลิต การทอ่ งเทีย่ วแห่งประเทศไทย องคก์ ารส่ือสารมวลชนแห่งประเทศไทย สานกั งานสลาก
กินแบง่ รัฐบาล การทา่ เรือแห่งประเทศไทย การรถไฟแห่งประเทศไทย องคก์ ารโทรศพั ทแ์ ห่งประเทศไทย
2. บริษทั การบนิ ไทย จากดั การทา่ อากาศยานแห่งประเทศไทย การส่ือสารแห่งประเทศไทย
3. การไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การประปาส่วนภูมิภาค สานักงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
แห่งชาติ การนิคมอตุ สาหกรรมแห่งประเทศไทย
70.เฉลย ขอ้ 2. เทศบาล อบต. อบจ.
เหตุผล เป็นรูปแบบการปกครองทอ้ งถิน่ ของไทยในปัจจุบนั
71.เฉลย ขอ้ 1. รัชกาลท่ี 5
เหตุผล ปกครองแบบเทศาภิบาล เป็นส่วนหน่ึงของการบริหารงานราชการส่วนภูมิภำค สังกดั กระทรวงมหาดไทย จดั ต้งั
ข้ึนในรัชกาลที่ 5 พ.ศ. 2435 ที่มีการปรับปรุงการปกครอง ซ่ึงถือว่าพระองค์ท่านไดร้ ิเร่ิมการวางรากฐานการปกครองแบบ
ประชาธิปไตยเป็นพระองค์แรก คือ การจดั ต้งั มณฑลเทศาภิบาล ปกครองหวั เมอื งตา่ งๆ โดยมอบหมายใหส้ มเดจ็ กรมพระยา
131
ดารงราชานุภาพ เสนาบดีกระทรวงมหาดไทยคนแรกนาไปปฏบิ ตั ิตามพระบญั ชา โดยแบ่งการปกครองเป็ น “เทศำภิบำล”
หรือ “มณฑลเทศาภิบาล” โดย (1) มณฑลเกดิ ข้ึนจากการรวมหลายเมอื ง, (2) เมือง เกดิ ข้นึ จากการรวมหลายอาเภอ, (3) อาเภอ
เกดิ ข้นึ จากการรวมหลายตาบล และ (4) ตาบล เกดิ ข้นึ จากการรวมหลายหมู่บา้ น
72.เฉลย ขอ้ 1. บุคคลมหี นา้ ที่ไปใชส้ ิทธ์ิเลอื กต้งั
เหตุผล หน้าที่ของประชาชนชาวไทย คือ บุคคลมีหนา้ ท่ีปฏิบตั ิตามกฎหมาย มีหนา้ ที่ไปใชส้ ิทธิเลือกต้งั บุคคลซ่ึงไม่ไป
เลอื กต้งั โดยไม่แจง้ เหตผุ ลอนั สมควร ยอ่ มเสียสิทธิตามท่กี ฎหมายบญั ญตั ิไว้
73.เฉลย ขอ้ 3. การส่งเสริมพฒั นาศกั ยภาพทางเศรษฐกจิ และสงั คมของชาติ
เหตผุ ล รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย เกิดข้ึนบนสถานการณ์ที่จะตอ้ งนาพาประเทศไปสู่การปกครองระบอบ
ประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ โดยมุ่งที่จะขยายสิทธิ เสรีภาพของประชาชน ลดการผูกขาดอานาจรัฐ ทาให้การเมืองมีความ
โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้
74.เฉลย ขอ้ 2. ตนเอง คู่สมรส บตุ รที่ยงั ไม่บรรลุนิตภิ าวะ
เหตผุ ล พระราชบญั ญตั ิประกอบรัฐธรรมนูญว่าดว้ ยการป้องกนั และปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ท่ีมกี ารแกไ้ ขเพ่ิมเตมิ (ฉบบั
ท่ี 2) พ.ศ. 2554) กาหนดใหผ้ ดู้ ารงตาแหน่งทางการเมือง และเจา้ หนา้ ทขี่ องรัฐท่ดี ารงตาแหน่งระดบั สูงมีหนา้ ท่ตี อ้ งยื่นบญั ชี
แสดงรายการทรัพยส์ ินและหน้ีสินของตน คู่สมรส และบุตรท่ียังไม่บรรลุนิติภำวะตามท่ีมีอยูจ่ ริง ในวนั ท่ีเขา้ รับตาแหน่ง
หรือวนั ท่พี น้ จากตาแหน่ง ต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช.
75.เฉลย ขอ้ 4. ศาลรัฐธรรมนูญ
เหตผุ ล ศาลรัฐธรรมนูญมีหนา้ ทีแ่ ละอานาจ ดงั ต่อไปน้ี (1) พิจารณาวินิจฉัยความชอบดว้ ยรัฐธรรมนูญของกฎหมายหรือ
ร่างกฎหมาย (2) พิจารณาวนิ ิจฉัยปัญหาเกย่ี วกบั หนา้ ที่และอานาจของสภาผแู้ ทนราษฎร วฒุ สิ ภา รัฐสภา คณะรัฐมนตรี หรือ
องคก์ รอิสระ (3) หนา้ ท่แี ละอานาจอ่ืนตามที่บญั ญตั ไิ วใ้ นรัฐธรรมนูญ
76.เฉลย ขอ้ 4. ตอ้ งระวางโทษจาคกุ ต้งั แต่ 1 – 10 ปี และปรับ 20,000 – 200,000 บาท หรือท้งั จาท้งั ปรับ
เหตุผล กฎหมำยระบุว่ำ ตอ้ งระวางโทษจาคุก ต้งั แต่ 1 – 10 ปี และปรับ 20,000 – 200,000 บาท หรือท้งั จาท้งั ปรับ และถูก
เพกิ ถอนสิทธิผูน้ ้นั 20 ปี และผูข้ ายเสียงมโี ทษทางอาญา ส่วนผซู้ ้ือมโี ทษหนกั กวา่ ถงึ ข้นั ยบุ พรรคการเมือง
77.เฉลย ขอ้ 2. บริหาร
เหตผุ ล พระราชกาหนด คือ กฎหมายที่บญั ญตั ิโดยฝ่ ายบริหาร (คณะรัฐมนตรี) พระราชกาหนดมอี ยู่ 2 ประเภท คอื
1. พระรำชกำหนดทั่วไป เป็นกรณีท่ตี ราพระราชกาหนดเพอื่ ประโยชนใ์ นอนั ทจ่ี ะรักษาความปลอดภยั ของประเทศ
ความปลอดภยั สาธารณะ ความจาเป็ นรีบด่วนอนั มิอาจหลีกเล่ียงได้ และเมื่อประกาศใชแ้ ลว้ ในการประชุม
รัฐสภาคราวตอ่ ไป คณะรัฐมนตรีตอ้ งเสนอพระราชกาหนดน้นั ตอ่ รัฐสภา เพือ่ ใหร้ ัฐสภาพิจารณาโดยไม่ชักช้ำ
2. พระรำชกำหนดเก่ียวกบั ภำษีและเงินตรำ เป็นกรณีที่ตราพระราชกาหนดเก่ียวกบั ภาษีอากรหรือเงินตรา ซ่ึงตอ้ ง
ได้รับการพิจารณาโดยด่วนและลับเพ่ือรักษาประโยชน์ของแผ่นดินในระหว่างสมัยประชุมสภา ละเม่ือ
ประกาศใชแ้ ลว้ จะตอ้ งนาเสนอตอ่ สภาผแู้ ทนราษฎรภายในสามวนั นบั แต่วนั ถดั ประกาศในราชกจิ จานุเบกษา
132
78.เฉลย ขอ้ 1. ถือว่าการกระทาน้นั ไมเ่ ป็นความผิดและบุคคลเหล่าน้นั พน้ โทษ
เหตผุ ล นิรโทษกรรม คือ การออกกฎหมายยกเลิกควำมผิดน้นั ให้กับผ้ทู ่กี ระทำผดิ ทาใหผ้ ทู้ ่กี ระทาผิดไม่ต้องรับโทษ เพราะ
ถือวา่ การกระทาน้นั ไม่เป็นความผิด ส่วนผทู้ ่ีรับโทษไปแลว้ กใ็ หพ้ น้ จากการเป็นผูก้ ระทาผดิ
79.เฉลย ขอ้ 2. ผเู้ ชา่ ซ้ือผดิ นดั ไมช่ าระคา่ เช่าซ้ือสองงวดติดต่อกนั
เหตผุ ล สัญญาเช่าซ้ือ คือ สัญญาที่เจา้ ของทรัพยส์ ินเอาทรัพยส์ ินของตนออกใหผ้ ูอ้ ื่นเช่า เพ่ือใชส้ อยหรือเพื่อให้ได้รับ
ประโยชน์ และใหค้ ามน่ั ว่าจะขำยทรัพย์น้ัน หรือจะใหท้ รัพยส์ ินที่เชา่ ตกเป็นสิทธิแกผ่ เู้ ช่าซ้ือ เมื่อได้ใช้เงนิ จนครบตามที่ตก
ลงไวโ้ ดยการชาระเป็นงวด ๆ จนครบตามขอ้ ตกลง
1. กำรเช่ำซื้อ สังหำริมทรัพย์ หรือ อสังหำริมทรัพย์ กฎหมายไดก้ าหนดแบบของสัญญาเช่าซ้ือไวเ้ หมือนกนั คือ
ต้องทำเป็ นหนังสือ มิฉะน้ันตกเป็ นโมฆะ (อสงั หาริมทรัพย์ และสังหาริมทรัพยช์ นิดพเิ ศษ ทาเป็นหนงั สือ ยงั ไม่
จดทะเบียน)
2. ผูใ้ หเ้ ชา่ ซ้ือมสี ิทธิบอกเลกิ สัญญาไดเ้ มื่อ ผู้เช่ำซื้อผิดนัดไม่ให้เงนิ สองครำวตดิ ๆกัน แต่ถา้ เป็นการทาสัญญาเชา่ ซ้ือ
รถยนต์และรถจักรยำนยนต์ ผูใ้ หเ้ ช่าซ้ือจะบอกเลิกสญั ญาไดเ้ มือ่ ผเู้ ชา่ ซ้ือผดิ นดั ไม่ชำระค่ำเช่ำซ้ือ 3 งวดตดิ กนั
และผูใ้ หเ้ ช่าซ้ือไดม้ หี นงั สือบอกกล่าวผูเ้ ชา่ ซ้ือใหช้ าระราคาคา่ งวดท่คี า้ งชาระน้นั แลว้
80.เฉลย ขอ้ 2. ตาย
เหตุผล การเริ่มสภาพบุคคล มีองคป์ ระกอบสาคญั 2 ประการ คือ (1) คลอด และ (2) อยรู่ อดเป็นทารก ส่วน สภาพบุคคล
ส้ินสุดลงเม่ือตำย แต่มิไดม้ ีเฉพาะการตายซ่ึงเรียกการตายตามธรรมชาติเท่าน้ัน แต่ยงั มีการตายตามผลของกฎหมายซ่ึง
เรียกวา่ การหายสาบสูญ ดว้ ย ซ่ึงการตายแบง่ ออกเป็น 2 ประการ
1. กำรตำยตำมธรรมชำติ
2. กำรสำบสูญ การที่บุคคลใดจะถูกคาส่งั ศาลใหเ้ ป็นบคุ คลสาบสูญไดน้ ้นั จะตอ้ งหายไปจากถน่ิ ทอ่ี ยู่ โดยไมท่ ราบ
ไดว้ ่ายงั มีชีวิตอยหู่ รือตายไปแลว้ หากเป็ นกรณีธรรมดา กฎหมายกาหนดระยะเวลาที่หายไป คือ 5 ปี / และใน
กรณีพิเศษ คือ 2 ปี
81.เฉลย ขอ้ 4. เม่อื การสมรสส้ินสุดลง การแบ่งสินสมรสจะตอ้ งนามาแบ่งใหเ้ ทา่ กนั ท้งั สองฝ่ าย
เหตุผล กฎหมายกาหนดว่า “เมื่อหยา่ กนั ใหแ้ บง่ สินสมรสใหช้ ายและหญิงไดส้ ่วนเทา่ กนั ” ซ่ึงการสิ้นสุดแห่งการสมรสมอี ยู่
3 ประการ คือ
1. การตาย (ตามธรรมชาติ) ของคูส่ มรส
2. ศาลมคี าส่งั ใหเ้ พกิ ถอนการสมรสท่เี ป็นโมฆียะ
3. การหยา่ ซ่ึงการหยา่ มีอยู่ 2 แบบ คือ
- กำรหย่ำแบบยนิ ยอม ตอ้ งทาเป็นหนงั สือ มีพยานลงลายมือช่อื อยา่ งนอ้ ย 2 คนและไปจดทะเบยี นหยา่
- กำรหย่ำโดยคำพิพำกษำของศำล การจะฟ้องหยา่ ได้ ตอ้ งมเี หตหุ ยา่ เช่น สามีหรือภริยาจงใจละท้ิงร้าง
อีกฝ่ ายหน่ึงไปเกินหนึ่งปี , ต้องคาพิพากษาถึงที่สุดให้จาคุกและได้ถูกจำคุกเกินหนึ่งปี , สมัครใจ
แยกกนั อยเู่ กนิ สำมปี , ถูกศาลสัง่ ใหเ้ ป็นบคุ คลสาบสูญหรือไปจากภูมิลาเนา หรือถ่ินท่ีอยเู่ ป็นเวลาเกิน
สำมปี , วกิ ลจริตตลอดมาเกินสำมปี และความวกิ ลจริตน้ันมลี กั ษณะยากจะหายได,้ สภาพแห่งกายไม่
อาจร่วมประเวณีไดต้ ลอดกาล, เป็นโรคติดต่ออยา่ งร้ายแรงอนั อาจเป็นภยั ใหอ้ ีกฝ่ ายหน่ึง และเร้ือรัง ไม่
มีทางทจ่ี ะหายได้ อีกฝ่ ายหน่ึงฟ้องหยา่ ได้
133
82.เฉลย ขอ้ 3. พินยั กรรม
เหตุผล นิติกรรม คือ การกระทาของบุคคลโดยชอบดว้ ยกฎหมายและมุ่งต่อผลในกฎหมายที่จะเกิดข้ึนอนั ไดแ้ ก่ การ
เคลื่อนไหวแห่งสิทธิ มีการก่อสิทธิ เปล่ียนแปลงสิทธิ โอนสิทธิ สงวนสิทธิและระงบั ซ่ึงสิทธิ เช่น สัญญาซ้ือขาย, สัญญากู้
เงนิ , สัญญาจา้ งแรงงาน สญั ญาให้ และพินยั กรรม เป็นตน้
83.เฉลย ขอ้ 1. ไม่เกิน 3 ปี นบั แต่วนั ทาสญั ญา
เหตผุ ล การขายฝาก หมายถึง สญั ญาซ้ือขายซ่ึงกรรมสิทธ์ิในทรัพย์สินตกไปยงั ผ้ซู ื้อ โดยมีขอ้ ตกลงกนั วา่
1. ผขู้ ายอาจไถท่ รัพยน์ ้นั คืนไดภ้ ายในเวลาทก่ี าหนดไวใ้ นสัญญา หรือตามกฎหมาย
2. ถา้ เป็นอสังหำริมทรัพย์ เช่น บา้ น ทดี่ นิ ต้องไถ่ภำยใน 10 ปี นบั แต่เวลาทมี่ กี ารซ้ือขาย
3. ถา้ เป็นสังหำริมทรัพย์ ต้องไถ่ภำยใน 3 ปี นบั แตซ่ ้ือขาย
4. หากเกนิ กาหนดตามกฎหมาย ถือวา่ กรรมสิทธ์ิในทรัพยส์ ินทซี่ ้ือขายฝากกนั ตกเป็นของผรู้ ับซ้ือฝากทนั ที
5. กรณีที่ทาสัญญากาหนดเวลาไถ่นำนเกินกว่ำ 10 ปี 3 ปี ก็ต้องลดลงมำเป็ น 10 ปี 3 ปี หรือถา้ ทาสัญญา
กาหนดเวลาไถต่ ่ากวา่ 10 ปี 3 ปี กจ็ ะขยายเวลามิได้
84.เฉลย ขอ้ 3. รถบรรทกุ 10 ลอ้
เหตุผล จานอง คอื การท่บี ุคคลคนหน่ึงเรียกวา่ “ผู้จำนอง” เอา “อสังหำริมทรัพย์” ของตน เช่น ทด่ี ินหรือทรัพยท์ ีก่ ฎหมาย
อนุญาตใหจ้ านองได้ ไปจดทะเบียนไวก้ บั บุคคลอกี คนหน่ึงเรียกวา่ “ผู้รับจำนอง” เพื่อเป็นหลกั ประกนั ในการชาระหน้ี ท้งั น้ี
โดยผจู้ านองไม่ต้องส่งมอบทด่ี ินหรือทรัพย์สินดงั กล่ำวน้ันให้แก่ผู้รับจำนอง ซ่ึงสัญญาจานอง ตอ้ งทาเป็นหนงั สือและนาไป
จดทะเบยี นต่อพนกั งานเจา้ หนา้ ที่ มฉิ ะน้ันสัญญำจำนองตกเป็ นโมฆะ
85.เฉลย ขอ้ 4. ยดึ ทรัพย์
เหตุผล หากมีการล่วงละเมิดกฎหมำยแพ่ง ไม่ปฏิบตั ิตามคาพิพากษาของศาล กอ็ าจะถูกยึดทรัพยข์ ายทอดตลาดเอาเงินที่
ขายไดม้ าชาระหน้ีตามคาพิพากษาของศาล โดยเจ้าพนกั งานบงั คบั คดี หรือ การบงั คบั ใหช้ าระหน้ี การให้ชดใชค้ ่าเสียหาย
หรือการกาหนดใหน้ ิตกิ รรมเป็นโมฆกรรม หรือโมฆยี กรรม
86.เฉลย ขอ้ 3. วิธีสกดั น้ามนั ปาลม์ เป็นไบโอดเี ซล
เหตผุ ล วธิ ีสกดั น้ามนั ปาลม์ เป็นเร่ืองของ “สิทธบิ ัตร” ซ่ึงหมายถึง หนงั สือสาคญั ที่รัฐออกให้เพ่ือคมุ้ ครอง 2 ประเภท ไดแ้ ก่
1. กำรประดษิ ฐ์ (Invention) เชน่ กลไกของเคร่ืองยนต,์ ยารักษาโรค, วิธีการในการเกบ็ รักษาพชื ผกั ผลไมไ้ ม่ใหเ้ น่าเสีย
เร็วเกนิ ไป เป็นตน้ มีอายคุ วามคมุ้ ครองเป็นระยะเวลำ 20 ปี นบั แตว่ นั ยนื่ คาขอ
2. กำรออกแบบผลิตภัณฑ์ (Product Design) หมายถึง ความคิดสร้างสรรค์เกี่ยวกบั รูปร่างลักษณะภายนอกของ
ผลิตภณั ฑ์ ทีแ่ ตกต่างไปจากเดิม เช่น การออกแบบแกว้ น้าใหม้ ีรูปร่างเหมือนรองเทา้ เป็นตน้ มอี ายคุ วามคุม้ ครอง
เป็นระยะเวลำ 10 ปี นบั แตว่ นั ยน่ื คาขอ
- ข้ออื่นๆ ไม่ใช่คำตอบเพราะ เป็ นงำนที่มลี ิขสิทธ์ิ
134
87.เฉลย ขอ้ 3. ถา้ สมคดิ อ่านหนงั สือเตรียมสอบ กจ็ ะไมม่ ีเวลาพาสุนขั ไปเดนิ เลน่
เหตผุ ล โลกน้ีไมม่ ีอะไรฟรี คือ การที่เราไดส้ ่ิงทเ่ี ราชอบ เราตอ้ งสละของอีกส่ิงหน่ึงที่เราชอบดว้ ย (ทกุ คนตอ้ งเผชญิ การได้
อยา่ งเสียอยา่ ง) หรือ "there’s no free lunch" ไม่มอี ะไรท่ีฟรีจริงๆ ซ่ึง Milton Friedman นกั เศรษฐศาสตร์รางวลั โนเบิลชื่อดัง
นาเอาวลีในภาษาองั กฤษน้ีมาใชใ้ นเศรษฐศาสตร์ กล่าวคือ หากจะไดอ้ ะไรมากจ็ าเป็ นตอ้ งเอาบางส่ิงหรือหลายสิ่งไปแลก
เพราะทกุ สิ่งท่ไี ดม้ าลว้ นมตี น้ ทนุ ท้งั ส้ิน เชน่ คนประสบความสาเร็จในชีวติ กต็ อ้ งเสียสละเวลาทค่ี วรเอาไปหาความสุข อยาก
มีรูปร่างสวยกต็ อ้ งยอมเสียสละไม่กินอะไรตามใจชอบ อยากรักษาโรคใหห้ ายกต็ อ้ งยอมรับผลขา้ งเคยี งทเ่ี กดิ ข้นึ
88.เฉลย ขอ้ 3. ในระบบเศรษฐกิจ หน่วยธุรกจิ หรือหน่วยผลติ จะทาหนา้ ทเี ป็นท้งั ผซู้ ้ือและผขู้ ายกบั หน่วยครัวเรือน
เหตผุ ล กล่าวไดถ้ ูกตอ้ ง ส่วนข้อ 2 ผิด เพราะ เศรษฐศาสตร์ หมายถึง การศึกษาถึงวิธีกำรจัดสรรทรัพยำกรท่ีมีอยู่จำกัด
อยา่ งมปี ระสิทธิภาพ ในการผลติ สินคา้ และบริการต่างๆ เพอ่ื สนองตอบความตอ้ งการของมนุษยซ์ ่ึงมีอยไู่ มจ่ ากดั
89.เฉลย ขอ้ 2. มีประสิทธิภาพในการจดั การกบั ทรัพยากรไดด้ กี ว่า
เหตผุ ล เนื่องจากผผู้ ลิตแตล่ ะรายตอ้ งแขง่ ขนั กนั ขายสินคา้ และบริการใหม้ ากทส่ี ุด จึงตอ้ งปรับปรุงเทคนิคการผลิตอย่เู สมอ
ทาให้คุณภาพของงานและคุณภาพของสินค้าดีข้ึน กล่าวคือ ระบบเศรษฐกิจแบบเสรี (Free Economy) หรือทุนนิยม
(Capitalism)
90.เฉลย ขอ้ 2. บริษทั ปูนซีเมนตไ์ ทยจากดั ไดร้ ับผลกระทบจากการข้นึ ราคาน้ามนั เช้ือเพลงิ ในประเทศ
เหตุผล เศรษฐศาสตร์จุลภาค (microeconomics) เรียกอีกช่ือหน่ึงว่า ทฤษฎีราคา (Price Theory) เป็ นการศึกษาพฤติกรรม
ทางเศรษฐกจิ ของหน่วยเศรษฐกิจใดหน่วยเศรษฐกจิ หน่ึง
91.เฉลย ขอ้ 4. คา่ เช่า และ ดอกเบ้ีย
เหตผุ ล ปัจจยั ทีถ่ กู นามาผลติ เป็นสินคา้ และบริการน้นั มีอยู่ 4 ประเภท ดงั น้ี
1.ที่ดนิ (Land) ท่ีดิน และทรัพยากรธรรมชาติอื่นๆ ทีเ่ กดิ ข้ึน เองตามธรรมชาติ เช่น แร่ธาตุ ป่ าไม้ น้า (จะได้ค่ำเช่ำ)
2.แรงงำน (Labor) ทรัพยากรมนุษย์ ไดแ้ ก่ ความรู้ ความคิด ในการผลิตสินคา้ และบริการ (จะได้ค่ำจ้ำง)
3.ทุน (Capital) เครื่องจกั ร เคร่ืองมอื อาคาร โรงงาน สิ่งก่อสร้าง (จะได้ดอกเบี้ย)
4.ผู้ประกอบกำร (Entrepreneur) นาเองปัจจยั การผลติ ท้งั 3 สิ่ง มาผลติ สินคา้ และบริการ (ผลู้ งทนุ ) (จะได้กำไร)
92.เฉลย ขอ้ 3. ผผู้ ลิตในตลาดแข่งขนั สมบรู ณ์คือผรู้ ับราคา และผผู้ ลติ ในตลาดผกู ขาดคอื ผกู้ าหนดราคา
เหตุผล ลกั ษณะของตลาดแข่งขนั สมบูรณ์เป็นตลาดที่มีราคาเดียว (One price) โดยราคาทเ่ี กดิ ข้ึนน้ีเป็ นราคาทีเ่ กิดจากผูซ้ ้ือ
และผูข้ ายจานวนมาก ดงั น้นั ท้งั ผซู้ ้ือและผูข้ ายแตล่ ะรายจึงเป็ นฝ่ ำยยอมรับรำคำ รวมท้งั ผซู้ ้ือและผขู้ ายมีจานวนมากราย และ
แต่ละรายไม่มอี ทิ ธิพลในกำรกำหนดรำคำตลำด ส่วนตลาดผกู ขาดน้นั จะมลี กั ษณะตรงกนั ขา้ มกบั ตลาดแข่งขนั สมบูรณ์ โดย
ผูข้ ายหรือธุรกิจท่ีอยใู่ นตลาด มีเพียงรายเดียวเท่าน้ัน จึงกำหนดรำคำได้ เช่น การผลิตสินคา้ ประเภทสาธารณูปโภค ไดแ้ ก่
ไฟฟ้า ประปา
135
93.เฉลย ขอ้ 2. มากกว่าปริมาณสินคา้ ที่ผผู้ ลิตตอ้ งการขาย และเกิดอุปสงคส์ ่วนเกินในตลาด
เหตุผล ราคาใด ๆ ท่ีต่ำกว่ำรำคำดุลยภำพจะทาใหเ้ กิดอปุ สงคส์ ่วนเกิน (สินค้ำจะมรี ำคำแพง) และราคาใด ๆ ท่สี ูงกว่าราคา
ดุลยภาพจะทาใหเ้ กิดอปุ ทานส่วนเกนิ (สินค้ำจะมีรำคำลดลง)
94.เฉลย ขอ้ 4. เป็นการวดั ทางดา้ นปริมาณเทา่ น้นั แตไ่ มไ่ ดว้ ดั คุณภาพของสินคา้ และบริการ
เหตผุ ล GDP ผลิตภณั ฑ์มวลรวมในประเทศ (Gross Domestic Product) หมายถึง มูลค่าการผลิตสินคา้ และบริการข้นั
สุดทา้ ยในช่วงระยะเวลาหน่ึง ภำยในเขตแดนของประเทศเท่ำน้ัน เช่น ถา้ เป็นบริษทั ต่างชาติ ที่ผลติ สินคา้ อยใู่ นประเทศไทย
มนั จะรวมเขา้ เป็นส่วนหน่ึงของ GDP ไทย
ส่วนคาวา่ “มูลค่ำกำรผลิตสินค้ำและบริกำรข้ันสุดท้ำย” น้นั หมายถึง สินคา้ และบริการทถ่ี กู ซ้ือไปโดยผูบ้ ริโภคคน
สุดทา้ ยเท่าน้นั ท่ีจะถกู นบั รวมใน GDP สาหรับ มูลค่าของสินคา้ ท่ีซ้ือขายและถกู นาไปใชร้ ะหว่างข้นั ตอนการผลติ ก่อนถงึ มอื
ผบู้ ริโภคทีแ่ ทจ้ ริง จะไม่ถูกนับรวม *** (ขอ้ 1 ผดิ เพราะ GDP ไมส่ ามารถใชว้ ดั คนเช้ือชาติใดเช้อื ชาติหน่ึงได)้
จดุ อ่อนของกำรใช้ GDP
1. GDP ไมไ่ ดร้ วมผลของทรัพยากรธรรมชาตทิ ีถ่ กู ทาลาย เช่น การขดุ เจาะน้ามนั และก๊าซธรรมชาติ
2. ไม่ไดร้ วมผลกิจกรรมทางเศรษฐกจิ ท่กี อ่ ใหเ้ กดิ ผลเสียตอ่ สังคม เชน่ การผลติ ส่ิงเสพยต์ ดิ และสิ่งมึนเมา
3. การใช้ GDP เป็ นตวั วดั ของประชาชนน้นั เป็ นการวดั ท่ีไม่น่าจะมีประสิทธิภาพกบั ประเทศที่มีความเหลอ่ื มล้า
ของรายไดส้ ูง
4. การใช้ GDP วดั Happiness ของประชาชนผา่ นความร่ารวย ซ่ึงมนั เป็นไปไม่ไดเ้ ลยท่ีการมคี วามมง่ั คง่ั จะนาไปสู่
ความสุขเสมอไปเพราะความสุขของคนน้นั ไมไ่ ดข้ ้นึ อยกู่ บั ปัจจยั ทางการเงนิ เพยี งอยา่ งเดยี ว
95.เฉลย ขอ้ 1. การส่งออกสุทธิ
เหตุผล ประเทศไทยมมี ูลค่าการส่งออกทสี่ ูงมาก และนบั เป็นประเทศที่ตอ้ งพ่ึงพาการส่งออก ตวั เลขการส่งออกในปี 2010
จากธนาคารแห่งประเทศไทยระบุว่า ลูกคา้ รายใหญ่ท่ีสุดของไทย คือ ประเทศจีน รองลงมาจึงเป็ นญ่ีป่ ุนและสหรัฐฯ
ตามลาดบั รวมท้งั ในปี 2010 ไทยส่งสินคา้ ไปยงั ตลาดอาเซียนมากกวา่ การส่งออกไปสหรัฐกบั ญปี่ ่ นุ รวมกนั ประมาณ 10%
ขอ้ มลู จากกระทรวงพาณิชยร์ ะบวุ า่ สดั ส่วนมูลคา่ สินคา้ ส่งออกของไทยประกอบดว้ ยสินคา้ เกษตรกรรม (กสิกรรม,
ปศสุ ตั ว,์ ประมง) 11%, สินคา้ อุตสาหกรรมการเกษตร 6.8%, สินคา้ แร่และเช้ือเพลิง 5.1% และสินคา้ อตุ สาหกรรม 76.9% จะ
เหน็ ไดว้ า่ รายไดห้ ลกั ของการส่งออกไทยมาจากสินคา้ อุตสาหกรรม
96.เฉลย ขอ้ 4. การเพมิ่ อตั ราเงินสดสารองตามกฎหมาย
เหตุผล นโยบายการเงินแบบเขม้ งวด จะถูกนามาใชเ้ ม่ือระบบเศรษฐกิจอยใู่ นภำวะเงินเฟ้อ และกิจกรรมทางเศรษฐกิจ
ขยำยตัวเร็วเกินกว่ำที่ทรัพยากรในประเทศจะสามารถรองรับได้ ธนาคารแห่งประเทศไทยจะออกมาตรการต่าง ๆ เพ่ือลด
ปริมำณเงนิ ในระบบลดลง อาทิ การนาพนั ธบตั รออกขาย การเพิม่ อตั ราดอกเบ้ยี มาตรฐาน การกาหนดสดั ส่วนสินเชอ่ื ต่อเงิน
ฝาก การควบคมุ การขยายตวั ของสินเชื่อ และในกรณีทรี่ ุนแรงทส่ี ุด คือ กำรเพม่ิ อตั รำเงนิ สดสำรองตำมกฎหมำย การดาเนิน
นโยบายในลกั ษณะน้ีจะทาใหอ้ ตั ราดอกเบ้ียปรับตวั สูงข้นึ ซ่ึงจะส่งผลใหก้ ารลงทนุ และเศรษฐกจิ ชะลอตวั ลงในที่สุด
136
97.เฉลย ขอ้ 3. คนไทยทกุ คนไม่วา่ จะมีงานทาหรือไมม่ งี านทา ยอ่ มมหี นา้ ทเี่ สียภาษี
เหตุผล ภาษี หมายถงึ เงนิ ที่เรียกเกบ็ จากประชาชนเพอื่ นาไปพฒั นาประเทศ ซ่ึงมอี ยู่ 2 ประเภท คือ
1. ภำษีทำงตรง เป็ นภาษีท่ีเก็บจากประชาชนท่ีมีรายไดจ้ ากการประกอบอาชีพและภาษีท่ีไดจ้ ากการประกอบ
กจิ การทางการคา้ บริการ และอตุ สาหกรรม (ตอ้ งยน่ื ภาษีเงินไดภ้ ายใน 31 มนี าคมของทกุ ปี )
2. ภำษีทำงอ้อม เป็นภาษที ี่เกบ็ จากประชาชนเมอื่ ซ้ือสินคา้ และบริการตา่ งๆทเี่ รียกกนั อีกอยา่ งหน่ึงวา่ ภาษมี ูลค่าเพิ่ม
ซ่ึงประชาชนทกุ คนจาเป็นทจ่ี ะตอ้ งเสียภาษี
98.เฉลย ขอ้ 3. ภาวะเงนิ ฝื ดคือภาวะที่ระดบั ราคาสินคา้ โดยทว่ั ไปลดลง
เหตุผล ภาวะเงินฝื ดเป็นภาวะทตี่ รงกนั ขา้ มกบั ภาวะเงินเฟ้อ คือ ปริมาณเงินในระบบมีน้อยกวา่ ความตอ้ งการ หรือสรุปได้
ง่าย ๆ คือ ภำวะที่สินค้ำโดยทั่วไปมีระดับรำคำลดลงเร่ือย ๆ ซ่ึงไม่ไดห้ มายความว่าสินคา้ ทุกชนิดจะตอ้ งมีราคาลดลง โดย
อาจจะเกดิ จาก
1. กำรขำดแคลนเงินทุนหรือเงินออม ทาให้อตั ราดอกเบ้ียสูงข้ึน ทาให้การกูย้ ืมไปลงทุนลดนอ้ ย การผลิตลด
นอ้ ยลง จึงมกี ารจา้ งงานลดระดบั ลง รายไดป้ ระชาชนกล็ ดลงตามไป ทาใหภ้ าวการณ์ซ้ือขายชะลอตวั
2. มีกำรส่งเงนิ ทนุ ออกต่ำงประเทศมำกเกนิ ไป จึงเป็นเหตุใหส้ ูญเสียเงินตราตา่ งประเทศไปจานวนมาก และเกดิ ผล
กระทบทาใหเ้ งนิ ทุนลดนอ้ ย ภาวะดอกเบ้ยี จึงสูงข้ึนว่า
3. มีกำรจดั เกบ็ ภำษที ำงตรงในอัตรำสูงมำก จนประชาชนเหลือเงนิ ใชจ้ ่ายนอ้ ยเกนิ ไป
4. รัฐบำลจัดกำรพิมพ์ธนบัตรออกหมนุ เวียนใช้ไม่เพียงพอกบั ความจาเป็นของภาวะเศรษฐกิจขณะน้นั
99.เฉลย ขอ้ 1. ท้งั สองประเทศจะไดร้ ับประโยชน์จากการคา้ ร่วมกนั
เหตุผล อดมั สมิธ นกั เศรษฐศาสตร์คลาสสิกในปลายศตวรรษที่ 18 ไดเ้ สนอทฤษฎี กำรได้เปรียบโดยสัมบูรณ์ โดยยดึ
หลกั การแบง่ งานกนั ทาตามความถนดั มาใช้ เขาเห็นว่าการคา้ ระหว่างประเทศจะก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศคู่ค้ำเม่ือ
แต่ละประเทศยดึ หลกั ในเรื่องการแบง่ งานกนั ทา คือ ประเทศใดทถี่ นดั ในการผลติ สินคา้ อยา่ งใด กค็ วรผลติ สินคา้ อยา่ งน้นั ซ่ึง
ไดร้ ับประโยชนจ์ ากการคา้ ร่วมกนั
100.เฉลย ขอ้ 3. ไม่เกบ็ ภาษีศุลกากรของประเทศในกลมุ่
เหตุผล AEC หรือ ASEAN Economics Community คือ การรวมตวั ของชาติใน ASEAN เพื่อท่ีจะให้มีผลประโยชน์ทาง
เศรษฐกจิ ร่วมกนั จะมีรูปแบบคลา้ ยๆ กลุ่ม Euro Zone นนั่ เอง จะทาใหม้ ผี ลประโยชน์, อานาจตอ่ รองตา่ งๆ กบั คู่คา้ ไดม้ ากข้ึน
และกำรนำเข้ำ-ส่งออกของชำติในอำเซียนกจ็ ะเสรี (ยกเวน้ สินคา้ บางชนิดท่ีแต่ละประเทศอาจจะขอไวไ้ ม่ลดภาษีนาเขา้ ) โดย
จะมีผลจริงๆ จงั ๆ ณ วนั ที่ 31 ธนั วาคม 2558
137
ข้อสอบแบบปรนัย 5 ตวั เลือก เลือก 1 คำตอบท่ีถูกต้องทส่ี ุด จำนวน 50 ข้อ
1. ความเชื่อขอ้ ใด คือความแตกต่างระหว่างศาสนาพราหมณ์ ฮินดู และศาสนาพทุ ธ
1. ชีวิตหลงั ความตายมีไดม้ หี ลายชาติ
2. การหลุดพน้ จากความทุกขค์ อื เป้าหมายของชีวติ
3. มอี านาจสูงสุดทีไ่ มใ่ ช่พระเจา้
4. คนเราควรทาตนให้บริสุทธ์ิท้งั กายและใจ
5. ทาดไี ดด้ ีทาชว่ั ไดช้ ว่ั
2. การสารภาพบาปในศาสนาคริสตม์ จี ดุ ประสงคเ์ พอ่ื อะไร
1. เพื่อให้เราใกลช้ ิดศาสนาโดยการไปหาบาทหลวงท่ีโบสถบ์ อ่ ย ๆ
2. เพอ่ื ให้เราสบายใจเม่อื เผลอทาความผดิ ลงไป
3. เพือ่ เป็นการเริ่มตน้ ทาความดีหลงั จากยอมรบั ความผิดพลาด
4. เพื่อแสดงวา่ พระเจา้ ทรงรกั มนุษยแ์ ละพร้อมจะใหอ้ ภยั เราเสมอ
5. เพอื่ ให้เราไดร้ บั ความโปรดปรานจากพระเจา้ หลงั จากสารภาพผดิ
3. ความหมายของ “ซะกาต” ในศาสนาอิสลามตรงกบั ขอ้ ใด
1. สอนใหเ้ คารพพระเจา้ เพียงพระองคเ์ ดียว
2. การทาละหมาดวนั ละ 5 คร้งั
3. ห้ามบริโภคอาหารบางชนิด
4. ใหป้ ฏิบตั ิเคร่งครดั ในคาสอน
5. ให้สละทรพั ยเ์ พือ่ สงั คมตามสถานภาพ
4. ขอ้ ใดไม่ใช่ความหมายของ “ศรัทธา” ในพระพทุ ธศาสนา
1. ความเช่ือมน่ั ในพระรัตนตรัย
2. ความเชื่อมน่ั ในพระปัญญาของพระพทุ ธเจา้
3. ความเช่ือมน่ั แห่งเหตแุ ละผลของการกระทาในวฏั สงสาร
4. ความเชื่อมน่ั ในความเป็นอมตะของวิญญาณที่ตอ้ งคอยรับผลกรรม
5. ความเช่ือมนั่ แต่ละคนมีกรรมเป็นของตนทากรรมใดไวย้ อ่ มจะไดร้ ับผลกรรมน้นั อย่างแน่นอน
138
5. การฝึกจิตเพอ่ื ใหเ้ กิดปัญญา ตามคาสอนของพุทธศาสนามคี วามหมายตรงกบั ขอ้ ใด
1. การฝึกจติ ให้เรียบรอ้ ยเป็นปกติ
2. การฝึกจิตใหห้ นกั แน่นในการดารงชีวิต
3. การฝึกจติ ใหต้ ้งั มน่ั ไมห่ วนั่ ไหวในการประกอบอาชีพ
4. การฝึกจติ ให้แข็งแกร่งในการเผชิญปัญหาอปุ สรรค
5. การฝึกจิตให้ฉลาดสามารถรู้เท่าทนั ความจริงของชีวติ และโลก
6. การใหท้ านตามคาสอนของพระพุทธศาสนา มจี ดุ ประสงคห์ ลกั เพ่ืออะไร
1. สร้างความเทา่ เทยี มกนั ในสังคม
2. ชาระความโลภในใจ
3. ทาความดีเพื่อส่งผลใหเ้ กิดในภพภมู ิท่ดี ี
4. ให้เรารูจ้ กั ชว่ ยเหลือเพือ่ นมนุษย์
5. ใหต้ นไดท้ าความดแี ละชว่ ยเหลอื คนที่ขาดแคน
7. ขอ้ ใดคือคาตอบเก่ียวกบั อริยสจั 4 ท่ีถกู ตอ้ ง
1. รู้ทกุ ข์ ละสมุทยั ทานิโรธให้แจง้ ทามรรคให้เกิดมี
2. ละทกุ ข์ รูส้ มุทยั ทานิโรธใหเ้ กิดมี ทามรรคให้แจง้
3. ละทุกขส์ มุทยั ทานิโรธให้แจง้ ทามรรคให้เกิดมี
4. ละทุกขส์ มุทยั ทานิโรธกบั มรรคใหแ้ จง้
5. รู้ทกุ ขส์ มุทยั ทานิโรธกบั มรรคใหเ้ กิดมี
8. ขอ้ ใดคอื ความหมายของคาว่า “วนั มหาปวารณา”
1. วนั ท่ีพระสงฆเ์ ปิดโอกาสใหพ้ ระสงฆว์ า่ กล่าวกนั เองได้
2. วนั ที่พระสงฆเ์ ปิดโอกาสให้พระสงฆข์ อพรแลใหพ้ ระแกก่ นั และกนั
3. วนั ทพ่ี ระสงฆเ์ ปิดโอกาสให้ฆราวาสปวารณาตนรบั ใชพ้ ระสงฆ์
4. วนั ทีฆ่ ราวาสเปิดโอกาสให้พระสงฆว์ า่ กล่าวตกั เตอื นได้
5. วนั ทีพ่ ระสงฆเ์ ปิดโอกาสใหฆ้ ราวาสวา่ กล่าวตกั เตือนได้
9. ขอ้ ใดเป็นทาปฏิสันถารในการตอ้ นรับแขก
1. การหาน้าใหด้ ืม่
2. การยกเกา้ อ้ีให้นงั่
3. การหาของมาเล้ยี ง
4. การนาหนงั สือมามอบให้
5. การยกมอื ไหวท้ กั ทาย
139
10. ถึงคราวเลอื กต้งั เราพรอ้ มใจกนั ไปหยอ่ นบตั รเลอื กต้งั ตามหนา้ ที่พลเมอื งในระบอบประชาธิปไตย จดั วา่ ปฏิบตั ิตาม
หลกั ธรรมในหมวดใด
1. จริยา 3 2. อธิปไตย 3
3. สงั คหวตั ถุ 4 4. สาราณียธรรม 6
5. อปริหานิยธรรม 7
11. ประเทศใดท่ี “ประมุขแห่งรฐั ” ดารงตาแหน่งเป็น “หัวหนา้ รัฐบาล”
1. สหราชอาณาจกั ร
2. สหรฐั อเมริกา
3. ญป่ี ่ นุ
4. สหพนั ธส์ าธารณรฐั เยอรมนี
5. กมั พชู า
12. ขอ้ ใดกลา่ วไม่ถกู ตอ้ งเก่ียวกบั สิทธิมนุษยชน
1. เกิดข้นึ จากแนวคิดเร่ืองสิทธิตามธรรมชาติ
2. เป็นวถิ ีทางทีน่ าไปสู่สนั ตภิ าพ
3. เป็นสิทธิท่อี าจโอนไดต้ ามกฎหมาย
4. เป็นแนวคิดท่ีใชไ้ ม่ไดใ้ นประเทศตะวนั ออก
5. เป็นสิทธิที่ไมจ่ ากดั เช้ือชาติ
13. ขอ้ ใดกลา่ วไมถ่ กู ตอ้ งเกี่ยวกบั ศาล
1. คาวินิจฉยั ของศาลรัฐธรรมนูญผกู พนั ศาลอนื่ ดว้ ย
2. ศาลปกครองมีสามช้นั ไดแ้ ก่ศาลปกครองช้นั ตน้ ศาลปกครองช้นั อุทธรณ์และศาลปกครองสูงสุด
3. ประธานศาลฎีกาไม่มีอานาจในศาลทหาร
4. สานกั งานศาลยุตธิ รรมเป็นหน่วยธุรการของศาลยตุ ธิ รรม
5. คดอี าญาไมไ่ ดพ้ ิจารณาเฉพาะในศาลอาญาเทา่ น้นั
14. ขอ้ ใดเป็นขอ้ ความท่ีไมถ่ ูกตอ้ งเก่ียวกบั ระบบกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมไทย
1. นากฎหมายอิสลามทกุ ชนิดมาใชบ้ งั คบั สาหรับชาวมุสลิมในภาคใต้
2. เป็นประเทศใชร้ ะบบประมวลกฎหมายมาต้งั แตส่ มยั รชั กาลที่ 5
3. ผหู้ ญิงที่สัมผสั ตวั พระภิกษไุ ม่มโี ทษอาญาเพราะเป็นเพียงการฝ่าฝืนกฎหมายจารีตประเพณี
4. การทาร้ายร่างกายผอู้ ่ืนแมไ้ ดร้ บั ความยนิ ยอมอยา่ งเป็นความผิดอาญา
5. ศาลยตุ ธิ รรมไมส่ ังกดั กระทรวงยุตธิ รรม
140
15. ขอ้ ใดกลา่ วไม่ถูกตอ้ งเกี่ยวกบั การจดั เก็บภาษีอากร
1. ภาษยี าสูบไมไ่ ดจ้ ดั เก็บโดยกรมการคา้ ภายใน
2. การเกบ็ ภาษีจากสินคา้ ท่นี าเขา้ และส่งออกระหวา่ งประเทศไม่ไดจ้ ดั เกบ็ โดยกรมสรรพากร
3. กรมการขนส่งทางบกและกรมทางหลวงไมม่ ีอานาจร่วมกนั จดั เก็บภาษีรถยนต์
4. กรมสรรพากรไมม่ ีอานาจจดั เก็บภาษีสุรา
5. องคก์ รปกครองทอ้ งถิ่นไม่มอี านาจหนา้ ทีใ่ นการจดั เก็บภาษีอากร
16. ขอ้ ใดกลา่ วถกู ตอ้ งในเร่ืองกฎหมายทเ่ี ก่ียวขอ้ งกบั บุคคล
1. เดก็ หญงิ เมย้ สัญชาติพมา่ ซ่ึงมอี ายุ 7 ปี เมือ่ อยใู่ นประเทศไทยจงึ มหี นา้ ที่ยน่ื คาขอมีบตั รประจาตวั
ประชาชน
2. โรงแรมทน่ี ายเขม้ พกั ระหว่างการลาพกั ผ่อนเป็นเวลา 1 สปั ดาห์ ถือเป็นภูมิลาเนาของนายเขม้ โดยสภาพ
3. นางสาวอบุ ลอายุ 18 ปี ไดจ้ ดทะเบียนสมรสแลว้ ยอ่ มบรรลนุ ิติภาวะ
4. นายมงคลจะเป็นคนไร้ความสามารถตอ่ เมอื่ อยั การมคี าส่ังให้เป็นคนไร้ความสามารถ
5. นายดาจะรบั เดก็ หญิงขาวเป็นบุตรบุญธรรมนายดาตอ้ งทาหนงั สือสัญญาระหวา่ งนายดาและผปู้ กครอง
ของเดก็ หญิงขาวจงึ จะทาให้การรับบุตรบญุ ธรรมมผี ลสมบูรณ์
17. การกระทาใดของนายสดไม่ใช่นิติกรรม
1. นายสดใชไ้ มต้ ีมือนายใสเพื่อป้องกนั ตวั เพราะนายใสเขา้ มาจะใชม้ ีดทาร้าย
2. นายสดตกลงกบั นายสีเรื่องทน่ี ายสดเป็นลกู จา้ ง
3. นายสดบอกเลกิ สญั ญาเชา่ ท่ีดนิ ท่ีเช่าจากนายสาม โดยการบอกเลิกดว้ ยวาจา
4. นายสดแสดงเจตนาทาคาเสนอขายสินคา้ ไปยงั นายสิน ซ่ึงเป็นนกั ทอ่ งเทีย่ วชาวตา่ งชาตนิ ายสินตกลงซ้ือ
สินคา้ น้นั
5. นายสดปลดหน้ีนายสวนทต่ี ิดคา้ งกนั อยู่
18. ขอ้ ใดเป็นขอ้ ความทถ่ี ูกตอ้ ง
1. หญิงทาแทง้ ใหต้ นเองไม่เป็นความผดิ
2. ศาลเยาวชนและครอบครวั มีแห่งเดียวในประเทศไทย
3. ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผดู้ ารงตาแหน่งทางการเมอื งมีอานาจพจิ ารณาคดียึดซับในกรณีร่ารวย
ผิดปกตดิ ว้ ย
4. คดีอุทลุม หมายถึง การทพี่ นี่ อ้ งมีเพศสัมพนั ธ์ระหว่างกนั ไม่ได้
5. พยาบาลทาแทง้ ให้หญิงมคี รรภเ์ พราะหญิงน้นั มปี ัญหาสุขภาพรา้ ยแรงไมเ่ ป็นความผิด
141
19. ขอ้ ใดต่อไปน้ีเป็นขอ้ ความทถี่ ูกตอ้ ง
1. การซ้ือขายนาฬิกามลู คา่ 1,000,000 บาท ตอ้ งทาสญั ญาเป็นหนงั สือ
2. การกูย้ มื เงนิ ต้งั แต่ 1000 บาทข้นึ ไปน้นั ตอ้ งมหี ลกั ฐานแห่งการกูย้ ืมเป็นหนงั สืออย่างใดอย่างหน่ึงลง
ลายมอื ชื่อชื่อผยู้ ืมเป็นสาคญั จงึ จะฟ้องรอ้ งให้บงั คบั คดไี ด้
3. การจานากระบือไมต่ อ้ งมกี ารส่งมอบทรัพยแ์ ก่ผรู้ ับจานา
4. การซ้ือขายคอนโดมเิ นียมราคา 400,000 บาท ตอ้ งทาเป็นหนงั สือและจดทะเบยี น
5. สัญญาจะซ้ือจะขายบา้ นตอ้ งทาสญั ญาเป็นหนงั สือและจดทะเบียน
20. ขอ้ ใดเป็นขอ้ ความถูกตอ้ ง
1. เดก็ ชายมว่ งอายุ 13 ปี เล่นปืนกระสุนลน่ั ถกู เดก็ หญงิ ดาถงึ แกค่ วามตาย เด็กชายมว่ งไดร้ ับการยกเวน้ ความผิด
2. เด็กชายขาวอายุ 9 ปี เลน่ ปืนกระสุนถกู เดก็ หญิงดาถงึ แก่ความตาย เดก็ ชายขาวไดร้ ับการยกเวน้ ความผดิ
3. นางแสด คนวกิ ลจริต เล่นปื นกระสุนลนั่ ถูกเด็กหญงิ ดาถงึ แก่ความตาย นางแสดไดร้ ับการยกเวน้
ความผดิ
4. นางเหลอื ง คนวกิ ลจริต เล่นปื นกระสุนลนั่ ถกู เด็กหญงิ ดาถงึ แกค่ วามตาย นางเหลอื งไดร้ บั การยกเวน้
ความผดิ แตศ่ าลอาจส่งตวั ไปรักษาพยาบาลได้
5. เดก็ ชายเขยี วอายุ 13 ปี เล่นปืนกระสุนลนั่ ถกู เด็กหญงิ ดาถึงแกค่ วามตาย เดก็ ชายเขียวไดร้ ับการยกเวน้
โทษแต่ศาลอาจใชว้ ิธีการสาหรบั เดก็ ได้
21. ขอ้ ใดไม่ใช่ ตลาดในทางเศรษฐศาสตร์
1. ตลาดหลกั ทรัพย์
2. ตลาดท่ดี ิน
3. ตลาดดอกเบ้ยี
4. ตลาดประตูน้า
5. ตลาดปัจจยั การผลิต
22. ขอ้ ใดไม่ใช่แนวทางเพือ่ การพฒั นาเศรษฐกิจในชุมชน
1. ส่งเสริมความพอเพียงภายในชุมชนและพยายามลดการพ่งึ พงิ จากภายนอก
2. ส่งเสริมการเพม่ิ ศกั ยภาพในการผลติ ของชุมชน เพื่อเพมิ่ โอกาสในการแข่งขนั
3. ส่งเสริมความร่วมมือช่วยเหลือระหวา่ งสมาชิกในชุมชน เพ่ือแกไ้ ขปัญหาทส่ี มาชิกส่วนใหญ่กาลงั เผชิญ
อยู่
4. ส่งเสริมความร่วมมือกบั ชุมชนอ่นื ๆ เพอ่ื เรียนรูป้ ระสบการณ์และแนวทางในการแกไ้ ขปัญหาทีช่ ุมชน
ของตนกาลงั เผชิญ
5. ส่งเสริมการสอนหาแหลง่ เงินทนุ ทมี่ ขี อ้ เสนอท่ดี ี เพื่อนามาใช้ในกระบวนการผลิตของชุมชน
142
23. ขอ้ ใดเป็นความเหมือนระหวา่ งตลาดก่ึงแขง่ ขนั ก่ึงผูกขาดกบั ตลาดแขง่ ขนั สมบูรณ์
1. สินคา้ มีลกั ษณะแตกตา่ งกนั แตส่ ามารถใชท้ ดแทนกนั ไดใ้ นระดบั หน่ึง
2. ผผู้ ลติ มีอานาจในการกาหนดราคาสินคา้
3. มลี กั ษณะของการประหยดั ตอ่ ขนาด
4. ผผู้ ลติ จะไดก้ าไรปกตใิ นระยะยาว
5. มีการจดั รายการส่งเสริมการขายอยเู่ ป็นประจา
24. คุณสมบตั ิใดเป็นลกั ษณะของตลาดแขง่ ขนั สมบูรณ์
1. ในระยะยาว ผผู้ ลติ จะต้งั ราคาให้ต่าทีส่ ุดเท่าทีจ่ ะเป็ นไปได้
2. ผผู้ ลิตแขง่ ขนั กนั โดยใชก้ ารลงทนุ จานวนมากในการโฆษณาสินคา้
3. ผบู้ ริโภคมองว่าสินคา้ จากผูผ้ ลิตแตล่ ะรายเป็นสินคา้ ทใ่ี ชท้ ดแทนกนั ไมไ่ ด้
4. ผบู้ ริโภคมกี ารตอบสนองตา่ ทส่ี ุดตอ่ การเปลีย่ นแปลงราคาสินคา้
5. ผผู้ ลิตจานวนนอ้ ยรายสามารถเขา้ ถงึ วตั ถดุ บิ สาคญั ในการผลิต
25. ในภาวะเศรษฐกิจทรี่ าคาสินคา้ แพงข้นึ เรื่อย ๆ รัฐบาลสามารถบรรเทาความเดอื ดร้อนของประชาชนไดด้ ว้ ยมาตรการใด
1. กาหนดราคาสินคา้ ข้นั ต่า
2. กาหนดเพดานราคาสินคา้
3. เกบ็ ภาษรี ายไดส้ ่วนบุคคลเพม่ิ ข้ึน
4. เกบ็ ภาษีนาเขา้ วตั ถดุ บิ ในการผลิตเพิ่มข้ึน
5. ซ้ือสินคา้ ส่วนเกินในตลาด
26. ขอ้ ใดคือภาวะเงนิ เฟ้อท่ีเกิดจากสาเหตดุ า้ นอปุ ทาน
1. ราคาสินคา้ ทว่ั ไปลดลงอย่างตอ่ เนื่อง เนื่องจากตน้ ทุนการผลติ ลดลง
2. ราคาสินคา้ บริโภค อปุ โภคสูงข้ึนอยา่ งตอ่ เน่ือง เน่อื งจากการเพ่มิ ของคา่ จา้ งแรงงาน
3. ราคาอาหารและยารกั ษาโลกสูงข้ึนอยา่ งตอ่ เน่ือง เนื่องจากความตอ้ งการอาหารและยาเพ่ิมข้ึน
4. ราคาสินคา้ ทวั่ ไปสูงข้ึนอย่างต่อเนอ่ื ง เนื่องจากอปุ ทานของสินคา้ มากกว่าอุปสงคต์ อ่ สินคา้ ซ่ึงลดลง
อย่างตอ่ เน่ือง
5. ราคาสินคา้ จาเป็นในการครองชีพสูงข้นึ อย่างตอ่ เนื่อง เนื่องจากอปุ ทานของสินคา้ จาเป็นใน
การครองชีพนอ้ ยกว่าอปุ สงคต์ อ่ สินคา้ จาเป็นในการครองชีพซ่ึงเพ่ิมข้นึ อย่างต่อเน่ือง
143
27. หากประเทศ ก. ประสบปัญหาภาวะเงนิ เฟ้ออนั เน่ืองจากสาเหตุดา้ นอปุ สงค์ รัฐบาลของประเทศ ก. ควรใชม้ าตรการใด
ในการแกไ้ ขปัญหาเงนิ เฟ้อ
1. ขายหลกั ทรัพยร์ ฐั บาลเพ่ิมข้ึนและเกบ็ ภาษลี ดลง
2. เกบ็ ภาษเี พ่ิมข้ึนและขอร้องธนาคารพาณิชยใ์ ห้เพิ่มปริมาณการให้สินเช่ือ
3. เก็บภาษีเพ่ิมข้ึนและควบคมุ ธนาคารพาณิชยใ์ หล้ ดปริมาณให้สินเชื่อ
4. เพิ่มค่าใชจ้ า่ ยของภาครฐั และควบคุมธนาคารพาณิชยใ์ หล้ ดปริมาณการให้สินเช่ือ
5. ลดคา่ ใชจ้ ่ายของภาครัฐและขอรอ้ งให้ธนาคารพาณิชยเ์ พ่ิมปริมาณการให้สินเช่ือ
28. เมอ่ื ประเทศไทยอย่ใู นภาวะเศรษฐกิจตกต่าหรือถกู กดดนั จากภาวะเงินฝืด รฐั บาลควรใชม้ าตรการทางการเงินขอ้ ใด จึง
จะแกไ้ ขภาวะเศรษฐกิจตกตา่ ได้
1. ซ้ือคนื พนั ธบตั รรัฐบาลและลดอตั ราภาษหี มดราคาเพิ่ม
2. ลดอตั ราเงินสารองตามกฎหมายและลดอตั รารับชว่ งซ้ือลดตว๋ั เงนิ
3. ลดอตั ราภาษมี ลู ค่าเพ่มิ ลดอตั ราภาษีเงนิ ไดน้ ิตบิ คุ คลและซ้ือคืนพนั ธบตั รรัฐบาล
4. ลดอตั ราภาษเี งินไดน้ ิตบิ ุคคลเพ่ิมอตั รารับชว่ งซ้ือรถตวั๋ เงินและขายหลกั ทรพั ยร์ ฐั บาล
5. ลดอตั รารับชว่ งซ้ือลดตว๋ั เงนิ เพ่ิมและเร่งเบกิ จา่ ยงบประมาณของรัฐบาลในการสรา้ งรถไฟฟ้า
29. กาหนดให้ขอ้ มูลเก่ียวกบั การคา้ และการเงินระหวา่ งประเทศของประเทศ ก. กบั ต่างประเทศมดี งั น้ี
- ผลตา่ งสุทธิระหว่างมูลคา่ สินคา้ ส่งออกกบั มูลคา่ สินคา้ นาเขา้ ของประเทศ ก. กบั ประเทศอน่ื ๆ ที่เป็นคคู่ า้
เทา่ กบั - 10,000 ลา้ นบาท
- ดุลบริการมีมูลค่า เทา่ กบั +8,000 ลา้ นบาท
- มูลค่าการโอนเงนิ ไปชว่ ยเหลอื ต่างประเทศเทา่ กบั 2,000 ลา้ นบาท
- มลู ค่าเงนิ โอนท่ไี ดร้ บั ความชว่ ยเหลอื จากตา่ งประเทศเทา่ กบั 4,500 ลา้ นบาท
- มูลค่าของรายรบั จากการเคล่ือนยา้ ยทุนเท่ากบั 6,500 ลา้ นบาท
- มลู ค่าของรายจา่ ยจากการเคลอ่ื นยา้ ยทนุ เทา่ กบั 5,500 ลา้ นบาท
จากขอ้ มูลในสถานการณ์ดงั กล่าวสรุปไดว้ า่ ประเทศ ก. มีฐานะทางการคา้ และการเงินระหว่างประเทศกบั ประเทศต่าง ๆ
ดงั ขอ้ ใด
1. ขาดดลุ การคา้ 10,000 ลา้ นบาทและขาดดุลบญั ชีเดินสะพดั 500 ลา้ นบาท
2. ขาดดลุ เดนิ สะพดั 500 ลา้ นบาทและเกินดุลการชาระเงนิ 6,500 ลา้ นบาท
3. ขาดดลุ การคา้ 10,000 ลา้ นบาทและเกินดุลการชาระเงนิ 1,500 ลา้ นบาท
4. เกินดุลเดินสะพดั 10,000 ลา้ นบาทและเกินดลุ ชาระเงนิ 6,500 ลา้ นบาท
5. เกินดุลบญั ชีสะพดั 500 ลา้ นบาทและขาดดุลบญั ชีเงนิ ทนุ 2000 ลา้ นบาท
144
30. ประเทศ ก. จะกเู้ งินจากกองทนุ การเงินระหวา่ งประเทศเมือ่ ประเทศ ก. อยู่ในสถานการณ์ใด
1. ขาดดลุ บริการติดต่อกนั เป็นเวลานาน
2. ขาดดุลบญั ชีทุนติดตอ่ กนั เป็นเวลานาน
3. ขาดดุลบญั ชีทนุ ติดตอ่ กนั เป็นเวลานานและทุนสารองเงนิ ตราไมเ่ พยี งพอ
4. ขาดดลุ งบประมาณและกเู้ งินจากประชาชนจนถงึ ระดบั เพดานหน้ีสาธารณะแลว้
5. ขาดดุลการชาระเงินระหว่างประเทศและเกิดวกิ ฤตการณ์ทางเศรษฐกิจในระยะส้นั
31. ขอ้ ใดเป็นคากลา่ วท่ีไม่ถกู ตอ้ งเกี่ยวกบั หลกั ฐานทางประวตั ศิ าสตร์
1. พระพุทธรูปศลิ ปะอนิ เดียในกรุวดั ราชบูรณะจั ดเป็นหลกั ฐานปฐมภูมิ
2. จารึกจดั เป็นหลกั ฐานท่ีเก่าทส่ี ุดในประเทศไทย
3. หลกั ฐานทางศิลปกรรมเป็นหลกั ฐานทีพ่ บมาต้งั แต่สมยั กอ่ นประวตั ศิ าสตร์แลว้
4. ใบบอก จดั เป็นหลกั ฐานทางประวตั ศิ าสตร์ประเภทหนงั สือราชการ
5. หลกั ฐานทางประวตั ิศาสตร์ประเภทเอกสารการปกครอง เช่น ศภุ อกั ษร จดหมายเหตุของหลวงและ
สารตรา เป็นตน้
32. ขอ้ ใดไมใ่ ชส่ มั พนั ธ์กบั สมยั ก่อนประวตั ศิ าสตร์
1. ภาพเขียนบนเนินผาท่อี าเภอโขงเจียม จงั หวดั อบุ ลราชธานี
2. ศิลาจารึกทีเ่ ขียนบนผนงั ถ้า
3. ขวานหินมบี ่า
4. ใบหอกสาริดทมี่ ีส่วนผสมของทองแดงและดบี ุก
5. ลกู ปัดทาจากเปลือกหอยทีโ่ คกพนมดี อาเภอพนสั นิคม จงั หวดั ชลบรุ ี
33. ขอ้ ใดกลา่ วไดถ้ กู ตอ้ งท่ีสุด
1. เมื่อจบั ปรบั มหาศกั ราชใหเ้ ป็นพุทธศกั ราชตอ้ งบวกดว้ ย 1181
2. จุลศกั ราชเป็นรัชศกั ราชท่เี กิดข้ึนในรชั สมยั ของพระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกลา้ เจา้ อยู่หวั
3. รัชศกั ราชของพระเจา้ กนิษกะ กษตั ริยข์ องอินเดยี เรียกอีกอย่างวา่ มหาศกั ราช
4. รตั นโกสินทรศก เป็นรัชศกั ราชทเี่ ร่ิมมีใชม้ าต้งั แต่รัชสมยั ของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก
(รชั กาลท่ี 1)
5. กรุงศรีอยธุ ยาเสียกรุงคร้ังท่ี 2 ในมหาศกั ราช 1129
145
34. บคุ คลใดไดช้ ่ือวา่ เป็นบดิ าแห่งวชิ าประวตั ิศาสตร์และโบราณคดไี ทย
1. พลตรี หลวงวิจติ รวาทการ
2. พลตรี พระเจา้ วรวงศเ์ ธอกรมหมน่ื นราธิปพงศป์ ระพนั ธ์
3. พระยาอนุมานราชธน
4. สมเดจ็ พระเจา้ บรมวงคเ์ ธอ กรมพระยาดารงราชานุภาพ
5. สมเดจ็ พระเจา้ บรมวงศเ์ ธอเจา้ ฟ้า กรมพระยานริศรานุวตั ติวงศ์
35. ขอ้ ความใดเป็นคากล่าวที่ไมถ่ ูกตอ้ งเก่ียวกบั ระบบฟิวดลั หรือระบบศกั ดนิ าสวามภิ กั ด์ใิ นยุคกลางของยโุ รป
1. การปกครองโดยกษตั ริยข์ าดประสิทธิภาพ
2. บุคคลหน่ึงไม่สามารถเป็นไดท้ ้งั ลอร์ดและวสั ซาลในเวลาเดียวกนั
3. วสั ซาลตอ้ งให้ผลผลิตแก่ลอร์ดตามชนิดและจานวนทต่ี กลงไว้
4. เมอ่ื วสั ซาลทางานในท่ีดนิ ของลอร์ด วสั ซานจะไมไ่ ดร้ ับค่าจา้ ง
5. ขุนนางมกั ทาสงครามเพือ่ แย่งชิงความเป็นใหญ่ระหว่างกนั บ่อยคร้งั
36. ขอ้ ใดนบั เป็นมรดกของอารยธรรมกรีก
1. ภาษาฝรง่ั เศส
2. วชิ าแคลคูลสั
3. การผสมคอนกรีตแทนไมแ้ ละหิน
4. การผ่าตดั นาทารกออกจากครรภม์ ารดา
5. การแบ่งเขตการปกครองเป็นมณฑลจงั หวดั และอาเภอ
37. ขอ้ ใดไมม่ ีส่วนเกี่ยวขอ้ งกบั แนวคิดของจอหน์ ลอ็ ค
1. คากลา่ วทวี่ ่า L' Etat, e’est moi
2. เหตุการณ์งานเล้ียงน้าชาที่เมอื งบอสตนั ใน ค.ศ. 1773
3. การบกุ ทาลายคกุ บาสตีลในกรุงปารีสใน ค.ศ. 1789
4. การกอ่ ต้งั ประเทศสหรฐั อเมริกาใน ค.ศ. 1776
5. หนงั สือเรื่องสญั ญาประชาคมของ ฌอง ฌาครุสโซ
38. ขอ้ ใดไม่ใช่ผลของสงครามครูเสด
1. กษตั ริยม์ ีอานาจมากข้นึ
2. ระบบฟิวดลั ออ่ นแอลง
3. การคา้ ระหวา่ งเอเชียและยุโรปเจริญกา้ วหนา้
4. ชาวคริสเตยี นไดส้ ัมผสั และเรียนรู้โลกของชาวมสุ ลมิ
5. ลูกชายคนโตของตระกูลขนุ นางไดร้ ับประโยชน์ทางเศรษฐกิจ
146
39. ขอ้ ใดนบั เป็นผลของลทั ธิชาตินิยมท่ีเบง่ บานในยโุ รประหวา่ ง ค.ศ. 1815 - 1914
1. การรวมชาติของอิตาลี
2. การจดั ต้งั องคก์ ารสหประชาชาติ
3. การเกิดสงครามเพโลพอนเนเซียน
4. นโปเลยี น โบนาปาร์ต รุกรานดนิ แดนต่าง ๆ ทวั่ ยโุ รป
5. การประกาศใชน้ โยบายกลาสนอสต์ - เปเรสตอยกา
40. ขอ้ ใดไมส่ ามารถนบั เป็นสาเหตุของการก่อการรา้ ยในตะวนั ออกกลางในชว่ งคร่ึงหลงั คริสตศ์ ตวรรษท่ี 20
จนถงึ ปัจจบุ นั ได้
1. การรวมตวั กนั เพอื่ ก่อต้งั กลมุ่ AFTA
2. การกอ่ ต้งั ประเทศอสิ ราเอลใน ค.ศ. 1948
3. องั กฤษถอนตวั ออกจากภูมิภาคน้ีหลงั สิ้นสงครามโลกคร้งั ท่ี 2
4. การนบั ถือศาสนาอิสลามนิกายที่แตกต่างกนั ของชาวอาหรับและเปอร์เซีย
5. การทาสงครามยดึ ของอฟั กานิสถานของสหรัฐอเมริกาในช่วงปลาย ค.ศ. 2001
41. จากแผนท่ีมาตราส่วน 1 : 250,000 การวดั ระยะทางว่ิงมาราธอนในแผนทไ่ี ด้ 9 เซนตเิ มตร ถา้ นกั วิ่งผูท้ ่ีไดร้ บั รางวลั
ชนะเลิศว่ิงดว้ ยความเร็วคงที่ 10 นาที ต่อระยะทาง 2 กิโลเมตร จะถงึ เสน้ ชยั ดว้ ยเวลาเทา่ ใด
1. 2 ชวั่ โมง 8 นาที 30 วินาที
2. 1 ชว่ั โมง 52 นาที 30 วนิ าที
3. 1 ชวั่ โมง 50 นาที 30 วนิ าที
4. 1 ชว่ั โมง 45 นาที 30 วินาที
5. 1 ชวั่ โมง 30 นาที 30 วินาที
42. เวลามาตรฐานของไทยกาหนดตามเส้นเมอริเดยี นหรือลองจจิ ูดที่ 105 องศาตะวนั ออก ซ่ึงผา่ นจงั หวดั อุบลราชธานีแต่
ดา้ นตะวนั ตกของประเทศอยทู่ ี่ลองจิจูด 97 องศาตะวนั ออก ถา้ นกั เรียนในจงั หวดั อบุ ลราชธานีเขา้ ช้นั เรียนเวลา 08.30 น.
นกั เรียนในบริเวณตะวนั ตกของประเทศไทยจะเขา้ เรียนตามเวลาทอ้ งถน่ิ จริงเวลาใด
1. 09.02 นาฬกิ า
2. 08.30 นาฬกิ า
3. 07.58 นาฬิกา
4. 07.48 นาฬกิ า
5. 07.38 นาฬกิ า
147
43. ขอ้ ใดเป็นผลกระทบท่ดี วงจนั ทร์ไดร้ ับเนื่องจากการโคจรของโลกรอบดวงอาทิตย์
1. ดวงจนั ทร์โคจรรอบโลกครบ 1 รอบจะใชเ้ วลาเท่ากบั การหมนุ รอบตวั เอง 1 รอบ
2. ดวงจนั ทร์ใชเ้ วลาในการโคจรรอบโลก 1 รอบตอ้ งลดเวลา 1 วนั กบั 22 ชว่ั โมง
3. ดวงจนั ทร์และโลกตอ้ งใชเ้ วลาโคจรและหมนุ รอบตวั เองดว้ ยอตั ราและเวลาเดยี วกนั
4. ดวงจนั ทร์ใชเ้ วลาในการโคจรรอบโลก 1 รอบตอ้ งเพิม่ เวลา 1 วนั กบั 22 ชวั่ โมง
5. ดวงจนั ทร์โคจรรอบโลกครบ 1 รอบ และหมุนรอบตวั เอง 1 รอบตอ้ งใชเ้ วลา 27 วนั 8 ชว่ั โมงเทา่ กนั
44. ขอ้ ใดไม่ใช่ประโยชนจ์ ากการเปล่ียนแปลงทางกายภาพของเปลอื กโลกดว้ ยแรงปะทภุ ายในเกิดเป็นภูเขาไฟ
1. ก่อเกิดพ้นื ทีใ่ หม่เป็นเกาะภูเขาไฟโผลพ่ น้ กลางมหาสมทุ ร
2. มีส่วนช่วยในการปรบั ระดบั เปลือกโลกให้อยูใ่ นสภาวะสมดลุ
3. ทาให้เกิดแหล่งแร่พลงั งานเช้ือเพลงิ จากฟอร์ดซิวท้งั น้ามนั และกา๊ ซธรรมชาตทิ ่ีสาคญั
4. ทาให้หินอคั นีและหินช้นั ท่ลี าวาไหลผา่ นปรับสภาพ
5. เป็นหินทแ่ี ปลท่ีแข็งแกร่งข้ึนเป็นแหล่งทีม่ ดี นิ อุดมสมบรู ณเ์ หมาะแก่การเพาะปลูกพืชสวนไมผ้ ลและ
พืชอนื่ ๆ
45. การกระทาของใครทต่ี ดั สินใจเลือกต้งั ถ่ินฐานทเี่ หมาะสมกบั อนาคตมากท่ีสุด เพ่ือหลกี เลี่ยงการเกิดแผน่ ดินทรุดระหวา่ ง
1 - 3 เซนตเิ มตรตอ่ ปี และมีโอกาสเสี่ยงการขาดแคนน้าใตด้ ินทลี่ ดลงมากกว่า 1- 3 เมตรต่อปี
1. คุณบรรยง ยา้ ยจากกรุงเทพไปต้งั ถนิ่ ฐานท่อี าเภอโชคชยั จงั หวดั นครราชสีมา
2. คณุ บณั ฑูร ตดั สินใจยา้ ยออกจากตอนกลางของกรุงเทพไปท่อี าเภอลาลูกกา จงั หวดั ปทมุ ธานี
3. คุณบญั ชร ตดั สินใจยา้ ยจากตอนกลางของกรุงเทพไปอย่อู าเภอนครชยั ศรี จงั หวดั นครปฐม
4. คุณบรรจบ ยา้ ยจากอาเภอพระประแดงจงั หวดั สมทุ รปราการไปอยู่อาเภอบา้ นแพว้ จงั หวดั สมุทรสาคร
5. คุณบรรเจิด หนีน้าท่วมจากจงั หวดั สุโขทยั มาอาศยั ในทดี่ อนยา่ นดอนเมอื งกรุงเทพมหานคร
46. อะไรคอื จุดเปลีย่ นแปลงสาคญั ทส่ี ุดท่ีทาใหท้ รัพยากรธรรมชาตเิ ส่ือมโทรมและลดลงอยา่ งรวดเร็วจนส่งผลกระทบต่อ
ส่ิงแวดลอ้ มอย่างรุนแรงทวั่ โลก
1. ความกา้ วหนา้ ของระบบสื่อสารทไ่ี ร้พรมแดน
2. ความเจริญกา้ วหนา้ ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
3. อิทธิพลของความขดั แยง้ ระหว่างโลกาภวิ ตั นก์ บั ทอ้ งถ่ินนิยม
4. อตั ราการเพม่ิ ข้นึ ของประชากรไทยและประชากรโลกที่สูงกวา่ ในอดีต
5. การเปลยี่ นแปลงพฤติกรรมการบริโภคและอุปโภคพ่ีอิงธรรมชาตมิ ากข้นึ
148
47. เมือ่ ประสบปัญหาภาวะโลกร้อน รฐั ควรเลือกดาเนินการแกไ้ ขตามขอ้ ใดจงึ เห็นผลอย่างรวดเร็วท่สี ุด
1. มมี าตรการท่ีเด็ดขาดในการป้องกนั การตดั ไมท้ าลายป่ ารวมถึงการยึดคนื ผนื ป่ าที่ถกู บุกรุก
2. ส่งเสริมการปลูกป่ าทดแทนอยา่ งเป็นระบบโดยเฉพาะในพ้ืนท่ีตน้ น้าลาธารที่เส่ือมโทรมทว่ั ไป
3. กาหนดพ้ืนท่ใี นการปลกู พชื แตล่ ะประเภทรวมท้งั จดั ระบบชลประทานเทคโนโลยีและการตลาดให้
เหมาะสม
4. มีมาตรการจูงใจส่งเสริมการลงทุนอุตสาหกรรมทไ่ี มก่ ่อมลภาวะและวางแผนการใชพ้ ้นื ที่อตุ สาหกรรม
แตล่ ะประเภทให้เหมาะสม
5. กาหนดนโยบายงดการใชเ้ ช้ือเพลิงฟอร์ดซิวในภาคขนส่งและอตุ สาหกรรมอยา่ งเร่งดว่ นส่งเสริมการใช้
พลงั งานสะอาดแทนอยา่ งจริงจงั
48. การกระทาใดเป็นการปกป้องการอนุรกั ษแ์ ละเพิม่ ความอดุ มสมบูรณ์ของทะเลชายฝั่งส่วนท่เี ป็นน้าเค็มไดเ้ หมาะสมทส่ี ุด
1. ชุมชนพุเตย ร่วมกนั ปลูกพชื มเี หงา้ ตน้ จกิ น้า มะกอกน้าและไมแ้ สมในเขตน้าเค็มเป็นป่ าชุมชน
2. ชาวบา้ นหาดละไมร่วมใจปลูกไมโ้ กงกาง ไมแ้ สม บริเวณชายหาดตอนบนเพิ่มมากข้นึ
3. หมู่บา้ นประมงปาเตะ๊ ร่วมกนั ปลูกตน้ จาก ไมต้ ะบูน และไมล้ าพูในเขตชายฝั่งทรุดตวั น้าลึก
4. ชุมชนปากน้าประแสชว่ ยกนั ปลกู พชื ลาย พชื ลอยน้า ตามบริเวณดนิ ตะกอนปากน้า
5. ชุมชนหลงลนิ ชว่ ยกนั รกั ษาและขยายพนั ธุส์ าหร่ายทะเลและหญา้ ทะเล ให้หนาแน่นแพร่กระจายคลมุ
พ้ืนท่ีมากข้ึน
49. นกั เรียนสามารถมีส่วนร่วมทางออ้ มในการอนุรักษท์ รัพยากรธรรมชาติส่ิงแวดลอ้ มไดใ้ นลกั ษณะใด
1. ร่วมกบั ชาวบา้ นเก็บผกั ตบชวาและขยะในแม่น้าลาคลอง
2. ใชน้ ้าประปาและไฟฟ้าอยา่ งประหยดั ท้งั ในบา้ นและทีส่ าธารณะตา่ ง ๆ
3. ร่วมปลกู ตน้ ไมต้ ดั แตง่ กิ่งไมแ้ ละทาความสะอาดท่ีสาธารณะในวนั แม่แห่งชาติ
4. จดั ทาเอกสารเผยแพร่แนะนาและช้ีแจงให้ประชาชนไดต้ ระหนกั ในปัญหาส่ิงแวดลอ้ มของทอ้ งถิน่
5. พยายามเลือกซ้ืออาหารผกั ผลไมใ้ นตลาดของทอ้ งถน่ิ มากกว่าอาหารทผ่ี ลิตจากโรงงานอตุ สาหกรรม
50. การออกแบบเพ่ือฟ้ื นฟสู มุนไพรทเ่ี จริญเตบิ โตไดด้ ีในป่ าดว้ ยแนวคิด สวนสมนุ ไพรทดแทน การกระทาตามขอ้ ใดจะ
บรรลุผลและมปี ระสิทธิภาพมากทีส่ ุด
1. คุณตาจ๋อม ปลกู พชื สมุนไพรผสมผสานในพ้นื ท่ีป่ าชุมชนของหมูบ่ า้ น
2. คุณลงุ จอ้ ย บุกเบกิ พ้ืนทป่ี ่ าแห่งใหมเ่ พ่ือทาไร่สมนุ ไพรแบบวสิ าหกิจชุมชน
3. คณุ อาเจดิ ปลกู พืชไร่พชื ผกั นาขา้ วและบอ่ ปลาผสมผสานพชื สมุนไพร
4. คุณนา้ จ๋า บุกรุกและเผาป่ าทีเ่ ส่ือมโทรมให้เป็นทีโ่ ล่งแลว้ ปลูกพืชสมุนไพร
5. คณุ ป้าแจ่ม ตดั สวนผลไมด้ ้งั เดมิ ท้งั หมดให้เป็นแหลง่ ผลติ สมนุ ไพรดว้ ยเกษตรแผนใหม่