349
138. กำรที่นกั เรียนยอมรับฟงั ควำมคดิ เหน็ ของผู้อื่น เปน็ กำรปฏิบัติตนเปน็ พลเมืองดีทส่ี อดคล้องกับ
หลกั ประชำธิปไตยประกำรใด
1. หลกั เหตุผล 2. หลกั เสียงขำ้ งมำก
3. หลกั สิทธเิ สรีภำพ 4. หลกั ควำมเสมอภำค
139. ครอบครวั ใดอยใู่ นประเภทที่แตกต่ำงจำกขอ้ อืน่
1. ตุ๋มอยกู่ ับแมแ่ ละป้ำ 2. ตมิ๋ อยกู่ บั พอ่ และแม่
3. ต๋อมอยกู่ บั แมแ่ ละพ่ชี ำย 4. แต๋มอยกู่ บั พอ่ แม่ และน้องสำว
140. ขอ้ ใดกล่ำวไมถ่ กู ต้องเกี่ยวกบั สญั ลักษณ์
1. เปน็ ตวั แทนของสงิ่ ใดสิ่งหนึง่ 2. เปน็ ได้ทงั้ รปู ธรรมและนำมธรรม
3. เปน็ สงิ่ ทีเ่ กดิ ข้นึ เองตำมธรรมชำติ 4. เป็นเครื่องมือในกำรถ่ำยทอดวัฒนธรรม
141. ขอ้ ใดไมใ่ ช่ค่ำนิยมด้ังเดิมของไทย
1. ควำมกตญั ญู 2. ควำมเสมอภำค
3. ควำมเป็นอสิ ระ 4. ควำมเมตตำกรุณำ
142. เพลงพ้นื บ้ำนในขอ้ ใดเปน็ ภมู ิปญั ญำในท้องถนิ่ ที่แตกต่ำงจำกขอ้ อืน่
1. ลำตดั 2. หมอลำ
3. เพลงฉ่อย 4. เพลงอแี ซว
143. เหตใุ ดสงั คมจึงต้องมีบรรทดั ฐำน
1. เพอื่ เป็นแนวทำงในกำรพฒั นำสังคม 2. เพอื่ รกั ษำมรดำของสังคมให้ดำรงอยู่
3. เพ่อื กำหนดรปู แบบวฒั นธรรมทำงสงั คม 4. เพอื่ ควบคมุ พฤตกิ รรมของสมำชิกในสงั คม
144. ขอ้ ใดไมใ่ ช่ลกั ษณะทวั่ ไปของสงั คมไทย
1. มกี ำรแบง่ ชนชั้นในสังคม
2. มที ั้งสงั คมเมืองและสงั คมชนบท
3. มบี รรทัดฐำนทำงสังคมทีเ่ ครง่ ครดั
4. มกี ำรเปิดรับวัฒนธรรมตะวนั ตกอยำ่ งกวำ้ งขวำง
145. ประเพณีใดเป็นทนี่ ิยมทั้งในภำคกลำงและภำคตะวนั ออกเฉียงเหนือ
1. กำรวง่ิ ควำย 2. กำรทำขวญั ขำ้ ว
3. กำรไหลเรือไฟ 4. กำรตกั บำตรเทโว
146. ขอ้ ใดแสดงถึงกำรขัดเกลำทำงสงั คมทำงตรง
1. สมใจอ่ำนหนงั สือพมิ พ์ 2. สมศรีเรียนรจู้ ำกสิ่งแวดล้อม
3. สมปองศึกษำควำมรู้จำกอินเทอร์เนต็ 4. สมบตั สิ อนลกู เรือ่ งกำรนบั ญำติ
147. ปญั หำสังคมไทยข้อใดเป็นพน้ื ฐำนที่จะก่อให้เกดิ ปัญหำอนื่ ๆ ตำมมำ
1. ปัญหำควำมยำกจน 2. ปัญหำอำชญำกรรม
3. ปญั หำโสเภณี 4. ปัญหำกำรยำ้ ยถิ่น
350
148. กำรปฏิบตั ิใดที่เรียกได้ว่ำเป็นวฒั นธรรมรองของสังคมไทย
1. กำรฌำปนกิจศพ 2. กำรไปทำบุญในวันพระ
3. กำรใช้ภำษำไทยในกำรสื่อสำร 4. กำรรับประทำนขำ้ วเหนยี วเป็นอำหำรหลกั
149. ขอ้ ใดเป็นองคป์ ระกอบของ “โครงสร้ำงสงั คม” ทสี่ มบรู ณ์ที่สุด
1. กลุ่มสังคม ระเบียบทำงสังคมและสถำบนั ทำงสังคม
2. พฤตกิ รรมทำงสงั คม ระบบคณุ ค่ำและระบบอดุ มกำรณ์อำนำจ
3. สถำนภำพและบทบำททำงสงั คม กำรควบคมุ ทำงสงั คม และคำ่ นิยม
4. ควำมสมั พนั ธ์ทำงสังคม สถำนภำพทำงสังคม และกำรขัดเกลำทำงสังคม
150. ปจั จบุ ันคนรนุ่ ใหม่ยึดถือจำรตี ประเพณีน้อยกวำ่ ในอดีต ด้วยสำเหตุอะไร
1. คนรนุ่ ใหม่เชือ่ วำ่ จำรตี ประเพณีเปน็ สงิ่ ขดั ขวำงควำมเจริญ
2. คนรุ่นใหม่ชอบควำมเป็นอิสระไม่ชอบถกู ผกู มดั โดยจำรีตประเพณี
3. คนรุ่นใหมถ่ กู อบรมสงั่ สอนโดยสถำบันสมัยใหมม่ ำกกวำ่ สถำบนั ดง้ั เดิม
4. คนรนุ่ ใหม่ย้ำยจำกชนบทมำอยแู่ ละทำงำนในเมืองทมี่ ีควำมทันสมยั มำกข้นึ
151. กำรไม่ปฏิบตั ติ ำมบรรทดั ฐำนของสงั คม มีสำเหตุจำกอะไรมำกทีส่ ดุ
1. กำรบงั คับใช้กฎหมำยไม่เข้มงวด
2. ชนชั้นวรรณะต่ำงกัน ทำให้มีวิธกี ำรปฏิบัติต่ำงกนั
3. ระดับกำรศกึ ษำตำ่ ทำให้ไมร่ ู้ไม่เข้ำใจเรื่องกฎระเบยี บ
4. ควำมคดิ ควำมเชื่อมีควำมหลำกหลำย ทำให้มกี ำรปฏิบัติต่ำงกนั
152. “ควำมเหลือ่ มล้ำตำ่ สงู ในสงั คม”ไมไ่ ด้เกิดจำกปัจจัยใด
1. กำรพัฒนำเศรษฐกจิ และสังคมที่เน้น “เมือง” มำกกวำ่ “ชนบท”
2. กำรเกิดภยั พบิ ตั ิอยำ่ งรนุ แรง เช่น อทุ กภยั วำตภัย ภยั หนำว
3. กำรทีค่ นบำงกลุ่มถกู แยง่ ชงิ ทรัพยำกรดิน น้ำ ป่ำ ที่เปน็ รำกฐำนกำรดำรงชีวิต
4. กำรทนี่ กั กำรเมืองไมส่ นใจผลกั ดนั กฎหมำยทเ่ี ปน็ ประโยชน์ต่อกำรลดช่องวำ่ งทำงชนช้ัน
153. ขอ้ ใดเปน็ บทบำททีส่ ือ่ สำรมวลชนไทยทำได้ผลมำกทสี่ ดุ
1. กำรแก้ปัญหำทำงสงั คม 2. กำรให้ควำมรู้แกส่ ังคม
3. กำรสร้ำงคำ่ นิยมในสงั คม 4. กำรปลกู ฝงั ควำมเชือ่ ในสงั คม
154. ขอ้ ใดไมใ่ ช่ตัวกำหนดบรรทัดฐำนของสงั คม
1. กฎหมำย (Law) 2. ควำมเคยชิน (Habit)
3. วถิ ีประชำ (Folkways) 4. จำรีตประเพณี (Mores)
155. ขอ้ ใดไมใ่ ช่กำรเปลี่ยนแปลงที่เกิดขนึ้ ในสงั คมไทย
1. ป่ำไม้ถกู ทำลำยมำก 2. อำชีพชำวนำมีสัดส่วนมำกขน้ึ
3. สังคมเปลยี่ นเปน็ สังคมเมืองมำกข้นึ 4. เป็นครอบครวั เดี่ยวมำกข้นึ
351
156. ขอ้ ใดอธิบำยลกั ษณะของสงั คมไทยได้ถกู ต้อง
1. มีควำมสำมคั คีกันเปน็ อยำ่ งดี เพรำะมีพระมหำกษตั รยิ เ์ ป็นศูนยร์ วมจติ ใจ
2. เปน็ สงั คมที่มีกำรกระจำยอำนำจมำก ทำให้คนไทยทกุ คนมคี วำมเท่ำเทียมกนั
3. มกี ำรวำงระบบเตือนภยั ท่มี ีประสิทธภิ ำพ ทำให้ไม่เสยี หำยมำกเมื่อเกิดภยั พบิ ตั ิ
4. ประกอบไปด้วยกลุ่มคนต่ำงๆ ทีม่ ีควำมแตกต่ำงกนั ทำงเชือ้ ชำติและวฒั นธรรม
157. ขอ้ ใดเป็นควำมหมำยของ “วัฒนธรรม” ทีถ่ กู ต้องในทำงสังคมศำสตร์
1. เปน็ สิ่งทีม่ กี ำรถ่ำยทอด เรียนรู้ ปรบั เปลีย่ นหรือสร้ำงใหม่
2. เปน็ สงิ่ ทีเ่ ป็นนำมธรรม เป็นระบบคณุ คำ่ ที่ควรแกก่ ำรอนรุ กั ษ์
3. เปน็ แบบแผนพฤติกรรมสำกลทีป่ ฏิบตั ิคล้ำยกนั ในหลำยทอ้ งถนิ่
4. เป็นขนบธรรมเนียมประเพณีทีด่ งี ำม เป็นรปู ลกั ษณ์ทสี่ ูงเดน่ ทีผ่ ู้คนยกยอ่ ง
158. วัฒนธรรมท้องถนิ่ ใดทแี่ สดงถงึ ควำมสมั พันธก์ ับบรรพบรุ ุษที่ล่วงลบั ไปแล้ว
1. ประเพณบี ญุ บั้งไฟ 2. ประเพณีรบั บัวโยนบวั
3. ประเพณีตำนก๋วยสลำก 4. ประเพณงี ำนบุญคูนลำน
159. ขอ้ ใดไมใ่ ช่จดุ มุ่งหมำยของกำรอนรุ ักษ์ “ภมู ิปญั ญำท้องถิน่ ”
1. ใช้เปน็ พน้ื ฐำนขององคค์ วำมรู้สมยั ใหม่
2. ใช้ควำมรู้น้ันในกำรปรับตวั ในกำรดำเนนิ ชีวิต
3. เพ่อื จดั แสดงในพพิ ธิ ภัณฑ์สำหรับกำรเรียนรู้ของคนรุ่นใหม่
4. ทำให้เหน็ คณุ คำ่ และเกิดควำมภำคภูมิใจในสิง่ ที่คนรนุ่ เก่ำก่อนสร้ำง
160. ขอ้ ใดเป็นลกั ษณะสำคัญของผกั พน้ื บ้ำน
1. มีรสจัดเช่น ขม ฝำด หรือเปรยี้ ว
2. มีควำมต้ำนทำนโรคและแมลงสงู
3. นยิ มปลกู เป็นสวนครัวหรือขำ้ งรั้ว
4. นิยมกนิ กบั น้ำพรกิ หรือทีท่ ำงภำคใต้เรียกวำ่ “ผกั เหนำะ”
161. อะไรคือควำมแตกต่ำงโดยพ้ืนฐำนระหว่ำงกลุ่มคนเสื้อแดงและกลุ่มคนเสื้อเหลือง ที่มีกำร
เคลือ่ นไหวรวมตวั กันในระยะ 5-6 ปีทผ่ี ่ำนมำ
1. สถำนภำพและบทบำททำงสงั คม
2. ควำมเชือ่ และอดุ มกำรณ์ทำงศำสนำ
3. ควำมคดิ ควำมเชื่อในเรือ่ งแนวทำงกำรเมืองกำรปกครอง
4. แนวทำงกำรแก้ปญั หำควำมเหลื่อมล้ำต่ำสงู ในสงั คมไทย
162. ขอ้ ใดเกี่ยวข้องกับเนอื้ หำของกำรศึกษำ “โครงสร้ำงทำงสังคม” นอ้ ยทีส่ ุด
1. สถำบนั ทำงสงั คม 2. สถำนภำพทำงสังคม
3. พฤติกรรมทำงสงั คม 4. กำรควบคุมทำงสงั คม
352
163.ขอ้ ใดส่งผลมำกทีส่ ุดต่อกำรแสดง “บทบำททำงสงั คม” ของแต่ละบุคคล
1. สถำบนั ทำงสงั คม 2. สถำนภำพทำงสงั คม
3. กำรขัดเกลำทำงสงั คม 4. กำรควบคุมทำงสงั คม
164. ขอ้ ใดไมใ่ ช่กำรขัดเกลำทำงสงั คม
1. ครูตักเตือนนักเรียนไม่ให้เป็นเด็กเกเร ติดยำเสพติด
2. ครนู ำนกั เรียนไปทำกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์นอกสถำนศึกษำ
3. ครลู งโทษนักเรียนทีไ่ ม่ปฏิบตั ิตำมกฎระเบียบวำ่ ด้วยกำรแต่งกำย
4. ครูสอนนกั เรียนให้รู้เทคนิคกำรทำขอ้ สอบวัดผลสมั ฤทธิท์ ำงกำรศึกษำ
165.ขอ้ ใดไมใ่ ช่กำรเปลี่ยนแปลงทำงสงั คมทีเ่ กิดขนึ้ ในประเทศไทยในปจั จบุ ัน
1. ประชำกรเคลื่อนยำ้ ยจำกชนบทสู่เมืองมำกข้นึ
2. จำนวนสมำชิกในครอบครวั มีอตั รำเฉลี่ยเพ่มิ ข้นึ
3. กำรกระจำยอำนำจกำรปกครองส่วนท้องถิ่นเพิ่มข้นึ
4. เทคโนโลยที ีก่ ำรเกษตรมีควำมทันสมัยมำกข้นึ
166.ขอ้ ใดเป็นผลของ “โลกไร้พรมแดน” ที่เกิดขนึ้ ในประเทศไทยในปัจจบุ ัน
1. สินค้ำไทยส่งออกไปขำยต่ำงประเทศในปริมำณที่เพม่ิ ข้นึ
2. ข้อมลู ขำ่ วสำรจำกต่ำงประเทศเปน็ ที่รบั รู้ได้อยำ่ งรวดเร็วยง่ิ ข้นึ
3. ควำมสัมพนั ธ์กบั ประเทศเพือ่ นบ้ำนใกล้ชิดแน่นแฟน้ มำกย่งิ ข้นึ
4. ระบบกำรศึกษำได้รบั กำรยกระดบั คณุ ภำพให้ทัดเทียมกับต่ำงประเทศมำกยง่ิ ข้นึ
167. ขอ้ ใดไมใ่ ช่ปจั จยั สำคญั ทีท่ ำให้เกิดปญั หำควำมยำกจนในสังคมไทย
1. สวสั ดิกำรสังคมทีเ่ ปน็ หลักประกันควำมมน่ั คงของชีวิต
2. โอกำสกำรเขำ้ ถึงทรัพยำกรหลักทีจ่ ำเปน็ สำหรับกำรดำรงชีวิต
3. ควำมรู้ควำมสำมำรถสำหรบั กำรประกอบอำชีพแบบใหม่
4. ควำมเหน็ อกเหน็ ใจและกำรให้ควำมช่วยเหลือกันในสงั คม
168.ขอ้ ใดเป็นสำเหตุสำคญั ที่ทำให้สังคมไทยเข้ำสู่สงั คมผู้สูงอำยุ
1. กำรลดลงของอตั รำกำรเกิด 2. กำรจดั สรรเบยี้ ยังชีพให้ผู้สงู อำยุ
3. ควำมก้ำวหน้ำของระบบกำรแพทย์ 4. กำรดูแลเอำใจใส่ผู้สูงอำยุของลกู หลำน
169.ขอ้ ใดไมใ่ ช่ลกั ษณะของควำมเชื่อเรื่องผีท่สี ะท้อนให้เหน็ ในสงั คมไทย
1. ควำมเชื่อเรื่องผีทพ่ี บได้ในคนทกุ เพศและสถำนภำพ
2. ควำมเชือ่ เรื่องผีได้รับกำรเผยแพร่โดยสือ่ สมัยใหม่
3. ควำมเชือ่ เรือ่ งผีแยกออกจำกพระพุทธศำสนำอยำ่ งชดั เจน
4. ควำมเชื่อเรื่องผียังคงดำรงอยแู่ ม้สงั คมจะมีควำมทันสมยั มำกข้นึ
353
170. ขอ้ ใดเป็นจุดเด่นของวัฒนธรรมไทยที่แสดงอยำ่ งชัดเจน กรณีกำรเขำ้ ร่ำงทรงผี หรือกำรนับถือผี
ของชำวพทุ ธ
1. ควำมมีจิตสำธำรณะ
2. ควำมสำมรถใช้สือ่ หลำยช่องทำง
3. ควำมคดิ และวธิ ีกำรทีเ่ ป็นวิทยำศำสตร์
4. ควำมเคำรพต่อสิง่ ศกั ดิ์สิทธิ์ทอ่ี ยใู่ นธรรมชำติ
171.ขอ้ ใดกล่ำวถึงกำรไหวผ้ ีปแู่ สะ ยำ่ แสะ ของคนภำคเหนือได้อยำ่ งถกู ต้อง
1. เป็นกำรสะเดำะเครำะห์ของชำวบำ้ น
2. จดั อยใู่ นวัฒนธรรมประเภทวตั ถธุ รรม
3. เป็นคติธรรมที่ก่อให้เกิดควำมสำมคั คี
4. จัดอยใู่ นวัฒนธรรมประเภทสหธรรม
172. ขอ้ ใดอธิบำยลกั ษณะของ “วฒั นธรรมไทย” ได้ถูกต้องที่สุด
1. วฒั นธรรมที่มีกำรผสมผสำนกับวัฒนธรรมของชำติอื่น
2. วฒั นธรรมที่ดีงำมที่มีกำรสืบทอดอยำ่ งต่อเนือ่ งยำวนำน
3. วฒั นธรรมที่เกี่ยวข้องกับชำติ ศำสนำ และพระมหำกษตั ริย์
4. วัฒนธรรมทีไ่ ด้รับกำรรบั รองอยำ่ งเป็นทำงกำรให้เป็นตัวแทนชำติไทย
173. ขอ้ ใดเป็นกำรปฏิบัติที่จะทำให้ประชำคมสงั คมและวฒั นธรรมอำเซียนบรรลเุ ป้ำหมำย
1. กำรส่งเสริมพฒั นำเศรษฐกิจในประเทศอำเซียน
2. กำรพัฒนำทักษะภำษำเพ่อื สื่อสำรกับคนในประเทศอำเซียน
3. กำรเรียนรู้วฒั นธรรมและประวัติศำสตร์ของประเทศอำเซียน
4. กำรผสมผสำนวัฒนธรรมของแต่ละประเทศอำเซียนให้เปน็ หนึ่งเดียวกัน
174. ขอ้ ใดทำให้วฒั นธรรมไทยแตกตำ่ งจำกวฒั นธรรมสำกล
1. กำรยดึ ระบบอุปถมั ภ์
2. กำรพัฒนำเศรษฐกิจแบบทนุ นิยม
3. กำรพฒั นำระบบกำรศึกษำทีท่ ันสมยั
4. กำรยดึ ถือปรชั ญำวำ่ มนุษยเ์ ป็นนำยธรรมชำติ
175. ขอ้ ใดเปน็ แนวทำงทีไ่ ด้ผลทีส่ ุดในกำรอนุรักษ์วฒั นธรรมไทย
1. สร้ำงพพิ ธิ ภัณฑ์เพิ่มเติมเพอ่ื จัดเก็บและแสดงวฒั นธรรมไทย
2. ออกกฎหมำยห้ำมกำรปรบั เปลี่ยนและดัดแปลงวัฒนธรรมไทย
3. ประกำศขึน้ ทะเบียนมรดกทำงวฒั นำธรรมและจัดตั้งคณะกรรมกำรคอยดูแล
4. ส่งเสริมให้ประชำชนตระหนกั ในคณุ คำ่ และนำไปใช้ประโยชน์ให้แพร่หลำย
354
176. ขอ้ ใดเปน็ หน้ำที่สำคัญทสี่ ดุ ของสมำชิกสภำผู้แทนรำษฎรในประเทศไทย
1. จดั หำงบประมำณเพื่อสนับสนนุ กำรพัฒนำท้องถิน่
2. พิจำรณำกลั่นกรองและให้ควำมเหน็ ชอบกฎหมำยในสภำผู้แทนรำษฎร
3. เข้ำร่วมในงำนเทศกำลทกุ ครงั้ เพอ่ื สร้ำงควำมสมั พนั ธอ์ ันดีกบั ประชำชน
4. เสนอปญั หำและแนวทำงแก้ปัญหำของประชำชนในทปี่ ระชมุ สภำผู้แทนรำษฎร
177. ควำมขดั แยง้ ระหว่ำงบคุ คลในขอ้ ใดนำไปสู่ควำมรุนแรงในสังคมไทยได้มำกทสี่ ุด
1. ผู้ทน่ี ับถือศำสนำต่ำงกนั
2. คนในเมืองกบั คนชนบท
3. ผู้ท่มี ีกำรศึกษำสงู กบั ผู้ที่ไม่มีกำรศกึ ษำ
4. ผู้ทม่ี ีทรัพยส์ ินมำกกับผู้ทไ่ี ม่มีทรัพย์สนิ
178. เหตุกำรณ์สำคญั ใดที่สง่ ผลต่อกำรเปลีย่ นแปลงโครงสรำ้ งทำงเศรษฐกจิ และสังคมไทยมำกที่สดุ
1. กำรเปลี่ยนแปลงกำรปกครอง 24 มิถนุ ำยน พ.ศ. 2475
2. กำรเรียกร้องประชำธิปไตย 14 ตลุ ำคม พ.ศ. 2516
3. กำรเกดิ เหตกุ ำรณ์พฤษภำทมิฬ 17-20 พฤษภำคม พ.ศ.2535
4. กำรรฐั ประหำร 19 กนั ยำยน พ.ศ. 2549
179. “ปัจจยั วยั รุ่นมกั จะไม่ประพฤติปฏิบตั ิตวั ตำมที่ผู้ปกครองหรือครสู ง่ั สอน” คำพดู นสี้ มั พนั ธก์ บั ข้อใด
1. วัยรุ่นไม่ได้รับกำรอบรมให้มีคุณธรรม
2. วัยรุ่นมนี สิ ยั ดอื้ รนั้ ชอบต่อต้ำน ไม่ยอมรบั คำสอนของใคร
3. วยั รนุ่ ชอบกำรขดั เกลำทำงอ้อมมำกกวำ่ กำรขดั เกลำงตรง
4. วัยรุ่นได้รบั กำรขัดเกลำจำกสถำบันอนื่ ที่ต่ำงจำกสถำบันดั้งเดิม
180.ขอ้ ใดเปน็ ผลจำกกำรประกำศใช้แผนพฒั นำเศรษฐกิจและสังคมแห่งชำตฉิ บับที่ 1
1. กำรใหส้ มั ปทำนป่ำไม้
2. กำรขยำยกำรศึกษำถึงระดบั อุดมศกึ ษำ
3. กำรผลิตกระแสไฟฟ้ำพลังน้ำจำกเข่อื น
4. กำรเลือกตง้ั สมำชิกสภำผู้แทนรำษฎร
181. กำรปรงุ อำหำรวิธใี ดแสดงถึงกำรรับวฒั นธรรมตะวนั ตกมำกทีส่ ดุ
1. อบ 2. ผัด 3. ต้ม 4. ทอด
182.กำรที่ประเทศไทยไม่เคยตกเปน็ เมืองข้นึ ของประเทศตะวันตกนั้น ส่งผลอยำ่ งไร
1. คนไทยเดินทำงไปประเทศตะวันตกน้อย
2. คนไทยมีจิตสำนกึ ในกำรอนรุ ักษ์วฒั นธรรมไทย
3. คนไทยมที ักษะในกำรใช้ภำษำของประเทศตะวนั ตกในระดับตำ่
4. คนไทยรบั วฒั นธรรมสำกลเขำ้ มำใช้อยำ่ งจำกัดและระมัดระวัง
355
183.ขอ้ ใดเป็นกำรอนรุ ักษ์วฒั นธรรมไทยอยำ่ งย่งั ยนื
1. กำรคมุ้ ครองให้เปน็ มรดกของชำติ
2. กำรส่งเสริมให้ตระหนกั ถงึ คุณคำ่ และเปน็ แหล่งเรียนรู้
3. กำรปรับรปู แบบให้ทันสมัยเพือ่ ให้มีมูลคำ่ ทำงเศรษฐกิจ
4. กำรออกกฎหมำยลงโทษอย่ำงรนุ แรงต่อผู้ทท่ี ำลำยวฒั นธรรม
184. ขอ้ ใดเป็นแนวทำงปฏิบตั ิสำคญั ทีส่ ดุ ในกำรรวมประชำคมสังคมและวัฒนธรรมอำเซียน
1. กำรสง่ เสริมกำรท่องเที่ยวเชิงวฒั นธรรมในประเทศอำเซียน
2. กำรส่งเสริมให้เกดิ ควำมเคำรพในควำมแตกต่ำงทำงชำติพนั ธุ์และศำสนำ
3. กำรเผยแพร่ควำมรู้ในเรื่องประวตั ิศำสตรแ์ ละวัฒนธรรมของแตล่ ะประเทศ
4. กำรช่วยเจรจำเพื่อยุตกิ ำรสรู้ บระหว่ำงกองกำลงั ติดอำวุธของรัฐและชนกลุ่มน้อย
185.ขอ้ ใดกล่ำวไมถ่ ูกตอ้ งเกี่ยวกับวฒั นธรรมไทย
1. สำมำรถนำไปพฒั นำเพอ่ื สร้ำงมลู คำ่ ทำงเศรษฐกิจ
2. หมำยรวมถึงวัฒนธรรมชนกลุ่มน้อยท่อี ยใู่ นประเทศไทย
3. เป็นวัฒนธรรมที่ดีงำมทสี่ ืบทอดกนั มำตง้ั แตส่ มยั สุโขทยั
4. มกี ำรปรับเปลีย่ นผสมผสำนกบั วัฒนธรรมของชนชำตอิ ืน่
186.ขอ้ ใดเป็นปจั จยั สำคญั ทสี่ ดุ ทที่ ำให้วฒั นธรรมไทยมีควำมแตกต่ำงจำกวฒั นธรรมสำกล
1. ระดบั กำรศกึ ษำ 2. ลกั ษณะภูมิประเทศ
3. ควำมเชื่อทำงศำสนำ 4. ควำมแตกต่ำงทำงเชอื้ ชำติเผ่ำพันธ์ุ
187. ในสภำพสังคมที่มีปญั หำควำมขดั แยง้ ทำงควำมคดิ ควำมเชื่อ ขอ้ ใดเปน็ คุณสมบัติของพลเมอื งทจี่ ะ
ทำให้สงั คมอยรู่ ่วมกันได้
1. มจี ิตอำสำ 2. มกี ำรศกึ ษำระดบั สงู
3. มจี ริยธรรมและคุณธรรม 4. เคำรพกฎหมำยและสิทธเิ สรีภำพของผู้อื่น
188.ขอ้ ใดเปน็ สำเหตสุ ำคญั ที่สุดของกำรทจุ รติ คอร์รปั ชันที่เปน็ ปัญหำยืดเยือ้ แก้ไขได้ช้ำ
1. รัฐบำลให้ควำมสนใจปญั หำนนี้ ้อย
2. กฎหมำยมีบทลงโทษเบำ ทำให้คนไม่กลวั
3. คำวำ่ ทจุ รติ คอร์รัปชนั มีควำมหมำยคลมุ เครือ
4. ผู้ทุจริตมจี ำนวนมำก อยใู่ นหลำยวงกำรและหลำยระดบั
189.ขอ้ ใดเป็นกำรเปลีย่ นแปลงโครงสร้ำงทำงประชำกรในสงั คมไทยปัจจุบนั
1. อัตรำกำรเกดิ มีแนวโน้มสงู ขน้ึ 2. สัดส่วนของผู้สงู อำยุเพิ่มมำกข้นึ
3. ประชำกรวัยแรงงำนมีแนวโน้มเพม่ิ ข้นึ 4. อัตรำกำรตำยของทำรกแรกเกิดสงู ข้นึ
356
190.พฤตกิ รรมใดไม่ใชอ่ ิทธพิ ลของกำรขดั เกลำทำงสงั คม
1. เหยียบเบรกเมือ่ เหน็ สัญญำณไฟแดงบริเวณสี่แยก
2. วง่ิ ขำ้ มทำงม้ำลำยเพรำะรู้ว่ำไม่ค่อยมีรถหยดุ ให้ข้ำม
3. ชักมือออกเมื่อเผอิญเอำมือไปโดนกำรนำร้อนบนเตำ
4. ลงทะเบียนบวชในภำคเรียนดรู ้อนเพ่ือทดแทนคุณพอ่ แม่
191. ขอ้ ใดกล่ำวถึงวฒั นธรรมไมถ่ กู ต้อง
1. นับเฉพำะแตส่ ิ่งทดี่ ีงำมเท่ำนนั้
2. มีกำรดำรงสืบทอดกนั มำอยำ่ งยำวนำน
3. ต้องเผชิญกบั กำรเปลี่ยนแปลงตลอดเวลำ
4. เปรียบเสมือนแผนที่เขม็ ทศิ ทำให้รู้วำ่ ควรทำอะไร เมื่อใด
192.ขอ้ ใดกล่ำวถกู ต้องทสี่ ุดเกีย่ วกบั กำรจัดระเบียบทำงสังคม
1. เน้นจดั กำรกบั พฤตกิ รรมเบี่ยงเบนเท่ำน้ัน
2. มุ่งสร้ำงให้สมำชิกของสงั คมรกั ควำมเปน็ ระเบียบ
3. มีหน้ำทีห่ ลกั เพอ่ื ลดควำมขัดแยง้ ระหว่ำงคนจนด้วยกนั
4. ทำให้สมำชิกของสงั คมมีพฤติกรรมตำมบทบำทและหน้ำที่
193.กลุ่มทำงสงั คมใดเป็นกลุ่มทีม่ ีอำยยุ ำวนำนมำกทสี่ ุด
1. เพอ่ื น 2. มูลนิธิ 3. ศษิ ยเ์ ก่ำ 4. ครอบครวั
194. ขอ้ ใดเปน็ หน้ำทีแ่ ฝง (Latent Function) ของสถำบนั กำรศกึ ษำ
1. สง่ั สอนเกีย่ วกบั คณุ ธรรมและจริยธรรม
2. ถ่ำยทอดวฒั นธรรมและประเพณีอนั ดงี ำม
3. อบรมและสร้ำงโอกำสเกีย่ วกบั อำชีพในอนำคต
4. รับภำระเลยี้ งดูเดก็ ในเวลำที่พ่อแม่ของเดก็ ไปทำงำน
195.ขอ้ ใดเปน็ องคป์ ระกอบพน้ื ฐำนของโครงสร้ำงสังคม
1. สถำนภำพและบทบำท 2. เสถียรภำพทำงกำรเงนิ
3. กำรมีอำชีพทีม่ ่นั คง 4. สุขภำพอนำมัยท่ดี ี
ใช้ตวั เลอื กตอ่ ไปนี้ ตอบคำถำมขอ้ 196-197
1. จำรตี 2. กฎหมำย 3. วถิ ีประชำ 4. ประเพณี
196.ขอ้ ใดเปน็ บรรทดั ฐำนทำงสงั คมทใี่ ช้มำกที่สดุ ในปจั จบุ นั (ตอบ ........................................)
197. ขอ้ ใดเป็นบรรทดั ฐำนทำงสังคมที่มีบทลงโทษรนุ แรงน้อยที่สดุ (ตอบ ........................................)
357
198.ขอ้ ใดกล่ำวผิดเกีย่ วกับควำมหมำยของสถำนภำพทำงสงั คม
1. ฐำนะหรือเกียรติภูมิของสมำชิกของสังคม
2. ตำแหนง่ ทำงสงั คมของสมำชิกของสังคม
3. สภำพควำมอยดู่ ีมีสขุ ของสมำชิกของสังคม
4. สิ่งทีม่ ักอยคู่ วบคกู่ บั บทบำทหน้ำที่ทำงสงั คม
199.ขอ้ ใดคอื คุณสมบตั ิท่สี ำคัญทสี่ ดุ ของควำมเปน็ "สงั คม" ของมนุษย์
1. มีศำสนำเพ่อื ธำรงไวซ้ ึง่ ควำมสงบ
2. มีภำษำและสญั ลักษณ์เพอ่ื กำรสื่อสำร
3. มีรูปแบบกำรลงโทษทำงสังคมทีช่ ัดเจน
4. มีกำรจดั ระเบียบทำงสงั คมในระดับต่ำงๆ
200. ขอ้ ใดคอื คุณสมบตั ิทส่ี ำคัญทสี่ ุดของควำมเปน็ "สถำบันทำงสังคม"
1. มีโครงสร้ำงอำนำจและสำยกำรบังคบั บญั ชำทีช่ ดั เจน
2. มีสมำชิกแบบเปดิ เผยและมีกำรอบรมสมำชิกใหม่อยเู่ สมอ
3. มีกำรทำหน้ำที่ทเ่ี ชื่อมโยงกบั ควำมต้องกำรทำงสังคมด้ำนต่ำงๆ
4. มีกฎและบทลงโทษทีใ่ ช้อยำ่ งเท่ำเทียมต่อสมำชิกทกุ คนในสงั คม
201. "ตุ๊กตำลกู เทพ" ถือเป็นศำสนำหรือไม่ เพรำะเหตใุ ด
1. ไม่เป็น เพรำะเปน็ เพยี งลทั ธิควำมเชื่อ
2. ไม่เป็น เพรำะเปน็ เพยี งควำมคล่ังไคล้
3. เปน็ เพรำะเปน็ ควำมนิยมของคนสมยั ใหม่
4. เปน็ เพรำะเปน็ ควำมเชื่อเกี่ยวกบั สิ่งศักดิส์ ิทธิ์
202. ขอ้ ใดไมใ่ ช่หน้ำที่หลกั ของวฒั นธรรม
1. หล่อหลอมบคุ ลกิ ภำพให้แก่สมำชิกของสงั คม
2. ทำให้สงั คมมีควำมเปน็ อำรยะ ไมล่ ้ำหลงั สงั คมอืน่
3. ช่วยให้มนษุ ยป์ รับตวั เข้ำกบั สิง่ แวดล้อมทำงธรรมชำติ
4. ถ่ำยทอดควำมรู้ควำมเชือ่ จำกคนรุ่นหนึ่งไปสู่อกี รุ่นหนงึ่
203. ข้อใดคอื ประเพณีวฒั นธรรมด้ำนเกษตรกรรม
1. งำนบุญคูนลำน 2. งำนปอยส่ำงลอง
3. ประเพณีเจี้ยฉ่ำย 4. ประเพณีรบั บวั โยนบวั
358
เฉลยข้อสอบ หนำ้ ทีพ่ ลเมือง และวัฒนธรรม
1) 3 35) 2 69) 4 103)1 137)3 171)3
2) 3 36) 2 70) 3 104)3 138)1 172)1
3) 2 37) 4 71) 3 105)3 139)1 173)3
4) 4 38) 2 72) 1 106)1 140)3 174)4
5) 3 39) 4 73) 1 107)4 141)2 175)4
6) 2 40) 1 74) 3 108)2 142)2 176)4
7) 4 41) 3 75) 4 109)4 143)4 177)4
8) 1 42) 2 76) 3 110)2 144)3 178)1
9) 3 43) 3 77) 2 111)4 145)2 179)4
10) 1 44) 4 78) 1 112)1 146)4 180)3
11) 1 45) 1 79) 1 113)4 147)1 181)4
12) 2 46) 3 80) 1 114)4 148)4 182)3
13) 1 47) 4 81) 2 115)1 149)1 183)2
14) 2 48) 3 82) 1 116)1 150)2 184)2
15) 4 49) 4 83) 3 117)2 151)4 185)3
16) 2 50) 4 84) 4 118)1 152)2 186)4
17) 1 51) 1 85) 4 119)4 153)3 187)4
18) 4 52) 3 86) 3 120)3 154)2 188)4
19) 2 53) 1 87) 4 121)2 155)2 189)2
20) 1 54) 1 88) 2 122)2 156)4 190)3
21) 1 55) 4 89) 4 123)4 157)1 191)1
22) 4 56) 1 90) 1 124)1 158)3 192)4
23) 1 57) 2 91) 2 125)4 159)3 193)4
24) 3 58) 4 92) 4 126)1 160)2 194)4
25) 3 59) 3 93) 4 127)3 161)3 195)1
26) 1 60) 2 94) 2 128)2 162)3 196)3
27) 3 61) 1 95) 1 129)4 163)2 197)3
28) 4 62) 3 96) 4 130)3 164)2 198)3
29) 1 63) 4 97) 3 131)1 165)2 199)4
30) 1 64) 3 98) 2 132)4 166)2 200)3
31) 3 65) 2 99) 4 133)4 167)4 201)1
32) 1 66) 1 100)2 134)3 168)1 202)3
33) 3 67) 2 101)3 135)4 169)3 203)1
34) 3 68) 4 102)4 136)1 170)4
359
ขอ้ สอบ โจทยส์ งั คมข้นั ราชครูรฐั ศาสตร์
ชุดที่ 16
คลงั ขอ้ สอบการเมืองและการปกครอง
ข้อสอบแบบปรนัย 4 ตวั เลอื ก เลอื ก 1 คำตอบที่ถูกต้องที่สุด จำนวน 235 ขอ้
1. ขอ้ ใด ไมใ่ ช่ องคก์ รอสิ ระตามรฐั ธรรมนญู
1. คณะกรรมการการเลือกต้ัง
2. ผู้ตรวจการแผ่นดินของรฐั สภา
3. คณะกรรมการป้องกนั และปราบปรามยาเสพตดิ
4. คณะกรรมการการป้องกันและปราบปรามการทุจรติ แห่งชาติ
2. จังหวดั บึงกาฬแยกออกมาจากจงั หวดั ใด
1. อดุ รธานี 2. หนองคาย
3. สระแก้ว 4. นครพนม
3. นโยบายรฐั นิยมเกิดขนึ้ ในสมยั ของนายกรัฐมนตรีคนใด
1. นายปรดี ี พนมยงค์ 2. จอมพล ป. พบิ ลู สงคราม
3. จอมพลสฤษดิ์ ธนะรชั ต์ 4. พลเอกเปรม ติณสลู านนท์
4. ขอ้ ใดไมใ่ ช่ความหมายของการทาประชาพจิ ารณ์
1. การเปดิ โอกาสให้ผู้มีส่วนไดส้ ่วนเสียโดยตรงได้มีโอกาสรบั ทราบข้อมลู โดยละเอียด
2. กระบวนการทรี่ ฐั เปดิ โอกาสให้ประชาชนได้แสดงความคดิ เห็นในปญั หาสาคญั ของชาติทม่ี ีความ
เกี่ยวข้องกับหลายฝ่าย
3. กระบวนการที่เปดิ โอกาสให้รฐั ประชาชน และผู้เกยี่ วขอ้ งแสดงความคดิ เหน็ และมีส่วนร่วมใน
การให้ขอ้ มูลต่อโครงการหรือนโยบายนนั้ ไม่ว่าจะเหน็ ด้วยหรือไม่เหน็ ด้วยกต็ าม
4. การนาร่างกฎหมาย ร่างรฐั ธรรมนูญ และนโยบายทส่ี าคัญของประเทศ ไปผ่านการตดั สนิ เพ่อื
แสดงความเห็นชอบหรือไม่เหน็ ชอบโดยประชาชนผู้เปน็ เจ้าของอานาจอธิปไตย
5. ใครคือผู้รับสนองพระบรมราชโองการยบุ สภาผู้แทนราษฎร
1. ประธานรฐั สภา 2. ประธานสภาผู้แทนราษฎร
3. ประธานวุฒสิ ภา 4. นายกรฐั มนตรี
360
6. บรรษัทข้ามชาติ คอื อะไร
1. องคก์ ารระหว่างประเทศทีป่ ระกอบไปด้วยสมาชิกในภูมิภาคเดียวกันตง้ั แต่ 2 ประเทศขนึ้ ไป
2. บรรษัทธรุ กจิ เอกชนขนาดใหญ่ของประเทศใดประเทศหนึ่งหรือหลายประเทศร่วมลงทุน แต่มี
กิจการสาขาในหลายประเทศ
3. ความร่วมมือระหว่างบรรษทั ธรุ กจิ เอกชนกับรฐั บาลในการทาความร่วมมือด้านเศรษฐกจิ และ
การศกึ ษาร่วมกนั ตามอนุสัญญา ขอ้ ตกลงระหว่างประเทศ
4. บรรษัทขนาดใหญ่ของประเทศหนงึ่ ประเทศใดดาเนินการในการสร้างความร่วมมือและให้การ
สนบั สนุนเงินลงทนุ แกบ่ รรษทั ขนาดเล็กเพ่อื ต้ังถิ่นฐานการผลิตในประเทศโลกทสี่ าม
7. ขอ้ ใด ไม่ใช่ ขอ้ กาหนดของกฎหมายทก่ี าหนดให้บุคคลผนู้ ั้นไม่มสี ิทธเิ ลือกตั้ง
1. วกิ ลจรติ จติ ฟน่ั เฟอื น
2. เป็นภิกษุ สามเณร นกั พรต นกั บวช
3. เผยแพรล่ ัทธิทางการเมืองทีเ่ ป็นอันตรายต่อความมน่ั คง
4. ต้องคมุ ขังอยู่โดยหมายของศาลหรือโดยคาส่ังที่ชอบดว้ ยกฎหมาย
8. ขอ้ ใด ไม่ใช่ อานาจหน้าที่ของคณะรฐั มนตรี
1. พจิ ารณา สอบสวน และตัดสินพจิ ารณาโทษตามคารอ้ งเรียนเกี่ยวกบั การปฏิบัติหรือละเลย ไม่
ปฏิบตั ิหน้าทตี่ ามกฎหมายของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและขา้ ราชการประจา
2. พิจารณาและมีมติในเรื่องราวต่างๆ ทกี่ ระทรวง ทบวง กรมต่างๆเสนอมาให้คณะรฐั มนตรี
วนิ จิ ฉัยชีข้ าด
3. กาหนดนโยบายในการบริหารราชการแผ่นดินตามนโยบายทแ่ี ถลงขอความเห็นชอบจากรฐั สภา
4. ควบคุมขา้ ราชการประจาใหน้ านโยบายไปปฏิบตั ิให้บงั เกิดผล
9. พระราชบญั ญัติประกอบรัฐธรรมนูญวา่ ด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2550 กาหนดให้ผู้มีสญั ชาติไทย
ตามขอ้ กาหนดของกฎหมายจานวนกี่คน สามารถรวมตวั กนั จดั ตงั้ พรรคการเมืองได้
1. 11 คนข้ึนไป 2. 12 คนข้ึนไป 3. 15 คนข้ึนไป 4. 5 – 10 คน
10. วาระของวฒุ ิสภาตามรฐั ธรรมนูญ 2560 มีกาหนดระยะเวลากีป่ ี
1. 3 2. 4 3. 5 4. 6
11. พระราชบัญญตั ิสุขาภิบาล ร.ศ. 127 (พ.ศ.2451) ได้มกี ารแบ่งสขุ าภิบาลออกเปน็ กีป่ ระเภท
อะไรบ้าง
1. 3 ประเภท ไดแ้ ก่ สขุ าภิบาลเมือง สุขาภิบาลตาบล และสุขาภิบาลท้องถิน่
2. 2 ประเภท ไดแ้ ก่ สขุ าภิบาลเมือง และสุขาภิบาลตาบล
3. 3 ประเภท ได้แก่ สขุ าภิบาลนคร สขุ าภิบาลเมือง และสุขาภิบาลตาบล
4. 2 ประเภท ไดแ้ ก่ สุขาภิบาลเมือง และสขุ าภิบาลชุมชน
361
12. การบรหิ ารราชการส่วนท้องถนิ่ ในรปู สขุ าภิบาลในรัชสมยั ของพระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกล้า
เจ้าอยหู่ ัวมีหน้าทีค่ ล้ายกบั หน่วยการปกครองส่วนท้องถนิ่ ปจั จบุ นั ในรูปแบบใด
1. เทศบาล 2. องค์การบริหารส่วนตาบล
3. หมู่บา้ น 4. องค์การบริหารส่วนจงั หวดั
13. ขอ้ ใดคอื พระราชอานาจของพระมหากษตั รยิ ท์ ีท่ รงใช้ไดต้ ามพระราชอธั ยาศัยตามรฐั ธรรมนญู
1. การแตง่ ตงั้ ผู้พิพากษา 2. การพระราชทานอภยั โทษแก่ ผู้ต้องโทษ
3. การแต่งตั้งองคมนตรี 4. การทาหนงั สือสัญญาสนั ติภาพ
14. ผู้ใดเป็นทนายความของฝ่ายไทยในคดีพพิ าทปราสาทพระวหิ ารทีศ่ าลโลก
1. นายนภดล ปัทมะ 2. ม.ร.ว. เสนีย์ ปราโมช
3. นายอดลุ วเิ ชียรเจริญ 4. นายกษิต ภิรมย์
15. หน่วยราชการใดถือเปน็ หน่วยราชการส่วนกลาง
1. สานักงานสรรพากรจงั หวดั เชียงใหม่
2. สานกั งานธนารกั ษ์พืน้ ทีเ่ ชียงใหม่
3. สานกั งานพระพุทธศาสนาจังหวดั เชียงใหม่
4. สานกั งานส่งเสริมการปกครองท้องถนิ่ จงั หวัดเชียงใหม่
16. ขอ้ ใดคอื ความหมายของประชามติ
1. การให้ประชาชนออกเสียงลงคะแนนวา่ เหน็ ด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับเรือ่ งใดเรือ่ งหนึง่
2. การที่ประชาชนได้ใช้สิทธิตามรฐั ธรรมนูญ โดยการเขา้ ชือ่ กันเพอ่ื เสนอร่างกฎหมายแก้ไข
รฐั ธรรมนูญ
3. การที่คณะรัฐมนตรีขอให้เปดิ อภิปรายทว่ั ไป เพ่อื รบั ฟังความเหน็ ของรฐั สภาเกีย่ วกบั ปญั หา
สาคญั ของชาติ
4. กระบวนการรบั ฟงั ความเหน็ ของประชาชน ก่อนอนญุ าตให้ทาโครงการทีม่ ีผลกระทบต่อ
ประชาชนในท้องถนิ่
17. ผู้นาของสหภาพโซเวยี ตคนใดที่มีบทบาทสาคัญในการรวมเยอรมนีตะวันตกและเยอรมนีตะวนั ออก
1. นายบอริส เยลต์ซิน 2. นายนกี ีตา ครุชชอฟ
3. นายวลาดิเมียร์ ปตู ิน 4. นายมีฮาอลิ กอร์บาชอฟ
18. ขอ้ ใดเป็นอานาจของฝ่ายนติ ิบัญญตั ิ
1. การพทิ ักษ์ความยุติธรรม
2. การบงั คับใช้กฎหมายให้บรรลุผล
3. การระงับข้อพพิ าทระหว่างหน่วยงานของรฐั
4. การควบคุมและสอดส่องดแู ลให้รฐั บาลดาเนนิ การตามขอบเขตของกฎหมาย
362
19. รฐั ใดเป็นรัฐเอกราชใหม่ล่าสุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
1. มลั ดีฟ 2. บรูไน ดารสุ ซาลาม 3. อาเจะห์ 4. ติมอร์ เลสเต
20. ขอ้ ใดคอื ลกั ษณะขององคก์ ารมหาชน
1. องคก์ ารของรฐั ทีม่ ีหน้าที่ในการแสวงหารายได้ให้แกร่ ัฐ
2. องคก์ ารของรฐั ที่มีหน้าทีจ่ ัดทาบริการสาธารณะทตี่ อ้ งการประสิทธภิ าพสงู
3. องคก์ ารของรฐั ทีร่ บั ถ่ายโอนงานบรกิ ารสาธารณะจากหน่วยงานส่วนกลางสู่ทอ้ งถนิ่
4. องคก์ ารภาคประชาชนทีม่ ีหน้าที่ตรวจสอบการใช้อานาจรฐั
21. การบรหิ ารราชการส่วนภมู ิภาคใช้หลกั การขอ้ ใด
1. การรวมอานาจ 2. การเพม่ิ อานาจ
3. การแบ่งอานาจ 4. การกระจายอานาจ
22. องคก์ รใดของสหประชาชาติทม่ี ีหน้าที่ปกครองประเทศทยี่ ังไมไ่ ดร้ บั เอกราชสมบูรณ์
1. สานกั งานเลขาธกิ าร 2. คณะมนตรีความม่ันคง
3. โครงการพฒั นาแห่งสหประชาชาติ 4. คณะมนตรีภาวะทรัสตี
23. คดีที่เป็นข้อพพิ าทระหว่างทางราชการกับเอกชนเกี่ยวกบั การปฏิบตั หิ น้าที่ตามกฎหมายจดั อยใู่ น
อานาจศาลใด
1. ศาลฎกี า 2. ศาลแรงงานกลาง
3. ศาลปกครอง 4. ศาลรฐั ธรรมนูญ
24. ขอ้ ใดเปน็ การแสดงออกถึงลกั ษณะความสัมพันธ์ระหว่างประเทศด้านสงั คม
1. การสง่ คณะนาฏศิลป์ไปแสดงยังต่างประเทศ
2. การแลกเปลยี่ นทรพั ยากรด้านบรกิ ารหรือวตั ถรุ ะหวา่ งประเทศ
3. การแสวงหาพนั ธมิตรโดยการตง้ั ประชาคมระหว่างประเทศ
4. การร่วมมือระหว่างนักวทิ ยาศาสตร์ของประเทศต่างๆ เพ่อื รกั ษาโรคมะเรง็
25. รัฐธรรมนญู แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศกั ราช 2560 กาหนดจานวน และทีม่ าของวฒุ ิสภา ในช่วง
แรก ซึง่ เป็นไปตามบทเฉพาะกาล จานวนกี่คน
1. 15จ 2. 200 3. 300 4. 250
26. ตามรัฐธรรมนญู พ.ศ. 2550 บัญญตั ิให้ประชาชนมีสิทธเิ์ ขา้ ชือ่ กนั เพ่อื เสนอร่างกฎหมายเกีย่ วกบั
เรือ่ งใด
1. กฎหมายเกีย่ วกบั การเงิน 2. กฎหมายเกี่ยวกบั สิทธเิ สรีภาพ
3. กฎหมายประกอบรฐั ธรรมนูญ 4. กฎหมายแก้ไขเพม่ิ เติมรฐั ธรรมนูญ
27. ปญั หาสามจงั หวดั ชายแดนภาคใต้เกดิ จากสาเหตขุ องลกั ษณะทางสงั คมขอ้ ใด
1. เอกสงั คม 2. พหุสังคม
3. สงั คมเกษตร 4. สังคมเมือง
363
28. ลกั ษณะสาคัญของสงั คมยคุ โลกาภิวตั น์คืออะไร
1. ความเร่งรบี ในเมืองใหญ่ 2. ความหลากหลายทางชีวภาพ
3. ความเอือ้ อาทรในสังคม 4. ความรวดเรว็ ไร้พรมแดนของขอ้ มลู ขา่ วสาร
29. ประเทศใดมรี ะบอบการปกครองแตกต่างจากประเทศอน่ื
1. สิงคโปร์ 2. เวยี ดนาม 3. ลาว 4. พม่า
30. ขอ้ ใดไมใ่ ช่วัตถปุ ระสงคข์ องการจดั ตั้งเขตการคา้ เสรีอาเซียน หรือ AFTA
1. ลดเงื่อนไขข้อจากดั การคา้ ระหว่างประเทศสมาชิก
2. ลดภาษีศลุ กากรให้แกส่ ินค้าส่งออกของกนั และกัน
3. ส่งเสริมการลงทนุ จากภายนอกภูมิภาคให้เข้ามาลงทนุ ในภูมิภาคให้มากย่งิ ขน้ึ
4. ส่งเสริมการวจิ ัยทางด้านวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยที างอุตสาหกรรมระหว่างกัน
31. หลกั การจดั ระเบียบบริหารราชการขอ้ ใด ทีจ่ ะทาให้ประชาชนมีโอกาสปกครองตนเองตามวถิ ีทาง
ประชาธิปไตยไดด้ ีทส่ี ดุ
1. หลกั การรวมอานาจปกครองไวท้ ี่ส่วนกลาง
2. หลกั การรวมอานาจปกครองไวท้ ี่บุคคลคนเดียว
3. หลักการกระจายอานาจปกครองใหแ้ ก่ประชาชนในท้องถิน่
4. หลกั การรวมอานาจไวท้ ี่พรรคๆเดียว
32. บคุ คลในขอ้ ใดไม่ใช้หลกั เศรษฐกิจพอเพยี งในการดาเนินชีวิต
1. สมใจเปน็ ขา้ ราชการช้ันผนู้ ้อย มคี วามเปน็ อยสู่ มฐานะ รู้จักใช้จ่าย ทาให้มีเงนิ ออม
2. สชุ าติเป็นนกั ธรุ กจิ ที่มีเงนิ เดือนสูง จึงสามารถซอื้ สนิ คา้ คณุ ภาพสูงจากต่างประเทศได้
3. สมปองเป็นนกั เรียน และมักใช้เวลาหลงั เลิกเรียนทบทวนหนงั สือ และทาการบ้าน
4. สมศรีเป็นเกษตรกร จงึ กู้เงินจากนายทนุ เพอ่ื มาซือ้ เครือ่ งทุ่นแรงในการทาการเกษตร
33. ความขดั แยง้ ในประเทศคู่ใดมีปมสาเหตุมาจากประเด็นทางศาสนา
1. เกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ 2. อิรักกับคูเวต
3. อเมรกิ ากับรสั เซีย 4. อินเดียกบั ปากีสถาน
34. ขอ้ ใดมิใชล่ กั ษณะที่เปน็ สากลขององคก์ รปกครองท้องถนิ่
1. มีฐานะเปน็ นิติบุคคล 2. ผู้บริหารมาจากการเลือกต้ัง
3. มีอิสระในการดาเนนิ งานด้านต่างประเทศ 4. มีรายไดส้ ่วนหนึง่ จากการเกบ็ ภาษี
35. กรณีความขดั แยง้ ในขอ้ ใดที่เปน็ ผลมาจากสาเหตดุ ้านอดุ มการณ์ทางการเมือง
1. กรณีพพิ าทดนิ แดนแควน้ แคชเมียร์ 2. สงครามอ่าวเปอร์เซีย
3. กรณพี พิ าทไทย–กมั พูชากรณีเขาพระวหิ าร 4. สงครามเวยี ดนาม
36. ปัจจัยสาคญั ขอ้ ใดทีท่ าให้ประชากรในชนบทอพยพเข้าสู่เมืองใหญ่
1. ความยากจน 2. ชุมชนแออัด
3. ปญั หายาเสพตดิ 4. มลภาวะทางอากาศ
364
37. ขอ้ ใดแสดงวา่ ประเทศ ก.มีระดบั การพฒั นาทางเศรษฐกิจสงู กวา่ ประเทศ ข.
1. ประเทศ ก. เป็นประเทศอตุ สาหกรรม ประเทศ ข. เปน็ ประเทศเกษตรกรรม
2. ประชากรผู้มีงานทาในประเทศ ก. มีมากกวา่ ประเทศ ข.
3. รายได้ประชาชาติเฉลีย่ ต่อหัวประเทศ ก. สงู กวา่ ประเทศ ข.
4. ผู้มีรายได้สงู กวา่ เส้นความยากจนในประเทศ ก. มมี ากกวา่ ประเทศ ข.
38. ผู้สมัครชิงตาแหน่งประธานาธิบดีของประเทศสหรฐั อเมริกาประจาปี 2555 และพรรคทีส่ ังกดั ขอ้
ใดถกู ต้อง
1. นายมิตต์ รอมนยี ์ สังกัดพรรครีพบั ริกนั 2. นายบารัค โอบามา สงั กดั พรรคเดโมแครต
3. นายจอห์น ไบเดน สังกดั พรรครีพับริกนั 4. นายจอหน์ แมคเคนส์ สังกัดพรรเดโมแครต
39. ขอ้ ใดไมใ่ ช่องคป์ ระกอบของรฐั
1. อานาจอธิปไตยในการปกครองตนเอง 2. ดินแดนที่มีอาณาเขตแน่นอน
3. รฐั สภาทีท่ รงอานาจ 4. ประชากรที่มีคณุ ภาพ
40. รัฐใดมีลักษณะเปน็ รฐั เดีย่ ว
1. สหรฐั อเมรกิ า 2. มาเลเซีย 3. อังกฤษ 4. อดีตสหภาพโซเวยี ต
41. ในสมยั พระบาทสมเดจ็ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยหู่ วั มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองส่วนภมู ิภาค โดย
แบ่งเป็นรูปแบบ ต่าง ๆ ขอ้ ใดไมใ่ ช่รปู แบบการปกครองส่วนภูมิภาคในสมยั น้ัน
1. มณฑลเทศาภิบาล 2. เมอื ง 3. อาเภอ 4. สุขาภิบาล
42. ขอ้ ใดไมช่ ดั เจนเกี่ยวกบั นโยบายต่างประเทศ
1. แนวทางในการปฏิบตั ิต่อต่างประเทศ
2. แนวทางเพ่อื ใหไ้ ด้มาซึ่งผลประโยชนแ์ ห่งชาติ
3. แนวทางที่กาหนดโดยกระทรวงการต่างประเทศ
4. แนวทางทกี่ าหนดพฤติกรรมระหว่างประเทศ
43. นโยบาย “รฐั นิยม” ของจอมพล ป.พบิ ลู สงคราม ในช่วงสงครามโลกคร้ังที่ 2 คอื ขอ้ ใด
1. การปลูกฝังเรื่องคา่ นิยมของคนไทย
2. การเปลีย่ นแปลงวถิ ีชีวิตบางประการของคนไทย
3. การรณรงคใ์ ห้ประชาชนเลือ่ มใสเชื่อฟังผนู้ า
4. การสง่ เสริมให้ประชาชนมีค่านิยมแบบตะวันตก
44. ขอ้ ใดไมใ่ ช่ตวั แสดงในเวทีความสัมพนั ธ์ระหว่างประเทศ
1. United Nations 2. ASEAN 3. ประเทศไทย 4. มณฑล
45. อะไรเปน็ เป้าหมายหลักในการดาเนนิ นโยบายต่างประเทศของไทย
1. การรกั ษาเอกราชและความมน่ั คง 2. การขยายอานาจในเวทรี ะหว่างประเทศ
3. การแผ่อธิปไตยทางดินแดน 4. การรกั ษาสนั ติภาพโดยการใชก้ าลงั ทหาร
365
46. อะไรไมใ่ ช่คณุ สมบตั ิของผู้มีสิทธลิ งสมคั รสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามรัฐธรรมนญู พ.ศ. 2560
1. มสี ญั ชาติไทยโดยกาเนดิ
2. มีอายไุ ม่ตา่ กวา่ ย่สี ิบห้าปีบรบิ รู ณ์
3. เป็นสมาชิกพรรคการเมืองเดียวไมต่ า่ กวา่ 90 วนั
4. สาเร็จการศกึ ษาระดบั ปริญญาตรีขนึ้ ไป
47. ขอ้ ใดมิใชล่ ักษณะต้องห้ามในการสมัครรบั เลือกตง้ั ส.ส. ตามรฐั ธรรมนญู พ.ศ. 2560
1. เปน็ บุคคลล้มละลายหรือเคยเปน็ บุคคลล้มละลายทจุ ริต
2. เปน็ เจ้าของหรือผู้ถือหนุ้ ในกิจการหนังสือพมิ พห์ รือสอื่ มวลชน
3. อยใู่ นระหว่างถกู เพกิ ถอนสิทธเ์ิ ลือกตั้ง
4. เคยถูกส่ังให้ให้พน้ จากราชการ เพราะทจุ รติ ต่อหน้าที่มาแล้วไม่น้อยกวา่ 10 ปี
48. ขอ้ ใดไมใ่ ช่การมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน
1. การลงคะแนนเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
2. การออกเสียงประชามติรบั – ไม่รับร่างรัฐธรรมนญู พ.ศ. 2550
3. การประชุมกลุ่มคนในท้องถนิ่ เพอ่ื มีมติในเรือ่ งใดเรือ่ งหนึ่ง
4. การลงชือ่ ถอดถอนผู้ทด่ี ารงตาแหนง่ ทางการเมือง
49. ผู้ใดไมม่ ีสทิ ธิลงคะแนนเสียงเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560
1. มีอายุไม่ต่ากวา่ 18 ปี ในวันเลือกต้ัง
2. หากแปลงสญั ชาตติ ้องได้สัญชาติไทยมาแล้วไม่น้อยกวา่ 5 ปี
3. ชือ่ อยใู่ นทะเบียนบ้านในเขตเลือกตง้ั มาแล้วเปน็ เวลาไม่น้อยกวา่ 90 วัน นับถึงวนั เลือกตั้ง
4. มีเชอื้ ชาติไทยและมีสัญชาติไทย
50. คนไทยคนใดทีไ่ ปดารงตาแหนง่ สาคญั ในองคก์ ารระหว่างประเทศของสหประชาชาติในปัจจุบนั
1. พ.ต.ท.ทกั ษิณ ชินวัตร 2. นายประชา คุณะเกษม
3. นายศภุ ชัย พานิชภกั ดิ์ 4. นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย
51. ประชาธิปไตยหมายถงึ อะไร
1. การปกครองโดยชนช้ันสงู ของอาณาเขตนั้น
2. การปกครองโดยประชาชนที่อาศัยอยใู่ นอาณาเขตนน้ั
3. การปกครองโดยผู้ทม่ี ีอานาจในอาณาเขตน้ัน
4. การปกครองโดยการสง่ คนทถี่ กู คดั เลือกจากชนชั้นนาในอาณาเขตนน้ั เขา้ บริหารประเทศ
52. สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตาม รฐั ธรรมนูญ พ.ศ. 2560 มีจานวนเท่าใด
1. 480 คน 2. 500 คน 3. 450 คน 4. 580 คน
53. การจดั ตั้งพรรคการเมืองตามรฐั ธรรมนญู พ.ศ. 2560 ต้องมีบุคคลรวมกันไม่น้อยกวา่ เท่าใด
1. 100 คน 2. 400 คน 3. 500 คน 4. 200 คน
366
54. ขอ้ ใดไมใ่ ช่วตั ถุประสงคข์ องรฐั
1. สร้างระเบียบควบคุมการกระทาของประชาชนไม่ให้ละเมิดสิทธขิ องผู้อืน่
2. เสริมสร้างให้ประชาชนมีคุณธรรม เพ่อื ให้เกิดสันตสิ ุข
3. รับผิดชอบบริการสาธารณะทปี่ ระชาชนได้ใช้ประโยชน์ร่วมกนั
4. เสริมสร้างอานาจและเกียรติภมู ิให้เป็นทีย่ อมรบั ในเวทีการเมืองระหว่างประเทศ
55. ในระบอบประชาธิปไตย การที่ประชาชนเรียกร้องให้มีการชี้แจงเหตุผลและข้อเท็จจริง และผลดี
ผลเสียก่อนการออกหรือบงั คับใช้กฎหมาย เรียกวา่ อะไร
1. การแสดงประชามติ 2. การประชาพจิ ารณ์
3. การแสดงมติมหาชน 4. การวพิ ากษ์วจิ ารณ์ทางการเมือง
56. ขอ้ ใดเปน็ การแบง่ รปู แบบการปกครองแบบเผดจ็ การทถี่ กู ต้อง
1. เผดจ็ การเบ็ดเสรจ็ – เผดจ็ การฟาสซิสต์
2. เผด็จการอานาจนิยม – เผดจ็ การทหาร
3. เผด็จการเบด็ เสรจ็ – เผด็จการอานาจนิยม
4. เผด็จการฟาสซิสต์ – เผดจ็ การคอมมิวนิสต์
57. ขอ้ ใดเป็นการจดั ครู่ ะหว่างสถาบนั กบั การแยกใช้อานาจอธิปไตยทถี่ กู ต้องตามระบอบประชาธิปไตย
1. สภานิติบญั ญตั ิแหง่ ชาติ – อานาจนิติบัญญตั ิ
2. คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ – อานาจบริหาร
3. สภาผู้แทนราษฎร – อานาจนติ ิบัญญตั ิ
4. คณะรัฐมนตรี – อานาจบริหาร
58. ขอ้ ใดไมใ่ ช่พระราชอานาจทีบ่ ัญญตั ิไว้ในรัฐธรรมนญู ปี พ.ศ.2540
1. ทรงเลือกและแต่งตง้ั องคมนตรี 2. ทรงแต่งตง้ั ผู้สาเร็จราชการแทนพระองค์
3. ทรงเลือกสรรและแตง่ ต้ังนายกรัฐมนตรี 4. ทรงใช้อานาจอธิปไตย
59. การทาความตกลงจดั ตง้ั เขตการคา้ เสรรี ะหว่างไทยกบั สาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นความสมั พันธ์
ระหว่างประเทศในเรือ่ งใด
1. ความสมั พันธ์ทางการเมือง 2. ความสมั พันธ์ทางเศรษฐกิจ
3. ความสัมพนั ธ์ทางกฎหมาย 4. ความสัมพนั ธ์ทางสงั คม
60. ประธานาธิบดีคนใดของสหรฐั อเมรกิ าประกาศนโยบายถอนทหารออกจากการรบในสงคราม
เวยี ดนาม
1. แฮรี่ ทรแู มน (Harry Truman) 2. ริชาร์ด นกิ สัน (Richard M. Nixon)
3. โรนลั เรแกน (Ronald Reagan) 4. โทมัส เจฟเฟอร์สนั (Thomas Jefferson)
61. ไทยสถาปนาความสมั พันธ์ทางการทตู กบั สาธารณรฐั ประชาชนจีนในสมัยนายกรฐั มนตรีคนใด
1. นายธานินทร์ กรัยวเิ ชียร 2. จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์
3. ม.ร.ว. คกึ ฤทธิ์ ปราโมช 4. พล.อ.เปรม ติณสลู านนท์
367
62. ความร่วมมือใด ทีไ่ ม่เกยี่ วข้องกบั ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ
1. ARF 2. APEC 3. ASEM 4. ACMECS
63. การฝึก Sea Garuda เป็นการฝึกร่วมกันทุกสองปีระหว่างกองทพั เรือไทยกบั กองทัพเรือชาติใด
1. สหรฐั อเมรกิ า 2. ฟิลิปปนิ ส์ 3. อนิ โดนีเซีย 4. มาเลเซีย
64. กลุ่มอาบซู ายฟั (Abu Sayyaf) เปน็ ขบวนการก่อการร้ายในประเทศใด
1. มาเลเซีย 2. ไทย 3. อนิ โดนีเซีย 4. ฟิลิปปนิ ส์
65. ขอ้ ใดจดั วา่ เปน็ รฐั รวมทีม่ ีระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยและระบบเศรษฐกิจแบบทนุ นิยม
1. ภูฎาน 2. มาเลเซีย 3. เกาหลีใต้ 4. อนิ โดนเี ซีย
66. สตรีทด่ี ารงตาแหน่งประธานสภาของสหรฐั อเมริกาเปน็ คนแรกคอื ใคร
1. นางจอยซ์ ไรซ์ 2. นางแทมมี่ ดกั๊ เวริ ์ด
3. นางแนนซี่ เพโลซี่ 4. นางแองเจล่า เมอรเ์ กล
67. สิทธใิ นการเลือกต้ังถือวา่ เปน็ หัวใจหลกั ของสิทธทิ างการเมืองในระบอบประชาธิปไตยแบบใด
1. ประชาธิปไตยทางตรง 2. ประชาธิปไตยแบบผู้แทน
3. ประชาธิปไตยแนวดิง่ 4. ประชาธิปไตยแนวราบ
68. เงื่อนไขใดของคาร์ล มาร์กทมี่ ิได้เกิดขนึ้ จริงในการปฏิวตั กิ ารปกครองสู่ระบอบเผดจ็ การ
คอมมิวนิสต์ท่เี กิดขนึ้ ในจนี และรสั เซีย
1. การล้มล้างระบบนายทุน
2. ความขดั แยง้ ระหว่างชนชน้ั
3. ภาวะสังคมที่มีการพฒั นาอตุ สาหกรรมขนั้ สงู
4. การเกิดจติ สานกึ ร่วมของกรรมาชีพและชาวนา
69. ระบอบประชาธิปไตยแบบใดที่ผนู้ าฝ่ายบริหารไม่มีอานาจในการบยุบสภา
1. รฐั สภา 2. ประธานาธิบดี
3. กงึ่ รฐั สภากงึ่ ประธานาธิบดี 4. ประชาธิปไตยแบบเบด็ เสร็จ
70. สมัชชาแห่งชาติมีหน้าที่หลักในเรื่องใด
1. กาหนดระเบียบการเลือกต้ัง 2. ตรวจสอบและถอดถอนรัฐบาล
3. พิจารณาร่างงบประมาณแผ่นดิน 4. คดั สรรสมาชิกสภาร่างรฐั ธรรมนญู
71. การสร้างสะพานขา้ มแม่น้าโขงแห่งที่ 2 เพ่อื เชื่อมต่อสถู่ นนหมายเลข 9 ตามโครงการความร่วมมือ
โครงขา่ ยคมนาคม East-West Corridor น้ัน สง่ ผลต่อการขยายตัวทางการติดต่อ การคา้ และการ
ลงทนุ ระหว่างประเทศใดในภมู ิภาค
1. ไทย – ลาว – กมั พชู า 2. ไทย – ลาว – เวยี ดนาม
3. พม่า – ลาว – กมั พชู า 4. พม่า – ลาว – เวยี ดนาม
368
72. ผลประโยชน์แห่งชาติในเรือ่ งใดทีถ่ ือวา่ มีความสาคญั ที่สดุ
1. เอกราชและความมัน่ คง 2. เกียรติภมู แิ ละอานาจรฐั
3. เอกภาพระหว่างกลุ่มเชือ้ ชาติ 4. ความเจริญม่ันคงทางเศรษฐกิจ
73. กลุ่มเจ้านายทน่ี าโดยพระยาศรีสรุ ิยวงศ์ซึง่ มแี นวความคดิ คัดค้านการเปลีย่ นแปลงประเทศในสมัย
รชั กาลที่ 5 หมายถึงกลุ่มใด
1. กลุ่มสยามเก่า 2. กลุ่มสยามใหม่
3. กลุ่มสยามราชภิบาล 4. กลุ่มสยามอนรุ กั ษ์นิยม
74. องคก์ รใดทีจ่ ดั ตงั้ ข้นึ ตามรฐั ธรรมนูญพุทธศักราช 2540 โดยทาหน้าทีพ่ จิ ารณาขอ้ พพิ าทระหว่าง
หน่วยงานราชการ หน่วยงานรฐั หรือเจ้าหน้าทรี่ ฐั กับเอกชน
1. ศาลปกครอง 2. ศาลรฐั ธรรมนูญ
3. คณะตลุ าการรฐั ธรรมนญู 4. คณะกรรมการบริหารศาลยตุ ธิ รรม
75. ขอ้ ใดไมจ่ ดั วา่ เป็นองคก์ รบริหารส่วนท้องถนิ่ ตามพระราชบญั ญตั ิระเบียบบรหิ ารราชการแผ่นดนิ
(ฉบับที่ 5) พุทธศกั ราช 2545
1. เทศบาล 2. สขุ าภิบาล 3. อบจ. 4. องคก์ ารบริหารส่วนตาบล
76. วาทะที่ว่า “การปกครองของประชาชน โดยประชาชน และเพ่อื ประชาชน” เป็นคาประกาศเกีย่ วกบั
ประชาธิปไตยโดยใคร
1. จอร์จ วอชิงตัน 2. จอห์น เอฟ เคเนดี้
3. อับราฮัม ลนิ คอล์น 4. โทมัส เจฟเฟอร์สนั
77. คณะกรรมการสิทธมิ นุษยชนเปน็ องคก์ รที่มาจากการสรรหาโดยใคร
1. วฒุ ิสภา 2. คณะรฐั มนตรี
3. ศาลปกครอง 4. สภาผู้แทนราษฎร
78. อานาจอธิปไตยสาคัญต่อความเปน็ รฐั อยา่ งไร
1. การรบั รองอานาจของผู้นา 2. แสดงถงึ อานาจรฐั ที่เหนือกวา่ รฐั อืน่
3. ความเปน็ อิสระในการปกครองตนเอง 4. สญั ลกั ษณ์ของความเปน็ ประชาธิปไตย
79. ขอ้ ใดเปน็ รัฐแบบสาธารณรัฐทั้งหมด
1. ฝร่ังเศส เดนมารก์ 2. มาเลเซีย อินโดนีเซีย
3. อินเดีย เกาหลีเหนือ 4. ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์
80. ขอ้ ใดไมใ่ ช่การควบคมุ การใช้อานาจของฝ่ายนิติบัญญตั ติ ่อฝ่ายบริหาร
1. การยบุ สภา 2. การตั้งกระทถู้ าม
3. การเปิดอภิปรายทัว่ ไป 4. การลงมติไม่ไว้วางใจ
369
81. การรวมกลุ่มกันประท้วงการนา กฟผ. เขา้ ตลาดหุ้นของพนักงานการไฟฟ้าฝ่ายผลิตเปน็ การ
แสดงออกของกลุ่มผลประโยชน์แบบใด
1. กลุ่มปัญญาชน 2. กลุ่มผู้ใช้แรงงาน
3. กลุ่มสร้างสถานการณ์ 4. กลุ่มสาธารณประโยชน์
82. นโยบายแปรสนามรบเป็นตลาดการคา้ เปน็ นโยบายต่างประเทศที่ริเริ่มในสมัยรฐั บาลใด
1. นายชวน หลีกภยั 2. นายอานันท์ ปนั ยารชุน
3. พลเอกชาติชาย ชุณหะวณั 4. จอมพล ป. พบิ ลู สงคราม
83. ขอ้ ใดเป็นกฎหมายท่มี าจากอานาจการจดั ทาขององคก์ รพเิ ศษ
1. รฐั ธรรมนญู 2. กฎกระทรวง
3. พระราชบญั ญัติ 4. พระราชกาหนด
84. ขอ้ ใดเปน็ การแบง่ ระบอบการเมืองการปกครอง
1. ประชาธิปไตย – เผดจ็ การ 2. ประชาธิปไตย – คอมมิวนสิ ต์
3. สงั คมนิยม – ประชาธิปไตย 4. สงั คมนิยม – เสรีนิยม
85. ขอ้ ใดมีความหมายตรงกับเจตนารมณ์ของรฐั ธรรมนูญ พ.ศ. 2540 ในการปฏิรปู สกู่ ารเมืองการ
ปกครองภาคพลเมืองมากทีส่ ดุ
1. รัฐธรรมนญู กาหนดให้มกี ารกระจายรายได้สู่ชนบท
2. รัฐธรรมนูญมุ่งสร้างเสถียรภาพแกร่ ฐั บาลในระบบรฐั สภา
3. รฐั ธรรมนูญนามาซึง่ การมีองคก์ รและสถาบนั ทางการเมืองใหม่
4. รฐั ธรรมนูญส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน
86. คณะกรรมการป้องกนั และปราบปรามการทุจรติ แหง่ ชาติ (ป.ป.ช.) มีอานาจหน้าที่ส่วนใดที่แตกต่าง
จากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทจุ ริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ (ป.ป.ป.)
1. อานาจในการไตส่ วนและสืบหาข้อเท็จจริง
2. อานาจในการตรวจสอบข้อเทจ็ จรงิ และวนิ ิจฉยั
3. อานาจในการสรปุ และสง่ สานวนรายงานเผยแพร่
4. อานาจในการเสนอความเหน็ เพอ่ื ถอดถอนผู้กระทาผิด
87. การลงมติไม่ไวว้ ำงใจนำยกรัฐมนตรี ตามรฐั ธรรมนญู พ.ศ. 2560 กระทาได้ในกรณีใด
1. วฒุ ิสมาชิกไม่น้อยกวา่ 1 ใน 3 ยน่ื ญตั ติอภิปรายไม่ไวว้ างใจ
2. วฒุ ิสมาชิกไม่น้อยกวา่ 2 ใน 3 ยน่ื ญตั ติอภิปรายไม่ไวว้ างใจ
3. สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไมน่ ้อยกวา่ 1 ใน 6 ยน่ื ญตั ตอิ ภิปรายไม่ไว้วางใจ
4. สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่น้อยกวา่ 1 ใน 5 ยน่ื ญตั ตอิ ภิปรายไม่ไว้วางใจ
370
88. ลักษณะสังคมแบบใดทสี่ ่งเสริมความเป็นประชาธิปไตย
1. การมีโครงสร้างทางการเมืองทีเ่ ข้มแขง็
2. การยอมรบั อานาจและเชือ่ ฟังผู้ปกครอง
3. การสร้างความเปน็ เอกราชและชาตินิยม
4. การมีความเท่าเทียมในสทิ ธิและเสรีภาพ
89. การกระจายอานาจตามหลกั ในการปกครองระบอบประชาธิปไตยหมายถึงขอ้ ใด
1. การสง่ เสริมให้ทอ้ งถนิ่ ปกครองตนเอง
2. การจดั ตั้งส่วนราชการให้ครอบคลมุ ทกุ พ้นื ที่
3. การจดั สรรงบประมาณให้ท้องถิ่นอยา่ งเพยี งพอ
4. การถ่ายโอนอานาจการบรหิ ารระหว่างส่วนราชการ
90. หลกั การพน้ื ฐานเกีย่ วกบั สิทธมิ นษุ ยชนมีท่มี าจากแนวคดิ ในเรื่องใด
1. สิทธจิ รรยา 2. สิทธอิ านาจ 3. สิทธธิ รรมชาติ 4. สิทธกิ ารเมือง
91. องคก์ รใดทีท่ าหน้าที่การพจิ ารณาให้ความเหน็ ชอบร่างรฐั ธรรมนูญฉบบั พ.ศ. 2540
1. รัฐสภา 2. สภาร่างรัฐธรรมนญู
3. คณะกรรมการพฒั นาประชาธิปไตย 4. คณะกรรมการปฏริ ูปการเมือง
92. ขอ้ ใดอธิบายความเปน็ รฐั ไดด้ ีทส่ี ดุ
1. สงั คมการเมืองที่มีรูปแบบการปกครองทีช่ ดั เจน โดยมีรฐั บาลทาหน้าที่ทางการปกครอง
2. หน่วยทางการเมืองทีม่ ีหน้าทีใ่ นการดาเนินกิจกรรมทางสงั คม เศรษฐกจิ และการปกครอง
3. ชมุ ชนทางการเมืองที่ประกอบด้วยประชาชน ดินแดน อานาจอธิปไตย และรัฐบาล
4. องค์กรทางการเมืองที่กากบั และจัดระเบียบทางสงั คมเพอ่ื ให้เกดิ ความสงบเรียบร้อย
93. ขอ้ ใดไมจ่ ดั วา่ เปน็ รฐั แบบรัฐเดีย่ ว
1. อนิ เดีย พม่า 2. อฟั กานิสถาน ซาอุดิอาระเบีย
3. อสิ ราเอล วาตกิ ัน 4. อังกฤษ สวเี ดน
94. การปกครองโดยหลกั นิติธรรมมีลกั ษณะอยา่ งไร
1. การปกครองโดยกฎของคนหมมู่ าก 2. การปกครองโดยผู้ปกครองทีม่ ีคณุ ธรรม
3. การปกครองโดยอาศัยหลกั ศาสนา 4. การปกครองโดยยดึ หลกั กฎหมาย
95. ขอ้ บญั ญัติข้อใดในรฐั ธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540 ที่มีผลโดยตรงต่อการสง่ เสริม
การกระจายอานาจใหแ้ ก่องคก์ รปกครองส่วนท้องถิน่
1. กาหนดให้มกี ารเลือกตงั้ องคก์ รปกครองส่วนท้องถนิ่ ในทกุ ระดบั
2. กาหนดให้มีการบริหารท้องถิน่ โดยผู้ว่าราชการแบบบรู ณาการ
3. กาหนดให้สิทธิประชาชนในการถอดถอนคณะกรรมการบริหารท้องถนิ่ ได้
4. กาหนดให้อานาจอสิ ระในการจดั การกจิ กรรมสาธารณะแด่องคก์ รปกครองท้องถิ่น
371
96. ขอ้ ใดไมใ่ ช่เจตจานงในการใชก้ ารเลือกตงั้ แบบบัญชรี ายชื่อ (Party List)
1. เพอ่ื ให้ประชาชนสามารถกาหนดพรรคทจ่ี ะขนึ้ มาเปน็ รฐั บาลได้โดยตรง
2. เพือ่ ส่งเสริมให้ผู้แทนราษฎรและประชาชนใกล้ชิดกันมากข้นึ
3. เพอ่ื ป้องกนั ปญั หาในการทุจริตการเลือกตง้ั โดยการซอื้ เสียง
4. เพ่อื แก้ไขปัญหาความไร้เสถียรภาพของรฐั บาลผสม
97. ศาลปกครองทาหน้าที่ใดในการส่งเสริมหลักธรรมาภิบาลการปกครองแบบประชาธิปไตย
1. พจิ ารณาขอ้ พพิ าททีเ่ กดิ จากการใช้อานาจโดยมิชอบตามกฎหมายของเจ้าหน้าที่รฐั
2. ชดใช้ความเสียหายให้แก่ประชาชนทีไ่ ดร้ บั ผลกระทบจากการบริหารงานของรัฐ
3. ตรวจสอบและทารายงานการปฏิบตั ิงานอนั มิชอบของเจ้าหน้าทรี่ ฐั
4. พิจารณาแก้ไขขอ้ ร้องเรียนทเี่ กีย่ วกับการตีความกฎหมายและขอ้ บงั คับราชการต่างๆ
98. พฤตกิ รรมลกั ษณะใดมิใชก่ ารแสดงออกของการมีส่วนรว่ มทางการเมือง
1. การไปใชส้ ิทธเิ ลือกตง้ั เปน็ ครั้งคราว 2. การรับรู้สิทธิของตนตามกฎหมาย
3. การวพิ ากษ์วิจารณ์เรือ่ งการเมือง 4. การชุมนุมประท้วง
99. ขอ้ ใดเปน็ วตั ถุประสงคแ์ ละหน้าทหี่ ลกั ของพรรคการเมือง
1. การเปน็ รฐั บาลบรหิ ารประเทศ
2. ให้ความรู้การเมืองแก่ประชาชน
3. ตรวจสอบควบคมุ การทางานของรฐั บาล
4. ส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน
100. อภิชนาธิปไตย หมายถงึ รปู แบบการปกครองแบบใด
1. การปกครองโดยกษัตริย์ 2. การปกครองโดยนกั ปราชญ์
3. การปกครองโดยชนชั้นกลาง 4. การปกครองโดยชนชั้นสูง
101. คาร์ล มารก์ ซ์ อธบิ ายการปฏิวตั ิทางสงั คมวา่ อยา่ งไร
1. โครงสร้างของสงั คมเปน็ ผลผลิตมาจากการกระจายรายได้
2. ระบบชนชั้นเป็นสิ่งจาเปน็ ในการสร้างระเบียบให้แก่สงั คม
3. การสร้างสังคมใหมโ่ ดยล้มล้างระบบทุนนิยมและนายทนุ
4. ความชอบธรรมและอานาจเปน็ การจัดสรรโดยผู้นาทเี่ ขม้ แขง็
102. การปกครองระบอบประชาธิปไตยทกี่ าหนดให้มกี ารแยกอานาจอธิปไตยเป็นสามส่วนน้ัน มี
เจตจานงในการจดั สรรอานาจอธิปไตยด้วยหลกั การใด
1. การรวมอานาจ 2. การแบง่ อานาจ
3. การกระจายอานาจ 4. การถ่วงดลุ อานาจ
372
103. กลุ่มธรุ กิจของไทยในขอ้ ใดทีม่ ีอิทธพิ ลทางการเมืองในระดบั สงู โดยมีบทบาทในการให้ความ
สนับสนนุ ทางการเมืองแกก่ ลุ่มการเมืองและกลุ่มผู้นาทางการทหาร
1. กลุ่มนายทนุ ผูกขาด 2. กลุ่มนายทนุ ทวั่ ไป
3. กลุ่มนายทุนท้องถนิ่ 4. กลุ่มนายทนุ ต่างชาติ
104. กลุ่มผลประโยชน์และกลุ่มกดดนั ต่างกนั อยา่ งไร
1. กลุ่มผลประโยชน์ผกู พนั กนั ด้วยผลประโยชน์ของสมาชิก กลุ่มกดดนั รวมกนั ด้วย
อุดมการณร์ ่วมกนั
2. กลุ่มผลประโยชนส์ นองตอบเฉพาะผลประโยชน์ของสมาชิก แตก่ ลุ่มกดดันสนอง
ผลประโยชน์แก่คนทัว่ ไป
3. กลุ่มผลประโยชน์มุ่งเป้าหมายทางด้านเศรษฐกจิ แต่กลุ่มกดดนั มุ่งเป้าหมายทางการเมือง
4. ไม่มีความแตกต่างกนั แต่ประการใด
105. ประเทศใดที่ไม่ได้เข้าร่วมประชมุ ความร่วมมือทางเศรษฐกิจในเอเชีย-แปซิฟิก(APEC)
1. เมก็ ซิโก 2. ไต้หวนั
3. พม่า 4. เปรู
106. เหตใุ ดการปกครองส่วนท้องถนิ่ จงึ เป็นการสง่ เสริมการปกครองระบอบประชาธิปไตย
1. ทาให้พรรคการเมืองมีตวั แทนในองคก์ รปกครองส่วนท้องถิน่ มากขน้ึ
2. ทาให้ประชาชนมีส่วนร่วมทางการเมืองไดม้ ากข้นึ
3. ทาใหร้ ัฐบาลกลางเก็บภาษีได้มากขน้ึ
4. ทาใหร้ ฐั บาลกลางสามารถจัดทาบริการสาธารณะได้หลากหลายขนึ้
107. ขอ้ ใดคอื อานาจของผู้ตรวจการแผ่นดนิ ของรฐั สภา
1. การระงับข้อพพิ าทของหน่วยงานรฐั กับเจา้ หน้าทีข่ องรฐั
2. ตรวจสอบการดาเนนิ งานของสมาชิกรฐั สภาในเรือ่ งการทุจริต
3. ตรวจสอบการปฏิบตั งิ านของคณะรัฐมนตรีแล้วนาเสนอต่อรฐั สภา
4. พจิ ารณาข้อร้องทกุ ขข์ องประชาชนทีไ่ ม่ไดร้ บั ความเปน็ ธรรมจากการปฏิบตั ิหน้าที่
ของเจ้าหน้าทีข่ องรัฐ
108. บุคคลใดของประเทศไทยทไ่ี ดร้ บั แต่งตง้ั ให้เปน็ คณะกรรมการเสนอแนะแนวทางปฏิรูปบทบาท
ของสหประชาชาติ
1. นายศุภชยั พานิชภกั ดิ์ 2. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
3. นายอานนั ท์ ปันยารชนุ 4. พ.ต.ท. ทกั ษิณ ชินวัตร
109. ขอ้ ใดไมใ่ ช่อานาจของฝ่ายนิตบิ ญั ญัติใช้ควบคุมการดาเนินงานของฝ่ายบริหาร
1. การยุบสภา 2. การตง้ั กระทู้ถาม
3. การเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ 4. การลงมตถิ อดถอนออกจากตาแหน่ง
373
110. เหตุการณ์ใดที่สามารถนาคดีเขา้ สกู่ ารพจิ ารณาของศาลปกครอง
1. คดีที่นกั การเมืองถกู กล่าวหาวา่ ร่ารวยผดิ ปกติ
2. คดีพิพาทเกี่ยวกับการละเลยต่อหน้าที่ หรือปฏิบตั ิหนา้ ทีล่ ่าช้าเกินสมควรของหน่วยงาน
หรือเจ้าหน้าที่ของรฐั
3. การพจิ ารณาวนิ ิจฉยั บทบญั ญตั ิของกฎหมายวา่ ขดั หรือแยง้ ต่อรัฐธรรมนญู
4. กรณีที่เจ้าหน้าทีข่ องรฐั ถกู กล่าวหาวา่ กระทาความผิดกฎหมายอาญา
111. การบริหารงานรูปแบบขององคก์ ารบริหารส่วนตาบล เป็นหลกั การใช้อานาจปกครองรปู แบบใด
1. การรวมอานาจ 2. การแบง่ อานาจ
3. การกระจายอานาจ 4. การโอนอานาจ
112. บคุ คลในขอ้ ใดไมม่ ีอานาจหน้าทีใ่ นการเสนอร่างพระราชบัญญัติเข้าสู่การพจิ ารณาของสภา
ผแู้ ทนราษฎร
1. ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกต้ังจานวน 10,000 คนข้ึนไป 2. นายกรฐั มนตรี
3. สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 4. คณะรัฐมนตรี
113. ขอ้ ใดเป็นพระราชอานาจของพระมหากษตั ริย์
1. การเลือกนายกรฐั มนตรี 2. การเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร
3. การเลือกประธานศาลฎีกา 4. การเลือกประธานองคมนตรี
114. ประเทศใดที่เข้าร่วมเป็นสมาชิกของสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวนั ออกเฉียงใต้เปน็ ประเทศ
สุดท้าย
1. กมั พชู า 2. เวียดนาม
3. บรไู น 4. พม่า
115. ขอ้ ใดคอื อานาจ ส.ว. ในการตรวจสอบฝ่ายบริหาร ตามรฐั ธรรมนูญ พ.ศ. 2560
1. ส.ว. จานวนไม่น้อยกวา่ 1 ใน 3 สามารถเขา้ ชื่อเพอ่ื เปิดอภิปรายท่ัวไปได้
2. ส.ว. จานวนไม่น้อยกวา่ 1 ใน 3 สามารถเขา้ ชื่อเพอ่ื เปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจได้
3. สมาชิกวุฒสิ ภา ลงมตไิ ม่ไว้วางใจมากกวา่ 251 เสียง รัฐมนตรีต้องพน้ จากตาแหน่งทนั ที
4. สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ไม่มสี ิทธใิ ด ๆ ในการตรวจสอบฝ่ายบริหาร
116. ขอ้ ใดคอื ความหมายของ วาจาเปยยะ ในหลกั ราชสงั คหะ
1. ความสามารถในการบารงุ พชื พนั ธุ์
2. ความสามารถในการส่งเสริมอาชีพ
3. ความสามารถในการสงเคราะห์ประชาชน
4. ความสามารถในการใช้วาจาให้เกิดความประทบั ใจ
117. แนวคดิ ของนโยบายหนงึ่ ตาบลหนงึ่ ผลิตภัณฑ์ของรฐั บาลไทย มีตน้ กาเนิดมาจากจังหวดั อะไร
1. โออิตะ 2. เกียวโต 3. โอซากา 4. โอกินาวา
374
118. ขอ้ ใดไมเ่ ขา้ พวก
1. ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา
2. คณะกรรมการป้องกนั และปราบปรามการยาเสพตดิ
3. คณะกรรมการตรวจเงนิ แผ่นดิน
4. คณะกรรมการการเลือกตั้ง
119. ขอ้ ใดไมเ่ ขา้ พวกกบั ไทย บรไู น อังกฤษ
1. เนปาล 2. กมั พูชา
3. ฝรัง่ เศส 4. ญ่ปี ุ่น
120. รัฐเดยี่ วคือขอ้ ใด
1. รัฐทีม่ รี ฐั บาลเดียวใช้อานาจอธิปไตย 2. รฐั ที่มีประชาชนอยกู่ ายใต้รฐั บาลเดียวกนั
3. รฐั ที่มีหน่วยงานปกครองท้องถนิ่ ทีม่ ีส่วนร่วม 4. ถกู ทกุ ข้อ
121. ขอ้ ใดไมใ่ ช่หลกั การของระบอบประชาธิปไตย
1. ทุกคนมคี ณุ ค่า 2. ทกุ คนมคี วามเท่าเทียม
3. ทุกคนมีความสามารถและมีเหตผุ ล 4. ไมม่ ีข้อถูกต้อง
122. ขอ้ ใดกล่าวไมถ่ กู ตอ้ ง เกีย่ วกับการปกครองระบบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา
1. คณะรฐั มนตรจี ะเข้าดารงตาแหนง่ ไดต้ ่อเมือ่ ไดร้ บั ความไวว้ างใจจากรฐั สภา
2. รฐั สภามีอานาจควบคุมการบรหิ ารราชการแผ่นดนิ ของรฐั มนตรี
3. คณะรฐั มนตรีจะต้องนากฎหมายท่อี อกโดยฝ่ายตลุ ากรไปปฏิบตั ิ
4. ฝ่ายนิติบัญญตั ิช่วยฝ่ายบริหาร บรหิ ารราชการแผ่นดนิ
123. ประชาธิปไตย คอื ขอ้ ใด
1. ระบอบการปกครองที่รฐั บาล และประชาชนมีอานาจสงู สดุ ในการปกครองประเทศ
2. ระบอบการปกครองทีป่ ระชาชนมีอานาจสงู สดุ ในการปกครองประเทศ
3. ระบอบการปกครองแบบรวมศูนยท์ ีย่ นิ ยอมให้ประชาชนมีสิทธิและเสรีภาพ
4. ถกู ทกุ ขอ้
124. ขอ้ ใดไมใ่ ช่ลกั ษณะของ “รฐั รวม”
1. การปกครองส่วนท้องถนิ่ ต้องอยใู่ ตก้ ฎหมายท่ีออกมาโดยส่วนกลางทั้งหมด
2. ปกครอง 2 ระดบั คอื รฐั บาลกลาง และรัฐบาลท้องถนิ่
3. มกี ารแบ่งการใช้อานาจอธิปไตยเปน็ สัดส่วน
4. ไมม่ ีข้อใดถกู
375
125. การปฏิรูประบบราชการของประเทศไทยทีค่ าดวา่ จะนาไปใช้ในปีงบประมาณ พ.ศ.2546 ยดึ
หลกั อะไรในการจดั แบง่ การบริหาร
1. ความสามารถของแต่ละกระทรวง 2. ความรู้และคุณวฒุ ิของขา้ ราชการ
3. กลุ่มงาน 4. ไมม่ ีข้อใดถกู
126. ลทั ธิสงั คมนิยมประชาธิปไตย คอื ขอ้ ใด
1. ระบบการปกครอง 2. ระบบเศรษฐกจิ
3. ระบบการเมือง 4. ระบบกรรมสิทธิ์
127. ประเทศในโลกส่วนใหญ่มีรูปแบบประชาธิปไตยแบบใด
1. แบบตวั แทน 2. แบบทางตรง
3. แบบผสม 4. ถูกทกุ ขอ้
128. ทีม่ าของระบอบประชาธิปไตย คอื ขอ้ ใด
1. ธรรมชาตินิยม 2. สขุ นิยม
3. สงั คมนิยม 4. ปัจเจกชนนิยม
129. ขอ้ ใดคอื ลกั ษณะของระบอบเผด็จการ
1. การปกครองโดยกลุ่มบุคคล
2. การใช้อานาจที่ไมต่ ้องไดร้ ับความเหน็ ชอบของประชาชน
3. อานาจที่แท้จรงิ อยทู่ ีผ่ ู้เปน็ หัวหน้าแต่เพียงผู้เดียว
4. ถกู ทกุ ขอ้
130. ขอ้ ใดคอื ความหมายของ หลกั นติ ิธรรม
1. จารีตประเพณี 2. ดุลพนิ จิ
3. วฒั นธรรม 4. กฎหมาย
131. เหตุการณ์ทนี่ บั วา่ เป็นการริเริม่ การวางรากฐานของการปกครองระบอบประชาธิปไตยใน
ประเทศไทย คือขอ้ ใด
1. การเลิกทาส 2. การมีการเลือกตั้ง
3. การมสี ภาตาบล 4. การตง้ั เมืองดสุ ิตธานี
132. ขอ้ ใดไมใ่ ช่การปกครองส่วนท้องถิน่ ของประเทศไทย
1. องค์การบริหารส่วนตาบล 2. กรงุ เทพมหานคร
3. เมอื งพทั ยา 4. อาเภอ
133. หน้าทีข่ ององคก์ รการปกครองท้องถนิ่ คอื ขอ้ ใด
1. ผู้ใหญบ่ ้านจดั ให้มีประเพณีบุญบงั้ ไฟและประกวดบ้ังไฟประเภทสวยงาม
2. กานันและลกู บ้านช่วยกนั ทาความสะอาดคู คลอง ทอ่ ระบายน้า และถนนในตาบลบ้านเกิด
3. องคก์ ารบรหิ ารส่วนตาบลร่วมกบั โรงเรียนจัดอบรมฝึกอาชีพให้กับนักเรียนทจี่ บชั้น ม.3
4. ถูกทกุ ขอ้
376
134. กิจกรรมใดแสดงถึงการมีส่วนร่วมในการปกครองท้องถนิ่
1. การรวมกลุ่มรณรงคค์ ัดค้านรัฐบาล
2. การเขา้ ชื่อเสนอถอดถอนนายกเทศมนตรี
3. การออกเสียงเลือกตงั้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
4. การสนับสนุนการจดั ตั้งสาขาของพรรคการเมือง
135. การใช้หลกั การใดก่อให้เกดิ ความยุติธรรมในสงั คมไดด้ ีทส่ี ุด
1. หลกั ภราดรภาพ 2. หลกั เสียงขา้ งมาก
3. หลักการมีส่วนร่วม 4. หลกั ความเสมอภาค
136. ขอ้ ใดกล่าวถกู ต้องเกี่ยวกบั การแตง่ ต้ังคณะกรรมการสิทธิมนษุ ยชนแหง่ ชาติตาม
รัฐธรรมนญู แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550
1. พระมหากษัตริย์ทรงแตง่ ต้ังตามคาแนะนาของวุฒิสภา
2. รฐั สภาแต่งตง้ั ตามความเห็นชอบของสภาผู้แทนราษฎรและวฒุ ิสภา
3. สภาผู้แทนราษฎรมีมตแิ ต่งตั้งตามคาแนะนาของคณะกรรมการสรรหา
4. คณะรัฐมนตรีมีมตแิ ต่งต้ังตามคาแนะนาของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมน่ั คงของ
มนษุ ย์
137. พฤตกิ รรมใดของพลเมืองที่ขดั ขวางการพัฒนาทางการเมืองตามระบอบประชาธิปไตย
1. การรณรงคห์ าเสียง
2. การชมุ นุมประท้วง
3. การนอนหลับทับสิทธ์ิ
4. การเรียกร้องสิทธปิ ระโยชน์
138. ฮ่องกงเป็นรฐั หรือไม่ เพราะเหตใุ ด
1. เปน็ รฐั เพราะมีการปกครองตนเองอยา่ งอสิ ระ
2. เปน็ รฐั เพราะมีดนิ แดนที่มีอาณาเขตแน่นอน
3. ไมเ่ ป็นรฐั เพราะไม่มีรัฐบาลเปน็ ของตนเอง
4. ไม่เปน็ รฐั เพราะไม่มีอานาจอธิปไตย
139. การปกครองตนเองของประชาชนแบบประชาธิปไตยเริ่มปรากฏข้นึ ต้ังแต่เมื่อใด
1. สมยั กลาง 2. สมัยโรมัน
3. สมัยกรกี โบราณ 4. สมยั ฟืน้ ฟูศลิ ปวทิ ยา
140. ความขอ้ ใดอธิบายได้ถงึ สาเหตทุ ี่ประเทศไทยจดั การปกครองตามแบบองั กฤษแทนทีจ่ ะจดั แบบ
ฝรั่งเศส ภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475
1. ประเทศไทยมกี ษตั ริย์เช่นเดียวกบั องั กฤษ
2. องั กฤษมีรัฐบาลทีม่ ีเอกภาพและเสถียรภาพสงู
3. ระบบขุนนางของไทยและองั กฤษมีลกั ษณะคล้ายคลึงกัน
4. กลุ่มผู้นาในการเปลีย่ นแปลงการปกครองสาเรจ็ การศึกษาจากองั กฤษ
377
141. ในระบอบประชาธิปไตยอนั มีพระมหากษัตริยท์ รงเปน็ ประมขุ ใครคอื ผู้มีอานาจสงู สดุ ของ
ประเทศ
1. พระมหากษตั ริย์ 2. ประชาชน
3. รฐั บาล 4. รฐั สภา
142. ขอ้ ใดกล่าวถกู ต้องเกี่ยวกับพระมหากษัตริย์ของไทยในระบอบประชาธิปไตยอันมี
พระมหากษตั ริย์ทรงเป็นประมุข
1. ทรงดารงฐานะองคอ์ ธิปัตยแ์ ห่งรฐั
2. ทรงดารงตาแหน่งสูงสุดของกองทัพ
3. ทรงดารงฐานะประมขุ แห่งพระศาสนา
4. ทรงดารงตาแหน่งสงู สุดของฝ่ายบรหิ าร
143. ประเทศใดเป็นสมาชิกก่อตง้ั ASEAN
1. ลาว 2. พม่า 3. กมั พูชา 4. ไทย
144. ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจกั รไทย พุทธศักราช 2550 ผู้ท่มี ีสัญชาติไทยหากกระทา
ความผิดร้ายแรงสามารถเนรเทศออกนอกประเทศไดห้ รอื ไม่
1. เนรเทศได้ทงั้ กรณีความผิดทางอาญาและทางแพง่
2. เนรเทศได้เฉพาะกรณีความผิดทางอาญา
3. เนรเทศได้เฉพาะเปน็ การชัว่ คราว
4. เนรเทศไม่ได้
145. ขอ้ ใดผิดเกีย่ วกบั การย่นื ญตั ิขอแก้ไขเพ่มิ เติมรฐั ธรรมนญู 2560
1. มาจากคณะรัฐมนตรี
2. ส.ส. ไมน่ ้อยกวา่ 1 ใน 5 ของทีม่ ีอยู่ หรือก็คอื ส.ส. 100 คน
3. ส.ส. และ ส.ว. รวมกนั ไมน่ ้อยกวา่ 1 ใน 5 หรือกค็ อื ส.ส. และ ส.ว. รวมกนั 150 คน
4. ประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งจานวน 80,000 คน
146. ขอ้ ใดกล่าวถกู ต้องเกี่ยวกบั การดารงตาแหน่งนายกรฐั มนตรี ตามรฐั ธรรมนูญแหง่
ราชอาณาจักรไทยพทุ ธศกั ราช 2560
1. จะดารงตาแหนง่ ติดต่อกนั 2 วาระ ไม่ได้
2. จะดารงตาแหนง่ ติดต่อกนั เกนิ กวา่ 4 ปี ไม่ได้
3. จะดารงตาแหนง่ ติดต่อกนั เกนิ กวา่ 8 ปี ไม่ได้
4. จะดารงตาแหนง่ ติดต่อกนั เกนิ กวา่ 2 วาระ ไม่ได้
147. ประเทศใดมรี ูปแบบของรฐั แตกต่างจากประเทศมาเลเซยี
1. อินเดยี 2. แคนาดา 3. อินโดนเี ซีย 4. สวติ เซอรแ์ ลนด์
148. การปกครองตามหลกั การใดทาใหร้ ฐั บาลมีอานาจจากดั
1. หลกั รฐั นิยม 2. หลกั เทวสทิ ธิ์ 3. หลักนิติธรรม 4. หลกั บรู ณภาพ
378
149. องคก์ ารใดเปน็ ผู้ประกาศปฏญิ ญาสากลวา่ ด้วยสิทธมิ นษุ ยชน
1. องคก์ ารยูนิเซฟ 2. องคก์ ารยูเนสโก
3. สมชั ชาแห่งสหประชาชาติ 4. คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ
150. วธิ ีการได้มาซึ่งบุคคลในตาแหนง่ ใดมีความแตกต่างกนั อยา่ งชดั เจนระหว่างประเทศทีใ่ ช้ระบบ
รัฐสภากบั ระบบประธานาธิบดี
1. สมาชิกวฒุ ิสภา 2. หัวหน้าฝ่ายบรหิ าร
3. หัวหน้าฝ่ายตุลาการ 4. สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
151. ขอ้ ใดคอื องคก์ รปกครองส่วนท้องถิ่นที่จัดต้ังในสมยั สมบรู ณาญาสิทธริ าชย์
1. เทศบาล 2. สขุ าภิบาล
3. เทศาภิบาล 4. ประชาภิบาล
152. หลกั การใดอยใู่ นหลกั 6 ประการ ของคณะราษฎร
1. สงั คม 2. สามัคคี 3. เอกภาพ 4. การศึกษา
153. รัฐธรรมนญู แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศกั ราช 2560 เป็นรฐั ธรรมนูญฉบับที่เทา่ ใดของไทย
1. ฉบบั ที่ 15 2. ฉบบั ที่ 16 3. ฉบบั ที่ 17 4. ฉบับที่ 20
154. ในการจัดทารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจกั รไทย พุทธศักราช 2550 ใครคือผู้มีอานาจ
พจิ ารณาให้ความเหน็ ชอบร่างรฐั ธรรมนูญเป็นลาดบั สดุ ท้ายก่อนนาข้นึ ทูลเกล้าฯ ถวายเพือ่
ทรงลงพระปรมาภิไธย
1. สภาร่างรัฐธรรมนูญ 2. สภานิติบัญญตั ิแหง่ ชาติ
3. คณะมนตรีความม่ันคงแหง่ ชาติ 4. ประชาชนผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้ง
155. ขอ้ ใดคอื การปฏิบตั ิตนเป็นพลเมืองดตี ามหลกั ประชาธิปไตย
1. สมโชคไม่เล่นการพนันทกุ ชนิด 2. สมชายไม่จอดรถในทหี่ ้ามจอด
3. สมชาติไม่วิพากษ์วจิ ารณร์ ัฐบาล 4. สมชยั ไม่ซอื้ สินค้าต่างประเทศ
156. การใช้หลกั การใดทาให้รฐั สามารถดาเนนิ การให้ความคมุ้ ครองสิทธมิ นษุ ยชนได้อยา่ งมี
ประสิทธภิ าพ
1. หลกั เหตุผล 2. หลกั นิติธรรม
3. หลักความเสมอภาค 4. หลกั สิทธเิ สรีภาพและหน้าที่
157. ประเทศในขอ้ ใดมีประมุขของรฐั แบบเดียวกัน
1. ญ่ปี ุ่น เกาหลี 2. อังกฤษ ฝรง่ั เศส
3. เวียดนาม กมั พูชา 4. อนิ โดนเี ซีย ฟลิ ิปปนิ ส์
158. ความสาเรจ็ ของการปกครองระบอบประชาธิปไตย ขน้ึ กบั ปัจจยั สาคัญขอ้ ใดมากทสี่ ดุ
1. การมีรฐั ธรรมนญู เปน็ หลกั ในการปกครองประเทศ
2. การกาหนดสิทธเิ สรีภาพของประชาชนอยา่ งเหมาะสม
3. การมสี ่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนอยา่ งกวา้ งขวาง
4. การกาหนดขอบเขตอานาจของสถาบนั การเมืองอยา่ งรดั กมุ
379
159. จุดอ่อนในการบริหารประเทศตามระบอบเผด็จการตรงกับข้อใด
1. มคี า่ ใช้จ่ายสูง 2. ดาเนินการยาก
3. ขาดความเปน็ เอกภาพ 4. เกิดความผิดพลาดไดง้ ่าย
160. พระมหากษตั ริย์ในระบบรฐั สภาทรงมีฐานะใด
1. องค์อธิปัตย์ 2. ผู้นารฐั บาล
3. ประมขุ แห่งรฐั 4. ผู้ปกครองประเทศ
161. ขอ้ ใดต่อไปนเี้ กดิ ข้นึ หลงั จากทีร่ ฐั ธรรมนญู พ.ศ.2560 มผี ลบังคับใช้
1. การแตง่ ตงั้ ประธานองคมนตรแี ละองคมนตรีอนื่
2. การจดั ทาพระราชบญั ญัติประกอบรฐั ธรรมนญู
3. การแตง่ ตง้ั ประธานศาล ประธานองคก์ รอิสระใหม่ ตามรัฐธรรมนญู
4. การดาเนนิ การเกีย่ วกับพระราชพธิ ีบรมราชาพเิ ศษ
162. การเปลีย่ นแปลงการปกครองในปี 2475 ก่อให้เกดิ การเปลีย่ นแปลงหลายประการยกเวน้ ขอ้ ใด
1. รูปแบบของรฐั 2. ผู้บริหารประเทศ
3. ระบอบการปกครอง 4. เจ้าของอานาจอธิปไตย
163. องคก์ รในขอ้ ใดเกิดจากการกระจายอานาจ
1. ตาบลนาดี 2. เมอื งพัทยา
3. จังหวัดพจิ ิตร 4. อาเภอหาดใหญ่
164. ขอ้ ใดไมส่ มควรกาหนดไวเ้ ปน็ คุณสมบตั ิของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
1. อายุ 2. สญั ชาติ
3. ภูมิลาเนา 4. การศกึ ษา
165. การประชมุ อาเซม (ASEM) เป็นการประชมุ ระหว่างผู้นาจากภูมิภาคใด
1. เอเชีย และ ยโุ รป 2. ยุโรป และ อเมรกิ า
3. อเมรกิ า และ เอเชีย 4. เอเชีย ยโุ รป และ อเมรกิ า
166. ขอ้ ใดเป็นแนวปฏิบตั ติ นทดี่ ีท่สี ดุ ในการเปน็ พลเมอื งดีตามวถิ ีประชาธิปไตย
1. ยดึ มั่นในวฒั นธรรมของสงั คม
2. มีส่วนร่วมในกิจกรรมของสงั คม
3. ประพฤติตนตามหลักศีลธรรม จริยธรรมของสังคม
4. ปฏิบตั ิตนตามระเบียบกฎเกณฑ์ข้อบงั คบั ของสงั คม
167. ศกั ดศิ์ รีความเป็นมนุษยเ์ กี่ยวข้องกบั เรื่องใดมากทสี่ ุด
1. สิทธิ 2. หน้าที่
3. บทบาท 4. สถานภาพ
380
168. ประเทศคู่ใดมรี ูปแบบของรฐั เหมอื นกนั
1. อิตาลี – สหรัฐอเมริกา 2. ออสเตรเลีย - นิวซีแลนด์
3. ฝร่งั เศส – เยอรมนี 4. แคนาดา – มาเลเซีย
169. หลกั การทีม่ ีความสาคญั มากทสี่ ดุ ในการปกครองระบอบประชาธิปไตยคอื ขอ้ ใด
1. หลกั เหตุผลในการตดั สนิ ใจ 2. หลักความเสมอภาคทางการเมือง
3. หลักสิทธเิ สรีภาพของพลเมอื ง 4. หลกั อานาจอธิปไตยเป็นของประชาชน
170. ขอ้ ใดไมใ่ ช่ระบอบเผดจ็ การแบบเบด็ เสร็จ
1. เผดจ็ การทหาร 2. เผด็จการฟาสซิสต์
3. เผดจ็ การนาซี 4. เผด็จการคอมมิวนิสต์
171. การปกครองระบอบประชาธิปไตยของไทย ได้รบั อทิ ธิพลจากประเทศใด
1. องั กฤษ 2. อินเดีย
3. ฝรง่ั เศส 4. สหรฐั อเมรกิ า
172. หลักการจดั ระเบียบบริหารราชการขอ้ ใด เปดิ โอกาสใหป้ ระชาชนมีส่วนร่วมในการปกครองตาม
วถิ ีทางประชาธิปไตย
1. หลกั การแบ่งอานาจ 2. หลกั การรวมอานาจ
3. หลักการมอบอานาจ 4. หลกั การกระจายอานาจ
173. ใครคอื ผู้รับสนองพระบรมราชโองการยุบสภาผู้แทนราษฎร
1. ประธานรฐั สภา 2. นายกรฐั มนตรี
3. ประธานวุฒสิ ภา 4. ประธานสภาผู้แทนราษฎร
174. สาเหตุสาคัญทสี่ ุดทที่ าให้เกดิ การเปลีย่ นแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 จากระบอบ
สมบูรณาญาสิทธิราชยเ์ ป็นระบอบประชาธิปไตย คอื อะไร
1. ความเหลือ่ มล้าทางสงั คมระหว่างชนชน้ั ต่าง ๆ
2. ความตกตา่ ทางเศรษฐกิจซึ่งทาให้ประชาชนเดือดร้อน
3. ความต้องการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนส่วนใหญใ่ นประเทศ
4. ความตืน่ ตัวทางการเมืองของกลุ่มทหารและพลเรือนทีอ่ ยากให้มีการเปลีย่ นแปลง
175. ประเทศในขอ้ ใดเปน็ สมาชิกสมาคมอาเซียน (ASEAN) ทงั้ หมด
1. พม่า ลาว กัมพูชา เวยี ดนาม บรูไน ญปี่ ุ่น
2. พม่า ลาว กมั พูชา อินโดนีเซีย เวยี ดนาม บรูไน
3. มาเลเซีย สิงคโปร์ ไทย อินเดยี อินโดนีเซีย ฟลิ ิปปนิ ส์
4. มาเลเซีย สิงคโปร์ ไทย ติมอร์ตะวนั ออก อินโดนีเซีย ฟลิ ิปปนิ ส์
176. กระทรวงใดในสมัยรชั กาลที่ 5 รับผิดชอบเกีย่ วกับตารวจและราชทัณฑ์
1. นครบาล 2. ยุทธนาธกิ าร 3. ธรรมการ 4. ยุติธรรม
381
177. ขอ้ ใดกล่าวไม่ถกู ต้องเกี่ยวกบั พระมหากษตั ริยต์ ามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560
1. พระมหากษัตริย์ทรงดารงตาแหน่งจอมทัพไทย
2. พระมหากษตั ริย์ทรงอยเู่ หนือกฎหมาย
3. พระมหากษตั ร์ยทรงอปุ ถัมภ์พระพทุ ธศาสนาและศาสนาอืน่
4. พระมหากษตั ร์ยทรงไวซ้ ึง่ พระราชอานาจในการทจี่ ะสถาปนาถอดถอนฐานนั ดรศกั ดิ์
178. การถอดถอนผู้ดารงตาแหน่งทางการเมือง เมือ่ มีการรวบรวมรายชือ่ ผู้มีสิทธิเ์ ลือกตั้งได้ครบ
ตามจานวนทกี่ าหนดแล้ว จะต้องนารายชือ่ ไปยน่ื ต่อผู้ใด
1. ประธานวุฒสิ ภา 2. ประธานศาลรัฐธรรมนูญ
3. ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา 4. ประธานคณะกรรมการ ปปช.
179. พระมหากษตั ริย์พระองคใ์ ดเป็นผตู้ รากฎมณเฑียรบาลเกี่ยวกับการสืบราชสมบตั ิไว้เปน็ ครั้งแรก
1. สมเดจ็ พระเจ้าอู่ทอง 2. สมเดจ็ พระบรมไตรโลกนาถ
3. สมเดจ็ พระนเรศวรมหาราช 4. สมเดจ็ พระนารายณ์มหาราช
180. ขอ้ ใดไมใ่ ช่การมีส่วนร่วมของประชาชนตามรฐั ธรรมนูญ
1. การับทราบข้อมลู ขา่ วสารสาธารณะขององคก์ รรฐั
2. การฟอ้ งร้องหน่วยงานราชการวา่ ไม่ทาหน้าทตี่ ามกฎหมาย
3. การรวมกลุ่มกันเพ่อื ให้ได้มาซึ่งอานาจรฐั ตามวธิ ีทไ่ี มไ่ ด้บัญญตั ิในรฐั ธรรมนูญ
4. การที่ผู้แทนองคก์ รเอกชนเกี่ยวกบั สตรีเข้าร่วมในคณะกรรมการวสิ ามัญพจิ ารณากฎหมาย
เกีย่ วกบั สตรี
181. สงครามใดเป็นสงครามตัวแทน (proxy war)
1. สงครามอินโดจีน 2. สงครามอ่าวเปอร์เซีย
3. สงครามอิรกั -อิหร่าน 4. สงครามอิสราเอล-เลบานอน
182. องคก์ รใดเปน็ ผู้ใช้อานาจบริหารตามพระราชบัญญตั ิธรรมนูญการปกครองแผ่นดินสยาม
ช่วั คราว พ.ศ.2475
1. พฤฒสิ ภา 2. คณะราษฎร
3. คณะองคมนตรี 4. คณะกรรมการราษฎร
183. องคก์ ารระหว่างประเทศใดมีวัตถุประสงคใ์ นการส่งเสรมิ ประเทศต่างๆ ให้มีการเมืองและ
เศรษฐกิจแบบประชาธิปไตยและส่งเสริมสนั ติภาพ
1. ศาลยตุ ิธรรมระหว่างประเทศ 2. องคก์ ารสนธสิ ญั ญาวอร์ซอร์
3. คณะมนตรีความม่นั คง 4. องคก์ ารยเู นสโก
184. บุคคลใดเปน็ ราชทูตไทยเชิญพระราชสาสน์ ของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยหู่ ัว
(รัชกาลที่ 4) ไปถวายสมเด็จพระราชินนี าถวคิ ตอเรีย
1. พระยาศรีพิพฒั น์รตั นโกษา 2. พระยาสยามอนุกลู กจิ
3. พระยากลั ยาณไมตรี 4. พระยามนตรีสุริยวงศ์
382
185. สาเหตุใดทาให้ประเทศไทยต้องสถาปนาความสัมพันธท์ างการทูตกับประเทศรสั เซีย
ในปี พ.ศ.2490
1. การสมัครสมาชิกสหประชาชาติ
2. การเจรจาเพือ่ หาทางยตุ ิสงครามเกาหลี
3. การแก้ปัญหาชายแดนไทย-กัมพชู า
4. การเปน็ พนั ธมติ รในสนธิสัญญาป้องกนั เอเชียตะวนั ออกเฉียงใต้
186. ปญั ญาชนในสมยั รัชกาลที่ 5 คนใดเสนอให้ปรับปรุงเมืองให้เป็นเอกราชโดยเน้นความยตุ ิธรรม
1. เทียนวรรณ 2. ก.ศ.ร. กหุ ลาบ
3. พระองคเ์ จ้าปฤษฎางค์ 4. หลวงประดษิ ฐ์มนูธรรม
187. ขอ้ ใดไม่ใชพ่ ระราชบัญญตั ิประกอบบรฐั ธรรมนญู 2560
1. พระราชบญั ญัติประกอบรัฐธรรมนูญวา่ ด้วยการลงประชามติของชาวไทย
2. พระราชบัญญตั ิประกอบรัฐธรรมนญู วา่ ด้วยพรรคการเมือง
3. พระราชบญั ญัติประกอบรฐั ธรรมนูญวา่ ด้วยวธิ ีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนญู
4. พระราชบัญญตั ิประกอบรัฐธรรมนญู วา่ ด้วยการเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฏร
188. ขอ้ ใดคอื อานาจหน้าที่ของอภริ ัฐมนตรสี ภาในสมยั รัชกาลที่ 7
1. ถวายคาปรกึ ษาในเรือ่ งกฎหมาย
2. ประชุมปรึกษาราชการตามหน้าทีข่ องเสนาบดี
3. ประชมุ หารือเพ่อื แก้ไขสนธสิ ญั ญาทีไ่ ม่เสมอภาค
4. เปน็ ที่ปรึกษาราชการในพระองคแ์ ละราชการทัว่ ไป
189. ตุลาการเป็นองคก์ รทจี่ ดั อยใู่ นสถาบนั ใด
1. สถาบันการศกึ ษา 2. สถาบนั นิตบิ ัญญตั ิ
3. สถาบันจารีตประเพณี 4. สถาบนั การเมืองการปกครอง
190. บคุ คลในขอ้ ใดไม่มีสิทธเิ ลือกตั้ง
1. อานุภาพ มอี ายุ 18 ปี บริบรู ณ์ในวนั เลือกต้ัง
2. ชชั วาลได้รบั การแปลงสัญชาติไทยมาเป็นเวลา 5 ปี
3. ธนากรมีชื่ออยู่ในทะเบียนในเขตเลือกต้ังมาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่าเก้าสิบวันนับถึงวัน
เลือกต้ัง
4. พระพงษ์ศักดิ์ มอี ายุ 20 ปี ในปีทเ่ี ลือกตั้ง
191. องคก์ ารปกครองส่วนท้องถิน่ ในรปู แบบองค์การบริหารส่วนตาบล (อบต.) เกิดขนึ้ ครั้งแรก
เมื่อ พ.ศ. ใด
1. พ.ศ. 2530 2. พ.ศ. 2535 3. พ.ศ. 2537 4. พ.ศ. 2540
192. บึงกาฬจังหวดั ที่ 77 ของประเทศไทยแยกออกมาจากจงั หวัดใด
1. ขอนแก่น 2. อดุ รธานี 3. สกลนคร 4. หนองคาย
383
193.ศาลใดมีหน้าที่พิพากษาคดีท้ังปวงเวน้ แตค่ ดีที่รฐั ธรรมนญู หรอื กฎหมายบญั ญัติให้อยใู่ นอานาจของ
ศาลอ่นื
1. ศาลยุติธรรม
2. ศาลปกครอง
3.ศาลทหาร
4. ศาลรฐั ธรรมนูญ
194. ศาลใดมีหน้าที่วินิจฉยั กรณีบุคคลหรือพรรคการเมืองใช้สิทธิเสรีภาพในทางการเมืองโดยมิชอบ
ด้วยรัฐธรรมนูญ
1. ศาลปกครอง 2. ศาลฎีกา
3. ศาลปกครองสูงสุด 4. ศาลรัฐธรรมนญู
195.องคก์ รใดไมใ่ ช่องคก์ รอิสระตามรัฐธรรมนญู
1. ผู้ตรวจการแผ่นดิน
2. คณะกรรมการการเลือกต้ัง
3. คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ
4. คณะกรรมการป้องกนั และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
196.ขอ้ ความใดถูกต้องเกี่ยวกับการก่อต้ังองค์การแรงงานระหว่างประเทศ ( ILO ) สานักงานประจา
ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกในประเทศไทย
1. เขา้ มาก่อตั้งตั้งแต่ พ.ศ. 2509
2. ยังไม่มีหน่วยงานนีเ้ ขา้ มาตั้งในประเทศไทย
3. เข้ามาก่อต้ังในสมยั รฐั บาลย่งิ ลกั ษณ์ ชินวตั ร
4. อยรู่ ะหว่างเจรจาหาขอ้ ยตุ ิเพ่อื มาต้ังสานักงานนี้
197. รัฐธรรมนญู ใดถือเป็นรัฐธรรมนูญฉบับแรกของไทยและร่างข้นึ โดยคนกลุ่มใด
1. รฐั ธรรมนญู ฉบับชวั่ คราว 24 มิถนุ ายน 2475 คณะราษฎร
2. รัฐธรรมนูญฉบบั ช่ัวคราว 27 มิถนุ ายน 2475 คณะราษฎร
3. รฐั ธรรมนูญฉบบั ถาวร 10 ธนั วาคม 2475 คณะราษฎร
4. รฐั ธรรมนูญฉบับชั่วคราว 10 ธันวาคม 2475 พระบาทสมเดจ็ พระปกเกล้าเจ้าอยหู่ วั
198.ประเทศใดบริหารประเทศแบบกึง่ ประธานาธิบดี
1. มองโกเลีย 2. ซาอดุ ิอาระเบีย 3. การตาร์ 4. บรไู น
199.องคก์ ารสหประชาชาติก่อตั้งข้นึ เมอ่ื ใดและมีวตั ถุประสงคห์ ลักในเรือ่ งใด
1. พ.ศ. 2480 ดูแลพฒั นาเศรษฐกิจและให้กู้ยืมเงินแก่ประเทศสมาชิก
2. พ.ศ. 2488 รกั ษาสันติภาพและความมน่ั คงของประเทศสมาชิก
3. พ.ศ. 2480 แก้ปัญหาข้อพพิ าทแก่ประเทศสมาชิก
4. พ.ศ. 2488 แก้ปัญหาข้อพพิ าทแก่ประเทศสมาชิก
384
200. “รฐั วสิ าหกิจ” คอื องคก์ รในลกั ษณะใด
1. ไมแ่ สวงหากาไร
2. มคี วามร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนตลอดเวลา
3. ทาหน้าที่ตามนโยบายของรัฐบาล แต่มีโครงสร้างคล้ายองคก์ รเอกชน
4. มรี ัฐบาลเป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นรายใหญ่ และมีวตั ถุประสงคเ์ พ่อื แสวงหาผลกาไร
201. ประเทศไทยในปจั จุบนั มีรปู แบบการปกครองท้องถิ่น อะไรบ้าง
1. อบต. อบจ. ตาบล 2. เทศบาล อบต. อบจ.
3. อาเภอ ตาบล หมบู่ ้าน 4. อบต. หมบู่ ้าน เทศบาล
202. การปกครองแบบเทศาภิบาล เกิดขึน้ ในรัชกาลใด
1. รัชกาลที่ 5 2. รัชกาลที่ 6 3. รชั กาลที่ 7 4. รัชกาลที่ 9
203. ขอ้ ใดกล่าวถึงการไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งทีต่ รงกับรัฐธรรมนูญฯ พ.ศ. 2560 มากทีส่ ุด
1. บคุ คลมหี น้าที่ไปใช้สิทธิเ์ ลือกตั้ง
2. การเลือกต้ังเปน็ สิทธขิ องพลเมอื ง
3. การเลือกตั้งถือเปน็ เสรีภาพส่วนบุคคล
4. การเลือกต้ังเป็นสิทธสิ ่วนตวั ท่ใี ครละเมิดมไิ ด้
204. ขอ้ ใดไมใ่ ช่หลกั การที่กาหนดไวใ้ นรัฐธรรมนญู แห่งราชอาณาจกั รไทย
1. การส่งเสริมและคมุ้ ครองสิทธเิ สรีภาพของประชาชน
2. การทาให้การเมืองโปร่งใส มีคณุ ธรรมและจริยธรรม
3. การส่งเสริมพฒั นาศักยภาพทางเศรษฐกิจและสงั คมของชาติ
4. การทาให้ระบบตรวจสอบมีความเขม้ แข็งและทางานอยา่ งมีประสิทธภิ าพ
205. ผู้ดารงตาแหน่งทางการเมืองมีหน้าที่ต้องยน่ื บัญชีแสดงรายการทรพั ย์สินและหนสี้ ินของบุคคล
ใดบ้าง
1. ตนเอง คสู่ มรส บุตรทุกคน 2. ตนเอง คสู่ มรส บตุ รทีย่ ังไม่บรรลุนิติภาวะ
3. ตนเอง คสู่ มรส บิดามารดา 4. ตนเองและคนในครอบครัวทง้ั หมด
206. องคก์ รใดมีอานาจในการถอดถอนผู้ดารงตาแหน่งทางการเมืองที่มีพฤติการณ์รา่ รวยผิดปกติ
หรือทุจริตต่อหน้าที่
1. ศาลรฐั ธรรมนญู 2. ศาลปกครอง
3. ผู้ตรวจการแผ่นดิน 4. วุฒิสภา
207. นักปรชั ญาท่านใดทีเ่ สนอแนวคดิ ในการแบง่ แยกอานาจอธิปไตยออกเปน็ อานาจนติ ิบัญญัติ
อานาจบรหิ าร และอานาจตลุ าการ
1. จอหน์ ลอ็ ก 2. โธมสั ฮอบส์
3. มงเตสกีเยอ 4. ฌอง ฌาค รสุ โซ
385
208. ขอ้ ใดมีรูปแบบการปกครองแบบสาธารณรฐั
1. โรมัน 2. อยี ิปต์
3. เอเธนส์ 4. สปาตาร์
209. “การปฏิวตั ิอนั รงุ่ โรจน์” เกดิ ข้นึ ในประเทศใด เกีย่ วข้องกบั หลกั การใด
1. อังกฤษ ให้ราษฎรไปใชส้ ิทธเิ ลือกตงั้
2. สหรฐั อเมรกิ า ให้ราษฎรเลือกผู้แทนราษฎร
3. สหรัฐอเมริกา ให้สิทธริ าษฎรใช้สิทธิเลือกต้ัง
4. อังกฤษ จากัดอานาจกษัตริย์ภายใต้รฐั ธรรมนญู
210. ประเทศใดในแถบเอเชียตะวนั ออกเฉียงใต้ เคยเปน็ อาณานิคมของประเทศสหรฐั อเมรกิ า
1. มาเลเซีย 2. สิงคโปร์
3. ฟิลิปปนิ ส์ 4. อนิ โดนเี ซีย
211. ขอ้ ใดอธิบายความแตกต่างของการปกครองระบอบประธานาธิบดี และระบอบรฐั สภา
ถกู ต้องทีส่ ดุ
ขอ้ ระบอบประธำนำธิบดี ระบอบรัฐสภำ
1 ประธานาธิบดีเปน็ ประมขุ เท่านั้น นายกรฐั มนตรีทาหน้าทีบ่ ริหารและเปน็ ประมขุ
2 ประธานาธิบดีเป็นประมขุ และหัวหน้าฝ่ายบริหาร นายกรัฐมนตรีเปน็ ประมขุ และหวั หน้าฝ่ายบริหาร
3 ประธานาธิบดีต้องมีเสียงเกินสองในสามของเสียงใน นายกรฐั มนตรีต้องมีเสียงสองในสามของเสียงในสภา
สภาผู้แทนราษฎร ผู้แทนราษฎร
4 ประธานาธิบดีเปน็ ประธานฝ่ายบริหารประธานรัฐสภา นายกรฐั มนตรีเป็นประธานฝ่ายบริหารประธาน
เป็นประธานฝ่ายนิติบัญญตั ิ รฐั สภาเปน็ ประธานฝ่ายนิติบัญญตั ิ
212. ประเทศใดในปัจจุบนั มกี ารปกครองระบอบกษตั ริย์ทม่ี ีอานาจเตม็
1. ทิเบต 2. บรไู น 3. สวเี ดน 4. อหิ ร่าน
213. ขอ้ ใดเปรียบเทียบการปกครองระบอบสังคมนิยมกับประชาธิปไตยได้ถูกต้องทีส่ ดุ
ขอ้ ระบอบสังคมนิยม ระบอบประชำธิปไตย
1 ไม่มีการเลือกตั้ง มีการเลือกต้ัง
2 ไม่มีรฐั ธรรมนญู มีรฐั ธรรมนญู
3 ประมุขคือประธานาธิบดี ประมุขคือนายารัฐมนตรี
4 ระบบเศรษฐกิจเป็นแบบสังคมนิยม ระบบเศรษฐกิจเป็นแบบทุนนิยม
386
214. การปฏิรูประบบราชการในสมยั รชั กาลที่ 5 พ.ศ.2435 มีความสาคญั ต่อระบบราชการ
ไทยอยา่ งไร
1. ทาให้ระบบราชการแบบเทศาภิบาลสนิ้ สดุ ลง
2. ทาให้เกิดการจัดเก็บภาษีแบบเจ้าภาษีนายอากร
3. ทาให้เกิดการประกาศใช้แผนพฒั นาระบบราชการไทย
4. ทาให้เกดิ การบริหารงานแบบกระทรวง 12 กระทรวง
215. ขอ้ ใดกล่าวถกู ต้องเกีย่ วกบั สงครามโลกคร้ังทีห่ นงึ่
1. เกิดขนึ้ ในรชั กาลที่ 6 ประเทศไทยไม่เข้าร่วมสงคราม เพราะการคกุ คามของประเทศญีป่ นุ่
2. เกิดขึน้ ในรชั กาลที่ 6 ประเทศไทยเข้าร่วมรบกับฝ่ายสมั พนั ธมิตร ซึง่ ต่อมาเป็นฝ่ายชนะ
สงคราม
3. เกดิ ข้นึ ในรัชกาลที่ 7 ประเทศไทยไม่เข้าร่วมสงคราม เพราะเกิดขบวนการเสรีไทยต่อต้าน
สงคราม
4. เกิดขนึ้ ในรชั กาลที่ 7 ประเทศไทยเข้าร่วมรบกับฝ่ายสมั พนั ธมติ ร ซึง่ ต่อมาเป็นฝ่ายชนะ
สงคราม
216. ขอ้ ใดไมใ่ ช่สาระสาคัญในหลกั 6 ประการที่คณะราษฎรประกาศ เมือ่ วนั ที่ 24 มิถนุ ายน
พ.ศ.2475
1. ราษฎรมีสิทธเิ สมอภาคกัน 2. ราษฎรมีการศกึ ษาอยา่ งเต็มที่
3. ราษฎรไปใช้สิทธิเลือกตั้งผู้แทน 4. ราษฎรมีความสมบูรณท์ างเศรษฐกิจ
217. การเลือกตง้ั คร้ังแรกในประเทศไทยสยามเกดิ ข้นึ เม่อื ใดและมีลกั ษณะเช่นไร
1. พ.ศ.2475 เปน็ การเลือกตง้ั ทางตรง 2. พ.ศ.2475 เป็นการเลือกต้ังทางอ้อม
3. พ.ศ.2476 เป็นการเลือกตง้ั ทางตรง 4. พ.ศ.2476 เป็นการเลือกต้ังทางอ้อม
218. บคุ คลใดได้รบั สมญาวา่ “มันสมองของคณะราษฎร”
1. หลวงพบิ ูลสงคราม 2. หลวงประดิษฐ์มนธู รรม
3. พระยาพหลพลพยหุ เสนา 4. พระประศาสน์พิทยายุทธ์ิ
219. นายกรัฐมันตรีทา่ นใดนาแนวคิดแบบรฐั นิยมมาใช้กบั ประเทศไทย
1. จอมพลสฤษดิ์ ธนะรชั ต์ 2. จอมพลถนอม กติ ติขจร
3. พระยาพหลพลพยุหเสนา 4. จอมพล ป. พบิ ูลสงคราม
220. นายกรฐั มนตรีทา่ นใดนาแผนพัฒนาเศรษฐกจิ และสังคมแห่งชาติฉบบั ที่ 1 มาเป็นแผนแม่บท
ในการบริหารประเทศ
1. จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ 2. จอมพลถนอม กติ ติขจร
3. นายธานนิ ทร์ กรัยวเิ ชียร 4. พลเอกเปรม ตณิ สลู านนท์
387
221. อานาจอธิปไตยมคี วามสาคญั ต่อรฐั เพราะเหตใุ ด
1. ควบคุมประชาชนจานวนมากได้ดี
2. ผกู ขาดอานาจสงู สุดไวก้ บั ประชาชน
3. สร้างความชดั เจนของอานาจสงู สดุ ภายในรฐั
4. สร้างระบบเศรษฐกจิ มารองรบั ระบบการเมือง
222. ขอ้ ใดไมเ่ กี่ยวข้องกบั เหตกุ ารณก์ ารปฏิรูปการปกครองในสมัยรัชกาลที่ 5
1. การจดั ตั้งกรมสขุ าภิบาล
2. การจดั ตั้งสุขาภิบาลท่าฉลอม
3. การทาสนธิสญั ญาเบารงิ่ กับองั กฤษ
4. การจดั การปกครองในรปู แบบเทศาภิบาล
223. การเปลี่ยนแปลงในขอ้ ใดส่งผลให้เกดิ ระบบทนุ นิยมในระดบั โลก
1. การปฏิวตั ิอันรุ่งโรจน์ 2. การปฏิวัตทิ ุนนิยม
3. การปฏิวตั ิของชนชั้นกระฎมุ พี 4. การปฏิวตั ิอุตสาหกรรม
224. ขอ้ ใดไมใ่ ช่หน้าที่ของสถาบนั ทางการเมือง
1. แบ่งปนั และสร้างความม่นั คง
2. สืบทอดและสง่ ต่อภูมิปัญญา
3. รักษาเสถียรภาพและความม่ันคง
4. จัดสรรผลประโยชน์และขจดั ความขดั แยง้
225. ระบบเจ้าภาษีนายอากรในประเทศสยาม ได้รบั อทิ ธิพลจากประเทศใด
1. อังกฤษ 2. อินเดีย
3. เขมร 4. จีน
226. ขอ้ ใดไมใ่ ช่ผลจากการแผ่ขยายอิทธพิ ลของประเทศตะวนั ตกในยคุ อาณานิคม
1. การสร้างทางรถไฟ 2. การเกิดระบบทาส
3. การเกดิ สถาบันการเงนิ 4. การเกิดกิจการไปรษณีย์
227. นักปรชั ญาและแนวคดิ ในขอ้ ใด มีพืน้ ฐานความคดิ เปน็ วทิ ยาศาสตร์มากทีส่ ดุ
1. เพลโต เสนอรปู แบบรัฐในอุดมคติแบบ Republic
2. รูสโซ เสนอการปฏิวตั ดิ ้วยเจตจานงร่วมของคนในสงั คม
3. คาร์ล มารก์ ซ์ เสนอรปู แบบเศรษฐกิจแบบสงั คมนิยมคอมมิวนิสต์
4. จอห์น ลอ็ ค เสนอแนวคิดเรื่องการถ่วงดลุ และคานอานาจทางการเมือง
228. แนวคิดในขอ้ ใดมกั จะเกดิ ข้นึ ในกระบวนการสร้างชาติ
1. ชาตินิยมโดยรฐั 2. เสรนี ิยมโดยรัฐ
3. สังคมนิยมนาโดยชนช้ันกลา 4. ประชาธิปไตยรวมศนู ย์
388
229. เหตุผลขอ้ ใดถกู ต้องที่สุดที่ประเทศสยามต้องยกเลกิ ระบบศกั ดินา
1. เพราะระบบศักดินาสร้างความเหลือ่ มล้าของชนช้ันในสังคม
2. เพราะมีการผลิตเพอ่ื ส่งออกมากข้นึ จึงไม่นยิ มใช้ทท่ี าการเกษตร
3. เพราะระบบเศรษฐกจิ เปลยี่ นมาใช้ระบบเงนิ ตราในการแลกเปลี่ยน
4. เพราะเกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครองโดยคณะราษฎรในปี พ.ศ. 2475
230. การรวมอานาจเข้าสสู่ ่วนกลางของประเทศสยามประสบความสาเรจ็ ในสมยั ใด เพราะเหตใุ ด
1. รชั กาลที่ 4 เพราะประเทศสยามลงนามในสนธิสญั ญาเบอร์นี
2. รัชกาลที่ 4 เพราะมีการนาระบบการศึกษาแบบตะวันตกมาปรับใช้
3. รัชกาลที่ 5 เพราะมีการแต่งตง้ั อภิรัฐมนตรสี ภา
4. รัชกาลที่ 5 เพราะมีการปฏิรปู การปกครองและระบบราชการ
231. หลกั การเปลีย่ นแปลงการปกครองในปี พ.ศ. 2475 มกี ารสร้างระบบใดขน้ึ ทันที
1. เศรษฐกิจแบบชาตินิยม
2. การเมืองทีม่ ีผู้สาเรจ็ ราชการ
3. รฐั สภาที่มีตัวแทนของพรรคการเมือง
4. การเมืองทกี่ ษัตริย์อยภู่ ายใต้รฐั ธรรมนูญ
232. ในประวตั ศิ าสตร์ไทย การต่อสู้และครอบงาอุดมการณท์ างการเมือง เกดิ ข้นึ มากทสี่ ุดในยุคใด
เพราะเหตใุ ด
1. ยคุ ศักดนิ า เพราะมีการกดขข่ี องชนชั้นศกั ดนิ า เช่น เกดิ กบฏเงยี้ ว กบฏผู้มีบญุ เปน็ ตน้
2. ยคุ ล่าอาณานิคม เพราะมีการเติบโตของขบวนการสะสมทุนของตะวนั ตกและครอบงา
แนวคิดของชาวพืน้ เมือง
3. ยุคสงครามโลก เพราะมีการรวมตวั กนั เป็นพนั ธมิตรเพ่อื ต่อสู้กบั อีกฝ่ายหนงึ่ ระหว่างฝ่าย
สมั พันธมติ รกบั ฝ่ายอกั ษะ
4. ยุคสงครามเย็น เพราะมีการต่อสู้ทางอดุ มการณ์ระหว่างประเทศมหาอานาจ 2 ฝ่าย ทีห่ า
แนวร่วมทางอดุ มการณ์ระหว่างแนวคิดสงั คมนิยมกบั ฝ่ายเสรีนิยมประชาธิปไตย
233. ลักษณะของสังคมไทยแบบใดที่เปน็ อุปสรรคต่อการพฒั นาประชาธิปไตย
1. สงั คมชายเปน็ ใหญ่ 2. สงั คมแบบอปุ ถมั ภ์
3. สงั คมแบบเปิดกวา้ ง 4. สงั คมแบบพหุวัฒนธรรม
234. การปกครองส่วนท้องถิ่นเริม่ มีการจัดต้ังหน่วยการปกครองตามรฐั ธรรมนูญอยา่ งเปน็ รปู ธรรม
ตามรฐั ธรรมนญู ฉบบั พ.ศ. ใด
1. พ.ศ. 2475 2. พ.ศ. 2489
3. พ.ศ. 2537 4. พ.ศ. 2540
389
235. บคุ คลในขอ้ ใด ที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชวั่ คราว) พุทธศักราช 2557 มาตรา
44 กาหนดให้เป็นผู้มีอานาจสั่งการ ระงับ ยับยั้ง หรือกระทาการใดๆ ได้ ในกรณีจาเป็น เพ่ือ
ประโยชน์ในการปฏิรูปในด้านต่างๆ การส่งเสริมความสามคั คี และความสมานฉนั ท์ของประชาชน
ในชาติ หรือเพ่ือปกป้อง ระงับ หรือปราบปรามการกระทาอันเป็นการบ่อนทาลายความสงบ
เรียบร้อยหรือความมั่นคงของชาติ ราชบลั ลังก์ เศรษฐกิจของประเทศ หรือราชการแผ่นดิน ไม่ว่า
จะเกิดขึน้ ภายในหรือภายนอกราชอาณาจักร
1. คณะรัฐมนตรี โดยความเหน็ ชอบของสภานิตบิ ญั ญัตแิ ห่งชาติ
2. นายกรฐั มนตรี โดยความเหน็ ชอบของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแหง่ ชาติ
3. หวั หน้าคณะรกั ษาความสงบเรียบร้อยแหง่ ชาติ โดยความเห็นชอบของคณะรกั ษาความสงบ
แห่งชาติ
4. เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ โดยความเหน็ ชอบของประธานสภานติ ิบัญญตั แิ ห่งชาติ
เฉลยข้อสอบ กำรเมืองและกำรปกครอง
1) 3 24) 1 47) 4 70) 4
2) 2 25) 4 48) 3 71) 2
3) 2 26) 2 49) 4 72) 1
4) 4 27) 2 50) 3 73) 4
5) 4 28) 4 51) 2 74) 1
6) 2 29) 1 52) 2 75) 2
7) 3 30) 4 53) 3 76) 3
8) 1 31) 3 54) 2 77) 1
9) 3 32) 4 55) 2 78) 3
10) 3 33) 4 56) 3 79) 3
11) 2 34) 3 57) 4 80) 1
12) 1 35) 4 58) 3 81) 2
13) 3 36) 1 59) 2 82) 3
14) 2 37) 3 60) 2 83) 1
15) 1 38) 2 61) 3 84) 1
16) 1 39) 3 62) 1 85) 4
17) 4 40) 3 63) 3 86) 4
18) 4 41) 4 64) 4 87) 4
19) 4 42) 3 65) 2 88) 4
20) 2 43) 1 66) 3 89) 1
21) 3 44) 4 67) 2 90) 3
22) 4 45) 1 68) 3 91) 1
23) 3 46) 4 69) 2 92) 3
390
93) 1 129)4 165)1 201)2
94) 4 130)4 166)4 202)1
95) 1 131)4 167)1 203)1
96) 2 132)4 168)4 204)3
97) 1 133)3 169)4 205)2
98) 2 134)2 170)1 206)4
99) 1 135)4 171)1 207)3
100)4 136)1 172)4 208)1
101)3 137)3 173)2 209)4
102)4 138)4 174)2 210)3
103)1 139)3 175)2 211)4
104)4 140)1 176)1 212)2
105)3 141)2 177)2 213)4
106)3 142)2 178)1 214)4
107)4 143)4 179)2 215)2
108)3 144)4 180)3 216)3
109)1 145)4 181)1 217)4
110)2 146)3 182)4 218)2
111)3 147)3 183)3 219)4
112)2 148)3 184)4 220)1
113)4 149)3 185)1 221)3
114)1 150)2 186)1 222)3
115)1 151)2 187)1 223)4
116)4 152)4 188)4 224)2
117)1 153)4 189)4 225)4
118)2 154)4 190)4 226)2
119)3 155)2 191)3 227)1
120)4 156)2 192)4 228)1
121)3 157)4 193)1 229)3
122)3 158)3 194)4 230)4
123)2 159)4 195)3 231)4
124)1 160)3 196)1 232)4
125)3 161)2 197)2 233)2
126)2 162)1 198)1 234)4
127)1 163)2 199)2 235)3
128)4 164)4 200)4
391
ขอ้ สอบ โจทยส์ งั คมข้นั มหาปฐพโี ลกธาตุ
ชุดท่ี 17
คลงั ขอ้ สอบภมู ิศาสตรแ์ ละสง่ิ แวดลอ้ ม
ข้อสอบแบบปรนยั 4 ตวั เลอื ก เลอื ก 1 คำตอบที่ถกู ตอ้ งที่สุด จำนวน 265 ขอ้
1. ขอ้ ใดถกู ต้อง
1. โลกโคจรรอบดวงอาทติ ยใ์ นวงโคจรเป็นรปู วงรี
2. ลองจิจดู คอื ระยะทางทีว่ ัดเปน็ มุมไปทางเหนือและใต้ของเสน้ ศนู ยส์ ตู ร
3. ซกี โลกเหนือมีสดั ส่วนของผืนนา้ ต่อแผ่นดนิ มากกว่าในซีกโลกใต้
4. เสน้ ทีล่ ากในแนวเหนือใต้ เชือ่ มระหว่างขวั โลกเหนือและขวั โลกใตต้ ัดกบั เสน้ ศนู ยส์ ตู ร
เป็นมมุ ฉากเรียกวา่ เส้นขนานของละติจดู
2. การตรวจสอบพกิ ดั ต้าแหน่งบนผิวโลกด้วยเครื่อง GPS (Global Positioning System) ต้องใช้
สัญญาณจากดาวเทยี มอยา่ งน้อยกี่ดวง จงึ จะได้ค่าพกิ ัดที่สามารถนา้ ไปใช้อ้างอิงได้
1. 1 2. 2 3. 3 4. 4
3. แผนที่ภมู ิประเทศของประเทศไทยทน่ี ิยมใช้กนั แพร่หลายทีส่ ดุ คอื แผนที่มาตราส่วนใด
1. 1 : 25,000 และ 1 : 50,000 2. 1 : 25,000 และ 1 : 250,000
3. 1 : 50,000 และ 1 : 100,000 4. 1 : 50,000 และ 1 : 250,000
4. ขอ้ ใดกล่าวถึงเทคโนโลยสี ้ารวจข้อมลู ระยะไกล (Remote Sensing – RS )
1. สา้ รวจขอ้ มลู ในเชิงพืนทดี่ ้วยระบบคอมพวิ เตอร์
2. บนั ทกึ ขอ้ มลู หรือพนื ที่เป้าหมายด้วยอุปกรณ์บนั ทกึ ขอ้ มลู
3. อาศยั แมเ่ หล็กไฟฟ้าเปน็ สื่อในการบนั ทกึ ขอ้ มูล
4. ประมวลผลเปน็ รูปแบบภาพถ่ายและขอ้ มูลเชิงตวั เลข
5. นักท่องเทีย่ วในสถานที่ใด สามารถเดินทางไปชมพระอาทิตย์ลบั ขอบฟา้ หลังสดุ ได้อยา่ งสะดวก
1. ผาชะนะได 2. แม่สอด
3. หัวหนิ 4. แหลมพรหมเทพ
6. หากมีการแขง่ ขนั ฟตุ บอลที่ประเทศอังกฤษในวนั ที่ 14 กมุ ภาพนั ธ์ เวลา 17.00 น. ผู้ชมในประเทศ
ไทยต้องเปดิ โทรทัศน์เพือ่ รบั ชมการถ่ายทอดสดดงั กล่าว ในเวลาใด
1. 21:00 น. 2. 22:00 น.
3. 23:00 น. 4. 24:00 น.
392
7. เส้นเมริเดียนแรก (Prime Meridian) ที่เป็นศนู ยก์ ้าเนิดของลองจจิ ดู กา้ หนดขนึ จากแนวระนาบทาง
ตังผ่านบริเวณตา้ แหน่งบนพนื โลกที่ผ่านห่อสังเกตการณด์ าราศาสตร์ท่ีจุดใด
1. ลอนดอน 2. กรีนีช 3. ปารีส 4. โรม
8. ประเทศใดไมไ่ ด้อยใู่ นวงแหวนแห่งไฟ ( Ring of Fire )
1. อินโดนีเซีย 2. ญีป่ นุ่
3. มาเลเซีย 4. ฟลิ ิปปินส์
9. ประเทศไทยเลือกใชส้ ถานทใี่ ดเปน็ พนื หลกั ฐาน (Datum Plain) ในการก้าหนดความสงู
1. เกาะหลกั ประจวบครี ีขนั ธ์ 2. กรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ
3. สะพานพระพุทธยอดฟา้ กรุงเทพฯ 4. แหลมพรหมเทพ ภูเกต็
10. ถ้าวัดระยะทางจริงในภูมิประเทศได้ 5 กโิ ลเมตร และวัดระยะทางในแผนที่ ณ จดุ ทตี่ รงกนั ได้ 5
เซนติเมตร แผนทนี่ มี ีมาตราส่วนเท่าใด
1. 1 : 50,000 2. 1 : 100,000
3. 1 : 250,000 4. 1 : 500,000
11. ปูนขาว เป็นสารทีใ่ ช้ในการแก้ไขปัญหาดินในพนื ทีใ่ ด
1. ดนิ เปรยี วในจงั หวดั นราธิวาส 2. ดินเค็มในจงั หวัดมหาสารคาม
3. ดินจืดในจังหวดั นครสวรรค์ 4. ดนิ ทรายจดั ในจังหวดั ประจวบครี ีขันธ์
12. ขอ้ ใดถกู ต้องทีส่ ดุ
1. คา่ ละตจิ ูดทีเ่ หมอื นกนั แสดงให้เหน็ ถึงเวลาทีเ่ หมือนกนั
2. คา่ ละติจดู ที่ต่างกนั แสดงให้เหน็ ถงึ ฤดกู าลทีเ่ หมือนกัน
3. คา่ ลองจจิ ูดที่เหมอื นกนั แสดงให้เหน็ ถึงเวลาที่เหมือนกัน
4. คา่ ลองจิจูดที่ต่างกัน แสดงให้เห็นถึงฤดกู าลที่เหมอื นกัน
13. ขอ้ ใดเป็นแนวพรมแดนธรรมชาติ ไทย – พม่า ทางตอนเหนือของภาคเหนือ
1. แมน่ ้ารวก แม่นา้ สาย ทิวเขาหลวงพระบาง
2. แม่น้ารวก แม่น้าสาย ทิวเขาแดนลาว
3. แม่นา้ รวก แม่น้าโขง ทิวเขาหลวงพระบาง
4. แม่นา้ สาย แม่นา้ โขง ทิวเขาแดนลาว
14. การเกดิ “อ่างสลงุ ” หรือ หลุมลึก สมั พันธก์ ับหนิ ประเภทใดมากทสี่ ุด
1. หนิ ปนู 2. หินบะซอลต์
3. หินทราย 4. หนิ แกรนติ
15. ขอ้ ใดเป็นการเรียงลา้ ดบั เนอื ที่จากมากไปหาน้อย 3 อันดับแรกของจงั หวดั ในภาคเหนือ
1. เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ลา้ ปาง
2. เชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน
3. เชียงราย เชียงใหม่ ลา้ ปาง
4. เชียงราย แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่
393
16. การเกดิ ลกู เหบ็ จะสัมพนั ธ์กบั เมฆชนิดใด
1. อลั โตควิ มลู ัส 2. ควิ มูโลนิมบสั
3. นิมโบสเตรตสั 4. เซอรสั
17. ประเทศใดได้รบั อิทธพิ ลจากพายไุ ซโคลน
1. ไต้หวนั 2. แม็กซิโก
3. บงั กลาเทศ 4. สหรฐั อเมริกา
18. ทวปี ใดของโลกทถี่ กู เปรียบวา่ เปน็ ทวปี ทรี่ าบสูง
1. ทวปี แอฟริกา 2. ทวปี อเมริกา 3. ทวปี เอเชีย 4. ทวปี ออสเตรเลีย
19. หินที่เก่าแก่ทส่ี ุดของโลกพบในประเทศใด
1. กรีซ 2. เคนยา 3. แคนาดา 4. จีน
20. ขอ้ ใดเปน็ หนิ ชัน
1. หินปนู 2. หินแกรนิต 3. หนิ อ่อน 4. หินบะซอลต์
21. ภมู ิภาคใดของไทยที่ไดร้ ับอิทธพิ ลจากลกั ษณะภมู ิประเทศ ซึ่งส่งผลท้าให้มีปริมาณฝนน้อยสุด
1. ภาคกลาง 2. ภาคใต้
3. ภาคตะวนั ตก 4. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
22. ขอ้ ใดไมใ่ ช่ลกั ษณะภูมิประเทศที่เปน็ ผลจากการเปลีย่ นแปลงของเปลือกโลกอันเกิดจากการกระท้า
ของนา้ และลม
1. เสาเฉลียง จงั หวัดอบุ ลราชธานี 2. เขากระโดง จงั หวดั บรุ ีรมั ย์
3. ภผู าเทิบ จงั หวดั มกุ ดาหาร 4. ป่าหินงาม จังหวดั ชยั ภูมิ
23. ในแผนที่ภมู ิประเทศ ใช้สีใดแสดงตา้ แหน่งแทนถนน
1. สีแดง 2. สีเขียว 3. สีนา้ เงนิ 4. สีนา้ ตาล
24. ขอ้ ใดเปน็ ระบบพกิ ดั ภมู ิศาสตร์ท่ถี กู ต้องของกรงุ เทพฯ
1. 13° 45' S 100° 30' W
2. 13° 45' S 100° 30' E
3. 13° 45' N 100° 30' W
4. 13° 45' N 100° 30' E
25. จากแผนที่ชุด L 7017 ระวาง 5441 I ของอ้าเภอหนองเรือ จังหวัดขอนแก่น มีมาตราส่วน 1:
50,000 บ้านหนองโกตังอยทู่ างทิศตะวนั ออกเฉียงเหนือของบ้านหนองไฮ โดยอยู่ห่างกันซึ่งเมื่อ วัด
โดยใช้ไม่บรรทดั ได้ความยาว 5 เซนติเมตร จงหาว่าหมู่บ้านทังสองตังห่างกันในภูมิประเทศ จริงกี่
กิโลเมตร
1. 1.5 2. 2.5 3. 3.5 4. 4.5
26. ทีร่ าบจตุมหานที หมายถึงทีร่ าบบริเวณใดของประเทศ
1. ภาคกลางตอนบน 2. ภาคกลางตอนล่าง
3. ภาคเหนือตอนบน 4. ภาคเหนือตอนล่าง
394
27. ขอ้ ใดคอื ความหมายของปีอธิกมาส
1. ปีท่มี ีเดือน 8 สองครงั รวมทังปีจะมี 384 วัน
2. ปีท่เี ดือนกมุ ภาพันธ์ มี 29 วนั รวมทังปจี ะมี 366 วนั
3. ปีทม่ี ีเดือนเต็ม 6 เดือน เดือนขาด 6 เดือน รวมทังปจี ะมี 354 วนั
4. ปีทม่ี ีการเพม่ิ วนั ในเดือน 7 รวมทังปีจะมี 355 วนั
28. โครงการแกล้งดิน เปน็ โครงการอนั เนื่องมาจากพระราชด้าริ เพอ่ื แก้ไขปญั หาใดของดนิ
1. ดินจืด 2. ดินเค็ม
3. ดินเปรียว 4. ดินด่าง
29. ฉลากเขยี ว ซึง่ เป็นเครือ่ งมือทางการตลาดที่ใช้ในการอนรุ กั ษส์ ิง่ แวดล้อมเริ่มใช้เปน็ ครงั แรกใน
ประเทศใด
1. ฝรั่งเศส 2. แคนาดา
3. สวเี ดน 4. เยอรมนี
30. ในแผนทีภ่ ูมิประเทศมาตราส่วน 1 : 50,000 วัดขนาดของสวนลา้ ไยได้กวา้ ง 1 เซนติเมตร
ยาว 4 เซนติเมตร สวนล้าไยนีมีขนาดจริงในภมู ิประเทศกี่ตารางกิโลเมตร
1. 1 2. 2 3.3 4.4
31. รงั สจี ากดวงอาทิตย์ทส่ี ่องมายงั โลก ส่วนใหญ่เปน็ รงั สีประเภทใด
1. รงั สเี อกซ์ 2. รังสีแกมม่า 3. รงั สีอัลตราไวโอเลต 4. รังสีอนิ ฟราเรด
32. แม่น้าสายใดที่มีเนอื ที่ของพนื ที่ลุ่มนา้ มากทสี่ ดุ
1. แม่นา้ โขง 2. แม่นา้ น่าน 3. แม่น้ามูล 4. แม่น้าเจ้าพระยา
33. หากจะไปชมพระอาทิตย์เท่ยี งคนื ที่ประเทศสวเี ดน ควรจะไปชมในเดือนใด
1. มนี าคม 2. มถิ นุ ายน 3. กนั ยายน 4. ธันวาคม
34. ขอ้ ใดเปน็ การเรียงล้าดบั ธาตุทีพ่ บบริเวณเปลือกโลก จากพบมากที่สดุ ไปน้อยทีส่ ดุ
1. ออกซิเจน ซิลกิ อน อะลมู ิเนียม เหล็ก
2. ซิลิกอน ออกซิเจน เหลก็ อะลูมิเนียม
3. อะลมู ิเนียม ซิลกิ อน ออกซิเจน เหลก็
4. เหลก็ ออกซิเจน ซิลกิ อน อะลูมิเนียม
35. หินชนิดใดทสี่ มั พนั ธก์ ับการเกดิ “แผ่นดินทรดุ ” หรือ “ธรณีสบู ” มากที่สดุ
1. หินแกรนิต 2. หินดนิ ดาน 3. หินทราย 4. หินปนู
36. ชันบรรยากาศโลกชันใดที่มีการเปลี่ยนแปลงของลมฟา้ อากาศ
1.โทรโพสเฟียร์ 2. สตราโทสเฟยี ร์ 3. เมโซสเฟยี ร์ 4. เทอร์มอสเฟยี ร์
37. การชะล้างพงั ทลายของดนิ เป็นปัญหาที่ส้าคัญทีส่ ดุ ในภมู ิภาคใด
1. ภาคกลาง 2. ภาคใต้
3. ภาคตะวนั ตก 4. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
395
38. โครงการแกล้งดินเปน็ โครงการในพระราชด้าริของพระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยหู่ วั ทีช่ ่วยแก้ปญั หาที่
เกิดขนึ กับดินชนดิ ใด
1. ดินเคม็ 2. ดินจดื
3. ดนิ เปรยี ว 4. ดินด่าง
39. การทา้ นาขา้ วท้าให้มีการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกชนดิ ใดสู่ชันบรรยากาศของโลก
1. ก๊าซคลอโรฟลูออโรคาร์บอน 2. ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
3. ก๊าซไนตรสั ออกไซด์ 4. ก๊าซมีเทน
40. หินชนิดใดทีเ่ หมาะกับการน้ามาท้าครกมากทสี่ ุด
1. หินบะซอลท์ 2. หินปูน 3. หินทราย 4. หินแกรนิต
41. ขอ้ ตกลงใดทเี่ กี่ยวข้องกับการคา้ และส่งออกกล้วยไม้ของไทย
1. อนสุ ญั ญาเวียนนา 2. พิธสี ารมอนทรีออล
3. อนสุ ัญญาไซเตส 4. พิธสี ารเกียวโต
42. ประเทศไทยมีเวลาเรว็ กวา่ เวลามาตรฐานกรีนิชกีช่ ่ัวโมง
1. 6 2. 7 3. 8 4. 9
43. ขอ้ ใดเป็นเทือกเขาที่ส้าคัญของภาคเหนือ
1. เทือกเขาหลวงพระบาง เทอื กเขาแดนลาว เทือกเขาสนั กา้ แพง เทือกเขาผีปนั นา้
2. เทือกเขาหลวงพระบาง เทอื กขาแดนลาว เทอื กเขาถนนธงชัย เทือกเขาผีปันน้า
3. เทือกเขาแดนลาว เทือกเขาสนั ก้าแพง เทอื กเขาถนนธงชัย เทือกเขาผีปนั นา้
4. เทือกเขาแดนลาว เทือกเขาเพชรบรู ณ์ เทือกเขาหลวงพระบาง เทอื กเขาผีปันนา้
44. ขอ้ ใดเป็นเครือ่ งมือทีใ่ ช้วดั ความชื่นในอากาศ
1. เทอร์โมมิเตอร์ 2. บารอมิเตอร์ 3. ไฮโกรมิเตอร์ 4. แอนนิโมมิเตอร์
45. จา้ แนกภมู ิอากาศโดยวธิ ีเคิปเปน เปน็ การจา้ แนกเขตภูมิอากาศโดยใช้ปัจจัยข้อใด
1. ปริมาณนา้ ฝน และ พชื พรรณธรรมชาติ 2. ปริมาณน้าฝน และ ดนิ
3. อณุ หภูมิ และ พชื พรรณธรรมชาติ 4. อุณหภมู ิ และ ปริมาณนา้ ฝน
46. ภมู ิภาคใดของประเทศไทยท่พี บหินชันหรือหนิ ตะกอนเปน็ โครงสร้างทางธรณสี ณั ฐานมากทสี่ ดุ
1. ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ 2. ภาคตะวนั ออก
3. ภาคเหนือ 4. ภาคใต้
47. ขอ้ ใดไมส่ ัมพันธก์ บั การเกิดภมู ิลกั ษณถ์ า้ ทะเล
1. ชายฝ่ังทะเล 2. คลื่น 3. นา้ ขนึ น้าลง 4. กระแสน้า
48. ขอ้ ใดเป็นผลกระทบทเี่ กดิ จากปรากฏการณ์ เอลนโิ ญ/ลานิญ่า
1. สิง่ มชี ีวิตล้มตาย – สญู พันธ์ และ ระดบั น้าทะเลสงู ขนึ
2. ฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล และ ระดบั นา้ ทะเลสงู ขนึ
3. ระดับน้าทะเลสูงขนึ และ ไฟไหมป้ ่า
4. อณุ หภูมิของโลกสงู ขนึ และอากาศหนาวเย็นผิดปกติ
396
49. ภูมิภาคใดของประเทศไทยทีม่ แี นวโน้มเผชิญปัญหามลภาวะทางนา้ รนุ แรงทีส่ ดุ
1. ภาคเหนือ 2. ภาคกลาง
3. ภาคใต้ 4. ภาคตะวันตก
50. ขอ้ ใดไมใ่ ช่สาเหตุของการเกดิ ปรากฎการณ์ปะการงั ฟอกขาว
1. การเพ่มิ จ้านวนของแพลงก์ตอนพชื ที่มากกวา่ ปกติ
2. ตะกอนดินจากการท้าเหมอื งแร่
3. ปรากฏการณ์เรือนกระจก
4. การรว่ั ของชันโอโซนในบรรยากาศ
51. ขอ้ ใดเปน็ ขอ้ ตกลงความร่วมมือระหว่างประเทศเกี่ยวกับการลดปริมาณปล่อยก๊าซเรือนกระจก
1. อนสุ ัญญาแรมซาร์ 2. อนุสญั ญาไซเตส
3. พิธสี ารเกียวโต 4. พิธสี ารมอนทรีออล
52. ขอ้ ใดคอื ความหมายของเทคโนโลยสี ะอาด
1. การเจือจางของเสีย 2. การบา้ บดั ของเสีย
3. การลดมลพษิ ที่แหลง่ กา้ เนดิ 4. การเพม่ิ ความเขม้ ขน้ ของมพษิ
53. หน่วยงานใดในกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิง่ แวดล้อมที่ดแู ลเกี่ยวกับงานด้านการประเมินผล
กระทบสงิ่ แวดล้อม
1. ส้านักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสงิ่ แวดล้อม
2. กรมควบคมุ มลพษิ
3. กรมส่งเสริมคณุ ภาพสิ่งแวดล้อม
4. กรมอุทยานแห่งชาตสิ ตั วป์ ่าและพันธ์ุพชื
54. บรรยากาศของโลกชันใดทีม่ ีอิทธพิ ลต่อการเกดิ ปรากฏการณ์ทางภูมิศาสตร์มากทีส่ ดุ
1. โทรโพสเฟยี ร์ (Troposphere) 2. เทอร์มอสเฟยี ร์ (Thermosphere)
3. เมโซสเฟยี ร์ (Mesosphere) 4. สตราโทสเฟยี ร์ (Stratosphere)
55. ขอ้ ใดหมายถึงเมฆท่สี ัมพันธก์ บั การเกิดลูกเหบ็ (hail)
1. Cirrus 2. Stratus
3. Stratocumulus 4. Cumulonimbus
56. ขอ้ ใดเปน็ สาเหตุของการเกิดฝนตกหนกั ในประเทศไทย
1. ลมมรสมุ ตะวันออกเฉียงเหนือ พายไุ ซโคลน แนวพดั สอบของลม ร่องฝน
2. ลมมรสมุ ตะวนั ออกเฉียงใต้ พายหุ มนุ เขตร้อน แนวพดั สอบของลม ร่องฝน
3. ลมมรสุมตะวันตกเฉียงเหนือ พายไุ ซโคลน แนวพดั สอบของลม ร่องฝน
4. ลมมรสมุ ตะวนั ตกเฉียงใต้ พายหุ มนุ เขตร้อน แนวพดั สอบของลม ร่องฝน
397
57. ขอ้ ใดแสดงการเรียงฤดกู าลที่เกดิ ขนึ ในรอบปี (เดือนมกราคม - เดือนธันวาคม) ของประเทศทีต่ งั อยู่
ในเขตอบอุ่นในซีกโลกเหนือ
1. ฤดรู ้อน ฤดูใบไมร้ ่วง ฤดหู นาว ฤดูใบไมผ้ ลิ
2. ฤดใู บไมผ้ ลิ ฤดูร้อน ฤดใู บไมร้ ่วง ฤดูหนาว
3. ฤดูหนาว ฤดใู บไมผ้ ลิ ฤดูร้อน ฤดูใบไมร้ ่วง
4. ฤดใู บไม้ร่วง ฤดูหนาว ฤดูใบไมผ้ ลิ ฤดรู ้อน
58. เดือนใดเป็นเดือนทดี่ ีที่สดุ ส้าหรับชมปรากฏการณ์พระอาทิตย์เทย่ี งคืนในซีกโลกเหนือ
1. มกราคม 2. มีนาคม 3. กรกฎาคม 4. กนั ยายน
59. ขอ้ ใดเป็นหนิ ทีส่ มั พนั ธ์กบั ภูมิลักษณ์ที่เรียกวา่ ถ้า
1. หินไนส์ 2. หินปูน 3. หินแกรนติ 4. หินบะซอลต์
60. ขอ้ ใดไมใ่ ช่ปรากฏการณ์การเปลี่ยนแปลงของเปลือกโลกที่ท้าให้เกิด “เสาเฉลียง” ในเขตอุทยาน
แห่งชาติ ผาแต้ม จังหวัดอุบลราชธานี
1. น้า 2.ลม 3. อณุ หภูมิ 4. ภเู ขาไฟ
61. ขอ้ ใดคอื ลกั ษณะเดน่ ของแผนที่ภูมิประเทศ (Topographic map)
1. การใช้สแี สดงความสงู 2. การแรเงาแสดงความสงู
3. การใช้สญั ลกั ษณแ์ สดงความสงู 4. การใช้เสน้ ชันความสูงแสดงความสูง
62. แผนทีฉ่ บบั หนงึ่ มีมาตราส่วน 1 : 50,000 หมายถึงระยะทางในแผนที่ 1 เซนติเมตรเท่ากับระยะทาง
จริงในภมู ิประเทศกี่กิโลเมตร
1. 0.05 กิโลเมตร 2. 0.5 กิโลเมตร 3. 5 กิโลเมตร 4. 50 กิโลเมตร
63. ขอ้ ใดไมใ่ ช่เทือกเขาของภาคเหนือ
1. เทอื กเขาแดนลาว 2. เทือกเขาผีปนั นา้
3. เทอื กเขาสนั ก้าแพง 4. เทือกเขาหลวงพระบาง
64. ทิวเขาใดวางตัวในแนวทศิ ตะวนั ตก – ตะวนั ออก
1. ทิวเขาขุนตาน 2. ทิวเขาดงพญาเย็น
3. ทิวเขาพนมดงรกั 4. ทิวเขาหลวงพระบาง
65. ก๊าซเรือนกระจกชนิดใดถกู ปลดปล่อยจากพนื ที่เกษตรในแถบเอเชียสู่บรรยากาศ
1. ก๊าซมีเทน 2. ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
3. ก๊าซไนตรสั ออกไซด์ 4. ก๊าซคลอโรฟลอู อโรคาร์บอน
66. ภูมิภาคใดของประเทศไทยประสบกบั ปัญหาการชะล้างพงั ทลายของดนิ รนุ แรงที่สดุ
1. ภาคใต้ 2. ภาคเหนือ
3. ภาคตะวนั ออก 4. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
67. จงั หวดั ใดทีม่ กี ารพัฒนานา้ แสงอาทิตย์มาใช้เปน็ แหล่งพลงั งานมากที่สดุ
1. น่าน 2. พะเยา 3. อตุ รดิตถ์ 4. แม่ฮ่องสอน
398
68. โครงการใดที่องคก์ ารสหประชาชาติจัดตังขนึ เพ่อื ดแู ลสิ่งแวดล้อมโลก
1. UNDP 2. UDNP 3. UNEP 4. UENP
69. อนุสญั ญาแรมซาร์ (RAMSAR) เกีย่ วข้องกับเรือ่ งใด
1. พืนทีช่ ุ่มน้า 2. การเปลีย่ นแปลงชันบรรยากาศ
3. โอโซนของโลกถกู ท้าลาย 4. การคา้ สตั วป์ ่าและพชื ป่าที่ใกล้สูญพนั ธ์
70. ขอ้ ใดไมใ่ ช่มรดกโลกทางวัฒนธรรม
1. แหลง่ โบราณคดีบา้ นเชียง 2. อุทยานประวัติศาสตรส์ ุโขทยั
3. อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา 4. อทุ ยานประวตั ิศาสตรเ์ กาะรัตนโกสินทร์
71. โครงการใดทสี่ ่งผลกระทบต่อระบบนิเวศน้อยทีส่ ุด
1. โครงการพัฒนาสีเ่ หลีย่ มเศรษฐกจิ ไทย พม่า จีน ลาว
2. โครงการพัฒนาอาวธุ นิวเคลียร์
3. โครงการเกษตรอินทรีย์
4. โครงการผลิตภณั ฑ์หนึง่ ต้าบล หนึง่ หมบู่ ้าน
72. ขอ้ ใดแสดงถึงความสมดลุ ในระบบนิเวศ
1. ปริมาณสงิ่ มีชีวิตทีไ่ ม่แตกต่างกนั ทีด่ า้ รงอยใู่ นระบบนิเวศหนึง่ ๆ
2. การเปลีย่ นแปลงอยา่ งสมดุลของสงิ่ มีชีวิตในระบบนิเวศ
3. ความสมั พันธ์ สอดคล้องและดา้ รงอยรู่ ่วมกนั ของทกุ สิ่งมชี ีวิตในระบบนิเวศ
4. ความสมดลุ ระหว่างสิ่งแวดล้อมทางกายภาพและสิ่งมีชีวิตทังหมด
73. ลักษณะภมู ิประเทศแถบชายฝั่งทะเลของประเทศไทยทเ่ี หมาะสมในการสร้างท่าเรือน้าลกึ
คอื บริเวณใด
1. อา่ วไทยตอนบน 2. ภาคตะวนั ออก
3. ภาคใต้ฝ่ังตะวันตก 4. ภาคใต้ฝ่ังตะวนั ออก
74. ปริมาณน้าในแม่นา้ ขอ้ ใดเรียงลา้ ดบั จากน้อยทีส่ ดุ ไปมากทีส่ ุด
1. ปิง วงั ยม น่าน 2. วัง ยม ปิง น่าน
3. ยม ปิง น่าน วงั 4. น่าน วัง ยม ปิง
75. ลกั ษณะภูมิประเทศในภาคเหนือแบบใดที่มีประชากรตังถิน่ ฐานอยมู่ ากทสี่ ดุ
1. เนินเขาสลับทรี่ าบ 2. ทิวเขาสงู สลบั ที่ราบ
3. ที่ราบสงู สลบั กับทีร่ าบลุ่มแม่น้า 4. ที่ราบลุ่มแมน่ ้าและที่ราบระหว่างภเู ขา
76. ขอ้ ใดไมถ่ กู ต้อง
1. ลมมรสมุ เปน็ ลมประจา้ ฤดกู าล
2. ลมมรสุมมีการเกดิ เช่นเดียวกนั กับการเกิดลมบกลมทะเล
3. ลมมรสมุ ฤดหู นาวจะสัมพันธก์ ับซีกโลกเหนือ
4. ลมมรสุมฤดรู ้อนจะเกิดประมาณเดือน ต.ค – ก.พ.