The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ไฟล์PDFเจาะข้อสอบเอกสังคม3000ข้อ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by unoph26133, 2021-07-16 05:05:09

ข้อสอบครูสังคม63/64

ไฟล์PDFเจาะข้อสอบเอกสังคม3000ข้อ

399

77. จังหวัดใดในภาคเหนือที่ได้รบั อทิ ธิพลจากพายุหมุนทีเ่ คลื่อนเขา้ สู่ประเทศไทยมากทีส่ ุด

1. เชียงราย 2. แพร่ 3. น่าน 4. พะเยา

78. ขอ้ ใดไมส่ ัมพันธก์ นั

1. เขอ่ื นเจ้าเณร – เขอ่ื นศรีนครนิ ทร์ 2. เขอ่ื นเขาแหลม – เขอ่ื นวชิราลงกรณ์

3. เข่อื นเชีย่ วหลาน – เข่อื นรชั ชประภา 4. เข่อื นนา้ พอง – เขอ่ื นสิรินธร

79. หากจา้ แนกลกั ษณะภมู ิอากาศตามแบบของเคปิ เปิน ขอ้ ใดที่ไม่ใช่ลกั ษณะภูมิอากาศของไทย

1. Af 2. Am 3. As 4. Aw

80. ลกั ษณะภูมิประเทศในทะเลขอ้ ใดทเี่ ป็นแหลง่ ทรัพยากรประมงที่ส้าคัญ

1. Continental self 2. Continental slope

3. Continental rise 4. Continental plain

81. ขอ้ ใดอธิบายเกี่ยวกบั ลกั ษณะภูมิประเทศของภาคตะวันออกเฉียงเหนือไดถ้ กู ต้อง

1. พืนที่ส่วนใหญ่เปน็ ทีร่ าบลูกฟกู

2. พนื ที่เป็นทรี่ าบมีขอบสูงชันทางด้านเหนือ

3. พืนทีเ่ ตม็ ไปด้วยทิวเขาและทีร่ าบหุบเขาสลบั กนั

4. พนื ทีเ่ ป็นทรี่ าบสงู รปู แอง่ กระทะโดยมีขอบสงู ชนั ดานตะวนั ตกและด้านใต้

82. ขอ้ ใดไมใ่ ช่ลักษณะทางธรรมชาติทใ่ี ช้เป็นแนวพรมแดนระหว่างไทยกับประเทศเพือ่ นบ้าน

1. แม่นา้ เหือง 2. แม่น้าเวฬุ 3. แม่น้ากระบรุ ี 4. แม่นา้ รวก

83. ภูเขาในขอ้ ใดทีม่ ีรปู ร่างแบบสนั อีโต้

1. ภูพาน 2. ภูกระดึง 3. ภเู ขยี ว 4. ภูหลวง

84. ขอ้ ใดไมใ่ ช่ลมประจา้ เวลา

1. ลมหุบเขา 2. ลมภเู ขา 3. ลมสินค้า 4. ลมบก

85. ทิวเขาในขอ้ ใดเปน็ ต้นน้าของแม่น้าสาละวนิ

1. แดนลาว 2. ถนนธงชัย 3. ผีปันนา้ 4. หลวงพระบาง

86. ขอ้ ใดถกู ต้องทีส่ ดุ

1. ทิวเขาผีปันน้าอยตู่ อนกลางของภาคเหนือ

2. ทิวเขาถนนธงชยั อยู่ทางตะวันออกของภาคเหนือ

3. ทิวเขาแดนลาวอยทู่ างใต้ของภาคเหนือ

4. ทิวเขาหลวงพระบางอยทู่ างตะวันออกของภาคเหนือ

87. คลองด้าเนนิ สะดวก เป็นคลองทีเ่ ชือ่ มระหว่างแมน่ า้ ใด

1. แม่น้าบางปะกง – แม่น้าเจ้าพระยา

2. แม่นา้ บางปะกง – แมน่ ้าแม่กลอง

3. แม่น้าท่าจนี – แม่นา้ เจ้าพระยา

4. แม่นา้ ท่าจีน – แมน่ ้าแม่กลอง

400

88. กรมทางหลวงมโี ครสร้างเสน้ ทางลงสู่ภาคใต้เพอ่ื ยน่ ระยะเวลาการเดนิ ทางลงสู่ภาคใต้ โครงการนี

จะมีการตดั ถนนเชื่อมระหว่างจงั หวดั ใด

1. สมทุ รสาคร – ราชบรุ ี 2. สมุทรสาคร – เพชรบุรี

3. สมุทรสงคราม – ราชบรุ ี 4. สมุทรสงคราม – เพชรบรุ ี

89. ขอ้ ใดเป็นผลจากปฏกิ ิริยาเรือนกระจก

1. อุณหภูมิโลกสงู ขนึ

2. เกิดก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์

3. เกดิ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพิม่ ขนึ

4. ออกซิเจนทหี่ ายใจจะมีสารตะกั่วปะปนมากขนึ

90. ขอ้ ใดคอื สาเหตทุ ีท่ า้ ให้ประชากรตังถิ่นฐานอยใู่ นบริเวณที่ราบลุ่มแม่นา้ มากกวา่ บริเวณอน่ื ๆ

1. เพราะมีอากาศอบอุ่นสบาย 2. เพราะมีดินและนา้ ที่อดุ มสมบรู ณ์

3. เพราะการคมนาคมขนส่งสะดวก 4. เพราะมีทรพั ยากรธรรมชาติทกุ ชนิด

91. ขอ้ ใดไมใ่ ช่ทร่ี าบ

1. ที่ราบแบน (Flat plain) 2. ทีร่ าบลกู ฟกู (Undulating plain)

3. ที่ราบขรขุ ระ (Rough dissected plain) 4. ทีร่ าบในทวปี (Continental plain)

92. ขอ้ ใดเปน็ ขอ้ ตกลงความร่วมมือระหว่างประเทศเกีย่ วกบั การอนุรกั ษ์พนื ที่ชุ่มน้า

1. อนุสญั ญาแรมซาร์ 2. อนุสญั ญาไซเตส

3. พิธสี ารเกียวโต 4. พิธสี ารมอนทรีออล

93. ขอ้ ใดไมใ่ ช่ลักษณะภูมิประเทศที่เกดิ จากการเพ่มิ ระดบั

1. ถา้ 2. ชายหาด

3. เนนิ เขา 4. ที่ราบนา้ ท่วมถงึ

94. การจา้ แนกภมู ิอากาศตามแบบเคปิ เปนนัน ภมู ิอากาศแบบ B มีลกั ษณะแบบใด

1. นา้ แข็ง 2. อบอุ่น

3. แหง้ แล้ง 4. ร้อนชนื

95. ขอ้ ใดเปน็ กระบวนการเกิดหินแปรทถี่ ูกต้อง

1. หินแกรนิต  หินปนู  หินทราย

2. หินดนิ ดาน  หินชนวน  หินชีสต์

3. หินปูน  หินอ่อน  หินชนวน

4. หินทราย  หินอ่อน  หินชีสต์

96. หากแบ่งลกั ษณะภูมิประเทศในเขตภาคกลางของประเทศไทย จงั หวดั ในขอ้ ใดอยใู่ นภาคกลาง

ตอนบน

1. สิงหบ์ ุรี อา่ งทอง สระบรุ ี 2. พิจิตร อ่างทอง อทุ ยั ธานี

3. สุพรรณบรุ ี นครสวรรค์ ลพบุรี 4. ก้าแพงเพชร พษิ ณุโลก เพชรบูรณ์

401

97. จงั หวดั ในในภาคเหนือทีม่ ีเนือทนี่ ้อยทส่ี ดุ

1. พะเยา 2. ลา้ พูน 3. แพร่ 4. อุตรดติ ถ์

98. แม่น้าสายใดทไี่ มไ่ หลลงสู่แม่น้าปิง

1. ฝาง 2. กวง 3. ลี 4. แม่แจ่ม

99. แหลมสารพดั พิษ ตังอยใู่ นจงั หวดั ใด

1. สรุ าษฎร์ธานี 2. นครศรีธรรมราช 3. ตราด 4. จันทบุ รี

100.ขอ้ ใดคอื ปัจจัยทางด้านกายภาพของภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย ที่ก่อให้เกดิ ประเพณีแหน่ าง

แมวและบญุ บังไฟ

1. ความเสื่อมสภาพของทรัพยากรดนิ

2. การท้าลายปา่ เพ่อื ทา้ ไร่เลื่อนลอยในฤดูแล้ง

3. ความแห้งแลง้ ที่เกดิ จากฝนทงิ ช่วงเปน็ เวลานาน

4. ความไม่สมดลุ ของทรัพยากรธรรมชาติกับประชากร

101. ปัญหาความยากจนของประชากรในภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือของไทยมสี าเหตจุ ากขอ้ ใด

1. การมีสุขภาพอนามยั ไม่สมบรู ณ์

2. ความไม่เทา่ เทียมกันในการถือครองทดี่ ิน

3. การขาดความกระตือรือร้นในการทา้ งาน

4. สภาพแวดล้อมทางกายภาพไม่อา้ นวยต่อการประกอบอาชีพ

102. ขอ้ ใดมีความสมั พันธ์กนั มากทสี่ ุด

1. หนองหาน – สกลนคร 2. ทุ่งกลุ าร้องไห้ – นครพนม

3. ช่องเม็ก – เทอื กเขาดงพญาเยน็ 4. แม่นา้ พอง – เทอื กเขาพนมดงรกั

103.ขอ้ ใดไมใ่ ช่เทอื กเขาที่อยตู่ ามขอบของทรี่ าบสงู โคราช

1. ภูพาน 2. เพชรบรู ณ์

3. สนั กา้ แพง 4. พนมดงรกั

104. ขอ้ ใดกล่าวถึงลักษณะภมู ิประเทศของภาคตะวันตกของประเทศไทยได้ถกู ต้อง

1. ภเู ขาโดดๆ สลับกับทีร่ าบลกู ฟกู

2. ภเู ขาสลบั ซบั ซ้อนสลับกบั ทรี่ าบสูงทีอ่ ยรู่ ะหว่างภูเขา

3. ภูเขาสลบั ซบั ซ้อนมีทร่ี าบหบุ เขาแคบๆ และที่ราบชายฝ่ังทะเล

4. ที่ราบสูงมีภูเขาล้อมรอบ และมีทร่ี าบขนานกับชายฝ่ังทะเล

105.ลกั ษณะภมู ิประเทศทีเ่ รยี กวา่ พรุ มลี ักษณะสา้ คญั อยา่ งไร

1. เป็นสนั ทรายชายฝั่ง

2. เป็นแอ่งลุ่มต่้ามีน้าท่วมขังตลอดเวลา

3. เป็นเขตทีม่ ีแนวปะการังมาก

4. เป็นทีล่ ุ่มตา่้ ชายฝ่ังทะเลมีนา้ ท่วมขังในฤดฝู น

402

106. ขอ้ ใดเปน็ ชื่อเดิมของแม่นา้ หลวง

1. ตาปี 2. กระบุรี

3. คีรรี ฐั 4. ปัตตานี

107. ขอ้ ใด ถกู ต้อง

1. ป่าดิบชืนเปน็ ป่าไม้ผลัดใบ 2. ป่าชายเลนเปน็ ป่าไม้ไม่ผลดั ใบ

3. ป่าเบญจพรรณเป็นป่าไม้ไม่ผลดั ใบ 4. ป่าพรเุ ป็นป่าไม้ผลดั ใบ

108. ทิวเขาทีว่ างตวั ในแนวตะวันตก – ตะวนั ออกในภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ คอื ขอ้ ใด

1. ทิวเขาสันกา้ แพง 2. ทิวเขาดงพญาเย็น

3. ทิวเขาเพชรบรู ณ์ 4. ทิวเขาภูพาน

109. คลองดา้ เนนิ สะดวก เป็นคลองทีเ่ ชื่อมระหว่างแมน่ า้ ใด

1. แม่นา้ บางปะกง – แม่น้าเจ้าพระยา 2. แม่น้าบางปะกง – แมน่ ้าแม่กลอง

3. แม่น้าท่าจนี – แม่นา้ เจ้าพระยา 4. แม่นา้ ท่าจีน – แมน่ า้ แม่กลอง

110. ขอ้ ใด ไม่ใช่ ภเู ขา

1. ภูเขาเลื่อนตัว (Block Mountain) 2. ภูเขาโก่งตวั (Folded Mountain)

3. ภเู ขารปู โดม (Domed Mountain) 4. ภเู ขารปู ลูกฟกู (Undulating Mountain)

111. แม่น้าปิงจากต้นน้าถึงปลายน้าไหลผ่านจงั หวัดต่างๆ ตามล้าดบั ดงั นี

1. เชียงใหม่ ลา้ พูน ลา้ ปาง ตาก นครสวรรค์

2. เชียงใหม่ ล้าพูน ตาก ก้าแพงเพชร นครสวรรค์

3. เชียงใหม่ ล้าปาง ตาก กา้ แพงเพชร นครสวรรค์

4. เชียงใหม่ ล้าปาง ตาก พจิ ติ ร นครสวรรค์

112. ขอ้ ใด ไมใ่ ช่ การแบ่งภาคทางภมู ิศาสตร์

1. ภาคกลาง – ชยั นาท 2. ภาคตะวันตก – ตาก

3. ภาคใต้ – ประจวบครี ีขันธ์ 4. ภาคตะวันออก – ฉะเชิงเทรา

113. ขอ้ ใดไมถ่ กู ต้อง

1. ลมมรสุมเปน็ ลมประจ้าฤดกู าล

2. ลมมรสมุ มีการเกดิ เช่นเดียวกนั กบั การเกิดลมบกลมทะเล

3. ลมมรสมุ ตะวนั ออกเฉียงเหนือมีความสัมพันธก์ ับฤดหู นาวในซีกโลกเหนือ

4. ลมมรสุมตะวนั ตกเฉียงใต้มีความสัมพนั ธ์กับฤดรู ้อนในซีกโลกใต้

114.พระราชก้าหนดยกเลิกป่าสัมปทานท่วั ประเทศเกิดขนึ ในสมยั นายกรัฐมนตรีทา่ นใด

1. พลเอกเปรม ติณสสู านนท์ 2. พลเอกชาติชาย ชณุ หะวณั

3. นายอานันท์ ปันยารชุน 4. นายชวน หลีกภยั

115. จังหวดั ที่มีฝั่งทะเลยาวท่สี ดุ บริเวณอา่ วไทย คอื ขอ้ ใด

1. ประจวบครี ีขนั ธ์ 2. ชุมพร

3. นครศรีธรรมราช 4. ตราด

403

116. ขอ้ ใดถกู ต้อง

1. แม่นา้ ปิงไหลผ่านหุบเขาระหว่างเทอื กเขาถนนธงชยั และผีปนั น้าตะวนั ตก

2. แม่น้ายมไหลผ่านหบุ เขาระหว่างเทือกเขาผีปันนา้ กลางและผีปันนา้ ตะวันตก

3. แม่นา้ น่านไหลผ่านหุบเขาระหว่างเทือกเขาหลวงพระบางและผีปันน้าตะวันตก

4. แม่นา้ วงั ไหลผ่านหุบเขาระหว่างเทอื กเขาผีปนั นา้ กลางและผีปนั นา้ ตะวันออก

117. แม่น้าใดไม่ได้ทา้ ให้เกิดทรี่ าบอนั เป็นทีต่ ังของอา้ เภอแม่จนั และอ้าเภอแม่สาย

1. แม่นา้ สาย 2. แม่น้าคา้

3. แม่น้ารวก 4. แม่นา้ ลาว

118. ขอ้ ใดไมถ่ กู ต้อง

1. ภาคกลางมีพืนทที่ ้านาน้อยกวา่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

2. ภาคกลางมีผลผลิตขา้ วเฉลีย่ ต่อไรส่ งู กวา่ ภาคเหนือ

3. ภาคเหนือมีพืนทที่ ้านาน้อยกวา่ ภาคกลาง

4. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีผลผลิตขา้ วเฉลีย่ ต่อไร่น้อยกวา่ ภาคเหนือ

119. แม่นา้ สายใด ไม่ได้ ไหลลงสู่แม่น้าโขง

1. แม่นา้ ฝาง 2. แม่นา้ อิง

3. แม่น้ากวง 4. แม่นา้ กก

120. เคปิ เปน ใช้หลักเกณฑ์ในข้อใดเปน็ พนื ฐานในการจา้ แนกลักษณะภูมิอากาศแบบต่างๆของโลก

1. อุณหภูมิ และ ความกดดัน 2. อุณหภูมิ และ ปริมาณนา้ ฝน

3. อุณหภูมิ และ การระเหยของนา้ 4. อุณหภมู ิ และ พชื พรรณธรรมชาติ

121. ขอ้ ใด ถกู ต้อง

1. เทือกเขาถนนธงชยั และแดนลาวกันเขตแดนไทยกับพม่า

2. เทือกเขาหลวงพระบางและแดนลาวกันเขตแดนไทยกบั ลาว

3. เทือกเขาหลวงพระบางและเพชรบรู ณก์ ันเขตแดนไทยกบั พม่า

4. เทือกเขาถนนธงชัยและแดนลาวกันเขตแดนไทยกับลาว

122. จงั หวดั ใดอยใู่ นเขตเงำฝน

1. นครราชสีมา 2. จันทบุรี

3. ตาก 4. ชยั ภมู ิ

123. จังหวัดใดอยใู่ นเขตฝนภเู ขำ

1. นครราชสีมา 2. จนั ทบรุ ี

3. ตาก 4. ชยั ภูมิ

124. ปญั หาการขาดแคลนน้าในประเทศไทย เกดิ จากสาเหตสุ า้ คญั ขอ้ ใด

1. พืนดนิ ไม่สามารถอุ้มน้าไวไ้ ด้ 2. อณุ หภมู ิทส่ี ูงขนึ ทุกปี

3. ฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล 4. คนไทยไม่ให้ความส้าคญั เกี่ยวกบั น้า

404

125. จากสถิติแสดงประมาณฝนรายปีของประเทศไทย พนื ทที่ ี่ปริมาณฝนตกมากเกิดจากปัจจัย

อะไรมากทีส่ ดุ

1. ลมมรสุมตะวันออกเฉียงใต้ 2. ลมมรสมุ ตะวันตกเฉียงใต้

3. พายุดีเปรสช่ัน 4. พายุฝนฟา้ คะนอง

126. ภมู ิอากาศแบบ Aw พบมากในภมู ิภาคใดของประเทศไทย

1. ภาคตะวันออก 2. ภาคตะวันตก

3. ภาคใต้ 4. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

127. ภมู ิภาคใดของไทย มีลกั ษณะโครงสร้างทางธรณีวิทยาทเี่ กิดจากการเปลี่ยนแปลงน้อยทีส่ ดุ

1. ภาคเหนือ 2. ภาคกลาง

3. ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ 4. ภาคใต้

128. ขอ้ ใดไมถ่ กู ต้อง

1. ดินตะกอนบริเวณลานตะพกั น้ายง่ิ มีอายมุ ากเท่าใด ความอดุ มสมบรู ณ์ของดินก็เพม่ิ ขนึ

2. ดินตะกอนบรเิ วณที่ราบนา้ ท่วมถึง มกั มีปัญหาดินเปรยี วและดินเคม็

3. ดนิ บริเวณทีล่ ุ่ม มนี า้ ท่วมขงั เปน็ ดนิ ที่มีอินทรยี วัตถมุ าก

4. ดินที่เกิดจากการสลายตวั ของหนิ ประเภทเปน็ ด่าง มีความอดุ มสมบรู ณก์ วา่ หินประเภทกรด

129. ขอ้ ใดเปน็ เครือ่ งมือทีใ่ ช้วดั ความกดอากาศ

1. เทอร์โมมิเตอร์ 2. บารอมิเตอร์

3. ไฮโกรมิเตอร์ 4. แอนนิโมมิเตอร์

130. โครงสร้างทางธรณีวิทยาของภาคเหนือบริเวณทิวเขาที่ประกอบด้วยหินจา้ พวกหนิ แกรนติ หนิ

ไนซ์ หินชสี ต์ มกั พบลกั ษณะภูมิประเทศทีเ่ ดน่ แบบใด

1. ออบ 2. กุด 3. อา่ งสลุง 4. แอ่งยุบ

131. ประชาชนทีอ่ าศัยอยแู่ ถบทะเลจีนใต้ หรืออ่าวไทย จะไดร้ ับอิทธพิ ลจากพายุชนิดใด

1. เฮอริเคน 2. ไต้ฝุ่น 3. ไซโคลน 4. ทอร์นาโด

132. ขอ้ ใดถกู ต้องทีส่ ดุ

1. ในเขตภมู ิอากาศร้อนชืน ฝนที่ตกส่วนใหญ่เปน็ ฝนแนวปะทะ

2. ในเขตภูมิอากาศแบบเมดิเตอร์เรเนียน ฝนจะตกในฤดรู ้อนเป็นส่วนใหญ่

3. ภมู ิอากาศแบบมรสมุ และแบบสะวนั นา มลี กั ษณะที่เหมอื นกนั คอื เปน็ ภมู ิอากาศแบบร้อนชืน

สลับแล้ง

4. ในเขตภมู ิอากาศแบบอบอุ่นชนื ภาคพนื ทวปี ฝนจะตกในฤดูหนาวเปน็ ส่วนใหญ่

133. ขอ้ ใดถกู ต้องที่สุด

1. ค่าละติจูดทีเ่ หมือนกนั แสดงให้เห็นถึงเวลาทีเ่ ทา่ กนั

2. ค่าลองจิจดู ทีเ่ หมือนกัน แสดงให้เหน็ ถงึ เวลาที่ต่างกัน

3. ค่าละติจดู ที่ต่างกนั แสดงให้เหน็ ถงึ ฤดูกาลที่ต่างกัน

4. ค่าลองจิจดู ที่ต่างกนั แสดงให้เหน็ ถงึ ฤดูกาลทีต่ ่างกัน

405

134. ขอ้ ใดอธิบายความหมายของ Buffer State ได้ถกู ต้องที่สดุ

1. ลาว ตงั อยรู่ ะหว่างกลุ่มประเทศคอมมิวนิสต์กบั ประเทศในกลุ่มอาเซียน

2. พม่า มีปญั หาชนกลุ่มน้อยภายในประเทศ

3. ฟิลิปปนิ ส์ เป็นประเทศทีม่ ีเกาะเล็กเกาะน้อยมากทสี่ ดุ

4. สิงคโปร์ เปน็ ประเทศเลก็ อยรู่ ะหว่างมาเลเซียกับอินโดนีเซีย

135. ขอ้ ใดไมถ่ กู ต้อง

1. ทวปี เอเชียมีการท้าประมงนา้ จืดมากที่สดุ

2. การประมงทะเลในเขตอบอุ่น มีความส้าคญั ทางด้านเศรษฐกิจมากกวา่ ในทะเลเขตร้อน

3. พืนที่ทีม่ ีปลาชกุ ชุมในทะเลส่วนใหญ่อยใู่ นเขตไหล่ทวปี

4. ปลาที่จับได้ในทะเลเขตร้อน มีคณุ ภาพดกี วา่ เขตนา้ เยน็ เพราะสารอาหารปลาจ้าพวก

แพลงก์ตอนเจริญเติบโตไดด้ ีในเขตที่มีอุณหภมู ิสงู

136. เส้นทางเดินเรือในมหาสมทุ รทีม่ ีความคบั คั่งทสี่ ดุ คอื เสน้ ทางใด

1. สายแอตแลนติกเหนือ 2. สายผ่านคลองสุเอช

3. สายผ่านคลองปานามา 4. สายอ้อมแหลมกู๊ดโฮป

137. ขอ้ ใดไมถ่ กู ต้อง

1. ประชากรในแองโกลอเมริกาอาศัยอยหู่ นาแนน่ บริเวณด้านตะวันออกมากกวา่ ด้านตะวันตก

2. แหล่งประชากรหนาแนน่ ของทวปี อเมริกาเหนือเป็นผลมากจากการขยายตวั ของอารยธรรม

จากทวปี ยุโรป

3. แหล่งประชากรหนาแนน่ ของทวปี เอเชียอยใู่ นเขตอตุ สาหกรรม

4. ประชากรในทวปี ยุโรปอาศยั อยู่หนาแน่นบริเวณด้านตะวนั ตกมากกวา่ ด้านตะวนั ออก

138. การผลิตครกหินควรตังอยใู่ นแหล่งหินประเภทใด

1. แกรนิต 2. ฟิลไลต์

3. บะซอลต์ 4. ควอตไซต์

139. ขอ้ ใดกล่าวถกู ต้องเกี่ยวกบั พายหุ มุนเขตร้อนที่เคลื่อนเขา้ สู่ประเทศไทย

1. ไม่เคยก่อตัวในอ่าวไทย

2. หากก่อตวั ในอ่าวเบงกอลจะมาไม่ถึงประเทศไทย

3. มแี หล่งก้าเนิดในทะเลจีนใต้มากกวา่ ในทะเลอันดามนั

4. ทีก่ ่อตัวในอ่าวตังเกยี๋ จะสง่ ผลต่อสภาพอากาศในประเทศไทยมากทสี่ ุด

140. เหตใุ ดเขตทีร่ าบลุ่มในออสเตรเลียส่วนใหญจ่ ึงนา้ มาใช้ในการเลยี งปศสุ ัตว์

1. เพราะแห้งแล้งเกินกวา่ จะใช้เพาะปลกู ได้ 2. เพราะเกษตรกรมีความเชี่ยวชาญ

3. เพราะรฐั บาลใหเ้ งินสนบั สนนุ 4. เพราะดินมสี ารอาหารน้อย

141. เขตภูมิลักษณ์ทีเ่ ปน็ ทิวเขาและทีร่ าบระหว่างภูเขาหมายถึงภาคใดของประเทศไทย

1. ภาคใต้ 2. ภาคเหนือ

3. ภาคตะวนั ตก 4. ภาคตะวนั ออก

406

142. ขอ้ ใดกล่าวถกู ต้องเกี่ยวกับเสน้ วนั ที่

1. เวลาของเมืองทตี่ ังอยทู่ างทศิ เหนือของเส้นวนั ที่จะช้ากวา่ ที่กรนี นิช

2. เวลาของเมืองที่ตงั อยทู่ างทิศตะวนั ออกของเส้นวนั ที่จะเรว็ กวา่ ที่กรีนนิช

3. เวลาของเมืองทีต่ ังอยทู่ างทิศใต้ของเสน้ วันทจี่ ะช้ากวา่ ที่กรีนนิช

4. เวลาของเมืองที่ตงั อยทู่ างทิศตะวนั ตกของเส้นวนั ที่จะเร็วกวา่ ทกี่ รีนนิช

143. ขอ้ ใดไม่ใช่ประโยชน์ของรีโมตเซนซิง

1. การพยากรณ์อากาศ 2. การส้ารวจการใช้ท่ดี ิน

3. การเตือนภยั จากธรรมชาติ 4. การท้าแบบจ้าลองความสงู เชิงเลข

144. ขอ้ ใดกล่าวถกู ต้องเกี่ยวกับไซโครมเิ ตอร์

1. เป็นเครื่องมือสา้ หรบั วดั ความชนื สัมพนั ธ์เทา่ นัน

2. ประกอบด้วยเทอร์โมมิเตอร์แบบตุ้มแหง้ และตุ้มเปียก

3. เทอร์โมมิเตอร์ตุ้มเปยี กมีอณุ หภมู ิสูงกวา่ เทอร์โมมิเตอร์ตุ้มแหง้

4. อณุ หภมู ิเทอร์โมมิเตอร์ตุ้มแห้งกบั ตุ้มเปียกจะเท่ากันเมื่อมีการระเหยของนา้

อยา่ งรวดเร็ว

145. ขอ้ ใดไมใ่ ช่แผนทีเ่ ฉพาะเรื่อง

1. แผนที่การใช้ทด่ี นิ 2. แผนที่แสดงความลาดชนั

3. แผนทแี่ สดงชันบรรยากาศ 4. แผนทีภ่ มู ิประเทศ

146. วกิ ฤตการณ์ด้านทรัพยากรธรรมชาติท่สี ่งผลกระทบต่อการดา้ รงชีพของมนุษยม์ ากทสี่ ดุ

คอื ขอ้ ใด

1. การขาดแคลนนา้ จืด

2. การสูญเสียป่าไม้และสตั วป์ ่า

3. การลดลงของปริมาณแร่ธาตุ

4. การชะล้างและการพงั ทลายของดิน

147. ในฐานะสมาชิกคนหนึง่ ของสังคม ท่านจะมีส่วนแก้ไขปญั หาวิกฤตการณ์ด้านทรัพยากรป่าไม้

ได้ดีทสี่ ุดอยา่ งไร

1. ปลูกป่าทดแทน

2. ป้องกนั การเกิดไฟป่า

3. ผลกั ดนั ให้มกี ารออกกฎหมายอนรุ ักษ์ปา่ ชมุ ชน

4. ช่วยกันรณรงคเ์ พ่อื สร้างจิตสา้ นึกให้แก่ประชาชน

148. องคก์ ารสหประชาชาติมีความสา้ คัญด้านสงิ่ แวดล้อมอยา่ งไร

1. ผลักดนั ให้มกี ารก่อตังองคก์ ารปกป้องสิ่งแวดล้อมในหลายประเทศ

2. จัดการประชุมเรือ่ งสิง่ แวดล้อมของมนษุ ยซ์ ึง่ นา้ ไปสู่การก่อตัง UNEP

3. เปน็ แกนนา้ ในการร่างพธิ ีสารเกียวโตเพอ่ื จา้ กดั การปล่อยก๊าซเรือนกระจก

4. จดั ตงั คณะกรรมาธกิ ารคุณภาพสงิ่ แวดล้อมเพอ่ื คน้ ควา้ วจิ ยั การแก้ปัญหาด้านสิง่ แวดล้อม

407

149. ฤดู “เหมายนั ” ตรงกับเดือนใด

1. มนี าคม 2. มถิ ุนายน

3. กนั ยายน 4. ธันวาคม

150. ขอ้ ใดไม่ใช่วิธกี ารจดั การคณุ ภาพดนิ

1. การปรับปรงุ บา้ รุงดิน 2. การปลกู พชื หลากชนิด

3. การป้องกันการพงั ทลายของดนิ 4. การวเิ คราะห์ผลกระทบจากการใช้ดนิ

151. ขอ้ ใดไม่ใช่การใช้ประโยชน์จากสิง่ แวดล้อมเพ่อื สร้างสรรคว์ ฒั นธรรม

1. สวนผกั ผลไม้ในแอ่งแม่อาย 2. พนุ า้ ร้อนสนั กา้ แพง

3. ปราสาทหินพมิ าย 4. วัดถ้ากลองเพล

152. ขอ้ ใดถกู ต้องตามแนวการเกษตรทฤษฎีใหม่ เกี่ยวกับพนื ที่ทา้ การเกษตร

1. 30:30:30:10

2. 30:30:20:10

3. 10:30:30:10

4. 30:30:30:30

153. ดอนหอยหลอดสมุทรสงครามเกีย่ วข้องกับอนสุ ญั ญาฉบับใด

1. CITES 2. Kyoto Protocol

3. UNFCCC 4. Ramsar

154. การปฏิบตั ติ นเพอ่ื การอนรุ ักษแ์ ละพฒั นาคณุ ภาพสงิ่ แวดล้อมท้าได้หลายวธิ ียกเวน้ ขอ้ ใด

1. การหลีกเลี่ยงไม่ใช้สนิ คา้ ทีเ่ ปน็ อนั ตรายต่อสิง่ แวดล้อม

2. การล้างรถยนตด์ ้วยการตกั นา้ ใสถ่ งั แทนการใช้นา้ จากสายยาง

3. การเลือกใช้เครื่องใช้ไฟฟา้ ให้เหมาะสมกบั ฐานะของครอบครัว

4. การใช้หนงั สือพมิ พ์ห่อเศษอาหารก่อนน้าไปทงิ ในถงั ขยะสีเขียว

155. Agenda 21 เป็นแผนแม่บทของโลกสา้ หรบั การดา้ เนนิ งานด้านใด

1. การพฒั นาที่ยง่ั ยนื 2. การอนรุ กั ษส์ ิ่งแวดล้อม

3. การประหยดั พลังงาน 4. การจดั การทรัพยากรธรรมชาติ

156. การพฒั นาทีจ่ ะก่อให้เกิดผลทยี่ ั่งยืนยาวนาน หมายถึงขอ้ ใด

1. การพฒั นาทีไ่ มก่ ่อให้เกิดค่านิยมทีฟ่ ุ่มเฟอื ย

2. การพฒั นาทีล่ ดปริมาณการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ

3. การพฒั นาที่มีการฟน้ื ฟสู ภาพแวดล้อมอยา่ งต่อเนื่อง

4. การพฒั นาที่ไมก่ ่อให้เกิดความเสื่อมโทรมแก่คณุ ภาพสิง่ แวดล้อม

157. องคก์ ารเอกชนใหญ่ทส่ี ุดทเี่ ฝ้าระวังและดูแลทรัพยากรธรรมชาติทว่ั โลก คอื องคก์ ารใด

1. Greenpeace International 2. World Wide Fund for Nature

3. Global Environmental Facility 4. United Nations Environment Programme

408

158. นกั ท่องเที่ยวในสถานทีใ่ ดทีเ่ ห็นดวงอาทิตย์ขนึ ก่อนใคร

1. ผาชนะได 2. แม่สอด

3. หวั หนิ 4. แหลมพรหมเทพ

159. ขอ้ ใดเรียงลา้ ดบั พชื พรรณธรรมชาติตามละตจิ ูดได้ถกู ตอ้ ง

1. ป่ามรสมุ ไม้พุ่ม ป่าสน ทุนดรา

2. ไม้พุ่ม ป่ามรสุม ทนุ ดรา ป่าสน

3. ป่าสน ทนุ ดรา ไม้พุ่ม ป่ามรสุม

4. ทนุ ดรา ป่าสน ป่ามรสมุ ไม้พุ่ม

160. ขอ้ ใดเปน็ แนวพรมแดนธรรมชาติ ไทย – พม่า ทางตอนเหนือของภาคเหนือ

1. ทิวเขาสนั ก้าแพง 2. ทิวเขาผีปันน้า

3. ทิวเขาพนมดงรกั 4. ทิวเขาแดนลาว

161. ความสมั พันธ์ในขอ้ ใดไม่ถกู ต้อง

1. psychrometer ความชืนสมั พัทธแ์ ละจดุ นา้ คา้ งในอากาศ

2. stereoscope ภาพสามมิติ

3. anemometer ความเรว็ ลม

4. hygrometer ความกดอากาศ

162. ถ้าเส้นชันความสูงในแผนทีภ่ มู ิประเทศมีลกั ษณะดังรปู แสดงวา่ ภมู ิประเทศจริง

มีลกั ษณะอยา่ งไร

1. หน้าผา 2. ทีร่ าบ
3. ทลี่ าด 4. ทีร่ าบสงู

163. เครื่องมือในขอ้ ใดสามารถใช้เปรียบเทยี บการเปลี่ยนแปลงของพืนทีป่ า่ ไม้ในประเทศไทย

ระหว่าง พ.ศ. 2520 กบั พ.ศ. 2550 ไดด้ ีท่สี ดุ

1. แผนทีภ่ มู ิประเทศ 2. แผนทีท่ รพั ยากรธรรมชาติ

3. ภาพถ่ายทางอากาศ 4. ภาพถ่ายจากดาวเทยี ม

164. ขอ้ ใดไมใ่ ช่สาเหตหุ ลกั ของวกิ ฤติการณ์สงิ่ แวดล้อม

1. การลดลงของระดับนา้ ทะเล 2. ความแออดั ของประชากร

3. การขยายตวั ทางเศรษฐกจิ 4. ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี

165. ขอ้ ใดไมใ่ ช่ปัญหาทีเ่ กดิ จากการลดระดบั ของน้าใต้ดนิ

1. แผ่นดินทรุด 2. ขาดแคลนนา้ บาดาล

3. นา้ เคม็ จากทะเลจะไหลซึมเขา้ มาแทนที่ 4. ดินเปลีย่ นสภาพเปน็ ลม

409

166. สถาบันทรัพยากรโลกระบวุ า่ ประเทศใด ปล่อยก๊าซพษิ ในอากาศมากทสี่ ดุ ในโลก

ทังในอดตี และปัจจุบนั

1. จีน 2. อินเดีย

3. รสั เซีย 4. สหรฐั อเมริกา

167. เหตกุ ารณ์ดนิ ถล่มทีต่ ้าบลกระทนู อา้ เภอพปิ ูน และทีห่ มู่บา้ นครี ีวงศ์ อา้ เภอลานสภา

จังหวัดนครศรีธรรมราช นา้ ไปสู่มาตรการอนรุ กั ษ์ในขอ้ ใด

1. การประกาศใช้พระราชบัญญัติปา่ สงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507

2. การประกาศยกเลกิ สมั ปทานป่าไม้ทว่ั ประเทศเมอ่ื พ.ศ. 2532

3. การประกาศใช้พระราชบัญญตั สิ ่งเสริมและรกั ษาคุณภาพสิง่ แวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535

4. การเริม่ โครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติพระเจ้าอยหู่ ัวเมื่อ พ.ศ. 2537

168. Polluter Pay Principle เปน็ หลกั การเชิงเศรษฐศาสตรท์ ี่น้ามาใช้เพอ่ื อะไร

1. การจัดการสงิ่ แวดล้อม 2. การป้องกนั สาธารณภยั

3. การก้าหนดอตั ราคา่ นา้ 4. การอนุรกั ษ์ทรัพยากรธรรมชาติ

169. ผู้ใดมีความผิดตามพระราชบญั ญตั ิคุ้มครองผู้ไม่สบู บหุ รี่ พ.ศ. 2535

1. ดา้ เดนิ สบู บุหรหี่ น้าโรงภาพยนตร์ 2. แดงยนื สบู บุหรใี่ นตู้โทรศัพท์สาธารณะ

3. ขาวนงั่ สูบบหุ รีน่ อกกา้ แพงวัด 4. เขยี วแอบไปสบู บุหรี่หลงั หอศิลป์

170. การปฏิวตั ิเขียว (The Green Revolution) เกีย่ วข้องกับอะไร

1. การน้าเทคโนโลยมี าใช้ในการเพาะปลูก

2. การรณรงคป์ ลกู ป่าอยา่ งกวา้ งขวาง

3. การผลิตสินค้าที่เปน็ มิตรต่อสงิ่ แวดล้อม

4. การผลติ เครือ่ งอปุ โภคบริโภคท่ใี ช้วตั ถดุ ิบจากธรรมชาติ

171. การเลือกตดั ตน้ ไม้เฉพาะขนาดที่เหมาะสมทังในป่าธรรมชาติและในป่าสมั ปทาน ตรงกับคา้

กล่าวใด

1. กนิ นา้ เผื่อแลง้ 2. เกบ็ เบยี ใตถ้ นุ ร้าน

3. นกน้อยท้ารงั แต่พอตวั 4. เลือกนกั มักได้แร่

172. การจดั การทรัพยากรดนิ ในกรงุ เทพมหานครทา้ ได้อยา่ งไร

1. กระจายกรรมสิทธิท์ ่ดี นิ ให้ผู้ถือครองได้มีส่วนรบั ผิดชอบในการใช้ทด่ี ิน

2. วเิ คราะห์ผลกระทบจากการใช้ทด่ี ินในโครงการต่าง ๆ

3. กา้ หนดพนื ทีเ่ พาะปลกู ให้เหมาะสมกบั คณุ ภาพของดนิ

4. วางแผนการใช้ทด่ี นิ ให้เหมาะสมกับกิจกรรมต่าง ๆ

173. การบ้าบัดน้าเสียเพอ่ื นา้ ไปใช้ประโยชน์ตรงกบั หลักการใด

1. reuse 2. Refill

3. reduce 4. Recycle

410

174. The Vienna Convention เกีย่ วข้องกบั เรือ่ งใด

1. การป้องกนั ชันโอโซน 2. ความหลากหลายทางชีวภาพ

3. การเปลีย่ นแปลงสภาพภมู ิอากาศ 4. การคา้ สตั วป์ ่าและพชื ป่าที่ใกล้สญู พันธุ์

175. ขอ้ ใดเป็นลกั ษณะของการสร้างบ้านเรือนในภาคเหนือของไทย

1. การสร้างบ้านโดยใช้แทน่ หินเปน็ ฐาน 2. การสร้างบ้านใตถ้ นุ สงู หน้าต่างน้อย

3. การสร้างบ้านหลายหลงั เชื่อมต่อกัน 4. การสร้างบ้านทีม่ ีใต้ถนุ ต้า่ หน้าต่างรอบ

176. ขอ้ ใดไมใ่ ช่ปจั จยั ทม่ี ีอิทธพิ ลต่อความหลายหลายของพชื พรรณธรรมชาติท่วั โลก

1. ละติจดู 2. ลองจิจดู

3. ปริมาณน้าฝน 4. ระดับความสูงของพนื ที่

177. น้าจืดบนผิวดินในโลกส่วนใหญ่อยใู่ นลกั ษณะใด

1. นา้ ในทะเลสาบ 2. นา้ ที่พืชดดู ซึมไว้

3. น้าในแม่นา้ ลา้ ธาร 4. นา้ ในรูปความชนื ในดนิ

178. มวลอากาศร้อนชนื จากทะเลจีนใตก้ า้ ลงั เคลื่อนทีผ่ ่านประเทศไทยมาปะทะกับมวลอากาศเย็น

และแหง้ จากประเทศจนี อยา่ งรวดเร็วจะทา้ ให้เกดิ ลกั ษณะอากาศอยา่ งไร

1. ท้องฟา้ แจ่มใส ลมพดั แรง 2. ท้องฟา้ มืด มีฝนตกเลก็ น้อย

3. อากาศแปรปรวน มีฝนตกมาก 4. อากาศอบอ้าว ท้องฟา้ มืดครมึ ตลอดวัน

179. ในแผนที่ภูมิประเทศมาตราส่วน 1 : 500,000 วดั ความยาวของแม่น้าปิงได้ 4 เซนตเิ มตร และ

แม่น้าเจ้าพระยาได้ 2 เซนติเมตร ความยาวของแม่นา้ ทงั สองรวมกันเปน็ เท่าใดในพืนที่จริง

1. 30 กโิ ลเมตร 2. 40 กิโลเมตร

3. 50 กิโลเมตร 4. 60 กิโลเมตร

180. ขอ้ ใดไมค่ วรใช้ Remote Sensing ในการส้ารวจ

1. นิคมอุตสาหกรรมจังหวดั ลา้ พนู 2. อุบัติเหตทุ างรถยนตจ์ งั หวดั นครราชสีมา

3. แหล่งแร่ทองค้าจงั หวดั พจิ ิตร 4. แผ่นดนิ ถล่มที่จงั หวัดอุตรดติ ถ์

181. ถา้ ต้องการศกึ ษาวา่ ประเทศไทยมีเมืองโบราณจา้ นวนเทา่ ใด และกระจายอยใู่ นภาคใดบ้าง ท่าน

ควรเลือกเครือ่ งมือประเภทใดจงึ จะเหมาะสมทีส่ ดุ มีประสิทธภิ าพ และประสิทธผิ ลสงู สดุ

1. ภาพถ่ายทางอากาศ

2. ภาพถ่ายจากดาวเทยี ม

3. แผนทีภ่ มู ิประเทศและการสา้ รวจภาคสนาม

4. แผนทีป่ ระวัตศิ าสตร์และฐานขอ้ มูลโบราณคดี

182. บริเวณใดในภาคกลางทีไ่ ด้รบั การกา้ หนดให้เปน็ พืนที่ป่ามรดกโลก

1. เขตภเู ขาด้านตะวันออก 2. เขตทีร่ าบเชิงเขาตอนกลาง

3. เขตทดี่ อนและเขาโดตอนกลาง 4. เขตภเู ขาและลาดเขาตะวนั ตก

411

183. การทอดผ้าป่าขยะเปน็ ความพยายามของชมุ ชนในการแก้ปญั หาสิ่งแวดล้อมที่สอดคล้องกบั

หลกั การในขอ้ ใดมากทีส่ ดุ

1. reuse 2. repair

3. reduce 4. recycle

184. นักเรยี นจะมีส่วนร่วมในการแก้ปญั หาเรือ่ งการกา้ จดั ขยะมูลฝอยในชุมชนของตนเองได้

มากทีส่ ดุ

1. เปน็ สมาชิกของธนาคารขยะ

2. ทิงหลอดไฟท่เี สยี แล้วในถงั ขยะสีฟ้า

3. แนะให้เพอ่ื นในชมุ ชนนา้ ขยะมาใช้ประโยชน์

4. คดั แยกขยะตามประเภทของขยะก่อนน้าไปทงิ

185. โครงการในพระราชด้าริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยหู่ ัวขอ้ ใดช่วยแก้ปญั หาให้ประชากรใน

เขตที่ราบลุ่มแม่น้าได้มากทสี่ ุด

1. โครงการแก้มลงิ 2. โครงการแกล้งดิน

3. โครงการฝายทดน้า 4. โครงการปลกู หญ้าแฝก

186. ขอ้ ใดเปน็ สาเหตสุ า้ คญั ที่ท้าให้แม่น้าเจ้าพระยาและแม่นา้ ท่าจีนตอนกลาง มีน้าเน่าเสียอยา่ ง

รนุ แรงและต่อเนื่อง

1. การปนเปื้อนในนา้ ของสารเคมีจากพนื ที่เกษตรกรรมและอาคารบ้านเรือน

2. การปล่อยน้าเสียลงแม่นา้ จากอาคารบ้านเรือนและโรงงาน

3. การปล่อยน้าทิงจากอาคารบ้านเรือนและฟาร์มเลยี งสกุ ร

4. การปล่อยน้าเสียจากฟาร์มเลยี งสกุ รและโรงงาน

187. การทีร่ ฐั บาลไทยส่งลิงอุรงั อตุ งั กลบั คนื ไปให้ประเทศอินโดนีเซียเป็นการปฏิบตั ิตามขอ้ ตกลงใด

1. อนุสัญญาเวยี นนา 2. พิธสี ารมอนทรีออล

3. อนสุ ญั ญาไซเตส 4. พธิ ีสารเกียวโต

188. ขอ้ ใดไม่ใช่สาเหตโุ ดยตรงของการเพม่ิ ขนึ ของก๊าซเรือนกระจกในชันบรรยากาศของโลก

1. การทบั ถมของขยะมูลฝอย 2. การถางป่าเป็นบริเวณกวา้ ง

3. การสลายตวั ของปุ๋ยเคมีประเทศไนเตรต 4. การยอ่ ยสลายของมลู สัตว์

189. บคุ คลใดน้าภูมิปัญญาท้องถิ่นเขา้ มาช่วยในการอนรุ ักษท์ รัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ได้ดีทสี่ ดุ

1. นายชมใช้สมุนไพรรกั ษาโรค

2. นายคงใส่ปยุ๋ คอกในนาขา้ ว

3. นายจนั ทน์ปลูกหมอ่ นเลียงไหมเป็นรายได้เสริม

4. นายแสนผลิตไข่เคม็ ด้วยสตู รของคณุ ยาย

412

190. ทุ่งมะขามหย่อง จงั หวัดพระนครศรีอยธุ ยา มีบทบาทอยา่ งไรในการจดั การน้าช่วงฤดูฝน

พ.ศ.2549

1. เปน็ พืนทรี่ ับนา้ เพ่อื ชะลอน้าทจี่ ะไหลไปท่วมกรุงเทพมหานคร

2. เป็นทีล่ ุ่มน้ายงั ที่ต้องระบายออกเพอ่ื ป้องกนั น้าท่วมตวั จังหวดั

3. เป็นแนวกันนา้ เพอ่ื ไม่ให้แมน่ ้าเจ้าพระยาไหลล้นตลิ่ง

4. เป็นที่ทก่ี ันไว้เพือ่ สร้างอ่างเก็บนา้ ในโครงการเจ้าพระยาตอนล่าง

191. นายด้าได้รบั เงินค่าทดแทนจากเทศบาลกรณีที่โรงงานกา้ จดั ขยะสร้างมลพษิ ทางอากาศบริเวณ

บ้านนายดา้ แสดงวา่ นายดา้ ไดร้ บั การคมุ้ ครองตามกฎหมายใด

1. พระราชบัญญัติสาธารณสุขพุทธศักราช 2535

2. พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บรโิ ภคพทุ ธศกั ราช 2522

3. พระราชบญั ญัติโรงงานพุทธศกั ราช 2535

4. พระราชบัญญัติสง่ เสริมและรกั ษาคณุ ภาพสงิ่ แวดล้อมพุทธศักราช 2535

192. หน่วยงานใดควรเป็นผู้รับผิดชอบในการจ่ายค่าชดเชยแกป่ ระชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน

เนือ่ งจากเสียงเครื่องบนิ ขนึ ลงสนามบินสวุ รรณภมู ิ

1. กระทรวงคมนาคม 2. กระทรวงมหาดไทย

3. บริษทั ท่าอากาศยานไทย จ้ากดั (มหาชน) 4. ท่าอากาศยานกรงุ เทพ

193. หมบู่ ้าน 2 แห่ง อยหู่ ่างกนั 8 กิโลเมตร ให้หาระยะทางระหว่างหมบู่ ้านดงั กล่าวในแผนที่

มาตราส่วน 1:25,000

1. 8 เซนติเมตร 2. 16 เซนติเมตร

3. 24 เซนติเมตร 4. 32 เซนติเมตร

194. หากมีการแขง่ ขันเทนนสิ ที่สหราชอาณาจกั รในวนั ที่ 15 มีนาคม เวลา 16.00 น. ผู้ชมในประเทศ

ไทยจะต้องเปดิ โทรทัศน์เพือ่ รับชมการถ่ายทอดสดดงั กลา่ วในเวลาใด

1. 9.00 น. 2. 10.00 น.

3. 22.00 น. 4. 23.00 น.

195. การวางแผนการเพาะปลกู ในพนื ที่ 1,000 ไร่ ควรใช้ประโยชน์จากเครือ่ งมือใด

1. ระบบก้าหนดตา้ แหนง่ บนพนื โลก (GPS) 2. ระบบสารสนเทศทางภมู ิศาสตร์ (GIS)

3. ภาพถ่ายจากดาวเทยี ม 4. ภาพถ่ายทางอากาศ

196. ขอ้ ใดกล่าวถกู ต้องเกี่ยวกบั พายแุ คทรนิ าที่สร้างความเสยี หายอยา่ งมาก เมื่อเดือน

กนั ยายน พ.ศ. 2548

1. เปน็ พายไุ ต้ฝุ่นที่ก่อตวั ในทะเลจีนใต้ ขนึ ฝั่งใกล้กรุงฮานอย

2. เป็นพายุโซนร้อนทกี่ ่อตวั ในมหาสมุทรแปซิฟกิ ขนึ ฝ่ังในประเทศเมก็ ซิโก

3. เปน็ พายไุ ซโคลนทกี่ ่อตวั ในมหาสมทุ รอนิ เดีย ขนึ ฝ่ังใกล้เมืองโกลกาตา

4. เป็นพายุเฮอร์ริเคนทีก่ ่อตัวในมหาสมทุ รแอตแลนตกิ ขนึ ฝั่งใกล้เมืองนิวออร์ลีนส์

413

197. เพราะเหตใุ ดที่ราบสงู โคราชจึงไมจ่ ัดอยใู่ นภมู ิประเทศแบบที่ราบสูงอยา่ งแท้จริง

1. มีความชันทางทิศตะวันตกเพยี งด้านเดียว 2. มีความสูงเฉลีย่ 150-180 เมตร

3. ไม่มีภูเขาล้อมรอบ 4. มีขนาดเลก็

198. ขอ้ ใดไม่ใชผ่ ลกระทบอนั เกิดจากทีต่ งั ของประเทศไทย ซงึ่ ตังอยทู่ ลี่ ะติจดู 5 37’

ถึง 20 27’ เหนือ

1. ท้าให้มีอากาศร้อน

2. ทา้ ให้ได้รบั อทิ ธิพลของลมมรสุม

3. ท้าให้ทกุ จงั หวดั มีเวลามาตรฐานเดียวกัน

4. ทา้ ให้อุณหภมู ิในเวลากลางวันและกลางคนื ไมต่ ่างกนั มากนกั

199. เมื่อพจิ ารณาในเชิงภมู ิศาสตร์วัฒนธรรม ประชากรในทวปี ใดมีความคล้ายคลึงกนั มากที่สดุ

1. ทวปี ยุโรป กบั ทวปี อเมรกิ าเหนือ 2. ทวปี ยุโรป กบั ทวปี อเมรกิ าใต้

3. ทวปี เอเชีย กบั ทวปี แอฟรกิ า 4. ทวปี ออสเตรเลีย กบั ทวปี อเมรกิ าใต้

200. ขอ้ ใดเปน็ การใช้ประโยชนจ์ ากหนิ แปร

1. การผลติ ครกหิน 2. การแกะสลกั หนิ อ่อน

3. การถมทดี่ ้วยกรวดทราย 4. การก่อสร้างอาคารด้วยหินปูน

201. ปรากฏการณ์ทางภูมิศาสตร์ข้อใดที่มีกระบวนการเกดิ คล้ายคลึงกนั

1. เสาดิน – แพะเมืองผี 2. โป่งยุ บ - เขากระโดง

3. เสาเฉลียง – ผาแต้ม 4. ภผู าเทิบ – แก่งตะนะ

202. อิทธพิ ลของลกั ษณะภมู ิอากาศที่แห้งแลง้ ในภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ ก่อให้เกดิ พธิ กี รรมใด

1. บญุ ขา้ วจี่ 2. บุญบังไฟ

3. บุญกุ้มขา้ วใหญ่ 4. บญุ แห่ปราสาทผงึ

203. ปรากฏการณ์ใดเกีย่ วข้องกบั พธิ สี ารเกียวโต ซึง่ เปน็ ขอ้ ตกลงและผกู มดั ตามกฎหมาย

ในระดับโลก

1. ปรากฏการณ์เอลนีโญ 2. ปรากฏการณ์ลานีญา

3. ปรากฏการณ์เรือนกระจก 4. ปรากฏการณ์คลื่นยกั ษ์สนึ ามิ

204. ลมมรสุมชนดิ ใดมีอิทธพิ ลต่อฤดฝู นของประเทศไทยมากที่สดุ

1. ลมมรสมุ ตะวนั ออกเฉียงเหนือ 2. ลมมรสุมตะวันออกเฉียงใต้

3. ลมมรสุมตะวนั ตกเฉียงเหนือ 4. ลมมรสมุ ตะวันตกเฉียงใต้

205. โครงการแก้มลิงเปน็ โครงการแกป้ ัญหานา้ ในด้านใด

1. การขาดแคลนนา้ 2. การเกดิ นา้ เน่าเสีย

3. การพัฒนาแหล่งน้า 4. การเกิดน้าท่วมรนุ แรง

206. องคก์ รใดในสหประชาชาติท้าหน้าที่เปน็ ศนู ยก์ ลางประสานงานให้มกี ารพัฒนาสงิ่ แวดล้อม

ร่วมกับองคก์ ร ต่าง ๆ

1. WFP 2. UNEP 3. UNDP 4. UNEPA

414

207. การจดั การทรพั ยากรและสิ่งแวดล้อมเพอ่ื การพัฒนาอยา่ งย่ังยืน ควรใช้วิธกี ารใดจงึ จะเกิด

ประสิทธภิ าพสูงสดุ

1. การควบคุม การดูแลรกั ษา และการพัฒนา

2. การสวน การอนรุ กั ษ์ และการพัฒนา

3. การป้องกัน การแก้ไข และการอนุรกั ษ์

4. การสงวน การป้องกนั และการอนุรกั ษ์

208. พระราชบญั ญัติส่งเสริมและรกั ษาคุณภาพสิง่ แวดล้อมพทุ ธศักราช 2535 กา้ หนดให้

โครงการพัฒนาขนาดใหญ่ต้องดา้ เนินการในขอ้ ใด

1. วางแผนโครงการอยา่ งรอบคอบ

2. วเิ คราะห์ผลกระทบสิง่ แวดล้อม

3. ตดิ ตามตรวจสอบการด้าเนินงาน

4. ประเมินโครงการแก้ไขผลกระทบต่อสงิ่ แวดล้อม

209. ดาวเทยี ม THEOS เกดิ จากความร่วมมือของประเทศไทยกับประเทศใด

1. ฝรงั่ เศส 2. อังกฤษ 3. อเมรกิ า 4. แคนาดา

210. ขอ้ ความใดทีเ่ ปรียบเทยี บเปลือกโลกกบั เนือโลกได้อยา่ งถูกต้อง

1. เปลือกโลกบางกวา่ เนือโลก แต่ความหนาแนน่ มากกวา่

2. เปลือกโลกบางกวา่ เนอื โลก แต่ความหนาแน่นน้อยกวา่

3. เปลือกโลกหนากวา่ เนือโลก แต่ความหนาแน่นมากกกวา่

4. เปลือกโลกหนากวา่ เนือโลก แต่ความหนาแนน่ น้อยกวา่

211. ขอ้ ใดเปน็ ชันหินที่มีอายุมากทสี่ ดุ ในบริเวณที่แม่น้ากดั เซาะแผ่นดินเปน็ หบุ ลกึ แสดงชันหนิ

ต่างๆ ในแนวราบ

1. ชันหินทีม่ ีซากดกึ ด้าบรรพม์ ากทสี่ ดุ 2. ชันหินทีม่ ีความหนาแน่นมากที่สดุ

3. ชันหินทีอ่ ยสู่ ูงกวา่ ชันอ่นื ๆ 4. ชันหินที่อยตู่ า้ กวา่ ชันอน่ื ๆ

212. ลมมรสมุ ชนดิ ใดมีอิทธพิ ลต่อฤดหู นำวของประเทศไทยมากทีส่ ุด

1. ลมมรสมุ ตะวันออกเฉียงเหนือ 2. ลมมรสมุ ตะวันออกเฉียงใต้

3. ลมมรสุมตะวนั ตกเฉียงเหนือ 4. ลมมรสมุ ตะวันตกเฉียงใต้

213. ดาวเทยี มใดไม่ใชด่ าวเทยี มส้ารวจทรัพยากร

1. Landsat 2. Spot 3. Noaa 4. Skylap

214. เพราะเหตุใดพายหุ มุนจึงมชี ื่อเรยี กวา่ พายดุ ีเปรสชัน่ พายโุ ซนร้อน และพายุไต้ฝุ่น

1. ความเร็วลมทจี่ ดุ ศนู ยก์ ลางต่างกัน 2. ความกดอากาศทจี่ ุดศูนยก์ ลางต่างกนั

3. สถานทเี่ กดิ พายตุ ่างกนั 4. ทิศทางของลมพดั เข้า-ออกต่างกัน

215. “สดุ ประจิม” ของประเทศไทยอยทู่ ีจ่ งั หวัดใด

1. เชียงราย 2. ตาก 3. อุบลราชธานี 4. ยะลา

415

216. “ทิศอุดร” ของประเทศไทยอยทู่ ีจ่ ังหวดั ใด

1. เชียงราย 2. ตาก 3. อุบลราชธานี 4. ยะลา

217. ขอ้ ใดจบั คู่ระหวา่ งทีต่ ังจังหวดั กบั ปากแมน่ ้าไดถ้ กู ต้อง

1. สมุทรปราการ-แม่นา้ ท่าจนี สมุทรสาคร-แม่นา้ เจ้าพระยา สมุทรสงคราม-แม่น้าแมก่ ลอง

2. สมุทรปราการ-แม่นา้ เจ้าพระยา สมทุ รสาคร-แม่นา้ แม่กลอง สมุทรสงคราม-แม่น้าท่าจีน

3. สมทุ รปราการ-แม่นา้ แม่กลอง สมุทรสาคร-แม่น้าทา่ จีน สมุทรสงคราม-แม่นา้ เจ้าพระยา

4. สมทุ รปราการ-แม่นา้ เจ้าพระยา สมุทรสาคร-แมน่ า้ ท่าจีน สมุทรสงคราม-แม่นา้ แมก่ ลอง

218. การเกดิ ฝนตก มีความสัมพนั ธ์กบั เมฆชนิดใด

1. Cirrus 2. Stratocumulus 3. Nimbostratus 4. Cumulus

219. จังหวดั บึงกาฬจงั หวดั ที่ 77 ของประเทศไทยนัน เดิมเปน็ อ้าเภอของจังหวัดใด

1. อุดรธานี 2. หนองคาย 3. สกลนคร 4. นครพนม

220. ขอ้ ใดไมใ่ ช่ขอ้ มูลเชิงภูมิศาสตร์

1. ขอ้ มูลเชิงคุณภาพ 2. ขอ้ มูลเชิงพืนที่

3. ขอ้ มูลเวลา 4. ขอ้ มูลเชิงคณุ ลกั ษณะ

221. หากเดนิ ทางจากไทยไปสหรฐั อเมรกิ าซึง่ ต้องเดินทางขา้ มเส้นเขตวันสากล เวลาจะต้อง

เปลีย่ นแปลงอยา่ งไร

1. เพ่มิ เวลาอีก 24 ช่ัวโมง 2. ลดเวลาลงอกี 24 ช่ัวโมง

3. เพ่มิ เวลาอีก 48 ชัว่ โมง 4. ลดเวลาลงอีก 48 ชัว่ โมง

222. หมบู่ ้าน 2 แห่งอยหู่ ่างกัน 4 กม. ในแผนทีม่ าตราส่วน 1 : 50,000 หมบู่ ้านทังสองแห่ง

อยหู่ ่างกันกีเ่ ซนติเมตร

1. 2 2. 4 3. 6 4. 8

223. เส้นแบ่งเขตวนั สากลอยทู่ ีเ่ ส้นเมริเดียนใด

1. 0 องศา 2. 45 องศา 3. 90 องศา 4. 180 องศา

224. ขอ้ ใดเปน็ ลมประจา้ เวลา

1. ลมตะวันตก 2. ลมสินค้า 3. ลมทะเล 4. ลมพายุ

225. ขอ้ ใดถูกต้อง

1. เทือกเขาถนนธงชัยและแดนลาวกันเขตไทยกบั ลาว

2. เทือกเขาถนนธงชัยและแดนลาวกันเขตแดนไทยกับพม่า

3. เทือกเขาหลวงพระบางและแดนกันเขตแดนไทยกบั ลาว

4. เทือกเขาหลวงพระบางและเพชรบรู ณ์กันเขตแดนไทยกบั พม่า

416

226. ปรากฏการณ์ลานิญา ( La Nina ) เป็นปรากฏการณ์ทีผ่ ิวน้าของมหาสมุทรแปซิฟิกแถบศูนยส์ ตู ร

มีอณุ หภูมิเปลีย่ นแปลงอยา่ งไร และส่งผลให้บริเวณชายฝ่ังตะวนั ออกของทวปี เอเชียเปน็ อยา่ งไร

ตามล้าดบั

1. อุณหภูมิสูงขนึ แห้งแล้ง 2. อุณหภูมิสงู ขนึ ฝนตกชกุ

3. อณุ หภูมลิ ดลง แห้งแล้ง 4. อณุ หภูมิ ฝนตกชุก

227. ดาวเทยี มดวงใดเปน็ ดาวเทยี มสา้ รวจทรพั ยากรดวงแรกของไทย

1. LANDSAT 2. SPOT 3. NOAA 4. THEOS

228. แผนทีฉ่ บบั หนงึ่ มีมาตราส่วน 1 : 500,000 หมายถึงระยะทางในแผนที่ 1 เซนติเมตร เท่ากับ

ระยะทางจริงในภูมิประเทศกี่กโิ ลเมตร

1. 0.5 2. 1.5 3. 2.5 4. 5

229. การเกดิ สนึ ามิในประเทศไทยเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2547 เกดิ จากการมุดตัวของแผน่

เปลือกโลกใด

1. แผ่นเปลือกโลกแปซิฟิก 2. แผ่นเปลือกโลกฟลิ ิปปนิ ส์

3. แผ่นเปลือกโลกนาซกา 4. แผ่นเปลือกโลกอินโด-ออสเตรเลีย

230. พายุหมนุ ทีม่ ีแหล่งกา้ เนิดบริเวณอ่าวเม็กซิโกมีชือ่ วา่ อะไร

1. ไต้ฝุ่น 2. ไซโคลน 3. ทอร์นาโด 4. วิลลี-วลิ ลี

231.ลมวา่ วเป็นลมประจา้ ถิน่ ของประเทศไทยทีพ่ ดั ในช่วงเดือนใด

1. มถิ ุนายน 2. สิงหาคม 3. ตุลาคม 4. ธันวาคม

232. เดือนกรกฎาคมเปน็ ฤดูอะไร ในเขตอบอนุ่ ทางซีกโลกเหนือ

1. ฤดหู นาว 2. ฤดใู บไมผ้ ลิ 3. ฤดูร้อน 4. ฤดใู บไมร้ ่วง

233. ป่าประเภทใดเปน็ ป่าผลดั ใบ

1. ป่าดิบแล้ง 2. ป่าเต็งรัง 3. ป่าพรุ 4. ป่าชายหาด

234. ขอ้ ใดเปน็ ลักษณะของบรรยากาศชันสแตรโทสเฟยี ร์

1. มีไอนา้ ฝุ่นละอองอยใู่ นอากาศ

2. อุณหภมู ิของอากาศจะลดลงตามความสูง

3. อากาศมกี ารเคลื่อนที่ในแนวดิ่งเรียกวา่ “กระแสอากาศ”

4. อากาศมกี ารเคลื่อนที่ในแนวนอนจึงเหมาะส้าหรบั กิจการการบิน

235. จงั หวดั ใดมีการใช้น้าบาดาลมากจนทา้ ให้เกิดปญั หาแผ่นดินทรุดตวั

1. ลพบรุ ี 2. อา่ งทอง 3. พระนครศรีอยธุ ยา 4. สมทุ รสงคราม

236. ขอ้ ใดไมใ่ ช่หลัก 7R ที่เปน็ แนวทางในการอนรุ ักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

1. Reuse 2. Reject 3. Rethink 4. Recovery

237. ขอ้ ใดไมถ่ ูกต้อง

1. ทวปี ที่ใหญ่ท่สี ดุ คอื แอฟรกิ า 2. เกาะทีใ่ หญท่ ี่สดุ คอื กรีนแลนด์

3. มหาสมุทรที่ใหญ่ท่สี ดุ คอื แปซิฟิก 4. ทะเลสาบทีใ่ หญ่ทส่ี ดุ คอื แคสเปียน

417

238. เส้นแบง่ เขตวนั สากล ตรงกับเส้นเมริเดียนใด

1. 0 องศา 2. 90 องศา 3. 180 องศา 4. 360 องศา

239. พนื ที่สองแห่งตังอยทู่ ลี่ องจจิ ดู ห่างกนั 15 องศา จะมีเวลาห่างกันเท่าใด

1. 30 นาที 2. 1 ชัว่ โมง 3. 1 ช่ัวโมง 30 นาที 4. 2 ช่ัวโมง

240. ปรากฏการณ์ทดี่ วงจนั ทร์อยรู่ ะหว่างโลกกับดวงอาทติ ยเ์ ป็นแนวเดียวกัน จะตรงกบั วนั ใด

1. ขนึ 8 คา้่ 2. แรม 8 ค้า่ 3. ขนึ 15 ค่า้ 4. แรม 15 ค่า้

241. หากขวั โลกเหนือเอียงออกจากดวงอาทิตย์ เวลากลางวนั -กลางคนื ของพนื ที่ในซีกโลกเหนือจะ

เปน็ อยา่ งไร

1. กลางวนั เท่ากบั กลางคนื 2. กลางวนั สันกวา่ กลางคนื

3. กลางวันยาวกวา่ กลางคนื 4. ไมม่ ีเวลากลางวนั

242. เครื่องมือใดใช้บอกพกิ ดั ทางภูมิศาสตร์

1. GPS 2. GIS 3. GAS 4. GRS

243. ขอ้ ใดเปน็ การใช้เครื่องมือทางภมู ศิ าสตร์ได้อยา่ งถกู ต้อง

1. Anemometer วัดปริมาณฝน

2. Barometer วัดอณุ หภมู ิ

3. Planimeter วดั พนื ที่ในแผนที่

4. Stethoscope ดภู าพ 3 มติ ิในภาพถ่ายทางอากาศ

244. แผนทีใ่ นมาตราส่วนใด บอกความละเอียดในพืนทีไ่ ด้มากที่สุด

1. 1 : 50,000 2. 1 : 100,000 3. 1 : 250,000 4. 1 : 1,000,000

245. ขอ้ ใดไมใ่ ช่พรมแดนไทย-พม่า

1. ร่องน้าลึกแม่นา้ กระบุรี 2. สนั ปนั นา้ เทือกเขาตะนาวศรี

3. สนั ปนั น้าเทือกเขาแดนลาว 4. สันปนั นา้ เทอื กเขาหลวงพระบาง

246. ขอ้ ใดคอื ปจั จัยสา้ คญั ทีส่ ดุ ทีท่ า้ ให้เกิดวฏั จกั รนา้

1. การกลน่ั ตวั 2. ความชืน 3. ความร้อน 4. แรงโน้มถ่วง

247. ขอ้ ใดไมใ่ ช่ลกั ษณะภมู ิประเทศที่เกดิ จากการกระท้าของแม่น้า

1. เนินตะกอนรูปพัด 2. หบุ ผาชนั 3. ที่ราบลอนลาด 4. คนั ดินธรรมชาติ

248. เพราะเหตุใดทีร่ าบลุ่มจึงมีความอุดมสมบรู ณ์

1. พืนดนิ ราบเรียบ 2. แม่นา้ ไหลผ่าน

3. ฝนตกตลอดปี 4. อุณหภมู ิเหมาะสม

249. ขอ้ ใดไมใ่ ช่ปัจจยั ส้าคัญในการกา้ หนดลกั ษณะของพชื พรรณธรรมชาติ

1. อุณหภมู ิ 2. แสงแดด 3. ปริมาณฝน 4. สภาพพนื ดิน

250. ขอ้ ใดเปน็ ลักษณะภมู ิประเทศทีเ่ หมาะสมกับการเป็นเมืองท่าขนส่งสินค้าทางทะเลมากที่สดุ

1. ชายฝั่งที่คลืน่ ลมสงบ 2. ชายฝั่งทะเลกัดเซาะ

3. ดนิ ดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้า 4. ที่ราบรอบทะเลสาบรูปแอก

418

251. ป่าประเภทใดเป็นแหล่งตน้ นา้ ล้าธารทดี่ ีทสี ุด

1. ป่าดิบชืน 2. ป่าดิบเขา 3. ป่าดิบแล้ง 4. ป่าสนเขา

252. ขอ้ ใดกล่าวถึงต้าแหนง่ ของโลกไมถ่ กู ต้อง

1. อยถู่ ดั จากดาวศกุ ร์ 2. อยถู่ ดั จากดาวเสาร์

3. ไม่ได้อยตู่ ดิ กบั ดาวพุธ 4. อยรู่ ะหว่างดาวองั คารกบั ดาวศกุ ร์

253. ปรากฏการณ์ใดไม่ได้เกิดขนึ เมือ่ ดวงอาทิตย์ โลก ดวงจนั ทร์ โคจรมาอยใู่ นแนวเดียวกนั

1. จันทร์เสยี ว 2. จันทร์ดับ

3. จนั ทรปุ ราคา 4. สุริยปุ ราคา

254. ขอ้ ใดกล่าวถึงแหลง่ ทีม่ าของกระแสน้าอุ่นและกระแสน้าเยน็ ตามลา้ ดบั ได้ถกู ต้อง

1. เขตเทือกเขา เขตศนู ยส์ ตู ร 2. เขตเทือกเขา เขตขวั โลก

3. เขตขวั โลก เขตศูนยส์ ตู ร 4. เขตศนู ยส์ ตู ร เขตขวั โลก

255. ทีละติจดู 10 องศาเหนือ วนั ใดมีเวลากลางวนั และกลางคนื 12 ชว่ั โมงเท่ากนั

1. 21 มีนาคม และ 21 มิถนุ ายน 2. 21 มิถุนายน และ 22 ธนั วาคม

3. 21 มีนาคม และ 23 กนั ยายน 4. 23 กนั ยายน และ 22 ธนั วาคม

256. ปรากฏการณ์พระอาทิตย์เที่ยงคนื เกดิ ขนึ ในประเทศใด ในช่วงเดือนใด

1. ออสเตรเลีย พฤษภาคม 2. ญีป่ นุ่ มถิ ุนายน

3. นอร์เวย์ เมษายน 4. ไอซ์แลนด์ กรกฎาคม

257. ขอ้ ใดเป็นอุปกรณ์ในการศกึ ษาขอ้ มลู จากภาพถ่ายทางอากาศ

1. กล้องสามมิติ 2. เครื่องมือวัดพนื ที่

3. เครื่องมือวดั ระยะทาง 4. กล้องธีโอโดไรท์

258. แหล่งประมงทสี่ ้าคัญของโลกอยบู่ ริเวณใด

1. เชิงทวีป 2. ลาดทวปี

3. ไหล่ทวีป 4. สะดือทะเล

259. ขอ้ ใดคอื ลกั ษณะของเขตอากาศร้อนชนื แถบศนู ยส์ ตู ร

1. ฤดูร้อนอากาศอบอุ่น 2. อากาศร้อนและแห้งแล้ง

3. อณุ หภมู ิสงู ฝนตกชุก 4. ฤดหู นาวอากาศไม่หนาวจดั

260. แม่คะนิง ทีพ่ บตามพืนดนิ ในฤดหู นาว หมายถึงอะไร

1. หมอก 2. หิมะ

3. ลูกเห็บ 4. น้าคา้ งแข็ง

261. ลมมรสุมตะวนั ตกเฉียงใต้จะพดั ปกคลมุ ประเทศไทยระหวา่ งเดือนอะไร

1. กุมภาพนั ธ์ – พฤษภาคม 2. พฤษภาคม - ตุลาคม

3. กุมภาพันธ์ – ตลุ าคม 4. พฤศจิกายน – มนี าคม

419

262. ลมชนิดใดที่ไม่ได้เกดิ ในประเทศไทย

1. ลมสนิ คา้ 2. ลมมรสมุ

3. พายุไซโคลน 4. พายไุ ต้ฝุ่น

263. ลกั ษณะกายภาพในข้อใดมีอิทธพิ ลต่อรปู แบบของที่อยอู่ าศัยมากที่สุด

1. ภูมิอากาศ และ ชีวนิเวศ

2. ภมู ิอากาศ และ ภูมิประเทศ

3. ภูมิอากาศ และ ทรัพยากรธรรมชาติ

4. ภูมิอากาศ และ พชื พรรณธรรมชาติ

264. เนินเขาและหบุ เขา ในแถบคาบสมทุ รสแกนดิเนเวยี เกดิ จากการกระทา้ ของสิง่ ใด

1. ธารนา้ แขง็

2. ตะกอนแม่น้า

3. กระแสน้าอุ่น

4. ลาวาภเู ขาไฟ

265. สิง่ ใดที่มกั พบร่วมกับหินปูน

1. แร่เหลก็

2. ต้นไมป้ กคลมุ หนาแนน่

3. ยอดเขามนมีนา้ ตก

4. ยอดเขาขรขุ ระมถี ้า

เฉลยขอ้ สอบ ภูมิศำสตร์และสิง่ แวดลอ้ ม

1) 1 14) 1 27) 1 40) 4 53) 1 66) 2
2) 4 15) 1 28) 3 41) 3 54) 1 67) 4
3) 4 16) 2 29) 4 42) 2 55) 4 68) 3
4) 1 17) 3 30) 1 43) 2 56) 4 69) 1
5) 4 18) 1 31) 4 44) 3 57) 3 70) 4
6) 4 19) 3 32) 1 45) 4 58) 3 71) 3
7) 2 20) 1 33) 2 46) 1 59) 2 72) 4
8) 3 21) 3 34) 1 47) 4 60) 4 73) 2
9) 1 22) 2 35) 3 48) 4 61) 1 74) 2
10) 2 23) 1 36) 1 49) 2 62) 2 75) 4
11) 1 24) 4 37) 3 50) 1 63) 3 76) 4
12) 3 25) 2 38) 3 51) 3 64) 3 77) 1
13) 2 26) 2 39) 4 52) 3 65) 1 78) 4

420

79) 3 111)2 143)4 175)2 207)1 239)2
80) 1 112)3 144)2 176)2 208)2 240)4
81) 4 113)4 145)4 177)1 209)1 241)2
82) 2 114)2 146)1 178)3 210)2 242)1
83) 1 115)3 147)4 179)1 211)4 243)3
84) 4 116)1 148)2 180)2 212)1 244)1
85) 1 117)4 149)4 181)1 213)4 245)4
86) 1 118)2 150)4 182)4 214)1 246)3
87) 4 119)3 151)2 183)4 215)2 247)3
88) 2 120)2 152)1 184)4 216)1 248)2
89) 1 121)1 153)4 185)1 217)4 249)2
90) 2 122)3 154)4 186)2 218)3 250)1
91) 4 123)2 155)1 187)3 219)2 251)2
92) 1 124)3 156)4 188)2 220)1 252)2
93) 1 125)2 157)2 189)2 221)2 253)4
94) 3 126)4 158)1 190)1 222)4 254)4
95) 2 127)2 159)1 191)4 223)4 255)3
96) 4 128)1 160)4 192)3 224)3 256)4
97) 2 129)2 161)4 193)4 225)2 257)1
98) 1 130)1 162)4 194)4 226)4 258)3
99) 3 131)2 163)4 195)2 227)4 259)3
100)3 132)3 164)1 196)4 228)4 260)4
101)4 133)2 165)4 197)2 229)4 261)2
102)1 134)1 166)4 198)3 230)3 262)1
103)1 135)4 167)2 199)1 231)3 263)2
104)3 136)1 168)1 200)2 232)3 264)1
105)2 137)3 169)2 201)1 233)2 265)4
106)1 138)1 170)1 202)2 234)4
107)2 139)3 171)1 203)3 235)3
108)1 140)1 172)4 204)4 236)3
109)4 141)2 173)4 205)4 237)1
110)4 142)2 174)1 206)2 238)3

421

ขอ้ สอบ โจทยส์ งั คมข้นั ราชบณั ฑิตทวิภพ

ชุดท่ี 18
คลงั ขอ้ สอบประวตั ศิ าสตรไ์ ทย

ขอ้ สอบแบบปรนยั 4 ตวั เลอื ก เลอื ก 1 คำตอบทีถ่ กู ตอ้ งที่สุด จำนวน 132 ขอ้

1. ขอ้ ใดคอื สิ่งทใี่ ช้ในการแบ่งยุคสมยั ในยคุ ก่อนประวตั ิศาสตร์

1. วสั ดุ 2. สงั คม 3. ตวั อักษร 4. การปกครอง

2. ชนชาติใดในเอเชียทีบ่ นั ทึกเรื่องราวประวตั ิศาสตร์เปน็ ลายลกั ษณ์อักษรเปน็ ชาตแิ รก

1. พม่า 2. ไทย 3. จนี 4. เกาหลี

3. ใครคือบิดาของประวัติศาสตร์ไทย

1. ศรีปราชญ์ 2. พอ่ ขนุ รามคาแหง

3. สมเดจ็ กรมพระยาดารงราชานุภาพ 4. พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยหู่ วั

4. ขอ้ ใดคอื เหตผุ ลสาคัญทีท่ าให้ไทยตกลงทาสนธสิ ญั ญาเบาริง (พ.ศ. 2398)

1. สง่ เสริมการส่งออกขา้ ว

2. ไทยไม่ต้องรับผิดชอบเรือ่ งการศาล

3. รฐั จะได้รายได้จากภาษีขาเขา้ ร้อยละ 3

4. เพ่อื ปรบั ปรุงประเทศให้ทันสมัยแบบตะวนั ตก

5. ชาติใดทีย่ กเลิกสิทธสิ ภาพนอกอาณาเขตของคนในบังคบั ในดนิ แดนสยามเปน็ ชาติแรก

1. อังกฤษ 2. ฝรั่งเศส

3. ออสเตรเลีย 4. สหรฐั อเมริกา

6. ขอ้ ใดไมใ่ ช่ลกั ษณะสาคญั ของเหตกุ ารณ์ “ประวตั ิศาสตร์”

1. เกดิ เฉพาะเพยี งครั้งเดียว 2. มีผลกระทบต่อชีวิตและสังคม

3. เปน็ เหตุเฉพาะไม่มีผลต่อการเปลีย่ นแปลง 4. เกดิ จากหรือเปน็ ผลจากปจั จยั หลากหลาย

7. ขอ้ ใดคอื นโยบายต่างประเทศทสี่ าคญั ของกรงุ ศรีอยธุ ยา

1. การคา้ 2. คานอานาจตะวนั ตก

3. ปฏิรปู การปกครอง 4. การเผยแผศ่ าสนาพุทธ

8. ขอ้ ใดไมใ่ ช่ลกั ษณะของสถาบนั สงฆใ์ นสงั คมไทยในอดีต

1. พระสงฆม์ ีฐานะสงู กวา่ ชนทกุ ชั้น 2. ผลประโยชน์ของวดั ไม่ต้องเสียภาษี

3. พระสงฆต์ ้องเขา้ เวรทางานให้ราชการ 4. เป็นแหลง่ ถ่ายทอดวทิ ยาการต่างๆ

422

9. ขอ้ ใดเปน็ ปจั จยั สาคญั ทสี่ ดุ ซึ่งทาให้เกดิ การเปลีย่ นแปลงทางสังคมไทยตั้งแต่สมยั รัชกาลที่ 5

1. การเลกิ ทาส 2. การเลิกไพร่

3. การปฏิรปู การศกึ ษา 4. การปฏริ ปู การปกครอง

10. ขอ้ ใดเปน็ หลกั ฐานทางประวตั ิศาสตรใ์ นสมัยก่อนประวัตศิ าสตร์

1. จารึก 2. ภาพเขียน 3. จดหมายเหตุ 4. หนังสือพมิ พ์

11. หลักฐานเกี่ยวกบั ประวัตศิ าสตร์สมัยกรงุ ศรีอยุธยามีมากที่สดุ ในรชั สมยั ใด

1. สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 2. สมเดจ็ พระบรมไตรโลกนาถ

3. สมเดจ็ พระนเรศวรมหาราช 4. สมเด็จพระนารายณ์มหาราช

12. ขอ้ ใดเป็นปจั จัยสาคัญทีท่ าให้คนจนี มีโอกาสทาการคา้ จนกระทง่ั มีบทบาทสาคัญทางการคา้ ใน

ประเทศไทย

1. คนไทยรกั การเกษตรกรรม 2. คนจีนรู้จกั หลกั การคานวณ

3. ระบบศกั ดินาไม่เอือ้ ต่อการคา้ ขาย 4. กรมคลงั มุ่งการคา้ กบั ต่างชาติเทา่ นั้น

13. การจดั ระเบียบสงั คมไทยตามระบบศกั ดินาเกิดขนึ้ ในสมยั ใด

1. สมัยสุโขทัย 2. สมัยอยธุ ยา

3. สมยั ธนบุรี 4. สมัยรตั นโกสินทร์

14. ชาติใดเปน็ ชาติแรกที่มสี นธสิ ัญญายกเลิกสิทธสิ ภาพนอกอาณาเขตกบั ไทย

1. องั กฤษ 2. ฝรง่ั เศส 3. อติ าลี 4. สหรฐั อเมรกิ า

15. ขอ้ ใดไมใ่ ช่ปจั จยั ที่ทาให้อาณาจกั รอยุธยามีอานาจเหนือรฐั ใกล้เคียง

1. การตดิ ต่อกบั นานาชาติ 2. สภาพภมู ิศาสตร์

3. พื้นทีอ่ ดุ มสมบรู ณ์ 4. ความสัมพนั ธ์ทางวัฒนธรรมกบั อินเดีย

16. ขอ้ ใดคอื การเปลี่ยนแปลงในสยามหลังการทาสนธสิ ญั ญาเบาริง (พ.ศ. 2398)

1. รฐั บาลผกู ขาดการคา้ 2. การเกดิ รฐั วสิ าหกิจ

3. เศรษฐกิจไทยตกต่า 4. การปลกู ขา้ วเพ่อื เปน็ สินค้าออก

17. ขอ้ ใดไมใ่ ช่ปัจจัยที่ทาให้บา้ นเมืองในสมัยรัชกาลที่ 5 มีความเจริญรุ่งเรือง

1. การปลดปล่อยทาส 2. การยกเลกิ ระบบไพร่

3. การใช้ระบบการคา้ เสรี 4. การจดั การการคา้ โดยรฐั

18. จดุ มุ่งหมายของการศกึ ษาประวตั ิศาสตร์คือขอ้ ใด

1. เพือ่ จดจาเหตกุ ารณต์ ่างๆได้ 2. เพอ่ื ป้องกันประวตั ิศาสตร์ซ้ารอย

3. เพ่ือบอกลาดบั เหตกุ ารณต์ ่างๆในอดตี ได้ 4. เพื่อบรรลขุ อ้ เทจ็ จริงและความเป็นจริงในอดีต

19. ชนชาติใดในอดีตให้ความสาคัญกับประวตั ิศาสตร์

1. ไทย 2. จีน

3. ญ่ปี ุ่น 4. อนิ เดีย

423

20. การเปลีย่ นแปลงในยุคหนิ ใหม่ทส่ี าคัญต่อมนษุ ยชาติคือขอ้ ใด

1. การประดิษฐ์ขวานหิน 2. การทาเครือ่ งปนั้ ดนิ เผา

3. การใช้หินสีทาเครือ่ งประดบั 4. การรจู้ กั เพาะปลกู และเลยี้ งสัตว์

21. ขอ้ ใดอธิบาย “ระบบอุปถมั ภ์” ในสังคมไทยได้ดีทสี่ ดุ

1. การจดั ระเบียบสงั คม 2. วิธกี าหนดชนชั้นอยา่ งถาวร

3. นายให้ความคมุ้ ครอง ไพรจ่ งรกั ภกั ดี 4. นายรบั อุปการะครอบครวั ของบ่าวไพร่

22. ขอ้ ใดคอื ผลผลิตทสี่ าคัญของไทยหลงั การทาสนธิสญั ญาเบาริงเม่อื ปี พ.ศ.2398

1. ข้าว 2. ยางพารา

3.ข้าวโพด 4. ถว่ั เหลือง

23. ขอ้ ใดไมใ่ ช่การส่งเสริมเศรษฐกจิ ไทยในสมยั จอมพล ป. พบิ ลู สงคราม

1. ต้ังกระทรวงอตุ สาหกรม 2. ส่งเสริมการคา้ เสรี

3. ต้ังโรงงานในรูปรฐั วสิ าหกิจ 4. โอนกจิ การของต่างชาติเป็นของรฐั

24. ประวตั ิศาสตร์ในรปู พงศาวดารของไทยให้ความสาคญั ตอ่ เรือ่ งใด

1. สภาพทางเศรษฐกิจ 2. ความเป็นอยขู่ องคนท่ัวไป

3. เรื่องราวของพระมหากษตั รยิ ์ 4. รูปแบบการปกครองท้องถนิ่

25. ขอ้ ใดไมถ่ กู ต้อง

1. ประวัติศาสตร์เป็นเรือ่ งของการแสวงหาข้อเทจ็ จริงของสงั คมมนษุ ยใ์ นอดตี

2. หลักฐานทางประวัติศาสตร์ หมายถงึ ร่องรอยการกระทา พดู เขยี น และประดิษฐ์ของมนุษย์

3. หลักฐานยคุ ก่อนประวตั ิศาสตร์ คือ จารกึ ตานานและจดหมายเหตุ

4. นักประวัติศาสตร์ขาดความเชี่ยวชาญหลกั ฐานที่ไม่ใช่ลายลกั ษณ์อักษร

26. วธิ ีการทางประวัติศาสตร์ข้อใดยงุ่ ยากและซบั ซ้อนและใช้ความคดิ มากทีส่ ุด

1. การรวบรวมขอ้ มูล 2. การตีความขอ้ มูล

3. การแจกแจงขอ้ มูลหรือขอ้ เท็จจริง 4. การประเมนิ คา่ และความสาคญั ของขอ้ มลู

27. นักวชิ าการใชส้ ิ่งใดแบ่งยคุ ก่อนประวัติศาสตรก์ บั ยุคประวตั ิศาสตร์

1. ตัวอกั ษร 2. งานจิตรกรรม

3. งานสถาปตั ยกรรม 4. การคดิ คน้ ทางวทิ ยาศาสตร์

28. ขอ้ ใดคอื วัฒนธรรมก่อนประวตั ศิ าสตร์ในประเทศไทย

1. ทวาราวดี 2. ศรีวิชัย 3. หริภญุ ชัย 4. บ้านเชียง

29. ตาราประวัติศาสตร์ กล่าวว่า พระพุทธเจ้าปรินิพพานเมอื่ ประมาณ 543 ปีก่อนครสิ ต์ศกั ราช

พระพทุ ธเจ้าปรนิ ิพพานเมือ่ ใด

1. พ.ศ. 543 2. ค.ศ. 543

3. 543 ปี ก่อนพระเยซปู ระสตู ิ 4. 543 ปี หลงั พระเยซูสนิ้ พระชนม์

424

30. ฐานะสาคัญของกษัตริยใ์ นสมัยสุโขทัย คอื ขอ้ ใด

1. เทวราชา 2. สังฆราชา 3. พุทธราชา 4. ปิตุราชา

31. ขอ้ ใดไมใ่ ช่เหตผุ ลทีท่ าใหก้ รงุ ศรีอยธุ ยาเปน็ ศนู ยก์ ลางของอาณาจกั รไทยนานถึง 417 ปี

1. มีชยั ภูมิท่มี ่นั คง

2. สามารถควบคมุ เสน้ ทางคมนาคมคา้ ขาย

3. มีชาติตะวันตกและต่างชาติอื่นมาช่วยราชการ

4. มีระบอบการปกครองและการบรหิ ารทีม่ ีประสิทธภิ าพ

32. การเปลี่ยนแปลงทางการคา้ ทีส่ าคญั อนั เป็นผลจากการทาสนธิสญั ญาเบารงิ (Bowring Treaty)

คอื ขอ้ ใด

1. มีการคา้ ฝิ่นโดยเสรี

2. ฝ้ายกลายเปน็ สนิ คา้ ส่งออก

3. คนไทยลงทนุ ในกิจการเหมอื งดีบกุ มากข้นึ

4. การตงั้ โรงกษาปณ์เพอ่ื ผลิตเงินตราป้อนระบบเศรษฐกิจ

33. ขอ้ ใดไมใ่ ช่สาระสาคัญของการปฏริ ปู การปกครองในสมยั อยธุ ยา

1. การดึงอานาจเข้าสู่ศูนยก์ ลาง 2. การแบง่ แยกหน้าที่

3. การถ่วงดลุ อานาจ 4. การต่อต้านอิทธพิ ลฝรัง่

34. ขอ้ ใดมีผลต่อการเปลีย่ นแปลงทางสงั คมและวฒั นธรรมไทยในสมยั รตั นโกสินทร์มากที่สดุ

1. การทาสนธิสญั ญาเบารงิ 2. การทาสนธิสญั ญาเบอรน์ ี

3. การยกเลิกระบบไพร่ – ระบบทาส 4. การปฏิรูปสงั คมและการศึกษาของ ร.5

35. ขอ้ ใดเป็นจดุ ประสงคห์ ลักของระบบไพร่ในสมัยอยธุ ยา

1. กาหนดหน้าที่ของประชาชน

2. แบ่งลาดบั ชั้นของประเทศราช

3. ควบคมุ แรงงานในระบบเกษตรเพ่อื การคา้

4. สร้างวธิ กี ารทรี่ ัฐเขา้ ไปควบคุมแรงงานประชาชน

36. กษัตริย์สโุ ขทยั องคใ์ ดทปี่ กครองแบบธรรมราชา

1. พ่อขุนรามคาแหงมหาราช 2. พ่อขุนศรีอินทราทิตย์

3. พญาลิไทย 4. ปู่พญาไสสงคราม

37. ปจั จัยพืน้ ฐานสาคัญทกี่ ่อให้เกิดการผลติ และรวบรวมเผยแพร่หลกั ฐานลายลกั ษณ์อักษรของไทย

คอื ขอ้ ใด

1. ความช่วยเหลือด้าน “ไทยศกึ ษา” จากสถาบนั และมูลนิธอิ เมริกนั

2. กิจการโรงพมิ พภ์ าษาไทยของหมอบรดั เลย์

3. สานกึ เรือ่ งชาตินิยมในสมยั จอมพล ป. พิบลู สงคราม

4. การทางานของคณะกรรมการชาระประวตั ิศาสตร์ไทย

425

38. ผู้ใดบกุ เบกิ การใช้หลกั ฐานประเภทศลิ าจารกึ ด้วยความรู้หลายสาขา เช่น นริ กุ ติศาสตร์ อักษร

โบราณ ภาษาถนิ่ ต่างๆ ตานาน พงศาวดารและวรรณกรรม

1. พระบาทสมเดจ็ พระจอมเกล้าเจ้าอยหู่ วั

2. สมเด็จกรมพระยาดารงราชานภุ าพ

3. ศาสตราจารย์ ดร.ประเสริฐ ณ นคร

4. ศาสตราจารย์มานิต วลั ลโิ ภดม

39. ขอ้ ใดเปน็ ผลดีด้านเศรษฐกจิ การเลกิ ไพรแ่ ละทาสในสมัยรชั กาลที่ 5

1. ไพร่และทาสกลายเปน็ แรงงานเสรีในการลงทนธรุ กิจ การคา้ และอตุ สาหกรรม

2. เปน็ ภาพลกั ษณ์ที่ดีในสายตาต่างชาติจึงมผี ู้เข้าร่วมลงทุนมากข้นึ

3. ไพรแ่ ละทาสกลายเปน็ นายทนุ ที่สร้างความม่ันคงทางเศรษฐกิจในธรุ กิจสาคัญต่างๆ

4. เกิดการขยายตวั ของภาคการเกษตรจากแรงงานที่เพมิ่ ข้นึ

40. ขอ้ ใดไมใ่ ช่แนวคดิ หลกั ที่มีอิทธพิ ลต่อสถาบนั กษตั ริย์ของอยุธยา

1. ธรรมราชา 2. เทวราชา 3. บุญสมภาร 4. เครือญาตินิยม

41. ขอ้ ใดคอื ผลของการปฏิรปู ระบบการปกครองในสมยั สมเดจ็ พระบรมไตรโลกนาถ

1. จัดตง้ั ตาแหน่งจตสุ ดมภ์

2. ให้เจ้านายบตุ รหลานปกครองเมืองต่างๆ

3. จดั การปกครองกงึ่ รวมกึ่งกระจายอานาจ

4. แบ่งการปกครองเปน็ เมืองราชธานี พระยามหานคร (หวั เมืองชั้นนอก) เมืองประเทศราช

42. ขอ้ ใดเป็นคาตอบทถี่ กู ต้อง เกีย่ วกบั สังคมไทยในอดตี

1. ไพร่สมเปน็ แรงงานหลกั ของรฐั

2. ทาสไม่มีสิทธิในทรพั ยส์ ินของตน

3. เลือ่ นฐานะชนชั้นได้ แต่ค่อนขา้ งยาก

4. การปกครองคณะสงฆป์ ราศจากอานาจรฐั

43. เงื่อนไขอะไรทสี่ ร้างความสมั พนั ธ์อนั ใกล้ชิดระหว่างพญามงั ราย พญางาเมือง และพญาขุน

รามคาแหง

1. เพอ่ื ป้องกันศตั รู

2. เพ่อื ให้การคา้ ขายเจริญเติบโต

3. เพอ่ื แลกเปลีย่ นทางด้านศิลปวัฒนธรรม

4. เพอื่ เผยแผ่ความเชือ่ ในพระพุทธศาสนาร่วมกนั

44. ขอ้ ใดเปน็ ความเปลี่ยนแปลงในสังคมไทย ในยุครฐั นิยมของจอมพล ป. พิบลู สงคราม

(พ.ศ.2481-2487) ทีย่ ังมผี ลสืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบนั

1. เปลี่ยนชื่อประเทศ 2. ตัวอักษรและอกั ขรวิธี

3. ชนื่ ชมผู้นาแบบนติ ิธรรมนิยม 4.นิยมวฒั นธรรมตะวนั ตกมากกวา่ วัฒนธรรมไทย

426

45. ขอ้ ใดคอื ลกั ษณะเดน่ ของนโยบายต่างประเทศของไทย ช่วงหลงั สงครามโลกครั้งที่ 2

1. เปิดรับวฒั นธรรมตะวนั ตกอยา่ งกวา้ งขวา

2. ความผูกพันระหว่างไทยและสหรฐั อเมริกา

3. มงุ่ ผลประโยชน์ทางการคา้ ยง่ิ กวา่ การเมือง

4. ไทยต้องการมิตรประเทศอยใู่ กล้เคียงและห่างไกล

46. ขอ้ ใดเป็นวตั ถปุ ระสงคห์ ลกั ของการสร้างสรรคศ์ ลิ ปะไทยสมัยสโุ ขทัยและอยธุ ยา

1. เพ่อื ส่งเปน็ สนิ คา้ ออกไปยงั ประเทศอนิ เดีย ลงั กา พกุ าม และศรวี ชิ ัย

2. เพ่อื เสริมสร้างความศรทั ธาในสถาบนั พระมหากษตั รยิ แ์ ละพุทธศาสนา

3. เพอ่ื ตอบสนองรสนิยมทางศลิ ปะอนั ประณีตงดงาม ของคนไทยในสมัยนนั้

4. เพอ่ื มอบไวไ้ ห้เปน็ มรดกอนั น่าภาคภมู ิใจของคนไทยในสมยั รตั นโกสนิ ทร์

47. การเปิดประเทศภายหลงั การทาสนธิสญั ญาเบาวร์ งิ มีผลกระทบกบั ไทยในเรื่องใด

1. การขยายตัวของการคา้ ขา้ วและน้าตาลระหว่างประเทศไทยกบั ประเทศจีนและสหรัฐอเมริกา

2. การเป็นพนั ธ์มิตรทางเศรษฐกิจและการเมืองที่เทา่ เทยี มกันระหว่างประเทศไทยกับประเทศ

องั กฤษ

3. การพัฒนาประเทศไทยด้วยแผนพฒั นาเศรษฐกิจและสังคมแหง่ ชาติโดยการสนับสนุนของ

สหรฐั อเมริกาและธนาคารโลก

4. การทีไ่ ทยรบั เทคโนโลยตี ะวนั ตกในฐานะทรัพยากรทางการเมืองและเศรษฐกิจอนั ทาให้

ประสบความสาเรจ็ การปฏริ ูปการปกครอง

48. พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยหู่ วั ทรงเปน็ ผู้นากลุ่มการเมืองใด

1. สยามอนุรกั ษ์ 2. สยามเก่า

3. สยามก้าวหน้า 4. สยามหนุ่ม

49. ขอ้ ใดไมเ่ ขา้ พวก

1. ขวานหินกะเทาะพบท่ถี ้าผีแมน จังหวดั แมฮ่ ่องสอน

2. โครงกระดกู มนษุ ยพ์ บทบ่ี ริเวณบ้านเก่าจงั หวดั กาญจนบุรี

3. ภาพเขียนสแี ดง รปู คนและวัวทีอ่ าเภอบ้านผือ จงั หวดั อุดรธานี

4. ภาพเขียนเรื่องชาดกในวหิ ารลายคา วดั พระสิงห์ จงั หวัดเชียงใหม่

50. ขอ้ ใดแสดงให้เห็นถึงความสมั พนั ธ์ทางการคา้ ระหว่างอยธุ ยากบั ญีป่ นุ่

1. ใบเบิกร่องประทบั ตราเขยี วกบั งาช้าง 2. ใบเบิกร่องประทบั ตราเหลืองกับปืนใหญ่

3. ใบเบกิ ร่องประทับตราแดงกบั สินค้าไม้ฝาง 4. ใบเบิกร่องประทับตราดากับสนิ คา้ ผ้าพมิ พ์

51. ขอ้ ใดมีความสมั พนั ธ์กบั “บัญชีหางวา่ ว”

1. กรมช่างสบิ หมู่ 2. กรมพระสรุ สั วดี

3. กรมท่าซ้าย – ขวา 4. กรมอาสาซ้าย – ขวา

427

52. ขอ้ ใดไมถ่ กู ต้อง

1. พระปรางคเ์ ปน็ สถาปตั ยกรรมที่ไดร้ บั อิทธพิ ลมากจากศิลปะขอม

2. พระพทุ ธรูปปางลีลาเปน็ พระพทุ ธรปู สาคญั ในสมัยสโุ ขทัย

3. ลายรดน้า เปน็ งานประณตี ศิลป์ทน่ี ิยมกันมากในปลายสมัยอยุธยา

4. ทุเรียง คอื เครือ่ งปนั้ ดนิ เผาที่ผลิตในอาเภอศรีสชั นาลยั จงั หวดั สโุ ขทยั

53. แนวคิดเรือ่ งระบบวรรณะ คอื ขอ้ ใด

1. มนุษยถ์ ือกาเนดิ จากส่วนต่างๆ ของเทพเจ้าจงึ มีวรรณะต่างกนั

2. มนษุ ย์ถือกาเนิดมาจากครอบครวั ที่ต่างกนั ทง้ั เชือ้ ชาติและฐานะจงึ มีวรรณะต่างกัน

3. ระบบวรรณะถือกาเนดิ จากการจัดสังคมของพระมหากษตั ริยแ์ ละพราหมณ์ในยคุ พระเวท

4. ระบบวรรณะถือกาเนิดจากการจดั สงั คมของพวกพราหมณ์ทีบ่ ันทกึ ในพระคัมภีร์รามายณะ

54. การนาหลักปฏิบตั ิของพระพทุ ธศาสนาเขา้ มาแทนที่พิธกี รรมและขนบธรรมเนียมปฏิบตั บิ าง

ประการของศาสนาพราหมณ์ จนทาให้ความเป็น “ธรรมราชา” ปรากฏอยา่ งเดน่ ชดั แทนความเปน็

“เทวราชา” เกดิ ข้นึ ในรชั สมัยใด

1. พระมหาธรรมราชาลิไท 2. พระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธยอดฟา้ จุฬาโลก

3. พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยหู่ วั 4. พระบาทสมเดจ็ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยหู่ วั

55. อยธุ ยาก่อกาเนดิ ข้นึ จากการรวมตวั ของแคว้นใด

1. แคว้นล้านนาและสโุ ขทยั 2. แคว้นสุพรรณภมู ิและแคว้นละโว้

3. แคว้นหริภุญไชยและแคว้นสโุ ขทัย 4. แคว้นสพุ รรณภมู ิและแควน้ ล้านนา

56. เพราะเหตใุ ดสงั คมไทยโบราณจึงใช้ระบบศกั ดินาและระบบมลู นายไพรใ่ นการจดั ระเบียบสงั คม

1. ป้องกนั มิให้เจ้าและขนุ นางมีไพร่มากจนอาจเปน็ กบฏได้

2. เพือ่ เป็นการวางหลกั การปฏิบตั ติ ัวของคนทกุ ช้ันในสังคม

3. ความจาเปน็ ในการคมุ กาลังคน

4. ต้องการสร้างระบบอปุ ถัมภ์ขนึ้ ในสงั คมไทย

57. ขอ้ ใดเป็นความเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากสนธสิ ญั ญาเบาริง

1. การทาเหมอื งแรด่ ีบกุ ทางภาคใต้ของไทย

2. การยกเลกิ ประเพณกี ารสง่ เครื่องราชบรรณาการไปจนี

3. การปลกู อ้อยและทาน้าตาลทรายโดยแรงงานคนจนี อพยพ

4. คนจีนและบรษิ ัทตะวนั ตกมีบทบาทในกิจการโรงสีข้าว

58. การปฏิรปู สังคมไทยในสมัยรัชกาลที่ 5 ทีช่ ่วยสร้างความรู้สึกเป็นอันหนงึ่ อนั เดียวกันของคนในชาติ

และปลกู ฝงั อุดมการณ์ให้ยอมรบั วา่ พระมหากษัตริย์เปน็ ศูนยก์ ลางอานาจสูงสดุ ในประเทศคือขอ้ ใด

1. การจดั การศกึ ษาในระบบโรงเรียนตามมณฑลต่างๆ

2. การเลกิ ไพร่

3. การพฒั นาด้านการสื่อสารและคมนาคมเพ่อื เชื่อมโยงทกุ ภมู ิภาคเข้าด้วยกัน

4. ราษฎรมีส่วนในการปกครองประเทศผ่านพระราชบัญญัติจัดการสุขาภิบาล

428

59. หลักฐานประเภทใดที่ทาใหก้ ารศึกษาเรื่องอาณาจกั รต่างๆ ในดนิ แดนไทยน่าเชือ่ ถือมากทสี่ ดุ

1. ตานาน

2. จารึก

3. เอกสารจีน

4. จดหมายเหตุ

60. เมืองหลวงใดที่มีอายใุ กล้เคียงกบั กรงุ เทพมหานครมากทีส่ ุด

1. ปกั กิ่ง 2. ปารีส

3. ลอนดอน 4. วอชิงตนั ดี.ซี.

61. พระราชกรณยี กิจใดทีพ่ ระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกล้าเจ้าอยหู่ ัวทรงปฏิบตั ิก่อนพระราชกรณียกิจ

อื่นหลังจากขน้ึ ครองราชย์

1. เสดจ็ ประพาสตน้

2. ตั้งหอรษั ฎากรพพิ ฒั น์

3. เสด็จพระราชดาเนินต่างประเทศ

4. ต้ังสภาที่ปรกึ ษาราชการแผ่นดนิ

62. การทีพ่ ระมหากษัตริย์ไทยทรงมีฐานะเปน็ สมมติเทพ เปน็ คติความเชือ่ ใด

1. พราหมณ์ – ฮินดู 2. พทุ ธศาสนาแบบเถรวาท

3. พุทธศาสนาแบบมหายาน 4. คติดงั้ เดิม

63. ระบบใดทสี่ ะท้อนให้เห็นวา่ กาลงั คนเปน็ ทรัพยากรสาคญั ในดินแดนไทยสมัยโบราณ

1. ระบบไพร่

2. ระบบขุนนาง

3. ระบบอปุ ถัมภ์

4. ระบบศักดินา

64. การที่อคั รมหาเสนาบดี 2 ตาแหน่ง แบง่ เขตดแู ลรับผิดชอบหัวเมืองฝ่ายเหนือและฝ่ายใต้ ทั้งฝ่ายพล

เรือนและทหารเกิดขึน้ ในสมัยใด

1. สมยั สมเดจ็ พระบรมไตรโลกนาถ

2. สมัยสมเดจ็ พระเจ้าปราสาททอง

3. สมัยสมเดจ็ พระนารายณ์มหาราช

4. สมัยสมเดจ็ พระเพทราชา

65. ขอ้ ใดไม่ได้เกิดขนึ้ ในรชั สมัยพระบาทสมเด็จพระจลุ จอมเกล้าเจ้าอยู่หวั

1. การปฏิรปู การศึกษา 2. การจดั ตั้งกระทรวง

3. การปรับปรงุ กองทพั ให้ทันสมัย 4. การประกาศใช้ประมวลกฎหมายแพง่ และพาณิชย์

66. ประเทศไทยได้เผชิญปัญหาเศรษฐกิจอย่างรนุ แรงเปน็ คร้ังแรกในช่วงเวลาใด

1. หลงั สงครามโลกคร้ังที่ 1 2. หลงั สงครามโลกคร้ังที่ 2

3. หลังวกิ ฤตการณ์ ร.ศ. 112 4. หลงั การลงนามในสนธสิ ญั ญาเบาวร์ ิง

429

67. พระราชบญั ญตั ิว่าด้วยพรรคการเมืองในประเทศไทยประกาศใช้เป็นครง้ั แรกในสมยั ทใ่ี ครเป็น

นายกรฐั มนตรี

1. พระยามโนปกรณ์นติ ิธาดา

2. พระยาพหลพลพยหุ เสนา

3. จอมพล ป. พบิ ูลสงคราม

4. จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์

68. หากต้องการชมปราสาทหินทสี่ ร้างตามคติพทุ ธศาสนานกิ ายมหายาน ท่านจะไปท่ใี ด

1. ปราสาทพนมรุ้ง จงั หวดั บรุ ีรมั ย์

2. ปราสาทหินพมิ าย จงั หวัดนครราชสีมา

3. ปราสาทพระวหิ าร จังหวัดศรสี ะเกษ

4. ปราสาทตาเมือนธม จังหวัดสุรนิ ทร์

69. กิจกรรมใดทถี่ ือวา่ เป็นการปฏิวัติทางเศรษฐกจิ ครั้งแรกของมนุษย์

1. การประดิษฐ์คนั ไถ 2. การตั้งถิน่ ฐานและเพาะปลกู

3. การใช้เครื่องจักรในระบบการผลิต 4. การประดิษฐ์เครือ่ งมือเครือ่ งใชด้ ้วยโลหะ

70. พระราชพงศาวดารสมัยอยธุ ยาฉบับใดทีน่ กั ประวตั ิศาสตร์ยอมรบั วา่ มีข้อมลู ถกู ต้องทสี่ ุด

1. ฉบับบริติชมิวเซียม 2. ฉบบั พันจันทนุมาศ (เจิม)

3. ฉบบั สมเด็จพระนพรตั น์ 4. ฉบับหลวงประเสรฐิ อกั ษรนติ ิ์

71. ขอ้ ใดคอื ขน้ั ตอนแรกของวธิ กี ารทางประวัติศาสตร์

1. การคน้ หาข้อมลู และรวบรวมหลกั ฐาน

2. การตง้ั คาถาม และกาหนดประเดน็ ของการศกึ ษา

3. การอธิบายทม่ี ีเหตุผล และมีคาตอบที่ชดั เจ

4. การแสวงหาความหมาย และความสมั พนั ธ์ของขอ้ มลู

72. “การศกึ สงครามขา้ งญวนข้างพม่ากเ็ หน็ จะไม่มีแล้ว จะมีอยกู่ แ็ ต่ข้างฝรง่ั ใหร้ ะวังใหด้ ีอยา่ ให้เสียทีแก่

เขาได้ การงานสิง่ ใดของเขาทีด่ ีควรจะเรียนร่าเอาไวก้ เ็ อาอยา่ งเขา แต่อยา่ ให้นบั ถือเลื่อมใสไป

ทีเดียว...” คากล่าวนี้แสดงวสิ ัยทศั น์ของพระองคใ์ ด

1. พระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธเลิศหล้านภาลัย 2. พระบาทสมเดจ็ พระน่ังเกล้าเจ้าอยหู่ วั

3. พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยหู่ ัว 4. พระบาทสมเดจ็ พระปิ่นเกล้าเจ้าอยหู่ ัว

73. พระราชนิพนธ์เรื่องไตรภมู ิพระร่วง ของพระมหาธรรมราชาที่ 1 (ลิไทย) ไดร้ ับอิทธพิ ลจาก

แนวคิดใดเป็นหลกั

1. พระพุทธศาสนาลทั ธลิ งั กาวงศ์ 2. พระพุทธศาสนาลัทธิวชั รยาน

3. พระพทุ ธศาสนาลัทธิสยามวงศ์ 4. ศาสนาพราหมณ์ – ฮนิ ดู

74. ขอ้ ใดคอื แนวคดิ เรื่องถิ่นกาเนดิ ของชนชาติไทยทน่ี กั ประวัติศาสตร์ไทย ในปจั จุบนั ไม่ยอมรับ

1. อยทู่ างตอนใต้ของประเทศไทย 2. อยบู่ ริเวณเทอื กเขาอัลไต

3. อยบู่ ริเวณตอนใต้ของจีน 4. อยบู่ ริเวณประเทศไทยปัจจบุ นั

430

75. จากหลกั ฐานทางประวัติศาสตร์ไทย ใครเปน็ ผู้มีความคดิ ริเริม่ เรือ่ งการปกครอง โดย

พระมหากษตั ริย์ภายใต้รฐั ธรรมนูญ

1. พระมหากษตั ริย์ 2. เจ้านายและขนุ นาง

3. นายทหารสญั ญาบตั ร 4. ชนชั้นกลางและปัญญาชน

76. ขอ้ ใดเปน็ ลักษณะการคา้ กบั ต่างประเทศในสมยั อยธุ ยา

1. เป็นการผกู ขาดโดยพระคลังสินค้า

2. เปน็ การผกู ขาดโดยขนุ นางระดบั สงู

3. เปน็ การคา้ เสรีโดยไม่กดี กนั ชาวต่างชาติ

4. เปน็ การคา้ เสรีภายใต้การควบคุมของขนุ นาง

77. ธรรมจกั รและกวางหมอบ เป็นโบราณวัตถุในยุคใด

1. ฟูนนั 2. ละโว้ 3. ศรีวิชัย 4. ทวารวดี

78. ขอ้ ใดเปน็ เครือ่ งมือเครื่องใช้ทแ่ี สดงให้เห็นการสร้างสรรคอ์ นั เป็นเอกลกั ษณ์เฉพาะของมนษุ ยย์ คุ หนิ

ใหม่ได้ชดั เจนมากทสี่ ดุ

1. ขวานหินขดั 2. เครื่องดนตรสี าริด

3. ภาชนะเครื่องปั้นดินเผา 4. การใช้กระดกู สตั ว์ เขาสตั วเ์ ป็นอาวธุ

79. ขอ้ ใดเป็นจดุ เริม่ ต้นของยุคโลหะ

1. การหลอมดีบกุ 2. การหลอมทองแดง

3. การหลอมเหลก็ 4. การหลอมสารดิ

80. ถ้าปจั จุบนั ประเทศไทยยังใชร้ ะบบศกั ราชแบบรตั นโกสนิ ทร์ศก (ร.ศ.) ปีพทุ ธศักราช 2550 จะตรง

กับรตั นโกสนิ ทร์ศกใด

1. ร.ศ. 244 2. ร.ศ. 225

3. ร.ศ. 226 4. ร.ศ. 227

81. ถ้าต้องการวจิ ยั เรื่อง เรือกบั วถิ ีชีวิตชาวเล จะต้องใช้วิธกี ารทางประวตั ิศาสตรใ์ นขน้ั ตอนใด เพ่อื ให้

ได้ข้อมลู ที่สมบรู ณ์

1. การตง้ั ประเด็นคาถามเรื่องราวทอ่ี ยากรู้ 2. การคน้ หาและรวบรวมหลกั ฐาน

3. การวพิ ากษ์และตีความหลกั ฐาน 4. การสรปุ ข้อเท็จจริง

82. ขอ้ ใดเปน็ ลกั ษณะสาคัญของจดหมายเหตุ

1. เป็นหลักฐานทีเ่ กีย่ วข้องกับศาสนา

2. เป็นบันทกึ จากการบอกเล่าต่อๆกันมา

3. เปน็ ขอ้ มลู ที่ปราศจากความคดิ เหน็ ของผู้บันทึก

4. เป็นบันทกึ ที่มีเรือ่ งของเวลาเขา้ มาเกี่ยวข้อง

83. “ไพร่” ในสงั คมอยุธยามีฐานะใกล้เคียงกบั บคุ คลกลุ่มใดในปัจจุบนั

1. แรงงานรับจ้าง 2. สามัญชน

3. ทหารเกณฑ์ 4. กระฎุมพี

431

84. ปญั หาความขัดแยง้ ระหว่างไทยกับต่างชาติเรือ่ งใดทรี่ ัฐต้องตดั สินใจใช้วิธกี ารทางทหารในการ

แก้ปญั หา

1. กรณีหวั เมืองมลายูกบั อังกฤษสมัยรัชกาลที่ 5

2. วิกฤตการณ์ ร.ศ.112 กับฝร่ังเศสสมยั รชั กาลที่ 5

3. ญป่ี ุ่นเคลือ่ นกองทัพเข้าไทยช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

4. กรณีพพิ าทเรือ่ งเขาพระวหิ ารในช่วงหลงั สงครามโลกคร้ังที่ 2

85. วตั ถุประสงคท์ แี่ ท้จรงิ ของการก่อตั้งขบวนการเสรีไทยในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 ตรงกับข้อใด

1. เพ่อื ต่อสกู้ บั กองทัพญี่ปนุ่ 2. เพือ่ แสดงออกถึงความรกั ชาติ

3. เพ่อื แสดงตนเปน็ ฝ่ายพันธมิตร 4. เพอื่ ช่วยเหลือคนไทยในองั กฤษและสหรฐั อเมรกิ า

86. ขรวั อินโข่ง มีผลงานเด่นด้านใด

1. การประดิษฐล์ ายปูนปนั้ 2. การวาดภาพ 3 มิติ

3. การแกะสลกั บานประตูพระอโุ บสถ 4. การปั้นพระพทุ ธรปู

87. บคุ คลใดมีบทบาทสาคญั ในการเจรจาแก้ไขสนธิสญั ญาเบาวร์ ิง

1. ดร.ฟรานซิส บี. แซร์ 2. ดร.แดน บีช บรดั เลย์

3. วิลเลียม คลิฟตนั ดอด์ด 4. สมเด็จฯ กรมพระยาเทววงศว์ โรปการ

88. พัฒนาการของมนษุ ยชาติในการคดิ สร้าง และทาเพ่อื ความอยรู่ อดในการดารงชีวิตเกดิ ข้นึ คร้ังแรก

ในยุคใด

1. ยคุ หินเก่า 2. ยุคสาริด

3. ยคุ เหล็ก 4. ยุคโลหะ

89. ขอ้ ใดเป็นจดุ เริม่ ต้นยุคประวัติศาสตร์

1. รู้จกั ใช้ไฟ 2. รู้จักการเพาะปลกู

3. รู้จกั ตงั้ ถนิ่ ฐาน 4. รู้จกั บนั ทกึ ขอ้ ความ

90. หลักฐานทางประวัติศาสตร์ในขอ้ ใดจัดได้ว่าเปน็ หลกั ฐานช้ันต้น

1. พระพทุ ธรูป 2. พระไตรปิฎก

3. จดหมายเหตุวนั วลติ 4. เครื่องป้ันเผาบ้านเชียง

91. วธิ ีการในขอ้ ใดทีเ่ ปน็ การนาเสนอขอ้ เท็จจริงทางประวัตศิ าสตร์ให้เป็นเรื่องราว

1. การคน้ คว้า และ การตีความ 2. การวเิ คราะห์ และ การสงั เคราะห์

3. การตีความ และ การสังเคราะห์ 4. การรวบรวมขอ้ มูล และ การวเิ คราะห์

92. ขอ้ ใดจดั ลาดบั การบันทึกเรือ่ งราวในอดีตได้อยา่ งถูกต้อง

1. พงศาวดาร ตานาน ประวัตศิ าสตร์ 2. ตานาน ประวตั ิศาสตร์ พงศาวดาร

3. ตานาน พงศาวดาร ประวัติศาสตร์ 4. พงศาวดาร ประวตั ศิ าสตร์ ตานาน

93. “สรดี ภงส”์ จดั เปน็ ภูมิปัญญาในสมัยใด

1. ทวารวดี 2. สโุ ขทัย

3. เชียงแสน 4. อยธุ ยา

432

94. วธิ ีการสืบทอดวฒั นธรรมและภูมิปัญญาไทยแบบด้ังเดิมเปน็ อยา่ งไร

1. ครถู ่ายทอดให้ศษิ ยเ์ ปน็ หมคู่ ณะตามชมุ ชนต่าง ๆ

2. ครูนาหลกั ธรรมทางศาสนามาประยุกต์ในการสอน

3. ครรู ับสอนเฉพาะศิษย์ทเ่ี ป็นคนท้องถนิ่ เดียวกัน

4. ครผู ู้มีความชานาญสอนศิษย์แบบตวั ต่อตวั

95. ระบบศักดินาสง่ ผลต่อสงั คมไทยสมยั อยธุ ยา และรตั นโกสินทรต์ อนต้นอยา่ งไร

1. เกิดการกระจายการถือครองทดี่ ิน 2. เกิดระบบชนชั้นในสังคมไทย

3. เกดิ การแบ่งอานาจการปกครอง 4. เกิดระบบการควบคมุ การใช้แรงงาน

96. ขอ้ ใดเป็นคณุ ปู การของหมอบรดั เลยท์ ี่มีต่อสงั คมไทย

1. การบกุ เบกิ สิง่ พมิ พ์ และ การออกหนงั สือพมิ พภ์ าษาไทย

2. การนาพชื สมุนไพรไทยมารกั ษาโรคควบคกู่ บั ยาแผนปัจจุบัน

3. การสอนหนังสือควบคไู่ ปกบั การเผยแผ่ศาสนาคริสต์

4. การเปดิ โรงพยาบาลรกั ษาโรคด้วยการแพทย์สมัยใหม่

97. การปลกุ กระแสนิยมความรักชาติ และความทันสมยั เกดิ ข้นึ ในสมยั นายกรฐั มนตรีคนใด

1. จอมพล ป. พบิ ลู สงคราม 2. จอมพลสฤษดิ์ ธนะรชั ต์

3. จอมพลถนอม กติ ติขจร 4. พลเอกเปรม ตณิ สลู านนท์

98. นโยบายการแก้ปญั หาเศรษฐกิจตกตา่ ในสมยั รชั กาลที่ 7 คอื ขอ้ ใด

1. ลดคา่ เงนิ บาท 2. ปลดขา้ ราชการออก

3. กู้เงินจากต่างประเทศ 4. ส่งเสริมการใช้สินคา้ ไทย

99. กลุ่มบุคคลใดเปน็ ผู้ก่อตง้ั “คณะราษฎร”

1. นายพนั เอกพระยาฤทธิอาคเนย์ และ นายนาวาตรีหลวงศภุ ชลาศยั

2. พระยามโนปกรณน์ ิติธาดา และ นายควง อภัยวงศ์

3. นายพนั เอกพระยาพหลพลพยหุ เสนา และ นายนาวาตรีหลวงสนิ ธุ์สงคราม

4. หลวงประดษิ ฐ์มนธู รรม และ รองอามาตยเ์ อก (ร้อยโท) ประยูร ภมรมนตรี

100.ขอ้ ใดเกี่ยวข้องกบั นโยบายการสร้างชาติในสมัยพระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกล้าเจ้าอยหู่ วั

(รัชกาลที่ 6)

1. สงวนอาชีพตดั ผม และเผ่าถ่านไวใ้ ห้คนไทย

2. ประกาศให้สญั ชาติไทยและใหล้ กู หลานจีนที่เกิดในเมืองไทยต้องถือสญั ชาติไทย

3. เขยี นบทละครปลกุ ใจให้รกั ชาติไทย เช่น เรือ่ งน่านเจา้ และเจ้าหญิงแสนหวี

4. โปรดให้หลวงวจิ ิตรวาทการเขยี นตาราประวตั ศิ าสตร์ในแนวทางชาตินิยม

101. สถาปัตยกรรมใดไมไ่ ดร้ บั อิทธพิ ลจากเขมร

1. พระชยั พุทธมหานาถ 2. อโรคยาศาล และธรรมศาลา

3. กวางหมอบ และเสมาธรรมจกั ร 4. พระโพธสิ ตั วไ์ ภษัชยคุรไุ วฑรู ยประภา

433

102. ขอ้ ใดถกู ต้องที่สดุ เมื่อกล่าวถึงหลกั ฐานประวตั ิศาสตร์

1. ศิลาจารึกหลกั ที่ 1 เป็นจารึกทีท่ าขน้ึ ในสมัยพ่อขนุ รามคาแหงมหาราช

2. ภาพเขียนสีท่พี บบนเพงิ ผาและในถ้า เปน็ หลักฐานทพี่ บมาต้ังแตส่ มยั หินเก่า

3. เครือ่ งมือเครือ่ งใช้และเครือ่ งประดับทีท่ าด้วยสาริด เปน็ หลกั ฐานในยุคสาริดและเหลก็

4. พระราชพงศาวดารกรงุ ศรีอยุธยาฉบับพระราชหตั ถเลขา เล่าเรื่องเกี่ยวกบั พระราช-

กรณียกิจของพระเจ้าแผ่นดินอยุธยาและเขยี นโดยอาลกั ษณ์ในสมยั อยุธยา

103.ขอ้ ใดกล่าวถึงภมู ิปญั ญาในสังคมไทยไมถ่ กู ต้อง

1. แก่ฝาย ทาหน้าที่ในการจดั ทรัพยากรน้าในชุมชนภาคเหนือ

2. แนวความเชือ่ ผีและสิ่งศักดิส์ ทิ ธิม์ ีความสมั พันธก์ ับวถิ ีทากินในสังคมไทย

3. สงั คมไทยรับแนวความเชื่อพุทธศาสนาลงั กาวงศ์จากอินเดยี เข้ามาเปน็ แนวความเชือ่ หลกั

4. รามายณะซึ่งมบี ทบาทในการวางรากฐานภมู ิปญั ญาในสังคมไทยเป็นวรรณกรรมทีร่ บั

มาจากอินเดีย

104. ถ้าหากต้องการศึกษาวถิ ีชีวิตของชุมชนในอดีต (ประมาณ 150 ปีมาแล้ว) หลักฐานใด

น่าเชื่อถือมากทีส่ ดุ

1. หลกั ฐานช้ันตน้ 2. หลกั ฐานชนั้ ทตุ ิยภูมิ

3. การบอกเล่าของคน 4. หลกั ฐานชั้นตติยภูมิ

105.ขอ้ ใดไม่ใช่อาณาจักรโบราณในดินแดนไทย

1. ทวารวดี 2. โคตรบูรณ์

3. ตามพรลิงค์ 4. อมราวดี

106.ขอ้ ใดคอื “คณะราษฎร” ซึง่ เปลีย่ นแปลงการปกครองในปี พ.ศ.2475

1. ทหารบก ทหารเรือ และตารวจ

2. ทหารบก ทหารอากาศ ตารวจและตลุ าการ

3. ทหารบก ทหารเรือ และพลเรือน

4. ทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศ และตลุ าการ

107. ขอ้ ใดกล่าวถึง “การเกบ็ ภาษีปากเรือ” ถกู ต้อง

1. เริ่มใช้หลังสนธิสญั ญาเบาวร์ ิง 2. เกบ็ ภาษีตามความยาวของเรือ

3. พ่อคา้ นาเรือเปล่าเขา้ ต้องเสียภาษี 4. ระบบนที้ าให้ไทยเสียเปรียบต่างชาติ

108.ขอ้ ใดเรียงลาดับการเขา้ มามีบทบาทของชาวต่างชาติในประเทศไทยได้ถกู ต้อง

1. ลาลแู บร์ บาทหลวงปาลเลอกวั ซ์ หมอบรัดเลย์ ดร.ฟรานซิส บี. แซร์

2. บาทหลวงปาลเลอกัวซ์ ลาลูแบร์ หมอบรัดเลย์ ดร.ฟรานซิส บี. แซร์

3. ดร.ฟรานซิส บี. แซร์ บาทหลวงปาลเลอกวั ซ์ ลาลูแบร์ หมอบรดั เลย์

4. หมอบรัดเลย์ ดร.ฟรานซิส บี. แซร์ บาทหลวงปาลเลอกวั ซ์ ลาลูแบร์

434

109. สามเสาหลักของประชาคมอาเซียนคอื ขอ้ ใด

1. เศรษฐกิจ สังคม การท่องเที่ยว

2. เศรษฐกิจ วัฒนธรรม การศึกษา

3. การเมืองความมน่ั คง สงั คมและวัฒนธรรม การกีฬา

4. การเมืองความม่ันคง เศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม

110. ประเทศใดมีสิทธิใช้อานาจยังยง้ั ( Veto ) ในการลงมติของคณะมนตรีความม่นั คงแห่งองคก์ าร

สหประชาชาติ

1. จีน 2. เกาหลี 3. เยอรมนี 4. เนเธอร์แลนด์

111. ขอ้ ใดไม่ใช่การแบ่งยุคสมัยทางประวตั ิศาสตร์

1. แบ่งตามอาณาจกั รหรือราชธานี

2. แบ่งตามพฒั นาการของบ้านเมือง

3. แบง่ ตามอายุของหลกั ฐานทางประวตั ิศาสตร์ทส่ี าคญั

4. แบ่งตามการเปลี่ยนแปลงของบ้านเมืองและการปกครอง

112. ขอ้ ใดไมใ่ ช่วธิ กี ารทางประวตั ิศาสตร์

1. ใช้ข้อมลู ที่สนบั สนนุ หวั ขอ้ ทศี่ ึกษามากทสี่ ุด

2. ศึกษาคน้ คว้าวจิ ัยโดยใช้การประเมินคณุ ค่าหลกั ฐาน

3. วิเคราะห์ขอ้ มูลทรี่ วบรวมได้ โดยอาศยั การตรวจสอบเทียบเคยี งกับข้อมูลอืน่ ๆ ให้รอบด้าน

4. จดั ระบบขอ้ มลู บนฐานของขอบเขตเวลาที่ศกึ ษาและการลาดับประเด็นหลกั ประเด็นรอง

113. ขอ้ ใดไม่ใช่วธิ กี ารตรวจสอบหลกั ฐานที่เปน็ บนั ทกึ ของชาวต่างชาติ

1. ศึกษาภมู ิหลงั และชีวิตของผู้บันทกึ อยา่ งละเอียด

2. ตรวจสอบความเปน็ มาของภาษาที่ใช้ในการบันทกึ

3. ตรวจสอบเอกสารอื่นๆ ทกี่ ล่าวถึงชาวต่างชาติผู้นั้นประกอบ

4. ศึกษาบริบททางการเมือง เศรษฐกจิ สังคมและวัฒนธรรมร่วมสมยั กบั บนั ทกึ ดังกล่าว

114. ขอ้ ใดคอื ปัจจัยสำคัญทีส่ ดุ ในการปกครองของรัฐสมัยจารีต

1. การทาสงครามกบั อาณาจักรอื่น

2. การขยายอาณาเขตใหก้ วา้ งขวางมากทสี่ ดุ

3. การควบคุมกาลงั คนหรือไพร่พลในอาณาจกั ร

4. การสร้างเสน้ ทางเพอ่ื ตดิ ต่อสื่อสารและทาการคา้

115. ขอ้ ใดอธิบายเกี่ยวกับการเกบ็ ภาษีปากเรือได้ใกล้เคียงมำกทีส่ ุด

1. ทาให้รฐั มีรายได้เพิ่มขน้ึ มาก จากการเกบ็ ภาษีขาเขา้ เรอื ทกุ ลา

2. ลดขน้ั ตอนเรือ่ งการนับจานวนสนิ คา้ และเวลาในการเกบ็ ภาษี

3. เรือเปล่ากบั เรือบรรทุกสินค้าเสียภาษีเทา่ กนั หากความกวา้ งของปากเรือเท่ากัน

4. ถูกทกุ ขอ้

435

116. ขอ้ ใดไมใ่ ช่เหตกุ ารณ์ที่เกิดขนึ้ ในสมยั รัชกาลที่ 5

1. การทาสนธิสญั ญาเบาวร์ งิ 2. การปฏิรปู กฎหมาย

3. การจัดการศกึ ษาแบบสมยั ใหม่ 4. การสร้างระบบคมนาคมให้ทนั สมยั

117. ขอ้ ใดไมส่ มั พนั ธก์ บั การเปลยี่ นแปลงเขา้ สู่ความทนั สมัย

1. การใหค้ วามสาคัญกับบทบาทสตรีไทย

2. การเปลี่ยนแปลงการปกครองของคณะราษฎร

3. การขยายอานาจของลทั ธลิ ่าอาณานิคมตะวันตก

4. การใช้ลัทธิเชื่อผู้นาสมัยจอมพล ป.พิบูลสงคราม

118. ขอ้ ใดแสดงถึงวฒั นธรรมไทย

1. การนิยมนุ่งผ้าไทยและแตง่ กายแบบไทย

2. การใช้ภาษาไทยไดถ้ กู ต้องตามหลกั ภาษา

3. การทีว่ ัฒนธรรมในชมุ ชนมีความเคลือ่ นไหวและเปลีย่ นแปลงตลอดเวลา

4. การอยใู่ นครอบครวั ชาวนาและมีวัฒนธรรมประเพณที ี่สมั พันธก์ บั วถิ กี ารผลติ

119. ขอ้ ใดกล่าวถึงความสาคญั ของเวลาได้ครอบคลุมทส่ี ุดในการศกึ ษาประวตั ศิ าสตร์

1. ช่วยให้เขา้ ถึงความจรงิ ในอดีต

2. ช่วยยน่ ระยะเวลาในการสืบคน้ หลกั ฐาน/ขอ้ มลู

3. ช่วยแสดงถึงความเปลี่ยนแปลงและเงื่อนไขเฉพาะ

4. ไม่มีข้อถกู

120. ขอ้ ใดไมใ่ ช่ลกั ษณะเด่นของเหตกุ ารณ์ในยุคสมยั ประวัตศิ าสตร์ของมนษุ ย์

1. การขยายอานาจของประเทศมหาอานาจ

2. การคน้ พบวิธกี ารผสมโลหะและนาไปใช้

3. การประดษิ ฐ์อกั ษร และเริ่มบันทกึ ขอ้ มลู ต่างๆ

4. การเผยแพร่อิทธิพลของลทั ธิและศาสนาในดนิ แดนต่างๆ

121. วธิ ีการทางประวัติศาสตรส์ าคญั อยา่ งไร

1. เปน็ วธิ ีการทีน่ กั ประวตั ศิ าสตร์ใช้ เพ่อื เขา้ ถงึ ความจริงในอดีตที่ยังหาข้อสรุปไม่ได้

2. เปน็ วธิ ีคิดในการพจิ ารณาอดีตและใช้เชื่อมโยงขอ้ มลู ทกี่ ระจัดกระจายใหส้ ัมพนั ธก์ นั

3. เปน็ กระบวนการศกึ ษาที่นกั ประวัตศิ าสตร์เชื่อวา่ จะเข้าถงึ ขอ้ เทจ็ จริงเกี่ยวกับอดีตได้

4. เป็นเครื่องมือทนี่ กั ประวัติศาสตรใ์ ช้คุมตวั แปรในการศกึ ษาให้มีความเทีย่ งตรงมากที่สดุ

122. ขอ้ ใดไม่ใช่ศาสตร์ในระยะแรกที่นกั วชิ าการใช้ศกึ ษาความเป็นมาของชนชาติไท

1. สงั คมศาสตร์ 2. ภาษาศาสตร์

3. มานษุ ยวิทยา 4. วัฒนธรรมศกึ ษา

436

123. "แขกมวั ร์" หมายถงึ คนกลุ่มใด

1. ตุรกี 2. มลายู

3. มกั กะสนั 4. อินโดนีเซีย

124. ขอ้ ใดไมใ่ ช่พระราโชบายของพระเจ้ากรงุ ธนบรุ ี

1. ดารงพระองคใ์ นสถานะประมขุ ของฝ่ายสงฆ์

2. อาศัยความสมั พันธ์ส่วนบุคคลมากกวา่ สถาบนั

3. ยดึ โยงแนวคิดสมมุติเทพตามอยา่ งกษตั ริย์สมยั อยุธยา

4. แต่งตงั้ ชาวมสุ ลิมเปน็ เจ้ากรมพระคลงั ในช่วงปลายรชั กาล

125. ขอ้ ใดคอื ลกั ษณะสาคญั ของระบบเศรษฐกิจแบบใหม่ของไทย

1. การเกบ็ ภาษี 2. การผลิตเงินตรา

3. การยกเลกิ ระบบผกู ขาด 4. การตั้งหน่วยงานด้านต่างๆ

126. ขอ้ ใดกล่าวถึงหนังสือจินดามณีได้ถกู ต้อง

1. แต่งตงั้ ข้นึ สมัยพระเจ้าบรมโกศ

2. เป็นพระนิพนธ์ของเจ้าฟา้ ธรรมาธิเบศร

3. เกิดขึน้ พร้อมหนงั สือพระมาลยั คาหลวง

4. เปน็ แบบเรียนหรือตาราเรียนเล่มแรกของไทย

127. ในช่วงที่เกดิ สงครามโลกครงั้ ที่ 2 ในยุโรปไทยกบั ฝรงั่ เศสทาสงครามกนั เรือ่ งเสน้ กน้ั อาณาเขต

ระหว่างไทยกบั ดนิ แดนในปกครองของฝรัง่ เศสขอ้ ใดเปน็ ผลของสงครามคร้ังนน้ั

1. ฝรงั่ เศสชนะและได้ดนิ แดนของไทยบางส่วนไปครอบครอง

2. ไทยต้องยอมยกดินแดนบางส่วนของเขมรทีอ่ ยใู่ นปกครองของไทยให้ฝร่ังเศส

3. ไทยต้องยอมยกดินแดนบางส่วนของลาวทอ่ี ยใู่ นปกครองของไทยให้ฝรง่ั เศส

4. ฝรงั่ เศสคนื พระตะบอง ศรีโสภณ และเสียมเรียบให้ไทย

128. การเรียกชื่อหน่วยงานส่วนภมู ิภาคว่า "จงั หวดั " แทนคาวา่ "เมือง" เกิดขนึ้ ในรชั สมยั ใด

1. รัชกาลที่ 4 2. รชั กาลที่ 5

3. รชั กาลที่ 6 4. รัชกาลที่ 7

129. ขอ้ ใดเป็นสนธสิ ญั ญาการคา้ ฉบับแรกระหว่างไทยกับประเทศในตะวนั ตก

1. สนธสิ ัญญาครอวฟ์ อรด์ 2. สนธิสัญญาเบอร์นีย์

3. สนธิสญั ญาบรุค 4. สนธสิ ญั ญาเบาวร์ ิง

130. ในรชั สมยั ใดที่รฐั บาลสยามวา่ จ้างชาวต่างประเทศเปน็ ขา้ ราชการได้

1. รัชกาลที่ 3 2. รชั กาลที่ 4

3. รชั กาลที่ 5 4. รชั กาลที่ 6

437

131. ขอ้ ใดคอื ปัจจัยสาคญั ทีท่ าให้พระบาทสมเด็จพระจลุ จอมเกล้าเจ้าอยหู่ วั ทรงปฏริ ปู การปกครอง
1. การขยายอานาจของชาติตะวนั ตก
2. สภาพเศรษฐกจิ ทีฝ่ ืดเคอื ง
3. การขาดความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ
4. แนวคดิ แบบประชาธิปไตยแพร่หลายมากข้นึ

132. พระมหากษัตริย์พระองคใ์ ดทรงดื่มน้าพระพพิ ัฒน์สัตยาต่อหน้าเจ้านาย ขนุ นาง และขา้ ราชการ
1. รชั กาลที่ 3
2. รัชกาลที่ 4
3. รชั กาลที่ 5
4. รชั กาลที่ 6

เฉลยข้อสอบ ประวตั ศิ ำสตร์ไทย

1) 1 21) 3 41) 3
2) 3 22) 1 42) 3
3) 3 23) 2 43) 1
4) 4 24) 3 44) 1
5) 4 25) 3 45) 2
6) 3 26) 2 46) 2
7) 1 27) 1 47) 4
8) 3 28) 4 48) 4
9) 2 29) 3 49) 4
10) 2 30) 4 50) 3
11) 4 31) 2 51) 2
12) 3 32) 4 52) 4
13) 2 33) 4 53) 1
14) 4 34) 4 54) 1
15) 4 35) 4 55) 2
16) 4 36) 3 56) 3
17) 4 37) 2 57) 1
18) 3 38) 1 58) 2
19) 2 39) 1 59) 2
20) 4 40) 4 60) 4

438

61) 3 86) 2 111)3
62) 1 87) 1 112)4
63) 1 88) 1 113)2
64) 4 89) 4 114)3
65) 4 90) 3 115)1
66) 1 91) 3 116)1
67) 3 92) 3 117)3
68) 2 93) 2 118)3
69) 2 94) 1 119)3
70) 4 95) 2 120)2
71) 2 96) 1 121)2
72) 2 97) 1 122)1
73) 1 98) 2 123)1
74) 2 99) 4 124)1
75) 2 100)2 125)2
76) 1 101)3 126)4
77) 4 102)1 127)4
78) 3 103)3 128)3
79) 2 104)1 129)2
80) 3 105)4 130)3
81) 2 106)3 131)1
82) 4 107)3 132)2
83) 2 108)1
84) 2 109)4
85) 3 110)1

ขอ้ สอบ 439
ชุดท่ี 19
โจทยส์ งั คมข้นั จอมยุทธท์ ะลมุ ิติ

คลงั ขอ้ สอบประวตั ศิ าสตรโ์ ลก

ข้อสอบแบบปรนยั 4 ตวั เลือก เลือก 1 คำตอบที่ถูกต้องที่สดุ จำนวน 145 ข้อ

1. ราชวงศ์ใดของจีนที่ ไม่ใช่ จีนแท้

1. ฮ่ัน 2. ถัง 3. หมิง 4. หยวน

2. ราชวงศ์ใดของญป่ี นุ่ ที่นำญ่ปี ุ่นไปสูย่ คุ ใหม่

1. เมจิ 2. เอโดะ 3. ซตั สมึ ะ 4. โตกูกาวา

3. เสน้ ทางบกที่ใช้ในการติดต่อระหว่างตะวนั ตกกับจีนในสมยั โบราณคือข้อใด

1. Gold Road 2. Silver Road 3. Cotton Road 4. Silk Road

4. ใครคือผู้ค้นพบว่าดวงอาทิตยเ์ ป็นศนู ยก์ ลางของจักรวาล

1. โคเปอรน์ ิคัส 2. โคลมั บัส 3. ปโตเลมี 4. เปตราช

5. ข้อใดไมใ่ ช่ผลของการปฏิวัติอตุ สาหกรรม

1. การลา่ อาณานคิ ม 2. การเกิดรัฐประชาชาติ

3. การขยายตัวของตลาด 4. การเกิดอุดมการณส์ ังคมนิยม

6. ระบบการปกครองของจีนโบราณจนถึงก่อนการปฏิวัติของกก๊ มินต๋ังคือระบบใด

1. ระบบทหาร 2. ระบบเทวสทิ ธิ์

3. ระบบกษตั ริย์นกั บวช 4. ระบบข้าราชการพลเรือน

7. ชนชาตใิ ดทม่ี ีอำนาจบนแผน่ ดนิ ใหญข่ องเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กอ่ นการเข้ามาของ “ชาวไท”

1. อารยัน – ทมิฬ 2. มาเลย์ – อินโด

3. มอญ – ขอม 4. ลวั ะ – ขมุ

8. ข้อใดทีช่ ว่ ยให้ไทยแก้ปญั หาเนื่องจากการแพใ้ นสงครามโลกครงั้ ที่ 2

1. การปฏิวตั ิปี พ.ศ. 2475 2. ขบวนการนิยมไทย

3. ขบวนการเสรีไทย 4. การปฏิรปู การปกครองของรชั กาลที่ 5

9. เหตุการณ์ใดในยคุ กลางที่ทำให้ยุโรปรเู้ รือ่ งราวของโลกภายนอกจนทำให้เกิดการขยายตวั ของ

การค้า

1. สงครามครเู สด 2. สงครามระหวา่ งกรีกกบั ทรอย

3. การค้นพบอเมริกา 4. การเดนิ ทางของ วาสโก ดา กามา

440

10. ชนกลมุ่ ใดไม่มีบทบาทในประวตั ศิ าสตร์อารยธรรมตะวันตกโบราณ

1. กอธ (Goth) 2. อสั ซีเรยี น (Assyrian)

3. สุเมเรียน (Sumerian) 4. ฟีนีเซียน (Phoenician)

11. ข้อใดไมเ่ กีย่ วข้องกบั อียิปต์โบราณ

1. เทพเจ้าเร (Re) 2. มมั มี่ (Mummy)

3. ซิกกูแรด (Ziggurat) 4. ศิลาจารกึ โรเซตตา (Rosetta Stone)

12. วฒั นธรรมใด คือ ร่องรอยความเจริญของอนทุ วีปอินเดยี กอ่ นการเข้ามาของชาวอรายันเมื่อ 1,500

ปกี อ่ นครสิ ต์ศักราช

1. ฮินดู 2. บ้านเชียง

3. ดองซอน 4. ฮารปั ปา

13. ชนกลมุ่ ใดมีอิทธิพลต่อศิลปวฒั นธรรมของโรมันมากทีส่ ดุ

1. ฮิบรู 2. อารยัน 3. อาหรบั 4. อีทรสั กนั

14. ข้อใดเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของโรมันทีย่ งั คงมีความสำคัญที่สดุ ตอ่ โลกสมยั ใหม่

1. กีฬา 2. การค้า 3. กฎหมาย 4. ยทุ ธศาสตร์

15. ข้อใดอธิบายการปกครองของยุโรปยุคกลางได้ดที ี่สุด

1. อำนาจสว่ นกลางออ่ นแอ 2. การปกครองท้องถิน่ มาจากการเลอื กตั้ง

3. ผู้ปกครองสว่ นใหญเ่ ป็นทหาร 4. ประชาชนมีสถานะเป็นพลเมืองของรฐั

16. แนวคิดในข้อใดทำให้ยุโรปยุคกลางกา้ วเข้าสกู่ ารฟนื้ ฟูศิลปะวิทยาการ

1. เสรีนิยม 2. มนุษยนิยม

3. สังคมนิยม 4. เทวนิยม

17. เมืองใดเปน็ เมืองหลวงของจกั รวรรดโิ ปรตุเกสในโลกตะวนั ออก

1. ลสิ บอน 2. เวนสิ 3. กัว 4. มะละกา

18. ดนิ แดนใดในเอเชียตะวนั ออกเฉียงใต้ทีไ่ ดร้ บั อิทธิพลของจีนมากทีส่ ุด

1. กัมพูชา 2. มาเลเซีย 3. อินโดนีเซีย 4. เวียดนาม

19. ข้อใดแสดงลำดับการเข้ามาของศาสนาตา่ งๆสู่เอเชียตะวนั ออกเฉียงใต้ไดถ้ กู ต้อง

1. อิสลาม ครสิ ต์ ฮินดู พุทธ 2. ฮินดู พทุ ธ อิสลาม ครสิ ต์

3. พทุ ธ ฮินดู ครสิ ต์ อิสลาม 4. ครสิ ต์ อิสลาม พุทธ ฮินดู

20. ราชวงศส์ ดุ ทา้ ยของอินเดยี ก่อนการครอบครองขององั กฤษคือราชวงศ์ใด

1. ราชวงศ์เมารยะ 2. ราชวงศ์โมริยะ

3. ราชวงศ์โมกลุ 4. ราชวงศ์คุปตะ

21. ข้อใดไมใ่ ช่นโยบาย 3 ประการของคณะปฏิวัติจนี ทีเ่ รียกว่า “หลักลทั ธไิ ตรราษฎร์” ค.ศ.1905

1. จดั สรรทีด่ ินให้ประชาชน 2. จดั ต้ังรฐั บาลประชาชน

3. สถาปนาระบอบสาธารณรัฐ 4. โค่นลม้ อำนาจราชวงศ์หมิง

441

22. ข้อใดเป็นปัจจยั ทีช่ ่วยให้การเปล่ยี นแปลงการปกครองของญป่ี ุน่ ใน ค.ศ. 1889 เปน็ ไปโดยราบรืน่

1. จกั รพรรดเิ ข้มแขง็ 2. ระบบศักดินาเข้มแขง็

3. เศรษฐกิจเจริญก้าวหน้า 4. โครงสร้างทกุ ดา้ นมกี ารปูพ้นื ฐานดี

23. ข้อใดไม่ใช่ค่านิยมใหมข่ องประเทศฝรั่งเศสหลังการปฏิวตั ิ ค.ศ. 1789

1. ความรบั ผิดชอบตอ่ สังคม 2. การสนบั สนนุ การมีเสรีภาพ

3. การสง่ เสริมนิกายโปเตสแตนท์ 4. การเห็นความสำคัญของสามญั ชน

24. ผู้จุดประกายการปฏิวัติความคิดดา้ นวิทยาศาสตรข์ องโลกตะวนั ตกคือใคร

1. ฟรานซิส เบคอน 2. มาร์ติน ลูเธอร์

3. ไมเคิลแองเจโล 4. นิโคลัส โคเปอร์นิคสั

25. ข้อใดอธิบายการปกครองแบบศกั ดินาสวามิภกั ดิ์ (Feudalism) ได้ดีทีส่ ดุ

1. ประชาชนมั่งค่ัง 2. ชาวนาสว่ นใหญ่มีเสรีภาพ

3. เกษตรกรมีกรรมสทิ ธิ์ในทีด่ ิน 4. ประชาชนสว่ นใหญเ่ ปน็ แรงงานติดที่ดิน

26. การใช้เครื่องจกั รแทนแรงงานคนอนั เนอ่ื งจากการปฏิวัติอตุ สาหกรรม เริม่ ต้นจากอุตสาหกรรม

ประเภทใด

1. เคมี 2. ทอผ้า 3. เหลก็ กล้า 4. รถยนต์

27. อารยธรรมกอ่ นประวตั ิศาสตรข์ องอินเดยี มีศูนยก์ ลางการกำเนิดทีใ่ ด

1. ลมุ่ แม่น้ำคงคา 2. ลมุ่ แม่น้ำสินธุ

3. ทีร่ าบสูงเดคขา่ น 4. บรเิ วณเชิงเขาหิมาลยั

28. ราชวงศใ์ ดคอื ยุคทองของวัฒนธรรมจีน

1. จิน๋ 2. ฮัน่ 3. ถัง 4. ซ้อง

29. อิทธิพลของวฒั นธรรมใดทป่ี รากฏชดั เจนกว่าวัฒนธรรมอืน่ ๆ ในยคุ โบราณของเอเชียตะวนั ออก

เฉียงใต้

1. จีน 2. อินเดยี 3. ยุโรป 4. อเมริกา

30. ข้อใดไม่เกีย่ วข้องกบั อียิปต์

1. มมั มี่ 2. คลีโอพตั รา 3. แมน่ ้ำไนล์ 4. กระดาษเยื่อไผ่

31. กลุ่มชนใดที่สร้างสรรคอ์ ารยธรรมกอ่ นประวตั ิศาสตร์ของอินเดยี ก่อนการเข้ามาของชาวอารยัน

1. ฮิตไทต์ 2. อสั ซีเรยี น 3. ดราวิเดยี น 4. สุเมเรียน

32. ศิลปะของราชวงศโ์ มกุลแห่งอินเดยี ไดร้ ับอิทธิพลจากศาสนาใด

1. พุทธ 2. ฮินดู 3. ซิกข์ 4. อิสลาม

33. รฐั ชาตใิ ดเป็นรฐั ชาตแิ รกที่จดั ต้ังบนหลักการของการแบ่งแยกอำนาจตามแนวความคิดของ

มองเตสกิเออ (Montesquieu)

1. สหรัฐอเมริกา 2. ฝรงั่ เศส 3. เยอรมนี 4. สหราชอาณาจกั ร

442

34. สงครามใดมมี ลู เหตสุ ำคญั มาจากความขัดแย้งทางเชือ้ ชาติ

1. สงครามเกาหลใี นปี ค.ศ. 1950

2. สงครามเวียดนาม ในปี ค.ศ. 1965

3. สงครามอาหรับ – อิสราเอล ในปี ค.ศ. 1948

4. สงครามอิรกั ปิดลอ้ มคูเวต ในปี ค.ศ. 1975

35. ข้อใดเปน็ สงครามที่มีสาเหตมุ าจากความขัดแยง้ ระหว่างอุดมการณ์เสรีนิยมประชาธิปไตยกับสงั คม

นิยมคอมมิวนสิ ต์

1. สงครามโลกครงั้ ที่ 2 2. สงครามเกาหลี

3. สงครามครเู สด 4. สงครามอ่าวเปอรเ์ ซีย

36. อารยธรรมใดที่ชว่ ยสร้างความเจริญให้แกภ่ มู ิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก่อนการเข้ามาของ

ตะวันตก

1. จีน – อิสลาม 2. อินเดยี – จีน

3. อินเดยี – จีน – ญ่ปี ่นุ 4. ลงั กา – จีน

37. สาเหตุทีน่ ำมาส่กู ารเปล่ยี นแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 ของไทยคือข้อใด

1. สภาวะเศรษฐกิจตกตำ่ ในสมัยรชั กาลที7่

2. ความไม่พอใจของทหารเนือ่ งมาจากกบฏ ร.ศ.130

3. กระแสเรียกร้องประชาธิปไตยจากสือ่ มวลชน

4. การปฏิรูปการศึกษาและกองทพั ตามแนวตะวนั ตกตั้งแตส่ มัยรชั กาลที่ 5

38. ข้อใดคือความเจริญของจีนที่ให้แก่เอเชียกลางและตะวนั ออกกลางโดยผา่ นเสน้ ทางการค้าแพร

สายไหม

1. การใช้ตัวอักษรจีนและกระดาษ 2. งานด้านศิลปะโดยเฉพาะประตมิ ากรรม

3. วรรณคดแี ละการพิมพ์ 4. เขม็ ทิศ การแพทย์ ดนิ ปืน

39. นโยบายฟื้นฟูเศรษฐกิจของเวียดนามหลงั สงครามอินโดจีนยุติลงเมื่อ ค.ศ. 1975 คือข้อใด

1. ยึดครองทรัพยากรจากเขมรและลาวมาใช้ในการผลติ

2. เชิญชวนนักลงทนุ จากท่วั โลกให้มาลงทุนในเวียดนาม

3. ผลติ กระไฟฟ้าขายให้แกป่ ระเทศเพือ่ นบ้าน

4. ในนโยบายเศรษฐกิจแบบสังคมนิยมดว้ ยการพึ่งตนเอง

40. การเปล่ียนแปลงการปกครองจากราชวงศแ์ มนจมู าเป็นระบอบสาธารณรฐั เมือ่ ค.ศ. 1911 นั้น เกิด

จากปัจจัยสำคัญข้อใด

1. การคกุ คามอันเนื่องมาจากอิทธิพลของลัทธจิ กั รวรรดนิ ิยมตะวันตก

2. รัฐบาลจนี ออ่ นแอเพราะปญั หาลัทธคิ อมมิวนิสต์

3. การฉ้อราษฎร์บงั หลวงของราชวงศแ์ มนจู

4. ความสามารถของพรรคกว๋อมินตั๋งของซุนยัดเซน็

443

41. ความสำเรจ็ ในการเปน็ ประเทศอุตสาหกรรมของญป่ี นุ่ เกิดจากข้อใด

1. การปฏิรปู การปกครอง เศรษฐกิจและความรู้ของญ่ปี ่นุ ตั้งแตค่ รสิ ตศ์ ตวรรษที่ 19

2. โชกุนตระกลู โตกงู าวะคืนอำนาจสูส่ ถาบนั จักรพรรดิ

3. ชัยชนะของญป่ี นุ่ ทีม่ ตี ่อรัสเซียในสงคราม ค.ศ. 1904 – 1905

4. ทีด่ ินทางการเพาะปลูกและทรพั ยากรธรรมชาตมิ ีน้อย

42. รากฐานเศรษฐกิจทีส่ ำคญั ของภูมิภาคเอเชียตะวันตกเฉียงใต้หลังจาก ค.ศ. 1920 คือข้อใด

1. การสง่ ออกสินค้าหตั ถกรรม เชน่ พรมและสิ่งทอ

2. การเกษตรตามบริเวณล่มุ แม่นำ้

3. การสง่ น้ำมันเป็นสินค้าออกจากกล่มุ โอเปค

4. เปน็ ศนู ย์กลางการค้าระหวา่ งตะวันตกและตะวันออก

43. การละครของกรีกมรี ากฐานเกีย่ วพันกับพิธกี รรม การบวงสรวงเทพเจ้าองคใ์ ด

1. มหาเทพซุส 2. เทพอาเธเน

3. เทพเจ้าอพอลโล 4. เทพเจ้าไดโอนิซุส

44. ปรากฏการณ์ใดสะท้อนความเปลย่ี นแปลงทางสงั คมในยโุ รปปลายสมัยกลาง และเปน็ พื้นฐานของ

ยคุ ใหม่

1. การฟนื้ ตวั ทางเศรษฐกิจการค้าของเมือง

2. การจดั การความรู้ให้แกผ่ ู้ปกครองและขนุ นาง

3. การใช้นโยบายขันติธรรมภายหลงั สงครามศาสนา

4. การแข่งขนั อำนาจระหว่างศาสนจักรและอาณาจักร

45. ประวตั ศิ าสตร์ สงั คมของยุโรปสะท้อนความรสู้ กึ นึกคิดต่อยุคแห่งการปฏิวัติอุตสาหกรรมใน

ครสิ ตศ์ ตวรรษที่ 18 ออกมาในรูปแบบสถาปตั ยกรรมแบบใด

1. สถาปตั ยกรรมแบบบารอด 2. สถาปตั ยกรรมแบบนีโอคลาสสิค

3. สถาปตั ยกรรมแบบโรแมนติค 4. สถาปตั ยกรรมแบบนีโอโกธิค

46. การปฏิวัติอุตสาหกรรมของรัสเซียต้นครสิ ต์ศตวรรษที่ 20 ลา่ ช้ากว่าประเทศอื่นๆ ในยุโรปและ

สง่ ผลต่อการปฏิวัติทางสังคม เศรษฐกิจและการเมืองในลกั ษณะใด

1. การปฏิวัติชาวนา

2. การปฏิวัติกระฎุมพี

3. การปฏิวตั ิกรรมาชพี

4. การปฏิวตั ิกระฎมุ พีและการปฏิวตั ิสังคมนิยมตอ่ เนื่องกนั ไป

47. เมื่อยุติสงครามโลกครง้ั ที่ 1 ประเทศมหาอำนาจจดั การเปล่ยี นแปลงพื้นทีแ่ ละสทิ ธิในการเลอื ก

ปกครองตนเองแก่ประเทศใหมๆ่ ในยโุ รป โดยอ้างหลักการใดเป็นสำคญั

1. การกำหนดเชือ้ ชาติ 2. การรกั ษาสถานภาพเดมิ

3. การปฏิรปู การเมืองแบบเสรีนิยม 4. สร้างรัฐกันชนต่อต้านการปฏิวัติรัสเซีย

444

48. เมื่อสงครามเยน็ (Cold War) ส้นิ สดุ ลง ยโุ รปจัดตั้งสภาความร่วมเมืองแห่งแอตแลนติกเหนือขนึ้

โดยมีวัตถุประสงคใ์ ด

1. เพื่อแบง่ กลุ่มอำนาจในลักษณะใหม่

2. เพื่อรบั สมาชกิ จากองค์การวอร์ซอ

3. เพือ่ สร้างภาวะถว่ งดลุ อำนาจใหม่กบั รัสเซีย

4. เพือ่ สร้างความร่วมมือทางดา้ นตา่ งประเทศ และความมน่ั คงของยโุ รปโดยรวม

49. ทีม่ าของปญั หาระบบที่ดนิ ของจีนคือข้อใด

1. จำนวนที่ดินไมส่ มดุลกับประชากร 2. ขนุ นางหลกี เลี่ยงไม่ยอมเสยี ภาษีที่ดนิ

3. ความอุดมสมบรู ณ์ของที่ดินแตกตา่ งกนั 4. จกั รพรรดไิ ม่สนใจแก้ไขปญั หาอยา่ งจรงิ จัง

50. ข้อใดกล่าวถกู ต้องเกีย่ วกบั สังคมและวัฒนธรรมอินเดยี

1. บุรุษและสตรีตา่ งพึ่งพาตนเองๆได้

2. เจ้าผู้ครองนครมอี ำนาจสงู สุดในสมยั จักรวรรดิ

3. ชาวอินเดยี ต้องปฏิบัติตนตามหน้าที่ในระบบวรรณะ

4. ในสงั คมอินเดยี พระพุทธศาสนามีบทบาทเหนือศาสนาฮินดู

51. การประดิษฐ์ตัวอักษรในอารยธรรมเมโสโปเตเมียและอียิปตม์ ีความสำคญั อย่างไร

1. สามารถจดบันทึกรายชื่อทาสที่รฐั เกณฑม์ าสร้างศาสนสถานขนาดใหญไ่ ดค้ รบถ้วน

2. สามารถจดบนั ทึกประวัติศาสตร์ให้คนรุ่นหลังมีความรคู้ วามเข้าใจในอารยธรรมโบราณ

3. สามารถจดั ทำบัญชีการค้า ประมวลผลกฎหมาย และสง่ั สมศิลปะวิทยาการอยา่ งมี

ประสิทธิภาพ

4. สามารถสร้างสรรค์ปรชั ญาการเมืองและแตง่ คมั ภีร์ทางศาสนาซึง่ ทำให้สังคมมีความ

เสมอภาค

52. เพราะเหตใุ ดอารยธรรมที่กรีกจงึ มีความสำคญั มากตอ่ อารยธรรมตะวันตก

1. เป็นต้นกำเนิดของศาสนายดู ายที่มีอิทธิพลต่อศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลกิ

2. เป็นแมแ่ บบของสงั คมประชาธิปไตยทีใ่ ห้สทิ ธิในการเลอื กต้ังแก่คนทกุ ชั้นและทกุ เพศ

3. เป็นแมแ่ บบของสงั คมสมยั ใหมท่ ีไ่ มเ่ ชื่อในเทพเจ้าแต่เชือ่ ในความสงู ส่งของมนุษย์

4. เป็นแหลง่ อารยธรรมทีม่ ีอิทธิพลสูงตอ่ โลกตะวันตกในดา้ นปรชั ญา สถาปตั ยกรรม ละคร

53. ข้อใดเกิดขนึ้ ยุคกลางของยุโรป

1. ระบบศกั ดินา สงครามครูเสด มหาวิหารแบบโกธกิ ที่ประดบั ดว้ ยกระจกสี

2. ละครโศกนาฏกรรม มหากาพย์อีเลยี ด คริสต์ศาสนานิกายโปรเตสแตนท์

3. ศิลปะแบบเฮเลนิสติค ปรัชญาแบบมนษุ ยนิยม มหากาพย์อีเลยี ด

4. ระบอบกษตั ริยแ์ บบทรงภมู ิธรรม มหากาพย์อีเลยี ด

445

54. ปจั จัยข้อใดที่ทำให้โลกตะวันตกเปล่ยี นแปลงอยา่ งรวดเร็วตงั้ แต่ครสิ ตศ์ ตวรรษที่ 17 เปน็ ต้นมา

1. การฟืน้ ฟูศิลปะวิทยาการ 2. การปฏิวัติทางนเิ วศวิทยา

3. การปฏิวตั ิทางวิทยาศาสตร์ 4. การค้นพบเหมืองแรเ่ งินและแรท่ องในทวีปอเมริกา

55. ข้อใดไมใ่ ช่ผลกระทบจากการปฏิวัติอุตสาหกรรมในสมยั คริสต์ศตวรรษที1่ 9 และต้นครสิ ตศ์ ตวรรษ

ที่ 20

1. อตั ราการเพิ่มของประชากรในโลกสงู ขึ้น

2. ลทั ธเิ สรีนิยมทางเศรษฐกิจและการเมืองมีอทิ ธิพลสูงยุโรป

3. ประเทศอังกฤษและฝรง่ั เศสยึดครองดินแดนในเอเชียและแอฟริกาเป็นอาณานิคม

4. ประเทศตา่ งๆ รวมตวั กันเป็นเขตเศรษฐกิจเพื่อรว่ มมือกันในการผลิตและการค้า

56. มนษุ ย์ในอดตี สามารถรักษาสถานภาพศพไม่ให้เน่าเปือ่ ยด้วยการใช้เทคโนโลยีอะไร

1. การดองศพ

2. การทำน้ำยาอาบศพ

3. การใช้ยางไมอ้ าบศพ

4. กรนำศพใส่ในโลงไมห้ นาและปิดฝาให้สนิทไมใ่ ห้อากาศเข้าได้

57. ประเทศที่มีบทบาทสำคัญในการรา่ งกติกาสญั ญาสนั นิบาตชาตแิ ตไ่ ม่ได้เข้าเปน็ สมาชกิ ของ

สันนิบาตชิ าตคิ ือประเทศใด

1. ออสเตรเลยี 2. เยอรมนี

3. ญ่ปี ุ่น 4. สหรฐั อเมริกา

58. องคก์ ารสหประชาชาตกิ ่อต้ังข้นึ เมือ่ ใด

1. หลังสงครามโลกครง้ั ที่ 1 2. หลังสงครามโลกครงั้ ที่ 2

3. ช่วงสงครามเยน็ 4. ส้นิ สดุ สงครามเวียดนาม

59. สงครามทีส่ งผลกระทบตอ่ เสถียรภาพและความม่นั คงของโลกมากที่สดุ ในปัจจบุ ันคือสงครามใด

1. สงครามเกาหลี 2. สงครามอิรัก – คูเวต

3. สงครามเวียดนาม 4.สงครามอาหรบั – อิสราเอล

60. ปัญหาสำคัญด้านเทคโนโลยีในประเทศไทยคือปญั หาใด

1. การซอื้ เทคโนโลยีจากภายนอกทำให้ประเทศไทยเปน็ ประเทศทันสมัย

2. การซือ้ เทคโนโลยีจากภายนอกใช้เวลาน้อยกวา่ การคิดสร้างข้นึ เอง

3. การซือ้ เทคโนโลยีจากภายนอกมีหลกั ประกันว่าจะประสบความสำเรจ็

4. การซือ้ เทคโนโลยีจากภายนอกเป็นสว่ นใหญ่ ทำให้ไม่เกิดการเรียนรู้ หรือการพึง่ ตนเองได้

446

61. ข้อใดไมส่ ะท้อนความจรงิ เกีย่ วกับลัทธถิ อื ผิว (RACISM) ในยคุ ล่าอาณานิคมของชาวยุโรป

1. ชนผิวขาวกีดกนั ชนผิวสีไมใ่ ห้ไดร้ ับโอกาสในการเรียนและทำงานเทา่ กบั ตน

2. ชนผิวขาวไมแ่ ต่งงานกบั ชนพืน้ เมืองทีต่ นปกครองอยู่ เพราะขดั กับขนบธรรมเนียม

ประเพณขี องกล่มุ ตน

3. ชนผิวขาวจะไม่ยอมให้ชาวพืน้ เมืองเปน็ ผปู้ กครอง เพระถือว่ากลุ่มตนมีความฉลาดมากกว่า

4. ชนผิวขาวเชื่อวา่ พวกตนมีความสามารถสงู กว่าชนผิวสอี ืน่

62. ข้อใดคือสาเหตสุ ำคัญของการเกิดสงครามโลกครงั้ ที่ 2

1. ความลม้ เหลวของสนั นิบาตชาติ 2. ความตกตำ่ ทางเศรษฐกิจ

3. ความขดั แย้งทางเศรษฐกิจ 4. ถูกท้ังขอ้ 1 และข้อ 2

63. คำวา่ สงครามเย็น ทีเ่ กิดขนึ้ หลงั สงครามโลกครง้ั ที่ 2 หมายถึงลกั ษณะใด

1. ประเทศมหาอำนาจสหรัฐอเมริกาและสหภาพโซเวียตหนั หลังให้กันไมค่ บค้าติดตอ่

สัมพนั ธก์ ัน

2. ประเทศมหาอำนาจทำสงครามกองโจรโดยใช้อาวุธไม่มากนัก

3. ประเทศมหาอำนาจชว่ งชงิ กันทางด้านเศรษฐกิจ การเมือง และการโฆษณาชวนเช่อื

4. ประเทศมหาอำนาจควำ่ บาตรทาเศรษฐกิจซงึ่ กนั และกนั

64. วันสิทธิมนุษยชนตรงกับวันทีเ่ ท่าไร เดอื นอะไร ของทุกปี

1. 10 มกราคม 2. 10 กนั ยายน

3. 10 ตุลาคม 4. 10 ธนั วาคม

65. จอหงวน หมายถึงข้อใด

1. สภาการสอบคัดเลอื กขา้ ราชการในสมยั ราชวงศถ์ ัง

2. เปน็ ตำแหนง่ ข้าราชการที่สอบผา่ นในระดับภูมิภาค

3. ข้าราชการจีนที่สอบผา่ น โดยการสอบของพระมหาจกั รพรรดิ

4. เปน็ ตำแหนง่ ที่ขนั ทีสอบผา่ นเพื่อทำหน้าทีร่ ับใช้ใกล้ชิดพระมหาจกั รพรรดิ

66. ข้อใดถกู ต้อง

1. ระบบศักดินาในอินเดียเริ่มครั้งแรกในสมยั ราชวงศค์ ปุ ตะ

2. วิซยา คือภาษีที่เกบ็ จากชาวมสุ ลิมเพือ่ นำไปเล้ยี งคนยากจน

3. ลักษณะเดน่ ของสถาปตั ยกรรมโมริยะคือการผสมผสานกับศิลปกรีก

4. คามกะ คือ ตำแหน่งพระคลังในจักรวรรดมิ คธ มีหน้าที่เกบ็ ภาษเี ข้าท้องพระคลัง

447

67. ข้อความใดที่สะท้อนดึงภาพลกั ษณ์ของอาณาจกั รโรมนั ไดใ้ กลเ้ คียงทีส่ ุด
1. เป็นอาณาจักรทีย่ ิง่ ใหญส่ ามารถครอบงำและถ่ายทอดมรดกทางศิลปวฒั นธรรมให้แก่
ยโุ รปในทกุ ดา้ น
2. เปน็ อาณาจักรแรกทีม่ คี วามเจริญดา้ นวัฒนธรรม รู้จักนำความรู้เกีย่ วกับธรรมชาติมา
ใช้ประโยชน์ในการเกษตรกรรมได้
3. มีความเชี่ยวชาญในการเดนิ ทะเลและการค้าทำให้สามารถควบคุมการค้าในทะเลเมดเิ ตอร์
เรเนียนได้เป็นเวลาหลายร้อยปี
4. เปน็ อาณาจักรที่ปกครองแบบนครรฐั และมคี วามเจริญดา้ นศิลปวัฒนธรรมจนถอื เป็นต้น
กำเนิดของศิลปวัฒนธรรมของโลกตะวนั ตก

68. ข้อใดอธิบายความหมายของลทั ธิฟิวดลั (Feudalism) ได้ใกล้เคียงที่สุด
1. ระบบการปกครองทีก่ ระจายอำนาจให้แก่แคว้นต่างๆ ปกครองกันเอง
2. ระบบการเกบ็ เกี่ยวภาษีอากรโดยพิจารณาจากจำนวนของการถือครองที่ดนิ
3. ระบบการกำหนดตำแหนง่ หน้าที่ของข้าราชการตามจำนวนการถือครองที่ดนิ
4. ระบบทีเ่ จ้าของทีด่ นิ แจกจา่ ยที่ดินให้แก่บริวารของตนเพื่อแลกกับการรับใช้และจงรกั ภักดี

69. ข้อใดไมใ่ ช่ผลกระทบของการปฏิวัติอุตสาหกรรม
1. เกิดชนช้ันกลางใหมแ่ ละชนช้ันกรรมาชีพ
2. อัตราการเพิ่มของประชากรในยุโรปเริม่ ลดลง
3. การหล่งั ไหลของคนชนบทเข้าไปหางานทำในเขตอุตสาหกรรม
4. มีการแย่งงานกันทำ คนงานแต่ละคนมีความสามารถเฉพาะดา้ น

70. แนวคิดหลักของอดัม สมิธ (Adam Smith) ที่ได้เขียนไว้ในหนังสือ The Wealth of Nations คืออะไร
1. สงั คมที่เปน็ ธรรมชาตคิ ือสงั คมทีป่ ราศจากชนชั้น
2. กรรมกรควรรวมตัวกนั เพื่อโคน่ ลม้ นายทนุ
3. รฐั บาลไม่ควรเข้าแทรกแซงในกิจกรรมทางเศรษฐกิจใดๆทั้งสนิ้
4. ความมน่ั คงทางเศรษฐกิจจะเกิดขนึ้ ได้ รัฐบาลต้องให้การสง่ เสริมอุตสาหกรรม

71. การปฏิวัติฝร่งั เศส ค.ศ. 1789 เป็นเหตุการณท์ ี่มคี วามสำคัญอยา่ งไร
1. เปน็ การปฏิวัติโดยประชาชนครงั้ แรกทีม่ อี ิทธิพลตอ่ การปฏิวตั ิอเมริกา
2. เป็นการปฏิวัติโดยประชาชนที่มีผลทำให้ระบบกษัตริย์ในฝรัง่ เศสสนิ้ สุดลงอย่างถาวร
3. เปน็ คร้ังแรกที่ประชาชนสามารถตอ่ สเู้ พื่อ “เสรีภาพ เสมอภาค และภราดรภาพ” สำเร็จ
4. เป็นเหตุการณป์ ฏิวัติแย่งชิงอำนาจคร้ังแรกของขุนนางและนำไปสู่การปฏิวตั ิในครง้ั ต่อมา

448

72. เหตกุ ารณใ์ ดที่แสดงให้เหน็ ถึงการส้นิ สดุ ของยุคสงครามเยน็

1. การลม่ สลายของระบบคอมมิวนสิ ต์

2. การเกิดความขดั แย้งระหว่างสหภาพโซเวียตกับจีน

3. การถลม่ ตึง World Trade เมอื่ วนั ที่ 11 กันยายน ค.ศ. 2001

4. ความสำเรจ็ ในการเจรจาจำกดั อาวุธทางยุทธศาสตร์ ค.ศ. 1972

73. วรรณกรรมเล่มใดใช้ความแตกต่างทางชนช้ันของตัวละครเปน็ แกนในการเดนิ เรื่อง

1. ผู้ดี 2. ปีศาจ

3. ละครแหง่ ชีวิต 4. ความพยาบาท

74. “ประเทศไทยถูกภัยคอมมิวนสิ ต์คุกคามท้ังการเมือง เศรษฐกิจและสงั คม” เป็นข้ออ้างของผู้ใดใน

การปฏิวัติยึดอำนาจการปกครอง

1. พลโทผิณ ชณุ หะวัน 2. พนั เอกเผา่ ศรียานนท์

3. จอมพลสฤษด์ิ ธนะรัชต์ 4. จอมพล ป. พิบลู สงคราม

75. ข้อใดอธิบายสมัยเมจิ (Meiji) ของญ่ปี ่นุ ไดด้ ที ี่สุด

1. รฐั บาลโชกนุ ปกครองประเทศอยา่ งแท้จริง

2. ญป่ี ่นุ เปน็ ประชาธิปไตยเช่นเดยี วกับสหรัฐอเมริกา

3. จกั รพรรดคิ รองอำนาจการปกครองอีกคร้ัง

4. อำนาจอธิปไตยของประชาชนสมบูรณ์

76. ข้อใดไมใ่ ช่สาระสำคัญของลทั ธิไตรราษฎร์ตามแนวคิดของ ซุน ยัด เซ็น

1. โคน่ ลม้ ราชวงศแ์ มนจู จดั ตั้งรฐั บาลประชาชน 2. ต้ังรฐั บาลตามระบอบสาธารณรัฐ

3. จดั สรรทีด่ ินให้แก่ประชาชน 4. สถาปนาระบบขนุ ศึก

77. สระนำ้ ขนาดใหญท่ ีข่ ุดค้นพบในอารยธรรมล่มุ น้ำสินธุ อธิบายข้อใดได้ดีทีส่ ุด

1. ความเชือ่ – ศาสนา 2. การชลประทาน

3. เกษตรกรรม 4. สาธารณสขุ

78. ข้อใดอธิบายระบบวรรณะของอินเดยี ได้ดีที่สุด

1. ยอมรบั ความไมเ่ ทา่ เทียมกันของคนในสังคม 2. ประดิษฐกรรมทางสงั คมทีถ่ กู ต้อง

3. พระผู้เปน็ เจ้าประทานให้ 4. เปน็ เรอ่ื งของกรรมเกา่

79. ข้อใดลำดับการเข้ามาของศาสนาตา่ งๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไดถ้ ูกต้องที่สดุ

1. พุทธ ฮินดู อิสลาม ครสิ ต์ 2. ฮินดู พุทธมหายาน พุทธเถรวาท อิสลาม

3. อิสลาม ฮินดู พทุ ธ ครสิ ต์ 4. ฮินดู อิสลาม พทุ ธเถรวาท พทุ ธมหายาน

80. ในสมัยโบราณประเทศใดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้รับอิทธิพลของอินเดยี น้อยที่สุด

1. สยาม 2. พมา่

3. เวียดนาม 4. อินโดนีเซีย


Click to View FlipBook Version