๑ แบบสำรวจมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม แบบ มภ. ๑ อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัด สกลนคร ปีที่สำรวจ พ.ศ. ๒๕๖๐ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว ๑ รำมวยโบราณ สกลนคร การละเล่น พื้นบ้าน กีฬา พื้นบ้าน และ ศิลปะการต่อสู้ ป้องกันตัว นายจำลอง นวลมณี บรมครูมวยโบราณ สกลนครในวัยเด็กเป็นคนขี้โรค อ่อนแอมาแต่ กำเนิด แต่มีความมานะฝึกตนเองเล่นกีฬาทุก อย่างให้ร่างกายแข็งแรง จึงได้รับชื่อเสียง ในทางกีฬาเสมอมา นอกจากสนใจมวยคาด เชือกแล้ว นายจำลอง นวลมณี ยังสนใจมวย พื้นบ้านซึ่งมีลีลาท่าทางอ่อนช้อย สวยงามและ แฝงไว้ซึ่งความแข็งแรงน่าเกรงขาม นาย จำลอง ได้ติดตามการเล่นการแสดง ของ นักมวยไปทุกหนทุกแห่ง ซึ่งมักมีในงาน บุญพระเวส บุญบั้งไฟ เมื่อทราบข่าวบางที ต้องเดินทางแรมคืนไปดู จึงได้เห็นลีลาท่าทาง ชั้นเชิงของนักมวยแต่ละคน แล้วนำมาฝึกหัด ดัดแปลง จากหลายๆ อย่างเพื่อให้ดูน่าชม ๑๕ หมู่ ๒ ต.โนนหอม อ.เมือง จ.สกลนคร ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ ได้แก่ นายวันชัย ฝั่งซ้าย ๑๕ หมู่ ๒ ต.โนนหอม อ.เมือง จ.สกลนคร ชื่อผู้สืบทอด ได้แก่ นายยุทธนา งอยภูธร นายศักดิ์สิทธิ์ ปิยะนันท์ นายเรวัต ✓
๒ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว จนกระทั่งพัฒนามาเป็นลีลาชั้นเชิงของตนเอง ตามแบบฉบับมวยโบราณสกลนครใน ทนงศิลป์
๓ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว ปัจจุบันจังหวัดสกลนคร รำมวยโบราณ ภาค อีสานในสมัยโบราณ จะนิยมไปฝึกมวยตามวัด ตามหมู่บ้าน เพื่อให้มีกำลังวังชา สามารถต่อสู้ ป้องกันตัวได้และในขณะเดียวกันก็คำนึงถึง ความสวยงามของลีลาท่ารำท่าฟ้อน มีการร่ำ เรียนเวทมนต์คาถา เสกเป่าหมัดเข่าให้มี พละกำลังแข็งแกร่งจนคู่ต่อสู้ทำอันตรายไม่ได้ ในปัจจุบันจังหวัดสกลนครเป็นแหล่งเดียวที่ยัง มีมวยโบราณในงานเทศกาลงานบุญประเพณี เช่น เทศกาลแห่เทียนเข้าพรรษาในเทศกาล ออกพรรษา ในเทศกาลงานบุญเหล่านี้ ชาวบ้านจะจัดขบวนแห่ของคุ้มวัดเข้า ร่วม ขบวนอย่างสนุกสนาน โดยเฉพาะชาว สกลนครในเขตรอบๆเมืองถือกันมาแต่โบราณ ว่าเมื่อถึงเทศกาลบุญพระเวส เทศน์มหาชาติ แล้วชาวคุ้มจะจัดเป็นขบวนแห่ฟ้อนรำไปตาม ถนนผ่านหน้าบ้านผู้คนเพื่อบอกบุญ ทำบุญ ร่วมกันถวายแด่องค์พระธาตุเชิงชุม ขบวนแห่ ของชาวคุ้ม นอกจากจะประกอบด้วยผู้คนทั้ง นายชนะชัย บุญเสริม นายธีระศักดิ์ มนปราณีต นายอยุธยา เสนสิทธิ์ นายกฤษดา อุฒาธรรม นายปิยะพงษ์ เสนสิทธิ์ นายศราวุธ แป้นโคตร
๔ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว หนุ่มสาว เฒ่าชรา แต่งกายสวยงานตามแบบ พื้นเมืองฟ้อนรำไปตามถนนหนทางแล้วยังมี ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว
๕ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว นักมวยของแต่ละคุ้มนำหน้าขบวนเป็นที่ สะดุดตาแก่ผู้พบเป็น นักมวยแต่ละคนจะนุ่ง โจงกระเบนหยักรั้งปล่อยชายกระเบนห้อยลง มาพองาม ด้วยเหตุนี้เองชาวบ้านจึงมักเรียกนักมวยว่า "พวกเสือลากหาง" การแต่งกายของผู้รำมวย โบราณนอกจากจะแต่งด้วยผ้าหยักรั้งปล่อย ห้อยชายกระเบนความงดงามของมวยโบราณ อยู่ที่ท่าทางการไหว้ครู ซึ่งใช้ลีลาจาก อากัปกิริยาของสัตว์ เช่น เสือ ช้าง ม้า วัว ควาย มาดัดแปลงด้วยลีลาของนักมวยแล้ว เคลื่อนไหวเหยาะย่างให้เข้ากับเสียงกลอง เสียงแคน นักมวยบางคนยังนำเอาท่าทางของ ลิงของยักษ์ในเรื่องรามเกียรติ์มาประดิษฐ์เป็น ท่าทางร่ายรำอย่างสวยงาม อันเนื่องมาจาก ความงดงามของนักมวยโบราณ เป็นศิลปะ ผสมผสานระหว่าง นาฏศิลป์พื้นบ้านอีสาน และชั้นเชิงของการต่อสู้จึงทำครูมวยโบราณ ขึ้น นายจำลอง นวลมณี ซึ่งเป็นข้าราชการ
๖ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว บำนาญ เป็นผู้รักและสนใจการแสดงมวย โบราณได้ ทุ่มเทเวลาให้กับการฝึกมวยโบราณ
๗ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว ให้กับนักเรียนประถมมัธยม และพนักงาน ดับเพลิงของเทศบาลเมืองสกลนครการแสดง มวยโบราณ แบ่งเป็น 3 ตอน คือขบวนแห่มวย โบราณท่าไหว้ครูหรือรำเดี่ยว และการต่อสู้ เป็นที่น่าสังเกตว่า มวยโบราณไม่ใช้การต่อสู้ แบบเข้าคลุกวงใน ทั้งนี้เพราะจะทำให้เห็น ลีลาท่าฟ้อนรำน้อยไป แต่นักมวยจะเข้าไป เล่นงานคู่ต่อสู้พร้อมกับถอยมาร่ายรำเป็น ระยะๆแล้วจึงบุกเข้าไปหรือเตรียมตั้งรับหรือ ตอบโต้คู่ต่อสู้ กล่าวได้ว่าความสนุกสนานของ มวยโบราณ อยู่ที่ชั้นเชิงและกลเม็ดของ นักมวยผู้ที่เจนจัดมักมีลูกเล่นกลเม็ดแพรว พรายทั้งท่ารุก ท่ารับ ซึ่งหมายถึงการฝึกหัด มาอย่างดีในท่ารุกเข้าพิชิตคู่ต่อสู้หลายแบบ นักมวยโบราณที่มีความคล่องตัวนักนิยมเล่น งานคู่ต่อสู้ด้วยเท้า ในขณะที่เสียเปรียบคู่ต่อสู้ จนเสียหลักซวนเซ นักมวยจะแก้ปัญหา เช่น การหลบ โดยหลบ ลอดได้อย่างเร็ว พร้อมใช้ เท้าถีบคู่ต่อสู้ให้ล้มหรือใช้ศอกถอง แต่ก็ต้อง ระวังท่าจระเข้ฟาดหางจากฝ่ายตรงข้ามตอบ
๘ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว โต้ด้วย มวยโบราณจึงมิใช่มวยทีชกกันเอาแพ้ ชนะเช่นมวยในปัจจุบัน แต่หากเป็นการต่อสู้ที่ เน้นศิลปะของท่ารำมวยโบราณซึ่งเป็นศิลปะ การต่อสู้แขนงหนึ่งของลูกผู้ชายในสมัย โบราณ เป็นการต่อสู้ขั้นพื้นฐานซึ่งใช้ อาวุธใน ร่างกายที่มีอยู่เพื่อป้องกันตนเองหรือแสดง อำนาจให้คู่ต่อสู้เกรงขาม โดยมีลีลามวย มากมายหลายแบบและรำต่อเนื่องเป็นขบวน ท่า แต่ละท่าจะมีชื่อเรียกดังนี้ เสือสำอางย่างสามขุม, กุมภัณฑ์ถอยทัพลับ หอกโมกสักข์, ตกผาบปราบมอญ ทะยานเหยื่อเสือลากเสือ, ไก่เลียบเล้า พระรามน้าวคันศร, กินนรเข้าถ้ำ เตี้ยต่ำเสือหมอบ, ทรพีชนพ่อ, ล่อแก้วเมขลา ม้ากระทืบโรง, โขลงช้างทะยานป่า การแต่งกายของผู้แสดงท่ารำมวยโบราณ นิยมนุ่งผ้าม่วงโจงกระเบนหยักรั้ง เพื่อให้เห็น ลายสักขา (ปัจจุบันนุ่งผ้าสีแดง) โดยเปลือย ท่อนบนให้เห็นรอยสักเช่นกัน การสักมักจะ
๙ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว สักเป็นรูปสัตว์ที่มีอำนาจ เช่น เสือ ครุฑ และ มีตะกรุดรัดที่แขน ภายในบรรจุ เครื่องราง
๑๐ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว ของขลังซ่อนเอาไว้บนศีรษะจะมีมงคลสวมอยู่ เวลาต่อสู้กันจึงถอดมงคลออก เช่นเดียวกับ มวยไทย การตัดสินแพ้ชนะกันของมวย โบราณ กรรมการจะดูเมื่อทั้งคู่เข้าลุกวงในกัน สักระยะหนึ่ง แล้วผลออกมาก็จะรู้ว่าฝ่ายใดมี ฝีมือมากน้อยเท่าใด แต่หากทั้งคู่มีฝีมือพอ ๆ กัน จะตัดสินที่ท่ารำเป็นสำคัญ นักมวย โบราณมีความเชื่อมั่นในความคงกระพันชาตรี มาก บางคนนิยมสักว่าน เสกด้วยคาถาอาคม เช่น การเสกหมัดมนต์ฟ้าผ่า เป็นต้น เป็นที่น่า สงเกตุว่า มวยโบราณนั้นจะไม่มีการอาฆาต แค้นกัน เมื่อการต่อสู้ผ่านพ้นไปก็เลิกรากัน โดยไม่ถือโทษโกธรเคืองแค้น ด้วยเหตุนี้คน โบราณจึงมิได้มีจิตใจที่ชั่วร้าย มุ่งจะทำลายกัน แต่จะมีน้ำใจนักกีฬาอย่างแท้จริง ปัจจุบันมวย โบราณจะมีการแสดงรำให้เห็นที่จังหวัด สกลนครเท่านั้น และค่อนข้างจะหาดูได้ยาก เต็มที เพราะขาดการอนุรักษ์อย่างจริงจัง
๑๑ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว ดนตรีที่ใช้เครื่องดนตรีมักจะใช้ กลองจิ่ง พัง ฮาด ฆ้อง กลองรำมะนา ฉาบ และกั๊บแก็บ
๑๒ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว ส่วนลายที่ใช้ คือลายกลองจิ่ง 11 ลายต่อกัน บางแห่งใช้รำในวงโปงลางมักใช้ ลายรำมวย โบราณ ลายฟ้อนโก๋ยมือ ลายภูไทสกลนคร
๑๓ แบบสำรวจมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม แบบ มภ. ๑ อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัด สกลนคร ปีที่สำรวจ พ.ศ. ๒๕๖๐ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว ๒ รำกลองเต๊ะ ศิลปะ การแสดง รำกลองเต๊ะเป็นการแสดงที่เป็นส่วนประกอบ ของการรำมวยโบราณ รำฟ้อนภูไท ที่ใช้กลอง ขนาดเล็กที่ย่อส่วนมาจากกลองยาว น้ำหนัก กะทัดลัดไม่หนักมากเกินไป เบาเกินไปเพื่อให้ เหมาะมือสามารถใช้ร่ายรำได้สะดวก เป็นการ เสริมความคล่องตัวในการร่ายรำท่วงท่าลีลาที่ ออกในแต่ละทำนอง ซึ่งกลองแต่ละใบที่ใช้ ส่วนมากจะทำมาจากไม้เนื้อแข็ง ในอดีตใช้ไม้ เต็งรัง ไม้ประดู่ ไม้แดง เนื่องจากหาง่าย ถ้า เป็น นั้นนิยมใช้ไม้ตะเคียนทอง (ไม้แคน) ไม้ พะยูง ไม้เนื้อแข็ง แต่ในปัจจุบันนิยมไม้ขนุน เพราะจะมีเสียงกังวานไพเราะกว่าไม้ทุกชนิด ส่วนหนังกลองทำด้วยหนังงูเหลือม หนังกบ หรือหนังวัว ซึ่งหนังเหล่านี้จะนำไปขูดให้มี ขนาดบางที่สุดเพื่อจะควบคุมเสียงให้กังวาน แล้วนำไปผึ่งแดดให้แห้งสนิท ก่อนที่จะขึงทำ โรงเรียนบ้าน ประชา สุขสันต์ ต.พังขว้าง อ.เมือง จ.สกลนคร ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ ได้แก่อาจารย์บุญ ปัน วงศ์เทพ ครูโรงเรียนหนอง ศาลาต.พังขว้าง อ.เมือง สกลนครจ. สกลนคร อ.สุขสันติ์ สุวรรณ เจริญ อายุ ๖๘ ปี ที่อยู่ ๙๖/๑๖ ถ. เลี่ยงเมือง ต.ธาตุ เชิงชุม อ.เมือง สกลนคร จ. สกลนคร ✓
๑๔ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว หน้ากลองจะนำไปชุบน้ำให้อ่อนนิ่มง่ายในการ ขึ้นหน้ากลอง แล้วร้อยหน้ากลองด้วยสายหนัง วัวหรือไม่ก็เชือกป่าน แล้วนำไปตากแดดหรือ รนไฟให้แห้งทำให้หน้ากลองตึง ลองตีดูหาก ไม่กังวานก็จะขึงหน้ากลองให้ตึงขึ้นไปอีก เลื่อยๆจนเข้าเสียงที่ต้องการ ในการเล่นรำ กลองเต๊ะผู้แสดงจะต้องเข้าใจถึงท่วงทำนอง เพลงที่เล่นอย่างลึกซึ่ง รู้จังหวะของดนตรีหรือ จังหวัดของกลองเส็ง เพราะการรำกลองเต๊ะต้องอาศัยจังหวะการตี กลองเส็งเพื่อให้การออกลวดลายหรือท่วงท่า รำให้สัมพันธ์กัน ไม่ขัดจังหวะ ไม่ค่อมจังหวะ ส่วนการร่ายรำนั้นในสมัยก่อนยังไม่มีลวดลาย การเต้นที่จะรำให้เข้ากับจังหวะกลองเส็ง ลีลา ท่าทางส่วนมากจะขึ้นกับผู้แสดงว่าจะออก ลวดลายได้สวยงามอย่างไร บางกลุ่มที่เล่นกัน เป็นจำนวนมากอาจจะมีการแสดงการต่อตัว แล้วร่ายรำไปตามจังหวะกลอง การรำกลอง เตะมักจะใช้ทุกส่วนของร่างกายกระทบกับ หน้ากลองไม่ว่าจะเป็น หัว ศอก เข่า มือ โทร๐๘ ๖๒๒๓ ๐๘๔๖ ชื่อผู้สืบทอด ได้แก่โรงเรียน บ้านประชาสุข สันต์ ต.พังขว้าง อ.เมือง จ.สกลนคร
๑๕ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว สะโพก เท้า กระทั้งก้น (บั้นท้าย) ในปัจจุบันนี้ อาจารย์สุขสันติ์ สุวรรณเจริญ ได้คิดประดิษฐ์ ท่ารำกลองเต๊ะให้เป็นอัตลักษณ์ของตนเอง และของจังหวัดสกลนคร มีถึง ๑๒ ท่า คือ ๑) ท่าโหม่งได้ ๒) ท่าใต้คาง ๓) ท่าหัวไหล่ ๔) ท่า ไขว้หลัง ๕) ท่าแตะหน้า(ท่าเปลี่ยนมือถือ กลอง) ๖) ท่ากำตอก ๗) ท่าศอกสั้น ๘) ท่า บั้นท้าย ๙) ท่าใต้ขา ๑๐) ท่าหัวเข่า ๑๑) ท่า หน้าเท้า ๑๒ ท่าเท้าหลัง การแต่งกายจะมี การแต่งกายด้วยเสื้อชนเผ่าภูไท เสื้อสีน้ำเงิน แถบแดง นุ่งโสร่ง ผ้าสีแดงโพกศีรษะ และอีก ลักษณะหนึ่งแต่งกายคล้ายกับการรำมวยโบ ราญ การละเล่นไม่นิยมให้สุภาพสตรีเล่น มักจะใช้สุภาพบุรุษทั้งหมด
๑๖ แบบสำรวจมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม แบบ มภ. ๑ อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัด สกลนคร ปีที่สำรวจ พ.ศ. ๒๕๖๐ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว ๓ ฟ้อนภูไทลาย กลองเส็งรำ หาง นกยูง ศิลปะ การแสดง การแสดงฟ้อนหางนกยูงหัวเรือ ของชาว สกลนครมีมานานนับร้อยกว่าปีแล้ว ใช้สำหรับ บวงสรวงเจ้าพ่อหลักเมืองอันศักดิ์สิทธิ์ เพื่อ ประทานพรให้มีชัยชนะ แคล้วคราด จาก อันตรายทั้งปวง และเข้าร่วมการเส็งต่างๆ (การแข่งขัน) โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแข่งขัน เรือยาวในเทศกาลออกพรรษา การแสดงชนิด นี้จะแสดงท่ารำบนหัวเรือแข่ง และรำถวาย หน้าศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ซึ่งท่ารำได้ดัดแปลง มาจากการรำไหว้ครูของนักรบ ก่อนออกชิง ชัยในศึกสงครามในสมัยก่อนโดยท่ารำตาม อาวุธที่ตนเองฝึก เช่น รำดาบ รำกระบี่ กระบอง เข้าจังหวะกลอง ต่อมาในปี 2492 อาจารย์จำลอง นวลมณี ได้มีการดัดแปลง พื้นที่อำเภอ เมืองสกลนคร ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ ได้แก่อาจารย์ จำลอง นวลมณี ✓
๑๗ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว ปรับปรุงท่ารำใหม่ ให้ท่ารำมีลักษณะอ่อน ช้อย เหมือนนกยูงรำแพน เป็นการแสดงของ ชายหรือจะเป็นคู่ก็ได้ โดยผู้ฟ้อนจะ จินตนาการท่าทางเหมือนกับนกยูง ถ้าเป็น การรำคู่ ผู้แสดงจะแสดงคล้ายกับนกยูงกำลัง เกี้ยวพาราสีกัน ฝ่ายหญิงจะแสดงท่าทางอ่อน ช้อย ในขณะที่ฝ่ายชายจะแสดงความ แข็งแกร่ง ใช้ประกอบกับดนตรีพื้นเมืองอีสาน จึงนำมารำถวายบูชาองค์พระธาตุเชิงชุมทุกปี ในปี 2511 อาจารย์จำลอง นวลมณีได้นำ ฟ้อนหางนกยูงมารำบนหัวเรือแข่งครั้งแรก ใน การแข่งขันเรือยาวประเพณีออกพรรษา โดย การตกแต่งเรือให้สวยงาม มีคนเล่นดนตรีอยู่ กลางลำเรือ มีฝีพายประมาณ 4 คนกับ นายท้ายเรือ 1 คน และให้ผู้แสดงฟ้อนหาง นกยูงนั้นฟ้อนอยู่บนหัวเรือจึงเรียกว่า“ฟ้อง หางนกยูงหัวเรือ” มาจนถึงปัจจุบัน การฟ้อน หางนกยูงนี้เป็นการฟ้อนที่มีพื้นที่อย่างจำกัด ดังนั้นผู้ที่จะฟ้อนหางนกยูงนั้นจะต้องมีการ ฝึกฝนให้เกิดความชำนาญมีการฝึกซ้อมขึ้นเรือ
๑๘ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว เป็นอย่างดีการแสดงฟ้อนหางนกยูงจังหวัด สกลนคร ในปัจจุบัน ได้มีการนำมาแสดงอย่าง แพร่หลายพร้อมกับเพิ่มเติม และดัดแปลงท่า ฟ้อนให้หลากหลายมากขึ้นเพื่อความสวยงาม แต่มีการแสดงฟ้อนหางนกยูงของ อาจารย์พิศ ไสววงศ์กาฬสินธุ์ โรงเรียนมารีพิทักษ์ สกลนคร(นิรมลวิทยา)เป็นลูกศิษย์ที่เหลือ เพียงคนเดียวของ อาจารย์จำลอง นวลมณี และวงดนตรีโฟล์คของอาจารย์สุขสันต์ สุวรรณเจริญ ชุมชนธาตุเชิงชุม ที่ยังคง จังหวะดนตรีและการฟ้อนหางนกยูงแบบ ดั้งเดิมเอาไว้ ท่าฟ้อนเดี่ยว 1. ไหว้ครู (หอบธรณี)2. บูชาแถนทั้ง 4 3. ตีวงมนต์4. กระโจนจิกเหยื่อ 5. ปัดรังควาญ6. พญานกพืนปีก 7. นกยูงฟ้อนหาง8. ยูงม้างเฮือนมาร 9. บัวตูมบัวบาน10. แฮกคงคา 11. บุปผาสวรรค์12. นางไอ่เลียบหาด 13. ผงาดทะยานฟ้า14. นกยูงรำแพน
๑๙ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว 15. นกยูงเลาะฮัง ท่าฟ้อนคู่ 1.ไหว้ครู(หอบธรณี) 2.บูชาแถน 3.ตีวงมนต์ 4.ยูงปัดลาน 5.นกยูงฟ้อนหาง 6.นกยูงรำแพน7.นกยูงเกี้ยวคู่ 8.นกยูงซะออนคู่ 9.บัวตูมบัวบาน 10.นกยูงเมือฮัง การแต่งกาย นุ่งผ้าโจงกระเบนอย่างรั้ง หรือนุ่งเตี่ยว ห้อย ชายพองาม (นุ่งแบบเสือลากหาง) หางต้อง ยาวเท่านั้น มัดหัวด้วยผ้าสีมงคล หรือ ผ้า แดง ปักหางนกยูง 2-3 ก้าน ผูกกระพวนที่ ข้อเท้าทั้งสอง ใส่กำไลเงิน(ถ้ามี) ตามตัว ขา แขนมักสักลาย ท่อนบนจะสักเป็นรูปสัตว์ เช่น เสือ ครุฑ นาค หนุมาน งู เหมือนการแต่ง กายของมวยโบราณกรณี ถ้าเป็นรำคู่ ผู้หญิง จะแต่งชุดใส่ผ้าถุงมัดหมี่สีเขียว เสื้อแขน กระบอกสีเขียวอ่อน กร้าวมวยผม ประดับ ดอกไม้ปักหางนกยูง 1 ก้าน ใส่กำไลเงิน
๒๐ แบบสำรวจมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม แบบ มภ. ๑ อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัด สกลนคร ปีที่สำรวจ พ.ศ. ๒๕๖๐
๒๑ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว ๔ แห่ปราสาทผึ้ง แนวปฏิบัติทาง สังคมพิธีกรรม ประเพณีและ เทศกาล ช่วงเวลาเทศกาลวันออกพรรษา วันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑ ออกวัสสา หรือ ออกพรรษาคือ วันสุดท้ายของเทศกาลเข้าพรรษา จะตรงกับ วันขึ้น ๑๕ เดือน ๑๑ ในวันนี้ ทางสงฆ์จะจัด พิธีเรียกว่า วันมหาปวารณา แปลว่า อนุญาต หรือยอมให้พระแต่ละรูปสามารถว่ากล่าวถึง ข้อที่ผิดพลาดล่วงเกินระหว่างที่จำพรรษาอยู่ ด้วยกัน เทศกาลออกพรรษามีหลายจังหวัด ทางภาคอีสานที่จัดงานแห่ปราสาทผึ้งขึ้น แต่ ที่นับว่าเป็นต้นตำรับและมีความยิ่งใหญ่กว่าที่ ใด คือจังหวัดสกลนคร หลายคนรู้จักคุ้นเคย กับปราสาทผึ้งดี แต่อาจจะไม่รู้ที่มาของ ปราสาทผึ้งก็คือระหว่างที่พระพุทธเจ้าเสด็จ ไปจำพรรษา ณ ปารักขิตวัน ใกล้บ้านปาริไลย กะ (ป่าเลไลยก์) ในพรรษาที่ ๙ โดยช้างปาริ ไลยกะกับลิงเป็นผู้อุปัฏฐาก ไม่มีมนุษย์อยู่เลย ตลอด ๓ เดือน ช้างจัดน้ำ และผลไม้ถวาย ลิง นำรวงผึ้งมาถวาย เมื่อพระองค์ทรงรับแล้วก็ เสวย ลิงเห็นก็ดีใจมาก ขึ้นไปจับกิ่งไม้เขย่ากิ่ง ไม้หักตกลงมา ตอไม้เสียบอกลิงตายไปเกิด ชุมชนวัดโพธิ์ชัย ชุมชนวัดป่า สุธาวาส ชุมชนบ้านกุด บาก ชุมชนบ้านกุด แฮด ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ ได้แก่ อาจารย์พีรกุล สุวรรณเจริญ ๕๒๘/๔ ถ.เจริญ เมือง ต.ธาตุเชิงชุม อ.เมือง จ.สกลนคร อายุ ๗๐ ปี โทร ๐๘๙- ๙๔๐๗๙๙๙ ชื่อผู้สืบทอด ได้แก่ นายสาคร สุวรรณเจริญ ๕๒๘/๕ ถ.เจริญ เมือง ✓
๒๒ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว เป็นเทพบุตรวิมาน ครั้นถึงวันออกพรรษา พระพุทธเจ้าเสด็จสู่เมืองโกสัมพี ช้างคิดถึง พระพุทธเจ้ามาก หัวใจแตกตายไปเกิดเป็น เทพบุตรในวิมาน พระพุทธเจ้าทรงนึกถึง ความดีของช้างและลิง ที่เฝ้าอุปัฏฐากตลอด พรรษา ๓ เดือน จึงทรงนำเอาผึ้งรวงมาเป็น ดอกไม้ประดับในโครงปราสาท เป็นปราสาทที่ เกิดขึ้นในจินตนาการของผู้ที่มารับระหว่าง เสด็จลงจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ในอดีตการทำ ปราสาทผึ้งโบราณ เรียกว่า “ต้นผึ้ง” หรือ “ต้นเผิ่ง” ทำโดยเอากาบของต้นกล้วยมาทำ เป็นโครงจากนั้นก็ทำเอาดอกผึ้ง ที่ชาวบ้านจะ นำขี้ผึ้งใส่ถ้วยหรือขัน ลงลอยในน้ำร้อนที่ตั้ง ไฟอ่อนๆ ให้ขี้ผึ้งละลายแล้วใช้ผลมะละกอดิบ มาปอกเปลือกตรงส่วนก้น ให้มีความเว้าคล้าย กลีบดอกไม้ จุ่มลงในขี้ผึ้งที่ละลายแล้ว ก่อน ยกลงจุ่มในน้ำเย็น ดอกผึ้งก็จะหลุดล่อน ออกมา ซึ่งทำได้หลายสีสันโดยใช้ขี้ผึ้งสีต่างๆ กัน เช่น ขาว เหลืองอ่อน เหลืองเข้ม เหลือง แสด ฯลฯ เอาดอกผึ้งไปตกแต่งปราสาท ก็จะ ต.ธาตุเชิงชุม อ. เมือง จ.สกลนคร อายุ ๔๖ ปี
๒๓ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว ใช้ไม้กลัดเสียบดอกบานไม่รู้โรย วางลงตรง กลางดอกผึ้งเป็นเหมือนเกสรดอกไม้รูปทรง ของปราสาทผึ้งโบราณจะสร้างขึ้นจากโครงไม้ ไผ่ ตกแต่งด้วยหยวกกล้วยที่แทงเป็นลวดลาย หรือ รูปทรงต่าง ๆ เช่น ทรงตะลุ่ม ทรงหอมี ยอดประดับหลังคา ทรงสิมหรืออุโบสถแบบ อีสาน เป็นต้น การทำปราสาทผึ้งจะต้องมีการออกแบบ โครงสร้างก่อน โดยออกแบบสร้างโครงด้วยไม้ แล้วแกะแบบลายด้วยดินน้ำมันหรือดินเหนียว ขึ้นมาก่อน พอได้ลวดลายใบแบบแกะลาย แล้วเราก็นำลวดลายเหล่านั้นไปสร้างเป็นแบบ พิมพ์ออกมา เพื่อที่จะนำไปหล่อกับขึ้ผึ้งที่เรา ต้มไว้รอ พอหล่อเสร็จแล้วเราก็แกะขี้ผึ้งออก จากพิมพ์ เพื่อที่จะนำไปติดปะในโครง ปราสาทโดยใช้กาวหรือขี้ผึ้งเหนียวมาติดปะ ในส่วนต่าง ๆ เพื่อให้เกิดความสวยงาม ขั้นตอนการออกแบบ ขั้นตอนการออกแบบมีอยู่ ๕ ขั้นตอน ดังนี้ ๑. ขั้นตอนการแกะลาย
๒๔ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว ๒. ขั้นตอนการทำแม่พิมพ์ ๓. ขั้นตอนการต้ม ๔. ขั้นตอนการหล่อ ๕. ขั้นตอนการติดปะ ๑.ขั้นตอนการปั้นการแกะลายเมื่อตกลงใจจะ ปั้นลายแบบใดแล้ว ควรปฏิบัติตามขั้นตอน ดังต่อไปนี้ ๑.๑ วัดขนาดความกว้าง ความยาวของพื้นที่ ที่จะติดลายนั้น ๆ แล้ววาดลงบนกระดาษแข็ง นำมาลองเทียบในพื้นที่ ที่จะติดดูก่อนตัด ปรับรูปแบบขนาดจนพอใจ ๑.๒ ใช้ดินน้ำมัน (ดินน้ำมันควรเป็นสีเดียวกัน ทั้งก้อน) ใช้แปะกดลงบนแผ่นไม้อัดหรือ กระจก ให้ได้ความหนา บาง ตามที่ต้องการ แล้วนำแผ่นกระดาษแบบลายมาวางทาบลงไป วาด ตัดส่วนที่ไม่ต้องการออก ๑.๓ ลงมือแกะลายลงไปบนต้นแบบดินน้ำมัน จนเสร็จเรียบร้อย ๑.๔ ทำแบบหล่อปูนปลาสเตอร์ หรือยาง ซิลิโคน หากต้องการความทนทาน ใช้งานได้
๒๕ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว นาน ตัวลายไม่สึกเร็วก็หล่อแบบด้วย ปูนซีเมนต์ผสมทรายละเอียดเพียงเล็กน้อย แต่จะเสียเวลานานแม่พิมพ์จะหนักมาก ๑.๕ เมื่อหล่อแม่พิมพ์ได้แล้วนำมาใช้หล่อลาย ได้เลยเครื่องมือในการแกะลายช่างแกะลาย ควรทำเครื่องมือใช้เองดีที่สุด เพราะจะได้ตาม ความถนัดของตนเอง ไม่ต้องหาซื้อให้เปลือง เงิน สามารถปรับเปลี่ยนได้เมื่อชำรุดเสียหายก็ ทำใหม่ได้ ไม่เป็นภาระกับใคร ช่างบางคนอาจ ใช้เหล็กใส่ในลวดเชื่อม ซี่ล้อรถจักรยานยนต์ หรือลวดแขวนผ้าอลูมิเนียม นำมาเจียร หรือ ทุบ ๒.ขั้นตอนการทำแม่พิมพ์ ขั้นตอนการทำแม่พิมพ์หรือการสร้างแม่พิมพ์ นั้น เมื่อช่างแกะลายด้วยดินน้ำมันเสร็จแล้วก็ ถึงขั้นตอนการหล่อแม่พิมพ์เพื่อเป็นแบบหล่อ ชิ้นงานต่อไป ในสมัยโบราณใช้วิธีแกะผล มะละกอดิบให้เป็นดอกแล้วนำมาจุ่มขี้ผึ้งลอก ออกเป็นดอก ต่อมาจึงมีการนำปูนปลาสเตอร์ มาหล่อเป็นแม่พิมพ์ ก็ใช้ได้อย่างหลากหลาย
๒๖ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว กว้างขวางมาจนถึงปัจจุบัน ลายส่วนมากยัง ต้องใช้แม่พิมพ์ปูนปลาสเตอร์อยู่ เนื่องจากหา ซื้อได้ง่าย ราคาถูกหล่อให้แข็งตัวได้เร็ว แต่อาจมีปัญหาได้ลวดลายที่ไม่ค่อยลึกหรือ สลับซับซ้อนนัก มีช่างหลายคนทดลองนำเอา น้ำยางพารามาทดลองหล่อทำแม่พิมพ์ แต่เมื่อ นำไปหล่อกับน้ำขี้ผึ้งซึ่งร้อนมาก แบบพิมพ์ ยางพาราก็จะละลาย เสียหาย ลอกพิมพ์ไม่ได้ เมื่อมีการประดิษฐ์คิดค้นยางซิลิโคนที่มี คุณสมบัติดีกว่ายางพารา จึงได้มีการใช้ยาง ซิลิโคนอย่างแพร่หลาย เพราะมีข้อดีคือ สามารถหล่อลายที่มีความลึกหรือ สลับซับซ้อนได้ หล่อลายที่เป็นแผ่นใหญ่ได้ แต่มีข้อจำกัดคือมีราคาแพงมากหาซื้อได้ยาก ดังนั้นช่างจึงเลือกใช้เฉพาะลายที่จำเป็นจริง ๆ เท่านั้น ๓.ขั้นตอนการหล่อ การหล่อแม่พิมพ์ด้วยปูนปลาสเตอร์ เมื่อได้ ลวดลายที่ช่างแกะไว้บนแผ่นกระเบื้อง ,กระดาน หรือกระจกแล้วให้นำมาวางในที่ ๆ
๒๗ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว ระนาบ ทำกรอบไม้หรือใช้ดินน้ำมันปั้นกรอบ ให้สูงพ่อท่วมตัวลาย หรือตามต้องการ แล้ว ผสมปูนปลาสเตอร์มาเททับตัวลายให้ทั่ว อาจ เสริมความแข็งแรงด้วยไม้ไผ่หรือลวด กันแตก ภายในแม่พิมพ์ก็ได้ ขั้นตอนการผสมปูนปลาสเตอร์ ๓.๑ ตักน้ำใส่ภาชนะที่ใช้ผสมปูน ควรเป็น พลาสติกปากกว้างอย่างขันน้ำ กะให้พอดีกับ ปริมาตรที่จะหล่อแม่พิมพ์ ๓.๒ เปิดถุงปูน แล้วค่อยเทลงในน้ำ ให้ปูน ละลายลงอยู่ใต้น้ำให้หมด แล้วเทน้ำส่วนเกิน ทิ้งเหลือแต่ปูนอิ่มน้ำ แล้วใช้ไม้คนอย่าง รวดเร็ว ๓.๓ เมื่อคนได้เนื้อปูนข้นเสมอกันทั่วแล้ว ให้ รีบเทลงในกรอบทับลายที่เตรียมไว้ ควรเทไล่ จากด้านหนึ่งไปอีกด้านหนึ่ง เพื่อไล่ ฟองอากาศออกไปด้วย ไม่ให้เกิดรูอากาศใน แม่พิมพ์อันจะทำให้หล่อออกมาไม่ได้ตามที่ แกะลายไว้ (ขั้นตอนที่ ๑,๒,๓ นี้ต้องทำอย่าง รวดเร็ว ไม่ควรใจเย็น ไม่ผสมปูนเพิ่ม)
๒๘ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว ๓.๔ ปาดหน้าปูนให้เรียบ ได้ระนาบ จะ สะดวกเมื่อเรานำมาเทหล่อลาย ไม่ต้องหา อะไรมารองอีก ๓.๕ ทิ้งไว้ให้แข็งตัว ประมาณ ๒๐ นาที ใช้ เล็บหยิกดูเนื้อปูน หากแข็งได้ที่รู้สึกว่าปูนอุ่นๆ ให้แกะออกจากแผ่นพื้นได้ รีบแกะต้นแบบดิน น้ำมันออก แล้วใช้มีดคม ๆ ตกแต่งแม่พิมพ์ใน ส่วนคิดว่าจะทำให้ถอดชิ้นงานยากเมื่อหล่อ ลายการหล่อแม่พิมพ์ด้วยยางซิลิโคน ยางซิลิโคน เป็นนวัตกรรมใหม่ทางเคมี มีการ ค้นพบเมื่อไม่นานมานี้ ใช้กันในวงการ อุตสาหกรรม และการหล่อเรซิ่น ไฟเบอร์ กลาส แก้วเทียม หินอ่อนเทียม ช่างที่เป็นผู้ ใฝ่หาความรู้ทันสมัยได้ศึกษาทดลองทำ แล้ว นำมาใช้เผยแพร่ในงานหล่อลายปราสาทผึ้ง ทำให้ได้ผลงานที่พัฒนาขึ้นมากจนแพร่หลาย ในปัจจุบัน ผลงานออกมาวิจิตร ตระการตา เป็นที่อัศจรรย์สำหรับผู้ที่พบเห็น จนทาง ราชการกำหนดเอางานประเพณีแห่ปราสาท ผึ้งเมืองสกลนครเป็นงานเชิดหน้าชูตา
๒๙ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว บ้านเมือง และส่งเสริมการท่องเที่ยวและ ศิลปวัฒนธรรม ขั้นตอนการหล่อยางซิลิโคน ๑. เมื่อแกะลายแม่แบบแล้ว ให้ทำกรอบ เช่นเดียวกับการหล่อปูนปลาสเตอร์ ๒. เตรียมวัสดุ อุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ต้องใช้ให้ พร้อม เช่น ขันน้ำ (เช็ดให้แห้ง) ซิลิโคนตัวทำ ให้แข็งแล้วเอาไม้คน (ไม้กวน) ๓. เทน้ำยางซิลิโคนลงในภาชนะที่เตรียมไว้ ตามปริมาณที่ต้องการ ๔. หยดน้ำยา ตัวทำให้แข็งลงไปประมาณ ๑ - ๕ % หรือแล้วแต่ว่าต้องการให้แข็งเร็ว หรือช้า แล้วกวนด้วยไม้กวนให้ทั่ว เมื่อแน่ใจ ว่าน้ำยาเข้ากันทั่วหมดแล้ว จึงค่อยเทไล่จาก ด้านหนึ่งไปด้านหนึ่งจนทั่วตัวลาย หากน้ำยา ไหลลงจากส่วนที่นูน ให้ค่อย ๆ ใช้ไม้เกลี่ย น้ำยาขึ้นคลุมให้หนา ปล่อยไว้จนกว่ายางจะ แข็งตัว ระวังอย่าให้มีแมลงหรือสิ่งใดมาเกาะ ๕. เมื่อยางแข็งดีแล้ว หล่อปูนปลาสเตอร์ทับ อีกชั้นหนึ่ง เป็นฐานรองแม่พิมพ์ซิลิโคน
๓๐ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว ๖. เมื่อปูนปลาสเตอร์แข็งตัวดีแล้ว แกะลาย ออกจากแม่พิมพ์ได้ ตัดแต่งส่วนเกินแล้วใช้ หล่อได้เลย ๔.ขั้นตอนการต้มผึ้ง หรือการหลอมผึ้ง สมัยโบราณชาวบ้านใช้ชีวิตกับธรรมชาติ ทุก คนได้สิ่งต่าง ๆ ด้วยการหาจากธรรมชาติได้ นำผึ้งจากรังผึ้งในป่า มีผลพลอยได้ก็คือขี้ผึ้ง เมื่อหาขี้ผึ้งมาได้ก็จะนำมาหลอมหรือต้มให้ เหลวแล้วเทใส่ในภาชนะหรือกรอกใน กระบอกไม้ไผ่ ปล่อยให้เย็นตัวลงเก็บไว้ใช้ ประโยชน์ต่อไป เช่น ทำเทียนบูชาพระเทียน ส่องสว่าง เทียนฮอบหัว ซั่วคีง เชื้อไฟ ขัดเงา สีผึ้ง เป็นแม่แบบงานหล่อโลหะต่าง ๆ ฯลฯ เมื่อต้องการนำขี้ผึ้งที่เก็บไว้มาใช้ก็จะนำมาใส่ หม้อหรือกระทะ ต้มใช้ไฟอ่อน ๆ ก็จะหลอม ละลายเป็นของเหลว นำมาใช้ได้ หากจะใช้ใน งานส่วนรวมก็จะมีการขอบริจาคตาม บ้านเรือน คนละเล็กคนละน้อย เรียกว่า "แผ่" เป็นการแสดงความร่วมมือกันของชาวบ้าน ชุมชน การต้มมีหลายวิธีดังนี้
๓๑ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว ๔.๑ ต้มแบบไม้ใช้น้ำให้ความร้อนผ่านหม้อ หรือกระทะมาถึงขี้ผึ้งโดยตรง มีข้อดีคือผึ้ง ละลายเร็ว ไม่เปลืองเชื้อเพลิง แต่ต้องระวัง อาจเกิดการลุกไหม้ได้ง่าย และขี้ผึ้งจะ เปลี่ยนเป็นสีคล้ำลงมีผลเสียต่อการควบคุมสี ให้เท่ากัน ๔.๒ ต้มแบบใช้น้ำเป็นการให้ความร้อนกับน้ำ แล้วจึงผ่านมาหลอมขี้ผึ้ง การต้มแบบนี้จะเป็น การแยกตะกอนหรือสิ่งแปลกปลอมออกจาก ขี้ผึ้งได้ แต่เวลาตักผึ้งต้องระวังไม่ให้มีน้ำติดมา ด้วยทำให้ชิ้นงานที่หล่อมีฟองน้ำ ผิวไม่ เรียบร้อยหรืออาจเสียไปเลย การต้มแบบนี้ ต้องใช้เวลานาน สิ้นเปลืองเชื้อเพลิงแต่ได้ ผลงานที่เรียบร้อยกว่า เหมาะที่จะใช้หล่อ ชิ้นงานจำนวนมากภายหลังการต้มเทียน ก่อน เสร็จสิ้นภารกิจการหล่อผึ้ง เทียน ควรราไฟให้ ค่อยอ่อนลงจนดับไป ต้องใช้ไม้หรือท่อเล็ก ๆ ยาว ๆ มาเสียบไว้ที่ขี้ผึ้งที่เหลือในกระทะ เพื่อ ระบายแรงดันเมื่อจะต้มคราวต่อไปเพราะน้ำ ที่หลงเหลืออยู่ใต้ขี้ผึ้งจะเกิดแรงดันสูงมาก
๓๒ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว เมื่อเราต้มผึ้งอีกครั้งอาจทำให้ระเบิดหรือพุ่ง ไปลวกผู้ที่อยู่ใกล้เคียงได้ หลังจากนั้นให้เก็บ เศษขี้ผึ้งที่ร่วง หกหรือหยดลงบนพื้นหรือ ภาชนะต่าง ๆ แยกแต่ละสีใส่ภาชนะให้ เรียบร้อยไม่ปะปนกัน เพื่อจะควบคุมการผสม สีในคราวต่อไปได้ง่าย ๕.ขั้นตอนการติดปะ ขั้นตอนการติดปะ หรือติดลาย การติด ลวดลายสมัยโบราณใช้ไม้กลัด ต่อเมื่อแรกเริ่ม มีการสร้างปราสาทผึ้งประยุกต์ จะติดลายโดย ใช้กาวติดแล้วยึดด้วยเข็มหมุดหรือตะปูเข็ม อาจยังมีส่วนของตะปูโผล่ให้เห็นซึ่งดูไม่ เรียบร้อย ช่างในปัจจุบันได้คิดค้นพัฒนาวิธีติด ลายให้ได้ผลงานที่สวยงาม มั่นใจได้ไม่หลุด ง่าย คือใช้ผึ้งเหนียวติดแล้วใช้หัวแร้งไฟฟ้ามา บัดกรีรอยต่อให้เชื่อมกันสนิท ไม่มีรอยต่อ ได้ ผลงานที่เรียบร้อย ไว้ใจได้ว่าไม่หลุด ไม่ต้องใช้ เข็มหมุด ลวดลายที่หล่อเป็นชิ้นงานเสร็จแล้ว ยังไม่เรียบร้อย ต้องเลือกชิ้นที่ดีที่สุด นำมาตัด ขอบแต่งขอบให้เรียบร้อย วัดขนาดให้พอดีกับ
๓๓ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว พื้นที่ที่จะติด ตัดให้ได้พอดี แล้วจึงนำมาติด กับตัวปราสาทมีข้อแนะนำดังนี้ ๑. ควรติดเวลากลางวันที่มีแดด อากาศอุ่น พอดี ขี้ผึ้งจะไม่เปราะ ตัดให้โค้งงอ หรือตรง ได้ง่าย มีแสงสว่างเพียงพอ การมอง การ เทียบสี การวัดขนาดจะไม่ค่อยผิดพลาด หาก จำเป็นต้องติดกลางคืน ควรใช้ไดร์เป่าผม (ร้อน) เป่าตัวลายให้อ่อนก่อนจึงดัด ตัด ติด หากไม่มีก็ใช้วิธีอังไฟให้อุ่นพอดี ๒. เมื่อวัด ตัดขนาดได้แล้วควรนำมาเทียบ ทดลองติดกับตัวปราสาทดูก่อน หากเห็นว่า พอดีแล้วจึงหยิกผึ้งเหนียวขนาดเท่าปลายก้อย ติดที่ตัวปราสาทเป็นจุด ๆ กะพอรับน้ำหนัก ตัวลายได้ แล้วจึงนำลายมาติด ๓. เมื่อติดลายส่วนใด ๆ แล้วควรใช้หัวแร้ง ไฟฟ้ามาบัดกรีเชื่อมรอยต่อให้เรียบร้อย ใช้ ใบมีดบาง ๆ ขูดเศษหรือหยดผึ้งออกให้ เรียบร้อย ผลงานจะดูดีมีคุณค่า
๓๔ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว ๔. การติดลายเข้ามุม เมื่อลายถึงมุมอาจใช้วิธี เป่าลมร้อนแล้วดัดงอติดไปได้ หากจะให้ดีควร ตัดเข้ามุม ๔๕ องศา จะดีมาก ๕. ผู้ออกแบบ ช่างโครงสร้าง ช่างแกะลาย ช่างหล่อลาย และช่างติดลายจะต้องประสาน สัมพันธ์กันเป็นอย่างดี หากงานส่วนใดส่วน หนึ่งไม่เรียบร้อย จะส่งผลให้การทำงานส่วน อื่นมีปัญหาไม่เรียบร้อยด้วย ดังนั้นก่อนการ เริ่มทำงานทุกคนต้องมีส่วนร่วมออกความ คิดเห็น เพื่อจะได้ไม่มีปัญหาตามมาภายหลัง ๖. การติดเพดาน ต้องยกปราสาทลงจากแท่น ฐาน กลับหัวลงแล้วจึงติดแผ่นเพดานและลาย ดาวกระจายให้เสร็จก่อนที่จะติดลายอื่น ทั้งหมดหรืออาจใช้วิธีเทลาดผึ้งก็ได้ ๗. หลังจากติดเพดานเสร็จแล้ว ตั้งตัว ปราสาทผึ้งขึ้นแล้วจึงเริ่มติดตั้งแต่หลังคาเรื่อย ลงมาจนถึงฐาน ส่วนยอดควรทำเป็นส่วนหนึ่ง ต่างหาก เมื่อติดลายอื่นหมดแล้วจึงนำขึ้น ประกอบการติดลายเป็นงานสำคัญที่ต้องใช้ ความละเอียดอ่อน ความมีสมาธิ ความอดทน
๓๕ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว พร้อมไปกับการผ่อนคลาย ชาวคุ้ม ชุมชนทุก คนสามารถมาช่วยติดลายได้ เป็นการผ่อน คลายความเหน็ดเหนื่อย ความเครียดหลังการ ทำงานอาชีพ เพราะเป็นงานที่ได้ปฏิสัมพันธ์ กับผู้อื่น คนที่คุ้นเคย ทำงานไปคุยกันไป หยอกล้อ กระเซ้าเย้าแหย่กันไป มีความสุข สนุกสนาน วัสดุในการทำปราสาทผึ้ง ๑. ขี้ผึ้ง ๒. สีผสมผึ้ง ๓. กาว ๔. ปูนปลาสเตอร์ ยางพารา ซิลิโคน ๕. ไม้ ตะปู (สำหรับทำโครง)
๓๖ อำเภออากาศอำนวย จังหวัด สกลนคร ปีที่สำรวจ พ.ศ. ๒๕๖๐ แบบสำรวจมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม แบบ มภ. ๑
๓๗ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว ๕ ภาษาโย้ยบ้าน อากาศ วรรณกรรม พื้นบ้านและ ภาษา ภาษาโย้ย มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว คือ เยิ้น ที่ เคยได้ยินการว่าล้อกัน เกี่ยวกับการพูดของ ชาวโย้ยมีตัวอย่าง เช่น - เรื่องการไปซื้อก๋วยเตี๋ยว มาซื้อก๋วยเตี๋ยว ห่อ… บ่อห่อบ่อแห่มันแหล่ะ ซิกินอยู่นี่แหละ - เรื่องผัวสูนเมียกินข้าวกับส่มตีน….งัว ผัวไป นาไถนาเหนื่อยเมื่อย ถามเมีย ว่ากินข้าว กับเผียง เมียตอบว่า กิน…เข่า…กับ…ส่ม…. ตีน… ผัวสูนแฮงตีนเตะเมียตกตะล่าง เสียงดัง อุบ….งัว… อยู่ตะล่างพุ้น - คนไทอากาศที่ไปเรียนหนังสือมักถูกเพื่อนที่ อยู่ทางอื่นล้อเป็นประจำเกี่ยวกับความเยิ้น ของภาษาโย้ย เช่น มาแต่ใส มาแต่อา…กาศ… ห่อ…. - แม้แต่เสียงไล่หมาก็เยิ้น เซะ….หมา….โยน ข้าวให้มาจากเทิงเฮือนลงตะล่างพร้อมกับ เรียกหมากิน เอ้า..…หมา……ก้อนข้าวก็ลอยลง ช้า ๆ หมาที่โดดเข้ามากินก็จะโดดงับอย่างช้า ๆ แบบหนังสโลโมชั่น (คุณสวรรค์ ผานะวงค์ รุ่น 500) นี่คือตัวอย่าง ของการพูดที่เยิ้น ช้า บ้านอากาศ บ้านเลขที่ 98 หมู่ที่ 14 ต ำ บ ล อ า ก า ศ อำเภออากาศ อำนวย จังหวัด สกลนคร ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ ได้แก่ บรรพรุษ ปู่ย่า ตายาย ชื่อผู้สืบทอดได้แก่ นายมิตรไทย ใคร บุตร อายุ 49 ปี อยู่บ้านเลขที่ 98 หมู่ที่ 14 ตำบลอากาศ อำเภออากาศ อำนวย จังหวัด สกลนคร ✓
๓๘ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว ของภาษาโย้ยเมื่อสมัยผู้เขียนยังเด็กจำได้ว่า ภาษาของไทอากาศทางเหนือ กับทางใต้ไม่ เหมือนกัน ทางเหนือจะพูดมีเสียงสระไอ บวก สระอา ไทคุ้มใต้จะพูดเสียงสระเออ เช่น นะไปใส เสา ไปสิเดาว (เป็นเอกลักษณ์ชุมชน ชาวคุ้มเหนือ)นะไปเสอ ไปสิเด๋อ (เป็น เอกลักษณ์ชุมชนชาวคุ้มเหนือ) ผู้เขียนเคย เป็นผู้บรรยาย การแข่งขันฟุตบอล แฟน ๆ ผู้ชมให้พากย์เป็นภาษาโย้ย ผู้เขียน บอกว่ามันบ่ทันหมากฟุตบอล ผู้นั่น….ไล่….มา หมอนั่น …เต้ะ….ไป (ต้องออกสำเนียงและลีลา โย้ย การเขียนนั้นยากที่จะได้อรรถรส) คำว่า เยิ้น (ภาษาโย้ย) หมายถึง ช้า ทุกวันนี้ภาษาโย้ยยังคงมีคนพูด แต่เท่าที่ สังเกตสำเนียงและลีลาการพูดเปลี่ยนไป ไม่ช้า เยิ้นเหมือนคนสมัยก่อนและคำเก่า ๆ บางคำ คนโย้ยสมัยใหม่ฟังไม่รู้เรื่อง ไม่เข้าใจ ความหมายเมื่อผู้เขียนมีโอกาสอ่านข่าวเที่ยง ทางสถานีวิทยุชุมชน (ว.ช.ก.) คนอากาศ ก็ พยายามหาคำภาษาโย้ยมานำเสนอให้ผู้ฟัง
๓๙ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว ได้รับฟังเป็นประจำท้ายข่าว รู้สึกว่าจะได้รับ ความสนใจและการตอบรับเป็นอย่างดี จากท่านผู้ฟัง ตัวอย่างภาษาโย้ยวันละคำ คำ ความหมาย กะเต้ ขี่หลัง เอาน้องขี่หลัง กะเดิ้ก เอียงข้างหนึ่ง กะปอด จับอยู่ (มองเห็นเล็ก ๆ ) กะแปด จับอยู่ (เล็กกว่ากระปอด) ก้วน ทำให้เป็นวงกลม (เชือก) แก่ ลากไป ก้อ พันให้กลม ก้อมวย กาดมวย ก้าม ติดอยู่ในถ้วย (หน้าหนาว) เกิ้ม ติดหนวด ลักษณะของคราบที่ ติดตามปาก หนวด แกวด ให้สะอาดกันไฟไหม้ ก๋อย เอาน้ำใส่ ก้อยวัสดุผงละเอียด คนให้เข้ากัน ฯลฯ
๔๐ อำเภอ อากาศอำนวย จังหวัด สกลนคร ปีที่สำรวจ พ.ศ. ๒๕๖๐ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว ๖ การเล่นกลอง เลง แนวปฏิบัติทาง สังคมพิธีกรรม ป ร ะ เ พ ณ ี แ ล ะ เทศกาล กลองเลงชาวโย้ยบ้านอากาศ มีมาตั้งแต่สมัย โบราณแต่ไม่มีการบันทึกเป็นลายลักษณ์ อักษรไว้แต่เคยมีผู้เฒ่าผู้แก่เล่าว่า กลองเลงทำ ด้วยไม้ประดู่ มีลักษณะเป็นกลองสองหน้าหุ้ม ด้วยหนังวัวหนังควาย กลองเลงใช้ตีในงานบุญ มหาชาติ งานบุญพระเวสสันดร (บุญตูบ) เวลาตีใช้ไม้หามสองคนหันหน้าเข้าหากัน ตี คนละหน้าไปตามจังหวะ ตึมตึบ ตึมตึบ ตึม ตึบ…การเล่นกลองเลงจะนิยมเล่นในก่อนวัน รวมบุญ 1 วัน พอค่ำลงเวลาประมาณ 1 ทุ่ม ก็จะมีหัวหน้าไปชักชวนกันหลาย ๆ คนมา รวมกัน แล้วก็จะพากันนำกลองเลงไปเล่นตาม หมู่บ้านหรือชุมชนใกล้เคียงเพื่อแผ่ปัจจัย ข้าวต้ม ขนม สุรา สาโท เป็นต้น การเล่น กลองเลงจะเล่นไปเรื่อย ๆ ทุกหลังคาเรือน โดยจะมีหัวหน้าพาเซิ้งไปตามจังหวะ “โอ้ โฮ๊ะ โอ สา โอ้ โฮ๊ะ โอ ” ในสมัยก่อนการเล่นกลอง โรงเรียนบ้าน อากาศ งานบุญ ประเพณีแข่ง เรือไหลเรือไฟที่ อำเภออากาศ อำนวยทุกปี ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ ได้แก่นายสมาน ใครบุตร อายุ 60 ปี อยู่บ้านเลขที่ 70 หมู่ที่ 4 ตำบล อากาศ อำเภอ อากาศอำนวย จังหวัดสกลนคร ชื่อผู้สืบทอด ได้แก่ นายยม งิ้ว ไชยราช อายุ 57 ปี อยู่บ้านเลขที่ 58 หมู่ที่ 4 ตำบล ✓ แบบสำรวจมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม แบบ มภ. ๑
๔๑ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว เลงจะเล่นจนสว่าง แล้วนำเอาปัจจัยทั้งหลาย ไปถวายวัดในตอนเช้าของวันรวมบุญ จึงแยก ย้ายกันกลับบ้านเมื่อถึงเวลาประมาณ 9 – 10 โมงเช้า จะนำเอากลองเลงมาเล่นอีกหรือ ตีไปแต่ละตูบไปเรื่อยๆจนถึงเวลาแห่พระ เวสสันดร แล้วจึงไปแห่พระเวสสันดรเข้าสู่วัด โดยเวลาแห่มาตามถนนจะมีการฟ้อนตาม จังหวะกลองเลงทั้งชายหญิง อากาศ อำเภอ อากาศอำนวย จังหวัดสกลนคร
๔๒ แบบสำรวจมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม แบบ มภ. ๑ อำเภออากาศอำนวย จังหวัด สกลนคร ปีที่สำรวจ พ.ศ. ๒๕๖๐ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว ๗ ประเพณีลง ข่วง แนวปฏิบัติทาง สังคมพิธีกรรม ประเพณีและ เทศกาล บรรพบุรุษชาวไทโย้ย ท่านเข้าใจธรรมชาติ ของมนุษย์ดี โดยเฉพาะเรื่องหนุ่มสาว เมื่อถึง คราวจะมีครอบครัวต้องจัดพิธีการให้ สมเกียรติตามยุคสมัยตามประเพณีอันดีงาม อย่างเปิดเผย แต่ก่อนจะตัดสินใจรักใครชอบ ใครให้หนุ่มสาวได้เลือกคู่ครองเอง วิธีการของ ท่านก็คือ ให้หนุ่มสาวพบกันช่วงกลางคืน อย่างเปิดเผยสาว ๆ จะเตรียมสถานที่ตาม ความเหมาะสมในบริเวณบ้านของตนหรือ หลายคนรวมกันจัดโดยหาฟืนหรือหลัวเพื่อก่อ ไฟ ฤดูนั้นเป็นต้นฤดูหนาวก่อไฟจึงเพื่อผิงแก้ หนาว แสงสว่าง (ส่วนมากพวกเขาเจ้านิยม หลัว เพราะให้แสงสว่างกว่าฟืน) และเพื่อหมก โรงเรียนบ้าน อากาศ บ้านเลขที่ 132 ม .4 ต.อากาศ อ .อ า ก า ศ อ ำ น ว ย จ . สกลนคร ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ ได้แก่นายคำสา ประลอบพันธุ์ อายุ 66 ปี บ้านเลขที่ 20 ม.1 ต.อากาศ อ. อากาศอำนวยจ. สกลนคร ชื่อผู้สืบทอด ได้แก่นาย ประดิษฐ์ คิอินธิ อายุ 44 ปี อยู่ บ้านเลขที่ 132 ม.4 ต.อากาศ อ. ✓
๔๓ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว เม็ดหมากขาม เม็ดหมากมี่ เผือก รวมไปถึงต่อ ยาสูบ ได้ร่มไม้ใบหนายิ่งดี ถ้ามีแคร่นั่งด้วยยิ่ง เหมาะ บางบ้านพ่อแม่สนับสนุนลูกสาวคน สวยก็ทำนั่งร้านให้ความสะดวกสบายแก่หนุ่ม ๆ (ลูกเขยในอนาคต) ที่มาจีบลูกสาวตน ถ้าไม่ มีแคร่ เป็นต้น ก็ทำความสะอาดสถานที่แล้วก็ ปูสาดเสย (ทอด้วยต้นเสย) มีตั่งให้แขกรูป หล่อนั่งก็ยังดี หาไม่ได้เอาฟางมาปูก็ยังดี ลืม ไม่ได้ คือ น้ำดื่มไว้คอยต้อนรับ เริ่มต้นด้วย การก่อไฟตรงกลางบริเวณ ลักษณะสถานที่ กล่าวมานี้ เรียกว่า ข่วง วันไหนจะลงข่วง สาว ๆ ก็จะนัดกัน (หรือลงคนเดียวก็ได้) หางานมา ทำ (ดีกว่าอยู่เปล่า ๆ) ส่วนมากเป็นงาน เกี่ยวกับการทอผ้า (คนยุคนั้นต้องปลูกฝ้าย และทอผ้าใช้เอง) เช่น เข็นฝ้าย เป็นต้น งาน อื่นก็นำมาทำได้ มีข้อจำกัดอยู่ที่แสงสว่างเข็น ฝ้ายใช้แสงสว่างน้อย พวกเขาเจ้าจึงนิยมเป็น อากาศอำนวยจ. สกลนคร
๔๔ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว ส่วนมาก ถ้าลงข่วงคนเดียวมันก็บ่ม่วน (ไม่ สนุก)ข่วงส่วนมากจึงมักมีหลายสาวและหลาย รุ่น พอกินข้าวแลง (รับประทานอาหารเย็น) แล้วหนุ่มเล็กหนุ่มใหญ่หล่อบ้างไม่หล่อบ้างที่ เป็นเพื่อนกัน ก็ออกจากบ้านพร้อมกับเครื่อง ดนตรี (ถ้ามี) จะเป็นแคนซอ ปี่ เป็นต้น ไปสู่ จุดนัดหมายส่วนมากเป็นสี่แยกกลางหมู่บ้าน เมื่อตกลงกันว่าจะไปคุยสาว(จีบสาว) ข่วงใด ก็พากัน เป่าแคนไปตามตกลง ฝ่ายสาวๆ ก็ เข็นฝ้ายรอคอยหนุ่มๆที่ชอบ ดังคำว่า“สาว สาวเพื่อนบายเอาฝ้าย หลาไนอันเคยแกว่ง พวงหลาเพื่อนปิ่นแคว่งแคว่ง จะแคงเว้าต่อ บ่าวใด” เสียงหลาสาว ๆ ก็แว่วเข้าหู หนุ่มว่า “มาแว มาแว มาแว่ อ้ายบ่แว่ ข่วงน้องสิไป ข่อง อยู่ข่วงใดเด้” หนุ่มหนุ่ม ได้ยินเสียงหลา และได้เห็นแสงไฟก็แวะเข้าไปตามอัธยาศัย คนหนุ่มสาว ถามข่าวคราว หยอกล้อๆ ตาม
๔๕ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว ประสาหนุ่มสาว ที่คุ้นเคยกันมากน้อยแค่ไหน พวกเขาเจ้าก็สังเกตกิริยามารยาทการพูดจา รวมถึงความหล่อความสวยของกันและกัน ออกจากข่วงนั้นเข้าข่วงอื่นคืนหนึ่งๆจะได้กี่ ข่วงขึ้นอยู่กับเหตุการณ์สาวๆก็คอยต้อนรับ หนุ่มๆเป็นคณะคืนละหลายคณะสาวลงข่วง เดี่ยวและหนุ่มเดินเดี่ยวก็มีแต่มีน้อยวันคืน ผ่านไปหลายเวลาพวกเขาก็ตกลงกันได้ เมื่อ ตกลงกันแน่นอน ผู้ชายก็เข้าหาผู้ใหญ่ฝ่ายตน เพื่อทาบทามและสู่ขอเพื่อแต่งงานกัประเพณี ลงข่วงจึงเป็นประเพณีที่มีความสำคัญกับวิถี ชีวิตความเป็นอยู่ของชาวโย้ยอากาศอำนวย ในสมัยก่อนเป็นอย่างมาก เป็นการเลือคู่ครอง ที่ตนเองพอใจและการได้ฝึกงานฝีมือให้กับ ตนเองรวมทั้งการใช้เวลาว่างไห้เกิดประโยชน์ หลังการทำไร่ทำนาสรุปเรื่อง ลงข่วง ก็คือลาน นัดพบของหนุ่มสาวในยุคนั้น แต่เมื่อมีหนัง
๔๖ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว กลางแปลงมีสวนสนุก หนังขายยา มีถนน หนทางมีการศึกษาเจริญขึ้นเหมือนทุกวันนี้ พวกเขามีโอกาสได้พบปะพูดคุยกันมากขึ้กว่า เดิมประเพณีลงข่วงก็หมดความนิยมจนใน ที่สุดก็หายไปจากสังคมชาวโย้ย อำเภอ อากาศอำนวย จังหวัด สกลนคร ปีที่สำรวจ พ.ศ. ๒๕๖๐ แบบสำรวจมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม แบบ มภ. ๑
๔๗ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว ๘ การอยู่คำ (อยู่กำ–อยู่ไฟ) แนวปฏิบัติทาง สังคมพิธีกรรม ประเพณีและ เทศกาล การอยู่คำ (อยู่กำ– อยู่ไฟ) เมื่อคลอดลูกต้อง อาศัยไฟ ความร้อนภายนอก ภายในทั้งอาบ ทั้งกินนั่งใกล้ไฟทั้งวันทั้งคืน คลอดลูกคนแรก ต้องอยู่นาน 1 เดือน ต้องอดอาหารเกือบทุก อย่าง นอกจากปลาตัวเดียวป่นใส่หัวข่าหรือ ปลาป่นปูป่น ข้าวจี่ ถือว่าคะลำอาหารที่สุด ร่างกายจึงขาดธาตุอาหารอย่างรุนแรง ดังนั้น คำว่า “อยู่คำ” ก็คือ อยู่เพื่อคะลำอาหารและ รักษาร่างกาย เมื่อออกคำแล้วได้กินอาหารที่มี ประโยชน์ไม่ต้องคะลำอีกร่างกายจึงคืนสู่ สภาพเดิมในขณะที่เมียอยู่คำ ฝ่ายผัวก็ลำบาก ไม่แพ้เมีย ชาวโย้ยพูดว่า “ ผัวต้องปัวหม้อ คำ” งานประจำทุกอย่างนอกบ้านในบ้าน ผัว จะต้องรับภาระคนเดียว งานปัวหม้อคำผัวก็ ต้องทำอีก งานตักน้ำเป็นงานหนักที่สุด (บ้าน อากาศขาดแคลนน้ำหน้าแล้ง) และต้องหายา สมุนไพรจากหมอยาประจำหมู่บ้านนำมาต้ม กิน เช่น ไม้หมากเป็น ยาชักมดลูกเข้าอู่เร็ว ยาแก้กินผิด เป็นต้น ต้องดื่มน้ำร้อน ตลอดเวลา ดื่มได้ บ้านเลขที่ 75 หมู่ที่ 14 ตำบลอากาศ อำเภออากาศ อำนวย จังหวัด สกลนคร ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ ได้แก่นายคำสี เคี่ยงคำผง อายุ 79 ปี อยู่ บ้านเลขที่ 75 หมู่ที่ 14 ตำบลอากาศ อำเภออากาศ อำนวย จังหวัด สกลนคร ✓
๔๘ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว มากเท่าไรยิ่งดี และต้องหายาต้มอาบ วันละ 2 - 3 ครั้ง เช่น ใบเป้า ใบหนาด เปลือกแดง ไม้กะเบา เป็นต้น ต้องดูแลและหาอาหารให้ กินทั้งแม่ทั้งลูก คำว่า ปัวหม้อคำ (ภาษาโย้ย) หมายถึง การ ดูแลรักษาผู้อยู่ไฟตลอดจนกว่าจะถึงกำหนด คำว่า อยู่คำ (ภาษาโย้ย) หมายถึง การอยู่ ไฟคำว่า คะลำ (ภาษาโย้ย) หมายถึง ข้อ ห้ามที่ไม่ให้ประพฤติปฏิบัติ นอกจากนี้ผัวต้องทำ พะซี คือ การป่นขี้ซี (ชัน) ให้ละเอียด พอตกค่ำผัวก็ใช้มือหนึ่งถือ กะบอง (ขี้ไต้) อีกมือหนึ่งก็หยิบขี้ซีป่นหว่าน ผ่านไฟกะบอง เมื่อไฟไหม้ขี้ซีก็จะมีแสงน่า กลัวเดินอ้อมบ้านที่เมียอยู่คำ เพื่อป้องกันภูตผี เป้ามิให้มารังควาญลูกเมีย เรียกว่า “ผอกผี พาย หนายผีเป้า” โดยให้เดินรอบบ้านคืนละ 1 รอบ ทำอยู่อย่างนี้ไม่ต่ำกว่า 7 คืน
๔๙ อำเภออากาศอำนวย จังหวัด สกลนคร ปีที่สำรวจ พ.ศ. ๒๕๖๐ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว ๙ การเต้น กระทบสาก แนวปฏิบัติทาง สังคมพิธีกรรม ประเพณีและ เทศกาล เป็นการละเล่นของชาวโย้ยที่ใช้เป็น กิจกรรมละเล่นในการคบงันงานศพโดยเฉพาะ เป็นศพของบุคคลที่มีอายุมากหรือเป็นที่นับ ถือของบุคคลทั่วไป (อายุประมาณ 60 ปีขึ้น ไป)การละเล่นจะกระทำกันหลังจากการสวด อภิธรรมในตอนเย็นเสร็จแล้ว ผู้เต้นกระทบ สากส่วนใหญ่จะเป็นคนใน วัยหนุ่มสาว เป็น การคบงันงานศพ เพื่อไม่ให้เกิดความเงียบ เหงามากเกินไป อุปกรณ์การเล่น 1. ไม้ไผ่ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 2 - 3 นิ้ว ความยาวประมาณ 2 เมตร จำนวนตั้งแต่ 8 - 12 ท่อน (ใช้เป็นไม้สำหรับ กระทบ เหลาให้กลม) 2. ไม้ไผ่ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 3 - 4 นิ้ว ความยาวประมาณ 4 เมตร จำนวน 2 อยู่บ้านเลขที่ 9 ม .9 ต.อากาศ อ .อ า ก า ศ อ ำ น ว ย จ . สกลนคร ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ ได้แก่นายค้อง ใครบุตร อายุ 78 ปี อยู่บ้านเลขที่ 75 ม.15 ต.อากาศ อ. อากาศอำนวยจ. สกลนครชื่อผู้สืบ ทอดได้แก่นาย สมภาร คิอินธิ อายุ 67 ปี อยู่ บ้านเลขที่ 9 ม.9 ต.อากาศ อ. อากาศอำนวยจ. สกลนคร ✓ แบบสำรวจมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม แบบ มภ. ๑
๕๐ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว ท่อน (ใช้ไม้ไผ่สำหรับการเคาะก่อนกระทบ เหลาให้กลม) วิธีการเล่น 1. วางไม้สำหรับรองการเคาะให้วาง ขนานและห่างกันประมาณ 1.5 เมตร 2. ใช้คน 2 คนจับส่วนปลายของไม้ สำหรับกระทบ อยู่คนละด้านของไม้รองแต่ละ คนจับส่วนปลายของไม้มือละอัน ในการละ เล่นส่วนใหญ่จะใช้ไม้ไม่ต่ำกว่า 4 คู่ แต่ละคน ห่างกันพอประมาณสามารถเว้นช่องให้ยืนได้ 3. ผู้ถือไม้จะจับปลายไม้เคาะลงที่ หมอนรองพร้อม ๆ กันทุกคู่ จังหวะที่เคาะคือ จะเคาะกับไม้รอง 2 ครั้ง แล้วดึงไม้ให้มา กระทบกัน 1 ครั้ง (1-1-2, 1-1-2) เคาะไป เรื่อย ๆ 4. ผู้เล่นหรือผู้เต้น จะก้าวเท้าเข้าไปใน ระหว่างไม้แต่ละคู่ ในจังหวะเคาะกับไม้รอง แล้วยกเท้าก้าวออกไปข้างหน้าก่อน จังหวะ กระทบ ก้าวเท้าเข้าออกในคู่ของไม้ ไปจน หมดทุกคู่การเล่นจะก้าวเข้าพร้อมกันคนเดียว