๕๑ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว หรือเป็นคู่ก็ได้ ตามความสามารถ จังหวะจะ ช้าหรือเร็วแล้วแต่ความพอใจของผู้เคาะไม้ แต่ผู้เล่นจะต้องยกเท้าเข้าออกให้ทัน แบบสำรวจมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม แบบ มภ. ๑ อำเภออากาศอำนวย จังหวัด สกลนคร ปีที่สำรวจ พ.ศ. ๒๕๖๐
๕๒ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว ๑๐ ผ้าครามบ้าน ถ้ำเต่า งานช่างฝีมือ ดั้งเดิม ปัจจุบัน ถ้าจะกล่าวถึงผ้าย้อมครามในจังหวัด สกลนครนั้น ต้องนึกถึงผ้าย้อมครามของกลุ่ม แม่บ้านเกษตร บ้านถ้ำเต่า ตำบลสามัคคี พัฒนา อำเภออากาศอำนวย ผ้าย้อมคราม เป็นที่สนใจและต้องการมาก แต่ผ้าย้อมคราม คุณภาพดี ยังออกสู่ตลาดน้อย ขณะที่ผ้าย้อม ครามคุณภาพปานกลาง ออกสู่ตลาดจำนวน มาก ส่วนผ้าย้อมครามหรือสีครามคุณภาพดี สีจะเข้มหรือจาง ก็ต้องสีสดใส สะอาด ติดทน สีไม่ตก ซึ่งคุณภาพเหล่านี้เป็นผลมาจาก คุณภาพของวัตถุดิบและความรู้ความชำนาญ ของผู้ผลิต การเตรียมสีครามและย้อมสีคราม มีเทคนิคพิเศษกว่าการย้อมสีธรรมชาติอื่น ๆ เริ่มตั้งแต่การเลือกใบครามอายุพอดีและอยู่ใน สภาพใบสด ดังนั้นจะต้องเก็บใบครามอายุ ประมาณ ๓ – ๔ เดือน ในตอนเช้ามืดก่อน น้ำค้างแห้ง และแช่น้ำปริมาณท่วมใบคราม พอดีทันที และแช่ประมาณ ๑๘ – ๒๔ ชั่วโมง หากใช้เวลาแช่มากหรือน้อยกว่านี้จะได้ ปริมาณสีครามน้อยกว่า การแช่ใบครามสดใน ๑๖๔ หมู่ ๑ ต.สามัคคีพัฒนา อ.อากาศอำนวย จ.สกลนคร ๔๗๑๗๐ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ ได้แก่ นางสมคิด พรม จักร 164 หมู่ 1 ต.สามัคคี พัฒนา อ.อากาศอำนวย จ.สกลนคร โทร 062- 412544 ชื่อผู้สืบทอด ได้แก่ คุณธัญญลักษณ์ ทวีกิตติพันธ์ 164 หมู่ 1 บ้าน ถ้ำเต่า ต.สามัคคีพัฒนา อ.อากาศอำนวย จ.สกลนคร ✓
๕๓ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว น้ำไม่ใช่แช่ให้สีครามละลายน้ำดังเช่นการต้ม เปลือกไม้ แต่แช่ให้สารเคมี ๒ ชนิดในใบคราม สดทำปฏิกิริยากันเกิดเป็นสีคราม ที่ละลายน้ำ ได้ ถ้าใบครามแห้งสารเคมีชนิดหนึ่งในใบ ครามเสียสภาพธรรมชาติ ไม่สามารถ เกิดปฏิกิริยากับสารอีกชนิดหนึ่งได้ ดังนั้นถ้า ปล่อยให้ใบครามแห้งก่อนแล้วนำมาแช่น้ำจะ ไม่ได้สีครามในน้ำแช่ เช่นเดียวกันกับการต้ม ใบครามก็ไม่ได้สีครามเช่นกัน เราสามารถย้อม ผ้าในสีครามในน้ำแช่หรือที่เรียกว่าน้ำครามได้ แต่ต้องทำอย่างรวดเร็วแข่งกับอากาศ เพราะ สีครามในน้ำแช่เป็นสารที่ทำปฏิกิริยากับ อากาศได้ดีกลายเป็นสีครามสีน้ำเงินซึ่งไม่ ละลายน้ำ ไม่สามารถซึมเข้าเกาะจับเนื้อใน ของใยฝ้ายได้ พูดง่าย ๆก็คือสีครามสีน้ำเงินใช้ ย้อมผ้าไม่ได้ แต่ถ้าเอาสีครามสีน้ำเงินไปหมัก ในน้ำขี้เถ้าในสัดส่วนที่พอเหมาะ และปรับ ความเป็นกรดเป็นด่าง ให้พอเหมาะ สีครามสี น้ำเงินจะเปลี่ยนเป็นสีครามสีเหลืองละลายใน น้ำขี้เถ้า ซึ่งสีครามสีเหลืองนี้ก็ทำปฏิกิริยาได้ดี โทร 087- 8588823 ๐42-168067
๕๔ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว กับอากาศกลาย เป็นสีคราม สีน้ำเงินเช่นกัน กับสีครามในน้ำแช่ ผิวหน้าของน้ำย้อมจึงเป็น สีน้ำเงินแต่น้ำย้อมข้างล่างเป็นสีเหลือง สี ครามที่ใช้ย้อมผ้าได้คือสีครามสีเหลือง ไม่ใช่สี ครามสีน้ำเงินวิธีการมัดหมี่หลังจากลอกลาย ตามรอยฉลุแล้ว ใช้เชือกฟางมามัดให้แน่นเพื่อ ป้องกันสีซึมเข้าในข้อหมี่ หลังจากมัดเสร็จก็ จะได้ลายที่พิมพ์มาจากคอมพิวเตอร์ทันที การมัดโอบหมีการมัดโอบคือ การมัดหมี่ครั้งที่ สองเพื่อเก็บสีลายจากการมัดครั้งที่หนึ่งไว้ หลังจากการมัด โอบเสร็จแล้วนำหัวหมี่มา ย้อมเป็นครั้งที่ 2 เพื่อจะให้หมี่เป็นลายอีกสี หนึ่งขั้นตอนการย้อมโอบจะทำอยู่หลายครั้ง เมื่อต้องการลวดลายหลากหลายสีขึ้นอยู่กับ ลายที่จะนำมามัดหรือสีสันที่ต้องการ การย้อมสี หลังจากการกรองคราม (เก็บเนื้อครามไว้) เวลาจะใช้ต้องนำเนื้อครามที่เก็บไว้ออกมา ผสมกับน้ำด่างที่แช่ไว้ ในปริมาณคราม ประมาณ 1 ขีด ผสมกับน้ำด่าง 1 ขัน ต่อ 1
๕๕ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว หม้อ ในการย้อม 1 ครั้ง และ1 ครั้ง และ สามารถเพิ่มส่วนผสมทุกครั้งที่จะย้อม ไม่ต้อง เปลี่ยนหม้อหรือล้างหม้อครามโดยเติมใน อัตราดังที่กล่าวมาคลิกเพื่อดูขั้นตอนการย้อม คราม ขั้นตอนการปั่นหลอด หรือกรอบหมี่ 1.แก้หมี่ที่มัดเป็นเปราะๆ ออกก่อน (การแก้ หมี่ คือการแก้เชือกฟางที่มัดให้เป็นลวดลาย ต่างๆ ออกให้หมด ) 2.นำปอยหมี่ที่แก้เสร็จขึงใส่กง แล้วดึงเงื่อน เส้นหมี่มาผูกติดกับหลอดที่อยู่เข็มไนใช้มือปั่น หลา หรือไนโดยการหมุนเวียนซ้ายไปตลอด 3.เมื่อครบเข็นของลายทันที แล้วปลดออก จากหลาหรือไนเก็บไว้เพื่อทอต่อไป ขั้นตอนการสืบหูก 1.นำหมี่ที่ย้อมสีเสร็จแล้ว มากางเพื่อดึงให้ เส้นหมี่ตึงเท่ากันจน 2.นำหมี่ที่ตึงเท่ากันแล้วมาต่อใส่ฟืม โดยการ ผูกติดกับกกหูก(กกหูก คือ ปมผ้าเส้นหมี่เดิมที่
๕๖ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว ทอติดไว้กับฟืมโดยไม่ตัดออกเพื่อที่จะต่อเครือ หูกไว้ทอครั้งต่อไป วิธีการกางหูก 1.นำฟืมที่สืบเครือหูกแล้วไปกางใส่กี่ โดยดึง หมี่ตึงสม่ำเสมอทุกเส้น 2.หูกที่กางเสร็จแล้วจะต้องเรียงเส้นหมี่หลัง ฟืม โดยแยกเส้นหมี่ออกไม่ให้ติดกันความยาว ประมาณ 1 เมตร 3.นำไม้หลาวกลม 2 อัน เส้นผ่าศูนย์กลาง ประมาณ 0.5 ซม. มาสอดคั่นให้เส้นหมี่ของ เครือหูกไขว้กันเป็นกากบาทอยู่หลังฟืมเพื่อให้ เลื่อนฟืมไปข้างหน้าในเวลาทอได้สะดวก ขั้นตอนในการทอผ้า 1.สืบเส้นด้ายยืนเข้ากับแกนม้วนด้ายยืน และ ร้อยปลายด้ายแต่ละเส้นเข้าในตะ กอแต่ละ ชุดและฟันหวี ดึงปลายเส้นด้ายยืนทั้งหมด ม้วนเข้ากับแกนม้วนผ้าอีกด้านหนึ่ง ปรับ ความตึงหย่อนให้พอเหมาะ กรอด้ายเข้า กระสวยเพื่อใช้เป็นด้ายพุ่ง
๕๗ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว 2.เริ่มการทอโดยกดเครื่องแยกหมู่ตะกอ เส้นด้ายยืนชุดที่ 1 จะถูกแยก ออกและเกิด ช่องว่าง สอดกระสวยด้ายพุ่งผ่าน สลับตะกอ ชุดที่ 1 ยกตะกอชุดที่ 2 สอดกระสวยด้ายพุ่ง กลับ ทำสลับกันไปเรื่อย ๆ 3.การกระทบฟันหวี (ฟืม) เมื่อสอดกระสวย ด้ายพุ่งกลับก็จะกระทบ ฟันหวี เพื่อให้ด้ายพุ่ง แนบติดกัน ได้เนื้อผ้าที่แน่นหนา 4. การเก็บ หรือม้วนผ้า เมื่อทอผ้าได้พอประมาณแล้วก็ จะม้วนเก็บใน แกนม้วนผ้า โดยผ่อนแกนด้าย ยืนให้คลายออกและปรับความตึงหย่อนใหม่ ให้พอเหมาะ
๕๘ อำเภออากาศอำนวย จังหวัด สกลนคร ปีที่สำรวจ พ.ศ. ๒๕๖๐ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว ๑๑ ข้าวฮาง ความรู้และ การปฏิบัติ เกี่ยวกับธรรมชาติ และจักรวาล การทำข้าวฮาง ของกลุ่มโรงสีข้าวกล้อง บ้านบะหว้า หมู่ที่ ๙ ตำบลบะหว้า อำเภอ อากาศ-อำนวย จังหวัดสกลนคร เป็นภูมิ ปัญญาของคนภาคอีสานที่สืบทอดกันมาจาก รุ่นสู่ร่น ในอดีตคนอีสานผลิตข้าวได้ไม่ เพียงพอต่อการบริโภคทั้งปี ดังนั้น ในการผลิต ข้าวของปีถัดไปออกรวงพัฒนาเมล็ดได้ ประมาณร้อยละ ๗๐-๘๐ เกษตรกรจะนำข้าว มาทำเป็นข้าวเม่า และเมื่อเมล็ดข้าวพัฒนาได้ ประมาณร้อยละ ๘๕ เกษตรกรจะนำมาทำ เป็นข้าวฮางเพื่อบริโภคก่อนที่ข้าวจะสุกแก่ เต็มที่ จุดเด่นของข้าวฮางคือ มีกลิ่นหอม เพราะข้าวยังมีน้ำนมอยู่ มีรำข้าว และเส้นใย อาหารอยู่ในเมล็ดข้าวครบถ้วน ประโยชน์ของ ข้าวฮาง คือ มีวิตามินบี ๑ มากกว่า ๔ เท่า กลุ่มข้าวกล้อง บ้าน บะหว้า หมู่ 9 ต.บะหว้า อ.อากาศอำนวย จ.สกลนคร ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ ได้แก่ นางนงนุช เถื่อน ยศ บ้านบะหว้า หมู่ 9 ต.บะหว้า อ.อากาศอำนวย จ.สกลนคร โทร 083- 3528795 ชื่อผู้สืบทอด ได้แก่ นายพิทักษ์พงษ์ เถื่อนยศ ✓ แบบสำรวจมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม แบบ มภ. ๑
๕๙ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว ป้องกันโรคเหน็บชา มีธาตุเหล็กมากกว่า ๒ เท่าป้องโรคโลหิตจาง วิตามินอีในจมูกข้าว ชะลอความแก่ ซีลีเนียมป้องกันการเกิด โรคมะเร็ง มีโปรตีนมากกว่า ๒๐-๓๐% เสริมสร้างและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของ ร่างกาย มีเกลือแร่และวิตามินมากกว่า ๒๐ ชนิด มีธาตุแมงกานิส ต่อต้านอนุมูลอิสระซึ่ง เป็นสาเหตุของโรคมะเร็ง และมีค่าของการ เปลี่ยนน้ำตาลในเลือดต่ำเหมะสำหรับผู้ป่วย โรคเบาหวานต่อมาในปี ปี ๒๕๕๑ พระเจ้า วรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายา สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯสยาม มกุฎราชกุมารทรงเสด็จเยี่ยมบ้านบะหว้า หมู่ ที่ ๒,๗,๙ ตำบลบะหว้า ได้ทรงรับสั่งให้มีการ จัดตั้งกลุ่มโรงสีข้างกล้องที่เป็นรูปแบบที่ ชัดเจน มีการดำเนินงานอย่างจริง มีตัวอาคาร โรงสีข้างกล้องอยู่ที่บ้านบะหว้า หมู่ที่ ๙ มีการ สีข้าวกล้องเป็นประจำ ปัจจุบันมีสมาชิก ๑๐๘ คน มีคณะกรรมการบริหารงาน จำนวน ๕ คน กิจกรรมของกลุ่ม ๔ กิจกรรม คือ บ้านบะหว้า หมู่ 9 ต.บะหว้า อ.อากาศอำนวย จ.สกลนคร โทร 081- 0498525
๖๐ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว ๑.ข้าวกล้องธรรมดา๒.ข้าวกล้องเหนียวดำ ๓.ข้าวฮางงอก๔.ข้าวฮางชงพร้อมดื่ม วัตถุดิบและส่วนประกอบ ๑.ข้าวมะลิ ๑๐๕ ข้าว ก.ข. ๑๕ ข้าว ก.ข.๖ ๒.กะละมังแช่ข้าว๓.กระสอบปุ๋ยเพื่อบ่มข้าว ๔.มวยนึ่งข้าว๕.เตานึ่งข้าว๖.ที่ตากข้าว ๗.โรงสีข้าวกล้อง๘.เครื่องอบความชื้นข้าว ๙.ถุงบรรจุข้าว ขั้นตอนที่ ๑ การคัดข้าวเพื่อทำความกล้อง -ข้าวมะลิ ๑๐๕ หรือข้าว ก.ข.๑๕ -ข้าว ก.ข.๖ -นำข้าวที่คัดไปทำความสะอาดโดยเอาเมล็ด ลีบและสิ่งเจอปนออก ขั้นตอนที่ ๒ การแช่ข้าว -นำข้าวเปลือกที่ทำความสะอาดแล้วไปแช่ใน ภาชนะที่เตรียมไว้ประมาณ ๑๒ ชั่วโมง แล้ว นำข้าวที่แช่ล้างน้ำให้สะอาดแช่ต่อไปอีก ประมาณ ๑๒ ชั่วโมง ขั้นตอนที่ ๓ การบ่มข้าว
๖๑ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว เมื่อแช่ข้าวเปลือกครบ ๒๔ ชั่วโมง แล้วล้างน้ำ ให้สะอาดอีกครั้ง แล้วนำขึ้นจากน้ำมาบ่มใน กระสอบปุ๋ยเพื่อรอให้ข้าวงอก ประมาณ ๑๒ ชั่วโมง ขั้นตอนที่ ๔ การนึ่งข้าว เมื่อข้าวเปลือกที่บ่มงอกแล้ว ให้นำไปนึ่งใน เตาที่มีความร้อนสม่ำเสมอประมาณ ๒ ชั่งโมง สังเกตเห็นข้าวเปลือกที่นึ่งแตกทุกเมล็ด แล้ว ยกไปตากในตระแกรงที่เตรียมไว้ ขั้นตอนที่ ๕ การตากข้าว ให้นำข้าวที่นึ่งสุกแล้วไปตากแดดให้แห้ง โดย วัดความชื้นประมาณ ๑๒-๑๕%(ประมาณ ๒ แดด) ขั้นตอนที่ ๖ การสีข้าว นำข้าวที่ตากแห้งแล้ว ไปสีโดยเครื่องสีข้าว กล้องเท่านั้น แล้วนำข้าวที่สีไปตากแดดอีก ครั้งหนึ่ง ให้มีความชื้นไม่เกิน ๑๐ % แล้ว นำไปทำความสะอาดและคัดเม็ดที่ไม่สวยออก ก่อนนำไปบรรจุถุง ๗.การบรรจุภัณฑ์
๖๒ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว นำข้าวที่สีตาดแดดทำความสะอาดแล้ว วัด ความชื้นให้ได้ไม่เกิน ๑๐ %นำบรรจุในถุงเพื่อ จำหน่ายต่อไป เทคนิค/เคล็ดลับในการผลิต เทคนิค/เคล็ดลับในการผลิต -การคัดเลือกที่สะอาดไม่มีสิ่งเจอปนในการทำ ข้างฮาง -การการแช่ข้าว/การบ่มข้าว/การนึ่งข้าวต้อง ให้ได้ตามระยะเวลาที่กำหนด -การรักษาความชื้นให้ได้ความชื้นที่กำหนด ตั้งแต่การตากข้าวที่สุก/การตากข้าวก่อน บรรจุถุง -การสีข้าวต้องไม่ให้ข้าวหักการรักษา มาตรฐานคุณภาพข้าวฮาง
๖๓ แบบสำรวจมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม แบบ มภ. ๑ อำเภอกุดบาก จังหวัด สกลนคร ปีที่สำรวจ พ.ศ. ๒๕๖๐ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว ๑๒ ผ้าคราม งานช่างฝีมือ ดั่งเดิม อำเภอกุดบากได้จัดตั้งกลุ่มทอผ้าครามขึ้นเพื่อ ผลิตผ้าครามซึ่งใช้ผ้าด้วยผ้าฝ้ายชุมน้ำคราม ทักทอลายต่างๆ เป็นลายมีชื่อประจำคือ ลาย ขอลายตุ้ม ลายดอกแก้ว ลายต้นสน เป็นการ ทอผ้าครามของชนเผ่ากระเริงผ้าครามถือเป็น ภูมิปัญญาที่สืบทอดกันมาจากปู่ย่าตายายสู่ ลูกหลานย้อม ทอ และผลิต จนทุกวันนี้ไม่ เพียงแต่คนเฒ่าคนแก่ในชุมชนเท่านั้นวัยรุ่น คนทำงานก็ชื่นชอบในผ้าครามเช่นกัน กลุ่มทอผ้าครามบ้านกุดแฮด เป็นกลุ่มที่จัดตั้ง ขึ้นในหมู่บ้าน โดยการรวมตัวของชาวบ้าน สมาชิกเป็นคนในหมู่บ้านทั้งหมด แรงงานที่ ทำก็เป็นสมาชิกและบุตรหลานของสมาชิกเอง เป็นจุดเรียนรู้ด้านผ้าย้อมครารมของลูกหลาน กลุ่มทอผ้า ครามต.กุดไห อ. กุดบาก จ.สกลนคร บ้านเลขที่ ๒๑๒ หมู่ที่ ๗ ตำบล กุดบาก อำเภอ กุดบาก จังหวัด สกลนคร รหัสไปรษณีย์ ๔๗๑๘๐ ศูนย์จำหน่าย ผลิตภัณฑ์บ้าน กุดแฮด หมู่ที่ ๙ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ ได้แก่กลุ่มทอผ้า ครามบ้านกุดไห นางบุญญา ตุพิลา บ้านเลขที่ ๖๒/๓ บ้านค้อใหญ่ ต.กุดไห อ.กุด บาก จ.สกลนคร นางชู ศรีมุกดา ชื่อผู้สืบทอด ได้แก่กลุ่มทอผ้า ครามบ้านกุดไห จำนวน ๒o คน ✓
๖๔ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว ที่เป็นนักเรียนในโรงเรียนบ้านกุดแฮด และ โรงเรียนบ้านกุดแฮด กำหนดให้ นักเรียนแต่งกายด้วยผ้าย้อมครามในทุกวัน อังคาร วัตถุดิบและส่วนประกอบวัตถุดิบ ๑. ฝ้ายเข็นมือ๒. เนื้อคราม ๓. มะขามเปียก๔. น้ำด่าง(จากขี้เถ้า) ๕. น้ำซาวข้าวต้มสุก อุปกรณ์ อิ้ว หลา ไม้เปียฝ้าย คันดีด อัก ไม้ค้น ฟืม กระสวย กี่ทอผ้า ขั้นตอนการผลิต การทำเส้นฝ้าย ๑) นำดอกฝ้ายที่ตากแห้งแล้ว มาอิ้วเพื่อแยก เมล็ดออกจากปุยฝ้าย ๒) นำมาดีดด้วยคันดีดเพื่อให้ปุยฝ้ายฟู ละเอียด ๓) นำมาล้อ(พัน)กับไม้กลมขนาดไม้ตะเกียบ เพื่อทำเป็นแท่งหลอด ๔) นำมาเข็นด้วยหลาเพื่อทำเป็นเส้นฝ้าย ตำบลกุดบาก อำเภอกุดบาก ศูนย์อินแปง บ้านบัว หมู่ที่ ๘ ตำบลกุดบาก อำเภอกุดบาก นางเกยูร ไชยะ วงค์ที่อยู่ 212 ตำบลกุดบาก อำเภอกุดบาก จังหวัดสกลนคร 47180 0895707427
๖๕ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว ๕) นำไปเปียกับไม้เปียฝ้ายเพื่อให้เป็นในฝ้าย หรือต่อนฝ้ายการทำเนื้อคราม ๑) แช่ต้นครามที่มัดม้วนเป็นกำๆระยะเวลา ๑ คืน ๒) นำมัดครามที่แช่ไว้ออก ผสมปูนแดงลงไป ตามสัดส่วน แล้วกวนให้เป็นฟอง กวนไป จนกว่าฟอง จะยุบตัว ทิ้งไว้ประมาณ ๕-๖ ชั่วโมง ๓) เทน้ำใสทิ้งให้เหลือเฉพาะเนื้อครามที่ ตกตะกอน นำเนื้อครามไปกรองโดยการนำไป ใส่ถุงผ้าขาวแขวนทิ้งไว้ ๑ คืน แล้วเก็บเนื้อ ครามใส่ถังพลาสติกไว้ใช้ย้อมผ้าต่อไป การก่อหม้อ ส่วนผสม คือ เนื้อคราม ๑ กก. น้ำด่างจาก ขี้เถ้า ๑ ลิตร น้ำซาวข้าวต้มสุก ๑๐ ลิตร น้ำ มะขามเปียก ๑ ลิตร คนให้เข้ากันแล้วทิ้งไว้ ๓ วัน โดยทุกวันต้องโจก(ตักน้ำครามที่ผสมใน หม้อยกสูงแล้วเทคืนลงไปเพื่อเติมออกซิเจน) พอครบ ๓ วันน้ำส่วนผสมจะเป็นสีเหลืองอม เขียว
๖๖ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว การย้อมคราม ๑) แช่เส้นฝ้ายไว้ ๑ คืน แล้วทุบให้เส้นฝ้ายนุ่ม ฟูจะได้ดูดซึมได้ดี ๒) บิดพอหมาดๆ นำลงย้อมในหม้อครามที่ เตรียมไว้ ก่อนย้อมต้องตักน้ำครามออกไว้ ๑ ขัน เพื่อเป็นเชื้อในการย้อมครั้งต่อไป ย้อม โดยการคั้นหรือขยำด้วยมือที่สวมถุงมือยาง ประมาณ ๕ นาที ๓) นำขึ้นจากหม้อ บิดน้ำครามออก นำไปผึ่ง ลมให้แห้งพอหมาดๆ แล้วล้างน้ำ ๑ ครั้ง นำไปผึ่งในร่มไว้จนแห้ง หากต้องการสีเข้ม ย้อมซ้ำอีกครั้งเหมือนเดิม ๔) ย้อมครั้งสุดท้าย ให้บิดพอหมาดแล้วนำไป แช่น้ำปูนใส ประมาณ ๑๐ นาที แล้วล้างให้ สะอาดตากให้แห้ง จะได้ฝ้ายสีสดใสเตรียมเข้า สู่กระบวนการทอต่อไป การทอผ้า ๑)นำฝ้ายที่ย้อมแล้วมากวักด้วยอัก(กระบอก กลมๆ)
๖๗ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว ๒)เสร็จแล้วนำไปค้นกับหลักเผือ ตามความ ยาวของผ้าที่ต้องการ(ใช้ทำเป็นเส้นยืน) ๓)สืบเส้นด้ายต่อกับฟืมที่ละเส้นจนครบทุก เส้นตามขนาดของฟืม ๔)นำไปขึ้นกี่ทอเป็นลวดลายต่างๆตาม ต้องการ เทคนิค/เคล็ดลับในการผลิต - ใช้น้ำครามที่ปลูกในที่ดินอุดมสมบูรณ์สูง - ฝ้ายหลังจากย้อม ผึ่งให้แห้งพอหมาดๆแล้ว นำไปแช่น้ำปูนใส จะได้ผ้าสีสดใสขึ้น - แต่งตั้งผู้ที่มีความชำนาญที่สุดเป็น ผู้รับผิดชอบในการผสมส่วนผสมการย้อม เพียงผู้เดียวทำให้ได้สีมาตรฐานเดียวกัน ทั้งหมด
๖๘ แบบสำรวจมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม แบบ มภ. ๑ อำเภอกุดบาก จังหวัด สกลนคร ปีที่สำรวจ พ.ศ. ๒๕๖๐ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว ๑๓ ทอผ้าไหม งานช่างฝีมือ ดั่งเดิม ขั้นตอนในการทอผ้า 1. สืบเส้นด้ายยืนเข้ากับแกนม้วนด้ายยืน และร้อยปลายด้ายแต่ละเส้นเข้าในตะ กอแต่ ละชุดและฟันหวี ดึงปลายเส้นด้ายยืนทั้งหมด ม้วนเข้ากับแกนม้วนผ้าอีกด้านหนึ่ง ปรับ ความตึงหย่อนให้พอเหมาะ กรอด้ายเข้า กระสวยเพื่อใช้เป็นด้ายพุ่ง 2. เริ่มการทอโดยกดเครื่องแยกหมู่ตะกอ เส้นด้ายยืนชุดที่ 1 จะถูกแยก ออกและเกิด ช่องว่าง สอดกระสวยด้ายพุ่งผ่าน สลับตะกอ ชุดที่ 1 ยกตะกอชุดที่ 2 สอดกระสวยด้ายพุ่ง กลับ ทำสลับกันไปเรื่อยๆ กลุ่มสัมมาชีพ บ้านค้อน้อย ต.กุดไห อ.กุดบาก จ. สกลนคร เพื่อจำหน่ายไป ทั่ว ราชอาณาจักร ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ ได้แก่กลุ่ม สัมมาชีพ สา มาชิกจำนวน ๒๕ คน โดยมี นางสาวดารา กุดวงศ์แก้ว บ้านเลขที่ ๒๔ หมู่ ๕ บ้านค้อ น้อย ต.กุดไห อ.กุดบาก จ. สกลนคร ✓
๖๙ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว 3. การกระทบฟันหวี (ฟืม) เมื่อสอดกระสวย ด้ายพุ่งกลับก็จะกระทบ ฟันหวี เพื่อให้ด้ายพุ่ง แนบติดกัน ได้เนื้อผ้าที่แน่นหนา 4. การเก็บหรือม้วนผ้า เมื่อทอผ้าได้ พอประมาณแล้วก็จะม้วนเก็บใน แกนม้วนผ้า โดยผ่อนแกนด้ายยืนให้คลายออกและปรับ ความตึงหย่อนใหม่ให้พอเหมาะ การทอผ้าพื้นเป็นการใช้หลักการทอผ้า เบื้องต้น ที่นำเอาด้ายเส้นยืนและด้ายเส้นพุ่ง มาขัดกัน เพื่อให้เกิดเป็นผืนผ้า โดยด้ายเส้น พุ่งและเส้นยืนอาจเป็นด้ายสีเดียวกัน หรือต่าง สีกัน หรือนำเอาเส้นด้ายที่เป็นดิ้นเงินหรือดิ้น ทองมาทอควบด้าย เพื่อให้ผ้า มีความมัน ระยับ สวยงามยิ่งขึ้น เทคนิคพิเศษที่ใช้ในการทอผ้า การขิด หมายถึง กรรมวิธีในการทอผ้าเพื่อให้ เกิดลวดลายต่างๆ ขึ้นมา โดยวิธีการเพิ่ม เส้นด้ายพุ่งพิเศษในระหว่างการ ทอ เพื่อให้ เกิดลวดลายที่โดดเด่นกว่าสีพื้น วิธีการทำคือ ใช้ไม้เขี่ยหรือสะกิด เพื่อช้อนเส้นด้ายยืนขึ้น ชื่อผู้สืบทอด ได้แก่สมาชิกกลุ่ม สัมมาชีพ
๗๐ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว แล้วสอดเส้นด้ายพุ่ง ไปตามแนวที่ถูกจัดช้อน จังหวะการสอดเส้นด้ายพุ่งนี่เอง ที่ทำให้เกิด เป็นลวดลายต่างๆการจก เป็นเทคนิคการทอ ผ้าเพื่อให้เกิดลวดลายต่างๆ โดยเพิ่มเส้นด้าย พุ่งพิเศษสอดขึ้นลง วิธีการคือ ใช้ขนเม่น ไม้ หรือนิ้ว สอดเส้นด้ายยืนขึ้น แล้วสอดเส้นด้าย พุ่งพิเศษเข้าไป ซึ่งจะทำให้เกิดเป็นลวดลาย เป็นช่วงๆ สามารถทำสลับสีลวดลายได้หลาก สี ซึ่งจะแตกต่างจากการขิดตรงที่ขิดที่เป็นการ ใช้เส้นด้ายพุ่งพิเศษเพียงสีเดียว การทอผ้าวิธี จกใช้เวลานานมากมักทำ เป็นผืนผ้าหน้าแคบ ใช้ต่อกับตัวซิ่น เรียกว่า “ซิ่นตีนจก”การทอ มัดหมี่ ผ้ามัดหมี่มีกรรมวิธีการทอผ้าที่ใช้ เทคนิคการมัดและการย้อม เริ่มจากนำ เส้นด้ายหรือไหมมาย้อมสีแล้วมัดบริเวณที่ ต้องการเก็บไว้ เมื่อนำไปย้อมสีอื่นจะได้ไม่ติด สี เพียงซึมเข้ามาบางส่วน โดยย้อมเรียงลำดับ จากสีอ่อนไปหาสีเข้มจนครบ ตามลวดลายที่ กำหนด หลังจากนั้นจึงนำด้ายกรอเข้าหลอด ตามลำดับ แล้วนำไปทอจะเกิดลวดลายบนผืน
๗๑ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว ผ้าที่มีลักษณะคลาดเคลื่อนเหลื่อมล้ำ อันเป็น เอกลักษณ์เฉพาะของมัดหมี่ การทอผ้าชนิดนี้ จึงต้องอาศัยความชำนาญในการมัดย้อมและ ทอเป็นอย่างมาก ผ้ามัดหมี่มีอยู่หลายชนิด ได้แก่ 1. มัดหมี่เส้นพุ่ง 2. มัดหมี่เส้นยืน 3. มัดหมี่เส้นพุ่งและเส้นยืน การทอผ้ายก เป็นกรรมวิธีการทอให้เกิด ลวดลายโดยการยกตะกอแยกด้ายเส้นยืน และในบางครั้งการยกดอกจะมีการเพิ่มด้าย เส้น พุ่งจำนวนสองเส้น หรือมากกว่านั้นเข้า ไปในผืนผ้า ลวดลายที่ทอจะเป็นลายที่ เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิต สิ่งแวดล้อม และความ เชื่อทางศาสนา ซึ่งได้แก่ ลายปราสาท ลาน ธรรมาสน์ ลายสัตว์ ลายพืช ลายจากสิ่งของ เครื่องใช้ และลายเรขาคณิต
๗๒ แบบสำรวจมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม แบบ มภ. ๑ อำเภอกุดบาก จังหวัด สกลนคร ปีที่สำรวจ พ.ศ. ๒๕๖๐
๗๓ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว ๑๔ การทำขนม ข้าวโป่ง ความรู้และ การปฏิบัติ เกี่ยวกับธรรมชาติ และจักรวาล การทำขนมข้าวโป่ง เป็นการนำเอาพืช สมุนไพรชนิดหนึ่ง คือ เครือต้นตดหมาหรือ เครือตดเหม็นเอารากมาบดให้ละเอียดนำไป ประกอบแป้ง น้ำตาล ผสมกัน แล้วนำมาปั้น แล้วทำเป็นแผ่น ตากแห้งนำไปปิ้งรับประทาน การทำข้าวโป่งในสมัยก่อนเป็นเรื่องที่ต้องพิถี พิถันมากคนโบราณถือว่าคนที่จะทำข้าวโป่ง สวยไม่มีที่ติ จะต้องเป็นช่างข้าวโป่งโดยเฉพาะ ถึงแม้ว่าจะทำกินก็ตาม ให้ยกย่องช่างข้าวโป่ง เหมือนกับช่าง แขนงอื่น ๆ ส่วนประกอบ 1.น้ำตาล 2.ข้าวเหนียวหรือข้าวเหนียวดำแช่น้ำ ประมาณ4-5ชั่วโมง 3.ไข่ไก่4.ไข่ต้มเอาเฉพาะไข่แดง 5. น้ำมันพืช วิธีทำ 1.นำข้าวเหนียวที่แช่น้ำมานึ่งให้สุก แล้วนำมา เทลงในกระด้งแล้วคนไปมาให้ไอน้ำออก ในท้องที่จังหวัด สกลนคร และ นำเป็น สินค้า OTOP จำหน่ายทั่วไป ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ ได้แก่นางเพ็ง ช่วงทิพย์ อายุ ๖๓ ปี บ้านเลขที่ ๑๘๙/ ๕บ้านกุดบาก อ. กุดบาก จ.สกลนคร ชื่อผู้สืบทอด ได้แก่ ✓
๗๔ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว 2.นำข้าวเหนียวที่ที่นึ่งสุกใหม่ไปโขลกให้ ละเอียดด้วยครกมอง 3.พอข้าวเหนียวละเอียดพอประมาณใส่ไข่ โขลกให้เข้ากันกับข้าวเหนียว 4.เติมน้ำตาลโขลกให้เข้ากับข้าวเหนียว 5.นำข้าวเหนียวที่ผสมกับน้ำตาลกับไข่เสร็จ แล้วนำไปปั้นเป็นก้อนกลมๆพอประมาณ นำ ไข่แดงที่ต้มสุกแล้วผสมให้เข้ากันแล้วทามือ และทาแผ่นพลาสติกเพื่อไม่ให้แป้งติดกับแผ่น พลาสติก แล้วใช้ถุงพลาสติกที่ตัดไว้วางบน แผ่นกระเบื้องที่ทำความสะอาดเสร็จแล้ว นำ ข้าวเหนียวที่ปั้นไว้วางบนแผ่นพลาสติก 6.นำแผ่นถุงพลาสติกวางทับแล้วนำกระเบื้อง วางทับอีกที แล้วกดให้แป้งกระจายออกเป็น แผ่น วงกลม 7.นำแป้งที่กดเป็นวงกลมวางบนเสื่อที่ทำ ความสะอาดแล้ว 8.ทำแบบนี้เรื่อยๆจนแป้งหมด 9.แล้วนำข้าวโป่งที่ทำเสร็จมาผึ่งแดดไว้ ประมาณ3-4วันแล้วเก็บใส่กล่องปิดฝาให้
๗๕ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว แน่น 10.นำไปย่างไฟให้พองขึ้นพอเหลืองก็ สามารถรับประทานได้
๗๖ แบบสำรวจมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม แบบ มภ. ๑ อำเภอส่องดาว จังหวัด สกลนคร ปีที่สำรวจ พ.ศ. ๒๕๖๐ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว ๑๕ บุญข้าวจี่ยักษ์ วรรณกรรม พื้นบ้านและ ภาษา งานบุญข้าวจี่ยักษ์อนุรักษ์ประสาทขอมจัดขึ้น ที่บริเวณปราสาทขอมบ้านพันนาในวันเพ็ญ เดือนสาม เริ่มพิธีทำบุญข้าวจี่ในตอนเช้าโดย ใช้ข้าวเหนียวปั้นเป็นก้อน ขนาดเท่ากำปั้น แล้วใช้ไม้ไผ่ที่เหลากลมๆ เสียบตรงกลาง ตามยาวของปั้นข้าวเหนียวแล้วนำไปปิ้งพอ เกรียมแล้วชุบด้วยไข่ย่างไฟจนสุก แล้วใส่ ภาชนะไปตั้งไว้ในศาลาวัด นิมนต์พระมาให้ ศีลให้พร แล้วเอาข้าวจี่ใส่บาตรนำถวายแด่ พระสงฆ์ พร้อมด้วยอาหารอื่นๆ เมื่อพระฉัน เสร็จแล้วมีการแสดงพระธรรมเทศนา ตอน เย็นมีการเวียนเทียนมาฆบูชาฟังเทศน์ที่วัด ประเพณีบุญข้าวจี่ยักษ์ จะเป็นบุญประเพณี เดือน ๓ ซึ่งเป็นความเชื่อตามฮีตสิบสองของ ชาวอีสาน เป็นการทำบุญหลังจากที่ได้ข้าว ที่ปราสาทขอม บ้านพันนา ต. พันนา อ.สว่าง แดนดิน จ. สกลนคร ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ ได้แก่นายเทียบ พรหมวิชัย๕๐ ม. ๕ ต.ปทุมวาปี อ. ส่องดาว จ.สกลนคร โทร.๐๘๕ ๔๖๔ ๐๙๙๖ ชื่อผู้สืบทอด ได้แก่นายอู่ทอง อุตหลุด ๑๐ ม.๒ ต.ปทุม วาปี ✓
๗๗ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว ใหม่ ชาวบ้านจะทำข้าวจี่โดยใช้ข้าวเหนียว ใหม่นึ่งจนสุก เคล้าเกลือแล้วย่างไฟจนเกรียม หอม ก่อนเอามาทาด้วยไข่ไก่ที่ตีไว้จนทั่ว แล้ว นำไปย่างต่อจนสุก การทาไข่จะทาแล้วย่าง สลับไปมาสัก ๓ ครั้ง เมื่อได้ข้าวจี่ทาไข่ที่หอม กรุ่นแล้วจะนำน้ำอ้อยมาใส่ในรูที่ถอดไม้ไผ่ ออก ก็จะได้ข้าวจี่ทาไข่ที่มีรสชาติอร่อย หอม หวาน จากนั้นชาวบ้านจะนำข้าวจี่ไปรวมกันที่ วัดแล้วถวายพระ ก่อนที่จะนำกลับมาแจก ลูกหลานที่รออยู่บ้านการทำบุญข้าวจี่นี้ ชาวบ้านจัดทำติดต่อกันมาทุกปีงานนี้จะจัด ขึ้นทุกวันขึ้น 3 ค่ำ เดือน 3 โดยประชาชนจะ ร่วมกันทำบุญตักบาตร พร้อมถวายข้าวจี่แด่ พระภิกษุสงฆ์ที่วัด ซึ่งเป็นขนบธรรมเนียม ประเพณีทั่วไปของคนอีสาน ประเพณีบุญ ข้าวจี่ของชาวตำบลพันนา มีความแตกต่าง จากบุญข้าวจี่ของอำเภอและจังหวัดต่างๆ กล่าวคือ ชาวตำบลพันนาได้ร่วมแรงร่วมใจกัน ทำข้าวจี่ ซึ่งเป็นข้าวจี่ที่มีขนาดใหญ่เรียกว่า ข้าวจี่ยักษ์ ใช้ไข่ไก่ 2 พันฟอง และประกอบ อ.ส่องดาว จ. สกลนคร โทร.๐๙๓ ๓๒๓ ๗๖๗๐
๗๘ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว กับมีโบราณสถานที่สำคัญคือปราสาทขอม ชาวตำบลพันนาจึงจัดประเพณีนี้ขึ้น ณ ปราสาทขอมแห่งนี้ และยังมีสิ่งที่สำคัญคือ ชาวตำบลพันนา เป็นผู้มีความรู้ ความสามารถ มีภูมิปัญญาท้องถิ่นในการผลิต ผ้าย้อมคราม ที่สวยงามและสวยที่สุดใน
๗๙ แบบสำรวจมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม แบบ มภ. ๑ อำเภอส่องดาว จังหวัด สกลนคร ปีที่สำรวจ พ.ศ. ๒๕๖๐ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว ๑๖ ภาษาโซ่ (ทะวืง) วรรณกรรม พื้นบ้านและ ภาษา ชาวโซ่ (ทะวืง) มีถิ่นเดิมอยู่ที่เมืองคำเกิด คำ ม่วน สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ได้เดินทางมาอยู่ที่ประเทศไทย เมื่อประมาณ ๑๐๐ ปีมาแล้วต่อมาพบว่าเคยมีชาวโซ่(ทะวืง) อาศัยอยู่ที่จังหวัดกาฬสินธุ์และสกลนคร ปัจจุบันมีเฉพาะที่ในจังหวัดสกลนครเท่านั้น ภาษาโซ่ที่พูดในจังหวัดสกลนครมี ๒ แบบคือ ภาษาโซ่ ที่อำเภอกุสุมาลย์ และที่อำเภอส่อง ดาวจากรายงานการสำรวจของโครงการแผน ที่ภาษากลุ่มชาติพันธุ์ในประเทศไทย กล่าวว่า คำว่า โซ่ ใช้เรียกภาษาและกลุ่มคน ๓ กลุ่มใน แถบภาคตะวันออกเฉียงเหนือกลุ่มแรกคือ กลุ่มที่เรียกตัวเองว่า บรู อยู่ในจังหวัด มุกดาหารกลุ่มที่ ๒ คือ กลุ่มที่เรียกตัวเองว่า โซ่ อยู่ในอำเภอกุสุมาลย์ จังหวัดสกลนคร คน ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ ได้แก่ชื่อผู้สืบ ทอดได้แก่ คณะกรรมการ จัดทำระบบเขียน ภาษาท้องถิ่นของ กลุ่มชาติพันธุ์ด้วย อักษรไทย นอกจาก กรรมการของราช บัณฑิตยสภาแล้ว ยังมีผู้เชี่ยวชาญ ภาษาโซ่ (ทะวืง) มาช่วยกันจัดทำ คู่มือฉบับนี้อีก ๙ ✓
๘๐ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว ทั่วไปเขียนชื่อคนกลุ่มนี้ว่า โส้และกลุ่มที่ ๓ คือกลุ่มที่อยู่ที่อำเภอส่องดาว จังหวัดสกลนคร คนกลุ่มที่ ๓ อพยพมาจากหมู่บ้านทะวืงใน แขวงคำเกิด คำม่วน สาธารณรัฐ ประชาธิปไตยประชาชนลาว จึงมีผู้เรียกชื่อไป ต่างๆ กัน เช่น โซ่ ข่า หรือ ทะวืงระบบการ เขียนภาษานี้จึงตกลงให้ใช้ว่าภาษาโซ่ (ทะวืง) เพื่อแสดงความสัมพันธ์ของภาษานี้ในประเทศ ไทยที่เรียกว่า โซ่ และในประเทศลาวที่ เรียกว่า ทะวืงจากรายงานการวิจัยโครงการ “การอนุรักษ์และฟื้นฟูภาษา ประเพณี วัฒนธรรมของชาวไทยโซ่ (ทะวืง)” พบว่า ปัจจุบันชาวโซ่ (ทะวืง) ตั้งถิ่นฐานอยู่ที่หมู่บ้าน หนองแวง บ้านหนองเจริญ บ้านหนองม่วง และบ้านดงสร้างคำ ตำบลปทุมวาปี อำเภอ ส่องดาว จังหวัดสกลนคร มีประชากร ประมาณ ๒,๔๐๐ คน โดยอาศัยรวมกับกลุ่ม ชาติพันธุ์อื่นๆ เช่น ญ้อ ลาวอีสาน ภูไท ชาว โซ่ (ทะวืง) มีอาชีพทำนา ทำไร่ ปลูกยางพารา รับจ้าง รวมทั้งทำงานหัตถกรรมพื้นบ้าน เช่น คน คือ ดร.ปรีดา พร ศรีสาคร นาย ศาลา คำเรือง โคตร นางเนตร จันโคตรแก้ว นาย บุญมี คำเรือง โคตร นายเทวี โคตรสละ นาย ปริญา ภูเวียนวงศ์ นายสมปอง ต้น ประทุม นายวิเวศ คำเรืองโคตร และ นายกล้า พัดคำ ตัน
๘๑ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว สานเสื่อใบเตย ทอผ้า ส่วนเรื่องอาหารการกิน การนับถือพุทธศาสนา และความเชื่อเรื่อง ต่างๆ มีความคล้ายคลึงกับชาวอีสานทั่วไป สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย (เดิม คือ สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเพื่อ พัฒนาชนบท) มหาวิทยาลัยมหิดลนำโดย ศ.ดร.สุวิไล เปรมศรีรัตน์ และคณะ ได้รับการ สนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการ วิจัย (สกว.) ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ๒๕๔๖ เป็นต้นมา เพื่อเตรียมชุมชนให้มีความพร้อม ในการทำงานวิจัยด้านการฟื้นฟูภาษาด้วย ตนเองสถาบันวิจัยภาษาฯ ได้ร่วมมือกับชุมชน ชาวโซ่ (ทะวืง) เพื่อพัฒนาตัวเขียนภาษาโซ่ (ทะวืง) โดยใช้อักษรไทยเป็นเบื้องต้น ที่บ้าน หนองแวงและบ้านหนองม่วง ตำบลปทุมวาปี อำเภอส่องดาว จังหวัดสกลนคร ชาวโซ่ (ทะวืง) ได้นำระบบเขียนที่ร่วมกัน สร้างนี้ไปใช้เขียนหนังสือและนิทานต่างๆ เป็น จำนวนมากต่อมาสถาบันวิจัยภาษาฯ ได้เสนอ ระบบเขียนดังกล่าวมาให้ คณะกรรมการ
๘๒ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว จัดทำระบบเขียนภาษาท้องถิ่นของกลุ่มชาติ พันธุ์ด้วยอักษรไทย ราชบัณฑิตยสภา พิจารณาเพื่อจัดทำคู่มือ ดังเช่นที่เคยจัดทำ มาแล้ว ๕ ภาษา คือ คู่มือระบบเขียน ภาษา มลายูปาตานีอักษรไทย (๒๕๕๓) คู่มือระบบ เขียน ภาษาชองอักษรไทย (๒๕๕๕) คู่มือ ระบบเขียน ภาษาเขมรถิ่นไทยอักษรไทย (๒๕๕๖) คู่มือระบบเขียน ภาษาเลอเวือะ อักษรไทย (๒๕๕๘) และ คู่มือระบบเขียน ภาษาญัฮกุรอักษรไทย (๒๕๕๘)
๘๓ แบบสำรวจมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม แบบ มภ. ๑ อำเภอส่องดาว จังหวัด สกลนคร ปีที่สำรวจ พ.ศ. ๒๕๖๐ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมาย เหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว ๑๗ สู่ขวัญข้าว แนวปฏิบัติ ตามประเพณี วัฒนธรรม ในเดือนสามขึ้นใหม่สามค่ำ ชาวบ้านภูตะ คามจะทำพิธีสู่ขวัญข้าวโดยวันที่จะทำพิธี นั้นชาวบ้านภูตะคามทุกหลังคาเรือนจะ เปิดยุ่งข้าวเอาไว้และเมื่อถึงตอนเย็นของวัน ชาวบ้านจะนำข้าวไปรวมกันที่วัด และ อุปกรณ์ทำการเกษตรหรือแม้กระทั้งวัว ควาย ในพิธีมีพานบายสีหรือพาขวัญที่ ชาวบ้านจะให้เจ้าจ้ำในหมู่บ้านเป็นผู้นำใน การประกอบพิธีสู่ขวัญสูตรเจ้าแม่โพสพ 77หมู่2บ้านภู ตะคาม ตำบล ศิลา อำเภอ สองดาวจังหวัด สกลนคร 47190 นายเคน โพสัย ติดต่อผู้ใหญ่บ้าน ภูตะคาม 091- 063-6487 ✓
๘๔ แบบสำรวจมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม แบบ มภ. ๑ อำเภอส่องดาว จังหวัด สกลนคร ปีที่สำรวจ พ.ศ. ๒๕๖๐ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว ๑๘ จักสาน งานช่างฝีมือ ดั่งเดิม สานหวดนึ่งข้าว ตะกร้า และเครื่องจักสาน อื่นๆ หมู่บ้านภูตะคาม หวดนึ่งข้าว จากวิถีชีวิตและความเป็นอยู่อันเรียบง่ายของ ประชาชนชาวภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่มี ค่านิยมในการรับประทานข้าวเหนียวเป็น อาหารหลัก อีกทั้งนักคิดค้นหาวิธีการ ประดิษฐ์ เครื่องมือเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน ด้วยการนำเอาวัสดุที่มีในท้องถิ่นราคาถูกหา ได้ง่าย และใช้ภูมิปัญญา ที่แฝงไว้ด้วยศิลปะที่ น่าทึ่ง เช่น ศิลปะการจักสาน การถักทอ การปั้น แกะสลัก เป็นต้น ทั้งนี้การประดิษฐ์ เครื่องใช้ต่างๆนั้นจะมีขั้นตอนต่อเนื่อง ที่เน้น กระบวนการด้วยหวดนึ่งข้าว ก็เป็นเครื่องใช้ หมู่2 ตำบลท่า ศิลา อำเภอส่อง ดาว จังหวัด สกลนคร 47190 นายเคน โพสัย ผู้เฒ่าผู้แก่ใน หมู่บ้าน ✓
๘๕ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว อย่างหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของ ชาวบ้านทุกวันจะต้องใช้หวดนึ่งข้าวเป็น ประจำ การนึ่งข้าวเหนียวด้วยหวดนั้น นับว่าเป็นวิธีง่ายและสะดวกที่สุด ดังนั้นหวด นึ่งข้าวจึงเป็นเครื่องใช้ ที่ผู้ผลิตสามารถทำ รายได้ให้กับครอบครัว โดยทำเป็นอาชีพเสริม ได้เพราะนอกจากจะใช้หวดนึ่งข้าวแล้วยัง สามารถดัดแปลงหวดเป็นเครื่องใช้อย่างอื่นได้ ด้วย เช่น ประดิษฐ์เป็นโคมไฟตกแต่งร้าน ประดิษฐ์เป็นหน้ากากแสดงผีตาโขน และสิ่ง อื่นได้อีกมากมาย บ้านสำราญ ตำบลอาจสามารถ อำเภอเมือง นครพนม จังหวัดนครพนม เป็นหมู่บ้านหนึ่ง ที่มีการอนุรักษ์และสืบทอดการสวนหวดนึ่ง ข้าวมาหลายชั่วอายุคนแล้ว ถึงแม้ว่าใน ปัจจุบันความเจริญก้าวหน้าทางการผลิต เครื่องมือ เครื่องใช้ต่างๆ มากก็ตามหวดนึ่ง ข้าวก็ยังเป็นที่นิยมกันอยู่ วัสดุอุปกรณ์การทำหวดนึ่งข้าว พร้า เลื่อย ไม้ไผ่เฮี้ยะเศษผ้า
๘๖ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว ขั้นเตรียมเส้นตอก ใช้พร้าตัดไม้ไผ่เฮี้ยะจากกอ โดยเลือกลำที่ไม่ แก่หรืออ่อนจนเกินไป ใช้เลื่อยตัวให้เป็นปล้องๆ โดยทิ้งส่วนที่เป็นข้อ ความยาวของไม้ไผ่ที่เลื่อยนั้นขึ้นอยู่กับขนาด ของหวด เช่น ถ้าสานหวดใหญ่จะตัดไม้ให้ ยาว 35 นิ้ว หวดขนาดกลาง 30 นิ้ว หวดขนาดเล็ก 25 นิ้ว เป็นต้น ใช้พร้าผ่าไม้ไผ่เป็นซีก (ชาวบ้านเรียก กีบ) ขนกดความกว้างของซีกไม้ไผ่ หวดขนาด ใหญ่กว่าง 0.5 ซม. หวดขนาดกลาง กว้าง 0.8 ซม. หวดขนาดเล็ก กว้าง 0.6 ซม. การจักส่วยตอก คือ การเหลาซีกไม้ไผ่เพื่อ ลบคมของซีกไม้ตรงกลางออกแล้วเหลาหัว ท้ายของซีกไม้ให้เรียวลง การจักตอก คือ การเอาส่วนที่เป็น เนื้อไม้ และเปลือกไม้ไผ่ (ติ้วไม้) แยกออกจากกันซีก หนึ่งจะจักเป็นเส้นตอกได้ ประมาณ 8-10 เส้นการจักตอกสำหรับสานหวด ควรหาสไม้
๘๗ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว ไผ่ที่ค่อนข้างอ่อน ความยาวของเส้นตอก ทำ ตามขนกดที่กล่าวข้างต้น ขั้นนำเส้นตอกที่จักไว้ไปผึ่งแดดย่างหรือ รมควัน นำเส้นตอกที่ จักเสร็จแล้วผึ่งแดดให้แห้ง ถ้าเป็นฤดูก็ใช้วิธีรมควัน จะทำให้ไม่มีรา ขึ้น การผึ่งแดดใช้เวลา 2-3 วันถ้ารมควันก็ให้ สังเกตดูสีของเส้นตอก เป็นสี น้ำตาล ก็ถือว่า ใช้ได้ เมื่อเส้นตอกผึ่งแดดหรือรมควันได้ที่แล้ว มัดตอกเป็นมัด ๆ ตามความยาวของเส้นตอก แต่ชะขนาดไว้ ขั้นการสานหวด การก่อหวดใช้ตอกเป็นเปลือกไผ่ (ติ้ว ไม้) สานก่อรวมกันกับตอกธรรมดา วางในแนวตั้ง 4 เส้น แนวนอน 8 เส้น สานขัดเป็นลาย 3 โดยเริ่มจากจุดกึ่งกลาง สานไปข้างจุดกึ่ง สาน ไปข้างละ 13 ชัด
๘๘ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว รอบปลุกก้นหวด นำเอมหวดที่ก่อแล้วมา หักมุมที่จุดกึ่งกลางแล้ว สานลาย 3 ไป รอบ ๆ หวดจนหมดเส้นตอกทั้ง 2 ข้าง การสานหวด ถ้าสานความสูงของหวดยัง ไม่ได้ขนาด ก็สามารถใช้เส้นตอกเพิ่มความสูง ได้แล้วสานเพิ่มเข้าไปอีกทั้ง2 ข้าง การไพหวด เมื่อความสูงได้ตามความ ต้องการแล้ว จะใช้ตอกไพ มาสานขัดหวดเป็น ขัดลาย 3 โดยใช้ตอกไพ 3 เส้น สานลายขัด ไล่กันไปให้รอบ แล้ว ตัดเส้นตอกที่ยาวเกินไป ทิ้งเพื่อเตรียมม้วนในขั้นตอนสุดท้าย การม้วนหวดเริ่มจากด้านข้างของหวด ใช้ นิ้วมือหักม้วนไปตามลาย ม้วนต่อกันไปเรื่อย ๆ จนถึงกึ่งกลายและเหน็บเส้นตอก 2 –3 เส้น สุดท้ายลงไปตามลาย ของหวดแต่ละข้าง ก็จะได้หวดนึ่งข้าวที่สมบูรณ์
๘๙ แบบสำรวจมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม แบบ มภ. ๑ อำเภอคำตากล้า จังหวัด สกลนคร ปีที่สำรวจ พ.ศ. ๒๕๖๐
๙๐ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว ๑๙ น้ำพริกปลา ป่น ความรู้และ การปฏิบัติ เกี่ยวกับธรรมชาติ และจักรวาล ในปี ๒๕๓๗ กรมการพัฒนาชุมชนได้มีการ ส่งเสริมสนับสนุนการจัดตั้งองค์กรสตรีครบ ทุกหมู่บ้าน ตำบล และองค์กรสตรีตำบลคำตา กล้าได้รับการส่งเสริมการแปรรูปอาหารจาก ปลาซึ่งเป็นวัตถุดิบที่มีจำนวนมากในท้องถิ่น โดยได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานต่าง ๆ เช่นสำนักงานเกษตรอำเภอ สำนักงาน พัฒนาชุมชนอำเภอ อบต.และเทศบาลตำบล คำตากล้าในการจัดการฝึกอบรมด้านการแปร รูปอาหารเช่นทำน้าปลาจากปลาร้าน้ำพริกป่น ปลาร้าบอง ปลาเค็ม ปลาตากแห้ง ต่อมากลุ่ม สตรีดังกล่าวได้รวบรวมสมาชิกที่มีความ สนใจในการทำน้ำพริกปลาป่น ปลาร้าบอง เครื่องปรุง ปลากรอบป่น 1 ถ้วยตวง หอมแดงเผา 5 หัว กระเทียมเผา 3 หัว น้ำมะขามเปียก 2-3 ช้อนโต๊ะ น้ำปลา 1-2 ช้อนโต๊ะ กลุ่มสตรีคำตา กล้า ๕๘/๑ หมู่ ๕ ต.คำตากล้า อ.คำตากล้า จ.สกลนคร ๔๗๒๕๐ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ ได้แก่ นางประกอง อินทรสิ กลุ่มสตรีคำตา กล้า ๕๘/๑ หมู่ ๕ ต.คำตา กล้า อ.คำตากล้า จ.สกลนคร ๔๗๒๕o ชื่อผู้สืบทอด ได้แก่ กลุ่มสตรีคำตา กล้า ๕๘/๑ หมู่ ๕ ต.คำตา กล้า อ.คำตากล้า จ.สกลนคร ✓
๙๑ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว น้ำตาลปี๊บ 1/2 ช้อนชา พริกป่น ปริมาณตามต้องการ วิธีทำ 1. โขลกหอมเผาและกระเทียมเผาให้เข้ากัน แต่ไม่ต้องให้ละเอียดมาก 2. จากนั้นจึงใส่ปลากรอบป่นลงไป ใส่พริกป่น ลงไป และตามด้วยน้ำมะขามเปียก น้ำปลา น้ำตาลปี๊บ แล้วคลุกเคล้าส่วนผสมทั้งหมดให้ เข้ากัน ชิมให้ได้รสชาติตามใจชอบ 3. กินคู่กับผักสดหรือผักต้ม และมีไข่ต้มเป็น เครื่องเคียง กินคู่กับข้าวสวยร้อนๆ ๔๗๒๕o โทร o๔๒-๗๙๖o ๑๗
๙๒ แบบสำรวจมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม แบบ มภ. ๑ อำเภอคำตากล้า จังหวัด สกลนคร ปีที่สำรวจ พ.ศ. ๒๕๖๐ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว ๒๐ ผ้าขาวม้า ความรู้และ การปฏิบัติ เกี่ยวกับธรรมชาติ และจักรวาล ชาวบ้านจะทอผ้าขาวม้าไว้ใส่ในชีวิตประจำวัน ใช้เป็นผ้าผูกเอว หรือใช้เป็นผาดบ่าเบียงไปวัด ใช้เอาไว้เช็ดหน้าเช็ดมือ โผกหัว และใช้นุง แทนกางเกงนิยมใช้กับผู้ชาย ขั้นตอนการทำผ้าขาวม้า 1.นำเอาฝ้ายที่ซื้อมาแล้วมาใส่อักแล้วกวัก ออกมาให้ได้ฝ้ายเป็นปอยยาวๆ 2. นำฝ้ายที่กวักแล้วมาค้นเครือเพื่อที่จะให้ ได้ตามขนาดของผ้าขาวม้าตามที่จะทอความ ยาวประมาณ1.50เมตร แล้วนำไปใส่ในกี่ทอ ผ้า 3. เมื่อเตรียมด้ายลายยืนเสร็จแล้ว นำมาเข้า ฟืมแล้วดึงเส้นด้ายลายยืนให้ขึ้นลงขัดกับด้าย ลายพุ่งในขั้นตอนการทอ ซึ่งฟืมจะมีจำนวน ตามลายเป็นลายด้ายยืนว่าต้องการให้เป็นลาย 43 กุดจาน หมู่ 7 ตำบลแพด อำเภอคำตา กล้า จังหวัด สกลนคร 47250 ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ ได้แก่ กลุ่มทอผ้าฝ้าย บ้านกุดจาน ติดต่อ : นางพัช รา สกุลเดช โทร : 08- 4955-6188 ✓
๙๓ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว ดอกหรือลายขัดธรรมดา เมื่อต่อเสร็จครบทุก เส้นแล้ว นำไปขึ้นกี่เพื่อเตรียมทอ 4.นำเส้นฝ้ายที่แบ่งตัดมาม้วนเป็นหลอดด้าย เพื่อนำไปในกระสวย 4.1.ฝ้ายที่ตัดแบ่งเป็นหลอดฝ้าย 4.2.สอดหลอดด้ายใส่กระสวย 5. ทอฝ้ายจากเส้นให้เป็นผืนผ้าขาวม้าโดย ใช้กระสวย เป็นตัววิ่งสลับไปมา ซ้าย-ขวา และในกระสวยจะมีม้วนฝ้ายสีต่างๆใส่ไว้ใน กระสวย เพื่อสามารถเปลี่ยนสีฝ้ายได้ เช่น การทำแทบสีผ้าขาวม้า 6. ทอผ้าขาวม้าต่อไปเลื่อยๆจนเสร็จ เป็นผืน หน้ากว้าง 34 นิ้ว ความยาว 1.50 เมตร เป็นอันว่าเสร็จเรียบร้อย
๙๔ อำเภอคำตากล้า จังหวัด สกลนคร ปีที่สำรวจ พ.ศ. ๒๕๖๐ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว ๒๑ บุญปีใหม่ แนวการปฏิบัติ เกี่ยวกับประเพณี วัฒนธรรม เมื่อถึงเดือนมกราคมของทุกปีประชาชนใน เขตอำเภอคำตากล้าจะจัดงานบุญปีใหม่ เพื่อให้คนในอำเภอทำบุญ ตักบาตรขึ้นปีใหม่ และผูกข้อต่อแขนผู้เฒ่าผู้แก่และได้รับคำอวย พรจากผู้หลักผู้ใหญ่เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต ในเขตอำเภอคำ ตากล้า ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ ได้แก่ ชื่อผู้สืบทอด ได้แก่ นางดวงใจ สุ ราษฎร์ขวัญ 176/8 บ้านโพน ทอง ตำบลนาแต้ อำเภอคำตากล้า จังหวัดสกลนคร 47250 ✓ แบบสำรวจมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม แบบ มภ. ๑
๙๕ แบบสำรวจมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม แบบ มภ. ๑ อำเภอภูพาน จังหวัดสกลนคร ปีที่สำรวจ พ.ศ. ๒๕๖๐ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว ๒๒ แกงหวาย ความรู้และ การปฏิบัติ เกี่ยวกับธรรมชาติ และจักรวาล หวายจัด เป็นไม้ที่มีความสำคัญทางงาน หัตถกรรมต่างๆ เนื่องจากหวายมีเนื้อเหนียว แข็งแรง และยืดหยุ่นได้ดีกว่าไม้ไผ่หรือไม้จัก สานชนิดอื่นๆ สามารถจักเป็นเส้นหรือแผ่น บางได้ง่าย โค้งงอได้ดี นอกจากนั้นยอดอ่อน และหน่อหวายยังนิยมนำมารับประทานและ ปรุงเป็นอาหารได้หลายอย่าง ชนเผ่าภูไทนิยม แกงรับประทานนิยมเอาหวายขมหรือหวาย โคกมาแกงโดยมีเครื่องปรุงผสมเข้าไปคือ ย่านางเห็ดฟักทอง และผักชนิดอื่นๆตามสูตร อาหารของแต่ละคนแกงหวาย เป็นอาหาร จานเด็ดจานหนึ่งที่จะต้องมีอยู่ในสำรับของ ชาวกะเลิง เป็นอาหารแห่งชาติพันธุ์ของชาว ๓๙ หมู่ ๖ ต.หลุบเลา อ.ภูพาน จ.สกลนคร โทร ๐๘๙- ๙๔๒๙๐๗๗ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ ได้แก่ ร.ต.สุรทัศน์ ภู่รุ่ง ๓๙ หมู่ ๖ ต.หลุบเลา อ.ภู พาน จ.สกลนคร โทร ๐๘๙- ๙๔๒๙๐๗๗ ชื่อผู้สืบทอด ได้แก่ นางปาริชาติ หล้า อามาตย์ ✓
๙๖ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว กะเลิงก็ว่าได้ กะเลิงเป็นคำที่ใช้เรียกตัวเอง ของกลุ่มคนที่อาศัยอยู่ในบริเวณลุ่มแม่น้ำโขง ซึ่งแต่เดิมนั้นมีถิ่นฐานอยู่ในประเทศลาว ต่อมาชาวกะเลิง ได้เข้ามาตั้งรกรากในประเทศไทย โดยเฉพาะ ในจังหวัดสกลนคร ชุมชนกะเลิงในบริเวณ เทือกเขาภูพานมีวิถีชีวิตที่ผูกพันกับป่าเพราะ พื้นป่าเป็นแหล่งอาหารที่สำคัญของชาวกะเลิง ทั้งเนื้อสัตว์ พืชผักจากป่า หวายป่า เป็น ตัวอย่างหนึ่งของพืชผักจากป่าภูพานที่มี ความสำคัญและผูกพันกับคนกะเลิง ดังจะเห็น ได้ว่า นอกจากจะทำแกงหวายกินใน ครอบครัว แกงหวายยังเป็นอาหารเลี้ยงญาติ มิตรที่ทำขึ้นมาเพื่อเลี้ยงผู้คนในงานบุญต่างๆ เช่น งานบุญพระเวส แต่วิถีชีวิตที่ผูกพันกับ พื้นป่าภูพานของชาวกะเลิงเริ่มเปลี่ยนแปลง ไปเมื่อมีการพัฒนาการปลูกพืชจนเกิดการ ทำลายพื้นที่ป่า นโยบายในการจัดการพื้นที่ ป่าของรัฐทำให้ผืนป่ากลายเป็นเขตต้องห้าม ของชาวบ้าน ผลจากการเปลี่ยนแปลง ทำให้ ๓๙๐ หมู่ ๖ ต. หลุบเลา อ.ภูพาน จ. สกลนคร
๙๗ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว ให้คนกะเลิงเป็นหนี้สินจำนวนมาก พวกเขา เหล่านั้นจึงได้พบว่าเมื่อก่อนนั้นมีชีวิตอยู่ได้ เพราะป่า หาอาหารจากป่าโดยไม่ต้องซื้อ อาหารจากป่าที่ว่านั้นก็คือหวาย หวายใช้แลก ข้าวมาตั้งแต่อดีต จึงได้มีการริเริ่มรวมกลุ่ม เพาะหวายป่าขาย รวมถึงพืชพันธุ์ไม้ หลากหลายชนิดจากป่าภูพานเพื่อเป็นการฟื้น คืนชีวิตให้แก่ป่าภูพานและคืนชีวิตให้แต่ชาว กะเลิงเอง มาดูถึงวิธีทำแกงหวายที่เรียกได้ว่า เป็นอาหารแห่งชาติพันธุ์ของชาวกะเลิง ส่วนผสมและสัดส่วน 1. หวาย (ลำต้นอ่อน)2. ไก่3. ผักสะแงะ4. ใบแมงลัก5. พริกสด6. เกลือป่น 7. น้ำใบย่านาง8. น้ำปลา 9. ข้าวเบือ (ข้าวเหนียวแช่น้ำ โขลกละเอียด) วิธีปรุง 1. หวายปอกเปลือกและหนามแหลมออก เลือกแต่ลำต้นอ่อน ตัดเป็นชิ้นๆ แช่น้ำไว้ไม่ให้ หวายดำ
๙๘ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว 2. ต้มหวายและเทน้ำออกเพื่อให้หายขม (สำหรับคนไม่ชอบรสขม) แต่คนไม่นิยมต้ม ก่อนเพราะชอบรสขมเนื่องจากเชื่อว่าเป็นยา 3. พริกสด ข้าวเบื่อ เกลือ โขลกเข้าด้วยกัน ข้าวเบื่อทำให้น้ำแกงข้น 4. ใบย่านางนำไปขยี้ใส่น้ำ กรองเอาแต่น้ำ ใส่ หม้อต้มจนเดือด จากนั้นใส่เครื่องแกงที่โขลก ไว้ เนื้อไก่ เมื่อไก่สุกใส่หวาย 5. ปรุงรสด้วยน้ำปลา (ใส่น้ำปลาร้าด้วย) ใส่ ผักสะแงะ (ผักพื้นบ้านช่วยแต่งกลิ่น) ตามด้วย ใบแมงลัก
๙๙ แบบสำรวจมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม แบบ มภ. ๑ อำเภอภูพาน จังหวัด สกลนคร ปีที่สำรวจ พ.ศ. ๒๕๖๐ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว ๒๓ เครื่องประ ดับจากปีก แมลงทับ งานช่างฝีมือ ดั่งเดิม กลุ่มหัตถกรรมปีกแมลงทับ เป็นกลุ่มที่เกิด จากโครงการหลวงของพระราชินีนาถที่นำเอา ปีกแมลงทับมาประดิษฐ์เป็นเครื่องประดับ เช่น เข็มกลัดเสื้อ กิ๊บติดผม ต่างหู เป็นต้น วิธี ทำต่างหูปีกแมลงทับ1.จัดเตรียมปีกแมลงทับ สวย ๆ แยกปีก ซ้าย - ขวาตามแต่การใช้งาน 2. เตรียมเข็ม และหมอนปักเข็ม (เอาไว้รอง ปัก หรือจะใช้หมอนอะไรก็ได้ที่ดีคือไม่ต้องนุ่ม มาก ไม่งั้นจะซับแรงกดมากไป) เลือกเข็ม ขนาดที่เหมาะกับรูที่ต้องการ การใช้เข็มสอย ผ้าเบอร์ใหญ่ๆจะแข็งแรง รูใหญ่สามารถใช้ เข็มกลัดตัวใหญ่ก็ได้ 3. วางปีกหงาย (จะ เจาะง่ายกว่าคว่ำ) จับเข็มให้มั่นๆตามถนัด แล้วกดเจาะเลยปีกมีความแข็งแรง 4. ร้อยใส่ 131 หมู่ที่ 18 บ้านคำเพิ่ม ถนนกาฬสินธุ์- สกลนคร ตำบล โคกภู อำเภอภู พาน จังหวัด สกลนคร 47180 ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ ได้แก่ กลุ่มหัตถกรรมปีก แมลงทับ-เพชร พลอย ชื่อผู้สืบทอด ได้แก่ ปราโมทย์ เจียม โทร : 08 9025 2841 ✓
๑๐๐ แบบสำรวจมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม แบบ มภ. ๑ อำเภอภูพาน จังหวัด สกลนคร ปีที่สำรวจ พ.ศ. ๒๕๖๐ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว ทำเป็นต่างหู5. นำห่วงที่ร้อยปีกแล้วมาต่อๆ กันก็จะได้ต่างหูปีกแมลงทับ