๔๐๑ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว มีความเรียบและอ่อนบางเวลาสานก็จะไม่เจ็บ มือ - เมื่อได้ตอกประมาณ ๑๐๐ – ๑๕๐ เส้นแล้ว ก็จะเริ่มสานกระติบข้าว บางครั้งผู้สาน ต้องการ เพิ่มลวดลายในการสานกระติบก็จะย้อมสี ตอกก่อน ส่วนใหญ่จะใช้สีผสมลงในกระบอก ไม้ไผ่แล้วนำมาย้อมตอกให้เป็นสีสันตามที่ ตัวเองต้องการ วิธีการย้อมสีก็ให้ย้อมเพียงครึ่ง เดียว จากนั้นก็ลงมือสานจะเริ่มต้นสานใช้ ตอก ๖ เส้น แล้วสานด้วยลายสอง โดยทิ้งชาย ตอกให้เหลือประมาณ ๕ เซนติเมตร เมื่อสาน ได้ยาวจนชายตอก อีกด้านเหลือประมาณ ๓ เซนติเมตร ให้นำ ชายทั้งสองข้างมาประกับกันโดยใช้ลายสอง และเมื่อนำมาประกบกันได้แล้วด้วยลายสอง ก็จะม้วนชายตอกที่ไม่ต้องการอีกทีด้วยการ สานลายสองเวียน
๔๐๒ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว - การขึ้นลายกระติบจะขึ้นอยู่กับความ ต้องการของคนที่สานว่าต้องการใช้ลายอะไร เพราะแต่ละลาย จะขึ้นต่างกัน ลายกระติบที่นิยมสาน คือ “ลายข้างกระแตสองยืนและสามยืน” การขึ้น ลายสองนั้น จะยกตอก ๒ เส้นแล้วทิ้ง ๒ เส้น และเมื่อขึ้นลายไปได้ประมาณครึ่งหนึ่งของ ความยาวของตอกแล้ว ก็จะสานต่อด้วย ลายสามนอนหรือลายคุบ จากนั้นจึงสานด้วย ลายสองยืนอีกครั้งเพื่อความแข็งแรงของ กระติบข้าว จากนั้น จึงม้วนเก็บชายตอกด้วยการพับครึ่งเข้าไปข้าง ในทั้งสองข้างและบีบเพื่อตกแต่งให้สวยงาม - ก้นของกระติบข้าว การสานก้นของกระติบ ข้าวจะสานเป็นแผ่นแบนสองอันมาประกบกัน เข้าแล้ว ผูกติดกับส่วนตัวกระติบ เรียกขั้นตอนนี้ว่า “อัดตุ๋” ซึ่งมีการเย็บอยู่สองวิธีคือ การเย็บ โดยใช้หวาย กับเย็บด้วยการใช้ด้ายเย็บ แต่ การเย็บด้วยหวายนั้นให้ความสวยงามตาม
๔๐๓ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว ธรรมชาติ และมีความแข็งแรงกว่าการเย็บ ด้วยด้าย แต่ปัญหาก็คือหวาย จะหายากใน ปัจจุบัน - ฐานของกระติบ คนอีสานจะเรียกว่า “ตีน ติบข้าว” เป็นส่วนหนึ่งที่ต้องรับน้ำหนักและ จำเป็นที่จะต้องทำให้แข็งแรง ดังนั้นส่วนใหญ่ จึงใช้ก้านตาลมาเหลาแล้วโค้งให้เป็นวงกลม เท่ากับขนาดของก้นกระติบข้าว ก้านตาลที่ใช้จะต้องตรงไม่คดเบี้ยวและมี ความยาวประมาณ ๑ เมตรขึ้นไป นำก้านตาล ที่ตัดได้มาเหลา เอาหนามตาลออก ผ่าตามความยาวของก้าน ตาล ซึ่งก้านตาล ๑ ก้านใหญ่สามารถทำตีน กระติบได้ ๑ - ๒ อัน จากนั้นจึงผ่าเกลาให้ เรียบเสมอกัน นำมาม้วนแล้วทิ้งไว้ให้แห้งโดย ใช้เวลาประมาณ ๑๕ – ๒๐ วันเป็นอย่างน้อย - ฝากระติบข้าวจะสานเช่นเดียวกับตัวกระติบ เพียงแต่ให้ใหญ่กว่าเพื่อสวมครอบปิดเปิดได้ กระติบข้าวที่สานเสร็จแล้วไม่ควรเก็บไว้ในที่ ชื้น เพราะจะทำให้ขึ้นราได้ง่ายและมีมอด
๔๐๔ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว เจาะ และควรเก็บไว้ในที่มีอากาศถ่ายเทได้ สะดวก
๔๐๕ แบบสำรวจมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม แบบ มภ. ๑ อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัด สกลนคร ปีที่สำรวจ พ.ศ. ๒๕๖๐ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว ๑๐๙ ข้าวเม่า ความรู้และ การปฏิบัติ เกี่ยวกับธรรมชาติ และจักรวาล ข้าวเม่าได้มาจากรวงข้าวหรือเมล็ดข้าวที่ยังไม่ แก่จัดหรืออ่อนจนเกินไปมีทั้งข้าวเม่าข้าว เหนียว ข้าวเม่าข้าวเจ้า และข้าวเม่าข้าว เหนียวดำ ส่วนที่คนไทยนิยมทานมากที่สุดคือ ข้าวเม่าข้าวเหนียวข้าวเม่าไม่ได้มีเฉพาะใน ประเทศไทยเท่านั้นแต่มีอยู่ทุกประเทศที่ปลูก ข้าว เช่น ประเทศลาว กัมพูชา พม่า เวียดนาม ภูฏาน อินเดีย หรือทิเบต กรรมวิธี ในการนำไปทานก็แตกต่างกันไป สำหรับ ประเทศไทยข้าวเม่านำไปทำขนมได้ หลากหลายชนิด ข้าวเม่าคลุกเป็นเมนูหนึ่งที่ นิยมทานและยังเหมาะสำหรับทำขายเป็น อาชีพเสริมที่น่าสนใจอีกด้วย วิธีทำข้าวเม่าคลุก 1.นำข้าวเม่าข้าวเหนียวมาเก็บเมล็ดข้าวที่ไม่ แบนรวมถึงกรวดและแกลบให้สะอาด บ . ห น อ ง ห ลั ก ช้าง ต.ตาลเนิ้ง อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ ได้แก่ชื่อผู้สืบ ทอดได้แก่ นางนุชถาน ศิริ ขันธ์ 78 ม.2 บ.หนองหลักช้าง ต.ตาลเนิ้ง อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร 47240 โทร 086224498 ✓
๔๐๖ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว 2.จากนั้นพรมด้วยน้ำต้มสุกที่ผสมเกลือที่พัก ไว้คลุกเคล้าให้ข้าวเม่ามีความชื้นและนิ่ม 3.เมื่อข้าวเม่ามีลักษณะนิ่มให้นำมะพร้าว ทึนทึกที่นึ่งไว้คลุกเกลือแล้วนำคลุกเคล้า กับข้าวเม่า หากต้องการให้นิ่มนำใส่ภาชนะที่ มีฝาปิดพักไว้ประมาณ 10-20 นาทีเพื่อให้ นุ่มเสมอกัน 4.เวลาเสิร์ฟโรยหน้าด้วยมะพร้าวหากชอบ หวานให้โรยน้ำตาลทรายเพียงเท่านี้ก็ได้วิธีทำ ข้าวเม่าคลุกไว้ทำทานได้แล้วนะคะหรือจะทำ ขายก็เป็นอาชีพเสริมที่น่าสนใจ เพราะลงทุน น้อยทำง่ายวิธีการขั้นตอนไม่ยุ่งยาก
๔๐๗ แบบสำรวจมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม แบบ มภ. ๑ อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัด สกลนคร ปีที่สำรวจ พ.ศ. ๒๕๖๐ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว ๑๑๐ สมุนไพร ไม้จิ้มฟันจาก ก้านตะไคร้ ช่างฝีมือ ดั้งเดิม ไม้จิ้มฟันจากก้านตะไคร้ เป็นวัฒนธรรม นวัตกรรมที่สืบทอดกันมานานหลายปีในสมัย โบราณ ปู่ ย่า ตา ยาย อายุ ๑๐๐ ปี มาแล้ว เป็นการเล่าสืบทอดจนถึงปัจจุบัน บาง ครอบครัวยังใช้วิถีชีวิตแบเดิมอยู่ ในสมัยก่อน ผู้สูงอายุมีอาชีพทำนา ทำไร่ เลี้ยงสัตว์ และมี การพักรับประทานอาหารพร้อมกันเป็นหมู่ คณะ และพอทานอาหารเสร็จมีเศษอาหารติด ฟันก็หาเศษไม้ เศษหญ้า ก้านตะไคร้มาจิ้มฟัน และมีกลิ่นที่หอม ก้านเล็ก ดังนั้น นางทวินันท์ สีเนหะ จึงได้คิดค้นการสบทอดวัฒนธรรม ประเพณี ไม้จิ้มฟันจากก้านตะไคร้มาประยุกต์ เป็นธุรกิจ และเผยแพร่ให้เป็นที่รู้จักในชุมชน เพื่อให้รู้ถึงคุณค่า ประโยชน์ ของของก้าน ตะไคร้ 64 ม.1 ต.ตาลเนิ้ง อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ ได้แก่ นาง ทวินันท์ สีเนหะ บ้านเลขที่ 64 ม. 1 ต.ตาลเนิ้ง อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร ชื่อผู้สืบทอด ได้แก่ ดช.ภูมิพัฒน์ สีเนหะ บ้านเลขที่64 ม.1 ต.ตาลเนิ้ง อ.สว่างแดนดิน ✓
๔๐๘ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว อุปกรณ์ ก้านตะไคร้ ที่ใช้ในการปรุงอาหาร จุดเด่น คือเลือกก้านที่มีอายุ ๓-๖ เดือน เพราะมีก้านที่เหลียวเล็ก ทำความสะอาดได้ดี และมีกลิ่นหอมของสารระเหยจากตะไคร้ จ.สกลนคร
๔๐๙ คณะผู้จัดทำ ที่ปรึกษา ดร.ไพจิตร กุลตั้งวัฒนา ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดสกลนคร นางสาววาสนา ไชยพรรณนา วัฒนธรรมจังหวัดสกลนคร นายอำนวย โกมินทรชาติ รองประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดสกลนคร นายปกครอง สุปัญญา รองประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดสกลนคร นายประหยัด ธานะราช เลขานุการสภาวัฒนธรรมจังหวัดสกลนคร นายประสิทธิ์ คะเลรัมย์ ผู้อำนวยการสถาบันภาษา ศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร ดร.พุฑฒจักร สิทธิ รองผู้อำนวยการสถาบันภาษาศิลปะและวัฒนธรรม ดร.สพสันต์ เพชรคำ อาจารย์คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร ดร.ปูริดา วิปัชชา อาจารย์คณะวิทยาการจัดการ นางสาวจินตนา ลินโพธิ์ศาล นักวิชาการศึกษา สถาบันภาษา ศิลปะและวัฒนธรรม นายอนุชิต ชนะวัฒน์ปัญญา นักวิชาการวัฒนธรรมชำนาญการพิเศษ นายพูลสวัสดิ์ บัวภาคำ นักวิชาการวัฒนธรรม นายมงคล จินดาสมุทร นักวิชาการอิสระลุ่มน้ำโขง บรรณาธิการ นายนิพนธ์ วงศ์กาฬสินธุ์ ประชาสัมพันธ์
๔๑๐ คณะทำงาน นายเด่น เณธิชัย ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอกุดบาก นายทนงศักดิ์ พลอาษา ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอกุสุมาลย์ นางโสภิดา เหมะธุลิน ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอคำตากล้า นายอักษราวุธ เข็มรัตน์ ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอเจริญศิลป์ นายชาญชัย งอยผาลา ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอเต่างอย นายครสวรรค์ ศรีประภา ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอนิคมน้ำอูน นายทองการ แสนแก้ว ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอบ้านม่วง นายทองอินทร์ นิติธนทรัพย์ ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอพังโคน นายทนงศิลป์ วจีสิงห์ ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอพรรณานิคม นายหมื่นศักดิ์ อินธิแสง ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอโพนนาแก้ว เรืออากาศตรี สุรทัศน์ ภู่รุ่ง ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอภูพาน นายทองปาน รักษาพล ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอเมืองสกลนคร นายจันดา พุทธมาตย์ ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอวาริชภูมิ นายเฉลิมศิลป์ ปกครอง ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอวานรนิวาส นายจีรมิตร อุดมธรรมภักดี ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอสว่างแดนดิน นายเทียบ พลวิชัย ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอส่องดาว นายบรรจบ เพริศแก้ว ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภออากาศอำนวย นายจิรพล นนสุราช อาสาสมัครวัฒนธรรมจังหวัดสกลนคร นางสาวนฤมล ปังอุทา ผู้ช่วยอาสาสมัครวัฒนธรรมจังหวัดสกลนคร
๔๑๑ นายธีระยุทธ ยันตะพันธ์ ผู้ช่วยอาสาสมัครวัฒนธรรมจังหวัดสกลนคร นางสาวอริศรา หงษ์สาวงค์ นักศึกษาฝึกงาน มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร นางสาวบุษบา ปัญญาวงค์ นักศึกษาฝึกงาน มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร