๑๐๑ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว ๒๔ น้ำผลไม้หมาก เม่า ความรู้และ การ ปฏิบัติเกี่ยวกับ ธรรมชาติ และจักรวาล หจก.วรรณวงศ์ฟรูทไวน์ ได้เริ่มขอจดทะเบียน เป็นนิติบุคคลในวันที่ 9 เมษายน 2546 และ ได้รับอนุญาตขึ้นทะเบียนเป็นห้างหุ้นส่วน จำกัด ในวันที่ 11 เมษายน 2546 โดยการ รวมกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกหมากเม่าภูโซงบ้าน สร้างค้อจำนวน 9 ราย ร่วมกันลงขันเป็นทุน จดดำเนินการธุรกิจ ลักษณะนิติบุคคลซึ่งมีผู้ เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการคือ นายคนพวรรณวงศ์ ได้ทำการผลิตไวน์หมากเม่า ที่ได้จากผลผลิต ของสมาชิกในกลุ่ม และได้ส่งเสริมให้สมาชิก ในกลุ่มปลูกหมากเม่า โดยการคัดสายพันธุ์ หมากเม่าที่ดีที่สุดมาทำการขยายพันธุ์ บริการ ให้แก่สมาชิกและบุคคลทั่วไปที่สนใจกลุ่มแปร รูปตามโครงการผลิตภัณฑ์โอทอปซึ่งชาวบ้าน จะจัดกลุ่มกันขึ้นและมาทำน้ำผลไม้ที่มีเฉพาะ 50 หมู่ 20 บ้านโพธิ์ชัย พัฒนา ตำบล สร้างค้อ อำเภอ ภูพาน จังหวัด สกลนคร 47180 ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ ได้แก่นายคนพ วรรณวงศ์ มือ ถือ.089-575- 721นางสมัย วรรณวงศ์ มือถือ. 087- 853-2677 ชื่อผู้สืบทอด ได้แก่น.ส.พัฒนา วรรณวงศ์ มือถือ.081- 048-4390 นายกิตติคุณ จีม ✓ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว
๑๐๒ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว หมากเม่า น้ำตะคร้อ น้ำตระไคร้สามรส น้ำ สมอไทย น้ำมะปราง น้ำมะขามป้อม ไวน์ หมากเม่าเป็นต้น กระบวนการทำน้ำผลไม้หมากเม่า ขั้นตอนที่ 1 คัดแยกผลหมากเม่าสุกสีดำให้ได้ 70 % ผลหมากเม่าสุกสีแดงให้ได้ 30 % ขั้นตอนที่ 2 ล้างทำความสะอาด ขั้นตอนที่ 3 ปั่นผลหมากเม่าผสมน้ำสะอาด (ผลหมากเม่า 1 ก.ก.ต่อน้ำ 5 ลิตร) ขั้นตอนที่ 4 ต้มให้ร้อนอุณหภูมิ 80-85 C กรองแยกน้ำออกจากเนื้อผลและเมล็ด ขั้นตอนที่ 5 ต้มให้เดือดผสมน้ำตาลและเกลือ เล็กน้อย(ปรับสภาพความหวาน 5-15 %) ขั้นตอนที่ 6 บรรจุใส่ขวดในขณะร้อน เก็บใน ที่เย็น นำไปบริโภค สมบูรณ์ มือถือ. 088-536- 0124
๑๐๓ แบบสำรวจมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม แบบ มภ. ๑ อำเภอภูพาน จังหวัด สกลนคร ปีที่สำรวจ พ.ศ. ๒๕๖๐ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว ๒๕ การทอผ้า คราม ลายมุก งานช่างฝีมือ ดั่งเดิม เป็นการทอผ้าฝ้ายพื้นเมือง หรือ ผ้าฝ้าย ทั่วไปแล้วทอผสมกับผ้าฝ้ายย้อมคราม ทอเป็นลายมุก ผสมผสานกันอย่างสวย งามการทอผ้ายกมุก เป็นการทอผ้าพื้น เมืองที่มีการสืบทอดต่อ ๆ กันมาตั้งแต่ ปู่ ย่า ตา ยาย ที่มีการถ่ายทอดให้เป็น มรดกแก่ลูกหลานจากรุ่นสู่รุ่นกันมาช้า นาน ผ้ายกมุกเดิมมาจากการทอเป็นผ้า ถุงใช้เองที่ทำจากผ้าฝ้ายธรรมชาติที่มีอยู่ ในท้องถิ่น มีลักษณะลวดลายที่สวยงาม สลับสับช้อนและเป็นงานฝีมือที่ประณีต โดยปัจจุบันการทอผ้ายกมุก ได้มีการ นำมาประยุกต์ให้เกิดเป็นสินค้าที่สร้าง รายได้ให้กับชุมชน กลุ่มทอผ้าโพน นาแก้ว บ้านหนองผือ หมู่ 4 หมู่ 8 ต.นาแก้ว อ.โพนนาแก้ว จ.สกลนคร ชื่อผู้ถือปฏิบัติ ได้แก่ นางถาวร บาน โคตรคุณ บ้านหนองผือ หมู่ 4 ต.นาแก้ว อ.โพน นาแก้ว จ.สกลนคร ชื่อผู้สืบทอด ได้แก่ กลุ่มแม่บ้านทอผ้า ครามลายมุก ✓
๑๐๔ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว เอกลักษณ์/ จุดเด่นผลิตภัณฑ์ คือ ผ้ายกมุกใช้การทอโดยใช้ ฟืม 5 เขา ยก นางตา คึมยะราช โทร ๐๘๗- ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว
๑๐๕ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว ลาย ทำให้มีลวดลายที่สวยงามและแตกต่าง ไปจากการทอผ้าต่างๆทั่วไป มีลวดลายที่เป็น เอกลักษณ์ เนื้อผ้าดี ใส่แล้วเย็นสบายไม่ร้อน จนเกินไป เหมาะสำหรับทุกวัย วัตถุดิบและส่วนประกอบ 1. ฝ้ายธรรมชาติ 2. ฟืมเบอร์ 30 3. กี่พื้นบ้าน 4. อัก 5. กง 6. หลักต้นกง 7. ไม้คอนอัก 8. หลา 9. หลอด 10. กระสวย 11. หลักเผือ ขั้นตอนการผลิต ขั้นตอนที่ 1 นำฝ้ายที่ได้มากวักให้เป็นเส้นๆ ขั้นตอนที่ 2 ค้นเครือฮูก เป็น 2 เครือๆละสี เช่น สีขาวกับสีดำ หรือสีตามที่ เรา ต้องการ ขั้นตอนที่ 3 สืบฮูกโดยสืบเครือสีที่เป็นหลัก ก่อนแล้วจึงสืบเครือเสริมตาม( เครือที่สอง ) ขั้นตอนที่ 4 การทอ เขาที่หนึ่งยกหนึ่งเส้น เขาที่สองยกสองเส้น เขาที่สามยกหนึ่งเส้น เหมือนเขาที่หนึ่งและเขาที่สองสลับกันมา เรื่อยๆเพื่อเก็บเป็นลายยกมุกทั้งผืน ผลิตได้วัน ละ 1 เมตร ต่อ หนึ่งคน ๒๑๙๖๐๓๕ ✓
๑๐๖ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว เคล็ดลับในการผลิต
๑๐๗ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว 1. การเลือกใช้ฟืมฟันสแตนเลสและฟันทอง 2. การเลือกใช้ฝ้ายไหมโทเร 3. ความชำนาญ ทักษะในการทำลวดลาย 4. กี่ที่ทอต้องแข็งแรงทนทานไม่โยกเยก ✓
๑๐๘ แบบสำรวจมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม แบบ มภ. ๑ อำเภอโพนนาแก้วจังหวัด สกลนคร ปีที่สำรวจ พ.ศ. ๒๕๖๐ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว ๒๖ การทอเสื่อกก งานช่างฝีมือ ดั่งเดิม เป็นการนำเอาต้นกก ที่มีอยู่ตามหนอง น้ำมาตากแห้ง โดยซีกเป็นชิ้น 1 ต้นจะ ได้ประมาณ 3 ชิ้น นำไปตากแดดให้ แห้งแล้วย้อมด้วยสีตามลวดลายพอแห้ง สนิทแล้วนำไปทักทอเป็นเสื่อปูนั่งหรือ สาดทั้งนี้เพราะต้นกกเป็นพืชธรรมชาติ ที่ขึ้นอยู่ทั่วไป และภูมิปัญญาของคน ในท้องถิ่นที่นำต้นกกมาแปรสภาพก็มี ลักษณะคล้ายกัน หรือได้อิทธิพลทาง ความคิดจากกันและกัน ทำให้เสื่อกก ถูกจัดได้ว่าเป็นดำรงชีวิตของผู้คนในอดีต วัสดุอุปกรณ์ในการทำ 1.กรรไกร2. กกหรือไหล 3. เชือกไนลอนหรือเชือกเอ็น 4. ฟืมทอเสื่อ 1 เมตร5. โฮมทอเสื่อ กว้าง 1 เมตร ยาว 2 เมตร บ้านป่าผาง ต.นาตงวัฒนา อ.โพนนาแก้ว จ.สกลนคร ผลิตเป็นสินค้า OTOP ชื่อผู้ถือปฏิบัติ ได้แก่ นางบุญเทียม บัน นาฟาง ต.นาตงวัฒนา อ. โพนนาแก้ว จ.สกลนคร ชื่อผู้สืบทอด ได้แก่ นางบุญเทียม บัน นาฟาง ✓
๑๐๙ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว 6. ไม้สอดกก7. สียอมกก วิธีการย้อมสีกก 1.ต้มน้ำให้ร้อนและผสมสีลงไป 2.นำต้นกกที่เตรียมเอามาลงต้มให้สีเข้ากับ เนื้อกก 3.เอาขึ้นมาตากให้แห้ง 4.ตากให้แห้งแล้ว(สามารถเอามาทอได้) ขั้นตอนการทำ 1. นำกกหรือไหลมากรีดออกเป็นเส้นไปตาก แดดประมาณ 1 อาทิตย์ 2. เมื่อแห้งแล้ว นำมาย้อมสีตามต้องการ โดยสีที่ย้อมเป็นสี เคมีอย่างดี ส่วนมากจะย้อม สีน้ำตาลและสี ขาว สีแดง สีน้ำเงิน 3. นำเชือกไนลอนหรือ เชือกเอ็นขึงที่โฮมทอเสื่อให้เป็นเส้นตามโฮม และฟืม 4. นำกกหรือไหลสอดเข้ากับไม้สอด เพื่อที่จะสอดเข้ากับโฮมทอเสื่อ 5. เมื่อสอด กกหรือไหลเข้าไปแล้วผลักฟืมเข้าหาตัวเองให้ กกหรือไหลแน่นติดกัน เป็นลายต่าง ๆ 6. ลายที่ทอเป็นประจำและเป็นที่นิยมคือ ลาย
๑๑๐ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว มัดหมี่ ลายธรรมดา ลายกระจับ 7. จากนั้นก็ นำเสื่อกกที่ทอแล้วมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ ต่าง ๆ เช่น หมอน อาสนะ หนอนทอฟฟี่ (หมอนข้าง) เสื่อพับ ที่รองแก้ว หมอน สามเหลี่ยม ฯลฯ วิธีการทอสื่อ เลือกขนาดของฟืมให้ได้ขนาดตามที่ต้องการ นำฟืมไปตั้งในโฮงที่จะทอแล้วตั้งให้ได้ระดับ ระยะห่างจากเหล็กตีนเสื่อประมาณ 2 ฟุต นำเชือกไนลอนมาขึงจามริมฟืมซี่แรก จะเริ่ม จากด้านซ้าย หรือขวาก่อนก็ได้แล้วแต่ถนัด การขึงเชือกใช้คน 2 คน คนหนึ่งนั่งอยู่ที่หัว เสื่อคอยมัดเชือกที่ขึงให้ตึง และแน่น อีกคน นั่งอยู่ตีนเสื่อคอยสอดเชือกเข้ากับเหล็กตีน เสื่อ ใช้เชือกสอดเข้าไปในรูฟืมที่เจาะไว้ เป็น สองแถว แล้วดึงปลายเชือกไปเกาะติดกับตะปู ที่เราตอกงอไว้ติดกับไม้อีกท่อนหนึ่ง แล้วยึด กันให้แน่น เชือกดึงให้ยาวตามความยาวของ เสื่อ พรมนำใส่กกที่จะทอ
๑๑๑ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว ในการทอเสื่อจะใช้คน 2 คน คนแรกเป็นคน ทอ อีกคนหนึ่งเป็นคนคอยสอดเส้นกก กกที่ นำมาทอจะใส่ถุงพลาสติกเพื่อให้กกนิ่มและ ทอได้แน่น การทอคนทอจะต้องคว่ำฟืม เพื่อให้มีช่องว่างสำหรับสอดกก คนสอดจะ สอดเส้นกกโดยแนบส่วนหัวของเส้นกกกับไม้ สอด สอดไปตามช่องระหว่างเชือกที่แยกออก จากกันขณะที่คว่ำฟืม พอสอดไปสุดริมเชือก อีกข้างดึงไม้สอดกลับคืนคงเหลือแต่เส้นกก คนทอก็กระทบฟืมเข้าหาตัวแล้วคนทอก็หงาย ฟืม คนสอดก็ใช้ส่วนปลายของเส้นกกแนบกับ ไม้สอด สอดกกเข้าไปอีก คนทอก็กระตุกฟืม เข้าหาตัว แล้วไพริมเสื่อทางด้านซ้ายมือ การ ไพริมเสื่อ คือ การใช้ปลายกกม้วนงอลงแล้ว สอดพับเชือกขัดไว้ให้แน่น ต่อไปคว่ำฟืม ไพ ริมเสื่อทางด้านขวามือ ทำเช่นนี้ไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะได้ขนาดตามที่ต้องการ ในขณะทอ หากต้องการให้การทอง่ายยิ่งขึ้นให้ใช้เทียนไข ถูกับเส้นเอ็นที่ขึงไว้ให้ทั่ว เพื่อที่จะให้เอ็นลื่น ไม่ฝืด ตัดริมเสื่อทั้งสองด้านให้เรียบร้อย เสื่อ
๑๑๒ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว จะมีความสวยงามมากยิ่งขึ้น ใช้มีดตัดเชือก เอ็นทางตีนเสื่อเพื่อให้เสื่อออกจากโฮง มัดเอ็น ที่ปลายเสื่อ เพื่อเป็นการป้องกันเสื่อรุ่ย นำ เสื่อที่ทอเสร็จแล้วผึ่งแดดไว้จนแห้งสนิท จึง พับเก็บไว้จำหน่ายหรือแปรรูปต่อไป การทอเสื่อที่สวยงามนั่นต้องใช้คามปราณีต และความอดทนสูงเพราะการทอเสื่อต้องใช้ ระยะเวลาในการทอมาก จึงจะได้เสื่อที่ สวยงามมาก และอีกอย่างหนึ่งก็คือการใช้สีใน การใส่ลวดลายให้เกิดสีสันสวยงามตามใจผู้ทำ
๑๑๓ แบบสำรวจมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม แบบ มภ. ๑ อำเภอโพนนาแก้วจังหวัด สกลนคร ปีที่สำรวจ พ.ศ. ๒๕๖๐ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว ๒๗ ข้าวกล้อง ข้าว ฮางงอก ความรู้และ การ ปฏิบัติเกี่ยวกับ ธรรมชาติ และจักรวาล ข้าวฮางงอก เป็นภูมิปัญญาชาวภูไท สกลนคร และชาวอีสานมานานนับเป็นร้อยๆ ปีมาแล้ว จุดเด่นของข้าวฮางคือมีกลิ่นหอม มีรำข้าว และเส้นใยอาหารประโยชน์ของข้าวฮาง คือ ป้องกันโรคเหน็บชา ป้องกันโรคโลหิตจาง วิตามินอีในจมูกข้าวชะลอความแก่ ซีลีเนียม ป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง มีโปรตีนมากกว่า ๒๐-๓๐% มีเกลือแร่และวิตามินมากกว่า ๒๐ ชนิด มีธาตุแมงกานิส ต่อต้านอนุมูล อิสระซึ่งเป็นสาเหตุของโรคมะเร็ง เหมาะ สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน วิธีการทำข้าวฮางงอก นำข้าวเปลือกมาแช่น้ำ 12 ชั่วโมงนำข้าวที่แช่ น้ำมาบ่มในภาชนะที่มีอากาศถ่ายเทได้บ้าง แหล่งผลิตคือ บ้านโนนประดู่ ต.เชียงลือ อ.โพนนาแก้ว จ.สกลนคร ทำเป็นสินค้า OTOP ชื่อผู้ถือปฏิบัติ ได้แก่ นางสุข - นาย สวรรค์ พูนทองอินทร์ บ้านโนนประดู่ ต.เชียงสือ อ.โพน นาแก้ว จ.สกลนคร ชื่อผู้สืบทอด ได้แก่ นางนงนุช เอี้ยง ลักขะ ✓ ๒๓
๑๑๔ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว เช่น บ่มในกระสอบ รดน้ำเช้า–เย็น บ่มไว้ ประมาณ 48 ชั่วโมง จะมีรากงอก ประมาณ บ้านแป้น หมู่ 10 ต.บ้านแป้น ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว
๑๑๕ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว 0.5 มม. หรือเท่าปลายเข็มนำข้าวที่งอกไปนึ่ง ให้สุกตากแดด หรือผึ่งลมให้แห้ง (ระหว่าง ตากควรมีการกลับข้าวบ้าง)สีเป็นข้าวกล้อง แยกสิ่งเจือปนและเก็บในภาชนะที่แห้งสนิท หรือบรรจุในถุงสูญญากาศการเก็บรักษาข้าว ฮางเก็บในภาชนะที่สะอาดและแห้งมีฝาปิด มิดชิดเก็บบรรจุแบบถุงธรรมดาเก็บบรรจุถุง แบบสุญญากาศ จะเก็บได้นานประมาณ 1 ปี กระบวนการผลิตข้าวฮางงอก ถูกสุขอนามัย มีคุณภาพมาตรฐาน จนกระทั่งได้เป็นสินค้า OTOP ของจังหวัดสกลนคร ข้าวฮางงอกจะมี รำข้าวและเส้นใยอาหารอยู่ในเมล็ดข้าวอย่าง ครบถ้วน เมื่อกะเทาะเปลือกออกคุณค่าทาง อาหารจึงไม่สูญเสียไป เนื่องจากผ่านการนึ่ง สุกมาแล้ว ไม่มีเมล็ดแตกร้าวสีเหลือง ธรรมชาติสวยงาม ในปัจจุบันกระบวนการ ผลิตข้าวฮางงอก มีการผสมผสานภูมิปัญญา ท้องถิ่นกับการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ เพื่อผลิต ให้เพียงพอต่อความต้องการของตลาด อ.โพนนาแก้ว จ.สกลนคร ๒๓
๑๑๖ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว มีมาตรฐานและเก็บรักษาได้นานโดยมีการ บรรจุถุงพลาสติกในระบบสูญญากาศและ บรรจุขวด ✓ ๒๓
๑๑๗ แบบสำรวจมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม แบบ มภ. ๑ อำเภอโคกศรีสุพรรณ จังหวัด สกลนคร ปีที่สำรวจ พ.ศ. ๒๕๖๐ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว ๒๘ ผีหมอ แนวปฏิบัติ ทางสังคม พิธีกรรม ประเพณี และเทศกาล เป็นการละเล่น และบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ความเชื่อของคนในหมู่บ้าน จะจัดขึ้น ระหว่างเดือน ๔ หรือ เดือน ๖ ของทุก ปีหมอเหยาจะเริ่มบูชาครูก่อน แล้วลำ เชิญผีลง หรือเรียกผีให้มาเข้าทรง เพื่อ จะได้ถามว่าคนป่วยนั้นเป็นอะไร เมื่อผี มาเข้าทรงแล้วจะมีการแต่งตัวให้หมอ เหยาใหม่ คือ ถ้าผีมาเข้าทรงนั้นเป็น ผีเงือก ผีงู หมอเหยาจะเอาผ้าแดงมัด ศีรษะ ถ้าเป็นผีป่ามาสิงหรือผีบ้าน ธรรมดา หมอเหยาจะมัดศีรษะด้วยฝ้าย ดอกไม้ ถ้าเป็นผีนักมวยใช้ผ้าแดงมัด ศีรษะเหมือนกัน แต่เวลาร่ายรำหมอ ภายในหมู่บ้าน ห้วยหีบ หมู่ ๑๑,๑๒ ต.ตองโขบ อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ ได้แก่ นายซอย เครือ คำ ๔๒๙ หมู่ ๑๒ ต. ตองโขบ อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร ชื่อผู้สืบทอด ได้แก่ นางเกศแก้ว ยา ทองไชย ✓
๑๑๘ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว เหยาจะกำกำปั้นเหมือนจะชกมวย หมอเหยาจะร้องลำไปตามทำนองแคน การเหยาช่วงนี้ใช้เวลานานแล้วแต่ผีจะ นางวิมล ยาตะรี ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว
๑๑๙ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว บอกให้แก้ไขอย่างไร ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับคน ป่วยนั้นทำผิดอะไรและต้องทำตามผี บอกด้วย นอกจากกรณีที่ไม่สามารถทำ ได้ในเวลานั้นก็จะบนบานไว้ คนกลุ่มหนึ่งในจังหวัดสกลนคร พึ่งพา พิธีกรรมเหยา หรือ ผีหมอเหยา ในการ บำบัดรักษาพื้นบ้านของชาวเผ่าผู้ไท ที่ใช้ เสียงแคนและทำนองลำแบบอีสาน ประกอบการรักษาสียงเป่าแคน และบท กลองทำนองลำ เป็นหนึ่งในพิธีการรักษา อาการป่วยของ ผีหมอเหยา พิธีกรรม พื้นบ้านของชาวเผ่าผู้ไท ซึ่งเป็นวิธีบำบัด แบบดั้งเดิมที่สืบทอดต่อกันมาหลายชั่ว อายุคนพิธีกรรมเริ่มแรกผู้รับการรักษา ต้องเสียค่าบวงสรวงเป็นเงินเหรียญ 12 บาท แต่งขันธ์ 8 ด้วย ดอกไม้ เทียน และ ไข่ต้ม จากนั้นร่างทรงจะเชิญ ผีหมอเหยา มาร่วมพิธีกรรม และเริ่มร่ายรำผ่านเสียง แคน ✓
๑๒๐ แบบสำรวจมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม แบบ มภ. ๑ อำเภอโคกศรีสุพรรณ จังหวัด สกลนคร ปีที่สำรวจ พ.ศ. ๒๕๖๐ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว ๒๙ หมอเหยา แนวปฏิบัติ ทางสังคม พิธีกรรม ประเพณี และเทศกาล การรักษาผู้ป่วยหรือการเหยาต่ออายุ ภาษาหมอเหยาเรียกว่า เหยาเพื่อเลี้ยง หิ้งเลี้ยงหมอ พิธีกรรมเหยาถือว่าเป็นวิธี การบำบัดรักษาพื้นบ้านอย่างหนึ่ง ที่ รักษาการเจ็บป่วยของชาวบ้าน อันเนื่อง จากการละเมิดหรือสร้างความไม่พอใจ ต่อผี ซึ่งชาวบ้านเชื่อว่าเป็นผีมีอำนาจ ความรู้สึกอารมณ์ ความโลภ ความโกรธ ความหลง เมื่อเกิดการเจ็บป่วย หรือ ประสบภัยธรรมชาติก็จะเชื่อว่าเกิดจาก การละเมิดต่อผีจึงต้องมีการทำพิธีบวง สรวงกราบไหว้ บูชา เพื่อให้ผีมาช่วย บำบัดขจัดปัญหาความเดือดร้อน และ เชื่อว่าผีจะดลบันดาลให้เป็นไปตาม บ้านห้วยหีบ ต.ตองโขบ อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ ได้แก่ นางพิกุล ฮ่มป่า อายุ ๗๑ ปี ที่อยู่ ๕๐ หมู่ ๒ ต.ตองโขบ โทร ๐๙๕- ๑๖๘๓๕๖๗ ชื่อผู้สืบทอด ได้แก่ นางแพง ยาทอง ไชย ที่อยู่ ๓๒๓ หมู่ ๑๑ ต.ตองโขบ ✓
๑๒๑ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว ต้องการได้การรักษาจะเสี่ยงทายผ่านไข่ ต้ม เพื่อสอบถามสาเหตุของการเจ็บป่วย ระหว่างการรักษาหมอเหยาจะพูดภาษา ท้องถิ่นคล้ายหมอลำ โต้ตอบกับผู้ป่วยที่มี ท่าทางอิดโรยด้วยท่วงท่าและคำร้องให้ กำลังใจ พร้อมกับสอดแทรกความ สนุกสนาน ส่วนญาติผู้ป่วยก็จะโห่ร้องและ หัวเราะอย่างสนุกสนาน ใช้เวลารักษา ประมาณกว่า 1 ชั่วโมง ก่อนจะผูกข้อมือ ด้ายสายสินธุ์ เพื่อเรียกขวัญและกำลังใจ ชาวบ้าน บอกว่า ผีหมอเหยา อยู่คู่กับคน อีสานมานาน แม้จะเลือนหายไปตามยุค สมัย แต่ยังมีผู้อนุรักษ์ไว้ แม้การรักษาด้วย ผีหมอเหยา จะไม่สามารถยืนยันได้ร้อย เปอร์เซ็นต์ว่าจะหายจากอาการป่วย แต่ ชาวบ้านก็เชื่อว่าเป็นกุศโลบายให้กำลังใจ ผู้ป่วย ด้วยท่วงทำนองการขับร้อง ประกอบเสียงแคน ช่วยให้ผู้ป่วยรู้สึก สนุกสนาน เมื่อมีกำลังใจย่อมส่งผลดีกับ ร่างกาย ทำให้หายป่วยได้ นางพิมพา ยา ทองไชย ที่อยู่ ๗๕ หมู่ ๑๑ ต.ตองโขบ โทร ๐๙๕- ๖๔๙๘๘๐๖
๑๒๒ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว แบบสำรวจมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม แบบ มภ. ๑ อำเภอโคกศรีสุพรรณ จังหวัด สกลนคร ปีที่สำรวจ พ.ศ. ๒๕๖๐
๑๒๓ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว ๓๐ หมอพยากรณ์ แนวปฏิบัติ ทางสังคม พิธีกรรม ประเพณี และเทศกาล การทำนายดวงชะตา การทำนาย หรือ การพยากรณ์ หรือ พยากรณ์ศาสตร์ เป็นการใช้กรรมวิธีหรือขั้นตอนปฏิบัติ อย่างใดอย่างหนึ่ง เพื่อให้ได้ข้อมูลสำ หรับการบอกกล่าวถึงเรื่องราวหรือเหตุ การณ์ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งรวมถึง การพยากรณ์อากาศ โหราศาสตร์ การพยากรณ์อนาคตด้วยเครื่องมือต่างๆ เช่น ไพ่ยิปซี กราฟชีวิต อักษรรูน อี้จิง ฯลฯ เป็นต้น บ้านห้วยหีบ นาสีนวล หมู่ ๑๑ หมู่ ๑๒ ต.ตองโขบ อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร ชื่อผู้ถือปฏิบัติ ได้แก่นายเต็ม เกษมสานต์ ที่อยู่ ๘๔ หมู่ ๑๒ ต.ตองโขบ อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร โทร ๐๙๕- ๑๖๘๓๕๖๗ ชื่อผู้สืบทอด ได้แก่นางเยาว มาล แก้วกิ่ง ที่อยู่ ๖๙ หมู่ ๑๑ ต.ตองโขบ อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร โทร ๐๙๕- ๖๔๙๘๘๐๖ ✓
๑๒๔ แบบสำรวจมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม แบบ มภ. ๑ อำเภอโคกศรีสุพรรณ จังหวัด สกลนคร ปีที่สำรวจ พ.ศ. ๒๕๖๐
๑๒๕ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว ๓๑ หมอสมุนไพร ความรู้และ การปฏิบัติ เกี่ยวกับธรรมชาติ และจักรวาล เป็นหมอที่ใช้สมุนไพรเป็นยารักษาโรค ที่เรียกว่า กินทั้งดุ้น ทั้งแท่ง หรือกินทั้ง ท่อน คือนำตัวยาที่เป็นพืช สัตว์และแร่ ธาตุ ไปรวมกันแล้วต้มกินน้ำ หรือนำไป บดเป็นผงให้ละเอียดก่อนละลายน้ำดื่ม กิน และปั้นเป็นลูกกลอนกินหมอพื้นบ้าน อีสาน เป็นผู้มีความรู้และวิธีการรักษาที่ สัมพันธ์กับวิถีชีวิต สภาพแวดล้อม สังคม และวัฒนธรรมของชุมชน การวินิจฉัยโรค ตามสมุฏฐานของธาตุทั้ง 4 คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ การรักษาโรคด้วยวิธีทางไสยศาสตร์ เช่น การลำผีฟ้า การสะเคราะห์ หมอมนต์ ฯลฯ ผสมผสานกับการใช้ยาสมุนไพรเพื่อให้เกิด ความเชื่อมั่น ในการรักษาและเป็นกำลังใจ แก่ผู้ป่วย ความสัมพันธ์กับคนไข้บนพื้นฐาน การช่วยเหลือเกื้อกูลกัน หมอพื้นบ้านอีสาน มีหลายประเภท แยกตามวิธีการรักษาต่างๆ กันดังนี้เป็นหมอที่ใช้วิธีการรักษาโรคด้วย สมุนไพร แร่ธาตุ และส่วนต่างๆ ของสัตว์ การกินยาสมุนไพรของชาวอีสานมีวิธีสกัดตัว ๕๔ หมู่ ๑๒ บ้านห้วยหีบ ต.ตองโขบ อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร ชื่อผู้ถือปฏิบัติ ได้แก่นายพรหมมี ยาทองไชย ๔๐๙ หมู่ ๑๒ ต. ตองโขบ อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร คุณพ่อสระ ยา ทองไชย อายุ ๖๗ ปี ชื่อผู้สืบทอด ได้แก่ นายหัสดี แพงมี อายุ ๖๒ ปี ๕๔ หมู่ ๑๒ ต. ตองโขบ อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร ✓
๑๒๖ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว ยาออกมาจากสมุนไพรแบบง่ายๆ คือการ ฝนยา เป็นการนำสมุนไพรมาฝนหรือถูกับ แผ่นหิน แผ่นเท่าฝ่ามือ เมื่อฝนแล้วก็เอา แผ่นหินนั้นจุ่มน้ำ ตัวยาที่ฝนออกจากละลาย ในน้ำเป็นน้ำยาที่สกัดออกมา สมุนไพรที่ นำมาฝนประกอบด้วยรากไม้ แร่ธาตุหลาย ชนิด บางทีชาวบ้านเรียกว่า “ยาซุม”
๑๒๗ แบบสำรวจมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม แบบ มภ. ๑ อำเภอโคกศรีสุพรรณ จังหวัด สกลนคร ปีที่สำรวจ พ.ศ. ๒๕๖๐ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว ๓๒ หมอสูตรขวัญ แนวปฏิบัติทาง สังคม พิธีกรรมประเพณี และเทศกาล เป็นผู้มีความรู้และความสามารถในการขับ กล่อมขวัญ สู่ขวัญ หรือเรียกขวัญ ชาวบ้านเชื่อกันว่าขวัญเป็นสิ่งที่มองไม่เห็น แต่อยู่ภายในร่างกายของคนยามปกติ เป็น สิ่งทำให้ร่างกายคนทำงานอย่างมี ประสิทธิภาพ เมื่อคนเจ็บป่วยหรือตกใจ ขวัญจะออกจากร่างกาย ชาวบ้านจึงต้อง ทำพิธีเรียกขวัญ หรือสู่ขวัญ เพื่อให้ขวัญ นั้นกลับมาอยู่ในร่างกายตามเดิม และ ผูกมัดขวัญให้อยู่กับเนื้อกับตัวด้วย สายสิญจน์ บางครั้งก็ทำพิธีสู่ขวัญให้แขกผู้ มาเยือน หรือผู้ที่จะออกนอกหมู่บ้าน เดิน ทางไกลเป็นเวลานานๆ หรือสู่ขวัญให้สัตว์ สิ่งของด้วย เช่น สู่ขวัญวัว ควาย สู่ขวัญ ข้าว เป็นต้น บ้านห้วยหีบ ที่อยู่ ๘๔ หมู่ ๑๒ ที่อยู่ ๑๓๔ หมู่ ๖ ต.ตองโขบ อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร ชื่อผู้ถือปฏิบัติ ได้แก่ นายจันทร์เติม เกษมสานต์ อายุ ๘๗ ปี อาชีพ ทำนา ที่อยู่ ๘๔ หมู่ ๑๒ ต.ตองโขบ ชื่อผู้สืบทอด ได้แก่ นายบุญเติม นนท์ คำวงค์ ที่อยู่ ๑๓๔ หมู่ ๖ ต.ตองโขบ ✓
๑๒๘ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว รายละเอียดของการสู่ขวัญและคำสูตร ขวัญ(สวดขวัญ)ประเภทต่างๆ ศรี ศรี มื้อนี้แม่นมื้อดี มื้อเศรษฐีอะมุตตะ โชค โตกใบนี้แหม่นโตกไม้จันทน์ ขันอันนี้ แหม่นขันวิเศษ ผู้เหนือเกษป่อนลงมา เทวดาเอามาสู่ เอามาอยู่ในเคหา สองสามี ภรรยาจักได้เกิด พระอินทรเปิดส่องพระ แจ พระพรหมแลเผยพระโอษฐ์ ว่ามื้อนี้ หายโทษทั้งมวล บวรทุกอย่าง ผู้เป็นช่าง แต่งพาขวัญ มีทั้งมวนหมากเหมี่ยง พา ขวัญเที่ยงใบศรี งามแสนดีเจ็ดชั้น แถนพ่อ ปั้น แต่งมานำ มีเงินคำพันไถ่ เอามาใส่พา ขวัญ บวรถ่วนถี่ งามเอาหนี่จั่งเมืองแมน ฝ้ายผูกแขนห้อยระย้า มาจากฟ้าเมือง พรหม มาเชยชมสององค์อ่อน เข้าบ่อน นอนหมูน หมอน สองเนานอนแขนก่าย ทั้งสองฝ่ายตกลง สองอนงค์ลูกของแม่ มา แหนแห่เฮือนหอ โคตรวงศ์ ยอขันโตก ถึก โฉลกเหลือตา ยกลงมาตั้งใส่ ขันโตกใหญ่ ทองคำ เพชรมานำพลอยต่อ นิลมาก่อ โทร ๐๘๖- ๒๒๖๒๕๐๙
๑๒๙ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว ประดับนำ เงินและคำเต็มถาด หลายแสน บาทสินดอง เอามาฮองตกแต่ง บ่ได้ แบ่งปันไผ สองหัวใจ มาอยู่ฮ่วม มาอยู่ร่วม เป็นหนึ่งแผ่นทอง คนทั้งสองสมเผ่า เป็นคู่ เก่านำมา สองขวัญตามาพบพ้อ จั่งให้พ่อ มาขอ จั่งได้ยอขันหมาก ไขคำปากว่าตก ลง สมประสงค์ทั้งสองฝ่าย เอาขาก่ายเมีย แพงผู้เป็นผัวอย่าแข็งคำเว้า เห็นพ่อเฒ่า แม่เฒ่าให้ยำเกรง ผู้เป็นเขยอย่าเสงเสียง ปาก อย่า ไปถากคำจา คันไปไฮ่กะให้มา คันไปนากะให้ต่าว ฝั้นเชือกข่าวงัวควาย อยาตื่นสายลุกยาก อย่าได้ ปากเกินตัว ผู้ เป็นผัวให้ฮักเมียจนแก่ ให้คือแม่ของโต อย่าพาโลเลาะบ้าน อย่าขี้คร้านนอนเว็น อย่า ไปเห็นสาวแก่ อย่าไปแก่กว่าวงศ์ อย่าไปโกงใส่โคตร อย่าเว้าโพดคันเห็น เฮ็ดบ่เป็นให้ถามไถ่ อย่า ไปใหญ่กว่าลุง อย่าไปสูงกว่าป้า อย่าไปด่าวงศ์วาน อย่า ไปพาลพี่น้อง อย่าไปฟ้องซุมแซงผู้เป็นเมีย อย่าแข็งปากเว้า ตื่นแต่เช้าก่อนผัวโต อย่า
๑๓๐ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว เสียงโวสุยเสียด อย่าไปเคียดไววา คันไปไฮ่ กะ ฮีบมา คันไปนากะฮีบต่าว เห็นผู้บ่าว อย่าแซนแลน แซนแลน ยินเสียงแคนอย่า ไปฟ้อน อย่าไปย้อนใส่เสียง กลอง อย่า จองหองใส่ปู่ย่า อย่าไปด่าอาวอา คันไปมา ให้คมเขี่ยม อย่าให้เสื่อม ซุมแซง อย่าไป แฮงฟืดฟาด อย่า ประมาทปู่ย่าโต อย่า ไปโสความเก่า อย่าไปเล่าความเดิม อย่า ไป เสริมผู้อื่น อย่าไปตื่นเสียงคน อย่าไป วนของ เผิ่น คันเผิ่นเอิ้นจั่งขาน คันเผิ่น วานจั่งส่อย ให้ไปค่อยมาค่อย เห็นโคตร เห็นวงศ์ อย่าไปโกงเถียงพ่อเถียงแม่ เห็น คนแก่ปากเว้าจาไข อย่าจัญไร ป้อยผีป้อย ห่า อย่าไปด่าพี่น้องทั้งผัว อย่าเมามัวสุรา เบี้ยโบก ยามขึ้นโคกหาฟืนหาตอง อย่า เสียงหองร้องเพลง แอ๋นแอ่น อย่าได้ แล่นป๋าหมู่ป๋าฝูง คันเห็นลุงให้ว่ากะบาด อย่าได้ขาดความ เว้าขานไข ไปทางได๋ อย่าได้ช้า คันเห็นป้าให้ว่าคือลุง อย่าหัวสูง ไปหมอบมาหมอบ อย่าว่าปอบผีห่า ผีภู
๑๓๑ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว อย่าซูลูเอาของบ่อบอก อย่ากลับกลอกปู่ ย่าวงศา ยามไปมาให้วนเวียนแว่ ฮักคือพ่อ คือแม่ปู่ย่า ของโต อย่าพาโลต๋อแหลหลอน หลอก อย่าไปบอกใช้สิ่งเอาของ ผิดูธรรม นองครองของลูกใภ้ กว่าสิได้ลูกเผิ่นมาแยง อย่าเว้าแข็งคำหวานโอนอ่อน ว่ามาเยอขวัญเอย ขวัญสองเจ้าให้มาถ่อน มาอยู่นำกัน อย่าไปปนคนธรรพ์ในป่า อย่า ไป ท่าน้ำหลากไหลแฮง อย่าไปแยงผาชัน พันยอด ว่ามาเยอขวัญเอย สองเจ้าจ่งมา กอดเป็นมิ่งสาย แนน เอาสองแขนจับกัน ไว้แน่น ขวัญเจ้าแล่นไปไกล ขวัญเจ้าไปใน ป่า ขวัญเจ้าหนีลงท่าไปเฮือ ขวัญเจ้าไป เมืองเหนือและเมืองลุ่ม ขวัยเจ้าไปอยู่พุ่ม เฟือยหนาม ขวัญเจ้าไปนาทามนาฮ่อง ขวัญ เจ้าไปหลงป่องทางมา ขวัญเจ้าไป ตามหาสาวบ่าว ขวัญบ่ต่าวคืนมา ขวัญไป คาอยู่ในเงื้อม อยู่ใน เหลื่อมผาชัน กะให้ มาสามื้อนี้วันนี้ ขวัญเจ้าไปอยู่ลี้เมืองหงสา ขวัญบ่มาอยู่พม่า ขวัญไปค้าอยู่เมาะลำเลิง
๑๓๒ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว ขวัญไปเหิงบ่ต่าว กะให้มาสามื้อนี้วันนี้ ขวัญเจ้าไปอยู่ถ้ำเมืองแกวไม้ล้มแบ่ง ขวัญ เจ้าไปแห่งแห้งทางก้ำฝ่ายเขมร กะให้มา สามื้อนี้วันนี้ ขวัญเจ้าไปทางก้ำเมืองเชียง ตุงจีนตาด ขวัญเจ้าไปชมตลาดกว้าง กวางตุ้ง ให้ดุ่งมา ขวัญเจ้าไปหาค้นแพร ลาย ๆ พายถงย่าม เห็นงาม ๆ อย่าได้ใกล้ ไปแล้วให้ต่าวมา ว่ามา เยอขวัญเอย ขวัญ เจ้าไปทางใต้เมืองสุไหงตัดท่ง เมืองเบตง อยู่หย่อน ๆ อย่านอนค้างให้ต่าวมา ว่ามาเยอขวัญเอย ขวัญแข่งให้เจ้าย่างลีลา ขวัญขาให้เจ้ามาลีล้าย ๆ มานอนนำอ้าย ผู้ เป็นผัว มากินนัวจ้ำป่น ผัวพาก่นขุดตอ ผัว พายอเงินล้าน มาอยู่บ้านดอมกัน ว่ามา เยอขวัญเอย ขวัญสองเจ้าเฮ็วพะลันมา ด่วน พากันชวนฮ่วมห้องนอนซ้อนหน่วย หมอน มาอยู่ซ้อนซอนห่มลม หนาว ว่ามา เยอขวัญเอย เมียนอนต่ำ ผัวให้นอนสูง เตียงไม้ยูงพ่อแม่แต่งไว้ เผิ่นแต่งให้ม่านใส่ ทั้ง สอง หมอนมาฮองเฮียงกันเป็นคู่ เผิ่น
๑๓๓ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว ให้อยู่นำกันอย่าหนี หลายนานปีจนแก่จน เฒ่า ขวัญหมู่เจ้าให้ แล่นมาเยอว่ามาเยอ ขวัญเอย มาอยู่เฮือนหลังใหญ่ เผิ่นปลูกใส่ เป็นเฮือนหอ เผิ่นปลูกยอเป็นของ อ่อน ปลูกไว้ก่อนคอยบุตตา พากันมาอย่าชักช้า มาอยู่ห่มเฮือนงาม มาอยู่ผามหลังอาจ แม่ ปูสาด ทั้งหมอนลาย ของกินหลายเหลือ หลาก บ่อึดอยากแนวใด๋ ว่ามาเยอขวัญ เอย มาไว ๆ มาหาพ่อ มาหาแม่ พวกเฒ่า แก่อาวอาเผิ่นกะมาคอยอยู่ มาฮอดปู่คอย หลาน ว่ามาเยอขวัญเอย ขวัญเจ้าไป อย่า อยู่นาน อย่าไปพาลกับหมู่ จงมาอยู่ดอม กัน จวงจันท์หอมตกแต่ง กาบบัวแบ่งอยู่ ซอนลอน ตาออนซอนเตียงตั่ง มีบ่อนนั่ง เซามีแฮง คอยจอมแพงสองหน่อ ปานแถน หล่อแถนลอ มาโฮงหอ อย่าได้ช้า ทั้งช้าง ม้าแลงัวควาย ตาเว็นสวยมันสิฮ้อน ให้มา ก่อนอย่าไปไกล อย่าไปใสตาเว็นค่ำ ตกใต้ ต่ำมัวเมา
๑๓๔ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว ว่ามาเยอขวัญเอย จงมาเซานำพ่อ จงมา ก่อแบ่งสาน มาอยู่ซานอย่าห่าง อยู่ตะ หล่าง เฮือนโต ว่ามาเยอขวัญเอย มาเชย ชมในห้องเตียงทองบ่อนเผิ่นแต่ง สองจอม แพงให้ต่าวโค้ง มา ถ่อนอย่าสุนาน จง สำราญด้วยคาถาว่า อเนกเตโช ไชยะตุ ภะ วัง ไชยะมังคะลัง สุขังพะลัง อาวาหะ วิ วาโห สุมังคะโล โหตุ สาธุฯ อำเภอโคกศรีสุพรรณ จังหวัด สกลนคร ปีที่สำรวจ พ.ศ. ๒๕๖๐ แบบสำรวจมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม แบบ มภ. ๑
๑๓๕ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว ๓๓ ผีปู่ตา แนวปฏิบัติ ทางสังคม พิธีกรรม ประเพณี และเทศกาล คำว่าผีปู่ตา หมายถึง ผู้เจ้าที่เจ้าทางที่เชื่อ กันว่าเป็นผู้ทำหน้าที่คุ้มครองหมู่บ้านให้อยู่ เย็นเป็นสุข การเลี้ยงปู่ตาก็คือการเลี้ยง สังเวยผีเจ้าที่เจ้าทางประจำหมู่บ้านนั่นเอง ความเชื่อเหล่านี้จะมีมานานเท่าไรแล้วยังสืบ ไม่ได้ แต่สันนิษฐานว่าคงมีมานานเป็นพันๆ ปี เพราะการนับถือผีสางเทวดานั้นมีมาก่อน การนับถือศาสนาเสียอีก ในภาคอีสานตาม หมู่บ้านต่างๆ แต่ละท้องถิ่นเราจะเห็นว่ามี ศาลเจ้าพ่อหรือตูบปู่ตาประจำอยู่นอก หมู่บ้านเสมอ ชาวอีสานถือว่าเป็นประเพณี ไทยจำเป็นที่ขาดไม่ได้ ถ้าปีใดบังเอิญไม่ได้ เลี้ยงผีปู่ตาหากเกิดเหตุเภทภัยขึ้นแก่ ชาวบ้าน เขามักจะโทษกันว่าเป็นเพราะ ไม่ได้เลี้ยงผีปู่ตา ด้วยความเชื่อแบบนี้ ชาวบ้านจึงพากันทำประเพณีไทยนี้สืบมา ตราบเท่าทุกวันนี้ที่ตั้งตูบปู่ตา ก็มีแตกต่าง กันไปในแต่ละท้องถิ่น บางท้องถิ่นตั้งอยู่ทาง ทิศเหนือของหมู่บ้าน บางท้องถิ่นอยู่ทางทิศ ใต้หรืออื่นๆ แล้วแต่ความเหมาะสมของแต่ บ้านห้วยหีบ หมู่ ๑๑ หมู่ ๑๒ ต.ตองโขบ อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร ชื่อผู้ถือปฏิบัติ ได้แก่ นายประทิน แก้ว กิ่ง ที่อยู่ ๖๙ หมู่ ๑๑ ต.ตองโขบ อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร ชื่อผู้สืบทอด ได้แก่ นายผดุงชัย ชา ไชย ที่อยู่ ๒๑๖ หมู่ ๑๑ ต.ตองโขบ อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร โทร ๐๙๕- ๖๔๙๘๘๐๖ ✓
๑๓๖ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว ละบ้าน และสถานที่ตั้งนี้ชาวบ้านมักเรียก ดอนปู่ตา หรือ ดงปู่ตา เชื่อกันว่าดอนปู่ตา เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ใครจะไปรุกล้ำตัดต้นไม้ หรือแสดงกิริยาอาการอันหยาบคายใน บริเวณนั้นไม่ได้ ปู่ตาจะทำโทษให้มีอัน เป็นไปทันทีผู้เลี้ยงปู่ตา ชาวบ้านจะเรียกผู้ที่ เลี้ยงปู่ตานี้ว่า เฒ่าจ้ำ เข้าจ้ำ ตาจ้ำ หรือ ขะจ้ำ ตามแต่ละท้องถิ่นจะเรียกเมื่อถึง เทศกาลเลี้ยงปู่ตาประจำปีเฒ่าจ้ำมีหน้าที่ ป่าวเตือนหรือประกาศให้ชาวบ้านในท้องถิ่น ได้ทราบเพื่อจะเตรียมข้าวของต่างๆในการ เลี้ยงเซ่นหรือบวงสรวงปู่ตาหน้าที่พิเศษของ เฒ่าจ้ำ เชื่อกันว่าถ้าใครเจ็บไข้ได้ป่วยเพราะ ไปรุกล้ำหรือล่วงเกินผีปู่ตาจะต้องเชิญเฒ่า จ้ำไปบวงสรวงก็จะหายเจ็บไข้ได้ป่วยทันตา เห็นหรือใครมีเรื่องจำเป็นจะไปบนผีปู่ตาให้ ช่วย ก็จะเชิญเฒ่าจ้ำเป็นผู้ไปบนให้ ช่วงเวลาที่จัดพิธีเลี้ยงปู่ตา ตามที่ประเพณี ไทยเคยนับถือกันมานิยมกำหนดเอาวันพุธ เดือน 6 ข้างขึ้นหรือข้องแรมก็ได้ พอถึง
๑๓๗ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว กำหนดเฒ่าจ้ำจะแจ้งให้ชาวบ้านทุกหลังคา ทราบ และสิ่งที่ต้องนำมาเลี้ยงปู่ตามีข้าวสุก ธูปเทียนและหญ้าคามัดเท่าจำนวนสัตว์เลี้ยง ของตน ส่วนใครที่รำ(บวงสรวง)ไว้ก็ให้นำไก่ ไปคนละ ๑ ตัว พร้อมสุรา ๑ ขวด เมื่อได้ เวลาเฒ่าจ้ำก็จะพาลูกบ้านไปที่ตูบปู่ตาแล้ว ทำพิธีไหว้วานหรือเชิญผีปู่ตามารับ เฒ่าจ้ำก็ จะพูดกับผีปู่ตาตามภาษาที่เชื่อกันว่าสื่อสาร กันได้ จากนั้นพ่อเฒ่าจ้ำก็จะนำเอาคางไก่ที่ ต้มสุกแล้วมาเสี่ยงทายโดยรีดเส้นเอ็นตรง คางไก่ ถ้าคางไก่โค้งงานเฒ่าจ้ำก็จะทายว่า ฝนฟ้าจะอุดมสมบูรณ์ข้าวกล้าก็จะสวยงาม การโก่งงานของคางไก่นั้นเปรียบเหมือนรวง ข้าวที่ได้น้ำได้เนื้อได้น้ำหนักเต็มดี ถ้าคางไก่ ไม่โค้งงอนดีก็จะทายว่าฝนฟ้าไม่อุด ม สมบูรณ์ คางไก่เหยียดไม่โค้งงานเปรียบ เหมือนร่วงข้าวที่ลีบเล็กไม่สมบูรณ์ บางแห่ง ก็จะใช้เหล้าในการเสี่ยงทายคือถ้าเฒ่าจ้ำดื่ม เหล้ามีรสหวานทายว่าฝนจะดี ถ้ามีรสขม หรือฝาดทายว่าฝนจะไม่ดี
๑๓๘ แบบสำรวจมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม แบบ มภ. ๑ อำเภอโคกศรีสุพรรณ จังหวัด สกลนคร ปีที่สำรวจ พ.ศ. ๒๕๖๐
๑๓๙ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว ๓๔ กัณฑ์หลอน แนวปฏิบัติ ทางสังคม พิธีกรรม ประเพณี และเทศกาล พิธีแห่กัณฑ์หลอนไปจากหมู่บ้าน ไม่เจาะจงที่จะถวายพระรูปใด ในการ แห่กัณฑ์หลอนนั้นจะแห่ไปรอบหมู่บ้าน เพื่อรับของบริจาค และปัจจัยต่างๆ คำ "หลอน" เป็นภาษาถิ่นไทอีสาน แปลว่า "แอบมาหา หรือลักลอบไปหา โดยไม่บอก กล่าวล่วงหน้า" กัณฑ์หลอน คือกัณฑ์ เทศน์พิเศษนอกเหนือจากกัณฑ์เทศน์ใน" บุญพระเวส" ซึ่งมีเพียง 13 กัณฑ์ และแต่ ละกัณฑ์จะมีเจ้าภาพเป็นเจ้าของกัณฑ์ นั้นๆ อยู่แล้ว กัณฑ์หลอน จึงเป็นกัณฑ์ เทศน์ที่ไม่ได้จองไว้ก่อน แต่จะเป็นกัณฑ์ เทศน์ที่ชาวบ้านแต่ละคุ้มร่วมกันจัดขึ้นใน วันที่มีการเทศน์พระเวสนั่นเอง โดยผู้มี ศรัทธาจะตั้งกัณฑ์หลอนไว้ที่บ้านของตน แล้วบอกกล่าวพี่น้องที่มีบ้านเรือนอยู่ในคุ้ม นั้นๆ จัดหาปัจจัยไทยทานต่างๆ เท่าทีมี จิตศรัทธาหาได้ ซึ่งส่วนมากจะใช้กระบุง หรือกระจาดไม้ไผ่ หรืออาจจะเป็นถังน้ำ พลาสติก ใส่ข้าวสารลงไปประมาณครึ่งถึง บ้านห้วยหีบ นาสีนวล หมู่ ๑๑ หมู่ ๑๒ ต.ตองโขบ อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร ชื่อผู้ถือปฏิบัติ ได้แก่นายเต็ม เกษมสานต์ ที่อยู่ ๒๑๖ หมู่ ๑๑ ต.ตองโขบ อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร ชื่อผู้สืบทอด ได้แก่นายกิตติ พงษ์ ชาไชย อายุ ๒๙ ปี ที่อยู่ ๒๑๖ หมู่ ๑๑ ต.ตองโขบ อ.โคก ศรีสุพรรณ จ.สกลนคร โทร ๐๙๐- ๓๔๐๑๐๕๖ ✓
๑๔๐ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว แล้วหาต้นกล้วยขนาดสูงประมาณ 1 เมตรตั้งไว้กลางกระบุง กระจาด หรือถัง น้ำนั้น แล้วนำเงินชนิดต่างๆ เช่นใบละ 10,20,50,100,500 หรือ 1,000 บาท คีบด้วยไม้ไผ่ แล้วนำไปเสียบไว้ที่ลำ ต้นของต้นกล้วย ส่วนที่โคนต้นกล้วยนั้น นอกจากข้าวสารแล้วอาจจะนำปัจจัยอื่นๆ เช่น ธูปเทียน ผงซักฟอก มะพร้าวอ่อน กล้วยสุก ยาสามัญประจำบ้าน ฯลฯ ใส่ไว้ เป็นเครื่องไทยทานเมื่อได้เวลานัดหมาย คณะผู้มีศรัทธาจะพากันแห่กัณฑ์หลอน จากที่ตั้งโดยมีกลองยาว แคน ฉิ่ง ฉาบ ฯลฯ นำขบวน ผู้มีศรัทธาบางคนก็จะพา กันฟ้อนรำไปตามจังหวะเสียงกลองอย่าง สนุกสนานพอถึงวัด จะแห่รอบศาลาโรง ธรรมโดยเวียนขวา 3 รอบ แล้วนำกัณฑ์ หลอนขึ้นบนศาลาถวายแด่ภิกษุรูปที่กำลัง เทศน์อยู่ขณะนั้น กัณฑ์หลอน สามารถ นำไปทอดได้ตลอดทั้งวันขณะที่มีการ เทศน์มหาชาติ ซึ่งอาจจะถึงมืดค่ำก็ได้
๑๔๑ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว และอาจจะมีกัณฑ์หลอนจากหมู่บ้านอื่น แห่มาสมทบอีกก็ได้โดยไม่จำกัดจำนวน
๑๔๒ แบบสำรวจมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม แบบ มภ. ๑ อำเภอโคกศรีสุพรรณ จังหวัด สกลนคร ปีที่สำรวจ พ.ศ. ๒๕๖๐ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว ๓๕ ตบธาตุทราย แนวปฏิบัติ ทางสังคม พิธีกรรม ประเพณี และเทศกาล การก่อเจดีย์ทรายเพื่อเป็นการถวาย เทวดา เพื่อให้ฝนฟ้าตกต้องตามฤดูการ และให้ทุกครัวเรือนนำทรายเข้าไปถวาย วัดเพื่อก่อสร้าง เสนาสนะและถาวรวัตถุ วันที่ ๑๕ เมษายน เรียกว่า “วันสังขารขึ้น”( วันปีใหม่ )เป็นวันทำบุญตักบาตร แล้วสรง น้ำพระภิกษุ ตลอดสรงน้ำผู้สูงอายุผู้หลัก ผู้ใหญ่ ในชุมชนต่าง ๆ เรียกว่า “หดน้ำ” หรือรดน้ำหรือสรงน้ำขอพร (ไม่ให้เรียกว่า รดน้ำดำหัวเหมือนภาคเหนือ ) นอกจากนี้ จะนำน้ำอบน้ำหอมไปสรงน้ำพระพุทธรูปที่ วัด ทางวัดจะจัดสถานที่อัญเชิญพระพุทธรูป มาประดิษฐานไว้ให้ประชาชนมาสรงน้ำ พระพุทธรูป และตามบ้านเรือนต่างๆ ก็จะ ทำพิธีนำพระพุทธรูปลงมาตลอดทั้ง บ้านห้วยหีบ นาสีนวล ต.ตองโขบ อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร ชื่อผู้ถือปฏิบัติ ได้แก่ นายทวี ผาใต้ อาชีพ ทำนา ที่อยู่ ๕๕ หมู่ ๑๐ ต.ตองโขบ อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร โทร ๐๘๐- ๐๑๓๓๗๒๙ ชื่อผู้สืบทอด ได้แก่ นายอำนวย โกมิ นทรชาติ ✓
๑๔๓ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว เครื่อง รางของขลังและวัตถุมงคลต่างๆ มา สรงน้ำเช่นกัน และเอาไว้นานถึง ๓ วันเต็ม คือ อัญเชิญพระลงมาบ่าย วันที่ ๑๓ และ อัญเชิญขึ้น ของบ่ายวันที่ ๑๖ จะนำขึ้นมา ประดิษฐานไว้ที่เดิม แต่ประชาชนจะเล่น สงกรานต์ต่อได้พิธีสำคัญอีกอย่างหนึ่ง คือ การก่อพระทราย ( ก่อปะทาย ) บางหมู่บ้านเรียก ตบประทาย โดยนำเอาทรายมาก่อเป็นรูป เจดีย์ ภาษาบาลี เรียกว่า “วารุกเจดีย์ ” เมื่อนำพระพุทธรูปประดิษฐานไว้ในที่ ชาวบ้านสรงน้ำแล้ว ชาวบ้านจะพากันก่อ พระทราย ถ้าหมู่บ้านหรือวัดอยู่ใกล้แหล่ง น้ำจะก่อพระทรายที่หาดริมน้ำโดยนิมนต์ พระภิกษุสงฆ์ ไปด้วยเมื่อถวายอาหารเพล เสร็จแล้วตอนบ่ายจึงก่อพระทราย แล้วทำ ธงทิวสีต่าง ๆ พร้อมด้วยดอกไม้ ธูปเทียน ปักบูชาพระทรายนั้นแล้วนิมนต์พระสงฆ์ สวดมนต์จบแล้ว ก็พากันเล่นสาดน้ำตาม ธรรมเนียมเป็นที่สนุกสนาน แล้วพากันแยก ที่อยู่ ๑๐๔ หมู่ ๑๐ ต.ตองโขบ อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร โทร ๐๘๑ - ๖๗๐๖๙๐๗
๑๔๔ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว ย้ายกลับบ้านสำหรับวัดหรือหมู่บ้านไกล แหล่งน้ำ ชาวบ้านจะพากันไปหาทรายจาก แหล่งที่ต่างๆ มากองรวมกันไว้ที่ลานวัด เวลาบ่ายสามโมงพระสงฆ์จะตีกลองเป็น สัญญาณให้ชาวบ้านมารวมกันก่อพระทราย ที่วัดเสร็จแล้วสรงน้ำพระ ต่อไปนิมนต์ พระสงฆ์ สวดมนต์เย็นกลางคืนชาวบ้านมา รวมกันที่วัด ทำพิธีทางศาสนา และมี มหรสพสมโภชตลอดคืน รุ่งเช้าถวายอาหาร บิณฑบาตพระสงฆ์ในโอกาสเดียวกันนี้จะมี พิธีปล่อยนก ปล่อยปลา ปู หอย เต่า หรือ สัตว์อื่นๆ เพราะถือว่าได้ทำกุศลถ่ายทอด ชีวิตสัตว์ เป็นการแสดงเมตตาต่อสัตว์ ชาว อีสานถือว่าการก่อปะทาย และการปล่อย สัตว์นั้นจะได้กุศลผลบุญตอบสนองมาก ทั้ง ในปัจจุบันและอนาคตในภายภาคหน้าอีก ด้วย
๑๔๕ แบบสำรวจมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม แบบ มภ. ๑ อำเภอโคกศรีสุพรรณ จังหวัด สกลนคร ปีที่สำรวจ พ.ศ. ๒๕๖๐
๑๔๖ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว ๓๖ บายศรี แนวปฏิบัติ ทางสังคม พิธีกรรม ประเพณี และเทศกาล ขวัญข้าว หรือภาชนะใส่เครื่องสังเวย ก่อนทำพิธี สู่ขวัญ ต้องมีการจัดพา ขวัญหรือขันบายศรี หมายถึงภาชนะ ใส่เครื่องสังเวยบูชาก่อนการเรียกขวัญ ตกแต่งอย่างสวยงามด้วย ใบไม้ เช่นใบตองกล้วย นำมาพับ เป็นมุม แหลมและเย็บซ้อนอย่างสวยงาม อาจทำเป็น ๓ ชั้น ๕ ชั้นหรือ ๗ ชั้น แล้วแต่ความเหมาะสมของผู้จัดพิธี บายศรีจึงถือเป็นความเชื่อ ของทุกคน อุปกรณ์ที่ใช้ในการทำบายศรีการเตรียม วัสดุอุปกรณ์ไว้ให้พร้อม เป็นกาเตรียมการ ที่ดี สามารถดำเนินงานได้ด้วยความ เรียบร้อยรวดเร็วซึ่งมีอุปกรณ์ที่ควรจะต้อง เตรียมไว้ดังต่อไปนี้ 1. ใบตอง (ควรให้ใบตองกล้วยตานี) 2. พานแว่นฟ้า ขนาดเล็ก กลาง ใหญ่ ผูก ติดกันไว้ด้วยลวด และรองพื้นพานด้วย โฟม ๔๒๙ หมู่ ๑๒ บ้านห้วยหีบ ต.ตองโขบ อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร ชื่อผู้ถือปฏิบัติ ได้แก่ นางพิกุล ฮ่มป่า อายุ ๗๑ ปี ๕๐ หมู่ ๑๒ ปี ต. ตองโขบ อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร นางโกสะ เครือคำ อายุ ๖๕ ปี ๔๒๙ หมู่ ๑๒ ต. ตองโขบ อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร ชื่อผู้สืบทอด ได้แก่ นางรื่น บุงเพียง อายุ ๖๘ ปี ๑๕ หมู่ ๑๑ ต.ตอง โขบ ✓
๑๔๗ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว 3. ภาชนะปากกว้างสำหรับใส่น้ำแช่ ใบตอง 2 ใบ 4. สารส้ม 5. น้ำมันมะกอก ชนิดสีเหลือง หรือขาว 6. ไม้ปลายแหลม (ขนาดไม้เสียบลูกชิ้น) ประมาณ 20-30 อัน 7. ดอกไม้ (ดอกพุด ดอกดาวเรือง ดอก บานไม่รู้โรย ฯลฯ) 8. กรรไกร สำหรับตัดใบตอง 9. ลวดเย็บกระดาษ การเลือก และ การทำความสะอาดใบตอง ใบตองที่นำมาใช้สำหรับทำบายศรี มัก นิยมใช้ใบตองจากกล้วยตานี เนื่องจาก เป็นใบตองที่มีลักษณะเป็นเงา มันวาว เมื่อ โดนน้ำจะยิ่งเกิดประกายสีเขียวเข้ม สวยงามยิ่งขึ้น และที่สำคัญ ใบตองจาก กล้วยตานี มีความคงทน ไม่แตกง่าย ไม่ เหี่ยวง่าย สามารถนำมาพับม้วนเป็น รูปลักษณะต่างๆได้ง่าย และสามารถเก็บ ไว้ได้นานหลายวัน หรือถ้ารักษาโดยหมั่น อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร
๑๔๘ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว พรมน้ำบ่อยๆ ใบตองกล้วยตานี จะ สามารถคงทนอยู่ได้นานเป็นสัปดาห์ ทีเดียวเมื่อได้ใบตองกล้วยตานีมาแล้ว จะต้องนำมาทำความสะอาดก่อน ด้วยการ เช็ด โดยใช้ผ้านุ่มๆ เช็ดฝุ่นละอองและสิ่ง สกปรกต่างๆออกจากใบตองเสียก่อน โดย การเช็ด จะต้องใช้ผ้าเช็ดตามรอยของเส้น ใบไปในทางเดียว อย่าเช็ดกลับไปกลับมา หรืออย่าเช็ดขวางเส้นใบเป็นอันขาด เพราะจะทำให้ใบตองเสียหาย มีรอยแตก และช้ำ ทำให้ไม่สามารถนำใบตองมาใช้ งานได้เต็มที่เมื่อเช็ดสะอาดดีแล้ว ก็ให้พับ พอหลวมๆ เรียงซ้อนกันไว้ให้เป็นระเบียบ เพื่อรอนำมาใช้งานในขั้นตอนต่อไป การฉีกใบตองเพื่อเตรีมทำกรวยบายศรี ใบตองที่ได้ทำความสะอาดเป็นที่เรียบร้อย แล้ว หยิบมาทีละใบ แล้วนำมาฉีกเพื่อ เตรียมไว้สำหรับม้วนหรือพับ ทำกรวย บายศรีการพับหรือฉีกใบตอง แบ่งเป็นสาม ประเภทคือ
๑๔๙ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว 1. ใบตองสำหรับทำกรวยแม่ ฉีกกว้าง ประมาณ 2 นิ้วฟุต 2. ใบตองสำหรับทำกรวยลูก ฉีกกว้าง ประมาณ 2 นิ้วฟุต 3. ใบตองสำหรับห่อ ฉีกกว้างประมาณ 1.5 นิ้วฟุตใบตองแต่ละประเภท ควรฉีก เตรียมไว้ให้ได้จำนวนที่ต้องการ กล่าวคือ ถ้าทำพานบายศรี 3 ชั้น ชั้นละ 4 ทิศ ( 4 ริ้ว ) นั่นก็หมายถึงว่าจะมีริ้วทั้งหมด 12 ริ้ว ในแต่ละริ้ว จะประกอบด้วยกรวยแม่ 1 กรวย และ กรวยลูก 9 กรวย รวม ทั้งสิ้น จะมีกรวยแม่ 12 กรวย และ กรวย ลูก 108 กรวย นั่นเอง แสดงว่าจะต้องมี ใบตองสำหรับทำกรวยแม่ 12 ชิ้น ใบตอง สำหรับทำกรวยลูก 108 ชิ้น ใบตอง สำหรับห่อ 120 ชิ้น นั่นเอง แต่ใบตอง สำหรับห่อ จะต้องเตรียมไว้เพื่อห่อริ้วอีก คือใน 1 ริ้วจะประกอบไปด้วย กรวยแม่ 1 กรวย กรวยลูก 9 กรวย ซึ่งจะต้องมา ห่อรวมกัน ดังนั้น จึงต้องเพิ่มใบตอง
๑๕๐ ลำดับที่ ชื่อรายการ ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป พื้นที่ปฏิบัติ ชื่อผู้ที่ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ หมายเหตุ ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว สำหรับห่ออีก 120 ชิ้น รวมเป็นใบตอง สำหรับห่อ 240การพับหรือห่อกรวย หมายถึงการนำใบตองที่ฉีกเตรียมไว้แล้ว สำหรับพับกรวย มาพับ โดยการพับกรวย แม่และกรวยลูกจะมีลักษณะวิธีการพับ เหมือนกัน คือ การนำใบตองมาพับม้วนให้ เป็นกรวยปลายแหลม เพียงแต่กรวยลูกจะ มีการนำดอกพุด มาวางเสียบไว้ที่ส่วนยอด ปลายแหลมของกรวยด้วย เมื่อพับหรือ ม้วนใบตองเป็นกรวยเสร็จในแต่ละกรวย แล้ว ให้นำลวดเย็บกระดาษ มาเย็บใบตอง ไว้เพื่อป้องกันใบตองคลายตัวออกจากกัน แล้วเก็บกรวยแต่ละประเภทไว้จนครบ จำนวนที่ต้องการเมื่อได้กรวยแต่ละ ประเภทครบตามจำนวนที่ต้องการแล้ว ก็ นำกรวยที่ได้มาห่อ โดยการนำใบตองที่ฉีก เตรียมไว้สำหรับห่อมาห่อกรวย หรือเรียก อีกอย่างว่า ห่มผ้า หรือ แต่งตัวให้กรวย บายศรี ส่วนวิธีการห่อ ศึกษาได้จาก ภาพยนตร์ที่แสดงให้ชม