The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by snowel2003, 2024-01-12 20:27:26

เงารักแรงแค้น

เงารักแรงแค้น

เงารักแรงแค้น [ธาวินทร์ X ไออุ่น] เมื่อสิ่งที่เคยวาดฝันเอาไว้ก่อนหน้านี้ว่าอยากจะมีชีวิตที่เรียบง่ายอยู่ ภายในบ้านไร่ที่สุดแสนอบอุ่นหัวใจและตลบอบอวลไปด้วยความรักกลับ ถูกบดขยี้ให้แหลกเป็นจุล หลังจากที่ “ไออุ่น” ได้รับรู้ความจริงว่าชายหนุ่ม ที่มาเข้าพิธีวิวาห์กับเธอและร่วมหออุ่นเตียงด้วยกันครั้งแรกในค ่าคืนวัน แต่งงานดันไม่ใช่ “ธาวีร์” เจ้าบ่าวตัวจริงของเธอแต่เขาคนนั้นกลับกลายไป เป็น “ธาวินทร์” น้องชายฝาแฝดของธาวีร์ที่สวมรอยมาเป็นเจ้าบ่าวเข้าพิธี วิวาห์แทนพี่ชายฝาแฝดของตัวเอง ไออุ่นนั้นไม่เคยทราบเรื่องที่ธาวีร์มีฝาแฝดมาก่อนเลยด้วยซ ้าเพราะ ชายหนุ่มไม่เคยเปิดปากพูดถึงเรื่องนี้เลยสักครั้งแต่กลับบอกเพียงแค่ว่า ทั้งชีวิตเขาเหลือคนส าคัญในครอบครัวแค่เพียงคนเดียวเท่านั้น ซึ่งนั่นก็ เท่ากับว่าธาวีร์ยังคงมีความลับมากมายที่เก็บซ่อนเอาไว้ไม่ให้เธอได้รับรู้มัน ตั้งแต่ทีแรก


จุดประกายการท าลายชีวิตของไออุ่น มันเริ่มมาจากการที่หนุ่ม นักเรียนนอกอย่างธาวินทร์ได้กลับมาเห็นภาพที่พี่ชายฝาแฝดของตัวเอง นอนจมกองเลือดไปพร้อมกับการ์ดแต่งงานและไดอารี่ลับที่หน้าสุดท้ายถูก ฉีดขาดหายไป ซึ่งก็แน่นอนว่าเจ้าสาวอย่างไออุ่นได้กลับกลายมาเป็น ผู้ต้องสงสัยหมายเลข 1 และมีโอกาสเป็นไปได้สูงว่าเธออาจจะเป็นสาเหตุ ท าให้ธาวีร์ตัดสินใจปลิดชีพตัวเองทิ้งในคืนก่อนวันแต่งงานแค่เพียงวัน เดียวเท่านั้น ไออุ่นต้องทนทุกข์ทรมานอยู่กับความรู้สึกผิดบาปในใจที่อาจจะเป็น ตัวต้นเหตุท าให้ธาวีร์ตัดสินใจปลิดชีพตัวเองทิ้งจริงๆแต่ทว่าเธอก็ดัน บังเอิญไปค้นพบเข้ากับความจริงอันน่าสะพรึงกลัวบางอย่าง ซึ่งมันก็ เชื่อมโยงไปถึงคดีฆาตกรรมคุณผู้หญิงและคุณผู้ชายคนเก่าที่เคยถูกลอบ สังหารอยู่ภายในคฤหาสน์ดาวเหนือ แนะน าตัวละครหลัก ธาวินทร์ ธาวินทร์ อิสริยธารันทร์ (แฝดน้อง) ธาวีร์ ธาวีร์ อิสริยธารันทร์ (แฝดพี่) ไออุ่น อริสา วัชรชัยพล


Ex… “บอกมาว่าท าอะไรมากกว่านี้!?” “หมับ!” ร่างหนาทรุดตัวนั่งลงกับพื้น ก่อนที่จะบีบไหล่มนเอาไว้มั่นแล้วเขย่า มันไปมาอย่างไม่เบามือ แรงบีบมหาศาลท าเอาไออุ่นหัวสั่นหัวคลอนไปมา ไม่หยุด จนแทบจะขาดใจตายอยู่ภายในห้องเก็บห้องที่เต็มไปด้วยฝุ่ น เขรอะแห่งนี้ “นี่!” “หยุดนะ!” “ก็บอกว่าไม่มีไง!” “พลั่ก!” ไออุ่นพูดขณะที่พยายามจะผลักร่างของธาวินทร์ให้ห่างออกไปจาก การบังคับขู่เข็ญทรมานร่างกายของเธอแต่ด้วยความที่ขนาดตัวต่างกันมาก แรงของเธอจึงไม่ได้สร้างความสั่นสะเทือนให้กับอีกฝ่ายเลยแม้แต่นิดเดียว “ถ้าไม่มีแล้วพี่กูฆ่าตัวตายได้ยังไง!?” “นึกใหม่อีกรอบสิวะ!” “แค่กๆ!” ธาวินทร์เริ่มพ่นค าหยาบคายออกมา ด้วยอารมณ์ขุ่นเคืองใจ ก่อนที่ ฝ่ ามือหนาจะละออกมาจากไหล่มนแล้ววนกลับมาที่คอเรียวสวยอีกครั้ง จากนั้นจึงออกแรงบีบมันเต็มแรง จนไออุ่นแทบจะขาดอากาศหายใจตาย ดูเหมือนว่าธาวินทร์จะสติแตกไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วและมันก็เป็นเรื่องยาก เช่นกันที่จะท าให้เขาใจเย็นลง


Ex… “ยะ-หยุดจะได้ไหม?” “ฉันเจ็บแผล” “ฮึก!” ไออุ่นบิดเกร็งไปทั้งร่าง ราวกับคนที่ก าลังจะขาดใจตาย ในตอนนี้ ความรู้สึกกระสันมันมีน้อยเป็นอย่างมาก เธอจึงท าได้แค่พยายามพูด ขอร้องอ้อนวอนให้ธาวินทร์หยุดการกระท าทุกอย่างลงก็เพียงเท่านั้น “อะไรวะเนี่ย!?” “ท าไมยังไม่เสร็จ!” “อ๊ะ!อึก!” นิ้วเรียวยาวถอดถอนออกมาจากรูสวาท พร้อมกับความหัวเสียของ อีกฝ่ ายที่ไม่สามารถกระตุ้นให้เธอเสร็จกิจได้ ซึ่งหลักๆแล้วมันก็เกิดมาจาก การที่เธอนั้นไม่ได้มีอารมณ์ร่วมตาม หน าซ ้าตรงบริเวณฝ่ าเท้ายังมีเลือดสี แดงเข้มไหลออกมาไม่หยุด จนมันเลอะเปรอะเปื้อนเต็มผ้าปูที่นอนแล้วซึม ลึกลงไปถึงเบาะรองนอนของเธอ “โถ่เว้ย!” “แค่นี้มึงก็เสร็จให้กูไม่ได้เหรอ!!?” “ปึก!” คนตัวโตสบถออกมาอย่างหัวเสีย ก่อนที่จะใช้ก าปั้นหนักๆทุบเข้าใส่ เตียงขนาดเล็กที่หญิงสาวนอนแน่นิ่งอยู่จนมันสั่นสะเทือนไปหมด “ฉันไหว้ล่ะ” “อย่าท าอะไรฉันเลย” “ขอร้องล่ะ…”


นิยายเรื่องนีส้งวนสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์พ.ศ.2537 ห้าม คัดลอก ท าซ ้า ดัดแปลงหรือน าส่วนใดของนิยายไปเผยแพร่ต่อสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของผลงานโดยเด็ดขาด การกระท าโดยไม่ได้ รบัอนญุาตถือเป็นการละเมิดสิทธิ์จะถกูดา เนินคดีตามกฎหมาย สามารถคอมเมนท์แสดงความคิดเห็น ต าหนิติเตียนกันได้แต่ขอไม่ ด่ากันแรงมากนะคะ ไรท์คนนี้ใจบางสุดๆ และอยากขอความเห็นใจไม่ลด หัวใจหรือหักหัวใจให้ต ่าลงไปกว่า 5 ดวงเลยน๊าเพราะมันส าคัญกับชีวิต นักเขียนสุดๆ ⚠️คา เตือนก่อนเข้าสู่การอ่านเนือ้หาฉบับเต็ม -เนื้อหามีความรุนแรงทั้งการใช้ค าพูดและรวมไปถึงการกระท าของ ตัวละคร -มีการใช้ถ้อยค าที่ไม่สุภาพและหยาบคาย -มีฉากร่วมเพศ (NC18+) -ผู้ที่มีอายุต ่ากว่า 18 ปี โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน


พู่เกสร เงารักแรงแค้น ตอนที่1 : รักแรกในวันฝนพร า “ธงชาติและเพลงชาติไทย” “เป็นสัญลักษณ์ของความเป็นไทย” “เราจงร่วมใจยืนตรงเคารพธงชาติ” “ด้วยคะ…กึก!” “ค ่าแล้วสินะ” ยังไม่ทันที่เพลงเคารพธงชาติจะได้บรรเลงต่อไป ในช่วงเวลา 18:00 นาฬิกาหรือท่ีเรียกกันว่าพลบค่า 6 โมงเย็น นิ้วเรียวก็ได้เลื่อนไปกดปิด เครื่องเล่นวิทยุที่อยู่ภายในตัวรถเสียก่อนเพราะในบางครั้งเธอก็แอบรู้สึกผิด เล็กน้อยที่นั่งฟังเพลงชาติ โดยที่ไม่ได้ยืนตรงเคารพธงชาติแต่ทว่าเธอก็ไม่ สามารถท าแบบนั้นได้ เนื่องจากว่าตอนนี้เธอก าลังตั้งหน้าตั้งตาขับรถอยู่ บนท้องถนนที่สุดแสนจะอันตรายต่อชีวิต “เฮ้อ~” “ชีวิตแบบนี้น่าเบื่อจังเลย” “เพื่อนก็ไม่มีเพราะดันเลิกคบเองนี่สิ” ไออุ่นนักศึกษาสาวชั้นปีที่ 3 จากสาขาการจัดการโลจิสติกส์ คณะ วิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง เธอเป็นคนที่มีหน้าตา สะสวย ฐานะร ่ารวยและยังเป็นลูกสาวเพียงคนเดียวของตระกูลเวียงภูดาว ซึ่งเป็นตระกูลขุนนางเก่าแก่มาตั้งแต่สมัยอดีตกาลแต่ก็ช่างเป็นเรื่องน่า เศร้าที่พ่อแม่ผู้ให้ก าเนิดของเธอนั้นดันมาจากไปเพราะโรคร้ายและทิ้งไว้ เพียงทรัพย์สมบัติมากมายให้กับลูกสาวไว้ใช้สอยจนวันตายก็เพียงเท่านั้น


พู่เกสร ไออุ่นเป็นเด็กสาวเรียบร้อยและพูดน้อยมาตั้งแต่ยังเป็นเด็ก เธอ มักจะใช้สมองในการคิดไตร่ตรองสถานการณ์ซะส่วนใหญ่ นั่นจึงท าให้เธอ กลับกลายมาเป็นคนที่พยายามหลีกเลี่ยงการปะทะอารมณ์ขุ่นเคืองกับคน รอบข้างอยู่บ่อยครั้ง หญิงสาวมีส่วนสูงราวๆ 163 เซนติเมตร ขายาวเรียวสวยดุจดั่งเทพ ปั้น ซ ้ายังมีใบหน้าที่หวานหยดย้อยราวกับเทพธิดากรีกโบราณ ดวงตาสี น ้าตาลอ่อนน่าหลงใหล ริมฝี ปากสีแดงสดธรรมชาติและยังอิ่มน ้าอยู่ ตลอดเวลา ผมสีด านิลกาฬเหยียดตรงยาวสลวย ปิดท้ายด้วยผิวขาวผ่อง เป็นยองใยที่ไม่ต่างอะไรกับหิมะแรกเริ่ม ใครเห็นเป็นต้องเหลียวหลังกันทุก คน ซึ่งถึงแม้ว่าเธอจะไม่ได้สนใจใครหรือท าตัวเป็ นคนสวยที่แปลก ประหลาดไม่เข้าพวกอยู่ตลอดเวลาแต่ทว่าคะแนนความนิยมของไออุ่นก็ ยังคงสูงลิ่วน าห่างสาวๆคนอื่นในคณะไปหลายเท่าตัว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องฐานะที่ร ่ารวยหรือรูปร่างหน้าตาที่สวยเด่น ทั้งหมด ทั้งมวลที่กล่าวมานี้มันก็ไม่ได้มีสิ่งไหนท าให้เธอรู้สึกยินดีปรีดาเลยแม้แต่ นิดเดียวเพราะคนส่วนใหญ่ก็มักจะเข้าหาเธอเพราะผลประโยชน์กันทั้งนั้น ไม่เว้นแม้กระทั่งเพื่อนสนิทที่คบกันมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมปลายก็ยังออก ลายเอาไปนินทาลับหลังแบบเสียๆหายๆและนั่นจึงท าให้เธอตัดสินใจ แยกตัวออกมาจากกลุ่มเพื่อนแล้วมาใช้ชีวิตแบบคนที่ไม่ต้องมีเพื่อนสนิท อีกต่อไป โดยอาศัยขอท างานกลุ่มกับเพื่อนร่วมสาขาคนอื่นที่ยังขาดคนเข้า กลุ่ม ซึ่งมันก็จะเป็นแบบนี้อยู่ร ่าไป จนกว่าจะเรียนจบมหาวิทยาลัย


พู่เกสร “กึก!” “ผู้ชายคนนั้น…” “ก าลังจะท าอะไรน่ะ?” ในขณะที่ก าลังรอรถติดไฟแดงพร้อมกับเม็ดฝนที่เริ่มโปรยปรายลง มาจากฟากฟ้า ดวงตากลมสวยก็ได้เหลือบไปมองยังบริเวณริมฟุตบาทข้าง ถนน ก่อนที่เธอจะพบเข้ากับชายปริศนาหน้าตาดูผู้รากมากดีคนหนึ่งที่ ก าลังทรุดตัวนั่งลงกับพื้น เพื่อพูดคุยกับเด็กขายพวงมาลัยที่เนื้อตัว มอมแมมเต็มไปด้วยคราบน ้ามันเครื่องแต่ทว่าชายคนนั้นกลับไม่ได้แสดง ท่าทีรังเกียจหรือท าสีหน้าแววตาที่ดูถูกดูแคลนเด็กน้อยเลยแม้แต่นิดเดียว “เขาเหมาพวงมาลัยให้เด็กน้อยที่เนื้อตัวมอมแมมคนนั้นอย่างงั้น เหรอ?” “ใจดีจังเลยนะ…” ดูเหมือนว่าชายหนุ่มคนนั้นจะตัดสินใจเหมาพวงมาลัยทั้งหมด เพื่อที่ เด็กน้อยจะได้ไม่ต้องมาเดินเร่ขายพวงมาลัยท่ามกลางสายฝนเช่นนี้ แถม ยังใจดีถอดเสื้อคลุมของตัวเองยกให้กับเด็กคนนั้นได้ใส่คลุมกันฝนกลับ บ้านอีกต่างหาก


พู่เกสร “หล่อมากแถมก็ยังใจดี” “หรือว่านี่จะเป็นรักแรกในวันฝนพร าของเรากันนะ?” “ฮ่าๆ~” “ขอแค่มีโอกาสได้เจอกับเขาอีกสักครั้งก็ยังดีเนอะ” หญิงสาวมองดูภาพนั้นด้วยใบหน้าที่ฉาบเคลือบไปด้วยรอยยิ้ม มีความสุขตามสิ่งที่เห็น เธอหัวเราะร่วนเบาๆและได้แต่นึกสงสัยว่าท า อย่างไรดี เธอถึงจะมีโอกาสได้พบเจอกับชายคนนี้อีกสักครั้งหรือมากกว่า หนึ่งครั้งก็อาจจะเป็นผลดีเพราะตอนนี้เธอดันยกเขาขึ้นหิ้งให้มาเป็นรักแรก พบที่พบกันอยู่แค่ฝ่ายเดียวในวันฝนพร าเสียแล้ว Merry cafe “ตึก ตึก ตึก” ร่างเพรียวบางของหญิงสาวในชุดนักศึกษาสุดเรียบร้อยได้เดินเข้าไป ยังด้านในคาเฟ่เครื่องดื่มแห่งหนึ่ง ก่อนที่เธอจะเขียนเมนูลงไปบนกระดาษ เพื่อสั่งเครื่องดื่มกับพนักงานภายในร้านแล้วเดินไปทรุดตัวนั่งลงยังโต๊ะที่อยู่ ตรงหัวมุมสุดตามเคย ซึ่งมันก็เป็นที่ประจ าของเธอมาตลอด 3 ปี ตั้งแต่เข้า มหาวิทยาลัย


พู่เกสร “อืม…” “วันนี้อาจารย์สั่งงานอะไรเพิ่มไหมนะ?” ดวงตากลมสวยคล้ายดั่งดวงตาของลูกกวางได้ไล่ดูสิ่งที่ฉายอยู่ ภายในหน้าจอโทรศัพท์มือถือ เผื่อว่าอาจารย์ที่สอนรายวิชาต่างๆจะสั่งงาน เพิ่มเติมแต่ทว่าก็ไม่ได้มีข้อความอะไรจากอาจารย์ผู้สอนที่จะส่งเข้ามาใน แชทกลุ่ม เธอจึงได้เบี่ยงความสนใจไปกดเล่นเกมส์ที่อยู่ภายใน โทรศัพท์มือถือแทน “ก๊อกๆ…” “ขอนั่งด้วยคนนะครับ” “พอดีว่าที่นั่งตรงอื่นมันเต็มหมดแล้ว” มีเสียงเคาะโต๊ะเบาๆเรียกสติให้หญิงสาวที่ก าลังก้มหน้าก้มตาเล่น เกมส์อยู่บนหน้าจอโทรศัพท์มือถือได้รีบเงยหน้าขึ้นไปมอง ก่อนที่เธอจะ พบว่าคนที่ขอแบ่งที่นั่งกับเธอก็คือผู้ชายคนเดียวกันกับที่เธอเห็นตรงแยก ไฟแดงก่อนหน้านี้ เสื้อผ้าหน้าผมของเขาในตอนนี้นั้นมันยังคงเปียกชื้นไป ด้วยน ้าฝน จนไออุ่นแอบแปลกใจว่าเขาไม่ได้รู้สึกหนาวบ้างหรืออย่างไรที่ ตัวเปียกเดินเข้ามาภายในร้านคาเฟ่ ที่ติดแอร์เย็นฉ ่าเช่นนี้ “อะ-อ้อ!” “ดะ-ได้ค่ะ” “ตามสบายค่ะ” หญิงสาวพยักหน้ารับอย่างกระตือรือร้น ก่อนที่จะผายมือเชิญให้คน ที่ก าลังยืนอยู่มานั่งลงบนเก้าอี้ตรงข้ามกันกับเธอ ไออุ่นแอบดีใจจนแทบจะ หุบยิ้มไม่ลงเพราะไม่ว่าชายคนนี้จะบังเอิญหรือตั้งใจมายังที่แห่งนี้ มันก็ เหมือนกับว่าเทวดาได้รับฟังค าอธิษฐานจากเธอไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว


พู่เกสร “ขอบคุณครับ” “ครืด~” หนุ่มหล่อหน้าตาดี ดีกรีตัวท็อปคณะวิศวกรรมศาสตร์ชั้นปีสุดท้าย อย่างธาวีร์ได้ส่งยิ้มบางๆมายังหญิงสาวแปลกหน้าที่ไม่เคยพบเจอกันมา ก่อน จากนั้นจึงได้รีบทรุดตัวนั่งลงบนเก้าอี้ในทันที โดยที่หลังจากนั้นไม่ นานพนักงานภายในร้านก็ได้น าน ้าปั่นผลไม้และขนมทานเล่นที่เขียนสั่งไป ก่อนหน้านี้มาเสิร์ฟให้กับคนทั้งคู่ ซึ่งมันก็เป็นเรื่องบังเอิญเป็นอย่างมาก ที่ธาวีร์กับไออุ่นดันสั่งเครื่องดื่มและขนมหวานแบบเดียวกัน “กึก…” นิ้วเรียวจิ้มลงไปยังเค้กครีมนมของตัวเอง ก่อนที่จะแอบเงยหน้าขึ้น ไปจ้องมองดูอีกฝ่ ายที่ก าลังก้มหน้าก้มตาตักกินเค้กบนจาน โดยที่ไม่ได้มี บทสนทนาใดๆเพิ่มเติม ซึ่งก็ดูเหมือนว่าเธอจะกินอะไรไม่ลง หากไม่ได้เปิด ปากพูดคุยกับเขาอีกสักครั้ง ไออุ่นยังคงจ้องมองดูทุกการกระท าของธาวีร์อย่างตั้งอกตั้งใจ พร้อม กับพินิจพิจารณาดูรูปหน้าของอีกฝ่ ายอย่างหลงใหลเพราะเธอแทบจะไม่ เคยเห็นผู้ชายคนไหนมีหน้าตาเป็นเอกลักษณ์มากถึงขนาดนี้ ดวงตาของ เขานั้นไม่ได้เป็นสีนิลแต่กลับมีสีน ้าตาลอ่อนดูนุ่มละมุนสลับตัดกับกลุ่มเส้น ผมสีด าขลับ มันก็ยิ่งท าให้เขาดูโดดเด่นและแตกต่างไปจากคนอื่นอย่าง เห็นได้ชัด จมูกโด่งเป็นคมสันรับกับใบหน้าที่เท่ากันทุกซีก ริมฝีปากหยักได้ รูปและยังมีสีชมพูระเรื่อจากธรรมชาติ หน าซ ้ายังผิวพรรณผ่องสว่างไม่ต่าง อะไรกับลูกผู้ดีมีสกุล


พู่เกสร “เอ่อ…” “วันนี้อากาศเย็นมากเลยนะคะ” “แถมยังฝนตกอีก” “เสื้อเปียกแบบนี้ คุณคงหนาวแย่เลย” หญิงสาวใจกล้าเปิดปากชวนชายหนุ่มพูดคุยอย่างเกร็งๆ ร่างงามมือ ไม้สั่นด้วยความรู้สึกตื่นกลัวอย่างหนักแต่ถึงแม้ว่าจะรู้สึกประหม่ามากสัก เพียงไหน เธอก็ไม่อยากจะนั่งนิ่งเงียบแล้วปล่อยให้เวลาผ่านล่วงเลยไป โดยที่ยังไม่ได้มีโอกาสจะได้ท าความรู้จักกับเขาในวันนี้ “ครับ” “พอดีว่าผมเพิ่งจะไปเดินตากฝนมา” “ซู๊ด!~” ชายหนุ่มพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้ม ก่อนที่จะยกแก้วน ้าปั่ นผลไม้ขึ้น มาแล้วอ้าปากงับหลอดดูดมันเต็มแรงและสิ่งนั้นมันก็ยิ่งท าให้เขารู้สึก หนาวสั่นเข้าไปใหญ่แต่อย่างไรก็ตาม ปากของเขาก็ยังขมุบขมิบเคี้ยวเกล็ด น ้าแข็งไม่หยุด “ที่อยู่ตรงแยกไฟแดงใช่ไหมคะ?” “อ้อ!” “ใช่ครับ” “ว่าแต่คุณรู้ได้ยังไงครับเนี่ย?” เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาเอียงคอถามด้วยความรู้สึกสงสัยปะปนกับ ความรู้สึกงุนงงว่าหญิงสาวแปลกหน้าคนนี้รู้ถึงความเป็นมาของเสื้อผ้าที่ เปียกปอนของเขาได้อย่างไรกัน


พู่เกสร “อะ-อ๋อ…” “พอดีว่าฉันขับรถผ่านแถวนั้นพอดีเลยเห็นว่าคุณเหมาพวงมาลัย ให้กับเด็กคนหนึ่ง แถมยังใจดีเสียสละเสื้อคลุมให้น้องได้ใส่กลับบ้านอีก” “ถ้ามีคนแบบคุณเยอะๆ โลกเราคงจะน่าอยู่ขึ้นมากเลยนะคะ” ใบหน้าสวยเริ่มขึ้นสีแดงระเรื่อ หลังจากที่กล่าวชื่นชมอีกฝ่ ายไป หลายประโยคเพราะเธออยากจะผูกมิตรกับเขาตั้งแต่แรกเจอหรือถ้าเป็นไป ได้ เธอก็อยากจะเป็นมากกว่ามิตรสหายของเขาเสียอีก “ชมเกินไปแล้วนะครับ” “อะไรที่พอจะช่วยเพื่อนมนุษย์ด้วยกันได้ก็ช่วยกันไปแหละครับ” ดูเหมือนว่าชายหนุ่มจะยังคงถ่อมตัวและไม่ได้คุยโม้โอ้อวดในความดี ความชอบที่ตัวเองเคยท ามาก่อนหน้านี้หลายต่อหลายครั้งแต่ทว่ากลับ ตอบกลับค าชื่นชมของไออุ่นแค่ในส่วนที่เธอกล่าวถึงเท่านั้น ซึ่งนั่นก็ท าเอา หญิงสาวรู้สึกประทับใจในตัวของเขาเข้าไปใหญ่เพราะในตอนแรกเธอก็คิด ว่าเขาจะสาธยายถึงเรื่องข้อดีของตัวเองต่อเสียอีก “ใช่ค่ะ” “เห็นด้วยอย่างยิ่ง” ไออุ่นพูดส่งเสริมอย่างกระตือรือร้น ก่อนที่เธอจะชะโงกคอออกไปดู ยังด้านนอกประตูกระจกที่ตอนนี้ฝนเริ่มซาลงแล้ว ซึ่งนั่นก็เท่ากับว่าเธอกับ เขาอาจจะได้แยกจากกันในเร็วๆนี้ หน าซ ้าตอนนี้ก็มืดค ่ามากแล้วด้วย


พู่เกสร “คุยกันมาตั้งนานยังไม่ได้รู้จักชื่อกันเลยนะคะ” “เอ่อ…คุณ?” หญิงสาวลากเสียงยาวหวังจะให้ชายหนุ่มบอกชื่อเสียงเรียงนามของ ตัวเองมาแต่โดยดีเพราะถ้าหากจะให้พูดคุยกันไปแบบยังไม่ได้รู้จักชื่อ เห็นทีคงหมดมุกชวนคุยต่ออย่างแน่แท้ “ผมธาวีร์ครับ” “เรียกวีร์เฉยๆก็ได้” ธาวีร์แนะน าตัวเองเป็นเพียงประโยคสั้นๆ พลางใช้สายตามองหญิง สาวเบื้องหน้าที่ไม่ว่าจะเผลอไปสบตากับเธออีกสักกี่ครั้ง มันก็เหมือนดั่ง ต้องมนต์สะกดให้หยุดอยู่ที่เธอแต่ทว่าเขาก็ต้องเก็บอาการเอาไว้และท าตัว ให้ดูไม่มีพิรุธมากที่สุด “ไออุ่นนะคะ” “เรียนอยู่มหาลัย A” “ปี 3 สาขาการจัดการโลจิสติกส์ค่ะ” “ไม่ทราบว่าคุณธาวีร์ยังเรียนมหาลัยอยู่ไหมคะ?” “หรือว่าเรียนจบแล้ว?” ไออุ่นเผลอแนะน าตัวแบบร่ายยาวอย่างลืมตัว ไม่วายเอ่ยถามถึง ข้อมูลส่วนตัวของธาวีร์ว่าเขายังเรียนมหาวิทยาลัยอยู่หรือว่าเรียนจบแล้ว จนลืมนึกไปว่าตอนนี้เธอก าลังเสียมารยาทอย่างหนัก นั่นก็คือการรุกล ้า พื้นที่ส่วนตัวของคนแปลกหน้าอย่างธาวีร์


พู่เกสร “ผมเรียนวิศวะครับ” “เรียนอยู่มหาลัย A เหมือนกัน” “อยู่ปีสุดท้ายแล้วครับ” “อีกแค่เดือนเดียวก็จะเรียนจบแล้ว” “อะ-อ้าว…” “เรียนมหาลัยเดียวกันแต่ท าไมไอไม่เคยเห็นหน้าคุณเลยล่ะคะ?” หลังจากที่ได้รับรู้ว่าธาวีร์ก าลังเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยเดียวกันกับเธอ ไออุ่นก็ถึงกับเบิกตากว้างด้วยความรู้สึกตกใจเพราะตั้งแต่ที่เข้ามาเรียนยัง มหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งนี้ เธอก็ยังไม่เคยบังเอิญปะหน้ากับธาวีร์เลยสักครั้ง หรือนั่นอาจจะเป็นเพราะว่าเธอไม่ได้สนใจผู้คนมากมายถึงขนาดนั้น ก็เป็นได้ ซึ่งมันก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าที่ผ่านมาเธอใช้ชีวิตแค่ให้มันผ่านพ้นไป ในแต่ละวันก็เพียงเท่านั้น “ไม่แน่ใจเหมือนกันครับ” “อาจจะเป็นเพราะว่ามหาลัยใหญ่มาก” “ยิ่งอยู่คนละคณะก็ยิ่งเจอตัวกันยากเพราะตึกเรียนอยู่คนละโซน” “แถมเราก็ยังไม่เคยรู้จักกันมาก่อนด้วย” ดูเหมือนว่าธาวีร์จะไม่ได้รู้สึกคาใจอะไรมากมายว่าท าไมเขากับ ไออุ่นถึงไม่เคยบังเอิญพบเจอกันเลยสักครั้ง ทั้งที่เรียนอยู่มหาวิทยาลัย เดียว ซึ่งนั่นก็อาจจะเป็นเพราะว่ามหาวิทยาลัยนั้นกว้างใหญ่เป็นอย่างมาก


พู่เกสร หรือถ้าให้พูดแบบติดตลก ตึกเรียนของคนทั้งคู่มันอยู่คนละทวีปเลย ก็ว่าได้ หน าซ ้าประตูทางเข้ามหาวิทยาลัยก็มีถึง 35 ประตูเพราะฉะนั้นแล้ว เรื่องบังเอิญส าหรับเขากับเธอมันก็อาจจะเกิดขึ้นน้อยมาก หากไม่ฝักใฝ่ อยากจะพบเจอหรือรู้จักมักคุ้นกันมาตั้งแต่ทีแรกและถึงแม้ว่าตัวของธาวีร์ จะไม่ค่อยได้เล่นโซเชี่ยลแต่เขาก็ยังคงเป็นหนุ่มฮอตในหมู่สาวๆ ส่วนไออุ่น ที่ไม่ค่อยได้เล่นโซเชี่ยลเหมือนกันกับธาวีร์ เธอก็ยิ่งไม่ได้รู้จักเขาเข้าไปใหญ่ แต่เธอก็พอจะดูออกว่าเขาน่าจะเป็นตัวท็อปของคณะอย่างแน่นอน “คือวะ…” “ครืด~” “ครืด~” “โอ๊ะ!” “สักครู่นะคะ” ยังไม่ทันที่ไออุ่นจะได้เอ่ยปากพูดอะไรไปมากกว่านี้ ก็ได้มีเสียงเรียก เข้าจากโทรศัพท์มือถือของเธอดังขึ้นมาขัดจังหวะเข้าเสียก่อนเธอจึงขอ อนุญาตหันหลังคุยสายสักประเดี๋ยวเดียวและถึงแม้ว่าเบอร์ที่โทรเข้ามาจะ เป็ นเบอร์แปลกแต่ทว่าหญิงสาวก็ลุกลี้ลุกลนรีบกดรับสายในทันที เนื่องจากเกรงว่าอาจจะเป็นอาจารย์ประจ าวิชาที่โทรเข้ามาตามเอางาน จากเธอ


พู่เกสร “[ธนาคารกรุงไทยสวัสดีค่ะ]” “ตี๊ด!” “ปึก!” หลังจากที่ได้ยินเสียงจากปลายสายดังทะลุเข้ามายังโซนประสาท ไออุ่นก็ได้รีบกดตัดสายในทันที ก่อนที่เธอจะหันหน้ากลับมาหาธาวีร์อีกครั้ง แล้วเผลอวางโทรศัพท์มือถือลงบนโต๊ะเสียงดังต่อหน้าของเขาอย่างลืมตัว ซึ่งคนที่โทรเข้ามานั้นก็หนีไม่พ้นพวกมิจฉาชีพที่จะมาหลอกเอา ทรัพย์สินของผู้อื่น โดยอ้างตัวตนว่าเป็นพนักงานจากธนาคารแต่ด้วยความ ที่มุกนี้มันเริ่มแพร่กระจายออกไปให้ผู้คนได้ระมัดระวังตัวกันแล้ว คนส่วน ใหญ่จึงไม่ได้ตกเป็นเหยื่อของพวกมันอีกต่อไป “อะ-เอ่อ…” “เป็นแฟนคลับคุณคริสเหรอครับ?” หลังจากที่เห็นว่าคนที่ท าตัวสดใสร่าเริงก่อนหน้านี้ได้เงียบไป ธาวีร์จึง ได้ลองเอ่ยปากชวนเธอพูดคุยอีกครั้ง ด้วยการเอ่ยถามถึงรูปนักร้องชื่อดัง ชาวอเมริกันอย่างคริสเตียนที่เธอตั้งเป็นภาพล็อกหน้าจอเอาไว้ “ใช่ค่ะ” “ชอบมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมแล้วล่ะค่ะ” “แหะๆ” หญิงสาวตอบกลับไปด้วยท่าทีเอียงอายเพราะคริสเตียนนั้นเป็น นักร้องชื่อดังที่เธอชื่นชอบทั้งในด้านผลงานการร้องเพลงและรวมไปถึง รูปร่างหน้าตาที่หล่อเหลาของเขา


พู่เกสร “บังเอิญจังเลยนะครับเพราะผมก็ชอบเหมือนกัน” ธาวีร์พูดพลางหันหน้าจอโทรศัพท์มือถือของตัวเองไปทางไออุ่น เพื่อที่จะให้เธอได้เห็นรูปภาพล็อกหน้าจอของเขาที่ตั้งเป็นรูปนักร้องหนุ่ม อย่างคริสเตียนเอาไว้ด้วยเช่นกันและที่บังเอิญไปกว่านั้น เขากับไออุ่นก็ดัน ตั้งรูปเดียวกันอีกต่างหาก ซึ่งมันก็เป็นรูปที่นักร้องหนุ่มก าลังถือไมค์ร้อง เพลงอยู่บนเวทีระดับโลกเมื่อปลายปีที่แล้ว “โห~” “จริงเหรอคะเนี่ย?” “ดีใจจังเลยค่ะที่บังเอิญมาเจอคนที่เป็นแฟนคลับคุณคริสเหมือนกัน” หลังจากที่ได้ทราบว่าอีกฝ่ายก็เป็นแฟนคลับคริสเตียนเช่นกัน ไออุ่นก็ แสดงท่าทีตื่นเต้นออกมายกใหญ่เพราะดูเหมือนว่าเขากับเธอต่างก็ชอบ อะไรเหมือนๆกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเครื่องดื่มกับขนมหวานที่บังเอิญสั่ง เหมือนกันหรือแม้กระทั่งนักร้องคนโปรดก็ยังเป็นคนเดียวกันอีกต่างหาก “เอ…” “เห็นว่าอาทิตย์หน้าจะมาจัดคอนเสิร์ตที่ไทยด้วยนี่คะ” เมื่อนึกถึงภาพงานคอนเสิร์ตไออุ่นก็มีสีหน้าแววตาที่เศร้าลงในทันที เพราะเธอดันโชคร้ายกดบัตรไม่ทันเหมือนกับชาวบ้านชาวเมืองเขา “ใช่ครับ” “ผมกดบัตรไว้แล้วด้วย” “ว่าแต่คุณไออุ่นเลือกกดบัตรโซนไหนครับ?” ชายหนุ่มยกขิงมาอวดทั้งไร่ ไม่วายเอ่ยถามอีกฝ่ ายกลับไปบ้าง เผื่อ ว่าจะบังเอิญเจอกันอีกครั้งที่งานคอนเสิร์ต โดยหารู้ไม่ว่าหญิงสาวไม่มี แม้แต่โอกาสจะได้จับบัตรคอนเสิร์ตเหมือนกับคนอื่นเขา


พู่เกสร “ไอไม่มีบัตรค่ะ” “พยายามกดแล้วแต่ไม่ทันคนอื่น” “อีกอย่างถ้าบังเอิญกดได้จริงๆก็ยังไม่แน่ใจอยู่ดีว่าจะได้ไปรึเปล่า เพราะไอไม่มีเพื่อนไปด้วยค่ะ” ใบหน้าสวยฉายความเศร้าหมองออกมาให้เห็นอย่างชัดเจน ซึ่งมันก็ ไม่ใช่เรื่องที่เธอไม่มีบัตรคอนเสิร์ตแต่เธอก าลังรู้สึกเศร้าเพราะตัวเองไม่มี เพื่อนต่างหากแต่ถ้าจะให้กลับไปคบกับเพื่อนเก่าที่ประสงค์ร้ายกับเธอมา โดยตลอด ไออุ่นก็ไม่สามารถท าแบบนั้นได้เช่นกัน “งั้น…ถ้าคุณไออุ่นไม่รังเกียจ” “ไปดูกับผมไหมครับ?” “พอดีว่าผมกดบัตรเกินมา 1 ใบ” ชายหนุ่มเอ่ยปากชวนอย่างจริงใจ เผื่อว่าเธอจะสนใจใช้บัตร คอนเสิร์ตที่เขากดเกินมาหนึ่งใบและกลับกลายมาเป็นเพื่อนร่วมชม คอนเสิร์ตกับเขาเพราะเพื่อนของธาวีร์ส่วนใหญ่ก็ไม่ได้ชอบฟังเพลงแนวนี้ เขาจึงมักจะฉายเดี่ยวไปงานคอนเสิร์ตเพียงล าพังอยู่เสมอ “คือว่า…” “ไม่มีปัญหาอยู่แล้วค่ะ” ไออุ่นนิ่งเงียบไปเพียงแค่วินาทีเดียวเท่านั้น ก่อนที่เธอจะตอบรับค า เชิญชวนของธาวีร์อย่างกระตือรือร้นพร้อมกับรอยยิ้มที่สดใสอีกครั้งเพราะ สิ่งนี้มันอาจจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ท าให้ความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่ขยับขึ้นไป มากกว่าค าว่าคนแปลกหน้าที่เพิ่งจะรู้จักกันก็เป็นได้


พู่เกสร เงารักแรงแค้น ตอนที่2 : ความสัมพันธ์ขยับอย่างรวดเร็ว สนามกีฬา F “ทางนี้ครับน้องไอ!” เจ้าของส่วนสูงหนึ่งร้อยแปดสิบหกยืนโบกไม้โบกมือเรียกหญิงสาวที่ ก าลังยืนเคว้งคว้างอยู่เพียงล าพังให้หันมาสนใจเขาที่ยืนคอยอยู่ตรงหน้า สเตเดียมหรือสนามกีฬาขนาดใหญ่ที่ใช้ส าหรับจัดงานคอนเสิร์ตของศิลปิน ชื่อดังและยังเป็นเจ้าพ่อเพลงฮิตตลอดกาลอย่างคริสเตียน โดยที่ในวันนี้คน ทั้งคู่ก็นัดกันใส่เสื้อผ้าโทนสีขาวด าเหมือนกันอีกด้วย “พี่วีร์!” “ตึก!ตึก!ตึก!” เสียงเรียกของธาวีร์ท าให้ไออุ่นรีบหันไปตามเสียง ก่อนที่เธอจะฉีกยิ้ม กว้างแล้วรีบสาวเท้าวิ่งไปหาเขาในทันที ซึ่งหลังจากที่ได้พูดคุยกันครั้งแรก ในวันนั้น คนทั้งคู่ก็ได้แลกไลน์กัน นั่นจึงท าให้ตลอดระยะเวลา 1 สัปดาห์ ก่อนวันคอนเสิร์ต ไออุ่นกับธาวีร์ก็ได้มีการติดต่อพูดคุยกันมาโดยตลอด นั่นจึงท าให้เธอกับเขาสนิทกันขึ้นมาบ้างเล็กน้อยแล้วเปลี่ยนไปใช่สรรพ นามใหม่ที่ดูจะไม่ห่างเหินกันจนเกินไป


พู่เกสร “กึก!” “ขอโทษที่มาช้านะคะพอว่าไอไม่ค่อยชินทางเลยหลงค่ะ” “พี่วีร์คงมารอไอนานแล้วแน่เลย” ร่างงามที่ตอนนี้สวมใส่เสื้อยืดสีขาวธรรมดากับกางเกงยีนส์ขาสั้นสี ด าได้รีบก้มหัวขอโทษขอโพยชายหนุ่มยกใหญ่ด้วยความรู้สึกผิดที่ปล่อยให้ เขาคอยนานเพราะเธอดันไปเสียเวลาขับรถหลงไปอีกทาง นั่นจึงเป็น เหตุผลที่ว่าท าไมเธอถึงได้เดินทางมาถึงที่สนามกีฬาช้าถึงขนาดนี้ “ไม่เป็นไรครับ” “ตอนนี้คอนเสิร์ตยังไม่เริ่มเลย” ธาวีร์ที่สวมใส่เสื้อยืดสีขาวและกางเกงยีนส์สีด าขายาวโทนสีเดียวกัน กับไออุ่นได้สอดส่องสายตามองไปบริเวณรอบๆด้านหน้าสนามกีฬาที่ ในตอนนี้คนส่วนใหญ่ได้เริ่มทะยอยเดินเข้าไปยังด้านในกันแล้วเพราะ ถึงแม้ว่าคอนเสิร์ตจะยังไม่เริ่มแต่ทว่ามันก็ใกล้จะเริ่มเต็มทีแล้ว “อ้อ!” “นี่แท่งไฟครับ” ร่างสูงรีบยื่นแท่งไฟที่มีด้ามจับเหมือนกับไฟฉายและมีหัวคล้ายกับ ลูกแอปเปิลปีศาจให้กับร่างเล็กได้ถือเอาไว้ใช้โบกในงานคอนเสิร์ต โดย แบ่งกันกับเขาคนละอันเพราะคนส่วนใหญ่ก็ไปต่อแถวเรียงคิวซื้อก่อนเข้า งานกันทั้งนั้น ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือธาวีร์ด้วยเช่นกัน


พู่เกสร “โอ้ว!~” “ขอบคุณนะคะ” “นี่ไอมาช้าจนพี่วีร์ไปต่อแถวซื้อแท่งไฟรอแล้วเหรอคะเนี่ย?” ไออุ่นกล่าวขอบคุณน ้าใจของธาวีร์ที่อุตส่าห์ซื้อแท่งไฟมาเผื่อ ก่อนที่ เธอจะรีบรับมันมาถือเอาไว้ในมือด้วยความรู้สึกตื่นเต้นเพราะนี่มันเป็นครั้ง แรกที่เธอได้มาคอนเสิร์ตของคริสเตียน หน าซ ้าแท่งไฟที่อยู่ในมือของแฟน คลับทุกคน คริสเตียนก็ยังเป็นคนออกแบบมันทั้งหมดอีกด้วย “ใกล้เวลาแล้วค่ะ” “เข้าคอนเสิร์ตกันเถอะค่ะพี่วีร์?” “หมับ!” ฝ่ามือบางคว้าหมับไปยังข้อมือหนาของชายหนุ่ม ก่อนที่จะเดินจูงมือ เขาเข้าไปยังด้านในตัวงาน โดยหารู้ไม่ว่าทุกการกระท าของเธอมันส่งผลต่อ หัวใจของชายหนุ่มให้สั่นระรัวเต้นไม่เป็นจังหวะอยู่ตลอดเวลา หน าซ ้ายัง ลอบกลืนน ้าลายลงคอไปหลายอึกใหญ่ หลังจากที่ได้เห็นบั้นท้ายงามกับ ผิวขาวนวลเนียนของหญิงสาวที่สวมใส่กางเกงขาสั้นตัวจิ๋วล่อตาล่อใจอยู่ แบบนั้น หลังจากที่เข้ามาถึงโซนบัตรคอนเสิร์ตที่ซื้อเอาไว้คนทั้งคู่ต่างก็ สนุกสนานกับบรรยากาศงานคอนเสิร์ตที่รื่นรมย์แต่มันก็อาจจะติดตรง ที่ว่าธาวีร์ดันเลือกกดซื้อบัตรยืน นั่นจึงท าให้ไออุ่นรู้สึกเมื่อยขาเป็นอย่าง มาก


พู่เกสร “น้องไอไหวรึเปล่าครับ?” “ถ้าไม่ไหวบอกพี่ได้นะครับ” “เดี๋ยวพี่จะพากลับออกไป” เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงไปพูดข้างหูร่างงามที่ยืนอยู่ข้างกาย ท่ามกลางเสียงเพลงที่ดังกระหึ่ม หลังจากที่เห็นว่าเธอแอบยืนเซมาชนเขา อยู่บ่อยครั้ง หน าซ ้ายังทรุดตัวนั่งลงกับพื้นอยู่หลายทีแล้วลุกขึ้นมาใหม่ เหมือนกับคนอยู่ไม่สุขเพราะรู้สึกไม่ค่อยสบายตัวสักเท่าไหร่นัก “มะ-ไม่เป็นไรค่ะพี่วีร์” “ไอไหวค่ะ” ดูเหมือนว่าค าพูดและสีหน้าแววตาของไออุ่นมันจะสวนทางกันเป็น อย่างมาก เนื่องจากว่าภาษากายของเธอมันชัดเจนทุกประการแต่ทว่าเธอ ก็ไม่ได้มีความต้องการที่จะเดินออกไปจากงานคอนเสิร์ตในตอนนี้โดยที่ งานยังไม่จบเพราะกว่าจะมีโอกาสได้มาสัมผัสบรรยากาศแบบนี้ มันยาก ส าหรับเธอสุดๆ “พี่ไม่น่ากดซื้อบัตรยืนเลย” “ขอโทษจริงๆนะครับ” “มันไม่ใช่ความผิดพี่วีร์เลยค่ะ” “อย่าโทษตัวเองแบบนี้สิคะ” ร่างเล็กเขย่งเท้าขึ้นไปพูดข้างหูของคนตัวโตแข่งกับเสียงเพลงเพราะ ไม่อยากให้อีกฝ่ ายคิดว่ามันเป็นความผิดของเขา อีกอย่างเขาก็กดซื้อบัตร คอนเสิร์ตไว้ตั้งแต่ยังไม่ได้รู้จักกับเธอเสียอีก การมีเพื่อนร่วมชมคอนเสิร์ต มันจึงเป็นอะไรที่วิเศษส าหรับเธอมากที่สุดแล้ว


พู่เกสร “พลั่ก!” “ว๊าย!” “ตุบ!” ยังไม่ทันจะถึงไหนก็ได้มีแรงเบียดมหาศาลพุ่งเข้ามายังด้านหลังของ ไออุ่น นั่นจึงเป็นผลท าให้เธอเสียการทรงตัวแล้วเซถลาเข้ามาชนกับธาวีร์ อย่างเต็มแรงแต่ก็โชคยังดีที่เขาสามารถโอบกอดเอวบางเอาไว้ไม่ให้ล้มลง ไปกองลงบนพื้นเหมือนกับผู้คนบางส่วนได้ ส่วนไออุ่นที่ตกใจก็ได้แต่ใช้มือ น้อยๆยึดเกาะท้ายทอยของธาวีร์เอาไว้ไม่ยอมปล่อย “เกาะพี่เอาไว้ก่อนนะครับ” “เดี๋ยวจะโดนเบียดจนล้มเหมือนคนอื่น” “อึก!” เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงไปกระซิบกระซาบยังข้างหูของหญิง สาวที่อยู่ในอ้อมกอดด้วยน ้าเสียงกระเส่าเล็กน้อย ซึ่งนั่นก็อาจจะเป็น เพราะว่าอากาศค่อนข้างร้อนจัด จึงท าให้เขาแสดงอาการเหนื่อยหอบ ออกมาเช่นนี้ “ปึก!” “อ๊ะ!” แรงเบียดและแรงกระแทกเกิดขึ้นมาอีกครั้ง จนท าให้ไออุ่นต้องอยู่ติด เเหมะกับธาวีร์อย่างไม่มีทางเลือก ไอความร้อนจากโพรงจมูกโด่งค่อยๆ แผ่ซ่านออกมารดซอกคอระหงอยู่เป็นระยะ ท าเอาร่างงามคนลุกซู่อย่าง บอกไม่ถูก


พู่เกสร “พี่วีร์ร้อนมากไหมคะ?” “เดี๋ยวไอขอถอยออกก่อนค่ะ” “ไม่เป็นไรครับ” “หมับ!” “ปึก!…อ๊ะ!” ฝ่ ามือหนาคว้าหมับไปยังข้อมือบาง จากนั้นจึงได้กระตุกมันเบาๆ เพื่อที่จะให้ร่างบางเซถลาเข้ามาชนกับแผงอกแกร่งอีกครั้ง นั่นจึงท าให้ทุก การสัมผัสมันแนบชิดกันเข้าไปใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นทรวงอกอวบอิ่มหรือ แม้กระทั่งกลิ่นเหงื่อผสมกับกลิ่นน ้าหอมอ่อนๆ ซึ่งมันก็ยังส่งผลไปถึงสิ่งที่ หลบซ่อนอยู่ภายใต้กางเกงราคาแพงให้แข็งตึงขึ้นมาตามสัญชาตญาณ ความเป็นชายอย่างช่วยไม่ได้แต่เขาทว่าก็ต้องพยายามหักห้ามใจเอาไว้ แล้วแกล้งนิ่งเงียบไปแบบนั้น “พลั่ก!” “อะ-เอ่อ…” “ดูคอนเสิร์ตกันให้สนุกดีกว่าค่ะ” ฝ่ ามือบางผลักแผงอกแกร่งให้ห่างออกไปเต็มแรงอย่างลืมตัวเพราะ ไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชาย เธอก็แทบจะไม่ได้ให้ใครมาแตะเนื้อต้อง ตัวอย่างแนบชิดมากถึงขนาดนี้และถึงแม้ว่าเธอจะเคลิบเคลิ้มไปกับสัมผัส อันนุ่มลึกและกลิ่นอายความหอมของน ้าหอมราคาแพงจากร่างกายของ ชายหนุ่มแต่ทว่าหญิงสาวก็ต้องพยายามสะกดกลั้นอารมณ์ตัวเองเอาไว้ ด้วยเช่นกัน เพื่อที่จะไม่ให้ดูเป็นผู้หญิงที่ใจง่ายจนเกินไปตามค าสั่งสอน ของผู้เป็นแม่ที่เคยบอกกล่าวเอาไว้


พู่เกสร 7 เดือนผ่านไป “ฟุบ!” “วันนี้วันอะไรน๊า~” ร่างงามของหญิงสาวค่อยๆย่างกรายเข้ามาใกล้กับวิศวกรหนุ่มจบ ใหม่ไฟแรงที่ก าลังนั่งจดจ่ออยู่กับงานตรงหน้าจอคอมพิวเตอร์ ก่อนที่เธอ จะรีบใช้ฝ่ ามือน้อยๆปิดตาของเขาเอาไว้แล้วจึงได้โน้มตัวลงไปกระซิบ กระซาบเอ่ยถามถึงวันส าคัญในวันนี้กับอีกฝ่ ายด้วยท่าทีตื่นเต้นและสอง คู่รักที่ก าลังกระหนุงกระหนิงกันอยู่ในขณะนี้ก็คือไออุ่นกับธาวีร์ที่ตอนนี้คน ทั้งคู่ได้เปลี่ยนมาใช้สถานะที่เรียกว่า “แฟน” เป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากที่ศึกษาดูใจกันมาเป็นระยะเวลา 7 เดือน ไออุ่นก็ตอบตกลง ที่จะเป็นแฟนกับธาวีร์เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งนั่นก็เท่ากับว่าคนทั้งคู่เพิ่งจะคบ หากันในสถานะแฟนแค่ 1 สัปดาห์เท่านั้น โดยที่ไม่ได้นับรวมระยะเวลาที่ รู้จักมา “สุขสันต์วันเกิดนะคะพี่วีร์” “ขอบคุณครับ” วิศวกรหนุ่มตอบรับค าอวยพรของแฟนสาวด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะยื่น มือออกมาสัมผัสกับข้อมือบางที่ปิดตาของเขาเอาไว้อย่างแผ่วเบา


พู่เกสร “กึก!” “ท๊าด๊า!~” “แฮปปี้เบิร์ดเดย์ทูยู~” “แฮปปี้เบิร์ดเดย์ทูยู~” “แปะๆ” คนตัวเล็กค่อยๆคลายมือออกจากดวงตาของอีกฝ่ ายแล้วจึงได้เดิน ถอยหลังไปหยิบเอาเค้กก้อนใหญ่ที่วางเอาไว้อยู่บนโต๊ะก่อนหน้านี้ เพื่อที่จะน ามันมาจุดเทียน จากนั้นจึงได้เริ่มร้องเพลงอวยพรวันเกิดให้กับ เขาในทันที โดยมีธาวีร์ที่นั่งตบมือร้องเพลงไปพร้อมกันกับไออุ่นด้วย รอยยิ้มที่ดูมีความสุขและทุกครั้งที่เขาขับรถมาหาเธอถึงที่บ้าน ไออุ่นก็ มักจะมีอะไรพิเศษรอต้อนรับอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งมันก็จะเป็นเช่นนี้ตั้งแต่ตอน ก่อนที่จะคบหากันเป็นแฟนเสียอีก “แฮปปี้เบิร์ดเดย์ทูยู~” “เป่ าเลยค่ะ” “ฟู่ ว~” หลังจากที่ร้องเพลงจบแล้ว ใบหน้าหล่อเหลาก็ได้โน้มเข้าไปใกล้กับ เค้กก้อนใหญ่ ก่อนที่จะค่อยๆหลับตาลงอย่างแผ่วเบาแล้วอธิษฐานอะไร บางอย่างอยู่ภายในใจ จากนั้นจึงได้เป่ าเทียนที่ส่องสว่างอยู่ให้ดับมอดลง ไป


พู่เกสร “ไอขอให้พี่วีร์มีความสุขในทุกๆวัน” “สุขภาพร่างกายแข็งแรง ไม่เจ็บ ไม่ป่ วย เป็นที่รักของคนรอบข้างทุก คน” “รวมถึงของไอด้วยนะคะ” “ขอบคุณนะครับ” “ฟุบ!” “อ๊ะ!” จมูกโด่งเป็นคมสันถูกยื่นเข้าไปใกล้กับจมูกเรียวสวย หวังจะได้สูด ดมกลิ่นอายความหอมจากเธอมากกว่านี้แต่ทว่าสิ่งนั้นมันกลับท าให้ไออุ่น ชะงักแล้วแอบถอยห่างออกไปเล็กน้อยเพราะถึงแม้ว่าเธอกับหนุ่มรุ่นพี่ อย่างธาวีร์จะเป็นแฟนกันแล้วแต่ทว่าไออุ่นก็ยังคงไม่ได้ชินกับอะไรแบบนี้ สักเท่าไหร่นัก “อะ-เอ่อ” “พี่วีร์อธิษฐานว่าอะไรเหรอคะ?” หญิงสาวรีบพูดเบี่ยงประเด็นไปถึงเรื่องใหม่ เพื่อที่จะกลบเกลื่อน พฤติกรรมแปลกประหลาดของตัวเองก่อนหน้านี้ “บอกไม่ได้ครับ” “อ้าว?” “ท าไมล่ะคะ?” “เด๋ียวมนัจะไม่สมัฤทธิ์ผลนะครบั” “ไม่เกี่ยวหรอกค่ะ” “ถ้างั้น…ไอไม่อยากรู้แล้วก็ได้ค่ะ”


พู่เกสร เมื่อได้ยินแบบนั้นคนตัวเล็กก็ถึงกับท าหน้ามุ่ยเพราะเธอเองก็ไม่เคย ทราบมาก่อนเลยด้วยซ ้าว่าค าอธิษฐานในใจเจ้าของวันเกิดจะไม่สามารถ บอกใครให้รับรู้ได้ ไม่เว้นแม้กระทั่งคนใกล้ตัวอย่างเธอ “พี่อธิษฐานว่าขอให้มีชีวิตอยู่กับไอไปนานๆ” ด้วยความที่เกรงว่าไออุ่นจะรู้สึกน้อยใจไปมากกว่านี้ จนในท้ายที่สุด แล้วธาวีร์ก็ได้ตัดสินใจบอกในสิ่งที่เขาอธิฐานในใจไปก่อนหน้านี้ไปตาม ความเป็นจริงเพราะเธอคือคนพิเศษที่สุดส าหรับเขา การได้ใช้ช่วงเวลาดีๆ กับเธอ มันจึงเป็นสิ่งล ้าค่าที่เขาไม่อยากจะเสียมันไปเลยแม้แต่วินาทีเดียว “โถ่…” “อย่าพูดแบบนั้นสิคะพี่วีร์” “เดี๋ยวมันจะเป็นลางไม่ดีนะคะ” นิ้วเรียวจิ้มลงไปยังครีมเค้ก จากนั้นจึงได้น ามันมาป้ายใส่ปลายจมูก โด่ง หวังจะให้ธาวีร์ยิ้มหรือหัวเราะออกมาได้บ้างแต่ทว่ามันกลับผิดคาด เล็กน้อยเพราะอีกฝ่ ายเพียงแค่ส่งยิ้มบางๆมายังเธอก็เพียงเท่านั้น ก่อนที่ ใบหน้าหล่อเหลาจะตกอยู่ในอาการเหม่อลอย พร้อมกับฉายความเจ็บปวด ออกมาให้เห็นอย่างชัดเจน “พี่วีร์เป็นอะไรรึเปล่าคะ?” แฟนสาวอย่างไออุ่นเอ่ยถามคนที่นิ่งเงียบไปด้วยความรู้สึกเป็นห่วง เป็นใยแต่ด้วยความที่เป็นมือใหม่ที่ทั้งชีวิตนี้ยังไม่เคยมีแฟนมาก่อน นั่นจึง ท าให้เธอแสดงความรู้สึกด้านบวกส่งต่อไปยังคนอื่นไม่เก่งเท่าที่ควร


พู่เกสร “เปล่าครับ” “พี่แค่นึกถึงใครคนหนึ่ง” ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าในช่วงเวลานี้ ธาวีร์ก าลังนึกถึงน้องชายฝาแฝด ของตัวเองที่พลัดพรากจากบ้านไปไกลตั้งแต่อายุ 17 ปีเห็นจะได้ หน าซ ้าใน วันนี้ก็ยังเป็นวันเกิดของน้องชายฝาแฝดด้วยเช่นกัน การได้เป่ าเค้กวันเกิด ในปัจจุบันจึงท าให้ธาวีร์หวนนึกถึงเหตุการณ์ในอดีตอยู่ตลอดเวลา “ใครเหรอคะ?” “คนส าคัญในครอบครัวที่เหลืออยู่แค่คนเดียวครับ” ดูเหมือนว่าธาวีร์จะเลี่ยงการตอบค าถามอย่างถึงที่สุด ราวกับว่ายัง ไม่ต้องการจะให้เธอได้รับรู้ว่าตัวเองมีน้องชายฝาแฝดอีกคนแต่เรื่องราว เบื้องต้นที่ไออุ่นทราบไปก่อนหน้านี้แล้ว นั่นก็คือเรื่องที่พ่อแม่ของธาวีร์นั้น เสียชีวิตไปเมื่อหลายปีก่อนเหมือนกันกับพ่อแม่ของเธอ “อ้าว” “ไหนเคยบอกว่าพ่อแม่พี่วีร์เสียหมดแล้วไงคะ?” “ทีนี้ยังเหลือใครอีกคนเหรอคะ?” เจ้าของใบหน้าสวยเอียงคอถามด้วยความรู้สึกสงสัยปะปนกับความ งุนงงเพราะเธอเองก็ยังไม่เคยทราบเรื่องที่ว่าชายหนุ่มยังคงหลงเหลือคนใน ครอบครัวอยู่อีกคน เนื่องจากว่าก่อนหน้านี้เธอดันเข้าใจผิดคิดว่าหลังจาก ที่ธาวีร์สูญเสียพ่อแม่ไปเมื่อหลายปี ก่อน เขาก็ไม่ได้หลงเหลือคนใน ครอบครัวอีกแล้ว


พู่เกสร “หมับ!” “อ๊ะ!อื้อ!~” ชายหนุ่มไม่ตอบค าถามแต่กลับใช้ฝ่ามือหนาคว้าหมับไปยังท้ายทอย ของร่างเล็ก ก่อนที่ริมฝีปากหยักจะโฉบลงไปยังเรียวปากบางอย่างไม่ทัน ตั้งตัวแล้วจึงได้บดขยี้ขบกัดมันอย่างแผ่วเบาแต่ก็แอบซ่อนความหิว กระหายในร่างกายของหญิงสาวเอาไว้อยู่ลึกๆ ฝ่ ามือหนาลูบไล้ไปตามเอว คอดกิ่วรูปทรงสวย จากนั้นจึงได้ค่อยๆสอดมันเข้าไปยังด้านในเสื้อยืด ตัวบางอย่างเชื่องช้า “พลั่ก!” ยังไม่ทันจะถึงไหนไออุ่นก็ได้ใช้ฝ่ ามือน้อยๆผลักร่างของธาวีร์ให้ กระเด็นห่างออกไป ก่อนที่เธอจะเงยหน้าขึ้นไปสบตากับเขา ราวกับคนที่ ก าลังจะร้องไห้จากความรู้สึกหวาดกลัวกับการกระท านี้ “ยะ-อย่าท าแบบนี้เลยค่ะพี่วีร์” “ไอยังไม่พร้อม” “ไอว่ามันเร็วเกินไป” ดวงตากลมสวยเต็มไปด้วยคราบน ้าตาที่คลออยู่เต็มเบ้า ด้วยความที่ เติบโตมาจากครอบครัวตระกูลผู้ดีเก่าแก่ ไออุ่นจึงถูกปลูกฝังให้กลายมา เป็นคนหัวโบราณสมัยเก่า หน าซ ้าเธอก็ยังรู้สึกว่ามันยังไม่ถึงเวลาที่จะต้อง มามีความสัมพันธ์ทางร่างกายเพราะเธอกับเขาก็เพิ่งจะศึกษาดูใจกันมาได้ ไม่นานและเพิ่งจะตกลงคบกันเป็นแฟนแค่เพียง 1 สัปดาห์เท่านั้นหรือถ้า จะให้ดีก็ควรที่จะมีหลังจากที่เข้าสู่พิธีวิวาห์กันแล้ว ซึ่งก็แน่นอนว่าไออุ่น ก็ยังคงไม่ได้มั่นใจว่าธาวีร์จะอยู่กับเธอไปจนถึงวันส าคัญนั้นได้ เธอจึง จ าเป็นที่จะต้องรักษาเยื่อพรหมจรรย์ที่สุดแสนจะล ้าค่านี้เอาไว้


พู่เกสร “พี่ขอโทษนะครับ” “พี่วู่วามขาดสติจนลืมว่าไอกลัว” ฝ่ ามือหนายื่นออกไปสัมผัสกับกลุ่มเส้นผมสีด าขลับที่ยาวสลวย พร้อมกับเอ่ยปากขอโทษหญิงสาวด้วยสีหน้าแววตาที่รู้สึกผิดที่ท าให้เธอ รู้สึกหวาดกลัวในตัวเขามากยิ่งขึ้น ไม่วายโทษตัวเองในใจที่ไม่รู้จักควบคุม อารมณ์ความเป็นชายที่เดือดพล่าน ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าธาวีร์เองก็เป็นผู้ชายปกติธรรมดาทั่วไปที่เวลามี แฟนก็อยากจะแสดงความรักส่งต่อไปให้กับเธอหลายรูปแบบ ไม่เว้น แม้กระทั่งเรื่องใต้สะดือแต่กับไออุ่นมันดูผิดแปลกออกไปเล็กน้อยแต่ทว่า ธาวีร์ก็พยายามเข้าใจว่าเธอไม่เคยมีความรักและไม่เคยมีแฟนหนุ่มมาก่อน เธอจึงรู้สึกหวาดกลัวไปหมดทุกอย่างและในส่วนของเขาเองก็ต้องคาดหวัง เรื่องอย่างว่าให้น้อยลงด้วยเช่นกัน ซึ่งถึงแม้ว่าจะศึกษาดูใจกันมาได้ไม่ นานแต่ทว่าหัวใจของธาวีร์ในตอนนี้ มันกลับเรียกร้องให้ยอมอยู่ใต้เท้าเอา ใจไออุ่นไปซะทุกเรื่องเสียอย่างนั้น


พู่เกสร “มะ-ไม่เป็นไรค่ะ” “ไอต้องขอโทษพี่วีร์มากกว่าที่ให้ไม่ได้” “ไอขอโทษจริงๆนะคะ” “แต่ไอก็ไม่อยากผิดสัญญากับคุณแม่” ค าสอนของผู้เป็นแม่ที่ถูกส่งต่อมาจากรุ่นสู่รุ่นยังคงวนเวียนอยู่ในหัว สมองของไออุ่นอยู่ตลอดเวลา นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ว่าท าไมเธอถึงต้องรัก นวลสงวนตัวเข้าไว้แต่ถึงแม้ว่าค าสอนนั้นจะไม่มีอยู่จริง เธอก็ยังคงยึดมั่นที่ จะเป็นสาวบริสทุธิ์ก่อนวนัแต่งงานตามเคยเพราะสิ่งนีมันเสียแล้วก็จะเสีย้ ไปเลย จนเวลาผ่านล่วงเลยไปก็อาจจะมานั่งนึกเสียดายว่าไม่น่าปล่อยตัว ปล่อยใจไปกับสิ่งที่ยังไม่ใช่ส าหรับเรา “ไม่เป็นไรครับ” “ไออย่าโทษตัวเองเลย” “พี่เข้าใจ” ใบหน้าหล่อเหลาเผยรอยยิ้มออกมา พร้อมกับยื่นมือออกไปลูบหัวทุย ของร่างเล็กอย่างแผ่วเบาด้วยความรู้สึกเอ็นดูแฟนสาวเป็นอย่างมาก ทั้งชีวิตเขาไม่เคยพบเจอผู้หญิงที่หนักแน่นในตัวเองมากถึงขนาดนี้เท่ากับ เธอเลยสักคน ซึ่งตลอดระยะเวลา 7 เดือนที่ธาวีร์ตามจีบไออุ่นก็ใช่ว่ามันจะ ง่ายเสมอไปเพราะถึงแม้ว่าเธอจะพูดคุยกับเขาตามปกติแต่ทว่าเธอกลับ พยายามปิดกั้นไม่ให้เขาเข้าไปถึงห้องหัวใจของเธอได้ส าเร็จแต่จนแล้วจน รอด เธอก็แพ้ใจตัวเองที่ต่างก็รู้สึกดีกับเขาเช่นกัน


พู่เกสร “ถ้างั้น…” “ตอนนี้ไอยังฝึกงานอยู่แต่หลังไอเรียนจบแล้ว เราแต่งงานกันไหม?” “พี่อยากท าอย่างให้มันถูกต้อง” “ไอจะได้ไม่ต้องกลัวหรือรู้สึกผิดกับอะไรอีกต่อไปแล้ว” “พี่จริงจังกับไอนะครับ” “พี่แค่อยากให้ไอรู้ว่าพี่ไม่ได้คบกับไอเล่นๆ” ฝ่ ามือหนาลูบไล้ไปมายังพวงแก้มนิ่มอย่างแผ่วเบา พร้อมกับเปล่ง เสียงพูดขอเธอแต่งงานอย่างหนักแน่น โดยที่เขาก็ไม่ได้รู้สึกว่ามันเร็ว จนเกินไปส าหรับค าว่ารัก ซึ่งอีกแค่ไม่กี่เดือนไออุ่นก็จะเรียบจบแล้ว การรีบ สร้างครอบครัวให้มันมั่นคงและสมบูรณ์แบบมันเป็นสิ่งที่เขาใฝ่ ฝันว่า อยากจะท ามาตั้งแต่ยังเป็นแค่เด็กชาย อีกอย่างหากพูดถึงเรื่องฐานะทางการเงินก็ใช่ว่าจะให้ใครมาด้อยค่า เธอกับเขาได้ง่ายๆเพราะธาวีร์เองก็เป็นถึงลูกมหาเศรษฐีที่มีที่ดินหลายพัน ไร่และมีสมบัติพัสถานมากมายที่ใช้ถึงชาติหน้าก็ยังไม่หมด การที่ธาวีร์มาท างานเป็นวิศวกรหลังเรียนจบใหม่ๆ มันก็เป็นแค่ เพราะว่าเขายังอยากวนเวียนอยู่ใกล้ๆกับไออุ่นก็เพียงเท่านั้น ซึ่งถ้าหากไอ อุ่นเรียนจบเมื่อไหร่ ทิศทางชีวิตของเขาก็อาจจะหันเหไปทางใหม่ที่ไม่ใช่ อาชีพวิศวกรอีกต่อไป


พู่เกสร “พะ-พี่วีร์พูดเล่นรึเปล่าคะ?” “พี่ก็ต้องพูดจริงสิ” “ท าไมพี่ต้องโกหกด้วยล่ะ?” “มันอาจจะดูเร็วไปหน่อยแต่ถ้าไอยังไม่ค่อยมั่นใจที่จะแต่งงานหลัง เรียนจบก็ลองดูๆกันต่อไปก็ได้นะครับ” ธาวีร์ยังคงเปิดช่องว่างให้ไออุ่นได้คิดพิจารณาอย่างถี่ถ้วนเพราะเขา เองก็แค่พูดออกไปตามสิ่งที่ก าลังคิดอยู่ก็เพียงเท่านั้น ซึ่งถ้าหากว่าเธอยัง ไม่พร้อมที่จะแต่งงานกับเขาหลังเรียนจบ เขาก็ไม่ได้มีข้อโต้แย้งใดๆอยู่แล้ว และการที่ขอเธอแต่งงานให้วันนี้ มันก็ไม่ต่างอะไรกับการขอทาบทามจอง ตัวเอาไว้ก่อน เพื่อสื่อถึงความจริงใจที่มีต่อเธออย่างท่วมท้น “ตะ-แต่งค่ะ” “ถึงมันจะดูเร็วไปก็จริงแต่ไอจะแต่งงานกับพี่วีร์ค่ะ” “ฟุบ!” หญิงสาวตอบรับค าขออย่างว่าง่าย ก่อนที่จะพุ่งตัวเข้าไปสวมกอด คนเบื้องหน้าเอาไว้มั่น ทั้งที่ตัวของไออุ่นเองก็ดูจะยังไม่ได้แน่ใจเลยด้วยซ ้า ว่าเธอรักธาวีร์ไปแล้วในช่วงระยะเวลาสั้นๆหรือแค่ปฏิเสธคนไม่เป็นก็เพียง เท่านั้น ด้วยความที่อ่อนประสบการณ์ในเรื่องความรัก นั่นจึงท าให้เธอไม่ได้ คิดไตร่ตรองอะไรมากมายเท่าที่ควร


พู่เกสร “ขอบคุณที่ไว้ใจให้ผู้ชายคนนี้ดูแล” “ไม่ผิดหวังแน่นอนครับ” ฝ่ ามือหนาลูบแผ่นหลังบางของคนที่อยู่ในอ้อมกอดอย่างทะนุถนอม และได้แต่หวังว่าชีวิตหลังจากนี้มันจะราบรื่นไม่มีอะไรมากวนใจ ทุกอย่างที่เกิดขึ้นดูรวดเร็วจนตั้งตัวไม่ทัน ทั้งที่คนทั้งคู่ก็เพิ่งจะรู้จัก กันมาได้แค่เพียงครึ่งปีเศษๆเท่านั้นแต่ทว่ากลับเลยเถิดไปถึงขั้นจะแต่งงาน กันแล้วในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าที่จะถึงนี้และแน่นอนว่าก็ต้องเป็นฝ่ าย ของธาวีร์ที่มีความรู้สึกโหยหาความรักมากกว่าไออุ่น


พู่เกสร เงารักแรงแค้น ตอนที่3 : รักเราไม่เท่ากัน คฤหาสนเ์วียงภูดาว เวลาล่วงเลยมาจนถึงช่วงที่ไออุ่นฝึกงานที่บริษัทข้างนอกเสร็จสิ้น เรียบร้อยแล้ว โดยที่ธาวีร์ก็ยังคงไปมาหาสู่เธอเป็นประจ าทุกวันและนั่นก็ ยิ่งท าให้ชายหนุ่มรักและหลงหญิงสาวเพิ่มขึ้นไปในทุกๆวันแบบไม่เผื่อใจ ราวกับว่าคาดหวังการสร้างชีวิตคู่กับเธอมากกว่าสิ่งอื่นใด จนบางครั้งมันก็ ท าให้ไออุ่นแอบรู้สึกอึดอัดเล็กน้อยแต่ด้วยความที่เธอเองก็มีความรู้สึกดีๆ ให้กับเขามากอยู่พอสมควร เธอจึงไม่ได้เอาเรื่องนี้มาเป็นปัญหาชีวิตและ มองข้ามมันไป ที่ส าคัญไปกว่านั้นเธอก็เดินมาพร้อมกับเขาจนเกือบจะถึง ครึ่งทางแล้ว นั่นจึงท าให้ไออุ่นไม่สามารถถอนตัวกลับออกไปจากธาวีร์ได้ อีกต่อไปแล้ว “กึก…” “ไอจะเรียนจบแล้วนะคะพี่วีร์” หญิงสาวบอกกล่าวข่าวดีให้กับแฟนหนุ่มได้รับทราบในขณะที่วาง จานผลไม้ลงไปบนโต๊ะให้กับเขาที่ก าลังนั่งเคลียร์งานอยู่บนหน้าจอ คอมพิวเตอร์อย่างใจจดใจจ่อ


พู่เกสร “เก่งจังเลยครับ” “คนเก่งของพี่” วิศวกรหนุ่มหันมาสนใจในสิ่งที่แฟนสาวบอกกล่าวออกมาก่อนหน้านี้ อย่างกระตือรือร้น ดูเหมือนว่าธาวีร์นั้นจะท างานหนักเป็นอย่างมากและ เขาพร้อมที่จะลาออกจากบริษัทที่ท างานอยู่ทุกเมื่อแต่ทว่าก็ต้องรอให้ไออุ่น เรียนจบเสียก่อน ซึ่งมันก็ใกล้ความจริงเข้าไปทุกทีแล้ว “ดูนี่สิครับ” ฝ่ ามือหนาล้วงเอาสมาร์ตโฟนเครื่องหรูออกมาจากกระเป๋ ากางเกง ก่อนที่จะเปิดรูปภาพคฤหาสน์หลังงามที่อยู่ท่ามกลางธรรมชาติให้กับคนที่ อยู่ข้างกายได้เชยชมและคาดหวังว่าเธอจะตื่นตาตื่นใจไปกับมันอย่างที่เขา คิดเอาไว้ “สวยจังเลยค่ะ” “ที่ไหนเหรอคะพี่วีร์” เจ้าของใบหน้าสวยเอียงคอถามด้วยท่าทีสนใจเพราะแค่เห็น คฤหาสน์หลังงามตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงามก็เรียกความสนใจ เธอไปเกินครึ่งแล้ว “บ้านของพี่ที่ต่างจังหวัดเองครับ” “บริเวณรอบๆจะเป็นสวนผลไม้ 10 ชนิดประมาณพันไร่เศษๆ” “ส่วนอีกฟากจะเป็นไร่กาแฟหมดเลย” “มีฟาร์มวัวกับฟาร์มแกะด้วยนะครับ”


พู่เกสร นิ้วเรียวยาวเลื่อนภาพต่อๆไปให้หญิงสาวได้เชยชม แท้ที่จริงแล้ว ภาพคฤหาสน์หลังงามที่ธาวีร์เปิดให้ไออุ่นดูก่อนหน้านี้ก็คือบ้านของเขาเอง โดยที่บริเวณรอบๆจะเต็มไปด้วยสวนผลไม้หลากหลายสายพันธุ์และไร่ กาแฟที่หอมกรุ่นละมุนโดนใจ รวมไปถึงการแบ่งสัดส่วนพื้นที่ไปท าฟาร์ม ม้าและฟาร์มแกะอีกด้วย ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลที่กล่าวมานี้ก็สร้างรายได้ มหาศาลเข้าไร่ดาวเหนือไปหลายสิบล้านบาทต่อปี “จะ-จริงเหรอคะ?” “ไอไม่ได้คิดว่าพื้นที่มันจะกว้างใหญ่ขนาดนี้เลยนะคะ” “เกินคาดมากเลยค่ะ” หลังจากที่ได้เห็นองค์ประกอบต่างๆภายในบ้านไร่ดาวเหนือ ไออุ่นก็ ถึงกับเบิกตากว้างด้วยความรู้สึกตื่นตระหนกตกใจปะปนกับความรู้สึก ตื่นเต้นเพราะเธอไม่ได้เคยคาดคิดว่าบ้านไร่ของธาวีร์มันจะมีพื้นที่ กว้างขวางมากมายถึงขนาดนี้ “ปกติพี่จะกลับไปตรวจดูความเรียบร้อยแค่เดือนละครั้งแต่ในภาค หน้าเราสองคนก็อาจจะได้กลับไปอยู่แบบถาวร…” “น้องไอโอเคใช่ไหมครับ?” วิศวกรหนุ่มเอ่ยปากถามความสมัครใจของแฟนสาวอย่าง ตรงไปตรงมาและแอบคาดหวังว่าเธอจะตอบตกลงเพราะไร่ดาวเหนือเป็น ทรัพย์สมบัติอันล ้าค่าของครอบครัวที่เขาจะต้องสานต่ออย่างเต็มที่ หลังจากนี้ ซึ่งตั้งแต่ที่เข้ามาเรียนในเมืองกรุงและอาศัยอยู่ในคอนโดหรู ธาวีร์ก็มักจะกลับไปตรวจตราดูความเรียบร้อยภายในบ้านไร่แค่เดือนละ ครั้งเท่านั้น โดยมีคนรับใช้เก่าแก่คอยรับหน้าที่คอยดูแลไร่ดาวเหนือให้ ไม่เว้นแม้กระทั่งเรื่องจ่ายเงินเดือนให้กับพวกคนสวน


พู่เกสร “พี่วีร์ไม่ต้องเป็นห่วงเลยนะคะ” “ไอชอบอะไรแบบนี้ที่สุดเลยค่ะ” “พี่ดีใจที่ไอชอบนะครับ” ดูเหมือนว่าไร่ดาวเหนือจะสามารถซื้อใจไออุ่นได้ส าเร็จ ซึ่งนั่นก็ท า เอาธารีร์โล่งใจไปเปราะหนึ่งแต่ก็มีหลายบวูบที่เขาแอบน้อยใจเธออยู่ บ่อยครั้ง โดยที่มันก็หลีกหนีไม่พ้นเรื่องที่ไออุ่นนั้นไม่ค่อยจะสนใจในสิ่งที่ เขาเล่าให้ฟังสักเท่าไหร่นักเพราะอันที่จริงแล้วธาวีร์ได้เคยเล่าเรื่องไร่ดาว เหนือให้ไออุ่นได้รับฟังมาแล้วหลายต่อหลายครั้งแต่ทว่าเธอก็เพิ่งจะมา สนใจแบบจริงๆจังๆตอนที่ได้เห็นรูปของมันในวันนี้ก็เพียงเท่านั้น “ฟุบ!” “ไอหวังว่าต่อจากนี้ไป ชีวิตในบ้านสวนของเราสองคนจะเป็นวิถีชีวิต ที่สงบสุขนะคะ” “ไออยากไปเก็บผลไม้ทุกวันเลยค่ะ” “อ้อ!” “รีดนมวัวทุกเช้าด้วยนะคะ” ร่างเล็กพุ่งตัวเข้ามาสวมกอดคนตัวโตด้วยท่าทีที่ดูมีความสุข พร้อม กับพูดพรรณนาไปเรื่อยเปื่อยถึงชีวิตในบ้านไร่ที่แสนสงบสุขและเรียบง่าย ตามประสาคนเห่อสิ่งแปลกตาที่ไม่เคยได้สัมผัสมันมาก่อนเลยสักครั้ง “ถ้าไอมีความสุขกับสิ่งที่ท า” “ชีวิตในบ้านไร่ของเราสองคนคงจะด าเนินต่อไปอย่างมีความสุข แน่นอนครับ”


พู่เกสร ล าแขนแกร่งโอบเอวบางของคนที่อยู่ในอ้อมกอดอย่างทะนุถนอม และได้แต่คาดหวังว่าหลังจากที่ได้ท าสิ่งเดิมๆทุกวัน ไออุ่นจะไม่รู้สึกเบื่อมัน แล้วหนีหายไปจากเขาเสียก่อน ซึ่งถ้าหากว่าผลลัพธ์มันออกมาแบบตรงกัน ข้ามที่คาดหวังเอาไว้ ธาวีร์ก็คงจะเสียใจเป็นอย่างมากเพราะเขาดันยก หัวใจถวายให้กับไออุ่นไปจนหมดสิ้นแล้ว “การสร้างครอบครัวให้สมบูรณ์แบบ มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยแต่พี่ก็จะ พยายามท าทุกอย่างจนสุดความสามารถ” “พี่รักไอนะครับ” ค าบอกรักที่ถูกเปล่งเสียงออกมาพร้อมกับความคาดหวังหลายๆ อย่าง เริ่มท าให้ชายหนุ่มจริงจังกับชีวิตหลังแต่งงานมากยิ่งขึ้น ภาพ ความสุขแสนหอมหวานยังคงรอคอยให้เขาเดินไปถึงเส้นชัยในภายภาค หน้า ส่วนเธอก็มีหน้าที่แค่คอยเติมเต็มในสิ่งที่ขาดหายไป “ไอทราบค่ะ” “ไอเชื่อใจพี่วีร์นะคะ” ใบหน้าสวยมุดลงไปยังแผงอกแกร่งที่ตลบอบอวลไปด้วยกลิ่นหอม จากน ้าหอมราคาแพงแต่ทว่ากลับไม่มีการบอกรักตอบกลับไปแต่อย่างใด เพราะเธอยังคงอายที่จะพูดมันออกมา โดยหารู้ไม่ว่าการที่เธอเลือกเมิน เฉยต่อค าบอกรักของธาวีร์ มันอาจจะยิ่งท าให้เขาเข้าใจว่าเธอต่างออกไป จากแต่ก่อนอย่างเห็นได้ชัด ด้วยความที่เขารักเธอและยืนอยู่ในจุดที่รู้สึก มากกว่าหลายเท่า มันจึงท าให้ธาวีร์พยายามอย่างหนักที่จะไม่ให้ตัวเอง รู้สึกว่าไออุ่นนั้นเปลี่ยนไป


พู่เกสร ร้านชุดแต่งงาน “ตึก ตึก ตึก” “ชุดนี้สวยไหมคะพี่วีร์?” “ถ้าพี่วีร์ไม่ถูกใจไอจะไปเปลี่ยนมาใหม่ค่ะ” “อาจจะมีชุดที่สวยกว่านี้ก็ได้นะคะ” ไออุ่นในชุดเจ้าสาวแสนสวยได้เดินออกมาจากห้องแต่งตัว เพื่อที่จะให้ว่าที่เจ้าบ่าวอย่างธาวีร์ได้ออกความเห็นถึงเรื่องชุดแต่งงาน สีขาวที่เธอก าลังสวมใส่อยู่ในตอนนี้ ซึ่งถ้าหากว่ามันยังไม่เหมาะ เธอก็ อาจจะเปลี่ยนไปลองชุดใหม่อีกหลายๆชุด ซึ่งถึงแม้ว่าไออุ่นจะตั้งค าถาม กับธาวีร์ไปแบบนั้นแต่ทว่าในท้ายที่สุดแล้ว เธอก็ยังคงเอาความคิดของ ตัวเองเป็นใหญ่อยู่ดี “สวยครับ” “ไอใส่อะไรก็สวย” ร่างสูงในชุดสูทสีขาวครีมได้ยันตัวลุกขึ้นมาจากเก้าอี้แล้วใช้มือหมุน ไหล่มนหันไปยังบานกระจกขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ตรงมุมขวา ฝ่ ามือหนา เคลื่อนต ่าลงมายังเอวบาง ก่อนที่จะลูบไล้มันไปมาพร้อมกับจ้องมองไปยัง หน้ากระจกอย่างไม่ละสายตาทุกการสัมผัสท าเอาไออุ่นขนลุกซู่ไปทั้งตัวแต่ ทว่าเธอก็ต้องแกล้งยืนตัวแข็งทื่อและส่งยิ้มหวานไปให้กับธาวีร์อย่างเลี่ยง ไม่ได้ “สวยจริงๆ” ปากหนายังคงบ่นพึมพ ากล่าวชมคนที่อยู่ในอ้อมกอดไม่หยุดพัก ราว กับว่าต้องมนต์ตรารักจากสาวสวยเบื้องหน้าจนแทบจะถอนตัวไม่ขึ้น “พี่วีร์เนี่ยปากหวานจังเลยนะคะ”


พู่เกสร นิ้วเรียวจิ้มลงไปยังแก้มฝั่งซ้ายของชายหนุ่มที่มักจะเอ่ยปากชมเธอ มาโดยตลอด ไม่เว้นแม้กระทั่งตอนที่ยังอยู่ในสภาพไม่พร้อมเจอผู้คน “ก็สวยจริงๆนี่นา” “ไอไม่รู้จริงๆเหรอว่าตัวเองสวยมาก?” “ไอทราบค่ะว่าตัวเองสวย” “พี่วีร์ก็ชมไอบ่อยๆนะคะ” ใบหน้าสวยหวานหยดย้อยเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่มีความสุขแต่ก็ยัง ไม่ได้เรียกว่ามีความสุขมากที่สุดเพราะลึกๆแล้วเธอก็แอบเสียดายที่ตั้งมั่น จะเข้าพิธีวิวาห์เร็วจนเกินไป โดยที่ยังไม่ได้มีโอกาสได้เรียนรู้ชีวิตรักวัยรุ่นไป มากกว่านี้แต่ทว่าก็ยังคงมีความคิดอีกฝั่งที่ย ้าเตือนเข้าข้างว่าเธอนั้นท ามัน ถูกต้องแล้ว “พี่ลืมบอกไอไปเลยว่าพี่จ้างให้คนมาเริ่มจัดซุ้มแต่งงานของเราสอง คนรอแล้วนะครับ” “มะรืนนี้ไอก็จะได้เห็นมันกับตาตัวเองแล้ว” “อู้ว~” “รวดเร็วทันใจดีจังเลยค่ะ” หลังจากที่ได้รับทราบว่าธาวีร์ได้ท าการว่าจ้างออแกไนซ์งานแต่งให้ มาจัดเตรียมสถานที่รอไว้แล้ว ไออุ่นก็ถึงกับแสดงสีหน้าแววตาที่ดูเหลอ หลาออกมายกใหญ่เพราะเธอยังคงไม่ค่อยมั่นใจว่าตัวเองก าลังรู้สึกตื่นเต้น ตั้งตาคอยหรือก าลังรู้สึกไม่มั่นคงในความรักที่ฉาบฉวยกันแน่ อย่างไรก็ ตามเธอก็ได้แต่คาดหวังว่าตัวเองจะแค่รู้สึกตื่นเต้นมากไปหน่อย โดยที่ไม่มี อะไรมาแอบแฝง


พู่เกสร “น่าแปลกจังเลยนะคะที่เราสองคนบังเอิญชอบอะไรเหมือนๆกัน” “ไม่เว้นแม้กระทั่งการจัดงานแต่งเล็กๆที่มีแค่คนสนิทมาร่วมงานเพียง แค่ไม่กี่คน” “นั่นสิ” “ตอนแรกพี่ก็ไม่ได้คิดว่าไอจะชอบอะไรแบบนี้แต่ไอก็ดันคิดเหมือนพี่ ซะงั้น” ด้วยความที่ลักษณะนิสัยไม่ชอบความวุ่นวายคล้ายคลึงกัน นั่นจึงท า ให้คนทั้งคู่ตัดสินใจที่จะจัดงานแต่งเล็กๆที่ไร่ดาวเหนือและเชิญแขกผู้มี เกียรติที่เป็นคนใกล้ชิดสนิทสนมให้มาร่วมแสดงความยินดีแค่ไม่กี่คน เท่านั้น ซึ่งแขกส่วนใหญ่ก็จะหนักไปทางฝั่งของธาวีร์ ส่วนแขกทางฝั่งของ ไออุ่นจะมีแค่ครอบครัวของป้าหรือพี่สาวแม่ของเธอก็เพียงเท่านั้น ถึงแม้จะ แอบห่างกันไปนานแล้วแต่ทว่าหญิงสาวก็ไม่อยากข้ามหน้าข้ามตาเครือ ญาติที่ยังหลงเหลืออยู่แค่เพียงเล็กน้อยสักเท่าไหร่นัก “บางทีการจัดงานแต่งงานใหญ่โต มันก็ไม่ใช่สิ่งที่ทุกคนต้องการกัน หมดหรอกค่ะ” “อย่างเช่นไอแล้วหนึ่งคน” “รวมพี่ด้วยเป็นคนที่สอง” “อื้อ!” “พี่วีร์อ่ะ!”


พู่เกสร คนตัวเล็กท าหน้ามุ่ย หลังจากที่ปลายจมูกเรียวสวยได้ถูกบีบเบาๆ จากความรู้สึกหมั่นเขี้ยวของชายหนุ่ม ก่อนที่เธอจะหันไปมองตัวเองใน กระจกแล้วแอบแสดงสีหน้าแววตาที่ดูกังวลออกมาอย่างเห็นได้ชัดแต่ทว่า มันก็เกิดขึ้นแค่เพียงเสี้ยววินาทีก็เพียงเท่านั้น ว่าที่สามีอย่างธาวีร์จึงไม่มี โอกาสที่จะได้เห็นมัน “เสียดายจังเลยนะคะ…” “ที่ช่วงเวลาก่อนหน้านี้ ไอไม่มีเวลาว่างได้ไปเยี่ยมชมบ้านของพี่วีร์ ที่ต่างจังหวัดเลยแต่กลับได้เข้าไปตอนใกล้จะแต่งทีเดียว” ดูเหมือนว่าลึกๆแล้วไออุ่นจะรู้สึกเสียดายเป็นอย่างมากที่ตลอด ระยะเวลาที่ผ่านมา เธอไม่มีโอกาสได้ไปเที่ยวพักผ่อนที่ไร่ดาวเหนือเลยสัก ครั้งเพราะก่อนหน้านี้เธอยุ่งอยู่กับการฝึกงาน แถมในเวลาต่อมาเธอก็ จะต้องท าเรื่องจบจากมหาวิทยาลัย มันจึงกลับกลายเป็นว่าเธอได้เข้าไปดู สถานที่จริงในตอนที่วันส าคัญใกล้มาถึงเต็มทีแล้ว “ไอกลัวว่าจะปรับตัวไม่ได้ใช่ไหมครับ?” ชายหนุ่มเอ่ยถามตามความเป็นจริงอย่างรู้ทันกันเพราะเขาเองก็ ไม่ได้โง่ถึงขั้นจะดูไม่ออกว่าเธอแอบรู้สึกลังเลใจอยู่เล็กน้อยที่จะต้องไปใช้ ชีวิตกับเขาที่บ้านไร่แต่ทว่าก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้อีกต่อไปแล้ว “ไม่ใช่แบบนั้นค่ะพี่วีร์” “ไอแค่เสียดายที่น่าจะได้ไปเห็นความเป็นธรรมชาติเร็วกว่านี้” ไออุ่นรีบพูดแก้ตัวแบบน ้าขุ่นๆด้วยสีหน้าแววตาที่ดูจะเก็บอารมณ์ให้ ลึกมากที่สุดเท่าที่จะท าได้ ซึ่งถึงแม้ว่าเธอจะรู้สึกอย่างที่อีกฝ่ายเอ่ยถามมา ก่อนหน้านี้จริงๆแต่ทว่าเธอก็ทราบเป็นอย่างดีว่าไม่ควรพูดมันออกมา


พู่เกสร เธอนั้นสามารถอยู่ได้ทุกที่ หากมีเขาคอยช่วยเหลือเกื้อกูลหรือเป็น ฐานรองขาให้กับเธอไปตลอด “โถ่…” “พี่ก็นึกว่าอะไร” “ต่อไปไอก็จะได้เห็นมันทุกวันเลยล่ะ” ค าตอบของว่าที่ภรรยาท าให้ธาวีร์โล่งใจไปเกินครึ่งเพราะอย่างน้อย เธอก็ไม่ได้มีท่าทีต่อต้านอะไร หน าซ ้ายังพอใจที่จะไปอยู่ที่นั่นด้วยตัวเอง โดยที่ไม่ได้มีใครบังคับขืนใจแต่ก็อาจจะเรียกว่าเขาใช้วิธีกดดันทางอ้อม เสียมากกว่า “ที่นั่นบรรยากาศดีมากเลยนะครับ” “ยิ่งถ้าเป็นตอนฤดูหนาวจะถูกใจไอเข้าไปใหญ่” “พะ…กึก!” ในจังหวะที่ธาวีร์ก าลังจะเอ่ยปากสนทนากับไออุ่นอีกครั้ง เขาก็ต้อง หยุดชะงักแล้วเงียบไปเพราะไออุ่นในตอนนี้ได้มัวแต่ก้มหน้าก้มตาลงไป สนใจหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่ก าลังกดส่งข้อความคุยกันกับใครบางคน ก่อนที่เธอจะเดินเลี่ยงออกไปคุยโทรศัพท์จากสายที่ต่อเข้ามา โดยที่ไม่ได้ บอกกล่าวหรือสนใจว่าที่เจ้าบ่าวอย่างธาวีร์เลยแม้แต่นิดเดียว “ฟุบ!” ใบหน้าหล่อเหลาก้มต ่าลงพร้อมกับอารมณ์ที่ขุ่นมัวอยู่ เล็กน้อย ก่อนที่ธาวีร์จะทรุดตัวนั่งลงที่เดิมเพื่อรอให้ไออุ่นเดินวนกลับมาหา เขาอีกครั้ง


พู่เกสร เงารักแรงแค้น ตอนที่4 : เงาร้ายเริ่มคลืบคลานเข้ามาใกล้ คฤหาสน์ดาวเหนือ “ที่นี่สวยจังเลยค่ะพี่วีร์” “บรรยากาศดีสุดๆเลยค่ะ” เสียงของไออุ่นดังก้องไปทั่วบริเวณหน้าคฤหาสน์ดาวเหนือ ก่อนที่ เธอจะหอบหิ้วเอากระเป๋ าลากเดินทะเลอทะล่าไปก้มดูปลาสวยงามที่อยู่ ภายในบ่อขนาดใหญ่ จนเกือบจะหัวทิ่มลงไปในบ่อแต่ก็โชคยังดีที่มีฝ่ ามือ ของธาวีร์มาฉุดรั้งเอาไว้ได้ทันเสียก่อน “ดีใจที่น้องไอชอบนะครับ” ฝ่ ามือหนาลูบหัวทุยของร่างเล็กอย่างแผ่วเบาด้วยความรู้สึกเอ็นดู ดูเหมือนว่าธาวีร์จะมีเรื่องคาใจมากมายที่เขานั้นอยากจะรู้มากกว่านี้แต่ ทว่าในท้ายที่สุดแล้ว ธาวีร์ก็ต้องนิ่งเงียบแล้วปล่อยผ่านมันไป “อ้าว!” “มากันแล้วเหรอคะ?” “ตึก!ตึก!ตึก!” ในขณะเดียวกันก็ได้มีเสียงของปริศนาดังแว่วมาจากทางด้านหลัง เรียกความสนใจของหนุ่มสาว ก่อนที่จะเผยให้เห็นหญิงและชายวัย กลางคนคู่หนึ่งที่ดูเหมือนว่าจะเป็นสามีภรรยากันก าลังรีบสาวเท้าเข้ามา ใกล้ธาวีร์กับไออุ่นด้วยท่าทีตื่นเต้น ซึ่งนั่นก็คือวิชัยกับสาลี่คนรับใช้เก่าแก่ผู้ มีหน้าที่รับผิดชอบดูแลไร่ดาวเหนือแห่งนี้ในตอนที่ธาวีร์ไม่อยู่


พู่เกสร “สวัสดีค่ะคุณๆ” “มาค่ะเดี๋ยวป้าช่วยถือกระเป๋ า” “สวัสดีค่ะ” “ขะ-ขอบคุณนะคะ” ไออุ่นรีบรับไหว้วิชัยกับสาลี่อย่างเกร็งๆเพราะสองสามีภรรยาเบื้อง หน้าได้แสดงท่าทีนอบน้อมจนแทบจะหมอบคลานจนน่าตกใจ ก่อนที่ กระเป๋ าลากในมือของเธอจะถูกสาลี่แย่งไป ด้วยความที่ไออุ่นและสองสามีภรรยาคู่นี้รู้จักกันผ่านค าบอกเล่า ของธาวีร์มาก่อนหน้านี้แล้ว จึงไม่ได้มีการแนะน าตัวเพิ่มเติม ซึ่งไออุ่นก็ ไม่ได้ขัดข้องใจอะไรเพราะเธอเองก็ไม่ชอบการจัดพิธีรีตองมากมายอยู่แล้ว “เอากระเป๋ าของผมกับของน้องไอขึ้นไปเก็บชั้นบนนะครับ” “ครับผม” “รับทราบค่ะคุณวีร์” สองสามีภรรยาพยักหน้ารับค าพูดของธาวีร์อย่างกระตือรือร้น ก่อนที่ พวกเขาจะช่วยกันน ากระเป๋ าที่เหลืออยู่ภายในรถออกมาจนหมด เพื่อที่จะ น าไปเก็บที่ชั้นที่สองของตัวบ้านตามค าสั่งของธาวีร์ “เอ…” “แต่ป้าว่าก่อนแต่งงานให้คุณไออุ่นไปนอนที่เรือนหลังเล็กตรงฟาก นู้นดีไหมคะคุณวีร์?” “พอหลังจากที่พิธีวิวาห์เสร็จสิ้นแล้ว ก็จะได้เข้ามาอยู่ที่เรือนใหญ่ใน ฐานะคุณผู้หญิงแบบเต็มตัวเลยค่ะ”


พู่เกสร หญิงวัยกลางคนเสนอความคิดกับผู้เป็นนายอย่างตรงไปตรงมา เพราะถ้าหากว่าจะให้ไออุ่นเข้ามาหลับนอนในคฤหาสน์ดาวเหนือ โดยที่ยัง ไม่ได้เข้าพิธีวิวาห์ มันก็ดูจะไม่งามสักเท่าไหร่นัก ซึ่งความคิดนี้มันก็ไม่ใช่ ของเธอเพียงคนเดียวแต่เป็นความคิดของคุณหญิงมาลิณีแม่ผู้ให้ก าเนิดที่ ล่วงลับไปแล้วของธาวีร์ที่เคยเปรยๆเอาไว้ว่าไม่ชอบการประพฤติที่ไม่ เหมาะไม่ควร “น้องไอ…” “ไม่เป็นไรค่ะพี่วีร์” “ไออยู่ได้หมดค่ะ” “แค่คืนเดียวเองนี่คะ” ยังไม่ทันที่ธาวีร์จะได้ขอความเห็นจากว่าที่ภรรยาอย่างไออุ่นถึงเรื่อง ที่เธอจะต้องย้ายไปนอนที่เรือนหลังเล็ก หญิงสาวก็ได้พยักหน้าตอบรับยินดี ที่จะไปด้วยสีหน้าที่ปกติสุขเพราะแค่คืนเดียวก็ไม่น่าจะท าให้เธอพลาด โอกาสอะไรไปได้ “เอาแบบนั้นก็ได้ครับป้าสา” “คุณพ่อคุณแม่ท่านจะได้สบายใจไปด้วยว่าผมพาน้องไอเข้ามาอยู่ที่ บ้านอย่างถูกต้อง” ชายหนุ่มคล้อยตามอย่างว่าง่ายเพราะเรือนหลังเล็กที่ว่าก็เป็นบ้าน ทรงสวยทั่วไปที่มีเครื่องอ านวยความสะดวกครบครัน โดยที่ไม่ขาดเหลือ อะไร อีกอย่างไออุ่นก็จะได้พักอยู่แค่เพียงคืนเดียวเท่านั้น ส่วนคืนต่อๆไป เธอก็จะได้มาหลับนอนอยู่ที่คฤหาสน์หลังงามแห่งนี้ในฐานะภรรยาของเขา อย่างเต็มตัวแล้ว


พู่เกสร “ถ้างั้นป้าจะเอากระเป๋ าของคุณไออุ่นใส่รถให้ลุงชัยเขาขนเสื้อผ้ากับ ของใช้ส่วนหนึ่งที่จ าเป็นไปไว้ที่เรือนหลังเล็กก่อนนะคะ” “ส่วนเสื้อผ้ากับของใช้ส่วนใหญ่ก็จะเอาขึ้นไปเก็บไว้ให้ที่เรือนใหญ่นี่ แหละค่ะเพราะเดี๋ยวพรุ่งนี้คุณไออุ่นก็จะต้องได้เข้ามาอยู่แบบเต็มตัวแล้ว” “เอาแค่ตัวคนกับของใช้เล็กๆน้อยๆติดตัวไปเรือนหลังเล็กก็พอค่ะ” “คุณไออุ่นไม่ต้องกลัวนะคะ” “ยังมีป้านอนอยู่เป็นเพื่อนจนถึงพรุ่งนี้ค่ะ ส่วนลุงชัยป้าก็จะให้ เฝ้ายามข้างนอกบ้าน เพื่อความสบายใจของคุณ” หญิงวัยกลางคนพูดพลางท าไม้ท ามือชี้นิ้วไปยังทิศตะวันตก ซึ่งเป็น ที่ตั้งของเรือนหลังเล็กที่ไออุ่นจะต้องเข้าไปนอนพักในค ่าคืนนี้ โดยที่มันอยู่ ห่างจากเรือนหลังใหญ่ไปไกลถึง 1 กิโลเมตรแต่ทว่าเธอก็จะไม่มีทางได้อยู่ อย่างโดดเดี่ยว เนื่องจากว่ายังมีสาลี่ที่จะเข้าไปดูแลช่วยเจ้าสาวอย่างไออุ่น แต่งหน้าแต่งตัวเตรียมเข้าสู่พิธีวิวาห์ในวันพรุ่งนี้และยังมีวิชัยที่คอย เฝ้ายามดูแลความปลอดภัยให้ เพื่อความสบายใจของคนต่างถิ่นอย่าง ไออุ่น “อะ-อ๋อ” “ค่ะ” “ขอบคุณนะคะ” ว่าที่คุณผู้หญิงแห่งไร่ดาวเหนือพยักหน้ารับขอบคุณด้วยความรู้สึก ซึ้งใจแต่ทว่าก็ไม่ได้พูดอะไรเพิ่มเติมเพราะเธอยังไม่ได้สนิทสนมกับหญิง ชายวัยกลางคนเบื้องหน้าเท่าที่ควร


Click to View FlipBook Version