พู่เกสร “ยังไงก็ฝากลุงชัยกับป้าสาจัดการให้ด้วยนะครับ” “เดี๋ยวผมจะพาน้องไอไปดูสถานที่จัดงานแต่ง” “รับทราบค่ะคุณวีร์” ว่าจบฝ่ ามือหนาก็ได้คว้าหมับไปยังฝ่ ามือบาง ก่อนที่จะจูงมือของ หญิงสาวเดินไปดูบริเวณรอบๆคฤหาสน์หลังงามและเดินเท้าต่อไปอีก 300 เมตรจนถึงสถานที่ที่ใช้จัดงานแต่งงานของคนทั้งคู่ในวันพรุ่งนี้ โดยใช้พื้นที่ ไม่ถึงเศษเสี้ยวหนึ่งของไร่ดาวเหนือเลยด้วยซ ้า “โอ้โห~” “ตกแต่งสวยจังเลยค่ะพี่วีร์” “มีที่นั่งส าหรับแขก 15 คนพอดีเป๊ ะๆเลย” ร่างงามรีบสาวเท้าเดินเข้าไปดูใกล้ๆบริเวณซุ้มงานแต่งงานหรือซุ้มที่ ใช้ส าหรับถ่ายรูปด้วยความรู้สึกตื่นตาตื่นใจ ถึงแม้ว่าจะเป็นงานที่ไม่ได้ ใหญ่โตอะไรแต่ทว่าออแกไนซ์กลับจัดตกแต่งมันออกมาได้สวยถูกใจเธอ เป็นอย่างมากและยังจัดโต๊ะเก้าอี้ส าหรับแขกที่จะมาร่วมงานในวันพรุ่งนี้ได้ พอดีกับคนที่เชิญมาแบบไม่ขาดไม่เกินเพราะถ้าหากว่าเกินก็แปลว่ามีแขก ไม่ได้รับเชิญมาเพิ่ม “ถ้าไอชอบเราก็แต่งกันใหม่อีกรอบทุกปีเลยดีไหมครับ?” “พี่วีร์อย่าพูดติดตลกแบบนี้เลยค่ะ” “งานแต่งก็ควรจะแต่งแค่ครั้งเดียวสิคะ” “ควรให้มันเป็นภาพจ าที่ติดอยู่ในหัวเราไปตลอดชีวิต มากกว่าการที่ จะมาคิดอะไรไร้สาระว่าจะต้องแต่งทุกปี”
พู่เกสร ค าพูดเอ่ยแซวของธาวีร์ท าเอาไออุ่นแอบรู้สึกไม่ค่อยชอบใจอยู่ เล็กน้อย ทั้งที่มันก็เป็นค าพูดที่ใช้หยอกเย้ากันตามปกติแต่ทว่าเธอกลับ รู้สึกหงุดหงิดเสียอย่างนั้น ซึ่งทางด้านของธาวีร์ที่ได้ยินน ้าเสียงที่ดูขุ่นมัว ของไออุ่น เขาจึงได้นิ่งเงียบไปแล้วเลือกส่งยิ้มแหย่ๆให้กับเธอแทน มันจึง กลับกลายเป็ นว่าสถานการณ์ตอนนี้ตกอยู่ในความเงียบอย่างไม่มี ทางเลือก “น้องไอจะไปไหนครับ?” “พี่ยังไม่ได้พาไปดูสวนผลไม้กับไร่กาแฟเลย” “ไหนจะลูกแกะคลอดใหม่” “มีแต่ตัวจ ้าม ่าทั้งนั้น” ธาวีร์ตะโกนไล่หลังของไออุ่นไปด้วยความรู้สึกไม่ค่อยสบายใจสัก เท่าไหร่นัก หลังจากที่เห็นว่าเธอก าลังจะเดินทิ้งห่างกลับไปยังเส้นทางเดิม ที่เดินมาด้วยกันก่อนหน้านี้ โดยที่ไม่ได้ปริปากพูดอะไร ทั้งที่มันก็ยังไม่ได้ถึง เวลาพลบค ่า หน าซ ้าเธอก็ยังไม่ได้เดินไปดูไร่ผลไม้กับไร่กาแฟและรวมไป ถึงลูกแกะที่เพิ่งจะคลอดออกมาใหม่ ซึ่งมันก็เป็นสิ่งที่ธาวีร์พร้อมจะ น าเสนอเป็นอย่างมาก “เอาไว้วันใหม่ดีกว่าค่ะ” “เพราะยังไงไอก็มีเวลาเหลือเฟื ออยู่แล้ว” “ไอแค่รู้สึกเหนื่อยๆค่ะ” “ขอโทษจริงๆนะคะพี่วีร์”
พู่เกสร หญิงสาวยกเหตุผลเรื่องที่รู้สึกไม่ค่อยสบายตัวให้ชายหนุ่มหรือว่าที่ เจ้าบ่าวได้รับทราบ ด้วยความที่นั่งรถมาหลายชั่วโมง เธอจึงมีอาการ วิงเวียนศีรษะและอยากจะอาเจียนออกมาแต่อันที่จริงแล้ว มันก็ไม่ได้ รุนแรงถึงขั้นจะเดินไปไหนมาไหนไม่ได้แต่ที่เธอไม่ไปตามค าเชิญชวนของ เขา มันก็เป็นเพราะว่าเธอยังมีเวลาเหลือเฟื ออีกมาก จึงไม่จ าเป็นที่จะต้อง กระตือรือร้นมากมายถึงขนาดนั้น “พี่วีร์เป็นอะไรรึเปล่าคะ?” เจ้าของใบหน้าสวยเอียงคอถาม หลังจาก ที่ได้เห็นว่าอีกฝ่ายเริ่มมีสีหน้าแววตาที่ดูหม่นหมองลงอย่างเห็นได้ชัด “เปล่าครับ” “พี่สบายดี” “เหรอคะ?” “ถ้างั้น…ไปส่งไอที่เรือนหลังเล็กที่ว่านั่นด้วยนะคะ” “พอดีว่าไอจะกลับไปลองเครื่องส าอางกับชุดแต่งงานอีกรอบค่ะ” ไออุ่นเลือกที่จะมองข้ามจุดเล็กๆที่เกิดขึ้นอย่างจงใจ ราวกับว่าเธอชิน ชาที่มีธาวีร์ในชีวิตจนมั่นใจแล้วว่าเธอสามารถเฉยชากับเขาได้ตามปกติ โดยที่ไม่ต้องมาหวาดระแวงว่าเขาจะเหินห่างไปจากเธอเพราะหญิงสาวก็ ทราบเป็นอย่างดีว่าอีกฝ่ ายรักเธอมาก จนไม่อยากจะจากไปไหนแต่ก็หารู้ ไม่ว่าในวันนี้ อาจจะเป็นวันสุดท้ายที่เธอจะได้แสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสม เช่นนี้ออกมาใส่ธาวีร์
พู่เกสร ค ่าคืนอันเงียบสงัดและตรงกับวันที่พระจันทร์โคจรเข้ามาอยู่ใกล้กับ โลกมากที่สุด นั่นจึงท าให้มนุษย์ทุกคนเห็นดวงจันทร์ที่อยู่ในเงามืดของโลก เป็นสีแดงเข้มหรือที่เรียกกันว่า “พระจันทร์สีเลือด” คนไทยส่วนใหญ่มักจะมีความเชื่อกันว่าพระจันทร์สีเลือดนั้นเปรียบ ดั่งลางร้ายที่ค่อยๆคลืบคลานเข้ามาใกล้ในเร็ววันนี้และเป็นไปได้ว่าอาจจะ เกิดเหตุร้ายขึ้นอย่างกระทันหันแบบไม่ทันตั้งตัว “บรื้น~” “แกร๊ก!ปัง!” รถสปอร์ตสีแดงเพลิงค่อยๆเคลื่อนตัวเข้ามาจอดอยู่ตรงหน้า คฤหาสน์ดาวเหนือ ก่อนที่ประตูรถจะถูกเปิดออกพร้อมกับร่างสูงของชาย หนุ่มปริศนาที่มีหน้าตาเหมือนกันกับธาวีร์ราวกับแกะแบบไม่มีผิดเพี้ยน “ขอบใจมากไอ้ฟอร์ด” “ยินดีให้บริการเสมอครับเพื่อนรัก” “กูไปก่อนนะเว้ย!” “พอดีมีธุระ” “อืม” “เดินทางปลอดภัย” หลังจากที่บอกลาเพื่อนสนิทสมัยเรียนมัธยมปลายที่อุตส่าห์ขับรถมา ส่งถึงคฤหาสน์ดาวเหนือเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ชายหนุ่มก็ได้สาวเท้า ยาวๆย่างกรายเข้าไปยังด้านในตัวบ้านด้วยความรู้สึกถวิลหาที่จากไปนาน กว่า 6 ปี
พู่เกสร แน่นอนว่าชายปริศนาคนนี้จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก “ธาวินทร์” ผู้ซึ่งเป็ นน้องชายฝาแฝดของธาวีร์ ดีกรีนักเรียนนอกจบใหม่จาก มหาวิทยาลัยชื่อดังในประเทศสหรัฐอเมริกา ดูเหมือนว่าการกลับมาเหยียบ ที่ประเทศไทยของธาวินทร์จะเป็นการกลับมาแบบเงียบๆ โดยที่ไม่มีการ บอกกล่าวให้ธาวีร์ได้รับทราบล่วงหน้า ราวกับว่าสองพี่น้องคู่นี้มีปัญหากัน ในตอนก่อนหน้า จึงไม่ได้ติดต่อกันมาเป็นเวลานาน “นี่มันอะไรกันวะ?” “ที่บ้านจะมีงานรื่นเริงอย่างงั้นเหรอ?” ชายหนุ่มบ่นพึมพ าออกมาเพียงล าพังด้วยความรู้สึกงุนงงปะปนกับ ความรู้สึกสงสัย พลางนึกย้อนไปถึงตอนที่ตัวรถเคลื่อนผ่านซุ้มอะไร บางอย่างที่คล้ายกับซุ้มงานแต่ง ซึ่งเขาก็ยังไม่ได้ทราบแน่ชัดว่ามันคือซุ้ม งานพิธีอะไรกันแน่ “ตึก ตึก ตึก” “ก๊อกๆ” เจ้าของส่วนสูงหนึ่งร้อยแปดสิบหกเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าประตู ห้องนอนของพี่ชายฝาแฝด ก่อนที่จะเคาะประตูเรียก เพื่อที่จะทักทายกัน แต่ทว่าเขาก็ยังไม่ได้พร้อมที่จะเคลียร์ใจถึงเรื่องราวที่เคยเกิดขึ้นในอดีตสัก เท่าไหร่นัก เพียงแค่อยากจะปะหน้ากันพอเป็นพิธีก็เพียงเท่านั้น
พู่เกสร “ก๊อกๆ” “วีร์อยู่ในนี้รึเปล่า?” “ก๊อกๆ” “ขอโทษที่กลับมาแบบไม่บอกไม่กล่าว” “กลัวว่าจะรบกวนเวลาไปรับน่ะ” ธาวินทร์เคาะประตูเรียกพี่ชายอยู่หลายหนแต่ทว่ากลับไม่ได้มีเสียง ตอบรับหรือเสียงฝีเท้าเดินมาเปิดประตูต้อนรับแต่อย่างใด นั่นจึงท าให้ผู้ เป็นน้องชายเริ่มรู้สึกร้อนรนใจแบบบอกไม่ถูก “วีร์…” “ปึก!” “แกร๊ก!” ด้วยความที่มีสัญชาตญาณบางอย่างที่เชื่อมต่อกันได้ นั่นจึงท าให้ ธาวินทร์ตัดสินใจถอยหลังออกมาตั้งหลักแล้วกระแทกตัวเข้าใส่บานประตู ก่อนที่เขาจะสามารถเข้าไปยังด้านในห้องนอนของธาวีร์ได้ส าเร็จ “ท าไมถึง…” “เละเทะแบบนี้?” ภาพที่ข้าวของภายในห้องเละเทะกระจัดกระจายอยู่เต็มพื้น ท าเอา ชายหนุ่มเริ่มเหงื่อตกและรับรู้ได้ถึงความผิดปกติหลายอย่าง หน าซ ้ายังไม่ พบตัวของธาวีร์ผู้ซึ่งเป็นเจ้าของห้องอีกต่างหาก พบแต่เพียงสมุดไดอารี่ ของธาวีร์ที่ใช้เล่มเดิมมาตั้งแต่ยังเป็นเด็กกางทิ้งเอาไว้บนเตียงก็เพียง เท่านั้น
พู่เกสร “นั่นอะไร?” การ์ดสีทองแวววาวที่วางอยู่บนหัวเตียงนอนสะท้อนแสงกระทบเข้า ตาของธาวินทร์อย่างช่วยไม่ได้แต่ทว่าเขาก็ไม่ได้สนใจที่จะเดินเข้าไปใกล้ เนื่องจากว่าสิ่งที่น่าเป็นห่วงที่สุดในตอนนี้ก็คือธาวีร์ “ตึก ตึก ตึก” “วีร์…” “อยู่ในห้องน ้ารึเปล่า?” “ท าไมข้าวของในห้องมันเละเทะแบบนี้?” “โมโหอะไร?” ธาวินทร์กลั้นใจเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าประตูห้องน ้าที่ถูกเปิดแง้มทิ้ง เอาไป เผื่อว่าพี่ชายจะเข้าไปอาบน ้าและได้แต่คาดหวังว่าธาวีร์จะยังคงอยู่ ในสภาพปกติธรรมดาแต่ทว่าสิ่งที่ธาวินทร์คาดหวังเอาไว้กลับไม่ได้เป็นไป ตามนั้นเพราะหลังจากที่ปลายนิ้วเรียวยาวได้ค่อยๆดันประตูเข้าไปยังด้าน ในห้องน ้า ชายหนุ่มก็ต้องพบกับภาพสะเทือนขวัญเบื้องหน้าที่หดหู่จนเขา แทบจะหยุดหายใจ “ตึก!ตึก!ตึก!” “วีร์!” “วีร์เป็นอะไร!?” “พรวด!”
พู่เกสร ธาวินทร์รีบวิ่งเข้าไปประคองร่างของพี่ชายที่หายใจโรยริน เหมือนคน ก าลังจะสิ้นชีพขึ้นมาจากอ่างอาบน ้าที่เต็มไปด้วยเลือดสีแดงฉานผสมอยู่ ตามเนื้อตามตัวของธาวีร์ในตอนนี้มีบาดแผลที่ดูเหมือนว่าเขาจะตั้งใจสร้าง มันขึ้นมาด้วยตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการใช้ขวดแก้วทุบหัวตัวเองจนแตกแล้ว น าเศษแก้วมากรีดไปตามผิวหนังเป็นทางยาวอย่างน่ากลัวและสิ่งที่ท า ให้ธาวินทร์ช็อกมากที่สุด นั่นก็คือการที่ก่อนหน้านี้ธาวีร์น่าจะเคี้ยวเศษแก้ว เข้าไปในปากจนเลือดไหลออกมาไม่หยุด “ลุงชัย!” “ป้าสา!” “เข้ามานี่ด่วนเลย!” ธาวินทร์ตะโกนเรียกหาคนรับใช้สองผัวเมียไม่หยุดปาก โดยที่สายตา ก็ยังคงจับจ้องไปยังใบหน้าขาวซีดของพี่ชายฝาแฝดอยู่ตลอดเวลา พร้อม กับใช้มือล้วงเอาเศษแก้วชิ้นเล็กๆออกมาจากปากของธาวีร์ไปด้วยอย่าง ระมัดระวัง “ลุงชัย!” “ป้าสา!” “ได้ยินที่ผมเรียกรึเปล่า!?” “ไปไหนกันหมดแล้ว!?” “โถ่เว้ย!”
พู่เกสร หลังจากที่รับรู้ว่าไม่มีใครได้ยินเสียงตะโกนเรียกขอความช่วยเหลือ จากเขา หน าซ ้าก็ยังไม่ทราบว่าสาลี่กับวิชัยหายหัวไปไหนกันทั้งคู่ มันจึงท า ให้ธาวินทร์ที่รู้สึกร้อนรนใจตั้งแต่ทีแรกเริ่มระเบิดอารมณ์ออกมาอย่าง รุนแรง ก่อนที่เขาจะตัดสินใจแบกร่างของพี่ชายขึ้นหลังแล้วพาไปขึ้นรถ อย่างทุลักทุเล “ใจแข็งเอาไว้ก่อนนะวีร์” “แกร๊ก!ปัง!” “บรื้น!” ชายหนุ่มจัดการสตาร์รถแล้วเหยียบคันเร่งจนมิดแบบไม่คิดชีวิต ทั้งที่ ในความเป็นจริงแล้วผู้เป็นน้องชายอย่างธาวินทร์นั้นขับรถยังไม่คล่อง เสียเลยด้วยซ ้าแต่ด้วยความที่สถานการณ์มันบีบบังคับให้เขาต้องขับรถพา พี่ชายไปส่งที่โรงพยาบาล ธาวินทร์จึงต้องจ าใจสวมวิญญาณเป็นนักขับรถ มือโปรไปโดยปริยาย
พู่เกสร เงารักแรงแค้น ตอนที่5 : ลางร้ายวิวาห์นรก คฤหาสน์ดาวเหนือ “ตึก ตึก ตึก” “ปึก!” ธาวินทร์กลับเข้ามายังคฤหาสน์ดาวเหนืออีกครั้งในช่วงเวลาตอนตี 4 ด้วยสภาพเหม่อลอย ตามเนื้อตามตัวของชายหนุ่มเต็มไปด้วยเลือดสี แดงเข้ม ไม่เว้นแม้กระทั่งใบหน้าหล่อเหลาที่ในตอนนี้ก็มีแต่เลือดของพี่ชาย อย่างธาวีร์ที่สาดกระเซ็นติดอยู่เต็มไปหมด “คนไข้อาการหนักมากนะครับ” “มีโอกาสฟื้นขึ้นมาน้อยมากหรือแทบจะไม่มีโอกาสฟื้นขึ้นมาอีก เลย…” ค าพูดของหมอวัยกลางคนที่กล่าวถึงอาการของธาวีร์ยังคงวนเวียน เข้ามากระทบกับโซนประสาทของธาวินทร์อยู่ตลอดเวลา จนเขาแทบจะ เป็นบ้าตายแต่ทว่าในท้ายที่สุดแล้ว ชายหนุ่มก็ตัดสินใจให้ทางโรงพยาบาล ยื้อชีวิตและลมหายใจของพี่ชายเอาไว้ ซึ่งนั่นก็เท่ากับว่าธาวีร์จะยังคงมี ชีวิตอยู่แค่เพียงร่างกายเท่านั้นแต่ไม่ได้มีโอกาสที่จะลุกขึ้นมาใช้ชีวิต เหมือนเดิมได้อีกต่อไปแล้ว
พู่เกสร “ป้าสา!” “ลุงชัย!” “หายหัวกันไปไหนหมด!?” “ให้ตายเถอะ!” ชายหนุ่มตะโกนเรียกหาคนรับใช้สองผัวเมียด้วยน ้าเสียงที่แข็งกร้าว และดูโกรธเกรี้ยวอย่างหนักแต่ทว่าก็ไม่ได้มีการตอบรับใดๆกลับมาตาม เคย ซึ่งสาเหตุที่เป็นเช่นนี้ มันก็เป็นเพราะว่าวิชัยกับสาลี่ไปอยู่กับไออุ่นที่ เรือนหลังเล็ก จึงไม่ได้มีใครคอยอยู่เป็นเพื่อนของธาวีร์แน่นอนว่าผู้มาใหม่ อย่างธาวินทร์ก็ยังคงไม่ได้รับทราบเรื่องนี้ด้วย “เพล้ง!” “ถ้ากลับมาให้เจอหน้าเมื่อไหร่เจอดีทั้งคู่แน่!” ฝ่ ามือหนาคว้าหมับไปยังแจกันที่ตั้งอยู่บนโต๊ะ ก่อนที่จะจัดการขว้าง ปามันลงพื้นด้วยความรู้สึกหัวเสียอย่างหนัก ธาวินทร์ในตอนนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับคนหัวเดียวกระเทียมลีบเพราะเขา จ าเป็นที่จะต้องพึ่งพาการตัดสินใจของตัวเองในเรื่องของธาวีร์แต่เพียง ล าพัง โดยที่ไม่มีใครมาช่วยแก้ปัญหา “แอ๊ด~” ฝ่ามือหนาหมุนลูกบิดประตูอย่างแผ่วเบา ก่อนที่จะค่อยๆย่างก้าวเข้า ไปยังด้านในห้องนอนส่วนตัวของพี่ชายอีกครั้ง อย่างไรก็ตามธาวินทร์ก็ยังคงเชื่อมั่นในสัญชาตญาณของตัวเอง เหนือสิ่งอื่นใด นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ว่าท าไมเขาถึงไม่ได้ตัดสินใจที่จะไปแจ้ง ความกับเจ้าหน้าที่ต ารวจแต่เลือกที่จะกลับเข้ามาเก็บหลักฐานที่เกี่ยวข้อง กับแรงจูงใจการปลิดชีพตัวเองทิ้งของธาวีร์ในคืนพระจันทร์สีเลือดแทน
พู่เกสร “ฟุบ…” ร่างหนาทรุดตัวนั่งลงบนเตียงนอน พร้อมกับกวาดสายตามองไป รอบๆห้องที่เต็มไปด้วยข้าวของเครื่องใช้ที่กระจัดกระจายอยู่เกลื่อนพื้น “กึก! นัยน์ตาสีอ าพันวกกลับมาเพ่งมองดูไดอารี่เล่มเก่าที่ถูกวางอยู่ใกล้ตัว มากที่สุด ซึ่งมันก็เป็นสมุดที่ธาวีร์มักจะเขียนเรื่องราวต่างๆลงไปในสมุด เล่มนี้ตั้งแต่เด็กจนโตแต่ทว่าทางด้านของธาวินทร์เองก็ไม่เคยได้มีโอกาส เปิดอ่านมันเลยสักครั้ง เนื่องจากว่ามันเป็นทรัพย์สินส่วนตัวของพี่ชาย “พรึบ!” ด้วยความที่เกรงว่ามันจะเสียเวลา ธาวินทร์จึงเลือกที่จะเปิดอ่านหน้า ท้ายๆที่อยู่ในช่วงเวลาปัจจุบันแทน ก่อนที่สายตาของชายหนุ่มจะไปสะดุด เข้ากับชื่อของบุคคลแปลกใหม่ที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน ซึ่งนั่นก็คือชื่อของหญิง สาวที่มีนามว่าไออุ่น ข้อความส่วนใหญ่ที่ถูกจดบันทึกอยู่ภายในสมุดไดอารี่ของธาวีร์ใน ช่วงเวลาก่อนหน้านี้ มักจะบรรยายถึงความประทับใจที่ได้อยู่ใกล้ชิดกับเธอ รวมไปถึงความคาดหวังที่อยากจะใช้ชีวิตอยู่กับหญิงผู้เป็นที่รักไปจนตาย
พู่เกสร ทางด้านของธาวินทร์ที่นั่งอ่านอย่างตั้งอกตั้งใจก็ถึงกับขมวดคิ้วเป็น ปมเพราะถึงแม้ว่าสถานการณ์ตอนนี้จะก าลังแย่แต่เขาก็แอบรู้สึกเอียนที่ จะต้องมาอ่านอะไรแบบนี้เช่นกันแต่ทว่าก็ยังคงเลื่อนเปิดอ่านหน้าต่อไป เรื่อยๆ จนความหนาของแผ่นกระดาษเริ่มบางลง ซึ่งมันก็มาพร้อมกับ รูปแบบการเขียนที่แตกต่างออกไปจากเดิมอย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าจะเป็น ความรู้สึกน้อยเนื้อต ่าใจกลัวว่าตัวเองจะเป็นคนไม่ดีพอ ส่วนหญิงผู้เป็นที่ รักก็เริ่มท าตัวห่างเหิน นั่นจึงท าให้ชายหนุ่มรู้สึกกระวนกระวายใจจนไม่ เป็นตัวเอง “เราก าลังจะแต่งงานกันแล้วแท้ๆแต่ก็ยังมีเรื่องไม่สบายใจเกิดขึ้นจน ได้” “และเหตุผลสุดท้ายของความไม่มั่นคงในชีวิต…” ข้อความสุดท้ายที่ธาวินทร์ก าลังตั้งใจอ่านได้ถูกตัดหายไปอย่างน่า เสียดาย เนื่องจากว่ากระดาษแผ่นสุดท้ายที่ต่อจากหน้านี้ได้ถูกฉีกขาด หายไป ราวกับว่าจงใจไม่อยากให้มีใครมาเห็นมัน ซึ่งธาวินทร์เองก็ยังคง สับสนว่าเป็นตัวของธาวีร์เองที่ฉีกทิ้งไปเพราะอยากจะเริ่มเขียนใหม่หรือมี บุคคลแอบเข้ามาขโมยมันไปกันแน่ “ข้อความต่อไปของหน้าสุดท้ายมันหายไปไหน?” ใบหน้าหล่อเหลาขมวดคิ้วเป็นปม ด้วยความรู้สึกมืดแปดด้านเพราะ หลักฐานแค่นี้มันอาจจะเอาผิดไออุ่นไม่ได้เลยด้วยซ ้าแต่ทว่าธาวินทร์ ก็มั่นใจเกินครึ่งแล้วว่าไออุ่นน่าจะเป็นตัวต้นเหตุหลักที่ท าให้ธาวีร์ตัดสินใจ ปลิดชีพตัวเองทิ้ง
พู่เกสร “นี่วีร์ก าลังจะแต่งงานอย่างงั้นเหรอ?” “ฟึบ!” หลังจากที่นึกสงสัยถึงเรื่องที่กระดาษแผ่นสุดท้ายถูกฉีกขาดหายไป ธาวินทร์ก็ต้องวกกลับมานึกถึงข้อความของธาวีร์ที่เขียนเอาไว้ว่าก าลังจะ แต่งงานกับหญิงสาวที่ชื่อว่าไออุ่นแต่ยังไม่ทันจะถึงไหน ชายหนุ่มก็เริ่มฉุก คิดถึงซองสี่เหลี่ยมแวววาวที่อยู่บนหัวเตียงได้แบบพอดิบพอดี ก่อนที่จะรีบ คว้าหมับมันมาเปิดดูในทันที “วันที่ 20 พฤศจิกายน…” “มันก็คือพรุ่งนี้น่ะสิ!” “แม่งเอ้ย!” “เวรจริงๆ” “แล้วท าไมฉันถึงไม่รู้เรื่องอะไรด้วยเลย!?” ธาวินทร์ยันตัวลุกขึ้นมาจากเตียง ก่อนที่จะสบถค าหยาบคายออกมา อย่างหัวเสียเพราะเวลานี้เขาไม่รู้ว่าจะต้องโกรธธาวีร์ที่ไม่ได้บอกเรื่องที่ ตัวเองก าลังจะแต่งงานให้น้องชายอย่างเขาได้รับทราบหรือจะต้องโกรธว่า ที่เจ้าสาวอย่างไออุ่นที่อาจจะเป็นสาเหตุท าให้ธาวีร์ต้องเป็นแบบนี้ “อีไออุ่น!” “มึงได้ตายคาตีนกูแน่!” “ปึก!” ก าปั้นหนักๆทุบลงไปยังโต๊ะหนังสือ พร้อมกับความโกรธเกรี้ยว ของธาวินทร์ที่ปะทุขึ้นมาเรื่อยๆและไม่มีทีท่าว่าไฟแค้นนี้จะดับลงไปได้ ง่ายๆ หากไม่มีการแก้แค้นและการพยายามตามหาความจริงต่อจากนี้
พู่เกสร “ครืด~” ร่างสูงเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้ากระจก ก่อนที่จะเปิดดูด้านในของตู้ เสื้อผ้าอย่างใจเย็น จากนั้นจึงได้คว้าเอาชุดสูทสีครีมของพี่ชายฝาแฝด อย่างธาวีร์ที่เตรียมเอาไว้ส าหรับใส่ในงานแต่งงานออกมาสวมใส่ด้วย สีหน้าเรียบเฉย ดูเหมือนว่าทุกอย่างจะผิดแปลกไปหมดอย่างน่าสงสัย ทั้งที่ในความ เป็นจริงแล้วธาวีร์ควรจะน ามันมาแขวนเอาไว้ตรงหน้าตู้เสื้อผ้า เพื่อที่จะได้ สวมใส่มันในวันพิเศษแต่ทว่าชายหนุ่มกลับเก็บมันเอาไว้ในตู้ ราวกับว่าจง ใจที่จะไม่ไปร่วมงานแต่งของตัวเองเสียอย่างนั้น “ไม่ต้องห่วง…” “ต่อจากนีไ้ปฉันจะเป็นคนส่งมันลงนรกเอง” ปากหยักแสยะยิ้มออกมาอย่างน่ากลัว พร้อมกับจ้องมองดูตัวเองที่ อยู่ในชุดสูทสีครีมของพี่ชายผ่านหน้ากระจกบานใหญ่ ก่อนที่สีหน้าแววตา ที่ดูโกรธเกรี้ยวของธาวินทร์ในตอนแรกจะเริ่มอ่อนยวบลงอย่างเห็นได้ชัด เพื่อที่จะเลียนแบบบุคลิกของพี่ชายให้คล้ายคลึงกันมากที่สุด ไม่วายเดิน กลับไปศึกษาพฤติกรรมของไออุ่นที่ถูกเขียนเอาไว้โดยธาวีร์ในสมุดไดอารี่ เล่มโปรด
พู่เกสร เรือนหลังเล็ก “เพล้ง!” “ว๊าย!” ทางด้านของไออุ่นที่ยังไม่ได้หลับได้นอน เนื่องจากว่ารู้สึกตื่นเต้นกับ งานที่ก าลังจะเกิดขึ้นในวันพรุ่งนี้ เธอก็ต้องสะดุ้งตกใจยกใหญ่ หลังจากที่ ได้ยินเสียงข้าวของเครื่องใช้ตกลงมาอย่างไม่ทราบสาเหตุแต่สุดท้ายก็หา ตัวการเจอจนได้ ซึ่งมันก็คือแมวจรจัดสีด าสนิทที่วิ่งเข้ามาภายในบ้านด้วย ท่าทีหิวโหยอย่างน่าสงสาร “ไอ้แมวบ้า” “ออกไปนะ!” “ชิ้วๆ!” หญิงสาวออกปากไล่มัน พร้อมกับคว้าเอาไม้กระบี่ที่อยู่แถวนั้นขึ้นมา ขู่จะตีมันไปด้วย ดูเหมือนว่าไออุ่นจะไม่ได้มีความเมตตากรุณาต่อสัตว์ ประเภทนี้สักเท่าไหร่นัก เนื่องจากเธอกลัวว่ามันจะข่วนหรือท าร้ายเธอก่อน ไออุ่นจึงต้องหาวิธีการป้องกันตัวเองทุกทาง “ออกไป!” “เฮ้อ~” หลังจากที่แมวด าตัวนั้นออกไปแล้ว หญิงสาวก็ได้ถอนหายใจออกมา อย่างหนัก ก่อนที่เธอจะเดินเข้ามาเก็บเศษกระจกที่แตกออกมาจากกรอบ รูปของธาวีร์ด้วยตัวเองเพราะไม่อยากจะรบกวนสาลี่ที่นอนอยู่อีกห้องสัก เท่าไหร่นัก
พู่เกสร “จึก!” “อ๊ะ!” ทันทีที่นิ้วเรียวได้สัมผัสถูกเศษกระจก ไออุ่นก็ต้องรีบชักมือกลับ ออกมาในทันทีเพราะเธอดันซวยไปท าให้มันบาดมืออย่างช่วยไม่ได้ “จิ๊!” “ปึก!” เจ้าของใบหน้าสวยจิ๊ปากออกมาเสียงดัง ก่อนที่เธอจะสลัดคราบ หญิงเรียบร้อยที่เกิดมาจากตระกูลผู้ดีทิ้งไปแล้วลงมือใช้เท้าที่สวมใส่ รองเท้าในบ้านอยู่เหยียบย ่าเศษกระจกนั้นซ ้าๆ ด้วยความรู้สึกหัวเสียและ เมื่อใจเย็นลงแล้ว ไออุ่นจึงได้ก้มหน้าก้มตาเก็บเศษกระจกไปทิ้งในทันที วิวาห์แสนสุขได้เริ่มต้นขึ้นในช่วงเวลาเช้าตรู่ท่ามกลางทุ่งหญ้าเขียว ขจี โดยที่ไม่ได้มีการจัดดูเวลาฤกษ์งามยามดีอย่างเช่นคู่สมรสคู่อื่นๆแต่ เลือกใช้ความสบายใจ รวมไปถึงความต้องการของคู่บ่าวสาวอย่างธาวีร์ และไออุ่นเสียมากกว่าแต่ก็เป็นเรื่องน่าเศร้าที่วิวาห์รักในวันนี้จะไม่มี เจ้าบ่าวตัวจริงมาร่วมงาน…
พู่เกสร “หนูไออุ่นพร้อมนะจ๊ะ?” “พร้อมค่ะป้าแข” “ถ้างั้น…จับมือป้าเอาไว้นะจ๊ะ” “วันนี้ป้าขอเป็นตัวแทนส่งหนูให้กับเจ้าบ่าวแทนพ่อแม่หนูเองจ่ะ” ผู้เป็นป้าอย่างดวงแขและยังเป็นญาติเพียงคนเดียวที่หลงเหลืออยู่ได้ กุมมือไออุ่นในชุดเจ้าสาวแสนสวยเอาไว้มั่น ก่อนที่จะจูงมือของหลานสาว เดินฝ่ าวงล้อมแขกผู้มีเกียรติที่มาร่วมงานแต่งงานเล็กๆนี้ไปยังด้านในซุ้ม ลานพิธี ซึ่งมันก็จะเป็นการท าหน้าที่แทนพ่อแม่ผู้ให้ก าเนิดของหลานสาวที่ ล่วงลับไปแล้ว ในฐานะป้าที่รักและหวังดีกับหลานสาว “อ้าว” “พี่วีร์…” ร่างงามในชุดเจ้าสาวสีขาวสะอาดที่ในตอนแรกฉีกยิ้มกว้างมาแต่ ไกลแต่หลังจากที่เธอได้เห็นองค์ประกอบตามร่างกายของเจ้าบ่าวได้อย่าง ชัดถนัดตา หญิงสาวก็ได้หุบยิ้มลงเล็กน้อย ด้วยความรู้สึกแปลกใจ เนื่องจากว่าอีกฝ่ ายดันไม่ได้ใส่ชุดสูทสีครีม ซึ่งเป็นสีเดิมที่เคยเลือกซื้อ ด้วยกันในร้านชุดแต่งงานแต่ทว่าเขากลับเปลี่ยนไปใส่ชุดสูทสีด าผูกโบว์ ตรงคอแทนเสียอย่างงั้น “สวยกว่าที่คิดนี่…” เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาบ่นพึมพ าออกมาเพียงล าพังด้วยน ้าเสียง แผ่วเบา หลังจากที่ได้ปะหน้ากับเจ้าสาวของพี่ชายฝาแฝดครั้งแรกแต่ก็ช่าง เป็นเรื่องน่าเสียดายที่ในชีวิตนี้เธอมีแค่ความสวยเป็นข้อดีเพียงอย่างเดียว
พู่เกสร “ขอโทษที่พี่เปลี่ยนไปใส่ชุดใหม่นะครับ” “พอดีว่าตัวเก่ามันขาดไปแล้ว” หลังจากที่รับมือน้อยๆของไออุ่นมาจากป้าของเธอแล้ว ธาวินทร์ก็ได้ โน้มตัวลงไปกระซิบกระซาบบอกเหตุผลที่เขาเปลี่ยนไปใส่ชุดสูทตัวใหม่ ให้กับเธอได้รับทราบ ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว มันก็มาจากการที่เขา เกลียดสีครีมเข้าไส้ จึงตัดใจเปลี่ยนไปใส่ตัวใหม่แทนก็เพียงเท่านั้น “วันนี้น้องไอเป็นเจ้าสาวที่สวยมากเลยนะครับ” “ขอบคุณนะคะ” “พี่วีร์ก็หล่อมากเป็นพิเศษเลยค่ะ” ค าชมของธาวินทร์ยังดูเป็นประโยคเดิมๆที่ไออุ่นเคยได้ยินมาจาก ธาวีร์อยู่บ่อยครั้ง นั่นจึงท าให้หญิงสาวไม่ได้แปลกใจหรือนึกสงสัยว่าคนที่ ยืนอยู่เบื้องหน้าไม่ใช่เจ้าบ่าวตัวจริงของเธอแต่อย่างใด “เจ้าสาวมาแล้ว” “เรามาเริ่มพิธีอันสุดแสนจะเรียบง่ายนี้กันเลยดีกว่านะครับ” เพื่อนสนิทของธาวีร์อย่างภาคินกับลีซอ ผู้รับหน้าที่เป็นพิธีกรได้เริ่ม เปิดงานในทันที โดยที่ไม่ได้นึกสงสัยอะไรในตัวของธาวินทร์เลยแม้แต่นิด เดียว ซึ่งถึงแม้ว่าจะพบสิ่งผิดแปลกไปแต่ทว่าก็อาจจะไม่ได้มีใครท้วงติง เพราะต่างคนก็ต่างไม่มีใครทราบว่าธาวีร์นั้นมีน้องชายฝาแฝดอีกคน ซึ่งนั่น ก็คือธาวินทร์ งานแต่งงานที่ไม่ได้เน้นพิธีรีตองอะไรมากมายได้ด าเนินไปอย่าง ราบรื่นไม่มีสะดุดขัดข้องเพราะแม้กระทั่งการแสดงสีหน้าแววตา ธาวินทร์ก็ ยังเก็บลายละเอียดอย่างครบถ้วนสมบูรณ์แบบ จนไออุ่นหรือเพื่อนของ ธาวีร์ที่มาร่วมงานก็ยังดูไม่ออกกันเลยด้วยซ ้า
พู่เกสร “เอาล่ะคร้าบ…” “ถึงเวลาที่คู่บ่าวสาวจะต้องแสดงความรักต่อกันแล้วนะครับ” “กิ๊วๆ” “ใช่ๆ” “หอมเลยๆ!” “จูบเลยๆ!” “จูบดีกว่ามันดูโรแมนติกดี” เสียงของแขกผู้มีเกียรติที่มาร่วมงานต่างโห่ร้องให้คู่บ่าวสาวแสดง ความรักที่จริงใจต่อกันต่อหน้าของฝูงชน ไม่ว่าจะเป็นการหอมแก้มหรือ รวมไปถึงการจุมพิต ซึ่งก็แน่นอนว่าค าเชียร์นี้ท าเอาเจ้าสาวอย่างไออุ่นเขิน ม้วน ก่อนที่เธอจะหันหน้ามาสบตากับเจ้าบ่าวตัวปลอม พร้อมกับใบหน้า สวยก็เริ่มขึ้นสีแดงระเรื่อ ผิดกับธาวินทร์ที่เอาแต่นิ่งเงียบแล้วยืนจ้องหน้า ไออุ่นอยู่แบบนั้น “หมับ!” “อ๊ะ!” ฝ่ ามือหนาคว้าหมับไปยังเอวบางอย่างไม่ค่อยเบามือสักเท่าไหร่นัก ซึ่งนั่นก็ท าเอาร่างเล็กสะดุ้งเฮือกตกใจอยู่เล็กน้อย ก่อนที่ใบหน้าหล่อเหลา จะค่อยๆขยับเข้ามาประชิดกับใบหน้าสวย เพื่อที่จะจุมพิตเธอให้พิธีมัน จบๆไปก็เพียงเท่านั้น “อึก…” เจ้าของใบหน้าสวยกลืนน ้าลายลงคออึกใหญ่ พร้อมกับหลับตาปี๋รอ รับจุมพิตจากชายหนุ่มด้วยความรู้สึกตื่นเต้นอยู่ภายในใจ จนแทบจะสติ แตกกระโดดโลดเต้นไปมา
พู่เกสร “เดี๋ยวสิคะ” “ขวับ!” ในขณะที่ริมฝีปากหยักของธาวินทร์ก าลังจะแตะกับริมฝีปากสวย ของไออุ่น ก็ได้มีเสียงปริศนาดังแว่วขึ้นมาขัดจังหวะเสียก่อน นั่นจึงท าให้คู่ บ่าวสาวรีบหันขวับกลับไปมองยังต้นเสียงในทันที ก่อนที่จะเผยให้เห็นว่าผู้ มาใหม่ก็คือเนยหวานกับแพรไหมและเธอสองคนนี้ก็คืออดีตเพื่อนสนิทของ ไออุ่นตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมปลายลามมาจนถึงช่วงเรียนมหาวิทยาลัยและ เลิกคบกันไปตอนเรียนมาจนถึงชั้นปีที่ 3 “นั่นใครน่ะ?” “เพื่อนน้องไอเหรอครับ?” ธาวินทร์หลุดปากถามออกไปด้วยความอยากรู้ ประกอบกับลืมตัวไป ชั่วคราวแต่ก็โชคยังเข้าข้างเขาที่ก่อนหน้านี้ธาวีร์ก็ไม่เคยรู้จักกับเนยหวาน และแพรไหมมาก่อนเช่นกัน “อะ-เอ่อ…” “เรียกว่าเพื่อนเก่าดีกว่าค่ะ” “อีกอย่างไอก็ไม่ได้เชิญพวกเขามา” ไออุ่นหันหน้ากลับมาตอบค าถามของธาวินทร์ด้วยสีหน้าแววตาที่สั่น ไหวและนึกไม่เข้าใจว่าเนยหวานกับแพรไหมมาร่วมงานแต่งงานของเธอได้ อย่างไร ในเมื่อเธอไม่ได้เชิญพวกหล่อนมา หน าซ ้าก็ยังตัดขาดความเป็น เพื่อนกันไปนานแล้วด้วย
พู่เกสร “แหม๋…” “จะแต่งงานทั้งทีก็ไม่เชิญเพื่อนสนิทอย่างพวกเรามาร่วมงานเลยนะ จ๊ะไออุ่น” “นี่ถ้าพวกเราไม่บังเอิญไปรู้จักกับออแกไนซ์คงไม่มีทางจะรู้แน่ๆเลย ว่างานล่าสุดที่มาจัดตกแต่งคืองานของเพื่อนรักพวกเราน่ะ” เนยหวานจีบปากจีบคอพูดกับอดีตเพื่อนสาวอย่างไออุ่นด้วยน ้าเสียง ที่ดูน้อยอกน้อยใจปะปนกับค าพูดประชดประชันที่ไออุ่นนั้นข้ามหน้าข้าม ตาพวกเธอถึงขั้นไม่เชิญมาร่วมงานแต่งงาน “ขอโทษที่ไม่ได้เชิญนะจ๊ะ” “พอดีว่าไอกับพี่วีร์จัดงานแต่งเล็กๆ ไม่ได้อยากได้ยิ่งใหญ่เชิญคน มากมายอะไร เลยไม่ได้เชิญเนยหวานกับแพรไหม” “แถมยังเกรงใจที่จะต้องขับรถมาไกลด้วย” หลังจากที่ได้ยินว่าสองสาวทราบเรื่องนี้มาจากทางทีมออแกไนซ์จัด งานแต่ง ไออุ่นก็ถึงกับแอบมีความรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อยที่ธาวีร์ดันบังเอิญ ไปจ้างคนใกล้ตัวของเนยหวานกับแพรไหมแต่ทว่าเธอก็ต้องตีหน้าเศร้าเล่า ความเท็จไปแบบนั้นและถึงแม้ว่าพวกหล่อนจะดูออก ไออุ่นก็ไม่ได้สนใจ ตรงจุดนั้นอยู่แล้ว “เหอะ!” “ถือว่าเป็นค าแก้ตัวที่ดีนะจ๊ะ” แพรไหมเค้นหัวเราะออกมาเสียงดังอย่างหมั่นไส้ที่ไม่ว่าเวลาจะผ่าน ไปนานแค่ไหนไออุ่นก็ยังเป็นคนที่โกหกไม่เนียนมาโดยตลอด ก่อนที่เธอจะ หันมามองหน้าเจ้าบ่าวของอดีตเพื่อนสนิทด้วยท่าทีสนใจ
พู่เกสร “เอ…” “ว่าแต่เจ้าบ่าวของไอเนี่ยหน้าคุ้นๆนะ” “เหมือนคลับคล้ายคลับคลาว่าเป็นหนุ่มรุ่นพี่สุดฮอตจากคณะวิศวะ ที่มหาลัยเดียวกันเลยนะคะ” หญิงสาวพูดพลางใช้ปลายนิ้วลูบไล้ไปตามแผงออกแกร่งอย่าง เชื่องช้า หวังจะให้อีกฝ่ายรู้สึกสยิวไปกับสัมผัสนั้น ไม่วายส่งสายตายั่วยวน ไม่พัก ราวกับว่าอยากจะได้มาครอบครอง “ครับ” “ผมเคยเรียนที่นั่น” ธาวินทร์พยักหน้ารับด้วยรอยยิ้มที่ดูไม่มีพิษมีภัยแต่ก็หารู้ไม่ว่า ภายใต้รอยยิ้มนั้นมีแต่ความรู้สึกร าคาญและขยะแขยงแอบแฝงอยู่ “เสียดายจังเลยนะคะที่ยังไม่เคยมีโอกาสวันไนท์ด้วย” “ถ้างั้น…” “เอาไว้คราวหน้านะคะ” แพรไหมโน้มตัวเข้าไปใกล้อย่างแนบชิดติดกันกับธาวินทร์ก่อนที่จะ หันใบหน้าเฉี่ยวที่แต่งแต้มไปด้วยเครื่องส าอางสีเข้มไปกระซิบกระซาบยัง ข้างหูของชายหนุ่มเสียงดัง โดยที่จงใจให้เจ้าสาวอย่างไออุ่นและแขก ภายในงานได้ยินมันเต็มสองรูหู
พู่เกสร “ท าไมถึงกล้าแสดงพฤติกรรมเสียมารยาทต่อหน้าไอแบบนี้ล่ะแพร ไหม?” ไออุ่นเค้นเสียงถามคนเสียมารยาทอย่างแพรไหมด้วยความรู้สึกไม่ พอใจเป็นอย่างมาก เธอก าหมัดแน่นเตรียมพร้อมจะปะทะอารมณ์กับคน เบื้องหน้าอยู่ตลอดเวลาเพราะในวันนี้มันเป็นวันส าคัญของเธอแต่ทว่ากลับ ต้องมาเจอคนป่ วนงาน ซึ่งมันก็เป็นเรื่องน่าร าคาญ จนแทบจะเก็บอารมณ์ ไม่อยู่ “ท าไมเหรอจ๊ะ?” “หวงมากเลยเหรอ?” “แค่แตะนิดแตะหน่อยเองนะ” “หรือว่ามีปัญหาอะไรเหรอจ๊ะ?” “ฟุบ!” อดีตเพื่อนสาวอย่างแพรไหมเอียงคอถามด้วยท่าทียียวนกวน ประสาท ก่อนที่หล่อนจะพุ่งตัวเข้ามาสวมกอดธาวินทร์ต่อหน้าต่อตาของ ไออุ่น ซึ่งนั่นก็ท าเอาไออุ่นปรี๊ดแตกอย่างหนักแต่ทว่าเธอก็ไม่สามารถแสดง พฤติกรรมก้าวร้าวต่อหน้าแขกที่อยู่ภายในงานได้เช่นกันและด้วยความที่ เกรงว่าจะสติแตกไปมากกว่านี้ ไออุ่นจึงเลือกที่จะถอยหลังออกไปตั้งหลัก เสียก่อนหนึ่งก้าวเพราะถ้าหากว่ากระชากตัวเจ้าบ่าวกลับคืนมา ก็อาจจะมี เรื่องกันไปมากกว่านี้อย่างแน่นอน
พู่เกสร “แหม๋…” “ว่าตะ…” “แคว่ก!” “ว๊าย!” ในจังหวะที่แพรไหมก าลังจะเดินเข้าไปหาเรื่องกวนประสาทไออุ่นต่อ ธาวินทร์ก็ได้ใช้เท้าเหยียบชายกระโปรงของเธออย่างจงใจ นั่นจึงเป็นผลท า ให้ชุดเดรสยาวของสาวเจ้าหล่อน มันหลุดร่วงลงไปกองอยู่กับพื้นจากแรง เหยียบของธาวินทร์ ท่ามกลางสายตานับหลายสิบคู่ที่จับจ้องมองดูด้วย ความตกตะลึงที่จะต้องมาเห็นภาพอุจาดตาเช่นนี้ในงานมงคล “โอ้…” “ขอโทษนะครับ” “ผมไม่ได้ตั้งใจ” ธาวินทร์เอ่ยขอโทษออกมาแบบนั้น ด้วยสีหน้าแววตาที่ดูเรียบนิ่งและ ไม่ได้รู้สึกผิดบาปอะไรเพราะส าหรับคนท าตัวน่าร าคาญแบบนี้ สมควรโดน สั่งสอนแล้ว “ตายแล้วแพรไหม!” เนยหวานที่ยืนช็อกไปครู่ใหญ่รีบทรุดตัวลงไปดึงชุดเดรสรัดรูปของ แพรไหมกลับขึ้นมาสวมใส่ให้เข้าที่เดิมอีกครั้ง ด้วยความรู้สึกอับอายขาย ขี้หน้าแทนเพื่อนสาวอย่างแพรไหมที่อ้าปากค้างสติหลุดไปแล้ว
พู่เกสร “น้องไอไม่เป็นไรนะครับ” ชายหนุ่มหันมาสนใจคนที่อยู่ข้างกาย จากนั้นจึงได้ยื่นฝ่ ามือหนา ออกไปลูบพวงแก้มของหญิงสาวในเชิงที่จะสื่อว่าเธอปลอดภัยจากคนพวก นี้แล้วแต่ก็มีอีกหนึ่งสิ่งที่เธอยังไม่ปลอดภัย นั่นก็คือขุมนรกของเขาที่รอคอย เธออยู่ “มะ-ไม่ค่ะ” เจ้าของใบหน้าสวยส่ายหน้าปฏิเสธ พลางใช้ฝ่ามือน้อยๆ กุมข้อมือหนาเอาไว้มั่น “รบกวนลุงชัยส่งแขกไม่ได้รับเชิญด้วยครับ” “ครับๆ” “เดี๋ยวลุงจัดการให้” “อร๊ายยย!” หลังจากที่มอบหมายหน้าที่ให้วิชัยจัดการเสร็จเรียบร้อยแล้ว ธาวินทร์ก็ได้จูงมือของไออุ่นเดินไปกล่าวขอบคุณแขกผู้มีเกียรติที่มา ร่วมงาน โดยที่ไม่ได้สนใจเสียงกรีดร้องของแพรไหมเลยแม้แต่นิดเดียว “กึก…” ชายวัยกลางคนมองไล่หลังคู่บ่าวสาวที่เดินเลี่ยงออกไปอีกทางอย่าง ไม่ละสายตา ราวกับว่าเริ่มรับรู้ถึงความผิดปกติบางอย่างเพราะส าหรับคน ที่เลี้ยงดูอุ้มชูฝาแฝดชายคู่นี้มาตั้งแต่ยังแบเบาะ ท าไมวิชัยจะไม่รู้ว่าคนที่ ออกค าสั่งเขาก่อนหน้านี้ไม่ใช่ธาวีร์แต่เป็นธาวินทร์
พู่เกสร เงารักแรงแค้น ตอนที่6 : คืนเข้าหอของนายหญิง NC 18+ หลังจากที่เนยหวานกับแพรไหมถูกไล่ตะเพิดกลับออกไปจากไร่ดาว เหนือ พิธีการต่างๆก็ด าเนินต่อไปอย่างราบรื่นอีกครั้ง จนเวลาล่วงเลยมา จนถึงช่วงค ่า โดยที่ไออุ่นนั้นก็ได้เข้ามาอยู่ในคฤหาสน์ดาวเหนือในฐานะ คุณผู้หญิงคนใหม่เต็มตัว ซึ่งขนาดมาอยู่เรือนใหญ่แค่เพียงวันแรก สาวเจ้า หล่อนก็ดันท าตัวเสียมารยาทไม่ลงมารับประทานอาหารมื้อค ่าพร้อมกันกับ สามีตัวปลอมอย่างธาวินทร์เสียแล้วเพราะเธอมัวแต่จัดของอยู่ภายใน ห้องนอนใหม่เพียงล าพังและตามความคิดของไออุ่น เธอก็ยังคงมองว่าการ ไม่รับประทานอาหารพร้อมหน้าพร้อมตากัน มันคือเรื่องปกติธรรมดาที่ไม่ จ าเป็นจะต้องคิดมากอะไร “แกร๊ก..” “มาครับ” “เดี๋ยวพี่ช่วย” ร่างสูงกลับขึ้นมาภายในห้องนอนใหม่ที่เตรียมไว้ส าหรับห้องหอ โดย ที่มันก็ยังไม่เคยถูกเปิดใช้งานมาก่อน จากนั้นจึงได้เดินเข้ามาประชิดตัว ของร่างเล็กที่ก าลังยืนหวีผมที่พันกันอยู่ตรงหน้ากระจกบานใหญ่ ก่อนที่ฝ่า มือหนาจะยื่นออกไปสางผมช่วยเธออีกแรงอย่างเบามือ ทั้งที่ลึกๆภายในใจ แล้ว เขาก็อยากจะกระชากให้มันหลุดติดมือมาด้วยให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลย
พู่เกสร “ขอบคุณนะคะพี่วีร์” ไออุ่นกล่าวขอบคุณสามีตัวปลอมด้วยรอยยิ้มที่ดูอ่อนเพลีย เนื่องจากว่าวันนี้เธอรู้สึกหมดพลังงานไปกับการพูดคุยกับแขกที่มาร่วมงาน จนหมดสิ้นแล้ว “เรื่องเมื่อวันก่อน…” “ไอขอโทษนะคะ” “กึก…” ในขณะที่ธาวินทร์ก าลังช่วยสางผมให้กับเธออยู่นั้น จู่ๆไออุ่นก็ดันเปิด ปากพูดถึงเรื่องที่ตัวเองหงุดหงิดอารมณ์เสียใส่ธาวีร์เมื่อวันก่อน ซึ่งทางด้านของธาวินทร์ที่ไม่ได้รู้เรื่องอะไรด้วยตั้งแต่ทีแรก จึงได้หยุดการ กระท าทุกอย่างลงแล้วนิ่งเงียบไปในทันที ก่อนที่สีหน้าแววตาของเขาจะ เริ่มฉายด้านมืดออกมาเพียงแวบหนึ่งแล้วกลับมาเป็นปกติอย่างที่ควรจะ เป็น “ไอผิดเองค่ะที่พูดไม่คิดอยู่บ่อยๆ” “จนลืมคิดไปว่าพี่วีร์ก็เสียใจ” “ไม่เป็นไรครับ” “พี่ไม่ได้ถือสาอะไร” หลังจากที่ได้ยินค าสารภาพส่วนหนึ่งหลุดออกมาจากปากของหญิง สาว ธาวินทร์จึงได้แกล้งตอบส่งๆไปแบบนั้นและพยายามข่มอารมณ์เอาไว้ ให้ได้มากที่สุด ทั้งที่เขาก็อยากจะตะโกนอัดใส่หน้าเธอเสียงดังๆว่าทุกอย่าง มันสายไปแล้ว
พู่เกสร “ส่วนเรื่องอื่น…” “เรื่องอะไรเหรอครับ?” เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาเอียงคอถามอย่างกระตือรือร้นเพราะไม่ อยากให้มันจบลงแค่เพียงเธอปิดปากเงียบไปเท่านั้น “เรื่องที่ไอชอบเล่นโทรศัพท์มือถือไม่เป็นเวลา” “ไอไม่ได้นอกใจพี่วีร์ไปมีคนอื่นนะคะ” “ไอแค่สมัครโปรรับปรึกษาปัญหาเรื่องเซ็กส์ก็เพียงเท่านั้นค่ะ” “ไอกังวลเรื่องนี้มากๆเพราะไอยังไม่เคย” “พี่วีร์เองก็รู้นี่คะ” “แถมไอก็ยังไม่มั่นใจในรูปร่างของตัวเองด้วย” ไออุ่นเริ่มอธิบายถึงสาเหตุที่ช่วงนี้เธอติดโทรศัพท์มือถือหนักกว่าเดิม หลายเท่า จนไม่มีเวลามาสนใจธาวีร์ หน าซ ้าก็ยังชอบเดินเลี่ยงไปคุย โทรศัพท์คนเดียวอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งมันก็เป็นแค่การสมัครคุยกับคอลเซ็นเตอร์ ที่รับปรึกษาเรื่องกามอารมณ์ ส าหรับคนที่ไม่มั่นใจในร่างกายของตัวเอง แบบเธอก็เพียงเท่านั้น โดยที่มันก็ไม่ได้มีเรื่องอื่นแอบแฝงอยู่เลยแม้แต่นิด เดียว “เหรอครับ?” “พี่ไม่ยักจะรู้มาก่อนว่าไอกังวลเรื่องนี้ด้วย” ดูเหมือนว่าธาวินทร์จะยังคงไม่ได้ปักใจเชื่อเต็มร้อยว่าเรื่องแค่นี้จะท า ให้ธาวีร์พี่ชายฝาแฝดของเขาตัดสินใจปลิดชีพตัวเองทิ้งได้และเขาก็มั่นใจ ว่ามันอาจจะมีเรื่องบางเรื่องที่มันยิ่งใหญ่มากกว่านั้นอย่างแน่นอน
พู่เกสร “ไอแค่กลัวว่าครั้งแรกมันจะออกมาไม่ดีค่ะ” “ขอโทษที่ท าให้คิดมากนะคะ” เจ้าของใบหน้าสวยก้มหน้างุด พร้อมกับพวงแก้มนุ่มนิ่มทั้งสองข้างที่ เริ่มขึ้นสีแดงระเรื่อทุกครั้ง หลังจากที่นึกถึงเรื่องใต้สะดือและเรื่องกามๆที่ เคยกดดูตามช่องทางต่างๆ ซึ่งถึงแม้ว่ามันจะดูน่าตื่นเต้นแต่ทว่าเธอก็ยังไม่ เคยได้ลองท ามันเลยสักครั้ง “ไม่ต้องกลัว…” “เราแค่มาลองเรียนรู้ที่จะท ามันไปพร้อมๆกัน” นิ้วเรียวยาวเชิดปลายคางมนให้สูงขึ้นมา เพื่อที่จะช้อนสายตาของ เธอให้สนใจเขาแต่เพียงผู้เดียว ฝ่ามือหนาสัมผัสกับพวงแก้มนิ่มไล่มาจนถึง ท้ายทอยงามของร่างบาง ก่อนที่ใบหน้าหล่อเหลาจะค่อยๆเคลื่อนตัวเข้ามา ให้กับใบหน้าสวยอย่างเชื่องช้า จึงเป็นผลท าให้ปากหยักจ่ออยู่ใกล้กับเรียว ปากบางอย่างแนบชิดติดกัน “พี่วีร์คะ…” “ครับ?” “คือว่า…” “ไอร้อนจังเลยค่ะ” “แล้วแบบนี้มันไม่น่าตื่นเต้นเหรอ?”
พู่เกสร “ฟู่ ว~” ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ ารดใบหน้าของกันและกันไปมา พร้อมกับ สายตาที่ดูเจ้าเล่ห์เพทุบายของธาวินทร์ท าเอาไออุ่นใจสั่นระรัว โดยที่ไม่ได้ จับจุดสังเกตเลยว่าธาวีร์ที่เธอเคยรู้จักมักคุ้น ไม่เคยจู่โจมเธอด้วยวิธีการ เช่นนี้มาก่อนเพราะตามปกติแล้ว ธาวีร์มักจะจู่โจมในรูปแบบที่ว่าดูหิวโหย ในร่างกายของเธออย่างชัดเจน ผิดกับธาวินทร์ที่จะอาศัยการเล่นหูเล่นกับ ภาษากายที่ดูเร่าร้อนสื่อออกมาแทน “จ๊วบ~” “อื้อ!~” ปากหยักโฉบลงมายังเรียวปากบางอย่างไม่ทันตั้งตัว ก่อนที่จะบดขยี้ ขบกัดมันอย่างแผ่วเบาแต่ทว่าก็ยังคงแอบแฝงไปด้วยความเร่าร้อนที่พร้อม จะแผดเผาเธอให้มอดไหม้ไปในเวลาเดียวกัน ฝ่ ามือหนาลูบไล้ไปตามช่วง เอวคอดกิ่วแล้วบีบเคล้นมันอย่างไม่เบามือสักเท่าไหร่นัก จนเธอสะดุ้งเฮือก ตกใจแล้วยอมเผยปากออกมา จึงเป็นผลท าให้ลิ้นบางถูกดูดดึงจนแทบจะ บอบช ้า
พู่เกสร “พร้อมที่จะเป็นของพี่แล้วใช่ไหมครับ?” “นายหญิงของพี่…” “คะ-ค่ะ” “ไอพร้อมแล้ว” “อื้ม!~” ลิ้นหนาค่อยๆแทรกซึมเข้าไปยังด้านในโพรงปากหวานอย่างง่ายดาย ผ่านการให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีของหญิงสาวเพราะเธอถ้าหากว่าพิธี วิวาห์เสร็จสมบูรณ์แล้ว ร่างกายของเธอก็พร้อมที่จะเป็นของคู่สมรสไปโดย ปริยายและไม่มีข้อโต้แย้งใดๆเลยแม้แต่ข้อเดียวแต่ก็หารู้ไม่ว่าชายที่เธอ กา ลงัจะมอบความบรสิทุธิ์ใหก้บัเขานนั้เป็นเพียงแค่ตวัปลอม “ฟุบ!” ร่างงามถูกช้อนตัวขึ้นในท่าเจ้าสาว ก่อนที่จะถูกวางลงบน เตียงนุ่มอย่างเบามือ ตามมาด้วยร่างหนาที่ขึ้นมาคร่อมร่างของเธอเอาไว้ อย่างแนบชิดติดกัน จนไม่เหลือช่องว่างให้ถดตัวหนีห่าง “อ๊ะ!~” จมูกโด่งเป็นคมสันซุกไซร้ลงไปยังซอกคอระหงทั้งข้างซ้าย และข้างขวาสลับกันไปมา ซึ่งมันก็สร้างความสยิว จนหญิงสาวร้องครวญ ครางออกมาอย่างแผ่วเบา
พู่เกสร “พี่วีร์…” “กึก!” “อ๊ะ!” เจ้าของใบหน้าสวยอ้าปากค้าง หลังจากที่ทรวงอกอวบอิ่มถูกบีบขย ้า ผ่านเนื้อผ้าอย่างรุนแรง ฝ่ามือหนาค่อยๆคลืบคลานเข้าไปยังใต้ร่มผ้าอย่าง เชื่องช้า ก่อนที่จะลูบไล้ไปตามหน้าท้องแบนราบ พร้อมกับใช้ฟันขบกัดซอก คอขาวจนเกือบจะจมฝังเขี้ยว ซึ่งมันก็ท าเอาไออุ่นสะดุ้งเฮือกตกใจยกใหญ่ แต่ทว่าเธอก็ไม่ได้มีท่าทีต่อต้านแต่อย่างใด “พรึ่บ!” มือหนาถกปมชุดคลุมอาบน ้าของร่างบางออกจากกันอย่างง่ายดาย ก่อนที่มันจะถูกโยนทิ้งลงไปบนพื้นภายในเสี้ยววินาที เผยให้เห็นผิวขาว นวลเนียนไร้จุดด่างพร้อยปะทะเข้ากับสายตาคมกริบ ไหนจะทรวงอกอวบ อิ่มที่เป็นทรงสวยกับเม็ดทับสีหวานที่ตั้งตระหง่านล่อตาล่อใจ ไล่ลงมา จนถึงส่วนล่างที่มีแพรไหมปกคลุมอยู่เบาบาง โดยที่ไม่ได้มีการตัดแต่ง รูปทรงแต่อย่างใด “พี่วีร์ท าแบบนี้ไอก็อายนะคะ” “ฟุบ!” ไออุ่นที่รู้สึกเอียงอายจึงได้รีบน ามือทั้งสองข้างมาปกปิดทั้งส่วนทรวง อกอวบอั๋นและใจกลางกายสาวเอาไว้แต่ทว่าฝ่ ามือน้อยๆของเธอมันก็ไม่ สามารถปกปิดสิ่งที่มีขนาดใหญ่เกินคาดเอาไว้ได้อย่างมิดชิด
พู่เกสร “ไม่ต้องอายหรอก” “ปล่อยให้พี่เห็นมันจนชินตาเถอะ” “หมับ!” “อ๊ะ!” ฝ่ ามือหนาดึงมือน้อยๆออกมาจากทุกส่วนแล้วน ามันมาวางไว้อยู่ เหนือศีรษะ พร้อมกับล็อกข้อมือบางเอาไว้มั่น ก่อนที่ใบหน้าหล่อเหลาจะ โน้มเข้าไปใกล้กับยอดปทุมถันแล้วแลบลิ้นโลมเลียมันไปมาอยู่ซ ้าๆ จนเต้า อวบอั๋นเต็มไปด้วยคราบน ้าลาย “พะ-พี่วีร์คะคือว่าไอ…” “จ๊วบ!~” “ฮา!~” ยังไม่ทันที่หญิงสาวจะได้เอ่ยปากพูดอะไรไปมากกว่านี้ ทุกอย่างก็ได้ สะดุดเงียบหายไป หลังจากที่ปากหยักได้โฉบลงมาดูดดึงเม็ดทับทิมสี หวานอย่างตะกละตะกลาม ราวกับเด็กทารกดูดนมแม่ก็ไม่ปาน “น้องไอก าลังจะพูดอะไรอย่างงั้นเหรอครับ?” “หืม?” “อ๊ะ!” เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาเอียงคอถามด้วยสีหน้าแววตาที่ดูเจ้าเล่ห์ เพทุบาย นัยน์ตาสีอ าพันจ้องลึกเข้าไปดวงตากลมโตที่สั่นระริก พลางใช้นิ้ว เรียวยาวกรีดไล่ไปตามร่องสวาทที่มีน ้าเมือกสีใสไหลซึมออกมาไม่หยุด
พู่เกสร “ปะ-ปิดไฟได้มั้ยคะ?” “ไออายค่ะ” “ไม่เห็นจะต้องปิดไฟเลยนะครับ” “พี่ชอบแบบเห็นอะไรชัดเจน” “มันดีกว่าที่จะต้องมาเพ่งมองดูหน้าน้องไอท่ามกลางไฟสลัว” “ตะ-แต่ว่า…” “กึก…” “ไม่ต้องพูดอะไรแล้วครับ” “คืนเข้าหอวันนี้จะเป็นวันที่น้องไอไม่มีวันลืม…” ปลายนิ้วเรียวยาวสัมผัสลงไปยังริมฝีปากสวยอย่างแผ่วเบา เพื่อส่ง สัญญาณให้เธอเงียบแล้วฟังเขาเพราะการสร้างความประทับใจในคืนเข้า หอวันแรกเป็นสิ่งที่ภรรยาอย่างเธอพึงกระท าและที่ส าคัญไปกว่านั้น เธอก็ จะไม่มีวันลืมสิ่งที่เขาก าลังจะมอบให้ในค ่าคืนนี้ ซึ่งนั่นก็คือความอัปยศอด สูและความอับอายที่จะติดตัวเธอไปตลอดทั้งชีวิต “จับมันดูสิครับ” “อะ-อึก!” “มะ-มันร้อนจังเลยค่ะพี่วีร์” “แถมยังแข็งมากด้วย” เจ้าของใบหน้าสวยกลืนน ้าลายลงคออึกใหญ่ หลังจากที่มือของเธอ ได้ไปสัมผัสเข้ากับแก่นกายใหญ่ที่ถูกน าออกมาเผชิญกับสายตาครั้งแรก มันทั้งร้อนและมีเส้นเลือดบวมปูดอย่างน่ากลัวแต่ทว่าเธอก็ไม่อยากจะ ขี้ขลาดถอยหลังหนีห่างไปจากมันเพราะไม่ว่ายังไงมันก็คือหน้าที่ของ ภรรยาที่จะต้องปรนนิบัติสามีในเรื่องบนเตียง
พู่เกสร “ไอต้องกินมันใช่ไหมคะ?” ไออุ่นเอ่ยถามพร้อมกับยันตัวลุกขึ้นมานั่งพับเพียบ โดยที่ยังคงเพ่ง สายตามองไปยังปลายหัวหยักสีชมพูระเรื่อที่มีน ้ารักไหลซึมออกมาอยู่ ตลอดเวลา “ไม่ต้องกินหรอกครับ” “แค่อมก็พอแล้ว” “อ๊อก!” ธาวินทร์ตอบกลับไปอย่างติดตลก พร้อมกับใช้ฝ่ ามือกดท้ายทอย ของไออุ่นให้ก้มต ่าลงไป ซึ่งทางด้านของไออุ่นก็ยอมท าตามอย่างว่าง่าย หน าซ ้ายังใจกล้าอ้าปากอมตรงช่วงปลายหัวหยักเอาไว้ นั่นจึงท าให้ลิ้นบาง ได้รับรู้ถึงรสความขมเฝื่อนของน ้ากามครั้งแรกในชีวิต “อ๊อก!” “บ๊วบ!” “แค่กๆ!” ริมฝีปากสวยห่อได้รูปให้เป็นตัวโอ จากนั้นจึงได้ค่อยๆอมรูดท่อนเอ็น ใหญ่ลึกลงไปเรื่อยๆ จนเกือบจะถึงช่วงคอหอยอย่างทุลักทุเลแต่ยังไม่ทัน จะถึงไหนเธอก็ต้องละปากออกมา พร้อมกับอาการส าลักตามมาติดๆ เนื่องจากว่าเธอยังไม่ช านาญและยังไม่รู้ถึงวิธีการที่จะท าให้ไม่ส าลักหรือ สะอิดสะเอียนสิ่งที่อยู่ภายในปาก
พู่เกสร “ขะ-ขอโทษนะคะ” “ไอคิดว่ามันจะง่ายเหมือนในหนังแต่จริงๆแล้วมันยากมากเลยค่ะ” “ไอขอลองใหม่นะคะ” “อ๊อก!” “บ๊วบ!” ทันทีที่กล่าวจบริมฝีปากสวยก็ได้อ้าครอบครองท่อนเอ็นใหญ่เข้าไป ทั้งดุ้นแต่ด้วยความที่พยายามจะท ามากจนเกินไป มันจึงท าให้ผลลัพธ์ ออกมาแบบตรงกันข้าม นั่นก็คืออาการส าลักตามเคย “แค่กๆ!” “พอแล้วครับ” “ถ้าน้องไอยังไม่เก่งก็เป็นไรครับ” “เดี๋ยวต่อไปก็คงจะเก่งเอง” “ฟุบ!” ฝ่ ามือหนากดไหล่มนให้ล้มตัวลงนอนอีกครั้ง ก่อนที่จะตามไปคร่อม ร่างเอาไว้อย่างแนบชิด โดยที่ไม่ได้มีการบังคับขืนใจให้เธอต้องพยายามอม แท่งหรรษาต่อแต่อย่างใดเพราะในวันนี้ยังไม่ใช่วันที่เขาจะต้องมาออกลาย ให้เธอเห็นนรกเพียงชั่วข้ามคืน
พู่เกสร “พอมาดูใกล้ๆแบบนี้…” “น้องไอสวยมากเลยนะครับ” “พี่วีร์อ่ะ” “พูดอะไรก็ไม่รู้” “อ๊ะ!” ร่างสูงค่อยๆถดตัวลงมาใกล้กับปากทางรัก พร้อมกับใช้นิ้วแกร่งถูลา กวนไปมาตรงปุ่ มกระสันเพื่อสร้างความเสียวซ่านให้กับคนที่อยู่ใต้ร่างและ ก็แน่นอนว่าธาวินทร์ไม่มีทางที่จะใช้ปากให้กับไออุ่นเพราะสิ่งนั้นมันอยู่ นอกเหนือขอบเขตที่อยากจะท า เขาจึงเลือกที่จะใช้นิ้วดุนดันเข้าไปยังด้าน ในร่องแคบแทน “อ๊ะ!อึก!” “ระ-ร้อนจัง~” ดูเหมือนว่าไออุ่นจะแอบผิดหวังอยู่เล็กน้อยที่อีกฝ่ ายไม่ได้ใช้ลิ้นโลม เลียร่องสวาทของเธออย่างที่คิดเอาไว้ในตอนแรกแต่อย่างไรก็ถาม เธอก็ ไม่ได้มีความต้องการอยากจะทักท้วงอะไรเพิ่มเติมเพราะแค่เขาใส่นิ้วเรียว ยาวเข้ามายังด้านในรูเปียกแฉะนี้ หญิงสาวก็เริ่มตาลายจะแตะขอบสวรรค์ เสียแล้ว “พี่วีร์รีบเอายัดใส่ตอนนี้เลยได้ไหมคะ?” “ไออยากรู้ว่ามันจะเจ็บมากแค่ไหน” คนตัวเล็กพูดขึ้นในขณะที่ใช้ฝ่ ามือน้อยๆจับข้อมือหนาข้างที่ใส่นิ้ว เรียวยาวเข้าไปยังรูสวาทของเธอเอาไว้มั่น “รีบแบบนี้…” “น้องไอไม่กลัวเจ็บอย่างงั้นเหรอครับ?”
พู่เกสร “หืม?” “มะ-ไม่กลัวแล้วค่ะ” “ไม่เจ็บวันนี้…วันหน้าก็ต้องเจ็บอยู่ดี” “หึ” เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาเค้นหัวเราะให้กับค าพูดนั้น ก่อนที่จะยันตัว ลุกขึ้นแล้วสลัดเสื้อผ้าทิ้งลงพื้น จนเหลือแค่ร่างเปลือยเปล่า จากนั้นจึงได้ จัดท่าทางเตรียมเข้าถ ้าสวาทให้เหมาะสมและตรงกับมุมกล้องที่แอบกดอัด ไว้ตั้งแต่แรก โดยเน้นไปที่เรือนร่างของไออุ่นเป็นหลัก “ปึก!” “อ๊ะ!อึก!…” ปลายหัวหยักสีชมพูระเรื่อถูกน ามาจ่อตรงบริเวณปากทางรักที่เต็ม ไปด้วยน ้าเมือกสีใสที่ไหลปริ่มออกมา ก่อนที่จะดุนดันมันเข้าไปทีละนิด ซึ่งก็ดูเหมือนว่าการที่เขาพยายามเล้าโลมเธอไปก่อนหน้านี้ มันจะไม่ได้ ช่วยอะไรเลยเพราะระหว่างการสอดใส่ มันยังคงคับแน่นและฝืดเคืองเป็น อย่างมาก จนเจ้าของใบหน้าหล่อเหลาขบกรามแน่นแล้วกลั้นใจตอกอัดล า กายร้อนเข้าไปยังด้านในรูสวาททีเดียวมิดด้าม “อ๊ะ!” “พะ-พี่วีร์…” “จะ-จุกไปหมดเลยค่ะ” “นะ-แน่น…”
พู่เกสร “ฮา!~” ร่างเล็กร้องครวญครางออกมาไม่เป็นภาษา ทั้งที่อีกฝ่ ายก็ยังไม่ได้ เริ่มขยับเอวเลยด้วยซ ้า ความรู้สึกเจ็บแสบปะปนกับความรู้สึกตื่นเต้นและ มีความเสียวซ่านแทรกกลางเข้ามา มันเริ่มเปิดประสบการณ์ให้เธออยากรู้ อยากลองไปมากกว่านี้อย่างช่วยไม่ได้ “ปึก!ปึก!ปึก!” “อ๊ะ!อ๊ะ!…ฮา!~” ฝ่ามือหนาล็อกเอวบางเอาไว้มั่น ก่อนที่จะเริ่มกระแทกกระทั้นล ากาย ใหญ่เข้าใส่รูสวาทที่คับแน่น โดยที่ไม่ได้มีการบอกกล่าวล่วงหน้า ในขณะเดียวกันนัยน์ตาสีอ าพันก็ได้จ้องมองไปยังใบหน้าสวย ด้วยสีหน้า แววตาที่ดูว่างเปล่า ราวกับว่าเขาแทบจะไม่ได้มีความรู้อยากเสพกามกับ เธอด้วยซ ้าแต่ท าไปเพราะว่าความแค้นน าพาก็เพียงเท่านั้น “ปึก!ปึก!ปึก!” “อ๊ะ!อ๊ะ!” “พะ-พี่วีร์คะ” “หมับ!อึก!” ฝ่ ามือหนาเลื่อนขึ้นมาล็อกคอเรียวสวยเอาไว้มั่นเพื่อสมองอารมณ์ ความใคร่ที่เต็มไปด้วยความดิบเถื่อนแต่ก็ต้องรีบคลายมือออกมา เนื่องจากเกรงว่าจะเผลอท าอะไรรุนแรงเกินกว่าเหตุ ก่อนจะถึงวันที่ เหมาะสม ซึ่งมันก็ดันผิดคาดไปเล็กน้อยเพราะคนใต้ร่างดันชอบการท า อะไรรุนแรงแบบนี้เสียอย่างนั้น หน าซ ้าเธอก็ยังดึงมือของเขากลับไปล็อก คอใหม่อีกรอบ
พู่เกสร “จ๊วบ!~” “อื้ม!~” “ปึก!ปึก!ปึก!” ปากหยักโฉบลงไปยังเรียวปากบาง พร้อมกับบดขยี้มันอย่างเร่าร้อน โดยที่ส่วนล่างก็ยังคงสอดเข้าสอดออกไม่มีสะดุดและไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ลงง่ายๆ “หมับ!” “ปึก!อ๊ะ!” ร่างงามถูกจับเปลี่ยนท่าให้มาอยู่ในท่าโก่งโค้ง ก่อนที่เอวหนาจะตอก อัดล ากายใหญ่ส่งเข้าไปยังด้านในรูสวาทอีกครั้ง จมูกโด่งเป็นคมสันไล่สูด ดมไปตามแผ่นหลังบาง พลางใช้ฝ่ ามือหนาสอดต ่าลงไปบีบขย ้าทรวงอก อวบอั๋นอย่างไม่เบามือ “หมับ!อ๊ะ!” “หันหน้าไปทางนั้นหน่อยสิครับ” “อ๊ะ!” “ปึก!ปึก!ปึก!” “ฮา!~” ฝ่ามือหนาจิกกลุ่มเส้นผมสีด าสลวยอย่างรุนแรง จนหลังบางกระแทก เข้ากับแผงอกแกร่งอย่างจัง ก่อนที่จะกดศีรษะของเธอลงไปกระแทกกับ เตียงนุ่ม โดยที่ยังคงกระแทกกระทั้นส่วนล่างไปด้วยอย่างไม่ขาดตก บกพร่อง
พู่เกสร “ฟุบ!” ร่างงามถูกจับพลิกตัวให้กลับมายังท่าเริ่มแรกอีกครั้ง โดยที่ยังมีแก่น กายใหญ่เสียบคาเอาไว้อยู่แบบนั้น ก่อนที่เรียวขาสวยจะถูกยกขึ้นมาพาด บ่าเอาไว้เตรียมจะตอกอัดล ากายใส่อีกรอบ “ปึก!ปึก!ปึก!” “อ๊ะ!อ๊ะ!…อ๊า!~” “พะ-พี่วีร์คะไอจุก!” “อึก!” “น้องไอทนหน่อยนะครับ…” “พี่ผ่อนแรงไม่ได้…” ร่างหนาสอบเอวเข้าใส่คนใต้ร่าง โดยที่ไม่ได้เว้นจังหวะให้อีกฝ่ ายได้ หยุดพักหายใจหายคอให้มันทั่วท้องเพราะถ้าหากว่าเขายังไม่พร้อมจะหยุด เธอก็ไม่มีสิทธิ์หบุขาเขา้ “ปึก!ปึก!ปึก! “อ๊ะ!อ๊ะ!อ๊า!~” “พี่วีร์ขา!~” เรียวขาสวยล็อกคอของชายหนุ่มเอาไว้มั่น ปากสวยก็ยังคงท างาน ร้องครวญครางออกมาไม่หยุด ซึ่งมันก็สร้างความน่าร าคาญให้กับธาวินทร์ เป็นอย่างมาก
พู่เกสร “ปึก!ปึก!ปึก!” “อะ-ไอรู้สึกแปลกๆค่ะ!” “อ๊ะ!อึก!” “น้องไอจะเสร็จแล้วเหรอครับ?” “มันคืออาการถึงจุดสุดยอดเหรอคะ?” “พะ-พี่วีร์!” “อ๊ะ!อ๊า!” ยังไม่ทันจะถึงไหนร่างงามก็ได้กระตุกไปมา พลางใช้เล็บจิกลงไปยัง ล าแขนแกร่งที่โอบเอวบางเอาไว้มั่น ก่อนที่จะปลดปล่อยน ้าเมือกสีใสออก อาบล ากายใหญ่ที่ยังคงกระหน ่าแทงเข้าใส่รูสวาทไม่หยุด ซึ่งนั่นก็เป็น จังหวะเดียวกันกับที่ชายหนุ่มเสร็จกิจแล้วปล่อยให้น ้าเชื้อสีขาวขุ่นที่มีอสุจิ นับล้านตัวเข้าไปยังด้านในช่องทางรักทุกหยาดหยด “อื้อ!~” “บ๊วบ!” หลังจากที่เสร็จสมอารมณ์หมายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แก่นกายใหญ่ก็ ได้ถูกถอดถอนออกมาจากด้านในรูรัก ตามมาด้วยน ้าสีขาวขุ่นที่ไหลทะลัก ตามออกมา จนเลอะเปรอะเปื้อนเต็มใจกลางกายสาวไล่ลงไปจนถึงเรียว ขาสวย “ฟุบ” ชายหนุ่มรีบยันตัวลุกขึ้นแล้วหันไปสนใจกล้องที่กดบันทึกวิดีโอเอาไว้ จากนั้นจึงได้เดินไปกดหยุดแล้วหนีห่างออกไป โดยที่ไม่ได้สนใจร่างบางที่ นอนแผ่หลาสลบไสลไปแล้ว
พู่เกสร “อ้วก!” ธาวินทร์เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าอ่างล้างมือด้วยสีหน้าพะอืดพะอม อย่างหนักจากความรู้สึกขยะแขยง ก่อนที่เขาจะอาเจียนออกมายกใหญ่ จากนั้นจึงได้รีบกดเปิดดูคลิปวิดีโอที่แอบกดถ่ายเอาไว้ เพื่อที่จะตรวจเช็กดู ความเรียบร้อย จากนั้นจึงรีบเก็บมันเข้ากระเป๋ าในทันที “ก็ไม่เห็นว่าจะจับอ้าขายัดดุ้นใส่ยากตรงไหน” “แล้วท าไมไอ้วีร์มันถึงไม่กล้าท า?” “หึ” ปากหยักยกยิ้มอย่างพึงพอใจ จากนั้นจึงได้เดินออกไปจากภายใน ห้อง เพื่อที่จะออกไปสูบบุหรี่ให้สติอารมณ์สงบลง โดยจงใจทิ้งให้ไออุ่น นอนสลบอยู่บนเตียงเพียงล าพังเพราะถ้าหากจะให้ทิ้งตัวลงนอนข้างกาย เธอทั้งคืน เห็นทีคงจะเป็นไปไม่ได้
พู่เกสร เงารักแรงแค้น ตอนที่7 : พฤติกรรมทนี่่ารา คาญ “อื้อ~” “พี่วีร์~” “ฟุบ!” ไออุ่นที่ก าลังนอนหลับตาพริ้มอยู่บนเตียงในสภาพเปลือยเปล่าไปทั้ง ร่าง ได้เรียกหาสามีด้วยน ้าเสียงที่ดูงัวเงีย พลางใช้ฝ่ ามือคล าหาคนที่นอน อยู่ข้างกายไปด้วย หวังจะสวมกอดในตอนเช้าตรู่ตามประสาคู่รักข้าวใหม่ ปลามันแต่ทว่าเธอก็ต้องผิดหวังเพราะข้างกายของเธอนั้นมีเพียงแต่ความ ว่างเปล่าเท่านั้นที่รอคอยอยู่ “พรึ่บ!” “พี่วีร์!~” “ท าไมไม่ปลุกไอเลย…” ร่างบางรีบดีดตัวขึ้นมาจากที่นอน ก่อนที่เธอจะค่อยๆปรือตาขึ้นมา มองบริเวณโดยรอบ พร้อมกับเรียกหาธาวีร์ตัวปลอมไปด้วย ซึ่งหลังจากที่ เห็นว่าอีกฝ่ ายไม่ได้อยู่ภายในห้องนอนแล้ว ไออุ่นจึงจะรีบลุกไปอาบน ้า อาบท่าให้เรียบร้อย เพื่อที่จะลงไปตามหาสามียังชั้นล่าง
พู่เกสร “ตึก ตึก ตึก” “ก็ไม่ได้เจ็บอะไรขนาดนั้นนี่” “แค่หน่วงๆ” ในขณะที่ก าลังเดินไปเข้าห้องน ้า ฝ่ ามือบางก็ได้สัมผัสไปยังหน้า ท้องแบนราบไล่ต ่าลงไปจนถึงใจกลางกายสาวที่บอบช ้าจากการผ่านศึก สงครามครั้งแรกมาเมื่อคืนนี้ ซึ่งมันก็ไม่ได้เจ็บปวดอะไรมากมาย อย่างที่ เธอคิดเอาไว้ในตอนแรกเลยแม้แต่นิดเดียว มีอาการแค่เพียงหน่วงๆก็เพียง เท่านั้น “ตึก!ตึก!ตึก!” “พี่วีร์อยู่ไหนคะ!?” หลังจากที่จัดการตัวเองเสร็จเรียบร้อยแล้ว ไออุ่นก็ได้รีบวิ่งลงมาจาก บันได พร้อมกับตะโกนเรียกหาธาวินทร์ในคราบของธาวีร์เสียงดัง โดยไม่ ค านึงถึงมารยาทการอยู่ร่วมกันกับผู้อื่น ซึ่งสิ่งนี้มันก็แสดงให้เห็นแล้วว่าเธอ ยังไม่ได้โตพอที่จะแต่งงานมีสามีเลยด้วยซ ้า “กึก!” “พี่วีร์มาอยู่ตรงนี้นี่เอง” สาวเจ้าหล่อนเดินมาถึงหน้าห้องครัว ก่อนที่เธอจะเดินเข้าไป สวมกอดสามีตัวปลอมจากทางด้านหลัง ซึ่งเขาก็ก าลังเตรียมอาหารเช้าอยู่ เพียงล าพัง โดยไร้ซึ่งเงาคนรับใช้เก่าแก่อย่างสาลี่เนื่องจากว่าหญิงวัย กลางคนมีนัดตรวจที่โรงพยาบาล จึงจ าเป็นที่จะต้องเดินทางออกไปจากไร่ ดาวเหนือตั้งแต่เช้าตรู่
พู่เกสร “อ้าว” “น้องไอตื่นแล้วเหรอครับ?” ธาวินทร์หันหน้ากลับมาสนใจไออุ่นอย่างกระตือรือร้น ให้เหมือนกับ ที่ธาวีร์เคยท าแต่มันก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าธาวินทร์นั้นรู้สึกไม่ค่อยชอบใจสัก เท่าไหร่นักที่จะต้องมาเอาใจไออุ่นอยู่แบบนี้ “สวัสดีตอนเช้าค่ะพี่วีร์” “ฟอด~” ร่างงามเขย่งตัวขึ้นให้สูงเทียบเท่ากับใบหน้าหล่อเหลา ก่อนที่จะกด จมูกเรียวสวยเข้าใส่แก้มทั้งสองฝั่ งของชายหนุ่ม ดูเหมือนว่าหลังจากที่ ปลดล็อกความหวาดกลัวเรื่องแตะเนื้อต้องตัวไปแล้ว ไออุ่นก็กล้าที่จะ แสดงความรักต่อสามีได้อย่างเต็มที่แบบไม่มีเขินอายแต่ก็หารู้ไม่ว่าชาย เบื้องหน้าไม่ใช่ธาวีร์ “ตอนนี้สายแล้วครับ” “อะ-อ๋อ” “อย่างงั้นเหรอคะ?” “ไอขอโทษที่ตื่นสายนะคะ” หลังจากที่ได้ยินธาวินทร์พูดหักหน้าออกมาแบบนั้น ไออุ่นก็รู้สึกหน้า เสียเป็นอย่างมาก หน าซ ้าอีกฝ่ายก็ยังไม่ได้หอมแก้มเธอตอบอีกต่างหาก
พู่เกสร “ไม่เป็นไรครับ” “น้องไอจะได้มีเวลาพักผ่อนเยอะๆ” “ทานมื้อเช้ากันครับ” ฝ่ ามือหนาลูบหัวทุยของร่างบางที่กอดเขาอยู่ไม่ห่างอย่างแผ่วเบา ก่อนที่จะชี้นิ้วเรียวไปยังโต๊ะอาหารที่มีมื้อเช้าจัดวางรออยู่ ซึ่งนั่นก็คือ แซนด์วิชเนยถั่วเบคอนและไข่ “น่าทานจังเลยค่ะ” “ขอบคุณนะคะ” “จุ๊บ!” เรียวปากบางกดลงไปยังริมฝีปากหยัก จากนั้นจึงได้เดินไปนั่งลงบน เก้าอี้ เตรียมพร้อมรับประทานมื้อเช้าอย่างอารมณ์ดี โดยที่ไม่ได้สังเกตเห็น เลยว่าธาวินทร์นั้นได้ใช้ชายเสื้อเช็ดปากของตัวเองไปมาด้วยท่าทีรังเกียจ “กึก!” “พี่วีร์คะ…” “ครับ?” ในจังหวะที่ไออุ่นก าลังจะหยิบแซนด์วิชเข้าปาก เธอก็ต้องชะงักไป แล้วนึกขึ้นมาได้ว่าแซนด์วิชที่ธาวินทร์ท าให้เธอรับประทานคือแซนด์วิชที่มี ส่วนผสมของเนยถั่วและแน่นอนว่าเธอไม่สามารถรับประทานมันได้ เนื่องจากว่าเธอนั้นมีอาการแพ้ถั่วอย่างรุนแรง “พี่วีร์ลืมอะไรไปรึเปล่าคะ?” เจ้าของใบหน้าสวยเอียงคอถามด้วย น ้าเสียงที่แสดงออกมาชัดเจนว่าเธอก าลังรู้สึกแย่เป็นอย่างมาก
พู่เกสร “น้องไอหมายถึงอะไรครับ?” ธาวินทร์แกล้งท าสีหน้าเหลอหลาอย่างคนไม่เข้าใจความ ทั้งที่เขาก็ รู้อยู่แก่ใจว่าอีกฝ่ ายมีอาการแพ้ถั่ว ซึ่งธาวินทร์ก็รับทราบมาจากการจด บันทึกของธาวีร์ที่อยู่ในสมุดไดอารี่ลับอีกทีและเขาก็ตั้งใจใช้วัตถุดิบที่มันมี ถั่วผสมอยู่ให้เธอได้รับประทานแต่ก็ช่างน่าเสียดายที่ไออุ่นดันมารู้ความ จริงก่อนที่จะยัดมันเข้าปาก “ไอแพ้ถั่วค่ะ!” “แย่แล้ว…” “พี่ขอโทษนะครับ” “พอดีว่าพี่ลืมไปซะสนิทเลย” ชายหนุ่มแสร้งเอ่ยค าขอโทษด้วยน ้าเสียงที่ดูรู้สึกผิดเป็นอย่างมากแต่ อันที่จริงแล้ว เขานึกเสียดายเสียมากกว่าที่เธอไม่น ามันเข้าปากแล้วกลืนลง ท้อง “พี่วีร์ลืมเรื่องส าคัญแบบนี้ไปได้ยังไงคะ!?” “ถ้าเกิดว่าไอเผลอกินเข้าไปมันจะเป็นยังไง!?” “ขนาดเพิ่งจะแต่งงานกันแท้ๆ!” “พี่วีร์ยังลืมค าสัญญาว่าจะดูแลไอเป็นอย่างดีไปจนหมดแล้ว!” สาวน้อยที่บุคลิกเรียบร้อยน่ารักในอดีตได้กลับกลายมาเป็นสาวเจ้า อารมณ์และไม่อยากจะรับฟังเหตุผลจากใครและที่ท าให้เธอไม่พอใจมาก ที่สุด มันก็คือการที่สามีลืมทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นเรื่องราวส าคัญไปจนหมด สิ้น ซึ่งนั่นก็เท่ากับว่าเขาได้ผิดสัญญาที่ให้ไว้ว่าจะดูแลเธอเป็นอย่างดีไม่ให้ เกิดอันตรายใดๆ
พู่เกสร “โอเคๆ” “พี่ขอโทษ” “พี่ผิดเต็มๆเลยที่ไม่รอบคอบ” “ไอใจเย็นๆก่อนนะครับ” “ฟุบ!” สามีตัวปลอมอย่างธาวินทร์แสร้งยกธงขาวยอมแพ้ ก่อนที่จะเดินเข้า มาสวมกอดคนที่ก าลังหน้าด าหน้าแดงจากอาการโกรธเคืองอย่างหนัก “พลั่ก!” “ตึก!ตึก!ตึก!” “เดี๋ยวสิไออุ่น” “ฟังพี่ก่อน” ไออุ่นใช้ฝ่ามือน้อยๆผลักร่างของธาวินทร์ให้ห่างออกไป ก่อนที่เธอจะ รีบเดินหนีขึ้นห้องในทันที โดยที่ไม่ฟังเสียงตะโกนไล่หลังของธาวินทร์ที่ พยายามเรียกให้เธอกลับมาคุยกันดีๆ “เหอะ!” “กูไม่เดินตามไปง้อมึงให้เมื่อยหรอก” “รู้เอาไว้ซะด้วย” เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาลอบถอนหายใจออกมาหนักๆ ด้วย ความรู้สึกร าคาญพฤติกรรมของเธอ จนธาวินทร์อดสงสัยไม่ได้เลยว่าธาวีร์ ทนอยู่กับผู้หญิงเอาแต่ใจคนนี้ได้อย่างไรกัน