The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by snowel2003, 2024-01-12 20:27:26

เงารักแรงแค้น

เงารักแรงแค้น

พู่เกสร “ไม่ต้องขอบคุณหรอกนะคะ” “ป้าเองก็ช่วยในเรื่องที่พอจะช่วยได้เท่านั้น” หญิงวัยกลางคนส่งยิ้มให้กับเด็กสาวเบื้องหน้าแต่ทว่ารอยยิ้มนี้กลับ เต็มไปด้วยความหนักใจเกี่ยวกับเรื่องของสองฝาแฝดชายอย่างธาวีร์ และธาวินทร์ที่ยังไม่สามารถบอกใครได้ “ป้าสาเชื่อรึเปล่าคะว่าไอไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องท าให้พี่วีร์…” ไออุ่นเอ่ยถามอย่างตรงไปตรงมาแต่ทว่าในท้ายที่สุดแล้วเธอก็ต้อง กลืนน ้าลายตัวเองให้เสียงมันสะดุดเงียบหายไป ทั้งที่ยังพูดไม่จบประโยค “ไม่ต้องพูดอะไรมากความหรอกนะคะ” “ป้าว่าคุณไออุ่นรีบเข้าไปในไร่ก่อนที่คุณวินทร์จะกลับมาดีกว่าค่ะ” “ได้ยินว่าจะกลับเข้ามาที่ไร่สายๆนี้” “ถ้าขืนกลับมาแล้วเห็นว่าคุณไออุ่นยังอยู่ที่นี่” “เดี๋ยวจะเป็นเรื่องเอา” หญิงวัยกลางคนเลี่ยงตอบค าถามที่สุดแสนจะอันตรายทั้งต่อผู้พูด และผู้ฟังแต่เลือกเบี่ยงประเด็นไปถึงเรื่องที่ธาวินทร์ก าลังจะกลับมาแทน ซึ่งถ้าหากว่าไออุ่นยังคงมัวแต่เอ้อระเหยอยู่แบบนี้ มันก็อาจจะเกิดเรื่องไม่ดี ขึ้นก็เป็นได้ “คะ-ค่ะ” “ไอไปก่อนนะคะ” ไออุ่นพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ จากนั้นจึงได้หันหลังเดินเข้าไปในไร่ โดยที่ยังคงคิดวิตกกับเรื่องของธาวีร์ไม่หาย


พู่เกสร “เวรกรรมอะไรของฉันกันแน่ที่จะต้องมาเจออะไรแบบนี้” “ฮึก…” ไออุ่นบ่นพึมพ าออกมาด้วยน ้าเสียงที่สั่นเครืออย่างหนัก โดยที่มือ ของเธอก็ยังคงท าหน้าที่ใช้กรรไกรตัดขั้วองุ่นไปด้วย ซึ่งมันก็มีหลายวูบที่ เธอคิดว่าควรจะอดทนอยู่ต่อไป จนกว่าจะรับทราบข้อเท็จจริงการตัดสินใจ ปลิดชีพตัวเองของธาวีร์แต่อีกใจหนึ่งก็เกลียดธาวินทร์ จนอยากจะหนีไปให้ ไกลแต่มันก็ติดตรงที่ว่าหนีไปไหนไม่ได้ “แค่สวนองุ่นก็ปาไปหลายร้อยไร่แล้ว” “ผลไม้ชนิดอื่นก็คงเก็บกันไม่หวาดไม่ไหวตลอดทั้งปี” “สงสารพวกคนงานจัง” “คงท างานหนักตลอดทั้งปี” “แต่ก็นั่นแหละ…” “ก่อนจะสงสารใคร” “ควรสงสารตัวเองก่อน” เจ้าของใบหน้ากลอกตามองบน พลางใช้มืออีกข้างมาซับเหงื่อ ซึ่งถึงแม้ว่าจะแต่งตัวมาอย่างมิดชิดแต่ทว่าผิวของเธอก็ยังคล ้าขึ้นอย่าง เห็นได้ชัดและที่แย่ไปกว่านั้นคือเธอเก็บองุ่นมาหลายวันอย่างไร้จุดหมาย เพราะพื้นที่ไร่องุ่นมันกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา จนเธอแอบสงสารคนงาน ภายในไร่ที่จะต้องแบ่งกันไปท างานตามพื้นที่ไร่ผลไม้ชนิดต่างๆกันอย่าง หนักหน่วงแต่ในท้ายที่สุดแล้วเธอก็วกกลับมาสงสารตัวเอง แทนที่จะไป สงสารคนอื่น


พู่เกสร “กึก…” เข็มนาฬิกาเดินหนา้ไปอย่างรวดเรว็เพราะผ่านไปไดไ้ม่นานก็ถึงเวลา รับประทานมื้อเที่ยง ซ่ึงเธอก็อาศยัดเูวลาผ่านดวงอาทิตยแ์ทนนาฬิกาหรือ จากโทรศัพท์มือถือ เนื่องจากว่าอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกชนิดของเธอ ถูกธาวินทร์ยึดไปจนหมดแล้ว หลักการดูเวลาของไออุ่น เธอก็รับรู้มาจากเกร็ดความรู้ที่มีให้เห็น ทั่วไป หากเวลาเที่ยงดวงอาทิตย์จะอยู่ตรงศีรษะ ส่วนเงาก็จะสั้นที่สุดและ อยู่ตรงบริเวณใต้เท้า “อะ-อ้าว!” “เธอคนนั้นที่เคยแบ่งน ้าให้ฉันดื่มนี่” “เฮือก!” “ตึก!ตึก!ตึก!” ในขณะที่ไออุ่นก าลังนั่งสวาปามมื้อเที่ยงอยู่นั้น สายตาของเธอก็ดัน เหลือบไปเห็นชมพู่ที่มายืนด้อมๆมองๆอยู่ตรงบริเวณที่เธอนั่งอยู่เพียงล าพัง แต่หลังจากที่ถูกไออุ่นจับได้ เด็กสาวก็ลุกลี้ลุกลนตั้งท่าจะวิ่งหนีออกไปจาก เขตนี้ทันที เนื่องจากว่าไม่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาใกล้ตรงบริเวณที่ไออุ่น เก็บองุ่นและควรอยู่ห่างในรัศมี 500 เมตร “ดะ-เดี๋ยวสิ!” “หมับ!” ฝ่ ามือบางคว้าหมับไปยังชายเสื้อของเด็กสาวได้ทันเวลา ก่อนที่จะ เดินไปตัดหน้า เพื่อที่จะพูดคุยกับเธอสักเล็กน้อย


พู่เกสร “คือว่าเรื่องวันนั้น…” “ฉันขอโทษจากใจจริงเลยนะ” “ฉันขอโทษที่ท าให้เธอกับคนอื่นๆเดือดร้อน” ไออุ่นรีบเอ่ยค าขอโทษออกมาให้ชมพู่ได้รับรู้เพราะตั้งแต่วันนั้นที่เกิด เรื่อง เธอก็รู้สึกผิดมาโดยตลอดแต่ทว่าก็ยังไม่มีโอกาสได้ขอโทษขอโพยกัน อย่างจริงๆจังๆเลยสักครั้ง “…” “เธอจะไม่คุยกับฉันจริงๆเหรอ?” “ไอ้ประสาทนั่นไม่ได้อยู่แถวนี้หรอก” “…” “พูดเถอะหน่า” “ไม่ต้องกลัว” “..” ถึงแม้ว่าจะพยายามคะยั้นคะยอหรือพูดโน้มน้าวให้เด็กสาวหลุดปาก พูดคุยกับเธอบ้างแต่ทว่าไออุ่นก็ต้องผิดหวังซ ้าสองเพราะชมพู่ยังคงปิด ปากเงียบ พร้อมกับแสดงท่าทีหวาดกลัวออกมาให้เห็นอยู่ตลอดเวลา “เธอชื่ออะไร?” “บอกฉันได้ไหม?” “ชะ-ชื่อชมพู่ค่ะ” ดูเหมือนว่าคราวนี้ชมพู่จะใจอ่อนตอบค าถามของไออุ่นแต่ทว่าเธอก็ ยังคงมีสีหน้าแววตาที่ดูหวาดผวาอยู่ตลอดเวลา ซึ่งไออุ่นก็ดูออกว่าเธอ ก าลังหวาดกลัวสิ่งอื่นที่ไม่ใช่ธาวินทร์


พู่เกสร “อายุเท่าไหร่เหรอ?” “ปะ-ปีนี้ 18 ค่ะ” “ได้เรียนรึเปล่า?” “มะ-ไม่ค่ะ” “หลังจากที่จบ ม.3 พ่อกับแม่ก็ไม่ให้เรียนต่อแล้วมาท างานที่ไร่แบบ จริงจัง” เด็กสาวก้มหน้าต ่าลง พร้อมกับดวงตากลมโตที่สั่นระริกด้วย ความรู้สึกผิดหวังกับชีวิตการเรียนที่จบลงแค่ช่วงมัธยมต้นก็เพียงเท่านั้น “โห…” “เสียดายโอกาสแทนเธอจัง” “ว่าแต่เธอย้ายมาจากที่อื่นกี่ปีแล้วล่ะ?” “มะ-ไม่ใช่ค่ะ” “ฉันเกิดและโตที่นี่” “พ่อกับแม่เป็นคนงานในไร่ตั้งแต่ที่ฉันยังไม่เกิดด้วยซ ้า” “แต่พ่อก็ดันมาเป็นมะเร็งตายเมื่อปีก่อน” ชมพู่ปัดมือปฏิเสธในส่วนที่ไออุ่นเข้าใจผิดไปเพราะอันที่จริงแล้วเธอ เกิดและอาศัยอยู่ที่ไร่ดาวเหนือมาตั้งแต่แรกเริ่มเดิมที เนื่องจากว่าพ่อและ แม่ของเธอเป็นคนงานภายในไร่มาตั้งแต่เป็นวัยรุ่น ซึ่งในตอนนี้เธอก็เหลือ แค่แม่เพียงคนเดียวที่เป็นคนในครอบครัว ส่วนพ่อก็เสียชีวิตไปด้วย โรคมะเร็งเมื่อปีที่แล้ว


พู่เกสร “อ๋อ…” “แบบนั้นหรอกเหรอ” “ถ้าอย่างนั้น…” “เธอก็แยกพี่วีร์กับไอ้ประสาทนั่นออกตั้งแต่ยังเป็นเด็กเลยใช่ไหม?” ไออุ่นเอ่ยถามด้วยท่าทีที่ดูกระตือรือร้นเป็นพิเศษ หากชมพู่อาศัยอยู่ ที่นี่มานานก็คงจะสามารถแยกฝาแฝดชายคู่นี้ออกได้ไม่ยากและเธอก็มี ความต้องการที่อยากจะรับรู้ว่าแต่ก่อนธาวินทร์เป็นคนนิสัยอย่างไรแต่ ไออุ่นก็มั่นใจว่าคงจะไม่ต่างอะไรกับตอนนี้ ส่วนธาวีร์ก็คงจะเป็นคนแสนดี เสมอต้นเสมอปลาย “แยกออกค่ะ” “แยกออกมาตั้งแต่เด็กจนโตเลยค่ะ” เด็กสาวรีบพยักหน้ารับอย่างกระตือรือร้น ซึ่งอันที่จริงแล้วคนงาน ภายในไร่ที่อยู่มานานและรับรู้ว่าธาวีร์นั้นมีฝาแฝด ซึ่งก็คือธาวินทร์ ต่างก็ พากันสงสัยเช่นกันว่าปัจจุบันนี้ธาวีร์หายไปไหนแต่ทว่าก็ไม่มีใครกล้าเอ่ย ปากถามกันเลยสักคน ส่วนคนงานที่เข้ามาท างานไม่ถึง 6 ปี ก็มักจะเข้าใจผิดไปอีกแบบ ว่าธาวีร์นั้นเป็นลูกคนเดียวไม่ได้มีฝาแฝดแต่อย่างใด ซึ่งการที่มีธาวินทร์มา สับเปลี่ยนหน้าที่ มันจึงท าให้คนพวกนั้นไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวอะไรอยู่แล้วและ ยังเข้าใจไปว่าเจ้าของไร่ปัจจุบันนี้ยังคงเป็นธาวีร์คนเดิม


พู่เกสร “ว่าแต่…ท าไมถึงรู้ล่ะ?” “ดูจากตรงไหนเป็นหลักเหรอ?” “คนนึงอารมณ์ร้อน” “ส่วนอีกคนอารมณ์เย็นค่ะ” “ไอ้บ้านั่นคงอารมณ์ร้อนสุดๆเลยใช่ไหมล่ะ?” หลังจากที่ได้ยินการแยกแยะลักษณะอารมณ์ของแต่ละคนจากปาก ของชมพู่ ไออุ่นก็ได้ชิงพูดขึ้นมาดักหน้าเอาไว้เพราะเธอมั่นใจเกินร้อยว่าคง เป็นคนบ้าคลั่งอย่างธาวินทร์ที่จะต้องอารมณ์ร้อนมาตั้งแต่ยังเป็นเด็กหนุ่ม “ไม่ใช่ค่ะ” “คุณวีร์จะเป็นคนอารมณ์ร้อน” “ส่วนคุณวินทร์จะเป็นคนอารมณ์เย็นแล้วก็ยังพูดน้อยมากๆค่ะ” “ฮะ?” “ว่าไงนะ?” “เธอสลับชื่อผิดต าแหน่งรึเปล่าเนี่ย?” เจ้าของใบหน้าสวยขมวดคิ้วเป็นปมด้วยความรู้สึกงุนงงอย่างหนัก เพราะดูเหมือนว่าชมพู่จะน าชื่อของแต่ละคนไปใส่สลับต าแหน่งกันเสีย มากกว่า คนอย่างธาวีร์ไม่มีทางที่จะเคยอารมณ์ร้อนใส่ใครได้ ส่วนคนชั่ว ช้าอย่างธาวินทร์ก็ไม่น่าจะเคยอารมณ์เย็นเช่นกัน


พู่เกสร “ฉันวะ…เคร้ง!” ยังไม่ทันจะถึงไหน ก็ได้มีเสียงไม้เคาะใส่ฝาปิ่นโตขัดจังหวะเสียก่อน นั่นจึงท าให้สองสาวรีบหันขวับกลับไปมอง จนเผยให้เห็นคนงานภายในไร่ จ านวน 3 คนที่มีหน้าที่ขับรถไถและดูแลสัตว์ในฟาร์มมาก่อกวนแถวนี้ “เว้ยเฮ้ยย!” “กล่องข้าวใครว้า!?” “สีชมพูหวานแหววเชียว” “ของมึงเหรอวะนังชมพู่?” ไอ้โจ้หนึ่งในสามชายโฉดได้ออกปากเอ่ยถามชมพู่ ด้วยน ้าเสียงยียวน กวนประสาทแต่ทว่าสายตากลับจับจ้องมายังไออุ่นอยู่ตลอดเวลา “เปล่าหรอก” “ไม่ใช่ของฉัน” “ของคุณนายน่ะ” ชมพู่พูดพลางหันหน้ามาสบตากับไออุ่นและยังคงให้เกียรติเรียกเธอ ว่าคุณนายเพราะถึงแม้ว่าจะทราบดีอยู่แล้วว่าแต่งงานกับเจ้าบ่าวตัวปลอม แต่ธาวินทร์ก็ไม่ต่างอะไรกับเจ้าของไร่ดาวเหนืออีกคนเช่นกัน “อ้าวๆ!” “พูดให้มันดีๆนะเว้ย!” “เป็นคุณนายแบบไหนวะถึงได้มาท างานเหมือนกับพวกเราน่ะ?” ดูเหมือนว่าพวกมันจะไม่ได้มีความย าเกรงในตัวของไออุ่นแม้แต่นิด เดียว หน าซ ้ายังพูดเหน็บแนมเธอเป็นว่าเล่น


พู่เกสร “แล้วมันจะท าไม?” “มันแปลกตรงไหนล่ะ?” “ฉันจะท างานในไร่หรือไม่ท า มันก็ไม่ได้ท าให้หัวของพวกนายหาย ล้านหรอก!?” ไออุ่นแหกปากด่าพวกมันเสียงดังลั่น ด้วยความรู้สึกไม่พอใจอย่าง หนัก พร้อมกับชี้นิ้วไปยังหนังศีรษะของไอ้โจ้กับไอ้หมึกและไอ้ชาติที่มีเส้น ผมอยู่เบาบางหรือที่เรียกกันว่าหัวล้านและไม่ว่าเธอจะมาท างานในไร่ด้วย เหตุใด มันก็ไม่ได้ส่งผลท าให้เส้นผลของพวกมันเพิ่มมากขึ้น “แหม๋…” “พวกลูกคุณหนูคุณนายนี่มันปากแจ๋วใช้ได้จริงๆเลยหว่ะ” “เพี๊ยะ!” “อ๊ะ!” “ไอ้พวกจันไร!” คุณหนูตระกูลผู้ดีสบถด่าพวกมันซ ้าสอง เมื่อจู่ๆไอ้หมึกกับไอ้โจ้ก็ดัน พุ่งตัวเข้ามาตะปบฝ่ามือหยาบกระด้างใส่บั้นท้ายของเธอทั้งสองฝั่งอย่างไร้ มารยาท ซึ่งมันก็เป็นพฤติกรรมที่ต ่าทรามเป็นอย่างมาก “คุณนายของเราเนี่ย” “ยิ่งโกรธยิ่งดูน่ารัก” “แถมก้นยังนิ่มกว่าของมึงอีก” “อึก…” ไอ้โจ้เอ่ยถ้อยค าที่น่าสะอิดสะเอียนออกมา พร้อมกับปรายตาหันไป มองชมพู่ที่ตัวสั่นเทาไม่หยุด


พู่เกสร “พูดแบบนี้หมายความว่ายังไง!?” “พวกแกลวนลามเด็กอายุ 18 อย่างงั้นเหรอ!?” หลังจากที่ได้ยินประโยคผิดแปลกที่ไม่ใช่เรื่องปกติ ไออุ่นก็สามารถ คาดเดาได้ในทันทีว่าพวกมันเคยลวนลามเด็กสาวอายุ 18 ปีและยังไม่ทัน จะถึง 20 ปีบริบูรณ์อย่างชมพู่แต่ไม่ว่าผู้ถูกกระท าจะอายุมากกว่านี้ หากไม่ มีการสมยอม พวกมันก็ไม่ต่างอะไรกับสัตว์นรก “มากกว่าลวนลามก็ท ามาแล้วโว้ย!” “ฮ่าๆ” สามสัตว์เดรัจฉานได้หัวเราะชอบใจออกมายกใหญ่ ราวกับว่าไม่รู้จัก ผิดชอบชั่วดี พวกมันย ่ายีเด็กสาวผู้นี้มาไม่รู้กี่ครั้ง หน าซ ้าแม่ของเธอก็ยังไม่ สามารถช่วยเหลืออะไรได้ เนื่องจากว่าถูกพวกมันซ้อมทั้งแม่ทั้งลูกอยู่ บ่อยครั้ง “ฮึก!…” “ฟุบ” เด็กสาวตัวหดลีบลง พร้อมกับหยาดน ้าตาที่ร่วงหล่นลงมาไม่หยุด ไออุ่นที่เห็นภาพน่าสะเทือนใจนั้นจึงได้รีบคว้าเอาตัวของเธอมากอดเอาไว้ พร้อมกับจ้องเขม็งไปยังพวกชั่วอย่างเอาเรื่อง


พู่เกสร “ไม่ไหวแล้ว!” “ขอหน่อยเหอะ!” “ตุบ!” สองเท้าหน้ากระโดดเข้าใส่พวงไข่หนึ่งในสัตว์เดรัจฉานผู้โชคร้าย อย่างไอ้โจ้ จนมันล้มหงายหลังไม่เป็นท่า ก่อนที่ไออุ่นจะตามไปซ ้าด้วยการ ใช้เท้าเหยียบคอของมันเพราะเธอไม่สามารถทนเห็นภาพที่คนกระท า ความผิดมายืนยิ้มภาคภูมิใจในเรื่องชั่วๆที่เคยก่อไว้ “หน็อย!” “อีเวรนี่!” “มึงท าเพื่อนกูเจ็บมึงต้องชดใช้!” “หมับ!” ไอ้หมึกพุ่งตัวเข้ามาล็อกแขนทั้งสองข้างของไออุ่นเอาไว้ ส่วนไอ้ชาติ ก็ได้เอื้อมมือออกไปจิกเส้นผมของชมพู่ที่พยายามจะเข้ามาช่วยไออุ่นแต่ กลับกลายเป็นว่าถูกเล่นงานกันทั้งคู่ “ยะ-อย่า!” “อ๊ะ!” “กรี๊ดด!” เสียงกรีดร้องของชมพู่ดังขึ้นอย่างน่าเวทนา หลังจากที่เธอถูกไอ้โจ้ กับไอ้ชาติไซร้คอและพยายามจะปลดเปลื้องเสื้อผ้าออกต่อหน้าต่อตาของ ไออุ่น


พู่เกสร “ยะ-อย่าท า!” “ฉันบอกให้พวกแกหยุดไง!” “ใครก็ได้ช่วยที!…ฮึกฮืออ!” ไออุ่นที่ถูกไอ้หมึกล็อกตัวเอาไว้ได้พยายามจะดีดดิ้นไปช่วยเหลือ ชมพู่แต่ทว่าเธอก็ท ามันไม่ส าเร็จ เลยเลือกใช้วิธีร้องขอความช่วยเหลือแต่ มันก็ดันล้มเหลวอีกครั้ง นั่นจึงท าให้ต้องทนมองภาพน่าหดหู่นั้นไปทั้งน ้าตา โดยที่ไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้ “ปัง!” “ปัง!” “อั่ก!” ช่วงเวลาที่สุดแสนทรหดได้สิ้นสุดลง เมื่อจู่ๆก็ได้มีกระสุนปืนพุ่งตรง เข้ามายังแขนทั้งสองข้างของไอ้หมึกที่ใช้ฉุดรั้งร่างของไออุ่นเอาไว้ จนเป็น ผลท าให้มันปล่อยร่างของเธอให้หลุดร่วงลงไปบนพื้น ซึ่งนั่นก็เป็นธาวินทร์ ที่ค่อยๆย่างกรายเข้ามาพร้อมกับเล็งปลายกระบอกปืนไปยังไอ้โจ้กับไอ้ ชาติที่ตัวแข็งทื่ออยู่บนร่างของชมพู่ที่เปลือยท่อนบนจนเกือบจะหมด “นะ-นายใหญ่…” หัวโจกอย่างไอ้โจ้ได้เอ่ยเรียกนายใหญ่ที่ยังเข้าใจผิดคิดว่าเป็นธาวีร์ ด้วยน ้าเสียงตะกุกตะกักเพราะพวกมันเพิ่งจะเข้ามาท างานในไร่ได้เพียงแค่ 2 ปีเศษๆ จึงยังไม่ได้รับทราบเรื่องราวของสองฝาแฝดชายคู่นี้ได้อย่างเช่น คนงานที่อยู่มามากกว่า 10 ปีหรือ 20 ปี


พู่เกสร “พวกมึงจะมาท าอะไรอุจาดตาในนี้วะ?” ผู้เป็นนายยกคิ้วเอ่ยถาม ด้วยน ้าเสียงเย็นยะเยือกอย่างน่ากลัว ตีคู่ มาพร้อมกับสีหน้าเรียบนิ่งที่พร้อมกับจะยิงพวกมันทิ้ง โดยที่ไม่ได้รู้สึกผิด บาปอะไร “อะ-เอ่อ” “คะ-คือว่าพวกผม” “พวกมึงที่เหลือมานั่งเรียงแถวรับกระสุนไปกินคนละนัด” “ถ้าไม่ท าตามที่สั่ง…” “จากที่จะยิงใส่ขา!” “อาจจะย้ายต าแหน่งไปที่หัวพวกมึงแทน!!” เมื่อฟังอะไรไม่รู้ความ ผู้เป็นนายจึงได้เล็งปลายกระบอกปืนไปยังหัว สมองของไอ้โจ้กับไอ้ชาติ เพื่อเป็นการบีบบังคับให้พวกมันมานั่งเอามือจับ ศีรษะรอรับกระสุนจากเขา ส่วนไอ้หมึกที่ได้รับไปแล้วก็ปล่อยให้นอนดิ้น ทุรนทุรายไปแบบนั้น จนกว่าเพื่อนที่เหลือจะแบกหามพากลับที่พักกันเอง “คะ-คือว่า…” “กูบอกให้มานั่งตรงนี้!” “ปัง!…อั่ก!” “ปัง!…อั่ก!” กระสุนปืนถูกสาดออกไปใส่หน้าขาฝั่งซ้ายของไอ้โจ้กับไอ้ชาติ โดยที่ ไม่ได้เผื่อเวลามาให้พวกมันมานั่งลงตามท าสั่งในตอนแรก


พู่เกสร “ไปให้ไกลๆตีนกูได้แล้ว!” “ไป!” ธาวินทร์สบถด่าพวกมันและพร้อมจะลั่นไกปืนใส่อยู่ตลอดเวลา นั่นจึงท าให้พวกมันต่างก็รีบกระเสือกกระสนหนีตายกันไปอย่างน่าสมเพช “หมับ!” “ดะ-เดี๋ยวสิ” ในจังหวะที่ธาวินทร์ก าลังหันหลังแล้วเดินจากไป ไออุ่นก็ได้รีบวิ่งมา คว้าเอาแขนของเขาเอาไว้เสียก่อน “ชมพู่เคยโดนล่วงละเมิดมานับครั้งไม่ถ้วน” “ในฐานะเจ้าของไร่ นายไม่ที่จะควรมองข้ามมันนะ…” “อืม” “ฉันรู้” ธาวินทร์ตอบกลับไปแค่เพียงประโยคสั้นๆแต่ทว่ามันก็ไม่ใช่การตอบ รับแค่ลอยๆ ซึ่งหลังจากที่ได้พูดในสิ่งที่อยากจะให้เขาได้รับรู้แล้ว ไออุ่นจึง ได้คลายมือออกมาจากแขนของเขาในทันที เพื่อที่จะปล่อยให้ธาวินทร์ได้ เป็นอิสระแล้วเดินจากไป ก่อนที่เธอนะรีบหันกลับมาสนใจชมพู่ที่นั่งตัวสั่น เทาก้มหน้าร้องไห้อยู่เพียงล าพัง ด้วยความรู้สึกหวาดผวาอย่างหนัก


พู่เกสร “ยะ-อย่าท าร้ายตัวเอง” “ทุกอย่างมันจบแล้ว” “เชื่อฉันสิ” “ฟุบ!” “ฮึกฮืออ!” ไออุ่นที่โตกว่าหลายปีได้พยายามปลอบประโลมเด็กสาวที่ใช้มือหยิก ไปตามร่างกายของตัวเองด้วยการสวมกอดเธอเอาไว้ เพื่อเป็นการให้ความ รักความอบอุ่นแต่ทว่าชมพู่ก็ยังคงร้องไห้ออกมาไม่หยุดเพราะเรื่องระย าที่ เกิดขึ้น มันไม่ต่างอะไรกับฝันร้ายระหว่างการเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่จะฝังใจ เธอไปจนตาย


พู่เกสร เงารักแรงแค้น ตอนที่19 : โจรสาวกับคุกกีอ้ัลมอนด์ “ตึก ตึก ตึก” ไออุ่นค่อยๆสาวเท้าเดินเข้าไปยังด้านในห้องหนังสือที่ถูกเปิดทิ้ง เอาไว้เพราะธาวินทร์อยู่ด้านในนั้นเพียงล าพัง ซึ่งเมื่อวานหลังจากที่เกิด เหตุร้ายเธอก็ไม่ได้พบหน้าของเขาอีกเลยทั้งช่วงกลางวันและตลอดทั้งคืน มันจึงท าให้ไออุ่นต้องรอเจอวันใหม่แทน “กึก…” ไออุ่นเดินมาหยุดอยู่ตรงด้านหลังของธาวินทร์ที่ก าลังยืนจัดหนังสือ อยู่ด้านในชั้นหนังสืออย่างเงียบเชียบ ซึ่งทางด้านของธาวินทร์ที่รู้ตัวตั้งแต่ แรกแล้ว จึงแค่เหลือบมามองแต่ไม่ได้ปริปากพูดอะไรออกมาสักค า “นายยังจ าที่คุยกับฉันเมื่อวานนี้ได้รึเปล่า?” “เรื่องของชมพู่น่ะ…” ไออุ่นเริ่มพูดเกริ่นขึ้นมาด้วยสีหน้าแววตาที่ดูเคร่งเครียดอย่างหนัก เพราะดูท่าแล้วธาวินทร์จะเมินเฉยสิ่งเหล่านี้เป็นแน่แท้ “ท าไมนายถึงเงียบล่ะ?” “เด็กอายุ 18 สมควรจะต้องมาเจออะไรแบบนี้ด้วยเหรอ!?” หลังจากที่เห็นว่าอีกฝ่ ายนั้นยังคงเงียบและไม่ได้มีการตอบโต้ใดๆ กลับมา หญิงสาวจึงเริ่มที่จะใช้น ้าเสียงแข็งกร้าวด้วยความรู้สึกไม่พอใจใน ความเงียบนี้แต่ทว่าอีกฝ่ายก็ยังคงเงียบอยู่ตามเคย ราวกับว่าไม่ได้สนใจที่ จะรับฟังในสิ่งที่เธอพูด


พู่เกสร “ขอร้องล่ะ…” “ให้ความเป็นธรรมกับเธอด้วย” “ฮึก!” เสียงร้องไห้ปะปนกับเสียงสะอึกสะอื้นของไออุ่น ท าให้ธาวินทร์ที่ เงียบอยู่นานเริ่มลอบถอนหายใจออกมาด้วยความรู้สึกเบื่อหน่ายเพราะ นอกจากเธอจะไม่ทันข่าวอะไรแล้ว ยังไม่รู้จักออกไปดูเหตุการณ์ปัจจุบันอีก ต่างหาก “พร ่าเพ้ออะไรไม่เข้าใจความ” “คนงานพวกนั้นถูกต ารวจลากคอไปเข้าคุกหมดแล้ว” “ตะ-ตั้งแต่เมื่อไหร่?” “ท าไมฉันไม่รู้เรื่องเลย” “เมื่อคืนนี้” สาเหตุที่ธาวินทร์ไม่ได้สนใจที่จะพูดคุยอะไรกับไออุ่น มันก็เป็น เพราะว่าเขาได้จัดการเรื่องทั้งหมดให้จบสิ้นลงตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว ทุกคนต่าง ก็รับทราบเรื่องใหญ่โตนี้ไปทั่วไร่ดาวเหนือ มีเพียงไออุ่นเท่านั้นที่ยังไม่ได้รู้ เรื่องรู้ราวอะไรกับเขาเพราะเมื่อคืนนี้เธอมัวแต่นอนคิดอยู่ในห้องแคบๆ จนไม่ได้สนใจสิ่งที่เกิดขึ้นภายในไร่ดาวเหนือ “ฟุ่ ว!~” “โล่งอกไปที” เจ้าของใบหน้าสวยพ่นลมปากออกมาอย่างแผ่วเบา เพื่อลดความตึง เครียดที่สะสมมาตลอดทั้งคืนและบัดนี้เรื่องทุกอย่างก็ได้จบสิ้นลงอย่างที่ เธอได้บอกเอาไว้กับชมพู่แล้ว


พู่เกสร “อย่ามัวแต่ห่วงคนอื่น จนลืมห่วงตัวเองไปล่ะ” “เธอไม่ใช่คุณนายที่จะมาออกค าสั่งอะไรกับฉันก็ได้” “ออกไปท างานได้แล้ว!” “หรือถ้าไม่อยากไปก็มานั่งไล่เรื่องเก่าๆ เริ่มตั้งแต่รู้จักกับไอ้วีร์ครั้ง แรก!” “ถึงตอนที่มันเคี้ยวเศษแก้วจนเลือดกลบปากในคืนก่อนวันแต่งงาน!” ในตอนแรกธาวินทร์ก็ดูจะใช้น ้าเสียงปกติธรรมดาคุยกับไออุ่นแต่ทว่า ในประโยคช่วงหลังๆเขาก็เริ่มพูดออกมาอย่างใส่อารมณ์ ไม่วายเกี่ยวโยง ไปถึงเรื่องที่เป็นความผิดของเธอเพราะถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้พูดถึงมันในช่วง ระยะเวลาหนึ่งแต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะลืมว่าเธอคือนักโทษของ เขา “นายเลิกปรักปร าฉันสักที!” “จะมาโบ้ยให้ฉันเป็นคนผิด!” “ทั้งที่ไม่มีหลักฐานอะไรชัดเจนเนี่ยนะ!?” ไออุ่นเถียงสูก้ลับไปอย่างเหลืออดเพราะเธอเองก็มีสิทธิ์ท่ีจะยืนยนั ความบริสทุธิ์ใจและเขาก็ควรท่ีจะเปิดโอกาสใหเ้ธอไดท้า มนัหากจะใหเ้ธอ เงียบปากอยู่ตลอด มันก็คงจะไม่ต่างอะไรกับการยอมรับผิด


พู่เกสร “กระดาษหน้าสุดท้ายที่ถูกฉีกออกไปจากไดอารี่ลับอาจจะเป็น ค าตอบทั้งหมดก็ได้!” “เธอคงรู้อยู่แก่ใจ!” “ฉันไม่เอาต ารวจมาจับเธอไปกล้อนผมก็บุญหัวแล้ว!” “รู้เอาไว้ซะด้วย!” ธาวินทร์กล่าวถึงแผ่นกระดาษหน้าสุดท้ายในไดอารี่ลับของธาวีร์ที่ ถูกฉีกขาดหายไปและมันก็อาจจะมีส่วนเกี่ยวโยงมาถึงไออุ่นก็เป็นได้ “เออ!” “บอกอะไรไปก็ไม่เชื่อ!” “จะไม่พูดอะไรอีกแล้ว!” “หมับ!” “ตึก!ตึก!ตึก!” ไออุ่นตวาดเสียงใส่ธาวินทร์อย่างใส่อารมณ์และยอมรามือถอยทัพ ออกไปจากสงครามกลางเมืองอย่างน่าสงสัย ก่อนที่เธอจะเดินจากไป พร้อมกับซองคุกกี้ที่แอบหยิบออกมาจากโต๊ะนั่งเล่นด้านในห้องหนังสือของ เขาถึง 2 ห่อด้วยกัน “หืม~” “อร่อยจัง” คนตัวเล็กท าตาลุกวาว หลังจากที่เดินกลับออกมาได้แค่เพียงไม่กี่ ก้าวก็รีบล้วงเอาซองคุกกี้ขนาดกะทัดรัดออกมาฉีกซองแกะกินอย่าง เอร็ดอร่อย โดยที่ลืมอ่านตรงหน้าซองว่ามันคือคุกกี้ที่มันส่วนผสมของถั่ว เป็นหลัก ซึ่งก็แน่นอนว่าอัลมอนด์เป็นถั่วที่มีโปรตีนสูงมาก ส่วนคนแพ้ถั่ว ทุกชนิดอย่างเธอก็ยังคงท าสีหน้าระรื่นชื่นบานอยู่อย่างไม่รู้ตัว


พู่เกสร “เป็นคุกกี้ที่อร่อยมาก จนอยากจะกินอีกซ ้าสอง” “ว่าแต่มันท ามาจากอะไรเนี่ย?” “กึก!” ไออุ่นพูดพลางพลิกซองขนมขึ้นมาอ่านดู ก่อนที่เธอจะต้องช็อกไป กลางอากาศเพราะตรงหน้าซองก็มีเขียนบอกอย่างชัดเจนว่าเป็นคุกกี้ อัลมอนด์แต่ทว่าเธอก็ดันห่วงกินจนลืมอ่านมัน “อะ-อัลมอนด์!?” “อึก!” “แค่กๆ!” หลังจากที่เปล่งเสียงค าว่าอัลมอนด์ออกมา ไออุ่นก็มีอาการรู้สึกชา ทั้งในปากและล าคอ ริมฝีปากสวยที่กระจับเป็นทรงสวยในตอนแรกก็เริ่ม บวมเป่ งขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด ไหนจะผื่นแดงคันเริ่มบุกรุกขึ้นมาตามผิวขาว เนียน “ฮึก!” “ชะ-ช่วยด้วย!” “ธะ-ธาวินทร์!” “ช่วยฉันด้วย!…อึก!” “หวีด!~” ไออุ่นเริ่มหายใจหวีดและล าคอบวม หัวใจดวงน้อยๆสั่นระรัวไม่เป็น จังหวะและยังรู้สึกเวียนศีรษะ คลื่นไส้อยากจะอาเจียนเป็นอย่างมาก เธอพยายามร้องขอความช่วยเหลือเท่าที่จะท าได้เพราะอีกสักพักสติของ เธอมันก็อาจจะดับวูบไป


พู่เกสร “แกร๊ก!” “ไปนอนตรงนั้นท าไม!?” “เป็นบ้าอะไรของเธอ!?” ธาวินทร์ที่เพิ่งเดินออกมาจากด้านในห้องหนังสือแล้วกดล็อกมัน อย่างแน่นหนา ได้บังเอิญหันมาสบตากับไออุ่นที่นอนอ้าปากค้าง ราวกับ คนที่ก าลังจะสิ้นชีพอยู่ตลอดเวลาแบบพอดิบพอดี ซึ่งในตอนแรกเขาก็แอบ คิดว่าเธออาจจะแค่แกล้งแต่พอเห็นว่าสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นตามร่างกาย มันก็ อาจจะไม่ใช่อย่างที่คิด “ตึก!ตึก!ตึก!” ชายหนุ่มรีบสาวเท้าเดินเข้ามาพยุงร่างของหญิงสาวขึ้นมาอย่าง รวดเร็ว ก่อนที่จะส ารวจไปตามร่างกายของเธอ เพื่อตามหาสิ่งผิดปกติแล้ว จึงได้พบกับซองคุกกี้อัลมอนด์ของเขาที่เธอก าเอาไว้ในมือ ประกอบกับเศษ ผงคุกกี้ที่ติดอยู่เต็มรอบริมฝีปากที่บวมเป่ งจนแทบไม่น่ามอง “เวรเอ้ย!” “จะตะกละลักกินขโมยกินของคนอื่นก็ช่วยแหกตาอ่านชื่อขนมหน่อย เถอะ!” “เดี๋ยวจะตายเพราะความโง่ของตัวเอง!” “ป้าสา!” “เข้ามานี่หน่อยครับ!” ธาวินทร์ก่นด่าไออุ่นด้วยความรู้สึกโมโหถึงความตะกละตะกลามที่ อาจจะน าพาความตายมาให้กับเธอพอเป็นพิธี ก่อนที่เธอจะรีบตะโกนเรียก หาหญิงรับใช้อย่างสาลี่ให้รีบเข้ามาดูอาการโจรสาวอย่างไออุ่นด้วยท่าทีที่ดู ร้อนรนใจอย่างบอกไม่ถูก


พู่เกสร “ตึก!ตึก!ตึก!” “คุณหนูวินทร์มีอะไรให้ป้ารับใช้คะ?” “ว้าย!” “ตายแล้ว!” หญิงวัยกลางคนวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาพร้อมกับไม้กวาดที่ยังถือเอาไว้ ในมือ ก่อนที่เธอจะแสดงสีหน้าตื่นตระหนกตกใจออกมา หลังจากที่ได้เห็น สภาพไม่น่ามองของไออุ่น “ฟุบ!” “ท าไมคุณไออุ่นถึงอยู่ในสภาพนี้คะ!?” สาลี่รีบวิ่งเข้ามาสัมผัสไปตามใบหน้าและตามเนื้อตามตัวของไออุ่น ด้วยสีหน้าแววตาที่เป็นกังวลอย่างหนัก “ก็ดันโง่ขโมยเอาขนมคุกกี้อัลมอนด์ในโต๊ะมากิน ทั้งที่ตัวเองแพ้ ถั่วน่ะสิ!” “หื้ย!” “ป้าสาเฝ้าเอาไว้ ผมจะออกไปโทรหาหมอข้างนอก!” “ค่ะๆ” ทันทีที่กล่าวจบธาวินทร์ก็ได้ยันตัวลุกขึ้น ก่อนที่จะรีบสาวเท้าเดิน ออกไปยังด้านนอก โดยทิ้งให้สาลี่คอยดูแลไออุ่นอยู่เพียงล าพังกันสองคน


พู่เกสร “แฮ่กๆ” “ตาชัยเอ้ย!” “เข้ามานี่หน่อยเร็ว!” หญิงวัยกลางคนเรียกหาสามีที่อาจจะอยู่แถวนี้ให้รีบเข้ามาช่วยกัน ดูแลเด็กสาวที่ก าลังหายใจเหนื่อยหอบอย่างรุนแรงเพราะล าพังตัวของเธอ เองก็ไม่ได้มีความรู้ในการดูแลคนที่มีอาการหนักขนาดนี้ “แฮ่ก!” “อึก!” “ท าใจดีๆไว้ก่อนนะคะคุณไออุ่น!” “อย่าพึ่งเป็นอะไรเลย” “พระผู้เป็นเจ้าได้โปรดคุ้มครองเด็กสาวผู้นี้” “เพราะมันยังมีอีกเรื่องที่เธอจะต้องรับรู้…” ด้วยความที่ไม่ทราบแม้กระทั่งการปฐมพยาบาลเบื้องต้น สาลี่จึงท า ได้แค่ใช้ฝ่ ามือสัมผัสไปตามกรอบใบหน้าของเด็กสาวอย่างแผ่วเบาก็เพียง เท่านั้น เพื่อคอยเวลาให้หมอที่เปิดคลีนิคอยู่ใกล้ๆกับไร่ดาวเหนือเข้ามา รักษาเธอที่นี่ ดูเหมือนว่าสาลี่เองก็อยากจะบอกเรื่องราวความลับบางอย่างให้กับ ไออุ่นได้รับทราบอยู่บ่อยครั้งแต่มันก็ติดอยู่ตรงที่ว่าเธอยังไม่กล้าพอ ซึ่งถ้า หากว่าไออุ่นมีชีวิตรอดฟื้นกลับคืนมา เธอก็อาจจะยอมบอกอะไรบางอย่าง เพื่อเป็นข้อแลกเปลี่ยนกับสิ่งที่ขอกับพระผู้เป็นเจ้าก็เป็นได้


พู่เกสร “ตึก!ตึก!ตึก!” “เกิดอะไรขึ้นน่ะยายสา!” “อย่าพึ่งถามมาช่วยกันดูคุณไออุ่นก่อน!” สาลี่กวักมือเรียกวิชัยที่เพิ่งจะวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาให้รีบมาช่วยกันดู อาการของไออุ่น วิชัยที่พอจะมีความรู้อยู่บ้างจึงได้รีบเข้ามาพยุงร่างของ ไออุ่นที่นอนราบในตอนแรกให้ลุกขึ้นนั่งแทน เนื่องจากว่าเธอนั้นมีอาการ เหนื่อยหอบ จึงจ าเป็นที่จะต้องท าเช่นนี้ “ตึก!ตึก!ตึก!” “ลุงชัยไปรอรับหมอที่หน้าประตูทางเข้าบ้าน!” “เดี๋ยวผมจะพาไออุ่นขึ้นไปนอนรอข้างบน!” “ครับๆ!” ธาวินทร์วิ่งย้อนกลับเข้ามาอีกครั้ง ก่อนที่จะออกค าสั่งให้วิชัยรีบ ออกไปรอรับคุณหมอที่ก าลังเดินทางมาที่นี่ จากนั้นจึงได้ช้อนเอาตัวของ ไออุ่นขึ้นมาในท่าเจ้าสาว เพื่อที่จะพาเธอขึ้นไปยังด้านบนห้องนอนใหญ่ที่ ใช้เป็นห้องหอในตอนแรกเพราะถ้าหากพากลับไปที่ห้องแคบเท่ารูหนูนั้น คงจะถูกหมอตั้งค าถามว่าท าไมคุณผู้หญิงของบ้านถึงได้ไปนอนอยู่ในห้อง ซอมซ่อเช่นนั้น “แฮ่ก!” หลังจากที่ธาวินทร์น าร่างของไออุ่นวางลงบนเตียงได้ส าเร็จ ร่างบาง ก็ได้หายใจหอบเหนื่อยหอบออกมาเฮือกสุดท้าย ก่อนที่เธอจะหมดสติไป ในที่สุด ซึ่งมันก็เป็นจังหวะเดียวกันกับที่วิชัยเดินน าหน้าพาหมอเข้ามาพอดี จึงท าให้สามารถตามมาดูอาการได้อย่างกระชั้นชิด


พู่เกสร “ขอหมอดูหน่อยนะครับ” “ครับ” “เชิญครับ” หมอวัยกลางคนได้จัดการฉีดยาอิพิเนฟรินชนิดปากกาเข้าที่บริเวณ ต้นขาของไออุ่น โดยมีสายตาของธาวินทร์ที่จับจ้องมองดูอยู่ตลอดเวลา ซึ่งก็ไม่ได้มีใครอ่านใจเขาได้เช่นกันว่าธาวินทร์นั้นก าลังคิดอะไรอยู่กันแน่ “ฟุบ!” “อื้อ!~” ผ่านไปได้ไม่นานไออุ่นที่หมดสติไปก็เริ่มรู้สึกตัวขึ้นมาอีกครั้งด้วย สายตาที่พร่ามัวและรู้สึกไม่สบายเนื้อไม่สบายตัวอย่างหนัก “ฮะ?” หญิงสาวเพ่งสายตามองดูบุคคลปริศนาที่อยู่เบื้องหน้าด้วยความ งุนงงเพราะเธอก็ไม่ได้รู้ตัวเลยด้วยซ ้าว่ามีหมอมารักษาอาการแพ้ถั่วของ เธอ “ตอนนี้เป็นยังไงบ้างครับ?” “ยังหายใจล าบากอยู่รึเปล่า?” หมอวัยกลางคนเอ่ยถาม พลางสังเกตอาการของผู้ป่ วยอย่างไออุ่นไป ด้วยเพราะจากที่ดูแล้วเธอมีอาการแพ้ถั่วขั้นรุนแรง ซึ่งถ้าหากว่ารักษาไม่ ทันท่วงทีก็อาจจะเสียชีวิตก็เป็นได้


พู่เกสร “ดะ-ดีขึ้นค่ะ” “แต่ก็ยังแอบมีความรู้สึกไม่ค่อยสบายเนื้อสบายตัวสักเท่าไหร่” “เวียนหัวอยากจะอ้วกด้วยค่ะ” ไออุ่นพูดออกมาตามสิ่งที่ก าลังเป็นอยู่ ถึงแม้ว่าอาการจะดีขึ้นมาใน ระดับหนึ่งแต่ทว่าสภาพร่างกายของเธอมันก็ไม่ได้กลับมาเต็มร้อยเหมือน อย่างเช่นก่อนหน้านี้ หน าซ ้ายังแอบมีความรู้สึกพะอืดพะอมอยากจะ อาเจียนอยู่ตลอดเวลาแต่มันก็ติดตรงที่ว่าแค่รู้สึกเท่านั้นแต่ยังไม่ได้ถึงขั้น อยากจะลุกไปอาเจียน “หมอจะให้ยาอิพิเนฟรินรูปแบบปากกาพกติดตัวเอาไว้นะครับ” “เอาไว้ใช้ฉีดยับยั้งอาการแพ้ในกรณีฉุกเฉิน” “เอามาไว้ที่ผมครับ” หลังจากที่ได้ยินว่าคุณหมอจะเอายารูปแบบปากกาให้พกติดตัว เอาไว้ ธาวินทร์ก็ได้รีบเสนอตัวขอเป็นคนถือมันในทันที “มะ-ไม่ได้นะคะ” “ฉันเป็นคนแพ้” “ขอฉันพกเองเถอะค่ะ” ไออุ่นรีบพูดคัดค้านอย่างรวดเร็ว ก่อนที่เธอจะพยายามเอื้อมมือ ออกไปขอรับยาจากหมอด้วยตัวเอง เธอนั้นเป็นคนเป็นที่มีอาการแพ้ มันจึง ควรที่จะอยู่กับเธอมากกว่าคนปลิ้นปล้อนอย่างเช่นธาวินทร์ที่อาจจะเล่นไม่ ซื่อในอนาคต


พู่เกสร “ผมเป็นสามีที่มีหน้าที่ดูแลภรรยา” “มันควรอยู่กับผมครับ” ธาวินทร์พูดแย้งขึ้นอีกครั้ง ด้วยท่าทีสุภาพอ่อนโยน หน าซ ้ายังใส่ สีหน้าแววตาที่ดูจะรักภรรยามากเป็นพิเศษ จนคุณหมอเริ่มงุนงงกับ พฤติกรรมของสองสามีภรรยาคู่นี้ที่ดูผิดแปลกชอบกล “ถ้าอย่างงั้น…” “ให้คุณสามีเก็บไว้ดีกว่านะครับ” “ถ้าเกิดว่ามีอาการแพ้อย่างรุนแรงอีกครั้ง คุณภรรยาอาจจะไม่ สามารถฉีดเองได้ทัน” ในท้ายที่สุดแล้วคุณหมอก็ได้ตัดสินใจที่จะยื่นยาอิพิเนฟรินรูปแบบ ปากกาให้กับธาวินทร์ได้เป็นคนถือมันเอาไว้ ไออุ่นที่เห็นแบบนั้นก็ถึงกับจิต หลุดเพราะคุณหมอดันไปหลงเชื่อจิ้งจอกเก้าหางอย่างธาวินทร์ไปเสียได้ ซึ่งถ้าหากว่าวันใดวันหนึ่งเธอมีอาการแพ้เกิดขึ้นอีกครั้ง ธาวินทร์ก็คงจะยืน ดู พร้อมกับถือยาเอาไว้ในมือ โดยที่ไม่ยอมฉีดมันให้กับเธอ “ฉีดยาเข้าที่บริเวณต้นขา กดค้างไว้ประมาณ 3 วินาทีและดึง กระบอกฉีดออก” “จากนั้นนวดคลึงเบาๆประมาณ 10 วินาที” “ถ้าอาการไม่ดีขึ้นภายใน 10 นาที คุณสามีสามารถฉีดซ ้าได้ครับ” หมอวัยกลางคนอธิบายขั้นตอนการฉีดยาให้กับธาวินทร์ได้รับทราบ ซึ่งก็ดูเหมือนว่าเขาจะตั้งอกตั้งใจฟังเป็นอย่างดีเสียด้วย


พู่เกสร “ถ้าไม่มีอะไรแล้ว” “หมอขอตัวนะครับ” “ครับผม” “ขอบคุณมากครับคุณหมอ” “ส่วนเรื่องค่าใช้จ่าย เดี๋ยวผมจะตามเอาไปให้ทีหลังนะครับ” “ไม่มีปัญหาครับ” หมอวัยกลางคนพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ ก่อนที่จะเดินกลับออกไป จากภายในห้อง โดยมีวิชัยที่มายืนคอยรอส่งคุณหมอแทนธาวินทร์ “มะ…หมับ!” “อื้อ!” หลังจากที่เหลือกันแค่เพียงสองคน ฝ่ ามือหนาก็ได้ปิดริมฝีปากสวย เอาไว้แน่นสนิท ก่อนที่จะใช้ปลายจมูกโด่งเสียดสีลงไปยังพวงแก้มนิ่ม “ต่อไปถ้าเกิดเสร่อกินถั่วอีก ฉันคงไม่ฉีดให้ง่ายๆหรอก…” ค าข่มขู่นี้ท าเอาไออุ่นขนลุกซู่ไปทั้งตัว ต่อจากนี้ไปเธอจะต้อง ระมัดระวังตัวเองไว้เป็นพิเศษเพราะถ้าหากว่าเกิดอาการแพ้อีกครั้ง เธอก็ คงจะต้องขาดใจตาย โดยที่ไม่ได้รับความช่วยเหลือใดๆจากธาวินทร์อย่าง แน่นอน


พู่เกสร เงารักแรงแค้น ตอนที่20 : ศึกหนักของคนป่ วย NC 18+ “ฮึก…” เวลาล่วงเลยผ่านไปนานหลายชั่วโมง หลังจากที่ได้กินข้าวต้มที่สาลี่ ท าให้แล้ว คนอาการทรุดอย่างไออุ่นก็ยังคงนอนแน่นิ่งน ้าตาไหลนอง ออกมาไม่หยุดอยู่บนเตียงนอนขนาดใหญ่ที่เดิม โดยมีธาวินทร์ที่นั่งอ่าน หนังสือเฝ้าเธออยู่ไม่ห่างตรงข้างเตียง “แม่ง!” “จะร้องไห้หาพระแสงอะไรนักหนาวะ?” “ตึก!ตึก!ตึก!” เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาสบถออกมา ด้วยท่าทีไม่สบอารมณ์มากนัก ก่อนที่จะลุกเดินออกไปภายในห้อง ซึ่งไออุ่นก็ท าได้แค่มองไล่หลังไปก็เพียง เท่านั้น เนื่องจากว่าเธอไม่ได้มีแรงมากพอที่จะลุกขึ้นมาต่อล้อต่อเถียงกับ เขา “ตึก ตึก ตึก” “ฟุบ!” “อ๊ะ!” คนตัวโตเดินกลับเข้ามาภายในห้องอีกครั้ง พร้อมกับกะละมังน ้าและ ผ้าเช็ดตัวผืนเล็ก ก่อนที่จะกระโดดขึ้นมานั่งบนเตียงแล้วใช้นิ้วเรียวยาวจิ้ม ลงไปยังด้านในโพรงปากอุ่น เพื่อที่จะให้เธอหยุดร้องไห้สะอึกสะอื้นเพราะ เขานั้นทนฟังมานานและรู้สึกร าคาญเต็มทน


พู่เกสร “หมอฉีดยาให้แล้วก็ควรจะดีขึ้นแล้วไหม?” “ลุกมาเต้นได้แล้วมั้ง” ร่างสูงขึ้นมานั่งคร่อมร่างของเธอเอาไว้ ก่อนที่จะใช้ฝ่ ามือหนาเอื้อม ไปจับข้อมือบางให้เรียวแขนสวยชันสูงขึ้น แล้วกลั่นแกล้งเธอด้วยการเขย่า มันไปมาไม่หยุดให้เหมือนกับการเต้นระบ าแต่ก็ดูเหมือนว่าคนป่ วยอย่างไอ อุ่นจะไม่ได้มีกระจิตกระใจอยากจะเล่นด้วยเลยแม้แต่นิดเดียว “หมับ!” “ยะ-อย่า!” ฝ่ ามือบางที่เรี่ยวแรงมีอยู่เพียงน้อยนิดได้คว้าหมับไปยังข้อมือหนาที่ ก าลังพยายามจะปลดกระดุมเสื้อของเธอออกอย่างถือวิสาสะ “แค่จะเช็ดตัวให้” “มีปัญหาอะไรนักหนาวะ?” ด้วยความที่คุณหมอยังคอยติดตามอาการของไออุ่น ธาวินทร์จึง จ าเป็นที่จะต้องสวมบทเป็นสามีที่แสนดีอย่างช่วยไม่ได้แต่ทว่าก็ยังคง ความกวนประสาทเอาไว้อยู่ไม่ใช่น้อย “มะ-ไม่ต้อง” “เดี๋ยวฉันเช็ดเอง” ร่างงามที่นอนอยู่บนเตียงได้ส่ายหน้าปฏิเสธไม่ขอรับน ้าใจนั้น ก่อนที่ เธอจะพยายามเอื้อมมือออกไปคว้าเอาผ้าที่บิดหมาดแล้วมาจากมือของ เขาแต่ทว่าอีกฝ่ายก็ดันเร็วกว่า นั่นจึงท าให้เธอไม่สามารถเอื้อมถึงได้


พู่เกสร “ถ้าเธอจะเช็ดเองก็เชิญกลับลงไปนอนในห้องแคบๆแถมยังรกและ สกปรกนั่นตามเดิม” “แต่ถ้าให้ฉันเป็นคนเช็ดให้” “เธอจะได้นอนในห้องนี้ต่อ” “อึก!” หลังจากที่ได้ยินข้อเสนอทั้งสองทาง เจ้าของใบหน้าสวยก็ถึงกลืน น ้าลายลงคออึกใหญ่ด้วยท่าทีล าบากใจ จะให้เลือกสิ่งไหนก็เสียเปรียบไม่ ต่างกัน ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเธอเกลียดห้องแคบเท่ารูหนูนั้นเข้าไส้แล้วก็คิด อยากจะกลับมานอนบนเตียงนอนนุ่มๆนี้อีกครั้งแต่ก็ไม่อยากจะให้ธาวินทร์ มารุกล ้าร่างกายของเธออีกต่อไปแล้ว “ว่ายังไงล่ะ?” “ตัดสินใจให้ดีก็แล้วกัน” “อะ-อือ” แรงกดดันมหาศาลท าให้ไออุ่นตัดสินใจพยักหน้ารับอย่างเกร็งๆและ ในท้ายที่สุดแล้วเธอก็เลือกที่จะนอนอยู่บนเตียงนอนนุ่มๆ มากกว่าการ กลับไปนอนบนเตียงนอนขนาดเล็กแถมเบาะก็ยังแข็งราวกับตอไม้ “หึ” “เงียบแปลว่ายอม?” เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาเค้นหัวเราะในล าคอด้วยท่าทีสมเพชเวทนา หญิงสาวผู้รักสบายเป็นหลัก มากกว่าสิ่งอื่นใดแต่อย่างน้อยเธอก็เลือก ค าตอบที่ถูกใจเขามากเช่นกัน


พู่เกสร “รีบเช็ดสิ” ร่างบางปิดเปลือกตาแน่นสนิทและไม่คิดที่จะลืมตาตื่นขึ้นมาเห็น ภาพในตอนที่ธาวินทร์ก าลังท ามันเพราะเธอเองก็ทราบดีอยู่แล้วว่าเขา อาจจะเล่นอะไรพิเรนทร์กับร่างกายของเธอแต่ไออุ่นก็ได้แค่คาดหวังว่ามัน จะต้องไม่ถึงขั้นสอดใส่ “ไม่ต้องบอก” “เช็ดอยู่แล้ว” “จะเช็ดให้เอี่ยมเลย” มือหนาค่อยๆบรรจงปลดกระดุมเสื้อตัวบางออกทีละเม็ดจนสุด ไม่เว้นแม้กระทั่งปลดจะขอบราเซียร์ตัวจิ๋วออก จนเผยให้เห็นร่างกายท่อน บนที่เปลือยเปล่าอย่างชัดถนัดตา ก่อนที่จะใช้ผ้าชุบน ้าที่บิดหมาดไล่ซับไป ตามซอกคอขาว ไล่ลงมาจนถึงช่วงรักแร้อย่างแผ่วเบา “อึก!” หญิงสาวเม้มปากแน่นสนิท หัวใจดวงน้อยๆสั่นระรัวไม่เป็นจังหวะ เพราะความรู้สึกหวาดระแวงและความเย็นยะเยือกจากน ้าที่อยู่ในผ้าผืน บาง ซึ่งอันที่จริงแล้วเธอก็ไม่ได้มีไข้แต่ที่เห็นนอนเป็นผักอยู่แบบนี้ก็แค่ไม่ ค่อยมีเรี่ยวแรงจะลุกเดินต่อไหวก็เพียงเท่านั้น


พู่เกสร “เสียดายแทนไอ้วีร์จริงๆที่ยังไม่มีโอกาสได้แอ้มเธอน่ะ” “นมเมียมันแต่ฉันได้ดูดก่อน” “อ้อ!” “ไม่ใช่สิ” “เธอยังไม่ใช่เมียมันซะด้วยซ ้าเพราะดันมาเป็นเมียฉันก่อน…” “อ๊ะ!” ธาวินทร์พูดออกมาด้วยสีหน้าแววตาที่แอบจะเยาะเย้ยพี่ชาย อย่างธาวีร์อย่างเห็นได้ได้ ก่อนที่จะใช้ฝ่ ามือบีบเคล้นทรวงอกอวบอั๋นทั้ง สองเต้าอย่างไม่เบามือ “หยุดพูดจาอะไรทุเรศแบบนี้สักที!” “นั่นพี่ชายนายนะ!” “ไม่ให้เกียรติฉันก็ให้เกียรติพี่วีร์บ้าง!” “ที่ท าอยู่ตอนนี้นายท าเพื่อพี่วีร์จริงรึเปล่า!?” ไออุ่นตะคอกใส่หน้าธาวินทร์ด้วยน ้าเสียงที่สั่นเครือ ร่างบางสั่นเทา จากอาการโกรธเกรี้ยวอย่างหนักหน่วงเพราะทุกค าพูดที่หลุดออกมาจาก ปากของเขาเมื่อสักครู่นี้ ล้วนเต็มไปด้วยเรื่องเน่าเฟะทั้งสิ้น จนไออุ่นอดที่ จะสงสัยไม่ได้เลยว่าในความเป็นจริงแล้ว ธาวินทร์ก าลังด าเนินเกมชีวิตไป ในทิศทางไหนและเขาก าลังท าเพื่อพี่ชายอย่างธาวีร์หรือเพื่อความสะใจ ของตัวเองกันแน่


พู่เกสร “หมับ!” “อ๊ะ!” “อย่าสู่รู้คิดแทนฉัน!” ฝ่ามือหนาล็อกข้อมือบางทั้งสองเอาไว้มั่น ก่อนที่จะน ามันมาไว้เหนือ ศีรษะ ใบหน้าหล่อเหลาที่แดงก ่าจากความโกรธเกรี้ยวได้โน้มลงมาใกล้กับ ใบหน้าสวยอย่างแนบชิด จนรับรู้ได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนของกันและกัน “เธอไม่ได้เป็นต้นเหตุท าให้ไอ้วีร์ฆ่าตัวตาย…” “แต่เธอเป็นคนฆ่ามันเองกับมือใช่ไหม!?” “เธอท าร้ายมันใช่รึเปล่า!?” “มะ-ไม่ใช่นะ!” “ฉันไม่ได้ท า!” “นายช่วยมีสติหน่อยได้ไหม!?” “มันไม่ได้มีเหตุผลอะไรที่ฉันจะต้องท า!” “ถ้าฉันเป็นคนท าจริง ท าไมฉันถึงต้องมารอแต่งงานกับพี่วีร์!?” “แทนที่จะเลือกหนีไป!” ไออุ่นพูดในมุมของเธอให้ธาวินทร์ได้นึกภาพตามเพราะมันไม่ได้มี เหตุผลอะไรที่เธอจะต้องปลิดชีวิตเจ้าบ่าวของตัวเอง ซึ่งถ้าหากว่าเธอเป็น คนท าจริง เธอก็คงจะไม่ได้มายืนหน้าสลอนรอเข้าพิธีวิวาห์ตั้งแต่เช้าตรู่


พู่เกสร “หลังจากที่ผ่านมาตั้งหลายวัน ฉันก็ยังไม่รู้ตัวด้วยซ ้าว่าคนที่มาเข้า พิธีวิวาห์คือนาย!” “ไม่ใช่พี่วีร์!!” ประเด็นต่อมา หากเธอเป็นคนท าร้ายธาวีร์จริงเธอก็คงจะทราบความ จริงตั้งแต่วันนั้นว่าธาวีร์มีฝาแฝดและเธอก็คงจะไม่มีทางปล่อยให้ตัวเองมี ความสัมพันธ์สวาทกับแฝดผู้น้องที่สวมรอยมาแทนที่พี่ชายของตัวเองเป็น อันขาด “สุดท้ายนี้ฉันก็อยากจะบอกนายว่าฉันไม่ได้รู้เรื่องอะไรเลย!” “หยุดปรักปร าฉันสักที!” สรุปแล้วเธอแทบไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ ส่วนเรื่องที่เคย ท าผิดพลาดมาก่อน เธอก็มั่นใจว่าธาวีร์ไม่มีทางที่จะเก็บมันไปคิดย้อนหลัง ซึ่งถ้าหากเขาจะท า เขาคงท ามันตั้งแต่วันที่เกิดเรื่องแล้ว สิ่งนี้ไม่ใช่การ ตั้งสมมติฐานแต่มันเป็นการอิงจากความจริง “ฟุบ!” “ตอแหล…” “กึก!” “อ๊ะ!” ใบหน้าหล่อเหลากระซิบกระซาบบอกกล่าวกับเธอด้วยน ้าเสียงที่ แหบพร่าที่เต็มไปด้วยแรงแค้น ปากหนาดูดเม้มขบกัดไปตามซอกคอขาว จนเกิดเป็นรอยกุหลาบสีแดงช ้าหลายจุดและพยายามที่จะให้มันอยู่นอกใต้ ร่มผ้าให้ได้มากที่สุด คนอื่นๆจะได้เห็นถึงความระย าต ่าช้าที่อยู่ตามร่างกาย ของเธออย่างชัดถนัดตา


พู่เกสร “ฮึก!” “ออกไป!” “นายจะท าข่มขืนผู้หญิงไม่มีทางสู้ เหมือนกับคนงานชั่วพวกนั้นน่ะ เหรอ!?” “ต ่าทรามพอกันทั้งเจ้านายทั้งลูกน้อง!” “ท าไมต ารวจไม่จับนายไปด้วยวะ!?” คนตัวเล็กดีดดิ้นไปมาไม่หยุด หวังจะหลุดออกไปจากพันธนาการ ร้าย พร้อมกับก่นด่าคนที่ใช้ก าลังข่มเหงเธอ ซึ่งพฤติกรรมชั่วช้านี้มันก็ไม่ ต่างอะไรกับพวกคนงานที่ถูกต ารวจจับไปขังคุกเมื่อคืนก่อนและทางที่ดี ต ารวจก็ควรที่จะจับเขาไปด้วยอีกคน “มันเหมือนกันซะที่ไหนล่ะ!?” “เธอเป็นเมียฉัน!” “ผัวจะเอากับเมีย มันไม่ได้เรียกว่าเป็นการข่มขืน!” “อ๊ะ!…อื้อ!” ปากหยักโฉบลงมายังเรียวปากบางอย่างไม่ทันตั้งตัว ก่อนที่จะบดขยี้ ขบกัดมันอย่างดิบเถื่อน จนเป็นผลท าให้ริมฝีปากสวยมีเลือดซิบออกมา เล็กน้อย ความขมเฝื่อนจากรสจูบที่เขามอบให้ ประกอบกับเลือดสีแดงสด ที่ไหลมารวมกันกับน ้าลาย ท าเอาใบหน้าเหยเกเบเบี้ยวและรู้สึกขยะแขยง มันสิ้นดี


พู่เกสร “ปึกๆ!” คนตัวเล็กดีดดิ้นไปมาไม่หยุด จนมือหลุดออกจากพันธนาการได้ ส าเร็จ ก่อนที่จะใช้ก าปั้นน้อยๆทุบลงไปยังแผงอกแกร่งอยู่ซ ้าๆย ้าๆ เพื่อที่จะให้อีกฝ่ ายถอดถอนริมฝีปากออกไปแต่ทว่ากลับยิ่งได้รับความเผ็ด ร้อนจากรสจูบที่ขมเฝื่อนมากยิ่งขึ้น ใบหน้าหล่อเหลาเข้ามาใกล้ พร้อมกับ บรรจงจูบเธออย่างดูดดื่ม จนหญิงใต้ร่างจนแทบจะหลอมละลายไปกับ เตียงนอน “อ๊ะ!อื้ม!~” ลิ้นหนาตวัดเลียไปทั่วโพรงปากอุ่น พร้อมกับควานหาความหวานทุก ซอกทุกมุม ก่อนที่จะใช้ฝ่ ามือหนาลูบไล้ไปตามเรือนร่างที่สุดแสนจะเย้า ยวนใจแล้วจัดการรูดซิปกางเกงขาสั้นของเธอออกไปผ่านเรียวขาสวยด้วย มือเพียงข้างเดียว โดยที่ยังคงใช้ปากดูดดึงเรียวปากบาง จนมันบวมเจ่อ ขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด “ผละ!” “จ๊วบ!~” ใบหน้าหล่อเหลาผละออกไปจากใบหน้าสวยด้วยท่าทีอ้อยอิ่ง โดยที่ มีน ้าลายยืดติดตามออกมาเป็นสายเชื่อมระหว่างริมฝีปากของคนทั้งคู่ ก่อนที่คนตัวโตจะโน้มลงไปดูดเรียวปากบางอีกครั้งแล้วจัดการดูดกิน น ้าลายที่ออกมานอกปากจนหมดเกลี้ยง


พู่เกสร “อ๊ะ!” “อึก!” “อย่าเอาเข้ามานะ!” “มันสกปรก!” “ปึก!…อ๊า!” คนตัวเล็กพยายามปัดป่ ายมือหนาที่พยายามจะดุนดันนิ้วเรียวยาว เข้ามายังด้านในรูรักที่เปียกชื้นไปด้วยน ้าสีใสที่ซึมออกมาเล็กน้อยแต่ทว่า มันกลับไม่เป็นผลเพราะอีกฝ่ายดันเล่นกระแทกแดกดันมันเข้ามาทีเดียวจน สุดโคนนิ้ว ก่อนที่เขาจะชักมันกลับออกมา พร้อมกับน ้าเมือกที่ติดอยู่เต็ม นิ้วแกร่ง “หึ” “แผล่บ!” ปากหยักยกยิ้มอย่างพอใจ ก่อนที่จะใช้ลิ้นโลมเลียไปยังนิ้วแกร่งที่ เลอะเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน ้ารักของเธอด้วยสีหน้าแววตาที่ลามกขั้นสุด “พอได้แล้ว!” “แค่เช็ดตัวเฉยๆมันก็มากเกินพอแล้วนะ!” “หมับ!อ๊ะ!” คนตัวเล็กตวาดเสียงใส่ผู้ชายลามกด้วยน ้าเสียงที่แหบแห้งแต่ทว่า กลับถูกอีกฝ่ ายล็อกแขนทั้งสองข้างเอาไว้มั่น ก่อนที่จะพยายามสอบเอว หนาเข้าใส่เธอ ทั้งที่ยังไม่ได้ปลดเปลื้องเสื้อผ้าของตัวเองออก


พู่เกสร “อ๊ะ!” “จะ-เจ็บ!” ไออุ่นร้องออกมาเสียงหลง หลังจากที่ถูกธาวินทร์โน้มตัวลงมาดูด เม้มซอกคอแล้วใช้ฟันขบกัดหน้าอกของเธออย่างรุนแรง “หมับ!” “ไม่ๆๆ!” “อย่าท า!” “ไม่อะไรล่ะ?” “เป็นบ้าเหรอวะ?” ฝ่ ามือหนาจับแยกเรียวขาสวยให้แบะอ้าออกจากกัน ก่อนที่ใบหน้า หล่อเหลาจะเลียริมฝีปากที่ผากแห้ง หลังจากที่ได้ไล่ส ารวจมองดูทั่วเรือน ร่างของเธอจนตาแทบจะเปียกแฉะ จากนั้นจึงได้รีบรูดซิปกางเกงลงแล้ว ควักเอาแก่นกายใหญ่ยาวออกมาชี้โด่ใส่หน้าของเธอในทันที “ฉันไม่สบายอยู่นะ!” “ท าไมนายถึงชอบข่มเหงคนอื่นด้วย!” “ก็เธอเป็นคนบอกให้ฉันท าเอง” “ฉันหมายถึงแค่เช็ดตัวต่างหาก!” “มันก็เหมือนๆกันแหละน่า!” “หมับ!” “อ๊ะ!” ฝ่ามือหนาล็อกเรียวขาสวยเอาไว้มั่นก่อนที่จะน าปลายหัวหยักสีชมพู ระเรื่อมาจ่อเอาไว้ยังปากทางรัก ก่อนที่จะน ามันมาเสียดสีใส่ตรงบริเวณปุ่ม กระสัน เพื่อปลุกเร้าอารมณ์ของเธอ


พู่เกสร “ได้เวลาสนุกแล้ว…” “ปึก!…อ๊ะ!” ล ากายใหญ่ถูกตอกอัดเข้ามายังภายในร่องแคบอย่างไม่ทันตั้งตัว นั่นจึงท าเอาไออุ่นสะดุ้งเฮือกตกใจยกใหญ่ ตามมาด้วยอาการจุกแน่นตรง บริเวณช่องท้องน้อยอย่างหนักหน่วงและที่แย่ไปกว่านั้นคือธาวินทร์ไม่ได้ สวมใส่ถุงยางอนามัย เพื่อป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ทั้งที่ก็เคยออก ปากว่ารังเกียจรังงอนเธอ “ปึก!ปึก!ปึก!” “โอ้ย!” “อย่าพึ่งรีบขยับสิ!” “กึก!” ฝ่ ามือหนาล็อกเอวบางเอาไว้มั่นแล้วจัดการกระแทกกระทั้นล ากาย ใหญ่เข้าใส่รูรักเป็นจังหวะที่รุนแรงและรัวเร็ว โดยที่ไม่ได้สนใจเสียงร้อง โวยวายปะปนกับเสียงร้องไห้ของเธอและเลือกใช้วิธีแกล้งท าหูทวนลม “ปึก!ปึก!ปึก!” “อ๊ะ!อ๊ะ!…อร๊างง!~” “กึก!” แรงบีบรัดมหาศาลท าเอาชายหนุ่มขบกรามแน่นแล้วใช้ฟันเสียดสีกัน ไปมา เพื่อระบายความรู้สึกเสียวซ่าน ก่อนที่จะก้มลงไปมองตรงบริเวณจุด เชื่อมต่อ สลับกับใบหน้าสวยที่เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ หากให้พูดกันตรงๆ โดยที่ไม่ได้มีความเกลียดชังเข้ามาเกี่ยวข้อง ไออุ่นนั้นเป็นผู้หญิงที่สวยและ มีเสน่ห์เป็นอย่างมาก


พู่เกสร “ปึก!ปึก!ปึก!” “เพี๊ยะ!” “มะ-มันเร็วไป!” “เบาหน่อยได้ไหม!?” “อ๊ะ!อ๊ะ!…อึก!” ฝ่ ามือบางฟาดลงไปยังแผงอกแกร่งด้วยแรงที่มีอยู่เพียงน้อยนิด เพื่อส่งสัญญาณถึงความรัวเร็วที่มีมากจนเกินไปแต่ทว่าอีกฝ่ ายกลับท า หน้ายียวนกวนประสาทใส่เธอ ก่อนที่จะเพิ่มแรงกระแทกให้มากขึ้นถึงสอง เท่า ซึ่งนั่นก็ท าเอาร่างเล็กหัวสั่นหัวคลอนไปมาจนมันไปกระแทกเข้าใส่หัว เตียงและกลับกลายเป็นว่าจากที่ไม่ค่อยสบายตัวอยู่แล้ว ยังต้องมาเจ็บตัว เพิ่มไปหลายส่วนเลยทีเดียว “จะ-เจ็บ!” “ฮึกฮืออ!” “ปึก!ปึก!ปึก!” เสียงร้องไห้ดังระงมไปทั่วห้อง ไม่ได้ส่งผลต่อการลดระดับแรง กระแทกให้น้อยลงแต่อย่างใด ก่อนที่ฝ่ ามือหนาจะเลื่อนขึ้นไปบีบเคล้น ทรวงอกอวบอิ่มอย่างไม่ค่อยเบามือมากนัก โดยที่ยังคงกระแทกกระทั้น ส่วนล่างเข้าใส่เธออยู่แบบนั้นอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง


พู่เกสร “หมับ!” “ฟุบ!” “ปึก!ปึก!ปึก” ร่างงามในสภาพตัวอ่อนปวกเปียกได้ถูกเขาจับเปลี่ยนท่าให้อยู่ในท่า โก่งโค้ง ก่อนที่ฝ่ามือหนาจะล็อกเอวบางเอาไว้มั่นแล้วจัดการกระทุ้งล ากาย ร้อนส่งเข้าไปยังด้านในโพรงสวาทอีกครั้งทีเดียวมิดด้าม ท าเอาคนรับแรง กระแทกทั้งหมดที่ส่งผ่านเข้ามายังตัวรู้สึกจุกแน่น ราวกับร่างกายจะ เเตกระเบิดออกมาเป็นเสี่ยงๆ “เพี๊ยะ!…อ๊ะ!” “ปึก!ปึก!ปึก!” “ท าบ้าอะไรเนี่ย!?” “ไอ้ทุเรศ!” “ฉันขอสาปแช่งให้แกไม่ตายดี!” คนตัวเล็กที่ฟุบหน้าใส่หมอนได้ก่นด่าคนที่ใช้ฝ่ ามือฟาดใส่ก้นงอน ของเธอที่เด้งรับทุกท่วงท านองของแรงกระแทก ซึ่งค าก่นด่านี้มันก็ไม่ได้ สะเทือนไปถึงรูหูคนที่ก าลังสอบเอวเข้าใส่เธอเลยแม้แต่น้อย หน าซ ้ายังยิ้ม รับค าสาปแช่งนั้นให้มาเป็นค าอวยพรแทน “ปึก!ปึก!ปึก!” “อ๊ะ!อื้อ!~”


พู่เกสร “อร๊างง!” เจ้าของใบหน้าสวยซุกหน้าลงใส่หมอน ก่อนที่เธอจะครางออกมาไม่ เป็นภาษา มือเล็กก าผ้าปูที่นอนเอาไว้จนมันยับยู่ยี่ พร้อมกับศีรษะของเธอ ที่สั่นคลอนไปมาไม่หยุดตามจังหวะแรงกระแทก เธอทั้งเจ็บและแสบช่วง ล่างเป็นอย่างมากแต่ทว่าก็ต้องทนเป็นที่รองรับล ากายใหญ่ที่เสียบเข้าออก อยู่ภายในร่างกายของเธออยู่แบบนั้น “ถึงเธอจะป่ วยแต่ร่างกายของเธอมันยังรับแรงกระแทกไหวนี่…” “เก่งจริงๆเลย” “เมียชั่วคราวของพี่” “อ๊ะ!…ปึก!” ธาวินทร์พูดพร ่าเพ้อไปเรื่อยเปื่อย ก่อนที่จะจับเธอเปลี่ยนท่าให้พลิก กลับมายังท่าเริ่มต้นอีกครั้ง จากนั้นจึงได้จัดการกระทุ้งล ากายร้อนเข้าไปยัง ด้านในร่องสวาทที่เปียกชื้นเช่นเดิม โดยที่ยังคงใช้ฝ่ ามือล็อกเอวบางเอาไว้ มั่นไม่ให้ขยับเขยื้อนไปไหน “อื้ม!~” “จ๊วบ!~” เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาโน้มตัวลงมามอบจุมพิตอันแสนเร่าร้อน ให้กับหญิงใต้ร่าง โดยที่ยังคงกระท าส่วนล่างอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง ถึงแม้ว่ารสชาติจูบจะขมขื่นส าหรับเธอมากสักแค่ไหนแต่ทว่าเธอก็จ าเป็นที่ จะต้องรับมันไปเพราะเขานั้นดันเต็มใจให้มันกับเธอ


พู่เกสร “อื้ม!~” “ปึก!ปึก!ปึก!” “อื้อ!!~” สัญญาณเตือนบางอย่างเริ่มเข้ามาใกล้ นั่นจึงท าให้เอวหนาได้ กระแทกกระทั้นเข้าใส่ส่วนล่างที่บอบช ้าอย่างรัวเร็วและเพิ่มความดิบเถื่อน ขึ้นหลายเท่า โดยที่ยังคงประกบริมฝีปากเข้าใส่คนใต้ร่างจนถึงวินาทีที่ ปลดปล่อยน ้าเชื้อสีขาวขุ่นเข้าไปยังภายในตัวของเธอทุกหยาดหยด จนคน ตัวเล็กรับรู้ได้ถึงสิ่งที่อุ่นวาบข้างในตัวและรู้สึกขนลุกขนพองอย่างบอกไม่ ถูก “ผละ!” “แฮ่กๆ!” ใบหน้าสวยเบี่ยงหลบริมฝีปากหนักๆของคนที่คร่อมอยู่บนตัวได้ ส าเร็จ ก่อนที่เธอจะอ้าปาก เพื่อสูดอากาศหายใจอีกครั้งเพราะการที่ถูกเขา จับดูดปากเป็นเวลานาน ไม่ต่างอะไรกับการที่จะต้องกลั้นหายใจ “เสร็จแล้วก็เอาออกไปสิ!” “แค่รอบเดียวพอ!” คนตัวเล็กแว๊ดเสียงใส่คนบนตัวที่ยังคงนิ่งเงียบและไม่ยอมถอดถอน ล ากายออกไปจากส่วนล่างของเธอเสียที ซึ่งก็แน่นอนว่าหลังจากนี้ เธอก็ ต้องกินยาคุมก าเนิดที่เตรียมพร้อมมาเต็มกระเป๋ าทั้งแบบฉุกเฉินและแบบ รายเดือน


พู่เกสร “ใครบอกว่ารอบเดียวพอวะ?” “ฉันพูดเหรอ?” “ก็ไม่นี่…” “มันต้องคืนต่างหาก!” “ปึก!…อ๊ะ!” ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงมากระซิบกระซาบยังข้างหูของคนใต้ร่าง ก่อนที่จะจัดการกระทุ้งล ากายใหญ่ที่ยังคงเสียบคาอยู่ภายในรูรักกระแทก เข้าใส่เธออย่างไม่ทันตั้งตัว จากนั้นจึงได้เริ่มจัดสงครามบนเตียงอย่าง ดุเดือดอีกครั้ง ซึ่งก็ดูเหมือนว่าฝ่ายที่แพ้ราบคาบก็คงจะเป็นไออุ่น


พู่เกสร เงารักแรงแค้น ตอนที่21 : นิสัยทแี่ท้จริงของสองแฝด “วันนี้ไม่ต้องไปท างานที่ไร่” “คนงานเก็บผลไม้จนจะหมดทุกสวนแล้ว” “เธออย่าไปยืนขวางหูขวางตาเขาจะดีกว่า” คนตัวโตพูดขณะที่ก าลังติดกระดุมเสื้อให้เข้าที่อย่างใจเย็น โดยที่ สายตาก็ยังคงจับจ้องไปยังใบหน้าสวยที่เลอะเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบ น ้าตาดูเหมือนว่าศึกสงครามบนเตียงจะกินเวลายาวนานมาจนถึงช่วง 7 โมงเช้าและพึ่งจบลงไปไม่ถึงชั่วโมงเลยด้วยซ ้า หลังจากอิ่มหน าส าราญจากการเสพกามกับร่างกายของเธอ เขาก็ ยังคงกักขังเธอให้อยู่ภายในห้องนี้และไม่ยอมให้ออกไปเจอโลกภายนอก หน าซ ้าเขาก็ยังท าให้เธอทุกอย่าง ไม่เว้นแม้กระทั่งอาบน ้าถูสบู่ “ถึงนายจะไม่บอกว่าไม่ต้องไป ฉันก็ไม่อยากจะไปหรอก!” “ฉันเบื่อ!” “แล้วก็ขี้เกียจมากด้วย!” “ปล่อยฉันออกไปจากห้องนี้ได้แล้ว!” “ให้ไปนอนในห้องแคบๆนั้นยังดีกว่าเหอะ!” “ปึก!” คนตัวเล็กอาละวาดปาข้าวของลงพื้น ด้วยอารมณ์ฉุนเฉียวเพราะ นอกจากจะโดนกระท าช าเรามาตลอดทั้งคืน ยังต้องถูกจับอาบน ้าแต่งตัว ราวกับเด็กน้อย ซึ่งมันก็สร้างความเกลียดชังให้กับเธอเข้าไปใหญ่


พู่เกสร “เห่าหอนไปเถอะ” “จะพูดอะไรก็พูด” “วันนี้ฉันอารมณ์ดี” “จ๊วบ!” “อ๊ะ!อื้อ!” ปากหนาดุนลิ้นเข้ากระพุ้งแก้มด้วยท่าทียียวนกวนประสาท ก่อนที่จะ พุ่งตัวเข้ามาใช้ปากดูดดึงริมฝีปากสวยจนเกิดเป็นเสียงดัง “อารมณ์ดีที่เมื่อคืนได้ขืนใจฉันน่ะเหรอ!?” “ปากบอกรังเกียจฉัน!” “ขยะแขยงฉัน!” “แต่ก็ยังท า!” ร่างบางกระทืบเท้าไปมาไม่หยุด เธอเกลียดพวกที่เปลี่ยนค าพูดจาก หน้ามือเป็นหลังเท้ามากถึงมากที่สุด หากเขารังเกียจเดียดฉันท์ในตัวเธอ ก็ไม่ควรที่จะผิดค าพูดมารุกล ้าร่างกายกันเช่นนี้ “ฉันไม่ใช่พระหรือผู้ถือศีล” “การกลับค าพูดมันเป็นเรื่องปกติธรรมดาที่มนุษย์ส่วนใหญ่ท ากัน” “ไอ้ทุเรศ!” ไออุ่นสวนกลับไปทันควันอย่างไม่รีรอ หลังจากที่เห็นว่าธาวินทร์ ยังคงลอยหน้าลอยตาอยู่เหนือความผิดและไม่ได้มีท่าทีส านึกในสิ่งที่ตัวเอง ท าเลยแม้แต่นิดเดียว


พู่เกสร “อะ…” “ตึก!ตึก!ตึก!” “คุณวินทร์ครับ!” “คุณวินทร์!” “เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!” ในจังหวะที่ไออุ่นก าลังจะอ้าปากด่าธาวินทร์ด้วยถ้อยค าที่หยาบคาย อีกครั้ง ก็ได้มีเสียงฝีเท้าพร้อมกับเสียงเรียกหาธาวินทร์ไม่หยุดปาก ซึ่งนั่นก็ เป็นวิชัยที่วิ่งหน้าตาตื่นขึ้นมาหาผู้เป็นนายราวกับมาเจอเรื่องร้ายแรงมาอีก แล้ว “มันจะอะไรกันนักกันหนาวะ?” “ตึก ตึก ตึก” เจ้าของใบหน้าหล่อเหลากรอกตามองบนด้วยท่าทีเบื่อหน่าย ก่อนที่ จะเดินไปเปิดประตูออก เพื่อที่จะรับฟังปัญหาจากปากของวิชัย “แกร๊ก!” “แย่แล้วครับ!” “มีคนงานคลั่งยาอาละวาดท าร้ายคนงานในสวน!” “พวกผมพยายามช่วยกันจับแล้วแต่ก็เกือบจะโดนมันใช่พร้าฟันแขน” “ตอนนี้ผมให้พวกคนงานคนอื่นๆดูมันเอาไว้รอ” “คุณวินทร์อาจจะต้องรีบหน่อยนะครับ!”


พู่เกสร ทันทีที่ประตูห้องถูกเปิ ดออก วิชัยที่รออยู่แล้วจึงได้รีบรายงาน สถานการณ์ที่ก าลังย ่าแย่อยู่ในขณะนี้ให้ธาวินทร์ได้รับทราบ ในตอนแรก เขากับคนงานผู้ชายหลายคนก็พยายามที่จะช่วยกันจับไอ้คนที่มันคลั่งยา แล้วแต่ด้วยความที่มันถือพร้าเอาไว้ในมือ จึงเป็นเรื่องยากที่จะเข้าประชิด ตัว “มัวท าอะไรกันอยู่!” “แล้วท าไมถึงไม่โทรแจ้งต ารวจล่ะ!?” ชายหนุ่มยกมือขึ้นมากุมขมับเพราะทางที่ดีควรจะแจ้งเจ้าหน้าที่ ต ารวจเข้ามาระงับเหตุ มากกว่าการมาคอยแต่จะให้เขาเข้าไปจัดการเพียง ล าพังเขาเองก็ไม่ผู้วิเศษอะไร หากสู้มันไม่ไหวก็อาจจะโดนฟันแขนขาดก็ เป็นได้ “โทรแจ้งต ารวจด่วนเลย!” “เดี๋ยวผมจะตามไปดู!” “ครับๆ!” ชายกลางคนพยักหน้ารับด้วยท่าทีตื่นตัว ก่อนที่จะรีบวิ่งลงไปยัง ด้านล่างตามเดิม ท่ามกลางสีหน้าไร้ความรู้สึกของไออุ่นที่ไม่คิดอยากจะ เอาตัวเองไปสนใจหรือยุ่งเกี่ยวอะไรด้วยเพราะตอนนี้ชมพู่กับแม่ได้ไปตรวจ ร่างกายและพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลตามที่สาลี่เล่าให้ฟังเมื่อตอนที่น า ข้าวต้มมาส่งให้กับเธอ ไออุ่นจึงไม่ได้นึกห่วงใครมากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะ พวกคนงานผู้หญิงส่วนหนึ่งที่มองเธอด้วยสีหน้าแววตาที่เกลียดชัง


พู่เกสร “เวรเอ้ย!” “ตั้งแต่กูกลับมาแม่งเกิดแต่เรื่อง!” “ทีตอนไอ้วีร์อยู่มันเกิดเรื่องแบบนี้บ้างไหมวะ!” เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาสบถออกมา ด้วยท่าทีไม่สบอารมณ์ ก่อนที่ จะตั้งท่ารีบตามออกไปดู ถึงแม้ว่าต ารวจจะเข้ามาในเร็วๆนี้แต่ในฐานะคน ที่ใหญ่ที่สุดในไร่ดาวเหนือ เขาก็ควรที่จะกระตือรือร้นออกไปเกาะติด สถานการณ์ปัจจุบันเช่นกัน “ห้ามออกจากห้องนี้!” “ไม่อย่างนั้นจะโดนดี!” “ขวับ!” ยังไม่ทันจะได้ก้าวขาออกไป คนตัวโตก็ได้หันหลังขวับกลับมาออก ค าสั่งอย่างชัดถ้อยชัดค า ก่อนที่จะเดินเข้ามาหาร่างเล็กที่นั่งอยู่บนเตียงอีก ครั้งแล้วจัดการใช้เชือกมัดข้อมือทั้งสองข้างของเธอให้ยึดติดอยู่กับเตียง เผื่อว่าจะมีคนฟังไม่เข้าใจความแล้ววิ่งทะเล่อทะล่าไปทั่ว “ฉันเข้าใจที่นายพูดแล้วไง!” “ท าไมต้องผูกฉันใส่เตียงด้วย!?” “หุบปาก!” “กึก!” เสียงตะคอกอันแข็งกร้าวของธาวินทร์ท าเอาไออุ่นที่โวยวายในตอน แรกได้ปิดปากเงียบสนิท ก่อนที่เขาจะเดินออกไปภายในห้อง โดยที่ไม่ได้ ล็อกประตูจากทางด้านนอกเพราะรีบจนลืมหันหลังกลับมามอง


Click to View FlipBook Version