พู่เกสร “ฮึก!” ใบหน้าสวยก้มต ่าลงพร้อมกับหยาดน ้าตาที่ร่วงหล่นลงมาไม่ขาด สาย หลังจากที่จะต้องพบกับความจริงอันน่าสะพรึงกลัวและเธอก็ต้องท า ใจยอมรับให้ได้ว่าธาวีร์นั้นคือฆาตกรที่พรากชีวิตพ่อกับแม่ผู้ให้ก าเนิดและ ยังท าลายอนาคตของน้องชายฝาแฝดที่ก าลังจะไปเรียนต่อที่สหรัฐอเมริกา นี่จึงเป็นสาเหตุที่ว่าท าไมธาวินทร์ถึงต้องจินตนาการว่าตัวเอง กลับมาจากเมืองนอกในตอนที่กลับมาถึงคฤหาสน์ดาวเหนือในรอบ 6 ปี เพราะจิตใจเขายังคงยึดติดอยู่กับสิ่งนั้นเรื่อยมา
พู่เกสร เงารักแรงแค้น ตอนที่26 : ความหลังทถีู่กแก้ไขให้ถูกต้อง ย้อนไปเมื่อตอนคืนพระจันทรส์ ีเลือด ค ่าคืนอันเงียบสงัดและตรงกับวันที่พระจันทร์โคจรเข้ามาอยู่ใกล้กับ โลกมากที่สุด นั่นจึงท าให้มนุษย์ทุกคนเห็นดวงจันทร์ที่อยู่ในเงามืดของโลก เป็นสีแดงเข้มหรือที่เรียกกันว่า “พระจันทร์สีเลือด” คนไทยส่วนใหญ่มักจะมีความเชื่อกันว่าพระจันทร์สีเลือดนั้นเปรียบ ดั่งลางร้ายที่ค่อยๆคลืบคลานเข้ามาใกล้ในเร็ววันนี้และเป็นไปได้ว่าอาจจะ เกิดเหตุร้ายขึ้นอย่างกระทันหันแบบไม่ทันตั้งตัว “บรื้น~” “แกร๊ก!ปัง!” รถสปอร์ตสีแดงเพลิงค่อยๆ เคลื่อนตัวเข้ามาจอดอยู่ตรงหน้า คฤหาสน์ดาวเหนือ ก่อนที่ประตูรถจะถูกเปิดออกพร้อมกับร่างสูงของชาย หนุ่มปริศนาที่มีหน้าตาเหมือนกันกับธาวีร์ราวกับแกะแบบไม่มีผิดเพี้ยน “ขอบใจมากไอ้ฟอร์ด” “ยินดีให้บริการเสมอครับเพื่อนรัก” “กูไปก่อนนะเว้ย!” “พอดีมีธุระ” “อืม” “เดินทางปลอดภัย”
พู่เกสร หลังจากที่บอกลาเพื่อนสนิทสมัยเรียนมัธยมปลายที่อุตส่าห์ขับรถมา ส่งถึงคฤหาสน์ดาวเหนือเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ชายหนุ่มก็ได้สาวเท้า ยาวๆ ย่างกรายเข้าไปยังด้านในตัวบ้านด้วยความรู้สึกถวิลหาที่จากไปนาน กว่า 6 ปี และใช่…เขาคือ “ธาวินทร์” ผู้ซึ่งเป็นน้องชายฝาแฝดอีกคนของธาวีร์ เขากลับมาที่นี่เพื่อล้างแค้นคนที่ปลิดชีพพ่อแม่ผู้ให้ก าเนิดอันเป็นที่รักและ ใส่ความให้เขาต้องกลับกลายไปเป็นคนบ้าที่มีอาการทางจิตและต้องเข้า รับการบ าบัดรักษาแทนการติดคุกอยู่หลายปีแต่ทว่าการที่จะต้องไปใช้ชีวิต อยู่ในนั้น มันก็ไม่ต่างอะไรกับคุกที่ใช้ขังนักโทษที่มีจิตใจวิปริตวิปลาส ทั้งที่ ในความเป็นจริงแล้วเขาไม่ได้มีอาการอย่างว่าเลยแม้แต่นิดเดียว “ตึก ตึก ตึก” “ก๊อกๆ!” เจ้าของส่วนสูงหนึ่งร้อยแปดสิบหกเดินขึ้นมายังชั้นบนของตัวบ้าน จนมาหยุดอยู่ตรงบริเวณหน้าห้องนอนส่วนตัวของพี่ชายฝาแฝด จากนั้นจึง ได้เคาะประตูเรียกไปสองถึงสามที ด้วยสีหน้าแววตาที่เรียบนิ่ง โดยที่ไม่ได้ มีการเอ่ยปากเรียกแต่อย่างใด
พู่เกสร “ตึก!ตึก!ตึก!” “น้องไอเหรอครับ?” “ไหนว่าไปนอนเรือนเล็กแล้ว” “แอบหนีมาหาพี่รึเปล่าเนี่ย?” เสียงฝีเท้าของคนที่อยู่ด้านในห้องเดินเข้ามาใกล้กับบานประตูอย่าง กระตือรือร้น ตามมาด้วยเสียงพูดคุยตอบกลับมา โดยมีการกล่าวถึงบุคคล ที่สามที่คนรับฟังอย่างธาวินทร์ไม่คุ้นชื่อมาก่อนซึ่งก็น่าจะเป็นผู้หญิงหรือ อาจจะเป็นแฟนของธาวีร์ตามความคิดของธาวินทร์ “แกร๊ก!” “น้องอะ…” “อะ-ไอ้วินทร์…” การตัดสินใจเปิดประตูออกมาของธาวีร์ท าให้กลายไปเป็นเรื่องน่า ตกใจและฝันร้ายไปตลอดกาลเพราะคนที่มาเคาะประตูเรียกกลับไม่ใช่ไอ อุ่นอย่างที่คิดเอาไว้ในตอนแรกแต่ทว่ากลับเป็นน้องชายฝาแฝดที่ถูกส่งตัว ไปอยู่ในโรงพยาบาลจิตเวชหลายปีเสียอย่างนั้น “ไง” “สบายดีไหมครับ?” “พี่ชาย…” ธาวินทร์กล่าวทักทายพี่ชายฝาแฝดด้วยรอยยิ้มที่ดูโรคจิต ซึ่งมันก็ เป็นแค่เพียงการเลียนแบบพฤติกรรมหรือรอยยิ้มในอดีตของธาวีร์ที่เป็นคน มีอาการทางจิตตัวจริงก็เพียงเท่านั้น
พู่เกสร “กูเป็นลูกคนเดียว!” “ไม่มีน้อง!” “มึงมาที่นี่ได้ยังไง!?” “ใครปล่อยให้มึงออกมา!?” “กูจะโทรแจ้งโรงพยาบาลให้มารับตัวมึงกลับไป!” ผู้เป็นพี่แสดงสีหน้าท่าทีรังเกียจออกมาให้เห็นอย่างชัดเจนและไม่ ยอมรับว่าตัวเองนั้นมีน้องชายฝาแฝดอีกคนให้ตรงกับความปารถนาที่ อยากจะเป็นลูกคนเดียวมาโดยตลอด ก่อนที่จะตั้งท่ารีบเดินกลับเข้าไป ภายในห้อง เพื่อจะคว้าเอาโทรศัพท์มือถือแล้วกดโทรหาโรงพยาบาลจิตเวช ที่บ าบัดรักษาคนบ้าตัวปลอมอย่างธาวินทร์มาตลอดระยะเวลา 6 ปี 7 เดือน “หมับ!” “ปึก!” “เปล่าประโยชน์” “กูถูกปล่อยตัวออกมาก่อนก าหนดเพราะความประพฤติดี” “แต่มึงก็คงจะรู้อยู่แก่ใจว่ากูไม่ได้บ้า” “เพราะคนที่บ้าแถมยังจิตหลอนขาดสติยิงพ่อกับแม่ตายก็คือมึง!”
พู่เกสร “หมับ!” “ตุบ!” “ผัวะ!” ผู้เป็ นน้องคว้าเอาคอเสื้อของผู้เป็ นพี่เอาไว้มั่น ก่อนที่จะแย่ง โทรศัพท์มือถือมาแล้วขว้างปามันทิ้งลงพื้น จากนั้นจึงได้เริ่มจัดการสาว หมัดหนักๆใส่ใบหน้าของพี่ชายฝาแฝดอย่างไม่ยั้งมือ ด้วยความรู้สึกเคียด แค้นใจ “ตุบ!” “ผัวะ!” แรงจากหมัดของผู้เป็นน้อง ท าให้ธาวีร์ได้เสียการทรงตัวล้มหงาย หลังลงไปบนพื้นแต่ทว่าธาวินทร์ก็ยังคงตามลงมาคร่อมร่างเอาไว้แล้วสาว หมัดซ ้าใส่ตรงบริเวณใบหน้าของพี่ชายฝาแฝด จนมันเริ่มแดงช ้าขึ้นมา อย่างขึ้นได้ชัดและไม่เปิดโอกาสให้สวนกลับมาเลยแม้แต่หมัดเดียว “มึงฆ่าพ่อกับแม่ตายแต่ก็ยังมาเสวยสุขอยู่ในกองเงินกองทองของ พวกท่าน!” “มึงมันคนบาป!” “มึงได้ยินที่กูพูดไหมว่ามึงมันคนบาป!” “ผัวะ!” “ผัวะ!” “ผัวะ!” ธาวินทร์ตวาดเสียงใส่พี่ชายฝาแฝดสุดชาติชั่วอย่างธาวีร์ ก่อนที่จะรัว หมัดใส่ใบหน้าของผู้เป็นพี่ไปหลายต่อหลายทีติดๆกัน จากนั้นจึงได้หยุด การกระท าทุกอย่างลงแล้วหลั่งน ้าตาออกมาแทน
พู่เกสร ในตอนแรกเขาพกความเข้มแข็งและความแข็งแกร่งกลับมาที่นี่อย่าง เต็มเปี่ยมแต่พอได้เอ่ยถึงบุพการีผู้เป็นที่รัก บ่อน ้าตาของลูกผู้ชายมันก็ เเตกระเบิดออกมาอย่างช่วยไม่ได้ ยิ่งเห็นว่าธาวีร์ยังอยู่สุขสบายในกองเงินกองทองและสานต่อธุรกิจ ภายในไร่ดาวเหนือได้อย่างราบรื่นไม่มีอุปสรรคอะไรมาขัดข้อง ธาวินทร์ก็ ยิ่งช ้าใจเข้าไปใหญ่ที่คนชั่วช้าสารเลวเช่นนี้ไม่เคยมีเรื่องทุกข์ทรมานใจเข้า มาในชีวิต “หึ!” “แล้วยังไง!?” “ในเมื่อพ่อกับแม่ก็จากไปแล้ว!” “ส่วนมึงก็รับผิดแทนกูไปแล้ว!” ธาวีร์ที่นอนหมดสภาพอยู่บนพื้นได้พยายามดึงข้อมือของน้องชายฝา แฝดที่ก าลังบีบคอของตัวเองอยู่ให้หลุดออกไป พร้อมกับแสดงสีหน้าแวว ตาที่ไม่ได้ส านึกผิดออกมาให้เห็น “แต่ล่ะค าพูดที่หลุดออกมาจากปากของมึงมีแต่ค าว่าสิ้นคิดเห็นแก่ ตัว!” “เรื่องอะไรที่กูจะต้องไปทนรับโทษในสิ่งที่ตัวเองไม่ได้ก่อ!” “กูอนาคตพัง!” “ไม่มีแม้แต่โอกาสจะได้ไปเรียนต่อมหาลัย!” “ฝันที่อยากจะไปเรียนต่อที่อเมริกาต้องดับสลายไป!” “ส่วนคนชั่วอย่างมึงกลับได้ดิบได้ดี!”
พู่เกสร “ถุย!” “หมับ!” “เพล้ง!” แฝดผู้น้องถ่มน ้าลายรดใส่หน้าของผู้เป็นพี่ เพื่อแสดงถึงอารมณ์โกรธ เกรี้ยวออกมาอย่างชัดเจนก่อนที่จะเอื้อมมือไปคว้าเอาขวดแก้วที่ตั้งอยู่ตรง บริเวณโต๊ะหนังสือแล้วจัดการทุบมันลงไปยังศีรษะของพี่ชายที่ก าลังจะลุก ขึ้นมาต่อสู้กับเขา “อึก!” “ตุบ!” “ผัวะ!” “ผัวะ!” “ผัวะ!” “วันนี้ถ้ามึงไม่ตาย” “กูก็จะไม่หยุด!” ธาวินทร์พุ่งตัวเข้ามาสาวหมัดใส่ธาวีร์อีกครั้ง โดยอาศัยความโกรธ แค้นเป็นตัวน าพา จนในท้ายที่สุดแล้วธาวีร์ก็ได้แน่นิ่งไปจากอาการอ่อนล้า แต่ทว่าก็ยังคงปรือตาขึ้นมามองหน้าน้องชายฝาแฝดอย่างธาวินทร์อยู่ เล็กน้อย โดยที่เขาก็ไม่มีแม้แต่แรงเฮือกสุดท้ายจะตะเกียกตะกายหนี ออกไปจากภายในห้องนี้
พู่เกสร “จึก!” “อ๊ากกก!” ธาวีร์ร้องออกมาดังลั่น หลังจากที่ถูกธาวินทร์ใช้เศษขวดแก้วที่แตก กรีดลากยาวไปตามล าแขนทั้งสองข้าง ตามมาด้วยเลือดสีแดงฉานที่ไหล ทะลักออกมาไม่หยุดแต่ทว่าธาวินทร์กลับยังคงแสดงสีหน้าเรียบเฉย ออกมาเพราะตอนที่เขากอดร่างไร้วิญญาณของพ่อกับแม่ที่เลือดท่วมตัว มันเจ็บปวดทรมานมากกว่าสิ่งที่ธาวีร์ได้รับหลายเท่า “วินทร์…” “กูขอร้องล่ะ” “พอขอแค่นี้เถอะ” “อึก!” “กูก าลังจะแต่งงาน” “ปล่อยกูไปเถอะนะ” “กูยังอยากมีชีวิตอยู่ต่อไปเพื่อน้องไอ” “อึก!” ธาวีร์ที่หายใจโรยรินได้เอ่ยขอร้องกับน้องชายฝาแฝดทั้งน ้าตา หลังจากที่นึกถึงภาพรอยยิ้มของหญิงผู้เป็นที่รักอย่างไออุ่น ถึงแม้ว่าเขาจะ เคยมีนิสัยเลวทรามมากแค่ไหนแต่มันก็ไม่ได้หมายความเขารักใครไม่เป็น และเขาก็ไม่ได้มีความต้องการที่อยากจะให้ไออุ่นได้มารับรู้เรื่องราวเหล่านี้
พู่เกสร “มึงก าลังจะแต่งงานอย่างงั้นเหรอ?” “ว้าว…” “น่าสนใจจังเลย” “คนอย่างมึงรักใครเป็นด้วยเหรอวะ?” “แหม๋ๆๆ” “อิจฉาคนมีความรักจริงๆ” หลังจากที่ได้ยินข่าวดีของพี่ชาย ธาวินทร์ก็ถึงกับฉีกยิ้มกว้างเพราะ การแก้แค้นมันจะสนุกขึ้นหลายเท่า หากมีการดึงหญิงผู้เปรียบเสมือนดั่ง ดวงใจของธาวีร์เข้ามาเกี่ยวข้อง “หมับ!” ร่างสูงยันตัวลุกขึ้นยืน ก่อนที่จะหันไปหยิบจับเอาไดอารี่ลับส่วนตัว ของพี่ชายฝาแฝดออกมาเปิดอ่านดู ซึ่งเนื้อหาที่ถูกเขียนขึ้นมาบางส่วน ล้วนแต่ถูกปรุงแต่งขึ้นมาใหม่ทั้งนั้น เว้นเสียแต่เรื่องราวของไออุ่นที่เป็น ความจริงทุกประการ “มึงยังไม่ทิ้งไดอารี่เน่าๆที่เนื้อหาบางส่วนเขียนขึ้นมาขัดแย้งกับความ จริงอยู่อีกเหรอวะ?” “มึงไม่ได้รักครอบครัวเลยสักนิด!” “มึงไม่ต้องมาเขียนว่าตัวเองรู้สึกผิดก็ได้!”
พู่เกสร “แคว่ก!” ธาวินทร์ตัดสินดึงแผ่นกระดาษหน้าสุดท้ายที่มีข้อความเขียนอยู่ให้ ฉีกขาดออกจากกันเพราะเนื้อหามันน่าสะอิดสะเอียน จนเขาแทบจะ อาเจียนออกมา ซึ่งมันก็เป็นการเขียนถึงความรู้สึกผิดจอมปลอมของธาวีร์ ที่กล่าวไว้ว่ารู้สึกผิดกับครอบครัวแต่ทว่ากลับไม่ได้ลงรายละเอียดว่าสาเหต ความรู้สึกผิดมันเกิดมาเรื่องอะไร สรุปแล้วการที่ธาวินทร์ถามหาแผ่นกระดาษหน้าสุดท้ายในไดอารี่ลับ กับไออุ่น มันก็เป็นแค่เพียงการปั่ นประสาทให้เธอคิดไปเองว่ามีส่วนผิดก็ เพียงเท่านั้น ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว มันก็ไม่ได้มีอะไรที่จะต้องไปตามหา ความจริงกันอยู่แล้ว “กูรู้สึกผิดมาโดยตลอดแต่มันแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว…อึก!” “กูอยากจะ…อั่ก!” “อื้อ!” “หุบปากเน่าๆของมึงด้วยเศษแก้วนี้ซะ!” ยังไม่ทันทีที่ธาวีร์จะได้พูดจบประโยค เศษแก้วชิ้นเล็กที่เเตกกระจา ยออกจากกันก่อนหน้านี้ก็ได้เข้ามาอยู่ภายในปากของเขา โดยมีฝีมือ ของธาวินทร์ที่ใช้มือปิดปากบีบบังคับให้พี่ชายฝาแฝดเคี้ยวมันจนแหลก ละเอียด
พู่เกสร “เคี้ยวต่อไป!” “อย่าหยุด!” “อึก!” นัยน์ตาสีอ าพันจ้องลึกเข้าไปยังนัยน์ตาสีน ้าตาลอ่อนๆที่น ้าตาคลอ หน่วย ด้วยสีหน้าแววตาที่ดูแข็งกร้าวและไม่ได้นึกสงสารพี่ชายฝาแฝดของ ตัวเองที่ก าลังถูกบีบบังคับให้เคี้ยวเศษแก้ว จนมันบาดลึกเข้าไปทั่วบริเวณ โพรงปากและล าคอเพราะตอนที่พ่อกับแม่ถูกฆ่าตาย ธาวีร์ก็ไม่ได้นึก สงสารทุกชีวิตเช่นกัน “แค่กๆ!” “หมับ!” “ครืด!~” ธาวินทร์คลายมือออกมาจากริมฝีปากของธาวีร์ก่อนที่จะมีเลือดสี แดงสดไหลทะลักออกมาจากปากเป็นจ านวนมาก ก่อนที่เขาจะจัดการลาก ร่างของพี่ชายฝาแฝดไปตามพื้นแล้วโยนลงไปในอ่างอาบน ้า “ซ่าาา!” “หึ” ชายหนุ่มจัดการเปิดน ้าให้ไหลออกมาท่วมร่างของคนเจ็บอย่างหวังดี ประสงค์ร้าย พร้อมกับนั่งมองดูผลงานของตัวเอง ด้วยสีหน้าแววตาที่ยิ้ม แย้ม ราวกับตั้งใจท าให้อีกฝ่ ายได้เห็นแล้วนึกย้อนไปถึงตอนที่ส่งยิ้มให้กับ เขาที่ก าลังนั่งกอดศพของพ่อกับแม่อยู่ภายในห้องหนังสือ
พู่เกสร “ไม่ต้องห่วงว่าจะไม่มีใครดูแลเมียมึง…” “กูจะขอรับอาสาดูแลให้เอง” “แล้วกูก็จะให้นังนั่นมารับผิดชอบความชั่วช้าที่มึงเคยก่อเอาไว้ด้วย!” “ยะ-อย่า!” “อึก!” ธาวีร์ที่ปากเต็มไปด้วยเศษแก้วที่แหลกละเอียดได้พยายามที่จะยื่น มือออกมาห้ามปรามธาวินทร์ไม่ให้ท าร้ายไออุ่นแต่ทว่าทุกอย่างก็ดับวูบไป เนื่องจากว่าน ้าได้ไหลท่วมขึ้นมาถึงจมูกของเขาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หน าซ ้าธาวินทร์ก็ยังไม่ได้ให้ความช่วยเหลือใดๆ “ยินดีต้อนรับเข้าสู่ฝันร้าย” “นับจากนี้ต่อไปถึงเวลาที่เกมกระดานจะพลิกหน้ามาให้กูเล่นบ้าง แล้ว” “ปึก!” ฝ่ ามือหนาเอื้อมไปปิดก็อกน ้าให้หยุดไหล ก่อนที่จะยืนมองดูผลงาน ของตัวเองด้วยความพึงพอใจ การล้างแค้นไม่มีทางที่จะสิ้นสุดอย่าง ง่ายดายเพราะธาวีร์จะต้องมีชีวิตอยู่อย่างตายทั้งเป็น โดยที่ยังคงรับรู้เรื่อง เลวร้ายที่เกิดขึ้นกับคนรักของตัวเองแต่กลับช่วยอะไรเธอไม่ได้
พู่เกสร “อ้าว!” “วีร์เป็นอะไรไปเนี่ย?…” “ฟื้นสิวีร์!” “ฟื้นสิ!” “ไปโรงพยาบาลกัน!” “หึ…” ธาวินทร์แสร้งท าสีหน้าตื่นตระหนกตกใจแล้วพยายามดึงร่างของ ธาวีร์ขึ้นมาจากอ่างอาบน ้าที่เต็มไปด้วยเลือดสีแดงฉาน ก่อนที่จะ หยุดชะงักไปแล้วยิ้มมุมปากออกมาแทน ซึ่งหลังจากนี้ต่อไปจะเป็นการใช้ จินตนาการมาปะปนอยู่กับโลกแห่งความจริง เพื่อเล่นสนุกกับไออุ่นที่ จะต้องแบกรับบาปกรรมที่คนรักของตัวเองเคยก่อเอาไว้ “ครืด~” ร่างสูงเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้ากระจก ก่อนที่จะเปิดดูด้านในของตู้ เสื้อผ้าอย่างใจเย็น จากนั้นจึงได้คว้าเอาชุดสูทสีครีมของพี่ชายฝาแฝด อย่างธาวีร์ที่เตรียมเอาไว้ส าหรับใส่ในงานแต่งงานออกมาสวมใส่ด้วยสี หน้าเรียบเฉย “กูไม่ชอบสีครีม” “ขอใส่สีด าแทนก็แล้วกัน” “ปึก!” กล่าวจบธาวินทร์ก็ได้โยนชุดสูทสีครีมของธาวีร์ลงถังขยะ ก่อนที่จะ หาชุดสูทสีด ามาสวมใส่แทน ซึ่งเหตุผลหลักๆก็มีเพียงเกลียดสีครีมและไม่ อยากจะสวมใส่อะไรให้เหมือนกันกับที่ธาวีร์เนื่องจากเกรงว่าจะได้ความ ชาติชั่วนั้นติดตัวมาด้วย
พู่เกสร เงารักแรงแค้น ตอนที่27 : แววตาทเี่ปลี่ยนไป “อื้อ~” ไออุ่นที่ผล็อยหลับไป หลังจากที่ร้องไห้หวาดผวากับพฤติกรรมของ ฆาตกรตัวจริงอย่างธาวีร์ได้เริ่มรู้สึกตัวตื่นอีกครั้ง หลังจากที่มีฝ่ ามือเย็นๆ มาสัมผัสกับพวงแก้มนิ่มฝั่ งซ้าย ก่อนที่เธอจะค่อยๆเปิดเปลือกตาขึ้นมา มองสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าแล้วก็ต้องพบกับใบหน้าของธาวินทร์ที่อยู่ห่างออกไป แค่เพียงคืบเท่านั้น “นะ-นายเองหรอกเหรอ?” หญิงสาวเอ่ยถามด้วยสีหน้าแววตาที่ไม่ได้แสดงถึงความหวาดกลัว ก่อนที่เธอจะเหลือบไปมองโน้ตบุ๊คที่ถูกเปิ ดค้างทิ้งเอาไว้ หน าซ ้ายัง แบตเตอรี่ก็ยังอึด ถึก ทน หน้าจอไม่ได้ดับลงง่ายๆแล้วฉายภาพนิ่งตอนที่ ธาวีร์ใช้ปืนเล็งใส่เป็นพ่อและแม่ “ท าไมล่ะ?” “เธอไม่กลัวฉันแล้วเหรอ?” เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาเอียงคอถาม พร้อมกับใช้นิ้วเรียวยาวปัด ปอยผมออกไปจากใบหน้าสวยแล้วก็ยังใช้โทนเสียงปกติธรรมดาที่เป็น ลักษณะการพูดของเขาจริงๆออกมาให้ไออุ่นได้ยินเป็นครั้งแรก “มะ-ไม่…” คนตัวเล็กส่ายหน้าระรัว พร้อมกับตอบค าถามเป็นเพียงประโยคสั้นๆ จากนั้นจึงได้เงียบไป ก่อนที่เธอจะสังเกตเห็นว่าโซ่ตรวนที่อยู่ในขาได้หาย ออกไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
พู่เกสร “ดูจบแล้วเผลอหลับไปเหรอ?” ธาวินทร์เอ่ยถามด้วยสีหน้าแววตาที่แอบสั่นไหวอยู่เล็กน้อย ก่อนที่ จะยิ้มอ่อนๆส่งมายังเธอ ในตอนแรกเขาก็อยากจะให้เธอเข้าใจไปแบบผิดๆ ว่าเขาเป็นผู้ร้ายไปตลอดกาลแต่ทว่าเธอก็ดันตามหาความจริงทุกอย่างจน เจอด้วยตัวเอง “อืม” “กึก!” ไออุ่นพยักหน้ารับแล้วตั้งท่าจะเอื้อมมือออกไปกดปิดหน้าจอโน้ตบุ๊ค ที่ถูกเปิดหน้าจอค้างเอาไว้แต่ทว่าก็ถูกธาวินทร์ใช้มือมาบังเอาไว้เสียก่อน ซึ่งมันก็สร้างความประหลาดใจให้กับไออุ่นเป็นอย่างมาก “ไม่ต้องลบหรอก” “ฉันเคยเห็นมันแล้ว” “หมายถึง…เห็นมากับตาน่ะ” นัยน์ตาสีอ าพันสั่นระริกด้วยความรู้สึกเศร้าใจ ใบหน้าหล่อเหลาขึ้นสี แดงก ่า ก่อนที่จะก้มต ่าลงแต่ทว่าก็ยังพยายามอดทนอดกลั้นที่จะไม่ร้องไห้ ออกมาต่อหน้าผู้หญิงที่อ่อนแอกว่า หน าซ ้ายังเป็นผู้หญิงที่เขาท าร้ายเธอ มาโดยตลอด เพียงเพราะความแค้นมาบังตา “แล้วท าไมนายถึงไม่บอกฉันมาตรงๆตั้งแต่ทีแรกว่าความจริงมันเป็น ยังไง?” นิ้วเรียวเชิ่ดปลายคางของชายเบื้องหน้าขึ้นมาตอบค าถามของเธอ ด้วยสีหน้าแววตาที่จริงจังเพราะเธอเองก็อยากจะรู้เช่นกันว่าเขามีเหตุผล อะไรที่จะต้องท าเช่นนั้น
พู่เกสร “ถ้าฉันบอกเธอ” “มันก็คงจะไม่ได้เรียกว่าแก้แค้นหรอก” “ฉันอยากให้วีร์มันเจ็บอย่างที่ฉันเจ็บ” “ฉันอยากให้มันรู้ซึ้งถึงการพรากจากกับคนที่ตัวเองรัก” “อย่างเช่นที่มันเคยพรากชีวิตพ่อกับแม่ไปจากฉัน” “มันไม่เคยรักใคร แม้กระทั่งพ่อกับแม่ที่ให้ชีวิตมันมา” “แต่มันกลับรักเธอ…” สิ่งเดียวที่ธาวินทร์ไม่เคยเข้าใจและพยายามหาค าตอบมานาน คือการที่ว่าท าไมธาวีร์ถึงไม่เคยรักครอบครัว ไม่เคยพ่อกับแม่ ไม่เคยรัก น้องชายของตัวเองแต่กลับไปรักผู้หญิงที่เพิ่งจะมารู้จักกันตอนโตแต่ทว่า ไออุ่นก็ดันโชคร้ายที่ไม่ได้รู้นิสัยใจคอที่แท้จริงของธาวีร์ว่าเคยท าเรื่องระย า ต ่าช้าไว้กับคนในครอบครัวมากมายแค่ไหน “นะ-นายต้องทนอยู่ในนั้นมาตั้งหลายปี” “แล้วท าไมตอนนั้นถึงไม่พูดความจริงกับคนอื่นบ้างล่ะ?” “ฉันพยายามแล้ว” “แต่ก็ไม่มีใครเชื่ออยู่ดี…” “เพราะฉันเหมือนคนบ้าสติไม่ดีในสายตาของคนทั่วไป” ในบางครั้งก็ต้องท าความเข้าใจว่าการพยายามพูดให้คนอื่นเชื่อ ทั้งที่ ตัวเองก็อยู่ในสถานะคนบ้าสติไม่สมประดี มันเป็นเรื่องยากที่ไม่สามารถ ก้าวข้ามมันมาได้ เขาพยายามพูดมาตลอดระยะเวลาหนึ่งปีแรกที่อยู่ในนั้น แต่ทว่าหมอกลับยิ่งเพิ่มยาให้เขามากขึ้นเรื่อยๆ นั่นจึงท าให้ธาวินทร์ต้อง ตัดสินใจเงียบปากแล้วแอบคายยาทิ้งอยู่บ่อยครั้ง
พู่เกสร “ฉันขอโทษที่เข้าใจนายผิดไป…” “แต่เรื่องที่นายกลับมาแก้แค้นพี่วีร์มันสมควรส าหรับนายแต่ไม่ สมควรส าหรับฉันอยู่ดี” “นายควรพยายามหาหลักฐานไปยื่นกับต ารวจ มากกว่าการมาท า อะไรเสี่ยงๆแบบนี้เพราะมันอาจจะท าให้นายถูกจับเข้าคุกได้” ไออุ่นเกริ่นด้วยค าขอโทษแต่จบด้วยค าพูดที่หวังดีแบบไม่โลกสวย ถึงแม้ว่าธาวินทร์กลับมาแก้แค้นธาวีร์จากการถูกใส่ร้ายป้ายสีแต่การที่เขา ท าร้ายพี่ชายฝาแฝด จนตกอยู่ในสภาพกึ่งเป็นกึ่งตาย มันก็ไม่ใช่เรื่องที่ดี เช่นกัน หน าซ ้ายังจะต้องกลายไปเป็นคนผิดที่ถูกต ารวจจับเข้าคุกเข้า ตาราง “เพราะเธอรักมันใช่ไหม?” “เธอเลยมองไม่เห็นความชั่วช้าสารเลวที่มันเคยท า” ดูเหมือนว่าธาวินทร์จะมองข้ามความหวังดีของไออุ่นแต่ทว่ากลับดัน ไปจับผิดว่าเธอรักธาวีร์มาก จนมองไม่เห็นความชั่วช้าสารเลวของชายผู้ เป็นที่รักและอยากจะให้เขาติดคุกไปให้มันสิ้นเรื่อง “ไม่ใช่แบบนั้น…” “ฉันมองเห็นมัน” “แล้วฉันก็เข้าใจทุกอย่างแล้ว” “ฉันถึงอยากจะให้นายท าในสิ่งที่มันถูกต้องกว่านี้” “ฉันสงสารนายที่ถูกพี่ชายตัวเองเกลียด แถมก็ยังถูกใส่ความให้ไป อยู่ในโรงพยาบาลบ้า” “แต่ก็สงสารตัวเองเหมือนกันที่จะต้องมาโดนนายทรมานร่างกาย ด้วยเหตุผลเพียงเพราะฉันเป็นคนรักของพี่วีร์”
พู่เกสร “นายรู้ดีตั้งแต่แรกว่าฉันไม่ผิดอะไรแต่นายก็ยังท าให้ฉันกลายเป็นคน ผิด” “ฮึก!…” ดวงตาคู่สวยฉายแววตาแห่งความเศร้าสร้อยออกมาให้เห็นอย่าง ชัดเจน ถึงแม้ว่าเธอจะรู้สึกสงสารเขาจับใจแต่ทว่ามันก็เป็นความรู้สึก สงสารที่ยังสงสารไม่สุดเท่าที่ควรเพราะเธอเองก็เคยถูกลากเข้ามาเป็น เครื่องมือในการล้างแค้นนี้ ทั้งที่เธอก็ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องหรือผิดใจอะไร กับเขาตั้งแต่ทีแรก “ขอโทษที่ท าแบบนั้น” “แต่ถ้าย้อนเวลากลับไป ฉันก็ไม่อยากจะท าร้ายเธอ” “แต่ก็ยังอยากจะฆ่าไอ้วีร์ให้ตายอยู่ดี…” ความรู้สึกผิดบาปที่มีต่อไออุ่นก่อเกิดขึ้นมาในใจของธาวินทร์และถ้า หากว่าให้ย้อนเวลากลับไปแก้ไขอดีต เขาก็คงจะไม่ท าร้ายเธอให้บอบช ้า มากถึงขนาดนี้แต่ทว่าก็ไม่มีทางเปลี่ยนแปลงความคิดที่อยากจะฆ่าธาวีร์ เป็นอันขาดเพราะชายผู้นี้คือคนบาปโดยแท้จริง “อ๊ะ!อื้อ!” “จ๊วบ!~” ริมฝีปากหยักโฉบลงมายังเรียวปากบางอย่างไม่ทันตั้งตัวแล้วบดขยี้ ขบกัดอย่างแผ่วเบาตามความรู้สึกนึกคิดของตัวเองจริงๆ ซึ่งมันก็เป็นเพียง แค่การจุมพิตที่ไม่ได้มีการรุกล ้าเข้ามายังด้านในโพรงปากของเธอแต่อย่าง ใด ก่อนที่เขาจะถอดถอนริมฝีปากออกไปอย่างอ้อยอิ่ง พร้อมกับสีหน้าแวว ตาที่เปลี่ยนไป
พู่เกสร “อันที่จริงแล้ว…” “ฉันไม่ได้เคยมีประสบการณ์ความรักหรือแม้กระทั่งเรื่องบนเตียงเลย ด้วยซ ้า” “ถ้าเคยท าอะไรรุนแรงไปแบบไม่รู้ประสีประสาก็ขอโทษด้วยจริงๆ” เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาก้มหน้าต ่าลง ด้วยความรู้สึกผิดอย่างหนัก และรับทราบเป็นอย่างดีว่าค าขอโทษที่พูดออกไปอาจจะไม่ได้ช่วยอะไรได้ มากแต่อย่างน้อยเขาก็อยากจะให้เธอได้ยินมัน “นายคงรู้ใช่ไหมว่าฉันคงจะไม่มีทางตอบว่าไม่เป็นไร?” ค าขอโทษไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นมานั้นเป็นความจริงแต่ทว่าเธอก็ ไม่ได้อยากจะแสดงอารมณ์ฉุนเฉียวรื้อฟื้นถึงเรื่องเลวร้ายที่เคยเกิดขึ้นสัก เท่าไหร่นัก จึงท าได้แค่สื่อความรู้สึกทุกอย่างผ่านไปทางสีหน้าและแววตา แทน “อืม” “ฉันรู้” “รู้สึกเสียใจจังที่เคยท าแบบนั้นลงไป” ธาวินทร์ส่งยิ้มอ่อนๆให้กับไออุ่น พร้อมกับพยักหน้าหงึกๆอยู่ซ ้าๆ ซึ่ง นี่มันก็เป็นการแสดงความรู้สึกตึงเครียดอย่างหนึ่งของเขา ทางด้านของไอ อุ่นที่เห็นแบบนั้นก็ได้นิ่งเงียบไปแล้วเบนสายตาไปมองทางอื่นแทนเพราะ ไม่รู้ว่าจะโกรธเกลียดหรือต้องสงสารผู้ชายคนนี้ก่อนดีแต่ทางที่ดีควรจะ สงสารตัวเองมากกว่า
พู่เกสร “พอได้คุยกันด้วยน ้าเสียงปกติธรรมดาแบบนี้” “เหมือนไม่มีเรื่องจะคุยกันเลยเนอะ” ฝ่ ามือหนาเอื้อมออกไปสัมผัสกับผ้าปูที่นอนที่ยังคงมีคราบเลือดแห้ง เกรอะกรังติดอยู่เต็มไปหมด ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลนี้ ล้วนแต่เป็นฝีมือของเขา ทั้งสิ้น “อือ” “นั่นสิ” “ไม่รู้จะคุยอะไรเหมือนกัน” ไออุ่นพยักหน้ารับเห็นดีเห็นงามกับธาวินทร์เพราะตามปกติแล้ว เธอ กับเขามักจะด่าทอกันทั้งต่อหน้าและลับหลังอยู่เป็นประจ า จนมันชินชากับ วิถีชีวิตแบบนั้นไปแล้ว ซึ่งหลังจากที่ได้รับรู้ความจริงทุกอย่างหรือ แม้กระทั่งตัวตนจริงๆของอีกฝ่ าย เธอเองก็เริ่มเสียศูนย์ในการควบคุม ค าพูดของตัวเองเช่นกัน “ถ้าอย่างนั้น…” “ให้ฉันช่วยเก็บของขึ้นไปข้างบนไหม?” “หรือว่าเธออยากจะไปจากที่นี่?” เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาเอียงคอถามด้วยสีหน้าแววตาที่ดูไร้พิษภัย ซึ่งมันก็ท าให้เธอนึกย้อนไปถึงเด็กหนุ่มมัธยมปลายที่สวมใส่แว่นตาและท า ท่าทางติ๋มๆอยู่ตลอดเวลาภายในคลิปวิดีโอของธาวีร์
พู่เกสร “ยังหรอก” “ฉันอาจจะอยู่ที่นี่ต่ออีกสักพัก” ไออุ่นปฏิเสธที่จะกลับออกไปจากคฤหาสน์ดาวเหนือในตอนนี้และขอ อยู่ต่ออีกสักพักเพราะถึงแม้ว่าความจริงทุกอย่างจะปรากฏขึ้นมาให้เห็น แล้วแต่ทว่าเธอก็ยังคงติดบ่วงอยู่กับความรู้สึกเป็นห่วงธาวีร์ที่นอนเป็นผัก อยู่ภายในคฤหาสน์หลังนี้ นั่นจึงท าให้เธอยังไม่ตัดสินใจที่จะไปจากที่นี่ “อืม” ชายหนุ่มพยักหน้ารับอย่างเข้าใจก่อนที่จะจัดการเก็บกระเป๋ าและ ของใช้ส่วนตัวของเธอทั้งหมดกลับขึ้นยังชั้นบนอีกครั้ง โดยที่ต่างคนก็ต่าง ไม่ได้พูดได้จาอะไรกัน
พู่เกสร เงารักแรงแค้น ตอนที่28 : ผู้ซึ่งฟื้นจากความตาย “กึก!” ร่างบางของไออุ่นค่อยๆเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าของธาวินทร์ที่ก าลัง นั่งจดบันทึกบัญชีรายรับ-รายจ่ายของไร่ดาวเหนืออยู่ภายในห้องท างาน ส่วนตัวที่เจ้าของตัวจริงอย่างธาวีร์เคยใช้ก่อนหน้านี้ “มีอะไรอย่างงั้นเหรอ?” คนตัวโตเอ่ยถามหญิงสาวที่เดินเข้ามาอย่างไม่ให้ซุ่มให้เสียง โดยที่ ยังคงจับจ้องไปยังตารางเงินอย่างไม่วางตา ก่อนที่ จะหยิบจับ โทรศัพท์มือถือขึ้นมากดดูเวลาแล้ววางลงบนโต๊ะท างานตามเดิม “นะ-นั่นมัน” “มือถือของพี่วีร์นี่” ดูเหมือนว่าไออุ่นก็เพิ่งจะมาสังเกตเห็นอย่างชัดเจนในวันนี้ว่าที่ผ่าน มาธาวินทร์ใช้โทรศัพท์มือถือของธาวีร์มาโดยตลอด ซึ่งมันก็คงจะไม่ได้ผิด แปลกอะไรเพราะมือถือเครื่องรุ่นเก่าของเขาเมื่อสมัย 6-7 ปีที่แล้วก็ถูกทาง โรงพยาบาลยึดไป โดยที่ไม่มีโอกาสที่จะได้มันคืน “ตกลงมีเรื่องอะไร?” “ว่ามา” ธาวินทร์เลือกที่จะเมินเฉยกับค าพูดนั้นแต่กลับเอ่ยถามย ้าถึงความ ต้องการของเธอแทน ซึ่งลึกๆภายในใจเขาก็ทราบดีอยู่แล้วว่าเธอก าลัง ต้องการสิ่งใด
พู่เกสร “คะ-คือว่า” “ขอเข้าไปเยี่ยมพี่วีร์จะได้ไหม?” เจ้าของใบหน้าสวมเม้มปากแน่นสนิทด้วยความรู้สึกตึงเครียด ก่อนที่ จะก้มหน้าต ่าลงในทันที เนื่องจากเกรงกลัวในอ านาจของอีกฝ่ ายแต่ อย่างไรก็ตาม การที่เธอตัดสินใจเอ่ยปากขอสิ่งที่ต้องการไปแบบนี้ มันก็ ผ่านการคิดไตร่ตรองมาเป็นอย่างดีแล้ว “ทั้งที่รู้ว่ามันเป็นฆาตกรก็ยังอยากจะไปอยู่ใกล้อย่างงั้นเหรอ?” “คิดยังไงถึงอยากจะท าแบบนั้น?” ชายหนุ่มนิ่งเงียบไปพักใหญ่ ก่อนที่จะเปิดปากเอ่ยถามความคิดของ เธอ ด้วยน ้าเสียงที่ปกติธรรมดาและยังไม่ได้มีทีท่าว่าจะโกรธเคืองอะไรแต่ ถ้าหากว่าเธอหลุดพูดชมเชยหรือมองว่าฆาตกรอย่างธาวีร์นั้นเป็นคนดี ก็อาจจะถูกลูกหลงจากเศษเสี้ยวอารมณ์โกรธแค้นที่ยังคงหลงเหลืออยู่ก็ เป็นได้ “ฉันรู้ว่าสิ่งที่พี่วีร์เคยท ามันเลวร้ายมากขนาดไหนแต่ฉันก็แต่อยากจะ เข้าไปหาพี่วีร์ในฐานะคนที่เคยสร้างความรู้สึกดีๆให้แก่กัน” “พี่วีร์เคยดีกับฉันมาก” “เขาไม่เคยท าร้ายฉันเลยสักครั้ง” “นายเองก็ควรที่จะเข้าใจเรื่องนี้…” “ปัง!” สิ้นเสียงกล่าวค าสรรเสริญเยินยอฆาตกรโรคจิตอย่างธาวีร์ ฝ่ ามือ หนาของธาวินทร์ก็ได้ฟาดลงไปยังโต๊ะท างาน เพื่อแสดงถึงความรู้สึกไม่ พอใจกับค าพูดนั้นเพราะเธอไม่จ าเป็นที่จะต้องมาชมเชยคนที่เคยท าลาย ครอบครัวให้เขาได้ยินเลยด้วยซ ้า
พู่เกสร “ครืด!~” “ต้องให้เข้าใจอะไร?” “เธออยากจะให้ฉันเข้าใจถึงความรักที่ชื่นบานอะไรท านองนี้น่ะ เหรอ?” ร่างสูงยันตัวลุกขึ้นมาจากเก้าอี้ ก่อนที่จะค่อยๆสาวเท้าเดินเข้าไป ใกล้กับเธอที่ยืนตัวแข็งทื่อท าอะไรไม่ถูก การที่เธอใช้ค าพูดที่ดูจะบูชาความ ดีของคนชั่วช้ามากถึงขนาดนี้ มันก็ไม่ต่างอะไรกับการเอามีดมากรีดกล่อง ดวงใจของเขาที่ก าลังพยายามอย่างหนัก เพื่อที่จะฟื้นตัวขึ้นมาใหม่แต่ทว่า ในวันนี้ความพยายามนั้นกลับต้องมาล้มเหลวลงอีกครั้ง “หมับ!” “อ๊ะ!” “พูดออกมาสิว่ารักมัน!” ฝ่ ามือหนาคว้าหมับไปยังเรียวแขนสวย ก่อนที่จะเขย่าร่างของเธอไป มา ทั้งที่วันก่อนก็เพิ่งจะคุยกันดีๆแล้วแท้ๆแต่ทว่าในวันนี้กลับต้องมา วางมวยใส่กันอีกรอบอย่างช่วยไม่ได้เพราะเธอดันยังหลงเหลือความรัก ให้กับฆาตกรโรคจิต “พูดออกมา!” “อึก!” “คะ-คือว่า…” ใบหน้าสวยสั่นระรัวไปมาไม่หยุดและไม่สามารถให้ค าตอบกับเขาได้ เพราะในตอนนี้เธอก าลังตกอยู่ในสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออก จะให้ พูดว่ารักธาวีร์ได้อย่างเต็มปาก เธอก็ไม่สามารถท าเช่นนั้นได้อีกต่อไปแล้ว
พู่เกสร เธอไม่ได้หลงเหลือความรักให้กับธาวีร์แต่มันก็ยังคงมีจุดเล็กๆที่ตัด เขาไม่ขาดเพราะถึงแม้ว่าธาวีร์จะเคยท าร้ายครอบครัวแต่เขากลับไม่เคยท า ร้ายเธอ นั่นจึงท าให้ไออุ่นเกลียดเขาไม่ลง ซึ่งมันก็ไม่ได้หมายความว่าเธอ อยากจะเป็นคนรักของเขาอีกต่อไป “เงียบท าไมล่ะ!?” “เห็นกงจักรเป็นดอกบัวก็พูดมาสิ!” “มะ-ไม่ใช่…” “ฮึกฮืออ!” แรงบีบมหาศาลตรงบริเวณเรียวแขนสวย ท าให้ไออุ่นรู้สึกเจ็บร้าวไป ทั้งตัว เธอร้องไห้ออกมาเสียงดังและไม่ยอมพูดในสิ่งที่ธาวินทร์พยายามบีบ บังคับให้เธอพูดเพราะเขาก าลังเข้าใจผิดคิดว่าเธอเข้าข้างคนผิดอย่างธาวีร์ และไม่มีทางที่จะเปลี่ยนใจมาเข้าข้างเขาได้ “เพล้ง!” “ตุบ!” ในขณะที่ธาวินทร์ก าลังข่มเหงไออุ่นอยู่นั้น ก็ได้มีใครบางคนน าขวด แก้วมาฟาดเข้าใส่ศีรษะของเขาจากทางด้านหลัง ตามมาด้วยแรงถีบจาก ฝ่าเท้า จนเป็นผลท าให้ธาวินทร์ที่มึนงงอยู่แล้วในตอนแรกได้เสียหลักล้มลง ไปบนพื้น “พะ-พี่วีร์!” เจ้าของใบหน้าสวยเบิกตากว้าง ด้วยความรู้สึกตื่นตระหนกตกใจ อย่างหนักเพราะคนที่เข้ามาช่วยเหลือเธอจากความกดดันนี้และจัดการใช้ ขวดทุบศีรษะของธาวินทร์ก็คือธาวีร์ที่ฟื้นขึ้นมาจากความตาย
พู่เกสร “มึงฟื้นขึ้นมาได้ยังไง!?” “ไอ้สารเลว!” ธาวินทร์สบถออกมา พร้อมกับจ้องเขม็งไปยังพี่ชายฝาแฝดอย่างเอา เรื่อง ก่อนที่จะใช้มือสัมผัสไปยังหนังศีรษะที่เริ่มมีเลือดไหลซิบออกมา “ผัวะ!” “ผัวะ!” “ใช่…กูเลวจริง!” “แต่มึงก็ชั่วช้าสารเลวอะไรไม่ต่างจากกูหรอก!” “มึงท าร้ายผู้หญิงที่ไม่มีทางสู้!” “มึงก็รู้ว่ามันไม่แฟร์!” “มึงท าร้ายกูได้แต่อย่าท าร้ายน้องไอ!” แฝดผู้พี่ได้พุ่งตัวลงไปสาวหมัดใส่แฝดผู้น้อง ด้วยความรู้สึกโกรธ เกรี้ยวที่จะต้องมาเห็นภาพที่หญิงอันเป็นที่รักถูกท าร้ายต่อหน้าต่อตา ซ ้ายัง ร้องไห้ปานจะขาดใจ ยังไม่รวมตอนที่เธอถูกท าร้ายซ ้าซากในตอนที่เขายัง ไม่ได้รู้สึกตัวตื่นฟื้นขึ้นมาแต่ทว่าก็พอจะรับรู้ทุกสิ่งได้อย่างแม่นย า “หมับ!” “พะ-พอแล้วค่ะพี่วีร์” ฝ่ามือบางคว้าหมับไปยังข้อมือของคนที่ก าลังสาวหมัดใส่น้องชายฝา แฝดของตัวเองที่ก าลังตกอยู่อาการเบลออย่างหนัก หลังจากที่ถูกผู้เป็นพี่ ใช้ขวดแก้วฟาดใส่ศีรษะ จนเศษแก้วแตกกระจายไปคนละทิศคนละทาง อย่างเช่นกับตอนที่เขาเคยถูกน้องชายฝาแฝดใช้มันฟาดใส่ในครั้งนั้น
พู่เกสร “ผัวะ!” “ผัวะ!” ธาวีร์สาวหมัดใส่หน้าของธาวินทร์ซ ้าอีกครั้ง ก่อนที่จะผละตัวออกมา จากตรงนั้นแล้วหันมาสนใจไออุ่นที่ก าลังตกอยู่ในอาการหวาดผวาแต่ทว่า เธอก็ไม่ได้หวาดผวาใครอื่นไกล นอกจากผู้มาใหม่อย่างเขา “ฟุบ!” ธาวีร์เดินเข้ามาสวมกอดไออุ่นเอาไว้อย่างไม่รีรอ โดยที่ไม่ได้ปริปาก พูดอะไรและผิดหรือไม่ที่เขารู้สึกรักเธอ มากกว่าคนในครอบครัวของตัวเอง แต่ทว่ามันจะเป็นความรักแบบไหน ธาวีร์ก็ให้ค าตอบไม่ได้เช่นกัน “พะ-พี่วีร์ฟื้นขึ้นมาตั้งแต่ตอนไหนคะ?” “อ๊ะ!อึก!” หญิงสาวในอ้อมแขนเอ่ยถามด้วยน ้าเสียงที่สั่นเครือ ก่อนที่จะ พยายามเอาตัวเองออกมาจากตรงนั้นเพราะยิ่งเธอแสดงอาการสั่นเทามาก สักเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งกอดรัดเธอแน่นขึ้นเท่านั้น นั่นจึงท าให้ไออุ่นรู้สึกกลัวเขา มากกว่าธาวินทร์เสียอีก “ก็สักพักแล้วล่ะครับ” “น่าจะเป็นเพราะไอ้วินทร์มันลืมฉีดยากระตุ้นให้พี่มาหลายวันแล้ว” “ปึก!” ฝ่ามือหนาค่อยๆไล่ซับน ้าตาออกไปจากใบหน้าสวย ก่อนที่จะเดินเข้า ไปกระทืบเท้าใส่หน้าอกของธาวินทร์ จากนั้นจึงพยายามดึงมือของไออุ่นให้ ออกไปจากภายในห้องนี้เพราะเขาต้องการที่จะเคลียร์ปัญหากับธาวินทร์ กันตามล าพังเท่านั้น
พู่เกสร “แกร๊ก!” “หยุด!” “อย่าขยับ!” “อ๊ะ!อึก!” ธาวีร์หันหลังหนีไปได้เพียงแค่เสี้ยววินาที ก็ได้มีปืนมาจ่อเอาไว้ยัง ด้านหลัง ซึ่งมันก็ไม่ใช่แผ่นหลังกว้างของธาวีร์แต่ดันเป็นแผ่นหลังบางของ ไออุ่นแทนเสียอย่างนั้นและการที่ธาวินทร์ตัดสินใจน าปืนมาจ่อเอาไว้ที่ ไออุ่น แทนที่จะเป็นธาวีร์มันก็เพื่อที่จะท าให้พี่ชายฝาแฝดอ่อนข้อลงก็เพียง เท่านั้น ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว เขาก็ไม่ได้อยากจะท ามันเลยแม้แต่นิด เดียว ทว่าทางเลือกมันก็เหลือแค่เพียงเท่านี้ “ยกมือขึ้น!” “หมับ!” “อ๊ะ!อึก!” หลังจากที่เห็นว่าธาวีร์ท าตามที่สั่งแล้ว ธาวินทร์จึงได้ตัดสินใจคว้า เอาตัวของไออุ่นมาเป็นตัวประกัน หน าซ ้ายังใช้ปลายกระบอกปืนจ่อไปที่ คอหอยของเธอ “มึงเห็นนี่ไหมไอ้วีร์?” “ถ้ากระสุนลั่นออกมาแค่ครั้งเดียว ก็สามารถเจาะทะลุคอผู้หญิงที่มึง รักได้” ธาวินทร์พูดขณะที่แสร้งใช้ปลายกระบอกปืนลากถูลงไปยังบริเวณ ล าคอของไออุ่นอย่างเชื่องช้า ซึ่งทีแรกไออุ่นก็ดูจะหวาดกลัวแต่จู่ๆเธอก็ได้ นิ่งไปและไม่ได้ขัดขืนอะไรเพราะเธอทราบดีอยู่แล้วว่าเขาไม่กล้าท ามัน
พู่เกสร “พอเถอะวินทร์…” “ส่งน้องไอคืนมาให้กู” ธาวีร์ข่มอารมณ์ใช้น ้าเสียงปกติธรรมดาคุยกับน้องชายฝาแฝด ก่อนที่จะยื่นมือออกไปรอรับหญิงสาวที่ถูกจับเป็นตัวประกันและหวังว่าอีก ฝ่ ายจะส่งคืนเธอกลับมาแต่ทว่ามันกลับไม่ได้เป็นอย่างที่คิดเอาไว้เพราะ ธาวินทร์ยังคงนิ่งค้างอยู่ที่เดิม “งั้นมึงก็คืนชีวิตพ่อกับแม่มาให้กูสิ!” ธาวินทร์ยื่นข้อต่อรองขอแลกเปลี่ยนในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้กับพี่ชาย ด้วยน ้าเสียงที่โกรธเกรี้ยวอย่างหนักปะปนกับความรู้สึกเศร้าเสียใจแทรก ตามเข้ามา “วินทร์…” “กูว่าปล่อยให้ทุกอย่างมันเป็นแค่เรื่องในอดีตเถอะ” “ปัง!” “อั่ก!” สิ้นค าพูดที่ดูจะสิ้นคิดของธาวีร์ ก็ได้มีกระสุนปืนลั่นออกมาจ านวน หนึ่งนัดแต่ทว่าธาวีร์ก็สามารถหลบมันได้ นั่นจึงท าให้กระสุนมันแค่ถากๆ ไปตรงบริเวณแขนฝั่งซ้ายก็เพียงเท่านั้น “พะ-พี่วีร์!” ดวงตากลมโตสั่นระริกด้วยความหวาดกลัวและยังนึกเป็นห่วงธาวีร์ อยู่บ้างเพราะอย่างน้อยเขาก็ไม่เคยลงมือท าร้ายตบตีเธอเลยสักครั้ง
พู่เกสร “เมื่อตะกี้…” “มึงพูดว่าอะไรนะ?” “มึงคิดอะไรอยู่ถึงกล้าพูดค านี้ออกมา!?” “มึงช่วยบอกกูที!?” “มึงพยายามลืมมันแล้วให้กูจดจ าอยู่แค่คนเดียวอย่างงั้นเหรอวะ!?” ใบหน้าหล่อเหลาขึ้นสีแดงก ่า จากความรู้สึกโกรธเกลียดทั้งการ กระท าและค าพูดของพี่ชายอย่างธาวีร์ โดยที่ยังคงใช้ปลายกระบอกปืนจ่อ เอาไว้ที่คอของไออุ่นอยู่แบบนั้นแต่เขาก็ไม่ได้ตั้งใจว่าจะยิงเธอเลยด้วยซ ้า เพียงแค่เป็นหมาจนตรอกไม่มีทางเลือก “ธาวินทร์..” “ยะ-หยุดเถอะ” “พอได้แล้ว” “ให้พี่วีร์ไปยอมมอบตัวกับต ารวจด้วยตัวเอง มันดีกว่าที่นายจะมาท า ตัวเป็นศาลเตี้ยแบบนี้นะ” “ฮึก!” คนตัวเล็กที่ถูกจับเป็นตัวประกันและมีปืนจ่ออยู่ที่คอหอยได้เอ่ยขึ้น ด้วยน ้าเสียงที่สั่นเครือ ก่อนที่หยาดน ้าตาเจ้ากรรมจะหยดแหมะลงมาที่ หลังมือของธาวินทร์ นั่นจึงท าให้เขาชะงักไปแล้วตัดสินใจคลายมือออก จากคอของเธอเพราะต่างก็รู้ใจกันดีว่าเขาไม่ได้ตั้งใจที่อยากจะท ามันเลย ด้วยซ ้า
พู่เกสร “หมับ!” “ตุบ!” “ตายซะไอ้วินทร์!” “ปัง!” “ปัง!” ธาวีร์อาศัยจังหวะที่ธาวินทร์เผลอสบตากับไออุ่น พุ่งตัวเข้าแย่งเอา ปืนมาถือเอาไว้ในมือได้ส าเร็จ ก่อนที่จะลั่นไกปืนใส่ตรงบริเวณหน้าท้อง และขาของธาวินทร์หวังจะฆ่าให้ตายไปอย่างทรมานในวันนี้ ซึ่งถ้าหากว่า หนังเหนียวไม่ตายก็อาจจะต้องถูกส่งตัวกลับไปที่โรงพยาบาลจิตเวช ตามเดิม “ตุบ!” “อึก!” ธาวินทร์ทรุดตัวลงกับพื้นพร้อมกับอาการบาดเจ็บอย่างรุนแรง จนไม่ สามารถขยับเขยื้อนตัวหรือลุกขึ้นไปต่อสู้กับธาวีร์ได้อีกต่อไปแล้ว นัยน์ตาสี อ าพันจ้องเขม็งไปยังใบหน้าที่เรียบเฉยของพี่ชายฝาแฝดอย่างธาวีร์ ก่อนที่ จะตัดสลับไปยังไออุ่นที่ก าลังท าสีหน้าช็อกอย่างหนักและพยายามจะเดิน เข้ามาหาเขาแต่ทว่าก็ถูกธาวีร์ขัดขวางเอาไว้ “กูจะโทรเรียกโรงพยาบาลบ้าให้มารับตัวมึงกลับไป!” “พะ-พี่วีร์!” “ยะ-อย่าท าแบบนั้นเลยนะคะ!”
พู่เกสร “น้องไอเงียบปากก่อนจะได้ไหม!?” ธาวีร์หันไปตะคอกเสียงใส่ผู้หญิงที่เคยบอกว่ารักนักรักหนา ก่อนที่จะ กดโทรไปต่อว่าทางโรงพยาบาลจิตเวชที่ปล่อยให้ธาวินทร์ออกมาใช้ชีวิต ข้างนอกก่อนก าหนดและออกค าสั่งให้ทางนั้นมารับธาวินทร์ที่ก าลังหายใจ โรยรินกลับไปโดยด่วน ซึ่งไม่ว่าจะอยู่ในสภาพคนเจ็บหรือคนตายก็ควรที่ จะรับกลับไป โดยเขายินดีจ่ายค่าดูแลและบ าบัดรักษาเพิ่มขึ้นถึง 10 เท่า เพราะธาวีร์ก็ไม่ได้มีความต้องการที่จะให้ธาวินทร์มีส่วนเกี่ยวข้องกับไร่ดาว เหนืออีกต่อไป “ไอมากับพี่!” “ไม่ต้องไปสนใจมัน!” “หมับ!” “อ๊ะ!” ฝ่ ามือหนาคว้าหมับไปยังข้อมือบางของหญิงสาวแล้วบังคับให้เธอ เดินห่างออกมาจากตรงจุดนั้นก่อนที่จะจัดการขังธาวินทร์ที่ตะเกียกตะกาย ไปตามพื้นเอาไว้ภายในห้องอย่างไม่เหลียวแลและรอคอยให้ทาง โรงพยาบาลจิตเวชมารับตัวของธาวินทร์กลับไปโดยด่วน ซึ่งถ้าหากว่า ธาวินทร์สิ้นใจตายก่อนที่จะได้รับการรักษา มันก็ช่วยไม่ได้เช่นกัน
พู่เกสร เงารักแรงแค้น ตอนที่29 : การเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ “ฟุบ!” “อ๊ะ!” แรงสวมกอดจากทางด้านหลังท าให้ไออุ่นที่ก าลังยืนเหม่อลอยอยู่ ตรงบริเวณสวนดอกไม้สะดุ้งเฮือกตกใจยกใหญ่ ซึ่งนั่นก็เป็นธาวีร์ที่โผเข้า มากอดเธออย่างไม่บอกไม่กล่าว “มายืนเงียบๆคนเดียวแบบนี้” “น้องไอคิดอะไรอยู่อย่างงั้นเหรอครับ?” ชายหนุ่มเอ่ยถามคนที่อยู่ในอ้อมกอด ก่อนที่จะซุกใบหน้าลงไปยัง ไหล่มน เพื่อสื่อถึงความรู้สึกรักใคร่เป็นอย่างดี “เปล่าหรอกค่ะ” “ไอก็คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย” ไออุ่นส่ายหน้าปฏิเสธด้วยรอยยิ้ม พร้อมกับตีเนียนแกะมือของธาวีร์ ออกจากตรงบริเวณเอวของเธอแล้วหันกลับไปประจันหน้ากับเขา ซึ่งก็ดู เหมือนว่าสัมผัสเดิมๆที่คุ้นเคยเป็นอย่างดีในตอนแรกจะไม่ใช่สัมผัสที่เธอ นึกถวิลหามันอีกต่อไปแล้ว
พู่เกสร “หรือว่าคิดเรื่องของไอ้วินทร์อย่างงั้นเหรอ?” “ตอบพี่มาตามความจริงเถอะ” “อย่าโกหกกันจะดีกว่า” ธาวีร์เอ่ยถามไปตามความจริงและแอบชักสีหน้าใส่ไออุ่นอยู่แวบหนึ่ง ก่อนที่จะส่งยิ้มให้กับเธอราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ซึ่งหลังจากที่ธาวินทร์ ถูกจับส่งตัวไปที่โรงพยาบาลจิตเวชอีกครั้งเมื่อ 2 วันก่อน ธาวีร์ก็กลับมาใช้ ชีวิตได้ตามปกติด้วยสภาพร่างกายที่แข็งแรงขึ้นแต่สิ่งที่ผิดแปลกไปคือ ไออุ่นนั้นนิ่งเงียบและไม่ค่อยพูดคุยอะไรกับเขาเท่าที่ควร “ใช่ค่ะ” “ไอคิดเรื่องเขา” “คิดมากมาตลอด 2 วัน” “พี่วีร์ช่วยพาธาวินทร์ออกมาจากโรงพยาบาลจิตเวชได้ไหมคะ?” “ในเมื่อก็รู้อยู่แล้วว่าเขาไม่ได้บ้า” “แล้วพี่วีร์ก็ควรที่จะไปยอมรับผิดในสิ่งเลวร้ายที่ตัวเองเคยก่อเอาไว้ นะคะ…ฮึก!” เจ้าของใบหน้าสวยน ้าตาคลอหน่วย พร้อมกับเอ่ยขอร้องชายเบื้อง หน้าทั้งน ้าตา ถึงแม้ว่าธาวินทร์นั้นจะมีความผิดเรื่องท าร้ายธาวีร์จน กลายเป็นเจ้าชายนิทราอยู่ช่วงหนึ่งแต่ทว่าตัวของธาวีร์เองก็ควรที่จะรู้ซึ้งถึง เรื่องเลวร้ายที่เคยท าเอาไว้กับคนในครอบครัวเช่นกัน
พู่เกสร ไม่ว่าจะเป็นผู้เป็นพ่อและแม่ที่ตายไป รวมไปถึงการท าลายอนาคต ของน้องชายฝาแฝดของธาวินทร์ที่ไม่มีโอกาสได้ไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ ตามที่ฝันเอาไว้และในตอนนี้ธาวีร์ก็ได้จัดการท าลายชีวิตของธาวินทร์อีก เป็นครั้งที่สองแล้ว “พี่ท าแบบนั้นไม่ได้หรอก” “ขอโทษด้วย” “ถ้าพี่ท าให้มันพ้นผิด” “คนผิดรายต่อไปก็จะต้องเป็นพี่” ชายหนุ่มตอบปฏิเสธค าขอร้องนั้น พร้อมกับส่ายหน้าไปมาเพราะสิ่ง ที่เธอขออยู่นั้น มันมากเกินขอบเขตที่เขาจะท าให้ได้ “มันเป็นเรื่องในอดีตที่ผ่านมานานหลายปี” “พี่ไม่ได้ตั้งใจที่จะให้มันเป็นอย่างนั้น” “พี่เกือบจะลืมมันไปแล้วแท้ๆแต่ไอ้วินทร์มันก็ดันกลับมาท าให้ทุก อย่างแย่ลงไปหมด” “วินทร์มันตัวอันตราย” “มันควรอยู่ในโรงพยาบาลบ้าไปตลอดชีวิต” “มันไม่สมควรที่จะออกมาใช้ชีวิตข้างนอกด้วยซ ้า” ดูเหมือนว่าธาวีร์ก็ยังจะไม่ได้ส านึกผิดอะไรเท่าที่ควรหรือไม่ได้รู้สึก รู้สาอะไรเลยด้วยซ ้าแต่กลับพยายามปรักปร าให้น้องชายฝาแฝดอย่าง ธาวินทร์เป็นบุคคลผู้ซึ่งกระท าความผิดอยู่ร ่าไป ไม่วายกล่าวโทษว่าอีกฝ่าย นั้นเป็นตัวอันตรายส าหรับทุกคนและสมควรที่จะใช้ชีวิตอยู่ในโรงพยาบาล จิตเวชต่อไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่
พู่เกสร “พี่วีร์รู้อะไรไหมคะ?” “คนที่เป็นตัวอันตราย” “ก็คือพี่วีร์นั่นแหละค่ะ” ไออุ่นมองธาวีร์ด้วยสีหน้าแววตาที่เปลี่ยนไปจากในอดีตและรู้สึก ผิดหวังในตัวของเขาเป็นอย่างมากเพราะธาวีร์ไม่ได้ก้มส ารวจมองดูตัวเอง เลยแม้แต่น้อยว่าคนที่น่ากลัวและอันตรายที่สุดในตอนนี้ก็คือเขา “พี่วีร์ท าดีกับไอที่เป็นคนนอกแต่กลับสร้างแผลในใจให้กับคนใน ครอบครัว” “ไอว่าพี่วีร์ควรพิจารณาตัวเองใหม่บ้างก็ดีนะคะ” “นับจากนี้ต่อไป…” “เราอย่ายุ่งเกี่ยวกันอีกเลยค่ะ” ไออุ่นเอ่ยค าลาพร้อมกับหยาดน ้าตาที่ร่วงหล่นลงมาให้กับเขาเป็น ครั้งสุดท้าย ก่อนที่เธอจะเดินออกไปจากไร่ดาวเหนือ โดยที่ไม่ได้อาลัย อาวรณ์กับธาวีร์เลยสักนิด หน าซ ้ายังไม่ได้น าสิ่งของหรือพวกเสื้อผ้าติดตัว ออกไปด้วยเลยแม้แต่ชิ้นเดียวเพราะสิ่งที่เธอก าลังจะไปท า มันยิ่งใหญ่กว่า การที่จะต้องมาเสียเวลานั่งพับผ้าเข้ากระเป๋ าเสียอีก “กึก…” “ฮ่าๆ!” ธาวีร์ยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิมเป็นเวลานานหลายนาทีและไม่ได้เดินตาม ไปขอร้องหรือขอความเห็นใจจากไออุ่นแต่อย่างใด ก่อนที่เขาจะใช้เล็บจิก ลงไปยังบริเวณรอยแผลตกสะเก็ดที่เคยถูกธาวินทร์ใช้เศษแก้วกรีดเป็นทาง ยาว จากนั้นจึงได้ยิ้มและหัวเราะออกมา ราวกับคนบ้าเสียสติ โดยมีสายตา ของสองผัวเมียคนรับใช้อย่างสาลี่และวิชัยที่แอบมองมาจากที่ไกลๆ
พู่เกสร “ตาชัยเอ้ย…” “เราจะช่วยคุณหนูวินทร์ยังไงดีน้อ” “จะเอาแต่ปากไปเล่าให้เขาฟังก็ไม่ได้” “เราไม่มีหลักฐานไปให้เขาดูเพ่ือยืนยันความบริสุทธิ์ของคุณหนู วินทร์เมื่อ 6 ปีที่แล้ว” “ฉันล่ะกลัวจริงๆ” “กลัวว่าสักวันคุณวีร์จะสติแตกยิงพวกเราตายเพิ่มอีกคน” หญิงวัยกลางคนบ่นออกมาให้กับสามีได้รับฟังอย่างหนักใจ ถึงแม้ว่า คนทั้งคู่จะรู้เรื่องทุกอย่างดีมาตั้งแต่เมื่อตอนที่ธาวีร์ยิงพ่อกับแม่ของตัวเอง ตายแต่ก็ไม่สามารถหาหลักฐานอะไรที่จะเอาผิดธาวีร์ แล้วช่วยธาวินทร์ให้ พ้นผิดได้ ตั้งแต่นั้นมาวิชัยกับสาลี่จึงท าได้แค่ปิดปากเงียบ เพื่อเอาตัวรอด จากความน่ากลัวของธาวีร์ให้ผ่านพ้นไปในแต่ละวัน จนมาถึงปัจจุบันก็ต้อง กลับมาใช้ชีวิตอยู่ภายใต้การดูแลของธาวีร์อีกครั้งอย่างเลี่ยงไม่ได้ หากจะ ขอลาออกก็เกรงว่าจะถูกยิงตายทั้งผัวทั้งเมียเป็นแน่แท้
พู่เกสร โรงพยาบาลจิตเวช “ฟิ้ว~” ลมอ่อนๆพัดโชยมาตามสายลม พร้อมกับหยาดน ้าตาที่ร่วงหล่นลง มาอาบแก้มทั้งสองข้างของชายหนุ่มที่อยู่ในชุดแบบฟอร์มผู้ป่ วยของทาง โรงพยาบาลจิตเวชและก าลังนั่งเหม่อลอยอยู่ตรงบริเวณม้านั่งภายใน สวนหย่อมเล็กๆที่ใช้ส าหรับลดความตึงเครียดของผู้ป่ วย “กึก…” ฝ่ ามือหนาสัมผัสลงไปยังรอยแผลตรงบริเวณหน้าท้องและขาที่ถูก พี่ชายฝาแฝดกระหน ่ายิงใส่ ซึ่งในตอนนี้มันก็ได้มีผ้าพันแผลพันรอบอยู่เต็ม ไปหมดแต่ทว่ามันก็ไม่ได้สร้างความเจ็บปวดให้กับเขาสักเท่าไหร่นักเพราะ มันยังมีเรื่องที่เจ็บมากกว่าแผลนี้อีกหลายเท่า “พ่อครับ” “แม่ครับ” “ผมขอโทษที่ท าให้ผิดหวังซ ้าสอง” “ผมขอโทษที่ท าตัวไม่ดี จนต้องกลับมาที่นี่อีกครั้ง” “จนบางครั้งผมก็เริ่มตัดสินว่าตัวเองเป็นบ้าจริงๆไปซะแล้ว” ชายหนุ่มเอ่ยค าขอโทษถึงบุพการีอันเป็นที่รักก่อนที่จะก้มหน้าต ่าลง แล้วตัดพ้อถึงโชคชะตาชีวิตที่หมุนเปลี่ยนให้ต้องกลับกลายมาเป็นคนบ้า สติไม่สมประดีแล้วต้องกลับมาที่โรงพยาบาลจิตเวชนี้ซ ้าสอง ในบางครั้ง เขาก็รู้สึกท้อและหมดหวัง จนอยากจะยิมยอมพร้อมใจเป็นคนบ้าอย่างที่ คนอื่นเข้าใจไปเสียให้มันสิ้นเรื่อง
พู่เกสร “ต่อจากนี้ไปคงจะไม่มีโอกาสได้ออกไปใช้ชีวิตข้างนอก ตามที่วีร์มัน ต้องการแล้วล่ะครับ” “ผมจะต้องอยู่ที่นี่ไปจนตาย อย่างที่วีร์มันเซ็นรับรองกับทาง โรงพยาบาล” “แต่ไม่เป็นไรหรอกนะครับ” “ผมอยู่ได้” “เพราะอย่างน้อย…” “ก็ไม่มีใครตามมาใส่ร้ายผม” ความรู้สึกน้อยใจในโชคชะตาชีวิตเริ่มสูญเปล่าเข้าไปทุกที ธาวินทร์ เริ่มพูดถึงคนในจินตนาการให้เหมือนกับคนบ้าเสียสติอย่างที่ควรจะท า เพราะอย่างน้อยการที่ได้มาอยู่ที่นี่ มันก็ไม่ได้มีใครตามมาใส่ความเขาอีก ต่อไปแล้ว “ต้องได้ออกไปสิ” “ท าไมจะไม่ได้ออกไปล่ะ?” “ไม่ได้มีความผิดอะไรนี่นา” “ขวับ!” เสียงอันคุ้นเคยของใครบางคนดังแว่วขึ้นมาจากทางด้านหลัง ท าให้ธาวินทร์รีบหันหลังขวับกลับไปมองอย่างรวดเร็วแล้วก็ต้องพบกับไอ อุ่นที่ยืนฉีกยิ้มกว้างส่งมายังเขา จนธาวินทร์เข้าใจผิดคิดไปว่าเธอคงจะมา เยาะเย้ยเขาเป็นแน่แท้
พู่เกสร “เธอมาได้ยังไง?” “ก็ขับรถมาน่ะสิ” “ถามได้” คนตัวเล็กหยิบกุญแจรถออกมาจากกระเป๋ าแล้วโชว์มันให้เขาได้ดู ซึ่งหลังจากที่เดินพ้นออกมาจากไร่ดาวเหนือ เธอก็ได้โบกรถผ่านทางแล้ว ขอความช่วยเหลือให้พวกเขาไปส่งเธอที่บ้าน จนได้มาเจอกับธาวินทร์อีก ครั้งในวันนี้ “กลับไปเถอะ” “แล้วอย่ามาเหยียบที่นี่อีก” “ที่นี่มันไม่เหมาะกับคนปกติอย่างเธอหรอก” หลังจากที่ออกปากไล่เธอเสร็จเรียบร้อยแล้ว ธาวินทร์ก็ได้หันหน้าหนี เธอไปในทันทีเพราะเขาไม่อยากจะมองหน้าผู้หญิงที่เป็นคนรักของพี่ชาย ชั่วช้าสารเลวคนนั้น เขาพยายามอย่างหนัก เพื่อที่จะเกลียดเธอแต่ทว่าเขากลับท าไม่ได้ และยิ่งรู้สึกผิดเข้าไปใหญ่ที่ได้เคยตัดสินใจลากคนที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้า มาท าร้ายทั้งร่างกายและจิตใจไปพร้อมๆกัน “ฉันแค่อยากจะคุยกับนาย” “แต่ฉันไม่มีอะไรจะคุยกับเธอ” “กึก!” ไออุ่นเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าของธาวินทร์ ด้วยท่าทีจริงใจแต่ทว่าเขา กลับเมินหน้าหนีไปอีกทางและไม่แม้แต่อยากจะสบตาเธอเลยด้วยซ ้า
พู่เกสร “เธอได้ชีวิตของคนรักตัวเองคืนแล้วนี่” “จะมาวอแวกับฉันท าไม?” “มาเยาะเย้ยเหรอ?” “ความบรสิทุธิ์ของฉนัมนัไม่มีค่าเพราะสดุทา้ยเธอก็อย่ขูา้งมนั!” “มันคือคนผิด!” “คนผิดที่หมายถึงฆาตกรฆ่าพ่อกับแม่ของตัวเอง!” ใบหน้าหล่อเหลาฉายแววความเศร้าและไร้ชีวิตชีวาออกมาอย่างเห็น ได้ชัด พร้อมกับกล่าวตัดพ้อเธอในเชิงน้อยใจที่ไม่ว่าความจริงจะถูกเปิดเผย ออกมาทั้งหมดแล้วและเขาก็ไม่ใช่คนผิดแต่ทว่าเธอก็ยังคงอยู่ข้างคนผิดตัว จริงที่เป็นฆาตกรสังหารพ่อกับแม่ของตัวเอง “ฉันเองก็ผิดเหมือนกัน” “ผิดที่ไม่ใช่คนที่เธอรัก…” นัยน์ตาสีอ าพันจ้องลึกเข้าไปยังดวงตาคู่สวยด้วยความรู้สึก บางอย่างแทรกซึมผ่านเข้ามาและแน่นอนว่าเขาเองก็คงผิดเช่นกัน ผิดที่ ไม่ใช่คนที่เธอรัก “ฉันขออวยพรให้เธอมีความสุขกับสิ่งที่เลือก” “แต่ระวังจะโดนมันยิงตายเข้าสักวัน” หลังจากที่ค าอวยพรที่สุดแสนจะหวังดีและห่วงใยมากเป็นพิเศษได้ จบสิ้นลงแล้ว ธาวินทร์ก็ใช้มือกุมแผลเอาไว้แล้วตั้งท่าจะเดินจากไปในทันที เพราะถ้าหากยังอยู่ตรงนี้ต่อไป มันก็อาจจะท าให้สติแตกโวยวายด่าทอ ธาวีร์ต่อหน้าของเธอก็เป็นได้
พู่เกสร “ตึก!ตึก!ตึก!” “ดะ-เดี๋ยวก่อน!” “ฉันกับพี่วีร์…” “เราขาดกันแล้ว” “ฉันเลือกเดินออกมาจากตรงนั้นเพราะอยากจะช่วยนายให้หลุดพ้น จากความผิดที่ไม่ได้ก่อ” ไออุ่นรีบวิ่งมาดักหน้าของธาวินทร์อีกครั้ง ก่อนที่จะเผยความจริง ให้กับเขาได้รับทราบและที่เธอมาในวันนี้ มันก็ไม่ใช่เพราะว่าเธอจะมาเยาะ เย้ยเขาแต่อย่างใดแต่เธอมาช่วยเขาให้หลุดพ้นจากความผิดที่ไม่ได้ก่อ ต่างหาก “เธอช่วยฉันไม่ได้หรอก” “กลับไปเถอะ” ถึงแม้ว่าจะแอบดีใจที่เธอตัดขาดจากคนชั่วช้าอย่างธาวีร์ได้ส าเร็จ แล้วแต่ทว่าในส่วนของเรื่องที่อยากจะช่วยเขาออกไปจากที่นี่ เห็นทีคงจะ เป็นเรื่องยากเพราะธาวีร์ได้เซ็นเอกสารยินยอมให้เขาต้องบ าบัดรักษาตัว อยู่ที่นี่ไปจนสิ้นอายุขัยและที่ส าคัญไปกว่านั้น เธอก็ไม่ได้มีสิ่งไหนมายืนยัน ความบรสิทุธิ์ของเขาไดเ้ช่นกนัแต่ทว่าธาวินทรก์็ดนัลืมหลกัฐานบางอย่างท่ี ไออุ่นแอบเก็บเอาไว้ไปซะสนิท
พู่เกสร “ลืมอะไรไปรึเปล่า?” “ฉันน่ะยอดนักสืบสาวเลยนะ” ไออุ่นยิ้มร่าและไม่ได้แสดงท่าทีเศร้าใจหรือหมดหวังอย่างเฉกเช่น กับธาวินทร์ ซึ่งการที่เขาบอกว่าเธอไม่สามารถช่วยเหลือให้หลุดพ้นไปจาก ความผิดที่ตัวเองไม่ได้ก่อได้ส าเร็จ ช่างเป็นค าพูดที่ดูแคลนกันมากเกินไป เสียแล้ว
พู่เกสร เงารักแรงแค้น ตอนที่30 : ความสุขหวนคืนกลับมาอีกครั้ง “ตึก ตึก ตึก” “ที่แท้ก็หนีมาหามันนี่เอง” เสียงฝีเท้าของใครบางคนเดินเข้ามาใกล้ตรงบริเวณที่คนทั้งคู่ยืนอยู่ ตามมาด้วยเสียงอันคุ้นหูของคนใกล้ชิด ซึ่งนั่นก็เป็นธาวีร์ที่ตั้งใจว่าจะมา หาธาวินทร์ที่โรงพยาบาลจิตเวชแห่งนี้ เพื่อจะตามมาข่มเหงน้องชายต่อ แล้วจะไปง้องอนขอคืนดีกับไออุ่นตามฉบับคนสุภาพอ่อนโยนอย่างเช่นแต่ ก่อนแต่ทว่ากลับต้องมาเจอไออุ่นที่นี่ “พะ-พี่วีร์…” ดวงตากลมโตสั่นระริกด้วยหวาดกลัวและมองอดีตชายคนรักไม่ เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว เขาทั้งน่ากลัวและเลือดเย็นกว่าธาวินทร์ หลายเท่าตัวและที่ส าคัญไปกว่านั้น เขาก็ยังไม่เคยส านึกผิดในสิ่งเลวร้ายที่ เคยท า
พู่เกสร “ไอขอตัดขาดกับพี่เพราะมันใช่ไหม?” “ท าไมล่ะ?” “พี่เคยให้ไอได้ทุกอย่าง…” “แม้กระทั่งชีวิตของพี่!” “แต่ไอก็ยังกลับมาหามัน ทั้งที่มันมาทีหลัง!” “รักเรามันเก่าลงตั้งแต่เมื่อไหร่!?” ธาวีร์ตวาดเสียงใส่ไออุ่นด้วยสีหน้าแววตาที่ดูโกรธเคืองเธออย่าง หนักหน่วง จนแทบคุมสติตัวเองไม่อยู่แล้วจะพุ่งตัวเข้ามาใส่เธอแต่ทว่าก็ยั้ง ตัวเองได้ทันเพราะถ้าหากว่าสติแตกยังที่แห่งนี้ เขาก็อาจจะถูกจับไปตรวจ อาการทางจิตก็เป็นได้ ซึ่งนี่มันก็เป็นลักษณะนิสัยและพฤติกรรมที่แท้จริงของธาวีร์ที่มีติดตัว มาเนิ่นนานแต่ทว่าตอนอยู่กับเพื่อนหรือคนรักอย่างไออุ่น เขาก็มักจะแสร้ง แสดงละครตบตาว่าเป็นผู้ชายแสนดีมาโดยตลอด “ฟุบ!” ด้วยความที่เกรงว่าธาวีร์จะสติแตกเผลอเข้ามาท าร้ายไออุ่น ธาวินทร์ ที่ยังมีอาการบาดเจ็บอยู่จึงได้รีบเอาตัวเองมาบังร่างของเธอเอาไว้ เพื่อ ป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นแต่ทว่าไออุ่นกลับเดินออกมาจากทาง ด้านหลังแล้วเอาตัวเองมาบังร่างของเขาอีกทีเสียอย่างนั้น
พู่เกสร “มันไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องความรักเลยค่ะ” “ไอแค่เลือกความถูกต้อง” “ไออยากจะให้ธาวินทร์ได้รับความยุติธรรมอย่างที่ควรจะเป็น” “เขาไม่ควรมารับผิดที่ตัวเองไม่ได้ก่อ” “แล้วเขาก็ไม่ควรที่จะได้มาอยู่ในโรงพยาบาลบ้า ทั้งที่เขาไม่ได้บ้า” ถึงแม้ว่าในอดีตเธอจะเคยไม่ถูกใจหรือเกลียดชังธาวินทร์มากที่เขา เคยท าร้ายร่างกายและจิตใจของเธอแต่ทว่าไออุ่นก็ขอแยกส่วนตรงนั้นเก็บ ไว้จัดการความรู้สึกของตัวเองในภายหลังเพราะในตอนนี้ เธออยากจะช่วย ให้เขาหลุดพ้นจากความผิดที่ตัวเองไม่ได้ก่อ หากไม่นับเรื่องที่เขาใช้เธอเป็นเครื่องมือหรือหมากเดินเกมในการ ล้างแค้นธาวีร์ที่เป็นตัวต้นเหตุเรื่องเลวร้ายทั้งหมด ธาวินทร์ก็อาจจะเป็นแค่ ผู้ชายที่น่าสงสารที่สุดในตอนนี้ เขาถูกใส่ความว่าเป็นคนฆ่าพ่อกับแม่ของ ตัวเอง ซ ้าร้ายยังถูกพี่ชายแท้ๆปรักปร าให้กลับกลายไปเป็นคนมีอาการทาง จิต ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลที่กล่าวมานี้ มันส่งผลต่ออนาคตชีวิตของธาวินทร์ ไปตลอดกาลเพราะฝันที่อยากจะไปเรียนต่อมหาวิทยาลัยที่สหรัฐอเมริกา ได้พังทลายหายไปและเขาก็ยังไม่มีโอกาสที่จะได้ออกมาใช้ชีวิตยังโลก ภายนอก เฉกเช่นกับวัยรุ่นทั่วไป
พู่เกสร “วินทร์มันเป็นคนบ้าจิตไม่ปกติ!” “มันจะต้องติดอยู่ในนี้ไปจนตาย!” “มันจะต้องชดใช้ความผิดที่เคยฆ่าพ่อแม่ตาย!” หลังจากที่ได้ยินไออุ่นพูดเช่นนั้นออกมา ธาวีร์ก็ถึงกับสติแตก ก่อนที่ จะชี้หน้าธาวินทร์แล้วกล่าวหาถึงความผิดปกติทางจิตของน้องชายที่ลงมือ พรากชีวิตและลมหายใจของบุพการีไป ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว คนที่จิต ไม่ปกติก็คือตัวของเขาเอง “อย่าเข้าใจผิดไป!” “คนที่ฆ่าพ่อกับแม่ก็คือมึง!” “ไม่ใช่กู!” ธาวินทร์เองก็เริ่มหมดความอดทนกับแฝดผู้พี่ที่พล่ามความเท็จไม่ หยุดมาตลอดระยะเวลาหลายปี ซึ่งถึงแม้ว่าธาวีร์จะพยายามพูดล้างสมอง ให้ธาวินทร์คิดตามแต่ทว่าเรื่องราวความเป็นมามันเป็นอย่างไร ต่างคนก็ ต่างทราบกันดีอยู่แล้ว “แล้วยังไง!?” “ทุกคนเข้าใจแบบนั้นมาตลอด 6 ปีแล้ว!” “และจะต้องเข้าใจตลอดไป!” “ไม่มีใครเปลี่ยนแปลงอะไรได้หรอก!” “ขนาดคลิปหลักฐานที่กูยิงพ่อกับแม่ตายอยู่ในยูเอสบีไดร์ฟมาตั้ง นานหลายปี มึงก็ยังโง่ไม่รู้เรื่องด้วยซ ้า!!”
พู่เกสร ถึงแม้ว่าตอนนี้ธาวีร์จะหัวเดียวกระเทียมลีบ ไม่มีใครเข้าข้าง แม้กระทั่งไออุ่นที่ดูจะรักกันในตอนแรกแต่ทว่าคนส่วนใหญ่ก็เข้าใจผิดกัน ไปหมดแล้วว่าธาวินทร์เป็นคนบ้าที่มีอาการหลอนจิตยิงพ่อแม่ตัวเองตาย และมันก็จะไม่มีใครสามารถเปลี่ยนแปลงเรื่องราวในอดีตที่ถูกบิดเบี้ยวไป ได้เช่นกัน “ใครบอกว่าเปลี่ยนแปลงไม่ได้ล่ะคะ?” “พี่วีร์หันหลังกลับไปดูนู้นสิคะ” ไออุ่นส่งยิ้มให้กับธาวีร์ ก่อนที่เธอจะพูดเชื้อเชิญให้เขาหันหลัง กลับไปดูสิ่งที่สามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตของเขาไปได้ตลอดกาล รวมไป ถึงธาวินทร์ที่อยู่ในชุดแบบฟอร์มผู้ป่ วยจิตเวชด้วยเช่นกัน “กึก!” “นะ-นี่มันอะไรกันน่ะ!?” ชายหนุ่มหน้าซีดเผือกลงอย่างเห็นได้ชัด หลังจากที่เห็นว่ามี เจ้าหน้าที่ต ารวจถึง 4 นายมายืนรอรับตัวอยู่ทางด้านหลัง หน าซ ้ายังหลุด ปากพูดความจริงออกมาด้วยตัวเองอีกต่างหาก ซึ่งมันก็ไม่จ าเป็นที่จะต้อง ไปสืบสาวราวเรื่องอะไรมากความอีกต่อไปแล้ว “ที่ไอบอกว่าจะช่วยให้ธาวินทร์พ้นผิด ไอไม่ได้พูดเล่นๆหรอกนะคะ” “พี่วีร์ช่วยรับโทษตามความผิดที่เคยท าเถอะค่ะ” “หรือถ้ามีอาการทางจิตก็ควรเข้ารับการรักษานะคะ”
พู่เกสร แท้ที่จริงแล้วก่อนที่ไออุ่นจะมาหาธาวินทร์ยังโรงพยาบาลจิตเวช เธอ ได้จัดการน าหลักฐานทั้งหมดที่เกี่ยวกับการฆาตกรรมคุณผู้ชายและคุณ ผู้หญิงของไร่ดาวเหนือมาให้กับทางเจ้าหน้าที่ต ารวจได้รับทราบ ไม่ว่าจะ เป็นคลิปวิดีโอการฆาตกรรมหรือแม้กระทั่งคลิปวิดีโอตอนธาวินทร์ถูกส่ง เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลจิตเวช ทั้งที่ไม่ได้บ้าหรือมีอาการหลอนทาง จิต ซึ่งหลักฐานทั้งหมดทั้งมวล ล้วนแต่เป็นสิ่งที่ธาวีร์เก็บเอาไว้ฆ่าตัวเองใน อนาคตทั้งสิ้น “มะ-ไม่!” “พี่ไม่ได้บ้า!” “น้องไออย่าพูดเรื่อยเปื่อยจะได้รึเปล่า!” “หมับ!” “อ๊ะ!” ธาวีร์สติแตกพุ่งตัวเข้ามาล็อกคอของไออุ่นเอาไว้อย่างไม่ทันตั้งตัว ซึ่งธาวินทร์ที่มีอาการบาดเจ็บเป็นทุนเดิมอยู่แล้วก็ไม่ได้มีความสามารถ มากพอที่จะคว้าเอาตัวของไออุ่นเอาไว้ได้ทัน “อย่าเข้ามา!” “อ๊ะ!อึก!” ชายหนุ่มล้วงเอามีดในกระเป๋ ากางเกงออกมาจี้คอของอดีตคนรัก ท่ามกลางสายตาของเจ้าหน้าที่ต ารวจที่เล็งปืนมายังเขาพร้อมกัน