พู่เกสร “จิ๊!” “อุตส่าห์รอให้ไปง้อก็ไม่ง้อสักที!” ไออุ่นบ่นกระปอดกระแปดขณะก าลังเดินไปตามทางเข้าสวนผลไม้ เพื่อที่จะเข้าไปตามสามีตัวปลอมข้างในนั้นเพราะถ้าหากว่าจะรอให้เขาไป ง้อถึงข้างในห้อง เธอก็คงรากงอกอย่างแน่นอน “ใช่พี่วีร์ตัวจริงรึเปล่าเนี่ย?” ไออุ่นหลุดเอ่ยปากตั้งค าถามถึงท่าทีการแสดงออกของอีกฝ่ายที่ต่าง ออกไปจากเดิมในหลายๆเรื่อง ซึ่งมันก็เป็นแค่เพียงการพูดประชดประชันก็ เพียงเท่านั้นเพราะเธอเองก็ยังไม่เคยทราบมาก่อนว่าธาวีร์นั้นมีฝาแฝดชาย อีกคน “กึก!” สองเท้าเดินมาหยุดอยู่ตรงสวนส้ม พร้อมกับเพ่งเล็งสายตาไปยัง ธาวินทร์ที่ก าลังยืนหันหลังเก็บผลส้มลงมาจากต้นอย่างเบามือ โดยมีคน สวนอีกจ านวนหนึ่งที่ก าลังท าหน้าที่นี้อยู่อีกฟากเช่นกัน “พะ-พี่วีร์คะ” “คะ-คือว่า” หญิงสาวค่อยๆก้าวเท้าเข้าไปใกล้ๆชายหนุ่มพร้อมกับแสดงอาการ อึกอักพูดอะไรไม่ออกอยู่ตลอดเวลา ซึ่งทางด้านของธาวินทร์ที่รู้ว่าเป็นเธอ ตั้งแต่ได้ยินเสียงฝีเท้าแล้ว ก็ไม่ได้เอ่ยปากพูดอะไร นอกจากหันหน้า กลับมาหาแล้วส่งยิ้มให้กับหญิงผู้น่าร าคาญอย่างไออุ่นก็เพียงเท่านั้น
พู่เกสร “ไอขอโทษนะคะพี่วีร์” “ไอไม่น่าแสดงพฤติกรรมก้าวร้าวแบบนั้นออกมาเลย” เจ้าของใบหน้าสวยก้มหน้างุด ด้วยความรู้สึกผิดบาปที่มีอยู่เพียง เล็กน้อยเพราะอันที่จริงแล้วเธอก็ไม่อยากจะโทษตัวเองสักเท่าไหร่นักและ มันเป็นความผิดของเขาเสียมากกว่าที่ลืมว่าเธอมีอาการแพ้ถั่วแต่ด้วย ความที่ไม่อยากจะตึงใส่กันไปมากกว่านี้ แถมเขาก็ยังไม่มาง้อ ไออุ่นจึงต้อง ยอมอ่อนข้อลงอย่างช่วยไม่ได้ “ฟุบ!” “ไม่ต้องขอโทษพี่…” “ไอไม่ได้ผิดอะไร” “พี่ผิดเองที่ลืมว่าไอแพ้ถั่ว” “พี่ขอโทษนะครับ” ล าแขนแกร่งโอบกอดเอวบางเอาไว้หลวมๆ ก่อนที่จะเป็นฝ่ายเอ่ยค า ขอโทษกลับไปบ้าง โดยที่ยกความผิดพลาดนั้นให้ตัวเองผิดเพียงล าพังแต่ ทว่าผิด ณ ที่นี้ เขาก าลังหมายถึงความผิดที่เขาท าให้เธอรู้ตัวว่าในแซนด์วิช มีเนยถั่วก่อนที่จะได้กินมัน “ไอขอโทษที่ช่วงนี้หงุดหงิดอารมณ์เสียบ่อยนะคะ” “ไอก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันคืออะไร” คนตัวเล็กพูดพลางซุกใบหน้าลงไปแผงอกแกร่ง โดยที่ไม่ได้ฉงนใจใน สิ่งใด เนื่องจากว่าธาวินทร์น าน ้าหอมของธาวีร์มาใช้ จึงท าให้เธอยังคงรับรู้ ถึงกลิ่นอายความหอมที่เหมือนเดิม “คือคนสันดานเสียไง” ธาวินทร์กลอกตามองบน พร้อมกับพูด ประโยคว่าไออุ่นแบบสาดเสียเทเสียอย่างแผ่วเบา
พู่เกสร “ผละ!” “เมื่อตะกี้…” “พี่วีร์พูดว่ายังไงนะคะ?” ร่างบางรีบผละตัวกลับออกมา ด้วยสีหน้างุนงงกับสิ่งที่ได้ยินแว่วผ่าน หูไปเมื่อสักครู่นี้ ซึ่งก็โชคร้ายที่เธอดันได้ยินมันไม่ค่อยถนัดชัดถ้อยชัดค าสัก เท่าไหร่นักว่าอีกฝ่ายก าลังต่อว่าเธอ “เปล่าครับ” “พี่แค่บ่นว่าวันนี้อากาศร้อน” “พวกคนงานคงเหงื่อตกกันระนาว” นิ้วเรียวยาวชี้ไปยังกลุ่มคนงานภายในไร่ที่ก าลังยืนเก็บส้มกันอย่าง ขยันขันแข็งอย่างไม่หยุดพัก พร้อมกับค าแก้ตัวน ้าขุ่นๆที่หลุดออกมาจาก ปากของเขา “นั่นสินะคะ” “น่าเห็นใจจังเลยค่ะ” “ถ้างั้น…” “พี่วีร์ต้องเพิ่มค่าแรงให้พวกเขาแล้วนะคะ” “หืม?” “เป็นความคิดที่ดีนะครับ” ธาวินทร์พยักหน้ารับเห็นดีเห็นงามกับค าพูดของไออุ่น ทั้งที่ในความ เป็นจริงแล้วเขาก็ยังไม่ได้รับทราบถึงระบบการดูแลคนงานภายในสวนเลย ด้วยซ ้า แถมก็ยังไม่รู้เรื่องด้วยว่าธาวีร์ให้ค่าแรงกับคนพวกนั้นเป็นรายเดือน หรือรายวันเพราะฉะนั้นแล้ว หลังจากนี้เขาก็จะต้องกลับไปตรวจสอบดู อย่างละเอียดถี่ถ้วน
พู่เกสร “ส้มลูกนี้ไอกินได้ไหมคะ?” “กินได้ครับ” “ขอบคุณค่ะ” เมื่อได้รับอนุญาตแล้ว คนตัวเล็กจึงได้รีบน าผลส้มในตะกร้าออกมา แกะเปลือกแล้วโยนทิ้งสะเปะสะปะไปทั่ว โดยที่ไม่ได้สนใจว่ามันอาจจะดู ไม่งาม ท่ามกลางสายตาของคนงานที่แอบเหล่สายตาหันมามองคุณ ผู้หญิงของไร่ด้วยสีหน้าฉงนใจเพราะพฤติกรรมของไออุ่นมันไม่ได้ดู เรียบร้อยตามฉบับสาวผู้ดีถึงขนาดนั้น “ขวับ!” ในขณะเดียวกันสายตาของธาวินทร์ก็ดันเหลือบไปเห็นวิชัยที่ยืนหลบ อยู่หลังพุ่มไม้มองดูจากที่ไกลๆ สีหน้าแววตาของชายหนุ่มจึงได้แปร เปลี่ยนไปจากเดิมในทันที “อะ-อ้อ!” “ตึก!ตึก!ตึก!” ความดุร้ายจากนัยน์ตาสีอ าพันที่บาดลึกเข้ามายังดวงตาของวิชัย ท าเอาชายวัยกลางคนที่ถูกจับได้ว่ามาแอบยืนดู รีบก้มหัวให้แล้วรีบเดิน จากไปพร้อมกับค าถามที่มีอยู่ในหัวมากมาย
พู่เกสร เรือนใหญ่ “เอี๊ยด…” หญิงวัยกลางคนค่อยๆใช้ไม้ถูพื้นขัดถูไปตามพื้นกระเบื้องอย่างเต็ม แรง เพื่อที่จะให้พื้นมันเงาวาวได้ดั่งใจเจ้าของบ้าน โดยที่ในหัวก็ยังคิดวิตก เรื่องบางเรื่องไม่หาย ซึ่งก็แน่นอนว่านั่นคือเรื่องของฝาแฝดชายอย่างธาวีร์ และธาวินทร์ “เฮ้อ~” “ฉันล่ะอยากจะรู้จริงๆว่าคุณวีร์หายไปไหน” “แล้ววินทร์มาแทนที่แบบนี้ได้ยังไงกัน?” หญิงวัยกลางคนถอนหายใจแผ่วเบา ด้วยความรู้สึกหนักอกหนักใจ เพราะเธอนั้นรู้ตั้งแต่แรกแล้วว่าคนที่มาเข้าพิธีวิวาห์กับไออุ่นไม่ใช่ธาวีร์แต่ เป็นธาวินทร์ ด้วยความที่ตอนแรกธาวีร์เคยสั่งห้ามเอาไว้ว่าไม่ให้บอกกับไออุ่น เรื่องที่ตนเองมีฝาแฝดชายอีกคน นั่นจึงท าให้สาลี่กับวิชัยไม่กล้าเอ่ยปาก ทักท้วงเรื่องนี้ ซึ่งหลังจากที่ธาวินทร์โผล่มาแล้วธาวีร์หายไป สีหน้าแววตา ของธาวินทร์ที่มาแทนที่ก็ดูจะเอาเรื่องเป็นอย่างมาก สองสามีภรรยาผู้เป็น แค่คนชั้นผู้น้อยที่ต ่ากว่า จึงท าได้แค่เงียบปากเอาไว้ก็เพียงเท่านั้น
พู่เกสร “กึก!” “อะ-อ้าว!” “คะ-คุณหนู…” “โผล่มาไม่ให้ซุ่มให้เสียง” “ป้าตกใจแทบแย่แหนะ” ในขณะที่สาลี่ก าลังยืนเหม่อคิดวิตกกังวลกับเรื่องที่เกิดขึ้น จู่ๆ ธาวินทร์ก็โผล่มายืนอยู่ข้างกายเธออย่างไม่ให้ซุ้มให้เสียง ซึ่งสาเหตุที่สาลี่ เรียกธาวินทร์ว่าคุณหนูน าหน้าก่อน มันก็เกิดมาจากความเคยชินที่เรียกติด ปากมาตั้งแต่เขายังเป็นเด็ก ส่วนทางด้านของธาวีร์ที่ไม่ค่อยชอบให้เรียก แบบนี้ สาลี่จึงไม่ได้เรียกเขาว่าคุณหนูวีร์อีกเรื่อยมา “ผมขอสั่งห้ามไม่ให้ป้าสาไปวนเวียนอยู่ใกล้กับประตูทางลงชั้นใต้ดิน อีกเป็นอันขาด” ธาวินทร์ไม่พูดอ้อมโลกแต่บอกสิ่งที่ต้องการออกมาโดยตรง ซึ่งนั่นก็ คือการสั่งห้ามไม่ให้สาลี่ไปเดินป้วนเปี้ยนอยู่แถวหน้าประตูห้องใต้ดิน “อ้าว” “ท าไมละคะ?” “ป้าก็ท าความสะอาดทุกซอกทุกมุมของตัวบ้านเป็นปกติอยู่แล้วนะ คะ” “ผมบอกว่าอย่าก็คืออย่า” “ไม่ต้องมาถามอะไรมากมาย” “เข้าใจแล้วค่ะ” “คุณหนูวินทร์” “หวืด~”
พู่เกสร ทันทีที่สาลี่หลุดปากพูดชื่อที่แท้จริงของเขาออกมา ใบหน้าหล่อเหลา ก็ได้หันกลับมาหาหญิงวัยกลางคนอีกครั้ง พร้อมกับสีหน้าแววตาที่ดูดุร้าย ราวกับสัตว์ป่ าแต่ส าหรับสาลี่แล้ว เธอไม่ได้มองเห็นแค่สิ่งนั้นแต่เพียงอย่าง เดียว… “เก็บเงียบเรื่องนี้เอาไว้ให้ดี” “ไม่งั้นคนเจอดีก็อาจจะเป็นป้าสาเอง” นัยน์ตาสีอ าพันบาดลึกเข้าไปยังดวงตาของหญิงวัยกลางคนเบื้อง หน้า เพื่อเป็นสัญญาณเตือนว่าไม่มีค าว่าพูดเล่น “กึก!” “ดะ-เดี๋ยวค่ะคุณหนู” “แล้วคุณวีร์อยู่ไหนคะ?” ในจังหวะที่ธาวินทร์จะเดินหนีห่างออกไป สาลี่ก็ได้รีบเดินไปดักหน้า เอาไว้ พร้อมกับเอ่ยถามหาธาวีร์ด้วยสีหน้าเป็นกังวลใจ “วีร์มันตายแล้ว” “เหลือแค่ร่างเท่านั้นแหละที่ยังเหลืออยู่” “คะ-คุณวินทร์หมายความว่ายังไงคะ?” “ท าไมคุณวีร์ถึง…” หลังจากที่ได้ยินค าตอบแบบนั้น หญิงวัยกลางคนก็ถึงกับนิ่งอึ้งไป ชั่วขณะ เธอไม่คิดไม่ฝันเลนว่าธาวีร์จะกลับกลายไปอยู่ในสภาพอย่างที่ ธาวินทร์กล่าวอ้างมาเพราะไม่กี่วันที่ผ่านมาทุกอย่างก็ยังคงปกติดีทุกอย่าง
พู่เกสร “มองหน้านังไออุ่นไว้!” “เดี๋ยวจะรู้ทุกอย่างเอง!” ชายหนุ่มเลี่ยงที่ตอบค าถามของคนรับใช้ที่เลี้ยงดูตัวเองมาแต่เลือกที่ จะโยงไปหาไออุ่นแทนว่าต่อจากนี้ไปคนที่จะต้องมารับกรรมทั้งหมดก็คือ หล่อนเพียงคนเดียวเท่านั้น “แต่ป้าวะ…” “ตึก!ตึก!ตึก!” “พี่วีร์อยู่ไหนคะ?” ยังไม่ทันที่หญิงวัยกลางคนจะได้พูดจบประโยค ก็ได้มีเสียงฝีเท้าดัง เข้ามาใกล้ตรงบริเวณที่คนทั้งคู่ยืนอยู่เรื่อยๆ ตามมาด้วยเสียงของไออุ่นที่ ดังเจื้อยแจ้วเอ่ยเรียกชื่อของธาวีร์ไม่ขาดปาก “กึก!” “คุยอะไรกันอยู่เหรอคะ?” ร่างบางเดินเข้ามากอดล าแขนแกร่งเอาไว้มั่น ก่อนที่จะเอ่ยถามสามี ตัวปลอมในสิ่งที่อยากจะรู้พร้อมกับสลับตัดกลับไปมองหน้าของคนรับใช้ อย่างสาลี่ด้วยเช่นกัน
พู่เกสร “มะ-ไม่มีอะไรหรอกค่ะคุณไออุ่น” “คุณวีร์แค่มาสั่งป้าเรื่องท าความสะอาดบ้านให้มันเกลี้ยงเกลากว่า นี่” “อย่างงั้นเหรอคะ?” “คะ-ค่ะ” “ป้าขอตัวก่อนนะคะ” หญิงวัยกลางคนก้มหน้าต ่าลงอย่างมีพิรุธ ด้วยความที่ไม่อยากจะให้ ความลับมันหลุดออกไปมากกว่านี้ เธอจึงตัดจบด้วยการเดินหนีแทน โดยมี สายตาของธาวินทร์ที่มองไล่หลังไปอย่างไม่คลาดสายตา ซึ่งทางด้านของ ไออุ่นก็ได้แต่ท าหน้างุนงงสงสัยก็เพียงเท่านั้น
พู่เกสร เงารักแรงแค้น ตอนที่8 : รีบตักตวงความหอมหวาน NC 18+ ช่วงเวลากลางคืนในขณะที่ไออุ่นก าลังจะเข้านอน เธอก็เหลือบไป มองดูสามีตัวปลอมอย่างธาวินทร์ที่ก าลังนั่งอ่านหนังสืออยู่บนโซฟาหรูริม หน้าต่าง ซึ่งมันก็เป็นเช่นนี้เข้าคืนที่ 3 นับตั้งแต่ที่พ้นคืนเข้าหอมา อีกฝ่ายก็ มักจะมานั่งอ่านหนังสือหรือท าอะไรเรื่อยเปื่อยอยู่เพียงล าพังและจะปล่อย ให้เธอนอนหลับไปอย่างเดียวดาย โดยที่ไม่ได้มีการแสดงความรักกันอย่าง ที่ควรจะเป็น “ฟุบ!” “พี่วีร์อ่านหนังสืออะไรอยู่เหรอคะ?” “ช่วงนี้เห็นอ่านทุกวันเลย” ไออุ่นเดินมาทิ้งตัวนั่งลงบนพื้นที่ว่างของโซฟา ก่อนที่เธอจะชะเง้อคอ มองดูเนื้อหาด้านในหนังสือที่อีกฝ่ายก าลังอ่านอย่างตั้งอกตั้งใจ “พี่อ่านหนังสือเกี่ยวกับพวกผีเสื้อน่ะ” “ไอเพิ่งจะทราบนะคะเนี่ยว่าพี่วีร์สนใจอะไรพวกนี้ด้วย” “พี่สนใจสายพันธุ์ผีเสื้อมาตั้งแต่อายุ 5 ขวบแล้วครับ” ธาวินทร์เหลือบหันไปมองทางอื่น เพื่อที่จะกลบเกลื่อนพิรุธ อันที่จริง แล้วเรื่องที่เขาสนใจสายพันธุ์ผีเสื้อมาตั้งแต่ยังเป็นเด็กนั้นเป็นความจริงแต่ ส าหรับธาวีร์ตัวจริงแล้วไม่ใช่เลยสักนิด
พู่เกสร “ท าไมพี่วีร์ถึงชอบเข้านอนหลังจากที่ไอหลับไปแล้วตลอดเลยคะ?” หญิงสาวไม่ได้สนใจจะคุยเรื่องผีเสื้อแต่เธอเข้าประเด็นถามถึงสาเหตุ ที่อีกฝ่ ายมักจะไม่เข้านอนพร้อมกันกับเธอและปล่อยให้เธอผล็อยหลับไป ก่อนอยู่เสมอ “พี่แค่…” “ท าไมคะ?” “พี่เป็นคนนอนหลับยากครับ” “กลัวว่าพอพลิกตัวไปมาแล้วไอจะนอนไม่หลับตาม” “เลยรอให้ไอหลับก่อน พี่ถึงจะเข้านอนทีหลังช่วงดึกมากๆ” ธาวินทร์พูดแก้ตัวแบบหน้าซื่อตาใส ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว มันก็ เป็นความตั้งใจของเขาที่รอให้เธอนอนหลับสนิทไปเพียงล าพัง ส่วนเขาก็จะ ปลีกตัวไปนอนอีกห้อง เมื่อถึงช่วงเวลาเช้ามืดถึงจะแกล้งโผล่มานอนข้าง กายเธอตามปกติ “พี่วีร์ควรนอนพร้อมไอนะคะ” “ถึงจะนอนไม่หลับเราก็ควรที่จะเข้านอนพร้อมกัน” “พี่วีร์ท าตัวห่างเหินกับไอแบบนี้ ไอไม่สบายใจเลยค่ะ” ไออุ่นเอ่ยขึ้นในเชิงน้อยใจเพราะถึงแม้ว่าเธอจะไม่เคยสะดุ้งตื่นขึ้นมา ช่วงกลางดึกแต่ในระหว่างนั้น เธอก็ไม่ได้รับรู้ถึงแรงโอบกอดจากสามีเลย แม้แต่นิดเดียว
พู่เกสร “พี่ขอโทษนะครับ” “ต่อไปพี่จะเข้านอนพร้อมไอ” “จุ๊บ!” ล าแขนแกร่งเลื่อนไปโอบเอวบางเอาไว้หลวมๆ ก่อนที่จะกดปากหยัก ลงไปยังหน้าผากมนอย่างไม่ค่อยเต็มใจสักเท่าไหร่นักเพราะในตอนนี้ความ อดทนของธาวินทร์เริ่มจะหมดลงเสียแล้วและในวันพรุ่งนี้ก็จะเป็นวันที่เขา ไม่ต้องแสดงละครตบตาเธออีกต่อไป “หมับ!” “อ๊ะ!” “พะ-พี่วีร์เป็นอะไรไปคะ?” ฝ่ ามือหนาคว้าหมับไปยังข้อมือบาง พร้อมกับก ามันเอาไว้แน่น หลังจากที่เธอเริ่มซนจะมาปลดกระดุมเสื้อของเขาออก ทางด้านของไออุ่น ที่เห็นว่าอีกฝ่ายนั้นต่อต้าน เธอก็เริ่มแปลกใจแบบบอกไม่ถูก ทั้งที่ก่อนหน้า นี้ธาวีร์ก็ดูจะหิวเธออยู่ตลอดเวลาแท้ๆ “วันนี้อากาศหนาว” “พี่ว่าเรารีบเข้านอนดีกว่าครับ” “หมับ!” “เดี๋ยวสิคะพี่วีร์” “เรามาคุยกันให้รู้เรื่องก่อนค่ะ” ฝ่ ามือบางคว้าหมับไปยังข้อมือหนา เพื่อรั้งให้ชายหนุ่มทรุดตัวนั่งลง ตามเดิม หากยังไงคุยกันไม่รู้เรื่อง เขาก็ไม่มีสิทธิ์จะชวนเธอเข้านอน ในตอนนี้
พู่เกสร “ไออยากคุยอะไรกับพี่ครับ?” “พี่วีร์ไม่อยากมีอะไรกับไออย่างงั้นเหรอคะ?” “ท าไมถึงต้องอยู่ห่างกันตลอดเลย?” ไออุ่นเอ่ยถามออกไปอย่างตรงไปตรงมาเพราะการที่คู่รักแต่งงาน ใหม่มีความสัมพันธ์สวาทกันแค่เพียงในคืนวันเข้าหอ ส่วนคืนต่อๆมากลับ ไม่แตะเนื้อต้องตัวกันแล้ว มันดูจะผิดวิสัยข้าวใหม่ปลามันเป็นอย่างมาก และที่ส าคัญไปกว่านั้น มันก็ผิดวิสัยของธาวีร์ที่ปกติแล้ว มักจะมาคลอ เคลียเธออยู่ตลอดเวลาแต่ทว่าหลังจากแต่งงานมานี้ เธอกลับไปเคยได้รับ สัมผัสนั้นเลยสักครั้ง “ไอวะ!…อื้อ!” “อ๊ะ!” ยังไม่ทันจะได้พูดจบประโยค ริมฝีปากหยักก็ได้โฉบลงมายังเรียว ปากบางอย่างไม่ทันตั้งตัว ก่อนที่จะบดขยี้ขบกัดมันอย่างเผ็ดร้อน ลิ้นหนา ค่อยๆซึมซาบเข้าไปยังด้านในโพรงปากอุ่น พร้อมกับฝ่ามือหนาที่แทรกผ่าน เข้าไปบีบขย ้าทรวงอกอวบอิ่มด้านในชุดนอนสายเดี่ยวตัวบางที่ตั้งใจใส่มา ยั่วเขา “จ๊วบ!” “อื้ม!~” ลิ้นหนาละเลงควานหาความหวานไปทั่วโพรงปากอุ่น พร้อมกับ น ้าลายที่ผสมปนเปกันลงคอคนทั้งคู่ ฝ่ามือหนาละออกมาจากหน้าอกอวบ อั๋นแล้วค่อยๆเคลื่อนขึ้นมาลูบไล้ไปตามท้ายทอยงามอย่างแผ่วเบา ซึ่งมันก็ เป็นสัมผัสที่ดีเกินคาดส าหรับไออุ่นที่ตั้งแต่มีสัมพันธ์สวาทกับผู้ชายครั้งแรก เธอก็มีความต้องการที่จะเสพสุขมันอีกหลายๆครา
พู่เกสร “กึก!” “อ๊ะ!” “ฮา~” ริมฝีปากหยักถอดถอนออกมาจากริมฝีปากสวยอย่างอ้อยอิ่ง พร้อม กับน ้าลายที่ยืดติดตามออกมาเป็นสาย นัยน์ตาสีอ าพันยังคงจ้องมองไปยัง ดวงตาคู่สวยอย่างมีเลศนัย จากนั้นจึงได้ถดต ่าลงไปใช้ลิ้นโลมเลียคอเรียว สวย จนมันเลอะเปรอะเปื้อนเต็มไปด้วยน ้าลาย “กึก!” “ดะ-เดี๋ยวค่ะ” “ถ้าพี่วีร์จะท าเพื่อสนองความต้องการไอฝ่ายเดียว…” “อย่าท าเลยดีกว่าค่ะ” ในจังหวะที่ธาวินทร์ก าลังจะก้มลงไปต ่ากว่านี้ ไออุ่นก็ดันใช้มือปิด ปากของเขาเอาไว้เสียก่อน ตามมาด้วยค าพูดที่ชวนทะเลาะตามประสาคน อยู่ไม่เป็นสุขแต่อันที่จริงแล้ว สาเหตุที่เธอท าเช่นนี้ มันก็มาจากการที่เธอ นั้นรู้สึกอายมากกว่า “พี่ยังไม่ได้พูดเลยสักค าว่าไม่ต้องการมัน” “น้องไออย่าคิดไปเองซี้” “แผล่บ~” มือหนาค่อยๆแกะฝ่ ามือบางออกมาจากริมฝีปาก ก่อนที่ลิ้นร้อนๆจะ โลมเลียไปทั่วมือน้อยๆของหญิงสาว พลางช้อนสายตาขึ้นไปสบตากับเธอ อย่างมีชั้นเชิง เธอควรที่จะตักตวงความหอมหวานนี้เอาไว้ให้ได้มากที่สุด เพราะในไม่ช้านี้ทุกอย่างจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว
พู่เกสร “คืนนี้นอนหลับไปพร้อมกับไอนะคะ” “ฟอด~” “ฟุบ!” ร่างบางโน้มตัวลงไปกระซิบกระซาบยังข้างหูของชายหนุ่ม ก่อนที่เธอ จะชักมือกลับออกมาจากปากของเขา จากนั้นจึงได้ย้ายตัวเองขึ้นไปนั่งอยู่ บนตักแกร่ง โดยที่ยังคงส่งสายตายั่วยวนอยู่ตลอดเวลาและไม่รู้ตัวเลยว่า อีกฝ่ายแทบจะอยากบีบคอเธอให้ตายคามือ “ถ้าพี่วีร์เคยท ากับไอครั้งแรกแล้ว” “ต่อไปก็ต้องท าบ่อยๆสิคะ” “ไม่ใช่มาเงียบไปแบบนี้” “กึก…” ใบหน้าสวยซุกไซร้คลอเคลียใส่ซอกคอของชายชาตรีผู้ซึ่งเป็นคนไม่ คุ้นเคยกัน พร้อมกับใช้ฟันขบมันจนเกือบจะจมฝังเขี้ยว เพื่อลอกเลียนแบบ พฤติกรรมที่เขาเคยท ากับเธอในคืนเข้าหอ “พี่วีร์ได้ยินที่ไอพูดไหมคะ?” “อ๊ะ!” เจ้าของใบหน้าสวยเอียงคอถามด้วยสีหน้าแววตาที่ดูออดอ้อน พร้อม กับเอวบางที่ขยับไปมาไม่หยุด นั่นจึงท าให้ส่วนล่างเบียดเสียดกันอย่าง แนบชิดกันจนร้อนระอุราวกับไฟ
พู่เกสร “พี่ไม่ยักจะรู้ว่าน้องไอชอบยั่ว” “ฟุบ!” ฝ่ามือหนาค่อยๆถกชายกระโปรงชุดนอนสายเดี่ยวตัวบางให้ร่นสูงขึ้น เรื่อยๆ ก่อนที่มันจะถูกดึงออกไปทางด้านบน จนไปกองอยู่ที่พื้น เผยให้เห็น หน้าอกอวบอั๋นที่ก าลังตั้งเต้ารอคอยปากของเขาให้เข้าไปดูดดึง “น้องไอไม่ใส่อะไรข้างในเลยเหรอครับ?” “คงจะเตรียมตัวมาอย่างดี…” “หมับ!” “อ๊ะ!” ฝ่ ามือหนาตะปบเข้าใส่ทรวงอกอวบอิ่ม ก่อนที่จะบีบขย ้ามันอย่างไม่ เบามือเพราะเรื่องใต้สะดือไม่จ าเป็นที่จะต้องอ่อนโยนให้กันอยู่แล้ว “ใช่ค่ะ” “ไอเตรียมตัวมาอย่างดี” “แบบนี้พี่วีร์ไม่ชอบเหรอคะ?” ไออุ่นผู้ลืมอายพูดไปอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว หากได้ตกแต่งเป็นสามี ภรรยากันแล้ว มันก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่เธอจะต้องมาเอียงอายในสิ่งที่ ต้องการในทุกๆค ่าคืนจากสามี
พู่เกสร “หึ” “ไม่ใช่คนปากแข็งซะด้วย” “จ๊วบ!~” “อ๊ะ!” ชายหนุ่มสนองความต้องการให้กับหญิงร่านสวาท ด้วยการดูดดึง ยอดปทุมถันอย่างถึงใจ พร้อมกับน ้าลายที่ไหลออกมาท่วมปาก เพื่อใช้ ทดแทนน ้านม “จ๊วบ!~” “ฮา~” ร่างบางทนความเสียวซ่านไม่ไหว จนต้องขยุ้มกลุ่มเส้นผมสีด าขลับ เอาไว้ เพื่อระบายความรู้สึกสยิวที่ผ่านเข้ามาพร้อมๆกันทั้งส่วนบนและ ส่วนล่าง ก่อนที่มือน้อยๆของเธอมันจะซุกซนไปปลดกระดุมเม็ดบนของ หนุ่มแล้วถอดมันออกอย่างเร่งรีบ “สะ-เสียวจัง~” “รู้จักค าว่าเสียวด้วยเหรอครับ?” “คะ-ค่ะ” ฝ่ ามือบางลูบไล้ไปตามแผงอกแกร่งแล้วเคลื่อนไปบิดเม็ดทับทิมของ ชายหนุ่มอย่างแผ่วเบา ซึ่งมันก็เป็นพฤติกรรมที่ลอกเลียนแบบมาจากหนัง ผู้ใหญ่ที่เธอเคยเปิดดูเมื่อเร็วๆนี้
พู่เกสร “หมับ!” “ฟุบ!” ร่างงามถูกยกขึ้นอยู่บนอากาศ ก่อนที่จะลอยละลิ่วไปตกอยู่บนเตียง นอนขนาดใหญ่ ซึ่งก็ดูเหมือนว่าเธอจะไม่ได้โกรธเคืองอะไรที่อีกฝ่ ายไม่ได้ อ่อนโยนเท่าที่ควรแต่ทว่ากลับชอบมันเสียอย่างงั้น “มานี่สิคะพี่วีร์” “หึ” “ฟุบ!” หลังจากที่เห็นว่าคนบนเตียงอ่อยให้ท่า ชายหนุ่มก็ถึงกับเค้นหัวเราะ ในล าคออย่างสมเพชเวทนาเพราะถ้าหากเธอรู้ว่าก าลังมีความสัมพันธ์อยู่ กับน้องชายผัวตัวเอง คงจะสติแตกกรีดร้องลั่นบ้านเป็นแน่แท้แต่อย่างไรก็ ตามธาวินทร์ก็ยังคงพุ่งตัวเข้าไปคลอเคลียไออุ่นตามค าขออย่างว่าง่ายเช่น เคย “อื้ม!~” “ครืด~” ริมฝีปากสวยถูกบดขยี้อย่างเผ็ดร้อน โดยที่ฝ่ ามือหนาก็ยังคงท างาน บีบขย ้าหน้าอกอวบอั๋นอย่างสนุกชอบใจ ก่อนที่จะเลื่อนต ่าลงไปงัดเอาล า กายใหญ่ออกมาหายใจหายคอยังด้านนอก “ฟุบ!” หญิงสาวผู้เริ่มรู้งานจากประสบการณ์ดูผ่านโลกอินเตอร์เน็ตได้ จัดการผลักร่างชายหนุ่มให้นอนราบแล้วพลิกตัวขึ้นมาคร่อมร่างหนาเอาไว้ อย่างรวดเร็ว ไม่วายสลัดกางเกงคนใต้ร่างออกทั้งด้านในและด้านนอก ราว กับว่าบรรลุขั้นตอนการท าไปแล้ว
พู่เกสร “วันนี้ไอจะท าจนกว่าพี่วีร์จะเสร็จคาปากเลยค่ะ” “เอาสิครับ” “พี่จะคอยดู” “คอยดูได้เลยค่ะ “แผล่บ~” นิ้วเรียวค่อยๆถูวนไปมายังปลายหัวหยักสีชมพูระเรื่อที่มีน ้าเมือกสีใส ไหลซึมออกมาเล็กน้อย ก่อนที่เธอจะใช้ลิ้นแตะชิมรสชาติอีกครั้งอย่างไม่ เกรงกลัวและไม่ลืมที่จะก้มต ่าลงไปแลบลิ้นโลมเลียลูกบอลทั้งสองข้างที่ ห้อยอยู่ด้านล่างเพราะขึ้นชื่อว่าสามีภรรยากันแล้ว เธอต้องหาวิธีมามัดใจ สามีให้ชื่นชอบแต่ก็ช่างโชคร้ายที่ชายผู้นี้ไม่ใช่สามีของเธอ “อ๊อก!” ปากสวยค่อยๆกลืนเอาล ากายใหญ่เข้าไปยังด้านในแค่เพียงส่วนหัว เท่านั้นเพราะถ้าหากว่ายัดเข้าไปในล าคอทั้งแท่ง เธอก็อาจจะส าลักก็ เป็นได้ “บ๊วบ!” ริมฝีปากสวยห่อได้รูปเป็นตัวโอ จากนั้นจึงค่อยๆขยับศีรษะขึ้นลงให้ เป็นจังหวะสม ่าเสมอ เพื่อไม่ให้ขาดตอนอย่างคนช านาญ ทั้งที่ก็ไม่ได้มี ประสบการณ์โชกโชนอย่างใครเขา
พู่เกสร “อ๊อก!” “บ๊วบ!” “อืม~” ขณะก าลังท าการอมรูดแท่งหรรษา ดวงตาคู่สวยก็ได้เหลือบขึ้นไป มองผู้ถูกกระท าที่ก าลังใช้มือขยุ้มกลุ่มเส้นผมของเธอ พร้อมกับแสดงสีหน้า แววตาที่ดูเสียวซ่านออกมาอย่างชัดเจน หน าซ ้ายังหลุดครางออกมาให้ได้ ยินอีกต่างหาก “อ๊อก!” “อ๊อก!” “บ๊วบ!” “อะ-อึก!” “อ่าส์!” ปากสวยขยับเข้าขยับออกจากท่อนเอ็นใหญ่ไปมาอย่างไม่ขาดตก บกพร่อง พร้อมกับใช้ฝ่ ามือลูบไล้ไปยังแผงอกแกร่ง ไล่ขึ้นไปจนถึงใบหน้า หล่อเหลา ผ่านไปได้ไม่นานน ้าเชื้อสีขาวขุ่นก็ได้พุ่งทะลักเข้ามายังภายใน ปากและล าคอของเธอ จนแทบจะกลืนลงคอไม่ทัน ซึ่งถึงแม้ว่าจะไม่ได้มี การสนทนาใดๆก่อนหน้านี้แต่ทว่าเธอก็ทราบดีว่าสัมผัสนี้มันท าให้ร่างกาย ของอีกฝ่ายร้อนรุ่ม
พู่เกสร “ไอท าได้แล้วค่ะ” “ไอเก่งไหมคะ?” “แผล่บ~” นิ้วเรียวเลื่อนขึ้นมาเช็ดคราบน ้ารักที่ติดอยู่ตรงขอบปาก ก่อนที่จะ แลบลิ้นเลียมันแล้วกลืนลงคอ ซึ่งถึงแม้ว่ารสชาติมันจะแอบขมเฝื่อนแต่ เพื่อให้ตัวเองประสบความส าเร็จเรื่องบนเตียง ไออุ่นก็พร้อมที่จะลิ้มลองมัน ในทันที “เก่งมากครับ” “เก่งเกินคาดเลย” “ดีใจจังเลยค่ะที่พี่วีร์ชมไอ” หญิงสาวแสดงอาการระริกระรี้ออดอ้อนสามีตัวปลอมด้วยท่าทีของ สาวขี้ยั่ว ไม่วายใช้มือก ารอบล ากายใหญ่แล้วชักขึ้นลง จนมันแข็งตัวขึ้นมา อีกรอบ “หมับ!” “ฟุบ!” “อ๊ะ!” ฝ่ ามือหนาล็อกเอวบางเอาไว้มั่น ก่อนที่จะยกลอยร่างงามขึ้นมานั่ง บนตัก โดยให้นั่งคาบแก่นกายใหญ่เอาไว้ให้ตรงกับต าแหน่งใจกลางกาย สาว ซึ่งก็ดูเหมือนว่าเธอจะเรียนรู้ได้เร็วและไม่ได้ดูหวาดกลัวเรื่องใต้สะดือ ตามที่ธาวินทร์อ่านเจอในสมุดไดอารี่ลับของธาวีร์เลยแม้แต่นิดเดียว
พู่เกสร “เมื่อไหร่เราจะได้รวมเป็นเนื้อเดียวกันสักทีคะ?” “จุ๊บ!” เอวบางร่างน้อยเริ่มอยู่ไม่นิ่งขยับเขยื้อนไปมาให้ส่วนล่างเสียดสีกัน พลางยื่นมือออกไปคล้องคอคนตัวโต ก่อนที่จะกดริมฝีปากสวยเข้าใส่ริม ฝีปากหยักอยู่ซ ้าๆย ้าๆ “ไม่โดนคงนอนไม่หลับใช่ไหม?” “ดื้อจริงๆเลย” “ปึก!อ๊ะ!” ร่างงามถูกยกลอยขึ้นมาอยู่บนอากาศเล็กน้อย เพื่อเล็งต าแหน่งสอด เข้าและไม่นานล ากายร้อนก็ได้ถูกกลีบอูมกลืนกินเข้าไปจนมิดด้าม ซึ่งนั่น มันก็สร้างความคับแน่นปะปนกับความรู้สึกเสียวซ่านให้กับไออุ่นแบบไม่มี พัก “น้องไอขยับสิครับ” “ดะ-เดี๋ยวสิคะ” “ไอจุก” “มันขยับล าบาก” “อ๊ะ!อึก!” ใบหน้าสวยซุกลงไปยังซอกคอหอมๆของชายหนุ่ม ไม่วายแอบใช้ฟัน ขบเม้มมันจนเกิดเป็ นรอยแดง เพื่อระบายความรู้สึกอึดอัดที่อยู่ตรง ส่วนล่าง
พู่เกสร “ถ้างั้นเดี๋ยวพี่ขยับเอง” “ปึก!ปึก!ปึก!” “อ๊ะ!” “เพี๊ยะ!” “พะ-พี่วีร์!” “ไอบอกว่าอย่าเพิ่งซี้!~” ฝ่ ามือบางฟาดลงไปยังแผงอกแกร่งจนเกิดเป็นรอยแดงของฝ่ ามือ ซึ่งมันก็มาจากการที่เขาเล่นกระแทกสวนขึ้นมาหลายที จนเธอตั้งรับไม่ทัน หน าซ ้ายังออกแรงขย่มไม่ได้ “ไม่รู้ไม่ชี้” “ใครออกแรงก่อนคนนั้นคุมเกม” “ปึก!ปึก!ปึก!” “อ๊ะ!อ๊ะ!” “ฮา!~” ฝ่ามือหนาล็อกเอวบางเอาไว้มั่น ก่อนที่จะเริ่มตอกอัดล ากายร้อนเข้า มาใส่รูรักอีกหลายต่อหลายครั้งเป็นจังหวะที่รัวเร็ว จนหัวสั่นหัวคลอนไป ตามๆกัน แรงกระแทกกระทั้นที่รุนแรงท าเอาร่างงามต้องรีบล็อกท้ายทอย ของคนตัวโตเอาไว้มั่นเพราะเกรงว่าจะตกลงมาจากตักของเขา “ขี้โกงนี่นา” “เดี๋ยวก็โดนไอเอาคืนหรอก” “เอาคืนยังไงเหรอครับ?” “อ๊ะ!อึก!” “ซี้ด!”
พู่เกสร เอวบางเริ่มบดขยี้ไปมาแข่งกับแรงกระแทกจากด้านล่าง ซึ่งมันก็ สร้างความเสียวซ่านให้กับคนทั้งคู่จนต้องร้องซี้ดซ้าดออกมาและ ถึงแม้ว่าธาวินทร์จะเกลียดไออุ่นแต่ทว่าสถานการณ์เข้าได้เข้าเข็มเช่นนี้ก็ ต้องปล่อยไปเลยตามเลยอย่างช่วยไม่ได้ “จ๊วบ!~” “ปึก!ปึก!ปึก!” “ฮา!~” ปากหยักโฉบลงไปดูดดึงเม็ดทับทิมสีหวานที่ตั้งตระหง่านชี้หน้าล่อ ตาล่อใจอยู่นานสองนาน ลิ้นหนาตวัดเลียไปลอบเต้า โดยที่ยังคงกระท า ส่วนล่างไปด้วยอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง “ฟุบ!” “ปึก!ปึก!ปึก!” ร่างบางถูกจับเปลี่ยนท่าให้ลงไปนอนหงายแผ่หลา พร้อมกับอ้าขารอ อย่างรู้งาน เพียงเสี้ยววินาทีล ากายร้อนก็ได้ตอกอัดเข้าไปยังด้านในรูรักอีก ครั้งและเริ่มกระแทกกระทั้นเข้าใส่กันในทันที เสียงเนื้อของชายหญิง กระทบเข้าหากัน จนเกิดเป็นเสียงดังตุบตับไปทั่วห้องราวกับฟ้าจะถล่มดิน จะทะลาย
พู่เกสร “จ๊วบ!” “อื้ม!~” เรียวปากบางโฉบเข้าใส่ริมฝีปากหยัก ตามมาด้วยจูบอันดูดดื่มที่ มอบให้กันและกันแต่ด้วยความที่ชายหนุ่มไม่ได้รักไม่ได้ชอบอะไรในตัวเธอ นั่นจึงท าให้เขาเบื่อหน่ายกับพฤติกรรมแสดงความพิศวาสทางปากพร ่า เพรื่อ นั่นจึงท าให้ร่างบางถูกจับพลิกตัวเปลี่ยนท่าให้มาอยู่ในท่าโก่งโค้ง ล าดับต่อไป “ปึก!ปึก!ปึก!” “พะ-พี่วีร์คะท่านี้ไอจุก!~” “ถ้าจุกก็แปลว่าท าถึงไงครับ” “แบบว่าเน้นๆน่ะ” “อ๊ะ!อ๊ะ!อ๊า!~” เอวหนาสอบเข้าใส่ร่างบางจากทางด้านหลังอย่างไม่ผ่อนแรง ส่วน คนที่ครางเพราะทั้งเจ็บและเสียวก็ร้องไม่หยุดเช่นกันแต่ถ้าหากว่าจะให้ ถอดถอนล ากายใหญ่ออกไปจากรูรักในตอนนี้ เห็นทีเธอคงจะไม่ชอบใจ “หมับ!” “ปึก!ปึก!ปึก!” “อ๊ะ!ฮา!~” “แช๊ะ!” ฝ่ามือหนาขยุ้มลงไปยังกลุ่มเส้นผมสีด าที่ยาวสลวย ก่อนที่จะกระตุก มันขึ้นมาอย่างไม่เบามือ โดยที่ยังคงตอกอักล ากายใหญ่เข้าใส่ส่วนล่างที่ บอบช ้าเป็นจังหวะที่รัวเร็วและสม ่าเสมอ ไม่วายแอบยกโทรศัพท์มือถือ ขึ้นมากดถ่ายท่วงท่าและลีลานี้เก็บไว้
พู่เกสร “พี่วีร์ท าถึงจริงๆค่ะ” “ไอไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าเซ็กส์มันดีขนาดนี้!” “อร๊าง!~” เสียงร้องครวญครางของไออุ่นดังมากเกินไป จนมันดังกลบเสียง กดชัตเตอร์จากโทรศัพท์มือถืออย่างช่วยไม่ได้และก็เป็นโชคร้ายของเธอซ ้า สองที่เกิดขึ้นซ ้าซาก “ไอจะ…อึก!” “จะเสร็จเหรอครับ?” “ต้องเสร็จพร้อมพี่ซี้” ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นด้วยน ้าเสียงแหบพร่า พร้อมกับโยนโทรศัพท์มือถือ กลับลงบนปลายเตียงอย่างแนบเนียน “ปึก!ปึก!ปึก!” “อ่าห์!/อร๊างง!” “ฟุบ!” “แฮ่ก!” หญิงสาวร้องครวญครางออกมาดังลั่น พร้อมกับปลดปล่อยน ้าเมือก สีใสออกมาอาบชโลมไปทั่วท่อนเอ็นใหญ่ที่เสียบคาอยู่ภายในรูรัก ซึ่งมันก็ เป็นจังหวะเดียวกันกับที่ชายหนุ่มเสร็จกิจแล้วปลดปล่อยน ้าเชื้อสีขาวขุ่น เข้าไปยังด้านในช่องทางรัก ก่อนที่เขาจะฟุบหน้าเข้าใส่แผ่นหลังบาง เพื่อพักเหนื่อยชั่วคราว
พู่เกสร “ฟุบ!” ร่างบางถูกปล่อยให้ร่วงลงไปบนเตียงในท่านอนคว ่า พร้อมกับ น ้ากามที่มีอยู่เต็มรูรัก โดยที่ไม่ได้มีการเช็ดถูท าความสะอาดให้แต่อย่างใด “หมับ!” “พี่วีร์จะไปไหนคะ?” ฝ่ามือบางคว้าหมับไปยังข้อมือหนาของสามีตัวปลอม หลังจากที่เห็น ว่าอีกฝ่ายก าลังจะลุกขึ้นไปจากเตียงนอน โดยที่ไม่ได้มีการบอกกล่าวกัน “พี่จะไปเข้าห้องน ้าที่ชั้นล่างครับ” “น้องไอพักผ่อนเถอะครับ” “เดี๋ยวพี่ก็จะกลับขึ้นมา” “อะ-อ๋อ” “ก็ได้ค่ะ” “รีบมานะคะ” “ฟุบ!” หญิงสาวพยักหน้ารับอย่างเข้าใจแต่ก็ยังนึกสงสัยว่าท าไมชายหนุ่ม ถึงไม่เลือกเข้าห้องน ้าที่อยู่ภายในห้องนอนแต่ทว่าในท้ายที่สุดแล้ว เธอก็ ตัดสินใจทิ้งตัวลงนอนแล้วปล่อยให้เขาเดินออกไป “ตึก!ตึก!ตึก!” “อุ๊บ!” “อ้วก!” ธาวินทร์ใช้มือปิดปากมาตลอดทางเดิน ก่อนที่เขาจะกลั้นไม่ไหวแล้ว คว้าเอากระโถนราคาแพงที่วางตั้งอยู่บนหลังตู้โชว์มาเป็นที่รองรับอาเจียน
พู่เกสร “ปัง!” ก าปั้นหนักๆทุบลงไปยังฝาผนัง เพื่อระบายอารมณ์ความรู้สึก หงุดหงิด จากนั้นจึงได้เดินไปล้างเนื้อล้างตัวใหม่ภายในห้องน ้าที่อยู่ชั้นล่าง โดยที่ไม่ได้ปริปากพูดอะไรแต่ทว่าอารมณ์ขุ่นมัวนั้นก็ยังคงติดตัวเขาไป จนถึงช่วงเช้าตรู่
พู่เกสร เงารักแรงแค้น ตอนที่9 : ความจริงทถีู่กค้นพบ “ล๊า~” “ลา~” ร่างบางเดินลงมาจากบันได พร้อมกับฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดี ซึ่งนี่ก็ เป็นอีกวันที่เธอนั้นนอนตื่นสาย ถึงแม้ว่าอยากจะตื่นเช้าสักแค่ไหนแต่ทว่า เธอก็ไม่สามารถเปลี่ยนนิสัยที่ติดตัวมาตั้งแต่เด็กได้ในตอนนี้และมันก็เป็น เรื่องยากที่จะต้องปรับตัวให้ได้อย่างรวดเร็ว “เพล้ง!” “นั่นเสียงอะไรน่ะ?” ในขณะเดียวกันก็ได้มีเสียงคล้ายของหล่นแตกดั่งแว่วเข้ามากระทบหู ของไออุ่นพอดิบพอดี นั่นจึงท าให้เธอหยุดชะงักไปกลางอากาศ เพื่อที่จะ จับทิศทางหาต้นตอของเสียง “เหมือนจะดังมาจากข้างในห้องเก็บของแฮะ” “ตึก ตึก ตึก” เจ้าของใบหน้าสวยบ่นพึมพ าสันนิษฐานไปเรื่อย พลางก้าวเดินไป หยุดอยู่ตรงบริเวณหน้าห้องเก็บของตามป้ายที่ถูกติดก ากับเอาไว้
พู่เกสร “หมับ!” “อ๊ะ!” ในจังหวะที่ไออุ่นก าลังจะเอื้อมมือออกไปสัมผัสกับแม่กุญแจที่ไม่ได้ ถูกล็อกเอาไว้แน่นสนิท ข้อมือบางของหญิงสาวก็ได้ถูกคว้าเอาไว้เสียก่อน ซึ่งนั่นก็เป็นธาวินทร์ที่โผล่เข้ามาหยุดยั้งเธอไว้ ไออุ่นจึงได้หันมาสนใจผู้มา ใหม่แทน “โถ่…” “ไอตกใจหมดเลยค่ะพี่วีร์” “น้องไอจะท าอะไรครับ?” “พอดีว่าไอได้ยินเสียงของหล่นเเตกจากข้างในนี้ค่ะเลยจะเข้าไปดูสัก หน่อย” “เผื่อว่าจะมีหนูเข้าไปกัดข้าวของ” หญิงสาวพูดอย่างกระตือรือร้นเพราะเธอไม่ใช่คนอ่อนไหวกลัวสัตว์ จ าพวกนี้จนต้องวิ่งหนี ซึ่งถ้าหากว่าด้านในนั้นมีหนูจริง เธอก็คงจะต้องหา วิธีไล่มันหรือก าจัดมันให้สิ้นซากไป
พู่เกสร “ข้างในไม่มีของใช้จ าเป็นแล้วครับ” “ส่วนมากจะเป็นของเล่นตอนเด็กกับของใช้สมัยก่อนตั้งแต่รุ่นทวด รุ่นตา รุ่นยาย” “ถ้าหนูมันอยากจะกัดก็ให้มันกันไปเถอะ” “เก็บไว้ก็ไม่รู้จะใช้ประโยชน์อะไร” “แถมข้างในฝุ่นก็เยอะ” “น้องไออย่าเข้าไปเลยนะครับ” “เดี๋ยวจะส าลักฝุ่นเอา” ธาวินทร์พูดพลางพยายามใช้มือดันแม่กุญแจให้มันเข้าตัวล็อกแต่ ทว่าก็ไม่เป็นผลเพราะดูเหมือนว่ามันจะผุพังมานานแล้ว หน ายังเก่ามาก อีกต่างหาก เขาจึงต้องจ าใจยอมแพ้แล้วหาแม่กุญแจตัวใหม่มาใช้คล้อง แทนในคราวหน้า “กะ-ก็ได้ค่ะ” ไออุ่นพยักหน้ารับด้วยสีหน้าเหลอหลาอย่างคนไม่เข้าใจความเพราะ ส าหรับเธอแล้ว ยิ่งห้ามมันก็เหมือนยิ่งยุอยากจะเข้าไปให้ได้ “พี่ขอตัวไปดูความเรียบร้อยในสวนก่อนนะครับ” “ค่ะ พี่วีร์” “ฟอด~” ร่างเล็กเขย่งเท้าให้สูงขึ้น ก่อนที่จะกดปลายจมูกเรียวสวยลงไปยัง แก้มฝั่งขวาของชายหนุ่มแล้วปล่อยให้เขาไปท าหน้าที่ของตัวเอง จากนั้นจึง ได้แกล้งตีมึนเดินกลับขึ้นไปยังชั้นบนของตัวบ้าน เพื่อที่จะไม่ให้อีกฝ่ ายมา ร ่ารี้ร ่าไรถามเธอว่าท าไมถึงยังมาสนใจห้องเก็บของ
พู่เกสร “ตึก!ตึก!ตึก” ผ่านได้ไม่นานร่างบางของไออุ่นก็ได้วิ่งมาหยุดอยู่ตรงหน้าประตูอีก ครั้ง พร้อมกับผ้าชุบน ้าที่น ามาเช็ดสิ่งของที่เธออยากจะหยิบจับต่อจากนี้ “ใครสนใจฟังกันล่ะ?” “อาจจะมีของเจ๋งๆถูกเก็บไว้ก็ได้นี่” “อย่างเช่น…ตะเกียงน ้ามันราคาแพง” “หรือพวกดาบ” “น่าสนใจจะตาย” หญิงสาวยังคงดื้อรั้นไม่ฟังค าสั่ง เนื่องจากเธอมีความคิดว่าด้านใน นั้น อาจจะมีสิ่งของเครื่องใช้สมัยโบราณเก็บเอาไว้ก็เป็นได้เพราะจากที่เธอ ส ารวจมองไปทั่วบริเวณรอบตัวบ้าน เธอก็มั่นใจแล้วว่าคฤหาสน์หลังนี้มี อายุไม่ต ่ากว่าร้อยปี ถึงแม้ว่าไออุ่นจะเติบโตมาจากตระกูลขุนนางเก่าแก่แต่มันก็ไม่ได้ หมายความว่าเธอจะเคยเห็นหรือสัมผัสกับของล ้าค่าพวกนั้น ซึ่งมันก็เป็น เพราะว่าพ่อและแม่ของเธอได้ขายมันให้กับคนอื่น เพื่อที่จะน าเงินทองมา เก็บสะสมเอาไว้ตั้งแต่ที่เธอยังไม่ได้ลืมตาดูโลกเลยด้วยซ ้า “แกร๊ก!” “แค่กๆ!” ไออุ่นตัดสินใจปลดแม่กุญแจออก ก่อนที่เธอจะค่อยๆเดินเข้าไปยัง ด้านในอย่างระมัดระวังแต่เดินเข้ามายังไม่ถึงสองก้าว หญิงสาวก็ต้อง ส าลักออกมายกใหญ่เพราะด้านในนี้มีแต่ฝุ่ นตลบอบอวลกระจายอยู่เต็ม ไปหมดอย่างที่ธาวินทร์กล่าวอ้างมาก่อนหน้านี้
พู่เกสร “อื้อหือ!” “ฝุ่นเต็มไปหมดเลย!” “มิน่าล่ะพี่วีร์ถึงไม่อยากให้เราเข้ามา” ร่างบางพูดพลางยกมือขึ้นมาปิดจมูกของตัวเองเอาไว้ พร้อมกับ กวาดสายตามองไปรอบๆบริเวณห้องเก็บของที่เต็มไปด้วยของใช้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นสิ่งของเครื่องใช้ในอดีตหรือยุคปัจจุบันแต่ทว่ามันก็ไม่ได้น่า มองสักเท่าไหร่นักเพราะสิ่งของเหล่านั้นได้มีฝุ่ นและหยากไย่เกาะเต็มไป หมด จนแทบจะมองไม่ออกว่าเป็นของใช้ประเภทไหน “หือ?” “เครื่องบินกระดาษกับเลโก้หุ่นยนต์เต็มไปหมดเลย” “สงสัยจะเป็นของพี่วีร์สมัยเด็กๆ” มือเล็กบีบจมูกตัวเองเอาไว้ เพื่อที่จะไม่ให้ดมฝุ่ นเข้าจมูกมากไปกว่า นี้ ซึ่งก็ดูเหมือนว่าเธอจะมองข้ามของใช้ในอดีตแล้วไปสนใจของเล่นสมัย เด็กของธาวีร์ที่กองอยู่เต็มลังขนาดใหญ่แต่ก็หารู้ไม่ว่ามันไม่ได้มีแค่ของ ธาวีร์แค่เพียงคนเดียว “กึก!” ในขณะเดียวกันดวงตากลมสวยก็ได้เหลือบไปมองกรอบรูปปริศนาที่ ถูกกล่องลังทับเอาไว้อย่างไม่ได้ตั้งใจ ซึ่งถ้าหากเพ่งมองดูดีๆแล้ว ก็จะเห็น ว่าภาพนั้นเป็นภาพที่เด็กนักเรียนมัธยมปลายสองคนยืนถ่ายคู่กันแต่ด้วย ความที่ส่วนหัวถูกกล่องลังทับเอาไว้ เธอจึงเห็นแค่ช่วงคอลงมาจนถึงเท้าก็ เพียงเท่านั้น
พู่เกสร “อันนี้น่าจะเป็นรูปพี่วีร์ที่ถ่ายกับเพื่อนตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมรึเปล่า?” “แล้วท าไมถึงต้องเอามาทิ้งที่ห้องเก็บของด้วยล่ะ?” “เก็บไว้ในตู้ดีๆก็ได้นี่นา” “ครืด!~” หญิงสาวบ่นพึมพ าออกมาด้วยความรู้สึกสงสัย พร้อมกับพยายามใช้ มือดึงกรอบรูปนั้นออกมาจากใต้กล่องลัง จากนั้นจึงได้ใช้ผ้าชุบน ้าที่ถือติด มือมาด้วยในตอนแรกละเลงเช็ดไปทั่วกรอบรูปกระจก โดยที่ไม่ทันจะได้ สังเกตเลยว่าภายในรูปนั้นมีคนที่หน้าตาเหมือนกับธาวีร์เพิ่มมาอีกหนึ่งคน “กึก!…” “นะ-นี่มันอะไรกัน” ภายในเสี้ยววินาทีไออุ่นก็ต้องชะงักแล้วหยุดนิ่งไป หลังจากที่เธอได้ สังเกตเห็นแล้วว่าภายใต้กรอบรูปนั้นไม่ใช่ภาพที่ธาวีร์ยืนถ่ายกับเพื่อนร่วม ชั้นปกติธรรมดาทั่วไปแต่คนที่ยืนอยู่เคียงข้างเขาดันเป็นคนที่มีหน้าตา เหมือนกับธาวีร์ราวกับคนๆเดียวกัน “ปึก!” “ฉันตาฝาดไปแน่ๆ” “ทะ-ท าไมเด็กผู้ชายอีกคนถึงได้มีหน้าตาเหมือนกับพี่วีร์มากถึงขนาด นี้?” มือเล็กกระแทกกรอบรูปลงบนพื้นเต็มแรง ด้วยความรู้สึกตื่นตระหนก ตกใจ จนเป็นผลท าให้มันเกิดเป็นรอยร้าวขนาดใหญ่ ก่อนที่เธอจะรีบก้มลง ไปเพ่งมองดูบุคคลภายในภาพอีกครั้งอย่างตั้งอกตั้งใจและถึงแม้ว่าจะมี เด็กผู้ชายคนใดคนหนึ่งสวมใส่แว่นตา ส่วนอีกคนนั้นไม่ได้สวมใส่แต่ทว่า ไออุ่นก็ยังไม่สามารถแยกได้เลยด้วยซ ้าว่าคนไหนคือธาวีร์ตัวจริง
พู่เกสร “แย่แล้ว…” “นี่ฉันก าลังใช้ชีวิตอยู่กับคนที่ปกปิดความลับตัวเองอย่างงั้นเหรอ?” หญิงสาวพยายามควานหาค าตอบเพิ่ม ด้วยการค้นเอาสิ่งของที่ถูก เก็บซ่อนเอาไว้ภายในกล่องลังเก่าๆที่เต็มไปด้วยฝุ่ นและนั่นจึงท าให้เธอพบ เข้ากับกรอบรูปที่มีอยู่หลายสิบอัน ซึ่งนั่นก็เป็นภาพของสองหนุ่มที่ถ่ายคู่ กันมาตั้งแต่แรกเกิดจนถึงช่วงมัธยมปลาย ซึ่งหลังจากนั้นมาก็ไม่มีอีกเลย “จริงสิ…” “ตั้งแต่มาที่นี่เรายังไม่เคยเห็นรูปถ่ายครอบครัวเลยสักรูป” “จะเห็นก็แต่รูปถ่ายพี่วีร์คนเดียวที่ถ่ายเมื่อเร็วๆนี้ตั้งอยู่ตามโต๊ะ” ไออุ่นเริ่มฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าตั้งแต่ที่เธอก้าวขาเข้ามาเหยียบภายใน บ้านหลังนี้ เธอไม่เคยได้เห็นกรอบรูปครอบครัวตั้งอยู่ภายในบ้านเลยสักรูป จะเห็นก็แต่รูปของธาวีร์เพียงคนเดียวที่ถูกตั้งวางเอาไว้ไม่กี่อัน หน าซ ้ายัง เป็นรูปที่เขาถ่ายเมื่อเร็วๆนี้อีกต่างหาก “ฟู่ ว!~” ริมฝีปากสวยเป่ าฝุ่ นออกจากหลังกรอบรูปที่ถืออยู่ในมือไปสองถึง สามที ก่อนที่เธอจะพบเข้ากับข้อความที่ถูกสลักเอาไว้ว่า “ธาวีร์กับธาวินทร์ มีกันตลอดไป” แต่ก็ช่างน่าประหลาดใจที่ค าๆนี้ได้ถูกกากบาทฆ่าทิ้งไป ด้วยปากกาหมึกสีแดง “ธาวีร์?” “ธาวินทร์?” “พี่วีร์มีฝาแฝดอย่างงั้นเหรอ?”
พู่เกสร ดูเหมือนว่าสิ่งนี้มันก็เป็นข้อกระจ่างมากเพียงพอแล้วว่าธาวีร์นั้นมีฝา แฝดชายอีกคนชื่อว่าธาวินทร์แต่ทว่าเขากลับไม่เคยบอกเล่าให้เธอรับฟัง เลยสักครั้งและจะบอกแค่เพียงสั้นๆว่าเขามีคนส าคัญภายในครอบครัวที่ เหลืออยู่เพียงคนเดียวก็เท่านั้น “ถ้าอย่างงั้น…” “มันมีโอกาสเป็นไปได้ไหมว่าคนที่อยู่กับเราไม่ใช่พี่วีร์?” “แกร๊ก!…ปัง!” “อ๊ะ!” “มะ-ไม่นะ!” ยังไม่ทันจะถึงไหน ร่างเล็กก็ต้องสะดุ้งเฮือกตกใจยกใหญ่ หลังจากที่ ประตูที่ถูกเปิดแง้มทิ้งเอาไว้ก่อนหน้านี้ได้ถูกปิดกระแทกเข้าที่เดิมเสียงดัง ลั่น ราวกับว่ามีคนจงใจหลอกหลอนให้เธอตกใจและตั้งใจจะขังเธอเอาไว้ ภายในห้องมืดสนิทที่เต็มไปด้วยฝุ่น “ตึก!ตึก!ตึก!” “ปัง!ๆ” “ใครมาปิดประตูเนี่ย!” “ยังมีคนอยู่ในนี้นะคะ!” “ช่วยด้วยค่ะมีคนติดอยู่ในนี้!” ร่างบางวิ่งฝ่ าความมืดไปทุบประตูเต็มแรง พร้อมกับตะโกนเรียกให้ คนที่อยู่ด้านนอกได้ยินเสียงของเธอ ไออุ่นแสดงอาการหวาดวิตกออกมา อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นการที่ประตูปิดเองหรือแม้กระทั่งภาพความจริง ของฝาแฝดธาวีร์และธาวินทร์ที่ถูกเก็บซ่อนเอาไว้ภายในห้องเก็บของ
พู่เกสร “ปังๆ!” “บ้าเอ้ย!” “เปิดสิ!” ไออุ่นเริ่มสติแตกโวยวายออกมายกใหญ่แต่ทว่าก็ไม่มีสัญญาณ ความช่วยเหลือเข้ามาใกล้เลยแม้แต่นิดเดียว “หมับ!” “นะ-นี่ไฟฉายรึเปล่า?” “แกร๊ก!” มือเล็กล้วงเข้าไปยังใต้ซอกตู้ที่มีไฟฉายอันเก่ากองพะเนินอยู่เต็มไป หมด ก่อนที่เธอจะสุ่มหยิบมาหนึ่งอันแล้วจัดการเปิดมัน เพื่อใช้เป็นแสง สว่าง ซึ่งก็โชคยังดีที่มันสามารถใช้งานได้ปกติ “แค่กๆ” แสงของไฟฉายท าให้ไออุ่นเห็นฝุ่ นที่กระจายอยู่ทั่วห้องอย่างชัดเจน จนเธอไอโครกครากออกมายกใหญ่ พลางกวาดสายตาส ารวจมองหาของ น่าสนใจไปทั่วบริเวณห้องที่ถูกปกคลุมไปด้วยฝุ่นหนาทึบ “ปึกๆ!” “ครึก!~” “เคร้ง!” ในขณะเดียวกันก็ได้มีเสียงอึกกะทึกครึกโครมดังมาจากบานประตู ด้านนอก ไออุ่นที่ก าลังจะคว้าเอาม้วนเทปปริศนาที่ถูกซุกซ่อนเอาไว้ในตู้ หนังสือ จึงได้รีบย้ายต าแหน่งมันไปไว้ในที่ใหม่ เพื่อป้องกันไม่ให้ใครมาพบ เจอมัน นอกจากเธอที่จะแอบกลับเข้ามาเอาอีกครั้ง
พู่เกสร “หมับ!” “เฮือก!” “น้องไอเป็นอะไรไปครับ!?” ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ธาวินทร์พังประตูเข้ามาแล้ววิ่งมา สวมกอดไออุ่นที่ก าลังแสดงสีหน้าแววตาที่ตื่นตระหนกตกใจอย่างหนัก ซึ่งก็ดูเหมือนว่าเขาจะรู้ดีว่าเธอจะต้องแอบเข้ามายังด้านในนี้ “กึก…” ดวงตาคมกริบเหลือบไปมองดูกรอบรูปที่ถูกทิ้งร้างเอาไว้มา นานหลายปี ซึ่งบัดนี้มันได้ถูกค้นพบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว “อ๊ะ!” “พลั่ก!” “ออกไปนะ!” “นายคือธาวินทร์ใช่ไหม!?” ปลายเล็บจากมือหนาได้จิกลงไปยังแผ่นหลังบาง จนท าให้ร่างงาม สะดุ้งเฮือกตกใจแล้วรีบผลักชายที่ไม่ใช่คนคุ้นเคยออกไปจากตัว ก่อนที่เธอ จะตะโกนออกดังลั่น พร้อมกับความจริงที่ถูกค้นพบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และเธอก็ทราบดีว่าคนที่ขังเธอเอาไว้ภายในห้องก่อนหน้านี้ก็คือเขา “หึ” ปากหยักกรีดยิ้มร้ายออกมาอย่างน่ากลัว ซึ่งมันก็มาพร้อมกับเงา มัจจุราชร้ายที่ค่อยๆคลืบคลานเข้ามาใกล้หญิงสาวแค่เพียงเอื้อมมือ
พู่เกสร เงารักแรงแค้น ตอนที่10 : กา ราบหญิงผู้น าพาความโชคร้าย “นายน่ะ…” “บอกมานะว่าพี่วีร์อยู่ไหน!?” ถึงแม้ว่าปากของหญิงสาวจะตะโกนถามออกไปอย่างห้าวหาญแต่ ทว่าสองเท้าของเธอก็ยังคงค่อยๆถอยร่นไปข้างหลัง พร้อมขนาดตัวที่หด เล็กลงด้วยความหวาดกลัวคนเบื้องหน้า เธอไม่อยากจะเชื่อเลยว่าช่วงเวลาที่ผ่านมาตัวเองใช้ชีวิตอยู่กับคน อื่นที่ไม่ใช่สามีตัวจริง หน าซ ้ายังยอมพลีกายให้กับชายที่ไม่รู้จักมักคุ้นกัน มาก่อนไปถึงสองครั้งสองครา “ก่อนจะถามคนอื่น” “ถามตัวเองดูสิว่าท าผิดอะไรไว้” ธาวินทร์ไม่ตอบค าถามโดยตรงแต่เลือกถามย้อนกลับไปให้ไออุ่นเป็น คนตอบแทน เผื่อว่าเธอจะยอมเปิดปากบอกมาว่าไปก่อวีรกรรมอะไรไว้ “มะ-หมายความว่ายังไง?” “ฉะ-ฉันเหรอ?” “ฉันท าอะไร?” นิ้วเรียวชี้กลับมายังกลางอกของตัวเอง พร้อมกับคิ้วที่ย่นเข้าหากัน อย่างไม่เข้าใจ แน่นอนว่าหลายสิ่งหลายอย่างที่ถูกลืมเลือนไป มักจะไม่ ปรากฏในสถานการณ์กดดันเช่นนี้
พู่เกสร “หมับ!” “อ๊ะ!อึก!” “เธอท าให้พี่ฉันหายไปเองไม่ใช่เหรอ!?” ร่างหนาพุ่งตัวเข้ามาล็อกคอเรียวสวยเอาไว้มั่น ก่อนที่เขาจะตวาด เสียงใส่หน้าเธอดังลั่น ด้วยความรู้สึกอัดอั้นตันใจ “มะ-ไม่” “ฉันไม่เคยท าอะไรแบบนั้น!” “ฮึก!” เจ้าของใบหน้าสวยน ้าตาคลอหน่วยด้วยความหวาดกลัวอย่างหนัก เธอส่ายหน้าปฏิเสธไม่รับข้อกล่าวหาที่ไม่มีมูลเหตุ พลางใช้มือน้อยๆแกะ มือหนาที่ล็อกคอของเธอเอาไว้มั่นแต่ทว่ายิ่งเธอพยายามแกะมันสักเท่าไหร่ มันก็ยิ่งรัดแน่นขึ้นมากเท่านั้น “พลั่ก!” “ตุบ!” “อ๊ะ!” “ไม่ต้องมาแกล้งตีหน้าซื่อ!” “ในไดอารี่ลับของไอ้วีร์มันบอกทุกอย่าง!” ร่างงามถูกเหวี่ยงอัดเข้าไปชนกับชั้นวางหนังสือพิมพ์เก่าเต็มแรง จนเป็นผลท าให้หนังสือพิมพ์ที่เต็มไปด้วยฝุ่นหล่นกระจายลงมาทับร่างของ เธอที่นอนขดตัวอยู่บนพื้นอย่างช่วยไม่ได้
พู่เกสร “พูดอะไรของนาย!” “พี่วีร์อยู่ไหน!?” “บอกมาเดี๋ยวนี้!” “ตุบ!” “นี่!หยุดนะ!” “แค่กๆ” ไออุ่นเอ่ยถามหาธาวีร์ พร้อมกับพยายามยันตัวลุกขึ้นมาประจันหน้า กับธาวินทร์อีกครั้งแต่ทว่าอีกฝ่ ายก็ตามมาซ ้า ด้วยการปัดป่ ายเอา หนังสือพิมพ์ที่ยังค้างอยู่ตรงชั้นด้านบนลงมาใส่ตัวเธอ จนเป็นผลท าให้ไอ อุ่นส าลักฝุ่นและรู้สึกแสบจมูกเป็นอย่างมาก “วีร์มันฆ่าตัวตายแล้ว!” “รู้เอาไว้ซะด้วย!” “แล้วสาเหตุมันก็มาจากเธอนั่นแหละ!” “ตุบ!” “อร๊าย!” หญิงสาวร้องเสียงหลง หลังจากที่อีกฝ่ ายได้โยนข้าวของที่อยู่รอบตัว มาใส่เธอ เพื่อระบายความโกรธเกรี้ยวที่จะต้องสูญเสียจิตวิญญาณของ พี่ชายฝาแฝดไปก่อนหน้านี้ “ไม่จริง!” “นายโกหก!” “พี่วีร์จะฆ่าตัวตายได้ยังไง!?” “ฉันยังไม่ได้ท าเรื่องร้ายแรงอะไรเลยนะ!”
พู่เกสร ไออุ่นฮึดสู้เถียงกลับไปบ้างเพราะตลอดระยะเวลาที่เธอรู้จักกับธาวีร์ มาจนถึงตอนจะเข้าพิธีวิวาห์ มันยังไม่มีเรื่องไหนที่หนักหน่วงพอที่จะท า ให้ธาวีร์ตัดสินใจฆ่าตัวตายได้แต่ทว่าสีหน้าแววตาของไออุ่นในตอนนี้ก็ดูจะ ยังคงมีความลับบางอย่างเก็บง าเอาไว้ ไม่ยอมบอกให้ธาวินทร์ได้รับรู้อยู่ เช่นกัน “บอกมาว่าท าอะไรมากกว่านี้!?” “หมับ!” ร่างหนาทรุดตัวนั่งลงกับพื้น ก่อนที่จะบีบไหล่มนเอาไว้มั่นแล้วเขย่า มันไปมาอย่างไม่เบามือ แรงบีบมหาศาลท าเอาไออุ่นหัวสั่นหัวคลอนไปมา ไม่หยุด จนแทบจะขาดใจตายอยู่ภายในห้องเก็บห้องที่เต็มไปด้วยฝุ่ น เขรอะแห่งนี้ “นี่!” “หยุดนะ!” “ก็บอกว่าไม่มีไง!” “พลั่ก!” ไออุ่นพูดขณะที่พยายามจะผลักร่างของธาวินทร์ให้ห่างออกไปจาก การบังคับขู่เข็ญทรมานร่างกายของเธอแต่ด้วยความที่ขนาดตัวต่างกันมาก แรงของเธอจึงไม่ได้สร้างความสั่นสะเทือนให้กับอีกฝ่ายเลยแม้แต่นิดเดียว
พู่เกสร “ถ้าไม่มีแล้วพี่กูฆ่าตัวตายได้ยังไง!?” “นึกใหม่อีกรอบสิวะ!” “แค่กๆ!” ธาวินทร์เริ่มพ่นค าหยาบคายออกมา ด้วยอารมณ์ขุ่นเคืองใจ ก่อนที่ ฝ่ ามือหนาจะละออกมาจากไหล่มนแล้ววนกลับมาที่คอเรียวสวยอีกครั้ง จากนั้นจึงออกแรงบีบมันเต็มแรง จนไออุ่นแทบจะขาดอากาศหายใจตาย ดูเหมือนว่าธาวินทร์จะสติแตกไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วและมันก็เป็นเรื่องยาก เช่นกันที่จะท าให้เขาใจเย็นลง “พูดสิ!” “กูบอกให้มึงพูด!” “อึก!อ๊ะ!” ร่างบางได้แต่ส่ายหน้าไปมาและไม่สามารถให้ค าตอบอะไรได้เพราะ ถ้าอีกฝ่ ายยังคงบีบคอเธอเพื่อคาดคั้นเอาค าตอบอยู่แบบนี้ เธอก็อาจจะ ตายก่อนที่จะได้ตอบค าถามของเขาอย่างแน่นอน “ตุบ!” “พลั่ก!” “แฮ่ก!” ไออุ่นใช้เท้าถีบไปยังยอดหน้าอกของคนที่ก าลังทรมานร่างกายของ ตัวเองอย่างใจกล้าห้าวหาญ จึงท าให้ธาวินทร์ผละตัวออกไปเล็กน้อยและ นั่นจึงท าให้เธอสามารถหลุดออกมาจากพันธนาการร้ายนั้นได้ส าเร็จแต่ การสูดเอาละอองฝุ่นเข้าปอดอยู่แบบนี้ มันก็ท าให้เธอเริ่มหน้ามืดเข้าไปทุก ทีเช่นกัน
พู่เกสร “จะให้พูดอะไรนักหนา!?” “บอกว่าไม่มีก็คือไม่มีไง!” “แล้วฉันจะเชื่อนายได้ยังไงว่าพี่วีร์ฆ่าตัวตายเพราะฉันน่ะ!” “โบ้ยความผิดให้กันชัดๆ!” ถึงแม้ว่าไออุ่นจะแอบรู้สึกเป็นห่วงธาวีร์อยู่บ้างและนึกสงสัยสาเหตุที่ เขาตัดสินใจปลิดชีพตัวเองแต่ทว่าในเวลานี้เธอก็ต้องห่วงชีวิตตัวเองเอาไว้ ก่อนเพราะดูจากพฤติกรรมของธาวินทร์ที่แสดงออกมาแล้ว น่าจะไม่ใช่คน สติสมประดีสักเท่าไหร่นัก “ปากแข็งจริงๆ” “ไม่พูดใช่ไหม?” “ได้…” ปากหนาลุนลิ้นเข้ากระพุ้งแก้มด้วยท่าทียียวนกวนประสาท ซึ่งมันก็ ขัดกับบุคลิกก่อนหน้านี้ที่เขาแกล้งแสดงละครตบตาให้เธอเห็นเป็นอย่าง มาก “หมับ!” ฝ่ ามือหนาคว้าเอาท่อนเหล็กขึ้นสนิทที่วางพิงอยู่ตรงบริเวณแถวตู้ กระจกขึ้นมาถือเอาไว้แล้วเตรียมจะฟาดใส่หญิงร่างบางที่มีทางสู้แค่เพียง น้อยนิดเท่านั้น “หวืด!” “ยะ-อย่า!” ไออุ่นใช้มือปิดส่วนหัวของตัวเองเอาไว้ด้วยความหวาดกลัวเพราะถ้า หากว่าหนีไม่ทัน สิ่งแรกที่เธอควรจะปกป้องก็คือศีรษะของตัวเอง
พู่เกสร “คุณหนูวินทร์คะ” “กึก!” เส้นชีวิตของไออุ่นได้ดีดตัวขึ้นมาอีกครั้ง หลังจากที่มีเสียงของสาลี่ดัง แว่วขึ้นมาจากทางด้านหลัง พร้อมกับการเอ่ยเรียกชื่อที่ไม่ได้มีการปิดบังอีก ต่อไป นั่นจึงท าให้ธาวินทร์นิ่งค้างไปกลางอากาศแล้วเหลือบหันไปสนใจ หญิงรับใช้ที่เข้ามาขัดจังหวะ แทนที่จะเล่นงานไออุ่นต่อ “มีอะไรกับผมนักหนา!!?” “เคร้ง!” ธาวินทร์สลัดท่อนเหล็กขึ้นสนิมทิ้งลงพื้น ด้วยท่าทีที่ดูจะไม่ค่อยสบ อารมณ์มากนัก ชายหนุ่มมองหน้าหญิงรับใช้แค่เพียงแวบเดียวเท่านั้น เพราะสิ่งที่เขาควรจะสนใจมากที่สุดในตอนนี้ก็คือหญิงสาวผู้น าพาความ โชคร้ายมาให้กับพี่ชายฝาแฝดอย่างธาวีร์ “อะ-เอ่อ…” “คะ-คือว่าป้า…” “ปะ-ป้าอยากจะ…” หญิงวัยกลางคนเริ่มหน้าถอดสี เธอมีท่าทีอึกอัดพร้อมกับพูดออกมา ไม่เป็นภาษาเพราะการที่เธอมายืนเรียกคุณหนูวินทร์ก่อนหน้านี้ มันก็เป็น แค่การช่วยยื้อชีวิตของไออุ่นก็เพียงเท่านั้น
พู่เกสร “ถ้าไม่มีอะไรจะพูดก็อย่ามายืนขวางหูขวางตาแถวนี้” “ผมไม่ชอบ” “หมับ!” “อ๊ะ!” “ปล่อยนะ!” ทันทีที่กล่าวจบธาวินทร์ก็ได้ใช้มือข้างเดียวหิ้วคอเสื้อของไออุ่นให้ลุก ขึ้นยืน ก่อนที่จะน าร่างของเธอขึ้นมาพาดบ่าเอาไว้ โดยที่ไม่ได้สนใจเสียง ร้องโวยวายของไออุ่นเลยแม้แต่นิดเดียว “ปึกๆๆ!” “นายท าบ้าอะไรเนี่ย!?” “จะพาฉันไปไหน!?” “ปล่อย!” “ปึกๆๆ!” “ฉันจะลง!” ก าปั้นน้อยๆทุบลงไปยังแผ่นหลังกว้างหลายหมัดแต่ทว่าอีกฝ่ายกลับ ไม่ได้สะทกสะท้านอะไร หน าซ ้ายังมองข้ามเสียงร้องโวยวายไปอย่าง หน้าตาเฉย ก่อนที่จะหอบหิ้วร่างของเธอออกไปจากห้องแห่งความลับที่ ถูกผิดตายมานาน “ป้าสาช่วยไอด้วยค่ะ!” “ป้าสาคะ!” “ป้าสาได้ยินที่ไอพูดรึเปล่า!?”
พู่เกสร ไออุ่นดิ้นขลุกขลักไปมาอยู่บนบ่าของธาวินทร์ พร้อมกับยื่นแขน ออกไปขอความช่วยเหลือกับสาลี่ที่ยืนก้มหน้าอยู่อย่างเงียบเชียบ เพื่อที่จะ ได้รู้สึกสงสารเด็กสาวผู้นี้น้อยลง “ป้าสาคะ!” “ช่วยไอที!” “ไอบอกให้มาช่วยไอไงคะ!” “ฮึกฮืออ!~” ยิ่งธาวินทร์เดินห่างออกไปจากจุดที่หญิงรับใช้ยืนอยู่สักเท่าไหร่ เสียง ร้องขอความช่วยเหลือปะปนกับเสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นของไออุ่นก็ได้ ค่อยๆเบาลงไปเรื่อยๆ จนในท้ายที่สุดเสียงนั้นก็ได้เงียบหายไป “กึก…” หญิงวัยกลางคนหลั่งน ้าตาออกมาอย่างเงียบๆ โดยไร้ซึ่งเสียงอยู่ เพียงล าพัง ก่อนที่เธอจะไล่ซับน ้าตาให้หายออกไปจากใบหน้าเหี่ยวย่นแล้ว ไปก้มหน้าก้มตาท างานบ้านงานครัวต่อ ดูเหมือนว่าจะยังคงมีเรื่องราว ความลับมากมายที่สองสามีภรรยาอย่างวิชัยและสาลี่ได้เก็บเงียบเอาไว้ หากไม่มีอะไรมาเปลี่ยนแปลง มันก็อาจจะเป็นเช่นนี้ต่อไป “ปึกๆๆ!” “ปล่อยฉันลงเดี๋ยวนี้นะ!” ทางด้านของไออุ่นที่ถูกหอบร่างออกมายังด้านนอกคฤหาสน์ดาว เหนือ เธอก็ยังคงรัวหมัดเข้าใส่แผ่นหลังกว้างของธาวินทร์อย่างไม่หยุดพัก หวังจะให้อีกฝ่ ายปล่อยให้เท้าของเธอแตะลงสู่พื้นด้านล่างแต่ทว่ามันกลับ ไม่เป็นผล
พู่เกสร “รู้ไหมว่าบทลงโทษของคนปากแข็งคืออะไร?” เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาเอ่ยถามคนที่อยู่ในบ่า พลางกวาดสายตา มองหาบ่อน ้าที่อยู่ตรงบริเวณสวนมะพร้าว “ไม่รู้!” “แล้วก็ไม่อยากรู้ด้วย!” “ปล่อยฉันลง!” ไออุ่นหลับหูหลับตาตอบค าถามของธาวินทร์อย่างหัวเสีย พร้อมกับ ส่ายหน้าไปมาไม่หยุดและยังคงอาละวาดให้เขาปล่อยเธอลงพื้นอยู่อย่าง นั้น “ปล่อยแน่” “แต่คงไม่ใช่พื้นหรอก” “อร๊าย!” “ตู้ม!” ทันทีที่กล่าวจบร่างบางก็ถูกเหวี่ยงอัดลงไปในบ่อน ้าขนาดกลางที่ใช้ ส าหรับต่อท่อส่งไปยังสวนมะพร้าว ซึ่งนั่นก็สร้างความตื่นตระหนกตกใจ ให้กับไออุ่นเป็นอย่างมากและโชคร้ายแรกที่มาเยือน นั่นก็คือความสามารถ ในการว่ายน ้าของเธอมันเท่ากับศูนย์ “อ๊ะ!อึก!” “แค่กๆ!” ไออุ่นลอยคออยู่ในน ้าอย่างทุลักทุเล เธอส าลักออกมายกใหญ่ ก่อนที่ จะพยายามตะเกียกตะกายหนีตายกลับเข้าฝั่งด้วยตัวเอง โดยที่ไม่ได้เอ่ย ปากขอร้องให้ธาวินทร์ช่วยเหลือแต่อย่างใดเพราะเธอทราบดีอยู่แล้วว่ามัน ไม่มีทางเป็นไปได้
พู่เกสร “ฟุบ!” “ขึ้นมาสิ” ธาวินทร์ย่อตัวนั่งลง ก่อนที่จะยื่นมือออกมารอรับไออุ่นอยู่ตรงริมสระ ด้วยสีหน้าแววตาที่ดูเจ้าเล่ห์เพทุบายแต่ทว่าไออุ่นก็ดันหลงกลยื่นมือ ออกไป หวังจะใช้เป็นที่ยึดเกาะกลับขึ้นฝั่ง “เพี๊ยะ!” “อ๊ะ!” ยังไม่ทันที่ฝ่ ามือบางจะได้ไปสัมผัสกับฝ่ ามือหนา ธาวินทร์ก็ได้ใช้ ก้านมะพร้าวที่ถูกเหลาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ฟาดลงมายังฝ่ ามือของไออุ่น เต็มแรง จนเธอร้องตกใจแล้วรีบชักมือกลับมาในทันที “นี่นาย!” “ตู้ม!” เจ้าของใบหน้าสวยมองค้อนใส่คนที่กลั่นแกล้งเธอ ด้วยความรู้สึกไม่ พอใจเป็นอย่างมาก ก่อนที่จะพยายามตะเกียกตะกายกลับขึ้นฝั่งได้ส าเร็จ และตั้งท่าว่าจะเผ่นหนีจากตรงนี้อย่างรีบร้อน
พู่เกสร “หมับ!” “จะไปไหนไม่ทราบ” “ครืด!~” “โอ้ย!” “ท าบ้าอะไรเนี่ย!?” “ฉันเจ็บนะ!” ไออุ่นร้องเสียงหลง หลังจากที่ถูกธาวินทร์กระชากแขนแล้วลากร่าง ของเธอไปตามพื้นดินที่ขรุขระ ซึ่งมันก็สร้างความเจ็บแสบทรมารให้กับเธอ เป็นอย่างมาก ไออุ่นจึงต้องพยายามดิ้นขลุกขลักไปมา เพื่อที่จะให้หลุด ออกมาจากพันธนาการร้ายแต่ทว่าก็เป็นเธอเสียเองที่รู้สึกเจ็บตามล าตัว มากกว่าเดิม นั่นจึงท าให้เธอหยุดการกระท าทุกอย่างลงแล้วแหกปากร้อง แทน “ช่วยด้วย!” “ใครก็ได้ช่วยที!” “พี่วีร์อยู่ไหนมาช่วยไอด้วยค่ะ!” “ไอไม่เชื่อหรอกว่าพี่วีร์จะฆ่าตัวตายน่ะ” “ฮึกฮืออ!” “อื้อ!” ในขณะเดียวกันเสียงร้องไห้ของไออุ่นก็ได้ถูกตัดเงียบไป ซึ่งมันก็เป็น ผลมาจากการที่ธาวินทร์ใช้ผ้ามัดปากและข้อมือของไออุ่นไขว้หลังเอาไว้ ก่อนที่จะจัดการแบกร่างของเธอเดินตรงไปยังเรือนเก็บฟางอัดก้อน โดยที่ ไม่ได้ปริปากพูดอะไร