The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ประวัติศาสตร์เครื่องประดับไทย

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by mam3990, 2023-06-15 01:09:12

แผนวิชา ประวัติศาสตร์เครื่องประดับ

ประวัติศาสตร์เครื่องประดับไทย

แผนการจัดการเรียนรู้ วิชา ประวัติศาสตร์เครื่องประดับไทย (30215-2306) หลักสูตร ประกาศนียบัตรวิชาชีพช้นัสูง ประเภทวิชา บริหารธุรกิจ จัดท าโดย ดร. พีระยศ แก้วปัญญา


แผนการจัดการเรียนรู้แบบฐานสมรรถนะ หลกัสตูรประกาศนียบตัรวิชาชีพขั้นสูง พุทธศักราช 2563 ประเภทวิชา บริหารธรุกิจ สาขาวิชา การจัดการ วิชา ประวตัิศาสตรเ ์ คร ื่องประดบัไทย รหสัวิชา30215-2306 จัดท าโดย ดร. พีระยศ แก้วปัญญา กาญจนาภิเษกวิทยาลยัช่างทองหลวง สา นักงานคณะกรรมการการอาชีวศึ กษา กระทรวงศึ กษาธิการ


ข ค าน า แผนการจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์เครื่องประดับไทย รหัสวิชา 30215-2306 จัดท าขึ้นเพื่อใช้ ประกอบการสอนกับนักเรียนระดับชั้น ปวส.1 สาขาวิชาการจัดการ ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง พ.ศ.2563 เพื่อประโยชน์ในการจัดการเรียนการสอนเพื่อพัฒนา คุณภาพผู้เรียนทั้งในด้านพุทธิพิสัยทักษะพิสัย และจิตพิสัย ซึ่งประกอบด้วยลักษณะรายวิชา สมรรถนะ ประจ าหน่วยการเรียนรู้ ตารางวิเคราะห์หลักสูตร ก าหนดการสอน และแผนการจัดการเรียนรู้ บูรณาการ หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง คุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมหลักของคนไทย แผนการจัดการเรียนรู้ฉบับนี้ประกอบด้วย สาระส าคัญ สมรรถนะประจ าหน่วยการเรียนรู้ จุดประสงค์ การเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ กิจกรรมการเรียนรู้ สื่อและแหล่งการเรียนรู้ หลักฐานการเรียนรู้ การวัดผล และประเมินผล บันทึกหลังการจัดการเรียนรู้ใบความรู้ และใบงาน เพื่อสร้างกิจกรรมเรียนรู้ให้เกิดความรู้ ด้านประวัติศาสตร์เครื่องประดับไทยตามรูปแบบจารีตคติความเชื่อความงามศิลปะไทย ความรู้ในรายวิชานี้ ยังจะน าไปสู่การน าไปใช้ในการพัฒนาอาชีพการจัดการธุรกิจเครื่องประดับอัญมณี ทองค า และโลหะมีค่า ที่ เกี่ยวข้องกับสาขาที่นักเรียน เพื่อเป็นการพัฒนาความรู้และทักษะการท าชิ้นงานของนักรียน . นายพีระยศ แก้วปัญญา ครูประจ าวิชา


ค สารบัญ เรื่อง หน้า ค าน า ข ลกัษณะรายวิชา ฉ จุดประสงค์รายวิชา ฉ สมรรถนะรายวิชา ฉ ค าอธิบายรายวิชา ฉ ตารางวิเคราะห์หลกัสูตร ช สมรรถนะหน่วยการเรียนรู้ ซ จุดประสงค์การเรียนรู้ ญ กรอบการจดัการเรียนร้แูบบบูรณาการเป็ นเรื่อง/ชิ้นงาน/โครงการและบูรณาการ หลกัปรชัญาของเศรษฐกิจพอเพียง ด แผนการจัดการเรียนรู้ 1 การเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง : ประวตัิศาสตรเ์ครื่องประดบัยุคก่อนประวตัิศาสตร์ 1 ภูมิหลัง และพัฒนาการวัฒนธรรมยุคก่อนประวัติศาสตร์ 6 ประเภทของเครื่องประดับ 6 เครื่องประดับยุคก่อนประวัติศาสตร์ 13 การเรียนรู้ที่ 2เรื่อง : ประวตัิศาสตรเ์ครื่องประดบัยุคทวารวดี 25 ภูมิหลัง และพัฒนาการวัฒนธรรมทวาราวดี 28 ศิลปวัฒนธรรมทวารวดี 31 เครื่องประดับ ศิลปะทวารวดี 40 การเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง : ประวตัิศาสตรเ์ครื่องประดบัยุคศรีวิชยั 68 ภูมิหลัง และพัฒนาการวัฒนธรรมศรีวิชัย 72 ศิลปกรรมแบบศรีวิชัย 77 เครื่องประดับ ศิลปะศรีวิชัย 95 การเรียนรู้ที่ 4 เรื่อง : ประวตัิศาสตรเ์ครื่องประดบัยุคลพบุรี 106 ภูมิหลัง และพัฒนาการวัฒนธรรมลพบุรี 108 ศิลปกรรมแบบลพบุรี 112 เครื่องประดับ ศิลปะลพบุรี 131 การเรียนรู้ที่ 5 เรื่อง : การสอบประเมินความร้ยู ุคก่อนประวตัิศาสตร์ 136 การเรียนรู้ที่ 6 เรื่อง : ประวตัิศาสตรเ์ครื่องประดบัยุคสุโขทัย 139 ศิลปกรรมแบบสุโขทัย 142 เครื่องประดับ ศิลปะสุโขทัย 164


ง สารบัญ (ต่อ) เรื่อง หน้า การเรียนรู้ที่ 7 เรื่อง : ประวตัิศาสตรเ์ครื่องประดบัยุคสมยัล้านนา 170 ศิลปกรรมแบบล้านนา 172 งานประณีตศิลป์ ศิลปะล้านนา 191 การเรียนรู้ที่ 8 เรื่อง : ประวตัิศาสตรเ์ครื่องประดบัยุคสมยัอยุธยา 196 ศิลปกรรมแบบอยุธยา 198 เครื่องประดับ ศิลปะอยุธยา 213 การเรียนรู้ที่ 9 เรื่อง : ประวตัิศาสตรเ์ครื่องประดบัยุคสมยัรตันโกสินทร์ 233 ศิลปกรรมแบบรัตนโกสินทร์ 235 ประณีตศิลป์ศิลปะรัตนโกสินทร์ 259 การเรียนรู้ที่ 10 เรื่อง : ประเมินความร้ปูระวตัิศาสตรเ์ครื่องประดบัยุค ประวตัิศาสตรช์าติไทย 265 การเรียนรู้ที่ 11 เรื่อง : รูปแบบเอกลักษณ์เครื่องประดับสกุลช่างสุโขทัยและเพชรบุรี 268 รูปแบบเอกลักษณ์เครื่องประดับสกุลช่างสุโขทัย 270 รูปแบบเครื่องประดับสุโขทัย 278 รูปแบบเอกลักษณ์เครื่องประดับสกุลช่างเพชรบุรี 287 รูปแบบเครื่องประดับเพชรบุรี 289 การเรียนรู้ที่ 12 เรื่อง : รูปแบบเอกลักษณ์เครื่องประดับสกุลช่างนครศรีธรรมราช และสุรินทร์ 306 เครื่องถมนครศรีธรรมราช 308 รูปแบบเอกลักษณ์เครื่องประดับถมนครศรีธรรมราช 313 เครื่องประดับสกุลช่างสุรินทร์ 330 รูปแบบเอกลักษณ์เครื่องประดับสกุลช่างสุรินทร์ 339 การเรียนรู้ที่ 13 เรื่อง : รปูแบบเอกลกัษณ์เครื่องประดบัสกลุช่างชาติพนัธแ์ละ จันทบุรี 342 เครื่องประดับสกุลช่างชาติพันธ์ 344 รูปแบบเอกลักษณ์เครื่องประดับสกุลช่างชาติพันธ์ 345 เครื่องประดับสกุลช่างจันทบุรี 351 รูปแบบเอกลักษณ์เครื่องประดับสกุลช่างจันทบุรี 352 การเรียนรู้ที่ 14 เรื่อง :รูปแบบเอกลักษณ์เครื่องประดับงานช่างทองหลวง 361 ความเป็นมาของช่างทองหลวง 363 รูปแบบเอกลักษณ์เครื่องประดับงานช่างทองหลวง 369


จ สารบัญ (ต่อ) เรื่อง หน้า การเรียนรู้ที่ 15 เรื่อง : รปูแบบเอกลกัษณ์เทคนิคงานสลกัดนุและลงยาสี 389 งานสลักดุน 391 รูปแบบเอกลักษณ์เงานสลักดุน 392 งานลงยาสี 401 รูปแบบเอกลักษณ์เงานลงยาสี 401 การเรียนรู้ที่ 16 เรื่อง : รปูแบบเอกลกัษณ์เทคนิคงานถมเงินถมทอง 409 รูปแบบเอกลักษณ์งานถมเงินถมทอง 411 การเรียนรู้ที่ 17 เรื่อง : รปูแบบเอกลกัษณ์เทคนิคงานครา ่เงินครา ่ทองและงานแกะ โลหะ 426 รูปแบบเอกลักษณ์งานคร ่าเงินคร ่าทอง 428 การเรียนรู้ที่ 18 เรื่อง : รปูแบบเอกลกัษณ์เทคนิคงานประดบัอญัมณี 434 งานประดับอัญมณี 436 รูปแบบเอกลักษณ์งานประดับอัญมณี 438


ฉ ลกัษณะรายวิชา หลักสูตร หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง พุทธศักราช 2563 ประเภทวิชา บริหารธุรกิจ สาขาวิชา การจัดการ รหัส 30215-2306 ชื่อวิชา ประวัติศาสตร์เครื่องประดับไทย ทฤษฎี3 ชั่วโมง/สัปดาห์ ปฏิบตัิ0 ชั่วโมง/สัปดาห์ จ านวน 3 หน่วยกิต จดุประสงคร์ายวิชา เพื่อให้ 1. เข้าใจประวัติความเป็นมา รูปแบบศิลปกรรมเครื่องประดับไทย ในความเป็นอัตลักษณ์ เอกลักษณ์ ของสกุลช่างต่างๆ 2. สามารถจัดท ารายงานด้านศิลปกรรมเครื่องประดับไทยในสกุลช่างต่างๆ 3. เพื่อให้มีเจตคติความภูมิใจของคนในชาติท าให้เกิดความรัก หวงแหนเห็นคุณค่าศิลปวัฒนธรรม ของ ชาติไทยทัศนคติที่ดีในวิชาชีพ มีความซื่อสัตย์ สุจริต ตรงต่อเวลา ซาบซึ้งในศิลปวัฒนธรรม ของชาติไทย สมรรถนะรายวิชา 1. แสดงความรู้เกี่ยวกับประวัติความเป็นมา ความเป็นเอกลักษณ์ อัตลักษณ์ รูปแบบด้านศิลปกรรม เครื่องประดับไทยในสกุลช่างต่างๆ องค์ความรู้ในงานเทคนิคเฉพาะ 2. จัดท าเป็นรายงานด้านศิลปกรรมเครื่องประดับไทยในสกุลช่างต่างๆ หรือจัดแสดงเป็นนิทรรศการ ตามลักษณะงาน คา อธิบายรายวิชา ศึกษาเกี่ยวกับประวัติความเป็นมา รูปแบบศิลปกรรมเครื่องประดับไทย ในความเป็นอัตลักษณ์ เอกลักษณ์ ของสกุลช่างสุโขทัย สกุลช่างเพชรบุรี สกุลช่างเมืองนครศรีธรรมราช และงานช่างทองหลวง ศึกษาองค์ความรู้ในงานเทคนิคเฉพาะ งานลงยาสี งานคร ่างานเครื่องถม งานถักสร้อย งานขึ้นรูป งานสลัก ดุน การจัดท าเป็นรายงาน การน าเสนอในรูปแบบการจัดแสดงนิทรรศการ


ช ตารางวิเคราะหหลักสูตร ์ รหัส 30215-2306 ชื่อวิชา ประวัติศาสตร์เครื่องประดับไทย ทฤษฎี1 ชั่วโมง/สัปดาห์ ปฏิบัติ 3 ชั่วโมง/สัปดาห์ จ านวน 3 หน่วยกิต พฤติกรรม ชื่อหน่วยการเรียนรู้ พทุธิพิสยั ทัก ษะพิ สัย จิ ต พิ สัย รวม ล าดับ จ านวนชั ่วโมง ความรู้ ความข้าใจ การน าไปใช้ การ วิเค ราะห์ การสังเคราะห์ การ ป ระเมิ น ค่า หน่วยที่ 1 ประวัติศาสตร์เครื่องประดับยุคก่อน ประวัติศาสตร์ 2 2 3 3 3 - 5 5 23 4 15 หน่วยที่ 2 ประวัติศาสตร์เครื่องประดับยุค ประวัติศาสตร์ชาติไทย 2 3 3 3 3 - 5 5 24 3 15 หน่วยที่3 รูปแบบเอกลักษณ์เครื่องประดับ สกุลช่างในประเทศไทย 2 3 3 3 3 2 5 5 26 2 12 หน่วยที่ 4 รูปแบบเอกลักษณ์เทคนิคงาน เครื่องประดับในประเทศไทย 2 3 3 3 3 3 5 5 27 1 12 8 1 1 1 2 1 2 12 5 รวม 60 20 20 100 54 ล าดับความส าคัญ 6 4 3 1 2 5


ซ สมรรถนะหน่วยการเรยีนรู้ ชื่อหน่วยการเรียนรู้ /เรื่องการ สอน สมรรถนะประจา หน่วย/เกณฑก์ารปฏิบตัิงาน สัปดาห์ ที่ ชั ่วโมงที่ หน่วยที่1 ชื่อหน่วย ประวัติศาสตร์ เครื่องประดับยุคก่อนประวัติศาสตร์ 1. ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับรูปแบบเครื่องประดับ ยุคก่อนประวัติศาสตร์ 1-5 15 2. เปรียบเทียบรูปแบบเครื่องประดับยุคก่อน ประวัติศาสตร์ 3. วิเคราะห์รูปแบบเครื่องประดับยุคก่อน ประวัติศาสตร์ 4. จ าแนกจัดกลุ่มรูปแบบเครื่องประดับยุคก่อน ประวัติศาสตร์ 5. มีกิจนิสัยที่ดีในการรักษาอนุรักษณ์ใน ศิลปวัฒนธรรมเครื่องประดับไทย หน่วยที่2 ชื่อหน่วย ประวัติศาสตร์ เครื่องประดับยุคประวัติศาสตร์ชาติ ไทย 1. ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับรูปแบบเครื่องประดับ ยุคประวัติศาสตร์ชาติไทย 6-10 15 2. เปรียบเทียบรูปแบบเครื่องประดับยุค ประวัติศาสตร์ชาติไทย 3. วิเคราะห์รูปแบบเครื่องประดับยุคประวัติศาสตร์ ชาติไทย 4. จ าแนกจัดกลุ่มรูปแบบเครื่องประดับยุค ประวัติศาสตร์ชาติไทย 5. มีกิจนิสัยที่ดีในการรักษาอนุรักษณ์ใน ศิลปวัฒนธรรมเครื่องประดับไทย หน่วยที่3 ชื่อหน่วย รูปแบบเอกลักษณ์ เครื่องประดับสกุลช่างใน ประเทศไทย 1. ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับรูปแบบเอกลักษณ์ เครื่องประดับสกุลช่างในประเทศไทย 11-14 12 2. เปรียบเทียบรูปแบบเอกลักษณ์เครื่องประดับ สกุลช่างในประเทศไทย 3. วิเคราะห์รูปแบบเอกลักษณ์เครื่องประดับสกุล ช่างในประเทศไทย


ฌ 4. จ าแนกจัดกลุ่มรูปแบบเอกลักษณ์เครื่องประดับ สกุลช่างในประเทศไทย 5. ประเมินคุณค่ารูปแบบเอกลักษณ์เครื่องประดับ สกุลช่างในประเทศไทย 6. มีกิจนิสัยที่ดีในการรักษาอนุรักษณ์ใน ศิลปวัฒนธรรมเครื่องประดับไทย หน่วยที่4 ชื่อหน่วย รูปแบบเอกลักษณ์เทคนิค งานเครื่องประดับในประ เทศไทย 1. ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับรูปแบบเอกลักษณ์ เทคนิคงานเครื่องประดับในประเทศไทย 15-18 9 2. เปรียบเทียบรูปแบบเอกลักษณ์เทคนิคงาน เครื่องประดับในประเทศไทย 3. วิเคราะห์รูปแบบเอกลักษณ์เทคนิคงาน เครื่องประดับในประเทศไทย 4. จ าแนกจัดกลุ่มรูปแบบเอกลักษณ์เทคนิคงาน เครื่องประดับในประเทศไทย 5. ประเมินคุณค่ารูปแบบเอกลักษณ์เทคนิคงาน เครื่องประดับในประเทศไทย 6. มีกิจนิสัยที่ดีในการรักษาอนุรักษณ์ใน ศิลปวัฒนธรรมเครื่องประดับไทย สอบประเมินปลายภาค 18 3 รวม 72


ญ จุดประสงค์การเรียนรู้ ชื่อหน่วยการเรียนรู้ จุดประสงค์การเรียนรู้ ความรู้ ทักษะ คุณลักษณะที่พึงประสงค์ หน่วยที่ 1 เรื่อง ประวัติศาสตร์ เครื่องประดับยุค ก่อประวัติศาสตร์ เรื่อง ประวัติศาสตร์ เครื่องประดับยุคทวาร วดี เรื่อง ประวัติศาสตร์ เครื่องประดับยุคศรีวิชัย 1. มีความเข้าใจเกี่ยวกับ ประวัติศาสตร์ เครื่องประดับยุคก่อน ประวัติศาสตร์ได้อย่าง ถูกต้อง 2. เปรียบเทียบรูปแบบ เครื่องประดับยุคก่อน ประวัติศาสตร์ได้อย่าง ถูกต้อง 1. มีความเข้าใจเกี่ยวกับ ประวัติศาสตร์ เครื่องประดับยุคทวาร วดีได้อย่างถูกต้อง 2. เปรียบเทียบรูปแบบ เครื่องประดับยุคทวาร วดีได้อย่างถูกต้อง 1. มีความเข้าใจเกี่ยวกับ ประวัติศาสตร์ เครื่องประดับยุคศรีวิชัย ได้อย่างถูกต้อง 2. เปรียบเทียบรูปแบบ เครื่องประดับยุคศรีวิชัย ได้อย่างถูกต้อง 1.จัดกลุ่มประเภทรูปแบบ เครื่องประดับยุคก่อน ประวัติศาสตร์ได้อย่าง ถูกต้อง 2.รวบรวมรูปแบบ เอกลักษณ์ เครื่องประดับ ยุคก่อนประวัติศาสตร์ ได้อย่างถูกต้อง 1.จัดกลุ่มประเภทรูปแบบ เครื่องประดับยุคทวาร วดีได้อย่างถูกต้อง 2.รวบรวมรูปแบบ เอกลักษณ์ เครื่องประดับ ยุคทวารวดีได้อย่าง ถูกต้อง 1.จัดกลุ่มประเภทรูปแบบ เครื่องประดับยุคศรีวิชัย ได้อย่างถูกต้อง 2.รวบรวมรูปแบบ เอกลักษณ์เครื่องประดับ ยุคศรีวิชัยได้อย่าง ถูกต้อง 1.มีกิจนิสัยที่ดีในการรักษา อนุรักษณ์ใน ศิลปวัฒนธรรม เครื่องประดับไทย 1.มีกิจนิสัยที่ดีในการรักษา อนุรักษณ์ใน ศิลปวัฒนธรรม เครื่องประดับไทย 1.มีกิจนิสัยที่ดีในการรักษา อนุรักษณ์ใน ศิลปวัฒนธรรม เครื่องประดับไทย


ฎ เรื่อง ประวัติศาสตร์ เครื่องประดับยุคลพบุรี (ละโว้) 1. มีความเข้าใจเกี่ยวกับ ประวัติศาสตร์ เครื่องประดับยุคลพบุรี (ละโว้) ได้อย่างถูกต้อง 2. เปรียบเทียบรูปแบบ เครื่องประดับยุคลพบุรี (ละโว้) ได้อย่างถูกต้อง 1.จัดกลุ่มประเภทรูปแบบ เครื่องประดับยุคลพบุรี (ละโว้) ได้อย่างถูกต้อ 2.รวบรวมรูปแบบ เอกลักษณ์ เครื่องประดับ ยุคลพบุรี (ละโว้) ได้ อย่างถูกต้อง 1.มีกิจนิสัยที่ดีในการรักษา อนุรักษณ์ใน ศิลปวัฒนธรรม เครื่องประดับไทย หน่วยที่ 2 เรื่อง ประวัติศาสตร์ เครื่องประดับสมัยสุโขทัย เรื่อง ประวัติศาสตร์ เครื่องประดับสมัยล้านนา เรื่อง ประวัติศาสตร์ เครื่องประดับสมัยอยุธยา 1. มีความเข้าใจเกี่ยวกับ ประวัติศาสตร์ เครื่องประดับสมัย สุโขทัย ได้อย่างถูกต้อง 2. เปรียบเทียบรูปแบบ เครื่องประดับสมัย สุโขทัยได้อย่างถูกต้อง 1. มีความเข้าใจเกี่ยวกับ ประวัติศาสตร์ เครื่องประดับสมัย ล้านนาได้อย่างถูกต้อง 2. เปรียบเทียบรูปแบบ เครื่องประดับสมัย ล้านนาได้อย่างถูกต้อง 1. มีความเข้าใจเกี่ยวกับ ประวัติศาสตร์ เครื่องประดับสมัย อยุธยาได้อย่างถูกต้อง 1.จัดกลุ่มประเภทรูปแบบ เครื่องประดับสมัย สุโขทัยได้อย่างถูกต้อง 2.รวบรวมรูปแบบ เอกลักษณ์เครื่องประดับ สมัยสุโขทัยได้อย่าง ถูกต้อง 1.จัดกลุ่มประเภทรูปแบบ เครื่องประดับสมัย ล้านนา ได้อย่างถูกต้อง 2.รวบรวมรูปแบบ เอกลักษณ์เครื่องประดับ สมัยล้านนาได้อย่าง ถูกต้อง 1.จัดกลุ่มประเภทรูปแบบ เครื่องประดับสมัยสมัย อยุธยา ได้อย่างถูกต้อง 1.มีกิจนิสัยที่ดีในการรักษา อนุรักษณ์ใน ศิลปวัฒนธรรม เครื่องประดับไทย 1.มีกิจนิสัยที่ดีในการรักษา อนุรักษณ์ใน ศิลปวัฒนธรรม เครื่องประดับไทย 1.มีกิจนิสัยที่ดีในการรักษา อนุรักษณ์ใน ศิลปวัฒนธรรม เครื่องประดับไทย


ฏ เรื่อง ประวัติศาสตร์ เครื่องประดับสมัย รัตนโกสินทร์ 2. เปรียบเทียบรูปแบบ เครื่องประดับสมัย อยุธยาได้อย่างถูกต้อง 1. มีความเข้าใจเกี่ยวกับ ประวัติศาสตร์ เครื่องประดับสมัย รัตนโกสินทร์ได้อย่าง ถูกต้อง 2. เปรียบเทียบรูปแบบ เครื่องประดับสมัย รัตนโกสินทร์ได้อย่าง ถูกต้อง 2.รวบรวมรูปแบบ เอกลักษณ์ เครื่องประดับ สมัยอยุธยาได้อย่าง ถูกต้อง 1.จัดกลุ่มประเภทรูปแบบ เครื่องประดับสมัยสมัย รัตนโกสินทร์ได้อย่าง ถูกต้อง 2.รวบรวมรูปแบบ เอกลักษณ์เครื่องประดับ รัตนโกสินทร์ได้อย่าง ถูกต้อง 1.มีกิจนิสัยที่ดีในการรักษา อนุรักษณ์ใน ศิลปวัฒนธรรม เครื่องประดับไทย หน่วยที่ 3 เรื่อง รูปแบบ เอกลักษณ์ เครื่องประดับสกุล ช่างสุโขทัยและ เพชรบุรี 1. มีความเข้าใจเกี่ยวกับ รูปแบบเอกลักษณ์ เครื่องประดับสกุลช่าง สุโขทัยและเพชรบุรี ได้อย่างถูกต้อง 2. เปรียบเทียบรูปแบบ เอกลักษณ์เครื่องประดับ สกุลช่างสุโขทัยและ เพชรบุรี ได้อย่างถูกต้อง 1.จัดกลุ่มประเภทรูปแบบ เอกลักษณ์เครื่องประดับ สกุลช่างสุโขทัยและ เพชรบุรี ได้อย่างถูกต้อง 2.รวบรวมรูปแบบ เอกลักษณ์เครื่องประดับ สกุลช่างสุโขทัยและ เพชรบุรี ได้อย่างถูกต้อง 3. เปรียบเทียบรูปแบบ เอกลักษณ์เครื่องประดับ สกุลช่างสุโขทัยและ เพชรบุรี กับรูปแบบเอกลักษณ์ สกุลช่างทองอื่นได้อย่าง ถูกต้อง 1.มีกิจนิสัยที่ดีในการรักษา อนุรักษณ์ใน ศิลปวัฒนธรรม เครื่องประดับไทย


ฐ เรื่อง รูปแบบเอกลักษณ์ เครื่องประดับสกุลช่าง นครศรีธรรมราชและ สุรินทร์ เรื่อง รูปแบบเอกลักษณ์ เครื่องประดับสกุล ช่างชาติพันธ์และ จันทบุรี 1. มีความเข้าใจเกี่ยวกับ รูปแบบเอกลักษณ์ เครื่องประดับสกุลช่าง นครศรีธรรมราชและ สุรินทร์ได้อย่างถูกต้อง 2. เปรียบเทียบรูปแบบ เอกลักษณ์เครื่องประดับ สกุลช่าง นครศรีธรรมราชและ สุรินทร์ได้อย่างถูกต้อง 1. มีความเข้าใจเกี่ยวกับ รูปแบบเอกลักษณ์ เครื่องประดับสกุลช่าง ชาติพันธ์และจันทบุรี ได้อย่างถูกต้อง 2. เปรียบเทียบรูปแบบ เอกลักษณ์ เครื่องประดับสกุลช่าง ชาติพันธ์และจันทบุรี ได้อย่างถูกต้อง 1.จัดกลุ่มประเภทรูปแบบ เอกลักษณ์ เครื่องประดับสกุลช่าง นครศรีธรรมราชและ สุรินทร์ได้อย่างถูกต้อง 2.รวบรวมรูปแบบ เอกลักษณ์ เครื่องประดับสกุลช่าง นครศรีธรรมราชและ สุรินทร์ได้อย่างถูกต้อง 3. เปรียบเทียบรูปแบบ เอกลักษณ์ เครื่องประดับสกุลช่าง นครศรีธรรมราชและ สุรินทร์กับรูปแบบ เอกลักษณ์สกุลช่างทอง อื่นได้อย่างถูกต้อง 1.จัดกลุ่มประเภทรูปแบบ เอกลักษณ์ เครื่องประดับสกุลสกุล ช่างชาติพันธ์และ จันทบุรีได้อย่างถูกต้อง 2.รวบรวมรูปแบบ เอกลักษณ์ เครื่องประดับสกุลช่าง ชาติพันธ์และจันทบุรีได้ อย่างถูกต้อง 3. เปรียบเทียบรูปแบบ เอกลักษณ์ เครื่องประดับสกุลช่าง ชาติพันธ์และจันทบุรีกับ รูปแบบเอกลักษณ์สกุล ช่างทองอื่นได้อย่าง ถูกต้อง 1.มีกิจนิสัยที่ดีในการรักษา อนุรักษณ์ใน ศิลปวัฒนธรรม เครื่องประดับไทย 1. มีกิจนิสัยที่ดีในการ รักษาอนุรักษณ์ใน ศิลปวัฒนธรรม เครื่องประดับไทย


ฑ เรื่อง รูปแบบเอกลักษณ์ เครื่องประดับงาน ช่างทองหลวง 1. มีความเข้าใจเกี่ยวกับ รูปแบบเอกลักษณ์ เครื่องประดับงาน ช่างทองหลวงได้อย่าง ถูกต้อง 2. เปรียบเทียบรูปแบบ เอกลักษณ์ เครื่องประดับงาน ช่างทองหลวงได้อย่าง ถูกต้อง 1.จัดกลุ่มประเภทรูปแบบ เอกลักษณ์ เครื่องประดับงาน ช่างทองหลวงได้อย่าง ถูกต้อง 2.รวบรวมรูปแบบ เอกลักษณ์ เครื่องประดับงาน ช่างทองหลวงได้อย่าง ถูกต้อง 3. เปรียบเทียบรูปแบบ เอกลักษณ์ เครื่องประดับงาน ช่างทองหลวงกับ รูปแบบเอกลักษณ์สกุล ช่างทองอื่นได้อย่าง ถูกต้อง 1. มีกิจนิสัยที่ดีในการ รักษาอนุรักษณ์ใน ศิลปวัฒนธรรม เครื่องประดับไทย หน่วยที่ 4 เรื่อง รูปแบบ เอกลักษณ์เทคนิค งานสลักดุนและ ลงยาสี 1. มีความเข้าใจเกี่ยวกับ รูปแบบเอกลักษณ์ เทคนิคงานสลักดุน และลงยาสีได้อย่าง ถูกต้อง 2. เปรียบเทียบรูปแบบ เอกลักษณ์เทคนิคงาน สลักดุนและลงยาสีได้ อย่างถูกต้อง 1.จัดกลุ่มประเภทรูปแบบ เอกลักษณ์เทคนิคงาน สลักดุนและลงยาสีได้ อย่างถูกต้อง 2.รวบรวมรูปแบบ เอกลักษณ์เทคนิคงาน สลักดุนและลงยาสีได้ อย่างถูกต้อง 3. เปรียบเทียบรูปแบบ เอกลักษณ์เทคนิคงาน สลักดุนและลงยาสีกับ รูปแบบเอกลักษณ์ เทคนิคงานอื่นได้อย่าง ถูกต้อง 1.มีกิจนิสัยที่ดีในการรักษา อนุรักษณ์ใน ศิลปวัฒนธรรม เครื่องประดับไทย


ฒ เรื่อง รูปแบบเอกลักษณ์ เทคนิคงานถมเงินถมทอง เรื่อง รูปแบบเอกลักษณ์ เทคนิคงานคร ่าเงิน คร ่าทองและงานเกะโลหะ 1. มีความเข้าใจเกี่ยวกับ รูปแบเอกลักษณ์เทคนิค งานถมเงินถมทองได้ อย่างถูกต้อง 2. เปรียบเทียบรูปแบ เอกลักษณ์เทคนิคงาน ถมเงินถมทองได้อย่าง ถูกต้อง 1. มีความเข้าใจเกี่ยวกับ รูปแบบเอกลักษณ์ เทคนิคงานคร ่าเงิน คร ่าทองและงานเกะ โลหะได้อย่างถูกต้อง 2. เปรียบเทียบรูปแบบ เอกลักษณ์เทคนิคงาน คร ่าเงินคร ่าทองและ งานเกะโลหะได้อย่าง ถูกต้อง 1.จัดกลุ่มประเภทรูปแบบ เอกลักษณ์เทคนิคงาน ถมเงินถมทองได้อย่าง ถูกต้อง 2.รวบรวมรูปแบบ เอกลักษณ์เทคนิคงาน ถมเงินถมทองได้อย่าง ถูกต้อง 3. เปรียบเทียบรูปแบบ เอกลักษณ์เทคนิคงาน ถมเงินถมทองกับ รูปแบบเอกลักษณ์ เทคนิคงานอื่นได้อย่าง ถูกต้อง 1.จัดกลุ่มประเภทรูปแบบ เอกลักษณ์เทคนิคงาน ถมเงินถมทองได้อย่าง ถูกต้อง 2.รวบรวมรูปแบบ เอกลักษณ์เทคนิคงาน ถมเงินถมทองได้อย่าง ถูกต้อง 3. เปรียบเทียบรูปแบบ เอกลักษณ์เทคนิคงาน ถมเงินถมทองกับ รูปแบบเอกลักษณ์ เทคนิคงานอื่นได้อย่าง ถูกต้อง 1.มีกิจนิสัยที่ดีในการรักษา อนุรักษณ์ใน ศิลปวัฒนธรรม เครื่องประดับไทย 1.มีกิจนิสัยที่ดีในการรักษา อนุรักษณ์ใน ศิลปวัฒนธรรม เครื่องประดับไทย


ณ เรื่อง รูปแบบเอกลักษณ์ เทคนิคงานประดับอัญมณี 1. มีความเข้าใจเกี่ยวกับ รูปแบบเอกลักษณ์ เทคนิคงานประดับอัญ มณีได้อย่างถูกต้อง 2. เปรียบเทียบรูปแบบ เอกลักษณ์เทคนิคงาน ประดับอัญมณีได้อย่าง ถูกต้อง 1.จัดกลุ่มประเภทรูปแบบ เอกลักษณ์เทคนิคงาน ประดับอัญมณีได้อย่าง ถูกต้อง 2.รวบรวมรูปแบบ เอกลักษณ์เทคนิคงาน ประดับอัญมณีได้อย่าง ถูกต้อง 3. เปรียบเทียบรูปแบบ เอกลักษณ์เทคนิคงาน ประดับอัญมณีกับ รูปแบบเอกลักษณ์ เทคนิคงานอื่นได้อย่าง ถูกต้อง 1.มีกิจนิสัยที่ดีในการรักษา อนุรักษณ์ใน ศิลปวัฒนธรรม เครื่องประดับไทย สอบประเมินปลายภาค


ด กรอบการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ โครงการ และบูรณาการหลกัปรชัญาของเศรษฐกิจพอเพียง ด้านสังคม ด้านเศรษฐกิจ ด้านวัฒนธรรม ด้านสิ่งแวดล้อม ความรับผิดชอบต่อ ตนเอง และสังคม การมี จรรยาบรรณในวิชาชีพ การประยุกต์ความรู้ น ามาพัฒนาชิ้นงานใน รูปแบบใหม่ การรักษาศิลปกรรม ไทย และการน ามา ประยุกต์ใช้ให้เข้ากับ สภาพสังคมปัจจุบัน การเรียนรู้ธรรมชาติ การ สร้างแรงบันดาลใจจาก ธรรมชาติมาสู่การพัฒนา งานเครื่องประดับไทย ผลกระทบเพื่อความสมดุล พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง สมรรถนะด้าน ความมีเหตุผล -การศึกษางานประวัติศาสตร์ เครื่องประดับ สมรรถนะด้าน ความพอประมาณ -หลักการประยุกต์รูปแบบงาน เครื่องประดับไทย สมรรถนะด้าน ความมีภมูิค้มุกนั -ความเข้าใจในคุณค่างาน เครื่องประดับไทย เงื่อนไข ด้านความรู้และทักษะ -ปรับประยุกต์รูปแบบ เอกลักษณ์งานเครื่องประดับ ไทยให้เข้ากับยุคสมัย วิชาประวตัิศาสตร์ เครื่องประดับไทย เงื่อนไข ด้านคณุธรรม จริยธรรม ค่านิยม คุณลักษณะที่พึง ประสงค์ -รักษาอนุรักษ์งาน ศิลปวัฒนธรรมไทย


1 แผนการจัดการเรียนรู้มุ่งเน้นสมรรถนะ หน่วยที่1 วิชา ประวัติศาสตร์เครื่องประดับไทย รหัสวิชา 30215-2306 สอนครั้งที่ 1 ชั่วโมงรวม 15 ชื่อหน่วยการเรียนรู้ประวัติศาสตร์เครื่องประดับยุคก่อนประวัติศาสตร์ เรื่อง ประวัติศาสตร์เครื่องประดับยุคก่อนประวัติศาสตร์ จ านวนชั่วโมง 2 สัปดาห์ที่ 1-5 เรื่อง กิจกรรมการเรียนรู้ สื่อ/เครื่องมือ การประเมิน เวลา เกณฑ์ การ ประเมิน 1.ประวัติ ศาสตร์ เครื่องประ ดับยุคก่อน ประวัติศาส ตร์ 1.1 แนะน าครูผู้สอน และให้นักศึกษาแนะน าตนเอง พร้อม สอบถามพื้นที่การท างานในสังกัดบริษัทออโรร่า ในแต่ ละเขตพื้นที่ 1.2 น าเข้าสู่บทเรียนสอบถามประสบการณ์การเรียนวิชา ประวัติศาสตร์เครื่องประดับไทย ที่นักศึกษาเคยมี ประสบการณณ์ ความเกี่ยวข้องการน าความรู้ใน รายวิชาประวัติศาสตร์เครื่องประดับไปใช้ในประกอบ อาชีพในการเป็นผู้จัดการในแต่ละสาขา และแนะน า วิธีการเข้าเรียนเพื่อดูเอกสารประกอบในรายวิชา ห้องเรียน class room 1.3 ชี้แจงแนวทางในการเรียนรายวิชาประวัติศาสตร์ เครื่องประดับไทย 1.4 ชี้แจงขอบเขตการประเมินผลการเรียนรายวิชา ประวัติศาสตร์เครื่องประดับไทย 1.5 ทดสอบความรู้เกี่ยวกับเครื่องมือและหลักการเขียน แบบ 1.6 อธิบายการแบ่งยุคสมัยในยุคก่อนประวัติศาสตร์ การซักถาม การซักถาม Power piont Power piont แบบทดสอบก่อน เรียน ใบความรู้/Power piont 10 นาที 10 นาที 10 นาที 5 นาที 10 นาที 10 นาที


2 1.7 อธิบายลักษณะเอกลักษณ์งานศิลปะวัตถุยุคสมัยก่อน ประวัติศาสตร์ 1.8 อธิบายลักษณะเอกลักษณ์รูปแบบงานเครื่องประดับ ยุคก่อนประวัติศาสตร์ 1.9 ทบทวนความรู้ประวัติศาสตร์เครื่องประดับยุคก่อน ประวัติศาสตร์ชาติไทยที่นักศึกษาเข้าใจ 1.10 ให้นักศึกษาตอบค าถามลักษณะเครื่องประดับในยุค ก่อนประวัติศาสตร์ชาติไทย 1.11 สรุปความรู้ในการเรียนเรื่องประวัติศาสตร์ เครื่องประดับยุคก่อนประวัติศาสตร์ชาติไทย การประเมินผลสมัฤทธ์ิทางการเรียนเรื่อง ประวัติศาสตร์เครื่องประดับยุคก่อนประวัติศาสตร์ชาติไทย ในการประเมินความรู้นักศึกษาต้องตอบค าถามถูกต้อง อย่างน้อย 6 ข้อจากข้อสอบทั้งหมด10 ข้อ ใบความรู้/Power piont ใบความรู้/Power piont การสอบถาม ตอบค าถาม/ อภิปราย บรรยาย ข้อสอบประเมิน ความรู้ 20 นาที 20 นาที 5 นาที 10 นาที 5 นาที สอบ ประเมิน ความรู้ คะแนนผ่าน เกณฑ์ค่า ระดับ คะแนนร้อย ละ 60


3 ภมูิหลงัและพฒันาการวฒันธรรมยคุก่อนประวตัิศาสตร ์ ถนิมพิมพาภรณ์ ถนิม หรือ สนิม มาจากศัพท์ภาษาเขมร คือ ธนิม แปลว่าเครื่องประดับ พิมพาภรณ์ มาจากศัพท์ภาษาสันสกฤต แปลว่า ร่าง รูปร่าง แบบอาภรณ์ ถนิมพิมพาภรณ์ เป็นค าสมาส หมายถึงเครื่องประดับตกแต่งร่างกาย เครื่องประดับ ตาม กฏมณเทียรบาล (ข้อบัญญัติพิเศษเกี่ยวกับพระราชฐาน พระราชวงศ์ และระเบียบการ ปกครองในราชส านักสยาม หรือไทย )เดิมมีศัพท์แยกประเภทเครื่องประดับ คือ ศิราภรณ์ คือ เครื่องประดับศีรษะ ถนิมพิมพาภรณ์ เครื่องประดับตัวตน


4


5


6 ภมูิหลงัและพฒันาการวฒันธรรมยคุก่อนประวตัิศาสตร ์ ความส าคัญของเครื่องประดับไทย เครื่องประดับไทยมีความส าคัญต่อสังคมไทยในหลายๆ ด้าน อาจกล่าวโดยสรุปได้ดังนี้ 1. เพื่อตกแต่งร่างกายให้มีความสวยงาม เป็ นธรรมชาติของมนุษย์ที่ต้องการตกแต่งร่างกายให้สวยงาม ซึ่งนอกจากใช้เสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่มตามสมัยนิยมแล้ว ยังมีการใช้เครื่องประดับต่างๆ ตกแต่งเพื่อให้ดูสวยงามยิ่งขึ้น เช่น การใช้ สร้อยคอ สร้อยข้อมือ ก าไลแขน ก าไลข้อมือ ก าไลข้อเท้า แหวน ต่างหู เข็มขัด เข็มกลัด ปิ่นปักผม เครื่องประดับเหล่านี้มีการออกแบบ ตลอดจนการใช้วัสดุที่แตกต่างกันไปตามกาลสมัย บางอย่างก็เลิกใช้ ไปแล้ว เช่น ในสมัยก่อน บิดามารดามักนิยมให้เด็กผู้หญิงใส่ "จับปิ้ง" ที่ท าด้วยเงิน ทอง หรือนาก ปิด ของลับไว้ ปัจจุบันไม่ค่อยมีให้เห็นแล้ว เช่นเดียวกับการใช้เข็มขัดทองและเข็มขัดนาก ซึ่งไม่ค่อยมี ปรากฏให้เห็นในสังคมไทยปัจจุบัน 2. เพื่อแสดงฐานะทางเศรษฐกิจของผู้สวมใส่ การใช้เครื่องประดับเป็ นการบ่งบอกถึงฐานะทางเศรษฐกิจของผู้สวมใส่ด้วย หากใช้ เครื่องประดับที่มีราคาแพง เช่น ท าจากวัสดุที่มีค่าและราคาแพงมาก ก็แสดงว่าผู้สวมใส่มีฐานะดี แต่ถ้า ท าจากวัสดุที่มีราคาไม่แพงนัก หรือไม่ใช้เครื่องประดับใดๆ ก็แสดงว่า บุคคลนั้นอาจมีฐานะยากจน 3. เพื่อแสดงสถานภาพทางสังคมของผู้สวมใส่ การใช้เครื่องประดับบางอย่างเป็นการแสดงถึงสถานภาพทางสังคมของผู้สวมใส่ เช่น เป็น กษัตริย์หรือพระราชวงศ์ เป็นขุนนางชั้นสูง และเป็นพราหมณ์หรือผู้ประกอบพิธีทางศาสนาในราชส านัก เครื่องประดับดังกล่าวนี้ มักมีการก าหนดไว้ในกฎมณเฑียรบาล หรือตามโบราณราชประเพณี บุคคล สามัญไม่สามารถตกแต่งด้วยเครื่องประดับเช่นนั้นได้ ประเภทของเครื่องประดับ เครื่องประดับอาจแบ่งเป็นประเภทต่างๆ ได้ดังนี้ เครื่องประดับที่เป็ นสัญลักษณ์แสดงตัวตน เป็นเครื่องประดับที่ผู้สวมใส่ต้องการใช้เป็น สัญลักษณ์แสดงตัวตน รวมทั้งเพื่อสร้างความมั่นใจ และความพึงพอใจให้แก่ตนเอง เครื่องประดับเพื่อการสื่อสาร เป็นเครื่องประดับที่ผู้สวมใส่ต้องการจะสื่อสารให้ผู้อื่นรู้ว่า ตนเอง มีความสนใจในเรื่องใด หรือมีบุคลิกภาพอย่างไร เช่น ถ้าใส่เครื่องประดับที่มีรูปลักษณ์ธรรมดาๆ ไม่โดด เด่น ก็เป็นการบอกนัยต่อผู้อื่นว่า เป็นผู้ที่มิได้มีความต้องการที่จะเป็นจุดสนใจ ของสังคม


7 เครื่องประดับที่มีภาพลักษณ์ทางเพศ เป็นเครื่องประดับที่แสดงถึงจิตใต้ส านึกในการตกแต่ง ร่างกายเพื่อให้ดึงดูดใจเพศตรงข้าม เครื่องประดับที่แสดงออกถึงความงาม มีรูปแบบของเครื่องประดับจ านวนมากที่สร้างสรรค์ ขึ้นมาเพื่อวัตถุประสงค์นี้ เพราะการเลือกซื้อเลือกใช้เครื่องประดับนั้น เกิดจากรูปแบบที่สวยงามถูกใจ พบมากในเครื่องประดับประเภทงานสร้างสรรค์ เครื่องประดบัที่แสดงออกถึงการเป็ นสมาชิกภาพในองค์กรหรือกลุ่มในสังคมใดสังคมหนึ่ง เป็นเครื่องประดับที่แสดงถึงความภาคภูมิใจที่ได้เป็นสมาชิกภาพให้ผู้อื่นได้ทราบ เครื่องประดบัที่แสดงออกถึงเกียรติยศของผ้สูวมใส่ เป็นเครื่องประดับที่เสริมบารมีให้แก่ผู้ สวมใส่ แสดงสถานภาพว่า เป็นผู้มีเกียรติยศ เป็นที่ยอมรับกันในหมู่คนหรือประชาคมนั้น เครื่องประดับทางศาสนา เป็นเครื่องประดับที่แสดงออกถึงความเชื่อในจิตใจ ซึ่งมนุษย์ใช้ยึด เหนี่ยวยามเกิดความรู้สึกไม่มั่นคงในชีวิต ทั้งนี้ เครื่องประดับทางศาสนามีความสัมพันธ์กับความเชื่อ ความศรัทธาในแต่ละชนชาติ เช่น จี้ไม้กางเขน เป็นการแสดงออกให้สังคมได้รับรู้ถึงความศรัทธาของผู้ สวมใส่ต่อศาสนาคริสต์ หรือสร้อยคอที่แขวนพระเครื่อง ก็บ่งบอกได้ว่า ผู้สวมนั้นนับถือพระพุทธศาสนา เครื่องประดับในการแต่งงาน เป็นเครื่องประดับที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมและประเพณีของแต่ละ ชนชาติ เช่น ประเพณีของศาสนาคริสต์ถือว่า แหวนแต่งงานที่ผ่านพิธีการแต่งงานในโบสถ์อันศักดิ์สิทธิ์ และการสาบานต่อหน้าพระผู้เป็นเจ้า เป็นเครื่องประดับที่เป็นสัญลักษณ์ ของการให้ค าสัตย์ต่อพระผู้เป็น เจ้าในการครองคู่กันตลอดไป การแบ่งยุคสมัยเครื่องประดับไทย การเกิดขึ้นของเครื่องประดับ เกิดขึ้นจากความต้องการของมนุษย์ ในเรื่อง ปัจจัยสี่ • อาหาร • เครื่องนุ่งห่ม • ที่อยู่อาศัย • ยารักษาโรค เครื่องประดับเกิดขึ้นจากความคิดสร้างสรรค์ จากการตกแต่งร่างกายให้เกิดความสวยงาม ให้เกิด ความรู้สึกทางใจ การเกิดขึ้นของเครื่องประดบั 1. เกิดจากการน าดอกไม้ใบไม้มาประดับร่างกาย


8 2. เกิดจากการน าทรัพยากรธรรมชาติ เช่นกระดูกสัตว์ ฟัน เขี้ยวเล็บ เปลือกหอย หรือผลไม้ตาม ธรรมชาติ 3. เกิดจากการน าแร่อัญมณี รัตนชาติ ที่หายากมาประดับร่างกาย 4. เกิดจากความรู้จากการหลอมหล่อโลหะเช่น ส าริด ทองแดง ทองค า ประวัติศาสตรเ์ครื่องประดบัยุคสมยัก่อนประวตัิศาสตรช์าติไทย • ยุคก่อนประวัติศาสตร์ 10,000 - 1,500 ปีมาแล้ว • ยุคสมัยทวารวดี พุทธศตวรรษที่ 11 - 16 (1,000 - 1,500 ปีมาแล้ว) • ยุคสมัยศรีวิชัย พุทธศตวรรษที่ 13 - 18 (800 - 1,300 ปีมาแล้ว) • ยุคสมัยลพบุรี พุทธศตวรรษที่ 12 - 18 (800 - 1,400 ปีมาแล้ว) • ยุคสมัยสุโขทัย พุทธศตวรรษที่ 18 - 21 ( 500 - 700 ปีมาแล้ว) • ยุคสมัยล้านนา พุทธศตวรรษที่ 19 - 24 (800 - 1,300ปีมาแล้ว) • ยุคสมัยอยุธยา พุทธศักราช 1893 - 2310 • ยุคสมัยรัตนโกสินทร์ พุทธศักราช 2325 – ปัจจุบัน ยุคก่อนประวตัิศาสตรไ์ม่น้อยกว่า 500,000 ปี ที่ผ่านมา หมายถึงยุคมนุษย์ยังไม่รู้จักประดิษฐ์ตัวอักษรเพื่อการสื่อสารในประเทศไทยพบหลักฐานก่อน ประวัติศาสตร์ไม่น้อยกว่า 500,000 ปีผ่านมาแล้วการด ารงชีวิตที่เรียบง่าย จากการหาของป่า ล่าสัตว์ เครื่องมือท าจากหินกะเทาะ


9


10 เครื่องประดบัยุคก่อนประวตัิศาสตรท์ ี่พบในผืนแผ่นดินไทย แบ่งได้2 ระยะ คือ 1. สมัยหินใหม่หรือสังคมหมู่บ้านเกษตรกรรม ประมาณ 6,000 - 4,000 ปีที่ผ่านมา 2. สมัยโลหะหรือสังคมยุคแรก ประมาณ 3,500 - 1,500 ปีที่ผ่านมา 1. สมัยหินใหม่หรือสังคมหมู่บ้านเกษตรกรรม ประมาณ 6,000 - 4,000 ปีที่ผ่านมาพบแหล่งบารณ คดีที่ภาคกลาง และภาค ตะวันออกเฉียงเหนือบ้านเก่า อ าเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี บ้านโคกพลับ อ าเภอบางแพ จังหวัดราชบุรี บ้านโคกเจริญ อ าเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา โนนนกทา อ าเภอภู เวียง จังหวัดขอนแก่น บ้านเชียง อ าเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี


11 ลักษณะเครื่องประดับที่พบมีรูปทรงแบนเรียบง่ายกรรมวิธีการม าไม่ซับซ้อน มีอยู่ตามธรรมชาติ เช่น เปลือกหอยแครง หอยขม หอยมือเสือ หรือหอยเบี้ย การน ากระดูกสัตว์เจาะรูร้อยเป็นพวงสวมคอ น าลูกปัดหรือหระดูกสัตว์มาขัดเป็นลูกปัดรูปทรงกลมแบน หรือคล้ายตะกุด น ามาปั้นเป็นรูปทรงกลมแล้ว เผาจะรูสวมคอ น าหินต่างๆเช่นหินอาเกต หินคาร์เรเนียน มาท าลูกปัด จี้สร้อยคอ ต่างหู หรือก าไล


12


13 เครื่องประดับยุคก่อนประวตัิศาสตร ์ 1. สมัยหินใหม่หรือสังคมหมู่บ้านเกษตรกรรม ลูกปัดดินเผา เครื่องประดับจากเปลือกหอย ลูกปัด กระดูกสัตว์


14 ลูกปัดเปลือกหอย รูปตัวเอช ลูกปัดทรงถังเบียร์


15 ลูกปัดแบบตัวไอ ลูกปัดแบบแว่นกลม


16 จี้ท าจากเขี้ยวของเก้ง ก าไลท าจากเปลือกหอยมือเสือ


17 แผ่นวงกลมมีเดือยอยู่ตรงกลางหรือต่างหู ก าไลท าจากหิน


18 2. สมัยโลหะหรือสังคมยุคแรก ประมาณ 3,500 - 1,500 ปีที่ผ่านมา เริ่มมีการเพาะปลูก เลี้ยงสัตว์ ท าเครื่องปั้นดินเผา และหล่อเครื่องมือด้วยโลหะ พบหลักฐานโครงกระดูกมนุษย์กระจายตามแหล่งโบราณคดีทั่วประเทศส่วนใหญ่พบในเขตพื้นที่ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น บ้านดอนตาเพชร อ าเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี บ้านท่า แค บ้านโป่งมะนาว จังหวัดลพบุรี บ้านใหม่ชัยมงคล อ าเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ บ้านปราสาท บ้าน โนนวัด จังหวัดนครราชสีมา บ้านนาดี จังหวัดอุดร บ้านโนนนกทา จังหวัดขอนแก่น


19 ลักษณะเครื่องประดับที่พบ ลักษณะเครื่องประดับท าด้วยลูกปัดท าด้วยเปลือกหอย กระดูกสัตว์ และหินสี เครื่องโลหะนิยมท าด้วยส าริด ท าเป็นก าไล แหวน ห่วงคอ และเครื่องประดับศีรษะ เครื่องมือเหล็ก


20 เครื่องส าริด เครื่องประดับ


21 สร้อยลูกปัดหิน สร้อยลูกปัดหิน


22 ก าไลกระพรวนส าริด เครื่องประดับก าไลส าริด


23 ลูกปัดโบราณ ลูกปัดหินและแร่หิน มักถูกน ามาขัดแต่งเป็นลูกปัด มาจากวัสดุต่างๆ เช่น หินคาร์เน-เลี่ยน (Carnelian) อาเกต (Agate) หินเจสเปอร์ (Jasper) หินออนนิกซ์ (Onyx) หินแคลซีโดนี(Chalcedony) หินเขี้ยวหนุมาน (Quartz) หินคาร์เน-เลี่ยน ลูกปัดโบราณหินสควอตช์


24 ลูกปัดแก้ว ลูกปัดจากโลหะและแร่ต่างๆ เช่น โลหะ ทอง เงิน ส าริด ตุ้มหูส าริดและตะกั่ว ลูกปัดส าริด


25 แผนการจัดการเรียนรู้มุ่งเน้นสมรรถนะ หน่วยที่1 วิชา ประวัติศาสตร์เครื่องประดับไทย รหัสวิชา 30215-2306 สอนครั้งที่ 2 ชั่วโมงรวม 15 ชื่อหน่วยการเรียนรู้ประวัติศาสตร์เครื่องประดับยุคก่อนประวัติศาสตร์ เรื่อง ประวัติศาสตร์เครื่องประดับยุคทวารวดี จ านวนชั่วโมง 2 สัปดาห์ที่ 1-5 เรื่อง กิจกรรมการเรียนรู้ สื่อ/เครื่องมือ การประเมิน เวลา เกณฑ์ การ ประเมิน 2.ประวัติ ศาสตร์ เครื่องประ ดับยุค ทวารวดี 2.1 น าเข้าสู่บทเรียนสอบถามประสบการณ์ความรู้เกี่ยวกับ ประวัติศาสตร์ยุคทวารวดีที่นักศึกษาได้ผ่านการเรียนรู้ หรือเคยมีประสบการณ์ 2.2 ทดสอบความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์และ เครื่องประดับยุคทวารวดี 2.3 อธิบายความเป็นมาของเมืองทวารวดีมาและเขตพื้นที่ ยุคสมัยทวารวดีที่ปรากฎหลักฐานในเขตพื้นที่ในประทศ ไทย 2.4 อธิบายลักษณะเอกลักษณ์งานศิลปะวัตถุยุคทวารวดี 2.5 อธิบายลักษณะเอกลักษณ์รูปแบบงานเครื่องประดับ ยุคทวารวดี 2.6 ทบทวนความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์เครื่องประดับยุค ทวารวดีที่นักศึกษาเข้าใจ 2.7 ให้นักศึกษาตอบค าถามลักษณะเครื่องประดับในยุค ทวารวดี การซักถาม แบบทดสอบก่อน เรียน ใบความรู้/Power piont ใบความรู้/Power piont ใบความรู้/Power piont บรรยาย/อภิปราย ตอบค าถาม/ อภิปราย บรรยาย 10 นาที 10 นาที 10 นาที 30 นาที 30 นาที 10 นาที 10 นาที 10 นาที


26 2.8 สรุปความรู้ในการเรียนเรื่องประวัติศาสตร์ เครื่องประดับยุคทวารวดี การประเมินผลสมัฤทธ์ิทางการเรียนเรื่อง ประวัติศาสตร์เครื่องประดับยุคทวารวดี ในการประเมิน ความรู้นักศึกษาต้องตอบค าถามถูกต้องอย่างน้อย 6 ข้อ จากข้อสอบทั้งหมด10 ข้อ ข้อสอบประเมิน ความรู้ สอบ ประเมิน ความรู้ คะแนนผ่าน เกณฑ์ค่า ระดับ คะแนนร้อย ละ 60


27 ศิลปะทวาราวดี ชื่อ “ทวารวดี” ในภาษาสันสกฤตที่มาจากค าว่า “ทวารกะ” อันหมายถึงปากประตู ก็ดูเหมือนจะ บอกใบ้อยู่เป็นนัย ๆ อยู่แล้วว่าวัฒนธรรมทวารวดี เกิดจากการที่เป็นเมืองท่าประตูการค้าขาย หรือจะให้ ทันสมัยอย่างที่เขานิยมกันในตอนนี้ ก็ต้องเรียกว่าเป็น Gateway City ค าว่า “ทวารวดี” ในความหมายทางศิลปะ และประวัติศาสตร์ของไทยนั้น หมายถึงชื่อรวมของกลุ่ม ชน ยุคแรกเริ่มประวัติศาสตร์ ที่พัฒนามาจากสังคมเกษตรกรรมในสมัยก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลาย ซึ่ง ชุมชนเหล่านี้ได้รับอิทธิพลจากการติดต่อกับกลุ่มชนภายนอกที่มีความเจริญมากกว่า โดยเฉพาะจาก อินเดีย เมื่อราวประมาณ 2,000-1,800 ปีมาแล้ว ซึ่งผลของการขยายตัวของประชากรประกอบกับการ ติดต่อกับภายนอกท าให้สภาพของสังคมเริ่มมีความซับซ้อนเกิดการรวมตัวเป็น “นครรัฐ” ขนาดใหญ่ ที่มี วัฒนธรรมแบบเดียวกันขึ้น ซึ่งรู้จักกันในนามว่า “ทวารวดี” วัฒนธรรมทวาราวดีที่พบในประเทศไทย ซึ่งนับเป็นวัฒนธรรมสมัยประวัติศาสตร์ยุคแรก ราวพุทธ ศตวรรษที่ 12-16 โดยน าโบราณวัตถุชิ้นส าคัญน ามาจัดแสดง ไม่ว่าจะเป็น ธรรมจักร ขนาดใหญ่ จาก จังหวัดนครปฐม พระพุทธรูปที่พบในเขตจังหวัดสุโขทัย ประติมากรรมปูนปั้นจากเมืองคูบัว จังหวัด ราชบุรี ประติมากรรมดินเผาและปูนปั้นประดับสถาปัตยกรรม จารึก สถูปจ าลอง เครื่องประดับ และ ภาชนะดินเผา


28 ภมูิหลงัและพฒันาการวฒันธรรมทวาราวดี ในช่วงราวพุทธศตวรรษที่ 7 บริเวณกลางแผ่นดินเอเซียตะวันออกเฉียงใต้เป็นเสมือนจุดเชื่อมต่อ ระหว่างวัฒนธรรมจากตะวันตกและตะวันออก ผ่านการติดต่อค้าขายมาตั้งแต่สมัยโบราณ และโดดเด่น ขึ้นมาในช้วงพุทธศตวรรษที่ 11-16 ในเวลาดังกล่าว ประเทศไทยได้มีหลักฐานการก่อตั้ง รัฐทวาราวดี โดยเริ่มจากบริเวณลุ่มแม่น ้าในภาค กลางของประเทศไทย ได้พัฒนาตนองเข้าสู่ความเจริญด้านต่างๆ อาทิ การเปิดรับพระพุทธศาสนา การ มีรูปแบบการปกครองที่เข้มแข็งขึ้น และการมีตัวอักษรไว้บันทึกเรื่องราวต่างๆ และแผ่ขยายออกไปเป็น วงกว้างมากขึ้น “ทวารวดี” ค าจารึกบนเหรียญเงินซึ่งพบตามชุมชนโบราณหลายแห่งในพื้นที่ภาคกลางของ ประเทศไทย มีรูปแม่วัวเป็นอักษรปัสสวะ ข้อความภาษาสันสกฤติว่า .. ศรีทวารวดี ศวนปุณยะ .. หมายถึง ผู้มีบุญกุศลของพระผู้เป็นเจ้าแห่งทวาราวดี รวมถึงข้อความอื่นๆอีกมากมาย ซึ่งแสดงให้เห็น ว้าในช่วงเวลาดังกล่าว ชุมชนทวาราวดีมีชนชั้นปกครองเกิดขึ้นแล้ว นักวิชาการสันนิษฐานว่า คือ อาณาจักร “โตโลโปตี” ที่ปรากฏในเอกสารจีนสมัยราชวงศ์ถัง รวมถึง จดหมายเหตุจากบันทึกการเดินทางของภิกษุจีน 2 รูป คือ ภิกษุเหี้ยนจัง หรือ พระถังซัมจั๋ง และภิกษุอี้ จิง ในช่วงประมาณพุทธศตวรรษที่ 12-15 วัฒนธรรมทวารวดีแพร่กระจายไปตามชุมชนโบราณหลายแห่งของประเทศไทย นับตั้งแต่พุทธ ศตวรรษที่ 12 – 16 หรือ 1,000-1,400 ปีมาแล้ว ส่วนใหญ่ได้รับแรงบันดาลใจจากพระพุทธศาสนา โดย พบหลักฐานจ านวนมากในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันตก ส่วนในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้มี รูปแบบที่คลี่คลายผสมผสานกับวัฒนธรรมท้องถิ่น โบราณวัตถุส าคัญ เช่น ธรรมจักร วัดเสน่หา (ร้าง) นครปฐม พระพุทธรูปปางแสดงธรรม คูบัว ราชบุรี นักโบราณคดีได้พบหลักฐานการตั้งหลักแหล่งของชุมชนสมัยทวาราวดีในบริเวณเขตที่ลุ่มภาค กลางตามล าน ้าเจ้าพระยา และภาคตะวันออก ซึ่งมีทั้งที่ซ้อนทับกับชุมชนสมัยก่อนประวัติศาสตร์ และ ที่ตั้งอยู่บริเวณที่ราบลุ่มแม่น ้าที่ส าคัญ สามารถติดต่อกับชุมชนอื่นได้สะดวก อาทิ เมืองท่าใกล้ชายฝั่ง ทะเล และเส้นทางการค้าในสมัยโบราณเมืองโบราณในชุมชนทวาราวดีไม่มีแผนผังที่แน่นอน โดยทั่วไป ตัวเมืองด้านหนึ่งจะตั้งอยู่กับล าน ้า และมีการขุดคูน ้า คันดินล้อมรอบ ทั้งนี้คงเพื่ออ านวยความสะดวก ด้านสาธารณูปโภค การคมนาคม ป้องกันอุทกภัย และอาจจะใช้ส าหรับการป้องกันศตรูได้ด้วย ไม่พบ หลักฐานที่อยู่อาศัย พบเพียงฐานเจดีย์หรืออาคารที่ก่อสร้างด้วยอิฐ ภายนอกอาคารนิยมประดับตกแต่ง ด้วยลายปูนปั้น และดินเผา ซึ่งมีทั้งภาพเล่าเรื่อง และลวดลายเลียนแบบธรรมชาติ


29 ในปัจจุบันยังไม่มีข้อสรุปว่าวัฒนธรรมทวาราวดี คือกลุ่มใด .. แต่จากการพบจารึกที่เป็นภาษา มอญโบราณในพื้นที่ส าคัญของแหล่งโบราณคดีสมัยทวาราวดีหลายๆแห่ง ท าให้นักภาษาศาสตร์ สามารถอธิบายได้ว่า กลุ่มภาษามอญ-เขมร ที่เป็นสาขาหนึ่งของตระกูลภาษาออสโตรเอเชียติค เป็น ภาษาเก่าแก่ที่ใช้ในชุมชนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ชนพื้นเมืองทวาราวดี เจ้าของวัฒนธรรมทวาราวดี กลุ่มคนที่เป็นเจ้าของวัฒนธรรมทวาราวดี อาจจะมีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มชนที่มีถิ่นฐานอยู่ใน พื้นที่เดิมตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ รวมถึงกลุ่มคนที่เคลื่อนย้ายเข้ามาใหม่ และกลุ่มของชาวต่างชาติ ที่เข้ามาค้าขาย นอกจากนี้ จากการค้นพบจารึกภาษามอญ ที่มีตัวอักษรเก่าไปถึงราวพุทธศตวรรษที่ 12 ยังเป็นความน่าสนใจว่า กลุ่มชนชาจิมอญน่าจะเป็นกลุ่มชนหนึ่งที่มีความส าคัญในการแผ่ขายวัฒนธรรม อินเดียเข้ามาในบริเวณพื้นที่วัฒนธรรมทวาราวดี


30 รูปแบบศิลปกรรมทวาราวดี ในแต่ละยุคสมัยศิลปกรรม .. เป็นภาพสะท้อนของคติความเชื่อ สังคม และ วัฒนธรรมศิลปกรรมทวาราวดี และสัญลักษณ์ทางศาสนาที่เด่นชัดของยุคนี้คือ “ธรรมจักร” ธรรมจักรและกวางหมอบศิลาในช่วงพุทธศตวรรษที่ 12-13 ซึ่งค้นพบที่วัดเสน่หา (ร้าง) อ าเภอเมือง จังหวัดนครปฐม


Click to View FlipBook Version