The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ประวัติศาสตร์เครื่องประดับไทย

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by mam3990, 2023-06-15 01:09:12

แผนวิชา ประวัติศาสตร์เครื่องประดับ

ประวัติศาสตร์เครื่องประดับไทย

331 ประเกือมลายดอกกลีบบัว ประเกือมลายเม็ดมะยม


332 2. ตะเกา “ตะเกา” ภาษาเขมร ใช้เรียก“ตุ้มหู” เป็นการขึ้นรูปด้วยการดัดเส้นลวดเงินไปมาในระยะความห่าง ที่เท่าๆกันจนได้รูปทรงที่ต้องการ และน ามาเชื่อมต่อซ้อนกันตามขนาดต่างๆ เป็นขั้นบันไดจากนั้น ประดับด้วยเม็ดไข่ปลา เป็นงานที่พิถีพิถันละเอียดเป็นที่สุด ตามโบราณใช้เทคนิคการลนไฟให้เส้นเงิน หลอมละลายจนขมวดตัวเป็นเม็ดกลมๆบนรางไม้ไผ่เรียกว่า “ไข่ปลา” ที่อาศัยผิวที่แตกร้าวของไม้ไผ่นั้น เป็นแผงยึดเกาะไม่ให้เม็ดเงินเล็กจิ๋วลื่นไหลหรือปลิวไป และเทคนิคดั้งเดิมอีกอย่างก็คือ การใช้ลูกเบง (ผลในฝักของไม้ยืนต้นชนิดหนึ่ง ) มาฝนกับน ้า ส าหรับเป็นตัวเกาะยึดไข่ปลาและชิ้นส่วนขนาดเล็กอื่นๆ ติดตัวชิ้นงานได้โดยง่าย โดยลวดลายตะเกาที่โดดเด่นเป็นที่รู้จักและสร้างชื่อแก่เครื่องเงินสุรินทร์ เช่น ตะเกาดอกรังหอก ตะเกาดอกระเวียง ตะเกาดอกตั้งโอ๋ ตะเกาไข่แมงดา 2.1 ลายดอกตั้งโอ๋ 1 ชั้น ตะเกาลายดอกตั้งโอ๋ 1 ชั้นหรือชาวบ้านเรียกว่ามุกปะกาตั้งโตมาเฉือน หรือมุกปะกาดังออมาเอื้อน เป็นลายโบราณ เวลาของการประดิษฐ์เป็นลายตะเกา ที่ได้รับการสืบทอดมาจากบรรพบุรุษสันนิษฐานว่า เป็นการน าลักษณะของดอกตั้งโอ๋เป็น แบบประดิษฐ์ดอกตั้งโอ๋หรือชาวบ้านเรียกว่าดอกกินน ้าค้าง (มี ดอกเฉพาะเวลาที่มีน ้าค้างในปริมาณมากเท่านั้น) เป็นดอกไม้ที่พบเฉพาะในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ เป็นพืช สมุนไพรโดยน าคอกที่ตากแห้ง (ซึ่งจะเก็บเฉพาะในเดือน 11 และเดือน 12 เท่านั้น) ไปต้มและดื่มท าให้มี สุขภาพที่แข็งแรงรับประทานอาหารอร่อย อัตลักษณ์ ตะเกาลายดอกตั้งโอ๋ 1 ชั้น เป็นการน ารูปร่างลักษณะมาประดิษฐ์ โดยใช้รูปทรงเรขาคณิตเป็นฐาน คือ วงกลมช่างเครื่องเงินจะน าเม็ดเงินมาตีขึ้นรูปให้มีลักษณะแบน แล้วดัดให้เป็นรูปทรงต่าง ๆ ตาม ลักษณะของดอกตั้งโอ๋ โดยวางเป็นชั้นเรียงต่อกันขึ้นไป ให้เกิดกลีบดอกไม้ และเกสรดอกไม้ นอกจากนี้ ยังมีการประดับตกแต่งลวดลายเพื่อให้เหมาะสมกับเครื่องประดับชนิดต่าง ๆ เช่น เข็มขัด จะดัดเส้นเงิน ให้มีลักษณะเป็นวงกลม เพื่อใช้เชื่อมต่อกันทั้งเส้น ลายดอกตั้งโอ๋จึงถือเป็นลวดลายที่มักนิยมท ามาแต่ โบราณและถือว่าเป็นลวดลายที่ท ายากจึงถือเป็นความเฉพาะของพื้นที่ ลายดอกตั้งโอ๋ 1 ชั้น


333 2.2 ลายรงัดอกหอกปิด ตะเกาลายดอกหอกปิด หรือชาวบ้านเรียกว่ามุกปะการหอกกะเบิดเป็นลายโบราณ เป็นลายตะเกา ที่ได้รับการสืบทอดมาจากบรรพบุรุษ สันนิษฐานว่าเป็นการน าลักษณะของดอกหอกเป็นแบบประดิษฐ์ จากความเชื่อในชุมชน อัตลักษณ์ อัตลักษณ์ ตะเกาลายดอกรหอกเป็นการน ารูปร่างลักษณะมาประดิษฐ์ โดยใช้รูปทรงเรขาคณิตเป็นฐาน คือ วงกลม ช่างเครื่องเงินจะน าเม็ดเงินมาตีขึ้นรูปให้มีลักษณะแบน แล้วดัดให้เป็นรูปทรงต่าง ๆ ตาม ลักษณะของดอกรหอก โดยวางเป็นชั้นเรียงต่อกันขึ้นไป ให้เกิดกลีบดอกไม้ และเกสรดอกไม้ นอกจากนี้ ยังมีการประดับตกแต่งลวดลาย เพื่อให้เหมาะสมกับเครื่องประดับชนิดต่าง ๆ เช่น เข็มขัด จะดัดเส้นเงิน ให้มีลักษณะเป็นวงกลม เพื่อใช้เชื่อมต่อกันทั้งเส้น ลายรังดอกหอกปิด


334 2.3 ลายดอกบัวเผื่อน 3 ชั้น ตะเกาลายดอกบัวเผื่อน หรือชาวบ้านเรียกว่ามุกปะกาปลีด เป็นลายโบราณ และเวลาของการ ประดิษฐ์ เป็นลายตะเกาที่ได้รับการสืบทอดมาจากบรรพบุรุษ เรียกว่าตะเกาลายดอกบัวเผื่อน สันนิษฐานว่าเป็นการน าลักษณะของดอกบัวเผื่อนไปเป็นแบบประดิษฐ์ อัตลักษณ์ ตะเกาลายดอกบัวเป็นการน ารูปร่างลักษณะมาประดิษฐ์ โดยใช้รูปทรงเรขาคณิตเป็นฐาน คือ วงกลม ช่างเครื่องเงินจะน าเม็ดเงินมาตีขึ้นรูปให้มีลักษณะแบน แล้วดัดให้เป็นรูปทรงต่าง ๆ ตามลักษณะ ของดอกบัว โดยวางเป็นชั้นเรียงต่อกันขึ้นไป ให้เกิดกลีบดอกไม้ และเกสรดอกไม้ นอกจากนี้ยังมีการ ประดับตกแต่งลวดลาย เพื่อให้เหมาะสมกับเครื่องประดับชนิดต่าง ๆ เช่น เข็มขัด จะดัดเส้นเงินให้มี ลักษณะเป็นวงกลม เพื่อใช้เชื่อมต่อกันทั้งเส้น การสร้างตะเกาดอกบัวจึงลักษณะเฉพาะพื้นถิ่นที่น ามา จากต านาน คติความเชื่อ ประวัติศาสตร์ และพื้นที่จังหวัดสุรินทร์เป็นพื้นที่เดียวที่สร้างตะเกาลายดอกบัว ลายดอกบัวเผื่อน 3 ชั้น


335 2.4 ลายดอกระเวียง ตะเกาลายดอกระเวียง หรือชาวบ้านเรียกว่า บุกปะการะวิ่งเป็นลายโบราณและเวลาของการ ประดิษฐ์เป็นลายตะเกา ที่ได้รับการสืบทอดมาจากบรรพบุรุษสันนิษฐานว่า เป็นการน าลักษณะของดอก ระเวียงไปเป็นแบบประดิษฐ์ ต้นระเวียงเป็นไม้ยืนต้นที่ดอกมีกลิ่นหอมออกดอกในช่วงเข้าพรรษา ชาวบ้านได้น าดอกระเวียงไปประดับกรวยดอกไม้ธูปเทียนส าหรับถวายพระภิกษุสงฆ์ อัตลักษณ์ ตะเกาลายดอกระเวียงเป็นการน ารูปร่าง ลักษณะ สรรพคุณ มาใช้ในการออกแบบเครื่องประดับ เพราะมีฐานคติที่เกี่ยวข้องกับเทวดาและความศักดิ์สิทธิ์ ดังนั้นภูมิปัญญาท้องถิ่นจึงคิดสร้างและออกแบบ ลวดลายและเป็นลักษณะเฉพาะและพิเศษในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ ลายดอกระเวียง


336 2.5 ลายรังแตน ตะเกาลายดอกรังแตน หรือชาวบ้านเรียกว่ามุกปะกาสะรัง เป็นลายโบราณและเวลาของการ ประดิษฐ์ สันนิษฐานว่าเป็นลวดลายที่อยู่ในยุคสมัยเกี่ยวกับตะเกาลายดอกพริกในปี พ.ศ. 2506 ได้มี ชาวบ้านบ้านสะเดา ต าบลสะเดา อ าเภอสะเดา จังหวัดศรีสะเกษ น าเครื่องประดับทอง ที่เป็นตะเกา ลวดลายดังกล่าวให้ ช่างป่ วน เจียวทอง ดูและช่างป่ วนเกิดความสนใจได้น าลวดลายที่พบเห็น มา ดัดแปลงและท าขึ้น เรียกว่าตะเกาลายดอกรังแตน เนื่องจากมีลักษณะคล้ายรังแตน เป็นการเพิ่มความ สวยงามและเพิ่มมูลค่าให้กับตะเการวมถึงเครื่องประดับเงินอื่น ๆ ได้น าลวดลายของตะเกาไปประดับ ตกแต่งด้วย อัตลักษณ์ ตะเกาลายรังแตนเป็นความคิดสร้างสรรค์และภูมิปัญญาของหัตถกรรมเครื่องเงินบ้านเขวาสินริ นทร์กับจิตนาการความคิดสร้างสรรค์ที่สามารถน ามาออกแบบตะเกาลายรังแตนได้อย่างสวยงาม และมี เฉพาะที่จังหวัดสุรินทร์ ลายรังแตน


337 2.6 ลายดอกมะลิ ตะเกาลายดอกมะลิ หรือชาวบ้านเรียกว่ามุกปะกามะลิ เป็นลายโบราณ และเวลาของการประดิษฐ์ เป็นลายตะเกาที่ได้รับการสืบทอดมาจากบรรพบุรุษสันนิษฐานว่าเป็นการน าลักษณะดอกมะลิ เป็นแบบ ในการประดิษฐ์ลายดอกมะลิ เป็นดอกไม้ที่ขาวสะอาดหอมเย็น อัตลักษณ์ ตะเกาลายดอกมะลิ เป็นการน ารูปร่างลักษณะมาประดิษฐ์ โดยใช้รูปทรงเรขาคณิตเป็นฐาน คือ วงกลม ช่างเครื่องเงินจะน าเม็ดเงินมาตีขึ้นรูปให้มีลักษณะแบน แล้วดัดให้เป็นรูปทรงต่าง ๆ ตามลักษณะ ของดอกมะลิ โดยวางเป็นชั้นเรียงต่อกันขึ้นไป ให้เกิดกลีบดอกไม้ และเกสรดอกไม้ นอกจากนี้ยังมีการ ประดับตกแต่งลวดลาย เพื่อให้เหมาะสมกับเครื่องประดับชนิดต่างๆ เช่น เข็มขัด จะดัดเส้นเงินให้มี ลักษณะเป็นวงกลม เพื่อใช้เชื่อมต่อกันทั้งเส้น ลายดอกมะลิ


338 2.7 ดอกทานตะวัน ตะเกาลายดอกทานตะวัน หรือชาวบ้านเรียก ว่ามุกปะกาโชคเรื้อด เป็นลายโบราณและเวลาของ การประดิษฐ์ เป็นลายตะเกาที่ได้รับการสืบทอดมาจากบรรพบุรุษ สันนิษฐานว่าเป็นการน าลักษณะของ ดอกทานตะวัน ไปเป็นแบบประดิษฐ์ อัตลักษณ์ ตะเกาลายดอกทานตะวัน เป็นความคิดสร้างสรรค์และภูมิปัญญาของหัตถกรรมเครื่องเงิน บ้านเข วาสินรินทร์กับจิตนาการความคิดสร้างสรรค์ที่สามารถน ามาออกแบบตะเกาลายดอกทานตะวันได้อย่าง สวยงาม และมีเฉพาะที่จังหวัดสุรินทร์เท่านั้น ดอกทานตะวัน


339 รปูแบบเอกลกัษณ ์ เครอื่งประดบัสกลุช่างสรุินทร ์


340


341


342 แผนการจัดการเรียนรู้มุ่งเน้นสมรรถนะ หน่วยที่3 วิชา ประวัติศาสตร์เครื่องประดับไทย รหัสวิชา 30215-2306 สอนครั้งที่ 13 ชั่วโมงรวม 12 ชื่อหน่วยการเรียนรู้รูปแบบเอกลักษณ์เครื่องประดับสกุลช่างในประเทศไทย เรื่อง รูปแบบเอกลักษณ์เครื่องประดับสกุลช่างชาติพันธ์และจันทบุรี จ านวนชั่วโมง 2 สัปดาห์ที่ 11-14 เรื่อง กิจกรรมการเรียนรู้ สื่อ/เครื่องมือ การประเมิน เวลา เกณฑ์ การ ประเมิน 13.รูปแบบ เอกลักษณ์ เครื่องประ ดับสกุล ช่างชาติ พันธ์และ จันทบุรี 13.1 น าเข้าสู่บทเรียนสอบถามประสบการณ์ความรู้ เกี่ยวกับรูปแบบเอกลักษณ์เครื่องประดับสกุลช่าง ชาติพันธ์และจันทบุรีที่นักศึกษาได้ผ่านการเรียนรู้ หรือเคยมีประสบการณ์ 13.2 ทดสอบความรู้เกี่ยวกับรูปแบบเอกลักษณ์ เครื่องประดับสกุลช่างชาติพันธ์และจันทบุรี 13.3 อธิบายความเป็นมาของรูปแบบเอกลักษณ์ เครื่องประดับสกุลช่างชาติพันธ์และจันทบุรี ที่ปรากฎหลักฐานในเขตพื้นที่ในประทศไทย 13.4 อธิบายลักษณะรูปแบบเอกลักษณ์เครื่องประดับสกุล ช่างชาติพันธ์และจันทบุรี 13.5 อธิบายรูปแบบและเทคนิคเชิงช่างในการท า เครื่องประดับสกุลช่างชาติพันธ์และจันทบุรี 13.6 ทบทวนความรู้เกี่ยวกับรูปแบบเอกลักษณ์ เครื่องประดับสกุลช่างชาติพันธ์และจันทบุรี ที่นักศึกษาเข้าใจ การซักถาม แบบทดสอบก่อน เรียน ใบความรู้/Power piont ใบความรู้/Power piont ใบความรู้/Power piont บรรยาย/อภิปราย ตอบค าถาม/ อภิปราย 10 นาที 10 นาที 10 นาที 30 นาที 30 นาที 10 นาที 10 นาที


343 13.7 ให้นักศึกษาตอบค าถามลักษณะเครื่องประดับใน รูปแบบเอกลักษณ์เครื่องประดับสกุลช่างชาติพันธ์ และจันทบุรี 13.8 สรุปความรู้ในการเรียนเรื่องรูปแบบเอกลักษณ์ เครื่องประดับสกุลช่างชาติพันธ์และจันทบุรี การประเมินผลสมัฤทธ์ิทางการเรียนเรื่อง รูปแบบเอกลักษณ์เครื่องประดับสกุลช่างชาติพันธ์และ จันทบุรีในการประเมินความรู้นักศึกษาต้องตอบค าถาม ถูกต้องอย่างน้อย 6 ข้อจากข้อสอบทั้งหมด 10 ข้อ บรรยาย ข้อสอบประเมิน ความรู้ 10 นาที สอบ ประเมิน ความรู้ คะแนนผ่าน เกณฑ์ค่า ระดับ คะแนนร้อย ละ 60


344 รปูแบบเอกลกัษณ ์ เคร ื่องประดบัสกลุช่างชาติพนัธแ ์ ละจนัทบุรี เครื่องประดบัสกลุช่างชาติพนัธ ์ เชียงราย ดินแดนแห่งวฒันธรรมเครื่องประดบัเงินชนเผ่า เชียงรายเป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่สุดเขตแดนทางภาคเหนือของประเทศไทย ภูมิประเทศส่วนใหญ่ราย ล้อมไปด้วยภูเขาสูงและยังเป็นดินแดนที่มีประชากรชาวเขาหลากเผ่าพันธุ์อาศัยอยู่ ทั้งชาวอาข่า ชาวม้ง ชาวเย้าและชาวไทยลื้อ ซึ่งตามปกติแล้ววิถีชีวิตของชาวเขามักอาศัยอยู่รวมกันเป็นชุมชนและยึดการท า เกษตรกรรมเป็นอาชีพหลัก แต่ก็มีบางเผ่าพันธุ์อย่างชาวเขาเผ่าอาข่าและเผ่าเย้า (เผ่าเมี่ยน) ที่น าเอา ภูมิปัญญาการท าเครื่องประดับเงินออกมาใช้สร้างรายได้จนเป็นที่รู้จักในวงกว้าง ความเป็ นมาของการทา เครื่องประดบัเงินชนเผ่าในจงัหวดัเชียงราย เครื่องประดบัเงินของชนเผ่าอาข่า ชาวเขาเผ่าอาข่าเป็นเผ่าพันธุ์ที่มีจ านวนมากที่สุดในจังหวัดเชียงราย โดยแต่เดิมมีถิ่นอาศัยอยู่ทาง บริเวณตอนใต้ของประเทศจีนในแถบมณฑลยูนนาน ต่อมาได้อพยพหนีความวุ่นวายทางการเมืองเข้ามา ตั้งรกรากอยู่บริเวณต าบลป่าตึง อ าเภอแม่จัน ปัจจุบันพบว่ามีชาวอาข่าอาศัยอยู่รวมกันในชุมชนกว่า 65 ครัวเรือน โดยทั่วไปชาวอาข่ามักท าเกษตรกรรมดังเช่นชาวเขาเผ่าอื่นๆ แต่ด้วยความเจริญของ วัฒนธรรมชนเผ่าที่นิยมและให้ความส าคัญกับการสวมใส่เครื่องประดับเงิน จึงก่อให้เกิดการถ่ายทอดทาง ภูมิปัญญาในการผลิตเครื่องประดับเงินจากรุ่นสู่รุ่น จนปัจจุบันนับได้ว่าเป็นอุตสาหกรรมในครัวเรือนที่ สามารถสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนได้เป็นอย่างดี เครื่องประดบัเงินของชนเผ่าเย้า ถึงแม้ว่าบ้านขุนแม่บง ซึ่งตั้งอยู่ในต าบลโชคชัย อ าเภอดอยหลวงจะค่อนข้างอยู่ห่างไกลจากแหล่ง ความเจริญของจังหวัดเชียงรายและมีจ านวนผู้อยู่อาศัยไม่มากเท่าใดนัก หากแต่ชาวเขาเผ่าเย้า (เผ่า เมี่ยน) ที่อาศัยอยู่ในชุมชนแห่งนี้ก็อยู่กันอย่างสามัคคีและเต็มไปด้วยความสุข ตามปกติแล้วชาวบ้าน ส่วนใหญ่ยึดอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลักเหมือนดังเช่นชาวเขาทั่วไป แต่เมื่อ 18 ปีที่แล้ว เคยมีคนใน ชุมชนออกไปรับจ้างในต่างถิ่น จึงได้น าเอาองค์ความรู้การท าเครื่องประดับเงินกลับเข้ามาสอนคนใน ชุมชนพร้อมทั้งจัดตั้ง “กลุ่มแปรรูปผลิตภัณฑ์เครื่องเงินครบวงจร” ผลิตเครื่องประดับเงินออกวาง จ าหน่ายเพื่อเพิ่มรายได้ให้แก่คนในชุมชนด้วย ปัจจุบันกลุ่มนี้ยังคงด าเนินกิจการอยู่และมีสมาชิกรวม ประมาณ 25 ราย


345 เอกลกัษณ์เครื่องประดบัเงินชนเผ่าของจงัหวดัเชียงราย ชาวอาข่าให้ความส าคัญกับการสวมใส่และครอบครองเครื่องประดับเงินเป็นอย่างมาก ตามปกติ นิยมแต่งกายด้วยผ้าพื้นเมืองและน าเครื่องเงินมาสวมใส่ตั้งแต่หัวจรดเท้า ตามวัฒนธรรมของชาวอาข่า ถือว่าเครื่องเงินเป็นของมีค่าสามารถใช้บอกฐานะความเป็นอยู่ได้ ถ้าบ้านใดมีเครื่องเงินไว้ในครอบครอง มาก ลูกสาวของบ้านนั้นจะเป็นที่หมายปองและดึงดูดให้มีคนเข้ามาสู่ขอไปแต่งงาน การผลิตเครื่องประดับเงินของชาวอาข่าเป็นการผลิตในครัวเรือน ชิ้นงานส่วนใหญ่ท าด้วยมือเกือบ ทุกขั้นตอน ปัจจุบันใช้เครื่องจักรแค่เพียงขั้นตอนของการรีดเนื้อเงินให้เป็นแผ่นเท่านั้น ส่วนเอกลักษณ์ ทางรูปแบบนั้นได้รับแรงบันดาลใจมาจากวิถีชีวิตที่ผูกพันอยู่กับธรรมชาติ อัตลักษณ์ทางลวดลายที่ ปรากฏอยู่บนชิ้นงานจึงมักเป็นสิ่งรอบตัวทั่วไปอันเกี่ยวข้องกับการด าเนินชีวิต แต่แฝงไปด้วย ความหมายโดยนัยที่เป็นพลังเชิงบวกแก่ผู้สวมใส่ อาทิ ลายปลา สื่อถึงความมั่งมีและอุดมสมบูรณ์ ลาย ผีเสื้อ สื่อถึงความงดงามและอุดมสมบูรณ์ ลายดอกเบญจมาศ สื่อถึงความมีชีวิตชีวาและความ เจริญรุ่งเรือง หรือการท า ภู่เงินห้อยระย้า อันสื่อถึงความมีชื่อเสียงและความดีงาม เนื่องจากเป็นวัตถุที่ เมื่อกระทบกันแล้วจะเกิดเป็นเสียงดังอันไพเราะ นอกจากนี้ ยังมีการท าเครื่องเงินในลักษณะของกระดุม ลูกกระพรวน และลูกปัดเพื่อใช้ตกแต่งลงบนผ้าพื้นเมืองโดยเฉพาะด้วย ส าหรับชนเผ่าเย้า (เมี่ยน) แห่ง บ้านขุนแม่บง มีการผลิตเครื่องประดับเงินโดยนิยมขัดพื้นผิวของโลหะให้มีความมันวาว ส่วนใหญ่มักท า เป็นสร้อยคอ กระดุมเสื้อ และเครื่องประดับเงินที่มีลักษณะเป็นแผงมีพู่ห้อยเพื่อให้เข้ากับวัฒนธรรมการ แต่งกายของชนเผ่า รวมทั้งมีการผลิตสร้อยข้อมือ และต่างหูที่เน้นลวดลายทางธรรมชาติเกี่ยวกับดอกไม้ และใบไม้ด้วย เป็นต้น รปูแบบเอกลกัษณ ์ เครื่องประดบัสกลุช่างชาติพนัธ ์ สร้อยคอลายดอกไม้ที่มีภู่ห้อย


346


347


348


349


350


351 เครื่องประดบัสกลุช่างจนัทบุรี ประวัติที่มาของแหวนกลนั้นว่ากันว่าแหวนประเภทนี้มีที่มาจากแถบตะวันออกกลางหรืออาหรับ (บางคนก็เรียกแหวนกลเหล่านี้ว่า ‘puzzle ring’ หรือ ‘Turkish wedding ring’) แต่ในบ้านเรานั้น แหวน ประเภทนี้นั้นมีอยู่เฉพาะแค่ที่จังหวัดจันทบุรีเท่านั้น ซึ่งแหวนกลของจันทบุรีนี้มีจุดเด่นแตกต่างจากที่ อื่นๆ ในโลก คือตัวหน้าแหวนจะเป็นรูปสัตว์ต่างๆ อย่างปู ปลา หรือนักษัตรต่างๆ ในขณะที่ของประเทศ อื่นๆ จะเป็นเพียงแค่ลวดลายเรียบๆ อย่างเดียว มีต านานเล่ากันว่า ด้วยความเป็นเมืองอัญมณีมาแต่ โบราณของเมืองจันท์ ท าให้มีคนต่างชาติมาจ้างและสอนให้ช่างทองแถบนี้หัดท าแหวนกลขึ้นมา บ้างก็ว่า เป็นแหวนที่ตกทอดวิธีการท ามาในไทยผ่านมาจากทางเขมร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องไหนก็ตาม แหวนกลก็ถูก สืบทอดอยู่ในแถบนี้มาแล้วไม่ต ่ากว่าสามชั่วอายุคนหรือเกือบๆ หนึ่งร้อยปีมาแล้ว พอมาในยุคปัจจุบันที่การสั่งท าแหวนกลนั้นค่อยๆ เสื่อมความนิยมลงไป ท าให้ช่างหลายคนหันไป ท าแหวนกลลายปูปลาแบบดั้งเดิมเพื่อส่งให้กับทางโรงงานน าไปขายในตลาด แต่มีทายาทของช่างท า แหวนกลอยู่หนึ่งคนที่ได้สั่งสมประสบการณ์และทักษะฝีมืออยู่ในเส้นทางการท าแหวนกลมากว่า 30 ปี ได้ริเริ่มน าเอาไอเดียใหม่ๆ มาต่อยอดใส่ลงไปในแหวนกลแบบดั้งเดิมจนเกิดเป็นแหวนกลแบบใหม่ที่ร่วม สมัย และแตกต่างจนเป็นที่ต้องการในตลาดอีกครั้งหนึ่ง นั่นก็คือแหวนกลที่เป็นลายชื่อหรือนามสกุลของ ผู้สวมใส่นั่นเอง แหวนกลนี้แต่ละวงนั้นจะบรรจุตัวอักษรต่างๆ ของชื่อเราไว้ เมื่อท าการพลิกหมุนประกบ และประกอบกลับมาเป็นแหวนเต็มๆ วง เราจะได้เห็นชื่อและนามสกุลของเราปรากฏอยู่บนนั้น เป็น แหวนเฉพาะของเราแต่เพียงผู้เดียวอย่างแท้จริง


352 แหวนกลปริศนาจากอดีตสู่ปัจจุบนั แหวนกลในประเทศไทยถือก าเนิดขึ้นมาตั้งแต่ปี 2504 โดยชาวจีนซึ่งอพยพมาตั้งรกรากอยู่ที่ ต าบลพลิ้ว อ าเภอแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี ในอดีตแหวนกลส่วนใหญ่มักผลิตจากทองค า โดยเริ่มต้น จากการออกแบบลวดลายที่ต้องการก่อน จากนั้นจึงน าทองค าที่มีค่าความบริสุทธิ์ 99.99% ไปผสมกับ เงินให้ได้ทองค า 90% เพื่อท าให้เนื้อทองมีความแข็งแรงและเหนียว สามารถถักทอเป็นลวดลายหรือ รูปทรงต่างๆ ได้ตามต้องการ แหวนกลทองค าของจันทบุรีแตกต่างจากแหวนของประเทศอื่นๆ เพราะทุกขั้นตอนท าขึ้นด้วยมือ ชิ้นงานจึงมีความละเอียด ประณีต งดงามอ่อนช้อย มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และสามารถท าลวดลายได้ หลากหลายตามที่ลูกค้าต้องการ รวมถึงชิ้นส่วนส าคัญของรูปสัตว์บนตัวแหวนสามารถเคลื่อนไหวได้ด้วย ชิ้นงานที่ผลิตได้แต่ละขึ้นจึงไม่ซ ้าแบบกัน อาจเรียกได้ว่ามีเพียงชิ้นเดียวในโลก แหวนกลเป็นสัญลักษณ์แสดงถึงความมั่งมีศรีสุข และความเป็นสิริมงคลแห่งภูมิปัญญาโบราณ ด้วยการออกแบบรวมวงแหวน 4 8 12 ก้าน ให้เกาะเกี่ยวกันเป็นแหวนหนึ่งวง เพิ่มคุณค่าให้แก่ผู้สวมใส่ ที่ได้ครอบครองแหวนอันมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร กลไกในวงแหวนมักจะท าจากเงินหรือทองแบบ โบราณ ซึ่งผู้สวมใส่และช่างจะต้องร่วมกันสร้างสรรค์ผลงานตั้งแต่ต้นจนจบ ผ่านแบบร่างกระดาษ การตี รีด สาน และสลัก เพื่อให้เกิดลวดลายตามต้องการ แล้วสอดสานก้านแหวนทองค าหรือเงินก่อกลไกส าเร็จ เป็นตัวเรือนให้มีลักษณะเฉพาะขึ้น แหวนกลแต่ละวงจึงมีรูปแบบไม่เหมือนกัน แหวนทุกวงท าด้วยมือทุก ขั้นตอน การท าแหวนกลจึงเป็นงานที่ต้องอาศัยทักษะชั้นสูงซึ่งสืบทอดมาจากครูช่างโบราณ นับเป็น เครื่องประดับที่ซ่อนปริศนากลไกไว้บนนิ้วของผู้สวมใส่ มีเพียงผู้เป็นเจ้าของและนายช่างเท่านั้นที่รู้วิธี ประกอบแหวน ว่าจะต้องจับด้านใดสอดก้านใดให้ออกมาเป็นวงแหวน แหวนกลจึงเป็นเสมือน เครื่องประดับแห่งปัญญา พันธะทางจิตใจ รปูแบบเอกลกัษณ ์ เครื่องประดบัสกลุช่างจนัทบุรี


353 ลักษณะการถอดประกอบแหวนกล


354 ลักษณะการถอดประกอบแหวนกล


355 ลักษณะการถอดประกอบแหวนกล


356 รูปแบบแหวนกล


357 แหวนกลปูฝังทับทิม


358 แหวนทองกลกุ้ง แหวนทองกลกระต่าย


359 แหวนทองกลเต่า พลอยทับทิม แหวนทองกลปู พลอยทับทิม


360 แหวนทองกลเต่า พลอยทับทิม แหวนทองกล


361 แผนการจัดการเรียนรู้มุ่งเน้นสมรรถนะ หน่วยที่3 วิชา ประวัติศาสตร์เครื่องประดับไทย รหัสวิชา 30215-2306 สอนครั้งที่ 14 ชั่วโมงรวม 12 ชื่อหน่วยการเรียนรู้ประวัติศาสตร์เครื่องประดับยุคก่อนประวัติศาสตร์ เรื่อง รูปแบบเอกลักษณ์เครื่องประดับงานช่างทองหลวง จ านวนชั่วโมง 2 สัปดาห์ที่ 11-14 เรื่อง กิจกรรมการเรียนรู้ สื่อ/เครื่องมือ การประเมิน เวลา เกณฑ์ การ ประเมิน 14.รูปแบบ เอกลักษณ์ เครื่องประ ดับงาน ช่างทอง หลวง 14.1 น าเข้าสู่บทเรียนสอบถามประสบการณ์ความรู้ เกี่ยวกับรูปแบบเอกลักษณ์เครื่องประดับงาน ช่างทองหลวงที่นักศึกษาได้ผ่านการเรียนรู้หรือเคยมี ประสบการณ์ 14.2 ทดสอบความรู้เกี่ยวกับรูปแบบเอกลักษณ์ เครื่องประดับงานช่างทองหลวง 14.3 อธิบายความเป็นมารูปแบบเอกลักษณ์เครื่องประดับ งานช่างทองหลวงที่ปรากฎหลักฐานในในประทศ ไทย 14.4 อธิบายลักษณะรูปแบบเอกลักษณ์เครื่องประดับงาน ช่างทองหลวง 14.5 อธิบายรูปแบบและเทคนิคเชิงช่างในการท า เครื่องประดับงานช่างทองหลวง 14.6 ทบทวนความรู้เกี่ยวกับรูปแบบเอกลักษณ์ เครื่องประดับงานช่างทองหลวงที่นักศึกษาเข้าใจ 14.7 ให้นักศึกษาตอบค าถามลักษณะรูปแบบเอกลักษณ์ เครื่องประดับงานช่างทองหลวง การซักถาม แบบทดสอบก่อน เรียน ใบความรู้/Power piont ใบความรู้/Power piont ใบความรู้/Power piont บรรยาย/อภิปราย ตอบค าถาม/ อภิปราย 10 นาที 10 นาที 10 นาที 30 นาที 30 นาที 10 นาที 10 นาที


362 14.8 สรุปความรู้ในการเรียนเรื่องรูปแบบเอกลักษณ์ เครื่องประดับงานช่างทองหลวง การประเมินผลสมัฤทธ์ิทางการเรียนเรื่อง รูปแบบ เอกลักษณ์เครื่องประดับงานช่างทองหลวง ในการประเมิน ความรู้นักศึกษาต้องตอบค าถามถูกต้องอย่างน้อย 6 ข้อ จากข้อสอบทั้งหมด10 ข้อ บรรยาย ข้อสอบประเมิน ความรู้ 10 นาที สอบ ประเมิน ความรู้ คะแนนผ่าน เกณฑ์ค่า ระดับ คะแนนร้อย ละ 60


363 รปูแบบเอกลกัษณ ์ เคร ื่องประดบังานช่างทองหลวง ความเป็ นมาของช่างทองหลวง ชุมชนตรอกสุเหร่าเมื่อ 43 ปีที่แล้วแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มคือ ชุมชนชาวมุสลิมที่เป็นเจ้าของที่ดินและ เจ้าของบ้านเช่าประมาณ 40 หลังคาเรือน ในกลุ่มนี้เป็นช่างทองผู้มีฐานะประมาณ 10 หลังคาเรือน และ เป็นเจ้าของห้องเช่าของผู้เช่าอีกกลุ่มหนึ่ง ซึ่งเป็นกลุ่มคนไทยและจีน และในช่วงเวลานั้นกลุ่มคนภายใน ชุมชนที่มีการศึกษาจะออกไปประกอบอาชีพข้างนอกราวๆ 40 % ในขณะที่กลุ่มช่างทองยังคงท าทองอยู่ ที่บ้านในราว 60 % แต่ในปัจจุบันนั้นผู้ท าอาชีพช่างทองล้วนสูงวัยและไม่มีผู้ท าอาชีพนี้อีกต่อไปแล้ว ในกลุ่มผู้ถูกอพยพโยกย้ายมาจากหัวเมืองทางใต้ครั้งรัชกาลที่ 3 นั้น ส่วนหนึ่งเป็นช่างทองค า ประดับเพชร ทับทิม หรือมรกต และถูกก าหนดให้เป็นช่างทองหลวงท าเครื่องทรงและเครื่องราชูปโภค ถวายตั้งแต่ครั้งรัชกาลที่ 3 โดยเล่าสืบกันจากบรรพบุรุษว่า ช่างทองหลวงที่อยู่ในชุมชนตรอกสุเหร่า มัสยิดจักรพงษ์ในครั้งรัชกาลที่ 3 ได้แก่ พระวิเศษสุวรรณ (โต), หลวงแป้น, ขุนลังกา, ช่างลงยา (ไมตรี) ส่วนช่างทองหลวงในสมัยรัชกาลที่ 4-5 ได้แก่ พระยาภักดี, หลวงสามณหัตถกิจ ช่างทองหลวงในรัชกาล ที่ 6-7 ได้แก่ พระยานรินทร์ศิลปการ, หลวงสุวรรณพงษ์, หลวงภัทราภรณ์ การเป็นช่างทองหลวงเป็นหนึ่งในช่างสิบหมู่ ที่ไม่ได้มีเพียง “10” ชนิดเท่านั้น แต่ใช้เป็นชื่อที่เรียก จ านวนมากแบบรวมๆ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนริศรานุวัติวงศ์ ทรงจ าแนกงานช่างหลวง ออกมาได้ถึง 29 งานช่าง และกรมช่างสิบหมู่และข้าราชการเหล่านี้สลายไปหลังการปฏิวัติเปลี่ยนแปลง การปกครองในครั้งรัชกาลที่ 7 ช่างทองหลวงที่รับราชการในพระบรมมหาราชวังจากตรอกสุเหร่าถูกจ าแนกได้อีกว่า เป็นช่างทอง ที่เป็นข้าราชการประจ า และข้าราชการที่รับเบี้ยหวัดรายปี และยังมีช่างทองชาวบ้านที่ท างานค้าขาย เครื่องประดับกับราชส านัก ข้าราชการและพ่อค้าคหบดี ซึ่งยังแบ่งออกได้อีกว่าเป็นกลุ่มบ้านช่างทองที่มี ทุนมากและช่างทองรับงานช่วงต่อที่มีทุนน้อยกว่า โดยกล่าวว่าชาวตรอกสุเหร่าท างานเป็นช่างทองที่มีสถานภาพทางสังคมสูงและมีฐานะจนเมื่อ ปลายรัชกาลที่ 6 มีช่างฝรั่งชาวเยอรมันชื่อ “นายไกรซ์เล่อ” ตั้งร้านอยู่ที่แพร่งนรา น าเอาวิทยาการและ วิธีการผลิตแบบใหม่ซึ่งเป็นแบบตะวันตกเข้ามาตีตลาดของช่างทองมุสลิมแต่เดิม เช่น ใช้เพชรลูกแทน เพชรซีก การฉลุลวดลายโปร่งเพราะเครื่องมือดี การตั้งกระเปาะแทนการฝังแบบโบราณ เป็นต้น ท าให้ ช่างทองตรอกสุเหร่าเปลี่ยนวิธีการผลิตท าทองแบบดั้งเดิม หันไปใช้วิชาการท าทองแบบใหม่เช่นนาย ไกรซเลอร์กันหมด เพราะถือเป็นของทันสมัยอย่างยิ่งในสมัยนั้น การสืบทอดวิชาช่างทองต้องหาคนที่ไว้ใจได้ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นคนในครอบครัว โดยมีพ่อหรือลูก ชายคนตัวท าหน้าที่แจกจ่ายงานไปยังคนในครอบครัวที่มีความช านาญต่างกัน หากเป็นเด็กมาฝึกหัดก็จะ สอนกันเฉพาะภายในกลุ่มเดียวกันเท่านั้น แม้จะเคยมีความพยายามสืบทอดวิชาให้กับคนนอกกลุ่ม แต่ก็ เป็นไปโดยชั่วคราว เพราะสภาพแวดล้อมและสังคมที่เปลี่ยนแปลง การฝึกฝนในการเป็นช่างทองเป็น การงานอาชีพเฉพาะที่ท ายากและต้องมีความละเอียดประณีตขั้นสูงสุดและใช้สายตามาก จนผู้สูงอายุแม้ จะมีความช านาญแต่ก็ต้องเลิกเพราะการใช้สายตาที่มากเกินไปด้วย อีกทั้งมีทางเลือกในการศึกษาเล่า


364 เรียนเพื่อไปท ามาหากินในอาชีพอื่นๆ มากขึ้นด้วย ท าให้คนภายในชุมชนไม่นิยมหัดท างานเป็นช่างทอง นับแต่เมื่อราวสี่สิบที่ผ่านมาแล้ว ช่างทองแบ่งตามวิธีการผลิต โดยการแบ่งงานเป็นล าดับขั้น คือ “ช่างรูป” คือช่างทองผู้ท าหน้าที่ ท าทองให้เป็นรูปร่างของเครื่องประดับแต่ละชนิดอย่างคร่าวๆ เช่น ท ารูปแหวน ก าไล ต่างหู, “ช่างฝัง” คือช่างทองที่ท าหน้าที่ฝังเพชรพลอยลงในเรือนของเครื่องประดับ, “ช่างลาย” คือช่างที่ออกแบบรูปร่าง และลวดลายของเครื่องประดับแต่ละชนิด, “ช่างแกะ” หรือ “ช่างแร” เป็นผู้แกะลวดลายลงบน เครื่องประดับ โดยการสลักลายเข้าไปในเนื้อทองให้เป็นร่องตามลวดลายที่ต้องการ, กรณีมัสยิดตึกดินที่มีคุณตาประเสริฐ เจริญราชกุมารเล่าให้ฟัง แสดงว่าท่านเป็น “ช่างแกะ” หรือ “ช่างแร” เรียนรู้วิธีแกะลายลงบนเนื้อเงิน เนื้อทอง ที่ใช้ท าตลับหรือกลักบุหรี่ ที่มีคนสั่งท าและท างานให้ ร้านมากที่สุดคือ แกะลายกรอบพระทั้งเงินและทอง เครื่องมือก็มีเช่น มีดแกะปลายรูปร่างต่างๆ ที่ต้องคม เพราะแกะลงไปบนเนื้อโลหะ เช่น ทองหรือเงิน แท่นที่เรียกว่าลูกตุ้มเหล็กกลมซึ่งหมุนได้รอบทิศสะดวก แก่การแกะลายได้ทุกมุม โดยช่างแกะนี้ท าทั้งแกะลายแหวนหรือแกะลงบนกรอบพระที่ผู้คนนิยมเลี่ยม ทองพระเครื่องเพื่อห้อยคอมาตลอด และท ารายได้เฉพาะให้ช่างแกะหรือช่างแรได้มากในยุคหนึ่ง เป็น รายได้ที่ค่อนข้างดีมากทีเดียว เพราะคุณตาประเสริฐท างานเป็นช่างแกะสองรอบ คือท าที่ร้าน เครื่องประดับช่วงกลางวันรอบหนึ่ง และกลางคืนท าที่บ้าน รายได้ดีมาก จนอายุห้าสิบกว่าๆ ก็เลิก เพราะ ใช้สายตามากและปรากฎว่ามีเครื่องปั๊มเริ่มเข้ามา ท าให้งานฝีมือแบบการแกะลายมีคนสั่งท าลดลง เมื่อเปรียบเทียบงานช่างก็สามารถงานแกะลายลงบนเครื่องประดับ มีมิติเป็นงานละเอียดประณีต ส่วนงานบ้านพานเป็นงานตอกลายเพื่อดุนให้เกิดลวดลายขึ้นมา เป็นความช านาญของช่างคนละแบบ เครื่องทองแบบโบราณที่ชาวชุมชนตรอกสุเหร่า มัสยิดจักรพงษ์บันทึกไว้ ซึ่งส่วนใหญ่ท าจาก ทองค า 100% จึงเป็นเนื้อทองอ่อนเหมาะจะท าลวดลายได้ง่าย แต่เมื่อสมัยกว่าสี่สิบปีที่แล้วช่างทองก็ไม่ สามารถท าเครื่องทองเหล่านี้ได้แล้วมีดังเช่น จี้ ใช้ห้อยกัยสายสร้อย แบ่งเป็นจี้ตัวผัวและตัวเมียและจี้สี่ ทิศ, จั่น คือสายสร้อยข้อมือมีหัวตรงกลางเป็นรูปกลมฝังทับทิม หรือมรกตล้อมเพชร, ใบไม้ปลายมือ คือ จี้ตัวเล็กๆ ห้อยปลายสายสร้อย, ลูกปะวะหล ่า คือสร้อยข้อมือ ท าด้วยลวดทองขดเป็นลูกลายโปร่ง ร้อย ติดกันด้วยสายสร้อย ก าไลตะขาบ เป็นสร้อยทองถักรอบข้อมือ, สร้อยบิด สร้อยทองใช้ลวดทองบิดให้แบนแล้วคล้องกัน , สร้อยดอกจิก คือสร้อยท าเป็นรูปดอกไม้เล็กๆ ต่อกันเป็นสาย, สร้อยกลีบดอกล าดวน เป็นรูปกลีบดอก ล าดวน, ต่างหูดอกล าดวน, ก าไลข้อเท้าก้านบัว, ปิ่นปักจุก, ก าไลข้อมือ, แหวนข้อมะขาม, แหวนยอด โบราณ, แหวนแมงดา, แหวนมณฑป, แหวนรังแตน, ต่างหูพวง, ต่างหูระย้า, ต่างหูเต่ารั้ง, ตุ้มรังแตน, ต่างหูกระจก เป็นต้น ส่วนเครื่องทองแบบใหม่ของชาวตรอกสุเหร่ากล่าวกันว่าแม้จะมีรูปแบบใหม่ แต่ก็ยังคงผลิต แบบเดิมอยู่ เช่น การท าแหวน มีพวก แหวนปลอกมีดหรือแหวนทองเกลี้ยง, แหวนนามสกุล, แหวนนพ เกล้า, แหวนล้อม, แหวนมอญ, แหวนแถว, แหวนลิ้นจี่ทั้งทรงเครื่องและธรรมดา, แหวนไขว้ พวกเข็ม กลัด แบ่งเป็นเข็มกลัดเพชรและเข็มกลัดพลอย พวกสร้อยคอ แบ่งเป็น สร้อยคอมือ, สร้อยเพชร หรือ สังวาลย์, สร้อยพลอย, ทับทิม, มรกต เป็นต้น


365 ช่างทองนั้นต้องมีความช านาญในการดูเนื้อทอง การดูเพชร พลอย และสามารถตีราคาตาม ท้องตลาด ตามความนิยมได้อย่างช านาญด้วย ลูกค้าที่เคยมีส่วนใหญ่จะเป็นลูกค้าประจ าที่มีความคุ้นเคย และค้าขายกันมานาน ในอดีตช่างทองที่ตรอกสุเหร่ากล่าวว่า มีการค้าขายกับราชส านักอยู่เสมอ ส่วน ตลาดภายนอกราชส านักจะเป็นกลุ่มที่มีสถานภาพทางสังคมและมีฐานะที่อยู่ในกลุ่มที่ดีที่สุด พ่อค้า คหบดีชาวเชียงใหม่เคยเดินทางรอนแรมด้วยเรือนับสิบวันเพื่อมาหาซื้อเครื่องทองเหล่านี้ จนสร้างรายได้ อย่างมากมายให้กับชาวชุมชนตรอกสุเหร่าในอดีตเป็นอย่างมาก ชุมชนช่างทองหลวงตรอกสุเหร่าชุมชนมัสยิดจักรพงษ์


366 ชุมชนช่างทองหลวงตรอกสุเหร่าชุมชนมัสยิดจักรพงษ์


367 ช่างทอง อาชีพของพระชนกชู (พ่อของสมเด็จย่า) บ้านจ าลอง "บ้านเดิม" ของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ที่สมเด็จพระศรีนครินทราบรม ราชชนนีเคยประทับ เมื่อครั้งทรงพระเยาว์เป็นเรือนแถวที่จ าลองมาเพียง 1 ห้อง ด้านในบ้านจ าลองจัด องค์ประกอบตามหนังสือ “แม่เล่าให้ฟัง” พระนิพนธ์ของสมเด็จพระพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กลม หลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ลักษณะบ้านจ าลองที่สร้างขึ้น ณ มุมหนึ่งของสวนแห่งนี้ ตัวอาคารก่ออิฐถือปูน มีชาน ระเบียง ด้านหน้าบ้าน และด้านข้างปูด้วยไม้ หลังคามุงกระเบื้องดินเผา หลังคาด้านหน้ามุงจาก ผนังด้านข้างกรุ ด้วยกระจกใส (เพื่อให้ผู้เข้าชมมองเห็นภายในได้) ด้านข้างอาคารมีการอนุรักษ์ต้นไม้ใหญ่ของเดิมไว้ หลังคาจึงเว้นส าหรับต้นไม้ มีทางเข้าบ้าน ประตูด้านหน้าทางเดียว เมื่อเข้าไปในบ้านแล้วจะเห็นทางเดิน ถึงหลังบ้าน ด้านขวามียกพื้นไม้และใช้ไม้ปิดแบ่งห้อง เป็น 3 ห้อง มีห้องพระ ห้องท าทอง ซึ่งเป็นที่ ประกอบอาชีพของพระชนกชู (พ่อของสมเด็จย่า) ถัดไปเป็นห้องนอน ด้านหลังเป็นห้องครัวตลอด ก าแพงหลังบ้าน จ าลอง "บ้านเดิม" ของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี


368 จ าลอง "บ้านเดิม" ของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี


369 รปูแบบเอกลกัษณ ์ เครอื่งประดบังานช่างทองหลวง งานช่างทองหลวง แบ่งได้ตามวัตถุประสงค์การน าไปใช้ แบ่งเป็น 5 กลุ่มงาน 1. กลุ่มงานเครื่องอิสริยยศ 2. กลุ่มงานเครื่องราชูปโภค เครื่องใช้ 3. กลุ่มงานเครื่องสักการะบูชา 4. กลุ่มงานเครื่องตกแต่ง 5. กลุ่มงานเบ็ดเตล็ดทั่วไป 1. กลุ่มงานเครื่องอิสริยยศ คือ งานช่างทองหลวงที่มีวัตถุประสงค์ในการจัดสร้างแสดงถึงสถานะของผู้ใช้ ทางด้านยศและ อิสริยยศ เป็นกลุ่มงานที่จัดสร้างขึ้นตามรูปแบบจารีตประเพณี มีกฎระเบียบการจัดสร้างชิ้นงานประกอบ เครื่องยศของเจ้านายในแต่ละชั้นยศ ถูกก าหนดด้วยวัสดุที่น ามาสร้าง บางชั้นยศใช้โลหะท าจากโลหะเงิน ชั้นยศที่สูงขึ้นชิ้นงานท าด้วยโลหะเงินกะไหล่ทอง ล าดับอิสริยยศสูงขึ้น วัสดุจะท าด้วยทองค า ล าดับ อิสริยยศสูงขึ้นอีก วัสดุทองค าในการจัดสร้างชิ้นงานจะประกอบด้วยอัญมณีมีค่า มีงานลงยา ประกอบใน ชิ้นงาน รูปแบบเอกลักษณ์ชิ้นงานต้องตรงกับล าดับยศและอิสริยยศของผู้ใช้ และวัตถุประสงค์การน า ชิ้นงานไปใช้มีเอกลักษณ์รูปแบบของชิ้นงาน งานที่เกี่ยวข้องกับเครื่องยศและอิสรยยศในงานช่างทอง หลวงในปัจจุบันยังใช้กฎระเบียบจารีตที่สืบทอดต่อกันมา โดยปัจจุบันส านักพระราชวังจะเป็นผู้ก าหนด


370


371


372


373


374


375 2. กลุ่มงานเครื่องราชูปโภค เครื่องใช้ คือ งานช่างทองหลวงที่จัดสร้างชิ้นงานเพื่อวัตถุประสงค์เพื่อการน าไปใช้ในวิถีชีวิต งาน เครื่องใช้ของพระมหากษัตริย์เรียกว่างานราชูปโภค ส่วนงานเครื่องใช้ของบุคคลทั่วไปเรีกว่าเครื่องใช้ มี เอกลักษณ์รูปแบบชิ้นงานที่ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์การน าไปใช้ในงานพิธีหรือในวิถีชีวิต ชิ้นงานท าดัวย วัสดุโลหะที่หลากหลาย มีเทคนิคเชิงช่างในงานช่างทองหลวงในการสร้างชิ้นงานที่ มีรายละเอียดความ ประณีต ความซับซ้อนของชิ้นงานจะขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ผู้ใช้ มีรูปแบบเอกลักษณ์ทางด้านงาน ศิลปกรรมแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับรสนิยมของผู้ใช้ บางชิ้นงานเป็นการออกแบบขึ้นมาใหม่เฉพาะ มี รูปแบบความงามสะท้อนวิถีชีวิตในแต่ละยุคสมัย ที่มีความเปลี่ยนแปลงตามสภาพของสังคมที่เปลี่ยนไป


376


377


378 3. กลุ่มงานเครื่องสักการะบูชา คือ งานช่างทองหลวงที่จัดสร้างขึ้นถวายเป็นเครื่องพุทธบูชา ได้แก่ พระพุทธรูปต่างๆ เครื่อง ประกอบในแท่นบูชาเช่น ดอกไม้เงินดอกไม้ทอง พานพุ่มเงินพานพุ่มทอง เครื่องสังเค็ด ธรรมมาส บุษบก ฐานพระเป็นต้น เนื่องด้วยศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจ าชาติ มีองค์พระมหากษัตริย์เป็นพุทธ มามกะ เป็นอัครศาสนูปถัมภก งานศิลปกรรมหลวงที่จัดสร้างขึ้น จึงมีความเกี่ยวข้องกับพุทธศาสนา ที่มี หลักธรรมเป็นส่วนส าคัญต่อการก าหนดจารีตประเพณีในวัฒนธรรมไทยมาตั้งแต่อดีต ดังนั้นพุทธศาสนา จึงแยกไม่ออกจากวัฒนธรรมไทย งานศิลปกรรมหลวงที่สร้างขึ้น เพื่อสร้างถวายในพุทธศาสนาจึงมีความ เกี่ยวข้องกับคนในสังคมตั้งแต่พระมหากษัตริย์ จนถึงประชาราษฎร์ งานที่สร้างขึ้นโดยมีพระมหากษัตริย์ เป็นองค์ประธานในการจัดสร้าง ผลงานจะมีความประณีต มีเทคนิคเชิงช่างในการสร้างชิ้นงาน ใช้ช่างที่มี ความช านาญสูง รูปแบบเอกลักษณ์ชิ้นงานมีรูปแบบหลักวิธีการในการจัดสร้างที่เป็นแบบแผนแน่นอน ตามแบบจารีตประเพณีนิยม


379


380


Click to View FlipBook Version