สามารถเขยี น มีความ สง่ ใบงานตรง คะแนน สรุปผล
ดหมายลาครูได้ กระตอื รือรน้ ตามเวลา เตม็
ในการทำใบงาน ทก่ี ำหนด
อยา่ งถูกต้อง
1 2 3 1 2 3 1 2 3 12 ผา่ น ไม่ผ่าน
2 3 3 10 ผา่ น
3 3 3 12 ผา่ น
3 3 3 12 ผ่าน
3 3 3 12 ผ่าน
3 3 3 11 ผ่าน
3 3 3 12 ผ่าน
3 3 3 12 ผา่ น
2 3 3 10 ผา่ น
3 3 3 12 ผา่ น
3 3 3 12 ผา่ น
3 3 3 12 ผา่ น
3 3 3 12 ผา่ น
2 3 3 10 ผ่าน
3 3 3 12 ผ่าน
3 3 3 11 ผ่าน
2 3 3 10 ผ่าน
3 3 3 12 ผ่าน
3 3 3 12 ผา่ น
3 3 3 11 ผา่ น
3 3 3 11 ผา่ น
3 3 3 12 ผ่าน
เลขที่ ชือ่ - สกลุ สามารถบอกกลวิธี จด
40 เด็กหญงิ อมรรัตน์ ฝา่ ยเทศ และมารยาทใน 1
41 เด็กชายชญตว์ นิตยน์ รา
การเขยี นจดหมาย
ลาครไู ด้
12 3
2
2
สามารถเขียน มคี วาม สง่ ใบงานตรง คะแนน สรปุ ผล
ดหมายลาครไู ด้ กระตอื รอื ร้น ตามเวลา เตม็
ในการทำใบงาน ท่กี ำหนด
อย่างถกู ตอ้ ง
1 2 3 1 2 3 1 2 3 12 ผ่าน ไม่ผ่าน
3 3 3 11 ผ่าน
3 3 3 11 ผ่าน
ลงชอ่ื บวรลักษณ์ ผปู้ ระเมนิ
(นางสาวบวรลกั ษณ์ พนาพนม)
วนั ท่ี 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 15
หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี 5 ราชาธริ าช ตอน สมงิ พระรามอาสา
เรือ่ ง การเขยี นจดหมายสอบถามข้อมูล
รหสั ท21102 ช่ือรายวิชา ภาษาไทย กลมุ่ สาระการเรียนรูภ้ าษาไทย
ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีที่ ๑ ภาคเรียนท่ี 2/2565 เวลา 1 ชั่วโมง
ผ้สู อน นางสาวบวรลักษณ์ พนาพนม
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ท 2.1 ใช้กระบวนการเขียนเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียน
เรื่องราวในรูปแบบต่างๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้าอย่างมี
ประสิทธิภาพ
ตัวชวี้ ัด
ม ๑/7 เขียนจดหมายส่วนตวั และจดหมายกิจธุระ
ม ๑/9 มมี ารยาทในการเขียน
สาระสำคัญ / ความคิดรวบยอด
การเขียนจดหมายสอบถามข้อมูล คือ เป็นจดหมายกิจธุระประเภทหนึ่ง มีจุดประสงค์เพ่ือ
สอบถามข้อมูลอย่างใดอยา่ งหนึง่ เช่น สอบถามรายละเอยี ดของราคาสินค้าหรือบริการ สอบถามฐานะ
ทางการเงิน สอบถามความประพฤติ หรือสอบถามประวตั ิการทำงาน
จดุ ประสงค์การเรียนรู้
ความรู้ (K)
1. นักเรียนสามารถบอกกลวธิ ีและมารยาทในการเขียนจดหมายสอบถามขอ้ มลู ได้
ทกั ษะ/กระบวนการ (P)
1. นกั เรียนสามารถเขยี นจดหมายสอบถามขอ้ มูลไดอ้ ย่างถกู ต้อง
คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ (A)
1. ใฝ่เรยี นรู้
2. มวี ินยั
3. ม่งุ มั่นในการทำงาน
สมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น
สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน
การจดั การตนเองอยา่ งมีสขุ ภาวะ การจัดการและการทำงานเป็นทีม
การคดิ ขัน้ สงู และการเรยี นรู้ การเป็นพลเมืองทเ่ี ข้มแขง็
การส่อื สารด้วยภาษา การอยรู่ ว่ มกบั ธรรมชาตแิ ละวทิ ยาการอย่างยั่งยืน
คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ของผเู้ รยี นรายปี ซ่ือสตั ยส์ ุจริต
รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ ใฝ่เรียนรู้
มวี ินัย
มุ่งมน่ั ในการทำงาน
อยู่อย่างพอเพียง มีจติ สาธารณะ
รกั ความเป็นไทย
ทักษะในศตวรรษท่ี 21
การคดิ อย่างมวี จิ ารณญาณ และทกั ษะในการแก้ปญั หา
ทกั ษะดา้ นการสรา้ งสรรค์ และนวัตกรรม
ทกั ษะด้านความรว่ มมือ การทำงานเป็นทมี และภาวะผู้นำ
ทักษะด้านการสื่อสารสนเทศ และรูเ้ ทา่ ทนั ส่อื
คุณลกั ษณะสำหรับศตวรรษที่ 21
คณุ ลกั ษณะดา้ นการทำงาน ไดแ้ ก่ การปรบั ตัว ความเป็นผนู้ ำ
คุณลักษณะด้านการเรียนรู้ ไดแ้ ก่ การชน้ี ำตนเอง การตรวจสอบการเรยี นรูข้ องตนเอง
คุณลักษณะด้านศีลธรรม ไดแ้ ก่ เคารพผอู้ ื่น ความซ่อื สตั ย์ สำนึกพลเมือง
ทักษะดา้ นชวี ติ และอาชีพ
ความยดื หย่นุ และการปรับตวั
การรเิ ริม่ สร้างสรรคแ์ ละการเปน็ ตัวของตวั เอง
ทักษะสงั คม และสังคมข้ามวัฒนธรรม
การเปน็ ผู้สร้างหรอื ผผู้ ลิต และความรบั ผิดชอบเชอื่ ถือได้
ภาวะผู้นำและความรับผิดชอบ
การประเมนิ ผลรวบยอด
ช้นิ งานหรือภาระงาน
1. ใบงาน เรื่อง การเขยี นจดหมายสอบถามขอ้ มลู
กิจกรรมการเรียนรู้
ขัน้ นำ
๑. นักเรยี นรว่ มกนั สนทนา โดยตอบคำถาม ดงั นี้
• นักเรยี นควรเขียนจดหมายสอบถามข้อมลู อย่างไร จงึ จะไดร้ ับข้อมลู ตอบกลบั มา
2. ครูเชอ่ื มโยงเขา้ สู่บทเรยี น (K, P)
ขัน้ สอน
๑. ครูแจกใบความรู้เรื่อง การเขียนจดหมายสอบถามข้อมูล พร้อมทั้งอธิบายความหมาย
ส่วนประกอบ รปู แบบ และยกตวั อยา่ งพร้อมใชส้ ่อื ประกอบการสอน (K)
2. นักเรียนศกึ ษาความรู้เร่ือง การเขยี นจดหมายสอบถามข้อมลู
๓. นักเรียนตั้งคำถามที่อยากรู้เกี่ยวกับโรงเรียนเพื่อเขียนจดหมายสอบถามข้อมูลที่
น่าสนใจและเป็นประโยชนจ์ ากครปู ระจำชนั้
4. นักเรียนวางโครงเร่อื งในการเขียนจดหมาย แล้วเขยี นจดหมายตามโครงเร่ืองท่ีกำหนด
พรอ้ มท้งั ประเมินผลงานเพ่อื ปรับปรุงแกไ้ ขให้สมบรู ณ์
ขั้นสรปุ
1. นักเรียนร่วมกันสรปุ สิง่ ทเ่ี ขา้ ใจเป็นความรรู้ ว่ มกัน ดังนี้
➢จดหมายกิจธุระเป็นการเขยี นส่อื สารอย่างเป็นทางการเพ่อื ติดตอ่ กนั ในเร่อื งการ
งานต่าง ๆ จึงต้องให้ความสำคัญกับความสะอาดเป็นระเบียบและใช้ภาษาที่เหมาะสม สุภาพและสื่อ
ความหมายชดั เจน
2. ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกนั สรปุ องคค์ วามรู้
การวัดผลประเมนิ ผล
วิธีการวัดประเมนิ ผล
๑. แบบประเมินใบงาน เรื่อง การเขยี นจดหมายสอบถามข้อมูล เปน็ การวัดผลประเมินผล
ของนักเรียนรายบุคคลเกี่ยวกับการเขียนจดหมายสอบถามข้อมูล โดยมีประเด็นในการวัดผลดังนี้ บอก
กลวิธีและมารยาทในการเขียนจดหมายสอบถามขอ้ มูลได้ สามารถเขยี นจดหมายสอบถามขอ้ มูลได้อย่าง
ถกู ตอ้ ง มีความกระตือรือร้นในการทำใบงาน และสง่ ใบงานตรงตามเวลาทีก่ ำหนด จากนั้นครปู ระเมินใบ
งาน เรื่อง การเขียนจดหมายสอบถามข้อมูล เพื่อใช้ไปเป็นแนวทางในการปรบั ปรงุ พัฒนานกั เรียนและ
การจัดการเรียนการสอนของครูในครั้งต่อ ๆ ไป
เครอ่ื งมือในการวดั ประเมนิ ผล
๑. แบบประเมนิ ใบงาน เร่อื ง การเขยี นจดหมายสอบถามข้อมูล เปน็ ใบงานท่ีใหน้ กั เรียนแต่
ละคนบอกกลวิธแี ละมารยาทในการเขยี นจดหมายสอบถามข้อมูลได้ (K) พรอ้ มท้ังสามารถเขียนจดหมาย
สอบถามข้อมลู ไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง สง่ ผลทำให้นักเรียนเกิดองค์ความรู้ (P) นกั เรยี นมีความรบั ผดิ ชอบต่องาน
ทไี่ ดร้ บั มอบหมาย (A)
เกณฑก์ ารวัดประเมนิ ผล
๑. แบบประเมินใบงาน เร่อื ง การเขียนจดหมายสอบถามข้อมูล ผ่านเกณฑร์ อ้ ยละ 60
คดิ เปน็ คะแนน 7 คะแนน จากคะแนนเต็ม ๑๒ คะแนน อย่ใู นระดบั ดี
ส่ือการเรยี นรู้/แหล่งเรยี นรู้
1. ใบความรู้ เร่ือง การเขยี นจดหมายสอบถามข้อมูล
2. หนังสือเรียนรายวิชาพืน้ ฐาน หลกั ภาษาและการใชภ้ าษาไทย ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี ๑
ขอ้ เสนอแนะของหวั หนา้ สถานศึกษาหรือผทู้ ไ่ี ดร้ ับมอบหมาย (ตรวจสอบ, นเิ ทศ, เสนอแนะ, รับรอง)
…………………………………………………………..………………………………………………………………………………………….…………………………………………
…………………………………………………………………………………….…………………………………………………………………..………………………………………
………………….…………………………………………………………………..………………………………………………………………………………………….………………
…………………..………………………………………………………………………………………….…………………………………………………………………..………………
…………………………………………………………..………………………………………………………………………………………….…………………………………………
…………………………………………………………………………………….…………………………………………………………………..………………………………………
…………………………………………………………………………………….…………………………………………………………………..………………………………………
………………….…………………………………………………………………..………………………………………………………………………………………….………………
…………………..………………………………………………………………………………………….…………………………………………………………………..………………
…………………………………………………………..………………………………………………………………………………………….…………………………………………
…………………………………………………………………………………….…………………………………………………………………..………………………………………
…………………………………………………………………………………….…………………………………………………………………..………………………………………
………………….…………………………………………………………………..………………………………………………………………………………………….………………
…………………..………………………………………………………………………………………….…………………………………………………………………..………………
…………………………………………………………..………………………………………………………………………………………….…………………………………………
…………………………………………………………………………………….…………………………………………………………………..………………………………………
…………………………………………………………………………………….…………………………………………………………………..………………………………………
………………….…………………………………………………………………..………………………………………………………………………………………….………………
…………………..………………………………………………………………………………………….…………………………………………………………………..………………
…………………………………………………………..………………………………………………………………………………………….…………………………………………
…………………………………………………………………………………….…………………………………………………………………..………………………………………
…………………………………………………………………………………….…………………………………………………………………..………………………………………
………………….…………………………………………………………………..………………………………………………………………………………………….………………
…………………..………………………………………………………………………………………….…………………………………………………………………..………………
…………………………………………………………..………………………………………………………………………………………….…………………………………………
…………………………………………………………………………………….…………………………………………………………………..………………………………………
…………………………………………………………………………………….…………………………………………………………………..………………………………………
………………….…………………………………………………………………..………………………………………………………………………………………….………………
…………………..………………………………………………………………………………………….…………………………………………………………………..………………
…………………………………………………………..………………………………………………………………………………………….…………………………………………
…………………………………………………………………………………….…………………………………………………………………..………………………………………
…………………………………………………………………………………….…………………………………………………………………..………………………………………
………………….…………………………………………………………………..………………………………………………………………………………………….………………
…………………..………………………………………………………………………………………….…………………………………………………………………..………………
…………………………………………………………..………………………………………………………………………………………….…………………………………………
…………………………………………………………………………………….…………………………………………………………………..………………………………………
ลงชื่อ…………………………………………..…….
(…………………………………..…………..)
วันที่ ……./…………..……/………..
บันทึกผลหลังการจัดการเรยี นรู้
1. ผลการจดั การเรยี นรู้
นักเรียนสามารถบอกกลวิธีและมารยาทในการเขียนจดหมายสอบถามข้อมูลได้
สามารถเขยี นจดหมายสอบถามข้อมลู ได้อยา่ งถูกต้อง นกั เรยี นใฝเ่ รยี นรู้ มวี ินัย และม่งุ ม่นั ในการทำงาน
2. ปัญหาและอปุ สรรค
ยงั มนี กั เรยี นบางสว่ นทีย่ ังไมเ่ ขา้ ใจเน้ือหา เนือ่ งมาจากนกั เรยี นชอบคยุ กนั เวลาครูสอน
ครอู ธบิ ายซ้ำอกี ครั้งอยา่ งละเอยี ด
3. แนวทางการแก้ไขปัญหา
ครูควรตรวจสอบดูอยู่เสมอว่า ยังมีนักเรียนคนไหนที่ยังไม่ตั้งใจ หากพบครูควรจัดหา
วธิ ีการสอนมารับมอื
4. ขอ้ เสนอแนะ
เพอื่ ให้นกั เรียนกลบั มาสนใจในการเรยี นอีกครั้ง
ลงชื่อ บวรลักษณ์
(นางสาวบวรลักษณ์ พนาพนม)
วันที่ 30 พฤศจกิ ายน พ.ศ. 2565
ใบความรู้
เร่ือง การเขยี นจดหมายสอบถามขอ้ มูล
การเขียนจดหมายสอบถามขอ้ มูล
จดหมายสอบถามขอ้ มลู เป็นจดหมายกจิ ธรุ ะประเภทหนง่ึ มจี ดุ ประสงคเ์ พื่อสอบถามขอ้ มลู
อย่างใดอย่างหนึง่ เช่น สอบถามรายละเอยี ดของราคาสนิ คา้ หรือบริการ สอบถามฐานะทางการเงิน
สอบถามความประพฤติ หรือสอบถามประวตั กิ ารทำงาน
ส่วนประกอบของจดหมายสอบถามข้อมลู
๑. สว่ นเกร่นิ นำ เป็นสว่ นทแ่ี นะนำตนเองหรอื หน่วยงาน จากนั้นจงึ ชี้แจงวตั ถุประสงค์
ในการสอบถาม
๒. สว่ นเน้ือหา เป็นส่วนทรี่ ะบุรายละเอยี ดตา่ ง ๆ ท่ตี อ้ งการสอบถาม
๓. ส่วนท้ายของจดหมาย เปน็ ส่วนที่เขียนในเชิงแสดงความหวังว่าจะไดร้ ับคำตอบตามที่
ขอความร่วมมอื หรอื ความช่วยเหลอื โดยมารยาทแลว้ ผเู้ ขยี นควรแสดงความขอบคุณผู้ตอบลว่ งหน้า
ตวั อยา่ งจดหมายสอบถามข้อมูล
สรปุ ความรู้
จดหมายสอบถามข้อมูล เป็นจดหมายเพื่อขอความร่วมมือหรือขอความช่วยเหลือ ซึ่งมี
ลักษณะเฉพาะท่ีแตกตา่ งจากจดหมายประเภทอื่น ดังน้ี
๑. ส่วนแรกของเนื้อความในจดหมายต้องแนะนำตนเองหรือหน่วยงานก่อน แล้วจึงชี้แจง
วัตถุประสงค์
๒. สว่ นทา้ ยของจดหมายควรแสดงความขอบคณุ ผูต้ อบลว่ งหน้า
ใบงาน
เรอื่ ง การเขียนจดหมายสอบถามขอ้ มลู
คำชี้แจง ให้นกั เรียนวางโครงเรือ่ งในการเขียนจดหมาย แลว้ เขยี นจดหมายตามโครงเรื่องที่กำหนด
เฉลย
ใบงาน
เรอื่ ง การเขียนจดหมายสอบถามข้อมลู
คำชแ้ี จง ให้นกั เรียนวางโครงเร่อื งในการเขียนจดหมาย แล้วเขยี นจดหมายตามโครงเร่อื งที่กำหนด
(พิจารณาตามคำตอบของนักเรียน โดยให้อยู่ในดลุ ยพนิ จิ ของครูผสู้ อน)
ประเดน็ การประเมนิ เกณฑก์ ารให้คะแนน
ใบงาน เรอ่ื ง การเขียนจดหมายสอบถามข้อมลู
สามารถบอกกลวธิ ีและ
มารยาทในการเขียน รายละเอียดการให้คะแนน
จดหมายสอบถาม ๑ คะแนน คอื สามารถบอกกลวธิ ีและมารยาทในการเขยี นจดหมายสอบถามขอ้ มูล
ข้อมูลได้ ไม่ชัดเจน
(๓ คะแนน) ๒ คะแนน คอื สามารถบอกกลวิธแี ละมารยาทในการเขยี นจดหมายสอบถามข้อมลู
สามารถเขยี นจดหมาย ไดบ้ างประเดน็
สอบถามข้อมูลได้อยา่ ง ๓ คะแนน คอื สามารถบอกกลวธิ ีและมารยาทในการเขยี นจดหมายสอบถามขอ้ มลู ได้
๑ คะแนน คอื สามารถเขยี นจดหมายสอบถามข้อมลู ได้บางประเด็น
ถกู ต้อง ๒ คะแนน คอื สามารถเขยี นจดหมายสอบถามขอ้ มูลได้
(๓ คะแนน) ๓ คะแนน คือ สามารถเขียนจดหมายสอบถามข้อมูลไดถ้ ูกต้อง
มคี วามกระตอื รอื รน้ ๑ คะแนน คือ มีความกระตอื รือร้นในการทำใบงาน ๑ คน
ในการทำใบงาน ๒ คะแนน คือ มีความกระตือรอื รน้ ในการทำใบงาน ๒ คน
๓ คะแนน คอื มีความกระตอื รือรน้ ในการทำใบงาน
(๓ คะแนน) ๑ คะแนน คือ สง่ งานช้ากวา่ ทีเ่ วลากำหนดมากกว่า ๑๐ นาที
๒ คะแนน คือ ส่งงานช้ากวา่ ทีเ่ วลากำหนดมากกว่า ๕ นาที
ส่งใบงานตรงตามเวลา ๓ คะแนน คอื สง่ ใบงานตรงตามเวลาที่กำหนด
ทก่ี ำหนด
(๓ คะแนน)
เกณฑ์การประเมนิ
ใบงาน เรอ่ื ง การเขียนจดหมายสอบถามข้อมลู
เกณฑ์ระดับคะแนน เกณฑร์ ะดบั คณุ ภาพ
๑-3 พอใช้
4-6 ปานกลาง
7-9
10-12 ดี
ดมี าก
หมายเหตุ แบบประเมนิ ใบงาน เรือ่ ง การเขียนจดหมายสอบถามขอ้ มูล รอ้ ยละ 60 คิดเป็น 7 คะแนน
จากคะแนน เตม็ 12 คะแนน อยใู่ นระดบั ดี
แบบประเมินใบงาน เรื่อง การเขีย
เรอ่ื ง การเขียนจดหมายสอบถามข
เลขท่ี ชื่อ - สกลุ สามารถบอกกลวธิ ี สามาร
1 เดก็ ชายกรวชิ ญ์ ศรีระวงศ์ และมารยาทใน จดหมาย
2 เด็กชายณภัทร มะโนรกั ษ์
3 เด็กชายทวิ านนท์ สมพร การเขยี นจดหมาย ขอ้ มลู ไ
4 เดก็ ชายธนากร สอนสมนึก สอบถามขอ้ มลู ได้ ถูกต
5 เดก็ ชายธนั วา พานเชยี งสี 12 3
6 เด็กชายนราวิชญ์ บุพศริ ิ 12
7 เด็กชายนภิ ทั สกลุ ชมุ ปญั ญา 2
8 เด็กชายปณวฒั น์ กระจงั ทอง 2
9 เดก็ ชายปรญิ ญา โคตรวงค์ 2
10 เดก็ ชายปยิ ะนันท์ นนั ติ 2
11 เด็กชายพงษ์พิพฒั น์ หารบวั คำ
12 เด็กชายรัชชานนท์ รอดอุตร 3
13 เดก็ ชายรชั ชานนท์ ปลีทอง 2
14 เดก็ ชายวงศกร สรุ าราช 2
15 เดก็ ชายวรเทพ เทพคนดี 2
16 เดก็ ชายอธิภัทร สอนวงษา 2
17 เดก็ ชายอาคม ดวงกลุ สา 2
18 เดก็ ชายอิทธกิ ร ศุกรนันทน์ 2
2
2
3
3
3
3
3
ยนจดหมายสอบถามขอ้ มลู
ขอ้ มูล ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1
รถเขยี น มคี วาม ส่งใบงานตรง คะแนน สรุปผล
ยสอบถาม กระตอื รอื ร้น ตามเวลา เตม็ ผ่าน ไมผ่ า่ น
ในการทำใบงาน ทีก่ ำหนด 12 ผา่ น
ได้อยา่ ง 123 9 ผา่ น
ต้อง 123 9 ผ่าน
23 2 3 9 ผ่าน
2 2 3 9 ผา่ น
2 2 3 12 ผา่ น
2 2 3 9 ผา่ น
2 3 9 ผา่ น
3 3 9 ผา่ น
3 2 3 9 ผา่ น
2 2 3 9 ผ่าน
2 2 3 9 ผ่าน
2 2 3 9 ผ่าน
2 2 3 9 ผ่าน
2 2 3 11 ผา่ น
2 2 3 11 ผ่าน
2 2 3 12 ผา่ น
2 2 3 11 ผา่ น
2 3 9
3 3
3 3
3 2 2
3 2
2
เลขที่ ช่อื - สกุล สามารถบอกกลวิธี สามาร
19 เด็กหญงิ กวินธิดา สทุ ธพิ นั ธ์ และมารยาทใน จดหมาย
20 เด็กหญงิ กนั ติชา โทนกกลุ
21 เดก็ หญงิ กาญจนา ลีลาชยั การเขยี นจดหมาย ข้อมลู ไ
22 เดก็ หญงิ จิรฐั ตกิ าล ธนะโคตร สอบถามข้อมูลได้ ถูกต
23 เด็กหญิงชญาภา บญุ เลศิ สทิ ธเิ ดช 12 3
24 เด็กหญงิ ชอ่ ลดา พศิ สวุ รรณ์ 12
25 เดก็ หญิงณหทยั ทิลารกั ษ์ 3
26 เดก็ หญิงณชิ านนั ท์ รักมะณี 2
27 เด็กหญงิ ธิตกิ านต์ ไชยอรรจนาภรณ์ 2
28 เด็กหญิงเนตรนภา อุปพงษ์ 2
29 เด็กหญงิ ปภาวรินท์ องิ ไธสง
30 เด็กหญงิ ปวรศิ า เกตวงษา 3
31 เดก็ หญิงปานชีวา นามมงุ คุณ 3
32 เด็กหญิงปณุ ยาพร ทรงหาคำ 3
33 เดก็ หญิงพลอยพรรณ ไชยวฒุ ิ 3
34 เด็กหญิงพณั ณติ า จนั ทร์มาลา 3
35 เดก็ หญงิ ภาวิตา เเสนปัดสี 3
36 เด็กหญิงมุกอันดา เขยี ดนิน 3
37 เดก็ หญงิ วรารัตน์ สายหอมจนั ทร์ 3
38 เด็กหญงิ วิระดา แก้วเลยี ง 2
39 เด็กหญิงศิริกานดา ขวาธิจกั ร 3
2
2
2
3
2
2
2
รถเขียน มคี วาม ส่งใบงานตรง คะแนน สรุปผล
ยสอบถาม กระตือรอื รน้ ตามเวลา เต็ม ผา่ น ไมผ่ ่าน
ในการทำใบงาน ทก่ี ำหนด 12 ผา่ น
ไดอ้ ยา่ ง 123 9 ผา่ น
ต้อง 123 10 ผา่ น
23 2 2 10 ผา่ น
2 2 3 10 ผ่าน
3 12 ผ่าน
3 3 3 12 ผ่าน
2 3 3 12 ผ่าน
2 3 3 12 ผ่าน
3 3 12 ผา่ น
3 3 3 12 ผา่ น
3 3 3 12 ผา่ น
3 3 3 12 ผ่าน
3 3 3 10 ผ่าน
3 3 3 11 ผ่าน
3 3 3 10 ผ่าน
3 3 3 11 ผ่าน
3 3 3 11 ผ่าน
2 3 3 12 ผ่าน
2 3 3 11 ผ่าน
2 3 3 11 ผ่าน
3 3 3 11
3 3 3
3 3 3
3 3
3
3
เลขที่ ชื่อ - สกุล สามารถบอกกลวธิ ี สามาร
40 เดก็ หญิงอมรรตั น์ ฝา่ ยเทศ และมารยาทใน จดหมาย
41 เดก็ ชายชญตว์ นติ ยน์ รา
การเขยี นจดหมาย ขอ้ มลู ไ
สอบถามขอ้ มูลได้ ถกู ต
12 3
12
3
2
รถเขียน มคี วาม สง่ ใบงานตรง คะแนน สรปุ ผล
ยสอบถาม กระตอื รือร้น ตามเวลา เต็ม ผา่ น ไม่ผ่าน
ในการทำใบงาน ท่กี ำหนด 12 ผา่ น
ไดอ้ ย่าง 123 12 ผ่าน
ตอ้ ง 123 10
23 3 3
3 3
3
2
ลงช่อื บวรลกั ษณ์ ผ้ปู ระเมนิ
(นางสาวบวรลกั ษณ์ พนาพนม)
วนั ท่ี 30 พฤศจกิ ายน พ.ศ. 2565
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 16
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 5 ราชาธิราช ตอน สมงิ พระรามอาสา
เรอ่ื ง การเขยี นรายงานการศึกษาคน้ ควา้ (1)
รหสั ท21102 ช่อื รายวิชา ภาษาไทย กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาไทย
ชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ ๑ ภาคเรียนท่ี 2/2565 เวลา 1 ช่ัวโมง
ผสู้ อน นางสาวบวรลกั ษณ์ พนาพนม
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ท 2.1 ใช้กระบวนการเขียนเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียน
เรื่องราวในรูปแบบต่างๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้าอย่างมี
ประสิทธิภาพ
ตัวชวี้ ัด
ม ๑/๘ เขยี นรายงานการศึกษาคน้ คว้าและโครงงาน
สาระสำคญั / ความคิดรวบยอด
การเขียนรายงานการศึกษาค้นคว้า คือ การรวบรวมข้อมูลจากแหล่งต่าง ๆ แล้วนำมาเรียบ
เรียงให้เป็นเน้ือความเดียวกัน ซึ่งต้องผ่านกระบวนการจดั เรียงลำดับความคิดในการวางโครงเรื่อง แล้ว
พิจารณาข้อมูลที่สบื ค้นมาว่าสอดคล้องกันหรือไม่ พร้อมทั้งอา้ งอิงแหลง่ ทีม่ าของข้อมูลเพ่ือยืนยันความ
น่าเชอ่ื ถือ ในส่วนของการอา้ งองิ นั้นแบง่ เป็น ๒ รูปแบบ คอื การอา้ งอิงในเนื้อหา เรียกวา่ นามปี และการ
อ้างอิงท้ายเนื้อหา เรียกว่า บรรณานุกรม เมื่อสืบค้นข้อมูลต่าง ๆ แล้วเสร็จจึงนำข้อมูลเหล่านั้นมา
เรียงลำดับตามสว่ นประกอบของการเขียนรายงานการศึกษาค้นคว้า ได้แก่ ส่วนนอก ประกอบด้วย ปก
คำนำ สารบญั ส่วนเน้ือหา ประกอบด้วย บทนำ เนอ้ื หา สรุป และส่วนท้าย ประกอบด้วย บรรณานุกรม
ภาคผนวก
จุดประสงค์การเรยี นรู้
ความรู้ (K)
1. นกั เรียนบอกลักษณะของการเขยี นรายงานได้
ทักษะ/กระบวนการ (P)
1. นักเรยี นวิเคราะหอ์ งค์ประกอบ และเขียนรายงานได้
คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A)
นักเรียนใฝ่เรียนรู้
สมรรถนะสำคัญของผ้เู รียน
สมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี น
การจดั การตนเองอยา่ งมสี ุขภาวะ การจัดการและการทำงานเป็นทมี
การคดิ ขัน้ สงู และการเรยี นรู้ การเป็นพลเมืองทเี่ ขม้ แขง็
การส่ือสารด้วยภาษา การอยูร่ ว่ มกบั ธรรมชาตแิ ละวิทยาการอยา่ งย่ังยนื
คุณลักษณะอันพึงประสงคข์ องผู้เรยี นรายปี ซ่ือสัตยส์ ุจรติ
รักชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ ใฝ่เรยี นรู้
มวี ินยั
ม่งุ มน่ั ในการทำงาน
อยู่อย่างพอเพียง มีจติ สาธารณะ
รักความเป็นไทย
ทกั ษะในศตวรรษที่ 21
การคิดอย่างมีวิจารณญาณ และทกั ษะในการแก้ปัญหา
ทกั ษะดา้ นการสรา้ งสรรค์ และนวัตกรรม
ทักษะดา้ นความรว่ มมือ การทำงานเป็นทมี และภาวะผู้นำ
ทกั ษะดา้ นการสอื่ สารสนเทศ และรู้เท่าทนั สอื่
คุณลักษณะสำหรับศตวรรษท่ี 21
คณุ ลกั ษณะดา้ นการทำงาน ได้แก่ การปรบั ตัว ความเปน็ ผ้นู ำ
คณุ ลักษณะดา้ นการเรยี นรู้ ไดแ้ ก่ การช้นี ำตนเอง การตรวจสอบการเรียนรู้ของตนเอง
คุณลกั ษณะดา้ นศีลธรรม ไดแ้ ก่ เคารพผู้อ่ืน ความซอ่ื สัตย์ สำนกึ พลเมอื ง
ทกั ษะดา้ นชวี ติ และอาชพี
ความยดื หยนุ่ และการปรบั ตัว
การริเรมิ่ สร้างสรรค์และการเป็นตัวของตวั เอง
ทกั ษะสงั คม และสังคมขา้ มวัฒนธรรม
การเปน็ ผู้สรา้ งหรอื ผูผ้ ลิต และความรับผดิ ชอบเชอื่ ถอื ได้
ภาวะผ้นู ำและความรับผิดชอบ
การประเมนิ ผลรวบยอด
ชิน้ งานหรอื ภาระงาน
-
กจิ กรรมการเรยี นรู้
ขนั้ นำ
๑. ครทู ักทายเพ่ือเตรยี มความพรอ้ มใหน้ ักเรียน
2. นักเรยี นตอบคำถามสำคัญ ดงั นี้
2.๑ นักเรยี นเคยเขยี นรายงานหรือไม่
2.๒ นักเรยี นคิดวา่ รายงานมีลกั ษณะ หรอื มีองคป์ ระกอบอะไร
2.๓ หากตอ้ งนำเสนอเรอื่ งเพ่ือเขียนรายงาน นกั เรยี นมีความสนใจเรอ่ื งใดอยู่
๒. ครเู ชอื่ มโยงคำตอบนกั เรียนเขา้ สบู่ ทเรียนเร่อื ง การเขยี นรายงาน
ขนั้ สอน
๑. ครูอธิบายเรื่อง การเขียนรายงานการศึกษาค้นคว้า พร้อมทั้งอธิบายความหมาย
วตั ถุประสงคข์ องการรายงาน รปู แบบและองคป์ ระกอบรายงาน รปู แบบของปก ลักษณะของรายงานท่ีดี
การใชภ้ าษาในการเขียนรายงาน และยกตวั อยา่ งพรอ้ มใช้สอ่ื ประกอบการสอน (K)
2. ครอู ธบิ ายเน้อื หาเพิ่มเตมิ
3. ครนู ำตัวอย่างการเขยี นรายงานให้นักเรยี นดู
4. ครูใหน้ กั เรียนแบ่งกลุม่ ออกเปน็ 5 กลมุ่ กลมุ่ ละเทา่ ๆ กนั
5. ครใู ห้นกั เรยี นกลับไปคิดว่าจะทำรายงานเรื่องอะไรเป็นการบ้าน แล้วนำมาพูดคุยกันใน
ช่วั โมงถัดไป
ขน้ั สรปุ
1. ครแู ละนักเรยี นช่วยกนั สรปุ เนื้อหาท่เี รยี นมา
2. ครูเปิดโอกาสให้นกั เรยี นซกั ถามข้อสงสัย
การวัดผลประเมินผล
วิธกี ารวัดประเมนิ ผล
-
เคร่ืองมือในการวดั ประเมนิ ผล
-
เกณฑ์การวัดประเมินผล
-
สอื่ การเรยี นรู้/แหล่งเรยี นรู้
1. หนงั สือเรียนรายวชิ าพื้นฐาน หลกั ภาษาและการใชภ้ าษาไทย ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี ๑
2. Power Point เร่ือง การเขยี นรายงานการศึกษาคน้ คว้า
ขอ้ เสนอแนะของหวั หนา้ สถานศึกษาหรอื ผู้ทไ่ี ด้รบั มอบหมาย (ตรวจสอบ, นเิ ทศ, เสนอแนะ, รบั รอง)
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………….…………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………….……………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………….……………………………………………………………………………………………………………………
………………………………….………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………….…………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………….……………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………….……………………………………………………………………………………………………………………
………………………………….………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………….…………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………….……………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………….……………………………………………………………………………………………………………………
………………………………….………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………….…………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………….……………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………….……………………………………………………………………………………………………………………
………………………………….………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………….…………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………….……………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………….……………………………………………………………………………………………………………………
………………………………….………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่อื …………………………………………..…….
(…………………………………..…………..)
วันท่ี ……./…………..……/………..
บันทกึ ผลหลังการจัดการเรียนรู้
1. ผลการจัดการเรียนรู้
นักเรยี นบอกลักษณะของการเขียนรายงานได้ นักเรยี นสามารถวิเคราะห์องค์ประกอบ
และเขยี นรายงานได้นักเรียนใฝ่เรยี นรู้ มีวินยั และมุ่งมั่นในการทำงาน
2. ปญั หาและอุปสรรค
ครูผู้สอนควรใชเ้ สยี งหนัก-เสยี งเบาสลับกนั เนื่องจากขณะสอนครผู ู้สอนใช้เสยี งดงั ไปใน
โทนเดียว
3. แนวทางการแกไ้ ขปญั หา
ควรใช้เสยี งหนกั -เบาสลับกัน
4. ข้อเสนอแนะ
เนน้ ให้ผู้เรยี นได้มีสว่ นรว่ มในช้นั เรยี นมากขึน้
ลงช่ือ บวรลักษณ์
(นางสาวบวรลักษณ์ พนาพนม)
วนั ที่ 1 ธนั วาคม พ.ศ. 2565
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 17
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 5 ราชาธิราช ตอน สมงิ พระรามอาสา
เรอ่ื ง การเขยี นรายงานการศึกษาคน้ ควา้ (2)
รหสั ท21102 ช่อื รายวิชา ภาษาไทย กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาไทย
ชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ ๑ ภาคเรียนท่ี 2/2565 เวลา 1 ช่ัวโมง
ผสู้ อน นางสาวบวรลกั ษณ์ พนาพนม
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ท 2.1 ใช้กระบวนการเขียนเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียน
เรื่องราวในรูปแบบต่างๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้าอย่างมี
ประสิทธิภาพ
ตัวชวี้ ัด
ม ๑/๘ เขยี นรายงานการศึกษาคน้ คว้าและโครงงาน
สาระสำคญั / ความคิดรวบยอด
การเขียนรายงานการศึกษาค้นคว้า คือ การรวบรวมข้อมูลจากแหล่งต่าง ๆ แล้วนำมาเรียบ
เรียงให้เป็นเน้ือความเดียวกัน ซึ่งต้องผ่านกระบวนการจดั เรียงลำดับความคิดในการวางโครงเรื่อง แล้ว
พิจารณาข้อมูลที่สบื ค้นมาว่าสอดคล้องกันหรือไม่ พร้อมทั้งอา้ งอิงแหลง่ ทีม่ าของข้อมูลเพ่ือยืนยันความ
น่าเชอ่ื ถือ ในส่วนของการอา้ งองิ นั้นแบง่ เป็น ๒ รูปแบบ คอื การอา้ งอิงในเนื้อหา เรียกวา่ นามปี และการ
อ้างอิงท้ายเนื้อหา เรียกว่า บรรณานุกรม เมื่อสืบค้นข้อมูลต่าง ๆ แล้วเสร็จจึงนำข้อมูลเหล่านั้นมา
เรียงลำดับตามสว่ นประกอบของการเขียนรายงานการศึกษาค้นคว้า ได้แก่ ส่วนนอก ประกอบด้วย ปก
คำนำ สารบญั ส่วนเน้ือหา ประกอบด้วย บทนำ เนอ้ื หา สรุป และส่วนท้าย ประกอบด้วย บรรณานุกรม
ภาคผนวก
จุดประสงค์การเรยี นรู้
ความรู้ (K)
1. นกั เรียนบอกลักษณะของการเขยี นรายงานได้
ทักษะ/กระบวนการ (P)
1. นักเรยี นวิเคราะหอ์ งค์ประกอบ และเขียนรายงานได้
คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A)
นักเรียนใฝ่เรียนรู้
สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน
การจดั การตนเองอย่างมสี ุขภาวะ การจัดการและการทำงานเป็นทมี
การคิดขั้นสูงและการเรียนรู้ การเป็นพลเมืองทีเ่ ขม้ แข็ง
การสอ่ื สารดว้ ยภาษา การอยรู่ ว่ มกับธรรมชาตแิ ละวิทยาการอยา่ งย่ังยืน
คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ของผ้เู รียนรายปี ซ่อื สตั ย์สุจรติ
รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ใฝ่เรียนรู้
มวี นิ ยั มุง่ มนั่ ในการทำงาน
อยู่อย่างพอเพียง
มีจติ สาธารณะ
รักความเปน็ ไทย
ทกั ษะในศตวรรษท่ี 21
การคดิ อย่างมีวจิ ารณญาณ และทกั ษะในการแก้ปญั หา
ทักษะด้านการสรา้ งสรรค์ และนวตั กรรม
ทกั ษะด้านความร่วมมอื การทำงานเปน็ ทมี และภาวะผ้นู ำ
ทกั ษะด้านการส่อื สารสนเทศ และร้เู ทา่ ทนั สอ่ื
คณุ ลักษณะสำหรับศตวรรษท่ี 21
คณุ ลกั ษณะดา้ นการทำงาน ได้แก่ การปรบั ตัว ความเปน็ ผู้นำ
คุณลักษณะด้านการเรียนรู้ ได้แก่ การชนี้ ำตนเอง การตรวจสอบการเรยี นรู้ของตนเอง
คุณลกั ษณะดา้ นศีลธรรม ไดแ้ ก่ เคารพผู้อื่น ความซอื่ สตั ย์ สำนึกพลเมอื ง
ทกั ษะด้านชีวิตและอาชพี
ความยืดหยุน่ และการปรับตัว
การรเิ ริม่ สรา้ งสรรค์และการเปน็ ตัวของตวั เอง
ทกั ษะสงั คม และสังคมขา้ มวฒั นธรรม
การเปน็ ผู้สร้างหรอื ผู้ผลิต และความรับผดิ ชอบเชื่อถือได้
ภาวะผูน้ ำและความรับผิดชอบ
การประเมนิ ผลรวบยอด
ชิ้นงานหรอื ภาระงาน
1. รายงาน เรือ่ ง นิทานพน้ื บ้าน
กิจกรรมการเรียนรู้
ขน้ั นำ
๑. ครูทกั ทายเพื่อเตรยี มความพรอ้ มให้นักเรยี น
๒. ครทู บทวนความรเู้ ดิมเร่อื งการเขยี นรายงานการศึกษาค้นคว้า จากช่ัวโมงทผ่ี า่ นมา
ขนั้ สอน
๑. นักเรียนแบ่งกลุ่มออกเป็น 4 กลุ่ม กลุ่มละเท่า ๆ กัน แล้วทำรายงาน เรื่องนิทาน
พื้นบ้าน โดยครูใหจ้ ับสลากวา่ กลุ่มไหนจะไดน้ ิทานพน้ื บา้ นภาคใด ดังนี้
- ภาคกลาง
- ภาคเหนอื
- ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ
- ภาคใต้
2. นกั เรียนแตล่ ะกลุม่ ศกึ ษานทิ านพืน้ บ้านท่ตี นเองจบั สลากได้ โดยทำเปน็ รูปเลม่ รายงาน
3. นกั เรียนแต่ละกลุม่ เขยี นประเดน็ หรอื หัวข้อทจ่ี ะนำเสนอ โดยเรียงลำดบั หัวข้อใหถ้ กู ต้อง
มาเสนอครูผ้สู อน
4. ครูให้คำแนะนำหรือข้อเสนอแนะในการทำรายงาน
ขน้ั สรุป
1. ครูและนักเรียนชว่ ยกันสรุปเนื้อหาทีเ่ รียนมา
2. ครเู ปดิ โอกาสใหน้ กั เรียนซกั ถามข้อสงสัย
การวดั ผลประเมินผล
วธิ ีการวดั ประเมินผล
๑. แบบประเมินรายงาน เรื่อง นิทานพื้นบ้าน เป็นการวัดผลประเมินผลของนักเรียนราย
กลุ่มเกี่ยวกับการเขียนรายงาน โดยมีประเด็นในการวัดผลดังนี้ บอกลักษณะของการเขียนรายงานได้
วิเคราะห์องค์ประกอบและเขียนรายงานได้ มีความกระตือรือร้นในการทำรายงาน และส่งรายงานตรง
ตามเวลาที่กำหนด จากนั้นครูประเมินรายงาน เรื่อง นิทานพื้นบ้าน เพื่อใช้ไปเป็นแนวทางในการ
ปรับปรุงพฒั นานักเรยี นและการจัดการเรยี นการสอนของครูในครง้ั ต่อ ๆ ไป
เครือ่ งมือในการวดั ประเมนิ ผล
๑. แบบประเมินรายงาน เรื่อง นิทานพื้นบ้าน เป็นรายงานที่ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มบอก
ลกั ษณะของการเขยี นรายงานได้ (K) วเิ คราะหอ์ งคป์ ระกอบและเขียนรายงานได้ ส่งผลทำให้นกั เรยี นเกิด
องค์ความรู้ (P) นกั เรียนใฝเ่ รียนรู้ (A)
เกณฑ์การวัดประเมินผล
๑. แบบประเมินรายงาน เรื่อง นิทานพื้นบ้าน ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 60 คิดเป็นคะแนน 7
คะแนน จากคะแนนเต็ม ๑๒ คะแนน อยูใ่ นระดับดี
สอ่ื การเรียนร้/ู แหลง่ เรยี นรู้
1. หนังสือเรยี นรายวชิ าพ้ืนฐาน หลักภาษาและการใช้ภาษาไทย ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๑
2. Power Point เรอื่ ง การเขียนรายงานการศกึ ษาคน้ คว้า
ขอ้ เสนอแนะของหัวหน้าสถานศกึ ษาหรือผู้ท่ไี ดร้ บั มอบหมาย (ตรวจสอบ, นเิ ทศ, เสนอแนะ, รับรอง)
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………….…………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………….……………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………….……………………………………………………………………………………………………………………
………………………………….………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………….…………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………….……………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………….……………………………………………………………………………………………………………………
………………………………….………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………….…………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………….……………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………….……………………………………………………………………………………………………………………
………………………………….………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………….…………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………….……………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………….……………………………………………………………………………………………………………………
………………………………….………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………….…………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………….……………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………….……………………………………………………………………………………………………………………
………………………………….………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่ือ…………………………………………..…….
(…………………………………..…………..)
วันที่ ……./…………..……/………..
บันทึกผลหลังการจัดการเรยี นรู้
1. ผลการจัดการเรยี นรู้
นกั เรียนบอกลักษณะของการเขยี นรายงานได้ นกั เรยี นวิเคราะห์องค์ประกอบและเขียน
รายงานได้ นักเรยี นใฝเ่ รียนรู้ มีวนิ ยั และมงุ่ ม่นั ในการทำงาน
2. ปัญหาและอุปสรรค
ครผู ู้สอนใช้โทนเสียงที่ดังกงั วาน อาจจะทำใหไ้ ปรบกวนหอ้ งอนื่ ขณะทีก่ ำลงั ทำการสอน
อยู่
3. แนวทางการแกไ้ ขปัญหา
ควรใช้เสยี งหนกั -เบาสลบั กนั
4. ข้อเสนอแนะ
เน้นให้ผูเ้ รียนไดม้ ีส่วนร่วมในชั้นเรยี น
ลงช่ือ บวรลักษณ์
(นางสาวบวรลักษณ์ พนาพนม)
วันท่ี 1 ธันวาคม พ.ศ. 2565
ประเดน็ การประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน
รายงาน เรอ่ื ง นิทานพ้นื บ้าน
บอกลักษณะของการ
เขียนรายงานได้ รายละเอยี ดการใหค้ ะแนน
(๓ คะแนน) ๑ คะแนน คอื บอกลักษณะของการเขียนรายงานไดไ้ ม่ชัดเจน
๒ คะแนน คือ บอกลักษณะของการเขียนรายงานไดบ้ างประเด็น
วิเคราะห์องคป์ ระกอบ ๓ คะแนน คอื บอกลักษณะของการเขียนรายงานได้
และเขยี นรายงานได้ ๑ คะแนน คือ วเิ คราะหอ์ งคป์ ระกอบและเขียนรายงานได้ไม่ชดั เจน
๒ คะแนน คือ วิเคราะหอ์ งคป์ ระกอบและเขียนรายงานได้บางประเดน็
(๓ คะแนน) ๓ คะแนน คือ สามารถเขียนรายงานได้
๑ คะแนน คือ มคี วามกระตือรอื รน้ ในการทำรายงาน ๑ คน
มีความกระตอื รือรน้ ๒ คะแนน คือ มีความกระตือรือรน้ ในการทำรายงาน ๒ คน
ในการทำรายงาน ๓ คะแนน คอื มีความกระตือรือร้นในการทำรายงาน
๑ คะแนน คอื ส่งงานช้ากวา่ ที่เวลากำหนดมากกว่า ๑๐ นาที
(๓ คะแนน) ๒ คะแนน คือ สง่ งานชา้ กวา่ ทเี่ วลากำหนดมากกว่า ๕ นาที
๓ คะแนน คือ สง่ ใบงานตรงตามเวลาทกี่ ำหนด
ส่งรายงานตรงตาม
เวลาทกี่ ำหนด
(๓ คะแนน)
เกณฑก์ ารประเมิน
รายงาน เรอ่ื ง นิทานพ้ืนบ้าน
เกณฑ์ระดบั คะแนน เกณฑร์ ะดบั คุณภาพ
๑-3 พอใช้
4-6 ปานกลาง
7-9
10-12 ดี
ดมี าก
หมายเหตุ แบบประเมนิ รายงาน เรือ่ ง นทิ านพ้ืนบา้ น รอ้ ยละ 60 คิดเป็น 7 คะแนน จากคะแนนเตม็
12 คะแนน อยู่ในระดบั ดี
แบบประเมินรายง
เรื่อง การเขียนรายงานการศึกษ
เลขท่ี ช่อื - สกลุ บอกลกั ษณะของ อง
เดก็ ชายกรวชิ ญ์ ศรีระวงศ์ การเขียนรายงาน เข
เด็กชายณภทั ร มะโนรกั ษ์
เดก็ ชายทวิ านนท์ สมพร ได้ 1
เดก็ ชายธนากร สอนสมนกึ
เดก็ ชายอาคม ดวงกุลสา 12 3
2 3
1 เด็กหญงิ กวนิ ธดิ า สทุ ธิพนั ธ์ 2 3
เด็กหญิงกนั ติชา โทนกกลุ 2 3
เด็กหญงิ กาญจนา ลีลาชัย 2 3
เด็กหญงิ จริ ัฐติกาล ธนะโคตร 2 3
เด็กหญิงชญาภา บญุ เลิศสทิ ธเิ ดช 2 3
เดก็ ชายธนั วา พานเชียงสี 2 3
เดก็ ชายนราวิชญ์ บพุ ศิริ 2 3
เดก็ ชายนภิ ัทสกุล ชมุ ปญั ญา 2
เด็กชายปณวัฒน์ กระจงั ทอง 2
เดก็ ชายอิทธิกร ศุกรนนั ทน์
2 เดก็ หญิงชอ่ ลดา พิศสุวรรณ์
เด็กหญิงณหทยั ทิลารักษ์
เด็กหญิงณชิ านันท์ รกั มะณี
งาน เรื่อง นทิ านพน้ื บา้ น
ษาค้นคว้า (2) ช้ันมัธยมศึกษาปที ี่ 1
วิเคราะห์ มคี วาม สง่ รายงานตรง คะแนน สรุปผล
งคป์ ระกอบและ กระตอื รอื รน้ ตามเวลา เต็ม ผา่ น ไม่ผา่ น
ขียนรายงานได้ ในการทำ ที่กำหนด 12 ผ่าน
10 ผา่ น
123 รายงาน 123 10 ผา่ น
2 123 3 10 ผา่ น
2 3 10 ผา่ น
2 3 3 10 ผ่าน
2 3 3 10 ผ่าน
2 3 3 10 ผ่าน
2 3 3 10 ผา่ น
2 3 3 10 ผา่ น
2 3 3 10 ผ่าน
2 3 3 11 ผ่าน
2 3 3 11 ผ่าน
2 3 3 11 ผ่าน
2 3 3 11 ผา่ น
2 3 3 11 ผ่าน
2 3 3 11 ผ่าน
2 3 3 11 ผ่าน
2 3 3 11
2 3 3
2 3 3
3
3
เลขท่ี ชื่อ - สกลุ บอกลกั ษณะของ อง
เด็กหญงิ ธิติกานต์ ไชยอรรจนาภรณ์ การเขยี นรายงาน เข
เดก็ หญงิ เนตรนภา อุปพงษ์
เดก็ ชายปรญิ ญา โคตรวงค์ ได้ 1
เดก็ ชายปยิ ะนันท์ นันติ
เดก็ ชายพงษพ์ ิพฒั น์ หารบวั คำ 12 3
เด็กชายรัชชานนท์ รอดอตุ ร 2 3
เดก็ ชายชญตว์ นติ ย์นรา 2 3
2 3
3 เด็กหญงิ ปภาวรนิ ท์ องิ ไธสง 2 3
เด็กหญิงปวรศิ า เกตวงษา 2 3
เดก็ หญงิ ปานชีวา นามมงุ คณุ 2 3
เดก็ หญิงปุณยาพร ทรงหาคำ 2 3
เดก็ หญิงพลอยพรรณ ไชยวุฒิ 2 3
เด็กชายรัชชานนท์ ปลที อง 2 3
เด็กชายวงศกร สรุ าราช 2 3
เดก็ ชายวรเทพ เทพคนดี 3
เดก็ ชายอธิภัทร สอนวงษา 3
4 เด็กหญิงพณั ณิตา จนั ทร์มาลา
เดก็ หญงิ ภาวิตา เเสนปัดสี
เดก็ หญงิ มุกอนั ดา เขยี ดนิน
เด็กหญิงวรารัตน์ สายหอมจนั ทร์
เดก็ หญงิ วิระดา แกว้ เลยี ง
เดก็ หญงิ ศิริกานดา ขวาธจิ กั ร
วเิ คราะห์ มคี วาม ส่งรายงานตรง คะแนน สรุปผล
งคป์ ระกอบและ กระตือรอื รน้ ตามเวลา เตม็ ผา่ น ไมผ่ ่าน
ขยี นรายงานได้ ในการทำ ท่ีกำหนด 12 ผา่ น
11 ผา่ น
123 รายงาน 123 11 ผา่ น
2 123 3 10 ผา่ น
2 3 10 ผา่ น
3 3 3 10 ผา่ น
3 3 3 10 ผา่ น
3 2 3 10 ผา่ น
3 2 3 10 ผา่ น
3 2 3 10 ผา่ น
3 2 3 10 ผา่ น
3 2 3 10 ผา่ น
3 2 3 10 ผา่ น
3 2 3 12 ผ่าน
3 2 3 12 ผ่าน
3 2 3 12 ผ่าน
3 2 3 12 ผ่าน
3 3 12 ผา่ น
3 3 3 12 ผ่าน
3 3 3 12 ผ่าน
3 3 3 12 ผ่าน
3 3 3 12 ผ่าน
3 3 3 12
3 3 3
3 3 3
3
3
3
เลขท่ี ช่อื - สกุล บอกลักษณะของ อง
เด็กหญงิ อมรรตั น์ ฝา่ ยเทศ การเขียนรายงาน เข
ได้ 1
12 3
3
วิเคราะห์ มีความ ส่งรายงานตรง คะแนน สรปุ ผล
งคป์ ระกอบและ กระตือรือร้น ตามเวลา เตม็ ผา่ น ไม่ผา่ น
ขียนรายงานได้ ในการทำ ท่กี ำหนด 12 ผา่ น
12
123 รายงาน 123
3 123 3
3
ลงชื่อ บวรลกั ษณ์ ผู้ประเมิน
(นางสาวบวรลกั ษณ์ พนาพนม)
วนั ท่ี 1 ธันวาคม พ.ศ. 2565
แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 18
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 5 ราชาธริ าช ตอน สมิงพระรามอาสา
เรอื่ ง การเขยี นรายงานโครงงาน (1)
รหัส ท21102 ชอื่ รายวิชา ภาษาไทย กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย
ช้นั มธั ยมศึกษาปีท่ี ๑ ภาคเรียนที่ 2/2565 เวลา 1 ชั่วโมง
ผู้สอน นางสาวบวรลักษณ์ พนาพนม
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ท 2.1 ใช้กระบวนการเขียนเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียน
เรื่องราวในรูปแบบต่างๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้าอย่างมี
ประสิทธิภาพ
ตวั ชว้ี ัด
ม ๑/๘ เขยี นรายงานการศึกษาคน้ คว้าและโครงงาน
สาระสำคญั / ความคิดรวบยอด
การเขียนรายงานโครงงาน คือ เป็นการนำเสนอผลการศึกษาค้นคว้าที่ใช้กระบวนการทาง
วิทยาศาสตร์มาแก้ปญั หา โดยสรุปอยา่ งมีกฎเกณฑ์ แสดงการศึกษาค้นคว้า การวเิ คราะหข์ ้อมูลและการ
สรุปข้อมูล การทำโครงงานจึงเป็นการฝึกทักษะการทำงานร่วมกับผู้อื่น ทำให้เกิดการเรียนรู้ การคิด
วเิ คราะห์ เกิดการสรา้ งสรรค์ท่ีมปี ระโยชน์ ผู้เรียนหากไดศ้ กึ ษาการเขียนรายงานโครงงานทถ่ี กู ต้อง จะทำ
ให้ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจในรูปแบบการเขียนรายงานโครงงานมากขึ้น และสามารถเขียนรายงาน
โครงงานไดถ้ กู ต้องและมีประสทิ ธภิ าพ ดังนนั้ การเขียนรายงานโครงงานจงึ มคี วามสำคัญในการนำความรู้
ไปประยุกต์ใช้ในชวี ติ ประจำวันไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ งและเหมาะสม
จุดประสงค์การเรียนรู้
ความรู้ (K)
1. นักเรียนสามารถอธบิ ายวิธีการเขยี นรายงานโครงงานได้
ทกั ษะ/กระบวนการ (P)
1. นกั เรยี นสามารถเขยี นรายงานโครงงานไดถ้ ูกต้อง
คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ (A)
1. ใฝ่เรียนรู้
2. มีวินยั
3. มุง่ มน่ั ในการทำงาน
สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน
สมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี น
การจัดการตนเองอยา่ งมสี ุขภาวะ การจัดการและการทำงานเป็นทมี
การคิดขั้นสงู และการเรยี นรู้ การเป็นพลเมืองทเี่ ขม้ แขง็
การสื่อสารด้วยภาษา การอยูร่ ว่ มกบั ธรรมชาตแิ ละวิทยาการอยา่ งย่ังยนื
คุณลักษณะอนั พงึ ประสงคข์ องผู้เรยี นรายปี ซ่ือสัตยส์ ุจรติ
รักชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ ใฝ่เรยี นรู้
มวี นิ ัย
ม่งุ มน่ั ในการทำงาน
อยู่อย่างพอเพียง มีจติ สาธารณะ
รักความเป็นไทย
ทกั ษะในศตวรรษที่ 21
การคดิ อย่างมีวิจารณญาณ และทกั ษะในการแก้ปัญหา
ทกั ษะด้านการสรา้ งสรรค์ และนวัตกรรม
ทักษะด้านความรว่ มมือ การทำงานเป็นทมี และภาวะผู้นำ
ทกั ษะดา้ นการสอื่ สารสนเทศ และรู้เท่าทนั สอื่
คุณลักษณะสำหรับศตวรรษท่ี 21
คุณลกั ษณะดา้ นการทำงาน ได้แก่ การปรบั ตัว ความเปน็ ผ้นู ำ
คณุ ลักษณะดา้ นการเรยี นรู้ ไดแ้ ก่ การช้นี ำตนเอง การตรวจสอบการเรียนรูข้ องตนเอง
คุณลักษณะดา้ นศีลธรรม ไดแ้ ก่ เคารพผู้อ่ืน ความซอ่ื สัตย์ สำนกึ พลเมอื ง
ทกั ษะด้านชีวิตและอาชพี
ความยืดหยนุ่ และการปรบั ตัว
การริเร่ิมสร้างสรรค์และการเป็นตัวของตวั เอง
ทักษะสังคม และสังคมขา้ มวัฒนธรรม
การเป็นผู้สรา้ งหรอื ผูผ้ ลิต และความรับผดิ ชอบเชอื่ ถอื ได้
ภาวะผู้นำและความรับผิดชอบ
การประเมนิ ผลรวบยอด
ช้ินงานหรอื ภาระงาน
-
กจิ กรรมการเรียนรู้
ขน้ั นำ
๑. ครูทกั ทายเพ่ือเตรยี มความพรอ้ มใหน้ ักเรียน
๒. ครูทบทวนความร้เู ดมิ เรอื่ งการเขียนรายงานจากชวั่ โมงทีผ่ า่ นมา
ขนั้ สอน
๑. นักเรียนคิดว่าการเขียนรายงานและการเขียนรายงานโครงงานมีความเหมือนหรือ
แตกตา่ งกนั หรือไมอ่ ยา่ งไร
2. นักเรียนศึกษาการเขียนรายงานโครงงานจากหนังสือเรียนหลักภาษาและการใช้
ภาษาไทย หนา้ ๑๑๙-๑๒๑
3. ครูอธิบายเนอ้ื หาเพ่ิมเติม
4. ครูตงั้ คำถามเพอื่ กระต้นุ การเรยี นรู้ ในประเด็นต่อไปนี้
- ในชีวติ ประจำวันของนกั เรยี นมกี ิจกรรมใดบา้ งที่ก่อให้เกดิ ความรู้
- นักเรียนคิดวา่ การเขยี นรายงานโครงงานพัฒนาการเรยี นร้ขู องนักเรยี นอยา่ งไร
5. ครูใหน้ กั เรยี นแบง่ กลุม่ ๕ กลมุ่ กลุม่ ละ ๑๐ คน โดยสมาชิกในกลมุ่ รว่ มกันเสนอหัวขอ้ ท่ี
จะทำโครงงานและลงมติ แล้วนำมาเสนอครูในช่วั โมงถัดไป
ขัน้ สรุป
1. ครูและนกั เรียนชว่ ยกันสรุปเนื้อหาท่เี รียนมา
2. ครูเปิดโอกาสให้นกั เรยี นซกั ถามขอ้ สงสยั
การวัดผลประเมนิ ผล
วธิ ีการวัดประเมนิ ผล
-
เครอื่ งมือในการวัดประเมินผล
-
เกณฑก์ ารวัดประเมนิ ผล
-
ส่อื การเรียนรู/้ แหลง่ เรยี นรู้
1. หนงั สือเรยี นรายวิชาพ้นื ฐาน หลกั ภาษาและการใช้ภาษาไทย ช้ันมธั ยมศึกษาปีที่ ๑
2. Power Point เรือ่ ง การเขียนรายงานโครงงาน
ข้อเสนอแนะของหวั หนา้ สถานศึกษาหรอื ผทู้ ีไ่ ดร้ บั มอบหมาย (ตรวจสอบ, นเิ ทศ, เสนอแนะ, รับรอง)
…………………………………………………………..………………………………………………………………………………………….…………………………………………
…………………………………………………………………………………….…………………………………………………………………..………………………………………
………………….…………………………………………………………………..………………………………………………………………………………………….………………
…………………..………………………………………………………………………………………….…………………………………………………………………..………………
…………………………………………………………..………………………………………………………………………………………….…………………………………………
…………………………………………………………………………………….…………………………………………………………………..………………………………………
…………………………………………………………………………………….…………………………………………………………………..………………………………………
………………….…………………………………………………………………..………………………………………………………………………………………….………………
…………………..………………………………………………………………………………………….…………………………………………………………………..………………
…………………………………………………………..………………………………………………………………………………………….…………………………………………
…………………………………………………………………………………….…………………………………………………………………..………………………………………
…………………………………………………………………………………….…………………………………………………………………..………………………………………
………………….…………………………………………………………………..………………………………………………………………………………………….………………
…………………..………………………………………………………………………………………….…………………………………………………………………..………………
…………………………………………………………..………………………………………………………………………………………….…………………………………………
…………………………………………………………………………………….…………………………………………………………………..………………………………………
…………………………………………………………………………………….…………………………………………………………………..………………………………………
………………….…………………………………………………………………..………………………………………………………………………………………….………………
…………………..………………………………………………………………………………………….…………………………………………………………………..………………
…………………………………………………………..………………………………………………………………………………………….…………………………………………
…………………………………………………………………………………….…………………………………………………………………..………………………………………
…………………………………………………………………………………….…………………………………………………………………..………………………………………
………………….…………………………………………………………………..………………………………………………………………………………………….………………
…………………..………………………………………………………………………………………….…………………………………………………………………..………………
…………………………………………………………..………………………………………………………………………………………….…………………………………………
…………………………………………………………………………………….…………………………………………………………………..………………………………………
…………………………………………………………………………………….…………………………………………………………………..………………………………………
………………….…………………………………………………………………..………………………………………………………………………………………….………………
…………………..………………………………………………………………………………………….…………………………………………………………………..………………
…………………………………………………………..………………………………………………………………………………………….…………………………………………
…………………………………………………………………………………….…………………………………………………………………..………………………………………
…………………………………………………………………………………….…………………………………………………………………..………………………………………
………………….…………………………………………………………………..………………………………………………………………………………………….………………
…………………..………………………………………………………………………………………….…………………………………………………………………..………………
…………………………………………………………..………………………………………………………………………………………….…………………………………………
…………………………………………………………………………………….…………………………………………………………………..………………………………………
ลงชอ่ื …………………………………………..…….
(…………………………………..…………..)
วันที่ ……./…………..……/………..
บนั ทึกผลหลังการจัดการเรียนรู้
1. ผลการจดั การเรยี นรู้
นกั เรยี นสามารถอธิบายวิธีการเขยี นรายงานโครงงานได้ สามารถเขยี นรายงานโครงงาน
ไดอ้ ย่างถูกต้อง นักเรยี นใฝ่เรยี นรู้ มวี ินยั และมุ่งม่ันในการทำงาน
2. ปญั หาและอปุ สรรค
ยังมีนักเรียนบางส่วนยังไม่เข้าใจวิธีการเขียนรายงานโครงงาน ทำให้เวลาทำงานส่ง
ต้องสง่ ลา่ ช้ากว่าคนอ่นื ๆ
3. แนวทางการแก้ไขปัญหา
ในสว่ นของนกั เรียนที่ยังไม่เข้าใจ ใหแ้ ยกตัวออกมาพบครูเปน็ การสว่ นตัว ก่อนท่ีครูจะ
ทำการอธบิ ายเนอ้ื หาซ้ำใหก้ ับนกั เรียนกลมุ่ นี้อีกคร้ังอยา่ งละเอยี ดและชัดเจน
4. ข้อเสนอแนะ
ควรมีการใหน้ กั เรียนได้จดบนั ทึกไวใ้ นสมุด เมื่อครูทบทวนนกั เรยี นสามารถเปิดดไู ด้
ลงชอื่ บวรลักษณ์
(นางสาวบวรลกั ษณ์ พนาพนม)
วันที่ 2 ธนั วาคม พ.ศ. 2565
แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 19
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 5 ราชาธริ าช ตอน สมิงพระรามอาสา
เรอ่ื ง การเขยี นรายงานโครงงาน (2)
รหัส ท21102 ชอื่ รายวิชา ภาษาไทย กลมุ่ สาระการเรียนร้ภู าษาไทย
ช้นั มธั ยมศึกษาปีท่ี ๑ ภาคเรียนที่ 2/2565 เวลา 1 ช่วั โมง
ผู้สอน นางสาวบวรลักษณ์ พนาพนม
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ท 2.1 ใช้กระบวนการเขียนเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียน
เรื่องราวในรูปแบบต่างๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้าอย่างมี
ประสิทธิภาพ
ตวั ชว้ี ัด
ม ๑/๘ เขยี นรายงานการศึกษาคน้ คว้าและโครงงาน
สาระสำคญั / ความคิดรวบยอด
การเขียนรายงานโครงงาน คือ เป็นการนำเสนอผลการศึกษาค้นคว้าที่ใช้กระบวนการทาง
วิทยาศาสตร์มาแก้ปญั หา โดยสรุปอยา่ งมีกฎเกณฑ์ แสดงการศึกษาค้นคว้า การวเิ คราะหข์ ้อมูลและการ
สรุปข้อมูล การทำโครงงานจึงเป็นการฝึกทักษะการทำงานร่วมกับผู้อื่น ทำให้เกิดการเรียนรู้ การคิด
วเิ คราะห์ เกิดการสรา้ งสรรค์ท่ีมปี ระโยชน์ ผู้เรียนหากไดศ้ กึ ษาการเขียนรายงานโครงงานทถ่ี กู ต้อง จะทำ
ให้ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจในรูปแบบการเขียนรายงานโครงงานมากขึ้น และสามารถเขียนรายงาน
โครงงานไดถ้ กู ต้องและมีประสทิ ธภิ าพ ดังนนั้ การเขียนรายงานโครงงานจงึ มคี วามสำคัญในการนำความรู้
ไปประยุกต์ใช้ในชวี ติ ประจำวันไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ งและเหมาะสม
จุดประสงค์การเรียนรู้
ความรู้ (K)
1. นักเรียนสามารถอธบิ ายวิธีการเขยี นรายงานโครงงานได้
ทกั ษะ/กระบวนการ (P)
1. นกั เรยี นสามารถเขยี นรายงานโครงงานไดถ้ ูกต้อง
คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ (A)
1. ใฝ่เรียนรู้
2. มีวินยั
3. มุง่ มน่ั ในการทำงาน
สมรรถนะสำคัญของผูเ้ รียน
การจดั การตนเองอย่างมสี ขุ ภาวะ การจัดการและการทำงานเปน็ ทีม
การคดิ ขั้นสูงและการเรียนรู้ การเป็นพลเมืองท่ีเข้มแข็ง
การสื่อสารดว้ ยภาษา การอยรู่ ว่ มกับธรรมชาติและวิทยาการอยา่ งยั่งยนื
คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ของผ้เู รยี นรายปี ซอื่ สัตย์สุจริต
ใฝ่เรยี นรู้
รกั ชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ ม่งุ มน่ั ในการทำงาน
มีวินัย
อยู่อย่างพอเพียง มีจิตสาธารณะ
รกั ความเปน็ ไทย
ทักษะในศตวรรษท่ี 21
การคิดอยา่ งมวี ิจารณญาณ และทักษะในการแกป้ ัญหา
ทักษะดา้ นการสร้างสรรค์ และนวัตกรรม
ทกั ษะด้านความร่วมมือ การทำงานเป็นทมี และภาวะผนู้ ำ
ทกั ษะด้านการสื่อสารสนเทศ และรเู้ ท่าทนั สื่อ
คุณลกั ษณะสำหรับศตวรรษท่ี 21
คุณลักษณะด้านการทำงาน ไดแ้ ก่ การปรับตัว ความเปน็ ผนู้ ำ
คุณลกั ษณะด้านการเรียนรู้ ไดแ้ ก่ การช้ีนำตนเอง การตรวจสอบการเรียนรู้ของตนเอง
คณุ ลักษณะดา้ นศีลธรรม ไดแ้ ก่ เคารพผอู้ ืน่ ความซอ่ื สตั ย์ สำนึกพลเมือง
ทกั ษะด้านชวี ิตและอาชพี
ความยดื หย่นุ และการปรับตัว
การริเริม่ สร้างสรรค์และการเป็นตัวของตวั เอง
ทกั ษะสังคม และสังคมขา้ มวัฒนธรรม
การเป็นผู้สรา้ งหรอื ผู้ผลิต และความรบั ผดิ ชอบเชือ่ ถอื ได้
ภาวะผูน้ ำและความรับผดิ ชอบ
การประเมินผลรวบยอด
ช้ินงานหรือภาระงาน
1. ใบงาน การเขียนรายงานโครงงาน
กิจกรรมการเรียนรู้
ขัน้ นำ
๑. ครูทกั ทายเพอื่ เตรียมความพร้อมให้นักเรียน
๒. ครูทบทวนความรเู้ ดิมเรื่องการเขียนรายงานโครงงานจากช่ัวโมงท่ีผา่ นมา
ขั้นสอน
๑. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอหัวข้อที่จะทำโครงงาน และพูดถึงการทำ
โครงงานของกลมุ่ ตนเอง กลมุ่ ละ ๗ นาที
2. ครูคอยให้คำแนะนำและข้อเสนอแนะ เพอ่ื ปรบั ปรงุ แกไ้ ขต่อไป
3. ใหน้ กั เรียนทำใบงาน การเขยี นรายงานโครงงาน ลงในสมุด
ขั้นสรุป
1. ครูและนักเรยี นช่วยกันสรุปเนอ้ื หาทเี่ รียนมา
2. ครูเปดิ โอกาสให้นักเรียนซกั ถามขอ้ สงสยั
การวัดผลประเมินผล
วธิ กี ารวดั ประเมินผล
๑. แบบประเมนิ ใบงาน การเขยี นรายงานโครงงาน เป็นการวัดผลประเมินผลของนักเรียน
รายบุคคลเกี่ยวกับการเขียนรายงานโครงการ โดยมีประเด็นในการวัดผลดังนี้ สามารถอธิบายวิธีการ
เขยี นรายงานโครงงานได้ สามารถเขียนรายงานโครงงานได้ถูกต้อง มคี วามกระตือรือร้นในการทำใบงาน
และสง่ ใบงานตรงตามเวลาทีก่ ำหนด จากน้ันครปู ระเมนิ ใบงาน การเขยี นรายงานโครงงาน เพือ่ ใชไ้ ปเป็น
แนวทางในการปรบั ปรงุ พฒั นานักเรยี นและการจดั การเรียนการสอนของครใู นครง้ั ต่อ ๆ ไป
เคร่ืองมือในการวัดประเมนิ ผล
๑. แบบประเมินใบงาน การเขียนรายงานโครงงาน เป็นใบงานที่ให้นักเรียนแต่ละคน
อธิบายวิธกี ารเขียนรายงานโครงงานได้ (K) สามารถเขียนรายงานโครงงานไดถ้ ูกต้อง สง่ ผลทำใหน้ ักเรียน
เกิดองค์ความรู้ (P) นักเรียนใฝเ่ รียนรู้ มวี นิ ยั และมงุ่ การทำงาน (A)
เกณฑ์การวัดประเมนิ ผล
๑. แบบประเมนิ ใบงาน การเขียนรายงานโครงงาน ผา่ นเกณฑร์ ้อยละ 60 คิดเป็นคะแนน
7 คะแนน จากคะแนนเตม็ ๑๒ คะแนน อยู่ในระดับดี
ส่ือการเรยี นรู้/แหล่งเรียนรู้
1. หนงั สือเรยี นรายวชิ าพื้นฐาน หลักภาษาและการใช้ภาษาไทย ช้นั มัธยมศกึ ษาปีที่ ๑
2. Power Point เร่อื ง การเขยี นรายงานโครงงาน
ข้อเสนอแนะของหวั หนา้ สถานศกึ ษาหรอื ผูท้ ี่ได้รับมอบหมาย (ตรวจสอบ, นเิ ทศ, เสนอแนะ, รบั รอง)
…………………………………………………………..………………………………………………………………………………………….…………………………………………
…………………………………………………………………………………….…………………………………………………………………..………………………………………
………………….…………………………………………………………………..………………………………………………………………………………………….………………
…………………..………………………………………………………………………………………….…………………………………………………………………..………………
…………………………………………………………..………………………………………………………………………………………….…………………………………………
…………………………………………………………………………………….…………………………………………………………………..………………………………………
…………………………………………………………………………………….…………………………………………………………………..………………………………………
………………….…………………………………………………………………..………………………………………………………………………………………….………………
…………………..………………………………………………………………………………………….…………………………………………………………………..………………
…………………………………………………………..………………………………………………………………………………………….…………………………………………
…………………………………………………………………………………….…………………………………………………………………..………………………………………
…………………………………………………………………………………….…………………………………………………………………..………………………………………
………………….…………………………………………………………………..………………………………………………………………………………………….………………
…………………..………………………………………………………………………………………….…………………………………………………………………..………………
…………………………………………………………..………………………………………………………………………………………….…………………………………………
…………………………………………………………………………………….…………………………………………………………………..………………………………………
…………………………………………………………………………………….…………………………………………………………………..………………………………………
………………….…………………………………………………………………..………………………………………………………………………………………….………………
…………………..………………………………………………………………………………………….…………………………………………………………………..………………
…………………………………………………………..………………………………………………………………………………………….…………………………………………
…………………………………………………………………………………….…………………………………………………………………..………………………………………
…………………………………………………………………………………….…………………………………………………………………..………………………………………
………………….…………………………………………………………………..………………………………………………………………………………………….………………
…………………..………………………………………………………………………………………….…………………………………………………………………..………………
…………………………………………………………..………………………………………………………………………………………….…………………………………………
…………………………………………………………………………………….…………………………………………………………………..………………………………………
…………………………………………………………………………………….…………………………………………………………………..………………………………………
………………….…………………………………………………………………..………………………………………………………………………………………….………………
…………………..………………………………………………………………………………………….…………………………………………………………………..………………
…………………………………………………………..………………………………………………………………………………………….…………………………………………
…………………………………………………………………………………….…………………………………………………………………..………………………………………
…………………………………………………………………………………….…………………………………………………………………..………………………………………
………………….…………………………………………………………………..………………………………………………………………………………………….………………
…………………..………………………………………………………………………………………….…………………………………………………………………..………………
…………………………………………………………..………………………………………………………………………………………….…………………………………………
…………………………………………………………………………………….…………………………………………………………………..………………………………………
ลงชอ่ื …………………………………………..…….
(…………………………………..…………..)
วนั ท่ี ……./…………..……/………..
บนั ทึกผลหลังการจัดการเรียนรู้
1. ผลการจดั การเรยี นรู้
นกั เรยี นสามารถอธิบายวิธีการเขยี นรายงานโครงงานได้ สามารถเขยี นรายงานโครงงาน
ไดอ้ ย่างถูกต้อง นักเรยี นใฝ่เรยี นรู้ มวี ินยั และมุ่งม่ันในการทำงาน
2. ปญั หาและอปุ สรรค
ยังมีนักเรียนบางส่วนยังไม่เข้าใจวิธีการเขียนรายงานโครงงาน ทำให้เวลาทำงานส่ง
ต้องสง่ ลา่ ช้ากว่าคนอ่นื ๆ
3. แนวทางการแก้ไขปัญหา
ในสว่ นของนกั เรียนที่ยังไม่เข้าใจ ใหแ้ ยกตัวออกมาพบครูเปน็ การสว่ นตัว ก่อนท่ีครูจะ
ทำการอธบิ ายเนอ้ื หาซ้ำใหก้ ับนกั เรียนกลมุ่ นี้อีกคร้ังอยา่ งละเอยี ดและชัดเจน
4. ข้อเสนอแนะ
ควรมีการใหน้ กั เรียนได้จดบนั ทึกไวใ้ นสมุด เมื่อครูทบทวนนกั เรยี นสามารถเปิดดไู ด้
ลงชอื่ บวรลักษณ์
(นางสาวบวรลกั ษณ์ พนาพนม)
วันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2565