Report 506
นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อท่ีต้องเฝ้าระวังในประเทศไทย 493
นยิ ามโรคและแนวทางการรายงาน
โรคติดต่ออนั ตราย
และโรคตดิ ต่อที่ต้องเฝ้าระวงั
ในประเทศไทย
นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวังในประเทศไทย 2563
ไดผ้ า่ นการตรวจประเมนิ และรบั รองมาตรฐานผลติ ภณั ฑ์ เพอื่ การเฝา้ ระวงั ปอ้ งกนั ควบคมุ โรคและภยั สขุ ภาพ
กรมควบคมุ โรค
Suggested Citation: Division of Epidemiology, Department of Disease Control. Case
definition for Communicable Diseases Surveillance, Thailand, 2020. Nonthaburi: Division
of Epidemiology, Department of Control (TH); 2020.
นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคตดิ ต่ออนั ตราย
และโรคติดต่อท่ีต้องเฝา้ ระวังในประเทศไทย
ISBN : 978-616-11-4505-7
ทีป่ รกึ ษา นายสัตวแพทยป์ ระวทิ ย์ ชมุ เกษียร แพทย์หญิงวรรณา หาญเชาวว์ รกลุ
นายแพทยส์ ชุ าติ เจตนเสน นายแพทย์นคร เปรมศรี ดร.สัตวแพทยห์ ญงิ เสาวพักตร์ ฮิน้ จ้อย
แพทย์หญิงวลัยรัตน์ ไชยฟู
คณะท�างานและบรรณาธกิ ารวชิ าการ
กล่มุ พฒั นาระบบเฝา้ ระวังทางระบาดวิทยาโรคติดต่อ
แพทย์หญิงภาวนิ ี ดว้ งเงิน นายแพทย์กฤชวัฐ ปลอดดี สัตวแพทยห์ ญงิ สุธิดา มว่ งนอ้ ยเจริญ
นางสาวกนกทิพย์ ทิพย์รัตน์ นางอาทิชา วงศ์คา� มา นายสหภาพ พลู เกษร
นางสมคดิ ไกรพฒั นพงศ์ นางสาวปภานจิ สวงโท นางสาวอภญิ ญา ปญั จงามพัฒนา
นางสาวชยาภรณ์ ศรสี มุทรนาค นางสาวปณิตา คมุ้ ผล นางสาวนพัชกร อังคะนจิ
นางสาวยวุ ดี แก้วประดบั นางสาวอ้อยทพิ ย์ ยาโสภา นางสาวสทุ ธนันท์ สทุ ธชนะ
นางสาวกาญจนา เมณฑก์ ูล
กลุ่มพฒั นาระบบเฝา้ ระวงั ทางระบาดวทิ ยาโรคเอดส์ วัณโรค และโรคติดต่อทางเพศสมั พนั ธ์
นายแพทยฐ์ ิตพิ งษ์ ยิ่งยง นางสุปยิ า จนั ทรมณี นางสาวขนิษฐา ภ่บู วั
นายวัชรพล สีนอ นางนริ มล ปญั สุวรรณ
กลุ่มสอบสวนทางระบาดวทิ ยาและตอบโต้ภาวะฉกุ เฉินทางสาธารณสขุ
นายแพทย์โรม บัวทอง นายแพทยช์ าโล สาณศลิ ปิน นางสาวกรรณกิ าร์ หมอนพงั เทียม
นางสาวฉนั ทช์ นก อนิ ทรศ์ รี นางสาวอรทัย สุวรรณไชยรบ
กลมุ่ พฒั นานักระบาดวิทยาภาคสนาม
พญ.พันธนยี ์ ธิตชิ ยั นายแพทยร์ ะพพี งศ์ สพุ รรณไชยมาตย์ นายแพทย์ธนิต รตั นธรรมสกลุ
พญ.ภันทลิ า ทววี กิ ยการ แพทย์หญงิ ธนวดี จันทร์เทยี น แพทย์หญงิ ณชิ กุล พิสฐิ พยตั
ศูนย์สารสนเทศทางระบาดวิทยาและพยากรณ์โรค
นายแพทยเ์ ฉวตสรร นามวาท นายสมาน สยุมภูรุจินันท์
บรรณาธกิ ารบรหิ าร
นางสาวบรมิ าศ ศักด์ิศิรสิ มั พันธ์ นางสาวดนยา สุเวทเวทิน
นางสาวณฐวดี ศรวี รรณยศ ดร.อรฐั า รังผึง้
จดั ทา� โดย
ผลิตและเผยแพร่ : กองระบาดวิทยา กรมควบคมุ โรค กระทรวงสาธารณสุข
ถนนตวิ านนท์ อ�าเภอเมือง จงั หวดั นนทบรุ ี 11000
https://ddc.moph.go.th/doe/
พมิ พค์ รงั้ ที่ 1 : กันยายน 2563
จ�านวน : 2,500 เลม่
พิมพ์ท่ี : หจก.แคนนา กราฟฟิค 19/323 หมู่บา้ นธารทอง ถนนบางแวก เขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ 10700
โทร. 02 865 8454 - 55
คำ�นำ�
นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวังในประเทศไทยฉบับน้ี
จัดท�าขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ท้ังภาครัฐ เอกชน และหน่วยงานอ่ืน ๆ น�าไปใช้ประโยชน์ในการ
ด�าเนินงานเฝ้าระวังและสอบสวนโรคทางระบาดวิทยา โดยดัดแปลงเน้ือหามาจากนิยามโรคติดเช้ือแห่งประเทศไทย
พ.ศ. 2546 แนวทางการรายงานโรคที่มีความส�าคัญสูงประเทศไทย แนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและ
โรคติดต่อท่ีต้องเฝ้าระวัง ตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 รวมถึงเอกสารวิชาการที่เกี่ยวข้องและยังได้รับความ
อนุเคราะห์จากผู้เช่ียวชาญด้านต่าง ๆ ในการปรับปรุงเน้ือหาให้เหมาะสมกับการเฝ้าระวัง การรายงาน แบบฟอร์มที่ใช้
ในการรายงาน การสอบสวนโรครวมทั้งหลักเกณฑ์ขั้นตอนและวิธีปฏิบัติงานต่าง ๆ เพื่อใช้เป็นคู่มือส�าหรับผู้ปฏิบัติงาน
ทุกระดบั
หนังสือฉบับน้ีประกอบไปด้วยนิยามในการเฝ้าระวังโรค แบบสอบสวนโรค หลักเกณฑ์และวิธีการแจ้ง
ส�าหรับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ ผู้ท�าการรักษา ผู้รับผิดชอบงานระบาดวิทยาและการเฝ้าระวังในสถานพยาบาล
ผู้ท�าการชันสูตร ท่ีทราบข่าวการป่วย สงสัย หรือตรวจพบเช้ือโรคติดต่ออันตรายหรือโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวัง ให้รีบแจ้ง
เจา้ พนกั งานควบคมุ โรคตามชอ่ งทางการรายงานโรค ซงึ่ บคุ ลากรเหลา่ นม้ี สี ว่ นชว่ ยในการควบคมุ และปอ้ งกนั การแพรร่ ะบาด
ของโรค และช่วยให้การด�าเนนิ งานทางระบาดวิทยามปี ระสทิ ธภิ าพมากขน้ึ
ผู้จัดท�าหวังเป็นอย่างย่ิงว่า นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อท่ีต้องเฝ้าระวัง
ในประเทศไทย ฉบับน้ี จะเป็นประโยชน์แก่ท่านผู้อ่าน ให้มีความรู้ความเข้าใจ แนวทางข้ันตอนการรายงานโรค
อย่างถูกต้อง และหากมีข้อเสนอแนะใด ๆ เพ่ิมเติม อันจะเป็นประโยชน์ต่องานน้ี กองระบาดวิทยายินดีรับไว้พิจารณา
โปรดแจง้ ไดท้ กี่ ลมุ่ พฒั นาระบบเฝา้ ระวงั ทางระบาดวทิ ยาโรคตดิ ตอ่ กองระบาดวทิ ยา กรมควบคมุ โรค กระทรวงสาธารณสขุ
โทร. 0-2590-3900 โทรสาร 0-2590-3845
กองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค
กันยายน 2563
ก
สารบัญ หน้า
ก
คา� น�า ข
สารบญั ค
คา� ย่อ
นิยามโรคตดิ ตอ่ อนั ตราย 2
5
1. กาฬโรค (Plague) 7
2. ไข้ทรพิษ (Smallpox) 10
3. ไข้เลือดออกไครเมียนคองโก (Crimean - congo hemorrhagic fever: CCHF) 12
4. ไข้เวสต์ไนล์ (West Nile fever: WNV) 14
5. ไข้เหลือง (Yellow fever) 16
6. โรคไข้ลาสซา (Lassa fever) 18
7. โรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ (Nipah virus disease) 20
8. โรคติดเชื้อไวรัสมาร์บวร์ก (Marburg virus disease: MVD) 22
9. โรคติดเช้ือไวรัสอีโบลา (Ebola virus disease: EVD) 24
10. โรคติดเชื้อไวรัสเฮนดรา (Hendra virus disease: HeV) 26
11. โรคทางเดนิ หายใจเฉยี บพลนั รนุ แรง หรอื โรคซารส์ (Severe acute respiratory syndrome: SARS) 29
12. โรคทางเดนิ หายใจตะวนั ออกกลาง หรอื โรคเมอรส์ (Middle East respiratory syndrome: MERS)
13. โรควณั โรคดอ้ื ยาหลายขนานชนดิ รนุ แรงมาก (Extensively drug-resistant tuberculosis: XDR-TB) 34
นิยามโรคตดิ ต่อท่ตี อ้ งเฝ้าระวัง 36
กลุ่มโรคตดิ เชื้อระบบประสาทส่วนกลาง 39
1. ไข้กาฬหลังแอ่น (Meningococcal meningitis) 42
2. ไข้สมองอักเสบไม่ระบุเช้ือสาเหตุ (Unspecified encephalitis) 44
3. ไข้สมองอักเสบเจแปนนิส (Japanese B encephalitis) 48
4. เยื่อหุ้มสมองอักเสบจากพยาธิ (Eosinophilic meningitis) 50
5. เยื่อหุ้มสมองอักเสบที่มิได้ระบุเช้ือสาเหตุ (Unspecified meningitis) 53
กลุ่มโรคติดเชอ้ื ท่ีน�าโดยแมลง 56
1. ไข้ปวดข้อยุงลาย (Chikungunya fever) 59
2. ไข้มาลาเรีย (Malaria) 62
3. ไข้เลือดออก (Dengue fever) 64
4. โรคติดเช้ือไวรัสซิกา (Zika virus disease)
5. โรคเท้าช้าง (Lymphatic filariasis)
6. โรคลิซมาเนีย (Leishmaniasis)
7. โรคสครับไทฟัส (Scrub typhus)
ข
สารบัญ (ต่อ)
กลมุ่ โรคตดิ เชื้อระบบทางเดินหายใจ หน้า
1. ไข้ด�าแดง (Scarlet fever) 68
2. ไข้หวัดนก (Avian Influenza) 70
3. ไข้หวัดใหญ่ (Influenza) 73
4. โรคปอดอักเสบ หรือโรคปอดบวม (Pneumonia) 75
5. วัณโรค (Tuberculosis) 78
82
กลุ่มโรคติดต่อระหว่างสตั วแ์ ละคน 85
1. โรคติดเช้ือสเตร็ปโตคอคคัสซูอิส (Streptococcus suis infection) 88
2. โรคบรูเซลโลสิส (Brucellosis) 90
3. โรคทริคิโนสิส (Trichinosis, Trichinellosis หรือ Trichiniasis) 93
4. โรคพิษสุนัขบ้า หรือโรคกลัวน้�า (Rabies, Hydrophobia) 96
5. โรคเลปโตสไปโรสิส (Leptospirosis, Weil’s disease) 100
6. โรคแอนแทรกซ์ (Anthrax) 102
104
กลมุ่ โรคติดเช้อื ที่ป้องกนั ได้ดว้ ยวัคซีน 107
1. ไข้หัด (Measles) 110
2. ไข้หัดเยอรมัน (Rubella) 112
3. ไข้หัดเยอรมันแต่ก�าเนิด (Congenital Rubella Syndrome: CRS) 114
4. โรคคอตีบ (Diphtheria) 116
5. โรคคางทูม (Mumps) 119
6. โรคบาดทะยัก (Tetanus) 122
7. โรคบาดทะยักในทารกแรกเกิด (Neonatal tetanus) 124
8. โรคโปลิโอ (Poliomyelitis) 126
9. โรคอัมพาตกล้ามเน้ืออ่อนปวกเปียกเฉียบพลัน (Acute Flaccid Paralysis: AFP)
10. โรคสุกใส หรืออีสุกอีใส (Varicella, Chickenpox)
11. โรคไอกรน (Pertussis)
12. เหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ภายหลังได้รับการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค
(Adverse Events Following Immunization: AEFI)
ข
สารบัญ (ต่อ) หน้า
130
กลุ่มโรคตดิ เชอ้ื ระบบทางเดนิ อาหารและน้�า 133
1. ไข้เอนเทอริค (Enteric fever) ไข้ไทฟอยด์หรือไข้รากสาดน้อย (Typhoid fever) 135
และไข้พาราไทฟอยด์หรือไข้รากสาดเทียม (Paratyphoid fever) 137
2. โรคโบทูลิซึม (Botulism) 139
3. โรคไวรัสตับอักเสบเฉียบพลันชนิดเอและชนิดอี (Acute hepatitis A and Acute hepatitis E) 142
4. โรคไวรัสตับอักเสบเฉียบพลัน ไม่ระบุชนิด (Acute hepatitis unspecified) 145
5. โรคพยาธิใบไม้ตับ (Liver fluke) 148
6. โรคอาหารเป็นพิษ (Food poisoning) 150
7. โรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน (Acute diarrhea) 153
8. โรคบิดชิเกลโลซิส (Shigellosis, Bacillary dysentery) 158
9. โรคบิดมีตัวหรือโรคบิดจากเช้ืออะมีบา (Amoebic dysentery, Amoebiasis) 160
10. อหิวาตกโรค (Cholera) 162
164
กล่มุ โรคตดิ เชื้อจากการสมั ผสั 168
1. ไข้ไม่ทราบสาเหตุ (Pyrexia of unknown origin หรือ Fever of unknown origin: FUO) 170
2. ไข้เอนเทอโรไวรัส (Enterovirus fever) 174
3. โรคตาแดงจากไวรัส (Viral conjunctivitis) 176
4. โรคเมลิออยโดสิส (Melioidosis) 180
5. โรคมือเท้าปาก (Hand foot and mouth disease) 183
6. โรคเรื้อน (Leprosy) 186
188
กลุ่มโรคตดิ ตอ่ ทางเพศสมั พนั ธ์ 190
1. กามโรคของต่อมและท่อน�้าเหลือง (Lymphogranuloma Venereum, Granuloma Inguinale) 192
2. การติดเชื้อ HIV และโรคเอดส์ (Acquired Immunodeficiency Syndrome: AIDS) 194
3. โรคซิฟิลิส (Syphilis) 196
4. โรคซิฟิลิสแต่ก�าเนิด (Congenital syphilis)
5. โรคแผลริมอ่อน (Chancroid)
6. โรคเริมของอวัยวะสืบพันธุ์และทวารหนัก (Anogenital Herpes)
7. โรคไวรัสตับอักเสบเฉียบพลันชนิดบี ชนิดซี และชนิดดี
(Acute hepatitis B, Acute hepatitis C and Acute hepatitis D)
8. โรคหนองใน (Gonorrhea)
9. โรคหนองในเทียม (Non Gonococcal Urethritis: NGU)
10. โรคหูดอวัยวะเพศและทวารหนัก (Condyloma Acuminata, Venereal Warts)
ข
สารบัญ (ต่อ)
แบบสอบสวนโรคตดิ ตอ่ อนั ตราย หน้า
1. กาฬโรค (Plague) 201
2. ไข้ทรพิษ (Smallpox) 204
3. ไข้เลือดออกไครเมียนคองโก (Crimean-Congo hemorrhagic fever: CCHF) 206
4. ไข้เวสต์ไนล์ (West Nile Fever: WNV) 211
5. ไข้เหลือง (Yellow fever) 215
6. ไข้ลาสซา (Lassa Hemorrhagic fever: LHF) 218
7. โรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ (Nipah virus disease) 222
8. โรคติดเช้ือไวรัสมาร์บวร์ก (Marburg virus disease: MVD) 226
9. โรคติดเช้ือไวรัสอีโบลา (Ebola virus disease: EVD) 226
10. โรคติดเช้ือไวรัสเฮนดรา (Hendra virus disease: HeV) 231
11. โรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง หรือโรคซาร์ส (Severe Acute Respiratory Syndrome: SARS) 235
12. โรคทางเดินหายใจตะวันออกกลาง หรือโรคเมอร์ส (Middle East Respiratory Syndrome : MERS) 235
13. โรควัณโรคด้ือยาหลายขนานชนิดรุนแรงมาก (Extensively drug-resistant Tuberculosis: XDR-TB) 242
247
แบบสอบสวนกลมุ่ โรคติดเชอ้ื ระบบประสาทส่วนกลาง 251
1. ไข้กาฬหลังแอ่น (Meningococcal meningitis) 255
2. ไข้สมองอักเสบไม่ระบุเช้ือสาเหตุ (Unspecified encephalitis) 259
3. ไข้สมองอักเสบเจแปนนิส (Japanese B encephalitis) 259
4. เยื่อหุ้มสมองอักเสบจากพยาธิ (Eosinophilic meningitis) 265
5. เยื่อหุ้มสมองอักเสบไม่ระบุเช้ือสาเหตุ (Unspecified meningitis) 270
274
แบบสอบสวนกลมุ่ โรคตดิ เชือ้ ที่น�าโดยแมลง 279
1. ไข้ปวดข้อยุงลาย (Chikungunya fever) 283
2. ไข้มาลาเรีย (Malaria) 287
3. ไข้เลือดออก (Dengue fever) 290
4. โรคติดเช้ือไวรัสซิกา (Zika virus disease) 295
5. โรคเท้าช้าง (Lymphatic filariasis) 298
6. โรคลิชมาเนีย (Leishmaniasis) 298
7. โรคสครับไทฟัส (Scrub typhus) 298
307
แบบสอบสวนกล่มุ โรคติดเชอื้ ระบบทางเดินหายใจ
1. ไข้ด�าแดง (Scarlet fever)
2. ไข้หวัดนก (Avian Influenza)
3. ไข้หวัดใหญ่ (Influenza)
4. โรคปอดอักเสบ หรือโรคปอดบวม (Pneumonia)
5. วัณโรค (Tuberculosis)
ข
สารบัญ (ต่อ) หน้า
313
แบบสอบสวนกลุม่ โรคติดตอ่ ระหว่างสัตว์และคน 316
1. โรคติดเชื้อสเตร็ปโตคอคคัสซูอิส (Streptococcus suis infection) 320
2. โรคบรูเซลโลสิส (Brucellosis) 324
3. โรคทริคิโนสิส (Trichinosis, Trichinellosis หรือ Trichiniasis) 330
4. โรคพิษสุนัขบ้า (Rabies) 335
5. โรคเลปโตสไปโรสิส (Leptospirosis) 341
6. โรคแอนแทรกซ์ (Anthrax) 341
343
แบบสอบสวนกล่มุ โรคตดิ เช้อื ท่ปี ้องกันไดด้ ว้ ยวัคซีน 346
1. ไข้หัด (Measles) 352
2. ไข้หัดเยอรมัน (Rubella) 355
3. ไข้หัดเยอรมันแต่ก�าเนิด (Congenital Rubella Syndrome) 357
4. โรคคอตีบ (Diphtheria) 359
5. โรคคางทูม (Mumps) 359
6. โรคบาดทะยัก (Tetanus) 364
7. โรคบาดทะยักในทารกแรกเกิด (Tetanus neonatorum) 367
8. โรคโปลิโอ (Poliomyelytis) 370
9. โรคอัมพาตกล้ามเน้ืออ่อนปวกเปียกเฉียบพลัน (Acute Flaccid Paralysis: AFP) 377
10. โรคสุกใส หรืออีสุกอีใส (Varicella, Chickenpox) 382
11. โรคไอกรน (Pertussis) 386
12. เหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ภายหลังได้รับการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค (AEFI) 390
394
แบบสอบสวนกล่มุ โรคติดเชอ้ื ระบบทางเดินอาหารและน้�า 401
1. ไข้เอนเทอริค (Enteric fever) ไข้ไทฟอยด์หรือไข้รากสาดน้อย (Typhoid fever) 401
และไข้พาราไทฟอยด์ หรือไข้รากสาดเทียม (Paratyphoid fever) 401
2. โรคโบทูลิซึม (Botulism) 408
3. โรคไวรัสตับอักเสบเฉียบพลัน ชนิด เอ บี ซี ดี อี และไม่ระบุชนิด
(Acute hepatitis A B C D E virus and unspecified)
4. โรคพยาธิใบไม้ตับ (Liver fluke)
5. โรคอาหารเป็นพิษ (Food poisoning)
6. โรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน (Acute diarrhea)
7. โรคบิดชิเกลโลซิส (Shigellosis, Bacillary dysentery)
8. โรคบิดอมีบา (Amoebic Dysentery, Amoebiasis)
9. อหิวาตกโรค (Cholera)
ข
สารบัญ (ต่อ)
แบบสอบสวนกลุม่ โรคติดเชือ้ จากการสมั ผสั หน้า
1. ไข้ไม่ทราบสาเหตุ (Pyrexia of unknown origin หรือ Fever of unknown origin: FUO) 413
2. ไข้เอนเทอโรไวรัส (Enterovirus)/โรคมือ เท้า ปาก (Hand foot and mouth disease) 416
3. โรคตาแดงจากไวรัส (Viral conjunctivitis) 419
4. โรคเมลิออยโดสิส (Melioidosis) 421
5. โรคเรื้อน (Leprosy) 424
429
แบบสอบสวนกล่มุ โรคตดิ เช้อื ทางเพศสมั พนั ธ์ 432
1. กามโรคของต่อมและท่อน้�าเหลือง (Lymphogranuloma Venereum/Granuloma Inguinale) 436
2. การติดเชื้อ HIV และโรคเอดส์ (Acquired immunodeficiency syndrome: AIDS) 439
3. โรคซิฟิลิส (Syphilis) 442
4. โรคซิฟิลิสแต่ก�าเนิด (Congenital syphilis) 445
5. โรคแผลริมอ่อน (Chancroid) 448
6. โรคเริมของอวัยวะสืบพันธุ์และทวารหนัก (Anogenital Herpes) 451
7. โรคหนองใน (Gonorrhea) 456
8. โรคหนองในเทียม (Non-Gonococcal Urethritis: NGU) 459
471
ภาคผนวก
• หลักเกณฑ์และวิธีการแจ้ง
• รหัสโรค เช้ือก่อโรค และ ICD-10 รายงานเฝ้าระวังทางระบาดวิทยา (รายงาน 506)
ตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558
• เงื่อนไขการออกสอบสวนโรคของทีมปฏิบัติการสอบสวนโรค (Joint Investigation Team: JIT)
กองระบาดวิทยา
ข
ค�าย่อ
AEFI Adverse events following immunization
AFB Acid fast bacilli
AFP Acute Flaccid Paralysis
ALT Serum alanine aminotransferase
ADRS Acute respiratory distress syndrome
BAL Bronchoalveolar lavage
CBC Complete Blood Count
CCHF Crimean-Congo haemorrhagic fever
CDC Centers for Disease Control and Prevention
CDCU Communicable Disease Control Unit
CPK Creatinine phosphokinase
CRI Congenital rubella infection
CRP C-reactive protein
CRS Congenital rubella syndrome
CSF Cerebrospinal fluid
CT Computed tomography
DAT Direct agglutination test
DFA Direct fluorescent antibody
EDS Expanded dengue syndrome
EIA Enzyme immunoassay
EITB Enzyme-linked immunoeletrotranfer blot
ELISA Enzyme-linked immunosorbent assay
EM Electron microscopy
ESR Erythrocyte sedimentation rate
EV Ebola virus
EVD Ebola virus disease
FAT Fluorescent antibody test
FECT Formalin ether concentration technique FTS Filaria test strip
GBS Guillain-Barré syndrome
GCS Glasgow coma scale (GCS) score
HBsAg Hepatitis B surface antigen
HeV Hendra virus disease
HI Hemagglutination inhibition test
HRP2 Histridine-rich protein 2
ICT Immuno chromatography test
IFA Immunofluorescent antibody assay
IgG Immunoglobulin G
ค
ค�าย่อ (ต่อ)
IgM Immunoglobulin M
IHA Indirect heamagglutination assay
IHC Immunohistochemistry
IIP Indirect immuno peroxidase test
JEV Japanese encephalitis virus
JIT Joint investigation team
LA Latex agglutination test
LAMP Loop-mediated isothermal amplification
LCR Ligase chain reaction
LFA Lateral flow assay
LFT Liver function test
LV Lassa virus
MAP Mean arterial pressure (mmHg)
MAT Microscopic agglutination test
MB Multibacillary leprosy
MDT Multidrug therapy
MERS Middle East respiratory syndrome
MRI Magnetic Resonance Imaging
NERC National Expert Review Committee
Nested PCR Nested polymerase chain reaction
NPA Nasopharyngeal aspirate
NPS Nasopharyngeal swab
NPW Nasopharyngeal wash
NS Nasal swab
NT Micro-neutralization test
NTP National tuberculosis control program
PB Paucibacillary leprosy
PCR Polymerase chain reaction
pLDH Plasmodium lactate dehydrogenase
PrEP Pre-exposure prophylaxis
PRNT Plaque reduction neutralization test
PUI Patient under investigation
RADT Rapid antigen detection test
RBT Rose bengal test
RDA Rapid dipstick assays
RDS Respiratory distress syndrome
ค
ค�าย่อ (ต่อ)
RDT Rapid diagnostic test
RIA Radio immunoassay
RIDTs Rapid influenza diagnostic tests
RPR Rapid plasma reagin test
RT-PCR Reverse-transcriptase polymerase chain reaction
SARS Severe acute respiratory syndrome
SAT Standard (Tube) agglutination test
SOFA score Sequential [Sepsis-related] organ failure assessment
SSS Slit skin smear
TA Tracheal aspirate
TMA Transcription-mediated amplification
TS Throat swab
VDPV Vaccine-derived poliovirus
VDRL Venereal disease research laboratory test
VZV Varicella zoster virus
WBC White blood cell
WHO World Health Organization
WNV West nile virus
XDR-TB Extensively drug-resistant tuberculosis
YFV Yello fever virus
ZIKV Zika virus
ค
นยิ ามโรคติดตอ่ อันตราย
กาฬโรค (Plague)
ICD-10: A20.0–A20.3, A20.7–A20.9
1. นิยามในการเฝา้ ระวงั โรค (Case definition for surveillance)
1.1 เกณฑท์ างคลนิ กิ (Clinical criteria)
มอี าการและอาการแสดง แบง่ เปน็ 4 ประเภท ดังน้ี
1) กาฬโรคตอ่ มนา้� เหลอื ง (Bubonic plague) มไี ขส้ งู หนาวสนั่ เจบ็ คอ ปวดศรี ษะ ตอ่ มนา้� เหลอื ง บรเิ วณขาหนบี
หรอื รกั แร้โตและมหี นอง หรือม้ามโตและมีหนอง (ระยะฟกั ตัว 2–6 วนั )
2) กาฬโรคชนิดโลหิตเป็นพิษ (Septicemia plague) มีไข้สูง ปวดศีรษะ อาเจียน คอหอยและทอนซิลอักเสบ
อาจมีเยือ่ หมุ้ สมองอกั เสบ และจา้� เลอื ดตามผิวหนัง
3) กาฬโรคปอด (Pneumonic plague) มีไข้สูง หนาวส่ัน ไอ มีเสมหะปนเลือด หอบ และมีลักษณะปอดอักเสบ
เมื่อถา่ ยภาพเอกซเรย์ (ระยะฟกั ตัว 1–4 วนั )
4) กาฬโรคคอหอย (Pharyngeal plague) มคี อหอยอักเสบ และตอ่ มนา้� เหลอื งที่คออักเสบ ซึง่ ไดร้ บั การแพรเ่ ช้อื
จากการกินเนอื้ สตั ว์ท่ตี ิดเชอื้ หรือ ไดร้ บั การติดต่อสารคดั หล่งั จากทางเดินหายใจ (droplet) ในปรมิ าณมาก
1.2 เกณฑ์ทางห้องปฏบิ ัติการ (Laboratory criteria)
1.2.1 การตรวจทางห้องปฏิบตั ิการท่ัวไป (Presumptive diagnosis)
- การตรวจค่าความสมบูรณข์ องเลอื ด (CBC) พบเม็ดเลอื ดขาวสูง และม ี Neutrophil สูงกวา่ ปกติ
- การตรวจนา้� ไขสันหลงั พบเม็ดเลอื ดขาวสงู และมี Neutrophil สงู กวา่ ปกต ิ
- การตรวจ Erythrocyte sedimentation rate (ESR) หรือ C-reactive protein (CRP) ในเลือด
พบคา่ สูงกวา่ ปกติ
1.2.2 การตรวจทางหอ้ งปฏิบัตกิ ารจา� เพาะ (Specific diagnosis)
การตรวจหาเชอื้ /แอนติเจน/สารพนั ธุกรรมของเชอ้ื (Pathogen identification)
- วิธีตรวจย้อมเชื้อ ด้วย Giemsa หรือ Wayson stain จากตัวอย่างหนอง เสมหะ เนื้อเยื่อ เลือด
หรอื นา�้ ไขสนั หลัง พบเชอ้ื แบคทีเรยี แกรมลบทีม่ ลี กั ษณะคล้ายเข็มกลดั ซอ่ นปลาย (Bipolar staining or safety pin)
- วิธีเพาะแยกเชื้อ (Culture) จากตัวอย่างหนอง เสมหะ เลือด หรือน้�าไขสันหลัง พบเชื้อกาฬโรค
(Yersinia pestis)
- วธิ ี Polymerase Chain Reaction (PCR) พบสารพนั ธุกรรมของเช้ือ Yersinia pestis
การตรวจหาภมู คิ ้มุ กนั ของเชื้อ (Serology)
- วิธี Rapid dipstick assays จากตัวอย่างเสมหะ เลือด หรือสารคัดหล่ัง ซึ่งรับรองโดยองค์การ
อนามยั โลก พบให้ผลบวกตอ่ เชือ้ กาฬโรค
- วิธี Indirect Immunofluorescent Assay (IFA) หรือ Enzyme-linked immunosorbent
Assay (ELISA) เพ่ือตรวจหาระดับภูมิคุ้มกัน จากตัวอย่างซีร่ัมคู่ (Paired sera) เก็บห่างกันอย่างน้อย 10–14 วัน และ
พบระดบั ภูมคิ ุ้มกันเพิม่ ข้ึนอย่างน้อย 4 เท่า (Four fold rising)
- วธิ ี Direct fluorescent antibody (DFA) ในเน้อื เย่ือ พบใหผ้ ลบวกต่อเชื้อกาฬโรค
2 นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวังในประเทศไทย
2. ประเภทผปู้ ่วย (Case classification)
2.1 ผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค (Patient under investigation: PUI) หมายถึง ผู้ท่ีมีอาการตามเกณฑ์
ทางคลินิก อยา่ งน้อย 1 ข้อ ดงั น ้ี
1) กาฬโรคตอ่ มนา้� เหลอื ง (Bubonic plague) ไดแ้ ก ่ ตอ่ มนา�้ เหลอื งโตบรเิ วณรกั แร ้ หรอื ขาหนบี รว่ มกบั อาการ
อย่างนอ้ ยหน่งึ อาการดงั น ี้ ไดแ้ ก่ 1. ไข้เฉยี บพลัน หรอื 2. มีอาการอกั เสบของต่อมนา้� เหลือง ไดแ้ ก ่ ปวด บวมแดง รอ้ น
2) กาฬโรคชนิดโลหิตเปน็ พษิ (Septicemia plague) ได้แก ่ ไขส้ งู เฉยี บพลนั หรือแพทยว์ ินจิ ฉยั โลหติ เป็นพษิ
3) กาฬโรคปอด (Pneumonic plague) ไดแ้ ก ่ ปอดอกั เสบ ไดแ้ ก ่ 1. ไข ้ 2. ไอ และ 3. หอบ หรอื แพทยว์ นิ จิ ฉยั
ปอดอักเสบ
4) กาฬโรคคอหอย (Pharyngeal plague) ได้แก่ คอหอยอักเสบ (Pharyngitis) และต่อมน้�าเหลืองบริเวณ
คออกั เสบ
ร่วมกบั มปี ระวตั เิ สีย่ งอย่างน้อย 1 ข้อ ดังน้ี
- มีประวัติเดนิ ทางไปประเทศท่มี รี ายงานการระบาดของโรค หรือเขตตดิ โรค ภายใน 14 วัน
- สัมผสั กบั ผู้ป่วยกาฬโรค ภายใน 14 วัน
- สมั ผสั หนูโดยตรง หรอื สัตว์รังโรคอืน่ ๆ หรือถูกหมดั กดั
2.2 ผู้ป่วยสงสัย (Suspected case) หมายถึง ผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค (PUI) ร่วมกับมีผลบวกด้วยวิธีตรวจ
ย้อมเช้ือ (Giemsa หรอื Wayson stain)
2.3 ผู้ป่วยเข้าข่าย (Probable case) หมายถึง ผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค (PUI) ร่วมกับมีผลบวกด้วยวิธี Rapid
dipstick หรอื มีประวัติเชอื่ มโยงทางระบาดวทิ ยากบั ผ้ปู ่วยยนื ยนั
2.4 ผู้ป่วยยืนยัน (Confirmed case) หมายถึง ผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค (PUI) และมีผลบวกตามเกณฑ์ห้อ
ปฏิบตั ิการจา� เพาะข้อใดขอ้ หนงึ่ ยกเว้น ตรวจดว้ ยวิธียอ้ มเช้อื และ Rapid dipstick assays (RDA)
3. การรายงานผปู้ ่วยตามพระราชบญั ญตั ิโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 (Reporting criteria)
- เม่ือพบผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค (Patient under investigation: PUI) ให้รายงานแก่เจ้าพนักงานควบคุม
โรคตดิ ตอ่ ระดบั จงั หวดั หรอื กรมควบคมุ โรค ภายใน 3 ชว่ั โมง หากเจา้ พนกั งานควบคมุ โรคตดิ ตอ่ ระดบั จงั หวดั ไดร้ บั รายงาน
แล้วต้องแจง้ ตอ่ เจา้ พนกั งานควบคุมโรคติดตอ่ ของกรมควบคุมโรค ภายใน 1 ชั่วโมง
- ในกรณพี บผปู้ ว่ ยยืนยัน ใหป้ ระเทศสมาชกิ รายงานไปยังองคก์ ารอนามัยโลก (WHO) ทันที
4. การตรวจสอบความถูกตอ้ งของขอ้ มลู (Verification)
- ตอ้ งตรวจสอบ (Verify) ขอ้ มลู พนื้ ทกี่ ารระบาดจากองคก์ ารอนามยั โลก (WHO) หรอื หรอื ศนู ยค์ วบคมุ และปอ้ งกนั โรค
แหง่ ชาติสหรฐั อเมรกิ า (CDC) หรือองคก์ รระหวา่ งประเทศ
5. การสอบสวนโรค (Epidemiological investigation)
5.1 การสอบสวนผู้ป่วยเฉพาะราย (Case investigation) กรณีพบผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค (Patient
Under Investigation: PUI) ให้กรมควบคุมโรคร่วมกับเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อของจังหวัด และหน่วยปฏิบัติการ
ควบคมุ โรคตดิ ตอ่ (CDCU) ของอา� เภอดา� เนนิ การสอบสวนโรคภายใน 12 ชวั่ โมงหลงั จากพบผปู้ ว่ ย และประสานหนว่ ยงาน
ท่ีเก่ียวขอ้ งเพอ่ื ด�าเนนิ การปอ้ งกันควบคมุ โรคในพื้นทร่ี ะบาด
นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวังในประเทศไทย 3
5.2 การสอบสวนระบาด (Outbreak investigation) กรณีพบผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค (Patient under
investigation: PUI) ตง้ั แต ่ 2 รายขนึ้ ไป ทม่ี ปี ระวตั เิ ชอ่ื มโยงทางระบาดวทิ ยากบั ผปู้ ว่ ยยนื ยนั หรอื พบผปู้ ว่ ยสงสยั / เขา้ ขา่ ย/
ยืนยัน เพียง 1 ราย ให้กรมควบคุมโรคร่วมกับเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อของจังหวัด และหน่วยปฏิบัติการควบคุมโรค
ติดต่อ (CDCU) ของอ�าเภอด�าเนินการสอบสวนโรคภายใน 12 ชั่วโมงหลังจากพบผู้ป่วย และประสานคณะกรรมการ
โรคตดิ ตอ่ จังหวดั เพือ่ ดา� เนินการปอ้ งกนั ควบคมุ โรคในพ้ืนทีร่ ะบาด
6. หมายเหต ุ (Remarks)
- ระยะฟักตวั 1–6 วนั
- ในกรณที ่ีมีการระบาดในประเทศไทย นยิ ามผูป้ ว่ ย PUI ไมจ่ า� เป็นต้องมีประวตั ิเสี่ยง
7. เอกสารอ้างองิ (References)
7.1 World Health Organization. Operation Guidelines on Plague Surveillance, Diagnosis, Prevention
and Control 2010 [Internet]. [cited 2019 Oct 3]. Available from: https://apps.who.int/iris/bitstream/handle/
10665/205593/B4534.pdf?sequence=1&isAllowed=y
7.2 World Health Organization. Plague manual: epidemiology, distribution, surveillance and control
[Internet]. [cited 2019 Oct 3]. Available from: https://www.who.int/csr/resources/publications/plague/
whocdscsredc992c.pdf
7.3 Centers for Disease control and prevention. National Notifiable Diseases Surveillance System
(NNDSS): Plague (Yersinia pestis) [Internet]. [cited 2019 Oct 3]. Available from: https://wwwn.cdc.gov/
nndss/conditions/plague/case-definition/1996/
4 นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวังในประเทศไทย
ไขท้ รพิษ (Smallpox)
ICD-10: B03
1. นยิ ามในการเฝ้าระวังโรค (Case definition for surveillance)
1.1 เกณฑท์ างคลนิ กิ (Clinical criteria)
มีไข้สูง (มากกว่า 38.3 องศาเซลเซียส) ปวดศีรษะ ปวดเม่ือยกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะบริเวณหลัง รู้สึกอ่อนเพลีย
และอาจมีคล่ืนไส้อาเจียน จะเป็นอยู่ประมาณ 2–4 วันก่อนผื่นข้ึน ต่อมาเร่ิมพบจุดสีแดงขึ้นตามลิ้น เยื่อบุช่องปากและ
เยื่อบุโพรงจมูก และมีผื่นตามผิวหนัง โดยผ่ืนระยะเร่ิมแรกจะมีลักษณะแบนราบ หลังจากน้ันนูนข้ึนเป็นตุ่มกลมขนาดใหญ่
มรี อยบมุ๋ ตรงกลางและกลายเปน็ ตมุ่ หนอง (Pustules) ซงึ่ คอ่ นขา้ งแขง็ โดยเรม่ิ ขนึ้ ทบ่ี รเิ วณใบหนา้ และกระจายไปตาม แขน
ขา มอื เทา้ และลา� ตัวจนทวั่ ภายใน 24 ชว่ั โมง
1.2 เกณฑ์ทางหอ้ งปฏิบัติการ (Laboratory criteria)
2.1 การตรวจทางห้องปฏิบตั กิ ารทวั่ ไป (Presumptive diagnosis)
ไม่มี
2.2 การตรวจทางห้องปฏบิ ตั กิ ารจา� เพาะ (Specific diagnosis)
การตรวจหาเชื้อ/แอนตเิ จน/สารพนั ธุกรรมของเช้ือ (Pathogen identification)
- วธิ ี Electron microscopy (EM) จากตวั อยา่ งเนอื้ เยอื่ พบ Viral-like particle ทเี่ หมอื นกบั Poxviridae
- วธิ ี Polymerase Chain Reaction (PCR) หรอื ถอดรหัสพันธกุ รรมดว้ ยวิธ ี Molecular sequencing
จากการป้ายเช้ือบริเวณต่อมทอนซิล (Tonsillar tissue swab) หรือ Nasopharyngeal swab หรือการเก็บตัวอย่างจาก
ตุ่มหนอง (lesion fluid/lesion roof/scab ป้ายท่ีก้นแผล/crust/หรือการท�า biopsy) scab/crust/biopsy
พบสารพันธกุ รรมของเชือ้ Variola virus
- วิธเี พาะแยกเช้อื ไวรัส (Viral isolation) พบเชอ้ื Variola virus
การตรวจหาภูมิคมุ้ กันของเชอ้ื (Serology)
- วิธ ี Enzyme-linked immunosorbent assay (ELISA) ในเลอื ด พบภูมิคุ้มกัน (IgM/IgG)
2. ประเภทผู้ปว่ ย (Case classification)
2.1 ผูป้ ว่ ยเข้าเกณฑส์ อบสวนโรค (Patient under investigation: PUI) หมายถงึ ผปู้ ว่ ยที่มอี าการ ดงั น ี้
1) ไข ้ (อุณหภูมริ ่างกายมากกวา่ 38.3 องศาเซลเซียส) และ
2) ผน่ื ข้นึ หลงั จากมไี ข ้ 2–4 วนั และ
3) ลกั ษณะผ่ืนแบบแบนราบ ตอ่ มาจะนูนข้ึนเป็นต่มุ กลม ๆ ขนาดใหญ ่ ซงึ่ มรี อยบุม๋ ตรงกลาง
รว่ มกับมีประวัติเสย่ี งอยา่ งน้อยหนงึ่ ขอ้ ดงั น้ี
- มีประวัติเดินทางไปประเทศทีม่ รี ายงานการระบาดของโรค หรอื เขตตดิ โรค ภายใน 30 วนั
- สัมผสั กับผปู้ ่วยสงสยั ไขท้ รพษิ ภายใน 30 วนั
- สงสัยเกดิ จากอาวธุ ชวี ภาพหรือติดเชอื้ จากห้องปฏบิ ัตกิ าร
2.2 ผู้ป่วยสงสัย (Suspected case) หมายถึง ผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค (PUI) และมีผลบวกตามเกณฑ์
ทางห้องปฏบิ ัตกิ าร พบสารพนั ธกุ รรมของ Family Poxviridae
2.3 ผู้ป่วยเข้าข่าย (Probable case) หมายถึง ผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค (PUI) และมีผลบวกด้วยวิธี Electron
microscopy (EM) หรอื มปี ระวตั ิเชื่อมโยงทางระบาดวทิ ยากบั ผ้ปู ่วยยนื ยัน
นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อท่ีต้องเฝ้าระวังในประเทศไทย 5
2.4 ผู้ป่วยยืนยัน (Confirmed case) หมายถึง ผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค (PUI) และมีผลบวกตามเกณฑ์ทาง
หอ้ งปฏบิ ัติการจา� เพาะข้อใดข้อหนง่ึ ยกเวน้ วิธี Electron microscopy (EM)
3. การรายงานผปู้ ่วยตามพระราชบญั ญัติโรคตดิ ตอ่ พ.ศ. 2558 (Reporting criteria)
- เมอื่ พบผปู้ ว่ ยเขา้ เกณฑส์ อบสวนโรค (Patient under investigation: PUI) ใหร้ ายงานเจา้ พนกั งานควบคมุ โรคตดิ ตอ่
ระดับจังหวัด หรือกรมควบคุมโรค ภายใน 3 ช่ัวโมง หากเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อระดับจังหวัดได้รับรายงานแล้ว
ตอ้ งแจง้ ต่อเจ้าพนกั งานควบคมุ โรคตดิ ต่อของกรมควบคุมโรค ภายใน 1 ชว่ั โมง
- ในกรณีพบผูป้ ่วยยนื ยัน ให้ประเทศสมาชิกรายงานไปยังองคก์ ารอนามยั โลก (WHO) ทนั ที
4. การตรวจสอบความถกู ตอ้ งของขอ้ มูล (Verification)
- ต้องตรวจสอบข้อมูลพื้นที่การระบาดจากองค์การอนามัยโลก (WHO) หรือหรือศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค
แห่งชาติสหรฐั อเมรกิ า (CDC) หรอื องค์กรระหวา่ งประเทศ
5. การสอบสวนโรค (Epidemiological investigation)
5.1 การสอบสวนผู้ป่วยเฉพาะราย (Individual investigation) กรณีพบผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค (Patient
Under Investigation: PUI) ให้กรมควบคุมโรคร่วมกับเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อของจังหวัด และหน่วยปฏิบัติการ
ควบคมุ โรคตดิ ตอ่ (CDCU) ของอา� เภอดา� เนนิ การสอบสวนโรคภายใน 12 ชวั่ โมงหลงั จากพบผปู้ ว่ ย และประสานหนว่ ยงาน
ทเี่ กยี่ วขอ้ งเพอื่ ด�าเนนิ การปอ้ งกนั ควบคุมโรคในพน้ื ท่รี ะบาด
5.2 การสอบสวนระบาด (Outbreak investigation) กรณีพบผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค (Patient under
investigation: PUI) ตงั้ แต ่ 2 รายขน้ึ ไป ทม่ี ปี ระวตั เิ ชอื่ มโยงทางระบาดวทิ ยากบั ผปู้ ว่ ยยนื ยนั หรอื พบผปู้ ว่ ยสงสยั /เขา้ ขา่ ย/
ยืนยัน เพียง 1 ราย ให้กรมควบคุมโรคร่วมกับเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อของจังหวัด และหน่วยปฏิบัติการควบคุม
โรคติดต่อ (CDCU) ของอ�าเภอด�าเนินการสอบสวนโรคภายใน 12 ช่ัวโมงหลังจากพบผู้ป่วย และประสานคณะกรรมการ
โรคติดตอ่ จังหวดั เพ่อื ด�าเนินการปอ้ งกันควบคมุ โรคในพน้ื ทีร่ ะบาด
6. หมายเหต ุ (Remarks)
- ระยะฟักตัว 5–17 วัน
- ภาวะแทรกซอ้ น ไดแ้ ก่ กลอ่ งเสียงบวม ปอดบวม และสมองอักเสบ
- ในกรณีที่ไม่มีผลการตรวจ Molecular sequencing ยืนยัน ให้ส่งตรวจท่ีห้องปฏิบัติการท่ีองค์การอนามัยโลก
รบั รอง 2 แห่ง ได้แก ่ CDC (USA) and VECTOR (Russian federation)
- ในกรณที ม่ี ีการระบาดในประเทศไทย นิยามผปู้ ่วย PUI ไมจ่ า� เป็นต้องมีประวตั เิ สี่ยง
7. เอกสารอ้างองิ (References)
7.1 Centers for Disease Control and Prevention. Smallpox [Internet]. [cited 2019 Oct 3].
Available from: https://www.cdc.gov/smallpox/
7.2 Centers for Disease control and prevention. National Notifiable Diseases Surveillance
System (NNDSS): Smallpox [Internet]. [cited 2019 Oct 3]. Available from: https://wwwn.cdc.gov/nndss/
conditions/smallpox/case-definition/2004/
6 นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อท่ีต้องเฝ้าระวังในประเทศไทย
ไขเ้ ลอื ดออกไครเมยี นคองโก (Crimean-Congo hemorrhagic fever: CCHF)
ICD-10: A98.0
1. นิยามในการเฝ้าระวังโรค (Case definition for surveillance)
1.1 เกณฑ์ทางคลินิก (Clinical criteria)
ไข้สูงเฉียบพลัน ปวดศีรษะ เจ็บตา ใบหน้าแดง กลัวแสง ปวดกล้ามเนื้อ ปวดคอร่วมกับคอแข็ง และปวดหลัง
บางรายอาจมอี าการคลนื่ ไส ้ อาเจยี น ถา่ ยเหลวและปวดทอ้ ง ตอ่ มาจะมอี ารมณแ์ ปรปรวน สบั สน และกา้ วรา้ ว อาจมอี าการ
ง่วง ซึมเศร้า หัวใจเต้นเร็ว ต่อมน�้าเหลืองโต มีเลือดออกใต้ผิวหนังและเย่ือบุต่าง ๆ และพบเลือดออกจากส่วนต่าง ๆ
ของร่างกาย เช่น เลือดออกในกระเพาะอาหาร มีเลือดปนในปัสสาวะ มีเลือดก�าเดา และเลือดออกจากเหงือก ในบางราย
อาจพบตับอักเสบ
1.2 เกณฑท์ างหอ้ งปฏิบตั กิ าร (Laboratory criteria)
1.2.1 การตรวจทางหอ้ งปฏิบตั ิการท่วั ไป (Presumptive diagnosis)
- การตรวจค่าความสมบูรณ์ของเลือด (CBC) พบเม็ดเลือดขาวต่�า Lymphocyte สูงกว่าปกติ และ
เกลด็ เลือดต่�ากวา่ ปกติ
1.2.2 การตรวจทางหอ้ งปฏบิ ัตกิ ารจา� เพาะ (Specific diagnosis)
การตรวจหาเช้อื /แอนติเจน/สารพนั ธกุ รรมของเช้อื (Pathogen identification)
- วธิ ี Polymerase Chain Reaction (PCR) หรอื ถอดรหสั พนั ธกุ รรมดว้ ยวธิ ี Molecular sequencing
จากตวั อย่างเลือด หรือ เนอื้ เยือ่ พบสารพนั ธุกรรมของเช้ือ CCHF virus
- วิธีเพาะแยกเช้อื ไวรัส (Viral isolation) พบเชื้อ CCHF virus
การตรวจหาภมู คิ ุ้มกันของเช้อื (Serology)
- วิธี Enzyme-linked immunosorbent assay (ELISA) ในเลือด พบภูมิคุ้มกัน (IgM/IgG) ต่อเชื้อ
CCHF virus
2. ประเภทผปู้ ่วย (Case classification)
2.1 ผปู้ ่วยเข้าเกณฑส์ อบสวนโรค (Patient under investigation: PUI) หมายถึง ผูป้ ว่ ยท่ีมอี าการ ดงั นี้
1) ไข้สูง และ
2) มอี าการทางเดนิ อาหาร ได้แก ่ ปวดท้อง คล่ืนไส้ อาเจยี น ถ่ายเหลว และ
3) มีเลอื ดออก
รว่ มกับมปี ระวตั เิ สีย่ งอย่างน้อยหนึง่ ข้อดังนี้
- มปี ระวัตเิ ดินทางมาจากประเทศท่ีมรี ายงานการระบาดของโรค หรอื เขตตดิ โรค ภายใน 14 วัน
- เคยถกู เหบ็ ที่มีเชอ้ื กดั
- สมั ผัสเลือดหรือเนือ้ เยอื่ ของคนหรือสัตวท์ ี่ตดิ เชือ้ CCHF
2.2 ผู้ป่วยสงสัย (Suspected case) หมายถึง ผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค (PUI) และมีผลการตรวจด้วยวิธี PCR
พบสารพันธุกรรมของ Family bunyaviridae
2.3 ผู้ป่วยเข้าข่าย (Probable case) หมายถึง ผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค (PUI) และมีประวัติเชื่อมโยงทาง
ระบาดวิทยากับผปู้ ว่ ยยืนยนั
นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อท่ีต้องเฝ้าระวังในประเทศไทย 7
2.4 ผู้ป่วยยืนยัน (Confirmed case) หมายถึง ผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค (PUI) และมีผลบวกตามเกณฑ์ทาง
หอ้ งปฏิบตั ิการจา� เพาะข้อใดข้อหนง่ึ
3. การรายงานผู้ป่วยตามพระราชบญั ญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 (Reporting criteria)
- เม่ือพบผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค (Patient under investigation: PUI) ให้รายงานแก่เจ้าพนักงานควบคุมโรค
ตดิ ตอ่ ระดบั จงั หวดั หรอื กรมควบคมุ โรค ภายใน 3 ชว่ั โมง หากเจา้ พนกั งานควบคมุ โรคตดิ ตอ่ ระดบั จงั หวดั ไดร้ บั รายงานแลว้
ตอ้ งแจง้ ต่อเจา้ พนกั งานควบคมุ โรคตดิ ต่อของกรมควบคุมโรค ภายใน 1 ชว่ั โมง
- ในกรณีพบผปู้ ว่ ยยนื ยัน ใหป้ ระเทศสมาชกิ รายงานไปยังองค์การอนามยั โลก (WHO) ทันที
4. การตรวจสอบความถกู ต้องของขอ้ มูล (Verification)
- ต้องตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลพื้นท่ีการระบาดจากองค์การอนามัยโลก (WHO) หรือศูนย์ควบคุมและ
ป้องกันโรคแห่งชาติสหรฐั อเมริกา (CDC) หรือองคก์ รระหวา่ งประเทศ
5. การสอบสวนโรค (Epidemiological investigation)
5.1 การสอบสวนผปู้ ว่ ยเฉพาะราย (Case investigation) กรณพี บผปู้ ว่ ยเขา้ เกณฑส์ อบสวนโรค (Patient under
investigation: PUI) ใหก้ รมควบคมุ โรคร่วมกับเจา้ พนักงานควบคุมโรคติดตอ่ ของจงั หวัด และหน่วยปฏิบตั ิการควบคมุ โรค
ติดต่อ (CDCU) ของอ�าเภอด�าเนินการสอบสวนโรคภายใน 12 ช่ัวโมงหลังจากพบผู้ป่วย และประสานหน่วยงานท่ีเกี่ยวข้อง
เพอื่ ดา� เนนิ การปอ้ งกนั ควบคุมโรคในพน้ื ที่ระบาด
5.2 การสอบสวนระบาด (Outbreak investigation) กรณีพบผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค (Patient under
investigation: PUI) ตงั้ แต ่ 2 รายขนึ้ ไป ทมี่ ปี ระวตั เิ ชอ่ื มโยงทางระบาดวทิ ยากบั ผปู้ ว่ ยยนื ยนั หรอื พบผปู้ ว่ ยสงสยั /เขา้ ขา่ ย/
ยืนยัน เพียง 1 ราย ให้กรมควบคุมโรคร่วมกับเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อของจังหวัด และหน่วยปฏิบัติการควบคุมโรค
ติดต่อ (CDCU) ของอ�าเภอด�าเนินการสอบสวนโรคภายใน 12 ช่ัวโมงหลังจากพบผู้ป่วย และประสานคณะกรรมการ
โรคตดิ ต่อจังหวดั เพือ่ ด�าเนนิ การปอ้ งกนั ควบคมุ โรคในพน้ื ท่รี ะบาด
6. หมายเหต ุ (Remarks)
- ระยะฟกั ตวั 1-7 วัน
- ในกรณที ่ีมกี ารระบาดในประเทศไทย นิยามผู้ป่วย PUI ไมจ่ �าเปน็ ตอ้ งมปี ระวตั ิเส่ียง
8 นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวังในประเทศไทย
7. เอกสารอ้างองิ (References)
7.1 World Health Organization. Crimean-Congo haemorrhagic fever [Internet]. [cited 2019 Oct 3].
Available from: https://www.who.int/emergencies/diseases/crimean-congo-haemorrhagic-fever/en/
7.2 Centers for Disease Control and Prevention. Crimean-Congo Hemorrhagic Fever (CCHF) [Internet].
[cited 2019 Oct 3]. Available from: https://www.cdc.gov/vhf/crimean-congo/diagnosis/index.html
7.3 Oxford Academic. The prognostic importance of platelet indices in patients with Crimean-Congo
Hemorrhagic Fever [Internet]. [cited 2019 Oct 3]. Available from: https://academic.oup.com/ofid/article/4/
suppl_1/S352/4294960
7.4 M D Fernandez-Garcia, A Negredo, A Papa, et al. European Survey on Laboratory Preparedness,
Response and Diagnostic Capacity for Crimean-Congo Haemorrhagic Fever, 2012. Euro Surveill. 2014
Jul 3;19(26):20844 [Internet]. [cited 2019 Oct 3]. Available from: https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/
25011064/
นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวังในประเทศไทย 9
ไขเ้ วสต์ไนล์ (West Nile fever: WNV)
ICD-10: A92.3
1. นยิ ามในการเฝ้าระวังโรค (Case definition for surveillance)
1.1 เกณฑท์ างคลินิก (Clinical criteria)
มีไข้ ปวดศีรษะ หนาวสั่น มีเหง่ือออก มีผ่ืนท่ีผิวหนัง อ่อนเพลีย ต่อมน้�าเหลืองอักเสบ ซึม ปวดข้อ และมีอาการ
คลา้ ยไขห้ วดั หรอื ไขห้ วดั ใหญ ่ บางรายมอี าการคลน่ื ไส ้ อาเจยี น ในรายทม่ี อี าการรนุ แรงจะมอี าการทางสมองรว่ มดว้ ย ไดแ้ ก่
สมองหรอื เยื่อหมุ้ สมองอักเสบ มไี ขส้ งู คอแขง็ ซึม ชัก และหมดสติ
1.2 เกณฑท์ างห้องปฏิบัติการ (Laboratory criteria)
1.2.1 การตรวจทางหอ้ งปฏิบัติการทว่ั ไป (Presumptive diagnosis)
- การตรวจคา่ ความสมบรู ณ์ของเลอื ด (CBC) พบเม็ดเลอื ดขาวต�่า Lymphocyte สูงกวา่ ปกต ิ
- การตรวจนา�้ ไขสนั หลงั (CSF) พบเม็ดเลือดขาวสูง มี Mononuclear cell สูง
- การตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (Computed tomography: CT) หรือ การตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
(Magnetic resonance imaging: MRI) ในสมองเข้าได้กบั Viral encephalitis/Meningitis
1.2.2 การตรวจทางห้องปฏิบตั ิการจา� เพาะ (Specific diagnosis)
การตรวจหาเชอื้ /แอนตเิ จน/สารพนั ธุกรรมของเชอ้ื (Pathogen identification)
- วธิ ี Polymerase chain reaction (PCR) หรอื ถอดรหสั พนั ธกุ รรมดว้ ยวธิ ี Molecular sequencing
จากตัวอยา่ งเลอื ด เน้ือสมอง หรือ น�้าไขสนั หลงั พบเชือ้ West nile virus (WNV)
- วิธเี พาะแยกเช้อื ไวรัส (Viral isolation) พบเชือ้ West nile virus (WNV)
- วธิ ี Immunohistochemistry (IHC) ในเนอื้ สมองของผปู้ ว่ ยเสยี ชวี ติ พบเชอ้ื West nile virus (WNV)
การตรวจหาภูมิคุม้ กันของเชอื้ (Serology)
- วธิ ี Enzyme-linked immunosorbent assay (ELISA) ในเลอื ดหรอื นา�้ ไขสนั หลงั พบภมู คิ มุ้ กนั (IgM)
- วธิ ี Plaque reduction neutralization test (PRNT) เพ่อื ตรวจหาภมู คิ ุ้มกัน (IgM) โดยใช้ตัวอยา่ ง
ซรี ่มั คู่ (Paired sera) เกบ็ ห่างกนั อยา่ งน้อย 10–14 วัน พบระดบั ภมู ิคุ้มกันเพิ่มขึ้นอย่างนอ้ ย 4 เทา่ (Four fold rising)
2. ประเภทผูป้ ว่ ย (Case classification)
2.1 ผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค (Patient under investigation: PUI) หมายถึง ผู้ป่วยท่ีมีอาการไข้ และระดับ
ความรสู้ กึ ตวั เปลย่ี นแปลง หรอื มอี าการชกั หรอื แพทยว์ นิ จิ ฉยั เปน็ ไขส้ มองอกั เสบ รว่ มกบั มปี ระวตั เิ ดนิ ทางมาจากประเทศ
ท่มี ีรายงานการระบาดของโรค หรอื เขตตดิ โรคไข้เวสไนล์ ภายใน 30 วนั
2.2 ผู้ป่วยสงสัย (Suspected case) หมายถึง ผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค (PUI) และมีผลบวกตามเกณฑ์ทาง
ห้องปฏิบัติการท่ัวไป พบติดเช้ือไวรัสในน�้าไขสันหลัง (Viral encephalitis/meningitis) หรือมีผลการตรวจเอกซเรย์
คอมพิวเตอร์ (Computed tomography: CT) หรือ Magnetic resonance imaging (MRI) ในสมองเข้าได้กับ Viral
encephalitis/Meningitis
2.3 ผปู้ ่วยเขา้ ข่าย (Probable case) หมายถึง ผ้ปู ว่ ยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค (PUI) และข้อใดขอ้ หน่งึ ดังน้ี
- ตรวจพบสารพนั ธกุ รรมของ Family flaviviridae หรือ
10 นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อท่ีต้องเฝ้าระวังในประเทศไทย
- ตรวจพบภมู ิคุ้มกันชนดิ IgM ของเชื้อ West nile virus (WNV) หรอื
- มีประวตั ิเชื่อมโยงทางระบาดวทิ ยากบั ผูป้ ่วยยืนยัน
2.4 ผู้ป่วยยืนยัน (Confirmed case) หมายถึง ผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค (PUI) และมีผลบวกตามเกณฑ์
ทางห้องปฏบิ ัตกิ ารจา� เพาะขอ้ ใดขอ้ หน่ึง
3. การรายงานผปู้ ่วยตามพระราชบัญญัตโิ รคติดต่อ พ.ศ. 2558 (Reporting criteria)
- เมื่อพบผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค (Patient under investigation: PUI) ให้รายงานแก่เจ้าพนักงานควบคุมโรค
ตดิ ตอ่ ระดบั จงั หวดั หรอื กรมควบคมุ โรค ภายใน 3 ชวั่ โมง หากเจา้ พนกั งานควบคมุ โรคตดิ ตอ่ ระดบั จงั หวดั ไดร้ บั รายงานแลว้
ต้องแจง้ ต่อเจ้าพนักงานควบคมุ โรคตดิ ตอ่ ของกรมควบคุมโรค ภายใน 1 ชั่วโมง
- ในกรณพี บผู้ป่วยยนื ยนั ใหป้ ระเทศสมาชิกรายงานไปยังองค์การอนามยั โลก (WHO) ทนั ที
4. การตรวจสอบความถูกตอ้ งของขอ้ มูล (Verification)
- ต้องตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลพ้ืนที่การระบาดจากองค์การอนามัยโลก (WHO) หรือศูนย์ควบคุมและ
ป้องกันโรคแห่งชาติสหรฐั อเมรกิ า (CDC) หรอื องค์กรระหว่างประเทศ
5. การสอบสวนโรค (Epidemiological investigation)
5.1 การสอบสวนผปู้ ว่ ยเฉพาะราย (Case investigation) กรณพี บผปู้ ว่ ยเขา้ เกณฑส์ อบสวนโรค (Patient under
investigation: PUI) ให้กรมควบคุมโรคร่วมกับเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อของจังหวัด และหน่วยปฏิบัติการควบคุม
โรคตดิ ตอ่ (CDCU) ของอา� เภอดา� เนนิ การสอบสวนโรคภายใน 12 ชวั่ โมงหลงั จากพบผปู้ ว่ ย และประสานหนว่ ยงานทเี่ กยี่ วขอ้ ง
เพ่อื ดา� เนินการปอ้ งกันควบคมุ โรคในพน้ื ทรี่ ะบาด
5.2 การสอบสวนระบาด (Outbreak investigation) กรณีพบผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค (Patient under
investigation: PUI) ตง้ั แต ่ 2 รายขนึ้ ไป ทม่ี ปี ระวตั เิ ชอ่ื มโยงทางระบาดวทิ ยากบั ผปู้ ว่ ยยนื ยนั หรอื พบผปู้ ว่ ยสงสยั /เขา้ ขา่ ย/
ยืนยัน เพียง 1 ราย ให้กรมควบคุมโรคร่วมกับเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อของจังหวัด และหน่วยปฏิบัติการควบคุม
โรคติดต่อ (CDCU) ของอ�าเภอด�าเนินการสอบสวนโรคภายใน 12 ช่ัวโมงหลังจากพบผู้ป่วย และประสานคณะกรรมการ
โรคติดตอ่ จงั หวดั เพ่อื ดา� เนินการป้องกันควบคมุ โรคในพ้นื ทีร่ ะบาด
6. หมายเหตุ (Remarks)
- ระยะฟกั ตัว 3-15 วนั
- ในกรณีทม่ี ีการระบาดในประเทศไทย นยิ ามผู้ปว่ ย PUI ไม่จา� เป็นต้องมีประวัติเสยี่ ง
7. เอกสารอา้ งอิง (References)
7.1 Centers for Disease Control and Prevention. West Nile virus [Internet]. [cited 2019 Oct 3].
Available from: https://www.cdc.gov/westnile/healthcareproviders/healthCareProviders-Diagnostic.html
นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวังในประเทศไทย 11
ไขเ้ หลือง (Yellow fever)
ICD-10: A95.0, A95.1, A95.9
1. นยิ ามในการเฝ้าระวงั โรค (Case definition for surveillance)
1.1 เกณฑ์ทางคลนิ กิ (Clinical criteria)
อาการและอาการแสดง แบง่ เปน็ 2 ระยะ ดังนี้
ระยะแรก (Acute phase) มีไข้ หนาวสั่น ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเน้ือ ปวดหลัง เบ่ืออาหาร คลื่นไส้อาเจียน
ผู้ป่วยมักมีไข้สูงร่วมกับชีพจรเต้นช้าผิดปกติ หลังจากน้ัน 3–4 วัน จะมีอาการดีข้ึน อย่างไรก็ตามผู้ป่วยร้อยละ 15 มีการ
ดา� เนินโรคเขา้ สูร่ ะยะท่สี อง
ระยะที่สอง (Toxic phase) ระยะโลหิตเป็นพิษ ผู้ป่วยจะมีอาการไข้กลับซ้�าภายใน 24 ช่ัวโมง ของระยะสอง
ตัวเหลืองหรือตาเหลือง มีเลือดออกจากตา เลือดก�าเดาไหล เลือดออกในปากและกระเพาะอาหาร อาเจียน ปวดท้อง
ถา่ ยเปน็ เลอื ด มปี สั สาวะผดิ ปกต ิ มโี ปรตนี ในปสั สาวะ (Albuminuria) และปสั สาวะไมอ่ อก (Anuria) จนถงึ ไตวาย ครงึ่ หนงึ่
ของผปู้ ว่ ยในระยะน ี้ จะเสยี ชวี ติ ภายใน 10–14 วนั ทเ่ี หลอื จะหายเปน็ ปกตโิ ดยอวยั วะตา่ ง ๆ ไมถ่ กู ทา� ลาย
1.2 เกณฑ์ทางห้องปฏิบัตกิ าร (Laboratory criteria)
1.2.1 การตรวจทางหอ้ งปฏบิ ตั ิการทวั่ ไป (Presumptive diagnosis)
- การตรวจค่าความสมบรู ณ์ของเลอื ด (CBC) พบเมด็ เลือดขาวต่�า และ Lymphocyte สูงกว่าปกติ
1.2.2 การตรวจทางหอ้ งปฏบิ ัตกิ ารจา� เพาะ (Specific diagnosis)
การตรวจหาเช้อื /แอนตเิ จน/สารพนั ธุกรรมของเชือ้ (Pathogen identification)
- วธิ ี Polymerase chain reaction (PCR) หรอื ถอดรหสั พนั ธกุ รรมดว้ ยวธิ ี Molecular sequencing
จากตวั อยา่ งเลอื ด พบสารพันธกุ รรมของเชอ้ื ไข้เหลือง (Yellow fever virus: YFV)
- วิธเี พาะแยกเชือ้ ไวรสั (Viral isolation) พบเชอื้ Yellow fever virus (YFV)
- วธิ ี Immunohistochemistry (IHC) ในเนอ้ื เยอ่ื ของผปู้ ว่ ยเสยี ชวี ติ พบเชอ้ื Yellow fever virus (YFV)
การตรวจหาภูมคิ ้มุ กันของเช้ือ (Serology)
- วธิ ี Enzyme-linked immunosorbent assay (ELISA) ในเลอื ด พบภูมคิ มุ้ กนั (IgM/IgG)
- วิธี Plaque reduction neutralization test (PRNT) เพื่อตรวจหาภูมิคุ้มกัน (IgM) จากตัวอย่าง
ซรี ม่ั ค ู่ (Paired sera) เกบ็ หา่ งกนั อยา่ งนอ้ ย 10–14 วนั พบระดบั ภมู คิ มุ้ กนั เพม่ิ ขนึ้ อยา่ งนอ้ ย 4 เทา่ (Four fold rising)
2. ประเภทผู้ปว่ ย (Case classification)
2.1 ผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค (Patient under investigation: PUI) หมายถึง ผู้ป่วยที่มีไข้สูง และมีประวัติ
เดินทางมาจากประเทศทมี่ รี ายงานการระบาดของโรค หรือเขตตดิ โรคไขเ้ หลอื ง ภายใน 14 วัน
2.2 ผู้ป่วยสงสยั (Suspected case) หมายถึง ผูป้ ่วยเขา้ เกณฑส์ อบสวนโรค และมีอาการตวั เหลืองตาเหลอื ง หรอื มี
เลอื ดออกตามอวัยวะต่าง ๆ
2.3 ผปู้ ว่ ยเขา้ ขา่ ย (Probable case) หมายถงึ ผู้ป่วยเขา้ เกณฑส์ อบสวนโรค (PUI) และ
- พบผลการตรวจพบสารพนั ธุกรรมของ Family flaviviridae หรือ
- พบภูมิคุม้ กันชนิด IgM ของเชือ้ Yellow fever virus (YFV) หรอื
- มปี ระวัตเิ ช่อื มโยงทางระบาดวทิ ยากับผู้ปว่ ยยนื ยัน
12 นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อท่ีต้องเฝ้าระวังในประเทศไทย
2.4 ผู้ป่วยยืนยัน (Confirmed case) หมายถึง ผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค (PUI) และมีผลบวกตามเกณฑ์ทาง
หอ้ งปฏิบัติการจา� เพาะข้อใดข้อหน่ึง
3. การรายงานผูป้ ่วยตามพระราชบัญญัตโิ รคตดิ ต่อ พ.ศ. 2558 (Reporting criteria)
- เมื่อพบผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค (Patient under investigation: PUI) ให้รายงานแก่เจ้าพนักงานควบคุมโรค
ตดิ ตอ่ ระดบั จงั หวดั หรอื กรมควบคมุ โรค ภายใน 3 ชวั่ โมง หากเจา้ พนกั งานควบคมุ โรคตดิ ตอ่ ระดบั จงั หวดั ไดร้ บั รายงานแลว้
ตอ้ งแจง้ ตอ่ เจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อของกรมควบคุมโรค ภายใน 1 ช่วั โมง
- ในกรณพี บผู้ปว่ ยยนื ยัน ให้ประเทศสมาชกิ รายงานไปยงั องคก์ ารอนามยั โลก (WHO) ทันที
4. การตรวจสอบความถูกตอ้ งของข้อมลู (Verification)
- ต้องตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลพ้ืนที่การระบาดจากองค์การอนามัยโลก (WHO) หรือศูนย์ควบคุมและ
ป้องกนั โรคแหง่ ชาตสิ หรัฐอเมริกา (CDC) หรือองค์กรระหวา่ งประเทศ
5. การสอบสวนโรค (Epidemiological investigation)
5.1 การสอบสวนผู้ป่วยเฉพาะราย (Case investigation) กรณีพบผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค (Patient under
investigation: PUI) ให้กรมควบคมุ โรครว่ มกับเจ้าพนักงานควบคุมโรคตดิ ต่อของจงั หวัด และหนว่ ยปฏบิ ตั กิ ารควบคมุ โรค
ติดต่อ (CDCU) ของอ�าเภอด�าเนินการสอบสวนโรคภายใน 12 ชั่วโมงหลังจากพบผู้ป่วย และประสานหน่วยงานท่ีเกี่ยวข้อง
เพื่อด�าเนนิ การปอ้ งกันควบคมุ โรคในพืน้ ทร่ี ะบาด
5.2 การสอบสวนระบาด (Outbreak investigation) กรณีพบผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค (Patient under
investigation: PUI) ตง้ั แต ่ 2 รายขน้ึ ไป ทมี่ ปี ระวตั เิ ชอื่ มโยงทางระบาดวทิ ยากบั ผปู้ ว่ ยยนื ยนั หรอื พบผปู้ ว่ ยสงสยั /เขา้ ขา่ ย/
ยืนยัน เพียง 1 ราย ให้กรมควบคุมโรคร่วมกับเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อของจังหวัด และหน่วยปฏิบัติการควบคุมโรค
ติดต่อ (CDCU) ของอ�าเภอด�าเนินการสอบสวนโรคภายใน 12 ช่ัวโมงหลังจากพบผู้ป่วย และประสานคณะกรรมการ
โรคตดิ ตอ่ จังหวัดเพอื่ ดา� เนนิ การป้องกนั ควบคุมโรคในพืน้ ทีร่ ะบาด
6. หมายเหต ุ (Remarks)
- ระยะฟักตวั 3–6 วนั
- ในกรณีท่มี กี ารระบาดในประเทศไทย นยิ ามผูป้ ่วย PUI ไมจ่ �าเปน็ ต้องมีประวัตเิ สยี่ ง
7. เอกสารอ้างองิ (References)
7.1 Centers for Disease Control and Prevention. Yellow Fever [Internet]. [cited 2019 Oct 3]. Available
from: https://www.cdc.gov/yellowfever/healthcareproviders/healthcareproviders-diagnostic.html
7.2 World Health Organization. Yellow fever [Internet]. [cited 2019 Oct 3]. Available from: https://
www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/yellow-fever.
นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อท่ีต้องเฝ้าระวังในประเทศไทย 13
ไขล้ าสซา (Lassa fever)
ICD-10: A96.2
1. นิยามในการเฝา้ ระวงั โรค (Case definition for surveillance)
1.1 เกณฑท์ างคลินกิ (Clinical criteria)
มีไข้สูง ปวดศีรษะ เจ็บคอ ไอ อาเจียน ถ่ายเหลว เจ็บหน้าอก ปวดบริเวณช่องท้อง ตาอักเสบ คออักเสบ
และเป็นหนอง ในรายท่ีมีอาการรุนแรงจะมีเลือดออก ช็อก คอและหน้าบวม มีปริมาณเกล็ดเลือดลดลงและการท�างาน
ของเกลด็ เลือดผดิ ปกติ บางรายอาจมอี าการหหู นวกจากพยาธิสภาพทเ่ี ส้นประสาทสมองคู่ที่ 8
1.2 เกณฑท์ างห้องปฏบิ ัติการ (Laboratory criteria)
1.2.1 การตรวจทางหอ้ งปฏิบัตกิ ารทั่วไป (Presumptive diagnosis)
- การตรวจคา่ ความสมบรู ณข์ องเลอื ด (CBC) พบจา� นวนเมด็ เลอื ดขาวตา่� และ Lymphocyte สงู กวา่ ปกต ิ
1.2.2 การตรวจทางห้องปฏบิ ัตกิ ารจา� เพาะ (Specific diagnosis)
การตรวจหาเช้ือ/แอนตเิ จน/สารพนั ธุกรรมของเช้ือ (Pathogen identification)
- วธิ ี Polymerase chain reaction (PCR) หรอื ถอดรหสั พนั ธกุ รรมดว้ ยวธิ ี Molecular sequencing
พบสารพันธกุ รรมของเชอ้ื Lassa virus (LV)
- วธิ เี พาะแยกเชอื้ ไวรัส (Viral isolation) พบเช้อื Lassa virus (LV)
การตรวจหาภูมคิ ุ้มกันของเชอ้ื (Serology)
- วิธ ี Enzyme-linked immunosorbent assay (ELISA) ในเลอื ด พบภมู คิ ุม้ กนั (IgM/IgG)
2. ประเภทผูป้ ่วย (Case classification)
2.1 ผปู้ ว่ ยเขา้ เกณฑส์ อบสวนโรค (Patient under investigation: PUI) หมายถงึ ผปู้ ว่ ยทม่ี อี าการไขม้ ากกวา่ 40 C�
และมีประวัติเดนิ ทางมาจากประเทศท่มี รี ายงานการระบาดของโรค เช่น ประเทศแถบแอฟรกิ าตะวนั ตก ภายใน 21 วัน
2.2 ผู้ป่วยสงสัย (Suspected case) หมายถึง ผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค (PUI) และมีอาการทางเดินอาหาร
เชน่ คลน่ื ไส้ อาเจียน ปวดทอ้ ง ถา่ ยเหลว และมเี ลือดออกตามอวยั วะต่าง ๆ
2.3 ผู้ป่วยเข้าข่าย (Probable case) หมายถึง ผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค (PUI) และมีประวัติเชื่อมโยงทาง
ระบาดวทิ ยากบั ผปู้ ่วยยนื ยนั
2.4 ผู้ป่วยยืนยัน (Confirmed case) หมายถึง ผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค (PUI) และมีผลบวกตามเกณฑ์ทาง
ห้องปฏิบตั ิการจา� เพาะขอ้ ใดข้อหนง่ึ
3. การรายงานผ้ปู ว่ ยตามพระราชบญั ญัตโิ รคติดต่อ พ.ศ. 2558 (Reporting criteria)
- เม่ือพบผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค (Patient under investigation: PUI) ให้รายงานแก่เจ้าพนักงานควบคุมโรค
ตดิ ตอ่ ระดบั จงั หวดั หรอื กรมควบคมุ โรค ภายใน 3 ชวั่ โมง หากเจา้ พนกั งานควบคมุ โรคตดิ ตอ่ ระดบั จงั หวดั ไดร้ บั รายงานแลว้
ต้องแจ้งต่อเจา้ พนักงานควบคุมโรคติดตอ่ ของกรมควบคุมโรค ภายใน 1 ชั่วโมง
- ในกรณพี บผู้ป่วยยนื ยัน ใหป้ ระเทศสมาชิกรายงานไปยงั องคก์ ารอนามัยโลก (WHO) ทนั ที
14 นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวังในประเทศไทย
4. การตรวจสอบความถูกต้องของขอ้ มลู (Verification)
- ต้องตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลพื้นท่ีการระบาดจากองค์การอนามัยโลก (WHO) หรือศูนย์ควบคุมและ
ปอ้ งกันโรคแห่งชาตสิ หรัฐอเมรกิ า (CDC) หรือองคก์ รระหว่างประเทศ
5. การสอบสวนโรค (Epidemiological investigation)
5.1 การสอบสวนผู้ป่วยเฉพาะราย (Case investigation) กรณีพบผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค (Patient under
investigation: PUI) ให้กรมควบคุมโรคร่วมกับเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อของจังหวัด และหน่วยปฏิบัติการควบคุม
โรคตดิ ตอ่ (CDCU) ของอา� เภอดา� เนนิ การสอบสวนโรคภายใน 12 ชว่ั โมงหลงั จากพบผปู้ ว่ ย และประสานหนว่ ยงานทเี่ กย่ี วขอ้ ง
เพื่อดา� เนินการปอ้ งกันควบคุมโรคในพื้นทีร่ ะบาด
5.2 การสอบสวนระบาด (Outbreak investigation) กรณีพบผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค (Patient under
investigation: PUI) ตงั้ แต ่ 2 รายขน้ึ ไป ทมี่ ปี ระวตั เิ ชอื่ มโยงทางระบาดวทิ ยากบั ผปู้ ว่ ยยนื ยนั หรอื พบผปู้ ว่ ยสงสยั /เขา้ ขา่ ย/
ยืนยัน เพียง 1 ราย ให้กรมควบคุมโรคร่วมกับเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อของจังหวัด และหน่วยปฏิบัติการควบคุม
โรคติดต่อ (CDCU) ของอ�าเภอด�าเนินการสอบสวนโรคภายใน 12 ช่ัวโมงหลังจากพบผู้ป่วย และประสานคณะกรรมการ
โรคติดตอ่ จงั หวัดเพ่อื ด�าเนินการปอ้ งกันควบคุมโรคในพน้ื ทรี่ ะบาด
6. หมายเหต ุ (Remarks)
- ระยะฟักตัว 6–21 วนั
- ในกรณที ่มี กี ารระบาดในประเทศไทย นยิ ามผปู้ ว่ ย PUI ไมจ่ �าเป็นตอ้ งมีประวัตเิ สย่ี ง
7. เอกสารอา้ งองิ (References)
7.1 Centers for Disease Control and Prevention. National Notifiable Diseases Surveillance System
(NNDSS): Lassa Fever [Internet]. [cited 2019 Oct 3]. Available from: https://wwwn.cdc.gov/nndss/condi-
tions/lassa-virus/
7.2 World Health Organization. Lassa fever [Internet]. [cited 2019 Oct 3]. Available from: https://
www.who.int/health-topics/lassa-fever/#tab=tab_1
นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวังในประเทศไทย 15
โรคตดิ เช้ือไวรัสนิปาห์ (Nipah virus disease)
ICD-10: -
1. นยิ ามในการเฝา้ ระวังโรค (Case definition for surveillance)
1.1 เกณฑ์ทางคลนิ กิ (Clinical criteria)
มีไข้ ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ อาเจียน ไอ เจ็บคอ เวียนศีรษะ ซึมลง สับสน มีอาการของสมองอักเสบ เช่น ชัก
มกี ารเคล่อื นไหวของลูกตาผดิ ปกติ แขนและขามกี ารกระตกุ นอกจากนบ้ี างรายอาจมีอาการปอดบวม และหายใจล้มเหลว
1.2 เกณฑ์ทางห้องปฏบิ ัติการ (Laboratory criteria)
1.2.1 การตรวจทางหอ้ งปฏบิ ตั กิ ารทั่วไป (Presumptive diagnosis)
ไม่มี
1.2.2 การตรวจทางหอ้ งปฏิบตั ิการจา� เพาะ (Specific diagnosis)
การตรวจหาเชื้อ/แอนตเิ จน/สารพันธุกรรมของเช้ือ (Pathogen identification)
- วธิ ี Polymerase chain reaction (PCR) หรอื ถอดรหสั พนั ธกุ รรมดว้ ยวธิ ี Molecular sequencing
จากตัวอย่างเลอื ด เสมหะ สารคดั หลัง่ ทางเดินหายใจ หรือ น้�าไขสนั หลงั พบสารพันธกุ รรมของเชือ้ Nipah virus
- วธิ ีเพาะแยกเชื้อไวรัส (Viral isolation) พบเชอื้ Nipah virus
การตรวจหาภูมิคุม้ กันของเชอ้ื (Serology)
- วิธี Immunofluorescent antibody assay (IFA) หรือ Enzyme-linked immunosorbent
assay (ELISA) ในเลือด พบภมู คิ ุม้ กนั (IgM/IgG)
2. ประเภทผูป้ ่วย (Case classification)
2.1 ผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค (Patient under investigation: PUI) หมายถึง ผู้ท่ีมีอาการติดเชื้อในระบบ
ทางเดินหายใจ เช่น ไอ เจ็บคอ ปวดอักเสบ หรือ ติดเช้ือในระบบประสาท เช่น สมองอักเสบ เย่ือหุ้มสมองอักเสบ
และมปี ระวตั ิเสีย่ งขอ้ ใดขอ้ หน่งึ ดังน้ี
- สมั ผสั สารคัดหลัง่ จากคา้ งคาวกินผลไมโ้ ดยตรง เชน่ ปสั สาวะ
- รบั ประทานอาหารท่ปี นเปอ้ื นปสั สาวะคา้ งคาวกนิ ผลไม้ เชน่ นา้� ตาลสดทีไ่ มผ่ า่ นความรอ้ น หรือผลไม้ในป่า
- สมั ผัสสตั ว์ป่วยสงสัยติดเชอ้ื ไวรสั นิปาห์ เช่น สุกร สุนขั แมว มา้ แพะ แกะ เป็นต้น
- สัมผสั สารคัดหล่งั จากผู้ป่วยตดิ เชอื้ ไวรสั นิปาห์โดยตรง
2.2 ผ้ปู ว่ ยสงสัย (Suspected case) หมายถึง ผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค (PUI)
2.3 ผู้ป่วยเข้าข่าย (Probable case) หมายถึง ผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค (PUI) และมีประวัติเช่ือมโยงทาง
ระบาดวทิ ยากับผปู้ ่วยยืนยนั
2.4 ผู้ป่วยยืนยัน (Confirmed case) หมายถึง ผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค (PUI) และมีผลบวกตามเกณฑ์ทาง
หอ้ งปฏบิ ัตกิ ารจา� เพาะขอ้ ใดข้อหนงึ่
16 นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อท่ีต้องเฝ้าระวังในประเทศไทย
3. การรายงานผู้ปว่ ยตามพระราชบญั ญัติโรคตดิ ตอ่ พ.ศ. 2558 (Reporting criteria)
- เม่ือพบผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค (Patient under investigation: PUI) ให้รายงานแก่เจ้าพนักงานควบคุม
โรคตดิ ตอ่ ระดบั จงั หวดั หรอื กรมควบคมุ โรค ภายใน 3 ชวั่ โมง หากเจา้ พนกั งานควบคมุ โรคตดิ ตอ่ ระดบั จงั หวดั ไดร้ บั รายงาน
แลว้ ตอ้ งแจง้ ต่อเจา้ พนกั งานควบคมุ โรคตดิ ต่อของกรมควบคมุ โรค ภายใน 1 ชั่วโมง
- ในกรณพี บผ้ปู ว่ ยยนื ยนั ให้ประเทศสมาชิกรายงานไปยังองคก์ ารอนามยั โลก (WHO) ทนั ที
4. การตรวจสอบความถกู ต้องของขอ้ มลู (Verification)
- ต้องตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลพื้นที่การระบาดจากองค์การอนามัยโลก (WHO) หรือศูนย์ควบคุมและป้องกัน
โรคแหง่ ชาตสิ หรฐั อเมริกา (CDC) หรอื องคก์ รระหวา่ งประเทศ
5. การสอบสวนโรค (Epidemiological investigation)
5.1 การสอบสวนผู้ป่วยเฉพาะราย (Case investigation) กรณีพบผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค (Patient under
investigation: PUI) ให้กรมควบคุมโรคร่วมกับเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อของจังหวัด และหน่วยปฏิบัติการควบคุม
โรคตดิ ตอ่ (CDCU) ของอา� เภอดา� เนนิ การสอบสวนโรคภายใน 12 ชว่ั โมงหลงั จากพบผปู้ ว่ ย และประสานหนว่ ยงานทเ่ี กยี่ วขอ้ ง
เพ่อื ดา� เนินการป้องกันควบคุมโรคในพน้ื ทร่ี ะบาด
5.2 การสอบสวนระบาด (Outbreak investigation) กรณีพบผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค (Patient under
investigation: PUI) ตงั้ แต ่ 2 รายขนึ้ ไป ทม่ี ปี ระวตั เิ ชอื่ มโยงทางระบาดวทิ ยากบั ผปู้ ว่ ยยนื ยนั หรอื พบผปู้ ว่ ยสงสยั /เขา้ ขา่ ย/
ยืนยัน เพียง 1 ราย ให้กรมควบคุมโรคร่วมกับเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อของจังหวัด และหน่วยปฏิบัติการควบคุม
โรคติดต่อ (CDCU) ของอ�าเภอด�าเนินการสอบสวนโรคภายใน 12 ช่ัวโมงหลังจากพบผู้ป่วย และประสานคณะกรรมการ
โรคตดิ ตอ่ จังหวดั เพือ่ ด�าเนนิ การปอ้ งกนั ควบคุมโรคในพนื้ ทรี่ ะบาด
6. หมายเหต ุ (Remarks)
- ระยะฟกั ตัว 4–45 วนั
- ในปจั จุบนั พบหลักฐานยนื ยันการพบเชือ้ ไวรสั นปิ าหใ์ นคา้ งคาวกินผลไม้ ในประเทศไทย
7. เอกสารอ้างองิ (References)
7.1 World Health Organization. Nipah-virus [Internet]. [cited 2019 Oct 3]. Available from https://
www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/nipah-virus
นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อท่ีต้องเฝ้าระวังในประเทศไทย 17
โรคตดิ เชือ้ ไวรสั มารบ์ วร์ก (Marburg virus disease: MVD)
ICD-10: A98.3
1. นิยามในการเฝา้ ระวงั โรค (Case definition for surveillance)
1.1 เกณฑ์ทางคลนิ ิก (Clinical criteria)
มีไข้สูงเฉียบพลัน อ่อนเพลีย ปวดกล้ามเนื้อ ปวดศีรษะ ตามด้วยอาการเจ็บคอ อาเจียน ถ่ายเหลว และมีผ่ืนนูนแดง
ตามตัว ในบางรายอาจมีอาเจียน ถ่ายเป็นเลือด เลือดก�าเดาไหล เลือดออกตามไรฟัน มีภาวะตับถูกท�าลาย ไตวาย และมี
อาการทางระบบประสาทส่วนกลาง
1.2 เกณฑ์ทางหอ้ งปฏิบตั ิการ (Laboratory criteria)
1.2.1 การตรวจทางห้องปฏิบตั ิการท่วั ไป (Presumptive diagnosis)
ไม่มี
1.2.2 การตรวจทางห้องปฏบิ ตั ิการจา� เพาะ (Specific diagnosis)
การตรวจหาเช้ือ/แอนตเิ จน/สารพันธกุ รรมของเช้ือ (Pathogen identification)
- วธิ ี Reverse-transcriptase polymerase chain reaction (RT-PCR) จากตวั อย่างเลอื ด พบสาร
พนั ธุกรรมของเช้อื Marburg virus
- วธิ เี พาะแยกเชอื้ ไวรัส (Viral isolation) พบเชอ้ื Marburg virus
การตรวจหาภมู คิ มุ้ กนั ของเชอ้ื (Serology)
- วิธ ี Enzyme-linked immunosorbent assay (ELISA) ในเลอื ด พบภูมคิ ้มุ กัน (IgM/IgG)
2. ประเภทผ้ปู ว่ ย (Case classification)
2.1 ผปู้ ว่ ยเขา้ เกณฑส์ อบสวนโรค (Patient under investigation: PUI) หมายถงึ ผปู้ ว่ ยทมี่ อี าการตามเกณฑท์ าง
คลินกิ และมีประวัติเสี่ยงอย่างน้อยหนึ่งขอ้ ดงั นี้
- สัมผัสสารคดั หล่ังของสัตว์ที่เป็นพาหะ ได้แก ่ ค้างคาว
- สัมผัสสารคดั หล่งั ของผู้ป่วยยืนยนั เชน่ เลือด นา้� ลาย
- เดินทางมาจากพน้ื ท่ที ีม่ ีการระบาดของโรคในแถบแอฟริกา เช่น อกู นั ดา แองกาโล เคนยา เป็นต้น
2.2 ผู้ปว่ ยสงสัย (Suspected case) หมายถึง ผูป้ ่วยเข้าเกณฑส์ อบสวนโรค (PUI)
2.3 ผปู้ ว่ ยเขา้ ขา่ ย (Probable case) หมายถงึ ผปู้ ว่ ยเขา้ เกณฑส์ อบสวนโรค (PUI) และมปี ระวตั เิ ชอ่ื มโยงทางระบาด
วทิ ยากบั ผปู้ ว่ ยยนื ยนั
2.4 ผปู้ ว่ ยยนื ยนั (Confirmed case) หมายถงึ ผปู้ ว่ ยเขา้ เกณฑส์ อบสวนโรค (PUI) และมผี ลบวกตามเกณฑท์ างหอ้ ง
ปฏิบตั ิการจา� เพาะขอ้ ใดขอ้ หนง่ึ
3. การรายงานผู้ปว่ ยตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 (Reporting criteria)
- เม่ือพบผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค (Patient under investigation: PUI) ให้รายงานแก่เจ้าพนักงานควบคุมโรค
ตดิ ตอ่ ระดบั จงั หวดั หรอื กรมควบคมุ โรค ภายใน 3 ชวั่ โมง หากเจา้ พนกั งานควบคมุ โรคตดิ ตอ่ ระดบั จงั หวดั ไดร้ บั รายงานแลว้
ตอ้ งแจง้ ต่อเจา้ พนักงานควบคุมโรคตดิ ต่อของกรมควบคมุ โรค ภายใน 1 ชัว่ โมง
- ในกรณพี บผู้ป่วยยืนยัน ใหป้ ระเทศสมาชิกรายงานไปยงั องค์การอนามยั โลก (WHO) ทนั ที
18 นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อท่ีต้องเฝ้าระวังในประเทศไทย
4. การตรวจสอบความถกู ตอ้ งของข้อมลู (Verification)
- ต้องตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลพื้นที่การระบาดจากองค์การอนามัยโลก (WHO) หรือศูนย์ควบคุมและ
ป้องกนั โรคแห่งชาติสหรฐั อเมริกา (CDC) หรอื องค์กรระหวา่ งประเทศ
5. การสอบสวนโรค (Epidemiological investigation)
5.1 การสอบสวนผู้ป่วยเฉพาะราย (Case investigation) กรณีพบผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค (Patient under
investigation: PUI) ให้กรมควบคุมโรคร่วมกับเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อของจังหวัด และหน่วยปฏิบัติการควบคุม
โรคตดิ ตอ่ (CDCU) ของอา� เภอดา� เนนิ การสอบสวนโรคภายใน 12 ชวั่ โมงหลงั จากพบผปู้ ว่ ย และประสานหนว่ ยงานทเี่ กย่ี วขอ้ ง
เพื่อด�าเนินการปอ้ งกันควบคุมโรคในพน้ื ท่รี ะบาด
5.2 การสอบสวนระบาด (Outbreak investigation) กรณีพบผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค (Patient under
investigation: PUI) ตง้ั แต ่ 2 รายขน้ึ ไป ทม่ี ปี ระวตั เิ ชอื่ มโยงทางระบาดวทิ ยากบั ผปู้ ว่ ยยนื ยนั หรอื พบผปู้ ว่ ยสงสยั /เขา้ ขา่ ย/
ยืนยัน เพียง 1 ราย ให้กรมควบคุมโรคร่วมกับเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อของจังหวัด และหน่วยปฏิบัติการควบคุม
โรคติดต่อ (CDCU) ของอ�าเภอด�าเนินการสอบสวนโรคภายใน 12 ชั่วโมงหลังจากพบผู้ป่วย และประสานคณะกรรมการ
โรคติดต่อจังหวดั เพือ่ ด�าเนินการปอ้ งกันควบคมุ โรคในพ้นื ทีร่ ะบาด
6. หมายเหตุ (Remarks)
- ระยะฟักตวั 2–21 วนั
- ในกรณีท่มี ีการระบาดในประเทศไทย นิยามผู้ป่วย PUI ไมจ่ �าเปน็ ต้องมปี ระวัติเสี่ยง
7. เอกสารอา้ งอิง (References)
7.1 World Health Organization. Marburg virus disease [Internet]. [cited 2019 Oct 3]. Available from:
https://www.who.int/csr/disease/marburg/en/
นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อท่ีต้องเฝ้าระวังในประเทศไทย 19
โรคติดเชอ้ื ไวรัสอีโบลา (Ebola virus disease: EVD)
ICD-10: A98.4
1. นยิ ามในการเฝา้ ระวงั โรค (Case definition for surveillance)
1.1 เกณฑ์ทางคลินิก (Clinical criteria)
มีไข้สูงเฉียบพลัน อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ และเจ็บคอ ตามด้วยอาการอาเจียน อุจจาระร่วง
ถ่ายเหลว และมีผ่ืน ในกรณีอาการรุนแรง จะมีเลือดออกง่าย โดยเกิดทั้งเลือดออกภายในและภายนอกร่างกาย มีภาวะ
ตับถกู ทา� ลาย และไตวาย
1.2 เกณฑ์ทางห้องปฏบิ ัตกิ าร (Laboratory criteria)
1.2.1 การตรวจทางหอ้ งปฏิบตั กิ ารทัว่ ไป (Presumptive diagnosis)
ผลการตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการ พบเม็ดเลือดขาวต่�า เกล็ดเลือดต�่า ระดับเอนไซม์ Amylase,
Alanine aminotransferase, Aspartate aminotransferase สูง และค่า Prothrombin time ร่วมกับ partial
thromboplastin time มีค่ายาวนานข้ึน
1.2.2 การตรวจทางหอ้ งปฏบิ ตั ิการจา� เพาะ (Specific diagnosis)
การตรวจหาเชอ้ื /แอนติเจน/สารพันธกุ รรมของเชอื้ (Pathogen identification)
- วธิ ี Real-time reverse-transcriptase polymerase chain reaction (RT-PCR) จากตวั อยา่ งเลอื ด
พบสารพนั ธกุ รรมของเชอ้ื Ebola virus
- วธิ เี พาะแยกเชอ้ื ไวรสั (Viral isolation) หลังการติดเชื้อ 3–10 วนั พบเชอ้ื Ebola virus (EV)
- วิธี Immunohistochemistry (IHC) ในเนอื้ เยอ่ื ของผู้ป่วยเสยี ชวี ติ พบเชือ้ Ebola virus (EV)
การตรวจหาภมู ิคุ้มกนั ของเชอ้ื (Serology)
- วธิ ี Enzyme-linked immunosorbent assay (ELISA) จากตวั อยา่ งเลอื ด หลงั จากตดิ เชอื้ 3–10 วนั
พบภูมิค้มุ กนั (IgM) หรอื หลัง 10 วัน หรือ ระยะฟื้นตวั พบภูมิคมุ้ กัน (IgM/IgG)
2. ประเภทผู้ปว่ ย (Case classification)
2.1 ผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์สอบสวนโรค (Patient under investigation: PUI) หมายถึง ผู้ท่ีมีไข้ตั้งแต่ 38 องศา-
เซลเซียสขึ้นไป และมปี ระวตั ิสมั ผัสโรคในชว่ ง 21 วันก่อนเริ่มปว่ ย ขอ้ ใดขอ้ หน่ึง ดงั น้ี
- อาศัยอย่ ู หรอื เดนิ ทางมาจากประเทศทีเ่ กิดโรค
- ดูแลใกลช้ ิดและสัมผัสผู้ป่วยหรอื ศพของผปู้ ่วยทีส่ งสัยตดิ เชื้อไวรสั อโี บลา
- สัมผสั โดยตรงกบั สตั วจ์ �าพวกค้างคาว หนู ลงิ สัตวป์ ่าเท้ากบี ท่ีมาจากพ้นื ทีเ่ กิดโรค
2.2 ผปู้ ว่ ยสงสยั (Suspected case) หมายถงึ ผปู้ ว่ ยเขา้ เกณฑส์ อบสวน (PUI) ทม่ี อี าการเลอื ดออกผดิ ปกต ิ มอี าการ
รุนแรงท่ีเกิดกับหลายระบบอวัยวะและทรุดลงอย่างรวดเร็ว (Severe and rapid progressive) รวมท้ังผู้เสียชีวิต
โดยทมี่ ีอาการดงั กล่าว โดยไม่ทราบสาเหตอุ ืน่ ๆ ที่ชดั เจน
2.3 ผู้ป่วยเข้าข่าย (Probable case) หมายถึง ผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวน (PUI) หรือ ผู้ป่วยสงสัยที่มีประวัติสัมผัส
ผปู้ ว่ ย หรอื ศพ หรอื สารคดั หลง่ั ของผปู้ ว่ ยทย่ี นื ยนั หรอื าจะเปน็ ผตู้ ดิ เชอื้ ไวรสั อโี บลา หรอื ผปู้ ว่ ยทเ่ี สยี ชวี ติ โดยไมท่ ราบสาเหตุ
รายอ่ืน
20 นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวังในประเทศไทย
2.4 ผู้ป่วยยืนยัน (Confirmed case) หมายถึง ผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวน (PUI) หรือ ผู้ป่วยสงสัย และมีผลบวก
ตามเกณฑ์ทางหอ้ งปฏิบัติการจา� เพาะขอ้ ใดขอ้ หน่ึง
3. การรายงานผู้ปว่ ยตามพระราชบัญญตั โิ รคตดิ ตอ่ พ.ศ. 2558 (Reporting criteria)
- เมื่อพบผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค (Patient under investigation: PUI) ให้รายงานแก่เจ้าพนักงานควบคุม
โรคตดิ ตอ่ ระดบั จงั หวดั หรอื กรมควบคมุ โรค ภายใน 3 ชวั่ โมง หากเจา้ พนกั งานควบคมุ โรคตดิ ตอ่ ระดบั จงั หวดั ไดร้ บั รายงานแลว้
ต้องแจ้งตอ่ เจา้ พนกั งานควบคุมโรคติดต่อของกรมควบคมุ โรค ภายใน 1 ชั่วโมง
- ในกรณพี บผู้ป่วยยืนยัน ให้ประเทศสมาชิกรายงานไปยงั องคก์ ารอนามัยโลก (WHO) ทนั ที
4. การตรวจสอบความถูกตอ้ งของขอ้ มูล (Verification)
- ต้องตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลพ้ืนท่ีการระบาดจากองค์การอนามัยโลก (WHO) หรือศูนย์ควบคุมและ
ป้องกนั โรคแหง่ ชาติสหรัฐอเมรกิ า (CDC) หรือองค์กรระหวา่ งประเทศ
5. การสอบสวนโรค (Epidemiological investigation)
5.1 การสอบสวนผู้ป่วยเฉพาะราย (Case investigation) กรณีพบผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค (Patient under
investigation: PUI) ให้กรมควบคุมโรคร่วมกับเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อของจังหวัด และหน่วยปฏิบัติการควบคุม
โรคตดิ ตอ่ (CDCU) ของอา� เภอดา� เนนิ การสอบสวนโรคภายใน 12 ชวั่ โมงหลงั จากพบผปู้ ว่ ย และประสานหนว่ ยงานทเ่ี กยี่ วขอ้ ง
เพ่อื ดา� เนินการปอ้ งกันควบคุมโรคในพนื้ ทีร่ ะบาด
5.2 การสอบสวนระบาด (Outbreak investigation) กรณีพบผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค (Patient under
investigation: PUI) ตง้ั แต ่ 2 รายขนึ้ ไป ทมี่ ปี ระวตั เิ ชอื่ มโยงทางระบาดวทิ ยากบั ผปู้ ว่ ยยนื ยนั หรอื พบผปู้ ว่ ยสงสยั /เขา้ ขา่ ย/
ยืนยัน เพียง 1 ราย ให้กรมควบคุมโรคร่วมกับเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อของจังหวัด และหน่วยปฏิบัติการควบคุม
โรคติดต่อ (CDCU) ของอ�าเภอด�าเนินการสอบสวนโรคภายใน 12 ช่ัวโมงหลังจากพบผู้ป่วย และประสานคณะกรรมการ
โรคติดตอ่ จังหวัดเพอื่ ด�าเนินการปอ้ งกนั ควบคมุ โรคในพ้นื ที่ระบาด
6. หมายเหต ุ (Remarks)
- ระยะฟกั ตัว 2–21 วัน
- ในกรณีท่มี ีการระบาดในประเทศไทย นิยามผู้ป่วย PUI ไม่จ�าเป็นต้องมปี ระวัตเิ ส่ยี ง
7. เอกสารอา้ งอิง (References)
7.1 World Health Organization. Ebola-virus-disease [Internet]. [cited 2019 Oct 3]. Available from:
https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/ebola-virus-disease
นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวังในประเทศไทย 21
โรคติดเช้อื ไวรัสเฮนดรา (Hendra virus disease: HeV)
ICD-10: -
1. นยิ ามในการเฝา้ ระวังโรค (Case definition for surveillance)
1.1 เกณฑท์ างคลินิก (Clinical criteria)
ไขส้ งู ปวดศรี ษะ เจบ็ คอ วงิ เวยี น ซมึ และสบั สน หรอื อาการคลา้ ยไขห้ วดั ใหญ ่ ปอดอกั เสบ ในรายทม่ี อี าการรนุ แรง
จะมอี าการระบบทางเดินหายใจลม้ เหลว สมองอกั เสบ และอาจถงึ ขน้ั เสียชีวิตได้
1.2 เกณฑ์ทางห้องปฏบิ ตั ิการ (Laboratory criteria)
1.2.1 การตรวจทางห้องปฏบิ ัติการทั่วไป (Presumptive diagnosis)
ไมม่ ี
1.2.2 การตรวจทางห้องปฏิบัติการจา� เพาะ (Specific diagnosis)
การตรวจหาเชอ้ื /แอนตเิ จน/สารพันธุกรรมของเชือ้ (Pathogen identification)
- วธิ ี Polymerase chain reaction (PCR) หรอื ถอดรหสั พนั ธกุ รรมดว้ ยวธิ ี Molecular sequencing
จากตวั อย่างเลอื ด เสมหะ สารคัดหล่ังทางเดนิ หายใจ หรอื นา�้ ไขสันหลงั
- วิธเี พาะแยกเชื้อไวรัส (Viral isolation) พบเช้อื Hendra virus
การตรวจหาภมู ิคุ้มกันของเช้อื (Serology)
- วธิ ี Enzyme-linked immunosorbent assay (ELISA) ในเลือด พบภมู ิคุ้มกัน (IgM/IgG)
2. ประเภทผูป้ ่วย (Case classification)
2.1 ผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค (Patient under investigation: PUI) หมายถึง ผู้ป่วยท่ีมีอาการทางติดเชื้อ
ในระบบทางเดินหายใจ เช่น ไอ เจ็บคอ ปวดอักเสบ หรือติดเชื้อในระบบประสาท เช่น สมองอักเสบ เยื่อหุ้มสมองอักเสบ
ร่วมกบั มีประวัติเสี่ยงอย่างนอ้ ยหนึ่งข้อ ดงั นี้
- สมั ผสั สารคดั หล่ังจากมา้ ท่ีตดิ เชื้อ
- สมั ผสั ปัสสาวะของค้างคาว
- เดนิ ทางมาจากพน้ื ทที่ ี่พบการรายงานของโรคเฮนดรา เชน่ ทวีปออสเตรเลยี
2.2 ผ้ปู ว่ ยสงสยั (Suspected case) หมายถึง ผปู้ ่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค (PUI)
2.3 ผู้ป่วยเข้าข่าย (Probable case) หมายถึง ผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค (PUI) และมีประวัติเชื่อมโยงทาง
ระบาดวิทยากบั ผู้ปว่ ยยนื ยัน
2.4 ผู้ป่วยยืนยัน (Confirmed case) หมายถึง ผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค (PUI) และมีผลบวกตามเกณฑ์ทาง
ห้องปฏบิ ัตกิ ารจา� เพาะข้อใดข้อหนึ่ง
3. การรายงานผปู้ ว่ ยตามพระราชบญั ญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 (Reporting criteria)
- เมื่อพบผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค (Patient under investigation: PUI) ให้รายงานแก่เจ้าพนักงานควบคุม
โรคติดต่อระดับจังหวัด หรือกรมควบคุมโรค ภายใน 3 ช่ัวโมง หากเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อระดับจังหวัดได้รับ
รายงานแลว้ ต้องแจ้งต่อเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดตอ่ ของกรมควบคุมโรค ภายใน 1 ช่วั โมง
- ในกรณพี บผปู้ ว่ ยยนื ยนั ใหป้ ระเทศสมาชกิ รายงานไปยังองค์การอนามัยโลก (WHO) ทันที
22 นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวังในประเทศไทย
4. การตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล (Verification)
- ต้องตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลพ้ืนท่ีการระบาดจากองค์การอนามัยโลก (WHO) หรือศูนย์ควบคุมและ
ป้องกนั โรคแหง่ ชาตสิ หรฐั อเมริกา (CDC) หรอื องค์กรระหวา่ งประเทศ
5. การสอบสวนโรค (Epidemiological investigation)
5.1 การสอบสวนผู้ป่วยเฉพาะราย (Case investigation) กรณีพบผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค (Patient under
investigation: PUI) ให้กรมควบคุมโรคร่วมกับเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อของจังหวัด และหน่วยปฏิบัติการควบคุม
โรคตดิ ตอ่ (CDCU) ของอา� เภอดา� เนนิ การสอบสวนโรคภายใน 12 ชวั่ โมงหลงั จากพบผปู้ ว่ ย และประสานหนว่ ยงานทเี่ กยี่ วขอ้ ง
เพอื่ ด�าเนินการป้องกนั ควบคุมโรคในพื้นทรี่ ะบาด
5.2 การสอบสวนระบาด (Outbreak investigation) กรณีพบผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค (Patient under
investigation: PUI) ตงั้ แต ่ 2 รายขนึ้ ไป ทม่ี ปี ระวตั เิ ชอื่ มโยงทางระบาดวทิ ยากบั ผปู้ ว่ ยยนื ยนั หรอื พบผปู้ ว่ ยสงสยั /เขา้ ขา่ ย/
ยืนยัน เพียง 1 ราย ให้กรมควบคุมโรคร่วมกับเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อของจังหวัด และหน่วยปฏิบัติการควบคุม
โรคติดต่อ (CDCU) ของอ�าเภอด�าเนินการสอบสวนโรคภายใน 12 ชั่วโมงหลังจากพบผู้ป่วย และประสานคณะกรรมการ
โรคติดต่อจังหวัดเพื่อด�าเนนิ การปอ้ งกนั ควบคุมโรคในพื้นท่รี ะบาด
6. หมายเหต ุ (Remarks)
- ระยะฟกั ตัว 9-16 วัน
- ในปจั จบุ นั พบเช้อื ไวรสั เฮนดราในทวีปออสเตรเลียเท่านัน้
7. เอกสารอ้างองิ (References)
7.1 World Health Organization. Hendra virus infection [Internet]. [cited 2019 Oct 3]. Available from:
https://www.who.int/health-topics/hendra-virus-disease#tab=tab_1
นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อท่ีต้องเฝ้าระวังในประเทศไทย 23
โรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง หรือโรคซาร์ส
(Severe acute respiratory syndrome: SARS)
ICD-10: U04.9
1. นิยามในการเฝา้ ระวงั โรค (Case definition for surveillance)
1.1 เกณฑ์ทางคลินิก (Clinical criteria)
ไขส้ ูง (มากกว่า 38 องศาเซลเซยี ส) ไอ หอบเหนอ่ื ย หายใจลา� บาก ปวดศีรษะ หนาวสัน่ และมภี าวะปอดบวม
1.2 เกณฑ์ทางห้องปฏบิ ัตกิ าร (Laboratory criteria)
1.2.1 การตรวจทางห้องปฏบิ ตั ิการทั่วไป (Presumptive diagnosis)
- ผลการตรวจเอกซเรย์ปอดพบมีภาวะ Infiltration ร่วมกับ ปอดบวม (Pneumonia) หรือมีภาวะระบบ
หายใจลม้ เหลว (Respiratory distress syndrome: RDS)
1.2.2 การตรวจทางหอ้ งปฏบิ ตั ิการจา� เพาะ (Specific diagnosis)
การตรวจหาเชือ้ /แอนติเจน/สารพนั ธกุ รรมของเชอื้ (Pathogen identification)
- วิธี Polymerase chain reaction (PCR) หรือ Nested RT-PCR หรือ Real-time RT-PCR
โดยป้ายเชื้อจากโพรงจมูก (Nasopharyngeal swab) หรือป้ายเช้ือจากคอหอย (Throat swab) พบสารพันธุกรรม
ของเชื้อ SARS coronavirus (SARS-CoV)
- วิธีเพาะแยกเชื้อไวรัส (Viral isolation) พบเชอื้ SARS coronavirus (SARS-CoV)
การตรวจหาภูมคิ มุ้ กนั ของเชอ้ื (Serology)
- วธิ ี Indirect immunofluorescent antibody assay (IFA) หรือ Enzyme-linked immunosorbent
assay (ELISA) เพอื่ ตรวจหาระดบั ภมู คิ มุ้ กนั โดยใชต้ วั อยา่ งซรี มั่ ค ู่ (Paired sera) เกบ็ หา่ งกนั อยา่ งนอ้ ย 10–14 วนั และพบ
ระดบั ภมู คิ มุ้ กนั เพม่ิ ขึ้นอย่างน้อย 4 เท่า (Four fold rising)
2. ประเภทผู้ปว่ ย (Case classification)
2.1 ผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค (Patient under investigation: PUI) หมายถึง ผู้ป่วยท่ีมีอาการตามเกณฑ์
รว่ มกับมีประวัตเิ ส่ยี ง ดงั น้ี
กรณีที ่ 1 ผูป้ ่วยท่มี ีไขม้ ากกวา่ 38 องศาเซลเซยี ส ร่วมกับไอ หายใจเหนอื่ ย หรอื หายใจลา� บาก
กรณที ี่ 2 ผู้ทีเ่ สียชีวิตจากโรคตดิ เชอ้ื ทางเดนิ หายใจเฉียบพลันท่ีหาสาเหตไุ มไ่ ด ้
รว่ มกบั มีประวัติในชว่ งเวลา 10 วันกอ่ นวันเริ่มปว่ ยอยา่ งน้อยหน่ึงข้อ ดังนี้
- มีประวตั ิใกลช้ ิดกับผ้ปู ่วยท่ีสงสัยการตดิ เชื้อ SARS
- เดนิ ทางมาจากประเทศทมี่ กี ารระบาดของโรค SARS
- อาศัยอยูใ่ นพ้นื ทที่ ่ีมีการระบาดของโรค SARS
- สมั ผสั สตั วท์ เ่ี ปน็ แหล่งรังโรค SARS เชน่ ชะมด
2.2 ผปู้ ่วยสงสัย (Suspected case) หมายถงึ ผูป้ ่วยเขา้ เกณฑส์ อบสวนโรค (PUI)
2.3 ผ้ปู ว่ ยเขา้ ขา่ ย (Probable case) หมายถงึ ผปู้ ว่ ยทีม่ ีอาการตามเกณฑ ์ ดังน ้ี
กรณที ี่ 1 ผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค (PUI) ที่มีผลการตรวจเอกซเรย์ปอดพบว่ามี Infiltration เป็นปอดบวม
(Pneumonia) หรอื มีภาวะระบบหายใจลม้ เหลว (Respiratory distress syndrome: RDS)
24 นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อท่ีต้องเฝ้าระวังในประเทศไทย
กรณที ี่ 2 ผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค (PUI) ที่เสียชีวิต ร่วมกับมีผลการชันสูตรพยาธิสภาพของโรคเข้าได้กับ
ภาวะระบบหายใจลม้ เหลว (Respiratory distress syndrome: RDS) โดยหาสาเหตอุ ่นื ไมไ่ ด้
กรณที ่ ี 3 ผู้ปว่ ยเข้าเกณฑส์ อบสวนโรค (PUI) และมปี ระวัติเช่อื มโยงทางระบาดวิทยากบั ผู้ปว่ ยยนื ยัน
2.4 ผู้ป่วยยืนยัน (Confirmed case) หมายถึง ผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค (PUI) และมีผลการตรวจทาง
ห้องปฏบิ ัติการจ�าเพาะขอ้ ใดข้อหน่ึง
3. การรายงานผูป้ ว่ ยตามพระราชบัญญัติโรคติดตอ่ พ.ศ. 2558 (Reporting criteria)
- เม่ือพบผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค (Patient under investigation: PUI) ให้รายงานแก่เจ้าพนักงานควบคุม
โรคติดต่อระดับจังหวัด หรือกรมควบคุมโรค ภายใน 3 ช่ัวโมง หากเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อระดับจังหวัดได้รับ
รายงานแล้ว ตอ้ งแจ้งต่อเจ้าพนักงานควบคมุ โรคตดิ ตอ่ ของกรมควบคมุ โรค ภายใน 1 ชัว่ โมง
- ในกรณีพบผู้ปว่ ยยืนยนั ให้ประเทศสมาชิกรายงานไปยงั องค์การอนามัยโลก (WHO) ทนั ที
4. การตรวจสอบความถกู ต้องของข้อมลู (Verification)
- ต้องตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลพ้ืนที่การระบาดจากองค์การอนามัยโลก (WHO) หรือศูนย์ควบคุมและ
ป้องกันโรคแห่งชาตสิ หรัฐอเมริกา (CDC) หรอื องคก์ รระหวา่ งประเทศ
5. การสอบสวนโรค (Epidemiological investigation)
5.1 การสอบสวนผู้ป่วยเฉพาะราย (Case investigation) กรณีพบผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค (Patient under
investigation: PUI) ให้กรมควบคุมโรคร่วมกับเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อของจังหวัด และหน่วยปฏิบัติการควบคุม
โรคตดิ ตอ่ (CDCU) ของอา� เภอดา� เนนิ การสอบสวนโรคภายใน 12 ชว่ั โมงหลงั จากพบผปู้ ว่ ย และประสานหนว่ ยงานทเ่ี กย่ี วขอ้ ง
เพ่อื ดา� เนินการป้องกันควบคมุ โรคในพ้ืนท่ีระบาด
5.2 การสอบสวนระบาด (Outbreak investigation) กรณีพบผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค (Patient under
investigation: PUI) ตง้ั แต ่ 2 รายขน้ึ ไป ทมี่ ปี ระวตั เิ ชอ่ื มโยงทางระบาดวทิ ยากบั ผปู้ ว่ ยยนื ยนั หรอื พบผปู้ ว่ ยสงสยั /เขา้ ขา่ ย/
ยืนยัน เพียง 1 ราย ให้กรมควบคุมโรคร่วมกับเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อของจังหวัด และหน่วยปฏิบัติการควบคุม
โรคติดต่อ (CDCU) ของอ�าเภอด�าเนินการสอบสวนโรคภายใน 12 ชั่วโมงหลังจากพบผู้ป่วย และประสานคณะกรรมการ
โรคตดิ ต่อจังหวดั เพ่อื ด�าเนนิ การป้องกันควบคุมโรคในพื้นท่ีระบาด
6. หมายเหตุ (Remarks)
- ระยะฟักตัว 1–14 วนั
- ในกรณที ี่มกี ารระบาดในประเทศไทย นยิ ามผูป้ ว่ ย PUI ไม่จ�าเปน็ ตอ้ งมปี ระวตั ิเส่ยี ง
7. เอกสารอ้างองิ (References)
7.1 Centers for Disease Control and Prevention. Fact Sheet for SARS Patients and Their Close Contacts
[Internet]. [cited 2019 Oct 3]. Available from: https://www.cdc.gov/sars/about/fs-closecontact.html
7.2 World Health Organization. Case Definitions for Surveillance of Severe Acute Respiratory Syndrome
(SARS) [Internet]. [cited 2019 Oct 3]. Available from: https://www.who.int/csr/sars/asedefinition/en/
นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวังในประเทศไทย 25
โรคทางเดนิ หายใจตะวันออกกลาง หรอื โรคเมอร์ส
(Middle East respiratory syndrome: MERS)
ICD-10: B97.2
1. นยิ ามในการเฝา้ ระวงั โรค (Case definition for surveillance)
1.1 เกณฑ์ทางคลนิ กิ (Clinical criteria)
ไข้ ไอ หอบเหน่ือย บางรายจะมีอาการทางระบบทางเดินอาหาร ไดแ้ ก่ อุจจาระร่วง คลน่ื ไส ้ หรืออาเจียน ในกรณี
ที่มีอาการรุนแรงจะมีภาวะปอดบวม หรือไตวายได ้
1.2 เกณฑท์ างห้องปฏบิ ัตกิ าร (Laboratory criteria)
1.2.1 การตรวจทางห้องปฏบิ ัตกิ ารทัว่ ไป (Presumptive diagnosis)
ไมม่ ี
1.2.2 การตรวจทางหอ้ งปฏบิ ัตกิ ารจา� เพาะ (Specific diagnosis)
การตรวจหาเช้อื /แอนตเิ จน/สารพนั ธกุ รรมของเช้อื (Pathogen identification)
- วิธี Polymerase chain reaction (PCR) จากตัวอย่างเสมหะ หรือการป้ายเช้ือจากโพรงจมูก
(Nasopharyngeal swab) รว่ มกบั ป้ายเช้ือจากคอหอย (Throat swab) พบสารพันธกุ รรมของเชือ้ MERS-CoV
- การตรวจล�าดับนวิ คลโิ อไทด์ (Nucleotide sequencing) ตอ่ ยีน RdRp หรือ N gene
2. ประเภทผ้ปู ว่ ย (Case classification)
2.1 ผูป้ ่วยท่ีเข้าเกณฑส์ อบสวนโรค (Patients under investigated: PUI) มี 3 กรณ ี ดังนี้
กรณที ี่ 1 ผปู้ ว่ ยตดิ เชอื้ ระบบทางเดนิ หายใจสว่ นบน ไดแ้ ก ่ ไอ นา้� มกู เจบ็ คอ เปน็ ตน้ และมปี ระวตั เิ ดนิ ทางมาจาก
พนื้ ที่ท่พี บผ้ปู ่วยในช่วงเวลา 14 วนั ก่อนวันเร่มิ ปว่ ย ร่วมกบั มลี กั ษณะอย่างใดอย่างหนึง่ ดังนี้
- มีอุณหภูมิรา่ งกายมากกว่าหรอื เท่ากบั 38 องศาเซลเซียส
- มปี ระวัติเข้ารับบรกิ ารในโรงพยาบาลในพ้ืนท่ีเส่ยี งในชว่ ง 14 วันก่อนวันเริม่ ปว่ ย
- มีประวตั สิ มั ผัสอูฐ หรือดื่มนมอูฐในชว่ ง 14 วันก่อนวนั เรม่ิ ป่วย
- มีประวตั ิสมั ผัสใกล้ชิดกับผ้ปู ว่ ยโรคเมอร์สในช่วง 14 วนั กอ่ นวนั เริ่มป่วย
กรณีท่ี 2 ผปู้ ว่ ยปอดบวมทมี่ ปี ระวตั เิ สยี่ ง หมายถงึ ผปู้ ว่ ยปอดบวมทม่ี ปี ระวตั อิ ยา่ งใดอยา่ งหนง่ึ ในชว่ งเวลา 14 วนั
กอ่ นวนั เร่มิ ปว่ ย ไดแ้ ก่
- อาศัย หรือเดนิ ทาง หรอื เป็นผู้สัมผสั ของผทู้ เี่ ดนิ ทางจากพ้นื ท่ีทพี่ บผ้ปู ่วย
- เป็นบุคลากรทางการแพทย์ที่ดูแลผู้ป่วยปอดบวม หรือเจ้าหน้าท่ีห้องปฏิบัติการที่ตรวจตัวอย่าง
จากระบบทางเดนิ หายใจ
- ผู้สัมผัสใกล้ชดิ “ผู้ป่วยเขา้ ขา่ ย” หรือ “ผูป้ ว่ ยยนื ยนั ” โรคเมอร์ส
- ผู้ป่วยปอดบวมเป็นกลุ่มก้อน (พบผู้ป่วยต้ังแต่ 2 คนขึ้นไป) ในชุมชน หรือที่ท�างานเดียวกัน หรือมี
ประวตั ิเชอื่ มโยงทางระบาดวิทยา
กรณีที่ 3 ผปู้ ว่ ยปอดบวมรนุ แรง หรอื ภาวะระบบทางเดนิ หายใจลม้ เหลวเฉยี บพลนั (Acute respiratory distress
syndrome: ARDS) ที่ไมท่ ราบเชอ้ื สาเหตุ (ปอดบวมรนุ แรง หมายถึง ผปู้ ว่ ยปอดบวมทีต่ ้องใสเ่ ครอ่ื งช่วยหายใจ) ถงึ แมไ้ ม่มี
ประวตั เิ สย่ี งกต็ าม
26 นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อท่ีต้องเฝ้าระวังในประเทศไทย
2.2 ผูป้ ่วยเขา้ ขา่ ย (Probable case) แบง่ เปน็ 3 กรณี ดงั นี้
กรณที ่ี 1 ผู้ป่วยปอดบวม หรือ ภาวะระบบทางเดินหายใจล้มเหลวเฉียบพลัน (Acute respiratory distress
syndrome: ARDS) ซ่ึงมีประวัติอาศัยอยู่ หรือเดินทางไปประเทศแถบตะวันออกกลางที่มีรายงานการระบาดโรคเมอร์ส
ในช่วง 14 วันก่อนวันเริ่มป่วย ร่วมกับมีผลการตรวจท่ีไม่สามารถสรุปผลได้ (Inconclusive) เช่น ตรวจ PCR ให้ผลบวก
เพียงชดุ เดยี ว
กรณที ี่ 2 ผู้ป่วยปอดบวม หรือ ภาวะระบบทางเดินหายใจล้มเหลวเฉียบพลัน (Acute respiratory distress
syndrome: ARDS) และมีประวัติสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยยืนยันโรคเมอร์ส ร่วมกับไม่มีผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ
หรอื ผลการตรวจหาเชือ้ MERS-CoV ให้ผลลบจากการตรวจเพยี ง 1 ครงั้ โดยเก็บตัวอย่างที่ไม่เหมาะสมหรอื ด้อยคณุ ภาพ
กรณที ี่ 3 ผู้ป่วยท่ีมีอาการของการติดเช้ือระบบทางเดินหายใจเฉียบพลัน (ไม่ว่าจะเป็นอาการของระบบ
ทางเดนิ หายใจสว่ นบนหรอื สว่ นลา่ ง) ซงึ่ มปี ระวตั สิ มั ผสั ใกลช้ ดิ กบั ผปู้ ว่ ยยนื ยนั โรคเมอรส์ รว่ มกบั มผี ลการตรวจทไี่ มส่ ามารถ
สรุปผลได้ เช่น ตรวจ PCR ให้ผลบวกเพียงชดุ เดียว
2.3 ผู้ป่วยยืนยัน (Confirmed case) หมายถึง ผู้ป่วยท่ีเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค (PUI) และมีผลบวกตามเกณฑ์ทาง
หอ้ งปฏบิ ัตกิ ารจา� เพาะ
3. การรายงานผูป้ ว่ ยตามพระราชบัญญตั โิ รคติดตอ่ พ.ศ. 2558 (Reporting criteria)
- เม่ือพบผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค (Patient under investigation: PUI) ให้รายงานแก่เจ้าพนักงานควบคุม
โรคติดต่อระดับจังหวัด หรือกรมควบคุมโรค ภายใน 3 ช่ัวโมง หากเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อระดับจังหวัดได้รับ
รายงานแลว้ ตอ้ งแจง้ ต่อเจ้าพนกั งานควบคมุ โรคตดิ ตอ่ ของกรมควบคมุ โรค ภายใน 1 ชั่วโมง
- ในกรณพี บผปู้ ่วยยนื ยัน ใหป้ ระเทศสมาชิกรายงานไปยงั องคก์ ารอนามยั โลก (WHO) ทนั ที
4. การตรวจสอบความถูกตอ้ งของขอ้ มูล (Verification)
- ต้องตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลพื้นท่ีการระบาดจากองค์การอนามัยโลก (WHO) หรือศูนย์ควบคุมและ
ปอ้ งกนั โรคแหง่ ชาตสิ หรฐั อเมรกิ า (CDC) หรอื องคก์ รระหวา่ งประเทศ
5. การสอบสวนโรค (Epidemiological investigation)
5.1 การสอบสวนผู้ป่วยเฉพาะราย (Case investigation) กรณีพบผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค (Patient under
investigation: PUI) ให้กรมควบคุมโรคร่วมกับเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อของจังหวัด และหน่วยปฏิบัติการควบคุม
โรคตดิ ตอ่ (CDCU) ของอา� เภอดา� เนนิ การสอบสวนโรคภายใน 12 ชวั่ โมงหลงั จากพบผปู้ ว่ ย และประสานหนว่ ยงานทเ่ี กย่ี วขอ้ ง
เพอ่ื ดา� เนนิ การปอ้ งกันควบคมุ โรคในพ้นื ทร่ี ะบาด
5.2 การสอบสวนระบาด (Outbreak investigation) กรณีพบผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค (Patient under
investigation: PUI) ตงั้ แต ่ 2 รายขนึ้ ไป ทมี่ ปี ระวตั เิ ชอื่ มโยงทางระบาดวทิ ยากบั ผปู้ ว่ ยยนื ยนั หรอื พบผปู้ ว่ ยสงสยั /เขา้ ขา่ ย/
ยืนยัน เพียง 1 ราย ให้กรมควบคุมโรคร่วมกับเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อของจังหวัด และหน่วยปฏิบัติการควบคุม
โรคติดต่อ (CDCU) ของอ�าเภอด�าเนินการสอบสวนโรคภายใน 12 ชั่วโมงหลังจากพบผู้ป่วย และประสานคณะกรรมการ
โรคตดิ ต่อจงั หวัดเพ่อื ด�าเนินการปอ้ งกันควบคมุ โรคในพ้ืนที่ระบาด
นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวังในประเทศไทย 27
6. หมายเหต ุ (Remarks)
- ระยะฟักตวั 2-14 วัน โดยเฉลี่ย 5 วัน
- ในกรณที ่ีมีการระบาดในประเทศไทย นิยามผปู้ ว่ ย PUI ไม่จา� เป็นต้องมปี ระวตั ิเสีย่ ง
7. เอกสารอา้ งองิ (References)
7.1 Centers for Disease Control and Prevention. Middle East Respiratory Syndrome (MERS)
[Internet]. [cited 2019 Oct 3]. Available from: https://www.cdc.gov/coronavirus/mers/about/symptoms.
html
28 นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อท่ีต้องเฝ้าระวังในประเทศไทย
วณั โรคดือ้ ยาหลายขนานชนดิ รนุ แรงมาก
(Extensively drug-resistant tuberculosis: XDR-TB)
ICD-10: –
1. นิยามในการเฝา้ ระวังโรค (Case definition for surveillance)
1.1 เกณฑท์ างคลินิก (Clinical criteria)
วัณโรคท่ีมีการดื้อยา 4 ขนานร่วมกัน ได้แก่ ไอโซไนอะซิด (Isoniazid) ไรแฟมพิซิน (Rifampicin) กลุ่มยา
ฟลูออโรควิโนโลน (Fluoroquinolones) และกลุ่มยาทางเลือกท่ี 2 ที่เป็นยาชนิดฉีด (Second-line injectable drugs)
มีอาการไอเร้ือรัง หรือไอเป็นเลือด เบื่ออาหาร น้�าหนักลด อ่อนเพลีย มีไข้ เจ็บหน้าอก หอบเหนื่อย สามารถแพร่เช้ือ
สูผ่ ู้อ่นื ได้ ในรายท่มี ีอาการรุนแรงจะมีอาการระบบการหายใจล้มเหลว และอาจถงึ ขนั้ เสียชวี ติ ได้
1.2 เกณฑท์ างหอ้ งปฏบิ ัติการ (Laboratory criteria)
1.2.1 การตรวจทางหอ้ งปฏิบัติการทวั่ ไป (Presumptive diagnosis)
ไม่มี
1.2.2 การตรวจทางห้องปฏิบตั กิ ารจา� เพาะ (Specific diagnosis)
- วธิ อี ณชู วี วทิ ยา Line probe assay (SL-LPA) เปน็ การทดสอบความไวตอ่ ยาแนวทส่ี อง เพอ่ื หา XDR-TB
ซ่งึ เป็นวิธีทอี่ งค์การอนามัยโลกรับรองและใช้ในปัจจุบัน
2. ประเภทผปู้ ่วย (Case classification)
2.1 ผู้ป่วยสงสัย (Suspected case) หมายถึง ผู้ป่วยวัณโรค หรือ MDR-TB ที่สัมผัสกับผู้ป่วย XDR-TB ที่อยู่ใน
ระยะแพรเ่ ช้ือ โดยมปี ระวตั ิเส่ยี งในการสัมผสั โรค ดังนี้
- ผู้สัมผัสวัณโรคร่วมบ้าน (Household contact) หมายถึง อาศัยอยู่ร่วมบ้านกับผู้ป่วย ถ้านอนห้องเดียวกัน
(Household intimate) มีโอกาสรับและติดเชอ้ื สงู กวา่ ผ้ทู ่ีอาศยั ในบา้ นเดียวกัน แต่นอนแยกห้อง (Household regular)
- ผู้สัมผัสใกล้ชิด (Close contact) หมายถึง ไม่ได้อาศัยร่วมบ้าน แต่อยู่ร่วมกันในพ้ืนที่เฉพาะ เช่น ท�างานท่ี
เดียวกัน เดินทางร่วมกัน ร่วมช้ันเรียนเดียวกันในช่วงเวลานาน โดยใช้เกณฑ์ระยะเวลาเฉลี่ยวันละ 8 ชั่วโมง หรือ
มากกว่า 120 ชว่ั โมงตอ่ เดือน
- ผู้สัมผสั ทเ่ี ป็นเดก็ อายตุ ่�ากว่า 5 ป ี ผ้ตู ดิ เช้อื เอชไอวี หรอื ผูท้ ่มี ีภมู ิคุม้ กนั บกพร่อง
- ผู้สัมผัสที่เป็นผู้ต้องขังในเรือนจ�า ทัณฑสถาน หรือสถานพินิจ ท่ีมีประวัติสัมผัสผู้ป่วย XDR-TB ที่อยู่เรือนนอน
เดียวกนั
2.2 ผู้ป่วยเขา้ ข่าย (Probable case) หมายถึง ไมม่ ี
2.3 ผู้ป่วยยืนยัน (Confirmed case) หมายถึง ผู้ป่วยวัณโรคที่มีการด้ือยา 4 ขนานร่วมกัน ได้แก่ ไอโซไนอะซิด
(Isoniazid) ไรแฟมพิซิน (Rifampicin) กลุ่มยาฟลูออโรควิโนโลน (Fluoroquinolones) ตัวใดตัวหนึ่ง และกลุ่มยา
แนวทีส่ องทเี่ ป็นยาชนดิ ฉดี (Second-line injectable drugs) ตวั ใดตัวหนึ่ง
นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อท่ีต้องเฝ้าระวังในประเทศไทย 29
3. การรายงานผู้ป่วยตามพระราชบัญญตั ิโรคตดิ ตอ่ พ.ศ. 2558 (Reporting criteria)
- เมื่อพบผปู้ ่วยสงสัย (Suspected case) ใหร้ ายงานแกเ่ จ้าพนักงานควบคมุ โรคติดต่อระดบั จังหวัด
4. การตรวจสอบความถกู ต้องของขอ้ มูล (Verification)
- ต้องตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลพื้นท่ีการระบาดจากองค์การอนามัยโลก (WHO) หรือศูนย์ควบคุมและ
ปอ้ งกันโรคแหง่ ชาตสิ หรัฐอเมริกา (CDC) หรอื องคก์ รระหว่างประเทศ
5. การสอบสวนโรค (Epidemiological investigation)
5.1 การสอบสวนผู้ป่วยเฉพาะราย (Case investigation) กรณีพบผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค (Patient
under investigation: PUI) ให้กรมควบคุมโรคร่วมกับเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อของจังหวัด และหน่วยปฏิบัติการ
ควบคมุ โรคตดิ ตอ่ (CDCU) ของอา� เภอดา� เนนิ การสอบสวนโรคภายใน 12 ชวั่ โมงหลงั จากพบผปู้ ว่ ย และประสานหนว่ ยงาน
ที่เก่ยี วข้องเพื่อด�าเนนิ การปอ้ งกันควบคมุ โรคในพนื้ ทร่ี ะบาด
5.2 การสอบสวนระบาด (Outbreak investigation) กรณีพบผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค (Patient under
investigation: PUI) ตง้ั แต ่ 2 รายขนึ้ ไป ทม่ี ปี ระวตั เิ ชอื่ มโยงทางระบาดวทิ ยากบั ผปู้ ว่ ยยนื ยนั หรอื พบผปู้ ว่ ยสงสยั /เขา้ ขา่ ย/
ยืนยัน เพียง 1 ราย ให้กรมควบคุมโรคร่วมกับเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อของจังหวัด และหน่วยปฏิบัติการควบคุม
โรคติดต่อ (CDCU) ของอ�าเภอด�าเนินการสอบสวนโรคภายใน 12 ชั่วโมงหลังจากพบผู้ป่วย และประสานคณะกรรมการ
โรคติดต่อจงั หวัดเพื่อดา� เนนิ การปอ้ งกันควบคมุ โรคในพื้นที่ระบาด
6. หมายเหต ุ (Remarks)
- ระยะฟักตวั 2-10 สปั ดาห์
7. เอกสารอ้างองิ (References)
7.1 Centers for Disease Control and Prevention. Tuberculosis (TB) [Internet]. [cited 2019 Oct 3].
Available from: https://www.cdc.gov/tb/topic/drtb/default.htm
30 นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวังในประเทศไทย
นยิ ามโรคตดิ ตอ่ ที่ตอ้ งเฝ้าระวงั
กลุ่มโรคติดเช้อื
ระบบประสาทสว่ นกลาง
ไข้กาฬหลงั แอน่ (Meningococcal meningitis)
ICD:10 A39.0, A39.2-A39.5, A39.8-A39.9
1. นิยามในการเฝา้ ระวังโรค (Case definition for surveillance)
1.1 เกณฑท์ างคลินกิ (Clinical criteria)
มีไข้ ปวดศีรษะ รว่ มกับมีอาการขอ้ ใดข้อหนึง่ ดงั น ี้
- มีอาการระคายเคืองของเยอื่ หุม้ สมอง เช่น คอแขง็
- ซมึ อาจพบอาการชกั ตรวจรา่ งกายระดบั ความรูส้ ึกตัวอาจปกติจนถงึ โคมา่
- จ้�าเลือดตามผวิ หนังชนิดรุนแรง (Purpura fulminant)
1.2 เกณฑ์ทางหอ้ งปฏบิ ัตกิ าร (Laboratory criteria)
1.2.1 การตรวจทางหอ้ งปฏบิ ัติการทว่ั ไป (Presumptive diagnosis)
การตรวจจากนา้� ไขสนั หลัง (Cerebrospinal fluid: CSF) พบมีความผิดปกติ ดงั น้ี
- เซลล์เม็ดเลือดขาว (White blood cell: WBC) ตั้งแต่ 10–100 เซลล์ต่อลูกบาศก์มิลลิเมตร
และมีเมด็ เลอื ดขาวชนิด PMN สูง
- ระดับนา�้ ตาล (CSF sugar) < 40 mg/dl หรือ < 40% ของ Blood sugar
- ระดับโปรตนี ³ 50 mg%
- การยอ้ มสแี กรมจากเชอ้ื ทเ่ี พาะไดจ้ ากเลอื ด หรอื นา�้ ไขสนั หลงั (CSF) พบ Gram negative diplococci
1.2.2 การตรวจทางห้องปฏิบตั ิการจ�าเพาะ (Specific diagnosis)
การตรวจหาเชอ้ื /แอนติเจน/สารพนั ธุกรรมของเช้อื (Pathogen identification)
- วิธีเพาะแยกเชื้อ Neisseria meningitides จากตัวอย่างเลือด น้�าไขสันหลัง (CSF) โดยใช้
Blood agar หรือ Chocolate agar เชื้ออาจมีลักษณะโคโลนีสีเทา มันวาว Oxidase positive ทดสอบการใช้น�้าตาล
ใหผ้ ลบวก Glucose และ Maltose
- วิธี Latex agglutination (LA) จากตัวอย่างน้�าไขสันหลัง (CSF) เพ่ือตรวจหาแอนติเจนของเชื้อ
ให้ผลบวกกลุม่ Meningococcemia
- วิธี Reverse transcription polymerase chain reaction (RT-PCR) จากตัวอย่างน้�าไขสันหลัง
(CSF) พบสารพนั ธุกรรมของเชอ้ื Neisseria meningitides
2. ประเภทผู้ป่วย (Clinical criteria)
2.1 ผู้ป่วยสงสัย (Suspected case) หมายถงึ ผทู้ ี่มอี าการตามเกณฑ์ทางคลนิ กิ
2.2 ผู้ป่วยเข้าข่าย (Probable case) หมายถึง ผู้ท่ีมีอาการตามเกณฑ์ทางคลินิก และมีผลบวกตามเกณฑ์ทาง
หอ้ งปฏิบัตกิ ารทว่ั ไป หรือมีประวตั เิ ชอ่ื มโยงทางระบาดวิทยากับผูป้ ว่ ยยืนยนั
2.3 ผู้ป่วยยืนยัน (Confirmed case) หมายถึง ผู้ที่มีอาการตามเกณฑ์ทางคลินิก และมีผลบวกตามเกณฑ์ทาง
ห้องปฏิบัติการจา� เพาะขอ้ ใดข้อหนึง่
34 นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวังในประเทศไทย
3. การรายงานผ้ปู ว่ ยตามระบบเฝา้ ระวงั โรค (Reporting criteria)
3.1 ให้รายงานต้ังแต่ผู้ป่วยเข้าข่าย ในระบบเฝ้าระวังโรค (รง. 506) รหัสโรค 19 ด้วยรหัส ICD-10: A39 จ�าแนก
รหสั Organism type ดังนี้
1. N. meningitides group A
2. N. meningitides group B/E. coil K 1
3. N. meningitides group C
4. N. meningitides group Y/W 135
5. N. meningitides group X
6. N. meningitides unknown serogroup
9. Unknown
3.2 ให้รายงานผู้ป่วยจากการสอบสวนโรคเฉพาะราย และการระบาดแบบเป็นกลุ่มก้อนในระบบเฝ้าระวังเหตุการณ ์
(Event-based Surveillance System)
4. การตรวจสอบความถูกตอ้ งของข้อมูล (Verification)
- ผ้ปู ่วยรายเดยี วกนั ท่ีถูกรายงานภายใน 1 ป ี ถอื เปน็ รายงานซา้� ซอ้ น
- ต้องตรวจสอบ (Verify) ข้อมลู ผ้ปู ว่ ยทุกรายทีไ่ ดร้ ับรายงานโรคไข้กาฬหลงั แอน่ และเสียชวี ิต
5. การสอบสวนโรค (Epidemiological investigation)
5.1 การสอบสวนผู้ป่วยเฉพาะราย (Individual investigation) กรณีพบผู้ป่วยสงสัยต้องสอบสวนโรคทุกราย
ทันที เพื่อยืนยันการวินิจฉัย หาเช้ือก่อโรค รวมทั้ง Serogroup ก่อโรคและทดสอบความไวต่อยาปฏิชีวนะ หาผู้สัมผัส
ใกลช้ ิด (Closed contact) โดยท�า Throat swab กอ่ นการใหย้ าปอ้ งกันการติดเชือ้
5.2 การสอบสวนการระบาด (Outbreak investigation) กรณีพบผู้ป่วยยืนยันเป็นกลุ่มก้อนต้ังแต่ 2 รายข้ึนไป
ที่มีความเชื่อมโยงทางระบาดวิทยา เพ่ือหาเช้ือก่อโรคและสาเหตุของการระบาด โดยให้ด�าเนินการตามเง่ือนไข
การออกสอบสวนโรคของทมี ปฏบิ ตั กิ ารสอบสวนโรค (Joint investigation team: JIT) กองระบาดวทิ ยา กรมควบคุมโรค
ฉบับปจั จบุ ัน (ภาคผนวก)
6. หมายเหตุ (Remarks)
- Closed contact หมายถงึ การสมั ผัสโดยตรงกับน�้ามกู นา้� ลายของผูป้ ่วย โดยการไอ จาม หรืออาเจยี นพงุ่ ใส ่
- ระยะฟักตัว : ระหวา่ ง 2-10 วนั (โดยเฉลีย่ 3-4 วนั )
- เกิดจากเช้อื แบคทเี รยี Neisseria meningitides มีระยะฟักตวั ระหว่าง 2-10 วนั (โดยเฉล่ยี 3-4 วนั )
7. เอกสารอา้ งอิง (References)
7.1 ส�านักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. นิยามโรคติดเชื้อ ประเทศไทย. นนทบุรี: โรงพิมพ์
องค์การรบั ส่งสนิ คา้ และพสั ดุภณั ฑ;์ 2546.
7.2 Syeda Fasiha Mohammadi, Asha B Patil, Shobha D Nadagir, Namrata Nandihal, SA Lakshminarayana.
Diagnostic value of latex agglutination test in diagnosis of acute bacterial Meningitis. Ann Indian
Acad Neurol. 2013 Oct-Dec; 16(4): 645–9.
นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวังในประเทศไทย 35
ไขส้ มองอักเสบไม่ระบเุ ชือ้ สาเหตุ (Unspecified encephalitis)
ICD-10: A83.1–A83.5, A83.8–A83.9, A84.0–A84.1, A84.8–A84.9, A85.0–A85.2,
A85.8, A86, B00.4, G04.8–G04.9, G05.1
1. นิยามในการเฝา้ ระวังโรค (Case definition for surveillance)
1.1 เกณฑ์ทางคลนิ ิก (Clinical criteria)
มีไข้ ร่วมกบั มีอาการอยา่ งใดอยา่ งหนึ่ง ดงั นี้
- มีการเปลี่ยนแปลงของระดับความรู้สึกตัว เช่น ซึม สับสน ไม่รู้สึกตัว สูญเสียความสามารถในการพูด/อ่าน/
เขยี น เสยี สมาธ ิ หรอื ความทรงจา� หายไป บางรายอาจมสี ภาวะทางจติ ทเี่ ปลยี่ นแปลงไป เชน่ ประสาทหลอน กระวนกระวาย
หรือมีพฤตกิ รรมเปลี่ยน เป็นต้น
- มีอาการชัก
1.2 เกณฑ์ทางห้องปฏบิ ัติการ (Laboratory criteria)
1.2.1 การตรวจทางหอ้ งปฏิบัตกิ ารทวั่ ไป (Presumptive diagnosis)
- การตรวจตวั อยา่ งนา้� ไขสนั หลงั (CSF) พบเซลลเ์ มด็ เลอื ดขาว (WBC) < 14 เซลลต์ อ่ ลกู ลกู บาศกม์ ลิ ลเิ มตร
(ในเดก็ เล็กอายนุ ้อยกว่าหรือเทา่ กบั 6 สปั ดาห์) หรอื > 4 เซลล์ต่อลกู บาศกม์ ิลลเิ มตร (ในผู้ทีม่ ีอายุมากกวา่ 6 สปั ดาห์)
- การตรวจทางรังสีวิทยาระบบประสาท เช่น Computed tomography (CT) หรือ Magnetic
resonance imaging (MRI) หรือ Electroencephalography ให้ผลท่ีบ่งชี้ว่ามีภาวะสมองอักเสบ และไม่มีหลักฐาน
การวินจิ ฉัยโรคอน่ื ๆ ท่เี ป็น non-inflammatory condition
- การตรวจทางจุลพยาธิวิทยา โดยเก็บตัวอย่างชิ้นเน้ือสมองในผู้ป่วยที่เสียชีวิตแล้ว ให้ผลบ่งช้ีว่ามีภาวะ
สมองอักเสบ
1.2.2 การตรวจทางหอ้ งปฏิบตั กิ ารจา� เพาะ (Specific diagnosis)
การตรวจหาเช้อื /แอนติเจน/สารพนั ธกุ รรมของเชอ้ื (Pathogen identification)
- วิธีเพาะแยกเช้ือ (Culture/Isolation) หรือวิธี Polymerase chain reaction (PCR) ในตัวอย่าง
น้า� ไขสันหลัง ซรี ่ัม พลาสมา เลอื ด หรือเน้ือสมอง พบแอนติเจนหรอื สารพนั ธุกรรมของเช้ือก่อโรค
การตรวจหาภูมคิ ุ้มกันของเชอื้ (Serology)
- การตรวจหาภูมิคุ้มกันในตัวอย่างน�้าไขสันหลัง หรือซีรั่ม พบภูมิคุ้มกันที่จ�าเพาะต่อเชื้อ หรือมีระดับ
ภูมิคุม้ กันเพิม่ ขึ้นอยา่ งน้อย 4 เท่า (Four fold rising)
2. ประเภทผปู้ ว่ ย (Case classification)
2.1 ผปู้ ่วยสงสยั (Suspected case) หมายถงึ ผทู้ มี่ ีอาการตามเกณฑท์ างคลนิ กิ
2.2 ผู้ป่วยเข้าข่าย (Probable case) หมายถึง ผู้ท่ีมีอาการตามเกณฑ์ทางคลินิก และมีผลบวกตามเกณฑ์ทาง
ห้องปฏบิ ัติการทั่วไปขอ้ ใดขอ้ หน่ึง
2.3 ผู้ป่วยยืนยัน (Confirmed case) หมายถึง ผู้ที่มีอาการตามเกณฑ์ทางคลินิก โดยท่ีอาการน้ันคงอยู่อย่างน้อย
24 ชวั่ โมง (โดยทไี่ มไ่ ดเ้ กดิ จากไดร้ บั ยา) และผปู้ ว่ ยอยใู่ นสภาพทต่ี อ้ งเขา้ รบั การรกั ษาในโรงพยาบาล และมผี ลบวกตามเกณฑ์
ทางหอ้ งปฏิบัตกิ ารจา� เพาะขอ้ ใดขอ้ หนึ่ง
36 นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวังในประเทศไทย
3. การรายงานผปู้ ่วยตามระบบเฝา้ ระวังโรค (Reporting criteria)
3.1 ให้รายงานต้ังแต่ผู้ป่วยสงสัย ในระบบเฝ้าระวังโรค (รง. 506) รหัสโรค 28 ด้วยรหัส ICD-10: A83.1–A83.5,
A83.8–A83.9, A84.0–A84.1, A84.8-A84.9, A85.0–A85.2, A85.8, A86, B00.4, G04.8-G04.9, G05.1 จ�าแนกรหัส
Organism type ดังน้ี
1. Viral encephalitis
2. Bacterial encephalitis
3. Encephalitis, others
4. Encephalitis, unspecified
9. Unknown
3.2 หากมีผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการท่ีจ�าเพาะกับโรค บ่งชี้ว่าติดเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรียชนิดใดชนิดหน่ึง
ได้แก่ JE Rabies Nipah Westnile EV Meningcoccus เป็นต้น ให้รายงานตามรหัสโรคในระบบเฝ้าระวังโรค (รง. 506)
ดว้ ยโรค น้นั ๆ
3.3 ใหร้ ายงานผปู้ ว่ ยจากการสอบสวนผปู้ ว่ ยเฉพาะราย และการระบาดแบบเปน็ กลมุ่ กอ้ น ในระบบเฝา้ ระวงั เหตกุ ารณ์
(Event-based Surveillance System)
4. การตรวจสอบขอ้ มลู (Verification)
- ผู้ปว่ ยรายเดยี วกนั ทถี่ ูกรายงานภายใน 30 วนั ถอื เปน็ รายงานซ�้าซ้อน
- ตอ้ งตรวจสอบ (Verify) ขอ้ มลู ผปู้ ่วยทกุ รายที่ไดร้ บั รายงานโรคไข้สมองอักเสบและเสียชีวติ
5. การสอบสวนโรค (Epidemiological investigation)
5.1 การสอบสวนผู้ป่วยเฉพาะราย (Case investigation) กรณีพบผู้ป่วยสงสัยเสียชีวิตทุกราย ควรรีบด�าเนินการ
สอบสวนโรคทันท ี เพ่อื หาสาเหต ุ ปัจจัยเสี่ยง แหล่งแพรโ่ รค และใหส้ ุขศกึ ษาในการป้องกันโรค
5.2 การสอบสวนการระบาด (Outbreak investigation) กรณีพบผู้ป่วยสงสัยเป็นกลุ่มก้อนตั้งแต่ 2 รายข้ึนไปท่ีมี
ความเชื่อมโยงทางระบาดวิทยา และกรณีที่มีจ�านวนผู้ป่วยมากกว่าค่ามัธยฐาน 5 ปีย้อนหลัง เพื่อหาเชื้อก่อโรคและสาเหตุ
ของการระบาด โดยให้ด�าเนินการตามเง่ือนไขการออกสอบสวนโรคของทีมปฏิบัติการสอบสวนโรค (Joint investigation
team: JIT) กองระบาดวิทยา กรมควบคมุ โรค ฉบบั ปัจจบุ ัน (ภาคผนวก)
6. หมายเหตุ (Remarks)
- ระยะฟกั ตวั ของโรคไมช่ ัดเจน ข้ึนอยกู่ บั เชอ้ื ก่อโรคท่เี ปน็ สาเหตุ
ตอ้ งสอบถามประวตั เิ สยี่ ง ในผปู้ ว่ ยไขส้ มองอกั เสบทกุ ราย โดยเฉพาะประวตั กิ ารสมั ผสั สตั วห์ รอื สง่ิ แวดลอ้ ม หากผปู้ ว่ ย
มีประวัติการสัมผัสสัตว์ภายในระยะเวลา 3 ปี และต่อมาเสียชีวิต ให้ด�าเนินการส่งเน้ือสมองเพ่ือตรวจหาเช้ือพิษสุนัขบ้า
(Rabies) ทุกราย
นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวังในประเทศไทย 37