7. การค้นหาผู้สัมผัสโรค วนั เร่มิ ป่วย
ประวัตกิ ารมีเพศสมั พันธ์เสยี่ งของผปู้ ว่ ย หลงั วนั เรมิ่ มีอาการ
ไม่มี มี ระบุ
ชอ่ื -สกลุ /ชื่อเล่น/นามแฝง อายุ เพศ ความสมั พันธ์กับผู้ปว่ ย มีอาการหรือไม่
ผูใ้ ห้ข้อมูล ……………………………………................………..….. หมายเลขโทรศัพท์ …..……………..……................…..……………………
ชือ่ ผูส้ อบสวน .................................................................... ตา� แหน่ง ........................................................................................
หน่วยงาน .......................................................................... อา� เภอ ....................................... จงั หวดั .....................................
วนั ท่สี อบสวน .................................................................... หมายเลขโทรศัพท์ .......................................................................
438 นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อท่ีต้องเฝ้าระวังในประเทศไทย
แบบสอบสวนโรคซิฟิลิสแต่กำาเนิด ในเด็กอายุต่ำากว่า 2 ปี (Congenital syphilis)
1. ข้อมูลทารก
ชอื่ -สกลุ (นาย/นาง/นางสาว/เดก็ ชาย/เด็กหญงิ ) …........................................................................................…..............….
เลขทบี่ ตั รประชาชน - - - - อายุ ……….. ปี .............. เดอื น เพศ ชาย หญงิ
วนั /เดือน/ปี ทค่ี ลอด …………........……. นา�้ หนักแรกคลอด …………........…. กรมั อายคุ รรภท์ คี่ ลอด …....…...…….. สปั ดาห์
สถานะการคลอด มีชีวติ คลอดมีชวี ติ และเสียชวี ติ ภายหลัง ระบวุ ันทเ่ี สียชวี ิต …..........………...........….…….
สาเหตุ ………………………………………………………..………………….................……..………
ตายคลอด ระบุสาเหตุ ……………………………...................…. ไมท่ ราบ
สถานท่คี ลอด รพช. รพศ./รพท. รพ.เอกชน อน่ื ๆ ระบุ …………………….……
HN ……………………. AN ……………............. อาชพี …………....................……...…………………………………….……………….……
ศาสนา ….…………....….…..… สัญชาติ ….…………....….…..… หมายเลขโทรศัพท์ .……………......…………...…………………………
ท่อี ยขู่ ณะปว่ ย บ้านเลขที่ …….…..…… หม่ทู ่ี ……...…… ชอ่ื หมบู่ ้าน/ชมุ ชน ………………………......................…...............…….
ซอย …………. ถนน ……....………..…………….. ตา� บล ………..….................………………... อา� เภอ ……….………............………....
จังหวดั …………………………………................. ในเขตเทศบาลนคร ในเขตเทศบาลเมือง
ในเขตเทศบาลต�าบล ในเขต อบต.
ภมู ลิ า� เนา เป็นท่เี ดยี วกบั ทีอ่ ยู่ขณะป่วยหรือไม่ ใช่ ไมใ่ ช่ ระบุ
บ้านเลขที่ ………..…… หมู่ท่ี ……...…… ชื่อหมู่บ้าน/ชุมชน ………………………………………………………....................…………..…
ซอย …………. ถนน ……....………..…………….. ตา� บล ………..….................………………... อา� เภอ ……….………............………....
จงั หวดั …………………………………................. ในเขตเทศบาลนคร ในเขตเทศบาลเมือง
ในเขตเทศบาลตา� บล ในเขต อบต.
ชือ่ -สกลุ ผูป้ กครอง (กรณีผปู้ ่วยอายตุ า่� กวา่ 15 ป)ี ………………..............…………………… หมายเลขโทรศพั ท์ …………..........
1.1 อาการ/อาการแสดงในทารก
Condyloma lata Syphilitic skin rash Snuffles
Hepatosplenomegaly Hydrop fetalis Edema
Jaundice (non-viral hepatitis) Pseudo paralysis
อ่ืน ๆ ระบุ .................................................................... ไมม่ อี าการ
1.2 ผลการตรวจทางหอ้ งปฏบิ ตั กิ ารของทารก
1. ช่องทางการเกบ็ เลือด : Cord blood Vein อนื่ ๆ ระบุ …………....................…….……
2. การตรวจ Non Treponemal (RPR/VDRL)
ไม่ได้ตรวจ
ตรวจ วนั ที่เจาะเลอื ด ............../............. /.............. Titer …………………………………….....................…………
ไมท่ ราบ
3. การตรวจ Treponemal ไม่ได้ตรวจ IgG IgM IgM/IgG
4. การตรวจรกดู Dark field หรือ special stain
ไม่ได้ตรวจ ตรวจ Dark field ระบผุ ล .....................................................................................................
ตรวจ special stain ระบผุ ล ...........................................................................................................................
ไมท่ ราบ
5. การตรวจ X-rays long bone
ไมไ่ ดต้ รวจ
ตรวจและผลการตรวจเขา้ ไดก้ บั ซิฟลิ ิสแต่ก�าเนิด
ตรวจแตผ่ ลการตรวจเข้าไม่ได้กับซิฟลิ ิสแต่กา� เนิด
ไม่ทราบ
นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวังในประเทศไทย 439
6. การตรวจ VDRL ในนา้� ไขสนั หลงั ตรวจ ผลเปน็ บวก
ไม่ไดต้ รวจ
ตรวจ ผลเปน็ ลบ ไม่ทราบ
7. การเจาะน้�าไขสันหลังและตรวจ WBC และโปรตีนในนา้� ไขสันหลัง
ไมไ่ ดต้ รวจ
ตรวจ วันทต่ี รวจ ....... /....... /....... ผล WBC ………………………… cell/mm3
ผลโปรตีน …………… mg/dL . ผล RBC …………………………. cell/cumm
ไม่ทราบ
1.3 ประวัติการรักษาในทารก
ไมไ่ ดร้ กั ษา
ได้รบั การรักษาด้วย Penicillin G (PGS) นาน 10 วัน
ได้รบั การรักษาด้วย Benzathine penicillin 1 dose
ไดร้ บั การรักษาดว้ ยยาอนื่ ระบุ ................................................ ไมท่ ราบ
1.4 การติดตามทารก
1. ทารกอายุ 6 เดอื น ไมไ่ ด้ตดิ ตาม ได้ติดตาม
วนั ท่ี ……………………... ผล VDRL Titer ……………………..……………..….. CSF………………….........................……..
2. ทารกอายุ 12 เดือน ไม่ไดต้ ดิ ตาม ได้ตดิ ตาม
วนั ที่ ……………………... ผล VDRL Titer ……………………..……………..….. CSF………………….........................……..
3. ทารกอายุ 18 เดอื น ไมไ่ ด้ตดิ ตาม ได้ตดิ ตาม
วันท่ี ……………………... ผล VDRL Titer ……………………..……………..….. CSF………………….........................……..
TPHA ……………………………………………………………………………………………………………………...............................
2. ข้อมูลมารดา
ช่ือ–สกุล (นาง/นางสาว) …….………..…………………………………………….....................………………………………………………….…
เลขท่บี ตั รประชาชน - - - - อายุ ……….. ปี .............. เดือน
HN ……………………. AN ……………............. อาชีพ ……….....................………...…………………………………….……………….……
ศาสนา ….…………….…..… สัญชาติ ….…………….…..… หมายเลขโทรศัพท์ .……….………………...…………..............………………
ภมู ิลา� เนา เป็นที่เดียวกบั ท่ีอยบู่ ุตรหรือไม่ ใช่ ไมใ่ ช่ ระบุ
บา้ นเลขที่ ………..…… หม่ทู ี่ ……...…… ชื่อหมบู่ ้าน/ชุมชน ………………………………………………………....................…………..…
ซอย …………. ถนน ……....………..…………….. ตา� บล ………..….................………………... อา� เภอ ……….………............………....
จังหวัด …………………………………................. ในเขตเทศบาลนคร ในเขตเทศบาลเมอื ง
ในเขตเทศบาลตา� บล ในเขต อบต.
2.1 ประวัติการตัง้ ครรภข์ องมารดา (ขณะตั้งครรภ์)
ครรภ์ท่ี (G) ……………………….......... เคยคลอดบุตรมาแลว้ (P) …………………… คร้งั
จา� นวนการแท้ง (A) ………….. คร้ัง จา� นวนบตุ รท่มี ชี ีวติ (L) ……………………… คน
ได้รับการฝากครรภห์ รือไม่ ฝากครรภ์ จา� นวน ………… คร้งั ไม่ฝากครรภ์
อายุครรภ์ทฝ่ี ากครรภค์ รั้งแรก ประมาณ ………… สปั ดาห์
สถานท่ฝี ากครรภค์ รง้ั แรก รพ.สต./ศูนยบ์ ริการสาธารณสขุ กทม. รพช. ระบุ …….................………........
รพท./รพศ. รพ.เอกชน/คลนิ กิ อน่ื ๆ ระบุ ….……….….................…...
440 นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อท่ีต้องเฝ้าระวังในประเทศไทย
2.2 ผลการตรวจทางห้องปฏบิ ัตกิ ารของมารดา
2.2.1 การตรวจหาซิฟิลิสดว้ ยวิธี RPR/VDRL ไมไ่ ด้ตรวจ ตรวจ ระบตุ ามคร้ัง ไมท่ ราบ
ตรวจครงั้ ท่ี 1 วนั ทเี่ จาะเลอื ด ……….…… อายคุ รรภท์ เ่ี จาะเลอื ด ………… สปั ดาห์ Titer ………......................…..…
ตรวจคร้ังท่ี 2 วนั ทเี่ จาะเลือด ……………. อายุครรภท์ เี่ จาะเลือด ………… สัปดาห์ Titer ……….............……
ตรวจครงั้ ที่ 3 วนั ที่เจาะเลอื ด ………….… อายุครรภ์ทเ่ี จาะเลอื ด ………… สัปดาห์ Titer ……….............……
2.2.2 การตรวจหาซิฟลิ สิ ด้วยวิธี Treponemal test ไมไ่ ดต้ รวจ
ผลบวก ผลลบ ไมท่ ราบผล
2.2.3 ผลการตรวจหาเช้อื เอชไอวี ไม่ได้ตรวจ
ผลบวก ผลลบ ไมท่ ราบผล
2.3 การวนิ ิจฉยั ซฟิ ลิ สิ ในมารดา
Primary Secondary Early latent Late or late latent
Previously treated/serofast Unknown Other ระบุ ........………...................…….......…..………..
2.4 ประวัตกิ ารรักษาในมารดา
1. ยาทใ่ี ช้ในการรักษา
Benzathine penicillin 2.4mU × 1 Dose Benzathine penicillin 2.4mU × 3 Dose
อนื่ ๆ ระบุ ........................................................................................................................................................
2. วันที่ได้ยา ระบุ ครั้งท่ี 1 …………………………. ครั้งท่ี 2 ……………………….. ครงั้ ท่ี 3 …….……………..................…..
3. การรกั ษา ไมไ่ ดร้ กั ษา รักษาครบ 30 วัน กอ่ นคลอด
รกั ษาครบ < 30 วนั กอ่ นคลอด อยรู่ ะหว่างการรักษาและตดิ ตาม
ขาดการติดตาม รักษาไม่ครบ ไม่ทราบ
3. ข้อมูลการตรวจเลือดของบิดา (สามีหรือคู่ของมารดา)
3.1 การตรวจหาซฟิ ิลสิ ไมไ่ ด้ตรวจ ตรวจ ระบุ ไม่ทราบ ตรวจแต่ไม่พบผลการตรวจ
วธิ ี RPR/VDRL ครั้งที่ 1 วันที่เจาะเลอื ด ……………………… Titer ……………………………………………….
คร้ังท่ี 2 วนั ที่เจาะเลอื ด ……………………… Titer ……………………………………………….
วิธี Treponemal test ไม่ได้ตรวจ ผลบวก ผลลบ ไม่ทราบผล
3.2 ผลการตรวจหาเช้ือเอชไอวี ไม่ไดต้ รวจ ผลบวก ผลลบ ไม่ทราบผล
3.3 การรกั ษา ไม่ไดร้ กั ษา รกั ษาครบ อยู่ระหว่างการรักษาและตดิ ตาม
ขาดการติดตาม รกั ษาไม่ครบ ไม่ทราบ
นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวังในประเทศไทย 441
แบบสอบสวนโรคแผลริมอ่อน (Chancroid)
1. ข้อมูลท่ัวไป
ช่อื -สกุล (นาย/นาง/นางสาว/เดก็ ชาย/เด็กหญงิ ) …........................................................................................…..............….
เลขทบ่ี ตั รประชาชน - - - - อายุ ……….. ปี .............. เดอื น เพศ ชาย หญิง
HN ……………...........……. AN ……………................... อาชพี …………….…...…….......………………………………………….…….……
ศาสนา ….…………….…..… สัญชาติ ….…………….…..… หมายเลขโทรศพั ท์ .…..............………………...………………………………
ทอ่ี ยูข่ ณะปว่ ย บา้ นเลขท่ี ………..…… หม่ทู ่ี ……..…… ช่อื หมู่บา้ น/ชมุ ชน ……...............………………………......………......…..…
ซอย …………. ถนน ……....………..…………….. ตา� บล ………..….................………………... อา� เภอ ……….………............………....
จังหวดั …………….………….. หมายเลขโทรศพั ท์ ................................. ในเขตเทศบาลนคร ในเขตเทศบาลเมอื ง
ในเขตเทศบาลตา� บล ในเขต อบต.
ภมู ิลา� เนา เป็นท่ีเดยี วกับทีอ่ ยูข่ ณะป่วยหรอื ไม่ ใช่ ไมใ่ ช่ ระบุ
บา้ นเลขท่ี …….…..…… หมู่ที่ ……...…… ชื่อหมู่บา้ น/ชมุ ชน ………………………......................….......................................…….
ซอย …………. ถนน ……....………..…………….. ตา� บล ………..….................………………... อา� เภอ ……….………............………....
จังหวดั …………………………………................. ในเขตเทศบาลนคร ในเขตเทศบาลเมอื ง
ในเขตเทศบาลตา� บล ในเขต อบต.
ช่ือ-สกุล ผ้ปู กครอง (กรณผี ้ปู ่วยอายุตา�่ กว่า 15 ปี) ………………………......…………… หมายเลขโทรศัพท์ ………........….........
2. อาการและอาการแสดง
มอี าการป่วยหรือไม่ ไมม่ ี มี
วันทเ่ี ริม่ ปว่ ย ………………….. เวลา …………….…. น.
การตรวจร่างกายแรกรับ อุณหภูมกิ าย ……..…….. องศาเซลเซยี ส ชพี จร ……….…….. ครงั้ /นาที
หายใจ ……………….….… ครง้ั /นาที ความดันโลหติ ………………… มม.ปรอท
มีตุ่มนนู แดงและเจ็บ มี ไม่มี ไม่ทราบ ต่อมนา้� เหลอื งทีข่ าหนีบโต กดเจ็บ มี ไม่มี ไม่ทราบ
แผลเล็ก ๆ รวมเปน็ กลุ่ม มี ไม่มี ไม่ทราบ กน้ แผลมหี นอง ขอบแผลนนู มี ไมม่ ี ไมท่ ราบ
ไม่แขง็ และเจบ็
อน่ื ๆ …………………………………………………………………………………………………………………….………………………………………
3. การตรวจทางห้องปฏิบัติการ
3.1 การยอ้ ม Gram stain หรอื Unna Papenheim ไมท่ า�
ท�า ส่ิงสง่ ตรวจ …….……………....……..…............................................ วนั ทีส่ ่งตรวจ ……………………………...….....
ห้องปฏิบตั ิการทีส่ ่งตรวจ ....………..…..…………....................….... ผล ...……………………..………………..….…....
3.2 วธิ ี Polymerase Chain Reaction (PCR) ไมท่ �า
ทา� สิ่งส่งตรวจ …….……………....……..…............................................ วนั ท่สี ่งตรวจ ……………………………...….....
ห้องปฏบิ ตั ิการทส่ี ่งตรวจ ....………..…..………………………………………………………………………....………...……...
ผล ....………………………………………………………………………………………..………….……..……………………….…....
3.3 อน่ื ๆ ……………………..……………………………………………………………………………….….………………………………..........…..
442 นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวังในประเทศไทย
4. การรักษา
ไมไ่ ด้รบั การรกั ษาใด ๆ
ซื้อยากนิ เอง ช่ือยา ...............................................................................………………………………………………..……………….
ไปรับการตรวจรกั ษาทสี่ ถานพยาบาล ……………..………….......................…………….. วันที่ ……..………………........…………
สถานทร่ี กั ษา ………………………...............……… การวินจิ ฉยั .................................... วนั ทจี่ า� หนา่ ย ……..…………….…………
ประเภทผปู้ ่วย ผู้ปว่ ยนอก ผู้ป่วยใน ผู้ป่วยค้นหาเพิม่ เติมในชมุ ชน
ผลการรกั ษา ก�าลังรักษา หาย เสยี ชวี ิต ส่งตอ่ ระบุ …………...….......…..………
5. ประวัติเส่ียงต่อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ ์
มคี เู่ พศสมั พนั ธม์ ากกวา่ 1 คนขึ้นไป
มีคู่เพศสมั พนั ธท์ ไี่ มร่ ู้จกั กนั มากอ่ น (Anonymous sex partners)
มีคเู่ พศสมั พันธ์คนใหม่ เปล่ียนคู่เพศสมั พันธบ์ ่อย
คเู่ พศสมั พันธท์ ่ีมอี าการทเี่ กี่ยวขอ้ งกับโรคตดิ ต่อทางเพศสัมพนั ธ์ หรอื เปน็ โรคติดตอ่ ทางเพศสมั พันธ์
มีคเู่ พศสมั พันธ์เป็นหญิงหรือชายใหบ้ รกิ ารทางเพศในชว่ ง 3 เดือนที่ผ่านมา
6. ประวัติการสัมผัสโรค
ประวัตกิ ารมเี พศสมั พนั ธ์เสยี่ งของผูป้ ว่ ย ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา ก่อนวันเรม่ิ มีอาการ
ไมม่ ี มี ระบุ
ประวัติการมเี พศสัมพันธ์ คนที่ 1 คนที่ 2 คนท่ี 3
ชอ่ื (เลน่ /นามแฝง)
เพศ
อาชพี
วันทีม่ ีเพศสัมพนั ธ์เสี่ยงครั้งสุดทา้ ย
ความสมั พันธก์ บั ผปู้ ่วย
(เชน่ สาม/ี ภรรยา คู่รัก เพื่อนสนทิ เพ่ือนไม่สนทิ
คนไมร่ จู้ กั ผใู้ หบ้ รกิ ารทางเพศ หรือผซู้ ้อื บริการ
ทางเพศ เปน็ ต้น)
ประวตั ิเคยเปน็ โรคตดิ ต่อทางเพศสัมพนั ธก์ อ่ นมี
เพศสมั พนั ธก์ ับผู้ป่วยหรอื ไม่ และเปน็ โรคอะไร
(เชน่ ซิฟลิ สิ หนองใน หนองในเทยี ม กามโรคของ
ตอ่ มและท่อนา�้ เหลอื ง หดู อวยั วะเพศและทวารหนกั
หรอื เอดส์ เป็นต้น)
- วนั ที่เริ่มป่วยกอ่ นมีเพศสมั พนั ธก์ บั ผูป้ ่วย
- ไดร้ บั การรกั ษาทีส่ ถานพยาบาลใด
- ผลการรกั ษา (กา� ลังรักษา/หาย/อื่น ๆ)
ใช้ถงุ ยางอนามยั หรือไม่
ช่องทางการใชถ้ ุงยางอนามัยเมอื่ มีเพศสัมพันธ์
(อวัยวะเพศ/ทวารหนัก/ชอ่ งปาก)
ชอ่ งทางทถี่ ุงยางอนามัยแตก รวั่ หรอื หลุด
มีประวัตใิ ช้อวยั วะเพศสมั ผัสกับ อวัยวะเพศ/
ทวารหนกั /ช่องปาก ก่อนใส่ถุงยางอนามัยหรอื ไม่
นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อท่ีต้องเฝ้าระวังในประเทศไทย 443
7. การค้นหาผู้สัมผัสโรค วนั เร่มิ ป่วย
ประวัตกิ ารมีเพศสมั พันธ์เสย่ี งของผปู้ ว่ ย หลงั วนั เรมิ่ มีอาการ
ไมม่ ี มี ระบุ
ชอื่ -สกลุ /ชื่อเล่น/นามแฝง อายุ เพศ ความสมั พันธ์กับผู้ปว่ ย มีอาการหรือไม่
ผูใ้ ห้ข้อมลู ……………………………………................………..….. หมายเลขโทรศัพท์ …..……………..……................…..……………………
ชือ่ ผูส้ อบสวน .................................................................... ตา� แหน่ง ........................................................................................
หน่วยงาน .......................................................................... อา� เภอ ....................................... จงั หวดั .....................................
วนั ท่สี อบสวน .................................................................... หมายเลขโทรศัพท์ .......................................................................
444 นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อท่ีต้องเฝ้าระวังในประเทศไทย
แบบสอบสวนโรคเริมของอวัยวะสืบพันธุ์และทวารหนัก (Anogenital Herpes)
1. ข้อมูลท่ัวไป
ช่อื -สกลุ (นาย/นาง/นางสาว/เด็กชาย/เดก็ หญิง) …........................................................................................…..............….
เลขทบี่ ตั รประชาชน - - - - อายุ ……….. ปี .............. เดอื น เพศ ชาย หญิง
HN ……………...........……. AN ……………................... อาชพี …………….…...…….......………………………………………….…….……
ศาสนา ….…………….…..… สญั ชาติ ….…………….…..… หมายเลขโทรศพั ท์ .…..............………………...………………………………
ทีอ่ ย่ขู ณะปว่ ย บ้านเลขท่ี ………..…… หมู่ที่ ……..…… ช่อื หม่บู า้ น/ชมุ ชน ……...............………………………......………......…..…
ซอย …………. ถนน ……....………..…………….. ตา� บล ………..….................………………... อา� เภอ ……….………............………....
จงั หวดั …………….………….. หมายเลขโทรศัพท์ ................................. ในเขตเทศบาลนคร ในเขตเทศบาลเมอื ง
ในเขตเทศบาลต�าบล ในเขต อบต.
ภมู ิลา� เนา เป็นทเี่ ดยี วกับทอ่ี ยขู่ ณะป่วยหรอื ไม่ ใช่ ไม่ใช่ ระบุ
บา้ นเลขที่ …….…..…… หมทู่ ่ี ……...…… ชอื่ หมู่บา้ น/ชุมชน ………………………......................….......................................…….
ซอย …………. ถนน ……....………..…………….. ตา� บล ………..….................………………... อา� เภอ ……….………............………....
จงั หวดั …………………………………................. ในเขตเทศบาลนคร ในเขตเทศบาลเมือง
ในเขตเทศบาลต�าบล ในเขต อบต.
ชือ่ -สกลุ ผู้ปกครอง (กรณผี ูป้ ่วยอายุตา�่ กว่า 15 ป)ี ………………………......…………… หมายเลขโทรศัพท์ ………........….........
2. อาการและอาการแสดง
วนั ที่เร่มิ ป่วย ………………….. เวลา …………….…. น. ชีพจร ……….…….. ครั้ง/นาที
การตรวจร่างกายแรกรบั อณุ หภมู กิ าย ……..…….. องศาเซลเซียส ความดันโลหติ ………………… มม.ปรอท
หายใจ ……………….….… คร้งั /นาที
มตี มุ่ น�้าใส เปน็ กลมุ่ ที่ มี ไม่มี ไม่ทราบ มตี ุ่มนา้� ใส เป็นกล่มุ ที่ มี ไม่มี ไมท่ ราบ
อวัยวะเพศ ทวารหนกั
เจ็บปวดแสบท่อี วัยวะเพศ มี ไมม่ ี ไมท่ ราบ เจบ็ ปวดแสบทท่ี วารหนกั มี ไมม่ ี ไมท่ ราบ
คันทอี่ วัยวะเพศ มี ไม่มี ไม่ทราบ คันทที่ วารหนัก มี ไม่มี ไม่ทราบ
ปัสสาวะแสบขดั มี ไม่มี ไมท่ ราบ ตกขาวผดิ ปกติ มี ไมม่ ี ไม่ทราบ
อน่ื ๆ …………………………………………………………………………………………………………………….………………………………………
3. การตรวจทางห้องปฏิบัติการ
3.1 Tzanck smear ไม่ทา�
ท�า สิง่ ส่งตรวจ …….……………....……..…........................................... วนั ทีส่ ง่ ตรวจ ………………………….…..….....
หอ้ งปฏิบัตกิ ารที่สง่ ตรวจ ....………..…..……………………………...................……………………………………………...
ผล ....……………………………………………………………………………………….....................………….……..…………....
3.2 Direct fluorescence assay ไมท่ า�
ท�า ส่ิงส่งตรวจ …….……………....……..…........................................... วันทส่ี ง่ ตรวจ ………………………….…..….....
ห้องปฏบิ ัติการท่ีสง่ ตรวจ ....………..…..……………………………...................……………………………………………...
ผล ....……………………………………………………………………………………….....................………….……..…………....
นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวังในประเทศไทย 445
3.3 Nucleic acid amplification test ไมท่ า�
ท�า ส่ิงส่งตรวจ …….……………....……..…........................................... วนั ท่สี ง่ ตรวจ ………………………….…..….....
ห้องปฏบิ ัตกิ ารทสี่ ่งตรวจ ....………..…..……………………………...................……………………………………………...
ผล ....……………………………………………………………………………………….....................………….……..…………....
3.4 วิธเี พาะเชื้อในเซลลเ์ ลีย้ งเชอ้ื ไม่ท�า
ท�า สิ่งสง่ ตรวจ …….……………....……..…........................................... วันที่สง่ ตรวจ ………………………….…..….....
ห้องปฏบิ ตั กิ ารทีส่ ง่ ตรวจ ....………..…..……………………………...................……………………………………………...
ผล ....……………………………………………………………………………………….....................………….……..…………....
3.5 อ่ืน ๆ …………………………..….………………………………………………………….………………………….……………....................…
..................................................................................................................................………….………………....................
4. การรักษา
ไม่ได้รับการรกั ษาใด ๆ
ซื้อยากนิ เอง ช่อื ยา ...............................................................................………………………………………………..……………….
ไปรบั การตรวจรกั ษาทส่ี ถานพยาบาล ……………..………….......................…………….. วันท่ี ……..………………........…………
สถานท่รี ักษา ………………………...............……… การวนิ จิ ฉัย .................................... วันท่จี า� หนา่ ย ……..…………….…………
ประเภทผปู้ ว่ ย ผปู้ ่วยนอก ผู้ป่วยใน ผปู้ ว่ ยคน้ หาเพิม่ เตมิ ในชุมชน
ผลการรกั ษา ก�าลงั รักษา หาย เสยี ชวี ิต ส่งต่อ ระบุ …………...….......…..………
5. ประวัติเสี่ยงต่อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ ์
มีคู่เพศสมั พนั ธม์ ากกว่า 1 คนขึ้นไป
มีคเู่ พศสมั พนั ธ์ท่ไี มร่ จู้ กั กนั มากอ่ น (Anonymous sex partners)
มีคเู่ พศสมั พนั ธ์คนใหม่ เปล่ียนคู่เพศสมั พันธบ์ ่อย
คู่เพศสัมพันธ์ท่มี อี าการที่เกี่ยวข้องกับโรคติดตอ่ ทางเพศสมั พนั ธ์ หรอื เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพนั ธ์
มคี ู่เพศสมั พันธเ์ ป็นหญิงหรือชายใหบ้ ริการทางเพศในชว่ ง 3 เดือนทผี่ า่ นมา
6. ประวัติการสัมผัสโรค
ประวัติการมีเพศสมั พนั ธ์เส่ยี งของผู้ป่วย ในรอบ 3 เดือนทผ่ี า่ นมา ก่อนวนั เร่มิ มอี าการ
ไม่มี มี ระบุ
ประวตั กิ ารมีเพศสัมพันธ์ คนที่ 1 คนที่ 2 คนที่ 3
ช่ือ (เลน่ /นามแฝง)
เพศ
อาชพี
วันทีม่ เี พศสมั พันธ์เส่ียงครงั้ สดุ ท้าย
ความสัมพนั ธ์กบั ผู้ป่วย
(เชน่ สามี/ภรรยา คู่รัก เพ่ือนสนิท เพอ่ื นไม่สนิท
คนไมร่ ้จู ัก ผู้ใหบ้ ริการทางเพศ หรอื ผู้ซอ้ื บริการ
ทางเพศ เปน็ ต้น)
446 นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวังในประเทศไทย
ประวตั กิ ารมีเพศสมั พนั ธ์ คนท่ี 1 คนที่ 2 คนที่ 3
ประวตั เิ คยเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์กอ่ นมี
เพศสัมพันธก์ บั ผู้ปว่ ยหรือไม่ และเป็นโรคอะไร
(เช่น ซฟิ ลิ สิ หนองใน หนองในเทยี ม กามโรคของ
ตอ่ มและทอ่ น้า� เหลือง หูดอวัยวะเพศและทวารหนัก
หรือเอดส์ เป็นตน้ )
- วนั ทีเ่ ริ่มปว่ ยก่อนมีเพศสมั พันธ์กับผปู้ ว่ ย
- ไดร้ ับการรักษาท่ีสถานพยาบาลใด
- ผลการรกั ษา (ก�าลงั รักษา/หาย/อนื่ ๆ)
ใชถ้ ุงยางอนามัยหรือไม่
ชอ่ งทางการใช้ถงุ ยางอนามยั เมื่อมเี พศสัมพนั ธ์
(อวัยวะเพศ/ทวารหนัก/ชอ่ งปาก)
ชอ่ งทางทีถ่ ุงยางอนามยั แตก รว่ั หรอื หลุด
มีประวัติใชอ้ วัยวะเพศสมั ผสั กับ อวยั วะเพศ/
ทวารหนกั /ชอ่ งปาก ก่อนใส่ถงุ ยางอนามัยหรือไม่
7. การค้นหาผู้สัมผัสโรค วันเรมิ่ ป่วย
ประวตั กิ ารมีเพศสมั พนั ธเ์ สีย่ งของผูป้ ่วย หลงั วันเรม่ิ มอี าการ
ไม่มี มี ระบุ
ชือ่ -สกลุ /ช่ือเลน่ /นามแฝง อายุ เพศ ความสัมพนั ธก์ บั ผปู้ ่วย มอี าการหรือไม่
ผู้ให้ขอ้ มลู ……………………………………................………..….. หมายเลขโทรศัพท์ …..……………..……................…..……………………
ชื่อผสู้ อบสวน .................................................................... ตา� แหนง่ ........................................................................................
หน่วยงาน .......................................................................... อา� เภอ ....................................... จงั หวดั .....................................
วันท่ีสอบสวน .................................................................... หมายเลขโทรศพั ท์ .......................................................................
นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวังในประเทศไทย 447
แบบสอบสวนโรคหนองใน (Gonorrhea)
1. ข้อมูลทั่วไป
ชือ่ -สกลุ (นาย/นาง/นางสาว/เดก็ ชาย/เดก็ หญิง) …........................................................................................…..............….
เลขทบ่ี ัตรประชาชน - - - - อายุ ……….. ปี .............. เดือน เพศ ชาย หญิง
HN ……………...........……. AN ……………................... อาชีพ …………….…...…….......………………………………………….…….……
ศาสนา ….…………….…..… สญั ชาติ ….…………….…..… หมายเลขโทรศพั ท์ .…..............………………...………………………………
ท่อี ยู่ขณะปว่ ย บ้านเลขท่ี ………..…… หมู่ที่ ……..…… ชือ่ หมู่บ้าน/ชุมชน ……...............………………………......………......…..…
ซอย …………. ถนน ……....………..…………….. ตา� บล ………..….................………………... อา� เภอ ……….………............………....
จงั หวัด …………….…………................................... ในเขตเทศบาลนคร ในเขตเทศบาลเมอื ง
ในเขตเทศบาลตา� บล ในเขต อบต.
ภมู ิลา� เนา เปน็ ทีเ่ ดยี วกับที่อยขู่ ณะปว่ ยหรือไม่ ใช่ ไม่ใช่ ระบุ
บา้ นเลขที่ …….…..…… หมทู่ ี่ ……...…… ชือ่ หมู่บ้าน/ชมุ ชน ………………………......................….......................................…….
ซอย …………. ถนน ……....………..…………….. ตา� บล ………..….................………………... อา� เภอ ……….………............………....
จงั หวัด …………………………………................. ในเขตเทศบาลนคร ในเขตเทศบาลเมือง
ในเขตเทศบาลตา� บล ในเขต อบต.
ชอ่ื -สกุล ผปู้ กครอง (กรณผี ูป้ ว่ ยอายุตา่� กวา่ 15 ป)ี ………………………......…………… หมายเลขโทรศัพท์ ………........….........
2. อาการและอาการแสดง
วันทเ่ี รม่ิ ปว่ ย ………………….. เวลา …………….…. น. ชีพจร ……….…….. ครงั้ /นาที
การตรวจรา่ งกายแรกรบั อณุ หภมู กิ าย ……..…….. องศาเซลเซียส ความดันโลหติ ………………… มม.ปรอท
หายใจ ……………….….… ครั้ง/นาที
หนองหรือมกู หนอง มี ไมม่ ี ไม่ทราบ ปสั สาวะแสบขัด มี ไม่มี ไมท่ ราบ
จากท่อปัสสาวะ
ตกขาวเปน็ หนอง มูกปนหนอง มี ไมม่ ี ไมท่ ราบ ปวดเบ่งคันรอบทวารหนกั มี ไมม่ ี ไม่ทราบ
อืน่ ๆ …………………………………………………………………………………………………………………….………………………………………
3. การตรวจทางห้องปฏิบัติการ
3.1 การย้อม Gram stain ไม่ท�า
ทา� ส่งิ ส่งตรวจ …….………………....……..….......................................... วนั ที่สง่ ตรวจ …………….………….……......
หอ้ งปฏิบัติการทสี่ ง่ ตรวจ …………............………........ ผล ...……………………....................…………......………..
3.2 วธิ เี พาะเชอ้ื ใน Modified Thayer Martin media หรอื media อื่น ๆ ที่สามารถเพาะเชอื้ N. gonorrhoeae
ไมท่ �า
ท�า ส่ิงส่งตรวจ …….………………....……..….......................................... วนั ท่ีสง่ ตรวจ …………….………….……......
หอ้ งปฏิบัติการทีส่ ่งตรวจ …………............………........ ผล ...……………………....................…………......………..
3.3 Nucleic acid hybridization test ไม่ท�า
ท�า ส่ิงส่งตรวจ …….………………....……..….......................................... วนั ทส่ี ง่ ตรวจ …………….………….……......
หอ้ งปฏิบัติการทส่ี ง่ ตรวจ …………............………........ ผล ...……………………....................…………......………..
3.4 Nucleic acid amplification test ไมท่ �า
ท�า สงิ่ ส่งตรวจ …….………………....……..….......................................... วนั ท่สี ง่ ตรวจ …………….………….……......
หอ้ งปฏบิ ัติการทส่ี ่งตรวจ …………............………........ ผล ...……………………....................…………......………..
448 นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวังในประเทศไทย
3.5 อ่ืน ๆ ………….……………………………………………………………………………………………………………...………...……...…………
.................................................................................................................................................……...……............
4. การรักษา
ไมไ่ ด้รับการรักษาใด ๆ
ซ้ือยากนิ เอง ชื่อยา ...............................................................................………………………………………………..……………….
ไปรบั การตรวจรกั ษาท่ีสถานพยาบาล ……………..………….......................…………….. วันที่ ……..………………........…………
สถานทร่ี กั ษา ………………………...............……… การวนิ ิจฉยั .................................... วันท่ีจา� หนา่ ย ……..…………….…………
ประเภทผู้ป่วย ผปู้ ่วยนอก ผู้ปว่ ยใน ผปู้ ่วยคน้ หาเพ่ิมเติมในชมุ ชน
ผลการรักษา กา� ลังรักษา หาย เสียชวี ิต สง่ ตอ่ ระบุ …………...….......…..………
5. ประวัติเส่ียงต่อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ ์
มคี ู่เพศสัมพนั ธ์มากกวา่ 1 คนขึน้ ไป
มคี ูเ่ พศสัมพันธ์ทไี่ ม่รจู้ กั กันมากอ่ น (Anonymous sex partners)
มคี เู่ พศสมั พันธ์คนใหม่ เปล่ยี นค่เู พศสมั พันธบ์ ่อย
คเู่ พศสัมพันธท์ ีม่ อี าการทีเ่ กี่ยวขอ้ งกบั โรคตดิ ต่อทางเพศสัมพนั ธ์ หรอื เป็นโรคตดิ ต่อทางเพศสัมพันธ์
มีคเู่ พศสัมพันธเ์ ป็นหญิงหรือชายใหบ้ รกิ ารทางเพศในช่วง 3 เดอื นท่ีผ่านมา
6. ประวัติการสัมผัสโรค
ประวัติการมีเพศสัมพนั ธ์เสีย่ งของผู้ปว่ ย ในรอบ 3 เดือนทผี่ า่ นมา กอ่ นวนั เรม่ิ มอี าการ
ไมม่ ี มี ระบุ
ประวัตกิ ารมีเพศสมั พนั ธ์ คนท่ี 1 คนที่ 2 คนที่ 3
ชอ่ื (เลน่ /นามแฝง)
เพศ
อาชพี
วันท่มี เี พศสัมพนั ธเ์ สี่ยงครงั้ สดุ ทา้ ย
ความสัมพนั ธก์ ับผปู้ ่วย
(เชน่ สาม/ี ภรรยา คู่รกั เพ่ือนสนิท เพอ่ื นไม่สนทิ
คนไม่รู้จกั ผูใ้ ห้บรกิ ารทางเพศ หรือผู้ซือ้ บรกิ าร
ทางเพศ เป็นตน้ )
ประวตั เิ คยเปน็ โรคติดตอ่ ทางเพศสมั พนั ธก์ ่อนมี
เพศสมั พันธ์กบั ผู้ป่วยหรอื ไม่ และเปน็ โรคอะไร
(เชน่ ซิฟิลสิ หนองใน หนองในเทยี ม กามโรคของ
ตอ่ มและท่อน้า� เหลอื ง หูดอวัยวะเพศและทวารหนกั
หรอื เอดส์ เปน็ ต้น)
- วันท่ีเริม่ ปว่ ยกอ่ นมเี พศสมั พนั ธก์ บั ผู้ปว่ ย
- ได้รบั การรกั ษาทสี่ ถานพยาบาลใด
- ผลการรักษา (ก�าลังรกั ษา/หาย/อื่น ๆ)
ใชถ้ ุงยางอนามยั หรอื ไม่
นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อท่ีต้องเฝ้าระวังในประเทศไทย 449
ประวัติการมีเพศสมั พนั ธ์ คนที่ 1 คนท่ี 2 คนท่ี 3
ช่องทางการใช้ถุงยางอนามัยเมือ่ มีเพศสมั พันธ์
(อวัยวะเพศ/ทวารหนัก/ชอ่ งปาก)
ช่องทางท่ถี ุงยางอนามัยแตก รว่ั หรอื หลุด
มปี ระวตั ิใชอ้ วยั วะเพศสัมผสั กับ อวยั วะเพศ/
ทวารหนัก/ชอ่ งปาก ก่อนใสถ่ ุงยางอนามยั หรอื ไม่
7. การค้นหาผู้สัมผัสโรค วันเรม่ิ ป่วย
ประวตั ิการมีเพศสมั พันธเ์ สยี่ งของผูป้ ว่ ย หลงั วนั เริ่มมีอาการ
ไมม่ ี มี ระบุ
ชอื่ -สกลุ /ชอ่ื เลน่ /นามแฝง อายุ เพศ ความสมั พันธ์กบั ผู้ป่วย มีอาการหรือไม่
ผ้ใู หข้ ้อมลู ……………………………………................………..….. หมายเลขโทรศพั ท์ …..……………..……................…..……………………
ชือ่ ผสู้ อบสวน .................................................................... ตา� แหนง่ ........................................................................................
หนว่ ยงาน .......................................................................... อา� เภอ ....................................... จังหวดั .....................................
วนั ทส่ี อบสวน .................................................................... หมายเลขโทรศัพท์ .......................................................................
450 นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อท่ีต้องเฝ้าระวังในประเทศไทย
แบบสอบสวนโรคหนองในเทียม (Non-Gonococcal Urethritis: NGU)
1. ข้อมูลท่ัวไป
ชือ่ -สกุล (นาย/นาง/นางสาว/เด็กชาย/เดก็ หญงิ ) …........................................................................................…..............….
เลขทีบ่ ัตรประชาชน - - - - อายุ ……….. ปี .............. เดอื น เพศ ชาย หญงิ
HN ……………...........……. AN ……………................... อาชพี …………….…...…….......………………………………………….…….……
ศาสนา ….…………….…..… สญั ชาติ ….…………….…..… หมายเลขโทรศพั ท์ .…..............………………...………………………………
ท่อี ยขู่ ณะป่วย บ้านเลขที่ ………..…… หมทู่ ี่ ……..…… ช่ือหมูบ่ ้าน/ชมุ ชน ……...............………………………......………......…..…
ซอย …………. ถนน ……....………..…………….. ตา� บล ………..….................………………... อา� เภอ ……….………............………....
จงั หวัด …………….…………................................... ในเขตเทศบาลนคร ในเขตเทศบาลเมอื ง
ในเขตเทศบาลต�าบล ในเขต อบต.
ภมู ิล�าเนา เปน็ ที่เดียวกบั ทีอ่ ย่ขู ณะป่วยหรอื ไม่ ใช่ ไม่ใช่ ระบุ
บา้ นเลขที่ …….…..…… หมูท่ ่ี ……...…… ช่ือหมบู่ า้ น/ชมุ ชน ………………………......................….......................................…….
ซอย …………. ถนน ……....………..…………….. ตา� บล ………..….................………………... อา� เภอ ……….………............………....
จงั หวัด …………………………………................. ในเขตเทศบาลนคร ในเขตเทศบาลเมอื ง
ในเขตเทศบาลตา� บล ในเขต อบต.
ช่อื -สกลุ ผูป้ กครอง (กรณีผู้ปว่ ยอายตุ า่� กวา่ 15 ปี) ………………………......…………… หมายเลขโทรศพั ท์ ………........….........
2. อาการและอาการแสดง
วันทเี่ ริ่มป่วย ………………….. เวลา …………….…. น. ชพี จร ……….…….. ครง้ั /นาที
การตรวจรา่ งกายแรกรบั อุณหภมู กิ าย ……..…….. องศาเซลเซยี ส ความดนั โลหิต ………………… มม.ปรอท
หายใจ ……………….….… ครง้ั /นาที
มีมูกใส/มูกขนุ่ จาก มี ไมม่ ี ไมท่ ราบ มมี กู /มูกหนองจาก มี ไม่มี ไม่ทราบ
ท่อปัสสาวะ ปากมดลูก
มีปสั สาวะแสบขดั มี ไมม่ ี ไมท่ ราบ คันในทอ่ ปสั สาวะ มี ไมม่ ี ไม่ทราบ
อื่น ๆ …………………………………………………………………………………………………………………….………………………………………
3. การตรวจทางหอ้ งปฏบิ ัตกิ าร
3.1 การย้อม Gram stain ไมท่ �า
ทา� ส่ิงสง่ ตรวจ …….………………....……..….......................................... วันทส่ี ่งตรวจ …………….………….……......
ห้องปฏิบตั ิการท่สี ง่ ตรวจ …………............………........ ผล ...……………………....................…………......………..
3.2 First void urine ไมท่ �า
ทา� สิง่ สง่ ตรวจ …….………………....……..….......................................... วนั ทสี่ ่งตรวจ …………….………….……......
ห้องปฏิบตั กิ ารท่ีส่งตรวจ …………............………........ ผล ...……………………....................…………......………..
3.3 จุ่มแถบน้�ายาสา� เร็จรูป ไมท่ �า
ทา� สิง่ ส่งตรวจ …….………………....……..….......................................... วันที่สง่ ตรวจ …………….………….……......
หอ้ งปฏิบตั ิการทีส่ ่งตรวจ …………............………........ ผล ...……………………....................…………......………..
3.4 Nucleic acid amplification test ไม่ทา�
ทา� ส่งิ สง่ ตรวจ …….………………....……..….......................................... วันที่สง่ ตรวจ …………….………….……......
หอ้ งปฏบิ ัติการทสี่ ่งตรวจ …………............………........ ผล ...……………………....................…………......………..
นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวังในประเทศไทย 451
3.5 Nucleic acid hybridization test ไม่ทา�
ท�า สง่ิ ส่งตรวจ …….………………....……..….......................................... วันที่ส่งตรวจ …………….………….……......
หอ้ งปฏบิ ัตกิ ารท่สี ่งตรวจ …………............………........ ผล ...……………………....................…………......………..
3.6 อืน่ ๆ …………………………………………………………………………………………………………………………..................….…………
.................................................................................................................................................................................
4. การรักษา
ไม่ไดร้ ับการรักษาใด ๆ
ซอื้ ยากินเอง ชือ่ ยา ...............................................................................………………………………………………..……………….
ไปรับการตรวจรักษาท่ีสถานพยาบาล ……………..………….......................…………….. วนั ที่ ……..………………........…………
สถานทรี่ ักษา ………………………...............……… การวินิจฉัย .................................... วนั ทีจ่ า� หน่าย ……..…………….…………
ประเภทผปู้ ว่ ย ผปู้ ว่ ยนอก ผ้ปู ว่ ยใน ผูป้ ว่ ยค้นหาเพิม่ เตมิ ในชุมชน
ผลการรกั ษา กา� ลงั รกั ษา หาย เสยี ชีวิต ส่งตอ่ ระบุ …………...….......…..………
5. ประวัติเส่ียงต่อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ ์
มีคู่เพศสัมพันธม์ ากกว่า 1 คนขึน้ ไป
มีคู่เพศสมั พนั ธ์ท่ไี ม่รู้จกั กันมาก่อน (Anonymous sex partners)
มคี เู่ พศสมั พนั ธค์ นใหม่ เปลย่ี นคู่เพศสมั พันธบ์ อ่ ย
คูเ่ พศสมั พนั ธ์ทม่ี อี าการทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั โรคตดิ ตอ่ ทางเพศสัมพันธ์ หรือเป็นโรคติดตอ่ ทางเพศสัมพนั ธ์
มคี เู่ พศสมั พันธเ์ ปน็ หญิงหรือชายใหบ้ ริการทางเพศในชว่ ง 3 เดือนที่ผ่านมา
6. ประวัติการสัมผัสโรค
ประวตั ิการมเี พศสมั พนั ธเ์ สีย่ งของผปู้ ่วย ในรอบ 3 เดอื นที่ผา่ นมา ก่อนวันเร่มิ มอี าการ
ไมม่ ี มี ระบุ
ประวตั กิ ารมีเพศสมั พนั ธ์ คนท่ี 1 คนที่ 2 คนที่ 3
ช่ือ (เล่น/นามแฝง)
เพศ
อาชีพ
วนั ที่มีเพศสมั พันธเ์ สีย่ งครั้งสุดทา้ ย
ความสัมพันธ์กบั ผ้ปู ว่ ย
(เช่น สามี/ภรรยา ครู่ กั เพ่อื นสนิท เพอื่ นไม่สนทิ
คนไมร่ จู้ ัก ผใู้ ห้บรกิ ารทางเพศ หรือผู้ซือ้ บรกิ าร
ทางเพศ เป็นตน้ )
ประวตั ิเคยเป็นโรคตดิ ต่อทางเพศสมั พนั ธก์ ่อนมี
เพศสัมพันธก์ ับผปู้ ่วยหรอื ไม่ และเปน็ โรคอะไร
(เช่น ซฟิ ลิ สิ หนองใน หนองในเทียม กามโรคของ
ตอ่ มและทอ่ นา�้ เหลือง หูดอวัยวะเพศและทวารหนกั
หรือเอดส์ เปน็ ตน้ )
452 นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวังในประเทศไทย
ประวตั กิ ารมีเพศสมั พนั ธ์ คนที่ 1 คนท่ี 2 คนที่ 3
- วันทีเ่ รม่ิ ป่วยกอ่ นมีเพศสัมพันธ์กับผู้ปว่ ย
- ได้รับการรกั ษาท่สี ถานพยาบาลใด
- ผลการรักษา (กา� ลังรักษา/หาย/อื่น ๆ)
ใช้ถุงยางอนามยั หรอื ไม่
ช่องทางการใชถ้ งุ ยางอนามัยเมอ่ื มเี พศสัมพนั ธ์
(อวยั วะเพศ/ทวารหนัก/ชอ่ งปาก)
ชอ่ งทางท่ถี ุงยางอนามัยแตก รั่ว หรือหลดุ
มปี ระวัตใิ ชอ้ วยั วะเพศสัมผัสกับ อวัยวะเพศ/
ทวารหนัก/ชอ่ งปาก กอ่ นใส่ถุงยางอนามยั หรือไม่
7. การค้นหาผู้สัมผัสโรค วันเรม่ิ ปว่ ย
ประวัติการมีเพศสัมพันธ์เส่ียงของผูป้ ่วย หลังวนั เร่ิมมอี าการ
ไมม่ ี มี ระบุ
ชือ่ -สกลุ /ชอื่ เลน่ /นามแฝง อายุ เพศ ความสมั พันธ์กบั ผูป้ ่วย มอี าการหรอื ไม่
ผู้ให้ข้อมลู ……………………………………................………..….. หมายเลขโทรศพั ท์ …..……………..……................…..……………………
ชอื่ ผสู้ อบสวน .................................................................... ตา� แหน่ง ........................................................................................
หน่วยงาน .......................................................................... อา� เภอ ....................................... จังหวัด .....................................
วนั ทส่ี อบสวน .................................................................... หมายเลขโทรศพั ท์ .......................................................................
นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อท่ีต้องเฝ้าระวังในประเทศไทย 453
ภาคผนวก
หลักเกณฑ์และวิธีการแจ้ง
ในกรณีท่ีมีโรคติดต่ออันตรายเกิดข้ึน กรณีเจ้าบ้าน หรือผู้ควบคุมดูแลบ้าน
หรือแพทย์ผู้ท�าการรักษาพยาบาล หรือเจ้าของ หรือผู้ควบคุมสถานประกอบการ
หรือผู้ท�าการชันสูตร หรือผู้รับผิดชอบในสถานท่ีที่ได้มีการชันสูตร
ช่ือ รายการ
1. โรคตดิ ตอ่ อนั ตราย พบผูป้ ว่ ยหรอื ผ้ทู ีส่ งสัยโรคติดต่ออันตราย
เจ้าบ้าน หรือผ้คู วบคุมดแู ลบ้าน ผู้รับผิดชอบในสถานพยาบาล
หรือแพทยผ์ ู้ทําการรกั ษาพยาบาล หรอื ผทู้ ําการชนั สตู ร หรอื รบั ผดิ ชอบ
หรอื เจา้ ของ หรอื ผคู้ วบคมุ สถานประกอบการ
ในสถานท่ีทไ่ี ดร้ บั การชนั สูตร
แจ้งภายใน 3 ชม. แจ้งภายใน 3 ชม. แจ้งภายใน 3 ชม.
เจ้าพนกั งาน แจง้ ภายใน 1 ชม. เจ้าพนักงานควบคุมโรคตดิ ต่อ
ควบคมุ โรคตดิ ตอ่ สงั กัดกรมควบคมุ โรค
ในพ้ืนที่
2. ชอ่ งทางการแจง้ 1. แจง้ โดยตรงตอ่ เจา้ พนกั งานควบคมุ โรคตดิ ตอ่
(ในกรณีท่มี ีเหตุสดุ วิสยั หรอื ตกอยู่ 2. แจง้ ทางโทรศพั ท์
ในสถานการณ์ท่ไี มอ่ าจแจ้งโดยวธิ ีการ 3. แจง้ ทางโทรสาร
ทางโทรศัพท์ได)้ 4. แจ้งทางหนังสอื
5. แจง้ ทางไปรษณยี อ์ เิ ลก็ ทรอนกิ ส์
6. วธิ กี ารอื่นใดทอี่ ธบิ ดีกรมควบคุมโรคประกาศกําหนดเพ่ิมเติม
3. ขอ้ มูลการแจง้ ตอ่ เจา้ พนกั งาน ช่อื ทอ่ี ยู่ และสถานท่ที ํางานของตน ความเก่ยี วขอ้ งกบั ผปู้ ่วย
ควบคุมโรค ขอ้ มูลผปู้ ว่ ยท่สี ําคญั ฯลฯ รายละเอยี ดตามทกี่ าํ หนด
4. เจ้าพนกั งานควบคมุ โรคตดิ ตอ่ เจา้ พนักงานควบคมุ โรคตดิ ตอ่ บนั ทกึ ขอ้ มูลตามแบบฟอรม์ ที่อธิบดีกรมควบคมุ โรค
บนั ทึกและสง่ แบบรายงาน กาํ หนด เช่น รายงาน 506 หรอื แบบฟอรม์ อื่น ๆ ทีก่ ําหนด และแจ้งหน่วยงาน
ท่ีเก่ียวขอ้ ง เพือ่ ทําการสอบสวนและควบคมุ โรคต่อไป
จดุ สิน้ สุด
456 นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อท่ีต้องเฝ้าระวังในประเทศไทย
หลักเกณฑ์และวิธีการแจ้ง
ในกรณีท่ีมีโรคติดต่ออันตรายเกิดข้ึน กรณีเจ้าบ้าน หรือผู้ควบคุมดูแลบ้าน
หรือแพทย์ผู้ท�าการรักษาพยาบาล หรือเจ้าของ หรือผู้ควบคุมสถานประกอบการ
หรือผู้ท�าการชันสูตร หรือผู้รับผิดชอบในสถานท่ีท่ีได้มีการชันสูตร
ช่ือ รายการ
1. โรคระบาด พบผู้ป่วยหรอื ผทู้ ส่ี งสัยโรคระบาด
เจ้าบา้ น หรือผู้ควบคมุ ดูแลบ้าน หรือแพทยผ์ ูท้ ําการรักษาพยาบาล หรือเจ้าของ
หรอื ผู้ควบคมุ สถานประกอบการ หรอื ผรู้ ับผดิ ชอบในสถานที่ทีไ่ ดม้ ีการชนั สูตร
แจง้ เจ้าพนักงานควบคมุ โรคตดิ ต่อในพน้ื ที่
ภายใน 24 ชม.
2. ช่องทางการแจง้ 1. แจง้ โดยตรงต่อเจา้ พนกั งานควบคมุ โรคตดิ ตอ่
(ในกรณที ม่ี ีเหตุสุดวสิ ัย หรือตกอยู่ 2. แจ้งทางโทรศพั ท์
ในสถานการณท์ ่ไี มอ่ าจแจง้ โดยวิธกี าร 3. แจง้ ทางโทรสาร
ทางโทรศัพทไ์ ด)้ 4. แจง้ ทางหนงั สือ
5. แจง้ ทางไปรษณียอ์ ิเล็กทรอนกิ ส์
6. วธิ กี ารอน่ื ใดทีอ่ ธิบดีกรมควบคมุ โรคประกาศกาํ หนดเพิ่มเตมิ
3. ข้อมลู การแจ้งต่อเจ้าพนักงาน ชือ่ ทอ่ี ยู่ และสถานทที่ าํ งานของตน ความเกีย่ วข้องกบั ผูป้ ่วย
ควบคุมโรค ขอ้ มูลผู้ป่วยทีส่ ําคญั ฯลฯ รายละเอียดตามท่กี าํ หนด
4. เจา้ พนกั งานควบคุมโรคติดต่อ เจา้ พนกั งานควบคมุ โรคติดต่อบนั ทกึ ขอ้ มูลตามแบบฟอรม์ ที่อธิบดีกรมควบคมุ โรค
บันทึกและสง่ แบบรายงาน กาํ หนด เชน่ รายงาน 506 หรอื แบบฟอร์มอนื่ ๆ ทกี่ ําหนด และแจง้ หนว่ ยงาน
ทเ่ี กยี่ วขอ้ ง เพือ่ ทาํ การสอบสวนและควบคุมโรคต่อไป
จดุ สิ้นสดุ
หมายเหตุ : กรณีทเ่ี จ้าบ้าน หรอื ผู้ควบคุมดูแลบ้าน หรือเจ้าของหรอื ผู้ควบคุมสถานประกอบการมเี หตสุ ดุ วิสยั
ไม่สามารถแจ้งภายใน 24 ชั่วโมงได้ ให้แจง้ ต่อเจ้าพนกั งานควบคมุ โรคติดต่อในพนื้ ท่ีทันทที ี่สามารถกระทาํ ได้
นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อท่ีต้องเฝ้าระวังในประเทศไทย 457
หลักเกณฑ์และวิธีการแจ้ง
ในกรณีที่มีโรคที่ต้องเฝ้าระวัง เกิดขึ้นกรณีผู้รับผิดชอบในสถานพยาบาล ผู้ท�าการชันสูตร
หรือผู้รับผิดชอบในสถานที่ที่ได้มีการชันสูตร
ช่ือ รายการ
1. โรคติดต่อท่ีตอ้ งเฝ้าระวงั พบผูป้ ่วยหรือผูท้ ่สี งสัยโรคติดตอ่ ทต่ี อ้ งเฝ้าระวัง
ผู้รับผดิ ชอบในสถานพยาบาล ผู้ท�าการชันสตู ร
หรือผ้รู บั ผดิ ชอบในสถานที่ท่ีได้มกี ารชนั สูตร
แจง้ ภายใน 7 วัน
เจา้ พนักงานควบคุมโรคตดิ ตอ่ ในสังกัดส�านกั งานสาธารณสุขจงั หวัด
กรณพี บในเขตจงั หวัด หรอื เจ้าพนกั งานควบคุมโรคติดตอ่
ในสังกัดอนามยั กทม. กรณพี บในเขต กทม.
2. ชอ่ งทางการแจง้ 1. แจ้งโดยตรงต่อเจา้ พนกั งานควบคมุ โรคตดิ ตอ่
(ในกรณีทม่ี ีเหตุสดุ วสิ ัย หรอื ตกอยู่ 2. แจง้ ทางโทรศัพท์
ในสถานการณท์ ี่ไม่อาจแจ้งโดยวธิ ีการ 3. แจง้ ทางโทรสาร
ทางโทรศพั ทไ์ ด้) 4. แจง้ ทางหนังสือ
5. แจ้งทางไปรษณีย์อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์
6. วิธกี ารอน่ื ใดทอี่ ธิบดีกรมควบคมุ โรคประกาศกาํ หนดเพ่ิมเตมิ
3. ข้อมลู การแจง้ ต่อเจา้ พนักงาน ชอื่ ทอี่ ยู่ และสถานท่ีทาํ งานของตน ความเก่ียวข้องกบั ผู้ปว่ ย
ควบคมุ โรค ขอ้ มูลผูป้ ว่ ยทีส่ ําคัญ ฯลฯ รายละเอยี ดตามท่กี ําหนด
4. เจ้าพนักงานควบคมุ โรคติดต่อ เจ้าพนกั งานควบคมุ โรคตดิ ต่อบันทกึ ขอ้ มลู ตามแบบฟอรม์ ทีอ่ ธิบดีกรมควบคมุ โรค
บันทกึ และส่งแบบรายงาน กาํ หนด เช่น รายงาน 506 หรือแบบฟอรม์ อน่ื ๆ ท่กี าํ หนด และแจง้ หนว่ ยงาน
ทเี่ กยี่ วข้อง เพื่อทําการสอบสวนและควบคมุ โรคต่อไป
จุดสนิ้ สุด
458 นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อท่ีต้องเฝ้าระวังในประเทศไทย
รหัสโรค, เชื้อก่อโรค และ ICD-10 รายงานเฝ้าระวังทางระบาดวิทยา (รายงาน 506)
ตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558
โรคตดิ ต่ออันตราย 13 โรค
รหสั 506 รหัส ICD-10 ชอ่ื โรค และ รหัสเชื้อก่อโรค ชือ่ โรคภาษาไทย
กําหนดให้รายงานทนั ที A20.0–A20.3, Plague จําแนกประเภทโดยใช้รหสั กาฬโรค
ท่พี บผู้ปว่ ยแมเ้ พียงสงสยั A20.7–A20.9 Organism ดงั นี้
โดยแจ้งเบ้อื งตน้ ไปยงั 1. กาฬโรคตอ่ มน้ําเหลือง (Bubonic plague)
คณะกรรมการโรคตดิ ตอ่ 2. กาฬโรคชนิดโลหติ เป็นพิษ
ระดับจงั หวดั โดยไมต่ อ้ งรอ (Septicemic plague)
การวนิ จิ ฉยั สดุ ทา้ ยจากแพทย์ 3. กาฬโรคปอด (Pneumonic plague)
และไม่ตอ้ งรอการลงรหสั 4. กาฬโรคคอหอย (Pharyngeal plague)
ICD-10
B03 Smallpox ไข้ทรพษิ
A98.0 Crimean - Congo hemorrhagic fever ไขเ้ ลอื ดออกไครเมยี นคองโก
(CCHF)
A92.3 West Nile fever ไขเ้ วสต์ไนล์
A95.0, A95.1, Yellow fever ไขเ้ หลือง
A95.9
A96.2 Lassa fever ไขล้ าสซา
* Nipah virus disease โรคติดเช้อื ไวรสั นิปาห์
A98.3 Marburg virus disease (MVD) โรคติดเชอื้ ไวรสั มาร์บวรก์
A98.4 Ebola virus disease (EVD) โรคติดเช้อื ไวรัสอีโบลา
* Hendra virus disease (HeV) โรคตดิ เชอ้ื ไวรสั เฮนดรา
U04.9 Severe acute respiratory syndrome โรคทางเดนิ หายใจเฉยี บพลนั รนุ แรง
(SARS) หรอื โรคซาร์ส
B97.2 Middle East respiratory syndrome (MERS) โรคทางเดนิ หายใจตะวันออกกลาง
หรอื โรคเมอรส์
* Extensively drug-resistant tuberculosis วณั โรคด้อื ยาหลายขนาน
(XDR-TB) ชนิดรนุ แรงมาก
หมายเหตุ : * Nipah virus disease, Hendra virus disease และ Extensively drug-resistant tuberculosis (XDR-TB)
ยังไมม่ ีรหสั โรคจําเพาะ
** ไมม่ รี หัสเฉพาะสําหรับโรค Middle east respiratory syndrome (MERS) ใหล้ งเป็นรหสั B97.2 (Coronavirus
as the cause of disease classified to other chapters) รว่ มกับอาการอื่น ๆ ท่ีตรวจพบ เชน่ ปอดอกั เสบ (J12.8 Other viral
Pneumonia), Acue pharygitis (J02.8 Acute pharyngitis due to other specified organisms)
นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวังในประเทศไทย 459
รหัสโรคทีใ่ ชใ้ นการรายงานผู้ป่วยในข่ายงานเฝา้ ระวังทางระบาดวิทยา (รายงาน 506) 61 รหัสโรค
รหสั 506 รหัส ICD-10 ช่อื โรค และ รหสั เชือ้ กอ่ โรค ช่ือโรคภาษาไทย
อหวิ าตกโรค
01 A00.0, A00.1, Cholera
A00.9 จาํ แนกรหสั Organism type ดงั นี้ โรคอุจจาระรว่ ง
1 Vibrio cholerae El Tor Inaba เฉยี บพลนั
2 Vibrio cholerae El Tor Ogawa โรคอาหารเป็นพิษ
3 Vibrio cholerae El Tor Hikojima
4 Vibrio cholerae O139 โรคบิดจากเชื้อชเิ กลลา
5 Vibrio cholerae other or unspecified
กรณผี ตู้ ดิ เชื้อไมแ่ สดงอาหาร ให้รายงานผลในตวั แปร
Complication type ดังน้ี
1 Asymptomatic infection
02 A04.0–A04.9, Acute diarrhea
A08.0-A08.5, จาํ แนกรหสั Organism type ดงั นี้
A09.0, A09.9 1 Escherichia coli (E.coli)
2 Norovirus
3 Rotavirus
4 Campylobacter spp.
5 Yersinia enterocolitica
6 Others
9 Unknown
03 A02.0, A02.1, Food poisoning
A02.2, A02.8, จําแนกรหัส Organism type ดังน้ี
A02.9, A05.0, 1 Vibrio parahaemolyticus
A05.2-A05.4, 2 Salmonella enterica serovar Enteritidis
A05.8-A05.9, 3 Salmonella enterica serovar Typhimurium
A32.9 4 Other Salmonella spp.
5 Unspecified Salmonella spp.
6 Staphylococcus spp.
7 Listeria monocytogenes
8 Clostridium perfringens
9 Bacillus cereus
10 Cyclospora spp.
11 Others
12 Unknown
05 A03.0–A03.3 Shigellosis dysentery, Bacillary dysentery
A03.8–A03.9 จาํ แนกรหสั Organism type ดงั น้ี
1 Shigella dysenteriae (ICD-10: A03.0)
2 Shigella flexneri (ICD-10: A03.1)
3 Shigella boydii (ICD-10: A03.2)
4 Shigella sonnei (ICD-10: A03.3)
5 Other Shigellosis (ICD-10: A03.8)
6 Shigellosis, unspecified (ICD-10: A03.9)
460 นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวังในประเทศไทย
รหสั 506 รหสั ICD-10 ชือ่ โรค และ รหัสเช้ือก่อโรค ชอ่ื โรคภาษาไทย
06 A06.0–A06.9 Amoebic dysentery, Amoebiasis โรคบิดมตี วั หรือ
จําแนกรหัส Organism type ดังน้ี โรคบดิ จากเช้ืออะมบี า
07 A01 1 Acute amoebic dysentery (ICD-10: A06.0)
08 A01.0 2 Chronic intestinal amoebiasis (ICD-10: A06.1) ไข้เอนเทอรคิ
3 Amoebic nondysenteric colitis (ICD-10: A06.2)
4 Amoeboma of intestine (ICD-10: A06.3) ไข้ไทฟอยดห์ รือ
5 Amoebic liver abscess (ICD-10: A06.4) ไขร้ ากสาดน้อย
6 Amoebic lung abscess (ICD-10: A06.5) ไขพ้ าราไทฟอยด์หรอื
7 Amoebic brain abscess (ICD-10: A06.6) ไขร้ ากสาดเทยี ม
8 Cutaneous amoebiasis (ICD-10: A06.7)
9 Amoebic infection of other sites (ICD-10: A06.8) โรคไวรัสตบั อกั เสบ
10 Amoebiasis, unspecified (ICD-10: A06.9) ไมร่ ะบชุ นดิ
Enteric fever โรคไวรสั ตับอกั เสบ
จําแนกรหสั Organism type ดังน้ี เฉยี บพลัน ชนดิ เอ
1 Widal test: positive โรคไวรัสตบั อกั เสบ
9 Unknown เฉียบพลัน ชนิด บี
Typhoid fever โรคไวรัสตบั อกั เสบ
เฉียบพลัน ชนดิ ซี
09 A01.1–A01.4 Paratyphoid fever โรคตาแดงจากไวรัส
จาํ แนกรหสั Organism type ดังนี้ ไข้หวัดใหญ่
1 Paratyphoid fever A (ICD-10: A01.1)
2 Paratyphoid fever B (ICD-10: A01.2)
3 Paratyphoid fever C (ICD-10: A01.3)
4 Paratyphoid fever, unspecified (ICD-10: A01.4)
10 B17.8–B17.9, Unspecified viral hepatitis
B19.0, B19.9
11 B15.0, B15.9 Acute hepatitis A virus
12 B16.0-16.2, Acute hepatitis B virus
B16.9
13 B17.1 Acute hepatitis C virus
14 B30.0–B30.3, Viral conjunctivitis
B30.8–B30.9
15 J10–J11 Influenza, (Flu)
จําแนกรหสั Organism type ดังน้ี
1 Influenza A unknown subtype
2 Influenza B
3 Influenza A (H1)
4 Influenza A (H3)
7 Other specify
9 Unknown
นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อท่ีต้องเฝ้าระวังในประเทศไทย 461
รหสั 506 รหัส ICD-10 ช่ือโรค และ รหสั เชอ้ื ก่อโรค ชอ่ื โรคภาษาไทย
16 B06 Rubella ไขห้ ดั เยอรมนั
17 B01.0–B01.2, หมายเหตุ : ให้รายงานผ่านทางฐานขอ้ มูลโครงการกาํ จัดหดั โรคสุกใสหรือ
B01.8–B01.9 (https://apps.doe.moph.go.th/measles/) โรคอสี ุกอีใส
Varicella, Chickenpox ไข้ไม่ทราบสาเหตุ
18 R50.8, R50.9 จําแนกรหัส Organism type ดงั น้ี ไข้กาฬหลงั แอน่
19 A39.0, 1 Varicella Zoster Virus
2 IgM/IgG positive โรคโปลโิ อ
A39.2–A39.5, 3 IgM/IgG negative
A39.8–A39.9 9 Unknown ไขห้ ดั
Fever of unknown origin: FUO, ไขห้ ดั ทมี่ ีโรคแทรกซอ้ น
20 A80.0–A80.4, Fever without localizing signs: FWLS โรคคอตบี
A80.9 Meningococcal meningitis
จาํ แนกรหัส Organism type ดงั น้ี โรคไอกรน
21 B05, 1 N meningitides group A
B05.0-B05.4, 2 N meningitides group B/E coli K 1
B05.8-B05.9 3 N meningitides group C
4 N meningitides group Y/W 135
23 A36.0–A36.3, 5 N meningitides group X
A36.8–A36.9 6 N meningitides unknown serogroup
9 Unknown
24 A37.0, A37.9 Poliomyelitis
จําแนกรหัส Organism type ดังน้ี
1 Wild type 1
2 Wild type 2
3 Wild type 3
4 VAPP
5 VDPV
9 Unknown
Measles
หมายเหตุ : ให้รายงานผ่านทางฐานขอ้ มูลโครงการกําจดั หดั
(https://apps.doe.moph.go.th/measles/)
Diphtheria
จําแนกรหสั Organism type ดังนี้
1 Culture: Positive, Toxin: Positive
2 Culture: Positive, Toxin: Negative
3 Culture: Negative
4 No sample/Specimen collection
ผทู้ เ่ี ป็นพาหะควรจัดทาํ ทะเบยี นไว้ เพ่อื การติดตามพาหะ
โดยไมต่ ้องรายงานเขา้ สูร่ ะบบรายงาน 506
Pertussis
จาํ แนกรหสั Organism type ดงั นี้
1 Bordetella pertussis
2 Negative
3 Inconclusive
9 Unknown
462 นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวังในประเทศไทย
รหสั 506 รหสั ICD-10 ชอ่ื โรค และ รหัสเช้ือก่อโรค ชื่อโรคภาษาไทย
25 A34, A35 Tetanus โรคบาดทะยกั
26 A97.0, A97.1 Dengue haemorrhagic fever (DHF) ไข้เลือดออก
จําแนกรหัส Organism type ดงั น้ี
27 A97.2 1 DENV 1 ไขเ้ ลือดออกช็อก
2 DENV 2
28 A83.1–A83.5, 3 DENV 3 ไขส้ มองอักเสบ
A83.8–A83.9, 4 DENV 4
A84.0–A84.1, 9 Unknown ไขส้ มองอกั เสบ
A84.8–A84.9, Dengue shock syndrome (DSS) เจแปนนิส
A85.0–A85.2, จาํ แนกรหสั Organism type ดังนี้ ไขม้ าลาเรยี
A85.8, A86, 1 DENV 1
B00.4, 2 DENV 2
G04.8–G04.9, 3 DENV 3
G05.1 4 DENV 4
9 Unknown
29 A83.0 Encephalitis
จาํ แนกรหัส Organism type ดังนี้
1 Viral encephalitis
2 Bacterial encephalitis
3 Encephalitis, others
4 Encephalitis, unspecified
9 Unknown
Japanese B encephalitis, J.E.
30 B50.0, Malaria
B50.8-B50.9, จําแนกรหัส Organism type ดงั น้ี
B51.0, B51.8– 1 PF : Plasmodium falciparum
B51.9, B52.0, 2 PV : Plasmodium vivax
B52.8–B52.9, 3 PM : Plasmodium malariae
B53.0, B53.1, 4 Mixed type
B53.8, B54 5 PO : Plasmodium ovale
6 PK : Plasmodium knowlesi
9 Unknown
จําแนกรหัส Complication type ดังนี้
1 Asymptomatic infection
นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อท่ีต้องเฝ้าระวังในประเทศไทย 463
รหสั 506 รหัส ICD-10 ชือ่ โรค และ รหัสเช้อื ก่อโรค ชอื่ โรคภาษาไทย
31 J12.0-J12.3, Pneumonia โรคปอดอักเสบหรอื
J12.8-J12.9, จําแนกรหสั Organism type ดังน้ี โรคปอดบวม
J13, J14, J15 1 Viral pneumonia (ICD-10: J12)
J16.0, J16.8, 2 Pneumonia due to Streptococcus pneumoniae
J17.0-J17.1, (ICD-10: J13)
J18.0-J18.2, 3 Pneumonia due to Hemophilus influenzae (ICD-10: J14)
J18.8-J18.9, 4 Bacterial pneumonia ชนิดอ่นื ๆ (ICD-10: J15)
J85.1, A48.1 5 Pneumonia due to other infectious organisms, not
elsewhere classified ปอดอกั เสบจากเชอ้ื จลุ ชพี อน่ื ๆ (ICD-10: J16)
6 Legionnaires’ disease (ICD-10: A48.1)
9 ไม่ทราบ, ไมร่ ะบุ หรือ ไมไ่ ด้ส่งตรวจหาเช้ือกอ่ โรคปอดอักเสบ
นอกจากนี้ ควรรายงานวา่ ผปู้ ว่ ยมีภาวะ Severe pneumonia หรอื ไม่
ในรหัส Complication type ดงั นี้
1 มภี าวะ Severe pneumonia
2 ไม่มภี าวะ Severe pneumonia
9 Unknown
32 A15.0 - A15.3, Tuberculosis, Pulmonary TB วณั โรคปอด
A16.0 - A16.2, หมายเหตุ : ให้รายงานตามระบบ NTP (National tuberculosis
J65 control program)
33 A17.0 – A17.1 Tuberculosis meningitis, Tuberculous meningitis วณั โรคเยื่อห้มุ สมอง
หมายเหตุ : ใหร้ ายงานตามระบบ NTP (National tuberculosis
control program)
34 A15.4 – A15.9, Tuberculosis other organs วณั โรคระบบอน่ื ๆ
A16.3 – A16.5, หมายเหตุ : ให้รายงานตามระบบ NTP (National tuberculosis
A16.7 – A16.9, control program)
A17.8 - A17.9,
A18.0 – A18.8,
A19.0 – A19.2,
A19.8 – A19.9,
B20.0, K23.0,
K67.3, K93.0,
M01.1, M49.0,
M90.0, N33.0,
N74.0 - N74.1
35 A30.0–A30.5, Leprosy โรคเรือ้ น
A30.8–A30.9 หมายเหตุ : ให้รายงานเฉพาะผู้ปว่ ยยืนยนั ด้วยแบบรายงานผปู้ ่วย
รายใหม่ ผา่ นสาํ นกั งานปอ้ งกนั ควบคมุ โรค เพอ่ื รวบรวมนาํ สง่ กลมุ่ ควบคมุ
โรคเร้อื น สถาบันราชประชาสมาสัย
464 นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อท่ีต้องเฝ้าระวังในประเทศไทย
รหสั 506 รหัส ICD-10 ชือ่ โรค และ รหสั เชื้อก่อโรค ชื่อโรคภาษาไทย
โรคซิฟลิ สิ
37 A50.0–A50.7, Syphilis โรคซฟิ ิลิสแตก่ าํ เนดิ
A50.9, Congenital syphilis (ICD10: A50.0–50.7,A50.9)
A51.0–A51.5, จาํ แนกรหัส Complication type ดงั น้ี โรคหนองใน
A51.9, 1 Primary syphilis รหสั ICD-10: A51.0–A51.2
A52.0–A52.3, (หญิงตั้งครรภใ์ ช้รหัส O98.1 รว่ มดว้ ย ) โรคหนองในเทยี ม
A52.7–A52.9, 2 Secondary syphilis รหสั ICD-10: A51.3–A51.4 โรคแผลริมอ่อน
A53.0, A53.9, (หญิงตั้งครรภ์ใช้รหัส O98.1) กามโรคของต่อมและ
O98.1 3 Latent syphilis รหัส ICD-10: A51.5, A51.9, A52.0–A52.3 ท่อน้าํ เหลือง
และ A52.7–A52.9 (หญิงตั้งครรภ์ใช้รหัส O98.1 ร่วมด้วย) โรคพษิ สนุ ขั บา้
หรือโรคกลัวนํ้า
38 A54.0–A54.6, Gonorrhea
A54.8–A54.9,
K67.1, M73.0,
N74.3
(ในกรณหี ญงิ
ต้ังครรภใ์ ช้รหัส
O98.2 คกู่ ับ
A54.0–A54.6,
A54.8–A54.9)
39 A56.0–A56.4, Non Gonococcal Urethritis (NGU)
A56.8, N34.1–
N34.3
40 A57 Chancroid
41 A55 Lymphogranuloma venereum, GranulomaInguinale
42 A82 Rabies, Hydrophobia
จําแนกรหัส Oganism type ดงั นี้
1 Sylvatic rabies (A82.0)
2 Urban rabies (A82.1)
3 Rabies, unspecified (A82.9)
จาํ แนกรหสั Complication type ดังน้ี
1 อาการ Typical rabies และผลการตรวจทางห้องปฏบิ ัติการ
จําเพาะเป็นบวก
2 อาการ Typical rabies ผลการตรวจทางห้องปฏิบตั ิการ
จาํ เพาะเปน็ ลบ
3 อาการ Typical rabies ไมไ่ ด้ส่งตัวอย่างตรวจ
4 อาการไมไ่ ด้เขา้ ลกั ษณะ Typical rabies แต่ผลการตรวจเปน็ บวก
ด้วยวธิ กี ารตรวจทางห้องปฏบิ ตั ิการจาํ เพาะวิธีใดวธิ ีหนงึ่
นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวังในประเทศไทย 465
รหัส 506 รหัส ICD-10 ชอื่ โรค และ รหสั เชอื้ ก่อโรค ช่ือโรคภาษาไทย
43 A27.0, A27.8, Leptospirosis, Wei’s disease โรคเลปโตสไปโรสสิ
A27.9 จาํ แนกรหสั Organism type ดังนี้
1 Leptospira interogans (ให้ระบุ Serovar, serogroup โรคสครับไทฟัส
โรคแอนแทรกซ์
หรือ strains ที่ตรวจพบ) โรคทริคิโนสิส
2 Leptospira borgpetersenii (ให้ระบุ Serovar, serogroup โรคคางทมู
หรือ strains ท่ตี รวจพบ)
3 Other pathogenic strains of Leptospira (ให้ระบุ Serovar,
serogroup หรือ strains ที่ตรวจพบ)
4 Non-pathogenic strains of Leptospira
(ให้ระบุ Serovar, serogroup หรอื strains ทตี่ รวจพบ)
5 Unspecies
จําแนกรหสั Complication type ดังน้ี
1 Leptospirosis icterohemorrhagica
2 Aseptic meningitis in leptospirosis
3 Other forms of leptospirosis
เช่น Pulmonary Haemorrhagic Syndrome
4 Leptospirosis, unspecified ไดแ้ ก่ ผูป้ ่วยท่ีมีอาการ
คลา้ ยไขห้ วดั ใหญ่ หรอื ผทู้ ่ีตรวจพบภมู คิ มุ้ กันต่อเชื้อ
แม้ว่าจะไม่มีอาการ
44 A75.0–A75.3, Scrub typhus
A75.9 จาํ แนกรหสั Organism type ดังน้ี
1 Typhus fever due to rickettsia typhi
2 Typhus fever due to rickettsia tsutgamushi
3 Typhus fever, unspecified
9 Unknown
45 A22.0, Anthrax
A22.1-A22.2, จาํ แนกรหสั Complication type ดังนี้
A22.7-A22.9 1 Cutaneous anthrax (A22.0)
2 Pulmonary anthrax (A22.1)
3 Gastrointestinal anthrax (A22.2)
4 Anthrax sepsis (A22.7)
5 Other forms of anthrax (A22.8)
6 Anthrax, unspecified (A22.9)
46 B75 Trichinosis, Trichinellosis, Trichiniasis
จาํ แนกรหสั Complication type ดังนี้
1 ผปู้ ว่ ยมอี าการเข้าได้กับนยิ าม
2 Asymptomatic case แต่ผลการตรวจภูมิคุ้มกนั ให้ผลบวก
52 B26.0–B26.3, Mumps
B26.8–B26.9 จําแนกรหสั Organism type ดงั น้ี
1 Mumps virus
2 IgM/IgG positive
9 Unknown
466 นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อท่ีต้องเฝ้าระวังในประเทศไทย
รหสั 506 รหสั ICD-10 ชอ่ื โรค และ รหัสเชอ้ื ก่อโรค ชอ่ื โรคภาษาไทย
โรคบาดทะยัก
53 A33 Neonatal Tetanus ในเด็กแรกเกดิ
เย่อื หุ้มสมองอกั เสบ
54 A87.8-A87.9, Unspecified meningitis ทมี่ ิไดร้ ะบรุ ายละเอยี ด
G00, G00.9, เยื่อหุม้ สมองอักเสบ
G02.0, G03.0, จากพยาธิ
G03.8, G03.9 โรคอมั พาตกล้ามเน้อื
อ่อนปวกเปยี ก
55 B83.2, G02.8 Eosinophilic meningitis เฉยี บพลนั
จาํ แนกรหสั Organism type ดงั น้ี
1 Angiostrongyliasis due to Parastrongylus cantonensis ไข้เดง็ กี
(ICD10: B83.2)
2 Meningitis in other specified infectious and parasitic
diseases classified elsewhere (ICD10: G02.8)
65 ผทู้ ม่ี อี ายุ <15 ปี Acute Flaccid Paralysis (AFP)
และมี ICD10 ใน
37 กลมุ่ โรค
A05.1, A80,
E80.2, G36.9,
G37.3, G58,
G58.8, G58.9,
G61.0, G62.9,
G70.0, G72.3,
G72.4, G75,
G80.0, G81,
G81.0, G82,
G82.0, G82.2,
G82.3, G82.5,
G83,
G83.0-G83.3,
G83.9, G95,
G95.9, M79.1,
M79.2, R53,
T60, T63.4
หมายเหตุ: A80
ให้รายงานใน
โรคโปลิโอ
รหสั โรค 20
66 A97.9 Dengue fever
จําแนกรหสั Organism type ดังนี้
1 DENV 1
2 DENV 2
3 DENV 3
4 DENV 4
9 Unknown
นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวังในประเทศไทย 467
รหสั 506 รหสั ICD-10 ชื่อโรค และ รหัสเชือ้ ก่อโรค ชื่อโรคภาษาไทย
68 B55.0, B55.1, Leishmaniasis โรคลิซมาเนยี
B55.2, B55.9 จําแนกรหัส Complication type ดังน้ี
1 Kala azar (Visceral leishmaniasis) โรคไวรัสตับอกั เสบ
69 B17.0 2 Cutaneous leishmaniasis เฉียบพลัน ชนดิ ดี
3 Mucocutaneous leishmaniasis โรคไวรัสตบั อกั เสบ
9 Unknown เฉียบพลัน ชนดิ อี
Acute hepatitis D virus โรคมอื เทา้ ปาก
70 B17.2 Acute hepatitis E virus โรคเมลอิ อยโดสิส
71 B08.4, B08.5 Hand foot and mouth disease ไขด้ าํ แดง
จําแนกรหัส Organism type ดังนี้ โรคพยาธิใบไม้ตบั
1 HFM ไมร่ ะบเุ ช้อื
2 Herpangina ไมร่ ะบุเชือ้ โรคเทา้ ชา้ ง
3 Enterovirus 71
4 Coxsackie A เหตกุ ารณไ์ มพ่ งึ ประสงค์
5 Coxsackie B ภายหลงั ไดร้ ับการ
6 Enterovirus other or unspecified สร้างเสริมภมู คิ มุ้ กันโรค
โรคเรมิ
72 A24.1 – A24.4 Melioidosis ของอวัยวะสืบพันธ์ุ
1 Rapid test: positive และทวารหนกั
2 Culture: positive โรคหดู
3 PCR: positive อวัยวะเพศและ
9 Unknown ทวารหนกั
74 A38 Scarlet fever
75 B66.0 Liver fluke
จําแนกรหสั Complication type ดังน้ี
1 แสดงอาการ
2 ไมแ่ สดงอาการ
76 B74.0 – B74.2, Lymphatic filariais
B74.8 – B74.9, จําแนกรหสั Organism type ดงั นี้
H13.0 1 Wuchereria bancrofti (ICD10: B74.0)
2 Brugia malayi (ICD10: B74.1)
3 Brugia timori (ICD10: B74.2)
4 Others (ICD10: B74.8)
9 Unknown (ICD10: B74.9, H13.0)
78 T80.5, T80.6, Adverse Event Following Immunization (AEFI)
T88.0, T88.1, หมายเหตุ : ให้รายงานผา่ นโปรแกรมฐานข้อมูลเฝา้ ระวงั เหตุการณ์
M02.2 ไม่พึงประสงค์ภายหลงั ได้รบั การสรา้ งเสริมภมู คิ ุ้มกันโรค
79 A60.0–A60.1, Anogenital Herpes
A60.9
80 A63.0, A63.8 Condyloma acuminata หรือ Venereal warts
468 นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อท่ีต้องเฝ้าระวังในประเทศไทย
รหสั 506 รหสั ICD-10 ช่อื โรค และ รหัสเช้อื กอ่ โรค ชอ่ื โรคภาษาไทย
82 ไม่มี ICD-10 Streptococcus suis infection โรคตดิ เชื้อ
ทจ่ี าํ เพาะ ใหใ้ ช้ จาํ แนกรหสั Complication type ดังน้ี สเตร็พโตคอคคสั ซูอสิ
ICD-10: A40.8 1 การติดเชอ้ื ในกระแสโลหิตโดยทไ่ี ม่มีอาการแทรกซ้อนอื่น ๆ
(Other 2 เยอื่ ห้มุ สมองอกั เสบ ไดแ้ ก่ มีไข้ รว่ มกบั ปวดศีรษะมาก คอแข็ง
streptococcal หรอื รว่ มกับมีอาการหหู นวก หรอื การได้ยนิ ลดลงอย่างเฉยี บพลนั
sepsis, 3 อาการแทรกซอ้ นจากการติดเชอื้ ในกระแสเลอื ดส่อู วยั วะอนื่ ๆ ได้แก่
not elsewhere ข้ออักเสบ (Septic arthritis)
classified) ลน้ิ หวั ใจอกั เสบ (Infective endocarditis)
ปอดอักเสบ (Bacteremic pneumonia)
หมอนรองกระดกู อกั เสบติดเชื้อ (Septic spondylodiscitis)
การตดิ เชอื้ ภายในลูกตา (Endophthalmitis) หรือ
ภาวะช็อกจากการติดเชอ้ื ในกระแสเลือด (Septic shock)
83 A23.0 A23.1 - Brucellosis โรคบรเู ซลโลสิส
A23.3, A23.8 - จําแนกรหสั Organism type ดังนี้
A23.9 1 Brucella melitensis (A23.0)
2 Brucella abortus (A23.1)
3 Brucella suis (A23.2)
4 Brucella canis (A23.3)
5 Other brucellosis (A23.8)
6 Brucellosis, unspecified (A23.9)
84 A92.0 Chikungunya fever ไขป้ วดข้อยงุ ลาย
จาํ แนกรหสั Organism type ดังน้ี
1 Asian
2 West African
3 ECSA
4 Chikungunya virus, Unspecified
9 Unknown
85 A05.1 Botulism โรคโบทลู ิซึม
87 A92.5 Zika fever โรคติดเชือ้ ไวรสั ซิกา
จาํ แนกรหัส Organism type ดังนี้
1 Asian
2 African
3 Zika virus, Unspecified
9 Unknown
กรณี หญงิ ต้ังครรภ์ ทารกศีรษะเล็ก หรอื ผ้ปู ว่ ยกลุม่ อาการ
กลิ แลงบารเ์ ร ใหร้ ายงานผลในตวั แปร Complication type ดงั น้ี
1 Pregnant woman
2 Microcephaly
3 Guillain-Barré syndrome (GBS)
90 A85.0, A87.0, Enterovirus Fever ไข้เอนเทอโรไวรัส
B34.1 จาํ แนกรหสั Complication type ดงั นี้
1 Enteroviral encephalitis (A85.0)
2 Enteroviral meningitis (A87.0)
3 Enterovirus infection, unspecified site (B34.1)
นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวังในประเทศไทย 469
รหสั 506 รหัส ICD-10 ชื่อโรค และ รหสั เชอื้ กอ่ โรค ชือ่ โรคภาษาไทย
91 J09 Avian Influenza ไข้หวัดนก
จาํ แนกรหัส Organism type ดังน้ี
93 P35.0 1 H5 ไขห้ ดั เยอรมันแตก่ าํ เนดิ
2 H7
3 H9
8 Other specify
9 Unknown
Congenital rubella syndrome
จาํ แนกรหสั Organism type ดังน้ี
1 มผี ลตรวจทางห้องปฏบิ ัตกิ ารเปน็ บวก
2 มีผลตรวจทางหอ้ งปฏบิ ัติการเปน็ ลบ
9 ไมไ่ ด้สง่ ตรวจ/ไมท่ ราบ
470 นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อท่ีต้องเฝ้าระวังในประเทศไทย
เง่ือนไขการออกสอบสวนโรคของทีมปฏิบัติการสอบสวนโรค (Joint Investigation Team: JIT) กองระบาดวิทยา (ปรับปรุง มกราคม 2563)
นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อท่ีต้องเฝ้าระวังในประเทศไทย 1. เป็นเหตกุ ารณท์ ีม่ คี วามส�าคญั สงู มผี ลกระทบตอ่ สุขภาพ สังคม เศรษฐกจิ เป็นวงกวา้ ง หรือ
2. เป็นเหตกุ ารณ์ทไ่ี ม่เคยเกิดมาก่อน หรือ
3. เหตกุ ารณ์การระบาดทเี่ ขา้ ตามเกณฑ์ ตอ่ ไปน้ี
โรค อ�าเภอ/ศบส. จงั หวดั /กทม. เขต ส่วนกลาง กา� หนดเวลาลงสอบสวน
- ต้งั แตผ่ ปู้ ่วยเข้าเกณฑ์ (B=Best practice,
กาฬโรค - ตั้งแต่ผู้ปว่ ยเขา้ เกณฑ์ - ตัง้ แต่ผู้ปว่ ยเข้าเกณฑ์ - ตั้งแต่ผ้ปู ว่ ยเข้าเกณฑ์ L=Law)
(Plague; Bubonic, สอบสวนโรค (PUI) สอบสวนโรค (PUI) สอบสวนโรค (PUI) สอบสวนโรค (PUI)
Pneumonic, - ต้ังแต่ผู้ปว่ ยเขา้ เกณฑ์ สอบสวนภายใน 12 ชว่ั โมง
Septicemic) - ตัง้ แตผ่ ู้ป่วยเขา้ เกณฑ์ - ต้ังแต่ผ้ปู ว่ ยเขา้ เกณฑ์ - ตงั้ แต่ผู้ปว่ ยเขา้ เกณฑ์ หลงั รบั แจง้ (ทกุ ระดับ, L)
ไขท้ รพิษ สอบสวนโรค (PUI) สอบสวนโรค (PUI) สอบสวนโรค (PUI) สอบสวนโรค (PUI)
(Smallpox) - ต้งั แตผ่ ปู้ ว่ ยเข้าเกณฑ์ สอบสวนภายใน 12 ช่ัวโมง
หลงั รับแจง้ (ทกุ ระดบั , L)
ไข้เลือดออก - ตัง้ แต่ผปู้ ว่ ยเข้าเกณฑ์ - ตัง้ แตผ่ ูป้ ว่ ยเข้าเกณฑ์ - ตัง้ แต่ผู้ปว่ ยเขา้ เกณฑ์ สอบสวนโรค (PUI) (แจง้ WHO)
ไครเมยี นคองโก สอบสวนโรค (PUI) สอบสวนโรค (PUI) สอบสวนโรค (PUI) สอบสวนภายใน 12 ช่วั โมง
(Crimean–Congo - ตั้งแตผ่ ปู้ ่วยเข้าเกณฑ์ หลังรบั แจ้ง (ทกุ ระดับ, L)
hemorrhagic fever; - ตงั้ แตผ่ ปู้ ว่ ยเขา้ เกณฑ์ - ตั้งแตผ่ ปู้ ว่ ยเขา้ เกณฑ์ - ตั้งแตผ่ ปู้ ว่ ยเข้าเกณฑ์ สอบสวนโรค (PUI)
CCHF) สอบสวนโรค (PUI) สอบสวนโรค (PUI) สอบสวนโรค (PUI) สอบสวนภายใน 12 ชวั่ โมง
ไขเ้ วสตไ์ นล์ หลังรับแจ้ง (ทกุ ระดับ, L)
(West Nile fever)
471 ปรับปรงุ ณ วันที่ 7 มกราคม 2563
472 นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อท่ีต้องเฝ้าระวังในประเทศไทย โรค อ�าเภอ/ศบส. จงั หวดั /กทม. เขต สว่ นกลาง กา� หนดเวลาลงสอบสวน
(B=Best practice,
ไขเ้ หลอื ง - ตัง้ แตผ่ ปู้ ว่ ยเขา้ เกณฑ์ - ต้ังแต่ผู้ป่วยเขา้ เกณฑ์ - ตัง้ แตผ่ ปู้ ่วยเขา้ เกณฑ์ - ต้งั แตผ่ ปู้ ว่ ยเขา้ เกณฑ์ L=Law)
(Yellow fever) สอบสวนโรค (PUI) สอบสวนโรค (PUI) สอบสวนโรค (PUI) สอบสวนโรค (PUI)
โรคตดิ เช้ือไวรสั นปิ าห์ สอบสวนภายใน 12 ชว่ั โมง
(Nipah virus - ตงั้ แตผ่ ู้ปว่ ยเขา้ เกณฑ์ - ต้งั แต่ผู้ป่วยเขา้ เกณฑ์ - ต้งั แต่ผู้ปว่ ยเข้าเกณฑ์ - ผูป้ ว่ ยเขา้ ขา่ ย หรือ ยนื ยนั หลังรบั แจง้ (ทุกระดบั , L)
disease) สอบสวนโรค (PUI) สอบสวนโรค (PUI) สอบสวนโรค (PUI) สอบสวนภายใน 12 ชวั่ โมง
โรคตดิ เช้ือ หลังรับแจ้ง (ทกุ ระดับ, L)
ไวรสั มาร์บวรก์ - ตง้ั แตผ่ ปู้ ว่ ยเข้าเกณฑ์ - ต้งั แต่ผู้ป่วยเขา้ เกณฑ์ - ตัง้ แต่ผูป้ ่วยเข้าเกณฑ์
(Marburg virus สอบสวนโรค (PUI) สอบสวนโรค (PUI) สอบสวนโรค (PUI) - ตง้ั แตผ่ ้ปู ่วยเขา้ เกณฑ์ สอบสวนภายใน 12 ชว่ั โมง
disease) สอบสวนโรค (PUI) หลังรบั แจง้ (ทกุ ระดับ, L)
ไข้ลาสซา - ตั้งแต่ผู้ป่วยเข้าเกณฑ์ - ตง้ั แตผ่ ้ปู ว่ ยเข้าเกณฑ์ - ตงั้ แตผ่ ูป้ ่วยเขา้ เกณฑ์
(Lassa fever) สอบสวนโรค (PUI) สอบสวนโรค (PUI) สอบสวนโรค (PUI) - ตง้ั แต่ผู้ปว่ ยเข้าเกณฑ์ สอบสวนภายใน 12 ชั่วโมง
โรคติดเชื้อไวรัสอโี บลา สอบสวนโรค (PUI) หลงั รับแจง้ (ทุกระดบั , L)
(Ebola virus - ตงั้ แต่ผ้ปู ่วยเข้าเกณฑ์ - ต้ังแต่ผ้ปู ว่ ยเขา้ เกณฑ์ - ต้ังแต่ผู้ปว่ ยเขา้ เกณฑ์ สอบสวนภายใน 12 ช่วั โมง
disease; EVD) สอบสวนโรค (PUI) สอบสวนโรค (PUI) สอบสวนโรค (PUI) - ตง้ั แตผ่ ปู้ ว่ ยเขา้ เกณฑ์ หลังรับแจง้ (ทุกระดับ, L)
โรคติดเชือ้ ไวรัสเฮนดรา สอบสวนโรค (PUI)
(Hendra virus - ตงั้ แต่ผ้ปู ่วยเขา้ เกณฑ์ - ต้งั แตผ่ ปู้ ว่ ยเข้าเกณฑ์ - ตงั้ แตผ่ ปู้ ่วยเขา้ เกณฑ์
disease) สอบสวนโรค (PUI) สอบสวนโรค (PUI) สอบสวนโรค (PUI) - ผู้ปว่ ยเขา้ ข่าย หรือยืนยัน สอบสวนภายใน 12 ชัว่ โมง
โรคซาร์ส หลงั รบั แจ้ง (ทุกระดับ, L)
(Severe Acute - ตั้งแต่ผปู้ ่วยเข้าเกณฑ์ - ตงั้ แตผ่ ู้ปว่ ยเข้าเกณฑ์ - ตั้งแตผ่ ู้ป่วยเข้าเกณฑ์
Respiratory สอบสวนโรค (PUI) สอบสวนโรค (PUI) สอบสวนโรค (PUI) - ผู้ปว่ ยเข้าขา่ ย หรือยนื ยัน สอบสวนภายใน 12 ชั่วโมง
Syndrome; SARS) หลงั รบั แจง้ (ทกุ ระดับ, L)
โรค อ�าเภอ/ศบส. จงั หวัด/กทม. เขต ส่วนกลาง ก�าหนดเวลาลงสอบสวน
- ตั้งแตผ่ ปู้ ่วยเข้าเกณฑ์ - ตงั้ แตผ่ ปู้ ว่ ยเข้าเกณฑ์ - ผู้ป่วยเขา้ ขา่ ย หรอื ยืนยนั (B=Best practice,
นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อท่ีต้องเฝ้าระวังในประเทศไทย โรคเมอรส์ - ตัง้ แต่ผปู้ ่วยเข้าเกณฑ์ L=Law)
(Middle East สอบสวนโรค (PUI) สอบสวนโรค (PUI) สอบสวนโรค (PUI)
Respiratory สอบสวนภายใน 12 ชัว่ โมง
Syndrome; MERS) - ผู้ป่วยยืนยันรายใหม่ หรือ หลังรบั แจง้ (ทุกระดับ, L)
วัณโรคปอด ผู้ปว่ ยกลบั เปน็ ซ้ําทกุ ราย
(Pulmonary - ผู้ป่วยยนื ยันท่ีเปน็ บุคลากร - วณั โรคปอดดอ้ื ยาดงั ตอ่ ไปน้ี - วัณโรคปอดดือ้ ยาหลายขนาน กรณี XDR–TB
Tuberculosis) ทางการแพทย์ทุกราย 1) วัณโรคปอดด้ือยาหลายขนาน ชนิดรุนแรงมาก (XDR-TB) สอบสวนภายใน 12 ชัว่ โมง
หลงั รับแจ้ง (ทกุ ระดับ, L)
- กรณีพบผปู้ ว่ ยยืนยนั เป็น ชนิดรนุ แรง (Pre XDR-TB) รายแรกในจังหวดั ที่ไม่เคยมี
กลุ่มกอ้ นต้งั แต่ 2 รายขึ้นไป 2) วัณโรคปอดดื้อยาหลายขนาน ผู้ปว่ ย
ในสถานทเี่ ดยี วกนั ภายใน
3 เดอื น กรณเี รือนจําให้ ชนิดรนุ แรงมาก (XDR-TB)
พจิ ารณาตามความจาํ เป็น ทกุ ราย
- วณั โรคปอดด้ือยาดังตอ่ ไปน้ี
1) วัณโรคปอดดอื้ ยา
Rifampicin (RR-TB)
2) วณั โรคปอดดอ้ื ยาหลายขนาน
(MDR-TB)
โรคอุบัติใหม่ หรือโรค - ผู้ปว่ ยสงสัยทุกราย - ผูป้ ว่ ยสงสยั ทกุ ราย - ผปู้ ่วยสงสัยทกุ ราย - ผู้ปว่ ยสงสัยทุกราย สอบสวนภายใน 12 ช่วั โมง
ทน่ี า� เข้าจากตา่ งประเทศ หลงั รบั แจ้ง (ทกุ ระดับ, B)
(Emerging infectious
disease; EIDs)
ปรับปรงุ ณ วันที่ 7 มกราคม 2563
473
474 นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อท่ีต้องเฝ้าระวังในประเทศไทย โรค อ�าเภอ/ศบส. จงั หวดั /กทม. เขต สว่ นกลาง กา� หนดเวลาลงสอบสวน
- ผูป้ ่วยยนื ยันทุกราย (B=Best practice,
ไข้กาฬหลังแอ่น - ผปู้ ว่ ยสงสยั ทกุ ราย - ผูป้ ่วยยนื ยันเป็นกลุ่มกอ้ น - ผปู้ ว่ ยยนื ยันตัง้ แต่ 2 ราย L=Law)
(Meningococcemia ตัง้ แต่ 2 รายขนึ้ ไปในสถานท่ี ข้นึ ไป ในพน้ื ท่ีมากกวา่
or Meningococcal เดียวกนั หรือมคี วามเชื่อมโยง 1 จงั หวัด ทม่ี ีความเช่ือมโยง สอบสวนภายใน 24 ชัว่ โมง
meningitis) กัน กัน หลงั รบั แจง้ (ทกุ ระดบั , B)
ไขส้ มองอกั เสบเจแปนนสิ - ผปู้ ่วยสงสัยทกุ ราย - ผปู้ ่วยยนื ยนั ทกุ ราย - ผปู้ ว่ ยยนื ยนั รายที่ 2 - ผู้ปว่ ยยนื ยนั รายที่ 2 ใน สอบสวนภายใน 24 ช่วั โมง
(Japanese B - พบผปู้ ่วยสงสัยเป็นกลุ่มกอ้ น ในจังหวัดภายในระยะเวลา จังหวัดภายในระยะเวลา หลังรบั แจง้ (อาํ เภอ, B)
Encephalitis) 1 เดือน นบั จากรายลา่ สุด 1 เดือน นบั จากรายลา่ สุด กรณีสงสยั Nipah
ต้ังแต่ 2 รายขึน้ ไป ในอาํ เภอ Hendra West Nile
ไขส้ มองอกั เสบ - ผู้ปว่ ยสงสัยทกุ ราย เดยี วกนั ภายใน 1 เดือน - พบผู้ปว่ ยสงสยั เปน็ กลุ่มก้อน - กรณที ยี่ นื ยนั เปน็ เชอื้ อบุ ตั ใิ หม่ Lassa tick–borne
ไม่ระบุเช้อื สาเหตุ - กรณที ีส่ งสยั เป็นเช้อื อบุ ตั ิใหม่ ตั้งแต่ 5 รายข้นึ ไป ในอาํ เภอ - กรณพี บการระบาดเปน็ encephalitis Lyme
(Encephalitis, เดียวกัน ภายใน 1 เดอื น สอบสวนภายใน 12 ช่ัวโมง
unspecified) กลุ่มกอ้ นทห่ี าสาเหตไุ ม่ได้ หลังรับแจ้ง
- กรณีทีส่ งสยั เปน็ เชือ้ อุบัตใิ หม่ มากกวา่ 10 ราย ภายใน (ทกุ ระดบั L , B)
2 เดือน
เย่อื หุ้มสมองอักเสบ - ผปู้ ่วยสงสัยเสียชีวติ ทกุ ราย - พบผ้ปู ่วยสงสัยเปน็ กลมุ่ กอ้ น - พบผู้ป่วยสงสัยเป็นกลมุ่ ก้อน - พบผู้ปว่ ยสงสยั กลุ่มก้อน สอบสวนภายใน 24 ชัว่ โมง
จากพยาธิ - กรณีพบผปู้ ว่ ยสงสยั เปน็ ตงั้ แต่ 2 รายขนึ้ ไป ภายใน ต้ังแต่ 5 รายข้ึนไป ภายใน ตัง้ แต่ 5 รายขนึ้ ไป ภายใน หลังรับแจง้ (อาํ เภอ, B)
(Eosinophilic 1 เดือน ที่สงสัยมาจากแหล่ง 1 เดอื น ทส่ี งสัยมาจากแหล่ง 1 เดือน ทสี่ งสัยมาจากแหลง่
meningitis) กลมุ่ ก้อนตั้งแต่ 2 รายข้ึนไป เดียวกนั เดยี วกัน เดียวกนั และกระจายไป
ภายใน 1 เดอื นที่สงสัย มากกว่า 1 จงั หวดั
มาจากแหล่งเดยี วกนั
โรค อา� เภอ/ศบส. จงั หวดั /กทม. เขต ส่วนกลาง ก�าหนดเวลาลงสอบสวน
(B=Best practice,
L=Law)
มือเท้าปาก, - พบผปู้ ่วยสงสยั เป็นกลุ่มก้อน - ผูป้ ่วยสงสัยท่มี ภี าวะ - ผ้ปู ่วยสงสยั ที่มภี าวะ - ผู้ป่วยทม่ี ีภาวะแทรกซ้อน สอบสวนภายใน 24 ชว่ั โมง
แผลปากเปื่อย ต้งั แต่ 2 รายขนึ้ ไป ใน แทรกซอ้ นรุนแรง แทรกซอ้ นรนุ แรง รนุ แรง หรือเสียชีวิต ตั้งแต่ หลงั รับแจง้ (อําเภอ, B)
นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อท่ีต้องเฝ้าระวังในประเทศไทย และโรคตดิ เช้อื 1 สปั ดาห์ จากสถานทเ่ี ดยี วกนั - หรือเสียชีวติ ทุกราย 2 รายขน้ึ ไปในจงั หวดั เดียวกนั
เอนเทอโรไวรัส เชน่ โรงเรยี น ศนู ยร์ บั เลย้ี งเดก็ - หรอื เสียชีวิตทกุ ราย
(HFMD, Herpangina,
Enterovirus - ผปู้ ว่ ยสงสยั ทม่ี ภี าวะแทรกซอ้ น
infection) รุนแรง เช่น ปอดบวมน้าํ
โรคเมลอิ อยโดสสิ กลา้ มเนือ้ หัวใจอกั เสบ
(Melioidosis) สมองอกั เสบ กลา้ มเนอ้ื
อ่อนแรงเฉยี บพลนั ทุกราย
- ผูป้ ว่ ยสงสยั เสียชวี ิตทกุ ราย
- กรณีพบมีการระบาด (จํานวน - กรณีพบผปู้ ่วยสงสยั /เข้าข่าย/ - ผูป้ ว่ ยยนื ยนั เป็นกลุม่ กอ้ น - ผปู้ ว่ ยยนื ยันเป็นกลุ่มกอ้ น สอบสวนภายใน 1 สัปดาห์
ผ้ปู ่วยเขา้ ขา่ ยและผ้ปู ว่ ยยนื ยัน ยนื ยันเสียชีวติ ทกุ ราย ตง้ั แต่ 5 ราย ขึน้ ไป ตั้งแต่ 5 รายข้ึนไป หลงั รับแจ้ง (อําเภอ, B)
มากกว่าคา่ มัธยฐาน 5 ป)ี สําหรับพนื้ ท่ี Endemic area
ให้สอบสวนเฉพาะกรณี
- กรณพี บสงสยั /เข้าข่าย/ยนื ยนั พบผปู้ ว่ ยยนื ยันเสียชีวติ ทกุ
เสยี ชีวิตทุกราย สาํ หรบั พน้ื ที่ ราย และในรายท่ีมขี ้อบ่งช้ี
Endemic area ใหส้ อบสวน สําคัญหรอื จาํ เป็นตอ้ ง
เฉพาะกรณพี บผูป้ ่วยยนื ยนั สอบสวนโรค
เสยี ชีวิตทุกราย และในรายท่มี ี
ขอ้ บง่ ชส้ี ําคัญหรือจําเปน็ ต้อง - กรณีพบผู้ปว่ ยยนื ยนั ทม่ี ี
สอบสวนโรค อาการรุนแรง เป็นกล่มุ กอ้ น
ตง้ั แต่ 2 ราย ขึน้ ไป ท่อี ยู่
- กรณพี บผูป้ ว่ ยยืนยันที่มี ในชุมชนเดยี วกัน ภายใน 1
อาการรนุ แรง เปน็ กลุ่มก้อน เดอื น
ต้ังแต่ 2 ราย ขึน้ ไป ทอ่ี ยู่
ในชมุ ชนเดยี วกนั ภายใน 1
เดือน
475
476 นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อท่ีต้องเฝ้าระวังในประเทศไทย โรค อา� เภอ/ศบส. จงั หวดั /กทม. เขต สว่ นกลาง ก�าหนดเวลาลงสอบสวน
(B=Best practice,
L=Law)
ตาแดงจากไวรัส - กรณพี บการระบาดเป็น - กรณพี บการระบาดเปน็ - กรณีพบผ้ปู ว่ ยทีม่ ภี าวะ - กรณเี กดิ จากเชอื้ ไวรสั สปชี ใ่ี หม่ ไม่กาํ หนดเวลา
(Viral conjunctivitis) กลุ่มก้อนในสถานทีท่ ่มี ีคน กลุ่มกอ้ นในสถานทท่ี ม่ี ีคน แทรกซอ้ นทางสายตาทกุ ราย ทไี่ ม่เคยพบมากอ่ น หมายเหตุ :
อยู่รวมกันจํานวนมาก เช่น อยูจ่ าํ นวนมาก และควบคุม เชน่ สญู เสยี การมองเหน็ สายพันธท์ุ ่ีเคยพบ ได้แก่
กลุ่มไขห้ วัดนก โรงเรยี น คา่ ยทหาร เรือนจํา การระบาดไมไ่ ด้ 1.EV (COXA, EV70)
(Avian Influenza) เปน็ ตน้ 2.Adeno virus
ไข้หวัดใหญ่
(Influenza) - ผ้ปู ่วยสงสัยทุกราย - ผ้ปู ่วยสงสัยทกุ ราย - ผปู้ ว่ ยน่าจะเป็นทกุ ราย - ผู้ปว่ ยยืนยนั ทุกราย สอบสวนภายใน 24 ชว่ั โมง
หลงั รบั แจ้ง (อาํ เภอ, B)
- กรณีพบผู้ปว่ ยสงสัยเปน็
กลมุ่ ก้อน ตง้ั แต่ 5 รายข้ึนไป - กรณพี บผ้ปู ่วยสงสัยเปน็ - การระบาดในสถานพยาบาล - กรณีพบผู้ป่วยสงสัยเป็น สอบสวนภายใน 24 ชว่ั โมง
ภายใน 1 สปั ดาห์ กลุ่มก้อน ต้ังแต่ 10 รายขนึ้ ไป 2 ราย ข้นึ ไป (NI) กลุ่มก้อน ในกรณีเชื้อไข้หวัด หลงั รับแจ้ง (อําเภอ, B)
ในสถานทีเ่ ดียวกนั เช่น ภายใน 2 สัปดาห์ ในสถานท่ี - กรณีพบผู้ป่วยสงสัยเป็น ใหญต่ ามฤดกู าล ตง้ั แต่ 50 ราย
ทที่ าํ งาน โรงเรยี น เดียวกนั เชน่ ท่ีทํางาน กลุ่มก้อน ในกรณีเชื้อไข้หวัด ขึ้นไป ในสถานท่ีหรือชุมชน
โรงเรียน ใ ห ญ ่ ต า ม ฤ ดู ก า ล ตั้ ง แ ต ่ เดียวกันภายใน 1 สัปดาห์
- กรณีผ้ปู ่วยสงสัยเสียชวี ิต - กรณีผูป้ ่วยสงสยั เสยี ชวี ิต 20 รายขึ้นไป ในสถานที่หรือ - กรณีพบผู้ป่วยสงสัยเสียชีวิต
ทกุ ราย ทุกราย ชมุ ชนเดยี วกนั ภายใน 1 สปั ดาห์ ตั้งแต่ 2 รายขึ้นไปในสถานที่
- กรณีพบผู้ป่วยสงสัยเสียชีวิต หรอื ชุมชนเดียวกัน
ตั้งแต่ 2 รายข้ึนไป ท่ีมีความ - มีการระบาดสถานที่ 2 แห่ง
สมั พันธก์ นั ทางระบาดวิทยา ขึน้ ไป ภายใน 1 เดอื น
- ผู้ป่วยทุกรายที่ตรวจพบเช้ือ
ไขห้ วัดใหญ่สายพันธ์ุใหม่
โรค อ�าเภอ/ศบส. จังหวัด/กทม. เขต ส่วนกลาง ก�าหนดเวลาลงสอบสวน
ปอดอกั เสบ (B=Best practice,
(Pneumonai) L=Law)
นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อท่ีต้องเฝ้าระวังในประเทศไทย โรคลีเจยี นแนร์ - ผ้ปู ่วยปอดอกั เสบท่เี ปน็ - ผ้ปู ว่ ยปอดอักเสบท่เี ป็น - กรณีผู้ป่วยสงสัยโรคติดต่อ - กรณผี ปู้ ว่ ยนา่ จะเปน็ โรคตดิ ตอ่ - สอบสวนภายใน
(Legionnaires’ บคุ ลากรทางการแพทย์/ บุคลากรทางการแพทย/์ อุบัติใหม่ เช่น ไข้หวัดนก, อุบัติใหม่ เช่น ไข้หวัดนก, 24 ชัว่ โมง หลังรับแจ้ง
disease) สาธารณสขุ ทุกราย สาธารณสุขทุกราย MERS, SARS, Nipah virus, MERS, SARS, Nipah virus, (อําเภอ, B)
Hendra virus, Hanta virus, Hendra virus, Hanta virus, - กรณีสงสยั MERS,
- กรณผี ู้ปว่ ยปอดอกั เสบ - กรณผี ปู้ ว่ ยปอดอักเสบ กาฬโรค กาฬโรค SARS, Nipah virus,
เสียชวี ติ ท่ีไม่ทราบสาเหตุ เสยี ชวี ติ ท่ีไมท่ ราบสาเหตุ Hendra virus, Hanta
ทกุ ราย ตง้ั แต่ 2 รายข้นึ ไป ท่มี ีความ virus, กาฬโรค
เชอ่ื มโยงทางระบาดวิทยา
สอบสวนภายใน
12 ชัว่ โมง หลงั รบั แจ้ง
(ทุกระดับ, L)
- ผูป้ ว่ ยยืนยนั ทุกราย - ผู้ป่วยยนื ยัน ทม่ี ีประวัติการ - ผปู้ ว่ ยยนื ยนั ท่ีมปี ระวตั กิ าร - ผปู้ ว่ ยยืนยนั ท่ีมีประวัติการ สอบสวนภายใน 72 ช่วั โมง
ทม่ี ปี ระวัติการรักษาใน รักษาในประเทศไทย ต้งั แต่ รกั ษาในประเทศไทย ต้งั แต่ รกั ษาในประเทศไทย ตั้งแต่ หลังรับแจง้
ประเทศไทย 2 รายข้ึนไป ภายใน 1 เดอื น 2 รายขึ้นไป ภายใน 1 เดอื น 3 รายขึ้นไป ภายใน 1 เดอื น (อาํ เภอ, B)
ทส่ี งสยั ตดิ เชื้อจากสถานที่ ท่สี งสยั ตดิ เชอ้ื จากสถานที่ ทสี่ งสัยติดเช้อื จากสถานท่ี
- ผู้ป่วยยืนยันเปน็ กลุ่มก้อน หรอื ชุมชนเดียวกัน หรอื ชมุ ชนเดยี วกนั หรือชมุ ชนเดียวกัน
ที่ได้รับรายงานจากหน่วยงาน
สาธารณสขุ ตา่ งประเทศ - ผู้ปว่ ยยนื ยนั เป็นกลุ่มก้อน - ผปู้ ว่ ยยืนยนั เปน็ กลุ่มก้อน - ผูป้ ่วยยนื ยนั เป็นกลมุ่ ก้อน
ท่สี งสยั ติดเช้ือจากโรงแรม/ ที่ได้รับรายงานจากหนว่ ยงาน ทีไ่ ด้รับรายงานจากหนว่ ยงาน ทไ่ี ดร้ บั รายงานจากหน่วยงาน
สถานที่เดยี วกนั สาธารณสขุ ตา่ งประเทศ สาธารณสุขต่างประเทศ สาธารณสขุ ตา่ งประเทศ
ทส่ี งสยั ตดิ เช้อื จากโรงแรม/ ที่สงสยั ตดิ เชอ้ื จากโรงแรม/ ทสี่ งสัยตดิ เชอื้ จากโรงแรม/
สถานทีเ่ ดียวกัน สถานทีเ่ ดียวกัน สถานท่เี ดียวกนั
477
478 นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อท่ีต้องเฝ้าระวังในประเทศไทย โรค อ�าเภอ/ศบส. จังหวัด/กทม. เขต ส่วนกลาง ก�าหนดเวลาลงสอบสวน
- ควบคมุ การระบาดไมไ่ ด้ (B=Best practice,
ไข้เอนเทอริค L=Law)
ไทฟอยด/์ ภายใน 2 เดอื น
พาราไทฟอยด์ - พบผปู้ ว่ ยสงสยั เป็นกลุ่มก้อน - ควบคุมการระบาดไมไ่ ด้ - กรณีเสียชีวติ ทุกราย - พบผู้ปว่ ยสงสยั เปน็ กลมุ่ กอ้ น สอบสวนภายใน 24 ชว่ั โมง
(Enteric fever/ ท่เี หน็ ไดช้ ัดเจน เช่น ตัง้ แต่ ภายใน 1 เดอื น จากเหตกุ ารณ์เดยี วกัน ต้งั แต่ หลงั รับแจ้ง (อาํ เภอ, B)
Typhoid fever/ 5 รายข้นึ ไปภายใน 2 สัปดาห์ 2 จังหวดั ขน้ึ ไป
Paratyphoid fever) - กรณเี สียชวี ิตทุกราย
โบทูลิซึม - กรณีเสยี ชวี ติ ทกุ ราย
(Infantile,
foodborne, wound, - ผูป้ ่วยสงสัยทกุ ราย - ผู้ป่วยสงสัยทุกราย - ผูป้ ว่ ยสงสยั ทุกราย - ผปู้ ว่ ยสงสัยทกุ ราย สอบสวนภายใน 24 ช่วั โมง
inhalation หลงั รบั แจ้ง (ทกุ ระดบั , B)
Botulism)
อุจจาระรว่ ง/ - พบผปู้ ่วยอจุ จาระรว่ งเป็น - พบผปู้ ว่ ยอจุ จาระรว่ งเป็น - พบผู้ปว่ ยอุจจาระร่วงเป็น - พบผปู้ ว่ ยอุจจาระรว่ งเปน็ สอบสวนภายใน 24 ชั่วโมง
อาหารเปน็ พษิ /บดิ กลุ่มก้อนทเี่ ห็นได้ชัดเจน กลุ่มกอ้ น ต้งั แต่ 10 ราย กลมุ่ กอ้ น ตั้งแต่ 50 รายขน้ึ ไป กล่มุ ก้อน ตงั้ แต่ 2 จังหวัด หลงั รบั แจง้ (อําเภอ, B)
(Acute diarrhea/ ในชมุ ชนเดยี วกันภายใน 2 วัน ข้นึ ไป ทไ่ี มท่ ราบแหลง่ โรค จากเหตุการณเ์ ดยี วกัน ข้ึนไปจากเหตุการณ์เดียวกนั
Food poisoning/ - กรณผี ปู้ ว่ ยอจุ จาระรว่ ง หรอื ควบคมุ การระบาดไม่ได้
Dysentery) เสียชีวิตทุกราย - กรณีผู้ปว่ ยอุจจาระร่วง - กรณีผปู้ ว่ ยอจุ จาระรว่ ง - กรณเี สียชวี ติ ตงั้ แต่ 2 รายขนึ้
เสียชวี ติ ทกุ ราย เสยี ชวี ติ ทุกราย ไปในเหตกุ ารณเ์ ดียวกนั
อหวิ าตกโรค
(Cholera) - ผปู้ ว่ ยยนื ยันทกุ ราย - ผปู้ ว่ ยยนื ยนั ทกุ ราย - พบผู้ปว่ ยยืนยันต้งั แต่ 2 ราย - ควบคุมการระบาดไมไ่ ด้ สอบสวนภายใน 24 ชัว่ โมง
ในจงั หวัดเดยี วกันภายใน โดยมีผู้ปว่ ยยนื ยนั ต้ังแต่ หลังรับแจง้ (อาํ เภอ, B)
10 วัน 10 รายขึ้นไป ในอาํ เภอ
เดยี วกัน ใน 1 สัปดาห์
- กรณเี สียชีวติ ทุกราย
โรค อ�าเภอ/ศบส. จงั หวดั /กทม. เขต ส่วนกลาง กา� หนดเวลาลงสอบสวน
พยาธทิ ริคเิ นลสสิ (B=Best practice,
นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อท่ีต้องเฝ้าระวังในประเทศไทย (Trichinosis) - ผู้ป่วยสงสัยเปน็ กุล่มก้อน - ผ้ปู ว่ ยยืนยนั เป็นกลุ่มก้อน - ผู้ป่วยสงสัยเป็นกลมุ่ กอ้ น - ผู้ป่วยยนื ยันเป็นกล่มุ ก้อน L=Law)
โรคตดิ เช้ือ ตัง้ แต่ 2 รายขน้ึ ไป ต้งั แต่ 2 รายข้ึนไป ต้งั แต่ 5 รายขน้ึ ไป ต้งั แต่ 5 รายขนึ้ ไป
สเตร็ปโตคอคคัสซอู ิส (สงสยั แหล่งโรคเดยี วกัน) (สงสัยแหลง่ โรคเดยี วกนั ) ในเหตกุ ารณ์เดยี วกนั ในเหตุการณ์เดียวกัน สอบสวนภายใน 72 ชั่วโมง
(Streptococcus (สงสยั แหล่งโรคเดยี วกัน) (สงสัยแหล่งโรคเดียวกัน) หลงั รบั แจ้ง (อําเภอ, B)
suis infection) - ผู้ป่วยสงสัยเสียชวี ติ ทกุ ราย - ผปู้ ่วยยนื ยนั เสยี ชวี ติ ทุกราย
บรเู ซลโลสิส - ผูป้ ่วยยืนยันเป็นกลุ่มก้อน - ผปู้ ่วยยืนยันเป็นกลุม่ กอ้ น - ผ้ปู ่วยยืนยนั เป็นกลุ่มก้อน - ผูป้ ่วยยนื ยนั เปน็ กล่มุ ก้อน สอบสวนภายใน 72 ช่ัวโมง
(Brucellosis) ต้ังแต่ 2 รายขน้ึ ไป ตงั้ แต่ 2 รายข้ึนไป หลังรบั แจ้ง (อําเภอ, B)
ต้งั แต่ 2 รายขนึ้ ไป ทีส่ งสัย ตงั้ แต่ 2 รายข้ึนไป ภายใน ขา้ มจังหวัด และสงสยั ในจงั หวัดใหมท่ ่ไี มเ่ คย
พษิ สุนัขบา้ แหล่งโรคเดยี วกนั เดือนเดยี วกันขา้ มอําเภอ แหล่งโรคเดยี วกัน รายงานมาก่อน
(Human Rabies) - ผปู้ ว่ ยสงสยั ทกุ ราย และสงสยั แหลง่ โรคเดียวกนั
เลปโตสไปโรสิส - ผปู้ ว่ ยยนื ยนั เสียชีวติ - ผ้ปู ่วยยืนยนั เสยี ชีวิต - ผปู้ ่วยยนื ยันเป็นกลมุ่ ก้อน สอบสวนภายใน 72 ช่วั โมง
(Leptospirosis) - ผปู้ ว่ ยสงสัยทกุ ราย - ผปู้ ว่ ยยนื ยันเปน็ กลมุ่ กอ้ น - ผปู้ ว่ ยยนื ยนั เป็นกลมุ่ กอ้ น ตงั้ แต่ 5 รายขึ้นไป หลังรบั แจง้ (อาํ เภอ, B)
- ผปู้ ว่ ยสงสยั เปน็ กลุ่มกอ้ น ต้งั แต่ 2 รายข้ึนไป ท่เี ก่ียวข้องกบั สอบสวนภายใน 24 ช่ัวโมง
- ผู้ป่วยยืนยันทสี่ งสยั ติดเช้ือ ตั้งแต่ 2 รายขึ้นไป หลงั รบั แจง้ (อาํ เภอ, B)
ตัง้ แต่ 2 รายข้นึ ไป ในตําบล จากห้องปฏบิ ัติการทกุ ราย - ผ้ปู ว่ ยยืนยนั ทสี่ งสยั ตดิ เชือ้ 1) ปศสุ ตั ว์ หรือ
เดียวกนั ภายใน 2 สปั ดาห์ 2) ห้องปฏบิ ัติการ หรือ
- ผ้ปู ่วยสงสัยเสยี ชวี ิตทุกราย - ผู้ป่วยยืนยนั ทุกราย จากห้องปฏิบัติการ หรอื
- ผ้ปู ่วยสงสยั ท่ีไมส่ ามารถ โรงพยาบาลทุกราย โรงพยาบาล
- ผปู้ ่วยยนื ยนั ทกุ ราย - พบผ้ปู ่วยยนื ยนั ข้ามจังหวัด
สืบคน้ ประวัติสัมผสั สตั ว์ได้
- พบผูป้ ่วยสงสยั เปน็ กลมุ่ กอ้ น - มีผ้ปู ว่ ยสงสยั เป็นกล่มุ กอ้ น จากเหตุการณเ์ ดียวกนั
ตัง้ แต่ 10 รายข้นึ ไป และ
ทีไ่ มใ่ ชก่ ลุ่มเส่ียงโดยปกติ ควบคมุ การระบาดไมไ่ ด้ - ผปู้ ่วยยนื นันเสยี ชวี ติ ต้ังแต่ สอบสวนภายใน 72 ช่ัวโมง
เช่น เท่ียวล่องแก่ง หรอื หลงั ภายใน 1 เดอื น 2 รายข้นึ ไปทีม่ ีความสัมพนั ธ์ หลงั รับแจ้ง (อาํ เภอ, B)
นํ้าท่วมใหญ่ กนั ทางระบาดวทิ ยา ภายใน
479 1 เดอื น
480 นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อท่ีต้องเฝ้าระวังในประเทศไทย โรค อ�าเภอ/ศบส. จงั หวดั /กทม. เขต ส่วนกลาง ก�าหนดเวลาลงสอบสวน
- ผูป้ ว่ ยสงสยั ทกุ ราย - ผ้ปู ว่ ยสงสัยทกุ ราย - ผู้ป่วยสงสัยทุกราย - ผูป้ ว่ ยสงสยั ทุกราย (B=Best practice,
แอนแทรกซ์ L=Law)
(Cutaneous, ทกุ ประเภท ทกุ ประเภท ทกุ ประเภท ทกุ ประเภท
Intestinal, สอบสวนภายใน 24 ชว่ั โมง
Pulmonary - ผู้ปว่ ยสงสัยทกุ ราย - ผปู้ ่วยยนื ยันทกุ ราย - ผ้ปู ่วยยืนยนั ทุกราย - เมือ่ พ้ืนที่ขอควาชว่ ยเหลือ หลงั รบั แจ้ง (อําเภอ, B)
Anthrax) จากทมี สว่ นกลางใหล้ งพนื้ ท่ี
โรคเร้ือน สอบสวนโรคเร้อื น สอบสวนภายใน 7 วัน
(Leprosy) หลังรบั แจ้ง (อาํ เภอ, B)
- ผ้ปู ว่ ยเข้าขา่ ยไขเ้ ด็งก/ี่ - ตง้ั แตพ่ บผปู้ ว่ ยเขา้ ขา่ ยไขเ้ ดง็ ก/่ี - ตง้ั แต่พบผู้ปว่ ยเข้าข่าย - ผ้ปู ่วยสงสยั เปน็ กล่มุ ก้อน สอบสวนภายใน 24 ช่ัวโมง
ไข้เด็งก่/ี สงสยั ไข้เลือดออกรายแรก สงสัยไข้เลือดออกต่อเน่ือง ไขเ้ ดง็ ก่ี/สงสัยไขเ้ ลอื ดออก ทีม่ อี าการรนุ แรง เชน่ หลังรับแจ้ง (อําเภอ, B)
ไขเ้ ลือดออกเดง็ กี่/ (Index case) ของชมุ ชน เป็นเวลา 4 สัปดาห์ ในตําบล ต่อเนื่อง เป็นเวลา 8 สัปดาห์ กล้ามเนือ้ หวั ใจอักเสบ
ไขเ้ ลือดออกเด็งกี่ทม่ี ี (เชน่ หมู่บา้ นหรอื พื้นที่ซอย) เดยี วกัน ในตาํ บลเดียวกัน (Myocarditis) สมองอกั เสบ
ภาวะแทรกซอ้ นรุนแรง นับจากวันเริ่มป่วยของผู้ป่วย - *กรณีพ้นื ที่เขตเมือง ได้แก่ เปน็ ต้น
(DF/DHF/DSS/EDS) รายสดุ ท้าย 28 วัน กทม/พทั ยา/เทศบาลนคร/ - *กรณพี นื้ ท่ีเขตเมือง ได้แก่
กทม/พัทยา/เทศบาลนคร/
- ผปู้ ่วยสงสัยเสยี ชีวติ ทกุ ราย เทศบาลเมอื ง นบั เป็นหมบู่ ้าน เทศบาลเมือง นับเปน็ หมบู่ า้ น
- มกี ารระบาดในชมุ ชน - กรณีผู้ป่วยสงสัยไข้เลือดออก
(จํานวนผู้ป่วยมากกวา่ ค่า เสยี ชีวิตทกุ ราย - ผู้ปว่ ยสงสยั ทุกราย
มัธยฐาน 5 ปี หรือเป็นกล่มุ - ผปู้ ่วยสงสัยทุกรายทม่ี ีอาการ ที่มีอาการรนุ แรง เชน่
กอ้ น 2 รายขึน้ ไปท่ีมีความ รุนแรง เช่น กลา้ มเนื้อหวั ใจ กลา้ มเนอ้ื หวั ใจอักเสบ
สมั พันธท์ างระบาดวิทยา อกั เสบ (Myocarditis) (Myocarditis) สมองอักเสบ
สมองอกั เสบ เป็นต้น เป็นตน้
โรค อา� เภอ/ศบส. จังหวัด/กทม. เขต ส่วนกลาง กา� หนดเวลาลงสอบสวน
- ผู้ปว่ ยสงสัยเป็นกลุ่มกอ้ น (B=Best practice,
นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อท่ีต้องเฝ้าระวังในประเทศไทย ไขป้ วดข้อยุงลาย - *กรณีพ้ืนท่เี ขตเมือง ได้แก่ - พบผู้ปว่ ยสงสัยต่อเนือ่ ง L=Law)
(Chikungunya กทม/พัทยา/เทศบาลนคร/ เป็นเวลา 8 สปั ดาห์ ทม่ี อี าการรุนแรง เช่น
fever) เทศบาลเมือง ชมุ ชน = ในตําบลเดยี วกนั กล้ามเนือ้ หวั ใจอกั เสบ สอบสวนภายใน 24 ชั่วโมง
โรคติดเช้อื ไวรัสซิกา 100 เมตร (Myocarditis) สมองอกั เสบ หลังรบั แจง้ (อาํ เภอ, B)
(Zika virus - ผูป้ ว่ ยยืนยันการติดเชอ้ื เป็นตน้
infection) - ผปู้ ว่ ยสงสัยทกุ รายท่มี ี ดังตอ่ ไปน้ี
อาการรุนแรง เช่น - พบผปู้ ว่ ยสงสยั ตอ่ เนื่อง 1) Microcephaly/ - ผปู้ ว่ ยยนื ยันเป็นกลุ่มกอ้ น สอบสวนภายใน 24 ชัว่ โมง
กลา้ มเนอ้ื หัวใจอกั เสบ เป็นเวลา 4 สัปดาห์ Birth defect ตั้งแต่ 2 รายขึ้นไป ท่มี ี หลังรับแจ้ง (อาํ เภอ, B)
(Myocarditis) ในตาํ บลเดียวกนั 2) GBS/Neuro infection อาการรนุ แรง เชน่ สมอง
สมองอักเสบ เป็นต้น อกั เสบ GBS หรอื เสยี ชีวิต
- ผปู้ ่วยยืนยนั การติดเชอ้ื - ผู้ป่วยเป็นกล่มุ กอ้ น ตงั้ แต่
- พบผูป้ ว่ ยสงสยั เปน็ กล่มุ ก้อน ดังต่อไปนี้ 5 รายขน้ึ ไป ทมี่ ผี ลตรวจ - ผู้ป่วยยืนยันการตดิ เชอื้ สอบสวนภายใน 24 ชวั่ โมง
ตั้งแต่ 2 รายขึน้ ไป 1) หญงิ ตั้งครรภ์ ยนื ยนั อยา่ งนอ้ ย 1 ราย ดังต่อไปน้ี หลังรบั แจง้ (อําเภอ, B)
ใน 2 สปั ดาห์ โดยมผี ้ปู ่วย 2) Microcephaly/ 1) Microcephaly/Birth
ยืนยันอยา่ งน้อย 1 ราย Birth defect defect ตง้ั แต่ 2 ราย
3) GBS/Neuro infection ข้ึนไปในอําเภอเดียวกนั
- พบผปู้ ว่ ยยนื ยนั รายใหม่ 2) GBS/Neuro infection
ในพ้นื ทีท่ ่ไี มเ่ คยมรี ายงาน - ผปู้ ว่ ยเปน็ กล่มุ กอ้ นตงั้ แต่
ผู้ปว่ ย 2 รายขึ้นไป ท่ีมผี ลตรวจ - ผู้ป่วยยนื ยนั เป็นกลมุ่
ยืนยนั อย่างนอ้ ย 1 ราย กอ้ นท่ีพบเป็นการระบาด
- ผูป้ ว่ ยสงสัยเป็นกลมุ่ กอ้ น ตง้ั แต่ 2 จังหวดั ทีม่ พี น้ื ทตี่ ดิ
ตั้งแต่ 2 รายขน้ึ ไป กัน ภายใน 1 สัปดาห์
- หญิงตงั้ ครรภ์สงสยั ตดิ
ไวรสั ซกิ าทกุ ราย
481
482 นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อท่ีต้องเฝ้าระวังในประเทศไทย โรค อ�าเภอ/ศบส. จงั หวัด/กทม. เขต สว่ นกลาง กา� หนดเวลาลงสอบสวน
มาลาเรยี (B=Best practice,
(Malaria) - ผ้ปู ว่ ยยนื ยนั ทุกราย - ผูป้ ว่ ยยนื ยันเสยี ชีวติ ทกุ ราย - ผปู้ ว่ ยยืนยนั Plasmodium - จงั หวัดท่ีมผี ูป้ ว่ ยเกิน L=Law)
โรคเทา้ ช้างและผ้ทู ่ี - ผู้ปว่ ยตดิ เชื้อในอาํ เภอ knowlesi ทุกราย ค่ามัธยฐาน 5 ปยี ้อนหลัง
ติดเชื้อไม่แสดงอาการ ต่อเนื่อง 4 สัปดาห์ สอบสวนภายใน 72 ชัว่ โมง
(Filariasis) เดียวกนั ตอ่ เนอื่ ง 4 สปั ดาห์ - ผปู้ ่วยติดเชอื้ ในจังหวดั หลงั รบั แจ้ง (อําเภอ, B)
เดียวกันตอ่ เนอื่ ง 4 สัปดาห์ - ผ้ปู ่วยยืนยนั ติดเชือ้ มาลาเรีย
โรคลิซมาเนียสสิ สายพันธใุ์ หม่ สอบสวนภายใน 1 สัปดาห์
(Leishmaniasis; - กรณีคนไทยท่ไี มแ่ สดงอาการ - ผูป้ ่วยคนไทยทไ่ี ม่แสดงอาการ - ผู้ปว่ ยไทยที่ตรวจพบ หลงั รับแจ้ง (อําเภอ, B)
CL, VL, MCL) ตรวจพบไมโครฟิลาเรียหรือ ตรวจพบไมโครฟลิ าเรยี หรือ ไมโครฟิลาเรยี /แอนติเจน - กรณตี ิดเชอ้ื ด้วยสปีชยี ์ใหม่
สครับไทฟัส แอนติเจนพยาธิโรคเทา้ ชา้ ง แอนตเิ จนพยาธโิ รคเทา้ ชา้ ง ของพยาธิโรคเท้าช้างตง้ั แต่ ทุกราย
(และมวิ รนี ไทฟัส) ทุกราย ต้งั แต่ 2 อําเภอ ในจงั หวดั 2 จังหวดั ในเขตเดียวกัน
(Scrub typhus/ เดียวกันและมคี วามเช่อื มโยง และมีความเช่อื มโยงทาง หมายเหตุ :
Murine typhus) - ผู้ป่วยปรากฎอาการท่เี ขา้ ได้ ทางระบาดวิทยา ระบาดวทิ ยา สปชี ยี เ์ ก่า ได้แก่
กบั อาการของโรคเทา้ ช้าง W. bancrofti, B. malayi
(มีประวตั ิเข้าพื้นท่แี พร่โรค
และประวตั กิ ารอกั เสบของ - ผูป้ ่วยยืนยนั ทกุ ราย - ผู้ปว่ ยยืนยนั ทุกราย - ผู้ปว่ ยยนื ยันเปน็ กลุ่มกอ้ น สอบสวนภายใน 72 ช่วั โมง
ตอ่ มน้าํ เหลอื งเป็น ๆ หาย ๆ) 2 รายขึ้นไป ภายใน 1 เดือน หลังรับแจ้ง (อําเภอ, B)
ท่ีมีความเชื่อมโยงทางระบาด
- ผ้ปู ่วยสงสยั ทกุ ราย วทิ ยา
- กรณีท่ีมีผู้ป่วยสงสัยมากกว่า - ผู้ป่วยสงสยั เสยี ชวี ิตทุกราย - ผปู้ ว่ ยยืนยันเสยี ชวี ิตทุกราย - พบมกี ารระบาดต่อเนือ่ ง สอบสวนภายใน 1 สัปดาห์
คา่ ค่ามัธยฐาน 5 ปี ยอ้ นหลัง - ผู้ปว่ ยสงสัยเป็นกลมุ่ กอ้ น - กรณีที่มีผูป้ ่วยมากกวา่ คา่ นานกวา่ 2 เดอื น หลงั รับแจง้ (อาํ เภอ, B)
ต้งั แต่ 2 ราย ทม่ี ีความ ค่ามัธยฐาน 5 ปยี ้อนหลงั
เชื่อมโยงทางระบาดวทิ ยา ในจังหวดั เดยี วกัน
- กรณีท่มี ผี ปู้ ว่ ยสงสยั มากกว่า
ค่าค่ามัธยฐาน 5 ปี ย้อนหลัง
ในอาํ เภอเดยี วกนั
โรค อา� เภอ/ศบส. จงั หวดั /กทม. เขต ส่วนกลาง ก�าหนดเวลาลงสอบสวน
ไขด้ า� แดง - ผปู้ ว่ ยสงสัยเป็นกลมุ่ กอ้ น (B=Best practice,
นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อท่ีต้องเฝ้าระวังในประเทศไทย (Scarlet fever) - ผู้ปว่ ยสงสยั เป็นกลุ่มกอ้ น - เป็นการระบาดท่มี ภี าวะ - เปน็ การระบาดทม่ี ภี าวะ L=Law)
ตงั้ แต่ 2 รายขน้ึ ไป ต้งั แต่ 2 สถานทข่ี ึน้ ไป แทรกซ้อนตามมา เชน่ แทรกซ้อนเปน็ กลมุ่ ก้อน
หดั จากสถานท่ีเดียวกนั เช่น จากจงั หวัดเดยี วกนั Post streptococcal ตามมา เชน่ Post สอบสวนภายใน 24 ช่วั โมง
(Measles) โรงเรียน ศูนย์รบั เลี้ยงเดก็ ภายใน 4 สัปดาห์ glomerulonephritis streptococcal หลงั รบั แจ้ง (อําเภอ, B)
หัดเยอรมัน เปน็ ต้น ภายใน 1 สปั ดาห์ (PSGN) glomerulonephritis
(Rubella) - ผูป้ ่วยสงสยั ทกุ ราย (PSGN) สอบสวนภายใน 24 ชั่วโมง
หลงั รบั แจง้ (อําเภอ, B)
- ผู้ป่วยสงสยั ทกุ ราย - การระบาดเปน็ กลุ่มกอ้ น สอบสวนภายใน 48 ชว่ั โมง
- ผปู้ ว่ ยสงสัย Congenital ภายใน 4 สัปดาห์ และมี หลงั รับแจ้ง (อาํ เภอ, B)
การระบาดขา้ มเขต
Rubella Syndrome
ทุกราย - พบผปู้ ่วยสงสัยเป็นกลมุ่ ก้อน - พบผู้ป่วยสงสยั เปน็ กล่มุ กอ้ น - มกี ารระบาด 2 จงั หวดั
ตง้ั แต่ 2 ราย ภายใน 21 วัน ตง้ั แต่ 2 เหตุการณ์ทีม่ ีความ ติดกัน ทีม่ ีความสัมพันธ์
ในสถานที่เดยี วกันหรือมี เชอ่ื มโยงกัน ทางระบาดวทิ ยา
ความเช่ือมโยงกัน
- กรณเี สยี ชวี ิตทกุ ราย - กรณีเสยี ชวี ิตตั้งแต่ 2 ราย/
- กรณเี สยี ชวี ติ ทุกราย - กรณคี วบคมุ การระบาด จังหวัด
ไมไ่ ดภ้ ายใน 42 วนั
- พบผู้ปว่ ยสงสยั เป็นกลุ่มกอ้ น - พบผปู้ ว่ ยสงสัยเป็นกลุม่ ก้อน - พบผปู้ ่วยยนื ยันการระบาด
ตง้ั แต่ 2 รายภายใน 21 วัน ตั้งแต่ 2 เหตกุ ารณท์ ีม่ ีความ ใน 2 จงั หวัดทมี่ ีพื้นท่ี
ในสถานทเ่ี ดียวกนั หรอื มี เชือ่ มโยงกนั ตดิ ตอ่ กัน
ความเชอื่ มโยงกัน
- ผูป้ ว่ ยยนื ยัน Congenital - กรณเี สยี ชีวติ ตงั้ แต่ 2 ราย/
- ผู้ปว่ ยยืนยนั Congenital Rubella Syndrome จังหวัด
Rubella Syndrome ทกุ ราย ตง้ั แต่ 2 รายในจงั หวดั เดยี วกนั
ภายในรอบปี
- กรณเี สยี ชวี ิตทกุ ราย
- กรณีเสยี ชวี ิตทกุ ราย
483 - กรณีควบคมุ การระบาด
ไมไ่ ด้ภายใน 42 วนั
484 นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อท่ีต้องเฝ้าระวังในประเทศไทย โรค อา� เภอ/ศบส. จังหวัด/กทม. เขต สว่ นกลาง กา� หนดเวลาลงสอบสวน
คอตบี (B=Best practice,
(Anterior nasal/ - ผู้ป่วยสงสยั ทกุ ราย หรอื - ผูป้ ่วยยืนยันทุกรายทพี่ บเชือ้ - ผปู้ ว่ ยยืนยนั เป็นกลุ่มกอ้ น - ผ้ปู ว่ ยยืนยัน 5 รายขึน้ ไป L=Law)
Pharygotonsilla/ ในกรณตี ดิ เชอ้ื Corynebacterium ตงั้ แต่ 2 รายข้นึ ไปในจงั หวัด ในจงั หวัด เดยี วกันภายใน
Laryngeal Corynebacterium diphtheriae ทเ่ี ป็นสายพนั ธ์ุ เดียวกัน กรณีเสยี ชีวติ ทุกราย 14 วนั กรณมี ีการเสยี ชีวิต สอบสวนภายใน 24 ช่ัวโมง
diphtheria) diphtheriae ที่เป็นสายพันธ์ุ ทีส่ ร้าง toxin เปน็ กลมุ่ กอ้ น 2 รายข้ึนไป หลงั รบั แจ้ง (อําเภอ, B)
คางทมู ที่สร้าง toxin ในกระแส ภายใน 14 วัน สอบสวนภายใน 72 ชั่วโมง
(Mumps) เลือดทกุ ราย - กรณเี สียชีวิตทุกราย หลังรบั แจง้ (อําเภอ, B)
บาดทะยัก - พบผปู้ ว่ ยสงสัยเปน็ กลมุ่ ก้อน - พบผปู้ ว่ ยยนื ยนั เปน็ กลมุ่ ก้อน - พบผู้ปว่ ยยืนยันเป็นกลมุ่ กอ้ น - พบผปู้ ่วยยนื ยันการระบาด สอบสวนภายใน 7 วัน
(Tetanus) ต้งั แต่ 2 รายข้นึ ไป ในสถานที่ ตงั้ แต่ 10 รายขน้ึ ไป ตั้งแต่ 2 เหตุการณท์ มี่ ีความ ใน 2 จงั หวัดทม่ี ีพน้ื ทีต่ ิดตอ่ หลังรับแจง้ (อาํ เภอ, B)
เดยี วกนั หรอื มคี วามเชื่อมโยง ในสถานท่ีเดียวกันหรอื มคี วาม เช่ือมโยงกัน กัน
กัน ภายใน 1 เดือน เชือ่ มโยงกัน ภายใน 1 เดอื น
- ผปู้ ่วยยืนยนั ทีม่ ีภาวะ - พบผปู้ ่วยยนื ยนั เปน็ กลุ่มก้อน
แทรกซ้อนที่สําคญั ได้แก่ ท่มี คี วามเชอื่ มโยงทางระบาด
หูชน้ั ในอักเสบ สมองอักเสบ วทิ ยาของการระบาด 2 แหง่
จากเชอื้ ไวรสั Mumps ทกุ ราย ข้นึ ไป
(โดยแพทยว์ ินิจฉัย)
- ผู้ป่วยสงสยั ทุกราย - ผปู้ ว่ ยยืนยัน 2 รายขนึ้ ไป/ - ผ้ปู ่วยยนื ยนั 5 รายขนึ้ ไป/
ตอ่ รอบปี ตอ่ รอบปีในจังหวดั
- กรณีผ้ปู ่วยสงสยั เสยี ชวี ิต
ทกุ ราย
บาดทะยกั - ผู้ปว่ ยสงสยั ทุกราย - ผู้ป่วยยืนยันทุกราย - ผ้ปู ว่ ยยืนยัน 2 รายขน้ึ ไป - ผูป้ ว่ ยยืนยัน 2 รายข้นึ ไป สอบสวนภายใน 7 วัน
ในเดก็ แรกเกิด - กรณผี ู้ปว่ ยสงสัยเสียชวี ติ ในจงั หวดั เดยี วกนั ในจงั หวดั เดยี วกนั หลังรบั แจ้ง (อาํ เภอ, B)
(Tetanus
neonatorum) ทกุ ราย - กรณผี ปู้ ว่ ยสงสยั เสยี ชีวิต
ทุกราย
โรค อา� เภอ/ศบส. จงั หวัด/กทม. เขต ส่วนกลาง ก�าหนดเวลาลงสอบสวน
อาการอัมพาต - ผ้ปู ่วยท่ีมอี าการ AFP (B=Best practice,
กลา้ มเน้ือ L=Law)
อ่อนปวกเปยี ก ทุกราย
นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อท่ีต้องเฝ้าระวังในประเทศไทย เฉียบพลัน - ผปู้ ่วย AFP 2 รายขนึ้ ไป - ผู้ป่วย AFP 5 รายข้นึ ไป - ผ้ปู ว่ ย AFP 5 รายข้นึ ไป สอบสวนภายใน 48 ชว่ั โมง
(Acute Flaccid ทม่ี ีความเชอ่ื มโยงทาง ทมี่ คี วามเชื่อมโยงทาง ท่ีมีความเชือ่ มโยงทาง หลงั รับแจง้ (อาํ เภอ, B)
Paralysis: AFP) ระบาดวิทยาในเวลา 1 เดือน ระบาดวทิ ยา ในเวลา 1 เดือน ระบาดวิทยาในเวลา 1 เดอื น
โปลิโอ หรอื ในตําบลเดียวกนั หรอื ในอําเภอเดียวกนั หรือในอาํ เภอเดียวกัน
(Wild type Polio
or VDPVs) - ผ้ปู ว่ ยทม่ี อี าการ AFP - ผ้ปู ว่ ย AFP เสียชีวิตทกุ ราย - ผปู้ ่วย VAPP - พบสายพนั ธุ์วัคซีนทัยป์ 2 สอบสวนภายใน 48 ช่ัวโมง
ทุกราย - ผู้ป่วย VAPP - พบสายพนั ธ์ุวัคซนี ทัยป์ 2 (Sabin 2) ในผ้ปู ว่ ย AFP หลังรบั แจ้ง (อําเภอ, B)
สกุ ใส - พบสายพันธุว์ ัคซนี ทัยป์ 2 หรือส่งิ แวดลอ้ ม ไมก่ าํ หนดเวลา
(Chickenpox) (Sabin 2) ในผู้ปว่ ย AFP
(Sabin 2) ในผปู้ ว่ ย AFP หรอื หรือสิ่งแวดล้อม - ผู้ป่วยยืนยันโปลโิ อ (Wild
สิ่งแวดล้อม - ผปู้ ่วยยืนยนั โปลโิ อ (Wild type Polio or VDPVs)
- ผู้ป่วยยนื ยันโปลิโอ (Wild type Polio or VDPVs) ทุกราย
type Polio or VDPVs) ทุกราย
ทุกราย
- พบผู้ป่วยสงสัยเป็นกลุ่มก้อน - พบผู้ป่วยสงสัยเป็นกลุ่มก้อน - มีการระบาดในสถานพยาบาล
ต้ังแต่ 5 รายข้ึนไป ในสถานที่ ต้ังแต่ 2 เหตุการณ์ท่ีมีความ 2 แห่งข้ึนไป ที่มีความสัมพันธ์
เดียวกันหรือมีความเช่ือมโยง เช่อื มโยงกนั ทางระบาดวทิ ยา
กัน ภายใน 21 วนั - พบผู้ป่วยสงสัยเป็นกลุ่มก้อน - กรณีเสียชีวิตเป็นกลุ่มก้อน
- พบผู้ป่วยสงสัยเป็นกลุ่มก้อน ตั้งแต่ 2 รายข้ึนไป ท่ีสงสัย ตั้งแต่ 2 รายข้ึนไป ท่ีมีความ
ต้ังแต่ 2 รายข้ึนไป ท่ีสงสัย เปน็ การตดิ เชอ้ื ในสถานพยาบาล สัมพันธ์ทางระบาดวิทยา
เปน็ การตดิ เชอื้ ในสถานพยาบาล - กรณีเสยี ชีวติ ทกุ ราย
485
486 นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อท่ีต้องเฝ้าระวังในประเทศไทย โรค อา� เภอ/ศบส. จงั หวดั /กทม. เขต สว่ นกลาง ก�าหนดเวลาลงสอบสวน
อาการภายหลัง (B=Best practice,
ไดร้ บั การสรา้ งเสริม - เปน็ เหตกุ ารณ์ภายหลงั ไดร้ ับ - เป็นเหตกุ ารณ์ภายหลังไดร้ ับ - เปน็ อาการหรอื ภาวะ - เปน็ อาการหรอื ภาวะ L=Law)
ภมู คิ มุ้ กันโรค (AEFI) การสรา้ งเสริมภมู ิค้มุ กนั โรค การสรา้ งเสริมภูมคิ มุ้ กนั โรค ทีส่ ร้างความกังวลหรอื ทส่ี ร้างความกังวลหรอื
ทร่ี า้ ยแรง (Serious AEFI) ท่รี ้ายแรง (Serious AEFI) ความตระหนกอย่างมากตอ่ ความตระหนกอย่างมากต่อ สอบสวนภายใน 24 ชว่ั โมง
ไอกรน ได้แก่ เสียชีวติ อาจเป็น ไดแ้ ก่ เสียชีวิต อาจเปน็ ครอบครัวและชุมชน ครอบครัวและชมุ ชน โดย หลงั รบั แจ้ง (อําเภอ, B)
(Pertussis) อันตรายถงึ ชีวติ รบั ไว้รักษา อนั ตรายถงึ ชีวิต รบั ไวร้ ักษา - มผี ูป้ ว่ ยเป็นกลุ่มก้อน ผู้บริหารกรมควบคุมโรค
ในโรงพยาบาล นานต้ังแต่ ในโรงพยาบาล นานต้งั แต่ - จาํ นวนการเกดิ AEFI สูงกวา่ มอบหมายใหล้ งพ้นื ท่ี สอบสวนภายใน 24 ชวั่ โมง
3 วนั ขึ้นไป พิการถาวรหรือ 3 วันข้ึนไป พิการถาวรหรอื มัธยฐาน 5 ปที ่ีผ่านมาของ หลังรบั แจ้ง (อําเภอ, B)
ไรค้ วามสามารถ มีความ ไร้ความสามารถ มีความ พ้ืนที่ - มผี ปู้ ว่ ยเปน็ กลุ่มกอ้ น
ผดิ ปกตแิ ต่กําเนดิ ผดิ ปกติแต่กาํ เนดิ - อาจจะเกี่ยวขอ้ งกบั การ - จาํ นวนการเกิด AEFI สูงกวา่
- อาจจะเกย่ี วขอ้ งกับการ - อาจจะเกีย่ วขอ้ งกบั การ จัดการให้วคั ซีน
บรหิ ารจดั การใหว้ คั ซนี บรหิ ารจดั การให้วัคซนี มธั ยฐาน 5 ปีทผ่ี ่านมาของ
พ้นื ทีร่ ะดับเขต
- เป็นอาการหรอื ภาวะทส่ี ร้าง - เปน็ อาการหรอื ภาวะท่สี รา้ ง
ความกงั วลหรือความตระหนก ความกงั วลหรือความตระหนก
อยา่ งมากต่อครอบครวั และ อย่างมากตอ่ ครอบครัวและ
ชุมชน ชมุ ชน
- ผู้ป่วยเปน็ กลมุ่ ก้อน - ผปู้ ่วยเปน็ กลุม่ กอ้ น
- จาํ นวนการเกดิ AEFI - จาํ นวนการเกดิ AEFI สูงกว่า
สงู กว่าคา่ มัธยฐาน 5 ปี คา่ มธั ยฐาน 5 ปีท่ีผา่ นมาของ
ทผ่ี า่ นมาของพ้นื ท่ี พื้นที่
- ผู้ป่วยสงสัยทุกราย - พบผู้ป่วยยืนยันเป็นกลุ่มก้อน - พบผู้ป่วยยืนยันเป็นกลุ่มก้อน - พบผปู้ ่วยยนื ยนั เปน็
ตั้งแต่ 2 รายขึ้นไปในสถานท่ี ตั้งแต่ 5 รายขึ้นไปในสถานที่ กล่มุ ก้อน 10 รายขึน้ ไป
เดียวกันหรือมีความเช่ือมโยง เดียวกันหรือมีความเช่ือมโยง ในสถานท่เี ดยี วกนั หรอื
กนั ภายใน 1 เดอื น กัน ภายใน 1 เดือน มคี วามเชอื่ มโยงกนั ภายใน
- กรณีผปู้ ่วยสงสัยเสียชีวติ - กรณผี ูป้ ่วยสงสยั เสียชวี ิต 1 เดือน
ทุกราย ทุกราย
โรค อา� เภอ/ศบส. จงั หวัด/กทม. เขต สว่ นกลาง กา� หนดเวลาลงสอบสวน
เอชไอวี - ผปู้ ่วย HIV ดอ้ื ยาทกุ ราย - ผู้ป่วย HIV ดอ้ื ยาทกุ ราย ท่ีมี (B=Best practice,
(HIV) - พบการตดิ เช้ือจากแม่สูล่ กู - พบผ้ปู ว่ ยด้ือยาต้ังแต่ L=Law)
ซฟิ ิลิสแตก่ �าเนิด ทกุ ราย 3 รายขึน้ ไป ท่ีมคี วาม ทีม่ ีประวัติการใช้ PrEP ประวตั ิการใช้ PrEP
(Congenital เชอื่ มโยงทางระบาดวทิ ยา ไม่กําหนดเวลา
Syphilis) - พบผ้ปู ว่ ยยนื ยันเปน็ กล่มุ ก้อน - ตรวจสอบแบบสอบสวน
นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อท่ีต้องเฝ้าระวังในประเทศไทย ซิฟิลสิ ต้งั แต่ 3 รายขึ้นไป ทีม่ ีความ - ตรวจสอบแบบสอบสวน เฉพาะราย และการวนิ ิจฉัย - ตรวจสอบแบบสอบสวน สอบสวนภายใน 1 เดือน
(Syphilis) เชอ่ื มโยงทางระบาดวิทยา เฉพาะราย และการวนิ จิ ฉัย เฉพาะราย และการวินิจฉยั หลงั รับแจง้ (อําเภอ, B)
หนองใน - ผูป้ ่วยเขา้ ข่ายทุกราย
(Gonorrhea,
Gonococcal - พบผปู้ ่วยยนื ยันเป็นกลุ่มกอ้ น - พบผปู้ ว่ ยยืนยันมากกว่า - พบผู้ปว่ ยสูงกว่า คา่ มธั ยฐาน - พบผ้ปู ่วยยนื ยนั มากกว่า สอบสวนภายใน 1 เดอื น
Urethritis) ตั้งแต่ 2 ราย ท่มี ีความ 1 อําเภอ ทม่ี ีความเชือ่ มโยง 5 ปีย้อนหลงั ในจังหวัด 1 จงั หวดั ทีม่ ีความเช่อื มโยง หลังรบั แจ้ง (อําเภอ, B)
เชอ่ื มโยงทางระบาดวิทยา ทางระบาดวทิ ยา เดยี วกนั ในรอบรายเดือน ทางระบาดวทิ ยา สอบสวนภายใน 1 สปั ดาห์
หลงั รับแจง้ (อาํ เภอ, B)
- พบผ้ปู ว่ ยยนื ยนั เปน็ กลุ่มกอ้ น - เม่อื พบผู้ปว่ ยสูงกว่า - พบผ้ปู ่วยท่ีไดร้ ับการรักษา - พบผู้ป่วยที่ไดร้ ับการรักษา
ตั้งแต่ 2 ราย ท่ีมีความ คา่ มัธยฐาน 5 ปียอ้ นหลัง ตามมาตรฐานแล้วไมไ่ ดผ้ ล ตามมาตรฐานแลว้ ไมไ่ ดผ้ ล
เชื่อมโยงทางระบาดวิทยา ในอําเภอเดยี วกนั ในรอบ และได้รบั การตรวจทาง และไดร้ บั การตรวจทาง
รายเดือน หอ้ งปฏบิ ัติการเบอ้ื งตน้ ห้องปฏิบัติการเบอื้ งตน้
สงสยั ว่าเปน็ หนองในดอื้ ยา สงสยั ว่าเปน็ หนองในด้อื ยา
- พบผู้ป่วยยืนยนั เปน็ กล่มุ ก้อน กลุ่ม Azithromycin กลุ่ม Azithromycin
ต้ังแต่ 2 ราย ทีม่ คี วาม 3rd generation 3rd generation
เชอ่ื มโยงทางระบาดวทิ ยา Cephalosporin Cephalosporin
- พบผ้ปู ่วยสงสัยหนองใน
ดือ้ ยากลุ่ม Azithromycin
3rd generation
Cephalosporin
487