5. การสอบสวนโรค (Epidemiological investigation)
5.1 การสอบสวนผู้ป่วยเฉพาะราย (Case investigation) กรณีผู้ป่วยเสียชีวิตจากโรคตับอักเสบ ควรสอบสวน
ผปู้ ว่ ยเฉพาะรายเพอ่ื ยนื ยนั การวนิ จิ ฉยั หาพฤตกิ รรมหรอื ปจั จยั เสยี่ ง ปจั จยั ทเี่ กยี่ วขอ้ งกบั การเสยี ชวี ติ เพอื่ ใหก้ ารตรวจรกั ษา
ลดการแพรโ่ รค และเพอ่ื หาผปู้ ว่ ยรายอนื่ ต่อไป
5.2 การสอบสวนการระบาด (Outbreak investigation) กรณพี บผปู้ ว่ ยกลมุ่ กอ้ นตง้ั แต ่ 2 รายขนึ้ ไป ทสี่ งสยั มาจาก
แหล่งเดียวกัน หรือมีความสัมพันธ์กันทางระบาดวิทยา (Epidemiology linkage) ให้รีบท�าการสอบสวนการระบาดทันที
เพื่อยืนยันการวินิจฉัย และหาสาเหตุการระบาด โดยให้ด�าเนินการตามเง่ือนไขการออกสอบสวนโรคของทีมปฏิบัติการ
สอบสวนโรค (Joint investigation team: JIT) กองระบาดวทิ ยา กรมควบคมุ โรค ฉบบั ปัจจบุ ัน (ภาคผนวก)
6. หมายเหต ุ (Remarks)
- ระยะฟักตัวของโรค ประมาณ 15–50 วนั
7. เอกสารอา้ งอิง (References)
7.1 Centers for Disease Control and Prevention. Hepatitis, Viral, Acute 1996 Case Definition [Internet].
[cited 2019 Aug 13]. Available from: https://wwwn.cdc.gov/nndss/conditions/hepatitis-viral-acute/
case-definition/1996/
7.2 ส�านักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. นิยามโรคติดเช้ือ ประเทศไทย. นนทบุรี: โรงพิมพ์
องคก์ ารรับส่งสินคา้ และพัสดุภัณฑ์; 2546.
138 นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อท่ีต้องเฝ้าระวังในประเทศไทย
โรคพยาธิใบไมต้ ับ (Liver fluke)
ICD-10: B66.0
1. นิยามในการเฝ้าระวังโรค (Case definition for surveillance)
1.1 เกณฑท์ างคลินิก (Clinical criteria)
ผู้ท่ีมีประวัติเสี่ยง คือ รับประทานปลาน�้าจืดเกล็ดขาว วงศ์ปลาตะเพียน แบบดิบ หรือสุก ๆ ดิบ ๆ และมีอาการ
อย่างนอ้ ย 2 อาการ ดังน้ี
1) รูส้ ึกแนน่ ท้อง อาจจกุ แน่นไปทลี่ ิน้ ปห่ี รอื ใต้ชายโครงซา้ ย รู้สกึ รอ้ นวูบวาบทท่ี ้องหรอื หลงั ซึง่ เปน็ ลักษณะพเิ ศษ
ที่พบไดใ้ นโรคพยาธิใบไมต้ บั ชนดิ Opisthorchis viverrini
2) เบื่ออาหาร
3) ทอ้ งอดื ซึง่ เปน็ ผลจากการอกั เสบและการอุดตนั ของทอ่ น้�าดี
4) ถา่ ยเหลวเปน็ บางครงั้
5) มไี ข้ตา�่ ๆ
6) คล�าพบตบั โต อาจมีตวั เหลอื ง ตาเหลือง ถุงน้�าดขี ยายใหญ่/อกั เสบ หรอื เป็นมะเรง็ ทอ่ นา�้ ดี
7) ถา้ มีภาวะขาดอาหาร อาจจะมีน้�าหนักลด ขาบวม
1.2 เกณฑ์ทางหอ้ งปฏบิ ตั กิ าร (Laboratory criteria)
1.2.1 การตรวจทางห้องปฏิบัตกิ ารทวั่ ไป (Presumptive diagnosis)
- การตรวจคลน่ื ความถส่ี งู (Ultrasound) หรอื การตรวจเอกซเรยค์ อมพวิ เตอร ์ (Computed tomography:
CT) หรือการตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (Magnetic resonance imaging: MRI) พบพยาธิสภาพหรือความผิดปกติท่ีตับ
หรือทางเดนิ นา้� ดี เช่น ลักษณะของ Cyst
1.2.2 การตรวจทางห้องปฏบิ ัตกิ ารจา� เพาะ (Specific diagnosis)
การตรวจหาเชื้อ/แอนติเจน/สารพนั ธกุ รรมของเช้อื (Pathogen identification)
- วธิ ี Formalin ether concentration technique (FECT) หรอื Modified Kato thick smear หรอื
Modified Kato-Katz หรือ JK-PARASITE TRAP จากอุจจาระ พบไข่พยาธิชนิด Opisthorchis viverini ซึ่งมีรูปร่างรี
คล้ายเมล็ดแตงโม ไข่มีขนาดเล็กสีน้�าตาลเหลือง ฝาปิดสนิท ขอบรอยต่อของฝานูนเป็นสันคล้ายไหล่ ส่วนท้ายเปลือกไข่
จะนูนเป็นต่มุ เล็ก ๆ
ทั้งน้ี วิธีการเตรียมตัวอย่างข้างต้น ท�าให้เทคนิคการตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์ เพื่อตรวจหาไข่พยาธิมีความไว
สูงมากกวา่ วิธีอ่ืน ๆ
- วิธี Polymerase chain reaction (PCR) จากอุจจาระหรือ Cyst บริเวณตับหรือทางเดินน้�าดี พบ
สารพนั ธุกรรมของเชอื้ Opisthorchis viverrini
การตรวจหาภูมิคุม้ กันของเชื้อ (Serology)
- วิธี Enzyme-linked immunosorbent assay (ELISA) ตรวจหาภูมิคุ้มกันในซีร่ัมหรือพลาสมา
ต่อ Opisthorchis viverrini ให้ผลบวก
- วิธี Enzyme-linked immunoeletrotransfer blot (EITB) ตรวจหาแอนติเจนของ O. viverrini
โดยเฉพาะแอนติเจนที่ขับออกมาจากร่างกายของโฮสต์ (Copro-antigens) และภูมิคุ้มกัน (ชนิด IgM IgG IgA หรือ IgE)
ใหผ้ ลบวก
นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อท่ีต้องเฝ้าระวังในประเทศไทย 139
2. ประเภทผูป้ ่วย (Case classification)
2.1 ผปู้ ่วยสงสัย (Suspected case) หมายถงึ ผู้ทม่ี อี าการตามเกณฑ์ทางคลินกิ และมีประวัติเสยี่ ง
2.2 ผู้ป่วยเข้าข่าย (Probable case) หมายถึง ผู้ที่มีอาการตามเกณฑ์ทางคลินิก และมีประวัติเสี่ยง หรือมีประวัติ
เช่อื มโยงทางระบาดวิทยารว่ มกบั ผปู้ ว่ ยยนื ยัน หรือมีผลบวกตามเกณฑท์ างห้องปฏบิ ตั ิการท่วั ไป
2.3 ผู้ป่วยยืนยัน (Confirmed case) หมายถึง ผู้ที่มีอาการตามเกณฑ์ทางคลินิก และมีประวัติเสี่ยง และมีผลบวก
ตามเกณฑท์ างห้องปฏบิ ัตกิ ารจ�าเพาะข้อใดข้อหนึ่ง
2.4 ผตู้ ดิ เชอ้ื ไมแ่ สดงอาการ (Asymptomatic) หมายถงึ ผตู้ ดิ เชอื้ พยาธทิ ไี่ มม่ อี าการของโรค แตต่ รวจพบเชอ้ื พยาธิ
โดยวธิ ีการตรวจวินจิ ฉยั ทางหอ้ งปฏบิ ัตกิ ารจ�าเพาะข้อใดขอ้ หนง่ึ
3. เกณฑ์การรายงานผู้ปว่ ยตามระบบเฝ้าระวงั โรค (Reporting criteria)
3.1 ให้รายงานต้ังแต่ผู้ป่วยยืนยันทั้งท่ีแสดงอาการและไม่แสดงอาการ ในระบบเฝ้าระวังโรค (รง. 506) รหัสโรค 75
ดว้ ยรหสั ICD-10: B66.0 จา� แนกรหสั Complication type ดงั น้ี
1. แสดงอาการ
2. ไม่แสดงอาการ
3.2 ใหร้ ายงานผปู้ ว่ ยจากการสอบสวนผปู้ ว่ ยเฉพาะราย และการระบาดแบบเปน็ กลมุ่ กอ้ น ในระบบเฝา้ ระวงั เหตกุ ารณ์
(Event-based Surveillance System)
4. การตรวจสอบความถกู ต้องของข้อมลู (Verification)
- ผูป้ ่วยรายเดยี วกนั ทีถ่ กู รายงานภายใน 30 วนั ถอื ว่าเป็นการรายงานซา้� ซ้อน
5. การสอบสวนโรค (Epidemiological investigation)
5.1 การสอบสวนผู้ป่วยเฉพาะราย (Case investigation) กรณีพบผู้ป่วยยืนยันทุกรายหรือผู้ท่ีเสียชีวิตด้วยโรค
พยาธใิ บไมต้ บั ทกุ ราย รวมทง้ั ผทู้ อี่ ยใู่ นครอบครวั เดยี วกนั เพอ่ื หาปจั จยั เสย่ี ง แหลง่ แพรโ่ รค และใหส้ ขุ ศกึ ษาในการปอ้ งกนั โรค
5.2 การสอบสวนการระบาด (Outbreak investigation) ไมม่ ี
6. หมายเหต ุ (Remarks)
- ระยะเวลาตั้งแต่คนกินตัวอ่อนระยะติดต่อของพยาธิใบไม้ตับ (Metacercaria) ที่อยู่ในปลาน้�าจืดวงศ์ปลาตะเพียน
จากนัน้ Metacercaria จะเขา้ ไปจนเจรญิ เปน็ ตัวเต็มวัยใชเ้ วลาประมาณ 1 เดอื น กส็ ามารถตรวจพบไขใ่ นอุจจาระได้
- การตรวจวนิ จิ ฉยั ทางหอ้ งปฏบิ ตั กิ ารในการตรวจหาไขพ่ ยาธชิ นดิ Opisthorchis veverrini เนน้ การตรวจตามมาตรฐาน
กระทรวงสาธารณสขุ และการตรวจหาเชอ้ื /แอนตเิ จน/สารพนั ธกุ รรมของเชือ้ (Pathogen identification) เป็นการยืนยัน
ไดว้ ่าเปน็ โรคพยาธิใบไม้ตับ
140 นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อท่ีต้องเฝ้าระวังในประเทศไทย
7. เอกสารอ้างองิ (References)
7.1 วันชัย มาลีวงษ์, ผิวพรรณ มาลีวงษ์ และนิมิต มรกต. (2544). ปรสิตทางการแพทย์: โปรโตซัวและหนอนพยาธิ
(Medical pararasitology: Protozoa and helminthes. โรงพิมพ์คลงั นานาวิทยา. ขอนแก่น. (1), 432 หนา้ .
7.2 ธิดารัตน์ บุญมาศ. วิวัฒนาการของพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน�้าดี (Evolution of Liver Fluke &
Cholangiocarcinoma). ขอนแก่น: โรงพิมพค์ ลังนานาวิทยา; 2558. 168 หน้า.
7.3 ประยงค ์ ระดมยศ, วนั ชยั มาลวี งษ,์ ฐติ มิ า วงศาโรจน,์ อญั ชล ี ตงั้ ตรงจติ ร, วโิ รจน ์ กติ คิ ณุ , ประภาศร ี จงสขุ สนั ตกิ ,ุ
วราห์ มีสมบูรณ์, จิตรา ไวคกุล และ อรนาถ วัฒนวงษ์. ปรสิตหนอนพยาธิทางการแพทย์ ทฤษฎี และ ปฏิบัติการ.
กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์องคก์ ารสงเคราะห์ทหารผา่ นศกึ ในพระบรมราชปู ถมั ภ์; 2559. 273 หน้า.
7.4 Sripa B, Bethony JM, Sithithaworn P, Kaewkes S, Mairiang E, Loukas A, et al. Opisthorchiasis and
Opisthorchis-associated cholangiocarcinoma in Thailand and Laos [Internet]. [cited 2020 Dec 16]. Available
from: https://www.sciencedirect.com/science/article/pii/S0001706X10002019
นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวังในประเทศไทย 141
โรคอาหารเป็นพษิ (Food poisoning)
ICD-10: A02.0, A02.1, A02.2, A02.8, A02.9, A05.0, A05.2-A05.4, A05.8-A05.9, A32.9
1. นยิ ามในการเฝา้ ระวังโรค (Case definition for surveillance)
1.1 เกณฑท์ างคลนิ ิก (Clinical criteria)
คล่ืนไส้ อาเจียน ปวดท้อง อาจมีถ่ายเหลว อาการมักเกิดขึ้นแบบเฉียบพลันหลังรับประทานอาหารท่ีปนเปื้อน
เช้ือแบคทเี รีย ไวรสั โปรโตซวั หรอื สารพิษ (Enterotoxins) ทสี่ รา้ งจากเช้อื แบคทเี รีย
1.2 เกณฑท์ างหอ้ งปฏิบัตกิ าร (Laboratory criteria)
1.2.1 การตรวจทางหอ้ งปฏิบตั ิการท่ัวไป (Presumtive diagnosis)
ไม่มี
1.2.2 การตรวจทางหอ้ งปฏิบัติการจา� เพาะ (Specific diagnosis)
การตรวจหาเชือ้ /แอนตเิ จน/สารพนั ธกุ รรมของเชอื้ (Pathogen identification)
- วธิ ีเพาะแยกเช้ือจากอจุ จาระ หรอื Rectal swab หรอื อาเจยี น หรอื ตัวอย่างอาหาร พบเชื้อสาเหต ุ
- วธิ กี ารตรวจโดยใชช้ ดุ ทดสอบตรวจหาเชอื้ จากอจุ จาระ หรอื Rectal swab หรอื อาเจยี น หรอื ตวั อยา่ ง
อาหาร พบเชื้อสาเหต ุ
- วธิ กี ารตรวจโดยใชช้ ดุ ทดสอบในการตรวจสารเคม ี หรอื สารพษิ ทสี่ รา้ งโดยเชอื้ จากอจุ จาระ หรอื เลอื ด/
ซีรม่ั หรือเช้อื ปนเปื้อนในอาหารให้ผลบวก
- วิธี Polymerase chain reaction (PCR) พบสารพันธกุ รรมของเชื้อสาเหตุ
2. ประเภทผูป้ ่วย (Case classification)
2.1 ผู้ป่วยสงสัย (Suspected case) หมายถึง ผู้ที่มีอาการตามเกณฑ์ทางคลินิก และมีประวัติรับประทานอาหาร
ทีส่ งสัยปนเปอื้ นเชื้อ
2.2 ผู้ป่วยเข้าข่าย (Probable case) หมายถึง ผู้ท่ีมีอาการตามเกณฑ์ทางคลินิก และมีประวัติเส่ียง หรือมีประวัติ
เช่ือมโยงทางระบาดวิทยากบั ผปู้ ่วยยืนยนั
2.3 ผู้ป่วยยืนยัน (Confirmed case) หมายถึง ผู้ที่มีอาการตามเกณฑ์ทางคลินิก และมีผลบวกตามเกณฑ์
ทางห้องปฏบิ ตั ิการจา� เพาะขอ้ ใดขอ้ หนึ่ง
3. เกณฑก์ ารรายงานผ้ปู ว่ ยตามระบบเฝ้าระวังโรค (Reporing criteria)
3.1 ใหร้ ายงานตง้ั แตผ่ ปู้ ว่ ยสงสยั ในระบบรายงาน 506 รหสั โรค 03 ดว้ ยรหสั ICD-10 : A02.0, A02.1, A02.2, A02.8,
A02.9, A05.0, A05.2-A05.4, A05.8-A05.9, A32.9 จ�าแนกรหสั Organism type ดงั นี้
1. Vibrio parahaemolyticus
2. Salmonella enterica serovar Enteritidis
3. Salmonella enterica serovar Typhimurium
4. Other Salmonella spp.
5. Unspecified Salmonella spp.
6. Staphylococcus spp.
142 นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวังในประเทศไทย
7. Listeria monocytogenes
8. Clostridium perfringens
9. Bacillus cereus
10. Cyclospora spp.
11. Others
12. Unknown
3.2 ให้รายงานผู้ป่วยจากการสอบสวนผู้ป่วยเฉพาะรายกรณีเสียชีวิต และการระบาดเป็นกลุ่มก้อนในระบบ
เฝ้าระวังเหตกุ ารณ ์ (Event-based Surveillance System)
4. การตรวจสอบความถูกตอ้ งของข้อมูล (Verification)
- ผปู้ ่วยรายเดียวกันท่ถี ูกรายงานภายใน 7 วนั ถือวา่ เป็นการรายงานซ้�าซอ้ น
- ตอ้ งตรวจสอบ (Verify) ข้อมูลผปู้ ่วยทุกรายทไี่ ด้รับรายงานโรคอาหารเปน็ พิษและเสยี ชีวติ
5. การสอบสวนโรค (Epidemiological investigation)
5.1 การสอบสวนผู้ป่วยเฉพาะราย (Case investigation) กรณีพบผู้ป่วยเสียชีวิตทุกราย เพ่ือยืนยันการวินิจฉัย
และหาปัจจยั ที่เกย่ี วขอ้ ง
5.2 การสอบสวนการระบาด (Outbreak investigation) กรณีพบผู้ป่วยอุจจาระร่วงเป็นกลุ่มก้อนต้ังแต่ 10 ราย
ขน้ึ ไป ภายใน 2 วนั ทเ่ี หน็ ไดช้ ดั เจนในชมุ ชนเดยี วกนั หรอื สถานทท่ี มี่ ผี อู้ าศยั รว่ มกนั เปน็ จา� นวนมาก เชน่ ศนู ยเ์ ดก็ เลก็ โรงเรยี น
ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ และผู้ป่วยเรื้อรัง เพื่อหาเชื้อก่อโรคและสาเหตุของการระบาด โดยให้ด�าเนินการตามเง่ือนไขการออก
สอบสวนโรคของทีมปฏิบัติการสอบสวนโรค (Joint investigation team: JIT) กองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ฉบับ
ปจั จุบนั (ภาคผนวก)
6. หมายเหต ุ (Remarks)
- ความแตกต่างระหว่างโรคอุจจาระร่วงเฉียบพลันและโรคอาหารเป็นพิษ คือ โรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน ส่วนใหญ่
มีอาการถ่ายเหลว และติดต่อทางปากและทวารหนัก (Fecal-oral route) ในขณะที่โรคอาหารเป็นพิษ ส่วนใหญ่จะมี
อาการอาเจียน และตดิ ตอ่ จากการบรโิ ภคอาหารหรอื นา�้ ท่ีปนเปอื้ นเชอื้ (Food and borne) หรอื สารพษิ ทส่ี ร้างจากเชื้อ
- หากตรวจพบเชอื้ แบคทีเรียควรทา� การตรวจการดอ้ื ต่อยาตา้ นจลุ ชพี (Susceptability test) ของเชื้อนนั้ ๆ ดว้ ย
ตารางแสดงรหัส ICD-10 ท่ใี ช้ในการรายงานโรคอาหารเปน็ พษิ
NO. ICD-10 Disease
1 A02.0 Salmonella enteritis
2 A02.1 Salmonella sepsis
3 A02.2 Localized salmonella infections
4 A02.8 Salmonella infections, Other specified
5 A02.9 Salmonella infection, Unspecified
6 A05.0 Foodborne staphylococcal intoxication
นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวังในประเทศไทย 143
ตารางแสดงรหสั ICD-10 ที่ใช้ในการรายงานโรคอาหารเป็นพษิ (ต่อ)
NO. ICD-10 Disease
7 A05.2 Foodborne Clostridium perfringens [Clostridium welchii] intoxication
8 A05.3 Foodborne Vibrio parahaemolyticus intoxication
9 A05.4 Foodborne Bacillus cereus intoxication
10 A05.8 Other specified bacterial foodborne intoxications
11 A05.9 Bacterial foodborne intoxication, unspecified
12 A32.9 Listeriosis, unspecified
ตารางแสดงระยะฟักตวั และอาการแสดงของเชื้อแบคทีเรยี และไวรสั ที่ท�าใหเ้ กดิ โรคอาหารเป็นพิษ
สาเหตุก่อโรค ระยะฟกั ตัว อาการและอาการแสดง
Clostridium 6–24 ชั่วโมง ถา่ ยเหลว ปวดเกร็งท้อง บางรายอาจมอี าการอาเจียน มักมีอาการเฉียบพลัน
perfringens
Cyclospora spp. 1 สัปดาห์ ถา่ ยเหลวเปน็ นา�้ นา้� หนกั ลด เบอ่ื อาหาร ปวดเกรง็ ทอ้ ง ทอ้ งอดื คลน่ื ไส ้ เมอื่ ยลา้
monLoicstyetoriagenes 2–6 สัปดาห์ ไข้ ปวดท้อง ถ่ายเหลว อาจมีปวดศีรษะ คอแข็ง สับสน สูญเสียการทรงตัว ชัก
ในหญิงต้ังครรภ์มักจะมีไข้ และมีอาการอื่นๆ คล้ายไข้หวัดใหญ่ เช่น ปวดเม่ือย
กล้ามเน้ือ หากติดเชื้อระหว่างต้ังครรภ์อาจท�าให้เกิดอาการรุนแรงหรือทารก
เสียชวี ติ ตัง้ แตแ่ รกเกดิ
S(aNlomno-tnyeplhlaoisdpapl. 6 ชว่ั โมง–6 วัน ไข ้ ถา่ ยเหลว ปวดทอ้ ง อาเจียน
Salmonella)
ESntateprhoytoloxcinosc cจuาsก 30 นาที– คล่นื ไส้ อาเจยี น ปวดท้อง ถา่ ยเหลว
aureus 8 ชว่ั โมง
Vibrio spp. 1–4 วนั ไข ้ หนาวสน่ั ปวดทอ้ ง ถ่ายเหลวเปน็ น้า� คลืน่ ไส้ อาเจียน
BToaสxcาiinมll าuไรsดถ้ cส2eร rแา้ eบงu บs
21.. VDoiamrrhitienagl ttooxxiinn 61––264 ชชวั่ วั่ โโมมงง อถ่าายเจเหียนล วค มลกัื่นมไสอี ้ าปกวาดรทปอ้วงด ทออ้าจง มคีอลา่นื กไาสร ้ ถอ่าายเจเหียลนวรรว่ ่วมมดดว้ ว้ยย
7. เอกสารอ้างองิ (References)
7.1 ศูนย์กฎหมาย กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. พระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558. พิมพ์คร้ังที่ 5.
กรุงเทพมหานคร: จฬุ าลงกรณม์ หาวทิ ยาลยั ; 2560.
7.2 ส�านักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. นิยามโรคติดเชื้อ ประเทศไทย. นนทบุรี: โรงพิมพ์
องค์การรับส่งสินคา้ และพัสดภุ ณั ฑ์; 2546.
7.3 Centers for Disease Control and Prevention. Food Poisoning Symptoms [Internet]. [cited
2020 Jun 29]. Available from: https://www.cdc.gov/foodsafety/symptoms.html
144 นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อท่ีต้องเฝ้าระวังในประเทศไทย
โรคอุจจาระรว่ งเฉียบพลัน (Acute diarrhea)
ICD-10: A04.0-A04.9, A08.0-A08.5, A09.0, A09.9
1. นยิ ามในการเฝ้าระวังโรค (Case definition for surveillance)
1.1 เกณฑ์ทางคลินิก (Clinical criteria)
ถ่ายเหลว หรือถ่ายเป็นน้�า อย่างน้อย 3 ครั้ง หรือเป็นมูกเลือด อย่างน้อย 1 คร้ัง ภายในระยะเวลา 24 ช่ัวโมง
และอาจมอี าเจียนหรือขาดนา้� ร่วมด้วย
1.2 เกณฑ์ทางหอ้ งปฏบิ ตั กิ าร (Laboratory criteria)
1.2.1 การตรวจทางห้องปฏบิ ตั กิ ารทั่วไป (Presumtive diagnosis)
- วิธีการตรวจอจุ จาระ (Stool exam) อาจพบเม็ดเลอื ดขาว (WBC) > 20 cells/HPF
1.2.2 การตรวจทางห้องปฏิบตั กิ ารจา� เพาะ (Specific diagnosis)
การตรวจหาเชอ้ื /แอนตเิ จน/สารพนั ธกุ รรมของเช้ือ (Pathogen identification)
- วิธีเพาะเชื้อจากอุจจาระ เพ่ือตรวจหาเช้ือแบคทีเรียที่อาจเป็นสาเหตุก่อโรค เช่น Salmonella,
Shigella, E. coli O157: H7 หรือ Campylobacter
- วิธี Polymerase chain reaction (PCR) จากตัวอย่างอุจจาระ เพื่อตรวจหาสารพันธุกรรมของเชื้อ
ท่อี าจมสี าเหตมุ าจากเชอ้ื ไวรัส แบคทเี รีย หรอื โปรโตซวั หรอื ยีนทสี่ ร้าง Toxin ของเช้ือ
2. ประเภทผูป้ ว่ ย (Case classification)
2.1 ผูป้ ่วยสงสัย (Suspected case) หมายถงึ ผู้ทม่ี ีอาการตามเกณฑท์ างคลนิ กิ
2.2 ผปู้ ว่ ยเขา้ ขา่ ย (Probable case) หมายถงึ ผทู้ มี่ อี าการตามเกณฑท์ างคลนิ กิ และมผี ลการตรวจทางหอ้ งปฏบิ ตั กิ าร
ทั่วไปหรือมปี ระวตั เิ ช่อื มโยงทางระบาดวิทยากบั ผปู้ ว่ ยยืนยนั
2.3 ผู้ปว่ ยยืนยนั (Confirmed case) หมายถงึ ผูท้ ี่มีอาการตามเกณฑ์ทางคลนิ กิ และมีผลบวกตามเกณฑ์ตามเกณฑ์
ทางหอ้ งปฏบิ ัติการจา� เพาะขอ้ ใดขอ้ หนึ่ง
3. เกณฑก์ ารรายงานผ้ปู ว่ ยตามระบบเฝ้าระวังโรค (Reporting criteria)
3.1 ให้รายงานผู้ป่วยโดยไม่ต้องรอผลการยืนยันการวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการ ในระบบเฝ้าระวังโรค (รง. 506)
รหัสโรค 02 ดว้ ยรหสั ICD-10 : A04.0-A04.9, A08.0-A08.5, A09.0, A09.9 จ�าแนกรหสั Organism type ดังน้ี
1. Escherichia coli (E. coli)
2. Norovirus
3. Rotavirus
4. Campylobacter spp.
5. Yersinia enterocolitica
6. Others
9. Unknown
3.2 ให้รายงานผู้ป่วยจากการสอบสวนผู้ป่วยเฉพาะรายกรณีผู้ป่วยเสียชีวิต และการระบาดเป็นกลุ่มก้อน ในระบบ
เฝา้ ระวงั เหตกุ ารณ์ (Event-based Surveillance System)
นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อท่ีต้องเฝ้าระวังในประเทศไทย 145
4. การตรวจสอบความถกู ตอ้ งของข้อมลู (Verification)
- ผู้ปว่ ยรายเดยี วกันที่ถูกรายงานภายใน 14 วนั ถือวา่ เปน็ การรายงานซา้� ซ้อน
- ต้องตรวจสอบ (Verify) ขอ้ มูลผ้ปู ว่ ยทุกรายทีไ่ ด้รับรายงานโรคอจุ จาระรว่ งเฉยี บพลนั และเสยี ชวี ิต
5. การสอบสวนโรค (Epidemiological investigation)
5.1 การสอบสวนผู้ป่วยเฉพาะราย (Case investigation) กรณีพบผู้ป่วยเสียชีวิตทุกราย เพื่อยืนยันการวินิจฉัย
และหาปัจจัยทเ่ี ก่ยี วขอ้ ง
5.2 การสอบสวนการระบาด (Outbreak investigation) กรณีพบผู้ป่วยอุจจาระร่วงเป็นกลุ่มก้อน ต้ังแต่ 10 ราย
ขึ้นไป ภายใน 2 วัน ท่ีเห็นได้ชัดเจนในชุมชนเดียวกันหรือสถานท่ีท่ีมีผู้อาศัยร่วมกันเป็นจ�านวนมาก เช่น ศูนย์เด็กเล็ก
โรงเรียน ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ และผู้ป่วยเรื้อรัง เป็นต้น เพื่อหาเช้ือก่อโรคและสาเหตุของการระบาด โดยให้ด�าเนินการ
ตามเง่ือนไขการออกสอบสวนโรคของทีมปฏิบัติการสอบสวนโรค (Joint investigation team: JIT) กองระบาดวิทยา
กรมควบคุมโรค ฉบับปจั จบุ นั (ภาคผนวก)
6. หมายเหต ุ (Remarks)
- ความแตกต่างระหว่างโรคอุจจาระร่วงเฉียบพลันและโรคอาหารเป็นพิษ คือ โรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน ส่วนใหญ่
มีอาการถ่ายเหลว และติดต่อทางปากและทวารหนัก (Fecal-oral route) ในขณะที่โรคอาหารเป็นพิษ ส่วนใหญ่
จะมีอาการอาเจยี น และติดตอ่ จากการบรโิ ภคอาหารหรอื นา้� ท่ีปนเป้ือนเชอ้ื (Foodborne) หรือสารพิษทส่ี ร้างจากเชอื้
- หากตรวจพบเชอ้ื แบคทเี รียควรทา� การตรวจการด้ือตอ่ ยาต้านจุลชีพ (Susceptability test) ของเชอื้ นัน้ ๆ ดว้ ย
- กรณพี บผปู้ ว่ ยถา่ ยเหลวเปน็ นา้� มากผดิ ปกตใิ นชว่ งใดชว่ งหนง่ึ ในพน้ื ทเี่ ดยี วกนั หรอื ใกลเ้ คยี งกนั ควรรบี ทา� การสอบสวนโรค
เพือ่ ช่วยตรวจจบั การระบาดของอหวิ าตกโรค
- จากมตทิ ป่ี ระชมุ คณะกรรมการดา้ นวชิ าการตามพระราชบญั ญตั โิ รคตดิ ตอ่ พ.ศ. 2558 ครง้ั ท ่ี 8/2561เหน็ ชอบใหย้ งั คง
มีการรายงานโรคบิดจากเช้ือชิเกลลา และโรคบิดจากเช้ืออะมีบา แต่ให้จัดอยู่ในกลุ่มโรคอุจจาระร่วง โดยช่องทางการ
รายงานโรค คือ รายงานตั้งแต่ผู้ป่วยเข้าข่ายในระบบรายงาน รง.506 รหัสโรค 05 (Shigellosis dysentery) และ
รหัสโรค 06 (Amoebic dysentery)
ตารางแสดงระยะฟักตวั และอาการแสดงของเชอ้ื แบคทเี รยี และไวรสั ที่ท�าใหเ้ กดิ โรคอาหารเป็นพษิ
สาเหตกุ ่อโรค ระยะฟักตวั อาการและอาการแสดง
Campylobacter spp. 2–5 วนั ไข ้ ปวดทอ้ ง ถ่ายเหลว และอาจปนมูกเลือด
Escherichia coli (E. coli) 3–4 วนั ถ่ายเหลว (มักปนมูกเลอื ด) ปวดทอ้ งอย่างรนุ แรง อาเจียน ไข้ต่�า
Yersinia enterocolitica 3–7 วัน ไข ้ ถา่ ยเหลว บางรายอาจมอี าการถา่ ยเป็นนา�้ หรอื มูกเลอื ด ปวดทอ้ ง
โดยเฉพาะบรเิ วณทอ้ งน้อยด้านขวา อาเจียน
Norovirus 12–48 ชว่ั โมง อาเจียน ถ่ายเหลว มักมีอาการโดยเฉยี บพลัน ไข้ตา่�
สูญเสยี น้�าอย่างมาก ปวดเมือ่ ยตามตัว
Rotavirus 1–2 วัน ไข ้ ปวดทอ้ ง ถ่ายเหลว อาเจียน
146 นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวังในประเทศไทย
7. เอกสารอา้ งองิ (References)
7.1 ส�านักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. นิยามโรคติดเชื้อ ประเทศไทย. นนทบุรี: โรงพิมพ์
องค์การรับสง่ สนิ ค้าและพัสดุภณั ฑ์; 2546.
7.2 World Health Organization. Diarrhoeal disease [Internet]. [cited 2018 Nov 11]. Available
from: https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/diarrhoeal-disease
7.3 David L. Heymann. Control of Communicable Diseases Manual. 20th Edition. Washington, DC:
Association American Public Health, 2014.
นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวังในประเทศไทย 147
โรคบดิ ชิเกลโลซิส (Shigellosis, Bacillary dysentery)
ICD-10: A03.0–A03.3, A03.8–A03.9
1. นิยามในการเฝ้าระวงั โรค (Case definition for surveillance)
1.1 เกณฑท์ างคลินกิ (Clinical criteria)
มีไข้ ร่วมกับถ่ายเหลว เป็นน�้า และ/หรือมีมูกเลือดปน คลื่นไส้ อาเจียน ปวดเบ่ง มีอาการเหมือนถ่ายไม่สุด
หรือถา่ ยกะปรบิ กะปรอย ในเด็กอาจมีอาการชักรว่ มดว้ ย
1.2 เกณฑ์ทางหอ้ งปฏบิ ตั ิการ (Laboratory criteria)
1.2.1 การตรวจทางหอ้ งปฏิบตั กิ ารทั่วไป (Presumtive diagnosis)
- วธิ ีการตรวจอจุ จาระ พบเม็ดเลอื ดขาว (WBC) > 20 cells/HPF
- วิธีการตรวจโดยใช้ชุดทดสอบ Enzyme-linked immunosorbent assay (ELISA) ในซีรั่ม พบ IgM
หรอื IgG ต่อเช้อื หรอื โปรตนี ทเ่ี ปน็ สารพิษของเชอ้ื (Toxin)
1.2.2 การตรวจทางหอ้ งปฏิบัตกิ ารจา� เพาะ (Specific diagnosis)
การตรวจหาเช้อื /แอนตเิ จน/สารพนั ธกุ รรมของเชอ้ื (Pathogen identification)
- วิธีเพาะแยกเชื้อจากอุจจาระหรือ Rectal swab พบเชื้อ Shigella spp. (S. dysentriae หรือ
S. flexneri หรอื S. boydii หรือ S. sonnei)
- วิธี Polymerase chain reaction (PCR) จากตัวอย่างอุจจาระ พบสารพันธุกรรมของเช้ือที่สร้าง
สารพิษ เช่น Shiga toxin อย่างไรก็ตามหากใช้ผลบวกด้วยวิธีนี้ จะต้องส่งตัวอย่างไปตรวจด้วยวิธีเพาะเชื้อ เน่ืองจาก
เช้ือ E. coli ชนดิ STEC (Shiga toxin producing E. coli) กส็ ามารถให้ผลบวกดว้ ยวธิ ีนี้ได้
- วธิ ี Serotyping ต่อแอนติเจนโอ (Antigen O) จากตวั อย่างเชอ้ื บริสทุ ธ์ิของ Shigella spp.
2. ประเภทผู้ปว่ ย (Class classification)
2.1 ผูป้ ว่ ยสงสัย (Suspected case) หมายถงึ ผทู้ ่มี ีอาการตามเกณฑท์ างคลนิ ิก
2.2 ผู้ป่วยเข้าข่าย (Probable case) หมายถึง ผู้ที่มีอาการตามเกณฑ์ทางคลินิก และมีผลบวกตามเกณฑ์ทาง
ห้องปฏิบตั ิการทั่วไป
2.3 ผู้ป่วยยืนยัน (Confirmed case) หมายถึง ผู้ท่ีมีอาการตามเกณฑ์ทางคลินิก และมีผลบวกตามเกณฑ์ทาง
ห้องปฏบิ ัตกิ ารจา� เพาะขอ้ ใดข้อหน่ึง
3. การรายงานผู้ป่วยตามระบบเฝา้ ระวังโรค (Reporting criteria)
3.1 ให้รายงานต้ังแต่ผู้ป่วยเข้าข่าย ในระบบเฝ้าระวังโรค (รง. 506) รหัสโรค 05 ด้วยรหัส ICD-10: A03.0–A03.3,
A03.8–A03.9 จ�าแนกรหัส Organism type ดงั น้ี
1. Shigella dysenteriae (ICD10: A03.0)
2. Shigella flexneri (ICD10: A03.1)
3. Shigella boydii (ICD10: A03.2)
4. Shigella sonnei (ICD10: A03.3)
5. Other Shigellosis (ICD10: A03.8)
148 นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อท่ีต้องเฝ้าระวังในประเทศไทย
6. Shigellosis, unspecified (ICD10: A03.9)
3.2 ให้รายงานผู้ป่วยจากการสอบสวนผู้ป่วยเฉพาะรายกรณีผู้ป่วยเสียชีวิต และการระบาดเป็นกลุ่มก้อน ในระบบ
เฝา้ ระวังเหตุการณ ์ (Event-based Surveillance System)
4. การตรวจสอบความถกู ตอ้ งของขอ้ มูล (Verification)
- ผปู้ ว่ ยรายเดยี วกันท่ถี กู รายงานภายใน 14 วนั ถือว่าเป็นการรายงานซา�้ ซ้อน
- ตอ้ งตรวจสอบ (Verify) ขอ้ มลู ผู้ปว่ ยทกุ รายทไ่ี ดร้ ับรายงานว่าสงสยั โรคบดิ จากเชอ้ื ชเิ กลลาและเสยี ชวี ิต
5. การสอบสวนโรค (Epidemiological investigation)
5.1 การสอบสวนผู้ป่วยเฉพาะราย (Case investigation) กรณีพบผู้ป่วยเสียชีวิตทุกราย เพื่อยืนยันการวินิจฉัย
และหาปัจจัยทเี่ ก่ยี วข้อง
5.2 การสอบสวนการระบาด (Outbreak investigation) กรณีพบผู้ป่วยอุจจาระร่วงเป็นกลุ่มก้อน ตั้งแต่ 10 ราย
ขนึ้ ไป ภายใน 2 วนั ทเี่ หน็ ไดช้ ดั เจนในชมุ ชนเดยี วกนั หรอื สถานทที่ ม่ี ผี อู้ าศยั รว่ มกนั เปน็ จา� นวนมาก เชน่ ศนู ยเ์ ดก็ เลก็ โรงเรยี น
ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ และผู้ป่วยเรื้อรัง เป็นต้น เพ่ือหาเช้ือก่อโรคและสาเหตุของการระบาด โดยให้ด�าเนินการตามเงื่อนไข
การออกสอบสวนโรคของทมี ปฏบิ ตั ิการสอบสวนโรค (Joint investigation team: JIT) กองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค
ฉบบั ปจั จบุ ัน (ภาคผนวก)
6. หมายเหตุ (Remarks)
- ระยะฟกั ตัว 1-7 วัน ที่พบบอ่ ย คือ 1-3 วนั
- ความรุนแรงและอาการแทรกซ้อนข้ึนกับอายุและภาวะโภชนาการของผู้ป่วย และสายพันธุ์ของเช้ือ เช่น Shigella
dysenteriae type 1 (Shiga bacillus) อาจก่อให้เกิดอาการแทรกซ้อนรุนแรงของกลุ่มอาการเม็ดเลือดแดงแตกและ
ไตวาย เปน็ ตน้ บางรายอาจมอี าการแทรกซอ้ น เชน่ ขอ้ อกั เสบ ภาวะตดิ เชอื้ ในกระแสเลอื ด ภาวะเลอื ดแขง็ ตวั ในหลอดเลอื ด
แบบแพรก่ ระจายตวั ภาวะล�าไส้โปง่ ขยายจนเปน็ อนั ตราย
- สามารถพบ Asymptomatic infection ได้
- หากพบเชื้อ Shigella spp. ควรตรวจหาการดอ้ื ตอ่ ยาตา้ นจลุ ชพี ด้วย
7. เอกสารอา้ งอิง (References)
7.1 ศูนย์กฎหมาย กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. พระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558. พิมพ์ครั้งท่ี 5.
กรงุ เทพมหานคร: จุฬาลงกรณม์ หาวิทยาลัย; 2560.
7.2 ส�านักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. นิยามโรคติดเช้ือ ประเทศไทย. นนทบุรี: โรงพิมพ์
องคก์ ารรบั สง่ สนิ คา้ และพสั ดุภัณฑ์; 2546.
7.3 Centers for Disease Control and Prevention. Shigella-Shigellosis [Internet]. [cited 2019 Nov 18].
Available from: https://www.cdc.gov/shigella/
7.4 David L. Heymann. Control of Communicable Diseases Manual. 20th Edition. Washington, DC:
Association American Public Health, 2014.
7.5 Jeremy Hawker. Communicable Disease Control and Health Protection Handbook. 4th
Edition. 2019.
นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อท่ีต้องเฝ้าระวังในประเทศไทย 149
โรคบิดมีตัวหรอื โรคบิดจากเชอ้ื อะมบี า (Amoebic dysentery, Amoebiasis)
ICD-10: A06.0–A06.9
1. นยิ ามในการเฝา้ ระวังโรค (Case definition for surveillance)
1.1 เกณฑท์ างคลินิก (Clinical criteria)
ถา่ ยเหลว เปน็ มกู หรอื เลอื ดปน (อจุ จาระมกี ลน่ิ เหมน็ คลา้ ยหวั กงุ้ เนา่ ) โดยมอี าการนานกวา่ 2 สปั ดาห ์ และมอี าการ
อ่นื รว่ มดว้ ย ได้แก่ มไี ข ้ ปวดเบง่ ถา่ ยกระปรดิ กระปรอย สลับกบั การถา่ ยอจุ จาระปกติหรอื ทอ้ งผูก
1.2 เกณฑ์ทางหอ้ งปฏบิ ตั ิการ (Laboratory criteria)
1.2.1 การตรวจทางห้องปฏบิ ัตกิ ารท่วั ไป (Presumptive diagnosis)
- วิธีส่องกล้อง Proctoscope หรือ Sigmoidscope ตรวจผนังล�าไส้ใหญ่ เพื่อดูรอยโรค พบก้อน
Ameboma หรอื ลักษณะผนงั ลา� ไส้ใหญ่อักเสบเรื้อรัง
- วิธีอัลตร้าซาวน์ (Ultrasound) หรือการฉายภาพด้วยวธิ ีอนื่ ๆ พบก้อนฝีท่ีตบั
1.2.2 การตรวจทางหอ้ งปฏิบตั กิ ารจา� เพาะ (Specific diagnosis)
การตรวจหาเชอ้ื /แอนติเจน/สารพันธกุ รรมของเช้อื (Pathogen identification)
- วิธีตรวจโดยส่องกล้องจุลทรรศน์ (Direct smear) จากตัวอย่างอุจจาระสด หรืออุจจาระท่ีเติมน�้ายา
ให้เชื้อคงสภาพ หรือจากการท�า Concentration method หรือจากตัวอย่างท่ีสงสัยอ่ืน ๆ เช่น จากก้อนฝี หรือขูดจาก
การส่องตรวจผนังล�าไส้ใหญ่ พบ Trophozoites หรือ Cyst ของเช้ือ Amoeba การพบเซลล์เม็ดเลือดแดงในอุจจาระ
รว่ มด้วยบง่ บอกถงึ อาการที่รนุ แรง
- วิธีตรวจตัวอย่างท่ีสงสัยอื่น ๆ ท่ีผ่านการย้อมสีพิเศษ เช่น เทคนิค Trichrome staining ซ่ึงจะช่วย
ใหพ้ บ Trophozoites หรือ Cyst ของเช้ือ Amoeba ชัดขึน้
- วิธี Polymerase chain reaction (PCR) จากตัวอย่างอุจจาระ หรือก้อนฝี พบสารพันธุกรรมของ
เชอ้ื Amoeba ชนดิ กอ่ โรค เชน่ Entamoeba histolytica โดยวธิ นี จี้ ะสามารถแยกชนดิ ของ เชอื้ Entamoeba ไดช้ ดั เจน
เชน่ แยก E. histolytica จาก E. dispar
2. ประเภทผูป้ ว่ ย (Case classification)
2.1 ผู้ป่วยสงสัย (Suspected case) หมายถงึ ผทู้ ่ีมีอาการตามเกณฑท์ างคลนิ กิ
2.2 ผู้ป่วยเข้าข่าย (Probable case) หมายถึง ผู้ที่มีอาการตามเกณฑ์ทางคลินิก และมีผลบวกทางห้องปฏิบัติการ
ท่วั ไปข้อใดขอ้ หน่ึง
2.3 ผู้ป่วยยืนยัน (Confirmed case) หมายถึง ผู้ท่ีมีอาการตามเกณฑ์ทางคลินิก และมีผลบวกตามเกณฑ์
ทางห้องปฏบิ ตั ิการจา� เพาะข้อใดขอ้ หนึ่ง
150 นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อท่ีต้องเฝ้าระวังในประเทศไทย
3. การรายงานผูป้ ว่ ยตามระบบเฝ้าระวงั โรค (Reporting criteria)
3.1 ให้รายงานต้ังแต่ผู้ป่วยเข้าข่าย ในระบบเฝ้าระวังโรค (รง. 506) รหัสโรค 06 ด้วยรหัส ICD-10: A06.0–A06.9
จา� แนกรหสั Organism type ดังน้ี
1. Acute amoebic dysentery (ICD10: A06.0)
2. Chronic intestinal amoebiasis (ICD10: A06.1)
3. Amoebic nondysenteric colitis (ICD10: A06.2)
4. Amoeboma of intestine (ICD10: A06.3)
5. Amoebic liver abscess (ICD10: A06.4)
6. Amoebic lung abscess (ICD10: A06.5)
7. Amoebic brain abscess (ICD10: A06.6)
8. Cutaneous amoebiasis (ICD10: A06.7)
9. Amoebic infection of other sites (ICD10: A06.8)
10. Amoebiasis, unspecified (ICD10: A06.9)
3.2 ให้รายงานผู้ป่วยจากการสอบสวนผู้ป่วยเฉพาะรายกรณีเสียชีวิต และการระบาดเป็นกลุ่มก้อน ในระบบ
เฝา้ ระวังเหตกุ ารณ์ (Event-based Surveillance System)
4. การตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล (Verification)
- ผ้ปู ว่ ยรายเดียวกนั ท่ถี กู รายงานภายใน 14 วนั ถอื วา่ เปน็ การรายงานซา�้ ซ้อน
- ตอ้ งตรวจสอบ (Verify) ข้อมลู ผู้ป่วยทกุ รายที่ไดร้ บั รายงานโรคบิดมตี ัวหรอื โรคบิดจากเชือ้ อะมีบาและเสียชวี ติ
5. การสอบสวนโรค (Epidemiological investigation)
5.1 การสอบสวนผู้ป่วยเฉพาะราย (Case investigation) กรณีพบผู้ป่วยเสียชีวิตทุกราย เพ่ือยืนยันการวินิจฉัย
และหาปัจจยั ท่เี ก่ยี วขอ้ ง
5.2 การสอบสวนการระบาด (Outbreak investigation) กรณีพบผู้ป่วยอุจจาระร่วงเป็นกลุ่มก้อนท่ีเห็นได้ชัดเจน
ในชุมชนเดียวกันหรือสถานที่ท่ีมีผู้อาศัยร่วมกันเป็นจ�านวนมาก เช่น ศูนย์เด็กเล็ก โรงเรียน ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ และผู้ป่วย
เร้ือรัง เป็นต้น ภายใน 2 วัน เพื่อหาเชื้อก่อโรคและสาเหตุของการระบาด โดยให้ด�าเนินการตามเง่ือนไขการออก
สอบสวนโรคของทีมปฏิบัติการสอบสวนโรค (Joint investigation team: JIT) กองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ฉบับ
ปจั จุบนั (ภาคผนวก)
นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อท่ีต้องเฝ้าระวังในประเทศไทย 151
6. หมายเหต ุ (Remarks)
- ผตู้ ิดเชื้อ ประมาณร้อยละ 90 มกั ไมแ่ สดงอาการ (Asymptomatic infection)
- ในรายท่ีแสดงอาการ ผู้ป่วยอาจมีอาการเพียงเล็กน้อย ในรายที่มีภาวะล�าไส้ใหญ่อักเสบเป็นระยะเวลานานอาจพบ
ก้อน Amebic granuloma (Ameboma) ที่ผนังล�าไส้ใหญ่ บางรายอาจพบอาการนอกทางเดินอาหาร เช่น ฝีที่ตับ ปอด
สมอง หรอื ผิวหนังท่ีเปน็ เน้ือเยื่อออ่ น เชน่ อวยั วะเพศชาย
- หากการตดิ เชอ้ื เกดิ ในกลมุ่ คนทขี่ าดสารอาหาร หญงิ ตงั้ ครรภ ์ เดก็ หรอื ผมู้ ภี าวะภมู คิ มุ้ กนั บกพรอ่ ง อาจทา� ใหม้ อี าการ
รนุ แรงและเสยี ชีวติ ได้
- ระยะฟกั ตวั 2–4 สปั ดาห ์ แต่อาจพบได้ในระยะเวลา 2–3 วัน จนถงึ 1 ปี
- เชือ้ อะมีบา E. dispar มกั ไม่กอ่ ใหเ้ กิดโรคแตอ่ าจพบได้ในล�าไส ้ ส�าหรับ E. moshkovskii กอ่ ใหเ้ กดิ อาการถ่ายเหลว
ชนิดไมร่ นุ แรง
7. เอกสารอ้างองิ (References)
7.1 ศูนย์กฎหมาย กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. พระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558. พิมพ์ครั้งท่ี 5.
กรงุ เทพมหานคร: จฬุ าลงกรณ์มหาวิทยาลยั ; 2560.
7.2 ส�านักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. นิยามโรคติดเช้ือ ประเทศไทย. นนทบุรี: โรงพิมพ์
องคก์ ารรับสง่ สินค้าและพัสดุภัณฑ์; 2546.
7.3 Centers for Disease Control and Prevention. Amebiasis [Internet]. [cited 2018 Nov 11].
Available from: https://www.cdc.gov/dpdx/amebiasis/index.html.
7.4 Daissy J Vargas Sepulveda. Trichrome stain for diagnosis of Amoeba in Parasitology Laboratory
[Internet]. [cited 2018 Nov 11]. Available from: https://globaljournals.org/GJMR_Volume13/2-
Trichrome-Stain-for-Diagnosis.pdf
7.5 David L. Heymann. Control of Communicable Diseases Manual. 20th Edition. Washington, DC:
Association American Public Health, 2014.
7.6 Jeremy Hawker. Communicable Disease Control and Health Protection Handbook. 4th Edition.
2019.
152 นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวังในประเทศไทย
อหวิ าตกโรค (Cholera)
ICD-10: A00.0-A00.1, A00.9
1. นิยามในการเฝ้าระวังโรค (Case definition for surveillance)
1.1 เกณฑท์ างคลนิ กิ (Clinical criteria)
ถ่ายเป็นน�้าจ�านวนมาก อย่างน้อย 1 ครั้ง ภายใน 24 ชั่วโมง หรือถ่ายเหลวอย่างน้อย 3 ครั้ง ภายใน 24 ช่ัวโมง
อาจมีอาเจียน เป็นตะครวิ หรอื อาการขาดน้�าอย่างรุนแรงถงึ ชอ็ ก หรอื เสยี ชวี ิตจากอุจจาระรว่ งเฉยี บพลนั
1.2 เกณฑ์ทางห้องปฏิบัตกิ าร (Laboratory criteria)
1.2.1 การตรวจทางห้องปฏบิ ตั กิ ารทวั่ ไป (Presumptive diagnosis)
- วิธีส่องกล้องจุลทรรรศน์ชนิด Dark-field หรือ Phase contrast microscope พบลักษณะของเช้ือ
Vibrio cholerae เคลอื่ นไหวอยา่ งรวดเรว็ ไปทางเดยี วกนั แบบดาวตก (Shooting star) และหากหยด Antiserum ตอ่ เชอ้ื
ทีไ่ ม่มวี ัตถุกันเสีย เชื้อจะหยดุ เคล่ือนที่
- วิธีการตรวจโดยใช้ชุดทดสอบ Dipstick test ตรวจพบแอนติเจนของเชื้อ Vibrio cholerae O1
และ O139
1.2.2 การตรวจทางห้องปฏิบัตกิ ารจา� เพาะ (Specific diagnosis)
การตรวจหาเชื้อ/แอนตเิ จน/สารพนั ธุกรรมของเชอ้ื (Pathogen identification)
- วธิ เี พาะแยกเชอ้ื จากตวั อยา่ งอจุ จาระ (Rectal swab culture หรอื Stool culture) หรอื จากตวั อยา่ ง
ที่ปา้ ยจากมอื หรอื อุปกรณ์ต่าง ๆ พบเชือ้ Vibrio cholerae O1 หรือ O139
- วิธี Polymerase chain reaction (PCR) แบบ Multiplex PCR จากอุจจาระ หรือ Rectal swab
หรอื ตัวอย่างจากสง่ิ แวดล้อม ตรวจพบสารพนั ธกุ รรมของเชอื้ Vibrio cholerae ส่วนท่สี ร้างสารพิษ (Enterotoxin gene)
2. ประเภทผปู้ ว่ ย (Case classification)
2.1 ผปู้ ว่ ยสงสัย (Suspected case) หมายถึง ผูท้ ่มี อี าการตามเกณฑท์ างคลินิก
2.2 ผู้ป่วยเข้าข่าย (Probable case) หมายถึง ผู้ที่มีอาการตามเกณฑ์ทางคลินิก และมีประวัติรับประทานอาหาร
หรอื สัมผสั กับอุจจาระของผูป้ ่วยยนื ยัน หรอื มีผลบวกทางหอ้ งปฏิบตั กิ ารทวั่ ไป
2.3 ผู้ป่วยยืนยัน (Confirmed case) หมายถึง ผู้ท่ีมีอาการตามเกณฑ์ทางคลินิก และมีผลบวกทางห้องปฏิบัติการ
จ�าเพาะข้อใดขอ้ หนง่ึ
2.4 ผู้ติดเช้ือไม่แสดงอาการ (Asymptomatic) หมายถึง ผู้ท่ีมีผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ พบเชื้อ Vibrio
cholerae แตไ่ ม่แสดงอาการของโรค
3. เกณฑ์การรายงานผปู้ ่วยตามระบบเฝา้ ระวงั โรค (Reporting criteria)
3.1 ใหร้ ายงานเฉพาะผู้ปว่ ยยืนยนั ทงั้ ท่มี ารับบริการท่สี ถานบรกิ ารและค้นหาเพ่ิมเตมิ ในชมุ ชน (Active case finding)
ในระบบเฝา้ ระวงั โรค (รง. 506) รหสั โรค 01 ดว้ ยรหสั ICD-10: A00.0–A00.1, A00.9 จา� แนกรหสั Organism type ดงั น ้ี
1. Vibrio cholerae El Tor Inaba
2. Vibrio cholerae El Tor Ogawa
นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวังในประเทศไทย 153
3. Vibrio cholerae El Tor Hikojima
4. Vibrio cholerae O139
5. Vibrio cholerae other or unspecified
3.2 กรณผี ูต้ ิดเชื้อไม่แสดงอาการของอหิวาตกโรค ให้รายงานจ�าแนกรหสั Complication type ดงั น ี้
1. Asymptomatic infection
3.3 กรณเี ปน็ ผปู้ ว่ ยคน้ หาเพม่ิ เตมิ ในชมุ ชน (Active case finding) ใหร้ ะบสุ ถานทร่ี กั ษาเปน็ รกั ษาทบ่ี า้ น และประเภท
ผู้ป่วยระบเุ ป็นจากการคน้ หาในชมุ ชน
3.4 ให้รายงานผู้ป่วยจากการสอบสวนผู้ป่วยเฉพาะราย และการระบาดเป็นกลุ่มก้อน ในระบบเฝ้าระวังเหตุการณ์
(Event-based Surveillance System)
4. การตรวจสอบความถูกตอ้ งของข้อมูล (Verification)
- ผ้ปู ่วยรายเดียวกันทีถ่ กู รายงานภายใน 14 วัน ถอื วา่ เป็นการรายงานซ�้าซอ้ น
- ต้องตรวจสอบ (Verify) ขอ้ มลู ผู้ป่วยทุกรายทไี่ ดร้ ับรายงาน
5. การสอบสวนโรค (Epidemiological investigation)
5.1 การสอบสวนผู้ป่วยเฉพาะราย (Case investigation) กรณีพบผู้ป่วยยืนยันหรือเสียชีวิตทุกราย เพื่อยืนยัน
การวนิ จิ ฉยั และหาสาเหตขุ องเชอ้ื กอ่ โรค และคน้ หาผสู้ มั ผสั ใกลช้ ดิ ทอ่ี าจเกดิ โรค/แพรโ่ รค และใหส้ ขุ ศกึ ษาในการปอ้ งกนั โรค
5.2 การสอบสวนการระบาด (Outbreak investigation) กรณีพบผู้ป่วยยืนยันทุกราย เพื่อยืนยันการระบาด
หาเช้ือก่อโรค การตอบสนองต่อยาปฏิชีวนะ และแหล่งแพร่โรค โดยให้ด�าเนินการตามเง่ือนไขการออกสอบสวนโรค
ของทีมปฏิบัติการสอบสวนโรค (Joint Investigation Team: JIT) กองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ฉบับปัจจุบัน
(ภาคผนวก)
6. หมายเหต ุ (Remarks)
- การระบาด หมายถึง การพบผู้ป่วยต้ังแต่ 1 รายข้ึนไป ให้ถือว่ามีการระบาด เน่ืองจากเป็นโรคติดต่อท่ีส�าคัญท่ีต้อง
เฝ้าระวังภายใตก้ ารดา� เนนิ งานของกฎอนามัยระหวา่ งประเทศ
- ระยะฟักตัว Vibrio cholerae O1 และ O139 ตง้ั แต่ 2–3 ชว่ั โมงจนถงึ 5 วัน โดยทว่ั ไป 2–3 วัน
- ระยะตดิ ตอ่ เปน็ ชว่ งเวลาทมี่ อี าการถา่ ยเหลว โดยสามารถพบเชอื้ ไดย้ าวนานอกี 7 วนั หลงั จากผปู้ ว่ ยอาการดขี น้ึ แลว้
บางรายอาจกลายเป็นพาหะต่อไปได ้
- ผตู้ ดิ เชอื้ สว่ นใหญจ่ ะไมแ่ สดงอาการหรอื มอี าการนอ้ ยมาก ประมาณ 5–10% ของผตู้ ดิ เชอ้ื จะมอี าการรนุ แรง การรกั ษา
ที่ส�าคัญคือการให้สารน�้า การให้ยาปฏิชีวนะในผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงเพื่อลดการแพร่กระจายเช้ือ ควรตรวจสอบการด้ือ
ต่อยาปฏิชวี นะของเชือ้ กอ่ นการใหย้ าทุกครัง้
- ผู้ติดเชื้อท่ีไม่แสดงอาการ (Asymptomatic infection) หรือแสดงอาการน้อยสามารถแพร่โรคได้ จึงควรเน้นเรื่อง
ความสะอาดของอาหารและสุขอนามยั เพ่อื ป้องกันการระบาดของโรค
154 นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อท่ีต้องเฝ้าระวังในประเทศไทย
7. เอกสารอา้ งอิง (References)
7.1 ศูนย์กฎหมาย กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. พระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558. พิมพ์คร้ังท่ี 5.
กรงุ เทพมหานคร: จุฬาลงกรณม์ หาวทิ ยาลัย; 2560.
7.2 ส�านักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. นิยามโรคติดเชื้อ ประเทศไทย. นนทบุรี: โรงพิมพ์
องค์การรับส่งสนิ ค้าและพสั ดภุ ณั ฑ์; 2546.
7.3 Centers for Disease Control and Prevention. Cholera – Vibrio cholerae infection [Internet]. [cited
2018 Nov 11]. Available from: https://www.cdc.gov/cholera/index.html.
7.4 David L. Heymann. Control of Communicable Diseases Manual. 20th Edition. Washington, DC:
Association American Public Health, 2014.
7.5. World Health Organization. Cholera [Internet]. [cited 2018 Nov 11] Available from: https://
www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/cholera.
นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อท่ีต้องเฝ้าระวังในประเทศไทย 155
กล่มุ โรคตดิ เชื้อจากการสมั ผสั
ไข้ไมท่ ราบสาเหต ุ
(Fever of unknown origin: FUO, Fever without localizing signs: FWLS)
ICD-10: R50.8, R50.9
1. นิยามในการเฝ้าระวังโรค (Case definition for surveillance)
1.1 เกณฑท์ างคลนิ กิ (Clinical criteria)
มีไข้สูง (มากกว่าหรือเท่ากับ 38.3 องศาเซลเซียส) นานกว่า 1 สัปดาห์ หลังจากซักประวัติการเจ็บป่วยและ
ตรวจร่างกายแลว้ ไม่สามารถอธบิ ายสาเหตขุ องไข้ได้
1.2 เกณฑท์ างห้องปฏิบตั กิ าร (Laboratory criteria)
1.2.1 การตรวจทางหอ้ งปฏิบตั ิการทว่ั ไป (Presumptive diagnosis)
ไม่สามารถหาสาเหตุจากการตรวจทางหอ้ งปฏิบตั กิ ารโดยการตรวจดว้ ยวธิ ีเหลา่ น้ี ดงั นี้
- CBC and peripheral smear
- Buffy coat smear and culture
- Blood culture
- Urine analysis and culture
- Stool analysis and culture
- Radiographic examination of chest, Nasal sinuses, Mastoids and GI tract
- Bone marrow examination
- Anti-HIV antibody and serological tests
- Hepatic enzyme and serum chemistries
- Lymph nodes biopsy
1.2.2 การตรวจทางหอ้ งปฏิบัตกิ ารจา� เพาะ (Specific diagnosis)
ไมม่ ี
2. ประเภทผู้ปว่ ย (Case classification)
2.1 ผปู้ ่วยสงสยั (Suspected case) หมายถงึ ผู้ทมี่ อี าการตามเกณฑ์ทางคลินิก
2.2 ผ้ปู ่วยเข้าข่าย (Probable case) ไมม่ ี
2.3 ผู้ป่วยยืนยัน (Confirmed case) หมายถึง ผู้ที่มีอาการตามเกณฑ์ทางคลินิก และมีผลบวกตามเกณฑ์ทาง
ห้องปฏิบตั กิ ารท่วั ไปทีไ่ ม่สามารถอธบิ ายสาเหตขุ องไขไ้ ด้
3. การรายงานผูป้ ่วยตามระบบเฝา้ ระวังโรค (Reporting criteria)
- ใหร้ ายงานตัง้ แตผ่ ูป้ ว่ ยสงสัย ในระบบเฝ้าระวังโรค (รง. 506) รหสั โรค 18 ดว้ ยรหสั ICD-10: R50, R50.8, R50.9
158 นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อท่ีต้องเฝ้าระวังในประเทศไทย
4. การตรวจสอบความถูกตอ้ งของขอ้ มูล (Verification)
- ผู้ป่วยรายเดียวกนั ทถ่ี กู รายงานภายใน 2 สปั ดาห ์ ถอื ว่าเปน็ การรายงานซา้� ซ้อน
- ตอ้ งตรวจสอบ (Verify) ข้อมูลผ้ปู ว่ ยทุกรายทีไ่ ด้รบั รายงานวา่ สงสัยโรคไข้ไม่ทราบสาเหตุและเสียชีวิต
5. การสอบสวนโรค (Epidemiological investigation)
5.1 การสอบสวนผปู้ ่วยเฉพาะราย (Case investigation)
ไมม่ ี
5.2 การสอบสวนการระบาด (Outbreak investigation) กรณีพบผู้ป่วยกลุ่มก้อนตั้งแต่ 2 รายขึ้นไป ที่มีความ
เชอื่ มโยงทางระบาดวทิ ยา. ตอ้ งดา� เนนิ การสอบสวนการระบาด เพอ่ื หาเชอ้ื กอ่ โรคและสาเหตขุ องการระบาด โดยใหด้ า� เนนิ การ
ตามเง่ือนไขการออกสอบสวนโรคของทีมปฏิบัติการสอบสวนโรค (Joint investigation team: JIT) กองระบาดวิทยา
กรมควบคมุ โรค ฉบบั ปัจจบุ นั (ภาคผนวก)
6. หมายเหต ุ (Remarks)
- ระยะฟกั ตวั ของโรคไมช่ ดั เจน
สามารถใช้ขอ้ มลู จากการเฝา้ ระวังผู้ปว่ ยไข้ไมท่ ราบสาเหตุในการติดตามสถานการณโ์ รคตดิ ต่อท่อี าจมาด้วยอาการไข้
ท่ีไม่ชัดเจน เช่น ไข้เลือดออก มาลาเรีย โรคฉี่หนู สครับไทฟัส เป็นต้น ซ่ึงอาจยังไม่ได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ในคร้ังแรก
ท่ีมาโรงพยาบาล
7. เอกสารอา้ งองิ (References)
7.1 ศูนย์กฎหมาย กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. พระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558. พิมพ์ครั้งท่ี 5.
กรุงเทพมหานคร: จุฬาลงกรณม์ หาวิทยาลัย; 2560.
7.2 ส�านักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. นิยามโรคติดเช้ือ ประเทศไทย. นนทบุรี: โรงพิมพ์
องคก์ ารรบั ส่งสนิ คา้ และพสั ดภุ ัณฑ;์ 2546.
นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวังในประเทศไทย 159
ไขเ้ อนเทอโรไวรัส (Enterovirus fever)
ICD–10: A85.0, A87.0, B34.1
1. นิยามในการเฝา้ ระวังโรค (Case definition for surveillance)
1.1 เกณฑท์ างคลนิ ิก (Clinical criteria)
มีไข้ และมีอาการหรืออาการแสดงท่ีบ่งชี้การติดเชื้อระบบประสาทส่วนกลาง (CNS infection) ได้แก่ ชัก/เกร็ง
(Seizure/Convulsion) หรือแขน ขาอ่อนแรง (Acute flaccid paralysis) หรือตรวจร่างกายพบ Meningeal sign หรือ
Encephalitis หรือ Myoclonic jerk ร่วมกับมลี กั ษณะทางคลินิกหรือตรวจพบความผดิ ปกติอย่างใดอยา่ งหนึ่ง ดงั นี้
- อาเจียน
- ถ่ายเหลว
- ซึม
- หอบเหนอื่ ยเฉยี บพลนั
- กลา้ มเนอื้ หวั ใจอักเสบ (Myocarditis)
- ตรวจพบ ระดบั นา้� ตาลในเลอื ดสูง
โดยผู้ป่วยจะมีหรือไม่มีลักษณะทางคลินิกของโรคแผลในคอหอย (Herpangina) หรือโรคมือเท้าปาก
(Hand foot mouth disease) กไ็ ด้
1.2 เกณฑท์ างหอ้ งปฏบิ ัติการ (Laboratory criteria)
1.2.1 การตรวจทางหอ้ งปฏบิ ตั กิ ารทัว่ ไป (Presumptive diagnosis)
ไม่มี
1.2.2 การตรวจทางห้องปฏบิ ตั กิ ารจา� เพาะ (Specific diagnosis)
การตรวจหาเชือ้ /แอนติเจน/สารพนั ธุกรรมของเช้ือ (Pathogen identification)
- วิธี Reverse transcription polymerase chain reaction (RT-PCR) โดยป้ายเช้ือจากคอหอย
(Throat swab) ควรเก็บภายในสัปดาห์แรกหลังเร่ิมป่วย หรือป้ายจากตุ่มน้�าพองที่ท�าให้แตกบริเวณมือ เท้า หรือก้น
(ก้อนตุ่มน�้าติดเช้ือหนองหรือเป็นสะเก็ด) หรือเก็บอุจจาระ (Stool) ภายใน 14 วัน หลังเริ่มป่วยดีท่ีสุด (แต่อาจพบเชื้อ
ในอุจจาระได้นานถึง 6 สัปดาห์) หรือน�้าไขสันหลัง (Cerebrospinal fluid: CSF) พบสารพันธุกรรมเช้ือเอนเทอโรไวรัส
(Enterovirus)
- วิธีเพาะแยกเช้ือ (Viral isolation) ใช้ตัวอย่างเชื้อจากคอหอย หรือตุ่มน�้าพองที่ท�าให้แตก หรือ
อุจจาระ พบเชอื้ เอนเทอโรไวรัส (Enterovirus)
การตรวจหาภมู คิ มุ้ กนั ของเช้อื (Serology)
- วธิ ี Hemagglutination inhibition test (HI) หรอื Micro-neutralization test จากตวั อยา่ งซรี มั่ คู่
(Paired sera) เก็บห่างกันอยา่ งนอ้ ย 10–14 วนั พบระดับภูมคิ ุ้มกนั เพ่ิมขึ้นอย่างนอ้ ย 4 เทา่ (Four fold rising)
2. ประเภทผปู้ ่วย (Case classification)
2.1 ผปู้ ว่ ยสงสยั (Suspected case) หมายถงึ ผทู้ ม่ี อี าการตามเกณฑท์ างคลนิ กิ หรอื แพทยส์ งสยั ตดิ เชอ้ื เอนเทอโรไวรสั
2.2 ผู้ป่วยเข้าข่าย (Probable case) หมายถึง ผู้ท่ีมีอาการตามเกณฑ์ทางคลินิก และมีประวัติเชื่อมโยงทาง
ระบาดวทิ ยากบั ผู้ปว่ ยยนื ยนั
160 นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อท่ีต้องเฝ้าระวังในประเทศไทย
2.3 ผู้ป่วยยืนยัน (Confirmed case) หมายถึง ผู้ที่มีอาการตามเกณฑ์ทางคลินิก และมีผลบวกตามเกณฑ์ทาง
ห้องปฏิบัตกิ ารจา� เพาะข้อใดข้อหนงึ่
3. เกณฑ์การรายงานผูป้ ว่ ยตามระบบเฝ้าระวังโรค (Reporting criteria)
3.1 ให้รายงานตั้งแต่ผู้ป่วยสงสัย ในระบบเฝ้าระวังโรค (รง. 506) รหัสโรค 90 ด้วยรหัส ICD-10: A85.0, A87.0,
B34.1 จา� แนกรหัส Complication type ดงั น้ี
1. Enteroviral encephalitis (A85.0)
2. Enteroviral meningitis (A87.0)
3. Enterovirus infection, unspecified site (B34.1)
3.2 ให้รายงานการสอบสวนผู้ป่วยเฉพาะราย และการระบาดแบบเป็นกลุ่มก้อน ในระบบเฝ้าระวังเหตุการณ์
(Event-based Surveillance System)
4. การตรวจสอบความถกู ต้องของขอ้ มลู (Verification)
- ผปู้ ่วยรายเดยี วกนั ทถ่ี ูกรายงานภายใน 30 วัน ถือวา่ เป็นการรายงานซา้� ซ้อน
- ต้องตรวจสอบ (Verify) ขอ้ มูลผปู้ ว่ ยทุกรายท่ไี ด้รบั รายงานว่าสงสยั โรคไข้เอนเทอโรไวรัสและเสยี ชวี ิต
5. การสอบสวนโรค (Epidemiological investigation)
5.1 การสอบสวนผู้ป่วยเฉพาะราย (Case investigation) กรณีพบผู้ป่วยท่ีมีภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น
ปอดบวมน้�า กล้ามเน้ือหัวใจอักเสบ สมองอักเสบ หรือกล้ามเน้ืออ่อนแรงเฉียบพลันทุกราย หรือกรณี ผู้ป่วยเสียชีวิต
ทุกราย เพือ่ หาเชอื้ กอ่ โรคปัจจัยเสีย่ ง แหลง่ แพร่โรค และให้สขุ ศกึ ษาในการป้องกนั โรค
5.2 การสอบสวนการระบาด (Outbreak investigation) กรณีพบผู้ป่วยสงสัยเป็นกลุ่มก้อนตั้งแต่ 2 รายขึ้นไป
ภายใน 1 สัปดาห์ ในสถานท่ีเดียวกัน เช่น ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก โรงเรียน เป็นต้น เพ่ือหาเช้ือก่อโรคและสาเหตุของ
การระบาด โดยให้ด�าเนินการตามเง่ือนไขการออกสอบสวนโรคของทีมปฏิบัติการสอบสวนโรค (Joint investigation
team: JIT) กองระบาดวิทยา กรมควบคมุ โรค ฉบับปัจจบุ ัน (ภาคผนวก)
6. หมายเหต ุ (Remarks)
- ระยะฟกั ตัว 2-5 วนั แตอ่ าจนานถงึ 2 สัปดาห์
7. เอกสารอ้างองิ (References)
7.1 Centers for Disease Control and Prevention. Enteroviruses [Internet]. [cited 2018 Nov 11].
Available from: https://www.cdc.gov/dotw/enteroviruses/index.html
7.2 ส�านักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. นิยามโรคติดเช้ือ ประเทศไทย. นนทบุรี: โรงพิมพ์
องค์การรับส่งสนิ ค้าและพัสดภุ ณั ฑ;์ 2546.
7.3 สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข. โรคมือเท้าปากจาก Enterovirus 71 [อินเทอร์เน็ต]. [เข้าถึงเม่ือ
26 มิถุนายน 2561]. เข้าถึงได้จาก: http://nih.dmsc.moph.go.th/login/showimgpic.php?id=14
นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อท่ีต้องเฝ้าระวังในประเทศไทย 161
โรคตาแดงจากไวรสั (Viral conjunctivitis)
ICD10: B30.0–B30.3, B30.8–B30.9
1. นยิ ามในการเฝ้าระวงั โรค (Case definition for surveillance)
1.1 เกณฑ์ทางคลินิก (Clinical criteria)
มกี ารอกั เสบของเยอ่ื บตุ า โดยมอี าการตาแดง ปวดตา มขี ตี้ า อาจมจี ดุ เลอื ดออกใตเ้ ยอ่ื บตุ าขาว และมกั เปน็ สองขา้ ง
1.2 เกณฑ์ทางหอ้ งปฏบิ ัตกิ าร (Laboratory criteria)
1.2.1 การตรวจทางห้องปฏบิ ัติการทั่วไป (Presumptive diagnosis)
ไมม่ ี
1.2.2 การตรวจทางหอ้ งปฏิบตั ิการจา� เพาะ (Specific diagnosis)
การตรวจหาเช้อื /แอนติเจน/สารพนั ธุกรรมของเชือ้ (Pathogen identification)
- วธิ ีเพาะแยกเช้ือไวรัส (Viral isolation) จากการปา้ ยเชอ้ื จากตา พบเชอ้ื ไวรสั สาเหตุ
การตรวจหาภมู คิ มุ้ กนั ของเช้อื (Serology)
- วิธี Enzyme-linked immunosorbent assay (ELISA) เพื่อตรวจหาระดับภูมิคุ้มกัน ต่อเช้ือไวรัส
ต้นเหตุ ได้แก่ Adenovirus, Enterovirus 70 และ Coxsackie virus A24 ในตัวอย่างซีร่ัมคู่ (Paired sera) เก็บห่างกัน
อยา่ งน้อย 10–14 วัน และพบระดับภูมคิ มุ้ กนั เพิ่มขึน้ อยา่ งนอ้ ย 4 เทา่ (Four fold rising)
2. ประเภทผูป้ ว่ ย (Case classification)
2.1 ผู้ป่วยสงสัย (Suspected case) หมายถึง ผ้ทู ี่มอี าการตามเกณฑท์ างคลนิ กิ
2.2 ผปู้ ว่ ยเขา้ ขา่ ย (Probable case) หมายถงึ ผปู้ ว่ ยทส่ี งสยั และมปี ระวตั เิ ชอ่ื มโยงทางระบาดวทิ ยากบั ผปู้ ว่ ยยนื ยนั
2.3 ผู้ป่วยยืนยัน (Confirmed case) หมายถึง ผู้ท่ีมีอาการตามเกณฑ์ทางคลินิก และมีผลบวกตามเกณฑ์ทาง
หอ้ งปฏบิ ตั กิ ารจ�าเพาะข้อใดขอ้ หน่งึ
3. การรายงานผปู้ ว่ ยตามระบบเฝ้าระวังโรค (Reporting criteria)
3.1 ให้รายงานต้ังแตผ่ ปู้ ่วยสงสัย ในระบบเฝา้ ระวังโรค (รง. 506) รหัสโรค 14 ด้วยรหสั ICD-10: B30
3.2 ให้รายงานการสอบสวนผู้ป่วยเฉพาะราย และการระบาดแบบเป็นกลุ่มก้อน ในระบบเฝ้าระวังเหตุการณ์
(Event-based Surveillance System)
4. การตรวจสอบความถกู ต้องของขอ้ มลู (Verification)
- ผู้ป่วยรายเดยี วกันที่ถูกรายงานภายใน 2 สัปดาห ์ ถือวา่ เปน็ การรายงานซา้� ซอ้ น
- ต้องตรวจสอบ (Verify) ขอ้ มูลผปู้ ว่ ยทุกรายท่ไี ด้รบั รายงานว่าสงสัยโรคตาแดงจากเชื้อไวรสั และเสยี ชีวติ
162 นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวังในประเทศไทย
5. การสอบสวนโรค (Epidemiological investigation)
5.1 การสอบสวนผู้ป่วยเฉพาะราย (Case investigation) ไม่จา� เป็นในแง่การสอบสวน หรือการยืนยันการวินิจฉัย
แตต่ อ้ งมกี ารแยกของใชต้ า่ ง ๆ ไมใ่ หใ้ ชร้ ว่ มกบั ผปู้ ว่ ย หรอื กรณเี ปน็ นกั เรยี นควรใหห้ ยดุ อยบู่ า้ นประมาณ 1–2 สปั ดาหจ์ นกวา่
จะหาย เพื่อป้องกันการแพร่ระบาด
5.2 การสอบสวนการระบาด (Outbreak investigation) กรณีพบผู้ป่วยกลุ่มก้อนในสถานท่ีท่ีมีคนอยู่รวมกันเป็น
จ�านวนมาก เช่น โรงเรียน ค่าย ทหาร เรือนจ�า เป็นต้น เพ่ือหาเชื้อก่อโรคและสาเหตุของการระบาด โดยให้ด�าเนินการ
ตามเง่ือนไขการออกสอบสวนโรคของทีมปฏิบัติการสอบสวนโรค (Joint investigation team: JIT) กองระบาดวิทยา
กรมควบคมุ โรค ฉบบั ปัจจุบนั (ภาคผนวก)
6. หมายเหต ุ (Remarks)
- ระยะฟักตัว 24-72 ชว่ั โมง
- เช้อื ไวรัสบางตัว เช่น Enterovirus 70 อาจท�าให้มีอาการแทรกซอ้ นทางระบบประสาทตามมาได้
7. เอกสารอ้างอิง (References)
7.1 ส�านักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. นิยามโรคติดเช้ือ ประเทศไทย. นนทบุรี: โรงพิมพ์
องค์การรับส่งสนิ ค้าและพสั ดุภัณฑ;์ 2546.
นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อท่ีต้องเฝ้าระวังในประเทศไทย 163
โรคเมลอิ อยโดสิส (Melioidosis)
ICD–10: A24.1-A24.4
1. นยิ ามในการเฝา้ ระวังโรค (Case definition for surveillance)
1.1 เกณฑท์ างคลนิ กิ (Clinical criteria)
อาการและอาการแสดง แบ่งเปน็ 2 กลมุ่ อาการ ดังนี้
1.1.1 อาการเฉียบพลัน ผู้ป่วยส่วนใหญ่ (มากกว่าร้อยละ 85) มีอาการรุนแรงและเฉียบพลัน ได้แก่ ภาวะติดเช้ือ
(Sepsis) ตามนยิ าม Sepsis-3 ร่วมกบั มีอาการอย่างใดอย่างหนงึ่ ดังน้ี
- ปอดตดิ เชื้อเฉียบพลนั (Acute pneumonia) เช่น ไข้ ไอ หอบ
- ตดิ เชอ้ื ในระบบทางเดนิ ปสั สาวะ (Urinary tract infection) เชน่ ไข ้ และอาจมปี สั สาวะแสบขดั
- ติดเช้อื ในข้อ (Acute septic arthritis) เช่น ไข้ มขี ้อบวม แดง ร้อน
- ฝ ี (Abscess) พบไดบ้ อ่ ยในตบั มา้ ม ตอ่ มนา้� เหลอื ง ตามผวิ หนงั และอาจพบไดใ้ นทกุ อวยั วะในรา่ งกาย
- ต่อมน้�าลายพาโรติดอักเสบเปน็ ฝ ี (Acute suppurative parotitis) พบไดบ้ อ่ ยในเดก็
1.1.2 อาการเร้ือรงั มีเพียงส่วนน้อย เชน่ ไอเรอ้ื รังคล้ายวณั โรค แผลเร้ือรงั เปน็ ตน้
ร่วมกับมีประวัติเสี่ยงคือสัมผัสกับดินและน้�า (เช่น ท�านา จับปลา) หรือ รับประทานอาหารหรือด่ืมน�้าท่ีมี
โอกาสปนเปื้อนดิน หรือเชื้อก่อโรคเมลิออยด์หรืออาศัยอยู่ในจังหวัดที่เคยพบผู้ป่วยยืนยัน หรือเป็นพื้นที่การระบาดและ
พบผู้ป่วยเป็นจ�านวนมาก เช่น ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ เป็นต้น ร่วมกับแพทย์ผู้รักษา
พิจารณาแล้วว่าอาการทางคลินิกเหล่านั้นไม่ได้มีสาเหตุจากโรคอ่ืน ๆ เช่น โรคไข้เลือดออก โรคเลปโตสไปโรสิส
(โรคฉห่ี น)ู หรอื การติดเช้ือไวรัสหรือแบคทเี รียชนิดอ่นื
1.2 เกณฑ์ทางห้องปฏบิ ัตกิ าร (Laboratory criteria)
1.2.1 การตรวจทางหอ้ งปฏิบตั กิ ารท่วั ไป (Presumptive diagnosis)
ไมม่ ี
1.2.2 การตรวจทางห้องปฏบิ ัตกิ ารจา� เพาะ (Specific diagnosis)
การตรวจหาเช้ือหรือสารพนั ธกุ รรมของเช้ือ (Pathogen identification)
- วิธีเพาะแยกเช้ือแบคทีเรีย (Bacterial culture) จากเลือดหรือสิ่งส่งตรวจต่าง ๆ พบเชื้อ
Burkholderia pseudomallei
- วธิ ี Polymerase chain reaction (PCR) จากเลอื ดหรอื สงิ่ สง่ ตรวจตา่ ง ๆ พบสารพนั ธกุ รรมของเชอื้
Burkholderia pseudomallei
การตรวจคดั กรองแบบไวทจ่ี า� เพาะกบั โรคเมลอิ อยโดสิส
- วธิ ตี รวจคดั กรองแบบไว (Rapid test) ทจี่ า� เพาะในการตรวจหาองคป์ ระกอบของตวั เชอ้ื Burkholderia
pseudomallei (antigen) จากเลือดหรือส่งิ สง่ ตรวจต่าง ๆ พบแอนติเจนของเช้ือ Burkholderia pseudomallei
- วิธีตรวจคัดกรองแบบไว (Rapid test) ท่ีตรวจหาแอนติบอดี้ที่จ�าเพาะต่อเชื้อ Burkholderia
pseudomallei จากเลือด พบแอนติบอดตี อ่ เชอื้ Burkholderia pseudomallei
164 นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวังในประเทศไทย
ขอ้ ควรพจิ ารณา
1. ชุดตรวจคัดกรองแบบไว ควรมีค่าความจ�าเพาะมากกว่าร้อยละ 95 ในคนปกติ และในผู้ป่วยที่มีผลตรวจยืนยันว่า
เปน็ โรคอ่ืน ๆ
2. วธิ ี Indirect hemagglutination assay (IHA) และ Immunofluorescence antibody assay (IFA) เปน็ การตรวจ
ภูมิคุ้มกันแบบหยาบ มีความไวต�่า และมีความจ�าเพาะต่�า ไม่ควรใช้ในการวินิจฉัยโรคเมลิออยโดสิส เนื่องจากคนไทยปกติ
หนงึ่ ในสคี่ นมคี า่ IHA ≥1:160 โดยเฉพาะผทู้ ส่ี มั ผสั ดนิ และนา้� เปน็ ประจา� เชน่ ชาวนาทา� ให ้ IHA และ IFA มโี อกาสใหผ้ ลบวก
ปลอมสงู ไมค่ วรนา� มาใชว้ นิ จิ ฉยั และใชเ้ ปน็ เกณฑท์ างหอ้ งปฏบิ ตั กิ ารในนยิ ามการรายงานโรคเมลอิ อยโดสสิ ในประเทศไทย
3. ในภาคกลาง ภาคเหนอื ภาคตะวนั ตก และภาคใต ้ แมว้ า่ มอี ตั ราการพบผปู้ ว่ ยยนื ยนั ตา่� กวา่ 2 ตอ่ ประชากรแสนคนตอ่ ปี
แตจ่ ากการศกึ ษาโดยใชข้ อ้ มลู จากหอ้ งปฏบิ ตั กิ ารจลุ ชวี วทิ ยาในโรงพยาบาลศนู ยแ์ ละโรงพยาบาลทว่ั ไป ป ี พ.ศ. 2555 - 2558
พบหลายจังหวัดมีผู้ป่วยยืนยันที่คาดว่าเกิดจากการติดเช้ือในพ้ืนที่เป็นจ�านวนมาก ดังนั้นเจ้าหน้าที่ระบาดวิทยาควรท�าการ
ตรวจสอบข้อมูลกับห้องปฏิบัติการจุลชีววิทยาในโรงพยาบาลจังหวัด เพ่ือยืนยันว่าเคยพบผู้ป่วยโรคเมลิออยโดสิส จากการ
เพาะแยกเชือ้ พบเชอื้ Burkholderia pseudomallei ในจังหวดั
2. ประเภทผ้ปู ่วย (Case classification)
2.1 ผปู้ ว่ ยสงสยั (Suspected case) หมายถงึ ผทู้ มี่ อี าการตามเกณฑท์ างคลนิ กิ และมปี ระวตั เิ สย่ี ง โดยไมม่ ผี ลตรวจ
ทางหอ้ งปฏิบัตกิ ารจา� เพาะเป็นบวก หรือแพทยส์ งสยั ว่าเป็นโรคเมลลอิ อยโดสสิ
2.2 ผปู้ ว่ ยเขา้ ขา่ ย (Probable case) หมายถงึ ผทู้ ม่ี อี าการตามเกณฑท์ างคลนิ กิ และมปี ระวตั เิ สยี่ ง รว่ มกบั มผี ลบวก
ตามเกณฑ์ทางห้องปฏิบัติการจ�าเพาะ ด้วยวิธีตรวจคัดกรองแบบไวท่ีจ�าเพาะกับโรคเมลิออยโดสิสเป็นบวก โดยไม่มีผลการ
ตรวจเพาะเชือ้ หรอื พบสารพนั ธกุ รรมของเช้ือยนื ยนั
2.3 ผปู้ ว่ ยยนื ยนั (Confirmed case) หมายถงึ ผทู้ ม่ี อี าการตามเกณฑท์ างคลนิ กิ และมปี ระวตั เิ สยี่ ง รว่ มกบั มผี ลบวก
ตามเกณฑ์ทางหอ้ งปฏิบัตกิ ารจา� เพาะ ดว้ ยวิธีเพาะเชอ้ื หรอื พบสารพนั ธุกรรมของเช้ือ
3. การรายงานผ้ปู ่วยตามระบบเฝา้ ระวงั โรค (Reporting criteria)
3.1 ให้รายงานต้ังแต่ผู้ป่วยเข้าข่าย (Probable case) ในระบบเฝ้าระวังโรค (รง. 506) รหัสโรค 72 ด้วยรหัส
ICD-10 : A24.1-A24.4 จ�าแนกรหสั Organism type ดงั น้ี
1. Rapid test*: positive
2. Culture: positive
3. PCR: positive
4. Unknown
* หมายเหต ุ ต้องเปน็ Rapid test ทต่ี รวจหาแอนติเจน หรือ แอนติบอดที จี่ �าเพาะต่อเชือ้ B. Pseudomallei (ไมใ่ ช ่ IHA
หรอื IFA)
3.2 ให้รายงานการสอบสวนผู้ป่วยเฉพาะราย และการระบาดแบบเป็นกลุ่มก้อน ในระบบเฝ้าระวังเหตุการณ์
(Event-base surveillance system)
4. การตรวจสอบความถูกต้องของขอ้ มลู (Verification)
- ผ้ปู ว่ ยรายเดียวกันทถ่ี กู รายงานภายใน 1 ปี ถือว่าเปน็ การรายงานซา้� ซอ้ น
- ตรวจสอบ (verify) ขอ้ มลู ผ้ปู ่วยทุกราย ภายใน 7 วนั หลงั ไดร้ ับรายงานผปู้ ว่ ยโรคเมลอิ อยโดสสิ และเสียชีวติ
นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวังในประเทศไทย 165
5. การสอบสวนโรค (Epidemiological investigation)
5.1 การสอบสวนผู้ป่วยเฉพาะราย (Case investigation) กรณีพบผู้ป่วยสงสัย/เข้าข่าย/ยืนยันเสียชีวิตทุกราย
ส�าหรับพื้นท่ี Endemic area ให้สอบสวนเฉพาะกรณีพบผู้ป่วยยืนยันเสียชีวิตทุกราย และในรายท่ีมีข้อบ่งชี้ส�าคัญหรือ
จ�าเปน็ ต้องสอบสวนโรค ภายใน 7 วนั หลังได้รบั แจ้ง เพือ่ หาปจั จัยเสี่ยง แหล่งแพรโ่ รค และให้สขุ ศึกษาในการปอ้ งกันโรค
5.2 การสอบสวนการระบาด (Outbreak investigation) กรณเี ปน็ ผปู้ ว่ ยยนื ยนั รายแรกในพนื้ ทที่ ไ่ี มเ่ คยมกี ารรายงาน
ผู้ป่วยยืนยันมาก่อน หรือเคยมีการรายงานแต่ไม่พบผู้ป่วยใหม่ต่อเนื่องติดต่อกันนานเกิน 1 ปี หรือพบมีการระบาด
(จ�านวนผู้ป่วยมากกว่าค่ามัธยฐาน 5 ปี) หรือพบผู้ป่วยยืนยัน เป็นกลุ่มก้อน ต้ังแต่ 2 รายขึ้นไป ที่อยู่ในชุมชนเดียวกัน
ภายใน 1 เดือน เพ่ือหาเช้ือก่อโรคและสาเหตุของการระบาด โดยให้ด�าเนินการตามเง่ือนไขการออกสอบสวนโรคของทีม
ปฏิบัติการสอบสวนโรค (Joint investigation team : JIT) กองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ฉบบั ปจั จุบัน (ภาคผนวก)
6. หมายเหต ุ (Remarks)
- ระยะฟักตัว 1-21 วัน บางรายอาจนานเปน็ ปี
- พ้ืนท่ี Endemic area หมายถึง พื้นที่ที่มีอัตราการพบผู้ป่วยยืนยันมากกว่า 2 ต่อประชากรแสนคนต่อปี ร่วมกับ
เคยตรวจพบเช้ือในสิ่งแวดล้อม ได้แก่ ทุกจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก (ยกเว้น จังหวัดตราด)
บางจงั หวดั ในภาคอนื่ เชน่ พษิ ณโุ ลก นครนายก นครสวรรค ์ กา� แพงเพชร นา่ น ลา� ปาง และ ภเู กต็ (ขอ้ มลู จากหอ้ งปฏบิ ตั กิ าร
จลุ ชวี วทิ ยาในโรงพยาบาลศนู ย์และโรงพยาบาลทั่วไป ป ี พ.ศ. 2555 - 2558)
- ผู้ท่ีมีโรคประจ�าตัว เช่น เบาหวาน ธาลัสซีเมีย โรคไต หรือโรคท่ีท�าให้ร่างกายมีความต้านทานโรคต่�า จะมีความเสี่ยง
ที่จะป่วยเป็นโรคเมลิออยโดสิส มากกว่าคนปกติ แต่ผู้ป่วยโรคเมลิออยโดสิส ประมาณ 1 ใน 4 ก็ไม่มีประวัติโรคประจ�าตัว
ใด ๆ มาก่อน
- เด็กที่ป่วยด้วยโรคเมลิออยโดสิส และมีอาการรุนแรง ร้อยละ 70 มีอาการเฉียบพลัน โดยมีภาวะติดเชื้อ และ
รอ้ ยละ 30 มตี ่อมน�้าลายพาโรคติดอกั เสบเป็นฝี
- ผู้ป่วยที่มีไข้ไม่ทราบสาเหตุ โดยท่ีไม่มีภาวะติดเชื้อ (sepsis) ควรได้รับการตรวจเพิ่มเติมตามความเหมาะสม และ
ไมเ่ ขา้ เกณฑท์ จ่ี ะรายงานโรคเมลิออยโดสสิ โดยทีไ่ ม่มเี กณฑท์ างห้องปฏบิ ัตกิ ารจ�าเพาะ
- บุคลากรทางการแพทย์ท่ีต้องให้การดูแลรักษาผู้ป่วย ต้องสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันทุกคร้ังหากต้องสัมผัสผู้ป่วยยืนยัน
ในขณะท�าหัตถการ เพ่ือป้องกันการติดเชื้อ กรณีมีประวัติสัมผัสผู้ป่วยยืนยัน และมีอาการป่วยควรได้รับการเก็บตัวอย่าง
ส่งตรวจทางหอ้ งปฏิบตั กิ าร (ตามแนวทางการวนิ จิ ฉยั โรคเมลิออยโดสิส)
นยิ าม Sepsis-3
1) ภาวะติดเช้ือ (Sepsis) ตามนิยามเชิงปฏิบัติของ Sepsis-3 คือภาวะที่มี SOFA score (Sequential [Sepsis-
related] organ failure assessment) เปลี่ยนแปลงมากกว่าหรือเท่ากับ 2 คะแนน โดยท่ีสงสัยหรือมีหลักฐานว่ามีการ
ติดเช้ือ
2) SOFA score เป็นคะแนนรวมของภาวะการท�างานผดิ ปกติของระบบอวัยวะ (Organ dysfunction) 6 ระบบ ดังน้ี
ระบบ คา่ ทว่ี ัด 01 2 คะแนน 3 4
ไหลเวียนเลอื ด VMaAsPo*p rแeลsะsor deห>po0รอื.ipn1 a enumpogrhi/enrkpeigni n/e>me 1p>i5nh0 r.หi1nร eอื
MAP ≥70 MAP <70 ddu(ไgมoo/่วbpk่าaug dmt/amoimsnienei n เ หท≤e่าร5 ใือ ด ) ≤deหpo0รอื.ipn1 a enumpogrhi/enrkpeigni n/e>me 5p≤i nh0หr.iร1nือ e <100**
ทางเดินหายใจ PaO2/FiO2 ≥400 <400 <300 <200** 3-6
ประสาท GCS 15 13-14 10-12 6-9 >12.0 mg/dl
ตบั Bilirubin <1.2 1.2-1.9 2.0-5.9 6.0-11.9
166 นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวังในประเทศไทย
ไต Curreinaeti noinuet pแuลtะ <1.2 1.2-1.9 2.0-3.4 3o.u5t-p4u.9t ห<ร5อื0 0u rminle/d o>u5.t0p mutg </d2l0 ห0ร mอื ul/rdine
การแขง็ ตวั ของเลอื ด Platelets >150,000 <150,000 <100,000 <50,000 <20,000 /ul
* MAP = Mean Arterial Pressure (mmHg) ** และใสเ่ ครือ่ งช่วยหายใจ
ในกรณที ไ่ี มท่ ราบวา่ ผปู้ ว่ ยเคยม ี organ dysfunction มากอ่ นหรอื ไม ่ ใหค้ ดิ วา่ SOFA score ตงั้ ตน้ เดมิ ของผปู้ ว่ ยเทา่ กบั 0
3) เนื่องจาก SOFA score ท่ีครบถ้วน อาจต้องรอผล Lab บางตัว คือ CBC, liver function test, Creatinine
และ ABG ในการประเมินข้างเตียงผู้ป่วยอาจใช้ qSOFA (quick SOFA) ในการประเมินได้ โดยท่ีผู้ป่วยท่ีมีภาวะ
ดังตอ่ ไปน ี้ อยา่ งน้อย 2 ใน 3 ควรสงสัยวา่ มีภาวะติดเช้อื
alteration in mental status (อาจใช ้ Glasgow coma scale [GCS] score น้อยกว่า 15 ก็ได้)
systolic blood pressure ≤100 mm Hg
respiratory rate ≥22/min
4) นิยามเก่าของภาวะ Systemic Inflammatory Response Syndrome (SIRS) มีความไวต่�า ความจ�าเพาะต�่า
ไม่สามารถบอกถึงภาวะการท�างานของอวัยวะท่ีผิดปกติได้ดี และไม่สามารถใช้ตัดสินใจในการให้การรักษาภาวะติดเช้ือ
ทเี่ หมาะสมไดด้ ี
7. เอกสารอา้ งอิง (References)
7.1 Centers for Disease Control and Prevention. Melioidosis (Burkholderia pseudomallei) 2012
Case Definition. [Cited 2019Jun6]. Available from: https://wwwn.cdc.gov/nndss/conditions/melioidosis/
case-definition/2012/
7.2 ส�านักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. นิยามโรคติดเชื้อประเทศไทย. นนทบุรี: โรงพิมพ์
องคก์ ารรบั สง่ สินค้าและพสั ดภุ ัณฑ์; 2546.
7.3 Hantrakun V, Kongyu S, Klaytong P, Rongsumlee S, Day NPJ, Peacock SJ, et al. Clinical Epidemiology
of 7126 Melioidosis Patients in Thailand and the Implications for a National Notifiable Diseases
Surveillance System. Open Forum Infect Dis. 2019;6(12):ofz498. Epub 2020/02/23. doi:10.1093/ofid/ofz498.
PubMed PMID: 32083145; PubMed Central PMCID: PMCPMC7020769.
นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวังในประเทศไทย 167
โรคมือเท้าปาก (Hand foot and mouth disease)
ICD–10: B08.4, B08.5
1. นิยามในการเฝา้ ระวงั โรค (Case definition for surveillance)
1.1 เกณฑท์ างคลนิ ิก (Clinical criteria)
มตี มุ่ ใส หรือแผลในปาก หรือมผี ืน่ แดงหรอื ตุ่มใสขนาดเลก็ ท่บี ริเวณฝา่ มอื ฝ่าเทา้ แขน ขา ล�าตัว หรือก้น
1.2 เกณฑ์ทางหอ้ งปฏบิ ัตกิ าร (Laboratory criteria)
1.2.1 การตรวจทางหอ้ งปฏิบตั กิ ารทว่ั ไป (Presumptive diagnosis)
ไม่มี
1.2.2 การตรวจทางห้องปฏิบัติการจา� เพาะ (Specific diagnosis)
การตรวจหาเชอื้ /แอนตเิ จน/สารพนั ธุกรรมของเช้ือ (Pathogen identification)
- วิธี Reverse transcription polymerase chain reaction (RT-PCR) โดยป้ายเช้ือจากคอหอย
(Throat swab) ควรเก็บภายในสัปดาห์แรกหลังเร่ิมป่วย หรือป้ายจากตุ่มน�้าพองที่ท�าให้แตกบริเวณมือ เท้า หรือ ก้น
(ก้อนตุ่มน้�าติดเช้ือหนองหรือเป็นสะเก็ด) หรือเก็บอุจจาระ (Stool) ภายใน 14 วันหลังเร่ิมป่วยดีที่สุด (แต่อาจพบเชื้อ
ในอจุ จาระไดน้ านถงึ 6 สปั ดาห)์ หรอื นา้� ไขสนั หลงั (Cerebrospinal fluid: CSF) พบสายพนั ธกุ รรมของเชอ้ื ไวรสั เอนเทอโร
(Enterovirus)
- วิธีเพาะแยกเช้ือ (Viral isolation) ใช้ตัวอย่างเช้ือจากคอหอย (Throat swab) หรือ ตุ่มน้�าพอง
ทที่ า� ให้แตก หรือ อุจจาระ พบเชื้อเอนเทอโรไวรสั (Enterovirus)
การตรวจหาภมู ิคุ้มกนั ของเชือ้ (Serology)
- วธิ ี Hemagglutination inhibition test (HI) หรอื Micro-neutralization test โดยการเกบ็ ตวั อยา่ ง
ซีรม่ั คู่ (Paired sera) ห่างกนั อย่างน้อย 10–14 วนั และพบระดับภูมคิ มุ้ กันเพิ่มข้นึ อยา่ งน้อย 4 เทา่ (Four fold rising)
2. ประเภทผู้ปว่ ย (Case classification)
2.1 ผปู้ ่วยสงสัย (Suspected case) หมายถงึ ผ้ทู ีม่ อี าการตามเกณฑท์ างคลินกิ
2.2 ผู้ป่วยเข้าข่าย (Probable case) หมายถึง ผู้ท่ีมีอาการตามเกณฑ์ทางคลินิก และมีประวัติเช่ือมโยงทาง
ระบาดวิทยากบั ผปู้ ว่ ยยืนยนั
2.3 ผู้ป่วยยืนยัน (Confirmed case) หมายถึง ผู้ท่ีมีอาการตามเกณฑ์ทางคลินิก และมีผลบวกตามเกณฑ์ทาง
หอ้ งปฏิบตั ิการจ�าเพาะขอ้ ใดขอ้ หนึ่ง
3. การรายงานผปู้ ่วยตามระบบเฝา้ ระวังโรค (Reporting criteria)
3.1 ให้รายงานตั้งแต่ผู้ป่วยสงสัย ในระบบเฝ้าระวังโรค (รง. 506) รหัสโรค 71 ด้วยรหัส ICD-10: B08.4 (Hand foot
mouth disease) และ B08.5 (Herpangina) จา� แนกรหัส Organism type ดงั น้ี
1. HFM ไมร่ ะบุเช้ือ
2. Herpangina ไมร่ ะบุเชือ้
3. Enterovirus 71
4. Coxsackie A
168 นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อท่ีต้องเฝ้าระวังในประเทศไทย
5. Coxsackie B
6. Enterovirus other or unspecified
3.2 ให้รายงานการสอบสวนผู้ป่วยเฉพาะราย และการระบาดแบบเป็นกลุ่มก้อน ในระบบเฝ้าระวังเหตุการณ์
(Event-based Surveillance System)
4. การตรวจสอบความถกู ต้องของขอ้ มลู (Verification)
- ผูป้ ่วยรายเดยี วกนั ทีถ่ ูกรายงานภายใน 30 วนั ถอื วา่ เปน็ การรายงานซา�้ ซ้อน
- ต้องตรวจสอบ (Verify) ขอ้ มูลผู้ป่วยทุกรายทีไ่ ดร้ ับรายงานว่าเป็นโรคมือเท้าปากและเสยี ชีวิต
5. การสอบสวนโรค (Epidemiological investigation)
5.1 การสอบสวนผู้ป่วยเฉพาะราย (Case investigation) กรณีพบผู้ป่วยท่ีมีภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น
ปอดบวมน้�า กล้ามเน้ือหัวใจอักเสบ สมองอักเสบ หรือกล้ามเน้ืออ่อนแรงเฉียบพลันทุกราย หรือกรณี ผู้ป่วยเสียชีวิต
ทุกราย เพอื่ หาปจั จยั เสีย่ ง แหล่งแพร่โรค และให้สุขศกึ ษาในการปอ้ งกันโรค
5.2 การสอบสวนการระบาด (Outbreak investigation) กรณีพบผู้ป่วยสงสัยเป็นกลุ่มก้อนต้ังแต่ 2 รายขึ้นไป
ภายใน 1 สัปดาห์ ในสถานท่ีเดียวกัน เช่น ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก โรงเรียน เป็นต้น เพื่อหาเช้ือก่อโรคและสาเหตุของการ
ระบาด โดยให้ด�าเนินการตามเงื่อนไขการออกสอบสวนโรคของทีมปฏิบัติการสอบสวนโรค (Joint investigation
team: JIT) กองระบาดวิทยา กรมควบคมุ โรค ฉบับปัจจบุ ัน (ภาคผนวก)
6. หมายเหต ุ (Remarks)
- ระยะฟักตัว 3-6 วัน
7. เอกสารอา้ งอิง (References)
7.1 Centers for Disease Control and Prevention. Hand Foot and Mouth Disease [Internet]. [cited
2018 Nov 11] Available from: https://www.cdc.gov/hand-foot-mouth/index.html
7.2 ส�านักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. นิยามโรคติดเช้ือ ประเทศไทย. นนทบุรี: โรงพิมพ์
องค์การรบั ส่งสนิ ค้าและพัสดุภณั ฑ;์ 2546.
7.3 สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข. โรคมือเท้าปากจาก Enterovirus 71 [อินเทอร์เน็ต]. [เข้าถึงเม่ือ
26 มถิ นุ ายน 2561]. เข้าถงึ ไดจ้ าก: http://nih.dmsc.moph.go.th/login/showimgpic.php?id=14
นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อท่ีต้องเฝ้าระวังในประเทศไทย 169
โรคเรือ้ น (Leprosy)
ICD-10: A30.0–A30.5, A30.8–A30.9
1. นยิ ามในการเฝา้ ระวังโรค (Case definition for surveillance)
1.1 เกณฑ์ทางคลินิก (Clinical criteria)
ผู้ทีม่ ีอาการทางคลนิ กิ จา� แนกเปน็ 2 ประเภท ดังน ้ี
1.1.1 อาการแสดงทส่ี งสยั
- ผปู้ ว่ ยมอี าการโรคผวิ หนงั เรอื้ รงั ทเ่ี ปน็ นานกวา่ 3 เดอื น ไมค่ นั รกั ษาดว้ ยยากนิ หรอื ยาทาไมห่ าย
- ผนื่ หรอื วงดา่ งสขี าวหรือเขม้ บรเิ วณผิวหนังดังกลา่ วมีลักษณะแหง้ เหงอื่ ไม่ออก ขนรว่ ง
- ผ่ืนนนู แดง ตมุ่ ผวิ อม่ิ ฉ�่าเปน็ มนั เลื่อม ไม่คัน หหู นา
- ต่มุ แดงกดเจ็บตามใบหนา้ แขน ขา ล�าตัว
- มีอาการบวมท่หี น้า มือ เทา้
- ฝา่ มอื ฝ่าเท้าชา
- เจ็บหรือกดเจ็บบรเิ วณเส้นประสาทท่ขี ้อศอก ขอ้ พับขา
- กลา้ มเน้อื ท่ตี า มือ เทา้ อ่อนแรง ลบี นิ้วงอ กุด ข้อมือ/ข้อเท้าตก หลับตาไมส่ นิท
- มแี ผลเรอ้ื รังทฝ่ี า่ เทา้
1.1.2 อาการแสดงส�าคญั (Cardinal signs) โดยวนิ จิ ฉยั โรคเรื้อนเม่ือพบอาการแสดงส�าคญั ดงั นี้
1.1.2.1 ตรวจพบรอยโรคผวิ หนังทม่ี ีลกั ษณะเฉพาะของโรคเรื้อน ไดแ้ ก่
- ผ่นื หรือวงด่างสขี าวหรอื เขม้ บรเิ วณผวิ หนังดังกล่าวมลี กั ษณะแหง้ เหงือ่ ไมอ่ อก ขนรว่ ง
- ผืน่ นูนแดง ตุ่ม ผิวอมิ่ ฉ�่าเป็นมนั เล่ือม ไม่คัน หูหนา
1.1.2.2 ตรวจพบอาการชาขอ้ ใดข้อหน่งึ ดังตอ่ ไปนี้
1) ชาท่ีรอยโรคผิวหนังโดยจะต้องใช้ควบคู่กับการตรวจพบรอยโรคที่ผิวหนังที่มีลักษณะเฉพาะ
ของโรคเรอื้ น
2) ชาบริเวณท่ีรับความรู้สึกจากเส้นประสาทส่วนปลายที่ถูกท�าลายโดยเช้ือโรคเรื้อน ซึ่งจะต้อง
ใชค้ วบค่กู บั การตรวจพบเส้นประสาทโต
1.1.2.3 ตรวจพบเส้นประสาทโตจากการคล�าบริเวณเส้นประสาทท่ีอยู่ต้ืน ๆ เช่นบริเวณข้างคอข้อมือ
ขอ้ ศอก ขอ้ พบั ขาหรอื ขอ้ เทา้ เปน็ ตน้
1.1.2.4 ตรวจพบเชอ้ื รปู แทง่ ตดิ สที นกรด (Acid fast bacilli) จากการกรดี ผวิ หนงั (Slit skin smear)
**หากพบอาการแสดงอยา่ งนอ้ ย 2 ขอ้ จาก 3 ข้อแรก หรอื พบขอ้ .4 เพียงขอ้ เดยี วให้การวินิจฉยั ว่าเป็นโรคเรอ้ื น**
1.2 เกณฑท์ างหอ้ งปฏิบัตกิ าร (Laboratory criteria)
1.2.1 การตรวจทางหอ้ งปฏบิ ตั กิ ารท่วั ไป (Presumptive diagnosis)
ไม่มี
1.2.2 การตรวจทางหอ้ งปฏบิ ตั ิการจา� เพาะ (Specific diagnosis)
- การตรวจทางจุลชีววิทยาโดยวิธีกรีดผิวหนัง (Slit skin smear: SSS) ต้องท�าในผู้ป่วยที่สงสัยว่า
เปน็ โรคเรอ้ื นทกุ รายเพอ่ื ชว่ ยในการวนิ จิ ฉยั และจา� แนกชนดิ รวมทงั้ ผปู้ ว่ ยใหมท่ กุ รายเพอ่ื การแบง่ กลมุ่ การรกั ษา
- การตรวจทางพยาธิวิทยาโดยการตัดช้ินเนื้อจากรอยโรค (Skin biopsy) และส่งให้พยาธิแพทย์เป็นผู้
วนิ จิ ฉยั ในทางปฏบิ ตั ไิ มจ่ า� เปน็ ตอ้ งทา� ทกุ รายจะตรวจในกรณที อี่ าการทางคลนิ กิ ไมช่ ดั เจนเพอ่ื วนิ จิ ฉยั แยกโรคจากโรคผวิ หนงั
อ่ืน ๆ และเพือ่ ยืนยันการวนิ ิจฉยั การกลบั เป็นโรคใหม ่ (Relapse)
170 นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อท่ีต้องเฝ้าระวังในประเทศไทย
2. ประเภทของผปู้ ว่ ย (Case classification)
2.1 ผปู้ ว่ ยสงสยั (Suspected case) หมายถึง ผูท้ ่ีมีอาการและอาการแสดงที่สงสยั โรคเรอ้ื น
2.2 ผู้ป่วยเข้าข่าย (Probable case) หมายถึง ผู้ท่ีมีอาการและอาการแสดงที่สงสัยโรคเร้ือน ร่วมกับมีประวัติ
ทางระบาดวทิ ยาเชือ่ มโยงกบั ผปู้ ่วยยืนยนั
2.3 ผู้ป่วยยืนยัน (Confirmed case) หมายถึงผู้ที่มีอาการแสดงส�าคัญ (Cardinal signs) ที่ใช้วินิจฉัยโรคเร้ือน
โดยจา� แนกผปู้ ว่ ยโรคเรอ้ื นเปน็ 2 ประเภทเพอื่ วางแผนการรกั ษาและดา� เนนิ งานควบคมุ โรคดงั น้ี
2.3.1 ประเภทเชื้อน้อย (Paucibacillary leprosy: PB) คือผู้ป่วยที่ตรวจไม่พบเช้ือและมีรอยโรค 1-5 แห่ง
หรือมรี อยโรคมากกว่า 5 แห่ง แตก่ ระจายขา้ งเดียวของร่างกาย
2.3.2 ประเภทเชื้อมาก (Multibacillary leprosy: MB) คือผู้ป่วยท่ีตรวจพบเช้ือหรือผู้ป่วยที่ตรวจไม่พบเช้ือ
แต่มีรอยโรคมากกว่า 5 แห่งและกระจาย 2 ข้างของรา่ งกาย
3. เกณฑ์การรายงานผู้ปว่ ยตามระบบเฝ้าระวงั โรค (Reporting criteria)
3.1 ให้รายงานเฉพาะผู้ป่วยยืนยัน ด้วยแบบรายงานผู้ป่วยโรคเร้ือนรายใหม่ ผ่านส�านักงานป้องกันควบคุมโรค
1-12 / สถาบนั ปอ้ งกนั ควบคมุ โรคเขตเมอื ง กรงุ เทพมหานคร เพอ่ื รวบรวมนา� สง่ กลมุ่ ควบคมุ โรคเรอื้ น สถาบนั ราชประชาสมาสยั
กรมควบคุมโรค
3.2 รายงานผลการสอบสวนโรคเฉพาะรายในระบบเฝา้ ระวงั เหตกุ ารณ ์ (Event-based surveillance system)
4. การตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล (Reporting criteria)
กลุ่มควบคุมโรคเร้ือน ท�าการตรวจสอบยืนยันข้อมูลต่อไป ตาม Flow
ตรวจสอบรายชอ่ื ในฐานขอ้ มลู ทะเบียนราษฎร์ (สปสช.) และฐานขอ้ มูลผูป้ ว่ ยรบั ยา
โดยใช้ ชื่อ–นามสกุล และเลขบตั รประชาชาชน
ไม่มรี ายชือ่ ในฐานข้อมูลรบั ยาโรคเรอื้ น มรี ายช่อื ในฐานข้อมูลรับยาโรคเร้อื น
ทา� การลงทะเบียนผูป้ ่วยใหม่พรอ้ มทงั้ ตรวจสอบ
ความสอดคล้อง/ความสมบูรณ/์ ความครบถว้ นของขอ้ มลู เคยกนิ ยาครบ เคยกินยาไมค่ รบ
สถาบนั ราชประชาสมาสยั รายงานยนื ยนั โดยแจ้งให้ผรู้ ับผิดชอบ กลับเป็นโรคใหม่ ให้การรักษาใหม่
งานโรคเร้ือนระดบั ส�านกั งานปอ้ งกนั ควบคมุ โรคทราบ
(Relapse) (Reinstate)
สถาบันราชประชาสมาสยั + ผู้รับผิดชอบงานโรคเรือ้ น สถาบนั ราชประชาสมาสัย แจง้ ใหผ้ รู้ บั ผดิ ชอบ
ระดับส�านกั งานป้องกันควบคุมโรค ร่วมกันยืนยันผ้ปู ว่ ย (Confirm งานโรคเรือ้ น ระดับสา� นักงานปอ้ งกนั ควบคมุ โรค ทราบ
Case) พร้อมทั้ง ท�าการลงทะเบยี นผูป้ ่วยรับยาใหม่ และตรวจสอบ พร้อมท้ัง ท�าการลงทะเบยี นผู้ปว่ ยรับยาใหม่ และตรวจสอบ
ความสอดคล้อง/ความสมบรู ณ์/ความครบถว้ นของข้อมูล
ความสอดคล้อง/ความสมบรู ณ์/ความครบถ้วนของข้อมลู
นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อท่ีต้องเฝ้าระวังในประเทศไทย 171
5. การสอบสวนโรค (Epidemiological investigation)
เนอื่ งจากโรคเรอื้ นเปน็ โรคตดิ ตอ่ เรอื้ รงั สว่ นใหญผ่ ปู้ ว่ ยใหมท่ พ่ี บไมส่ ามารถหาไดว้ า่ ตดิ จากใคร เพราะระยะฟกั ตวั ของโรค
(Incubation period) นานมากในชนิดเช้ือมาก (Multibacillary leprosy: MB) จึงได้ปรับเปลี่ยนวิธีการเป็นการค้นหา
ผปู้ ว่ ยโรคเรอ้ื นรายใหมใ่ นกลมุ่ ผสู้ มั ผสั โรคเรอื้ น เพอื่ คน้ หาผปู้ ว่ ยโรคเรอื้ นทเ่ี ปน็ แหลง่ แพรเ่ ชอื้ ในชมุ ชน (Primary case) และ
ค้นหาผู้ป่วยโรคเร้ือนรายใหม่ในกลุ่มผู้สัมผัสโรคเร้ือนท่ีติดเช้ือมาจาก Primary case และ Index case ซ่ึงกลุ่มผู้สัมผัส
โรคเร้ือน จ�าแนกเปน็
5.1 ผู้สัมผัสโรคร่วมบ้าน (Household contact) หมายถึง ผู้ท่ีอาศัยหรือเคยพักอาศัยอยู่ร่วมชายคาเดียวกัน
กับผู้ป่วยโรคเรื้อน เป็นระยะเวลาตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป ก่อนผู้ป่วยจะได้รับการรักษาด้วยยาผสมระยะส้ัน
(Multidrug therapy: MDT)
5.2 ผู้สัมผัสโรคที่อาศัยอยู่รอบบ้านผู้ป่วยโรคเร้ือน (Neighboring contact) หมายถึง ผู้ที่พักอาศัยอยู่ในบ้าน
รอบ ๆ บ้านผปู้ ่วยโรคเรื้อนในรศั ม ี 20 เมตร เป็นระยะเวลาต้ังแต ่ 6 เดือนขน้ึ ไป ก่อนผู้ป่วยจะไดร้ ับการรกั ษาด้วยยา MDT
5.3 ผู้สัมผัสโรคที่มีปฏิสัมพันธ์ทางสังคม (Social contact) หมายถึง ผู้ท่ีมีการไปมาหาสู่หรือท�ากิจกรรมร่วม
กับผู้ป่วยโรคเร้ือนประเภทเช้ือมาก (Multibacillary leprosy: MB) รวมกันอย่างน้อย 3 ชั่วโมงต่อวัน เป็นเวลาอย่างน้อย
3 วนั ตอ่ สัปดาห์ เป็นระยะเวลาต้งั แต ่ 6 เดือนข้ึนไป ก่อนผู้ป่วยจะได้รบั การรักษาดว้ ยยา MDT
โดยดา� เนนิ การคน้ หาผ้ปู ่วยโรคเร้ือนรายใหมใ่ นกลมุ่ ผูส้ ัมผัสโรคเรอื้ น ดงั นี้
ตรวจผู้สัมผัสโรคร่วมบ้าน (Household contact) ของผู้ป่วยรายใหม่ทุกคน โดยเร็วที่สุด หลังจากผู้ป่วย
ขึ้นทะเบียนรักษา แลว้ ตดิ ตามตรวจต่อเนือ่ งปลี ะ 1 ครัง้ รวมเปน็ เวลา 10 ปี
ตรวจผู้สัมผัสโรคที่เป็นเพ่ือนบ้าน (Neighboring contact) ซ่ึงอยู่รอบ ๆ บ้าน Index case และผู้สัมผัสโรค
ท่ีมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคม (Social contact) ทุกคนอย่างน้อย 1 ครั้ง โดยติดตามตรวจภายใน 3 เดือน หลังจากผู้ป่วย
ขึน้ ทะเบียนรักษา
6. หมายเหต ุ (Remarks)
- ระยะฟักตัว 2-12 ปี
7. เอกสารอ้างองิ (References)
7.1 สถาบันราชประชาสมาสยั กรมควบคมุ โรค. คูม่ ือการวนิ จิ ฉัยและรกั ษาโรคเร้อื น. พิมพ์คร้ังท่ี 8. กรุงเทพมหานคร:
โรงพมิ พ์ส�านกั งานพระพทุ ธศาสนาแห่งชาติ; 2553.
7.2 Centers for Disease Control and Prevention. Hansen’s Disease (Leprosy) [Internet]. [cited
2018 Nov 11] Available from: https://www.cdc.gov/leprosy/
172 นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อท่ีต้องเฝ้าระวังในประเทศไทย
กล่มุ โรคตดิ ตอ่ ทางเพศสัมพนั ธ์
กามโรคของต่อมและทอ่ น้�าเหลือง
(Lymphogranuloma venereum, GranulomaInguinale)
ICD-10: A55
1. นิยามในการเฝา้ ระวังโรค (Case definition for surveillance)
1.1 เกณฑท์ างคลินกิ (Clinical criteria)
ผู้ที่มีประวัติเส่ียงต่อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ร่วมกับมีแผลเจ็บท่ีอวัยวะเพศร่วมกับมีต่อมน้�าเหลืองในบริเวณ
ขาหนีบบวมโตหรอื เปน็ ฝหี นอง และไมม่ แี ผลติดเช้อื บรเิ วณขา เทา้ หรอื ทวารหนัก อาจมปี ระวตั หิ ายเองไดโ้ ดยไม่ได้ทา� การ
รกั ษา
1.2 เกณฑก์ ารตรวจทางห้องปฏิบัตกิ าร (Laboratory criteria)
1.2.1 การตรวจทางห้องปฏบิ ตั กิ ารทวั่ ไป (Presumptive diagnosis)
ไมม่ ี
1.2.2 การตรวจทางห้องปฏบิ ตั ิการจา� เพาะ (Specific diagnosis)
- วิธี Polymerase chain reaction (PCR) หรือ Ligase chain reaction (LCR) หรือ Transcription-
mediated amplification (TMA) จากฝีหนองหรือแผล พบสารพันธุกรรมของเชื้อ Chlamydia trachomatis
serovars L1, L2, L3
2. ประเภทผปู้ ว่ ย (Case classification)
2.1 ผปู้ ่วยสงสัย (Suspected case) หมายถงึ ผูท้ ่มี ีอาการตามเกณฑ์ทางคลินิก
2.2 ผ้ปู ่วยเขา้ ข่าย (Probable case) ไม่มี
2.3 ผู้ป่วยยืนยัน (Confirmed case) หมายถึง ผู้ท่ีมีอาการตามเกณฑ์ทางคลินิก และมีผลบวกตามเกณฑ์ทาง
ห้องปฏิบตั กิ ารจา� เพาะข้อใดข้อหนง่ึ
3. เกณฑ์การรายงานผ้ปู ่วยตามระบบเฝ้าระวังโรค (Reporting criteria)
- ใหร้ ายงานตง้ั แตผ่ ปู้ ว่ ยสงสยั ทกุ ราย ภายใน 7 วนั ในระบบเฝา้ ระวงั โรค (รง. 506) รหสั โรค 41 ดว้ ยรหสั ICD-10: A55
4. การตรวจสอบความถกู ต้องของข้อมลู (Verification)
- ผปู้ ว่ ยรายเดยี วกันท่ีถูกรายงานภายใน 30 วัน ถอื ว่าเป็นการรายงานซ�้าซ้อน
- ต้องตรวจสอบ (Verify) ขอ้ มลู ผู้ป่วยทกุ รายท่ีได้รบั รายงานวา่ สงสยั กามโรคของตอ่ มและทอ่ น�้าเหลือง และเสยี ชีวิต
5. การสอบสวนโรค (Epidemiological investigation)
5.1 การสอบสวนผปู้ ว่ ยเฉพาะราย (Case investigation) กรณที พี่ บผปู้ ว่ ยใหผ้ ทู้ ใี่ หก้ ารรกั ษาซกั ประวตั แิ ละตดิ ตาม
คเู่ พศสมั พนั ธ์มารับการตรวจวนิ ิจฉยั และรักษา
174 นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวังในประเทศไทย
5.2 การสอบสวนการระบาด (Outbreak investigation) กรณีพบผู้ป่วยสงสัยกลุ่มก้อนต้ังแต่ 5 รายขึ้นไป ให้รีบ
ทา� การสอบสวนการระบาดทนั ท ี เพอื่ ยนื ยนั การวนิ จิ ฉยั และสาเหตกุ ารระบาดในครง้ั นนั้ เพอ่ื วางแผนควบคมุ โรคและปอ้ งกนั
การระบาดในครัง้ ต่อไป
6. หมายเหตุ (Remarks)
- ระยะฟกั ตัว 3-30 วนั หรอื อาจนาน 10-30 วนั ถึง 2-3 เดอื น
มปี ระวตั เิ สี่ยงตอ่ โรคตดิ ตอ่ ทางเพศสัมพนั ธ์ หมายถึง การทีผ่ ู้ป่วย ผู้ติดเชอื้ หรือคเู่ พศสมั พนั ธ์มปี ระวัติ ดังนี้
1) มีกรณีใดกรณีหน่ึง ได้แก่ มีคู่เพศสัมพันธ์มากกว่า 1 คนข้ึนไป มีคู่เพศสัมพันธ์ที่ไม่รู้จักกันมาก่อน(Anonymous
sex partners) มีคู่เพศสัมพันธ์คนใหม่ เปล่ียนคู่เพศสัมพันธ์บ่อย มีคู่เพศสัมพันธ์ที่มีอาการที่เกี่ยวข้องกับโรคติดต่อทาง
เพศสัมพันธ์หรือเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ มีคู่เพศสัมพันธ์เป็นหญิงหรือชายให้บริการทางเพศในช่วง 3 เดือนท่ีผ่านมา
หรืออาจนานกวา่ นใี้ นบางโรคที่มีระยะฟักตวั นาน
2) มีเพศสัมพันธ์ในกรณีดังกล่าวโดยไม่ใช้ถุงยางอนามัยอย่างถูกต้อง หรือถุงยางอนามัยแตกรั่ว หลุดในช่องทางใด
ชอ่ งทางหน่งึ ทใ่ี ช้ในการมีเพศสมั พันธ ์ เช่น อวยั วะเพศ ทวารหนัก ช่องปาก เปน็ ตน้
7. เอกสารอ้างอิง (References)
7.1 ส�านักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. นิยามโรคติดเชื้อ ประเทศไทย. นนทบุรี: โรงพิมพ์
องคก์ ารรับสง่ สนิ คา้ และพสั ดุภัณฑ;์ 2546.
นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อท่ีต้องเฝ้าระวังในประเทศไทย 175
การตดิ เชอ้ื HIV และโรคเอดส ์ (Acquired immunodeficiency syndrome: AIDS)
ICD-10: Z21, O98.7, B20.0–B20.9, B21.0–B21.3, B21.7–B21.9, B22.0–B22.2, B22.7,
B23.0 – B23.2, B23.8, B24, A02.1, A07.2, A07.3, A43.9, A49.9, A81.2, B25.0, B25.2,
B25.8, B37.8, B38.3, B38.4, B38.7, B38.9, B39.9, B45.1, B48.4, C53.8
1. นิยามในการเฝ้าระวัง (Case definition for surveillance)
1.1 เกณฑ์ทางคลินิก (Clinical criteria)
อาการและอาการแสดงของการตดิ เชอื้ เอชไอว ี แบ่งได ้ 4 ระยะ ดังนี้
Stage 0 มีอาการของการติดเช้ือเอชไอวีระยะเฉียบพลัน (Acute HIV infection) คือ มีอาการ Flu like
syndrome ได้แก ่ ไข้ เจ็บคอ ปวดศีรษะ มีผ่นื หรอื ต่อมน�า้ เหลืองโต ภายใน 2–6 สัปดาห์หลงั มปี ระวัตเิ ส่ยี ง
Stage 1 ภูมิคุ้มกันปกติ ติดเชื้อเอดส์ไม่มีอาการ (Asymptomatic HIV infection) หมายถึง ผู้ท่ีตรวจพบ
แอนตบิ อด้ีหรือแอนติเจนตอ่ เชื้อ HIV ซึ่งแสดงวา่ มกี ารติดเชื้อแตไ่ ม่พบอาการบ่งชี้ว่าจะมอี าการหรือเปน็ โรคเอดสเ์ ต็มขน้ั
Stage 2 ภมู ิคุ้มกันบกพร่อง ผตู้ ิดเชอ้ื ที่มีอาการ (Symptomatic HIV infection) พจิ ารณาจากการมกี ารตดิ เช้อื
HIV ของผู้ป่วยร่วมกับมีอาการของโรคหรือกลุ่มอาการอื่น ๆ ที่เก่ียวข้องกับภาวะภูมิคุ้มกันแต่ยังไม่ถึงขั้นท่ีเข้าข่าย
กลมุ่ โรค 26 โรค ในการวนิ ิจฉยั ผปู้ ่วยเอดส์
Stage 3 โรคเอดส์ หลักเกณฑ์ในการวินิจฉัยว่าเป็นผู้ป่วยเอดส์ พิจารณาหลักฐานการติดเชื้อ HIV ของผู้ป่วย
ประกอบกบั โรคตดิ เชอื้ ฉวยโอกาสวา่ มภี มู คิ มุ้ กนั บกพรอ่ งอยา่ งนอ้ ยโรคใดโรคหนง่ึ ใน 26 โรค (ตาม Defining opportunistic
Illnesses in HIV infection, revise surveillance case definition for HIV infection–united states, 2014) *
1.2 เกณฑก์ ารตรวจทางหอ้ งปฏบิ ัติการ (Laboratory criteria)
1.2.1 การตรวจทางห้องปฏิบตั ิการทว่ั ไป (Presumptive diagnosis)
- ผล Reactive จากชุดตรวจ HIV Ag/Ab ที่มีการยืนยันผลตรวจครบตามแนวทางมาตรฐานการวินิจฉัย
ของประเทศ ในกลมุ่ ผใู้ หญแ่ ละเดก็ อาย ุ ≥ 24 เดอื น หรอื ในเดก็ อาย ุ < 24 เดอื น ทมี่ ารดามผี ล HIV reactive หรอื ไมท่ ราบ
ผลการตรวจเลอื ดของมารดา
1.2.2 การตรวจทางห้องปฏิบตั กิ ารจา� เพาะ (Specific diagnosis)
- Positive HIV virologic test ไดแ้ ก ่ Qualitative HIV Nucleic acid test: NAT (DNA หรอื RNA) หรอื
Quantitative HIV NAT (Viral load assay) ทุกกลุม่ อายไุ ม่รวมเลอื ดท่ีตรวจจากสายรก
- พบเช้ือหรือส่วนประกอบของเช้ือจากการตรวจพิเศษอื่น ๆ ได้แก่ P24 Antigen, HIV isolation
(Viral culture) หรือ HIV nucleotide sequence (Genotype)
ค�าจา� กัดความผ้ตู ิดเช้อื เอชไอวใี นแต่ละระยะการดา� เนินโรคจา� แนกตามอายแุ ละระดับ (จา� นวนและ %) CD4
ระยะการดา� เนนิ โรค Staging โดยใชผ้ ลการตรวจทางห้องปฏบิ ัตกิ าร/ระดับ CD4
ตามเกณฑ์เฝ้าระวงั
อาย ุ < 1 ปี อาย ุ 1–5 ปี อายุ ≥ 6 ปี
Stage 1 : ภมู คิ ุ้มกนั ปกติ
Stage 2 : ภูมคิ ุ้มกันบกพรอ่ ง cells/μL % cells/μL % cells/μL %
Stage 3 : ระยะเอดส์
≥1,500 ≥34 ≥1,000 ≥30 ≥500 ≥26
750–1,499 26–33 500–999 22–29 200–499 14–25
<750 <26 <500 <22 <200 <14
176 นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อท่ีต้องเฝ้าระวังในประเทศไทย
2. ประเภทผูป้ ว่ ย (Case classification)
2.1 ผู้ปว่ ยสงสยั (Suspected case)
ผู้ป่วยสงสัยติดเช้ือเอชไอวี หมายถึง ผู้มีประวัติเสี่ยงต่อการติดเชื้อ แต่ไม่มีผลตรวจยืนยันทางห้องปฏิบัติการ
ร่วมกบั มีอาการติดเช้ือระยะเฉยี บพลัน (Acute HIV infection)
ผูป้ ว่ ยสงสยั โรคเอดส์ หมายถึง ผทู้ ี่เข้าตามเกณฑท์ างคลินกิ โรคเอดส ์ แต่ไม่มีผลตรวจยนื ยนั ทางหอ้ งปฏบิ ัตกิ าร
2.2 ผูป้ ว่ ยเขา้ ขา่ ย (Probable case)
ผู้ป่วยเข้าข่ายติดเชื้อเอชไอวี หมายถึง ผู้ป่วยสงสัยติดเชื้อเอชไอวี ร่วมกับมีผลบวกตามเกณฑ์ทางห้องปฏิบัติการ
ทั่วไป โดยยังไม่ไดร้ ับการยนื ยนั ผล ตามแนวทางมาตรฐาน
ผู้ป่วยเข้าข่ายโรคเอดส์ หมายถึง ผู้ป่วยสงสัยโรคเอดส์ ร่วมกับมีผลตรวจ ข้อ 1) และ ข้อ 2) ตามเกณฑ์การตรวจ
ทางห้องปฏบิ ัติการทั่วไป โดยไมม่ ผี ลยนื ยนั การติดเช้ือ และไม่สามารถอธบิ ายสาเหตุจากโรคหรือภาวะอ่นื ได้
2.3 ผู้ป่วยยืนยัน (Confirmed case) หมายถึง ผู้ท่ีมีอาการตามเกณฑ์ทางคลินิก และมีผลบวกตามเกณฑ์ทาง
ห้องปฏบิ ตั กิ ารจา� เพาะขอ้ ใดข้อหนึ่ง
3. การรายงานผปู้ ่วยตามระบบเฝ้าระวงั โรค (Reporting criteria)
3.1 ใหร้ ายงานตามระบบเฝา้ ระวงั โรคเอดสโ์ ดยการรายงานผปู้ ว่ ย (AIDS case report) โดยใชข้ อ้ มลู บรกิ ารทางการแพทย์
และสขุ ภาพ (Epidemic intelligence information system: EIIS)
- การติดเชื้อเอชไอว ี ให้รายงานตั้งแต่ผ้ปู ่วยทเี่ ขา้ ขา่ ยจนกระทง่ั เสยี ชีวติ
- โรคเอดส์ ใหร้ ายงานตัง้ แตผ่ ้ปู ่วยทเ่ี ขา้ ขา่ ยจนกระทัง่ เสยี ชีวติ
4. การตรวจสอบความถกู ต้องของขอ้ มูล (Verification)
- ผูป้ ว่ ยรายเดยี วกันท่ถี กู รายงานมากกวา่ 1 คร้ัง ถือว่าเป็นการรายงานซ้า� ซอ้ น เน่ืองจากเปน็ โรคไดค้ รั้งเดียวในชีวิต
5. การสอบสวนโรค (Epidemiological investigation)
5.1 การสอบสวนผู้ป่วยเฉพาะราย (Case investigation) กรณีผู้ป่วยติดเช้ือจากการรับเลือด หรือการกินยา
ต้านไวรัสเพื่อป้องกันการติดเชื้อก่อนการสัมผัส (Pre-exposure prophylaxis: PrEP) หรือการติดเชื้อจากมารดาสู่ลูก
ทุกราย ตอ้ งรีบสอบสวนโรคทันทีเพ่ือยนื ยนั การวนิ ิจฉยั คน้ หาปัจจัยเส่ียง เพือ่ การป้องกนั
5.2 การสอบสวนการระบาด (Outbreak investigation) กรณีพบผู้ป่วยยืนยันเป็นกลุ่มก้อนตั้งแต่ 3 รายขึ้นไป
ให้รีบท�าการสอบสวนการระบาดทันที เพ่ือยืนยันการวินิจฉัย และหาสาเหตุการระบาด โดยให้ด�าเนินการตามเง่ือนไข
การออกสอบสวนโรคของทีมปฏบิ ตั ิการสอบสวนโรค (Joint investigation team: JIT) กองระบาดวิทยา กรมควบคมุ โรค
ฉบับปจั จุบัน (ภาคผนวก)
นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวังในประเทศไทย 177
6. หมายเหต ุ (Remarks)
- ระยะฟกั ตัวของโรคไม่แนน่ อน อาจจะน้อยกว่า 1 ปี ถึง 15 ปี หรอื อาจนานกวา่ นน้ั
- ประวัติเสี่ยงต่อการติดเช้ือประกอบด้วย 1) มีเพศสัมพันธ์ท่ีไม่ได้ป้องกัน หรือมีปัญหาถุงยางอนามัยแตก รั่ว
หลุดระหว่างมีเพศสัมพันธ์กับคู่เพศสัมพันธ์ท่ีเส่ียงต่อการติดเช้ือ ได้แก่ผู้ท่ีไม่รู้จักกันมาก่อน คู่นอนชั่วคราว หญิงหรือชาย
ใหบ้ รกิ ารทางเพศ ผทู้ มี่ ปี ระวตั ติ ดิ เชอ้ื เอชไอว ี หรอื ตดิ เชอื้ โรคตดิ ตอ่ ทางเพศสมั พนั ธ ์ และมเี พศสมั พนั ธท์ างทวารหนกั กบั ชาย
ด้วยกัน), ใช้เข็มฉีดยาร่วมกับผู้อ่ืน หรือเป็นบุคลากรทางการแพทย์ที่เกิดอุบัติเหตุสัมผัสเลือดหรือสารคัดหลั่งของผู้
ตดิ เชอ้ื ฯ หรือเสยี่ งตอ่ การตดิ เชื้อฯ
- Defining opportunistic Illnesses in HIV infection ดงั น้ี
1. Bacterial infections, multiple or recurrent*
2. Candidiasis of bronchi, trachea, or lungs
3. Candidiasis of esophagus
4. Cervical cancer, invasive†
5. Coccidioidomycosis, disseminated or extrapulmonary
6. Cryptococcosis, extrapulmonary
7. Cryptosporidiosis, chronic intestinal (>1 month’s duration)
8. Cytomegalovirus disease (other than liver, spleen, or nodes), onset at age >1 month
9. Cytomegalovirus retinitis (with loss of vision)
10. Encephalopathy attributed to HIV§
11. Herpes simplex: chronic ulcers (>1 month’s duration) or bronchitis, pneumonitis, or esophagitis
(onset at age >1 month)
12. Histoplasmosis, disseminated or extrapulmonary
13. Isosporiasis, chronic intestinal (>1 month’s duration)
14. Kaposi sarcoma
15. Lymphoma, Burkitt (or equivalent term)
16. Lymphoma, immunoblastic (or equivalent term)
17. Lymphoma, primary, of brain
18. Mycobacterium avium complex or Mycobacterium kansasii, disseminated or extrapulmonary
19. Mycobacterium tuberculosis of any site, pulmonary†, disseminated, or extrapulmonary
20. Mycobacterium, other species or unidentified species, disseminated or extrapulmonary
21. Pneumocystis jirovecii (previously known as “Pneumocystis carinii”) pneumonia
22. Pneumonia, recurrent†
23. Progressive multifocal leukoencephalopathy
24. Salmonella septicemia, recurrent
25. Toxoplasmosis of brain, onset at age >1 month
26. Wasting syndrome attributed to HIV§
178 นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวังในประเทศไทย
หมายเหตุ
* Only among children aged <6 years.
† Only among adults, adolescents, and children aged ≥6 years.
§ Suggested diagnostic criteria for these illnesses, which might be particularly important for HIV
encephalopathy and HIV wasting syndrome, are described in the following References:
CDC. 1994 Revised classification system for human immunodeficiency virus infection in children
less than 13 years of age. MMWR 1994;43 (No. RR-12).
CDC. 1993 Revised classification system for HIV infection and expanded surveillance case definition
for AIDS among adolescents and adults. MMWR 1992;41 (No. RR-17).
7. เอกสารอ้างอิง (References)
7.1 Centers for Disease Control and Prevention. Revised Surveillance Case Definition for HIV
Infection - United States 2014. Morbidity and Mortality Weekly Report [Internet]. [cited 2019 Oct 3].
Available from: https://www.cdc.gov/mmwr/preview/mmwrhtml/rr6303a1.htm
7.2 สุเมธ องค์วรรณดี, ศศิโสภิณ เกียรติบูรณกุล, อัญชลี อวิหิงสานนท์, เอกจิตรา สุขกุล, รังสิมา โล่ห์เลขา. แนวทาง
การตรวจรักษาและป้องกันการติดเช้ือเอชไอวี ประเทศไทย ปี 2560. พิมพ์คร้ังท่ี 1. นนทบุรี: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์
การเกษตรแห่งประเทศไทยจา� กดั ; 2560.
นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวังในประเทศไทย 179
โรคซิฟิลสิ (Syphilis)
ICD-10: A50.0–A50.7, A50.9, A51.0–A51.5, A51.9, A52.0–A52.3,
A52.7–A52.9, A53.0, A53.9, O98.1
1. นิยามในการเฝา้ ระวงั โรค (Case definition for surveillance)
1.1 เกณฑท์ างคลนิ กิ (Clinical criteria)
ผทู้ ่มี ปี ระวัติเสี่ยงต่อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ร่วมกบั มีอาการและอาการแสดง แบง่ เป็น 3 ระยะ ดังนี้
1) ซิฟิลสิ ระยะท่ ี 1 (Primary syphilis)
- มีแผลบริเวณอวัยวะเพศหรืออวัยวะอื่นที่ใช้ส�าหรับการมีเพศสัมพันธ์ เช่น ปาก ทวารหนัก มักมีแผลเดียว
แผลสะอาดไม่เจ็บ บริเวณกน้ แผลแขง็ คลา้ ยกระดุม
2) ซิฟิลสิ ระยะท ่ี 2 (Secondary syphilis)
- มีผื่น อาจพบได้ทั่วตัว มักพบที่ฝ่ามือ ฝ่าเท้า ลักษณะผื่นส่วนใหญ่จะแดง อาจนูน มีสะเก็ด ไม่คัน หรือ
ผื่นเฉพาะ เช่น Condyloma lata, Mucous patch เป็นตน้
- ผมร่วงและ/หรอื ควิ้ รว่ ง
- ตอ่ มน�้าเหลืองโต
3) ซิฟลิ สิ ระยะแฝง (Latent syphilis)
ผ้ปู ่วยไมม่ ีอาการแต่มปี ระวัตขิ อ้ ใดขอ้ หนึง่ ดังนี้
- ตรวจพบโรคจากการตรวจเลือดโดยไม่มีอาการและอาการแสดงใด ๆ ของซิฟิลิสระยะท่ี 1 ระยะที่ 2
หรอื ระยะอนื่ ๆ และไมม่ ีประวตั ิการรกั ษาซฟิ ลิ สิ มากอ่ น หรอื
- คู่เพศสัมพันธ์ของผู้ป่วยซิฟิลิสในระยะแรก (Early syphilis: Primary syphilis, Secondary syphilis
และ Early latent syphilis) ที่ไม่มีอาการหรืออาการแสดงใด ๆ
1.2 เกณฑ์การตรวจทางหอ้ งปฏิบัตกิ าร (Laboratory criteria)
1.2.1 การตรวจทางหอ้ งปฏิบัตกิ ารทว่ั ไป (Presumptive diagnosis)
- วิธี Non-treponemal test วิธีใดวิธีหน่ึง เช่น Rapid plasma reagin test (RPR) หรือ Venereal
disease research laboratory test (VDRL)
1.2.2 การตรวจทางหอ้ งปฏบิ ัตกิ ารจา� เพาะ (Specific diagnosis)
การตรวจหาเช้ือ/แอนติเจน/สารพนั ธกุ รรมของเช้ือ (Pathogen identification)
- วธิ ี Dark field microscope จากน้�าเหลืองจากกน้ แผล พบเชื้อ Treponema pallidum
- วิธี Direct fluorescent antibody test for Treponema pallidum ให้ผลบวก
การตรวจหาภูมคิ มุ้ กันของเช้ือ (Serology)
- วิธี Treponemal test วิธีใดวิธีหนึ่ง เช่น FTA-ABS TPHA, TP-PA, ICT, EIA, CMIA หรือ
Immunoblot เปน็ ต้น เพ่ือตรวจหาแอนตบิ อดีตอ่ ซฟิ ลิ ิสจากเลอื ด ใหผ้ ลบวก (Reactive)
180 นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวังในประเทศไทย
2. ประเภทผูป้ ว่ ย (Case classification)
2.1 ผูป้ ว่ ยสงสยั (Suspected case) หมายถึง ผู้ทีม่ ีอาการตามเกณฑ์ทางคลนิ กิ
2.2 ผู้ป่วยเข้าข่าย (Probable case) หมายถึง ผู้ที่มีอาการตามเกณฑ์ทางคลินิก ร่วมกับมีผลบวกตามเกณฑ์ทาง
หอ้ งปฏิบัติการทั่วไป
2.3 ผู้ป่วยยืนยัน (Confirmed case) หมายถึง ผู้ที่มีอาการตามเกณฑ์ทางคลินิก และมีผลบวกตามเกณฑ์ทาง
ห้องปฏบิ ัตกิ ารจา� เพาะข้อใดข้อหนง่ึ
2.4 ผู้ติดเช้ือไม่มีอาการ (Asymptomatic) หมายถึง ผู้ที่มีผลบวกตามเกณฑ์ทางห้องปฏิบัติการทั่วไปหรือจ�าเพาะ
ขอ้ ใดข้อหนึ่ง
3. การรายงานผู้ปว่ ยตามระบบเฝ้าระวงั โรค (Reporting criteria)
3.1 ใหร้ ายงานตงั้ แตผ่ ปู้ ว่ ยสงสยั ในระบบเฝา้ ระวงั โรค (รง. 506) รหสั โรค 37 จา� แนกรหสั Complication type ดงั นี้
1. Primary syphilis รหัส ICD-10: A51.0–A51.2 (หญงิ ต้งั ครรภ์ ใชร้ หัส O98.1 ร่วมด้วย)
2. Secondary syphilis รหัส ICD-10: A51.3–A51.4 (หญงิ ต้ังครรภ ์ ใชร้ หสั O98.1)
3. Latent syphilis รหัส ICD-10: A51.5, A51.9, A52.0–A52.3 และ A52.7–A52.9 (หญิงต้ังครรภ์ใช้รหัส
O98.1 ร่วมด้วย)
4. การตรวจสอบความถกู ตอ้ งของขอ้ มลู (Verification)
- ผ้ปู ว่ ยในแตล่ ะระยะ สามารถเปน็ ไดค้ รงั้ เดยี วในชวี ติ
- ต้องตรวจสอบ (Verify) ขอ้ มลู ผู้ปว่ ยทุกรายที่ไดร้ บั รายงานว่าสงสัยโรคซฟิ ิลสิ และเสียชีวิต
5. การสอบสวนโรค (Epidemiological investigation)
5.1 การสอบสวนผปู้ ว่ ยเฉพาะราย (Case investigation) กรณที พี่ บผปู้ ว่ ยใหผ้ ทู้ ใี่ หก้ ารรกั ษาซกั ประวตั แิ ละตดิ ตาม
คู่เพศสัมพันธม์ ารบั การตรวจวินจิ ฉัยและรักษา
5.2 การสอบสวนการระบาด (Outbreak investigation) กรณีพบผู้ป่วยเป็นยืนยันกลุ่มก้อนตั้งแต่ 2 รายขึ้นไป
ให้รีบท�าการสอบสวนการระบาดทันที เพ่ือยืนยันการวินิจฉัย และหาสาเหตุการระบาด โดยให้ด�าเนินการตามเง่ือนไข
การออกสอบสวนโรคของทีมปฏิบตั ิการสอบสวนโรค (Joint investigation team: JIT) กองระบาดวทิ ยา กรมควบคมุ โรค
ฉบับปจั จบุ ัน (ภาคผนวก)
6. หมายเหต ุ (Remarks)
6.1 มีประวัตเิ ส่ียงต่อโรคตดิ ตอ่ ทางเพศสัมพันธ์ หมายถงึ การทผี่ ปู้ ว่ ย ผู้ตดิ เชอื้ หรอื คเู่ พศสัมพนั ธ ์ มปี ระวัติ ดงั นี้
1. มีกรณีใดกรณีหน่ึง ได้แก่ มีคู่เพศสัมพันธ์มากกว่า 1 คนขึ้นไป มีคู่เพศสัมพันธ์ที่ไม่รู้จักกันมาก่อน
(Anonymous sex partners) มีคู่เพศสัมพันธ์คนใหม่ เปล่ียนคู่เพศสัมพันธ์บ่อย มีคู่เพศสัมพันธ์ท่ีมีอาการท่ีเกี่ยวข้อง
กับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์หรือเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ มีคู่เพศสัมพันธ์เป็นหญิงหรือชายให้บริการทางเพศ
ในช่วง 3 เดือนทผ่ี ่านมาหรอื อาจนานกวา่ นี้ในบางโรคทม่ี ีระยะฟกั ตัวนาน
2. มีเพศสัมพันธ์ในกรณีดังกล่าวโดยไม่ใช้ถุงยางอนามัยอย่างถูกต้อง หรือถุงยางอนามัยแตกร่ัว หลุดในช่องทาง
ใดช่องทางหนง่ึ ทีใ่ ช้ในการมเี พศสัมพันธ์ เช่น อวยั วะเพศ ทวารหนัก ชอ่ งปาก เป็นตน้
นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อท่ีต้องเฝ้าระวังในประเทศไทย 181
6.2 การแยกระยะของซฟิ ลิ สิ ระยะแฝง
การแยกระยะของซฟิ ลิ สิ ระยะแฝง พจิ ารณาจากระยะเวลาทมี่ ปี ระวตั เิ สยี่ งตอ่ การตดิ เชอื้ โรคตดิ ตอ่ ทางเพศสมั พนั ธ์
และประวตั กิ ารตรวจเลอื ดซฟิ ลิ ิส ดังนี้
1. ซิฟิลิสระยะแฝงช่วงแรก/ต้น (Early latent syphilis) มีประวัติเสี่ยง ภายใน 2 ปีที่ผ่านมา และอาจมีประวัติ
ขอ้ ใดข้อหน่ึง ดังนี้
- เคยตรวจเลือดซิฟิลิส แบบ Non-treponemal test คร้ังสุดท้ายไม่เกิน 2 ปี มี Titer เพิ่มขึ้น > 4 เท่า
เม่ือเทยี บกบั การตรวจครั้งกอ่ น หรอื
- เคยตรวจเลอื ดซฟิ ลิ สิ แบบ Non-treponemal test ครัง้ สุดท้ายไมเ่ กนิ 2 ปี ผลเปล่ียนจากลบเป็นบวก
2. ซฟิ ลิ สิ ระยะแฝงชว่ งหลงั (Late latent syphilis) ประวตั เิ สย่ี ง มากกวา่ 2 ป ี และอาจมปี ระวตั ขิ อ้ ใดขอ้ หนง่ึ ดงั น ้ี
- เคยตรวจเลือดซิฟิลิส แบบ Non-treponemal test ครั้งสุดท้ายมากกว่า 2 ปี มี Titer เพ่ิมขึ้น > 4 เท่า
เมอื่ เทยี บกบั การตรวจครง้ั ก่อน หรอื
- เคยตรวจเลอื ดซิฟิลิสแบบ Non-treponemal test ครง้ั สดุ ท้ายมากกว่า 2 ป ี ผลเปล่ียนจากลบเปน็ บวก
3. ซิฟิลิสระยะแฝงที่ไม่ทราบระยะเวลาท่ีเป็น (Latent syphilis of unknown duration) มีประวัติเส่ียง
ทไ่ี มส่ ามารถระบุไดว้ ่าเร่ิมติดเชื้อซิฟลิ สิ ตั้งแต่เมอื่ ไร และไม่เคยตรวจเลือดซฟิ ิลิสมากอ่ น
7. เอกสารอ้างอิง (References)
7.1 Centers for Disease Control and Prevention. Syphilis (Treponema pallidum) 2018 Case Definition
[Internet]. [cited 2019 Aug 13] Available from: https://wwwn.cdc.gov/nndss/conditions/syphilis/case-
definition/2018/
182 นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวังในประเทศไทย
โรคซฟิ ลิ ิสแต่ก�าเนิด (Congenital syphilis)
ICD-10: A50.0–A50.7 และ A50.9
1. นิยามในการเฝ้าระวัง (Case definition for surveillance)
1.1 เกณฑ์ทางคลินกิ (Clinical criteria)
- ทารกอายุน้อยกว่า 2 ปี พบ hepatosplenomegaly, rash, condylomalata, snuffles, jaundice
(non-viral hepatitis), pseudoparalysis, anemia, edema (nephrotic syndrome and/or malnutrition)
- เด็กโตพบ Stigmata (ตัวอย่าง เช่น interstitial keratitis, nerve deafness, anterior bowing of shins,
frontal bossing, mulberry molars, hutchison teeth, saddle nose, rhagades, clutton joints)
1.2 เกณฑก์ ารตรวจทางห้องปฏิบตั กิ าร (Laboratory criteria)
1.2.1 การตรวจทางหอ้ งปฏิบตั กิ ารทัว่ ไป (Presumptive diagnosis)
- วิธี Non-treponemal test วิธีใดวิธีหน่ึง เช่น Rapid plasma reagin test (RPR) หรือ Venereal
disease research laboratory test (VDRL)
1.2.2 การตรวจทางหอ้ งปฏิบตั ิการจา� เพาะ (Specific diagnosis)
การตรวจหาเชอ้ื /แอนติเจน/สารพันธกุ รรมของเช้ือ (Pathogen identification)
- ตรวจยืนยัน พบเช้ือ Treponema pallidum จากสารคัดหลั่ง น้�ามูก เยื่อบุจมูก น้�าเหลือง
รอยโรคที่ผวิ หนัง รก สายสะดือ หรอื จากการตรวจศพชิน้ เน้อื ของทารก (0-28 วนั ) โดยวธิ ีใดวธิ หี นง่ึ ต่อไปนี้
Dark-field microscopy
วิธ ี Polymerase chain reaction (PCR) ตรวจพบ DNA
วธิ ยี อ้ มพเิ ศษทางอิมมโู นฮีสโตเคม ี (Immunohistochemistry-IHC)
วิธีย้อมพเิ ศษวิธีอ่นื ๆ (Special stains)
การตรวจนา�้ ไขสนั หลงั (CSF) พบ VDRL เป็นบวก
พบเมด็ เลอื ดขาว หรือโปรตนี สูงข้นึ โดยไม่มีสาเหตอุ ่ืน
ในเดก็ อาย ุ ≤ 30 วัน CSF WBC > 15 cell/mm3 และ CSF Protein > 120 mg/dl
ในเด็กอายุ > 30 วัน CSF WBC > 5 cell/mm3 และ CSF Protein > 40 mg/dl
โดยไม่ค�านึงถึง CSF Serology
การตรวจหาภมู ิคมุ้ กนั ของเช้อื (Serology)
- วธิ ี Non-treponemal test วธิ ใี ดวธิ หี นง่ึ เชน่ Rapid plasma reagin test (RPR) หรอื Venereal
disease research laboratory test (VDRL) เพอื่ ตรวจหาภมู คิ มุ้ กนั ตอ่ ซฟิ ลิ สิ พบใหผ้ ลบวก โดยมรี ะดบั ภมู คิ มุ้ กนั มากกวา่
หรือเทา่ กบั 4 เท่าขนึ้ ไป เชน่ RPR titer ในมารดา 1:16 ในทารก 1:64 เปน็ ตน้
นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อท่ีต้องเฝ้าระวังในประเทศไทย 183
2. ประเภทผู้ปว่ ย (Case classification)
2.1 ผู้ป่วยสงสยั (Suspected case) ไม่มี
2.2 ผู้ปว่ ยเขา้ ขา่ ย (Probable case) หมายถงึ
2.2.1 ทารกท่ีเกิดจากมารดาที่เป็นซิฟิลิสและมีประวัติรักษาไม่ได้ตามมาตรฐาน รักษาไม่ครบ หรือรักษาครบแต่
น้อยกว่า 30 วันก่อนคลอด (นับตั้งแต่เริ่มรักษาเข็มแรก) หรือไม่ทราบประวัติการรักษาของมารดา ร่วมกับผลตรวจ
VDRL/RPR ของทารกมี titer น้อยกว่าของมารดา 4 เทา่
2.2.2 ทารกทเ่ี กดิ จากมารดารกั ษาครบตามมาตรฐาน* แต่ทารกตายคลอด (Stillbirth)
2.3 ผูป้ ว่ ยยืนยนั (Confirmed case) หมายถึง
2.3.1 ทารกท่ีเกิดจากมารดาที่เป็นซิฟิลิสและมีประวัติรักษาไม่ได้ตามมาตรฐาน รักษาไม่ครบ หรือรักษาครบแต่
นอ้ ยกวา่ 30 วนั กอ่ นคลอด (นบั ตง้ั แตเ่ รม่ิ รกั ษาเขม็ แรก) หรอื ไมท่ ราบประวตั กิ ารรกั ษาของมารดา รว่ มกบั อยา่ งใดอยา่ งหนงึ่
ดงั นี้
- มีอาการผดิ ปกติเข้าได้กับโรคซฟิ ิลสิ แตก่ �าเนดิ
- ทารกตายคลอด (Stillbirth)
- ผลตรวจภาพรงั สีผิดปกติทเี่ ขา้ ได้กับโรคซฟิ ิลสิ แต่กา� เนิด
- ผลตรวจขอ้ ใดขอ้ หนงึ่ ตามเกณฑก์ ารตรวจทางห้องปฏบิ ัตกิ ารจ�าเพาะ
- ผลตรวจ VDRL/RPR ของทารกมี titer มากกว่าของมารดา 4 เท่า
- การตรวจน้�าไขสันหลงั (CSF) พบ VDRL เป็นบวก
- ผลตรวจตามเกณฑ์การตรวจทางห้องปฏิบัตกิ ารท่ัวไป เมอื่ ทารกอาย ุ 6 เดือน
2.3.2 ทารกที่เกิดจากมารดารักษาครบตามมาตรฐาน* และมากกว่า 30 วันก่อนคลอด (นับต้ังแต่เร่ิมรักษา
เข็มแรก) รว่ มกบั อย่างใดอย่างหนงึ่ ดังน้ี
- มีอาการผิดปกตเิ ขา้ ได้กบั โรคซิฟิลสิ แต่ก�าเนดิ
- ผลตรวจภาพรงั สผี ดิ ปกติทเ่ี ขา้ ได้กับโรคซิฟลิ ิสแตก่ า� เนดิ
- ผลตรวจขอ้ ใดขอ้ หนึง่ ตามเกณฑ์การตรวจทางหอ้ งปฏิบตั ิการจ�าเพาะ
- พบเม็ดเลอื ดขาว หรือโปรตนี สูงขนึ้ โดยไมม่ สี าเหตอุ ่นื
3. เกณฑ์การรายงานผปู้ ่วยตามระบบเฝ้าระวงั โรค (Reporting criteria)
3.1 ให้รายงานตั้งแต่ผู้ป่วยเข้าข่ายทุกราย ภายใน 7 วัน ในระบบเฝ้าระวังโรค (รง. 506) รหัสโรค 37 ด้วยรหัส
ICD-10: A50.0–A50.7 และ A50.9
3.2 ให้รายงานการสอบสวนผู้ป่วยเฉพาะรายด้วยโรคซิฟิลิสแต่ก�าเนิด ในเด็กอายุต�่ากว่า 2 ปี (Congenital
syphilis) ต้ังแต่ผู้ป่วยเข้าข่าย ภายใน 7 วัน โดยโรงพยาบาลรายงานไปยังส�านักงานสาธารณสุขจังหวัด หรือส�านักอนามัย
กรงุ เทพมหานคร จากนนั้ สา� นกั งานสาธารณสขุ จงั หวดั หรอื สา� นกั อนามยั กรงุ เทพมหานคร รายงานไปยงั กองระบาดวทิ ยา
ท่ ี http://www.boe.moph.go.th/aids/STIs/login.php
4. การตรวจสอบความถูกต้องของขอ้ มูล (Verification)
- ผู้ปว่ ยรายเดียวกันท่ถี กู รายงานมากกว่า 1 ครัง้ ถอื ว่าเป็นการรายงานซา้� ซอ้ น เนื่องจากเป็นได้ครัง้ เดยี วในชวี ติ
- ตอ้ งตรวจสอบ (Verify) ข้อมลู ผ้ปู ว่ ยทุกรายท่ีไดร้ บั รายงานเข้าขา่ ยโรคซฟิ ิลิสแตก่ �าเนิดหรอื ทารกตายคลอด
184 นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวังในประเทศไทย
5. การสอบสวนโรค (Epidemiological investigation)
5.1 การสอบสวนผปู้ ว่ ยเฉพาะราย (Case investigation) กรณพี บผปู้ ว่ ยเขา้ ขา่ ยทกุ ราย ใหด้ า� เนนิ การสอบสวนโรค
เพอื่ หาปจั จัยเสย่ี ง และให้สขุ ศกึ ษาในการป้องกนั โรค
5.2 การสอบสวนการระบาด (Outbreak investigation)
- ไมม่ ี
6. หมายเหต ุ (Remark)
- ระยะฟกั ตวั ของโรคไม่แน่ชดั
การรกั ษามารดาตามมาตรฐาน หมายถงึ รกั ษาดว้ ย Benzathine penicillin ตามระยะของโรคตามแนวทางการรกั ษา
ของประเทศ
7. เอกสารอ้างอิง (References)
7.1 Centers for Disease Control and Prevention. Syphilis (Treponema pallidum) 2018 Case Definition
[Internet]. [cited 2019 Aug 13]. Available from: https://wwwn.cdc.gov/nndss/conditions/syphilis/case-
definition/2018/
นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวังในประเทศไทย 185
โรคแผลริมอ่อน (Chancroid)
ICD-10: A57
1. นิยามในการเฝา้ ระวงั (Case definition for surveillance)
1.1 เกณฑ์ทางคลินิก (Clinical criteria)
ผู้ที่มีประวัติเสี่ยงต่อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ร่วมกับมีตุ่มนูนแดงและเจ็บ หลังจากนั้นจะแตกเป็นแผล ก้นแผล
มีหนอง ขอบแผลนูนไม่แข็ง รอบแผลจะอักเสบแดง มีอาการเจ็บมาก แผลเล็ก ๆ จะรวมกันเป็นแผลใหญ่ ต่อมน้�าเหลือง
ท่ีขาหนีบจะโต กดเจ็บ บางคนแตกเป็นหนอง ในเพศชายมักพบท่ีบริเวณหนังหุ้มปลายองคชาต ในเพศหญิงมักพบที่
ปากชอ่ งคลอด แคมเล็ก รอยต่อแคมเลก็ ส่วนบรเิ วณช่องคลอด ปากมดลูก กส็ ามารถพบได้
1.2 เกณฑ์การตรวจทางหอ้ งปฏบิ ตั ิการ (Laboratory criteria)
1.2.1 การตรวจทางหอ้ งปฏบิ ัตกิ ารทั่วไป (Presumptive diagnosis)
- การย้อมสี Gram stain หรือ Unna-Pappenheim stain พบ Gram negative coccobacilli
ซึ่งเรียงตัวเปน็ แนวยาวคล้ายฝงู ปลา (School of fish)
1.2.2 การตรวจทางหอ้ งปฏิบตั กิ ารจา� เพาะ (Specific diagnosis)
- วธิ ี Polymerase chain reaction (PCR) จากฝหี นองหรอื แผล พบสารพนั ธกุ รรมของเชอ้ื Haemophilus
ducreyi
2. ประเภทผปู้ ่วย (Case classification)
2.1 ผู้ปว่ ยสงสยั (Suspected case) หมายถงึ ผทู้ ่ีมีอาการตามเกณฑ์ทางคลินิก
2.2 ผู้ป่วยเข้าข่าย (Probable case) หมายถึง ผู้ที่มีอาการตามเกณฑ์ทางคลินิก และมีผลบวกตามเกณฑ์ทาง
ห้องปฏบิ ัตกิ ารท่วั ไป
2.3 ผู้ป่วยยืนยัน (Confirmed case) หมายถึง ผู้ที่มีอาการตามเกณฑ์ทางคลินิก และมีผลบวกตามเกณฑ์ทาง
ห้องปฏิบตั กิ ารจ�าเพาะขอ้ ใดข้อหนง่ึ
3. เกณฑก์ ารรายงานผปู้ ่วยตามระบบเฝ้าระวงั โรค (Reporting criteria)
- ให้รายงานตงั้ แตผ่ ูป้ ว่ ยสงสยั ในระบบเฝา้ ระวังโรค (รง. 506) รหสั โรค 37 ดว้ ยรหสั ICD-10: A57
4. การตรวจสอบความถกู ต้องของข้อมูล (Verification)
- ผ้ปู ว่ ยรายเดียวกันที่มกี ารรายงานเขา้ มาภายใน 1 เดือน ถือว่าซ้า� ซ้อน
- ต้องตรวจสอบ (Verify) ข้อมลู ผูป้ ่วยทกุ รายทไ่ี ดร้ ับรายงานว่าสงสยั โรคแผลรมิ อ่อน และเสียชีวิต
186 นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อท่ีต้องเฝ้าระวังในประเทศไทย
5. การสอบสวนโรค (Epidemiological investigation)
5.1 การสอบสวนผปู้ ว่ ยเฉพาะราย (Case investigation) กรณที พี่ บผปู้ ว่ ยใหผ้ ทู้ ใี่ หก้ ารรกั ษาซกั ประวตั แิ ละตดิ ตาม
คเู่ พศสัมพันธม์ ารบั การตรวจวนิ ิจฉยั และรักษา
5.2 การสอบสวนการระบาด (Outbreak investigation) กรณีพบผู้ป่วยยืนยันเป็นกลุ่มก้อนต้ังแต่ 5 รายขึ้นไป
ให้รีบท�าการสอบสวนการระบาดทันที เพ่ือยืนยันการวินิจฉัย และหาสาเหตุการระบาด โดยให้ด�าเนินการตามเงื่อนไขการ
ออกสอบสวนโรคของทีมปฏิบัติการสอบสวนโรค (Joint investigation team: JIT) กองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค
ฉบบั ปจั จบุ นั (ภาคผนวก)
6. หมายเหต ุ (Remarks)
- ระยะฟกั ตัว 3-5 วัน นานสดุ 14 วัน
ประวตั เิ สีย่ งตอ่ โรคตดิ ตอ่ ทางเพศสัมพันธ ์ หมายถึง การทผ่ี ปู้ ว่ ย ผตู้ ิดเช้อื หรอื ค่เู พศสัมพนั ธ์ มีประวัต ิ ดงั นี้
1. มีกรณีใดกรณีหน่ึง ได้แก่ มีคู่เพศสัมพันธ์มากกว่า 1 คนขึ้นไป มีคู่เพศสัมพันธ์ที่ไม่รู้จักกันมาก่อน (Anonymous
sex partners) มีคู่เพศสัมพันธ์คนใหม่ เปลี่ยนคู่เพศสัมพันธ์บ่อย มีคู่เพศสัมพันธ์ท่ีมีอาการที่เก่ียวข้องกับโรคติดต่อทาง
เพศสัมพันธ์หรือเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ มีคู่เพศสัมพันธ์เป็นหญิงหรือชายให้บริการทางเพศในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา
หรืออาจนานกว่านใ้ี นบางโรคทมี่ รี ะยะฟักตัวนาน
2. มีเพศสัมพันธ์ในกรณีดังกล่าวโดยไม่ใช้ถุงยางอนามัยอย่างถูกต้อง หรือถุงยางอนามัยแตกร่ัว หลุดในช่องทางใด
ช่องทางหนง่ึ ท่ใี ช้ในการมเี พศสัมพนั ธ ์ เชน่ อวัยวะเพศ ทวารหนกั ชอ่ งปาก เป็นตน้
7. เอกสารอ้างองิ (References)
7.1 ส�านักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. นิยามโรคติดเช้ือ ประเทศไทย. นนทบุรี: โรงพิมพ์
องค์การรับสง่ สนิ ค้าและพสั ดภุ ัณฑ;์ 2546.
นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวังในประเทศไทย 187