The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การติดตามและประเมินผลแผนพัฒนาท้องถิ่นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by palmsurasit1992, 2021-10-20 00:34:38

การติดตามและประเมินผลแผนพัฒนาท้องถิ่นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

การติดตามและประเมินผลแผนพัฒนาท้องถิ่นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

Keywords: การติดตามและประเมินผลแผนพัฒนาท้องถิ่น

ปฐมบท

คนส่วนใหญ่มกั เขา้ ใจวา่ องคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถิ่นโดยเฉพาะเทศบาลและองคก์ ารบริหาร
ส่วนตําบล และโดยเฉพาะอีกองค์การบริหารส่วนตําบล ทําไดท้ ุกอย่าง จะทําอะไรก็ไดท้ ุกอย่าง
จะพัฒนาอะไรก็ได้ จะจัดจัดซ้ ือจัดจา้ งอะไรก็ได้ เพราะนายกองค์กรปกครองส่วนทอ้ งถ่ินมีอํานาจ
องคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิ่นมีอาํ นาจ มีปลดั องคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ินโทรศพั ทม์ าหารือวา่ ขณะน้ ีได้
จดั ทําแผนพฒั นาสามปี เสร็จเรียบรอ้ ยแลว้ จดั ทําโครงการและกิจกรรมเรียบรอ้ ยวา่ จะซ้ ือปื น (อาวุธ)
ขนาด 11 มอมอ ไดท้ ําประชาคมหมู่บา้ น ตําบลเรียบรอ้ ย เป็ นไปตามข้ันตอนการจัดทําแผนเรียบรอ้ ย
ประชาชนมสี ่วนรว่ มครบทุกประการ โจรผรู้ า้ ยชุกชุมหรือเกิน อาศยั ตาํ รวจก็ไมไ่ ดเ้ รื่อง อยา่ กระน้ันเลยองคก์ าร
บริหารส่วนตาํ บลจัดหน่วยสายตรวจเองดําเนินการปราบปรามโจรผูร้ า้ ยเสียเลย แลว้ มนั เป็ นอํานาจหน้าที่
หรือไมห่ ละท่านปลดั

ไมแ่ น่ใจวา่ เป็ นอาํ นาจหน้าที่หรอื เปล่า แตเ่ ขา้ ใจวา่ ซ้ อื ปื นได้ เพราะปื นมอี ยใู่ นบญั ชีครุภณั ฑ์
และเมื่อองคก์ ารบรหิ ารส่วนตาํ บลใชบ้ ญั ชคี รุภณั ฑน์ ้ ีไดก้ ็ตอ้ งซ้ อื ปื นได้ ท่านปลดั วา่ อยา่ งน้ ี ตามมาติด ๆ
ในวนั รุ่งข้ ึนจากท่านนายกองค์การบริหารส่วนตําบลโทรมาถามอีกวา่ ที่ท่านตอบวา่ ซ้ ือไม่ไดท้ ่านใช้
กฎหมายขอ้ ใด เพราะทอ้ งถิ่นมีอิสระท่ีจะทําอะไรก็ได้ และก็ไดค้ ุยกับนายอาํ เภอแลว้ ว่าซ้ ือได้ ทําได้
สมาชิกสภาทุกคนเหน็ ดว้ ย เด๋ียวขอ้ บญั ญตั ิเสนอนายอาํ เภอ ลงนามอนุมตั ิใหใ้ ชไ้ ดแ้ น่นอนเพราะคุยกนั
ไวแ้ ลว้

ก็เชิญเถอะท่านปลดั ท่านนายก ระวงั ปื นมนั จะลนั่ ใสต่ วั เองตายเอานะ
นายกทาํ อะไรก็ไดห้ มด ไมอ่ ยากจะทาํ โครงการน้ ีท้งั ท่ีอยใู่ นขอ้ บญั ญตั ิงบประมาณรายจ่าย
ประจําปี แลว้ ท้ังท่ีอยู่ในเทศบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปี แลว้ บอกมีอํานาจตามระเบียบ
กระทรวงมหาดไทยวา่ ดว้ ยวิธีการงบประมาณขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิ่น พ.ศ. 2541 ใชข้ อ้ 26
และขอ้ 28 อา้ งวา่ เป็ นอาํ นาจของนายกทําได้ ใชอ้ าํ นาจขอ้ 27 และขอ้ 29 อา้ งวา่ เป็ นอาํ นาจของสภา
ทาํ ได้
คาํ ถามก็คือวา่ ท่านโอนเงินงบประมาณ ท่านเปลี่ยนแปลงโครงการกิจกรรม ท่านโอนต้งั
จ่ายงบประมาณเพื่อจดั ทําโครงการใหม่ ท่านโยก ท่านโอน ท่านแกไ้ ข จะดว้ ยประการใด ๆ จะดว้ ย
อํานาจใด ๆ ท่านก็ว่าไปเถิด แต่ท่านไดป้ ฏิบัติตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าดว้ ยการจัดทํา
แผนพฒั นาขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิ่น พ.ศ. 2548 แลว้ หรือยงั กระบวนการใด ๆ ที่เกิดข้ ึนตาม
แผนพฒั นาทอ้ งถิ่นท่านไดจ้ ดั ทําถูกตอ้ งหรือยงั ไม่ว่าจะเป็ นแผนยุทธศาสตรก์ ารพฒั นา แผนพฒั นา
สามปี แผนการดําเนินงาน มันสอดคลอ้ งกับการปรบั เปล่ียน เปล่ียนแปลง ถ่ายโอน โยกยา้ ยตาม
ระเบียบกระทรวงมหาดไทยวา่ ดว้ ยวิธีการงบประมาณขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ิน พ.ศ. 2541 ที่
ท่านดาํ เนินการไปแลว้ หรือยงั
มีองคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถิ่นแหง่ หนึ่งและอีกหลาย ๆ แหง่ ยกตวั อยา่ ง
โครงการที่อยูใ่ นขอ้ บญั ญตั ิงบประมาณรายจา่ ยประจาํ ปี บอกวา่ จะก่อสรา้ งถนนลาดยางหมู่ที่ 1
แต่เวลาท่านทําจริงก็ไปเปลี่ยนแปลงคําช้ ีแจง แกไ้ ขวิธีการงบประมาณใหม่โดยใชอ้ ํานาจของสภา

ดร.สุรยิ ะ หินเมืองเก่า การติดตามและประเมินผลแผนพฒั นาทอ้ งถ่ ินขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ ิน หนา้ 1

จากก่อสรา้ งถนนลาดยางหมูท่ ่ี 1 ก็นําไปซ่อมแซมปรบั ปรุงถนนอีกสายหนึ่งในหมู่ที่ 5 โดยใชห้ ินคลุก
ซ่อมแซมถนนดังกล่าว เป็ นอํานาจของสภาท่านหรือไม่ เป็ นแน่นอน แลว้ มันทําใหว้ ัตถุประสงค์
เป้าหมายของแผนมนั เปล่ียนไปหรือไม่ เปลี่ยนแน่นอน แลว้ ท่านกลบั ไปถามคนหมูท่ ่ี 1 หรือยงั วา่ ให้
เปลี่ยนแปลงได้ อยา่ งน้ ีประชาชนหมู่ที่ 1 ตอ้ งไปแจง้ ความดาํ เนินคดีกบั นายกและสมาชิกสภาทอ้ งถิ่น
แหง่ น้ ี ไมป่ ฏบิ ตั ิตามระเบียบของราชการ ที่รา้ ยไปกวา่ น้ันคือ ไปโกหกตอแหล หลอกลวงชาวบา้ นวา่ จะ
ทาํ แลว้ ไมท่ าํ

หรืออย่างต้ังงบประมาณรายจ่ายไวแ้ ลว้ ว่า จะสนับสนุนวสั ดุอุปกรณ์ในการก่อสรา้ งและ
ซ่อมแซมท่ีอยอู่ าศยั แก่ผูย้ ากไรแ้ ละดอ้ ยโอกาส จาํ นวน 5 หลงั ตามโครงการบา้ นทอ้ งถ่ิน เทิดไทอ้ งค์
ราชนั 84 พรรษา แต่พบว่านําไปดําเนินการก่อสรา้ งศาลาเอนกประสงค์ชมรมผูส้ ูงอายุ ณ สถานี
อนามยั แหง่ หนึ่ง

สภาทอ้ งถ่ินมีอํานาจหรือไม่ ตอบว่ามี และกระบวนการของแผนท่านไดก้ ลับไปถาม
ประชาชนหรือยงั ถามผูย้ ากไรห้ รือยงั วา่ เขายงั ตอ้ งการโครงการน้ ีอยหู่ รือเปล่า วตั ถุประสงคเ์ ปล่ียนไป
หรอื ไม่ เป้าหมายเปลี่ยนไปหรือไม่ ตวั ช้ วี ดั ท่ีท่านต้งั ไวเ้ ปลี่ยนไปหรือไม่ และท่ีสาํ คญั ท่านเอาโครงการท่ี
เก่ียวกบั สถาบนั มาหลอกลวงประชาชนไดอ้ ยา่ งไร

ประชาชนในทอ้ งถิ่นแห่งน้ ีควรจะตอ้ งดาํ เนินคดีกบั ผูม้ ีส่วนเกี่ยวขอ้ งในการไม่ปฏิบตั ิตาม
ระเบียบราชการ หลอกลวงประชาชน และเอาสถาบันหลักของชาติมาทําใหเ้ ป็ นของเล่น ๆ ของ
นักการเมอื งทอ้ งถ่ิน

ท่านจะทําอะไรก็ไดท้ ่านนายกท่านปลัด แต่ท่านก็ต้องดูกฎหมายประกอบและถาม
ประชาชนแลว้ หรือยัง ไม่ใช่เอาประชาชนมาบังหน้า ประชาชนตอ้ งมีส่วนร่วมในการร่วมคิด ร่วม
วางแผน รว่ มทาํ หรอื มีสว่ นรว่ ม รว่ มรบั ประโยชน์และติดตามประโยชน์ที่เกิดข้ ึนวา่ มนั เป็ นประโยชน์จริง
หรอื ประโยชน์ปลอมและประโยชน์น้ันมนั มีคา่ เท่าไหรใ่ นทอ้ งถ่ิน

ไม่อย่าใหเ้ ป็ ดออกลูกเป็ นปลา ไม่อยากใหป้ ลูกมะม่วงแลว้ ไดล้ ูกขนุน จะสรา้ งสะพาน
กลายเป็ นสรา้ งสนามเด็กเล่น สรา้ งรา้ นคา้ ชุมชนกลายเป็ นที่จอดรถยนต์ของนายกและขา้ ราชการ
ทอ้ งถ่ิน แจกโอ่งน้ําใหค้ นยากจนกลบั กลายเป็ นแจกใหค้ นอยากจน.....ฯลฯ......

คงไมม่ อี ีกแลว้ นะท่านนายก ท่านปลดั ครบั
สตง./ป.ป.ช./ปปท. ไปเยอื นหน่อยครบั

กนั ยายน 2556

ดร.สรุ ยิ ะ หินเมืองเก่า การตดิ ตามและประเมินผลแผนพฒั นาทอ้ งถ่ ินขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ ิน หนา้ 2

1. หลกั การสาคญั การตดิ ตามและประเมินผลแผนพฒั นาทอ้ งถ่นิ

1. ความสาคญั การตดิ ตามและประเมินผลแผนพฒั นาทอ้ งถ่ิน
‚แผนพฒั นาทอ้ งถ่ิน” เป็ นแผนพฒั นาทอ้ งถ่ินขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิ่นท่ีกาํ หนดวสิ ยั ทัศน์

ประเด็นยุทธศาสตร์ เป้าประสงค์ ตวั ช้ ีวดั ค่าเป้าหมาย และกลยุทธ์ โดยสอดคลอ้ งกบั แผนพฒั นาจงั หวดั
ยุทธศาสตรก์ ารพฒั นาขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิ่นในเขตจงั หวดั แผนพฒั นาอาํ เภอ แผนพฒั นาตําบล
แผนพฒั นาหมบู่ า้ นหรอื แผนชุมชน อนั มีลกั ษณะเป็ นการกาํ หนดรายละเอียดแผนงาน โครงการพฒั นา ที่จดั ทํา
ข้ ึนสําหรบั ปี งบประมาณแต่ละปี ซ่ึงมีความต่อเนื่องและเป็ นแผนกา้ วหน้า อีกท้ังกาํ หนดใหม้ ีโครงการพฒั นา
ทอ้ งถ่ิน ที่ตอ้ งดาํ เนินการจดั ทาํ บริการสาธารณะและกิจกรรมสาธารณะเพื่อใหก้ ารพฒั นาบรรลุตามวสิ ยั ทัศน์ที่
กาํ หนดไวข้ ององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ิน

การติดตามและประเมินผลแผนพฒั นาทอ้ งถิ่นขององค์กรปกครองส่วนทอ้ งถ่ินเป็ นการ
ติดตามและประเมินผลวิสยั ทัศน์ ประเด็นยุทธศาสตร์ เป้าประสงค์ ตวั ช้ ีวดั ค่าเป้าหมาย กลยุทธ์ แผนงาน
โครงการพฒั นาที่กาํ หนดไวใ้ นแผนพฒั นาทอ้ งถิ่นซึ่งเกิดจากการจดั ทําหรือทบทวนแผนพฒั นาทอ้ งถ่ินของ
องคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถิ่น

การติดตามและประเมินผลแผนพฒั นาทอ้ งถิ่นยงั เก่ียวขอ้ งกับ “การแกไ้ ข” “การเพ่ิมเติม” และ
“การเปล่ียนแปลง” แผนพฒั นาทอ้ งถ่ินอีกดว้ ย กล่าวคือ ‚การแกไ้ ข‛ ซ่ึงเป็ นการแกไ้ ขขอ้ ผิดพลาดในแผนพฒั นา
ท้องถ่ินหรือแผนการดําเนินงานใหถ้ ูกตอ้ งโดยไม่ทําใหว้ ัตถุประสงค์และสาระสําคัญเดิมเปล่ียนแปลงไป
‚การเพ่ิมเติม‛ เป็ นการเพิ่มเติมวิสยั ทศั น์ ประเด็นยุทธศาสตร์ เป้าประสงค์ ตวั ช้ ีวดั ค่าเป้าหมาย กลยุทธ์
แผนงาน โครงการท่ีไม่มีอยใู่ นแผนพฒั นาทอ้ งถิ่นใหป้ รากฏไวใ้ นแผนพฒั นาทอ้ งถิ่น และ ‚การเปลี่ยนแปลง‛
เป็ นการทําใหว้ ตั ถุประสงคแ์ ละสาระสําคญั ของแผนพฒั นาทอ้ งถ่ินเปล่ียนแปลงไปจากเดิม ซึ่งการเปล่ียนแปลง
แผนพฒั นาทอ้ งถ่ินน้ันเป็ นลกั ษณะของแผนพฒั นาทอ้ งถ่ินท่ีมอี ยแู่ ลว้ และประสงคจ์ ะเปลี่ยนแปลงซ่ึงอาจเป็ นการ
เปลี่ยนแปลงคุณลกั ษณะ ขนาด ปริมาตร ปรมิ าณท่ีเกิดข้ ึนหรอื เปลี่ยนแปลงไปก็ได้

การติดตามและประเมนิ ผลแผนพฒั นาทอ้ งถ่ินจะทาํ ใหอ้ งคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิ่นไดท้ ราบถึง
จุดแข็ง จุดอ่อนขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ินเพ่ือนําไปใชใ้ นการเสริมสรา้ งความเขม้ แข็งขององคก์ ร
ปกครองสว่ นทอ้ งถ่ินในการปฏิบตั ิราชการและจดั ทาํ การบรกิ ารสาธารณะหรอื กิจกรรมสาธารณะใหแ้ ก่
ประชาชนในทอ้ งถิ่น นอกจากน้ ีแลว้ ก็เพ่ือใหท้ ราบถึงศักยภาพในการปฏิบตั ิงานขององคก์ รปกครอง
ส่วนทอ้ งถ่ิน และสามารถพฒั นา แกไ้ ข ปรับปรุง ส่งเสริม และสนับสนุนภารกิจต่าง ๆ ไดต้ ามความ
เหมาะสมขององค์กรปกครองส่วนทอ้ งถิ่นที่จะสามารถกระทําได้ ดงั น้ัน ความสําคญั ของการติดตาม
และประเมินผลแผนพฒั นาทอ้ งถิ่นจงึ มีความสาํ คญั ดงั น้ ี

1) พบจุดแข็ง จุดอ่อนของตนเอง จุดแข็งของเราคืออะไร และทําอะไร อย่างไรต่อไป
จุดออ่ นของเราจะแกไ้ ขอยา่ งไร

2) พบขอ้ บกพรอ่ ง ส่ิงที่เป็ นขอ้ บกพรอ่ งน้ัน เกิดจากอะไร สาเหตุใด

ดร.สุรยิ ะ หินเมืองเก่า การตดิ ตามและประเมินผลแผนพฒั นาทอ้ งถ่ ินขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ ิน หนา้ 3

3) กระจา่ งและชดั เจน ความกระจา่ งและชดั เจนน้ ี เราพงึ พอใจมากนอ้ ยเพยี งใด และเราจะ
ดาํ เนินการตอ่ ไปอยา่ งไร

4) เหมาะสม คุม้ ค่า สมประโยชน์ สิ่งท่ีไดร้ ับกับการดําเนินการไปน้ันพบว่า เหมาะสม
คุม้ คา่ สมประโยชน์ แลว้ เราจะดาํ เนินการตอ่ ไปอยา่ งไร

5) สนองตอบผูใ้ ชง้ บประมาณ การใชง้ บประมาณของเราเป็ นไปตามเป้าหมายท่ีต้งั ไวแ้ ละ
เกิดผลสาํ เร็จ แลว้ เราจะดาํ เนินการตอ่ ไปอยา่ งไร

6) เกิดการริเร่ิมใหม่ แน่นอนวา่ ความคิดใหม่ ๆ การพฒั นาแนวใหม่ ๆ จะเกิดข้ ึนไดเ้ มื่อ
เราไดส้ งั่ สมการทาํ งาน การพฒั นาอยา่ งถูกทิศถูกทาง ถูกตอ้ งตามยุทธศาสตรท์ ี่วางไว้ แลว้ เราจะริเริ่ม
หรือตอ่ ยอดงานใหม่ ๆ ในภารกิจน้ ีอยา่ งไร และไดอ้ ยา่ งไร

7) ปรับปรุงมาตรฐาน สิ่งที่ดาํ เนินการไปแลว้ น้ันลว้ นเป็ นมาตรฐานอนั ดีในการพัฒนา
ทอ้ งถิ่นและประชาชนเกิดความพึงพอใจ แต่เราจะยงั คงมีการปรบั ปรุงมาตรฐานต่อไป และหรือจะนํา
ขอ้ บกพรอ่ งที่มีอยสู่ รา้ งมาตรฐาน/ปรบั ปรุงมาตรฐานใหเ้ ป็ นปัจจุบนั เสมอ

8) ปรบั ปรุงประสิทธิภาพการจดั การ แน่นนอนวา่ ส่ิงที่ดาํ เนินการไปน้ันเป้ าหมายในเชิง
ปรมิ าณสามารถดาํ เนินการไปไดด้ ว้ ยดี แต่การบริหารจดั การเพอ่ื ใหเ้ กิดประสิทธิภาพในการปฏิบตั ิงาน
ก็ยงั คงตอ้ งดาํ เนินการต่อไป

9) ปรบั ปรุงแผนงาน/โครงการ พบวา่ มีขอ้ ดี ขอ้ เสีย ขอ้ บกพรอ่ งท่ีเกิดข้ ึน เราจะไม่น่ิงนอน
ใจ เราจะดาํ เนินการปรบั ปรุง แกไ้ ขแผนงาน โครงการตา่ ง ๆ อยา่ งไร

10) ขยายโครงการหรือยตุ ิโครงการหรอื ดาํ เนินการต่อไป ทา้ ยที่สุดของการพฒั นาทอ้ งถ่ิน
สิ่งที่เราดาํ เนินการไปน้ันลว้ นประสบผลสาํ เร็จ ลม้ เหลว หรือเกิดผลสาํ เร็จแต่ไมเ่ ต็มที่ ดีอยแู่ ลว้ หรือไม่ดี หรือ
พอดาํ เนินการต่อไปได้ สิ่งเหล่าน้ ีเราจะพิจารณาขยายโครงการหรือยุติโครงการหรือดําเนินการต่อ
อยา่ งไร

2. ประเด็นสาคญั การติดตามและประเมินผล
การติดตามและประเมินผลแผนพัฒนาทอ้ งถิ่นขององค์กรปกครองส่วนทอ้ งถ่ินเป็ นการ

ติดตามว่าการได้รับและการใชท้ รัพยากรต่าง ๆ ไปเพ่ือดําเนินงานน้ันเมื่อเทียบกับระยะเวลา
ความกา้ วหน้า ความพึงพอใจของประชาชนในทอ้ งถิ่นท่ีเกิดข้ ึนจากผลผลิต (output) และผลลัพธ์
(outcome) มมี ากน้อยเพยี งใด เป็ นไปตามวสิ ยั ทศั น์ ประเด็นยทุ ธศาสตร์ เป้าประสงค์ ตวั ช้ ีวดั ค่าเป้าหมาย
กลยุทธ์ ป้าหมายโครงการพฒั นาทอ้ งถิ่นท่ีกาํ หนดวตั ถุประสงคแ์ ละฉนั ทามติจากประชาชนในพ้ นื ท่ีหรือ
ยงั มีความสอดคลอ้ งกบั ยุทธศาสตรช์ าติ แผนพฒั นาเศรษฐกิจและสงั คมแหง่ ชาติ แผนพฒั นาจงั หวดั /
กลุ่มจงั หวดั แผนพฒั นาอาํ เภอ และสอดคลอ้ งกบั นโยบายของผูบ้ ริหารทอ้ งถิ่นที่ไดก้ าํ หนดและแถลงไว้
ในสภาทอ้ งถิ่น การติดตามและประเมินผลไมส่ ามารถแยกออกจากระบบการบริหารจดั การแผนพฒั นา
ทอ้ งถ่ินได้ ขอ้ ตกลง อาํ นาจและหน้าท่ีใด ๆ ขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ินจาํ เป็ นตอ้ งมีการติดตาม
และประเมินผลเพ่ือใหไ้ ดท้ ราบถึงความกา้ วหน้า ขอ้ บกพร่องหรือส่ิงท่ีจาํ เป็ นท่ีจะตอ้ งพฒั นาต่อไปใน
อนาคต ดงั แผนภาพท่ี 1

ดร.สุรยิ ะ หินเมืองเก่า การติดตามและประเมินผลแผนพฒั นาทอ้ งถ่ ินขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ ิน หนา้ 4

ยุทธศาสตรช์ าติ + แผนพฒั นาเศรษฐกิจและสงั คมแหง่ ชาติ + แผนแมบ่ ทภายใตย้ ุทธศาสตร์
ชาติ

หน้า ่ีทและอํานาจ หน้าท่ี และอาํ นาจ
+ +

ความต้องการของประชาชน ความพึงพอใจของประชาชน
ยุทธศาสตร์ งบประมาณ ผลผลิต ผลลพั ธ์
การพฒั นาทอ้ งถิ่น รายจ่าย (output) (outcome)

แผนพฒั นาจงั หวดั /กลุ่มจงั หวดั + แผนพฒั นาอาํ เภอ + นโยบายผูบ้ ริหารทอ้ งถ่ิน

แผนภาพที่ 1 ความสมั พนั ธข์ องแผนพฒั นาทอ้ งถิ่นกบั ผลผลิตท่ีเกิดข้ นึ นําไปสูผ่ ลลพั ธ์
ตามความตอ้ งการของประชาชน

ความสมั พนั ธก์ นั ของยทุ ธศาสตรก์ ารพฒั นาทอ้ งถิ่นที่จะถูกนําไปจดั ทาํ งบประมาณรายจา่ ย
เพ่อื บริหารราชการทอ้ งถ่ินใหบ้ รรลุเป้าหมายที่กาํ หนดไวน้ ้ัน จะส่งผลต่อผลผลิต (output) และผลลพั ธ์
(outcome) ต่อไป โดยสนองตอบต่อความตอ้ งการของประชาชนและจะตอ้ งวัดความพึงพอใจของ
ประชาชนดว้ ย

John M. Owen (1993, อา้ งใน สมบตั ิ ธํารงธัญวงศ,์ 2544) การประเมินผล (evaluate) เป็ น
กระบวนการจัดหาขอ้ มูลเพ่ือประโยชน์ในการตัดสินใจเกี่ยวกับส่ิงท่ีถูกประเมินเป็ นทางเลือกสําหรบั การ
ประเมินวตั ถุ (object) และวตั ถุสําหรับการประเมินอาจไดแ้ ก่ การวางแผน (planning) แผนงาน (programs)
นโยบาย (policies) องคก์ าร (organizations) และปัจเจกบุคคล (individuals) เป็ นตน้

Michael Quinn Patton (1986, อา้ งใน สมบัติ ธํารงธัญวงศ,์ 2544) การประเมินผลเป็ นการ
รวบรวมขอ้ มูลอยา่ งเป็ นระบบ (systematic collection of information) เก่ียวกบั กิจกรรม คุณลกั ษณะและผลลพั ธ์
ของโครงการ เพื่อการใชป้ ระโยชน์ในการลดความไม่แน่นอนการปรับปรุงประสิทธิผลของโครงการและการ
ตดั สินใจโดยคาํ นึงถึงการดาํ เนินการของโครงการและผลกระทบที่จะเกิดข้ ึน

Thomas R. Dye (1981, อา้ งใน สมบตั ิ ธาํ รงธัญวงศ,์ 2544) การประเมินผลเป็ นการ
ประเมินโครงการของรัฐท่ีดาํ เนินอยู่ท้ังหมดว่าเป็ นไปตามวตั ถุประสงคท์ ี่กาํ หนดไวห้ รือไม่ หรือการ
ประเมนิ ประสิทธิผล (effectiveness) ของ 2 โครงการหรือมากกวา่ วา่ มีส่วนในการบรรลุวตั ถุประสงค์
ร่วมกันหรือไม่ การประเมินผลนโยบายควรเน้นเร่ืองการประเมินผลของเป้าประสงค์ (goals) ของ
โครงการหรอื นโยบาย ถา้ ผูป้ ระเมินไม่ทราบเป้าประสงคข์ องนโยบายผูป้ ระเมินควรประเมินผลกระทบ
ของนโยบาย (policy impacts)

ดร.สุรยิ ะ หินเมืองเก่า การติดตามและประเมินผลแผนพฒั นาทอ้ งถ่ ินขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ ิน หนา้ 5

อลงกรณ์ มสี ุทธา (2546) การประเมินผลการปฏิบตั ิงานเป็ นกระบวนการประเมินค่าของ
บุคคลผูป้ ฏิบตั ิงานในดา้ นต่าง ๆ ท้งั ผลงานและคุณลกั ษณะอ่ืน ๆ ที่มีคุณค่าต่อการปฏิบตั ิงานภายใน
ระยะเวลาที่กําหนดไวอ้ ย่างแน่นอน ภายใตก้ ารสังเกต จดบันทึกและประเมินโดยหัวหน้า อยู่บน
พ้ ืนฐานของความเป็ นระบบและมีมาตรฐานแบบเดียวกนั มีเกณฑก์ ารประเมินท่ีมีประสิทธิภาพในทาง
ปฏบิ ตั ิใหค้ วามเป็ นธรรมโดยทวั่ กนั

สถาบนั วิจยั และใหค้ าํ ปรึกษาแห่งมหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร์ (2547) ระบบติดตามถือได้
วา่ เป็ นกิจกรรมที่ตอ้ งดําเนินการภายในโครงการซึ่งถือเป็ นการประเมินการบริหารจดั การและการใช้
ทรพั ยากร (input) ของโครงการที่กาํ ลงั ดาํ เนินงานอยแู่ ละผลผลิต (output) ตามวตั ถุประสงคท์ ี่กาํ หนด
ไวโ้ ดยการติดตามสามารถแบ่งออกเป็ นประเภทต่าง ๆ ไดด้ งั น้ ี

1) การติดตามผลการดําเนินงาน (performance monitoring) เป็ นรูปแบบของการติดตาม ท่ี
พิจารณาว่าปัจจัยนําเขา้ หรือทรัพยากรของโครงการ (input) ชนิดใดท่ีสามารถใชไ้ ด้สอดคล้องกับ
งบประมาณและตารางเวลาการดาํ เนินงานที่ต้งั ไว้ รวมถึงการพิจารณาผลผลิต (output) ตามวตั ถุประสงค์
ของโครงการวา่ ผลิตออกมาไดต้ รงตามเวลาท่ีกาํ หนดไว้ และเกิดประสิทธิภาพประสิทธิผลในการใชต้ น้ ทุน
มากนอ้ ยเพียงไร นอกจากน้ ี ยงั อาจพิจารณาวา่ ผลประโยชน์จากโครงการไดต้ กอยกู่ บั กลุ่มเป้าหมายหรือไม่
performance monitoring ถูกใชเ้ พ่ือปรบั ปรุงโครงการ โดยการใหข้ อ้ มูลยอ้ นกลับสู่ผูบ้ ริหารโครงการถึง
ตวั ช้ วี ดั (indicators) ผลการดาํ เนินงานโครงการ ทาํ ใหส้ ามารถตรวจสอบปัญหาและแกไ้ ขไดท้ นั ที

2) การติดตามข้นั ตอนการดาํ เนินงาน (process monitoring) เป็ นการใหข้ อ้ มูลป้อนกลบั ในดา้ น
ประสิทธิภาพและประสิทธิผลของกลไกการดาํ เนินงานโครงการโดยทาํ การวิเคราะหก์ ระบวนการดาํ เนินงานใน
แงม่ ุมต่าง ๆ อนั ไดแ้ ก่ การรบั รโู้ ครงการของกลุ่มเป้าหมาย และการดาํ เนินงานโครงการสู่ผูไ้ ดร้ บั ประโยชน์จาก
โครงการเหล่าน้ ี ความมีประสิทธิภาพของการติดต่อส่ือสารและการเช่ือมประสานระหวา่ งหน่วยงานปฏิบตั ิงาน
กับผูร้ ับประโยชน์ ความรวดเร็วและตน้ ทุนของกลไกการดําเนินงาน คุณภาพของผลผลิตที่วดั ออกมาได้ การ
เปรียบเทียบทางเลือกวธิ ีการอ่ืน ๆ ที่เป็ นไปได้ การประเมนิ ผลกระทบที่เกิดข้ ึน

กรมส่งเสริมการปกครองทอ้ งถ่ิน (2551) การติดตามประเมินผลเป็ นการตรวจสอบว่า
การดาํ เนินกิจกรรมตามโครงการหนึ่ง ๆ น้ัน อยภู่ ายใตร้ ะยะเวลาและงบประมาณที่กาํ หนดไวต้ ามแผน
หรือไม่ ส่วนการประเมินผลเชิงลึกน้ันเป็ นการตรวจสอบว่า ผลของการดําเนินโครงการบรรลุ
วตั ถุประสงคแ์ ละเป้าหมายท่ีผจู้ ดั ทาํ แผนไดว้ างไวห้ รือไม่

สาํ นักงานรบั รองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (2553) การติดตามตรวจสอบคุณภาพ
การศึกษา (monitoring and auditing of educational quality) เป็ นกระบวนการติดตามตรวจสอบความกา้ วหน้าของ
การปฏิบตั ิตามแผนการพัฒนาคุณภาพการศึกษาและจดั ทํารายงานการติดตามตรวจสอบคุณภาพการศึกษา
พรอ้ มท้งั เสนอแนะมาตรการเร่งรดั การพฒั นาคุณภาพการศึกษา ส่วนการติดตามผลการพฒั นาของสถานศึกษา
(monitoring of institutional development)เป็ นการติดตามผลท่ีเป็ นข้นั ตอนสาํ คญั ซึ่งจะทําใหเ้ กิดการพฒั นา
คุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง โดยมีกระบวนการกํากับ ติดตาม ดูแลใหม้ ีการนําขอ้ คน้ พบ ขอ้ คิดเห็นและ
ขอ้ เสนอแนะท่ีไดร้ ับจากการประเมินไปใชใ้ นการพฒั นาคุณภาพของสถานศึกษาโดยการปฏิบัติตามแผนการ

ดร.สรุ ยิ ะ หินเมืองเก่า การตดิ ตามและประเมินผลแผนพฒั นาทอ้ งถ่ ินขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ ิน หนา้ 6

ปรบั ปรุงคุณภาพของสถานศึกษาอยา่ งสมาํ่ เสมอ เป็ นการสรา้ งระบบที่เชื่อมโยงไปสู่การประเมินตนเองและการ
ประเมนิ คุณภาพภายนอกในโอกาสตอ่ ไป

มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์ (2555) การประเมินผลน้ ีไมไ่ ดม้ ีจุดมุง่ หมายเพ่ือจะใหค้ ะแนน
ว่า โครงการทําไดด้ ีหรือไม่ดีเพียงใด แต่เป็ นกิจกรรมหน่ึงท่ีจัดข้ ึนเพื่อพิจารณาถึงผลท่ีไดจ้ ากการ
ดาํ เนินงาน วา่ สามารถแกไ้ ขปัญหาท่ีเป็ นอยูแ่ ละตอบสนองต่อความตอ้ งการของประชาชนในทอ้ งถิ่น
ไดม้ ากน้อยเพียงใด ผลการประเมินจะนําไปใชเ้ ป็ นคาํ แนะนําเพ่ือเป็ นแนวทางในการปรบั ปรุงกิจกรรม
ที่ดําเนินการอยู่ หรือใชใ้ นการพิจารณากําหนดกิจกรรมที่ควรจะดําเนินการในอนาคต เช่น อาจ
จาํ เป็ นตอ้ งมกี ารดาํ เนินกิจกรรมเพมิ่ เติมจากกิจกรรมท่ีไดก้ าํ หนดไวแ้ ต่แรก หรือจดั ทาํ โครงการยอ่ ยมา
สนับสนุนเพือ่ ใหก้ ารดาํ เนินงานตามแผนบรรลุวตั ถุประสงคท์ ่ีต้งั ไว้ ดงั แผนภาพท่ี 2

ความกา้ วหนา้

ผลกระทบ

แผนพฒั นาทอ้ งถิ่น โครงการ/กิจกรรม/ ประเมินผล บรรลุวตั ถุประสงค์
+ งานต่าง ๆ คุม้ ค่า

งบประมาณ ครุภณั ฑบ์ ริการ ต้งั ขอ้ สงั เกต
สาธารณะ

ขอ้ เสนอแนะ
แผนภาพที่ 2 ประเด็นสาํ คญั การติดตามและประเมินผลแผนพฒั นาทอ้ งถิ่น

การติดตามและประเมินผลแผนพฒั นาทอ้ งถิ่นในการประเมินผลน้ัน จะตอ้ งประเมินถึง
ความกา้ วหน้า ผลกระทบ การบรรลุวตั ถุประสงค์ ความคุม้ ค่า การต้งั ขอ้ สงั เกต และขอ้ เสนอแนะท่ีจะ
พัฒนาทอ้ งถิ่นที่เกิดจากโครงการ กิจกรรม งานต่าง ๆ ครุภัณฑ์บริการสาธารณะ หากองค์กรกร
ปกครองส่วนทอ้ งถิ่นไม่มีการประเมินผลในสิ่งเหล่าน้ ี ก็ย่อมยากที่จะทราบถึงผลสําเร็จที่เกิดข้ ึนจริง
ผลลพั ธ์ (outcome) ที่เกิดข้ ึนจริง

3. หลกั การตดิ ตามและประเมินผลแผนพฒั นาทอ้ งถ่ิน
3.1 บทสรุปท่ีเป็ นหลกั การทวั ่ ไป เป็ นการประเมินประสิทธิภาพและประสิทธิผลของ

แผนพฒั นาทอ้ งถิ่นซ่ึงเป็ นการประเมินผลท้ังวิสัยทัศน์ ประเด็นยุทธศาสตร์ เป้าประสงค์ ตัวช้ ีวดั
ค่าเป้าหมาย และกลยุทธ์ แผนงาน โครงการพฒั นา กิจกรรม งานต่าง ๆ ครุภณั ฑบ์ ริการสาธารณะและ
เคร่ืองมือท่ีใชใ้ นการพฒั นาทอ้ งถิ่นอันไดแ้ ก่ครุภัณฑส์ ําหรบั ใชใ้ นการจดั ทําบริการสาธารณะ เป็ นการ
ประเมินองคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ินท่ีมีผลเกิดจากการปฏิบตั ิงานของบุคลากรในองคก์ รปกครองส่วน
ทอ้ งถิ่นว่ายุทธศาสตร์การพัฒนาทอ้ งถ่ินและแนวทางท่ีถูกกําหนดไวใ้ นรูปของแผนงาน โครงการ
กิจกรรม งานตา่ ง ๆ และครุภณั ฑเ์ พอื่ ดาํ เนินการจดั ทาํ บรกิ ารสาธารณะน้ันไดด้ าํ เนินการบรรลุวตั ถุประสงค์

ดร.สุรยิ ะ หินเมืองเก่า การตดิ ตามและประเมินผลแผนพฒั นาทอ้ งถ่ ินขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ ิน หนา้ 7

จริงหรือไม่ สนองตอบต่อความตอ้ งการของประชาชนหรือผูม้ ีส่วนไดเ้ สียทุกฝ่ ายหรือไม่ การติดตาม
และประเมินผลน้ ีไม่ใชก่ ารตรวจสอบเพื่อการจบั ผิดแต่เพ่ือเป็ นเครื่องมือทดสอบผลการทํางานเพ่ือให้
ทราบวา่ ผลท่ีเกิดข้ ึนถูกตอ้ งและเป็ นไปตามวตั ถุประสงคม์ ากน้อยเพียงใดและผลที่ไดร้ บั น้ันสอดคลอ้ ง
กบั วตั ถุประสงคแ์ ละโครงการท่ีไดก้ าํ หนดไวห้ รอื ไม่

3.2 หลักการเฉพาะการติดตามและประเมินผลแผนพัฒนาทอ้ งถิ่น เป็ นการติดตามและ
ประเมินผลแผนพัฒนาท้องถ่ินว่าเป็ นไปตามความต้องการของประชาชนในท้องถ่ินหรือไม่และมีความ
สอดคลอ้ งตามบทบาท หน้าท่ีและอาํ นาจขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ินหรอื ไม่ นโยบายสาธารณะท่ีกาํ หนดไว้
ในรูปของการวางแผนพฒั นาทอ้ งถ่ินแบบมีส่วนร่วมของประชาชนไดด้ ําเนินการตามเป้าหมายท่ีกําหนดไว้
หรือไม่ ระยะเวลาในการดาํ เนินการสอดคลอ้ งกับงบประมาณและสภาพพ้ ืนท่ีของทอ้ งถ่ินหรือไม่ การติดตาม
และประเมินผลเป็ นการวัดระดับความสําเร็จหรือลม้ เหลวของยุทธศาสตร์การพัฒนาซ่ึงปรากฏอยู่ใน
แผนพฒั นาทอ้ งถ่ินซ่ึงครอบคลุมถึงสิ่งแวดลอ้ มของนโยบาย (environments or contexts) การประเมินปัจจยั
นําเขา้ หรือทรพั ยากรท่ีใชใ้ นโครงการ (inputs) การติดตามและประเมินผลกระบวนการนํานโยบายไปปฏิบตั ิ
(implementation process) การประเมินผลผลิตนโยบาย (policy outputs) การประเมินผลลพั ธน์ โยบาย (policy
outcomes) และการประเมินผลกระทบนโยบาย (policy impacts) สิ่งท่ีจะไดร้ บั หรือสนองตอบกลบั จากการ
ติดตามและประเมินผลก็คือจะช่วยทําใหผ้ ูบ้ ริหารท้องถิ่นนําไปเป็ นเครื่องมือในการปรับปรุงนโยบาย
ยุทธศาสตรก์ ารพฒั นา แผนพฒั นาทอ้ งถิ่นใหมห่ รอื ปรบั เปลี่ยนใหส้ อดคลอ้ งกบั สถานการณ์ท่ีเป็ นปัจจุบนั การ
เปลี่ยนแปลงของพ้ ืนท่ีและนโยบายของรฐั หรืออาจใชเ้ ป็ นเคร่ืองมือในการเลือกที่จะกระทําหรือไม่กระทําหรือ
ยกเลิกโครงการในกรณีที่เห็นวา่ ไมเ่ กิดความคุม้ ค่าต่อประชาชนหรือประชาชนไมพ่ ึงพอใจ ซึ่งการติดตามและ
ประเมินผลน้ ีมีท้งั ในรูปของคณะกรรมการการติดตามและประเมินผลแผนพฒั นาทอ้ งถิ่น สมาชิกสภาทอ้ งถิ่น
ประชาชนในพ้ ืนที่ องคก์ รภาคประชาสงั คมหรือองคก์ รทางสังคม องคก์ รเอกชน หน่วยงานราชการที่มีหน้าที่
กาํ กบั ดูแลและหน่วยงานราชการอื่น ๆ

4. ความสาคญั ของการตดิ ตามและประเมินผลแผนพฒั นาทอ้ งถ่ิน
เม่ือองคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ินไดด้ าํ เนินการประกาศใชแ้ ผนพฒั นาทอ้ งถิ่นและนําแผนพฒั นา

ทอ้ งถ่ินไปสู่การปฏิบัติโดยนําไปจดั ทํางบประมาณรายจา่ ยประจาํ ปี งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม การใชจ้ ่าย
ขาดเงินสะสม (จา่ ยขาดเงินสะสม) การใชง้ บประมาณเงนิ อุดหนุนเฉพาะกิจและงบประมาณรายจ่ายดว้ ยวิธีการ
อ่ืน ๆ เมื่อมีการใชจ้ า่ ยงบประมาณก็ตอ้ งมกี ารตรวจสอบผลการใชจ้ า่ ยงบประมาณวา่ ดาํ เนินการไปอยา่ งไรบา้ ง
บรรลุวตั ถุประสงคม์ ากนอ้ ยเพยี งใดก็คือการใชว้ ธิ ีการติดตามและประเมนิ ผลแผนพฒั นาทอ้ งถิ่น

การนํ าแผนพัฒนาท้องถิ่นไปจัดทํางบประมาณรายจ่ายน้ ี เป็ นไปตามระเบียบ
กระทรวงมหาดไทยวา่ ดว้ ยวธิ ีการงบประมาณขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิ่น พ.ศ. 2563 “ขอ้ 22
กาหนดว่า ใหใ้ ชแ้ ผนพัฒนาขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ นิ เป็นแนวทางในการจดั ทางบประมาณ ให้
หัวหน้าหน่วยงานจดั ทาประมาณการรายรบั และประมาณการรายจา่ ยและใหห้ วั หน้าหน่วยงานคลงั
รวบรวมรายงานการเงนิ และสถติ ติ า่ ง ๆ ของทกุ หน่วยงานเพ่ ือใชป้ ระกอบการคานวณขอตง้ั งบประมาณ
เสนอตอ่ เจา้ หนา้ ท่ ีงบประมาณ”

ดร.สุรยิ ะ หนิ เมืองเก่า การติดตามและประเมินผลแผนพฒั นาทอ้ งถ่ ินขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ ิน หนา้ 8

แผนพัฒนาท้องถิ่นนําไปสู่ผลสําเร็จของการพัฒนาท้องถ่ินเป็ นเรื่องของการติดตามและ
ประเมินผลแผนพฒั นาทอ้ งถิ่น ซ่ึงเกิดจากการวางแผนพฒั นาทอ้ งถิ่น (ตน้ น้ํา) แลว้ นําไปสู่การจดั ทํา
งบประมาณรายจา่ ย (กลางน้ํา) มีการใชง้ บประมาณรายจา่ ยท่ีไดต้ ้งั ไวซ้ ึ่งจะเป็ นสว่ นสาํ คญั ที่จะแสดงให้
เห็นถึงความสําเร็จ ความลม้ เหลวและแนวทางในการกําหนดกรอบการพฒั นาในระยะภายหน้าต่อไป
โดยผา่ นข้นั ตอนของการจดั ซ้ อื จดั จา้ งและการบริหารพสั ดุภาครฐั (ปลายน้ํา) ดงั แผนภาพท่ี 3

แผนพฒั นาทอ้ งถิ่นนาไปสู่ผลสาเรจ็ ของการพฒั นาทอ้ งถน่ิ

ตน้ น้ํา กลางน้ํา ปลายน้ํา ผลลพั ธ์
แผนพฒั นาทอ้ งถ่ิน -ถนนดี
งบประมาณรายจา่ ย การจดั ซ้ อื จดั จา้ ง -น้ําใส
ประจาํ ปี และการบริหารพสั ดุ -ไฟฟ้าแสง
สวา่ ง
งบประมาณรายจา่ ย ภาครฐั -สงั คมดี
เพ่มิ เติม -มีรายได้
-ยาเสพติด
ใชจ้ า่ ยเงินสะสม ลดลง
ฯลฯ
ใชจ้ า่ ยเงนิ อดุ หนุน
เฉพาะกจิ

แผนภาพท่ี 3 แผนพฒั นาทอ้ งถิ่นนําไปสูผ่ ลสาํ เร็จของการพฒั นาทอ้ งถิ่น โดยการจดั ทาํ งบประมาณ
รายจา่ ยในรูปแบบต่าง ๆ

การที่จะเกิดการติดตามและประเมินผลแผนพฒั นาทอ้ งถ่ินไดน้ ้ัน ตอ้ งมีการประกาศใช้
แผนพฒั นาทอ้ งถ่ินก่อนซ่ึงเปรียบไดก้ บั ตน้ น้ํา และเมื่อนําแผนพฒั นาทอ้ งถิ่นไปจดั ทาํ เป็ นงบประมาณ
รายจ่าย ก็คือการเขา้ สู่กลางน้ําหรือคร่ึงทางของการขับเคล่ือนแผนพัฒนาท้องถ่ินใหบ้ รรลุตาม
วัตถุประสงค์และวิสัยทัศน์ที่กําหนดไวน้ ้ัน และเมื่อจัดทํางบประมาณรายจ่ายเสร็จส้ ินจนถึงการ
ประกาศใช้แล้ว ก็เข้าไปสู่การจัดซ้ ือจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐหรือดําเนิ นการตาม
พระราชบญั ญตั ิการจดั ซ้ ือจดั จา้ งและการบริหารพสั ดุภาครฐั พ.ศ. 2560 เป็ นเสน้ ทางสุดทา้ ยท่ี
แผนพัฒนาทอ้ งถ่ินจะบรรลุผลสําเร็จก็คือปลายน้ํา ผลสําเร็จท่ีเกิดข้ ึนน้ ีจะส่งผลใหเ้ กิดการพัฒนา
ทอ้ งถิ่นอยา่ งเป็ นรปู ธรรม

สรุปไดว้ า่ 1) ตน้ น้ํา: แผนพฒั นาทอ้ งถิ่น เช่น แผนพฒั นาสามปี พ.ศ. 2560-2562แผนพฒั นา
ทอ้ งถิ่นสี่ปี ฉบบั พ.ศ. 2561-2564 หรือแผนพฒั นาทอ้ งถ่ิน ฉบบั พ.ศ. 2561-2565 หรือ ฉบบั พ.ศ. 2566-
2570 เป็ นตน้ ดําเนินการตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าดว้ ยการจดั ทําแผนพฒั นาขององคก์ รปกครองส่วน
ทอ้ งถิ่น พ.ศ. 2548 (ฉบบั ที่ 2) พ.ศ. 2559 และ (ฉบบั ท่ี 3) พ.ศ. 2561 ระเบียบกระทรวงมหาดไทยวา่ ดว้ ยการ
จดั ทาํ แผนและประสานแผนพฒั นาพ้ ืนที่ในระดบั อาํ เภอและตาํ บล พ.ศ. 2562 และพระราชกฤษฎีกาวา่ ดว้ ยการ
บรหิ ารงานจงั หวดั และกลุม่ จงั หวดั แบบบรู ณาการ พ.ศ. 2551

ดร.สุรยิ ะ หนิ เมืองเก่า การติดตามและประเมินผลแผนพฒั นาทอ้ งถ่ ินขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ ิน หนา้ 9

2) กลางน้ํา: งบประมาณรายจา่ ย ซ่ึงปรากฏในรูปของงบประมาณรายจ่ายประจาํ ปี /งบ
ประมารรายจา่ ยเพ่ิมเติม การใชจ้ า่ ยขาดเงินสะสม (จ่ายขาดเงินสะสม) การใชง้ บประมาณเงินอุดหนุนเฉพาะกิจ
และงบประมาณรายจา่ ยดว้ ยวธิ ีการอื่น ๆ ดาํ เนินการตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยวา่ ดว้ ยวธิ ีการงบประมาณ
ขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ิน พ.ศ. 2563 ระเบียบกระทรวงมหาดไทยวา่ ดว้ ยการรบั เงิน การเบิกจ่ายเงิน การ
ฝากเงนิ การเก็บรกั ษาเงินและการตรวจเงนิ ขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิ่น พ.ศ. 2547 (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ. 2548
(ฉบบั ที่ 3) พ.ศ. 2558 และ (ฉบบั ที่ 4) พ.ศ. 2561และพระราชบญั ญตั ิวธิ ีการงบประมาณ พ.ศ. 2561

3) ปลายน้ํา: การจดั ซ้ ือจดั จา้ งและการบริหารพสั ดุภาครฐั ดาํ เนินการตามพระราช
บญั ญตั ิการจดั ซ้ อื จดั จา้ งและการบริหารพสั ดุภาครฐั พ.ศ. 2560 และระเบียบกระทรวงการคลงั วา่ ดว้ ยการจดั ซ้ ือ
จดั จา้ งและการบรหิ ารพสั ดุภาครฐั พ.ศ. 2560

สมบัติ ธํารงธัญวงศ์ (2544) การประเมินผลมีจุดหมายสําคัญ (purposes of
evaluation) หลายประการดงั น้ ี

1) เพ่ือปรบั ปรุงประสิทธิภาพการจดั การและการบริหาร การประเมินผลจะทาํ ใหท้ ราบวา่
การท่ีรบั ผิดชอบการนํานโยบายไปปฏิบตั ิมีสมรรถภาพในการจดั การและการบริหารมากน้อยเพียงใด
โดยเฉพาะการใชท้ รพั ยากรท้งั บุคลากรและงบประมาณ ตลอดจนอุปกรณแ์ ละเครอื่ งมือต่าง ๆ ท่ีจาํ เป็ น
สําหรับการนํานโยบายไปปฏิบัติใหบ้ รรลุวตั ถุประสงค์อย่างมีประสิทธิภาพการประเมินผลจะทําให้
ทราบวา่ มปี ัญหาและอุปสรรคในการจดั การและการบริหารอะไรบา้ ง ปัญหาดงั กล่าวเกิดข้ ึนในข้นั ตอน
ใด เป็ นปัญหาจากภายในองคก์ าร หรือจากภายนอกองคก์ าร การทราบขอ้ มูลดงั กล่าวจะเป็ นประโยชน์
อยา่ งยง่ิ ตอ่ การแสวงหาแนวทางการปรบั ปรุงแกไ้ ขการจดั การและการบริหารใหม้ ีประสิทธิภาพยง่ิ ข้ ึน

2) เพื่อการปรบั ปรุงแผนงาน การประเมินผลจะทาํ ใหท้ ราบวา่ แผนงานต่าง ๆ ท่ีกาํ หนดข้ ึน
มีความเหมาะสมต่อการนําไปปฏิบตั ิใหบ้ รรลุวตั ถุประสงคเ์ พียงใด หากพบว่าแผนงาน มีขอ้ บกพร่อง
การประเมินผลจะช่วยช้ ีแนะจุดสาํ คญั ท่ีจาํ เป็ นจะตอ้ งปรบั ปรุงแกไ้ ขอย่างชดั เจน ท้ังวตั ถุประสงคข์ อง
แผนงาน ข้ันตอนการปฏิบัติ ทรัพยากรท่ีตอ้ งใชแ้ ลว้ ช่วงเวลาที่จะตอ้ งกระทําใหส้ ําเร็จ ซ่ึงจะทําให้
แผนงานมคี วามเหมาะสมตอ่ การนําไปปฏบิ ตั ิใหบ้ รรลุวตั ถุประสงคอ์ ยา่ งมีประสิทธิภาพยง่ิ ข้ ึน

3) เพ่ือประเมนิ ความเหมาะสมของการเปลี่ยนแปลงที่เกิดข้ ึนกบั โครงการ การประเมินผล
จะทําใหท้ ราบวา่ จะตอ้ งทําการเปลี่ยนแปลงโครงการอยา่ งไรบา้ งใหเ้ หมาะสม ระดบั การเปล่ียนแปลง
มากน้อยแค่ไหน การเปลี่ยนแปลงจะก่อใหเ้ กิดผลกระทบอะไรบา้ ง อาทิเช่น การเปล่ียนแปลง
วัตถุประสงค์บางส่วน การเปลี่ยนแปลงแนวทางการปฏิบัติ หรือการเปลี่ยนแปลงหน่วยงานท่ี
รบั ผิดชอบการนําโครงการไปปฏิบตั ิ เป็ นตน้

4) เพื่อระบุแนวทางที่จะปรบั ปรุงมาตรการที่จะนําไปใชใ้ หเ้ หมาะสม การประเมินผลจะทําให้
ทราบวา่ มาตรการหรือกิจกรรมที่ใชอ้ ยมู่ ีขอ้ บกพร่องอะไรบา้ ง ขอ้ บกพรอ่ งดงั กล่าวเกิดจากสาเหตุอะไร เพ่ือ
นํามาประมวลผลเพื่อแสวงหาแนวทางแกไ้ ขปรบั ปรุงมาตรการใหมใ่ หเ้ หมาะสมต่อการนําไปปฏิบตั ิใหบ้ รรลุ
วตั ถุประสงคย์ ง่ิ ข้ ึน

5) เพ่ือความกระจ่างชัดของแผนงาน การประเมินผลต้ังแต่จุดเริ่มตน้ ของแผนงาน
จนกระทัง่ จุดสุดทา้ ยของแผนงานจะทําใหท้ ราบว่าข้ันตอนใดบา้ งท่ีมีปัญหาอุปสรรค และปัญหา

ดร.สรุ ยิ ะ หนิ เมืองเก่า การติดตามและประเมินผลแผนพฒั นาทอ้ งถ่ ินขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ ิน หนา้ 10

อุปสรรคเหล่าน้ันเกิดจากสาเหตุอะไร เม่ือทราบขอ้ มูลท้งั หมด การประเมินผลจะเป็ นเครื่องมือสาํ คัญ
ในการปรบั ปรุงข้นั ตอนการทํางานของแผนงานใหม้ ีความกระจา่ งชดั เพ่ือขจดั ปัญหาอุปสรรคท่ีเกิดข้ ึน
ในแต่ละข้นั ตอนใหห้ มดไป

6) เพื่อการพฒั นาแผนงาน การประเมินผลจะทาํ ใหท้ ราบวา่ แผนงานที่นําไปปฏิบัติมีจุด
แข็ง (strengths) และจุดอ่อน (weaknesses) อะไรบา้ ง และจุดอ่อนท่ีพบเกิดจากสาเหตุอะไรและจะ
แกไ้ ขไดอ้ ย่างไร เม่ือไดท้ ําการวิเคราะห์ขอ้ มูลครบถว้ นแลว้ ผลการวิเคราะหจ์ ะนําไปสู่การพัฒนา
แผนงานใหม้ ีความเหมาะสม และมปี ระสิทธิภาพยงิ่ ข้ ึน

7) เพ่อื ตอบสนองความตอ้ งการของผใู้ หก้ ารสนับสนุนทางการเงินในการประเมนิ ผลโครงการน้ัน
จะตอ้ งเขา้ ใจวา่ มีผสู้ นับสนุนทางการเงิน 2 ส่วนคือ ส่วนแรก คือ ผูส้ นับสนุนการเงินแก่โครงการ เพื่อใหก้ าร
นําโครงการไปปฏบิ ตั ิประสบผลสาํ เร็จ และส่วนที่สองคือผใู้ หก้ ารสนับสนุนทางการเงินเพ่ือทาํ การประเมินผล
โครงการ ท้งั ผใู้ หก้ ารสนับสนุนการนําโครงการไปปฏิบตั ิและผสู้ นับสนุนการประเมินผลต่างตอ้ งการทราบวา่
ผลของการนํานโยบายไปปฏิบตั ิบรรลุวตั ถุประสงคเ์ พียงใด มีปัญหาอุปสรรคท่ีจะตอ้ งปรบั ปรุงแกไ้ ขโครงการ
หรือไม่ ดังน้ัน การประเมินผลจึงเป็ นเครื่องมือในการตอบสนองความตอ้ งการของผูใ้ หก้ ารสนับสนุนทาง
การเงินท้งั สองส่วน

8) เพื่อทดสอบแนวความคิดริเร่ิมใหม่ในการแกไ้ ขปัญหาของชุมชน การประเมินผลจะ
ช้ ีใหเ้ ห็นวา่ แนวความคิดริเร่ิมใหม่ในการแกไ้ ขปัญหาของชุมชนประสบความสาํ เร็จตามวตั ถุประสงคท์ ่ี
กาํ หนดไวเ้ พยี งใด มีปัญหาและอุปสรรคในการดาํ เนินงานอยา่ งไรบา้ ง และปัญหาอุปสรรคเหล่าน้ันจะ
แกไ้ ขไดอ้ ยา่ งไร ดงั น้ัน การประเมินผลจึงมีบทบาทสาํ คญั ที่จะบอกวา่ แนวคิดริเริ่มใหม่น้ ีไดผ้ ลเพียงใด
และหรอื จะตอ้ งปรบั ปรุงในสว่ นใดบา้ ง

9) เพื่อการตัดสินใจที่จะขยายโครงการหรือยุติโครงการ หรือใหก้ ารสนับสนุนโครงการ
หน่ึงและยกเลิกอีกโครงการหนึ่ง การประเมินผลจะทําใหเ้ กิดความกระจ่างชดั วา่ โครงการใดท่ีนําไป
ปฏิบัติแลว้ ไดผ้ ลดีสมควรจะขยายโครงการใหค้ รอบคลุมกวา้ งขวางย่ิงข้ ึน หรือโครงการใดมีปัญหา
อุปสรรคมากและไม่สอดคลอ้ งกับการแกไ้ ขปัญหาของสังคมควรจะยุติโครงการเสีย เพ่ือลดความ
สูญเสียใหน้ ้อยลง หรือในกรณีที่มีโครงการที่มีลักษณะแข่งขันกัน การประเมินผลจะทําใหท้ ราบว่า
โครงการใดมีประสิทธิภาพในการแกไ้ ขปัญหาของสาธารณชน สมควรสนับสนุนใหด้ ําเนินการต่อไป
ส่วนโครงการท่ีไมป่ ระสบความสาํ เรจ็ หรอื ใหผ้ ลตอบแทนนอ้ ยกวา่ มาก ก็ควรจะยกเลิกท้ ิงเสีย

อญั ชลี มมี ุข คอนวซิ าํ (2550) การประเมินโครงการมีความสาํ คญั และคุณคา่ หลายประการ คือ
1) เป็ นภารกิจที่สาํ คญั ของระบบการวางแผนและการบริหารแผน/โครงการท่ีมีส่วนสาํ คญั
ในการควบคุมคุณภาพงาน ท้งั น้ ีเน่ืองจากการประเมนิ โครงการเป็ นการตรวจสอบและควบคุมชนิดหน่ึง
ซ่ึงดาํ เนินงานอยา่ งมีระบบทุกสว่ นของโครงการและปัจจยั ทุกชนิดที่ใชใ้ นการดาํ เนินงานท้งั ปัจจยั นําเขา้
(inputs) กระบวนการ (process)และผลงาน (outputs) จะไดร้ บั การตรวจสอบทุกข้นั ตอน และนํามา
ซงึ่ ขอ้ มูลท่ีจาํ เป็ นอนั เป็ นขอ้ มูลยอ้ นกลบั ท่ีจะนํามาใชใ้ นการปรบั ปรุงการดาํ เนินงาน เพราะนอกจากน้ ี
จะช้ ใี หเ้ หน็ ขอ้ บกพรอ่ งของการปฏบิ ตั ิงานแลว้ ยงั ช้ ีใหเ้ ห็นผลการปฏิบตั ิงานซ่ึงไมส่ ามารถทราบไดจ้ าก
กระบวนการวางแผน

ดร.สรุ ยิ ะ หินเมืองเก่า การติดตามและประเมินผลแผนพฒั นาทอ้ งถ่ ินขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ ิน หนา้ 11

2) เป็ นเคร่ืองมือที่ช่วยใหฝ้ ่ ายบริหารสามารถปรบั ปรุงระบบการวางแผนและบริหารแผน
ดว้ ยการใหข้ อ้ มูลที่ต่อเนื่อง ทําใหส้ ามารถปรบั สภาพการปฏิบัติใหเ้ ขา้ กบั สถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง
สามารถควบคุมแผนและโครงการใหเ้ ป็ นไปตามทิศทางท่ีกาํ หนดไว้

3) การประเมินช่วยใหก้ ารใชท้ รพั ยากรเป็ นไปอย่างคุม้ ค่าหรือเกิดประโยชน์เต็มท่ี ท้ังน้ ี
เพราะการประเมนิ โครงการจะตอ้ งวเิ คราะหท์ ุกส่วนของโครงการ ขอ้ มูลใดหรือปัจจยั ใดที่จะเป็ นปัญหา
จะไดร้ บั การปรับปรุงแกไ้ ขเพ่ือใหส้ ามารถปฏิบัติไดห้ รือใชใ้ นการปฏิบัติงานอย่างเหมาะสม คุม้ ค่า
ทรัพยากรทุกชนิดจะได้รับการจัดสรรใหอ้ ยู่ในจํานวนหรือปริมาณที่เหมาะสมเพียงพอแก่การ
ดาํ เนินงาน

4) การประเมินโครงการมีส่วนในการสรา้ งขวัญกําลังใจใหผ้ ูป้ ฏิบัติงานตามโครงการ
เพราะการประเมินโครงการมิใชเ่ ป็ นการควบคุมบงั คบั บญั ชาหรอื สงั่ การ แต่เป็ นการศึกษาวเิ คราะหเ์ พอื่
การปรบั ปรุงแกไ้ ขและเสนอแนะวธิ ีการใหม่ ๆ เพื่อใชใ้ นการปฏิบตั ิโครงการยอ่ มจะนํามาซึ่งผลงานที่ดี
เป็ นที่ยอมรบั ของผูท้ ่ีเกี่ยวขอ้ งท้ังปวง โดยลกั ษณะเช่นน้ ียอ่ มทําใหผ้ ูป้ ฏิบตั ิมีกําลงั ใจ มีความพึงพอใจ
และมีความต้ังใจกระตือรือรน้ ที่จะปฏิบัติงานต่อไปและมากข้ ึน ฉะน้ันจึงกล่าวไดว้ ่าการประเมิน
โครงการมีสว่ นสาํ คญั ในการสรา้ งขวญั กาํ ลงั ใจและความพึงพอใจในการปฏิบตั ิงาน

การติดตามและการประเมนิ ผลเป็ นเครอื่ งมอื ท่ีจาํ เป็ นในการปรบั ปรุงประสิทธิภาพของโครงการท่ี
ดําเนินอยู่ โดยท่ีการติดตาม (monitoring) เป็ นกิจกรรมภายในโครงการซึ่งถูกออกแบบมาเพ่ือใหข้ อ้ มูล
ป้อนกลบั (feedback) เก่ียวกบั การดาํ เนินงานโครงการ ปัญหาที่กาํ ลงั เผชิญอยู่ และประสิทธิภาพของวิธีการ
ดาํ เนินงาน หากไม่มีระบบติดตามของโครงการแลว้ ยอ่ มส่งผลใหเ้ กิดความล่าชา้ ในการดาํ เนินงานใหล้ ุล่วง
คา่ ใชจ้ า่ ยโครงการสูงเกินกวา่ ท่ีกาํ หนดไว้ กลุ่มเป้าหมายหลกั ของโครงการไมไ่ ดร้ บั ประโยชน์หรอื ไดร้ บั น้อยกวา่
ท่ีควรจะเป็ น เกิดปัญหาในการควบคุมคุณภาพของการดําเนินงาน เสียเวลาในการตรวจสอบความขดั แยง้ ใน
การปฏบิ ตั ิงานภายในหน่วยงานหรือระหวา่ งหน่วยงานกบั กลุ่มเป้าหมายท่ีไดร้ บั ประโยชน์จากโครงการ ในทาง
ตรงกนั ขา้ มหากโครงการมีระบบติดตามที่ดีแลว้ จะก่อใหเ้ กิดประสิทธิภาพในการใชต้ น้ ทุน (cost-effective)
ดาํ เนินงานดา้ นต่างๆ ยกตวั อยา่ ง เชน่ การใหข้ อ้ มูลป้อนกลบั เกี่ยวกบั การบรรลุเป้าหมายของโครงการต่าง ๆ
การระบุปัญหาที่เกิดข้ ึนในโครงการและการเสนอทางแกไ้ ขปัญหา การติดตามดูความสามารถในการเขา้ ถึง
โครงการของกลุ่มเป้าหมาย การติดตามดูประสิทธิภาพในการดาํ เนินงานของส่วนต่างๆ ในโครงการ และการ
เสนอวธิ ีการปรบั ปรุงการดาํ เนินงาน เป็ นตน้ ดงั แผนภาพท่ี 4

ดร.สรุ ยิ ะ หนิ เมืองเก่า การติดตามและประเมินผลแผนพฒั นาทอ้ งถ่ ินขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ ิน หนา้ 12

ปรบั ปรุง ขยายโครงการ พบจุดแขง็ พบขอ้ บกพรอ่ ง
แผนงาน/ หรือยตุ ิ จุดออ่ นของ
โครงการ
โครงการหรือ ตนเอง
ปรบั ปรุง ดาํ เนินการต่อ
ประสิทธิภาพ
การจดั การ ความสาํ คญั ของการ กระจา่ งและ
ติดตามและประเมินผล ชดั เจน
ปรบั ปรุง
มาตรฐาน แผนพฒั นาทอ้ งถิ่น เหมาะสม
คุม้ คา่ สม
ประโยชน์

เกดิ การริเริ่ม สนองตอบผใู้ ช้
ใหม่ งบประมาณ

แผนภาพที่ 4 ความสาํ คญั ของการติดตามและประเมินผลแผนพฒั นาทอ้ งถ่ิน

กลา่ วโดยสรุป ความสาํ คญั ของการติดตามและประเมนิ ผลแผนเป็ นเคร่อื งมอื สาํ คญั ในการ
ทดสอบผลการดาํ เนินงานตามภารกิจขององคก์ รวา่ ดาํ เนินการไดต้ ามเป้าหมายท่ีกาํ หนดไวห้ รือไม่ ทํา
ใหท้ ราบและกําหนดทิศทางการพฒั นาไดอ้ ยา่ งเป็ นรูปธรรมและเกิดความชดั เจนท่ีทําใหท้ ราบถึงจุด
แข็ง (strengths) จุดอ่อน (weaknesses) โอกาส (opportunities) ปัญหาหรืออุปสรรค (threats)
ของการพฒั นาทอ้ งถ่ินซง่ึ อาจเกิดจากบริบทขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิ่น บุคลากร สภาพพ้ ืนท่ีและผู้
มีส่วนเกี่ยวขอ้ งเพ่ือนําไปสูก่ ารปรบั ปรุงแผนงาน โครงการ กิจกรรม งานต่าง ๆ ใหเ้ กิดความสอดคลอ้ ง
กบั สภาพแวดลอ้ มในสังคมภายใตค้ วามตอ้ งการและความพึงพอใจของประชาชนและนําไปสู่การวาง
แผนการพฒั นาทอ้ งถ่ินในปี ต่อ ๆ ไปเพ่อื ใหเ้ กิดผลสมั ฤทธ์ิเชงิ คุณคา่ ในการจดั ทาํ บริการสาธารณะหรือ
กิจการสาธารณะมากท่ีสุดและเมื่อพบจุดแข็ง ก็ตอ้ งเรง่ รีบดาํ เนินการและจะตอ้ งมีความสุขุมรอบครอบ
ในการดาํ เนินการ ขยายโครงการ กิจกรรม งานต่าง ๆ ที่เป็ นจุดแข็งและพึงรอโอกาสในการเสริมสรา้ ง
ใหเ้ กิดจุดแข็งน้ ี และเม่ือพบปัญหาหรืออุปสรรคก็จะตอ้ งต้งั รบั ใหม้ นั่ รอโอกาสที่จะดาํ เนินการและต้งั
มนั่ อยา่ งสุขุมรอบคอบ พยายามลดถอยหรอื ลดลงในส่ิงท่ีเป็ นปัญหาและอุปสรรคลงไป เมื่อพบจุดอ่อน
ตอ้ งหยุดและลดถอยปัญหาลงใหไ้ ด้ ดําเนินการปรบั ปรุงใหด้ ีข้ ึนต้งั รบั ใหม้ นั่ เพื่อรอโอกาสและสุดทา้ ยเม่ือมี
โอกาสก็จะตอ้ งใชพ้ นั ธมติ รใหเ้ กิดประโยชน์เพอ่ื ดาํ เนินการขยายแผน โครงการ กิจกรรม งานต่าง ๆ พรอ้ มการ
ปรบั ปรุงและเรง่ รีบดาํ เนินการ สิ่งเหล่าน้ ีจะถูกคน้ พบเพ่ือใหเ้ กิดการพฒั นาโดยการติดตามและประเมินผลซ่ึง
ส่งผลใหเ้ กิดกระบวนการพฒั นาทอ้ งถ่ินอยา่ งเขม้ แข็งและมีความยงั่ ยืน เป็ นไปตามเป้าประสงคท์ ่ีต้งั ไวไ้ ด้
อยา่ งดียง่ิ

ดร.สรุ ยิ ะ หินเมืองเก่า การตดิ ตามและประเมินผลแผนพฒั นาทอ้ งถ่ ินขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ ิน หนา้ 13

2. แนวคิดการติดตามและประเมินผลแผนพฒั นาทอ้ งถ่ิน

1. ความนา
การติดตามและประเมินผลแผนพฒั นาทอ้ งถ่ินเป็ นกลไกในการตรวจสอบการทาํ งานขององคก์ ร

ปกครองสว่ นทอ้ งถิ่นเพือ่ ใหเ้ กิดความโปรง่ ใส เป็ นเข็มทิศท่ีจะช้ ีไดว้ า่ การพฒั นาทอ้ งถิ่นจะไปในทิศทางใด จะ
ดําเนินการต่อหรือยุติโครงการ กิจกรรม งานต่าง ๆ เป็ นกลไกของการขับเคล่ือนเสริมสรา้ งระบอบ
ประชาธิปไตยในทอ้ งถ่ิน เพราะวา่ การดาํ เนินการใด ๆ ของหน่วยงานไม่วา่ จะเป็ นสาํ นัก/กอง/ฝ่ ายต่าง ๆ เม่ือ
มีการประเมินผลในส่ิงท่ีวางแผนพฒั นาทอ้ งถ่ินไวแ้ ลว้ และท่ีไดจ้ ดั ทําเป็ นงบประมาณรายจ่ายไดร้ บั การตรวจ
ติดตามโดยคณะกรรมการท่ีถูกจัดต้ังข้ ึนก็ตามหรือจากการติดตามการประเมินผลโดยหน่วยงานภาครัฐ
ภาคเอกชน ภาคประชาสงั คม สมาชิกสภาทอ้ งถ่ิน ประชาชนในทอ้ งถิ่นลว้ นเป็ นกระบวนการมีส่วนรว่ มเพื่อให้
เกิดความโปรง่ ใส เพอ่ื นําไปสู่การพฒั นาทอ้ งถิ่นอยา่ งยงั่ ยนื

หน่วยงานหรือองค์กรภาครัฐใด ๆ ก็ตามหากมีแนวคิดหรือมุมมองการติดตามและการ
ประเมนิ ผลเป็ นเรอ่ื งของการจบั ผิดเป็ นการไมไ่ วว้ างใจในการทาํ งานน้ันก็จะส่งผลกระทบต่อการพฒั นาแบบมี
ส่วนร่วม เป็ นการพฒั นาและดําเนินการภายใตอ้ าํ นาจนิยมไม่เป็ นประชาธิปไตย ขาดการมีส่วนร่วม การ
กระจายอาํ นาจน้ันคือการมุง่ ไปสูก่ ารมีส่วนรว่ มของประชาชนในทอ้ งถ่ิน ไมใ่ ชก่ ารกระจายอาํ นาจเพอ่ื ผบู้ รหิ าร
ทอ้ งถิ่น สมาชิกสภาทอ้ งถิ่นและขา้ ราชการทอ้ งถิ่นเป็ นการเฉพาะการติดตามและประเมินผลน้ันจะตอ้ งปลอด
จากการถูกคุกคามของผรู้ บั ตรวจ ผรู้ บั ตรวจตอ้ งมจี ิตใจสาธารณะและเขา้ ใจหนา้ ที่ของผตู้ รวจเพื่อผลสาํ เรจ็ ของ
แผน โครงการ กิจกรรม งานต่าง ๆ ที่ไดก้ ําหนดไว้ การติดตามและประเมินผลน้ ีเป็ นการปฏิบัติงานของ
หน่วยงานภาครฐั ในดา้ นการบริหารจดั การที่จะแสดงใหเ้ ห็นถึงข้นั ตอนของการดาํ เนินการของแผน โครงการ
กิจกรรม งานต่าง ๆ ที่สามารถเปิ ดเผยและตรวจสอบได้ท้ังในเชิงข้อมูล สภาพของส่ิงที่ ดําเนินการ
กระบวนการท่ีมีประสิทธิภาพ การประเมินผลการตรวจสอบจากประชาชนผูไ้ ดร้ ับประโยชน์และไดร้ ับ
ผลกระทบ

กรมส่งเสริมการปกครองทอ้ งถิ่น องคก์ ารความรว่ มมือระหวา่ งประเทศของญ่ีป่ ุน (2547) การ
ประเมินผลอาจทําไดห้ ลายข้ันตอน 1) การประเมินผลก่อนเร่ิมดําเนินโครงการ (appraisal) ซ่ึงจะเป็ นการ
ประเมินว่าโครงการที่จะดําเนินการมีความเหมาะสมหรือไม่ท้ังในแง่ความสอดคลอ้ งกับความตอ้ งการของ
กลุ่มเป้าหมาย เงินทุน หรือผลกระทบท้ังดา้ นบวกและดา้ นลบ เป็ นตน้ 2) การประเมินผลระหว่างโครงการ
(mid-term evaluation) จะทําใหส้ ามารถแกไ้ ขปัญหาไดท้ ันท่วงที โดยทําใหส้ ามารถปรบั ปรุงจุดที่ควรแกไ้ ข
เพอ่ื ใหบ้ รรลุจุดมุง่ หมายที่ไดต้ ้งั ไวไ้ ดท้ นั เวลาก่อนท่ีโครงการจะจบลง 3) การประเมินผลเม่ือโครงการส้ ินสุดลง
(terminal evaluation) โดยมากมกั ทาํ กอ่ นโครงการส้ ินสุดลงเล็กน้อยเพื่อดูความเหมาะสมของโครงการ ณ จุดท่ี
ประเมิน ดูประสิทธิภาพและประสิทธิผลของโครงการ ผลกระทบ รวมถึงความคงอยู่ยงั่ ยืนของผลที่ไดจ้ าก
โครงการ และ 4) การประเมินผลเม่ือโครงการส้ ินสุดไปแลว้ ระยะหน่ึง (ex-post Evaluation) เป็ นการ
ประเมินผลหลงั จากท่ีโครงการส้ ินสุดไปแลว้ ระยะหนึ่ง เพอื่ ดูผลกระทบและความอยยู่ งั่ ยนื ของโครงการ

ดร.สุรยิ ะ หินเมืองเก่า การติดตามและประเมินผลแผนพฒั นาทอ้ งถ่ ินขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ ิน หนา้ 14

2. Balanced Scorecard
เอกชยั บุญยาทิษฐาน (2553) Balanced Scorecard น้ ีถูกจดั เขา้ มาอยใู่ นระบบของการวิเคราะห์

เพราะเหตุท่ีมีปัจจยั หรือมุมมอง 4 ตวั ท่ีเขียนออกมาเป็ นเมทริกซไ์ ด้ และอีกประการหนึ่งในการใช้ BSC ส่ิงท่ี
เราจะไดอ้ อกมาอนั ดบั แรกก็คือกลยุทธ์หรือยุทธศาสตรท์ ่ีจะเอาไปสานต่อเป็ นวตั ถุประสงค์ (objectives) และ
ตวั ช้ วี ดั (indicators) เอาไปสรา้ งเป็ นแนวทางการปฏิบตั ิหรือโครงการโยงเขา้ ไปหาจุดสุดทา้ ยคืองบประมาณ จะ
เห็นไดว้ า่ BSC น้ันมีวสิ ยั ทศั น์ พนั ธกิจและกลยุทธเ์ ป็ นศูนยก์ ลางการกาํ หนดกลยุทธ์ในรูปแบบของ BSC อยู่
บนมุมมองท้งั 4 มีความสมั พนั ธ์ซ่ึงกนั และกัน คือ 1) การเรียนรูแ้ ละการเติบโต 2) กระบวนการภายใน 3)
ลูกคา้ และ 4) การเงิน

การติดตามและประเมินผลแผนพฒั นาขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิ่นเป็ นกระบวนการท่ี
สาํ คญั เป็ นกระบวนการท่ีจะบอกถึงการบรรลุเป้าหมายขององค์กรปกครองส่วนทอ้ งถิ่นซึ่งอาจจะเป็ น
ผลผลิต การบรกิ ารหรือความพึงพอใจซง่ึ เกิดจากกระบวนการวางแผน (planning) ซึ่งประกอบดว้ ยการ
จดั ทําหรือทบทวนแผนหรือการวางแผนพฒั นาทอ้ งถิ่นซ่ึงตอ้ งกําหนดวิสยั ทัศน์ ประเด็นยุทธศาสตร์
(strategic) แผนพฒั นาทอ้ งถ่ินท่ีกาํ หนดระยะเวลาไว้ เชน่ กาํ หนดระยะเวลา 4 ปี พ.ศ. 2561-2564
กาํ หนดระยะเวลา 5 ปี เชน่ พ.ศ. 2561-2565 หรือ พ.ศ. 2566-2570 เป็ นตน้

การวางแผนในเชิงยุทธศาสตรก์ ารพฒั นา (strategic planning development) การวางแผนเป็ น
แผนพฒั นาทอ้ งถิ่นหรือแผนพฒั นาทอ้ งถิ่น 5 ปี (5-year local development plan) และแผนการดาํ เนินงาน
(action plan) แมว้ า่ การติดตามและประเมินผลตามแนวคิดของ Robert S. Kaplan และ David P. Norton จะได้
เสนอแนวคิด Balanced Scorecard เพื่อใชเ้ ป็ นแนวในการวดั ผลกิจการทางธุรกิจเพื่อใหเ้ ห็นภาพรวมขององคก์ ร
ทางธุรกิจซึ่งเน้นการแข่งขันเพ่ือผลกําไร (วีรวุธ มาฆะสิรานนทน์, 2548) แต่ภายใตม้ ุมมองของ Balanced
Scorecard ก็สามารถนํามาปรับใชก้ ับการติดตามและประเมินผลแผนพัฒนาทอ้ งถิ่นขององค์กรปกครองส่วน
ทอ้ งถ่ินไดใ้ นหลายมิติและขอบเขตที่เกิดข้ ึนในดา้ นการพฒั นาทอ้ งถิ่น ไดแ้ ก่ วตั ถุประสงค์ (objective) เพ่ือเป็ น
การกาํ หนดวตั ถุประสงคข์ องแต่ละมุมมองที่ตอ้ งการจะช้ ีวดั ตวั ช้ ีวดั (performance indication) คือ ตวั ช้ ีวดั น้ันจะ
แสดงใหเ้ ห็นวา่ องคก์ รไดบ้ รรลุถึงวตั ถุประสงคใ์ นแต่ละดา้ นหรือไม่ เป้าหมาย (target) คือ เป้าหมายหรือค่าตวั
เลขที่ต้งั ไวเ้ พอ่ื ใหอ้ งคก์ รบรรลุถึงคา่ น้ัน ๆ และแผนงาน โครงการท่ีต้งั ใจ (initiatives) คือ แผนการปฏิบตั ิงานที่มี
การลาํ ดบั เป็ นข้นั ๆ ในการจดั ทํากิจกรรมในเชิงกลยุทธ์ หลกั การของ Balanced Scorecard ช้ ีใหผ้ ูบ้ ริหารเห็นวา่
ธุรกิจจะตอ้ งเพ่ิมพนู และสะสมทุน (cultivate capital) เพื่อเตรียมไวส้ าํ หรบั การใชง้ านในระยะยาว ทุนท่ีวา่ น้ ีก็คือ
ความสามารถและสมรรถภาพ (competence and capability) ขององค์กร โดยเฉพาะความสามารถหลัก
(core competencies) ท่ีตอ้ งเรียนรูแ้ ละพฒั นากนั อย่างมุ่งมนั่ และต่อเน่ือง ณัฐพล ชวลิตชีวิน และ
ปราโมทย์ ศุภปัญญา (2545) มองหลกั การพ้ ืนฐานระบบการวดั ผลท่ีดีและสมดุลของ Balanced Scorecard
ที่สามารถตอบคาํ ถามหลกั 4 ประการ คือ

ประการแรก เป็ นมุมมองทางดา้ นการเงนิ : เราควรจะเป็ นอยา่ งไรในสายตาของผถู้ ือหุน้ ?
ประการที่สอง เป็ นมุมมองทางดา้ นลกู คา้ : แลว้ ลูกคา้ มองเราอยา่ งไร ?
ประการที่สาม เป็ นมุมมองภายในองคก์ ร: เราควรจะเป็ นเลิศในเรือ่ งอะไรบา้ ง ?

ดร.สรุ ยิ ะ หนิ เมืองเก่า การติดตามและประเมินผลแผนพฒั นาทอ้ งถ่ ินขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ ิน หนา้ 15

ประการที่สี่ เป็ นมุมมองทางดา้ นววิ ฒั นาการและการเรียนรู้ : เราจะสามารถพฒั นาสินคา้ และบริการ
ใหมแ่ ละสรา้ งมลู ค่าอยา่ งต่อเนื่องไดอ้ ยา่ งไร ?

Balanced Scorecard ของ Kaplan และ Norton

มุมมองทางดา้ นการเงิน
เราดูเป็ นอยา่ งไร

ในสายตาของผูถ้ ือหนุ้

มุมมองทางดา้ นลกู คา้ มุมมองทางดา้ นธุรกิจ
ลกู คา้ มองเราอยา่ งไร ภายใน

เราควรเป็ นเลิศทางดา้ นไหน

มุมมองทางดา้ น
วิวฒั นาการ & การเรียนรู้
เราจะพฒั นาต่อเนื่องได้

อยา่ งไร

แผนภาพที่ 5 Balanced Scorecard ของ Kaplan และ Norton
ที่มา: ณัฐพล ชวลิตชีวนิ ปราโมทย์ ศุภปัญญา (2545)

แผนภาพ Balanced Scorecard ของ Kaplan และ Norton แสดงใหเ้ ห็นการพยายามตอบคาํ ถาม
ท้งั 4 ขอ้ ท่ีวา่ และยงั มีคาํ ถามท่ีควรจะตอ้ งนําเอาไปคิดต่ออีกหากจะพฒั นาในเชิงกลยุทธ์ใหเ้ กิดผลสาํ เร็จ
เช่น เรากําลังพยายามจะทําอะไรในธุรกิจน้ ี ? มีอะไรบา้ งที่เราตอ้ งการจะลงทุนและทําใหข้ ยายตัว ? มี
อะไรบา้ งท่ีเราตอ้ งจะเก็บเก่ียวหรอื ตกั ตวงผลประโยชน์ได้ ?

ภายใตแ้ นวคิดแบบ Balanced Scorecard นําไปสูก่ ระบวนการบรหิ ารจดั การองคก์ รในภาพรวมเป็ น
การผสมผสานกนั ระหว่างแนวคิดดา้ นบริหารจดั การเชิงกลยุทธ์โดยใชก้ ระบวนการบริหารจดั การท่ีเป็ นระบบ
เพื่อก่อใหเ้ กิดกระบวนการบริหารจดั การซ่ึงเปรียบไดก้ บั กระบวนการมีส่วนรว่ มของผูม้ ีส่วนไดเ้ สียต่าง ๆ ของ
การจดั ทาํ แผนพฒั นาทอ้ งถิ่นขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ิน กระบวนการในการบริหารจดั การองคก์ รโดยเร่ิม
จากปัจจัยน้ําเขา้ (input) เป็ นเรื่องของความต้องการหรือขอ้ เรียกรอ้ งต่าง ๆ (demand) และแรงสนับสนุน
(support)ที่เป็ นเสมือนแรงผลกั ดนั หรอื แรงกระตุน้ ใหอ้ งคก์ รเรมิ่ กระบวนการบรหิ ารจดั การ (internal process)
เพ่อื ใหเ้ กิดผลผลิต (output) ตามท่ีตอ้ งการหรอื ผลลพั ธ์ (outcome) ท่ีสามารถสนองตอบต่อความตอ้ งการหรือ
การสนับสนุนต่าง ๆ ซึ่งผลผลิตหรือผลลัพธ์ดงั กล่าวน้ ีจะเป็ นผลสะทอ้ นกลบั (feedback) กลับมาเป็ นปัจจยั
นําเขา้ อีก การสะทอ้ นกลบั ดงั กล่าวเกดิ ข้ ึนไดท้ ้งั ความพงึ พอใจ เหน็ ดว้ ย ไมเ่ ห็นดว้ ย สนับสนุนผลลพั ธท์ ่ีเกิดข้ ึน
ไม่วา่ จะเป็ นลบหรือบวกหรือสนับสนุนบางส่วน เป็ นตน้ กระบวนการบริหารจดั การองค์กรในภาพรวมที่เป็ น

ดร.สุรยิ ะ หนิ เมืองเก่า การตดิ ตามและประเมินผลแผนพฒั นาทอ้ งถ่ ินขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ ิน หนา้ 16

ระบบน้ ีจะมีกระบวนการควบคุม การติดตามและประเมินผลเพื่อเป็ นปัจจยั ในการสะทอ้ นผลการดาํ เนินงาน
เพ่ือใหเ้ ห็นถึงประสิทธิภาพ ประสิทธิผลของผลลัพธ์และผลผลิต นําไปสู่กระบวนการบริหารจัดการเพ่ือ
ปรบั ปรุงกลยุทธต์ ่าง ๆ พฒั นากระบวนการท่ีไดส้ รา้ งหรือเกิดข้ ึนมาเพื่อการปรบั ปรุงใหด้ ีข้ ึนหรือขยายผลการ
ดาํ เนินการตอ่ ไปหากบรรลุผลสาํ เรจ็ ตามที่ไดต้ ้งั เป้าหมายเอาไว้

กล่าวโดยสรุป การวดั ผลแบบ Balanced Scorecard เป็ นระบบการวดั ผลท่ีไม่ไดม้ าแบบคน ๆ เดียว
หรือขา้ มาคนเดียว แต่เป็ นการมาพรอ้ ม ๆ กันในหลายมิติท่ีอาศัยเหตุและผล ที่เชื่อมโยงกนั กระบวนการ
วางแผนในเชิงกลยุทธ์เพ่ือให้เกิดผลเลิศทางการบริหารท่ีมีความสัมพันธ์กับการบริการลูกค้าหรือ
กลุ่มเป้าหมายโดยเน้นคุณภาพของผลผลิตและการบริการซ่ึงการวัดผลเช่นน้ ีสามารถนําเขา้ ไปสู่มิติของ
strategy map ได้ ผลสาํ เร็จน้ ีมีผลลพั ธ์ของการบริหารการเงินที่เกิดความเจริญเติบโต (growth) และการ
ปรบั ปรุงผลิตภาพ (productivity) ซึ่งในส่วนของความเจริญเติบโตน้ ีมีท้ังความพยายามในการขยายฐานลูกคา้
และแหล่งรายไดใ้ หมแ่ ละพยายามใชฐ้ านลูกคา้ เดิมท่ีมีอยใู่ หผ้ ลประโยชน์งอกเงยมากยิ่งข้ ึนภายใตค้ าํ ถามและ
คาํ ตอบของดา้ นการเงิน ดา้ นลูกคา้ ดา้ นภายในองคก์ ร และดา้ นววิ ฒั นาการและการเรียนรู้

3. การประเมินผลแผนกลยทุ ธ์
ปิ ยากร หวงั มหาพร ชาติชาย นรเศรษฐาภรณ์ (2554) การจดั การเชิงกลยุทธ์

(Strategic Management) เกี่ยวขอ้ งกบั เร่ืองการจดั วางวตั ถุประสงคข์ ององค์กร การพฒั นานโยบาย และ
แผนงาน เพื่อใหบ้ รรลุวตั ถุประสงค์ รวมท้งั การจดั สรรทรพั ยากรต่าง ๆ เพ่ือนําแผนไปปฏิบัติ การจดั การ
เชิงกลยุทธ์เกี่ยวขอ้ งกบั การเปรียบเทียบจุดแข็งขององค์กรเขา้ กับจุดอ่อนขององค์กร พรอ้ มท้ังโอกาสและ
อุปสรรค ท้งั ยงั คาํ นึงถึงพลงั ของการเปลี่ยนแปลงขององคก์ ร

เอกชยั บุญยาทิษฐาน (2553) กลยุทธห์ รือยุทธศาสตรท์ ่ีเป็ นผลผลิตออกมาจาก SWOT หรือ
เคร่ืองมืออ่ืน ๆ น้ันจดั ว่าเป็ นกลยุทธ์ในเบ้ ืองตน้ ที่ยงั ไม่เหมาะท่ีจะนํามาใชง้ าน ตอ้ งกําหนดวิสัยทัศน์
(vision) พนั ธกิจ (mission) และควรมคี ่านิยมรว่ ม (shared value) ออกมาดว้ ย

กลยุทธ์ (strategy) คือแนวปฏิบตั ิที่เลือกสรรแลว้ ว่าเหมาะสมท่ีจะนําพาองคก์ รปกครองส่วน
ทอ้ งถิ่นไปสู่จุดหมายได้ บางท่านเปรียบกลยุทธ์เหมือนแผนที่ที่ใชใ้ นการเดินทางไปสู่เป้าหมาย บางท่านว่า
เหมือนพมิ พเ์ ขียวของสถาปนิก เพ่ือเป็ นแบบในการก่อสรา้ งกลยุทธ์ เป็ นองคป์ ระกอบของความสาํ เร็จท่ีตอ้ งใช้
ความสามารถและหลกั วิชาในดา้ นการบริหาร การตดั สินใจเลือกกลยุทธ์ จึงตอ้ งใชว้ ิธีระดมสมองของฝ่ าย
บริหาร เพราะกลยุทธท์ ี่เลือกใช้ มผี ลอยา่ งยงิ่ ต่อความสาํ เร็จหรือความลม้ เหลวขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ิน
ผบู้ รหิ ารองคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ินและผมู้ สี ่วนเก่ียวขอ้ งจึงจาํ เป็ นตอ้ งติดตามความเคล่ือนไหว รวมท้งั รปู แบบ
การบรหิ ารในระดบั สากลอยเู่ สมอ จึงจะสามารถนําพาองคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิ่นไปสู่ความสาํ เร็จตามกระแส
โลกยุคปัจจุบนั ได้ นอกจากน้ ีแลว้ กลยุทธ์เป็ นหลักการที่จะเป็ นหนทางนําองคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิ่นไปสู่
ความสาํ เรจ็ ตามวตั ถุประสงคแ์ ละเป้าหมายที่ตอ้ งการภายในกรอบของเวลาท่ีกาํ หนด กรอบแนวคิดที่สาํ คญั ของ
การประเมินผลแผนกลยุทธม์ อี งคป์ ระกอบดงั น้ ี

3.1การติดตามผลการดาเนินการ (track status) เป็ นเคร่ืองมือสําคัญของผูบ้ ริหาร
องคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ินท่ีจะสรา้ งความมนั่ ใจไดว้ า่ การปฏิบตั ิงานขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถิ่นเป็ นไป

ดร.สรุ ยิ ะ หนิ เมืองเก่า การตดิ ตามและประเมินผลแผนพฒั นาทอ้ งถ่ ินขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ ิน หนา้ 17

ในทิศทางที่ถูกตอ้ งเป็ นไปตามกรอบอํานาจหน้าท่ีและสามารถสรา้ งผลงานเชิงประจกั ษ์ที่สอดคลอ้ งตาม
เป้าประสงคห์ รอื จุดหมายท่ีวางเอาไว้ การติดตามผลการดาํ เนินงานจะช่วยใหผ้ ูบ้ ริหารองคก์ รปกครอง
ส่วนทอ้ งถิ่นทราบขอ้ มูลที่เป็ นตวั บ่งช้ ีปัญหาและอุปสรรคที่เกิดข้ ึนซึ่งจะเป็ นขอ้ มูลแก่ผูบ้ ริหารองคก์ ร
ปกครองสว่ นทอ้ งถิ่นในการปรบั เปลี่ยนกลยทุ ธใ์ หส้ อดคลอ้ งกบั สถานการณท์ ่ีเปลี่ยนแปลง การติดตาม
ผลการดําเนินงานน้ ีหมายความรวมถึงการรวบรวมผลการดําเนินงานในแต่ละช่วงเวลาของกิจกรรม
งาน โครงการต่าง ๆ ซึ่งสอดคลอ้ งกับตัวช้ ีวัดผลสําเร็จของการดําเนินงานในแต่ละระดับหรือตาม
แผนงานตา่ ง ๆ ที่ไดก้ าํ หนดไวใ้ นแผนปฏบิ ตั ิงานประจาํ ปี หรอื แผนการดาํ เนินงาน

3.2 การรายงานความกา้ วหนา้ (communicate progress) เป็ นกระบวนการหลงั จากที่ไดม้ ีการ
รวบรวมขอ้ มูลเกี่ยวกับผลการดําเนินงานตามแผนกลยุทธ์ภายใตก้ รอบของตัวช้ ีวัดผลสําเร็จของการ
ดาํ เนินงานในแตล่ ะชว่ งเวลาแลว้ เป็ นหนา้ ที่ของผมู้ ีหน้าที่ในการกาํ กบั ติดตามผลที่จะตอ้ งจดั ทาํ รายงานสรุป
เสนอต่อผบู้ รหิ ารองคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ินใหไ้ ดร้ บั ทราบความกา้ วหนา้ ในการปฏิบตั ิงานเป็ นระยะ รวมท้งั
ควรส่งขอ้ มูลยอ้ นกลบั ใหแ้ ก่ผูป้ ฏิบตั ิงานที่เก่ียวขอ้ ง เพ่ือช่วยใหผ้ ูร้ บั ผิดชอบแต่ละระดบั ดาํ เนินการปรบั ปรุง
แกไ้ ขการปฏบิ ตั ิงานใหเ้ ป็ นไปตามแนวทางท่ีเหมาะสม

3.3 การวดั ผลและประเมินผล (measurement and evaluation) จะประกอบดว้ ยกระบวนการ
ยอ่ ย 3 ข้นั ตอน ไดแ้ ก่ 1) การรวบรวมขอ้ มลู 2) การวิเคราะหแ์ ละการประเมินขอ้ มูล และ 3) การนําเสนอ
ผลการประเมิน การวดั ผลและประเมินผลจะเป็ นการประเมินผลสําเร็จของการปฏิบัติงานตามแผนอัน
ประกอบดว้ ยแผนยทุ ธศาสตรก์ ารพฒั นาและแผนพฒั นาสามปี ในแต่ละรอบเวลาท่ีกาํ หนดซึ่งผลท่ีไดจ้ ากการ
ประเมนิ จะเป็ นขอ้ มลู พ้ ืนฐานในการวางแผนกลยุทธร์ อบตอ่ ไปขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ิน

กลยุทธ์เป็ นสิ่งที่ผลิตออกมาจาก SWOT หรือเคร่ืองมืออื่น ๆ น้ันจะตอ้ งกําหนดวิสัยทัศน์
(vision) พันธกิจ (mission) และพ่วงดว้ ยค่านิยมร่วม (shared value) ออกมาดว้ ยซึ่ง เอกชยั
บุญยาทิษฐาน (2553) ไดก้ ลา่ วถึงการวเิ คราะห์ SWOT น้ันเป็ น กลยทุ ธร์ ะดบั สูงสุดหรอื ท่ีเรียกกนั วา่ กลยุทธ์
ระดบั องคก์ ร (organization level strategy) หรือกลยุทธ์ระดบั กิจการ (corporate level strategy) ในทาง
ปฏิบตั ิเนื่องจากองคก์ รมีหลายระดบั กลยุทธจ์ ึงถูกจาํ แนกออกเป็ น 3 ระดบั คือ 1) กลยุทธ์ระดบั กิจการ
(corporate level strategy) 2) กลยุทธร์ ะดบั หน่วยงาน (business level strategy) ตวั น้ ีอาจจะแปลวา่ กลยุทธ์
ระดบั ธุรกิจก็ได้ ซ่ึงเป็ นตวั เดียวกนั กบั (business unit level strategy หรือ business strategy) และ 3) กล
ยุทธ์ระดบั หน้าที่ (functional level strategy) กลยุทธ์จึงเป็ นความสัมพนั ธ์ระหว่างวิสัยทัศน์ขององค์กร
ปกครองส่วนทอ้ งถ่ินกบั แผนการดาํ เนินงานตามงบประมาณท่ีต้งั ไว้ เป็ นตวั อธิบายถึงกฎเกณฑพ์ ้ ืนฐานและ
กรณีเหตุการณ/์ สถานการณต์ า่ ง ๆ ที่จะดาํ เนินไป รวมถึงกระบวนการตดั สินใจที่จะขบั เคล่ือนองคก์ รปกครอง
ส่วนทอ้ งถ่ินน้ันไปขา้ งหน้าจากปัจจุบนั ไปสู่อนาคต ซ่ึงก็คือ วสิ ยั ทศั น์ ที่ตอ้ งการนัน่ เอง ส่วนความสมั พนั ธ์
ของกลยุทธ์ท่ีมีต่อแผนการดําเนินงานน้ัน ก็เพราะว่าเป็ นแผนในภาคปฏิบัติที่กาํ กับโครงการต่าง ๆ ของ
หน่วยหรือกลุม่ ยอ่ ยขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ินที่ตา่ งก็รบั ไปจดั ทาํ เพอื่ ใหเ้ กิดผลตอ่ สว่ นรวมโครงการต่าง
ๆ ดังกล่าว สอดรับกับวิสัยทัศน์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน ตอ้ งระบุวัตถุประสงค์ของโครงการ
งบประมาณ ระยะเวลา ผรู้ บั ผิดชอบและรูปแบบกิจกรรมที่กระทาํ

ดร.สรุ ยิ ะ หนิ เมืองเก่า การตดิ ตามและประเมินผลแผนพฒั นาทอ้ งถ่ ินขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ ิน หนา้ 18

กลา่ วโดยสรุป กลยทุ ธเ์ ป็ นวธิ ีการดาํ เนินการใหบ้ รรลุผลลพั ธใ์ หไ้ ดม้ ากที่สุดเป็ นวิธีการดาเนิน
การที่มีประสิทธิภาพซ่ึงในปัจจุบันการจัดทําแผนพฒั นาทอ้ งถ่ินไดใ้ ชเ้ ทคนิค SWOT Analysis/Demand
(Demand Analysis)/Global Demand/Trwnd เพื่อใหเ้ กิดการสนองตอบความตอ้ งการของประชาชนในพ้ ืนท่ีให้
มากที่สุดกลยุทธจ์ ึงเป็ นกรอบในการทํางานเพ่ือการตดั สินใจของผูม้ ีส่วนเก่ียวขอ้ งหรือการสนับสนุนใหเ้ กิด
การดําเนินการ เป็ นการกําหนดแนวทางเพ่ือกระตุน้ ใหเ้ กิดการเปลี่ยนแปลงและเป็ นแนวทางในการสรา้ ง
ผลผลิตขององคก์ รและนําไปสู่แผนการดาํ เนินงานหรือแผนปฏิบตั ิการ (operational plan) ต่อไป ซ่ึงจะเป็ น
ประโยชน์ในการทาํ ใหบ้ รรลุสู่จุดมุง่ หมายท่ีชดั เจนและสรา้ งความชดั เจนในอาํ นาจ หน้าที่ ภารกิจต่าง ๆ ท่ีจะ
ดาํ เนินการรวมถึงบทบาท หน้าท่ีของบุคลากร ผูป้ ฏิบตั ิงานต่าง ๆ ดว้ ย และสามารถกาํ หนดแนวทางการวดั
และประเมนิ ผลสาํ เรจ็ ในการพฒั นาทอ้ งถ่ินได้

4. หลกั การในดา้ นประเมินผลโครงการ
พงศส์ ัณห์ ศรีสมทรพั ย์ (2546) การประเมินผลโครงการ เป็ นเร่ืองของการตรวจสอบ

ขอ้ เท็จจริงท้งั หลายที่เกิดจากการดาํ เนินงานของโครงการ เพื่อใหท้ ราบถึงระดบั ความสามารถในการ
ดาํ เนินงานสามารถระบุถึงประสิทธิภาพท่ีเกิดจากการดาํ เนินงาน ทราบปัญหา และอุปสรรคต่าง ๆ ท่ี
เกิดข้ ึน ตลอดถึงความสมั ฤทธ์ิผลตามวตั ถุประสงคแ์ ละผลท่ีไม่คาดหมายต่าง ๆ ท่ีเกิดข้ ึนต่อสงั คม ท้งั
ในทางบวกและทางลบ

แสดงจุดมุ่งหมายของการประเมินผลโครงการ

การประเมินผลโครงการ การคน้ หาความจริง ตรวจสอบ

การดาํ เนินงานของโครงการ

อยา่ งละเอียด พจิ ารณาอดีต

ท่ีผ่านมา เพ่อื กาํ หนดแนวทาง

ในอนาคต

แผนภาพท่ี 6 แสดงจุดหมายของการประเมินผลโครงการ
ท่ีมา: พงศส์ ณั ห์ ศรสี มทรพั ย์ (2546)

การประเมินผลจะเน้นไปที่การคน้ หาความจริง หลงั จากที่โครงการไดม้ ีการดาํ เนินงานไป
แลว้ แตม่ ิไดห้ มายความวา่ กิจกรรมในการประเมินผลจะตอ้ งทาํ ข้ ึนหลงั จากที่โครงการไดด้ าํ เนินไปแลว้
กระประเมินผลบางแบบอาจตอ้ งเขา้ ไปวดั ผลจากประชากรที่จะไดร้ บั โครงการก่อนที่โครงการจะเร่ิม
หรือการประเมินผลบางแบบอาจเขา้ ไปเกี่ยวขอ้ งกับกระบวนการในการคัดเลือกบรรดาผูเ้ ขา้ ร่วม
โครงการ ตวั อยา่ งเบ้ ืองตน้ ของคาํ ถามในการประเมนิ ผล เชน่

ดร.สุรยิ ะ หนิ เมืองเก่า การติดตามและประเมินผลแผนพฒั นาทอ้ งถ่ ินขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ ิน หนา้ 19

การประเมินโครงการเป็ นการตรวจสอบวตั ถุประสงค์ของโครงการท้ังท่ีไม่ไดด้ ําเนินการ
และไดด้ าํ เนินการไปแลว้ วา่ เป็ นไปตามเป้าหมายหรือผลที่จะไดร้ บั หรือไม่ซึ่งมีหลกั แนวคิดท้งั ดา้ นการ
ประเมนิ ผลแผนงาน/โครงการอยา่ งเป็ นระบบ ดา้ นรปู แบบและประเด็นการประเมินผลโครงการ

4.1 แนวคิดดา้ นการประเมินผลแผนงาน/โครงการอยา่ งเป็ นระบบ
เป็ นการประเมินผลบริบทหรือสภาวะแวดลอ้ ม (context evaluation) การประเมินผลปัจจยั
เบ้ ืองตน้ (input evaluation) การประเมินผลกระบวนการ (process evaluation) และการประเมินผลผลิต
(product evaluation) หรอื เรยี กวา่ “CIPP Model” การประเมนิ ผลบรบิ ทหรอื สภาวะแวดลอ้ มเป็ นการประเมินผล
ของแผนงาน โครงการในภาพกวา้ ง (macro analysis) เพ่ือนําขอ้ มูลมาเปรียบเทียบกบั วตั ถุประสงคไ์ ม่วา่ จะ
เก่ียวกบั ดา้ นเศรษฐกิจ สังคม การเมือง การศึกษา เทคโนโลยี ส่ิงแวดลอ้ ม ภูมิปัญญาทอ้ งถิ่น เป็ นตน้ การ
ประเมินผลปัจจัยเบ้ ืองตน้ เป็ นการประเมินผลเก่ียวกับปัจจยั นําเขา้ อันไดแ้ ก่ความตอ้ งการของประชาชน
บุคลากรในองค์กรปกครองส่วนทอ้ งถ่ิน หน่วยงานราชการต่าง ๆ การประเมินผลกระบวนการเป็ นการ
ประเมนิ ผลเพ่ือหาขอ้ บกพรอ่ งของการดาํ เนินงานตามข้นั ตอนของแผนพฒั นาขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ินท่ี
กาํ หนดไวว้ า่ มีความสมั พนั ธ์ สอดคลอ้ งเป็ นไปตามกระบวนการท่ีถูกตอ้ งหรือไม่เพียงใด และการประเมินผล
ผลิตเป็ นการแปลงความหมายของผลความสาํ เร็จของแผนงาน โครงการ กิจกรรม งานท่ีไดก้ าํ หนดมาตรฐานไว้
มีผลสาํ เร็จเชน่ ใดหรือเกิดความลม้ เหลวเพราะเหตุใด การประเมินผลจะตอ้ งอธิบายถึงสาเหตุ ปัญหา อุปสรรค
ที่เกิดข้ ึนโดยอาจใชร้ ายงานการประเมินสภาวะแวดลอ้ ม การประเมินผลปัจจัยเบ้ ืองตน้ และการประเมินผล
กระบวนการประกอบในการวเิ คราะหป์ ัญหาอุปสรรคดว้ ย
4.2 แนวคิดดา้ นรูปแบบและประเด็นการประเมินผลโครงการ

4.2.1 การประเมินผลกระบวนการ (process evaluation) หรือการประเมินประสิทธิภาพ
(efficiency evaluation) เน้นการวิเคราะหป์ ระสิทธิภาพของโครงการโดยศึกษากระบวนการดาํ เนินงานตาม
กิจกรรมที่ไดก้ าํ หนดไวว้ า่ มีประสิทธิภาพมากนอ้ ยเพียงใดท่ีจะส่งผลใหเ้ กิดผลงาน (outputs) ของโครงการโดน
พิจารณาถึงการดาํ เนินกิจกรรมในแต่ละข้ันตอนวา่ ช่วยส่งเสริมหรือเป็ นปัญหาอุปสรรคในการบรรลุผลงาน
(outputs) และผลลพั ธ์ (outcomes) การจดั ซ้ ือจดั จา้ งการจดั หาวสั ดุอุปกรณ์ตามโครงการเป็ นไปตามข้นั ตอน
ระยะเวลาที่กําหนดหรือไม่ วิเคราะห์ปัจจัยภายนอกท่ีอยู่เหนือการควบคุมซึ่งมีผลต่อการดําเนินการตาม
โครงการท้ังทางบวกและทางลบ จาํ นวนงบประมาณที่ใชจ้ า่ ยไปเปรียบเทียบกบั งบประมาณท่ีต้งั ไวจ้ ริงมีความ
สอดคลอ้ งตามโครงการที่เกิดข้ ึนจรงิ หรือไม่

4.2.2 การประเมินผลท่ีไดร้ บั ของโครงการ (project evaluation) หรือการประเมิน
ประสิทธิผล (effectiveness evaluation) เน้นการวเิ คราะหป์ ระสิทธิผลของโครงการโดยตรวจสอบดูวา่ ผลงาน
ของโครงการสามารถนําไปสู่การบรรลุวัตถุประสงค์ของโครงการมากน้อยเพียงใดประสบผลสําเร็จหรือ
ลม้ เหลว โดยพจิ ารณาจากการประเมินผลความสาํ เร็จตามวตั ถุประสงคข์ องโครงการตามตวั ช้ ีวดั ที่ไดก้ าํ หนด
ไว้ ประเมินผลโดยการวเิ คราะหค์ วามคุม้ ค่าของโครงการ วิเคราะหป์ ัจจยั ภายนอกที่อยเู่ หนือการควบคุมซึ่งมี
ผลตอ่ การดาํ เนินกิจกรรมท้งั ทางบวกและทางลบ

ดร.สุรยิ ะ หินเมืองเก่า การติดตามและประเมินผลแผนพฒั นาทอ้ งถ่ ินขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ ิน หนา้ 20

4.2.3 การประเมินผลกระทบของโครงการ (impact evaluation) เน้นการวิเคราะหผ์ ลท่ีไดร้ บั
ต่อเน่ืองจากประสิทธิผลของโครงการ โดยตรวจสอบว่าผลที่ไดร้ ับจากวตั ถุประสงค์ของโครงการจะช่วย
สนับสนุนการบรรลุเป้าหมายแผนงานไดม้ ากน้อยเพียงใด โดยพิจารณาจากผลสาํ เร็จตามวตั ถุประสงคข์ อง
โครงการและผลกระทบที่มีต่อแผนงานตามตวั ช้ ีวดั ท่ีไดก้ ําหนดไว้ วิเคราะหป์ ัจจยั ภายนอกที่อยเู่ หนือการ
ควบคุมซงึ่ มีผลตอ่ การดาํ เนินกิจกรรมท้งั ทางบวกและทางลบ

การประเมินโครงการ

ดา้ นการประเมินผล ดา้ นรูปแบบ
แผนงาน/โครงการ และประเด็นการประเมินผลโครงการ

บริบทหรือสภาวะแวดลอ้ ม กระบวนการ
ปัจจยั เบ้ ืองตน้ หรือประสิทธิภาพโครงการ
กระบวนการ
ผลผลิต ผลท่ีไดร้ บั หรือประสิทธิผล

ผลกระทบของโครงการ

แผนภาพที่ 7 แนวคิดและหลกั การในดา้ นการประเมินผลโครงการ

การประเมินผลโครงการเป็ นการประเมนิ ผลการปฏบิ ตั ิงานเพราะวา่ โครงการจะเป็ นตวั กาํ หนดเน้ ือ
งานและกิจกรรมตา่ ง ๆ การประเมินผลจึงเป็ นเครื่องมือในการพิจารณาถึงประโยชน์ท่ีเกิดข้ ึนเพ่ือการวิเคราะห์
ขอ้ ดี ขอ้ บกพรอ่ งของผปู้ ฏิบตั ิงาน (องกรณ์ มสี ุทธา, 2546) จะทาํ ใหผ้ บู้ ริหารและผมู้ ีสว่ นเกี่ยวขอ้ งทราบวา่ ผล
ที่ไดร้ บั จากการดําเนินโครงการไปแลว้ น้ันประสบความสาํ เร็จตามที่มุ่งหวงั หรือไม่ มีปัญหาอุปสรรคอะไร
ตอบสนองความตอ้ งการไดเ้ พียงใด ควรปรบั ปรุงแลว้ ดาํ เนินการต่อไปหรือควรยุติโครงการ ซ่ึงเท่ากบั เป็ นการ
ตดั สินคุณค่าของสิ่งที่ดาํ เนินการไปแลว้ เพ่ือใหเ้ กิดการปรบั ปรุงโครงการต่าง ๆ ที่เกิดจากการเปรียบเทียบ
ผลผลิตท่ีเกิดข้ ึนเพอ่ื กาํ หนดทิศทางการพฒั นาในอนาคต

กลา่ วโดยสรุป แนวคิดและหลกั การในดา้ นประเมนิ ผลโครงการจงึ เป็ นแนวคิดเพอ่ื การเก็บ
รวบรวมขอ้ มูลเก่ียวกับวตั ถุประสงค์ วิธีการดําเนินงาน ประโยชน์ท่ีเกิดข้ ึนจากการดําเนินการตาม
โครงการซ่งึ เกิดข้ ึนไดท้ ้งั ขอ้ ดีและขอ้ เสียซึ่งก็เป็ นการคน้ หาความสาํ เร็จของโครงการนัน่ เอง แผนพฒั นา
ทอ้ งถิ่นที่องค์กรปกครองส่วนทอ้ งถ่ินไดจ้ ดั ทําข้ ึนน้ันจะสาํ เร็จผลไดม้ ากน้อยเพียงใดก็ย่อมข้ ึนอยูก่ ับ
ผลสาํ เร็จของโครงการ กิจกรรม งานต่าง ๆ ครุภัณฑท์ ี่จดั ทําบริการสาธารณะท่ีไดด้ าํ เนินการไปแลว้
เพราะการติดตามและประเมินผลแผนพฒั นาทอ้ งถ่ินจะช่วยใหก้ ารคน้ หาความจริงท่ีองคก์ รปกครอง
ส่วนทอ้ งถิ่นไดด้ าํ เนินการไปแลว้ น้ันเป็ นไปตามวตั ถุประสงคแ์ ละเป้าหมายที่กาํ หนดไวห้ รือไม่อยา่ งไร
และจะดาํ เนินการอยา่ งไรตอ่ ไปในผลลพั ธท์ ี่เกิดข้ ึนน้ัน

ดร.สรุ ยิ ะ หนิ เมืองเก่า การตดิ ตามและประเมินผลแผนพฒั นาทอ้ งถ่ ินขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ ิน หนา้ 21

5. การตดิ ตามและการควบคมุ การปฏิบตั งิ าน
ยดุ า รกั ไทย (2547) การบริหารผลการปฏิบตั ิงานเป็ นกระบวนการสื่อสารอยา่ งต่อเน่ือง

ระหวา่ งพนักงานกับผูบ้ งั คบั บัญชาโดยตรงของเขาในเรื่องการกําหนดความคาดหวงั ที่ชดั เจนและทํา
ความเขา้ ใจเกี่ยวกบั หน้าที่สาํ คญั ในงานท่ีพนักงานคนน้ันตอ้ งทาํ มีสว่ นสนับสนุนเป้าหมายขององคก์ าร
อย่างไร จะจัดผลการปฏิบัติงานไดอ้ ย่างไร การระบุอุปสรรคในการปฏิบัติงานและขจัดอุปสรรค
เหลา่ น้ันออกไปการประเมนิ ผลการปฏิบตั ิงานก็คือการบริหารผลการปฏิบตั ิงาน

กนั ยารตั น์ ลิมวาณิชย์ (2551) การประเมินผลงาน (evaluating performance) ของ
พนักงานคือจุดสําคัญของระบบการบริหารผลงานส่วนใหญ่ โดยพิจารณาจากการประเมินเป็ น
รายบุคคลและการประเมินผลงานของทีม การประเมินรายบุคคลเป็ นการประเมินจากความคิดริเริ่ม
ทักษะพ้ ืนฐาน ความสามารถในการทํางานแลว้ เสร็จในเวลาที่กําหนดและความร่วมมือกับเพ่ือน
ร่วมงาน วิธีการประเมินทําไดห้ ลายอยา่ ง เช่น การบริหารตามวตั ถุประสงค์ การเรียงลําดบั คุณภาพ
ฯลฯ การประเมินผลงานของทีมเป็ นการประเมินสมาชิกทีมโดยทําการเปรียบเทียบกบั สมาชิกของทีม
อ่ืน โดยพนักงานจะถูกจบั คูแ่ ละเปรยี บเทียบกนั

สมบตั ิ ธาํ รงธญั วงศ์ (2544) การประเมินผลเป็ นกระบวนการวเิ คราะหส์ ภาพปัญหาที่เกิด
จากการนํานโยบายไปปฏิบัติอย่างเป็ นระบบ เพ่ือนําเสนอแนวทางในการแก้ไขปัญหาอย่างมี
ประสิทธิภาพ การประเมินผลนโยบายและโครงการของรัฐท้ังในระดับชาติและระดับท้องถ่ินจะ
ก่อใหเ้ กิดประโยชน์ท้ังต่อรัฐบาลและต่อประชาชนผูร้ ับบริการอย่างกวา้ งขวาง ท้ังน้ ีเพราะการ
ประเมินผลจะนําไปสู่การพฒั นาทางเลือกใหม่ ๆ ตลอดจนนวตั กรรมท่ีมีผลต่อการแกไ้ ขปัญหาทาง
เศรษฐกิจและสงั คม เพือ่ ประโยชน์ในการปรบั ปรุงสภาพความเป็ นอยแู่ ละสภาพแวดลอ้ มของสมาชิกใน
ชุมชน

การติดตามและการควบคุม (monitoring and control) เป็ นกระบวนการสาํ คญั ที่จะวดั ผลของ
แผนพฒั นาทอ้ งถ่ินขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถิ่นไดส้ มั ฤทธ์ิผลตามตวั ช้ ีวดั ไดม้ ากนอ้ ยเพยี งใดและประชาชน
มีความพึงพอใจกบั ผลการปฏิบตั ิตามแผนพฒั นาทอ้ งถ่ินน้ันอยา่ งไร เพราะวา่ การติดตามเป็ นกระบวนการ
ของการวดั หรือการตรวจสอบที่ทาํ เป็ นประจาํ เป็ นชว่ ง ๆ การวดั และการตรวจสอบดงั กล่าวไดแ้ ก่ การวดั ปัจจยั
นําเขา้ (inputs) กระบวนการ (process) และผลผลิต (outputs) ที่เกิดข้ ึนในช่วงการดําเนินงานตาม
แผนพัฒนา ส่วนการควบคุมน้ันเป็ นกระบวนการท่ีกระทําใหม้ นั่ ใจว่าการปฏิบตั ิงานไดด้ ําเนินการไปตาม
แผนพฒั นาท่ีกาํ หนดไว้ หรือถา้ จะใหค้ วามหมายท่ีช้ ีใหเ้ ห็นถึงบทบาทของผูค้ วบคุมชดั เจนข้ ึนก็หมายถึงการ
ควบคุมอาจแบ่งตามลักษณะของส่ิงท่ีถูกควบคุมประกอบดว้ ย การควบคุมผลการปฏิบัติงาน (product
control) การควบคุมบุคลากร (personal or staff control) การควบคุมดา้ นการเงิน (financial control) การควบคุม
ทรพั ยากรทางกายภาพ (control of physical resources) การควบคุมเทคนิควิธีการปฏิบตั ิงาน (control of
techniques or procedure) กรอบแนวคิดที่สาํ คญั ของการติดตามและการควบคุมการปฏิบตั ิงานมีองคป์ ระกอบ
ดงั น้ ี

ดร.สุรยิ ะ หินเมืองเก่า การตดิ ตามและประเมินผลแผนพฒั นาทอ้ งถ่ ินขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ ิน หนา้ 22

5.1 กระบวนการตดิ ตามและการควบคมุ การปฏิบตั งิ าน
5.1.1 การกําหนดมาตรฐานท่ีใชว้ ดั ทุกองค์กรปกครองส่วนทอ้ งถ่ินจะมีกฎหมาย

กําหนดอํานาจหน้าที่ไว้ ดังน้ันมาตรฐานท่ีกําหนดนโยบายจะตอ้ งสอดคลอ้ งกับกฎหมายที่กําหนด
อํานาจหน้าที่และภารกิจต่าง ๆ มาตรฐานโดยทัว่ ไปอาจกําหนดเป็ นมาตรฐานของผลสําเร็จตาม
โครงการ กิจกรรม งานต่าง ๆ ซึ่งวดั ดว้ ยปริมาณ คุณภาพท่ีไดร้ บั งบประมาณที่ดาํ เนินการ เวลาท่ีใช้
ในการดาํ เนินการ มีการเปรยี บเทียบงบประมาณท่ีถูกใชไ้ ปกบั ผลงานท่ีดาํ เนินการไปและการไดร้ บั การ
บริหารของประชาชนมีขอบเขตเช่นใดเป็ นไปตามมาตรฐานทวั่ ไปท่ีกาํ หนดไวห้ รือไม่ นอกจากน้ ียงั ใช้
มาตรฐานปัจจยั ที่ใชใ้ นการทาํ งานซึ่งจะวดั ดว้ ยความพยายามในการทาํ งาน การวดั ประสิทธิภาพในการ
ใชว้ สั ดุ อุปกรณต์ า่ ง ๆ เป็ นตน้

5.1.2 การวดั ผลงานที่ทาํ ไดจ้ ริง ไดแ้ ก่ การวดั ผลงานท่ีเกิดข้ ึนจริงเป็ นหน่วยการดาํ เนินการ
ตามภารกิจจริงเป็ นการทาํ งานที่เกิดข้ ึนจริงหรือความพยายามท่ีใหก้ บั งานจริง หน่วยวดั ท่ีใชจ้ ะตอ้ งเป็ นอยา่ ง
เดียวกนั กบั มาตรฐานท่ีกาํ หนดข้ ึนมา เชน่ จาํ นวนโครงการ จาํ นวนงบประมาณ จาํ นวนคุณภาพของงานท่ีได้
ดาํ เนินการ สภาพความคงทนและเป็ นไปตามแบบแปลนที่กาํ หนด ซึ่งผลงานเหล่าน้ ีไดม้ าจากการรายงาน การ
สงั เกต และสถิติตวั เลขตา่ ง ๆ

5.1.3 การเปรียบเทียบผลงานที่ทาํ ไดจ้ ริงกบั มาตรฐาน เป็ นการเปรียบเทียบเน้ ือหา
ความแตกต่างท่ีเกิดข้ ึนระหวา่ งหน่วยงานท่ีทาํ ใหจ้ รงิ กบั มาตรฐาน

5.1.4 การแกไ้ ขใหถ้ ูกตอ้ ง ไดแ้ ก่ การดาํ เนินการทางดา้ นการบริหาร เมื่อพบความ
แตกตา่ งระหวา่ งผลงานที่เกิดข้ ึนจริงกบั มาตรฐานเพอื่ ปรบั การดาํ เนินงานใหเ้ ป็ นไปตามแผนท่ีตอ้ งการ

5.2 เทคนิคในการควบคมุ และตดิ ตามผล
5.2.1 การควบคุมดา้ นคุณภาพ คือการนําเอาเทคนิคต่าง ๆ มาใชเ้ พ่ือวดั วา่ ภารกิจ

โครงการ กิจกรรม งานต่าง ๆ ท่ีดาํ เนินการในพ้ ืนท่ีน้ัน ๆ ตรงต่อความตอ้ งการของประชาชนหรือไม่
และเป็ นไปตามอาํ นาจหน้าที่หรือไม่

5.2.2 การควบคุมดา้ นปริมาณ คือการควบคุมที่มีการใชต้ วั เลขต่าง ๆ เพ่ือนํามาใช้
วดั ผลในเชิงปริมาณ เช่น การวดั จาํ นวนโครงการ กิจกรรม งานต่าง ๆ ก็คือผลผลิตนัน่ เองว่าเป็ นไป
ตามท่ีต้ังเป้าหมายเอาไวห้ รือไม่ จาํ นวนที่ดําเนินการจริงตามที่ไดก้ ําหนดไวเ้ ท่าไหร่ จาํ นวนท่ีไม่
สามารถดาํ เนินการไดม้ จี าํ นวนเท่าไหร่

5.2.3 การควบคุมดา้ นคา่ ใชจ้ า่ ย คือการใชร้ ะบบงบประมาณรายจา่ ยซึ่งปรากฏในรูปแบบของ
ขอ้ บญั ญตั ิ เทศบญั ญตั ิ การใชจ้ า่ ยเงนิ สะสม การใชจ้ า่ ยเงินอุดหนุนเฉพาะกิจหรือรายการจา่ ยอื่น ๆ เพื่อควบคุม
ค่าใชจ้ า่ ยขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ิน โดยการใหอ้ งคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิ่นจดั ทํางบประมาณรายจ่ายเพื่อ
ใชจ้ ่ายในทุก ๆ ดา้ นไวล้ ่วงหน้า เมื่อเขา้ สู่ข้นั ตอนการปฏิบัติคือการนํางบประมาณไปใช้ ผูบ้ ริหารทอ้ งถิ่นก็จะ
สามารถควบคุมค่าใชจ้ า่ ยจากงบประมาณน้ันไดโ้ ดยวดั ผลการใชจ้ า่ ยที่เกิดข้ ึนกบั งบประมาณที่ต้งั ไว้

ดร.สุรยิ ะ หนิ เมืองเก่า การติดตามและประเมินผลแผนพฒั นาทอ้ งถ่ ินขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ ิน หนา้ 23

5.2.4 การควบคุมดา้ นเวลา คือการควบคุมใหโ้ ครงการ กิจกรรม งานต่าง ๆ ดาํ เนินไปได้
โดยสามารถดาํ เนินการจดั ซ้ ือจดั จา้ ง การตรวจรบั การจา้ งและโครงการที่กาํ หนดไวด้ าํ เนินการแลว้ เสร็จตาม
กาํ หนดเวลาที่วางเอาไว้

5.3 การควบคมุ และตดิ ตามผลทีม่ ีประสิทธิภาพ
5.3.1 ความถูกตอ้ ง (accuracy) ระบบการควบคุมและติดตามผลท่ีถูกตอ้ งจะทําให้

เกิดความน่าเช่ือถือและนําไปใชไ้ ดผ้ ลตามท่ีตอ้ งการ หากการควบคุมเกิดจากขอ้ มูลที่ไม่ถูกตอ้ ง จะทํา
ใหผ้ ูบ้ ริหารทอ้ งถิ่นและเจา้ หน้าที่งบประมาณแกไ้ ขไม่ตรงจุด โดยไมอ่ าจทราบไดว้ ่าควรแกไ้ ขอย่างไร
หรือควรดาํ เนินการตอ่ ไปอยา่ งไร

5.3.2 ความทันเวลา (timeliness) ระบบการควบคุมและติดตามผล ที่ดีจะตอ้ ง
สามารถกระตุน้ ใหผ้ ูบ้ ริหารทอ้ งถ่ินและเจา้ หน้าท่ีงบประมาณสนใจและเอาใจใส ไดท้ ันเวลา เพื่อการ
แกไ้ ขหรือป้องกนั ความเสียหายท่ีอาจเกิดข้ ึนในทอ้ งถ่ิน โดยขอ้ มูลจากการควบคุมและติดตามผลอาจไม่
มีความหมายเลยหากไดร้ บั มาล่าชา้ กวา่ เวลาอนั ควร ดงั น้ันระบบการควบคุมและติดตามผลที่ดีจะตอ้ ง
สามารถนํามาใชแ้ กป้ ัญหาไดอ้ ยา่ งทนั เวลา

5.3.3 ความประหยดั (economy) ระบบการควบคุมและติดตามผลจะตอ้ งสามารถทาํ ให้
เกิดประโยชน์ท่ีคุม้ ค่าเม่ือเปรียบกับค่าใชจ้ ่ายตามวิธีการงบประมาณขององค์กรปกครองส่วนทอ้ งถ่ินท่ี
เกิดข้ ึนโดยจะตอ้ งประหยดั ท่ีสุด แตเ่ กิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุด

5.3.4 ความยดื หยุน่ (flexibility) ระบบการควบคุมและติดตามผลท่ีดีจะตอ้ งมีความ
ยดื หยนุ่ สอดคลอ้ งกบั การเปล่ียนแปลงของสถานการณท์ ี่เกิดข้ ึนในพ้ นื ที่

5.3.5 การสามารถเขา้ ใจได้ (understandability) ระบบการควบคุมและติดตามผลควรมี
ความซับซอ้ นน้อยที่สุด ผูม้ ีหน้าที่ในการควบคุมและติดตามผลตอ้ งมีความเขา้ ใจในระบบเหมือนกั น
สอดคลอ้ งกนั ทุกคนเขา้ ใจไดอ้ ยา่ งงา่ ย เพ่อื ความสะดวกในการปฏบิ ตั ิ

5.3.6 การมมี าตรฐานที่สมเหตุสมผล (reasonable criteria) การกาํ หนดมาตรฐานของการ
ควบคุมและติดตามผลจะตอ้ งสมเหตุสมผลและสามารถทําไดจ้ ริง การกําหนดรูปแบบต่าง ๆ จะตอ้ งใหผ้ ู้
ปฏบิ ตั ิทุกคนมคี วามเขา้ ใจและสามารถปฏบิ ตั ิตามรปู แบบท่ีกาํ หนดได้

5.3.7 การจดั ระบบอยา่ งมีกลยุทธ์ (strategic placement) ผูบ้ ริหารทอ้ งถ่ินและ
เจา้ หนา้ ท่ีงบประมาณจะตอ้ งจดั วางระบบการควบคุมและติดตามผลอยา่ งมีกลยุทธ์ อนั จะนําใหอ้ งคก์ ร
ปกครองส่วนทอ้ งถิ่นบรรลุวตั ถุประสงค์ในการควบคุมได้ ซ่ึงระบบการควบคุมและติดตามผลควรจะ
ครอบคลุมตามวสิ ยั ทศั น์ ยทุ ธศาสตรก์ ารพฒั นา แผนพฒั นาทอ้ งถิ่นและแผนการดาํ เนินงาน

5.3.8 การใชม้ าตรการหลาย ๆ อยา่ ง (multiple criteria) การควบคุมและติดตามที่
เน้นจุดใดจุดหน่ึงหรือมาตรฐานใดมาตรฐานหนึ่งจะทําใหม้ องปัญหาไม่ครอบคลุม เพราะโครงการ
กิจกรรม งานต่าง ๆ ท่ีองค์กรปกครองส่วนทอ้ งถิ่นดําเนินการตามแผนพัฒนาท้องถิ่นน้ันย่อมมี
มาตรฐานที่แตกตา่ งกนั ดงั น้ันมาตรฐานในการควบคุมและติดตามผลจงึ ควรกาํ หนดใหเ้ หมาะสม

5.3.9 การแกไ้ ขใหถ้ ูกตอ้ ง (corrective active) การควบคุมและติดตามผลท่ีมี
ประสิทธิภาพและประสิทธิผลน้ันไม่เพียงแต่เป็ นการแจง้ ใหร้ ูว้ ่ามีขอ้ บกพร่องผิดพลาดอะไรเกิดข้ ึน

ดร.สรุ ยิ ะ หินเมืองเก่า การตดิ ตามและประเมินผลแผนพฒั นาทอ้ งถ่ ินขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ ิน หนา้ 24

เท่าน้ัน แต่จะตอ้ งมีการต้งั ขอ้ สังเกต ขอ้ เสนอแนะดว้ ยวา่ ควรจะดําเนินการแกไ้ ขอย่างไรเพ่ือใหเ้ กิด
ความถูกตอ้ งและสามารถดาํ เนินการต่อไปไดอ้ ยา่ งราบรืน่ และประสบผลสาํ เรจ็

การควบคุมและติดตามผลที่มีประสิทธิภาพตามที่กล่าวมาน้ันอาจมีขอ้ ยกเวน้ ในบาง
เรือ่ งที่ไมอ่ าจสามารถดาํ เนินการควบคุมและติดตามผลทุกอยา่ งได้ ซึ่งอาจจะเน้นเฉพาะที่เป็ นเหตุแห่ง
สาระสาํ คญั ที่จะส่งผลใหเ้ กิดการควบคุมการพฒั นาใหเ้ ป็ นไปตามอํานาจหน้าที่และภารกิจขององคก์ ร
ปกครองส่วนทอ้ งถ่ิน เพราะว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินแต่ละแห่งอาจมีปัญหาและอุปสรรคท่ี
แตกต่างกนั เช่น ปัญหาสภาพพ้ ืนท่ี ปัญหาเรื่องบุคลากรมีไม่เพียงพอหรือไม่มีความรูค้ วามเขา้ ใจใน
เร่ืองของการควบคุมและติดตามผล ปัญหาความรุนแรงในพ้ ืนที่ท่ีเกิดจากภัยต่าง ๆ ปั ญหาของ
นักการเมอื งทอ้ งถิ่นไมว่ า่ จะเป็ นผบู้ ริหารทอ้ งถ่ิน สมาชิกสภาทอ้ งถ่ินไมม่ ีความรูค้ วามเขา้ ใจในบทบาท
หน้าที่ สรา้ งอิทธิพลเถื่อนในพ้ ืนท่ีไมใ่ หผ้ ปู้ ฏบิ ตั ิทาํ งานไดต้ ามที่กฎหมายและระเบียบของทางราชการกาํ หนด
ไว้ ปัญหาผรู้ บั จา้ งหรือผรู้ บั เหมาในพ้ ืนท่ีที่ไดร้ บั เหมา/รบั สมั ปทานโครงการ กิจกรรม งานตา่ ง ๆ ขององคก์ ร
ปกครองส่วนทอ้ งถ่ินมอี ิทธิพลท้งั ในระดบั ทอ้ งถิ่น ระดบั จงั หวดั และระดบั ชาติไมต่ อ้ งการใหป้ ฏิบตั ิตาม
ระเบียบราชการ เป็ นตน้

5.4 คณุ ลกั ษณะของการตดิ ตามผลและการควบคมุ ทดี่ ี
จะตอ้ งประหยดั ค่าใชจ้ ่ายในการดาํ เนินการ ตอ้ งมีการรายงานผลอยา่ งถูกตอ้ งและรวดเร็ว
เพ่ือใหส้ ามารถดาํ เนินการแกไ้ ขไดท้ นั ท่วงทีกบั ขอ้ ผิดพลาดท่ีเกิดข้ นึ ตอ้ งเน้นสว่ นท่ีเป็ นความสาํ คญั ของ
ผลงานวา่ บรรลุวตั ถุประสงคต์ ามที่ต้งั ไวห้ รือไมโ่ ดยตรวจดูประโยชน์ท่ีประชาชนไดร้ บั การติดตามผล
และการควบคุมที่ดีจะตอ้ งเขา้ ใจไดง้ า่ ยในบริบทที่เก่ียวขอ้ งไม่ยุง่ ยากซบั ซอ้ น และเป็ นท่ียอมรบั ของทุก
สว่ นที่เก่ียวขอ้ งโดยการเล็งเหน็ ผลไดเ้ พ่ือประโยชน์ส่วนรวม
5.5 ประโยชนข์ องการตดิ ตามผลและการควบคมุ ทาํ ใหภ้ ารกิจตา่ ง ๆ ของบุคลากรในองคก์ ร
ปกครองสว่ นทอ้ งถิ่นแต่ละคน แตล่ ะสาํ นัก/กอง/ฝ่ ายตา่ ง ๆมคี วามสอดคลอ้ งกนั ประสานการทาํ งานใหเ้ ป็ น
องคร์ วมของหน่วยงาน สามารถทาํ ใหเ้ ป้าหมายขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ินเกิดความสาํ เร็จตามเป้าหมาย
หลัก มีความสอดคลอ้ งและเกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผล ทําใหว้ ิธีการปฏิบัติดําเนินการไปแนวทาง
เดียวกนั ชว่ ยใหก้ ารใชท้ รพั ยากรต่าง ๆ เกิดความประหยดั คุม้ ค่าไมเ่ สียประโยชน์ สามารถรกั ษาคุณภาพของ
งานหรือภารกิจใหเ้ ป็ นไปและตรงตามวตั ถุประสงคข์ องโครงการ กิจกรรม งานต่าง ๆ และประชาชนพึงพอใจ
เม่ือไดร้ บั การบริการ นอกจากน้ ียงั สามารถกําหนดมาตรการต่าง ๆ สาํ หรบั การปรบั ปรุงแกไ้ ขและป้องกัน
ความผิดพลาดที่จะเกิดข้ ึนได้

ดร.สรุ ยิ ะ หนิ เมืองเก่า การติดตามและประเมินผลแผนพฒั นาทอ้ งถ่ ินขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ ิน หนา้ 25

แนวตัวอย่างของการออกแบบการควบคุมการปฏิบัติงานเพื่อใหเ้ กิดการติดตามและ

ประเมนิ ผลบรรลุวตั ถุประสงคโ์ ดยกาํ หนดเป็ นแผนการดาํ เนินงานหรอื แผนปฏบิ ตั ิการ

กลยุทธ์ วตั ถุประสงค์ ตวั ช้ วี ดั ระยะเวลา เป้าหมาย

1. ประชาสัมพันธ์ 1. เพ่ือให้ทั่วโลก 1. จํานวนคนที่ 1 . ภ า ย ใ น ปี 1. ต้ังแต่ร้อยละ

ก า ร ท่ อ ง เ ท่ี ย ว รจู้ กั รู้ จั ก ป ร ะ เ พ ณี 2 5 6 5 ห รื อ 80 ข้ นึ ไป

ป ร ะ เ พ ณี 2 . เ พื่ อ สื บ ส า น ผีตาโขน ภายในวันที่ .. 2. ต้ังแต่ร้อยละ

ผีตาโขน ประเพณี 2565 90 ข้ นึ ไป

2. รอ้ ยละของความ 2 . ภ า ย ใ น ปี

พึงพอใจในการสืบ 2 5 6 5 ห รื อ

ส า น ป ร ะ เ พ ณี ภายในวันที่ ..

ผีตาโขน 2565

2 . ก า ร ป รับ ภู มิ เพื่อใหน้ ักท่องเท่ียว จํ า น ว น นั ก ภายใน 6 เดือน ต้ังแต่รอ้ ยละ 80

ทศั น์ใหป้ ระทบั ใจ เดินทางสะดวก ท่ อ ง เ ท่ี ย ว ท่ี มี หรือภายหน่ึงปี ข้ นึ ไป หรอื

ความพึงพอใจ หรอื ภายใน..วนั ต้ังแต่รอ้ ยละ 95

ข้ นึ ไป

ตารางท่ี 1 แสดงตวั อยา่ งการออกแบบการควบคุมการปฏิบตั ิงานการติดตามและ

ประเมินผลแผนพฒั นาทอ้ งถิ่น

กล่าวโดยสรุป แนวคิดและหลักการในดา้ นการติดตามและการควบคุมการปฏิบัติงาน จึงมี
วตั ถุประสงค์เพื่อตอ้ งการช้ ีใหเ้ ห็นถึงสถานการณ์ของโครงการท่ีดาํ เนินการไปใหเ้ ร็วท่ีสุดที่เท่าท่ีจะเร็วไดใ้ น
เรื่องเก่ียวกับการใชท้ รัพยากร การปฏิบัติกิจกรรมต่าง ๆ หรือผลิตผลของโครงการเพื่อจะไดจ้ ัดการแกไ้ ข
ปรบั ปรุงสถานการณ์ต่าง ๆ ของโครงการท่ีเป็ นไปทนั ท่วงที การควบคุมผลการปฏิบตั ิงานจึงเป็ นการควบคุม
ผลผลิตของโครงการหรือความสําเร็จของโครงการเพ่ือจัดการใหโ้ ครงการดําเนินการไดต้ ามที่กําหนดไวใ้ น
แผนพฒั นาทอ้ งถ่ินขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิ่นซึ่งเป็ นการควบคุมท้งั ปริมาณและคุณภาพของงาน ควบคุม
ใหง้ านท่ีไดม้ ีลกั ษณะและคุณสมบตั ิตามที่กาํ หนดไวเ้ รียกวา่ การควบคุมคุณภาพ (quality control) การควบคุม
ในขอ้ น้ ีรวมถึงการควบคุมเวลาของโครงการดว้ ย คือการควบคุมใหโ้ ครงการสามารถดาํ เนินการใหแ้ ลว้ เสร็จ
เพ่ือใหไ้ ดป้ รมิ าณและคุณภาพตามชว่ งเวลาที่กาํ หนดไว้

6. SWOT Analysis
6.1 กรอบแนวคิด SWOT Analysis เพ่ือการวเิ คราะหแ์ ผนพฒั นาทอ้ งถ่ิน เอกชยั บุญยาทิษ

ฐาน (2553) กล่าวถึงกลยุทธ์ SWOT วา่ กลยุทธ์ SO กลยุทธ์ที่ใชจ้ ุดแข็งภายในเพ่ือนําโอกาสที่ดีจาก
ภายนอกมาใช้ พดู ส้นั ๆ ไดว้ า่ “เอาโอกาสมาใช”้ กลยทุ ธ์ WO กลยุทธท์ ี่ใชล้ ดจุดออ่ นภายในโดยใชโ้ อกาสท่ีดี
จากภายนอก พูดส้ัน ๆ ไดว้ า่ “ปรบั ปรุงตนเอง” กลยุทธ์ ST กลยุทธท์ ี่ใชจ้ ุดแข็งภายในเพื่อลดทอนหรือ
หลีกเลี่ยงภยั คุกคามจากภายนอก พดู ส้นั ๆ ไดวา่ “กาํ จดั ภยั คุกคาม” กลยุทธ์ WT กลยุทธท์ ี่ใชล้ ดจุดอ่อน
ภายในและหลีกเลี่ยงภยั คุกคามจากภายนอก พดู ส้นั ๆ วา่ “หลีกเล่ียง หรอื หนี”

ดร.สรุ ยิ ะ หินเมืองเก่า การตดิ ตามและประเมินผลแผนพฒั นาทอ้ งถ่ ินขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ ิน หนา้ 26

Strengths คือ จุดแข็ง หมายถึง ความสามารถและสถานการณ์ภายในหมู่บา้ น/
ชุมชน/องคก์ ร/กลุ่มที่เป็ นบวกซ่ึงหมู่บา้ น/ชุมชน/องค์กร/กลุ่ม นํามาใชเ้ ป็ นประโยชน์ในการทาํ งาน
เพื่อใหบ้ รรลุวตั ถุประสงค์หรือการดาํ เนินงานภายในท่ีหมู่บา้ น/ชุมชน/องคก์ ร/กลุ่มทําไดด้ ี: การ
พฒั นาทอ้ งถ่ิน

Weaknesses คือ จดุ อ่อน หมายถึง สถานการณภ์ ายในหมูบ่ า้ น/ชุมชน/องคก์ ร/กลุ่ม
ท่ีเป็ นลบหรือดอ้ ยความสามารถ ซง่ึ หมบู่ า้ น/ชุมชน/องคก์ ร/กลุ่ม ไมส่ ามารถนํามาใชป้ ระโยชน์ในการ
ทาํ งานเพอ่ื ใหบ้ รรลุวตั ถุประสงค์ หรือหมายถึงการดาํ เนินงานภายในหมูบ่ า้ น/ชุมชน/องคก์ ร/กลุ่มทาํ
ไดไ้ มด่ ี หรือทาํ ไดแ้ ต่ไมด่ ี: การพฒั นาทอ้ งถิ่น

Opportunities คือ โอกาส หมายถึงปัจจัยและสถานการณ์ภายนอกท่ีเอ้ ืออํานวยให้
การทาํ งานของหมบู่ า้ น/ชุมชน/องคก์ ร/กลุ่ม บรรลุวตั ถุประสงคห์ รอื หมายถึง สภาพแวดลอ้ มภายนอก
ท่ีเป็ นประโยชน์เอ้ ือตอ่ การดาํ เนินงานของหมบู่ า้ น/ชุมชน/องคก์ ร/กลุ่ม: การพฒั นาทอ้ งถ่ิน

Threats คือ อุปสรรค หมายถึง ปัจจยั และสถานการณภ์ ายนอกท่ีขดั ขวางการทาํ งาน
ของหมบู่ า้ น/ชุมชน/องคก์ ร/กลุม่ ไมใ่ หบ้ รรลุวตั ถุประสงคห์ รือหมายถึง สภาพแวดลอ้ มภายนอกที่เป็ น
ปัญหาต่อหมบู่ า้ น/ชุมชน/องคก์ ร/กลุม่ : การพฒั นาทอ้ งถ่ิน

6.2 แนวคิดในการใชก้ ารวิเคราะห์ SWOT Analysis สาํ หรบั การวิเคราะหแ์ ผนพฒั นาทอ้ งถ่ิน
องคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ินน้ัน จะตอ้ งวิเคราะหอ์ ยบู่ นพ้ ืนฐานที่สาํ คญั สองประการ ไดแ้ ก่ 1) BALK GROUD
ขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถิ่นซ่ึงหมายรวมถึงท้งั เขตหมูบ่ า้ น ตาํ บลและชุมชนสาํ หรบั เทศบาลวา่ มีจุดแข็ง
อย่างไรในทอ้ งถิ่นของตนเอง มีจุดเด่นในเร่ืองอะไร สภาพพ้ ืนที่ทําใหเ้ กิดจุดเด่นหรือไม่ ประชาชนใน
ทอ้ งถ่ินมจี ุดเดน่ อยา่ งไร 2) ทอ้ งถ่ินของตนเองมจี ุดดอ้ ยท่ีเกิดจากทอ้ งถ่ินหรือสภาพของทอ้ งถ่ินอยา่ งไร จุด
ดอ้ ยเกิดข้ ึนเพราะสภาพทางภูมิศาสตร์ ความเป็ นมาทางประวตั ิศาสตรห์ รือไม่ หรือเป็ นเพราะว่าเกิดจาก
ผบู้ ริหารทอ้ งถิ่นและขา้ ราชการทอ้ งถ่ินทาํ ใหเ้ กิดหรือประชาชนทอ้ งถิ่นทําใหเ้ กิดหรือมีปัจจยั ใด ๆ ที่ทาํ ให้
เกิดข้ ึนเชน่ น้ัน

6.3 แนวตวั อย่างของ SWOT Analysis อันไดแ้ ก่ S: strength (จุดแข็ง) W: weakness
(จุดอ่อน) O: opportunity (โอกาส) T: threat (อุปสรรค) เพ่ือเป็ นกรอบในการติดตามและประเมินผล
แผนพฒั นาทอ้ งถ่ินขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถิ่น

S W ปัจจยั ภายใน

OT ปัจจยั ภายนอก

ตารางท่ี 2 แสดงภาพการเชื่อมโยง SWOT ระหวา่ งปัจจยั ภายในและปัจจยั ภายนอก

ดร.สุรยิ ะ หินเมืองเก่า การติดตามและประเมินผลแผนพฒั นาทอ้ งถ่ ินขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ ิน หนา้ 27

S: strength จุดแข็งที่เกิดข้ ึนภายในน้ัน ส่งผลใหเ้ กิดหรือว่าเกิดจากโอกาส O:
opportunity ซึง่ เป็ นปัจจยั ภายนอกท่ีเป็ นตวั เรง่ หรอื ตวั จกั รสาํ คญั ในการเปิ ดโอกาสจนนําไปสู่จุดแข็งการ
พฒั นาทอ้ งถ่ินหรือจากจุดแข็งของการพฒั นาทอ้ งถ่ินไดเ้ กิดโอกาสอะไรข้ ึนกบั เราหรอื หน่วยงานของเรา

W: weakness จุดอ่อนของเราหรือองคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ินน้ัน มีจุดอ่อนเพราะอะไร
แลว้ อุปสรรค T: threat ที่ทาํ ใหก้ ารพฒั นาทอ้ งถ่ินลม้ เหลวหรือไม่ประสบผลสาํ เร็จคืออะไร ปัจจยั ภายนอก
ส่ิงที่มีอยนู่ อกร้วั นอกอาณาเขตขององค์กรปกครองส่วนทอ้ งถ่ินน้ันคืออะไร ระหวา่ งอุปสรรคกับจุดอ่อนท่ี
เกิดข้ ึนน้ันมคี วามสมั พนั ธก์ นั อยา่ งไรถึงเกิดข้ ึนเชน่ น้ัน เราจะปรบั เปล่ียนอุปสรรคท่ีเกิดข้ ึนใหเ้ ป็ นโอกาส O:
opportunity ไดอ้ ยา่ งไร เราจะพฒั นาหรือสรา้ งจุดออ่ นใหเ้ ป็ นจุดแข็งน้ันไดอ้ ยา่ งไร

6.4 วิเคราะหเ์ พอ่ื ปรบั ใช้
SO: จุดแข็งและมีโอกาสพฒั นา
WO: จุดอ่อนและมโี อกาสพฒั นา
WT: จุดออ่ นและมอี ุปสรรคในการพฒั นา
ST: จุดแข็งและมอี ุปสรรคในการพฒั นา

S

ST SO
T O

WT WO

W

ตารางที่ 3 แสดงภาพการวเิ คราะหเ์ ชิงกลยทุ ธข์ อง SWOT

1. ภายใตจ้ ุดแข็งและมีโอกาสพฒั นา: SO (S: strength จุดแข็ง=O: opportunity โอกาส) โอกาสท่ีมี
โอกาสที่ดี โอกาสยอ่ มสรา้ งและแสวงหาจุดแข็งเพ่ือการพฒั นาทอ้ งถ่ินได้ แต่ถา้ เรามีโอกาสแลว้ ไม่ใชโ้ อกาส
หรอื ใชโ้ อกาสไมเ่ ป็ นก็ยอ้ มจะกลบั กลายเป็ นจุออ่ นและหรอื อุปสรรคของการพฒั นาทอ้ งถิ่นได้

2. ภายใตจ้ ุดออ่ นและมีโอกาสพฒั นา: WO (W: weakness จุดออ่ น=O: opportunity โอกาส) แมว้ า่
เราจะมจี ุดออ่ นหรอื สภาพการณท์ ี่ไมด่ ี ยาํ่ แยใ่ นการพฒั นาทอ้ งถิ่นก็ตาม แต่เราก็สามารถที่จะพฒั นาใหก้ บั
กลายเป็ นผมู้ โี อกาสในการพฒั นาทอ้ งถิ่นได้ หากเราแสวงหาโอกาสอนั น้ัน โดยการใชศ้ กั ยภาพของบคลากร
องคก์ รและสถานการณท์ ่ีเอ้ ือตอ่ การดาํ เนินการตามบรบิ ทขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ิน

3. ภายใตจ้ ุดอ่อนและมีอุปสรรคในการพฒั นา: WT (W: weakness จุดอ่อน=T: threat
อุปสรรค) ภายใตป้ ัญหามากมายท่ีไมส่ ามารถดาํ เนินการได้ สิ่งท่ีไม่ดี สภาพความไม่พรอ้ มต่าง ๆ ใน
องค์กรปกครองส่วนทอ้ งถ่ินไดส้ รา้ งปัญหา/อุปสรรคในการพัฒนาทอ้ งถ่ิน การพบท้ังจุดอ่อนและ

ดร.สุรยิ ะ หนิ เมืองเก่า การตดิ ตามและประเมินผลแผนพฒั นาทอ้ งถ่ ินขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ ิน หนา้ 28

อุปสรรคที่เกิดข้ ึนหากไมร่ บี ดาํ เนินการแกไ้ ขในสิ่งท่ีเกิดข้ ึนก็จะทาํ ใหก้ ารพฒั นาทอ้ งถิ่นลดค่าลงและไม่
สนองต่อความตอ้ งการและความคาดหวงั ของประชาชนในทอ้ งถ่ิน

4. ภายใตจ้ ุดแข็งและมีอุปสรรคในการพฒั นา: ST (S: strength จุดแข็ง=W: weakness
จุดอ่อน) แมว้ า่ จะมีความสมบูรณ์ ความพรอ้ ม มีสิ่งดี ๆ ในองคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิ่นก็ตาม แต่เม่ือ
พบจุดอ่อนก็ตอ้ งพยายามท่ีแกไ้ ขปัญหาน้ัน หรือแมว้ ่าจะพบจุดอ่อนก็สามารถนําไปสู่การแกไ้ ข
เปล่ียนแปลงไดจ้ นกลายเป็ นจุดแข็ง เพราะจุดอ่าน-จุดแข็งแต่ละพ้ ืนท่ี แต่ละองค์กรปกครองส่วน
ทอ้ งถ่ินยอ่ มไมเ่ หมือนกนั หรืออาจเหมือนกนั คลา้ ยกนั ในบางมติ ิของการพฒั นาทอ้ งถ่ิน

ไมว่ า่ จะเกิดข้ ึนดว้ ยบริบทใด ๆ องคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ินยอ่ มมีโอกาสพฒั นาทอ้ งถิ่นใหด้ ี
ข้ ึนได้ อยทู่ ่ีวา่ เราจะเขา้ ใจ เขา้ ถึงปัญหา สภาพปัญหาท่ีเกิดข้ ึนจรงิ และยอมรบั ปัญหาท่ีเกดิ ข้ นึ จรงิ หรือไม่
ตราบใดที่เราไมย่ อมรบั วา่ มีศกั ยภาพจริงหรอื มปี ัญหาจรงิ เรานําปัญหาซกุ ไวใ้ ตพ้ รม การพฒั นาทอ้ งถิ่น
ยอ่ มเกิดข้ ึนไมไ่ ดแ้ ละหรอื ไมส่ ามารถแกป้ ัญหาไดจ้ รงิ ไดถ้ ูกจุด ถูกเป้าหมายของความตอ้ งการ

6.5 ตารางวิเคราะหแ์ บบ SWOT เราจะคน้ พบสิ่งที่ตอ้ งการในทอ้ งถ่ินเพื่อกาํ หนดกรอบ
การวางแผนพัฒนาทอ้ งถ่ินโดยใชก้ ระบวนการประชาคมในทอ้ งถิ่นที่ทุกคน/ครัวเรือน/หมู่บา้ น/
ชุมชน/ตาํ บล/อาํ เภอ/จงั หวดั ไดเ้ กิดกระบวนการทางความคิดแบบเชิงยุทธศาสตร์และมีส่วนรว่ มใน
การพฒั นาทอ้ งถ่ิน

ปัจจยั ภายใน S W
ปัจจยั ภายนอก
(SO) (WO)
O รุกไปขา้ งหนา้ พฒั นา
(WT)
T (ST) ปรบั เปลี่ยน
สรา้ งพนั ธมิตร

ตารางที่ 4 การใช้ SWOT เพ่ือวเิ คราะหป์ ัจจยั ภายในและปัจจยั ภายนอก

O=SO: (S: strength จุดแข็ง=O: opportunity โอกาส) จุดแข็งและมีโอกาสพฒั นา ตอ้ งรุก
ไปขา้ งหนา้ ตอ้ งกา้ วเดินไปเพือ่ สูจ่ ุดมุง่ หมายที่กาํ หนดไวใ้ หไ้ ด้ อะไรคือจุดมุ่งหมายการพฒั นาทอ้ งถ่ินที่
จะตอ้ งไปใหถ้ ึง

O=WO (W: weakness จุดอ่อน=O: opportunity โอกาส) จุดอ่อนและมีโอกาสพฒั นา ตอ้ ง
พฒั นา ไมใ่ ชก่ ารหยดุ ไมใ่ ชก่ ารนิ่งเฉย แลว้ จะทาํ อะไรในการพฒั นาทอ้ งถ่ิน

T=ST (S: strength จุดแข็ง=W: weakness จุดอ่อน) จุดแข็งและมีอุปสรรคในการ
พฒั นา ตอ้ งสรา้ งพนั ธมิตร ตอ้ งรูจ้ กั และผูม้ ิตรกบั องคก์ รต่าง ๆ ท้งั นิติบุคคล บุคคล ปัจเจกชนต่าง ๆ
การพฒั นาทอ้ งถ่ินจะมอี ยหู่ รอื จะทาํ อยเู่ ฉพาะตนเองไมไ่ ด้ ตอ้ งมีเพ่อื น มพี วก

T= WT (W: weakness จุดอ่อน=T: threat อุปสรรค) จุดอ่อนและมีอุปสรรคในการพฒั นา
เราตอ้ งปรับเปลี่ยน รูจ้ ักการเปล่ียนแปลงตัวเอง ปรับปรุงตัวเอง ปรับปรุงยุทธศาสตร์ แผนงาน

ดร.สรุ ยิ ะ หินเมืองเก่า การตดิ ตามและประเมินผลแผนพฒั นาทอ้ งถ่ ินขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ ิน หนา้ 29

โครงการตา่ ง ๆ วสิ ยั ทศั น์ท่ีกาํ หนดไวน้ ้ันมนั เขา้ หรอื เหมาะสมกบั สภาพปัจจุบนั หรอื ไม่ ถึงเวลาแลว้ หรือ
ยงั จะปรบั เปลี่ยนคน บุคลากรทาํ งานเป็ นอยา่ งไร จะ re-engineering อยา่ งไร

ปัจจยั การวิเคราะหจ์ ุดแข็ง การวิเคราะหจ์ ุดออ่ น

(strength) (weakness)

1. คน (man)

2. เงิน (money)

3. วสั ดุหรือวตั ถุดิบ

(material)

4. วธิ ีปฏิบตั ิงาน (method)

ตารางท่ี 5 การใช้ SWOT วเิ คราะหป์ ัจจยั ภายในองคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิ่น

1. คน (man) บุคลากรในองคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิ่นท่ีหลากหลายรอ้ ยพ่อพนั แม่น้ันเรา
จะบรหิ ารอยา่ งไร เราจะจาํ แนกและวเิ คราะหถ์ ึงจุดแข็ง (strength) ในการทํางานอยา่ งไร และเราไดม้ ี
การจําแนกและวิเคราะห์ถึงจุดอ่อน (weakness) ของแต่ละคนไวแ้ ลว้ อย่างไร เราไดด้ ําเนินการส่ิง
เหล่าน้ ีแบบเป็ นกฎเป็ นเกณฑแ์ ละทาํ แลว้ ไดน้ ํามาใชห้ รอื ไม่

2. เงนิ (money)/งบประมาณ (budget)/สถานะทางการเงินการคลงั (Fiscal financial status)
เราเป็ นอย่างไร รายไดข้ ององค์กรปกครองส่วนทอ้ งถิ่นมีเท่าไหร่ จะใชไ้ ดเ้ ท่าไหร่ จะใชอ้ ย่างไร เพ่ือให้
ครอบคลุมการบรกิ ารสาธารณะและกิจกรรมสาธารณะ การใชง้ บประมาณที่มีอยา่ งจาํ กดั น้ ีเป็ นไปตามหนา้ ท่ี
และอาํ นาจท่ีมีอยู่หรือไม่ สถานะทางการเงินเราเป็ นอย่างไรเป็ น + หรือจุดแข็ง (strength) เป็ น – หรือ
จุดอ่อน (weakness) แลว้ เราจะทาํ อยา่ งไร

3. วสั ดุหรือวตั ถุดิบ (material) เครื่องมือในการทํางานของเรามีอะไรบา้ ง อะไรท่ีไม่มี
ความพรอ้ ม เคร่อื งมือท่ีมอี ยหู่ รอื ไมม่ ีน้ันเราไดม้ ีการวเิ คราะหจ์ ุดแข็ง (strength) และวิเคราะหจ์ ุดอ่อน
(weakness) หรอื ยงั เพ่ือนําไปสูก่ ารวางแผนพฒั นาทอ้ งถิ่น

4. วธิ ีปฏิบตั ิงาน(method) องคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิ่นไดม้ ีการวเิ คราะหใ์ หเ้ ห็นถึง
จุดแข็ง (strength) จุดอ่อน (weakness) ในการปฏิบิหน้าที่หรือไม่ บุคลากรมีความรู้ ความเขา้ ใน
กฎหมาย ระเบียบ วิธีปฏิบตั ิราชการอยา่ งถูกตอ้ งหรือไม่ ในองคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิ่นไดด้ าํ เนินการ
เขียนใบปฏิบัติงาน แนวทางปฏิบัติงานหรือมาตรฐานการปฏิบัติงานของตนเองใหเ้ ป็ นท่ีรับรูข้ องผู้
ปฏิบัติและผูร้ บั บริการจากเราแลว้ หรือยงั หรือว่าเราคิดเองไม่เป็ น ท้ัง ๆ ท่ีมีกฎหมาย ระเบียบ หนังสือ
ราชการไดก้ าํ หนดแนวทางปฏิบตั ิไวอ้ ยแู่ ลว้ หรือเราใหอ้ ยใู่ นตวั หนังสือน้ัน ไม่ส่ือสารใหค้ นในองคก์ รของเรา
ไดร้ ับรู้ ไม่ส่ือสารใหป้ ระชาชน หน่วยงานนิติบุคคล หรือผูม้ ีส่วนไดเ้ สียกับเราท่ีตอ้ งมารบั บริการ อนุมัติ
อนุญาต คาํ ถามคือเราทาํ อะไร อยา่ งไรปัจจุบนั และคน้ หาสาเหตุถึงจุดแข็ง จุดอ่อน น้ันแลว้ หรอื ยงั

ดร.สรุ ยิ ะ หินเมืองเก่า การติดตามและประเมินผลแผนพฒั นาทอ้ งถ่ ินขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ ิน หนา้ 30

ปัจจยั โอกาส อปุ สรรค
(opportunity) (threat)
1. นโยบาย
(policy)
2. เศรษฐกิจ (economic)
3. สภาพสงั คม
(social)
4. เทคโนโลยี
(technology)

ตารางท่ี 6 การใช้ SWOT วเิ คราะหป์ ัจจยั ภายนอกองคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถิ่น

1. นโยบาย (policy) การกําหนดนโยบายของผูบ้ ริหารทอ้ งถิ่น/องค์กรปกครองส่วน
ทอ้ งถิ่นเพอ่ื พฒั นาทอ้ งถ่ินเราไดใ้ ชแ้ นวทางใดที่เกิดจากโอกาสน้ัน และโอกาสท่ีเปิ ดน้ันมีขอบเขตใหเ้ รา
ประกาศหรอื ใชน้ โยบายไดอ้ ยา่ งไร และส่ิงที่เกิดปัญหาหรอื อุปสรรคน้ันคืออะไร และเราไดแ้ กไ้ ขอยา่ งไร

2. เศรษฐกิจ (economic) สภาพเศรษฐกิจ รายได้ รายจ่ายขององค์กรปกครองส่วน
ทอ้ งถิ่นที่เกิดจากโอกาสในการสรา้ งรายได้ หรือสภาพเศรษฐกินน้ันเราทําไดม้ ากน้อยเพียงใด
ประชาชนในทอ้ งถ่ินมโี อกาสในการที่จะเสริสรา้ งรายไดข้ องเขาอยา่ งไร องคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิ่นจะ
หารายไดเ้ พ่ือมาใชจ้ า่ ยอยา่ งไร และอะไรคือปัญหา และเราไดแ้ กไ้ ขอยา่ งไร

3. สภาพสงั คม (social) สภาพสงั คมในทอ้ งถิ่นมีมีความหลากหลายท้งั จากเช้ ือชาติ ชาติ
พนั ธุ์ ภาษา ขนบธรรมเนียม ประเพณี วฒั นธรรม การศึกษา ศาสนา ความเชื่อมีความแตกต่างกนั น้ัน
สิ่งท่ีจะเป็ นโอกาสและส่ิงท่ีจะเป็ นปัญหาหรืออุปสรรคในการพฒั นาทอ้ งถ่ินน้ันคืออะไรและเราไดแ้ กไ้ ข
อยา่ งไร

4. เทคโนโลยี (technology) โลกยุคดิจิทลั (Digital) คือสิ่งที่โลกของเรากาํ ลงั ใหค้ วามสาํ คญั ท้งั ใน
ดา้ นธุรกิจการทาํ งาน ดา้ นสาธารณูปโภคไปจนถึงการใชช้ ีวติ ประจาํ วนั ของคนทวั่ ๆ ไป ที่ตอ้ งใชเ้ ทคโนโลยีและ
นวตั กรรมหรือส่ิงที่เกิดข้ ึนใหม่ ๆ ที่เกิดข้ ึนมาเพื่อช่วยใหช้ ีวิตของผูค้ นสะดวกสบายยิ่งข้ ึนและสนองความ
ตอ้ งการของประชาชน/ผูค้ นท้ังหลายในแบบใหม่ ๆ องค์กรปกครองส่วนทอ้ งถิ่นไดน้ ําระบบดิจิทัลมาใชใ้ น
ทอ้ งถ่ินเราอะไรบา้ ง ระบบใดบา้ ง และใชอ้ ยา่ งไรโอกาสท่ีเราจะนํามาใชน้ ้ันมีมากน้อยเพียงใดและปัญหาหรือ
อุปสรรคในนํามาใชห้ รือใชน้ ้ันคืออะไรและเราไดแ้ กไ้ ขอยา่ งไร

กล่าวโดยสรุป การนําเสนอ SWOT Analysis มาเป็ นกรอบวิเคราะหเ์ พื่อการจดั ทําแผนพฒั นา
ทอ้ งถ่ิน จะตอ้ งพิจารณาส่วนสําคัญสําหรบั การวิเคราะหว์ า่ องคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ินมีจุดมุ่งหมายเพื่อการ
พฒั นาทอ้ งถิ่นอย่างไร โดยดูไดจ้ ากสภาพพ้ ืนท่ี คนในทอ้ งถ่ิน ผูบ้ ริหารและสมาชิกสภาทอ้ งถิ่น บุคลากรของ
องคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถิ่นมีมุมมองเพื่อใหเ้ กิดการแสวงหาจุดแข็ง จุดอ่อนขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ินเพื่อ
ใชเ้ ป็ นแนวทางการวเิ คราะห์ ส่วนโอกาสและอุปสรรคจะเป็ นตวั ชว่ ยใหเ้ กิดการกระตุน้ การตระหนัก การไตร่ตรอง
ว่าจะอยูใ่ นสภาวการณ์ใดในการขบั เคล่ือนการพฒั นาทอ้ งถิ่น การใช้ SWOT Analysis มาเป็ นแนวทางในการ

ดร.สรุ ยิ ะ หนิ เมืองเก่า การติดตามและประเมินผลแผนพฒั นาทอ้ งถ่ ินขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ ิน หนา้ 31

วเิ คราะหด์ ังกล่าวจะชว่ ยเสริมใหป้ ระชาชนในทอ้ งถิ่นเกิดความเชื่อว่าองค์กรปกครองส่วนทอ้ งถ่ินจะนําพาการ
พฒั นาใหต้ รงจุดหมายท่ีประชาชนตอ้ งการ ไม่ใชก่ ารพฒั นาตามความประสงค์หรือความตอ้ งการของผูบ้ ริหาร
ทอ้ งถิ่น สมาชิกสภาทอ้ งถิ่นและขา้ ราชการองคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ิน

การนําเสนอและผลท่ีเกิดจาก SWOT Analysis จึงจาํ เป็ นตอ้ งเปิ ดเผยใหป้ ระชาชนหรือผูม้ ี
ส่วนไดเ้ สียในองคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถิ่นไดร้ บั ทราบ รบั รรู้ ว่ มกนั เพื่อเป็ นเคร่ืองมือการพฒั นาทอ้ งถ่ิน
ที่ทุกภาคส่วนจะตอ้ งปรบั ตัว ปรบั ปรุงในส่วนท่ีเกิดข้ ึน เติมเต็มในสิ่งที่ขาดหายไป หากการวิเคราะห์
SWOT เป็ นเพียงกระดาษแผ่นหนึ่งและถูกเก็บไวใ้ นแฟ้ม ในตูเ้ อกสารก็จะไมเ่ กิดประโยชน์ใด ๆ ในการ
เสริมสรา้ งและขบั เคล่ือนการพฒั นาทอ้ งถิ่น

ดร.สรุ ยิ ะ หินเมืองเก่า การติดตามและประเมินผลแผนพฒั นาทอ้ งถ่ ินขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ ิน หนา้ 32

3. รูปแบบการตดิ ตามและประเมินผลแผนพฒั นาทอ้ งถ่ิน

1. ความนา
รูปแบบ (model) เป็ นโครงสรา้ งท่ีแสดงถึงความสมั พนั ธจ์ ะเป็ นเชิงปริมาณ (Quantitative)

หรือคุณภาพก็ได้ (Qualitative) อธิบายถึงความสมั พนั ธ์ระหวา่ งองคป์ ระกอบต่าง ๆ หรือตวั แปรต่าง ๆ
(Variable) ที่มใี นปรากฏการณธ์ รรมชาติหรอื ในระบบตา่ ง ๆ ไดอ้ ธิบายลาํ ดบั ข้นั ตอนขององคป์ ระกอบหรือ
กิจกรรมในระบบซ่ึงมีมโนทัศน์ (Concept) อย่างน้อย 3 ประการคือ 1) ในทางสถาปัตย์หรือศิลปะจะ
หมายถึง หุน่ จาํ ลอง (Dummy) 2) ในทางคณิตศาสตรแ์ ละเศรษฐศาสตรจ์ ะหมายถึงสมการ (equation) และ
3) ในทางศึกษาศาสตรจ์ ะหมายถึงความสมั พนั ธ์ของตัวแปร กรอบของความคิด (frame mind) หรือการ
แทนความคิดออกเป็ นรูปธรรม

เสน่ห์ จุน้ โต (2553) รูปแบบของการประเมินผลโครงการกาํ หนดไดค้ ือ 1) การแบ่งแบบ
การประเมินผลโครงการตามระยะเวลา ไดแ้ ก่ การประเมินผลโครงการก่อนการดําเนินงาน การ
ประเมินผลโครงการระหวา่ งการดาํ เนินงาน การประเมินผลโครงการเมอื่ ส้ ินสุดการดาํ เนินงาน 2) การ
แบ่งรูปแบบการประเมินผลโครงการตามความต้องการใช้ปร ะโยชน์ ได้แก่ การประเมินผล
ความกา้ วหน้า การประเมินผลสรุป 3) การแบง่ รูปแบบการประเมนิ ผลตามลกั ษณะการประเมิน ไดแ้ ก่
การประเมินผลโครงการแบบไม่ทดลอง (การประเมินผลโครงการแบบคร้ังเดียว การประเมินผล
โครงการแบบก่อน-หลัง) การประเมินโครงการแบบทดลอง 4) การแบ่งรูปแบบการประเมินผลการ
บริการสังคม ไดแ้ ก่ แบบวิเคราะห์ระบบ แบบยึดวตั ถุประสงค์เชิงพฤติกรรมหรือวตั ถุประสงค์เป็ น
พ้ ืนฐาน แบบยดึ การตดั สินใจเป็ นหลกั แบบอิสระจากวตั ถุประสงค์ แบบตรวจสอบทางวชิ าชีพ แบบกึ่ง
กฎหมาย แบบศึกษาเฉพาะกรณี

รูปแบบสาํ หรบั การติดตามและประเมินผลแผนน้ันคณะกรรมการติดตามและประเมินผล
แผนพฒั นาทอ้ งถิ่นขององค์กรปกครองส่วนทอ้ งถิ่น นอกจากการกาํ หนดหว้ งระยะเวลาในการติดตาม
และประเมนิ ผลแลว้ จะตอ้ งกาํ หนดรูปแบบเพื่อการติดตามและประเมินผลเพื่อนําไปสู่การประเมินผลท่ี
ผมู้ ีส่วนเกี่ยวขอ้ งทุกฝ่ ายเขา้ ใจและสามารถปฏิบตั ิตามกรอบระยะเวลาท่ีกาํ หนดไวไ้ ด้ เพราะวา่ รูปแบบ
จะเป็ นเครื่องมือที่จะช่วยใหเ้ ราไดม้ องเห็นเหตุการณ์และแสดงความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งวิสยั ทัศน์ ประเด็น
ยุทธศาสตร์ เป้าประสงค์ ตวั ช้ ีวดั ค่าเป้าหมาย กลยุทธ์ แผนงาน โครงการพฒั นา กิจกรรม งานต่าง ๆ
ครุภณั ฑส์ าํ หรบั การบริการสาธารณะ หรือแผนพฒั นาทอ้ งถ่ินและแผนการดาํ เนินงาน ตลอดจนการ
ควบคุม อา้ งอิง หรือแปลความหมาย รูปแบบเป็ นการแสดงองค์ประกอบและความสัมพันธ์ของ
องคป์ ระกอบเท่าน้ัน ไมใ่ ช่ปรากฏการณห์ รือสถานการณ์จริง รูปแบบ แผนภูมิ หรือ แผนผงั ช่วยให้
มองเหน็ ส่ิงท่ีเกิดข้ ึน ส่ิงที่อธิบายไดเ้ ห็นง่ายข้ ึน แต่การกาํ หนดหรอื จาํ ลอง ออกแบบจะมีส่วนชว่ ยสาํ คญั
ในการกาํ กับ ควบคุมการติดตามและประเมินผลใหท้ ันตามระยะเวลาท่ีกาํ หนดและที่สาํ คัญเป็ นแนว
ปฏิบตั ิในทิศทางเดียวกนั

ดร.สรุ ยิ ะ หินเมืองเก่า การติดตามและประเมินผลแผนพฒั นาทอ้ งถ่ ินขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ ิน หนา้ 33

2. ตวั แบบในการประเมินผล
ความเห็นและข้อค้นพบของตัวแบบหรือโมเดล (model) รูปแบบการติดตามและ

ประเมินผลท้งั ภาครฐั และเอกชน เป็ นดงั น้ ี
วุฒิพงษ์ ยศถาสุโรดม (2546) กาํ หนดตัวแบบหรือโมเดลในรูปของการสนทนาในการ

ประเมินผล โดยจะตอ้ งมีต้ังแต่ดีเยี่ยม (outstanding) ไปจนถึงไม่น่าพอใจ (unsatisfactory) จึงควร
เลือกแนวทางสนทนาในการประเมนิ ผลใหส้ อดคลอ้ งกบั ผลการประเมนิ ท่ีจะเป็ นไปดว้ ย

วรี วุธ มาฆะศิรานนท์ (2547) วิธีการต่าง ๆ ในการประเมินผลไดแ้ ก่ การเฝ้าสงั เกตผล
การปฏิบัติงาน การทดสอบทักษะ แบบฝึกหัดที่จําลองข้ ึนมา โครงการหรืองานท่ีมอบหมาย การ
สอบถามดว้ ยปากเปลา่ การสอบขอ้ เขียน และการสอบดว้ ยคาํ ถามแบบปรนัย

ชาญ สวสั ด์ิสาลี (2546) รูปแบบของรายงานการประเมินผลการฝึกอบรมจะประกอบดว้ ย
สาระสาํ คญั ต่าง ๆ ดงั ต่อไปน้ ี 1) บทคดั ยอ่ /บทสรุปสาระสาํ คญั (สาํ หรบั ผูบ้ ริหาร) เป็ นการสรุปสาระสาํ คญั
ท้ังหมดจากการประเมินผลคร้งั น้ ีท่ีผูบ้ ริหารควรจะไดร้ บั ทราบ 2) บทนํา เป็ นการใหข้ อ้ มูลโดยย่อเก่ียวกับ
โครงการฝึกอบรม/สมั มนาน้ัน เชน่ ความเป็ นมาของโครงการ ชว่ งเวลาและสถานที่ดาํ เนินการ วตั ถุประสงค์
หลักของโครงการ จํานวนและหน่วยงานตน้ สังกัดของผูเ้ ขา้ รับการอบรม/สัมมนา จุดมุ่งหมายของการ
ประเมนิ ผลคร้งั น้ ี 3) บทที่ 1 ระเบียบวธิ ีการประเมนิ ผล เชน่ วตั ถุประสงคข์ องการประเมินผล ขอบเขตของการ
ประเมินผล วิธีการเก็บรวบรวมขอ้ มูล วธิ ีการวิเคราะหข์ อ้ มูล 4) บทท่ี 2 ผลการวเิ คราะหข์ อ้ มูล จะวเิ คราะห์
ขอ้ มูลเรียงตามวตั ถุประสงค์ของการประเมินผลแต่ละขอ้ เช่น วตั ถุประสงค์ของการประเมินขอ้ ที่ 1 กาํ หนด
ประเด็นที่วเิ คราะหแ์ ละผลที่พบจากการประเมนิ วตั ถุประสงคข์ องการประเมินผล ขอ้ ท่ี 2 กาํ หนดประเด็นการ
วเิ คราะหแ์ ละผลท่ีพบจากการประเมิน ฯลฯ 5) บทท่ี 3 สรุปและขอ้ เสนอแนะ เป็ นการสรุปผลการประเมินตาม
วตั ถุประสงค์ของการประเมินผลแต่ละขอ้ สรุปขอ้ ดีและขอ้ ควรปรบั ปรุง ขอ้ สังเกตของผูร้ ับผิดชอบโครงการ
เกี่ยวกบั ประเด็นต่าง ๆ เช่น ปัญหาท่ีพบในการจดั โครงการ และ 6) ภาคผนวก เป็ นการกาํ หนดขอบเขตและ
วตั ถุประสงค์ของการประเมินผล การวางแผนการประเมินผล เครื่องมือต่าง ๆ ท่ีใชใ้ นการเก็บรวบรวมขอ้ มูล
กาํ หนดการของโครงการ

อลงกรณ์ มีสุทธา (2546) แบบประเมินผลการปฏิบัติงาน (Performance Appraisal
Form) เป็ นเอกสารท่ีออกแบบข้ ึนมาเพอ่ื บนั ทึกและประมวลขอ้ มูลเกี่ยวกบั การปฏิบตั ิงานของพนักงาน
วา่ ไดท้ ําอะไรเป็ นผลสาํ เร็จบา้ ง ทาํ ไดม้ ากน้อยเท่าใด และดีเพียงใด หากวิธีการประเมินเป็ นแบบเปิ ด
กล่าวคือ จัดทําในลักษณะรายงานการปฏิบัติงานของพนักงาน (Staff Report) ก็จะกําหนดหวั ขอ้
ประเมินเป็ นแบบการใหค้ ะแนน ก็จะนิยมจดั ทาํ แบบประเมินเป็ นชอ่ งลงคะแนนหรอื ทาํ เป็ นตารางใหท้ าํ
เคร่ืองหมายในช่องตาราง หากวิธีการประเมินเป็ นแบบรายงานการตรวจสอบ ก็จะกําหนดหัวขอ้
ประเมินท่ีอธิบายลักษณะท่ีบ่งช้ ีผลการปฏิบัติงานและอาจกําหนดคะแนนจากน้อยไปหามาก ใหผ้ ู้
ประเมนิ ทาํ เครือ่ งหมายลงในหวั ขอ้ ท่ีตรงกบั ผลการประเมิน

สมบตั ิ ธาํ รงธญั วงศ์ (2544) ตวั แบบแต่ละตวั แบบอาจจะเหมาะสมกบั ลกั ษณะเฉพาะของแต่ละ
โครงการในแต่ละสถานการณ์ โดยมจี ุดแข็งและจุดออ่ นในตวั การจะเลือกใชต้ วั แบบใดจงึ ข้ ึนอยกู่ บั ปัจจยั หลาย

ดร.สุรยิ ะ หนิ เมืองเก่า การติดตามและประเมินผลแผนพฒั นาทอ้ งถ่ ินขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ ิน หนา้ 34

ประการ อาทิเช่น สถานการณ์ (situations) ผู้มีส่วนไดเ้ สีย (stakeholders) วัตถุประสงค์ของโครงการ
(objectives) ผลประโยชน์ของผูป้ ระเมิน (evaluators, interest) และสิ่งแวดล้อมทางการเมือง (political
environments) เป็ นตน้ และไดเ้ สนอตัวแบบดังน้ ี 1) การประเมินแบบด้ังเดิม 2) ตัวแบบการวิจัยทาง
สงั คมศาสตร์ 3) การประเมินผลโดยมุ่งเป้าประสงคเ์ ป็ นหลกั 4) การประเมินผลโดยปลอดเป้าประสงค์ 5)
การประเมินผลแบบกล่องดํา 6) การประเมินผลงบประมาณประจําปี 7) การประเมินผลโดยมุ่งเน้นการ
ตรวจสอบประโยชนท่ีประชาชนไดร้ บั 8) การประเมินโดยมุง่ เน้นทศั นะของผเู้ ช่ียวชาญ 9) การประเมินผลเชิง
คุณภาพ 10) การวจิ ยั ประเมินผล 11) การประเมนิ ผลโดยมุ่งกระบวนการตดั สินใจ 12) การประเมินผลโดย
คํานึงถึงกลุ่มหลากหลาย 13) การประเมินโดยมุ่งการอธิบายอย่างแจ่มชัด 14) การประเมินผลโดยมุ่ง
พิจารณาจากทศั นะที่ตรงกนั ขา้ ม และ 15) การประเมินผลโดยมุง่ อรรถประโยชน์ของโครงการ

สถาบันวิจัยและใหค้ ําปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (2547) ไดร้ ายงานวิจัย
สมบูรณ์ “การศึกษาและวางระบบการติดตามและประเมินผลแผนการพัฒนาองค์กรปกครองส่วน
ทอ้ งถิ่น” เสนอ ส่วนติดตามและประเมินผล สํานักพัฒนาและส่งเสริมการบริหารงานทอ้ งถ่ิน กรม
ส่งเสริมการปกครองทอ้ งถิ่น กระทรวงมหาดไทย ไดก้ ําหนดแบบต่าง ๆ ที่ใชใ้ นการประเมินผล ดงั น้ ี
1) แบบตวั บ่งช้ ีการปฏิบตั ิงาน (Performance Indicators) 2) แบบบตั รคะแนน (Scorecard Model)
แบบบตั รคะแนน หรือ Scorecard Model ของ Kaplan & Norton 3) แบบมุ่งวดั ผลสมั ฤทธ์ิ (Result
Framework Model (RF)) 4) แบบเชิงเหตุผล (Logical Model) 5) แบบวดั กระบวนการปฏิบตั ิงาน
(Process Performance Measurement System (PPMS)) ระบบการวัดกระบวนการปฏิบัติงาน
หรือ PPMS 6) Problem-Solving Method 7) แบบการประเมินแบบมีส่วนร่วม (Participatory
Methods) 8) แบบการประเมินผลกระทบ (Impact Evaluation) 9) แบบการประเมินความเสี่ยง
(Risk Assessment Model) และ 10) แบบการประเมินตนเอง (Self-assessment Model)

3. ตวั แบบการประเมินผลแผนพฒั นาทอ้ งถิ่น
การติดตามและประเมินผลแผนพฒั นาทอ้ งถ่ินกาํ หนดใชต้ ัวแบบของสถาบนั วิจัยและให้

คําปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งไดร้ ายงานวิจัยสมบูรณ์ “การศึกษาและวางระบบการ
ติดตามและประเมินผลแผนการพฒั นาองคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิ่น” ใหก้ ับกรมส่งเสริมการปกครอง
ทอ้ งถ่ิน กระทรวงมหาดไทย ดงั น้ ี

3.1แบบตวั บง่ ช้ ีการปฏิบตั งิ าน (Performance Indicators)
เป็ นเครื่องมือท่ีใชใ้ นการติดตามและประเมินผลในการพฒั นากิจกรรม โครงการ ตลอดจนกล
ยุทธ/์ แผนงาน ซ่ึงตวั บง่ ช้ กี ารปฏิบตั ิงานจะเป็ นการรวบรวมขอ้ มูลเก่ียวกบั ปัจจยั นําเขา้ (Inputs) กระบวนการ
(Processes) ผลผลิต (Outputs) และผลกระทบ (Impacts) อนั จะชว่ ยในการวเิ คราะหก์ ารดาํ เนินงานที่เกิดข้ ึน
ตลอดจนใชเ้ ป็ นขอ้ มูลในการปรบั ปรุงการทาํ งานต่อไปเงื่อนไขสาํ คัญของตวั แบบตวั บ่งช้ ีการปฏิบตั ิงานก็คือ
การมสี ่วนรว่ มของผมู้ สี ว่ นไดส้ ว่ นเสีย (Key Stakeholders) ในการกาํ หนดตวั บ่งช้ ี เพราะจะเป็ นการสรา้ งความ
เขา้ ใจรว่ มกนั ตลอดจนการใชต้ วั บ่งช้ ีเหล่าน้ันในการดาํ เนินการชว่ ยในการตดั สินใจไดต้ ่อไป การใชต้ วั บ่งช้ ี
การปฏบิ ตั ิงานจะเริ่มจากการกาํ หนดเป้าหมายในการปฏิบตั ิและแนวทางการประเมนิ ความสาํ เร็จตามตวั บ่งช้ ี

ดร.สรุ ยิ ะ หนิ เมืองเก่า การตดิ ตามและประเมินผลแผนพฒั นาทอ้ งถ่ ินขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ ิน หนา้ 35

ท่ีกาํ หนดไวใ้ นบางแผนงานอาจมีการกาํ หนดระบบเตือนภยั ล่วงหน้า (Early Warning System) เพื่อใหท้ ราบ
ขอ้ ผิดพลาดจากการดาํ เนินการท่ีเกิดข้ ึนวา่ เป็ นไปตามแนวทางท่ีไดว้ างไวห้ รือไม่ หรืออาจมีการประเมินแนว
ลึก (In-depth Evaluation) เพือ่ ใหร้ ายละเอียดของขอ้ มูลท่ีจาํ เป็ น

3.2 แบบบัตรคะแนน (Scorecard Model) แบบบัตรคะแนน หรือ Scorecard Model ของ
Kaplan & Norton

เป็ นแนวคิดท่ีเช่ือว่า การทําความเขา้ ใจองค์กร ตลอดจนภาพรวมที่เกิดข้ ึนในองค์กร
สามารถเห็นไดจ้ ากผลลัพธ์และการปฏิบัติงานท่ีเกิดข้ ึน ตัวแบบบัตรคะแนนจึงถูกใชใ้ นการวัด
ประสิทธิผลโดยจะพิจารณาจากการปฏิบัติงานและผลลัพธ์ท่ีเกิดข้ ึน ซ่ึงเป็ นการทําความเขา้ ใจถึง
ภาพรวมขององค์กรหรือระบบต่างๆ ขององค์กรที่มีผลต่อพฤติกรรมของบุคคลในองค์กร โดยใชเ้ ป็ น
กรอบการวดั และประเมนิ ผลระบบปฏิบตั ิงานดว้ ยการมององคร์ วมหรือภาพรวมที่เกิดข้ ึนในองคก์ ร ซ่ึง
สามารถแบ่งเป็ นองค์ประกอบย่อยๆ เช่น ด้านการเงิน ดา้ นลูกค้าหรือผู้รับบริการ ด้าน
กระบวนการภายในองค์กร และดา้ นนวัตกรรมและการเรียนรู้ ตัวแบบ Scorecard จึงสามารถช่วย
องคก์ รสามารถพฒั นา เช่ือมต่อและปฏิบตั ิตามกลยุทธท์ ี่กาํ หนดไวไ้ ด้ การนําตวั แบบ Scorecard แบบ
ใหม่ หรือ BSC เป็ นการมุ่งเน้นความสาํ คญั ของ คุณค่าสูงสุดของผูม้ ีส่วนไดเ้ สีย กระบวนการสู่ความ
เป็ นเลิศ การปรบั ปรุงใหเ้ กิดองคก์ รแหง่ การเรียนรู้ และความพึงพอใจของผมู้ ีส่วนไดเ้ สีย

3.3 แบบมุ่งวดั ผลสมั ฤทธ์ิ (Result Framework Model (RF))
เป็ นตัวแบบท่ีสอดคลอ้ งกับการทําแผนกลยุทธ์อยา่ งมาก โดยองค์กรต่างประเทศไม่วา่ จะ
เป็ น UNDP, USAID ต่างเสนอแนะวา่ การทําแผนกลยุทธ์ควรเริ่มตน้ ดว้ ยการจดั ทํา RF เสียก่อน
ลักษณะของตัวแบบน้ ีถือไดว้ ่าเป็ นตัวแบบมุ่งเน้นผลสัมฤทธ์ิ โดยจะพิจารณาว่าแผนกับการปฏิบัติท่ี
เกิดข้ ึนเป็ นไปในทิศทางเดียวกนั หรือไม่ อนั ดูไดจ้ ากผลระยะกลาง (Intermediate Result; Irs) ต่างๆ
วา่ เป็ นไปตามเกณฑท์ ี่กาํ หนดไวห้ รือไม่ การกาํ หนดเป้าหมายและผลระยะต่างๆ ไวก้ ่อนล่วงหน้าเช่นน้ ี
ทําใหส้ ามารถนําไปพฒั นากลยุทธ์การดาํ เนินการต่อไปได้ รวมท้งั ยงั สามารถใชเ้ ป็ นเครื่องมือในการ
ติดตามและประเมนิ ผลไดอ้ ีกดว้ ย อยา่ งไรก็ตาม ตวั แบบที่เน้นผลสมั ฤทธ์ิน้ ีจึงตอ้ งการความชดั เจนของ
ผลลัพธ์ที่เป็ นรูปธรรมที่ตอ้ งเกิดข้ ึนภายใตแ้ ผนที่กาํ หนด ตลอดจนความรบั ผิดชอบ (Accountability)
ของเจา้ หน้าที่ในการดาํ เนินการ โดยไดม้ ีการจดั ทําระบบการวดั ผลปฏิบตั ิงานเพ่ือใหม้ ีการประเมินผล
การปฏบิ ตั ิงาน ท้งั น้ ีเพือ่ เป็ นขอ้ มูลที่ใชใ้ นการปรบั ปรุงภายในระบบงานตลอดจนการบริหาร รวมถึงใช้
ทําเป็ นรายงานผลการปฏิบตั ิงาน การทาํ ตวั แบบมุง่ วดั ผลสมั ฤทธ์ิ จะตอ้ งอาศยั ส่วนประกอบ 4 ส่วน
ไดแ้ ก่ 1) วตั ถุประสงคเ์ ชงิ กลยทุ ธ์ เป็ นส่วนที่สาํ คญั ท่ีสุดเน่ืองจากจะเป็ นตวั กาํ หนดแผนปฏิบตั ิการ 2)
ผลระยะกลาง เป็ นการวเิ คราะหว์ า่ เม่ือดาํ เนินการตามกลยุทธ์ไปแลว้ จะเกิดผลอะไรข้ ึนบา้ งเม่ือใชเ้ วลา
เป็ นตัวกําหนด 3) ความเช่ือมโยงระหว่างผล (Causal Links) เป็ นการใชห้ ลักความเป็ นเหตุผลมา
เชื่อมโยงวา่ จากผลระยะกลางแต่ละระดบั จะเชื่อมไปสู่ระดบั ท่ีสูงข้ ึนอยา่ งไร และ 4) เงื่อนไขขอ้ ตกลงที่
สําคัญ (critical assumptions) เป็ นการกําหนดปัจจยั ภายนอกที่จะช่วยใหเ้ กิดความสําเร็จหรือไม่
สาํ เร็จตามผลท่ีกาํ หนดไว้

ดร.สรุ ยิ ะ หินเมืองเก่า การติดตามและประเมินผลแผนพฒั นาทอ้ งถ่ ินขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ ิน หนา้ 36

3.4 แบบเชิงเหตผุ ล (Logical Model)
ตัวแบบเชิงเหตุผล หรือ Logical Model ถือเป็ นตัวแบบหนึ่งท่ีค่อนขา้ งแพร่หลายในการ
ประเมินผลซ่ึงตวั แบบดงั กล่าวจะช่วยใหก้ ารประเมินมีความสอดคลอ้ งระหว่างปัจจยั นําเขา้ กระบวนการและ
ผลลพั ธ์ กบั วตั ถุประสงคข์ องแผนงาน กิจกรรม โครงการน้ันๆ ตลอดจนมคี วามครอบคลุมในประเด็นตา่ งๆ ท้งั
ในลกั ษณะ Formative และ Summative โดยตวั แบบเชิงเหตุผลจะเกี่ยวขอ้ งกบั การประเมินถึงบริบท (Context)
การดําเนินการ (Implementation) และผลที่เกิดข้ ึน (Outcomes) ตลอดจนครอบคลุมไปถึงผลลัพธ์ ผลที่
เกิดข้ ึนและผลกระทบ ซึง่ ในประเด็นต่างๆ เหลา่ น้ ีสามารถอธิบายไดด้ งั น้ ี 1) บริบท (Context) จะพิจารณาวา่
โปรแกรมหรือแผนดงั กล่าวทําหน้าที่เป็ นอยา่ งไรภายใตส้ ภาวะแวดลอ้ มท้งั ทางเศรษฐกิจ สงั คมและการเมือง
โดยจะต้งั ประเด็นคาํ ถามเกี่ยวกบั ความสมั พนั ธ์ (Relationship) และศกั ยภาพ (Capacity) 2) การดาํ เนินการ
(Implementation) เป็ นการประเมินถึงกิจกรรมต่างๆ วา่ ไดม้ ีดาํ เนินการตามท่ีวางแผนไวห้ รอื ไม่ อยา่ งไรท้งั ใน
เชงิ ปรมิ าณและคุณภาพของกิจกรรม รวมท้งั เป็ นการคน้ หาถึงปัจจยั เง่อื นไขที่เป็ นปัญหา อุปสรรค และ 3) ผล
ที่เกิดข้ ึน (Outcomes) เป็ นการดูวา่ ผลหรือสิ่งท่ีเกิดข้ ึนตอบสนองหรือเป็ นไปตามแผนหรือส่ิงท่ีกาํ หนดไว้
หรอื ไม่ ซึ่งจะพิจารณาท้งั ประสิทธิผล ประสิทธิภาพ ตลอดจนผลกระทบที่เกิดข้ ึน

บรบิ ท การดาเนินการ ผลท่ีเกิดข้ ึน

อิทธพิ ลต่าง ๆ กจิ กรรม ผลลัพธ์ ผลท่ี ผลที่ ผลกระทบ
ทรัพยากร เกิดขึน้ เกิดขนึ้
ระยะสั้น/ ระยะ
กลาง
เฉพาะ

การประเมนิ แบบ Formative และ/หรือ
การประเมินแบบ Summative

แผนภาพท่ี 8 ตวั แบบเชิงเหตุผล
ท่ีมา: สถาบนั วจิ ยั และใหค้ าํ ปรึกษาแหง่ มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์ (2547)

3.5 แบบวัดกระบวนการปฏิบตั ิงาน (Process Performance Measurement System (PPMS))
ระบบการวดั กระบวนการปฏิบตั งิ านหรอื PPMS

เป็ นระบบการประเมินที่มีแนวความคิดคลา้ ยคลึงกับตัวแบบตัวบ่งช้ ีการปฏิบัติงานเป็ นการ
พจิ ารณาถึงหนา้ ท่ีของระบบต่างๆ ในลกั ษณะภาพรวมขององคก์ รเพ่อื ท่ีจะนําไปสู่การพฒั นา ซง่ึ ระบบการวดั
ดงั กล่าวจะมองภาพรวมของระบบการวดั กระบวนการปฏิบตั ิงานอนั นําไปสู่การพฒั นากรอบความคิดและ
การสรุปบทเรยี นท่ีเกิดข้ ึนตอ่ ไป อนั เป็ นเครื่องมือสาํ คญั อนั หน่ึงของกระบวนการองคก์ ร การประเมินระบบ
กระบวนการปฏิบตั ิงานจงึ เป็ นการรวบรวมขอ้ มลู เกย่ี วกบั 1) ชุดของตวั ช้ วี ดั การปฏบิ ตั ิงาน ขอ้ มูลที่เก่ียวขอ้ ง

ดร.สรุ ยิ ะ หินเมืองเก่า การติดตามและประเมินผลแผนพฒั นาทอ้ งถ่ ินขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ ิน หนา้ 37

กบั กระบวนการทางธุรกิจ 2) การเปรียบเทียบคุณค่าปัจจุบนั -อดีต และคุณค่าเป้าหมาย และ 3) การ
เผยแพรผ่ ลลพั ธ์ (เชน่ คุณค่าท่ีเป็ นอยู่ คุณคา่ เป้าหมาย) สู่กระบวนการผปู้ ฏบิ ตั ิ

3.6 Problem-Solving Method
การประเมนิ โดยใชว้ ธิ ีการแกป้ ัญหาหรือเรียนรจู้ ากปัญหาท่ีเกิดข้ นึ ถือเป็ นวธิ ีการประเมินที่
สําคัญอีกวิธีการหนึ่ง เน่ืองจากวิธีการดังกล่าวจะเน้นท่ีการนําความรูท้ ่ีมีอยู่กลับมาใช้ (Reusable
Knowledge) ใหเ้ กิดประโยชน์ ในขณะเดียวกัน ถือเป็ นการทดสอบความรูท้ ่ีมีอยู่ว่าเหมาะสมหรือ
สามารถใชไ้ ดจ้ รงิ ในสถานการณป์ ัจจุบนั หรือไม่ ซ่ึงในทางภววทิ ยา (ontology) แลว้ ถือเป็ นการแสวงหา
ความรทู้ ่ีคอ่ นขา้ งทา้ ทาย เพราะเป็ นท้งั การตรวจสอบองคค์ วามรูแ้ ละการสรา้ งองคค์ วามรูใ้ หม่ การนํา
วธิ ีการแกป้ ัญหามาใชใ้ นการประเมินแผนจึงถูกออกแบบใหม้ ลี กั ษณะของการประเมินเชิงวิเคราะหแ์ ผน
และรูปแบบของเน้ ือหางานเก่ียวกบั การวพิ ากษ์แผน ซึ่งจะใส่หรือนําเขา้ ไปใชใ้ นการประเมินแผนน้ันๆ
การนําวธิ ีการดงั กล่าวเขา้ ไปใชจ้ ะพิจารณาเก่ียวกบั ขอ้ มูลวตั ถุประสงคท์ ่ีตอ้ งการ รวมถึงแบบแผนการ
ปฏบิ ตั ิที่ทาํ ข้ ึน โดยแผนจะถูกวเิ คราะหใ์ นแงก่ ารเป็ นชุดของหลกั การท่ีรวมเอาความรมู้ าใชเ้ ป็ นหลกั ฐาน
กล่าวคือเป็ นการประเมินเพื่อคน้ ดูวา่ แผนท่ีกําหนดข้ ึนมาดีหรือไม่ และการใชท้ รัพยากรต่างๆ เป็ น
อยา่ งไร ซ่ึงจะบ่งช้ ีถึงผลลพั ธห์ รือส่ิงที่เกิดข้ ึนวา่ แผนดงั กล่าวบรรลุผลหรือมีปัญหาอุปสรรคอยา่ งไร สิ่ง
ตา่ งๆ เหลา่ น้ ีจะถือเป็ นขอ้ มูลไหลกลบั ใหผ้ ูป้ ระเมินไดก้ ลบั มาทบทวน และกาํ หนดทรพั ยากรตลอดจน
วธิ ีการที่เหมาะสมไดต้ ่อไป
3.7 แบบการประเมินแบบมีส่วนรว่ ม (Participatory Methods)
การประเมนิ โดยวธิ ีการแบบมสี ว่ นรว่ ม (Participatory Method) เป็ นวธิ ีการประเมินท่ีใหค้ วามสาํ คญั
กบั การกระทาํ ท้งั ในรูปของการกระทาํ หรือการตดั สินใจของผูม้ ีส่วนเก่ียวขอ้ งกบั กิจกรรม โครงการหรือแผนงาน
น้ันๆ โดยมุ่งสรา้ งความรูส้ ึกเป็ นเจา้ ของ (Sense of Ownership) ของผูม้ ีส่วนเกี่ยวขอ้ ง ท้งั ยงั ใหผ้ ูม้ ีส่วนเกี่ยวขอ้ ง
ไดร้ ว่ มติดตามและประเมินผลของโครงการน้ันๆ อีกดว้ ย การประเมินโดยวิธีการแบบมีส่วนรว่ มจึงมุ่งเน้นที่การ
เรียนรูข้ องชุมชนทอ้ งถ่ินและมุ่มมองของภาคประชาชนที่จะเขา้ รว่ มตอบสนองและกําหนดแผนงานของโครงการ
ตลอดจนรูปแบบการดาํ เนินการ โดยเริ่มต้งั แต่การกําหนดประเด็นปัญหา การวางแผน การปฏิบตั ิงานและการ
ติดตามและประเมินผลที่เกิดข้ ึน รวมถึงการสรุปบทเรียนเพ่ือการถ่ายทอดความรูต้ ่อไป นอกจากน้ ี ผลท่ีไดท้ ้ัง
จากการติดตามและการประเมนิ ผลยงั ใชเ้ ป็ นขอ้ มูลเสนอตอ่ ผกู้ าํ หนดนโยบายอีกดว้ ย
3.8 แบบการประเมินผลกระทบ (Impact Evaluation)
การประเมินผลกระทบ เป็ นการพิจารณาถึงผลท่ีเกิดข้ ึนอยา่ งเป็ นระบบท้งั ผลในดา้ นบวก-ดา้ น
ลบ ผลที่เกิดข้ ึนโดยที่ต้ังใจในระดับต่างๆ อันเกิดจากการดําเนินการตามแผนงาน โครงการ กิจกรรมท่ี
กาํ หนดไว้ การประเมนิ ผลกระทบจะชว่ ยใหท้ ราบวา่ ผลการดาํ เนินอยา่ งกวา้ งขวาง เป็ นระบบอนั กระทบต่อผู้
มีส่วนไดส้ ่วนเสียในทุกๆ ฝ่ าย โดยการประเมินผลกระทบจะเป็ นการวดั ถึงผลท่ีเกิดข้ ึน (Outcomes) และ
ผลกระทบ (Impacts) ตา่ งๆ ที่เกิดข้ ึนจากการดาํ เนินการวา่ มผี ลหรืออิทธิพลอยา่ งไรท้งั ต่อปัจจยั ภายในและ
ภายนอก ในขณะเดียวกนั กจ็ ะชว่ ยใหท้ ราบถึงตน้ ทุนของกิจกรรมต่างๆ ที่ตอ้ งใช้ อนั จะเป็ นส่ิงท่ีใชก้ าํ หนดได้

ดร.สรุ ยิ ะ หนิ เมืองเก่า การตดิ ตามและประเมินผลแผนพฒั นาทอ้ งถ่ ินขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ ิน หนา้ 38

ต่อไปวา่ ควรจะมีการขยาย ระงบั เพิ่มเติมกิจกรรม โครงการอะไร อย่างไร และนอกจากน้ ี การประเมินผล
กระทบยงั ใหท้ างเลือกในการตดั สินใจอยา่ งมปี ระสิทธิภาพอีกดว้ ย

3.9 แบบการประเมินความเส่ียง (Risk Assessment Model)
ตัวแบบประเมินความเส่ียงเป็ นเคร่ืองมือชนิดหนึ่งท่ีใชใ้ นการตรวจสอบหรือประเมินถึง
ความเส่ียงที่อาจเกิดข้ ึนในการปฏบิ ตั ิ โดยตวั แบบดงั กลา่ วจะแสดงในรปู ของตารางโดยท่ีในแนวนอนจะ
มีระดับแบ่งผลของความรุนแรง และแนวต้ังจะแสดงความถี่ท่ีเกิดข้ ึน เพื่อท่ี จะกาํ หนดอัตราสําหรบั
ความบกพร่องหรือความเส่ียงที่มีผลต่อความปลอดภยั โดยส่วนใหญ่แลว้ ตวั แบบดังกล่าวเป็ นท่ีนิยม
ในทางการแพทยแ์ ละสาธารณสุขซึ่งจะใชเ้ ป็ นตวั แบบในการประเมินอตั ราความเส่ียงของโรคหรือใชใ้ น
การติดตาม เฝ้าระวงั สุขภาวะหรืออุบตั ิการณข์ องโรคตามพ้ ืนท่ีตา่ งๆ
3.10. แบบการประเมินตนเอง (Self-assessment Model)
ตวั แบบในการประเมนิ ตนเองเป็ นเครอ่ื งมือหน่ึงที่ใชใ้ นการกาํ หนดวา่ ในขณะน้ันองคก์ รมจี ุดแข็ง
และจุดอ่อนอยา่ งไร และแนวทางการปรบั ปรุงหรือพฒั นา ซ่ึงประโยชน์ต่อการพฒั นาองค์กร รวมถึงการ
กาํ หนดวสิ ยั ทศั น์ ยทุ ธศาสตร์ แผนกลยุทธ์ และแผนปฏิบตั ิ โดยตวั แบบการประเมินตนเองมีข้นั ตอนในการ
ดาํ เนินการดงั น้ ี 1) ประเมินจุดแข็งและจุดอ่อนขององคก์ ร 2) กาํ หนดวตั ถุประสงค์ เป้าหมายหลกั และ
เป้าหมายยอ่ ย 3) กําหนดแนวทางการเปลี่ยนแปลง 4) เลือกแนวทางการเปลี่ยนแปลงท่ีเหมาะสมและ
เป็ นไปได้ 5) กาํ หนดแผนงาน กิจกรรม โครงการและ 6) ดาํ เนินการ

4. ขอ้ ดี - ขอ้ เสยี ของตวั แบบการประเมินผลแผนพฒั นาทอ้ งถ่ิน

จากตวั แบบใชส้ าํ หรบั การติดตามและประเมนิ ผลแผนพฒั นาทอ้ งถ่ินของสถาบนั วจิ ยั และให้

คาํ ปรกึ ษาแหง่ มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์ สามารถสรุปใหเ้ ห็นถึงขอ้ ดี และขอ้ เสียของตวั แบบขา้ งตน้ ได้

ดงั ตารางตอ่ ไปน้ ี

ตวั แบบ ขอ้ ดี ขอ้ เสยี

1) แบบตัวบ่งช้ ีการ 1) ทําให้ทราบถึงประสิทธิภาพและ ใหค้ วามสาํ คญั กบั ตวั บง่ ช้ ีหรือตวั ช้ ีวดั

ปฏิบตั ิงาน ความกา้ วหนา้ ตามวตั ถุประสงคท์ ี่วางไว้ มากเกินไป ซึ่งบางคร้ังตัวช้ ีวัดไม่

(Performance 2 ) เ ป็ น ก า ร ส ร้ า ง ตั ว แ บ บ เ พื่ อ สามารถแสดงได้ถึงคุณสมบัติท่ี
Indicators)
เ ป รี ย บ เ ที ย บ กิ จ ก ร ร ม ใ น ร ะ ห ว่ า ง แท้จริงหรือส่ิงท่ีเป็ นนามธรรมได้

หน่วยงานองคก์ รอื่น โดยตรง

2) แบบบัตรคะแนน เป็ นการมององคก์ รในภาพรวมพิจารณา 1) องคป์ ระกอบที่แยกออกมาน้ันไม่

(Scorecard Model) อย่างเป็ นระบบและนํ ามาแยกเป็ น เพียงพอ ไม่ยืดหยุ่น และไม่ได้

องคป์ ระกอบยอ่ ย เพื่อกาํ หนดเป็ นตวั ช้ ีวดั สะทอ้ นภาพความเป็ นจริงที่เกิดข้ นึ

2) มุง่ เนน้ มิติดา้ นการเงินหลกั

ดร.สรุ ยิ ะ หนิ เมืองเก่า การตดิ ตามและประเมินผลแผนพฒั นาทอ้ งถ่ ินขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ ิน หนา้ 39

ตวั แบบ ขอ้ ดี ขอ้ เสีย

3 ) แ บ บ มุ่ ง วั ด ผ ล 1) เห็นความเป็ นรูปธรรม ตลอดจน ในช่วงทําแผนกลยุทธ์การกําหนด

สมั ฤทธ์ิ แนวทางในการบรรลุวัตถุประสงค์ของ ความเป็ นเหตุเป็ นผลแต่ละระดบั น้ัน

(Result Framework Model) แผน ทําค่อนข้างยากเนื่ องจากปั จจัย

2) วตั ถุประสงคเ์ ชิงกลยุทธ์จะมีการกาํ หนด แทรกซ้อนในพ้ ืนที่มาก ตลอดจน

ระยะเวลาในการดําเนินการรวมถึงส่วนที่ ตอ้ งอาศัยความร่วมมือจากผูม้ ีส่วน

เกี่ยวกบั ผลที่เกิดข้ ึนในระยะกลางซึ่งเป็ นส่วน เกี่ยวข้องมาก หากได้รับความ

ชว่ ยในการติดตามและประเมินผล ร่วมมือน้อย ยุทธศาสตร์หรืแผนท่ี

3 ) ส า ม า ร ถ ทํ า ก า ร ติ ด ต า ม แ ล ะ เกิดข้ ึนอาจไม่ตอบสนองกับสภาพ

ประเมนิ ผลไดง้ ่ายเป็ นรูปธรรม ปัญหาและความตอ้ งการจําเป็ นท่ี

เกิดข้ นึ ได้

4) แบบเชิงเหตุผล 1) ชว่ ยพฒั นาคุณภาพของกิจกรรม โครงการ ค ว า ม ยื ด ห ยุ่ น ห า ก มี ก า ร

(Logical Model) ใหม้ ีความชดั เจนท้ังในวตั ถุประสงค์และตัว เปล่ียนแปลงในแง่ปรากฏการณ์

บ่งช้ ีอนั รวมถึงการประเมนิ ความเส่ียง เฉพาะหน้าท่ีมิอาจควบคุมได้ อาจมี

2) ทาํ ใหเ้ ห็นความเป็ นไปในภาพรวมเชิง ผลกระทบต่อการปรับเปลี่ยนตัว

ระบบ แบบ

3) เห็นการดาํ เนินงานอย่างเป็ นข้นั ตอน

ตรวจสอบได้

4) แบบเชิงเหตุผล 1) ช่วยพฒั นาคุณภาพของกิจกรรม โครงการ ค ว า ม ยื ด ห ยุ่ น ห า ก มี ก า ร

(Logical Model) ใหม้ ีความชัดเจนท้ังในวตั ถุประสงค์และตัว เปล่ียนแปลงในแง่ปรากฏการณ์

บง่ ช้ ีอนั รวมถึงการประเมนิ ความเสี่ยง เฉพาะหน้าที่มิอาจควบคุมได้ อาจมี

2) ทาํ ใหเ้ ห็นความเป็ นไปในภาพรวมเชิง ผลกระทบต่อการปรับเปลี่ยนตัว

ระบบ แบบ

3) เห็นการดาํ เนินงานอย่างเป็ นข้นั ตอน

ตรวจสอบได้

5) แบบวัดกระบวน เป็ นการสื่อสารถึงผู้ปฏิบัติว่าทิศทางที่ ก า ร ป้ อ น ข้อ มูล ก ลับ จ า ก ร ะ ดับ

การปฏิบตั ิงาน ตอ้ งการใหไ้ ปถึงน้ันคืออะไร ในลักษณะ ปฏิบตั ิการข้ นึ ไปสู่ระดบั นโยบายหรือ

(Process Performance ของการถ่ายทอดวสิ ยั ทศั น์ และพนั ธกิจ ระดับบริหาร เป็ นจุดอ่อนที่สําคัญ

Measurement) เพราะหากองค์กรมีวฒั นธรรมแห่ง

การเรียนรูร้ ่วมกนั ในระดบั ตาํ่ ขอ้ มูล

ป้อนกลบั ท่ีเกิดจากระดับปฏิบตั ิการ

อาจก่อใหเ้ กิดความขดั แยง้ ข้ ึนภายใน

องคก์ รได้

ดร.สรุ ยิ ะ หนิ เมืองเก่า การติดตามและประเมินผลแผนพฒั นาทอ้ งถ่ ินขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ ิน หนา้ 40

ตวั แบบ ขอ้ ดี ขอ้ เสยี

6) Problem Solving 1) การนําความรู้ที่มีอยู่มาใช้ให้เกิด 1) ต้องอาศัยบุคลากรท่ีมีความ

Method (อาจเรียกว่า ประโยชน์ และทดสอบความรูท้ ่ีมีอยู่ว่า ชํา น า ญ เ ฉ พ า ะ ท า ง ม า กํา ห น ด

แบบการแกป้ ัญหาก็ได)้ เหมาะสมหรือสามารถนํามาใชไ้ ด้จริง ขน้ั ตอน

หรือไม่ 2) ใชไ้ ดเ้ พียงเฉพาะบางโครงการ

2) เรียนรูก้ ารแกไ้ ขปัญหาจากการปฏิบตั ิ ห รื อ ใ น พ้ ื น ท่ี พิ เ ศ ษ ที่ ไ ด้มี ก า ร

จริง ตระเตรียมทรพั ยากรและบุคลากรที่

3) สามารถวางกิจกรรมโครงการ ไดร้ บั การอบรมเป็ นอยา่ งดี

ตลอดจนลักษณะโครงสร้างและการ

ปฏิบัติที่เอ้ ือต่อการควบคุมให้ไปตาม

ทิศทางที่ตอ้ งการ

7) แบบการมสี ว่ นร่วม 1 ) ก า ร ส ร้า ง ภ า ค ก า ร มี ส่ ว น ร่ ว ม การใชร้ ะยะเวลาที่ยาวนาน ท้ังการ

(Participatory Methods) ความรสู้ ึกเป็ นเจา้ ของ เรียนรู้ การสรา้ งสมั พนั ธภาพเพ่ือให้

2) เกิดการเสริมสร้างศักยภาพการ เกิดการยอมรบั

เรียนรรู้ ว่ มกนั

8) แบบการประเมิน 1) ช่วยใหท้ ราบผลการดาํ เนินงานอย่าง 1) ค่อนข้างใช้ระยะเวลา และ

ผ ล ก ร ะ ท บ ( Impact กวา้ งขวาง เป็ นระบบอันกระทบต่อผู้มี งบประมาณมาก

Evaluation) สว่ นรว่ มไดส้ ่วนเสียในทุกๆ ฝ่ าย 2) การประเมินผลกระทบจึงเป็ น

2) การประเมินผลกระทบยงั ใหท้ างเลือก วิธีการที่ค่อนขา้ งยุง่ ยากท่ีจะกาํ หนด

ในการตดั สินใจอยา่ งมีประสิทธิภาพ ขนาดหรือขอบเขตเน้ ื อหา และ

ระยะเวลาในการประเมนิ

9) แบบการประเมิน 1) การเป็ นระบบเตือนภัยล่วงหน้าเพ่ือ ความเหมาะสมในการนํามาใชบ้ าง

ค ว า ม เ สี่ ย ง ( Risk เตรียมพรอ้ มในการป้องกนั ภยั โครงการอาจไมต่ อ้ งการการประเมิน

Assessment Model) 2) สามารถนํามาใชก้ าํ หนดเป็ นนโยบาย ความเส่ียง เนื่องจากเป็ นโครงการที่

มาตรการเพื่อรองรบั ปัญหาท่ีอาจเกิดข้ ึน เน้นการพัฒนาหรือโครงการริเร่ิม

ได้ ใหมท่ ่ีไมต่ อ้ งการประเมินความเสี่ยง

10) แบบการประเมิน การให้ข้อมูลสําคัญเพ่ือนําไปสู่การ การยอมรับซ่ึงเป็ นวัฒนธรรมการ

ตนเอง ปรบั ปรุงเปล่ียนแปลงหรือแกไ้ ขปัญหาท่ี เรียนรูท้ ี่สาํ คญั หากการประเมินไม่

(Self-assessment เกิดข้ นึ ดําเนินไปภายใตก้ ารยอมรบั อาจทํา

Model) ใหข้ อ้ มลู ที่ไดไ้ มใ่ ช่ความจริงท่ีเกิดข้ นึ

ตารางท่ี 7 แสดงขอ้ ดี - ขอ้ เสียของตวั แบบการประเมินผลแผนพฒั นาทอ้ งถ่ิน

ดร.สุรยิ ะ หนิ เมืองเก่า การติดตามและประเมินผลแผนพฒั นาทอ้ งถ่ ินขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ ิน หนา้ 41

กลา่ วโดยสรุป รูปแบบการติดตามและประเมนิ ผลมีความสาํ คญั ในการจดั ระบบการประเมินผล
ในการบนั ทึกขอ้ มลู ต่าง ๆ ใหเ้ กิดเป็ นระเบียบ เป็ นหมวดหมงู่ า่ ยต่อการเขา้ ใจ การวเิ คราะหผ์ ลท่ีเกิดข้ ึนแต่ละ
แผนงาน โครงการ กิจกรรม งานต่าง ๆ รวมถึงครุภณั ฑท์ ี่นําไปจดั ทําบริการสาธารณะซึ่งผูม้ ีหน้าท่ีติดตาม
และประเมินผลแผนพัฒนาทอ้ งถิ่นจะใชส้ ําหรับการบันทึกเกิดจากการสัมภาษณ์ (interview) การตรวจ
เอกสาร (document review) การใหต้ อบแบบสอบถามต่าง ๆ (questionnaire) รวมถึงการเฝ้าสงั เกตการณ์
(monitoring) และการสงั เกตแบบมีส่วนร่วม (participant observation) เพ่ือใหไ้ ดข้ อ้ มูลที่เป็ นจริงมากที่สุด
ตวั แบบในการติดตามและประเมินผลที่ใช้ เชน่ แบบตวั บ่งช้ ีการปฏิบตั ิงาน แบบบตั รคะแนน แบบมุง่ วดั ผล
สมั ฤทธ์ิ แบบเชงิ เหตุผล แบบวดั กระบวนการปฏิบตั ิงาน แบบการประเมินโดยใชว้ ิธีการแกป้ ัญหาหรือเรียนรู้
จากปัญหาที่เกดิ ข้ นึ (Problem-Solving Method) แบบการประเมนิ แบบมีสว่ นรว่ ม แบบการประเมนิ ผลกระทบ
แบบการประเมนิ ความเส่ียงและแบบการประเมนิ ตนเอง ผูม้ ีหน้าท่ีติดตามและประเมินผลหรือคณะกรรมการ
ติดตามและประเมนิ ผลแผนพฒั นาทอ้ งถ่ินควรนํากรอบดงั กลา่ วไปใชห้ รือการปรบั ใชเ้ พอ่ื ใหเ้ กิดประสิทธิภาพ
และประสิทธิผลของโครงการ กิจกรรม งานต่าง ๆ รวมถึงครุภัณฑ์การบริการสาธารณะท่ีปรากฏใน
แผนพฒั นาทอ้ งถิ่น งบประมาณรายจา่ ย และตามแผนการดาํ เนินงาน

ดร.สุรยิ ะ หนิ เมืองเก่า การติดตามและประเมินผลแผนพฒั นาทอ้ งถ่ ินขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ ิน หนา้ 42

4. ยทุ ธศาสตรก์ ารพฒั นาทอ้ งถิ่นขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ

1. ความนา
ยุทธศาสตรก์ ารพฒั นาทอ้ งถิ่น (local development strategy) เป็ นการกาํ หนดทิศทางหรือ

วิธีการต่าง ๆ ที่องค์กรปกครองส่วนทอ้ งถ่ินตอ้ งพิจารณากาํ หนดดว้ ยความรอบคอบในการนําไปสู่การ
บรรลุวตั ถุประสงค์ (objective) ที่ไดก้ ําหนดไวโ้ ดยการรวบรวมขอ้ มูล การศึกษาวิเคราะห์ปัจจยั ต่าง ๆ ใน
ทอ้ งถิ่นท้งั ท่ีเกิดข้ ึนมาแลว้ ในอดีตและปัจจุบนั อยา่ งละเอียดรอบคอบ ตรวจสอบการเปล่ียนแปลงเพอ่ื คาดการณ์
ไปสู่อนาคต การกา้ วไปสู่เป้าประสงคส์ ูงสุด (goal) ขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิ่นดว้ ยขอ้ มูลท่ีถูกตอ้ ง
ที่เกิดข้ ึนในทอ้ งถ่ินและจาํ เป็ นท่ีจะตอ้ งนําปัจจยั ที่ส่งผลกระทบต่าง ๆ (impact) เขา้ มาเกี่ยวขอ้ งในการกาํ หนด
เป็ นยทุ ธศาสตร์ การพฒั นาทอ้ งถิ่นอีกดว้ ย

อุปสรรคท่ีสาํ คัญอีกประการหนึ่งของการนําแผนยุทธศาสตรก์ ารพฒั นาทอ้ งถ่ินไปสู่ภาค
การปฏิบัติก็คือ ปัญหาอันเกี่ยวเนื่องกับบุคลากร งบประมาณ อุปกรณ์เคร่ืองมือเครื่องใชต้ ่าง ๆ
ตลอดจนขีดความสามารถในการบริหารจดั การของผูบ้ ริหารท้ังหลายในองค์กรปกครองส่วนทอ้ งถ่ิน
ปัญหาอนั เก่ียวเนื่องกบั บุคลากรน้ัน มีต้งั แต่การขาดบุคลากรท่ีมีความรูค้ วามสามารถเหมาะสมกับ
ตําแหน่งงาน ขาดทักษะในการทํางาน (skill) การขาดความเชี่ยวชาญ (specialize) ในการพฒั นา
ทอ้ งถ่ินที่ยดึ ประชาชนเป็ นศูนยก์ ลางการพฒั นาแบบมีส่วนร่วม การขาดขวญั กาํ ลงั ใจในการทาํ งานอนั
เกิดจากระบบอุปถมั ภก์ ารเลน่ พรรคเลน่ พวกการเล่นสีอยา่ ง เช่น กลุ่มสีจุฬา/ธรรมศาสตร์ หรือท่ีเรียก
กนั วา่ สิงหด์ าํ สิงหแ์ ดง กลุม่ เส้ ือเหลือง เส้ ือแดง เส้ ือนําเงิน จนนําไปสู่เส้ ือหลากสีและกลายเปล่ียนเป็ น
กลุ่มหน้ากากขาว กลุ่มวงษ์วารว่านเครือญาตินักการเมืองทอ้ งถิ่น นักการเมืองระดับชาติ เป็ นตน้
ปัญหาอันเก่ียวเนื่องจากงบประมาณในการดําเนินงานตามแผนยุทธศาสตรก์ ารพฒั นาทอ้ งถิ่นและ
แผนปฏิบัติการหรือแผนการดําเนินงาน โครงการ กิจกรรมต่าง ๆ ที่ไดม้ ีการกําหนดไวแ้ ลว้ น้ันไม่มี
งบประมาณดําเนินการตามแผนท่ีต้งั ไว้ เพราะว่าเป็ นเรื่องยากท่ีรฐั บาลจะจัดสรรงบประมาณใหก้ ับ
หน่วยงานภาครฐั ตา่ ง ๆ และโดยเฉพาะองคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ินไดร้ บั เต็มจาํ นวนตามแผนท่ีกาํ หนด
ไว้ แมว้ ่าจะมีพระราชบัญญัติกําหนดแผนและข้นั ตอนการกระจายอาํ นาจใหแ้ ก่องคก์ รปกครองส่วน
ทอ้ งถ่ิน พ.ศ. 2542 แลว้ ก็ตาม และวสั ดุ อุปกรณเ์ ครื่องมือ เคร่ืองใชต้ ่าง ๆ อาจไมเ่ พียงพอหรือเก่า
ชาํ รุดใชก้ ารไมไ่ ดห้ รือไดไ้ มเ่ ต็มท่ี เป็ นผลใหไ้ มส่ ามารถดาํ เนินการตามวสิ ยั ทัศน์ท่ีกาํ หนดไวไ้ ดส้ าํ เรจ็

พระราชบัญญัติกาหนดแผนและขนั้ ตอนการกระจายอานาจใหแ้ ก่องค์กรปกครองส่วน
ทอ้ งถ่นิ พ.ศ. 2542 (ฉบบั ท่ ี 2) พ.ศ. 2549

หมวด 4 แผนการกระจายอานาจใหแ้ ก่องคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ นิ มาตรา 30 แผนการ
กระจายอานาจใหแ้ ก่องคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่นิ ใหด้ าเนินการดงั น้ี

(4) กาหนดการจดั สรรภาษีและอากร เงินอุดหนุน และรายไดอ้ ่ ืนใหแ้ ก่องคก์ รปกครองส่วน
ทอ้ งถ่ ิน เพ่ ือใหส้ อดคลอ้ งกับการดาเนินการตามอานาจและหน้าท่ ีขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ ินแต่ละ
ประเภทอยา่ งเหมาะสม โดยในช่วงระยะเวลาไม่เกิน พ.ศ. 2544 ใหอ้ งคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ นิ มีรายได้

ดร.สรุ ยิ ะ หนิ เมืองเก่า การตดิ ตามและประเมินผลแผนพฒั นาทอ้ งถ่ ินขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ ิน หนา้ 43

เพ่ ิมข้นึ คิดเป็นสดั ส่วนตอ่ รายไดข้ องรฐั บาลไม่นอ้ ยกวา่ รอ้ ยละย่สี ิบ และในชว่ งระยะเวลาไม่เกิน พ.ศ. 2549 ให้
องค์กรปกครองส่วนทอ้ งถ่ นิ มีรายไดเ้ พ่ ิมข้นึ คิดเป็นสดั ส่วนตอ่ รายไดข้ องรฐั บาลในอัตรา ไม่น้อยกวา่ รอ้ ยละ
สามสิบหา้ ทัง้ น้ีโดยการเพ่ ิมสดั ส่วนตามระยะเวลาท่ ีเหมาะสมแก่การพฒั นา ใหอ้ งคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ ิน
สามารถดาเนินกิจการบรกิ ารสาธารณะไดด้ ว้ ยตนเอง และโดยการจดั สรรสดั ส่วนท่ ีเป็นธรรมแก่องคก์ รปกครอง
สว่ นทอ้ งถ่นิ โดยคานึงถงึ รายไดข้ ององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่นิ นั้นดว้ ย

(5) การจดั ตง้ั งบประมาณรายจา่ ยประจาปีในส่วนท่ ีเก่ ียวกับการบรกิ ารสาธารณะในเขตองคก์ ร
ปกครองสว่ นทอ้ งถ่นิ ใหร้ ฐั จดั สรรเงนิ อดุ หนุนใหเ้ ป็นไปตามความจาเป็นและความตอ้ งการขององคก์ รปกครอง
ส่วนทอ้ งถ่นิ นั้น

การวง่ิ เตน้ ของบประมาณจากราชการสว่ นกลางในระดบั กรม กระทรวงขององคก์ รปกครอง
ส่วนทอ้ งถิ่นจะตอ้ งจ่ายเงินค่าหวั คิวหรือค่านายหน้าหรือค่าคอมมิสชนั่ (commission) ก่อนรอ้ ยละ
30-35 ของงบประมาณที่จดั สรรใหใ้ นรูปของเงินอุดหนุนเฉพาะกิจซ่ึงก็เกิดข้ ึนเป็ นเร่ืองปกติและทวี
ความรุนแรงเพิ่มมากข้ ึนต้งั แต่ปี พ.ศ. 2546 เป็ นตน้ มา เกือบหน่ึงทศวรรษแลว้ ที่ปัญหาน้ ียงั เวยี นวา่ ย
อยใู่ นองคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ินที่ไมส่ ามารถจะแกไ้ ขปัญหาน้ ีได้

เมื่อยอดเงินงบประมาณถูกตัดไป ถูกกิน ถูกหกั หวั คิวไปต้งั แต่ตน้ น้ําเสียแลว้ ยกตัวอยา่ ง
เช่น งบประมาณ 100 บาท ถูกตดั จากตน้ น้ํา 30 บาท คงเหลือ 70 บาท ลงไปสู่จงั หวดั คือกลางน้ํา
ไมร่ วู้ า่ จะถูกตดั อีกเท่าไหร่ จนสุดทา้ ยลงสูอ่ งคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ินคือปลายน้ําอาจจะเหลือ 60 บาท
หรือ 50 บาท จะพฒั นาใหบ้ รรลุเป้าหมายไดอ้ ย่างไร ? ผูร้ บั เคราะหก์ รรมผลของการพัฒนาก็คือ
ขา้ ราชการองคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิ่นที่รบั ผิดชอบตอ้ งรบั กรรมดา้ นความรบั ผิดชอบจากการปฏิบตั ิมิ
ชอบไม่สามารถบริหารงบประมาณไดเ้ ต็มจาํ นวน ประชาชนไม่ไดป้ ระโยชน์จากการพฒั นา พ้ ืนที่ของ
องคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ินไม่ไดร้ บั การพฒั นาเชิงคุณภาพไม่สามารถวดั ค่าผลสาํ เร็จใด ๆ ได้ นอกจา
การรายงานท่ีไม่เป็ นจริงของผลสาํ เร็จ และหากไม่ทําเช่นน้ ีแลว้ ขา้ ราชการที่มีหน้าที่จดั ซ้ ือจดั จา้ งเป็ น
กรรมการตรวจรบั การจา้ งก็ไมอ่ าจอยปู่ ฏบิ ตั ิราชการในพ้ ืนท่ีไดแ้ ละอาจถูกทาํ รา้ ย ข่เู อาชีวติ ในท่ีสุด

2 แนวคิดและความสาคญั
สมพงษ์ สุวรรณจิตกุล (2548) ในการที่จะสรา้ งระบบการวดั ข้ ึนมาเพื่ออรรถาธิบายต่อคํา

ว่ายุทธศาสตร์น้ัน เราจําตอ้ งมีโมเดลหลัก ๆ ของยุทธศาสตร์ คาร์ล ฟอน คลาสวิกท์ นายพลนัก
ยุทธศาสตรผ์ ยู้ งิ่ ใหญใ่ นศตวรรษท่ี 19 ไดเ้ น้นถึงความสาํ คญั ของระบบความคิดท่ีมตี อ่ ยุทธศาสตรว์ า่

“ภารกิจแรกของทฤษฎีอะไรก็ตาม คือการหยดุ ความสับสนหรอื แปลความเขา้ ใจท่ ีผิด ๆ
ออกไป และอธิบายมนั ใหถ้ กู ....และหลงั จากความเขา้ ใจไดถ้ กู ทาใหก้ ระจา่ งแก่กันและกันแลว้ เราก็หวงั
วา่ ส่ ิงท่ ีเราเขา้ ใจกันทง้ั ทฤษฎแี ละแนวคิดนั้น สามารถนาไปถา่ ยทอดต่อใหเ้ ป็นแนวเดยี วกันจากมมุ มองท่ ี
เห็นพอ้ งตอ้ งกันตอ่ คนอ่านได”้

นอกจากน้ ี สมพงษ์ สุวรรณจติ กุล ยงั ไดเ้ สนอแนวคิดของ ไมเคิล พอรเ์ ตอร์ วา่ การที่ยทุ ธศาสตรจ์ ะ
สามารถอยอู่ ยา่ งยงั่ ยนื ไดน้ ้ัน ตอ้ งอาศยั ปัจจยั สองอยา่ งคือ องคก์ รน้ันจกั ตอ้ งมีการจดั การที่มีตน้ ทุนตาํ่ หรือมี
การเสนอสินคา้ และบริการท่ีแตกต่าง ส่วนไมเคล เทรซี และ เฟรด วีเออรซ์ ีมา เสนอวา่ ยุทธศาสตรท์ ี่ยงั่ ยืนน้ัน

ดร.สรุ ยิ ะ หินเมืองเก่า การตดิ ตามและประเมินผลแผนพฒั นาทอ้ งถ่ ินขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ ิน หนา้ 44

มีอยู่สามองค์ประกอบคือ ตอ้ งมีการจัดการที่ล้าํ เลิศ การสรา้ งความสนิทชิดเช้ ือกับลูกคา้ และการเป็ นผูน้ ํา

ทางดา้ นสินคา้ ส่วนอารโ์ นลโด แฮก์ซ และดีน ไวล์ด กล่าววา่ องค์ประกอบท่ีสาํ คญั คือ จะตอ้ งมียุทธศาสตรท์ ่ี

สามารถสรา้ งระบบล๊อคลูกคา้ ไดอ้ ยา่ งยาวนาน ลูกคา้ พอใจกบั สินคา้ และถา้ เกิดลูกคา้ จะเปล่ียนใจไปหาคู่แข่ง

ลูกคา้ ยอ่ มตอ้ งเสียค่าใชจ้ า่ ยหรอื ตน้ ทุนพอสมควรในการเลือกคู่แข่งใหม่

สาํ นักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (2551) กรอบแนวคิดการ

พฒั นายทุ ธศาสตรก์ ารพฒั นาที่ยงั่ ยนื สาํ หรบั ประเทศไทย พ.ศ. 2550-2579 (30 ปี ) มุง่ ใหค้ วามสาํ คญั กบั

การส่งเสริมการพฒั นาอยา่ งสมดุลและรอบดา้ น ท้งั มติ ิเศรษฐกิจ มิติสงั คมและมิติส่ิงแวดลอ้ ม โดยมวี สิ ยั ทศั น์

เป้าหมายและยุทธศาสตร์ท่ีครอบคลุมการพัฒนาท้ัง 3 มิติ ไดแ้ ก่ การเสริมสรา้ งระบบเศรษฐกิจท่ีมี

เสถียรภาพและเป็ นธรรม โดยมุง่ ใหค้ วามสาํ คญั ต่อการปรบั ปรุงผลิตภณั ฑท์ ี่เป็ นมิตรต่อสิ่งแวดลอ้ มควบคู่ไป

กับการพัฒนาความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจ การมีระบบการคลังที่ยงั่ ยืนและลดสัดส่วนหน้ ี

สาธารณะ การส่งเสริมการออมของประเทศและภาคครวั เรือน การส่งเสริมความมนั่ คงในอาชีพและรายได้

ประชากร การส่งเสรมิ และสรา้ งหลกั ประกนั ดา้ นอาหารท่ีปลอดภยั รวมถึงการสง่ เสริมพลงั งานท่ีสะอาด

บุญเกียรติ ชวี ะตระกูลกิจ (2547) ยุทธศาสตร์ (strategies) คือการมุง่ เนน้ หรือผลกั ดนั เพ่ือให้

องคก์ รหรอื กิจการที่ไดบ้ รรลุตามวตั ถุประสงค์ วธิ ีการมุ่งเน้นหรือผลกั ดนั ทําไดโ้ ดยการจดั สรร “ทรพั ยากร”

ลงไปในงานใดงานหนึ่ง เชน่ จดั คนใหเ้ ป็ นจาํ นวนมาก จดั สรรงบประมาณใหเ้ ป็ นอนั มาก เป็ นตน้ โดยหวงั วา่

งานท่ีมุ่งเน้นน้ันจะนําพาองค์กรหรือกิจการไปสู่ความสําเร็จ ตัวอย่าง 1) การมุ่งเน้นใหม้ ีส่วนแบ่งตลาด

(market share) มากกว่าการคาํ นึงถึงกําไร (profit) ในระยะแรก 2) การใหค้ วามสาํ คัญกับตลาดมวลชน

(mass market) ก่อนตลาด segment อ่ืน 3) เพ่ิมกาํ ลังการผลิต โดยพิจารณาเครื่องจักรอตั โนมตั ิหรือ

ก่ึงอัตโนมัติเป็ นสําคัญ (capital intensive) และ 4) ใหค้ วามสําคัญกับการพัฒนาธุรกิจ (business

development) ท้งั ในแง่ Product และ Market อยา่ งต่อเนื่อง องคก์ รแบ่งยุทธศาสตรจ์ ากวตั ถุประสงค์ ออกได้

ตามระยะใกลใ้ กลข้ องเงอื่ นเวลา นัน่ คือ

- ยุทธศาสตร์ เพอื่ บรรลุ วสิ ยั ทศั น์ ....ไกลสุด

- ยุทธศาสตร์ เพ่อื บรรลุ ภารกิจ ....ไกลรองลงมา

และ - ยุทธศาสตร์เพ่ือบรรลุ วตั ถุประสงค์ ....ใกลส้ ุด

พสุ เดชะรินทร์ และคณะ (2552) ยุทธศาสตร์ คือ ส่ิงที่องค์การทําเพ่ือนําไปสู่

ความสําเร็จ โดยความสําเร็จของแต่ละองค์การน้ันแตกต่างกัน ถา้ เป็ นองค์การเอกชน ความสําเร็จ

อาจจะอยทู่ ่ีตวั เลขทางการเงิน แต่ถา้ เป็ นหน่วยงานราชการ ความสําเร็จน้ันก็อยทู่ ี่การบรรลุวิสยั ทศั น์

สาํ หรบั การบรหิ ารยุทธศาสตรน์ ้ัน สามารถทาํ ความเขา้ ใจงา่ ย ๆ จากการตอบ 4 คาํ ถามสาํ คญั ดงั น้ ี

1) ในอนาคต เราตอ้ งการไปสู่ จุดไหน (Where do we want to de ?)

2) ในปัจจุบนั เราอยู่ ณ จุดไหน (Where are we now ?)

3) เราจะไปสู่จุดน้ันไดอ้ ยา่ งไร (How do we get there ?)

4) เราจะตอ้ งทําหรือปรบั เปล่ียนอะไรบา้ ง เพื่อไปถึงจุดน้ัน (What do we have to

do or change in order to get there ?)

ดร.สุรยิ ะ หินเมืองเก่า การติดตามและประเมินผลแผนพฒั นาทอ้ งถ่ ินขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ ิน หนา้ 45

สุริยะ หินเมืองเก่า (2553) กลยุทธ์ (Strategy) ในการบริหารการจดั การขององคก์ รปกครอง
สว่ นทอ้ งถิ่นในวนั น้ ีจะไมใ่ ชแ่ คก่ ารสรา้ งความไดเ้ ปรียบผ่านฐานดา้ นทรพั ยากร (Resource Base) เท่าน้ัน แต่
ตอ้ งสรา้ งความเหนือกวา่ บนฐานความรู้ (Knowledge Base) ซ่ึงนักบริหารงานองคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ิน
จะตอ้ งกาํ หนดแนวทางการบรหิ ารเชิงกลยทุ ธข์ ององคก์ รในดา้ นตา่ ง ๆ คือ 1) ใหค้ วามสาํ คญั กบั การเติบโตของ
องคก์ ร (High Growth) ดว้ ยการพฒั นาความรู้ ความถนัดและความสามารถในการแขง่ ขนั การบรกิ าร การแกไ้ ข
ปัญหาโครงสรา้ งพ้ ืนฐานที่เกิดปัญหาข้ ึน เชน่ การประปา การคมนาคมในหมบู่ า้ น เสริมสรา้ งใหผ้ ูป้ ฏิบตั ิมีองค์
ความรูโ้ ดยจดั ระบบหมวดหมู่ แผนการปฏิบัติงานอยา่ งชดั เจนและเป็ นระบบเพ่ือสรา้ งคุณค่าเพ่ิมในความพึง
พอใจของประชาชน 2) สรา้ งความเป็ นผูน้ ําในการบริการดว้ ยการบริหารและการใหค้ วามรูเ้ ชิงสรา้ งสรรค์
สามารถสรา้ งรูปแบบ (model) ที่เป็ นประโยชน์ตอ่ การบรหิ าราชการทอ้ งถิ่นไดอ้ ยา่ งเหมาะสม กลมกลืน ซ่ึงมใิ ช่
เป็ นเพียงผูต้ ามหรือคอยลอกแบบ (copy) ผูอ้ ื่นหรือองคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิ่นอื่นตลอดเวลา 3) รวมพลงั ใน
หนา้ ท่ีตา่ ง ๆ ขององคก์ รดว้ ยการสรา้ งเอกภาพในการกาํ หนดวสิ ยั ทศั น์และความตอ้ งการเชิงกลยุทธ์ ซึ่งจะตอ้ ง
เสริมสรา้ งใหส้ ่วนราชการต่าง ๆ ในองค์กรปกครองส่วนทอ้ งถิ่นไดก้ ําหนดกรอบแนวคิดในการปฏิบัติงาน
ผลกั ดนั ใหเ้ กิดพลงั ไปในทิศทางเดียวกนั และ 4) บูรณาการความหลากหลาย (Integrated Diversity) ดว้ ยการ
สรา้ งประโยชน์ใหเ้ กิดข้ ึนในการดาํ เนินงานท่ียอมรบั ฟัง รบั ขอ้ มูลท่ีหลากหลาย ผสานความคิดใหเ้ ป็ นหน่ึงเดียว
แลว้ ผลกั เป็ นรปู ธรรมของภาคปฏิบตั ิแมเ้ รอื่ งเดียวแต่หลากหลายในองคป์ ระกอบ

ยุทธศาสตร์การพัฒนาทอ้ งถ่ินมีความสําคัญเป็ นอย่างมากเพราะว่าเป็ นการกําหนด
รูปแบบของการปฏบิ ตั ิหรอื การกาํ หนดทิศทางในการปฏิบตั ิเพื่อใหอ้ งคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิ่นสามารถ
พฒั นาหมบู่ า้ น ชุมชน ตาํ บล อาํ เภอ และจงั หวดั ไดอ้ ยา่ งเหมาะสมกบั สภาพการณ์ที่เปล่ียนแปลงของ
ทอ้ งถ่ิน ยุทธศาสตรก์ ารพฒั นาทอ้ งถิ่นใหค้ วามสาํ คญั กบั การวเิ คราะหส์ ภาพแวดลอ้ มตา่ ง ๆ ในทอ้ งถิ่น
ท้งั สภาพแวดลอ้ มภายในและสภาพแวดลอ้ มภายนอกขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิ่น ยุทธศาสตรก์ าร
พฒั นาทอ้ งถ่ินเป็ นการกําหนดรูปแบบของปฏิบัติงานขององค์กรปกครองส่วนทอ้ งถ่ินไดต้ ระหนักถึง
อาํ นาจ หนา้ ที่ ภารกิจของตนท่ีมสี ่วนผลกั ดนั ใหเ้ กิดความสาํ เรจ็ หรือลม้ เหลวต่อเป้าประสงคข์ ององคก์ ร
ปกครองส่วนทอ้ งถิ่น ช่วยใหก้ ารบริหารงานภาครัฐในรูปขององค์กรปกครองส่วนทอ้ งถ่ินสามารถ
บริหารงานไดอ้ ย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดและเกิดแนวทางการทํางานตามหลักการบริหารจัดการ
บา้ นเมืองที่ดีหรือธรรมาภิบาล (good governance) เป็ นการกาํ หนดรูปแบบของการปฏิบตั ิที่มีส่วน
ชว่ ยใหเ้ กิดความสอดคลอ้ งกบั วธิ ีการจดั ทํางบประมาณแบบมุ่งเนน้ ผลงาน (Performance-Based Budgeting:
PBB) ขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ินมิใช่มุ่งเน้นเฉพาะการจดั ทาํ งานงบประมาณรายจ่ายแสดงหมวดหมู่
และประเภทค่าใชจ้ า่ ยตา่ ง ๆ เพอื่ ใหเ้ ป็ นไปตามกฎหมาย ระเบียบวิธีการงบประมาณเท่าน้ัน และท่ีสาํ คญั อยา่ ง
มากสําหรบั การกาํ หนดใหม้ ียุทธศาสตร์การพฒั นาทอ้ งถ่ินสําหรบั องคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ินเป็ นการช่วย
ส่งเสริม สนับสนุนและขับเคล่ือนใหเ้ กิดพลงั ประชาธิปไตยโดยการมีส่วนรว่ ม (participation) ของประชาชนใน
ทอ้ งถ่ินและเป็ นการกระจายอํานาจ (decentralization) ใหก้ ับประชาชนอย่างแทจ้ ริง ซ่ึงหน่วยงานราชการ
องคก์ รภาครฐั รฐั วสิ าหกิจหรือแมแ้ ต่องคก์ รภาคประชาสงั คม องคก์ รเอกชนต่าง ๆ ก็ยงั ไมส่ ามารถดาํ เนินการ

ดร.สุรยิ ะ หนิ เมืองเก่า การติดตามและประเมินผลแผนพฒั นาทอ้ งถ่ ินขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ ิน หนา้ 46

ดา้ นยุทธศาสตร์การพัฒนาแบบมีส่วนร่วมในรูปแบบการประชาคมทอ้ งถ่ินในระดับหมู่บา้ น ชุมชน ตําบล
อาํ เภอ และในระดบั จงั หวดั ไดเ้ ท่ากบั องคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ิน

การขบั เคล่ือนยทุ ธศาสตรก์ ารพฒั นาองคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิ่นมีเป้าประสงคห์ รือเป้าหมายที่
สําคัญท่ีตอบสนองความตอ้ งการของประชาชนในทอ้ งถ่ินและประชาชนในทอ้ งถ่ินตอ้ งมีส่วนร่วมในการ
กาํ หนดนโยบายเพ่ือนําไปขบั เคล่ือนยุทธศาสตรก์ ารพฒั นาโดยมสี ่ิงแวดลอ้ มตา่ ง ๆ ในทอ้ งถ่ินเป็ นตวั กาํ หนด
และแรงขบั ดนั ในสว่ นของ Environment ผ่านและรว่ มของ Stakeholders ในทอ้ งถิ่น แลว้ ผลกั เขา้ สู่กระบวนการ
ทางการเมืองทอ้ งถ่ิน local politics ซึ่งประกอบดว้ ยผูบ้ ริหารทอ้ งถ่ิน สมาชิกสภาทอ้ งถิ่นและมีขา้ ราชการ
ทอ้ งถ่ินเป็ นตัวแปรสําคัญในการเสริมสรา้ งขีดความสามารถเพื่อใหเ้ กิด local politics ในเชิงการจัด
กระบวนการดา้ นเอกสารธุรการตา่ ง ๆ ใหเ้ กิดความชดั เจนมากข้ ึน แลว้ นําไปสู่การตดั สินใจ Decision วา่ จะทํา
หรือไม่ทําก็คือการกระทํา Action นําไปสู่นโยบายสาธารณะ Public policy จะทําหรือไม่ทํา จะตดั สินใจ
หรอื ไมต่ ดั สินใจก็ตามลว้ นเป็ นนโยบายสาธารณะท่ีเกิดข้ ึนในองคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ินท้งั น้ันและสุดทา้ ยก็
เป็ นผลสะทอ้ นกลบั Feedback วา่ ประชาชนมคี วามพึงพอใจในระดบั ใด

กลา่ วโดยสรุป ยทุ ธศาสตรก์ ารพฒั นา/ยทุ ธศาสตรก์ ารพฒั นาทอ้ งถิ่นขององคก์ รปกครอง
ส่วนทอ้ งถ่ินเป็ นกระบวนการตัดสินใจอย่างเป็ นระบบในการใชท้ รัพยากรที่มีอยู่อย่างจํากัด ใน
ทอ้ งถิ่นซง่ึ เกิดจากสภาวะแวดลอ้ มตา่ ง ๆ ไมว่ า่ จะเป็ นคน งบประมาณ วสั ดุ อุปกรณ์ สภาพพ้ ืนท่ี สภาพ
ของสงั คมในชุมชนทอ้ งถิ่น ซ่ึงจะตอ้ งกาํ หนดข้นั ตอนการปฏิบตั ิงานใหช้ ดั เจน มีส่วนรว่ มของภาคส่วน
ต่าง ๆ เพ่ือบรรลุเป้าประสงค์ท่ีไดก้ ําหนดไวโ้ ดยคํานึงถึงผลประโยชน์ของส่วนรวมหรือประโยชน์
สาธารณะ (Public Interest) ยุทธศาสตรก์ ารพฒั นาทอ้ งถ่ินท่ีกาํ หนดข้ ึนน้ันจะตอ้ งสนองตอบตอ่ ปัญหา
และความตอ้ งการของประชาชนซึ่งประชาชนจะตอ้ งมีส่วนร่วมในการกาํ หนดยุทธศาสตรก์ ารพฒั นา
ทอ้ งถ่ินทุกข้ันตอน ทุกกระบวนการท่ีไดก้ ําหนดข้ ึนอย่างเป็ นระบบ มีแบบแผนปฏิบัติอย่างชัดเจน
นอกจากน้ ีแลว้ ยทุ ธศาสตรท์ ี่ดีจะตอ้ งเสาะแสวงหาวธิ ีการท่ีดี เหมาะสม และคุม้ ค่า ตอ้ งบ่งบอกถึงความ
เช่ือมโยงสู่วตั ถุประสงคใ์ หช้ ดั เจน กาํ หนดทิศทางหรือวิธีการที่ไม่เลื่อนลอยและจะตอ้ งหวงั ผลเป็ น
รูปธรรมไมใ่ ชเ่ ร่อื งยากและซบั ซอ้ นจนเกินไป นัน่ แปลวา่ เป็ นส่ิงท่ีเกิดข้ ึนจริงในทอ้ งถ่ินซึ่งคนในทอ้ งถ่ิน
มีความประสงค์ตอ้ งการแสวงหาในสิ่งที่ดีในการใหเ้ กิดมรรคผลของการพฒั นาทอ้ งถ่ินโดยสิ่งที่ไดร้ บั
ส่งผลกระทบท้งั ในเชิงบวกมากกวา่ ลบ

3. การบรหิ ารจดั การยทุ ธศาสตร์
3.1 การกาหนดยทุ ธศาสตร์
กระบวนการจดั ทําประเด็นยุทธศาสตรก์ ารพฒั นาซึ่งเป็ นกระบวนการทัว่ ไปท่ีองค์กรปกครอง

ส่วนทอ้ งถ่ินจะตอ้ งดาํ เนินการจดั ทาํ เพื่อกาํ หนดใหเ้ กิดความสอดคลอ้ งกบั วิสยั ทศั น์และความตอ้ งการอยา่ ง
เป็ นระบบของทอ้ งถ่ินน้ัน จะตอ้ งมีการวิเคราะห์สภาพแวดลอ้ มทางยุทธศาสตร์ ซึ่งประกอบดว้ ย การ
วิเคราะหส์ ภาพแวดลอ้ มภายใน (Internal Environment) และการวเิ คราะหส์ ภาพแวดลอ้ มภายนอก (External
Environment) มีการจดั วางทิศทางของการพฒั นาขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิ่น การจดั ทาํ ยุทธศาสตรก์ าร
พฒั นาทอ้ งถิ่นเป็ นการดาํ เนินการเพอ่ื ใหย้ ุทธศาสตรท์ ่ีไดถ้ ูกกาํ หนดข้ ึนมีความเป็ นรปู ธรรมสามารถปฏิบตั ิได้

ดร.สรุ ยิ ะ หินเมืองเก่า การติดตามและประเมินผลแผนพฒั นาทอ้ งถ่ ินขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ ิน หนา้ 47

จรงิ อนั จะนําไปสูก่ ารบรรลุวสิ ยั ทศั น์ เป้าประสงค์ ตวั ช้ วี ดั คา่ เป้าหมาย กลยุทธ์ แผนงาน โครงการ ซึ่งจะตอ้ ง
มกี ารวเิ คราะหจ์ ุดแข็ง (strength) การวเิ คราะหจ์ ุดอ่อน (weakness) การวิเคราะหโ์ อกาส (opportunity) และ
การวิเคราะหภ์ ยั คุกคามหรืออุปสรรค (threat) ของกรอบยุทธศาสตรก์ ารพฒั นาเป้าประสงค์ ตัวชี้วัด ค่า
เป้าหมาย และกลยุทธ์หรือท่ีเรียกกนั วา่ SWOT Analysis นอกจากน้ ีองคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิ่นอาจใชร้ ูปแบบ
การวิเคราะหข์ อง Demand (Demand Analysis) Global Demand และ Trend ในการวิเคราะหเ์ พื่อการพฒั นา
ทอ้ งถิ่นก็ได้ องคป์ ระกอบในการนํามาวเิ คราะห์ ประกอบดว้ ย

3.1.1 การกาหนดวิสยั ทศั น์ (Vision) วิสยั ทัศน์: คือภาพฝันส่ิงท่ีวาดหวงั ของ
ประชาชนในองค์กรปกครองส่วนทอ้ งที่มีความมาดมัน่ ร่วมกันในอันที่จะไปใหถ้ ึงภาพฝันน้ันหรือ
ประเภทวา่ “ฝันใหไ้ กล ไปใหถ้ ึง” วสิ ยั ทศั น์ขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ินควรมีการเปล่ียนแปลงเม่ือ
ไดด้ ําเนินการจนสามารถบรรลุภาพฝันน้ันไดห้ รือในกรณีท่ีมีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ จนทําใหม้ ีการ
ตดั สินใจท่ีจะกาํ หนดภาพฝันใหม่

วิสัยทัศน์ของชาวบา้ นโนนหินฮาว คือ การสรา้ งภาพฝันร่วมกันในอันท่ีจะรวมพลัง
กันปลดหน้ ีสินท่ีมีอยู่อย่างลน้ พน้ ตัว และหวังพบทางสว่างในการมีคุณภาพชีวิตที่ดีข้ ึนในอนาคต
วิสยั ทัศน์ของชาวบา้ นหินปูนทราย ‚ร่วมคิด ร่วมพัฒนา ชุมชนเขม้ แข็ง ทอ้ งถ่ินน่าอยู่ สุขภาพดีถว้ น
หน้า ชวี ติ ปลอดภยั และเป็ นสุข‛”

‚สรา้ งสมดุลการพฒั นา มุ่งสู่ความเป็ นชุมชนน่าอยู่ ท่ียงั่ ยืน‛ วิสยั ทัศน์องค์การ
บริหารส่วนตาํ บลหนองบ่อ อาํ เภอสองพี่น้อง จงั หวดั สุพรรณบุรี (2556) และภายใตค้ าํ ขวญั ประจาํ
ตาํ บลหนองบ่อ ‚หนองบ่อถ่ินเกษตร พ้ ืนที่เขตออ้ ยหวาน สืบสานประเพณี ของดีภูเขาปรง รณรงค์
สิ่งแวดลอ้ ม เพยี บพรอ้ มคุณธรรม น้อมนําประชาธิปไตย กา้ วไกลพฒั นา‛

วิสัยทัศน์การพฒั นาทอ้ งถ่ินของเทศบาลเมืองบา้ นสวน (2556) ปี พ.ศ. 2557-
2559 ไดก้ าํ หนดวสิ ยั ทศั น์การพฒั นาทอ้ งถิ่นไวด้ งั น้ ี ‚เทศบาลเมืองบา้ นสวน เป็ นชุมชนเขม้ แข็ง เมือง
น่าอยู่ มุง่ สู่การพฒั นาคุณภาพชวี ติ และส่ิงแวดลอ้ ม”

วสิ ยั ทศั น์เทศบาลเมืองหวั หิน (2556) ปี พ.ศ. 2557-2559 “หวั หนิ เป็ นเมืองท่องเที่ยว
ในระดบั สากล การศึกษากา้ วไกล ส่ิงแวดลอ้ มยงั่ ยนื ประชาชนมีคุณภาพชีวติ อยา่ งพอเพียง มีส่วนร่วมในการ
บรหิ ารงาน นําไปสูเ่ มอื งน่าอย”ู่ โดยกาํ หนดยุทธศาสตรก์ ารพฒั นาไว้ 6 ยุทธศาสตร์ ไดแ้ ก่ ยุทธศาสตรท์ ่ี 1
พฒั นาการท่องเท่ียวและเศรษฐกิจ ยุทธศาสตรท์ ี่ 2 การพัฒนาระบบโครงสรา้ งพ้ ืนฐาน ยุทธศาสตรท์ ี่ 3
พฒั นาการศึกษา วฒั นธรรม และนันทนาการ ยุทธศาสตร์ที่ 4 พัฒนาการสาธารณสุขและส่ิงแวดลอ้ ม
ยุทธศาสตรท์ ี่ 5 พฒั นาสวสั ดิการสงั คม ชุมชน และคุณภาพชีวิตและยุทธศาสตรท์ ี่ 6 พฒั นาการบริหารงาน
และบรกิ าร

วสิ ยั ทศั น์องคก์ ารบริหารส่วนจงั หวดั ระนอง (2559) ปี พ.ศ. 2561-2564 “เมือง
ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพช้นั นํา การเกษตรสรา้ งสรรค์ เมืองน่าอยู่ ท่ีประชาชนมีสุขภาวะท่ีดีและประตู
การคา้ ผา่ นแดนฝั่งอนั ดามนั ” โดยกาํ หนดยุทธศาสตรก์ ารพฒั นาไว้ 4 ยุทธศาสตร์ ไดแ้ ก่ ยุทธศาสตรท์ ่ี 1
เป็ นเมอื งท่องเที่ยวเชงิ สุขภาพระดบั ช้นั นํา ยทุ ธศาสตรท์ ่ี 2 การพฒั นาเศรษฐกจิ ชุมชนมนั่ คงเขม้ แข็งตามหลกั

ดร.สุรยิ ะ หนิ เมืองเก่า การติดตามและประเมินผลแผนพฒั นาทอ้ งถ่ ินขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ ิน หนา้ 48

ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง ยุทธศาสตร์ท่ี 3 เป็ นเมืองน่าอยู่ท่ีประชาชนมีสุขภาวะท่ีดี แบะมีความ
มนั่ คงปลอดภัยอย่างยงั่ ยืน และ ยุทธศาสตร์ที่ 4 เป็ นประตูการคา้ ผ่านแดนฝั่งอันดามัน ท้ังหมดเป็ น
วสิ ยั ทศั น์ท่ีกาํ หนดข้ ึนในแผนพฒั นาทอ้ งถ่ินสี่ปี (พ.ศ. 2561-2564)

รูปภาพท่ี 1 สาวรุน่ ใหม่ไทยทรงดาํ บา้ นดอนมะเกลือ อาํ เภออู่ทอง จงั หวดั
สุพรรณบุรี ยงั คงมีอตั ลกั ษณ์เพื่อสืบสานความเป็ นเช้ ือชาติและ
เผ่าพนั ธุท์ ี่แตกต่างแต่ก็อยรู่ ว่ มกนั ไดเ้ พราะวสิ ยั ทศั น์ของคนในตาํ บล

วิสยั ทัศน์องคก์ ารบริหารส่วนจงั หวดั พระนครศรีอยุธยา (2563) ปี พ.ศ. 2561-
2565 “อยุธยาเมืองมรดกโลก เป็ นแหล่งเรียนรู้ น่าเที่ยว น่าอยู่ น่าลงทุน” มีการกาํ หนดตวั ช้ ีวดั และ
เป้าหมายการพฒั นา คือ 1) รอ้ ยละของรายไดจ้ ากการท่องเท่ียวที่เพิม่ ข้ ึน 2) รอ้ ยละความสาํ เร็จในการ
พฒั นาโครงสรา้ งพ้ ืนฐานใหม้ ีมาตรฐาน เพ่ือการเป็ นสังคมเมืองน่าอยู่ 3) รอ้ ยละที่เพิ่มข้ ึนของการ
ลงทุน ภาคอุตสาหกรรม การคา้ และบริการ 3) รอ้ ยละที่เพ่ิมข้ ึนของการลงทุน ภาคอุตสาหกรรม
การคา้ และบริการ 4) รอ้ ยละท่ีเพ่ิมข้ ึนของโรงงานอุตสาหกรรมท่ีใชเ้ ทคโนโลยีสีเขียว และ 5) รอ้ ยละ
ที่เพมิ่ ข้ ึนของเกษตรกร/แปลง/ฟารม์ ท่ีผา่ นมาตรฐานปลอดภยั ของจงั หวดั

วิสยั ทศั น(์ vision): คือภาพฝันสิ่งท่ีวาดหวงั ของประชาชนในองคก์ รปกครองส่วน
ทอ้ งท่ีมีความมาดมัน่ ร่วมกันในอันท่ีจะไปใหถ้ ึงภาพฝันน้ันหรือประเภทว่า “ฝันใหไ้ กล ไปใหถ้ ึง”
วิสัยทัศน์ขององค์กรปกครองส่วนทอ้ งถ่ินควรมีการเปล่ียนแปลงเมื่อไดด้ ําเนินการจนสามารถบรรลุ
ภาพฝันน้ันไดห้ รอื ในกรณีที่มกี ารเปล่ียนแปลงใด ๆ จนทาํ ใหม้ ีการตดั สินใจที่จะกาํ หนดภาพฝันใหม่

วิสัยทัศน์ มีลักษณะแสดงสถานภาพท่ีองคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ินตอ้ งการจะเป็ น
หรือบรรลุถึงอนาคตอย่างชดั เจน สอดคลอ้ งกบั โอกาสและศักยภาพท่ีเป็ นลักษณะเฉพาะขององคก์ ร
ปกครองส่วนทอ้ งถ่ิน และสมั พนั ธก์ บั โครงการพฒั นาทอ้ งถิ่น

V: วสิ ยั ทศั น์ (VISION)
I: ภาพฝันในอนาคต (IMGE)
A: การกระทาํ (ACTION)

ดร.สุรยิ ะ หินเมืองเก่า การตดิ ตามและประเมินผลแผนพฒั นาทอ้ งถ่ ินขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ ิน หนา้ 49

วสิ ยั ทัศน์: ยืนยนั ทิศทางการพฒั นาที่องคก์ รตอ้ งการจะเป็ นในอนาคต เกิดความ
เขา้ ใจที่ตรงกนั มองภาพอนาคตของตนเอง มองภาพอนาคตขององคก์ ร มองภาพอนาคต ขององคก์ ร
ในระดบั จงั หวดั ในระดบั ประเทศ ในระดบั ประชาคมโลก

3.1.2 การกาหนดภารกิจ (Mission) ภารกิจหรือพนั ธกิจ: ภารกิจหรือพนั ธกิจและ
วสิ ยั ทศั น์ เป็ นสิ่งที่เกือบจะแยกจากกนั ไมอ่ อกนัน่ คือ วสิ ยั ทศั น์เป็ นตวั ภาพฝันที่ต้งั ใจจะกระทาํ เพอื่ ใหถ้ ึง
สว่ นภารกิจหรือพนั ธกิจคือ ตวั การกระทาํ หรืออาจกล่าวไดว้ า่ คือส่ิงที่ตอ้ งทําจึงจะบรรลุวสิ ยั ทศั น์น้ันได้
ภารกิจหรอื พนั ธกิจจงึ เป็ นทุกอยา่ งท่ีประชาชนและผมู้ สี ่วนเก่ียวขอ้ งในทอ้ งถ่ิน ตอ้ งทาํ รว่ มกนั ในทิศทาง
ไปสูว่ สิ ยั ทศั น์

การระบุภารกิจหรือพันธกิจมักจะยึดหลักว่าเป็ นการรวมข้อความ จุดประสงค์
แนวทาง กลยทุ ธแ์ ละค่านิยมของทอ้ งถ่ินที่มีความสมั พนั ธ์กบั วิสยั ทศั น์ ไวพ้ อสงั เขปนัน่ เองและท่ีสาํ คญั
ก็คือ เป็ นคาํ อธิบายถึงธุรกรรมท่ีองคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ินดาํ เนินการอยู่ หรือเตรียมท่ีจะดาํ เนินการ
ให้สอดรับกับค่านิ ยมของท้องถ่ินและความคาดหวังของผู้ที่มีส่วนอย่างสําคัญ ผู้มีส่วนได้เสีย
(stakeholders) ท้งั หลายสาํ หรบั ทอ้ งถิ่นน้ัน ๆ

ภารกิจหลกั หรือพนั ธกิจของเทศบาลตาํ บลโนนเจรญิ (2556) ปี พ.ศ. 2557-2559 คือ
1) การสรา้ งระบบบรหิ ารการจดั การที่ดี โดยใหป้ ระชาชนมีส่วนรว่ มในการตดั สินใจ การวางแผนพฒั นา การ
ตรวจสอบเพอ่ื ใหเ้ กิดความโปรง่ ใสในการบริหารและการปกครอง 2) บริการจดั การส่ิงแวดลอ้ มใหเ้ กิดสภาวะ
แวดลอ้ มท่ีดีและยงั่ ยนื โดยใชแ้ นวทางเกษตรอินทรยี ์ 3) จดั ระบบป้องกนั ดา้ นรกั ษาความสงบเรียบรอ้ ยและ
ความปลอดภยั ในชีวติ และทรพั ยส์ ินของประชาชนในเขตเทศบาลตาํ บลโนนเจริญ

ภายใตว้ ิสัยทัศน์ “นครแห่งเซรามิกและหัตถอุตสาหกรรม สู่เกษตรสรา้ งสรรค์
ท่องเที่ยวเชิงอนุรกั ษ์ สืบสานวฒั นธรรมวิถีลาํ ปาง เช่ือมโยงประตูสู่อาเซียน” ขององคก์ ารบริหารส่วน
ตําบลแม่สุก (2556) ปี พ.ศ. 2557-2559 ไดก้ ําหนดพนั ธกิจ ดังน้ ี 1) เสริมสรา้ ง พัฒนาและ
ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันใหอ้ ุตสาหกรรมเซรามิกและหตั ถอุตสาหกรรมใหโ้ ดดเด่นมี
ประสิทธิภาพเหนือคู่แข่งท้ังในประเทศและต่างประเทศ 2) ส่งเสริมใหม้ ีการผลิตและ จําหน่าย
ผลิตภัณฑเ์ กษตรและเกษตรแปรรูปคุณภาพสากลกบั การสรา้ งมูลค่าเพ่ิมสอดคลอ้ งกับความตอ้ งการ
ของตลาดท้งั ภายในและต่างประเทศ 3) พฒั นาคุณภาพชีวติ ของประชาชนและสงั คมลาํ ปางใหม้ ีความ
เขม้ แข็ง มีภูมิคุม้ กัน รักษ์วัฒนธรรมทอ้ งถ่ินและถิ่นกําเนิดตามวิถีลําปาง โดยดํารงชีวิตตามห ลัก
ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง

3.1.3 การกาหนดวัตถุประสงค์ (Objectives) วตั ถุประสงค์ : เป็ นการขยายความ
ของคาํ วา่ ภารกิจหรือพนั ธกิจ (Mission) ใหล้ ะเอียดและชดั เจน เจาะจงมากยง่ิ ข้ ึน แผนพฒั นาองคก์ ร
ปกครองส่วนทอ้ งถิ่นซึ่งประกอบดว้ ยแผนยุทธศาสตร์การพฒั นาและแผนพฒั นาสามปี ในบริบทของ
แผนดงั กล่าวจาํ จะตอ้ งมอี งคป์ ระกอบท่ีสาํ คญั วา่ จะทาํ เพือ่ อะไร โครงการน้ ีมวี ตั ถุประสงคเ์ พื่ออะไร การ
กาํ หนดวตั ถุประสงคไ์ ดน้ ัน่ ก็แปลวา่ เรารูถ้ ึงปัญหาต่าง ๆ ท่ีเกิดข้ ึนในทอ้ งถิ่น รูว้ า่ สาเหตุของปัญหาคือ

ดร.สรุ ยิ ะ หนิ เมืองเก่า การติดตามและประเมินผลแผนพฒั นาทอ้ งถ่ ินขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ ิน หนา้ 50


Click to View FlipBook Version