อะไร สามารถต้ังสมมุติฐานของปัญหาไดซ้ ึ่งจะนําไปสู่การบอกไดถ้ ึงวัตถุประสงค์และวิธีการแกไ้ ข
ปัญหาต่อไป
วตั ถุประสงคจ์ ะนําไปสู่การต้งั คาํ ถามเพ่ือคน้ หาคาํ ตอบท่ีวา่ จะทาํ ทําไม (Why) จะทาํ อะไร
(What) จะทาํ เม่อื ไร (When) จะทาํ ท่ีไหน (Where) จะทาํ โดยใคร (Who) จะทําเพื่อใคร (Whom) จะทาํ อยา่ งไร
(How) และจะจ่ายเท่าไหร่หรือมีค่าใชจ้ ่าย มีเงินเท่าไหร่ (How much) ซึ่งมีความสัมพนั ธ์เชิงตรรกะของ
แผนพฒั นาองคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ินเพื่อนําไปสู่กระบวนการแกป้ ัญหา
การเกิดของปัญหาย่อมมีสาเหตุและเหตุบางอย่างก็ก่อใหเ้ กิดปัญหาตอ้ งแสวงหาวิธีการ
แกไ้ ขปัญหาท่ีเกิด โดยมีวตั ถุประสงคเ์ ป็ นตวั ต้งั และเม่ือไดว้ ธิ ีการแลว้ การทาํ งานในข้นั ต่อไป คือ การจดั วาง
รายละเอียดของวธิ ีการ ซ่งึ แนวทางก็คือ การตอบคาํ ถาม Why What When Where Who Whom How & How
much
1. จะทาทาไม (Why) เป็ นการอธิบายถึงหลกั การและเหตุผล ตลอดจนความจาํ เป็ น
จากการระบุปัญหาและระบุสาเหตุ ในช้นั น้ ีจะเป็ นการระบุวตั ถุประสงคแ์ ละเป้าหมายใหม้ ีความชดั เจน
และเฉพาะเจาะจง เพ่ือช้ ใี หผ้ ทู้ ่ีเกี่ยวขอ้ งเห็นวา่ ผลลพั ธแ์ ละผลงานของโครงการคืออะไร ในการกาํ หนด
วตั ถุประสงคแ์ ละเป้าหมาย ควรใชห้ ลกั นิยมท่ีนักวางแผนรูจ้ กั กนั ดี คือ SMART PRINCIPLE ซ่ึงมาจาก
หลกั คิดดงั น้ ี
S = Sensible and Specific = เป็ นไปไดแ้ ละชดั เจน
M = Measurable = วดั ได้ (เชงิ ปรมิ าณ/คุณภาพ)
A = Attainable and Assignable = บรรลุผล (แกป้ ัญหาได)้ และ
สามารถทาํ (มอบหมาย) ได้
R = Reasonable and Realistic = อธิบายไดแ้ ละเป็ นจริง
T = Time Available = กาํ หนดเวลาท่ีเหมาะสม
2. จะทาอะไร (What) เป็ นการพิจารณาวา่ วิธีการต่าง ๆ ท่ีกาํ หนดไวน้ ้ัน จะตอ้ งมี
กิจกรรมหลักที่สําคัญต้ังแต่จุดเร่ิมตน้ ไปถึงจุดสุดทา้ ยอะไรบา้ ง หรือต้งั แต่ตน้ น้ําถึงปลายน้ําว่ามี
อะไรบา้ ง
3. จะทาเม่ือไร (When) เป็ นการวางกรอบเวลาในการดาํ เนินโครงการใหส้ อดคลอ้ งกบั
เวลาเป้าหมายท่ีกําหนดไว้ อันเป็ นการวางกาํ หนดการของกิจกรรมต่าง ๆ การเรียงลําดับกิจกรรมซึ่งจะเป็ น
ประโยชน์ในการจดั ทาํ แผนการดาํ เนินงานหรอื แผนปฏบิ ตั ิการตอ่ ไป
4. จะทาที่ไหน (Where) เป็ นการพิจารณาเร่ืองของสถานท่ีดาํ เนินการ วา่ จะใชส้ ถานที่ใด
มีความเก่ียวขอ้ งกับสภาพทางกายภาพต่าง ๆ หรือไม่อย่างใด เช่น การก่อสรา้ งถนน การขุดลอกคลอง การ
กอ่ สรา้ งอาคาร การอบรมกลุ่มอาชีพ การใชป้ ระโยชน์จากท่ีดิน การจดั การดา้ นสภาพแวดลอ้ มที่เกี่ยวขอ้ งหรือ
ในหลายกรณีอาจจะตอ้ งจดั การดา้ นการเวนคืนอสงั หารมิ ทรพั ย์ เป็ นตน้
5. จะทาโดยใคร (Who) เป็ นการคาดการณ์ดา้ นกําลังคนท่ีตอ้ งการ ลักษณะหรือ
ประเภทของหน่วยงานที่รบั ผิดชอบ การมอบอาํ นาจหน้าที่และความรบั ผิดชอบต่าง ๆ ท่ีจะเป็ นประโยชน์
ดร.สรุ ยิ ะ หนิ เมืองเก่า การติดตามและประเมินผลแผนพฒั นาทอ้ งถ่ ินขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ ิน หนา้ 51
การกาํ หนดจาํ นวน คุณสมบตั ิของบุคลากรและหน่วยงานตา่ ง ๆ ที่จะเกี่ยวขอ้ ง กอง/สว่ น/ฝ่ าย หรอื บุคคลใด
ที่รบั ผิดชอบ
6. จะทาเพื่อใคร (Whom) เป็ นการพิจารณาถึงกลุ่มบุคคล หมู่บา้ น ชุมชนใดจะไดร้ ับ
ประโยชน์หรือพ้ ืนที่ท่ีจะไดร้ บั ผลประโยชน์ ขณะเดียวกนั ก็ตอ้ งพจิ ารณาครอบคลุมไปถึงกลุ่มท่ีจะไดร้ บั ผลกระทบ
ท้งั ในเชิงบวกและลบ เพราะสุดทา้ ยจะมคี าํ ถามวา่ ใครไดร้ บั ประโยชน์ ฉะน้ันจงึ มีคาํ ถามวา่ จะทาํ เพื่อใคร
7. จะทาอยา่ งไร (How) เป็ นงานสาํ คญั ที่สุดดา้ นหนึ่งในการวางแผน เพราะถา้ ตอบ
คาํ ถามน้ ีไมช่ ดั เจน ตอบคําถามไมไ่ ด้ แผนท่ีกาํ หนดไวก้ ็จะเป็ นเพียงความคาดหวงั หรือความฝันที่ไม่
เป็ นจรงิ หรอื จะเรียกวา่ สรา้ งวมิ านในอากาศก็วา่ ได้
จากความสมั พนั ธ์เชิงตรรกะของแผนพฒั นาองคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิ่นเพ่ือนําไปสู่
กระบวนการแกป้ ัญหาจึงตอ้ งมีการต้ังคําถามย่อยอีกหลายคําถามเพ่ือใหเ้ กิดกระบวนการบรรลุ
วตั ถุประสงค์ คือ
ก. ข้นั ตอนในการดาํ เนินกิจกรรมท่ีระบุไวว้ า่ จะทาํ อะไร What มอี ะไรบา้ ง
ข. แตล่ ะข้นั ตอนจะตอ้ งทาํ งานตามกฎเกณฑท์ ี่มอี ยเู่ ดิมมีอะไรบา้ ง
ค. จะตอ้ งมีการแกไ้ ขกฎเกณฑเ์ ดิมหรือไม่ อะไรบา้ ง และตอ้ งเสนอกฎเกณฑใ์ หมใ่ น
เรอื่ งใดบา้ ง จะมขี ้นั ตอนอยา่ งไร
ง. จะตอ้ งใชค้ วามรูห้ รือเทคโนโลยี (technical know how) และความชาํ นาญใน
เร่ืองใดบา้ ง จะแสวงหาการสนับสนุนจากท่ีใด
จ. จะกาํ หนดมาตรฐานการปฏบิ ตั ิงาน (standard operating procedure) อะไรบา้ ง
อยา่ งไร
8. จะจา่ ยเทา่ ไหร่ (How much) มีเงินงบประมาณหรือไม่ มีมากน้อยเพียงใด เป็ นการ
คาํ นวณรายละเอียดของค่าใชจ้ ่าย (cost) ที่ครอบคลุมงบประมาณดา้ นต่าง ๆ ทุกดา้ น ไมว่ า่ จะเป็ นงบลงทุน
งบดําเนินการ และค่าใชจ้ ่ายทางตรงและทางออ้ มทุกรายการ โดยฐานการคิดค่าใชจ้ ่ายจะตอ้ งเป็ นราคา
มาตรฐานที่เป็ นอยู่จริงท้ังราคาปัจจุบันและราคาที่คิดปรบั ค่าเวลา ค่าเสียโอกาส ตามหลักการวิเคราะห์
โครงการที่ดี ไม่ใช่ราคาท่ีคิดจะกาํ หนดข้ ึนเองตามความตอ้ งการของผูม้ ีอาํ นาจ ผูบ้ ริหารทอ้ งถิ่น เจา้ หน้าท่ี
งบประมาณหรอื ผมู้ ีหนา้ ที่ในโครงการ
แผนพฒั นาสามปี เทศบาลตาํ บลเขาขวาง (2556) ปี พ.ศ. 2557-2559 กาํ หนด
วตั ถุประสงค์ของโครงการก่อสรา้ งอาคารเอนกประสงค์บริเวณสํานักงานเทศบาลเขาขวาง หมู่ท่ี 2
ตําบลเตาปูน ว่า เพื่อใหป้ ระชาชนมีสถานท่ีปฏิบัติกิจกรรมร่วมกัน โครงการเปิ ดโลกแหล่งเรียนรู้
ปฐมวยั และประถมศึกษา (โรงเรียนวดั โคกทอง) โดยมีวตั ถุประสงค์เพ่ือใหน้ ักเรียนที่ไดไ้ ปศึกษาจาก
แหล่งเรียนรูไ้ ดร้ บั ประสบการณต์ รงเพื่อนํามาประยุกตใ์ ชใ้ นชวี ติ ประจาํ วนั
แผนพฒั นาสามปี เทศบาลตาํ บลคลองวาฬ (2556) ปี พ.ศ. 2557-2559 กาํ หนด
วตั ถุประสงคข์ องโครงการอบรมเพ่อื เพม่ิ ประสิทธิภาพผูน้ ําชุมชน วา่ เพ่ือใหผ้ ูน้ ําในชุมชนมีความเขา้ ใจ
ดร.สุรยิ ะ หนิ เมืองเก่า การตดิ ตามและประเมินผลแผนพฒั นาทอ้ งถ่ ินขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ ิน หนา้ 52
บทบาทหน้าที่ของตนและเพ่ิมเขม้ แข็งในชุมชน โครงการรกั ษ์หาดบา้ นพอ่ โดยมีวตั ถุประสงคเ์ พื่อปลูก
จติ สาํ นึกของเด็กเล็กในการรกั ษ์ส่ิงแวดลอ้ ม
แผนพัฒนาท้องถ่ิน (พ.ศ. 2561-2565) ขององค์การบริหารส่วนจังหวัด
พระนครศรีอยธุ ยา (2563) ยทุ ธศาสตรท์ ี่ 5 ยทุ ธศาสตรก์ ารพฒั นาโครงสรา้ งพ้ ืนฐาน แผนงานอุตสาหกรรม
และการโยธา โครงการก่อสรา้ งกาํ แพงป้องกนั น้ําท่วมชุมชนวงั แกว้ โดยมีวตั ถุประสงคเ์ พ่ือแกไ้ ขปัญหาความ
เดือดรอ้ นของประชาชนในชุมชนวงั แกว้ จากปัญหาน้ําท่วมขงั ซา้ํ ซาก
วตั ถุประสงค์ การกาํ หนดวตั ถุประสงคน์ ้ันตอ้ งมีความชดั เจน (clear objective) โครงการ
ตอ้ งกําหนดวตั ถุประสงค์สอดคลอ้ งกบั ความเป็ นมาของโครงการ สอดคลอ้ งกับหลักการและเหตุผล วิธีการ
ดาํ เนินงานตอ้ งสอดคลอ้ งกบั วตั ถุประสงค์ มคี วามเป็ นไปไดช้ ดั เจน มลี กั ษณะเฉพาะเจาะจง
โครงการตอ้ งมีวตั ถุประสงค์และเป้าหมายเป็ นเคร่ืองช้ ีแนวทางในการดําเนินงานของ
โครงการ โดยวตั ถุประสงคจ์ ะเป็ นตวั บอกวา่ โครงการตอ้ งการใหเ้ กิดอะไรข้ ึนบา้ ง การระบุวตั ถุประสงคจ์ ะตอ้ ง
ชดั เจน ปฏิบตั ิได้ วดั ได้ และประเมินไดใ้ นระยะเวลาที่กาํ หนด การเขียนวตั ถุประสงคค์ วรเขียนเป็ นรูปธรรม
มากกว่านามธรรม การทําโครงการหน่ึงอาจมีวัตถุประสงค์หลายขอ้ ได้ แต่ไม่ควรเกิน 3 วัตถุประสงค์
เพราะวา่ ผลที่คาดวา่ จะไดร้ บั ยอ่ มเท่ากบั หรือมากกวา่ วตั ถุประสงคท์ ่ีต้งั ไว้ (ปกติเป็ นอยา่ งน้ัน)
วตั ถุประสงคค์ วรตอ้ งคาํ นึงถึงหลกั 1) เป็ นไปได้ 2) วดั ได้ 3) ระบุส่ิงท่ีตอ้ งการ 4) เป็ น
เหตุเป็ นผล 5) เวลา วตั ถุประสงคจ์ ะนําไปสู่ผลผลิต (Output) หรือผลลพั ธ์ (Outcome) ที่ตอ้ งการใหเ้ กิดข้ ึน
เพียงประการเดียวในวตั ถุประสงคห์ น่ึงขอ้ หรอื หลายขอ้ ก็ได้
คาํ ที่ควรเขียนวตั ถุประสงค์ 1) เพื่ออธิบายถึง 2) เพ่ือระบุ 3) เพื่อจาํ แนกแยกแยะ 4)
เพือ่ ประเมิน 5) เพ่อื สรา้ งเสริม 6) เพอื่ กาํ หนดรปู แบบ 7) เพือ่ แกป้ ัญหา 8) เพ่ือจดั ทาํ 9) เพ่ือให้ 10)
เพ่ือสง่ เสริม 11) เพอื่ แกป้ ัญหา 12) .............
3.1.4 การกาหนดเป้ าประสงค์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน (local
government goal) เป้าประสงคห์ รือเป้าหมายขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ินคือการระบุส่ิงท่ีตอ้ งการ
ตามที่ต้งั วิสยั ทศั น์ไวเ้ ป็ นเชิงปริมาณ คือ เป็ นจาํ นวนตัวเลขหรือเป็ นระดบั ความตอ้ งการ เป้าประสงค์
หรือเป้าหมายถือเป็ นทิศทางท่ีชดั เจนท่ีสุด เปรียบเทียบไดว้ า่ การเล่นฟุตบอลตอ้ งยงิ ประตู (Goal) ให้
ได้ เล็งใหแ้ ม่น แลว้ ยิงเขา้ ไป ก็จะไดแ้ ตม้ อันจะนําไปสู่ชัยชนะหรือวิสัยทัศน์ที่ต้ังไว้ การท่ีตอ้ งระบุ
เป้าประสงค์หรือเป้าหมายใหช้ ดั เจนเช่นน้ ี จึงมกั ใชว้ ิธีแยกเป้าประสงค์หรือเป้าหมายรวมออกเป็ น
ลาํ ดบั ขอ้ ตามท่ีตอ้ งการและเหตุที่ตอ้ งแสดงปริมาณของเป้าประสงคห์ รือเป้าหมายที่ต้งั ไวเ้ ป็ นตวั เลขก็
เพื่อความสะดวกในการประเมินผลสําเร็จใหเ้ ห็นไดช้ ดั เจนนัน่ เองหรือเป็ นผลลพั ธ์หรือความสาํ เร็จใน
ดา้ นต่าง ๆ ท่ีองคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิ่นตอ้ งการจะบรรลุผล เป้าหมายน้ ี ควรมีความเป็ นรูปธรรมที่
สามารถวดั คา่ หรอื วดั จาํ นวนได้
แผนพฒั นาสามปี เทศบาลตาํ บลกาํ แพงดิน (2556) ปี พ.ศ. 2557-2559 ไดก้ าํ หนดเป้าหมาย
(ผลผลิตโครงการ) โครงการจดั ซ้ ือครุภัณฑว์ ิทยุส่ือสาร ขนาด 10 วตั ต์ ไวว้ ่าจัดซ้ ือวิทยุส่ือสาร ขนาด 10 วตั ต์
จาํ นวน 3 เครือ่ ง โครงการจดั ซ้ อื เคร่ืองเจาะปูน มเี ป้าหมายวา่ จะจดั ซ้ อื เครอื่ งเจาะซีเมนต์ จาํ นวน 1 เครอ่ื ง
ดร.สรุ ยิ ะ หนิ เมืองเก่า การตดิ ตามและประเมินผลแผนพฒั นาทอ้ งถ่ ินขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ ิน หนา้ 53
แผนพฒั นาสามปี องค์การบริหารส่วนตาํ บลแม่สุก (2556) ปี พ.ศ. 2557-2559 โครงการ
จดั ซ้ ืออุปกรณก์ ีฬาหมูบ่ า้ น มีเป้าหมายอยทู่ ี่ หมูท่ี 1-12 โครงการก่อสรา้ งฌาปนสถาน (เมรุ) ประจาํ หมูบ่ า้ น
หมทู่ ่ี 5 บา้ นก่ิว มเี ป้าหมายอยทู่ ่ี หมทู่ ี่ 5 บา้ นก่ิว โครงการสืบสานประเพณีและศิลปวฒั นธรรมทอ้ งถิ่น บรรพชา-
อุปสมบท มเี ป้าหมายอยทู่ ี่วดั แมส่ ุก (ควรบอกหมู่ /จาํ นวนคนที่บรรพชากี่คน อุปสมบทก่ีคนดว้ ย)
แผนพัฒนาสามปี องค์การบริหารส่วนตําบลช่อระกา (2556) ปี พ.ศ. 2557-2559
โครงการขุดลอกคลองใหม่ จากชอ่ ระกา – ราชภูมิ บา้ นช่อระกา หมู่ที่ 1มีเป้าหมายหรือผลผลิตของโครงการ
โดยขุดลอกกวา้ ง 12 เมตร ยาว 3,000 เมตร ลึก 3 เมตร ลาดเอียง 1:1 ปริมาตรดินขุด 81,000 ลูกบาศก์
เมตร โครงการก่อสรา้ งถนน คสล. สายชอ่ บูรพา – โนนเพด็ บา้ นชอ่ บรู พา หมทู่ ี่ 7 มเี ป้าหมายหรือผลผลิตของ
โครงการโดยก่อสรา้ งถนน คสล. กวา้ ง 4 เมตร ยาว 2,700 เมตร หนา 0.15 เมตร มีพ้ ืนท่ีไม่น้อยกว่า
10,800 ลูกบาศกเ์ มตร ลงลูกรงั ไหลท่ างท้งั 2 ขา้ ง ๆ ละ 0.50 เมตร และติดต้งั ป้ายประชาสมั พนั ธฯ์
แผนพฒั นาทอ้ งถ่ินส่ีปี (พ.ศ. 2561-2564) เทศบาลนครเชียงใหม่ (2560) กําหนด
วสิ ยั ทศั น์ไวว้ า่ “นครเชียงใหมเ่ ป็ นเมืองน่าอยอู่ ยา่ งยงั่ ยนื มีเอกลกั ษณด์ า้ นศิลปวฒั นธรรม ชุมชนเขม้ แข็ง ดว้ ย
การบริหารภายใตห้ ลกั ธรรมาภิบาล” โดยมเี ป้าประสงค์ ระบบโครงสรา้ งพ้ ืนฐานไดม้ าตรฐาน เหมาะกบั การอยู่
อาศยั ของประชาชนในทอ้ งถิ่น โดยปรากฏในยุทธศาสตรก์ ารพฒั นาโครงสรา้ งพ้ ืนฐาน หรือเป้าประสงคท์ ี่เกิด
จากยุทธศาสตร์การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอ้ ม กําหนดว่า “เทศบาลนครเชียงใหม่มร
สิ่งแวดลอ้ มที่ดี สวยงาม เหมาะกบั การอยอู่ าศยั ของประชาชนในทอ้ งถิ่น”
เป้าประสงค:์ การกา้ วไปสู่เป้าประสงคส์ ูงสุด (goal) สะทอ้ นจาก Objective นําไปสู่การ
สะทอ้ นถึงเป้าประสงค์ โดยการเรม่ิ จากคาํ วา่ “เพื่อ” “เพม่ิ ” “เรง่ ” “ลด” “ป้องกนั ” และ หรอื “วางรากฐาน”
เพื่อเพมิ่ .....ใหม้ ากข้ ึน/เพอ่ื เรง่ การเติบโตดา้ น.....ใหท้ นั กบั การเปล่ียนแปลงดา้ น.......
เพอื่ ลด...ลงมากกวา่ ท่ีเคยเป็ นมา/เพอื่ ป้องกนั ไมใ่ ห.้ ..มามผี ลกระทบกบั ..ในระยะยาว
เพื่อวางรากฐานในการรองรบั การเปลี่ยนแปลงดา้ น...และก่อใหเ้ กิดการพฒั นาดา้ น
.....ในระยาว
เป้าประสงค์: การกา้ วไปสู่เป้าประสงค์สูงสุด (goal) สะทอ้ นจาก Objective นําไปสู่การ
สะทอ้ นถึงเป้าหมาย โดยการเร่ิมจากคาํ นาม. ผลลพั ธท์ ่ีอยากได้ และปิ ดทา้ ยดว้ ย “ระดบั ” “ใน” “เวลา”
อตั ราการเติบโตดา้ น........มีมากข้ ึน....% ใน......ปี
อุตสาหกรรม...หรือธุรกิจดา้ น..โตข้ ึน....% ใน..ปี
ปัญหาดา้ น.........ลดลง...... % ใน.......ปี
ปัญหาดา้ น......จะถูกป้องกนั ได.้ ....ใน....ปี (ดูไดจ้ าก การมี.....ในระดบั .....)
....จะเสร็จสมบูรณ์ใน....ปี (โดยความสมบูรณ์น้ันประกอบดว้ ย การมี....ในระดบั ..
และ.....จะสามารถทาํ .....ไดใ้ นระดบั ....)
ดร.สุรยิ ะ หนิ เมืองเก่า การตดิ ตามและประเมินผลแผนพฒั นาทอ้ งถ่ ินขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ ิน หนา้ 54
3.1.5 การกาหนดดชั นีช้ ีวดั ผลงาน (Key Performance Indicator: KPI) เป็ นความพยายาม
ขององค์กรปกครองส่วนทอ้ งถ่ินจะวัดความสําเร็จในการทํางานซ่ึงวัดจากแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาและ
แผนพฒั นาสามปี ขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ิน โดยใช้ KPI เป็ นเครื่องมือวดั ผลการดาํ เนินงานหรือประเมินผล
การดําเนินงานในดา้ นต่าง ๆ สามารถแสดงผลของการวดั ในรูปขอ้ มูลเชิงปริมาณเพื่อสะทอ้ นประสิทธิภาพ
ประสิทธิผลในการปฏิบัติงานเป็ นการวดั ท่ีระบุความสําเร็จของงานเป็ นตัวเลขได้ KPI ตอ้ งสามารถวดั ได้
(measurable) ใชบ้ อกประสิทธิผล (effectiveness) ใชบ้ อกประสิทธิภาพ (efficiency) สามารถส่ือสารใหท้ ราบทวั่
กนั ได้ มีการกาํ หนดผูร้ บั ผิดชอบในการดาํ เนินการใหบ้ รรลุเป้าหมายที่ต้งั ไว้ มีการทบทวน ปรบั ปรุง แกไ้ ขหรือ
เพิ่มเติมไดต้ ามสภาวการณ์ที่เกิดข้ ึนในองค์กรปกครองส่วนทอ้ งถิ่นและตอ้ งมีความสอดคลอ้ งกับนโยบาย
เป้าหมาย วสิ ยั ทศั น์ อาํ นาจ หน้าที่และภารกิจขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถิ่น
หรือ KPI: ท่ีดีน้ันจะตอ้ งสอดคลอ้ งกบั วสิ ยั ทศั น์ ภารกิจและกลยุทธ์ขององคก์ รปกครองส่วน
ทอ้ งถ่ิน จะตอ้ งแสดงถึงสิ่งท่ีมีความสาํ คญั ในการพฒั นาท้งั บวกและลบซ่ึงอาจจะเกิดขอ้ ผิดพลาดหรือก่อใหเ้ กิด
ปัญหารา้ ยแรงในทอ้ งถิ่น จะตอ้ งเก่ียวกบั การติดตาม ผลกั ดนั ตรวจสอบ กาํ หนดเกณฑเ์ วลาท้งั ระยะส้นั ระยะยาว
จะตอ้ งดําเนินการท้ังดา้ นปริมาณและคุณภาพ เกิดประสิทธิภาพ ประสิทธิผลและผลิตผล การกําหนด KPI
จะตอ้ งมีความเฉพาะเจาะจง (specific) วดั ผลลพั ธไ์ ด้ เกิดผลสาํ เร็จและเหมาะสมกับความเป็ นจริงสามารถระบุ
ระยะเวลาท่ีสาํ เร็จไดอ้ ยา่ งแทจ้ รงิ
มีการกาหนดตวั ช้ ีวดั (KPI)
มีการกาํ หนดดชั นีช้ ีวดั ผลงาน (Key Performance Indicator : KPI) ที่สามารถวดั ได้
(measurable) ใชบ้ อกประสิทธิผล (effectiveness) ใชบ้ อกประสิทธิภาพ (efficiency) ได้ เช่น การ
กาํ หนดความพึงพอใจ การกาํ หนดรอ้ ยละ การกาํ หนดอนั เกิดจากผลของวตั ถุประสงคท์ ่ีเกิดท่ีส่ิงท่ีไดร้ บั
(การคาดการณ์ คาดวา่ จะไดร้ บั )
มีการกําหนดตัวช้ ีวดั (KPI) และสอดคลอ้ งกับวตั ถุประสงค์และผลท่ีคาดว่าจะไดร้ บั
อยา่ งไร 1) ตอ้ งสามารถวดั ได้ (measurable) 2) ใชบ้ อกประสิทธิภาพ (efficiency) ได้ 3) ตอ้ งใช้
บอกประสิทธิผล (effectiveness) ได้
การกาํ หนดดชั นีช้ ีวดั ผลงาน (Key Performance Indicator : KPI) เป็ นความพยายาม
ขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิ่นจะวดั ความสาํ เรจ็ ในการทาํ งานซง่ึ วดั จากโครงการพฒั นาทอ้ งถิ่นโดยใช้
การวัดหรือ KPI เป็ นเครื่องมือวัดผลการดําเนินงานหรือประเมินผลการดําเนินงานในที่เกิดจาก
โครงการ สามารถแสดงผลของการวดั ในรูปขอ้ มูลเชิงปริมาณเพื่อสะทอ้ นประสิทธิภาพ ประสิทธิผลใน
การปฏิบัติงานเป็ นการวดั ที่ระบุความสาํ เร็จของงานเป็ นตัวเลขไดห้ รือแสดงใหเ้ ห็นถึงความพึงพอใจ
เป็ นขอ้ มลู เชิงคุณภาพในการพฒั นาทอ้ งถ่ิน
การกาํ หนด KPI จะตอ้ งมีความเฉพาะเจาะจง (specific) วดั ผลลพั ธ์ได้ เกิดผลสาํ เร็จ
และเหมาะสมกบั ความเป็ นจริงสามารถระบุระยะเวลาท่ีสาํ เรจ็ ไดอ้ ยา่ งแทจ้ ริง
ดร.สุรยิ ะ หนิ เมืองเก่า การติดตามและประเมินผลแผนพฒั นาทอ้ งถ่ ินขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ ิน หนา้ 55
ตวั อยา่ ง ปัจจยั นําเขา้ (Input): โครงการอบรม........
กระบวนการ (Process): มีการอบรม ให้ความรู้ รับความรู้ ฝึ กฝน
ปฏบิ ตั ิการ ดูงาน
ผลผลิต (Output/Outcome): ทาํ ใหไ้ ดค้ วามรู้ ทาํ ใหล้ ดปัญหา
ตวั ช้ ีวดั (KPI): รอ้ ยละของผูเ้ ขา้ รบั การอบรมผ่านเกณฑท์ ี่กาํ หนด/รอ้ ยละ
หรือจาํ นวนปัญหาที่ลดลง
KPI: 1 จาํ นวนชุมชนมีความเขม้ แข็ง แกไ้ ขปัญหายาเสพติดในชุมชนดว้ ยตนเองได้ ค่า
เป้าหมายในปี 2557 จาํ นวน 20 ชุมชน กาํ หนดผรู้ บั ผิดชอบคือ นายมานพ ศรที องคาํ
KPI: 2 จาํ นวนชุมชนท่ีจดั งานประเพณีดว้ ยตนเอง ค่าเป้าหมายในปี 2557 จาํ นวน
25 ชุมชน กาํ หนดผรู้ บั ผิดชอบคือ นายสาํ รอง โพธ์ิซก
KPI: 3 จาํ นวนคร้งั ของความขดั แยง้ ในกิจกรรมสาธารณะลดลง ค่าเป้าหมายในปี 2557
รอ้ ยละ 70 (หรือจาํ นวน 70 %) กาํ หนดผรู้ บั ผิดชอบคือ นายทวศี กั ด์ิ ฉายสวงิ
KPI: 4 จาํ นวนองคก์ รภาครฐั /ภาคเอกชน/ภาคประชาชนที่มีส่วนรว่ มในการพฒั นา
คุณภาพชีวิตผูด้ อ้ ยโอกาส ค่าเป้าหมายในปี 2557 องคก์ รการกุศล 5 หน่วยงานราชการ 10 จาํ นวน
20 คน กาํ หนดผรู้ บั ผิดชอบคือ นายแดง ทุมรินทร์
KPI: 5 จาํ นวนคร้งั ของการมีส่วนร่วมโดยตรงของชุมชนในการกําหนดแนวทางการ
ดาํ เนินงานและกิจกรรมของเทศบาล/องคก์ ารบรหิ ารส่วนตาํ บล/องคก์ ารบริหารส่วนจงั หวดั ค่าเป้าหมายในปี
2557 จาํ นวน 98 ครง้ั /ปี กาํ หนดผรู้ บั ผิดชอบคือ นายทองพนู ลึกล้าํ
KPI: 6 รอ้ ยละของประชาชนกลุ่มเป้าหมายท่ีไดร้ บั ขอ้ มูลจากเทศบาล/องคก์ ารบริหารส่วน
ตาํ บล/องคก์ ารบรหิ ารส่วนจงั หวดั คา่ เป้าหมายในปี 2557 รอ้ ยละ 90 กาํ หนดผรู้ บั ผิดชอบคือ นางสาวอจั ฉราภรณ์
หนิ เมืองเกา่
KPI: 7 รอ้ ยละของบุคลากรทุกระดับไดร้ บั การฝึกอบรม มากกวา่ 64 ชวั่ โมง/คน/ปี ค่า
เป้าหมายในปี 2557 รอ้ ยละ 95 กาํ หนดผรู้ บั ผิดชอบคือ นางสาวพชั รนิ ทรณ์ หินเมอื งเกา่
KPI: 8 รอ้ ยละของโครงการท่ีมีการดําเนินงานผ่านการประเมินตามวตั ถุประสงค์ ค่า
เป้าหมายในปี 2557 รอ้ ยละ 90 กาํ หนดผรู้ บั ผิดชอบคือ นายทวน สุ่นนิ่ม
KPI: 9 รอ้ ยละของความพงึ พอใจของประชาชนท่ีมีต่อการจดั งานประเพณี งานเทศกาล ผีตา
โขน งานเจา้ พ่อพญาแล งานลอยกระทง ค่าเป้าหมายในปี 2557 รอ้ ยละ 90 (ปี ละ 3 กิจกรรม) กําหนด
ผรู้ บั ผิดชอบคือ นางสาวสุกลั ยา สระทองออ่ น
KPI: 10 จาํ นวนผดู้ อ้ ยโอกาสในชุมชนท่ีไดร้ บั การดูแลและใหก้ ารสงเคราะห์ ค่าเป้าหมายใน
ปี 2557 จาํ นวน 5,800 คน (หรือรอ้ ยละ 70) กาํ หนดผรู้ บั ผิดชอบคือ นางสาวกลอยใจ จนั ทบุรี
แผนพัฒนาทอ้ งถิ่นส่ีปี (พ.ศ. 2561-2564) องค์การบริหารส่วนตําบลหนองบัวศาลา
(2559) กาํ หนดตวั ช้ ีวดั โครงการเทลานคอนกรีตเสริมเหล็ก วดั หนองปลิง พรอ้ มถมดินสระน้ําหมู่ท่ี 9 บา้ น
หนองปลิงใหม่ กาํ หนดตวั ช้ วี ดั (KPI) วา่ “จาํ นวนผไู้ ดร้ บั ประโยชน์”
ดร.สุรยิ ะ หนิ เมืองเก่า การตดิ ตามและประเมินผลแผนพฒั นาทอ้ งถ่ ินขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ ิน หนา้ 56
แผนพฒั นาทอ้ งถิ่น (พ.ศ. 2561-2565) องคก์ ารบรหิ ารสว่ นจงั หวดั อุบลราชธานี (2562)
กาํ หนดตวั ช้ วี ดั ในยทุ ธศาสตรก์ ารพฒั นาสงั คมและคุณภาพชีวิต แผนงานสรา้ งความเขม้ แข็งของชุมชน โครงการ
สรา้ งความเขม้ แข็งของผนู้ ําชุมชนตามนโยบายสรา้ งชุมชนเขม้ แข็งของกระทรวงมหาดไทย “1. ผูเ้ ขา้ รว่ มโครงการ
ไมน่ ้อยกวา่ รอ้ ยละ 75” “2. ผเู้ ขา้ รว่ มโครงการฯ ผา่ นเกณฑก์ ารประเมินองคค์ วามรู้ ไมน่ ้อยกวา่ รอ้ ยละ 75”
3.1.6 การกาหนดยุทธศาสตร์ (Strategy) การกาํ หนดยุทธศาสตรก์ ารพฒั นาจาํ เป็ นตอ้ ง
มกี ารวเิ คราะหส์ ภาพองคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ิน (local government analysis) คือวิธีการแสวงหาจุดแข็ง
จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรค (Threat) หรือปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดข้ ึน เพื่อใหเ้ ห็นภาพรวมขององค์กร
ปกครองส่วนทอ้ งถ่ินอันเป็ นประโยชน์ต่อการวางแผนกลยุทธ์หรือแมแ้ ต่การปรบั วิสัยทัศน์ใหอ้ ยู่ใน
ความเหมาะสมการวิเคราะห์สภาพองค์กรปกครองส่วนทอ้ งถ่ินโดยใชห้ ลักพ้ ืนท่ีในการเก็บขอ้ มูล
รวบรวมจดั ทาํ เป็ นสถิติเพอ่ื วิเคราะห์ ประเมิน โดยมากมกั จะใชว้ ิธี SWOT Analysis การประเมินสภาพ
ขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิ่นจากผลของขอ้ มูลและการวิเคราะห์ จะช่วยใหเ้ ห็นศกั ยภาพขององคก์ ร
ปกครองสว่ นทอ้ งถ่ินตามความเป็ นจริง และเป็ นฐานในการปรบั วิสยั ทัศน์และกลยุทธใ์ หเ้ หมาะสมและ
มคี วามเป็ นไปไดม้ ากที่สุด เ
กลยุทธ์ (strategy) เป็ นวิธีการดําเนินการใหบ้ รรลุผลลัพธ์ใหไ้ ดม้ ากท่ีสุดเป็ นวิธีการ
ดาํ เนินการที่มีประสิทธิภาพซึ่งในปัจจุบนั การจดั ทําแผนพฒั นาทอ้ งถิ่นไดใ้ ชเ้ ทคนิค SWOT Analysis เพื่อให้
เกิดการสนองตอบความตอ้ งการของประชาชนในพ้ ืนท่ีใหม้ ากที่สุดหรือใชเ้ ทคนิคอื่น ๆ กลยุทธ์จึงเป็ นกรอบ
ในการทาํ งานเพื่อการตดั สินใจของผูม้ ีส่วนเกี่ยวขอ้ งหรือการสนับสนุนใหเ้ กิดการดาํ เนินการ เป็ นการกาํ หนด
แนวทางเพ่ือกระตุน้ ใหเ้ กิดการเปล่ียนแปลงและเป็ นแนวทางในการสรา้ งผลผลิตขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถิ่น
และนําไปสู่แผนการดาํ เนินงานหรือแผนปฏิบตั ิการ (operational plan) ต่อไป ซ่ึงจะเป็ นประโยชน์ในการทําให้
บรรลุสู่จุดมุ่งหมายที่ชดั เจนและสรา้ งความชดั เจนในอํานาจ หน้าที่ ภารกิจต่าง ๆ ท่ีจะดําเนินการ รวมถึง
บทบาท หน้าที่ของบุคลากร ผปู้ ฏิบตั ิงานต่าง ๆ ดว้ ย และสามารถกาํ หนดแนวทางการวดั และประเมินผลสาํ เร็จ
ในการพฒั นาทอ้ งถ่ินได้
กลยุทธ์: คือแนวปฏิบตั ิที่เลือกสรรแลว้ วา่ เหมาะสมที่จะนําพาองคก์ รปกครองส่วน
ทอ้ งถ่ินไปสู่จุดหมายได้ บางท่านเปรียบกลยุทธ์เหมือนแผนที่ ท่ีใชใ้ นการเดินทางไปสู่เป้าหมาย บาง
ท่านวา่ เหมอื นพมิ พเ์ ขียวของสถาปนิก เพ่ือเป็ นแบบในการก่อสรา้ ง
กลยุทธ:์ เป็ นองคป์ ระกอบของความสาํ เรจ็ ที่ตอ้ งใชค้ วามสามารถ ประสบการณ์ การเรียนรู้
การเขา้ ใจปัญหาที่จริงแทแ้ ละหลกั วิชาในดา้ นการบริหาร ความเช่ียวชาญเฉพาะดา้ น (Expert) การตดั สินใจ
เลือกกลยุทธ์ จึงตอ้ งใชว้ ิธีระดมสมองของผูม้ ีส่วนเกี่ยวขอ้ งทุกฝ่ ายเพราะกลยุทธ์ที่เลือกใชม้ ีผลอย่างย่ิงต่อ
ความสาํ เรจ็ หรอื ความลม้ เหลวขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิ่น/องคก์ ร/องคก์ าร
กลยุทธ:์ ผบู้ ริหารทอ้ งถ่ิน สมาชิกสภาทอ้ งถิ่น ขา้ ราชการทอ้ งถิ่น คณะกรรมการท่ีมี
หน้าท่ีจดั ทาํ แผนพฒั นาจงึ จาํ เป็ นตอ้ งติดตามความเคล่ือนไหว รวมท้งั รูปแบบการบริหารในระดบั กวา้ ง
และหลากหลายมิติซ่ึงอาจมาจากนโยบายแห่งรัฐ มติคณะรฐั มนตรี การตรากฎหมายที่เป็ นอํานาจ
ดร.สรุ ยิ ะ หนิ เมืองเก่า การติดตามและประเมินผลแผนพฒั นาทอ้ งถ่ ินขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ ิน หนา้ 57
หน้าท่ีขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ินจึงจะสามารถนําพาองคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ินไปสู่ความสาํ เร็จ
ตามกระแสโลกยคุ ปัจจุบนั ได้
กลยุทธ์: เป็ นหลกั การที่จะเป็ นหนทางนําองคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิ่นไปสู่ความสาํ เร็จตาม
วตั ถุประสงคแ์ ละเป้าหมายท่ีตอ้ งการภายในกรอบของเวลาท่ีกาํ หนด เป็ นความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งวิสัยทัศน์ของ
องคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ินกบั แผนพฒั นาสามปี นําไปสู่การจดั ทํางบประมาณรายจ่ายในการพฒั นาและนําไปสู่
การจดั ทาํ แผนการดาํ เนินงานตามงบประมาณท่ีต้งั ไว้
กลยุทธ์: เป็ นตวั อธิบายถึงกฎเกณฑพ์ ้ ืนฐานและกรณีเหตุการณ์/สถานการณ์ต่าง ๆ
ท่ีจะดําเนินไป รวมถึงกระบวนการตัดสินใจที่จะขบั เคล่ือนองคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ินน้ันไปขา้ งหน้า
จากปัจจุบนั ไปสู่อนาคตซึ่งก็คือ วสิ ยั ทศั น์ ท่ีตอ้ งการนัน่ เอง
กลยุทธ:์ เป็ นการตดั สินใจท่ีสมั พนั ธก์ บั การเปล่ียนแปลงของสภาพแวดลอ้ ม
กลยุทธ์: เป็ นการตดั สินใจบนฐานของสมมุติฐานการปรบั ตวั ใหเ้ ขา้ กบั การเปล่ียนแปลงของ
สภาพแวดลอ้ มในอนาคต
ตวั อยา่ ง: ประเด็นยทุ ธศาสตรพ์ ฒั นาสงั คมและความมนั่ คงทางเศรษฐกิจ
เป้าประสงค์ เพ่อื เพมิ่ พ้ ืนที่ถนนคอนกรีตเสริมเหล็กใหม้ ากข้ ึน/เพ่ือเรง่ การ
เติบโตดา้ นการผลิตขา้ วหอมมะลิใหท้ ันกับการเปลี่ยนแปลงดา้ นการตลาดและการบริโภค /เพ่ือ
วางรากฐานในการรองรบั การเปลี่ยนแปลงดา้ นการเติบโตทางเศรษฐกิจทอ้ งถ่ินและก่อใหเ้ กิดการ
พฒั นานวตั กรรมการผลิตในระยาว
กลยุทธ์ เชื่อมโยงการคมนาคมใหเ้ ป็ นแหล่งขนถ่ายสินคา้ ทางการเกษตร
และการท่องเท่ียว/พฒั นาแหลง่ จาํ หน่ายสินคา้ OTOP
3.2 การวิเคราะหย์ ทุ ธศาสตร์
เม่ือมีการกาํ หนดยุทธศาสตร์การพฒั นาก็ตอ้ งมีการวิเคราะหส์ ภาพองค์กรปกครองส่วน
ทอ้ งถิ่น เป็ นการคน้ หาปัจจยั ท่ีจะนําไปสู่ความสําเร็จในการพัฒนาองค์กรปกครองส่วนทอ้ งถิ่นการ
วเิ คราะหใ์ นเชิงสภาพพ้ ืนท่ี จะทาํ ใหก้ ารวางแผนเพอื่ การพฒั นาองคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิ่นสู่เป้าหมาย
และสาํ เรจ็ ไดม้ ากท่ีสุดซ่ึงเป็ นวเิ คราะหท์ ี่ใชห้ ลกั วธิ ี SWOT Analysis
พสุ เดชะรินทร์ (2552) SWOT Analysis หรือ การวิเคราะหจ์ ุดอ่อนจุดแข็งขององค์การ ซ่ึง
เคร่ืองมือน้ ีไดร้ บั การวิพากษ์วา่ เป็ นเคร่ืองมือที่ใชท้ าํ แผนยุทธศาสตรท์ ่ีนิยมที่สุดแต่มีการนําไปใชไ้ มถ่ ูกตอ้ ง
และมีหลุมพรางของการใชเ้ คร่ืองมือน้ ีอยา่ งมากมาย ซึ่งมาจาก 4 คาํ คือ 1) S-Strength หรือ จุดแข็ง 2)
W-Weakness หรือ จุดอ่อน 3) O-Opportunity หรอื โอกาส และ 4) T-Threat ภาวะคุกคาม
ประเดน็ ยุทธศาสตร์ (strategies)
ประเด็นยุทธศาสตร์ สิ่งท่ีแสดงใหเ้ ห็นถึงกลยุทธ์ขององค์กรปกครองส่วนทอ้ งถิ่นในรูปแบบ
ความสัมพนั ธ์เชิงเหตุและผล เป็ นความสัมพนั ธ์ระหวา่ งผลลัพธ์ที่องค์กรปกครองส่วนทอ้ งถ่ินปรารถนาใน
มุมมองมิติต่าง ๆ และเป็ นเร่ืองของการกระจายเป้าประสงคข์ ององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ินไปสูก่ ารปฏิบตั ิ
ดร.สรุ ยิ ะ หนิ เมืองเก่า การตดิ ตามและประเมินผลแผนพฒั นาทอ้ งถ่ ินขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ ิน หนา้ 58
ยุทธศาสตร์การพัฒนา (development strategies) เพ่ือกําหนดกรอบการบริหาร
ยุทธศาสตร์ ภายใตค้ าํ ถามที่ว่า “ปัจจุบนั เราอยู่ ณ จุดไหน” “ในอนาคตเราตอ้ งไปสู่จุดไหน” “เราจะ
ไปสูจ่ ุดน้ันไดอ้ ยา่ งไร” “เราจะตอ้ งทาํ อะไร จะปรบั เปล่ียนอะไรบา้ ง เพือ่ ใหไ้ ปถึงจุดน้ัน”
ปัจจยั นําเขา้ กระบวนการ ผลผลิต
(Input) (Process) (Output)
1. ยนื ยนั วสิ ยั ทศั น์ 2. ยนื ยนั ประเด็นยทุ ธศาสตรข์ อง 3. กาํ หนดเป้าประสงค์
ขององคก์ ร องคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิ่น ภายใตป้ ระเด็นยทุ ธศาสตร์
การกาํ หนดประเด็นยุทธศาสตร์ ตอ้ งคาํ นึงถึงสิ่งที่เป็ นประเด็นหลกั ประเด็นท่ีตอ้ งพฒั นา
ในการนําไปสูว่ สิ ยั ทศั น์ และไมค่ วรมีมากเกินไป
ส่วนการกําหนดเป้าประสงคภ์ ายใตป้ ระเด็นยุทธศาสตร์ ควรเริ่มตน้ ดว้ ยคาํ ถามในแต่ละ
ประเด็นยุทธศาสตร์ วา่ ตอ้ งการอะไร เป็ นผลลพั ธส์ ุดทา้ ยในประเด็นยทุ ธศาสตรน์ ้ัน
3.2.1 Strengths: จุดแข็ง ความสามารถและสถานการณ์ภายในองคก์ รปกครอง
ส่วนทอ้ งถ่ิน ไม่ว่าจะเป็ นสภาพ้ ืนที่ เศรษฐกิจ สังคม การเมือง การศึกษา สภาวะแวดลอ้ มต่าง ๆ
บุคลากรและประชาชนในทอ้ งถ่ิน องค์กรและกลุ่มต่าง ๆ มีความสามารถหรือท่ีเป็ นบวกสามารถ
นํามาใชเ้ ป็ นประโยชน์ในการทาํ งานเพื่อใหบ้ รรลุวตั ถุประสงคห์ รือการดาํ เนินงานไดเ้ ป็ นอยา่ งดี คือเป็ น
เร่ืองดี ๆ พอดีแลว้ ก็ทาํ ใหเ้ ดน่ ข้ ึน ชดั เจนข้ ึน เชน่ เป็ นศนู ยก์ ลางการศึกษา เป็ นแหล่งท่องเท่ียว มีแมน่ ้ํา
ไหลผา่ น เสน้ ทางคมนาคมสะดวก ประชาชนมีความสามคั คีรกั ใครก่ นั เป็ นอยา่ งดี เป็ นตน้
เม่ือมีจุดแข็งหรือเกิดจุดแข็งตอ้ งสุขุมรอบคอบและตอ้ งดําเนินการเองและรีบดาํ เนินการ
ทันที จุดแข็งของเทศบาลตาํ บลบางกระทึก (เดิมเป็ นองคก์ ารบริหารส่วนตาํ บลบางกระทึก) อาํ เภอสามพราน
จงั หวดั นครปฐม เพราะมแี มน่ ้ําท่าจนี ไหลผ่าน (หรือนครชยั ศร)ี น้ําสะอาด ไม่มีมลภาวะ น้ําไมเ่ น่าเสีย สามารถ
นําสินคา้ ทอ้ งถ่ิน ผลไม้ เช่น สม้ โอ กลว้ ย ขนุน มาขายริมน้ําได้ ขายอาหารริมน้ําโดยคนทอ้ งถิ่น เกิดแพริมน้ํา
เช่น แพท่าจีนขายอาหารทอ้ งถิ่นโดยคนในทอ้ งถิ่น สรา้ งรายไดใ้ หก้ ับคนในทอ้ งถ่ิน ผูค้ นต่างมาเยือนเพราะ
สายน้ําทาํ ใหเ้ กิดจุดแข็งเป็ นแหล่งท่องเที่ยวสาํ คญั เป็ นตน้
แผนพัฒนาสามปี เทศบาลตําบลหนองพอก (2556) ปี พ.ศ. 2557-2559 ได้
วิเคราะห์จุดแข็งยุทธศาสตร์การพัฒนาดา้ นโครงสรา้ งพ้ ืนฐาน ดังน้ ี “มีการวางผังเมืองรวมโดย
สาํ นักงานโยธาธิการและผงั เมืองจงั หวดั รอ้ ยเอ็ด ทาํ ใหม้ ีการแบ่งโซนการใชป้ ระโยชน์ท่ีดินในดา้ นต่าง
ๆ อยา่ งชดั เจน ถนนหนทางแยกยอ่ ยตามชุมชนตา่ ง ๆ สามารถเชอ่ื มโครงข่ายการคมนาคมภายในเขต
เทศบาลไดอ้ ย่างทัว่ ถึง นอกจากน้ ี เทศบาลตําบลหนองพอก ยงั มีสํานักงานการประปาซึ่งสามารถ
ใหบ้ ริการน้ําประปาภายในเขตเทศบาลไดอ้ ยา่ งครอบคลุม”
องคก์ ารบริหารส่วนตาํ บลบางกระทึก (2546) ศกั ยภาพของชุมชนและพ้ ืนท่ีเป็ นที่
ราบลุ่มแม่น้ํา มีความอุดมสมบูรณ์ การคมนาคมสะดวก อยูใ่ นเขตปริมณฑลเหมาะแก่การลงทุนดา้ น
พาณิชยกรรม อุตสาหกรรม การท่องเท่ียว แหลง่ ท่องเท่ียวท่ีข้ ึนช่ือในดา้ นเศรษฐกิจชุมชนพึ่งตนเองคือ
ดร.สรุ ยิ ะ หนิ เมืองเก่า การติดตามและประเมินผลแผนพฒั นาทอ้ งถ่ ินขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ ิน หนา้ 59
ตลาดริมน้ําดอนหวาย สุริยะ หินเมืองเก่า (2545) ไดส้ าํ รวจและการสังเกตแบบมีส่วนร่วมในตลาด
ริมน้ําดอนหวายในหนังสือ ตลาดริมน้ําดอนหวาย ความยงั่ ยืนของเศรษฐกิจชุมชนไทย “เศรษฐกิจ
ชุมชน รากฐานแห่งชีวิต ท่ีสามารถยืนยงและยืนหยัดไดใ้ นภาวะการดารงชีพท้งั ในอดีตและ
ปัจจุบัน การพ่ึงตนเอง การนาภูมิปัญญาที่มีอยู่ออกมาใช้ ก่อใหเ้ กิดประโยชน์ต่อตวั เอง และที่
เหลอื นามาขายเป็ นสินคา้ เป็ นความยงั ่ ยนื ทีเ่ หนือกว่าการคา้ ใด ๆ”
รูปภาพท่ี 2 วิถีชีวติ แบบเรียบงา่ ยในสายน้ําท่าจีนก่อใหเ้ กิดการสรา้ งรายไดข้ องคน
ในทอ้ งถิ่นตลาดริมน้ําดอนหวาย: ภมู ปิ ัญญาทอ้ งถิ่น จงั หวดั นครปฐม
3.2.2 Weaknesses: จุดอ่อน สถานการณ์ภายในองคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ิน ไม่วา่ จะ
เป็ นสภาพ้ ืนที่ เศรษฐกิจ สงั คม การเมือง การศึกษา สภาวะแวดลอ้ มตา่ ง ๆ บุคลากรและประชาชนในทอ้ งถ่ิน
องคก์ รและกลุ่มต่าง ๆ ท่ีเป็ นลบหรือดอ้ ยความสามารถ ซ่งึ ไมส่ ามารถนํามาใชป้ ระโยชน์ในการทาํ งานเพ่ือให้
บรรลุวตั ถุประสงคห์ รอื การดาํ เนินงานทาํ ไดไ้ มด่ ี คือ ไมไ่ ดเ้ รอื่ ง เปะปะ ปวกเปี ยก เป็ นเรอื่ งแยๆ่ เชน่ มปี ัญหา
ส่ิงแวดลอ้ ม ขาดแคลนแรงงาน ขาดจิตสํานึก ขาดการประชาสมั พนั ธ์ ปัญหายาเสพติด จุดอ่อนเกิดจากการ
ใหบ้ ริการประชาชนแบบริการตาํ่ คือ บริการแย่มาก ไม่เอาใจใส่ ไม่ดูแลประชาชนท่ีมาติดต่อราชการ การ
เปลี่ยนแปลงผูบ้ ริหารทอ้ งถิ่นบ่อยไม่เป็ นไปตามวาระที่ดาํ รงตาํ แหน่ง การเปล่ียนตวั ผูบ้ ริหารฝ่ ายขา้ ราชการ
ประจาํ บ่อย เป็ นตน้
เม่ือมีจุดอ่อนหรือเกิดการถดถอย ลดถอยลงจะตอ้ งเร่ิมปรับปรุง แกไ้ ขเพื่อใหล้ ด
ปัญหาที่เกิดข้ ึนนําเขา้ ไปสูส่ ภาวะจุดแข็งตอ่ ไป
แผนพัฒนาสามปี เทศบาลตําบลหว้ ยหิน (2556) ปี พ.ศ. 2557-2559 ไดว้ ิเคราะห์
จุดอ่อนของศกั ยภาพของชุมชน ดงั น้ ี “ประชาชนยงั ขาดการศึกษา ขาดอาชีพเสริมและไม่ใหค้ วามสาํ คญั ในการมี
ส่วนร่วม” จุดอ่อนดา้ นทรพั ยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอ้ ม “ขาดจิตสํานึกในการรับผิดชอบร่วมกัน ในการ
อนุรกั ษ์ทรพั ยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอ้ ม” “มีแหลง่ น้ําไมเ่ พียงพอตอ่ การเกษตร”
แผนพัฒนาสามปี เทศบาลตําบลหนองพอก (2556) ปี พ.ศ. 2557-2559 ได้
วิเคราะหจ์ ุดอ่อนยุทธศาสตรก์ ารพฒั นาดา้ นการบริหารจดั การและการอนุรกั ษ์ทรพั ยากรธรรมชาติ
ดร.สุรยิ ะ หนิ เมืองเก่า การติดตามและประเมินผลแผนพฒั นาทอ้ งถ่ ินขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ ิน หนา้ 60
สิ่งแวดลอ้ ม ดงั น้ ี “การเพ่ิมข้ ึนของพ้ ืนท่ีท่ีอยู่อาศยั บา้ นเรือน รา้ นคา้ การอุตสาหกรรมและยวดยาน
พาหนะ ส่งผลใหท้ รพั ยากรธรรมชาติถูกทาํ ลาย”
แผนพัฒนาสามปี เทศบาลเมืองหนองคาย (2556) ปี พ.ศ. 2557-2559 ได้
วิเคราะหจ์ ุดอ่อน เช่น “เทคโนโลยีที่มีอยู่ไม่ไดน้ ํามาใชใ้ หเ้ กิดประโยชน์สูงสุดและขาดการบํารุงดูแล
รกั ษา บา้ งคร้งั ถูกนําไปใชอ้ ยา่ งฟ่ ุมเฟื อย” “บุคลากรบางส่วนขาดความเป็ นเจา้ ขององคก์ ร ขาดความ
รกั องคก์ ร ขาดความเป็ นทีม”
แมน่ ้ํา ลาํ คลองหากสายน้ําใสสะอาดก็เป็ นจุดแข็งแตถ่ า้ สายน้ําน้ันมีแตข่ ยะ สิ่งปฏกิ ูล
มูลฝอย ปล่อยน้ําเสียลงสู่แม่น้ํา ลาํ คลอง ก็กลายเป็ นจุดอ่อน ไม่สามารถนําไปใชป้ ระโยชน์ใด ๆ ได้
ก็ตอ้ งรบี ดาํ เนินการแกไ้ ขสถานการณน์ ้ันใหก้ ลบั คืนสู่สภาวะปกติ
รปู ภาพท่ี 3 การท้ ิงขยะ สิ่งปฏกิ ูลมลู ฝอยและการปลอ่ ยน้ําเสียลงสูแ่ มน่ ้ํา ทาํ ใหเ้ ป็ น
จุดออ่ นและเกิดวกิ ฤตทางมลภาวะและการดาํ รงชีพได้
3.2.3 Opportunities: โอกาส ปัจจยั และสถานการณ์ภายนอกท่ีเอ้ ืออํานวยใหก้ าร
ทาํ งานขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิ่นไม่วา่ จะเป็ นสภาพพ้ ืนที่ เศรษฐกิจ สงั คม การเมือง การศึกษา
สภาวะแวดลอ้ มต่าง ๆ บุคลากรและประชาชนในทอ้ งถิ่น องคก์ รและกลุ่มต่าง ๆ ที่บรรลุวตั ถุประสงค์
หรือสภาพแวดลอ้ มภายนอกที่เป็ นประโยชน์เอ้ ือต่อการดําเนินงาน เช่น เป็ นแหล่งอาหารเลิศรส
สามารถพฒั นาเป็ นเมอื งเกษตรอุตสาหกรรมได้ เป็ นพ้ นื ท่ีรองรบั และขนถ่ายสินคา้ สะดวกและเชื่อมโยง
สู่พ้ ืนท่ีต่าง ๆ ไดอ้ ย่างมีมาตรฐานและเป็ นระบบ ประชาชนตื่นตัวในเรื่องการจดั การท่องเท่ียวเชิง
อนุรกั ษ์ เป็ นตน้ โอกาสจะนําไปสู่การเกิดปัจจยั ในทางบวกจากปัจจยั ตา่ ง ๆ ที่เป็ นโอกาสอนั ดี
เมอื่ มีโอกาส ซึ่งอาจจะเกิดจากจุดอ่อนหรือการมีปัญหาอุปสรรคเขา้ มากีดขวาง ตอ้ ง
ขยายโอกาส ขยายงานต่าง ๆ ใหเ้ ขา้ สู่สภาวะของจุดแข็งโดยใชพ้ นั ธมิตรต่าง ๆ การหาแนวร่วมเพื่อให้
เกิดพลงั ในการสรา้ งโอกาส
แผนพัฒนาสามปี เทศบาลเมืองหนองคาย (2556) ปี พ.ศ. 2557-2559 ได้
วิเคราะหโ์ อกาสของเทศบาลเมืองหนองคาย เชน่ “เป็ นจงั หวดั ที่ไดร้ บั การคดั เลือกใหเ้ ป็ นเมืองน่าอยู่
อนั ดบั สองรองจากบา้ นตนเองของผูส้ ูงอายุชาวอเมริกนั อนั ดบั เจ็ดของโลก” “เป็ นจงั หวดั ชายแดนท่ีมี
การคา้ การท่องเท่ียว การลงทุนกับประเทศเพ่ือนบา้ นและสามารถเชื่อมโยงสู่อินโดจีนและจะกา้ วสู่
ประชาคมเศรษฐกิจอาเวยี น ในปี พ.ศ. 2558”
ดร.สุรยิ ะ หนิ เมืองเก่า การตดิ ตามและประเมินผลแผนพฒั นาทอ้ งถ่ ินขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ ิน หนา้ 61
แผนพัฒนาสามปี เทศบาลตําบลม่วงชุม (2556) ปี พ.ศ. 2557-2559 ได้
วเิ คราะหโ์ อกาสของเทศบาลตาํ บลมว่ งชุม เชน่ “ต้งั อยจู่ งั หวดั ท่ีมศี กั ยภาพทางดา้ นการท่องเที่ยว”
แผนพฒั นาสามปี องคก์ ารบรหิ ารสว่ นจงั หวดั ระยอง (2556) ปี พ.ศ. 2557-2559
ไดว้ ิเคราะห์โอกาสขององค์การบริหารส่วนจงั หวดั ระยอง เช่น “เทคโนโลยีสารสนเทศที่เชื่อมต่อกับ
หน่วยงานภาครฐั -เอกชน-ต่างประเทศ” “จุดศูนยร์ วมของการคมนาคม”
รปู ภาพที่ 4 การมีท่าเทียบเรือ การขนถ่ายสินคา้ เกิดความเช่ือมโยงการคมนาคมท้งั ทางน้ํา
ทางบกและอากาศนําไปสู่โอกาสในการพฒั นาดา้ นต่าง ๆ ขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถิ่น
3.2.4 Threats: อุปสรรค ปัจจยั และสถานการณ์ภายนอกที่ขดั ขวางการทํางานของ
องค์กรปกครองส่วนทอ้ งถ่ินไม่ว่าจะเป็ นสภาพ้ ืนท่ี เศรษฐกิจ สังคม การเมือง การศึกษา สภาวะ
แวดลอ้ มต่าง ๆ บุคลากรและประชาชนในทอ้ งถ่ิน องคก์ รและกลุ่มต่าง ๆ ไม่ใหบ้ รรลุวตั ถุประสงคห์ รือ
สภาพแวดลอ้ มภายนอกที่เป็ นปัญหา เช่น คุณภาพส่ิงแวดลอ้ มไม่ดี การบังคับใชก้ ฎหมาย ขาด
โครงสรา้ งพ้ ืนฐาน สาธารณูปโภคไมเ่ พียงพอ ตน้ ทุนสูง เป็ นตน้ อุปสรรคจึงเป็ นเรื่องของการขดั ขวาง
กีดกนั เป็ นปัญหาไปเสียหมด
เม่ือมีอุปสรรคหรือสิ่งกีดขวางตอ้ งต้งั รบั ไวก้ ่อน น่ิงสงบไม่อ่อนไหว วอกแวก ตอ้ งมี
หลักการและระบบท่ียึดไดเ้ พื่อรอโอกาส และเมื่อมีโอกาสเมื่อไหร่ก็ตอ้ งขยายโอกาส โดยใชเ้ ครือข่าย
กลุม่ พนั ธมติ รเพอ่ื ใหเ้ ขา้ สูส่ ภาวะของจุดแข็งตอ่ ไป
การมีถนนท่ีมีสภาพไมไ่ ดม้ าตรฐาน ถนนลกู รงั ที่เช่ือมต่อตาํ บลหน่ึงสู่ตาํ บลหนึ่งเป็ น
หลุมเป็ นบอ่ น้ําท่วมขงั เป็ นอุปสรรคต่อการเดินทาง เมื่อเขา้ สู่เมืองก็พบวา่ มีการบงั คบั ใชก้ ฎหมายอยา่ ง
เขม้ ขน้ นําไปสู่ปัญหาและอุปสรรคสามารถก่อใหเ้ กิดวิกฤติปัญหาทางสงั คมไดโ้ ดยผูม้ ีอํานาจหน้าที่ไม่
รตู้ วั และรปู้ ัญหาของปัจจยั แทรกซอ้ น
ดร.สรุ ยิ ะ หินเมืองเก่า การตดิ ตามและประเมินผลแผนพฒั นาทอ้ งถ่ ินขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ ิน หนา้ 62
รูปภาพที่ 5 การขาดความเชื่อมโยงการคมนาคม ทาํ ใหเ้ กิดอุปสรรคของการเดินทาง จบลงดว้ ยการ
ไมป่ ฏบิ ตั ิตามกฎจราจรในเมืองท่ีมีถนนไดม้ าตรฐานและการเขม้ งวดการบงั คบั ใชก้ ฎหมาย
อยา่ งไรก็ดีการจาํ แนกโอกาสและอุปสรรคในบางคร้งั ก็เป็ นสิ่งที่ทําไดย้ าก เพราะท้ัง
สองสิ่งน้ ีสามารถเปลี่ยนกลบั ซ่งึ กนั และกนั เมือ่ สถานการณเ์ ปลี่ยนแปลงไป การเปลี่ยนแปลงอาจทาํ ให้
สถานการณท์ ี่เคยเป็ นโอกาสกลบั กลายเป็ นอุปสรรคไดแ้ ละในทางกลบั กนั อุปสรรคก็อาจกลบั กลายเป็ น
โอกาสไดเ้ ช่นกัน ดว้ ยเหตุน้ ี องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจึงจําเป็ นอย่างยิ่งที่จะต้องติดตามการ
เปล่ียนแปลงของสถานการณ์แวดลอ้ มที่เกิดข้ ึนในพ้ ืนท่ีและนอกพ้ ืนท่ีเพื่อวิเคราะห์สถานการณ์ใน
หมบู่ า้ น ตาํ บล ชุมชนใหมเ่ ป็ นระยะ ๆ กบั การเปล่ียนแปลงท่ีเกิดข้ ึนและปรบั เปล่ียนกลยุทธ์ของตนให้
เหมาะสมตามสถานการณท์ ่ีเปลี่ยนไป
แผนพัฒนาสามปี เทศบาลเมืองหนองคาย (2556) ปี พ.ศ. 2557-2559 ได้
วเิ คราะหอ์ ุปสรรคหรือขอ้ จาํ กดั ของเทศบาลเมอื งหนองคาย เชน่ “มปี ระชากรแฝงเป็ นจาํ นวนมาก” “มี
นักท่องเท่ียวจากต่างประเทศมาเที่ยวเป็ นจํานวนมาก ประชาชนมีข้อจํากัดในเรื่องความรูท้ าง
ภาษาต่างประเทศ”
แผนพฒั นาสามปี องคก์ ารบริหารสว่ นจงั หวดั ระยอง (2556) ปี พ.ศ. 2557-2559
ไดว้ เิ คราะหอ์ ุปสรรคหรอื ขอ้ จาํ กดั ขององคก์ ารบริหารสว่ นจงั หวดั ระยอง เช่น “ปัญหามลภาวะส่งผลต่อ
สุขภาพของคนในชุมชน” “มลภาวะเป็ นพิษจากการพฒั นาอุตสาหกรรม” “ประชากรยา้ ยถิ่นฐานทําให้
เกิดปัญหาเด็กถูกท้ ิง ยาเสพติด อาชญากรรม”
แผนพัฒนาทอ้ งถ่ินส่ีปี (พ.ศ. 2561-2564) องค์การบริหารส่วนจงั หวดั ระนอง
(2559) อุปสรรค (1) ลกั ษณะสภาพพ้ ืนท่ีส่วนใหญ่อยูใ่ นเขตป่ าสงวนแห่งชาติ อุทยานแหง่ ชาติ ป่ า
ชายเลน และที่สงวนหวงหา้ มการใชป้ ระโยชน์ในพ้ ืนท่ีจะตอ้ งไดร้ บั อนุญาตตามกฎหมายจากหน่วยงาน
ที่เกี่ยวขอ้ ง (2) สภาพภูมิอากาศที่ไดร้ ับอิทธิพลของลมมรสุมท้ังสองดา้ น ทําใหม้ ีฝนตกชุก ซึ่งเป็ น
อุปสรรคที่สาํ คญั ในการพฒั นาพ้ ืนท่ีและดาํ เนินกิจกรรมดา้ นการท่องเท่ียว
กลา่ วโดยสรุป ในการจดั ทาํ แผนพฒั นาองคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิ่นน้ันจะตอ้ งมีการจดั ทํา
แผนยุทธศาสตรก์ ารพฒั นาและแผนพฒั นาสามปี ซ่ึงจะตอ้ งมีการกําหนดยุทธศาสตรท์ ี่สอดคลอ้ งกับ
สภาพพ้ ืนที่ในการพฒั นาทอ้ งถ่ิน กฎหมาย ระเบียบ คาํ สงั่ ของทางราชการที่กาํ หนดเป็ นอาํ นาจ หน้าท่ี
ดร.สรุ ยิ ะ หินเมืองเก่า การติดตามและประเมินผลแผนพฒั นาทอ้ งถ่ ินขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ ิน หนา้ 63
ขององค์กรปกครองส่วนทอ้ งถ่ิน จะตอ้ งมีการกําหนดวิสัยทัศน์ ภารกิจหรือพันธกิจ การกําหนด
วตั ถุประสงค์ กาํ หนดเป้าประสงค์ กาํ หนดดัชนีช้ ีวดั ผลงาน การกําหนดยุทธศาสตร์ โดยใชห้ ลกั การ
วิเคราะห์ SWOT Analysis อันไดแ้ ก่จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรค ภายใตก้ ารกําหนด
แผนพฒั นาทอ้ งถ่ินน้ ีจะตอ้ งตอบคาํ ถามใหไ้ ดว้ า่ จะทาํ ทําไม จะทาํ อะไร จะทาํ เมื่อไหร่ จะทําท่ีไหน จะ
ทาํ โดยใครหรอื ใครเป็ นคนทาํ จะทาํ เพอื่ ใครหรือใครจะไดป้ ระโยชน์ จะทาํ อยา่ งไรและท่ีสาํ คญั ท้งั หมดน้ ี
มีงบประมาณหรือไม่ มีค่าใชจ้ ่ายเท่าไหร่ ใครเป็ นเจา้ ของงบประมาณ ซ่ึงตัวปัญหาและสาเหตุของ
ปัญหาจะนําไปสู่วตั ถุประสงคแ์ ละวธิ ีการแกไ้ ขปัญหาภายใตค้ าํ ถามดงั กล่าว
4. คาสาคญั ทปี่ รากฏในแผนพฒั นาทอ้ งถ่ิน
4.1 วิธีคิดในเชิงวิเคราะห์
การวเิ คราะห์ เป็ นการแยกแยะส่ิงท่ีจะพจิ ารณาออกเป็ นส่วนยอ่ ยที่มีความสมั พนั ธก์ นั เพ่ือ
ทําความเขา้ ใจแต่ละส่วนใหแ้ จ่มแจง้ รวมท้ังการสืบค้นความสัมพันธ์ของส่วนต่าง ๆ เพ่ือดูว่า
ส่วนประกอบปลีกย่อยน้ันสามารถเขา้ กันไดห้ รือไม่ สัมพันธ์เก่ียวเน่ืองกันอย่างไร ซึ่งจะช่วยใหเ้ กิด
ความเขา้ ใจตอ่ สิ่งหน่ึงสิ่งใดอยา่ งแทจ้ ริง โดยพ้ นื ฐานแลว้ การวเิ คราะหถ์ ือเป็ นทกั ษะที่ขา้ ราชการองคก์ ร
ปกครองสว่ นทอ้ งถิ่นสามารถฝึกได้ วธิ ีคิดในเชิงวเิ คราะหจ์ งึ ตอ้ ง
(1) กาํ หนดขอบเขตหรือนิยามสิ่งท่ีเราจะวเิ คราะหใ์ หช้ ดั เจน
(2) กาํ หนดจุดมุง่ หมายวา่ จะวเิ คราะหเ์ พ่ืออะไร
(3) พิจารณาหลักความรูห้ รือทฤษฎี (แนวคิด/หลักการสําคัญ ก็ได)้ กฎหมาย
ระเบียบที่เก่ียวขอ้ งวา่ จะใชห้ ลกั ใดในการวเิ คราะห์
(4) ใชห้ ลกั ความรูน้ ้ันใหต้ รงกบั เร่ืองที่จะวิเคราะหเ์ ป็ นกรณี ๆ ไปและตอ้ งรูว้ า่ ควรจะ
วเิ คราะหอ์ ยา่ งไร
(5) สรุปและรายงานผลใหเ้ ป็ นระเบียบ
4.2 การวิเคราะหจ์ ากการวดั ผลผลิต (2QCT)
การวเิ คราะหจ์ ากการวดั ผลผลิต (2QCT) เป็ นการวิเคราะหค์ ่างานซ่ึงเกิดจากแผนงาน โครงการท่ี
ปรากฏในแผนพฒั นาทอ้ งถ่ินสี่ปี ประกอบดว้ ย ปริมาณ % (Q) (Quantity) คุณภาพ (Q) (Quality) ค่าใชจ้ ่าย
(C) (Cost) และเวลา (T) (Time)
การวิเคราะห์จากผลลัพธ์ (T2Q) เป็ นการวิเคราะห์ค่างานซึ่งเกิดจากแผนงาน โครงการ ซ่ึง
กลุ่มเป้าหมายหรือผูท้ ี่ใชบ้ ริการหรือรบั บริการ ประชาชนเป็ นกลุ่มของผลลัพธ์น้ัน ประกอบดว้ ย ใครไดร้ บั
ประโยชน์ (T) (Target) ปริมาณท่ีไดร้ บั (Q) (Quantity) คุณภาพที่ไดร้ บั (Q) (Quality)
ดร.สรุ ยิ ะ หินเมืองเก่า การติดตามและประเมินผลแผนพฒั นาทอ้ งถ่ ินขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ ิน หนา้ 64
ปริมาณ % (Q) (Quantity) มิติของตวั ช้ีวดั ผลผลิต สิ่งบ่งช้ี KPIs เพื่อ
คุณภาพ (Q) (Quality) นาไปสู่ ผลสาเร็ จ
ค่าใชจ้ า่ ย (C) (Cost) การต้งั คาถาม/การวดั ผล หรือความเหมาะสม
เวลา (T) (Time) เพื่อกาหนดและใหค้ ะแนน
การกาหนดตวั ช้ีวดั : KPIs
(Key Performance Indicators)
ผลที่ไดร้ ับ (Outcome)
การวเิ คราะหจ์ ากการวดั ผลผลิต (2QCT) กลุ่มเป้าหมาย (Target Group) ซึ่งจะส่งผลต่อการวดั
เชิงสถานที่ (Place) จะตอ้ งระบุในกรณีท่ีดาํ เนินการในพ้ ืนท่ีเฉพาะ เชน่ หมใู่ ด ชุมชนใด ถนนใด ซอยใด
เชิงปริมาณ (Quantity) ใหร้ ะบุจํานวนของผลผลิต แสดงใหเ้ ห็นถึงหน่วยนับ ตัวเลข ขนาด
คุณลักษณะต่าง ๆ เป็ นตน้ เช่น จํานวนพ้ ืนท่ี/ตารางเมตร ความกวา้ ง ยาว หนา ของถนนดินลูกรังท่ี
ดาํ เนินการแลว้ เสร็จ จาํ นวนของกลอ้ งวงจรปิ ดและสถานที่ติดต้งั กลอ้ งวงจรปิ ด ขนาดของความกวา้ ง ความยาว
ความหนา (หรือลึก) ของถนนแอสฟัลติกสพ์ รอ้ มรางระบายน้ําแบบตอนบนรางว.ี ....เป็ นตน้
เชิงคุณภาพ (Quality) ใหร้ ะบุมาตรฐานของผลผลิต สิ่งที่ได้ ที่เกิดจากเป้าหมาย (ผลผลิตของ
โครงการ) เม่ือดาํ เนินการแลว้ เสร็จ จะกลายเป็ นผลลัพธ์หรือผลท่ีคาดวา่ จะไดร้ บั เช่น จาํ นวนนักเรียนท่ี
เดินทางไป กลบั โรงเรียนดว้ ยความสะดวก ปลอดภยั ประชาชนมีอาหารบริโภคเพ่ิมข้ ึน ความคงทนถาวรของ
ถนนแอสฟัลติกส์ ประชาชนมีมีรายไดเ้ พ่ิมมากข้ ึน ผูผ้ ่านการฝึกอบรมตามเกณฑก์ ารทดสอบ เป็ นตน้ สิ่งท่ี
วดั /ผลที่พึงวดั ได้ เชน่ คาํ วา่ ความพงึ พอใจ ส่ิงท่ีดี ลดลง
หมดส้ นิ ไป เป็นตน้
เชิงตน้ ทุน (Cost) ใหร้ ะบุตน้ ทุนของผลผลิต “จาํ นวนราคาตน้ ไม:้ ตน้ ” “จาํ นวนงบประมาณท่ี
ซอ่ มกบั ความคุม้ ค่าที่จะเกิดข้ ึน” หรือ เช่น‚ราคาต่อหน่วย (ภายในวงเงินที่กาํ หนด)‛ “จาํ นวนงบประมาณ:
เด็ก ท่ีมารว่ มงานวนั เด็ก” “คา่ ครุภณั ฑท์ ่ีเป็ นจรงิ ราคากลางจริง ราคาท่ีซ้ อื ไดจ้ ริง”
เชิงเวลา (Time) ใหร้ ะบุความรวดเร็วในการสงั่ มอบผลผลิต “ระยะเวลาที่เป็ นป่ าชุมชน/พ้ ืนท่ีสี
เขียวได”้ “ระยะเวลาที่ดาํ เนินการ/ระยะเวลาที่สามารถใชไ้ ด/้ ระยะเวลาท่ีคงสภาพการหรือการคงทนถาวรของ
ถนน ฯลฯ” “ระยะเวลาท่ีฝึกอบรม ระยะเวลาท่ีเพาะเห็ดได/้ ขายได”้ หรือ เช่น ‚ไม่เกิน 30 นาทีต่อราย‛
“ระยะเวลาก่อสรา้ งถนน.......” “ระยะเวลาการจดั โครงการท่ีเก่ียวกบั กิจกรรมน้ัน ๆ..........”
ใครไดร้ บั ประโยชน์ (T) (Target) ปริมาณท่ีไดร้ บั (Q) (Quantity) คุณภาพที่ไดร้ บั (Q)
(Quality) คาํ ถามก็คือ ส่ิงบง่ ช้ ี KPIs เพื่อนําไปสู่ผลสาํ เร็จหรอื ความเหมาะสม
ดร.สรุ ยิ ะ หนิ เมืองเก่า การติดตามและประเมินผลแผนพฒั นาทอ้ งถ่ ินขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ ิน หนา้ 65
4.3 Demand/Supply
อปุ สงค์ (Demand) ในความหมายแบบเขา้ ใจง่าย ๆ คือ “ความตอ้ งการซ้ ือ” สาํ หรบั การพฒั นา
ทอ้ งถ่ิน: คือความตอ้ งท่ีประชาชนอยากจะได้ อยากจะใหม้ ี ใหเ้ ป็ นในทอ้ งถิ่น (ความตอ้ งการ)
อุปทาน (Supply) คือ “ความตอ้ งการขาย” สาํ หรบั การพฒั นาทอ้ งถิ่น: คือสิ่งที่องคก์ ร
ปกครองส่วนทอ้ งถิ่นจะมอบการบริการสาธารณะและกิจกรรมสาธารณะใหก้ ับประชาชนในทอ้ งถ่ิน
ตามหลกั เกณฑแ์ ละวธิ ีการบรหิ ารกิจการบา้ นเมืองท่ีดี (การสนองตอ่ ประชาชน)
เม่ือความตอ้ งการของประชาชนที่ตอ้ งการไดต้ ามความตอ้ งการน้ันไดต้ อบสนองความ
อยากน้ันจากองคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิ่น เราเรียกสิ่งที่เกิดข้ ึนน้ันวา่ “จุดดุลยภาพ” ซึ่งเป็ นจุดที่ทุก
ฝ่ ายหรือผมู้ ีส่วนไดเ้ สีย (Stakeholders) ไดป้ ระโยชน์รว่ มกนั /เชน่ เดียวกนั
4.4 Global: ระดบั โลก เป็ น Globalization: โลกาภิวตั น์
Global: global demand: อุปสงคท์ วั่ โลก ความตอ้ งการของประชากรโลกที่อยากจะได้
อยากจะใหม้ ี ใหเ้ ป็ นเพ่ือพฒั นาคุณภาพชีวิต อุปสงค์ (Demand) ปริมาณความตอ้ งการที่ประชาชนใน
ทอ้ งถ่ินตอ้ งการ อยากไดร้ บั การบริการสาธารณะและกิจกรรมสาธารณะหรือตอ้ งการรบั บริการจาก
องคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถิ่น โดยมีความต้งั ใจ คาดหวงั จากองคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิ่นอยา่ งแรงกลา้ วา่
จะไดร้ บั การตอบสนองกลบั คือความตอ้ งการของประชาชน ส่วนอุปทาน (Supply) คือปริมาณหรือ
จาํ นวนการบริการสาธารณะและกิจกรรมสาธารณะที่องคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ินที่จะตอบสนองความ
ตอ้ งการของประชาชนได้ ซง่ึ เกิดจากสภาพความพรอ้ มและสมรรถนะของบุคลากร สถานะทางการคลงั
รายได้ การวางแผนท่ีดีขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ินรวมถึงการบริการใหไ้ ดต้ ามความตอ้ งการของ
ประชาชน คือการสนองตอบตอ่ ประชาชน และจาํ ไปสู่ Global: global demand: อุปสงคท์ วั่ โลก
4.5 Trend แนวโนม้
Trend แนวโน้ม ทางเศรษฐศาสตร:์ แนวปฏิบตั ิที่เป็ นที่นิยม หรือ ไดร้ บั การตอบรบั ที่ดี
จากลุ่มคน เช่น fashion trend คือ fashion ที่กาํ ลงั เป็ นที่นิยม เห็นไดว้ า่ ถา้ ธุรกิจใดท่ีไดต้ าม Trend ได้
ทันก็จะสามารถประสบความสาํ เร็จไดไ้ มย่ าก ดงั น้ันในงานวิจยั ต่าง ๆ ก็จะมีการทําวิจยั ในดา้ น Trend
อยเู่ ป็ นจาํ นวนมาก
Trend แนวโน้ม ในอนาคตที่จะเกิดข้ ึน เช่น รถยนต์ไรค้ นขับ เครื่องมือแปลภาษา Smart
Spaces พ้ ืนท่ีอจั ฉริยะ เกิดข้ ึนจากการผสานผูค้ น กระบวนการ บริการ และส่ิงของอจั ฉริยะ มีมากข้ ึนท้งั ในโลก
จริงและในโลก Digital เพ่ือสรา้ งประสบการณ์รูปแบบใหม่ ๆ ท้ังในการใชช้ ีวิต และการทํางาน เป็ นการต่อ
ยอดจากเทคโนโลยี Smart City, Digital Workplace, Smart Home และ Connected Factory ข้ ึนไปอีกข้นั ทาํ ให้
เทคโนโลยเี ขา้ มามีบทบาทต่อชวี ติ มากยงิ่ ข้ ึน
Trend ทางการพฒั นาทอ้ งถิ่น: แนวโน้มที่จะเกิดข้ ึนในองคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ินที่
สมั พนั ธ์ สอดคลอ้ ง เชื่อมต่อในระดบั อาํ เภอ จงั หวดั ระดบั ประเทศและระดับโลกท่ีเป็ นความตอ้ งการ
ของประชาชนในทอ้ งถ่ินที่เป็ นยุคสมยั น้ันที่ประชาชนตอ้ งการจะใหเ้ ป็ นเพ่ือใหเ้ กิดความมนั่ คงั่ มนั่ คง
และยงั่ ยนื
ดร.สุรยิ ะ หนิ เมืองเก่า การติดตามและประเมินผลแผนพฒั นาทอ้ งถ่ ินขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ ิน หนา้ 66
Trend: ถนนสะอาด คลองน้ําใส ทอ้ งถ่ินสะอาด/จงั หวดั สะอาด ตลาดเศรษฐกิจอจั ฉริยะ :
การแสดงสินคา้ การเกษตร ปศุสัตว์ ประมง ฯลฯ ในพ้ ืนท่ี เพ่ือส่ือ/แสดงใหเ้ ห็นราคาการซ้ ือขายใน
ทอ้ งถิ่นอจั ฉรยิ ะ
Chatbot/แชทบอท เป็ นโปรแกรมท่ีพฒั นาข้ ึนมาเพ่ือจาํ ลองการสนทนาของมนุษย์ ประโยชน์ของ
มนั ก็คือ สามารถตอบคาํ ถาม และทาํ หน้าที่แทน admin ในการใหค้ าํ แนะนําต่าง ๆ ไดอ้ ยา่ งอตั โนมตั ิ จึงเหมาะ
จะนํามาใชใ้ นงานในการพฒั นาทอ้ งถิ่นในอนาคต เพ่ือบริการประชานในการตอบคาํ ถามหรือส่ิงที่ประชาชน
สงสยั และไดร้ บั คาํ ตอบที่ถูกตอ้ งในทนั ที Trend/แนวโน้ม ที่จะเกิดข้ ึนในยุคสมยั Digital จงึ สูงยงิ่ องคก์ รปกครอง
สว่ นทอ้ งถ่ินจึงตอ้ งมที กั ษะและความสามารถที่จะดาํ เนินการไดเ้ พอ่ื ประโยชน์สุขของประชาชนในทอ้ งถ่ิน
Trend แนวโน้ม เหล็กและเหล็กกลา้ คาดการณ์วา่ การผลิตปรบั ตวั ลดลงเมื่อเทียบกบั ช่วง
เดียวกนั ของปี ก่อน โดยปรบั ลดลงท้งั ผลิตภณั ฑใ์ นกลุ่มเหล็กทรงยาว และ กลุม่ เหล็กทรงแบน จากการ
ชะลอตวั ของอุตสาหกรรมต่อเน่ือง เช่น อุตสาหกรรมผลิตบรรจุภณั ฑก์ ระป๋ องโลหะ และอุตสาหกรรม
เครอ่ื งใชไ้ ฟฟ้า รวมถึงการทรงตวั ของอุตสาหกรรม ก่อสรา้ ง อยา่ งไรก็ตาม ยงั คงมีปัจจยั สนับสนุนจาก
การขยายตวั ของอุตสาหกรรมยานยนต์
แนวโน้มยาเพสติด ในส่วนของยาเสพติดน้ัน การแพร่ระบาดจะลดลง เนื่องมาจากประชาชน
เยาวชนไมน่ ิยมเสพ เป็ นเพราะวา่ มีการรณรงค์ การเผยแพรใ่ หค้ วามรู้ การจดั กีฬา การสรา้ งงานใหป้ ระชาชนได้
มงี านทาํ รวมถึงการส่งเสรมิ อาชีพเดิมที่ประชาชนทาํ อยใู่ หม้ ีรายไดเ้ พม่ิ มากข้ นึ ในส่วนของเด็กและเยาวชน ไดม้ ี
การจดั เขา้ ค่ายอาสาเพื่อพฒั นาตน ตลอดจนการเสริมสรา้ งความรูท้ างการศึกษานอกเวลาเรียน จึงคาดการณ์
วา่ แนวโน้มปัญหายาเสพติดจะลดลง ประกอบกบั ผูค้ า้ รายยอ่ ยไดถ้ ูกจับกุมไปแลว้ และมียาสมุนไพรตวั ใหมเ่ ขา้
มาสง่ เสรมิ คุณภาพชวี ติ ใหป้ ระชาชนในตาํ บล ไดแ้ ก่ กญั ชา
4.6 การบรกิ ารสาธารณะและกิจกรรมสาธารณะ
4.6.1 กฎหมายกาหนดการบริหารสาธารณะขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ิน
รฐั ธรรมนูญแห่งราชอาณาจกั รไทย พุทธศกั ราช 2560 มาตรา 250 วรรคแรก องค์กรปกครองส่วน
ทอ้ งถิ่นมีหน้าท่ีและอํานาจดูแลและจดั ทําบริการสาธารณะและกิจกรรมสาธารณะเพื่อประโยชน์ของ
ประชาชนในท้องถ่ินตามหลักการพัฒนาอย่างยัง่ ยืน...การจัดทําบริการสาธารณะและกิจกรรม
สาธารณะ..ตอ้ งสอดคลอ้ งกบั รายไดข้ ององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ิน... ระเบียบกระทรวงมหาดไทยวา่
ดว้ ยการจดั ทาํ แผนพฒั นาขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิ่น (ฉบบั ที่ 3) พ.ศ. 2561กาํ หนดเกี่ยวกบั การ
จดั ทําบริการสาธารณะในขอ้ 4 วา่ ‚โครงการพฒั นา หมายความวา่ โครงการท่ีดาํ เนินการจดั ทํา
บริการสาธารณะ และกิจกรรมสาธารณะเพื่อใหก้ ารพฒั นาบรรลุตามวสิ ยั ทศั น์ที่กาํ หนดไว้
พระราชบญั ญตั ิกาํ หนดแผนและข้นั ตอนการกระจายอาํ นาจใหแ้ ก่องคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ิน
พ.ศ. 2542 มาตรา 16 กาํ หนดวา่ ใหเ้ ทศบาล เมืองพทั ยา และองคก์ ารบริหารส่วนตาํ บลมีอาํ นาจและหน้าที่
ในการจดั ระบบการบริการสาธารณะเพ่ือประโยชน์ของประชาชนในทอ้ งถ่ินของตนเองดงั น้ ี (1) การจดั ทํา
แผนพฒั นาทอ้ งถิ่นของตนเอง (2) การจดั ใหม้ แี ละบาํ รุงรกั ษาทางบก ทางน้ํา และทางระบายน้ํา (3) การจดั ให้
มีและควบคุมตลาด ท่าเทียบเรือ ท่าขา้ ม และที่จอดรถ (4) การสาธารณูปโภคและการก่อสรา้ งอ่ืน ๆ (5) การ
ดร.สรุ ยิ ะ หนิ เมืองเก่า การติดตามและประเมินผลแผนพฒั นาทอ้ งถ่ ินขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ ิน หนา้ 67
สาธารณูปการ ฯลฯ มาตรา 17 ภายใตบ้ งั คบั มาตรา 16 กาํ หนดวา่ ใหอ้ งคก์ ารบริหารสว่ นจงั หวดั มีอาํ นาจและ
หน้าที่ในการจดั ระบบบริการสาธารณะเพ่ือประโยชน์ของประชาชนในทอ้ งถ่ินของตนเอง ดงั น้ ี (1) การจดั ทาํ
แผนพฒั นาทอ้ งถิ่นของตนเอง และประสานการจดั ทาํ แผนพฒั นาจงั หวดั ตามระเบียบที่คณะรฐั มนตรีกาํ หนด
(2) การสนับสนุนองคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิ่นอ่ืนในการพฒั นาทอ้ งถิ่น (3) การประสานและใหค้ วามร่วมมือ
ในการปฏบิ ตั ิหนา้ ท่ีขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิ่นอื่น (4) การแบ่งสรรเงินซึ่งตามกฎหมายจะตอ้ งแบ่งใหแ้ ก่
องคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิ่นอื่น (5) การคุม้ ครอง ดูแล และบาํ รุงรกั ษาป่ าไม้ ที่ดิน ทรพั ยากรธรรมชาติและ
สิ่งแวดลอ้ ม (6) การจดั การศึกษา ฯลฯ
การบริการสาธารณะและการจดั กิจกรรมสาธารณะยงั ปรากฏในกฎหมายจดั ต้งั ของ
องค์กรปกครองส่วนทอ้ งถ่ินอีกดว้ ย (อธิบายแลว้ ใน 6. กฎหมาย ระเบียบที่เกี่ยวขอ้ งกับแผนพฒั นา
ทอ้ งถิ่น หนา้ 101-175)
4.6.2 ความหมายของการจดั ทาบริการสาธารณะ
หนังสือกระทรวงมหาดไทย ท่ี มท 0808.2/ว 1095 ลงวนั ท่ี 28 พฤษภาคม 2564 เรื่อง
รปู แบบและการจาํ แนกประเภทรายรบั -รายจา่ ย งบประมาณรายจา่ ยประจาํ ปี ขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ิน
การจาํ แนกงบรายจา่ ยและประเภทรายจ่าย สาํ หรบั งบประมาณรายจา่ ยประจาํ ปี โดย
รายจา่ ยตามงบประมาณจาํ แนกออกเป็ น 2 ลกั ษณะ คือ รายจา่ ยงบกลาง และรายจา่ ยตามแผนงาน
รายจา่ ยตามแผนงาน หมายถึง รายจา่ ยซง่ึ กาํ หนดรายละเอียดหมวดรายจา่ ยไวใ้ นงาน
หรอื โครงการตามแผนงานสาํ หรบั หน่วยงานใดโดยเฉพาะ เชน่ งบลงทุน หมายถึง รายจา่ ยท่ีกาํ หนดให้
จา่ ยเพือ่ การลงทุน ไดแ้ ก่ รายจา่ ยท่ีจา่ ยในลกั ษณะค่าครุภณั ฑ์ คา่ ท่ีดินและส่ิงกอ่ สรา้ ง รวมถึงรายจา่ ยท่ี
กาํ หนดใหจ้ ่ายจากงบรายจ่ายอ่ืนใดในลักษณะรายจ่ายดงั กล่าว ประกอบดว้ ย 1) ค่าครุภัณฑ์ 2) ค่า
ท่ีดินและสิ่งกอ่ สรา้ ง
คา่ ที่ดินและส่ิงกอ่ สรา้ ง หมายถึง รายจา่ ยเพ่ือใหไ้ ดม้ าซ่ึงท่ีดินและหรือส่ิงก่อสรา้ ง รวมถึงสิ่ง
ตา่ ง ๆ ท่ีติดตรงึ กบั ท่ีดินและหรอื ส่ิงกอ่ สรา้ ง โดยมลี กั ษณะอยา่ งหน่ึงอยา่ งใด ดงั ต่อไปน้ ี 1) รายจา่ ยเพื่อจดั หา
ท่ีดิน ส่ิงก่อสรา้ ง 2) รายจา่ ยเพ่ือปรบั ปรุงท่ีดิน รวมถึงรายจา่ ยเพื่อ ดดั แปลง ต่อเติมหรือปรบั ปรุงสิ่งก่อสรา้ ง
ซ่ึงทาํ ใหท้ ี่ดินและส่ิงก่อสรา้ ง มมี ูลค่าเพ่ิมข้ ึน 3) รายจา่ ยเพอ่ื ติดต้งั ระบบไฟฟ้าหรือประปา รวมถึงอุปกรณ์ต่าง
ๆ ซง่ึ เป็ นการติดต้งั อุปกรณค์ ร้งั แรกในอาคาร ท้งั ที่เป็ นการดาํ เนินกรพรอ้ มกนั หรือภายหลงั การก่อสรา้ งอาคาร
รวมถึงการติดต้งั คร้งั แรกในสถานท่ีราชการ และ 4) รายจ่ายเก่ียวเนื่องกบั ท่ีดินและหรือสิ่งก่อสรา้ ง เช่น ค่า
เวนคืนที่ดิน คา่ ชดเชยกรรมสิทธ์ิท่ีดิน คา่ ชดเชยผลอาสิน เป็ นตน้
ดร.สรุ ยิ ะ หินเมืองเก่า การตดิ ตามและประเมินผลแผนพฒั นาทอ้ งถ่ ินขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ ิน หนา้ 68
งบ ประเภท รายละเอยี ด
ค่าที่ดินและสิ่งกอ่ สรา้ ง
(8) ค่าก่อสรา้ งอาคาร หรือส่ิงปลูก ไ ม่มี คํา อ ธิ บ า ย ต า ม ห นั ง สื อ ม ท
สรา้ งต่าง ๆ 0808. 2/ ว 1095 ลงวันที่ 2 8
พฤษภาคม 2564
(9) ค่าต่อเติม หรือดัดแปลงอาคาร เช่น บา้ นพัก ที่ทําการสํานักงานศูนย์
หรือสิ่งปลกู สรา้ งต่าง ๆ พฒั นาเด็กเล็ก ศูนย์ OTOP ศูนยพ์ ฒั นา
คุณภาพชีวติ ผูส้ ูงอายุ ฯลฯ
(10) ค่าก่อสรา้ งส่ิงสาธารณูปการ -สถานท่ีราชการ
หมายความว่า การต้ังงบประมาณ -หอ้ งสมุด พิพิธภณั ฑ์
รายจ่ายเพ่ืองานก่อสรา้ งเก่ียวกับการ -โรงเรียน
บริการสาธารณะ -โรงพยาบาล โรงพยาบาลส่งเสริม
สุขภาพตาํ บล ศนู ยบ์ ริการสาธารณสุข
-สวนสาธารณะ สนามกีฬา
-สถานีดบั เพลิง
-โรงคดั แยกขยะ
-สถานธนานุบาล
-สถานสงเคราะหค์ นชรา
-สถานสงเคราะหส์ ตั ว์
-ศาลาประชาคม
-สถานีขนสง่
-อาคาร
-ถนน
-ท่อระบายน้ํา
ฯลฯ
(11) ค่าก่อสรา้ งสิ่งสาธารณูปโภค -การก่อสรา้ งระบบประปา,ไฟฟ้า
หมายความว่า การต้ังงบประมาณ -การก่อสรา้ งแทงคน์ ้ํา
รายจ่ายเพ่ือบริการสาธารณะที่จดั ทํา -การขดุ เจาะบ่อบาดาล
เพ่ืออํานวยประโยชน์แก่ประชาชนใน ฯลฯ
ส่ิงอุปโภคที่จาํ เป็ นต่อการดาํ เนินชีวติ
ดร.สรุ ยิ ะ หนิ เมืองเก่า การตดิ ตามและประเมินผลแผนพฒั นาทอ้ งถ่ ินขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ ิน หนา้ 69
งบ ประเภท รายละเอยี ด
ค่าท่ีดินและส่ิงก่อสรา้ ง (12) ค่าปรบั ปรุงท่ีดินและสิ่งกอ่ สรา้ ง -การปรับปรุงระบบระบายน้ํา, ระบบ
(ต่อ) ไฟฟ้า
-การปรบั ปรุงสะพาน
-การปรบั ปรุงฝาย
-การปรบั ปรุงบ่อบาดาล
-การปรบั ปรุงแหลง่ น้ําสาธารณะ
-การขุดลอดคลอง
-การปรับปรุงอาคาร เช่น บิวท์อิน
Bilt-in, ก้นั หอ้ งที่มสี ภาพมนั่ คง
ฯลฯ
ตารางท่ี 8 แสดงประเภทการจดั ทาํ บรกิ ารสาธารณะในงบประมาณรายจา่ ยขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิ่น
การจดั ทาบริการสาธารณะ เป็ นการดําเนินการในลกั ษณะสาธารณูปโภค สาธารณูปการ
หรือโครงสรา้ งพ้ ืนฐานในการดาํ รงชีวิตของประชาชนในทอ้ งถิ่น เป็ นลกั ษณะท่ีประชาชนมีส่วนร่วมน้อยในการ
ดาํ เนินการหรือรว่ มดาํ เนินการ แต่ประชาชนในทอ้ งถิ่นสามารถใชไ้ ดห้ รือใชบ้ ริการไดต้ ลอด ไม่จาํ กดั เวลา เวน้
แต่จะชาํ รุดหรอื ใชก้ ารไมไ่ ด้ เชน่ กอ่ สรา้ งถนน/ขุดลอกคลอง/ขยายเขตประปา ฯลฯ
สาธารณูปโภค (Public utilities) หมายถึงการบริการสาธารณะที่จดั ทาํ เพื่ออาํ นวยประโยชน์
แกป่ ระชาชนทวั่ ไปในสิ่งอุปโภคที่จาํ เป็ นต่อการดาํ เนินชวี ติ เป็ นบริการท่ีจาํ เป็ นต่อชีวติ ประจาํ วนั ของประชาชน
ทวั่ ไปจึงมีลักษณะเป็ นกายภาพ เช่น การไฟฟ้า การประปา โทรคมนาคม โทรศพั ท์ การเดินรถประจาํ ทาง ถนน
หนทาง ส่ิงกอ่ สรา้ ง เข่ือน มลี กั ษณะเป็ นเสน้ เป็ นสาย เป็ นบริการเขา้ หาผรู้ บั บริการและอ่ืน ๆ ที่เป็ นสาธารณูปโภค
เป็ นตน้
สาธารณูปการ (Public facilities) หมายถึงการบริการเพ่ือสาธารณะ ซึ่งดําเนินการโดย
องคก์ รของรฐั หรอื เอกชนโดยการควบคุมของรฐั ซงึ่ ไดแ้ ก่บริการในเร่ือง การศึกษา เคหะการ ศาสนา วฒั นธรรม
การอนามยั ความปลอดภยั สนั ทนาการ และบรกิ ารอื่น ๆ ตามความตอ้ งการของประชาชน และเป็ นกิจกรรมที่
ไมห่ วงั ผลกาํ ไร
สาธารณูปการ ประชาชนไม่จาํ เป็ นตอ้ งรบั บริการเป็ นประจําทุกวนั มีลักษณะท่ีไม่ใช่
กายภาพ เชน่ การรกั ษา การกระตุน้ รจู้ กั คิด มลี กั ษณะเป็ นจุด ผรู้ บั บรกิ ารไปรบั บรกิ ารจากผใู้ หบ้ ริการ
ประเภทของสาธารณูปการ การบรกิ าร ไดแ้ ก่ ศาลากลาง ศาล ท่ีว่าการอําเภอ องคก์ าร
บรหิ ารสว่ นจงั หวดั เทศบาล องคก์ ารบริหารส่วนตาํ บล การศึกษา ไดแ้ ก่ โรงเรียน วทิ ยาลยั มหาวทิ ยาลยั ศนู ย์
การศึกษาต่าง ๆ วัฒนธรรม ไดแ้ ก่ พิพิธภัณฑ์ หอ้ งสมุด ศูนยศ์ ิลปวฒั นธรรม การอนามัย ไดแ้ ก่
โรงพยาบาล ศูนยส์ าธารณสุข โรงพยาบาลระดบั อาํ เภอ/ตาํ บล เคหะการ ไดแ้ ก่ โครงการเคหะที่อยูอ่ าศัย
สนั ทนาการ ไดแ้ ก่ สวนสาธารณะ สนามกีฬา ความปลอดภยั ไดแ้ ก่ สถานีตาํ รวจ สถานีดบั เพลิง ศนู ยป์ ้องกนั
และบรรเทาสาธารณภยั ฯลฯ
ดร.สรุ ยิ ะ หินเมืองเก่า การตดิ ตามและประเมินผลแผนพฒั นาทอ้ งถ่ ินขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ ิน หนา้ 70
นอกจากน้ ี สาธารณูปการยงั หมายถึงกิจการเกี่ยวกบั การสงเคราะหบ์ ุคคลท่ีไม่สามารถช่วย
ตวั เองได้ เช่น คนชรา คนพิการ เด็กกาํ พรา้ ผูด้ อ้ ยโอกาส ฯลฯ หรืองานดา้ นสาธารณูปการท่ีเก่ียวกับการ
กอ่ สรา้ งและบรู ณปฏสิ งั ขรณท์ างศาสนา
การจดั ทากิจกรรมสาธารณะ เป็ นการดาํ เนินการจดั งาน จดั กิจกรรม จดั แข่งขนั จดั
สาธิต หรือมีลักษณะท่ีประชาชนในทอ้ งถ่ินเขา้ มามีส่วนร่วมในการดาํ เนินงาน กิจกรรม การแข่งขัน
การสาธิตน้ัน ๆ มากและโดยตรง มีการกาํ หนดวนั เวลา ที่แน่นอนในการดาํ เนินการ เชน่ วฒั นธรรม
ประเพณี/วนั สาํ คญั ทางราชการหรือวนั สาํ คญั ทางศาสนา/การจดั กิจกรรมเกี่ยวกบั ศาสนา ความเช่ือ/
กีฬา/สนั ทนาการ ฯลฯ
งานก่อสรา้ ง ตามหนังสือกรมส่งเสริมการปกครองทอ้ งถิ่น ด่วนที่สุด ท่ี มท
0803.3/ว 1783 ลงวนั ที่ 14 มิถุนายน 2561
การซ่อมแซม หมายถึง การซอ่ ม การดาํ เนินการ และหรือการเปลี่ยนแปลงส่วนประกอบอนั
เป็ นโครงสรา้ งของสิ่งกอ่ สรา้ งท้งั หมดหรือบางส่วน ซง่ึ ไดก้ อ่ สรา้ งไวแ้ ลว้ ใหม้ ีสภาพที่ดียง่ิ ข้ ึน
การปรบั ปรุง หมายถึง การแกไ้ ข การกระทํา และหรือการดาํ เนินการอ่ืนใด อนั เป็ น
โครงสรา้ งของสิ่งก่อสรา้ งหรอื ส่ิงกอ่ สรา้ งท้งั หมดหรือบางส่วน ซงึ่ ไดก้ ่อสรา้ งไวแ้ ลว้ ใหม้ สี ภาพที่ดียงิ่ ข้ ึน
การตอ่ เติม หมายถึง การดดั แปลง เปล่ียนแปลง เพ่ือเพิ่มเติม หรือขยาย ซ่ึงลกั ษณะ
ขอบเขตแบบ รูปทรง สดั ส่วน น้ําหนัก เน้ ือที่ อนั เป็ นโครงสรา้ งของส่ิงก่อสรา้ งหรือส่ิงก่อสรา้ งท้งั หมด
หรอื บางสว่ น ซง่ึ ไดก้ อ่ สรา้ งไวแ้ ลว้ ใหผ้ ิดไปจากเดิม แตม่ ใิ ชเ่ ป็ นการกรณีของการซอ่ มแซม
การร้ ือถอน หมายถึง การร้ ือหรือการดําเนินการอ่ืนใด เพื่อนําส่วนประกอบอันเป็ น
โครงสรา้ งของสิ่งก่อสรา้ งหรือส่ิงกอ่ สรา้ งท้งั หมดหรอื บางส่วนออกไป
4.7 จุดยืนทางยุทธศาสตร์ (Positioning) การวางตําแหน่งการพฒั นาทอ้ งถ่ิน จุดที่
จะตอ้ งไปเพ่ือตอบสนองวสิ ยั ทศั น์ ที่เนน้ ไปเร่อื งใดเรื่องหน่ึงเป็ นการเฉพาะ “ความมุง่ มนั่ อนั แน่วแน่ใน
การวางแผนพฒั นาทอ้ งถิ่น เพือ่ ใหบ้ รรลุวสิ ยั ทัศน์ขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิ่น ซึ่งเกิดจากศกั ยภาพ
ของพ้ ืนท่ีจรงิ ท่ีจะนําไปสูผ่ ลสาํ เร็จทางยทุ ธศาสตร”์
Positioning สาํ หรบั การพฒั นาทอ้ งถ่ิน หรือที่เรียกเป็ นภาษาไทยวา่ จุดยืน/ท่ีมนั่ ทางการ
พัฒนาทอ้ งถ่ินตําแหน่งทางการพัฒนา คือ การกําหนดลักษณะพิเศษสิ่งท่ีเราจะพัฒนาในทอ้ งถิ่น
เจาะจงลงไป ใหช้ ัดเจนลงไปว่า จะพัฒนาอะไร เพ่ือใหก้ ารบริการสาธารณะหรือการดําเนินการ
กิจกรรมสาธารณะขา้ สู่กลุ่มเป้าหมายไดถ้ ูกตอ้ งและสามารถตอบสนองความตอ้ งการของประชาชนได้
จรงิ ๆ ประชาชนไดร้ บั ประโยชน์สูงสุดจริง ๆ
ดร.สรุ ยิ ะ หนิ เมืองเก่า การตดิ ตามและประเมินผลแผนพฒั นาทอ้ งถ่ ินขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ ิน หนา้ 71
4.8 ประสิทธิภาพ (Efficiency)
ประสิทธิภาพ (Efficiency) หมายถึง กระบวนการ วิธีการ หรือการกระทําใด ๆ ที่นําไปสู่
ผลสาํ เร็จของการพฒั นาทอ้ งถ่ิน โดยใชท้ รพั ยากรในทอ้ งถ่ิน งบประมาณ ความร่วมมือและการมีส่วน
รว่ มของประชาชนในทอ้ งถ่ิน มีวิธีการดาํ เนินการดา้ นการบริการสาธารณะและกิจกรรมสาธารณะท่ีมี
คุณภาพสูงสุดในการดาํ เนินการไดอ้ ยา่ งเต็มศกั ยภาพ อย่างไรก็ตามการดาํ เนินการใด ๆ ที่เกี่ยวกับ
การบริการสาธารณะและกิจกรรมสาธารณะน้ันก็ข้ ึนอยู่กับอํานาจ หน้าท่ี ทรพั ยากรในทอ้ งถิ่นใน
ขณะน้ันดว้ ยว่ามีคุณภาพและปริมาณเพียงใด หากมีคุณภาพมากการจะใชอ้ ย่างเต็มศักยภาพไดน้ ้ัน
จะตอ้ งใชใ้ นปริมาณน้อยจึงจะเรียกไดว้ ่ามีประสิทธิภาพ ต่างกันกับทรัพยากรท่ีมีปริมาณมากแต่
คุณภาพตํา่ ที่จะตอ้ งเลือกวิธีการดึงศักยภาพของทรัพยากรออกมาใหไ้ ดม้ ากท่ีสุดจึงจะเรียกว่ามี
ประสิทธิภาพ
ประสิทธิภาพ การควบคุมท่ีมีการใชต้ วั เลขต่าง ๆ เพ่ือนํามาใชว้ ดั ผลในเชิงปริมาณ เช่น
การวดั จาํ นวนโครงการ กิจกรรม งานต่าง ๆ ก็คือผลผลิตนัน่ เองว่าเป็ นไปตามที่ต้ังเป้าหมายเอาไว้
หรือไม่ จาํ นวนที่ดาํ เนินการจริงตามท่ีไดก้ าํ หนดไวเ้ ท่าไหร่ จาํ นวนที่ไมส่ ามารถดาํ เนินการไดม้ ีจาํ นวน
เท่าไหร่ สามารถอธิบายไดต้ ามหลักประสิทธิภาพ (Efficiency) ของการพฒั นาทอ้ งถ่ินตามอํานาจ
หนา้ ที่ท่ีไดก้ าํ หนดไว้
เชงิ ปริมาณ (Quantitative) ระบุจาํ นวนของผลผลิต แสดงใหเ้ ห็นถึงหน่วยนับ ตวั เลข ขนาด
คุณลกั ษณะตา่ ง ๆ เป็ นตน้
เช่น จํานวนกิจกรรมหรืองาน ต่าง ๆ ที่จะตอ้ งดําเนินการตามโครงการที่ปรากฏใน
แผนพฒั นาทอ้ งถิ่น
4.9 Impact
ผลกระทบ/ส่ิงท่ีกระทบ (Impact) ผลสะทอ้ นในการพฒั นาทอ้ งถิ่นในการบริการสาธารณะ
และกิจกรรมสาธารณะท้ังที่ดาํ เนินการจริงและไมไ่ ดด้ ําเนิ นการท่ีเกิดจากการวางแผนพฒั นาทอ้ งถิ่น
ตอ้ งดาํ เนินการตามอาํ นาจ หน้าท่ี
ผลกระทบท่ีเกิดข้ ึนจากการไดร้ บั ประโยชน์ การเสียประโยชน์ เช่น การก่อสรา้ งถนน คสล.
ส่งผลกระทบต่อประชาชนอย่างไรท้ังทางตรงและทางออ้ ม หรือการขุดลอกคลอง ไดส้ ่งผลกระทบ
อยา่ งไรบา้ ง
4.10 ประสิทธิผล (Effectiveness)
ประสิทธิผล (Effectiveness) การปฏิบัติใหบ้ รรลุผลตามวตั ถุประสงค์ (Objective) ของ
การพฒั นาทอ้ งถ่ินท่ีเกิดจากการใชท้ รพั ยากรอยา่ งประหยดั คุม้ ค่า เม่ือเทียบเคียงกบั สิ่งที่กาํ หนดไวใ้ น
เป้าหมาย (ผลผลิตของโครงการ) เป็ นสิ่งท่ีเกิดข้ ึนไดจ้ ริงในรปู ของผลลพั ธ์ (Outcomes)
การประเมินประสิทธิผลของแผนพฒั นาในเชิงคุณภาพคือการนําเอาเทคนิคต่าง ๆ มาใช้
เพ่อื วดั วา่ ภารกิจ โครงการ กิจกรรม งานต่าง ๆ ที่ดาํ เนินการในพ้ ืนที่น้ัน ๆ ตรงต่อความตอ้ งการของ
ประชาชนหรือไมแ่ ละเป็ นไปตามอาํ นาจหน้าที่หรือไม่ ประชาชนพึงพอใจหรือไม่ ส่ิงของ วสั ดุ ครุภณั ฑ์
ดร.สรุ ยิ ะ หนิ เมืองเก่า การตดิ ตามและประเมินผลแผนพฒั นาทอ้ งถ่ ินขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ ิน หนา้ 72
การดาํ เนินการต่าง ๆ มีสภาพหรือลกั ษณะถูกตอ้ ง คงทน ถาวร สามารถใชก้ ารไดต้ ามวตั ถุประสงค์
หรอื ไม่ ซึ่งเป็ นไปตามหลกั ประสิทธิผล (Effectiveness) ผลการปฏบิ ตั ิราชการที่บรรลุวตั ถุประสงคแ์ ละ
เป้าหมายของแผนการปฏิบตั ิราชการตามท่ีไดร้ บั งบประมาณมาดาํ เนินการ รวมถึงสามารถเทียบเคียง
กบั สว่ นราชการหรือหน่วยงานอื่น
เชิงคุณภาพ (Qualitative) ใหร้ ะบุมาตรฐานของผลผลิต ส่ิงท่ีได้ ที่เกิดจากเป้าหมาย
(ผลผลิตของโครงการ) เมื่อดาํ เนินการแลว้ เสร็จ จะกลายเป็ นผลลัพธ์หรือผลที่คาดว่าจะไดร้ ับ ซ่ึง
สอดคลอ้ งกบั วตั ถุประสงค์
ส่ิงท่ีไดร้ ับคืออะไร ไดอ้ ะไร ความพึงพอใจ/ส่ิงที่ดี/ลดลง/หมดส้ ินไป/ทําใหไ้ ด/้ ได/้
สามารถ/......
4.11 Integration
การบูรณาการ (Integration) หมายถึง การประสานกลมกลืนกันของแผนพัฒนาทอ้ งถ่ินเพ่ือ
พฒั นาทอ้ งถิ่น เป็ นกระบวนการ สารสนเทศ การจดั สรรทรพั ยากรและบรหิ ารจดั การในทอ้ งถิ่น การปฏิบตั ิการ
และการวิเคราะห์เพ่ือใหเ้ กิดผลลัพธ์ ในการสนับสนุนเป้าประสงคท์ ี่สําคัญขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิ่น
การบูรณาการที่มีประสิทธิผลน้ันเป็ นมากกวา่ ความสอดคลอ้ งไปในแนวทางเดียวกนั (Alignment) และจะสาํ เร็จ
ไดก้ ็ตอ่ เมอื่ การดาํ เนินการของแต่ละองคป์ ระกอบภายในระบบการจดั การผลการดาํ เนินการมีความเชอื่ มโยงกนั
เป็ นหน่ึงเดียวอย่างสมบูรณ์ การประสานกลมกลืนดว้ ยมิตรสัมพันธ์ท่ีดีท้ังบุคลากรและผูม้ ีส่วนไดเ้ สียใน
ทอ้ งถิ่นจะชว่ ยใหเ้ กิดการบูรณาการเพ่ือการพฒั นาทอ้ งถิ่นใหบ้ รรลุเป้าหมายได้
Integration: การนําปัญหาความตอ้ งการต่าง ๆ ท่ีมีความสมั พนั ธ์กนั กับการดาํ รงชีวิตท้งั ในเชิง
บริบทของพ้ ืนท่ี เช้ ือชาติ ศาสนา ขนบธรรมเนียม ประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่น หรือความเป็ นมาทาง
ประวตั ิศาสตร์ นํามาผสมผสานกนั ไดอ้ ยา่ งกลมกลืน เพ่อื พฒั นาทอ้ งถ่ินเชอื่ มโยงใหเ้ กิดประโยชน์สูงสุด (ส่วนที่ 1
สภาพทวั่ ไปและขอ้ มลู พ้ ืนฐาน )
เป็ นการบูรณาการระหวา่ งขอ้ มูล ปัญหา ความตอ้ งการ กระบวนการ และการปฏิบตั ิ/เป็ นการบูร
ณาการระหวา่ งหมู่บา้ นแต่ละหมูบ่ า้ น ตาํ บลต่อตาํ บลและอาํ เภอและจงั หวดั ตามลาํ ดบั ไดอ้ ยา่ งกลมกลืน/เป็ น
การบูรณาการระหวา่ งสิ่งที่เกิดข้ ึนจริงกบั ปัญหาความตอ้ งการพฒั นาทอ้ งถิ่นกบั สิ่งที่เกิดข้ ึนในการดาํ รงชีวิต
จรงิ /เป็ นการบรู ณาการเพอื่ จดั ความซ้าํ ซอ้ นของเน้ ือหาตา่ ง ๆ ตามอาํ นาจหน้าที่/เกิดความสมั พนั ธก์ นั ระหวา่ ง
ความคิดรวบยอดของการพฒั นาต่าง ๆ ทําใหเ้ กิดการพฒั นาที่มุ่งผลสมั ฤทธ์ิ ประชาชน ราชการไดป้ ระโยชน์
สูงสุด
4.12 โครงการพฒั นาทอ้ งถิ่น
เป็ นโครงการท่ีมวี ตั ถุประสงคส์ นองต่อแผนยทุ ธศาสตรก์ ารพฒั นาขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถิ่น
และดาํ เนินการเพอ่ื ใหก้ ารพฒั นาบรรลุตามวสิ ยั ทศั น์ขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ินท่ีกาํ หนดไว้ ชอื่ โครงการมี
ความชดั เจน มุง่ ไปเรื่องใดเรอื่ งหนึ่ง อา่ นแลว้ เขา้ ใจไดว้ า่ จะพฒั นาอะไรในอนาคต
ดร.สุรยิ ะ หินเมืองเก่า การติดตามและประเมินผลแผนพฒั นาทอ้ งถ่ ินขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ ิน หนา้ 73
ตอ้ งเป็ นการดาํ เนินงานในอนาคต (future operation) เนื่องจากการปฏิบตั ิงานที่ผ่านมา
ขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถิ่นมีขอ้ บกพร่อง จึงควรแกไ้ ขและปรบั ปรุงโครงการจึงเป็ นการดาํ เนินงาน
เพอ่ื อนาคต หรอื เป็ นลกั ษณะงานท่ีพฒั นาดีอยแู่ ลว้ แตต่ อ้ งการพฒั นางานใหด้ ีข้ ึนไปอีก
ตอ้ งมีระบบ (system) โครงการตอ้ งประกอบดว้ ยส่วนต่าง ๆ ที่มีความสมั พนั ธ์เกี่ยวขอ้ ง
เป็ นกระบวนการซ่ึงเกิดจากแผนพฒั นาขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิ่น ถา้ ส่วนใดเปลี่ยนแปลงไปก็จะ
เกิดการเปลี่ยนแปลงในส่วนอ่ืน ๆ ตามไปดว้ ย ซ่ึงรายละเอียดของโครงการจะตอ้ งมีความเกี่ยวเน่ือง
สมั พนั ธก์ นั ต้งั แต่ประเด็นแรกถึงประเด็นสุดทา้ ย
รายละเอียดของโครงการต้องเข้าใจง่าย ใช้ภาษาท่ีเข้าใจกันทัว่ ไป สะดวกต่อการ
ดําเนินงานตามโครงการ สามารถแกไ้ ขปัญหาการพัฒนาที่เกิดข้ ึนในหมู่บา้ น/ชุมชนขององค์กร
ปกครองส่วนทอ้ งถิ่นไดอ้ ย่างมีประสิทธิภาพ สามารถตอบสนองต่อความตอ้ งการของประชาชนใน
หมบู่ า้ น/ ชุมชน นโยบายของผบู้ รหิ ารทอ้ งถ่ิน แผนพฒั นาจงั หวดั นโยบายของรฐั บาล และยุทธศาสตร์
ชาติไดอ้ ยา่ งดี แต่ท้งั น้ ีตอ้ งคาํ นึงถึงบทบาท อาํ นาจ หน้าที่และภารกิจขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ิน
เป็ นสาํ คญั
โครงการตอ้ งกาํ หนดวตั ถุประสงค์สอดคลอ้ งกับความเป็ นมาของโครงการ สอดคลอ้ งกับ
หลักการและเหตุผล วิธีการดําเนินงานตอ้ งสอดคลอ้ งกับวัตถุประสงค์ มีความเป็ นไปไดช้ ัดเจน มี
ลักษณะเฉพาะเจาะจง และเป้าหมายของโครงการที่ชดั เจนประกอบดว้ ยเชิงปริมาณและเชิงคุ ณภาพ
มีกาํ หนดระยะเวลาท่ีแน่นอน โครงการตอ้ งกาํ หนดระยะเวลาที่แน่นอน โดยกาํ หนดเวลาเริ่มตน้ และ
เวลาที่ส้ ินสุดใหช้ ดั เจน ถา้ ไม่กําหนดเวลา หรือปล่อยใหโ้ ครงการดําเนินไปเร่ือยๆ ย่อมไม่สามารถ
ประเมินผลสําเร็จได้ ซึ่งจะกลายเป็ นการดําเนินงานตามปกติ (routine) สามารถนําไปปฏิบัติได/้
กําหนดวิธีการติดตามและประเมินผลได้ และองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินก็สามารถติดตามและ
ประเมนิ ผลไดต้ ามที่ไดก้ าํ หนดตวั ช้ วี ดั (KPI) ไวใ้ หบ้ รรลุผลสมั ฤทธ์ิน้ัน
4.13 เป้าหมาย (ผลผลติ ของโครงการ)
สภาพท่ีอยากใหเ้ กิดข้ ึนในอนาคตเป็ นทิศทางที่ตอ้ งไปใหถ้ ึงเป้าหมายตอ้ งชดั เจน สามารถ
ระบุจํานวนเท่าใด กลุ่มเป้าหมายคืออะไร มีผลผลิตอยา่ งไร กลุ่มเป้าหมาย พ้ ืนท่ีดําเนินงาน และ
ระยะเวลาดาํ เนินงานอธิบายใหช้ ดั เจนวา่ โครงการน้ีจะทาท่ ีไหน เร่มิ ตน้ ในชว่ งเวลาใดและจบลงเมื่อใด
ใครคือกลุ่มเป้าหมายของโครงการ หากกลุ่มเป้าหมายมีหลายกลุ่ม ใหบ้ อกชัดลงไปว่าใครคือ
กลุม่ เป้าหมายหลกั หน่วยงานหรือกลุ่มเป้าหมายรอง
เป้าหมาย (ผลผลิตของโครงการ) มีความชัดเจนนําไปสู่การต้ังงบประมาณไดถ้ ูกตอ้ ง
หรือไม่ อยา่ งไร เช่น โครงการก่อสรา้ งถนน คสล. .........กวา้ ง ยาว สูง หรือปริมาณ......./จาํ นวนคน
จาํ นวนกลุม่ /สภาพพ้ ืนที่/สถานท่ี/ความลึก/หนา/ต้ ืน/สูง
กลุ่มเป้าหมายในโครงการจะมีการระบุถึงกลุ่มคนท่ีควรไดร้ บั ผลโดยตรงจากโครงการ
อธิบายใหช้ ดั เจนวา่ โครงการน้ ีใครคือกลุ่มเป้าหมายของโครงการ หากกลุ่มเป้าหมายมีหลายกลุ่ม ให้
บอกชดั ลงไปวา่ ใครคือกลุม่ เป้าหมายหลกั ใครคือกลุ่มเป้าหมายรอง หรือบอกกลุ่มเป้าหมายหลกั อยา่ ง
เดียวก็ได้ กลุ่มเป้าหมายอาจเป็ นบุคคล วตั ถุ สิ่งของ ก็ได้
ดร.สุรยิ ะ หินเมืองเก่า การตดิ ตามและประเมินผลแผนพฒั นาทอ้ งถ่ ินขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ ิน หนา้ 74
เป้าหมายของโครงการ จึงตอ้ งระบุถึงผลลพั ธส์ ุดทา้ ยท่ีคาดวา่ จะไดจ้ ากการดาํ เนินโครงการ
โดยจะระบุท้งั ผลท่ีเป็ นเชิงปริมาณและผลเชิงคุณภาพ เป้าหมายจึงคลา้ ยกบั วตั ถุประสงคแ์ ต่มีลกั ษณะ
เฉพาะเจาะจงมากกว่า มีการระบุส่ิงที่ตอ้ งการทําไดช้ ัดเจนและระบุเวลาที่ตอ้ งการจะบรรลุ องค์กร
ปกครองส่วนทอ้ งถ่ินอาจระบุเป้าหมายเป็ นสภาพพ้ ืนท่ีท่ีจะดาํ เนินการ จาํ นวนคนหรือกลุ่มที่จะไดร้ บั
ประโยชน์ เป้าหมายหรอื ผลผลิตของโครงการจะนําไปสูก่ ารประมาณการราคาท้งั ในแผนพฒั นาทอ้ งถิ่น
และโครงการพฒั นา
4.14 Thailand 4.0
นโยบาย Thailand 4.0 น้ัน โดยมุ่งไปที่การสรา้ งความสามารถในการแข่งขันของ
อุตสาหกรรมหลักที่มีความสอดคลอ้ งกับความสามารถของประเทศไทยและความตอ้ งการของ
ตลาดโลก โดยมีกลไกประชารฐั เป็ นกลไกขบั เคล่ือน จากนโยบายดังกล่าว ภาคเอกชนและประชาชน
ตอ้ งปรบั ตวั เพ่อื ใหส้ ามารถแขง่ ขนั ไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพสูงสุด
Thailand 1.0 ยุคของเกษตรกรรม คนไทยปลูกขา้ ว พืชสวน พืชไร่ เล้ ียงหมู เป็ ด ไก่ นํา
ผลผลิตไปขาย สรา้ งรายไดแ้ ละยงั ชีพ ยงั เป็ นประเทศรายไดต้ าํ่
Thailand 2.0 ยุคอุตสาหกรรมเบา ใชเ้ ครื่องมือเขา้ มาชว่ ย ผลิตเส้ ือผา้ กระเป๋ า เครื่องด่ืม
เครื่องเขียน เครือ่ งประดบั เป็ นตน้ ประเทศเริ่มมศี กั ยภาพมากข้ ึน เร่มิ เป็ นประเทศรายไดป้ านกลาง
Thailand 3.0 (ซึ่งเป็ นยุคปัจจุบนั ) เป็ นยุคอุตสาหกรรมหนัก ที่ประเทศไทยผลิตและขาย
ส่งออกเหล็กกลา้ รถยนต์ ก๊าซธรรมชาติ ปูนซีเมนต์ เป็ นตน้ โดยใชเ้ ทคโนโลยีจากต่างประเทศ เพ่ือ
เน้นการส่งออก
Thailand 4.0 การนําเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาพัฒนามูลค่า และคุณค่า (Value
Creation) ใหต้ รงจุด เพิ่มมูลค่า เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยไปสู่เป้าหมาย การปรบั เปล่ียนโครงสรา้ ง
เศรษฐกิจ ไปสู่ “Value–Based Economy‛ หรือ “เศรษฐกิจท่ีขบั เคลื่อนดว้ ยนวตั กรรม”
Thailand 4.0 หรือ ประเทศไทย 4.0 เป็ นนโยบาย ท่ีตอ้ งการปรบั เปล่ียนโครงสรา้ ง
เศรษฐกิจ ไปสู่ “Value–Based Economy‛ หรือ “เศรษฐกิจที่ขับเคล่ือนดว้ ยนวตั กรรม” เพราะ ใน
ปัจจุบนั ประเทศไทยยงั เป็ นเศรษฐกิจแบบ “ทาํ มาก ไดน้ อ้ ย” เราตอ้ งการปรบั เปล่ียนเป็ น “ทําน้อย ได้
มาก” โดยมีเป้าหมายสําคญั ๆ 3 ขอ้ คือ 1) การปรบั เปล่ียนจากการผลิตสินคา้ “โภคภัณฑ”์ ไปสู่
สินคา้ เชิง “นวัตกรรม” ที่มีคุณค่าและมูลค่ามากข้ ึน 2) เปล่ียนจากการขับเคล่ือนประเทศดว้ ย
ภาคอุตสาหกรรม ไปสู่การขบั เคล่ือนดว้ ยเทคโนโลยี ความคิดสรา้ งสรรค์ และนวตั กรรม 3) เปลี่ยน
จากการเนน้ ภาคการผลิตสินคา้ ไปสู่การเนน้ ภาคบริการมากข้ ึน
ดร.สรุ ยิ ะ หนิ เมืองเก่า การตดิ ตามและประเมินผลแผนพฒั นาทอ้ งถ่ ินขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ ิน หนา้ 75
4.15 ผลทคี่ าดว่าจะไดร้ บั
ผลที่ไดร้ บั เป็ นส่ิงที่เกิดข้ ึนไดจ้ ริงจากการดาํ เนินการตามโครงการพฒั นา ซ่ึงสอดคลอ้ งกบั
วตั ถุประสงค์ท่ีต้งั ไว้ การไดผ้ ลหรือผลที่เกิดข้ ึนจะตอ้ งเท่ากบั วตั ถุประสงคห์ รือมากกว่าวตั ถุประสงค์ซ่ึงการ
เขียนวตั ถุประสงคค์ วรคาํ นึงถึง (1) มคี วามเป็ นไปไดแ้ ละมคี วามเฉพาะเจาะจง ในการดาํ เนินงานตามโครงการ
(2) วดั และประเมนิ ผลระดบั ของความสาํ เรจ็ ได้ (3) ระบุส่ิงที่ตอ้ งการดาํ เนินงานอยา่ งชดั เจนและเฉพาะเจาะจง
มากที่สุด และสามารถปฏิบัติได้ (4) เป็ นเหตุเป็ นผล สอดคลอ้ งกับความเป็ นจริง (5) ส่งผลต่อการบ่งบอก
เวลาได้
วตั ถุประสงค์ จะนําไปสู่การต้งั คาํ ถามเพื่อคน้ หาคําตอบท่ีวา่ จะทํา ทาํ ไม จะทาํ เพ่ืออะไร จะทํา
เพอ่ื ใคร ผลที่คาดวา่ จะไดร้ บั จะตอ้ งสนองตอบวตั ถุประสงคท์ ่ีต้งั ไว้ หากวตั ถุประสงคต์ ้งั ไวม้ าก ผลท่ีคาดวา่ จะ
ไดร้ บั ก็มีมากตามไปดว้ ยและแมว้ ่าจะเป็ นวตั ถุประสงค์เพียงหน่ึงเดียว แต่ผลท่ีคาดว่าจะไดร้ บั อาจมีมากกว่า
หน่ึง สอง สาม ไดเ้ สมอ ก็อาจมีไดเ้ ชน่ เดียวกนั วา่ วตั ถุประสงคม์ ีมาก แต่ไดผ้ ลน้อยคือผลเป็ นหนึ่งเดียว อนั น้ ีก็
ตอ้ งแสดงใหเ้ หน็ ชดั เจนวา่ ทาํ ไมถึงเป็ นเชน่ น้ัน
ผลที่คาดวา่ จะไดร้ บั เชน่ ทําใหป้ ระชาชนเดินทางสะดวกมากข้ ึน/ทาํ ใหก้ ารคมนาคมสะดวกมาก
ข้ ึน/ทาํ ใหป้ ระชาชนเดินทางไป – มา สะดวกมากข้ ึน/ลดระยะเวลาในการเดินทาง/ทําใหน้ ้ําท่วมขงั ในพ้ ืนท่ี
ลดลง เป็ นตน้
ดร.สรุ ยิ ะ หินเมืองเก่า การตดิ ตามและประเมินผลแผนพฒั นาทอ้ งถ่ ินขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ ิน หนา้ 76
5. การจดั การองคค์ วามรู้ (Knowledge Management) เพื่อนาไปสูก่ ารพฒั นาทอ้ งถิ่น
การพัฒนาท้องถิ่นตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ได้มี
บทบญั ญตั ิใน มาตรา 2560 กาํ หนดการบรหิ ารราชการส่วนทอ้ งถิ่นในการจดั ทาํ บริการสาธารณะและ
กิจกรรมสาธารณะตามหน้าท่ีและอาํ นาจวา่ “องคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิ่นมีหน้าที่และอาํ นาจดูแลและ
จดั ทําบริการสาธารณะและกิจกรรมสาธารณะเพื่อประโยชน์ของประชาชนในทอ้ งถ่ินตามหลักการ
พฒั นาอย่างยงั่ ยืน รวมท้ังส่งเสริมและสนับสนุนการจดั การศึกษาใหแ้ ก่ประชาชนในทอ้ งถ่ิน ท้ังน้ ี
ตามท่ีกฎหมายบญั ญตั ิ””และไดก้ าํ หนดการมีส่วนร่วมของประชาชนในการพฒั นาทอ้ งถ่ินในมาตรา
2563 วา่ “ในการดาํ เนินงาน ใหอ้ งคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถิ่น สภาทอ้ งถิ่น และผบู้ ริหารทอ้ งถ่ินเปิ ดเผย
ขอ้ มูลและรายงานผลการดาํ เนินงานใหป้ ระชาชนทราบ รวมตลอดท้งั มีกลไกใหป้ ระชาชนในทอ้ งถ่ินมี
สว่ นรว่ มดว้ ย ท้งั น้ ี ตามหลกั เกณฑแ์ ละวธิ ีการที่กฎหมายบญั ญัติ”
ดงั น้ัน ผูบ้ ริหารทอ้ งถ่ิน สมาชิกสภาทอ้ งถิ่น ขา้ ราชการหรือพนักงานส่วนทอ้ งถ่ินจึงตอ้ งมี
องคค์ วามรตู้ า่ ง ๆ ในการบริหารจดั การเพื่อการพฒั นาทอ้ งถ่ินเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนในทอ้ งถ่ิน
1. การจดั การองคค์ วามรู้ (Knowledge Management)
องค์กรปกครองส่วนทอ้ งถ่ินตอ้ งปฏิบัติภารกิจภายใตก้ ฎหมายที่กําหนดท่ีเป็ นอยู่ปัจจุบันให้
เกิดผลสําเร็จดว้ ยปัจจยั อันจาํ กดั ที่จะตอ้ งใหป้ ระชาชนคือลูกคา้ ไดร้ บั ประโยชน์มากท่ีสุดผูป้ ฏิบัติจึงมีความ
จาํ เป็ นตอ้ งมีความรอบรูใ้ นเรื่องกิจการสาธารณะขององค์กรปกครองส่วนทอ้ งถิ่นและความสัมพนั ธ์ในการ
บริหารกบั หน่วยงานราชการ รฐั วสิ าหกิจ องคก์ รภาคประชาชน ธุรกิจต่าง ๆ ของประชาชน การแสวงหาความรู้
จึงมีความสาํ คญั ต่อการพฒั นาทอ้ งถ่ิน
สุประภาดา โชติมณี (2551) การจดั การความรู้ (Knowledge Management : KM) คือ
การบริหารจัดการความรูท้ ่ีตอ้ งใชใ้ หแ้ ก่คนที่ตอ้ งการในเวลาที่ตอ้ งใชเ้ พื่อใหค้ นทํางานไดอ้ ย่างมี
ประสิทธิผลและสง่ ผลใหอ้ งคก์ รประสบความสาํ เร็จตามเป้าหมายที่ต้งั ไว้ ดงั นิยาม “Right Knowledge
Right People Right Time”
วจิ ารณ์ พานิช (2549) การจดั การความรูเ้ ป็ นการดําเนินการอยา่ งน้อย 6 ประการต่อ
ความรู้ ไดแ้ ก่ (1) การกาํ หนดความรหู้ ลกั ท่ีจาํ เป็ นหรือสาํ คญั ตอ่ งานหรอื กิจกรรมของกลุ่มหรือองคก์ ร
(2) การเสาะหาความรูท้ ี่ตอ้ งการ (3) การปรบั ปรุง ดดั แปลง หรือสรา้ งความรูบ้ างส่วนใหเ้ หมาะสม
ต่อการใชง้ านของตน (4) การประยุกต์ใชค้ วามรูใ้ นกิจการงานของตน (5) การนําประสบการณ์จาก
การทาํ งานและการประยกุ ตใ์ ชค้ วามรมู้ าแลกเปลี่ยนเรียนรูแ้ ละสกดั “ขุมความรู”้ ออกมาบนั ทึกไว้ (6)
การจดั บนั ทึก “ขุมความรู”้ และ “แก่นความร”ู้ สาํ หรบั ไวใ้ ชง้ านและปรบั ปรุงเป็ นชุดความรูท้ ี่ครบถว้ น
ลุ่มลึกและเชื่อมโยงมากข้ ึน เหมาะต่อการใชง้ านมากย่ิงข้ ึน โดยท่ีการดาํ เนินการ 6 ประการน้ ีบูรณา
การเป็ นเน้ ือเดียวกนั
ดร.สุรยิ ะ หินเมืองเก่า การติดตามและประเมินผลแผนพฒั นาทอ้ งถ่ ินขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ ิน หนา้ 77
น้ําทิพย์ วภิ าวิน (2547) การจดั การความรูม้ าจากคาํ วา่ Knowledge และ Management
หมายถึงการจดั การสารสนเทศ (Information) และการบริหารคน (People) ความรู้ (Knowledge) มี
ความเกี่ยวขอ้ งกบั ขอ้ มลู สารสนเทศ ความรูแ้ ละปัญญา ขอ้ มูลสารสนเทศท่ีนําไปสู่การปฏิบตั ิหรือการ
ใชง้ าน (Information in action) เป็ นแนวทางในการกําหนดความคิด พฤติกรรมและการส่ือสาร
ระหวา่ งบุคคล ขอ้ มูลดิบ (Data) คือขอ้ ความท่ีถูกนํามาเรียบเรียงไว้ หรือขอ้ มูลท่ีผ่านการประมวลผล
ปัญญา (Wisdom) คือความเขา้ ใจโดยใชค้ วามรตู้ ามวตั ถุประสงค์
พรธิดา วิเชียรปัญญา (2547) กระบวนการของการจัดการความรู้ ( Knowledge
Management Process) ประกอบดว้ ยกระบวนการที่สําคัญคือ 1) การจัดหาความรู้ (Knowledge
Acquisition) 2) การจดั เก็บและคน้ คืนความรู้ (Knowledge Storage and Retrieval) 3) การใชค้ วามรู้
(Knowledge Usage/Utilization) 4) การเคลื่อนยา้ ย/กระจาย/การแบ่งปันความรู้ (Knowledge
Transfer/Distribution/Sharing) 5) การสรา้ งความรูใ้ หม่ (New Knowledge Creation) เป็ นวฏั จกั รที่
สืบเน่ืองกนั ความรูค้ ือส่วนผสมของกรอบประสบการณ์ คุณค่า สารสนเทศท่ีเป็ นสภาพแวดลอ้ มและ
กรอบการทํางาน ช่องว่างของความรู้ (Knowledge Gaps) แสดงใหเ้ ห็นถึงว่า “ตนเองไม่มีความรู”้
ซึ่งตอ้ งใชก้ ระบวนการของการจดั การความรเู้ พอื่ ลดชอ่ งวา่ งและเติมเต็มความรใู้ หก้ บั บุคลากรเหล่าน้ัน
ความรูท้ ่ีเกิดจากการเรียนรู้ ความรูใ้ นเร่ืองของทอ้ งถิ่นนํามาบริหารจัดการเป็ นองค์ความรูเ้ พื่อ
พฒั นาทอ้ งถิ่นโดยการกาํ หนดประเด็นยุทธศาสตรก์ ารพฒั นาจะตอ้ งมีการกาํ หนดวตั ถุประสงค์ (objective) ใน
แต่ละประเด็นยุทธศาสตร์ใหถ้ ูกตอ้ งและสอดคลอ้ งกัน กําหนดหน่วยงานที่มีหน้าที่รบั ผิดชอบ หน่วยงานที่
เก่ียวขอ้ งอ่ืน ๆ และหน่วยงานท่ีสนับสนุน จะตอ้ งกาํ หนดดชั นีช้ ีวดั ผลงานระดบั ขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิ่น
และระดบั หน่วยงาน (Strategic Plan’s KPI) (กอง/ส่วน/ฝ่ าย) ที่รบั ผิดชอบ กาํ หนดยุทธวิธี (tactics) หรือ
แผนงานในการปฏิบตั ิและการกาํ หนดเป้าหมาย (targets) ของแต่ละกิจกรรม (activities) พรอ้ มกบั ดชั นีช้ ีวดั ผล
งานระดับแผนปฏิบตั ิการ (Action Plan’s KPI) หรือแผนการดําเนินงานซ่ึงไดแ้ สดงรายละเอียดต่าง ๆ ของ
โครงการท่ีไดด้ ําเนินการจริงตามงบประมาณท่ีต้ังไวข้ องทุกหน่วยงานที่ไดด้ ําเนินการในพ้ ืนท่ี เพื่อบอกถึง
ผลสมั ฤทธ์ิที่เกิดข้ ึนสามารถวดั ไดแ้ ละตรวจสอบไดท้ ้งั ในเชงิ คุณภาพและปริมาณซ่ึงจะตอ้ งมีความสมั พนั ธ์กบั ผล
ปฏบิ ตั ิการตอ่ สงั คมชุมชน
บรรดาแผนยุทธศาสตรก์ ารพฒั นาและแผนพฒั นาสามปี ขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิ่นจะตอ้ ง
กาํ หนดจากความตอ้ งการของประชาชนภายใตก้ ฎหมายที่ไดก้ าํ หนดอาํ นาจ หน้าท่ี บทบาทท่ีสามารถใหก้ ระทาํ
ได้ ซึ่งผูม้ ีหน้าที่และมีส่วนเกี่ยวขอ้ งกับการวางแผนพฒั นาทอ้ งถ่ินจําเป็ นตอ้ งสรา้ งองค์ความรูเ้ พื่อใหเ้ กิด
แนวความคิดในเชิงพฒั นาพ้ ืนท่ีและมีมุมมองการพฒั นาแบบมีส่วนร่วมของประชาชน ซ่ึงในท่ีน้ ีจะไดก้ ล่าว
เฉพาะในประเด็นของการกระทาํ ทางสงั คม (Social Action) ประชาสงั คม (Civil Society) ความหลากหลายทาง
วฒั นธรรม (Heterogeneity) รฐั สวสั ดิการ (Welfare State) และหลกั ธรรมาภิบาล (Good Governance)
ดร.สรุ ยิ ะ หินเมืองเก่า การตดิ ตามและประเมินผลแผนพฒั นาทอ้ งถ่ ินขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ ิน หนา้ 78
2. การกระทาทางสงั คม (Social Action)
การกระทําที่ของคนในสงั คมเป็ นเป้าหมายแห่งการกระทําของเราและผูท้ ่ีอยู่ในสงั คมซึ่ง
เป็ นเป้าหมายน้ ีสามารถเขา้ ใจเจตนาแหง่ การกระทาํ ของเราได้ การกระทําเพ่ือใหเ้ กิดการปฏิสมั พนั ธท์ ่ี
ดีเพ่ือการแลกเปล่ียนขอ้ มูลท่ีเป็ นประโยชน์ เป็ นส่ิงที่เราตอ้ งการ การแลกเปล่ียนความเขา้ ใจความ
คาดหวงั ของกนั และกนั จะชว่ ยใหม้ กี ารปรบั ตวั เขา้ หากนั ในการเปลี่ยนแปลงทัศนคติ แนวคิด ความเช่ือ
ค่านิยมของเราอยตู่ ลอดเวลาท้งั น้ ีก็เพ่ือใหต้ วั เราสามารถเขา้ กนั ไดก้ บั คนในสงั คมและเกิดการยอมรบั
กนั ในท่ีสุด
สญั ญา สญั ญาวิวฒั น์ (2547) การกระทาํ ทางสงั คม (social action)เป็ นการกระทาํ ของ
มนุษย์ หากไม่ใช่การกระทาํ ของมนุษยก์ ็จะไมใ่ ช่การกระทําทางสังคม ใช่วา่ การกระทําของมนุษยท์ ุก
อยา่ งจะเป็ นการกระทําทางสังคมท้งั หมดก็หาไม่ การกระทาํ ท่ีจะเป็ นการกระทําทางสังคมจะตอ้ งเป็ น
การกระทําท่ีมนุษยก์ บั มนุษย์ เช่น การพูดคุย ชกต่อย ยกั ค้ ิว โบกมือ โดยที่อีกฝ่ ายหนึ่งไมต่ อ้ งกระทํา
ตอบก็ไดห้ รือกระทาํ ตอบก็ได้ แต่ถา้ เป็ นการกระทาํ ตอบจะเรยี กวา่ เป็ นการกระทาํ ระหวา่ งกนั ทางสงั คม
social interaction หรือกล่าวอีกนัยหน่ึงการกระทําระหวา่ งกนั ทางสงั คมประกอบดว้ ยการกระทําทาง
สงั คมอยา่ งน้อยสองประการข้ ึนไป การกระทําทางสงั คมอาจไม่ตอ้ งทําซ่ึงหน้าหรือต่อหน้ามนุษยก์ ็ได้
กล่าวโดยสรุป คําว่าทางสังคม (social) มีความหมายว่า หนึ่งเป็ นเร่ืองของมนุษย์ สองเป็ นเร่ืองที่
มนุษยก์ ระทาํ กบั มนุษย์ และสามเป็ นเรอื่ งที่มนุษยก์ ระทาํ (ลบั หลงั ) เพ่ือมนุษย์
อานันท์ กาญจนพนั ธุ์ (2548) ผูป้ ฏิบตั ิการทางสงั คม (social actor) อาจหมายถึงกลุ่ม
คนก็ได้ อาจหมายถึงกลุ่มชาติพนั ธุ์ หมายถึงกลุ่มผูพ้ ิการหรือกลุ่มที่เป็ นโรคบางอย่างที่สําคัญ เช่น
กลุม่ คนที่เป็ นโรคเอดส์ เม่ือเขา้ สู่สงั คมเปล่ียนแปลงมากข้ ึนการพฒั นาที่เรามกั มองในแงท่ ่ีวา่ ทาํ ใหด้ ีข้ ึน
กลบั กลายเป็ นวา่ การพฒั นาที่เขา้ มาก็ไม่ไดด้ ีเสมอไป บางดา้ นมคี วามเป็ นอยดู่ ีข้ ึนหรือกลบั สรา้ งปัญหา
ใหม่ ๆ ที่สลบั ซบั ซอ้ นมากมาย
มงคล หวังสุดใจ ชมพู โกติรัมย์ (2547) การกระทําทางสังคมเป็ นกระบวนการ
ตอบสนองซ่ึงกนั และกันในการแสดงออกระหวา่ งกลุ่มหรือบุคคล โดยพฤติกรรมของบุคคลหน่ึง โดย
ผ่านกระบวนการสื่อความหมายที่ใชส้ ัญลักษณ์ร่วมกนั เช่น ภาษา กิริยาท่าทาง เป็ นตน้ เน่ืองจาก
สงั คมมนุษยเ์ ต็มไปดว้ ยความขดั แยง้ มากมาย เชน่ ความขดั แยง้ ทางสีผิว ศาสนา ผลประโยชน์ บางคร้งั
มนุษยม์ กี ารแขง่ ขนั ระหวา่ งกลุ่มเพ่ือแสวงหาเป้าหมายของชีวติ และบางครง้ั ต่างฝ่ ายต่างใหค้ วามรว่ มมือ
เป็ นอยา่ งดี ปรากฏการณต์ ่าง ๆ เหล่าน้ ี ทําใหม้ นุษยแ์ สวงหาทางออกในท่ีสุด จึงเกิดการกระทําทาง
สังคมภายใตร้ ะเบียบแบบแผน สัญลักษณ์ วัฒนธรรม เพื่อปฏิสัมพันธ์เป็ นไปย่างราบรื่น และเอ้ ือ
ประโยชน์แกท่ ุกฝ่ าย
ในสงั คมชุมชนตอ้ งรถู้ ึงการกระทําของมนุษย์ (Human Action) ซ่ึงมีผลต่อการกระทาํ ทาง
สงั คม คือ การกระทาํ ท่ีมีเหตุผล (rational) เป็ นการกระทําที่ใชว้ ธิ ีการอนั เหมาะสมในอนั ที่จะบรรลุถึง
วตั ถุประสงคท์ ่ีเลือกไวอ้ ยา่ งมีเหตุผล การกระทําดงั กล่าวมุ่งไปในดา้ นการเมือง เศรษฐกิจ และสงั คม
การกระทาํ เก่ียวกบั ค่านิยม (value) จะตอ้ งไม่ละเลยในค่านิยมสมบูรณ์ของชุมชนในส่ิงท่ีเหมาะสม ส่ิง
ดร.สุรยิ ะ หินเมืองเก่า การติดตามและประเมินผลแผนพฒั นาทอ้ งถ่ ินขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ ิน หนา้ 79
ที่เป็ นคา่ นิยมในชุมชนไมอ่ าจละเลยและดูถูกดูแคลนได้ เพราะค่านิยมในชุมชนลว้ นเป็ นการกระทาํ มุง่
ไปในทางจรยิ ธรรม ความเชอื่ เพอื่ ใหเ้ กิดการยดึ มนั่ และเกิดหลกั ศีลธรรมอนั ดี เพ่ือการดาํ รงไวซ้ ่ึงความ
เป็ นระเบียบในชีวิตทางสงั คม การกระทําตามประเพณี (traditional) การสืบทอดมาเป็ นระยะเวลา
ยาวนานเกิดอตั ลกั ษณ์ เป็ นการกระทาํ ที่ไมเ่ ปล่ียนแปลง ยดึ แบบอยา่ งที่ดีทาํ มากนั ต้งั แต่อดีตโดยไม่คาํ
น่ึงถึงเหตุผลแต่สามารถสรา้ งสนั ติสุขในสังคมชุมชนไดเ้ ป็ นสิ่งท่ีละเลยไม่ไดแ้ ละการกระทําดว้ ยความ
เสน่หา (affective) เป็ นความผูกพนั ทางจิต เป็ นความเชื่อส่วนบุคคลไมค่ าํ นึงถึงเหตุผลใด ๆ การทํา
แบบน้ ีจาํ เป็ นตอ้ งสรา้ งความผูกพนั ใหเ้ กิดการกระทาํ ทางสงั คมใหเ้ ป็ นเรอื่ งสาธารณะและการยอมรบั ได้
เพอ่ื นําไปสู่การพฒั นาทอ้ งถิ่นแบบมีสว่ นรว่ ม
การพฒั นาองคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ินสังคมชุมชนในทอ้ งถิ่นที่จะร่วมกนั เปล่ียนแปลงหรือการ
พฒั นาเศรษฐกิจ สงั คม การเมอื งในชุมชนทอ้ งถิ่นของตนเอง ซง่ึ การดาํ เนินการใด ๆ น้ัน ตอ้ งกระทาํ โดยใหเ้ ป็ น
กิจการสาธารณะและมีเหตุผลแห่งการกระทําน้ัน เพราะองคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิ่น เป็ นการบริหารนโยบาย
สาธารณะมิใชก่ ารบริหารนโยบายเพื่อใหห้ มู่คณะหรือบุคคลใดบุคคลหน่ึงเพ่ือประโยชน์แห่งตน การกระทําท่ี
ตอ้ งมุ่งเน้นภารกิจในชุมชนท่ีตอ้ งคํานึงถึงจารีต ประเพณีของสังคมน้ัน ๆ ความตอ้ งการของชุมชนหนึ่งอาจ
มิใชค่ วามตอ้ งการของอีกชุมชนหนึ่งก็เป็ นได้ ฉะน้ัน การกระทําใด ๆ ทางสงั คมยอ่ มจะตอ้ งคาํ นึงถึงผลกระทบ
ต่อชุมชน สภาวะแวดลอ้ มในชุมชนและผลท่ีจะเกิดข้ ึนตอ่ องคร์ วมของประเทศ
กล่าวโดยสรุป การวางแผนพฒั นาองค์กรปกครองส่วนทอ้ งถ่ินเป็ นการกระทาํ ทางสงั คมในระดับ
ทอ้ งถิ่นเพื่อมุง่ ผลใหเ้ กิดการเปลี่ยนแปลงในทิศทางท่ีดีข้ ึน ลดผลกระทบต่อการเปล่ียนแปลงน้อยท่ีสุด เพราะวา่
ในทอ้ งถิ่นน้ัน ๆ บุคคล กลุ่มบุคคล หรือปัจเจกบุคคล กลุ่มองค์กรต่าง ๆ จะตอ้ งมีการประสานผลประโยชน์ซ่ึง
กนั และกนั เป็ นการกระทาํ ทางสาธารณะเป็ นประโยชน์ส่วนรวม แมว้ า่ การไดร้ บั ประโยชน์น้ันอาจไมเ่ ท่าเทียมกนั
ในบางเร่ือง แต่ก็เป็ นการพฒั นาทอ้ งถ่ินแบบองคร์ วมไม่แบ่งยอ่ ยลงไปว่าใครไดม้ ากใครไดน้ ้อยกวา่ กันแต่เป็ น
การพฒั นาที่คนในสงั คมยอมรบั กบั การกระทําน้ันโดยมิไดถ้ ูกบงั คบั ขู่เข็ญ จากผูม้ ีอาํ นาจรฐั ใด ๆ หรืออาํ นาจ
นอกระบบที่มีอยใู่ นชุมชน หมบู่ า้ น ตาํ บลน้ัน การกระทาํ ทางสงั คมน้ ีจาํ เป็ นตอ้ งนําคา่ นิยม ประเพณี วฒั นธรรม
ของชุมชนมาเป็ นเหตุผลของการกระทาํ ทางสงั คมทุกคร้งั
3. ประชาสงั คม (Civil Society)
บทบาทของประชาสังคมของประชาชนจะเป็ นเคร่ืองมือสําคญั สะทอ้ นปัญหาของสังคมท่ี
ไม่ใช่เฉพาะปัจเจกชน เป็ นความดีที่ถูกนํามาใชเ้ พื่อการขจัดอํานาจเบ็ดเสร็จ เพราะว่าผลของการ
เลือกต้งั ในระดบั ใดก็ตาม ผชู้ นะการเลือกต้งั ไมใ่ ชผ่ มู้ ชี ยั ชนะเพียงฝ่ ายเดียวและก็ใชว่ า่ มีอาํ นาจเบ็ดเสร็จ
บทบาทของประชาชนในรูปของประชาสงั คมจะช่วยสะทอ้ นใหเ้ ห็นการขบั เคลื่อนไปสู่การเปลี่ยนแปลง
และเกิด “ธรรมรฐั ” หรอื “ธรรมาภิบาล” ได้
อมรา พงศาพิชญ์ (2547) Civil Society ในสงั คมมีลกั ษณะเป็ นประชาสงั คม องคก์ รทาง
สังคมจะทําหน้าท่ีเป็ นกลไกตรวจสอบการทํางานของหน่วยต่าง ๆ ประชาสังคม คือ สังคมที่มี
องค์ประกอบย่อยแยกต่างหากจากกลไกรัฐและกลุ่มยอ่ ยหรือกลุ่มองค์กรสังคมเหล่าน้ ีมีวิสยั ทัศน์ใน
เรอ่ื งการพฒั นาทางสงั คมที่ใหค้ วามสาํ คญั กบั เรือ่ งจรยิ ธรรมหรอื ความถูกตอ้ งชอบธรรม
ดร.สุรยิ ะ หินเมืองเก่า การตดิ ตามและประเมินผลแผนพฒั นาทอ้ งถ่ ินขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ ิน หนา้ 80
เอนก เหล่าธรรมทัศน์ (2546) ประชาสังคมหมายถึงอะไรท่ีไม่ใช่รัฐ ไม่ธุรกิจ ไม่ใช่องค์กร
ปกครองส่วนทอ้ งถิ่น แต่คือ องคาพยพท่ี 4 ของประเทศ ประเทศควรประกอบดว้ ย 4 องคาพยพ หนึ่ง รฐั หรือ
รฐั บาล สอง องคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ิน สาม ตลาดหรือวา่ ภาคเอกชน ส่ี ประชาสงั คม ประชาสงั คมจึงหมายถึง
ชุมชน ชมรม สมาคม กลุ่มกอ้ นอะไรต่าง ๆ ที่จัดต้ังข้ ึนมาเพื่อสันทนาการ เพื่อไมตรีจิตมิตรภาพ ความ
สมานฉนั ท์ เพื่อประโยชน์ของสว่ นรวม เพ่อื ประโยชน์ของวชิ าชีพ เพื่อประโยชน์ของชุมชนรว่ มกนั สงั คมไทยเดิมก็
มี Self Government ซึ่งก็คือ ประชาสังคมในระดบั ต่าง ๆ อยู่พอสมควร เช่น ในระดบั หมู่บา้ น ระดับตําบล
หมบู่ า้ นและตาํ บลถา้ มองจากรฐั มนั ก็เป็ นการปกครองทอ้ งที่ เป็ นส่วนหน่ึงของภูมิภาค แต่ถา้ มองจากประชาชน
มนั ก็คือ Self Government มนั ก็คือประชาสงั คมของเขา แต่เป็ นประชาสงั คมที่เน้นพ้ ืนท่ีแทนที่จะเน้นวชิ าชีพ
แทนท่ีจะเนน้ ความสนใจ กลบั เนน้ ที่พ้ ืนท่ี เม่ือ 20-30 ปี ที่ผ่านมาหมบู่ า้ นและตาํ บลเป็ น Self Government หรือ
วา่ ประชาสงั คม เพราะผูใ้ หญ่บา้ นเรียกประชุมชาวบา้ นตอนกลางคืนมากันแทบทุกครวั เรือน แลว้ มาถึงก็จะคุย
กนั เรอื่ งหมบู่ า้ นเรามีปัญหาอะไร แลว้ ก็หารือกนั วา่ เราจะแกป้ ัญหาเหล่าน้ันไดอ้ ยา่ งไร และวิธีแกป้ ัญหาก็มกั จะ
เป็ นวา่ พวกเราจะชว่ ยกนั อยา่ งไร ยงั ไมใ่ ชย่ คุ ของการที่คิดวา่ จะมีงบอะไรจากรฐั บาล ยงั ไมใ่ ช่ยุคของการท่ีวา่ จะให้
ส.ส. คนไหนชว่ ย ยงั ไม่ใชย่ ุคของการใชอ้ ุปถมั ภแ์ นวดิ่งแกป้ ัญหา เชน่ พอรูว้ า่ ปัญหาของหมูบ่ า้ นเราก็คือโจรเขา้
มาลกั ควาย วิธีแกก้ ็คือใหพ้ วกเราแต่ละบา้ นส่งคนมาบา้ นละ 1 คน จุดทางเขา้ ออกหมู่บา้ นหรือการลงแขกเมื่อ
เวลาเก็บเก่ียวมาถึงหรือว่าการทําถนน ซ่อมถนนก็เกณฑ์กันออกไปซ่อมไปดูแล เพราะฉะน้ันก็เป็ น Self
Government
การกระทําต่อสงั คม ชุมชนทอ้ งถิ่นตอ้ งเป็ นการกระทําร่วมกนั อยา่ งสันติ (peace) อยูร่ ่วมกนั ดว้ ย
ความรกั และความรบั ผิดชอบรว่ มกนั เพอื่ ใหเ้ กิดสนั ติสุข (peacemaking) ท้งั ในเชิงโครงสรา้ งทางสงั คมชุมชน การ
พฒั นาชุมชน เพ่ือแสวงหาขอ้ ยุติความขดั แยง้ (closure) โดยผ่านกระบวนการทางสงั คมของการพูดคุยหรือสาน
เสวนาร่วมกนั (dialogue) และคาํ วา่ ขอโทษ (apology) เพ่ือเป็ นการยอมรบั กันและใหเ้ กียรติซึ่งกนั และกัน ดว้ ย
ความผูกพันที่เกิดข้ ึนจนกลายเป็ นค่านิยม (value) เกิดเป็ นประเพณีสืบทอดกันต่อไป ฉะน้ันในสังคมที่มี
ลกั ษณะเป็ นประชาสงั คมในภาคขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ินจะถูกตรวจสอบไดอ้ ยา่ งเปิ ดเผย เป็ นกนั เอง แบบ
งา่ ยแตม่ รี ะบบต่อภาคประชาสงั คม ตอ้ งคาํ นึงถึงปัจเจกบุคคลและความหลากหลายทางสงั คมทอ้ งถิ่นตอ้ งพฒั นา
แบบพลวตั รที่ประชาสงั คมมสี ่วนรว่ มในการสรา้ งความสุขในชุมชน ใหค้ วามสาํ คญั กบั การขบั เคล่ือนภาคประชา
สงั คมไมใ่ ช่ยึดระบบราชการจนเป็ นการปล่อยใหส้ งั คมเส่ือม ประชาชนอดอยาก ยากจนบนฐานการใชอ้ าํ นาจรฐั
ในรูปของกฎหมายตามตวั บท
ประชาสงั คมไมใ่ ชห่ ลกั ของเสียงสว่ นใหญห่ รือเสียงสว่ นน้อย ไมใ่ ชห่ ลกั ของการสรา้ งอาํ นาจ
จากระบอบประชาธิปไตยท่ีใชเ้ ป็ นเคร่ืองมืออนั ชอบธรรมเพ่ือกล่าวอา้ งการเป็ นประชาสังคม เพราะ
ประชาสงั คมจะเกิดข้ ึนไดก้ ็แต่โดยคนในชุมชน สงั คมอยดู่ ว้ ยกนั แบบมีความรบั ผิดชอบร่วม การเก้ ือกูล
ในทางมิติสงั คม การเมือง เศรษฐกิจ การศึกษาและวฒั นธรรมที่ไม่แปลกแยก และย่งิ ในยุคสงั คมไทย
ปัจจุบนั คาํ วา่ ประชาธิปไตยยิ่งห่างกบั ประชาสังคม เป็ นกาํ แพงท่ีขวางก้นั อยา่ งเหนียวแน่นและคงทน
ไมใ่ ชก่ ารเชอ่ื มตอ่ รอ้ ยรวงใหเ้ ขา้ ดว้ ยกนั และประชาสงั คมก็เป็ นเพียงสิ่งที่เป็ นวาทกรรมหลอกลวงวา่ เป็ น
การเช่อื มต่อและเหน็ รว่ มแบบประชาธิปไตยแบบไทย ๆ
ดร.สรุ ยิ ะ หนิ เมืองเก่า การตดิ ตามและประเมินผลแผนพฒั นาทอ้ งถ่ ินขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ ิน หนา้ 81
กลุ่มเส้ ือสีแดง เส้ ือสีเหลือง เส้ ือสีน้ําเงิน กลุ่มเส้ ือหลากสี่หรือมีหลายสี กลุ่มหน้ากากขาว หน้ากาก
เขียว หน้ากากหมา (เริ่มตน้ ก็ใสห่ น้ากากเขา้ หากนั แลว้ มนั จะมีอุดมคติในทางการเมืองท่ีจะสรา้ งใหเ้ ป็ นรฐั ที่ดีได้
อยา่ งไร) กลุ่มตีนตบ กลุ่มมือตบ จึงไม่ใช่ประชาสงั คมเป็ นกลุ่มเคลื่อนไหวทางสงั คมหนึ่งท่ีเป็ นส่วนหนึ่งของการ
ขบั เคล่ือนเพื่อใหไ้ ดป้ ระโยชน์ในกลุ่มของตนโดยใชร้ ะบอบประชาธิปไตยเป็ นเกาะกาํ บงั ซ่ึงประชาธิปไตยท่ีไมเ่ ป็ น
ประชาธิปไตยท้งั หมด จะเป็ นอนาธิปไตย (anarchy) เสียมากวา่
กล่าวโดยสรุป ประชาธิปไตยไม่ได้ยึดโยงท่ีเป็ นผลใหเ้ กิดประชาสังคมเต็มรูปแบบ
แต่ประชาธิปไตยเป็ นตัวระบอบท่ีจะส่งเสริมใหเ้ กิดประชาสังคมได้ ในขอ้ เท็จจริงและสถานการณ์
ปัจจุบนั ของสงั คมไทย ประชาสงั คมใกลจ้ ะตายไปจากสงั คมไทยไปแลว้ เพราะวา่ สิ่งท่ีเกิดข้ ึน ส่ิงท่ีเห็น
เม่ือ 20 ปี ยอ้ นหลงั ไปน้ัน ประชาชนในทอ้ งถิ่นจะร่วมกันทํากิจกรรมสาธารณะไม่ว่าจะเป็ นเช้ ือชาติ
เผ่าพนั ธุใ์ ด ศาสนาใด ลว้ นรว่ มมือรว่ มใจกนั ทาํ งาน กิจการสาธารณะในพ้ นื ที่ดว้ ยความสมคั รใจ เต็มใจ
และมีความสุขจากการไดร้ ว่ มทํา รวมกลุ่มเป็ นประชาสงั คม การแกไ้ ขปัญหา การพฒั นาในหมู่บา้ นจะ
เร่ิมจากคาํ ถามท่ีวา่ ใครจะทาํ อะไร ใครจะชว่ ยกนั ไดอ้ ยา่ งไร ใครจะออกแรง ใครจะออกค่าอาหาร ใคร
จะสนับสนุนเร่ืองอะไร ไม่ใช่เราจะไดง้ บประมาณมาจากไหน ใครจะใหง้ บประมาณ เมื่อใชง้ บประมาณ
แลว้ เราจะไดเ้ งินท่ีเหลือจากงบประมาณเท่าไหร่ การทาํ ความสะอาดในวนั สาํ คญั เชน่ วนั ที่ 5 ธนั วาคม
ทุกคนต่างร่วมแรงร่วมใจหยุดงาน ทํากิจกรรมสาธารณะร่วมกันในหมู่บา้ น ทุกคนไม่คิด ไม่คุยเร่ือง
งบประมาณมาจากไหน แต่เดี๋ยวน้ ีถา้ ไมม่ งี บประมาณ ไมม่ ีเงินมาให้ ไมท่ ํา ประชาสงั คมไมเ่ กิดแต่บอก
วา่ มปี ระชาธิปไตย สงั คมชุมชนไทยควรหวนกลบั มาเป็ นประชาสงั คมอีกคร้งั เพ่ือลดความขดั แยง้ และอยู่
รว่ มกนั แบบมคี วามสุขดว้ ยรกั และผกู พนั ของความเป็ นไทยจรงิ ๆ
4. ความหลากหลายทางวฒั นธรรม (Heterogeneity)
ความหลากหลายทางวฒั นธรรมกอ่ ใหเ้ กดิ ความแตกต่าง การแบง่ และแยกกลุ่ม ฝ่ าย ซงึ่ เกิดข้ ึนไดใ้ นทุก
ประเทศและในทุกระดบั ของสงั คมประเทศ เพราะกลุม่ ชาติพนั ธุข์ องคนในชาติและในชุมชนท่ีมาต่างกนั
การเกิดวฒั นธรรมย่อมแตกต่างกนั ดว้ ยเช่นกนั ไม่วา่ จะเกิดจากการแบ่งแยกโดยตัววฒั นธรรมท่ีเป็ น
แบบชนช้นั เกิดจากลกั ษณะทางภูมิศาสตร์ เกิดจากการผนวกดินแดน เกิดจากการอพยพยา้ ยถ่ินฐาน
เกิดจากการเป็ นประเทศราชเป็ นประเทศอาณานิคม
อมรา พงศาพชิ ญ์ (2547) เน่ืองจากสงั คมวฒั นธรรมมีความหลากหลายทางคุณลกั ษณะ
และรูปแบบ วัฒนธรรม แต่ละชุดย่อมมีเหตุผลของการเกิดและมีคุณค่าสําหรับสังคมน้ัน ๆ การ
เปรียบเทียบวฒั นธรรมในเชิงคุณค่าหรือความเจริญกา้ วหน้าในลกั ษณะใครดีกวา่ กนั หรือใครกา้ วหน้า
กว่ากันจึงเป็ นการไม่เหมาะสม ท้ังน้ ี เพราะวัฒนธรรมมีลักษณะสัมพันธ์ (cultural relativism)
วฒั นธรรมแตล่ ะชุดมคี วามสอดคลอ้ งกบั สภาพแวดลอ้ มและสภาพสงั คมของตน การเกิดวฒั นธรรมและ
การเปล่ียนแปลงทางวัฒนธรรมมีลักษณะเฉพาะตัวเปรียบเทียบกันไดย้ ากในสังคมท่ีมีกลุ่มคนท่ี
หลากหลายทางวฒั นธรรม การตอบสนองความตอ้ งการของประชาชนและสงั คมโดยรฐั ทาํ ไดไ้ มท่ วั่ ถึง
เพราะมีความตอ้ งการที่แตกต่างกนั
ดร.สรุ ยิ ะ หนิ เมืองเก่า การตดิ ตามและประเมินผลแผนพฒั นาทอ้ งถ่ ินขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ ิน หนา้ 82
คณะนักศึกษาหลกั สูตรประกาศนียบตั รช้นั สูงการเสริมสรา้ งสงั คมสนั ติสุข รุ่นท่ี 2 (4ส2)
(2556) สถาบันปกเกลา้ สํานักสันติและธรรมาภิบาล ไดด้ ําเนินการวิจัยเรื่อง “สันติวิธี : วิถี
วฒั นธรรมสู่การแกป้ ัญหาชายแดนใต”้ พบวา่ ปัญหาความไม่สงบในจงั หวดั ชายแดนภาคใตม้ ีรากฐาน
สาํ คญั ประการหน่ึงมาจากความไมเ่ ขา้ ใจกนั อนั เนื่องมาจากความแตกตา่ งดา้ นชาติพนั ธุ์และวิถีชีวติ ของ
ประชาชนในพ้ ืนท่ี การใช้ “วิถีวฒั นธรรมเป็ นยุทธศาสตรน์ ํา” ภายใตต้ ัวแบบ “สันติวิธี : พ้ ืนท่ีวิถี
วฒั นธรรม” น้ ี ใหเ้ ป็ นรูปธรรม เชือ่ วา่ จะชว่ ยตอบสนองความคาดหวงั และความตอ้ งการของประชาชน
ในพ้ ืนท่ีใหไ้ ดร้ บั ความพึงพอใจและสมหวงั ท้ังยงั ชว่ ยฉายภาพความจริงใจของรฐั ที่มีต่อวิถีวฒั นธรรม
ทอ้ งถ่ินของประชาชนในพ้ ืนท่ี อนั จะส่งผลเป็ นการชว่ ยลดเงื่อนไขและแนวรว่ มความรุนแรงในพ้ นื ท่ีลงได้
ประการหน่ึง ซ่ึงมีความแตกต่างจากการอยู่ร่วมกันหลากหลายทางวฒั นธรรมที่ไม่มีความขดั แยง้ ท้ัง
ไทยพุทธ ไทยคริสต์ และไทยอิสลามของอําเภอพระประแดง (2555) ในสงั คมท่ีกําลังเปล่ียนแปลง
อย่างรวดเร็วดว้ ยเทคโนโลยีการส่ือสาร ส่งผลกระทบต่อวิถีการดาํ รงชีวิตของบุคคลและชุมชน รฐั จึง
จาํ เป็ นตอ้ งเสริมสรา้ งความเขม้ แข็งใหก้ บั ชุมชนในหลาย ๆ ดา้ น โดยเฉพาะดา้ นวฒั นธรรมอนั เป็ นทุน
ทางสงั คมท่ีมีอยู่ ตอ้ งสรา้ งมาใชใ้ หเ้ กิดประโยชน์สามารถเช่ือมโยงผูค้ นในพ้ ืนที่ใหอ้ ยูร่ ่วมกนั ไดอ้ ย่าง
สงบ สนั ติและสามคั คีซึง่ ท่ีแหง่ น้ ีเกิดข้ ึนโดยปราศจากความขดั แยง้
ธีรยุทธ บุญมี (2547) วัฒนธรรมเป็ นเช่นเดียวกับภาษาและศิลปะ คือ ด้านหนึ่งเป็ นการ
สรา้ งสรรค์ของมนุษย์ อีกดา้ นหน่ึงก็เป็ นผลผลิต ความพยายามของมนุษย์ที่จะอยู่ร่วมกันกับโลกธรรมชาติ
สะทอ้ นโลกธรรมชาติหรอื เขา้ ใจโลกธรรมชาติ วฒั นธรรมพฒั นามากข้ ึน มนุษยก์ ็ย่งิ แยง่ ทําลาย ทําสงครามฆา่ ฟัน
กนั มากข้ ึน ประวตั ิศาสตรม์ นุษยชาตินับต้งั แต่การเกิดอารยธรรมเมืองจึงเป็ นเร่ืองของการทําลายมากเท่า ๆ กบั
การสรา้ งสรรค์ วฒั นธรรม ศิลปะ ภาษา ซึ่งเป็ นคุณสมบัติพ้ ืนฐานร่วมกนั ของมนุษย์ กลับกลายเป็ นเครื่องมือ
สรา้ งความแตกต่าง ชนิดท่ีสูงกว่าตํา่ กว่า ความแตกแยกชนิดที่อาจเข่นฆ่าทําลายลา้ งกันได้ ชนิดท่ีหลงลืม
รากเหงา้ ที่มา คือการอยรู่ ว่ มกบั ธรรมชาติ การอยรู่ ่วมกนั กบั ผูอ้ ่ืน ไม่วา่ จะเป็ นกลุ่มใหญ่หรือกลุ่มเล็กคือ การอยู่
ในสงั คม ตราบใดที่การดํารงชีวติ ในกลุ่มน้ันมีการพึ่งพาอาศยั กนั และกันอยู่ ประชากรของสมาคมไทยยงั มีความ
แตกต่างกันดว้ ยกาํ เนิดชาติพนั ธุ์ ภาษา ศาสนา ฯลฯ ตามลกั ษณะของแต่ละกลุ่ม วฒั นธรรมยอ่ ยที่มาจากพ้ ืนเพ
เดิมท่ีต่างกัน โดยเฉพาะในหมู่ประชากรชายแดนและประชากรในเมืองใหญ่ ๆ ทําใหค้ วามเป็ นพลเมืองร่วมกัน
ภายใตก้ ารบรหิ ารปกครองเดียวกนั อยา่ งเดียวกนั น้ันไม่ไดก้ ลายเป็ นความรูส้ ึกเป็ นหมูค่ ณะเดียวกนั ไดเ้ สมอไปใน
กิจกรรมดา้ นอื่น ๆ ของชวี ติ (พทั ยา สายห,ู 2544)
มงคล หวังสุดใจ ชมพู โกติรัมย์ (2547) การผสมผสานทางวัฒนธรรม (acculturation) เป็ น
ภาวการณ์หน่ึงของวฒั นธรรมท่ีเกิดจากวฒั นธรรมระหว่างสงั คมมากระทบกนั โดยการท่ีบุคคลจากวฒั นธรรมท่ี
แตกต่างกนั มาติดต่อกนั แลว้ มีผลใหเ้ กิดการเปลี่ยนแปลงวฒั นธรรม ต่าง ๆ ในระบบวฒั นธรรมด้งั เดิมของกลุ่ม
หนึ่งหรือท้ังสองกลุ่มนั่นคือบุคคลหรือกลุ่มคนยอมรบั วฒั นธรรมอื่น ซ่ึงมิใช่วฒั นธรรมด้ังเดิมของตน ซ่ึงเป็ น
กระบวนการสองทาง (Two-way Process) คือ เม่ือกลุ่มหนึ่งถ่ายทอดใหอ้ ีกกลุ่มหน่ึง ในขณะเดียวกนั ก็อาจจะรบั
วฒั นธรรมของกลุ่มท่ีตนถ่ายทอดมาดว้ ยก็ได้ การผสมผสานทางวฒั นธรรมจะเกิดข้ ึนในสภาวะความสอดคลอ้ ง
(Strain to Consistency) ซึง่ เป็ นจุดท่ีเกิดความพอดีหรอื สมดุลกนั
ดร.สุรยิ ะ หินเมืองเก่า การตดิ ตามและประเมินผลแผนพฒั นาทอ้ งถ่ ินขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ ิน หนา้ 83
ในสงั คมทอ้ งถิ่นท่ีทุกคนต่างมีเป้าหมายอนั แน่วแน่ มีเจตจาํ นงค์ทัว่ ไปในการท่ีจะรว่ มกนั
พฒั นาชุมชนใหเ้ กิดการพฒั นาตามความตอ้ งการและวถิ ีชวี ติ จรงิ เพราะตอ้ งเกิดและตายที่ชุมชนทอ้ งถ่ิน
แมม้ ีความหลากหลายทางวฒั นธรรมหรือจะเป็ นเช้ ือชาติ ศาสนา เผ่าพนั ธุ์แต่ทุกคนก็ตอ้ งการสรา้ ง
ความอยรู่ อดในการดาํ รงชีพในทางสนั ติสุขเพราะความแตกต่างที่เกิดข้ ึนไม่มีใครปรารถนาแต่เมื่อได้
รบั มาหรือเกิดข้ ึนแลว้ ก็ควรมีหนทางในการที่จะอยรู่ ว่ มกนั ไดด้ งั น้ัน องคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ินจึงควร
เขา้ ไปสรา้ งความสมั พนั ธ์ ความรว่ มมือเป็ นหนุ้ ส่วน (partnerships) ในการบริหารการพฒั นาในชุมชน
ใหเ้ กิดความพึงพอใจทุกฝ่ าย
ส่ิงที่องคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ินจะตอ้ งสรา้ งใหไ้ ดก้ ็คือ ความถูกตอ้ ง ความเหมาะสมของ
การพฒั นาทอ้ งถิ่นสามารถยดื หยุน่ ปรบั แกไ้ ขไดเ้ พ่ือใหเ้ ดินไปดว้ ยกนั ได้ กระทําและพฒั นาเร่ือง ใด ๆ
จะตอ้ งกระทาํ ดว้ ยบรสิ ุทธ์ิปราศจากการมอี คติและไมเ่ ลือกปฏิบตั ิวา่ เป็ นคนรวย คนจน สรา้ งการมีส่วน
รว่ มเพ่ือใหเ้ กิดความเท่าเทียมกนั และจะตอ้ งสรา้ งความยุติธรรมใหเ้ กิดข้ ึนในชุมชนใหไ้ ด้ กล่าวคือยุติ
อยา่ งเป็ นธรรม เพราะวา่ ความหลากหลายทางวฒั นธรรม การตอบสนองความตอ้ งการของประชาชน
และสงั คมโดยรฐั ทาํ ไมไ่ ดท้ วั่ ถึงเพราะมคี วามตอ้ งการที่แตกต่างกนั ในระบบเศรษฐกิจแบบตลาด สงั คม
แบบกา้ วกระโดด สงั คมที่เช่ือแบบงมงาย เลือกขา้ งโดยไมม่ ีเหตุและผลเป็ นตวั ช้ ีวดั การตัดสินใจ กลไก
ความลม้ เหลวจงึ เกิดข้ ึนอยเู่ สมอ องคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถิ่นจะเป็ นตวั กระตุน้ ใหค้ นในชุมชนขจดั ความ
หลากหลายทางวฒั นธรรมออกไปแลว้ มุง่ มนั่ พฒั นาทอ้ งถิ่นต่อไป
กล่าวโดยสรุป การพัฒนาทอ้ งถ่ินโดยองคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ินในรูปแบบของการจัดทําแผน
ยุทธศาสตรก์ ารพฒั นาและแผนพฒั นาสามปี จะตอ้ งขจดั ความหลากหลายทางวฒั นธรรมของคนในชุมชนออกไป
เพื่อไมใ่ หเ้ กิดการเลือกปฏิบตั ิการกีดกนั การเขา้ มามีส่วนรว่ มในการวางแผน เพราะองคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ิน
จะตอ้ งพฒั นาทุกอย่างไดภ้ ายใตค้ วามหลากหลายน้ ีโดย “เอาใจเขา มาใส่ใจเรา” และการพ่ึงพาซ่ึงกนั และกนั
“น้ําพึ่งเรอื เสือพงึ่ ป่ า”
รูปภาพท่ี 6 ความหลากหลายทางวฒั นธรรมตอ้ งสรา้ งสนั ติสุขในชายแดนภาคใตไ้ ด้
โดยความเขา้ ใจและเหน็ ใจซึ่งกนั และกนั
ดร.สุรยิ ะ หนิ เมืองเก่า การติดตามและประเมินผลแผนพฒั นาทอ้ งถ่ ินขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ ิน หนา้ 84
5. รฐั สวสั ดิการ (Welfare State)
การพฒั นาองค์กรปกครองส่วนทอ้ งถิ่นภายใตก้ ระแสของประชานิยมที่ประชาชนตอ้ งการ
พึ่งพารัฐเป็ นส่วนใหญ่จําเป็ นที่จะตอ้ งดูบริบทแห่งอํานาจ หน้าที่และสถานะทางการเงินการคลัง
การงบประมาณที่จะตอ้ งดาํ เนินการภายใตข้ อ้ จาํ กดั ท่ีมมี ากหมาย การจดั ทาํ งบประมาณรายจา่ ยจงึ ตอ้ ง
มุง่ เนน้ ผลลพั ธเ์ พ่อื ใหเ้ กิดความยงั่ ยนื ในทอ้ งถิ่นใหไ้ ด้
แมว้ า่ ประเทศไทยจะมแี ผนพฒั นาเศรษฐกิจและสงั คมแหง่ ชาติมาต้งั แตป่ ี พ.ศ. 2504 แลว้
ก็ตาม แต่ความเหลื่อมล้าํ ทางเศรษฐกิจของคนไทยก็ยงั คงมีอยสู่ ูง ช่องวา่ งของคนจนกบั คนรวยมีความ
แตกต่างกันอยา่ งมาก คนจนเป็ นคนส่วนใหญ่ของประเทศ คนรวยมีน้อยแต่เป็ นผูก้ าํ หนดชะตากรรม
ของคนท้ังประเทศ คนรวยเป็ นผูก้ ําหนดบทบาทและเข็มทิศในการพัฒนาประเทศ การกระทําใด ๆ
ใหก้ บั ประชาชนผยู้ ากจนลว้ นเป็ นวาทกรรมเพื่อสรา้ งความชอบธรรมในระบอบประชาธิปไตยเท่าน้ันรฐั
สวัสดิการจึงเกิดข้ ึนในระหว่างการห่างของคนรวยกับคนจนในประเทศ คุณภาพชีวิตของคนจนไม่
สามารถกาํ หนดเป็ นตวั ช้ วี ดั เหมือนกบั คนเมืองและคนรวยได้ แมจ้ ะมีกฎหมายและเป้าหมายแหง่ รฐั วา่
“ทุกคนมโี อกาสเท่าเทียมกนั ” แต่ความไมเ่ ท่าเทียมกนั ของคนจนในสงั คมไทยกลบั มีมากมายมหาศาล
คนจนไมส่ ามารถเขา้ ถึงแหล่งทุนขนาดใหญ่ได้ เขา้ ถึงกระบวนการยุติธรรมไม่ไดเ้ พราะเป็ นของคนรวย
เขา้ ถึงการรบั บริการทางสงั คมจากรฐั ส่วนกลางไดย้ าก การเขา้ รบั การบริการจากองคก์ รปกครองส่วน
ทอ้ งถ่ินจึงมีความสําคญั มาก รฐั สวสั ดิการเป็ นการสรา้ งความทัดเทียมและศักด์ิศรีแห่งความเป็ นคน
เป็ นการยกระดบั และพิสูจน์ใหเ้ หน็ ไดว้ า่ ผทู้ าํ หน้าท่ีบริหารรฐั มีความเขา้ ใจและเห็นประโยชน์สาธารณะ
เพื่อลดช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจน แต่การพิจารณาเช่นน้ ีองค์กรปกครองส่วนทอ้ งถิ่นตอ้ งพึง
ระมดั ระวงั การงบประมาณที่ดาํ เนินการเพราะมีขอ้ จาํ กัดหลายประการที่เกิดข้ ึนตามสภาพพ้ ืนท่ีและ
ตามขนาดขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ิน
สถานภาพและบทบาทขององค์กรสังคมข้ ึนอยู่กับการที่รัฐสามารถใหส้ วัสดิการสังคมแก่
ประชาชนมากน้อยเพยี งใด อมรา พงศาพชิ ญ์ (2547) ไดพ้ บวา่ ในยุคปัจจุบนั ประเทศสว่ นใหญ่มกั จดั ใหม้ ี
สวสั ดิการสาํ หรบั คนจนในรูปแบบใดรูปแบบหน่ึง แต่ส่วนใหญ่แลว้ ระบบสวสั ดิการท่ีพบในหลายประเทศ
รวมถึงประเทศไทย มีลกั ษณะที่ไม่ครอบคลุม แยกส่วนและไม่เพียงพอที่จะแกไ้ ขปัญหาความยากจนได้ นัน่
เป็ นเพราะวา่ ประชาชนสว่ นหนึ่งมุง่ รอแตส่ วสั ดิการจากรฐั โดยไมส่ รา้ งความมนั่ คงทางเศรษฐกิจใหก้ บั ตนเอง
รฐั สวสั ดิการ (Welfare State) เป็ นระบบสวสั ดิการรูปแบบท่ีพฒั นาไปถึงระดบั สูงสุดสาํ หรบั ระบบทุนนิยม
และถูกสรา้ งข้ ึนภายใตแ้ นวคิดสงั คมนิยมประชาธิปไตย สวสั ดิการทางสงั คมที่รฐั จดั ใหป้ ระชาชนไดเ้ ห็นเป็ น
รูปเป็ นร่างต้งั แต่ปี 2554 เป็ นตน้ มาที่พรรคไทยรกั ไทยไดบ้ ริหารประเทศดว้ ยการนําเสนอและบริหารรฐั
ภายใตโ้ ครงการสามสิบบาทรกั ษาทุกโรค พกั หน้ ีเกษตรกร กองทุนหมบู่ า้ นละหน่ึงลา้ นบาท ซึ่ง เอนก เหล่า
ธรรมทศั น์ (2546) มีความเหน็ วา่ เป็ นประชานิยม Populism ท่ีเห็นชดั ท่ีสุดก็คือการต้งั TAMC มนั เป็ นการ
ผสมผสานระหวา่ งการเอาใจคนจนซงึ่ เป็ นฐานเสียงอยา่ งสุดขีด กบั การรกั ษาระบบทุนนิยม รกั ษาธุรกิจใหญ่
ชว่ ยธุรกิจใหญอ่ ยา่ งเต็มท่ีเหมือนกนั
ดร.สุรยิ ะ หนิ เมืองเก่า การตดิ ตามและประเมินผลแผนพฒั นาทอ้ งถ่ ินขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ ิน หนา้ 85
โครงการรถยนต์คันแรกของรฐั บาลพรรคเพื่อไทยในปี พ.ศ. 2556 จึงเป็ นโครงการท่ี
สอดคลอ้ งกบั การรกั ษาระบบทุนนิยมแบบประชานิยม แมด้ ูวา่ จะช่วยคนจน คนช้นั กลางก็ตาม แต่ผูท้ ี่
ไดร้ บั ประโยชน์ทางเศรษฐกิจคือนายทุนของกลุ่มทุนนิยม บริษัทคา้ รถยนต์ รฐั บาลพรรคเพื่อไทยก็ได้
คะแนนเสียงจากคนกลุ่มน้ ีไปอีกหลายแสนหลายลา้ นคะแนนพอ ๆ กบั จาํ นวนรถยนตท์ ่ีถูกจาํ หน่ายไป
จากบรษิ ัทรถยนตท์ ้งั หลาย
ในยุคปัจจุบนั ปัจจุบนั ประเทศสว่ นใหญม่ กั จดั สวสั ดิการสาํ หรบั คนจนในรปู แบบใดแบบหน่ึง
แต่ส่วนใหญ่แลว้ ระบบสวัสดิการที่พบในหลายประเทศรวมถึงประเทศไทย สวสั ดิการน้ ียงั ส่งผลให้
ประชาชนที่อยากจะยากจนดว้ ย ท่ีเป็ นเช่นน้ ีเพราะว่ากลไกของระบบราชการไทยตอ้ งข้ ึนอยู่กับการ
ตัดสินใจท้ังท่ีเป็ นทางการและไม่เป็ นทางการ ท้ังนอกระบบจากฝ่ ายการเมืองในระดับทอ้ งถ่ินและ
ระดบั ชาติ การจดั ใหม้ ีสวสั ดิการท่ีรฐั จดั ใหน้ ้ัน มกั ไมค่ รอบคลุมทุกดา้ นและไม่เพียงพอที่จะแกไ้ ขปัญหา
ความยากจนได้ นั่นเป็ นเพราะว่าประชาชนส่วนหน่ึงมุ่งรอแต่สวสั ดิการ จากรฐั โดยไม่สรา้ งความ
มนั่ คงทางเศรษฐกิจใหก้ บั ตนเอง รฐั สวสั ดิการจึงเป็ นระบบสวสั ดิการรูปแบบท่ีเกิดข้ ึนท้งั ระบบทุนนิยม
และสงั คมนิยมประชาธิปไตย
กรณีตวั อย่างการจ่ายเบ้ ียยงั ชีพใหผ้ ูส้ ูงอายุที่มีอายุต้งั แต่ 60 ข้ ึนไปน้ัน การจ่ายเงินสงเคราะห์
ผูป้ ่ วยดว้ ยโรคเอดส์ และผูพ้ ิการเป็ นตัวอย่างอันดีของรัฐสวสั ดิการไม่ใช่ประชานิยม แมว้ ่าส่ิงท่ีรฐั จัดสรรให้
ประชาชนโดยทวั่ ไปจะไม่ไดร้ บั แต่เมื่ออายุครบ 60 ปี เป็ นผูพ้ ิการ เป็ นผูป้ ่ วยดว้ ยโรคเอดส์ก็จะไดผ้ ลสวสั ดิการ
แห่งรฐั แมว้ ่าจะตอ้ งสูญเสียงบประมาณของรฐั เพ่ือการน้ ีอย่างมากมายก็ตาม แต่อย่างน้อยก็ช่วยสรา้ งความ
ทดั เทียมและการสรา้ งสิทธิประโยชน์ใหภ้ าคพลเมือง เพราะวา่ อยา่ งผูม้ ีสิทธิไดร้ บั เงินเบ้ ียยงั ชีพจะตอ้ งไมไ่ ดร้ บั
สวสั ดิการหรือสิทธิประโยชน์อ่ืนใดจากหน่วยงานของรฐั รฐั วิสาหกิจหรือองคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ิน เช่นผูร้ บั
เงินบาํ นาญ เบ้ ียหวดั บํานาญพิเศษ หรือเงินอ่ืนใดในลกั ษณะเดียวกนั ผูส้ ูงอายุที่อยใู่ นสถานสงเคราะหข์ องรฐั
หรือองคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิ่น ผูไ้ ดร้ บั เงินเดือน ค่าตอบแทน รายไดป้ ระจาํ หรือผลประโยชน์ตอบแทนอยา่ ง
อื่นท่ีรฐั หรอื องคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิ่นจดั ใหเ้ ป็ นประจาํ ยกเวน้ ผพู้ กิ ารและผปู้ ่ วยเอดส์ ซงึ่ สามารถรบั เงินเบ้ ียยงั
ชพี สาํ หรบั ผสู้ ูงอายไุ ดอ้ ีกทางหน่ึงดว้ ย
ดว้ ยนโยบายประชานิยมที่ประชาชนคนไทยไดร้ บั อยูน่ ้ ีเป็ นระบบกลไกที่ขับเคลื่อนใหล้ ด
ความเหลื่อมล้าํ ทางเศรษฐกิจและสงั คมสาํ หรบั คนไทยไมไ่ ดเ้ จาะจงวา่ เป็ นใครแมว้ า่ คนรากหญา้ ดูจะได้
ประโยชน์มากกวา่ ก็ตาม แตค่ นรวยและคนชน้ั กลางกลบั มองวา่ นําเอาเงินภาษีของพวกตนไปทําประชา
นิยมทําใหส้ ังคมอ่อนแอช่วยเหลือตวั เองไม่ได้ ทําอะไรไม่เป็ น คอยแต่รอรบั จากราชการ แน่นอนว่า
สถานภาพและบทบาทของคนในชุมชนย่อมข้ึนอยูก่ บั การที่รฐั สามารถใหส้ วสั ดิการสังคมแก่
ประชาชนมากน้อยเพียงใด ถา้ สังคมใดมีการพัฒนาทางเศรษฐกิจสูงและรฐั สามารถจัดสวสั ดิการ
ทางสังคมใหแ้ ก่ประชาชนไดม้ าก ระบบรฐั สวสั ดิการที่ดีจึงควรอาศัยงบประมาณจากการเก็บภาษี
ในอัตรากา้ วหน้า คือ คนรวยจ่ายมากเพราะมีเศรษฐกิจดี คนจนจ่ายน้อย และควรนําเอาภาษี
มรดกของคนรวยและนายทุนผูก้ อบโกยคนจนมาช่วยคนยากจนซึ่งดําเนินการในรูปแบบรัฐ
สวสั ดิการไม่ใช่ประชานิยม บทบาทขององคก์ รสงั คมก็จะน้อยลงหรือมีจาํ นวนน้อย เพราะสงั คมไม่มี
ความตอ้ งการ ในขณะเดียวกนั ถา้ สามารถสรา้ งใหป้ ระชาชนมคี วามมนั่ คงทางเศรษฐกิจที่ดี ประชาชนมี
ดร.สรุ ยิ ะ หนิ เมืองเก่า การตดิ ตามและประเมินผลแผนพฒั นาทอ้ งถ่ ินขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ ิน หนา้ 86
เงินออมและเหลือใช้ ประชาชนก็ยงั ตอ้ งการจะตอบสนองความตอ้ งการของสงั คมดว้ ยตนเองในระดบั
ปัจเจกอยใู่ นรูปของการช่วยเหลือใหแ้ ก่ผูย้ ากจน ในกรณีน้ ีสวสั ดิการทางสังคมจะเห็นไดท้ ้ังในรูปของ
ภาครฐั และภาคเอกชนแตส่ งั คมในองคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิ่นยงั มีความเหลื่อมล้าํ เหล่าน้ ีมากก็จาํ เป็ น
ที่จะตอ้ งพฒั นาทอ้ งถิ่นโดยใหป้ ระชาชนในทอ้ งถ่ินไดเ้ ป็ นผูก้ ําหนดส่ิงที่เป็ นรฐั สวสั ดิการ โดยจะตอ้ ง
สรา้ งกลุ่มประชาสังคมท่ีเน้นการช่วยเหลือตนเองก่อนและเป็ นไปในลักษณะร่วมคิด ร่วมทํา ร่วม
ตรวจสอบและไดป้ ระโยชน์ดว้ ยกนั
กล่าวโดยสรุป ประชาชนควรไดร้ ับสิทธิประโยชน์จากรัฐในรูปของรัฐสวสั ดิการเท่าท่ี
จาํ เป็ น สวัสดิการดังกล่าวที่ไดร้ บั น้ันหากไม่ดําเนินการจดั สรรใหจ้ ะก่อใหเ้ กิดผลเสียต่อความเป็ น
มนุษยใ์ นสงั คม สวสั ดิการท่ีตอ้ งสรา้ งความทัดเทียมของความเป็ นมนุษยด์ ว้ ยกัน ความเป็ นพลเมือง
ดว้ ยกันไม่สามารถท่ีจะสรา้ งความรํา่ รวยและมัง่ คัง่ ไดเ้ ท่ากัน คนรวย บริษัทยกั ษ์ใหญ่ท่ีกอบโกย
ผลประโยชน์จากชาติและประชาชนก็ใช่วา่ จะมีคุณธรรมและความเท่ียงธรรมของทรพั ยส์ ินท่ีไดม้ า คน
จน คนดอ้ ยโอกาสในสังคมแมไ้ ม่ราํ่ รวยเงินทองแต่ก็เป็ นกลไกทางสงั คมที่ช่วยใหเ้ ป็ นรฐั ชาติไดอ้ ย่าง
สมบูรณ์ ดังน้ัน รฐั จึงจาํ เป็ นตอ้ งจดั สวสั ดิการใหก้ ับประชาชนเพื่อความผาสุกของคนในสงั คมและลด
ความเหลื่อมล้าํ ทางเศรษฐกิจและสงั คม
ยุคของพลเอกประยทุ ธ์ จนั ทรโ์ อชา
พลเอกประยุทธ์ จนั ทรโ์ อชา เป็ นหวั หน้าคณะรกั ษาความสงบแหง่ ชาติ (คสช.) ซ่ึงก่อรฐั ประหาร
ในประเทศไทย พ.ศ. 2557 และเป็ นคณะรฐั ประหารท่ีปกครองประเทศไทยในปี 2557 ถึง 2564 เป็ น
นายกรฐั มนตรไี ทยคนที่ 29 และรฐั มนตรวี า่ การกระทรวงกลาโหม ปัจจุบนั เป็ นนักการเมืองเต็มตวั ก่อนเป็ น
นายกรฐั มนตรแี ละเป็ นนายกรฐั มนตรใี หม่ ๆ พลเอกประยทุ ธ์ จนั ทรโ์ อชา เกลียดคาํ วา่ “ประชานิยม” แตแ่ ลว้
นโยบายประชานิยมไดก้ ลายเป็ น “กลยุทธ‛์ ที่ทุกรฐั บาลพลเอกประยุทธ์ จนั ทรโ์ อชา นํามาใชใ้ นรูปแบบของ
“ประชารฐั ” เป็ นใชง้ บประมาณจาํ นวนมหาศาล ไม่วา่ จะเป็ น ธ.ก.ส. แจงพกั หน้ ี 3 ปี เฉพาะเงินตน้ -ลูกหน้ ีดี
รบั ส่วนลดดอกเบ้ ีย3% ย้าํ ทุกรายมีสิทธิใช้ ‚สินเช่ือชะลอขายขา้ ว” บตั รคนจน (ไม่มีบตั รคนรวย) ที่ตอ้ งพ่ึง
เงินจากรฐั แลว้ นําไปซอ้ สินคา้ ของคนรวย
การแจกเงินใหป้ ระชาชนโดยรฐั คือนโยบายเศรษฐกิจแบบประชานิยม (Populism) อยา่ ง
หนึ่ง เมื่อเอ่ยคาํ วา่ ประชานิยมข้ ึนมาหลาย ๆ คนรูส้ ึกวา่ มนั เป็ นคาํ ที่ชวนแสลง ในประเทศไทยคาํ ๆ น้ ี
ถูกใชโ้ จมตีรัฐบาลทักษิณมาระยะหน่ึง แต่ต่อมามันเริ่มเส่ือมมนต์ขลังเพราะรัฐบาลยุคหลังๆ ใช้
นโยบายแนวเดียวกนั หมด รวมถึงรฐั บาลของกลุ่มบุคคลท่ีต่อตา้ นและโคน่ ลม้ รฐั บาลทกั ษิณมาก่อนดว้ ย
รัฐบาลประยุทธ์ก็ใชน้ โยบายประชานิยมหลายคร้ัง ถูกวิพากษ์วิจารณ์ทุกคร้ังถึงความเหมาะสม
โดยเฉพาะในเวลาน้ ีที่มกี ารใชน้ โยบายแจกเงิน "ชว่ ยเหลือประชาชน" โครงการตา่ งๆ เพื่อบรรเทาความ
ลาํ บากในชว่ งการระบาดของโควดิ -19 เชน่ "เราชนะ" "เป๋ าตงั " "คนละครง่ึ " ฯลฯ บางโครงการแจกกนั
ตรง ๆ บางโครงการแจกทางออ้ ม โครงการเหลา่ น้ ีมที ้งั เสียงช่ืนชมและเสียงตาํ หนิ (ไมน่ ับเสียงบ่นเรื่อง
ความลม้ เหลวทางเทคนิคของระบบ)
ดร.สุรยิ ะ หินเมืองเก่า การติดตามและประเมินผลแผนพฒั นาทอ้ งถ่ ินขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ ิน หนา้ 87
6. หลกั ธรรมาภบิ าล
เพอื่ ใหเ้ กิดการขบั เคลื่อนแผนพฒั นาองคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ินในการพิจารณาประเด็นวิสยั ทศั น์
ในเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Vision) เพื่อนําไปสู่การจดั ทําแผนยุทธศาสตรก์ ารพัฒนา แผนพฒั นาสามปี
แผนการดําเนินงานและการติดตามและประเมินผลของแผนดงั กล่าวใหเ้ กิดหลักของการมีคุณภาพ (Quality)
ภายใตก้ ารพิจารณาผลของหลกั ประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ผลของความคุม้ ค่า จึงตอ้ งพิจารณาจากหลกั การของ
“ธรรมาภิบาล”
Social Community Action
The Community The Good ถูกตอ้ ง
Theory Action Social Governance เหมาะสม
Of Control Civil ยดื หยนุ่
Social Theory Society บรสิ ุทธ์ิ
Action Welfare มีสว่ นรว่ ม
State ฉนั ทามติ
มเี หตุผล General Will ไมเ่ ลือกปฏบิ ตั ิ
คา่ นิยม Heterogeneity เท่าเทียมกนั
ประเพณี Partnerships ยุติธรรม
ผกู พนั ทางจิต ประสิทธิผล
Good Governance
สถาบันดาํ รงราชานุภาพ (2554) เพ่ือความเขา้ ใจที่ตรงกนั ไดม้ ีการกาํ หนดความหมาย
สาํ คญั ของหลกั ธรรมาภิบาลของการบริหารกิจการบา้ นเมอื งท่ีดีท้งั 10 องคป์ ระกอบไวด้ งั น้ ี
1. หลักประสิทธิผล (Effectiveness) ผลการปฏิบัติราชการท่ีบรรลุวตั ถุประสงค์และ
เป้าหมายของแผนการปฏิบตั ิราชการตามท่ีไดร้ บั งบประมาณมาดาํ เนินการ รวมถึงสามารถเทียบเคียง
กับส่วนราชการหรือหน่วยงานที่มีภารกิจคลา้ ยคลึงกัน และมีผลการปฏิบัติงานในระดับช้นั นําของ
ประเทศ เพ่อื ใหเ้ กิดประโยชน์สุขตอ่ ประชาชน โดยการปฏิบตั ิราชการจะตอ้ งมีทิศทาง ยุทธศาสตรแ์ ละ
เป้าประสงค์ที่ชดั เจน มีกระบวนการปฏิบัติงานและระบบงานท่ีเป็ นมาตรฐาน รวมถึงมีการติดตาม
ประเมนิ ผล และพฒั นาปรบั ปรุงอยา่ งต่อเนื่องและเป็ นระบบ
2. หลกั ประสิทธิภาพ (Efficiency) การบริหารราชการตามแนวทางการกาํ กบั ดูแลที่ดีท่ีมี
กรอบแบบกระบวนการปฏิบัติงานโดยการใชเ้ ทคนิคและเครื่องมือการบริหารจดั การที่เหมาะสมให้
องคก์ ารสามารถใชท้ รพั ยากรท้งั ดา้ นตน้ ทุนแรงงาน และระยะเวลาใหเ้ กิดประโยชน์สูงสุดตอ่ การพฒั นา
ขีดความสามารถในการปฏิบัติราชการตามภารกิจเพื่อตอบสนองความตอ้ งการของประชาชนและผูม้ ี
ส่วนไดส้ ว่ นเสียทุกกลุ่ม
ดร.สุรยิ ะ หินเมืองเก่า การตดิ ตามและประเมินผลแผนพฒั นาทอ้ งถ่ ินขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ ิน หนา้ 88
3. หลกั การตอบสนอง (Responsiveness) การใหบ้ ริการท่ีสามารถดาํ เนินการไดภ้ ายใน
ระยะเวลาท่ีกาํ หนด และสรา้ งความเชื่อมนั่ ความไวว้ างใจ รวมถึงตอบสนองตามความคาดหวงั /ความ
ตอ้ งการของประชาชนผรู้ บั บรกิ าร และผมู้ สี ่วนไดส้ ่วนเสียที่มคี วามหลากหลายและมีความแตกตา่ ง
4. หลกั ภาระรบั ผิดชอบ (Accountability) การแสดงความรบั ผิดชอบในการปฏิบตั ิหน้าท่ี
และผลงานต่อเป้าหมายที่กาํ หนดไว้ โดยความรบั ผิดชอบน้ันควรอยใู่ นระดบั ท่ีสนองต่อความคาดหวงั
ของสาธารณะ รวมท้งั การแสดงถึงความสาํ นึกในการรบั ผิดชอบต่อปัญหาสาธารณะ
5. หลกั ความโปรง่ ใส (Transparency) กระบวนการเปิ ดเผยอยา่ งตรงไปตรงมาช้ ีแจงได้
เมอ่ื มขี อ้ สงสยั และสามารถเขา้ ถึงขอ้ มลู ข่าวสารอนั ไมต่ อ้ งหา้ มตามกฎหมายไดอ้ ยา่ งเสรี โดยประชาชน
สามารถรทู้ ุกข้นั ตอนในการดาํ เนินกิจกรรมหรอื กระบวนการต่างๆ และสามารถตรวจสอบได้
6. หลกั การมีส่วนร่วม (Participation) กระบวนการที่ขา้ ราชการ ประชาชนและผูม้ ีส่วน
ไดส้ ่วนเสียทุกกลุ่มมีโอกาสไดเ้ ขา้ ร่วมในการรบั รู้ เรียนรู้ ทาํ ความเขา้ ใจ ร่วมแสดงทัศนะ ร่วมเสนอ/
ปัญหาประเด็นที่สาํ คญั ท่ีเก่ียวขอ้ ง รว่ มคิดแนวทาง รว่ มการแกไ้ ขปัญหา ร่วมในกระบวนการตดั สินใจ
และรว่ มกระบวนการพฒั นาในฐานะหนุ้ สว่ นการพฒั นา
7. หลักการกระจายอานาจ (Decentralization) การถ่ายโอนอํานาจการตัดสินใจ
ทรพั ยากร และภารกิจจากส่วนราชการส่วนกลางใหแ้ ก่หน่วยการปกครองอื่น (ราชการบริหารส่วน
ทอ้ งถ่ิน) และภาคประชาชนดาํ เนินการแทนโดยมีอิสระตามสมควร รวมถึงการมอบอาํ นาจและความ
รบั ผิดชอบในการตดั สินใจและการดาํ เนินการใหแ้ กบ่ ุคลากร โดยมุง่ เนน้ การสรา้ งความพึงพอใจในการ
ใหบ้ รกิ ารและผมู้ สี ่วนไดส้ ว่ นเสีย การปรบั ปรุงกระบวนการ และเพมิ่ ผลิตภาพเพอ่ื ผลการดาํ เนินงานท่ีดี
ของสว่ นราชการ
8. หลกั นิตธิ รรม (Rule of Law) การใชอ้ าํ นาจของกฎหมาย กฎระเบียบ ขอ้ บงั คบั ในการบริหาร
ราชการดว้ ยความเป็ นธรรม ไมเ่ ลือกปฏิบตั ิ และคาํ นึงถึงเสรีภาพของผมู้ สี ว่ นไดส้ ว่ นเสีย
9. หลกั ความเสมอภาค (Equity) การไดร้ บั การปฏบิ ตั ิและไดร้ บั บริการอยา่ งเท่าเทียมกนั
โดยไมม่ กี ารแบ่งแยกดา้ น ชาย/หญิง ถิ่นกาํ เนิด เช้ ือชาติ ภาษา เพศ อายุ ความพิการ สภาพทางกาย
หรือสุขภาพ สถานะของบุคคล ฐานะทางเศรษฐกิจและสังคม ความเชื่อทางศาสนา การศึกษา การ
ฝึกอบรม และอ่ืน ๆ
10. หลกั มุ่งเนน้ ฉันทามติ (Consensus Oriented) การหาขอ้ ตกลงทวั่ ไปภายในกลุ่มผูม้ ี
ส่วนไดส้ ่วนเสียท่ีเกี่ยวขอ้ ง ซ่ึงเป็ นขอ้ ตกลงท่ีเกิดจากการใชก้ ระบวนการเพื่อหาขอ้ คิดเห็นจากกลุ่ม
บุคคลท่ีไดร้ บั ประโยชน์และเสียประโยชน์ โดยเฉพาะกลุ่มที่ไดร้ บั ผลกระทบโดยตรง ซ่ึงตอ้ งไม่มีขอ้
คดั คา้ นที่ยุติไมไ่ ดใ้ นประเด็นที่สาํ คญั โดยฉันทามติไม่จาํ เป็ นตอ้ งหมายความวา่ เป็ นความเห็นพอ้ งโดย
เอกฉนั ท์
ดร.สุรยิ ะ หินเมืองเก่า การติดตามและประเมินผลแผนพฒั นาทอ้ งถ่ ินขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ ิน หนา้ 89
สุริยะ หินเมืองเก่า (2547) การบริหารจดั การที่ดี ตาม UN ESCAP “WHAT IS GOOD
GOVERNANCE”
1) Participation การมีส่วนรว่ มของประชาชนท้ังโดยตรงและโดยออ้ ม การดาํ เนินการ
กิจกรรมใดๆ ขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิ่นหากไดผ้ ่านกระบวนการประชาคมระดบั หมู่บา้ น/ตาํ บล
หรือการแต่งต้งั คณะทาํ งาน คณะกรรมการรว่ ม จะสง่ ผลใหง้ านสมั ฤทธ์ิผงในเชิงปฏบิ ตั ิรว่ มไดส้ ูง แมแ้ ต่
การกาํ หนดราคากลางในการจดั ซ้ อื จดั จา้ งทุกอยา่ งหากใหผ้ มู้ ีความรคู้ วามสามารถในชุมชน เขา้ มาเป็ น
กรรมการรว่ มก็จะบงั เกิดผลดีตอ่ ทอ้ งถิ่นเอง
2) Rule of law หลกั นิติธรรม หลกั กฎหมาย มีกฎหมายที่เป็ นธรรม ถูกนําไปบงั คบั ใชโ้ ดย
ไมล่ ําเอียง ตอ้ งมีมาตรฐาน เป็ นการปกป้อง คุม้ ครองคนกลุ่มน้อยดว้ ย เชน่ คนดอ้ ยโอกาส คนพิการ
ผสู้ ูงอายุ ฯลฯ
3) Transparency ความโปรง่ ใส ขอ้ มูลข่าวสารตอ้ งเปิ ดโอกาสใหเ้ ขา้ ถึงอยา่ งเสรี โดยเฉพาะคนที่
ไดร้ ับผลกระทบ (โดยเฉพาะ) จากนโยบายขององค์กรปกครองส่วนทอ้ งถ่ินหรือภาครัฐการเปิ ดเผยขอ้ มูล
ข่าวสาร การเขา้ ถึงขอ้ มูลข่าวสาร จะตอ้ งไมก่ ีดก้นั กลุม่ บุคคลใดบุคคลหนึ่งไมเ่ ลือกกลุม่ ปฏบิ ตั ิ
4) Responsibility หลกั ความรบั ผิดชอบ หน่วยงานขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิ่นหรือของรฐั ตอ้ ง
ใหบ้ ริการทุกๆ คน ภายในกรอบเวลาที่มีเหตุผล องคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ินจะตอ้ งกาํ หนดเวลาการดาํ เนินการ
แลว้ เสร็จใหช้ ดั เจนแน่นอนและรบั ผิดชอบผลที่เสียหายท่ีจะเกิดข้ ึนจากการใหบ้ ริการ
5) Consensus oriented มติท่ีเป็ นเอกฉันท์ ทําอย่างไรท่ีจะใหค้ วามตอ้ งการหรือกลุ่ม
ผลประโยชน์ต่างๆ ซ่ึงมีความแตกต่างกันในสังคมสามารถบรรลุเป็ นมติไดเ้ ป็ นเอกฉันท์ไม่ใช่เสียง
ส่วนมากเป็ นตวั ช้ วี ดั แต่ใชค้ วามรว่ มมือรว่ มใจกนั ใหเ้ ป็ นเอกฉนั ท์
6) Equity and inclusiveness ความเป็ นธรรมโดยทวั่ ถว้ น คนในสงั คมมีคนไดเ้ ปรียบและ
เสียเปรียบใหค้ นในสงั คมมีความรูส้ ึกวา่ ไดป้ ระโยชน์โดยทวั่ กนั จากองคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ินและรฐั
ไมไ่ ดถ้ ูกกีดกนั ออกจากสงั คม เชน่ สิทธิของคนป่ วยเป็ นโรคเอดส์ สิทธิสตรี เด็ก ฯลฯ
7) Effectiveness and efficiency ประสิทธิภาพและประสิทธิผล “ประสิทธิผล : องคก์ รปกครอง
ส่วนทอ้ งถิ่นและภาครฐั ตอ้ งมีวธิ ีการหรือกระบวนการที่จะสรา้ งหรือดาํ เนินการตามความตอ้ งการของสงั คม”
“ประสิทธิภาพ: ใชใ้ หน้ ้อยที่สุด แต่ใหเ้ กิดประสิทธิผลใหม้ ากท่ีสุด” 8) Accountability ความเป็ นเจา้ ภาพ
ภาระความรบั ผิดชอบที่จะถูกตรวจสอบและตอบคาํ ถามได้ องค์กรปกครองส่วนทอ้ งถิ่นและภาครฐั จะตอ้ ง
รบั ผิดชอบต่อสาธารณะ ถูกตรวจสอบได้
อาศัยองคค์ วามรูท้ ่ีกล่าวมาและดําเนินการตามแผนภาพท่ี 20 เม่ือไดม้ ีการจดั ทําแผน
ยุทธศาสตรก์ ารพฒั นาเสรจ็ สมบรู ณแ์ ลว้ ก็จะตอ้ งดาํ เนินการนําแผนยุทธศาสตรก์ ารพฒั นาไปสู่ภาคการ
ปฏิบัติการจดั ทําแผนพฒั นาสามปี ซ่ึงนับว่าเป็ นข้นั ตอนท่ีมีความยุ่งยากมากและอาจพบกับอุปสรรค
นานัปการอนั เนื่องมาจากมีความจาํ เป็ นที่ตอ้ งใชท้ รพั ยากรตา่ ง ๆ ในทอ้ งถ่ินบริหารจดั การใหค้ รบตาม
จาํ นวนที่ตอ้ งการและเหมาะสมกบั แผนยุทธศาสตรก์ ารพฒั นาและแผนพฒั นาสามปี ที่ไดจ้ ดั ทําไวแ้ ลว้
อีกท้ังยงั ตอ้ งอาศัยความรู้ ความสามารถ ทักษะ ความชํานาญ ตลอดจนประสบการณ์ของผูบ้ ริหาร
ทอ้ งถิ่น คณะกรรมการสนับสนุนการจดั ทําแผนพฒั นาทอ้ งถ่ิน คณะกรรมการติดตามและประเมินผล
ดร.สรุ ยิ ะ หินเมืองเก่า การตดิ ตามและประเมินผลแผนพฒั นาทอ้ งถ่ ินขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ ิน หนา้ 90
แผนพัฒนาทอ้ งถิ่น ขา้ ราชการที่มีหน้าท่ีรับผิดชอบโดยตรงและผูม้ ีส่วนเกี่ยวขอ้ งในการทําให้
แผนพฒั นาปรากฏผลเป็ นรูปธรรม การนําแผนยุทธศาสตรก์ ารพฒั นาไปสู่ภาคการจดั ทําแผนพฒั นา
สามปี น้ันเป็ นงานที่เก่ียวขอ้ งกบั ผูม้ ีส่วนไดเ้ สียทุกคน ทุกระดบั ท่ีอยใู่ นทอ้ งถ่ิน โดยมีผูบ้ ริหารทอ้ งถ่ินมี
หน้าท่ีรบั ผิดชอบในภารกิจที่เก่ียวขอ้ งกบั อาํ นาจ หนา้ ที่ในหน่วยงานของตน ปัจจยั สาํ คญั ประการหนึ่งที่
มีผลต่อความสาํ เร็จของการนําแผนยุทธศาสตรก์ ารพฒั นาไปสู่ภาคการจดั ทําแผนพฒั นาสามปี ก็คือ
การติดตอ่ ส่ือสารโดยการสรา้ งองคค์ วามรู้ ความเขา้ ใจใหผ้ มู้ สี ่วนเก่ียวขอ้ งทุกฝ่ ายไดเ้ ขา้ ใจตรงกนั มีทิศ
ทางการทาํ งานเป็ นแบบแผนเดียวกนั ทุกฝ่ ายท่ีอยใู่ นทอ้ งถิ่นจะตอ้ งร่วมกนั จดั ทาํ แผนยุทธศาสตรก์ าร
พฒั นาและแผนพฒั นาสามปี แบบมีส่วนรว่ ม เพราะหากวา่ ผูม้ ีส่วนเก่ียวขอ้ งไม่มีส่วนรว่ มในการจดั แผน
ยุทธศาสตรก์ ารพฒั นาและแผนพฒั นาสามปี ก็เป็ นเหตุท่ีทําใหเ้ กิดการไมย่ อมรบั และไมป่ ฏิบตั ิตามไม่
สามารถนําสู่ภาคปฏิบตั ิได้ ซ่ึงก็จะทําใหก้ ารจดั ทํางบประมาณรายจ่ายประจาํ ปี งบประมาณรายจา่ ย
เพมิ่ เติม มปี ัญหาไมท่ นั ปี งบประมาณสง่ ผลกระทบตอ่ การพฒั นาทอ้ งถิ่น
กลา่ วโดยสรุป การจดั การองคค์ วามรู้ (Knowledge Management) จงึ เป็ นการขบั เคล่ือนที่มุง่ ต่อ
การประทําต่อสงั คมชุมชนใหเ้ กิดการวางแผนการพัฒนาแบบมีเหตุผลภายใตก้ ารมีส่วนร่วมและการเป็ น
หุน้ ส่วน (partnerships) ทางสังคมเพื่อใหเ้ กิดการพฒั นาที่หลากหลาย ที่สาํ คญั ไม่มีการแบกแยกของความ
แตกต่างของคนในชุมชนในขณะเดียวกนั องคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ินจะตอ้ งบริหารจดั การภายใตก้ ารบริหาร
กิจการบา้ นเมืองท่ีดี (good governance) เพ่ือประโยชน์สุขของประชาชน เป็ นการปฏิบตั ิราชการที่มีเป้าหมาย
เพ่ือใหเ้ กิดความผาสุกและความเป็ นอยทู่ ี่ดีของประชาชน ความสงบและปลอดภยั ของสงั คมสว่ นรวม ตลอดจน
ประโยชน์สูงสุดของประเทศ เกิดผลสมั ฤทธ์ิต่อภารกจิ ของรฐั มปี ระสิทธิภาพและเกิดความคุม้ คา่ ในเชงิ ภารกิจ
ของรัฐ ไม่มีข้ันตอนการปฏิบัติงานเกินความจาํ เป็ น มีการปรบั ปรุงภารกิจของส่วนราชการใหท้ ันต่อ
สถานการณ์ ประชาชนไดร้ บั การอํานวยความสะดวกและไดร้ บั การตอบสนองความตอ้ งการ และมีการ
ประเมินผลการปฏบิ ตั ิราชการอยา่ งสมาํ่ เสมอ ภายใตก้ ารมีเหตุผล คา่ นิยมของชุมชน ประเพณีที่สืบต่อกนั มา
และการมีความผูกพนั ทางจิต การเหน่ียวร้งั ใหเ้ กิดเป็ นพลัง เกิดการเป็ นหุน้ ส่วนอนั เดียวกันในสงั คมชุมชน
ทอ้ งถ่ิน การกระทาํ ใด ๆ ของสงั คมชุมชนจะตอ้ งอยภู่ ายใตเ้ จตจาํ นงทวั่ ไปท่ีเป็ นอนั เดียวกันกบั ที่เกิดจากความ
บริสุทธ์ิที่เป็ นความจรงิ เกิดการยดื หยนุ่ เพ่อื สรา้ งความสมดุลและความเป็ นธรรมใหเ้ กิดข้ ึนในสงั คมชุมชนจน
นําไปสู่การยตุ ิอยา่ งเป็ นธรรม
7. การพฒั นาองคร์ วมแบบมีสว่ นรว่ ม PLAN DO CHECK ACTION
องคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ินจดั ต้งั ข้ ึนเพื่อใหป้ ระชาชนในทอ้ งถ่ินไดม้ ีโอกาสเขา้ มาบริหารราชการ
ทอ้ งถ่ินโดยผ่านตวั แทนของประชาชนและภายใตน้ โยบายสาธารณะของผูบ้ ริหารทอ้ งถิ่นท่ีไดร้ บั มอบหมายหรือ
การส่งผ่านการรบั ฟังความคิดเห็นการมีส่วนร่วมของคนในทอ้ งถิ่นซึ่งส่ิงเหล่าน้ ีจะเรียกกนั ในยุคสมยั น้ ีวา่ การ
กระจายอาํ นาจการปกครอง (decentralization) ใหป้ ระชาชนในทอ้ งถ่ินท้ังในรูปแบบองค์การบริหารส่วนตาํ บล
เทศบาล องคก์ ารบริหารส่วนจงั หวดั และรูปแบบพิเศษสองรูปแบบคือ กรุงเทพมหานครและเมืองพทั ยา การ
บริหารราชการท่ีประชาชนมีบทบาท มีส่วนร่วมในทางการเมืองการปกครอง (political participation) หรือท่ี
เรียกวา่ ปกครองตนเอง (Local Self Government) ตามระบอบประชาธิปไตย การกระจายอาํ นาจในรูปแบบการ
ดร.สรุ ยิ ะ หนิ เมืองเก่า การตดิ ตามและประเมินผลแผนพฒั นาทอ้ งถ่ ินขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ ิน หนา้ 91
ปกครองทอ้ งถ่ินจึงเป็ นรปู แบบขององคก์ รที่ใกลช้ ิดกบั ประชาชนมากที่สุด การดาํ เนินงานการดาํ เนินกิจการใด ๆ
ในทอ้ งถิ่น ผูบ้ ริหารองคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ินและขา้ ราชการองค์กรปกครองส่วนทอ้ งถิ่น ยอ่ มตอ้ งคํานึงถึง
ผลประโยชน์ของประชาชนในทอ้ งถ่ินเป็ นหลกั
สุริยะ หินเมืองเก่า (2553) การมีส่วนร่วมขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน เป็ น
กระบวนการมสี ว่ นรว่ มของประชาชนท่ีอยใู่ นองคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิ่นน้ัน ๆ ซ่ึงอาจอยใู่ นรูปของการ
มสี ่วนรว่ มประชุมประชาคมหมบู่ า้ น ชุมชน ตาํ บล การจดั ทาํ แผนพฒั นา การเป็ นคณะกรรมการพฒั นา
ทอ้ งถ่ิน คณะกรรมการสนับสนุนการจดั ทําแผนพฒั นาทอ้ งถ่ิน คณะกรรมการติดตามและประเมินผล
แผน การเป็ นคณะกรรมการเปิ ดซองสอบราคา ตรวจรบั การจา้ งหรือการจดั ทําประชาพิจารณใ์ นเร่ืองที่
ดําเนินการโครงการของรัฐท่ีส่งผลกระทบต่อประชาชนท้ังทางตรงและทางออ้ ม การมีส่วนร่วมเป็ น
กระบวนการนําไปสู่ความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ซ่ึงจะเป็ นการสรา้ งความเขม้ แข็งใหแ้ ก่ชุมชนในการ
พฒั นาประเทศ
ถวลิ วดี บุรกี ุล (2548) การมีสว่ นรว่ มของประชาชนปรากฏในแผนพฒั นาเศรษฐกิจและ
สังคมแห่งชาติ ฉบับท่ี 5 (2525-2529) เป็ นตน้ มาและรฐั ไดใ้ ชก้ ารมีส่วนร่วมน้ ีเป็ นเครื่องมือให้
ประชาชนเขา้ รว่ มโครงการของรฐั การมีส่วนรว่ มอธิบายไดใ้ นหลายมิติ ท้งั ในแง่ของมิติความลึกท้งั ใน
เชงิ กวา้ ง ดงั เชน่ การมสี ว่ นรว่ ม คือ การพิจารณาถึงการมีส่วนชว่ ยเหลือโดยสมคั รใจ โดยประชาชนต่อ
โครงการใดโครงการหน่ึงของโครงการสาธารณะต่าง ๆ ท่ีคาดเดาวา่ จะส่งผลตอ่ การพฒั นาชาติแต่ไมไ่ ด้
หวังว่าจะใหป้ ระชาชนเปลี่ยนแปลงโครงการหรือวิจารณ์เน้ ือหาของโครงการ ก ารมีส่วนร่วมของ
ประชาชนมีความสาํ คญั ในการสรา้ งประชาธิปไตยอยา่ งยงั่ ยืนซึ่งระดบั ของการมีส่วนรว่ มมีหลายระดบั
เช่น การมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ การมีส่วนร่วมในการดําเนินการ การมีส่วนร่วมในการรับ
ผลประโยชน์ และการมีสว่ นรว่ มในการประเมินผล
การบรหิ ารราชการส่วนทอ้ งถ่ินในรปู แบบขององคก์ ารบริหารสว่ นตาํ บล เทศบาล องคก์ าร
บริหารส่วนจงั หวดั และเมืองพัทยา (ยกเวน้ กรุงเทพมหานคร) จะตอ้ งกาํ หนดแผนยุทธศาสตรก์ าร
พฒั นาองค์กรของตนเองภายใต้ การพฒั นาแบบองคร์ วม (Holistic Development) ที่มีพ้ ืนฐานความ
คิดสาํ คญั คือ การพฒั นาสงั คมหรือชุมชนใดชุมชนหน่ึงใหบ้ งั เกิดผลอยา่ งแทจ้ ริง ไมอ่ าจจะกระทาํ แบบ
แยกส่วนได้ แตจ่ ะตอ้ งดาํ เนินการไปพรอ้ มกนั ทุกมิติของสงั คมไดแ้ ก่ เศรษฐกิจ การเมืองการปกครอง
วฒั นธรรม ส่ิงแวดลอ้ มและทรพั ยากรทางธรรมชาติต่าง ๆ (กรมการปกครอง, 2546) รวมถึงวถิ ีชีวิต
จารตี ประเพณี วฒั นธรรมต่าง ฯลฯ และอตั ลกั ษณข์ องชุมชนทอ้ งถิ่นภายใต้ กระบวนการ PLAN DO
CHECK ACTION ในการเสริมสรา้ งใหช้ ุมชนทอ้ งถ่ินเขม้ แข็งในการพฒั นาทอ้ งถ่ินและมีส่วนร่วม ซ่ึง
Plan เป็ นตวั การของการวางแผนรว่ มกนั รว่ มคิด รว่ มทาํ ไมใ่ ชค่ ิดแต่การตีกรอบทางความคิดเพียงคน
ๆ เดียว ไมใ่ ชค้ วามคิดของตวั เองเป็ นใหญ่ ความคิดแบบเบ็ดเสร็จทุกคนตอ้ งยอมรบั และปฏบิ ตั ิตามและ
หรือบางกลุ่มบางพวกเพื่อผลประโยชน์ของตนเท่าน้ัน Do เป็ นการดาํ เนินงานตามแผนท่ีกาํ หนดไว้
และตามอํานาจ หน้าท่ี บทบาทความรับผิดชอบท่ีไดร้ ่วมกันกําหนดไวต้ ามรายละเอียดของแผน
โครงการ งาน กิจกรรมตา่ ง ๆ วนั เวลา สถานท่ี บุคคลและผูม้ ีส่วนเก่ียวขอ้ งท้งั หมด Check เป็ นการ
ตรวจสอบและประเมินผลการดาํ เนินงานเป็ นระยะท้งั ก่อนการดาํ เนินงาน ท้งั ในระหวา่ งท่ีทาํ และหลัง
ดร.สรุ ยิ ะ หนิ เมืองเก่า การติดตามและประเมินผลแผนพฒั นาทอ้ งถ่ ินขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ ิน หนา้ 92
เสร็จส้ ิน เพ่ือเรียนรูค้ น้ หาปัจจัยแห่งความสําเร็จ การรูถ้ ึงจุดอ่อน จุดแข็ง ปัญหา อุปสรรคหรือภัย
คุกคามที่เกิดข้ ึน เพือ่ หาทางแกไ้ ขหรือก็คือการนําเอา SWOT Analysis มาใชน้ ัน่ เอง และ Action เป็ น
การนําขอ้ เสนอ ขอ้ สงั เกตหรือแนวทางในการแกไ้ ขปัญหา อุปสรรคไปดาํ เนินการและปรบั ปรุงแกไ้ ขให้
งานดงั กล่าวดีข้ ึน
กระบวนการเสรมิ สรา้ งพลงั อาํ นาจ (empowerment) ใหเ้ กิดกระบวนการมีส่วนรว่ มในการ
พฒั นาองคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ินโดยกระบวนการ PLAN DO CHECK ACTION
8. กระบวนการมีสว่ นรว่ ม AIC
วนั ชัย วฒั นศัพท์ และคณะ (2551) การมีส่วนร่วมของประชาชนเป็ นกระบวนการที่
รวบรวมเอาความห่วงกังวล ความตอ้ งการและค่านิยมต่าง ๆ ของสาธารณชนไวอ้ ยู่ในกระบวนการ
ตดั สินใจของรฐั และเอกชน เป็ นการส่ือสารสองทางและเป็ นการมีปฏิสัมพนั ธ์ท่ีมีเป้าหมายเพื่อการ
ตัดสินใจท่ีดีกว่าและท่ีไดร้ ับการสนับสนุนจากสาธารณชน การมีส่วนร่วม (participation) เป็ น
กระบวนการที่มีความต่อเนื่อง และเพราะเป็ นเรื่องความต่อเนื่อง จึงมีประเภทของการมีส่วนร่วม
มากมายไม่จํากัดในแต่ละระดับ ความต่อเน่ืองของการมีส่วนร่วมประกอบดว้ ย การใหข้ อ้ มูลแก่
ประชาชน รบั ฟังความคิดเหน็ ของประชาชน มสี ว่ นรว่ มในการแกป้ ัญหา และพฒั นาหาขอ้ ตกลงรว่ มกนั
กรมการปกครอง (2546) AIC= Appreciation Influence Control เป็ นเทคนิคการประชุมแบบมี
ส่วนร่วมอย่างสรา้ งสรรค์ มีการระดมสมองทําใหเ้ กิดความเขา้ ใจสภาพปัญหา ขีดจํากัด ความตอ้ งการและ
ศกั ยภาพของผทู้ ี่เกี่ยวขอ้ งในเรือ่ งตา่ ง ๆ งานที่ไดร้ บั จากการประชุมความคิดเห็นของคนทุกคน สามารถนําแผน
ไปสู่การปฏิบตั ิท่ีเป็ นจริงได้ ซึ่งองคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ินสามารถใชร้ ูปแบบการประชุมกระบวนการมีส่วน
ร่วม AIC กับการประชุมร่วมกันภายใตค้ ณะกรรมการพฒั นาทอ้ งถ่ิน คณะกรรมการสนับสนุนการจดั ทํา
แผนพัฒนาท้องถ่ิน คณะกรรมการติดตามและประเมินผลแผนพัฒนาทอ้ งถ่ินและหรือคณะกรรมการ
อนุกรรมการอ่ืน ๆ ที่ผบู้ รหิ ารองคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ินแต่งต้งั
A= Appreciation คือ การยอมรบั ชื่นชม (Appreciate) ความคิดเหน็ ความรสู้ ึกของเพื่อนสมาชิกใน
กลุ่มดว้ ยความเขา้ ใจในประสบการณ์สภาพและขีดจาํ กัดของเพื่อนสมาชิกแต่ละคน จึงไม่รูส้ ึกต่อตา้ นหรือ
วิจารณ์เชิงลบในความคิดเห็นของเพ่ือนสมาชิก ทุกคนในกลุ่มน้ ีมีโอกาสใหข้ อ้ มูล ขอ้ เท็จจริง เหตุผล
ความรสู้ ึกและการแสดงออก ตามท่ีเป็ นจริง เกิดการยอมรบั ซึ่งกนั และกนั มีความรูส้ ึกที่ดีมีเมตตาต่อกนั เกิด
พลงั รว่ มและความรสู้ ึกเป็ นเครอื ข่าย เป็ นประชาธิปไตยแบบมีสว่ นรว่ ม
I= Influence คือ การใชป้ ระสบการณ์ ความคิดริเริ่มสรา้ งสรรคข์ องแต่ละคนที่มีอยู่ มา
ช่วยกันกําหนดวิธีการสําคัญ ยุทธศาสตร์ เพ่ือใหบ้ รรลุวิสัยทัศน์ร่วมหรืออุดมการณ์ร่วมของกลุ่ม
สมาชิกในกลุ่มจะมีปฏิสมั พนั ธร์ ะหวา่ งกนั มาก มีการถกแถลงดว้ ยเหตุผลท้งั ในประเด็นท่ีเห็นดว้ ยและ
เห็นแยง้ จนไดว้ ธิ ีการที่กลุ่มเหน็ รว่ มกนั
C= Control คือ การนํายุทธศาสตร์ วิธีสําคัญ มากําหนดแผนปฏิบัติการโดยละเอียด
สมาชิกจะเลือกว่าตนเองสามารถรบั ผิดชอบในเร่ืองใดดว้ ยความสมคั รใจ ทําใหเ้ กิดพนั ธะสัญญา ขอ้
ดร.สุรยิ ะ หนิ เมืองเก่า การติดตามและประเมินผลแผนพฒั นาทอ้ งถ่ ินขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ ิน หนา้ 93
ผูกมดั (commitment) แก่ตนเองเพื่อควบคุมตนเอง (control) ใหป้ ฏบิ ตั ิจนบรรลุผลตามเป้าหมายร่วม
ของกลุ่ม
ภายใตก้ ารประชุมเพื่อกระบวนการมีส่วนร่วมตามแบบ AIC น้ัน จะตอ้ งคํานึงถึงวิธีการ
(Mind) ของการมสี ่วนรว่ มของประชาชนใหช้ ดั เจนท้งั ตามอาํ นาจ หนา้ ท่ี ท่ีกฎหมายกาํ หนดไวแ้ ละหลกั
ธรรมาภิบาล ซ่ึงผูม้ ีส่วนเกี่ยวขอ้ ง (Stakeholder) ท้ังหมดจะตอ้ งสรา้ งกระบวนทัศน์ของแนวคิดการ
พฒั นาใหม่ (Development Paradigm) เป็ นแนวความคิดการพฒั นาแบบยงั่ ยนื ภายใตก้ ารมีส่วนร่วม
ของประชาชนและตรวจสอบได้ (Public Participation) จริง การประชุมดงั กล่าวจะตอ้ งไม่ละเลยวิถี
ชีวติ (Way of Life) ของประชาชนในทอ้ งถิ่นเพื่อใหเ้ กิดกระบวนการการแกไ้ ขปัญหาอยา่ งแทจ้ ริง
ผลลพั ธ์ (Outcomes) ที่ไดจ้ ะเกิดข้ ึนกบั ชุมชนทอ้ งถิ่นจากการมสี ่วนรว่ มเพราะวา่ ความคิด ขอ้ เสนอของ
คนในทอ้ งถิ่นลว้ นเป็ นความคิดขอ้ เสนออันแหลมคมในการพัฒนาทอ้ งถิ่นเพราะความสํานึกรักใน
ทอ้ งถ่ิน ดงั คาํ กลอนสุนทร (ภู่) ท่ีวา่
อนั ความคิดวทิ ยา คืออาวธุ ประเสรฐิ สดุ ซ่อนไวเ้ สียในฝัก
สงวนคมสมนึกใครฮึกฮัก จงึ ค่อยชกั ฟาดฟันใหบ้ รรลยั
หรือ
อาวธุ ท่ ีสาคญั ท่ ีสดุ ของมนุษย์ คือความคิดและความคิดเจาะกาแพงเหลก็ ก็ยอ่ มได้ ถา้
เรารบดว้ ยสมองก็ไม่ตอ้ งใชก้ าลงั เพราะไม่มีส่ ิงใดในโลกหลา้ จะตา้ นทานปัญญามนุษยไ์ ด้ ความคิดท่ ี
เกิดจากปัญญา แมแ้ ตแ่ สงสวา่ งก็สูไ้ ม่ได้ “แสงสวา่ ง เสมอดว้ ยปัญญา ไม่มี”
การประชุมเพ่ือระดมความคิดและการใชค้ วามคิดที่ตอ้ งสรา้ งการยอมรบั ชื่นชมร่วมกบั คน
อ่ืน ๆ ท้งั ท่ีการสงั่ สมประสบการณ์ การมเี หตุและผล การมีความรูส้ ึกที่ดีต่อกนั เพื่อมากาํ หนดเป็ นแผน
ยทุ ธศาสตรก์ ารพฒั นาองคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ิน ความคิดของมนุษยจ์ ึงมีท้งั การออกมาในรปู แบบเชงิ
ลบ เชิงบวก หรือเป็ นไปในเชิงสรา้ งสรรค์ ทําลายลา้ ง ความคิดของประชาชนในทอ้ งถิ่นจึงจาํ เป็ นตอ้ ง
รบั ฟังและรบั ท่ีจะดาํ เนินการเพ่อื ใหเ้ กิดกระบวนการของประชาธิปไตยทอ้ งถ่ิน (Local Democracy)
9. กระบวนการมีสว่ นรว่ มตน้ ไมป้ ระชาธปิ ไตย
กรมสง่ เสริมการปกครองทอ้ งถิ่น องคก์ ารความรว่ มมือระหวา่ งประเทศญี่ป่ ุน (2546) ใน
การพฒั นาทอ้ งถ่ินโดยการมีส่วนร่วมของประชาชนน้ัน ความคิดริเร่ิมของประชาชนในทอ้ งถิ่น ความ
รบั ผิดชอบ และความรูส้ ึกเป็ นเจา้ ของในการดาํ เนินโครงการ เป็ นสามส่ิงหลกั ท่ีมีความสําคัญในการ
พฒั นาชุมชนและสงั คมน้ัน แตเ่ น่ืองจากผอู้ าศยั อยใู่ นทอ้ งถ่ินเองอาจไมส่ ามารถพฒั นาชุมชนและสงั คม
ท้งั หมดไดด้ ว้ ยตนเอง ดังน้ัน การพฒั นาทอ้ งถิ่นโดยการมีส่วนร่วมของประชาชนน้ัน จึงมุ่งเน้นท่ีการ
สรา้ งศกั ยภาพของประชาชนผมู้ สี ่วนเก่ียวขอ้ งผ่านการดาํ เนินกิจกรรมต่าง ๆ
ในหมู่บา้ น ตําบลสําหรับองค์การบริหารส่วนตําบลและองค์การบริหารส่วนจงั หวดั ใน
ชุมชนและอาจรวมท้ังตําบลสําหรับเทศบาลและองค์การบริหารส่วนจังหวดั มีผูเ้ ก่ียวขอ้ งหลายฝ่ าย
หลายกลุ่มในการมีส่วนร่วมการพฒั นาทอ้ งถิ่น เช่น ผูใ้ หญ่บา้ น กํานัน สมาชิกสภาทอ้ งถ่ิน ผูบ้ ริหาร
ทอ้ งถ่ิน ขา้ ราชการทอ้ งถ่ิน ขา้ ราชการและพนักงานรฐั วสิ าหกิจที่มถี ิ่นที่อยแู่ ละปฏบิ ตั ิราชการในทอ้ งถิ่น
ดร.สรุ ยิ ะ หนิ เมืองเก่า การติดตามและประเมินผลแผนพฒั นาทอ้ งถ่ ินขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ ิน หนา้ 94
บริษัท หา้ งรา้ น กลุ่มธุรกิจต่าง ๆ ผูท้ รงคุณวุฒิ ผูป้ ระกอบอาชีพอิสระ เช่น ทนายความ ฯลฯ กลุ่ม
องค์กรเอกชน กลุ่มองคก์ รภาคประชาสงั คม เชน่ มูลนิธิ ชมรม สมาคมต่าง ๆ ฯลฯ ผูม้ ีส่วนเก่ียวขอ้ ง
เหลา่ น้ ีจะนําเสนอปัญหาความตอ้ งการในทอ้ งถิ่น จะสะทอ้ นปัญหาตา่ ง ๆ ท่ีเกิดข้ ึนในทอ้ งถ่ินและเป็ นผู้
รว่ มแกไ้ ขปัญหาท่ีเกิดข้ ึน การจดั ทํากิจกรรมประชาคมขององค์กรปกครองส่วนทอ้ งถ่ินจึงละเลยกลุ่ม
บุคคลเหล่าน้ ีไปไม่ได้ และจะตอ้ งสรา้ งและร่วมใหก้ ลุ่มผูม้ ีส่วนไดเ้ สียต่าง ๆ เขา้ มามามีส่วนร่วมการ
พฒั นาในรูปแบบของตน้ ไมป้ ระชาธิปไตย
กิจกรรมตน้ ไมป้ ระชาธิปไตย เป็ นเครอื่ งมอื นําไปสู่การวเิ คราะหป์ ัญหาของผเู้ ขา้ รว่ มประชุม
ประชาคมขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ิน ประกอบดว้ ยการวิเคราะห์ 1) ปัญหาและสาเหตุของปัญหา
ในทอ้ งถ่ิน 2) ความคาดหวงั และความตอ้ งการท่ีอยากใหเ้ กิดในทอ้ งถ่ิน 3) แนวทางการแกไ้ ขปัญหา
ในทอ้ งถ่ิน ซ่ึงสามารถแยกออกไดป้ ระการท่ีหน่ึง โครงการ กิจกรรมท่ีประชาชนในทอ้ งถ่ินสามารถ
ดําเนินการไดเ้ อง แก้ไขไดเ้ อง ประการท่ีสอง โครงการ กิจกรรมที่ประชาชนในท้องถิ่นร่วมกับ
หน่วยงานราชการต่าง ๆ และองค์กรปกครองส่วนทอ้ งถิ่นดําเนินการ ประการที่สาม โครงการ
กิจกรรมท่ีประชาชนในทอ้ งถิ่นขอรบั การสนับสนุนจากหน่วยงานราชการ องคก์ รเอกชน องค์กรภาค
ประชาสังคม และประการที่ส่ี โครงการ กิจกรรมท่ีองค์กรปกครองส่วนทอ้ งถิ่นขอรับการสนับสนุน
โดยตรงกบั หน่วยงานราชการ องคก์ รเอกชน องคก์ รภาคประชาสงั คม
การดาํ เนินการประชุมประชาคมเพื่อจดั กิจกรรมน้ ีจะตอ้ งสรา้ งความเขา้ ใจใหก้ บั ประชาชน
อยา่ งถูกตอ้ ง ทุกคนตอ้ งใหค้ วามสาํ คัญกบั ขอ้ เสนอ แนวความคิดของบุคคลอื่น ๆ ท่ีเห็นแตกต่างจาก
ตน โดยการสรา้ งกระบวนการความคิดใชแ้ บบบตั รคาํ เมื่อมีการแบ่งกลุ่มแลว้ จะตอ้ งแจกบตั รคาํ ใหท้ ุก
คนเพ่ือสรา้ งตน้ ไมป้ ระชาธิปไตยซึ่งจะส่งผลใหเ้ กิดตน้ ไมข้ องประชาชนในทอ้ งถิ่นท่ีมีความเจริญงอก
งามและแผนพฒั นาทอ้ งถ่ินของประชาชนก็จะไดร้ บั การพฒั นาแบบมีส่วนรว่ มเจรญิ เหมอื นตน้ ไม้
10.Systemic Approach
การประชุมประชาคมขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิ่นเพื่อแกไ้ ขประเด็นปัญหาท่ีซบั ซอ้ น (Systemic
Approach) เพราะเช่ือวา่ ประเด็นปัญหามีหลายรูปแบบซ่ึงบางรูปแบบสามารถแกไ้ ขไดด้ ว้ ยการวิเคราะหร์ ากของ
ปัญหาและการแกไ้ ขท่ีตน้ ตอ (Systematic) แต่ในสภาพความเป็ นจริง ปัญหาของภาครฐั มีความซบั ซอ้ นกวา่ น้ัน
(Complex) และอยใู่ นสภาพท่ีเกิดการเปล่ียนแปลงอยเู่ สมอ ซ่ึงการแกไ้ ขปัญหาแบบเดิม ๆ หรอื การใหผ้ ูเ้ ช่ียวชาญ
(Expert) มาใหค้ าํ แนะนําไม่สามารถแกไ้ ขปัญหาไดอ้ ยา่ งยงั่ ยนื แต่หากตอ้ งการวิเคราะหป์ ัญหาผ่านรูปแบบของ
ความสมั พนั ธบ์ างอยา่ งของระบบท่ีซบั ซอ้ น (Relationship Pattern) ซึ่งการจะทาํ ไดน้ ้ันตอ้ งอาศยั องคค์ วามรูแ้ ละ
ประสบการณท์ ี่มีความหลากหลายจากผปู้ ฏบิ ตั ิ ผมู้ สี ่วนรว่ ม ผไู้ ดร้ บั ผลกระทบ ผสู้ นใจ มารว่ มระดมความคิดและ
รว่ มหาทางออกภายใตม้ ุมมองที่หลากหลาย ซึ่งสุดทา้ ยแลว้ ทางออกของประเด็นปัญหาที่มีความซบั ซอ้ นมกั ไมม่ ี
ทางออกที่ตายตวั และตน้ ตอของปัญหาอาจฝังรากหยงั่ ลึกยากตอ่ การแกไ้ ข แต่การแกไ้ ขปัญหาแบบ Systemic คือ
การพฒั นาใหส้ ถานการณด์ ีข้ ึนภายใตข้ อ้ จาํ กดั เพอื่ ท่ีจะหาทางไปต่อถึงเป้าหมายท่ีวางไว้ ซ่ึงจะเห็นไดว้ า่ วิธีการ
แกไ้ ขปัญหาแบบ Systemic น้ ีมีความสอดคลอ้ งกบั แนวคิดแบบบูรณาการดว้ ยเชน่ กนั
ดร.สุรยิ ะ หนิ เมืองเก่า การตดิ ตามและประเมินผลแผนพฒั นาทอ้ งถ่ ินขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ ิน หนา้ 95
Collective Wisdom
Systemic
Systems & Critical Complexity
Thinking
แผนภาพที่ 9 การแกป้ ัญหาแบบ Systemic Approach
จากแผนภาพท่ี 9 สรุปใหเ้ ห็นวา่ Systemic น้ ี ผสมผสานดว้ ยองคป์ ระกอบ 3 ส่วน ไดแ้ ก่
ประเภทของปัญหาท่ีซบั ซอ้ น (Complexity) การคิดอยา่ งเป็ นระบบ (Systems & Critical Thinking)
และการบูรณาการภูมิปัญญา (Collective Wisdom)
บทสรุปของ Systemic Approach เพ่ือพฒั นาการบริหารจดั การเชิงบูรณาการและสามารถ
จดั ทําแผนพฒั นา กลยุทธ์ร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวขอ้ งกับยุทธศาสตรท์ ้ังภาครฐั และเอกชน
เกี่ยวขอ้ งกบั ผมู้ ีส่วนไดเ้ สียทุกฝ่ าย โดยผ่านการพิจารณาความสมั พนั ธแ์ ละความพ่ึงพากนั ของกิจกรรม
ตา่ ง ๆ เพ่ือนําไปสู่ความสาํ เร็จตามเป้าหมายท่ีกาํ หนดไว้
SYSTEMIC SYSTEMATIC
ยงั มีอะไรอีกหลายอยา่ ง รแู้ ลว้
ที่ยงั ไมร่ ู้
VS ทุกอยา่ งมีข้นั ตอน
คละ คละ ตรรกะ
STORY TELLING จะ WORK ถา้
คนเล่า ตอ้ ง เล่า เรอื่ ง
+ ความเหน็ + วเิ คราะห์
มี หลายคน มาเลา่
ฟัง + ปลอ่ ยใหค้ นเลา่ คิด + สรุป
ใชเ้ วลากบั การฟัง “ประชาธิปไตย”
ดร.สุรยิ ะ หนิ เมืองเก่า การตดิ ตามและประเมินผลแผนพฒั นาทอ้ งถ่ ินขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ ิน หนา้ 96
SUCCESS FACTORS
ในการใช้ Conversation MAP จดั การปัญหา “ม็อบ”
1) “People in the mob FEEL They can make”
คนท่ีมาทาํ Conversation MAP ตอ้ ง รูส้ ึกและเช่ือจริง ๆ วา่ ส่ิงท่ีทาํ
เขากาํ ลงั จะทาํ น้ ีจะสรา้ งความแตกตา่ งในทางที่ดีข้ ึนได้
2) “They need to SEE they can make a difference”
พวกเขาจาํ เป็ นท่ีจะตอ้ งเหน็ และมนั่ ใจไดว้ า่ พวกเขาสามารถทาํ ใหเ้ กิด
ความแตกตา่ งได้
3) “After decision is made they need to Know they made the
difference.”
พวกเขาตอ้ งรบั รไู้ ดแ้ ละประจกั ษ์แกส่ ายตาวา่ พวกเขาไดก้ ่อใหเ้ กิด
ความแตกตา่ งข้ ึนแลว้
Conversation map makes/helps them “SEE” their words; they can
see that their words can make a difference and POTIONS are made
from their words.
ในทอ้ งถิ่นมผี รู้ ู้ มผี ทู้ รงคุณวุฒิ มปี ราชญช์ าวบา้ นมากมายท่ีสงั่ สมประสบการณ์มีทักษะการ
ประกอบอาชีพที่ดีที่สืบทอดกนั มาหลายชว่ งอายคุ นมกี ารววิ ฒั นาการอยตู่ ลอดเวลา เกิดความเชี่ยวชาญ
ในทอ้ งถิ่น ปัญหาท่ีเกิดข้ ึนในทอ้ งถ่ินแมว้ า่ จะมีความซบั ซอ้ นมากข้ ึนอันเป็ นผลมาจากการพฒั นาของ
คนเมืองท่ีใชท้ ุนเขา้ มาซ้ ือวฒั นธรรม วิถีชีวิต ส่ิงแวดลอ้ มภายในชุมชนในรูปแบบต่าง ๆ แต่การแกไ้ ข
ปัญหาจาํ เป็ นตอ้ งมีการบูรณาการภูมิปัญญา (Collective Wisdom) เพ่ือใหเ้ กิดความสอดคลอ้ งกบั
สภาพทอ้ งถ่ิน นัน่ คือตอ้ งมีการเล่าขานดว้ ยความเป็ นจริงท่ีเกิดจากประสบการณ์ เหตุการณ์ท่ีเกิดข้ ึน
เพราะเป็ นผูอ้ ยู่ในเหตุการณ์ ไม่ใช่การคาดการณข์ องคนในเมือง แมว้ า่ Systemic Approach จะมุ่ง
ประเด็นการแกไ้ ขปัญหาบางประเด็นที่มีความซบั ซอ้ นก็ตาม แต่วิธีการนําเสนอก็มีความแตกต่างจาก
Mind Map
11.วิธกี ารประชุมเชิงปฏิบตั กิ าร (Workshop Method)
การประชุมเชิงปฏิบตั ิการ เป็ นการประชุมเพ่ือปฏิบตั ิภารกิจร่วมกนั ของผูม้ ีส่วนไดเ้ สียใน
ทอ้ งถ่ิน ซ่ึงสมาชิกของชุมชนหรือผูม้ ีส่วนไดเ้ สียจะมีการประชุมแลกเปล่ียนความคิดเห็นและลงมือ
ปฏิบัติหรือทําภารกิจใดภารกิจหนึ่งร่วมกันไปดว้ ย เม่ือเสร็จส้ ินการประชุมประชาคม ประชุมชุมชน
การปฏิบัติการจึงตอ้ งมีผลลัพธ์หรือผลงานจากการปฏิบัติงานร่วมกัน หรือมีการนําผลงานจากการ
ประชุมเชิงปฏิบตั ิการไปปรบั ปรุงหรือพฒั นาใหแ้ ลว้ เสร็จภายหลงั จากการประชุมเสร็จส้ ินไปแลว้ การ
ประชุมเชิงปฏิบัติการน้ ีเป็ นการประชุมเพื่อใหเ้ กิดการมีส่วนร่วมเพ่ือนําผลที่เห็นพอ้ งต้องกนั มาเป็ น
กรอบหรอื เป็ นแนวทางการพฒั นาทอ้ งถ่ิน
ดร.สรุ ยิ ะ หินเมืองเก่า การตดิ ตามและประเมินผลแผนพฒั นาทอ้ งถ่ ินขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ ิน หนา้ 97
ถวลิ วดี บุรกี ุล และคณะ (2547) วธิ ีการประชุมเชงิ ปฏบิ ตั ิการเป็ นกระบวนการท่ี 1) ชว่ ย
ใหส้ มาชิกกลุ่มท้ังหมดไดเ้ สนอแนะและมีส่วนร่วม 2) ปลดปล่อยความคิดสรา้ งสรรค์และความ
กระตือรือรน้ ในเวลาอนั ส้นั 3) กระตุน้ การคิดเชิงบูรณาการท่ีเป็ นองค์รวมของกลุ่ม 4) สรา้ งความ
คิดเห็นพอ้ งร่วมกันของกลุ่มที่นําไปปฏิบัติได้ 5) เอ้ ืออํานวยในการสรา้ งคําตอบที่แปลกใหม่และ
สรา้ งสรรคเ์ พ่ือการแกป้ ัญหาและคล่ีคลายประเด็น และ 6)สรา้ งจิตสาํ นึกที่เขม้ แข็งในการเป็ นหุน้ ส่วน
รว่ มกนั และความรสู้ ึกรบั ผิดชอบใหเ้ กิดข้ ึนในกลุ่ม
วิธีการประชุมเชิงปฏิบัติการเป็ นกระบวนการที่มีอยู่ 5 ข้ันตอนเพ่ือการบริหารกลุ่มในการ
เดินทางไปสู่การถกเถียงแลกเปล่ียนและการสรา้ งความเขา้ ใจของกลุ่มที่ลึกซ้ ึง จนสามารถตัดสินใจเป็ น
ความเห็นพอ้ งร่วมกันสําหรับปฏิบัติการกลุ่มที่เหมาะสม ข้ันตอนแรกไดแ้ ก่บริบท (context) ที่กําหนด
ขอบเขตการถกเถียงของกลุ่ม โดยปกติจะอยู่ในรูปคําถามรวมศูนย์ (focus question) ท่ีทางกลุ่มตอ้ งการ
คาํ ตอบ จากน้ันก็ตามดว้ ยการระดมสมอง (brainstorm) ซ่ึงเป็ นการระดมขอ้ มูลและความคิดจาก 3 ระดบั
คือ ระดบั ตวั บุคคล กลุ่มขนาดเล็กและที่ประชุมเต็มคณะ เมื่อไดค้ วามคิดจากการระดมสมองแลว้ ข้นั ตอน
ต่อไปจะขอใหก้ ลุ่มจัดหมวดหมู่ (cluster) ความคิดเหล่าน้ ี เม่ือความคิดถูกจัดเป็ นหมวดหมู่ตามความ
คลา้ ยคลึงกนั แลว้ กลุ่มก็จะต้งั ชื่อ (title) กลุ่มความคิด แต่ละหมวดหมู่ท่ีตอบสนองหรือขานรบั โดยตรงต่อ
คาํ ถามรวมศูนยท์ ่ีพวกเขาตอ้ งการหาคําตอบ ในทา้ ยที่สุดแลว้ เม่ือความเห็นพอ้ งร่วมกันของกลุ่มไดถ้ ูก
ประกาศใหท้ ราบ ก็จะทาํ การปิ ดการประชุมเชิงปฏิบตั ิการดว้ ยการจดั ชว่ งไตร่ตรอง (reflect) ร่วมกันส้นั ๆ
เพื่อทาํ การทบทวนและยนื ยนั ผลพวงที่ตามมาของหวั ขอ้ ที่เหน็ พอ้ งรว่ มกนั
วิธีการประชุมเชิงปฏิบตั กิ าร
ข้นั ตอนท่ี 1 บรบิ ท สรา้ งบริบท แนะนําคาํ ถามรวมศูนย์ เชิญชวนสมาชิกกลุ่มใหเ้ ขา้ รว่ ม
ดว้ ยกล่าวนําเร่ิมการประชุม อธิบายและเน้นย้าํ ความสําคญั ของคาํ ถามนําการประชุม วางโครงร่าง
ข้นั ตอนท่ีจะทาํ ระบุระยะเวลาที่จะใช้ เช้ อื เชิญใหเ้ ขา้ รว่ ม
ข้นั ตอนที่ 2 ระดมสมอง ระดมความคิดจากรายบุคคล กลุ่มเล็กและที่ประชุมเต็มคณะ
ขอใหส้ มาชิกทุกคนจดความคิดของแต่ละคนลงบนแผ่นกระดาษ จดั กลุ่มถกเถียงขนาดเล็กใหส้ มาชิกใน
กลุ่มไดแ้ ลกเปล่ียนถกเถียงความคิดของทุกคน ใหแ้ ต่ละกลุ่มคดั เลือกความคิดที่สาํ คัญที่สุด 5-7 ขอ้
แลว้ จดลงบนบตั รความคิด ขอบตั รความคิดจากกลุม่ ต่างๆ นําไปติดไวบ้ นกระดาษบอกสมาชิกกลุ่มทุก
คนใหท้ าํ การศึกษาความคิดตา่ งๆ ท่ีกลุ่มยอ่ ยต่างๆ เหล่าน้ันไดช้ ว่ ยกนั ระดม ใหเ้ ขา้ ใจชดั เจน
ข้นั ตอนท่ี 3 จดั หมวดหมู่ สรา้ งความสมั พนั ธ์ใหม่จดั ความคิดท่ีคลา้ ยคลึงกนั ใหอ้ ยูใ่ น
หมวดหมูเ่ ดียวกนั ขอใหก้ ลุ่มจดั ความคิดที่เกี่ยวขอ้ ง/คลา้ ยคลึงกนั จาํ นวน 4-6 คู่ ตามความรูส้ ึก ติด
ป้ายหรือหางบตั รท่ีแต่ละหมวดหมอู่ ยา่ งรวดเรว็ ใชค้ าํ 1-2 คาํ จดั หมวดหมูต่ ่างๆ เหล่าน้ ีใหช้ ดั เจนดูดี
โดยจดั เรียงบตั รความคิดทุกใบที่ติดบนกระดานใหถ้ ูกตอ้ งเหมาะสม
ข้นั ตอนที่ 4 ไตรต่ รอง ดึงความคิดเขา้ ใจโดยองคร์ วมออกมาใหเ้ ห็นส่ือสารความเห็นพอ้ ง
รว่ มกนั ของกลุม่ ออกมา ถกไปทีละหมวดหมู่ในที่ประชุมใหญ่ ที่ประชุมมีความเห็นวา่ อยา่ งไร ที่ประชุม
ดร.สรุ ยิ ะ หินเมืองเก่า การตดิ ตามและประเมินผลแผนพฒั นาทอ้ งถ่ ินขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ ิน หนา้ 98
เกิดปัญญาความเขา้ ใจอะไรบา้ ง ต้ังช่ือหมวดหมู่แต่ละกลุ่ม ดว้ ยชื่อที่ใชค้ ํา 3-5 คํา ท่ีตอบสนอง
โดยตรงต่อคาํ ถามรวมศนู ย์
ข้นั ตอนท่ี 5 ไตร่ตรอง ยืนยนั ความมุ่งมนั่ ของกลุ่ม อภิปรายความสาํ คญั ของผลิตผลท่ีได้
จากการทาํ กระบวนการกลุ่ม ชว่ ยกลุ่มสรา้ งรูปแบบสาํ หรบั รองรบั ความเหน็ พอ้ งรว่ มกนั ถกข้นั ตอนที่จะ
ทาํ ต่อไปส้นั ๆ
12.กระบวนการมีสว่ นรว่ มอื่น ๆ
12.1 ความภาคภมู ิใจ (Appreciation Inquiry)
การระดมสมอง Appreciation Inquiry เป็ นการคน้ หาส่ิงที่ดีที่สุดของบุคคลซ่ึงอยใู่ น
ทอ้ งถิ่น เคร่ืองมือที่เป็ นกระบวนการคน้ หา “อะไรท่ีใหช้ ีวิต หรือ What Give Life” น้ันเป็ นส่ิงท่ีเกิดข้ ึน
ในทอ้ งถิ่น โดยผเู้ ขา้ รว่ มประชุมประชาคมหรือผูม้ ีส่วนเกี่ยวขอ้ งไดเ้ ล่าเร่ืองความภูมิใจของตนเองใหก้ บั
ผูเ้ ขา้ ร่วมประชาคม เล่าเร่ืองประสบการณ์ในชีวิตท่ีเป็ นไปในเชิงสรา้ งสรรค์ ผูฟ้ ังมีการจดบนั ทึกหรือ
เจา้ หนา้ ท่ีท่ีดาํ เนินการจะเป็ นผจู้ ดบนั ทึกความภูมใิ จที่ถูกเลา่ ก็ได้ โดยเขียนลงใน Mind Map ลงในแผ่น
พลิก (Flip Chart)
กิจกรรมความภาคภูมิใจจะตอ้ งมีการจดั กลุ่มลักษณะการจบั คู่กันเพื่อแลกเปล่ียน
ประสบการณ์ความภูมิใจท่ีสุดจากการทํางานในชุมชนทอ้ งถิ่น จากการท่ีอยู่ในชุมชนทอ้ งถ่ิน มีการ
พดู คุยกนั โดยใช้ Mind Map ดาํ เนินการเพื่อใหเ้ กิดกระบวนการทางความคิด ภายใตก้ ารแบง่ กลุม่ น้ ีจะ
แบ่งเป็ นกลุ่มอาชีพก็ได้ หรือแบ่งกลุ่มตามอายุ แบ่งกลุ่มตามสภาพพ้ ืนท่ีของหมูบ่ า้ น การนําเสนอทาง
ความคิดและผลจะเกิดในเชงิ สรา้ งสรรคข์ องการมสี ่วนรว่ มในการถ่ายทอดประสบการณซ์ ่ึงจะไดบ้ ทของ
ส่ิงท่ีเกิดใกลต้ วั และสมั ผสั ในวิถีชีวิตไม่วา่ จะเป็ นเรื่องของการจดั การทรพั ยากรธรรมชาติ การเคารพ
สิทธิของผูอ้ ่ืน การใชภ้ ูมิปัญญาของชาวบา้ นจริง ๆ การคิดแบบสรา้ งคุณธรรมที่มีปราชญใ์ นหมู่บา้ น
ชุมชน
12.2 เสน้ แบ่งเวลา (Time lime)
กิจกรรมเสน้ แบ่งเวลาเป็ นการวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงดา้ นเศรษฐกิจ สังคม ชุมชน
การเมอื ง การศึกษา เทคโนโลยี ฯลฯ วา่ เป็ นอยา่ งไร โดยใหผ้ มู้ ีส่วนเกี่ยวขอ้ งที่เขา้ รว่ มกิจกรรมสามารถ
วเิ คราะหเ์ ชื่อมโยงผลการเปล่ียนแปลงที่เกิดข้ ึนวา่ มีความสมั พนั ธ์ซ่ึงกนั และกนั อยา่ งไร มีผลกระทบต่อ
ทอ้ งถิ่นของตนอยา่ งไร ซง่ึ จะทาํ ใหผ้ เู้ ขา้ รว่ มกิจกรรมหรือการจดั ทาํ ประชาคมประเภทน้ ีเขา้ ใจถึงปัญหา
ที่เกิดจากการพฒั นาวา่ มีสาเหตุมาจากอะไร จะตอ้ งมกี ารต้งั โจทยใ์ หแ้ ต่ละคนทบทวนเหตุการณ์ต่าง ๆ
ท่ีสาํ คญั วา่ ในอดีตถึงปัจจุบนั และอนาคตมีการเปล่ียนแปลงอะไร การจดั กลุ่มจะตอ้ งใหม้ ีการนําเสนอ
ความคิดเห็นของแต่ละกลุ่ม ขอ้ เสนอแนะต่าง ๆ ใหเ้ กิดผลของการสะทอ้ นภาพของทอ้ งถ่ิน ระดม
ความคิดแบบเชือ่ มโยงเป็ นระบบ เกิดการเรยี นรอู้ ยา่ งมีส่วนรว่ ม
ดร.สรุ ยิ ะ หนิ เมืองเก่า การติดตามและประเมินผลแผนพฒั นาทอ้ งถ่ ินขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ ิน หนา้ 99
ตวั อยา่ งตารางเสน้ แบ่งเวลาการเปลี่ยนแปลงทอ้ งถิ่น (Time Line)
การเปล่ียนแปลง อดตี ปัจจบุ นั แนวโนม้ ในอนาคต
1) ดา้ นเศรษฐกิจ
2) ดา้ นสงั คม
3) ดา้ นการเมือง
4) ดา้ นการศึกษา
5) ดา้ นส่ิงแวดลอ้ ม
6) ดา้ นเทคโนโลยี
7) ดา้ น.........
ตารางที่ 9 ตารางเสน้ แบ่งเวลาการเปล่ียนแปลงในทอ้ งถิ่นจาการทาํ Mind Map
กล่าวโดยสรุป แมว้ า่ การพฒั นาทอ้ งถ่ินจะมีรูปแบบที่หลากหลายในการเขา้ มามีส่วนรว่ ม
ของประชาชนในทอ้ งถิ่นและผูม้ ีส่วนไดเ้ สียท้งั หลายแต่ในที่น้ ีจะกล่าวไวเ้ ฉพาะการพฒั นาทอ้ งถ่ินโดย
รูปแบบการประชุมประชาคมหมู่บา้ น ตาํ บล ชุมชน เพื่อใหเ้ กิดกระบวนการมีส่วนร่วมในการพฒั นา
ทอ้ งถ่ินท้ังแผนยุทธศาสตร์การพัฒนา แผนพัฒนาสามปี การติดตามและประเมินผลแผนพัฒนา
ท้องถ่ิน ซ่ึงประกอบดว้ ยการพัฒนาองค์รวมแบบมีส่วนร่วมเป็ นกระบวนการมีส่วนร่วม AIC
(Appreciation Influence Control) เป็ นการนําเอาเทคนิคการประชุมแบบมีส่วนรว่ มอยา่ งสรา้ งสรรค์
มาดาํ เนินการ เพื่อใหเ้ กิดการยอมรบั ชื่นชมกนั (Appreciation) การใชป้ ระสบการณ์และร่วมถ่ายทอด
(Influence) และการนํายุทธศาสตร์ วิธีสําคัญ มากําหนดแผนปฏิบัติการโดยละเอียดเพ่ือใหเ้ กิด
กระบวนการ (Control) เห็นพ้องในท้องถ่ิน กระบวนการมีส่วนร่วมต้นไม้ประชาธิปไตยเป็ น
กระบวนการที่ทุกคนไดม้ ีโอกาสแสดงบทบาทและความตอ้ งการในท้องถิ่นของตนเอง Systemic
Approach เป็ นการแกป้ ัญหาที่ซบั ซอ้ นและตน้ ตอที่สอดคลอ้ งกบั แนวคิดแบบบูรณาการและวีการ
ประชุมเชิงปฏิบตั ิการ (Workshop Method)
การประชุมเชิงปฏิบตั ิการ เป็ นการประชุมเพ่ือปฏิบตั ิภารกิจรว่ มกนั ของผูม้ ีส่วนไดเ้ สียใน
ทอ้ งถิ่น ซ่ึงสมาชิกของชุมชนหรือผูม้ ีส่วนไดเ้ สียจะมีการประชุมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและลงมือ
ปฏบิ ตั ิหรอื ทาํ ภารกิจใดภารกิจหนึ่งรว่ มกนั ไปดว้ ย
ดร.สรุ ยิ ะ หินเมืองเก่า การติดตามและประเมินผลแผนพฒั นาทอ้ งถ่ ินขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ ิน หนา้ 100