The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลักสูตรโรงเรียนศรีกระนวนวิทยาคม-ปีการศึกษา2563

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Jakkapong Amatsombat, 2020-04-30 06:24:48

หลักสูตรโรงเรียนศรีกระนวนวิทยาคม-ปีการศึกษา2563

หลักสูตรโรงเรียนศรีกระนวนวิทยาคม-ปีการศึกษา2563

249

คาอธิบายรายวิชาเพิม่ เตมิ

ว32201 ฟิสิกส์ 3 กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์

ช้นั มัธยมศกึ ษาปีที่ 5 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 80 ชั่วโมง จานวน 2.0 หนว่ ยกติ

ศกึ ษา สืบค้นข้อมูล วิเคราะห์ สาํ รวจตรวจสอบ อภิปราย ทดลอง และอธิบาย การเคลื่อนที่

แบบฮาร์มอนกิ อย่างง่ายของวตั ถุติดปลายสปริงและลกู ตุ้มอยา่ งง่าย ความถ่ีธรรมชาติ การถ่ายโอนพลังงาน
ของคล่ืนกล คลนื่ ผิวนาํ้ ส่วนประกอบของคล่ืน การซ้อนทับของคล่ืน สมบัติของคล่ืน ธรรมชาติของเสียง
อตั ราเร็วของเสียง การเคลื่อนท่ีของคล่ืนเสียง ความเข้มเสียงและการได้ยิน เสียงดนตรี การส่ันพ้อง บีต

และคลื่นนิ่งของเสียง ปรากฏการณ์ดอปเพลอร์และคลื่นกระแทก การประยุกต์ความรู้เรื่องเสียง การ
เคลอื่ นที่และอัตราเร็วของแสง การสะทอ้ นของแสง การหกั เหของแสง เลนส์บาง ปรากฏการณ์ที่เกี่ยวกับ
แสง ทัศนอุปกรณ์ ความสว่าง การถนอมสายตา ตาและการมองเหน็ สี การผสมแสงสี พรอ้ มทง้ั นําเสนอ

ตัวอย่างท่นี ักเรยี นพบในชีวติ ประจาํ วนั ได้ และการใช้ประโยชนใ์ นทางสรา้ งสรรค์
เพ่ือให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ โดยใช้ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ มีคุณลักษณะอันพึง

ประสงค์ และสามารถอ่าน คดิ วเิ คราะห์ และเขียนสือ่ ความได้

การวัดและประเมินผล วัดท้ังด้านความรู้ ทักษะกระบวนการ และคุณลักษณะอันพึง
ประสงค์ โดยการสังเกตพฤติกรรม การปฏิบัติ การถาม การทดสอบ การนําเสนอรายงาน

การประเมินผลงานกล่มุ และรายบุคคล และเคร่ืองมอื ที่หลากหลายตามสภาพความเปน็ จรงิ

สาระฟสิ กิ ส์

2. เข้าใจการเคล่อื นทแี่ บบฮารม์ อนิกอย่างงา่ ย ธรรมชาติของคล่ืน เสียงและ การได้ยิน
ปรากฏการณ์ท่ีเกยี่ วขอ้ งกับเสียง แสงและการเหน็ ปรากฏการณ์ ท่ีเกยี่ วข้องกับแสง รวมทั้งนํา
ความรูไ้ ปใช้ประโยชน์

ผลการเรยี นรู้
1. ทดลองและอธิบายการเคลอื่ นท่ีแบบฮารม์ อนิกอย่างงา่ ยของวัตถตุ ดิ ปลายสปรงิ และลกู ตุ้มอยา่ งง่าย เป็น

ฟังก์ชนั แบบไซน์ รวมทั้งคํานวณปริมาณต่าง ๆ ท่ีเก่ียวข้อง และสามารถนาํ เสนอข้อมลู ในรปู แบบของ
กราฟ สมการ และผงั มโนทศั น์ได้
2. อธบิ ายความถธ่ี รรมชาตขิ องวัตถุและการเกดิ การสน่ั พ้อง พรอ้ มบอกปจั จยั ทีม่ ีผลต่อการสนั่ พอ้ งของวตั ถุ
3. อธิบายเกี่ยวกับปรากฏการณ์คลื่น ชนิดของคลื่น ส่วนประกอบของคล่ืน การแผ่ของหน้าคล่ืนด้วย
หลักการของฮอยเกนส์ และการรวมกัน ของคล่ืนตามหลักการซ้อนทับ พร้อมท้ัง คํานวณอัตราเร็ ว
ความถี่ และความยาวคลืน่
4. สังเกตและอธิบายและทาํ การทดลองเกีย่ วกับ การสะท้อน การหักเห การแทรกสอด และการเลยี้ วเบน
ของ คลื่นผิวนํ้า รวมทั้งคํานวณปริมาณต่าง ๆ ที่เก่ียวข้อง พร้อมทั้งสามารถสร้างชุดการทดลองอย่าง
ง่ายได้

250

5. อธิบายการเกิดเสียง การเคลือ่ นท่ีของเสียง ความสัมพันธ์ระหว่างคล่ืนการกระจัดของอนุภาคกับคลื่น
ความดัน ความสัมพันธ์ระหว่างอัตราเร็วของเสียงในอากาศที่ขึ้นกับอุณหภูมิในหน่วยองศาเซลเซียส
สมบตั ิของคล่นื เสียง ไดแ้ ก่ การสะท้อน การหักเห การแทรกสอด การเล้ียวเบน รวมทง้ั คาํ นวณปริมาณ
ตา่ ง ๆ ท่ีเกย่ี วข้อง

6. อธิบายความเข้มเสียง ระดับเสียง องค์ประกอบของการได้ยิน คุณภาพเสียง และ มลพิษทางเสียง
รวมทัง้ คํานวณปริมาณตา่ ง ๆ ที่เกี่ยวขอ้ ง วเิ คราะห์สถานการณ์เกี่ยวกบั คล่นื เสยี งในชีวติ ประจาํ วนั และ
จดั ทาํ โครงงานเกย่ี วกบั คล่นื เสยี งอยา่ งสร้างสรรคไ์ ด้

7. ทดลองและอธิบาย และพสิ ูจน์ท่ีมาของสมการการเกิดการส่ันพอ้ งของอากาศในท่อปลายเปิดหนึง่ ดา้ น
รวมทั้งสังเกต และอธิบายการเกิดบีต คลื่นนิ่ง ปรากฏการณ์ดอปเพลอร์ คลื่นกระแทกของเสียง ใน
ชีวิตประจําวัน คํานวณปริมาณต่าง ๆ ท่ีเก่ียวข้อง และนําความรู้เร่ืองเสียงไปใช้ประโยชน์ใน
ชีวติ ประจําวนั

8. ทดลองและอธิบายการแทรกสอดของแสง ผา่ นสลติ คูแ่ ละเกรตติงการเล้ยี วเบนและการแทรกสอดของ
แสงผ่านแผน่ สลติ เด่ยี ว รวมทงั้ คํานวณปรมิ าณตา่ งๆทเ่ี กย่ี วขอ้ ง

9. ทดลองและอธบิ ายการสะท้อนของแสงท่ผี ิวของวัตถตุ ามกฎการสะทอ้ น เขยี นรงั สขี องแสง และคํานวณ
ตําแหน่งและขนาดภาพของวตั ถุ เม่อื แสง ตกกระทบ กระจกเงาราบและกระจกเงาทรงกลม รวมทง้ั
อธิบายการนําความรเู้ รือ่ งการสะท้อน ของแสงจากกระจกเงาราบ และกระจกเงาทรงกลม รวมทงั้
อธบิ ายการนําความรู้ไปใชส้ ร้างนวตั กรรมทม่ี ปี ระโยชนใ์ นชีวิตประจาํ วนั

10. ทดลองและพิสจู น์หาความสัมพันธ์ระหว่าง ดรรชนีหกั เห มุมตกกระทบ และมุมหกั เห รวมทั้งอธบิ าย
ความสัมพันธ์ระหว่างความลึก จริงและความลึกปรากฏ มุมวิกฤตและการสะท้อนกลับหมดของแสง
และคาํ นวณปรมิ าณต่าง ๆ ที่เก่ยี วขอ้ ง

11. ทดลองและเขียนรงั สขี องแสงเพื่อแสดงภาพท่ีเกดิ จากเลนสบ์ าง หาตาํ แหน่ง ขนาด ชนิดของภาพ และ
ความสัมพันธ์ระหว่างระยะวัตถุ ระยะภาพและความยาวโฟกัส รวมท้ังคํานวณปริมาณต่าง ๆ ที่
เกี่ยวข้อง และอธิบายการนําความรู้เร่ืองการหักเหของแสงผ่านเลนส์บางไปใช้สร้างนวัตกรรมท่ีมี
ประโยชน์ในชีวิตประจาํ วนั

12. อธิบายปรากฏการณ์ธรรมชาติท่เี กีย่ วกับแสง เช่น รุ้ง การทรงกลด มิราจ และการเห็น ทอ้ งฟ้าเป็นสี
ต่าง ๆ ในช่วงเวลาต่างกนั

13. สังเกตและอธิบายการมองเห็นแสงสี สีของวัตถุ การผสมสารสี และการผสมแสงสี รวมท้ังอธิบาย
สาเหตขุ องการบอดสี

รวมท้ังหมด 13 ผลการเรียนรู้

251

คาอธบิ ายรายวิชาเพ่ิมเตมิ กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
ว32221 เคมี 3 เวลา 80 ช่วั โมง จานวน 2.0 หนว่ ยกติ

ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีที่ 5 ภาคเรยี นท่ี 1

ศกึ ษา สืบคน้ ขอ้ มูล วิเคราะห์ อภิปราย ทดลอง คาํ นวณ บอกความสัมพนั ธ์และอธิบาย ปริมาตร
ความดัน อุณหภูมิ จํานวนโมล หรือมวลของแก๊ส ตามกฎของบอยล์ กฎของชาร์ล กฎของเกย์–ลูสแซก กฏ
รวมแก๊ส กฎของอาโวกาโดร กฎแกส๊ อุดมคติ กฎความดันย่อยของดอลตนั ทฤษฎีจลน์ของแก๊ส กฎการแพร่
ผ่านของ เกรแฮม การประยกุ ต์ใช้ความรู้เก่ียวกับสมบัตแิ ละกฎตา่ งๆของแก๊ส ในการอธิบายปรากฏการณ์
หรือแก้ปัญหาในชีวิตประจําวันและในอุตสาหกรรม ทดลองและเขียนกราฟการเปล่ียนแปลงของสารใน
ปฏิกิริยาเคมี คํานวณอัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี และเขียนกราฟการเปลี่ยนแปลงของสารที่ไม่ได้วัดใน
ปฏิกิริยา แนวคิดเกี่ยวกับ การเกดิ ปฏิกิริยา พลังงานกับการดําเนินไปของปฏิกิรยิ าเคมี ผลของ
ปจั จัยต่างๆ ทมี่ ีตอ่ อตั ราการเกิดปฏิกริ ิยาเคมีในชวี ติ ประจําวันหรอื อุตสาหกรรม ความหมายของปฏิกริ ิยา
ผันกลับได้และภาวะสมดลุ การเปล่ียนแปลงความเข้มข้นของสารในอตั ราการเกิดปฏิกริ ิยาไปข้างหน้าและ
ย้อนกลับเมื่อเร่ิมปฏิกิริยาจนกระท่ังอยใู่ นภาวะสมดลุ คํานวณค่าคงที่สมดลุ และความเขม้ ข้นของสารที่
ภาวะสมดุล ปัจจยั ท่ีมีผลต่อภาวะสมดุลและค่าคงทีข่ องสมดุล การเปล่ยี นแปลงทีเ่ กิดขึ้นเม่ือภาวะสมดุล
ของระบบถูกรบกวนโดยใช้หลักของเลอชาเตอลิเอ สมดุลเคมีของกระบวนการท่ีเกิดข้ึนในส่ิงมีชีวิต
ปรากฏการณ์ในธรรมชาติและกระบวนการในอตุ สาหกรรม
เพ่ือให้มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับสมบัติของแก๊ส อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี สมดุลเคมีใน
สิง่ มชี ีวิตและสิ่งแวดล้อมโดยใช้การเรยี นรู้ ด้วยกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การ
สํารวจตรวจสอบ สามารถนําความรู้ และหลักการไปใช้ประโยชน์ เชื่อมโยง อธิบายปรากฏการณ์หรือ
แกป้ ัญหาในชีวิตประจําวนั สามารถจัดกระทําและวิเคราะห์ข้อมูล ส่ือสารสิ่งท่ีเรียนรู้ มีความสามารถ
ในการตัดสินใจ แก้ปัญหา มีจิตวิทยาศาสตร์ เห็นคุณค่าของวิทยาศาสตร์ มีจริยธรรม คุณธรรม
และค่านิยมทเ่ี หมาะสม

สาระเคมี รายวชิ าเพ่ิมเตมิ
1. เข้าใจโครงสรา้ งอะตอม การจดั เรียงธาตุในตารางธาตุ สมบัตขิ องธาตุ พันธะเคมี และสมบตั ขิ องสาร
แก๊สและสมบัติของแกส๊ ประเภทและสมบัตขิ องสารประกอบอินทรยี แ์ ละพอลเิ มอร์ รวมทง้ั การนาํ ความรู้
ไปใชป้ ระโยชน์

ผลการเรยี นรู้
1. อธบิ ายความสมั พันธ์และคํานวณปรมิ าตรความดัน หรอื อณุ หภูมขิ องแก๊สทภ่ี าวะต่าง ๆ ตามกฎของ

บอยล์ กฎของชาร์ล กฎของเกย์–ลูสแซก
2. คํานวณปริมาตร ความดัน หรืออุณหภมู ิของแก๊สทีภ่ าวะตา่ ง ๆ ตามกฎรวมแกส๊
3. คาํ นวณปรมิ าตร ความดัน อุณหภมู ิ จํานวนโมล หรือมวลของแกส๊ จากความสมั พันธต์ ามกฎของอาโว

กาโดร และกฎแก๊สอุดมคติ
4. คาํ นวณความดนั ยอ่ ยหรอื จาํ นวนโมลของแกส๊ ในแก๊สผสม โดยใช้กฎความดนั ย่อยของดอลตัน
5. อธบิ ายการแพรข่ องแก๊สโดยใชท้ ฤษฎีจลน์ของแก๊ส คาํ นวณและเปรยี บเทยี บอัตราการแพรข่ องแกส๊

โดยใช้กฎการแพร่ผา่ นของเกรแฮม
6. สบื คน้ ขอ้ มูล นําเสนอตวั อย่าง และอธบิ ายการประยุกต์ใช้ความรเู้ กี่ยวกับสมบตั แิ ละกฎต่าง ๆ ของ

แกส๊ ในการอธิบายปรากฏการณ์ หรือแกป้ ญั หาในชวี ิตประจาํ วันและในอตุ สาหกรรม

252

2. เข้าใจการเขยี นและการดุลสมการเคมี ปรมิ าณสมั พันธใ์ นปฏิกริ ยิ าเคมี อัตราการเกดิ ปฏิกริ ยิ าเคมี สมดุล
ในปฏกิ ริ ยิ าเคมี สมบัติและปฏกิ ริ ิยาของกรด-เบส ปฏกิ ิริยารีดอกซ์และเซลลเ์ คมไี ฟฟา้ รวมทัง้ การนําความรู้
ไปใช้ประโยชน์

ผลการเรยี นรู้
1. ทดลอง และเขยี นกราฟการเพม่ิ ขึ้นหรือลดลงของสารท่ีทาํ การวดั ในปฏิกริ ยิ า
2. คํานวณอัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี และเขียนกราฟการลดลงหรือเพ่ิมขึ้นของสารท่ีไม่ได้วัดใน

ปฏกิ ริ ิยา
3. เขียนแผนภาพ และอธิบายทิศทางการชนกันของอนุภาคและพลังงานที่ส่งผลต่ออัตรากา

เกิดปฏิกริ ยิ าเคมี
4. ทดลอง และอธบิ ายผลของความเข้มขน้ พืน้ ที่ผิวของสารต้ังต้น อณุ หภูมิ และตวั เรง่ ปฏิกิริยาที่มตี ่อ

อตั ราการเกิดปฏิกิรยิ าเคมี
5. เปรียบเทียบอัตราการเกิดปฏิกิริยาเม่ือมีการเปลี่ยนแปลงความเข้มข้น พ้ืนท่ีผิวของสารตั้งต้น

อณุ หภูมิ และตัวเรง่ ปฏิกริ ยิ า
6. ยกตัวอย่าง และอธิบายปัจจัยท่ีมีผลต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีในชีวิตประจําวันหรือ

อุตสาหกรรม
7. ทดสอบ และอธิบายความหมายของปฏิกิริยาผันกลบั ได้และภาวะสมดุล
8. อธิบายการเปล่ียนแปลงความเข้มข้นของสาร อัตราการเกิดปฏิกิริยาไปข้างหน้า และอัตราการ

เกิดปฏิกิริยาย้อนกลบั เม่อื เร่มิ ปฏิกริ ยิ าจนกระทงั่ ระบบอยใู่ นภาวะสมดลุ
9. คาํ นวณคา่ คงที่สมดุลของปฏิกิริยา
10. คํานวณความเข้มข้นของสารทีภ่ าวะสมดลุ
11. คํานวณคา่ คงท่ีสมดลุ หรือความเข้มขน้ ของปฏิกิริยาหลายขน้ั ตอน
12. ระบุปจั จัยท่ีมีผลต่อภาวะสมดลุ และค่าคงท่ีสมดลุ ของระบบ รวมท้ังคาดคะเนการเปลี่ยนแปลงท่ี

เกิดขึ้นเม่ือภาวะสมดลุ ของระบบถกู รบกวน โดยใชห้ ลกั ของเลอชาเตอลเิ อ
13. ยกตวั อยา่ ง และอธิบายสมดุลเคมขี องกระบวนการท่เี กิดขึ้นในสิ่งมีชวี ิต ปรากฏการณใ์ นธรรมชาติ

และกระบวนการในอตุ สาหกรรม

รวมทงั้ หมด 19 ผลการเรียนรู้

253

คาอธบิ ายรายวชิ าเพ่ิมเตมิ

ว32241 ชวี วทิ ยา 3 กลมุ่ สาระการเรยี นรูว้ ทิ ยาศาสตร์

ชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี 5 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 80 ชัว่ โมง จานวน 2.0 หน่วยกิต

ศึกษาการดํารงชีวติ ของพืช ลักษณะและหน้าทีข่ องเน้อื เยื่อพืช โครงสรา้ งและหนา้ ท่ขี องโครงสร้าง

ในอวัยวะของพชื จากราก ลําต้นและใบ ซึ่งพืชท่ีดํารงชีวิตในสภาวะแวดล้อมแตกต่างกันจะมีลักษณะของ
โครงสร้างตา่ ง ๆ แตกต่างกัน โดยโครงสร้างแตล่ ะโครงสร้างของพืชดอกทาํ หน้าทเ่ี ฉพาะ พชื ใบเล้ียงคู่และ
พชื ใบเล้ยี งเดี่ยวบางชนดิ มกี ารเจริญเตบิ โตปฐมภูมิและทตุ ิยภูมิ การแลกเปลยี่ นแกส๊ และการคายนํา้ ของพืช

การลําเลียงนา้ํ ของพืช การลาํ เลียงธาตุอาหารของพืชและการลาํ เลียงอาหารของพืช ศึกษาการสังเคราะห์
ด้วยแสงของพืช การค้นคว้าท่ีเก่ียวข้องกับกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง ข้ันตอนของกระบวนการ
สังเคราะห์ด้วยแสงของพืช C3 โฟโตเรสไพเรชัน กลไกการเพ่ิมความเข้มข้นของคาร์บอนไดออกไซด์ในพืช

C4 และพืช CAM ปัจจัยบางประการท่ีมีผลต่ออัตราการสังเคราะห์ด้วยแสง รวมทั้งการปรับตัวของพืช
ทางด้านโครงสร้างของใบ ทิศทางของใบและการจัดเรียงใบของพืชเพื่อรับแสง ศึกษาการสืบพันธ์ุของพืช
ดอกและการเจริญเตบิ โต วัฏจกั รชวี ติ และการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศของพชื ดอกที่เก่ียวข้องกบั โครงสร้างของ

ดอก การสร้างเซลล์สืบพันธแ์ุ ละการปฏสิ นธิ การเกิดและโครงสร้างของผลและเมลด็ การงอกของเมล็ดและปัจจัย
ที่มีผลต่อการงอกของเมล็ด การสืบพันธ์ุแบบไม่อาศัยเพศของพืชดอก รวมท้ังการวัดการเจริญเติบโตของพืช
ศกึ ษาสารควบคมุ การเจรญิ เติบโตของพชื และการตอบสนองของพืชต่อสิง่ แวดล้อมทั้งภายในและภายนอก การนํา

ความร้เู กีย่ วกบั พืชมาประยกุ ตใ์ ช้ในชีวติ ประจําวัน
โดยใช้กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ การสํารวจตรวจสอบ การสังเกต

การสืบค้นข้อมูล การอภิปราย การอธิบาย และสรุป เพ่ือให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ ส่ือสารสิ่งที่

เรียนรู้ มีความสามารถในการตัดสนิ ใจ นําความรู้ไปใชใ้ นชวี ิตประจาํ วัน มีจิตวทิ ยาศาสตร์ จรยิ ธรรม คณุ ธรรม
และคา่ นิยมท่เี หมาะสม

สาระชวี วิทยา
3. เขา้ ใจส่วนประกอบของพชื การแลกเปลย่ี นแกส๊ และคายนา้ํ ของพชื การลําเลียงของพืช การ

สงั เคราะหด์ ้วยแสง การสบื พนั ธข์ุ องพืชดอกและการเจรญิ เติบโต และการตอบสนองของพชื รวมทงั้ นาํ

ความรไู้ ปใชป้ ระโยชน์

ผลการเรียนรู้
1. อธิบายเกีย่ วกบั ชนิดและลกั ษณะของเน้ือเย่ือพืช และเขยี นแผนผังสรุปชนดิ ของเน้อื เยื่อพชื
2. สังเกต อธบิ าย และเปรยี บเทยี บลกั ษณะของเซลล์ทเ่ี ปน็ องคป์ ระกอบของโครงสร้างภายในของรากแต่

ละบริเวณจากการตดั ตามยาวบรเิ วณปลายราก
3. สังเกต อธบิ าย และเปรยี บเทยี บโครงสร้างภายในของรากพชื ใบเลีย้ งเด่ยี วและรากพชื ใบเลีย้ งคจู่ ากการ
ตัดตามขวาง

4. สังเกต อธิบาย และเปรียบเทียบโครงสรา้ งภายในของลําตน้ พืชใบเลย้ี งเดยี่ วและลาํ ตน้ พืชใบเลยี้ งคู่จาก
การตดั ตามขวาง

254

5. สงั เกต อภปิ รายและสรุปเกี่ยวกับการเจริญเตบิ โตปฐมภมู แิ ละทตุ ิยภูมิของรากและลาํ ตน้ ในพืชใบเลี้ยงคู่
และพชื ใบเลีย้ งเด่ยี วบางชนดิ
6. สงั เกต และอธิบายโครงสรา้ งภายนอกของใบพืชและโครงสร้างภายในของใบพืชจากการตดั ตามขวาง
7. สบื ค้นข้อมลู สงั เกต และอธิบายการแลกเปล่ยี นแกส๊ และการคายนํ้าของพชื
8. สบื ค้นขอ้ มลู สาํ รวจตรวจสอบ วเิ คราะหแ์ ละอภิปรายเกย่ี วกับปจั จยั ตา่ ง ๆ ทม่ี ผี ลตอ่ การคายนาํ้ ของพชื
9. สบื ค้นขอ้ มลู และอธิบายกลไกการลาํ เลียงน้าํ และธาตุอาหารของพชื
10. สาํ รวจตรวจสอบ และอธิบายโครงสรา้ งท่ีใช้ในการลําเลยี งนํา้ และธาตอุ าหารของพชื
11. สืบคน้ ข้อมลู อธบิ ายความสําคัญของธาตอุ าหาร ยกตวั อย่างธาตอุ าหารทส่ี ําคญั ทมี่ ีผลต่อการ
เจริญเตบิ โตของพืช
12. อธิบายกลไกการลาํ เลียงอาหารในพืช และเปรยี บเทียบทศิ ทางการลําเลยี งอาหารและทิศทางการ
ลําเลยี งนํ้า
13. สืบคน้ ขอ้ มูล และสรุปการศึกษาทไ่ี ด้จากการทดลองของนกั วิทยาศาสตรใ์ นอดตี เก่ียวกบั กระบวน การ
สังเคราะหด์ ว้ ยแสง
14. อธิบายขนั้ ตอนที่เกดิ ข้ึนในกระบวนการสังเคราะห์ดว้ ยแสงของพืช C3 และโฟโตเรสไพเรชัน
15. เปรยี บเทยี บกลไกการตรึงคารบ์ อนไดออกไซดใ์ นพืช C3 พชื C4 และพืช CAM
16. สืบคน้ ขอ้ มลู สํารวจตรวจสอบ วิเคราะหแ์ ละอภปิ รายเกยี่ วกับปจั จยั บางประการท่มี ผี ลตอ่ อตั ราการ
สังเคราะหด์ ว้ ยแสง
17. อธิบายวฏั จกั รชวี ิตแบบสลบั ของพชื ดอก
18. สืบคน้ ขอ้ มลู สํารวจตรวจสอบและอธิบายโครงสรา้ งและหน้าท่ขี องดอก
19. สงั เกต วิเคราะห์และจําแนกชนดิ ดอก
20. อธบิ าย และเปรียบเทยี บกระบวนการสรา้ งเซลล์สบื พนั ธ์เุ พศผ้แู ละเพศเมียของพืชดอก
21. สืบคน้ ข้อมูล อธบิ ายและสรปุ ข้นั ตอนการปฏิสนธขิ องพชื ดอก
22. สาํ รวจตรวจสอบ อธบิ ายและสรุปเก่ียวกับการเกดิ ชนดิ สว่ นประกอบของผลและเมล็ด และ
ยกตัวอยา่ งการใช้ประโยชน์จากโครงสรา้ งต่าง ๆ ของผลและเมล็ด
23. สํารวจตรวจสอบ และอธิบายเกย่ี วกบั ปจั จยั ตา่ ง ๆ ทม่ี ีผลต่อการงอกของเมล็ด สภาพพกั ตวั ของเมล็ด
และบอกแนวทางในการแก้สภาพพกั ตัวของเมลด็
24. สืบค้นขอ้ มลู สาํ รวจตรวจสอบ และอธิบายบทบาทและหน้าที่ของออกซิน ไซโทไคนิน จิบเบอเรลลิน เอ
ทิลนี และกรดแอบไซซกิ ที่มผี ลต่อส่วนต่าง ๆ ของพชื และอภปิ รายเกี่ยวกบั การนําไปใชป้ ระโยชนท์ าง
การเกษตร
25. สืบคน้ ขอ้ มูล ทดลอง และอภิปรายเกี่ยวกบั สงิ่ เรา้ ภายนอกทีม่ ผี ลตอ่ การเจริญเตบิ โตของพืช

รวมท้ังหมด 25 ผลการเรียนรู้

255

คาอธิบายรายวชิ าเพ่ิมเติม

รหสั วชิ า ว32281 โครงงานวิทยาศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนร้วู ทิ ยาศาสตร์

ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 40 ช่ัวโมง จานวน 1.0 หนว่ ยกติ

ตรวจสอบความรเู้ บือ้ งต้นด้านกระบวนการคดิ การแกป้ ัญหา การต้ังสมมตฐิ าน การออกแบบการ

ทดลอง โดยการดําเนนิ การตรวจสอบเบอื้ งตน้ ดว้ ยตนเอง และนาํ ทักษะปฏบิ ัตกิ ารพื้นฐานทางเคมี ชวี วิทยา
ฟิสกิ ส์ คอมพิวเตอร์ และคณิตศาสตรม์ าประยกุ ตใ์ ช้ฝึกเขยี นเคา้ โครงย่อของโครงงานก่อนลงมอื ปฏิบตั ิจริง
และปฏิบัตกิ ารทาํ โครงงานวิทยาศาสตรอ์ ยา่ งมีระบบ มรี ะเบียบ มีทฤษฎรี องรับในการตั้งสมมตฐิ าน มกี าร

ใชว้ ิธีการทางวิทยาศาสตร์แก้ปญั หาในการคน้ หาคําตอบ และทดสอบสมมตฐิ าน ใหส้ อดคล้องกับเคา้ โครง
ของโครงงาน สามารถปฏิบัตแิ ละรวบรวมขอ้ มูลอยา่ งเปน็ ระบบ นาํ ข้อมูลมาวเิ คราะห์ แปลผล อภิปรายผล
สรุปผลการปฏิบตั กิ าร เขียนรายงานการวจิ ัยถูกต้องในเชิงวิชาการ ขยายผลในการทาวิจยั เพม่ิ เติม สามารถ

นาํ ไปประยุกตใ์ ชใ้ ห้เกดิ ประโยชน์
โดยใช้กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ การสาํ รวจตรวจสอบ การสงั เกต

การสืบค้นข้อมูล การอภิปราย การอธิบาย และสรุป เพ่ือให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ ส่ือสารสิ่งท่ี

เรียนรู้ มีความสามารถในการตัดสนิ ใจ นาํ ความรูไ้ ปใชใ้ นชวี ิตประจาํ วัน มจี ิตวิทยาศาสตร์ จรยิ ธรรม คุณธรรม
และค่านยิ มท่เี หมาะสม

ผลการเรยี นรู้
1. อธิบายความหมาย คณุ ค่า และประเภทของโครงงานวทิ ยาศาสตร์

2. จัดทาํ เคา้ โครงของโครงงานวทิ ยาศาสตร์ทีจ่ ะดาํ เนินการวิจยั ด้วยตนเอง

3. นาํ เสนอเค้าโครงของโครงงานวิทยาศาสตรต์ อ่ ทปี่ ระชุม
4. เตรียมวัสดุอุปกรณ์ สารเคมี เคร่อื งมอื รวบรวมข้อมูลไดถ้ กู ต้องครบถว้ นตามหัวขอ้ วิจยั
5. ปฏบิ ตั กิ ารรวบรวมขอ้ มลู วเิ คราะหข์ ้อมลู แปลผล อภิปราย และสรุปผลการปฏบิ ัตกิ าร
6. อธิบายรูปแบบวิธีการเขียนรายงานโครงงานวิทยาศาสตร์ และเขียนรายงานโครงงานวิทยาศาสตร์ได้
ถูกตอ้ งและสมบรู ณ์
7. นาํ เสนอและเผยแพร่โครงงานวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
8. เสนอแนวทางในการทาํ วิจัยเพื่อขยายผลและนําไปประยกุ ตใ์ ช้

รวมท้ังหมด 8 ผลการเรยี นรู้

256

คาอธบิ ายรายวิชาเพิ่มเติม

ว32202 ฟสิ กิ ส์ 4 (หอ้ งเรียนพเิ ศษ) กลุม่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์

ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 5 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 80 ชั่วโมง จานวน 2.0 หนว่ ยกติ

ศึกษา สบื ค้นขอ้ มลู วิเคราะห์ คํานวณและอธบิ ายเก่ยี วกบั ปรากฏการณ์ธรรมชาติของไฟฟ้า

ประจุไฟฟ้า กฎการณ์อนรุ ักษ์ไฟฟ้า ตวั นําและฉนวนการเหน่ียวนําไฟฟ้า แรงระหวา่ งประจุและกฎของ
คูลอมบ์ สนามไฟฟ้า เส้นแรงไฟฟ้า ศักย์ไฟฟ้า ตัวเก็บประจุ การนําความรู้เก่ียวกับไฟฟ้าสถิตไปใช้
ประโยชน์ การเกิดกระแสไฟฟ้า แหลง่ กําเนดิ ไฟฟ้า การนําไฟฟ้า กระแสไฟฟ้าในตัวนํา กฎของโอห์ม

และความตา้ นทาน ผลของอณุ หภูมทิ ม่ี ีตอ่ ความต้านทาน แรงเคลื่อนไฟฟา้ และความต่างศักยไ์ ฟฟา้ การ
ต่อความต้านทาน การต่อเซลล์ไฟฟ้า ค่าอีเอ็มเอฟ พลังงานไฟฟ้าและกําลังไฟฟ้า วงจรไฟฟ้าและ
เคร่ืองใช้ไฟฟา้ ในบา้ น

โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสาํ รวจตรวจสอบ การสืบค้น
ขอ้ มลู บนั ทกึ จัดกลุ่มขอ้ มลู และการอภิปรายเพ่ือใหเ้ กิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถนาํ เสนอ
ส่ือสารสิ่งที่เรียนรู้ มีความสามารถในการตัดสินใจ เห็นคุณค่าของการนําความรู้ไปใช้ประโยชน์ใน

ชีวิตประจําวนั มีจติ วิทยาศาสตร์ คุณธรรมจรยิ ธรรม และคา่ นยิ มท่เี หมาะสม
สาระฟิสกิ ส์

3. เขา้ ใจแรงไฟฟา้ และกฎของคูลอมบ์ สนามไฟฟ้า ศักยไ์ ฟฟ้า ความจุไฟฟา้ กระแสไฟฟา้ และกฎ

ของโอหม์ วงจรไฟฟา้ กระแสตรง พลงั งานไฟฟ้า และกํา ลังไฟฟ้า การเปล่ียนพลงั งานทดแทนเป็นพลงั งาน
ไฟฟ้า สนามแม่เหลก็ แรงแม่เหลก็ ที่กระทํา กบั ประจุไฟฟ้า และกระแสไฟฟา้ การเหนยี่ วนํา แม่เหลก็ ไฟฟา้
และกฎของฟาราเดย์ ไฟฟ้ากระแสสลับ คล่ืนแม่เหล็กไฟฟ้าและการสื่อสาร รวมท้ังนํา ความรู้ไปใช้

ประโยชน์
ผลการเรียนรู้

1. ทดลองและอธิบายการทําวัตถุท่ีเป็นกลางทางไฟฟ้า ให้มีประจุไฟฟ้าโดยการขัดสีกันและการ

เหนีย่ วนําไฟฟ้าสถิต พรอ้ มสาธิตการเกิดไฟฟา้ สถิตในกรณตี า่ ง ๆ ได้
2. อธบิ ายและคาํ นวณแรงไฟฟา้ ตามกฎของคูลอมบ์
3. อธบิ ายและคาํ นวณสนามไฟฟา้ และแรงไฟฟ้าทกี่ ระทํากบั อนภุ าคท่มี ีประจไุ ฟฟ้าทีอ่ ยู่ในสนามไฟฟา้

รวมท้ังหาสนามไฟฟ้าลพั ธ์เน่ืองจากระบบจุดประจุโดยรวมกันแบบเวกเตอร์ ทั้งในรูปแบบ 2 มิติ
และ 3 มติ ิ
4. อธบิ ายและคํานวณพลังงานศักย์ไฟฟ้า ศักย์ไฟฟ้า และความต่างศักย์ระหว่างสองตําแหน่งใด ๆ

รวมทัง้ คาํ นวณปรมิ าณตา่ งๆ ท่ี เกยี่ วขอ้ ง
5. อธิบายสว่ นประกอบของตวั เก็บประจุ ความสัมพันธร์ ะหวา่ งประจุไฟฟ้า ความต่างศักย์ และความ

จขุ องตัวเก็บประจุ และอธิบายพลังงานสะสมในตัวเก็บประจุ และความจุสมมูล นําเสนอข้อมูล

ความสัมพนั ธใ์ นรปู แบบกราฟและสมการ รวมท้ังคาํ นวณปริมาณต่างๆ ทเี่ กี่ยวข้อง
6. นําความร้เู ร่ืองไฟฟ้าสถติ ไปอธิบายหลกั การทํางานของเคร่ืองใชไ้ ฟฟ้าบางชนิด และปรากฏการณ์

ในชวี ิตประจาํ วัน เพอื่ ชว่ ยปอ้ งกันอันตรายท่ีอาจเกิดข้ึน

7. อธิบายการเคลื่อนท่ขี องอิเล็กตรอนอิสระ และกระแสไฟฟ้าในลวดตัวนาํ หาความสัมพนั ธ์ระหว่าง
กระแสไฟฟ้าในลวดตัวนํากับความเร็วลอยเล่ือนของอิเล็กตรอนอิสระ ความหนาแน่นของ
อเิ ลก็ ตรอนในลวดตัวนํา และพืน้ ทหี่ น้าตดั ของลวดตวั นํา และคาํ นวณปริมาณต่าง ๆ ทีเ่ ก่ียวขอ้ ง

257

8. ทดลองและอธบิ ายกฎของโอห์ม ความสัมพันธ์ระหว่างความต้านทานกับความยาว พื้นท่ีหน้าตัด
และสภาพต้านทานของตัวนําโลหะ ท่ีอุณหภูมิคงตัว และคํานวณปริมาณต่าง ๆ ท่ีเก่ียวข้อง
รวมท้งั อธิบายและคาํ นวณความต้านทานสมมูล เมอื่ นําตวั ต้านทานมาต่อกันแบบอนุกรมและแบบ
ขนาน

9. ทดลอง อธิบายและคํานวณอีเอ็มเอฟของแหลง่ กําเนดิ ไฟฟ้ากระแสตรง รวมทั้งอธบิ ายและคํานวณ
พลังงานไฟฟา้ และกําลังไฟฟา้

10. ทดลองและคํานวณอีเอ็มเอฟสมมูลจาก การต่อแบตเตอรี่แบบอนุกรมและแบบขนาน รวมทั้ง
คํานวณปริมาณต่าง ๆ ที่เก่ียวข้อง ในวงจรไฟฟ้ากระแสตรงซึ่งประกอบด้วย แบตเตอรี่และตัว
ต้านทาน

11. อธิบายการเปลี่ยนพลังงานทดแทนเป็น พลังงานไฟฟ้า รวมทั้งสืบค้นและอภิปราย เก่ียวกับ
เทคโนโลยี ที่นํามาแก้ปัญหา หรือตอบสนองความต้องการทางด้านพลังงานไฟฟ้า โดยเน้นด้าน
ประสิทธภิ าพและความค้มุ ค่าด้านค่าใชจ้ า่ ย

12. นาํ ความรู้และเทคโนโลยีต่าง ๆ มาแก้ปัญหาหรอื ตอบสนองความตอ้ งการด้านพลังงาน เป็นการนํา
ความรู้และทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ มาสร้างอุปกรณ์และผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่ช่วยใน
การใช้พลงั งานอยา่ งมีประสทิ ธิภาพ

รวมทง้ั หมด 12 ผลการเรยี นรู้

258

ว32222 เคมี 4 คาอธบิ ายรายวชิ าเพ่มิ เตมิ กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์

ช้นั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 5 ภาคเรียนท่ี 2 เวลา 80 ช่วั โมง จานวน 2.0 หนว่ ยกติ

ศึกษา สืบค้นข้อมูล วเิ คราะห์ อภิปราย ทดลอง คํานวณ และอธบิ าย สารที่เป็นกรดหรือเบส
โดยใช้ทฤษฎีกรด–เบสของอาร์เรเนียส เบรินสเตด–ลาวรี และลิวอิส ระบุคู่กรด – เบสของสารตาม
ทฤษฎีของ เบรนิ สเตด–ลาวรี คํานวณและเปรยี บเทียบความสามารถในการแตกตวั หรอื ความแรงของกรด

และเบส คํานวณค่า pH ความเข้มข้นของไฮโดรเนียมไอออน ไฮดรอกไซด์ไอออนของสารละลายกรด
และเบส เขียนสมการเคมีแสดงปฏิกิริยาสะเทิน ระบุความเป็นกรดเบสของสารละลายหลังการสะเทิน
เขียนปฏิกิริยาไฮโดรลิซิส และระบุความเป็นกรด–เบสของเกลือ หลักการไทเทรต การเลือกใช้อินดิเค

เตอร์ที่เหมาะสม และคํานวณปริมาณสารหรือความเข้มข้นของสารละลายกรดหรือเบสจากการไทเทรต
สมบัติ องค์ประกอบ และประโยชน์ของสารละลายบัฟเฟอร์ นําเสนอตัวอย่างการใช้ประโยชน์และการ
แก้ปญั หาโดยใช้ความรเู้ กี่ยวกับกรด-เบส คาํ นวณ เลขออกซเิ ดชัน ระบปุ ฏิกิริยาท่ีเปน็ ปฏกิ ิริยารี

ดอกซ์ การเปลี่ยนแปลงเลขออกซิเดชัน ระบุตัวรีดิวซ์ ตัวออกซิไดส์ คร่ึงปฏิกิริยาออกซิเดชัน ครึ่ง
ปฏิกิริยารีดักชันของปฏิกิริยารีดอกซ์ เปรียบเทียบความสามารถในการเป็นตัวรีดิวซ์หรือตัวออกซิไดส์
เขียนแสดงปฏิกิริยารีดอกซ์ ดุลสมการรีดอกซ์ด้วยการใช้เลขออกซิเดชันและวิธีครึ่งปฏิกิริยา ระบุ

องค์ประกอบของเซลล์ไฟฟ้าเคมี เขียนสมการเคมีของปฏิกิริยาที่แอโนดและแคโทด ปฏิกิริยารวมและแผนภาพ
เซลล์ คํานวณค่าศักย์ไฟฟา้ มาตรฐานของเซลล์ ระบุประเภทของเซลล์เคมีไฟฟา้ ขั้วไฟฟ้า และปฏิกิริยา
เคมที ่ีเกดิ ข้นึ หลักการทาํ งาน สมการเคมีแสดงปฏิกริ ิยาของเซลล์ปฐมภมู ิและเซลล์ทุติยภูมิ การชบุ โลหะ

และแยกสารเคมีด้วยกระแสไฟฟ้า หลักการทางเคมีไฟฟ้าที่ใช้ในการชุบโลหะ การแยกสารเคมีด้วย
กระแสไฟฟ้า การทําโลหะให้บริสุทธ์ิ การป้องกันการกัดกร่อนของโลหะ ตัวอย่างความก้าวหน้าทาง
เทคโนโลยที ีเ่ กีย่ วข้องกบั เซลลเ์ คมไี ฟฟ้าในชวี ิตประจาํ วนั

เพือ่ ให้มีความรู้ ความเข้าใจเก่ยี วกบั กรด-เบส และไฟฟา้ เคมี โดยใช้การเรียนรดู้ ้วยกระบวนการ
ทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสํารวจตรวจสอบ สามารถนําความรู้ และหลักการไปใช้
ประโยชน์ เช่ือมโยง อธิบายปรากฏการณ์หรือแก้ปัญหาในชีวิตประจําวัน สามารถจัดกระทําและ

วิเคราะห์ข้อมูล สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ มีความสามารถในการตัดสินใจ แก้ปัญหา มีจิตวิทยาศาสตร์
เหน็ คณุ ค่าของวิทยาศาสตร์ มีจริยธรรม คุณธรรมและค่านิยมที่เหมาะสม

สาระเคมี รายวิชาเพ่มิ เติม
2. เข้าใจการเขียนและการดลุ สมการเคมี ปริมาณสัมพันธใ์ นปฏกิ ิรยิ าเคมี อัตราการเกดิ ปฏกิ ริ ิยาเคมี สมดุล
ในปฏกิ ริ ยิ าเคมี สมบตั ิและปฏกิ ิริยาของกรด-เบส ปฏกิ ิรยิ ารดี อกซแ์ ละเซลลเ์ คมไี ฟฟ้า รวมทัง้ การนําความรู้

ไปใชป้ ระโยชน์
ผลการเรียนรู้

1. ระบุ และอธบิ ายว่าสารเป็นกรดหรือเบสโดยใชท้ ฤษฎีกรด–เบสของอารเ์ รเนียส เบรินสเตด–ลาวรี

และลิวอสิ
2. ระบคุ ู่กรด-เบสของสารตามทฤษฎีกรด-เบสของเบรนิ สเตด – ลาวรี
3. คาํ นวณ และเปรียบเทยี บความสามารถในการแตกตวั หรอื ความแรงของกรดและเบส

259

4. คํานวณค่า pH ความเข้มขน้ ของไฮโดรเนยี มไอออนหรอื ไฮดรอกไซด์ไอออนของสารละลายกรด
และเบส

5. เขียนสมการเคมีแสดงปฏิกิริยาสะเทิน และระบุความเป็นกรด-เบสของสารละลายหลังการ
สะเทิน

6. เขยี นปฏิกริ ยิ าไฮโดรลิซสิ ของเกลอื และระบุความเป็นกรด-เบสของสารละลายเกลอื
7. ทดลอง และอธิบายหลักการการไทเทรต และเลือกใช้อินดิเคเตอร์ท่ีเหมาะสมสําหรับ การ
ไทเทรตกรด-เบส
8. คํานวณปริมาณสารหรอื ความเข้มข้นของสารละลายกรดหรือเบสจากการไทเทรต
9. อธบิ ายสมบตั ิ องค์ประกอบ และประโยชน์ของสารละลายบฟั เฟอร์
10. สืบค้นข้อมูล และนําเสนอตัวอย่างการใช้ประโยชน์และการแก้ปัญหาโดยใช้ความร้เู กี่ยวกับ
กรด–เบส
11. คาํ นวณเลขออกซิเดชัน และระบุปฏกิ ิรยิ าทีเ่ ปน็ ปฏกิ ริ ิยารดี อกซ์
12. วิเคราะห์การเปล่ยี นแปลงเลขออกซเิ ดชนั และระบตุ ัวรีดิวซ์และตัวออกซิไดส์ รวมทงั้ เขียนคร่ึง
ปฏกิ ิริยาออกซิเดชนั และครงึ่ ปฏิกริ ิยารีดักชันของปฏกิ ริ ยิ ารีดอกซ์
13. ทดลอง และเปรียบเทยี บความสามารถในการเปน็ ตวั รดี ิวซห์ รือตวั ออกซิไดส์ และเขยี นแสดง
ปฏกิ ิรยิ ารีดอกซ์
14. ดลุ สมการรีดอกซด์ ้วยการใชเ้ ลขออกซิเดชัน และวธิ คี รึง่ ปฏิกิรยิ า
15. ระบอุ งคป์ ระกอบของเซลลเ์ คมไี ฟฟ้า และเขียนสมการเคมีของปฏิกิริยาท่แี อโนดและแคโทด
ปฏิกริ ยิ ารวม และแผนภาพเซลล์
16. คาํ นวณค่าศักย์ไฟฟ้ามาตรฐานของเซลล์และระบปุ ระเภทของเซลล์เคมีไฟฟา้ ขว้ั ไฟฟ้า และ
ปฏิกิริยาเคมีทเี่ กดิ ขนึ้
17. อธิบายหลักการทาํ งาน และเขยี นสมการแสดงปฏิกิริยาของเซลลป์ ฐมภมู แิ ละเซลล์ทุตยิ ภูมิ
18. ทดลองชุบโลหะและแยกสารเคมีด้วยกระแสไฟฟ้า และอธิบายหลักการทางเคมีไฟฟา้ ทใี่ ช้ใน
การชบุ โลหะ การแยกสารเคมีดว้ ยกระแสไฟฟ้า การทําโลหะใหบ้ รสิ ทุ ธิ์ และการป้องกันการกดั กร่อนของ
โลหะ
19.สืบค้นขอ้ มลู และนาํ เสนอตวั อย่างความกา้ วหนา้ ทางเทคโนโลยที ่เี กยี่ วขอ้ งกบั เซลลเ์ คมีไฟฟา้ ใน
ชีวิตประจําวัน

รวมท้งั หมด 19 ผลการเรียนรู้

260

ว32242 ชวี วิทยา 4 คาอธบิ ายรายวชิ าเพ่มิ เตมิ
ชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรยี นท่ี 2 กล่มุ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์

เวลา 80 ชัว่ โมง จานวน 2.0 หน่วยกิต

ศกึ ษาเกีย่ วกบั การยอ่ ยอาหารของจลุ ินทรีย์ การยอ่ ยอาหารของสัตวท์ ่ไี มม่ ที างเดินอาหาร สัตว์ท่ีมี
ทางเดนิ อาหารแบบไม่สมบรู ณ์และสัตว์ทีม่ ีทางเดนิ อาหารแบบสมบรู ณ์ กระบวนการยอ่ ยอาหารและการดดู
ซึมสารอาหารของมนุษย์ ศึกษาระบบหายใจของสิ่งมีชีวิต โครงสร้างท่ีใช้ในการแลกเปลี่ยนแก๊สของ

สงิ่ มชี วี ิตเซลล์เดยี วและของสัตว์ โครงสร้างทีใ่ ช้ในการแลกเปลยี่ นแก๊สและกระบวนการแลกเปลย่ี นแก๊สของ
มนุษย์ ศกึ ษาการลําเลียงสารและระบบหมุนเวียนเลือดของสิ่งมีชวี ิต ส่วนประกอบของเลือด ทิศทางการ
ไหลเวียนของเลือด หลักการให้และรบั เลือดในมนุษย์ ระบบนํ้าเหลอื งและภูมคิ มุ้ กนั ศึกษาการขับถ่ายของ

สง่ิ มีชีวิตเซลล์เดยี วและของสตั ว์ อวัยวะและการขับถา่ ยของมนุษย์ การรักษาสมดุลของร่างกายและการนํา
ความรูเ้ กี่ยวกบั การรกั ษาสมดุลของรา่ งกายมาประยุกตใ์ ชใ้ นชวี ิตประจาํ วัน

โดยใช้กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ กระบวนการสบื เสาะหาความรู้ การสาํ รวจตรวจสอบ การสังเกต

การสืบค้นข้อมูล การอภิปราย การอธิบาย และสรุป เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ ส่ือสารสิ่งที่
เรียนรู้ มคี วามสามารถในการตดั สินใจ นําความรู้ไปใชป้ ระโยชน์ในชีวิตประจาํ วนั มีจิตวทิ ยาศาสตร์ จริยธรรม
คุณธรรม และค่านิยมท่เี หมาะสม

สาระชวี วิทยา
4. เข้าใจการยอ่ ยอาหารของสัตว์และมนุษย์ การหายใจและการแลกเปล่ียนแกส๊ การลําเลียงสาร

และการหมนุ เวยี นเลือด ภูมคิ ุ้มกันของรา่ งกาย การขบั ถ่าย การรับรู้และการตอบสนอง การเคล่อื นท่ี การ

สืบพันธุแ์ ละการเจรญิ เติบโต ฮอรโ์ มนกบั การรกั ษาดุลยภาพ และพฤตกิ รรมของสตั ว์ รวมทง้ั นําความรูไ้ ปใช้
ประโยชน์
ผลการเรยี นรู้

1. สืบค้นข้อมูล อธิบายและเปรียบเทียบโครงสร้างและกระบวนการย่อยอาหารของจลุ ินทรีย์ สัตว์ท่ีไม่มี
ทางเดนิ อาหาร สตั ว์ท่ีมีทางเดนิ อาหารแบบไมส่ มบูรณแ์ ละสตั ว์ท่ีมีทางเดนิ อาหารแบบสมบูรณ์
2. อธบิ ายเกยี่ วกับโครงสร้าง หน้าท่ีและกระบวนการย่อยอาหาร และการดูดซึมสารอาหารภายในระบบ

ย่อยอาหารหารของมนุษย์
3. สืบคน้ ขอ้ มูล อธบิ าย และเปรยี บเทยี บโครงสรา้ งท่ีทําหนา้ ทแี ลกเปล่ียนแก๊สของสิ่งมีชวี ิตเซลลเ์ ดยี ว สตั ว์
นํ้าที่ไม่มีอวัยวะที่ทําหน้าที่แลกเปลี่ยนแก๊สโดยเฉพาะ สัตว์น้ําที่มีอวัยวะท่ีทําหน้าที่แลกเปล่ียนแก๊ส

โดยเฉพาะ และสตั วบ์ ก
4. สํารวจตรวจสอบ และอธิบายโครงสรา้ งของปอดในสตั ว์เลย้ี งลกู ด้วยนํา้ นม
5. สบื คน้ ข้อมูล อธบิ ายโครงสรา้ งทใี่ ชใ้ นการแลกเปลี่ยนแก๊ส และกระบวนการแลกเปล่ยี นแก๊สของมนุษย์

6. อธบิ ายการทาํ งานของปอด และวัดปริมาตรของอากาศในการหายใจออกของมนุษย์
7. สบื คน้ ข้อมูล อภปิ ราย สรุปและนาํ เสนอผลงานทเี่ กยี่ วขอ้ งกับปอดและโรคของระบบทางเดนิ หายใจ การ
ปอ้ งกนั และดูแลรกั ษาโรคของระบบทางเดินหายใจ

8. สบื ค้นขอ้ มูล อธบิ ายและเปรียบเทียบระบบหมนุ เวียนเลือดแบบเปดิ และระบบหมุนเวยี นเลือดแบบปิด
9. สังเกตและอธิบายทิศทางการไหลของเลือดและการเคล่ือนที่ของเซลล์เม็ดเลือดในหางปลาและสรุป
ความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งขนาดของหลอดเลอื ดกับความเรว็ ในการไหลของเลอื ด

10. อธบิ ายและสรปุ โครงสรา้ งและการทํางานของหวั ใจและหลอดเลอื ดในมนุษย์

261

11. สงั เกต อภิปราย และอธบิ ายโครงสร้างหัวใจของสัตว์เลย้ี งลูกดว้ ยนาํ้ นม ทิศทางการไหลของเลือดผ่าน
หัวใจของมนุษย์ และเขียนแผนผงั สรุปการหมุนเวยี นเลือดของมนษุ ย์
12. สบื ค้นข้อมลู สํารวจตรวจสอบ อธิบายและสรุปเก่ยี วกับส่วนประกอบและหนา้ ท่ีของเลือด พร้อมระบุ
ความแตกตา่ งของเซลล์เมด็ เลือดแดง เซลล์เมด็ เลอื ดขาว เพลตเลต และพลาสมา
13. อธิบายหมู่เลือด หลกั การให้และรบั เลือดในระบบ ABO และระบบ Rh และเขียนตารางสรุปเก่ียวกับ
การใหแ้ ละรบั เลอื ดในระบบ ABO และระบบ Rh
14. สืบค้นข้อมูล อภิปราย อธิบายและสรุปเก่ียวกับส่วนประกอบและหน้าที่ของนํ้าเหลือง ทิศทางการ
ไหลเวียนของนา้ํ เหลือง รวมท้ังโครงสรา้ งและหน้าทข่ี องหลอดน้ําเหลือง และต่อมน้าํ เหลือง
15. สบื คน้ ขอ้ มูล อธบิ าย และเปรยี บเทยี บกลไกการต่อต้านหรือทําลายสิง่ แปลกปลอมแบบไม่จําเพาะและ
แบบจําเพาะ และยกตัวอย่างการทาํ ลายสง่ิ แปลกปลอมแบบไมจ่ ําเพาะและแบบจําเพาะ
16. สืบค้นข้อมลู อธิบาย การสรา้ งภมู คุ้มกนั ปจั จัยทม่ี ีผลต่อการสรา้ งภมู คิ ้มุ กนั ของรา่ งกาย
และเปรยี บเทียบการสร้างภูมคิ ุ้มกนั ก่อเองและภูมิคุ้มกันรับมา
17. สบื ค้นขอ้ มลู และอธบิ ายเก่ยี วกับความผดิ ปกติของระบบภูมิคุม้ กนั ท่ที ําใหเ้ กดิ เอดส์ ภูมแิ พ้ การสร้างภมู ิ
ต้านทานตอ่ เนอื้ เย่อื ตนเอง
18. สบื ค้นขอ้ มูล อธบิ าย และเปรียบเทียบโครงสรา้ งและหน้าทใ่ี นการกําจดั ของเสียออกจากร่างกายของสงิ่
ทชี วี ติ เซลล์เดียว ฟองนา้ํ ไฮดรา พลานาเรยี ไส้เดอื นดนิ แมลง กงุ้ และสตั วม์ ีกระดกู สันหลงั
19. อธิบายโครงสรา้ งและหนา้ ทีข่ องไต และโครงสร้างทใ่ี ช้ลาํ เลียงปัสสาวะออกจากรา่ งกาย
20. อธิบายกลไกการทํางานของหน่วยไตในการกําจัดของเสียออกจากร่างกาย และเขียนแผนผังสรุป
ขน้ั ตอนการกาํ จัดของเสยี ออกจากร่างกายโดยหน่วยไต
21. สบื คน้ ข้อมูล อธบิ าย และยกตวั อย่างเก่ียวกับความผดิ ปกติของไตอันเนอ่ื งมาจากโรคตา่ ง ๆ
22. สืบค้นข้อมูลและอธิบายเกยี่ วกับการรักษาสมดุลนํ้า เกลือแร่ กรดเบส และอุณหภูมิ ยกตัวอย่างการ
หลบหลกี จากสภาวะแวดลอ้ มทีไ่ มเ่ หมาะสม

รวมท้ังหมด 22 ผลการเรียนรู้

262

คาอธิบายรายวิชาเพม่ิ เตมิ

ว32261 โลก ดาราศาสตร์และอวกาศ 2 กล่มุ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์

ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 5 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 60 ชั่วโมง/ภาคเรยี น จานวน 1.5 หน่วยกติ

ศึกษาวิเคราะห์ อธิบาย ตรวจสอบเก่ยี วกบั ปัจจัยสําคัญที่มีผลต่อการรบั และคายพลังงาน จากดวง

อาทิตย์ ผลที่มีต่ออุณหภูมิ อากาศ กระบวนการที่ทําให้เกิดสมดุลพลังงานของโลก ผลของแรงเนื่องจาก
ความแตกตา่ งของความกดอากาศ แรงคอริออลสิ แรงสู่ศนู ย์กลาง แรงเสียดทานท่ีมีต่อการหมนุ เวียนของ
อากาศ การหมนุ เวียงของอากาศตามเขตละตจิ ูด และผลท่ีมตี อ่ ภูมิอากาศ ปัจจัยที่ทาํ ให้เกดิ การแบง่ ชน้ั นํ้า

ในมหาสมุทร ปัจจัยท่ีทําให้เกิดการหมุนเวียนของน้ําในมหาสมุทรและรูปแบบการหมุนเวียนของนํ้าใน
มหาสมุทร ผลของการหมุนเวียนของน้ําในมหาสมุทรท่ีมีต่อลักษณะลมฟ้าอากาศต่อส่ิงมีชีวิต และ
สิ่งแวดล้อม ความสัมพันธ์ระหว่างเสถียรภาพอากาศและการเกิดเมฆ การเกิดแนวปะทะอากาศแบบตา่ งๆ

และลักษณะลมฟ้าอากาศท่ีเก่ียวข้อง ปัจจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลก ยกตัวอย่างข้อมูล
สนับสนุน วิเคราะห์และอภิปรายเหตุการณ์ท่ีเป็นผลมากการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลก นําเสนอแนว
ปฏิบัติของมนุษย์ที่มีส่วนช่วยในการเปล่ียนแปลงภูมิอากาศโลก แปลความหมายสัญลักษณ์ลมฟ้าอากาศ

แผนทอ่ี ากาศ วิเคราะห์ คาดการณ์ ลักษณะลมฟ้าอากาศและขอ้ มูลสารสนเทศได้
โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ จิตวิทยาศาสตร์ในการสืบเสาะหาความรู้ การสํารวจ

ตรวจสอบ การสังเกต การสืบค้นข้อมูล การอภิปราย สรปุ เพ่ือให้เกดิ ความรู้ ความคิด ความเข้าใจ

สื่อสารส่ิงท่ีเรียนรู้ มีความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี มีความสามารถในการตดั สินใจ นาํ ความรู้ไปใชใ้ น
ชีวิตของตนเอง เฝ้าระวังและพัฒนาส่ิงแวดล้อมอย่างยั่งยืน มีจริยธรรม คุณธรรม แ ละค่านิยมที่
เหมาะสม

เพื่อให้เกิดความรู้ ความเขา้ ใจ มีทักษะกระบวนการและเจตคติทางวิทยาศาสตร์ เหน็ คณุ ค่าของ
วิทยาศาสตร์ นําความร้แู ละหลักการไปใชอ้ ธบิ ายปรากฏการณ์ หรือแกป้ ัญหาเกย่ี วกับการดาํ รงชีวิต

ผลการเรยี นรู้
14. อธิบายปัจจัยสําคัญท่ีมีผลต่อการรับและคายพลังงานจากดวงอาทิตย์แตกต่างกัน และผลที่มีต่อ
อุณหภมู ิ อากาศในแต่ละบรเิ วณของโลก

15. อธบิ ายกระบวนการท่ีทาํ ให้เกิดสมดุลพลงั งานของโลก
16. อธบิ ายผลของแรงเนอื่ งจากความแตกตา่ งของความกดอากาศ แรงคอรอิ อลสิ แรงสูศ่ นู ยก์ ลาง และ

แรงเสียดทานท่ีมตี ่อการหมนุ เวียนของอากาศ

17. อธิบายการหมนุ เวียนของอากาศตามเขตละตจิ ูดและผลท่มี ีตอ่ ภูมอิ ากาศ
18. อธบิ ายปจั จยั ที่ทาํ ให้เกิดการแบง่ ชั้นนาํ้ ในมหาสมทุ ร
19. อธิบายปัจจัยท่ีทําให้เกิดการหมุนเวียนของนํ้าในมหาสมุทรและรูปแบบการหมนุ เวียนของน้ําใน

มหาสมุทร
20. อธิบายผลของการหมุนเวียนของน้ําในมหาสมุทรท่ีมีต่อลักษณะลมฟ้าอากาศสิ่งมีชีวิต และ

สิ่งแวดล้อม

21. อธิบายความสัมพนั ธ์ระหวา่ งเสถยี รภาพอากาศและการเกดิ เมฆ
22. อธบิ ายการเกดิ แนวปะทะอากาศแบบต่างๆ และลกั ษณะลมฟา้ อากาศทีเ่ กีย่ วข้อง
23. อธบิ ายปัจจัยตา่ งๆ ท่มี ผี ลตอ่ การเปลี่ยนแปลงภูมอิ ากาศโลก พร้อมยกตัวอย่างข้อมลู สนับสนุน

263

24. วเิ คราะห์ และอภปิ รายเหตุการณ์ที่เปน็ ผลจาก การเปลย่ี นแปลงภมู ิอากาศโลกและ นาํ เสนอ แนว
ปฏิบตั ิ ของมนษุ ยท์ ีม่ ีสว่ นช่วยในการชะลอการเปลี่ยนแปลงภูมอิ ากาศโลก

25. แปลความหมายสัญลกั ษณ์ลมฟ้าอากาศบนแผนทอ่ี ากาศ
26. วิเคราะห์และคาดการณ์ลักษณะลมฟ้าอากาศเบ้ืองต้น จากแผนท่ีอากาศและข้อมูล สารสนเทศ

อนื่ ๆ เพ่อื วางแผนในการประกอบอาชีพและการดาํ เนินชีวิตให้สอดคลอ้ ง กับสภาพลมฟา้ อากาศ

รวมท้ังหมด 13 ผลการเรียนรู้

264

ว33201 ฟสิ ิกส์ 5 คาอธิบายรายวิชา
ชั้นมัธยมศกึ ษาปีท่ี 6 ภาคเรียนท่ี 1 กลุม่ สาระการเรียนร้วู ิทยาศาสตร์

เวลา 80 ชว่ั โมง จานวน 2.0 หนว่ ยกิต

ศึกษาหลักการของสสารและฟสิกสแผนใหม่ในเรื่อง ความร้อน การเปลี่ยนสถานะของสาร

การถ่ายโอนพลังงานความร้อนตามกฎการอนุรักษ์พลังงาน สภาพยืดหยุ่น ความเค้น ความเครียด
และมอดุลัสของยัง ความดันในของไหลและกฎพาสคัล แรงพยุงและหลักอารคิมีดีส ความตึงผิว การ
เคลื่อนท่ใี นของไหล และหลักแบร์นลู ลี แก๊สอดุ มคติ ทฤษฎจี ลน์ของแก๊ส กฎของแก๊สและพลังงานภายใน

ระบบของแกส แนวคิดเกี่ยวกับแบบจําลองอะตอม สมมติฐานของพลังค์ ทฤษฎีอะตอมของโบร์ การเกิด
เส้นสเปกตรัมของอะตอมไฮโดรเจน การคนพบอิเล็กตรอน ปรากฏการณโฟโตอเิ ลก็ ทรกิ ทวภิ าวะของคลื่น
และอนภุ าค กมั มนั ตภาพรงั สี การสลายกัมมนั ตรังสี ปฏกิ ริ ยิ านิวเคลยี ร พลงั งานนิวเคลยี ร รังสใี นธรรมชาติ

การปองกนั อันตรายและการใชประโยชนจากกมั มนั ตภาพรงั สี และพลงั งานนิวเคลยี ร
โดยใชก้ ารสืบเสาะหาความรู้ การสํารวจตรวจสอบ ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตรแ์ ละทกั ษะ

การเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 การสืบค้นข้อมูลและการอภิปราย สร้างสรรค์ช้ินงาน/โครงงาน เพ่ือให้เกิด

ความรู้ ความคดิ ความเขา้ ใจ สามารถสอ่ื สารสง่ิ ท่เี รียนรู้ มคี วามสามารถในการตัดสนิ ใจ การแก้ปัญหา การ
นําความรู้ไปใช้ในชีวิตประจําวนั มจี ิตวทิ ยาศาสตร์ จรยิ ธรรม คุณธรรม และคา่ นิยมท่ีเหมาะสม

การวัดและประเมินผล วัดท้ังด้านความรู้ ทักษะกระบวนการ และคณุ ลักษณะอันพึง
ประสงค์ โดยการสังเกตพฤติกรรม การปฏิบัติ การถาม การทดสอบ การนําเสนอรายงาน
การประเมนิ ผลงานกล่มุ และรายบุคคล และเครื่องมือทหี่ ลากหลายตามสภาพความเป็นจรงิ

สาระฟสิ กิ ส์

4. เข้าใจความสัมพันธ์ของความร้อนกับการเปล่ียนอุณหภูมิและสถานะของสสาร
สภาพยืดหยุ่นของวัสดุและมอดุลัสของยัง ความดันในของไหล แรงพยุง และหลัก ของอาร์คิ
มดี สิ ความตึงผิวและแรงหนืดของของเหลว ของไหลอุดมคติ และ สมการแบรน์ ูลลี กฎของแก๊ส
ทฤษฎีจลน์ของแก๊สอุดมคติและพลังงานในระบบ ทฤษฎีอะตอมของโบร์ ปรากฏการณ์โฟโตอิ
เล็กทริก ทวิภาวะของคล่ืนและ อนุภาค กัมมันตภาพรังสี แรงนิวเคลียร์ ปฏิกิริยานิวเคลียร์
พลังงานนิวเคลยี ร์ ฟสิ ิกสอ์ นภุ าค รวมท้งั นําความรู้ไปใช้ประโยชน์

ผลการเรยี นรู้
1. อธบิ าย และคํานวณความรอ้ นท่ีทาํ ใหส้ สาร เปลย่ี นอุณหภูมิความรอ้ นท่ที ําใหส้ สารเปลย่ี น สถานะ และ

ความร้อนทเี่ กิดจากการถา่ ยโอน ตามกฎการอนรุ ักษพ์ ลังงาน
2. อธิบายสภาพยดื หยุ่นและลักษณะการยืด และหดตวั ของวสั ดุท่ีเป็นแท่ง เม่ือถูกกระทํา ด้วยแรงค่า ตา่ ง

ๆ รวมทั้งทดลอง อธิบายและ คํานวณความเค้นตามยาว ความเครียดตามยาว และมอดุลสั ของยัง และ
นําความรเู้ รอื่ ง สภาพยดื หยนุ่ ไปใชใ้ นชวี ิตประจําวนั

265

3. อธิบาย และคํานวณความดันเกจ ความดัน สัมบูรณ์และความดันบรรยากาศ รวมท้ัง อธิบายหลักการ
ทํางานของแมนอมเิ ตอร์ บารอมิเตอรแ์ ละเครือ่ งอดั ไฮดรอลกิ

4. ทดลอง อธบิ าย และคาํ นวณขนาดแรงพยงุ จากของไหล
5. ทดลอง อธบิ าย และคาํ นวณความตึงผิวของ ของเหลว รวมทั้งสงั เกตและอธบิ ายแรงหนดื ของของเหลว
6. อธิบายสมบัติของของไหลอุดมคติสมการ ความต่อเนื่อง และสมการแบร์นูลลรี วมทั้ง คํานวณปริมาณ

ตา่ งๆ ที่เกี่ยวขอ้ ง และนําความรู้ เกี่ยวกับสมการความต่อเน่ืองและสมการแบร์นูลลี ไปอธบิ ายหลกั การ
ทํางานของอุปกรณ์ต่าง ๆ
7. อธิบายกฎของแก๊สอดุ มคตแิ ละคาํ นวณปรมิ าณ ต่าง ๆ ท่ีเกีย่ วข้อง
8. อธิบายแบบจาํ ลองของแกส๊ อดุ มคตทิ ฤษฎีจลน์ ของแกส๊ และอตั ราเรว็ อาร์เอ็มเอสของโมเลกุล ของแก๊ส
รวมท้ังคํานวณปรมิ าณตา่ งๆ ที่เกย่ี วข้อง
9. อธบิ ายและคํานวณงานทที่ ําโดยแก๊สในภาชนะปดิ โดยความดนั คงตัว และอธบิ ายความสัมพนั ธ์ ระหวา่ ง
ความรอ้ น พลงั งานภายในระบบ และงาน รวมทั้งคํานวณปรมิ าณต่าง ๆ ทเ่ี กี่ยวข้อง และนาํ ความร้เู รื่อง
พลงั งานภายในระบบ ไปอธิบายหลกั การทาํ งานของเครอ่ื งใชใ้ นชวี ิต ประจาํ วนั
10. อธิบายสมมติฐานของพลังค์ ทฤษฎีอะตอม ของโบร์และการเกดิ เส้นสเปกตรัมของ อะตอมไฮโดรเจน
รวมทง้ั คํานวณปริมาณ ตา่ ง ๆ ที่เกี่ยวขอ้ ง
11. อธบิ ายปรากฏการณ์โฟโตอิเล็กทริกและ คํานวณพลังงานโฟตอน พลังงานจลน์ของ โฟโตอเิ ลก็ ตรอน
และฟงั ก์ชนั งานของโลหะ
12. อธบิ ายทวิภาวะของคลื่นและอนภุ าค รวมท้ัง อธบิ ายและคาํ นวณความยาวคล่นื เดอบรอยล์
13. อธบิ ายกมั มันตภาพรังสแี ละความแตกตา่ ง ของรงั สแี อลฟา บีตา และแกมมา
14. อธิบาย และคํานวณกมั มนั ตภาพของ นิวเคลยี สกมั มนั ตรังสรี วมทั้งทดลอง อธิบาย และคํานวณจาํ นวน
นวิ เคลยี สกัมมนั ตภาพรงั สี ทเ่ี หลือจากการสลาย และครงึ่ ชวี ิต
15. อธบิ ายแรงนวิ เคลยี รเ์ สถียรภาพของนวิ เคลยี ส และพลงั งานยึดเหนยี่ ว รวมทั้งคาํ นวณปริมาณ ต่าง ๆ ท่ี
เกยี่ วข้อง
16. อธบิ ายปฏกิ ริ ิยานวิ เคลียรฟ์ ชิ ชนั และฟวิ ชัน รวมทั้งคํานวณพลงั งานนิวเคลียร์
17. อธบิ ายประโยชน์ของพลังงานนิวเคลียร์และ รงั สีรวมท้งั อันตรายและการป้องกันรังสี ในด้านต่าง ๆ
18. อธิบายการค้นคว้าวิจัยด้านฟิสิกส์อนุภาค แบบจําลองมาตรฐาน และการใช้ประโยชน์ จากการ
ค้นควา้ วจิ ัยดา้ นฟิสกิ ส์อนภุ าค ในดา้ นต่าง ๆ

รวมท้งั หมด 18 ผลการเรยี นรู้

266

คาอธิบายรายวิชาเพ่ิมเติม

ว33221 เคมี 5 กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์

ชนั้ มัธยมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 80 ชว่ั โมง จานวน 2.0 หนว่ ยกิต

สบื ค้นข้อมลู และนําเสนอตัวอย่างสารประกอบอินทรียท์ ่ีมีพนั ธะเด่ยี ว พันธะคู่ หรือพนั ธะสาม ท่ี

พบในชวี ิตประจําวนั เขียนสูตรโครงสร้างลิวอิส สูตรโครงสร้าง แบบย่อ และสูตรโครงสร้างแบบเส้นของ
สารประกอบอนิ ทรีย์ วเิ คราะห์โครงสร้างและระบุประเภทของ สารประกอบอินทรยี ์จากหมู่ฟงั กช์ ัน เขียน
สูตรโครงสร้างและเรียกชื่อ สารประกอบอินทรีย์ประเภทต่างๆ ที่มีหมู่ฟังก์ชันไม่เกิน 1 หมู่ ตามระบบ

IUPAC เขียนไอโซเมอร์โครงสร้างของสารประกอบอินทรีย์ประเภทต่างๆ วิเคราะห์และเปรียบเทียบจุด
เดือดและการ ละลายในนํ้าของสารประกอบอินทรีย์ที่มีหมู่ฟังก์ชัน ขนาดโมเลกุลหรือโครงสร้างต่างกัน
ระบุประเภทของสารประกอบไฮโดรคาร์บอนและเขียนผลิตภัณฑ์จากปฏิกิริยาการเผาไหม้ ปฏิกิริยากับ

โบรมีน หรือปฏกิ ริ ยิ ากบั โพแทสเซียมเปอร์แมงกาเนต เขยี นสมการเคมีและอธบิ ายการเกดิ ปฏิกิรยิ าเอสเทอ
รฟิ ิเคชัน ปฏิกริ ยิ าการสังเคราะห์เอไมด์ ปฏิกิริยาไฮโดรลิซิสและปฏกิ ิรยิ าสะปอนนฟิ ิเคชนั ทดสอบปฏกิ ริ ยิ า
เอสเทอริฟเิ คชนั ปฏิกริ ิยาไฮโดรลซิ ิส และปฏิกริ ิยาสะปอนนิฟเิ คชัน สืบคน้ ข้อมลู และนําเสนอตวั อย่างการ

นาํ สารประกอบอินทรียไ์ ปใช้ประโยชนใ์ นชีวิตประจําวันและอตุ สาหกรรม ระบุประเภทของปฏิกิริยาการ
เกิดพอลิเมอร์จากโครงสร้างของมอนอเมอร์ หรือพอลิเมอร์ วิเคราะห์และอธิบายความสัมพันธ์ระหว่าง
โครงสร้างและสมบัตขิ องพอลิเมอร์ รวมทั้งการนําไปใช้ประโยชน์ ทดสอบและระบุประเภทของพลาสติก

และผลิตภัณฑ์ยาง รวมทั้งการนําไปใช้ประโยชน์ อธิบายผลของการปรับเปลี่ยนโครงสร้างและการ
สงั เคราะหพ์ อลเิ มอรท์ ม่ี ตี อ่ สมบัติของพอลเิ มอร์ สืบคน้ ข้อมูลและนําเสนอตวั อยา่ งผลกระทบจากการใชแ้ ละ
การกาํ จัดผลติ ภณั ฑ์พอลิเมอร์และแนวทางแก้ไข

โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ จิตวิทยาศาสตร์ในการสืบเสาะหาความรู้ การสํารวจ
ตรวจสอบ การสังเกต การสบื ค้นข้อมลู การอภิปราย สรปุ เพื่อให้เกดิ ความรู้ ความคิด ความเข้าใจ
ส่ือสารส่ิงที่เรียนรู้ นําความรู้ไปใช้ในชีวิตของตนเอง ดูแลรักษาสิ่งมีชีวิตอ่ืน เฝ้าระวัง และพัฒนา

ส่ิงแวดล้อมอย่างยั่งยืน มีจริยธรรม คุณธรรม และค่านิยมที่เหมาะสม นําความรู้และหลักการไปใช้
อธบิ ายหรือแกป้ ญั หาทเี่ ก่ยี วกบั ประเภทและสมบัตขิ องสารประกอบอินทรยี แ์ ละพอลเิ มอร์

สาระเคมี รายวิชาเพ่ิมเตมิ
2. เขา้ ใจโครงสรา้ งอะตอม การจัดเรยี งธาตุในตารางธาตุ สมบตั อิ ของธาตุ พนั ธะเคมีและสมบตั ขิ อง
สาร แก๊สและสมบตั ขิ องแกส๊ ประเภทและสมบัติของสารประกอบอินทรียแ์ ละพอลเิ มอร์ รวมทง้ั

การนาํ ความรู้ไปใชป้ ระโยชน์

ผลการเรียนรู้

1. สืบค้นขอ้ มลู และนาํ เสนอตัวอย่างสารประกอบอนิ ทรยี ์ทมี่ พี นั ธะเด่ียว พันธะคู่ หรอื พันธะสาม ทพี่ บใน
ชวี ิตประจาํ วนั
2. เขียนสูตรโครงสร้างลิวอสิ สตู รโครงสรา้ ง แบบย่อ และสตู รโครงสรา้ งแบบเสน้ ของ สารประกอบอนิ ทรยี ์

3. วเิ คราะห์โครงสรา้ งและระบปุ ระเภทของ สารประกอบอนิ ทรยี ์จากหม่ฟู งั กช์ ัน
4. เขียนสตู รโครงสร้างและเรียกช่ือ สารประกอบอินทรียป์ ระเภทตา่ ง ๆ ทม่ี หี มู่ ฟงั ก์ชันไมเ่ กนิ 1 หมู่ ตาม
ระบบ IUPAC

267

5. เขยี นไอโซเมอร์โครงสรา้ งของสารประกอบอินทรยี ป์ ระเภทต่าง ๆ
6. วเิ คราะห์และเปรยี บเทียบจดุ เดือดและการ ละลายในนํ้าของสารประกอบอนิ ทรยี ์ที่มหี มู่ ฟงั ก์ชัน ขนาด
โมเลกุล หรือโครงสร้างตา่ งกัน
7. ระบปุ ระเภทของสารประกอบไฮโดรคารบ์ อนและเขียนผลติ ภัณฑ์จากปฏิกิริยาการเผาไหม้ ปฏิกริ ิยากบั
โบรมีน หรอื ปฏิกริ ยิ ากบั โพแทสเซยี มเปอร์แมงกาเนต
8. เขยี นสมการเคมแี ละอธบิ ายการเกดิ ปฏกิ ริ ิยา เอสเทอรฟิ เิ คชัน ปฏิกริ ยิ าการสงั เคราะหเ์ อไมด์ ปฏิกิรยิ า
ไฮโดรลซิ สิ และปฏกิ ริ ยิ าสะปอนนฟิ เิ คชนั
9. ทดสอบปฏกิ ิริยาเอสเทอรฟิ เิ คชัน ปฏิกิริยาไฮโดรลซิ สิ และปฏกิ ิรยิ าสะปอนนฟิ ิเคชัน
10. สบื คน้ ขอ้ มลู และนําเสนอตัวอยา่ งการนาํ สารประกอบอนิ ทรยี ์ไปใชป้ ระโยชน์ในชวี ิตประจําวันและ
อุตสาหกรรม
11. ระบุประเภทของปฏกิ ริ ิยาการเกิดพอลเิ มอร์จากโครงสรา้ งของมอนอเมอร์ หรอื พอลิเมอร์
12. วเิ คราะหแ์ ละอธบิ ายความสมั พนั ธ์ระหว่าง โครงสรา้ งและสมบัตขิ องพอลิเมอร์ รวมทัง้ การนําไปใช้
ประโยชน์
13. ทดสอบและระบุประเภทของพลาสตกิ และผลิตภณั ฑย์ าง รวมท้ังการนาํ ไปใชป้ ระโยชน์
14. อธิบายผลของการปรบั เปลี่ยนโครงสรา้ ง และการสงั เคราะหพ์ อลเิ มอรท์ ม่ี ตี อ่ สมบตั ขิ องพอลเิ มอร์
15. สบื ค้นขอ้ มูลและนําเสนอตวั อยา่ งผลกระทบจากการใชแ้ ละการกาํ จัดผลติ ภัณฑ์พอลิเมอร์และแนว
ทางแกไ้ ข

รวมทงั้ หมด 15 ผลการเรยี นรู้

268

คาอธิบายรายวิชาเพมิ่ เติม

ว33241 ชีววทิ ยา 5 กล่มุ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์

ช้ันมัธยมศกึ ษาปีท่ี 6 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 80 ช่ัวโมง จานวน 2.0 หนว่ ยกิต

ศึกษาเก่ียวกับดุลยภาพของชีวิตและการดํารงชีวิต การรักษาดุลยภาพในร่างกายของสัตว์และ

มนุษย์ศึกษาระบบประสาทและอวัยวะรบั ความรู้สึก การรับรู้และตอบสนองของส่ิงมีชีวิตเซลล์เดียว ของ

สัตว์ และมนุษย์ เซลล์ประสาทและการทํางานของเซลล์ประสาท สมองและไขสนั หลังที่เป็น

ศูนย์ควบคุมระบบประสาทการทํางานของระบบประสาทโซมาตกิ และระบบ-ประสาทอัตโนวัติ โครงสร้าง

และการทาํ งาน ของอวยั วะ รบั ความรสู้ ึกท่เี กย่ี วกับ นัยน์ตากับการมองเหน็ หูกบั การได้ยิน จมูก

กับการดมกล่ิน ลิ้นกับการ รับรส และผวิ หนังกับการรับความรสู้ ึก ศึกษาโครงสร้างและอวัยวะที่ใชใ้ น

การเคล่ือนที่ของสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียว ของสัตว์และมนุษย์ โครงสร้างและการทํางานของระบบ

สบื พันธ์ุและการเจรญิ เตบิ โตของสตั ว์และมนุษย์ ศกึ ษาระบบต่อมไรท้ อ่ โครงสรา้ งและการทํางานของตอ่ ม

ไร้ทอ่ ฮอร์โมนจากต่อมไรท้ ่อและอวัยวะท่ีสําคญั การรกั ษาดลุ ยภาพของร่างกายดว้ ยฮอร์โมนและฟีโรโมน

ในสัตว์ ศึกษาพฤติกรรมของสัตว์ กลไกการเกิดพฤติกรรมของสัตว์ พฤติกรรมเป็นมาแต่กําเนิดและ

พฤติกรรมเรยี นรู้ ความสัมพนั ธ์ระหว่างพฤติกรรม กับพัฒนาการของระบบประสาท การสอื่ สาร

ระหว่างสตั วโ์ ดยการใชเ้ สยี ง ทา่ ทาง และ สารเคมี

โดยใชก้ ระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ การสบื ค้นขอ้ มูล การสังเกต

การวิเคราะห์ การทดลอง การอภิปราย การอธิบาย และสรุป เพื่อเกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ มี

ความสามารถในการตัดสินใจ มีทักษะปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ รวมท้ังทักษะแห่งทศวรรษท่ี 21 ใน

ดา้ นการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ดา้ นการคิดและการแก้ปญั หา ด้านการสื่อสารสามารถส่ือสารสิง่ ทเ่ี รยี นรู้

และนําความรู้ไปใช้ในชวี ติ ของตนเอง มีจติ วิทยาศาสตร์ จรยิ ธรรม คุณธรรม และค่านิยมท่ีเหมาะสม

สาระการเรียนรู้
4. เข้าใจการย่อยอาหารของสตั ว์และมนุษย์ การหายใจและการแลกเปลี่ยนแกส๊ การลาํ เลยี งสาร

และการหมนุ เวยี นเลือด ภูมคิ ุ้มกนั ของร่างกาย การขับถา่ ย การรบั รู้และการตอบสนอง การเคล่อื นท่ี การ
สบื พันธ์ุและการเจรญิ เติบโต ฮอรโ์ มนกบั การรกั ษาดลุ ยภาพ และพฤติกรรมของสัตว์ รวมท้งั นาํ ความรไู้ ปใช้
ประโยชน์

ผลการเรียนรู้

1.สืบค้นข้อมูล อธิบาย และเปรยี บเทียบโครงสร้างและหน้าท่ีของระบบประสาทของไฮดรา พลานาเรีย
ไส้เดือนดิน กงุ้ หอย แมลง และสตั ว์มกี ระดกู สนั หลัง
2.อธิบายเกี่ยวกับโครงสร้างและหน้าทข่ี องเซลลป์ ระสาท
3.อธบิ ายเก่ียวกับการเปลี่ยนแปลงของศักย์ไฟฟ้าทเ่ี ยื่อหมุ้ เซลล์ของเซลลป์ ระสาท และกลไกการถา่ ยทอด
กระแสประสาท
4.อธิบาย และสรุปเกีย่ วกับโครงสร้างของระบบประสาทสว่ นกลางและระบบประสาทรอบนอก
5.สืบค้นข้อมูล อธบิ ายโครงสร้างและหน้าที่ของส่วนต่าง ๆ ในสมองส่วนหน้า สมองส่วนกลาง สมองส่วน
หลงั และไขสันหลงั

269

6.สืบค้นข้อมูล อธิบาย เปรียบเทียบ และยกตัวอย่างการทํางานของระบบประสาท โซมาติก และระบบ
ประสาทอัตโนวัติ
7.สืบคน้ ข้อมูล ทดลอง อภปิ รายและสรปุ เก่ียวกับการทํางานของระบบประสาทและอวยั วะรับความรูส้ กึ
8.สืบค้นข้อมูล อธิบายโครงสร้างและหน้าที่ของ ตา หู จมูก ล้ิน และผิวหนังของมนุษย์ ยกตัวอย่างโรค
ต่างๆ ทเี่ กี่ยวขอ้ ง และบอกแนวทางในการดูแลปอ้ งกนั และรกั ษา
9.สงั เกต และอธิบายการหาตําแหนง่ ของจดุ บอด โฟเวีย และความไวในการรับสัมผัสของผิวหนัง
10.สืบค้นข้อมูล ทดลอง อธิบาย และเปรียบเทียบโครงสร้างและหน้าที่ของอวัยวะท่ีเกี่ยวข้องกับการ
เคลอื่ นทขี่ องแมงกะพรุน หมกึ ดาวทะเล ไส้เดอื นดนิ แมลง ปลา และนก
11.สืบค้นข้อมลู และอธิบายโครงสร้างและหน้าที่ของกระดูกและกล้ามเนื้อท่ีเก่ียวข้องกับการเคลื่อนไหว
และการเคลือ่ นที่ของมนษุ ย์
12.สืบคน้ ข้อมูล ทดลอง อภปิ รายและสรปุ เก่ียวกับการเคล่อื นทขี่ องสง่ิ มชี วี ิต
13.สงั เกต และอธิบายการทํางานของข้อต่อชนิดต่าง ๆ และการทํางานของกล้ามเน้ือโครงร่างท่ีเกย่ี วข้อง
กบั การเคลื่อนไหวและการเคล่ือนที่ของมนษุ ย์
14.สืบค้นข้อมูล อธิบาย และยกตวั อยา่ ง การสบื พันธแ์ุ บบไม่อาศัยเพศและการสืบพันธุแ์ บบอาศัยเพศใน
สัตว์
15.สบื ค้นข้อมูล อธิบายโครงสร้างและหน้าท่ีของอวัยวะในระบบสบื พันธุ์เพศชายและระบบสืบพันธุ์เพศ
หญิง
16.อธบิ ายกระบวนการสรา้ งสเปริ ์ม กระบวนการสร้างเซลล์ไข่ และการปฏสิ นธใิ นมนษุ ย์
17.อธบิ ายการเจรญิ เติบโตระยะเอ็มบรโิ อและระยะหลังเอม็ บริโอของกบ ไก่ และมนษุ ย์
18.สืบค้นข้อมูล อธิบาย และเขียนแผนผังสรุปหน้าที่ของฮอร์โมนจากต่อมไร้ท่อและเน้ือเยื่อ ท่ี สร้าง
ฮอรโ์ มน
19.สืบค้นข้อมลู อธบิ าย เปรียบเทยี บ และยกตัวอย่างพฤตกิ รรมท่ีเปน็ มาแตก่ ําเนิดและพฤตกิ รรมทีเ่ กดิ จาก
การเรียนรขู้ องสัตว์
20. สืบค้นข้อมูล อธิบาย และยกตัวอย่างความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมกับวิวัฒนาการของระบบ

ประสาท
21. สืบคน้ ขอ้ มูล อธิบาย และยกตัวอย่างการส่ือสารระหวา่ งสตั ว์ที่ทําให้สัตว์แสดงพฤตกิ รรม
22. สืบคน้ ข้อมูล ทดลอง อภิปรายและสรุปเก่ียวกบั พฤติกรรมของสตั ว์

รวมทงั้ หมด 22 ผลการเรยี นรู้

270

คาอธิบายรายวชิ าเพ่ิมเติม

ว30285 ระเบียบวิธวี จิ ัยเบื้องต้น กลุม่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์
ช้นั มธั ยมศึกษาปีท่ี 6 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 40 ช่วั โมง จานวน 1.0 หนว่ ยกิต

ศึกษาผลงานวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยจี ากแหลง่ เรยี นรู้ โดยมีการสืบค้น
ข้อมูล วเิ คราะห์ นาํ เสนอ อภปิ รายและสรปุ ผล ศึกษาสถติ ิเพ่อื การวจิ ัย รปู แบบการเขียนงานวจิ ยั เขียนเคา้
โครงงานวิจัย และนําเสนอเค้าโครงงานวิจยั

เพอ่ื ให้เกิดการเรียนรกู้ ระบวนการวิจยั ทางวิทยาศาสตร์ จากความรคู้ วามเข้าใจในงานวจิ ัยทีศ่ กึ ษา
ส่อื สารสิ่งที่เรยี นรู้ มีคุณสมบัติและจรรยาบรรณของนักวทิ ยาศาสตร์ มีความสามารถในการตัดสินใจ มีจิต
วิทยาศาสตร์ คุณธรรม จริยธรรม และคา่ นยิ มทีพ่ ึงประสงค์

ผลการเรยี นรู้
1. อธบิ ายระเบยี บวิธีวิจัย
2. สืบค้นข้อมลู งานวิจยั ทางวทิ ยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี
3. เขยี นและนาํ เสนอเคา้ โครงงานวจิ ยั ของตนเองในสาขาทสี่ นใจ

รวมท้ังหมด 3 ผลการเรียนรู้

271

ว33202 ฟิสกิ ส์ 6 คาอธิบายรายวิชา
ชนั้ มธั ยมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรียนท่ี 2 กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์

เวลา 80 ชัว่ โมง จานวน 2.0 หนว่ ยกติ

ศกึ ษาวเิ คราะห์ ความหมายและคุณค่าของการทําโครงงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประเภท

ของ โครงงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี วิธีดําเนินการทําโครงงานวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ศึกษา
วิเคราะหแ์ ละ อภิปรายตวั อยา่ งโครงงานเกี่ยวกับ ชอื่ เร่อื ง บทคัดย่อ การออกแบบการทดลอง การอภิปราย
และสรปุ ผล การเขียนเอกสารอา้ งอิง แนวคดิ ในกรดดั แปลง ขยาย เพิม่ เตมิ จากโครงงานทไี่ ด้ศกึ ษา กาํ หนด

ปญั หา สืบคน้ ข้อมูล และเสนอแนวทางแก้ปญั หาในเร่ืองที่สนใจเปน็ พิเศษโดยนาํ ความรู้ทางฟิสิกสม์ าใช้ใน
การแก้ปัญหา นําเสนอเค้าโครงของ โครงงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทําการทดลองเบื้องต้น ศึกษา
ความปลอดภยั ในห้องปฏบิ ัตกิ ารและ จรรยาบรรณในการใช้สัตว์ทดลอง สืบค้นข้อมูล ปฏิบัติการทดลอง

สํารวจตรวจสอบสมมติฐานของปญั หาทส่ี นใจเปน็ พิเศษ บนั ทกึ และ รวบรวมข้อมลู วิเคราะหแ์ ละจดั กระทาํ
ขอ้ มลู สรุปผล เขยี นรายงาน และนําเสนอผลงาน

โดยใช้การสบื เสาะหาความรู้ การสํารวจตรวจสอบ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตรแ์ ละทักษะ

การเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 การสืบค้นข้อมูลและการอภิปราย เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจ มีความคิด
ระดับสูง สามารถเสนอเค้าโครงโครงงานวทิ ยาศาสตรแ์ ละ เทคโนโลยี มจี ิตวทิ ยาศาสตร์ มีความคิดระดับสูง
ในการสร้างองค์ความรู้โดยใช้กระบวนการทาง วิทยาศาสตร์ ส่ือสารสิ่งที่เรียนรู้ มีความสามารถในการ

ตดั สินใจ มจี ติ วทิ ยาศาสตร์ คณุ ธรรม จริยธรรม และ คา่ นยิ มท่ีพงึ ประสงค์คุณธรรม

ผลการเรยี นรู้
1. อธิบายความหมาย คุณคา่ และประเภทของโครงงานวิทยาศาสตร์(ฟสิ กิ ส์)
2. จดั ทาํ เค้าโครงของโครงงานวิทยาศาสตร์(ฟิสกิ ส์) ทีจ่ ะดําเนินการวจิ ัยด้วยตนเอง
3. นาํ เสนอเคา้ โครงของโครงงานวทิ ยาศาสตร์(ฟสิ ิกส)์ ต่อทีป่ ระชมุ
4. ดาํ เนินการทําโครงงานวิทยาศาสตร์(ฟิสกิ ส์) ตามแผนการปฏบิ ตั ิงาน
5. เขียนรายงานโครงงานวิทยาศาสตร์(ฟสิ ิกส)์
6. เสนอผลงานโครงงานวิทยาศาสตร์(ฟสิ กิ ส์) ในโรงเรียนหรอื ชุมชน

รวมทง้ั หมด 6 ผลการเรียนรู้

272

ว30226 เคมี 6 (STEM สรา้ งสรรค)์ คาอธิบายรายวิชา
ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 6 ภาคเรยี นที่ 2 กลุม่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์

เวลา 80 ชัว่ โมง จานวน 2.0 หนว่ ยกิต

การศึกษา กําหนดปัญหาและนําเสนอแนวทางการ แก้ปัญหาโดยใช้ความรู้ทางเคมีจาก

สถานการณท์ ่ี เกดิ ขึ้นในชีวิตประจาํ วัน การประกอบอาชพี หรืออุตสาหกรรม แสดงหลักฐานถึงการ บูรณา
การความรู้ ทางเคมีร่วมกับสาขาวิชาอื่น รวมทั้งทักษะ กระบวนการทางวิทยาศาสตร์หรือกระบวนการ
ออกแบบเชิงวิศวกรรม โดยเนน้ การคิดวเิ คราะห์ การแก้ปัญหาและความคดิ สรา้ งสรรค์ เพ่อื แก้ปัญหาใน

สถานการณ์หรือประเด็นที่สนใจ นําเสนอผลงานหรือช้ินงานที่ได้จากการแก้ปัญหาในสถานการณ์หรือ
ประเด็นท่ีสนใจโดยใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศ แสดงหลักฐานการเข้าร่วมการสัมมนา การเข้าร่วมประชุม
วิชาการ หรือการแสดงผลงานส่งิ ประดิษฐ์ในงานนิทรรศการ

โดยใช้กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ จติ วทิ ยาศาสตรใ์ นการสบื เสาะหาความรู้ กระบวนการคิด
ทักษะการสื่อสาร ทักษะการใชเ้ ทคโนโลยี เพื่อการค้นควา้ และการสือ่ สาร ซ่ึงสามารถทําได้หลายระดบั โดย
อาจเป็นระดบั ช้ันเรยี น โรงเรยี น กลมุ่ โรงเรยี น ชมุ ชน ระดบั ชาติ หรอื นานาชาติ โดย การบรู ณาการ

ความรู้และทกั ษะในการอธบิ ายปรากฏการณ์ในชีวิตประจําวนั และการแกป้ ญั หา ทางเคมี

สาระเคมี รายวิชาเพมิ่ เติม
3. เข้าใจหลักการทําปฏิบัติการเคมี การวัดปริมาณสาร หน่วยวัดและการเปลี่ยนหน่วย การคํานวณ
ปริมาณของสาร ความเข้มข้นของสารละลาย รวมทั้งการบูรณาการความรู้และทักษะในการอธิบาย
ปรากฏการณ์ในชีวิตประจําวันและการแก้ปัญหาทางเคมี

ผลการเรยี นรู้
1.กําหนดปัญหาและนําเสนอแนวทางการ แก้ปัญหาโดยใช้ความรู้ทางเคมีจากสถานการณ์ ท่ีเกิดข้ึนใน
ชวี ิตประจาํ วนั การประกอบอาชีพ หรอื อตุ สาหกรรม
2.แสดงหลักฐานถึงการบูรณาการความรู้ ทางเคมีร่วมกับสาขาวิชาอื่น รวมท้ังทักษะ กระบวนการทาง
วิทยาศาสตร์หรือกระบวนการ ออกแบบเชิงวิศวกรรม โดยเนน้ การคดิ วิเคราะห์ การแก้ปญั หาและความคิด
สรา้ งสรรค์ เพ่อื แก้ปัญหาในสถานการณห์ รือประเด็นท่ีสนใจ
3. นําเสนอผลงานหรือชิ้นงานท่ีได้จากการแก้ปัญหาในสถานการณ์หรือประเดน็ ที่สนใจโดยใช้เทคโนโลยี
สารสนเทศ
4.แสดงหลักฐานการเข้ารว่ มการสัมมนา การเข้าร่วมประชุมวิชาการ หรือการแสดงผลงานสิง่ ประดิษฐใ์ น
งานนทิ รรศการ

รวมทัง้ หมด 4 ผลการเรียนรู้

273

คาอธบิ ายรายวชิ าเพิ่มเตมิ

ว33207 ชีววิทยา 6 กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 6 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 80 ช่ัวโมง จานวน 2.0 หน่วยกติ

ศึกษาความหลากหลายทางชีวภาพและความเชื่อมโยงระหวา่ งความหลากหลายทางพันธุกรรม
ความหลากหลายของสปีชีส์ และความหลากหลายของระบบนิเวศการเกิดเซ ลลเ์ ร่มิ แรกของสิง่ มชี วี ิตและ
วิวฒั นาการของสง่ิ มีชวี ิตเซลลเ์ ดียว อธิบายลักษณะสําคญั และยกตัวอยา่ งสิง่ มชี ีวติ กลุ่มแบคทีเรียส่ิงมีชวี ิต

กล่มุ โพรทิสต์สิ่งมชี ีวิตกลุ่มพืช ส่ิงมชี วี ติ กลุ่มฟงั ไจและสิง่ มีชีวติ กลุม่ สตั ว์ การจําแนกสง่ิ มชี ีวิตจากหมวดหมู่
ใหญ่จนถึงหมวดหมู่ย่อยและวิธีการเขียนชื่อวิทยาศาสตร์ในลาํ ดบั ข้ันสปีชีส์สร้างไดโคโทมัสคีย์ในการระบุ
ส่งิ มีชีวติ หรอื ตัวอย่าง ที่กาํ หนดออกเป็นหมวดหมู่วิเคราะห์อธิบายและยกตวั อย่างกระบวนการถ่ายทอด

พลงั งานในระบบนิเวศ
การเกดิ ไบโอแมกนฟิ ิเคชันและบอกแนวทางในการลดการเกดิ ไบโอแมกนฟิ ิเคชันเขยี นแผนภาพเพื่ออธบิ าย
วฏั จักรไนโตรเจนวฏั จักรกํามะถนั และวฏั จักรฟอสฟอรัส อธบิ ายลักษณะของไบโอมท่กี ระจายอยตู่ ามเขต

ภูมิศาสตร์ตา่ งๆการเปลี่ยนแปลงแทนทแ่ี บบปฐมภูมแิ ละการเปล่ยี นแปลงแทนท่ีแบบทุติยภมู ิสรุปเก่ียวกับ
ลกั ษณะเฉพาะของประชากรของส่ิงมีชีวิตบางชนิดสบื ค้นข้อมูลการเพ่มิ ของประชากรแบบเอก็ โพเนนเชยี ล
และการเพ่ิมของประชากรแบบลอจิสติกอธิบายตัวอย่างปจั จยั ท่ีควบคุมการเติบโตของประชากรวเิ คราะห์

อภปิ รายและสรปุ ปญั หาการขาดแคลนนํ้าการเกดิ มลพษิ ทางน้าํ และผลกระทบท่มี ีตอ่ มนษุ ย์และสิ่งแวดลอ้ ม
รวมทั้งเสนอแนวทางการวางแผนการจัดการน้ําและการแก้ไขปัญหาวิเคราะห์อภิปรายและสรุปปัญหา
มลพิษทางอากาศและผลกระทบท่ีมีต่อมนุษยแ์ ละสิ่งแวดล้อมรวมทั้งเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาสรุป

ปัญหาท่ีเกิดกับทรพั ยากรดินและผลกระทบที่มีต่อมนุษย์และสิง่ แวดล้อมรวมทั้งเสนอแนวทางการแก้ไข
ปัญหาสรปุ ปญั หาผลกระทบท่ีเกิดจากการทาํ ลายปา่ ไม้รวมท้งั เสนอแนวทางในการปอ้ งกันการทําลายป่าไม้
และการอนุรักษ์ป่าไม้วิเคราะห์อภิปรายและสรุปปัญหาผลกระทบท่ีทําให้สัตว์ป่ามีจํานวนลดลงและ

แนวทางในการอนรุ กั ษ์สตั ว์ป่า
โดยใชก้ ระบวนการทางวิทยาศาสตร์ กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ การสบื ค้นข้อมลู การสังเกต

การวิเคราะห์ การทดลอง การอภิปราย การอธิบาย และสรุป เพื่อเกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ มี

ความสามารถในการตัดสินใจ มีทักษะปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ รวมท้ังทักษะแห่งทศวรรษท่ี 21 ใน
ดา้ นการใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศ ด้านการคดิ และการแก้ปัญหา ด้านการสอื่ สารสามารถส่ือสารสงิ่ ทเ่ี รยี นรู้
และนาํ ความรไู้ ปใชใ้ นชีวติ ของตนเอง มีจิตวิทยาศาสตร์ จรยิ ธรรม คณุ ธรรม และค่านยิ มท่เี หมาะสม

สาระชวี วิทยา
สาระท่ี 2 เขา้ ใจการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม การถ่ายทอดยีนบนโครโมโซม สมบัติและ

หน้าท่ีของสารพันธุกรรม การเกิดมิวเทชัน เทคโนโลยีทางดีเอ็นเอ หลักฐานข้อมูลและแนวคิดเก่ียวกับ

วิวัฒนาการของส่ิงมีชีวิต ภาวะสมดุลของฮารด์ ี-ไวน์เบิร์กการเกิดสปีชีส์ใหม่ ความหลากหลายทางชีวภาพ
กําเนิด ของสิง่ มีชวี ติ ความหลากหลายของส่ิงมีชวี ิต และอนกุ รมวิธาน รวมท้ังนําความรู้ไปใชป้ ระโยชน์
ผลการเรยี นรู้

1. อภิปรายความสําคญั ของความหลากหลายทางชวี ภาพ และความเช่ือมโยงระหว่าง ความหลากหลาย
ทางพันธุกรรม ความหลากหลายของสปชี ีส์ และความหลากหลายของระบบนเิ วศ

2. อธบิ ายการเกดิ เซลลเ์ ริม่ แรกของสงิ่ มชี วี ิตและวิวฒั นาการของส่ิงมชี วี ิตเซลลเ์ ดียว

274

3. อธิบายลักษณะสําคัญ และยกตัวอย่างสิง่ มีชีวิตกลุ่มแบคทีเรีย ส่งิ มีชีวิตกลุ่มโพรทิสต์ ส่ิงมีชีวติ กลุ่มพืช
สง่ิ มชี ีวติ กล่มุ ฟงั ไจ และส่งิ มชี วี ติ กล่มุ สัตว์

4. อธิบาย และยกตัวอย่างการจาํ แนกส่ิงมีชีวิตจากหมวดหมู่ใหญจ่ นถงึ หมวดหมู่ย่อย และวิธีการเขียนชื่อ
วิทยาศาสตร์ในลาํ ดบั ขนั้ สปชี ีส์

5. สร้างไดโคโทมสั คยี ์ในการระบุสง่ิ มีชวี ิตหรือตวั อยา่ งที่กาํ หนดออกเปน็ หมวดหมู่
6. สืบค้นข้อมลู อภปิ ลายและอธิบายเกยี่ วกบั ชนดิ พันธุต์ ่างถนิ่ ทสี่ ่งผลกระทบตอ่ สภาพแวดล้อม
7. สืบค้นข้อมูล อภิปลาย และนําเสนอคุณค่าของความหลากหลายทางชีวภาพกับการใช้ประโยชน์ของ

มนุษย์ท่มี ผี ลต่อสงั คมและส่ิงแวดล้อม
สาระที่ 5 เข้าใจแนวคิดเก่ียวกับระบบนิเวศ กระบวนการถ่ายทอดพลงั งานและการหมุนเวียนสารใน
ระบบนเิ วศ ความหลากหลายของไบโอม การเปล่ียนแปลงแทนทีข่ องส่งิ มชี วี ิตในระบบนิเวศ ประชากรและ
รปู แบบการเพิ่มของประชากรทรัพยากรธรรมชาติและสงิ่ แวดลอ้ ม ปัญหาและผลกระทบท่ีเกดิ จากการใช้
ประโยชน์และแนวทางการแก้ไขปญั หา
1. วิเคราะห์ อธบิ าย และยกตวั อยา่ งกระบวนการถา่ ยทอดพลังงานในระบบนิเวศ
2. อธิบาย ยกตวั อย่างการเกิดไบโอแมกนิฟิเคชนั และบอกแนวทางในการลดการเกดิ ไบโอแมกนิฟเิ คชนั
3. สืบค้นขอ้ มูล และเขียนแผนภาพ เพอื่ อธิบายวฏั จกั รไนโตรเจน วัฏจกั รกํามะถัน และวฏั จกั รฟอสฟอรัส
4. สบื ค้นขอ้ มูล ยกตวั อยา่ ง และอธิบายลกั ษณะของไบโอมท่กี ระจายอยู่ตามเขตภมู ศิ าสตร์ต่าง ๆ บนโลก
5. สืบค้นข้อมูล ยกตัวอย่าง อธิบาย และเปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลงแทนท่ีแบบปฐมภูมิ
และการเปล่ียนแปลงแทนทีแ่ บบทุตยิ ภมู ิ
6. สบื ค้นข้อมูล อธิบาย ยกตัวอยา่ ง และสรุปเกย่ี วกบั ลักษณะเฉพาะของประชากรของสิง่ มีชวี ิตบางชนิด
7. สืบคน้ ข้อมูล อธิบาย เปรียบเทยี บ และยกตัวอย่างการเพ่ิมของประชากรแบบเอ็กโพเนนเชียลและการ
เพมิ่ ของประชากรแบบลอจิสติก
8. อธิบาย และยกตัวอย่างปจั จัยที่ควบคุมการเตบิ โตของประชากร
9. วิเคราะห์ อภปิ ราย และสรุปปญั หา การขาดแคลนนา้ํ การเกิดมลพษิ ทางนาํ้ และผลกระทบทมี่ ตี อ่ มนษุ ย์
และสง่ิ แวดล้อม รวมทง้ั เสนอแนวทางการวางแผนการจัดการนาํ้ และการแกไ้ ขปญั หา
10. วิเคราะห์ อภิปราย และสรุปปัญหามลพิษทางอากาศ และผลกระทบท่ีมีต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม
รวมท้งั เสนอแนวทางการแกไ้ ขปัญหา
11. วิเคราะห์ อภิปราย และสรปุ ปญั หาท่เี กิดกับทรพั ยากรดิน และผลกระทบทม่ี ีต่อมนุษยแ์ ละสิ่งแวดล้อม
รวมทั้งเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหา
12. วเิ คราะห์ อภิปราย และสรุปปัญหา ผลกระทบที่เกิดจากการทําลายป่าไม้ รวมทง้ั เสนอแนวทางในการ
ป้องกันการทาํ ลายปา่ ไม้และการอนรุ ักษ์ป่าไม้
13. วิเคราะห์ อภิปราย และสรุปปัญหา ผลกระทบที่ทําให้สัตว์ป่ามีจํานวนลดลง และแนวทางในการ
อนุรกั ษ์สตั ว์ปา่
14. ออกแบบสถานการณ์จําลองท่ีแสดงถงึ การเปล่ยี นแปลงปัจจัยตา่ งๆของส่ิงแวดล้อมที่มีผลต่อการอยู่
รอดของสง่ิ มีชีวติ
15. สืบค้นข้อมูล อธิบายและสรุปความสําคัญของโครงการอันเน่ืองมาจากพระราชดําริของ
พระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภูมพิ ลอดลุ ยเดช

รวมทงั้ หมด 22 ผลการเรียนรู้

275

คาอธบิ ายรายวิชาเพมิ่ เติม

ว33261 โลก ดาราศาสตรแ์ ละอวกาศ 3 กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์

ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีที่ 6 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 40 ชวั่ โมง/ภาคเรียน จานวน 1.0 หน่วยกติ

ศกึ ษาวเิ คราะห์ อธิบาย ตรวจสอบเกี่ยวกบั การกําเนดิ และการเปลี่ยนแปลงพลงั งาน สสาร ขนาด

อุณหภูมขิ องเอกภพ หลงั เกดิ บิกแบง วิวัฒนาการของเอกภพ ทฤษฎบี ิกแบง ความเร็วและระยะทาง ของ
กาแล็กซี การคน้ พบไมโครเวฟพนื้ หลงั จากอวกาศ โครงสรา้ งและองค์ประกอบของกาแลก็ ซี ระบตุ ําแหน่ง
ของระบบสุรยิ ะทเ่ี ชือ่ มโยงกบั การมองเหน็ ทางชา้ งเผือกบนโลก กระบวนการเกิดดาวฤกษ์ ขนาดจากดาว

ฤกษ์ การสร้างพลงั งานของดาวฤกษ์ ปฏกิ ิริยาลูกโซ่ โปรตอน-โปรตอน วฏั จกั รคาร์บอน ไนโตรเจน
ออกซเิ จน ปจั จัยท่สี ง่ ผลต่อความสอ่ งสว่างของดาวฤกษ์ โชติมาตรของดาวฤกษ์ ความสัมพนั ธ์ระหว่างสี
อณุ หภูมิผวิ สเปกตรมั ของดาวฤกษ์ การหาระยะทาง ของดาวฤกษ์ หลักการแพรัลแลกซ์ ลําดบั วิวัฒนาการ

ทีส่ มั พันธก์ บั มวลตัง้ ตน้ การเปล่ยี นแปลงสมบัติบางประการของดาวฤกษ์ แผนภาพ เฮริ ซ์ ปรงุ -รสั เซลล์
กระบวนการเกิดระบบสุรยิ ะ การแบ่งเขตบริวารของ ดวงอาทิตย์ ลักษณะของดาวเคราะห์ การโคจรของ
ดาวเคราะหร์ อบดวงอาทติ ย์ กฎเคพเลอร์ กฎ ความโนม้ ถว่ งของนวิ ตันคาบการโคจร ของดาวเคราะห์

โครงสรา้ งของดวงอาทิตย์ การเกดิ ลมสรุ ิยะ พายสุ รุ ิยะ การสร้างแบบจําลองทรงกลมฟา้ จุดและเส้นสาํ คญั
ของแบบจําลองทรงกลมฟา้ การระบุพกิ ัดของดาว ระบบขอบฟ้า ระบบศูนยส์ ตู ร การขน้ึ การตกของดวง
อาทิตยแ์ ละดาวฤกษ์ เวลาสรุ ยิ คติปรากฏ เวลาของแตล่ ะเขตเวลาบนโลก ตําแหน่งปรากฏของดาวเคราะห์

สาํ รวจอวกาศ กล้องโทรทรรศน์ ดาวเทยี ม ยานอวกาศสถานีอวกาศ เทคโนโลยีอวกาศ
โดยใช้กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ จิตวิทยาศาสตรใ์ นการสบื เสาะหาความรู้ การสํารวจ

ตรวจสอบ การสงั เกต การสืบคน้ ขอ้ มลู การอภิปราย สรปุ เพือ่ ใหเ้ กิดความรู้ ความคดิ ความเขา้ ใจ

สอ่ื สารสงิ่ ทเี่ รยี นรู้ มคี วามสามารถในการใช้เทคโนโลยี มีความสามารถในการตัดสินใจ นําความรู้ไปใชใ้ น
ชวี ิตของตนเอง เฝา้ ระวงั และพฒั นาสงิ่ แวดล้อมอยา่ งยงั่ ยนื มีจรยิ ธรรม คุณธรรม และคา่ นิยมท่ี
เหมาะสม

เพ่อื ใหเ้ กดิ ความรู้ ความเขา้ ใจ มที ักษะกระบวนการและเจตคติทางวิทยาศาสตร์ เหน็ คณุ ค่าของ
วทิ ยาศาสตร์ นาํ ความร้แู ละหลักการไปใช้อธบิ ายปรากฏการณ์ หรอื แก้ปญั หาเก่ียวกับการดํารงชีวติ

ผลการเรียนรู้
20. อธบิ ายการกาํ เนิดและการเปลี่ยนแปลงพลังงาน สสาร ขนาดอณุ หภูมิของเอกภพ หลงั เกิดบกิ แบง
ในชว่ งเวลาต่างๆ ตามววิ ัฒนาการของเอกภพ

21. อธบิ ายหลกั ฐานทส่ี นับสนุนทฤษฎบี ิกแบง จากความสัมพันธ์ระหว่างความเร็วกบั ระยะทาง ของ
กาแลก็ ซรี วมทง้ั ข้อมลู การค้นพบไมโครเวฟ พืน้ หลงั จากอวกาศ

22. อธบิ ายโครงสร้างและองค์ประกอบของกาแล็กซีทางชา้ งเผอื กและระบตุ ําแหนง่ ของระบบสุริยะ

พรอ้ มอธบิ ายเชอ่ื มโยงกบั การสงั เกตเห็นทางชา้ งเผือกของคนบนโลก
23. อธิบายกระบวนการเกดิ ดาวฤกษ์ โดยแสดงการเปลยี่ นแปลงความดัน อุณหภมู ิ ขนาดจากดาว

ฤกษ์ กอ่ นเกดิ จนเปน็ ดาวฤกษ์

24. อธิบายกระบวนการสร้างพลงั งานของดาวฤกษแ์ ละผลทเ่ี กิดข้นึ โดยวิเคราะหป์ ฏิกริ ยิ า ลกู โซ่
โปรตอน-โปรตอนและวฏั จักรคารบ์ อน ไนโตรเจน ออกซเิ จน

276

25. ระบปุ จั จัยทส่ี ง่ ผลต่อความส่องสวา่ งของดาวฤกษแ์ ละอธบิ ายความสัมพันธ์ระหว่าง ความส่องสวา่ ง
กบั โชตมิ าตรของดาวฤกษ์

26. อธิบายความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งสี อุณหภมู ผิ ิว และสเปกตรมั ของดาวฤกษ์
27. อธบิ ายวิธีการหาระยะทางของดาวฤกษด์ ้วยหลักการแพรัลแลกซ์พร้อมคํานวณหาระยะทาง ของ

ดาวฤกษ์
28. อธิบายลําดบั ววิ ฒั นาการทสี่ ัมพันธ์กบั มวลตงั้ ตน้ และวเิ คราะหก์ ารเปลี่ยนแปลงสมบัติบางประการ

ของดาวฤกษใ์ นลาํ ดบั ววิ ัฒนาการจากแผนภาพ เฮริ ซ์ ปรุง-รสั เซลล์
29. อธบิ ายกระบวนการเกดิ ระบบสรุ ยิ ะ การแบ่งเขตบริวารของดวงอาทติ ย์และลกั ษณะของดาว

เคราะห์ ทเ่ี อ้ือตอ่ การดาํ รงชีวิต
30. อธิบายการโคจรของดาวเคราะห์ รอบดวงอาทิตย์ ด้วยกฎเคพเลอร์และกฎความโน้มถ่วงของนิว

ตัน พร้อมคาํ นวณคาบการโคจรของดาวเคราะห์
31. อธิบายโครงสร้างของดวงอาทิตย์ การเกดิ ลมสรุ ิยะ พายุสรุ ิยะและวิเคราะหน์ าํ เสนอ

ปรากฏการณ์ หรอื เหตุการณ์ทเี่ กย่ี วขอ้ งกบั ผลของลมสรุ ยิ ะและพายสุ รุ ิยะท่ีมตี อ่ โลก รวมท้งั
ประเทศไทย
32. สร้างแบบจาํ ลองทรงกลมฟ้า สังเกตและเช่ือมโยง จดุ และเส้นสําคญั ของแบบจาํ ลอง ทรงกลมฟา้
กบั ทอ้ งฟ้าจรงิ และอธบิ ายการระบพุ กิ ัด ของดาวในระบบขอบฟา้ และ ระบบศูนยส์ ูตร
33. สังเกตทอ้ งฟ้า และอธิบายเสน้ ทางการขึน้ การตกของดวงอาทติ ยแ์ ละดาวฤกษ์
34. อธิบายเวลาสุรยิ คตปิ รากฏ โดยรวบรวมข้อมลู และเปรยี บเทียบเวลาขณะที่ ดวงอาทิตย์ผ่าน เม
รเิ ดียนของผสู้ ังเกตในแต่ละวนั
35. อธบิ ายเวลาสรุ ยิ คตปิ านกลางและการเปรียบเทียบ เวลาของแตล่ ะเขตเวลาบนโลก
36. อธบิ ายมมุ หา่ งทส่ี ัมพันธก์ บั ตาํ แหนง่ ในวงโคจร และอธิบายเช่ือมโยงกบั ตาํ แหนง่ ปรากฏของ ดาว
เคราะหท์ ส่ี งั เกตได้จากโลก
37. สบื คน้ ขอ้ มลู อธบิ ายการสาํ รวจอวกาศ โดยใชก้ ล้องโทรทรรศนใ์ นชว่ งความยาวคลนื่ ต่างๆ
ดาวเทยี ม ยานอวกาศ สถานอี วกาศ และนาํ เสนอ แนวคิด การนาํ ความรู้ ทางดา้ นเทคโนโล
ยอวกาศ มาประยุกต์ ใชใ้ นชีวติ ประจําวันหรือในอนาคต
38. สืบคน้ ขอ้ มลู ออกแบบและนาํ เสนอกิจกรรม การสังเกตดาวบนทอ้ งฟ้าดว้ ยตาเปล่าและ/ หรอื
กลอ้ งโทรทรรศน์
รวมท้ังหมด 19 ผลการเรียนรู้

277

คาอธบิ ายรายวชิ าเพิ่มเตมิ

ว33282 คอมพิวเตอร์กราฟกิ กล่มุ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ช้นั มธั ยมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรียนท่ี 2 เวลา 40 ชัว่ โมง จานวน 1.0 หน่วยกติ

ศึกษาความหมายของคอมพิวเตอร์กราฟิก ซอฟต์แวร์ด้านกราฟิกการใช้ซอฟต์แวร์ด้านกราฟิก

หลักการสร้างงานกราฟิก องค์ประกอบศิลป์ทฤษฎีสี เทคนคิ วิธีการออกแบบกราฟิก การเขียนรูป การ
วาดรูปการสร้างภาพกราฟิกพ้ืนฐาน การปรับและตกแต่งภาพด้วยโปรแกรมด้านคอมพิวเตอร์กราฟิก
สําหรบั งานทาํ ป้ายประกาศ ขอ้ ความและภาพเคลื่อนไหว การพมิ พร์ ปู ภาพงานศิลปด์ ้วยคอมพวิ เตอร์ โดย

การปฏบิ ัติการสรา้ งภาพ ตกแต่งภาพ โดยใชค้ าํ สัง่ พน้ื ฐานจากโปรแกรมกราฟิก จดั เกบ็ ภาพ แกไ้ ขภาพ ทํา
สําเนาภาพ สร้างรูปแบบตัวอักษรขยายและลดขนาดภาพ การพิมพ์ป้ายประกาศ การนําเสนอข้อมูล
ประกอบดว้ ยภาพ ข้อความและภาพเคลอ่ื นไหว

เพื่อใหเ้ กดิ ความรู้ ความเข้าใจและมีทักษะการสร้างภาพ ตกแต่งภาพด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์
กราฟิกในการออกแบบชิ้นงานได้อย่างมีจินตนาการและสร้างสรรค์ ตลอดจนมีจิตสํานึกและความ
รบั ผดิ ชอบ

ผลการเรยี นร้รู ายวิชา
9. เข้าใจหลักการและวิธกี ารแกป้ ญั หาด้วยกระบวนการทางเทคโนโลยสี ารสนเทศ
10. มคี วามรู้ความเขา้ ใจเรื่องข้อมลู คอมพวิ เตอร์กราฟฟิก

11. สามารถเลอื กเทคโนโลยเี พ่ือสร้างงานกราฟฟกิ 2 มิติได้อย่างเหมาะสม
12. สามารถประยกุ ตใ์ ช้เทคโนโลยเี พอ่ื การออกแบบและสร้างงานกราฟฟกิ ได้
13. สามารถประมวลผลชิน้ งานกราฟกิ ใหเ้ ป็นสารสนเทศได้

14. สามารถนาํ เสนองานไดอ้ ย่างเหมาะสม
15. สามารถประเมินผลงานกราฟฟิกได้
16. มีเจคตทิ ่ดี ตี อ่ การใช้คอมพวิ เตอร์กราฟิก

รวมทัง้ หมด 8 ผลการเรียนรู้

278

กลุ่มสาระการเรยี นรู้สังคมศกึ ษา ฯ

279

คาอธิบายรายวิชา
กลุ่มสาระการเรยี นรูส้ งั คมศึกษา ฯ

280

โครงสรา้ งหลักสตู รกลุ่มสาระการเรยี นรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม
ช้ันมัธยมศึกษาตอนต้น

มัธยมศึกษาปที ี่ 1 สงั คมศกึ ษา 1 3 ชั่วโมง/สปั ดาห์ 1.5 หน่วยกิต
รายวิชาพ้ืนฐาน ประวตั ศิ าสตร์ 1 1 ชั่วโมง/สปั ดาห์ 0.5 หนว่ ยกติ
สังคมศึกษา 2 3 ชวั่ โมง/สัปดาห์ 1.5 หนว่ ยกติ
ส21101
ส21102 ประวัตศิ าสตร์ 2 1 ชั่วโมง/สปั ดาห์ 0.5 หนว่ ยกิต
ส21103

ส21104

มัธยมศกึ ษาปที ี่ 2 สงั คมศกึ ษา 3 3 ชวั่ โมง/สัปดาห์ 1.5 หนว่ ยกติ
ประวัตศิ าสตร์ 3 1 ชั่วโมง/สปั ดาห์ 0.5 หน่วยกิต
รายวิชาพื้นฐาน
ส22101 สังคมศกึ ษา 4 3 ชว่ั โมง/สัปดาห์ 1.5 หน่วยกิต
ส22102 ประวตั ศิ าสตร์ 4 1 ชั่วโมง/สปั ดาห์ 0.5 หน่วยกิต

ส22103
ส22104

มธั ยมศึกษาปที ่ี 3 สังคมศึกษา 5 3 ชว่ั โมง/สปั ดาห์ 1.5 หน่วยกิต
รายวิชาพื้นฐาน
ประวตั ิศาสตร์ 5 1 ชว่ั โมง/สปั ดาห์ 0.5 หนว่ ยกติ
ส23101 สงั คมศึกษา 6 3 ชั่วโมง/สปั ดาห์ 1.5 หน่วยกิต
ประวัตศิ าสตร์ 6 1 ชั่วโมง/สัปดาห์ 0.5 หน่วยกติ
ส23102
ส23103
ส23104

281

มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 1 หนา้ ทพี่ ลเมือง 1 ชว่ั โมง/สัปดาห์ 0.5 หน่วยกิต
0.5 หน่วยกิต
รายวชิ าเพ่ิมเติม หน้าทพ่ี ลเมือง 1 ช่วั โมง/สัปดาห์ 1.0 หน่วยกติ (ภาค 2)
ส20231
ส20232 IS1 การศกึ ษาคน้ ควา้ และสร้างองค์ความรู้ 0.5 หน่วยกติ
0.5 หน่วยกติ
I20201
0.5 หน่วยกิต
2 ช่วั โมง/สปั ดาห์ 0.5 หนว่ ยกติ

มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 2 หนา้ ทพี่ ลเมอื ง 1 ช่วั โมง/สปั ดาห์
รายวิชาเพมิ่ เติม หน้าทพ่ี ลเมอื ง 1 ช่วั โมง/สัปดาห์

ส20233

ส20234

มธั ยมศึกษาปีที่ 3 หนา้ ท่พี ลเมอื ง 1 ช่ัวโมง/สปั ดาห์
หนา้ ที่พลเมอื ง 1 ชว่ั โมง/สัปดาห์
รายวิชาเพ่ิมเตมิ
ส20235
ส20236

282

โครงสร้างหลกั สตู รกล่มุ สาระการเรียนรสู้ งั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
ชนั้ มัธยมศึกษาตอนปลาย

มธั ยมศึกษาปีท่ี 4 สังคมศึกษา 1 2 ชว่ั โมง/สัปดาห์ 1.0 หน่วยกติ
รายวิชาพ้ืนฐาน ประวตั ิศาสตร์ 1 1 ช่วั โมง/สัปดาห์ 0.5 หนว่ ยกติ
สงั คมศึกษา 2
ส31101 2 ช่ัวโมง/สปั ดาห์ 1.0 หนว่ ยกิต
ส31102 สังคมศกึ ษา 3
ส31103 ประวัตศิ าสตร์ 2 2 ชวั่ โมง/สัปดาห์ 1.0 หน่วยกติ
สังคมศกึ ษา 4 1 ชัว่ โมง/สัปดาห์ 0.5 หน่วยกิต
มัธยมศึกษาปที ี่ 5 ประวตั ศิ าสตร์ 3 2 ชัว่ โมง/สัปดาห์ 1.0 หน่วยกิต
รายวิชาพน้ื ฐาน
สังคมศึกษา 5 1 ชว่ั โมง/สัปดาห์ 0.5 หน่วยกิต
ส32101 ประวตั ิศาสตร์ 4
ส32102 สังคมศกึ ษา 6 2 ชว่ั โมง/สัปดาห์ 1.0 หนว่ ยกติ
ส32103 1 ช่วั โมง/สปั ดาห์ 0.5 หน่วยกิต
ส32104
2 ชว่ั โมง/สัปดาห์ 1.0 หน่วยกติ
มัธยมศึกษาปีที่ 6
รายวิชาพน้ื ฐาน

ส33101
ส33102
ส33103

283

มัธยมศึกษาปีท่ี 4 หน้าทพ่ี ลเมอื ง 1 ชัว่ โมง/สปั ดาห์ 0.5 หน่วยกติ
รายวิชาเพ่ิมเตมิ หนา้ ทพี่ ลเมอื ง 1 ชั่วโมง/สัปดาห์ 0.5 หนว่ ยกติ
สงิ่ แวดล้อมศกึ ษา 2 ช่ัวโมง/สัปดาห์ 1.0 หน่วยกิต (คณติ -องั กฤษ)
ส30231
ส30232 ภูมิปัญญาไทย 2 ชว่ั โมง/สปั ดาห์ 1.0 หนว่ ยกติ (คณติ -อังกฤษ)
ส31281
ส31262 หนา้ ที่พลเมือง 1ชั่วโมง/สัปดาห์ 0.5 หนว่ ยกิต
หนา้ ทพ่ี ลเมือง 1ชว่ั โมง/สปั ดาห์ 0.5 หน่วยกิต
มัธยมศกึ ษาปีท่ี 5
รายวชิ าเพม่ิ เติม กฎหมายน่ารู้ 2 ช่วั โมง/สปั ดาห์ 1.0 หนว่ ยกิต (คณติ -องั กฤษ)
เหตุการณโ์ ลกปจั จบุ นั 2 ช่ัวโมง/สัปดาห์ 1.0 หน่วยกิต (คณิต-องั กฤษ)
ส30233 อาเซยี นศึกษา 1 ชัว่ โมง/สปั ดาห์ 1.0 หน่วยกติ (ภาคเรยี น 2)
ส30234
ส32221 (คณติ -องั กฤษ,จนี ,ญีป่ ุ่น)
ส32283
ส32210 ภมู ศิ าสตรป์ ระเทศไทย 2 ชั่วโมง/สปั ดาห์ 1.0 หนว่ ยกิต (คณิต-อังกฤษ)
การเงนิ ธนาคารและการคลงั 2 ชว่ั โมง/สปั ดาห์ 1.0 หนว่ ยกติ (คณิต-อังกฤษ)
มัธยมศกึ ษาปที ี่ 6
รายวชิ าเพม่ิ เติม

ส33282
ส33241

284

คาอธบิ ายรายวิชา
ระดับชั้นมัธยมศกึ ษาตอนต้น

285

คาอธิบายรายวชิ าพ้ืนฐาน

ส21101 สงั คมศึกษา 1 กลุ่มสาระการเรยี นรู้ สังคมศกึ ษาศาสนาและวัฒนธรรม

ชนั้ มธั ยมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 60 ชั่วโมง จานวน 1.5 หนว่ ยกิต

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ศกึ ษา วิเคราะห์ ลักษณะทางกายภาพของโลกและความสัมพันธ์ของสรรพสิ่งในประเทศไทยและ

ภูมิภาคของโลก ใช้เครอ่ื งมือทางภูมศิ าสตร์ท่แี สดงลักษณะทางกายภาพ และสงั คมของประเทศไทย ทวีป

เอเชีย ออสเตรเลยี และโอเชียเนยี พิกัดภมู ศิ าสตร์ (ละตจิ ดู และลองจจิ ดู ) เสน้ แบ่งเวลาของประเทศไทยกับ

ทวีปต่างๆ และเปรียบเทียบวนั เวลาของโลก ภัยธรรมชาติและการระวังภัยที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ทวีป

เอเชีย ออสเตรเลียและโอเชยี เนยี ทําเลที่ตัง้ กจิ กรรมทางเศรษฐกจิ และสังคม ปจั จยั ทางกายภาพและสงั คม

ท่มี ีต่อการเลื่อนไหลของความคิด เทคโนโลยี สินค้าและประชากร ประเด็นปญั หาจากปฏิสัมพนั ธ์ระหว่าง

สภาพแวดล้อมทางกายภาพกับมนุษย์ที่เกิดขึ้น การเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติ และความร่วมมือของ

ประเทศต่างๆ แนวทางการจัดการภัยพิบัติ ที่มีผลต่อทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติของทวีป

เอเชีย ออสเตรเลีย และโอเชยี เนีย

โดยใช้กระบวนการคิด กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการเสาะแสวงหาความรู้ กระบวนการต้ัง

คาํ ถามเชิงภูมิศาสตร์กระบวนการทางสังคม กระบวนการเผชิญสถานการณ์และแก้ปัญหา กระบวนการ

กลุ่ม

เพื่อให้เกดิ ความรู้ ความเข้าใจ ปฏิสัมพันธ์ ระหวา่ งมนุษย์กับสิ่งแวดล้อมทางกายภาพ ทก่ี อ่ ให้เกิด

การสรา้ งสรรค์วฒั นธรรม มจี ติ สํานกึ มสี ่วนรว่ มในการอนุรกั ษ์ทรพั ยากรส่งิ แวดลอ้ ม เพื่อการพัฒนาท่ียง่ั ยืน

ศึกษา วเิ คราะห์ ความหมายและความสําคญั ของเศรษฐศาสตร์ ค่านยิ มและพฤตกิ รรมการบรโิ ภค

ของคนในสังคมซ่ึงส่งผลต่อเศรษฐกิจของชุมชนและประเทศ ความเป็นมาหลักการและความสําคัญของ

ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียงตอ่ สงั คมไทย บทบาทหน้าที่และความแตกต่างของสถาบนั การเงินแต่ละประเภท

และธนาคารกลาง การพ่ึงพาอาศัยกัน และการแข่งขันกันทางเศรษฐกิจในประเทศ ปัจจยั ที่มอี ิทธิพลต่อ

การกาํ หนดอปุ สงคแ์ ละอปุ ทาน และกฎหมายเกย่ี วกบั ทรัพยส์ ินทางปัญญา

โดยใช้กระบวนการคิดกระบวนการสืบค้นข้อมูล กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการทางสังคม

กระบวนการเผชญิ สถานการณแ์ ละแกป้ ญั หา กระบวนการกลุ่ม

เพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ ระบบ และสถาบันทางเศรษฐกิจต่างๆ ความสัมพันธ์เศรษฐกิจและความ

จาํ เป็นของการรว่ มมือกนั ทางเศรษฐกิจในสงั คมโลก สามารถบรหิ ารจัดการทรัพยากรในการผลิตและการ

บริโภค การใชท้ รพั ยากรท่มี ีอยู่จาํ กดั ได้อยา่ งมีประสิทธิภาพและคุ้มค่า รวมทั้งเขา้ ใจหลกั การของเศรษฐกิจ

พอเพียง เพ่ือการดาํ รงชวี ติ อย่างมดี ุลยภาพ

ตัวชว้ี ัด
ส 5.1 ม. 1/1 ม. 1/2 ม. 1/3

ส 5.2 ม. 1/1 ม. 1/2 ม. 1/3 ม. 1/4
ส 3.1 ม. 1/1 ม. 1/2 ม. 1/3
ส 3.2 ม. 1/1 ม. 1/2 ม. 1/3 ม.1/4

รวม 14 ตวั ชว้ี ดั

286

หมายเหตุ : คําอธิบายรายวชิ าและโครงสรา้ งสาระภมู ิศาสตรฯ์ (จัดอยูใ่ นสาระที่ 5)
ซง่ึ ในการจดั ทาํ หลกั สูตรของสถานศึกษา ให้ครผู ูส้ อนนาํ ไปปรับใช้ตามความเหมาะสม

คาํ อธิบายรายวิชาและโครงสรา้ งสาระเศรษฐศาสตร์ (จดั อยใู่ นสาระที่ 3)
ซึง่ ในการจดั ทาํ หลกั สตู รของสถานศึกษา ใหค้ รผู ู้สอนนาํ ไปปรบั ใชต้ ามความเหมาะสม

287

คาอธิบายรายวิชาพนื้ ฐาน

ส21102 ประวัติศาสตร์ 1 กลมุ่ สาระการเรียนร้สู ังคมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม

ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 1 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 20 ช่วั โมง จานวน 0.5 หน่วยกติ

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

วเิ คราะห์ความสําคัญของเวลาในการศึกษาประวัติศาสตร์ เทียบศักราชตามระบบต่างๆ ท่ีใช้
ศึกษาประวัติศาสตร์ และนําวิธีการทางประวัติศาสตร์มาใช้ศึกษาเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ อธิบาย

พฒั นาการทางสงั คม เศรษฐกจิ และการเมืองของประเทศต่างๆ ในภูมภิ าคเอเชยี ตะวันออกเฉียงใต้
โดยใช้กระบวนการคิดอย่างมีวิจารณญาณ การคิด วิเคราะห์ สังเคราะห์ กระบวนการกลุ่ม

เพ่ือรว่ มมือกันในการศกึ ษาคน้ คว้า ด้วยวิธีการทางประวตั ิศาสตร์และสงั คมศาสตร์

มที กั ษะทจี่ าํ เปน็ ตอ่ การเป็นนักคิดอยา่ งมวี ิจารณญาณ เข้าใจพัฒนาการของรบั ไทยในดา้ นต่างๆ ของ
สมัยสุโขทยั ทําใหเ้ กดิ ความรักชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ ซือ่ สัตย์สจุ ริต รักความเป็นไทย มีความกตัญญูกตเวที
ต่อแผ่นดนิ เกิด

รหัสตัวชว้ี ดั
ส 4.1 ม. 1/1 ,ม. 1/2 , ม. 1/3
ส 4.2 ม. 1/1 ,ม. 1/2
ส 4.3 ม. 1/1 ,ม. 1/2 , ม. 1/3

รวม 8 ตัวชว้ี ัด

288

คาอธิบายรายวชิ าพน้ื ฐาน

ส21103 สงั คมศกึ ษา 2 กลุ่มสาระการเรยี นรู้ สงั คมศกึ ษาศาสนาและวฒั นธรรม

ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 60 ชวั่ โมง จานวน 1.5 หน่วยกิต

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ศกึ ษา วิเคราะห์ บทบาทหน้าท่ีของเยาวชนทม่ี ตี ่อสงั คมและประเทศชาติ เคารพสิทธิ เสรีภาพของ

ตนเองและผู้อ่ืน หลักการ เจตนารมณ์โครงสร้างและสาระสําคัญของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

ฉบับปัจจุบันโดยสังเขป บทบาทการถ่วงดุลของอํานาจอธิปไตยจากรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ความ

คล้ายคลึงและความแตกตา่ งระหว่างวัฒนธรรมไทยกับวัฒนธรรมของประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออก

เฉียงใต้ และวัฒนธรรมที่เป็นปัจจัยในการสร้างความสัมพันธ์ท่ีดี หรืออาจนําไปสู่ความเข้าใจผิดต่อกัน

ปฏิบัติตนเป็นประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติ ปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองเด็ก กฎหมายการศึกษา

กฎหมายคุ้มครองผ้บู ริโภค กฎหมายลิขสทิ ธิ์ กฎหมายรฐั ธรรมนญู ฉบับปจั จบุ นั ที่เก่ียวขอ้ งกับตนเอง

โดยใช้กระบวนการคิด กระบวนการสืบค้นข้อมูล กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการทางสังคม

กระบวนการกลุม่ กระบวนการเผชิญสถานการณ์และแก้ปัญหา

เพ่ือให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ สามารถนําไปปฏิบัติในการดําเนินชีวิต มีคุณธรรม จริยธรรมมี

คุณลักษณะอันพึงประสงค์ในดา้ นรกั ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจรติ มีวินัย ใฝ่เรยี นรู้ รักความเป็นไทย

มจี ิตสาธารณะ สามารถดําเนนิ ชีวติ อยา่ งสันติสุขในสังคมไทยและสังคมโลก

ศกึ ษาการเผยแผ่พระพทุ ธศาสนาเขา้ สู่ประเทศไทยจากอดตี ถึงปัจจบุ ันได้มกี ารสังคายนารวบรวม

คําสั่งสอนของพระพุทธเจา้ อย่างเปน็ ระบบ ตลอดทัง้ วเิ คราะหค์ วามสาํ คญั ของพระพทุ ธศาสนา พทุ ธประวัติ

ของพระพุทธเจ้าต้ังแต่ประสูตจิ นประกาศศาสนา วิเคราะห์คุณธรรมจากชาดก หลักธรรมอริยสัจ 4 ซ่ึงมี

อทิ ธิพลตอ่ สภาพสังคมไทยในการพัฒนาตนเอง ครอบครวั รู้จักบําเพ็ญประโยชน์ตอ่ ศาสนสถาน และสวด

มนต์ แผเ่ มตตา ประพฤติตนได้อยา่ งเหมาะสมถูกต้องตามหลักของศาสนาทต่ี นนบั ถือ

โดยใช้กระบวนการสรา้ งองคค์ วามรู้ ดว้ ยการสืบค้น รวบรวมขอ้ มูลจากแหลง่ เรียนรู้ กระบวนการ

คิด กระบวนการกลุม่ รจู้ ักทํางานอยรู่ ่วมกนั ในสงั คมด้วยความเข้าใจทีด่ ี

เพอ่ื ให้เกิดความรู้ความเขา้ ใจ มีความรักชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ ใฝ่เรยี นรู้ มงุ่ มั่นในการทาํ งานและรัก

ความเป็นไทยและมสี ว่ นในการพฒั นาสงั คม/ตนเอง/ครอบครัว

ตัวชว้ี ัด
ส 2.1 ม.1/1 ม.1/2 ม.1/3 ม.1/4
ส 2.2 ม.1/1 ม.1/2 ม.1/3

ส 1.1 ม.1/1 ม.1/2 ม.1/3 ม.1/4 ม.1/5 ม.1/6 ม.1/7 ม.1/8 ม.1/9 ม.1/10 ม.1/11
ส 1.2 ม.1/1 ม.1/2 ม.1/3 ม.1/4ม.1/5

รวม 23 ตวั ช้ีวัด

หมายเหตุ :คาํ อธิบายรายวิชาและโครงสร้างสาระหนา้ ท่ีพลเมืองฯ (จดั อยู่ในสาระท่ี 2)

ซ่งึ ในการจัดทาํ หลกั สตู รของสถานศกึ ษา ให้ครผู สู้ อนนําไปปรบั ใช้ตามความเหมาะสม
คาํ อธบิ ายรายวชิ าและโครงสรา้ งสาระศาสนา ศีลธรรมและจริยธรรม (จัดอยใู่ นสาระที่ 1)
ซง่ึ ในการจดั ทาํ หลักสตู รของสถานศึกษา ให้ครูผู้สอนนาํ ไปปรับใชต้ ามความเหมาะสม

289

คาอธบิ ายรายวชิ าพื้นฐาน

ส21104 ประวตั ิศาสตร์ 2 กลุม่ สาระการเรยี นรสู้ ังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม

ช้ันมธั ยมศึกษาปีท่ี 1 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 20 ชว่ั โมง จานวน 0.5 หนว่ ยกติ

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ระบุความสําคัญของแหลง่ อารยธรรมในภูมิภาคเอเชียตะวนั ออกเฉียงใต้ และอธิบายเรื่องราวทาง
ประวตั ศิ าสตร์สมยั ก่อนสโุ ขทัยในดนิ แดนไทยโดยสงั เขป วเิ คราะห์พัฒนาการของอาณาจกั รสุโขทัยในดา้ น

ตา่ งๆ วเิ คราะห์อิทธิพลของวฒั นธรรมและภูมปิ ัญญาไทยสมยั สุโขทัยและสังคมไทยในปัจจุบนั
โดยใช้กระบวนการคิดอย่างมีวิจารณญาณ การคิด วิเคราะห์ สังเคราะห์ กระบวนการกลุ่ม

เพื่อร่วมมอื กันในการศกึ ษาค้นคว้า

เห็นคุณค่าและความสําคัญของผลงานที่เกิดจากการสร้างสรรค์ของอารยธรรมไทย มีความรักชาติ
ศาสน์ กษตั ริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มุ่งม่นั ในการทํางานและรกั ความเป็นไทย

รหสั ตัวชี้วัด ม. 1/1 ,ม. 1/2 , ม. 1/3
ส 4.1 ม. 1/1 ,ม. 1/2
ส 4.2
ม. 1/1 ,ม. 1/2 , ม. 1/3
ส 4.3

รวมท้ังหมด 8 ตัวช้ีวดั

290

คาอธิบายรายวชิ าพืน้ ฐาน

ส22101 สงั คมศึกษา3 กลมุ่ สาระการเรียนรสู้ ังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม

ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 60 ชว่ั โมง จานวน 1.5 หน่วยกติ

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ศึกษาการใช้เครื่องมือทางภมู ศิ าสตรใ์ นการรวบรวม วิเคราะห์ และนําเสนอข้อมลู เกยี่ วกับลกั ษณะ

ทางกายภาพและสงั คมของทวีปยุโรปและแอฟรกิ า วเิ คราะห์ความสัมพันธร์ ะหว่างลกั ษณะทางกายภาพ

และสังคมของทวีปยุโรปและแอฟริกา วิเคราะห์การกอ่ เกดิ สิ่งแวดล้อมใหม่ทางสังคม อันเป็นผลจากการ

เปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติและสังคมของทวีปยุ โรปและแอฟริกา ระบุแนวทางการอนุรักษ์

ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมในทวีปยุโรปและแอฟริกา สํารวจ อภิปรายประเด็นปัญหาเก่ียวกับ

สง่ิ แวดล้อมที่เกดิ ขึ้นในทวีปยุโรปและแอฟริกา วิเคราะหเ์ หตุและผลกระทบท่ีประเทศไทยได้รับจากการ

เปล่ียนแปลงของส่งิ แวดล้อมในทวปี ยุโรปและแอฟริกา

ศึกษา ประวตั แิ ละความสาํ คัญของพระพทุ ธศาสนาเกยี่ วกับการเผยแผ่พระพุทธสาสนาในประเทศ

เพื่อนบ้าน การสร้างความเข้าใจอันดีกับประเทศเพื่อนบ้าน และความสําคัญของพระพุทธ ศาสนาต่อ

สังคมไทยในฐานะเป็นรากฐานทางวัฒนธรรม ความเป็นเอกลักษณ์และมรดกของชาติ กับการพัฒนา

ชุมชนและการจดั ระเบียบสังคม ด้วยการคิดวเิ คราะห์ คิดอยา่ งเปน็ ระบบ และดาํ เนนิ ชีวิตอย่างมสี ติ

วเิ คราะห์ พุทธประวัติเกี่ยวกับการผจญมาร การตรัสรู้ การสั่งสอน ประวัติพุทธสาวก พุทธ

สาวกิ า เรอื่ งพระสารบี ุตร พระโมคคลั ลานะ นางขชุ ชตุ รา พระเจ้าพิมพิสาร ชาวพทุ ธตวั อยา่ งคือพระมหา

ธรรมราชาลิไท สมเด็จพระมหาสมณเจา้ กรมพระยาวชิรญาณวโรรส นําวิธีปฏิบัตขิ องทา่ นมาประยกุ ต์ใช้

ในชีวติ ประจาํ วนั

ศึกษา หลักธรรมคําสอนเรื่องพระรัตนตรัย หัวข้อธรรมคุณ 6 อริยสัจ 4 ทุกข์(ธรรมที่ควรรู้)

เก่ียวกับขันธ์ 5 สมุทัย(ธรรมที่ควรละ)เกี่ยวกับหลักในหัวข้อสมบัติ 4 วิบัติ 4 อกุศลกรรมบถ 10

อบายมุข 6 นิโรธ(ธรรมท่ีควรบรรลุ)เกี่ยวกับสุข (สามิส นิรามิส) มรรค(ธรรมท่ีควรเจริญ)เกี่ยวกับบุพ

พนิมิตของมัชฌิมาปฏิปทา ดรุณธรรม 6 กุลจิรัฏฐิติธรรม 4 กุศลกรรมบถ 10 สติปัฏฐาน 4 มงคล 38

เร่ือง ประพฤติธรรม เว้นจากความช่ัว เว้นจากการดื่มนํ้าเมา เพ่ือให้มีความรู้ความเข้าใจ เห็นคุณค่า

และศรทั ธาในพระรัตนตรยั ปฏิบตั ิตนตามหลกั ธรรมทางพระพุทธศาสนาและดาํ เนินชีวติ อยา่ งมสี ติ

โดยใช้กระบวนการกลุม่ การค้นคว้าข้อมูล แสดงความคดิ เห็น การนาํ เสนอ อภปิ รายเพือ่ ให้

เกดิ ทกั ษะ ความรู้ ความเข้าใจ สามารถนาํ ความร้ทู ี่ได้มาไปใชป้ ระโยชน์ในชีวิตประจําวัน

รหสั ตวั ชีว้ ัด ม.2/1 , ม.2/2
ม.2/1 , ม.2/2 , ม.2/3 , ม.2/4
ส 5.1 ม.2/1 ,ม.2/2 , ม.2/3,ม.2/4,ม.2/5, ม.2/6,ม.2/8,ม.2/11
ส 5.2
ส 1.1

รวมทั้งหมด 14 ตวั ช้ีวัด

291

คาอธิบายรายวิชาพน้ื ฐาน

ส22102 ประวัติศาสตร์ 3 กลมุ่ สาระการเรียนรู้สงั คมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม

ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 20 ชวั่ โมง จานวน 0.5 หนว่ ยกิต

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ศึกษา วิเคราะห์วิธีการประเมินค่าความน่าเช่ือถือของหลักฐานทางประวัติศาสตร์อย่างง่ายๆ

ตัวอย่างการประเมินค่าความน่าเชื่อถือของหลักฐานทางประวัติศาสตร์ไทยในท้องถิ่น ของตนเอง
วเิ คราะห์ข้อมูลจากเอกสารต่างๆในสมยั อยุธยาและธนบุรี ขอ้ ความบางตอนในพระราชพงศาวดารอยุธยา
จดหมายเหตุชาวตา่ งชาติการแยกแยะระหวา่ งข้อมูลกบั ความคดิ เหน็ ความจริงกบั ขอ้ เทจ็ จริง ตวั อย่างการ

ตคี วามข้อมลู จากหลกั ฐานท่ีแสดงเหตุการณส์ ําคญั ในสมัยอยุธยาและธนบุรีเหน็ คณุ ค่าและความสาํ คัญของ
การวเิ คราะหข์ อ้ มูล และการตีความทางประวัตศิ าสตร์

ศกึ ษา การสถาปนาอาณาจกั รอยุธยาวิเคราะหป์ ัจจยั ทีส่ ่งผลต่อความเจริญร่งุ เรืองของอาณาจักร

อ ยุ ธย า ศึ ก ษ า พั ฒ น าก า ร ขอ ง อ า ณ า จั ก ร อ ยุ ธย า ใน ด้ าน ก า ร เมื อ ง ก า ร ป ก คร อ งสั ง คม เศร ษ ฐ กิ จ แ ล ะ
ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศวิเคราะห์การเสียกรงุ ศรีอยุธยาครั้งท่ี 1 และการกู้เอกราช ภูมิปัญญาและ
วฒั นธรรมไทยในสมัยอยธุ ยาในด้านการควบคมุ กําลังคนศิลปวัฒนธรรมการเสียกรุงครั้งท่ี 2 การกู้เอกราช

การสถาปนากรงุ ธนบรุ ี ภูมปิ ญั ญาและวฒั นธรรมไทยสมัยธนบรุ ี
ศึกษา วรี กรรมของบรรพบุรษุ ไทย ผลงานของบุคคลสําคัญของไทยท่ีมีส่วนสรา้ งสรรค์ ชาตไิ ทย

คอื สมเดจ็ พระรามาธิบดีท่ี 2พระสรุ ิโยทยั พระนเรศวรมหาราชพระนารายณ์มหาราชพระบาทสมเดจ็ พระพุทธ

ยอดฟา้ จุฬาโลกมหาราช(ดว้ ง)และสมเดจ็ พระบวรราชเจา้ มหาสุรสิงหนาถ(บญุ มา)
โดยใช้กระบวนการสบื คน้ การสงั เกต การปฏิบัติ วิธกี ารทางประวตั ศิ าสตร์ เพื่อใหเ้ กิดความรู้

ความเขา้ ใจ เห็นคุณค่าและความสําคัญของการตีความทางประวัตศิ าสตร์ มคี วามรกั และหวงแหน

ประเทศ

รหัสตัวชี้วัด ม.2/1 , ม.2/2 , ม.2/3
ม.2/1, ม.2/2 , ม.2/3
ส 4.1
ส 4.3

รวมทง้ั หมด 6 ตัวช้ีวัด

292

คาอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน

ส22103 สงั คมศึกษา 4 กล่มุ สาระการเรียนร้สู ังคมศึกษาศาสนาและวฒั นธรรม

ชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 60 ชั่วโมง จานวน 1.5 หน่วยกติ

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

อธิบายและปฏบิ ตั ติ นตามกฎหมายที่เกย่ี วข้องกับตนเองครอบครวั ชมุ ชน และประเทศ เห็นคุณค่า

ในการปฏิบัติตนตามสถานภาพ บทบาทสิทธิ เสรีภาพ หน้าที่ในฐานะพลเมืองดีตามวิถีประชาธิปไตย

วิเคราะห์บทบาทความสําคัญและความสัมพันธ์ของสถาบันทางสังคม อธิบายความคล้ายคลึงและความ

แตกต่างของวัฒนธรรมไทยและวัฒนธรรมของประเทศในภูมิภาคเอเชีย เพื่อนําไปสู่ความเข้าใจอันดี

ระหว่างกนั อธบิ ายกระบวนการในการตรากฎหมาย วเิ คราะห์ขอ้ มูลขา่ วสารทางการเมอื ง การปกครองที่มี

ผลกระทบต่อสังคมไทยสมัยปัจจบุ นั

วิเคราะห์ปัจจัยที่มีผลต่อการลงทุนและการออม อธิบายปัจจัยการผลิตสินค้าและบริการ และ

ปจั จัยทีมีอิทธพิ ลตอ่ การผลิตสนิ ค้าและบรกิ ารเสนอแนวทางการพัฒนาการผลิตในทอ้ งถนิ่ ตามปรัชญาของ

เศรษฐกจิ พอเพยี ง อภปิ รายแนวทางการคุม้ ครองสิทธขิ องตนเองในฐานะผู้บรโิ ภค อภิปรายระบบเศรษฐกิจ

แบบตา่ งๆ ยกตัวอย่างที่สะทอ้ นใหเ้ หน็ การพ่ึงพาอาศัยกันและการแข่งขันกนั ทางเศรษฐกิจในภมู ภิ าคเอเชีย

วิเคราะห์การกระจายของทรัพยากรในโลกที่ส่งผลต่อความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ

วเิ คราะหก์ ารแข่งขันทางการค้าในประเทศและต่างประเทศทส่ี ่งผลต่อคุณภาพสินคา้ ปริมาณการผลิตและ

ราคาสนิ คา้

ศึกษา โครงสร้างพระไตรปิฎก พุทธศาสนสุภาษิตในบท กมฺมนุ า วตตฺ ติโลโก, กลฺยาณการี กลฺ

ยาณํปาปการี จ ปาปกํ, สุโข ปุญฺญสสฺ อุจจฺ โย, ปูชโก ลภเต ปชู ํวนฺทโก ปฏวิ นฺทนํ หน้าที่ชาวพุทธใน

การต้อนรับ การเป็นแขก การปฏบิ ตั ิตนต่อพระสงฆ์ การแต่งกาย ศาสนพิธเี ก่ียวกบั การปฏิบัติตนอย่าง

เหมาะสมในการทําบุญตกั บาตร การถวายภัตตาหาร ถวายสังฆทาน ถวายผา้ อาบนํ้าฝน การจัดเคร่ือง

ไทยทาน ไทยธรรม การกรวดนาํ้ การทอดกฐิน การทอดผ้าปา่

ศึกษา การบริหารจิตและการเจริญปัญญา หลักธรรมเบื้องต้นเก่ียวกับวันสําคัญทาง

พระพุทธศาสนา ระเบียบพธิ ีและการปฏิบตั ติ นไดถ้ กู ต้องตามหลกั ศาสนาท่ีตนนับถือ

โดยใช้กระบวนการคดิ วเิ คราะห์ กระบวนการสบื เสาะหาความรกู้ ารทํางานรว่ มกบั ผู้อ่ืนอย่างมี

ความสุข มคี วามสามารถในการสบื ค้นขอ้ มลู การอภิปราย

เพอ่ื ใหเ้ กดิ ความรู้ ความเขา้ ใจ สามารถนาํ ไปปฏบิ ัตใิ นการดําเนนิ ชีวติ มคี ณุ ธรรม จรยิ ธรรม

และมคี ่านิยมทเ่ี หมาะสม ดําเนินชวี ิตอย่างสันติสขุ ในสังคมไทยและสังคมโลก

รหสั ตัวชวี้ ัด ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3, ม.2/4
ส 2.1 ม.2/1, ม.2/2
ส 2.2
ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3, ม.2/4
ส 3.1 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3, ม.2/4
ส 3.2 ม.2/7, ม.2/8, ม.2/9, ม.2/10
ส 1.1
ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3, ม.2/4, ม.2/5
ส 1.2

รวมท้ังหมด 23 ตัวชว้ี ัด

293

คาอธิบายรายวชิ าพืน้ ฐาน

ส22104 ประวตั ศิ าสตร์ 4 กลมุ่ สาระการเรยี นรู้สังคมศึกษาศาสนาและวฒั นธรรม

ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 2 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 20 ช่วั โมง จานวน 0.5 หน่วยกติ

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ศกึ ษา วเิ คราะหป์ จั จัยที่มีผลตอ่ การพฒั นาทวีปเอเชยี ในดา้ นทต่ี ัง้ สภาพทางภมู ศิ าสตร์พฒั นาการ

ของภูมภิ าคทวีปเอเชียในดา้ นประวตั ศิ าสตรส์ งั คมเศรษฐกจิ

ศึกษา วิเคราะห์ที่ต้ังและความสําคัญของแหล่งอารยธรรมในทวีปเอเชียทั้งแหล่งอารยธรรมใน

เอเชยี ตะวันออกแหลง่ อารยธรรมในเอเชียใต้และแหลง่ อารยธรรมในเอเชียตะวันตกเฉยี งใต้และศึกษาแหล่ง

อารยธรรมที่เป็นมรดกโลกในภมู ิภาคเอเชยี

ศกึ ษา วิเคราะห์อิทธพิ ลของอารยธรรมโบราณที่มีต่อภูมิภาคเอเชยี ในปัจจุบันท่ีสําคญั เช่นอารย

ธรรมญปี่ ุ่นอารยธรรมจีนอารยธรรมอินเดียและอารยธรรมเอเชียตะวนั ตกเฉยี งใต้

โดยใช้กระบวนการวิเคราะห์ อธิบาย การสืบค้น การนําเสนอ การสืบค้นข้อมูล เพ่ือให้เกิด

ความรคู้ วามเข้าใจ ในประวัตศิ าสตร์ของประเทศตา่ งๆในทวีปเอเชยี

รหัสตัวชวี้ ัด ม. 2/1 , ม.2/2
ส 4.2

รวมทัง้ หมด 2 ตวั ชว้ี ดั

294

คาอธิบายรายวชิ าพ้นื ฐาน

ส23101 สังคมศึกษา 5 กลุ่มสาระการเรยี นร้สู งั คมศกึ ษาศาสนา และวฒั นธรรม

ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 3 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 60 ชั่วโมง จานวน 1.5 หนว่ ยกิต

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ใช้เคร่ืองมือทางภูมิศาสตร์ในการรวบรวม วิเคราะห์ และนําเสนอข้อมูลเก่ียวกับลักษณะทาง

กายภาพและสังคมของทวีปอเมริกาเหนือและอเมริกาใต้ วิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างลักษณะทาง
กายภาพและสงั คมของทวปี อเมริกาเหนือและอเมรกิ าใต้

วเิ คราะห์การกอ่ เกิดสิ่งแวดลอ้ มใหม่ทางสังคม อันเป็นผลจากการเปลยี่ นแปลงทางธรรมชาติและ

ทางสังคมของทวีปอเมริกาเหนือและอเมริกาใต้ ระบุแนวทางการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและ
สิ่งแวดลอ้ มในทวปี อเมริกาเหนือ และอเมริกาใต้ สํารวจ อภิปราย ประเด็นปัญหาเกีย่ วกับสิ่งแวดลอ้ มที่
เกิดข้ึนในทวีปอเมรกิ าเหนอื และอเมรกิ าใต้ วเิ คราะหเ์ หตแุ ละผลกระทบต่อเนอื่ งจากการเปลยี่ นแปลงของ

สง่ิ แวดล้อมในทวีปอเมริกาเหนอื และอเมริกาใต้
อธิบายความแตกต่างของการกระทําความผิดระหว่างคดีอาญาและคดีแพ่ง มีส่วนร่วมในการ

ปกป้องคุ้มครองผู้อื่นตามหลักสิทธิมนุษยชน อนุรักษ์วัฒนธรรมไทยและเลือกรับวัฒนธรรมสากลที่

เหมาะสม วิเคราะห์ปัจจัยท่ีก่อให้เกิดปัญหาความขัดแย้งในประเทศและเสนอแนวคิดในการลดความ
ขดั แยง้ เสนอแนวคิดในการดาํ รงชีวิตอยา่ งมีความสุขในประเทศและสงั คมโลก

อธิบายระบอบการปกครองแบบต่าง ๆ ท่ีใช้ในยุคปัจจุบัน วิเคราะห์เปรียบเทียบระบอบการ

ปกครองของไทยกับประเทศอื่น ๆ ที่มีการปกครองระบอบประชาธิปไตย วิเคราะห์รัฐธรรมนูญฉบับ
ปัจจุบนั ในมาตราต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเลอื กตั้ง การมีส่วนรว่ ม และการตรวจสอบ การใช้อํานาจรัฐ
วิเคราะห์ประเด็นปญั หาท่เี ป็นอปุ สรรคตอ่ การพฒั นาประชาธิปไตยของประเทศไทยและเสนอแนวทางแก้ไข

ศึกษา ประวัติและความสําคัญของพระพุทธศาสนาเกี่ยวกับการเผยแผ่พระพุทธศาสนาเข้าสู่
ประเทศต่างๆท่ัวโลก วิเคราะห์ความสาํ คญั ของศาสนาในฐานะท่ีชว่ ยสรา้ งสรรค์อารยธรรมและความสงบ
สุขให้แก่โลก พระพุทธศาสนากับปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง

ศกึ ษา ข้อธรรมสําคัญในกรอบอริยสัจ 4 เร่อื งพระรัตนตรยั เกี่ยวกับสังฆคุณ 9 อริยสัจ 4 ทุกข์
(ธรรมที่ควรร)ู้ เกี่ยวกับขันธ์ 5 ไตรลักษณ์ สมุทัย(ธรรมทคี่ วรละ) เกี่ยวกับหลักกรรม วัฏฏ 3 ปปญั จธรรม
3 นิโรธ(ธรรมท่ีควรบรรลุ)เกี่ยวกบั อัตถะ 3 มรรค(ธรรมทค่ี วรเจรญิ )เก่ยี วกับ มรรคมอี งค์ 8 ปญั ญา 3

สปั ปรุ ิสธรรม 7 บุญกิรยิ าวัตถุ 10 อุบาสกธรรม 7 มงคล 38 ในหวั ขอ้ มีศิลปวทิ ยา พบสมณะ ฟงั ธรรม
ตามกาล สนทนาธรรมตามกาล พทุ ธศาสนสภุ าษิตคําว่า อตฺตา หเวชิตเํ สยโฺ ย, ธมมฺ จารี สุขํ เสติ, ปมา
โท มจจฺ ุโน ปทํ, สสฺสูสลํ ภเต ปญฺญํ เร่ืองน่ารู้จากพระไตรปฎิ กเร่ืองพทุ ธปณิธาน 4 ในมหาปรินิพพาน

สูตร
ศึกษา ประวัติวันสําคัญทางพระพุทธศาสนาเก่ียวกับวันวิสาขบูชา วันธรรมสวนะและเทศกาล

สําคญั หลักการปฏบิ ตั ิตนในการฟังพระธรรมเทศนา การแต่งกายในการประกอบศาสนพธิ ี การปฏบิ ัตติ น

ในวนั ธรรมสวนะและเทศกาลสาํ คญั
เพ่ือให้เห็นคุณค่าและศรัทธาในพระรัตนตรัย มีนิสัยดี ปฏิบัติตนตามหลักธรรมทางศาสนา มี

สติสมั ปชัญญะในการเรยี นรู้ การทาํ งาน การอย่รู ว่ มกันและการดําเนนิ ชวี ิต

295

โดยใช้วิธีการที่หลากหลายทางสงั คมศึกษากระบวนการกลุ่ม ค้นควา้ แสดงความคิดเห็น การ
นําเสนอ อภิปรายเพ่ือให้เกิดทักษะ ความรู้ ความเข้าใจ สามารถนําความรู้ที่ได้มาไปใช้ประโยชน์ใน
ชีวิตประจาํ วัน

รหสั ตัวช้วี ดั
ส 2.1 ม.3/1 ม.3/2 ม.3/3 ม.3/4 ม.3/5
ส 2.2 ม.3/1 ม.3/2 ม.3/3 ม. 3/4
ส 5.1 ม.3/1 ม.3/2
ส 5.2 ม.3/1 ม.3/2 ม.3/3 ม.3/4
ส 1.1 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3, ม.3/6, ม.3/7
ส 1.2 ม.3/5, ม.3/6

รวมท้งั หมด 22 ตวั ชี้วัด

296

คาอธบิ ายรายวิชาพ้นื ฐาน

ส23102 ประวตั ิศาสตร์ 5 กลุม่ สาระการเรยี นร้สู ังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม

ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 20 ช่ัวโมง จานวน 0.5 หนว่ ยกติ

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ศกึ ษา ประวัติศาสตร์ของมนุษยชาตนิ ับตั้งแตอ่ ดีตจนถึงปัจจุบนั เหตกุ ารณต์ ่างๆเกิดขึ้นมากมาย

ซ่งึ เป็นเร่ืองท่ียากแก่การจดจํา นักประวัติศาสตร์จงึ ได้รวบรวมเหตุการณ์สําคัญ โดยการกําหนดออกมา
เป็นยุคสมัย เพอ่ื ให้เกิดความสะดวกในการศกึ ษา และให้เป็นท่เี ข้าใจตรงกนั ไมส่ ับสน วเิ คราะหเ์ รือ่ งราว
เหตกุ ารณ์สําคญั ทางประวตั ศิ าสตรไ์ ด้อยา่ งมีเหตผุ ล ตามวิธกี ารทางประวัติศาสตร์ ใชว้ ธิ ที างประวตั ิศาสตร์

ในการศึกษาเรื่องราวต่างๆทต่ี นสนใจ อธบิ ายพัฒนาการทางสังคม เศรษฐกิจ และการเมืองของภมู ิภาค
ต่างๆในโลกโดยสังเขป วิเคราะห์ผลการเปลี่ยนแปลงที่นําไปสู่ความร่วมมือ และความขัดแย้งในคริสต์
วรรษที่ 20 ตลอดจนความพยายามในการขจดั ปัญหา ความขดั แยง้

โดยใช้กระบวนการคิดวิเคราะห์ การสืบค้น การรวบรวมข้อมูล การสังเคราะห์ข้อมูล การ
นําเสนอข้อมูลโดยอธิบายการเชื่อมโยงความสัมพันธ์เชิงเหตุ – ผล เพ่ือให้เกิดความรู้ความเข้าใจ มี
ความคิดริเร่ิมสร้างสรรค์ มคี ณุ ธรรมจริยธรรม ตระหนกั เหน็ คุณค่าของประวัติศาสตร์ และนําความรไู้ ปใช้

ประโยชน์ ในชวี ติ ประจาํ วันได้อยา่ งเหมาะสม

รหัสตวั ช้วี ัด ม.3/1, ม.3/2
ม.3/1, ม.3/2
ส 4.1
ส 4.2

รวมทงั้ หมด 4 ตัวช้วี ัด

297

คาอธบิ ายรายวิชาพ้ืนฐาน

ส23103 สงั คมศึกษา 6 กลุ่มสาระการเรยี นร้สู ังคมศึกษาศาสนา และวัฒนธรรม

ช้นั มัธยมศกึ ษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 60 ชว่ั โมง จานวน 1.5 หน่วยกิต

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

อธิบายกลไกลราคาในระบบเศรษฐกิจ มีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาท้องถ่ินตาม

ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง วิเคราะห์ความสัมพันธร์ ะหว่างแนวคิดเศรษฐกจิ พอเพียงกับระบบสหกรณ์
อธิบายบทบาทหน้าท่ีของรัฐบาลในระบบเศรษฐกิจ แสดงความคิดเห็นต่อนโยบายและกิจกรรมทาง
เศรษฐกจิ ของรัฐท่มี ตี ่อบุคคล กลุ่มคนและประเทศชาตอิ ภิปรายบทบาทความสําคัญของการรวมกลุ่มทาง

เศรษฐกจิ ระหวา่ งประเทศ อภปิ รายผลกระทบทเ่ี กิดจากภาวะเงนิ เฟอ้ เงินฝืด
วิเคราะห์ผลเสียจากการวา่ งงานและแนวทางแก้ปัญหา วเิ คราะห์สาเหตุและวิธกี ารกีดกันทาง

การค้าระหวา่ งประเทศศึกษา วิเคราะห์พุทธประวตั ิจากพระพุทธรูปปางต่างๆ ประวตั ิพุทธสาวก พุทธ

สาวกิ า พระอญั ญาโกณทญั ญะ พระมหาปชาบดีเถรี พระเขมาเถรี พระเจ้าปเสนทโิ กศล ชาดกเรื่องนนั ทิ
วิสาลชาดก สุวัณณหังสชาดก ศาสนิกชนตัวอย่าง ม.จ.หญิงพูนพิสมัย ดิศกุล ศาสตราจารย์สัญญา
ธรรมศกั ดิ์

ศกึ ษา วิธคี ิดแบบโยนิฌสมนสิการ 2 วธิ ี คือ วิธีคดิ แบบอริยสจั และวธิ ีคิดแบบสืบสาวเหตุปัจจัย
การสวดมนต์แผ่เมตตา ฝึกการบริหารจิตและเจริญปญั ญาตามหลักสติปัฏฐาน นําวิธกี ารบรหิ ารจิตและ
เจรญิ ปญั ญาไปใช้ในชวี ติ ประจาํ วนั การดําเนินชวี ติ ตามหลกั ศาสนาท่ตี นนับถือ

ศึกษา หน้าทข่ี องพระภิกษุในการปฏิบัติตามหลักพระวนิ ัย หน้าท่ีของชาวพุทธในการปฏิบัติต่อ
พระภิกษุในงานศาสนพิธี การปฏิบัติตนเป็นศิษยท์ ี่ดีตามหลักทิศ 6 การปฏิบัติหน้าท่ีชาวพุทธตามพุทธ
ปณิธาน 4 การปฏิบตั ิตนในศาสนพิธี การเผยแผ่พระพุทธศาสนาในโอกาสต่างๆ การรวมตัวขององค์กร

ชาวพุทธ การบาํ รุงรกั ษาวดั และพทุ ธสถานใหเ้ กิดประโยชน์
เพือ่ ใหเ้ กดิ ความรคู้ วามเข้าใจ เห็นคุณค่าและศรทั ธาในพระรตั นตรยั มีนสิ ยั ดี เห็นคุณคา่ และ

อนุรักษ์ศาสนวัตถุ ศาสนสถานในท้องถนิ่ ปฏบิ ตั ิตนตามหลกั ธรรมทางพระพทุ ธศาสนา มสี ตสิ ัมปชญั ญะ

ในการเรียนรกู้ ารทํางาน การอยรู่ ่วมกัน และการดําเนินชวี ติ
โดยใช้วิธีการท่ีหลากหลาย ทางสังคมศึกษา กระบวนการกลุ่ม ค้นคว้า แสดงความคิดเห็น การ

นําเสนอ อภิปรายเพ่ือให้เกิด ทักษะ ความรู้ ความเข้าใจ สามารถนําความรู้ท่ีไดม้ าไปใช้ประโยชน์ใน

ชวี ิตประจําวนั

รหสั ตวั ชว้ี ัด

ส 3.1 ม. 3/1 ม. 3/2 ม. 3/3
ส 3.2 ม. 3/1 ม. 3/2 ม. 3/3 ม. 3/4 ม. 3/5 ม. 3/6
ส 1.1 ม.3/4, ม.3/5, ม.3/8, ม.3/9, ม.3/10

ส 1.2 ม.3/1 , ม.3/2 , ม.3/3,ม.3/4, ม.3/7

รวมทงั้ หมด 19 ตวั ช้วี ัด

298

คาอธิบายรายวชิ าพื้นฐาน

ส23104 ประวตั ิศาสตร์ 6 กลุ่มสาระการเรียนรสู้ ังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม

ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 20 ชวั่ โมงจานวน 0.5 หน่วยกติ

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ศึกษาประวตั ศิ าสตรข์ องชาติไทย ภูมิปัญญาไทย ขนบธรรมเนียมประเพณี วัฒนธรรมความเชือ่

ตลอดจนบุคคล สาํ คญั ในประวตั ิศาสตร์ชนชาติไทยเพ่ือให้เกดิ ความรู้ ความเข้าใจ เหน็ คุณค่าของวีถชี ีวิต
ไทย สามารถนาํ มาเป็นแบบอย่างที่ดใี นการดาํ เนนิ ชีวิต วเิ คราะหพ์ ฒั นาการของไทยสมัยรัตนโกสนิ ทรด์ ้าน
ต่างๆ วิเคราะห์ปัจจัยทส่ี ง่ ผลตอ่ ความม่ันคงและความเจริญรุ่งเรืองของไทยในสมัยรัตนโกสินทร์ วเิ คราะห์

ภมู ิปัญญาและวัฒนธรรมไทย สมยั รัตนโกสนิ ทร์และอิทธิพลตอ่ การพัฒนาของชาติ วิเคราะหบ์ ทบาทของ
ไทยในสมัยประชาธปิ ไตย

โดยใช้กระบวนการคิดวิเคราะห์ การสืบค้น การรวบรวมข้อมูล การสังเคราะห์ข้อมูล การ

นําเสนอข้อมูลโดยอธิบายการเช่ือมโยงความสัมพันธ์เชิงเหตุ – ผล เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจ มี
ความคิดรเิ ริม่ สรา้ งสรรค์ มคี ุณธรรมจริยธรรม ตระหนกั เห็นคุณคา่ ของประวตั ศิ าสตร์ และนําความรไู้ ปใช้
ประโยชน์ ในชวี ิตประจาํ วันไดอ้ ย่างเหมาะสม

รหสั ตวั ชี้วดั
ส 4.3 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3, ม.3/4

รวมทง้ั หมด 4 ตวั ช้วี ัด


Click to View FlipBook Version