The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลักสูตรโรงเรียนศรีกระนวนวิทยาคม-ปีการศึกษา2563

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Jakkapong Amatsombat, 2020-04-30 06:24:48

หลักสูตรโรงเรียนศรีกระนวนวิทยาคม-ปีการศึกษา2563

หลักสูตรโรงเรียนศรีกระนวนวิทยาคม-ปีการศึกษา2563

199

คาอธิบายรายวิชาพนื้ ฐาน

ว21103 วิทยาศาสตร์ 2 กล่มุ สาระการเรยี นร้วู ทิ ยาศาสตร์

ชัน้ มัธยมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 60 ช่วั โมง จานวน 1.5 หน่วยกิต

ศกึ ษา วิเคราะห์ สํารวจ สืบค้นขอ้ มูล ดันอากาศกับความสงู จากพืน้ โลก ปริมาณความร้อน

การเปลย่ี นแปลงอุณหภมู ิและสถานะของสสาร การวัดอณุ หภูมขิ องสสาร การขยายตวั หรอื หดตวั ของสสาร
การถ่ายโอนความร้อน สมดุลความร้อนการแบ่งช้ันบรรยากาศ ลมฟ้าอากาศ กระบวนการเกดิ พายุฝนฟ้า
คะนองและพายุเขตร้อน การพยากรณอ์ ากาศ การเปลยี่ นแปลงภมู ิอากาศโลก แนวคิดหลักของเทคโนโลยี

ในชวี ติ ประจาํ วนั การใชค้ วามรู้ดา้ นเทคโนโลยี เพ่อื แกป้ ัญหาในชวี ติ ประจําวัน
โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสํารวจตรวจสอบ และการ

อภิปราย เพ่ือให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถส่ือสารสิ่งท่ีเรียนรู้ มีความสามารถในการ

ตัดสนิ ใจ แก้ปัญหา รวมทงั้ นาํ ความร้ไู ปใชป้ ระโยชน์
มีจิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และค่านยิ มที่เหมาะสม ตลอดจนตระหนักถงึ ปรัชญา

ของเศรษฐกจิ พอเพียง

ตัวชวี้ ัด
ว 2.2 ม.1/1
ว 2.3 ม.1/1-7

ว 3.2 ม.1/1-7

รวมทงั้ หมด 15 ตวั ชีว้ ดั

200

คาอธิบายรายวิชาพื้นฐาน

ว21104 การออกแบบเทคโนโลยี 1 กล่มุ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 20 ชว่ั โมง จานวน 0.5 หน่วยกิต

ศกึ ษา อธิบายความหมายของเทคโนโลยี วิเคราะห์สาเหตุหรือปัจจัยทสี่ ่งผลตอ่ การเปลี่ยนแปลง

ของเทคโนโลยี การทํางานของระบบทางเทคโนโลยี ประยุกต์ใช้ความรู้ ทักษะ และทรัพยากร โดย
วิเคราะห์เปรียบเทียบและเลือกข้อมูลที่จําเป็นเพื่อออกแบบวิธีการแก้ปัญหาในชีวิตประจําวันในด้าน
การเกษตรและอาหาร และสร้างชิ้นงานหรือพัฒนาวิธีการโดยใช้กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม

รวมทง้ั เลอื กใช้วัสดุอุปกรณ์ เคร่อื งมือในการแกป้ ญั หาได้อย่างถกู ต้อง เหมาะสม และปลอดภยั

มาตรฐานและตวั ช้วี ดั
ว. 4.1 ม.1/1-5

รวมทั้งหมด 5 ตัวชี้วัด

201

คาอธิบายรายวิชาพื้นฐาน

ว22101 วิทยาศาสตร์ 3 กลุม่ สาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตร์

ชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี 2 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 60 ชั่วโมง จานวน 1.5 หนว่ ยกิต

ศึกษา อธิบาย วิเคราะห์ ตระหนัก เปรียบเทียบ พยากรณ์ ออกแบบการทดลอง และทดลอง
โครงสร้าง หน้าท่ีและกลไกลของการทํางานระบบหายใจ ระบบขับถ่าย ระบบหมุนเวียนเลือด ระบบ
ประสาท และระบบสืบพันธ์ุ การเปลี่ยนแปลงของร่างกายเม่ือเข้าสู่วัยหนมุ่ สาว การคมุ กําเนดิ การแยก
สารผสมด้วยวิธีการต่างๆ นําวิธีการแยกสารไปใชแ้ ก้ปัญหา ในชวี ิตประจําวนั โดยบูรณาการวิทยาศาสตร์
คณิตศาสตร์ เทคโนโลยี และวิศวกรรมศาสตร์ สารละลาย หาความเข้มข้นเป็นร้อยละ ปริ มาตรต่อ
ปริมาตร มวลต่อมวล และมวลตอ่ ปริมาตร และนําไปใช้ในชวี ิตประจําวนั ได้อย่างถกู ต้องและปลอดภยั การ
เคลื่อนท่ีของวัตถุ แรงลัพธ์ แรงพยุง แรงเสียดทานสถติ แรงเสียดทานจลน์ และแรงอ่ืนๆที่กระทําต่อ
วัตถุ ประโยชน์ของความรู้เรื่องแรงเสียดทาน โมเมนต์ของแรง และนําหลั กการของโมเมนต์ไปใช้
ประโยชน์

โดยใช้กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสืบค้นข้อมูล และการอภปิ ราย
สถานการณ์ท่ีกําหนดโดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ สารสนเทศ เพ่ือให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ
ความตระหนัก สามารถส่ือสารสิ่งที่เรียนรู้ มีความสามารถในการตัดสินใจ นําความรู้ไปใช้ใน
ชีวิตประจําวัน มีจิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และค่านิยมที่เหมาะสมตามหลักปรัชญาของ
เศรษฐกจิ พอเพียง

ตวั ช้ีวดั
ว 1.2 ม.2/1-17
ว 2.1 ม.2/1-6
ว 2.2 ม.2/1-2/10

รวมทงั้ หมด 33 ตวั ชวี้ ัด

202

คาอธบิ ายรายวชิ าพนื้ ฐาน

ว22102 วิทยาการคานวณ 2 กลุ่มสาระการเรียนร้วู ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ชัน้ มธั ยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 20 ชั่วโมง จานวน 0.5 หน่วยกติ

ศึกษาแนวคิดเชิงนามธรรม การคัดเลือกคุณลักษณะท่ีจําเป็นต่อการแก้ปัญหา ขั้นตอนการ

แก้ปัญหา การเขียนรหสั ลําลองและผังงาน การเขยี นออกแบบและเขียนโปรแกรมอย่างง่ายที่มีการใช้งาน
ตัวแปร เงื่อนไข และการวนซ้าํ เพื่อแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์หรือวิทยาศาสตร์การรวบรวมขอ้ มูลปฐมภูมิ
การประมวลผลขอ้ มูล การสร้างทางเลือกและประเมนิ ผลเพอื่ ตัดสนิ ใจซอฟต์แวรแ์ ละบรกิ ารบนอนิ เทอรเ์ นต็

ท่ีใช้ในการจัดการข้อมูล แนวทางการใช้งานเทคโนโลยสี ารสนเทศให้ปลอดภัย การจัดการอัตลักษณ์ การ
พิจารณาความเหมาะสมของเนื้อหา ข้อตกลงและข้อกําหนดการใช้สื่อและแหล่งข้อมูลนําแนวคิดเชิง
นามธรรมและข้ันตอนการแก้ปัญหา ไปประยุกต์ใช้ในการเขียนโปรแกรม หรือ การแก้ปัญหาในชีวิตจริง

รวบรวมข้อมูลและสร้างทางเลือก ในการตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพและตระหนักถึงการใช้งาน
เทคโนโลยสี ารสนเทศอย่างปลอดภัย เกิดประโยชน์ต่อการเรยี นรู้ และไมส่ รา้ งความเสียหายใหแ้ ก่ผูอ้ น่ื

มาตรฐานและตัวชีว้ ดั
ว. 4.2 ม.2/1-4

รวมทั้งหมด 4 ตวั ช้วี ดั

203

คาอธบิ ายรายวิชาพ้นื ฐาน

ว22103 วทิ ยาศาสตร์ 4 กลุ่มสาระการเรียนร้วู ิทยาศาสตร์

ชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี 2 ภาคเรียนท่ี 2 เวลา 60 ช่วั โมง จานวน 1.5 หน่วยกิต

ศึกษา วิเคราะห์ อธิบาย คํานวณ ตระหนัก เปรียบเทียบ นําเสนอ สร้างแบบจําลอง เขียน

แผนภาพ สนามแม่เหล็ก สนามไฟฟ้า และสนามโน้มถว่ ง ความสมั พนั ธร์ ะหว่างขนาดของ แรงแมเ่ หล็ก
แรงไฟฟ้าและแรงโนม้ ถ่วงทกี่ ระทําตอ่ วัตถใุ นสนามนน้ั ๆ อัตราเร็วและความเรว็ การกระจดั

งานและกําลัง หลักการทํางานของเครอื่ งกลอย่างง่ายและประยกุ ตใ์ ช้ในชวี ิตประจาํ วนั พลังงาน

จลน์ และพลงั งานศักยโ์ น้มถ่วง กฎการอนุรักษ์พลงั งาน เชื้อเพลงิ ซากดกึ ดาํ บรรพ์ พลังงานทดแทนและ
แนวทาง

การใช้พลังงานทดแทนที่เหมาะสมในท้องถิ่น โครงสร้างภายในโลก กระบวนการผุพังอยู่กับท่ี

การกร่อน และการเกิดตะกอน กระบวนการเกิดดิน และลักษณะชั้นหน้าตัดดิน สมบัติบางประการของ
ดิน กระบวนการเกดิ แหลง่ น้ําผวิ ดนิ และแหลง่ นํา้ ใต้ดนิ แนวทางการใช้นํ้าอยา่ งยัง่ ยนื ในทอ้ งถิ่น ผลกระทบ
ของนา้ํ ท่วม การกัดเซาะชายฝง่ั ดินถลม่ หลมุ ยุบ แผ่นดินทรดุ

โดยใช้กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ การสบื เสาะหาความรู้ การสืบค้นข้อมลู สรา้ งแบบจําลอง
ออกแบบ และการอภิปราย เพ่ือให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถสื่อสารสิ่งท่ีเรียนรู้ มี
ความสามารถในการตัดสินใจ นําความรูไ้ ปใชใ้ นชีวิตประจําวัน มจี ิตวทิ ยาศาสตร์ จรยิ ธรรม คณุ ธรรม

และค่านยิ มทีเ่ หมาะสมโดยยึดหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง

ตัวชี้วัด

ว 2.2 ม.2/11-15
ว 2.3 ม.2/1-6
ว 3.2 ม.2/1-10

รวมทั้งหมด 21 ตวั ชี้วดั

204

อธิบายรายวชิ าพ้นื ฐาน

ว22104 การออกแบบเทคโนโลยี 2 กลุ่มสาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ชัน้ มัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 20 ชวั่ โมง จานวน 0.5 หนว่ ยกติ

ผู้เรียนจะได้รับการพัฒนาให้มีความรู้ ความเข้าใจ ในกระบวนการเทคโนโลยี ประกอบด้วย

กําหนดปัญหาหรือความตอ้ งการ รวบรวมข้อมลู เลือกวธิ ีการ ออกแบบและปฏบิ ัติการ ทดสอบ ปรับปรุง
แกไ้ ข และประเมินผล

ใช้กระบวนการเทคโนโลยี ในการแก้ปัญหาหรือสนองความต้องการในการสร้างสิ่งของเคร่ืองใช้

หรือวธิ ีการ ใชค้ วามรูเ้ กี่ยวกับกลไกและการควบคมุ ไฟฟ้า - อเิ ล็กทรอนิกส์ โดยถ่ายทอดความคดิ เปน็ ภาพ
๓ มติ ิ หรือภาพฉาย เพอื่ นาํ ไปสู่การสร้างตน้ แบบของส่ิงของเครอ่ื งใช้ หรอื ถา่ ยทอดความคิดของวธิ กี ารเปน็
แบบจําลองความคิดและรายงานผล มีความคิดสร้างสรรค์ได้แก่ ความคิดริเร่ิม ความคิดคล่อง ความคิด

ยืดหย่นุ และความคดิ ละเอยี ดลออในการแก้ปญั หาหรือสนองความต้องการในงานทผ่ี ลติ เอง
สามารถเลือกใช้เทคโนโลยอี ยา่ งสร้างสรรค์ต่อชีวิต สังคม ส่ิงแวดลอ้ ม และมกี ารจัดการเทคโนโลยี

ด้วยการลดการใช้ทรัพยากรหรือใช้เทคโนโลยีท่ีไม่มีผลกระทบต่อส่ิงแวดล้อม ซึ่งเป็นส่วนหน่ึงของการ

จัดการเทคโนโลยดี ว้ ยเทคโนโลยีสะอาด รวมถึงการใช้พลังงานหมนุ เวียนซงึ่ เป็นสว่ นหน่งึ ของการลดการใช้
ทรัพยากร

มาตรฐานและตวั ช้วี ัด

ว. 4.1 ม.2/1-5

รวมทั้งหมด 5 ตวั ชีว้ ดั

205

คาอธิบายรายวชิ าพน้ื ฐาน

ว23101 วทิ ยาศาสตร์ 5 กลุม่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์

ชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี 3 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 60 ช่วั โมง จานวน 1.5 หนว่ ยกิต

ศกึ ษา อธิบาย วิเคราะห์ ระบุ ออกแบบ วัสดุประเภท

พอลเิ มอร์ เทอร์มอพลาสติกและเทอรม์ อเซตของพอลเิ มอรผ์ ลกระทบของการใชผ้ ลติ ภณั ฑพ์ อลิเมอรท์ มี่ ตี อ่
สงิ่ มีชีวิตและส่ิงแวดล้อม เซรามกิ ส์ และวสั ดผุ สม การเกิดปฏิกิริยาเคมี ประเภทของปฏกิ ิรยิ าเคมี ปจั จัย
ทม่ี ผี ลตอ่ อัตราการเกิดปฏกิ ิริยาเคมี กฎทรงมวล การเกดิ ปฏิกิริยาเคมใี นชีวิตประจําวนั ผลกระทบทเ่ี กิด

จากปฏกิ ิริยาเคมีต่อสง่ิ มชี ีวติ และส่ิงแวดล้อม สารกมั มนั ตรังสี และคาํ นวณคร่งึ ชวี ิต การสะทอ้ นแสง การ
หักเหของแสง การเล้ยี วเบน และการรวมคลนื่ การเดินทางของแสงผ่านตวั กลาง ภาพทเ่ี กดิ จากกระจก
และเลนส์ ทัศนปู กรณ์ ความสวา่ งและการมองเห็น ความสมั พนั ธ์ระหว่าง ยนี ดีเอ็นเอและโครโมโซม

การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม การถ่ายทอดลักษณะที่ถูกควบคุมด้วยยีนที่อยู่บนโครโมโซมเพศ
และมัลตเิ ปิลแอลลีล กฎของเมนเดล การแบง่ เซลล์ มิวเทชัน โรคทางพันธุกรรม การใชป้ ระโยชน์
จากความรดู้ ้านพนั ธุศาสตร์ สิง่ มชี ีวติ ดัดแปรทางพนั ธกุ รรมและผลกระทบทม่ี ตี ่อมนุษย์และสง่ิ แวดล้อม

โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสํารวจตรวจสอบ การสืบค้น
ข้อมูลและการอภิปราย เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถส่ือสารสิ่งที่ได้เรียนรู้มี
ความสามารถในการตัดสนิ ใจ นําความรู้ไปใช้ในชีวติ ประจําวนั โดยตลอดจนตระหนักถงึ ปรชั ญาเศรษฐกิจ

พอเพียง จติ วิทยาศาสตร์ จรยิ ธรรม คณุ ธรรม และค่านยิ มทเ่ี หมาะสม

ตัวชีว้ ดั

ว 1.3 ม.3/1-8
ว 2.1 ม.3/1-8
ว 2.3 3/13-21

รวม 25 ตวั ชวี้ ัด

206

คาอธิบายรายวิชาพ้นื ฐาน

ว23102 วทิ ยาการคานวณ 3 กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ 3 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 20 ชว่ั โมง จานวน 0.5 หน่วยกติ

ศึกษาแนวคิดเชิงนามธรรม การคัดเลือกคุณลักษณะที่จําเป็นต่อการ
แก้ปญั หา ข้ันตอนการแก้ปัญหา การเขียนรหสั ลําลองและผังงาน การเขียนออกแบบและเขียนโปรแกรม
อยา่ งง่ายท่ีมีการใช้งานตัวแปร เง่ือนไข และการวนซํ้า เพื่อแก้ปญั หาทางคณติ ศาสตรห์ รือวทิ ยาศาสตร์การ

รวบรวมข้อมูลปฐมภูมิ การประมวลผลขอ้ มูล การสรา้ งทางเลือกและประเมินผลเพ่ือตัดสินใจซอฟต์แวร์
และบริการบนอินเทอร์เน็ตท่ีใช้ในการจดั การข้อมูล แนวทางการใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศให้ปลอดภัย
การจัดการอัตลักษณ์ การพิจารณาความเหมาะสมของเน้ือหา ข้อตกลงและข้อกําหนดการใช้ส่ือและ

แหล่งข้อมูลนําแนวคิดเชิงนามธรรมและข้ันตอนการแก้ปัญหา ไปประยุกต์ใช้ในการเขยี นโปรแกรม หรือ
การแก้ปัญหาในชีวิตจริง รวบรวมข้อมูลและสร้างทางเลือก ในการตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพและ
ตระหนักถงึ การใช้งานเทคโนโลยสี ารสนเทศอย่างปลอดภยั เกดิ ประโยชนต์ อ่ การเรียนรู้ และไม่สร้างความ

เสียหายให้แก่ผูอ้ ื่น

มาตรฐานและตัวชว้ี ัด
ว. 4.2 ม.3/1-4

รวมทง้ั หมด 4 ตวั ช้ีวัด

207

คาอธบิ ายรายวชิ าพนื้ ฐาน

ว23103 วทิ ยาศาสตร์ 6 กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์

ช้ันมัธยมศกึ ษาปีท่ี 3 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 60 ชว่ั โมง จานวน 1.5 หน่วยกติ

ศกึ ษา อธบิ าย ระบุ วิเคราะห์ เปรียบเทยี บ ความสมั พันธ์ระหว่างความต่างศกั ย์ กระแสไฟฟ้า

และความต้านทาน กฎของโอห์ม การต่อวงจรไฟฟ้าในบ้าน การคํานวณพลังงานไฟฟ้า การเลือก
เคร่ืองใช้ไฟฟ้าอย่างประหยัดและปลอดภัย เทคโนโลยีท่ีนํามาแก้ปัญหาหรือตอบสนองความต้องการ
ทางดา้ นพลังงาน การต่อวงจรอิเลก็ ทรอนิกสเ์ บอื้ งต้น การเกดิ คลื่นคล่ืนแม่เหล็กไฟฟา้ และ สเปกตรมั คล่ืน

แม่เหล็กไฟฟ้า การโคจรของดวงเคราะห์รอบดวงอาทิตย์ การเกิดฤดูกาล การเคล่ือนที่ปรากฏของดวง
อาทติ ย์ การสงั เกตเห็นทางชา้ งเผอื กของคนบนโลก การเกิดขา้ งข้นึ ข้างแรม การเปลีย่ นแปลงเวลาการข้ึน
และตกของดวงจนั ทร์ การเกดิ น้ําข้นึ น้ําลง เทคโนโลยอี วกาศ โครงการสาํ รวจอวกาศ องค์ประกอบของ

ระบบนเิ วศ ความสัมพันธ์ระหว่างส่งิ มีชวี ิตและสง่ิ แวดลอ้ ม การถ่ายทอดพลงั งานของส่ิงมชี ีวิต สมดลุ ของ
ระบบนิเวศ ประชากร ความหลากหลายทางชีวภาพ สมดุลระบบนิเวศ ปัญหาสิ่งแวดล้อมและ
ทรพั ยากรในทอ้ งถ่ิน การใชท้ รพั ยากรอยา่ งย่ังยืนตามปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง

โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสํารวจตรวจสอบ การสืบค้น
ข้อมูลและการอภิปราย เพ่ือให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถส่ือสารส่ิงที่ได้เรียนรู้ มี
ความสามารถในการตัดสินใจ เห็นคุณค่าของการนําความรู้ไปใช้ในชีวิตประจําวัน มีจิตวิทยาศ าสตร์

จริยธรรม คุณธรรม และค่านยิ มทเ่ี หมาะสมตลอดจนตระหนกั ถงึ ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง

ตัวช้วี ัด ม.3/1-6
ม.3/9-11
ว 1.1 ม.3/1-12
ว 1.3
ว 2.3 ม.3/1-4

ว 3.1

รวม 25 ตวั ชี้วัด

208

คาอธิบายรายวิชาพื้นฐาน

ว23104 การออกแบบเทคโนโลยี 3 กลุม่ สาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 3 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 20 ชวั่ โมง จานวน 0.5 หน่วยกิต

ศกึ ษา อธบิ ายความหมายของเทคโนโลยี วิเคราะหส์ าเหตหุ รือปัจจัยทสี่ ่งผลต่อการเปล่ียนแปลง

ของเทคโนโลยี การทํางานของระบบทางเทคโนโลยี ประยุกต์ใช้ความรู้ ทักษะ และทรัพยากร โดย
วิเคราะห์เปรียบเทียบและเลือกข้อมูลท่ีจําเป็นเพื่อออกแบบวิธีการแก้ปัญหาในชีวิตประจําวันในด้าน
การเกษตรและอาหาร และสร้างช้ินงานหรือพัฒนาวิธีการโดยใช้กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม

รวมท้งั เลอื กใช้วัสดุอปุ กรณ์ เครอ่ื งมือในการแกป้ ัญหาได้อยา่ งถกู ต้อง เหมาะสม และปลอดภยั

มาตรฐานและตัวชว้ี ัด
ว. 4.2 ม.3/1-5

รวมท้ังหมด 5 ตัวช้วี ัด

209

คาอธิบายรายวิชาเพิ่มเตมิ

221202 คอมพิวเตอรเ์ บื้องต้น กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 20 ช่ัวโมง จานวน 0.5 หน่วยกิต

ศึกษา ค้นคว้าเรอ่ื ง ววิ ัฒนาการและความเป็นมาของเครื่องคอมพิวเตอร์ เข้าใจหลกั การทํางาน

ของเครื่องคอมพิวเตอร์ ทั้งด้านฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ รแู้ ละเข้าใจหน้าท่ีการทาํ งานของอุปกรณแ์ ต่ละสว่ น
บทบาทและประโยชน์ของคอมพวิ เตอรใ์ นการชว่ ยอํานวยความสะดวก

ในกิจกรรมต่าง ๆ มีความรู้ความเข้าใจเก่ียวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ บทบาทความสําคัญ

ความก้าวหน้า พัฒนาการและผลกระทบของเทคโนโลยีสารสนเทศ มีความรู้ความเข้าใจเรอ่ื งข้อมูลและ
สารสนเทศ โครงสรา้ งของข้อมูล กระบวนการจดั ทาํ ขอ้ มูลให้เปน็ สารสนเทศ การสอ่ื สารขอ้ มลู พฒั นาการ
ของการสื่อสารข้อมูล อุปกรณ์สื่อสารสําหรับเช่ือมโยงเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ชนิดของเครือข่าย

คอมพิวเตอร์ เทคโนโลยกี ารรับสง่ ขอ้ มลู ภายในเครอื ข่ายคอมพวิ เตอร์ ประโยชนข์ องเครอื ข่ายคอมพิวเตอร์
โดยสามารถแยกประเภทของอุปกรณ์คอมพิวเตอร์แต่ละชนิด เลือกใช้ซอฟต์แวร์สร้างงานได้

เหมาะสมกับประเภทของาน มีมารยาท มีจิตสํานึกในการบํารุงรักษาและการใช้คอมพิวเตอร์ เพื่อไว้ใช้

ประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่า สามารถนําความรู้ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ให้เกิด
ประโยชน์ตอ่ ตนเองและสังคมท้ังทางตรง และทางอ้อม และใชใ้ นชีวิตประจําไดอ้ ยา่ งคุ้มค่าและเหมาะสม
สามารถคดั เลือก จัดเก็บข้อมูลและสารสนเทศใหถ้ กู ต้อง สามารถรับส่งขอ้ มลู ภายในเครือขา่ ยคอมพวิ เตอร์

ได้ รักการทํางาน และนําความรู้มาใช้แก้ปัญหาในการทํางาน ปฏิบัติงานด้วยความภูมิใจ และทํางาน
รว่ มกับผอู้ นื่ ได้ มีพื้นฐานในการดาํ รงชวี ิตอยู่ในสังคมได้อย่างมคี วามสขุ

ผลการเรียนรู้
1. ผเู้ รยี นบอกความหมาย ความสาํ คัญและประโยชน์ของขอ้ มูล
2. ผู้เรยี นบอกองคป์ ระกอบของระบบสารสนเทศ

3.ผเู้ รียนสามารถบอกขั้นตอนระบบปิดเปดิ คอมพิวเตอร์ไดแ้ ละสามารถแกป้ ญั หาเบอื้ งต้นได้
4.ผเู้ รยี นสามารถบอกหน้าทขี่ องแป้นอักขระและวธิ ีการใช้เมาสอ์ ยา่ งถูกวิธี
5.ผู้เรียนสามารถใช้งานระบบปฏบิ ัติการวินโดวส์เอก็ ซพื ไี ดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง

6.ผเู้ รียนสามารถจดั การกบั แฟม้ งานและโฟลเดอร์ตา่ งได้

รวมทงั้ หมด 6 ผลการเรียนรู้

210

คาอธิบายรายวิชาเพมิ่ เตมิ

ว21204 วทิ ยาศาสตรก์ บั การแก้ปัญหา กลุม่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์

ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 40 ชัว่ โมง จานวน 1.0 หน่วยกติ

มที ักษะการกําหนดและควบคุมตัวแปร คํานวณ สื่อความหมายข้อมูล จัดทําข้อมูล จําแนกประเภท
ตงั้ สมมติฐาน ทดลอง กําหนดนิยามเชิงปฏิบัติการ วิเคราะห์ข้อมูล แปลความหมายขอ้ มูล ตีความหมาย
ข้อมูลลงข้อสรปุ คาดคะเน โดยใชก้ ระบวนการทางวิทยาศาสตร์และทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์
13 กระบวนการ กระบวนการสืบเสาะหาความรูเ้ พ่อื ให้เกดิ ทกั ษะกระบวนการ ความรูค้ วามคดิ ความเข้าใจ
สามารถส่ือสารสิ่งทเ่ี รยี นรูแ้ ละนําความรู้ไปใช้ในชีวิตประจาํ วนั ดูแลรักษาส่ิงมชี ีวิตอน่ื เฝา้ ระวงั และพัฒนา
ส่งิ แวดล้อมอยา่ งย่งั ยนื มจี ิตวทิ ยาศาสตร์ มีคณุ ธรรมมจี รยิ ธรรม และค่านยิ มทเ่ี หมาะสม

ผลการเรยี นรู้
1. มีความเขา้ ใจ สามารถอธบิ ายทกั ษะและฝกึ ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ 13 ทกั ษะ
2. กําหนดและควบคมุ ตวั แปร และการนาํ ไปใชป้ ระโยชน์
3. มีทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ จิตวิทยาศาสตร์ และความสามารถในการแก้ปญั หาโดยใช้

วิธีการทางวทิ ยาศาสตร์
4. มีทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ในด้านประสาทสัมผสั และการสงั เกต
5. มีความสามารถในการจดั จาํ แนกประเภทสงิ่ ของ
6. สามารถวเิ คราะห์หาเหตแุ ละผลจากสถานการณ์ทก่ี ําหนดใหไ้ ด้
7. มคี วามสามารถในการออกแบบหนงั สอื อิเล็กทรอนิกสท์ างวทิ ยาศาสตร์
8. ตระหนกั ถึงบทบาทของผลกระทบของผลผลิตทางวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยที ี่มตี ่อมนุษย์
9. นําวธิ กี ารทางวิทยาศาสตร์ไปใชใ้ นการแก้ปญั หาและเป็นประโยชนใ์ นชีวติ ประจาวัน
10. มีความรกั ความสนใจและสนุกกบั การเรยี นรู้ทางวิทยาศาสตร์

รวม 10 ผลการเรียนรู้

211

คาอธิบายรายวชิ าเพ่มิ เตมิ

ว21205 ธรรมชาตแิ ละการสบื เสาะอยา่ งวทิ ยาศาสตร์ กลุม่ สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์

ช้นั มัธยมศึกษาปีท่ี 1 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 40 ชัว่ โมง จานวน 1.0 หนว่ ยกิต

สบื เสาะความร้ทู างวิทยาศาสตร์ด้วยประสบการณต์ รงจากปรากฏการณ์ธรรมชาติทง้ั เป็นรายบุคคล

และเป็นกลุ่ม ใช้ปรากฏการณ์ธรรมชาติเปน็ เครอื่ งมือในการตั้งคาํ ถาม ที่นําไปสู่การสืบเสาะใชเ้ หตผุ ลและ
จินตนาการ คดิ วธิ ีสืบเสาะ วิธีทดลอง ลงข้อสรุปจากข้อมูลอยา่ งสมเหตุสมผล เพอ่ื หาคําตอบเสนอผลงาน
การสืบเสาะในแบบวิธีการนําเสนอผลงานทางวิทยาศาสตร์ ท้ังการบรรยายและการทํารายงาน โดยใช้

กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสังเกต การสํารวจ การอธิบาย การวิเคราะห์
และการอภปิ ราย เพื่อใหเ้ ข้าใจธรรมชาติของวิทยาศาสตร์ เรยี นร้กู ารทํางานทางดา้ นวิทยาศาสตร์ พฒั นา
ทักษะในการทํางานกับผู้อ่ืน พัฒนาการคิดอย่างสร้างสรรค์ และพัฒนานวัตกรรมการหาคําตอบในส่ิงท่ี

สงสยั ผา่ นกระบวนการสบื เสาะ นาํ ไปสกู่ ารทําโครงการวิจยั

ผลการเรียนรู้

1. เข้าใจกระบวนการสร้างความรทู้ างวิทยาศาสตร์
2. เข้าใจจุดเริ่มของการเกิดความรู้ทางวิทยาศาสตร์
3. ใช้หลักการทางวทิ ยาศาสตรแ์ ละหลักเกณฑ์ท่ีสมเหตุสมผลในการพจิ ารณาปรากฏการณ์ท่พี บเห็น

หรอื สง่ิ ท่ีได้ฟงั มา
4. สร้างคาํ ถามท่พี ัฒนาไปสู่การสบื เสาะจากการสงั เกตปรากฏการณธ์ รรมชาติ
5. ออกแบบการทดลองและทําการทดสอบเพ่อื หาคาํ ตอบ

6. เขา้ ใจการกําหนดนิยามเชงิ ปฏิบัติการและการกําหนดตัวแปรอิสระและตวั แปรควบคมุ
7. เลอื กเครอ่ื งมือทเ่ี หมาะสมในการเก็บข้อมูลท่ตี อ้ งการ
8. เลอื กวิธกี ารท่ีเหมาะสมในการวเิ คราะหแ์ ละแปลผลขอ้ มลู ทางวทิ ยาศาสตร์

9. ลงข้อสรปุ อยา่ งเหมาะสมโดยใช้ฐานข้อมูลจากการทดลอง
10. ใช้ข้อมูลจากหลายสาขาวิชาในการคดิ วธิ ีแก้ปญั หา ประเด็นที่เป็นปญั หาทเ่ี กิดขน้ึ ในโลก

รวมท้ังหมด 10 ผลการเรียนรู้

212

คาอธิบายรายวชิ าเพ่มิ เติม

ว21206 เริ่มต้นกับโครงงานวทิ ยาศาสตร์ กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์

ชนั้ มธั ยมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 40 ช่ัวโมง จานวน 1.0 หน่วยกติ

ตรวจสอบ วเิ คราะห์ แก้ปญั หาและเข้าใจการตัง้ สมมติฐานจากปัญหาหรือเหตุการณต์ ่าง ๆ ออกแบบ
การทดลองเพื่อ ตรวจสอบสมมุติฐาน โดยมีการกําหนดและควบคุมตัวแปรต่าง ๆ และกําหนดนิยามเชิง
ปฏิบัตกิ าร ออกแบบวิธีการทดลอง เลือกใช้อุปกรณ์และลงมอื ทําการทดลอง บันทึกขอ้ มูลที่สามารถอ่าน
เข้าใจงา่ ยและสรุปผลของข้อมูลจากการศกึ ษาทดลอง สามารถท่ีจะวิเคราะห์โครงงานวิทยาศาสตรป์ ระเภท
ตา่ ง ๆ และมีแนวคิดในการวางแผนการทดลอง รวมถึงการจัดกระทํา เค้าโครงของโครงงานวิทยาศาสตร์
โดยมี ความคิดริเร่ิมสร้างสรรค์ในการแสดงความคิด ออกแบบหรือดัดแปลงการทดลอง ตลอดจนวสั ดุตา่ ง
ๆ ในการ ทํากิจกรรม ลงสู่การทําโครงงานวิทยาศาสตร์ได้อย่างเหมาะสม โดยใช้กระบวนการทาง
วทิ ยาศาสตร์และทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ กระบวนการสืบเสาะ หาความรู้เพ่ือให้เกิดทักษะ
กระบวนการ ความรู้ความคดิ ความเขา้ ใจ สามารถสื่อสารส่ิงทเ่ี รียนรู้ และนาํ ความรูไ้ ปใชใ้ นชีวติ ประจําวัน
ดแู ลรกั ษาสงิ่ มีชีวิตอนื่ เฝ้าระวงั และพัฒนาสิ่งแวดล้อมอย่างย่งั ยืน มีจิตวิทยาศาสตร์มีคุณธรรม จริยธรรม
และค่านยิ มที่เหมาะสม

ผลการเรยี นรู้
1. ตัง้ สมมตฐิ านจากปญั หาหรอื เหตุการณต์ า่ ง ๆ ไดอ้ ย่างเหมาะสม
2. ออกแบบการทดลองเพอื่ ตรวจสอบสมมตุ ิฐาน โดยมกี ารกําหนดและควบคมุ ตวั แปรต่าง ๆ และ

กําหนดนยิ ามเชงิ ปฏบิ ัติการได้อยา่ งเหมาะสม
3. ออกแบบวิธีการการทดลอง เลือกใชอ้ ุปกรณ์และลงมอื ทํา การทดลองได้อยา่ งมรี ะบบ
4. บนั ทกึ ข้อมูลท่ีสามารถอา่ นเข้าใจง่ายและสรุปผลของขอ้ มลู จากการศึกษาทดลอง
5. วิเคราะห์โครงงานวิทยาศาสตร์ประเภทต่าง ๆ และมีแนวคิดในการวางแผนการทดลอง รวมถึง

การจดั ทาํ เคา้ โครงของโครงงานวทิ ยาศาสตร์
6. มคี วามคิดริเรมิ่ สรา้ งสรรค์ในการแสดงความคดิ ออกแบบหรือดัดแปลงการทดลอง ตลอดจนวสั ดุ

ต่าง ๆ ในการทาํ กจิ กรรมแก้ปัญหา
7. เขา้ ใจการมจี ิตวทิ ยาศาสตร์และมเี จตคตทิ ี่ดีต่อวิทยาศาสตร์

รวมทั้งหมด 7 ผลการเรยี นรู้

213

คาอธบิ ายรายวิชาเพ่มิ เตมิ

ว21207 ของเลน่ เชิงวทิ ยาศาสตรห์ ลากหลาย กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์

ชนั้ มัธยมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 40 ชว่ั โมง จานวน 1.0 หนว่ ยกติ

อธบิ าย ประดษิ ฐ์บรู ณาการความรูป้ ระยุกตใ์ ชห้ ลกั การทางวทิ ยาศาสตรม์ าประดิษฐ์ของเลน่ โดยใช้
วสั ดเุ หลอื ใชท้ ่ีมีในชวี ิตประจําวัน และมเี จตคติทีด่ ีต่อวทิ ยาศาสตร์ โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตรแ์ ละ

ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ กระบวนการ สืบเสาะ หาความรู้ เพื่อให้เกิดทักษะกระบวนการ
ความรู้ความคิด ความเขา้ ใจ สามารถส่ือสารสิ่งท่ีเรียนรู้ และนา ความรูไ้ ปใช้ในชวี ิตประจําวัน ดแู ลรักษา
ส่งิ มชี ีวิตมชี ีวิตอื่น เฝ้าระวงั และพฒั นาสงิ่ แวดลอ้ มอย่างย่งั ยนื มจี ิตวิทยาศาสตร์ มีคุณธรรมมจี รยิ ธรรม และ

คา่ นิยมทเ่ี หมาะสม

ผลการเรียนรู้
1. นักเรยี นมีทกั ษะกระบวนการคดิ สร้างสรรคแ์ ละการทาํ งานกลมุ่
2. สามารถอธิบายหลักการทางวิทยาศาสตร์ทเ่ี ก่ยี วกบั ของเล่นท่ีประดษิ ฐไ์ ด้
3. สามารถประดิษฐ์ของเล่นได้เองโดยอาศัยวัสดุอุปกรณ์ท่ีพอจะหาได้นํามาประยุกต์ใช้ให้เกิด

ประโยชน์
4. บูรณาการความรหู้ ลักการทางวิทยาศาสตรม์ าใช้ในการประดษิ ฐ์ของเล่น
5. จัดแสดงผลงาน เขียนรายงาน และ/หรืออธิบายเกี่ยวกับแนวคิด กระบวนการในการประดิษฐ์

ชิ้นงานใหผ้ ้อู ื่นเข้าใจไดร้ วมทัง้ หมด 5 ผลการเรียนรู้

รวมทั้งหมด 5 ผลการเรยี นรู้

214

คาอธิบายรายวชิ าเพิ่มเติม

ว22204 สนุกกับโครงงานวิทยาศาสตร์ กลุ่มสาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตร์

ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 2 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 40 ช่ัวโมง จานวน 1.0 หน่วยกิต

ศึกษา วิเคราะห์ ทํากิจกรรม สร้างแรงบันดาลใจ ในการทําโครงงาน

วิทยาศาสตร์ ลักษณะสําคัญของโครงงานวิทยาศาสตร์ประเภทต่างๆ การเร่ิมต้นทําโครงงานวิทยาศาสตร์
ด้วยการตง้ั คําถามและการสบื คน้ ข้อมลู การวางแผนและการออกแบบโครงงานวิทยาศาสตร์ การเขียนเค้า
โครงของโครงงานวิทยาศาสตร์ การทําโครงงานวทิ ยาศาสตร์ การเขยี นรายงาน และการนําเสนอโครงงาน

วิทยาศาสตร์
โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ เพื่อให้เกิดทักษะกระบวนการ

ความรู้ความคิด ความเข้าใจ สามารถส่ือสารส่งิ ท่ีเรียนรู้ และนําความรู้ไปใช้ในชีวิตประจําวัน ดูแลรักษา

สงิ่ มีชีวติ มีชีวิตอ่ืน เฝา้ ระวังและพัฒนาส่ิงแวดลอ้ มอย่างยง่ั ยืนมจี ิตวิทยาศาสตร์ มีคุณธรรมมจี ริยธรรม และ
ค่านยิ มท่ีเหมาะสม

ผลการเรยี นรู้
1. ตั้งคําถามจากสถานการณ์ต่างๆ ตามความสนใจ โดยมีประเด็นหรือตัวแปรท่ีสําคัญในการสํารวจ
ตรวจสอบหรอื ศึกษาได้อย่างครอบคลุมและเชอื่ ถอื ได้
2. ออกแบบและวางแผนการสาํ รวจตรวจสอบ โดยมีการกาํ หนดและควบคมุ ตัวแปรตา่ งๆ กําหนดนยิ าม
เชิงปฏบิ ัติการ เลือกวธิ ีการสาํ รวจตรวจสอบเชงิ ปริมาณ เชิงคณุ ภาพทไี่ ดผ้ ลเทย่ี งตรงและปลอดภยั โดย
ใชว้ ัสดุและเครื่องมือท่เี หมาะสม
3. วิเคราะหแ์ ละอธบิ ายผลการทดลองเช่ือมโยงกบั สมมติฐาน และสถานการณใ์ นชวี ติ ประจาํ วันได้
4. วเิ คราะหโ์ ครงงานวิทยาศาสตร์ และมแี นวคดิ ในการวางแผนการทดลอง รวมถึงจดั ทําเคา้ โครงของ
โครงงานวทิ ยาศาสตร์ได้
5. ทําโครงงานวิทยาศาสตร์ ตามความสนใจ โดยมีขั้นตอนของกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ ในการ
แกป้ ัญหา และนําเสนอไดอ้ ยา่ งเหมาะสม

รวมทงั้ หมด 5 ผลการเรยี นรู้

215

คาอธิบายรายวชิ าเพ่ิมเติม

ว22205 วิทยาศาสตร์ส่งิ แวดล้อม กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์

ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 2 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 40 ชัว่ โมง จานวน 1.0 หน่วยกติ

ศึกษาสิง่ มีชีวติ กับสิง่ แวดล้อม ระบบนิเวศ การเปล่ียนแปลงแทนท่ี คนกบั ทรพั ยากรธรรมชาติและ

ส่ิงแวดล้อม สาเหตุปัญหาและปอ้ งกนั ทรพั ยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดลอ้ ม เฝ้าระวัง การอนรุ ักษ์ การพัฒนา
ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมอย่างยั่งยืน ศึกษาองค์ประกอบของเซลล์ การรักษาดุลยภาพของ
สิ่งมีชีวิต กลไกการรักษาดุลยภาพของน้า อุณหภูมิ กรด เบส และแร่ธาตุในร่างกายของส่ิงมีชีวิต ระบบ

ภูมิคุ้มกัน โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ สืบเสาะหาความรู้ การสํารวจตรวจสอบ สืบค้นข้อมูล
อภปิ ราย อธบิ ายนําเสนอ การใช้หลกั เศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกตใ์ ชก้ บั การจัดกจิ กรรม เพอ่ื ให้เกิดความรู้
ความเข้าใจ เห็นคุณค่าของวิทยาศาสตร์ สามารถนําเสนอสิ่งที่เรียนรู้ มีจิตวิทยาศาสตร์ สามารถนําไป

ประยกุ ตใ์ ชป้ ระโยชนใ์ นชวี ิตประจําวนั ของตนเองไดอ้ ย่างมคี ุณธรรมจริยธรรม และคา่ นยิ มทเ่ี หมาะสม

ผลการเรียนรู้
1. อธบิ ายเกย่ี วกบั สิ่งมีชวี ิตกบั สิ่งแวดลอ้ ม และระบบนเิ วศได้

2. อธิบายการเปลี่ยนแปลงแทนที่คนกบั ทรัพยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดล้อมได้
3. อธบิ ายปัญหาการใช้ทรพั ยากรและสงิ่ แวดลอ้ มได้
4. อธบิ ายสาเหตุของปญั หาและการป้องกนั ทรพั ยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดลอ้ มได้
5. อธิบายการอนุรกั ษ์ การพฒั นาทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอ้ มอยา่ งยัง่ ยนื ได้
6. อธิบายเกีย่ วกับองค์ประกอบของเซลล์ ของสิง่ มชี ีวิตได้
7. อธบิ ายเก่ยี วกบั กลไกการรกั ษาดุลยภาพของนา้ ของสง่ิ มชี วี ติ ได้
8. อธิบายเก่ยี วกบั อุณหภมู ิ กรด เบส และแร่ธาตุในรา่ งกายของส่ิงมีชีวติ ได้
9. อธบิ ายเก่ยี วกบั แรธ่ าตุในร่างกายของสงิ่ มชี ีวติ ได้
10. อธิบายเกยี่ วกับระบบภูมคิ ุ้มกันในร่างกายของส่ิงมชี วี ติ ได้

รวมทงั้ หมด 10 ผลการเรยี นรู้

216

คาอธบิ ายรายวชิ าเพ่ิมเตมิ

ว22202 พนั ธกุ รรมกับการอย่รู อด กลุ่มสาระการเรียนรูว้ ทิ ยาศาสตร์

ช้นั มัธยมศกึ ษาปีที่ 2 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 20 ชว่ั โมง จานวน 0.5 หน่วยกิต

ศึกษา วิเคราะห์ อธิบาย การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมของคน สัตว์ และพืช การทดลอง

การถ่ายทอดลักษณะบางประการ ประวัติและงานของเมนเดล โครโมโซมของส่ิงมีชีวิต การทดลองการ
จัดเรียงโครโมโซมอย่างง่าย การแยกตัวและรวมตัวของยีนและการทดลอง หลักการแบ่งตัวของเซลล์
รา่ งกายและ เซลลส์ ืบพันธ์ุ หลักการเกิดเพศ ผลของความผิดปกติบางชนิดที่เกิดจากโครโมโซมร่างกายและ

โครโมโซม เพศ ลกั ษณะพนั ธุกรรมบางลักษณะในคน หมเู่ ลอื ด ความสมั พันธข์ องพนั ธกุ รรมและสงิ่ แวดลอ้ ม
การเกดิ การกลายและผลกระทบในส่ิงมชี วี ติ บางชนดิ

โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในการสืบเสาะหาความรู้ สํารวจตรวจสอบ สืบค้นข้อมูล

อภิปราย เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถส่ือสารสิ่งที่เรียนรู้ สามารถนําความรู้ไปใช้ใน
ชวี ิตประจาํ วนั ได้อย่างเหมาะสม มีจติ วิทยาศาสตร์ จรยิ ธรรม คณุ ธรรม และค่านิยมที่เหมาะสม สามารถ
ทาํ งานร่วมกบั ผอู้ น่ื ได้และเห็นประโยชนก์ ารดาํ รงชวี ิตตามแนวทางปรัชญา เศรษฐกจิ พอเพยี ง

ผลการเรียนรู้
1. อธิบายความหมายของพันธุกรรมและลักษณะทางพนั ธกุ รรมได้

2. สรปุ ความแปรผันทางพันธุกรรมท่เี กดิ ขน้ึ ในสง่ิ มชี วี ิตได้
3. ทํากจิ กรรมสาํ รวจและคน้ หาความแปรผันของสง่ิ มชี วี ติ ได้
4. เขียนบทความ/เรียงความเกี่ยวกับความแปรผันของส่งิ มชี ีวติ ได้

5. ระบุอิทธิพลทที่ าํ ใหเ้ กิดความแปรผนั ทางพนั ธกุ รรมได้
6. อธบิ ายความหมายและลกั ษณะของโครโมโซมและยนี ได้
7. สรุปและอธบิ ายการเกิดเพศชายและเพศหญงิ ได้

8. อธิบายความหมายของแอลลีล จีโนไทป์ ฟีโนไทป์ ลักษณะพันธุ์แท้ ลักษณะพันทาง ยีนเด่น ยีนด้อย
ลักษณะเดน่ และลกั ษณะด้อยได้
9. อธบิ ายกฎข้อท่ี ๑ และขอ้ ที่ ๒ ของเมนเดลได้

10.เขยี นแผนภาพกระบวนการถา่ ยทอดลักษณะทางพันธุกรรมจาก พอ่ แมไ่ ปส่ลู กู หลานได้
11. ระบุลกั ษณะทางพนั ธกุ รรมทถี่ ูกถ่ายทอดไปกบั โครโมโซมรา่ งกาย และโครโมโซมเพศได้
12. สรุปการกลายพันธแ์ุ ละสาเหตทุ ่ีทําให้ส่งิ มชี วี ิตมีการกลายพันธ์ุได้

13. อธิบายลักษณะของโรคทางพันธุกรรมบางโรคทเ่ี กดิ ในคนได้
14. สรปุ สาเหตุทท่ี าํ ให้เกิดโรคทางพนั ธกุ รรมในคนได้
15. ระบุไดว้ ่าลกั ษณะความผิดปกตขิ องโครโมโซมในพชื ทําให้ได้พชื ที่มคี ณุ ภาพดขี ึน้ สว่ นลกั ษณะท่ีไม่ดี จะ

ถูกกาํ จดั ไปได้

รวมทัง้ หมด 15 ผลการเรียนรู้

217

คาอธบิ ายรายวิชาเพิม่ เติม

ว22206 เคมีน่ารู้ กล่มุ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์

ชัน้ มัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 40 ชวั่ โมง จานวน 1.0 หนว่ ยกิต

ศึกษาวิเคราะห์ตรวจสอบและจําแนกสารเป็นกลุ่มโดยใช้เนื้อสารหรือขนาดอนุภาคเป็นเกณฑ์
สมบัติของสารในแตล่ ะกลุ่ม สมบัติความเป็นกรด เบสของสารละลายค่า pH ของสารละลาย สมบัติและ
การเปลยี่ นสถานะของสารโดยใช้แบบจาํ ลองการจัดเรยี งอนภุ าคของสาร สมบตั ิของธาตโุ ลหะ อโลหะ ก่ึง
โลหะสารประกอบ สารกมั มนั ตรังสี การแยกสารโดยการกล่ัน การกรอง การสกดั ดว้ ยตวั ทําละลาย
โครมาโทรกราฟี วธิ ีเตรียมสารละลายทมี่ คี วามเขม้ ข้นเป็นรอ้ ยละการเปลยี่ นแปลงสมบตั ิ มวลและ พลังงาน
ของสารเมื่อสารเปลี่ยนสถานะและเกิดการละลาย ปัจจยั ท่มี ผี ลต่อการเปลี่ยนสถานะและการ ละลายของ
สาร

โดยใช้กระบวนการทางวทิ ยาศาสตรแ์ ละทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ กระบวนการ สืบเสาะหา
ความรู้เพื่อให้เกิดทักษะกระบวนการ ความรู้ความคิด ความเข้าใจ สามารถสื่อส ารส่ิงท่ี เรียนรู้และนํา
ความรู้ไปใช้ในชีวิตประจําวัน ดูแลรักษาสิ่งมีชีวิตอื่น เฝ้าระวังและพัฒนาสิ่งแวดล้อมอย่างย่ังยืน มีจิต
วิทยาศาสตรม์ คี ุณธรรมมีจริยธรรม และค่านิยม

ผลการเรียนรู้
1. ทดลองและจาํ แนกสารเป็นกล่มุ โดยใช้เน้อื สารหรือขนาดอนุภาคเปน็ เกณฑ์ และอธิบายสมบัติ

ของสารในแตล่ ะกล่มุ
2. ทดลองและอธบิ ายสมบตั ิความเป็นกรด เบส ของสารละลาย
3. ตรวจสอบค่า pH ของสารละลายและนําความรู้ไปใช้ประโยชน์
4. อธบิ ายสมบตั แิ ละการเปล่ียนสถานะของสาร โดยใชแ้ บบจําลองการจัดเรยี งอนุภาคของสาร
5. สืบคน้ ข้อมลู และอธบิ ายสมบตั ิของธาตุโลหะ อโลหะ ก่ึงโลหะ
6. ทดลองและอภปิ รายเกี่ยวกับสารประกอบ
7. สืบคน้ ขอ้ มลู และอภปิ รายเกี่ยวกับสารกัมมนั ตรงั สี
8. อธิบายหลกั การและทดลองการแยกสารโดยการกล่ัน การกรอง การสกัดด้วยตัวทําละลาย โคร

มาโทรกราฟี
9. ทดลองและอธิบายวิธเี ตรยี มสารละลายท่ีมคี วามเข้มข้นเป็นร้อยละและอภิปรายการนําความรู้

เก่ยี วกับสารละลายไปใช้ประโยชน์
10. ทดลองและอธบิ ายการเปลย่ี น แปลงสมบตั ิ มวลและพลังงานของสาร เมื่อสารเปลย่ี นสถานะ

และเกิดการละลาย
11. ทดลองและอธิบายปจั จัยทมี่ ผี ลต่อการเปลย่ี นสถานะ และการละลายของสาร

รวมทั้งหมด 11 ผลการเรียนรู้

218

คาอธิบายรายวิชาเพ่มิ เตมิ

ว22203 เทคโนโลยีสารสนเทศ และการสือ่ สาร กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

ชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ 2 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 20 ช่ัวโมง จานวน 0.5 หน่วยกิต

ศึกษา และ ปฏิบัติเกี่ยวกับ หลักการเบ้ืองต้นของการส่ือสารข้อมูลและเครือข่ายคอมพิวเตอร์

หลักการและวิธีการแก้ปัญหาด้วยกระบวนการเทคโนโลยสี ารสนเทศ การคน้ หาขอ้ มูล การติดต่อส่ือสาร
ผ่านเครอื ข่ายคอมพิวเตอร์อย่างมีคุณธรรมและจริยธรรม และการใช้ซอฟต์แวร์ในการทํางานด้านต่าง ๆ

โดยนําทักษะกระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการแก้ปัญหา การติดต่อส่ือสาร การ

สบื คน้ ข้อมูลผ่านระบบเครอื ข่ายได้อย่างถูกต้องเหมาะสม และสามารถนําซอฟต์แวรม์ าประยกุ ตใ์ ช้ในการ
ทาํ งานเพื่อเพ่ิมประสิทธภิ าพในการทํางานได้อย่างเหมาะสม รวมท้งั พฒั นาผู้เรยี นใหม้ วี นิ ัย ใฝเ่ รยี นรู้และมี
ความมุ่งมนั่ ในการทํางาน

ผลการเรียนรู้
1. อธบิ ายหลักการเบอื้ งตน้ ของการสอ่ื สารขอ้ มลู และเครือขา่ ยคอมพวิ เตอร์
2. อธิบายหลกั การและวธิ กี ารแกป้ ัญหาด้วยกระบวนการเทคโนโลยสี ารสนเทศ
3. คน้ หาข้อมูล และติดตอ่ ส่อื สารผ่านเครอื ข่ายคอมพวิ เตอรอ์ ยา่ งมคี ุณธรรมและจริยธรรม
4. ใชซ้ อฟตแ์ วร์ในการทํางาน

รวมทั้งหมด 4 ผลการเรยี นรู้

219

คาอธบิ ายรายวิชาเพมิ่ เตมิ

ว23201 วิทยาศาสตร์โลกทงั้ ระบบ 1 กลุม่ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์

ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 3 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 40 ช่ัวโมง จานวน 1.0 หนว่ ยกิต

ศึกษา สํารวจ สงั เกต ความสัมพนั ธ์ของดนิ น้ํา บรรยากาศและสง่ิ มชี วี ิต ซ่งึ องคป์ ระกอบสาํ คญั

ของโลกทั้งระบบ ต้งั คําถามทสี่ นใจอยากรแู้ ละวเิ คราะห์คําถามที่จะนําไปสู่การวจิ ยั วางแผนวจิ ยั ดว้ ยการ
สืบค้น ตรวจวัด เขยี นเคา้ โครงงานวิจยั รายงานความกา้ วหนา้ นาํ เสนอและจดั แสดงผลงานวจิ ัย
ตระหนกั ในคณุ คา่ ของการเรยี นรโู้ ลกทั้งระบบโดยเฉพาะในโรงเรยี นและชมุ ชน ที่ใชเ้ ปน็ จุดศึกษา

เพือ่ ให้เกดิ ความรู้ ความเข้าใจ ทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ มคี ณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
และสามารถอ่าน คดิ วเิ คราะห์ และเขียนสือ่ ความได้

การวดั และประเมินผล วัดทั้งดา้ นความรู้ ทกั ษะกระบวนการ และคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์โดย

การสังเกตพฤติกรรม การปฏิบัติ การถาม การทดสอบ การประเมินผลงานกลุ่มและรายบุคคล และ
เคร่อื งมือทีห่ ลากหลายตามสภาพความเปน็ จริง

ผลการเรียนรู้
1. สํารวจองค์ประกอบความสมั พันธข์ องดิน นํ้า อากาศและสงิ่ มีชวี ิตภายในสภาพแวดล้อมของโรงเรียน

และชุมชน

2. สาํ รวจ สงั เกตความสมั พันธร์ ะหวา่ งสิง่ มีชีวิตกบั สิ่งแวดลอ้ มธรรมชาติ
3. วเิ คราะห์คําถามทีส่ งสัย สนใจอยากรูเ้ ก่ียวกบั สภาพแวดล้อมที่ศึกษาเก่ียวกับโลกท้งั ระบบท่ีจะนําไปสู่

การวจิ ัย

4. สบื คน้ ความรทู้ ีเ่ กีย่ วขอ้ งกับคาํ ถามวิจยั วางแผนการทาํ งานวจิ ัย
5. สบื ค้นข้อมูลจากแหล่งความรูต้ ่าง ๆ และศึกษาวิเคราะห์การเขียนเคา้ โครงงานวจิ ัยโลกธรรมชาตศิ ึกษา

ทดลอง รวบรวมบันทกึ

6. จัดกระทําวิเคราะหแ์ ละแปลความหมายข้อมูล โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในการทํางานวิจัย
และมคี วามถกู ต้องตามระเบยี บวิธีดําเนนิ งานวิจัย

7. เสนอผลงานวิจัยและถ่ายทอดความรู้ที่ได้จากการวิจัยผ่านการเขียนรายงานให้ผู้อ่ืนเข้าใจได้ตลอดจน

พัฒนาทักษะการสอ่ื สารทางวาจาและการใชส้ อ่ื อุปกรณแ์ ละเทคโนโลยปี ระกอบการนําเสนอผลงาน
8. อธิบายองค์ประกอบสภาพแวดล้อมธรรมชาติมีความสัมพันธ์กันและเก่ียวข้องกับการดํารงชีวิตของ

สง่ิ มชี ีวติ รวมถงึ มนุษย์ด้วยตลอดจนคน้ คว้าหาสาเหตขุ องปรากฏการณ์ต่าง ๆ ที่เกดิ จาการเปล่ียนแปลง

ของสภาพแวดลอ้ ม

รวมท้ังหมด 8 ผลการเรยี นรู้

220

คาอธิบายรายวชิ าเพิม่ เติม

ว23205 พลงั งานทดแทนกับการใชป้ ระโยชน์ กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์

ชน้ั มัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 40 ชัว่ โมง จานวน 1.0 หนว่ ยกิต

ศึกษา วิเคราะห์ ทดลอง ตรวจสอบ เกี่ยวกับพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม พลังงานน้ํา
พลังงาน ชีวมวลและพลังงานนิวเคลียร์ เพ่ือให้มีความรู้ความเข้าใจในหลักการทางวิทยาศาสตร์ของ
พลังงานดงั กลา่ ว และการนํามาใช้เป็นพลงั งานทดแทน และตระหนกั ในบทบาทและผลกระทบของพลงั งาน
เหล่านัน้ ทมี่ ตี ่อมนษุ ย์และสงิ่ แวดล้อม

เพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ มีทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ มีคุณลักษณะอันพึง
ประสงค์ และสามารถอา่ น คดิ วเิ คราะห์ และเขยี นสือ่ ความได้

การวัดและประเมนิ ผล วัดท้งั ดา้ นความรู้ ทกั ษะกระบวนการ และคุณลักษณะอันพึงประสงคโ์ ดย
การสังเกตพฤติกรรม การปฏิบัติ การถาม การทดสอบ การประเมินผลงานกลุ่มและรายบุคคล และ
เคร่อื งมือทีห่ ลากหลายตามสภาพความเป็นจริง

ผลการเรยี นรู้
1. อธิบายความสาํ คญั ของพลังงานทดแทน
2. อธิบายหลักการทางวิทยาศาสตร์ ในการนําพลังงานแสงอาทิตย์ พลงั งานลม พลังงานนาํ้ พลังงานชีว

มวลและพลงั งานนิวเคลยี ร์ ไปใชป้ ระโยชน์
3. อธิบายการใช้ประโยชน์ พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม พลังงานนํ้า พลังงานชีวมวลและพลังงาน

นวิ เคลียร์ ในประเทศไทย

4. อธิบายข้อดีและข้อจํากัดเก่ียวกับการใช้ประโยชน์และแนวทางการพัฒนา ของพลังงานแสงอาทิตย์
พลังงานลม พลังงานน้าํ พลังงานชีวมวลและพลงั งานนิวเคลยี ร์

รวมทง้ั หมด 4 ผลการเรียนรู้

221

คาอธิบายรายวชิ าเพมิ่ เตมิ

ว23203 จบั แสงอาทิตย์ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์

ชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ 3 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 20 ช่วั โมง จานวน 0.5 หน่วยกติ

ศึกษา ทดลอง ตรวจสอบ และริเร่ิมการสร้างหรือดัดแปลงอุปกรณ์และเคร่ืองใช้บางชนิด ที่
เก่ียวข้องกับพลังงานไฟฟ้าและพลังงานความร้อน ซึ่งได้มาจากพลังงานแสงอาทิตย์เพ่ือให้มีความรคู้ วาม
เขา้ ใจในเรื่องการนําพลังงานแสงอาทิตย์มาใชใ้ นรูปของพลังงานไฟฟ้า และพลังงานความร้อน มีทักษะใน
กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ มีความคิดริเร่ิมสร้างสรรค์ และตระหนักในบทบาทและผลกระทบของ
พลังงานเหล่านั้นที่มตี ่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อมโดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบค้นข้อมลู การ
อภปิ ราย การอธบิ าย การวิเคราะห์ การทาํ นายและการทดลอง

เพอ่ื ให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถส่อื สารส่ิงท่ีเรยี นรู้ มีความสามารถในการตัดสินใจ
นําความรู้ไปใช้ในชวี ติ ประจาํ วนั มจี ิตวทิ ยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และค่านิยมทเ่ี หมาะสม

ผลการเรียนรู้
1. สบื คน้ ข้อมลู และอธิบายความหมายของพลงั งานศักย์ พลังงานจลน์และปรากฏการณ์ เรอื นกระจก
2. ทดลองและอธิบายการเปล่ยี นรูปพลงั งานได้
3. สบื ค้นข้อมูลและอธิบายพลงั งานรูปอ่ืนๆ เชน่ พลงั งานความร้อน พลังงานเสียง พลังงานแสง พลงั งาน
ไฟฟ้า พลังงานนวิ เคลยี ร์
4. สืบค้นข้อมูลและอธิบายหลักการและวิเคราะห์การนําพลังงานแสงอาทิตย์ไปใช้ประโยชน์ใน
ชวี ติ ประจาํ วนั ได้
5. ดัดแปลงและประดิษฐ์ อุปกรณ์เก่ียวกับตู้อบแสงอาทิตย์ เคร่ืองกล่ันนํ้าแสงอาทิตย์ เครื่องปิ้งย่าง
พลังงานแสงอาทติ ย์ การทาํ นาํ้ อุ่นจากพลงั งานแสงอาทติ ย์

รวมท้ังหมด 5 ผลการเรียนรู้

222

คาอธิบายรายวชิ าเพิ่มเติม

ว23206 วิทยาศาสตรโ์ ลกทัง้ ระบบ 2 กลุม่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์

ชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี 3 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 40 ชว่ั โมง จานวน 1.0 หนว่ ยกติ

รายงานความก้าวหน้า นําเสนอและจัดแสดงผลงานวิจัย ตระหนักในคุณค่าของโลกท้ังระบบ
โดยเฉพาะในโรงเรียน และชุมชน ท่ีใช้เป็นจุดศึกษาโดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหา
ความรู้ สาํ รวจ ตรวจสอบ การสบื คน้ ขอ้ มลู และการอภปิ ราย

เพื่อให้เกิดความรู้ มีความสามารถในการตัดสินใจ นําความรู้ไปใช้ในชีวิตประจําวัน มีจิต
วิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และค่านยิ มทเี่ หมาะสม
ผลการเรียนรู้

1. สืบคน้ ข้อมูลจากแหลง่ ความรตู้ า่ งๆ ศกึ ษาวิเคราะหแ์ ละปรับปรุงเคา้ โครงงานวิจัย นาํ เสนอรวมถึง

การเขียนอ้างอิง

2. สํารวจข้อมูล ทดลอง บันทึกข้อมูล รวบรวมวิเคราะห์และแปลความหมายข้อมูลการวิจัย ให้

สอดคล้องกับเค้าโครงงานวิจัย โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในการทํางานวิจัยและมีความ

ถูกตอ้ งตามระเบียบวธิ ดี ําเนินงานวิจยั

3. จดั ทํารายงานวิจยั และนําเสนอถา่ ยทอดความรู้ทไ่ี ดจ้ ากการวจิ ยั ผ่านการเขยี นรายงานให้ผู้อื่นเข้าใจ

ได้ตลอดจนพัฒนาทักษะการสื่อสารทางวาจาและการใช้ส่ืออุปกรณ์และเทคโนโลยีประกอบการ

นาํ เสนอผลงาน

4. อธบิ ายองคป์ ระกอบสภาพแวดล้อมธรรมชาติมีความสมั พันธก์ ันและเกย่ี วข้องกับการดํารงชีวิตของ

สิ่งมีชีวิตรวมถึงมนุษย์ด้วยตลอดจนค้นคว้าหาสาเหตุของปรากฏการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดจาการ

เปล่ียนแปลงของสภาพแวดลอ้ ม

รวมท้ังหมด 4 ผลการเรยี นรู้

223

คาอธิบายรายวชิ าพ้ืนฐานและเพม่ิ เตมิ
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์
ม.ปลาย (ห้องเรียนพิเศษ)

224

คาอธิบายรายวชิ าพน้ื ฐาน

ว31101 วทิ ยาศาสตรช์ วี ภาพ 1 กลมุ่ สาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตร์

ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 4 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 40 ชัว่ โมง จานวน 1.0 หนว่ ยกิต

อธิบายโครงสร้างและส มบัติของเยื่อหุ้มเซล ล์ที่สัมพันธ์กับการลํา เลียงส ารเข้าและออกจากเซล ล์

เปรียบเทยี บการลาํ เลียงสารเข้าและออกจากเซลล์โดยการแพรแ่ บบธรรมดา ออสโมซิส การแพร่แบบฟาซิ
ลิเทต แอกทฟี ทรานสปอรต์ เอนโดไซโทซสิ และเอกโซไซโทซสิ ระบโุ ครงสรา้ งและอธิบายการทํางานของไต
มนษุ ย์ กลไกการรักษาดุลยภาพของนํ้า และสารในร่างกายโดยการทํา งานของไต กลไกการรกั ษาดุลยภาพ

ของกรด-เบสของเลอื ดโดยการทํา งานของไตและปอด สาเหตุและแนวทางปอ้ งกนั หรอื รกั ษาโรคไตและโรค
ทเี่ กยี่ วกบั ทางเดิน ปัสสาวะ กลไกการรกั ษาดุลยภาพของอุณหภูมิภายในรา่ งกายโดยการทาํ งานของหลอด
เลือดฝอย ตอ่ มเหง่อื เสน้ ขนท่ีผวิ หนัง และกล้ามเน้ือโครงร่าง บทบาทของอวัยวะหรอื เนื้อเยื่อทที่ ํา หนา้ ท่ี

ป้องกันและทํา ลายเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอม กลไกการต่อต้านหรือทําลายส่ิงแปลกปลอมแบบ ไม่จํา
เพาะและแบบจํา เพาะ สาเหตุอาการ แนวทางป้องกัน และการรักษาโรคท่ีเกิดจากความผิดปกติ ของ
ระบบภูมิคุ้มกัน ภาวะภูมคิ ุ้มกันบกพรอ่ งที่มสี าเหตุมาจากการติดเชอ้ื HIV สาเหตุและวธิ ีการป้องกันการติด

เชือ้ HIV ประเภทของสารอินทรยี ์ตา่ ง ๆ ทีพ่ ชื สรา้ งข้นึ ทดสอบและบอกชนดิ ของสารอาหารท่ีพืชสงั เคราะห์
ได้ การใช้ประโยชน์จากสารอนิ ทรีย์ตา่ ง ๆ ท่ีพชื บางชนดิ สร้างข้นึ ปัจจยั ท่มี ผี ลต่อการเจริญเตบิ โตและการ
ดาํ รงชีวิตของพืช ปัจจัยภายนอกที่มผี ลต่อการเจริญเตบิ โต ของพืช สืบค้นข้อมูลเกยี่ วกบั สารควบคุมการ

เจรญิ เติบโตของพืชท่ีมนุษย์สังเคราะห์ข้นึ เพ่อื นาํ มาใชใ้ น การเกษตรและเพ่ิมผลผลิตของพืชและนํา เสนอ
ขอ้ มลู ในรูปแบบต่าง ๆ การตอบสนองของพืชตอ่ ส่งิ เรา้ ในรูปแบบต่าง ๆ ทม่ี ผี ลต่อการดํารงชีวติ ของพชื

โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสํารวจตรวจสอบ การสบื คน้ ขอ้ มลู

การอภปิ รายและการทดลอง เพ่อื ใหเ้ กิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถสอื่ สารสง่ิ ทเ่ี รียนรู้ มี
ความสามารถในการตดั สนิ ใจ นําความรไู้ ปใชใ้ นชีวิตประจําวนั มจี ติ วทิ ยาศาสตร์ จริยธรรม คณุ ธรรม และ
คา่ นิยมทีเ่ หมาะสม

มาตรฐานและตวั ช้ีวดั
ว 1.2 ม.4/1-12

รวมทัง้ หมด 12 ตัวช้วี ัด

225

คาอธิบายรายวิชาพ้นื ฐาน

ว31102 วทิ ยาการคานวณ 1 กลุม่ สาระการเรยี นร้วู ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 4 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 20 ช่ัวโมง จานวน 0.5 หน่วยกติ

ศึกษาการประยุกต์ใช้แนวคิดเชิงคํานวณในการพัฒนาโครงงาน การพัฒนาโครงงานทางด้าน

เทคโนโลยี การนําแนวคิดเชิงคํานวณพัฒนาโครงงานที่เกี่ยวกับชีวิตประจําวัน ตลอดจนใช้ในการพัฒนา
โครงงานทม่ี ีการบูรณาการกับวชิ าอื่นอยา่ งสรา้ งสรรค์และเช่อื มโยงกับชวี ิตจรงิ โดยอาศัยกระบวนการเรยี นรู้
โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem–based Learning) และการเรียนรู้แบบใช้โครงงานเป็นฐาน (Project-

based Learning) เพ่ือเน้นใหผ้ ู้เรยี นได้ลงมือปฏบิ ัติ ฝึกทักษะการคดิ เผชญิ สถานการณ์การแก้ปญั หาวาง
แผนการเรียนรู้ ตรวจสอบการเรียนรู้ และนําเสนอผ่านการทํากิจกรรมโครงงาน เพ่ือให้เกิดทักษะ ความรู้
ความเข้าใจ และทักษะในการวิเคราะห์โจทย์ปัญหา จนสามารถนาํ เอาแนวคิดเชิงคํานวณมาประยกุ ต์ใช้ใน

การสร้างโครงงานได้
เพื่อให้ผู้เรียนสามารถใช้ความรู้ทางด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ ส่ือดจิ ิทัล เทคโนโลยีสารสนเทศ

และการส่ือสารเพ่ือรวบรวมข้อมูลในชีวิตจริงจากแหล่งต่างๆ และความรู้จากศาสตร์อ่ืน มาประยุกต์ใช้

สร้างความรู้ใหม่ เข้าใจการเปล่ียนแปลงของเทคโนโลยที ่ีมีผลต่อการดําเนนิ ชีวติ อาชีพ สังคม วัฒนธรรม
และใช้อย่างปลอดภยั มจี รยิ ธรรม ตลอดจนนาํ ความรคู้ วามเขา้ ใจในวชิ าวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีไปใชใ้ ห้
เกิดประโยชนต์ อ่ สังคม และการดํารงชวี ติ จนสามารถพฒั นากระบวนการคดิ และจนิ ตนาการ ความสามารถ

ในการแก้ปัญหาและการจัดการทักษะในการส่ือสาร และความสามารถในการตัดสินใจ และเป็นผู้ที่มี
จติ วทิ ยาศาสตร์ มคี ณุ ธรรม จรยิ ธรรม และค่านิยมในการใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอยา่ งสรา้ งสรรค์

มาตรฐานและตัวชี้วัด
ว. 4.2 ม.4/1

รวม 1 ตวั ช้วี ดั

226

คาอธบิ ายรายวชิ าพนื้ ฐาน

ว31103 วทิ ยาศาสตร์ชีวภาพ 2 กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์
ช้นั มัธยมศึกษาปีที่ 4 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 20 ชวั่ โมง จานวน 0.5 หน่วยกิต

การถา่ ยทอดลกั ษณะทางพนั ธกุ รรมในกรณีของมัลตเิ พิลแอลลลี และยนี ทอ่ี ยู่บน โครโมโซมเพศ ซงึ่ เปน็ สว่ น

ขยายของพันธศุ าสตรเ์ มนเดล ความสมั พันธ์ระหว่าง ยีน การสังเคราะห์โปรตีน และลกั ษณะทางพันธกุ รรม
มวิ เทชนั และผลของมิวเทชันต่อการแสดงลกั ษณะทางพันธุกรรมของ ส่ิงมีชีวิต และการนํา มิวเทชนั ไปใช้
ประโยชน์ การประยุกตใ์ ช้เทคโนโลยีทางดีเอ็นเอในด้านการแพทย์ และเภสัชกรรม ด้านการเกษตร และ

ด้านนิติวิทยาศาสตร์พร้อมท้ังความปลอดภัยทางชีวภาพ ชีวจริยธรรม และผลกระทบต่อมนุษย์และ
สิ่งแวดล้อมของการนํา เทคโนโลยีทางดีเอ็นเอไปใช้ ความหลากหลายทางพันธุกรรมของส่ิงมีชีวติ ทฤษฎี
การคัดเลือกโดยธรรมชาติของชาลส์ดาร์วิน ความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตซ่ึงเป็นผลมาจากวิวัฒนาการ

องค์ประกอบทางกายภาพและองค์ประกอบทางชีวภาพท่ีเป็น ลักษณะเฉพาะของไบโอมชนิดต่าง ๆ
ความสัมพันธ์ระหว่างสภาพทางภูมิศาสตร์และความหลากหลายของไบโอม และไบโอมชนิดต่าง ๆ การ
เปลี่ยนแปลงแทนที่ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ และที่เกิดจากการกระทํา ของมนุษย์ การเปล่ียนแปลง

องค์ประกอบทางกายภาพและองค์ประกอบ ทางชีวภาพท่ีมีผลต่อการเปล่ียนแปลงขนาดของประชากร
สิ่งมีชีวิตในระบบประโยชน์จากท รัพยากรธรรมชาติของมนุษย์ สาเหตุของปัญ หาที่เกิดกับ
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในระดับประเทศและระดับโลก และผลกระทบที่เกิดกับมนุษย์และ

สง่ิ แวดลอ้ ม และแนวทางในการอนรุ กั ษ์ทรพั ยากรธรรมชาติและการแกไ้ ขปัญหา ส่งิ แวดลอ้ ม
โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสาํ รวจตรวจสอบ การ

สบื คน้ ขอ้ มลู การอภปิ รายและการทดลอง เพื่อใหเ้ กดิ ความรู้ ความคดิ ความเข้าใจ สามารถส่ือสารสง่ิ ที่

เรยี นรู้ มีความสามารถในการตัดสนิ ใจ นําความรไู้ ปใช้ในชีวติ ประจําวัน มจี ิตวทิ ยาศาสตร์ จริยธรรม
คุณธรรม และคา่ นยิ มทเี่ หมาะสม

มาตรฐานและตวั ชว้ี ดั
ว 1.1 ม.4/1-4
ว 1.3 ม.4/1-6

รวมท้ังหมด 10 ตัวชวี้ ดั

227

คาอธิบายรายวิชาพน้ื ฐาน

ว31104 การออกแบบเทคโนโลยี 1 กลุม่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ช้นั มัธยมศึกษาปีที่ 4 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 20 ช่วั โมง จานวน 0.5 หน่วยกิต

ศึกษาแนวคิดหลักของเทคโนโลยี ความสัมพันธ์กับศาสตร์อ่ืนโดยเฉพาะวิทยาศาสตร์ หรือ

คณิตศาสตร์ รวมทง้ั ประเมินผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อมนุษย์ สังคม เศรษฐกิจ และส่ิงแวดล้อม เพ่ือเป็น
แนวทางในการพัฒนาเทคโนโลยี ศกึ ษาการระบปุ ัญหาหรอื ความต้องการที่มีผลกระทบต่อสังคม รวบรวม
วิเคราะห์ข้อมูลและแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับปัญหาที่มีความซับซ้อนเพ่ือสังเคราะห์วิธีการ เทคนิคในการ

แก้ปัญหา โดยคํานึงถึงความถูกต้องด้านทรัพย์สินทางปัญญา ศึกษาการออกแบบวิธีการแก้ปัญหา โดย
วิเคราะห์ เปรียบเทียบ และตัดสินใจเลือกข้อมูลท่ีจําเป็นภายใต้เงื่อนไขและทรัพยากรที่มีอยู่ นําเสนอ
แนวทางการแก้ปัญหาให้ผู้อ่ืนเข้าใจด้วยเทคนิคหรือวิธีการท่ีหลากหลาย โดยใช้ซอฟต์แวร์ช่วยในการ

ออกแบบ วางแผนขนั้ ตอนการทํางานและดําเนนิ การแก้ปัญหา การทดสอบ ประเมินผล วเิ คราะห์และให้
เหตุผลของปัญหาหรอื ข้อบกพรอ่ งท่เี กิดขึ้นภายใต้กรอบเงื่อนไข หาแนวทางการปรบั ปรงุ แก้ไข พรอ้ มท้ัง
เสนอแนวทางการพัฒนาต่อยอด ใช้ความรู้และทักษะเก่ียวกับวัสดุ อุปกรณ์ เคร่ืองมือ กลไกไฟฟ้า

อิเล็กทรอนิกส์ และเทคโนโลยีท่ีซับซ้อนในการแก้ปัญหาหรือพัฒนางานได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม และ
ปลอดภัยโดยอาศัยกระบวนการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem – based Learning) และการ
เรียนรู้แบบใช้โครงงานเป็นฐาน (Project – based Learning) เน้นใหผ้ ู้เรียนได้ลงมือปฏบิ ตั ิ ฝกึ ทักษะการ

คดิ เผชิญสถานการณก์ ารแกป้ ัญหาวางแผนการเรยี นรู้ และนาํ เสนอผา่ นการทาํ กิจกรรมโครงงาน
เพ่ือใหเ้ กดิ ทกั ษะ ความรู้ ความเขา้ ใจ และทักษะในการวิเคราะห์ปัญหา นําไปสู่การสรา้ งตน้ แบบ

ตลอดจนสามารถนํากระบวนการเทคโนโลยี สรา้ งเทคโนโลยี วธิ ีการ เพื่อเพิ่มประสทิ ธภิ าพในการดาํ รงชวี ิต

รวมท้งั คํานึงถึงทรพั ย์สนิ ทางปัญญา ตลอดจนนําความรู้ความเข้าใจในวิชาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยไี ป
ใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม และการดํารงชีวิต จนสามารถพัฒนากระบวนการคิดและจินตนาการ
ความสามารถในการแก้ปัญหาและการจัดการทักษะในการสือ่ สาร และความสามารถในการตัดสินใจ และ

เป็นผู้ท่ีมีจิตวิทยาศาสตร์ มีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมในการใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอย่าง
สรา้ งสรรค์

มาตรฐานและตัวช้ีวัด
ว. 4.1 ม.4/1-5

รวมทง้ั หมด 5 ตัวช้ีวดั

228

คาอธบิ ายรายวิชาพืน้ ฐาน

ว32101 วิทยาศาสตรก์ ายภาพ 1 (เคม)ี กล่มุ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 5 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 40 ชัว่ โมง จานวน 1.0 หนว่ ยกติ

ศึกษา สืบคน้ ข้อมลู อธบิ าย เปรียบเทียบ เขียน วิเคราะห์ ทดลอง อภิปราย และระบุ สารทเี่ ป็น
ธาตุหรือสารประกอบ อยใู่ นรูปอะตอม โมเลกุล หรือไอออน เปรยี บเทยี บความเหมือนและความแตกต่างของ
แบบจําลองอะตอมของโบว์กับแบบจาํ ลองอะตอมแบบกล่มุ หมอก ระบจุ าํ นวนโปรตอน นิวตรอน อเิ ลก็ ตรอน
เขียนสญั ลักษณน์ ิวเคลยี รข์ องธาตุ การเปน็ ไอโซโทป ระบุหมแู่ ละคาบของธาตทุ ี่เปน็ โลหะ อโลหะ กึ่ง
โลหะ ธาตุเรพรเี ซนเททีฟ ธาตแุ ทรนซิชนั เปรยี บเทียบสมบัติการนาํ ไฟฟ้า การให้และรบั อเิ ลก็ ตรอน
ระหวา่ งธาตโุ ลหะและอโลหะ สืบคน้ และนําเสนอประโยชนแ์ ละอนั ตรายท่ีเกดิ จากธาตุเรพรเี ซนเททฟี
ธาตุแทรนซิชัน ระบวุ า่ พนั ธะโคเวเล็นตเ์ ป็นพนั ธะเด่ยี ว คู่ หรือสาม ระบจุ ํานวนคู่อเิ ลก็ ตรอนระหว่าง
อะตอมค่รู ว่ มพนั ธะ สภาพขวั้ ของสารที่โมเลกลุ ประกอบดว้ ย 2 อะตอม สารทเ่ี กดิ พันธะไฮโดรเจน อธิบาย
ความสมั พันธ์ระหว่างจุดเดือดของสารโคเวเลน็ ตก์ ับแรงดึงดดู ระหว่างโมเลกลุ ตามสภาพขวั้ หรอื การเกิด
พนั ธะไฮโดรเจน เขียนสตู รเคมขี องไอออนและสารประกอบไอออนิก ระบุพร้อมให้เหตุผลว่าสารเกิด
การละลายแบบแตกตัวหรือไม่แตกตัว สารละลายอเิ ล็กโทรไลต์ นอนอิเล็กโทรไลต์ ระบุสารประกอบ
อินทรีย์ ประเภทไฮโดรคารบ์ อนแบบอิ่มตัวและไม่อ่ิมตัว สมบัตทิ างกายภาพ มอนอเมอร์ พอลเิ มอร์
ระบุความเปน็ กรด-เบสของสารอินทรยี ์ สมบัติการละลายในตวั ทําละลายชนิดตา่ ง ๆ ของสาร อธิบาย
ความสมั พันธร์ ะหวา่ งโครงสร้างกบั สมบัติของเทอรม์ อพลาสตกิ เทอรม์ อเซต การใชป้ ระโยชน์ ผลกระทบ
ของการใชพ้ อลิเมอรท์ ีม่ ตี ่อสง่ิ มีชีวติ และสง่ิ แวดลอ้ ม ระบสุ ตู รเคมีของสารต้งั ต้น ผลติ ภัณฑ์ สญั ลกั ษณ์ใน
สมการเคมี ทดลองและอธิบายผลของความเขม้ ขน้ พื้นทผ่ี วิ อณุ หภูมิ ตวั เร่งปฏกิ ริ ิยา ทม่ี ตี ่ออัตราการ
เกดิ ปฏกิ ริ ยิ าเคมี อธบิ ายปจั จัยทมี่ ผี ลตอ่ อตั ราการเกดิ ปฏิกริ ิยาเคมีที่ใช้ประโยชน์ในชีวิตประจําวันหรือ
ในอุตสาหกรรม อธิบายความหมายปฏิกิริยารีดอกซ์ สมบัติของสารกัมมันตรังสี คํานวณครง่ึ ชีวิตและ
ปรมิ าณสารกมั มันตรงั สี สบื ค้นและนําเสนอตัวอยา่ งประโยชนส์ ารกมั มันตรงั สี การป้องกนั อันตรายท่ีเกดิ จาก
กัมมันตรงั สี

เพื่อให้ มีความรู้ ความเข้าใจเก่ียวกับสารและสมบัติของสาร โดยใช้การเรียนรู้ด้วยกระบวนการ
ทางวทิ ยาศาสตร์ การสบื เสาะหาความรู้ การสาํ รวจตรวจสอบ สามารถนาํ ความรู้ และหลกั การไปใช้
ประโยชน์ เชื่อมโยง อธบิ ายปรากฏการณ์หรือแกป้ ญั หาในชวี ิตประจําวนั สามารถจัดกระทาํ และวเิ คราะห์
ข้อมลู สื่อสารส่ิงที่เรียนรู้ มีความสามารถในการตัดสินใจ แก้ปัญหา มีจิตวิทยาศาสตร์ เห็นคุณคา่
ของวิทยาศาสตร์ มจี ริยธรรม คุณธรรมและค่านิยมทเี่ หมาะสม

มาตรฐานและตวั ชว้ี ดั
ว 2.1 ม.5/1 – 25

รวมทงั้ หมด 25 ตัวชีว้ ัด

229

คาอธิบายรายวชิ าพืน้ ฐาน

ว32102 วทิ ยาการคานวณ 2 กล่มุ สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 5 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 20 ชวั่ โมง จานวน 0.5 หน่วยกติ

ศกึ ษาขอ้ มลู และสารสนเทศ การเลือกใช้แหล่งข้อมูล การเก็บข้อมูลและการจัดเตรียมขอ้ มูล การ

ประมวลผลข้อมูล และเครื่องมือ การวิเคราะห์ขอ้ มูลทางสถิติ การประมวลผลข้อมูล การเลือกใช้ข้อมูล
การเพิ่มมูลค่าของผลิตภัณฑ์ การนําความรู้ทางด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ ส่ือดิจิทัล และเทคโนโลยี
สารสนเทศมาใช้แก้ปัญหากับชีวิตจริง เพ่ือให้เกิดทักษะ ความรู้ ความเข้าใจ และทักษะในการวิเคราะห์

โจทย์ปัญหา จนสามารถนาํ มาประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวติ ประจาํ วันได้
เพื่อให้ผู้เรยี นสามารถใช้ความรู้ทางด้านวทิ ยาการคอมพิวเตอร์ ส่ือดิจิทัล เทคโนโลยีสารสนเทศและการ
สือ่ สารเพื่อรวบรวมขอ้ มูลในชีวิตจรงิ จากแหล่งตา่ งๆ และความรจู้ ากศาสตร์อื่น มาประยกุ ต์ใช้ สรา้ งความรู้

ใหม่ เขา้ ใจการเปล่ียนแปลงของเทคโนโลยีทมี่ ีผลต่อการดาํ เนนิ ชีวติ อาชพี สงั คม วัฒนธรรม และใช้อย่าง
ปลอดภัยมีจริยธรรม ตลอดจนนําความรู้ความเข้าใจในวิชาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีไปใช้ให้เกิด
ประโยชนต์ ่อสังคม และการดาํ รงชีวติ จนสามารถพฒั นากระบวนการคิดและจินตนาการ ความสามารถใน

การแกป้ ญั หาและการจัดการทกั ษะในการสอ่ื สาร และความสามารถในการตัดสนิ ใจ และเป็นผทู้ ม่ี จี ติ วิทยา
ศาสตร์ มคี ณุ ธรรม จรยิ ธรรม และคา่ นิยมในการใชว้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยีอยา่ งสรา้ งสรรค์

มาตรฐานและตัวชี้วดั
ว. 4.2 ม.5/1

รวมท้ังหมด 1 ตวั ช้วี ดั

230

คาอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน

ว32103 วิทยาศาสตรก์ ายภาพ 2 (ฟสิ ิกส์) กลุม่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์

ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 40 ช่วั โมง จานวน 1.0 หน่วยกิต

ศึกษาสังเกตวิเคราะห์และแปลความหมายของอัตราเร็ว ความเร็ว ความเร่ง การหาแรงลัพธ์

การเขียนแผนภาพการรวมเวกเตอร์ ความสัมพันธ์ระหว่างความเร่งของวัตถุกับแรงลัพธ์ท่ีกระทําต่อมวล

แรงกิรยิ าและแรงปฏิกิริยาระหว่างแรงคู่หนึ่งๆ ความเร่งท่ีมีผลต่อการเคลื่อนท่ีแบบต่างๆ ของวัตถุ ได้แก่

การเคลื่อนท่ีของวัตถุในแนวตรง การเคลื่อนที่แบบอ่ืนๆ แรงจากสนามโน้มถ่วง การเคลื่อนท่ีของวัตถุใน

สนามความโน้มถ่วงของโลก แรงจากสนามแม่เหล็ก แรงแมเ่ หล็กและสนามแม่เหลก็ ผลของสนามแม่เหล็ก

ต่ออนภุ าคทม่ี ีประจุไฟฟ้า ผลของสนามแมเ่ หล็กตอ่ ตวั นําท่มี ีกระแสไฟฟ้า หลกั การทาํ งานของมอเตอร์ การ

เกดิ อเี อม็ เอฟ แรงเขม้ และแรงอ่อน รวมทัง้ ยกตัวอย่างการนาํ ความรไู้ ปใช้ประโยชน์

โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ในการสืบเสาะหาความรู้ การแก้ปัญหา การสํารวจ

ตรวจสอบ การสังเกต สืบค้นข้อมูล อภิปราย อธิบาย และสรุป เพ่ือให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ

ความคิด สื่อสารส่ิงที่เรียนรู้ มีความสามารถในการตัดสินใจ นําความรู้ไปใช้ในชีวิตของตนเอง มีจิต

วิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และค่านิยมที่เหมาะสม และนําความรู้และหลกั การไปใชอ้ ธิบายหรือ

แก้ปัญหาท่ีเกย่ี วกับเร่ืองของแรงในชีวิตประจาํ วัน ผลของแรงทกี่ ระทําต่อวัตถุ ลักษณะการเคล่อื นที่ต่างๆ

ของวตั ถุ

มาตรฐานและตวั ชว้ี ัด
ว 2.2 ม.5/1-10

รวมท้ังหมด 10 ตวั ชี้วัด

231

คาอธิบายรายวิชาพ้นื ฐาน

ว33101 วิทยาศาสตรก์ ายภาพ 3 (ฟสิ ิกส์) กล่มุ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์

ชัน้ มัธยมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 40 ช่วั โมง จานวน 1.0 หนว่ ยกติ

สืบค้นข้อมูล สังเกต ศึกษา วิเคราะห์ อภิปราย อธิบายพลังงานนิวเคลียร์ ฟิชชันและฟิวชัน
ความสัมพันธ์ระหว่างมวลกับพลังงาน การเปล่ียนพลังงานทดแทนเป็นพลังงานไฟฟ้า เทคโนโลยีด้าน
พลังงาน สมบัติของคลืน่ กล ความถีธ่ รรมชาติ การสัน่ พอ้ ง ผลทีเ่ กิดจากการสั่นพอ้ ง การเกิดคลน่ื เสียงและ
สมบัตขิ องคล่นื เสียง การรวมของคลนื่ เสยี ง ความสมั พันธ์ระหว่างความเข้มเสยี งกับระดบั ความเข้มเสียง ผล
ของความถกี่ บั ระดบั ความเขม้ เสียงต่อการไดย้ นิ การเกิดเสียงสะท้อนกลบั บตี ดอปเพลอรแ์ ละการสนั่ พ้อง
ของเสียง การนําเสียงไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจําวัน การมองเห็นสีของวัตถุและความผิดปกติในการ
มองเห็นสี การทํางานของแผ่นกรองแสงสี การผสมแสงสี การผสมสารสีและการนําไปใช้ คล่ืน
แม่เหล็กไฟฟ้า ส่วนประกอบของคล่ืนแม่เหล็กไฟฟ้า หลักการทํางานของอุปกรณ์บางชนิดท่ีอาศัยคล่ืน
แม่เหล็กไฟฟ้า การสื่อสารโดยอาศัยคลืน่ แมเ่ หล็กไฟฟ้าในการสง่ ผา่ นสารสนเทศ เปรียบเทียบการส่ือสาร
ด้วยสญั ญาณแอนะลอ็ กกับสัญญาณดิจิทลั

โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ในการสืบเสาะหาความรู้ การแก้ปัญหา การสํารวจ
ตรวจสอบ การสังเกต สืบคน้ ขอ้ มลู อภปิ ราย และสรปุ เพ่อื ให้เกดิ ความรู้ ความเขา้ ใจ ความคิด ส่อื สารส่งิ ที่
เรียนรู้ มีความสามารถในการตัดสินใจ นําความรู้ไปใช้ในชีวิตของตนเอง มีจิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม
คณุ ธรรม และค่านยิ มทีเ่ หมาะสมและนาํ ความร้แู ละหลกั การไปใชอ้ ธบิ ายหรือแก้ปญั หาทเี่ กย่ี วกับเรื่องของ
พลังงาน การเปลี่ยนแปลงและการถ่ายโอนพลังงาน ปฏิสัมพันธ์ระหว่างสสารและพลังงาน พลังงานใน
ชวี ติ ประจําวัน ธรรมชาตขิ องคลืน่ ปรากฏการณท์ ี่เกยี่ วกบั เสยี ง แสงและคลนื่ แมเ่ หลก็ ไฟฟา้

มาตรฐานและตวั ชว้ี ดั
ว 2.3 ม.6/1-12

รวมท้ังหมด 12 ตวั ชว้ี ดั

232

คาอธิบายรายวิชาพ้ืนฐาน

ว33103 โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศพืน้ ฐาน กลมุ่ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์

ช้นั มัธยมศึกษาปีท่ี 6 ภาคเรยี นท่ี 2 จานวน 40 ชั่วโมง จานวน 1.0 หน่วยกิต

ศกึ ษาวิเคราะหแ์ ละอธิบาย การสาํ รวจตรวจสอบ การสงั เกต สืบคน้ ข้อมลู อภิปราย นําเสนอ

ข้อมลู สรปุ ทฤษฎีกาํ เนดิ และการเปล่ียนแปลงพลงั งาน สสาร ขนาด อุณหภูมิของเอกภพหลงั เกิดบิกแบง

ในชว่ งเวลาตา่ ง ๆ ทฤษฎบี ิกแบง ความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งความเรว็ กบั ระยะทางของกาแลก็ ซี รวมทง้ั ขอ้ มลู

การคน้ พบไมโครเวฟพนื้ หลงั จากอวกาศ โครงสร้างและองค์ประกอบของกาแล็กซีทางช้างเผือก ตาํ แหนง่

ของระบบสุริยะ การสงั เกตเหน็ ทางช้างเผอื กของคนบนโลก กระบวนการเกิดดาวฤกษ์ การเปล่ยี นแปลง

ความดนั อณุ หภมู ิ ขนาด ปจั จัยที่สง่ ผลต่อความสอ่ งสว่างของดาวฤกษ์ ความสมั พนั ธ์ระหวา่ งความสอ่ ง

สวา่ งกบั โชตมิ าตรของดาวฤกษ์ ความสมั พนั ธร์ ะหว่างสี อุณหภมู ิผิว และสเปกตรมั ของดาวฤกษ์ ลําดบั

วิวฒั นาการทสี่ มั พันธก์ ับมวลต้ังต้น และวเิ คราะหก์ ารเปลี่ยนแปลงสมบัตบิ างประการของดาวฤกษ์

กระบวนการเกดิ ระบบสรุ ยิ ะ และการแบง่ เขตบริวารของดวงอาทติ ย์ และลกั ษณะของดาวเคราะหท์ เี่ อ้ือตอ่

การดํารงชีวติ โครงสร้างของดวงอาทิตย์ การเกิดลมสรุ ยิ ะ พายสุ รุ ยิ ะ ผลของลมสุรยิ ะ และพายุสรุ ิยะทม่ี ี

ตอ่ โลกรวมทง้ั ประเทศไทย การสํารวจอวกาศ โดยใชก้ ลอ้ งโทรทรรศน์ในช่วงความยาวคลื่น ต่าง ๆ

ดาวเทียม ยานอวกาศ สถานอี วกาศ เทคโนโลยอี วกาศ การแบง่ ชั้นและสมบตั ขิ องโครงสรา้ งโลก หลกั ฐาน

ทางธรณีวทิ ยา การเคลอ่ื นทขี่ องแผ่นธรณี รปู แบบแนวรอยตอ่ ของแผ่นธรณี กระบวนการเกดิ ภูเขาไฟ

ระเบดิ ขนาดและความรนุ แรง และผลจากแผน่ ดินไหว กระบวนการเกิดและผลจากสนึ ามิ พ้ืนทเี่ สี่ยงภยั

การเฝา้ ระวงั และการปฏบิ ัติตนให้ปลอดภยั ปจั จัยสําคัญทมี่ ผี ลต่อการไดร้ ับพลงั งานจากดวงอาทติ ย์ การ

หมนุ เวยี นของอากาศ ความกดอากาศ ทิศทางการเคลอ่ื นทขี่ องอากาศ การหมนุ เวียนของอากาศ ปัจจัยที่

ทําให้เกดิ การหมุนเวยี นของน้ําผิวหนา้ ในมหาสมทุ รและรูปแบบการหมุนเวียนของน้ําผิวหน้าในมหาสมทุ ร

ปจั จยั ทมี่ ผี ลตอ่ การเปลย่ี นแปลงและภูมิอากาศของโลก สญั ลักษณล์ มฟา้ อากาศ แผนท่อี ากาศ และสภาพ

ลมฟ้าอากาศ

โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตรใ์ นการสบื เสาะหาความรู้ การแก้ปญั หา การสํารวจ การ

สืบค้นข้อมลู อธิบาย อภปิ รายและสรปุ

เพ่ือใหเ้ กดิ ความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สอื่ สารส่ิงที่เรยี นรู้ มีความสามารถในการตัดสนิ ใจ

นําความร้ไู ปใช้ในชีวิตของตนเอง มจี ติ วทิ ยาศาสตร์ มจี รยิ ธรรม คุณธรรม และค่านยิ มทเี่ หมาะสม

มาตรฐานและตวั ช้ีวัด

ว 3.1 ม.6/1-10
ว 3.2 ม.6/1-14

รวมทั้งหมด 24 ตวั ชว้ี ัด

233

รายวิชาเพ่ิมเติม

คาอธิบายรายวชิ า

ว31201 ฟสิ กิ ส์ 1 กลุม่ สาระการเรียนร้วู ทิ ยาศาสตร์

ช้นั มธั ยมศึกษาปีท่ี 4 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 80 ชั่วโมง จานวน 2.0 หน่วยกิต

ศกึ ษา วิเคราะห์ เก่ียวกบั ธรรมชาติและพฒั นาการทางฟสิ กิ ส์ ปรมิ าณทางกายภาพและหนว่ ย การ

วดั ความคลาดเคล่ือนในการวัดและการทดลองในวิชาฟสิ ิกส์ การหาเวกเตอร์ลัพธ์ การบอกตําแหน่งของ

วตั ถุ ความสัมพันธร์ ะหวา่ งประมาณตา่ ง ๆ ทีเ่ กีย่ วขอ้ งกบั การเคลือ่ นท่แี นวตรงด้วยความเร่งคงตัว แรงและ

ผลของแรงที่มตี ่อสภาพการเคล่ือนท่ีของวตั ถุ การเคล่อื นท่ีใน 1 มิติ กฎการเคลอื่ นที่ของนิวตัน แรงดึงดูด

ระหว่างมวล แรงเสยี ดทาน และการประยุกตก์ ฎการเคลอื่ นท่ี

โดยใช้กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสาํ รวจตรวจสอบ การสบื ค้นข้อมลู

การอภิปรายและการทดลอง

เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถสื่อสารส่ิงที่เรียนรู้ มีความสามารถในการ

ตัดสนิ ใจ นาํ ความรไู้ ปใช้ในชวี ิตประจาํ วนั มีจติ วทิ ยาศาสตร์ จรยิ ธรรม คุณธรรม และคา่ นิยมที่เหมาะสม

สาระฟิสิกส์

1. เขา้ ใจธรรมชาติทางฟิสิกส์ ปรมิ าณและกระบวนการวดั การเคลื่อนที่แนวตรง แรง
และกฎการเคลื่อนท่ีของนิวตัน กฎความโน้มถ่วงสากล แรงเสียดทานสมดุลกลของวัตถุ งาน
และกฎการอนุรักษ์พลังงานกล โมเมนตัมและกฎการอนุรกั ษ์โมเมนตัม การเคลื่อนที่แนวโค้ง
รวมทง้ั นาํ ความรู้ไปใช้ประโยชน์

ผลการเรยี นรู้
1. สืบคน้ และอธิบายการค้นหาความรทู้ างฟสิ กิ ส์ ประวตั คิ วามเป็นมา รวมทงั้ พัฒนาการของหลกั การ

และแนวคิดทางฟิสกิ สท์ ี่มผี ลตอ่ การแสวงหาความรูใ้ หมแ่ ละการพฒั นาเทคโนโลยี

2. วดั และรายงานผลการวัดปริมาณทางฟิสกิ ส์ไดถ้ กู ตอ้ งเหมาะสม โดยนําความคลาดเคลื่อนในการ

วัดมาพิจารณาในการนาํ เสนอผล รวมทงั้ แสดงผลการทดลองในรูปของกราฟ วเิ คราะหแ์ ละแปล

ความหมายจากกราฟเสน้ ตรง

3. ทดลองและอธบิ ายความสัมพนั ธร์ ะหวา่ ง ตําแหนง่ การกระจดั ความเรว็ และความเรง่ ของการ

เคลื่อนท่ีของวัตถุในแนวตรงท่ีมี ความเร่งคงตัวจากกราฟและสมการ รวมทง้ั ทดลองหาคา่

ความเรง่ โนม้ ถ่วงของโลก และ คาํ นวณปรมิ าณต่าง ๆ ทเ่ี กย่ี วขอ้ ง

4. อธิบายแรงและผลของแรงลพั ธ์ที่มตี อ่ การเคล่อื นที่ของวตั ถุ รวมทง้ั ทดลองหาแรงลพั ธ์ของแรงสอง

แรงท่ีทาํ มุมตอ่ กัน และสามารถอธิบายทฤษฎีของแรง 3 แรงได้

5. เขียนแผนภาพของแรงทีก่ ระทําตอ่ วัตถอุ ิสระ และอธิบายกฎการเคลอื่ นทข่ี องวตั ถุ รวมทัง้

ทดลองและอธบิ ายความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งแรง มวล และความเรง่ ตามกฎข้อที่สองของนิวตัน

6. อธิบายกฎความโนม้ ถ่วงสากลและผลของสนามโนม้ ถ่วงทท่ี ําให้วัตถมุ ีนํา้ หนกั รวมทั้งคํานวณ

ปริมาณต่างๆ ท่ีเกีย่ วขอ้ ง และอธบิ ายความสัมพันธ์ของแตล่ ะสมการท่ีเกีย่ วขอ้ งได้

234

7. วิเคราะหแ์ ละอธิบายแรงเสียดทานระหว่างผวิ สมั ผสั ของวัตถคุ ู่หน่งึ ๆ ในกรณีทวี่ ตั ถุหยดุ นง่ิ และ
วัตถเุ คลือ่ นท่ี รวมทงั้ ทดลองหาสมั ประสทิ ธ์คิ วามเสียดทานระหว่างผิวสัมผัสของวตั ถคุ หู่ นง่ึ ๆ และ
นาํ ความรูเ้ รอ่ื งแรงเสยี ดทานไปใช้ในชวี ติ ประจําวนั และสามารถคดิ คน้ และประดิษฐอ์ ปุ กรณท์ ่ีใช้
ประโยชนใ์ นชีวิตประจําวนั โดยใช้หลกั การของเรอื่ งแรงเสียดทานได้

รวมทั้งหมด 7 ผลการเรยี นรู้

235

คาอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม

ว31221 เคมี 1 กลมุ่ สาระการเรยี นร้วู ิทยาศาสตร์

ชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี 4 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 80 ชว่ั โมง จานวน 2.0 หนว่ ยกิต

ศึกษาเก่ียวกับสญั ลักษณ์แสดงความเป็นอันตรายของสารเคมีในระบบ GHS และ NFPA ข้อควร
ปฏิบัติ ขณะทําปฏิบัติการ และหลังทําปฏิบัติการ การกําจัดสารเคมี และการปฐมพยาบาลเมื่อได้รับ
อุบตั เิ หตุจากสารเคมี ศกึ ษาการพิจารณาความนา่ เช่ือถอื ของขอ้ มลู ที่ไดจ้ ากการวดั จากความเทีย่ งและความ
แม่น อุปกรณ์วัดปริมาตรและวัดมวล เลขนัยสําคัญ หน่วยวัดในระบบเอสไอ แฟคเตอร์เปลี่ยนหน่วย
รวมทงั้ วธิ ีการทางวทิ ยาศาตร์ ทักษะกระบวนทางวทิ ยาศาสตร์ และจิตวทิ ยาศาสตร์

ศึกษาวเิ คราะห์เปรียบเทยี บแบบจาํ ลองอะตอมของดอลตัน ทอมสัน รทั เทอร์ฟอร์ด โบร์ และแบบ
กลุ่มหมอก เขียนและแปลความหมายสัญลักษณ์นิวเคลียร์ของธาตุ ศึกษาอนุภาคมูลฐานของอะตอม เลข
อะตอม เลขมวล ไอโซโทป ศึกษา ทดลองเกี่ยวกับสีของเปลวไฟจากสารประกอบและเส้นสเปกตรมั ของ
ธาตบุ างชนิด ศึกษาและเขียนการจัดเรียงอิเล็กตรอนในอะตอม ศึกษาความหมายของระดับพลังงานของ
อิเลก็ ตรอน ออร์บิทัล เวเลนซ์อิเลก็ ตรอน ศึกษาวิเคราะหก์ ารจดั เรยี งธาตุในตารางธาตุของนักวิทยาศาสตร์
ระบุหมู่ คาบ ความเป็นโลหะ แนวโน้มสมบตั ิบางประการ ของธาตุในตารางธาตุตามหมู่และตามคาบ ก่ึง
โลหะ และอโลหะ ของธาตเุ รพรีเซนเตทีพ และธาตุแทรนสิชันในตารางธาตุ บอกแนวโน้มสมบัติของธาตุ
เรพรเี ซนเตทีฟตามหมู่และตามคาบ เก่ียวกับขนาดอะตอม รัศมีไอออน พลังงานไอออไนเซชัน ค่าอิเล็ก
โทรเนกาติวิตี สัมพรรคภาพอิเล็กตรอน จดุ หลอมเหลว จุดเดือด เลขออกซิเดชัน เปรียบเทียบสมบัตขิ อง
ธาตุแทรนสิชันและธาตุเรฟรีเซนเททีฟ ศึกษาสมบัติของธาตุกมั มันตรังสี การเกิด กัมมันตภาพรังสี การ
สลายตัวของธาตุกัมมันตรงั สี ศึกษาและคาํ นวณคร่งึ ชีวติ ของธาตุกมั มนั ตรังสี ศกึ ษา ปฏกิ ิริยานิวเคลยี ร์ การ
ตรวจสอบสารกัมมนั ตรังสี และเทคโนโลยที ีเ่ ก่ียวขอ้ งกบั การใช้สารกัมมันตรังสี ธาตุและ สารประกอบบาง
ชนิดในสิ่งมีชวี ิตละสงิ่ แวดล้อม

ศึกษาพันธะเคมี สัญลกั ษณแ์ บบจุดของลวิ อิสและกฏออกเตต การเกิดพันธะไอออนิก สตู รเคมีและ

ชอื่ ของสารประกอบไอออนกิ พลงั งานกับการเกิดสารประกอบไอออนิก สมบัติของสารประกอบไอออนิก

สมการไอออนกิ และสมการไอออนกิ สทุ ธิ การเกดิ พนั ธะโคเวเลนตอ์ โครงสรา้ งลวิ อิส สูตรโมเลกลุ และชอ่ื ของ

สารโคเวเลนต์ ความยาวและพลังงานพันธะ เรโซแนนซ์ การคํานวณพลังงานพันธะและพลังงานของ

ปฏิกริ ยิ า รูปร่างและสภาพขั้วขอโมเลกุลโคเวเลนต์ แรงยึดเหน่ียวระหวา่ งโมเลกลุ และสมบัติของสารโคเว

เลนต์ สารโคเวเลนตร์ ่างตาขา่ ย การเกิดพนั ธะโลหะและสมบตั ขิ องโลหะ และการนาํ สารประกอบชนดิ ตา่ งๆ

ไปใช้ประโยชน์

โดยใช้กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ การสบื เสาะหาความรู้ การสืบค้นขอ้ มลู การสงั เกต วเิ คราะห์

เปรียบเทยี บ อธิบาย อภิปราย และสรุป เพ่ือใหเ้ กดิ ความรู้ ความเขา้ ใจ มีความสามารถในการตดั สินใจ มี

ทักษะปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ รวมท้ังทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ในด้านการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ

ด้านการคิดและการแก้ปัญหา ด้านการส่ือสาร สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และนําความรู้ไปใช้ในชีวิตของ

ตนเอง มจี ิตวิทยาศาตร์ จริยธรรม คุณธรรม และคา่ นิยมทเี่ หมาะสมผลการเรยี นรู้ รายวิชา ว31221 เคมี 1

 สบื ค้นขอ้ มลู สมมตฐิ าน การทดลอง หรอื ผลการทดลองท่ีเป็นประจักษ์พยานในการเสนอแบบจําลอง
อะตอมของนกั วิทยาศาสตร์ และอธบิ ายววิ ฒั นาการของแบบจาํ ลองอะตอม

236

 เขยี นสัญลกั ษณ์นิวเคลียร์ของธาตุ และระบุจํานวนโปรตอน นิวตรอน และอเิ ล็กตรอนของอะตอมจาก
สัญลักษณน์ ิวเคลียร์ รวมทง้ั บอกความหมายของไอโซโทป

 อธิบาย และเขยี นการจัดเรยี งอิเล็กตรอน ในระดบั พลังงานหลักและระดบั พลังงานย่อยเมอื่ ทราบเลข
อะตอมของธาตุ

 ระบุหมู่ คาบ ความเป็นโลหะ อโลหะ และกึ่งโลหะ ของธาตุเรพรีเซนเททีฟและธาตุ แทรนซิชันใน
ตารางธาตุ

 วิเคราะห์ และบอกแนวโน้มสมบัติของธาตเุ รพรเี ซนเททีฟตามหมู่และตามคาบ
 บอกสมบตั ขิ องธาตโุ ลหะแทรนซิชนั และเปรยี บเทยี บสมบัติกับธาตโุ ลหะในกลุ่มธาตุเรพรเี ซนเททฟี
 อธิบายสมบตั ิ และคาํ นวณครึง่ ชีวิตของไอโซโทปกมั มนั ตรังสี
 สืบค้นขอ้ มูล และยกตัวอยา่ งการนําธาตุ มาใชป้ ระโยชน์ รวมท้งั ผลกระทบตอ่ สงิ่ มีชวี ติ และสงิ่ แวดลอ้ ม
 อธบิ ายการเกิดไอออนและการเกิดพันธะ ไอออนกิ โดยใช้แผนภาพหรอื สญั ลักษณ์แบบจุดของลวิ อิส
 เขยี นสตู ร และเรียกชอ่ื สารประกอบไอออนิก
 คํานวณพลังงานท่ีเกย่ี วข้องกบั ปฏิกิรยิ าการเกิดสารประกอบไอออนิกจากวฏั จกั ร บอร์น-ฮาเบอร์
 อธบิ ายสมบตั ขิ องสารประกอบไอออนิก
 เขยี นสมการไอออนิกและสมการไอออนิกสทุ ธิของปฏกิ ิรยิ าของสารประกอบไอออนกิ
 อธิบายการเกิดพันธะโคเวเลนตแ์ บบพนั ธะเด่ยี ว พนั ธะคู่ และพนั ธะสาม ด้วยโครงสรา้ งลวิ อสิ
 เขยี นสตู ร และเรยี กชื่อสารโคเวเลนต์
 วิเคราะห์ และเปรียบเทียบความยาวพันธะและพลังงานพันธะในสารโคเวเลนต์ รวมทั้งคํานวณ

พลงั งานทเ่ี ก่ียวขอ้ งกับปฏกิ ิริยาของสารโคเวเลนตจ์ ากพลงั งานพนั ธะ
 คาดคะเนรูปรา่ งโมเลกุลโคเวเลนต์ โดยใชท้ ฤษฎีการผลักระหว่างคู่อเิ ล็กตรอนในวงเวเลนซ์ และระบุ

สภาพข้ัวของโมเลกุลโคเวเลนต์
 ระบุชนดิ ของแรงยึดเหนีย่ วระหว่างโมเลกุลโคเวเลนต์ และเปรียบเทยี บจุดหลอมเหลว จุดเดือด และ

การละลายนํ้าของสารโคเวเลนต์
 สืบค้นข้อมูล และอธบิ ายสมบตั ิของสารโคเวเลนต์โครงรา่ งตาขา่ ยชนิดต่าง ๆ
 อธิบายการเกดิ พนั ธะโลหะและสมบัติของโลหะ
 เปรยี บเทียบสมบัตบิ างประการของสารประกอบไอออนิก สารโคเวเลนต์ และโลหะ สบื ค้นข้อมลู และ

นําเสนอตัวอย่างการใช้ประโยชน์ของสารประกอบไอออนิก สารโคเวเลนต์ และโลหะ ได้อย่าง
เหมาะสม
 บอก และอธบิ ายข้อปฏิบัติเบ้ืองต้น และปฏบิ ัติตนท่ีแสดงถึงความตระหนักในการทําปฏิบัติการเคมี
เพ่ือใหม้ คี วามปลอดภยั ทั้งตอ่ ตนเอง ผูอ้ น่ื และสิง่ แวดลอ้ ม และเสนอแนวทางแก้ไขเมอื่ เกดิ อุบัติเหตุ
 เลือก และใชอ้ ุปกรณห์ รอื เครื่องมือในการทําปฏิบัตกิ าร และวัดปรมิ าณต่าง ๆ ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
 ระบหุ น่วยวัดปริมาณต่าง ๆ ของสาร และเปล่ียนหนว่ ยวัดให้เปน็ หน่วยในระบบเอสไอด้วยการใช้แฟก
เตอรเ์ ปลี่ยนหนว่ ย
 นาํ เสนอแผนการทดลอง ทดลองและเขียนรายงานการทดลอง
รวมท้ังหมด 25 ผลการเรียนรู้

237

ว30241 ชีววิทยา คาอธิบายรายวิชา
ชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี 4 ภาคเรียนท่ี 1 กลุ่มสาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์

เวลา 60 ชั่วโมง จานวน 2.0 หน่วยกติ

ศึกษาสมบตั ิทสี่ ําคัญของสิ่งมีชีวิต และความสัมพันธ์ของการจัดระบบในสิง่ มีชีวติ ที่ทําให้สิ่งมีชีวิต

ดํารงชีวิตอยู่ได้ ความสําคัญของการระบุปัญหา สมมติฐาน และวิธีการตรวจสอบสมมติฐาน รวมทั้ง
ออกแบบการทดลองเพ่ือตรวจสอบสมมติฐาน สืบค้นข้อมูล อธิบายเก่ียวกับสมบัติของนํ้าและบอก
ความสาํ คัญของสารชีวโมเลกุลท่ีมีต่อส่ิงมีชวี ิต และยกตัวอย่างธาตชุ นิดต่าง ๆ ท่ีมีความสําคัญตอ่ รา่ งกาย

สิ่งมีชีวิต อธิบายโครงสร้างของกรดนิวคลิอิก และระบุชนิดของกรดนิวคลิอิก และความสําคัญของกรด
นิวคลิอิกที่มีต่อส่ิงมีชวี ิตสบื คน้ ขอ้ มลู และอธิบายปฏกิ ิรยิ าเคมที ่เี กดิ ขึน้ ในส่ิงมชี ีวิต การทาํ งานของเอนไซม์
ในการเร่งปฏกิ ริ ิยาเคมีในส่ิงมชี ีวติ ปจั จัยท่มี ีผลต่อการทํางานของเอนไซม์ วิธกี าร เตรียมตัวอย่างสงิ่ มีชวี ิต

เพื่อศึกษาภายใต้กล้องจุลทรรศน์ใช้แสง วัดขนาดโดยประมาณ วาดภาพที่ปรากฏภายใต้กล้อง บอก
วิธีการใช้ และการดูแลรักษากลอ้ งจลุ ทรรศน์ใช้แสงท่ีถกู ต้อง อธบิ ายโครงสรา้ งและหน้าท่ขี องสว่ นท่ีหอ่ หุ้ม
เซลล์ของเซลล์พืชและเซลลส์ ัตว์ ระบชุ นดิ และหน้าที่ของออร์แกเนลล์ โครงสร้างและหน้าท่ีของนิวเคลยี ส

อธบิ าย และเขยี นแผนภาพการลําเลียงสารโมเลกุลใหญอ่ อกจากเซลลด์ ว้ ยกระบวนการเอกโซไซโทซิสและ
การลาํ เลียงสารโมเลกลุ ใหญ่เขา้ สู่เซลล์ด้วยกระบวนการ เอนโดไซโทซสิ สังเกตการแบง่ นวิ เคลียสแบบไมโท
ซิสและแบบไมโอซิสจากตัวอย่างภายใต้กล้องจุลทรรศน์ พร้อมท้ังอธิบายและเปรียบเทียบการแบ่ง

นิวเคลียสแบบไมโทซิส และแบบไมโอซิส อธิบาย เปรียบเทยี บ และสรุปขัน้ ตอน การหายใจระดบั เซลลใ์ น
ภาวะท่ีมอี อกซเิ จนเพียงพอ และภาวะที่มอี อกซเิ จนไม่เพียงพอ

โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เทคโนโลยี และศาสตร์อื่นๆ กระบวนการ

สืบเสาะหาความรูก้ ารสืบค้นข้อมูล การสังเกต การวิเคราะห์ การทดลอง การอภิปราย การอธิบาย และ
สรุป เพื่อแก้ปัญหาท่ีพบในชีวิตจริงอย่างเป็นขั้นตอนและเป็นระบบ หรือพัฒนางานอย่างมีความคิด
สร้างสรรคด์ ้วยกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ มีความสามารถใน

การตัดสินใจ ส่ือสารส่ิงที่เรียนรู้ การทํางาน และนําความรู้ไปใช้ในชีวิตของตนเอง รู้เท่าทัน มีจิต
วทิ ยาศาสตร์ จริยธรรม คณุ ธรรม และค่านยิ มตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
ผลการเรยี นรู้

1. อธิบาย และสรุปสมบัติท่ีสําคัญของส่ิงมีชีวิต และความสัมพันธ์ของการจัดระบบในสิ่งมีชีวิตท่ีทําให้
สง่ิ มีชีวติ ดํารงชวี ติ อยไู่ ด้

2. อภปิ ราย และบอกความสําคัญของการระบุปัญหา ความสมั พันธ์ระหวา่ งปัญหา สมมตฐิ าน และวิธกี าร

ตรวจสอบสมมติฐาน รวมทง้ั ออกแบบการทดลองเพ่ือตรวจสอบสมมติฐาน
3. สืบคน้ ขอ้ มลู อธิบายเกย่ี วกบั สมบัติของนํ้าและบอกความสําคัญของนา้ํ ทีม่ ีตอ่ สงิ่ มชี ีวิต และยกตัวอยา่ ง

ธาตชุ นิดตา่ ง ๆ ทีม่ คี วามสําคญั ตอ่ รา่ งกายสงิ่ มชี ีวิต

4. สืบคน้ ข้อมูล อธิบายโครงสร้างของคาร์โบไฮเดรต ระบุกลุ่มของคาร์โบไฮเดรต รวมทัง้ ความสําคัญของ
คาร์โบไฮเดรตทมี่ ีตอ่ สิ่งมชี ีวิต

5. สบื คน้ ข้อมลู อธบิ ายโครงสร้างของโปรตนี และความสาํ คัญของโปรตีนทีม่ ตี อ่ สงิ่ มีชวี ติ

6. สบื คน้ ข้อมลู อธิบายโครงสรา้ งของลิพิด และความสาํ คญั ของลิพดิ ท่ีมีตอ่ สง่ิ มชี วี ติ
7. อธิบายโครงสรา้ งของกรดนวิ คลิอิก และระบชุ นิดของกรดนิวคลิอกิ และความสําคญั ของกรดนิวคลอิ ิกที่

มตี ่อสิ่งมชี ีวิต

238

8. สบื ค้นขอ้ มลู และอธบิ ายปฏกิ ิริยาเคมีท่เี กดิ ขนึ้ ในสิ่งมีชวี ิต
9. อธิบายการทํางานของเอนไซมใ์ นการเรง่ ปฏิกิริยาเคมีในสงิ่ มีชีวติ และระบุปัจจัยที่มีผลตอ่ การทํางาน

ของเอนไซม์
10. บอกวิธีการ และเตรยี มตวั อยา่ งส่งิ มีชีวิตเพื่อศึกษาภายใตก้ ลอ้ งจุลทรรศน์ใช้แสง วดั ขนาดโดยประมาณ

และวาดภาพทีป่ รากฏภายใตก้ ล้อง บอกวิธีการใช้ และการดแู ลรักษากล้องจุลทรรศน์ใช้แสงท่ถี กู ตอ้ ง
11. อธบิ ายโครงสรา้ งและหนา้ ทขี่ องสว่ นท่หี ่อหุ้มเซลลข์ องเซลลพ์ ืชและเซลล์สัตว์
12. สบื ค้นขอ้ มูล อธบิ าย และระบุชนดิ และหนา้ ทข่ี องออร์แกเนลล์
13. อธิบายโครงสร้างและหนา้ ทขี่ องนิวเคลียส
14. อธิบาย และเปรียบเทียบการแพร่ ออสโมซสิ การแพร่แบบฟาซลิ ิเทต และแอกทีฟทรานสปอรต์
15. สบื ค้นขอ้ มลู อธิบาย และเขียนแผนภาพการลําเลียงสารโมเลกลุ ใหญ่ออกจากเซลล์ด้วยกระบวนการ

เอกโซไซโทซสิ และการลําเลียงสารโมเลกลุ ใหญ่เขา้ สเู่ ซลลด์ ้วยกระบวนการ เอนโดไซโทซสิ
16. สังเกตการแบ่งนิวเคลยี สแบบไมโทซสิ และแบบไมโอซิสจากตัวอย่างภายใต้กล้องจุลทรรศน์ พรอ้ มทั้ง

อธิบายและเปรยี บเทียบการแบ่งนิวเคลยี สแบบไมโทซิส และแบบไมโอซิส
17. อธบิ าย เปรยี บเทยี บ และสรุปขัน้ ตอน การหายใจระดบั เซลล์ในภาวะทมี่ ีออกซเิ จนเพยี งพอ และภาวะ

ท่มี อี อกซเิ จนไมเ่ พียงพอ
18. อธิบายแนวคิดหลักของเทคโนโลยีเพ่ือการดํารงชีวิตใช้ความรู้และทักษะทางด้านวิทยาศาสตร์

คณิตศาสตรแ์ ละศาสตร์อื่นๆเพ่ือแกป้ ัญหาหรอื พฒั นางานอย่างมคี วามคิดสร้างสรรค์ด้วยกระบวนการ
ออกแบบเชิงวิศวกรรมเลือกใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสมโดยคํานึงถึงผลกระทบต่อชีวิตสังคมและ
สง่ิ แวดล้อม
19. อธิบายและใชแ้ นวคิดเชิงคํานวณในการแก้ปัญหาท่ีพบในชีวิตจรงิ อย่างเปน็ ขั้นตอนและเป็นระบบใช้
เท คโ น โล ยีส าร ส น เท ศแ ล ะ ก าร สื่ อ ส าร ใน ก าร เรี ย น รู้ ก าร ทํ าง าน แล ะ ก าร แ ก้ ปั ญ ห าได้อ ย่ าง มี
ประสิทธิภาพร้เู ทา่ ทนั และมจี ริยธรรม

รวมท้งั หมด 19 ผลการเรียนรู้

239

คาอธบิ ายรายวิชาเพม่ิ เติม

ว30281 เทคนิคปฏิบัตกิ ารพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ 1 กล่มุ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์

ช้ันมัธยมศกึ ษาปีท่ี 4 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 40 ชัว่ โมง จานวน 1.0 หนว่ ยกติ

ศึกษากระบวนการคิดและการทดลองแก้ปัญหาทางฟิสิกส์ เก่ียวกับการวัดระยะทาง เวลา
อุณหภูมิ ในระดับขนาดทแี่ ตกต่างกันจากการใช้ในชีวิตประจําวัน การวดั ปริมาณทางไฟฟ้า ความผดิ พลาด

และขอบเขตของการวดั
ศกึ ษากระบวนการแก้ปัญหา และสบื คน้ ข้อมลู เก่ยี วกบั เทคนิคปฏิบัตกิ ารพ้ืนฐานทางชีววทิ ยา

เกยี่ วกับระบบนิเวศ เนือ้ เยอื่ พชื และสตั ว์ เทคนิคทางจุลชีววทิ ยา และเทคนคิ การสกดั ดเี อนเอจากพชื

ศกึ ษาวิธกี ารแก้ปญั หาและสืบค้นข้อมูลทางเคมี เก่ียวกบั การวเิ คราะหห์ าปรมิ าณของวิตามนิ ซีใน
ผักและผลไม้ สมบัติของแร่ยิปซัมที่ใช้ในอุตสาหกรรม ภาวะและปฏิกิริยาการเกิดสนิมเหล็ก ผลของ
สารประกอบแฮไลดท์ ีม่ ผี ลต่อสุขภาพ

เพ่ือฝึกให้นักเรียนเป็นผู้ใฝ่รู้ มีความกระตือรือร้นในกระบวนการค้นคว้า มีทักษะในการใช้
เคร่ืองมือท่ีเก่ียวข้องกับปฏิบัติการพ้ืนฐานทางชีววิทยาและเคมี มีจิตวิทยาศาสตร์ คุณธรรม จริยธรรม
และคา่ นยิ มท่พี งึ ประสงค์

ผลการเรียนรู้
1. มีความรแู้ ละความเข้าใจหลกั การเบอื้ งตน้ เกี่ยวกบั การวัด
2. มที กั ษะในการใชเ้ ครื่องมอื วัดต่างๆ

3. มคี วามละเอียดรอบคอบและระมัดระวงั ในการใช้เครอ่ื งมอื วัด
4. มคี วามรู้ในการสบื เสาะหาความรู้และมีทกั ษะปฏบิ ตั ิการเบอ้ื งตน้ ทางเคมี
5. มีความรใู้ นเทคนิคการไทเทรต และสามารถปฏิบัตกิ ารทดลองวเิ คราะหห์ าปรมิ าณวติ ามนิ ซใี นผักและ

ผลไม้
6. มีทกั ษะในการใชว้ สั ดุอปุ กรณ์ เลอื กใชห้ รือดัดแปลงอุปกรณแ์ ละวัสดุทางชวี วทิ ยาเพอื่ ใช้ในปฏิบัติการ
เทคนคิ ทางจลุ ชวี วทิ ยาไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ งเหมาะสม

7. มีความรู้เก่ียวกับการคน้ ควา้ หาข้อมลู ในเร่ืองท่สี นใจ รวมทงั้ วิธกี ารทดลอง และเทคนิคทเ่ี กย่ี วข้อง
8. สามารถนาํ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และความรทู้ างชีววทิ ยามาประยุกตใ์ ชแ้ กป้ ญั หาพน้ื ฐาน
ทางชีววทิ ยา

9. มที กั ษะในการแกป้ ัญหาและสามารถหาความรู้ด้วยวธิ ีการทางวทิ ยาศาสตร์
10. มคี วามรแู้ ละความคดิ ริเรม่ิ ในการสรา้ งสรรค์ผลงานทางวทิ ยาศาสตร์ และเทคโนโลยี
11. มเี จตคตทิ างวทิ ยาศาสตรแ์ ละความสามารถในการตดั สนิ ใจ

รวมทัง้ หมด 11 ผลการเรียนรู้

240

คาอธบิ ายรายวิชาเพิ่มเติม

ว31202 ฟสิ กิ ส์ 2 กลุ่มสาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์

ชัน้ มัธยมศึกษาปีท่ี 4 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 80 ชว่ั โมง จานวน 2.0 หน่วยกติ

ศึกษาหลักการของกลศาสตร์ในเรอื่ ง สภาพสมดุลและเงอ่ื นไขทีท่ ําใหเ้ กิดสมดุล สภาพยืดหยนุ่ ของ
วัตถุและมอดูลัส สมดุลต่อการหมุน งาน กาํ ลัง พลงั งานกล ความสมั พนั ธ์ระหวา่ งงานและพลังงานจลน์

กฎการอนุรักษพ์ ลังงาน เครือ่ งกลอยา่ งงา่ ยและประสิทธิภาพของเครอ่ื งกล โมเมนตัม การชนกนั ของวตั ถุ
และกฎการอนรุ ักษ์โมเมนตัม ทอร์กและผลของทอรก์ ที่มีตอ่ สภาพการหมนุ การเคลอื่ นทแี่ บบโพรเจกไทล์
และการเคล่อื นทีแ่ บบวงกลม

โดยใชก้ ระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ การสบื เสาะหาความรู้ การสาํ รวจตรวจสอบ การสบื คน้ ขอ้ มลู
การอภิปรายและการทดลอง

เพ่ือให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถสื่อสารสิ่งท่ีเรียนรู้ มีความสามารถในการ

ตัดสินใจ นําความรู้ไปใช้ในชีวิตประจาํ วันมจี ิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และค่านยิ มทีเ่ หมาะสม

สาระฟิสิกส์

1. เข้าใจธรรมชาติทางฟสิ ิกส์ ปริมาณและกระบวนการวดั การเคล่ือนทแ่ี นวตรง แรง
และกฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน กฎความโนม้ ถว่ งสากล แรงเสียดทานสมดุลกลของวัตถุ งาน
และกฎการอนุรักษ์พลังงานกล โมเมนตัมและกฎการอนุรกั ษ์โมเมนตัม การเคล่ือนที่แนวโค้ง
รวมทงั้ นําความรู้ไปใช้ประโยชน์

ผลการเรยี นรู้
1. อธบิ ายสมดุลกลของวัตถุ โมเมนต์และผลรวมของโมเมนตท์ ีม่ ตี ่อการหมนุ แรงค่คู วบและผลของแรง
คคู่ วบท่ีมีต่อสมดุลของวัตถุ เขียนแผนภาพของแรงที่กระทําต่อวัตถุอิสระเมื่อวตั ถุอยู่ในสมดุลกล
และคํานวณปริมาณต่าง ๆ ท่ีเก่ียวข้อง รวมท้ังทดลองและอธิบายสมดุลของแรงสามแรง และ
อธบิ ายทฤษฎีทีเ่ กยี่ วขอ้ งกบั แรง 3 แรงได้
2. สงั เกตและอธบิ ายสภาพการเคลื่อนท่ีของวตั ถุ เมอ่ื แรงท่ีกระทําต่อวตั ถุผ่านศูนย์กลางมวลของวตั ถุ
และผลของศนู ย์ถว่ งที่มตี อ่ เสถยี รภาพของวตั ถุ
3. วิเคราะห์ และคํานวณงานของแรงคงตวั จากสมการและพื้นท่ีใต้กราฟ ความสัมพันธ์ระหว่างแรง

กบั ตาํ แหน่ง รวมทัง้ อธิบายและคาํ นวณกําลังเฉลย่ี ในกรณตี า่ ง ๆ ได้

4. อธิบายและคาํ นวณพลังงานจลน์ พลังงานศักย์ พลงั งานกล ทดลองหาความสมั พันธ์ระหว่างงานกับ

พลังงานจลน์ ความสมั พันธร์ ะหว่างงานกับพลังงานศกั ย์โน้มถ่วง ความสัมพันธร์ ะหว่างขนาดของ

แรงที่ใช้ดึงสปริงกับระยะที่สปริงยดื ออก และความสัมพันธ์ระหว่างงานกับพลังงานศักย์ยืดหยุ่น

รวมทั้ง อธิบายความสัมพันธร์ ะหว่างงานของแรงลพั ธ์และพลังงานจลน์ และคํานวณงานท่เี กิดขึ้น

จากแรงลัพธ์

5. อธิบายกฎการอนุรักษ์พลังงานกลรวมทั้งวิเคราะห์ และคํานวณปริมาณต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ

การเคลือ่ นที่ของวตั ถใุ นสถานการณ์ตา่ ง ๆ โดยใช้กฎการอนรุ กั ษพ์ ลังงานกล

241

6. อธิบายการทํางาน ประสิทธภิ าพและ การได้เปรียบเชิงกลของเครื่องกลอย่างงา่ ยบางชนิด โดยใช้
ความร้เู รือ่ งงานและสมดุลกล รวมท้งั คํานวณประสทิ ธภิ าพและการไดเ้ ปรยี บเชิงกล และสามารถ
ประดิษฐ์เคร่อื งกลเพือ่ นาํ มาใชใ้ นชีวิตประจําวันได้

7. อธิบายและคํานวณโมเมนตัมของวัตถุ และการดลจากสมการและพื้นที่ใต้กราฟความสัมพันธ์
ระหวา่ งแรงลพั ธ์กับเวลา รวมทงั้ อธบิ ายความสัมพนั ธ์ระหว่างแรงดลกับโมเมนตมั

8. ทดลอง อธบิ ายและคํานวณปริมาณต่าง ๆ ที่เกีย่ วกบั การชนของวตั ถุในหน่งึ มิตทิ ั้งแบบยืดหยุ่น ไม่
ยืดหยุน่ และการดดี ตัวแยกจากกัน ใน 1 มิติ และ 2 มติ ิ ซ่ึงเป็นไปตามกฎการอนุรักษ์โมเมนตัม

9. อธิบาย วิเคราะห์ และคํานวณปริมาณต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเคล่ือนที่แบบโพรเจกไทล์ และ
ทดลองการเคลื่อนท่ีแบบโพรเจกไทล์ สามารถวิเคราะห์แบบทดสอบเกี่ยวกับการเคล่ือนท่ีแบบ
โพรเจกไทล์ และความสัมพันธ์กับการเคลื่อนท่แี นวโคง้ และแนวเส้นตรง

10. ทดลองและอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างแรงส่ศู ูนย์กลาง รัศมีของการเคล่ือนท่ี อัตราเร็วเชิงเส้น
อัตราเร็วเชิงมุม และมวลของวัตถุในการเคล่ือนที่แบบวงกลมในระนาบระดับ รวมทั้งคํานวณ
ปริมาณต่าง ๆ ที่เก่ียวข้อง และประยุกต์ใชค้ วามรู้การเคล่ือนท่ีแบบวงกลมในการอธิบายการโคจร
ของดาวเทียม

รวมท้งั หมด 10 ผลการเรยี นรู้

242

คาอธิบายรายวชิ าเพิม่ เติม

ว30222 เคมี 2 กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์

ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 4 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 80 ชวั่ โมง จานวน 2.0 หน่วยกิต

ศึกษาความหมายและคํานวณมวลอะตอม มวลอะตอมสัมพัทธ์ มวลอะตอมเฉลี่ยของธาตุ โมล

มวลต่อโมล มวลโมเลกุลและมวลสูตร ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างจํานวนโมล อนุภาค มวลและปริมาตร
ของแกส๊ ท่ี STP ศึกษากฎสัดส่วนคงที่ คํานวณอัตราสว่ นโดยมวล อัตราส่วนโดยโมล รอ้ ยละโดยโมล สูตร
โมเลกลุ และสตู รเอมพริ คิ ัล

ศึกษาหนว่ ยความเข้มข้นและการคํานวณความเข้มข้นของสารละลายในหน่วยรอ้ ยละ ส่วนในล้าน
สว่ น ส่วนในพันล้านส่วน โมลาริตี โมแลลิตี และเศษส่วนโมล ศึกษาการเตรยี มสารละลายจากสารบริสทุ ธิ์
และจากการเจือจางสารละลายเข้มข้น เปรียบเทียบจุดเดือดและจุดหลอมเหลวของสารบริสุทธ์ิและ

สารละลาย
ศึกษาการเขียนและดุลสมการเคมี อัตราส่วนโดยโมลของสารในปฏิกิริยาเคมี แปลความหมาย

สัญลักษณ์ในสมการเคมี คํานวณปรมิ าณของสารในปฏกิ ริ ยิ าเคมีตามกฎทรงมวล ศกึ ษากฎการรวมปริมาตร

แก๊สของเกย์-ลูสแซกและสมมติฐานของอาโวกาโดร คํานวณปริมาณของสารในปฏิกิริยาเคมีโดยใช้
ความสมั พนั ธ์ระหว่างโมล มวล ความเข้มข้น และปรมิ าตรแก๊ส คาํ นวณปริมาณสารในปฏิกิริยาเคมีหลาย
ขัน้ ตอน ปริมาณสารเมื่อมีสารกาํ หนดปริมาณ และผลได้รอ้ ยละ

โดยใชก้ ระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสบื ค้นขอ้ มูล การสังเกต วิเคราะห์
เปรียบเทยี บ อธิบาย อภิปราย และสรุป เพ่ือให้เกิดความรู้ ความเขา้ ใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ มี
ทักษะปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ รวมท้ังทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ในด้านการใช้เทคโนโลยี ด้านการคิด

และการแก้ปัญหา ด้านการส่ือสารสามารถสื่อสารสิ่งท่ีเรียนรู้และนําความรู้ไปใช้ในชีวิตของตนเอง มีจิต
วทิ ยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และคา่ นยิ มท่เี หมาะสม

ผลการเรียนรู้
15. แปลความหมายสัญลกั ษณใ์ นสมการเคมี เขียนและดุลสมการเคมีของปฏิกริ ยิ าเคมี บางชนดิ
16. คาํ นวณปริมาณของสารในปฏิกริ ยิ าเคมีทเ่ี ก่ียวข้องกับมวลสาร

17. คาํ นวณปริมาณของสารในปฏกิ ริ ิยาเคมี ท่ีเกี่ยวขอ้ งกับความเขม้ ข้นของสารละลาย
18. คํานวณปรมิ าณของสารในปฏกิ ริ ยิ าเคมี ทีเ่ ก่ียวขอ้ งกับปรมิ าตรแก๊ส
19. คาํ นวณปริมาณของสารในปฏิกริ ิยาเคมีหลายข้นั ตอน

20. ระบุสารกําหนดปรมิ าณ และคาํ นวณปรมิ าณสารตา่ ง ๆ ในปฏกิ ริ ิยาเคมี
21. คํานวณผลได้ร้อยละของผลิตภณั ฑ์ในปฏิกริ ิยาเคมี
22. บอกความหมายของมวลอะตอมของธาตุ และคํานวณมวลอะตอมเฉลี่ยของธาตุ มวลโมเลกลุ และ

มวลสูตร
23. อธิบาย และคํานวณปริมาณใดปรมิ าณหนึ่งจากความสัมพันธ์ของโมล จํานวนอนุภาค มวล และ

ปรมิ าตรของแกส๊ ที่ STP

24. คํานวณอตั ราส่วนโดยมวลของธาตอุ งค์ประกอบของสารประกอบตามกฎสัดสว่ นคงท่ี
25. คาํ นวณสูตรอยา่ งง่ายและสูตรโมเลกลุ ของสาร
26. คาํ นวณความเขม้ ข้นของสารละลายในหนว่ ยตา่ ง ๆ

243

27. อธิบายวิธีการ และเตรียมสารละลายใหม้ ีความเขม้ ข้นในหน่วยโมลาริตี และปริมาตรสารละลาย
ตามทก่ี าํ หนด

28. เปรียบเทียบจดุ เดือดและจุดเยอื กแขง็ ของสารละลายกบั สารบรสิ ทุ ธ์ิ รวมทง้ั คาํ นวณ จุดเดือดและ
จุดเยือกแข็งของสารละลาย

รวมทัง้ หมด จานวน 14 ผลการเรยี นรู้

244

คาอธบิ ายรายวชิ าเพิ่มเติม

ว30242 ชีววิทยา 2 กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์
ช้ันมัธยมศกึ ษาปีที่ 4 ภาคเรียนท่ี 2 เวลา 60 ชัว่ โมง จานวน 1.5 หนว่ ยกิต

ศกึ ษาเกีย่ วกับโครโมโซม และสารพันธุกรรม โครงสร้างของDNA การจําลอง DNA การควบคุม

ลักษณะทางพันธุกรรมของ DNA มิวเทชันและการเกิดมิวเทชัน ศึกษาการถ่ายทอดทางพันธุกรรม
การศึกษาพนั ธกุ รรมของเมนเดล การถ่ายทอดยีนบนโครโมโซม ลกั ษณะทางพนั ธุกรรมทเ่ี ปน็ ส่วนขยายของ
พันธุศาสตร์เมนเดล การถา่ ยทอดยีนบนโครโมโซมเพศ ยนี บนโครโมโซมเดียวกัน ศึกษาเทคโนโลยีทางดี

เอ็นเอ พันธุวิศวกรรมและการโคลนยีน การหาขนาดของ DNA และการหาลําดับนิวคลีโอไทด์ การ
ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีทางดีเอ็นเอกับความปลอดภัยทางชีวภาพและชีวจริยธรรม ศึกษาเก่ียวกับ
ววิ ฒั นาการ หลกั ฐานและข้อมูลทใ่ี ช้ในการศึกษาววิ ัฒนาการของส่ิงมีชีวติ แนวคดิ เกี่ยวกับววิ ัฒนาการของ

ส่ิงมีชีวิต พนั ธุศาสตร์ประชากรววิ ฒั นาการของมนษุ ย์ ปัจจัยทีท่ าํ ให้เกิดการเปลยี่ นแปลงความถข่ี องแอลลลี
และกาํ เนิดของสปชี ีส์

โดยใชก้ ระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสืบคน้ ขอ้ มลู การสงั เกต วเิ คราะห์

เปรียบเทียบ อธิบาย อภิปราย และสรปุ เพ่ือให้เกดิ ความรู้ ความเข้าใจ มคี วามสามารถในการตัดสินใจ
มที ักษะปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ รวมท้งั ทักษะแหง่ ศตวรรษท่ี 21 ในด้านการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ
ด้านการคิดและการแก้ปัญหา ด้านการส่ือสาร สามารถส่ือสารส่ิงที่เรียนรแู้ ละนําความรู้ไปใช้ในชีวิตของ

ตนเอง มจี ติ วทิ ยาศาสตร์ จริยธรรม คณุ ธรรม และคา่ นิยมท่ีเหมาะสม

ผลการเรียนรู้

16. สบื ค้นขอ้ มูล อธิบาย และสรปุ ผลการทดลอง ของเมนเดล
17. อธิบาย และสรุปกฎแห่งการแยก และกฎแห่งการรวมกลุ่มอย่างอิสระ และนํากฎของเมนเดลนี้ ไป

อธบิ ายการถ่ายทอดลักษณะทางพันธกุ รรมและใช้ในการคํานวณโอกาสในการเกดิ ฟีโนไทปแ์ ละจีโนไทป์

แบบตา่ ง ๆ ของรนุ่ F1 และ F2
18. สืบคน้ ข้อมูล วิเคราะห์ อธิบาย และสรปุ เกีย่ วกับการถ่ายทอดลกั ษณะทางพนั ธุกรรม ทเ่ี ป็นสว่ นขยาย

ของพันธศุ าสตร์เมนเดล

19. สืบค้นขอ้ มูล วเิ คราะห์ และเปรียบเทียบลักษณะทางพนั ธุกรรมท่มี กี ารแปรผนั ไม่ตอ่ เนื่องและลกั ษณะ
ทางพันธกุ รรมที่มีการแปรผันตอ่ เนอื่ ง

20. อธบิ ายการถา่ ยทอดยนี บนโครโมโซม และยกตวั อย่างลกั ษณะทางพนั ธกุ รรมท่ถี กู ควบคุมด้วยยนี บนออ

โตโซมและยนี บนโครโมโซมเพศ
21. สบื ค้นขอ้ มูล อธิบายสมบตั ิและหนา้ ทข่ี องสารพันธกุ รรม โครงสร้างและองค์ประกอบทางเคมขี อง DNA

และสรุปการจาํ ลอง DNA

22. อธบิ าย และระบุขนั้ ตอนในกระบวนการสังเคราะห์โปรตนี และหนา้ ท่ขี อง DNA และ RNA แต่ละชนิด
ในกระบวนการสังเคราะห์ โปรตีน

23. สรุปความสัมพันธ์ระหว่างสารพันธุกรรม แอลลีล โปรตีน ลักษณะทางพันธุกรรม และเช่ือมโยงกับ

ความรเู้ รอ่ื งพันธุศาสตร์เมนเดล
24. สืบค้นขอ้ มูล และอธิบายการเกิดมวิ เทชันระดับยีนและระดับโครโมโซม สาเหตุการเกดิ มวิ เทชนั รวมทง้ั

ยกตวั อย่างโรคและกลุม่ อาการทเ่ี ปน็ ผลของการเกดิ มิวเทชัน

245

25. อธิบายหลักการสรา้ งสง่ิ มีชีวิตดดั แปรพนั ธกุ รรมโดยใชด้ เี อ็นเอรคี อมบแิ นนท์
26. สืบค้นข้อมูล ยกตัวอย่าง และอภิปรายการนําเทคโนโลยีทางดีเอ็นเอไปประยุกต์ใช้ทั้งในด้าน

สิง่ แวดลอ้ ม นติ ิวิทยาศาสตร์ การแพทย์ การเกษตรและอุตสาหกรรม และขอ้ ควรคํานึงถึงด้านชวี จริย
ธรรม
27. สบื ค้นข้อมูล และอธิบายเก่ียวกับหลักฐานท่ีสนับสนุนและข้อมูลทใ่ี ช้อธิบายการเกิดววิ ัฒนาการของ
สง่ิ มชี วี ติ
28. อธิบาย และเปรียบเทียบแนวคิดเก่ียวกับวิวัฒนาการของส่ิงมีชีวิตของฌอง ลามาร์ก และทฤษฎี
เกี่ยวกบั ววิ ัฒนาการของสิง่ มชี วี ิตของชาลส์ ดาร์วิน
29. ระบุสาระสําคัญ และอธิบายเงื่อนไขของภาวะสมดุลของฮาร์ดี-ไวน์เบิร์ก ปัจจัยที่ทําให้เกิดการ
เปลีย่ นแปลงความถ่ีของแอลลลี ในประชากร พรอ้ มทัง้ คาํ นวณหาความถ่ขี องแอลลลี และจีโนไทป์ของ
ประชากรโดยใช้หลักของฮารด์ ี-ไวนเ์ บริ ์ก
30. สบื ค้นข้อมูล อภปิ ราย และอธิบายกระบวนการเกดิ สปชี ีสใ์ หมข่ องส่งิ มชี วี ติ

รวมทั้งหมด 15 ผลการเรียนรู้

246

คาอธิบายรายวิชาเพม่ิ เตมิ

ว31261 โลก ดาราศาสตรแ์ ละอวกาศ 1 กลุม่ สาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตร์

ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 4 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 40 ชวั่ โมง จานวน 1.0 หนว่ ยกติ

ศึกษาวิเคราะห์ อธิบาย ตรวจสอบเกี่ยวกับการแบ่งช้ันและสมบัติของโครงสร้างโลก แบ่งชั้น
โครงสร้างโลกตามเกณฑ์การเคล่ือนที่ของคลื่นและองค์ประกอบทางเคมีของหิน อธิบายลักษณะของ
โครงสร้างโลกในแตล่ ะช้นั อธิบายทฤษฏที วปี เลอื่ น ทฤษฏีการแผข่ ยายตวั ของมหาสมุทร การเคลือ่ นท่ีของ
แผ่นธรณีในรูปแบบต่างๆ ยกตัวอย่างของการเคลื่อนท่ีของแผ่นธรณีแต่ละชนิดท่ีปรากฏบนพ้ืนผิวโลก
อธิบายสาเหตุ กระบวนการเกิด ผลกระทบและแนวทางปอ้ งกนั การเกดิ ธรณีพบิ ตั ิภัย ทงั้ แผ่นดนิ ไหว ภเู ขา
ไฟระเบิด และสึนามิ สืบค้นขอ้ มลู และวิเคราะห์ปัจจยั ที่มีผลต่อความรุนแรงของการปะทุ และรูปร่างของ
ภูเขาไฟ ศกึ ษา วิเคราะห์ และอธบิ ายลําดับเหตกุ ารณ์ทางธรณีวิทยาทก่ี าํ หนดให้ได้ โดยใช้กฎการลําดบั ช้ัน
หนิ บอกลกั ษณะโครงสร้างทางธรณีท่พี บ เรยี งลําดบั อายขุ องหนิ เหตุการณ์ทางธรณีวิทยาไดถ้ ูกต้อง ศึกษา
วเิ คราะห์ อธบิ าย ทรพั ยากรแร่ การใช้ประโยชนล์ ักษณะเดน่ ของแร่ จําแนกชนิดของหนิ ระบุช่ือหิน รวมทั้ง
วิเคราะห์สมบตั ิและนําเสนอการใช้ ประโยชน์ของ ทรพั ยากรหินท่ีเหมาะสม ศกึ ษาอธิบายการสาํ รวจแหล่ง
ปิโตรเลียมและถ่านหินโดยใช้ข้อมลู ทางธรณีวทิ ยา อ่านและแปลความหมายจากแผนที่ภูมิประเทศ และ
แผนท่ธี รณวี ิทยาได้ถกู ตอ้ ง

โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ จิตวิทยาศาสตร์ในการสืบเสาะหาความรู้ การสํารวจ
ตรวจสอบ การสังเกต การสืบค้นข้อมลู การอภิปราย สรุป เพ่ือให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ
สือ่ สารสิง่ ท่เี รียนรู้ มคี วามสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี มีความสามารถในการตัดสินใจ นาํ ความรู้ไปใช้ใน
ชีวิตของตนเอง เฝ้าระวังและพัฒนาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน มีจริยธรรม คุณธรรม และค่านิยมที่
เหมาะสม

เพ่ือให้เกิดความรู้ ความเขา้ ใจ มีทักษะกระบวนการและเจตคตทิ างวทิ ยาศาสตร์ เห็นคุณค่าของ
วทิ ยาศาสตร์ นาํ ความรแู้ ละหลกั การไปใชอ้ ธิบายปรากฏการณ์ หรือแกป้ ัญหาเก่ยี วกบั การดาํ รงชีวิต

ผลการเรียนรู้
13. อธิบายการแบง่ ชัน้ และสมบัติของโครงสรา้ งโลกพร้อมยกตวั อย่างข้อมลู ทสี่ นบั สนนุ
14. อธบิ ายหลกั ฐานทางธรณีวทิ ยาท่สี นบั สนุน การเคลอื่ นทขี่ องแผน่ ธรณี
15. ระบสุ าเหตุและอธิบายแนวรอยต่อของแผน่ ธรณี ทส่ี ัมพันธก์ บั การเคล่อื นท่ีของแผ่นธรณี พรอ้ ม
ยกตัวอย่างหลักฐานทางธรณีวิทยาทพี่ บ
16. วเิ คราะหห์ ลกั ฐานทางธรณวี ทิ ยาทพ่ี บ ในปจั จบุ นั และอธิบายลาํ ดับเหตกุ ารณ์ ทางธรณวี ทิ ยาใน
อดีต
17. อธิบายสาเหตุ กระบวนการเกิดภเู ขาไฟระเบิด และปจั จัยทที่ าํ ใหค้ วามรนุ แรงของการปะทุ และ
รูปรา่ งของภูเขาไฟแตกตา่ งกันรวมท้ัง สบื คน้ ข้อมลู พื้นทเ่ี สี่ยงภัย ออกแบบและนาํ เสนอ แนว
ทางการเฝ้าระวงั และการปฏิบัตติ นใหป้ ลอดภัย
18. อธบิ ายสาเหตกุ ระบวนการเกดิ ขนาดและความรนุ แรงและผลจากแผน่ ดนิ ไหวรวมทง้ั สบื คน้ ขอ้ มลู
พืน้ ที่เสยี่ งภยั ออกแบบและนาํ เสนอแนวทางการเฝ้าระวงั และการปฏิบตั ติ นใหป้ ลอดภัย
19. อธบิ ายสาเหตกุ ระบวนการเกดิ และผลจากสนึ ามริ วมท้ังสบื คน้ ขอ้ มลู พนื้ ทเี่ สีย่ งภยั ออกแบบและ
นําเสนอแนวทางการเฝา้ ระวงั และการปฏบิ ตั ิ ตนให้ปลอดภยั

247

20. ตรวจสอบ และระบชุ นิดแร่ รวมท้ังวเิ คราะห์ สมบัตแิ ละนําเสนอการใชป้ ระโยชนจ์ ากทรพั ยากรแร่
ท่ีเหมาะสม

21. ตรวจสอบ จาํ แนกประเภท และระบชุ ื่อหนิ รวมท้งั วิเคราะหส์ มบัตแิ ละนาํ เสนอการใช้ ประโยชน์
ของ ทรพั ยากรหนิ ทเี่ หมาะสม

22. อธบิ ายกระบวนการเกดิ และการสํารวจแหล่งปโิ ตรเลียมและถา่ นหินโดยใชข้ อ้ มลู ทางธรณีวทิ ยา
23. อธบิ ายสมบัติของผลิตภัณฑท์ ี่ได้จากปโิ ตรเลยี ม และถา่ นหนิ พร้อมนาํ เสนอการใชป้ ระโยชน์ อยา่ ง

เหมาะสม
24. อา่ นและแปลความหมายจากแผนทีภ่ ูมปิ ระเทศ และแผนท่ธี รณวี ทิ ยาของพนื้ ทที่ ่ีกาํ หนด พร้อมทัง้

อธบิ ายและยกตวั อยา่ งการนําไปใชป้ ระโยชน์

รวมทั้งหมด 12 ผลการเรยี นรู้

248

คาอธิบายรายวิชาเพมิ่ เตมิ

ว31282 การสบื เสาะและการแกป้ ัญหาทางวิทยาศาสตร์ กล่มุ สาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตร์
ชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ 4 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 40 ช่ัวโมง จานวน 1.0 หนว่ ยกติ

ศึกษา วิเคราะห์ สาํ รวจ ตรวจสอบความรู้ทางวิทยาศาสตร์ กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ จติ
วทิ ยาศาสตร์ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การแกป้ ญั หาทางวทิ ยาศาสตร์ โดยใช้กระบวนการสบื

เสาะหาความรู้ การสํารวจตรวจสอบ การสบื ค้นข้อมลู และการอภิปรายมาคดิ วิเคราะห์ สงั เคราะหค์ วามรู้
ทไี่ ด้ เพื่อให้เกิดการเรยี นรทู้ ม่ี ปี ระสิทธิภาพ การใช้หลกั เศรษฐกจิ พอเพียงมาประยุกต์ใช้กบั การจดั กจิ กรรม
เพื่อใหเ้ กิดความรู้ ความคดิ ความเขา้ ใจ สอื่ สารสง่ิ ทเี่ รียนรใู้ ห้ผ้อู ื่นเขา้ ใจ รวมทั้งสามารถนาํ ไปประยกุ ตใ์ ช้ให้

เกิดประโยชนใ์ นชวี ติ ประจาวนั ของตนเองได้อย่างมีคณุ ธรรม จรยิ ธรรม และคา่ นิยมทเ่ี หมาะสม

ผลการเรียนรู้
1. มคี วามรูเ้ ข้าใจและอธบิ ายธรรมชาตขิ องวทิ ยาศาสตร์

2. ทดลองและอธบิ ายทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ขนั้ พนื้ ฐาน

3. ทดลองและเลอื กใช้เคร่ืองมอื บางชนดิ มาใช้ในการวดั และการขยายขอบเขตจาํ กดั ของประสาทสัมผสั ได้
อย่างเหมาะสม
4. นาํ วธิ ีการทางวทิ ยาศาสตร์ไปใช้ในการแก้ปญั หาและเปน็ ประโยชนใ์ นชวี ติ ประจาํ วัน
5. อธบิ ายคณุ ลักษณะนสิ ัยทสี่ าํ คญั ของนกั วทิ ยาศาสตร์และสามารถฝกึ ฝนให้มคี ณุ ลักษณะดังกลา่ ว

6. ตระหนักถึงบทบาทของผลกระทบของผลผลิตทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยที ่ีมีต่อมนุษย์

รวมท้ังหมด 6 ผลการเรยี นรู้


Click to View FlipBook Version