99
คาอธบิ ายรายวิชาเพิ่มเตมิ
ค33204 คณติ ศาสตร์เพ่ิมเตมิ 6 กลุ่มสาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 40 ช่วั โมง จานวน 1.0 หน่วยกติ
ศกึ ษา ฝึกทักษะและกระบวนการทางคณติ ศาสตร์อันไดแ้ ก่ การแก้ปญั หา การสือ่ สารและการสื่อ
ความหมายทางคณติ ศาสตร์ การใหเ้ หตผุ ล การเช่อื มโยง และความคดิ สร้างสรรค์ ในสาระต่อไปน้ี
การแจกแจงความน่าจะเป็นเบ้ืองต้น หาความน่าจะเป็นของเหตุการณ์ที่เกิดจากตัวแปรสุ่มท่ีมี
การแจกแจงเอกรูป การแจกแจงทวนิ าม และการแจกแจงปกติ และนาํ ไปใชใ้ นการแก้ปญั หา
แคลคูลัสเบื้องต้น ลิมิตและความต่อเน่ืองของฟังกช์ ัน อนุพันธข์ องฟังก์ชันพีชคณิต ปริพันธ์ของ
ฟงั กช์ นั พีชคณติ
โดยจัดประสบการณ์หรือสร้างสถานการณใ์ นชีวิตประจําวันท่ีใกล้ตวั ใหผ้ ้เู รยี นไดศ้ กึ ษาคน้ คว้าโดย
การปฏบิ ตั จิ ริง ทดลอง สรปุ รายงาน เพอื่ พัฒนาทักษะ กระบวนการในการคิด คาํ นวณ การแก้ปัญหา การ
ให้เหตุผล การสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์ และนําประสบการณ์ด้านความรู้ ความคิดทักษะ
กระบวนการท่ีได้ไปใชใ้ นการเรียนรสู้ ิ่งตา่ งๆ และใช้ในชวี ิตประจาํ วนั อยา่ งสรา้ งสรรค์ รวมทงั้ เห็นคณุ คา่ และ
มีเจตคตทิ ี่ดตี ่อคณิตศาสตร์ สามารถทํางานอย่างเป็นระบบระเบียบ มคี วามรบั ผดิ ชอบ มีวิจารณญาณ และ
มคี วามเช่ือม่ันในตนเองรักชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ ซอ่ื สัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่นใน
การทํางาน รักความเป็นไทย และมีจิตสาธารณะ
การวัดและประเมินผล ใช้วธิ ีการทห่ี ลากหลายตามสภาพความเป็นจริงใหส้ อดคล้องกบั เนื้อหา
และทักษะทต่ี อ้ งการวัด
ผลการเรยี นรู้
1. หาความน่าจะเป็นของเหตุการณ์ที่เกิดจากตัวแปรสุ่มที่มีการแจกแจงเอกรูป การแจกแจงทวิ
นาม และการแจกแจงปกติ และนําไปใช้ในการแก้ปญั หา
2. ตรวจสอบความตอ่ เน่ืองของฟังก์ชนั ทกี่ ําหนดให้
3. หาอนุพนั ธข์ องฟังกช์ นั พชี คณติ ท่ีกําหนดให้ และนําไปใช้แกป้ ัญหา
4. หาปริพนั ธ์ไม่จํากัดเขตและจาํ กดั เขตของ ฟังกช์ นั พชี คณติ ทกี่ ําหนดให้ และนาํ ไปใช้ แกป้ ัญหา
รวม 4 ผลการเรียนรู้
100
คาอธิบายรายวิชา
ค33205 คณิตศาสตร์ กลุ่มสาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์
ชน้ั มัธยมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 40 ช่ัวโมง จานวน 1.0 หนว่ ยกติ
ศกึ ษา ฝึกทักษะและกระบวนการทางคณติ ศาสตร์อนั ไดแ้ ก่ การแกป้ ัญหา การสื่อสารและการส่ือ
ความหมายทางคณิตศาสตร์ การให้เหตผุ ล การเชอ่ื มโยง และความคดิ สรา้ งสรรค์ ในสาระตอ่ ไปนี้
เพ่อื พัฒนาศักยภาพของผ้เู รียนมีความรู้ความเขา้ ใจและสามารถนําความรูใ้ นเน้ือหาเกีย่ วกบั สถิติ
การแจกแจงความนา่ จะเป็น แคลคูลสั เบอ้ื งตน้
โดยจัดประสบการณ์สําหรับห้องเรียนพิเศษที่เน้นเนื้อหาที่กล่าวมาทั้งหมด เป็นเน้ือหาท่ีเป็น
คณิตศาสตร์ชั้นสูง
การวัดและประเมนิ ผล ใช้วธิ ีการที่หลากหลายตามสภาพความเป็นจริงให้สอดคลอ้ งกับเนื้อหา
และทกั ษะท่ตี ้องการวัด
ผลการเรยี นรู้
1. เพอื่ พฒั นาผลสัมฤทธิท์ างการเรยี นของนักเรียนนรายวชิ าคณิตศาสตร์เพิ่มสงู ขึ้น
2. เพ่อื พัฒนาสตปิ ัญญา ความรู้ ความสามารถดา้ นวชิ าคณิตศาสตรใ์ หเ้ พม่ิ ขึน้
รวม 2 ผลการเรียนรู้
101
กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์
102
คาอธิบายรายวิชา
กลุ่มสาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์
103
โครงสรา้ งหลกั สูตรกล่มุ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์
โครงสร้างหลกั สตู รกลุม่ สาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตร์ ช้ันมธั ยมศึกษาปที ี่ 1 – 3
รายวชิ าพื้นฐาน 3 ช่ัวโมง/สัปดาห์ 1.5 หนว่ ยการเรียน
มัธยมศกึ ษาปที ี่ 1 1 ช่ัวโมง/สปั ดาห์ 0.5 หน่วยการเรยี น
3 ชั่วโมง/สัปดาห์ 1.5 หน่วยการเรยี น
ว21101 วิทยาศาสตร์ 1 1 ช่วั โมง/สปั ดาห์ 0.5 หน่วยการเรยี น
ว21102 วทิ ยาการคํานวณ 1
ว21103 วทิ ยาศาสตร์ 2 1 ชัว่ โมง/สปั ดาห์ 0.5 หนว่ ยการเรียน
1 ชัว่ โมง/สัปดาห์ 0.5 หนว่ ยการเรียน
ว21104 การออกแบบเทคโนโลยี 1 1 ชว่ั โมง/สัปดาห์ 0.5 หน่วยการเรียน
รายวิชาเพม่ิ เติม
3 ช่ัวโมง/สัปดาห์ 1.5 หน่วยการเรยี น
ว21201 วิทยาศาสตร์กบั การแกป้ ัญหา 1 ชั่วโมง/สัปดาห์ 0.5 หน่วยการเรยี น
3 ช่ัวโมง/สปั ดาห์ 1.5 หน่วยการเรยี น
ว21202 คอมพิวเตอรเ์ บอ้ื งตน้ 1 ช่ัวโมง/สปั ดาห์ 0.5 หนว่ ยการเรยี น
ว21203 เรมิ่ ตน้ กบั โครงงานวทิ ยาศาสตร์
มัธยมศึกษาปีท่ี 2
ว22101 วิทยาศาสตร์ 3
ว22102 วทิ ยาการคาํ นวณ 2
ว22103 วิทยาศาสตร์ 4
ว22104 การออกแบบเทคโนโลยี 2
รายวิชาเพิ่มเติม
ว22201 สนกุ กบั โครงงานวทิ ยาศาสตร์ 1 ชั่วโมง/สปั ดาห์ 0.5 หนว่ ยการเรยี น
ว22202 พนั ธุกรรมกบั การอยู่รอด 1 ช่วั โมง/สปั ดาห์ 0.5 หน่วยการเรยี น
ว22203 เทคโนโลยสี ารสนเทศ และการสอื่ สาร 1 ช่ัวโมง/สปั ดาห์ 0.5 หนว่ ยการเรยี น
มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 3
ว23101 วิทยาศาสตร์ 5 3 ชั่วโมง/สัปดาห์ 1.5 หน่วยการเรยี น
ว23102 วิทยาการคาํ นวณ 3 1 ชั่วโมง/สัปดาห์ 0.5 หน่วยการเรียน
ว23103 วิทยาศาสตร์ 6 3 ช่ัวโมง/สปั ดาห์ 1.5 หน่วยการเรยี น
ว23104 การออกแบบเทคโนโลยี 3 1 ชวั่ โมง/สปั ดาห์ 0.5 หนว่ ยการเรียน
รายวิชาเพม่ิ เติม
ว23201 โลกท้งั ระบบ 1 ชั่วโมง/สปั ดาห์ 0.5 หนว่ ยการเรียน
ว23202 การสร้าง Webpage ดว้ ยภาษา HTML 1 ชั่วโมง/สปั ดาห์ 0.5 หนว่ ยการเรยี น
ว23203 จับแสงอาทิตย์ 1 ชั่วโมง/สปั ดาห์ 0.5 หน่วยการเรยี น
ว23204 การเขยี นโปรแกรมเบอื้ งตน้ 1 ช่ัวโมง/สัปดาห์ 0.5 หนว่ ยการเรียน
104
โครงสรา้ งหลกั สตู รกลมุ่ สาระการเรียนร้วู ทิ ยาศาสตร์ ช้นั มธั ยมศึกษาปีท่ี 4 – 6
รายวิชาพน้ื ฐาน 2 ชั่วโมง/สปั ดาห์ 1.0 หนว่ ยการเรยี น
มัธยมศึกษาปที ี่ 4
1 ช่ัวโมง/สัปดาห์ 0.5 หน่วยการเรยี น
ว31101 วทิ ยาศาสตร์ชีวภาพ 1 1 ชว่ั โมง/สปั ดาห์ 0.5 หนว่ ยการเรยี น
1 ชว่ั โมง/สปั ดาห์ 0.5 หน่วยการเรียน
ว31102 วทิ ยาการคาํ นวณ 1
ว31103 วิทยาศาสตร์ชวี ภาพ 2
ว31104 การออกแบบเทคโนโลยี 1
รายวิชาเพิ่มเติม
ว30201 ฟิสิกส์ 1 4 ช่วั โมง/สปั ดาห์ 2.0 หนว่ ยการเรยี น
ว30221 เคมี 1 3 ช่ัวโมง/สัปดาห์ 1.5 หนว่ ยการเรยี น
ว30221 ชีววิทยา 1 3 ชั่วโมง/สปั ดาห์ 1.5 หนว่ ยการเรียน
ว30281 การใชง้ าน google app เพื่อการศึกษา 2 ชว่ั โมง/สปั ดาห์ 1.0 หน่วยการเรียน
ว30202 ฟิสกิ ส์ 2 4 ชั่วโมง/สปั ดาห์ 2.0 หน่วยการเรียน
ว30222 เคมี 2 3 ชว่ั โมง/สัปดาห์ 1.5 หน่วยการเรียน
ว30242 ชีววทิ ยา 2 3 ชว่ั โมง/สปั ดาห์ 1.5 หนว่ ยการเรียน
ว30261 โลก ดาราศาสตรแ์ ละอวกาศ 1 2 ชั่วโมง/สปั ดาห์ 1.0 หนว่ ยการเรียน
ว30282 สือ่ สรา้ งสรรค์ 3 ช่ัวโมง/สปั ดาห์ 1.5 หน่วยการเรียน
รายวชิ าพ้นื ฐาน 2 ช่ัวโมง/สปั ดาห์ 1.0 หน่วยการเรยี น
1 ชั่วโมง/สัปดาห์ 0.5 หน่วยการเรยี น
มัธยมศกึ ษาปีที่ 5
ว32101 วทิ ยาศาสตร์กายภาพ 1(เคมี) 2 ชั่วโมง/สัปดาห์ 1.0 หนว่ ยการเรยี น
ว32102 วิทยาการคํานวณ 2
ว32103 วิทยาศาสตรก์ ายภาพ 2 (ฟสิ ิกส์)
รายวชิ าเพิม่ เติม
ว30203 ฟสิ ิกส์ 3 3 ชั่วโมง/สัปดาห์ 1.5 หน่วยการเรยี น
1.5 หน่วยการเรยี น
ว30223 เคมี 3 3 ช่ัวโมง/สัปดาห์ 1.5 หนว่ ยการเรยี น
ว30243 ชวี วิทยา 3 3 ช่ัวโมง/สปั ดาห์ 1.0 หนว่ ยการเรยี น
1.5 หนว่ ยการเรยี น
ว30284 การออกแบบผลติ ภัณฑด์ ้วยคอมพวิ เตอร์ 2 ชว่ั โมง/สปั ดาห์ 1.5 หน่วยการเรยี น
ว30204 ฟสิ ิกส์ 4 3 ชั่วโมง/สปั ดาห์ 1.5 หน่วยการเรยี น
0.5 หน่วยการเรียน
ว30224 เคมี 4 3 ช่ัวโมง/สัปดาห์ 0.5 หน่วยการเรียน
ว30244 ชีววิทยา 4 3 ชั่วโมง/สัปดาห์ 1.5 หน่วยการเรียน
ว30262 โลก ดาราศาสตร์และอวกาศ 2 1 ชั่วโมง/สปั ดาห์
ว30283 การเขียนโปรแกรมดว้ ยภาษา Visaul Basic 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
ว30285 การสร้างภาพเคลื่อนไหว 3 ชว่ั โมง/สปั ดาห์
รายวชิ าพื้นฐาน 2 ช่ัวโมง/สปั ดาห์ 105
มัธยมศกึ ษาปีที่ 6 1 ช่ัวโมง/สัปดาห์
2 ช่ัวโมง/สปั ดาห์ 1.0 หนว่ ยการเรยี น
ว33101 วทิ ยาศาสตร์กายภาพ 3 (ฟิสกิ ส)์ 0.5 หน่วยการเรยี น
ว33102 การออกแบบเทคโนโลยี 2 1.0 หน่วยการเรียน
ว33103 โลก ดาราศาสตรแ์ ละอวกาศพืน้ ฐาน
รายวชิ าเพ่มิ เตมิ 3 ช่ัวโมง/สปั ดาห์ 1.5 หนว่ ยการเรียน
ว30205 ฟสิ ิกส์ 5
3 ช่ัวโมง/สปั ดาห์ 1.5 หน่วยการเรียน
ว30225 เคมี 5 3 ช่ัวโมง/สัปดาห์ 1.5 หนว่ ยการเรียน
ว30245 ชีววทิ ยา 5 4 ช่ัวโมง/สัปดาห์ 2.0 หน่วยการเรยี น
ว30287 คอมพิวเตอรก์ ราฟกิ 2
2 ช่ัวโมง/สปั ดาห์ 1.0 หนว่ ยการเรยี น
ว30289 คอมพวิ เตอรก์ ราฟกิ 4 3 ชั่วโมง/สปั ดาห์ 1.5 หน่วยการเรยี น
ว30206 ฟสิ ิกส์ 6 2 ชว่ั โมง/สปั ดาห์ 1.0 หน่วยการเรยี น
ว30226 เคมี 6 (STEM สรา้ งสรรค์)
3 ช่ัวโมง/สปั ดาห์ 1.5 หนว่ ยการเรยี น
ว30246 ชีววิทยา 6 2 ชั่วโมง/สปั ดาห์ 1.0 หนว่ ยการเรยี น
ว30263 โลก ดาราศาสตร์และอวกาศ 3 2 ช่ัวโมง/สัปดาห์ 1.0 หน่วยการเรียน
ว30286 คอมพวิ เตอรก์ ราฟกิ 1
4 ชั่วโมง/สปั ดาห์ 2.0 หนว่ ยการเรยี น
ว30288 คอมพวิ เตอรก์ ราฟิก 3 3 ช่ัวโมง/สปั ดาห์ 1.5 หนว่ ยการเรียน
ว30290 คอมพวิ เตอร์กราฟิก 3
106
คาอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน
ม.ต้น
107
คาอธิบายรายวิชาพนื้ ฐาน
ว21101 วิทยาศาสตร์ 1 กล่มุ สาระการเรียนรูว้ ทิ ยาศาสตร์
ชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 60 ช่วั โมง จานวน 1.5 หน่วยกิต
ศกึ ษา วิเคราะห์ สํารวจ สืบค้นข้อมูลสมบัติทางกายภาพบางประการของธาตุ และการใช้
ประโยชนจ์ ากธาตุโลหะ อโลหะ ก่ึงโลหะ และธาตุกมั มันตรงั สี จุดเดอื ด จดุ หลอมเหลว และความหนาแน่น
ของสารบรสิ ุทธ์แิ ละสารผสม ความสัมพันธร์ ะหว่างอะตอม ธาตุ และสารประกอบ โครงสร้างอะตอม การ
จดั เรยี งอนุภาค แรงยดึ เหน่ียวระหวา่ งอนภุ าค และการเคลอ่ื นทีข่ องอนภุ าค แบบจาํ ลองของสสารในแต่ละ
สถานะ พลังงานความร้อนกับการเปล่ียนสถานะของสสาร เซลล์พืช เซลล์สัตว์ และหน้าที่ของ
องค์ประกอบภายในเซลล์ รูปร่างและโครงสร้างต่าง ๆ ภายในเซลล์ การจัดระบบของสิ่งมีชีวติ การแพร่
และออสโมซสิ การสังเคราะหด์ ้วยแสงของพืช ลกั ษณะและหนา้ ทข่ี องท่อลําเลยี งนา้ํ และท่อลําเลียงอาหาร
ประโยชน์ของพืชท่ีมตี ่อส่ิงมีชีวติ และส่ิงแวดล้อม ลักษณะและหน้าท่ีของไซเลม็ และโฟลเอ็ม การสืบพันธ์ุ
แบบอาศัยเพศและไมอ่ าศัยเพศของพืชดอก โครงสร้างของดอก การถ่ายเรณู การปฏิสนธิของพืชดอก การ
เกิดผลและเมล็ด ธาตุอาหารที่มีผลต่อการเจรญิ เติบโตของพืช เทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงเน้ือเยอ่ื พืช การ
ขยายพันธพุ์ ชื
โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสํารวจตรวจสอบ และการ
อภิปราย เพ่ือให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถสื่อสารส่ิงท่ีเรียนรู้ มีความสามารถในการ
ตดั สินใจ แก้ปญั หา รวมทั้งนําความรไู้ ปใชป้ ระโยชน์
มีจิตวทิ ยาศาสตร์ จรยิ ธรรม คุณธรรม และค่านิยมทเ่ี หมาะสม ตลอดจนตระหนักถงึ ปรัชญา
ของเศรษฐกิจพอเพียง
มาตรฐานและตัวช้ีวดั
ว 1.2 ม.1/1-18
ว 2.1 ม.1/1-10
รวมทัง้ หมด 28 ตวั ช้ีวดั
108
คาอธิบายรายวิชาพ้ืนฐาน
ว21102 วทิ ยาการคานวณ 1 กลุม่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 20 ชั่วโมง จานวน 0.5 หน่วยกติ
ศึกษาแนวคิดเชิงนามธรรม การคัดเลือกคุณลักษณะที่จําเป็นต่อการแก้ปัญหา ขั้นตอนการ
แก้ปัญหา การเขียนรหัสลําลองและผังงาน การเขยี นออกแบบและเขยี นโปรแกรมอยา่ งง่ายทม่ี ีการใช้งาน
ตัวแปร เงื่อนไข และการวนซาํ้ เพอ่ื แก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์หรือวทิ ยาศาสตร์การรวบรวมข้อมูลปฐมภูมิ
การประมวลผลข้อมลู การสร้างทางเลอื กและประเมนิ ผลเพ่ือตัดสนิ ใจซอฟตแ์ วรแ์ ละบรกิ ารบนอนิ เทอรเ์ นต็
ท่ใี ช้ในการจัดการข้อมูล แนวทางการใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศให้ปลอดภยั การจัดการอัตลักษณ์ การ
พิจารณาความเหมาะสมของเน้ือหา ข้อตกลงและข้อกําหนดการใช้สื่อและแหล่งข้อมูลนําแนวคิดเชิง
นามธรรมและข้ันตอนการแก้ปัญหา ไปประยุกต์ใช้ในการเขียนโปรแกรม หรือ การแก้ปัญหาในชีวิตจริง
รวบรวมข้อมูลและสร้างทางเลือก ในการตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพและตระหนักถึงการ ใช้งาน
เทคโนโลยีสารสนเทศอยา่ งปลอดภัย เกิดประโยชน์ต่อการเรยี นรู้ และไม่สรา้ งความเสยี หายให้แกผ่ อู้ น่ื
มาตรฐานและตัวชว้ี ัด
ว. 4.2 ม.1/1-4
รวมทั้งหมด 4 ตัวช้วี ัด
109
คาอธิบายรายวิชาพ้นื ฐาน
ว21103 วทิ ยาศาสตร์ 2 กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์
ชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี 1 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 60 ช่ัวโมง จานวน 1.5 หนว่ ยกติ
ศกึ ษา วิเคราะห์ สํารวจ สบื ค้นข้อมลู ดันอากาศกับความสงู จากพืน้ โลก ปรมิ าณความรอ้ น
การเปล่ียนแปลงอุณหภูมิและสถานะของสสาร การวัดอุณหภูมิของสสาร การขยายตัวหรือหดตัวของ
สสาร การถา่ ยโอนความรอ้ น สมดุลความร้อนการแบ่งช้ันบรรยากาศ ลมฟ้าอากาศ กระบวนการเกดิ พายุ
ฝนฟ้าคะนองและพายุเขตร้อน การพยากรณ์อากาศ การเปล่ียนแปลงภูมิอากาศโลก แนวคิดหลักของ
เทคโนโลยใี นชีวิตประจาํ วัน การใช้ความรูด้ า้ นเทคโนโลยี เพือ่ แก้ปญั หาในชีวติ ประจําวนั
โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสบื เสาะหาความรู้ การสํารวจตรวจสอบ และการ
อภิปราย เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถสื่อสารสิ่งท่ีเรียนรู้ มีความสามารถในการ
ตัดสินใจ แกป้ ัญหา รวมท้ังนําความรไู้ ปใช้ประโยชน์
มีจิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม คณุ ธรรม และคา่ นิยมท่ีเหมาะสม ตลอดจนตระหนักถึงปรัชญา
ของเศรษฐกิจพอเพยี ง
มาตรฐานและตวั ชว้ี ัด
ว 2.2 ม.1/1
ว 2.3 ม.1/1-7
ว 3.2 ม.1/1-7
รวมทงั้ หมด 15 ตัวชีว้ ัด
110
คาอธบิ ายรายวิชาพื้นฐาน
ว21104 การออกแบบเทคโนโลยี 1 กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ชัน้ มัธยมศึกษาปีท่ี 1 ภาคเรียนท่ี 2 เวลา 20 ช่ัวโมง จานวน 0.5 หน่วยกติ
ศึกษา อธบิ ายความหมายของเทคโนโลยี วเิ คราะห์สาเหตหุ รอื ปัจจัยทส่ี ่งผลตอ่ การเปลี่ยนแปลง
ของเทคโนโลยี การทํางานของระบบทางเทคโนโลยี ประยุกต์ใช้ความรู้ ทักษะ และทรัพยากร โดย
วิเคราะห์เปรียบเทียบและเลือกข้อมูลท่ีจําเป็นเพื่อออกแบบวิธีการแก้ปัญหาในชีวิตประจําวันในด้าน
การเกษตรและอาหาร และสร้างชิ้นงานหรือพัฒนาวิธีการโดยใช้กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม
รวมทัง้ เลอื กใชว้ ัสดอุ ปุ กรณ์ เครอื่ งมือในการแก้ปญั หาไดอ้ ย่างถกู ตอ้ ง เหมาะสม และปลอดภยั
มาตรฐานและตัวชี้วดั
ว. 4.1 ม.1/1-5
รวมทั้งหมด 5 ตัวชว้ี ดั
111
คาอธบิ ายรายวิชาพื้นฐาน
ว22101 วทิ ยาศาสตร์ 3 กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์
ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 2 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 60 ชัว่ โมง จานวน 1.5 หน่วยกติ
ศึกษา อธิบาย วิเคราะห์ ตระหนัก เปรียบเทียบ พยากรณ์ ออกแบบการทดลอง และทดลอง
โครงสร้าง หน้าท่ีและกลไกลของการทํางานระบบหายใจ ระบบขับถ่าย ระบบหมุนเวียนเลือด ระบบ
ประสาท และระบบสืบพันธ์ุ การเปล่ียนแปลงของร่างกายเมอ่ื เขา้ สู่วัยหน่มุ สาว การคมุ กาํ เนดิ การแยก
สารผสมด้วยวิธีการต่างๆ นําวิธีการแยกสารไปใช้แก้ปัญหา ในชีวิตประจําวันโดยบรู ณาการวิทยาศาสตร์
คณิตศาสตร์ เทคโนโลยี และวิศวกรรมศาสตร์ สารละลาย หาความเข้มข้นเป็นร้อยละ ปริมาตรต่อ
ปรมิ าตร มวลต่อมวล และมวลต่อปริมาตร และนาํ ไปใชใ้ นชวี ิตประจาํ วนั ไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ งและปลอดภัย การ
เคลื่อนที่ของวัตถุ แรงลัพธ์ แรงพยุง แรงเสียดทานสถติ แรงเสยี ดทานจลน์ และแรงอ่ืนๆที่กระทําต่อ
วัตถุ ประโยชน์ของความรู้เรื่องแรงเสียดทาน โมเมนต์ของแรง และนําหลักการของโมเมนต์ไปใช้
ประโยชน์
โดยใชก้ ระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสืบค้นขอ้ มลู และการอภิปราย
สถานการณ์ที่กาํ หนดโดยใชห้ ลักฐานเชิงประจักษ์ สารสนเทศ เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ
ความตระหนัก สามารถส่ือสารส่ิงที่เรียนรู้ มีความสามารถในการตัดสินใจ นําความรู้ไปใช้ใน
ชีวิตประจําวัน มีจิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และค่านิยมที่เหมาะสมตามหลักปรัชญาของ
เศรษฐกิจพอเพยี ง
มาตรฐานและตวั ชี้วัด
ว 1.2 ม.2/1-17
ว 2.1 ม.2/1-6
ว 2.2 ม.2/1-2/10
รวมทง้ั หมด 33 ตวั ช้วี ัด
112
คาอธิบายรายวชิ าพ้นื ฐาน
ว22102 วิทยาการคานวณ 2 กล่มุ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ชัน้ มธั ยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 20 ช่ัวโมง จานวน 0.5 หนว่ ยกติ
ศึกษาแนวคิดเชิงนามธรรม การคัดเลือกคุณลักษณะที่จําเป็นต่อการแก้ปัญหา ข้ันตอนการ
แก้ปัญหา การเขียนรหสั ลําลองและผังงาน การเขยี นออกแบบและเขียนโปรแกรมอยา่ งง่ายทีม่ ีการใช้งาน
ตัวแปร เงื่อนไข และการวนซํ้า เพื่อแกป้ ัญหาทางคณิตศาสตร์หรือวิทยาศาสตร์การรวบรวมขอ้ มูลปฐมภูมิ
การประมวลผลขอ้ มูล การสรา้ งทางเลอื กและประเมินผลเพ่ือตัดสนิ ใจซอฟตแ์ วรแ์ ละบรกิ ารบนอินเทอรเ์ นต็
ท่ีใช้ในการจัดการข้อมูล แนวทางการใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศให้ปลอดภยั การจัดการอัตลักษณ์ การ
พิจารณาความเหมาะสมของเนื้อหา ข้อตกลงและข้อกําหนดการใช้ส่ือและแหล่งข้อมูลนําแนวคิดเชิง
นามธรรมและข้ันตอนการแก้ปัญหา ไปประยุกต์ใช้ในการเขียนโปรแกรม หรือ การแก้ปัญหาในชีวิตจริง
รวบรวมข้อมูลและสร้างทางเลือก ในการตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพและตระหนักถึงการใช้งาน
เทคโนโลยสี ารสนเทศอยา่ งปลอดภยั เกดิ ประโยชนต์ ่อการเรียนรู้ และไม่สร้างความเสียหายให้แกผ่ อู้ ื่น
มาตรฐานและตัวชีว้ ดั
ว. 4.2 ม.2/1-4
รวมทั้งหมด 4 ตวั ช้วี ดั
113
คาอธิบายรายวิชาพน้ื ฐาน
ว22103 วทิ ยาศาสตร์ 4 กล่มุ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์
ชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ 2 ภาคเรียนท่ี 2 เวลา 60 ชั่วโมง จานวน 1.5 หน่วยกติ
ศึกษา วิเคราะห์ อธิบาย คํานวณ ตระหนัก เปรียบเทียบ นําเสนอ สร้างแบบจําลอง เขียน
แผนภาพ สนามแม่เหล็ก สนามไฟฟ้า และสนามโน้มถ่วง ความสมั พนั ธร์ ะหว่างขนาดของ แรงแม่เหล็ก
แรงไฟฟ้าและแรงโน้มถว่ งทีก่ ระทําต่อวตั ถุในสนามน้นั ๆ อัตราเร็วและความเรว็ การกระจดั
งานและกําลงั หลักการทาํ งานของเครื่องกลอย่างง่ายและประยุกตใ์ ชใ้ นชีวิตประจําวนั พลังงานจลน์ และ
พลังงานศักยโ์ นม้ ถ่วง กฎการอนรุ ักษพ์ ลงั งาน เชอ้ื เพลิงซากดกึ ดําบรรพ์ พลงั งานทดแทนและแนวทาง
การใช้พลังงานทดแทนที่เหมาะสมในท้องถ่ิน โครงสร้างภายในโลก กระบวนการผุพังอยู่กับท่ี
การกร่อน และการเกิดตะกอน กระบวนการเกิดดิน และลักษณะชั้นหน้าตัดดิน สมบัติบางประการของ
ดนิ กระบวนการเกดิ แหลง่ นํา้ ผวิ ดนิ และแหลง่ นา้ํ ใตด้ ิน แนวทางการใช้นาํ้ อยา่ งย่งั ยนื ในท้องถิ่น ผลกระทบ
ของน้าํ ทว่ ม การกัดเซาะชายฝง่ั ดนิ ถลม่ หลุมยบุ แผน่ ดนิ ทรดุ
โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสืบค้นข้อมูล สร้างแบบจําลอง
ออกแบบ และการอภปิ ราย เพ่อื ให้เกดิ ความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถส่ือสารส่ิงทเ่ี รยี นรู้
มคี วามสามารถในการตัดสินใจ นําความรไู้ ปใช้ในชีวิตประจําวัน มีจิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม
คุณธรรม และค่านยิ มทเี่ หมาะสมโดยยดึ หลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
มาตรฐานและตวั ช้วี ดั
ว 2.2 ม.2/11-15
ว 2.3 ม.2/1-6
ว 3.2 ม.2/1-10
รวมท้ังหมด 21 ตัวช้วี ัด
114
อธิบายรายวิชาพ้ืนฐาน
ว22104 การออกแบบเทคโนโลยี 2 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 2 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 20 ชว่ั โมง จานวน 0.5 หน่วยกติ
ผู้เรียนจะได้รับการพัฒนาให้มีความรู้ ความเข้าใจ ในกระบวนการเทคโนโลยี ประกอบด้วย
กาํ หนดปัญหาหรือความต้องการ รวบรวมข้อมลู เลือกวธิ ีการ ออกแบบและปฏบิ ัตกิ าร ทดสอบ ปรับปรุง
แก้ไข และประเมนิ ผล
ใช้กระบวนการเทคโนโลยี ในการแก้ปัญหาหรือสนองความต้องการในการสร้างส่ิงของเคร่ืองใช้
หรอื วิธีการ ใชค้ วามรเู้ ก่ียวกบั กลไกและการควบคมุ ไฟฟ้า - อเิ ลก็ ทรอนิกส์ โดยถา่ ยทอดความคิดเปน็ ภาพ
๓ มติ ิ หรือภาพฉาย เพ่อื นาํ ไปสกู่ ารสร้างต้นแบบของส่งิ ของเครอื่ งใช้ หรอื ถ่ายทอดความคดิ ของวธิ ีการเป็น
แบบจําลองความคิดและรายงานผล มีความคิดสร้างสรรค์ได้แก่ ความคิดริเร่ิม ความคิดคล่อง ความคิด
ยดื หย่นุ และความคดิ ละเอยี ดลออในการแก้ปัญหาหรอื สนองความต้องการในงานที่ผลิตเอง
สามารถเลือกใช้เทคโนโลยอี ย่างสร้างสรรคต์ อ่ ชีวิต สงั คม สงิ่ แวดลอ้ ม และมีการจดั การเทคโนโลยี
ด้วยการลดการใช้ทรัพยากรหรือใช้เทคโนโลยีท่ีไม่มีผลกระทบต่อส่ิงแวดล้อม ซึ่งเป็นส่วนหน่ึงของการ
จดั การเทคโนโลยีด้วยเทคโนโลยีสะอาด รวมถึงการใชพ้ ลงั งานหมุนเวียนซึง่ เปน็ ส่วนหนงึ่ ของการลดการใช้
ทรพั ยากร
มาตรฐานและตัวชวี้ ัด
ว. 4.1 ม.2/1-5
รวมทง้ั หมด 5 ตัวชี้วัด
115
คาอธิบายรายวิชาพน้ื ฐาน
ว23101 วทิ ยาศาสตร์ 5 กล่มุ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์
ช้นั มธั ยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 60 ช่ัวโมง จานวน 1.5 หน่วยกิต
ศึกษา อธิบาย วิเคราะห์ ระบุ ออกแบบ วัสดปุ ระเภทพอลิเมอร์ เทอร์มอพลาสติกและเทอร์มอ
เซตของพอลเิ มอรผ์ ลกระทบของการใชผ้ ลิตภัณฑพ์ อลเิ มอร์ที่มตี ่อสิ่งมีชวี ติ และสง่ิ แวดลอ้ ม เซรามกิ ส์ และ
วัสดุผสม การเกดิ ปฏกิ ิริยาเคมี ประเภทของปฏิกริ ิยาเคมี ปัจจยั ที่มีผลตอ่ อตั ราการเกดิ ปฏกิ ริ ิยาเคมี กฎ
ทรงมวล การเกิดปฏิกิริยาเคมีในชีวิตประจําวัน ผลกระทบที่เกิดจากปฏิกิริยาเคมีต่อสิ่งมีชีวิตและ
สิ่งแวดล้อม สารกัมมันตรังสี และคํานวณคร่ึงชีวิต การสะท้อนแสง การหักเหของแสง การเล้ียวเบน
และการรวมคลน่ื การเดนิ ทางของแสงผา่ นตัวกลาง ภาพทีเ่ กดิ จากกระจกและเลนส์ ทัศนูปกรณ์ ความ
สว่างและการมองเห็น ความสัมพันธ์ระหว่าง ยีน ดีเอ็นเอและโครโมโซม การถ่ายทอดลักษณะทาง
พันธุกรรม การถ่ายทอดลักษณะท่ถี ูกควบคุมด้วยยีนท่ีอยู่บนโครโมโซมเพศและมัลตเิ ปิลแอลลีล กฎของ
เมนเดล การแบ่งเซลล์ มิวเทชัน โรคทางพันธุกรรม การใช้ประโยชน์จากความรู้ด้านพันธุศาสตร์
ส่ิงมีชวี ิตดดั แปรทางพนั ธุกรรมและผลกระทบท่ีมีตอ่ มนุษยแ์ ละส่งิ แวดล้อม
โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสํารวจตรวจสอบ การสืบค้น
ข้อมูลและการอภิปราย เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถส่ือสารส่ิงที่ได้เรียนรู้มี
ความสามารถในการตดั สนิ ใจ นําความรูไ้ ปใช้ในชีวิตประจําวนั โดยตลอดจนตระหนักถงึ ปรัชญาเศรษฐกิจ
พอเพยี ง จิตวทิ ยาศาสตร์ จริยธรรม คณุ ธรรม และค่านิยมทเ่ี หมาะสม
มาตรฐานและตวั ชีว้ ัด
ว 1.3 ม.3/1-8
ว 2.1 ม.3/1-8
ว 2.3 ม.3/13-21
รวมทง้ั หมด 25 ตวั ชี้วัด
116
คาอธิบายรายวิชาพื้นฐาน
ว23102 วิทยาการคานวณ 3 กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 3 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 20 ชัว่ โมง จานวน 0.5 หน่วยกิต
ศึกษาแนวคิดเชิงนามธรรม การคัดเลือกคุณลักษณะที่จําเป็นต่อการแก้ปัญหา ข้ันตอนการ
แกป้ ัญหา การเขียนรหสั ลําลองและผังงาน การเขียนออกแบบและเขียนโปรแกรมอยา่ งง่ายท่มี ีการใช้งาน
ตัวแปร เง่ือนไข และการวนซํา้ เพอ่ื แก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์หรือวทิ ยาศาสตร์การรวบรวมขอ้ มูลปฐมภูมิ
การประมวลผลขอ้ มูล การสร้างทางเลอื กและประเมนิ ผลเพื่อตดั สนิ ใจซอฟต์แวรแ์ ละบรกิ ารบนอินเทอรเ์ นต็
ท่ใี ชใ้ นการจัดการข้อมูล แนวทางการใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศให้ปลอดภยั การจัดการอัตลักษณ์ การ
พิจารณาความเหมาะสมของเนื้อหา ข้อตกลงและข้อกําหนดการใช้ส่ือและแหล่งข้อมูลนําแนวคิดเชิง
นามธรรมและข้ันตอนการแก้ปัญหา ไปประยุกต์ใช้ในการเขียนโปรแกรม หรือ การแก้ปัญหาในชีวิตจริง
รวบรวมข้อมูลและสร้างทางเลือก ในการตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพและตระหนักถึงการใช้งาน
เทคโนโลยสี ารสนเทศอยา่ งปลอดภัย เกดิ ประโยชนต์ อ่ การเรียนรู้ และไมส่ ร้างความเสยี หายให้แกผ่ ู้อน่ื
มาตรฐานและตัวช้วี ัด
ว. 4.2 ม.3/1-4
รวมท้ังหมด 4 ตัวช้วี ดั
117
คาอธิบายรายวชิ าพื้นฐาน
ว23103 วทิ ยาศาสตร์ 6 กลุม่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 60 ชว่ั โมง จานวน 1.5 หนว่ ยกติ
ศึกษา อธิบาย ระบุ วิเคราะห์ เปรยี บเทียบ ความสัมพันธ์ระหวา่ งความต่างศกั ย์ กระแสไฟฟ้า
และความต้านทาน กฎของโอห์ม การต่อวงจรไฟฟ้าในบ้าน การคํานวณพลังงานไฟฟ้า การเลือก
เครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างประหยัดและปลอดภัย เทคโนโลยีท่ีนํามาแก้ปัญหาหรือตอบสนองความต้องการ
ทางด้านพลงั งาน การต่อวงจรอิเลก็ ทรอนกิ สเ์ บอื้ งต้น การเกดิ คลืน่ คล่ืนแมเ่ หล็กไฟฟ้าและ สเปกตรัมคลื่น
แม่เหล็กไฟฟ้า การโคจรของดวงเคราะห์รอบดวงอาทติ ย์ การเกิดฤดูกาล การเคลื่อนท่ีปรากฏของดวง
อาทติ ย์ การสงั เกตเหน็ ทางช้างเผอื กของคนบนโลก การเกดิ ขา้ งข้ึนข้างแรม การเปลยี่ นแปลงเวลาการข้นึ
และตกของดวงจนั ทร์ การเกิดน้ําข้ึนนํ้าลง เทคโนโลยีอวกาศ โครงการสาํ รวจอวกาศ องค์ประกอบของ
ระบบนเิ วศ ความสัมพนั ธร์ ะหว่างสิ่งมีชวี ติ และสงิ่ แวดล้อม การถา่ ยทอดพลังงานของสิง่ มีชวี ติ สมดลุ ของ
ระบบนิเวศ ประชากร ความหลากหลายทางชีวภาพ สมดุลระบบนิเวศ ปั ญหาสิ่งแวดล้อมและ
ทรัพยากรในท้องถน่ิ การใชท้ รัพยากรอยา่ งยงั่ ยืนตามปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสํารวจตรวจสอบ การสืบค้น
ข้อมูลและการอภิปราย เพ่ือให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถส่ือสารสิ่งที่ได้เรียน รู้ มี
ความสามารถในการตัดสินใจ เห็นคุณค่าของการนําความรู้ไปใช้ในชีวิตประจําวัน มีจิตวิทยาศาสตร์
จริยธรรม คณุ ธรรม และคา่ นยิ มทเี่ หมาะสมตลอดจนตระหนักถงึ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
มาตรฐานและตัวชี้วดั
ว 1.1 ม.3/1-6
ว 1.3 ม.3/9-11
ว 2.3 ม.3/1-12
ว 3.1 ม.3/1-4
รวม 25 ตวั ชีว้ ัด
118
คาอธิบายรายวชิ าพืน้ ฐาน
ว23104 การออกแบบเทคโนโลยี 3 กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 3 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 20 ชว่ั โมง จานวน 0.5 หน่วยกิต
ศกึ ษา อธบิ ายความหมายของเทคโนโลยี วิเคราะหส์ าเหตุหรือปัจจัยที่ส่งผลตอ่ การเปลี่ยนแปลง
ของเทคโนโลยี การทํางานของระบบทางเทคโนโลยี ประยุกต์ใช้ความรู้ ทักษะ และทรัพยากร โดย
วิเคราะห์เปรียบเทียบและเลือกข้อมูลที่จําเป็นเพ่ือออกแบบวิธีการแก้ปัญหาในชีวิตประจําวันในด้าน
การเกษตรและอาหาร และสร้างช้ินงานหรือพัฒนาวิธีการโดยใช้กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม
รวมท้งั เลอื กใช้วัสดุอุปกรณ์ เครอ่ื งมอื ในการแกป้ ญั หาไดอ้ ย่างถูกตอ้ ง เหมาะสม และปลอดภัย
มาตรฐานและตวั ชวี้ ัด
ว. 4.2 ม.3/1-5
รวมท้งั หมด 5 ตวั ชวี้ ัด
119
คาอธบิ ายรายวชิ าเพิ่มเตมิ
ม.ต้น
120
คาอธิบายรายวชิ าเพิ่มเติม
ว21201 วทิ ยาศาสตรก์ บั การแก้ปัญหา กลุ่มสาระการเรยี นร้วู ิทยาศาสตร์
ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 1 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 40 ชั่วโมง จานวน 1.0 หนว่ ยกติ
มีทักษะการกําหนดและควบคุมตวั แปร คํานวณ ส่ือความหมายข้อมูล จัดทาํ ข้อมูล จําแนกประเภท
ตงั้ สมมติฐาน ทดลอง กําหนดนิยามเชิงปฏิบัติการ วิเคราะห์ข้อมูล แปลความหมายขอ้ มูล ตีความหมาย
ข้อมูลลงข้อสรปุ คาดคะเน โดยใชก้ ระบวนการทางวิทยาศาสตร์และทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
13 กระบวนการ กระบวนการสบื เสาะหาความรูเ้ พ่อื ใหเ้ กดิ ทกั ษะกระบวนการ ความรู้ความคดิ ความเข้าใจ
สามารถสอ่ื สารสิ่งทเ่ี รียนรแู้ ละนําความรู้ไปใชใ้ นชีวติ ประจาํ วนั ดูแลรกั ษาส่ิงมชี ีวิตอ่นื เฝา้ ระวังและพฒั นา
สง่ิ แวดลอ้ มอยา่ งยงั่ ยืน มจี ิตวิทยาศาสตร์ มคี ณุ ธรรมมจี รยิ ธรรม และค่านิยมท่เี หมาะสม
ผลการเรยี นรู้
1. มีความเข้าใจ สามารถอธบิ ายทักษะและฝึกทักษะกระบวนการ การกาํ หนดและควบคมุ ตัวแปร
และการนาํ ไปใชป้ ระโยชน์
2. มีความเข้าใจ สามารถอธบิ ายและฝึกทกั ษะกระบวนการคํานวณ และการนาํ ไปใช้ประโยชน์
3. มีความเข้าใจ สามารถอธิบายและฝึกทักษะกระบวนการจัดทําและส่ือความหมายข้อมูลและ
การนาํ ไปใช้ ประโยชน์
4. มีความเข้าใจ สามารถอธิบายและฝึกทักษะกระบวนการจําแนกประเภท และการนําไปใช้
ประโยชน์
5. มีความเข้าใจ สามารถอธิบายและฝึกทักษะกระบวนการต้ังสมมติฐาน และการนําไปใช้
ประโยชน์
6. มคี วามเข้าใจ สามารถอธิบายและฝกึ ทักษะการตคี วามหมายขอ้ มลู และลงข้อสรุป
7. มคี วามเข้าใจ สามารถอธิบายและฝึกทกั ษะกระบวนการทดลอง
8. มคี วามเข้าใจ สามารถอธิบายและฝกึ ทักษะกระบวนการกาํ หนดนิยามเชงิ ปฏบิ ตั ิการ
9. มคี วามเข้าใจ สามารถอธิบายและฝึกทักษะกระบวนการพยากรณ์
10. มีความเขา้ ใจ สามารถอธบิ ายและฝึกทกั ษะกระบวนการลงความเห็นจากขอ้ มูล
11. มคี วามเข้าใจสามารถอธบิ ายและฝึกทักษะกระบวนการวดั
12. มีความเขา้ ใจ สามารถอธบิ ายและฝกึ ทักษะกระบวนการสังเกต
13. มีความเข้าใจ สามารถอธิบายและฝึกทักษะกระบวนการหาความสัมพันธ์ระหวา่ งมิติกับมิติ
และมติ ิกบั เวลา
รวม 13 ผลการเรยี นรู้
121
คาอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม
221202 คอมพิวเตอรเ์ บอื้ งต้น กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ช้ันมธั ยมศึกษาปีท่ี 1 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 20 ชั่วโมง จานวน 0.5 หน่วยกติ
ศึกษา ค้นคว้าเร่อื ง ววิ ัฒนาการและความเป็นมาของเคร่ืองคอมพิวเตอร์ เข้าใจหลกั การทํางาน
ของเครื่องคอมพวิ เตอร์ ท้ังด้านฮารด์ แวร์ ซอฟตแ์ วร์ รู้และเขา้ ใจหนา้ ทีก่ ารทาํ งานของอุปกรณ์แตล่ ะสว่ น
บทบาทและประโยชนข์ องคอมพิวเตอรใ์ นการช่วยอาํ นวยความสะดวก
ในกิจกรรมต่าง ๆ มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ บทบาทความสําคัญ
ความก้าวหน้า พัฒนาการและผลกระทบของเทคโนโลยีสารสนเทศ มีความรู้ความเข้าใจเรื่องข้อมูลและ
สารสนเทศ โครงสรา้ งของข้อมูล กระบวนการจดั ทําขอ้ มลู ให้เป็นสารสนเทศ การสอ่ื สารข้อมูล พัฒนาการ
ของการส่ือสารข้อมูล อุปกรณ์สื่อสารสําหรับเช่ือมโยงเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ชนิดของเครือข่าย
คอมพิวเตอร์ เทคโนโลยีการรบั สง่ ข้อมลู ภายในเครอื ขา่ ยคอมพิวเตอร์ ประโยชนข์ องเครอื ขา่ ยคอมพวิ เตอร์
โดยสามารถแยกประเภทของอุปกรณ์คอมพิวเตอร์แต่ละชนิด เลือกใช้ซอฟต์แวร์สร้างงานได้
เหมาะสมกับประเภทของาน มีมารยาท มีจิตสํานึกในการบํารุงรักษาและการใช้คอมพิวเตอร์ เพื่อไว้ใช้
ประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่า สามารถนําความรู้ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ให้เกิด
ประโยชนต์ ่อตนเองและสงั คมทั้งทางตรง และทางอ้อม และใช้ในชีวติ ประจาํ ไดอ้ ย่างคุ้มค่าและเหมาะสม
สามารถคัดเลือก จัดเก็บขอ้ มูลและสารสนเทศใหถ้ ูกต้อง สามารถรับส่งขอ้ มูลภายในเครือขา่ ยคอมพิวเตอร์
ได้ รักการทํางาน และนําความรู้มาใช้แก้ปัญหาในการทํางาน ปฏิบัติงานด้วยความภูมิใจ และทํางาน
ร่วมกบั ผ้อู ืน่ ได้ มีพน้ื ฐานในการดํารงชีวติ อยูใ่ นสงั คมได้อย่างมีความสขุ
ผลการเรยี นรู้
1. ผเู้ รยี นบอกความหมาย ความสาํ คญั และประโยชน์ของขอ้ มลู
2. ผเู้ รยี นบอกองคป์ ระกอบของระบบสารสนเทศ
3. ผ้เู รียนสามารถบอกขน้ั ตอนระบบปิดเปดิ คอมพิวเตอรไ์ ด้และสามารถแก้ปญั หาเบอื้ งตน้ ได้
4. ผู้เรียนสามารถบอกหนา้ ทข่ี องแป้นอกั ขระและวิธกี ารใช้เมาส์อยา่ งถกู วธิ ี
5. ผู้เรียนสามารถใชง้ านระบบปฏบิ ัตกิ ารวินโดวสเ์ อก็ ซืพีไดอ้ ย่างถูกตอ้ ง
6. ผเู้ รียนสามารถจัดการกบั แฟม้ งานและโฟลเดอร์ต่างได้
รวมทั้งหมด 6 ผลการเรยี นรู้
122
คาอธบิ ายรายวชิ าเพ่ิมเติม
ว21203 เรม่ิ ตน้ กบั โครงงานวิทยาศาสตร์ กลุ่มสาระการเรยี นรูว้ ทิ ยาศาสตร์
ชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ 1 ภาคเรียนท่ี 2 เวลา 40 ชว่ั โมง จานวน 1.0 หน่วยกิต
ตรวจสอบ วเิ คราะห์ แก้ปัญหาและเข้าใจการตง้ั สมมติฐานจากปัญหาหรือเหตกุ ารณต์ ่าง ๆ ออกแบบ
การทดลองเพ่ือ ตรวจสอบสมมุติฐาน โดยมีการกําหนดและควบคุมตัวแปรต่าง ๆ และกําหนดนิยามเชิง
ปฏิบัตกิ าร ออกแบบวิธีการทดลอง เลือกใชอ้ ุปกรณ์และลงมอื ทําการทดลอง บันทึกขอ้ มูลท่ีสามารถอ่าน
เข้าใจงา่ ยและสรุปผลของขอ้ มูลจากการศึกษาทดลอง สามารถที่จะวเิ คราะห์โครงงานวิทยาศาสตรป์ ระเภท
ต่าง ๆ และมีแนวคิดในการวางแผนการทดลอง รวมถึงการจัดกระทํา เค้าโครงของโครงงานวิทยาศาสตร์
โดยมี ความคดิ ริเริ่มสร้างสรรค์ในการแสดงความคิด ออกแบบหรือดดั แปลงการทดลอง ตลอดจนวสั ดตุ ่างๆ
ในการ ทํากิจกรรม ลงสู่การทําโครงงานวิทยาศาสตร์ได้อย่างเหมาะสม โดยใช้กระบวนการทาง
วิทยาศาสตร์และทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ กระบวนการสืบเสาะ หาความร้เู พื่อให้เกิดทักษะ
กระบวนการ ความรู้ความคดิ ความเข้าใจ สามารถส่ือสารสิ่งทเี่ รยี นรู้ และนาํ ความรู้ไปใช้ในชีวติ ประจาํ วัน
ดแู ลรักษาสิ่งมชี ีวติ อน่ื เฝ้าระวงั และพัฒนาส่ิงแวดล้อมอย่างย่ังยืน มีจิตวิทยาศาสตร์มีคณุ ธรรม จริยธรรม
และค่านิยมท่ีเหมาะสม
ผลการเรียนรู้
1. ตงั้ สมมติฐานจากปญั หาหรอื เหตกุ ารณต์ า่ ง ๆ ได้อยา่ งเหมาะสม
2. ออกแบบการทดลองเพ่ือ ตรวจสอบสมมุติฐาน โดยมีการกาํ หนดและควบคุมตวั แปรตา่ ง ๆ และ
กาํ หนดนิยามเชงิ ปฏบิ ัตกิ ารได้อย่างเหมาะสม
3. ออกแบบวธิ ีการการทดลอง เลือกใช้อุปกรณ์และลงมอื ทาํ การทดลองได้อยา่ งมรี ะบบ
4. บันทึกข้อมลู ทส่ี ามารถอา่ นเข้าใจง่ายและสรปุ ผลของขอ้ มลู จากการศึกษาทดลอง
5. วเิ คราะห์โครงงานวทิ ยาศาสตร์ประเภทต่าง ๆ และมแี นวคดิ ในการวางแผนการทดลอง รวมถงึ
การจดั ทาํ เคา้ โครงของโครงงานวทิ ยาศาสตร์
6. มีความคิดรเิ ริ่มสรา้ งสรรค์ในการแสดงความคิด ออกแบบหรือดัดแปลงการทดลอง ตลอดจน
วัสดุต่าง ๆ ในการทํากจิ กรรมแก้ปญั หา
7. เขา้ ใจการมจี ิตวิทยาศาสตรแ์ ละมีเจตคติทีด่ ีตอ่ วทิ ยาศาสตร์
รวมทง้ั หมด 7 ผลการเรยี นรู้
123
คาอธบิ ายรายวิชาเพม่ิ เติม
ว22201 สนกุ กับโครงงานวทิ ยาศาสตร์ กลุม่ สาระการเรยี นร้วู ทิ ยาศาสตร์
ชั้นมัธยมศกึ ษาปีท่ี 2 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 40 ชัว่ โมง จานวน 1.0 หน่วยกติ
ศกึ ษา วเิ คราะห์ ทํากิจกรรม สร้างแรงบันดาลใจ ในการทําโครงงานวทิ ยาศาสตร์ ลักษณะสําคัญ
ของโครงงานวิทยาศาสตร์ประเภทต่างๆ การเร่ิมต้นทําโครงงานวิทยาศาสตร์ ด้วยการต้ังคําถามและการ
สืบค้นข้อมูล การวางแผนและการออกแบบโครงงานวิทยาศาสตร์ การเขียนเค้าโครงของโครงงาน
วทิ ยาศาสตร์ การทาํ โครงงานวิทยาศาสตร์ การเขียนรายงาน และการนาํ เสนอโครงงานวิทยาศาสตร์
โดยใช้กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถสือ่ สาร
สิง่ ทีร่ ู้ มีความสามารถในการตัดสินใจ นําความรไู้ ปใชใ้ นชีวติ ประจาํ วนั จติ วิทยาศาสตร์ จริยธรรม คณุ ธรรม
และค่านยิ มที่เหมาะสม
ผลการเรยี นรู้
1. ต้ังคําถามจากสถานการณ์ต่างๆ ตามความสนใจ โดยมีประเด็นหรือตัวแปรที่สําคัญในการสํารวจ
ตรวจสอบหรือศึกษาไดอ้ ยา่ งครอบคลมุ และเชื่อถือได้
2. ออกแบบและวางแผนการสํารวจตรวจสอบ โดยมีการกําหนดและควบคุมตัวแปรต่างๆ กําหนดนิยาม
เชิงปฏบิ ตั ิการ เลือกวธิ กี ารสาํ รวจตรวจสอบเชงิ ปริมาณ เชิงคุณภาพท่ไี ด้ผลเทีย่ งตรงและปลอดภัย โดย
ใชว้ ัสดุและเครอ่ื งมอื ท่ีเหมาะสม
3. วเิ คราะหแ์ ละอธิบายผลการทดลองเชอ่ื มโยงกับสมมติฐาน และสถานการณใ์ นชีวติ ประจําวันได้
4. วเิ คราะห์โครงงานวิทยาศาสตร์ และมีแนวคิดในการวางแผนการทดลอง รวมถึงจัดทําเค้าโครงของ
โครงงานวิทยาศาสตร์ได้
5. ทําโครงงานวิทยาศาสตร์ ตามความสนใจ โดยมีข้ันตอนของกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ในการ
แกป้ ัญหา และนาํ เสนอได้อยา่ งเหมาะสม
รวมทง้ั หมด 5 ผลการเรียนรู้
124
คาอธบิ ายรายวชิ าเพ่ิมเตมิ
ว22202 พนั ธุกรรมกับการอยูร่ อด กลุม่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์
ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 2 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 40 ชว่ั โมง จานวน 1.0 หนว่ ยกิต
ศึกษา วิเคราะห์ อธิบาย การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมของคน สัตว์ และพืช การทดลอง
การถ่ายทอดลักษณะบางประการ ประวัติและงานของเมนเดล โครโมโซมของส่ิงมีชีวิต การทดลองการ
จัดเรียงโครโมโซมอย่างง่าย การแยกตัวและรวมตัวของยีนและการทดลอง หลักการแบ่งตัวของเซลล์
รา่ งกายและ เซลล์สบื พนั ธุ์ หลักการเกิดเพศ ผลของความผิดปกตบิ างชนิดทเ่ี กิดจากโครโมโซมรา่ งกายและ
โครโมโซม เพศ ลกั ษณะพันธุกรรมบางลกั ษณะในคน หมู่เลือด ความสมั พันธ์ของพันธุกรรมและสง่ิ แวดลอ้ ม
การเกิด การกลายและผลกระทบในสิ่งมีชีวิตบางชนิด โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในการสืบ
เสาะหาความรู้ สํารวจตรวจสอบ สืบค้นขอ้ มลู อภิปราย เพ่ือใหเ้ กิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถ
ส่อื สารส่งิ ท่ีเรียนรู้ สามารถนําความรไู้ ปใชใ้ นชวี ติ ประจาํ วันได้อยา่ งเหมาะสม มีจิตวทิ ยาศาสตร์ จรยิ ธรรม
คุณธรรม และค่านิยมท่ีเหมาะสม สามารถทํางานร่วมกับผู้อื่นได้และเห็นประโยชน์การดํารงชีวิตตาม
แนวทางปรัชญา เศรษฐกจิ พอเพียง
ผลการเรียนรู้
1. อธบิ ายความหมายของพันธุกรรมและลักษณะทางพันธกุ รรมได้
2. สรุปความแปรผนั ทางพนั ธุกรรมทเ่ี กิดขนึ้ ในสิ่งมีชวี ิตได้
3. ทํากจิ กรรมสาํ รวจและคน้ หาความแปรผนั ของส่ิงมีชวี ิตได้
4. เขียนบทความ/เรยี งความเก่ยี วกบั ความแปรผันของสง่ิ มชี วี ติ ได้
5. ระบุอิทธพิ ลทที่ าํ ใหเ้ กดิ ความแปรผนั ทางพันธุกรรมได้
6. อธบิ ายความหมายและลกั ษณะของโครโมโซมและยีนได้
7. สรุปและอธิบายการเกิดเพศชายและเพศหญิงได้
8. อธบิ ายความหมายของแอลลลี จีโนไทป์ ฟโี นไทป์ ลกั ษณะพนั ธแุ์ ท้ ลกั ษณะพนั ทาง ยนี เด่น ยีนดอ้ ย
ลกั ษณะเด่น และลกั ษณะดอ้ ยได้
9. อธบิ ายกฎขอ้ ที่ ๑ และขอ้ ที่ ๒ ของเมนเดลได้
10. เขียนแผนภาพกระบวนการถ่ายทอดลกั ษณะทางพันธุกรรมจาก พอ่ แม่ไปสลู่ ูกหลานได้
11. ระบลุ กั ษณะทางพนั ธุกรรมที่ถกู ถ่ายทอดไปกบั โครโมโซมรา่ งกาย และโครโมโซมเพศได้
12. สรปุ การกลายพันธแุ์ ละสาเหตทุ ่ีทําให้สง่ิ มชี ีวิตมีการกลายพันธไ์ุ ด้
13. อธบิ ายลกั ษณะของโรคทางพนั ธุกรรมบางโรคทเ่ี กิดในคนได้
14. สรปุ สาเหตุทท่ี ําใหเ้ กดิ โรคทางพนั ธุกรรมในคนได้
15. ระบไุ ด้วา่ ลักษณะความผิดปกติของโครโมโซมในพืชทาํ ใหไ้ ดพ้ ืชท่มี คี ณุ ภาพดขี ้ึน สว่ นลกั ษณะทไี่ ม่ดี จะ
ถูกกําจัดไปได้
รวมทงั้ หมด 15 ผลการเรียนรู้
125
คาอธิบายรายวชิ าเพิม่ เติม
ว22203 เทคโนโลยีสารสนเทศ และการสอ่ื สาร กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ชัน้ มัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 40 ชั่วโมง จานวน 1.0 หน่วยกติ
ศึกษา และ ปฏิบัติเกี่ยวกับ หลักการเบ้ืองต้นของการสื่อสารข้อมูลและเครือข่ายคอมพิวเตอร์
หลักการและวิธกี ารแก้ปัญหาด้วยกระบวนการเทคโนโลยสี ารสนเทศ การค้นหาขอ้ มูล การติดต่อส่ือสาร
ผ่านเครอื ขา่ ยคอมพวิ เตอร์อยา่ งมีคุณธรรมและจริยธรรม และการใชซ้ อฟตแ์ วร์ในการทาํ งานดา้ นตา่ ง ๆ
โดยนําทักษะกระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการแก้ปัญหา การติดต่อสื่อสาร การ
สืบคน้ ข้อมูลผ่านระบบเครือข่ายได้อย่างถูกต้องเหมาะสม และสามารถนําซอฟตแ์ วร์มาประยุกต์ใช้ในการ
ทํางานเพอ่ื เพิ่มประสิทธิภาพในการทาํ งานได้อย่างเหมาะสม รวมท้ังพัฒนาผู้เรยี นให้มวี นิ ยั ใฝเ่ รียนรู้และมี
ความมงุ่ มัน่ ในการทาํ งาน
ผลการเรยี นรู้
1. อธิบายหลกั การเบื้องตน้ ของการสอ่ื สารข้อมลู และเครือขา่ ยคอมพวิ เตอร์
2. อธบิ ายหลักการและวิธีการแกป้ ญั หาดว้ ยกระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศ
3. ค้นหาขอ้ มูล และติดตอ่ สื่อสารผา่ นเครอื ขา่ ยคอมพวิ เตอรอ์ ย่างมีคณุ ธรรมและจรยิ ธรรม
4. ใช้ซอฟตแ์ วร์ในการทํางาน
รวมท้ังหมด 4 ผลการเรียนรู้
126
คาอธิบายรายวชิ าเพิ่มเติม
ว23201 โลกท้ังระบบ กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์
ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 3 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 40 ชั่วโมง จานวน 1.0 หนว่ ยกติ
ศึกษา วเิ คราะห์ ความสัมพันธ์ระหว่างองค์ประกอบตา่ งๆในสภาพแวดลอ้ มธรรมชาตไิ ด้แก่ ดนิ น้ํา
บรรยากาศ สิ่งท่ีปกคลุมดินและสิ่งมีชีวิตเพื่อให้เข้าใจถึงรูปแบบความสัมพันธ์ ปรากฏการณ์ รวมทั้ง
แนวโนม้ ต่างๆท่ีอาจเกิดขึ้นซึ่งจะมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมและมีผลต่อเนื่องมาถึงคุณภาพ
ชีวิตและความเป็นอยู่ของมนุษย์โดยใชก้ ระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในการสืบเสาะหาความรู้ได้แก่ การ
สงั เกต การตัง้ คําถาม การต้งั สมมตฐิ าน วจิ ัย การวางแผนการวิจยั และการเขียนเคา้ โครงวจิ ัย โดยมีการ
พัฒนากระบวนการคิดวิเคราะหแ์ ละการคดิ อย่างเป็นระบบ มคี วามสามารถในการตัดสนิ ใจ การส่ือสาร
การทํางานร่วมกันเปน็ ทีมและการนาํ ความรู้ไปใชใ้ นชวี ิตประจําวัน มีจิตวิทยาศาสตร์ จรยิ ธรรม คณุ ธรรม
และค่านยิ มทเี่ หมาะสม
จุดประสงค์การเรียนรู้
1.อธิบายถึงองค์ประกอบหลักของโลก และความสัมพันธก์ นั ขององค์ประกอบต่างๆของโลกท้งั ระบบ
2.สํารวจและสังเกตสภาพแวดล้อมธรรมชาติ และอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งแวดล้อม
ธรรมชาติ
3.กําหนดปญั หา วเิ คราะห์ ตัง้ คาํ ถามวิจัย และเลือกคาํ ถามวจิ ยั จากผลการสํารวจสภาพแวดล้อมธรรมชาติ
เพือ่ ไปสู่การวิจยั ได้
4.เขยี นหลกั การ เหตผุ ล ทม่ี า และจุดประสงค์ของการดําเนินงานวิจัยได้
5.สบื คน้ ข้อมูลรวบรวมความรูท้ ่ีเกี่ยวขอ้ งเพอ่ื ไปสูก่ ารวางแผนการวจิ ัย
6.เลอื กเคร่อื งมือ และใช้เครอื่ งมือในการตรวจวดั สง่ิ แวดล้อมไดถ้ ูกต้องและสอดคลอ้ งกับงานวจิ ัย
7.ใช้เคร่อื งมอื ในการตรวจวัด หาข้อมลู ทีต่ อ้ งการทราบไดอ้ ยา่ งถกู ต้อง และเหมาะสม
8.วางแผนทํางานวิจยั ตามขอ้ คาํ ถามทต่ี อ้ งการหาคําตอบและเขียนปฏิทนิ ในการดาํ เนินงานวจิ ัยได้
9.เขยี นเค้าโครงงานวจิ ยั ตามแบบทีก่ าํ หนดไดถ้ กู ตอ้ งครอบคลมุ และครบถ้วนตามแบบแผน
10.นาํ เสนอเค้าโครงงานวจิ ยั อธบิ ายเก่ียวกบั แนวคดิ กระบวนการท่ใี ชใ้ นการดาํ เนินงานวิจยั ให้ผู้อ่ืนเขา้ ใจ
รวมท้งั หมด 10 ผลการเรยี นรู้
127
คาอธบิ ายรายวิชาเพม่ิ เตมิ
ว23202 การสรา้ ง Webpage ดว้ ยภาษา HTML กลมุ่ สาระการเรยี นรูว้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 3 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 20 ชั่วโมง จานวน 0.5 หน่วยกิต
สงั เกต ศึกษา และ ปฏิบัติ เกี่ยวกับ ความหมายและโครงสรา้ งของภาษา HTML และการใช้คําสั่ง
ตามรูปแบบของภาษา HTML ในการกําหนดแบบอักษร รูปแบบอักษร ขนาดตัวอักษร การเน้นสีให้
ขอ้ ความและตวั อกั ษร การจัดลําดับหัวข้อของเน้ือหา การแทรกและการจัดการตาราง รูปภาพ และไฟล์
เสียงในเว็บเพจ การเช่ือมโยงหน้าเอกสารเว็บ การสร้างเฟรม ตลอดจนการสร้างแบบสอบถามใน
ลักษณะตา่ ง ๆ ด้วยภาษา HTML
เพื่อใหม้ ีความรู้ความเข้าใจและทักษะการปฏิบัติ เกย่ี วกบั การสร้างและพัฒนาเว็บเพจด้วยภาษา
HTML ได้อยา่ งสรา้ งสรรค์ ด้วยความรับผิดชอบขยันหมัน่ เพียร ตรงต่อเวลา และซ่อื สัตย์
ผลการเรยี นรู้
1. อธบิ ายความรเู้ บอ้ื งตน้ เกีย่ วกบั ภาษา HTML ได้
2. บอกโครงสร้างพืน้ ฐานภาษา HTML และจดั การไฟล์ HTML ได้
3. จดั การข้อความด้วยภาษา HTML ได้
4. ตกแต่งข้อความด้วยภาษา HTML ได้
5. แสดงลาํ ดบั รายการ
6. แทรกและจดั การกับรปู ภาพ
7. สร้างและจัดการตาราง
8. เชื่อมโยงหนา้ เวบ็ เพจ
9. สามารถสรา้ งเฟรม กําหนดส่วนประกอบท่ีจําเป็นของเวบ็ เพจ ไดถ้ กู ต้องและเหมาะสม
10. มที ักษะในการใชโ้ ปรแกรมภาษาหรือโปรแกรมสําเรจ็ รปู สาํ หรับสร้างเว็บเพจ
11. มคี ุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยมที่ดใี นการใชค้ อมพิวเตอร์
รวมทั้งหมด 11 ผลการเรียนรู้
128
คาอธิบายรายวชิ าเพมิ่ เตมิ
ว23203 จับแสงอาทิตย์ กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์
ช้ันมัธยมศกึ ษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 40 ชว่ั โมง จานวน 1.0 หน่วยกติ
ศึกษา ทดลอง ตรวจสอบ และริเริ่มการสร้างหรือดัดแปลงอุปกรณ์และเครื่องใช้บางชนิด ที่
เกี่ยวข้องกับพลังงานไฟฟ้าและพลังงานความรอ้ น ซึ่งได้มาจากพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อให้มีความรคู้ วาม
เข้าใจในเร่ืองการนาํ พลังงานแสงอาทิตย์มาใชใ้ นรูปของพลังงานไฟฟา้ และพลังงานความร้อน มีทักษะใน
กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ และตระหนักในบทบาทและผลกระทบของ
พลังงานเหล่านั้นที่มีต่อมนุษยแ์ ละสิ่งแวดล้อมโดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบค้นข้อมลู การ
อภิปราย การอธิบาย การวิเคราะห์ การทํานายและการทดลอง เพ่ือให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ
สามารถสื่อสารส่ิงท่ีเรียนรู้ มีความสามารถในการตัดสินใจ นําความรู้ไปใช้ในชีวิตประจําวัน มีจิต
วิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และคา่ นิยมทีเ่ หมาะสม
ผลการเรยี นรู้
1. สืบค้นข้อมลู และอธิบายความหมายของพลงั งานศักย์ พลงั งานจลน์และปรากฏการณ์ เรือนกระจก
2. ทดลองและอธบิ ายการเปล่ียนรปู พลงั งานได้
3. สืบค้นข้อมูลและอธิบายพลังงานรูปอ่ืนๆ เชน่ พลงั งานความร้อน พลังงานเสียง พลังงานแสง พลังงาน
ไฟฟา้ พลงั งานนิวเคลียร์
4. สืบค้นข้อมูลและอธิบายหลักการและวิเคราะห์การนําพลังงานแสงอาทิตย์ไปใช้ประโยชน์ใน
ชวี ิตประจําวันได้
5. ดัดแปลงและประดิษฐ์ อปุ กรณเ์ กีย่ วกบั ต้อู บแสงอาทิตย์ เคร่อื งกลั่นน้ําแสงอาทิตย์ เคร่อื งปิ้งยา่ ง
พลังงานแสงอาทติ ย์ การทํานา้ํ อ่นุ จากพลงั งานแสงอาทิตย์
รวมทั้งหมด 5 ผลการเรียนรู้
129
คาอธิบายรายวชิ าเพมิ่ เติม
ว23204 การเขยี นโปรแกรมเบื้องต้น กลุ่มสาระการเรยี นรูว้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 3 ภาคเรียนท่ี 2 เวลา 20 ชว่ั โมง จานวน 0.5 หน่วยกิต
ศึกษาหลักการแก้ปัญหา กระบวนการแก้ปัญหา การจําลองความคิด การเขียนโปรแกรม
โครงสร้างภาษา การเขียนแผนภาพแสดงข้นั ตอนการทาํ งานของโปรแกรม ศกึ ษาความรพู้ นื้ ฐานโปรแกรม
เบ้อื งต้น โครงสร้างของโปรแกรมภาษา ตวั แปร ตัวคงที่ การแสดงผลและการรับค่า นิพจน์ การคํานวณ
ทางคณติ ศาสตร์ การแปลงชนดิ ขอ้ มูล การกาํ หนดค่าจากข้อมูลหลายชนิด ฟงั ก์ช่นั การรับและการแสดงผล
ขอ้ มูล การเขียนโปรแกรมดว้ ยคาํ ส่ังการทํางานต่างๆ
เพ่ือใหเ้ ข้าใจบทบาทและการนําเอาความร้ดู ้านการเขยี นโปรแกรมไปใชไ้ ด้อย่างถกู ตอ้ ง เกดิ ความรู้
ความเข้าใจ มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ มุ่งม่ันในการทํางานตามที่ได้รับมอบหมาย และมีเจตคติท่ีดีต่อเทคโนโลยี
สารสนเทศและการเขียนโปรแกรมคอมพวิ เตอร์
ผลการเรียนรู้
1. แก้ปญั หาจากโจทย์ตวั อย่างทก่ี ําหนด
2. บอกวธิ กี ารแกป้ ญั หา
3. อธบิ ายกระบวนการแกป้ ญั หาและแกป้ ญั หาจากกรณีตัวอย่างที่กําหนดได้
4. นาํ ลําดับความคดิ มาเขียนเป็นข้อความหรอื แผนภาพได้
5. ใช้คําสั่งพ้นื ฐานในการเขียนโปรแกรมได้
6. เขยี นโปรแกรมแกป้ ญั หาจากกรณตี วั อยา่ งทกี่ าํ หนดได้
รวมท้ังหมด 6 ผลการเรยี นรู้
130
คาอธบิ ายรายวิชาพน้ื ฐาน
ม.ปลาย
131
คาอธบิ ายรายวิชาพนื้ ฐาน
ว31101 วิทยาศาสตรช์ ีวภาพ 1 กล่มุ สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์
ชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี 4 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 40 ชวั่ โมง จานวน 1.0 หน่วยกติ
อธิบายโครงสร้างและสมบัติของเยื่อหุ้มเซลล์ที่สัมพันธ์กับการลําเลียงสารเข้าและออกจากเซลล์
เปรียบเทียบการลํา เลียงสารเขา้ และออกจากเซลลโ์ ดยการแพรแ่ บบธรรมดา ออสโมซิส การแพรแ่ บบฟาซิ
ลิเทต แอกทฟี ทรานสปอรต์ เอนโดไซโทซิส และเอกโซไซโทซสิ ระบโุ ครงสรา้ งและอธบิ ายการทํางานของไต
มนุษย์ กลไกการรกั ษาดลุ ยภาพของนา้ํ และสารในรา่ งกายโดยการทาํ งานของไต กลไกการรักษาดลุ ยภาพ
ของกรด-เบสของเลอื ดโดยการทํา งานของไตและปอด สาเหตุและแนวทางปอ้ งกนั หรอื รักษาโรคไตและโรค
ทเ่ี ก่ยี วกับทางเดนิ ปสั สาวะ กลไกการรกั ษาดุลยภาพของอุณหภูมภิ ายในร่างกายโดยการทํา งานของหลอด
เลือดฝอย ต่อมเหง่อื เส้นขนที่ผิวหนัง และกล้ามเนื้อโครงร่าง บทบาทของอวัยวะหรอื เน้ือเยื่อท่ที ํา หนา้ ท่ี
ป้องกันและทํา ลายเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอม กลไกการต่อต้านหรือทําลายสิ่งแปลกปลอมแบบ ไม่จํา
เพาะและแบบจํา เพาะ สาเหตุอาการ แนวทางป้องกัน และการรักษาโรคท่ีเกิดจากความผิดปกติ ของ
ระบบภมู ิคมุ้ กัน ภาวะภมู คิ ุ้มกนั บกพร่องท่มี สี าเหตุมาจากการติดเชื้อ HIV สาเหตุและวิธกี ารป้องกนั การติด
เชื้อ HIV ประเภทของสารอินทรยี ต์ า่ ง ๆ ท่ีพืชสร้างข้นึ ทดสอบและบอกชนดิ ของสารอาหารท่ีพืชสงั เคราะห์
ได้ การใช้ประโยชน์จากสารอนิ ทรีย์ต่าง ๆ ที่พืชบางชนิดสรา้ งขึ้น ปัจจัยท่มี ีผลต่อการเจริญเตบิ โตและการ
ดํา รงชีวิตของพืช ปัจจัยภายนอกที่มีผลต่อการเจริญเติบโต ของพืช สืบค้นข้อมูลเกีย่ วกบั สารควบคมุ การ
เจรญิ เติบโตของพืชท่มี นษุ ย์สังเคราะห์ข้นึ เพอ่ื นํา มาใช้ใน การเกษตรและเพิ่มผลผลิตของพืชและนํา เสนอ
ข้อมลู ในรปู แบบต่าง ๆ การตอบสนองของพืชต่อสง่ิ เร้าในรปู แบบต่าง ๆ ที่มีผลตอ่ การดาํ รงชีวิตของพชื
โดยใช้กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสํารวจตรวจสอบ การสบื คน้ ข้อมูล
การอภิปรายและการทดลอง เพ่ือให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถสื่อสารสิ่งท่ีเรียนรู้ มี
ความสามารถในการตัดสินใจ นําความรู้ไปใชใ้ นชีวติ ประจาํ วนั มจี ิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และ
ค่านยิ มทเี่ หมาะสม
มาตรฐานและตัวชวี้ ดั
ว 1.2 ม.4/1-12
รวมท้งั หมด 12 ตวั ช้วี ัด
132
คาอธบิ ายรายวิชาพนื้ ฐาน
ว31102 วทิ ยาการคานวณ 1 กลุม่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 4 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 20 ช่ัวโมง จานวน 0.5 หน่วยกติ
ศึกษาการประยุกต์ใช้แนวคิดเชิงคํานวณในการพัฒนาโครงงาน การพัฒนาโครงงานทางด้าน
เทคโนโลยี การนําแนวคิดเชิงคํานวณพัฒนาโครงงานที่เกี่ยวกับชีวิตประจําวัน ตลอดจนใช้ในการพัฒนา
โครงงานทม่ี ีการบูรณาการกับวชิ าอื่นอยา่ งสรา้ งสรรค์และเชอ่ื มโยงกับชีวิตจรงิ โดยอาศยั กระบวนการเรียนรู้
โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem–based Learning) และการเรียนรู้แบบใช้โครงงานเป็นฐาน (Project-
based Learning) เพ่ือเน้นใหผ้ ู้เรยี นได้ลงมือปฏบิ ัติ ฝึกทักษะการคดิ เผชิญสถานการณ์การแกป้ ญั หาวาง
แผนการเรียนรู้ ตรวจสอบการเรียนรู้ และนําเสนอผ่านการทาํ กิจกรรมโครงงาน เพ่ือให้เกิดทกั ษะ ความรู้
ความเขา้ ใจ และทักษะในการวิเคราะห์โจทย์ปัญหา จนสามารถนําเอาแนวคดิ เชิงคํานวณมาประยกุ ต์ใช้ใน
การสร้างโครงงานได้
เพื่อให้ผู้เรียนสามารถใช้ความรู้ทางด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ ส่ือดจิ ิทัล เทคโนโลยีสารสนเทศ
และการส่ือสารเพ่ือรวบรวมข้อมูลในชีวิตจริงจากแหล่งต่างๆ และความรู้จากศาสตร์อ่ืน มาประยุกต์ใช้
สร้างความรู้ใหม่ เข้าใจการเปล่ียนแปลงของเทคโนโลยีที่มีผลต่อการดําเนนิ ชีวิต อาชีพ สังคม วฒั นธรรม
และใชอ้ ย่างปลอดภยั มจี รยิ ธรรม ตลอดจนนาํ ความรคู้ วามเข้าใจในวิชาวทิ ยาศาสตร์ และเทคโนโลยไี ปใช้ให้
เกิดประโยชน์ตอ่ สังคม และการดํารงชวี ิต จนสามารถพัฒนากระบวนการคิดและจนิ ตนาการ ความสามารถ
ในการแก้ปัญหาและการจัดการทักษะในการส่ือสาร และความสามารถในการตัดสินใจ และเป็นผู้ท่ีมี
จติ วทิ ยาศาสตร์ มคี ณุ ธรรม จรยิ ธรรม และค่านิยมในการใชว้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยอี ยา่ งสรา้ งสรรค์
มาตรฐานและตัวชี้วัด
ว. 4.2 ม.4/1
รวม 1 ตวั ช้วี ดั
133
คาอธิบายรายวิชาพ้นื ฐาน
ว31103 วิทยาศาสตรช์ วี ภาพ 2 กลุ่มสาระการเรยี นรูว้ ทิ ยาศาสตร์
ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 4 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 20 ช่ัวโมง จานวน 0.5 หนว่ ยกติ
การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมในกรณีของมัลติเพิลแอลลีล และยนี ท่ีอยู่บน โครโมโซมเพศ
ซงึ่ เป็นส่วนขยายของพันธศุ าสตรเ์ มนเดล ความสัมพนั ธร์ ะหวา่ ง ยนี การสงั เคราะห์โปรตีน และลักษณะทาง
พันธุกรรม มิวเทชนั และผลของมิวเทชันต่อการแสดงลกั ษณะทางพนั ธกุ รรมของ ส่งิ มีชวี ิต และการนาํ มิวเท
ชันไปใชป้ ระโยชน์ การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีทางดเี อน็ เอในดา้ นการแพทย์ และเภสชั กรรม ดา้ นการเกษตร
และด้านนิตวิ ิทยาศาสตร์พร้อมทั้งความปลอดภัยทางชีวภาพ ชีวจริยธรรม และผลกระทบต่อมนุษย์และ
สิ่งแวดลอ้ มของการนํา เทคโนโลยีทางดีเอ็นเอไปใช้ ความหลากหลายทางพันธุกรรมของสิ่งมีชีวติ ทฤษฎี
การคัดเลือกโดยธรรมชาติของชาลส์ดาร์วิน ความหลากหลายของส่ิงมีชีวิตซึ่งเป็นผลมาจากวิวัฒนาการ
องค์ประกอบทางกายภาพและองค์ประกอบทางชีวภาพท่ีเป็น ลักษณะเฉพาะของไบโอมชนิดต่าง ๆ
ความสัมพันธ์ระหว่างสภาพทางภูมิศาสตร์และความหลากหลายของไบโอม และไบโอมชนิดต่าง ๆ การ
เปลี่ยนแปลงแทนที่ท่ีเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ และท่ีเกิดจากการกระทํา ของมนุษย์ การเปลี่ยนแปลง
องค์ประกอบทางกายภาพและองค์ประกอบ ทางชีวภาพท่ีมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงขนาดของประชากร
สิ่งมีชีวิตในระบบประโยชน์จากทรัพยากรธร รมชาติของมนุษย์ สาเหตุของปัญ หาที่เกิดกับ
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในระดับประเทศและระดับโลก และผลกระทบท่ีเกิดกับมนุษย์และ
สิ่งแวดลอ้ ม และแนวทางในการอนุรกั ษ์ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละการแกไ้ ขปญั หา สิง่ แวดลอ้ ม
โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสํารวจตรวจสอบ การ
สบื คน้ ขอ้ มลู การอภปิ รายและการทดลอง เพื่อใหเ้ กดิ ความรู้ ความคิด ความเขา้ ใจ สามารถสือ่ สารสิง่ ที่
เรยี นรู้ มีความสามารถในการตัดสินใจ นําความรไู้ ปใชใ้ นชวี ิตประจําวนั มจี ิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม
คณุ ธรรม และค่านิยมทเ่ี หมาะสม
มาตรฐานและตวั ช้ีวดั
ว 1.1 ม.4/1-4
ว 1.3 ม.4/1-6
รวมทัง้ หมด 10 ตวั ช้วี ัด
134
คาอธิบายรายวิชาพ้นื ฐาน
ว31104 การออกแบบเทคโนโลยี 1 กลมุ่ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 4 ภาคเรียนท่ี 2 เวลา 20 ช่ัวโมง จานวน 0.5 หน่วยกติ
ศึกษาแนวคิดหลักของเทคโนโลยี ความสัมพันธ์กับศาสตร์อื่นโดยเฉพาะวิทยาศาสตร์ หรือ
คณิตศาสตร์ รวมทั้งประเมินผลกระทบที่จะเกิดข้ึนต่อมนุษย์ สังคม เศรษฐกิจ และส่ิงแวดล้อม เพ่ือเป็น
แนวทางในการพัฒนาเทคโนโลยี ศกึ ษาการระบุปัญหาหรอื ความต้องการท่ีมผี ลกระทบต่อสังคม รวบรวม
วิเคราะห์ข้อมูลและแนวคิดที่เก่ียวข้องกับปัญหาท่ีมีความซับซ้อนเพื่อสังเคราะห์วิธีการ เทคนิคในการ
แก้ปัญหา โดยคํานึงถึงความถูกต้องด้านทรัพย์สินทางปัญญา ศึกษาการออกแบบวิธีการแก้ปัญหา โดย
วิเคราะห์ เปรียบเทียบ และตัดสินใจเลือกข้อมูลที่จําเป็นภายใต้เงื่อนไขและทรัพยากรที่มีอยู่ นําเสนอ
แนวทางการแก้ปัญหาให้ผู้อ่ืนเข้าใจด้วยเทคนิคหรือวิธีการท่ีหลากหลาย โดยใช้ซอฟต์แวร์ช่วยในการ
ออกแบบ วางแผนข้นั ตอนการทํางานและดาํ เนนิ การแก้ปัญหา การทดสอบ ประเมินผล วเิ คราะห์และให้
เหตผุ ลของปัญหาหรือข้อบกพร่องทีเ่ กิดข้ึนภายใต้กรอบเงื่อนไข หาแนวทางการปรับปรงุ แกไ้ ข พรอ้ มท้ัง
เสนอแนวทางการพัฒนาต่อยอด ใช้ความรู้และทักษะเกี่ยวกับวัสดุ อุปกรณ์ เคร่ืองมือ กลไกไฟฟ้า
อิเล็กทรอนิกส์ และเทคโนโลยีที่ซับซ้อนในการแก้ปัญหาหรือพัฒนางานได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม และ
ปลอดภัยโดยอาศัยกระบวนการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem – based Learning) และการ
เรียนรู้แบบใช้โครงงานเป็นฐาน (Project – based Learning) เน้นให้ผู้เรยี นได้ลงมือปฏิบตั ิ ฝกึ ทกั ษะการ
คดิ เผชญิ สถานการณ์การแกป้ ัญหาวางแผนการเรียนรู้ และนําเสนอผ่านการทํากิจกรรมโครงงาน
เพ่ือให้เกิดทักษะ ความรู้ ความเขา้ ใจ และทักษะในการวิเคราะห์ปัญหา นําไปสกู่ ารสรา้ งต้นแบบ
ตลอดจนสามารถนาํ กระบวนการเทคโนโลยี สรา้ งเทคโนโลยี วิธีการ เพอ่ื เพม่ิ ประสทิ ธิภาพในการดํารงชีวิต
รวมทง้ั คาํ นึงถึงทรพั ย์สินทางปัญญา ตลอดจนนําความรคู้ วามเข้าใจในวิชาวทิ ยาศาสตร์ และเทคโนโลยไี ป
ใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม และการดํารงชีวิต จนสามารถพัฒนากระบวนการคิดและจินตนาการ
ความสามารถในการแกป้ ัญหาและการจัดการทักษะในการสอ่ื สาร และความสามารถในการตดั สินใจ และ
เป็นผู้ที่มีจิตวิทยาศาสตร์ มีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมในการใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอย่าง
สร้างสรรค์
มาตรฐานและตวั ชว้ี ัด
ว. 4.1 ม.4/1-5
รวมทงั้ หมด 5 ตวั ช้วี ดั
135
คาอธิบายรายวิชา
ว32101 วทิ ยาศาสตร์กายภาพ 1(เคม)ี กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์
ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ 5 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 40 ชัว่ โมง จานวน 1.0 หน่วยกิต
ศึกษา สืบคน้ ขอ้ มูล อธิบาย เปรยี บเทยี บ เขียน วิเคราะห์ ทดลอง อภปิ ราย และระบุ สารทีเ่ ปน็
ธาตหุ รอื สารประกอบ อยู่ในรูปอะตอม โมเลกลุ หรอื ไอออน เปรียบเทยี บความเหมือนและความแตกต่างของ
แบบจําลองอะตอมของโบวก์ ับแบบจําลองอะตอมแบบกลุ่มหมอก ระบจุ ํานวนโปรตอน นิวตรอน อเิ ลก็ ตรอน
เขียนสัญลกั ษณ์นิวเคลยี รข์ องธาตุ การเปน็ ไอโซโทป ระบหุ มแู่ ละคาบของธาตทุ ี่เปน็ โลหะ อโลหะ กง่ึ
โลหะ ธาตุเรพรีเซนเททฟี ธาตุแทรนซิชัน เปรยี บเทียบสมบตั ิการนาํ ไฟฟ้า การใหแ้ ละรับอิเล็กตรอน
ระหวา่ งธาตโุ ลหะและอโลหะ สืบค้นและนาํ เสนอประโยชน์และอันตรายทเี่ กดิ จากธาตเุ รพรเี ซนเททฟี
ธาตแุ ทรนซิชัน ระบุว่าพันธะโคเวเล็นตเ์ ปน็ พนั ธะเด่ยี ว คู่ หรือสาม ระบจุ ํานวนคอู่ ิเลก็ ตรอนระหวา่ ง
อะตอมคู่ร่วมพันธะ สภาพขัว้ ของสารทโ่ี มเลกลุ ประกอบด้วย 2 อะตอม สารท่ีเกิดพันธะไฮโดรเจน อธบิ าย
ความสัมพนั ธร์ ะหว่างจุดเดือดของสารโคเวเล็นตก์ บั แรงดงึ ดดู ระหว่างโมเลกลุ ตามสภาพข้วั หรอื การเกิด
พันธะไฮโดรเจน เขยี นสตู รเคมขี องไอออนและสารประกอบไอออนิก ระบุพร้อมให้เหตุผลว่าสารเกิด
การละลายแบบแตกตัวหรือไม่แตกตัว สารละลายอเิ ล็กโทรไลต์ นอนอิเล็กโทรไลต์ ระบุสารประกอบ
อินทรีย์ ประเภทไฮโดรคารบ์ อนแบบอิ่มตัวและไม่อิม่ ตัว สมบัติทางกายภาพ มอนอเมอร์ พอลเิ มอร์
ระบุความเป็นกรด-เบสของสารอินทรยี ์ สมบตั กิ ารละลายในตัวทาํ ละลายชนดิ ตา่ ง ๆ ของสาร อธิบาย
ความสัมพันธร์ ะหวา่ งโครงสร้างกบั สมบัติของเทอรม์ อพลาสติก เทอรม์ อเซต การใชป้ ระโยชน์ ผลกระทบ
ของการใชพ้ อลิเมอรท์ ่ีมตี ่อสง่ิ มชี ีวิตและส่งิ แวดลอ้ ม ระบสุ ตู รเคมีของสารต้ังตน้ ผลติ ภัณฑ์ สญั ลกั ษณ์ใน
สมการเคมี ทดลองและอธิบายผลของความเขม้ ข้น พ้นื ทผ่ี วิ อุณหภมู ิ ตวั เร่งปฏิกิรยิ า ทมี่ ตี อ่ อตั ราการ
เกดิ ปฏิกริ ิยาเคมี อธิบายปัจจัยที่มผี ลตอ่ อัตราการเกดิ ปฏกิ ิรยิ าเคมีที่ใช้ประโยชน์ในชีวิตประจําวันหรือ
ในอุตสาหกรรม อธิบายความหมายปฏิกิริยารีดอกซ์ สมบัติของสารกัมมนั ตรงั สี คาํ นวณครง่ึ ชีวิตและ
ปรมิ าณสารกมั มนั ตรงั สี สบื คน้ และนาํ เสนอตัวอยา่ งประโยชนส์ ารกมั มันตรงั สี การปอ้ งกัน อนั ตรายทเ่ี กิดจาก
กมั มันตรงั สี
เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับสารและสมบัติของสาร โดยใช้การเรียนรู้ด้วยกระบวนการ
ทางวทิ ยาศาสตร์ การสบื เสาะหาความรู้ การสาํ รวจตรวจสอบ สามารถนําความรู้ และหลักการไปใช้
ประโยชน์ เช่อื มโยง อธบิ ายปรากฏการณห์ รอื แกป้ ัญหาในชวี ติ ประจําวนั สามารถจดั กระทําและวเิ คราะห์
ข้อมูล สื่อสารส่ิงที่เรียนรู้ มีความสามารถในการตัดสินใจ แก้ปัญหา มีจิตวิทยาศาสตร์ เห็นคุณคา่
ของวทิ ยาศาสตร์ มีจรยิ ธรรม คณุ ธรรมและค่านยิ มทเ่ี หมาะสม
มาตรฐานและตัวช้วี ดั
ว 2.1 ม.5/1 – 25
รวมท้งั หมด 25 ตวั ช้วี ดั
136
คาอธิบายรายวชิ าพน้ื ฐาน
ว32102 วิทยาการคานวณ 2 กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 5 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 20 ช่ัวโมง จานวน 0.5 หน่วยกติ
ศึกษาข้อมลู และสารสนเทศ การเลือกใชแ้ หล่งข้อมูล การเกบ็ ขอ้ มูลและการจัดเตรยี มขอ้ มูล การ
ประมวลผลข้อมูล และเคร่ืองมือ การวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติ การประมวลผลข้อมูล การเลือกใช้ข้อมูล
การเพ่ิมมูลค่าของผลิตภัณฑ์ การนําความรู้ทางด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ ส่ือดิจิทัล และเทคโนโลยี
สารสนเทศมาใช้แก้ปัญหากับชีวิตจริง เพ่ือให้เกิดทักษะ ความรู้ ความเข้าใจ และทักษะในการวิเคราะห์
โจทย์ปัญหา จนสามารถนํามาประยุกตใ์ ชใ้ นชวี ติ ประจําวนั ได้
เพื่อให้ผู้เรยี นสามารถใช้ความรู้ทางด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ ส่ือดิจิทัล เทคโนโลยีสารสนเทศและการ
สอ่ื สารเพ่อื รวบรวมข้อมูลในชวี ติ จรงิ จากแหล่งตา่ งๆ และความรจู้ ากศาสตรอ์ ่นื มาประยกุ ตใ์ ช้ สรา้ งความรู้
ใหม่ เข้าใจการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีทีม่ ีผลตอ่ การดําเนินชีวิต อาชพี สงั คม วัฒนธรรม และใช้อย่าง
ปลอดภัยมีจริยธรรม ตลอดจนนําความรู้ความเข้าใจในวิชาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีไปใช้ให้เกิด
ประโยชนต์ ่อสังคม และการดาํ รงชีวิต จนสามารถพัฒนากระบวนการคิดและจินตนาการ ความสามารถใน
การแกป้ ัญหาและการจัดการทักษะในการสื่อสาร และความสามารถในการตัดสนิ ใจ และเปน็ ผ้ทู ี่มจี ติ วทิ ยา
ศาสตร์ มีคณุ ธรรม จริยธรรม และคา่ นยิ มในการใชว้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยอี ยา่ งสร้างสรรค์
มาตรฐานและตวั ช้ีวดั
ว. 4.2 ม.5/1
รวมทัง้ หมด 1 ตัวช้ีวดั
137
คาอธิบายรายวชิ าพ้นื ฐาน
ว32103 วิทยาศาสตรก์ ายภาพ 2 (ฟสิ กิ ส)์ กลุ่มสาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตร์
ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5 ภาคเรียนท่ี 2 เวลา 40 ช่วั โมง จานวน 1.0 หนว่ ยกิต
ศึกษาสังเกตวิเคราะห์และแปลความหมายของอัตราเร็ว ความเร็ว ความเร่ง การหาแรงลัพธ์
การเขียนแผนภาพการรวมเวกเตอร์ ความสัมพันธ์ระหว่างความเร่งของวัตถุกับแรงลัพธ์ท่ีกระทําต่อมวล
แรงกิรยิ าและแรงปฏิกิริยาระหว่างแรงคู่หน่ึงๆ ความเร่งท่ีมีผลต่อการเคล่ือนท่ีแบบต่างๆ ของวตั ถุ ได้แก่
การเคลื่อนท่ีของวัตถุในแนวตรง การเคลื่อนที่แบบอื่นๆ แรงจากสนามโน้มถ่วง การเคล่ือนที่ของวัตถุใน
สนามความโน้มถ่วงของโลก แรงจากสนามแมเ่ หลก็ แรงแม่เหล็กและสนามแม่เหลก็ ผลของสนามแม่เหล็ก
ต่ออนภุ าคทม่ี ีประจุไฟฟ้า ผลของสนามแม่เหล็กต่อตัวนาํ ทม่ี กี ระแสไฟฟ้า หลกั การทํางานของมอเตอร์ การ
เกดิ อเี อม็ เอฟ แรงเขม้ และแรงอ่อน รวมทง้ั ยกตัวอย่างการนําความรไู้ ปใช้ประโยชน์
โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ในการสืบเสาะหาความรู้ การแก้ปัญหา การสํารวจ
ตรวจสอบ การสังเกต สืบค้นข้อมูล อภิปราย อธิบาย และสรุป เพ่ือให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ
ความคิด สื่อสารส่ิงที่เรียนรู้ มีความสามารถในการตัดสินใจ นําความรู้ไปใช้ในชีวิตของตนเอง มีจิต
วิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และค่านิยมที่เหมาะสม และนําความรู้และหลกั การไปใชอ้ ธบิ ายหรือ
แก้ปัญหาท่ีเกย่ี วกับเร่ืองของแรงในชีวติ ประจําวัน ผลของแรงท่ีกระทําต่อวตั ถุ ลักษณะการเคล่ือนที่ต่างๆ
ของวตั ถุ
มาตรฐานและตวั ชว้ี ัด
ว 2.2 ม.5/1-10
รวมท้ังหมด 10 ตวั ชี้วัด
138
คาอธบิ ายรายวชิ าพ้นื ฐาน
ว33101 วิทยาศาสตรก์ ายภาพ 3 (ฟสิ กิ ส์) กลุ่มสาระการเรียนรูว้ ทิ ยาศาสตร์
ชัน้ มัธยมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 40 ชั่วโมง จานวน 1.0 หน่วยกิต
สืบค้นข้อมูล สังเกต ศึกษา วิเคราะห์ อภิปราย อธิบายพลังงานนิวเคลียร์ ฟิชชันและฟิวชัน
ความสัมพันธ์ระหว่างมวลกับพลังงาน การเปลี่ยนพลังงานทดแทนเป็นพลังงานไฟฟ้า เทคโนโลยีด้าน
พลังงาน สมบัตขิ องคลืน่ กล ความถี่ธรรมชาติ การสัน่ พ้อง ผลทเ่ี กิดจากการสนั่ พอ้ ง การเกดิ คล่ืนเสียงและ
สมบัตขิ องคล่นื เสียง การรวมของคลนื่ เสียง ความสัมพนั ธ์ระหว่างความเขม้ เสยี งกบั ระดบั ความเขม้ เสยี ง ผล
ของความถกี่ บั ระดบั ความเขม้ เสยี งตอ่ การไดย้ ิน การเกิดเสยี งสะทอ้ นกลบั บีต ดอปเพลอรแ์ ละการสั่นพอ้ ง
ของเสียง การนําเสียงไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจําวัน การมองเห็นสีของวัตถุและความผิดปกติในการ
มองเห็นสี การทํางานของแผ่นกรองแสงสี การผสมแสงสี การผสมสารสีและ การนําไปใช้ คล่ืน
แม่เหล็กไฟฟ้า ส่วนประกอบของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า หลักการทํางานของอุปกรณ์บางชนิดท่ีอาศัยคล่ืน
แม่เหล็กไฟฟ้า การสื่อสารโดยอาศัยคลนื่ แมเ่ หล็กไฟฟ้าในการสง่ ผ่านสารสนเทศ เปรียบเทียบการสื่อสาร
ด้วยสญั ญาณแอนะลอ็ กกับสญั ญาณดจิ ทิ ลั
โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ในการสืบเสาะหาความรู้ การแก้ปัญหา การสํารวจ
ตรวจสอบ การสังเกต สืบคน้ ขอ้ มลู อภปิ ราย และสรปุ เพอ่ื ใหเ้ กดิ ความรู้ ความเขา้ ใจ ความคดิ สื่อสารสง่ิ ท่ี
เรียนรู้ มีความสามารถในการตัดสินใจ นําความรู้ไปใช้ในชีวิตของตนเอง มีจิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม
คณุ ธรรม และค่านิยมทีเ่ หมาะสมและนําความรแู้ ละหลกั การไปใชอ้ ธิบายหรอื แกป้ ญั หาทเ่ี กีย่ วกับเรื่องของ
พลังงาน การเปลี่ยนแปลงและการถ่ายโอนพลังงาน ปฏิสัมพันธ์ระหว่างสสารและพลังงาน พลังงานใน
ชวี ติ ประจําวนั ธรรมชาตขิ องคลนื่ ปรากฏการณท์ ่ีเกี่ยวกับเสียง แสงและคล่ืนแม่เหลก็ ไฟฟา้
มาตรฐานและตัวชว้ี ดั
ว 2.3 ม.6/1-12
รวมท้ังหมด 12 ตวั ชว้ี ดั
139
คาอธิบายรายวชิ าพืน้ ฐาน
ว31102 การออกแบบเทคโนโลยี 2 กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 6 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 20 ชั่วโมง จานวน 0.5 หน่วยกิต
ศกึ ษากระบวนการออกแบบเชงิ วิศวกรรม ระบบเทคโนโลยี ระบุปญั หา รวบรวมข้อมูลและแนวคิด
ทเ่ี ก่ียวข้องกับปญั หาเพ่ือสงั เคราะห์วิธกี าร เทคนิคในการแก้ปญั หา โดยคํานึงถงึ ความถูกต้องด้านทรพั ย์สิน
ทางปัญญา ศึกษาการออกแบบวิธีการแก้ปัญหา โดยวิเคราะห์ เปรียบเทียบ และตัดสินใจเลือกข้อมูลท่ี
จําเป็นภายใต้เงื่อนไขและทรัพยากรท่ีมีอยู่ นําเสนอแนวทางการแก้ปัญหาให้ผู้อ่ืนเข้าใจด้วยเทคนิคหรือ
วิธีการที่หลากหลาย โดยใช้ซอฟต์แวร์ช่วยในการออกแบบ วางแผนข้ันตอนการทํางานและดําเนินการ
แก้ปัญหา การทดสอบ ประเมินผล วิเคราะห์และให้เหตุผลของปัญหาหรือข้อบกพร่องที่เกิดขึ้นภายใต้
กรอบเงือ่ นไข หาแนวทางการปรับปรงุ แกไ้ ข พรอ้ มท้ังเสนอแนวทางการพัฒนาต่อยอดการพฒั นาชิ้นงาน
เพือ่ ให้เกดิ ทักษะ ความรู้ ความเข้าใจ และทักษะในการวิเคราะห์ปญั หา นําไปสกู่ ารสรา้ งตน้ แบบ
ตลอดจนสามารถนํากระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม ระบบเทคโนโลยี เพ่ือเพิ่มประสิทธิภาพในการ
ดํารงชีวิต รวมท้ังคํานึงถึงทรัพย์สินทางปัญญา ตลอดจนนําความรู้ความเข้าใจในวิชาวิทยาศาสตร์ และ
เทคโนโลยีไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม และการดํารงชีวิต จนสามารถพัฒนากระบวนการคิดและ
จินตนาการ ความสามารถในการแก้ปัญหาและการจัดการทักษะในการสื่อสาร และความสามารถในการ
ตัดสินใจ และเป็นผู้ท่ีมีจิตวิทยาศาสตร์ มีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมในการใช้วิทยาศาสตร์และ
เทคโนโลยีอยา่ งสร้างสรรค์
มาตรฐานและตวั ช้ีวดั
ว. 4.1 ม.5/1
รวมทง้ั หมด 1 ตวั ชีว้ ัด
140
คาอธิบายรายวชิ าพนื้ ฐาน
รายวิชา ว33103 โลก ดาราศาสตรแ์ ละอวกาศพน้ื ฐาน กลุม่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์
ชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี 6 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 40 ช่วั โมง จานวน 1.0 หน่วยกิต
ศกึ ษาวิเคราะห์และอธบิ าย การสํารวจตรวจสอบ การสงั เกต สบื คน้ ขอ้ มลู อภิปราย นาํ เสนอ
ขอ้ มลู สรปุ ทฤษฎกี ําเนิดและการเปลี่ยนแปลงพลงั งาน สสาร ขนาด อุณหภมู ขิ องเอกภพหลงั เกิดบกิ แบง
ในช่วงเวลาต่างๆ ทฤษฎีบิกแบง ความสัมพันธร์ ะหว่างความเรว็ กับระยะทางของกาแลก็ ซี รวมทงั้ ขอ้ มลู การ
คน้ พบไมโครเวฟพืน้ หลงั จากอวกาศ โครงสร้างและองคป์ ระกอบของกาแลก็ ซีทางช้างเผือก ตําแหนง่ ของ
ระบบสรุ ิยะ การสังเกตเห็นทางช้างเผือกของคนบนโลก กระบวนการเกิดดาวฤกษ์ การเปล่ยี นแปลงความ
ดนั อุณหภมู ิ ขนาด ปจั จยั ท่ีสง่ ผลตอ่ ความสอ่ งสวา่ งของดาวฤกษ์ ความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งความสอ่ งสวา่ งกบั
โชตมิ าตรของดาวฤกษ์ ความสมั พนั ธ์ระหวา่ งสี อุณหภมู ผิ ิว และสเปกตรมั ของดาวฤกษ์ ลาํ ดับววิ ฒั นาการ
ท่ีสัมพันธก์ บั มวลตั้งตน้ และวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงสมบตั บิ างประการของดาวฤกษ์ กระบวนการเกิด
ระบบสรุ ิยะ และการแบง่ เขตบรวิ ารของดวงอาทิตย์ และลักษณะของดาวเคราะหท์ เี่ ออื้ ต่อการดาํ รงชวี ิต
โครงสรา้ งของดวงอาทิตย์ การเกิดลมสรุ ิยะ พายสุ ุริยะ ผลของลมสุริยะ และพายสุ รุ ิยะทีม่ ีตอ่ โลกรวมทง้ั
ประเทศไทย การสํารวจอวกาศ โดยใชก้ ลอ้ งโทรทรรศนใ์ นชว่ งความยาวคลนื่ ตา่ ง ๆ ดาวเทียม ยานอวกาศ
สถานีอวกาศ เทคโนโลยอี วกาศ การแบง่ ช้นั และสมบัตขิ องโครงสร้างโลก หลกั ฐานทางธรณีวิทยา การ
เคลอื่ นทข่ี องแผน่ ธรณี รูปแบบแนวรอยต่อของแผน่ ธรณี กระบวนการเกิดภเู ขาไฟระเบิด ขนาดและความ
รุนแรง และผลจากแผน่ ดินไหว กระบวนการเกดิ และผลจากสนึ ามิ พื้นทเ่ี ส่ยี งภยั การเฝา้ ระวังและการ
ปฏบิ ัติตนให้ปลอดภัย ปัจจัยสาํ คัญทมี่ ผี ลต่อการได้รบั พลงั งานจากดวงอาทิตย์ การหมนุ เวยี นของอากาศ
ความกดอากาศ ทิศทางการเคลอ่ื นท่ีของอากาศ การหมุนเวยี นของอากาศ ปจั จยั ทท่ี ําให้เกิดการหมนุ เวยี น
ของนา้ํ ผิวหนา้ ในมหาสมุทรและรปู แบบการหมุนเวียนของนาํ้ ผิวหนา้ ในมหาสมทุ ร ปจั จยั ทม่ี ผี ลต่อการ
เปล่ียนแปลงและภูมิอากาศของโลก สญั ลักษณล์ มฟา้ อากาศ แผนท่ีอากาศ และสภาพลมฟา้ อากาศ
โดยใชก้ ระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ในการสบื เสาะหาความรู้ การแกป้ ญั หา การสํารวจ การ
สบื คน้ ข้อมลู อธบิ าย อภปิ รายและสรุป
เพ่ือให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สื่อสารส่ิงท่ีเรียนรู้ มคี วามสามารถในการตัดสินใจ
นาํ ความรไู้ ปใช้ในชวี ติ ของตนเอง มจี ิตวทิ ยาศาสตร์ มีจรยิ ธรรม คุณธรรม และคา่ นิยมท่เี หมาะสม
มาตรฐานและตวั ชว้ี ดั
ว 3.1 ม.6/1-10
ว 3.2 ม.6/1-14
รวมทงั้ หมด 24 ตัวชวี้ ัด
141
คาอธบิ ายรายวิชาเพม่ิ เติม
ม.ปลาย
142
คาอธิบายรายวชิ าเพ่ิมเติม
ว30201 ฟสิ กิ ส์ 1 กลุ่มสาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์
ช้ันมธั ยมศึกษาปีท่ี 4 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 80 ช่วั โมง จานวน 2.0 หน่วยกติ
ศกึ ษา วเิ คราะห์ เก่ียวกับธรรมชาตแิ ละพฒั นาการทางฟิสกิ ส์ ปรมิ าณทางกายภาพและหนว่ ย การ
วดั ความคลาดเคลื่อนในการวัดและการทดลองในวชิ าฟิสิกส์ การหาเวกเตอร์ลัพธ์ การบอกตําแหน่งของ
วตั ถุ ความสมั พันธ์ระหวา่ งประมาณตา่ ง ๆ ทีเ่ กีย่ วขอ้ งกบั การเคลื่อนที่แนวตรงด้วยความเร่งคงตัว แรงและ
ผลของแรงท่ีมีต่อสภาพการเคลอื่ นที่ของวตั ถุ การเคลอื่ นท่ีใน 1 มิติ กฎการเคลอื่ นที่ของนิวตัน แรงดึงดูด
ระหวา่ งมวล แรงเสยี ดทาน และการประยุกตก์ ฎการเคลอ่ื นที่
โดยใช้กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ การสบื เสาะหาความรู้ การสํารวจตรวจสอบ การสบื ค้นข้อมลู
การอภปิ รายและการทดลอง
เพ่ือให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถส่ือสารสิ่งที่เรียนรู้ มีความสามารถในการ
ตัดสินใจ นาํ ความรูไ้ ปใช้ในชีวิตประจาํ วนั มีจติ วิทยาศาสตร์ จริยธรรม คณุ ธรรม และค่านิยมท่ีเหมาะสม
ผลการเรยี นรู้
1. สืบค้นและอธบิ ายการค้นหาความรู้ทางฟิสิกส์ ประวัติความเป็นมา รวมท้ังพัฒนาการของหลักการและ
แนวคดิ ทางฟสิ ิกส์ทม่ี ผี ลต่อ การแสวงหาความรู้ใหมแ่ ละการพฒั นาเทคโนโลยี
2. วดั และรายงานผลการวัดปรมิ าณทางฟิสิกส์ได้ถกู ต้องเหมาะสม โดยนําความคลาดเคลือ่ นในการวัดมา
พจิ ารณาในการนําเสนอผล รวมทั้งแสดงผลการทดลองในรูปของกราฟ วิเคราะห์และแปลความหมาย
จากกราฟเส้นตรง
3. ทดลองและอธิบายความสมั พนั ธ์ระหว่าง ตําแหน่ง การกระจัด ความเรว็ และความเรง่ ของการเคล่อื นที่
ของวัตถุในแนวตรงท่มี ี ความเร่งคงตัวจากกราฟและสมการ รวมทง้ั ทดลองหาค่าความเร่งโน้มถ่วงของ
โลก และ คาํ นวณปรมิ าณต่าง ๆ ทเี่ ก่ยี วข้อง
4. อธบิ ายแรงและผลของแรงลพั ธ์ทม่ี ีตอ่ การเคล่ือนทีข่ องวตั ถุ รวมท้ังทดลองหาแรงลพั ธข์ องแรงสองแรงท่ี
ทาํ มุมต่อกนั
5. เขยี นแผนภาพของแรงที่กระทาํ ต่อวัตถุอิสระ และอธิบายกฎการเคล่อื นท่ขี องวตั ถุ รวมท้งั ทดลองและ
อธิบายความสมั พันธร์ ะหวา่ งแรง มวล และความเรง่ ตามกฎข้อทีส่ องของนิวตนั
6. อธิบายกฎความโนม้ ถ่วงสากลและผลของสนามโน้มถ่วงที่ทําใหว้ ัตถมุ ีนํ้าหนัก รวมทงั้ คํานวณปริมาณ
ต่าง ๆ ทเี่ กย่ี วข้อง
7. วิเคราะห์และอธิบายแรงเสียดทานระหว่างผิวสัมผัสของวัตถุคู่หนึ่ง ๆ ในกรณีที่วัตถุหยุดน่ิงและวัตถุ
เคล่อื นที่ รวมท้งั ทดลองหาสมั ประสทิ ธิ์ความเสียดทานระหว่างผิวสัมผัสของวัตถคุ ่หู น่ึง ๆ และนาํ ความรู้
เร่อื งแรงเสยี ดทานไปใชใ้ นชีวติ ประจําวัน
รวมทั้งหมด 7 ผลการเรยี นรู้
143
คาอธบิ ายรายวชิ าเพ่ิมเติม
ว30221 เคมี 1 กลุม่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 4 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 60 ช่ัวโมง จานวน 1.5 หน่วยกติ
ศกึ ษาเก่ียวกับสัญลักษณ์แสดงความเป็นอันตรายของสารเคมีในระบบ GHS และ NFPA ขอ้ ควร
ปฏิบัติ ขณะทําปฏิบัติการ และหลังทําปฏิบัติการ การกําจัดสารเคมี และการปฐมพยาบาลเมื่อได้รั บ
อบุ ัตเิ หตจุ ากสารเคมี ศึกษาการพิจารณาความนา่ เช่ือถอื ของขอ้ มูลที่ไดจ้ ากการวดั จากความเทยี่ งและความ
แม่น อุปกรณ์วัดปริมาตรและวัดมวล เลขนัยสําคัญ หน่วยวัดในระบบเอสไอ แฟคเตอร์เปล่ียนหน่วย
รวมท้งั วธิ ีการทางวทิ ยาศาตร์ ทักษะกระบวนทางวิทยาศาสตร์ และจติ วิทยาศาสตร์
ศกึ ษาวเิ คราะห์เปรยี บเทยี บแบบจาํ ลองอะตอมของดอลตัน ทอมสัน รทั เทอร์ฟอรด์ โบร์ และแบบ
กลุ่มหมอก เขียนและแปลความหมายสัญลักษณ์นิวเคลียรข์ องธาตุ ศึกษาอนุภาคมูลฐานของอะตอม เลข
อะตอม เลขมวล ไอโซโทป ศึกษา ทดลองเกย่ี วกับสีของเปลวไฟจากสารประกอบและเส้นสเปกตรัมของ
ธาตุบางชนิด ศึกษาและเขียนการจัดเรียงอิเล็กตรอนในอะตอม ศึกษาความหมายของระดับพลังงานของ
อิเลก็ ตรอน ออรบ์ ิทลั เวเลนซอ์ เิ ล็กตรอน ศึกษาวเิ คราะห์การจัดเรียงธาตใุ นตารางธาตขุ องนักวิทยาศาสตร์
ระบุหมู่ คาบ ความเป็นโลหะ แนวโน้มสมบัติบางประการ ของธาตุในตารางธาตตุ ามหมู่และตามคาบ กึ่ง
โลหะ และอโลหะ ของธาตุเรพรีเซนเตทีพ และธาตุแทรนสิชันในตารางธาตุ บอกแนวโน้มสมบัติของธาตุ
เรพรเี ซนเตทีฟตามหมู่และตามคาบ เก่ียวกับขนาดอะตอม รัศมีไอออน พลังงานไอออไนเซชนั ค่าอิเล็ก
โทรเนกาติวิตี สมั พรรคภาพอิเล็กตรอน จุดหลอมเหลว จุดเดือด เลขออกซเิ ดชัน เปรียบเทียบสมบัติของ
ธาตุแทรนสิชันและธาตุเรฟรีเซนเททีฟ ศึกษาสมบัติของธาตุกมั มันตรังสี การเกิด กัมมันตภาพรังสี การ
สลายตัวของธาตกุ มั มันตรังสี ศกึ ษาและคํานวณคร่งึ ชีวิตของธาตกุ ัมมนั ตรังสี ศึกษา ปฏิกิรยิ านวิ เคลยี ร์ การ
ตรวจสอบสารกัมมนั ตรังสี และเทคโนโลยที เ่ี กี่ยวข้องกับการใชส้ ารกัมมันตรังสี ธาตุและ สารประกอบบาง
ชนดิ ในส่งิ มชี ีวิตละสงิ่ แวดล้อม
ศกึ ษาพันธะเคมี สญั ลกั ษณ์แบบจดุ ของลวิ อสิ และกฏออกเตต การเกิดพันธะไอออนิก สูตรเคมีและ
ช่อื ของสารประกอบไอออนกิ พลังงานกับการเกิดสารประกอบไอออนิก สมบตั ิของสารประกอบไอออนิก
สมการไอออนิกและสมการไอออนกิ สทุ ธิ การเกดิ พนั ธะโคเวเลนต์อโครงสรา้ งลวิ อิส สตู รโมเลกุลและชื่อของ
สารโคเวเลนต์ ความยาวและพลังงานพันธะ เรโซแนนซ์ การคํานวณพลังงานพันธะและพลังงานของ
ปฏิกริ ิยา รูปร่างและสภาพข้วั ขอโมเลกุลโคเวเลนต์ แรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกลุ และสมบัติของสารโคเว
เลนต์ สารโคเวเลนต์ร่างตาขา่ ย การเกิดพนั ธะโลหะและสมบัตขิ องโลหะ และการนาํ สารประกอบชนดิ ต่างๆ
ไปใช้ประโยชน์
โดยใชก้ ระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ การสบื เสาะหาความรู้ การสบื คน้ ขอ้ มูล การสงั เกต วเิ คราะห์
เปรียบเทยี บ อธิบาย อภิปราย และสรปุ เพื่อให้เกดิ ความรู้ ความเขา้ ใจ มคี วามสามารถในการตดั สนิ ใจ มี
ทักษะปฏบิ ัติการทางวิทยาศาสตร์ รวมทั้งทกั ษะแหง่ ศตวรรษที่ 21 ในดา้ นการใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศ ดา้ น
การคดิ และการแก้ปัญหา ด้านการส่ือสาร สามารถสื่อสารส่ิงที่เรียนรแู้ ละนาํ ความรไู้ ปใช้ในชีวิตของตนเอง
มีจิตวทิ ยาศาสตร์ จริยธรรม คณุ ธรรม และคา่ นิยมทเี่ หมาะสม
144
ผลการเรียนรู้
1. สืบค้นข้อมูลสมมติฐาน การทดลอง หรือผลการทดลองที่เป็นประจักษ์พยานในการเสนอแบบจําลอง
อะตอมของนักวทิ ยาศาสตร์ และอธิบายวิวัฒนาการของแบบจําลองอะตอม
2. เขียนสัญลกั ษณ์นิวเคลยี รข์ องธาตุ และระบุจํานวนโปรตอน นิวตรอน และอเิ ลก็ ตรอนของอะตอมจาก
สญั ลักษณ์นวิ เคลยี ร์ รวมทงั้ บอกความหมายของไอโซโทป
3. อธิบาย และเขยี นการจัดเรียงอิเล็กตรอน ในระดับพลังงานหลักและระดับพลังงานย่อยเม่ือทราบเลข
อะตอมของธาตุ
4. ระบุหมู่ คาบ ความเป็นโลหะ อโลหะ และกึง่ โลหะ ของธาตุเรพรีเซนเททีฟและธาตุ แทรนซิชนั ในตาราง
ธาตุ
5. วเิ คราะห์ และบอกแนวโน้มสมบตั ิของธาตุเรพรีเซนเททีฟตามหมู่และตามคาบ
6. บอกสมบัติของธาตโุ ลหะแทรนซชิ นั และเปรยี บเทยี บสมบตั กิ ับธาตโุ ลหะในกลมุ่ ธาตุเรพรเี ซนเททฟี
7. อธิบายสมบตั ิ และคาํ นวณครงึ่ ชีวติ ของไอโซโทปกัมมันตรงั สี
สบื ค้นขอ้ มลู และยกตัวอย่างการนําธาตุ มาใช้ประโยชน์ รวมท้งั ผลกระทบต่อสิง่ มีชวี ิตและสิ่งแวดลอ้ ม
8. อธิบายการเกดิ ไอออนและการเกดิ พนั ธะ ไอออนิก โดยใช้แผนภาพหรือสญั ลกั ษณ์แบบจุดของลวิ อิส
9. เขยี นสูตร และเรยี กชอ่ื สารประกอบไอออนกิ
10. คํานวณพลงั งานท่ีเก่ียวข้องกับปฏิกริ ยิ าการเกิดสารประกอบไอออนกิ จากวฏั จักร บอรน์ -ฮาเบอร์
11. อธิบายสมบัติของสารประกอบไอออนกิ
12. เขยี นสมการไอออนิกและสมการไอออนิกสุทธิของปฏิกิรยิ าของสารประกอบไอออนกิ
13. อธบิ ายการเกดิ พันธะโคเวเลนต์แบบพนั ธะเดี่ยว พันธะคู่ และพันธะสาม ดว้ ยโครงสรา้ งลวิ อสิ
14. เขยี นสตู ร และเรียกชื่อสารโคเวเลนต์
15. วเิ คราะห์ และเปรยี บเทยี บความยาวพนั ธะและพลังงานพนั ธะในสารโคเวเลนต์ รวมท้ังคํานวณพลังงาน
ที่เกี่ยวขอ้ งกับปฏกิ ริ ยิ าของสารโคเวเลนตจ์ ากพลงั งานพนั ธะ
16. คาดคะเนรูปร่างโมเลกุลโคเวเลนต์ โดยใช้ทฤษฎีการผลักระหว่างคู่อิเลก็ ตรอนในวงเวเลนซ์ และระบุ
สภาพข้วั ของโมเลกุลโคเวเลนต์
17. ระบุชนิดของแรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลโคเวเลนต์ และเปรียบเทียบจุดหลอมเหลว จดุ เดือด และ
การละลายนํ้าของสารโคเวเลนต์
18. สืบค้นขอ้ มูล และอธิบายสมบัตขิ องสารโคเวเลนตโ์ ครงร่างตาขา่ ยชนิดตา่ ง ๆ
19. อธบิ ายการเกดิ พันธะโลหะและสมบัตขิ องโลหะ
20. เปรียบเทยี บสมบัตบิ างประการของสารประกอบไอออนกิ สารโคเวเลนต์ และโลหะ สืบค้นข้อมูลและ
นาํ เสนอตวั อย่างการใชป้ ระโยชน์ของสารประกอบไอออนิก สารโคเวเลนต์ และโลหะ ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
21. บอก และอธิบายขอ้ ปฏิบัติเบื้องต้น และปฏิบัติตนท่ีแสดงถึงความตระหนักในการทําปฏิบัติการเคมี
เพอื่ ให้มคี วามปลอดภยั ทั้งตอ่ ตนเอง ผอู้ น่ื และสิ่งแวดลอ้ ม และเสนอแนวทางแก้ไขเมื่อเกดิ อุบัติเหตุ
22. เลือก และใชอ้ ุปกรณห์ รือเคร่ืองมือในการทําปฏบิ ตั ิการ และวัดปรมิ าณต่าง ๆ ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
23. ระบุหนว่ ยวัดปรมิ าณตา่ ง ๆ ของสาร และเปล่ียนหนว่ ยวดั ให้เปน็ หนว่ ยในระบบเอสไอด้วยการใช้แฟก
เตอร์เปล่ียนหน่วย
24. นําเสนอแผนการทดลอง ทดลองและเขียนรายงานการทดลอง
รวมทั้งหมด 24 ผลการเรียนรู้
145
คาอธิบายรายวิชาเพม่ิ เตมิ
ว30241 ชีววทิ ยา 1 กลุ่มสาระการเรียนร้วู ทิ ยาศาสตร์
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 4 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 60 ชัว่ โมง จานวน 1.5 หน่วยกิต
ศึกษาเก่ียวกับธรรมชาติของส่ิงมีชีวิต ลักษณะเฉพาะของส่ิงมีชีวิต แขนงวิชาท่ีเก่ียวข้องกับ
ชีววทิ ยาและการใชค้ วามรู้ทางชีววทิ ยาทเ่ี ปน็ ประโยชนต์ อ่ มนษุ ยแ์ ละส่ิงแวดลอ้ ม ชวี วิทยากับการดาํ รงชวี ิต
ของส่ิมีชีวิตความตระหนักในเร่ืองของชีวจริยธรรม การศึกษาชีววิทยาโดยใช้วิธีการทางวิทยาศาส ตร์
รวมทั้งการศึกษาวิธีการทาํ งานของนักวทิ ยาศาสตร์ และการนาํ ความรู้เกี่ยวกับชีววทิ ยามาประยุกต์ใช้ใน
ชวี ิตประจําวัน การทํากิจกรรมสะเต็มศึกษาโดยใชก้ ระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมเพ่ือแก้ปัญหาชีวิต
จริง ศึกษาเคมีทีเ่ ป็นพ้ืนฐานของส่ิงมีชีวติ โครงสร้างและหน้าท่ีของสารต่างๆ ท่เี ป็นองคป์ ระกอบในเซลล์
ของส่ิงมีชีวิต และปฏิกิริยาเคมีในเซลล์ของส่ิงมีชีวิต ศึกษาส่วนประกอบของกล้องจุลทรรศน์ใช้แสง
หลกั การทาํ งาน วธิ กี ารใช้ รวมท้งั การดแู ลและเกบ็ รกั ษา ศึกษาโครงสรา้ งและหน้าที่ของส่วนทหี่ ่อหุ้มเซลล์
ไซโทพลาซึม และนิวเคลียสท่ี การลําเลียงสารเข้าและออกจากเซลล์ การหายใจระดับเซลล์ที่เป็น
กระบวนการทเ่ี ซลล์สร้างพลังงานจากการสลายสารอาหารสาํ หรับนาํ ไปใชใ้ นกจิ กรรมตา่ งๆ ของเซลล์ และ
การแบ่งเซลล์
โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสบื เสาะหาความรู้ การสืบค้นข้อมลู การสังเกต วิเคราะห์
เปรยี บเทียบ อธิบาย อภปิ ราย และสรปุ เพื่อให้เกิดความรู้ ความเขา้ ใจ มีความสามารถในการตัดสนิ ใจ
มที ักษะปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ รวมทงั้ ทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ในด้านการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ
ด้านการคิดและการแก้ปัญหา ด้านการสื่อสารสามารถส่ือสารสิ่งที่เรียนรู้และนําความรู้ไปใช้ในชีวิตของ
ตนเอง มีจติ วทิ ยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และคา่ นิยมทเี่ หมาะสม
ผลการเรยี นรู้
1. อธิบาย และสรุปสมบัติที่สําคัญของส่ิงมีชีวิต และความสัมพันธ์ของการจัดระบบในสิ่งมีชีวิตท่ีทําให้
สงิ่ มชี วี ติ ดาํ รงชีวติ อยู่ได้
2. อภิปราย และบอกความสําคัญของการระบุปัญหา ความสัมพันธ์ระหว่างปัญหา สมมติฐาน และวิธกี าร
ตรวจสอบสมมตฐิ าน รวมทงั้ ออกแบบการทดลองเพอื่ ตรวจสอบสมมตฐิ าน
3. สบื ค้นข้อมูล อธิบายเก่ียวกับสมบัติของนํ้าและบอกความสําคัญของน้ําที่มตี ่อส่ิงมีชีวิต และยกตัวอย่าง
ธาตุชนดิ ตา่ ง ๆ ทีม่ คี วามสาํ คญั ต่อรา่ งกายส่งิ มชี วี ิต
4. สบื ค้นข้อมูล อธิบายโครงสร้างของคาร์โบไฮเดรต ระบุกลุ่มของคารโ์ บไฮเดรต รวมท้ังความสําคัญของ
คารโ์ บไฮเดรตทม่ี ีต่อสงิ่ มีชวี ติ
5. สืบคน้ ข้อมลู อธบิ ายโครงสรา้ งของโปรตีน และความสําคัญของโปรตีนทีม่ ีตอ่ สง่ิ มชี วี ิต
6. สืบคน้ ข้อมูล อธิบายโครงสร้างของลิพดิ และความสําคญั ของลพิ ดิ ที่มีตอ่ สง่ิ มชี วี ิต
7. อธิบายโครงสร้างของกรดนิวคลอิ กิ และระบชุ นิดของกรดนวิ คลิอกิ และความสําคัญของกรดนิวคลิอิกที่
มีตอ่ สิ่งมชี วี ิต
8. สืบคน้ ขอ้ มูล และอธิบายปฏกิ ิรยิ าเคมที ่ีเกดิ ขึ้นในสิง่ มชี วี ติ
9. อธิบายการทํางานของเอนไซมใ์ นการเร่งปฏิกิรยิ าเคมีในสิง่ มีชีวติ และระบุปัจจัยท่ีมีผลต่อการทํางาน
ของเอนไซม์
146
10. บอกวิธกี าร และเตรยี มตวั อยา่ งสิ่งมชี วี ิตเพ่ือศึกษาภายใต้กลอ้ งจุลทรรศน์ใชแ้ สง วดั ขนาดโดยประมาณ
และวาดภาพท่ีปรากฏภายใต้กล้อง บอกวิธีการใช้ และการดูแลรกั ษากล้องจลุ ทรรศน์ใช้แสงทถ่ี กู ตอ้ ง
11. อธบิ ายโครงสร้างและหนา้ ทข่ี องสว่ นท่ีหอ่ หมุ้ เซลลข์ องเซลล์พชื และเซลล์สัตว์
12. สบื คน้ ขอ้ มูล อธิบาย และระบุชนดิ และหน้าทข่ี องออร์แกเนลล์
13. อธิบายโครงสรา้ งและหนา้ ทข่ี องนวิ เคลยี ส
14. อธิบาย และเปรยี บเทยี บการแพร่ ออสโมซสิ การแพรแ่ บบฟาซลิ ิเทต และแอกทีฟทรานสปอร์ต
15. สบื คน้ ข้อมูล อธิบาย และเขียนแผนภาพการลําเลยี งสารโมเลกลุ ใหญ่ออกจากเซลล์ด้วยกระบวนการ
เอกโซไซโทซสิ และการลําเลียงสารโมเลกุลใหญเ่ ข้าสู่เซลล์ด้วยกระบวนการ เอนโดไซโทซสิ
16. สงั เกตการแบ่งนิวเคลียสแบบไมโทซสิ และแบบไมโอซิสจากตัวอยา่ งภายใต้กล้องจลุ ทรรศน์ พร้อมท้ัง
อธิบายและเปรียบเทียบการแบง่ นวิ เคลียสแบบไมโทซสิ และแบบไมโอซสิ
17. อธิบาย เปรยี บเทยี บ และสรุปขัน้ ตอน การหายใจระดบั เซลล์ในภาวะทมี่ ีออกซิเจนเพียงพอ และภาวะ
ท่มี อี อกซิเจนไม่เพยี งพอ
รวมทัง้ หมด 17 ผลการเรียนรู้
147
คาอธบิ ายรายวิชาเพม่ิ เติม (ภาษา)
ว30281 การใชง้ าน google app เพอ่ื การศกึ ษา กลมุ่ สาระการเรยี นร้วู ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี 4 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 40 ชวั่ โมง จานวน 1.0 หน่วยกิต
ศึกษาและอธิบายหลักการทํางานเบ้ืองต้นของการสื่อสารข้อมูลและเครือข่ายคอมพิวเตอร์
สามารถนาํ กระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศมาเปน็ แนวทางในการแก้ปัญหาอยา่ งเป็นขั้นตอน มที กั ษะใน
การค้นหาข้อมูล และติดต่อส่ือสารผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ได้อย่างมีคุณธรรมและมีจรยิ ธรรม เลือกใช้
ซอฟต์แวรใ์ นการทํางาน ให้มีความเหมาะสมกับลักษณะงานและประสิทธิภาพของงานที่จะได้รบั โดยใช้
กระบวนการการทํางาน กระบวนการสืบค้น กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการคิดวิเคราะห์ เพ่ือให้เกิด
ความรู้ ความเข้าใจ เห็นคุณค่า และใช้กระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศ ในการสืบค้นข้อมูล การเรยี นรู้
การสอื่ สาร การแกป้ ัญหา และการทาํ งานไดอ้ ย่างมปี ระสทิ ธิภาพ ประสทิ ธผิ ล และมีคณุ ธรรม
ผลการเรียนรู้
1. มีความรคู้ วามเข้าใจเกี่ยวกบั เครือขา่ ยสงั คมออนไลนไ์ ด้
2. มคี วามรคู้ วามเขา้ ใจเกี่ยวกบั แอพพลเิ คช่ันเพอ่ื นการศกึ ษาได้
3. มีความรคู้ วามเข้าใจเบือ้ งตน้ เกีย่ วกับการสร้างเว็บด้วย Google Sites
4. มคี วามรแู้ ละทกั ษะในการเลือกใช้ธมี ด้วย Google Sites
5. มีความรู้เก่ียวกับกราฟกิ และสามารถปรบั แต่งภาพกราฟกิ ใช้บน Google Sites ได้
6. มีความรูแ้ ละทกั ษะเกยี่ วกบั การใช้เครอื่ งมอื ตา่ ง ๆ ในการสร้างและปรบั แต่งด้วย Google Sites
ได้
7. มีความรแู้ ละทกั ษะในการเชอ่ื มโยงเว็บเพจแบบตา่ ง ๆ เชน่ facebook, twitter, youtube ได้
8. มคี วามรแู้ ละทกั ษะในการนําวีดีโอจาก youtube มาปรับแตง่ ใน Google Sites ได้
9. มีความรแู้ ละทกั ษะในการสร้างแบบฟอรม์ จาก Google Sites
10. มีความรูแ้ ละทกั ษะในการสร้างชิน้ งานและเผยแพรท่ าง Google Sites ได้
รวมท้งั หมด 10 ผลการเรยี นรู้
148
คาอธบิ ายรายวิชาเพิ่มเติม
ว30202 ฟสิ กิ ส์ 2 กล่มุ สาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตร์
ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 4 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 80 ช่ัวโมง จานวน 2.0 หนว่ ยกติ
ศึกษาหลักการของกลศาสตรใ์ นเรอื่ ง สภาพสมดลุ และเงอ่ื นไขท่ที าํ ให้เกดิ สมดลุ สภาพยืดหยนุ่ ของ
วตั ถุและมอดูลัส สมดุลต่อการหมุน งาน กําลัง พลงั งานกล ความสัมพันธ์ระหวา่ งงานและพลังงานจลน์
กฎการอนุรักษ์พลงั งาน เคร่ืองกลอย่างง่ายและประสิทธภิ าพของเครื่องกล โมเมนตัม การชนกันของวตั ถุ
และกฎการอนรุ กั ษ์โมเมนตมั ทอร์กและผลของทอร์กที่มตี อ่ สภาพการหมนุ การเคลือ่ นทแี่ บบโพรเจกไทล์
และการเคล่อื นท่แี บบวงกลม
โดยใช้กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสาํ รวจตรวจสอบ การสบื ค้นขอ้ มูล
การอภิปรายและการทดลอง
เพ่ือให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถส่ือสารส่ิงที่เรียนรู้ มีความสามารถในการ
ตัดสินใจ นําความรไู้ ปใช้ในชีวติ ประจําวนั มีจิตวิทยาศาสตร์ จรยิ ธรรม คุณธรรม และค่านยิ มที่เหมาะสม
สาระฟสิ ิกส์
1. เขา้ ใจธรรมชาติทางฟิสิกส์ ปริมาณและกระบวนการวดั การเคล่ือนทแี่ นวตรง แรง
และกฎการเคล่ือนที่ของนิวตัน กฎความโนม้ ถ่วงสากล แรงเสียดทานสมดุลกลของวัตถุ งาน
และกฎการอนุรกั ษ์พลังงานกล โมเมนตัมและกฎการอนุรกั ษโ์ มเมนตัม การเคล่ือนท่ีแนวโค้ง
รวมทงั้ นําความรูไ้ ปใช้ประโยชน์
ผลการเรียนรู้
1. อธิบายสมดุลกลของวัตถุ โมเมนตแ์ ละผลรวมของโมเมนตท์ ่ีมีต่อการหมุน แรงคู่ควบและผลของ
แรงคคู่ วบท่ีมตี ่อสมดุลของวัตถุ เขยี นแผนภาพของแรงทก่ี ระทําตอ่ วัตถุอสิ ระเม่ือวัตถุอยู่ในสมดุล
กล และคาํ นวณปรมิ าณตา่ ง ๆ ท่ีเกยี่ วข้อง รวมท้งั ทดลองและอธิบายสมดุลของแรงสามแรง
2. สังเกตและอธบิ ายสภาพการเคลื่อนทขี่ องวตั ถุ เมอ่ื แรงทกี่ ระทําต่อวัตถผุ า่ นศนู ยก์ ลางมวลของวัตถุ
และผลของศนู ย์ถว่ งทมี่ ตี ่อเสถยี รภาพของวตั ถุ
3. วิเคราะห์ และคาํ นวณงานของแรงคงตัว จากสมการและพื้นทใี่ ตก้ ราฟ ความสัมพนั ธ์ระหว่างแรง
กับตาํ แหนง่ รวมท้ังอธบิ ายและคํานวณกาํ ลังเฉลีย่
4. อธิบายและคํานวณพลังงานจลน์ พลังงานศกั ย์ พลังงานกล ทดลองหาความสมั พันธ์ระหว่างงาน
กับพลังงานจลน์ ความสัมพันธ์ระหว่างงานกับพลังงานศกั ย์โน้มถ่วง ความสัมพันธ์ระหวา่ งขนาด
ของแรงท่ีใช้ดึงสปริงกับระยะที่สปริงยืดออก และความสัมพันธ์ระหว่างงานกับพลังงานศักย์
ยดื หย่นุ รวมท้ัง อธิบายความสมั พันธร์ ะหว่างงานของแรงลพั ธแ์ ละพลงั งานจลน์ และคาํ นวณงานท่ี
เกิดขน้ึ จากแรงลัพธ์
5. อธิบายกฎการอนุรักษ์พลังงานกลรวมทั้งวิเคราะห์ และคํานวณปริมาณต่าง ๆ ท่ีเก่ียวข้องกับ
การเคล่อื นทขี่ องวตั ถุในสถานการณ์ต่าง ๆ โดยใชก้ ฎการอนุรักษพ์ ลังงานกล