The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลักสูตรโรงเรียนศรีกระนวนวิทยาคม-ปีการศึกษา2563

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Jakkapong Amatsombat, 2020-04-30 06:24:48

หลักสูตรโรงเรียนศรีกระนวนวิทยาคม-ปีการศึกษา2563

หลักสูตรโรงเรียนศรีกระนวนวิทยาคม-ปีการศึกษา2563

149

6. อธบิ ายการทํางาน ประสิทธิภาพและ การได้เปรียบเชงิ กลของเคร่ืองกลอย่างง่ายบางชนิด โดยใช้
ความรู้เร่อื งงานและสมดุลกล รวมทง้ั คาํ นวณประสิทธภิ าพและการไดเ้ ปรียบเชงิ กล

7. อธิบายและคํานวณโมเมนตัมของวัตถุ และการดลจากสมการและพ้ืนท่ีใต้กราฟความสัมพันธ์
ระหวา่ งแรงลัพธก์ บั เวลา รวมท้งั อธิบายความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งแรงดลกับโมเมนตมั

8. ทดลอง อธบิ ายและคํานวณปริมาณต่าง ๆ ที่เก่ยี วกับการชนของวัตถุในหนงึ่ มิติทัง้ แบบยืดหยุ่น ไม่
ยดื หย่นุ และการดีดตัวแยกจากกนั ในหนง่ึ มิตซิ ึ่งเปน็ ไปตามกฎการอนรุ ักษโ์ มเมนตมั

9. อธิบาย วิเคราะห์ และคํานวณปริมาณต่าง ๆ ที่เก่ียวข้องกับการเคล่ือนที่แบบโพรเจกไทล์ และ
ทดลองการเคล่อื นท่ีแบบโพรเจกไทล์

10. ทดลองและอธิบายความสัมพนั ธ์ระหวา่ งแรงสู่ศูนย์กลาง รัศมีของการเคล่ือนที่ อัตราเรว็ เชิงเส้น
อัตราเร็วเชิงมุม และมวลของวัตถุในการเคล่ือนที่แบบวงกลมในระนาบระดับ รวมท้ังคํานวณ
ปริมาณตา่ ง ๆ ท่เี ก่ยี วขอ้ ง และประยกุ ตใ์ ช้ความรกู้ ารเคลอื่ นท่ีแบบวงกลมในการอธิบายการโคจร
ของดาวเทียม

รวมทง้ั หมด 10 ผลการเรียนรู้

150

คาอธบิ ายรายวชิ าเพ่มิ เติม

ว30221 เคมี 2 กลุม่ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์

ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 4 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 60 ชวั่ โมง จานวน 1.5 หน่วยกติ

ศึกษาความหมายและคํานวณมวลอะตอม มวลอะตอมสัมพัทธ์ มวลอะตอมเฉลี่ยของธาตุ โมล

มวลต่อโมล มวลโมเลกุลและมวลสูตร ศกึ ษาความสัมพันธร์ ะหว่างจํานวนโมล อนุภาค มวลและปริมาตร
ของแกส๊ ที่ STP ศึกษากฎสัดส่วนคงท่ี คํานวณอัตราสว่ นโดยมวล อัตราส่วนโดยโมล รอ้ ยละโดยโมล สูตร
โมเลกลุ และสูตรเอมพริ ิคัล

ศกึ ษาหน่วยความเข้มข้นและการคํานวณความเขม้ ข้นของสารละลายในหนว่ ยร้อยละ ส่วนในลา้ น
ส่วน ส่วนในพันล้านส่วน โมลาริตี โมแลลติ ี และเศษสว่ นโมล ศึกษาการเตรียมสารละลายจากสารบริสทุ ธิ์
และจากการเจือจางสารละลายเข้มข้น เปรียบเทียบจุดเดือดและจุดหลอมเหลวของสารบริสุทธิ์และ

สารละลาย
ศึกษาการเขียนและดุลสมการเคมี อัตราส่วนโดยโมลของสารในปฏิกิริยาเคมี แปลความหมาย

สญั ลักษณ์ในสมการเคมี คํานวณปริมาณของสารในปฏิกิริยาเคมตี ามกฎทรงมวล ศกึ ษากฎการรวมปริมาตร

แก๊สของเกย์-ลูสแซกและสมมติฐานของอาโวกาโดร คํานวณปริมาณของสารในปฏิกิริยาเคมีโดยใช้
ความสัมพันธ์ระหว่างโมล มวล ความเข้มข้น และปริมาตรแก๊ส คํานวณปริมาณสารในปฏิกิรยิ าเคมีหลาย
ขั้นตอน ปริมาณสารเมื่อมีสารกําหนดปริมาณ และผลไดร้ อ้ ยละ

โดยใชก้ ระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสืบคน้ ข้อมูล การสงั เกต วิเคราะห์
เปรียบเทยี บ อธิบาย อภิปราย และสรุป เพ่ือใหเ้ กดิ ความรู้ ความเขา้ ใจ มีความสามารถในการตดั สนิ ใจ มี
ทกั ษะปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ รวมท้ังทักษะแห่งศตวรรษท่ี 21 ในด้านการใช้เทคโนโลยี ด้านการคิด

และการแก้ปัญหา ด้านการส่ือสารสามารถสื่อสารส่ิงท่ีเรียนรู้และนําความรู้ไปใช้ในชีวิตของตนเอง มีจิต
วิทยาศาสตร์ จรยิ ธรรม คณุ ธรรม และค่านยิ มทีเ่ หมาะสม

ผลการเรยี นรู้
1. แปลความหมายสัญลักษณ์ในสมการเคมี เขยี นและดลุ สมการเคมขี องปฏิกริ ิยาเคมี บางชนดิ
2. คาํ นวณปริมาณของสารในปฏกิ ิรยิ าเคมีที่เก่ียวข้องกับมวลสาร

3. คาํ นวณปริมาณของสารในปฏกิ ิริยาเคมี ทเี่ กี่ยวข้องกบั ความเขม้ ข้นของสารละลาย
4. คํานวณปริมาณของสารในปฏิกิรยิ าเคมี ทีเ่ ก่ียวขอ้ งกับปรมิ าตรแก๊ส
5. คาํ นวณปรมิ าณของสารในปฏกิ ิรยิ าเคมีหลายขั้นตอน

6. ระบุสารกําหนดปริมาณ และคาํ นวณปรมิ าณสารต่าง ๆ ในปฏิกริ ิยาเคมี
7. คํานวณผลได้รอ้ ยละของผลติ ภัณฑใ์ นปฏิกิรยิ าเคมี
8. บอกความหมายของมวลอะตอมของธาตุ และคาํ นวณมวลอะตอมเฉล่ียของธาตุ มวลโมเลกุล และ

มวลสูตร
9. อธิบาย และคํานวณปริมาณใดปรมิ าณหน่ึงจากความสัมพันธ์ของโมล จํานวนอนุภาค มวล และ

ปริมาตรของแกส๊ ท่ี STP

10. คํานวณอัตราส่วนโดยมวลของธาตอุ งค์ประกอบของสารประกอบตามกฎสัดส่วนคงที่
11. คาํ นวณสตู รอย่างงา่ ยและสูตรโมเลกลุ ของสาร
12. คํานวณความเขม้ ข้นของสารละลายในหน่วยตา่ ง ๆ

151

13. อธิบายวธิ ีการ และเตรยี มสารละลายให้มีความเข้มข้นในหน่วยโมลาริตี และปริมาตรสารละลาย
ตามท่ีกําหนด

14. เปรียบเทียบจุดเดือดและจุดเยอื กแข็งของสารละลายกบั สารบรสิ ุทธ์ิ รวมทั้งคาํ นวณ จดุ เดอื ดและ
จุดเยือกแขง็ ของสารละลาย

รวมท้งั หมด 14 ผลการเรียนรู้

152

คาอธบิ ายรายวชิ าเพ่มิ เติม

ว30242 ชีววิทยา 2 กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์
ช้นั มัธยมศึกษาปีท่ี 4 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 60 ชั่วโมง จานวน 1.5 หนว่ ยกิต

ศกึ ษาเกยี่ วกับโครโมโซม และสารพันธุกรรม โครงสร้างของDNA การจําลอง DNA การควบคุม
ลักษณะทางพันธุกรรมของ DNA มิวเทชันและการเกิดมิวเทชัน ศึกษาการถ่ายทอดทางพันธุกรรม
การศกึ ษาพนั ธกุ รรมของเมนเดล การถ่ายทอดยีนบนโครโมโซม ลกั ษณะทางพนั ธุกรรมท่ีเปน็ ส่วนขยายของ

พนั ธุศาสตร์เมนเดล การถ่ายทอดยีนบนโครโมโซมเพศ ยนี บนโครโมโซมเดยี วกัน ศึกษาเทคโนโลยีทางดี
เอ็นเอ พันธุวิศวกรรมและการโคลนยีน การหาขนาดของ DNA และการหาลําดับนิวคลีโอไทด์ การ
ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีทางดีเอ็นเอกับความปลอดภัยทางชีวภาพและชีวจริยธรรม ศึกษาเก่ียวกับ

ววิ ัฒนาการ หลกั ฐานและข้อมูลท่ใี ช้ในการศึกษาววิ ฒั นาการของสิ่งมีชีวิต แนวคดิ เก่ียวกับววิ ัฒนาการของ
สงิ่ มชี ีวิต พันธุศาสตรป์ ระชากรววิ ฒั นาการของมนุษย์ ปัจจยั ท่ที าํ ให้เกิดการเปลยี่ นแปลงความถข่ี องแอลลีล
และกําเนดิ ของสปีชีส์

โดยใชก้ ระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสบื เสาะหาความรู้ การสบื คน้ ขอ้ มลู การสงั เกต วิเคราะห์
เปรยี บเทียบ อธิบาย อภปิ ราย และสรุป เพ่ือใหเ้ กิดความรู้ ความเขา้ ใจ มีความสามารถในการตัดสนิ ใจ
มที ักษะปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ รวมทัง้ ทักษะแห่งศตวรรษท่ี 21 ในด้านการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ

ด้านการคิดและการแก้ปัญหา ด้านการส่ือสาร สามารถส่ือสารส่ิงท่ีเรียนรแู้ ละนําความรู้ไปใช้ในชีวิตของ
ตนเอง มีจติ วิทยาศาสตร์ จริยธรรม คณุ ธรรม และคา่ นิยมที่เหมาะสม

ผลการเรียนรู้
1. สืบคน้ ข้อมูล อธบิ าย และสรุปผลการทดลอง ของเมนเดล
2. อธิบาย และสรุปกฎแห่งการแยก และกฎแห่งการรวมกลุ่มอย่างอิสระ และนํากฎของเมนเดลน้ี ไป

อธบิ ายการถ่ายทอดลักษณะทางพันธกุ รรมและใช้ในการคํานวณโอกาสในการเกิดฟีโนไทปแ์ ละจีโนไทป์
แบบตา่ ง ๆ ของรนุ่ F1 และ F2
3. สบื ค้นข้อมูล วิเคราะห์ อธิบาย และสรุปเก่ียวกบั การถ่ายทอดลักษณะทางพนั ธุกรรม ที่เป็นส่วนขยาย

ของพันธศุ าสตรเ์ มนเดล
4. สบื คน้ ข้อมูล วิเคราะห์ และเปรียบเทียบลักษณะทางพันธุกรรมที่มีการแปรผันไม่ตอ่ เน่ืองและลักษณะ

ทางพันธกุ รรมท่ีมีการแปรผันตอ่ เนอื่ ง

5. อธบิ ายการถ่ายทอดยีนบนโครโมโซม และยกตัวอย่างลักษณะทางพันธกุ รรมที่ถูกควบคมุ ด้วยยีนบนออ
โตโซมและยนี บนโครโมโซมเพศ

6. สืบคน้ ข้อมลู อธบิ ายสมบัติและหน้าท่ีของสารพันธกุ รรม โครงสรา้ งและองค์ประกอบทางเคมขี อง DNA

และสรุปการจาํ ลอง DNA
7. อธิบาย และระบุขัน้ ตอนในกระบวนการสงั เคราะห์โปรตนี และหนา้ ที่ของ DNA และ RNA แตล่ ะชนดิ ใน

กระบวนการสงั เคราะห์ โปรตีน

8. สรุปความสัมพันธ์ระหว่างสารพันธุกรรม แอลลีล โปรตีน ลักษณะทางพันธุกรรม และเช่ือมโยงกับ
ความร้เู รอื่ งพนั ธศุ าสตร์เมนเดล

9. สืบคน้ ขอ้ มลู และอธบิ ายการเกดิ มิวเทชนั ระดบั ยีนและระดบั โครโมโซม สาเหตกุ ารเกิดมิวเทชัน รวมทั้ง

ยกตวั อยา่ งโรคและกล่มุ อาการทเ่ี ปน็ ผลของการเกิดมิวเทชัน

153

10. อธิบายหลักการสรา้ งสง่ิ มีชวี ิตดัดแปรพันธกุ รรมโดยใชด้ เี อน็ เอรคี อมบแิ นนท์
11. สืบค้นข้อมูล ยกตัวอย่าง และอภิปรายการนําเทคโนโลยีทางดีเอ็นเอไปประยุกต์ใช้ท้ังในด้าน

สิง่ แวดลอ้ ม นติ ิวทิ ยาศาสตร์ การแพทย์ การเกษตรและอตุ สาหกรรม และขอ้ ควรคํานึงถึงด้านชีวจริย
ธรรม
12. สบื ค้นข้อมูล และอธบิ ายเกี่ยวกับหลักฐานท่ีสนับสนุนและข้อมูลทใ่ี ช้อธิบายการเกิดววิ ัฒนาการของ
สง่ิ มชี ีวิต
13. อธิบาย และเปรียบเทียบแนวคิดเก่ียวกับวิวัฒนาการของส่ิงมีชีวิตของฌอง ลามาร์ก และทฤษฎี
เกี่ยวกับวิวฒั นาการของส่งิ มีชวี ติ ของชาลส์ ดาร์วิน
14. ระบุสาระสําคัญ และอธิบายเง่ือนไขของภาวะสมดุลของฮาร์ดี-ไวน์เบิร์ก ปัจจัยที่ทําให้เกิดการ
เปลีย่ นแปลงความถขี่ องแอลลลี ในประชากร พรอ้ มทัง้ คาํ นวณหาความถี่ของแอลลลี และจโี นไทปข์ อง
ประชากรโดยใช้หลักของฮาร์ดี-ไวน์เบิรก์
15. สบื ค้นข้อมลู อภิปราย และอธิบายกระบวนการเกดิ สปชี ีสใ์ หม่ของส่งิ มชี วี ิต

รวมทั้งหมด 15 ผลการเรียนรู้

154

คาอธบิ ายรายวชิ าเพิ่มเติม

ว30261 โลก ดาราศาสตรแ์ ละอวกาศ 1 กลุม่ สาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตร์
ช้ันมธั ยมศึกษาปีที่ 4 ภาคเรียนท่ี 2 เวลา 40 ช่ัวโมง/ภาคเรียน จานวน 1.0 หน่วยกติ

ศึกษาวิเคราะห์ อธิบาย ตรวจสอบเก่ียวกับการแบ่งชั้นและสมบัติของโครงสร้างโลก แบ่งช้ัน

โครงสร้างโลกตามเกณฑ์การเคลื่อนที่ของคล่ืนและองค์ประกอบทางเคมีของหิน อธิบายลักษณะของ
โครงสร้างโลกในแต่ละช้ัน อธิบายทฤษฏที วีปเลอ่ื น ทฤษฏีการแผ่ขยายตวั ของมหาสมุทร การเคลือ่ นท่ีของ
แผ่นธรณีในรูปแบบต่างๆ ยกตัวอย่างของการเคลื่อนที่ของแผ่นธรณีแต่ละชนิดท่ีปรากฏบนพ้ืนผิวโลก

อธิบายสาเหตุ กระบวนการเกิด ผลกระทบและแนวทางปอ้ งกนั การเกดิ ธรณีพิบตั ิภยั ทัง้ แผน่ ดนิ ไหว ภเู ขา
ไฟระเบดิ และสึนามิ สืบคน้ ขอ้ มลู และวิเคราะห์ปัจจัยทีม่ ีผลตอ่ ความรนุ แรงของการปะทุ และรูปร่างของ
ภูเขาไฟ ศกึ ษา วิเคราะห์ และอธบิ ายลาํ ดบั เหตุการณท์ างธรณีวิทยาทกี่ ําหนดให้ได้ โดยใช้กฎการลําดับชั้น

หิน บอกลกั ษณะโครงสร้างทางธรณีทีพ่ บ เรียงลาํ ดบั อายขุ องหิน เหตกุ ารณท์ างธรณีวทิ ยาได้ถกู ต้อง ศึกษา
วเิ คราะห์ อธบิ าย ทรัพยากรแร่ การใชป้ ระโยชน์ลกั ษณะเดน่ ของแร่ จาํ แนกชนดิ ของหนิ ระบชุ ่ือหิน รวมทัง้
วเิ คราะหส์ มบตั ิและนําเสนอการใช้ ประโยชน์ของ ทรพั ยากรหินที่เหมาะสม ศึกษาอธิบายการสาํ รวจแหล่ง

ปโิ ตรเลียมและถา่ นหินโดยใช้ขอ้ มลู ทาง
ธรณวี ิทยา อา่ นและแปลความหมายจากแผนทภ่ี มู ิประเทศ และแผนทีธ่ รณีวทิ ยาไดถ้ ูกต้อง

โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ จิตวิทยาศาสตร์ในการสืบเสาะหาความรู้ การสํารวจ

ตรวจสอบ การสังเกต การสืบค้นข้อมูล การอภิปราย สรุป เพ่ือใหเ้ กดิ ความรู้ ความคิด ความเข้าใจ
ส่ือสารสิ่งทเี่ รียนรู้ มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยี มคี วามสามารถในการตัดสินใจ นําความรไู้ ปใช้ใน
ชีวิตของตนเอง เฝ้าระวังและพัฒนาส่ิงแวดล้อมอย่างยั่งยืน มีจริยธรรม คุณธรรม และค่านิยมท่ี

เหมาะสม
เพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ มีทกั ษะกระบวนการและเจตคตทิ างวทิ ยาศาสตร์ เห็นคณุ ค่าของ

วิทยาศาสตร์ นาํ ความร้แู ละหลักการไปใชอ้ ธบิ ายปรากฏการณ์ หรอื แก้ปญั หาเก่ียวกบั การดาํ รงชีวติ

ผลการเรียนรู้
1. อธิบายการแบง่ ช้นั และสมบตั ขิ องโครงสร้างโลกพร้อมยกตวั อยา่ งข้อมลู ทส่ี นบั สนนุ

2. อธิบายหลกั ฐานทางธรณวี ทิ ยาทสี่ นบั สนุน การเคลือ่ นทข่ี องแผน่ ธรณี
3. ระบสุ าเหตแุ ละอธิบายแนวรอยตอ่ ของแผ่นธรณี ทส่ี มั พันธก์ บั การเคลอ่ื นทข่ี องแผน่ ธรณี พรอ้ ม

ยกตัวอย่างหลกั ฐานทางธรณวี ิทยาท่ีพบ

4. วเิ คราะหห์ ลกั ฐานทางธรณีวิทยาทพ่ี บ ในปจั จบุ ัน และอธิบายลําดบั เหตกุ ารณ์ ทางธรณวี ิทยาใน
อดตี

5. อธิบายสาเหตุ กระบวนการเกิดภเู ขาไฟระเบดิ และปจั จยั ทท่ี ําให้ความรุนแรงของการปะทุ และ

รปู ร่างของภูเขาไฟแตกต่างกนั รวมทง้ั สบื ค้นข้อมลู พ้นื ทเ่ี ส่ยี งภัย ออกแบบและนาํ เสนอ แนว
ทางการเฝา้ ระวงั และการปฏบิ ตั ิตนให้ปลอดภยั
6. อธบิ ายสาเหตุกระบวนการเกิดขนาดและความรุนแรงและผลจากแผ่นดนิ ไหวรวมทง้ั สบื คน้ ข้อมลู

พื้นท่ีเส่ยี งภัย ออกแบบและนาํ เสนอแนวทางการเฝ้าระวงั และการปฏิบัตติ นใหป้ ลอดภัย

155

7. อธบิ ายสาเหตกุ ระบวนการเกิดและผลจากสนึ ามริ วมทงั้ สืบคน้ ข้อมลู พนื้ ที่เสย่ี งภยั ออกแบบและ
นําเสนอแนวทางการเฝา้ ระวังและการปฏบิ ัติ ตนให้ปลอดภยั

8. ตรวจสอบ และระบชุ นิดแร่ รวมทั้งวเิ คราะห์ สมบตั ิและนําเสนอการใช้ประโยชนจ์ ากทรพั ยากรแร่
ที่เหมาะสม

9. ตรวจสอบ จาํ แนกประเภท และระบชุ ือ่ หนิ รวมท้ังวเิ คราะหส์ มบัติและนาํ เสนอการใช้ ประโยชน์
ของ ทรพั ยากรหนิ ทีเ่ หมาะสม

10. อธิบายกระบวนการเกิดและการสาํ รวจแหลง่ ปโิ ตรเลยี มและถ่านหนิ โดยใช้ขอ้ มลู ทางธรณวี ิทยา
11. อธิบายสมบัติของผลิตภัณฑท์ ไ่ี ด้จากปโิ ตรเลยี ม และถ่านหนิ พรอ้ มนําเสนอการใช้ประโยชน์ อยา่ ง

เหมาะสม
12. อ่านและแปลความหมายจากแผนท่ีภูมปิ ระเทศ และแผนที่ธรณีวทิ ยาของพ้นื ทท่ี ีก่ ําหนด พร้อมท้ัง

อธบิ ายและยกตวั อย่างการนําไปใช้ประโยชน์

รวมทั้งหมด 12 ผลการเรียนรู้

156

คาอธิบายรายวิชาเพ่ิมเติม (ภาษา)

ว30282 สือ่ สร้างสรรค์ กลุ่มสาระการเรยี นร้วู ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ชั้นมัธยมศกึ ษาปีท่ี 4 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 60 ช่วั โมง จานวน 1.5 หน่วยกิต

ศึกษาหลักการเทคโนโลยีมัลติมเี ดีย ความเปล่ียนแปลงและกระบวนการในการพัฒนาเทคโนโลยี

มัลติมีเดีย เครื่องมืออุปกรณ์ท่ีใช้ในการจัดการสื่อ การประมวลผลรูปภาพ เสียง และภาพเคลื่อนไหว
เทคโนโลยที ่ีใช้ในการผลิตส่ือมัลติมเี ดียการใชโ้ ปรแกรมสาํ เร็จรูปด้านส่อื มัลติมีเดยี การผลิตส่ือมัลติมีเดีย
จากโปรแกรมต่างๆ

ปฏิบัติการโดยการพัฒนางานส่อื ประสมและสร้างชิ้นงานท่ีใช้เทคโนโลยีมัลติมีเดียใช้ในการสร้าง
ชิน้ งาน เพื่อให้มคี วามร้คู วามเขา้ ใจและมีทกั ษะในเรอ่ื งที่เก่ยี วกับเทคโนโลยีมัลติมเี ดียนําความรู้ท่ีได้ไปใชใ้ น
ชวี ติ ประจําวัน

เพ่ือให้เกดิ ความร้คู วามเข้าใจใหผ้ เู้ รยี นสามารถสรา้ งองคค์ วามรูด้ ว้ ยตนเอง สื่อสารสง่ิ ทเี่ รยี นรผู้ ่านการ
แสดงผลงาน หรืออธบิ ายเกย่ี วกับแนวคดิ กระบวนการ และช้ินงานใหผ้ อู้ นื่ เข้าใจ ตลอดจนมคี ุณลกั ษณะใฝ่
เรียนรู้ มุ่งม่ันในการทํางาน มีจิตสาธารณะ รักความเป็นไทย รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ การอนุรักษ์

พลงั งานและสงิ่ แวดล้อม

ผลการเรยี นรู้

1. อธิบายความหมายของมัลติมีเดีย ความรเู้ บือ้ งตน้ ในการนําเสนอ องคป์ ระกอบของมัลติมเี ดีย
และอธิบายเทคโนโลยที ี่เกีย่ วข้องกับมลั ติมเี ดยี ได้

2. สามารถใช้โปรแกรมสร้างข้อความ สร้างภาพเคล่ือนไหวในโปรแกรมและนาํ ภาพเคลอ่ื นไหวมา

ใชไ้ ด้
3. สามารถใชโ้ ปรแกรมสาํ หรบั การอดั เสียงและนาํ เสียงมาใช้ในงานมัลติมีเดยี ได้
4. สร้างช้ินงานท่ใี ช้เทคโนโลยีมลั ติมเี ดีย

รวมทั้งหมด 4 ผลการเรยี นรู้

157

คาอธบิ ายรายวชิ าเพม่ิ เติม

ว30203 ฟิสกิ ส์ 3 กลุม่ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์
ช้นั มธั ยมศึกษาปีท่ี 5 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 60 ช่ัวโมง จานวน 1.5 หน่วยกิต

ศกึ ษา สืบค้นข้อมูล วิเคราะห์ สาํ รวจตรวจสอบ อภปิ ราย ทดลอง และอธบิ าย การเคล่อื นท่ี
แบบฮารม์ อนิกอยา่ งงา่ ยของวตั ถุติดปลายสปรงิ และลกู ตุม้ อย่างงา่ ย ความถธ่ี รรมชาติ การถ่ายโอนพลงั งาน

ขอคล่ืนกล คล่ืนผวิ น้ํา ส่วนประกอบของคล่ืน การซ้อนทับของคล่ืน สมบัติของคลื่น ธรรมชาติของเสียง
อตั ราเร็วของเสียง การเคล่ือนท่ีของคลืน่ เสียง ความเขม้ เสียงและการได้ยิน เสียงดนตรี การสั่นพ้อง บีต
และคลื่นนิ่งของเสียง ปรากฏการณ์ดอปเพลอร์และคลื่นกระแทก การประยุกต์ความรู้เร่ืองเสียง การ

เคลื่อนท่ีและอตั ราเรว็ ของแสง การสะทอ้ นของแสง การหกั เหของแสง เลนสบ์ าง ปรากฏการณ์ท่เี กีย่ วกับ
แสง ทศั นอุปกรณ์ ความสว่าง การถนอมสายตา ตาและการมองเห็นสี การผสมแสงสี พรอ้ มท้งั นําเสนอ
ตัวอยา่ งที่นักเรยี นพบในชวี ิตประจาํ วันไดแ้ ละการใช้ประโยชนใ์ นทางสร้างสรรค์

เพ่ือให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ โดยใช้ทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ มีคณุ ลักษณะอันพึง
ประสงค์ และสามารถอา่ น คิด วิเคราะห์ และเขยี นสอ่ื ความได้

การวัดและประเมินผล วัดทั้งด้านความรู้ ทักษะกระบวนการ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์

โดยการสังเกตพฤติกรรม การปฏิบัติ การถาม การทดสอบ การนําเสนอรายงาน การประเมินผลงาน
กลุม่ และรายบุคคล และเครื่องมอื ที่หลากหลายตามสภาพความเปน็ จรงิ

สาระฟสิ กิ ส์
2. เข้าใจการเคลื่อนท่ีแบบฮารม์ อนิกอย่างงา่ ย ธรรมชาติของคล่ืน เสียงและ การได้ยิน

ปรากฏการณ์ทีเ่ กยี่ วข้องกบั เสยี ง แสงและการเหน็ ปรากฏการณ์ ท่ีเกี่ยวข้องกับแสง รวมท้ังนํา
ความรไู้ ปใชป้ ระโยชน์

ผลการเรยี นรู้

1. ทดลองและอธิบายการเคล่อื นทแ่ี บบฮาร์มอนกิ อย่างงา่ ยของวัตถุติดปลายสปรงิ และลกู ตุ้มอย่างงา่ ย
รวมทัง้ คํานวณปรมิ าณตา่ ง ๆ ท่ีเกย่ี วข้อง

2. อธิบายความถ่ีธรรมชาตขิ องวัตถุและการเกิดการส่นั พ้อง
3. อธบิ ายปรากฏการณค์ ลืน่ ชนดิ ของคลนื่ ส่วนประกอบของคล่นื การแผข่ องหน้าคลนื่ ดว้ ยหลกั การ

ของฮอยเกนส์ และการรวมกัน ของคลื่นตามหลักการซอ้ นทับ พร้อมท้ัง คํานวณอตั ราเร็ว ความถ่ี
และความยาวคล่นื
4. สงั เกตและอธบิ ายการสะทอ้ น การหกั เห การแทรกสอด และการเล้ียวเบนของ คลืน่ ผวิ น้าํ รวมทั้ง
คาํ นวณปรมิ าณต่าง ๆ ท่ีเกย่ี วข้อง
5. อธบิ ายการเกดิ เสยี ง การเคลอื่ นทข่ี องเสียง ความสัมพันธ์ระหวา่ งคลื่นการกระจัดของอนุภาคกับ
คล่ืนความดัน ความสมั พันธ์ระหว่างอัตราเร็วของเสียงในอากาศท่ีขนึ้ กับอุณหภูมิในหน่วยองศา
เซลเซียส สมบัติของ คล่ืนเสียง ได้แก่ การสะท้อน การหัก การแทรกสอด การเลี้ยวเบน รวมท้ัง
คํานวณปริมาณต่าง ๆ ท่เี กยี่ วข้อง

158

6. อธิบายความเข้มเสียง ระดับเสยี ง องคป์ ระกอบของการไดย้ ิน คุณภาพเสยี ง และ มลพิษทางเสยี ง
รวมทงั้ คาํ นวณปรมิ าณต่าง ๆ ทเี่ ก่ยี วขอ้ ง

7. ทดลองและอธิบายการเกิดการสั่นพ้องของ อากาศในท่อปลายเปิดหน่ึงด้าน รวมท้ังสังเกต และ
อธิบายการเกดิ บีต คล่ืนนิง่ ปรากฏการณ์ ดอปเพลอร์ คลืน่ กระแทกของเสียง คาํ นวณปริมาณ
ต่าง ๆ ท่เี ก่ยี วขอ้ ง และนําความร้เู ร่อื ง เสียงไปใชใ้ นชวี ติ ประจําวัน

8. ทดลอง และอธบิ ายการแทรกสอดของแสง ผา่ นสลิตคู่และเกรตติงการเล้ยี วเบนและการแทรกสอด
ของแสงผ่านแผน่ สลติ เด่ยี ว รวมท้งั คํานวณปริมาณตา่ งๆทเ่ี กย่ี วชอ้ ง

9. ทดลองและอธิบายการสะท้อนของแสงทผี่ วิ ของวตั ถตุ ามกฎการสะท้อน เขยี นรังสีของแสง และ
คํานวณตาํ แหนง่ และขนาดภาพของวัตถุ เมอ่ื แสง ตกกระทบ กระจกเงาราบและกระจกเงาทรง
กลม รวมทัง้ อธบิ ายการนาํ ความรเู้ รอื่ งการสะทอ้ น ของแสงจากกระจกเงาราบ และกระจกเงาทรง
กลม รวมทงั้ อธบิ ายการนาํ ความรไู้ ปใชป้ ระโยชนใ์ นชีวิตประจําวัน

10. ทดลองและอธิบายความสัมพันธ์ระหว่าง ดรรชนีหักเห มุมตกกระทบ และมุมหักเห รวมท้ัง
อธบิ ายความสัมพนั ธ์ระหวา่ งความลึก จริงและความลกึ ปรากฏ มุมวิกฤตและการสะท้อนกลบั หมด
ของแสง และคํานวณปรมิ าณ ต่าง ๆ ทเี่ กี่ยวขอ้ ง

11. ทดลองและเขียนรงั สขี องแสงเพ่ือแสดงภาพทเี่ กดิ จากเลนส์บาง หาตําแหน่ง ขนาด ชนิดของภาพ
และความสัมพันธ์ระหวา่ งระยะวัตถุ ระยะภาพและความยาวโฟกัส รวมทั้งคาํ นวณปริมาณต่าง ๆ
ท่ีเกี่ยวข้อง และอธิบายการนําความรู้เร่ืองการหักเหของแสงผ่านเลนส์บางไปใช้ประโยชน์ใน
ชวี ติ ประจําวัน

12. อธบิ ายปรากฏการณ์ธรรมชําติท่ีเกี่ยวกับแสง เชน่ ร้งุ การทรงกลด มิราจ และการเห็น ท้องฟ้า
เปน็ สตี า่ ง ๆ ในชว่ งเวลาตา่ งกนั

13. สงั เกตและอธบิ ายการมองเหน็ แสงสี สขี องวตั ถุ การผสมสารสี และการผสมแสงสี รวมท้ังอธิบาย
สาเหตุของการบอดสี

รวมท้ังหมด 13 ผลการเรยี นรู้

159

คาอธิบายรายวชิ าเพ่มิ เติม

ว30223 เคมี 3 กล่มุ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์

ชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี 5 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 60 ชัว่ โมง จานวน 1.5 หนว่ ยกิต

ศกึ ษา สืบคน้ ขอ้ มูล วิเคราะห์ อภิปราย ทดลอง คํานวณ บอกความสัมพนั ธแ์ ละอธิบาย ปริมาตร
ความดัน อุณหภูมิ จํานวนโมล หรือมวลของแก๊ส ตามกฎของบอยล์ กฎของชาร์ล กฎของเกย์–ลูสแซก กฏ
รวมแก๊ส กฎของอาโวกาโดร กฎแก๊สอดุ มคติ กฎความดันยอ่ ยของดอลตนั ทฤษฎจี ลน์ของแกส๊ กฎการแพร่
ผ่านของเกรแฮม การประยุกต์ใช้ความรู้เกี่ยวกับสมบตั ิและกฎต่างๆของแก๊ส ในการอธิบายปรากฏการณ์หรือ
แกป้ ัญหาในชวี ิตประจําวันและในอุตสาหกรรม ทดลองและเขียนกราฟการเปลี่ยนแปลงของสารในปฏิกิริยา
เคมี คํานวณอัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี และเขียนกราฟการเปล่ียนแปลงของสารท่ีไม่ได้วัดในปฏิกิริยา
แนวคิดเกี่ยวกับการเกิดปฏิกิริยา พลังงานกับการดําเนินไปของปฏิกิริยาเคมี ผลของปัจจัยต่างๆ ที่มีต่อ
อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีในชีวิตประจําวันหรืออุตสาหกรรม ความหมายของปฏิกิริยาผันกลับได้และ
ภาวะสมดุล การเปล่ยี นแปลงความเข้มข้นของสารในอัตราการเกิดปฏกิ ิริยาไปข้างหน้าและย้อนกลับเมื่อ
เริ่มปฏิกิริยาจนกระทั่งอยู่ในภาวะสมดุล คํานวณค่าคงที่สมดุล และความเข้มข้นของสารท่ีภาวะสมดุล
ปจั จัยทม่ี ีผลต่อภาวะสมดลุ และคา่ คงที่ของสมดลุ การเปลี่ยนแปลงทเ่ี กดิ ขนึ้ เมอื่ ภาวะสมดุลของระบบถูก
รบกวนโดยใช้หลักของเลอชาเตอลิเอ สมดุลเคมีของกระบวนการที่เกิดขึ้นในสิ่งมีชีวิต ปรากฏการณ์ใน
ธรรมชาตแิ ละกระบวนการในอุตสาหกรรม

เพ่ือให้มีความรู้ ความเข้าใจเก่ียวกับสมบัติของแก๊ส อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี สมดุลเคมีใน
สิ่งมีชีวิตและส่ิงแวดล้อมโดยใช้การเรียนรู้ ด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การ
สํารวจตรวจสอบ สามารถนําความรู้ และหลักการไปใช้ประโยชน์ เชื่อมโยง อธิบายปรากฏการณ์หรือ
แกป้ ญั หาในชีวติ ประจําวัน สามารถจัดกระทําและวิเคราะห์ข้อมูล สื่อสารสิ่งท่ีเรียนรู้ มีความสามารถ
ในการตัดสินใจ แก้ปัญหา มีจิตวิทยาศาสตร์ เห็นคุณค่าของวิทยาศาสตร์ มีจริยธรรม คุณธรรม
และค่านิยมทเ่ี หมาะสม

สาระเคมี รายวชิ าเพ่มิ เติม
1. เข้าใจโครงสรา้ งอะตอม การจัดเรียงธาตุในตารางธาตุ สมบัตขิ องธาตุ พันธะเคมี และสมบัติของ

สาร แก๊สและสมบัตขิ องแกส๊ ประเภทและสมบัตขิ องสารประกอบอนิ ทรีย์และพอลิเมอร์ รวมทง้ั การนํา

ความรู้ไปใชป้ ระโยชน์

ผลการเรยี นรู้
1. อธิบายความสัมพนั ธแ์ ละคํานวณปริมาตรความดัน หรืออุณหภูมขิ องแกส๊ ทภี่ าวะต่าง ๆ ตามกฎของ

บอยล์ กฎของชารล์ กฎของเกย์–ลสู แซก
2. คาํ นวณปริมาตร ความดัน หรืออณุ หภูมขิ องแกส๊ ที่ภาวะต่าง ๆ ตามกฎรวมแก๊ส
3. คํานวณปริมาตร ความดัน อณุ หภมู ิ จํานวนโมล หรอื มวลของแกส๊ จากความสมั พนั ธต์ ามกฎของอาโว

กาโดร และกฎแกส๊ อดุ มคติ
4. คํานวณความดันย่อยหรอื จํานวนโมลของแก๊สในแกส๊ ผสม โดยใชก้ ฎความดนั ยอ่ ยของดอลตัน
5. อธบิ ายการแพร่ของแกส๊ โดยใชท้ ฤษฎีจลนข์ องแกส๊ คาํ นวณและเปรยี บเทียบอตั ราการแพรข่ องแกส๊

โดยใช้กฎการแพรผ่ า่ นของเกรแฮม
6. สบื ค้นขอ้ มลู นาํ เสนอตวั อยา่ ง และอธิบายการประยุกต์ใชค้ วามร้เู กีย่ วกบั สมบัติและกฎตา่ ง ๆ ของ

แกส๊ ในการอธิบายปรากฏการณ์ หรอื แกป้ ญั หาในชีวิตประจาํ วันและในอุตสาหกรรม

160

2. เข้าใจการเขยี นและการดลุ สมการเคมี ปริมาณสัมพนั ธใ์ นปฏิกิริยาเคมี อัตราการเกิดปฏิกริ ิยา
เคมี สมดลุ ในปฏิกิรยิ าเคมี สมบัติและปฏิกริ ิยาของกรด-เบส ปฏิกิริยารีดอกซแ์ ละเซลล์เคมีไฟฟ้า รวมทั้ง
การนาํ ความรู้ไปใชป้ ระโยชน์

ผลการเรยี นรู้
1. ทดลอง และเขียนกราฟการเพมิ่ ขน้ึ หรอื ลดลงของสารท่ีทําการวดั ในปฏกิ ิริยา
2. คํานวณอัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี และเขียนกราฟการลดลงหรือเพ่ิมขึ้นของสารท่ีไม่ได้วัดใน

ปฏกิ ิรยิ า
3. เขียนแผนภาพ และอธิบายทิศทางการชนกันของอนุภาคและพลังงานท่ีส่งผลต่ออัตรากา

เกดิ ปฏิกิริยาเคมี
4. ทดลอง และอธบิ ายผลของความเข้มข้น พ้ืนทผี่ วิ ของสารต้ังตน้ อณุ หภูมิ และตวั เรง่ ปฏกิ ิรยิ าท่มี ีต่อ

อัตราการเกดิ ปฏิกิรยิ าเคมี
5. เปรียบเทียบอัตราการเกิดปฏิกิริยาเม่ือมีการเปลี่ยนแปลงความเข้มข้น พื้นท่ีผิวของสารตั้งต้น

อณุ หภมู ิ และตัวเรง่ ปฏิกิริยา
6. ยกตัวอย่าง และอธิบายปัจจัยที่มีผลต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีในชีวิตประจําวันหรือ

อุตสาหกรรม
7. ทดสอบ และอธบิ ายความหมายของปฏกิ ิริยาผันกลบั ไดแ้ ละภาวะสมดลุ
8. อธิบายการเปลี่ยนแปลงความเข้มข้นของสาร อัตราการเกิดปฏิกิริยาไปข้างหน้า และอัตราการ

เกดิ ปฏกิ ริ ิยายอ้ นกลับ เม่ือเร่มิ ปฏกิ ริ ยิ าจนกระทั่งระบบอยู่ในภาวะสมดุล
9. คาํ นวณคา่ คงท่ีสมดุลของปฏิกิรยิ า
10. คํานวณความเขม้ ขน้ ของสารทภ่ี าวะสมดุล
11. คาํ นวณคา่ คงทส่ี มดลุ หรอื ความเข้มขน้ ของปฏิกริ ิยาหลายข้นั ตอน
12. ระบุปัจจยั ที่มีผลต่อภาวะสมดลุ และค่าคงทีส่ มดุลของระบบ รวมทั้งคาดคะเนการเปลี่ยนแปลงที่

เกดิ ขน้ึ เมื่อภาวะสมดุลของระบบถูกรบกวน โดยใชห้ ลกั ของเลอชาเตอลเิ อ
13. ยกตัวอย่าง และอธิบายสมดุลเคมขี องกระบวนการทเ่ี กดิ ขนึ้ ในส่งิ มีชวี ิต ปรากฏการณใ์ นธรรมชาติ

และกระบวนการในอตุ สาหกรรม

รวมทัง้ หมด 19 ผลการเรยี นรู้

161

คาอธิบายรายวิชาเพม่ิ เติม

ว30243 ชวี วิทยา 3 กลุม่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์
ช้ันมธั ยมศึกษาปีท่ี 5 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 60 ช่วั โมงจานวน 1.5 หน่วยกติ

ศึกษาการดาํ รงชวี ิตของพชื ลักษณะและหน้าทีข่ องเนอ้ื เยอ่ื พชื โครงสร้างและหนา้ ทขี่ องโครงสร้าง

ในอวัยวะของพชื จากราก ลําต้นและใบ ซึ่งพชื ที่ดาํ รงชีวติ ในสภาวะแวดล้อมแตกต่างกันจะมลี ักษณะของ
โครงสรา้ งต่าง ๆ แตกตา่ งกัน โดยโครงสร้างแต่ละโครงสร้างของพืชดอกทาํ หน้าที่เฉพาะ พชื ใบเลี้ยงคู่และ
พืชใบเลี้ยงเด่ยี วบางชนดิ มีการเจรญิ เตบิ โตปฐมภูมแิ ละทุตยิ ภมู ิ การแลกเปลีย่ นแกส๊ และการคายน้ําของพืช

การลําเลียงนา้ํ ของพืช การลาํ เลียงธาตุอาหารของพืชและการลําเลียงอาหารของพืช ศกึ ษาการสังเคราะห์
ด้วยแสงของพืช การค้นคว้าที่เก่ียวข้องกับกระบวนการสังเคราะด้วยแสง ข้ันตอนของกระบวนการ
สังเคราะห์ด้วยแสงของพืช C3 โฟโตเรสไพเรชัน กลไกการเพ่ิมความเข้มข้นของคาร์บอนไดออกไซด์ในพืช

C4 และพืช CAM ปัจจัยบางประการท่ีมีผลต่ออตั ราการสังเคราะห์ห์ด้วยแสง รวมทั้งการปรับตัวของพืช
ทางด้านโครงสร้างของใบ ทิศทางของใบและการจัดเรียงใบของพืชเพื่อรับแสง ศกึ ษาการสืบพันธุ์ของพืช
ดอกและการเจริญเติบโต วฏั จักรชีวติ และการสืบพันธ์ุแบบอาศัยเพศของพืชดอกทเ่ี กี่ยวขอ้ งกบั โครงสร้างของ

ดอก การสรา้ งเซลล์สบื พันธ์แุ ละการปฏิสนธิ การเกิดและโครงสร้างของผลและเมลด็ การงอกของเมล็ดและปัจจัย
ท่ีมีผลต่อการงอกของเมล็ด การสืบพันธ์ุแบบไม่อาศัยเพศของพืชดอก รวมทั้งการวัดการเจริญเติบโตของพืช
ศกึ ษาสารควบคมุ การเจรญิ เตบิ โตของพชื และการตอบสนองของพืชต่อสงิ่ แวดล้อมท้ังภายในและภายนอก การนํา

ความรเู้ ก่ียวกับพชื มาประยกุ ต์ใช้ในชีวติ ประจําวัน
โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ กระบวนการสบื เสาะหาความรู้ การสํารวจตรวจสอบ การสังเกต

การสืบค้นข้อมูล การอภิปราย การอธิบาย และสรุป เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สื่อสารสิ่งท่ี

เรยี นรู้ มีความสามารถในการตัดสนิ ใจ นาํ ความรู้ไปใช้ในชวี ิตประจาํ วัน มจี ิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม คณุ ธรรม
และค่านยิ มทเี่ หมาะสม

สาระชวี วทิ ยา
3. เข้าใจส่วนประกอบของพืช การแลกเปล่ียนแก๊สและคายนํ้าของพืช การลําเลียงของพืช การ

สังเคราะห์ด้วยแสง การสืบพันธ์ุของพืชดอกและการเจริญเติบโต และการตอบสนองของพืช รวมท้ังนํา

ความรูไ้ ปใช้ประโยชน์

ผลการเรียนรู้

1. อธิบายเก่ียวกบั ชนดิ และลกั ษณะของเนอ้ื เยอื่ พชื และเขยี นแผนผังสรุปชนิดของเน้อื เย่ือพชื
2. สังเกต อธบิ าย และเปรยี บเทียบโครงสรา้ งภายในของรากพืชใบเลย้ี งเด่ยี วและรากพชื ใบเล้ียงค่จู ากการ
ตัดตามขวาง

3. สงั เกต อธิบาย และเปรียบเทียบโครงสร้างภายในของลาํ ตน้ พืชใบเลยี้ งเดยี่ วและลาํ ต้นพืชใบเล้ยี งคู่จาก
การตดั ตามขวาง
4. สืบค้นขอ้ มูลและสรปุ เกย่ี วกับการเจริญเตบิ โตปฐมภมู ิและทุติยภมู ิของรากและลาํ ต้นในพชื ใบเล้ยี งคแู่ ละ

พืชใบเลี้ยงเด่ยี วบางชนิด
5. สงั เกต และอธบิ ายโครงสรา้ งภายในของใบพชื จากการตัดตามขวาง
6. สืบคน้ ขอ้ มลู สังเกต และอธบิ ายการแลกเปลย่ี นแก๊สและการคายนํ้าของพชื

162

7. สบื ค้นข้อมลู วเิ คราะหแ์ ละอภปิ รายเกี่ยวกบั ปัจจยั ตา่ ง ๆ ท่มี ีผลตอ่ การคายน้าํ ของพืช
8. สืบค้นข้อมลู และอธิบายกลไกการลําเลยี งนํ้าและธาตอุ าหารของพชื
9. อธิบายโครงสรา้ งทใี่ ชใ้ นการลาํ เลยี งนาํ้ และธาตุอาหารของพืช
10. สืบค้นข้อมูล อธิบายความสําคัญของธาตุอาหาร ยกตัวอย่างธาตุอาหารท่ีสําคัญที่มีผลต่อการ
เจริญเติบโตของพชื
11. อธิบายกลไกการลําเลียงอาหารในพืช และเปรียบเทียบทิศทางการลําเลียงอาหารและทิศทางการ
ลาํ เลียงน้ํา
12. สืบค้นขอ้ มูล และสรุปการศึกษาที่ได้จากการทดลองของนักวทิ ยาศาสตร์ในอดีตเก่ียวกบั กระบวน การ
สังเคราะหด์ ้วยแสง
13. อธิบายข้นั ตอนท่เี กดิ ข้นึ ในกระบวนการสังเคราะหด์ ้วยแสงของพืช C3 และโฟโตเรสไพเรชัน
14. เปรียบเทียบกลไกการตรงึ คาร์บอนไดออกไซด์ในพชื C3 พชื C4 และพืช CAM
15. สบื คน้ ข้อมลู วิเคราะหแ์ ละอภปิ รายเกี่ยวกบั ปจั จยั บางประการท่ีมีผลต่ออัตราการสังเคราะหด์ ้วยแสง
16. อธบิ ายวัฏจกั รชีวติ แบบสลบั ของพืชดอก
17. สบื คน้ ข้อมลู สํารวจตรวจสอบและอธบิ ายโครงสรา้ งและหน้าทขี่ องดอก
18. สงั เกต วเิ คราะห์และจําแนกชนิดดอก
19. อธิบาย และเปรียบเทยี บกระบวนการสรา้ งเซลลส์ ืบพนั ธเุ์ พศผ้แู ละเพศเมียของพชื ดอก
20. สืบค้นขอ้ มลู อธบิ ายและสรุปขัน้ ตอนการปฏสิ นธขิ องพชื ดอก
20. อธิบายและสรุปเกี่ยวกับการเกดิ ชนดิ ส่วนประกอบของผลและเมลด็
21. อธบิ ายเก่ียวกบั ปัจจยั ต่าง ๆ ทม่ี ผี ลตอ่ การงอกของเมล็ด สภาพพักตวั ของเมล็ด
22. สืบค้นข้อมูล และอธิบายบทบาทและหน้าที่ของออกซิน ไซโทไคนิน จิบเบอเรลลิน เอทิลีนและกรด
แอบไซซกิ ท่มี ผี ลต่อส่วนตา่ ง ๆ ของพชื และอภิปรายเก่ยี วกับการนาํ ไปใช้ประโยชนท์ างการเกษตร
23. สบื คน้ ขอ้ มูล และอภิปรายเกี่ยวกับสง่ิ เร้าภายนอกทม่ี ผี ลตอ่ การเจริญเติบโตของพชื

รวมท้ังหมด 23 ผลการเรียนรู้

163

คาอธบิ ายรายวิชาเพมิ่ เตมิ (ภาษา)

ว30284 การออกแบบผลติ ภัณฑด์ ว้ ยคอมพวิ เตอร์ กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ช้ันมัธยมศกึ ษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 40 ชวั่ โมง จานวน 1.0 หนว่ ยกิต

ศึกษา วิเคราะห์ อธิบายหลักการ การออกแบบผลิตภัณฑ์ รู้จักกับโปรแกรม SketchUp การ

ทํางานเบ้ืองต้นของโปรแกรม SketchUp การสร้างโมเดลด้วย SketchUp การนําเสนอโมเดล และ
จรยิ ธรรมและความปลอดภยั ในการใช้คอมพวิ เตอร์

โดยสามารถสร้างโมเดลช้ินงานและตกแต่งชิ้นงานของตนเองพร้อมทั้ง Export ไฟล์เป็น

ภาพเคลื่อนไหวได้ โดยใชโ้ ปรแกรม SketchUp โดยนําหลักการ การออกแบบผลติ ภัณฑ์ มาพัฒนาผลงาน
ตามความสนใจและความถนัดอย่างเป็นระบบ โดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศให้เหมาะสมมีหลักการใช้
โปรแกรมในการนาํ เสนอ ผลงานด้วยกระบวนการคิดวิเคราะห์ กระบวนการทํางานเปน็ กลมุ่ จนสามารถ

สร้างช้นิ งานจากจินตนาการ
เพ่อื สรา้ งชิน้ งานตามหลักการการออกแบบผลติ ภัณฑ์ มีจติ สํานกึ ในการใช้ทรพั ยากรอยา่ งคมุ้ ค่า มี

จริยธรรมคอมพวิ เตอรใ์ นการใช้คอมพิวเตอร์ ไม่คดั ลอกผลงาน ผู้อื่น ใชค้ าํ สุภาพ และไมส่ รา้ งความเสียหาย

ต่อผอู้ ่นื

ผลการเรียนรู้

1. บอกความหมายและหลกั การออกแบบผลิตภณั ฑไ์ ด้
2. บอกซอฟต์แวรใ์ นการออกแบบผลติ ภัณฑ์ได้
3. บอกลกั ษณะและประโยชน์ของโปรแกรม SketchUp ได้

4. อธบิ ายสว่ นประกอบต่างๆ ของโปรแกรม SketchUp ได้
5. อธบิ ายข้ันตอนการทาํ งานเบอ้ื งต้นของโปรแกรม SketchUp ได้
6. อธบิ ายและใชเ้ ครื่องมือพน้ื ฐานของโปรแกรม SketchUp ได้

7. อธิบายข้นั ตอนการสรา้ งโมเดลด้วยชดุ เครอื่ งมือตา่ งๆ บนโปรแกรม SketchUp ได้
8. สร้างชนิ้ งานโมเดลดว้ ยโปรแกรม SketchUp ได้
9. นําเสนอช้ินงานโมเดลในรูปแบบต่างๆ ได้

10. มจี ริยธรรมและความปลอดภัยในการใชค้ อมพิวเตอร์ได้

รวมทง้ั หมด 10 ผลการเรยี นรู้

164

คาอธบิ ายรายวิชาเพ่มิ เตมิ

ว30204 ฟสิ กิ ส์ 4 กล่มุ สาระการเรยี นร้วู ทิ ยาศาสตร์
ช้นั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 5 ภาคเรียนท่ี 2 เวลา 60 ชั่วโมง จานวน 1.5 หน่วยกิต

ศกึ ษา สบื คน้ ข้อมูล วเิ คราะห์ คาํ นวณและอธิบายเกีย่ วกบั ปรากฏการณ์ธรรมชาติของไฟฟ้า

ประจุไฟฟา้ กฎการณ์อนรุ ักษ์ไฟฟ้า ตัวนําและฉนวนการเหนี่ยวนําไฟฟ้า แรงระหวา่ งประจุและกฎของ
คูลอมบ์ สนามไฟฟ้า เส้นแรงไฟฟ้า ศักย์ไฟฟ้า ตัวเก็บประจุ การนําความรู้เก่ียวกับไฟฟ้าสถิตไปใช้
ประโยชน์ การเกิดกระแสไฟฟ้า แหลง่ กําเนดิ ไฟฟ้า การนําไฟฟ้า กระแสไฟฟ้าในตัวนํา กฎของโอห์ม

และความต้านทาน ผลของอณุ หภูมิทมี่ ีตอ่ ความตา้ นทาน แรงเคล่ือนไฟฟ้าและความต่างศักย์ไฟฟ้า การ
ต่อความต้านทาน การต่อเซลล์ไฟฟ้า ค่าอีเอ็มเอฟ พลังงานไฟฟ้าและกําลังไฟฟ้า วงจรไฟฟ้าและ
เคร่อื งใชไ้ ฟฟ้าในบา้ น

โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสํารวจตรวจสอบ การสืบค้น
ขอ้ มลู บนั ทึก จัดกลมุ่ ข้อมลู บนั ทึก จัดกล่มุ ขอ้ มูล และการอภปิ รายเพือ่ ให้เกิดความรู้ ความคิด ความ
เขา้ ใจ สามารถนาํ เสนอสื่อสารส่ิงทีเ่ รยี นรู้ มคี วามสามารถในการตัดสินใจ เหน็ คุณค่าของการนําความรู้ไป

ใช้ประโยชน์ในชีวติ ประจาํ วนั มจี ิตวิทยาศาสตร์ คุณธรรมจริยธรรม และค่านิยมทเ่ี หมาะสม

สาระฟสิ ิกส์

3. เข้าใจแรงไฟฟ้าและกฎของคูลอมบ์ สนามไฟฟ้า ศักย์ไฟฟ้า ความจุไฟฟ้า กระแสไฟฟา้ และกฎ
ของโอหม์ วงจรไฟฟา้ กระแสตรง พลงั งานไฟฟ้า และกาํ ลังไฟฟ้า การเปล่ียนพลังงานทดแทนเป็นพลงั งาน
ไฟฟ้า สนามแมเ่ หล็ก แรงแม่เหลก็ ทีก่ ระทาํ กบั ประจไุ ฟฟา้ และกระแสไฟฟ้า การเหนีย่ วนํา แมเ่ หลก็ ไฟฟ้า

และกฎของฟาราเดย์ ไฟฟ้ากระแสสลับ คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าและการสื่อสาร รวมทั้งนํา ความรู้ไปใช้
ประโยชน์

ผลการเรียนรู้
1. ทดลองและอธิบายการทําวตั ถทุ ี่เปน็ กลางทางไฟฟ้า ใหม้ ีประจุไฟฟ้าโดยการขัดสีกันและการเหนยี่ วนํา

ไฟฟา้ สถติ

2. อธบิ ายและคํานวณแรงไฟฟา้ ตามกฎของคูลอมบ์
3. อธิบายและคํานวณสนามไฟฟ้าและแรงไฟฟ้าท่ีกระทํากับอนุภาคท่ีมีประจุไฟฟ้าท่ีอยู่ในสนามไฟฟ้า

รวมท้ังหาสนามไฟฟ้าลพั ธ์เน่ืองจากระบบจดุ ประจุโดยรวมกนั แบบเวกเตอร์

4. อธิบายและคํานวณพลงั งานศกั ยไ์ ฟฟ้า ศกั ย์ไฟฟา้ และความต่างศักยร์ ะหวา่ งสองตาํ แหนง่ ใด ๆ
5. อธบิ ายส่วนประกอบของตัวเก็บประจุ ความสัมพนั ธ์ระหว่างประจไุ ฟฟา้ ความตา่ งศกั ย์ และความจุของ

ตัวเก็บประจุ และอธบิ ายพลังงานสะสมในตัวเก็บประจุ และความจุสมมูล รวมทั้งคํานวณปริมาณตา่ งๆ

ที่ เกี่ยวขอ้ ง
6. นําความรู้เร่ืองไฟฟ้าสถิตไปอธิบายหลักการทํางานของเครื่องใช้ไฟฟ้าบางชนิด และ ปรากฏการณ์ใน

ชวี ติ ประจําวัน

7. อธิบายการเคลื่อนที่ของอิเล็กตรอนอิสระ และกระแสไฟฟ้าในลวดตัวนํา ความสัมพันธ์ระหว่าง
กระแสไฟฟา้ ในลวดตัวนํากับความเร็วลอยเลือ่ นของอเิ ล็กตรอนอสิ ระ ความหนาแน่นของอิเลก็ ตรอนใน
ลวดตวั นํา และพนื้ ท่ีหนา้ ตัดของลวดตวั นํา และคํานวณปริมาณต่าง ๆ ที่ เกยี่ วข้อง

165

8. ทดลองและอธิบายกฎของโอห์ม ความสัมพันธ์ระหว่างความต้านทานกับความยาว พื้นท่ีหนา้ ตัด และ
สภาพตา้ นทานของตัวนําโลหะ ท่ีอุณหภูมิคงตวั และคํานวณปรมิ าณต่าง ๆ ท่ีเก่ียวข้อง รวมทั้งอธิบาย
และคํานวณความต้านทานสมมูล เมื่อนําตัวต้านทานมาตอ่ กนั แบบอนกุ รมและแบบขนาน

9. ทดลอง อธิบายและคํานวณอีเอ็มเอฟของแหล่งกําเนิดไฟฟ้ากระแสตรง รวมทั้งอธิบายและคํานวณ
พลงั งานไฟฟา้ และกาํ ลังไฟฟา้

10. ทดลองและคํานวณอีเอ็มเอฟสมมูลจาก การต่อแบตเตอร่ีแบบอนุกรมและแบบขนาน รวมท้ังคาํ นวณ
ปรมิ าณตา่ ง ๆ ท่ีเกีย่ วขอ้ ง ในวงจรไฟฟา้ กระแสตรงซึง่ ประกอบดว้ ย แบตเตอรแ่ี ละตัวตา้ นทาน

11. อธบิ ายการเปล่ียนพลังงานทดแทนเป็น พลังงานไฟฟ้า รวมทัง้ สืบคน้ และอภิปราย เกีย่ วกบั เทคโนโลยี
ที่นํามาแก้ปัญหา หรือตอบสนองความต้องการทางด้านพลงั งานไฟฟ้า โดยเน้นด้านประสิทธิภาพและ
ความคมุ้ คา่ ด้านคา่ ใชจ้ ่าย

รวมท้งั หมด 11 ผลการเรียนรู้

166

ว30224 เคมี 4 คาอธบิ ายรายวิชาเพม่ิ เติม กล่มุ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์

ชั้นมัธยมศกึ ษาปีท่ี 5 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 60 ช่วั โมง จานวน 1.5 หน่วยกิต

ศึกษา สืบค้นข้อมูล วเิ คราะห์ อภิปราย ทดลอง คํานวณ และอธิบาย สารท่ีเป็นกรดหรือเบส
โดยใช้ทฤษฎีกรด–เบสของอาร์เรเนียส เบรินสเตด–ลาวรี และลิวอิส ระบุคู่กรด – เบสของสารตาม
ทฤษฎีของ เบรนิ สเตด–ลาวรี คาํ นวณและเปรียบเทยี บความสามารถในการแตกตัวหรือความแรงของ

กรดและเบส คาํ นวณค่า pH ความเขม้ ข้นของไฮโดรเนยี มไอออน ไฮดรอกไซด์ไอออนของสารละลายกรด
และเบส เขียนสมการเคมีแสดงปฏิกิริยาสะเทิน ระบุความเป็นกรดเบสของสารละลายหลังการสะเทิน
เขียนปฏิกิรยิ าไฮโดรลิซิส และระบุความเป็นกรด–เบสของเกลือ หลักการไทเทรต การเลือกใช้อินดิเค

เตอรท์ ี่เหมาะสม และคํานวณปริมาณสารหรือความเขม้ ข้นของสารละลายกรดหรือเบสจากการไทเทรต
สมบัติ องค์ประกอบ และประโยชน์ของสารละลายบัฟเฟอร์ นําเสนอตัวอย่างการใช้ประโยชน์และการ
แก้ปัญหาโดยใช้ความรู้เกี่ยวกับกรด-เบส คํานวณ เลขออกซิเดชัน ระบุปฏิกิริยาท่ีเป็นปฏิกิริยารีดอกซ์

การเปลี่ยนแปลงเลขออกซิเดชัน ระบุตัวรีดิวซ์ ตัวออกซิไดส์ คร่ึงปฏิกิริยาออกซิเดชัน ครึ่งปฏิกิริยา
รีดกั ชนั ของปฏิกริ ิยารีดอกซ์ เปรียบเทียบความสามารถในการเป็นตัวรีดิวซ์หรือตัวออกซิไดส์ เขียนแสดง
ปฏิกิริยารีดอกซ์ ดุลสมการรีดอกซ์ด้วยการใช้เลขออกซิเดชันและวิธีคร่ึงปฏิกิริยา ระบุองค์ประกอบของ

เซลลไ์ ฟฟ้าเคมี เขียนสมการเคมีของปฏิกิรยิ าท่ีแอโนดและแคโทด ปฏิกริ ิยารวมและแผนภาพเซลล์ คํานวณค่า
ศักย์ไฟฟ้ามาตรฐานของเซลล์ ระบุประเภทของเซลล์เคมีไฟฟ้า ขั้วไฟฟ้า และปฏิกิริยาเคมีที่เกิดข้ึน
หลักการทํางาน สมการเคมีแสดงปฏิกิริยาของเซลล์ปฐมภูมิและเซลล์ทุติยภูมิ การชุบโลหะและแยก

สารเคมีด้วยกระแสไฟฟา้ หลักการทางเคมไี ฟฟา้ ท่ใี ช้ในการชุบโลหะ การแยกสารเคมีดว้ ยกระแสไฟฟ้า การ
ทาํ โลหะใหบ้ ริสทุ ธ์ิ การปอ้ งกนั การกัดกร่อนของโลหะ ตวั อย่างความกา้ วหนา้ ทางเทคโนโลยที ีเ่ ก่ยี วขอ้ งกับ
เซลล์เคมไี ฟฟ้าในชวี ติ ประจาํ วัน

เพอ่ื ใหม้ ีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับกรด-เบส และไฟฟา้ เคมี โดยใช้การเรียนรู้ด้วยกระบวนการ
ทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสํารวจตรวจสอบ สามารถนําความรู้ และหลักการไปใช้
ประโยชน์ เชื่อมโยง อธิบายปรากฏการณ์หรือแก้ปัญหาในชีวิตประจําวัน สามารถจัดกระทําและ

วิเคราะห์ข้อมูล สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ มีความสามารถในการตัดสินใจ แก้ปัญหา มีจิตวิทยาศาสต ร์
เหน็ คณุ คา่ ของวทิ ยาศาสตร์ มจี ริยธรรม คุณธรรมและคา่ นยิ มทเ่ี หมาะสม

สาระเคมี รายวชิ าเพม่ิ เติม
2. เข้าใจการเขียนและการดลุ สมการเคมี ปรมิ าณสมั พนั ธใ์ นปฏกิ ิรยิ าเคมี อัตราการเกิดปฏิกิรยิ า

เคมี สมดลุ ในปฏกิ ริ ิยาเคมี สมบตั แิ ละปฏิกริ ยิ าของกรด-เบส ปฏิกิริยารีดอกซแ์ ละเซลลเ์ คมไี ฟฟา้ รวมทั้ง
การนําความร้ไู ปใช้ประโยชน์
ผลการเรียนรู้

1. ระบุ และอธบิ ายว่าสารเป็นกรดหรือเบสโดยใช้ทฤษฎีกรด–เบสของอารเ์ รเนียส เบรินสเตด–ลาวรี
และลวิ อิส

2. ระบุค่กู รด-เบสของสารตามทฤษฎีกรด-เบสของเบรินสเตด – ลาวรี

3. คาํ นวณ และเปรยี บเทยี บความสามารถในการแตกตวั หรือความแรงของกรดและเบส
4. คาํ นวณคา่ pH ความเขม้ ขน้ ของไฮโดรเนยี มไอออนหรือไฮดรอกไซด์ไอออนของสารละลายกรด
และเบส

167

5. เขียนสมการเคมีแสดงปฏิกิริยาสะเทิน และระบุความเป็นกรด-เบสของสารละลายหลังการ
สะเทนิ

6. เขยี นปฏกิ ริ ิยาไฮโดรลิซิสของเกลือ และระบุความเป็นกรด-เบสของสารละลายเกลือ
7. ทดลอง และอธิบายหลักการการไทเทรต และเลือกใช้อินดิเคเตอร์ท่ีเหมาะสมสําหรับการ
ไทเทรตกรด-เบส
8. คํานวณปริมาณสารหรือความเขม้ ข้นของสารละลายกรดหรือเบสจากการไทเทรต
9. อธิบายสมบัติ องคป์ ระกอบ และประโยชนข์ องสารละลายบัฟเฟอร์
10. สืบค้นข้อมูล และนําเสนอตัวอย่างการใช้ประโยชน์และการแก้ปัญหาโดยใช้ความร้เู ก่ียวกับ
กรด–เบส
11. คาํ นวณเลขออกซิเดชนั และระบปุ ฏกิ ิรยิ าที่เปน็ ปฏิกริ ยิ ารดี อกซ์
12. วเิ คราะหก์ ารเปลย่ี นแปลงเลขออกซเิ ดชนั และระบตุ ัวรีดิวซ์และตัวออกซิไดส์ รวมท้ังเขียนครึ่ง
ปฏกิ ริ ิยาออกซิเดชนั และครงึ่ ปฏกิ ิริยารดี ักชันของปฏกิ ิริยารดี อกซ์
13. ทดลอง และเปรยี บเทยี บความสามารถในการเปน็ ตัวรดี ิวซ์หรอื ตวั ออกซิไดส์ และเขียนแสดง
ปฏกิ ริ ยิ ารีดอกซ์
14. ดลุ สมการรดี อกซด์ ว้ ยการใช้เลขออกซิเดชัน และวิธคี รึ่งปฏิกริ ยิ า
15. ระบอุ งคป์ ระกอบของเซลล์เคมีไฟฟ้า และเขียนสมการเคมีของปฏิกิริยาท่ีแอโนดและแคโทด
ปฏิกริ ยิ ารวม และแผนภาพเซลล์
16. คํานวณคา่ ศักย์ไฟฟ้ามาตรฐานของเซลล์และระบปุ ระเภทของเซลล์เคมไี ฟฟา้ ข้วั ไฟฟ้า และ
ปฏกิ ิรยิ าเคมที ี่เกดิ ขน้ึ
17. อธบิ ายหลักการทาํ งาน และเขียนสมการแสดงปฏกิ ริ ยิ าของเซลลป์ ฐมภมู ิและเซลลท์ ุติยภูมิ
18. ทดลองชุบโลหะและแยกสารเคมีด้วยกระแสไฟฟา้ และอธิบายหลกั การทางเคมีไฟฟา้ ทใี่ ชใ้ น
การชบุ โลหะ การแยกสารเคมีด้วยกระแสไฟฟ้า การทาํ โลหะใหบ้ รสิ ทุ ธิ์ และการป้องกันการกัดกร่อนของ
โลหะ
19. สบื ค้นข้อมลู และนําเสนอตวั อยา่ งความกา้ วหน้าทางเทคโนโลยที ่ีเกีย่ วข้องกบั เซลล์เคมีไฟฟ้า
ในชีวติ ประจําวนั

รวมทงั้ หมด 19 ผลการเรยี นรู้

168

คาอธบิ ายรายวชิ าเพม่ิ เติม

ว30244 ชีววทิ ยา 4 กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์

ชนั้ มธั ยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 60 ชว่ั โมง จานวน 1.5 หนว่ ยกติ

ศกึ ษาเกี่ยวกับการยอ่ ยอาหารของสัตว์ทไี่ มม่ ที างเดนิ อาหาร สตั ว์ท่มี ีทางเดินอาหารแบบไมส่ มบูรณ์

และสัตว์ที่มีทางเดินอาหารแบบสมบูรณ์ กระบวนการย่อยอาหารและการดูดซึมสารอาหารของมนุษย์
ศึกษาระบบหายใจของสงิ่ มชี ีวิต โครงสร้างท่ีใช้ในการแลกเปลี่ยนแกส๊ ของสิง่ มีชวี ิตเซลล์เดยี วและของสัตว์
โครงสรา้ งทีใ่ ช้ในการแลกเปล่ียนแก๊สและกระบวนการแลกเปลี่ยนแก๊สของมนุษย์ ศึกษาการลําเลียงสาร

และระบบหมุนเวียนเลือดของสิ่งมชี ีวติ สว่ นประกอบของเลอื ด ทศิ ทางการไหลเวยี นของเลือด หลกั การให้
และรบั เลือดในมนษุ ย์ ระบบนํ้าเหลืองและภมู ิค้มุ กัน ศกึ ษาการขับถ่ายของสง่ิ มชี ีวิตเซลลเ์ ดียวและของสัตว์
อวยั วะและการขบั ถา่ ยของมนุษย์

โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ การสาํ รวจตรวจสอบ การสังเกต
การสืบค้นข้อมูล การอภิปราย การอธิบาย และสรุป เพ่ือให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สื่อสารสิ่งท่ี
เรยี นรู้ มคี วามสามารถในการตัดสินใจ นําความรู้ไปใชป้ ระโยชน์ในชวี ิตประจําวัน มจี ติ วทิ ยาศาสตร์ จริยธรรม

คุณธรรม และค่านยิ มท่ีเหมาะสม

สาระชีววิทยา

4. เข้าใจการย่อยอาหารของสตั ว์และมนุษย์ การหายใจและการแลกเปล่ียนแก๊ส การลาํ เลยี งสาร
และการหมุนเวยี นเลือด ภูมคิ ุ้มกนั ของร่างกาย การขบั ถ่าย การรบั รู้และการตอบสนอง การเคลอื่ นท่ี การ
สืบพันธแ์ุ ละการเจรญิ เติบโต ฮอร์โมนกบั การรักษาดุลยภาพ และพฤติกรรมของสัตว์ รวมทัง้ นาํ ความรูไ้ ปใช้

ประโยชน์

ผลการเรียนรู้

1. สืบค้นข้อมูล อธิบายและเปรียบเทียบโครงสร้างและกระบวนการย่อยอาหารของสัตว์ท่ีไม่มีทางเดิน
อาหาร สัตว์ท่ีมที างเดนิ อาหารแบบไมส่ มบรู ณ์และสัตว์ทม่ี ีทางเดนิ อาหารแบบสมบูรณ์
2. อธิบายเก่ยี วกับโครงสร้าง หน้าที่และกระบวนการย่อยอาหาร และการดูดซึมสารอาหารภายในระบบ

ยอ่ ยอาหารหารของมนษุ ย์
3. สบื ค้นข้อมูล อธบิ าย และเปรียบเทียบโครงสรา้ งท่ีทําหนา้ ทแี ลกเปล่ยี นแก๊สของส่ิงมชี วี ติ เซลลเ์ ดียวและ
ของสตั วบ์ างชนิด

4. สังเกตและอธบิ ายโครงสร้างของปอดในสัตว์เลี้ยงลกู ด้วยนํ้านม
5. สบื คน้ ขอ้ มูล อธิบายโครงสร้างที่ใช้ในการแลกเปลี่ยนแกส๊ และกระบวนการแลกเปลี่ยนแก๊สของมนุษย์
6. อธบิ ายการทาํ งานของปอด และวดั ปรมิ าตรของอากาศในการหายใจออกของมนษุ ย์

7. สบื ค้นขอ้ มูล อธิบายและเปรยี บเทยี บระบบหมนุ เวยี นเลอื ดแบบเปิดและระบบหมุนเวียนเลือดแบบปดิ
8. สังเกตและอธิบายทิศทางการไหลของเลือดและการเคลื่อนท่ีของเซลล์เม็ดเลือดในหางปลาและสรุป
ความสมั พนั ธ์ระหว่างขนาดของหลอดเลอื ดกบั ความเรว็ ในการไหลของเลอื ด

9. อธิบายโครงสร้างและการทํางานของหวั ใจและหลอดเลือดในมนุษย์
10. สังเกต และอธบิ ายโครงสร้างหัวใจของสัตวเ์ ลี้ยงลกู ด้วยนํ้านม ทิศทางการไหลของเลือดผ่านหัวใจของ
มนุษย์

169

11. สบื คน้ ข้อมูล และสรุปเก่ยี วกบั สว่ นประกอบและหน้าที่ของเลอื ด พร้อมระบคุ วามแตกตา่ งของเซลลเ์ มด็
เลอื ดแดง เซลลเ์ ม็ดเลือดขาว เพลตเลต และพลาสมา
12. อธบิ ายหมเู่ ลอื ดและหลักการให้และรับเลอื ดในระบบ ABO และระบบ Rh
13. สืบค้นข้อมูล อภิปราย อธิบายและสรุปเกี่ยวกับส่วนประกอบและหน้าที่ของนํ้าเหลือง รวมท้ัง
โครงสรา้ งและหนา้ ที่ของหลอดน้ําเหลือง และต่อมน้ําเหลือง
14. สบื คน้ ข้อมูล อธบิ าย และเปรยี บเทียบกลไกการต่อตา้ นหรือทําลายสิ่งแปลกปลอมแบบไมจ่ าํ เพาะและ
แบบจําเพาะ
15. สืบค้นขอ้ มูล อธิบาย การสรา้ งภมู คมุ้ กัน ปจั จัยที่มผี ลต่อการสรา้ งภมู ิคุ้มกันของร่างกาย
และเปรยี บเทยี บการสรา้ งภมู คิ ุ้มกนั ก่อเองและภมู คิ ุ้มกนั รับมา
16. สืบค้นข้อมลู อธิบาย และเปรียบเทยี บโครงสรา้ งและหน้าทใ่ี นการกาํ จดั ของเสียออกจากร่างกายของสงิ่
ทีชวี ิตเซลล์เดียว และสัตว์บางชนดิ
17. อธิบายโครงสรา้ งและหนา้ ทขี่ องไต และโครงสร้างที่ใช้ลําเลียงปสั สาวะออกจากรา่ งกาย
18. อธิบายกลไกการทํางานของหน่วยไตในการกําจัดของเสียออกจากร่างกาย และเขียนแผนผังสรุป
ขัน้ ตอนการกําจดั ของเสียออกจากร่างกายโดยหนว่ ยไต
19. สบื คน้ ขอ้ มลู อธบิ าย และยกตัวอย่างเกย่ี วกบั ความผดิ ปกตขิ องไตอันเนอ่ื งมาจากโรคตา่ ง ๆ

รวมท้งั หมด 19 ผลการเรยี นรู้

170

คาอธิบายรายวิชาเพิ่มเตมิ

ว30262 โลก ดาราศาสตร์และอวกาศ 2 กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์

ชัน้ มธั ยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนท่ี 2 เวลา 40 ชั่วโมง จานวน 1.0 หนว่ ยกติ

ศึกษาวเิ คราะห์ อธบิ าย ตรวจสอบเกย่ี วกับปัจจัยสําคญั ทม่ี ีผลตอ่ การรับและคายพลังงาน จากดวง
อาทิตย์ ผลที่มีต่ออุณหภูมิ อากาศ กระบวนการที่ทําให้เกิดสมดุลพลังงานของโลก ผลของแรงเนื่องจาก
ความแตกต่างของความกดอากาศ แรงคอริออลิส แรงสู่ศนู ยก์ ลาง แรงเสียดทานที่มตี ่อการหมนุ เวียนของ
อากาศ การหมนุ เวยี งของอากาศตามเขตละติจูด และผลที่มตี ่อภูมิอากาศ ปัจจยั ท่ีทาํ ให้เกดิ การแบ่งชั้นน้ํา
ในมหาสมุทร ปัจจัยท่ีทําให้เกิดการหมุนเวียนของน้ําในมหาสมุทรและรูปแบบการหมุนเวียนของน้ําใน
มหาสมุทร ผลของการหมุนเวียนของน้ําในมหาสมุทรท่ีมีต่อลักษณะลมฟ้าอากาศต่อส่ิงมีชีวิต และ
สิ่งแวดล้อม ความสมั พนั ธ์ระหวา่ งเสถียรภาพอากาศและการเกิดเมฆ การเกิดแนวปะทะอากาศแบบตา่ งๆ
และลักษณะลมฟ้าอากาศท่ีเกี่ยวข้อง ปัจจัยท่ีมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลก ยกตัวอย่างข้อมูล
สนับสนุน วิเคราะห์และอภิปรายเหตุการณ์ท่ีเป็นผลมากการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลก นําเสนอแนว
ปฏิบัติของมนุษย์ที่มีส่วนช่วยในการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลก แปลความหมายสัญลักษณ์ลมฟ้าอากาศ
แผนทีอ่ ากาศ วิเคราะห์ คาดการณ์ ลกั ษณะลมฟา้ อากาศและข้อมลู สารสนเทศได้

โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ จิตวิทยาศาสตร์ในการสืบเสาะหาความรู้ การสํารวจ
ตรวจสอบ การสังเกต การสบื ค้นข้อมลู การอภิปราย สรปุ เพื่อให้เกดิ ความรู้ ความคิด ความเข้าใจ
ส่อื สารส่งิ ท่ีเรยี นรู้ มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยี มคี วามสามารถในการตดั สนิ ใจ นําความรู้ไปใช้ใน
ชีวิตของตนเอง เฝ้าระวังและพัฒนาสิ่งแวดล้อมอย่างย่ังยืน มีจริยธรรม คุณธรรม และค่านิยมที่
เหมาะสม

เพื่อให้เกดิ ความรู้ ความเขา้ ใจ มีทักษะกระบวนการและเจตคตทิ างวิทยาศาสตร์ เห็นคุณค่าของ
วิทยาศาสตร์ นาํ ความรู้และหลกั การไปใชอ้ ธบิ ายปรากฏการณ์ หรือแก้ปญั หาเก่ียวกับการดํารงชีวิต

ผลการเรยี นรู้
1. อธิบายปัจจัยสําคัญท่ีมีผลต่อการรับและคายพลังงานจากดวงอาทิตย์แตกต่างกัน และผลท่ีมีต่อ
อุณหภูมิ อากาศในแตล่ ะบริเวณของโลก
2. อธบิ ายกระบวนการทท่ี าํ ใหเ้ กิดสมดลุ พลังงานของโลก
3. อธิบายผลของแรงเน่อื งจากความแตกตา่ งของความกดอากาศ แรงคอรอิ อลสิ แรงสศู่ นู ยก์ ลาง และ
แรงเสียดทานท่มี ีต่อการหมนุ เวยี นของอากาศ
4. อธิบายการหมนุ เวียนของอากาศตามเขตละติจูดและผลที่มตี อ่ ภมู อิ ากาศ
5. อธิบายปจั จยั ทีท่ าํ ใหเ้ กดิ การแบ่งชน้ั นํา้ ในมหาสมทุ ร
6. อธิบายปัจจัยที่ทําให้เกิดการหมุนเวียนของน้ําในมหาสมุทรและรูปแบบการหมนุ เวยี นของน้ําใน
มหาสมทุ ร
7. อธิบายผลของการหมุนเวียนของนํ้าในมหาสมุทรที่มีต่อลักษณะลมฟ้าอากาศส่ิงมีชีวิต และ
ส่ิงแวดลอ้ ม
8. อธิบายความสมั พันธร์ ะหว่างเสถยี รภาพอากาศและการเกดิ เมฆ
9. อธบิ ายการเกิดแนวปะทะอากาศแบบต่างๆ และลกั ษณะลมฟา้ อากาศทเ่ี ก่ียวข้อง
10. อธิบายปัจจัยต่างๆ ทีม่ ีผลตอ่ การเปล่ยี นแปลงภมู ิอากาศโลก พร้อมยกตัวอยา่ งข้อมลู สนบั สนุน

171

11. วิเคราะห์ และอภปิ รายเหตกุ ารณท์ เ่ี ปน็ ผลจาก การเปลยี่ นแปลงภูมอิ ากาศโลกและ นําเสนอ แนว
ปฏิบัติ ของมนุษยท์ ี่มีสว่ นช่วยในการชะลอการเปลี่ยนแปลงภูมอิ ากาศโลก

12. แปลความหมายสญั ลักษณล์ มฟา้ อากาศบนแผนท่ีอากาศ
13. วิเคราะห์และคาดการณ์ลักษณะลมฟ้าอากาศเบ้ืองต้น จากแผนที่อากาศและข้อมูล สารสนเทศ

อ่ืนๆ เพอ่ื วางแผนในการประกอบอาชีพและการดาํ เนนิ ชีวิตให้สอดคล้อง กับสภาพลมฟา้ อากาศ

รวมทง้ั หมด 13 ผลการเรยี นรู้

172

คาอธิบายรายวิชาเพ่ิมเตมิ (วิทยาศาสตร-์ คณิตศาสตร์)

ว30283 การเขยี นโปรแกรมด้วยภาษา Visaul Basic กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

ช้ันมัธยมศกึ ษาปีท่ี 5 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 20 ชวั่ โมง จานวน 0.5 หนว่ ยกติ

ศึกษาขั้นตอน กระบวนการทํางาน การแก้ปัญหา การออกแบบโปรแกรม การเขียนโปรแกรม

ภาษาคอมพิวเตอร์ การทดสอบโปรแกรม จัดทําเอกสารประกอบ โดยใช้กระบวนการฝึกทกั ษะ และการ
ปฏบิ ตั งิ าน พัฒนาโปรแกรมวิธีการแก้ปญั หา สืบคน้ ขอ้ มูลจากแหลง่ เทคโนโลยี

ฝึกปฏิบัติการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ด้วย Microsoft Visual Basic อาศัยหลักการพัฒนา

โปรแกรมแบบเชิงวัตถุ ที่สามารถนําโครงสร้างท่สี ร้างไว้แล้วมาใช้ซ้ํา โดยไม่จาํ เปน็ ต้องสร้างข้ึนมาใหม่ ทํา
ให้ช่วยลดระยะเวลาในการพัฒนาโปรแกรมได้ และยังใช้หลักการเขียนโปรแกรมแบบ Event Driven
Programming

เพ่ือใหม้ ีความรู้ ความเข้าใจ และทักษะในการเขยี นโปรแกรมภาษาคอมพิวเตอร์เพ่อื แก้ไขปญั หาได้
อย่างมีจิตสาํ นึก คุณธรรม และมเี จตคตทิ ด่ี ใี นการสรา้ งสรรค์ผลงาน

ผลการเรยี นรู้
1. นกั เรียนมคี วามรูค้ วามเข้าใจเก่ยี วกบั การใช้งานโปรแกรม Microsoft Visual Basic 2010
2. นักเรียนสามารถอธบิ ายหลกั การเขียนโปรแกรมวิชวลเบสกิ ได้

3. นักเรยี นมีความรูค้ วามเขา้ ใจสามารถอธบิ ายความหมายชนดิ ของข้อมูลและประเภทของตวั แปร
ได้

4. นกั เรยี นสามารถเขยี นโปรแกรมโดยใช้คาํ ส่งั ควบคมุ ทศิ ทางการทํางานในรปู แบบต่าง ๆ ได้

5. นักเรียนมคี วามรูค้ วามเขา้ ใจสามารถนําความร้ทู ไี่ ด้มาประยกุ ต์ใชใ้ นชวี ิตประจําวนั และนาํ เสนอ
เปน็ โครงงานคอมพิวเตอรไ์ ด้

รวมทั้งหมด 5 ผลการเรยี นรู้

173

คาอธิบายรายวิชาเพมิ่ เติม (ภาษา)

ว30285 การสร้างภาพเคลอ่ื นไหว กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ช้นั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 5 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 60 ชวั่ โมง จานวน 1.5 หน่วยกติ

ศกึ ษาโปรแกรม Flash เบื้องตน้ การสร้างภาพเคลื่อนไหว การโต้ตอบกับผู้ใช้ และการแปลงไฟล์

ไปใชง้ าน รวมทั้งความรูก้ ารใชเ้ ทคนคิ ในการสร้างลูกเลน่ แบบต่าง ๆ การนําเข้าเสียง เพือ่ ใหผ้ ูเ้ รยี นสามารถ
นาํ ไปประยุกต์ใชแ้ ละรู้จักวธิ ีการนําไปใช้กบั สอื่ ชนิดอนื่ เชน่ รูปแบบการนําเสนอ Flash บนเว็บเพจ เพอ่ื ให้
นกั เรยี นมีความสามารถตามมาตรฐานการเรียนรู้

ปฏิบัติการฝึกทักษะพื้นฐานการใช้งานโปรแกรม เพ่ือนําไปสร้างภาพเคลื่อนไหวเบ้ืองต้น และ
เขา้ ใจแนวคดิ อนั เป็นพื้นฐานในการใชโ้ ปรแกรมประยุกตช์ ้ันสูง โดยเฉพาะอย่างย่ิงโปรแกรมทีเ่ กี่ยวข้องกับ
งานศิลปะและการออกแบบ โดยใช้กระบวนการทางเทคโนโลยีสารสนเทศและภูมิปัญญาท้องถ่ิน

กระบวนการสร้างความคิดรวบยอด กระบวนการฝึกปฏิบัติ กระบวนการออกแบบ กระบวนการจัดก าร
กระบวนการแก้ปัญหา และกระบวนคิดวิเคราะห์

เพอื่ ใหเ้ กดิ ความรู้ ความเขา้ ใจ และมีทกั ษะการใช้โปรแกรม Flash เบ้อื งต้น วเิ คราะห์ข้อมูลในการ

สร้างเสริมจินตนาการและใช้คอมพิวเตอร์ในทางสร้างสรรค์ สามารถนําทักษะไปใช้ในชีวิตประจําวัน มี
คุณธรรม จริยธรรม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในด้านใฝ่เรียนรู้ รับผิดชอบ ตรงเวลา มีวินัยในการ
ทาํ งาน รกั การทาํ งาน รกั การคน้ คว้า ทํางานร่วมกับผอู้ น่ื ได้อย่างมคี วามสขุ มีสมาธิในการทาํ งาน และมีเจต

คติท่ดี ีตอ่ งานและอาชพี ท่ีสจุ รติ

ผลการเรยี นรู้

1. มคี วามรู้ ความเข้าใจการสร้างภาพเคล่อื นไหวคอมพิวเตอร์
2. มที ักษะในการสรา้ งภาพเคลอื่ นไหวคอมพิวเตอร์
3. มคี ณุ ลกั ษณะนิสัยท่ีพงึ ประสงค์ และเจตคติท่ีดีในวิชาชพี คอมพิวเตอร์ธรุ กจิ

รวมทัง้ หมด 3 ผลการเรยี นรู้

174

คาอธิบายรายวิชาเพิ่มเตมิ

ว30205 ฟิสิกส์ 5 กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์

ชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี 6 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 60 ช่ัวโมง จานวน 1.5 หน่วยกติ

ศึกษาหลักการของสสารและฟสิกสแผนใหม่ในเรื่อง ความร้อน การเปล่ียนสถานะของสาร

การถ่ายโอนพลังงานความร้อนตามกฎการอนุรักษ์พลังงาน สภาพยืดหยุ่น ความเค้น ความเครียดว
และมอดุลัสของยัง ความดันในของไหลและกฎพาสคัล แรงพยุงและหลักอารคิมีดีส ความตึงผิว การ
เคล่ือนที่ในของไหล และหลักแบร์นูลลี แก๊สอุดมคติ ทฤษฎจี ลน์ของแก๊ส กฎของแก๊สและพลังงานภายใน

ระบบของแกส แนวคิดเกี่ยวกับแบบจําลองอะตอม สมมติฐานของพลังค์ ทฤษฎีอะตอมของโบร์ การเกิด
เสน้ สเปกตรัมของอะตอมไฮโดรเจน การคนพบอเิ ล็กตรอน ปรากฏการณโฟโตอเิ ล็กทรกิ ทวภิ าวะของคล่ืน
และอนภุ าค กัมมนั ตภาพรังสี การสลายกัมมันตรงั สี ปฏิกริ ิยานิวเคลยี ร พลังงานนิวเคลยี ร รงั สใี นธรรมชาติ

การปองกันอันตรายและการใชประโยชนจากกมั มันตภาพรงั สี และพลังงานนวิ เคลียร
โดยใชก้ ารสืบเสาะหาความรู้ การสาํ รวจตรวจสอบ ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์และทกั ษะ

การเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 การสืบค้นข้อมูลและการอภิปราย เพ่ือให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ

สามารถส่ือสารส่ิงที่เรียนรู้ มีความสามารถในการตัดสินใจ การแก้ปัญหา การนําความรู้ไปใ ช้ใน
ชีวติ ประจาํ วัน มีจติ วิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และค่านิยมท่เี หมาะสม

การวัดและประเมินผล วัดทงั้ ด้านความรู้ ทักษะกระบวนการ และคุณลักษณะอันพึง
ประสงค์ โดยการสังเกตพฤติกรรม การปฏิบัติ การถาม การทดสอบ การนําเสนอรายงาน
การประเมินผลงานกลมุ่ และรายบคุ คล และเคร่ืองมือทหี่ ลากหลายตามสภาพความเป็นจรงิ
สาระฟิสกิ ส์

4. เข้าใจความสัมพันธ์ของความร้อนกับการเปลี่ยนอุณหภูมิและสถานะของสสาร
สภาพยืดหยุ่นของวัสดุและมอดุลัสของยัง ความดันในของไหล แรงพยุง และหลัก ของอาร์คิ
มดี สิ ความตงึ ผิวและแรงหนืดของของเหลว ของไหลอุดมคติ และ สมการแบร์นลู ลี กฎของแก๊ส
ทฤษฎีจลน์ของแกส๊ อุดมคติและพลังงานในระบบ ทฤษฎีอะตอมของโบร์ ปรากฏการณ์โฟโตอิ
เล็กทริก ทวิภาวะของคลื่นและ อนุภาค กัมมันตภาพรังสี แรงนิวเคลียร์ ปฏิกิริยานิวเคลียร์
พลงั งานนวิ เคลียร์ ฟสิ ิกสอ์ นภุ าค รวมทั้งนําความรู้ไปใชป้ ระโยชน์

ผลการเรียนรู้

1. อธบิ าย และคํานวณความรอ้ นที่ทาํ ใหส้ สาร เปลยี่ นอุณหภมู ิความรอ้ นทท่ี ําให้สสารเปลย่ี น สถานะ และ
ความร้อนทีเ่ กดิ จากการถ่ายโอน ตามกฎการอนุรักษ์พลังงาน

2. อธิบายสภาพยืดหยนุ่ และลักษณะการยดื และหดตัวของวัสดุทเี่ ปน็ แท่ง เมื่อถูกกระทํา ดว้ ยแรงค่าตา่ ง ๆ

รวมท้ังทดลอง อธิบายและ คํานวณความเค้นตามยาว ความเครียดตามยาว และมอดุลสั ของยัง และนํา
ความร้เู รือ่ ง สภาพยดื หยุน่ ไปใชใ้ นชวี ติ ประจาํ วนั
3. อธิบาย และคํานวณความดนั เกจ ความดัน สัมบูรณ์และความดันบรรยากาศ รวมทั้ง อธิบายหลักการ

ทํางานของแมนอมิเตอร์ บารอมิเตอร์และเครอื่ งอัดไฮดรอลกิ
4. ทดลอง อธบิ าย และคาํ นวณขนาดแรงพยงุ จากของไหล

175

5. ทดลอง อธิบาย และคํานวณความตึงผิวของ ของเหลว รวมทง้ั สงั เกตและอธิบายแรงหนดื ของของเหลว
6. อธิบายสมบัติของของไหลอุดมคติสมการ ความต่อเน่ือง และสมการแบร์นูลลีรวมทั้ง คํานวณปริมาณ

ตา่ งๆ ที่เก่ียวขอ้ ง และนําความรู้ เกยี่ วกับสมการความต่อเนอ่ื งและสมการแบร์นลู ลี ไปอธิบายหลักการ
ทํางานของอปุ กรณต์ ่าง ๆ
7. อธบิ ายกฎของแก๊สอุดมคตแิ ละคํานวณปรมิ าณ ต่าง ๆ ท่เี กี่ยวข้อง
8. อธิบายแบบจําลองของแกส๊ อุดมคตทิ ฤษฎีจลน์ ของแกส๊ และอตั ราเรว็ อารเ์ อม็ เอสของโมเลกลุ ของแก๊ส
รวมทงั้ คาํ นวณปริมาณตา่ งๆ ท่เี กยี่ วขอ้ ง
9. อธบิ ายและคํานวณงานทท่ี ําโดยแก๊สในภาชนะปดิ โดยความดนั คงตวั และอธิบายความสัมพันธ์ ระหว่าง
ความรอ้ น พลงั งานภายในระบบ และงาน รวมท้ังคาํ นวณปริมาณต่าง ๆ ท่ีเก่ียวขอ้ ง และนาํ ความรู้เร่ือง
พลังงานภายในระบบ ไปอธิบายหลกั การทาํ งานของเครอื่ งใช้ในชวี ิต ประจําวนั
10. อธิบายสมมติฐานของพลังค์ทฤษฎีอะตอม ของโบร์และการเกิดเส้นสเปกตรัมของ อะตอมไฮโดรเจน
รวมทงั้ คาํ นวณปริมาณ ต่าง ๆ ทเี่ กีย่ วข้อง
11. อธบิ ายปรากฏการณ์โฟโตอิเล็กทริกและ คํานวณพลงั งานโฟตอน พลังงานจลน์ของ โฟโตอิเล็กตรอน
และฟงั ก์ชันงานของโลหะ
12.อธิบายทวภิ าวะของคลื่นและอนุภาค รวมทงั้ อธิบายและคาํ นวณความยาวคลน่ื เดอบรอยล์
13. อธบิ ายกมั มนั ตภาพรังสแี ละความแตกต่าง ของรงั สแี อลฟา บีตา และแกมมา
14. อธบิ าย และคาํ นวณกัมมนั ตภาพของ นวิ เคลียสกัมมันตรังสรี วมท้งั ทดลอง อธบิ าย และคาํ นวณจํานวน
นิวเคลียสกัมมันตภาพรังสี ท่เี หลือจากการสลาย และครึ่งชวี ิต
15. อธิบายแรงนวิ เคลยี รเ์ สถียรภาพของนวิ เคลียส และพลงั งานยึดเหนี่ยว รวมทั้งคํานวณปรมิ าณ ตา่ ง ๆ ท่ี
เก่ียวข้อง
16. อธิบายปฏกิ ิรยิ านวิ เคลยี รฟ์ ิชชนั และฟิวชนั รวมทงั้ คาํ นวณพลังงานนวิ เคลยี ร์
17. อธิบายประโยชน์ของพลังงานนิวเคลยี รแ์ ละ รงั สรี วมทั้งอันตรายและการปอ้ งกนั รงั สี ในด้านตา่ ง ๆ
18. อธบิ ายการค้นคว้าวิจัยดา้ นฟิสกิ สอ์ นภุ าค แบบจําลองมาตรฐาน และการใชป้ ระโยชน์ จากการ
ค้นคว้าวิจยั ดา้ นฟสิ ิกสอ์ นภุ าคในด้านตา่ งๆ

รวมทั้งหมด 18 ผลการเรียนรู้

176

คาอธบิ ายรายวชิ าเพิ่มเตมิ

ว30225 เคมี 5 กลุ่มสาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตร์

ชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 60 ชวั่ โมง จานวน 1.5 หนว่ ยกติ

สบื ค้นข้อมลู และนําเสนอตวั อย่างสารประกอบอินทรีย์ที่มีพันธะเด่ยี ว พันธะคู่ หรือพนั ธะสาม ท่ี

พบในชีวิตประจําวัน เขียนสูตรโครงสร้างลิวอิส สูตรโครงสรา้ ง แบบยอ่ และสูตรโครงสร้างแบบเส้นของ
สารประกอบอนิ ทรยี ์ วเิ คราะห์โครงสรา้ งและระบุประเภทของ สารประกอบอินทรยี ์จากหมู่ฟังก์ชัน เขียน
สูตรโครงสร้างและเรียกช่ือ สารประกอบอินทรีย์ประเภทต่างๆ ท่ีมีหมู่ฟังก์ชันไม่เกิน 1 หมู่ ตามระบบ

IUPAC เขียนไอโซเมอร์โครงสร้างของสารประกอบอินทรีย์ประเภทต่างๆ วิเคราะห์และเปรียบเทียบจุด
เดือดและการ ละลายในน้ําของสารประกอบอินทรีย์ที่มีหมู่ฟังก์ชัน ขนาดโมเลกุลหรือโครงสร้างต่างกัน
ระบุประเภทของสารประกอบไฮโดรคาร์บอนและเขียนผลิตภัณฑ์จากปฏิกิริยาการเผาไหม้ ปฏิกิริยากับ

โบรมนี หรอื ปฏกิ ิริยากับโพแทสเซยี มเปอร์แมงกาเนต เขยี นสมการเคมแี ละอธบิ ายการเกดิ ปฏิกริ ยิ าเอสเทอ
ริฟิเคชัน ปฏกิ ิริยาการสงั เคราะห์เอไมด์ ปฏิกิริยาไฮโดรลิซสิ และปฏกิ ิริยาสะปอนนิฟเิ คชัน ทดสอบปฏิกริ ยิ า
เอสเทอริฟิเคชัน ปฏกิ ริ ิยาไฮโดรลิซสิ และปฏิกริ ยิ าสะปอนนิฟิเคชนั สบื ค้นข้อมลู และนาํ เสนอตวั อยา่ งการ

นาํ สารประกอบอินทรียไ์ ปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจาํ วันและอตุ สาหกรรม ระบุประเภทของปฏิกริ ิยาการ
เกิดพอลิเมอร์จากโครงสร้างของมอนอเมอร์ หรอื พอลิเมอร์ วิเคราะห์และอธิบายความสัมพันธ์ระหว่าง
โครงสร้างและสมบัตขิ องพอลิเมอร์ รวมทั้งการนําไปใชป้ ระโยชน์ ทดสอบและระบุประเภทของพลาสติก

และผลิตภัณฑ์ยาง รวมท้ังการนําไปใช้ประโยชน์ อธิบายผลของการปรับเปลี่ยนโครงสร้างและการ
สังเคราะหพ์ อลเิ มอรท์ ม่ี ตี ่อสมบัตขิ องพอลเิ มอร์ สืบค้นขอ้ มลู และนําเสนอตัวอยา่ งผลกระทบจากการใชแ้ ละ
การกําจดั ผลิตภณั ฑ์พอลเิ มอรแ์ ละแนวทางแกไ้ ข

โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ จิตวิทยาศาสตร์ในการสืบเสาะหาความรู้ การสํารวจ
ตรวจสอบ การสังเกต การสบื ค้นข้อมูล การอภิปราย สรุป เพ่ือให้เกดิ ความรู้ ความคิด ความเข้าใจ
สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ นําความรู้ไปใช้ในชีวิตของตนเอง ดูแลรักษาส่ิงมีชีวิตอ่ืน เฝ้าระวัง และพัฒนา

ส่ิงแวดล้อมอย่างย่ังยืน มีจริยธรรม คุณธรรม และค่านิยมที่เหมาะสม นําความรู้และหลักการไปใช้
อธบิ ายหรือแกป้ ัญหาท่เี กีย่ วกับประเภทและสมบัติของสารประกอบอินทรีย์และพอลิเมอร์

สาระเคมี รายวิชาเพิม่ เตมิ
1. เขา้ ใจโครงสรา้ งอะตอม การจัดเรยี งธาตุในตารางธาตุ สมบัติอของธาตุ พันธะเคมีและสมบัตขิ อง
สาร แกส๊ และสมบัติของแกส๊ ประเภทและสมบัติของสารประกอบอินทรยี ์และพอลิเมอร์ รวมท้ัง

การนําความรูไ้ ปใช้ประโยชน์

ผลการเรยี นรู้

1. สบื ค้นข้อมูลและนําเสนอตัวอย่างสารประกอบอินทรยี ์ท่ีมีพันธะเด่ียว พันธะคู่ หรือพนั ธะสาม ที่พบใน
ชวี ติ ประจาํ วัน
2. เขยี นสตู รโครงสรา้ งลวิ อิส สูตรโครงสรา้ ง แบบย่อ และสตู รโครงสรา้ งแบบเส้นของ สารประกอบอนิ ทรีย์

3. วเิ คราะห์โครงสรา้ งและระบปุ ระเภทของ สารประกอบอินทรยี จ์ ากหม่ฟู งั กช์ ัน
4. เขียนสูตรโครงสร้างและเรียกชือ่ สารประกอบอนิ ทรยี ์ประเภทตา่ ง ๆ ท่มี ีหมู่ ฟังกช์ นั ไม่เกนิ 1 หมู่ ตาม
ระบบ IUPAC

177

5. เขยี นไอโซเมอรโ์ ครงสร้างของสารประกอบอนิ ทรยี ์ประเภทตา่ ง ๆ
6. วเิ คราะห์และเปรยี บเทียบจุดเดอื ดและการ ละลายในนํ้าของสารประกอบอนิ ทรยี ์ท่ีมหี มู่ ฟังก์ชนั ขนาด
โมเลกุล หรอื โครงสร้างต่างกัน
7. ระบุประเภทของสารประกอบไฮโดรคารบ์ อนและเขยี นผลติ ภณั ฑ์จากปฏิกริ ิยาการเผาไหม้ ปฏิกริ ิยากับ
โบรมีน หรือปฏิกิริยากับโพแทสเซียมเปอร์แมงกาเนต
8. เขยี นสมการเคมแี ละอธบิ ายการเกดิ ปฏิกริ ิยา เอสเทอรฟิ ิเคชัน ปฏิกิริยาการสังเคราะหเ์ อไมด์ ปฏิกริ ิยา
ไฮโดรลิซิสและปฏิกิริยาสะปอนนิฟเิ คชัน
9. ทดสอบปฏิกิริยาเอสเทอรฟิ เิ คชัน ปฏกิ ริ ยิ าไฮโดรลซิ สิ และปฏิกิริยาสะปอนนฟิ เิ คชัน
10. สืบค้นข้อมูลและนําเสนอตัวอย่างการนํา สารประกอบอินทรีย์ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจําวันและ
อตุ สาหกรรม
11. ระบปุ ระเภทของปฏิกริ ิยาการเกดิ พอลิเมอรจ์ ากโครงสร้างของมอนอเมอร์ หรอื พอลิเมอร์
12. วิเคราะห์และอธิบายความสัมพันธ์ระหว่าง โครงสร้างและสมบัติของพอลิเมอร์ รวมทั้งการนําไปใช้
ประโยชน์
13. ทดสอบและระบปุ ระเภทของพลาสตกิ และผลติ ภณั ฑ์ยาง รวมทง้ั การนาํ ไปใชป้ ระโยชน์
14. อธบิ ายผลของการปรับเปลี่ยนโครงสรา้ ง และการสงั เคราะหพ์ อลเิ มอรท์ ่ีมีตอ่ สมบัตขิ องพอลเิ มอร์
15. สืบค้นข้อมูลและนําเสนอตัวอย่างผลกระทบจากการใช้และการกําจัดผลิตภัณฑ์พอลิเมอร์และแนว
ทางแกไ้ ข

รวมทั้งหมด 15 ผลการเรียนรู้

178

คาอธบิ ายรายวชิ าเพ่มิ เตมิ

ว30245 ชวี วทิ ยา 5 กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์

ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีที่ 6 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 60 ชั่วโมง จานวน 1.5 หน่วยกติ

ศึกษาเก่ียวกับดุลยภาพของชีวิตและการดํารงชีวิต การรักษาดุลยภาพในร่างกายของสัตว์และ
มนุษยศ์ ึกษาระบบประสาทและอวัยวะรบั ความรสู้ ึก การรบั รู้และตอบสนองของสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียว ของ
สัตว์และมนุษย์ เซลล์ประสาทและการทํางานของเซลล์ประสาท สมองและไขสันหลังท่ีเป็นศูนย์ควบคุม

ระบบประสาทการทํางานของระบบประสาทโซมาติกและระบบ-ประสาทอัตโนวัติ โครงสร้างและการ
ทํางานของอวัยวะ รับความรู้สกึ ท่ีเกี่ยวกับ นยั นต์ ากับการมองเหน็ หูกับการได้ยนิ จมูกกบั การดมกลิน่ ล้ิน
กับการรับรส และผิวหนังกบั การรับความรู้สกึ ศกึ ษาโครงสรา้ งและอวัยวะที่ใชใ้ นการเคลื่อนท่ีของส่ิงมชี วี ิต

เซลลเ์ ดียวของสตั ว์และมนุษย์ โครงสร้างและการทํางานของระบบสืบพันธ์แุ ละการเจริญเติบโตของสัตว์
และมนุษย์ ศึกษาระบบต่อมไร้ท่อ โครงสร้างและการทํางานของต่อมไร้ท่อ ฮอร์โมนจากต่อมไร้ท่อและ
อวัยวะทสี่ ําคัญ การรกั ษาดลุ ยภาพของรา่ งกายด้วยฮอร์โมนและฟีโรโมนในสัตว์ ศกึ ษาพฤตกิ รรมของสัตว์

กลไกการเกดิ พฤติกรรมของสัตว์ พฤติกรรมเป็นมาแต่กําเนิดและพฤติกรรมเรยี นรู้ ความสมั พันธ์ระหว่าง
พฤตกิ รรมกบั พฒั นาการของระบบประสาท การสือ่ สารระหวา่ งสตั ว์โดยการใชเ้ สยี ง ทา่ ทาง และ สารเคมี

โดยใช้กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ การสบื ค้นข้อมลู การสังเกต

การวิเคราะห์ การทดลอง การอภิปราย การอธิบาย และสรุป เพ่ือเกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ มี
ความสามารถในการตัดสินใจ มีทักษะปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ รวมท้ังทักษะแห่งทศวรรษท่ี 21 ใน
ด้านการใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศ ดา้ นการคิดและการแกป้ ญั หา ด้านการสื่อสารสามารถสอื่ สารสง่ิ ทีเ่ รยี นรู้

และนําความรูไ้ ปใชใ้ นชวี ิตของตนเอง มีจิตวทิ ยาศาสตร์ จรยิ ธรรม คณุ ธรรม และค่านยิ มที่เหมาะสม

สาระชวี วิทยา

4. เข้าใจการย่อยอาหารของสัตว์และมนุษย์ การหายใจและการแลกเปล่ียนแก๊สการลําเลียงสาร
และการหมนุ เวยี นเลือด ภูมิคุ้มกนั ของร่างกาย การขบั ถา่ ย การรบั รู้และการตอบสนอง การเคลอื่ นท่ี การ
สบื พันธแ์ุ ละการเจรญิ เตบิ โต ฮอร์โมนกบั การรกั ษาดลุ ยภาพ และพฤตกิ รรมของสตั ว์ รวมทั้งนาํ ความร้ไู ปใช้

ประโยชน์

ผลการเรยี นรู้

1. สืบค้นขอ้ มูล อธบิ าย และเปรียบเทียบโครงสรา้ งและหน้าที่ของระบบประสาทของไฮดรา พลานาเรีย
ไสเ้ ดอื นดนิ กงุ้ หอย แมลง และสตั วม์ กี ระดูกสนั หลัง

2. อธบิ ายเก่ยี วกับโครงสรา้ งและหนา้ ท่ขี องเซลลป์ ระสาท

3. อธิบายเกยี่ วกบั การเปลย่ี นแปลงของศกั ย์ไฟฟา้ ท่ีเยื่อห้มุ เซลลข์ องเซลลป์ ระสาท และกลไกการถา่ ยทอด
กระแสประสาท

4. อธบิ าย และสรปุ เกยี่ วกับโครงสรา้ งของระบบประสาทส่วนกลางและระบบประสาทรอบนอก

5. สืบค้นขอ้ มูล อธิบายโครงสร้างและหน้าท่ีของสว่ นตา่ ง ๆ ในสมองส่วนหน้า สมองส่วนกลาง สมองส่วน
หลงั และไขสนั หลงั

6. สบื ค้นข้อมลู อธิบาย เปรียบเทียบ และยกตัวอย่างการทาํ งานของระบบประสาท โซมาติก และระบบ

ประสาทอัตโนวตั ิ

179

7. สืบค้นข้อมูล อธิบายโครงสร้างและหน้าที่ของ ตา หู จมูก ลิ้น และผิวหนังของมนุษย์ ยกตัวอย่างโรค
ตา่ งๆ ที่เกี่ยวขอ้ ง และบอกแนวทางในการดแู ลป้องกัน และรกั ษา

8. สังเกต และอธิบายการหาตาํ แหนง่ ของจุดบอด โฟเวยี และความไวในการรบั สัมผัสของผวิ หนัง
9. สบื ค้นข้อมลู อธิบาย และเปรียบเทียบโครงสร้างและหน้าที่ของอวัยวะท่เี ก่ียวข้องกับการเคลื่อนทขี่ อง

แมงกะพรุน หมึก ดาวทะเล ไส้เดอื นดนิ แมลง ปลา และนก
10. สืบค้นข้อมลู และอธบิ ายโครงสรา้ งและหน้าท่ีของกระดกู และกลา้ มเน้ือท่ีเกี่ยวขอ้ งกบั การเคล่ือนไหว

และการเคลื่อนท่ีของมนษุ ย์
11. สังเกต และอธบิ ายการทํางานของขอ้ ตอ่ ชนิดตา่ ง ๆ และการทํางานของกล้ามเน้ือโครงร่างที่เก่ียวขอ้ ง

กับการเคลื่อนไหวและการเคลอ่ื นที่ของมนุษย์
12. สบื ค้นข้อมูล อธิบาย และยกตวั อย่าง การสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศและการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศใน

สัตว์
13. สืบคน้ ข้อมูล อธิบายโครงสร้างและหน้าที่ของอวัยวะในระบบสืบพันธุ์เพศชายและระบบสืบพันธเุ์ พศ

หญิง
14. อธิบายกระบวนการสร้างสเปริ ์ม กระบวนการสร้างเซลลไ์ ข่ และการปฏสิ นธิในมนษุ ย์
15. อธิบายการเจริญเติบโตระยะเอม็ บริโอและระยะหลงั เอ็มบริโอของกบ ไก่ และมนุษย์
16. สืบค้นข้อมูล อธิบาย และเขียนแผนผังสรุปหน้าท่ีของฮอร์โมนจากต่อมไร้ท่อและเนื้อเยื่อ ที่สร้าง

ฮอร์โมน
17. สืบค้นข้อมูล อธิบาย เปรียบเทียบ และยกตวั อย่างพฤติกรรมท่เี ป็นมาแต่กําเนิดและพฤติกรรมท่เี กิด

จากการเรียนรูข้ องสตั ว์
18. สืบค้นข้อมูล อธิบาย และยกตัวอย่างความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมกับวิวัฒนาการของระบบ

ประสาท
19. สืบคน้ ขอ้ มลู อธบิ าย และยกตัวอย่างการสือ่ สารระหวา่ งสัตวท์ ท่ี ําให้สัตว์แสดงพฤตกิ รรม

รวมท้ังหมด 19 ผลการเรยี นรู้

180

คาอธบิ ายรายวชิ าเพมิ่ เติม (คณิต-อังกฤษ)

ว30287 คอมพิวเตอร์กราฟกิ 2 กลมุ่ สาระการเรียนร้วู ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 6 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 80 ช่ัวโมง จานวน 2.0 หน่วยกิต

ศึกษาความหมายของคอมพิวเตอร์กราฟิก หลักการ วิธีการออกแบบกราฟิก ซอฟต์แวร์ด้าน

กราฟิก ระบบคอมพิวเตอร์สําหรับงานคอมพวิ เตอร์กราฟิก การใช้งานซอฟต์แวร์ด้านกราฟิก ใชเ้ ครอ่ื งมือ
และอปุ กรณต์ า่ ง ๆ รวมถงึ คาํ สั่งที่สาํ คญั ในการออกแบบคอมพิวเตอร์กราฟิก ในโปรแกรมกราฟกิ ได้

มีความคิดริเร่ิมนําภาพจากแหล่งภาพต่างๆ มาสร้างสรรค์งานกราฟกิ จากจินตนาการของตนเอง

ทั้งยังมีทักษะด้านการออกแบบกราฟิก และใช้กระบวนการทางเทคนิคในการประยุกต์ใช้โปรแกรมการ
ออกแบบคอมพวิ เตอร์กราฟิกไดจ้ ากการใฝ่เรยี นรใู้ นเวบ็ ไซตต์ า่ งๆ ดว้ ยตนเอง เพือ่ นาํ มาประยุกตใ์ ช้ในการ
สร้างสรรค์งาน

ผู้เรียนสามารถใช้ซอฟต์แวร์ด้านกราฟิกออกแบบและสร้างสรรค์ผลงานด้านกราฟิก เผยแพร่สู่
สาธารณะชนได้อย่างมีคุณธรรมและจริยธรรม มีความรับผิดชอบ มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยีได้
อย่างเหมาะสม มีเจตคติท่ีดตี ่อการทาํ งาน

ผลการเรยี นรู้
1. รแู้ ละเขา้ ใจพืน้ ฐานโปรแกรม Photoshop
2. การปรับสดั ส่วนภาพ

3. การสร้างข้อความ
4. การใชเ้ ลเยอร์
5. การวาดภาพและรปู ทรง

6. มีความรูเ้ รือ่ งสีและการเลอื กใชโ้ หมดสี
7. การปรับและตกแต่งภาพ
8. สามารถประยุกตใ์ ช้งานกราฟิกและเผยแพร่ได้

รวมทงั้ หมด 8 ผลการเรียนรู้

181

คาอธบิ ายรายวชิ าเพิม่ เตมิ (อังกฤษ-จีน)

ว30289 คอมพิวเตอรก์ ราฟกิ 4 กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 6 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 40 ชัว่ โมง จานวน 1.0 หน่วยกติ

ศึกษาและปฏิบัติเกี่ยวกับความสามารถ หลักการทํางานของโปรแกรม หลักการสร้างภาพด้วย

คอมพวิ เตอร์ โครงสร้างข้อมูลสาํ หรับกราฟกิ เทคนคิ การสร้างและการเกบ็ ภาพ การย่อภาพ การขยายภาพ
การย้ายตําแหนง่ การหมนุ การตดั ภาพ กระบวนการสร้างภาพและระบายสี การทาํ ภาพเคล่ือนไหว
รูปกราฟกิ แทรกไฟลเ์ สียง และการพิมพ์งาน

โดยใช้กระบวนการความรู้ความเข้าใจ การฝึกทักษะและปฏิบัตงิ าน แก้ปัญหา การทํางานกลุ่ม
การเสรมิ สร้างเจตคติ และกระบวนการเสริมสร้างคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ ผา่ นโปรแกรมสําเร็จรูปดา้ น
กราฟิก สร้างและเก็บภาพ ย่อ-ขยายภาพ ย้ายตําแหน่ง หมุนภาพ ตัดภาพ ระบายสีภาพ และทํา

ภาพเคลอื่ นไหว รูปกราฟิก แทรกไฟล์เสียง และการพิมพ์งาน
เพื่อให้ผู้เรียนเกิด ความตระหนักและเห็นคุณค่า มีทักษะในการสร้างภาพกราฟิกด้วยความ

ประณีต รอบคอบและปลอดภัย ตระหนักถึงคุณภาพของงาน มีคุณธรรมจริยธรรมในการใช้โปรแกรม

สรา้ งสรรคผ์ ลงานอยา่ งคุ้มคา่ ถูกวธิ ี

ผลการเรยี นรรู้ ายวิชา

1. มีความเข้าใจหลักการใชโ้ ปรแกรมคอมพิวเตอรก์ ราฟิก
2. สามารถใชโ้ ปรแกรมคอมพิวเตอรก์ ราฟิกสร้างภาพรปู แบบตา่ ง ๆ ด้วยความประณีต รอบคอบ
และปลอดภัย ตระหนกั ถงึ คณุ ภาพของงาน และมจี ริยธรรมในงานอาชีพ

3. รจู้ ักอปุ กรณแ์ ละเครื่องมอื ต่าง ๆ เพ่ือสร้าง และ ตกแตง่ ภาพ นาํ ไปใชป้ ระโยชนก์ บั ตนเองและ
สงั คมได้
4. มีความรคู้ วามเข้าใจเกยี่ วกบั ความหมายของสีและการใหส้ ีไดอ้ ยา่ งมจี ิตสํานึก

5. สามารถแทรกไฟลเ์ สยี งจากทีอ่ ่นื มาแทรกใสโ่ นต้ เสียงได้
6. สามารถคดิ วิเคราะห์ อธบิ ายพื้นฐานการพมิ พง์ านและกาํ หนดคุณสมบัตคิ วามละเอยี ดในการ
พมิ พง์ านได้

รวมทั้งหมด 6 ผลการเรียนรู้

182

คาอธบิ ายรายวชิ าเพิม่ เติม

ว30206 ฟสิ ิกส์ 6 กลุ่มสาระการเรยี นร้วู ทิ ยาศาสตร์

ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 6 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 60 ชัว่ โมง จานวน 2.0 หน่วยกิต

ศึกษาหลกั การพื้นฐานของแรงและการเคล่ือนท่ใี นเรื่องระยะทาง การกระจดั อัตราเรว็ ความเร็ว

ความเรง การเคล่ือนทีแ่ นวตรง การเคลื่อนท่ีแบบโพรเจกไทล การเคลอ่ื นทแ่ี บบวงกลมและการเคลื่อนท่ี

แบบสน่ั แรงทก่ี ระทําตอวตั ถใุ นสนามโนม้ ถว่ ง และการเคลอื่ นท่ีของวัตถุในสนามโน้มถวง แรงทก่ี ระทาํ ตออ

นภุ าค ท่มี ีประจุไฟฟาในสนามไฟฟ้าและสนามแมเ่ หล็ก รวมทง้ั แรงนิวเคลียรในนิวเคลยี ส และการใชประ

โยชน จากแรงและการเคล่ือนท่ีแบบตา่ ง ๆ ศึกษาหลักการพ้ืนฐานของพลังงานในเร่ืององคประกอบ

ของคล่ืน สมบัติของคล่ืน เสียงและการได้ยิน ความเขมเสียง การเกิดเสียงสะท้อนกลับ บีต ดอป

เพลอร์ และการสั่นพ้องของเสยี ง มลพิษทางเสียง การมองเห็นสีของวัตถุ การผสมสารสีและการนําไปใช้

ประโยชน์ในชีวิตประจาํ วนั สเปกตรัมคล่นื แม่เหลก็ ไฟฟา การสอ่ื สารโดยอาศยั คลื่นแมเ่ หลก็ ไฟฟ้า หลักการ

ทํางานของอุปกรณ์บางชนิด ที่อาศัยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า กัมมันตภาพรังสี รังสีในชีวิตประจําวัน

ปฏิกิรยิ านวิ เคลียร พลังงานนิวเคลียร และการใช้ประโยชนใ์ นทางสร้างสรรค ผลกระทบตอสิ่งมีชีวิต

และสิ่งแวดลอม ใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศในการนําเสนอ และแบง่ ปันขอ้ มลู อยา่ งปลอดภัย มีจริยธรรม และ

วิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีสารสนเทศท่ีมีผลต่อการดําเนินชีวิต อาชีพ สังคม และวัฒนธรรม

ประยกุ ตใ์ ช้ความรู้และทักษะจากศาสตรต์ ่างๆ รวมท้งั ทรพั ยากรในการทําโครงงานเพ่ือแกป้ ญั หาหรอื พัฒนา

งาน

โดยใชก้ ารสบื เสาะหาความรู้ การสาํ รวจตรวจสอบ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตรแ์ ละทกั ษะ

การเรียนรู้ในศตวรรษท่ี 21 การสืบค้นข้อมูลและการอภิปราย เพ่ือให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ

สามารถส่ือสารส่ิงที่เรียนรู้ มีความสามารถในการตัดสินใจ การแก้ปัญหา การนําความรู้ไปใช้ใน

ชวี ติ ประจําวนั มจี ิตวทิ ยาศาสตร์ จรยิ ธรรม คุณธรรม และค่านิยมทีเ่ หมาะสม

ผลการเรยี นรู้

1. วิเคราะห์และแปลความหมายข้อมลู ความเรว็ กับเวลาของการเคลอื่ นทขี่ องวตั ถุ เพอื่ อธบิ ายความเร่งของ

วตั ถุ

2. สงั เกตและอธบิ ายการหาแรงลพั ธท์ เ่ี กดิ จากแรงหลายแรงท่อี ย่ใู นระนาบเดยี วกันที่กระทําต่อวตั ถโุ ดยการ

เขียนแผนภาพการรวมแบบเวกเตอร์

3. สังเกต วเิ คราะห์และอธบิ ายความสมั พนั ธ์ระหว่างความเร่งของวัตถุกบั แรงลัพธท์ ่ีกระทาํ ตอ่ วตั ถแุ ละมวล

ของวตั ถุ

4. สงั เกตและอธิบายแรงกิรยิ าและแรงปฏกิ ิริยาระหวา่ งวตั ถคุ หู่ น่งึ ๆ

5. สงั เกตและอธบิ ายผลของความเร่งท่มี ตี อ่ การเคล่อื นท่ีแบบต่างๆของวตั ถไุ ด้แก่การเคล่ือนท่แี นวตรง การ

เคลอ่ื นทีแ่ บบโพรเจกไทล์ การเคลื่อนที่แบบวงกลม และการเคล่อื นท่ีแบบส่นั

6. สบื ค้นขอ้ มูลและอธบิ ายแรงโนม้ ถว่ งทีเ่ กี่ยวกับการเคลอื่ นท่ีของวตั ถุตา่ ง ๆ รอบโลก

7. สงั เกตและอธิบายการเกดิ สนามแมเ่ หลก็ เนื่องจากกระแสไฟฟ้า

8. สังเกตและอธิบายแรงแม่เหล็กท่กี ระทําต่ออนุภาคท่ีมปี ระจุไฟฟ้าที่เคลื่อนท่ีในสนามแม่เหล็กและแรง

แม่เหล็กท่ีกระทาํ ตอ่ ลวดตัวนาํ ทีม่ กี ระแสไฟฟ้าผา่ นในสนามแมเ่ หล็ก รวมท้ังอธิบายหลกั การทาํ งานของ

มอเตอร์

9. สังเกตและอธบิ ายการเกดิ อีเอม็ เอฟ รวมท้ังยกตัวอย่างการนาํ ความร้ไู ปใชป้ ระโยชน์

10. สบื คน้ ข้อมูลและอธิบายแรงเขม้ และแรงออ่ น

183

11. สบื คน้ ข้อมลู และอธิบายพลังงานนิวเคลียรฟ์ ิชชันและฟิวชนั และความสมั พนั ธ์ระหว่างมวลกับพลังงาน
ที่ปลดปล่อยออกมาจากฟชิ ชันและฟวิ ชัน

12. สืบค้นข้อมูล และอธิบายการเปล่ียนพลังงานทดแทนเป็นพลังงานไฟฟ้า รวมท้ังสืบค้นและอภิปราย
เก่ียวกับเทคโนโลยีท่ีนํามาแก้ปัญหาหรือตอบสนองความต้องการทางด้านพลังงานโดยเน้นด้าน
ประสิทธภิ าพและความคมุ้ ค่าด้านคา่ ใช้จ่าย

13. สังเกต และอธิบายการสะทอ้ น การหักเหการเล้ยี วเบน และการรวมคลืน่
14. สงั เกต และอธบิ ายความถีธ่ รรมชาติการสั่นพอ้ งและผลที่เกิดข้นึ จากการส่นั พ้อง
15. สังเกต และอธบิ ายการสะทอ้ น การหักเหการเลี้ยวเบน และการรวมคล่ืนของคลนื่ เสยี ง
16. สบื คน้ ข้อมูล และอธิบายความสมั พันธร์ ะหว่างความเข้มเสยี งกบั ระดับเสยี งและผลของความถกี่ บั ระดบั

เสยี งที่มีตอ่ การไดย้ นิ เสยี ง
17. สงั เกต และอธิบายการเกดิ เสยี งสะทอ้ นกลับบตี ดอปเพลอรแ์ ละการส่นั พอ้ งของเสียง
18. สบื คน้ ขอ้ มูล และยกตวั อยา่ งการนาํ ความรเู้ ก่ียวกบั เสียงไปใช้ประโยชน์ในชีวติ ประจาํ วัน
19. สังเกต และอธิบายการมองเหน็ สีของวตั ถุและความผดิ ปกตใิ นการมองเหน็ สี
20. สังเกต และอธิบายการทํางานของแผ่นกรองแสงสีการผสมแสงสีการผสมสารสีและการนําไปใช้

ประโยชนใ์ นชีวิตประจําวัน
21. สบื ค้นข้อมูลและอธิบายคล่ืนแม่เหลก็ ไฟฟ้าส่วนประกอบคลนื่ แมเ่ หลก็ ไฟฟ้า และหลักการทาํ งานของ

อุปกรณบ์ างชนดิ ท่อี าศยั คลืน่ แมเ่ หล็กไฟฟ้า
22. สืบค้นข้อมูลและอธิบายการสื่อสาร โดยอาศัยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในการส่งผ่านสารสนเทศและ

เปรยี บเทยี บการสือ่ สารด้วยสัญญาณแอนะลอ็ กกับสัญญาณดิจทิ ลั

รวมท้งั หมด 22 ผลการเรยี นรู้

184

ว30226 เคมี 6 (STEM สรา้ งสรรค)์ คาอธิบายรายวชิ า
ชั้นมัธยมศกึ ษาปีท่ี 6 ภาคเรยี นท่ี 2 กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์

เวลา 40 ช่ัวโมง จานวน 1.0 หนว่ ยกติ

การศึกษา กําหนดปัญหาและนําเสนอแนวทางการ แก้ปัญหาโดยใช้ความรู้ทางเคมีจาก

สถานการณท์ ่ี เกิดขน้ึ ในชีวิตประจาํ วัน การประกอบอาชีพ หรอื อุตสาหกรรม แสดงหลกั ฐานถงึ การ บูรณา
การความรู้ ทางเคมีร่วมกับสาขาวิชาอ่ืน รวมทั้งทักษะ กระบวนการทางวิทยาศาสตร์หรือกระบวนการ
ออกแบบเชิงวศิ วกรรม โดยเน้นการคิดวิเคราะห์ การแกป้ ัญหาและความคดิ สรา้ งสรรค์ เพือ่ แก้ปญั หาใน

สถานการณ์หรือประเด็นท่ีสนใจ นําเสนอผลงานหรือชิ้นงานที่ได้จากการแก้ปัญหาในสถานการณ์หรือ
ประเด็นท่ีสนใจโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ แสดงหลักฐานการเข้าร่วมการสัมมนา การเข้าร่วมประชุม
วชิ าการ หรอื การแสดงผลงานสง่ิ ประดษิ ฐใ์ นงานนทิ รรศการ

โดยใชก้ ระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ จติ วิทยาศาสตร์ในการสบื เสาะหาความรู้ กระบวนการคดิ
ทักษะการสื่อสาร ทักษะการใชเ้ ทคโนโลยี เพอ่ื การคน้ คว้าและการสือ่ สาร ซึง่ สามารถทาํ ได้หลายระดับ โดย
อาจเป็นระดบั ชั้นเรียน โรงเรยี น กลมุ่ โรงเรียน ชุมชน ระดับชาติ หรือนานาชาติ โดย การบรู ณาการ

ความรแู้ ละทกั ษะในการอธบิ ายปรากฏการณ์ในชวี ติ ประจาํ วันและการแกป้ ญั หา ทางเคมี

สาระเคมี รายวิชาเพ่ิมเติม

3. เข้าใจหลกั การทําปฏิบตั กิ ารเคมี การวัดปรมิ าณสาร หนว่ ยวัดและการเปล่ยี นหนว่ ย การคํานวณ
ปรมิ าณของสาร ความเข้มขน้ ของสารละลาย รวมทงั้ การบรู ณาการความรแู้ ละทักษะในการอธิบาย
ปรากฏการณ์ในชวี ิตประจาํ วนั และการแกป้ ญั หาทางเคมี

ผลการเรียนรู้
1.กําหนดปัญหาและนําเสนอแนวทางการ แก้ปัญหาโดยใช้ความรู้ทางเคมีจากสถานการณ์ ที่เกิดข้ึนใน

ชวี ิตประจาํ วนั การประกอบอาชีพ หรอื อุตสาหกรรม
2.แสดงหลักฐานถึงการบูรณาการความรู้ ทางเคมีร่วมกับสาขาวิชาอ่ืน รวมท้ังทักษะ กระบวนการทาง
วิทยาศาสตรห์ รอื กระบวนการ ออกแบบเชงิ วิศวกรรม โดยเน้นการคดิ วิเคราะห์ การแกป้ ัญหาและความคิด

สร้างสรรค์ เพ่อื แกป้ ญั หาในสถานการณห์ รือประเด็นที่สนใจ
3. นําเสนอผลงานหรือช้ินงานท่ีได้จากการแก้ปัญหาในสถานการณ์หรือประเดน็ ท่ีสนใจโดยใช้เทคโนโลยี
สารสนเทศ

4.แสดงหลักฐานการเขา้ รว่ มการสัมมนา การเข้ารว่ มประชุมวิชาการ หรือการแสดงผลงานสิง่ ประดิษฐ์ใน
งานนทิ รรศการ

รวมทง้ั หมด 4 ผลการเรียนรู้

185

คาอธบิ ายรายวชิ าเพ่ิมเติม

ว30246 ชวี วทิ ยา 6 กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์

ช้ันมธั ยมศึกษาปีท่ี 6 ภาคเรียนท่ี 2 เวลา 60 ชั่วโมง จานวน 1.5 หนว่ ยกิต

ศึกษาความหลากหลายทางชีวภาพและความเชื่อมโยงระหว่างความหลากหลายทางพันธุกรรม

ความหลากหลายของสปีชีส์และความหลากหลายของระบบนิเวศการเกิดเซลล์เร่ิมแรกของส่ิงมีชีวิตและ
วิวัฒนาการของสิ่งมีชวี ิตเซลล์เดยี วอธิบายลกั ษณะสําคัญและยกตัวอย่างสงิ่ มีชีวิตกลุ่มแบคทีเรียสิ่งมีชีวิต
กลุ่มโพรทิสต์สิ่งมีชีวติ กลุ่มพืชส่ิงมีชีวิตกลุ่มฟงั ไจและสิ่งมชี ีวิตกลุ่มสัตว์การจําแนกสิ่งมีชีวิตจากหมวดหมู่

ใหญ่จนถงึ หมวดหมู่ยอ่ ยและวิธีการเขียนชื่อวิทยาศาสตร์ในลําดับข้ันสปีชสี ์สร้างไดโคโทมัสคีย์ในการระบุ
สิ่งมีชีวิตหรือตัวอย่าง ที่กําหนดออกเป็นหมวดหมู่วิเคราะห์อธิบายและยกตัวอย่างกระ บวนการ
ถา่ ยทอดพลงั งานในระบบนเิ วศ

การเกิดไบโอแมกนิฟิเคชนั และบอกแนวทางในการลดการเกิดไบโอแมกนิฟิเคชนั เขียนแผนภาพ
เพ่ืออธบิ ายวัฏจกั รไนโตรเจนวัฏจักรกํามะถันและวฏั จกั รฟอสฟอรสั อธิบายลักษณะของไบโอมที่กระจาย
อยู่ตามเขตภมู ิศาสตร์ต่างๆการเปลีย่ นแปลงแทนที่แบบปฐมภูมิและการเปล่ียนแปลงแทนทแ่ี บบทตุ ิยภูมิ

สรุปเกีย่ วกับลกั ษณะเฉพาะของประชากรของสิง่ มชี ีวิตบางชนดิ สืบค้นข้อมลู การเพ่ิมของประชากรแบบเอก็
โพเนนเชียลและการเพิ่มของประชากรแบบลอจิสติกอธิบายตัวอย่างปัจจัยท่ีควบคุมการเติบโตของ
ประชากรวิเคราะห์อภปิ รายและสรุปปัญหาการขาดแคลนนํ้าการเกิดมลพิษทางน้ําและผลกระทบท่ีมีต่อ

มนุษย์และสิ่งแวดล้อมรวมท้ังเสนอแนวทางการวางแผนการจัดการนํ้าและการแก้ไขปัญหาวิเคราะห์
อภิปรายและสรุปปัญหามลพิษทางอากาศและผลกระทบที่มีต่อมนุษย์และส่ิงแวดลอ้ มรวมท้ังเสนอแนว
ทางการแก้ไขปัญหาสรปุ ปญั หาที่เกิดกับทรัพยากรดินและผลกระทบทมี่ ีต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อมรวมท้ัง

เสนอแนวทางการแก้ไขปญั หาสรปุ ปัญหาผลกระทบที่เกดิ จากการทาํ ลายป่าไม้รวมท้ังเสนอแนวทางในการ
ป้องกนั การทาํ ลายป่าไมแ้ ละการอนรุ ักษ์ป่าไม้วิเคราะห์อภิปรายและสรุปปัญหาผลกระทบท่ที าํ ให้สัตวป์ า่ มี
จาํ นวนลดลงและแนวทางในการอนรุ กั ษส์ ตั วป์ า่

โดยใช้กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ การสบื ค้นขอ้ มลู การสังเกต
การวิเคราะห์ การทดลอง การอภิปราย การอธิบาย และสรุป เพื่อเกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ มี
ความสามารถในการตัดสินใจ มีทักษะปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ รวมทั้งทักษะแห่งทศวรรษท่ี 21 ใน

ดา้ นการใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศ ด้านการคดิ และการแกป้ ญั หา ดา้ นการส่ือสารสามารถสื่อสารส่ิงที่เรียนรู้
และนําความรู้ไปใชใ้ นชีวติ ของตนเอง มจี ติ วทิ ยาศาสตร์ จรยิ ธรรม คุณธรรม และคา่ นยิ มทเี่ หมาะสม

สาระชวี วทิ ยา
2. เขา้ ใจการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม การถา่ ยทอดยีนบนโครโมโซม สมบัตแิ ละหนา้ ที่ของ

สารพนั ธุกรรม การเกิดมวิ เทชนั เทคโนโลยีทางดีเอน็ เอ หลกั ฐานขอ้ มลู และแนวคิดเกี่ยวกบั วิวฒั นาการของ

ส่ิงมีชีวิต ภาวะสมดุลของฮาร์ดี-ไวน์เบิร์กการเกิดสปีชีส์ใหม่ ความหลากหลายทางชีวภาพ กําเนิด ของ
สง่ิ มีชีวติ ความหลากหลายของสงิ่ มีชวี ติ และอนุกรมวธิ าน รวมทัง้ นาํ ความรู้ไปใช้ประโยชน์

ผลการเรยี นรู้
1. อภิปรายความสําคญั ของความหลากหลายทางชีวภาพ และความเช่ือมโยงระหว่าง ความหลากหลาย

ทางพันธกุ รรม ความหลากหลายของสปีชสี ์ และความหลากหลายของระบบนเิ วศ

186

2. อธบิ ายการเกิดเซลลเ์ รม่ิ แรกของสง่ิ มชี ีวติ และววิ ัฒนาการของสง่ิ มีชวี ิตเซลลเ์ ดียว
3. อธิบายลักษณะสําคัญ และยกตัวอย่างสิ่งมีชวี ิตกลุ่มแบคทีเรีย สง่ิ มีชวี ิตกลุ่มโพรทิสต์ ส่ิงมีชีวติ กลุ่มพืช

สงิ่ มีชวี ิตกลุม่ ฟังไจ และส่งิ มชี ีวิตกลุ่มสัตว์
4. อธิบาย และยกตัวอย่างการจําแนกสงิ่ มชี ีวติ จากหมวดหมู่ใหญจ่ นถงึ หมวดหมู่ย่อย และวิธีการเขียนชื่อ

วทิ ยาศาสตรใ์ นลาํ ดบั ขั้นสปชี ีส์
5. สร้างไดโคโทมัสคียใ์ นการระบุส่ิงมีชีวิตหรือตัวอยา่ งทีก่ ําหนดออกเปน็ หมวดหมู่

สาระชีววิทยา

สาระที่ 5 เข้าใจแนวคิดเก่ียวกับระบบนิเวศ กระบวนการถา่ ยทอดพลงั งานและการหมุนเวียนสาร
ในระบบนิเวศ ความหลากหลายของไบโอม การเปล่ียนแปลงแทนทขี่ องส่ิงมีชีวิตในระบบนิเวศ ประชากร
และรูปแบบการเพมิ่ ของประชากรทรัพยากรธรรมชาตแิ ละส่งิ แวดล้อม ปัญหาและผลกระทบท่ีเกิดจากการ
ใช้ประโยชนแ์ ละแนวทางการแก้ไขปัญหา
1. วเิ คราะห์ อธบิ าย และยกตัวอย่างกระบวนการถ่ายทอดพลังงานในระบบนเิ วศ
2. อธบิ าย ยกตวั อย่างการเกดิ ไบโอแมกนิฟเิ คชัน และบอกแนวทางในการลดการเกดิ ไบโอแมกนิฟเิ คชนั
3. สบื คน้ ขอ้ มลู และเขยี นแผนภาพ เพือ่ อธบิ ายวัฏจักรไนโตรเจน วัฏจกั รกํามะถัน และวัฏจกั รฟอสฟอรสั
4. สบื คน้ ข้อมูล ยกตัวอย่าง และอธบิ ายลกั ษณะของไบโอมท่ีกระจายอยตู่ ามเขตภูมิศาสตรต์ า่ ง ๆ บนโลก
5. สืบค้นข้อมูล ยกตัวอย่าง อธิบาย และเปรียบเทียบการเปล่ียนแปลงแทนท่ีแบบปฐมภูมิ

และการเปลยี่ นแปลงแทนท่แี บบทตุ ยิ ภูมิ
6. สืบค้นขอ้ มลู อธบิ าย ยกตวั อย่าง และสรุปเกีย่ วกับลกั ษณะเฉพาะของประชากรของส่ิงมีชีวิตบางชนิด
7. สบื ค้นข้อมูล อธิบาย เปรียบเทยี บ และยกตัวอย่างการเพ่ิมของประชากรแบบเอ็กโพเนนเชียลและการ

เพม่ิ ของประชากรแบบลอจิสติก
8. อธบิ าย และยกตวั อย่างปจั จัยทีค่ วบคุมการเตบิ โตของประชากร
9. วเิ คราะห์ อภิปราย และสรปุ ปญั หา การขาดแคลนนาํ้ การเกดิ มลพษิ ทางนํ้า และผลกระทบทม่ี ีต่อมนุษย์

และสิ่งแวดลอ้ ม รวมท้ังเสนอแนวทางการวางแผนการจัดการนาํ้ และการแกไ้ ขปญั หา
10. วิเคราะห์ อภิปราย และสรุปปัญหามลพิษทางอากาศ และผลกระทบท่ีมีต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม

รวมทงั้ เสนอแนวทางการแก้ไขปญั หา
11. วิเคราะห์ อภิปราย และสรุปปัญหาทเ่ี กิดกับทรัพยากรดนิ และผลกระทบทมี่ ีต่อมนุษย์และส่งิ แวดล้อม

รวมทัง้ เสนอแนวทางการแก้ไขปญั หา
12. วิเคราะห์ อภปิ ราย และสรุปปญั หา ผลกระทบทเ่ี กิดจากการทําลายป่าไม้ รวมท้ังเสนอแนวทางในการ

ป้องกนั การทาํ ลายปา่ ไม้และการอนุรักษ์ป่าไม้
13. วิเคราะห์ อภิปราย และสรุปปัญหา ผลกระทบท่ีทําให้สัตว์ป่ามีจํานวนลดลง และแนวทางในการ

อนรุ ักษ์สัตว์ปา่

รวมทัง้ หมด 18 ผลการเรยี นรู้

187

คาอธบิ ายรายวชิ าเพม่ิ เตมิ

ว30263 โลก ดาราศาสตรแ์ ละอวกาศ 3 กลมุ่ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์

ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 6 ภาคเรียนท่ี 2 เวลา 40 ชวั่ โมง จานวน 1.0 หนว่ ยกติ

ศกึ ษาวเิ คราะห์ อธิบาย ตรวจสอบเกย่ี วกบั การกําเนิดและการเปลย่ี นแปลงพลงั งาน สสาร ขนาด

อณุ หภูมิของเอกภพ หลงั เกิดบกิ แบง วิวฒั นาการของเอกภพ ทฤษฎีบกิ แบง ความเร็วและระยะทาง ของ
กาแล็กซี การค้นพบไมโครเวฟพนื้ หลงั จากอวกาศ โครงสรา้ งและองคป์ ระกอบของกาแล็กซี ระบตุ าํ แหน่ง
ของระบบสุริยะท่ีเชอื่ มโยงกบั การมองเห็นทางชา้ งเผอื กบนโลก กระบวนการเกิดดาวฤกษ์ ขนาดจากดาว

ฤกษ์ การสรา้ งพลงั งานของดาวฤกษ์ ปฏิกิริยาลกู โซ่ โปรตอน-โปรตอน วฏั จักรคาร์บอน ไนโตรเจน
ออกซเิ จน ปจั จัยที่สง่ ผลต่อความสอ่ งสวา่ งของดาวฤกษ์ โชติมาตรของดาวฤกษ์ ความสมั พนั ธ์ระหว่างสี
อณุ หภูมผิ ิว สเปกตรมั ของดาวฤกษ์ การหาระยะทาง ของดาวฤกษ์ หลกั การแพรลั แลกซ์ ลาํ ดบั วิวัฒนาการ

ที่สัมพนั ธ์กบั มวลต้ังต้น การเปลยี่ นแปลงสมบตั บิ างประการของดาวฤกษ์ แผนภาพ เฮิรซ์ ปรงุ -รสั เซลล์
กระบวนการเกิดระบบสุริยะ การแบง่ เขตบริวารของ ดวงอาทิตย์ ลกั ษณะของดาวเคราะห์ การโคจรของ
ดาวเคราะหร์ อบดวงอาทิตย์ กฎเคพเลอร์ กฎ ความโน้มถว่ งของนวิ ตันคาบการโคจร ของดาวเคราะห์

โครงสรา้ งของดวงอาทิตย์ การเกิดลมสุรยิ ะ พายสุ ุรยิ ะ การสร้างแบบจาํ ลองทรงกลมฟ้า จดุ และเส้นสําคัญ
ของแบบจําลองทรงกลมฟา้ การระบพุ กิ ดั ของดาว ระบบขอบฟ้า ระบบศูนย์สูตร การข้ึนการตกของดวง
อาทติ ยแ์ ละดาวฤกษ์ เวลาสรุ ยิ คตปิ รากฏ เวลาของแต่ละเขตเวลาบนโลก ตาํ แหนง่ ปรากฏของดาวเคราะห์

สาํ รวจอวกาศ กลอ้ งโทรทรรศน์ ดาวเทียม ยานอวกาศสถานอี วกาศ เทคโนโลยีอวกาศ
โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ จิตวิทยาศาสตร์ในการสืบเสาะหาความรู้ การสํารวจ

ตรวจสอบ การสังเกต การสบื ค้นข้อมูล การอภิปราย สรุป เพ่ือใหเ้ กดิ ความรู้ ความคิด ความเข้าใจ

สอ่ื สารสิ่งทเ่ี รียนรู้ มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยี มีความสามารถในการตัดสินใจ นําความรู้ไปใชใ้ น
ชีวิตของตนเอง เฝ้าระวังและพัฒนาส่ิงแวดล้อมอย่างย่ังยืน มีจริยธรรม คุณธรรม และค่านิยมที่
เหมาะสม

เพ่ือให้เกดิ ความรู้ ความเข้าใจ มีทกั ษะกระบวนการและเจตคติทางวิทยาศาสตร์ เหน็ คณุ ค่าของ
วิทยาศาสตร์ นําความรแู้ ละหลักการไปใช้อธบิ ายปรากฏการณ์ หรอื แกป้ ญั หาเกีย่ วกบั การดาํ รงชวี ติ

ผลการเรยี นรู้
1. อธิบายการกาํ เนดิ และการเปล่ยี นแปลงพลงั งาน สสาร ขนาดอณุ หภมู ิของเอกภพ หลงั เกิดบกิ แบง
ในช่วงเวลาตา่ งๆ ตามวิวัฒนาการของเอกภพ

2. อธบิ ายหลกั ฐานทสี่ นับสนุนทฤษฎบี ิกแบง จากความสมั พันธร์ ะหวา่ งความเร็วกบั ระยะทาง ของ
กาแล็กซรี วมทงั้ ขอ้ มลู การค้นพบไมโครเวฟ พืน้ หลงั จากอวกาศ

3. อธบิ ายโครงสร้างและองคป์ ระกอบของกาแล็กซีทางช้างเผือกและระบตุ ําแหนง่ ของระบบสรุ ิยะ

พร้อมอธบิ ายเชอื่ มโยงกบั การสงั เกตเห็นทางชา้ งเผอื กของคนบนโลก
4. อธบิ ายกระบวนการเกดิ ดาวฤกษ์ โดยแสดงการเปลย่ี นแปลงความดัน อุณหภูมิ ขนาดจากดาว

ฤกษ์ ก่อนเกิดจนเป็นดาวฤกษ์

5. อธบิ ายกระบวนการสร้างพลงั งานของดาวฤกษ์และผลทเ่ี กิดข้ึนโดยวเิ คราะหป์ ฏิกริ ิยา ลูกโซ่
โปรตอน-โปรตอนและวัฏจักรคารบ์ อน ไนโตรเจน ออกซเิ จน

188

6. ระบปุ จั จัยทสี่ ่งผลต่อความส่องสวา่ งของดาวฤกษ์และอธบิ ายความสมั พนั ธ์ระหว่าง ความสอ่ งสว่าง
กบั โชติมาตรของดาวฤกษ์

7. อธิบายความสมั พนั ธ์ระหว่างสี อณุ หภมู ผิ วิ และสเปกตรัมของดาวฤกษ์
8. อธบิ ายวิธกี ารหาระยะทางของดาวฤกษ์ด้วยหลักการแพรัลแลกซ์พรอ้ มคาํ นวณหาระยะทาง ของ

ดาวฤกษ์
9. อธิบายลาํ ดบั วิวฒั นาการทส่ี มั พันธ์กบั มวลตง้ั ต้น และวิเคราะห์การเปลยี่ นแปลงสมบตั บิ างประการ

ของดาวฤกษใ์ นลําดับวิวฒั นาการจากแผนภาพ เฮิรซ์ ปรงุ -รัสเซลล์
10. อธบิ ายกระบวนการเกดิ ระบบสรุ ิยะ การแบง่ เขตบริวารของดวงอาทิตย์และลกั ษณะของดาว

เคราะห์ ทเ่ี อ้อื ต่อการดาํ รงชีวิต
11. อธบิ ายการโคจรของดาวเคราะห์ รอบดวงอาทิตย์ ดว้ ยกฎเคพเลอร์และกฎความโนม้ ถว่ งของนิว

ตนั พร้อมคาํ นวณคาบการโคจรของดาวเคราะห์
12. อธิบายโครงสร้างของดวงอาทิตย์ การเกิด ลมสุรยิ ะ พายสุ รุ ิยะและวิเคราะห์นําเสนอ

ปรากฏการณ์ หรอื เหตกุ ารณ์ทเ่ี ก่ยี วข้องกบั ผลของลมสุริยะและพายุสรุ ยิ ะท่ีมตี อ่ โลก รวมทงั้
ประเทศไทย
13. สรา้ งแบบจาํ ลองทรงกลมฟา้ สงั เกตและเชือ่ มโยง จดุ และเสน้ สาํ คัญของแบบจําลอง ทรงกลมฟา้
กบั ทอ้ งฟ้าจริง และอธิบายการระบุพิกดั ของดาวในระบบขอบฟา้ และ ระบบศูนยส์ ูตร
14. สังเกตท้องฟ้า และอธิบายเสน้ ทางการขน้ึ การตกของดวงอาทติ ย์และดาวฤกษ์
15. อธบิ ายเวลาสุริยคตปิ รากฏ โดยรวบรวมขอ้ มลู และเปรยี บเทยี บเวลาขณะท่ี ดวงอาทติ ยผ์ ่าน เม
รเิ ดยี นของผสู้ ังเกตในแต่ละวนั
16. อธิบายเวลาสุริยคติปานกลางและการเปรยี บเทียบ เวลาของแต่ละเขตเวลาบนโลก
17. อธบิ ายมุมห่างทส่ี มั พันธก์ บั ตําแหนง่ ในวงโคจร และอธบิ ายเชื่อมโยงกบั ตาํ แหน่งปรากฏของ ดาว
เคราะหท์ ส่ี งั เกตได้จากโลก
18. สบื ค้นข้อมลู อธิบายการสาํ รวจอวกาศ โดยใช้กล้องโทรทรรศนใ์ นชว่ งความยาวคล่ืน ตา่ งๆ
ดาวเทียม ยานอวกาศ สถานีอวกาศ และนาํ เสนอ แนวคิด การนาํ ความรู้ ทางดา้ นเทคโนโล
ยอวกาศ มาประยกุ ต์ ใช้ในชีวติ ประจาํ วนั หรอื ในอนาคต
19. สบื ค้นขอ้ มลู ออกแบบและนําเสนอกจิ กรรม การสงั เกตดาวบนทอ้ งฟา้ ดว้ ยตาเปลา่ และ/ หรอื
กล้องโทรทรรศน์

รวมทัง้ หมด 19 ผลการเรียนรู้

189

คาอธบิ ายรายวชิ า (วทิ ยาศาสตร-์ คณติ ศาสตร)์

ว30286 คอมพิวเตอรก์ ราฟิก 1 กลุม่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 6 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 40 ชั่วโมง จานวน 1.0 หน่วยกติ

ศึกษาความหมายของคอมพิวเตอร์กราฟิก ซอฟต์แวร์ด้านกราฟิกการใช้ซอฟต์แวร์ด้านกราฟิก

หลักการสร้างงานกราฟิก องค์ประกอบศิลป์ทฤษฎีสี เทคนิควิธีการออกแบบกราฟิก การเขียนรูป การ
วาดรูปการสร้างภาพกราฟิกพื้นฐาน การปรับและตกแต่งภาพด้วยโปรแกรมด้านคอมพิวเตอร์กราฟิก
สาํ หรับงานทําป้ายประกาศ ข้อความและภาพเคล่ือนไหว การพมิ พร์ ปู ภาพงานศิลป์ด้วยคอมพิวเตอร์ โดย

การปฏบิ ัตกิ ารสร้างภาพ ตกแตง่ ภาพ โดยใช้คาํ สง่ั พน้ื ฐานจากโปรแกรมกราฟิก จัดเก็บภาพ แกไ้ ขภาพ ทํา
สําเนาภาพ สร้างรูปแบบตัวอักษรขยายและลดขนาดภาพ การพิมพ์ป้ายประกาศ การนําเสนอข้อมูล
ประกอบดว้ ยภาพ ข้อความและภาพเคล่อื นไหว

เพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจและมีทักษะการสรา้ งภาพ ตกแต่งภาพด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์
กราฟิกในการออกแบบชิ้นงานได้อย่างมีจินตนาการและสร้างสรรค์ ตลอดจนมีจิตสํานึกและความ
รบั ผิดชอบ

ผลการเรียนรูร้ ายวิชา
1. เข้าใจหลักการและวธิ ีการแก้ปญั หาดว้ ยกระบวนการทางเทคโนโลยีสารสนเทศ

2. มีความรคู้ วามเขา้ ใจเรอื่ งขอ้ มลู คอมพวิ เตอรก์ ราฟฟิก
3. สามารถเลือกเทคโนโลยเี พือ่ สร้างงานกราฟฟิก 2 มติ ไิ ด้อยา่ งเหมาะสม
4. สามารถประยกุ ตใ์ ช้เทคโนโลยเี พอ่ื การออกแบบและสรา้ งงานกราฟฟิกได้

5. สามารถประมวลผลชนิ้ งานกราฟกิ ให้เป็นสารสนเทศได้
6. สามารถนําเสนองานไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
7. สามารถประเมินผลงานกราฟฟิกได้

8. มีเจคติท่ดี ีตอ่ การใชค้ อมพวิ เตอร์กราฟิก

รวมท้ังหมด 8 ผลการเรียนรู้

190

คาอธิบายรายวิชา (คณิตศาสตร์-ภาษองั กฤษ)

ว30288 คอมพิวเตอร์กราฟิก 3 กลุม่ สาระการเรียนร้วู ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

ชนั้ มัธยมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 80 ชวั่ โมง จานวน 2.0 หน่วยกิต

ศึกษาคุณสมบัติของคอมพิวเตอร์กราฟิก ประเภทของภาพกราฟิก เคร่ืองคอมพิวเตอร์ในงาน

กราฟิก ความเปน็ มา คุณสมบตั ิ ของโปรแกรม Adobe Photoshop รจู้ ักแถบเคร่อื งมือออปชน่ั และพาเนล
ต่าง ๆ ท่ีสําคัญในใช้งานพื้นฐานของโปรแกรม การนําภาพกราฟิกมาใช้ การสร้าง Selection การใช้เล
เยอร์ การใช้รูปทรง การใช้สี การวาดภาพ สร้างตัวอักษรและข้อความ การปรับแต่งข้อความด้วย Layer

Style การปรบั แตง่ สแี ละแสงเงาของรูปภาพ การตกแต่งแกไ้ ขภาพ การตกแตง่ ภาพดว้ ยเครือ่ งมือ Healing
Brush ใช้เคร่ืองมือและอุปกรณ์ต่าง ๆ รวมถึงคําส่ังท่ีสําคัญในการออกแบบคอมพิวเตอร์กราฟิกใน
โปรแกรม Adobe Photoshop ได้อย่างชํานาญ การนําภาพจากแหล่งภาพต่างๆ มาสร้างสรรค์งานกราฟิก

ให้มีจินตนาการตามความคดิ ริเร่มิ ของตนเอง นําความรู้มาประยกุ ต์ใชใ้ นการสร้างสรรค์งานต่าง ๆ โดยใช้
ทักษะกระบวนการปฏิบัติ กระบวนการสร้างค่านิยม กระบวนการกลมุ่ ทักษะกระบวนการทํางาน ทกั ษะ
การทาํ งานร่วมกัน ทกั ษะการแสวงหาความรู้ ทกั ษะการจดั การ กระบวนการแก้ปัญหา

เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจหลักการทํางาน มีความคิดสร้างสรรค์ มีทักษะกระบวนการ
ทาํ งาน ทักษะการจัดการ ทักษะกระบวนการแก้ปญั หา ทักษะการทํางานร่วมกนั และทักษะการแสวงหา
ความรู้ สอดคล้องกบั หลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งปรับตนในการเป็นพลเมืองที่ดีภายใต้กฎบัตรของ

อาเซียน สามารถดาํ รงชีวติ ในยุคโลกาภวิ ตั น์ได้อยา่ งเหมาะสม มคี ุณธรรม และมีลักษณะนสิ ยั รักการทาํ งาน

ผลการเรียนรู้

1. สามารถอธิบายความหมายของคอมพวิ เตอรก์ ราฟกิ ได้
2. สามารถบอกคณุ ลกั ษณะของระบบคอมพวิ เตอร์ทใ่ี ช้กบั งานกราฟกิ ได้
3. สามารถอธบิ ายประเภทของภาพกราฟกิ ได้

4. สามารถบอกข้อแตกตา่ งระหว่าภาพบิตแมปและภาพเวกเตอร์ได้
5. สามารถบอกโหมดสีทีใ่ ช้ในงานกราฟกิ ได้
6. สามารถบอกความเปน็ มาของโปรแกรม Adobe Photoshop ได้

7. สามารถบอกประโยชนข์ องโปรแกรม Adobe Photoshop ได้
8. สามารถบอกสว่ นประกอบหนา้ ต่างโปรแกรม Adobe Photoshop ได้
9. สามารถบอกคณุ สมบัตขิ องเคร่อื งมือแตล่ ะกลมุ่ ได้

10. สามารถปฏิบตั กิ ารเกยี่ วกบั โปรแกรม Adobe Photoshop ได้
11. สามารถออกแบบคอมพวิ เตอร์กราฟิกดว้ ยโปรแกรม Adobe Photoshop ได้
12. . สามารถนําไปประยกุ ตใ์ ช้งานในชวี ิตประจาํ วันได้

รวมทั้งหมด 12 ผลการเรยี นรู้

191

คาอธบิ ายรายวิชา (ภาษาองั กฤษ-จนี )

ว30290 คอมพิวเตอร์กราฟิก 3 กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

ช้นั มธั ยมศึกษาปีท่ี 6 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 60 ช่วั โมง จานวน 1.5 หนว่ ยกิต

ศึกษาคุณสมบัติของคอมพิวเตอร์กราฟิก ประเภทของภาพกราฟิก เครื่องคอมพิวเตอร์ในงาน

กราฟิก ความเปน็ มา คุณสมบัติ ของโปรแกรม Adobe Photoshop รจู้ กั แถบเคร่อื งมือออปชั่นและพาเนล
ต่าง ๆ ท่ีสําคัญในใช้งานพื้นฐานของโปรแกรม การนําภาพกราฟิกมาใช้ การสร้าง Selection การใช้เล
เยอร์ การใช้รูปทรง การใช้สี การวาดภาพ สร้างตัวอักษรและข้อความ การปรับแต่งข้อความด้วย Layer

Style การปรับแต่งสแี ละแสงเงาของรปู ภาพ การตกแตง่ แก้ไขภาพ การตกแตง่ ภาพด้วยเคร่อื งมือ Healing
Brush ใช้เคร่ืองมือและอุปกรณ์ต่าง ๆ รวมถึงคําสั่งที่สําคัญในการออกแบบคอมพิวเตอร์กราฟิกใน
โปรแกรม Adobe Photoshop ไดอ้ ยา่ งชํานาญ การนําภาพจากแหลง่ ภาพต่างๆ มาสร้างสรรค์งานกราฟกิ

ให้มจี ินตนาการตามความคิดรเิ รม่ิ ของตนเอง นําความรู้มาประยกุ ต์ใช้ในการสรา้ งสรรค์งานตา่ ง ๆ โดยใช้
ทักษะกระบวนการปฏิบตั ิ กระบวนการสร้างค่านิยม กระบวนการกลุ่ม ทักษะกระบวนการทํางาน ทกั ษะ
การทาํ งานรว่ มกนั ทักษะการแสวงหาความรู้ ทักษะการจดั การ กระบวนการแก้ปญั หา

เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจหลักการทํางาน มีความคิดสร้างสรรค์ มีทักษะกระบวนการ
ทาํ งาน ทักษะการจัดการ ทักษะกระบวนการแก้ปัญหา ทักษะการทํางานร่วมกัน และทักษะการแสวงหา
ความรู้ สอดคล้องกับหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งปรับตนในการเป็นพลเมืองท่ดี ีภายใต้กฎบัตรของ

อาเซียน สามารถดาํ รงชีวิตในยคุ โลกาภวิ ตั นไ์ ด้อยา่ งเหมาะสม มีคณุ ธรรม และมีลกั ษณะนิสัยรักการทํางาน

ผลการเรียนรู้

13. สามารถอธบิ ายความหมายของคอมพวิ เตอร์กราฟิกได้
14. สามารถบอกคุณลกั ษณะของระบบคอมพวิ เตอร์ทใี่ ช้กับงานกราฟกิ ได้
15. สามารถอธบิ ายประเภทของภาพกราฟกิ ได้

16. สามารถบอกข้อแตกต่างระหวา่ ภาพบิตแมปและภาพเวกเตอรไ์ ด้
17. สามารถบอกโหมดสที ีใ่ ชใ้ นงานกราฟิกได้
18. สามารถบอกความเป็นมาของโปรแกรม Adobe Photoshop ได้

19. สามารถบอกประโยชน์ของโปรแกรม Adobe Photoshop ได้
20. สามารถบอกส่วนประกอบหน้าต่างโปรแกรม Adobe Photoshop ได้
21. สามารถบอกคณุ สมบตั ิของเครอื่ งมอื แตล่ ะกลุ่มได้

22. สามารถปฏบิ ตั ิการเก่ยี วกบั โปรแกรม Adobe Photoshop ได้
23. สามารถออกแบบคอมพิวเตอร์กราฟิกดว้ ยโปรแกรม Adobe Photoshop ได้
24. . สามารถนาํ ไปประยกุ ต์ใช้งานในชวี ติ ประจาํ วนั ได้

ท้ังหมด 12 ผลการเรียนรู้

192

คาอธบิ ายรายวชิ า
กล่มุ สาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตร์

หอ้ งเรียนพิเศษ

193

โครงสร้างหลกั สูตรกลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์
โครงสร้างหลักสตู รกลุม่ สาระการเรยี นร้วู ิทยาศาสตร์ ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1 – 3

รายวชิ าพน้ื ฐาน

มัธยมศกึ ษาปีที่ 1

ว21101 วิทยาศาสตร์ 1 3 ช่ัวโมง/สัปดาห์ 1.5 หน่วยการเรยี น

ว21102 วทิ ยาการคาํ นวณ 1 1 ชั่วโมง/สัปดาห์ 0.5 หนว่ ยการเรยี น

ว21103 วทิ ยาศาสตร์ 2 3 ชั่วโมง/สปั ดาห์ 1.5 หนว่ ยการเรยี น

ว21104 การออกแบบเทคโนโลยี 1 1 ชั่วโมง/สปั ดาห์ 0.5 หนว่ ยการเรยี น

รายวชิ าเพ่ิมเติม

ว21202 คอมพวิ เตอรเ์ บื้องตน้ 1 ชว่ั โมง/สัปดาห์ 0.5 หน่วยการเรยี น

ว21204 วิทยาศาสตร์กบั การแกป้ ญั หา 2 ชว่ั โมง/สัปดาห์ 1.0 หนว่ ยการเรียน

ว21205 ธรรมชาติและการสบื เสาะอย่างวิทยาศาสตร์ 2 ช่ัวโมง/สปั ดาห์ 1.0 หนว่ ยการเรียน

ว21206 เริ่มตน้ กบั โครงงานวิทยาศาสตร์ 2 ช่ัวโมง/สัปดาห์ 1.0 หน่วยการเรียน

ว21207 ของเลน่ เชงิ วทิ ยาศาสตรห์ ลากหลาย 2 ชั่วโมง/สัปดาห์ 1.0 หน่วยการเรียน

มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 2

ว22101 วทิ ยาศาสตร์ 3 3 ชั่วโมง/สัปดาห์ 1.5 หนว่ ยการเรียน

ว22102 วทิ ยาการคํานวณ 2 1 ช่ัวโมง/สปั ดาห์ 0.5 หน่วยการเรียน

ว22103 วทิ ยาศาสตร์ 4 3 ช่ัวโมง/สปั ดาห์ 1.5 หน่วยการเรยี น

ว22104 การออกแบบเทคโนโลยี 2 1 ช่ัวโมง/สัปดาห์ 0.5 หนว่ ยการเรียน

รายวชิ าเพิ่มเตมิ

ว22204 สนุกกบั โครงงานวิทยาศาสตร์ 2 ชั่วโมง/สปั ดาห์ 1.0 หนว่ ยการเรียน

ว22205 วทิ ยาศาสตรส์ ่ิงแวดลอ้ ม 2 ช่ัวโมง/สัปดาห์ 1.0 หน่วยการเรยี น

ว22202 พนั ธกุ รรมกบั การอยรู่ อด 1 ชั่วโมง/สัปดาห์ 0.5 หนว่ ยการเรยี น

ว22203 เทคโนโลยสี ารสนเทศ และการส่ือสาร 1 ชั่วโมง/สปั ดาห์ 0.5 หนว่ ยการเรยี น

ว22206 เคมนี า่ รู้ 2 ชั่วโมง/สัปดาห์ 1.0 หน่วยการเรียน

มัธยมศกึ ษาปที ่ี 3

ว23101 วิทยาศาสตร์ 5 3 ชั่วโมง/สัปดาห์ 1.5 หน่วยการเรยี น

ว23102 วทิ ยาการคาํ นวณ 3 1 ช่ัวโมง/สปั ดาห์ 0.5 หน่วยการเรยี น

ว23103 วทิ ยาศาสตร์ 6 3 ชั่วโมง/สัปดาห์ 1.5 หนว่ ยการเรียน

ว23104 การออกแบบเทคโนโลยี 3 1 ช่ัวโมง/สัปดาห์ 0.5 หน่วยการเรยี น

รายวชิ าเพมิ่ เตมิ

ว23201 วทิ ยาศาสตร์โลกทง้ั ระบบ 1 2 ชว่ั โมง/สปั ดาห์ 1.0 หนว่ ยการเรยี น

ว23205 พลงั งานทดแทนกับการใชป้ ระโยชน์ 2 ชัว่ โมง/สัปดาห์ 1.0 หนว่ ยการเรยี น

ว23202 การสร้าง Webpage ด้วยภาษา HTML 1 ช่ัวโมง/สัปดาห์ 0.5 หน่วยการเรียน

ว23203 จบั แสงอาทิตย์ 1 ช่ัวโมง/สัปดาห์ 0.5 หน่วยการเรยี น

ว23206 วิทยาศาสตร์โลกทงั้ ระบบ 2 2 ชั่วโมง/สปั ดาห์ 1.0 หน่วยการเรยี น

ว23204 การเขียนโปรแกรมเบอื้ งต้น 1 ชั่วโมง/สัปดาห์ 0.5 หน่วยการเรียน

194

โครงสรา้ งหลักสตู รกลมุ่ สาระการเรยี นรูว้ ทิ ยาศาสตร์ ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 4 – 6

รายวิชาพนื้ ฐาน

มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 4

ว31101 วิทยาศาสตรช์ วี ภาพ 1 2 ชั่วโมง/สปั ดาห์ 1.0 หน่วยการเรียน

ว31102 วิทยาการคํานวณ 1 1 ชั่วโมง/สัปดาห์ 0.5 หน่วยการเรียน

ว31103 วทิ ยาศาสตรช์ วี ภาพ 2 1 ช่ัวโมง/สัปดาห์ 0.5 หน่วยการเรยี น

ว31104 การออกแบบเทคโนโลยี 1 1 ช่ัวโมง/สปั ดาห์ 0.5 หน่วยการเรียน

รายวิชาเพม่ิ เติม

ว31201 ฟิสิกส์ 1 4 ช่ัวโมง/สปั ดาห์ 2.0 หนว่ ยการเรียน

ว31221 เคมี 1 4 ชั่วโมง/สปั ดาห์ 2.0 หนว่ ยการเรียนว

31241 ชีววทิ ยา 1 4 ชั่วโมง/สัปดาห์ 2.0 หน่วยการเรียน

ว30281 เทคนคิ ปฏบิ ัติการพนื้ ฐานทางวิทยาศาสตร์ 2 ช่ัวโมง/สัปดาห์ 1.0 หน่วยการเรียน

ว31202 ฟสิ ิกส์ 2 4 ช่วั โมง/สัปดาห์ 2.0 หน่วยการเรยี น

ว31222 เคมี 2 4 ชั่วโมง/สัปดาห์ 2.0 หนว่ ยการเรยี น

ว31242 ชวี วทิ ยา 2 4 ช่ัวโมง/สัปดาห์ 2.0 หนว่ ยการเรียน

ว31261 โลก ดาราศาสตร์และอวกาศ 1 2 ชวั่ โมง/สปั ดาห์ 1.0 หนว่ ยการเรยี น

ว31282 การสืบเสาะและการแกป้ ัญหาทางวทิ ยาศาสตร์ 2 ช่ัวโมง/สัปดาห1์ .0 หน่วยการเรยี น

รายวชิ าพน้ื ฐาน

มธั ยมศกึ ษาปีที่ 5

ว32101 วิทยาศาสตร์กายภาพ 1(เคม)ี 2 ชั่วโมง/สัปดาห์ 1.0 หนว่ ยการเรียน
0.5 หนว่ ยการเรียน
ว32102 วทิ ยาการคํานวณ 2 1 ช่ัวโมง/สัปดาห์ 1.0 หน่วยการเรียน

ว32103 วิทยาศาสตรก์ ายภาพ 2 (ฟสิ ิกส์) 2 ช่ัวโมง/สปั ดาห์ 2.0 หนว่ ยการเรียน
2.0 หน่วยการเรียน
รายวิชาเพิม่ เตมิ 2.0 หน่วยการเรียน
1.0 หนว่ ยการเรียน
ว32201 ฟิสิกส์ 3 4 ชั่วโมง/สปั ดาห์ 2.0 หน่วยการเรยี น
2.0 หนว่ ยการเรียน
ว32221 เคมี 3 4 ชั่วโมง/สปั ดาห์ 2.0 หน่วยการเรียน
1.5 หน่วยการเรียน
ว32241 ชีววิทยา 3 4 ชั่วโมง/สปั ดาห์

ว32281 โครงงานวิทยาศาสตร์ 2 ชั่วโมง/สปั ดาห์

ว32202 ฟิสิกส์ 4 4 ช่ัวโมง/สัปดาห์

ว32222 เคมี 4 4 ช่ัวโมง/สัปดาห์

ว32242 ชีววทิ ยา 4 4 ช่ัวโมง/สัปดาห์

ว32262 โลก ดาราศาสตร์และอวกาศ 2 3 ชั่วโมง/สัปดาห์

รายวชิ าพน้ื ฐาน 1.0 หน่วยการเรยี น
มัธยมศกึ ษาปีท่ี 6 0.5 หน่วยการเรียน
1.0 หน่วยการเรยี น
ว33101 วทิ ยาศาสตรก์ ายภาพ 3 (ฟสิ ิกส์) 2 ช่ัวโมง/สปั ดาห์
ว33102 การออกแบบเทคโนโลยี 2 1 ช่ัวโมง/สปั ดาห์
ว33103 โลก ดาราศาสตรแ์ ละอวกาศพนื้ ฐาน 2 ชั่วโมง/สปั ดาห์

รายวิชาเพม่ิ เตมิ 195

ว33201 ฟิสกิ ส์ 5 4 ช่ัวโมง/สปั ดาห์ 2.0 หนว่ ยการเรียน
2.0 หนว่ ยการเรยี น
ว33221 เคมี 5 4 ชั่วโมง/สปั ดาห์ 2.0 หนว่ ยการเรียน
1.0 หน่วยการเรยี น
ว33241 ชีววิทยา 5 4 ชวั่ โมง/สปั ดาห์ 2.0 หน่วยการเรียน
2.0 หนว่ ยการเรยี น
ว33281 ระเบยี บวธิ ีวจิ ัยเบ้ืองตน้ 2 ช่ัวโมง/สปั ดาห์ 1.5 หนว่ ยการเรียน
1.0 หน่วยการเรยี น
ว33202 ฟิสกิ ส์ 6 4 ชั่วโมง/สปั ดาห์ 1.0 หน่วยการเรียน

ว33222 เคมี 6 (STEM สร้างสรรค์) 4 ชั่วโมง/สัปดาห์

ว33242 ชีววทิ ยา 6 4 ช่ัวโมง/สปั ดาห์

ว33261 โลก ดาราศาสตรแ์ ละอวกาศ 3 2 ช่ัวโมง/สัปดาห์

ว30286 คอมพิวเตอร์กราฟกิ 1 2 ช่ัวโมง/สัปดาห์

196

คาอธิบายรายวิชาพ้ืนฐานและเพม่ิ เตมิ
กล่มุ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์
ม.ตน้ (หอ้ งเรยี นพิเศษ)

197

คาอธิบายรายวชิ าพ้นื ฐาน

ว21101 วิทยาศาสตร์ 1 กล่มุ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์

ชัน้ มธั ยมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 60 ชวั่ โมง จานวน 1.5 หนว่ ยกติ

ศกึ ษา วิเคราะห์ สํารวจ สืบค้นข้อมูลสมบัติทางกายภาพบางประการของธาตุ และการใช้

ประโยชนจ์ ากธาตุโลหะ อโลหะ กงึ่ โลหะ และธาตุกมั มันตรงั สี จุดเดอื ด จุดหลอมเหลว และความหนาแนน่
ของสารบรสิ ุทธแิ์ ละสารผสม ความสัมพันธร์ ะหว่างอะตอม ธาตุ และสารประกอบ โครงสร้างอะตอม การ
จดั เรียงอนุภาค แรงยดึ เหนย่ี วระหวา่ งอนุภาค และการเคลื่อนทข่ี องอนุภาค แบบจําลองของสสารในแตล่ ะ

สถานะ พลังงานความร้อนกับการเปล่ียนสถานะของสสาร เซลล์พืช เซลล์สัตว์ และหน้าที่ของ
องคป์ ระกอบภายในเซลล์ รูปร่างและโครงสรา้ งต่าง ๆ ภายในเซลล์ การจัดระบบของสิ่งมีชีวติ การแพร่
และออสโมซิส การสังเคราะห์ด้วยแสงของพืช ลักษณะและหน้าทีข่ องท่อลําเลียงนํา้ และทอ่ ลาํ เลียงอาหาร

ประโยชน์ของพืชท่ีมตี ่อส่ิงมีชีวิตและส่ิงแวดล้อม ลักษณะและหน้าท่ีของไซเลม็ และโฟลเอม็ การสืบพันธ์ุ
แบบอาศัยเพศและไม่อาศยั เพศของพืชดอก โครงสร้างของดอก การถ่ายเรณู การปฏิสนธิของพืชดอก การ
เกิดผลและเมล็ด ธาตุอาหารที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของพืช เทคโนโลยีการเพาะเล้ียงเน้ือเยื่อพืช การ

ขยายพนั ธพุ์ ืช
โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสํารวจตรวจสอบ และการ

อภิปราย เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถส่ือสารส่ิงที่เรียนรู้ มีความสามารถในการ

ตดั สนิ ใจ แก้ปญั หา รวมทง้ั นําความร้ไู ปใชป้ ระโยชน์
มจี ติ วทิ ยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และค่านิยมทเ่ี หมาะสม ตลอดจนตระหนักถึงปรัชญา

ของเศรษฐกิจพอเพียง

ตัวช้วี ดั
ว 1.2 ม.1/1-18
ว 2.1 ม.1/1-10

รวมทง้ั หมด 28 ตัวชี้วัด

198

คาอธิบายรายวชิ าพืน้ ฐาน

ว21102 วทิ ยาการคานวณ 1 กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

ชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี 1 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 20 ชวั่ โมง จานวน 0.5 หน่วยกิต

ศึกษาแนวคิดเชิงนามธรรม การคัดเลือกคุณลักษณะที่จําเป็นต่อการแก้ปัญหา ขั้นตอนการ

แกป้ ัญหา การเขียนรหัสลาํ ลองและผังงาน การเขยี นออกแบบและเขียนโปรแกรมอย่างง่ายทมี่ ีการใช้งาน
ตัวแปร เงือ่ นไข และการวนซํา้ เพ่อื แกป้ ัญหาทางคณิตศาสตร์หรือวทิ ยาศาสตร์การรวบรวมข้อมูลปฐมภูมิ
การประมวลผลขอ้ มูล การสร้างทางเลือกและประเมนิ ผลเพ่ือตัดสนิ ใจซอฟต์แวรแ์ ละบรกิ ารบนอนิ เทอรเ์ นต็

ท่ีใช้ในการจัดการข้อมูล แนวทางการใช้งานเทคโนโลยสี ารสนเทศให้ปลอดภัย การจัดการอัตลักษณ์ การ
พิจารณาความเหมาะสมของเน้ือหา ข้อตกลงและข้อกําหนดการใช้ส่ือและแหล่งข้อมูลนําแนวคิดเชิง
นามธรรมและข้ันตอนการแก้ปัญหา ไปประยุกต์ใช้ในการเขียนโปรแกรม หรือ การแก้ปัญหาในชีวิตจริง

รวบรวมข้อมูลและสร้างทางเลือก ในการตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพและตระหนักถึงการใช้งาน
เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภยั เกดิ ประโยชนต์ ่อการเรยี นรู้ และไม่สรา้ งความเสยี หายให้แกผ่ ู้อน่ื

มาตรฐานและตัวชี้วดั
ว. 4.2 ม.1/1-4

รวมท้งั หมด 4 ตัวชวี้ ดั


Click to View FlipBook Version