The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รูปเล่มหลักสูตรสถานศึกษา2562

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by somkid, 2022-09-07 04:49:17

รูปเล่มหลักสูตรสถานศึกษา2562

รูปเล่มหลักสูตรสถานศึกษา2562

หลักสตู รสถำนศึกษำ โรงเรียนหนองบวั พิทยำคำร พทุ ธศกั รำช 2562 444

กลมุ่ สาระการเรียนภาษาต่างประเทศ รายวชิ าเพ่ิมเตมิ
รายวชิ า ภาษาญี่ปนุ่ อา่ น-เขียน 1 รหัสวิชา ญ30223 ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 4-6
เวลาเรยี น 40 ชวั่ โมง/ภาคเรียน (2 ช่ัวโมง/สปั ดาห)์ จานวน 1.0 หน่วยกิต

คาอธิบายรายวิชา

ศึกษาเนื้อหาเกี่ยวกับภาษาและวัฒนธรรมญี่ปุ่น เลือกใช้ประโยค คาส่ัง คาขอร้อง คาแนะนา
การสนทนาเพ่ือแนะนาบุคคล บอกความต้องการของตนเองและการขอให้ข้อมลู เกี่ยวกับบุคคลและสิ่งต่าง ๆ
รอบตัว การแสดงความรู้สึกของตนเอง เข้าใจความแตกต่างของภาษาและวัฒนธรรมทางภาษาญี่ปุ่นกับ
ภาษาไทยในเรื่องเสียงสระ พยัญชนะ วรรณยุกต์ โดยออกเสยี ง สระ กลมุ่ คา และประโยคงา่ ยๆได้ถูกต้องและ
เข้าใจภาษาท่าทางรปู แบบพฤติกรรมการสอ่ื สารของเจ้าของภาษาขนบธรรมเนียมเทศกาลเป็นประโยชน์ในการ
เรยี นภาษาญี่ปนุ่ โดยสนใจเขา้ รว่ มกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรม

ฝึกทักษะกระบวนการ โดยการใช้ทักษะกระบวนการอ่าน เขียน ภาษาญี่ปุ่น กระบวนการปฏิบัติ
กระบวนการกลุ่ม การสื่อสาร บทบาทสมมุติ โดยจัดประสบการณ์หรือสถานการณ์ในชีวิตประจาวันให้ผ้เู รยี น
ได้ปฏิบัติจริง เพื่อนาทักษะกระบวนการท่ีได้ไปใช้ในการเรียนรู้ส่ิงต่าง ๆ และใช้ในชีวิตประจาวันได้อย่าง
สร้างสรรค์

ตระหนกั ในคุณค่าและมีเจตคตทิ ่ีดีตอ่ การเรยี นรู้ ภาษาญ่ีปุ่น ทางานเป็นระบบ มีระเบียบวนิ ัย มีความ
รับผิดชอบ มีวิจารณญาณ และมีความเชื่อมั่นในตนเอง นาความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจาวันได้ตามหลัก
ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง มพี นื้ ฐานชวี ิตทีม่ ั่นคง มีงานทา มีอาชีพ มคี ณุ ธรรม และเปน็ พลเมืองดี

ผลการเรยี นรู้
1. อ่านออกเสียงคา กล่มุ คา ประโยค ขอ้ ความ และ บทอ่านสน้ั ๆ ถกู ตอ้ งตาม หลกั การอา่ น
2. อธบิ ายหรอื เขียนประโยค และข้อความให้สมั พันธ์ กับส่อื ทไี่ ม่ใช่ความเรยี ง รปู แบบต่าง ๆ ทอี่ ่าน
รวมท้ังระบุและเขียนส่อื ที่ไมใ่ ช่ความเรียงรูปแบบต่าง ๆ ให้สัมพนั ธก์ ับ ประโยคและขอ้ ความ ท่ีฟัง
หรืออ่าน
3. อา่ นและเขียนจับใจความสาคัญและ ตอบคาถามจากการฟัง และอา่ นบทสนทนา บทอา่ นส้นั ๆ และ
เร่ืองเลา่
4. อ่านและเขยี นโตต้ อบ เกี่ยวกบั ตนเอง เรื่องใกล้ตวั สถานการณ์ในชวี ติ ประจาวัน ประสบการณ์ และ
สอ่ื สาร อยา่ งตอ่ เนอ่ื งและเหมาะสม

รวม 4 ผลการเรยี นรู้

คำอธบิ ำยรำยวชิ ำ ระดบั มธั ยมศึกษำตอนปลำย กลมุ่ สำระกำรเรียนรู้ภำษำตำ่ งประเทศ

หลักสูตรสถำนศึกษำ โรงเรยี นหนองบัวพทิ ยำคำร พทุ ธศักรำช 2562 445

กลุ่มสาระการเรยี นภาษาต่างประเทศ รายวิชาเพมิ่ เตมิ
รายวชิ า ภาษาญป่ี ุน่ อา่ น-เขยี น 2 รหัสวิชา ญ30224 ชัน้ มธั ยมศึกษาปีที่ 4-6
เวลาเรียน 40 ช่ัวโมง/ภาคเรียน (2 ชว่ั โมง/สปั ดาห์) จานวน 1.0 หน่วยกิต

คาอธิบายรายวิชา
ศึกษาเนื้อหาเก่ียวกับภาษาและวัฒนธรรมญ่ีปุ่น เลือกใช้ประโยค คาส่ัง คาขอร้อง คาแนะนา
การสนทนาเพ่ือแนะนาบุคคล บอกความต้องการของตนเองและการขอให้ข้อมลู เกี่ยวกบั บุคคลและสิ่งต่าง ๆ
รอบตัว การแสดงความรู้สึกของตนเอง เข้าใจความแตกต่างของภาษาและวัฒนธรรมทางภาษาญี่ปุ่นกับ
ภาษาไทยในเร่ืองเสียงสระ พยัญชนะ วรรณยุกต์ โดยออกเสียง สระ กลมุ่ คา และประโยคง่ายๆได้ถกู ต้องและ
เขา้ ใจภาษาท่าทางรูปแบบพฤตกิ รรมการสอ่ื สารของเจ้าของภาษาขนบธรรมเนียมเทศกาลเปน็ ประโยชน์ในการ
เรยี นภาษาญป่ี ุ่นโดยสนใจเข้าร่วมกิจกรรมทางภาษาและวฒั นธรรม
ฝึกทักษะกระบวนการ โดยการใช้ทักษะกระบวนการอ่าน เขียน ภาษาญ่ีปุ่น กระบวนการปฏิบัติ
กระบวนการกลุ่ม การส่ือสาร บทบาทสมมุติ โดยจัดประสบการณ์หรือสถานการณ์ในชีวิตประจาวันให้ผเู้ รียน
ได้ปฏิบัติจริง เพ่ือนาทักษะกระบวนการที่ได้ไปใช้ในการเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ และใช้ในชีวิตประจาวันได้อย่าง
สร้างสรรค์
ตระหนักในคุณค่าและมีเจตคติท่ีดีตอ่ การเรียนรู้ ภาษาญป่ี ุ่น ทางานเปน็ ระบบ มีระเบียบวินัย มีความ
รบั ผิดชอบ มีวิจารณญาณ และมีความเชื่อม่ันในตนเอง นาความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจาวันได้ตามหลัก
ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง มีพนื้ ฐานชีวติ ท่มี น่ั คง มีงานทา มอี าชพี มีคุณธรรม และเปน็ พลเมืองดี

ผลการเรียนรู้
1. อ่านและเขียนแสดง ความต้องการขอและให้ ความช่วยเหลือ ตอบรับ และปฏิเสธการให้ความ
ช่วยเหลอื ในสถานการณ์ต่าง ๆ อย่างเหมาะสม
2. อ่านและเขียนเพื่อขอและ ให้ข้อมูล บรรยาย อธิบาย และเปรียบเทียบเก่ียวกับ เร่ืองที่ฟังหรืออ่าน
อย่างเหมาะสม
3. อ่านและเขียนบรรยาย แสดงความรู้สึกของตนเอง เกี่ยวกับเรื่องใกล้ตัว กิจกรรม และประสบการณ์
อย่างมเี หตุผล
4. อ่านและเขียนนา เสนอ ข้อมูลเกี่ยวกบั ตนเอง กิจวัตรประจาวันส่งิ แวดลอ้ มใกลต้ ัว และประสบการณ์

รวม 4 ผลการเรียนรู้

คำอธิบำยรำยวิชำ ระดบั มธั ยมศกึ ษำตอนปลำย กลมุ่ สำระกำรเรียนรู้ภำษำต่ำงประเทศ

หลักสตู รสถำนศกึ ษำ โรงเรียนหนองบัวพิทยำคำร พุทธศกั รำช 2562 446

กลุ่มสาระการเรียนภาษาตา่ งประเทศ รายวชิ าเพ่ิมเตมิ

รายวิชา ภาษาญปี่ นุ่ อ่าน-เขยี น 3 รหสั วชิ า ญ30225 ชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี 4-6

เวลาเรยี น 40 ชว่ั โมง/ภาคเรียน (2 ชวั่ โมง/สัปดาห)์ จานวน 1.0 หน่วยกติ

คาอธบิ ายรายวิชา

ศึกษาเน้ือหาเกี่ยวกับภาษาและวัฒนธรรมญี่ปุ่น อ่าน เขียนประโยค ข้อความเกี่ยวกับตนเอง เพ่ือน

ครอบครัว ชีวิตประจาวัน การซ้ือของ วันหยุด ใช้ภาษาสื่อสารในสถานการณ์จริงหรือสถานการณ์จาลองที่

เกิดข้ึนในห้องเรียน สถานศึกษา ชุมชน และสังคม สนทนาส่ือสารระหว่างบุคคล เช่น การแลกเปลี่ยนข้อมูล

เกยี่ วกับตนเองเรอื่ งต่าง ๆ ใกลต้ ัว ประสบการณ์ สถานการณ์ ข่าว/เหตุการณ์ และประเด็นทอ่ี ยู่ในความสนใจ

ของสังคม เลือกและใช้คาขอร้อง คาชักชวน ให้คาแนะนา คาขออนุญาต คาช้ีแจง คาอธิบายอยา่ งคล่องแคล่ว

อ่านออกเสียงข้อความถูกต้องตามหลักการอ่าน เช่น การออกเสียงตามระดับสูงต่าในประโยค/ข้อความ ข่าว

ประกาศ โฆษณา บทรอ้ ยกรองและนิทาน อา่ นจบั ใจความสาคัญ วิเคราะหค์ วาม สรุปความ ตีความและแสดง

ความคิดเห็นจากการฟังและอ่านเรื่องส้ันๆ นิทานง่ายๆ และเร่ืองเล่าพร้อมทั้งให้เหตุผลและยกตัวอย่าง

ประกอบ อธิบายวิถีชีวิต ความคิด ความเช่ือ และท่ีมาของขนบธรรมเนียมและประเพณีของญี่ปุ่น อธิบาย

เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างโครงสร้างประโยค ข้อความ สานวน และบทกลอนของภาษาญี่ปุ่นและ

ภาษาไทย วิเคราะห์ อภิปรายความเหมือนและความแตกต่างระหว่างวิถีชีวิต ความเชื่อ และวัฒนธรรมของ

ญ่ปี ่นุ กับของไทยและการนาวฒั นธรรมญ่ปี ่นุ ไปใช้ การเข้าร่วมกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรม

ฝึกทักษะกระบวนการ โดยการใช้ทักษะกระบวนการอ่าน เขียนภาษาญ่ีปุ่น กระบวนการปฏิบัติ

กระบวนการกลุ่ม การส่ือสาร บทบาทสมมติ โดยจัดประสบการณ์หรือสถานการณใ์ นชีวติ ประจาวันให้ผูเ้ รยี น

ได้ปฏิบัติจริง เพ่ือนาทักษะกระบวนการที่ได้ไปใช้ในการเรียนรู้ส่ิงต่าง ๆ และใช้ในชีวิตประจาวันได้อย่าง

สร้างสรรค์

ตระหนักในคุณค่าและมีเจตคติท่ีดีต่อการเรียนรภู้ าษาญ่ีปุ่น ทางานเปน็ ระบบ มีระเบียบวินัย มีความ

รับผิดชอบ มีวิจารณญาณ และมีความเชื่อม่ันในตนเอง นาความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจาวันได้ตามหลัก

ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มีพืน้ ฐานชวี ติ ท่มี น่ั คง มีงานทา มีอาชีพ มคี ณุ ธรรม และเปน็ พลเมอื งดี

ผลการเรียนรู้

1. อ่านและเขยี นเกี่ยวกับกิจวตั รประจาวนั ของตนเอง เพอ่ื น ครอบครัว และความถี่ของกจิ วตั รน้นั ๆ ออก

เสยี งตามระดบั สงู ต่าในประโยค ข้อความถกู ต้องตามหลักการอา่ น

2. อ่านและเขยี นขอ้ มูลเกย่ี วกบั การซื้อสนิ ค้า โดยระบุลักษณะ ราคา และจานวน ใช้ภาษาได้เหมาะสมกับ

ระดับบุคคล และโอกาสตามมารยาทสงั คมและวัฒนธรรมญ่ีปนุ่

3. เลือกและใช้คาขอร้อง คาชกั ชวน ทากิจกรรมตา่ ง ๆ ในวันหยดุ โดยระบวุ ัน เวลา หรอื สถานท่ี ในการ

เขียนเกยี่ วกบั กจิ กรรมวันหยดุ

4. อธิบาย เปรยี บเทียบความแตกต่างระหว่างโครงสร้างประโยค ขอ้ ความของภาษาญ่ีปนุ่ และภาษาไทย

รวม 4 ผลการเรียนรู้

คำอธบิ ำยรำยวิชำ ระดบั มธั ยมศึกษำตอนปลำย กล่มุ สำระกำรเรียนรู้ภำษำตำ่ งประเทศ

หลักสูตรสถำนศึกษำ โรงเรยี นหนองบวั พทิ ยำคำร พทุ ธศกั รำช 2562 447

กลุม่ สาระการเรียนภาษาตา่ งประเทศ รายวชิ าเพม่ิ เติม

รายวชิ า ภาษาญปี่ ุน่ อ่าน-เขยี น 4 รหัสวิชา ญ30226 ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 4-6

เวลาเรยี น 40 ช่ัวโมง/ภาคเรียน (2 ชัว่ โมง/สปั ดาห์) จานวน 1.0 หนว่ ยกิต

คาอธบิ ายรายวชิ า

ศึกษาเนื้อหาเก่ียวกับภาษาและวัฒนธรรมญ่ีปุ่น อ่าน เขียนประโยค ข้อความเก่ียวกับตนเอง เพ่ือน

ครอบครัว ชีวิตประจาวัน การซ้ือของ วันหยุด ใช้ภาษาสื่อสารในสถานการณ์จริงหรือสถานการณ์จาลองท่ี

เกิดขึ้นในห้องเรียน สถานศึกษา ชุมชน และสังคม สนทนาสื่อสารระหว่างบุคคล เช่น การแลกเปล่ียนข้อมูล

เก่ียวกับตนเองเร่ืองต่าง ๆ ใกล้ตัว ประสบการณ์ สถานการณ์ ขา่ ว/เหตุการณ์ และประเด็นท่ีอย่ใู นความสนใจ

ของสังคม เลือกและใช้คาขอร้อง คาชักชวน ให้คาแนะนา คาขออนุญาต คาช้ีแจง คาอธิบายอย่างคล่องแคล่ว

อ่านออกเสียงข้อความถูกต้องตามหลักการอ่าน เช่น การออกเสียงตามระดับสูงต่าในประโยค/ข้อความ ข่าว

ประกาศ โฆษณา บทรอ้ ยกรองและนิทาน อา่ นจับใจความสาคัญ วิเคราะห์ความ สรปุ ความ ตีความและแสดง

ความคิดเห็นจากการฟังและอ่านเร่ืองส้ันๆ นิทานง่ายๆ และเร่ืองเล่าพร้อมท้ังให้เหตุผลและยกตัวอย่าง

ประกอบ อธิบายวิถีชีวิต ความคิด ความเชื่อ และท่ีมาของขนบธรรมเนียมและประเพณีของญี่ปุ่น อธิบาย

เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างโครงสร้างประโยค ข้อความ สานวน และบทกลอนของภาษาญี่ปุ่นและ

ภาษาไทย วิเคราะห์ อภิปรายความเหมือนและความแตกต่างระหว่างวิถีชีวิต ความเชื่อ และวัฒนธรรมของ

ญปี่ ุน่ กับของไทยและการนาวัฒนธรรมญี่ปนุ่ ไปใช้ การเข้าร่วมกิจกรรมทางภาษาและวฒั นธรรม

ฝึกทักษะกระบวนการ โดยการใช้ทักษะกระบวนการอ่าน เขียนภาษาญ่ีปุ่น กระบวนการปฏิบัติ

กระบวนการกลุ่ม การสื่อสาร บทบาทสมมติ โดยจัดประสบการณ์หรือสถานการณใ์ นชีวิตประจาวนั ให้ผ้เู รยี น

ได้ปฏิบัติจริง เพ่ือนาทักษะกระบวนการที่ได้ไปใช้ในการเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ และใช้ในชีวิตประจาวันได้อย่าง

สรา้ งสรรค์

ตระหนักในคุณค่าและมีเจตคตทิ ี่ดีต่อการเรียนรภู้ าษาญ่ีปนุ่ ทางานเป็นระบบ มรี ะเบียบวนิ ัย มีความ

รับผิดชอบ มีวิจารณญาณ และมีความเชื่อม่ันในตนเอง นาความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจาวันได้ตามหลัก

ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง มีพ้นื ฐานชีวิตทมี่ ั่นคง มงี านทา มอี าชีพ มคี ณุ ธรรม และเป็นพลเมอื งดี

ผลการเรียนรู้

1. อา่ นจับใจความสาคญั วเิ คราะห์ความ สรุปความ ตคี วามและแสดงความคิดเห็นจากการอ่านกจิ กรรม

วนั หยดุ ของตนเอง เพื่อน คนในครอบครวั

2. อ่านและเขียนข้อมูลเก่ียวกับสมาชิกในครอบครัวของตนเอง เพอ่ื นและบุคคลใกล้ตัวได้ โดยใชภ้ าษาได้

เหมาะสมกบั ระดบั บุคคล และโอกาสตามมารยาทสงั คมและวฒั นธรรมญีป่ ุ่น

3. เขยี นรายละเอยี ดเกยี่ วกบั รูปร่างหนา้ ตา ความสามารถ และความชอบทงั้ ของตนเอง เพ่อื น และคนใน

ครอบครัวในสถานการณ์จริงหรือสถานการณ์จาลอง

4. อ่านออกเสียงตามระดบั สูงต่าในประโยค ข้อความเกีย่ วกบั สมาชิกในครอบครวั รูปร่างหนา้ ตา

ความสามารถ และความชอบทงั้ ของตนเอง เพ่อื น และคนในครอบครัว ถูกต้องตามหลักการอ่าน

รวม 4 ผลการเรยี นรู้

คำอธิบำยรำยวชิ ำ ระดบั มัธยมศกึ ษำตอนปลำย กลมุ่ สำระกำรเรียนรู้ภำษำต่ำงประเทศ

หลกั สตู รสถำนศึกษำ โรงเรยี นหนองบัวพทิ ยำคำร พทุ ธศกั รำช 2562 448

กลุม่ สาระการเรียนร้ภู าษาต่างประเทศ รายวชิ าเพม่ิ เตมิ
รายวิชา ภาษาเวยี ดนามเพื่อการสือ่ สาร 1 รหสั วชิ า ต30211 ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ี่ 4-6
เวลาเรียน 20 ช่วั โมง/ภาคเรียน (1 ช่ัวโมง/สปั ดาห์) จานวน 0.5 หน่วยกติ

คาอธิบายรายวิชา

ศึกษาเนื้อหา ตัวอักษรและเสียง (ช่ือตัวอักษร เสียงตัวอักษร พยัญชนะเทียบเคียงในภาษาไทย ตัว
ควบกล้า สระ วรรณยุกต์) คาศัพท์ ความหมาย กลุ่มคา ประโยค ที่มักพบในสถานการณ์ต่าง ๆ สัมพันธ์กับ
ชวี ิตประจาวัน ได้แก่ การทกั ทาย การขอบคุณ คาสั่งตา่ ง ๆ รวมไปถงึ วัฒนธรรมของคนเวยี ดนาม หลกั การอา่ น
ออกเสยี งคา สะกดคา และอ่านประโยคง่าย ๆ

โดยระบุตัวอกั ษรและเสียง อา่ นออกเสียงคาศัพท์ สะกดคา อ่านประโยค ผู้เรียนฝกึ ทกั ษะการฟัง การ
พดู การอ่านและการเขียน ผ่านการปฏิบัติตามคาสง่ั พูดให้ข้อมูลเกยี่ วกับตนเองและเรื่องใกล้ตวั รวมไปถึงการ
เลือกภาพตรงตามความหมายของกลุ่มคา และการพูดพร้อมทาท่าทางประกอบตามวัฒนธรรมของคน
เวียดนาม

เพือ่ ให้ผู้เรยี นตระหนักในคณุ ค่าและมีเจตคตทิ ี่ดีต่อการเรียนรู้ภาษาเวียดนาม พรอ้ มทั้งรู้จักการทางาน
เป็นระบบ มีระเบยี บวินัย มีความรับผิดชอบ มีวิจารณญาณ และมีความเชื่อม่ันในตนเอง สามารถนาความรูไ้ ป
ประยกุ ต์ใชใ้ นชีวิตประจาวันได้ตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มพี ื้นฐานชีวติ ที่ม่ันคง มีงานทา มีอาชีพ
มีคณุ ธรรม และเป็นพลเมอื งทีด่ ี

ผลการเรียนรู้
1. ปฏบิ ัตติ ามคาสง่ั ง่าย ๆ ทีฟ่ งั
2. เลือกภาพตรงตามความหมายของคาและกลุ่มคาท่ีฟงั
3. ใชค้ าส่ังง่าย ๆ ตามแบบท่ีฟงั
4. ระบุตัวอกั ษรและเสียง อา่ นออกเสยี งคา สะกดคา และอา่ นประโยคงา่ ย ๆ ถกู ต้องตามหลกั การ
อา่ น
5. พูดใหข้ อ้ มลู เกย่ี วกบั ตนเองและเร่อื งใกลต้ ัว
6. พูดและทาทา่ ทางประกอบตามวัฒนธรรมของเจา้ ของภาษา

รวม 6 ผลการเรียนรู้

คำอธิบำยรำยวิชำ ระดับมัธยมศึกษำตอนปลำย กลุ่มสำระกำรเรียนรู้ภำษำตำ่ งประเทศ

หลกั สูตรสถำนศกึ ษำ โรงเรียนหนองบัวพทิ ยำคำร พทุ ธศักรำช 2562 449

กลมุ่ สาระการเรียนรภู้ าษาตา่ งประเทศ รายวชิ าเพมิ่ เตมิ
รายวชิ า ภาษาเวยี ดนามเพื่อการสอื่ สาร 2 รหัสวชิ า ต30212 ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 4-6
เวลาเรียน 20 ชว่ั โมง/ภาคเรียน (1 ช่ัวโมง/สัปดาห)์ จานวน 0.5 หนว่ ยกิต

คาอธิบายรายวิชา

ศึกษาเนื้อหาคาศัพท์ รูปประโยคท่ีมักพบบ่อยในสถานการณ์ต่าง ๆ ท่ีเกิดข้ึนในห้องเรียนและใน
สถานศกึ ษา รวมไปถงึ บทสนทนา นทิ าน หรือเทศกาลสาคัญของคนเวียดนาม

โดยบอกชื่อและคาศัพท์เกี่ยวกับเทศการสาคัญ นอกจากน้ีผู้เรียนฝึกทักษะการฟัง การพูด การอ่าน
และการเขียน ในการโต้ตอบการส่ือสารระหว่างบุคคล หรือพูดเพ่ือขอและให้ข้อมูลเก่ียวกับตนเอง รวมไปถึง
การตอบคาถามจากการฟงั ประโยค บทสนทนา หรือนิทานท่มี ีภาพประกอบ

เพื่อให้ผู้เรียนตระหนกั ในคณุ คา่ และมีเจตคติที่ดีต่อการเรียนรภู้ าษาเวยี ดนาม พรอ้ มทั้งรจู้ กั การทางาน
เป็นระบบ มีระเบียบวินัย มีความรับผิดชอบ มีวจิ ารณญาณ และมีความเชื่อมนั่ ในตนเอง สามารถนาความรไู้ ป
ประยกุ ต์ใชใ้ นชวี ิตประจาวันได้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มีพื้นฐานชีวติ ที่มน่ั คง มีงานทา มอี าชีพ
มคี ุณธรรม และเปน็ พลเมอื งท่ีดี

ผลการเรยี นรู้
1. ฟงั /พูดในสถานการณ์งา่ ย ๆ ท่เี กิดขึ้นในหอ้ งเรียน
2. พูดขอและใหข้ อ้ มูลงา่ ย ๆ เก่ยี วกบั ตนเองตามแบบท่ฟี ัง
3. บอกชื่อและคาศพั ทเ์ กย่ี วกับเทศกาลสาคัญของเจ้าของภาษา
4. พดู โตต้ อบดว้ ยคาส้นั ๆ ง่าย ๆ ในการสื่อสารระหว่างบุคคลตามแบบท่ฟี งั
5. ตอบคาถามจากการฟังประโยค บทสนทนา หรอื นทิ านง่าย ๆ ทมี่ ภี าพประกอบ

รวม 5 ผลการเรียนรู้

คำอธิบำยรำยวชิ ำ ระดับมธั ยมศึกษำตอนปลำย กลมุ่ สำระกำรเรียนรู้ภำษำต่ำงประเทศ

หลกั สูตรสถำนศึกษำ โรงเรยี นหนองบวั พทิ ยำคำร พทุ ธศกั รำช 2562 450

กล่มุ สาระการเรียนรภู้ าษาต่างประเทศ รายวิชาเพมิ่ เตมิ
รายวชิ า การอ่านภาษาองั กฤษเพ่อื ความเขา้ ใจ 1 รหสั วิชา อ30207 ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 4-6
เวลาเรยี น 20 ช่ัวโมง/ภาคเรยี น (1 ชว่ั โมง/สัปดาห์) จานวน 0.5 หน่วยกิต

คาอธบิ ายรายวชิ า

ศึกษาบทความประเภทต่าง ๆ องค์ประกอบของบทความศึกษากลวิธีการอ่านที่มีประสิทธิภาพ
ศึกษาและฝึกฝนกลวิธีการอ่านบทความหรือสื่อประเภทต่าง ๆ เข้าใจเรื่องท่ีอ่านจับประเด็นหลักระบุ
ข้อเท็จจริงจากข้อคิดเห็นแสดงความเห็นจากเรือ่ งที่อ่านและให้เหตุผลประกอบตีความคาดคะเนเปรยี บเทียบ
ประเมนิ ค่าเหตุการณท์ ี่เกิดขน้ึ จากบทความประเภทต่าง ๆ จับแนวคิดขอ้ คิดเห็นจากเรื่องที่อ่านมาประยุกต์ใช้
ในชีวิตประจาวันโดยใช้กระบวนการทางภาษากระบวนการกลุ่มกระบวนการสร้างความคิดรวบยอด
กระบวนการคดิ วเิ คราะห์และสังเคราะหม์ ุ่งมน่ั ใฝร่ ใู้ ฝ่เรียนเห็นคุณคา่ ของการเรียนภาษาอังกฤษ

โดยใช้กระบวนการทางภาษา (ฟัง พูด อ่าน เขียน) กระบวนการกลุ่ม กระบวนการนาเสนอ
กระบวนการสืบค้น กระบวนการคิดวิเคราะห์เชิงสร้างสรรค์ สามารถทางานเป็นกลุ่ม มีทักษะในการฟัง พูด
อ่าน เขียน สรุปผลและนาเสนอรายงานอย่างเป็นระบบเพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ มีความสามารถในการ
ส่ือสาร นาความรู้มาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจาวันได้อย่างสร้างสรรค์ เพื่อการศึกษาต่อและประกอบอาชีพใน
ระดบั อาเซียนและสากล

เพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ มีความสามารถในการส่ือสาร นาความรู้มาประยุกต์ใช้ใน
ชีวิตประจาวันได้อย่างสร้างสรรค์ เพื่อการศึกษาต่อและประกอบอาชีพมีจิตสาธารณะ มีจิตสานึกในการร่วม
อนุรักษพ์ ลังงาน รกั ความเป็นไทย ใช้ชีวิตอย่างพอเพียงมคี ุณธรรม จรยิ ธรรมและคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์

ผลการเรยี นรู้
1. มีความรู้ความเข้าใจในการอ่านบทความ (Passage) ประเภทต่าง ๆ และวเิ คราะห์แยกแยะ
องค์ประกอบ ของบทความ
2. อ่านสอ่ื ประเภทที่เป็นความเรยี งและไมเ่ ปน็ ความเรียง เชน่ แผนภาพ กราฟ ตาราง ฯลฯใชป้ ระโยชน์
จากข้อมูลท่ีอา่ นได้
3. อ่านเรื่องหรือขอ้ ความจากส่อื สงิ่ พมิ พ์ประเภทตา่ ง ๆ แล้วจบั ประเดน็ หลักทีส่ าคัญของเรอื่ งได้
4. อ่านเรื่องหรอื บทความจากสอื่ ประเภทตา่ ง ๆ แล้วแยกแยะขอ้ เท็จจริงแสดงความคิดเหน็ และให้
เหตุผลประกอบได้
5. อ่านเรื่องบทความหรอื บทอ่านจากส่ือประเภทต่าง ๆ แลว้ ตีความคาดคะเนเหตุการณท์ ่ีเกดิ ขึ้นได้
6. เปรยี บเทียบประเมนิ ค่าสื่อ สิ่งพมิ พ์ประเภทต่าง ๆ ที่อา่ นแลว้ ให้เหตุผลสนบั สนุน
7. ประยกุ ตแ์ นวคดิ ข้อคดิ เหน็ จากเร่อื งทอ่ี า่ นนามาใช้ในชีวิตประจาวนั

รวม 7 ผลการเรยี นรู้

คำอธิบำยรำยวิชำ ระดบั มัธยมศกึ ษำตอนปลำย กล่มุ สำระกำรเรียนรู้ภำษำตำ่ งประเทศ

หลกั สตู รสถำนศึกษำ โรงเรยี นหนองบัวพทิ ยำคำร พุทธศักรำช 2562 451

กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาตา่ งประเทศ รายวชิ าเพิ่มเติม

รายวชิ า การอ่านภาษาอังกฤษเพอื่ ความเขา้ ใจ 2 รหสั วิชา อ30208 ชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ 6

เวลาเรยี น 20 ชว่ั โมง/ภาคเรียน (1 ช่วั โมง/สปั ดาห์) จานวน 0.5 หนว่ ยกิต

คาอธบิ ายรายวชิ า

ศึกษาบทความประเภทต่าง ๆ องค์ประกอบของบทความศึกษากลวิธีการอ่านท่ีมีประสิทธิภาพ

ศกึ ษาและฝึกฝนกลวิธีการอ่านบทความหรือสื่อประเภทตา่ ง ๆ เขา้ ใจเรื่องท่ีอ่าน จับประเดน็ หลักระบุข้อเท็จจริง

จากข้อคิดเห็นแสดงความเห็นจากเร่ืองที่อ่านและให้เหตุผลประกอบตีความคาดคะเนเปรียบเทียบประเมินค่า

เหตุการณ์ท่ีเกิดขึ้นจากบทความประเภทต่าง ๆ ศึกษาความรู้เพ่ิมเติมในโครงสร้างประโยคข้อความคาศัพท์

สานวนบทสนทนาที่ใช้ในชวี ิตประจาวนั ประโยคซับซ้อนขอ้ ความทเี่ ป็นความเรียงมีตัวเชือ่ มขอ้ ความข้อความทไ่ี ม่

เป็นความเรยี งภาษาทใ่ี ช้ในการแสดงความรู้สึกนึกคิดภาษาที่ใช้ในการสรปุ ความคิดรวบยอดหน้าท่ีทางภาษาใน

หัวเรื่องที่หลากหลายการแสดงความคิดเห็นในโอกาสต่าง ๆ จับแนวคิดข้อคิดเห็นจากเรื่องที่อ่านมาประยุกต์ใช้

ในชีวิตประจาวนั โดยใช้กระบวนการทางภาษากระบวนการกลมุ่ กระบวนการสรา้ งความคดิ รวบยอดกระบวนการ

คิดวเิ คราะห์และสงั เคราะหม์ งุ่ มน่ั ใฝร่ ูใ้ ฝ่เรียนเห็นคุณคา่ ของการเรยี นภาษาองั กฤษ

โดยใช้กระบวนการทางภาษา (ฟัง พูด อ่าน เขียน) กระบวนการกลุ่ม กระบวนการนาเสนอ

กระบวนการสืบค้น กระบวนการคิดวิเคราะห์เชิงสร้างสรรค์ สามารถทางานเป็นกลุ่ม มีทักษะในการฟัง พูด

อา่ น เขียน สรุปผลและนาเสนอรายงานอยา่ งเป็นระบบเพ่ือให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ มีความสามารถในการ

สื่อสาร นาความรู้มาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจาวันได้อย่างสร้างสรรค์ เพ่ือการศึกษาต่อและประกอบอาชีพใน

ระดับอาเซยี นและสากล

เพ่ือให้เกิดความรู้ ความเข้าใจมีความสามารถในการสื่อสารนาความรู้มาประยุกต์ใช้ในชวี ิตประจาวัน

ได้อย่างสรา้ งสรรค์ เพ่ือการศกึ ษาต่อและประกอบอาชพี มีจิตสาธารณะ มีจิตสานึกในการร่วมอนุรกั ษพ์ ลังงาน รัก

ความเปน็ ไทย ใชช้ ีวิตอยา่ งพอเพียงมีคณุ ธรรม จริยธรรมและคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์

ผลการเรยี นรู้
1. มคี วามรู้เข้าใจในการอา่ นบทความ (Passage) ประเภทตา่ ง ๆ และวิเคราะห์แยกแยะองคป์ ระกอบ
ของบทความ
2. อา่ นสอื่ ประเภทท่เี ปน็ ความเรยี งและไมเ่ ปน็ ความเรยี งเชน่ แผนภาพกราฟตาราง ฯลฯใชป้ ระโยชน์จาก
ขอ้ มูลที่อา่ นได้
3. อ่านเรือ่ งหรือขอ้ ความจากสื่อ/สงิ่ พิมพป์ ระเภทต่าง ๆ แลว้ จบั ประเด็นหลักทีส่ าคญั ของเรื่องได้
4. อา่ นเร่ืองหรอื บทความจากส่อื ประเภทตา่ ง ๆ แล้วแยกแยะข้อเท็จจริงแสดงความคิดเห็นและให้
เหตผุ ลประกอบได้
5. อา่ นเรื่องบทความหรือบทอา่ นจากสือ่ ประเภทต่าง ๆ แล้วตีความคาดคะเนเหตุการณท์ เ่ี กิดขึ้นได้
6. เปรยี บเทียบประเมินค่าสอื่ /สิ่งพมิ พ์ประเภทตา่ ง ๆ ที่อา่ นแลว้ ให้เหตุผลสนับสนนุ

รวม 6 ผลการเรยี นรู้

คำอธิบำยรำยวชิ ำ ระดับมธั ยมศึกษำตอนปลำย กลมุ่ สำระกำรเรียนรู้ภำษำตำ่ งประเทศ

หลักสูตรสถำนศกึ ษำ โรงเรียนหนองบัวพิทยำคำร พทุ ธศกั รำช 2562 452

กลุม่ สาระการเรยี นรู้ภาษาต่างประเทศ รายวิชาเพ่ิมเติม
รายวชิ า ภาษาอังกฤษเพ่อื การสือ่ สาร 1 รหสั วิชา อ30211 ช้นั มธั ยมศึกษาปที ี่ 4-6
เวลาเรียน 20 ช่ัวโมง/ภาคเรยี น (1 ชัว่ โมง/สปั ดาห์) จานวน 0.5 หนว่ ยกิต

คาอธบิ ายรายวชิ า

ฝึกทักษะการฟัง การพูด เพื่อให้สามารถสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ บูรณาการภูมิปัญญา
ท้องถิ่น สภาพทั่วไปของชุมชน โดยใช้ข้อมูล บทสนทนา เรื่องเล่า ข่าวสาร บทความ สถานการณ์ต่าง ๆ
เหตุการณ์ในชีวิตประจาวัน ฝึกการต้ังคาถาม การสนทนาโต้ตอบ การแสดงความคิดเห็น การจับใจความ
ประเดน็ สาคญั จากส่ิงท่ฟี งั การอธบิ ายใหข้ อ้ มลู การเปรียบเทียบ

โดยใช้กระบวนการฟงั การพดู กระบวนการสรา้ งความคิดรวบยอด กระบวนสอ่ื ความ กระบวนการฝึก
ปฏิบตั ิ กระบวนการกลุ่ม กระบวนการคิดวิเคราะห์ กระบวนการสืบค้น กระบวนการแกป้ ญั หา มีวิจารณญาณ
มีเหตุผล มีมารยาท ในการพูด การฟัง มคี วามคิดริเร่ิมสร้างสรรค์ มีความมน่ั ใจในการใช้ภาษา และเห็นคุณค่า
ของการฟงั และการพดู

เพ่ือให้รักการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ ใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารได้เหมาะสมตามศักยภาพของ
ผู้เรียน เห็นคุณค่า ความแตกต่างของภาษาและวัฒนธรรม สามารถนาไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจาวัน
สอดคล้องกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และพัฒนาตนเองในการศึกษาต่อระดับช้ันท่ีสูงขึ้นและ
ประกอบอาชพี บนพืน้ ฐานชวี ิตทีม่ นั่ คง มีคณุ ธรรม และเปน็ พลเมอื งดีของสังคม

ผลการเรยี นรู้
1. เขา้ ใจภาษาท่าทาง นา้ เสยี ง พดู โตต้ อบในเรอ่ื งการแสดงความคิดเห็น แสดงความตอ้ งการ
2. ใชภ้ าษาเพอื่ ส่ือสาร ในสถานการณ์ต่าง ๆ ภายในสถานศกึ ษา ทอ้ งถนิ่ และชมุ ชนได้
3. มที กั ษะในการฟัง พดู ประโยค ข้อความ เร่อื งราวตา่ ง ๆ โดยสามารถตีความ วิเคราะห์สิ่งท่ฟี ัง
น้าเสยี งกรยิ า ท่าทาง และสรปุ ความ ถ่ายโอนโดยการบรรยายไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง
4. พดู ตามระดับกลไก พดู อย่างมีความหมายและสนทนาตามสถานการณ์ทีก่ าหนดไดอ้ ยา่ งถกู ต้อง
เหมาะสม
5. สร้างสรรค์ภาษาในการสนทนาและเปล่ยี นขอ้ มูลและสรา้ งความสัมพนั ธ์ระหวา่ งบุคคล โดยใช้
คาศัพท์สานวน โครงสร้างทางภาษาให้เหมาะสมกับสถานการณ์และมารยาททางสังคม
6. มคี วามเชอ่ื มัน่ ในการใช้ภาษาองั กฤษในการสื่อสารกับบคุ คลอื่นและเห็นคณุ คา่ ในการนา
ภาษาองั กฤษไปใช้ในชีวติ ประจาวนั

รวม 6 ผลการเรยี นรู้

คำอธิบำยรำยวิชำ ระดบั มธั ยมศึกษำตอนปลำย กลมุ่ สำระกำรเรียนรู้ภำษำต่ำงประเทศ

หลักสูตรสถำนศึกษำ โรงเรยี นหนองบวั พิทยำคำร พุทธศักรำช 2562 453

กลุม่ สาระการเรยี นรู้ภาษาต่างประเทศ รายวิชาเพิม่ เติม
รายวชิ า ภาษาอังกฤษเพ่ือการสอื่ สาร 2 รหัสวชิ า อ30212 ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 4-6
เวลาเรียน 20 ช่ัวโมง/ภาคเรียน (1 ชั่วโมง/สัปดาห์) จานวน 0.5 หนว่ ยกิต

คาอธบิ ายรายวชิ า

ฝึกทักษะการฟัง การพูด เพ่ือให้สามารถสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ บูรณาการภูมิปัญญา
ท้องถิ่น สภาพทั่วไปของชุมชน โดยใช้ข้อมูล บทสนทนา เร่ืองเล่า ข่าวสาร บทความ สถานการณ์ต่าง ๆ
เหตุการณ์ในชีวิตประจาวัน ฝึกการต้ังคาถาม การสนทนาโต้ตอบ การแสดงความคิดเห็น การจับใจความ
ประเดน็ สาคญั จากสง่ิ ท่ฟี งั การอธบิ ายให้ขอ้ มลู การเปรยี บเทียบ

โดยใช้กระบวนการฟัง การพูด กระบวนการสร้างความคดิ รวบยอด กระบวนส่ือความ กระบวนการฝึก
ปฏิบตั ิ กระบวนการกลุ่ม กระบวนการคิดวเิ คราะห์ กระบวนการสบื ค้น กระบวนการแก้ปญั หา มีวจิ ารณญาณ
มีเหตุผล มีมารยาท ในการพูด การฟัง มีความคิดรเิ ริ่มสร้างสรรค์ มีความมัน่ ใจในการใช้ภาษา และเห็นคุณค่า
ของการฟงั และการพูด

เพ่ือให้รักการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ ใช้ภาษาอังกฤษในการส่ือสารได้เหมาะสมตามศักยภาพของ
ผู้เรียน เห็นคุณค่า ความแตกต่างของภาษาและวัฒนธรรม สามารถนาไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจาวัน
สอดคล้องกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และพัฒนาตนเองในการศึกษาต่อระดับชั้นท่ีสูงข้ึนและ
ประกอบอาชพี บนพ้นื ฐานชวี ติ ที่มนั่ คง มคี ุณธรรม และเปน็ พลเมืองดีของสังคม

ผลการเรยี นรู้
1. เขา้ ใจภาษาท่าทาง นา้ เสยี ง พูดโต้ตอบในเรื่องการแสดงความคิดเห็น แสดงความตอ้ งการ
2. ใชภ้ าษาเพอื่ ส่ือสาร ในสถานการณต์ า่ ง ๆ ภายในสถานศึกษา ทอ้ งถิน่ และชมุ ชนได้
3. มที กั ษะในการฟัง พดู ประโยค ข้อความ เรอ่ื งราวต่าง ๆ โดยสามารถตีความ วิเคราะห์ส่ิงท่ฟี งั
น้าเสยี งกรยิ า ทา่ ทาง และสรปุ ความ ถ่ายโอนโดยการบรรยายไดอ้ ย่างถูกตอ้ ง
4. พดู ตามระดับกลไก พูดอย่างมีความหมายและสนทนาตามสถานการณท์ ่ีกาหนดได้อย่างถูกต้อง
เหมาะสม
5. สร้างสรรค์ภาษาในการสนทนาและเปลย่ี นขอ้ มูลและสรา้ งความสมั พันธร์ ะหวา่ งบคุ คล โดยใช้
คาศัพท์สานวน โครงสรา้ งทางภาษาให้เหมาะสมกับสถานการณ์และมารยาททางสังคม
6. มคี วามเชอ่ื มัน่ ในการใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารกับบคุ คลอนื่ และเหน็ คุณค่าในการนา
ภาษาองั กฤษไปใชใ้ นชวี ิตประจาวัน

รวม 6 ผลการเรยี นรู้

คำอธิบำยรำยวิชำ ระดบั มธั ยมศึกษำตอนปลำย กลุ่มสำระกำรเรียนรู้ภำษำตำ่ งประเทศ

หลกั สูตรสถำนศกึ ษำ โรงเรยี นหนองบวั พิทยำคำร พุทธศกั รำช 2562 454

กลุม่ สาระการเรียนรูภ้ าษาต่างประเทศ รายวชิ าเพิ่มเติม
รายวิชา ภาษาองั กฤษเพือ่ การสอื่ สาร 3 รหัสวชิ า อ30213 ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 4-6
เวลาเรยี น 20 ชัว่ โมง/ภาคเรียน (1 ช่วั โมง/สปั ดาห์) จานวน 0.5 หน่วยกิต

คาอธิบายรายวิชา

ใช้ภาษา น้าเสียง และทา่ ทาง สื่อสารตามมารยาทสังคม และภาษาในการสอื่ สารโดยใชเ้ ทคโนโลยีใน
การสร้างความสัมพันธ์ระหวา่ งบุคคล ในการเรยี น การปฏิบัติ การสมัครงาน ขอและให้ข้อมลู ความช่วยเหลือ
และบริการผู้อ่ืน ถ่ายโอนข้อมูลที่ได้ฟังและอ่าน อ่านออกเสียงคา วลี สานวนง่ายๆ ประโยค คาส่ัง คาขอร้อง
คาแนะนา คาอธิบาย ข้อความ ข้อมลู บทอ่าน เรอ่ื งราวส้ันๆ ท้ังท่ีเป็นความเรียงและไม่ใช่ความเรียง จากสื่อ
สง่ิ พิมพ์ และสอ่ื อิเล็กทรอนิกส์ แลว้ ถา่ ยโอนเป็นถอ้ ยคาของตนเองในรูปแบบตา่ ง ๆ

โดย สรุป แสดงความคิดเห็น ความต้องการ ความรู้สึกเก่ียวกับประสบการณ์ของตนเอง ข่าวสาร
เหตุการณ์สาคัญต่าง ๆ ในชีวิตประจาวัน ท้องถ่ินและสังคม ประสบการณ์ส่วนตัว การศึกษา การทางาน
เทคโนโลยี งานประเพณี วนั สาคญั ของชาติ ศาสนา วัฒนธรรมไทยและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา

เพื่อเห็นคุณค่าของภาษาอังกฤษ เข้าร่วมกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมสามารถใช้ภาษาเป็น
เครื่องมือแสวงหาความรู้เพิ่มเติมและเช่ือมโยงกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น สามารถนาไปประยุกต์ใช้ใน
ชวี ิตประจาวัน สอดคล้องกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และพฒั นาตนเองในการศกึ ษาต่อระดับชั้นท่ี
สงู ข้ึนและประกอบอาชพี บนพ้นื ฐานชีวติ ทมี่ ัน่ คง มคี ณุ ธรรม และเปน็ พลเมอื งดขี องสงั คม

ผลการเรียนรู้
1. พดู และบรรยายเกี่ยวกับตนเองบคุ คลในครอบครัวเพื่อน โรงเรยี น ประสบการณ์ สง่ิ แวดลอ้ มใกล้
ตวั เช่น การเดนิ ทาง การท่องเท่ยี ว
2. พูดโตต้ อบแลกเปลย่ี นข้อมูลและแสดงความรูส้ กึ บอกความต้องการของตนเองโดยใชภ้ าษาท่ี
เหมาะสมกบั สถานการณ์
3. เลอื กระบุหวั ขอ้ เร่อื งใจความสาคญั แสดงความคิดเห็น สนทนาโต้ตอบและเขยี นขอ้ มูลเก่ยี วกบั
ตนเองเรอื่ งใกล้ตัวสถานการณป์ ระเดน็ ที่อยู่ในความสนใจของผูเ้ รยี นและสื่อสารได้อย่างตอ่ เนอื่ ง
เหมาะสม และคล่องแคลว่
4. พูดและเขียนบรรยายความรู้สึกแสดงความคิดเห็นของตนเก่ียวกบั เรื่องตา่ ง ๆ กจิ กรรมวนั สาคญั
และประสบการณ์เหตุการณป์ ัจจบุ นั ขา่ วสารอย่างมีเหตผุ ล

รวม 4 ผลการเรยี นรู้

คำอธิบำยรำยวิชำ ระดบั มธั ยมศึกษำตอนปลำย กลมุ่ สำระกำรเรียนรู้ภำษำต่ำงประเทศ

หลักสตู รสถำนศกึ ษำ โรงเรียนหนองบวั พทิ ยำคำร พทุ ธศักรำช 2562 455

กลุม่ สาระการเรียนรูภ้ าษาต่างประเทศ รายวชิ าเพมิ่ เตมิ
รายวิชา ภาษาองั กฤษเพ่ือการส่ือสาร 4 รหสั วชิ า อ30214 ช้ันมัธยมศกึ ษาปีท่ี 4-6
เวลาเรยี น 20 ชัว่ โมง/ภาคเรยี น (1 ช่ัวโมง/สปั ดาห)์ จานวน 0.5 หน่วยกติ

คาอธิบายรายวิชา

ใช้ภาษา น้าเสยี ง และทา่ ทาง ส่ือสารตามมารยาทสังคม และภาษาในการสือ่ สารโดยใชเ้ ทคโนโลยใี น
การสร้างความสัมพันธร์ ะหวา่ งบุคคล ในการเรียน การปฏิบตั ิ การสมัครงาน ขอและให้ขอ้ มลู ความช่วยเหลือ
และบริการผู้อ่ืน ถ่ายโอนข้อมูลท่ีได้ฟังและอ่าน อ่านออกเสียงคา วลี สานวนง่ายๆ ประโยค คาส่งั คาขอร้อง
คาแนะนา คาอธิบาย ข้อความ ข้อมูล บทอ่าน เร่ืองราวสั้นๆ ทั้งท่ีเป็นความเรียงและไม่ใช่ความเรียง จากส่ือ
สง่ิ พิมพ์ และสอ่ื อิเล็กทรอนิกส์ แลว้ ถา่ ยโอนเป็นถ้อยคาของตนเองในรูปแบบตา่ ง ๆ

โดย สรุป แสดงความคิดเห็น ความต้องการ ความรู้สึกเก่ียวกับประสบการณ์ของตนเอง ข่าวสาร
เหตุการณ์สาคัญต่าง ๆ ในชีวิตประจาวัน ท้องถ่ินและสังคม ประสบการณ์ส่วนตัว การศึกษา การทางาน
เทคโนโลยี งานประเพณี วนั สาคญั ของชาติ ศาสนา วัฒนธรรมไทยและวัฒนธรรมของเจา้ ของภาษา

เพื่อเห็นคุณค่าของภาษาอังกฤษ เข้าร่วมกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมสามารถใช้ภาษาเป็น
เครื่องมือแสวงหาความรู้เพิ่มเติมและเช่ือมโยงกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น สามารถนาไปประยุกต์ใช้ใน
ชวี ิตประจาวัน สอดคล้องกับหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และพฒั นาตนเองในการศกึ ษาต่อระดับชั้นท่ี
สงู ข้ึนและประกอบอาชพี บนพน้ื ฐานชีวิตทีม่ น่ั คง มีคุณธรรม และเป็นพลเมืองดขี องสังคม

ผลการเรียนรู้
1. พดู และบรรยายเก่ยี วกับตนเองบคุ คลในครอบครัวเพื่อน โรงเรยี น ประสบการณ์ ส่ิงแวดล้อมใกล้
ตวั เช่น การเดนิ ทาง การท่องเทยี่ ว
2. พูดโตต้ อบแลกเปลย่ี นขอ้ มูลและแสดงความรู้สึกบอกความต้องการของตนเองโดยใช้ภาษาท่ี
เหมาะสมกับสถานการณ์
3. เลอื กระบหุ ัวขอ้ เร่ืองใจความสาคญั แสดงความคิดเหน็ สนทนาโตต้ อบและเขยี นขอ้ มูลเกี่ยวกบั
ตนเองเรอื่ งใกล้ตวั สถานการณ์ประเด็นทอ่ี ยใู่ นความสนใจของผู้เรียนและส่ือสารได้อยา่ งต่อเน่ือง
เหมาะสม และคลอ่ งแคล่ว
4. พูดและเขยี นบรรยายความรู้สึกแสดงความคิดเห็นของตนเก่ยี วกับเรอ่ื งต่าง ๆ กิจกรรมวันสาคัญ
และประสบการณเ์ หตกุ ารณ์ปจั จบุ ัน ข่าวสารอย่างมีเหตุผล

รวม 4 ผลการเรยี นรู้

คำอธิบำยรำยวิชำ ระดบั มธั ยมศกึ ษำตอนปลำย กลุม่ สำระกำรเรียนรู้ภำษำตำ่ งประเทศ

หลักสตู รสถำนศกึ ษำ โรงเรยี นหนองบัวพิทยำคำร พทุ ธศักรำช 2562 456

กลุ่มสาระการเรยี นร้ภู าษาต่างประเทศ รายวชิ าเพ่มิ เตมิ
รายวิชา ภาษาองั กฤษเพื่อการสอื่ สาร 5 รหสั วิชา อ30215 ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 4-6
เวลาเรยี น 20 ชว่ั โมง/ภาคเรียน (1ช่ัวโมง/สปั ดาห์) จานวน 0.5 หนว่ ยกิต

คาอธิบายรายวิชา

ฝกึ ทักษะ ฟัง พูด ในการแลกเปล่ียนข้อมูล อธิบาย บรรยาย สนทนาโต้ตอบตามสถานการณ์ต่าง ๆ
และสถานการณ์จริง ใช้ภาษาเพื่อการทักทาย การกล่าวลา การแนะนา การขอ และการให้ข้อมูล นาเสนอ
และการให้ความช่วยเหลือ ตลอดจนใช้ภาษาท่าทาง ให้เหมาะสมกับบุคคล กาลเทศะ และวัฒนธรรมของ
เจา้ ของภาษา เห็นประโยชน์ และใช้ภาษาเพ่ือแสวงหาความรู้อ่ืน ๆ

โดยเข้าร่วมกิจกรรมทางภาษาตามความสนใจ ใช้ภาษาเผยแพร่ และประชาสัมพันธ์ ข้อมูลข่าวของ
ชุมชนและท้องถิ่นสู่สงั คม นาความรู้ไปใชใ้ นชีวติ ประจาวนั และเพือ่ เป็นพ้ืนฐานเพ่อื การประกอบอาชพี ได้

เพ่ือให้เกิดความตระหนักเห็นถึงคุณค่า ความแตกต่างของภาษาและวัฒนธรรม สามารถนาไป
ประยุกต์ใช้ในชีวติ ประจาวัน สอดคล้องกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และพัฒนาตนเองในการศึกษา
ตอ่ ระดบั ช้นั ที่สงู ขนึ้ และประกอบอาชีพ บนพ้ืนฐานชวี ิตที่มน่ั คง มีคณุ ธรรม และเปน็ พลเมอื งดีของสังคม

ผลการเรียนรู้
1. แสดงความคิดเห็นตอ่ วัฒนธรรม ประเพณแี ละความเปน็ อย่ขู องเจา้ ของภาษา
2. เหน็ ประโยชนข์ องการรูภ้ าษาอังกฤษ ในการแสวงหาความรู้ เข้าสู่สังคม และอาชีพ
3. เห็นคุณค่า และกิจกรรมทางภาษา และวฒั นธรรมตามความสนใจ
4. ตระหนักในคุณคา่ ของภาษาและ วฒั นธรรมที่เรยี น และนาความรคู้ วามเข้าใจเกี่ยวกบั ภาษา และ
วัฒนธรรมมาประยุกตใ์ นการพฒั นาตนเอง
5. อภปิ รายเกย่ี วกับประสบการณท์ ีไ่ ดร้ ับจากการใช้ภาษาอังกฤษในการค้นคว้าเน้ือหาสาระท่ี
เก่ยี วขอ้ งกบั กลุ่มสาระการเรียนรอู้ ื่น ๆ
6. ใช้ภาษาองั กฤษเพอื่ สื่อสารในการทางาน สมคั รงาน และประกอบอาชพี รวมทงั้ การขอและให้ข้อมลู
เกี่ยวกบั อาชพี ในสถานการณ์ จาลองและจรงิ

รวม 6 ผลการเรียนรู้

คำอธิบำยรำยวิชำ ระดบั มัธยมศึกษำตอนปลำย กลุ่มสำระกำรเรียนรู้ภำษำต่ำงประเทศ

หลกั สูตรสถำนศกึ ษำ โรงเรยี นหนองบัวพทิ ยำคำร พทุ ธศกั รำช 2562 457

กล่มุ สาระการเรยี นรภู้ าษาตา่ งประเทศ รายวิชาเพ่ิมเติม
รายวิชา ภาษาอังกฤษเพ่อื การส่ือสาร 6 รหัสวิชา อ30216 ชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี 4-6
เวลาเรยี น 20 ชั่วโมง/ภาคเรียน (1ชั่วโมง/สปั ดาห์) จานวน 0.5 หน่วยกิต

คาอธิบายรายวิชา

ฝกึ ทักษะ ฟัง พูด ในการแลกเปลี่ยนข้อมูล อธิบาย บรรยาย สนทนาโต้ตอบตามสถานการณ์ต่าง ๆ
และสถานการณ์จริง ใช้ภาษาเพ่ือการทักทาย การกล่าวลา การแนะนา การขอ และการให้ข้อมูล นาเสนอ
และการให้ความช่วยเหลือ ตลอดจนใช้ภาษาท่าทาง ให้เหมาะสมกับบุคคล กาลเทศะ และวัฒนธรรมของ
เจ้าของภาษา เห็นประโยชน์ และใชภ้ าษาเพื่อแสวงหาความรอู้ ืน่ ๆ

โดยเข้าร่วมกิจกรรมทางภาษาตามความสนใจ ใช้ภาษาเผยแพร่ และประชาสัมพันธ์ ข้อมูลข่าวของ
ชุมชนและท้องถน่ิ สู่สังคม นาความร้ไู ปใช้ในชวี ิตประจาวันและเพือ่ เป็นพ้นื ฐานเพือ่ การประกอบอาชีพได้

เพื่อให้เกิดความตระหนักเห็นถึงคุณค่า ความแตกต่างของภาษาและวัฒนธรรม สามารถนาไป
ประยุกต์ใช้ในชีวิตประจาวัน สอดคล้องกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และพัฒนาตนเองในการศึกษา
ต่อระดับช้นั ท่สี ูงข้นึ และประกอบอาชพี บนพ้ืนฐานชีวิตทม่ี ่ันคง มคี ุณธรรม และเปน็ พลเมอื งดขี องสงั คม

ผลการเรยี นรู้
1. แสดงความคิดเห็นต่อวัฒนธรรม ประเพณีและความเป็นอยู่ของเจา้ ของภาษา
2. เห็นประโยชนข์ องการรู้ภาษาองั กฤษ ในการแสวงหาความรู้ เข้าสู่สังคม และอาชพี
3. เห็นคุณค่า และกิจกรรมทางภาษา และวัฒนธรรมตามความสนใจ
4. ตระหนักในคุณคา่ ของภาษาและ วฒั นธรรมทีเ่ รยี น และนาความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับภาษา และ
วัฒนธรรมมาประยกุ ตใ์ นการพฒั นาตนเอง
5. อภปิ รายเกยี่ วกบั ประสบการณ์ทีไ่ ดร้ ับจากการใช้ภาษาอังกฤษในการคน้ ควา้ เน้อื หาสาระท่ี
เกยี่ วข้องกบั กลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น ๆ
6. ใชภ้ าษาอังกฤษเพ่ือส่ือสารในการทางาน สมัครงาน และประกอบอาชพี รวมทัง้ การขอและให้ข้อมลู
เกยี่ วกบั อาชพี ในสถานการณ์ จาลองและจรงิ

รวม 6 ผลการเรยี นรู้

คำอธิบำยรำยวชิ ำ ระดับมธั ยมศกึ ษำตอนปลำย กลมุ่ สำระกำรเรียนรู้ภำษำต่ำงประเทศ

หลักสตู รสถำนศกึ ษำ โรงเรียนหนองบวั พทิ ยำคำร พทุ ธศกั รำช 2562 458

กล่มุ สาระการเรียนร้ภู าษาตา่ งประเทศ รายวิชาเพมิ่ เติม
รายวิชา ภาษาองั กฤษฟงั -พดู 1 รหสั วิชา อ30217 ชัน้ มัธยมศึกษาปที ี่ 4-6
เวลาเรยี น 40 ช่ัวโมง/ภาคเรยี น (2 ช่วั โมง/สัปดาห)์ จานวน 1.0 หน่วยกิต

คาอธบิ ายรายวิชา

ใชภ้ าษา น้าเสยี ง และทา่ ทาง ส่ือสารตามมารยาทสงั คม และภาษาในการส่ือสารโดยใชเ้ ทคโนโลยใี น
การสร้างความสัมพันธร์ ะหวา่ งบุคคล ในการเรยี น การปฏิบตั ิ การสมัครงาน ขอและให้ขอ้ มลู ความช่วยเหลือ
และบริการผู้อื่น ถ่ายโอนข้อมูลที่ได้ฟังและอ่าน อ่านออกเสียงคา วลี สานวนง่ายๆ ประโยค คาส่งั คาขอร้อง
คาแนะนา คาอธิบาย ข้อความ ข้อมูล บทอ่าน เร่ืองราวสั้นๆ ท้ังที่เป็นความเรียงและไม่ใช่ความเรียง จากส่ือ
ส่ิงพมิ พ์ และสือ่ อิเล็กทรอนกิ ส์

โดยถ่ายโอนเป็นถ้อยคาของตนเองในรูปแบบต่าง ๆ สรุป แสดงความคิดเห็น ความต้องการ
ความรู้สึกเกี่ยวกับประสบการณ์ของตนเอง ข่าวสาร เหตุการณ์สาคัญต่าง ๆ ในชีวิตประจาวัน ท้องถ่ินและ
สังคม ประสบการณ์ส่วนตัว การศึกษา การทางาน เทคโนโลยี งานประเพณี วันสาคัญของชาติ ศาสนา
วฒั นธรรมไทยและวัฒนธรรมของเจา้ ของภาษา

เพื่อเห็นคุณค่าของภาษาอังกฤษ เข้าร่วมกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมสามารถใช้ภาษาเป็น
เคร่ืองมือแสวงหาความรู้เพ่ิมเติมและเช่ือมโยงกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อ่ืน สามารถนาไปประยุกต์ใช้ใน
ชีวิตประจาวัน สอดคล้องกับหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และพฒั นาตนเองในการศกึ ษาต่อระดับช้ันที่
สงู ขึ้นและประกอบอาชีพ บนพ้ืนฐานชวี ิตทีม่ ัน่ คง มีคุณธรรม และเปน็ พลเมอื งดขี องสงั คม

ผลการเรียนรู้
1. พูดและบรรยายเกีย่ วกับตนเองบคุ คลในครอบครวั เพอ่ื น โรงเรียน ประสบการณ์ สิง่ แวดล้อมใกล้
ตวั เช่น การเดนิ ทาง การท่องเท่ยี ว
2. พดู โต้ตอบแลกเปล่ยี นข้อมูลและแสดงความรสู้ กึ บอกความต้องการของตนเองโดยใชภ้ าษาท่ี
เหมาะสมกบั สถานการณ์
3. เลือกระบุหัวขอ้ เรอื่ งใจความสาคญั แสดงความคิดเหน็ สนทนาโต้ตอบและเขียนขอ้ มูลเกี่ยวกับ
4. ตนเองเร่ืองใกลต้ วั สถานการณ์ประเดน็ ท่อี ยใู่ นความสนใจของผเู้ รยี นและส่ือสารไดอ้ ยา่ งตอ่ เนื่อง
เหมาะสม และคลอ่ งแคล่ว
5. พูดและเขยี นบรรยายความรสู้ ึกแสดงความคิดเห็นของตนเกี่ยวกับเร่ืองต่าง ๆ กิจกรรมวนั สาคญั
และประสบการณ์เหตุการณ์ปัจจบุ นั ขา่ วสารอย่างมีเหตผุ ล

รวม 5 ผลการเรยี นรู้

คำอธิบำยรำยวชิ ำ ระดับมัธยมศกึ ษำตอนปลำย กลมุ่ สำระกำรเรียนรู้ภำษำต่ำงประเทศ

หลักสตู รสถำนศกึ ษำ โรงเรยี นหนองบัวพิทยำคำร พุทธศักรำช 2562 459

กล่มุ สาระการเรียนร้ภู าษาตา่ งประเทศ รายวิชาเพิ่มเติม
รายวิชา ภาษาองั กฤษฟัง-พูด 2 รหัสวชิ า อ30218 ชั้นมัธยมศึกษาปที ี่ 4-6
เวลาเรยี น 40 ช่ัวโมง/ภาคเรยี น (2 ชว่ั โมง/สปั ดาห)์ จานวน 1.0 หนว่ ยกิต

คาอธบิ ายรายวิชา

ใชภ้ าษา น้าเสยี ง และท่าทาง สื่อสารตามมารยาทสงั คม และภาษาในการสอ่ื สารโดยใชเ้ ทคโนโลยใี น
การสร้างความสัมพันธร์ ะหว่างบุคคล ในการเรยี น การปฏิบตั ิ การสมัครงาน ขอและให้ข้อมูล ความช่วยเหลือ
และบริการผู้อื่น ถ่ายโอนข้อมูลที่ได้ฟังและอ่าน อ่านออกเสียงคา วลี สานวนง่ายๆ ประโยค คาสัง่ คาขอร้อง
คาแนะนา คาอธิบาย ข้อความ ข้อมูล บทอ่าน เรือ่ งราวสั้นๆ ทั้งที่เป็นความเรียงและไม่ใช่ความเรียง จากสื่อ
ส่ิงพมิ พ์ และสือ่ อิเล็กทรอนิกส์

โดยถ่ายโอนเป็นถ้อยคาของตนเองในรูปแบบต่าง ๆ สรุป แสดงความคิดเห็น ความต้องการ
ความรู้สึกเกี่ยวกับประสบการณ์ของตนเอง ข่าวสาร เหตุการณ์สาคัญต่าง ๆ ในชีวิตประจาวัน ท้องถิ่นและ
สังคม ประสบการณ์ส่วนตัว การศึกษา การทางาน เทคโนโลยี งานประเพณี วันสาคัญของชาติ ศาสนา
วฒั นธรรมไทยและวัฒนธรรมของเจา้ ของภาษา

เพื่อเห็นคุณค่าของภาษาอังกฤษ เข้าร่วมกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมสามารถใช้ภาษาเป็น
เคร่ืองมือแสวงหาความรู้เพ่ิมเติมและเช่ือมโยงกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อ่ืน สามารถนาไปประยุกต์ใช้ใน
ชีวิตประจาวัน สอดคล้องกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และพัฒนาตนเองในการศกึ ษาต่อระดับช้ันที่
สงู ขึ้นและประกอบอาชพี บนพนื้ ฐานชีวติ ทมี่ ัน่ คง มีคุณธรรม และเปน็ พลเมอื งดขี องสังคม

ผลการเรียนรู้
1. พูดและบรรยายเกย่ี วกบั ตนเองบคุ คลในครอบครวั เพ่ือน โรงเรยี น ประสบการณ์ สิ่งแวดลอ้ มใกล้
ตวั เช่น การเดนิ ทาง การท่องเทย่ี ว
2. พดู โต้ตอบแลกเปลยี่ นขอ้ มูลและแสดงความรู้สกึ บอกความต้องการของตนเองโดยใช้ภาษาท่ี
เหมาะสมกับสถานการณ์
3. เลือกระบหุ ัวข้อเรื่องใจความสาคญั แสดงความคิดเหน็ สนทนาโตต้ อบและเขยี นขอ้ มูลเกี่ยวกับ
4. ตนเองเร่ืองใกล้ตัวสถานการณ์ประเดน็ ทีอ่ ยใู่ นความสนใจของผูเ้ รียนและสอื่ สารได้อยา่ งตอ่ เนือ่ ง
เหมาะสม และคลอ่ งแคลว่
5. พูดและเขียนบรรยายความรู้สกึ แสดงความคิดเหน็ ของตนเก่ียวกบั เรอ่ื งต่าง ๆ กจิ กรรมวนั สาคญั
และประสบการณ์เหตกุ ารณป์ ัจจุบนั ข่าวสารอย่างมเี หตผุ ล

รวม 5 ผลการเรยี นรู้

คำอธิบำยรำยวชิ ำ ระดับมัธยมศึกษำตอนปลำย กลมุ่ สำระกำรเรียนรู้ภำษำต่ำงประเทศ

หลกั สูตรสถำนศกึ ษำ โรงเรียนหนองบวั พทิ ยำคำร พทุ ธศักรำช 2562 460

กล่มุ สาระการเรียนรู้ภาษาตา่ งประเทศ รายวชิ าเพิ่มเตมิ
รายวิชา ภาษาองั กฤษฟงั -พูด 3 รหัสวชิ า อ30219 ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 4-6
เวลาเรียน 40 ชั่วโมง/ภาคเรยี น (2 ชว่ั โมง/สัปดาห์) จานวน 1.0 หนว่ ยกติ

คาอธิบายรายวิชา
ใช้ภาษาในการสนทนาเพ่ือขอและให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง รายละเอียดส่ิงของ ข้ันตอนการใช้
เครอ่ื งมอื /อปุ กรณ์เคร่ืองใช้ เหตุผล/ข้ออ้าง/ขอ้ แกต้ วั และการขอหรือใหค้ วามชว่ ยเหลอื ในสถานการณ์จรงิ หรือ
สถานการณ์จาลองอยา่ งเหมาะสม จบั ใจความสาคัญ วเิ คราะห์ความ สรุป/ตีความจากการฟงั ประโยค ขอ้ ความ
บทสนทนา และเร่ืองตา่ ง ๆ ได้ รวมทงั้ พูดแสดงความรูส้ กึ อธบิ าย เปรยี บเทียบ แนะนาและแสดงความคิดเห็น
เก่ียวกับเร่ืองและเหตุการณ์ต่าง ๆ อย่างมีเหตุผล มีมารยาทสังคมในการเลือกใช้ภาษา น้าเสียง และกิริยา
ทา่ ทางในการพูดและสนทนาไดอ้ ยา่ งเหมาะสมในระดบั ของบุคคล โอกาส สถานที่ และวฒั นธรรมของเจ้าของ
ภาษา
โดยใช้กระบวนการทางภาษา (ฟัง พูด อ่าน เขียน) กระบวนการกลุ่ม กระบวนการนาเสนอ
กระบวนการสืบค้น กระบวนการคิดวิเคราะห์ สามารถทางานเป็นกลุ่ม มีทักษะในการฟัง พูด อ่าน เขียน
สรุปผลและนาเสนออย่างเป็นระบบโดยใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ พร้อมนาไปใช้ในการเรียนรู้ส่ิงต่าง ๆ ใน
ชีวติ ประจาวัน
ตระหนกั ในคุณค่าของภาษาและวัฒนธรรม สง่ เสรมิ ให้เปน็ ผู้ท่ีมีวินัย ใฝเ่ รียนรู้ มวี ินัยในตนเอง มคี วาม
ซอ่ื สตั ย์ มุ่งม่ันในการทางาน มีจติ สาธารณะ ร้จู ักพัฒนาตนเอง สามารถแกไ้ ขปัญหาเฉพาะหน้า รู้ทนั โลกในการ
สืบค้นขอ้ มลู จากสอ่ื และแหล่งเรยี นร้ตู า่ ง ๆ เพอื่ พัฒนาตนเอง ครอบครัว ชุมชน และสังคม

ผลการเรยี นรู้
1. เข้าใจภาษาทา่ ทาง นา้ เสียง อา่ นออกเสยี ง คา วลี และ ประโยค จากสงิ่ ท่ีฟังได้
2. ฟงั ประโยค ข้อความ บทสนทนาทีห่ ลากหลาย แลว้ สามารถพูดสนทนาส่อื สารได้อยา่ งเหมาะสม
3. พูดขอและใหข้ อ้ มลู สนทนาโตต้ อบเกย่ี วกับขอ้ มูลส่วนตัว คนใกล้ตวั บคุ คลสาคัญ ขา่ ว ประกาศและโฆษณา
4. บอกรายละเอยี ดสิง่ ของ ขอร้อง ขอความช่วยเหลือ ขอคาแนะนาและบรรยายข้ันตอนการใชเ้ ครือ่ งมอื
5. พูด อธิบาย ขอยืมให้ยืมส่ิงของ ขออนุญาต บอกเหตุผล/ข้ออ้าง/ข้อแก้ตัว สถานการณ์ต่าง ๆใน
ชีวิตประจาวันไดถ้ ูกต้องและเหมาะสม
6. เขา้ ใจ จับใจความสาคัญ บอกรายละเอยี ด ปฏิบัตติ ามคาสัง่ และเขยี นบันทึกข้อมลู จากเรื่องหรอื

บทสนทนาทฟ่ี ัง
7. คน้ คว้า รวบรวม สรุปข้อมูล จากแหลง่ เรียนรตู้ ่าง ๆ และนาเสนอขอ้ มลู โดยใช้เทคโนโลยีสมยั ใหม่
8. เขา้ ใจและตระหนกั ในคุณค่าของภาษา และวัฒนธรรมทเ่ี รยี น และนาความรูม้ าประยกุ ต์ใชใ้ นการพัฒนา
ตนเอง ครอบครัว ชุมชน และสังคม
รวม 8 ผลการเรยี นรู้

คำอธบิ ำยรำยวชิ ำ ระดบั มัธยมศึกษำตอนปลำย กลุ่มสำระกำรเรียนรู้ภำษำตำ่ งประเทศ

หลักสูตรสถำนศึกษำ โรงเรยี นหนองบัวพิทยำคำร พุทธศักรำช 2562 461

กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาต่างประเทศ รายวิชาเพ่ิมเติม

รายวิชา ภาษาองั กฤษฟัง-พูด 4 รหัสวิชา อ30220 ช้นั มัธยมศึกษาปีที่ 4-6

เวลาเรียน 40 ช่ัวโมง/ภาคเรยี น (2 ช่วั โมง/สปั ดาห์) จานวน 1.0 หน่วยกิต

คาอธิบายรายวิชา

ใช้ภาษาในการสนทนาเพื่อขอและให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง ประสบการณ์ที่ผ่านมา คาดคะเน

เหตุการณ์ในอนาคต เชิญชวน เสนอแนะ ตอบรับและปฏิเสธได้อย่างถูกต้องเหมาะสม จับใจความสาคัญ

วิเคราะห์ความ สรุป/ตีความจากการฟังประโยค ข้อความ บทสนทนา และเรื่องต่าง ๆ ได้ รวมทั้งพูดแสดง

ความรู้สึก อธิบาย เปรียบเทียบ แนะนาและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเร่ืองและเหตุการณ์ต่าง ๆ อย่างมี

เหตุผล มีมารยาทสังคมในการเลือกใช้ภาษา น้าเสียง และกิริยาท่าทางในการพูดและสนทนา ได้อย่าง

เหมาะสมในระดับของบคุ คล โอกาส สถานที่ และวัฒนธรรมของเจา้ ของภาษา

โดยใช้กระบวนการทางภาษา (ฟัง พูด อ่าน เขียน) กระบวนการกลุ่ม กระบวนการนาเสนอ

กระบวนการสืบค้น กระบวนการคิดวิเคราะห์ สามารถทางานเป็นกลุ่ม มีทักษะในการฟัง พูด อ่าน เขียน

สรุปผลและนาเสนออย่างเป็นระบบโดยใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ พร้อมนาไปใช้ในการเรียนรู้ส่ิงต่าง ๆ ใน

ชีวิตประจาวัน

ตระหนกั ในคุณคา่ ของภาษาและวัฒนธรรม สง่ เสริมให้เป็นผทู้ มี่ วี ินัย ใฝ่เรียนรู้ มวี นิ ัยในตนเอง มคี วาม

ซอื่ สตั ย์ มุ่งมน่ั ในการทางาน มีจิตสาธารณะ รจู้ กั พัฒนาตนเอง สามารถแกไ้ ขปัญหาเฉพาะหนา้ รู้ทนั โลกในการ

สืบค้นขอ้ มลู จากสอ่ื และแหลง่ เรยี นรตู้ า่ ง ๆ เพ่อื พฒั นาตนเอง ครอบครวั ชมุ ชน และสังคม

ผลการเรยี นรู้

1. เข้าใจ จับใจความสาคัญ บอกรายละเอียด ระบุข้อมูล ปฏิบัตติ ามคาส่ัง และเขียนบนั ทกึ ข้อมูลจาก

บทสนทนาท่ฟี ัง

2. ฟังประโยค ขอ้ ความ บทสนทนาท่ีหลากหลาย แลว้ สามารถพูดสนทนาสื่อสารได้อย่างเหมาะสม

3. ฟงั บทสนทนาเกี่ยวกับการกล่าวขอโทษ เสนอบริการผอู้ ่นื ตอบรับและปฏเิ สธ เขียนบทสนทนา และ

สนทนาสอ่ื สารไดอ้ ย่างมีเหตผุ ล

4. บอกรายละเอยี ดสิ่งของ เปรียบเทยี บ นาเสนอความคิดเห็นของตนเอง ใหค้ าแนะนา แลกเปล่ยี น

เรยี นรู้ และให้ข้อเสนอแนะ

5. พดู อธบิ าย ประสบการณ์ท่ีประทับใจ การเชอื้ เชิญ คาดคะเนเหตุการณใ์ นอนาคต ตามสถานการณ์

ตา่ ง ๆ ในชีวติ ประจาวัน

6. เข้าใจความแตกต่าง เกย่ี วกับวัฒนธรรม ประเพณี ความเปน็ อยู่ของเจ้าของภาษาและของประเทศ

ไทย แลกเปลีย่ นเรยี นรู้ แสดงความคิดเหน็ ให้เหตุผลประกอบ

7. คน้ คว้า รวบรวม สรปุ ข้อมูล จากแหล่งเรียนรตู้ ่าง ๆ และนาเสนอขอ้ มูลโดยใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่

8. เขา้ ใจและตระหนักในคณุ ค่าของภาษา และวัฒนธรรมที่เรียน และนาความรู้มาประยกุ ตใ์ ช้ในการ

พฒั นาตนเอง ครอบครวั ชมุ ชน และสงั คม

รวม 8 ผลการเรียนรู้

คำอธบิ ำยรำยวิชำ ระดับมัธยมศึกษำตอนปลำย กล่มุ สำระกำรเรียนรู้ภำษำตำ่ งประเทศ

หลักสตู รสถำนศกึ ษำ โรงเรียนหนองบวั พทิ ยำคำร พุทธศักรำช 2562 462

กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาตา่ งประเทศ รายวิชาเพ่มิ เติม

รายวิชา ภาษาองั กฤษอ่าน-เขยี น 1 รหัสวิชา อ30221 ชั้นมัธยมศึกษาปที ่ี 4-6

เวลาเรียน 40 ชว่ั โมง/ภาคเรียน (2 ช่ัวโมง/สปั ดาห)์ จานวน 1.0 หน่วยกติ

คาอธบิ ายรายวชิ า

ปฏิบัติตามคาแนะนาในคู่มือ การใช้งานต่าง ๆ คาชี้แจง คาอธิบายและคาบรรยายท่ีอ่านได้ จับ

ใจความสาคัญ วิเคราะห์ ตีความ สรุปความ ตีความและแสดงความคิดเห็นจากการอ่านเร่ืองท่ีเป็นสารคดี

พร้อมทั้งให้เหตุผลและยกตัวอย่างประกอบอธิบาย เขียนประโยคและข้อความให้สมั พันธ์กับส่ือท่ีไม่ใช่ความ

เรียงรปู แบบต่าง ๆ ทอี่ ่านเขียนโต้ตอบข้อมลู ขอและให้ข้อมลู นาเสนอบรรยาย อธิบาย บรรยายความรูส้ กึ และ

แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกบั ตนเอง เรื่องต่างใกล้ตัว ประสบการณ์ สถานการณ์ ข่าว /เหตุการณ์ ประเดน็ ทีอ่ ยู่

ในความสนใจของสังคม และสื่อสารอย่างต่อเนื่องและเหมาะสม เขียนสรุปใจความสาคัญแก่นสาระที่ได้จาก

การวิเคราะห์เร่ือง กิจกรรม ข่าว เหตุการณ์ และสถานการณ์ตามความสนใจ เขียนแสดงความคิดเห็น

เกยี่ วกับกิจกรรม ประสบการณ์และเหตุการณ์ ในทอ้ งถน่ิ สงั คมและโลก

โดยเข้าร่วม จัดกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมอย่างเหมาะสม ค้นคว้า /สืบค้น บันทึก สรุป และ

แสดงความคิดเห็นเก่ียวกับข้อมูลท่ีเก่ียวข้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่นจากแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ และ

นาเสนอด้วยการ การเขียน ใช้ภาษาสื่อสารในสถานการณ์จริง /สถานการณ์จาลองที่เกิดข้ึนในห้องเรียน

สถานศึกษา ชุมชน สงั คม

เพื่อให้เกิดความตระหนักเห็นถึงคุณค่า ความแตกต่างของภาษาและวัฒนธรรม สามารถนาไป

ประยุกต์ใช้ในชีวติ ประจาวัน สอดคล้องกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และพัฒนาตนเองในการศึกษา

ต่อระดบั ชั้นทสี่ ูงขน้ึ และประกอบอาชีพ บนพ้นื ฐานชวี ิตท่มี ่ันคง มีคุณธรรม และเป็นพลเมอื งดขี องสงั คม

ผลการเรียนรู้

1. บอกความเหมอื นและความแตกตา่ งระหวา่ งการออกเสียงประโยคชนดิ ตา่ ง ๆ การใชเ้ คร่ืองหมายวรรค

ตอน และการลาดับคาตามโครงสร้างประโยคของภาษาต่างประเทศและภาษาไทย

2. จบั ใจความสาคัญ วเิ คราะห์ ตคี วาม สรปุ ความ ตีความและแสดงความคดิ เห็นจากการฟงั และ อา่ น เรื่องท่ี

เป็นสารคดี พรอ้ มท้งั ให้เหตุผลและยกตวั อยา่ งประกอบ

3. เขยี นบรรยายความรู้สึกและแสดงความคิดเหน็ ของตนเองเกีย่ วกบั เร่อื งต่าง ๆ กิจกรรมประสบการณ์ และ

ขา่ ว / เหตุการณ์อยา่ งมีเหตผุ ล

4. เขยี นสรปุ ใจความสาคญั แก่นสาระท่ีได้จากการวิเคราะห์เรื่อง กิจกรรม ข่าว เหตกุ ารณ์ และสถานการณ์

ตามความสนใจ

5. คน้ ควา้ / สบื คน้ บนั ทึก สรุป และแสดงความคิดเหน็ เกย่ี วกับข้อมลู ที่เกีย่ วข้องกบั กลุม่ สาระการเรียนรูอ้ ่นื

จากแหล่งการเรยี นรตู้ ่าง ๆ และนาเสนอดว้ ยการพดู และการเขยี น

6. ใช้ภาษาต่างประเทศในการสืบคน้ /คน้ คว้า รวบรวม วเิ คราะห์ และสรปุ ความรู้ / ข้อมูลตา่ ง ๆ จากสื่อและ

แหล่งการเรยี นรู้ต่าง ๆ ในการศึกษาต่อและประกอบอาชพี

รวม 6 ผลการเรียนรู้

คำอธิบำยรำยวิชำ ระดบั มัธยมศกึ ษำตอนปลำย กล่มุ สำระกำรเรียนรู้ภำษำต่ำงประเทศ

หลักสตู รสถำนศกึ ษำ โรงเรยี นหนองบวั พทิ ยำคำร พทุ ธศกั รำช 2562 463

กลมุ่ สาระการเรยี นรูภ้ าษาตา่ งประเทศ รายวิชาเพิม่ เติม

รายวชิ า ภาษาอังกฤษอ่าน-เขยี น 2 รหสั วิชา อ30222 ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ี่ 4-6

เวลาเรียน 40 ชั่วโมง/ภาคเรียน (2 ช่ัวโมง/สปั ดาห์) จานวน 1.0 หน่วยกิต

คาอธิบายรายวชิ า

ปฏิบัติตามคาแนะนาในคู่มือ การใช้งานต่าง ๆ คาชี้แจง คาอธิบายและคาบรรยายที่อ่านได้

จบั ใจความสาคัญ วิเคราะห์ ตีความ สรุปความ ตีความและแสดงความคิดเห็นจากการอ่านเรื่องที่เป็นสารคดี

พร้อมท้ังให้เหตุผลและยกตัวอย่างประกอบอธิบาย เขียนประโยคและข้อความให้สมั พันธ์กับสื่อท่ีไม่ใช่ความ

เรียงรูปแบบต่าง ๆ ท่ีอา่ น เขียนโต้ตอบข้อมูล ขอและให้ข้อมูล นาเสนอบรรยาย อธิบาย บรรยายความรู้สึก

และแสดงความคิดเหน็ เก่ียวกับตนเอง เรื่องต่างใกล้ตวั ประสบการณ์ สถานการณ์ ข่าว /เหตกุ ารณ์ ประเด็น

ที่อยู่ในความสนใจของสังคม และส่ือสารอย่างต่อเนื่องและเหมาะสม เขียนสรุปใจความสาคัญแก่นสาระที่ได้

จากการวิเคราะห์เรื่อง กิจกรรม ข่าว เหตุการณ์ และสถานการณ์ตามความสนใจ เขียนแสดงความคิดเห็น

เกย่ี วกบั กิจกรรม ประสบการณแ์ ละเหตุการณ์ ในทอ้ งถนิ่ สงั คมและโลก

โดยเข้าร่วม จัดกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมอย่างเหมาะสม ค้นคว้า /สืบค้น บันทึก สรุป และ

แสดงความคิดเห็นเก่ียวกับข้อมูลท่ีเก่ียวข้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อ่ืนจากแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ และ

นาเสนอด้วยการ การเขียน ใช้ภาษาสื่อสารในสถานการณ์จริง /สถานการณ์จาลองที่เกิดข้ึนในห้องเรียน

สถานศกึ ษา ชุมชน สงั คม

เพื่อให้เกิดความตระหนักเห็นถึงคุณค่า ความแตกต่างของภาษาและวัฒนธรรม สามารถนาไป

ประยุกต์ใช้ในชีวิตประจาวัน สอดคล้องกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และพัฒนาตนเองในการศึกษา

ตอ่ ระดบั ชนั้ ท่ีสงู ขน้ึ และประกอบอาชพี บนพ้ืนฐานชวี ิตทมี่ ัน่ คง มคี ณุ ธรรม และเป็นพลเมอื งดีของสังคม

ผลการเรียนรู้

1. บอกความเหมือนและความแตกตา่ งระหว่างการออกเสยี งประโยคชนิดต่าง ๆ การใชเ้ ครื่องหมายวรรค

ตอน และการลาดบั คาตามโครงสรา้ งประโยคของภาษาต่างประเทศและภาษาไทย

2. จับใจความสาคัญ วเิ คราะห์ ตีความ สรุปความ ตีความและแสดงความคดิ เห็นจากการฟงั และ อา่ น เรอื่ งที่

เปน็ สารคดี พรอ้ มทัง้ ใหเ้ หตุผลและยกตวั อยา่ งประกอบ

3. เขยี นบรรยายความรูส้ กึ และแสดงความคิดเห็นของตนเองเกีย่ วกับเรื่องต่าง ๆ กิจกรรม ประสบการณ์ และ

ขา่ ว / เหตุการณอ์ ย่างมีเหตผุ ล

4. เขยี นสรปุ ใจความสาคัญแก่นสาระท่ไี ด้จากการวิเคราะห์เรอ่ื ง กจิ กรรม ข่าว เหตกุ ารณ์ และสถานการณ์

ตามความสนใจ

5. คน้ คว้า/ สบื ค้น บนั ทึก สรุป และแสดงความคิดเหน็ เกีย่ วกบั ข้อมลู ท่เี ก่ียวขอ้ งกับกลุ่มสาระการเรยี นรู้อ่ืน

จากแหล่งการเรยี นรู้ตา่ ง ๆ และนาเสนอด้วยการพดู และการเขยี น

6. ใชภ้ าษาต่างประเทศในการสืบคน้ /ค้นควา้ รวบรวม วิเคราะห์ และสรุปความรู้ / ข้อมูลตา่ ง ๆ จากส่ือและ

แหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ ในการศึกษาตอ่ และประกอบอาชีพ

รวม 6 ผลการเรยี นรู้

คำอธบิ ำยรำยวชิ ำ ระดับมัธยมศกึ ษำตอนปลำย กลุม่ สำระกำรเรียนรู้ภำษำต่ำงประเทศ

หลักสูตรสถำนศึกษำ โรงเรยี นหนองบวั พิทยำคำร พทุ ธศักรำช 2562 464

กลุม่ สาระการเรียนรูภ้ าษาต่างประเทศ รายวิชาเพิ่มเตมิ
รายวิชา ภาษาอังกฤษอา่ น-เขยี น 3 รหสั วิชา อ30223 ช้ันมธั ยมศึกษาปที ี่ 4-6
เวลาเรยี น 40 ชว่ั โมง/ภาคเรยี น (2 ช่วั โมง/สปั ดาห์) จานวน 1.0 หนว่ ยกิต

คาอธิบายรายวชิ า

ศึกษาเนื้อหา คาชี้แจง คาอธิบาย และคาบรรยาย อ่านออกเสียงบทอ่านได้ถูกต้องตามหลักการอ่าน
อธิบายและเขียนประโยค ข้อความให้สัมพันธ์กับส่ือที่ไม่ใช่ความเรียงในรูปแบบต่าง ๆ อา่ นจับใจความสาคัญ
วเิ คราะห์ สรปุ ตคี วาม และแสดงความคดิ เห็นเกย่ี วกบั เร่อื งที่เปน็ สารคดแี ละบันเทิงคดี

ฝึกทักษะการเขียนบรรยาย อธิบาย เปรียบเทียบ บรรยายความรู้สึก นาเสนอข้อมูล สรุปใจความ
สาคัญและความคิดเห็นเกี่ยวกับตนเอง เร่ืองต่าง ๆ ใกล้ตัว ประสบการณ์ กิจกรรม ข่าว เหตุการณ์ที่อยู่ใน
ความสนใจของท้องถิ่น สังคม และโลก เข้าร่วม แนะนา จัดกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรม อธิบาย
เปรียบเทียบ วิเคราะห์ ความเหมือนความแตกต่างระหว่าง โครงสร้าง ประโยค ข้อความ สานวน คาพังเพย
สภุ าษติ บทกลอน วถิ ีชีวิต ความเชอื่ และวัฒนธรรมของเจ้าของภาษาและภาษาไทยอย่างมีเหตุผล

ตระหนักถึงความสาคัญของการนาเสนอขอ้ มูล และสามารถนาความร้ไู ปใช้ค้นคว้า บนั ทกึ สรปุ แสดง
ความคิดเหน็ และนาเสนอข้อมูลที่เกยี่ วขอ้ งกบั กลุ่มสาระการเรียนรู้อน่ื สามารถใชภ้ าษาสอื่ สารในสถานการณ์ท่ี
เกดิ ข้ึนในห้องเรยี น สถานศกึ ษา ชุมชน สงั คมได้อยา่ งเหมาะสม

ผลการเรียนรู้
1. อา่ น และปฏบิ ตั ติ ามคาแนะนา คาช้แี จง คาอธบิ าย และคาบรรยายได้
2. อ่านออกเสียงบทอา่ นไดถ้ ูกตอ้ งตามหลกั การอา่ น
3. อธบิ ายและเขียนประโยค ขอ้ ความให้สัมพนั ธก์ บั สอื่ ท่ไี ม่ใช่ความเรยี งในรปู แบบต่าง ๆ ได้
4. อา่ นจบั ใจความสาคญั วเิ คราะห์ สรปุ ตีความ และแสดงความคดิ เหน็ เกีย่ วกับเรือ่ งทีเ่ ป็นสารคดี
และบันเทงิ คดีได้
5. เขียนข้อมลู เกีย่ วกบั ตนเอง เรือ่ งต่าง ๆ ใกล้ตัว ประสบการณ์ กจิ กรรมตา่ ง ๆ ได้
6. เขียนบรรยาย อธิบาย เปรียบเทยี บ บรรยายความรูส้ กึ นาเสนอข้อมลู สรุปใจความสาคญั และ
ความคดิ เห็นเกีย่ วกับ กจิ กรรม ขา่ ว เหตุการณ์ท่อี ยูใ่ นความสนใจของทอ้ งถ่นิ สังคม และโลกได้
7. เข้ารว่ ม แนะนา จดั กจิ กรรมทางภาษาและวฒั นธรรมได้
8. ค้นควา้ บันทกึ สรุป แสดงความคิดเหน็ และนาเสนอขอ้ มลู ทเ่ี กยี่ วขอ้ งกับกลมุ่ สาระการเรียนรู้อื่นได้

รวม 8 ผลการเรยี นรู้

คำอธบิ ำยรำยวิชำ ระดบั มัธยมศกึ ษำตอนปลำย กลมุ่ สำระกำรเรียนรู้ภำษำต่ำงประเทศ

หลักสูตรสถำนศึกษำ โรงเรยี นหนองบัวพทิ ยำคำร พุทธศักรำช 2562 465

กลมุ่ สาระการเรียนรภู้ าษาตา่ งประเทศ รายวชิ าเพิม่ เติม
รายวิชา ภาษาอังกฤษอ่าน-เขียน 4 รหัสวชิ า อ30224 ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 4-6
เวลาเรยี น 40 ช่ัวโมง/ภาคเรียน (2 ชัว่ โมง/สัปดาห)์ จานวน 1.0 หน่วยกิต

คาอธิบายรายวิชา
อา่ น และปฏิบัติตามคาแนะนา คาช้ีแจง คาอธิบาย และคาบรรยาย อ่านออกเสียงบทอ่านได้ถูกต้อง
ตามหลักการอ่าน อธิบายและเขยี นประโยค ขอ้ ความใหส้ ัมพันธ์กบั ส่ือท่ีไมใ่ ชค่ วามเรียงในรูปแบบต่าง ๆ อ่าน
จบั ใจความสาคญั วิเคราะห์ สรปุ ตีความ และแสดงความคิดเหน็ เกยี่ วกับเร่อื งที่เปน็ สารคดีและบันเทิงคดี
โดยเขียนบรรยาย อธิบาย เปรียบเทียบ บรรยายความรู้สึก นาเสนอข้อมูล สรุปใจความสาคัญและ
ความคดิ เห็นเกีย่ วกับตนเอง เรอ่ื งต่าง ๆ ใกลต้ ัว ประสบการณ์ กิจกรรม ข่าว เหตกุ ารณ์ทอี่ ยู่ในความสนใจของ
ทอ้ งถิ่น สังคม และโลก เข้าร่วม แนะนา จัดกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรม อธิบาย เปรยี บเทียบ วิเคราะห์
ความเหมอื นความแตกต่างระหว่างโครงสร้าง ประโยค ขอ้ ความ สานวน คาพงั เพย สุภาษิต บทกลอน วถิ ีชีวิต
ความเช่ือและวฒั นธรรมของเจา้ ของภาษาและภาษาไทยอย่างมีเหตุผล ค้นคว้า บันทกึ สรุป แสดงความคดิ เห็น
และนาเสนอข้อมูลท่ีเก่ียวข้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น สามารถใช้ภาษาส่ือสารในสถานการณ์ท่ีเกิดขึ้นใน
หอ้ งเรียน สถานศกึ ษา ชุมชน สังคมได้อยา่ งเหมาะสม
เพ่ือเสริมสร้างคุณลักษณะอันพึงประสงค์เพื่อให้ผู้เรียนสามารถใช้ภาษาในการสื่อความหมายใน
สถานการณต์ า่ ง ๆ ไดอ้ ย่างคล่องแคลว่ ถกู ต้อง และเหมาะสม เกิดความตระหนกั เห็นถึงคุณค่า ความแตกต่าง
ของภาษาและวัฒนธรรม สามารถนาไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจาวนั สอดคล้องกบั หลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพียง และพัฒนาตนเองในการศึกษาต่อระดับช้ันท่ีสูงข้ึนและประกอบอาชีพ บนพ้ืนฐานชีวิตที่มั่นคง
มีคุณธรรม และเป็นพลเมืองดีของสังคม

ผลการเรยี นรู้
1. อ่านและปฏบิ ตั ติ ามคาแนะนา คาช้แี จง คาอธิบาย และคาบรรยายได้
2. อ่านออกเสยี งบทอ่านได้ถูกตอ้ งตามหลักการอา่ น
3. อธิบายและเขยี นประโยค ขอ้ ความให้สัมพนั ธก์ บั สอ่ื ที่ไมใ่ ชค่ วามเรียงในรปู แบบตา่ ง ๆ ได้
4. อา่ นจับใจความสาคญั วเิ คราะห์ สรุป ตีความ และแสดงความคิดเห็นเก่ียวกบั เรื่องที่เปน็ สารคดี
และบนั เทงิ คดีได้
5. เขยี นข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง เร่ืองตา่ ง ๆ ใกล้ตัว ประสบการณ์ กิจกรรมตา่ ง ๆ ได้
6. เขียนบรรยาย อธบิ าย เปรยี บเทียบ บรรยายความรสู้ ึก นาเสนอขอ้ มูล สรุปใจความสาคัญและ
ความคดิ เหน็ เก่ยี วกบั กิจกรรม ข่าว เหตกุ ารณท์ อ่ี ยใู่ นความสนใจของท้องถ่ิน สังคม และโลกได้
7. เขา้ รว่ ม แนะนา จัดกิจกรรมทางภาษาและวฒั นธรรมได้
8. ค้นควา้ บันทึก สรปุ แสดงความคิดเห็นและนาเสนอข้อมลู ที่เก่ียวขอ้ งกบั กลุ่มสาระการเรยี นรู้อนื่ ได้

รวม 8 ผลการเรยี นรู้

คำอธิบำยรำยวิชำ ระดับมัธยมศกึ ษำตอนปลำย กลมุ่ สำระกำรเรียนรู้ภำษำตำ่ งประเทศ

หลกั สตู รสถำนศกึ ษำ โรงเรยี นหนองบัวพิทยำคำร พทุ ธศกั รำช 2562 466

กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาต่างประเทศ รายวิชาเพิม่ เตมิ

รายวชิ า ภาษาองั กฤษอ่าน-เขียน 5 รหสั วชิ า อ30225 ชัน้ มัธยมศึกษาปที ี่ 4-6

เวลาเรยี น 40 ชั่วโมง/ภาคเรยี น (2 ชัว่ โมง/สัปดาห)์ จานวน 1.0 หน่วยกิต

คาอธบิ ายรายวชิ า

การศึกษาข้อความ ข่าว บทความ ประกาศ โฆษณา จนสามารถอ่านออกเสียงได้ถูกต้องตามหลักการ

อา่ น การระบุ อธบิ าย จับใจความสาคัญ วิเคราะหค์ วาม สรปุ ความ ตีความและแสดงความคิดเหน็ จากการฟัง

และอ่านจากสื่อที่เป็นความเรียง และไม่ใช่ความเรียง กิจกรรม ข่าว เหตุการณ์ สถานการณ์ ตามความสนใจ

สารคดีและบันเทิงคดี พร้อมท้ังให้เหตุผลและยกตัวอยา่ งประกอบ แสดงความรู้สึกความคิดเห็นเกี่ยวกับเร่ือง

ต่าง ๆ กิจกรรม ประสบการณ์ ข่าว/เหตุการณ์ในท้องถิ่น สังคมและโลก พรอ้ มท้ังให้เหตุผล และยกตัวอย่าง

ประกอบ เลือกใช้ภาษา นา้ เสียงและกรยิ าท่าทาง เหมาะกับระดับบุคคล โอกาสและสถานท่ีตามมารยาทสังคม

และวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา คน้ ควา้ /สืบค้น บนั ทกึ รวบรวม วเิ คราะห์ สรปุ ความรู้

โดยใช้กระบวนการเรียนทางภาษา กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการกลุ่ม กระบวนการ

วจิ ารณญาณ กระบวนการความรู้ความเข้าใจ กระบวนการสรา้ งเจคติ กระบวนการเรียนรู้แบบบูรณาการและ

กระบวนการสืบค้น เพ่ือให้เกิดความรู้ความเข้าใจ สามารถส่ือสาร คิดและสร้างองค์ความรู้เพ่ือนาไปใช้

แกป้ ัญหาไดอ้ ยา่ งถูกต้องเหมาะสมและมคี ณุ ธรรม

เพื่อเสริมสร้างคุณลักษณะอันพึงประสงค์เพ่ือให้ผู้เรียนสามารถใช้ภาษาในการสื่อความหมายใน

สถานการณ์ต่าง ๆ ไดอ้ ยา่ งคลอ่ งแคล่ว ถกู ต้อง และเหมาะสม เกดิ ความตระหนกั เห็นถงึ คณุ ค่า ความแตกตา่ ง

ของภาษาและวฒั นธรรม สามารถนาไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจาวัน สอดคล้องกบั หลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจ

พอเพียง และพัฒนาตนเองในการศึกษาต่อระดับช้ันที่สูงขึ้นและประกอบอาชีพ บนพ้ืนฐานชีวิตท่ีมั่นคง มี

คณุ ธรรม และเปน็ พลเมอื งดีของสงั คม

ผลการเรียนรู้
1. อา่ นออกเสียงขอ้ ความ ข่าว บทความ ประกาศ โฆษณา ถกู ต้องตามหลักการอา่ น
2. ระบุ อธิบาย จบั ใจความสาคญั วิเคราะหค์ วาม สรุปความ ตีความและแสดงความคิดเหน็ จากการ
ฟังและอ่านจากสอ่ื ท่ีเป็นความเรียง และไม่ใชค่ วามเรยี ง กจิ กรรม ข่าว เหตุการณ์ สถานการณ์
ตามความสนใจ สารคดีและบันเทงิ คดี พร้อมท้ังให้เหตุผลและยกตัวอยา่ งประกอบ
3. แสดงความรูส้ กึ ความคดิ เห็นเกยี่ วกับเรือ่ งต่าง ๆ กิจกรรม ประสบการณ์ ขา่ ว/เหตกุ ารณใ์ น
ทอ้ งถน่ิ สังคมและโลก พรอ้ มทั้งใหเ้ หตผุ ล และยกตวั อย่างประกอบ
4. เลอื กใชภ้ าษา นา้ เสียงและกริยาทา่ ทาง เหมาะกบั ระดับบคุ คล โอกาสและสถานท่ีตามมารยาท
สงั คมและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา
5. ค้นคว้า/สบื คน้ บนั ทกึ รวบรวม วิเคราะห์ สรปุ ความรู้ ข้อมลู ที่เกย่ี วขอ้ งกับกลุม่ สาระการเรียนรู้อืน่
จากแหลง่ การเรยี นรู้ตา่ ง ๆ เพือ่ การศกึ ษาต่อและประกอบอาชีพ

รวม 5 ผลการเรียนรู้

คำอธบิ ำยรำยวิชำ ระดบั มธั ยมศึกษำตอนปลำย กลุ่มสำระกำรเรียนรู้ภำษำต่ำงประเทศ

หลกั สูตรสถำนศึกษำ โรงเรยี นหนองบัวพิทยำคำร พทุ ธศกั รำช 2562 467

กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาตา่ งประเทศ รายวชิ าเพมิ่ เติม
รายวชิ า ภาษาองั กฤษอ่าน-เขยี น 6 รหัสวชิ า อ30226 ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 4-6
เวลาเรยี น 40 ช่วั โมง/ภาคเรยี น (2 ชว่ั โมง/สัปดาห์) จานวน 1.0 หนว่ ยกิต

คาอธบิ ายรายวิชา

การศึกษาข้อความ ข่าว บทความ ประกาศ โฆษณา จนสามารถอ่านออกเสียงได้ถูกต้องตามหลักการ
อา่ น การระบุ อธิบาย จับใจความสาคัญ วิเคราะห์ความ สรปุ ความ ตีความและแสดงความคิดเหน็ จากการฟัง
และอ่านจากส่ือท่ีเป็นความเรียง และไม่ใช่ความเรียง กิจกรรม ข่าว เหตุการณ์ สถานการณ์ ตามความสนใจ
สารคดีและบันเทิงคดี พร้อมทั้งให้เหตุผลและยกตัวอยา่ งประกอบ แสดงความรู้สึกความคิดเห็นเก่ียวกับเร่ือง
ต่าง ๆ กิจกรรม ประสบการณ์ ข่าว/เหตุการณ์ใน ท้องถิ่น สังคมและโลก พร้อมทั้งให้เหตุผล และยกตัวอย่าง
ประกอบ เลอื กใช้ภาษา นา้ เสียงและกรยิ าทา่ ทาง เหมาะกับระดบั บคุ คล โอกาสและสถานที่ตามมารยาทสงั คม

โดยใช้กระบวนการเรียนทางภาษา กระบวนการปฏบิ ัติ กระบวนการกลุ่ม กระบวนการวจิ ารณญาณ
กระบวนการความรู้ความเขา้ ใจ กระบวนการสร้างเจคติ กระบวนการเรียนรู้แบบบรู ณาการและกระบวนการ
สบื ค้น เพอ่ื ให้เกิดความรู้ความเข้าใจ สามารถสอื่ สาร คดิ และสร้างองคค์ วามรูเ้ พอ่ื นาไปใชแ้ กป้ ัญหา เรียนรู้และ
อยู่รว่ มกันในสังคม และสามารถใชส้ ่อื เทคโนโลยไี ดอ้ ยา่ งถูกต้องเหมาะสมและมีคุณธรรม

เพ่ือเสริมสร้างคุณลักษณะอันพึงประสงค์เพ่ือให้ผู้เรียนสามารถใช้ภาษาในการสื่อความหมายใน
สถานการณ์ตา่ ง ๆ ไดอ้ ยา่ งคล่องแคล่ว ถกู ต้อง และเหมาะสม เกิดความตระหนักเห็นถงึ คณุ ค่า ความแตกต่าง
ของภาษาและวฒั นธรรม สามารถนาไปประยกุ ต์ใช้ในชวี ติ ประจาวัน สอดคล้องกับหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพียง และพัฒนาตนเองในการศึกษาต่อระดับช้ันที่สูงขึ้นและประกอบอาชีพ บนพื้นฐานชีวิตท่ีม่ันคง มี
คุณธรรม และเป็นพลเมอื งดขี องสังคม

ผลการเรยี นรู้
1. อา่ นออกเสียงขอ้ ความ ขา่ ว บทความ ประกาศ โฆษณา ถกู ตอ้ งตามหลักการอ่าน
2. ระบุ อธบิ าย จบั ใจความสาคัญ วเิ คราะหค์ วาม สรปุ ความ ตีความและแสดงความคิดเห็นจากการ
ฟงั และอา่ นจากส่อื ทีเ่ ปน็ ความเรียง และไมใ่ ชค่ วามเรียง กิจกรรม ขา่ ว เหตกุ ารณ์ สถานการณ์
ตามความสนใจ สารคดีและบนั เทงิ คดี พร้อมทงั้ ใหเ้ หตุผลและยกตัวอยา่ งประกอบ
3. แสดงความรูส้ กึ ความคดิ เห็นเกี่ยวกบั เร่อื งตา่ ง ๆ กิจกรรม ประสบการณ์ ข่าว/เหตกุ ารณ์ใน
ท้องถน่ิ สังคมและโลก พร้อมทัง้ ให้เหตผุ ล และยกตัวอยา่ งประกอบ
4. เลอื กใช้ภาษา นา้ เสยี งและกรยิ าท่าทาง เหมาะกับระดบั บุคคล โอกาสและสถานที่ตามมารยาท
สงั คมและวฒั นธรรมของเจ้าของภาษา

รวม 4 ผลการเรียนรู้

คำอธบิ ำยรำยวิชำ ระดบั มธั ยมศกึ ษำตอนปลำย กลมุ่ สำระกำรเรียนรู้ภำษำตำ่ งประเทศ

หลักสตู รสถำนศึกษำ โรงเรียนหนองบัวพทิ ยำคำร พทุ ธศกั รำช 2562 468

กลุม่ สาระการเรยี นรภู้ าษาตา่ งประเทศ รายวชิ าเพ่มิ เตมิ
รายวิชา การอา่ นเชิงวเิ คราะห์ 1 รหสั วชิ า อ30241 ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ 4-6
เวลาเรยี น 60 ชว่ั โมง/ภาคเรียน (3 ช่วั โมง/สปั ดาห)์ จานวน 1.5 หน่วยกิต

คาอธบิ ายรายวิชา

ฝึกทักษะการอ่านเพ่ือจับใจความสาคัญ วิเคราะห์ความ สรุปความ จากเรื่องประเภทสารคดีและ
บันเทิงคดี ฝึกทักษะการพูดและเขียนเพื่อขอและให้ข้อมูล แสดงความคิดเห็น พร้อมให้เหตุผลเก่ียวกับเรอื่ ง
ต่าง ๆ เช่น การสรุปข่าว เหตุการณ์ที่เกิดข้ึนทั้งในระดับท้องถ่ิน ระดับภูมิภาค และระดับประเทศได้อย่าง
เหมาะสม

โดยใช้ภาษาส่ือสารในสถานการณ์จริง สถานการณ์จาลองท่ีเกิดขึ้นในห้องเรียน และนอกห้องเรยี น
รวมถึงใช้ความรู้ทางภาษาในการศึกษาค้นคว้า สืบค้นข้อมูล ความรู้จากแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ เช่น
แหล่งข้อมูลสารสนเทศ และห้องสมุด เพ่ือให้ผู้เรียนพัฒนาทักษะการวิเคราะห์ และการคิดอย่างมี
วิจารณญาณ โดยการตง้ั คาถามและ การให้เหตุผล

เพื่อเสริมสร้างคุณลักษณะอันพึงประสงค์เพื่อให้ผู้เรียนสามารถใช้ภาษาในการส่ือความหมายใน
สถานการณ์ต่าง ๆ ไดอ้ ยา่ งคลอ่ งแคล่ว ถูกตอ้ ง และเหมาะสม เกิดความตระหนกั เห็นถงึ คณุ ค่า ความแตกตา่ ง
ของภาษาและวัฒนธรรม สามารถนาไปประยกุ ตใ์ ช้ในชวี ิตประจาวนั สอดคล้องกบั หลักปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพียง และพัฒนาตนเองในการศึกษาต่อระดับช้ันที่สูงข้ึนและประกอบอาชีพ บนพ้ืนฐานชีวิตท่ีม่ันคง
มีคณุ ธรรม และเปน็ พลเมืองดีของสังคม

ผลการเรยี นรู้
1. จับใจความสาคญั วเิ คราะห์ความ สรปุ ความ และแสดงความคิดเห็นจากการอ่านเร่ืองท่เี ปน็ สารคดี
และบนั เทิงคดี
2. พูดและเขยี นเพ่ือขอและให้ขอ้ มูล และแสดงความคดิ เห็นเกยี่ วกับเร่ืองตา่ ง ๆ ขา่ ว เหตกุ ารณ์ทีอ่ ่าน
อย่างเหมาะสม
3. วเิ คราะห์และแสดงความคดิ เห็นเก่ียวกับเหตกุ ารณ์ในทอ้ งถิ่น และสงั คม
4. ใชภ้ าษาสอื่ สารในหอ้ งเรียน และสถานศกึ ษา
5. ใช้ภาษาต่างประเทศในการค้นคว้า สืบค้น และสรุปขอ้ มลู ความรูท้ ่ีได้จากแหลง่ การเรยี นรู้ตา่ ง ๆ

รวม 5 ผลการเรียนรู้

คำอธบิ ำยรำยวชิ ำ ระดบั มธั ยมศกึ ษำตอนปลำย กล่มุ สำระกำรเรียนรู้ภำษำตำ่ งประเทศ

หลกั สูตรสถำนศึกษำ โรงเรียนหนองบวั พทิ ยำคำร พทุ ธศกั รำช 2562 469

กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ รายวชิ าเพิ่มเติม
รายวิชา การอา่ นเชิงวเิ คราะห์ 2 รหัสวชิ า อ30242 ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ี่ 4-6
เวลาเรียน 60 ชัว่ โมง/ภาคเรยี น (3 ชัว่ โมง/สปั ดาห์) จานวน 1.5 หน่วยกติ

คาอธิบายรายวิชา

ฝึกทักษะการอ่านเพื่อจับใจความสาคัญ วิเคราะห์ความ สรุปความ จากเรื่องประเภทสารคดีและ
บันเทิงคดี ฝึกทักษะการพูดและเขียนเพ่ือขอและให้ข้อมูล แสดงความคิดเห็น พร้อมให้เหตุผลเก่ียวกับเรือ่ ง
ต่าง ๆ เช่น การสรุปข่าว เหตุการณ์ที่เกิดข้ึนท้ังในระดับท้องถ่ิน ระดับภูมิภาค และระดับประเทศได้อย่าง
เหมาะสม ใช้ภาษาส่ือสารในสถานการณ์จริง สถานการณ์จาลองท่ีเกิดข้ึนในห้องเรียน และนอกห้องเรียน
รวมถึงใช้ความรู้ทางภาษาในการศึกษาค้นคว้า สืบค้นข้อมูล ความรู้จากแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ เช่น
แหล่งข้อมลู สารสนเทศ และห้องสมุด

โดยให้ผู้เรียนพัฒนาทักษะการวิเคราะห์ และการคิดอย่างมีวิจารณญาณ โดยการต้ังคาถามและ
การให้เหตุผล ตลอดจนเสริมสร้างคุณลักษณะอันพึงประสงค์เพ่ือให้ผู้เรียนสามารถใช้ภาษาในการสื่อ
ความหมายในสถานการณต์ า่ ง ๆ ได้อย่างคล่องแคล่ว ถูกตอ้ ง และเหมาะสม

เพื่อให้เกิดความตระหนักเห็นถึงคุณค่า ความแตกต่างของภาษาและวัฒนธรรม สามารถนาไป
ประยกุ ต์ใชใ้ นชวี ิตประจาวัน สอดคลอ้ งกบั หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และพัฒนาตนเองในการศึกษา
ต่อระดบั ชัน้ ท่สี งู ขน้ึ และประกอบอาชีพ บนพน้ื ฐานชวี ิตท่ีมัน่ คง มีคณุ ธรรม และเป็นพลเมอื งดขี องสังคม

ผลการเรยี นรู้
1. จบั ใจความสาคัญ วเิ คราะห์ความ สรุปความ และแสดงความคิดเห็นจากการอา่ นเรือ่ งที่เป็นสารคดี
และบนั เทงิ คดี
2. พูดและเขียนเพ่ือขอและให้ข้อมูล และแสดงความคดิ เหน็ เกย่ี วกบั เรอื่ งต่าง ๆ ข่าว เหตกุ ารณ์ทอ่ี ่าน
อยา่ งเหมาะสม
3. วิเคราะหแ์ ละแสดงความคิดเหน็ เกี่ยวกบั เหตกุ ารณใ์ นทอ้ งถนิ่ และสงั คม
4. ใช้ภาษาสื่อสารในหอ้ งเรยี น และสถานศกึ ษา
5. ใช้ภาษาตา่ งประเทศในการคน้ คว้า สืบค้น และสรุปขอ้ มูล ความรทู้ ่ีได้จากแหลง่ การเรียนร้ตู ่าง ๆ

รวม 7 ผลการเรยี นรู้

คำอธิบำยรำยวิชำ ระดับมัธยมศึกษำตอนปลำย กลมุ่ สำระกำรเรียนรู้ภำษำต่ำงประเทศ

หลักสตู รสถำนศกึ ษำ โรงเรียนหนองบัวพิทยำคำร พุทธศกั รำช 2562 470

กลมุ่ สาระการเรียนรภู้ าษาต่างประเทศ รายวิชาเพมิ่ เตมิ

รายวิชา การอ่านเชงิ วิเคราะห์ 3 รหสั วชิ า อ30243 ชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ 4-6

เวลาเรียน 60 ชัว่ โมง/ภาคเรียน (3 ชั่วโมง/สปั ดาห์) จานวน 1.5 หน่วยกิต

คาอธบิ ายรายวชิ า

อ่านบทความประเภทสื่อท่ีเป็นความเรียงจากส่ือส่ิงพิมพ์หรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ในหัวข้อต่าง ๆ

ส่ิงแวดล้อม สังคมศาสตร์ วิทยาศาสตร์ การเดินทางท่องเที่ยว สถานท่ี ภาษาและเทคโนโลยี ใช้ภาษาแสดง

ความคิดเห็น ความต้องการ อธิบาย แลกเปล่ียนความรู้และให้เหตุผล เกี่ยวกับเรื่องราวต่าง ๆ เหตุการณ์ใน

อดตี ปจั จุบัน และอนาคต โดยใชป้ ระโยชนจ์ ากสือ่ เทคโนโลยี สอื่ การเรียนทางภาษา และผลจากการฝึกทกั ษะ

ต่างๆ แสวงหาวิธีการเรียนที่เหมาะสมกับตนเอง สามารถนาเสนอข้อมูล ความคิดรวบยอด และความคิดเห็น

เก่ียวกับประสบการณ์และเหตุการณ์ต่าง ๆ ในท้องถ่ิน ด้วยวิธีการที่หลากหลายอย่างสร้างสรรค์และมี

ประสิทธภิ าพ

โดยเขา้ ร่วมกิจกรรม เปรียบเทยี บและนาความรู้ด้านภาษา วัฒนธรรม ประเพณี ความเช่ือ ไปใชอ้ ยา่ ง

มวี ิจารณญาณ เห็นประโยชน์ของการรู้ภาษาอังกฤษเพ่ือการศึกษาต่อ และ ในการแสวงหาความรู้ เพ่ือขยาย

โลกทัศน์จากแหลง่ ขอ้ มูลท่หี ลากหลาย

เพ่ือให้เกิดความตระหนักเห็นถึงคุณค่า ความแตกต่างของภาษาและวัฒนธรรม สามารถนาไป

ประยกุ ต์ใช้ในชีวิตประจาวัน สอดคล้องกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และพัฒนาตนเองในการศึกษา

ต่อระดบั ช้นั ที่สูงข้ึนและประกอบอาชพี บนพน้ื ฐานชวี ิตทมี่ นั่ คง มีคณุ ธรรม และเปน็ พลเมอื งดขี องสังคม

ผลการเรยี นรู้
1. อ่านออกเสียงบทอา่ นไดถ้ กู ตอ้ งตามหลักการอ่านออกเสยี งและเหมาะสมกับเนือ้ หาท่อี า่ น
2. เข้าใจ ตคี วามหรอื แสดงความคดิ เหน็ เกีย่ วกบั สอื่ ที่เปน็ ความเรียงและไม่ใช่ความเรียงในรูปแบบ
ตา่ งๆ ถา่ ยโอนเปน็ ข้อความของตนเอง
3. เข้าใจ ตีความ วิเคราะห์ และแสดงความคิดเห็นเก่ยี วกบั ขอ้ ความ ข้อมูล ข่าวสาร บทความ สารคดี
จากสื่อส่งิ พิมพห์ รอื สื่ออเิ ล็กทรอนิกส์
4. ใช้ภาษาเพอื่ แสดงความรู้สึกของตนเกย่ี วกบั เหตกุ ารณท์ ัง้ ในอดตี ปัจจบุ นั และอนาคตพรอ้ มทงั้ ให้
เหตุผล
5. เหน็ ประโยชน์ของภาษาองั กฤษ ในการแสวงหาความรู้ การเข้าสู่สังคมและอาชีพ
6. วเิ คราะห์และสงั เคราะหเ์ นือ้ หาสาระภาษาองั กฤษที่เกีย่ วขอ้ งกับกล่มุ สาระการเรยี นรู้อนื่ ๆ
7. ใชภ้ าษาอังกฤษเพ่อื สอื่ สารในการทางาน สมคั รงาน และประกอบอาชีพรวมท้ังการขอและใหข้ อ้ มูล
เกยี่ วกับอาชีพในสถานการณ์ จาลองและ/หรอื สถานการณจ์ รงิ
8. ใชภ้ าษาอังกฤษเผยแพรป่ ระชาสัมพนั ธ์ข้อมลู ข่าวสารของชุมชนท้องถ่ินและประเทศชาติ
9. การสรา้ งความร่วมมือเชิงสร้างสรรค์ และการแข่งขันในสงั คมโลก

รวม 9 ผลการเรยี นรู้

คำอธิบำยรำยวชิ ำ ระดบั มธั ยมศึกษำตอนปลำย กลมุ่ สำระกำรเรียนรู้ภำษำต่ำงประเทศ

หลักสตู รสถำนศึกษำ โรงเรยี นหนองบวั พทิ ยำคำร พุทธศกั รำช 2562 471

กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาต่างประเทศ รายวิชาเพม่ิ เตมิ

รายวชิ า การอ่านเชิงวิเคราะห์ 4 รหสั วิชา อ30244 ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 4-6

เวลาเรยี น 60 ช่ัวโมง/ภาคเรยี น (3 ช่ัวโมง/สปั ดาห)์ จานวน 1.5 หน่วยกิต

คาอธิบายรายวชิ า

อ่านบทความประเภทสื่อท่ีเป็นความเรียงจากสื่อส่ิงพิมพ์หรือส่ืออิเล็กทรอนิกส์ ในหัวข้อต่าง ๆ

ส่ิงแวดล้อม สังคมศาสตร์ วิทยาศาสตร์ การเดินทางท่องเที่ยว สถานท่ี ภาษาและเทคโนโลยี ใช้ภาษาแสดง

ความคิดเห็น ความต้องการ อธิบาย แลกเปลี่ยนความรู้และให้เหตุผล เกี่ยวกับเร่ืองราวต่าง ๆ เหตุการณ์ใน

อดตี ปจั จุบัน และอนาคต โดยใช้ประโยชนจ์ ากส่อื เทคโนโลยี สือ่ การเรยี นทางภาษา และผลจากการฝึกทกั ษะ

ต่าง ๆ แสวงหาวิธีการเรียนท่ีเหมาะสมกับตนเอง สามารถนาเสนอข้อมลู ความคิดรวบยอด และความคิดเห็น

เกี่ยวกับประสบการณ์และเหตุการณ์ต่าง ๆ ในท้องถ่ิน ด้วยวิธีการที่หลากหลายอย่างสร้างสรรค์และมี

ประสทิ ธภิ าพ

โดยเขา้ ร่วมกิจกรรม เปรียบเทยี บและนาความรดู้ ้านภาษา วัฒนธรรม ประเพณี ความเชื่อ ไปใชอ้ ยา่ ง

มวี ิจารณญาณ เห็นประโยชน์ของการรู้ภาษาอังกฤษเพื่อการศึกษาต่อ และ ในการแสวงหาความรู้ เพื่อขยาย

โลกทศั นจ์ ากแหลง่ ข้อมูลท่ีหลากหลาย

เพอ่ื ให้เกดิ ความตระหนกั เห็นถงึ คุณค่า ความแตกต่างของภาษาและวัฒนธรรม สามารถนาไป

ประยุกต์ใชใ้ นชีวติ ประจาวัน สอดคลอ้ งกับหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และพฒั นาตนเองในการศกึ ษา

ต่อระดบั ช้ันทีส่ งู ขน้ึ และประกอบอาชีพ บนพื้นฐานชีวติ ทมี่ ั่นคง มคี ุณธรรม และเปน็ พลเมอื งดขี องสังคม

ผลการเรยี นรู้
1. อา่ นออกเสียงบทอ่านได้ถกู ตอ้ งตามหลักการอา่ นออกเสียงและเหมาะสมกบั เน้อื หาท่ีอา่ น
2. เข้าใจ ตีความหรอื แสดงความคิดเห็นเกีย่ วกับส่อื ที่เป็นความเรียงและไม่ใช่ความเรียงในรปู แบบ
ต่างๆ ถ่ายโอนเปน็ ขอ้ ความของตนเอง
3. เข้าใจ ตีความ วเิ คราะห์ และแสดงความคิดเห็นเก่ียวกบั ขอ้ ความ ข้อมูล ข่าวสาร บทความ สารคดี
จากสอื่ สง่ิ พิมพ์หรือส่อื อเิ ลก็ ทรอนิกส์
4. ใช้ภาษาเพ่ือแสดงความรู้สกึ ของตนเก่ยี วกบั เหตกุ ารณ์ทั้งในอดตี ปัจจบุ นั และอนาคตพรอ้ มทั้งให้
เหตุผล
5. เห็นประโยชน์ของภาษาอังกฤษ ในการแสวงหาความรู้ การเข้าสู่สงั คมและอาชพี
6. วเิ คราะห์และสงั เคราะหเ์ นื้อหาสาระภาษาอังกฤษที่เกย่ี วขอ้ งกับกลุ่มสาระการเรียนร้อู ่นื ๆ
7. ใชภ้ าษาอังกฤษเพือ่ ส่อื สารในการทางาน สมคั รงาน และประกอบอาชพี รวมท้งั การขอและให้ข้อมลู
เก่ียวกับอาชพี ในสถานการณ์ จาลองและ/หรือสถานการณจ์ รงิ
8. ใช้ภาษาอังกฤษเผยแพรป่ ระชาสัมพนั ธ์ข้อมลู ข่าวสารของชมุ ชนท้องถ่ินและประเทศชาติ
9. การสร้างความรว่ มมือเชงิ สร้างสรรค์ และการแขง่ ขนั ในสังคมโลก

รวม 9 ผลการเรยี นรู้

คำอธิบำยรำยวิชำ ระดับมัธยมศึกษำตอนปลำย กลุ่มสำระกำรเรียนรู้ภำษำตำ่ งประเทศ

หลักสตู รสถำนศึกษำ โรงเรียนหนองบัวพทิ ยำคำร พทุ ธศักรำช 2562 472

กลุ่มสาระการเรยี นร้ภู าษาตา่ งประเทศ รายวชิ าเพมิ่ เตมิ
รายวิชา การอา่ นเชงิ วเิ คราะห์ 5 รหสั วิชา อ30245 ชั้นมัธยมศึกษาปที ี่ 4-6
เวลาเรยี น 40 ชว่ั โมง/ภาคเรียน (2 ช่วั โมง/สัปดาห)์ จานวน 1.0 หน่วยกิต

คาอธบิ ายรายวิชา

อา่ นออกเสียงข้อความ ขา่ ว พยากรณ์โชคชะตา บทความ ได้ถกู ตอ้ งตามหลักการอา่ นเขยี นประโยค
ข้อความที่สัมพันธ์กับส่ือที่ไม่ใช่ความเรียงรูปแบบต่าง ๆ ที่อ่าน รวมท้ังระบุความสัมพันธ์กับประโยคหรือ
ข้อความท่อี ่าน จับใจความสาคัญ วิเคราะห์ความ สรุปความ ตีความ และแสดงความคดิ เห็นอย่างมีเหตุผลจาก
เรื่องท่ีอ่านท่ีเป็นสารคดี และบันเทิงคดี พูดและเขียนโต้ตอบข้อมูล บรรยายความรู้สึก เผยแพร่ข้อมูล
เปรียบเทียบ แสดงความคิดเห็น สรุปใจความสาคัญแก่นสาระที่ได้จากการวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับเร่ืองราว
กิจกรรม ขา่ ว เหตกุ ารณใ์ นความสนใจในชมุ ชน ท้องถ่ิน สังคม เศรษฐกจิ วทิ ยาศาสตร์ ภาษาและวฒั นธรรม

โดยวเิ คราะห์ อภปิ ราย และเผยแพร่วัฒนธรรมไทยและวัฒนธรรมทอ้ งถ่ินท่ีดีงาม ค้นควา้ วิเคราะห์
สรุป แสดงความคิดเห็นและนาเสนอ ประชาสัมพันธ์ข้อมลู เรอื่ งราวทีน่ ่าสนใจในท้องถิน่

เพื่อให้เกิดความตระหนักเห็นถึงคุณค่า ความแตกต่างของภาษาและวัฒนธรรม สามารถนาไป
ประยกุ ต์ใช้ในชีวิตประจาวัน สอดคล้องกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และพัฒนาตนเองในการศึกษา
ต่อระดับช้ันทสี่ งู ขน้ึ และประกอบอาชีพ บนพืน้ ฐานชวี ิตทมี่ ัน่ คง มีคณุ ธรรม และเป็นพลเมืองดขี องสังคม

ผลการเรียนรู้
1. อ่านขอ้ ความหรือบทอา่ นสน้ั ๆแลว้ สามารถบอกความหมาย และวิเคราะหค์ าศัพท์ หรือเดา
ความหมายของคาศพั ท์จากสื่อท่ีอ่านได้
2. ใชพ้ จนานุกรมอังกฤษ-อังกฤษได้
3. อา่ นเรอ่ื งหรือบทอา่ นแล้วสามารถบอกหวั เรอ่ื ง (Topic) ใจความสาคญั (Main idea) การสรปุ
ความ (Drawing conclusion) และรายละเอียดของเร่อื งได้
4. อา่ นกราฟ ตาราง แผนภูมิ ฉลากและพยากรณช์ วี ิต แล้งสามารถสรุปสาระสาคัญได้
5. อ่านข่าว โฆษณาและบทความ ในหนงั สอื พิมพ์ นิตยสาร และสงิ่ ตพี ิมพป์ ระเภทต่าง ๆ แล้ว
สามารถบอกรายละเอียด แสดงความคิดเหน็ และสรปุ ใจความสาคญั ได้
6. อ่านข้อความหรือบทอา่ นทก่ี าหนด แล้วสามารถบอกสาเหตุ และผลกระทบท่เี กดิ ขึน้ ในเนอื้ เรื่อง
บอกรายการ และการเปรยี บเทียบจากการอ่านเรื่องราวได้
7. อา่ นขอ้ ความหรือบทอ่านทก่ี าหนด แล้วสามารถลาดบั เหตุการณ์ไดถ้ ูกตอ้ ง
8. อา่ นข้อความหรอื บทอ่านทกี่ าหนด แล้วสามารถบอกจดุ ประสงค์ผู้เขยี น (The author’s mood)
นา้ เสียงของเรือ่ ง (Tone of the passage) และสรปุ เรอื่ งได้
9. อ่านบทรอ้ ยกรองและบทเพลง แล้วสามารถตอบคาถาม แสดงความคิดเหน็ และสรุปสาระสาคญั ได้

คำอธบิ ำยรำยวิชำ ระดบั มธั ยมศึกษำตอนปลำย กลุม่ สำระกำรเรียนรู้ภำษำตำ่ งประเทศ

หลักสูตรสถำนศกึ ษำ โรงเรยี นหนองบัวพิทยำคำร พทุ ธศกั รำช 2562 473
10.อา่ นบทสนทนาจากสถานการณ์ตา่ ง ๆ ทีก่ าหนด แล้วสารถสรุปใจความสาคญั และบอก

รายละเอยี ด
11.อ่านคาบรรยายภาพ หรอื การต์ ูน แล้วสามารถสรุปใจความสาคญั ได้
12.อ่านบทอา่ นสนั้ ๆ ได้อย่างถกู ตอ้ งและรวดเรว็
รวม 12 ผลการเรยี นรู้

คำอธิบำยรำยวิชำ ระดบั มธั ยมศึกษำตอนปลำย กลุ่มสำระกำรเรียนรู้ภำษำตำ่ งประเทศ

หลกั สูตรสถำนศกึ ษำ โรงเรยี นหนองบัวพิทยำคำร พทุ ธศกั รำช 2562 474

กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาตา่ งประเทศ รายวชิ าเพิ่มเตมิ
รายวิชา การอ่านเชิงวเิ คราะห์ 6 รหสั วิชา อ30246 ชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี 4-6
เวลาเรยี น 40 ช่วั โมง/ภาคเรยี น (2 ชั่วโมง/สปั ดาห์) จานวน 1.0 หน่วยกิต

คาอธบิ ายรายวิชา

อ่านออกเสยี งข้อความ ข่าว พยากรณ์โชคชะตา บทความ ได้ถูกตอ้ งตามหลักการอา่ นเขยี นประโยค
ข้อความท่ีสัมพันธ์กับสื่อท่ีไม่ใช่ความเรียงรูปแบบต่าง ๆ ท่ีอ่าน รวมท้ังระบุความสัมพันธ์กับประโยคหรือ
ข้อความท่ีอ่าน จับใจความสาคญั วิเคราะห์ความ สรุปความ ตคี วาม และแสดงความคดิ เห็นอย่างมีเหตุผลจาก
เร่ืองที่อ่านท่ีเป็นสารคดี และบันเทิงคดี พูดและเขียนโต้ตอบข้อมูล บรรยายความรู้สึก เผยแพร่ข้อมูล
เปรียบเทียบ แสดงความคิดเห็น สรุปใจความสาคัญแก่นสาระท่ีได้จากการวิเคราะห์ข้อมูลเก่ียวกับเรื่องราว
กจิ กรรม ข่าว เหตุการณ์ในความสนใจในชุมชน ท้องถ่ิน สังคม เศรษฐกิจ วิทยาศาสตร์ ภาษาและวัฒนธรรม
วิเคราะห์ อภิปราย และเผยแพร่วฒั นธรรมไทยและวัฒนธรรมทอ้ งถนิ่ ที่ดงี าม

โดยค้นคว้า วิเคราะห์ สรุป แสดงความคิดเห็นและนาเสนอ ประชาสัมพันธ์ข้อมูล เรื่องราวท่ี
น่าสนใจในท้องถ่ิน มีวินัย ใฝ่เรียนรู้และมุ่งมั่นในการทางาน อยู่อย่างพอเพียง มีความซื่อสัตย์สุจริต มีจิต
สาธารณะ รกั ชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ และรักความเปน็ ไทย

เพื่อให้เกิดความตระหนักเห็นถึงคุณค่า ความแตกต่างของภาษาและวัฒนธรรม เกิดความรู้ความ
เข้าใจ มีทักษะการฟัง พูด อ่าน เขียน ในการส่ือสารทางภาษาเพื่อแลกเปลี่ยนและนาเสนอข้อมูลข่าวสารใน
ชีวิตประจาวนั และพัฒนาตนเองในการศึกษาต่อระดับชั้นท่ีสูงขึ้นและประกอบอาชีพ บนพ้ืนฐานชีวิตท่ีม่ันคง
มคี ณุ ธรรม และเปน็ พลเมอื งดีของสงั คม

ผลการเรยี นรู้

1. อา่ นข้อความหรือบทอา่ นสนั้ ๆแลว้ สามารถบอกความหมาย และวิเคราะห์คาศพั ท์ หรือเดา
ความหมายของคาศัพทจ์ ากสือ่ ทอี่ ่านได้ ใช้พจนานกุ รมองั กฤษ-องั กฤษได้

2. อา่ นเรื่องหรือบทอ่านแลว้ สามารถบอกหวั เรอื่ ง (Topic) ใจความสาคญั (Main idea) การสรปุ
ความ (Drawing conclusion) และรายละเอียดของเรื่องได้

3. อ่านกราฟ ตาราง แผนภมู ิ ฉลากและพยากรณ์ชีวิต แลง้ สามารถสรปุ สาระสาคัญได้
4. อ่านข่าว โฆษณาและบทความ ในหนังสอื พมิ พ์ นติ ยสาร และสง่ิ ตีพิมพ์ประเภทต่าง ๆ แลว้

สามารถบอกรายละเอียด แสดงความคิดเหน็ และสรุปใจความสาคัญได้
5. อ่านข้อความหรอื บทอา่ นทกี่ าหนด แล้วสามารถบอกสาเหตุ และผลกระทบท่ีเกิดขึน้ ในเนอื้ เรื่อง

บอกรายการ และการเปรยี บเทียบจากการอา่ นเรื่องราวได้
6. อา่ นขอ้ ความหรอื บทอ่านทกี่ าหนด แลว้ สามารถลาดบั เหตกุ ารณไ์ ดถ้ กู ต้อง

คำอธิบำยรำยวิชำ ระดบั มธั ยมศึกษำตอนปลำย กลมุ่ สำระกำรเรียนรู้ภำษำตำ่ งประเทศ

หลกั สตู รสถำนศกึ ษำ โรงเรยี นหนองบัวพิทยำคำร พุทธศกั รำช 2562 475
7. อ่านขอ้ ความหรือบทอา่ นทกี่ าหนด แล้วสามารถบอกจดุ ประสงค์ผู้เขยี น (The author’s mood)

นา้ เสยี งของเรอ่ื ง (Tone of the passage) และสรุปเร่อื งได้
8. อา่ นบทรอ้ ยกรองและบทเพลง แลว้ สามารถตอบคาถาม แสดงความคิดเห็นและสรปุ สาระสาคัญได้
9. อา่ นบทสนทนาจากสถานการณ์ตา่ ง ๆ ท่กี าหนด แลว้ สารถสรุปใจความสาคญั และบอก

รายละเอียดได้
รวม 9 ผลการเรยี นรู้

คำอธิบำยรำยวชิ ำ ระดบั มัธยมศึกษำตอนปลำย กลมุ่ สำระกำรเรียนรู้ภำษำต่ำงประเทศ

หลกั สตู รสถานศกึ ษา โรงเรยี นหนองบวั พทิ ยาคาร พทุ ธศกั ราช 2562 476

11.9 สาระการเรยี นรู้การศกึ ษาคน้ คว้าด้วยตนเอง
11.9.1 รายวชิ าเพ่ิมเติม

สาระการเรยี นรู้การศกึ ษาค้นควา้ ด้วยตนเอง รายวชิ าเพม่ิ เติม
รายวชิ า การศกึ ษาค้นคว้าและสร้างองคค์ วามรู้ รหสั วิชา I30201 ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 4-6
เวลาเรียน 40 ช่วั โมง/ภาคเรยี น (2 ชัว่ โมง/สปั ดาห์) จำนวน 1.0 หน่วยกติ

คำอธิบายรายวชิ า

ศึกษา วิเคราะห์ ฝึกทักษะตั้งประเด็นปัญหา/ต้ังคำถามเก่ียวกับ สถานการณ์ปัจจุบันและสังคมโลก
ตง้ั สมมติฐานและให้เหตุผลทีส่ นับสนุนหรือโต้แย้งประเด็นความรู้ โดยใช้ความรู้จากศาสตร์สาขาต่าง ๆ และมี
ทฤษฎีรองรับ ออกแบบวางแผน รวบรวมข้อมูล ค้นคว้าแสวงหาความรู้เก่ียวกับสมมติฐานที่ตั้งไว้จากแหล่ง
เรียนรู้ท้ังปฐมภูมิและทุติยภูมิ และสารสนเทศ อย่างมีประสิทธิภาพและพิจารณาความน่าเชื่อถือของแหล่ง
เรียนรู้อย่างมีวิจารณญาณ เพ่ือให้ได้ข้อมูลที่ครบถ้วนสมบูรณ์ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้วิธีการท่ีเหมาะสม
สังเคราะห์สรุปองค์ความรู้และร่วมกัน มีกระบวนการกลุ่มในการวิพากษ์ แลกเปล่ียนความคิดเห็น โดยใช้
ความรู้จากสาขาวิชาต่าง ๆ เสนอแนวคิด วิธีการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบด้วยกระบวนการคิด กระบวนการ
แก้ปัญหา กระบวนการปฏิบัติ เพื่อให้เกิดทักษะในการค้นคว้าแสวงหาความรู้ สังเคราะห์สรุป อภิปราย
ผลเปรยี บเทียบเช่อื มโยงความรู้ ความเป็นมาของศาสตร์ เขา้ ใจหลักการและวธิ คี ิดในส่ิงทศี่ กึ ษา เหน็ ประโยชน์
และคณุ ค่าของการศกึ ษาค้นคว้าดว้ ยตนเอง

ผลการเรยี นรู้
1. ตงั้ ประเด็นปัญหาจากสถานการณป์ จั จุบันและสังคมโลก
2. ตง้ั สมมตฐิ านและใหเ้ หตุผลท่ีสนับสนุนหรอื โต้แย้งประเด็นความรู้ โดยใช้ความรู้จากศาสตรส์ าขา
ตา่ ง ๆ และมีทฤษฎรี องรบั
3. ออกแบบ วางแผน ใช้กระบวนการรวบรวมขอ้ มลู อย่างมปี ระสิทธิภาพ
4. ศึกษาคน้ ควา้ แสวงหาความรเู้ กีย่ วกับประเด็นทเ่ี ลือกจากแหลง่ เรยี นร้ทู ่ีมปี ระสิทธภิ าพ
5. ตรวจสอบความน่าเชือ่ ถือของแหลง่ ทม่ี าของข้อมูลได้
6. วิเคราะห์ข้อค้นพบดว้ ยสถิตทิ ่ีเหมาะสม
7. สังเคราะหส์ รุปองคค์ วามร้ดู ้วยกระบวนการกลมุ่
8. เสนอแนวคดิ การแกป้ ญั หาอย่างเปน็ ระบบด้วยองค์ความรจู้ ากการคน้ พบ

รวม 8 ผลการเรยี นรู้

คำอธบิ ายรายวชิ า ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย สาระการเรียนรู้การศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง

หลักสตู รสถานศึกษา โรงเรียนหนองบัวพิทยาคาร พทุ ธศกั ราช 2562 477

สาระการเรยี นรู้การศกึ ษาค้นควา้ ดว้ ยตนเอง รายวิชาเพิ่มเติม
รายวิชา การส่ือสารและการนำเสนอ รหสั วชิ า I30202 ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 4-6
เวลาเรียน 40 ช่ัวโมง/ภาคเรยี น (2 ช่วั โมง/สัปดาห์) จำนวน 1.0 หน่วยกติ

คำอธบิ ายรายวชิ า

ศึกษา เรียบเรียงและถ่ายทอดความคิดอย่างสร้างสรรค์จากรายวิชา IS1 (Research and
Knowledge Formation) เก่ียวกับสถานการณ์ปัจจุบนั และสังคมโลก โดยเขยี นโครงรา่ ง บทนำ เนือ้ เร่ือง สรุป
ในรูปของรายงานการศึกษาค้นคว้าเชิงวิชาการเป็นภาษาไทยความยาว จำนวน 4 ,000 คำ หรือเป็น
ภาษาอังกฤษ ความยาว จำนวน 2,000 คำ มีการอา้ งอิงแหล่งความรทู้ ี่เชื่อถือได้อย่างหลากหลาย เชื่อถือได้ท้ัง
ในประเทศและต่างประเทศ เรียบเรียงและถ่ายทอดส่ือสาร นำเสนอความคิดอย่างชัดเจน เป็นระบบ มีการ
นำเสนอในรูปแบบเดี่ยว(Oral individual) หรือกลุ่ม ( Oral panel presentation) โดยใช้ส่ือเทคโนโลยีที่
หลากหลาย และมีการเผยแพร่ผลงานสู่สาธารณะ เพอ่ื ให้เกิดทักษะในการเขียนรายงานเชงิ วิชาการ และทักษะ
การส่ือสารท่ีมีประสิทธิภาพ เห็นประโยชน์และคุณค่าในการสร้างสรรค์งานและถ่ายทอดสิ่งท่ีเรียนรู้ให้เป็น
ประโยชน์แก่สาธารณะ

ผลการเรียนรู้
1. วางโครงร่างการเขยี นตามหลักเกณฑ์ องคป์ ระกอบและวิธกี ารเขยี นโครงรา่ ง
2. เขียนรายงานการศึกษาค้นคว้าเชิงวิชาการภาษาไทย ความยาว 4,000 คำ หรือภาษาอังกฤษ
ความยาว จำนวน 2,000 คำ
3. นำเสนอข้อค้นพบ ข้อสรุปจากประเด็นท่ีเลือกรูปแบบเด่ียว (Oral individual presentation)
หรือกล่มุ (Oral panel presentation) โดยใชส้ อ่ื เทคโนโลยีที่หลากหลาย
4. เผยแพรผ่ ลงานสสู่ าธารณะ โดยใชก้ ารสนทนาวิพากษผ์ า่ นสอ่ื เลก็ ทรอนิกส์ เชน่
e-conference, social media online
5. เหน็ ประโยชนแ์ ละคณุ ค่าในการสรา้ งสรรค์งานและถ่ายทอดสิง่ ท่ีเรียนรูใ้ หเ้ ปน็ ประโยชน์

รวม 5 ผลการเรยี นรู้

คำอธิบายรายวิชา ระดบั มัธยมศึกษาตอนปลาย สาระการเรียนรู้การศึกษาคน้ คว้าดว้ ยตนเอง

หลกั สตู รสถานศึกษา โรงเรยี นหนองบวั พทิ ยาคาร พุทธศกั ราช 2562 478

สาระการเรียนรู้การศึกษาค้นคว้าดว้ ยตนเอง รายวชิ าเพ่มิ เติม
รายวชิ า การนำองค์ความร้ไู ปใช้บรกิ ารสังคม รหัสวิชา I30203 ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ี่ 4-6
เวลาเรยี น 20 ช่วั โมง/ภาคเรยี น (1 ชั่วโมง/สปั ดาห์) จำนวน - หนว่ ยกติ

คำอธบิ ายรายวิชา

นำความรู้ หรือประยุกต์ใช้ความรู้หรือประสบการณ์จากสิ่งที่ศึกษาค้นคว้าและเรียนรู้จากรายวิชา
เพิ่มเติม การศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ (Research and Knowledge Formation: IS1) และการ
ส่ือสารและการนำเสนอ (Communication and Presentation: IS2) ไปสู่การปฏิบัติในการสร้างสรรค์
โครงงาน/โครงการตา่ ง ๆ ท่ีกอ่ ใหเ้ กิดประโยชน์ต่อสาธารณะหรือบริการสงั คม ชุมชน ประเทศหรอื สังคมโลก มี
การกำหนดเป้าหมาย วัตถปุ ระสงค์ วางแผนการทำงาน และตรวจสอบความกา้ วหนา้ วเิ คราะห์ วจิ ารณ์ผลทีไ่ ด้
จากการปฏิบัติกิจกรรมหรือโครงงาน/โครงการโดยใช้กระบวนการกลุ่มเพ่ือให้ผู้เรียนมีทักษะการคิดสร้างสรรค์
เป็นกิจกรรมจิตอาสาที่ไม่มีค่าจ้างตอบแทน เป็นกิจกรรมท่ีให้มีความตระหนักรู้ มีสำนึกความรับผิดชอบต่อ
ตนเองและต่อสังคม

ผลการเรียนรู้
1. ประยุกต์องค์ความรู้จากการศึกษาค้นคว้าเพ่ือกำหนดแนวทางไปสู่การปฏิบัติเกิดประโยชน์ต่อ
สังคมอย่างสร้างสรรค์
2. เขียนแผนปฏิบตั ิกิจกรรม
3. ปฏบิ ัติตามแผนและตรวจสอบความกา้ วหน้าทางการปฏบิ ัตกิ จิ กรรม
4. รว่ มสนทนา อภปิ ราย แสดงความคิดเห็น วิเคราะห์ วพิ ากษก์ ารปฏิบตั กิ ิจกรรม
5. สรปุ ผลการปฏิบัติกิจกรรม และแสดงความรู้สึก ความคิดเห็นต่อผลการปฏิบัติงาน ซึ่งแสดงถึง
การตระหนักรู้ มสี ำนึกความรบั ผดิ ชอบตอ่ ตนเองและสงั คม
6. แสดงผลงานต่อชุมชน
7. เห็นประโยชนแ์ ละคณุ คา่ ในการสร้างสรรคง์ านและถ่ายทอดส่ิงท่เี รยี นรู้

รวม 7 ผลการเรียนรู้

คำอธบิ ายรายวิชา ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย สาระการเรยี นรู้การศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง

หลักสตู รสถานศึกษา โรงเรียนหนองบัวพิทยาคาร พุทธศกั ราช 2562 479

12. กจิ กรรมพัฒนาผู้เรียน

การจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน โรงเรียนหนองบัวพิทยาคาร มุ่งให้ผู้เรียนได้พัฒนาตนเองตาม
ศักยภาพ พัฒนาอย่างรอบด้านเพ่ือความเป็นมนุษย์ท่ีสมบูรณ์ ท้ังร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ และสังคม
เสริมสร้างให้เป็นผู้มีศีลธรรม จริยธรรม มีระเบียบวินัย ปลูกฝัง และสร้างจิตสำนึกของการทำประโยชน์
เพ่ือสงั คม สามารถจัดการตนเองได้ และอยรู่ ่วมกับผู้อื่นอย่างมคี วามสขุ และม่งุ เน้นเพ่ิมเตมิ กิจกรรมที่ไดจ้ ัด
ให้เรียนรู้ จากกลุ่มสาระทั้ง 8 กลุ่มสาระ โดยให้ผู้เรียนเลือกการเข้าร่วม และปฏิบัติกิจกรรมตามความ
สนใจ และตามความเหมาะสมของตนเอง

และโรงเรยี นมเี ปา้ หมายในการจดั กจิ กรรมพัฒนาผ้เู รียน ดังน้ี

1) ผู้เรียนได้รับประสบการณ์ท่ีหลากหลาย เกิดความรู้ ความชำนาญ ทั้งด้านวิชาการ และ
วิชาชีพ อย่างกวา้ งขวางมากขึ้น

2) ผู้เรียนค้นพบความสนใจ ความถนัด และพัฒนาการความสามรถเฉพาะตัว มองเหน็ ช่องทาง
ในการสรา้ งงานอาชพี ในอนาคตได้เหมาะสมกบั ตนเอง

3) ผู้เรียนเห็นคุณค่าขององค์ความรู้ต่างๆ สามารถนำความรู้ และประสบการณ์ไปใช้ในการ
พัฒนาตนเอง และประกอบสัมมาชีพ

4) ผู้เรยี นพัฒนาบคุ ลิกภาพ เจตคติ คา่ นิยม ในการดำรงชีวิต และเสรมิ สร้างศลิ ธรรม จริยธรรม
5) ผเู้ รียนมจี ติ สำนกึ และบำเพญ็ ประโยชนเ์ พื่อสังคม และประเทศชาติ

แนวทางในการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรยี น แบง่ เปน็ 3 ลักษณะ ดงั นี้

1) กจิ กรรมแนะแนว
เป็นกิจกรรมท่ีส่งเสริม และพัฒนาผู้เรียนให้รู้จักตนเอง รู้รักษ์สิ่งแวดล้อม สามารถคิด

ตดั สินใจ คดิ แก้ปัญหา กำหนดเป้าหมาย วางแผนชีวติ ทั้งด้านการเรยี น และอาชีพ สามารถปรบั ตนได้อย่าง
เหมาะสม นอกจากน้ียังช่วยให้ครูรู้จักและเข้าใจผู้เรียน ทั้งยังเป็นกิจกรรมที่ช่วยเหลือและให้คำปรึกษาแก่
ผปู้ กครองในการมีส่วนร่วมพฒั นาผูเ้ รยี น

2) กิจกรรมนักเรยี น
เป็นกิจกรรมท่ีมุ่งพัฒนาความมีระเบียบวินัย ความเป็นผู้นำผู้ตามท่ีดี ความรับผิดชอบ

การทำงานร่วมกัน การรู้จักแก้ปญั หา การตดั สนิ ใจทเี่ หมาะสม ความมเี หตผุ ล การช่วยเหลือแบ่งปนั กัน เอื้อ
อาทร และสมานฉันท์ โดยจัดให้สอดคล้องกับความสามารถ ความถนัด และความสนใจของผู้เรียน ให้ได้
ปฏิบัติด้วยตนเองในทุกข้ันตอน ได้แก่ การศึกษาวิเคราะห์วางแผน ปฏิบัติตามแผน ประเมินและปรับปรุง
การทำงาน เน้นการทำงานร่วมกันเป็นกลุ่ม ตามความเหมาะสมและสอดคล้องกับวุฒิภาวะของผู้เรียน
บรบิ ทของสถานศึกษาและทอ้ งถนิ่ กจิ กรรมนักเรียนประกอบด้วย

กิจกรรมพัฒนาผเู้ รยี น

หลกั สตู รสถานศกึ ษา โรงเรียนหนองบวั พิทยาคาร พุทธศักราช 2562 480
2.1) กิจกรรมลกู เสือ เนตรนารี ยุวกาชาด ผูบ้ ำเพญ็ ประโยชน์ และนกั ศกึ ษาวิชาทหาร
2.2) กจิ กรรมชมุ นุม ชมรม
3) กจิ กรรมเพ่ือสังคม และสาธารณประโยชน์
เปน็ กิจกรรมทสี่ ่งเสริมให้ผู้เรยี นบำเพ็ญตนใหเ้ ป็นประโยชน์ตอ่ สงั คม ชมุ ชน และท้องถน่ิ
ตามความสนใจในลักษณะอาสาสมัคร เพือ่ แสดงถึงความรับผิดชอบ ความดีงาม ความเสียสละต่อสังคม มี
จติ สาธารณะ เชน่ กิจกรรมอาสาพฒั นาต่าง ๆ กจิ กรรมสร้างสรรคส์ งั คม

กจิ กรรมพฒั นาผ้เู รียน

หลกั สตู รสถานศึกษา โรงเรยี นหนองบวั พิทยาคาร พทุ ธศกั ราช 2562 481

13. การจัดการเรียนรู้

โรงเรียนหนองบัวพิทยาคาร จัดการเรียนรู้ตามบทบัญญัติในพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ
พุทธศักราช 2542 คือ จัดการเรียนรู้โดยยึดผู้เรียนสำคัญท่ีสุด และพัฒนาตนเองได้ เพื่อให้บรรลุวิสัยทัศน์
จุดหมาย สมรรถนะของผู้เรียน และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ตามหลักสูตรแกนกลาง การศึกษา
ขน้ั พ้ืนฐาน พทุ ธศักราช 2551 (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. 2560)

การจัดการเรียนรู้เป็นกระบวนการสำคัญในการนำหลักสูตรสู่การปฏิบัติ ซ่ึงหลักสูตรสถานศึกษา
โรงเรียนหนองบัวพิทยาคารน้ี เป็นหลักสูตรที่ยึดตามแนวทางของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ซึ่งเป็นหลักสูตรที่มีมาตรฐานการเรียนรู้ สมรรถนะสำคัญ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียน
เปน็ เป้าหมายสำหรับพฒั นาเด็ก และเยาวชน

ในการพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณสมบัติตามเป้าหมายหลักสูตร โรงเรียนหนองบัวพิทยาคาร ได้
กำหนดให้ผู้สอนพยายามคัดสรรกระบวนการเรียนรู้ จัดการเรียนรู้ท่ีช่วยให้ผู้เรียน เรียนรู้ผ่านสาระ
ที่กำหนดไว้ในหลักสูตร 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ รวมทั้งปลูกฝังเสริมสร้างคุณลักษณะอันพึงประสงค์
พัฒนาทกั ษะตา่ งๆ อนั เปน็ สมรรถนะสำคญั ใหผ้ เู้ รียนบรรลุตามเป้าหมาย

ซ่งึ โรงเรยี นไดก้ ำหนดแนวทางการจดั การเรียนรู้ ดงั น้ี
1) หลักการจัดการเรยี นรู้

การจัดการเรียนรู้ เพ่ือให้ผู้เรียนมีความรู้ความสามารถ ตามมาตรฐานการเรียนรู้
สมรรถนะ-สำคัญ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามท่ีกำหนดไว้ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้น
พ้ืนฐาน โดยยึดหลักว่า ผู้เรียนมีความสำคัญท่ีสุด เชื่อว่าทุกคนมีความสามารถเรียนรู้ และพัฒนาตนเอง
ได้ ยึดประโยชน์ท่ีเกิดกับผู้เรียน กระบวนการจัดการเรียนรู้ต้องส่งเสริมให้ผู้เรียน สามารถพัฒนาตาม
ธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ คำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคลและพัฒนาการทางสมอง เน้นให้
ความสำคญั ทั้งความรู้ และคณุ ธรรม

นอกจากนั้น โรงเรยี นหนองบัวพิทยาคาร ก็ได้กำหนดแนวทางในการจัดการเรียนรู้ ดงั นี้
การจดั การเรียนรูใ้ นระดบั มัธยมศกึ ษาตอนตน้ (ชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี 1-3)
เน้น และส่งเสรมิ การเรยี นรแู้ บบโครงงาน เพื่อให้ผู้เรยี นพัฒนาความคิด ความเข้าใจ รู้จัก
ตนเองในด้านขดี ความสามรถ และความถนัด เพื่อการศกึ ษาต่อ หรอื ประกอบอาชพี
การจัดการเรียนร้ใู นระดับมัธยมศกึ ษาตอนปลาย (ช้ันมธั ยมศึกษาปที ี่ 4-6)
เนน้ และสง่ เสรมิ การเรยี นรู้เฉพาะทางตามความถนดั ความพร้อม และความสนใจ ท้งั ด้าน
ความคดิ ความรู้ ความสามารถ ทกั ษะเฉพาะทาง ทั้งทางอาชีพ และศึกษาต่อ

การจดั การเรียนรู้

หลักสตู รสถานศึกษา โรงเรียนหนองบวั พิทยาคาร พทุ ธศักราช 2562 482

2) กระบวนการเรยี นรู้
การจัดการเรียนรู้ ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ผู้เรียนจะต้องอาศัยกระบวนการเรียนรู้ท่ี

หลากหลาย เป็นเคร่ืองมือที่จะนำพาตนเองไปสู่เป้าหมายของหลักสูตร กระบวนการเรียนรู้ท่ีจำเป็น
สำหรับผู้เรียน อาทิ กระบวนการเรียนรู้แบบบูรณาการ กระบวนการสร้างความรู้ กระบวนการคิด
กระบวนการทางสังคม กระบวนการเผชิญสถานการณ์ และแก้ปัญหา กระบวนการเรียนรู้ จาก
ประสบการณ์จริง กระบวนการปฏิบัติ ลงมือทำจริง กระบวนการจัดการ กระบวนการวิจัย กระบวนการ
เรยี นรูก้ ารเรยี นรูข้ องตนเอง กระบวนการพัฒนาลักษณะนิสยั

กระบวนการเหล่าน้ีเ เป็นแนวทางในการจัดการเรียนรู้ท่ี ผู้เรียนจะได้รับการฝึกฝน พัฒนา
เพราะจะสามารถช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ได้ดี บรรลุเป้าหมายของหลักสูตร ดังนั้น โรงเรียนจึงได้ให้
ผู้สอนต้องศึกษาทำความเข้าใจในกระบวนการเรียนรู้ต่าง ๆ เพื่อให้สามารถเลือกใช้ในการจัดกระบวนการ
เรยี นร้ไู ด้อย่างมปี ระสทิ ธิภาพ

นอกจากน้ัน โรงเรียนหนองบัวพิทยาคาร ยังได้กำหนดแนวทางในการจดั กระบวนการเรยี นรู้
และส่งเสรมิ การเรียนรู้ ดงั นี้

1) การจัดการเรียนรู้ทุกกลุ่มสาระ ใช้วิธีการ และกระบวนการท่ีหลากหลาย คำนึงถึง
พัฒนาการทางด้านร่างกาย และสติปัญญา คำนึงวิธีการเรียนรู้ของผู้เรียนเพื่อจะได้จัดการ
เรยี นรูต้ ามสภาพความตอ้ งการ และความแตกต่างระหว่างบุคคล

2) จดั การเรยี นรโู้ ดยเนน้ พหุปญั ญา เน้นการพัฒนาให้เกิดความสมดุลของสมองท้งั ซีกซ้าย
และขวา

3) จัดการเรียนรู้ตามสภาพจริง การเรียนรู้ด้ายตนเอง การเรียนรู้เป็นกลุ่ม จากธรรมชาติ
และการปฏิบัติจริง และการเรียนรู้แบบบูรณาการท้ังจากกลุ่มสาระเดียวกัน และต่างกลุ่ม
สาระการเรยี นรู้

4) เนื้อหาสาระ และกิจกรรม ได้จัดสนองความสนใจ และความถนัดของผู้เรียนตาม
สภาพความแตกตา่ งระหวา่ งบคุ คล

5) ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้เน้นการฝึกทักษะ กระบวนการคิด การจัดการ การเผชิญ
สถานการณ์ การประยุกตใ์ ช้ความรใู้ นการปอ้ งกัน และแก้ปัญหา

6) ผู้เรียนได้ฝึกปฏิบัติกิจกรรมให้ทำได้ ทำเป็น คิดเป็น รักการอ่านใฝ่รู้ใฝ่เรียนอย่าง
ต่อเน่ือง จัดการเรียนรู้โดยผสมผสานสาระความรู้ด้านต่าง ๆ ให้เกิดความสมดุลได้สัดส่วน
ทุกกลุ่มสาระการเรยี นรู้ เนน้ การปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยมท่ีดีงาม และคุณลักษณะ
ที่พงึ ประสงค์

7) โรงเรียนส่งเสริมสนับสนุน การจัดบรรยากาศ สภาพแวดล้อม ทั้งทางกายภาพ และ
ทางวิชาการ พัฒนาสื่อการเรียนรู้ และอำนวยความสะดวกให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้อย่าง
ท่ัวถึง ผู้สอนใช้การวิจัยเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้ เพ่ือแก้ปัญหา และพัฒนาการ
เรยี นรูอ้ ยา่ งเปน็ ระบบ

การจดั การเรียนรู้

หลักสตู รสถานศึกษา โรงเรยี นหนองบัวพิทยาคาร พุทธศักราช 2562 483

8) ร่วมมือกับผู้ปกครอง และบุคคลในชุมชน ในการจัดการเรียนรู้ให้แก่ผู้เรียนด้วย
หลักการ และวิธีการดังกล่าว ครู ผู้จัดการเรียนรู้ของโรงเรียนหนองบัวพิทยาคารจึงต้อง
เปล่ียนแปลงบทบาทจากการเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ ผู้สอน เป็นผู้ช่วยเหลือ หรือส่งเสริ
สนับสนุน จัดโอกาส และประสบการณ์ให้ผู้เรียนได้ผ่านประสบการณ์จริงมากท่ีสุดเท่าที่จะ
ทำได้

3) การออกแบบการจดั การเรยี นรู้
โรงเรียนหนองบัวพิทยาคาร กำหนดให้ผู้สอนศึกษาหลักสูตรสถานศึกษา ให้เข้าใจถึง

มาตรฐานการเรียนรู้ ตัวช้ีวัด สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และสาระ
การเรียนรู้ท่ีเหมาะสมกับผู้เรียน แล้วจึงพิจารณาออกแบบการจัดการเรียนรู้โดยเลือกใช้วิธีสอน และ
เทคนิคการสอน ส่ือ/แหล่งเรียนรู้ การวัดและประเมินผล เพื่อให้ผู้เรียนได้พัฒนาเต็มตามศักยภาพ และ
บรรลุตามเปา้ หมายทกี่ ำหนด

4) บทบาทของผสู้ อน และผู้เรยี น
การจัดการเรียนรู้เพ่ือให้ผู้เรียนมีคุณภาพตามเป้าหมายของหลักสูตร โรงเรียนหนองบัว

พิทยาคาร กำหนดใหท้ ้งั ผู้สอน และผเู้ รียนมบี ทบาท ดงั น้ี

4.1) บทบาทของผสู้ อน
1) ศึกษาวิเคราะห์ผู้เรียนเป็นรายบุคคล แล้วนำข้อมูลมาใช้ในการวางแผนการ

จัดการเรียนรู้ ท่ีทา้ ทายความสามารถของผู้เรียน
2) กำหนดเป้าหมายท่ีต้องการให้เกิดข้ึนกับผู้เรียน ด้านความรู้และทักษะ

กระบวนการ ที่เป็นความคิดรวบยอด หลักการ และความสมั พันธ์ รวมท้ังคณุ ลกั ษณะอัน
พงึ ประสงค์

3) ออกแบบการเรียนรู้และจัดการเรียนรู้ที่ตอบสนองความแตกต่างระหว่าง
บคุ คลและพฒั นาการทางสมอง เพอ่ื นำผเู้ รียนไปสเู่ ปา้ หมาย

4) จัดบรรยากาศท่ีเอื้อต่อการเรียนรู้ และดูแลช่วยเหลือผู้เรียนให้เกิดการ
เรียนรู้

5) จัดเตรียมและเลือกใช้ส่ือให้เหมาะสมกับกิจกรรม นำภูมิปัญญาท้องถ่ิน
เทคโนโลยีทเี่ หมาะสมมาประยกุ ตใ์ ชใ้ นการจัดการเรียนการสอน

6) ประเมินความก้าวหน้าของผู้เรียนด้วยวิธีการที่หลากหลาย เหมาะสมกับ
ธรรมชาติของวิชาและระดับพัฒนาการของผูเ้ รยี น

7) วิเคราะห์ผลการประเมินมาใช้ในการซ่อมเสริมและพัฒนาผู้เรียน รวมท้ัง
ปรบั ปรุงการจัดการเรียนการสอนของตนเอง

การจัดการเรยี นรู้

หลกั สตู รสถานศึกษา โรงเรยี นหนองบัวพิทยาคาร พุทธศักราช 2562 484
4.2) บทบาทของผเู้ รียน

1) กำหนดเป้าหมาย วางแผน และรบั ผิดชอบการเรียนรขู้ องตนเอง
2) เสาะแสวงหาความรู้ เข้าถึงแหล่งการเรียนรู้ วิเคราะห์ สังเคราะห์ข้อความรู้
ตั้งคำถาม คดิ หาคำตอบหรือหาแนวทางแก้ปัญหาดว้ ยวิธกี ารตา่ ง ๆ
3) ลงมือปฏิบัติจริง สรุปสิ่งท่ีได้เรียนรู้ด้วยตนเอง และนำความรู้ไปประยุกต์ใช้
ในสถานการณต์ ่าง ๆ
4) มปี ฏสิ ัมพนั ธ์ ทำงาน ทำกจิ กรรมร่วมกับกล่มุ และครู
5) ประเมินและพัฒนากระบวนการเรียนรขู้ องตนเองอย่างต่อเน่อื ง

การจดั การเรยี นรู้

หลกั สตู รสถานศกึ ษา โรงเรยี นหนองบัวพิทยาคาร พุทธศักราช 2562 485

14. เกณฑ์การวดั และประเมนิ ผลการเรียน

1. การตดั สนิ การใหร้ ะดับและการรายงานผลการเรยี น
1.1 การตัดสินผลการเรยี น
ในการตัดสินผลการเรียนของกลุ่มสาระการเรียนรู้ การอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน

คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนน้ัน ผู้สอนต้องคำนึงถึงการพัฒนาผู้เรียนแต่ละคนเป็น
หลัก และต้องเก็บข้อมูลของผู้เรียนทุกด้านอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่องในแต่ละภาคเรียน รวมทั้งสอนซ่อมเสริม
ผ้เู รียนให้พฒั นาจนเตม็ ตามศักยภาพ

ระดบั มธั ยมศกึ ษา
(1) ตัดสนิ ผลการเรียนเปน็ รายวิชา ผเู้ รียนต้องมีเวลาเรียนตลอดภาคเรียนไมน่ ้อยกว่าร้อยละ 80
ของเวลาเรยี นท้งั หมดในรายวิชาน้ัน ๆ
(2) ผเู้ รยี นต้องไดร้ บั การประเมินทุกตวั ชี้วัด และผ่านตามเกณฑ์ท่ีสถานศกึ ษากำหนด
(3) ผู้เรยี นตอ้ งไดร้ ับการตดั สินผลการเรียนทุกรายวิชา
(4) ผูเ้ รียนต้องไดร้ บั การประเมนิ และมีผลการประเมนิ ผา่ นตามเกณฑ์ทีส่ ถานศึกษากำหนด ใน
การอา่ น คดิ วิเคราะหแ์ ละเขียน คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ และกิจกรรมพฒั นาผู้เรียน
การพิจารณาเลื่อนช้ันทั้งระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา ถ้าผู้เรียนมีข้อบกพร่องเพียง
เล็กนอ้ ย และสถานศกึ ษาพจิ ารณาเห็นวา่ สามารถพัฒนาและสอนซ่อมเสริมได้ ใหอ้ ยูใ่ นดุลพินิจของสถานศึกษา
ที่จะผ่อนผันให้เลื่อนช้ันได้ แต่หากผู้เรียนไม่ผ่านรายวิชาจำนวนมาก และมีแนวโน้มว่าจะเป็นปัญหาต่อการ
เรียนในระดับช้ันที่สูงข้ึน สถานศึกษาอาจต้ังคณะกรรมการพิจารณาให้เรียนซ้ำช้ันได้ ท้ังนี้ให้คำนึงถึงวุฒิภาวะ
และความรคู้ วามสามารถของผเู้ รียนเป็นสำคัญ
1.2 การใหร้ ะดับผลการเรียน

ระดบั มัธยมศกึ ษา ในการตัดสินเพื่อให้ระดบั ผลการเรียนรายวิชา ให้ใช้ตวั เลขแสดงระดบั
ผลการเรียนเป็น 8 ระดับ

การประเมนิ การอ่าน คดิ วเิ คราะห์และเขียน และคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงคน์ ั้น ใหร้ ะดับผลการ
ประเมนิ เปน็ ดีเยยี่ ม ดี และผ่าน

การประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน จะต้องพิจารณาทั้งเวลาการเข้าร่วมกิจกรรม การปฏิบัติ
กิจกรรมและผลงานของผู้เรียน ตามเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนด และให้ผลการเข้าร่วมกิจกรรมเป็นผ่าน และ
ไม่ผ่าน

1.3 การรายงานผลการเรยี น
การรายงานผลการเรียนเป็นการสื่อสารให้ผู้ปกครองและผู้เรียนทราบความก้าวหน้า

ในการเรียนรู้ของผู้เรียน ซึ่งสถานศึกษาต้องสรุปผลการประเมินและจัดทำเอกสารรายงานให้ผู้ปกครองทราบ
เป็นระยะ ๆ หรืออย่างน้อยภาคเรียนละ 1 ครั้ง การรายงานผลการเรียนสามารถรายงานเป็นระดับคุณภาพ
การปฏบิ ตั ขิ องผู้เรยี นทสี่ ะทอ้ นมาตรฐานการเรยี นรกู้ ล่มุ สาระการเรียนรู้

เกณฑ์การวดั และประเมินผลการเรียน

หลักสตู รสถานศกึ ษา โรงเรยี นหนองบัวพิทยาคาร พุทธศักราช 2562 486

2. เกณฑก์ ารจบการศึกษา

หลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน กำหนดเกณฑก์ ลางสำหรับการจบการศกึ ษาเป็น 3ระดับ
คอื ระดบั ประถมศึกษา ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนตน้ และระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย

2.1 เกณฑ์การจบระดับมัธยมศึกษาตอนตน้
(1) ผู้เรียนเรียนรายวิชาพื้นฐานและเพ่ิมเติม โดยเป็นรายวิชาพื้นฐาน 66 หน่วยกิต และ

รายวชิ าเพม่ิ เติมตามทีส่ ถานศกึ ษากำหนด
(2) ผู้เรียนต้องได้หน่วยกิตตลอดหลักสูตรไม่น้อยกว่า 77 หน่วยกิต โดยเป็นรายวิชา

พน้ื ฐาน 66 หน่วยกิต และรายวชิ าเพ่ิมเตมิ ไม่น้อยกวา่ 11 หน่วยกติ
(3) ผู้เรียนมีผลการประเมิน การอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน ในระดับผ่าน เกณฑ์

การประเมินตามที่สถานศกึ ษากำหนด
(4) ผู้เรียนมีผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ในระดับผ่านเกณฑ์การประเมิน

ตามท่ีสถานศกึ ษากำหนด
(5) ผู้เรียนเข้ารว่ มกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนและมีผลการประเมินผ่านเกณฑ์การประเมินตามท่ี

สถานศกึ ษากำหนด
2.2 เกณฑก์ ารจบระดบั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย
(1) ผู้เรียนเรียนรายวิชาพ้ืนฐานและเพิ่มเติม โดยเป็นรายวิชาพ้ืนฐาน 41 หน่วยกิต และ

รายวิชาเพิ่มเติมตามทีส่ ถานศึกษากำหนด
(2) ผู้เรียนต้องได้หน่วยกิตตลอดหลักสูตรไม่น้อยกว่า 77 หน่วยกิต โดยเป็นรายวิชา

พืน้ ฐาน 41 หน่วยกิต และรายวิชาเพม่ิ เตมิ ไมน่ ้อยวา่ 36 หนว่ ยกิต
(3) ผ้เู รียนมผี ลการประเมิน การอา่ น คดิ วิเคราะห์และเขียน ในระดบั ผ่านเกณฑ์

การประเมนิ ตามทีส่ ถานศึกษากำหนด
(4) ผู้เรียนมีผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ในระดับผ่านเกณฑ์การประเมิน

ตามทส่ี ถานศกึ ษากำหนด
(5) ผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนและมีผลการประเมินผ่านเกณฑ์การประเมินตามท่ี

สถานศึกษากำหนด

สำหรับการจบการศึกษาสำหรับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ เช่น การศึกษาเฉพาะทาง การศึกษาสำหรับผู้มี
ความสามารถพิเศษ การศึกษาทางเลือก การศึกษาสำหรับผู้ด้อยโอกาส การศึกษาตามอัธยาศั ย
ให้คณะกรรมการของสถานศึกษา เขตพื้นที่การศึกษา และผู้ท่ีเก่ียวข้อง ดำเนินการวัด และประเมินผล
การเรียนรู้ตามหลักเกณฑ์ในแนวปฏิบัติการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของหลักสูตรแกนกลางการศึกษา
ขั้นพ้ืนฐานสำหรับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ

เกณฑ์การวดั และประเมินผลการเรียน

หลกั สตู รสถานศึกษา โรงเรยี นหนองบัวพิทยาคาร พุทธศักราช 2562 487

14. สื่อการเรยี นรู้

สื่อการเรียนรู้เป็นเครื่องมือส่งเสริมสนับสนุนการจัดการกระบวนการเรียนรู้ ให้ผู้เรียนเข้าถึงความรู้
ทักษะกระบวนการ และคุณลักษณะตามมาตรฐานของหลักสูตรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่ือการเรียนรู้มี
หลากหลายประเภท ท้ังส่ือธรรมชาติ ส่ือสิ่งพิมพ์ ส่ือเทคโนโลยี และเครือข่ายการเรียนรู้ต่าง ๆ ที่มีในท้องถิ่น
การเลือกใช้สอ่ื ควรเลอื กใหม้ ีความเหมาะสมกับระดบั พฒั นาการ และลีลาการเรยี นรทู้ ่ีหลากหลายของผเู้ รยี น

การจัดหาสื่อการเรียนรู้ โรงเรียนหนองบัวพิทยาคาร ได้มีการกำหนดให้ผู้เรียนและผู้สอนสามารถ
จัดทำ และพัฒนาข้ึนเอง หรือปรับปรุงเลือกใช้อย่างมีคุณภาพจากสื่อต่างๆ ท่ีมีอยู่รอบตัวเพื่อนำมาใช้
ประกอบในการจัดการเรียนรู้ที่สามารถส่งเสริมและสื่อสารให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ โดยสถานศึกษาควรจัด
ใหม้ ีอยา่ งพอเพียง เพ่อื พฒั นาใหผ้ เู้ รียนเกิดการเรยี นรู้อยา่ งแทจ้ ริง

โรงเรยี นหนองบวั พิทยาคาร ไดก้ ำหนดแนวทางการดำเนนิ การเกีย่ วกับสอื่ การเรยี นรู้ ดงั นี้
1) จัดให้มีแหลง่ การเรยี นรู้ ศูนยส์ ื่อการเรียนรู้ ระบบสารสนเทศการเรยี นรู้ และเครือข่ายการเรียนรู้
ท่ีมีประสิทธิภาพท้ังในสถานศึกษา และนอกสถานศึกษา เพื่อการศึกษาค้นคว้า และการแลกเปล่ียน
ประสบการณก์ ารเรยี นรู้ ระหว่างสถานศกึ ษา ท้องถ่ิน ชมุ ชน สังคมโลก
2) จัดทำและจัดหาส่ือการเรียนรู้สำหรับการศึกษาค้นควา้ ของผู้เรยี น เสริมความรู้ให้ผู้สอน รวมทั้ง
จดั หาส่ิงทม่ี ีอยู่ในทอ้ งถน่ิ มาประยุกต์ใช้เป็นสือ่ การเรียนรู้
3) เลือกและใช้สื่อการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ มีความเหมาะสม มีความหลากหลาย สอดคล้อง
กบั วธิ ีการเรียนรู้ ธรรมชาติของสาระการเรยี นรู้ และความแตกต่างระหว่างบคุ คลของผ้เู รยี น
4) ประเมินคุณภาพของสื่อการเรียนรูท้ เ่ี ลือกใชอ้ ย่างเป็นระบบ
5) ศกึ ษาคน้ คว้า วจิ ัย เพื่อพัฒนาสื่อการเรยี นรูใ้ ห้สอดคล้องกบั กระบวนการเรยี นรขู้ องผู้เรียน
6) จัดให้มีการกำกับ ติดตาม ประเมินคุณภาพและประสิทธิภาพเก่ียวกับส่ือและการใช้ส่ือ
การเรียนรูเ้ ปน็ ระยะๆ และสม่ำเสมอ
ในการจัดทำ การเลือกใช้ และการประเมินคุณภาพส่ือการเรียนรู้ ท่ีใช้ในสถานศึกษา โรงเรียน
หนองบัวพิทยาคาร ได้คำนึงถึงหลักการสำคัญของส่ือการเรียนรู้ เช่น ความสอดคล้องกับหลักสูต ร
วัตถุประสงค์การเรียนรู้ การออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ การจัดประสบการณ์ให้ผู้เรียน เน้ือหามีความ
ถูกต้องและทันสมัย ไม่กระทบความม่ันคงของชาติ ไม่ขัดต่อศีลธรรม มีการใช้ภาษาท่ีถูกต้อง รูปแบบการ
นำเสนอทีเ่ ขา้ ใจงา่ ย และนา่ สนใจ

ส่อื การเรียนรู้

หลักสตู รสถานศึกษา โรงเรยี นหนองบวั พิทยาคาร พุทธศกั ราช 2562 488

15. การวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู้

การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียนต้องอยู่บนหลักการพื้นฐานสองประการคือการประเมิน
เพื่อพัฒนาผู้เรียนและเพื่อตัดสินผลการเรียน ในการพัฒนาคุณภาพการเรยี นรู้ของผู้เรียน ให้ประสบผลสำเร็จ
นั้น ผู้เรียนจะต้องได้รับการพัฒนาและประเมินตามตัวช้ีวัดเพ่ือให้บรรลุตามมาตรฐานการเรียนรู้ สะท้อน
สมรรถนะสำคัญ และคุณลักษณะอันพึงประสงคข์ องผเู้ รียนซึ่งเป็นเป้าหมายหลักในการวัดและประเมินผลการ
เรยี นรูใ้ นทกุ ระดบั ไม่ว่าจะเป็นระดับช้ันเรียน ระดับสถานศึกษา ระดับเขตพนื้ ท่ีการศกึ ษา และระดับชาติ การ
วัดและประเมินผลการเรียนรู้ เป็นกระบวนการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนโดยใช้ผลการประเมินเป็นข้อมูลและ
สารสนเทศท่ีแสดงพัฒนาการ ความก้าวหน้า และความสำเร็จทางการเรียนของผู้เรียน ตลอดจนข้อมูลที่เป็น
ประโยชนต์ ่อการส่งเสริมใหผ้ ูเ้ รยี นเกิดการพฒั นาและเรียนรอู้ ย่างเตม็ ตามศักยภาพ

การวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู้ แบง่ ออกเปน็ 4 ระดับ ได้แก่ ระดบั ชัน้ เรียน ระดบั สถานศกึ ษา
ระดบั เขตพืน้ ที่การศึกษา และระดบั ชาติ มรี ายละเอียด ดงั น้ี

1. การประเมินระดับช้ันเรียน เป็นการวดั และประเมนิ ผลทอ่ี ยใู่ นกระบวนการจัดการเรียนรู้ ผ้สู อน
ดำเนินการเป็นปกติและสม่ำเสมอ ในการจัดการเรียนการสอน ใช้เทคนิคการประเมินอย่างหลากหลาย เช่น
การซักถาม การสังเกต การตรวจการบ้าน การประเมินโครงงาน การประเมินช้ินงาน/ ภาระงาน แฟ้มสะสม
งาน การใช้แบบทดสอบ ฯลฯ โดยผู้สอนเป็นผู้ประเมินเองหรือเปิดโอกาส ให้ผู้เรียนประเมินตนเอง เพื่อน
ประเมินเพอ่ื น ผู้ปกครองร่วมประเมนิ ในกรณที ่ีไม่ผ่านตวั ช้ีวดั ให้มี
การสอนซอ่ มเสริม

การประเมินระดับชั้นเรียนเป็นการตรวจสอบว่า ผู้เรียนมีพัฒนาการความก้าวหน้าใน
การเรียนรู้ อันเป็นผลมาจากการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนหรือไม่ และมากน้อยเพียงใด มีส่ิงที่จะต้อง
ได้รับการพัฒ นาปรับปรุงและส่งเสริมในด้านใด นอกจากน้ียังเป็นข้อมูลให้ผู้สอนใช้ปรับปรุง
การเรียนการสอนของตนด้วย ท้ังนโี้ ดยสอดคล้องกบั มาตรฐานการเรยี นรแู้ ละตัวช้วี ัด

2. การประเมินระดับสถานศึกษา เป็นการประเมนิ ท่ีสถานศึกษาดำเนินการเพื่อตัดสินผล การเรียน
ของผู้เรียนเป็นรายปี/รายภาค ผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน คุณลักษณะ อันพึงประสงค์
และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน นอกจากนี้เพ่ือให้ได้ข้อมูลเกี่ยวกับการจัดการศึกษา ของสถานศึกษา ว่าส่งผลต่อ
การเรียนรู้ของผู้เรียนตามเป้าหมายหรือไม่ ผู้เรียนมีจุดพัฒนาในด้านใด รวมท้ังสามารถนำผลการเรียนของ
ผู้เรียนในสถานศึกษาเปรียบเทียบกับเกณฑ์ระดับชาติ ผลการประเมินระดับสถานศึกษาจะเป็นข้อมูลและ
สารสนเทศเพ่ือการปรับปรุงนโยบาย หลักสูตร โครงการ หรือวิธีการจัดการเรียนการสอน ตลอดจนเพ่ือการ
จัดทำแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา ตามแนวทางการประกันคุณภาพการศึกษาและการ
รายงานผลการจัดการศึกษาต่อคณะกรรมการสถานศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สำนักงาน
คณะกรรมการการศึกษาขนั้ พ้ืนฐาน ผู้ปกครองและชมุ ชน

การวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู้

หลกั สตู รสถานศกึ ษา โรงเรียนหนองบวั พทิ ยาคาร พทุ ธศักราช 2562 489

3. การประเมินระดับเขตพื้นที่การศึกษา เป็นการประเมินคุณภาพผู้เรียนในระดับเขตพ้ืนที่
การศึกษาตามมาตรฐานการเรยี นรู้ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พืน้ ฐาน เพือ่ ใชเ้ ปน็ ข้อมูลพนื้ ฐานในการ
พัฒนาคุณภาพการศึกษาของเขตพ้ืนท่ีการศกึ ษา ตามภาระความรับผิดชอบ สามารถดำเนินการโดยประเมิน
คุณภาพผลสัมฤทธ์ิของผู้เรียนด้วยข้อสอบมาตรฐานที่จัดทำและดำเนินการโดยเขตพื้นที่การศึกษา หรือด้วย
ความรว่ มมอื กับหนว่ ยงานตน้ สงั กัด ในการดำเนนิ การจัดสอบ นอกจากนี้ยงั ได้จากการตรวจสอบทบทวนข้อมูล
จากการประเมนิ ระดบั สถานศกึ ษาในเขตพ้ืนที่การศึกษา

4. การประเมินระดับชาติ เป็นการประเมินคุณภาพผู้เรียนในระดับชาติตามมาตรฐานการเรียนรู้ตาม
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน สถานศึกษาต้องจัดให้ผู้เรียนทุกคนท่ีเรียนในชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 6 ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 3 และช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 6 เข้ารับการประเมิน ผลจากการ
ประเมินใช้เป็นข้อมูลในการเทียบเคียงคุณภาพการศึกษาในระดับต่าง ๆ เพ่ือนำไปใช้ในการวางแผนยกระดับ
คณุ ภาพการจดั การศกึ ษา ตลอดจนเป็นขอ้ มูลสนับสนนุ การตดั สนิ ใจในระดับนโยบายของประเทศ

ข้อมูลการประเมินในระดับต่าง ๆ ข้างต้น เป็นประโยชน์ต่อสถานศึกษาในการตรวจสอบทบทวน
พัฒนาคุณภาพผู้เรียน ถือเป็นภาระความรับผิดชอบของสถานศึกษาท่ีจะต้องจัดระบบดูแลช่วยเหลือ ปรับปรุง
แก้ไข ส่งเสริมสนับสนุนเพื่อให้ผู้เรียนได้พัฒนาเต็มตามศักยภาพบนพื้นฐาน ความแตกต่างระหว่างบุคคลท่ี
จำแนกตามสภาพปัญหาและความต้องการ ได้แก่ กลุ่มผู้เรียนทั่วไป กลุ่มผู้เรียนที่มีความสามารถพิเศษ กลุ่ม
ผู้เรียนที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำ กลุ่มผู้เรียนที่มีปัญหาด้านวินัยและพฤติกรรม กลุ่มผู้เรียนท่ีปฏิเสธ
โรงเรียน กลุ่มผู้เรียนที่มีปัญหาทางเศรษฐกิจและสังคม กลุ่มพิการทางร่างกายและสติปัญญา เป็นต้น ข้อมูล
จากการประเมินจึงเป็นหวั ใจของสถานศึกษาในการดำเนินการช่วยเหลอื ผเู้ รียนได้ทันทว่ งที ปดิ โอกาสใหผ้ ู้เรยี น
ได้รับการพัฒนาและประสบความสำเร็จในการเรียน

สถานศึกษาในฐานะผู้รบั ผิดชอบจดั การศกึ ษา จะต้องจัดทำระเบียบว่าด้วยการวดั และประเมนิ ผลการ
เรียนของสถานศึกษาให้สอดคล้องและเป็นไปตามหลักเกณฑ์และแนวปฏิบั ติที่เป็นข้อกำหนดของหลักสูตร
แกนกลางการศกึ ษาขั้นพ้ืนฐาน เพื่อให้บคุ ลากรทเ่ี กีย่ วขอ้ งทุกฝา่ ยถือปฏิบตั ิร่วมกัน

การวัดและประเมนิ ผลการเรียนรู้

หลักสตู รสถานศึกษา โรงเรียนหนองบัวพิทยาคาร พทุ ธศกั ราช 2562 490

17. เอกสารหลกั ฐานการศกึ ษา

เอกสารหลักฐานการศึกษา เป็นเอกสารสำคัญท่ีบันทึกผลการเรียน ข้อมูลและสารสนเทศ
ท่ีเก่ยี วขอ้ งกับพัฒนาการของผู้เรยี นในดา้ นตา่ ง ๆ แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ดงั น้ี

1) เอกสารหลักฐานการศึกษาท่กี ระทรวงศกึ ษาธิการกำหนด
1.1) ระเบียนแสดงผลการเรยี น เปน็ เอกสารแสดงผลการเรยี นและรับรองผลการเรียนของ

ผเู้ รยี นตามรายวิชา ผลการประเมินการอา่ น คิดวเิ คราะห์และเขยี น ผลการประเมินคุณลักษณะอนั พึงประสงค์
ของสถานศกึ ษา และผลการประเมนิ กจิ กรรมพัฒนาผ้เู รียน สถานศึกษาจะต้องบนั ทึกข้อมูลและออกเอกสารนี้
ให้ผ้เู รียนเปน็ รายบุคคล เมอื่ ผู้เรียนจบการศกึ ษาระดับประถมศกึ ษา (ชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี 6) จบการศึกษาภาค
บังคับ (ช้นั มธั ยมศึกษาปีที่ 3) จบการศึกษาข้นั พ้นื ฐาน(ชัน้ มธั ยมศึกษาปีที่ 6) หรือเมื่อลาออกจากสถานศึกษา
ในทุกกรณี

1.2) ประกาศนียบัตร เป็นเอกสารแสดงวุฒิการศึกษาเพื่อรับรองศักดิ์และสิทธิ์ของผู้จบ
การศึกษา ท่ีสถานศึกษาให้ไว้แก่ผู้จบการศึกษาภาคบังคับ และผู้จบการศึกษาขั้นพ้ืนฐานตามหลักสูตร
แกนกลางการศึกษาขน้ั พ้นื ฐาน

1.3) แบบรายงานผูส้ ำเร็จการศึกษา เป็นเอกสารอนุมัติการจบหลักสูตรโดยบันทึกรายช่ือและ
ข้อมูลของผู้จบการศึกษาระดับประถมศึกษา (ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 6) ผู้จบการศึกษาภาคบังคับ
(ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 3) และผ้จู บการศึกษาขัน้ พื้นฐาน (ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 6)

2) เอกสารหลกั ฐานการศึกษาทสี่ ถานศึกษากำหนด
เปน็ เอกสารทสี่ ถานศึกษาจัดทำขึ้นเพื่อบันทกึ พฒั นาการ ผลการเรียนรู้ และข้อมูลสำคญั เก่ยี วกับ

ผู้เรียน เช่น แบบรายงานประจำตัวนักเรียน แบบบันทึกผลการเรียน ประจำรายวิชา ระเบียนสะสม
ใบรับรองผลการเรยี น และ เอกสารอื่น ๆ ตามวตั ถุประสงคข์ องการนำเอกสารไปใช้

เอกสารหลักฐานการศกึ ษา

หลักสตู รสถานศกึ ษา โรงเรยี นหนองบวั พทิ ยาคาร พทุ ธศกั ราช 2562 491

18. การเทยี บโอนผลการเรยี น

สถานศึกษาสามารถเทียบโอนผลการเรียนของผู้เรียนในกรณีต่าง ๆ ได้แก่ การย้ายสถานศึกษา การ
เปล่ียนรูปแบบการศึกษา การย้ายหลักสูตร การออกกลางคันและขอกลับเข้ารับการศึกษาต่อ การศึกษาจาก
ต่างประเทศและขอเข้าศึกษาต่อในประเทศ นอกจากน้ี ยังสามารถเทียบโอนความรู้ ทักษะ ประสบการณ์จาก
แหล่งการเรียนรู้อื่น ๆ เช่น สถานประกอบการ สถาบันศาสนา สถาบันการฝึกอบรมอาชีพ การจัดการศึกษา
โดยครอบครัว

การเทียบโอนผลการเรียนควรดำเนินการในช่วงก่อนเปิดภาคเรียนแรก หรือต้นภาคเรียนแรก
ที่สถานศึกษารับผู้ขอเทียบโอนเป็นผู้เรียน ท้ังน้ี ผู้เรียนที่ได้รับการเทียบโอนผลการเรียนต้องศึกษาต่อเนื่องใน
สถานศึกษาที่รับเทียบโอนอย่างน้อย 1 ภาคเรียน โดยสถานศึกษาที่รับผู้เรียนจากการเทียบโอนควรกำหนด
รายวชิ า/จำนวนหน่วยกติ ท่ีจะรบั เทียบโอนตามความเหมาะสม

การพจิ ารณาการเทียบโอน สามารถดำเนนิ การได้ ดังนี้
1. พิจารณาจากหลักฐานการศึกษา และเอกสารอื่น ๆ ที่ให้ข้อมูลแสดงความรู้ ความสามารถของ
ผ้เู รียน
2. พิจารณาจากความรู้ ความสามารถของผู้เรียนโดยการทดสอบด้วยวิธีการต่าง ๆ ท้ังภาคความรู้
และภาคปฏบิ ตั ิ
3. พิจารณาจากความสามารถและการปฏิบตั ใิ นสภาพจรงิ
การเทียบโอนผลการเรยี นใหเ้ ป็นไปตาม ประกาศ หรอื แนวปฏบิ ตั ิ ของกระทรวงศกึ ษาธิการ

เอกสารหลักฐานการศึกษา

หลกั สตู รสถานศึกษา โรงเรียนหนองบัวพิทยาคาร พทุ ธศกั ราช 2562 492

19. การบรหิ ารจัดการหลกั สูตร

ในระบบการศึกษาท่ีมีการกระจายอำนาจให้ท้องถิ่น และสถานศึกษามีบทบาทในการพัฒนา
หลกั สูตรน้ัน หน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในแต่ละระดับ ตั้งแต่ระดับชาติ ระดับทอ้ งถนิ่ จนถึงระดบั สถานศึกษา
มบี ทบาทหนา้ ท่ี และความรับผิดชอบในการพัฒนา สนับสนนุ ส่งเสริม การใช้และพัฒนาหลักสตู รใหเ้ ป็นไป
อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้การดำเนินการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษา และ การจัดการเรียนการสอนของ
สถานศึกษามีประสิทธิภาพสูงสุด อันจะส่งผลให้การพัฒนาคุณภาพผู้เรียนบรรลุตามมาตรฐานการเรียนรู้ที่
กำหนดไว้ สำนักงานเขตพ้ืนที่การศึกษา หน่วยงานต้นสังกัดอื่น ๆ เป็นหน่วยงานท่ีมีบทบาทในการขับเคล่ือน
คุณภาพการจัดการศึกษา เป็นตัวกลางที่จะเชื่อมโยงหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐานที่กำหนดใน
ระดับชาติให้สอดคล้องกับสภาพและความต้องการของท้องถ่ิน เพื่อนำไปสู่การจัดทำหลักสูตรของสถานศึกษา
ส่งเสริมการใช้และพัฒนาหลักสูตรในระดับสถานศึกษา ให้ประสบความสำเร็จ โดยมีภารกิจสำคัญ คือ
กำหนดเป้าหมายและจุดเน้นการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ในระดับท้องถน่ิ โดยพิจารณาให้สอดคลอ้ งกับสิง่ ท่ีเป็น
ความต้องการในระดบั ชาติ พฒั นาสาระการเรยี นรู้ท้องถ่ิน ประเมนิ คุณภาพการศกึ ษาในระดบั ท้องถนิ่ รวมทั้ง
เพ่ิมพูนคุณภาพการใช้หลักสูตรด้วยการวิจัยและพัฒนา การพัฒนาบุคลากร สนับสนุน ส่งเสริม ติดตามผล
ประเมินผล วเิ คราะห์ และรายงานผลคณุ ภาพของผเู้ รยี น

สถานศึกษามีหน้าท่ีสำคัญในการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา การวางแผนและดำเนินการใช้หลักสูตร
การเพิ่มพูนคุณภาพการใช้หลักสูตรด้วยการวิจัยและพัฒนา การปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตรจัดทำระเบียบ
การวัดและประเมินผล ในการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาต้องพิจารณาให้สอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลาง
การศึกษาข้ันพ้ืนฐาน และรายละเอียดที่เขตพ้ืนท่ีการศึกษา หรือหน่วยงานต้นสังกัดอื่น ๆ ในระดับท้องถิ่นได้
จัดทำเพ่ิมเติม รวมท้ัง สถานศึกษาสามารถเพ่ิมเติมในส่วนท่ีเกี่ยวกับสภาพปัญหาในชุมชนและสังคม ภูมิ
ปัญญาท้องถ่ิน และความต้องการของผู้เรียน โดยทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาหลักสูตร
สถานศึกษา

การบรหิ ารจดั การหลักสูตร

ภาคผนวก


Click to View FlipBook Version