วิิวรณ์์ 435
ไปยังั มหานครที่่ไ� ด้้ ‘ถููกเตรีียมไว้’้ (ยอห์น์ 14:2) แต่่ไม่่ได้ต้ั้ง� อยู่�บนโลกเพราะไม่ม่ ีีโลกและท้อ้ งฟ้้า
อีกี ต่อ่ ไปจึึงจำำ�เป็น็ ต้อ้ งมีีจักั รวาลใหม่่สำำ�หรับั มหานครนี้้�
บทที่่� 21-22 สวรรค์บ์ นโลก
เราจะรู้้�สึึกโล่่งอกเมื่�อได้้มาถึึงส่่วนสุุดท้้ายนี้้� บรรยากาศได้้เปลี่�ยนไปอย่่างมาก เมฆสีีดำ�ำ ได้้
เคลื่่�อนตััวออกไปและดวงประทีีปก็็กลัับมาฉายแสงอีีกครั้้�ง ดวงอาทิิตย์์ได้้สลายไปและถููกแทนที่่�
ด้ว้ ยพระสิริ ิิของพระเจ้า้ ที่่เ� จิิดจรััสกว่า่ ยิ่�งนััก (21:23)
นี่่�เป็็นภารกิิจสุุดท้้ายของการไถ่่ที่่�นำำ�ความรอดมายัังจัักรวาลทั้้�งหมด นี่่�เป็็นงานที่่� ‘ยิ่�งใหญ่่
อย่่างหาที่่เ� ปรียี บไม่่ได้’้ ของพระคริิสต์์ (มััทธิิว 19:28; กิจิ การฯ 3:21; โรม 8:18-25; โคโลสีี 1:20;
ฮีีบรูู 2:8) เป็็นสวรรค์์ใหม่แ่ ละโลกใหม่่ (ให้้สัังเกตว่า่ ‘สวรรค์์’ หมายถึงึ ‘ฟ้า้ ’ คืือสิ่�งที่่เ� ราเรีียกว่่า
‘อวกาศ’ เป็็นคำำ�เดียี วกัันกับั ที่่�ปรากฏอยู่�ใน 20:11 และ 21:1) คริิสเตียี นได้้รับั กายใหม่่ในตอนที่่�
พระเยซููได้้เสด็็จกลัับมายัังโลกเก่่า ตอนนี้้�พวกเขาได้้รัับสิ่�งแวดล้้อมใหม่่ที่่�สอดคล้้องกัับร่่างกาย
ใหม่่ด้้วยแล้้ว
เนื้้�อหาในสองข้อ้ แรกนั้้�นครอบคลุมุ นิิมิติ สุดุ ท้้ายในลำ�ำ ดับั เรื่อ� งราวเหตุุการณ์์ 7 เรื่�องที่่ย� อห์น์
ได้้ ‘เห็น็ ’ (19:11 ถึึง 21:2) เป็็นช่ว่ งสูงู สุุดของเหตุุการณ์ส์ ุดุ ท้้ายของประวััติิศาสตร์์ ที่่�นี่่ย� ังั มีีสิ่�งอื่�น
ที่่ม� ากไปกว่า่ จักั รวาลใหม่่ด้ว้ ย ในการทรงสร้้าง ‘ทั่่ว� ไป’ ยังั มีีการทรงสร้า้ งที่่� ‘พิเิ ศษ’ อีีกด้ว้ ย เช่่น
เดีียวกัับที่่พ� ระเจ้า้ ได้ท้ รงสร้า้ งจัักรวาลแรก พระองค์์ทรง ‘สร้า้ งสวนแห่ง่ หนึ่่�ง’ (ปฐมกาล 2:8) ดังั
นั้้�นพระองค์์จึึงทรงออกแบบและสร้้าง ‘นคร’ ขึ้�นที่่น� ี่่� ซึ่�งแม้้แต่่อัับราฮััมก็็ยัังรู้�และตั้�งใจรอคอยอยู่�
(ฮีบี รูู 11:10)
เพราะว่า่ ‘สวรรค์แ์ ละโลก’ ใหม่ย่ ัังคงมีีบางอย่า่ งที่่�คล้า้ ยคลึงึ กับั ที่่�เดิมิ จึึงได้้ใช้ช้ื่อ� เดิิมคือื ชื่อ�
เมืืองหลวงของดาวิิดเยรููซาเล็็มได้้ปรากฏอยู่ �ในพัันธสััญญาใหม่่เช่่นเดีียวกัับในพัันธสััญญาเดิิม
พระเยซููทรงเรีียกเมืืองนี้้�ว่่า ‘ราชธานีีของพระมหากษััตริิย์์’ (มััทธิิว 5:35 เปรีียบเทีียบกัับสดุุดีี
48:2) ที่่� ‘นอกกำ�ำ แพงเมืือง’ นี้้พ� ระองค์์สิ้�นพระชนม์์ คืนื พระชนม์์ และเสด็จ็ สู่่�สวรรค์์ และยังั เป็็น
เมืืองที่่�พระองค์์จะเสด็็จกลัับมาประทัับบนบััลลัังก์์ของดาวิิด ในช่่วงเวลาหนึ่่�งพัันปีี เมืืองนี้้�จะเป็็น
ค่่ายของประชากรของพระเจ้า้ คือื นครอัันเป็็นที่่ร� ััก’ (20:9)
แน่่นอนว่่าเมืืองที่่�ตั้ �งอยู่ �ในโลกนี้้�ก็็เป็็นเหมืือนกัับเมืืองชั่ �วคราวที่่�ได้้จำำ�ลองแบบมาจาก
‘เยรููซาเล็็มแห่่งสวรรค์์ นครของพระเจ้้าผู้�ทรงพระชนม์์’ ซึ่�งผู้�เชื่�อในพระเยซููทุุกคนได้้เป็็น
ประชากรร่่วมกัับผู้้�ชอบธรรมชาวฮีีบรูแู ละทูตู สวรรค์์ (ฮีีบรูู 12:22-23) แต่น่ ั่่น� ไม่ไ่ ด้้หมายความว่า่
ต้้นฉบัับจะมีีความเป็็นจริิงน้้อยไปกว่่าสำ�ำ เนาหรืือเมืืองหนึ่่�งเป็็นเมืืองแห่่งวััตถุุ อีีกเมืืองหนึ่่�งเป็็น
เมืือง ‘ฝ่า่ ยวิิญญาณ’ ความแตกต่า่ งที่่ส� ำ�ำ คััญก็ค็ ืือที่่ต�ั้�ง ซึ่ง� จะเปลี่ย� นไป
436 ปลดล็อ็ กพระคัมั ภีรี ์์ (พัันธสัญั ญาใหม่่)
นครแห่่งสวรรค์์นั้้�นจะ ‘ลงมาจากสวรรค์์’ และตั้�งอยู่�บนโลกใหม่่ เป็็นนครจริิงที่่�มีีสิ่�งปลููก
สร้า้ งด้้วยวััสดุทุ ี่่�แตกต่่างออกไป น่่าเสียี ดายที่่�ตั้ง� แต่ม่ ีกี ารแบ่่งแยกอาณาจักั รฝ่่ายกายภาพและฝ่่าย
วิิญญาณแบบเพลโตของออกััสติินเกิิดขึ้�นแล้้ว คริิสตจัักรก็็ยากที่่�จะยอมรัับแนวคิิดเรื่�องโลกใหม่่นี้้�
เพราะฉะนั้้�นก็็อย่่าไปหวัังถึึงเรื่�องนครใหม่่บนโลกใหม่่เลย สมการของ ‘ความเป็็นฝ่่ายวิิญญาณ’
และ ‘การปราศจากรููปร่่าง’ นั้้�นได้้ก่่อให้้เกิิดความเสีียหายขึ้�นกัับความหวัังในอนาคตของ
คริิสเตียี นอย่า่ งใหญ่่หลวง จัักรวาลใหม่่และมหานครใหม่จ่ ึงึ มีีความเป็น็ ‘วัตั ถุุ’ ไม่่น้อ้ ยไปกว่า่ โลก
เดิมิ เลย
พระธรรมวิิวรณ์์ 21:3-8 ได้้อธิิบายถึึงนิิมิิตสุุดท้้ายนี้้� และได้้เบนความสนใจจากการทรง
สร้้างใหม่่ไปยัังพระผู้้�สร้้าง เราสัังเกตได้้ถึึงการเปลี่�ยนแปลงนี้้�เมื่�อยอห์์น ‘ได้้เห็็น’ แล้้วก็็ ‘ได้้ยิิน’
ท่่านได้้กล่่าวถึึงพระเจ้้าด้้วยสรรพนามบุุรุุษที่่�สามแล้้วเปลี่�ยนไปเป็็นบุุรุุษที่่�หนึ่่�ง แน่่นอนว่่านี่่�เป็็น
พระดำำ�รััสของพระคริสิ ต์์ (เปรียี บเทีียบกับั 1:15) วลีีที่่ว� ่า่ ‘ประทัับบน’ ก็เ็ หมือื นกันั กับั ในบทก่่อน
หน้า้ นี้้� (เปรียี บเทีียบ 20:11 กับั 21:5) ทั้้ง� สองบริิบทนี้้ก� ล่่าวถึึงการพิิพากษาและ ‘บึึงไฟ’ (เปรียี บ
เทีียบ 20:15 กัับ 21:8) นอกจากนั้้�น ‘พระสุุรเสีียง’ ของพระเยซููที่่�ตรััสในปััจฉิิมบทก็็เป็็นพระ
ดำ�ำ รััสที่่ม� ีขี ้้อความเดีียวกันั (เปรีียบเทีียบ 21:6 กับั 22:13) อย่า่ งไรก็็ตามจะเห็็นได้ใ้ นภายหลัังว่่า
‘บัลั ลัังก์์ของพระเจ้้าและพระเมษโปดก’ เป็็นบััลลังั ก์์เดียี วกันั (22:11)
มีถี ้้อยพระคำำ�ที่่�น่า่ ตกใจ 3 ประการ ดังั นี้้�
ประการแรกคืือ การเปิิดเผยที่่�สำำ�คััญยิ่�งเกี่�ยวกัับอนาคตทั้้�งหมดที่่�ได้้ถููกกล่่าวถึึงไว้้
ในพระธรรมเล่ม่ นี้้� พระเจ้า้ ทรงเปลี่�ยนที่่�ประทัับของพระองค์์จากสวรรค์ม์ ายังั โลก พระองค์์เสด็็จ
มาประทับั อยู่�ในที่่อ� ยู่�ของมนุุษย์แ์ ละไม่ม่ ีี ‘พระบิิดาในสวรรค์’์ (มััทธิวิ 6:9) แต่่เป็็น ‘พระบิิดาใน
โลก’ ซึ่�งนำำ�ไปสู่่�ความสััมพัันธ์์ระหว่่างพระเจ้้าและมนุุษย์์ที่่�แนบแน่่นมากกว่่าก่่อน เพราะว่่าความ
เศร้้าโศก ความเจ็็บปวด และความตายทั้้ง� หมดนั้้�นสวนทางกับั ธรรมชาติขิ องพระองค์์ สิ่ง� เหล่า่ นี้้�จึงึ
ไม่่มีีที่่�อยู่� จะไม่่มีีการแยกห่่างจากกััน และไม่่มีีน้ำำ�� ตาอีีกต่่อไป เมื่ �ออ่่านไปเราจะนึึกขึ้�นได้้ว่่ามีี
เนื้้อ� หาในพระคััมภีีร์์ตอนอื่น� ที่่�กล่า่ วว่า่ พระเจ้้าทรงดำำ�เนิินกับั มนุษุ ย์์ในเวลาเย็็นในสวนเอเดน (ปฐม
กาล 3:8) นี่่�เป็็นอีีกครั้้ง� หนึ่่�งที่่�เนื้้�อหาในพระคัมั ภีีร์์ได้ห้ วนกลัับมาอีีกรอบ
ประการที่่�สองคืือ การประกาศว่่า ‘เราสร้้างทุุกสิ่�งขึ้�นใหม่่’ (วิิวรณ์์ 21:5) ช่่างไม้้แห่่ง
นาซาเร็็ธได้้อ้้างว่่าพระองค์์เป็็นพระผู้้�สร้้างจัักรวาลแห่่งใหม่่นี้้�เช่่นเดีียวกัับที่่�ทรงเป็็นพระผู้้�สร้้าง
โลกเดิิม (ยอห์์น 1:3; ฮีีบรูู 1:2) พระราชกิิจของพระองค์์นั้้�นไม่่ได้้ถููกจำำ�กััดไว้้ที่่�การทรงสร้้าง
ประชากร แต่ย่ ัังรวมถึึง ‘การทรงสร้้างใหม่่’ (2 โครินิ ธ์์ 5:17) พระองค์์ทรงรื้อ� ฟื้น้� ทุุกสิ่ง� ทุุกอย่่าง
กลับั มาด้้วย
มีขี ้อ้ โต้้แย้ง้ มากพอสมควรกัับคำำ�ว่่า ‘ใหม่่’ นี้้�ว่่า ‘ใหม่่’ แค่ไ่ หน? จัักรวาล ‘ใหม่’่ นี้้�คือื การ
วิิวรณ์์ 437
บููรณะของเก่่าขึ้�นหรืือว่่าสร้้างขึ้�นมาใหม่่? มีีคำำ�กรีีกที่่�ใช้้สำ�ำ หรัับคำำ�ว่่า ‘ใหม่่’ อยู่่�สองคำำ� (kainos
และ neos) แต่่ก็็เป็็นคำำ�ที่่�มีีความหมายเหมืือนกัันและแบบแผนการใช้้คำ�ำ ในที่่�นี้้�ก็็ไม่่สามารถยุุติิ
การโต้้แย้้งดังั กล่า่ วได้้ จัักรวาลเก่่าที่่�ได้้ ‘สลายไปด้ว้ ยไฟ’ (2 เปโตร 3:10) และได้้ ‘หายไปแล้ว้ ’
(วิิวรณ์์ 21:1) ได้้บอกเป็็นนััยว่่าเป็็นการกำ�ำ จััดให้้สิ้�นไปมากกว่่าการเปลี่�ยนแปลง แต่่กระบวนการ
นั้้�นได้้เริ่�มต้้นขึ้�นแล้้วตั้้�งแต่่การคืืนพระชนม์์ของพระเยซููคริิสต์์ กาย ‘เดิิม’ ของพระองค์์ได้้สููญ
สลายไปภายใต้้ผ้้าพัันพระศพและพระองค์์ทรงเป็็นขึ้�นจากตายในพระกายอััน ‘เต็็มด้้วยพระรััศมีี’
(ฟีีลิิปปีี 3:21) ดูไู ด้จ้ ากหนังั สืือที่่�ผมเขีียนชื่อ� ว่า่ คำำ�อธิิบายเรื่�องการคืนื พระชนม์์ (Explaining the
Resurrection, Sovereign World, 1993) ‘ความเชื่�อมโยง’ ที่่�แท้้จริิงระหว่่างกายทั้้ง� สองนั้้�นได้้
ถููกเก็็บซ่่อนไว้้ในความมืืดของอุุโมงค์์ แต่่สิ่�งที่่�ได้้เกิิดขึ้�นในอุุโมงค์์จะเกิิดขึ้�นในระดัับสากลในวััน
หนึ่่�ง
ประการที่่�สาม เป็น็ การอธิิบายถึึงความเกี่ย� วข้อ้ งในเชิงิ ปฏิิบัตั ิขิ องการทรงสร้้างใหม่่นี้้ใ� ห้้กัับ
ผู้้�อ่่านพระธรรมวิิวรณ์์ (สัังเกตด้้วยว่่ายอห์์นได้้รัับการเตืือนให้้เขีียนถึึงสิ่�งที่่�ท่่านได้้ยิินนั้้�นลงไป
เพราะ ‘คำำ�เหล่่านี้้เ� ป็็นคำำ�ที่่เ� ชื่�อถืือได้้และสัตั ย์์จริงิ ’ 21:5) ในด้า้ นบวกคืือ พระสััญญานั้้น� ได้ท้ ำำ�ให้้ผู้�
ที่่�กระหาย ‘น้ำำ��แห่่งชีีวิิต’ ได้้ดื่�มน้ำ�ำ� นั้้�นดั่�งใจหมาย (21:6; 22:1, 17) แต่่ต้้องได้้มาด้้วยชีีวิิตที่่�
‘มีีชััยชนะ’ เพื่่�อจะได้้รัับแผ่่นดิินในโลกใหม่่เป็็นมรดกและมีีความสุุขกัับความสััมพัันธ์์ของ
ครอบครััวโดยมีพี ระเจ้้าสถิติ อยู่่�ด้ว้ ยร่่วมกััน
ในด้า้ นลบนั้้�น เป็น็ การเตืือนคนที่่ไ� ม่่สามารถมีชี ัยั ชนะได้้ เป็็นพวกคนขี้ข� ลาดตาขาว คนที่่�ไม่่
เชื่�อ คนที่่�ประพฤติิอย่่างน่่าสะอิิดสะเอีียน ฆาตกร คนล่่วงประเวณีี คนใช้้เวทมนตร์์ คนบููชารููป
เคารพ และคนทั้้�งปวงที่่�โกหก ‘ที่่ข� องเขาคืือบึึงที่่ไ� ฟและกำ�ำ มะถันั กำ�ำ ลัังลุุกไหม้อ้ ยู่� ซึ่�งเป็น็ ความตาย
ครั้้�งที่่�สอง’ (21:8) จำำ�เป็็นอย่่างยิ่�งที่่�จะต้้องชี้�ประเด็็นนี้้�ออกมาเพื่่�อเป็็นการเตืือนผู้�เชื่�อที่่�ดื้�อดึึง
ไม่่ใช่ผู่้�ที่�ไม่เ่ ชื่�อ เช่่นเดีียวกัับเนื้้�อหาในพระธรรมทั้้�งหมด คำำ�เตืือนของพระเยซููเรื่�องนรกก่่อนหน้้านี้้�
ก็ไ็ ม่่ได้ม้ ีไี ว้เ้ พื่่อ� เตือื นคนที่่ไ� ม่เ่ ชื่�อแต่่เพื่่อ� เตือื นสาวกของพระองค์์เอง (ดููหนังั สืือของผมที่่ช�ื่�อ เส้้นทาง
ไปสู่�นรก - The Road to Hell, Hodder and Stoughton, 1992)
จุดุ นี้้เ� องที่่�ทูตู สวรรค์ไ์ ด้น้ ำ�ำ ยอห์น์ ไปชมนครเยรูซู าเล็ม็ ใหม่่และชีีวิติ ของนครนี้้� (ความคิิดที่่�ว่า่
เนื้้อ� หาที่่ถ� ูกู บันั ทึึกต่อ่ มานั้้�น เป็น็ ’การกล่่าวซ้ำ��ำ ’ ถึึงเยรููซาเล็็ม ‘เก่า่ ’ ในพัันปีีเป็น็ ความคิิดที่่แ� ปลก
ประหลาดมากเกิินกว่่าที่่�เราจะไปพิิจารณาถึึงในบทนี้้� และข้้อที่่� 10 ได้้อธิิบายข้้อที่่� 2 ไว้้อย่่าง
ชััดเจน) คำำ�บรรยายนั้้�นน่่าตื่�นตาตื่�นใจ คำ�ำ ศััพท์์ที่่�ใช้้อย่่างเจาะจงได้้ทำำ�ให้้เกิิดคำำ�ถามพื้้�นฐานขึ้�นมา
ว่่าสถานที่่�แห่่งนี้้�มีีลัักษณะเป็็นไปตามตััวอัักษรมากน้้อยเพีียงใด และมีีสััญลัักษณ์์อยู่�มากน้้อย
เพียี งใด?
ในด้้านหนึ่่�ง การที่่�จะแปลตามตััวอัักษรทั้้�งหมดนั้้�นไม่่น่่าจะถููกต้้อง เห็็นได้้ชััดว่่ายอห์์นได้้
อธิิบายถึึงสิ่�งที่่�ไม่่สามารถอธิิบายได้้ (เปาโลก็็พบกัับความยุ่�งยากเช่่นกัันเมื่�อท่่านได้้เห็็นความเป็็น
438 ปลดล็็อกพระคััมภีรี ์์ (พัันธสัญั ญาใหม่)่
จริงิ ของสวรรค์์ 2 โคริินธ์์ 12:4) สังั เกตได้ว้ ่่าท่า่ นต้อ้ งใช้ก้ ารเปรีียบเทีียบอยู่่�บ่อ่ ยครั้้ง� (‘ดั่ง� ’ หรืือ
‘ดุจุ ’ ใน 21:11, 18, 21; 22:1) แต่ก่ ารเปรียี บเทียี บนี้้�เป็น็ เพีียงแค่่การประมาณการและไม่่พอ
เพีียงอย่่างยิ่�ง อย่่างไรก็็ตาม ความเป็็นจริิงของสิ่�งที่่�ท่่านได้้เห็็นและได้้บรรยายถึึงอย่่างไม่่สมบููรณ์์
นี้้� จะต้้องดีไี ม่่น้อ้ ยไปกว่า่ คำำ�บรรยาย แต่่ดีีกว่่านั้้�นมาก
ในอีีกด้้านหนึ่่�ง การตีีความโดยถืือว่่าทุุกอย่่างเป็็นสััญลัักษณ์์ไปหมดนั้้�นก็็น่่าจะผิิด
การโน้้มเอีียงมาทางด้้านนี้้�มากเกิินไปจะทำ�ำ ให้้ภาพทั้้�งหมดนั้้�นกลายเป็็นความไม่่จริิงแท้้
‘ฝ่่ายวิญิ ญาณ’ ซึ่�งขััดกับั การบรรยายให้้เห็็นภาพของ ‘โลกใหม่่’ ว่่าเป็น็ สถานที่่จ� ริิง
เพื่่�อเน้้นประเด็็นในเรื่�องนี้้� เราอาจตั้้�งคำ�ำ ถามว่่า นครเยรููซาเล็็มใหม่่นี้้�เป็็นตััวแทน
ของประชากรหรืือสถานที่่?� คำำ�ถามนี้้�เกิิดขึ้น� เพราะนครนี้้�เรีียกว่่าเป็็น ‘เจ้้าสาว’ ซึ่�งก่อ่ นหน้า้ นั้้�นก็็
เคยเรีียกประชากรว่่าคริิสตจัักร (ใน 19:7-8) ในตอนแรก คำำ�นี้้�เป็็นเพีียงคำ�ำ เปรีียบเทีียบ (21:2
‘เหมืือนอย่่างเจ้้าสาว’) และใครก็็ตามที่่�เคยเห็็นการแต่่งงานของชาวยิิวจะเข้้าใจถึึงความเหมืือน
ในเรื่�องเสื้�อผ้้าที่่�มีีสีีสัันฉููดฉาดและประดัับด้้วยอััญมณีี อย่่างไรก็็ตามในภายหลัังนครนี้้�ได้้ถููก
กำ�ำ หนดเป็็นพิิเศษให้้เป็น็ ‘เจ้้าสาวที่่�เป็็นมเหสีขี องพระเมษโปดก’ (21:9) ทูตู สวรรค์์ได้้สััญญาว่า่ จะ
สำำ�แดง ‘เจ้้าสาว’ ให้ย้ อห์์นได้้เห็็น และก็็ได้้สำำ�แดงนครนี้้�แก่ท่ ่่าน (21:10) แม้ว้ ่า่ นิิมิติ นั้้น� ได้เ้ คลื่่อ� น
ต่่อไปเพื่่อ� ที่่�จะเปิดิ เผยให้เ้ ห็็นถึงึ ชีีวิิตของผู้�ที่อ� าศััยในนครนี้้�ก็็ตาม (21:24-22:5)
คำ�ำ ตอบสำ�ำ หรัับคำำ�ถามที่่�ยากมากนี้้�เกี่�ยวข้้องกัับชาวยิิวมากกว่่าคริิสเตีียน ‘อิิสราเอล’ ซึ่�ง
เป็็นเจ้้าสาวของพระยาห์์เวห์์เป็็นทั้้�งตััวบุุคคลและสถานที่่�มาตลอดโดยที่่�ไม่่สามารถแยกออกจาก
กัันได้้ ดัังนั้้�นพระสััญญาที่่�เป็็นคำำ�เผยพระวจนะถึึงการฟื้้�นฟููประชากรเพื่่�อให้้ได้้ไปยัังแผ่่นดิินของ
พวกเขานั้้�น เมื่ �อเปรีียบเทีียบกัับคริิสเตีียนซึ่�งเป็็นประชากรที่่�ไม่่มีีสถานที่่�ในโลกนี้้� เป็็นคน
แปลกหน้้า นัักเดิินทาง แขกพัักแรมที่่�ผ่า่ นมา ‘ผู้�พลััดถิ่น� ’ ที่่�บัังเกิิดใหม่่หรืือประชากรของพระเจ้้า
ที่่�กระจัดั กระจายและถููกเนรเทศไป (ยากอบ 1:1; 1 เปโตร 1:1) สวรรค์์นั้้�นเป็็น ‘บ้้าน’ ของพวก
เรา และสวรรค์์กำำ�ลัังจะลงมายัังโลกในที่่�สุุด คนยิิวและคนต่่างชาติิจะรวมกัันเป็็นประชากรของ
พระเจ้า้ ในสถานที่่�แห่่งหนึ่่�ง นี่่จ� ึงึ เป็น็ เหตุผุ ลว่่าทำ�ำ ไมนครนี้้จ� ึงึ มีชีื่อ� ของ 12 เผ่่าและอัคั รทููต 12 คน
จารึึกอยู่� (21:12-14)
การรวมเข้้าเป็็นหนึ่่�งเดีียวกัันของสิ่�งคู่่�กัันสองประการ คืือคนยิิวและคนต่่างชาติิ สวรรค์์
และโลก เป็็นพื้้น� ฐานในเป้้าหมายนิริ ันั ดร์ข์ องพระเจ้้า ‘พระองค์จ์ ะทรงรวมสิ่ง� สารพััดทั้้�งในสวรรค์์
และบนแผ่่นดิินโลกไว้้ภายใต้้พระคริิสต์์ผู้�ทรงเป็็นศีีรษะ’ (เอเฟซััส 1:10; โคโลสีี 1:20) ดัังนั้้�น
‘เจ้้าสาว’ จึึงกลายเป็็นหนึ่่�งเดีียวทั้้�งในตััวเจ้้าสาวเองและกัับพระคริิสต์์ซึ่�งทรงเป็็นสามีี เจ้้าสาวจึึง
เป็น็ ทั้้�งป ระชากรและสถานที่่� ช่า่ งยอดเยี่ย� มจริงิ ๆ
การวัดั ขนาดก็็มีคี วามสำำ�คััญอย่า่ งเห็็นได้ช้ ััด ทุกุ อย่า่ งนั้้�นต้อ้ งคููณด้ว้ ย 12 ขนาดของนครนั้้�น
วิวิ รณ์์ 439
ใหญ่่มหึึมามากกว่่า 2,000 กิิโลเมตรในทุุกด้้านทั้้�งสามมิิติิ นครนี้้จ� ะครอบคลุุมพื้้�นที่่ส� ่่วนใหญ่่ของ
ยุุโรปและสามารถบรรจุุดวงจันั ทร์์ไว้ไ้ ด้้หากมัันกลวง อีีกนัยั หนึ่่�งก็ค็ ืือ นครนี้้ใ� หญ่ม่ ากพอที่่จ� ะบรรจุุ
ประชากรของพระเจ้้าได้้ทั้้�งหมด รููปร่่างนั้้�นก็็สำ�ำ คััญยิ่�ง ซึ่�งเหมืือนกัับลููกบาศก์์มากกว่่าปีีรามิิด ซึ่�ง
แสดงถึึงความ ‘บริิสุุทธิ์์�’ ของนครนี้้�เพราะเป็็นเหมืือนรููปลููกบาศก์์ของ ‘อภิิสุุทธิิสถาน’ ใน
พระวิิหารหรืือพลัับพลา กำ�ำ แพงนั้้�นมีีไว้้เพื่่�อกำ�ำ หนดเขตของด้้านนอกมากกว่่าที่่�จะใช้้ในการ
ป้อ้ งกันั ภายใน ประตููเมือื งได้ถ้ ููกเปิิดไว้ต้ ลอดเวลา ไม่ม่ ีีอันั ตรายที่่�จะมาคุกุ คามได้้ ดัังนั้้�นชาวเมืือง
จึงึ สามารถเข้้าออกได้้ตลอด
เรารู้�จัักวััสดุุที่่�ใช้้ในการสร้้างนครนี้้�กัันดีี แต่่อััญมณีีที่่�หายากนั้้�นทำำ�ให้้เราได้้เห็็นภาพชิิมลาง
ของสวรรค์์ได้้เล็็กน้้อย สิ่�งที่่�บรรยายไว้้ในที่่�นี้้�เป็็นส่่วนหนึ่่�งในการพิิสููจน์์ถึึงการดลใจของพระเจ้้า
เพื่่�อให้้เขีียนพระธรรมเล่่มนี้้�ขึ้�น ปััจจุุบัันนี้้�เราสามารถผลิิตลำ�ำ แสงที่่� ’บริิสุุทธิ์�์กว่่า’ (โพลาไรซ์์และ
เลเซอร์์) อััญมณีีที่่�มีีคุุณภาพสููงยิ่�งซึ่�งไม่่เคยเป็็นที่่�รู้�จัักได้้ถููกแสดงเอาไว้้ที่่�นี่่� เมื่ �อส่่วนบาง ๆ ของ
อัญั มณีกี ระทบกัับแสงโพลาไรซ์ท์ ี่่�ตััดกันั (เช่น่ เดียี วกัับเมื่อ� เราเอาเลนส์์ของแว่น่ ตามาซ้้อนกัันในมุุม
ที่่�ถููกต้้อง) เราจะแยกอััญมณีีออกได้้เป็็นสองกลุ่�มใหญ่่ที่่�แตกต่่างกัันมาก คืือ ‘ไอโซทรอปิิก’ เป็็น
อััญมณีีที่่�จะมองไม่่เห็็นสีี เพราะสีีของมัันจะขึ้�นอยู่่�กัับแสงที่่�มาตกกระทบอย่่างไม่่มีีแบบแผนแล้้ว
จึึงจะแสดงความสว่่างแวววัับออกมา (เช่่น เพชร ทัับทิิม และโกเมน) ส่่วนอััญมณีีแบบ ‘แอนไอโซ
ทรอปิิก’ ไม่่ว่่าเดิิมจะเป็็นสีีอะไรก็็ตาม มัันจะสามารถเปล่่งสีีได้้ทุุกสีีในจำ�ำ นวนสีีรุ้�งออกมาด้้วยรููป
แบบที่่�แพรวพราวสุุกใส อััญมณีีในนครเยรููซาเล็็มใหม่่นั้้�นเป็็นแบบแอนไอโซทรอปิิก ไม่่มีีใคร
สามารถรู้้�เรื่�องนี้้�ได้ใ้ นตอนที่่�มีีการเขียี นพระธรรมวิวิ รณ์น์ ี้้�ขึ้�น นอกจากพระเจ้้าพระองค์์เดียี ว
อีกี ลักั ษณะหนึ่่�งที่่น� ่่าสะดุุดใจก็็คืือ คำ�ำ บรรยายมีีเพียี ง 32 ข้้อแต่่มีกี ารพาดพิงิ ถึึงพัันธสััญญา
เดิมิ มากกว่่า 50 ครั้้�ง (ส่่วนใหญ่่คืือเนื้้�อหาในปฐมกาล สดุุดีี อิิสยาห์์ เอเสเคียี ล และเศคาริยิ าห์)์
อัันที่่�จริิงแล้้วลัักษณะสำำ�คััญทุุกอย่่างนั้้�นคืือการทำ�ำ ให้้คำ�ำ เผยพระวจนะของชาวยิิวในพัันธสััญญา
เดิิมนั้้�นเสร็็จสมบููรณ์์ เป็็นการบ่่งบอกอีีกว่่าคำ�ำ เผยพระวจนะทั้้�งจากพัันธสััญญาเดิิมและพัันธ
สััญญาใหม่่นั้้�นมาจากแหล่่งเดีียวกััน (1 เปโตร 1:11; 2 เปโตร 1:21) พระธรรมวิิวรณ์์เป็็นช่่วง
สำ�ำ คัญั สูงู สุดุ ของเหตุุการณ์์ทั้้ง� ปวงและเป็็นบทสรุุปของพระคััมภีีร์ท์ ั้้�งเล่ม่
เมื่�อทูตู สวรรค์์ได้ส้ ำ�ำ แดงให้้เห็็นถึงึ ชีวี ิติ ในนครแห่ง่ นี้้� ประชากรที่่�อาศััยอยู่่�ต่า่ งชื่น� ชมยิินดีี แต่่
ก็็ยัังมีสีิ่ง� ที่่น� ่่าประหลาดใจ ความแตกต่า่ งกัันอย่่างมากกัับนครเยรูซู าเล็ม็ ‘เก่า่ ’ ก็็คืือไม่่มีีพระวิิหาร
ที่่ใ� หญ่่โตเพื่่�อใช้้ในการนมัสั การอย่่างเจาะจง (หรืือในเวลาที่่�เจาะจง?) ทั้้ง� นครนั้้น� เป็น็ พระวิิหารซึ่�ง
ถููกไถ่่มาเพื่่�อ ‘รัับใช้้พระองค์์ทั้้�งกลางวัันกลางคืืน’ (วิิวรณ์์ 7:15) ซึ่�งบอกเป็็นนััยว่่าการรัับใช้้และ
การนมััสการนั้้�นได้้กลัับมารวมกัันอีีกครั้้�งหนึ่่�ง เช่่นเดีียวกัับในสมััยของอาดััม (ปฐมกาล 2:15
อาดััมไม่ไ่ ด้ถ้ ููกบอกให้จ้ ััดวันั หนึ่่�งในเจ็ด็ วันั เอาไว้้สำำ�หรัับการนมัสั การ)
440 ปลดล็อ็ กพระคัมั ภีรี ์์ (พันั ธสััญญาใหม่)่
นครนี้้�จะเต็ม็ ไปด้้วยวัฒั นธรรมของชาติติ ่า่ ง ๆ (วิิวรณ์์ 21:24, 26) และจะไม่ถ่ ูกู ทำ�ำ ให้เ้ ป็็น
มลทิินจากพฤติิกรรมที่่�ไร้้ศีีลธรรม (21:27) นี่่�คืือเหตุุผลว่่าทำำ�ไมผู้�เชื่�อที่่�ยอมประนีีประนอมนั้้�น
เสี่�ยงกัับการถููกลบชื่�อออกไปจาก ‘หนัังสืือแห่่งชีีวิติ ของพระเมษโปดก’ (3:5; 21:7-8)
แม่่น้ำำ�� และต้้นไม้้แห่่งชีีวิิตมีีไว้้เพื่่�อให้้แน่่ใจว่่าสุุขภาพจะดีีสมบููรณ์์อย่่างต่่อเนื่่�อง เช่่นเดีียว
กัับเมื่อ� เริ่�มต้้น มีีอาหารเป็็นผลไม้้มากกว่่าเนื้้�อสัตั ว์์ (ปฐมกาล 1:29) แม้ว้ ่า่ ก่่อนหน้้านั้้�นจะไม่่มีขี ้้อ
บัังคัับให้้เป็็นมัังสวิริ ััติิ (ปฐมกาล 9:3; โรม 14:2; 1 ทิโิ มธีี 4:3)
เหนืือสิ่�งอื่�นใด ผู้้�ชอบธรรมจะอยู่�ในการทรงสถิิตของพระเจ้้า พวกเขาจะได้้เห็็นพระพัักตร์์
ของพระองค์์จริิง ๆ ซึ่�งเป็็นสิิทธิิพิิเศษที่่�ได้้ทรงมอบให้้กัับไม่่กี่�คนก่่อนหน้้านี้้� (ปฐมกาล 32:30;
อพยพ 33:11) แต่่ในเวลานี้้�สิิทธิิพิิเศษดัังกล่่าวเป็็นของพวกเขาทั้้�งหมด (1 โคริินธ์์ 13:12) พระ
พัักตร์์ของพระองค์์จะสะท้้อนอยู่ �บนใบหน้้าของพวกเขาและจะมีีพระนามของพระองค์์ประทัับบน
หน้้าผากของพวกเขาเหมืือนกัับคนที่่�รัับเครื่่�องหมายของ ‘สััตว์์ร้้าย’ (วิิวรณ์์ 13:16) พวกเขาจะ
‘ปกครองตลอดนิิจนิิรันั ดร์์ ซึ่ง� น่า่ จะเป็็นการปกครองสิ่�งที่่�ทรงสร้า้ งขึ้น� ใหม่ม่ ากกว่า่ ปกครองกัันเอง
ตามที่่ต�ั้�งพระทัยั เดิมิ (ปฐมกาล 1:28) ลัักษณะเช่่นนี้้�ถืือเป็็นการ ‘รัับใช้้’ พระผู้้�สร้า้ ง
จำำ�เป็็นที่่�จะต้้องย้ำ��ำ อีีกครั้้�งหนึ่่�งว่่า มนุุษย์์ไม่่ได้้เป็็นฝ่่ายไปสวรรค์์เพื่่�ออยู่่�กัับพระเจ้้าตลอดไป
แต่่พระองค์์จะเสด็็จมายัังโลกเพื่่�ออยู่่�กัับพวกเขาไปตลอดนิิรัันดร์์ นครเยรููซาเล็็มใหม่่จะเป็็น
อาณาจัักรนิริ ัันดร์์ของพระเจ้้าและมนุุษย์์ เป็็น ‘ที่่พ� ำ�ำ นักั ’ เป็็นบ้้านที่่�ถาวรของมนุษุ ย์์และพระองค์์
ยอห์์นต้้องได้ร้ ัับการเตือื นให้้บัันทึกึ ถึึงสิ่ง� เหล่า่ นี้้ไ� ว้้อีีกเช่น่ เคย การเสียี สมาธิิของท่่านเป็น็ สิ่ง�
ที่่เ� ราเข้้าใจได้้
‘ปััจฉิิมบท’ (วิิวรณ์์ 22:7-21) นั้้�นคล้้ายคลึึงกัับ ‘ปฐมบท’ (1:1-8) มาก พระนามของ
พระเจ้้าเป็็นพระนามหนึ่่�งและของพระคริิสต์์เป็็นอีีกพระนามหนึ่่�ง (1:8; 22:13) บทสรุุปของคำ�ำ
แนะนำ�ำ นั้้�นได้้สำำ�แดงถึึงตรีีเอกานุุภาพทั้้�งสิ้�น พระเจ้้า พระเมษโปดกและพระวิิญญาณทรงปรากฏ
อยู่่�ด้้วยกัันทั้้�งหมด
มีีการย้ำ��ำ ถึึงความจริิงที่่�ว่่าเวลานั้้�นสั้�นมาก พระเยซููจะเสด็็จมา ‘ในไม่่ช้้า’ (22:7, 12, 20)
อัันที่่�จริิงก็็ผ่่านมาหลายศตวรรษแล้้วนัับตั้�งแต่่ที่่�ได้้มีีการเขีียนและกล่่าวข้้อพระธรรมนี้้�ขึ้�นมา แต่่
นั่่�นก็ไ็ ม่ค่ วรทำ�ำ ให้เ้ รารู้้�สึกใจเย็็น เราต้อ้ งนำำ�ตััวเราเข้า้ มาอยู่�ใกล้้กัับ ‘สิ่ง� ต่า่ ง ๆ ที่่จ� ะต้อ้ งเกิิดขึ้น� ในไม่่
ช้า้ นี้้’� (22:6)
วันั นั้้น� ยัังคงมีีอยู่� วัันที่่�ผู้�ที่�กระหายเข้้ามารับั น้ำ��ำ แห่่งชีวี ิิตโดยไม่ต่ ้้องเสีียอะไรเลย (22:17) แต่่
เราต้้องตััดสิินใจเลืือกเสีียแต่่วัันนี้้� เวลานั้้�นจะมาถึึงเมื่�อจุุดยืืนทางศีีลธรรมในชีีวิิตของเราจะไม่่
เปลี่�ยนแปลงไปตลอดกาล (22:11) ฟาโรห์์มีีใจแข็็งกระด้้างต่่อพระเจ้้าถึึงเจ็็ดครั้้�ง ดัังนั้้�นพระองค์์
จึึงทรงทำ�ำ ให้้ใจของเขาแข็็งกระด้้างอีีกสามครั้้ง� (อพยพ 7:11; โรม 9:17-18) จะมีจี ุุดหนึ่่ง� ที่่ส�ิ่ง� เหล่า่
วิวิ รณ์์ 441
นี้้จ� ะเกิิดขึ้�นกัับทุุกคนที่่ด�ื้�อดึงึ และไม่เ่ ชื่�อในพระประสงค์์ของพระองค์์
มีีคนเพีียงสองกลุ่�มในท้้ายที่่ส� ุดุ คือื กลุ่�มคนที่่�ได้้ ‘ชำำ�ระล้้างเสื้อ� ผ้า้ ’ (วิิวรณ์์ 22:14 เทียี บกัับ
7:14) และได้้เข้้าไปในนคร และกลุ่�มคนที่่�ต้้องอยู่่�ด้้านนอก (22:15) เหมืือนกัับสุุนััขป่่าใน
ตะวัันออกกลางในทุุกวัันนี้้� นี่่�เป็็นครั้้�งที่่�สามแล้้วที่่�รายการของผู้�ละเมิิดที่่�ขาดคุุณสมบััติิได้้ถููกรวม
ไว้้ในบทท้้าย ๆ (21:8, 27; 22:15) ราวกัับว่่าจะไม่่ยอมปล่่อยให้้ผู้้�อ่่านหลงลืืมเลยว่่าสง่่าราศีีใน
อนาคตนั้้น� จะไม่ไ่ ด้้มาถึึงพวกเขาโดยอัตั โนมัตั ิิ พวกเขาต้้องเชื่�อในพระเยซูู เป็น็ ของคริสิ ตจัักร และ
เป็็นคนที่่� ‘กำ�ำ ลัังบากบั่่�นมุ่�งไปสู่�หลัักชััย เพื่่�อจะได้้รัับรางวััลซึ่�งพระเจ้้าได้้ทรงเรีียกจากเบื้้�องบนให้้
เราไปรัับในพระเยซูคู ริิสต์’์ (ฟีลี ิปิ ปีี 3:14) และสำำ�หรัับคนที่่� ‘จงอุุตส่่าห์.์ ....ที่่�จะได้้ใจบริิสุุทธิ์์� ด้ว้ ย
ว่า่ นอกจากนั้้น� ไม่่มีีใครจะได้เ้ ห็็นองค์์พระผู้�เป็็นเจ้้า’ (ฮีีบรูู 12:14)
ผู้�เชื่�อสามารถสููญเสีียอนาคตได้้อีีกทางหนึ่่�งโดยการทำ�ำ ให้้หนัังสืือเล่่มนี้้�เสีียหาย
ไม่ว่ ่า่ จะเป็น็ การเพิ่่ม� เติมิ หรือื ตััดเนื้้อ� หาออก เพราะว่่านี่่เ� ป็็น ‘คำ�ำ เผยพระวจนะ’ พระเจ้า้ ตรัสั ผ่า่ น
ผู้้�รัับใช้้ การเปลี่�ยนแปลงไม่่ว่่าทางใดทางหนึ่่�งนั้้�นเป็็นการล่่วงละเมิิดพระองค์์ จึึงต้้องได้้รัับการ
ลงโทษอย่่างรุุนแรง อย่่างไรก็็ตามไม่่น่่าเป็็นไปได้้ที่่�ผู้�ที่�ไม่่เชื่�อจะเข้้ามายุ่�งกัับเรื่�องนี้้� ผู้�ที่�ทำ�ำ ให้้เกิิด
ความเสีียหายน่่าจะเป็็นคนที่่�ทำำ�หน้้าที่่�อธิิบายและตีีความให้้กัับผู้�อื่�นมากกว่่า ขอพระเจ้้าทรง
เมตตาผู้�เขีียนที่่�ต่ำำ��ต้อ้ ยนี้้ห� ากเขาได้้ละเมิดิ ในทางใดทางหนึ่่�ง
ข้้อสัังเกตสุุดท้้ายนั้้�นเป็็นด้้านบวกไม่่ใช่่ด้้านลบ และได้้รวมสรุุปไว้้ในคำำ�เดีียวคืือ
‘เชิญิ เสด็็จมาเถิิด’
ในอีีกด้้านหนึ่่�ง นี่่�เป็็นคำ�ำ เชิิญจากปากของคริิสตจัักรซึ่�งได้้กล่่าวกัับโลกว่่า ‘ใครก็็ตาม’ ที่่�
ตอบสนองพระกิิตติิคุุณ (วิวิ รณ์์ 22:17 เปรียี บเทีียบกัับยอห์์น 3:16) อีกี ด้า้ นหนึ่่�งเป็น็ การกล่่าว
ต่อ่ พระเจ้า้ ว่่า ‘อาเมน พระเยซูอู งค์พ์ ระผู้�เป็น็ เจ้้า เชิญิ เสด็จ็ มาเถิดิ ’ (22:20)
คำำ�วิิงวอนทั้้�งสองด้้านนี้้�เป็็นลัักษณะของเจ้้าสาวที่่�แท้้จริิงผู้้�ถููกเคลื่่�อนโดยพระวิิญญาณ
(22:17) และมีปี ระสบการณ์์ในพระคุณุ ขององค์์พระเยซููเจ้า้ (22:21) และผู้้�ชอบธรรมทุกุ คนต่า่ งก็็
ร้อ้ ง ‘เชิิญเสด็จ็ มาเถิิด’ เป็น็ การเชิิญโลกที่่�ไม่เ่ ชื่อ� และการเสด็จ็ มาของพระผู้�เป็น็ เจ้้า
การมีีพระคริิสต์์เป็น็ ศูนู ย์์กลาง
นี่่เ� ป็็นพระธรรมเล่่มสุุดท้้ายของพระคััมภีรี ์์ เป็็น ‘พระธรรมวิวิ รณ์์ของพระเยซููคริสิ ต์์’ (1:1)
คำำ�เชื่�อม (‘ของ’) นั้้�นสามารถเข้้าใจได้้เป็็นสองประการคืือ มาจากพระองค์์หรืือเกี่�ยวกัับพระองค์์
บางทีอี าจจะเจตนาให้เ้ ป็็นทั้้ง� สองความหมาย แต่่ไม่ว่ ่า่ จะเป็น็ ประการใด พระองค์ก์ ็็เป็็นศููนย์ก์ ลาง
ของเนื้้�อ หาถ้อ้ ยคำำ�ทั้้�งหมด
หากสาระสำ�ำ คััญนี้้�คืือจุุดจบของโลก พระองค์์ก็็ทรงเป็็น ‘จุุดจบ’ และพระองค์์ทรงเป็็น
442 ปลดล็อ็ กพระคัมั ภีรี ์์ (พันั ธสัญั ญาใหม่่)
‘จุุดเริ่�มต้้น’ ด้้วย (22:13) แผนการของพระองค์์คืือ ‘พระองค์์จะทรงรวมสิ่�งสารพััดทั้้�งในสวรรค์์
และบนแผ่่นดิินโลกไว้ภ้ ายใต้้พระคริิสต์ผ์ู้�ทรงเป็น็ ศีรี ษะ’ (เอเฟซัสั 1:10)
ทั้้�งปฐมบทและปััจฉิิมบทนั้้�นเน้้นไปยัังการเสด็็จกลัับมายัังโลกของพระองค์์ (1:7; 22:20)
บานพัับที่่�เหวี่�ยงประวััติิศาสตร์์ซึ่�งเลวร้้ายลงเรื่�อย ๆ ให้้กลัับมาสู่�อนาคตที่่�ดีีขึ้�นเรื่�อย ๆ ก็็คืือการ
เสด็็จมาครั้้�งที่่ส� อง (19:11-16)
นี่่�คืือ ‘พระเยซููองค์์นี้้�’ (กิิจการฯ 1:11) ที่่�จะเสด็็จกลัับมา พระเมษโปดกของพระเจ้้า
ผู้�เสด็็จมาในครั้้�งแรกและทรงรัับ ‘บาปของโลก’ ไป (ยอห์น์ 1:29) ตลอดเนื้้�อหาในพระธรรมวิวิ รณ์์
นั้้น� พระเมษโปดกจะเป็็น ‘เหมือื นดังั ถููกปลงพระชนม์์แล้ว้ ’ (5:6)
อาจจะสัันนิษิ ฐานได้ว้ ่่ายัังคงมีีรอยแผลเป็น็ ให้เ้ ห็็นได้ท้ ี่่พ� ระเศียี ร สีขี ้้าง หลังั พระหััตถ์แ์ ละ
พระบาท (ยอห์์น 20:25-27) ยัังมีีการย้ำ�ำ� เตืือนอีีกหลายครั้้�งว่่าพระองค์์ได้้หลั่�งพระโลหิิตเพื่่�อไถ่่
มนุุษย์ท์ ุกุ ชาติิพันั ธุ์์�ด้้วย (5:9; 7:14; 12:11)
แต่่พระเยซููในพระธรรมวิิวรณ์์นี้้�แตกต่่างจากชายชาวกาลิิลีีผู้�นั้�นมากนััก การปรากฏ
พระองค์์ต่่อยอห์์นในตอนแรกนั้้�นทรงดููน่่าครั่่�นคร้้ามจนกระทั่่�งสาวกที่่�เคยสนิิทสนมกัับพระองค์์
มากที่่�สุุด (ยอห์์น 21:20) ถึึงกัับล้้มลงเหมืือนกัับคนตาย (1:17) และเราก็็ได้้กล่่าวถึึงพระเกศาที่่�
เป็น็ สีีขาวเหมืือนอย่่างหิิมะ พระเนตรเหมือื นอย่่างเปลวเพลิิง พระชิวิ หาที่่ค� ม พระพัักตร์ท์ ี่่ท� อแสง
และพระบาทที่่�วับั วาว
แม้้ว่่าจะมีีภาพราง ๆ ของพระเยซููที่่�ทรงพระพิิโรธในพระกิิตติิคุุณ (มััทธิิว 3:5; 10:14;
11:5) แต่่ ‘พระพิิโรธ’ ในพระธรรมวิิวรณ์์นั้้�นก่่อให้้เกิิดความหวาดกลััวขึ้้�นในหััวใจของทุุกผู้้�คน
พวกเขายินิ ยอมให้้หินิ ผาถล่่มลงมาทัับดีีกว่่าที่่�จะต้อ้ งสบพระเนตรพระองค์์ (6:16-17) ไม่ม่ ีี ‘พระ
เยซููผู้�ทรงอ่่อนโยน ถ่่อมสุุภาพ’ แม้้ว่่านี่่�จะเป็็นคำำ�บรรยายถึึงพระองค์์อย่่างไม่่ต้้องสงสััย แต่่ก็็ไม่่
เหมาะสมที่่จ� ะนำำ�มาใช้ท้ ี่่�นี่่�
มีีผู้�เชื่�อในคำำ�สอนของพระเยซููจำำ�นวนมากและได้้ปฏิิบััติิตามเพราะรัักสัันติิภาพ แต่่กลัับ
กลายเป็็นว่่าพระองค์์ทรงยืืนยัันในเรื่�องตรงกัันข้้าม ‘อย่่าคิิดว่่าเรามาเพื่่�อนำำ�สัันติิสุุขมาสู่�โลก เรา
ไม่่ได้้นำำ�สัันติิสุุขแต่่นำ�ำ ดาบมา’ (มััทธิิว 10:34; ลููกา 12:51) แน่่ทีีเดีียวที่่�พระวจนะของพระองค์์
สามารถมองว่่าเป็็นเรื่�อง ‘ฝ่่ายวิิญญาณ’ แต่่อธิิบายได้้ง่่ายมากกว่่าผ่่านพระธรรมวิิวรณ์์เพราะเรา
ได้เ้ ห็น็ ความขัดั แย้ง้ สุุดท้้ายที่่�เกิิดขึ้�นอย่า่ งชัดั เจนจนเกิิดความเข้้าใจได้้
พระเยซููเสด็็จมาจากสวรรค์์ด้้วยการประทัับบนหลัังม้้า ไม่่ใช่่บนหลัังลููกลา (เศคาริิยาห์์
9:9; วิิวรณ์์ 19:11 เปรีียบเทีียบกัับ 6:2) ฉลองพระองค์์นั้้�น ‘จุ่�มด้้วยเลืือด’ (19:13) แต่่ไม่่ใช่่
พระโลหิิตของพระองค์์ มีีอาวุุธ คืือ ‘ดาบ’ ซึ่�งก็็คืือพระชิิวหาของพระองค์์ที่่�ได้้ทรงฆ่่ากษััตริิย์์นัับ
พััน คนสามัญั และนัักรบ (ทั้้ง� ที่่เ� ป็็นอาสาสมัคั รและถููกเกณฑ์์มา) และด้้วยพระชิวิ หานี้้� พระองค์ไ์ ด้้
วิิวรณ์์ 443
ทรงจััดการให้้ต้้นมะเดื่�อนั้้�นเหี่่ย� วเฉาไปจนถึึงราก (มาระโก 11:20-21)
ในพระธรรมวิวิ รณ์์ ภาพของพระเยซููนั้้�นปรากฏอย่่างชััดเจนว่่าทรงเป็็นผู้�สัังหารคนจำ�ำ นวน
มาก ฝููงนกแร้้งได้้มาจััดการกัับซากศพเหล่่านั้้�นในภายหลััง ภาพนี้้�ได้้ทำ�ำ ให้้ผู้�ที่�นมััสการพระเจ้้า
และคุ้ �นเคยกัับภาพที่่�พระองค์์ทรงทอดพระเนตรอย่่างอ่่อนโยนลงมาจากหน้้าต่่างกระจกแก้้ว
หลากสีีต่่างตื่�นตกใจกลััว จะน่่าประหลาดใจยิ่่�งขึ้�นไปอีีกสำ�ำ หรัับคนที่่�ใช้้เวลาในสััปดาห์์ก่่อนวััน
คริิสต์์มาสตามปฏิิทิินของคริิสตจัักรเพื่่�อแสดงละครเรื่ �องการประสููติิของพระเยซููซึ่ �งเป็็นภาพของ
เด็็กทารกที่่�ช่่วยเหลืือตัวั เองไม่่ได้้ พระองค์์จะไม่ท่ รงเป็็นแบบนั้้น� อีีกแล้ว้
พระเยซููทรงเปลี่ย� นไปหรืือ? เรารู้้�กันั ดีวี ่า่ บางคนเมื่อ� มีอี ายุมุ ากขึ้น� ก็จ็ ะสุขุ ุมุ ขึ้�น แต่่บางคน
อาจกลัับกลายเป็็นคนอารมณ์์ร้้ายหรืือผููกพยาบาทได้้ สิ่�งเหล่่านี้้�ได้้เกิิดกัับพระองค์์ในช่่วงหลาย
ศตวรรษที่่�ผ่่านมาเช่่นนั้้น� หรือื ? หวัังว่่าคงไม่่ใช่เ่ ช่่นนั้้น�
แท้้จริิงไม่่ใช่่พระลัักษณะหรืือบุุคลิิกภาพที่่�เปลี่�ยนไป แต่่เป็็นเพราะพัันธกิิจของพระองค์์
การเสด็จ็ มาครั้้ง� แรกนั้้�นเพื่่�อ ‘เสาะหาและช่ว่ ยผู้�ที่ห� ลงหายไปให้้รอด’ (ลููกา 19:10) พระองค์ไ์ ม่่ได้้
มาเพื่่�อ ‘พิิพากษาลงโทษโลก แต่่เพื่่อ� ช่่วยโลกให้้รอดโดยทางพระบุุตรนั้้�น’ (ยอห์์น 3:17) พระองค์์
ทรงให้้โอกาสแก่่มนุุษยชาติิที่่�จะแยกตััวออกจากความบาปก่่อนที่่�พระองค์์จะทรงทำำ�ลายบาปให้้
หมดสิ้�น การเสด็็จมาครั้้ง� ที่่�สองนั้้�นมีีเป้้าหมายที่่ต� รงกันั ข้้าม คืือเพื่่อ� ทำำ�ลายไม่่ใช่ร่ ักั ษา เพื่่�อลงโทษ
ความบาปไม่ใ่ ช่ย่ กโทษ ‘เพื่่�อพิพิ ากษาทั้้ง� คนที่่�ตายไปแล้้วและมีีชีีวิิตอยู่�’ ตามที่่�หลักั ข้อ้ เชื่อ� อััครทููต
(Apostle’s Creed) และหลักั ข้อ้ เชื่อ� ไนซีนี (Nicene Creed) ได้ว้ ่า่ ไว้้
จึึงเป็็นคำำ�พููดที่่�คุ้�นหููไปแล้้วว่่า พระเยซููทรง ‘รัักคนบาปแต่่เกลีียดความบาป’ สิ่�งแรกนั้้�น
เห็น็ ได้อ้ ย่า่ งชัดั เจนในการเสด็็จมาครั้้ง� แรก และสิ่�งหลัังนั้้น� จะได้้เห็น็ เมื่อ� เสด็จ็ มาครั้้�งที่่�สอง คนที่่ย� ััง
ติิดอยู่่�กัับบาปก็็จะต้้องเผชิิญหน้้ากัับผลที่่�ตามมา ในเวลานั้้�น ‘บุุตรมนุุษย์์จะส่่งทููตสวรรค์์ของ
พระองค์์มากำำ�จััดทุุกสิ่�งอัันเป็็นต้้นเหตุุของบาปและกำ�ำ จััดทุุกคนที่่�ทำำ�ชั่่�วออกจากอาณาจัักรของ
พระองค์’์ (มัทั ธิิว 13:41) การ ‘คัดั ออก’ จะเป็น็ ไปอย่่างทั่่�วถึงึ และยุตุ ิธิ รรมที่่�สุดุ ทั้้�งต่่อผู้�เชื่�อและผู้�
ที่่�ไม่เ่ ชื่อ� ด้ว้ ย (ตามที่่�เปาโลได้้สอนไว้อ้ ย่า่ งชััดเจนใน โรม 2:1-11 ที่่ส� รุปุ ว่่า ‘พระเจ้้าไม่่ทรงเห็น็ แก่่
หน้้าใครเลย’)
อีีกครั้้�งหนึ่่�งที่่�เราต้้องจดจำ�ำ เอาไว้้ว่่าพระธรรมวิิวรณ์์มีีไว้้สำ�ำ หรัับผู้�เชื่�อที่่� ‘บัังเกิิดใหม่่’
อย่่างเจาะจง คำ�ำ บรรยายว่่าพระองค์์ทรงต่่อต้้านความบาปอย่่างรุุนแรงนั้้�นเป็็นสิ่�งที่่�ทรงตั้�งใจให้้
เขีียนเอาไว้้ เพื่่�อชัักจููงให้้ ‘คนชอบธรรม’ เกรงกลััวความบาปและโน้้มนำ�ำ ให้้ ‘เชื่�อฟัังบทบััญญััติิ
ของพระองค์์และยังั คงสััตย์ซ์ื่�อต่่อพระเยซูู’ (14:12)
เป็็นเรื่ �องง่่ายมากสำำ�หรัับคนที่่�มีีประสบการณ์์ในพระคุุณของพระเยซููคริิสต์์ที่่�จะลืืมว่่า
พระองค์ท์ รงเป็น็ ผู้้�พิิพากษา (2 โครินิ ธ์์ 5:10) ด้้วยเช่น่ กััน คนที่่ไ� ด้้รู้�จักั พระองค์์ในฐานะเพื่่�อนหรืือ
444 ปลดล็อ็ กพระคัมั ภีรี ์์ (พันั ธสััญญาใหม่)่
พี่่�น้้อง (ยอห์์น 15:15; ฮีีบรูู 2:11) มีีแนวโน้้มที่่�จะมองข้้ามพระลัักษณะที่่�ท้้าทายนี้้�ไป อย่่างไร
ก็็ตามพระองค์์ทรงสมควรได้้รัับ ‘คำ�ำ สดุุดีี พระเกีียรติิ พระสิิริิและอานุุภาพ ตลอดไปเป็็นนิิตย์์’
(5:13)
มีีพระนามของพระเยซููคริสิ ต์ใ์ นพระคัมั ภีีร์ม์ ากถึงึ 250 พระนามซึ่ง� ถูกู ใช้้ในพระธรรมเล่่มนี้้�
เป็็นจำำ�นวนมาก พระนามเหล่า่ นี้้�มีีเอกลัักษณ์์ พระองค์์ทรงเป็็นจุุดเริ่�มต้น้ และจุดุ ปลาย เป็็นอัลั ฟา
และโอเมกา พระองค์์ทรงเป็น็ ผู้�ปกครองสิ่ง� ที่่�พระเจ้้าทรงสร้า้ ง นี่่�คืือความสัมั พันั ธ์ข์ องพระองค์์กับั
จัักรวาลของเรา พระองค์์ทรงมีีส่่วนร่่วมในการสร้้างและรัับผิิดชอบในการดำ�ำ เนิินไปอย่่างต่่อเนื่่�อง
ของมันั และจะนำ�ำ ทุุกสิ่ง� ไปสู่่�ความสมบูรู ณ์์ (ยอห์น์ 1:3; โคโลสีี 1:15-17; ฮีีบรูู 1:1-2)
พระองค์์ทรงเป็็นสิิงห์์แห่่งยููดาห์์ รากเหง้้า (และเชื้�อสายหรืือหน่่อ) ของดาวิิด นี่่�คืือความ
สััมพัันธ์์ของพระองค์์กัับชนชาติิอิิสราเอลที่่�พระเจ้้าทรงเลืือกไว้้ พระองค์์ทรงเคยเป็็นและทรงเป็็น
พระเมสสิิยาห์ข์ องชาวยิวิ และจะเป็น็ เสมอไป
พระองค์์ทรงบริิสุุทธิ์�์และสััตย์์จริิง เป็็นพยานแท้้ที่่�สััตย์์ซื่�อ พระองค์์ทรงพระชนม์์อยู่� เป็็น
ผู้�สิ้�นพระชนม์์และคืืนพระชนม์์ตลอดนิิรัันดร์์ เป็็นผู้�ทรงถืือกุุญแจของความตายและแดนมรณา
นี่่�คืือความสััมพัันธ์์ของพระองค์์กัับคริิสตจัักร พวกเขาต้้องจดจำำ�ถึึงความรัักในความจริิงแท้้ของ
พระองค์์ ซึ่�งหมายถึงึ สัจั จะและความดีีพร้อ้ ม ซึ่�งตรงกัันข้้ามกัับการหน้้าซื่อ� ใจคด
พระองค์ท์ รงเป็น็ จอมกษัตั รา จอมเจ้า้ นาย พระองค์ท์ รงเป็็นดาวรุ่่�งอรุณุ ผู้้�ยังั คงฉายแสงเมื่อ�
ดาราดวงอื่�น (รวมทั้้�งพวกดารานัักแสดงด้้วย) นั้้�นดัับลง นี่่�คืือความสััมพัันธ์์ของพระองค์์กัับโลก
และวัันหนึ่่ง� ฤทธิ์อ์� ำำ�นาจของพระองค์์จะเป็น็ ที่่�ประจักั ษ์์ต่อ่ จัักรวาล
มีีหลายพระนามที่่�เป็็นที่่�รู้�จัักและใกล้้เคีียงกัับพระนามในพระกิิตติิคุุณยอห์์น เช่่น
‘เราเป็็น’ นี่่ไ� ม่ใ่ ช่เ่ ป็น็ เพียี งการอ้้างส่ว่ นบุคุ คล วลีีดังั กล่่าวนี้้ด� ููเหมือื นเป็น็ พระนามที่่พ� ระเจ้า้ ทรงใช้้
เปิิดเผยพระองค์์เองเพื่่�อนำำ�ไปสู่่�ความพยายามในการลอบปลงพระชนม์์ และท้้ายที่่�สุุดก็็นำำ�ไปสู่�
การลงโทษประหารพระเยซูู (ยอห์์น 8:58-59; มาระโก 14:62-63) เป็็นการตั้�งพระทัยั ที่่จ� ะแสดง
ให้้เห็็นความเป็็นพระเจ้้าร่่วมกัับตรีีเอกานุุภาพและความเท่่าเทีียมกัับพระเจ้้าของพระองค์์ได้้รัับ
การยืืนยัันในพระธรรมวิิวรณ์์ โดยที่่�พระบิิดาและพระบุุตรได้้ใช้้พระนามเดีียวกััน ตััวอย่่างเช่่น
‘อััลฟาและโอเมกา’ (1:8 และ 22:13)
โลกกำ�ำ ลัังดำ�ำ เนิินไปสู่่�จุุดจบและเป็็นการสิ้�นสุุดอย่่างเจาะจงมากกว่่าที่่�จะจบแบบไม่่
เกี่�ยวข้้องกัับใคร ในความเป็็นจริิง จุดุ จบนี้้�เป็น็ บุุคคล พระเยซูทู รงเป็น็ จุุดจบ
การศึึกษาพระธรรมวิิวรณ์์เพื่่�อค้้นหาว่่าโลกจะเป็็นไปอย่่างไรนั้้�นเป็็นการหลงประเด็็น
สาระสำำ�คััญที่่�ต้้องการสื่ �อสารผ่่านพระธรรมเล่่มนี้้�เป็็นเรื่ �องเกี่ �ยวกัับบุุคคลที่่�โลกนี้้�กำำ�ลัังจะไปหา
หรืือบุุคคลที่่จ� ะเสด็จ็ มาหาโลก มากกว่า่
วิวิ รณ์์ 445
คริิสเตียี นเป็น็ ผู้�ที่ร� อคอย ‘จุุดสิ้�นสุุด’ ที่่จ� ะมาถึงึ นี้้�อย่า่ งแท้้จริงิ ในทุกุ ชั่ว� อายุุคน คริสิ เตียี น
ต่่างมีีความหวัังว่่าสิ่�งนี้้�จะเกิิดขึ้�นในช่่วงชีีวิิตของพวกเขาสำ�ำ หรัับพวกเขา ‘จุุดสิ้�นสุุด’ ไม่่ได้้เป็็น
เพีียงเหตุุการณ์์ แต่่เป็็นบุุคคล พวกเขาได้้เฝ้้ารอคอย ‘พระองค์์’ ไม่่ใช่่ ‘เหตุุการณ์์’ อย่่าง
กระตือื รืือร้น้
ข้้อรองสุุดท้้าย (22:20) ได้้ให้้บทสรุุปของพระธรรมทั้้�งเล่่มที่่�เป็็นข้้อความส่่วนตััวอย่่าง
มากว่่า ‘พระองค์ผ์ู้�ทรงเป็น็ พยานในเหตุกุ ารณ์์เหล่่านี้้�ตรัสั ว่า่ “เราจะมาในเร็ว็ ๆ นี้้แ� น่่นอน”’ มีคี ำำ�
ตอบรัับเพียี งคำำ�เดียี วจากผู้�ที่เ� ข้า้ ใจว่่า ‘อาเมน พระเยซูอู งค์พ์ ระผู้�เป็น็ เจ้้า เชิิญเสด็จ็ มาเถิิด’
รางวัลั ของการศึกึ ษาพระธรรมเล่่มนี้้�
เราได้เ้ ห็็นแล้ว้ ว่า่ พระธรรมวิวิ รณ์เ์ ป็็นพระธรรมเล่ม่ เดีียวที่่�บอกว่่าจะนำำ�ทั้้ง� พระพรมาให้ก้ ับั
ผู้้�อ่่านและคำ�ำ แช่ง่ สาปมาให้้กัับผู้�ที่�ทำ�ำ ให้้หนัังสืือเล่่มนี้้�เสีียหาย (1:3; 22:18-19) โดยสรุปุ แล้้ว เรา
จะเห็็นว่่ามีีประโยชน์์ถึึง 10 ประการอัันเป็็นผลมาจากความเข้้าใจในเนื้้�อหาที่่�สื่�อออกมาทั้้�งหมด
นั้้�นจะช่่วยเราในการดำำ�เนินิ ชีีวิิตคริสิ เตียี นอย่า่ งแท้จ้ ริงิ
1. การจบสมบููรณ์ข์ องพระคััมภีรี ์์
ผู้้�ศึึกษาจะได้้แบ่่งปัันความรู้�ของพระเจ้้าในเรื่�อง ‘รู้�แจ้้งถึึงจุุดจบจากจุุดเริ่�มต้้น’ (อิิสยาห์์
46:10) เรื่�องนี้้�ได้้จบลงอย่่างสมบููรณ์์ เป็็นการเปิิดเผยถึึงการจบลงอย่่างมีีความสุุข เรื่�องราวของ
ความรัักได้้จบลงด้้วยการสมรสและความสััมพัันธ์์ที่่�แท้้จริิงได้้เริ่�มต้้นขึ้�น หากปราศจากพระธรรม
เล่่มนี้้� พระคััมภีีร์์ก็็คงจะไม่่สมบููรณ์์และจะเป็็นที่่�รู้�จัักกัันว่่าเป็็น ‘ฉบัับที่่�ถููกตััดออก’ ความ
คล้้ายคลึึงกัันอย่่างเห็็นได้้ชััดระหว่่างเนื้้�อหาในหน้้าแรกและหน้้าสุุดท้้ายของพระคััมภีีร์์ (เช่่น
ต้น้ ไม้้แห่่งชีวี ิิต) นั้้�นเป็น็ เหตุเุ ป็น็ ผลต่่อเรื่อ� งอื่�น ๆ ทั้้�งหมดที่่�อยู่�ในระหว่่างทั้้�งสองหน้้านี้้�
2. การปกป้อ้ งจากคำ�ำ สอนเท็จ็
บ่่อยครั้้�งที่่�พวกกลุ่�มสอนผิิดหรืือลััทธิิต่่าง ๆ ได้้มาเคาะประตููคริิสตจัักรของเรา พวกเขาดูู
เป็็นคนที่่�มีีความเข้้าใจและมีีความรู้�อย่่างลึึกซึ้�งโดยเฉพาะเรื่�องราวในพระธรรมวิิวรณ์์ ทำำ�ให้้คนที่่�
มาคริิสตจัักรประทัับใจเพราะไม่่เคยได้้ยิินมาก่่อน ส่่วนใหญ่่เป็็นเพราะไม่่มีีการสอน (และขาดครูู
ผู้้�สอนที่่�รู้้�จริิง) พวกเขาไม่่สามารถท้้าทายการตีีความที่่�คนเหล่่านี้้�นำำ�เสนอซึ่�งอาจจะแปลกพิิสดาร
อย่่างมาก สิ่ง� เดีียวที่่�สามารถปกป้้องได้อ้ ย่่างแท้้จริิงคืือความรู้�ที่ถ� ูกู ต้อ้ งและมากกว่่า
3. การตีีความประวัตั ิิศาสตร์์
การเข้้าใจถึึงเหตุุการณ์์ต่่าง ๆ ในปััจจุุบัันอย่่างผิิวเผิินอาจจะทำำ�ให้้ใครต่่อใครสัับสนใน
ทิิศทางที่่�กำำ�ลัังมองเห็็น เนื่่�องจากเหตุุการณ์์ในอนาคตได้้ทอดเงาเลืือนรางไว้้ก่่อนแล้้ว ผู้�ที่�ศึึกษา
446 ปลดล็อ็ กพระคััมภีรี ์์ (พัันธสััญญาใหม่)่
พระธรรมวิิวรณ์์จะได้้พบกัับความน่่าประหลาดใจที่่�เกี่�ยวข้้องกัับเหตุุการณ์์ของโลก ราวกัับว่่าเขา
เป็็นผู้้�นำ�ำ ของโลกและเศรษฐกิิจที่่�ปราดเปรื่�อง นัักเทศนาคนใดที่่�อธิิบายพระธรรมเล่่มนี้้�ได้้อย่่าง
เป็็นระบบก็็มีีแนวโน้้มที่่�จะได้้รัับความสนใจ คนที่่�ได้้อ่่านเรื่�องราวของเขาในหนัังสืือพิิมพ์์ก็็จะตััด
เก็็บไว้้
4. รากฐานแห่่งความหวััง
ทุกุ สิ่ง� นั้้�นเป็็นไปตามแผนการของพระเจ้า้ พระเยซููยัังประทับั อยู่�บนบััลลัังก์์ ทรงบััญชาการ
ทุุกสิ่ง� อย่า่ งไปจนจบ พระธรรมวิวิ รณ์ย์ ืืนยันั กับั เราว่า่ ความดียี ่่อมชนะความชั่�ว พระคริสิ ต์ท์ รงมีชี ัยั
ต่่อซาตานและผู้้�ชอบธรรมจะปกครองโลกในวัันหนึ่่�ง โลกของเราจะปราศจากมลพิิษทั้้�งฝ่่าย
กายภาพและศีีลธรรม แม้้กระทั่่�งจัักรวาลก็็จะถููกรื้�อฟื้�้นกลัับมาใหม่่ ความหวัังทั้้�งหมดนี้้�จะเป็็น
เสมืือน ‘สมอที่่�แน่่นอนและมั่ �นคงของ ‘จิิตใจ’’ ในขณะที่่�เผชิิญมรสุุมในชีีวิิต (ฮีีบรูู 6:19)
พระเทีียมเท็็จ ค่่านิิยมฝ่่ายโลก และมนุุษยนิิยมอาจจะมีีพื้้�นที่่�ของพวกเขามากขึ้�น แต่่ก็็จะอยู่�ได้้
ไม่น่ าน
5. แรงขับั เคลื่�อนในการประกาศข่า่ วประเสริิฐ
ไม่่มีีการนำำ�เสนอทางเลืือกใดที่่�ชััดเจนมากไปกว่่านี้้�อีีกแล้้วสำ�ำ หรัับจุุดหมายปลายทางของ
ชาติิพัันธุ์�มนุุษย์์ สวรรค์์และโลกใหม่่หรืือบึึงไฟ ความสุุขชั่�วนิิรัันดร์์หรืือความทุุกข์์ชั่�วนิิรัันดร์์
โอกาสที่่�จะได้้เลืือกนั้้�นก็็ไม่่ได้้ยาวนานแบบไม่่มีีกำำ�หนด วัันแห่่งการพิิพากษาจะมาแน่่ มนุุษยชาติิ
ทุุกคนจะต้้องรัับผิิดชอบ แต่่วัันแห่่งความรอดยัังคงมีีอยู่� ‘ผู้�ใดกระหายให้้ผู้�นั้�นเข้้ามาและผู้�ใด
ปรารถนาให้้ผู้�นั้น� มารับั น้ำ�ำ� แห่ง่ ชีวี ิิตโดยไม่ต่ ้้องเสีียอะไรเลย’ (22:17) การเชิิญให้้มา ‘เชิิญเสด็จ็ มา
เถิิด’ นั้้�นเป็น็ การเชิญิ ร่ว่ มกันั โดย ‘พระวิญิ ญาณ’ และเจ้้าสาวของพระองค์์ (คืือ คริสิ ตจักั ร)
6. แรงกระตุ้�นให้้นมัสั การ
พระธรรมวิิวรณ์์เต็็มไปด้้วยการนมััสการ มีีการขัับร้้องและเสีียงเพลงมากมาย มีีเพลงหลััก
ถึึง 11 เพลงซึ่�งเป็็นแรงบัันดาลใจให้้หลายคนได้้เขีียนเพลงขึ้�นเพื่่�อใช้้นมััสการในตลอดทุุกยุุคทุุก
สมััย จากเพลงเมสสิิยาห์์ ไปจนถึึงเพลงข้้ามองเห็็นพระสิิริิในการเสด็็จมาขององค์์พระผู้�เป็็นเจ้้า
(Battle Hymn of the Republic) การนมััสการนั้้�นได้้มอบถวายโดยตรงแด่่พระเจ้า้ และพระเมษ
โปดก ไม่่ใช่่พระวิิญญาณ และไม่่เคยมีีการนมััสการทููตสวรรค์์ ‘ดัังนั้้�น โดยเหล่่าทููตสวรรค์์ และ
หััวหน้้าทูตู สวรรค์์ เราสรรเสริญิ และยกพระนามอันั บริสิ ุุทธิ์์�ของพระองค์์...’
7. ยาถอนพิิษของการดำ�ำ เนิินชีีวิิตแบบโลก
การมีี ‘จิติ ใจที่่�หลงรัักโลก’ ช่่างง่า่ ยดายนััก เหมือื นกับั ที่่�วิลิ เลีียม เวิริ ์์ดสเวิิร์ธ์ ได้ก้ ล่่าวเตืือน
ไว้ว้ ่า่
วิวิ รณ์์ 447
เรานั้้น� ถูกู โลกกลืืนมานานนััก
ไม่่หยุุดพััก มัวั วิ่่ง� วนเพื่่อ� ค้้นหา
รัับและจ่่ายสิ่ง� ที่่เ� รียี กว่่าเงินิ ตรา
ลืมื คุุณค่่าตัวั ตนไซร้.้ ..ไร้ก้ ำ�ำ ลังั
พระธรรมวิิวรณ์ไ์ ด้้สอนให้เ้ ราคิิดถึงึ บ้้านที่่�เป็็นนิริ ันั ดร์์มากกว่า่ ‘บ้้านในอุดุ มคติ’ิ ที่่�เป็น็ ของ
ชั่�วคราว คิิดถึงึ กายที่่จ� ะได้ร้ ับั จากการเป็็นขึ้น� จากความตายมากกว่่าร่่างกายที่่ร� ่ว่ งโรยไปตามวัยั
8. สิ่�งจููงใจในการดำำ�เนินิ ชีวี ิติ ในทางพระเจ้า้
น้ำ�ำ�พระทััยพระเจ้้าสำำ�หรัับเราคืือความบริิสุุทธิ์�์ต้้องมาก่่อนแล้้วความสุุขจะตามมา ไม่่ใช่่
วิิถีีที่่�ตรงกัันข้้ามอย่่างที่่�หลายคนปรารถนา ความบริิสุุทธิ์์�เป็็นสิ่�งที่่�สำ�ำ คััญมาก หากเราต้้องเผชิิญ
และต้้องเอาตััวรอดจากความทุุกข์์ยาก เอาชนะการทดลองจากภายในและการข่่มเหงจาก
ภายนอก พระธรรมวิิวรณ์์ได้้เขย่่าเราให้้หลุุดออกจากความเฉื่�อยชา ความพึึงพอใจ และการเพิิก
เฉยโดยเตือื นเราว่่าพระเจ้า้ ทรง ‘บริิสุุทธิ์์� บริิสุุทธิ์์� บริิสุุทธิ์์�’ (4:8) และผู้�ที่�บริิสุทุ ธิ์์� ‘เท่่านั้้�น’ ที่่�จะได้้
เข้้าส่่วนร่่วมในการเป็็นขึ้�นจากความตายครั้้�งแรกเมื่�อพระเยซููเสด็็จกลัับมา (20:6) พระธรรมทั้้�ง
เล่่มนี้้โ� ดยเฉพาะจดหมายทั้้�งเจ็็ดในตอนเริ่�มแรก ได้ย้ ืืนยัันหลักั การที่่ว� ่า่ ‘ถ้า้ ปราศจากความบริสิ ุทุ ธิ์์�
แล้ว้ ก็ไ็ ม่ม่ ีีใครจะได้้เห็น็ องค์์พระผู้�เป็น็ เจ้า้ เลย’ (ฮีีบรูู 12:14)
9. การเตรีียมตัวั พร้้อมรัับการถูกู ข่่มเหง
แน่น่ อนว่า่ นี่่�คือื เป้า้ หมายพื้้น� ฐานของการเขีียนพระธรรมวิวิ รณ์ข์ึ้�น เป็็นที่่�ชััดเจนว่่าข้้อความ
นั้้�นได้้ถููกส่่งมาถึึงคริิสเตีียนที่่�ต้้องทนทุุกข์์เพราะความเชื่�อของพวกเขา เพื่่�อหนุุนใจพวกเขาให้้
‘ทรหดอดทน’ และ ‘มีชี ัยั ชนะ’ เพื่่�อรัักษาชื่อ� ของพวกเขาไว้ใ้ นหนัังสืือแห่่งชีีวิติ และได้ร้ ัับมรดกใน
การทรงสร้้างใหม่่ พระเยซููทรงทำ�ำ นายว่่าจะมีีความเกลีียดชัังผู้�ที่�ติิดตามพระองค์์ก่่อนจะถึึงจุุดจบ
(มัทั ธิิว 24:9) จึงึ เป็็นเหตุใุ ห้้เราต้้องเตรียี มตััวให้พ้ ร้อ้ ม
หากเรื่�องดัังกล่่าวนี้้�ยัังไม่่เกิิดขึ้�นในประเทศของผู้้�อ่่าน ไม่่ช้้าไม่่เร็็วจะมาถึึงอย่่างแน่่นอน
และผู้�ที่�ขี้ข� ลาดนั้้�นจะต้อ้ ง ‘เดิินเปลืือยกายให้้อัับอายขายหน้า้ ’ (16:15) และ ‘ที่่ข� องเขาคืือบึึงที่่�
ไฟและกำำ�มะถัันกำ�ำ ลัังลุกุ ไหม้อ้ ยู่�’ (21:8)
10. ความเข้้าใจในพระคริสิ ต์์
พระธรรมวิิวรณ์์ได้้ให้้ภาพของพระเจ้้าจอมเจ้้านายและพระผู้�ไถ่่ที่่�สมบููรณ์์ หากปราศจาก
พระธรรมเล่่มนี้้� ภาพจะไม่่สมดุุลหรืืออาจถึึงขั้�นผิิดเพี้้�ยนได้้ หากพระกิิตติิคุุณได้้แสดงถึึงพระองค์์
และบทบาทของพระองค์์ในฐานะผู้�เผยพระวจนะ และจดหมายฝากได้้ครอบคลุุมบทบาทของ
พระองค์์ในฐานะปุุโรหิิต พระธรรมวิิวรณ์์จะทำำ�ให้้เราประจัักษ์์แจ้้งกัับบทบาทของพระองค์์ใน
448 ปลดล็อ็ กพระคััมภีรี ์์ (พันั ธสัญั ญาใหม่)่
ฐานะจอมกษััตริิย์์และจอมเจ้้านาย นี่่�คืือพระคริิสต์์ที่่�โลกยัังไม่่เคยได้้เห็็นแต่่จะได้้เห็็นในวัันหนึ่่�ง
พระคริิสต์์ที่่ค� ริิสเตีียนได้้เห็น็ โดยความเชื่�อและจะได้พ้ บกัับพระองค์อ์ ย่่างประจักั ษ์์แก่่ตาในวัันหนึ่่ง�
หลัังจากที่่�ได้้ศึึกษาพระธรรมวิิวรณ์์แล้้ว จะไม่่มีีผู้�ใดเป็็นเหมืือนเดิิมได้้อีีก อย่่างไรก็็ตาม
เนื้้�อหาที่่�สื่�อสารในพระธรรมเล่่มนี้้�อาจจะถููกลืืมไปได้้ นี่่�คืือสาเหตุุว่่าทำำ�ไมพระธรรมเล่่มนี้้�จึึงไม่่
เพีียงแต่่เป็็นพระพรต่่อผู้�ที่�อ่่านหรืือผู้�ที่อ� ่่านให้ค้ นอื่�น ๆ ได้ฟ้ ััง แต่ย่ ัังเป็็นพระพรสำำ�หรัับคนที่่� ‘ถืือ
รักั ษา’ สิ่ง� ที่่ถ� ูกู เขีียนไว้้ หมายความว่า่ เราต้อ้ ง ‘จดจำำ�ใส่ใ่ จ’ (1:3) และต้้องปฏิบิ ัตั ิติ าม ‘อย่า่ เพีียง
แต่ฟ่ ังั พระวจนะซึ่ง� เป็น็ การหลอกตััวเอง แต่่จงปฏิิบััติติ ามพระวจนะนั้้น� ’ (ยากอบ 1:22)
449
24.
พันั ปีี
น่่าเศร้้าใจที่่�พระธรรมวิิวรณ์์บทที่่� 20 ได้้ก่่อให้้เกิิดการแบ่่งแยกในหมู่่�คริิสเตีียนขึ้�นอย่่าง
ชััดเจน มีีการตีีความที่่�แตกต่่างกัันอย่่างมากจนกระทั่่�งต้้องตกลงกัันด้้วยวาจาว่่าจะไม่่อภิิปรายถึึง
เรื่อ� งนี้้�เพื่่�อเห็็นแก่ค่ วามเป็น็ เอกภาพ
ผู้้�อ่่านอาจจะเคยทราบถึึงทััศนะหลััก 3 ทััศนะ ได้้แก่่ ทััศนะไร้้พัันปีีนิิยม (Amillennial)
ทััศนะก่่อนพัันปีีนิิยม (Premillennial) และทััศนะหลัังพัันปีีนิิยม (Postmillennial) แต่่ก็็ยัังมีี
ทััศนะที่่�แยกย่่อยลงไปอีกี
บางคนมีีแนวโน้้มที่่�จะมองว่่าทััศนะทั้้�งหมดนี้้�เป็็นการคาดเดาเชิิงวิิชาการและไม่่มีีความ
เกี่�ยวเนื่่อ� งกััน (เพื่่อ� นของผมคนหนึ่่ง� เรียี กว่่าเป็น็ ‘คำ�ำ ถามที่่�ไร้ส้ าระที่่ส� ุดุ ’) และได้ส้ ร้า้ งศััพท์ใ์ หม่่ว่า่
พัันปีีที่่�จบลงด้้วยดีี (Panmillennial) (เป็็นความเชื่�อแบบคลุุมเครืือว่่าทุุกอย่่างจะจบลงอย่่างมีี
ความสุุข ไม่ว่ ่า่ ในตอนนี้้�เราจะเป็็นอย่่างไร)
เช่่นเดีียวกัับความเชื่�อและความรััก ความหวัังนั้้�นเป็็นองค์์ประกอบสำำ�คััญของชีีวิิต
คริิสเตีียน สิ่�งที่่�เรามั่ �นใจว่่าจะเกิิดขึ้�นในอนาคตจึึงมีีผลต่่อพฤติิกรรมในปััจจุุบัันของเราอย่่างมาก
ความเชื่อ� ในเรื่�อง ‘พัันปีี’ ของเรามีีอิทิ ธิิพลต่่อการประกาศและพฤติิกรรมทางสังั คมของเราด้ว้ ย
โดยเฉพาะอย่่างยิ่�ง ความหวัังของเราต่่อโลกนี้้�มีีความสำำ�คััญมาก โลกจะแย่่ลงหรืือจะดีีขึ้�น
หรืือไม่่? การที่่�พระเยซููเสด็็จกลัับมายัังดาวเคราะห์์นี้้จ� ะเป็็นประโยชน์์อัันใด? หรืือเป็็นเพีียงแค่่ตััว
หนัังสือื ที่่ถ� ูกู บันั ทึึกเอาไว้?้ พระองค์จ์ ะเสด็็จมาพิิพากษาชนชาติติ ่า่ ง ๆ หรือื ปกครองอยู่�เหนือื พวก
เขา? และทำำ�ไมพระองค์์จึงึ ทรงนำำ�คริิสเตียี นที่่จ� ากไปแล้้วกลับั มากัับพระองค์ด์ ้ว้ ย? (1 เธสะโลนิิกา
4:14)
พระเจ้้าทรงไม่่ได้้เปิิดเผยอนาคตเพีียงเพื่่�อตอบสนองความอยากรู้�อยากเห็็นหรืืออยากให้้
450 ปลดล็็อกพระคัมั ภีรี ์์ (พันั ธสัญั ญาใหม่)่
เรามีีความรู้�ขั้�นสููง แต่เ่ พื่่�อให้้พวกเราได้้ตระเตรียี มตัวั เองเพื่่อ� อนาคต หากเราเชื่อ� ว่า่ เราจะมีสี ่่วนใน
การปกครองโลกนี้้� เราจะรับั ผิิดชอบพฤติกิ รรมต่า่ ง ๆ ของเรามากกว่่าที่่�เป็็นอยู่�
เราจึึงจำำ�เป็็นต้้องมาพิิจารณาถึึงเนื้้�อหาในบริิบทของเรื่�องนี้้� แล้้วตั้้�งคำ�ำ ถามว่่า
เมื่�อไหร่่และทำ�ำ ไมจึึงมีีการตีีความที่่�หลายหลากเช่่นนี้้�เกิิดขึ้�น? สุุดท้้ายแล้้ว เราจะประเมิินผล
และหวังั ว่่าจะได้้ข้้อสรุปุ
การอรรถาธิบิ ายพระคััมภีีร์์
พระธรรมวิิวรณ์์บทที่่� 20 ข้้อที่่� 1-10 เป็็นจุุดศููนย์์รวมของข้้อถกเถีียงทั้้�งหมด เราจึึงต้้อง
ทบทวนเสีียก่่อนว่่ามีีเนื้้�อหาอะไรที่่�ถููกกล่่าวถึึงเอาไว้้อย่่างชััดเจน ก่่อนที่่�จะพยายามดึึงเอาข้้อสรุุป
ของเนื้้อ� หาในตอนนี้้�ออกมา
สิ่ง� ที่่�น่่าสะดุดุ ใจมากที่่ส� ุุดก็ค็ ือื คำำ�ว่า่ ‘พัันปี’ี ที่่ถ� ููกกล่า่ วซ้ำ��ำ ถึงึ 6 ครั้้ง� มีีอยู่� 2 ครั้้�งที่่ถ� ูกู กล่า่ ว
ถึึงพร้อ้ มกัับคำำ�นำำ�หน้้านามอย่า่ งเจาะจง (the thousand years) การเน้น้ ย้ำำ��ด้ว้ ยคำำ�ว่า่ the นั้้�น
เกิิดขึ้�นอย่่างตั้�งใจ ไม่่ว่่าจะแปลตามตััวอัักษรหรืือเป็็นการเปรีียบเทีียบ คำำ�นำำ�หน้้านามเช่่นนี้้�มีี
ความหมายอย่่างชััดเจนว่่านี่่�คืือช่่วงระยะเวลาที่่�ยืืดยาวช่่วงหนึ่่�ง นัักวิิพากษ์์ส่่วนใหญ่่ก็็เห็็นด้้วย
คำำ�นี้้จ� ึงึ หมายถึึงยุุคสมััย เป็็นช่ว่ งเวลาสำำ�คััญในประวัตั ิศิ าสตร์์
น่า่ ประหลาดใจที่่เ� นื้้อ� หาทั้้�งหมดนี้้ก� ลับั มีขี ้้อมูลู เกี่ย� วกัับเรื่�องพันั ปีีเพีียงเล็ก็ น้อ้ ย เราได้้ทราบ
ถึึงเหตุกุ ารณ์ใ์ น 3 ส่ว่ น ประกอบด้ว้ ยเหตุกุ ารณ์์ส่่วนที่่�หนึ่่�งซึ่�งเกิดิ ขึ้�นในตอนต้น้ อีกี เหตุุการณ์ห์ นึ่่ง�
ในตอนจบ และเรื่�องราวที่่�ดำ�ำ เนิินไปอย่่างต่่อเนื่่�องในระหว่่างนั้้�นทั้้�งสองเหตุุการณ์์ในตอนต้้นและ
ตอนจบนั้้น� เกี่ย� วข้อ้ งกับั มาร ในขณะที่่เ� รื่อ� งราวในระหว่่างนั้้น� เกี่�ยวข้้องกับั บรรดาธรรมิกิ ชน
‘พัันปีี’ เริ่�มต้้นขึ้น� ตั้�งแต่่การขับั ไล่่มารออกไปจากโลก ทูตู สวรรค์ล์ งมาพร้้อมกับั โซ่เ่ ส้น้ ใหญ่่
เพื่่อ� จับั มาร ล่า่ ม โยน ลั่น� กุญุ แจ และประทัับตรา คำ�ำ กริยิ าทั้้ง� 5 คำ�ำ นี้้�เน้้นให้เ้ ห็็นว่่ามารไม่่สามารถ
ช่่วยเหลืือตััวมัันเองได้้เลยจึึงกล่่าวยืืนยัันด้้วยประโยคง่่าย ๆ ได้้ว่่า อาชีีพการล่่อลวงมนุุษย์์อย่่าง
ชาญฉลาดของมัันได้้จบลงแล้้วแม้้จะเป็็นเวลาเพีียงแค่่พัันปีีเท่่านั้้�น มัันยัังไม่่ได้้ถููกโยนลงไปในบึึง
ไฟ (ยังั ไม่ถ่ ูกู โยนลงไปตอนนี้้)� แต่ไ่ ด้ถ้ ูกู จำำ�จองไว้อ้ ย่่างแน่่นหนาใน ‘นรกขุมุ ลึึก’ โดยทั่่ว� ไปคิิดว่า่ น่่า
จะเป็็นใต้้พื้้�นโลกที่่�สิ่�งมีีชีวี ิติ ทั้้�งหมดไม่่สามารถเอื้�อมไปถึงึ และแตะต้้องมันั ได้้
การกำำ�จััดมาร รวมถึึงการส่่งลููกสมุุนของมัันทั้้�งสองบุุคคล คืือ ปฏิิปัักษ์์พระคริิสต์์และ
ผู้�เผยพระวจนะเท็็จ (‘สััตว์์ร้้าย’ทั้้�งสองในวิิวรณ์์ 13) ไปที่่� ‘บึึงไฟ’ (19:20) จะทำ�ำ ให้้โลกขาด
ผู้�ปกครองและเกิิดสุญุ ญากาศทางการเมือื ง
ในส่่วนที่่�สองของนิิมิติ ช่ว่ งพันั ปีี ยอห์น์ ได้้เห็น็ ‘บัลั ลัังก์ห์ ลายบัลั ลัังก์์’ (มีเี พียี งในตอนนี้้�และ
ในบทที่่� 4:4 ที่่�เป็็นคำำ�พหููพจน์์) ที่่�ถููกครอบครองโดยบรรดาผู้�ได้้รัับอำำ�นาจให้้ ‘พิิพากษา’ (คืือยุุติิ
พัันปีี 451
ข้้อโต้้แย้้ง รักั ษากฎหมายและความเป็็นระเบีียบเรียี บร้้อย รวมถึึงให้ค้ วามยุตุ ิิธรรม) ในกลุ่�มคนที่่�มีี
ขนาดใหญ่่ขึ้�นนี้้� ท่่านได้้สัังเกตเห็็นถึึงผู้�ที่�ได้้พลีีชีีพเพื่่�อพระคริิสต์์โดยปฏิิเสธการนมััสการปฏิิปัักษ์์
พระคริิสต์์ หรืือไม่่ยอมถููกตีีตราด้้วยเครื่่�องหมายของมััน (666) ภาพนี้้�ช่่างตรงกัันข้้ามกัับ
เหตุกุ ารณ์ก์ ่อ่ นหน้้านี้้�อย่่างสิ้น� เชิงิ
เห็็นได้้ชััดเจนว่่า คนทั้้�งกลุ่�มเล็็กและกลุ่�มใหญ่่นี้้� พวกเขาส่่วนหนึ่่�งคืือผู้�ที่�เป็็นขึ้�นจากความ
ตาย พวกเขา ‘กลัับคืืนชีีวิิต’ อีีกครั้้�งเพื่่�อปกครองร่่วมกัับพระคริิสต์์ในระหว่่างพัันปีี นี่่�เป็็นการ
อธิิบายอย่า่ งเจาะจงถึึงคำำ�ว่่า ‘เป็็นขึ้�นจากตาย’ ซึ่ง� เป็็นคำ�ำ ที่่�ถูกู ใช้ม้ าตลอดในพระคััมภีรี ์์เมื่อ� อ้้างอิงิ
ถึึงฝ่่ายกายภาพ เราทราบว่่าคนเหล่่านั้้�นเป็็นคนของพระคริิสต์์และได้้เป็็นขึ้�นมาเมื่�อพระองค์์
เสด็็จมา (1 โคริินธ์์ 15:23) พวกเขา ‘เป็็นสุุขและบริิสุุทธิ์�์’ เป็็นขึ้�นมาก่่อนและได้้เป็็นปุุโรหิิตใน
ระยะเวลาพันั ปีี พวกเขาจะไม่่ได้้พบกับั ‘การตายครั้้�งที่่ส� อง’ อีีกเลย (‘บึึงไฟนรก’)
ในตอนนี้้�เราจะเห็น็ ความแตกต่า่ งอย่า่ งชััดเจนระหว่่างการ ‘เป็น็ ขึ้น� จากตายครั้้ง� แรก’ ของ
บรรดาธรรมิิกชนและการเป็็นขึ้�นจากตายของชาติิพัันธุ์�มนุุษย์์ ‘ที่่�เหลืือ’ ทั้้�งสองเหตุุการณ์์นี้้�ถููก
แยกโดย ‘พันั ปีี’ ตลอดทั้้�งช่่วง การเป็็นขึ้น� จากตายทั้้ง� สองครั้้ง� นี้้�มีีวัตั ถุปุ ระสงค์์ที่่�แตกต่า่ งกันั อย่่าง
สิ้�นเชิิง ครั้้ง� แรกคืือเพื่่�อครอบครองร่่วมกัับพระคริสิ ต์์ ครั้้�งที่่ส� องคืือเพื่่�อถููกพิิพากษา (20:12)
ส่่วนที่่�สามของนิิมิิตได้้นำ�ำ เราไปสู่�ตอนจบของพัันปีี ซาตานจะถููกปล่่อยออกมา (1–3)
ผู้้�ชอบธรรมได้ป้ กครอง (4–6) และซาตานก็ไ็ ด้ถ้ ูกู ปล่อ่ ยออกจากที่่�คุมุ ขังั (7–10) นี่่�เป็็นพััฒนาการ
ที่่�น่่าทึ่่�งมาก ไม่่ยากเลยที่่�จะกล่่าวว่่านี่่�คืือการเปิิดเผยของพระเจ้้า ไม่่ใช่่จิินตนาการของมนุุษย์์
ใครกัันจะคาดคิิดว่่ามารจะกลัับมายัังโลกเป็็นครั้้�งที่่�สอง (และครั้้�งสุุดท้้าย) เพื่่�ออ้้างว่่าโลกคืือ
อาณาจัักรของมััน มารล่่อลวงคนจำ�ำ นวนมหาศาลอีีกครั้้�งหนึ่่�งว่่ามัันสามารถที่่�จะให้้เสรีีภาพแก่่
พวกเขาได้้ และพวกเขากรีธี าทัพั เข้า้ ไปล้้อม ‘ค่า่ ยของประชากรของพระเจ้า้ คืือนครที่่�ทรงรักั นั้้น� ’
(แน่่นอนว่่านี่่�คืือการกล่่าวถึึงเยรููซาเล็็ม) กำ�ำ ลัังทหารนั้้�นมีีชื่�อว่่า ‘โกกและมาโกก (เราทราบจาก
หนัังสืือเอเสเคีียลว่่า นี่่�เป็็นการอ้้างถึึงการโจมตีีบััลลัังก์์ที่่�ได้้รัับการรื้�อฟื้�้นขึ้�นใหม่่ของดาวิิด) ดัังนั้้�น
การโจมตีคี รั้้ง� นี้้จ� ึงึ ไม่ใ่ ช่่สงครามที่่�เกิดิ ขึ้�นที่่�อารมาเกดโดน (19:19-21)
แต่่ก็็ไม่่ได้้มีีการต่่อสู้�เกิิดขึ้�นแต่่อย่่างใด กองทััพเหล่่านั้้�นได้้ถููกทำำ�ลายโดยไฟจากสวรรค์์
ในที่่�สุุดมารก็็ถููกส่่งไปอยู่่�ร่่วมกัับปฏิิปัักษ์์พระคริิสต์์และผู้�เผยพระวจนะเท็็จ มัันถููกทรมานในนรก
ชั่ว� นิิรัันดร์์ (ในภาษากรีีกคือื ‘ตลอดทุกุ ยุุคทุกุ สมััยสืบื ไปเป็็นนิิตย์์’ ซึ่ง� ไม่่สามารถมีคี วามหมายน้้อย
ไปกว่า่ นี้้�ได้้)
ไม่่มีีเหตุุผลที่่�ทำำ�ให้้ทราบได้้ว่่าทำ�ำ ไมมารจึึงถููกปล่่อยออกมาให้้เริิงร่่าในช่่วงสั้�น ๆ หลัังจาก
การปกครองอัันยาวนานของพระเจ้้าและประโยชน์์ที่่�ได้้จากการปกครองดัังกล่่าว แต่่ก็็ย้ำ��ำ ให้้เห็็น
ว่่าการกบฏที่่�เป็็นบาปนั้้�นมาจากใจ ไม่่ได้้มาจากสิ่ง� แวดล้้อม และเพื่่�อแบ่่งแยกชาติพิ ันั ธุ์�มนุุษย์์ออก
452 ปลดล็อ็ กพระคััมภีรี ์์ (พันั ธสัญั ญาใหม่่)
เป็็น 2 กลุ่�มทัันทีี ได้แ้ ก่่ กลุ่�มคนที่่ต� ้้องการอยู่�และกลุ่�มคนที่่�ไม่ต่ ้้องการอยู่่�ภายใต้้การปกครองของ
พระเจ้้า‘พัันปีี’ นั้้น� นำ�ำ เรื่�องราวตรงดิ่�งไปสู่่�วันั แห่่งการพิิพากษาในครั้้ง� สุุดท้า้ ยเมื่�อการแบ่่งแยกกลุ่�ม
คนในครั้้�งสุดุ ท้้ายนี้้�เกิิดขึ้�น
มีีคำ�ำ ถาม 2 ข้อ้ ที่่ย� ังั ต้้องการคำำ�ตอบและทั้้�ง 2 คำ�ำ ถามต่่างมีคี วามสำำ�คััญยิ่ง� ต่่อ ความเข้้าใจที่่�
ว่่าทำ�ำ ไมจึงึ มีขี ้อ้ ถกเถีียงเกี่�ยวกัับ ‘พัันปี’ี เกิดิ ขึ้�น คำ�ำ ถามทั้้ง� สองข้้อนี้้�คือื
สิ่ง� ต่า่ ง ๆ เหล่า่ นี้้� เกิดิ ขึ้้น� ที่่ไ� หน?
สิ่�งต่่าง ๆ เหล่า่ นี้้� เกิิดขึ้้�นเมื่่�อใด?
‘การสำ�ำ แดงของพระเยซููคริิสต์์’ ที่่�ได้้ถููกบัันทึึกไว้้ในพระธรรมเล่่มนี้้�ประกอบไปด้้วยการ
ได้ย้ ิินเสีียง (ข้้าพเจ้้าได้ย้ ินิ ) และการได้้เห็็น (‘ข้้าพเจ้า้ ได้้เห็็น’) ถึงึ สิ่�งต่่าง ๆ ในฉากที่่ต� ััดสลัับกัันไป
มาระหว่า่ งโลกและสวรรค์์ เป็็นการสำำ�แดงถึงึ เหตุกุ ารณ์ต์ ่า่ ง ๆ ในทั้้�งสองสถานที่่� การเปลี่ย� นแปลง
ของฉากที่่�ว่่านี้้ก� ็็ได้ถ้ ููกระบุุถึึงเอาไว้้ด้ว้ ย (4:1; 12:13)
เนื้้�อหาทั้้�งหมดในบทที่่� 19:11 ถึงึ 20:11 เป็น็ เหตุุการณ์ใ์ นโลก องค์จ์ อมกษัตั ราได้้ทรงขี่ม� ้้า
ออกจากฟ้้าสวรรค์ท์ ี่่�เปิิดอยู่�เพื่่อ� ‘ฟาดฟันั ประชาชาติิ’ ในโลก มีกี ารต่่อสู้้�กัับกองกำ�ำ ลัังของปฏิปิ ักั ษ์์
พระคริิสต์์และผู้�เผยพระวจนะเท็็จที่่ม� ีีอยู่�ในโลก ทููตสวรรค์์นั้้�นได้้ ‘ลงมาจากสวรรค์์’ เพื่่�อเนรเทศ
ซาตานออกไปจากโลก ผู้�ที่พ� ลีชี ีพี เพื่่อ� พระคริิสต์ไ์ ด้้ ‘ปกครองร่ว่ มกับั พระคริสิ ต์’์ ซึ่�งทรงอยู่�ในโลก
ในเวลานั้้�นในที่่�สุุดซาตานจะรวบรวมกำ�ำ ลัังพลของมัันมาจาก ‘สี่�มุุมโลก’ ที่่�เรีียกว่่า ‘โกกและมา
โกก’ สุุดท้้ายโลกก็็ ‘หายไปจากเบื้้อ� งพระพักั ตร์พ์ ระองค์์ผู้�ทรงประทัับบนบัลั ลัังก์ใ์ หญ่ส่ ีขี าว’
คงแปลกประหลาดหากเราจะเลี่ย� งและไม่ย่ อมสรุุปว่า่ ‘พัันปีี’ เกิิดขึ้น� ในโลก และ ‘สวรรค์’์
ได้ถ้ ูกู เอ่ย่ ถึึงเพียี งเพื่่อ� บอกว่่ามีีผู้�ใดที่่ไ� ด้้ ‘ลงมา’ นี่่�เป็น็ การตอบคำำ�ถามว่่าสิ่ง� ต่า่ ง ๆ เหล่า่ นี้้�เกิดิ ขึ้น�
ที่่�ไหน?
ส่่วนคำำ�ถามว่่า ‘เมื่�อใด?’ ก็็คงสามารถตอบได้้อย่่างชััดเจนเช่่นเดีียวกัันหากไม่่มีีการแบ่่ง
พระวจนะของพระเจ้้าออกเป็็นบท ๆ เอาไว้้ในยุุคกลางของคริิสตจัักร (พร้้อมทั้้�งใส่่หมายเลขข้้อ
กำ�ำ กัับ เป็น็ พัฒั นาการในการแบ่ง่ บทที่่�ไม่ไ่ ด้้มาจากการดลใจ) การจััดเรีียงบทเช่่นนี้้อ� าจทำ�ำ ให้้เราได้้
รับั ความสะดวก แต่บ่ างครั้้ง� การแบ่่งบทก็ผ็ ิดิ ที่่�ผิดิ ทาง ทำ�ำ ให้ส้ิ่ง� ที่่�พระเจ้้าทรงเชื่�อมต่อ่ กัันเอาไว้น้ ั้้�น
ถูกู แบ่่งแยกออกและเกิิดขึ้น� ในพระคััมภีีร์์ตอนนี้้ด� ้ว้ ย ท่่านบิชิ อปที่่ไ� ด้้แทรกตัวั เลขบทที่่� ‘20’ ไว้ใ้ น
หนัังสืือเล่่มนี้้�คงไม่่ได้้เกรงกลััวว่่าจะถููกแช่่งสาปเพราะได้้ ‘เพิ่่�มเติิมสิ่�งใดเข้้าไป’ (22:18) ตามคำ�ำ
เผยพระวจนะในหนัังสืือเล่่มนี้้�เลย แม้้ว่่าการแบ่่งบทนี้้�จะเป็็นเพีียงการสะท้้อนมุุมมองของท่่าน
เท่า่ นั้้�น แต่่ท่า่ นคงไม่่ตระหนักั ว่า่ จะก่่อให้เ้ กิดิ ความเสีียหายเพียี งใด ซึ่ง� เราเองก็จ็ ะได้้เห็น็ กันั ต่่อไป
ถ้้าเราอ่่านบทที่่� 19, 20 และ 21 อย่า่ งต่อ่ เนื่่�องตามที่่พ� ระเจ้า้ ตั้ง� พระทััยเอาไว้้ ลำำ�ดับั ของ
นิิมิิตทั้้ง� เจ็ด็ (จาก ‘ข้้าพเจ้้าเห็็น’ ในบทที่่� 19:11 ถึึง 21:1) จะแจ่ม่ ชััดขึ้น� มา นี่่�เป็น็ การเปิิดเผยให้้
พันั ปีี 453
เห็็นถึึงเหตุุการณ์์ต่่าง ๆ ในช่่วงสุุดท้้ายของประวััติิศาสตร์์โลกตามลำ�ำ ดัับที่่�เกิิดขึ้�นต่่อเนื่่�องกัันไป
(ตััวอย่า่ งเช่่น 20:10 นั้้�นอ้า้ งกลับั ไปที่่� 19:20 เพราะได้เ้ กิิดขึ้�นไปแล้้ว) การแบ่ง่ แยกนิิมิิตทั้้�งหมดที่่�
ถููกกล่่าวถึึงในระหว่่าง 3 บทนี้้ท� ำ�ำ ให้โ้ อกาสที่่�เราจะได้อ้ ่่านและศึึกษาเนื้้อ� หาทั้้ง� 3 บทไปพร้้อมกััน
ลดลงไปอย่า่ งมาก ความต่อ่ เนื่่�องก็ห็ ายไป เหตุุการณ์ต์ ่่าง ๆ อาจถููกสลัับหรืือย้า้ ยที่่� ซึ่ง� ก็็ได้เ้ กิดิ ขึ้�น
แล้้ว
ใครก็็ตามที่่อ� ่่านพระธรรมวิิวรณ์ต์ ลอดทั้้�งเล่่มโดยไม่ไ่ ด้ต้ั้ง� เงื่�อนไขใด ๆ ล่่วงหน้้าไว้้ในใจและ
ไม่่ปล่่อยให้้การแบ่่งบท (ด้้วยตััวเลขนั้้�น) มามีีอิิทธิิพลต่่อการอ่่าน ก็็จะพบว่่า ‘พัันปีี’ เกิิดขึ้�นถััด
จากการเสด็็จกลัับมาของพระคริิสต์์และสงครามอารมาเกดโดน ตามมาด้้วยวัันแห่่งการพิิพากษา
สวรรค์์และโลกใหม่่ ลำ�ำ ดับั ของเหตุกุ ารณ์์นี้้เ� ป็็นไปอย่่างเรีียบง่่ายตามความหมายที่่ไ� ด้บ้ ัันทึกึ เอาไว้้
ดัังนั้้�นพระคััมภีีร์์ในตอนนี้้�ได้้เปิิดเผยให้้เห็็นถึึงระยะเวลาอัันยาวนานภายใต้้การปกครอง
ของคริิสเตีียนในโลกนี้้�หลัังจากที่่�พระคริิสต์์เสด็็จมาและทรงชุุบคนของพระองค์์ให้้เป็็นขึ้ �นจากตาย
ในท้า้ ยที่่�สุุด พระองค์์จะทรงพิิพากษาโลก ทำำ�ไมคริสิ เตียี นทั้้ง� หมดจึึงไม่่เชื่อ� เช่น่ นี้้� แต่่กลับั รอคอยที่่�
จะมีสี ่ว่ นในการเปลี่�ยนแปลงที่่จ� ะมาถึึง?
การตีีความเชิิงประวััติิศาสตร์์
ในช่่วงประมาณห้้าศตวรรษแรก คริิสตจัักรเห็็นด้้วยกัับการตีีความข้้างต้้นอย่่างชััดเจน
มีนี ัักศาสนศาสตร์จ์ ำำ�นวนมากในสมัยั แรกที่่ไ� ด้้รัับการขนานนามว่่า ’บิดิ า’ พวกเขาได้ก้ ล่่าวถึงึ สิ่�งที่่�
ปาเปียี สบิชิ อปแห่่งฮีเี อราบุุรีีเรียี กว่า่ “การปกครอง ‘ทางกายภาพ’ (โดยร่า่ งกาย) ของพระคริิสต์์
บนโลก” ไม่่มีีนััยใดที่่�ชี้�ให้้เห็็นถึึงมุุมมองประการอื่�นและมีีการถกเถีียงกัันในเรื่�องนี้้�น้้อยมาก
พวกเขายอมรัับความหมายตามที่่พ� ระคัมั ภีีร์์ได้ย้ ืืนยันั ไว้ไ้ ม่่ว่่าจะในเรื่�องนี้้ห� รืือเรื่อ� งอื่น� ๆ
ดููเหมืือนว่่ามุุมมองนี้้�จะเป็็นที่่�รู้�จัักกัันทั่่�วไปในคริิสตจัักรยุุคแรกว่่าเป็็นทััศนะก่่อนพัันปีีนิิยม
เพราะเชื่�อว่่าพระเยซูจู ะเสด็็จ มาก่อ่ น ‘พัันปีี’ ที่่�ถูกู กล่่าวถึงึ ไว้้ในวิวิ รณ์บ์ ทที่่� 20 แต่ท่ ัศั นะดัังกล่า่ ว
นี้้�ก็็เปลี่�ยนไปโดยบิิชอปชาวแอฟริิกัันเหนืือที่่�ชื่�อออกััสติิน ผู้้�มีีอิิทธิิพลมากกว่่าใครอื่�นในด้้าน
ศาสนศาสตร์์ ‘แบบตะวัันตก’ ซึ่�งรวมทั้้�งผู้�เชื่�อคาทอลิิกและโปรเตสแตนต์์ ในตอนเริ่�มต้้นนั้้�น
ออกััสติินมีีทััศนะเช่่นเดีียวกัับพวกที่่�เชื่�อมั่ �นในแนวคิิดก่่อนพัันปีีนิิยม แต่่ภายหลัังเขาก็็ยอมให้้
ความรู้�แบบกรีกี (แนวคิดิ นีโี อเพลโต) ของตััวเขาเองเข้า้ มาเปลี่ย� นแปลงทัศั นะนี้้� รวมถึึงด้้านอื่น� ๆ
ของความเชื่�อและการประพฤติขิ องคริิสเตียี น
ปััญหาเบื้้�องต้้นคืือ ความคิิดของกรีีกนั้้�นไม่่เหมืือนกัับความคิิดของฮีีบรููในพระคััมภีีร์์ กรีีก
แยกขอบเขตฝ่า่ ยวิญิ ญาณและฝ่า่ ยกายภาพออกจากกันั และพยายามชี้ว� ่า่ วิญิ ญาณเป็น็ ความบริสิ ุทุ ธิ์�์
ส่ว่ นร่า่ งกายเป็น็ ความบาป แม้ว้ ่า่ ในชีวี ิติ สมรสที่่ถ� ูกู ตามทำ�ำ นองคลองธรรม เรื่อ� งประเวณีกี ็ย็ ังั เป็น็ ที่่�
สงสัยั ของพวกเขา จึึงทำำ�ให้้ผู้�ที่ม� ีหี น้า้ ที่่ส� อนศาสนาต้้องละเว้้นเรื่�องดังั กล่า่ วตามความคิดิ นี้้ไ� ปด้้วย
454 ปลดล็อ็ กพระคััมภีรี ์์ (พันั ธสัญั ญาใหม่่)
ดังั นั้้น� การเสด็จ็ มาของพระเยซูโู ดยทางพระกายเพื่่อ� ปกครองโลกจึงึ เป็น็ เรื่อ� งที่่ย� อมรับั ได้ย้ าก
และพวกเขาอาจจะตอบสนองต่่อคำ�ำ เทศนาที่่�หมกมุ่�นอยู่่�กัับเรื่�องความสุุขสำำ�ราญฝ่่ายกายภาพใน
ระหว่่างพัันปีีบนโลกมากเกิินไปถึึงขนาดว่่าแม้้แต่่ความเชื่อ� เรื่�องโลก ‘ใหม่่’ ก็็มีีแนวโน้้มว่่าจะหาย
ไป คริสิ เตียี นก็็เพีียงแค่่รอคอยเพื่่�อจะได้้ ‘ไปสวรรค์’์ พันั ธกิจิ ในการเสด็จ็ มาในครั้้ง� ที่่�สองของพระ
เยซููถูกู ลดลงจนเหลือื แค่ก่ ารพิิพากษา ‘คนเป็็นและคนตาย’ และทำ�ำ ลายโลก (อัันที่่จ� ริงิ แล้้ว วิวิ รณ์์
บทที่่� 20 ได้้ลำำ�ดับั เรื่�องเหล่่านี้้ไ� ว้้ในทางตรงกัันข้้าม) ใน ค.ศ. 431 สภาเมืืองเอเฟซัสั ได้้รับั อิทิ ธิพิ ล
อย่า่ งมากจากแนวคิดิ ใหม่น่ ี้้� ซึ่ง� กล่า่ วหาว่า่ ทัศั นะก่อ่ นช่ว่ งพันั ปีเี ป็น็ คำ�ำ สอนผิดิ จึงึ เป็น็ สาเหตุใุ ห้เ้ กิดิ
ความสงสััยนัับแต่น่ ั้้�นมา
เราควรจะมีีท่่าทีีอย่่างไรกัับวิิวรณ์์บทที่่� 20? เนื้้�อหาในบทนี้้�ยัังเป็็นส่่วนหนึ่่�งของพระวจนะ
พระเจ้้าและไม่่สามารถที่่�จะละเลยไปได้้ ทางออกง่่าย ๆ ก็็คืือเปลี่�ยนแปลงพัันปีีจากที่่�เชื่�อว่่าจะ
เกิิดขึ้�นหลัังการเสด็็จมาของพระคริิสต์์ให้้เป็็นเกิิดขึ้�นก่่อน โดยอ้้างว่่าเหตุุการณ์์ในบทที่่� 20 จะมา
ถึงึ ก่อ่ นเหตุุการณ์์ในบทที่่� 19 แม้้ว่า่ พระคัมั ภีีร์์จะไม่บ่ อกไว้้เช่น่ นั้้น� บทที่่� 20 ได้้ให้้ ‘บทสรุุป’ ของ
เหตุุการณ์์ที่่น� ำำ�ไปสู่�การเสด็จ็ มาครั้้�งที่่ส� องและเป็น็ ประวัตั ิิศาสตร์ข์ องคริิสตจัักรในปัจั จุุบััน ไม่่ใช่่ใน
อนาคต
ถ้้าจะกล่่าวอย่า่ งจริงิ จัังแล้้วล่่ะก็็ นี่่เ� ป็น็ การย้า้ ยคริิสตจัักรในยุุคก่่อนพัันปีีไปยังั ยุคุ หลังั พันั ปีี
เลยทีีเดียี ว เพราะเชื่�อว่า่ พระเยซููจะเสด็็จมาหลังั พัันปีี ตามที่่ถ� ููกกล่า่ วถึงึ ไว้ใ้ นวิิวรณ์บ์ ทที่่� 20
แต่่ทััศนะทั้้�งหมดนี้้�ก็็ยัังให้้ความหมายที่่�คลุุมเครืือและนำ�ำ ไปสู่่�ความคิิดเห็็นที่่�แตกแยกกััน
ครั้้�งใหญ่่ ออกััสติินไม่่ได้้ชี้�แจงอย่่างชััดเจนว่่า ‘พัันปีี’ ตามทััศนะใหม่่นี้้�เป็็นการปกครองฝ่่าย
วิญิ ญาณล้้วน ๆ ของธรรมิิกชนร่่วมกับั พระคริิสต์์ (ซึ่�งมีีความหมายว่่าเป็น็ ประวััติศิ าสตร์ค์ ริสิ ตจักั ร
ทั้้�งหมดโดยเริ่�มตั้�งแต่่การเสด็็จมาครั้้�งแรกจนถึึงครั้้�งที่่�สองของพระคริิสต์์) หรืือจะเป็็น
การปกครองทางการเมืืองด้้วย (เมื่�อคริิสตจัักรเข้้มแข็็งมากพอที่่�จะยึึดอำ�ำ นาจการปกครอง
ประชาชาติิในพระนามของพระคริิสต์)์ หนังั สือื ของเขาที่่ช�ื่อ� The City of God ได้ถ้ ููกเขียี นขึ้�นเมื่�อ
อาณาจัักรโรมัันกำำ�ลัังล่่มสลาย หนัังสืือไม่่ได้้บอกเอาไว้้อย่่างชััดเจนว่่าออกััสติินคาดหวัังให้้
‘อาณาจัักรของพระเจ้้า’ ครองอำำ�นาจต่่อจากโรมััน (ซึ่�งก็็เกิิดขึ้�นจริิง) หรืือเพีียงแค่่ดำำ�รงอยู่�และ
เติิบโตทั้้ง� ๆ ที่่อ� าณาจักั รโรมันั กำำ�ลัังพบกัับจุุดจบ ทัศั นะนี้้�ทำำ�ให้้เกิิดความคิิดแยกออกเป็็น 2 สำ�ำ นักั
ทั้้ง� สองอ้้างว่่ามีพี ื้้น� ฐานมาจากออกััสตินิ
ในด้า้ นหนึ่่ง� ก็ค็ ืือ กลุ่�มคนที่่เ� ชื่อ� ว่า่ คริิสตจักั รจะทำ�ำ ให้โ้ ลกนี้้� ‘กลายเป็น็ คริสิ เตีียน’ ไม่ใ่ ช่โ่ ดย
การกลัับใจของทุุกคน แต่่โดยการยึึดอำำ�นาจทางการเมืืองและประยุุกต์์พระบััญญััติิของพระเจ้้า
เข้้าไป จึึงได้้เกิิดช่่วงเวลาที่่ย� าวนานนี้้ข�ึ้�นมา (แม้ต้ ามตััวอักั ษรก็บ็ อกว่่าเป็น็ เวลาหนึ่่ง� พัันปีี) มีคี วาม
สงบและมั่�งคั่�งซึ่�งส่่งผลต่่อคนทั้้�งโลก เป็็นการผลัักให้้การเสด็็จมาครั้่่�งที่่�สองของพระเยซููนั้้�นห่่าง
พันั ปีี 455
ออกไปในอนาคตที่่�แสนไกลเพราะช่่วงพัันปีีที่่�ว่่านี้้�ก็็ยัังไม่่ได้้เริ่�มต้้นขึ้�น อัันที่่�จริิงแล้้วดููเหมืือน
ว่่าการเสด็็จมาในครั้้�งที่่�สองจะห่่างไกลออกไปตลอดกาล อย่่างไรก็็ตาม ความคิิดดัังกล่่าวนี้้�ก็็ถููก
ปรัับโฉมใหม่่อยู่่�บ่่อยครั้้�ง ตััวอย่่างเช่่นในบทเพลงสรรเสริิญของมิิชชัันนารีีสมััยวิิกตอเรีียนซึ่�งตรง
กับั ช่ว่ งขยายตััวของอาณาจักั ร ‘คริสิ เตียี น’ ในอัังกฤษ และเมื่อ� ไม่น่ านมานี้้� ก็็ยัังพบเห็็นได้โ้ ดยใช้้
ชื่อ� กลุ่�มต่า่ ง ๆ เช่น่ กลุ่�มปฏิสิ ังั ขรณ์์ (Restoration) กลุ่�มการสร้้างขึ้�นใหม่่ (Recontruction) และ
แม้้แต่่กลุ่�มการฟื้�้นฟูู (Revival) การมองทุุกอย่่างในด้้านดีีเช่่นนี้้�เป็็นการผููกขาดการใช้้คำำ�คุุณศััพท์์
ว่่า ‘หลัังพันั ปี’ี ของกลุ่�มที่่�เชื่อ� เช่น่ นี้้�โดยเฉพาะ
ในอีีกด้้านหนึ่่�งก็็คืือ กลุ่�มคนที่่�เชื่�อว่่า ‘การปกครอง’ ของพระเยซููและธรรมิิกชนนั้้�นเป็็น
เรื่�องฝ่่ายวิิญญาณล้้วน ๆ และเริ่�มต้้นขึ้�นตั้�งแต่่ตอนที่่�พระเยซููเสด็็จมาครั้้�งแรกและต่่อเนื่่�องไป
จนถึึงครั้้�งที่่ส� อง พวกเขาจึึงต้้องหาชื่�อเรีียกใหม่่และได้้เลืือกชื่�อว่่า ‘ไร้้พัันปีีนิิยม’ (A-millennial)
ซึ่�งคลาดเคลื่่อ� นและทำ�ำ ให้เ้ กิิดความเข้า้ ใจผิดิ เพราะคำ�ำ นำ�ำ หน้า้ ‘ไร้้’ (A-) นั้้�นมีคี วามหมายว่่า ‘ไม่่มี’ี
จึึงยัังคงเป็็นความเชื่�อในทััศนะ ‘หลัังพัันปีี’ ที่่�เชื่�อว่่า ‘พัันปีี’ เกิิดก่่อนที่่�พระคริิสต์์จะเสด็็จมา
แต่่ต่า่ งจากพวกที่่เ� ชื่อ� ทัศั นะ ‘หลัังพัันปี’ี ที่่ม� องว่่าเรากำ�ำ ลัังอยู่�ในช่่วงพันั ปีกี ัันแล้้ว และเราก็็อยู่่�กััน
มาแล้ว้ ตั้้�งสองพันั ปีี
ทััศนะเช่่นนี้้�เป็็นการมองย้้อนกลัับไปยัังออกััสติินผ่่านกลุ่ �มปฏิิรููปศาสนาของโปรเตสแตนต์์
(Protestant Reformers) อาจจะเป็็นทััศนะโดยทั่่�วไปในยุุโรป แต่่ไม่่ใช่่ในอเมริิกา และคุ้�มค่่าที่่�
เราจะได้้ทราบว่า่ คนที่่ส� นัับสนุุนทัศั นะเช่น่ นี้้�ได้อ้ ธิิบายพระธรรมวิวิ รณ์บ์ ทที่่� 20 ไว้้ว่่าอย่า่ งไร
มีีการเปลี่�ยนแปลงหลายอย่่างเกิิดขึ้�น ‘ทููตสวรรค์์’ ที่่�เคยจััดการกัับซาตานกลัับกลายเป็็น
พระเยซููเสีียเอง มีีการ ‘พัันธนาการ’ เกิิดขึ้�นทั้้�งในขณะที่่�มารกำ�ำ ลัังทดลองพระเยซููหรืือในตอนที่่�
พระองค์์ทรงถููกตรึึง ซาตานถููกมััดไว้้แต่่ไม่่ได้้ถููกกำำ�จััดทิ้้�งไป มัันเพีียงถููกมััดด้้วยโซ่่เส้้นยาว และ
สามารถเคลื่่�อนไหวได้้อย่่างจำำ�กััด (การถููกโยนลงไป ใส่่กุุญแจและประทัับตราหายไปและไม่่มีี
ความหมายใดเหลืืออยู่�) โดยทั่่�วไปการ ‘จำำ�กััด’ กิิจกรรมต่่าง ๆ ของมารเป็็นการทำ�ำ ให้้มัันไม่่
สามารถกีีดกัันพระกิิตติิคุุณที่่�แผ่่ขยายออกไปและการสร้้างคริิสตจัักรขึ้�นเท่่านั้้�น มัันยัังคงถููกทิ้้�งไว้้
ในโลก ไม่ใ่ ช่่เป็็นการตอกตายให้ต้ ิิดอยู่�ใน ‘นรกขุุมลึกึ ’ บรรดาผู้�ที่�พลีีชีีพเพื่่อ� พระคริสิ ต์โ์ ดยได้้ต่่อสู้�
กัับปฏิปิ ัักษ์์พระคริิสต์์นั้้�นเป็็นตััวแทนของธรรมิิกชนตลอดทุุกยุุคทุุกสมััยและได้้ครอบครองร่่วมกัับ
พระเยซูู ‘การกลัับคืืนชีีวิิต’ ของพวกเขาใน ‘การเป็็นขึ้�นจากตายครั้้�งแรก’ นั้้�นไม่่ว่่าจะโดยการ
กลัับใจของพวกเขาเอง (เป็็นขึ้�นมาจาก ‘ความตาย’ เนื่่�องจากบาป) หรืือการไปสวรรค์์ในตอนที่่�
เสีียชีีวิิตลงก็็ไม่่มีีความเกี่�ยวข้้องใด ๆ กัับร่่างกายของพวกเขาทั้้�งสิ้�น อย่่างไรก็็ตามคนส่่วน
‘ที่่�เหลืือ’ ที่่�ได้้ ‘เป็น็ ขึ้�นจากตาย’ (เป็็นคำ�ำ เดียี วกัันในบริบิ ทเดีียวกััน) นั้้�น มีคี วามหมายว่่าร่า่ งกาย
ได้้ฟื้้�นขึ้�น และคำำ�ว่่า ‘พัันปีี’ ทั้้�งหมดที่่�กล่่าวซ้ำ��ำ กััน 6 ครั้้�งนั้้�น ก็็มีีความหมายถึึงสองพัันปีีเป็็น
456 ปลดล็อ็ กพระคัมั ภีรี ์์ (พัันธสััญญาใหม่)่
อย่า่ งน้อ้ ยแล้ว้ ในเวลานี้้�
และทััศนะนี้้�ก็็ดำำ�เนิินต่่อไปเรื่�อย ๆ โดยปล่่อยให้้เป็็นวิิจารณญาณของผู้้�อ่่านตััดสิินเอาเอง
ว่่าเรื่�องทั้้�งหมดนี้้�เป็็นการตีีความที่่�ดีี (อ่่านพระคััมภีีร์์แล้้วพิิจารณาว่่าพระคััมภีีร์์บอกอะไร) หรืือ
การตีีความที่่�ไม่่ดีี (อ่่านพระคััมภีีร์์ตามความหมายที่่�เราต้้องการ) ผู้�เขีียนพบว่่าการตีีความเช่่นนี้้�
เชื่อ� ถืือไม่่ได้ ้
ในการถกเถีียงเรื่�องพัันปีีนั้้�น ยัังมีีการต่่อยอดสำำ�คััญอีีกประการหนึ่่�งที่่�เราจำำ�เป็็นต้้องทราบ
ไว้้ ซึ่�งเป็็นที่่�ยอมรัับในอีีกฝั่�งหนึ่่�งของแอตแลนติิกซึ่�งเป็็นจุุดกำำ�เนิิดของการต่่อยอดทััศนะนี้้� โดย
ปรากฏอยู่�ในคำ�ำ สอนของจอห์์น เนลสััน ดาร์์บี้้� ผู้้�ก่่อตั้�งขบวนการกลุ่�มพี่่�น้้อง (Brethren Move-
ment) คำำ�สอนนี้้�เป็็นที่่น� ิิยมในบรรดาลููกศิิษย์ข์ องเขา เช่น่ นักั กฎหมายชาวอเมริกิ ันั ชื่อ� ดร. ซี.ี ไอ.
สโคฟีีลด์์ ผู้�ผลิิตพระคััมภีีร์์ฉบัับ ‘สโคฟีีลด์์’ และโรงเรีียนศาสนศาสตร์์ในดััลลััส เท็็กซััส
โดยผ่า่ นศิษิ ย์เ์ ก่า่ ที่่ช�ื่�อฮาล ลิินด์์เซย์์
ในด้้านบวกนั้้น� ได้เ้ ริ่�มต้้นขึ้น� ในศตวรรษที่่� 19 คนจำำ�นวนมากได้ถ้ ููกนำ�ำ กลับั ไปยังั ความเชื่อ� ใน
ทััศนะก่่อนพัันปีีตามทััศนะของคริิสตจัักรในสมััยแรก ทััศนะเช่่นนี้้�ไม่่ได้้สููญหายไปทั้้�งหมด
(ไอแซค นิิวตันั เป็็นผู้�หนึ่่�งที่่ส� นับั สนุุนทัศั นะนี้้�) และคนอื่น� ๆ ได้้ค้น้ พบอีกี ครั้้ง� ซึ่ง� รวมทั้้�งบิิชอปแอง
ลิกิ ัันหลายคน เช่น่ ไรล์,์ เวสท์์คอทท์์ และฮอร์์ท แต่อ่ ิิทธิพิ ลหลัักนั้้น� มาจากขบวนการกลุ่�มพี่่�น้้อง
ส่่วนในด้้านลบ ดาร์์บี้้�ได้้รวมเอาความเชื่�อโบราณนี้้�เข้้ากัับแนวคิิดสมััยใหม่่บางอย่่างและ
กลายเป็็นระบบศาสนศาสตร์ท์ ี่่ส� มบููรณ์์ซึ่�งเป็น็ ที่่�รู้�จักั กันั ในปัจั จุุบันั ว่า่ ทััศนะยุคุ เวลานิยิ ม (Dispen-
sationalism) ดาร์บ์ ี้้�แบ่่งยุุคสมััยออกเป็น็ 7 ยุคุ ตามช่ว่ งเวลาในประวััติศิ าสตร์์ ซึ่ง� หมายถึงึ แต่ล่ ะ
ช่่วงเวลาที่่�พระเจ้้าทรงได้้ประทานพระคุุณบนพื้้�นฐานที่่�แตกต่่างกัันไป ดาร์์บี้้�สอนว่่าคริิสตจัักรอยู่�
ในสถานะที่่�เสื่�อมถอยจนไม่่สามารถกู้้�กลัับคืืนได้้และชาวยิิวคืือคนฝ่่าย ‘โลก’ ในขณะที่่�คริิสเตีียน
เป็น็ คนฝ่่าย ‘สวรรค์’์ ของพระองค์์ ทั้้�งสองกลุ่�มจะถูกู แยกจากกัันตลอดกาล และทั้้�งนี้้�พระคริสิ ต์์
จะเสด็็จมาอีีก 2 ครั้้�ง ครั้้�งหนึ่่�งคืือเสด็็จมาอย่่างลัับ ๆ เพื่่�อพาคริิสตจัักรของพระองค์์ให้้พ้้นจาก
ความทุุกขเวทนาครั้้�งใหญ่่ และอีีกครั้้�งหนึ่่�งคืือการเสด็็จมาอย่่างเปิิดเผยเพื่่�อปกครองโลก กำ�ำ หนด
เวลาในรายละเอีียดสำำ�หรัับอนาคตของพระองค์์ยัังได้้รวมถึึงการพิิพากษาอีีก 4 ครั้้�งที่่�แยกออก
จากกัันไว้้ด้้วย
ช่่างน่่าเศร้้าที่่�ความคิิดต่่าง ๆ ทั้้�งหลายแหล่่นี้้�ได้้ถููกจัับรวมเข้้าไว้้ด้้วยกัันอย่่างเหนีียวแน่่น
จนเกิิดความคิิดว่่าพัันปีีจะต้้องเป็็นไปในลัักษณะตาม ‘ทััศนะยุุคเวลานิิยม’ เช่่นนี้้� การปฏิิเสธ
แนวคิิดในส่่วนหลัังคืือการปฏิิเสธส่่วนแรกด้้วย แต่่นี่่�เป็็นการเทเด็็กทารกทิ้้�งพร้้อมกัับน้ำ�ำ�ในอ่่างน้ำ��ำ
(เป็็นคำ�ำ กล่่าวที่่�ย้้อนกลัับถึึงสมััยที่่�สมาชิิกครอบครััวขนาดใหญ่่ได้้ใช้้อ่่างอาบน้ำำ�� ดีีบุุกใบเดีียวกััน
ผลััดกัันอาบน้ำ��ำ ตั้้�งแต่่ผู้�ใหญ่่ เด็็ก และเด็็กทารกในอ่่างเดีียวโดยไม่่ได้้เปลี่�ยนน้ำ��ำ จนกระทั่่�งน้ำำ��ขุ่่�น
พัันปีี 457
และมองไม่่เห็น็ เด็ก็ )
ดัังนั้้�น เราจึึงจำำ�เป็็นต้้องทำ�ำ ให้้เห็็นถึึงความแตกต่่างระหว่่างทััศนะก่่อนพัันปีีแบบ ‘ดั้�งเดิิม’
ของคริิสตจัักรสมััยแรก และทััศนะก่่อนพัันปีีแบบ ‘ยุุคเวลานิิยม’ ของกลุ่�มอีีแวนเจลิิคััลและเพ็็น
เทคอสต์ส์ มัยั ใหม่่ มีนี ักั วิิชาการไม่่มากนัักแต่ก่ ำำ�ลัังเพิ่่�มจำำ�นวนขึ้น� ที่่�ได้้พยายามทำ�ำ ให้้เรื่อ� งนี้้เ� ป็น็ จริิง
(ผมนึกึ ถึึงชื่อ� จอร์์จ เอลดอน แลดด์์ และเมอร์ร์ ิลิ เทนนียี ์์ ขึ้�นมาในใจทัันที)ี
บทสรุุปของผู้้เ� ขียี น
ผมจะจบภาคผนวกนี้้�ด้้วยเหตุุผลว่า่ ทำ�ำ ไมในการตีคี วามพระธรรมวิวิ รณ์บ์ ทที่่� 20 ผมถึงึ เป็็น
พวก ‘ก่่อนพันั ปีนี ิิยม แบบดั้ง� เดิิม’
1. เป็น็ การตีคี วามตามธรรมชาติิที่่�สุดุ ปราศจากการบิิดเบืือนเนื้้อ� หา
2. ให้้คำำ�อธิิบายที่่�น่่าพึึงพอใจมากที่่�สุุดว่่าทำำ�ไมพระเยซููจึึงต้้องเสด็็จกลัับมาเพื่่�อนำำ�เราไปกัับ
พระองค์์
3. เป็็นทัศั นะที่่เ� น้้นในเรื่อ� งความหวัังถึึงการเสด็จ็ กลัับมาของพระเยซููมากที่่ส� ุดุ
4. ให้ค้ ำ�ำ อธิบิ ายว่า่ ทำ�ำ ไมพระเจ้า้ จึงึ ต้อ้ งการปกป้อ้ งสิทิ ธิขิ องพระบุตุ รต่อ่ สายตาชาวโลกทั้้ง� สิ้น�
5. แสดงให้้เห็็นถึึงอนาคตของเราใน ‘โลก’ เช่่นเดียี วกัับในพัันธสััญญาใหม่ต่ ลอดทั้้ง� เล่่มที่่�
แสดงให้้เห็็นว่่าสวรรค์์นั้้�นเป็น็ ห้อ้ งพักั รอจนกว่า่ เราจะได้้กลับั มา
6. เป็็นจริิงตามสถานการณ์์โลกในปััจจุุบัันโดยไม่่ต้้องอิิงกัับทััศนะหลัังพัันปีีนิิยมที่่�มีีมุุมมอง
ทั้้ง� แง่บ่ วกและแง่ล่ บ
7. มีีปััญหาน้อ้ ยกว่่าทัศั นะอื่�นใดทั้้�งหมดแม้้ว่่าจะยัังคงมีีบางคำำ�ถามที่่�ยัังหาคำำ�ตอบไม่่ได้้
8. เป็็นทััศนะที่่�คริิสตจัักรในสมััยแรกเชื่�อกัันอย่่างเป็็นเอกฉัันท์์ และพวกเขาเหล่่านั้้�นก็็ใกล้้
ชิิดกับั บรรดาอััครสาวกมากกว่่าเรา
ด้ว้ ยเหตุุผลต่่าง ๆ เหล่่านี้้� ผมจึึงสามารถอธิิษฐานด้ว้ ยความหมายที่่�แท้จ้ ริิงพร้้อมทั้้�งรอคอย
ให้้ ‘แผ่่นดิินของพระองค์์มาตั้�งอยู่�…..ในสวรรค์์เป็น็ อย่า่ งไรก็็ให้เ้ ป็็นไปอย่่างนั้้น� ในแผ่น่ ดินิ โลก’
ข้้อสัังเกต: ประเด็็นปััญหาทั้้�งหมดมีีการอธิิบายอย่่างละเอีียดมากกว่่านี้้� ในส่่วนที่่� 4 ของ
หนังั สือื ของผมที่่�ชื่�อว่่า ‘The Millennium Muddle’ (Hodder and Stoughton, 1995)
458 ปลดล็อ็ กพระคััมภีรี ์์ (พันั ธสััญญาใหม่่)
เกี่ย� วกัับผู้�้เขียี น เดวิิด พอว์ส์ ััน
พอว์ส์ ันั สืบื สานสิ่ง� ที่่น� ักั เขียี นคริสิ เตียี นชาวอังั กฤษผู้้�ยิ่่ง� ใหญ่ห่ ลายท่า่ นได้ส้ ่ง่ มอบต่อ่ ให้ก้ ับั คน
รุ่�นหลังั ผลงานที่่�รู้�จัักกันั ดีีของท่่านที่่�ชื่�อ ปลดล็อ็ กพระคััมภีรี ์์ (Unlocking the Bible) มียี อด
จำำ�หน่า่ ยสูงู สุดุ ทั่่�วโลกในรููปแบบสิ่ง� พิิมพ์์ สื่อ� การสอนประเภทเสียี งและภาพ
พอว์์สััน ยอมรัับว่่าข้้อความในพระคััมภีีร์์เป็็นพระวจนะที่่�เชื่�อถืือได้้ของพระเจ้้า ในขณะ
เดีียวกัันก็็อธิิบายความหมายและบริิบทด้้วยภาษาที่่�เหมาะสมและเข้้าใจได้้ เนื่่�องจากท่่านปฏิิบััติิ
ตามคำ�ำ สอนของพระคัมั ภีรี ์ซ์ึ่ง� ขัดั แย้ง้ กับั จารีตี ของคริสิ ตจักั ร หนังั สือื หลายเล่ม่ ของท่า่ นจึงึ มักั จะเป็น็
ที่่ถ� กเถีียงกััน
ในทุุกวัันนี้้� พอว์์สััน บรรยายไปทั่่�วโลกและมีีผู้้�ชมหลายล้้านคนในเกืือบทุุกประเทศรัับชม
รายการของท่า่ นทางช่่อง God TV
พอว์ส์ ันั เกิดิ ในปีี 1930 ท่า่ นตั้ง� ใจจะเป็น็ เกษตรกรหลังั จากเรียี นจบปริญิ ญาตรีี วท.บ. สาขา
เกษตรศาสตร์์ ท่่านประหลาดใจเมื่ �อพระเจ้้าทรงเข้้าแทรกแซงและนำ�ำ ท่่านเข้้าสู่�งานรัับใช้้ ใน
การศึึกษาระดัับปริิญญาขั้ �นสููงด้้านศาสนศาสตร์์ที่่�เคมบริิดจ์์ภายใต้้อิิทธิิพลของนัักการศึึกษา
ฝ่า่ ยเสรีีนิยิ มทำ�ำ ให้้ พอว์์สััน สูญู เสีียความไว้้วางใจในพระคััมภีรี ์แ์ ละเกืือบจะหมดศรัทั ธาในพระเจ้า้
ท่่านฟื้้�นคืืนความไว้้วางใจในความถููกต้้องและไร้้ข้้อผิิดพลาดของพระคััมภีีร์์ในขณะที่่�รัับ
ตำำ�แหน่่งเป็น็ อนุุศาสนาจารย์ใ์ นกองทััพอากาศ ในช่ว่ งดัังกล่่าวท่า่ นตััดสิินใจที่่�จะเทศนาพระคััมภีรี ์์
อย่า่ งเป็น็ ระบบตั้ง� แต่ต่ ้น้ จนจบ ผลลัพั ธ์ท์ ี่่เ� กิดิ ขึ้น� ในหมู่�ทหารทำ�ำ ให้ท้ ั้้ง� ท่า่ นและพวกเขาประหลาดใจ
ว่า่ เป็็นการยืืนยัันถึงึ แรงบันั ดาลใจที่่�ได้้รับั จากพระคัมั ภีีร์์ ตั้�งแต่น่ ั้้�นมาการเทศนาของท่า่ นก็เ็ ป็็นการ
ศึกึ ษาพระคัมั ภีีร์ห์ รือื ศึกึ ษาเฉพาะหัวั ข้อ้ โดยอาศัยั การตรวจสอบตามบริบิ ทโดยละเอียี ดเกี่ย� วกับั สิ่ง�
ที่่�พระคััมภีรี ์์กล่่าวถึึง ในฐานะศิิษยาภิิบาลของศููนย์์มิิลล์์มีีด พอว์์สััน ได้้สร้้างชื่�อเสีียงในท่่ามกลาง
ผู้�เชื่อ� กลุ่�มอีแี วนเจลิคิ ัลั และแคริสิ เมติกิ ในฐานะผู้�เปิดิ เผยพระคัมั ภีรี ์์ ภายใต้พ้ ันั ธกิจิ ของท่า่ นมิลิ ล์ม์ ีดี
ได้ก้ ลายเป็น็ คริสิ ตจักั รแบ๊๊บติสิ ต์ท์ ี่่�ใหญ่่ที่่�สุดุ ในอังั กฤษ
พอว์ส์ ันั เป็น็ วิทิ ยากรในสหราชอาณาจักั รและหลายประเทศทั่่ว� โลก รวมทั้้ง� ยุโุ รป ออสเตรเลียี
นิิวซีีแลนด์์ แอฟริกิ าใต้้ เนเธอร์์แลนด์์ อิสิ ราเอล เอเชีียตะวันั ออกเฉียี งใต้้และสหรัฐั อเมริกิ า
เดวิิด พอว์ส์ ันั อาศัยั อยู่�ใกล้เ้ บซิงิ สโตค แฮมพ์เ์ ชอร์์ ทางตอนใต้ข้ องอังั กฤษ กับั อีนี ิดิ พอว์ส์ ันั
ภรรยาของท่า่ น
อ่านพระคัมภรี อ์ ยา่ งไร
ให้ครบถ้วน
ปลดล็อกพระคัมภีร ไดสรุปภาพรวมของมหากาพยอันยิ่งใหญใน
ความสัมพนั ธร ะหวางพระเจา กับประชากรของพระองคและไดใหความหมาย
ท่ีแทจรงิ ของประวตั ิศาสตรพระคมั ภีรอยา งครอบคลมุ รวมถึงความเกยี่ วของ
ตาง ๆ ที่มตี อ ชีวติ ของเรา
ปลดลอ็ กพระคมั ภรี ยงั ไดร วบรวมความคดิ เหน็ อนั ทรงคณุ คา ตลอด
ชว งชวี ติ ของเดวดิ พอวส นั ซงึ่ เปน นกั เขยี นและวทิ ยากรทไี่ ดร บั การยอมรบั ใน
ระดบั นานาชาติ เพอ่ื ใหค วามหมายในมมุ มองใหมต อ เหตกุ ารณแ ละคำสอนใน
พระคมั ภรี ทง้ั ยงั อธบิ ายถงึ วฒั นธรรม ภมู หิ ลงั ทางประวตั ศิ าสตร และนยั สำคญั
ฝา ยจติ วญิ ญาณของเหตกุ ารณส ำคญั ทง้ั หมดไว โดยไดต รวจสอบอยา งรอบคอบ
ถึงผลกระทบทีแ่ ผข ยายกวา งขนึ้ จนถึงปจ จุบัน
นจ่ี งึ เปน โอกาสอนั เยย่ี มยอดทเี่ ราจะไดเ พมิ่ พนู ความเขา ใจในพระคมั ภรี
ตลอดท้ังเลมอยางเตม็ อม่ิ
เดวิด พอวสัน เปนนักเทศนและนักเขียนท่ีมี
ช่ือเสียงระดับโลก ทานเขียนหนังสือมากกวา 80 เลม
และ ปลดลอ็ กพระคมั ภรี ฉบบั นเี้ ปน ผลงานชน้ิ เอกทไ่ี ด
จากการเทศนา การศึกษา และการสอนพระคัมภีรมา
ตลอดชวี ติ ของทาน
เนอ้ื หาของหนังสือสามารถรบั ชม ISBN 978-616-93-6260-9
เปนคลปิ วดิ โี อเรียงลำดบั ชดุ
สามารถดาวนโ หลดไดจาก
Anchor Recordings Ltd.
www.davidpawson.org