กิิจการของอัคั รทููต 85
7. การจากไปของอััครทูตู
ต้้นแบบพัันธกิิจอัันดัับที่่�เจ็็ดและเป็็นอัันดัับสุุดท้้ายนี้้�มีีความสำ�ำ คััญเป็็นอย่่างมาก เมื่ �อตั้�ง
คริสิ ตจักั รขึ้�นแล้ว้ อััครทููตต้้องเดิินหน้า้ ต่่อไป การติิดต่่อกันั อาจทำ�ำ ได้โ้ ดยผ่า่ นทางจดหมาย การไป
เยี่�ยมเยีียน หรืือส่่ง “ตััวแทน” ของอััครทููตไปเยี่�ยมเยีียน เมื่�อกลุ่�มสามััคคีีธรรมนั้้�นมีีผู้้�นำำ�ที่่�เป็็น
คนท้อ้ งถิ่�น อััครทููตจะจากไปเพื่่�อทำำ�งานต่่อ คริสิ ตจักั รจะต้้องเติิบโตทวีขีึ้�นได้้ด้้วยตนเอง ปกครอง
ตนเองและอยู่�ได้้ด้้วยการสนัับสนุุนของตนเอง ดัังนั้้�นพัันธกิิจของอััครทููตจึึงไม่่ได้้อยู่่�กัับที่่� โดย
ทั่่�วไปแล้้วอััครทููตจะหาเลี้�ยงชีีพด้้วยการทำ�ำ การค้้าเพื่่�อจะไม่่ได้้เป็็นภาระด้้านการเงิินของใครใน
ขณะที่่�ก ำำ�ลัังสร้้างคริิสตจัักร
สิ่ง� ที่่ข� าดหายไปจากแผนการทำำ�พันั ธกิจิ
เมื่อ� เราวิิเคราะห์์ถึงึ แนวทางในการทำำ� “พันั ธกิจิ ” ในพระธรรมกิจิ การฯ เราจะพบว่่ามีสีิ่ง�
สำ�ำ คััญหลายประการที่่ไ� ม่่ได้ท้ ำ�ำ ไว้้ในเวลานั้้�น แต่ถ่ ููกมองว่่าเป็น็ สิ่�งจำ�ำ เป็็นในทุกุ วันั นี้้�
• ไม่ม่ ีกี ารสร้้างอาคารคริสิ ตจักั ร บรรดาผู้�เชื่อ� จะพบปะกัันที่่บ� ้้านหรืืออาคารที่่เ� ช่า่ ไว้้
• การลงทุุนในอสังั หาริมิ ทรััพย์ย์ ังั ไม่เ่ ห็็นว่า่ เป็็นเรื่�องจำำ�เป็น็
• ยังั ไม่ม่ ีกี ารแบ่่งแยกเป็็นนัักบวชหรืือฆราวาสในขณะนั้้น�
• งานรัับใช้ใ้ นคริิสตจัักรนั้้�นเป็น็ ไปตามของประทานและหน้้าที่่� ผู้�เชื่�อทุุกคนต้้องมีสี ่ว่ นร่่วม
ในพัันธกิิจ
• ไม่ม่ ีกี ารแบ่่งชั้�นวรรณะ
• ไม่ม่ ีีคริิสตจักั รที่่�เป็น็ สำ�ำ นักั งานใหญ่่
• ไม่ม่ ีกี ารให้้บัพั ติศิ มาเด็็กทารก
• ไม่ม่ ีีคริสิ ตจักั รที่่�ก่อ่ ตั้ง� บนพื้้�นฐานของชนชาติหิ รืือแยกเป็น็ คณะนิิกายต่า่ ง ๆ
• ไม่่มีีกำำ�หนดตารางกิิจกรรมในการนมััสการ ในปััจจุุบััน เราจะรู้�ว่าคริิสตจัักรจะมีีลำำ�ดัับ
การนมัสั การอย่่างไร แต่่สมัยั นั้้�นไม่่มีีแบบแผนให้เ้ ราปฏิบิ ััติิตามแต่่อย่่างใด
• อัคั รทูตู ไม่ไ่ ด้ต้ั้ง� โรงพยาบาล โรงเรียี น สถานพยาบาล หรือื องค์ก์ รเพื่่อ� ให้ค้ วามช่ว่ ยเหลือื ใด ๆ
หลายสิ่ �งที่่�เราเห็็นว่่าเป็็นเรื่ �องปกติิธรรมดาของคริิสตจัักรหรืือเป็็นกิิจกรรมคริิสเตีียนใน
ปัจั จุุบัันไม่่ได้้พบเห็็นได้โ้ ดยทั่่ว� ไปในคริิสตจักั รยุคุ แรก
มุุมมองในเชิงิ ศาสนศาสตร์์
การพิิจารณาพระธรรมกิิจการฯ นั้้�นสามารถเน้้นในหลาย ๆ ด้้าน เราสัังเกตได้้ถึึง
วััตถุุประสงค์์ของหนัังสืือเล่่มนี้้� ลัักษณะเฉพาะของผู้้�อ่่าน วิิธีีการต่่าง ๆ ที่่�ลููกาใช้้ในการทำำ�
โครงร่่างงานเขีียนนี้้�เพื่่�อให้้บรรลุุวััตถุุประสงค์์ของท่่าน รวมถึึงการที่่�พระธรรมเล่่มนี้้�สามารถใช้้
86 ปลดล็อ็ กพระคัมั ภีรี ์์ (พัันธสัญั ญาใหม่)่
เป็็น “คู่่�มืือในการทำำ�พัันธกิิจ” ได้้อย่่างไร มุุมมองในเชิิงศาสนศาสตร์์คืืออีีกหนึ่่�งแนวทางซึ่�ง
เป็็นแนวทางสุุดท้้ายที่่�เราจะใช้้พิิจารณาพระธรรมเล่่มนี้้� เราจะมองพระธรรมเล่่มนี้้�ตามแนวทาง
นี้้�อย่า่ งไร?
กิจิ การของผู้ใ�้ ด?
ให้้เราเริ่�มต้้นจากชื่�อแรกเริ่�มนั้้�นหนัังสืือเล่่มนี้้�ถููกเรีียกอย่่างง่่าย ๆ ว่่า “กิิจการ” มาจาก
คำำ�ว่่า praxis ในภาษากรีกี ซึ่ง� เป็็นที่่�มาของคำ�ำ ว่่า “practice” (ปฏิบิ ัตั ิ)ิ ในภาษาอัังกฤษ กิจิ การ
จึงึ เป็็นคำำ�บรรยายถึึง การปฏิิบััติิของคริิสเตีียน แต่่เป็็นการปฏิบิ ััติิของใคร? เป็็น “กิจิ ” ของใคร?
มีีคำ�ำ ตอบที่่�เป็น็ ไปได้้อยู่� 4 คำ�ำ ตอบด้ว้ ยกันั คือื
1. อัคั รทูตู
พระธรรมเล่ม่ นี้้�มีชีื่�อเรีียกว่่า “กิจิ การของอัคั รทูตู ” เท่า่ ที่่�เห็น็ ชื่�อนี้้ค� ่อ่ นข้า้ งทำำ�ให้้เราเข้้าใจ
ผิิดเพราะเนื้้�อหาส่่วนใหญ่่ไม่่ได้้มีีอััครทููตปรากฏอยู่่�สัักเท่่าไหร่่ ยากอบถููกตััดศีีรษะตั้ �งแต่่ใน
บทแรก ๆ ยอห์์นถููกกล่่าวถึึงไปพร้อ้ ม ๆ กัับเปโตร แต่่เปโตรถููกเขีียนถึึงมากกว่า่ และมากกว่า่ ครึ่่�ง
หนึ่่�งของเนื้้�อหาในพระธรรมเล่่มนี้้�เกี่�ยวกัับเปาโลผู้�ซึ่�งไม่่ได้้เป็็นหนึ่่�งในจำ�ำ นวนสาวกกลุ่�มแรกทั้้�ง
12 คน ดังั นั้้�นพระธรรมเล่ม่ นี้้จ� ึงึ ไม่ไ่ ด้้เกี่ย� วกัับ “กิิจการของอัคั รทูตู ” เสียี เลยทีีเดียี ว
2. พระเยซูู
พระธรรมเล่่มนี้้�เริ่�มต้้นด้้วยการกล่่าวว่่า ‘ท่่านเธโอฟีีลััส ในหนัังสืือฉบัับแรกนั้้�น ข้้าพเจ้้า
กล่่าวแล้้วถึึงทุุกสิ่�งที่่�พระเยซููทรงตั้�งต้้นทำ�ำ และสั่�งสอน’ ประโยคนี้้�ได้้บอกเป็็นนััยว่่าพระธรรม
ทั้้�งเล่่มเป็็นเรื่�องเกี่�ยวกัับ สิ่�่งที่่�พระเยซููทรงกระทำำ�และยัังทรงสั่�งสอนต่่อเนื่่�องเรื่�อยไป ดัังนั้้�นเรา
จึึงสามารถเรีียกพระธรรมเล่่มนี้้�ได้้ว่่า “กิิจการที่่�สืืบเนื่่�องของพระเยซููคริิสต์์” พระนามของ
พระเยซูถู ูกู เอ่ย่ ถึึง 40 ครั้้�งใน 13 บทแรก พระองค์์ทรงเป็็นหัวั ข้อ้ ในคำำ�เทศนาของอัคั รสาวกและ
พระนามของพระองค์ถ์ ูกู ใช้ใ้ นการรักั ษาโรค ในกรณีนีี้้เ� ราจึงึ สามารถเรียี กว่า่ “กิจิ การของพระเยซู”ู
3. พระวิิญญาณบริสิ ุทุ ธิ์์�
อย่่างไรก็็ตาม เมื่�อศึึกษาพระธรรมเล่่มนี้้�อย่่างถี่�ถ้้วน เราจะเห็็นว่่า ผู้�้ที่�มีีบทบาทเด่่นที่่�สุุด
ในพระธรรมกิิจการฯ คืือพระวิิญญาณบริิสุุทธิ์� ที่่�ถููกอ้้างถึึง 40 ครั้้�งใน 13 บทแรกและทั้้�ง
พระธรรมเล่่มนี้้�ถึึง 70 ครั้้�ง เราน่่าจะเรีียกหนัังสืือเล่่มนี้้�ว่่า “กิิจการของพระวิิญญาณบริิสุุทธิ์�์”
แน่่นอนว่่าชื่ �อนี้้�เหมาะสมกัับบทบาทของพระองค์์เพราะพระวิิญญาณบริิสุุทธิ์์�ได้้มอบหมายให้้
สาวก 120 คนออกไปเป็็นพยานในวัันเพ็็นเทคอสต์์ และพระวิิญญาณบริิสุุทธิ์�์เต็็มล้้นในบรรดา
ผู้�เชื่อ� อยู่�หลายครั้้ง� การตัดั สินิ ใจครั้้�งสำ�ำ คัญั หลายครั้้�งในพระธรรมกิจิ การฯ ก็็เป็น็ ไปตามการทรงนำ�ำ
ของพระวิิญญาณบริิสุุทธิ์�์ การเทศนาของเปโตรที่่�บ้้านของโครเนลิิอััสก็็ถููกแทรกแซงโดย
พระวิิญญาณบริิสุุทธิ์์�ที่่�เสด็็จลงมาประทัับกัับผู้�ที่�อยู่�ที่�นั่่�นในเวลานั้้�น พระวิิญญาณบริิสุุทธิ์�์ทรง
ห้้ามผู้�เชื่�อไม่่ให้้เข้้าไปในเอเชีียและบิิธีีเนีีย แต่่ทรงส่่งพวกเขาไปที่่�โตรอััส พระองค์์ทรงประทาน
กิิจการของอัคั รทููต 87
กำ�ำ ลัังเพื่่�อขยายจำ�ำ นวนมิิชชัันนารีี ดัังนั้้�นหากเราจะเข้้าใจว่่า พระธรรมเล่่มนี้้�เป็็น “กิิจการของ
พระวิญิ ญาณบริิสุทุ ธิ์์”� ก็็จะสมเหตุสุ มผลอย่า่ งยิ่ง�
4. พระเจ้า้
ยัังมีีผู้�ที่ �มีีความสำำ�คััญมากกว่่าและถููกกล่่าวถึึงอย่่างชััดเจนในพระธรรมเล่่มนี้้� ในขณะที่่�
พระวิิญญาณบริิสุุทธิ์์�ถููกกล่่าวถึึง 40 ครั้้�งใน 13 บทแรก พระเจ้้าเองถููกกล่่าวถึึงเป็็นจำำ�นวน
100 ครั้้�ง ถ้้าเราให้้พระเยซููและพระวิิญญาณบริิสุุทธิ์์�เป็็นศููนย์์กลาง เราอาจจะไม่่เข้้าใจหลััก
ศาสนศาสตร์์ที่่�ว่่า “มีีพระเจ้้าเพีียงองค์์เดีียวเท่่านั้้�น” นัับเป็็นกัับดัักซึ่ �งคนหลายกลุ่�มได้้ติิดเข้้าไป
ในกัับดัักนั้้�น พระวิิญญาณบริิสุุทธ์ท์ รงทำ�ำ ให้เ้ ราจดจ่อ่ ที่่�พระเยซูู และพระเยซููทรงนำ�ำ เรากลับั มาหา
พระเจ้า้
ตรีเี อกานุุภาพ
พระธรรมกิิจการฯ จึึงเป็น็ หนัังสืือที่่�แสดงความเชื่อ� ในศาสนศาสตร์์เรื่อ� งพระบิิดา พระบุุตร
และพระวิิญญาณบริิสุุทธิ์�์ คำำ�ว่่า “ตรีีเอกานุุภาพ” ไม่่ได้้ถููกกล่่าวถึึงไว้้ในพระคััมภีีร์์ แต่่เป็็น
คำำ�สั้้�น ๆ ที่่�ใช้้อธิิบายว่่าสามบุุคคลรวมกัันเป็็นหนึ่่�งเพื่่�อเป็็นพระเจ้้าพระองค์์เดีียวของเรา
พระธรรมกิิจการฯ จึึงเป็็นเรื่อ� งที่่�เกี่ย� วข้อ้ งกัับสามสิ่�ง ดัังนี้้�
1. อาณาจัักรของพระเจ้า้ พระบิิดา
2. พระนามของพระเยซููพระบุุตร
3. ฤทธานุภุ าพของพระวิญิ ญาณบริิสุทุ ธิ์์�
ดัังนั้้�น ชื่ �อที่่�ครอบคลุุมความหมายทั้้�งหมดของหนัังสืือเล่่มนี้้�จึึงควรจะเป็็น “กิิจการของ
พระเจ้้าผ่่านทางพระเยซููคริิสต์์โดยพระวิิญญาณบริิสุุทธิ์ �ซึ่ �งทรงประทัับอยู่่�ท่่ามกลางบรรดา
อััครทููต”
บทสรุปุ
พระธรรมกิิจการฯ มีีเนื้้�อหาที่่�น่่าอััศจรรย์์เกี่�ยวกัับการเผยแพร่่ความเชื่�อคริิสเตีียนจาก
เยรููซาเล็็มไปยัังโรม ลููกาได้้ค้้นคว้้ากลั่�นกรองหลัักฐานต่่าง ๆ และท่่านได้้เลืือกเอาเหตุุการณ์์ซึ่�ง
ก่่อให้้เกิิดการขยายตััวแสดงให้้เห็็นต้้นแบบของชีีวิิตคริิสตจัักร และใช้้เป็็นคู่่�มืือในการทำำ�พัันธกิิจ
เพื่่�อให้้การขยายคริิสตจัักรดำ�ำ เนิินต่่อไปได้้ พร้้อมกัันนี้้�ลููกาได้้บรรลุุวััตถุุประสงค์์โดยรวม ซึ่�งก็็คืือ
การส่่งสำ�ำ นวนแก้้ต่่างไปยัังเธโอฟีีลััส เพื่่�อที่่�เปาโลเพื่่�อนของท่่านผู้�เป็็นอััครทููตจะได้้รัับการตััดสิิน
ว่่าท่่านบริิสุุทธิ์�์และพ้้นจากข้้อกล่่าวหา ในขณะเดีียวกัันพระเจ้้าต้้องการให้้เราเข้้าใจว่่าพระองค์์
ทรงสร้้างอาณาจัักรของพระองค์์อย่่างไร เพื่่�อที่่�ว่่าไม่่ว่่าเราจะเป็็นใคร หรืืออยู่�ที่�ไหน เราจะได้้
รู้�แน่่ชััดถึงึ แบบอย่่างที่่ด� ีีเลิิศที่่�เราควรพึ่่�งพา อธิิษฐานแสวงหา และรัับใช้้
88 ปลดล็อ็ กพระคัมั ภีรี ์์ (พัันธสัญั ญาใหม่่)
7.
ยอห์น์
บทนำ�ำ
จากบทนำ�ำ ของพระกิิตติิคุณุ (บทที่่� 1 พระกิติ ติคิ ุุณ) เราจะเห็็นว่่ามีคี วามสนใจบางอย่่างเกิิด
ขึ้�นโดยแบ่่งออกได้้เป็็น 3 ส่่วนด้้วยกััน ทั้้�งหมดนั้้�นเกี่�ยวข้้องกัับชายผู้�ยิ่�งใหญ่่ที่่�ได้้จากโลกนี้้�ไป
แล้้ว นั่่น� คือื ความสนใจในสิ่ง� ที่่� เขาได้้ทำ�ำ ได้พ้ ููด และเขาคือื ใคร เห็น็ ได้้ชััดว่่าความสนใจของยอห์น์
นั้้�นเกี่�ยวข้้องกัับส่่วนที่่�สามเป็็นหลััก ท่่านมองลึึกลงไปภายในตััวตนของพระเยซููและตั้�งคำ�ำ ถามว่่า
‘พระองค์์ทรงเป็็นผู้ �ใด?’
มััทธิิว มาระโก และลููกาได้้ให้้ความสนใจว่่าพระเยซูทู รงกระทำำ�และตรัสั อะไร น้อ้ ยครั้้ง� ที่่�ทั้้�ง
สามท่่านจะตั้�งคำำ�ถามเกี่�ยวกัับแรงจููงใจภายในของพระองค์์ แต่่ยอห์์นเป็็นผู้�ที่�ทำำ�ให้้เราได้้เห็็นภาพ
ชีีวิิตภายในและตััวตนของพระเยซูู เราจะทราบได้้ในภายหลัังว่่านี่่�ไม่่ใช่่เหตุุผลเพีียงประการ
เดีียวที่่�ทำำ�ให้้ยอห์์นเขีียนพระกิิตติิคุุณขึ้�นมา อย่่างไรก็็ตามหากเราต้้องการเข้้าใจพระกิิตติิคุุณ
เล่ม่ นี้้� เรื่อ� งนี้้ก� ็เ็ ป็น็ แง่ม่ ุมุ ที่่�สำ�ำ คัญั มากทีเี ดียี ว
โดยหลัักแล้้วพระกิิตติิคุุณยอห์์นมีีความแตกต่่างจากพระกิิตติิคุุณมััทธิิว มาระโกและลููกา
ด้้วยกัันทั้้�งหมด 5 ประการ ดังั นี้้�
1. เรื่อ� งราวที่่ถ� ููกละเว้้น
เมื่�อเราพิิจารณาเนื้้�อหาในพระกิิตติิคุุณยอห์์น เราจะเห็็นถึึงความแตกต่่างไปจากพระ
กิิตติิคุุณสััมพัันธ์์ (มััทธิิว มาระโก ลููกา) ได้้อย่่างชััดเจน เป็็นเพราะว่่ายอห์์นได้้เขีียนพระกิิตติิคุุณ
ขึ้�นจากมุุมมองพิิเศษของท่่านที่่�มีีต่่อพระเยซูู แต่่ท่่านได้้ละเว้้นเรื่�องราวหลาย ๆ เรื่�องที่่�ผู้�เขีียน
พระกิติ •ติกิคุาณุ รทตั่้่าง� นครอื่รน� ภเ์หข์ ็น็องว่มา่ สาำร�ำ ียีค์ัแ์ญั ละเชก่่นารประสููติิของพระเยซูู
ยอห์น์ 89
••••••• การรับั บัพั ติิศมาของพระเยซูู
การถูกู ทดลอง
การขับั ผีี
การจำำ�แลงพระกาย
อาหารเย็น็ มื้อ� สุุดท้้าย
คำ�ำ อธิิษฐานของพระเยซููในสวนเกทเสมนีี
การเสด็็จขึ้้น� สู่่�สวรรค์์
นี่่�เป็็นสิ่�งที่่�น่่าประหลาดใจอย่่างยิ่�ง โดยเฉพาะเมื่�อผู้�เขีียนท่่านอื่�น ๆ ได้้ให้้ความสำำ�คััญ
กัับเหตุุการณ์์เหล่่านี้้�มาก ตััวอย่่างเช่่น การจำ�ำ แลงพระกายซึ่�งถููกมองว่่าเป็็นจุุดหัักเหของ
พระกิิตติิคุุณสััมพัันธ์์ และเหตุุการณ์์ที่่�กางเขนเมื่�อพระเยซููได้้ทรงขอให้้ยอห์์นรัับดููแลมารดาของ
พระองค์์ บางทีียอห์์นอาจจะละเว้้นการกล่่าวถึึงกำ�ำ เนิิดของพระเยซููเพื่่�อจะได้้ไม่่ต้้องแพร่่
เรื่�องราวของนางมารีีย์์ เหตุุผลหลัักของการละเว้้นเรื่�องราวเหล่่านี้้�ก็็เพราะรายละเอีียดดัังกล่่าว
ไม่่ได้้สอดคล้้องกัับวััตถุุประสงค์์ของยอห์์น เรื่�องราวที่่�ท่่านเล่่าค่่อนข้้างแตกต่่างจากผู้�เขีียน
พระกิิตติิคุุณท่า่ นอื่น� ๆ และไม่ม่ ีเี หตุุผลใดที่่�ท่่านจะต้้องนำ�ำ เรื่�องที่่�เห็็นว่า่ ไม่จ่ ำ�ำ เป็็นมารวมเอาไว้้
ยอห์์นไม่่เพีียงแต่่ละเว้้นเรื่�องราวบางอย่่างไปเท่่านั้้�น เมื่ �อพิิจารณาจากคุุณค่่าและความ
สำ�ำ คััญของเรื่�องราวเหล่่านั้้�นก็็จะเห็็นได้้ว่่าสาระสำ�ำ คััญบางอย่่างก็็ไม่่ได้้ถููกกล่่าวถึึงอีีกด้้วย ทั้้�งนี้้�
เพราะพระกิิตติคิ ุุณยอห์์นมีีเนื้้�อหาน้อ้ ยกว่า่ พระกิติ ติคิ ุณุ อีกี 3 เล่ม่ เรื่อ� งการอััศจรรย์น์ ั้้น� มีีปรากฏ
อยู่�มากมายในมััทธิิว มาระโกและลููกา แต่่ในยอห์์นกลัับมีีเพีียง 7 เรื่�อง คำ�ำ เทศนาที่่�สำำ�คััญของ
พระเยซููเรื่�องอาณาจัักรของพระเจ้้านั้้�น ยอห์์นก็็พููดถึึงเพีียงเล็็กน้้อย และใช้้คำ�ำ นี้้�เพีียง 2 ครั้้�งใน
ตอนที่่�พระเยซููบอกนิิโคเดมััสว่่านอกจากท่่านจะบัังเกิิดใหม่่ ท่่านจะไม่่สามารถเห็็นแผ่่นดิินของ
พระเจ้้าได้้ และในตอนที่่�พระองค์์ทรงบอกปีีลาตว่่าอาณาจัักรของพระองค์์ไม่่ใช่่ของโลกนี้้�
อย่่างไรก็็ตาม นี่่�ไม่่ได้้หมายความว่่าการอััศจรรย์์หรืืออาณาจัักรของพระเจ้้านั้้�นไม่่สำำ�คััญ แต่่
ยอห์์นมีีวััตถุุประสงค์์ที่่�แตกต่่างจากผู้�เขีียนท่่านอื่�น ๆ และได้้ใช้้แนวทางอื่�นในการเขีียนเพื่่�อให้้
บรรลุุวััตถุปุ ระสงค์์ของตััวท่่านเอง
2. เรื่อ� งราวที่่เ� พิ่่ม� เติมิ เข้า้ มา
การอััศจรรย์์
มีีการละเว้น้ เรื่อ� งราวบางอย่่าง และมีีเหตุกุ ารณ์ท์ ี่่�สำ�ำ คัญั อื่�น ๆ เพิ่่ม� เติิมเข้า้ มา ในบรรดาการ
อััศจรรย์ท์ ั้้ง� 7 ที่่�ยอห์น์ ได้ก้ ล่า่ วถึงึ นั้้�น 5 ใน 7 นั้้�นเป็น็ เรื่อ� งใหม่่
• การเปลี่ย� นน้ำ�ำ� เป็น็ เหล้า้ องุ่�นในงานแต่ง่ งานที่่ค� านา
• ชายที่่�อยู่่�ข้า้ งสระเบธซาธา
90 ปลดล็อ็ กพระคััมภีรี ์์ (พันั ธสัญั ญาใหม่่)
••• การรักั ษาบุตุ รชายของข้า้ ราชการ
การรัักษาชายที่่ต� าบอดแต่่กำำ�เนิดิ
การเรีียกลาซารัสั ให้ฟ้ ื้น�้ คืืนชีีวิิต
มีเี พียี ง 2 เหตุกุ ารณ์์คืือการเดิินบนน้ำำ��และการเลี้�ยงคน 5,000 คนเท่า่ นั้้�นที่่เ� หมืือนกัับพระ
กิิตติิคุณุ เล่ม่ อื่น� ๆ
ยิ่�งไปกว่่านั้้�น ยอห์์นยัังได้้ใช้้ คำำ�ที่่�แตกต่่างออกไปเมื่�อกล่่าวถึึงการอััศจรรย์์ ท่่านใช้้คำำ�ว่่า
เหตุกุ ารณ์เ์ หล่่านั้้�นเป็็น ‘หมายสำ�ำ คััญ’ คำ�ำ นี้้�บ่่งชี้ว� ่า่ มีีบางสิ่ง� ที่่�ล้ำำ�� ลึกึ เกินิ กว่า่ ที่่ต� าจะมองเห็็น ดังั นั้้น�
ยอห์์นจึึงไม่่ได้้บัันทึึกเหตุุการณ์์อััศจรรย์์น้้อยกว่่าผู้�เขีียนท่่านอื่�น แต่่ท่่านเชื่�อว่่าเหตุุการณ์์เหล่่านั้้�น
มีคี วามสำ�ำ คัญั ไม่ม่ ากเท่่าใดนักั อย่า่ งไรก็็ตาม เพื่่�อให้้การอัศั จรรย์์หรืือหมายสำ�ำ คัญั ต่า่ ง ๆ เล็ง็ ไปที่่�
พระเยซูู เราจะมาศึกึ ษาถึึงเรื่อ� งเหล่า่ นั้้น� ที่่�ได้ส้ ่่งผลต่่อวัตั ถุุประสงค์ข์ องยอห์น์ ในภายหลังั
บุุคคลต่่าง ๆ
ยอห์์นได้้กล่่าวถึึงบุุคคลหลายท่่านและบุุคคลเหล่่านั้้�นก็็โดดเด่่นมากในหนัังสืือพระกิิตติิคุุณ
ยอห์์น เรื่อ� งราวของเปโตรซึ่�งปฏิเิ สธที่่�จะรัับการล้า้ งเท้้าในตอนแรก การทรงสนทนากัับหญิงิ ชาว
สะมาเรีียที่่�บ่่อน้ำำ��และกัับนิิโคเดมััสก็็ถููกรวมเข้้าไว้้ด้้วย แน่่นอนว่่า บทสนทนาในลัักษณะตััวต่่อ
ตััวเช่่นนี้้�สามารถให้้ความหมายที่่�ชััดเจนได้้มากกว่่าการพบปะกัับฝููงชนซึ่ �งมีีให้้เห็็นในหนัังสืือพระ
กิิตติิคุุณอีีกสามเล่่ม คำ�ำ พููดของยอห์์นผู้�ให้้บััพติิศมาในพระกิิตติิคุุณเล่่มนี้้�ก็็เป็็นบทสนทนาส่่วน
บุุคคลไม่่ได้้เป็น็ การประกาศสู่่�สาธารณะแต่่อย่า่ งใด
การบรรยายถึึงพระเยซูู
ในพระกิิตติิคุุณยอห์์น มีีการบรรยายถึึงพระเยซูู 7 ครั้้�งที่่�สำำ�คััญและขึ้ �นต้้นด้้วยคำำ�ว่่า
‘เราเป็น็ ’
•
• เราเป็น็ อาหารแห่่งชีีวิติ
เราเป็น็ ความสว่า่ งของโลก
• เราเป็็นประตูู
• เราเป็็นผู้�เลี้ย� งที่่�ดีี
• เราเป็น็ ชีีวิติ และการเป็็นขึ้น� จากตาย
•• เราเป็น็ ทางนั้้�น เป็็นความจริิง และเป็็นชีีวิติ
เราเป็็นเถาองุ่�นแท้้
ถ้อ้ ยคำำ�เหล่่านี้้�ปรากฏอยู่�ในพระกิิตติคิ ุุณยอห์์นเท่่านั้้น� และได้ช้ ่่วยตอกย้ำ�ำ� วัตั ถุุประสงค์์ของ
ท่่านในการแสดงให้้เราเห็็นว่า่ พระเยซูทู รงมองพระองค์เ์ องว่า่ เป็น็ ผู้�ใด
ยอห์์น 91
3. สิ่�งที่่�เน้้นย้ำำ��
พระกิิตติิคุุณสััมพัันธ์์นั้้�นใช้้โครงร่่างและภาพรวมการเขีียนจากพระธรรมมาระโก ประกอบ
ด้้วยช่่วงเวลา 30 เดืือนแรกในทางตอนเหนืือที่่�กาลิิลีี ตามด้้วยช่่วง 6 เดืือนหลัังทางตอนใต้้ใน
ยููเดีียโดยเน้้นไปที่่�กรุุงเยรููซาเล็็มเป็็นพิิเศษ แต่่พระธรรมยอห์์นค่่อนข้้างแตกต่่างออกไป เรื่�องราว
เกืือบทั้้�งหมดของพระกิิตติิคุุณนั้้�นอยู่�ทางตอนใต้้ และบอกเล่่าถึึงพระราชกิิจของพระเยซููในช่่วง
แรกเอาไว้้ด้้วย ยอห์์นเน้้นย้ำำ��ช่่วงเวลาที่่�พระเยซููเสด็็จไปยัังกรุุงเยรููซาเล็็ม เพื่่�อร่่วมงาน
เทศกาลต่่าง ๆ (ซึ่�งอาจจะมีีบ่่อยถึึงปีีละ 3 ครั้้�ง) ในหนัังสืือพระกิิตติิคุุณยอห์์นจึึงมีีการกล่่าวถึึง
งานเลี้�ยงเทศกาลอยู่�เพิิง เทศกาลปััสกาและการถวายพระวิิหาร แต่่ไม่่ได้้กล่่าวถึึงพระราชกิิจของ
พระเยซูใู นทางตอนเหนืือมากนักั
4. รููปแบบการเขีียน
รููปแบบการเขีียนพระกิิตติิคุุณยอห์์นที่่�แตกต่า่ งออกไปนั้้�นเห็น็ ได้้อย่า่ งชัดั เจนใน 2 ส่่วนด้้วย
กััน คืือ
ภาษา
ภาษาที่่�ใช้้ในพระกิิตติิคุุณยอห์์นนั้้�นแตกต่่างไปจากพระกิิตติิคุุณเล่่มอื่�น ๆ มีีการใช้้คำ�ำ ที่่�
เหมืือนกัันในหลายตอน ภาษาที่่�ยอห์์นใช้้สามารถบอกได้้ว่่างานเขีียนของท่่านนั้้�นมีีความเป็็น
อิสิ ระอย่า่ งเต็็มที่่� ตัวั อย่า่ งเช่น่ เรื่อ� งการเลี้�ยงคน 5,000 คนในพระกิติ ติคิ ุณุ สัมั พัันธ์จ์ ะมีคี ำำ�จำ�ำ นวน
53 คำำ�ที่่เ� หมือื นกััน แต่่มีีเพีียง 8 คำำ�เท่่านั้้�นที่่ป� รากฏอยู่�ในพระกิิตติคิ ุุณยอห์์น แม้้แต่่คำ�ำ ว่่า ‘ปลา’
ก็็ต่า่ งออกไป
ความขัดั แย้ง้
พระกิิตติิคุุณสััมพัันธ์์ให้้ความสำ�ำ คััญมากกัับคำำ�อุุปมาของพระเยซููและไม่่ค่่อยมีีคำ�ำ สอน
ยาว ๆ เท่่าใดนััก แต่่ในพระพระกิิตติิคุุณยอห์์น ประหนึ่่�งว่่าพระเยซููจะต้้องทรงเข้้าไปเกี่�ยวข้้อง
กัับการโต้้แย้้งที่่�ไม่่รู้้�จบโดย มีีพระดำ�ำ รััสที่่�มีีความยาวซึ่�งให้้ความสำ�ำ คััญกัับเรื่�องของความเชื่�อ
มากกว่่าการกระทำ�ำ เรื่�องเหล่่านี้้�เกิิดขึ้�นเมื่�อพระองค์์เสด็็จมาทางตอนใต้้และดููเหมืือนว่่าพระเยซูู
ได้้ทรงเปลี่�ยนรููปแบบในการสอน อาจจะเป็็นเพราะพระองค์์ต้้องโต้้แย้้งกัับชาวยููเดีียเกี่�ยวกัับ
สถานะของพระองค์เ์ อง
ตััวอย่่างเช่่น มีีการโต้้แย้้งที่่�ยาวมากในยอห์์นบทที่่� 8 เมื่ �อพระเยซููตรััสถึึงความสััมพัันธ์์ที่่�
พระองค์์ทรงมีีต่่อพระเจ้้าพระบิิดา ฟาริิสีีได้้ถามพระเยซููว่่า ‘พระบิิดาของท่่านอยู่�ไหน? พวกเขา
คิิดเอาเองว่่าพระเยซููคงจะไม่่สามารถตอบคำ�ำ ถามนี้้�ได้้อย่่างมั่�นอกมั่�นใจและยัังมีีการร่ำ��ำ ลืือกัันว่่า
พระองค์ท์ รงเป็็นลููกนอกกฎหมาย
92 ปลดล็อ็ กพระคัมั ภีรี ์์ (พัันธสััญญาใหม่)่
‘พวกท่่านไม่่รู้�จัักตััวเราหรืือพระบิิดาของเรา ถ้้าพวกท่่านรู้�จัักเรา พวกท่่านก็็จะรู้�จััก
พระบิิดาของเราด้้วย’ เห็็นได้้ว่่าพระเยซููทรงทราบว่่าพระบิิดาของพระองค์์คืือผู้�ใดและทรง
ย้้อนตอบพวกฟาริิสีีกลัับไปว่่าพวกเขาก็็ควรจะต้้องรู้�จัักพระองค์์ด้้วย แต่่ในความเป็็นจริิง พวก
ฟาริิสีีกลับั ห่า่ งไกลจากพระองค์์มาก
นี่่�เป็น็ การยกประเด็็นที่่น� ่่าสนใจเกี่�ยวกัับความคิดิ เห็น็ ของพระเยซููซึ่�งมักั เข้้าใจกัันผิิด ๆ เมื่อ�
เราอ่่านพระกิิตติิคุุณยอห์์นที่่�บอกว่่า ‘ชาวยิิว’ เกลีียดชัังพระเยซูู พระเยซููได้้โต้้เถีียงกัับชาวยิิว
และพวกเขาก็็ตรึึงพระองค์์ จะเป็็นการเข้้าใจผิิดไปมากทีีเดีียวหากเรามองว่่า ‘ชาวยิิว’ หมายถึึง
ชาวยิวิ ทั้้�งชาติิ แน่่นอนว่่าความเข้้าใจผิิดเช่่นนี้้�ได้้กระตุ้�นให้้เกิิดการต่่อต้้านชาวยิวิ มาเป็็นเวลานาน
ถึงึ 2,000 ปีี เมื่อ� ยอห์น์ พููดถึึง ‘ชาวยิิว’ ท่า่ นหมายถึึงคนที่่�อยู่�ทางตอนใต้ใ้ นยูเู ดียี ซึ่ง� แตกต่า่ งจาก
คนในกาลิิลีีทางตอนเหนืืออย่่างชััดเจน คนในกาลิิลีีโดยรวมแล้้ว (ยกเว้้นบางคน) มีีท่่าทีีในทาง
บวกต่่อพระเยซููมากกว่่า
5. ภาพรวม
ภาพรวมของพระกิิตติิคุุณยอห์์นนั้้�นแตกต่่างจากพระกิิตติิคุุณสััมพัันธ์์มาก ยอห์์นตระหนััก
ถึึงความจำ�ำ เป็็นในการสื่�อสารกัับชาวกรีีกและชาวฮีีบรูู ท่่านเขีียนพระกิิตติิคุุณเล่่มนี้้�ขึ้�นที่่�เมืือง
เอเฟซััสในเอเชีีย (ตุุรกีีตะวัันตกในปััจจุุบััน) ซึ่�งเป็็นเมืืองที่่�มีีความคิิดแบบกรีีกและฮีีบรููมาบรรจบ
กันั หากเราต้้องการจัับแนวทางที่่�ยอห์น์ ใช้เ้ พื่่�อเขียี นเนื้้�อหาในพระกิิตติคิ ุณุ เล่่มนี้้� ความเข้้าใจเรื่อ� ง
ความแตกต่า่ งระหว่่างสองชนชาติินี้้ก� ็เ็ ป็็นสิ่�งที่่จ� ำ�ำ เป็็นมาก
ตััวอย่่างง่่าย ๆ เช่่น ชาวฮีีบรููจะมองเส้้นเวลาในลัักษณะแนวนอน โดยคิิดว่่าเวลานั้้�น
ประกอบด้้วยอดีตี ปััจจุบุ ันั และอนาคต พวกเขารู้�จัักพระเจ้า้ ที่่ท� รงดำ�ำ รงอยู่�ในอดีีต ในปััจจุุบัันและ
จะเสด็็จมา ความคิิดของพวกเขาตั้ง� อยู่�บนเส้้นเวลาที่่ป� ระกอบด้ว้ ยวััตถุปุ ระสงค์์และการเคลื่่อ� นไป
ข้้างหน้้า ส่่วนความคิิดของชาวกรีีกนั้้�น พวกเขาคิิดในลัักษณะตรงกัันข้้ามโดยใช้้เส้้นในแนวดิ่่�ง
และคำ�ำ นึงึ ถึงึ ชีีวิิตที่่อ� ยู่�เบื้้อ� งบนและเบื้้อ� งล่า่ ง ในสวรรค์์และในโลก
ถ้้าคุุณคิิดแบบชาวฮีีบรูู การเดิินทางตามเส้้นเวลาของคุุณก็็จะเป็็นไปในทิิศทางเดีียวโดยมีี
พระเจ้้าเป็็นผู้้�ตััดสิินพระทััยว่่าจะทรงให้้เรื่�องต่่าง ๆ ดำ�ำ เนิินไปอย่่างไร พระกิิตติิคุุณสามเล่่มแรก
นั้้�นใช้้เส้้นเวลาในลัักษณะนี้้� แต่่ยอห์์นก็็ไม่่ได้้ตััดความคิิดในลัักษณะนี้้�ทิ้้�งไปเสีียทั้้�งหมดเพราะ
อย่่างไรเสียี ท่า่ นเองก็เ็ ป็น็ ชาวยิิว จะเห็็นได้ว้ ่่า ท่่านได้้แสดงให้้เห็็นถึงึ ความคิดิ ในลักั ษณะเช่่นนี้้โ� ดย
ใช้้คำ�ำ ว่า่ ‘เวลา’ ถึงึ 5 ครั้้�ง
อย่่างไรก็็ตาม ยอห์์นยัังได้้ใช้้แนวคิิดของกรีีกที่่�มีีลัักษณะเป็็นเส้้นแนวดิ่่�งระหว่่างสวรรค์์
และโลก คืือเบื้้อ� งบนและเบื้้�องล่่าง ท่า่ นเห็น็ ว่า่ พระเยซูู เป็น็ ผู้้�ที่�เสด็จ็ ลงมาจากสวรรค์์ โดยอ้้างคำำ�
ตรััสของพระองค์์ไว้ใ้ นยอห์น์ 3:13 ว่า่ ‘ไม่ม่ ีีใครเคยขึ้�นไปสวรรค์น์ อกจากผู้�ที่�ลงมาจากสวรรค์์ คืือ
บุุตรมนุุษย์์’ และในยอห์์น 6:33 ที่่�กล่่าวว่่า ‘เพราะว่่าอาหารของพระเจ้้านั้้�นคืือท่่านที่่�ลงมาจาก
ยอห์น์ 93
สวรรค์์ และประทานชีีวิิตให้ก้ ับั โลก’
มีีการอ้้างถึึงอาณาจัักรของพระเจ้้าในพระกิิตติิคุุณยอห์์นน้้อยมาก ในขณะที่่�พระกิิตติิคุุณ
สััมพัันธ์์ได้้ย้ำ�ำ�ว่่าอาณาจัักรของพระเจ้้าได้้เข้้ามาในยุุคปััจจุุบัันที่่�ชั่ �วร้้ายนี้้�แล้้วและกำำ�ลัังรอคอย
จนถึึงความสมบููรณ์์ แต่่ยอห์์นได้้ให้้ความสำ�ำ คััญในแนวดิ่่�งมากขึ้�นโดยบอกว่่าพระเจ้้าทรงรัักโลก
จนได้้ประทานพระเยซููลงมายัังโลก เราจึึงกล่่าวได้้ว่่าพระกิิตติิคุุณยอห์์นนั้้�นเป็็นข่่าวประเสริิฐที่่�
เน้้น ‘บนและล่่าง’ เป็็นหลััก ส่ว่ นพระกิิตติิคุุณสััมพัันธ์์เป็็นข่่าวประเสริิฐที่่�เน้้น ‘ในขณะนี้้�และใน
ขณะนั้้น� ’
ทำำ�ความเข้า้ ใจพระกิิตติิคุณุ ยอห์์น
เมื่อ� ศึกึ ษาถึึงความแตกต่า่ งระหว่า่ งพระกิติ ติิคุณุ ยอห์์นกับั พระกิิตติคิ ุุณเล่่มอื่น� ๆ อีกี 3 เล่ม่
เช่่นนี้้�แล้ว้ เราก็็ควรหัันมามองที่่�ผู้�เขียี นด้ว้ ยว่า่ ยอห์น์ คือื ใคร?
ยอห์์นคืือใคร?
ชาวประมง
ก่่อนที่่�ท่่านจะถููกเรีียกให้้ติิดตามพระเยซูู ยอห์์นเป็็นชาวประมงที่่�ทำำ�ธุุรกิิจ 2 ด้้าน คืือจัับ
ปลาและค้้าปลีีก เราทราบว่่าท่่านมีีสายสััมพัันธ์์ในกรุุงเยรููซาเล็็ม เป็็นไปได้้ว่่าสายสััมพัันธ์์เหล่่า
นั้้�นเกิิดจากธุุรกิิจค้้าปลาที่่�จัับได้้ในกาลิิลีี ท่่านเป็็นคนที่่�อยู่�ในสัังคม 2 แบบ คืือ สัังคมชนบททาง
ตอนเหนืือและชีีวิิตแบบชาวเมืืองในกรุุงเยรููซาเล็็มทางตอนใต้้ ยอห์์นจึึงมีีความโดดเด่่นเมื่�อเทีียบ
กัับอััครทูตู ส่ว่ นใหญ่ซ่ึ่�งเป็น็ คนจากทางเหนืือคนที่่ม� าจากทางใต้ค้ ืือ ยูดู าส อิิสคาริโิ อท
ญาติิของพระเยซูู
ท่่านเป็็น ลููกพี่่�ลููกน้้อง กัับพระเยซููและเป็็นน้้องของยากอบซึ่ �งเป็็นหนึ่่�งในอััครสาวก อัันที่่�
จริงิ แล้้ว แม้้ว่่าพี่่�น้อ้ งของพระเยซููจะมีขี ้้อกังั ขาในพระองค์จ์ นกระทั่่ง� พระองค์์ทรงเป็น็ ขึ้�นจากความ
ตาย แต่่ก็็มีญี าติขิ องพระเยซููอย่่างน้้อยถึึง 5 หรือื 7 คนในจำ�ำ นวนสาวกทั้้�ง 12 คน ยากอบและยููดา
ไม่เ่ พียี งแต่เ่ ป็็นผู้�เชื่อ� ท่า่ นทั้้�งสองยัังได้เ้ ขีียนพระธรรมอีกี 2 เล่ม่ ในพระคัมั ภีีร์์ภาคพันั ธสััญญาใหม่่
หลัักฐานที่่�แสดงถึึงความสััมพัันธ์์อัันใกล้้ชิิดนี้้�เห็็นได้้ชััดเจนที่่�กางเขนในตอนที่่�พระเยซููทรงขอให้้
ยอห์น์ ดูแู ลมารดาของพระองค์์
สหายที่่�ใกล้ช้ ิดิ ที่่�สุดุ ของพระเยซูู
อย่่างไรก็็ตาม ยอห์น์ กัับพระเยซูนู ั้้�นไม่เ่ พีียงแต่่เป็น็ ลููกพี่่�ลูกู น้อ้ งกันั ยอห์์นยัังเป็น็ สาวกวงใน
ร่่วมกัับยากอบและเปโตรผู้�ซึ่�งใกล้้ชิิดกัับพระเยซููมากเป็็นพิิเศษ ยอห์์นได้้พููดถึึงตััวท่่านว่่าเป็็น
‘สาวกที่่�พระองค์์ทรงรััก’ โดยมีีเจตนาที่่�จะเลี่�ยงความสนใจด้้วยการไม่่กล่่าวถึึงชื่�อของตนเอง
94 ปลดล็็อกพระคััมภีรี ์์ (พันั ธสัญั ญาใหม่)่
คำำ�พููดนี้้ไ� ด้ใ้ ห้้ความรู้�เชิงิ ลึึกกัับเราว่า่ ในจำำ�นวนสาวก 12 คนนั้้น� ยอห์์นเป็น็ ผู้�ที่ใ� กล้ช้ ิดิ พระเยซููมาก
ที่่�สุุด ในอาหารเย็็นมื้�อสุุดท้า้ ย ยอห์์นนั่่�งติิดกับั พระเยซููและเอนกายลงรัับประทานอาหาร พระเยซูู
ทรงต้้องการให้ส้ หายของพระองค์์อยู่�ใกล้ช้ ิดิ เพื่่�อจะได้ใ้ ช้ช้ ่ว่ งเวลาที่่ม� ีีคุุณค่า่ นั้้น� ด้้วยกััน
อัคั รทูตู คนสุุดท้า้ ยที่่�รอดชีวี ิติ
ยอห์์นไม่่เพีียงแต่่เป็็นผู้�ที่�ใกล้้ชิิดพระเยซููมากที่่�สุุด ท่่านยัังเป็็นอััครทููตที่่�มีีชีีวิิตรอดอยู่�
เป็็นคนสุุดท้้าย ยอห์์นได้้เขีียนหนัังสืือพระกิิตติิคุุณเล่่มนี้้�ในขณะที่่�อายุุมากแล้้ว และได้้สะท้้อน
ความเข้้าใจที่่�ลึึกซึ้�งในพระเยซููออกมาในตอนจบของพระธรรม ยอห์์นได้้บัันทึึกเรื่�องที่่�เปโตร
ได้้ทราบจากพระเยซููว่่าเปโตรจะต้้องถููกตรึึงตายที่่�กางเขน และเปโตรได้้ถามพระเยซููถึึงการตาย
ของยอห์์น พระเยซููตอบว่่าไม่่ใช่่ธุุระกงการอะไรของเปโตรและถ้้าพระองค์์ทรงต้้องการให้้ยอห์์น
มีีอายุุอยู่่�จนกระทั่่�งพระองค์์เสด็็จกลัับมาก็็เป็็นเรื่�องของพระองค์์ จากวัันนั้้�นมาก็็เกิิดข่่าวลืือ
กัันทั่่�วไปว่่า พระเยซููจะเสด็็จกลัับมาก่่อนที่่�ยอห์์นจะเสีียชีีวิิต แต่่พระเยซููไม่่ได้้ตรััสเช่่นนั้้�น และ
ยอห์น์ ก็็ได้อ้ ธิบิ ายเรื่อ� งนี้้�จนกระจ่่างในตอนจบของพระกิิตติคิ ุุณที่่ท� ่า่ นเขีียน
ความใกล้้ชิิดของยอห์์นกัับพระเยซููนั้้�นสะท้้อนออกมาให้้เห็็นผ่่านความรู้้�สึึกเป็็นอิิสระใน
การอรรถาธิิบายคำำ�สอนของพระเยซูู ยอห์์นได้้ถอดความจากคำ�ำ สอนของพระองค์์เพื่่�อให้้ได้้ความ
หมายที่่ส� มบูรู ณ์์ ยอห์น์ เชื่อ� ว่า่ ตัวั ท่า่ นทราบถึงึ ความคิดิ จิติ ใจของพระเยซูมู ากพอที่่จ� ะอธิบิ ายถึงึ ความ
หมายในเรื่อ� งที่่�พระองค์์ตรัสั ตััวอย่่างเช่่น ในพระธรรมยอห์น์ 3:16 ‘เพราะว่่าพระเจ้า้ ทรงรัักโลก
จนได้้ประทานพระบุุตรองค์์เดีียวของพระองค์์...’ เราไม่่ทราบแน่่ชััดว่่าใครเป็็นผู้้�พููดประโยคนี้้�
อาจจะเป็็นคำำ�สนทนาของพระเยซููกัับนิิโคเดมััส หรืือยอห์์นอาจจะเป็็นผู้�ขยายความเสีียเองเป็็น
เรื่อ� งแปลกมากที่่�พระเยซููจะตรัสั เช่่นนี้้� ฟัังดููแล้ว้ เหมือื นว่า่ มีบี ุคุ คลที่่ส� ามกำ�ำ ลังั กล่่าวถึึงพระเยซูโู ดย
ทางอ้้อมมากกว่่านี่่�เป็็นลัักษณะเฉพาะที่่�พบได้้ตลอดในพระกิิตติิคุุณยอห์์น ท่่านได้้อธิิบายถึึงสิ่�งที่่�
พระเยซููตรััสเพราะท่่านเข้้าใจถึึงพระทััยของพระองค์์อย่่างแท้้จริิง ยอห์์นได้้ดึึงเอาความหมายโดย
นััยออกมาสำำ�แดงภายใต้้การทรงนำ�ำ ของพระวิิญญาณบริิสุุทธิ์� ด้้วยเหตุุนี้้� ยููเซเบีียสซึ่่�งเป็็นหนึ่่�งใน
บิดิ าแห่ง่ คริสิ ตจักั รสมัยั แรกจึงึ เรียี กพระธรรมเล่ม่ นี้้ว� ่า่ ‘พระกิติ ติคิ ุณุ แห่ง่ พระวิญิ ญาณ’ และไม่ย่ าก
เลยที่่�เราจะเข้้าใจว่่าทำำ�ไมจึึงเป็น็ เช่น่ นั้้�น
วััตถุปุ ระสงค์ข์ องพระธรรมยอห์์น
อะไรคืือวััตถุุประสงค์์ของยอห์์นในการเขีียนพระกิิตติิคุุณ? คำำ�ถามนี้้�จะนำ�ำ เราไปสู่่�ความ
เข้า้ ใจในพระธรรมเล่ม่ นี้้� เราได้เ้ ห็น็ ถึงึ ความสนใจของยอห์น์ ที่่ท� ่า่ นได้้มองลึึกลงไปถึึงตััวตนภายใน
ของพระเยซูู ความสนใจที่่�มากไปกว่่านั้้�นยัังได้้บอกเล่่าไว้้อย่่างกระจ่่างแจ้้งในตอนจบของพระ
กิิตติิคุุณเล่่มนี้้�อีีกด้้วย ยอห์์นได้้เลืือกที่่�จะแบ่่งปัันเนื้้�อหาเรื่�องราวต่่าง ๆ เพื่่�อผู้้�อ่่านจะได้้เชื่ �อใน
พระเยซููคริิสต์์พระบุุตรของพระเจ้้าผู้้�ทรงพระชนม์์ และโดยความเชื่ �อนี้้� พวกเขาจะได้้ชีีวิิตโดย
ยอห์น์ 95
พระนามของพระองค์์ นี่่�เป็็นคำำ�พููดที่่�หนัักแน่่นจริิงจััง แต่่สิ่ �งสำำ�คััญที่่�เราจะต้้องเข้้าใจก็็คืือความ
หมายที่่�ครบถ้ว้ นในสิ่�งที่่ย� อห์น์ ได้้กล่่าวไว้้
ความหมายที่่แ� ท้้จริงิ
เราจำ�ำ เป็็นต้้องเข้้าใจความหมายในภาษากรีีกดั้�งเดิิมเป็็นประการแรก ภาษากรีีกนั้้�นมีี
กาล (Tense) ของกริิยาที่่�เป็็น ‘กาลปััจจุุบัันและดำำ�เนิินไปอย่่างต่่อเนื่่�อง’ ซึ่�งแปลได้้ไม่่ง่่ายนััก
อย่่างไรก็็ตามเราจำ�ำ เป็็นต้้องเข้้าใจเนื้้�อหาพระกิิตติิคุุณอย่่างถููกต้้องเหมาะสม กาลของกริิยาเช่่นนี้้�
มีีความหมายว่่า กำ�ำ ลัังกระทำำ�บางอย่่างอยู่�อย่่างต่่อเนื่่�อง ดัังนั้้�น ในการแปลจึึงจำำ�เป็็นต้้องเพิ่่�ม
วลีวี ่า่ ‘ทำ�ำ ต่่อไปเรื่�อย ๆ’ เข้้าไปด้ว้ ย เช่่น เมื่�อพระเยซููกล่า่ วว่่า ‘จงขอแล้ว้ จะได้้ จงหาแล้ว้ จะพบ
จงเคาะแล้้วจะเปิิดให้้แก่่พวกท่่าน’ ไม่่ได้้หมายถึึงการกระทำำ�เพีียงแค่่ครั้้�งเดีียว พระองค์์ตรััสว่่า
‘จงขอต่อ่ ไปเรื่�อย ๆ แล้ว้ จะได้้ จงหาต่่อไปเรื่อ� ย ๆ แล้้วจะพบ จงเคาะต่่อไปเรื่อ� ย ๆ แล้ว้ จะเปิิดให้้
แก่่พวกท่่าน’ ดัังนั้้�นเมื่�อใครก็็ตามที่่�ไม่่ได้้รัับพระวิิญญาณบริิสุุทธิ์�์ในครั้้�งแรกที่่�ทููลขอ
ก็ไ็ ม่่ควรจะตระหนกตกใจ แต่ค่ วรขอต่่อไปเรื่อ� ย ๆ
เมื่อ� นำ�ำ กาลของกริยิ านี้้�มาใช้ก้ ับั ยอห์์น 20:31 ก็็จะแปลได้้เหมาะสมมากยิ่ง� ขึ้�นว่า่ ‘แต่ก่ ารที่่�
บัันทึึกเหตุุการณ์์เหล่่านี้้�ไว้้ ก็็เพื่่�อพวกท่่านจะได้้เชื่�อว่่าพระเยซููเป็็นพระคริิสต์์พระบุุตรของ
พระเจ้้า และเมื่ �อมีีความเชื่�อต่่อไปเรื่�อย ๆ แล้้ว ท่่านก็็จะมีีชีีวิิตต่่อไปเรื่�อย ๆ โดยพระนามของ
พระองค์์’ ดัังนั้้�นเมื่�อนำำ�มาใช้้กัับพระวจนะข้้อที่่�รู้�จัักกัันดีีที่่�สุุดคืือ ยอห์์น 3:16 ก็็จะแปลได้้ว่่า
‘เพราะว่่าพระเจ้้าทรงรัักโลกจนได้้ประทานพระบุุตรองค์์เดีียวของพระองค์์ เพื่่�อทุุกคนที่่�เชื่�อใน
พระบุตุ รนั้้น� ต่อ่ ไปเรื่อ� ย ๆ จะไม่่พินิ าศแต่ม่ ีชี ีีวิิตนิริ ันั ดร์ต์ ่อ่ ไปเรื่�อย ๆ’
เขียี นขึ้้น� เพื่่�อผู้�ที่ย� ังั ไม่่เชื่่�อหรืือผู้�เชื่่�อ?
พระธรรมยอห์์นไม่่ได้้เขีียนขึ้ �นเพื่่�อให้้ผู้้�อ่่านมีีความเชื่ �อว่่าพระเยซููทรงเป็็นพระบุุตร
พระเจ้้า แต่่เขีียนขึ้�นเพื่่�อให้้ผู้้�อ่่านดำำ�เนิินความเชื่�อต่่อไปเรื่�อย ๆ มีีเนื้้�อหาจำำ�นวนมากใน
พระกิิตติิคุุณเล่่มนี้้�ที่่�อาจจะไม่่เหมาะสมกัับผู้�ที่�ยัังไม่่ได้้รู้�จัักพระเยซูู พระธรรมเล่่มนี้้�ถููกเขีียน
ขึ้�นสำำ�หรัับคริิสเตีียนที่่�เติิบโตแล้้ว เพื่่�อให้้พวกเขายึึดความเชื่�อไว้้ให้้มั่�นและไม่่เบี่่�ยงเบนไปจาก
ความเข้้าใจที่่�ว่า่ พระเยซููทรงเป็น็ ผู้�ใด และรัักษาความเชื่�อเรื่อ� ยไปเพื่่อ� จะได้ม้ ีีชีวี ิติ นิริ ัันดร์์
นี่่�เป็็นหลัักการที่่�ยอห์์นใช้้คััดเลืือกเรื่�องราวเพื่่�อนำ�ำ มาเขีียนเป็็นพระกิิตติิคุุณ หนัังสืือของ
ท่่านไม่่ได้้มีีเนื้้�อหาที่่�กิินวงกว้้าง แต่่ท่่านตั้�งใจที่่�จะให้้ผู้้�อ่่านได้้รัับรู้้�ถึึงสิ่�งที่่�สำ�ำ คััญ เพื่่�อที่่�พวกเขาจะ
ได้ใ้ ช้ช้ ีีวิติ ในความเชื่อ� อย่่างต่อ่ เนื่่�อง พููดง่่าย ๆ ก็ค็ ืือเรื่�องที่่ย� อห์์นเขีียนคืือชีีวิิต และหมายถึึงการใช้้
ชีวี ิติ จนถึงึ บทสุดุ ท้้าย ด้้วยความไว้ว้ างใจและเชื่�อฟัังอย่า่ งต่่อเนื่่�องเรื่�อยไป
96 ปลดล็อ็ กพระคัมั ภีรี ์์ (พันั ธสัญั ญาใหม่)่
ชีวี ิติ เป็็นบั้้�นปลาย
ยอห์์นได้้อธิิบายคำ�ำ ว่่าชีีวิิตที่่�พระเยซููทรงมอบให้้ ว่่าเป็็นชีีวิิตที่่�เป็็น ‘ปััจจุุบัันและดำำ�เนิินไป
อย่า่ งต่อ่ เนื่่อ� ง’ ชีีวิิตนิิรันั ดร์์ประกอบด้้วยปริิมาณ คืือยืนื ยาวไม่ม่ ีีที่่�สิ้�นสุุด และมีีคุณุ ภาพที่่ด� ีีด้้วยซึ่ง�
หมายถึงึ ความบริบิ ููรณ์์ที่่�ล้้นเหลือื ไม่ใ่ ช่เ่ ป็น็ เพียี งแค่ก่ ารรับั ประกัันถึึงการทรงปกป้อ้ งเราจากความ
ตายแต่เ่ ป็็นชีีวิิตที่่�เราสามารถชื่่น� ชมยินิ ดีไี ด้้ ณ ที่่น� ี่่ใ� นเวลานี้้� วััตถุปุ ระสงค์ข์ องข้้อพระคัมั ภีีร์ย์ อห์น์
20:31 นั้้�นบอกให้้ทราบเป็็นนััยว่่าชีีวิิตเป็็นของเราแต่่เราอาจสููญเสีียไปได้้หากไม่่รัักษาความเชื่�อ
ไว้้อย่่างต่่อเนื่่�อง ตามวััตถุุประสงค์์ของยอห์์นโดยรวมแล้้ว ความเชื่�อและชีีวิิตจึึงเป็็นสาระสำำ�คััญ
ท้้ายที่่�สุุด ชีีวิิตที่่�ท่่านกล่่าวถึึงคืือการดำ�ำ รงชีีวิิตต่่อเนื่่�องไปเรื่�อย ๆ ในขณะที่่�ความเชื่�อก็็ต้้องมีีไว้้
เพื่่อ� ใช้้ดำำ�รงชีวี ิติ นั้้�น หากเรารัักษาความเชื่อ� ต่อ่ ไปเรื่�อย ๆ เราก็จ็ ะมีีชีีวิิตอยู่�เรื่�อยไป
ความเชื่่อ� เป็็นหนทาง
ยอห์์นให้้ความสำ�ำ คััญในเรื่�องความเชื่�อ เห็็นได้้จากที่่�ท่่านได้้ใช้้คำ�ำ นี้้�ถึึง 98 ครั้้�ง มากกว่่า
จำ�ำ นวนครั้้ง� ที่่�ใช้ใ้ นพระกิติ ติิคุุณ 3 เล่่มแรกรวมกัันเสียี อีีก แต่่เราต้อ้ งทำ�ำ ความเข้้าใจอย่า่ งรอบคอบ
เนื่่�องจากท่่านไม่่ได้้ใช้ค้ ำำ�นี้้ใ� นความหมายเดียี วกัันทุกุ ครั้้�งไป สำำ�หรับั ยอห์์น แล้ว้ ความเชื่อ� ประกอบ
ด้้วย 3 ระดัับหรืือ 3 ระยะเวลาด้้วยกััน
ก) ความเชื่่�อถือื
ความเชื่อ� ถือื หมายถึงึ การเชื่�อว่่าบางสิ่่ง� นั้้�นเป็น็ ความจริิง คำำ�ที่่�ก่อ่ ให้ส้ ััมฤทธิ์์ผ� ลในประโยค
นี้้�คืือคำ�ำ ว่่า ‘ว่่า’ เราเชื่�อว่่าพระเยซููสิ้�นพระชนม์์ เราเชื่�อว่่าพระเยซููคืืนพระชนม์์ เป็็นความเชื่�อใน
ข้้อเท็็จจริิงทางประวััติิศาสตร์์ เป็็นการยอมรัับความน่่าเชื่�อถืือของพระกิิตติิคุุณ ความเชื่�อถืือนี้้�อยู่�
บนพื้้น� ฐานของคำำ�พูดู และการกระทำ�ำ อันั นำำ�มาซึ่�งการอ้้างสิทิ ธิ์์�ของพระคริิสต์์
ความเชื่�อในระดัับนี้้�ไม่่ใช่่ความเชื่�อที่่�จะนำ�ำ ไปสู่่�ความรอดเพราะใคร ๆ ก็็สามารถพููดได้้ว่่า
พวกเขาเชื่�อในความจริิงบางอย่่าง ความเชื่�อแบบเชื่�อถืือนี้้�เป็็นการเริ่�มต้้นของความเชื่�อที่่�นำำ�ไป
สู่่�ความรอด (มารก็เ็ ชื่�อในสัจั จะเช่่นกันั มัันยอมรับั และเกรงกลัวั สััจจะ แต่ม่ ันั ก็ไ็ ม่่ใช่ผู่้�เชื่อ� )
ข) ความเชื่่�อมั่่น�
ความเชื่�อมั่�นเป็็นความเชื่�อในระดัับที่่�สอง คืือเมื่�อเชื่�อถืือในความจริิงแล้้ว เราก็็มีีความเชื่�อ
มั่�นในพระเยซูู เป็็นความเชื่�อวางใจและเชื่�อฟัังพระองค์์ ซึ่�งหมายถึึงการมีีความเชื่�อและการ
กระทำ�ำ บนพื้้�นฐานของสิ่�งที่่�เราบอกว่่าเป็็นความจริิง พระเยซููตรััสกัับเปโตรในตอนจบของ
พระกิติ ติิคุุณว่า่ ‘จงตามเรามา’ นั่่�นเป็น็ การกระทำำ�ที่่�ต้อ้ งใช้ค้ วามเชื่อ� มั่น� บนพื้้น� ฐานของความเชื่อ�
วางใจและเชื่�อฟััง เราอาจจะอ้้างว่่าเราเชื่�อใครบางคน แต่่ถ้้าเราไม่่มีีความเชื่�อมั่�นในตััวของคน ๆ
นั้้น� ‘ความเชื่อ� ’ ของเราก็็เป็็นความเชื่อ� ที่่�ผิิวเผินิ
ยอห์์น 97
ค) ความเชื่่อ� ยืืนหยััด
เมื่�อพิิจารณาให้้ลึึกลงไปถึึงวััตถุุประสงค์์หลัักของยอห์์น เราจะพบว่่าความเชื่�อในมิิติิที่่�สาม
นี้้�มีีลัักษณะที่่�ต่่อเนื่่�อง เราต้้องมีีความเชื่�อยืืนหยััดต่่อเนื่่�องไปเรื่�อย ๆ คำำ�ว่่า ‘ความเชื่�อ’ (Faith)
และ ‘ความสััตย์์ซื่อ� ’ (Faithfulness) นั้้�นเป็็นคำำ�เดียี วกันั ทั้้ง� ในภาษากรีกี และฮีีบรูู ในบางครั้้ง� เราก็็
ไม่่ทราบว่่าใช้้ในความหมายใด ถ้้าคุุณวางใจใครสัักคน คุุณก็็จะวางใจคนนั้้�นอย่่างต่่อเนื่่�องด้้วย
ถ้้าคุุณมีีความเชื่�ออย่่างเต็็มขนาด คุุณก็็จะมีีความสััตย์์ซื่�ออย่่างเต็็มขนาดด้้วย คุุณจะเชื่�อมั่�นใน
คนนั้้�นต่่อไปไม่่ว่่าจะเกิิดอะไรขึ้�นหรืือต้้องจ่่ายราคาด้้วยสิ่�งใดก็็ตาม ความเชื่�อนั้้�นไม่่ได้้เป็็นขั้�นตอน
เดียี วจบ (เกิิดฉัับพลัันแล้ว้ จบไป) แต่่เป็็นสถานะ (มีคี วามต่่อเนื่่อ� ง)
ในพระธรรมยอห์์นบทที่่� 15 พระเยซููได้้อธิิบายถึึงเรื่�องนี้้�ไว้้อย่่างชััดเจนในขณะที่่�ทรงสอน
เหล่า่ สาวก พระองค์ท์ รงใช้้ภาพของเถาองุ่�นเพื่่�ออธิิบายถึึงตััวพระองค์์เอง และทรงบอกว่่าพวกเขา
เป็็นแขนงของเถาองุ่�น พระองค์์ทรงเตืือนเหล่่าสาวกว่่าต้้องติิดสนิิทอยู่่�กัับพระองค์์ มิิฉะนั้้�น
พวกเขาจะไม่่เกิิดผลเลย จะถููกตััดออกและเผาทิ้้�งเสีีย ดัังนั้้�นเมื่�อยอห์์นสอนว่่า ไม่่มีีใครมาหา
พระเยซููได้น้ อกจากว่า่ พระบิดิ าได้ท้ รงเรียี กเขา ยอห์น์ ยัังได้ส้ อนถึึงสิ่�งที่่จ� ำ�ำ เป็น็ สำ�ำ หรัับผู้�เชื่�ออีีกด้ว้ ย
นั่่�นคืือผู้�เชื่�อต้้องติิดสนิิทกัับพระคริิสต์์หากต้้องการชีีวิิตนิิรัันดร์์ ชีีวิิตที่่�ว่่านี้้�ได้้จากเถาไม่่ใช่่แขนง
(เปรียี บเทีียบกัับยอห์น์ 15:11)
วััตถุุประสงค์์ของพระธรรมยอห์์นนั้้�นจึึงมีีเป้้าหมายซึ่ �งต้้องการให้้ผู้้�อ่่านรัักษาความเชื่ �อ
อย่า่ งต่อ่ เนื่่�องในพระเยซููเพื่่�อจะได้้มีีชีีวิติ นิริ ันั ดร์์ ความเชื่อ� ที่่�ว่่านี้้ม� ีี 3 ระดับั คืือ การยอมรับั ความ
จริงิ การกระทำำ�ตามความจริงิ และการยึึดความจริงิ นั้้น� ไว้้ และพระเยซููทรงเป็็นความจริิง
ความจริิงเกี่ย� วกับั พระเยซูู
มีีอีีกแง่่มุุมหนึ่่�งที่่�จะช่่วยให้้เราเข้้าใจถึึงรายละเอีียดของเนื้้�อหาตามวััตถุุประสงค์์ของยอห์์น
ได้้ ในช่่วงเวลาที่่ย� อห์น์ เขียี นพระกิิตติคิ ุุณประมาณ ค.ศ. 90 นั้้น� มีกี ารคาดเดาเกี่�ยวกับั พระเยซููไป
ต่่าง ๆ นานา รวมถึึงเรื่�องราวชีีวิิตในขณะที่่�ยัังทรงเยาว์์วััย มีีพระกิิตติิคุุณที่่� ‘ไม่่อยู่�ในสารบบ’
จำำ�นวนมากเขีียนขึ้น� เพื่่อ� เล่า่ เรื่อ� งในวัยั เยาว์ข์ องพระเยซูู หนึ่่ง� ในงานเขียี นเหล่่านั้้น� ได้บ้ รรยายว่า่ ใน
ตอนที่่�ยัังทรงเยาว์์วััย พระเยซููทรงเล่่นอยู่�บนถนนในเมืืองนาซาเร็็ธ มีีคนผลัักพระองค์์ตกลงไปใน
โคลน พระเยซููจึึงทรงสาปเขาให้้เป็็นโรคเรื้�อน และยัังมีีเรื่�องราวของเด็็กชายเยซููที่่�เสกนกออกมา
จากผงคลีีดิิน อวยพรนกเหล่า่ นั้้น� และเฝ้้ามองนกเหล่่านั้้�นบินิ จากไป
อัันที่่�จริิงแล้้ว พระเยซููไม่่ได้้ทำำ�การอััศจรรย์์ใด ๆ เลยจนกระทั่่�งมีีพระชนมายุุ 30 พรรษา
พระองค์์ไม่่สามารถทำำ�สิ่่�งเหล่่านั้้�นได้้โดยปราศจากพระวิิญญาณบริิสุุทธิ์�์ พระเยซููทรงทำำ�การ
อััศจรรย์์ในฐานะบุุตรมนุุษย์ท์ ี่่�เต็็มล้้นด้้วยพระวิิญญาณบริิสุุทธิ์์� ไม่่ใช่่ในฐานะพระบุุตรของพระเจ้้า
คำำ�สอนที่่�ผิิดเพี้้�ยนได้้แพร่่กระจายอยู่�ทั่�วไป ยอห์์นจึึงต้้องการให้้การคาดเดาไปต่่าง ๆ นานาเกี่�ยว
กัับตััวตนของพระเยซููนั้้�นสิ้�นสุุดลง เหลืือเพีียงแค่่คำำ�ถามว่่า พระองค์์ทรงเป็็นผู้้�ใด? ในเวลานั้้�นมีี
98 ปลดล็็อกพระคัมั ภีรี ์์ (พันั ธสััญญาใหม่่)
ความคิิดที่่�ไม่ถ่ ูกู ต้อ้ งอยู่� 2 ประการที่่�แพร่ไ่ ปทั่่�วเมืืองเอเฟซัสั ซึ่�งยอห์์นรู้้�สึกว่่าจำ�ำ เป็น็ ต้้องแก้ไ้ ข
1. มองยอห์น์ ผู้�ให้บ้ ััพติิศมาสููงส่ง่ เกิินไป
ในพระธรรมกิิจการบทที่่� 19 เราทราบว่่ามีีกลุ่�มคนในเมืืองเอเฟซััสที่่�ติิดตามยอห์์นผู้�ให้้
บััพติิศมาแต่่ยัังไม่่ได้้เชื่�อในพระเยซูู จนกระทั่่�งเปาโลได้้สร้้างความเข้้าใจที่่�ถููกต้้องให้้แก่่พวกเขา
ดููเหมืือนว่่าในสมััยของยอห์์นก็็ยัังคงมีีคนที่่�ศรััทธายอห์์นผู้�ให้้บััพติิศมา ซึ่�งอาจเป็็นจุุดเสี่�ยงที่่จ� ะก่่อ
ให้้เกิิดเป็็นนิิกายหนึ่่�งของศาสนาคริิสต์์ที่่�ให้้ความสำำ�คััญกัับการกลัับใจและกฎศีีลธรรมเช่่นเดีียว
กับั ยอห์์น แต่ไ่ ม่ไ่ ด้้เน้้นในเรื่อ� งพระวิิญญาณบริิสุุทธิ์ซ�ึ่�งพระเยซููทรงประทานให้้
อััครทููตยอห์์นได้้เขีียนพระกิิตติิคุุณขึ้ �นเพื่่�อแก้้ไขทััศนะของผู้ �ที่ �ยกย่่องยอห์์นผู้ �ให้้บััพติิศมา
ทุุกครั้้�งที่่�ท่่านอ้้างถึึงยอห์์นผู้�ให้้บััพติิศมา ท่่านจะลดความสำำ�คััญลงด้้วย ท่่านกล่่าวว่่ายอห์์นไม่่ได้้
เป็็นความสว่่างของโลกแต่่เป็็นเพีียงผู้�ที่�ชี้�ทางให้้กัับความสว่่างนั้้�น ท่่านกล่่าวว่่ายอห์์นไม่่ได้้ทำ�ำ การ
อััศจรรย์์และคำำ�สอนของยอห์์นนั้้�นจะต้้องเล็็กลงในขณะที่่�คำำ�สอนของพระเยซููจะยิ่ �งใหญ่่ขึ้ �น
พระเยซููคริสิ ต์์ทรงเป็น็ เจ้้าบ่่าวและยอห์์นนั้้�นเป็็นเพียี งเพื่่�อนเจ้า้ บ่่าว
ยอห์์นผู้�ให้้บัพั ติิศมาได้ก้ ล่า่ วสิ่่ง� ที่่�สำำ�คััญ 2 ประการเกี่�ยวกัับพระเยซูู คืือ
• พระองค์เ์ ป็็นพระเมษโปดกของพระเจ้้า ผู้�ทรงรัับบาปของโลกไป
• พระองค์์จะให้้บััพติิศมาด้ว้ ยพระวิิญญาณบริิสุุทธิ์�
ทั้้�ง 2 ประการนี้้�เป็็นสิ่�งจำำ�เป็็นที่่�จะต้้องนำำ�มาสอนผู้�เชื่�อเพื่่�อให้้พวกเขามีีความเข้้าใจอย่่าง
สมดุุลและเหมาะสม ยอห์์นผู้�ให้้บััพติิศมาบอกไว้้อย่่างชััดเจนว่่าพระเยซููเท่่านั้้�นที่่�ทรงเป็็นผู้�ที่�รัับ
บาปของโลกไปและทรงให้้บััพติิศมาในพระวิิญญาณบริิสุุทธิ์์� และทั้้�งที่่�ยอห์์นได้้กล่่าวเช่่นนั้้�นแล้้ว
ก็็ตาม แต่่ผู้�ที่�ติิดตามยอห์์นก็็ไม่่ได้้ใส่่ใจเรื่�องเหล่่านี้้�เท่่าใดนััก และไม่่ได้้ยกพระเยซููอยู่�ในสถานะที่่�
เหมาะสมอย่่างที่่�พระองค์์ทรงเป็น็
2. มองพระเยซููต่ำำ��เกินิ ไป
ที่่�ร้า้ ยแรงกว่า่ นั้้น� ก็ค็ ือื คนเหล่า่ นั้้น� ในเอเฟซัสั กลับั มองพระเยซููต่ำ�ำ� เกินิ ไป เราสามารถเข้า้ ใจ
เรื่�องนี้้�ได้้เมื่�อพิิจารณาถึึงอิิทธิิพลของปรััชญากรีีก ตามที่่�ได้้กล่่าวมาก่่อนหน้้านี้้�แล้้วว่่า นัักปรััชญา
กรีีกแบ่ง่ ชีวี ิิตออกเป็็น 2 ด้้าน มีคี ำำ�หลายคำำ�ที่่�ถููกใช้้ในเรื่�องนี้้� เช่น่ เบื้้�องบนและเบื้้อ� งล่า่ ง กายภาพ
และจิติ วิิญญาณ ชั่�วคราวและนิิรันั ดร ฆราวาสและบรรพชิิต ไม่เ่ พีียงแต่แ่ บ่่งชีีวิติ ออกเป็น็ 2 ด้า้ น
พวกเขายัังยกสิ่�งหนึ่่�งไว้้สููงกว่่าอีีกสิ่�งหนึ่่�งด้้วย เพลโตกล่่าวว่่าจิิตวิิญญาณนั้้�นเป็็นจริิงมากกว่่า
แต่อ่ ริิสโตเติลิ กลัับชี้�ว่า่ กายภาพต่่างหากที่่�เป็็นจริงิ มากกว่า่
เมื่�อเป็็นเช่่นนี้้� พวกกรีีกจึึงมีีปััญหากัับคำำ�สอนที่่�บอกว่่าพระเยซููนั้้�นทรงมีีทั้้�งร่่างกายและ
ยอห์น์ 99
จิิตวิิญญาณ ดำำ�เนิินอยู่�ในโลกและบนสวรรค์์ รวมถึึงทรงเป็็นทั้้�งมนุุษย์์และพระเจ้้า ในความคิิด
ของพวกเขานั้้น� ร่า่ งกายและจิิตวิิญญาณไม่ส่ ามารถนำ�ำ มารวมกัันได้้ พวกเขาจึึงได้้พััฒนาความคิดิ
จนเกิิดความคลาดเคลื่่�อนไปมาก เพื่่�อที่่�จะนำำ�ความคิิดนั้้�นมาตััดสิินว่่าสภาพที่่�แท้้จริิงของพระเยซูู
คือื อะไร
1. พระเยซููทรงเป็็นพระเจ้า้ มากกว่่าเป็็นมนุษุ ย์ใ์ ช่่หรืือไม่?่ บางคนคิดิ ว่่าพระเยซููทรงเป็็น
พระเจ้้ามากกว่่ามนุุษย์์ พระองค์์ไม่่ได้้เป็็นมนุุษย์์แท้้ แต่่ปรากฏในสภาพที่่�เป็็นมนุุษย์์
คำ�ำ สอนที่่�ผิิดนี้้�เรียี กว่่า ‘docetism’ มาจากคำ�ำ ที่่ม� ีคี วามหมายว่่า ‘phantom’ คืือ พระ
เยซููนั้้�นดููเหมืือนเป็็นมนุุษย์์เท่่านั้้�น ตามทััศนะดัังกล่่าวนี้้� พระเยซููไม่่เคยมีีประสบการณ์์
ในการเป็็นมนุษุ ย์เ์ ลยเพราะความเป็น็ พระเจ้้านั้้น� บดบังั ความเป็็นมนุษุ ย์์เอาไว้้
2. พระเยซููทรงเป็็นมนุุษย์์มากกว่่าเป็็นพระเจ้้า? มีีบางคนกล่่าวว่่าพระองค์์ทรงเป็็นมนุุษย์์
มากกว่่าพระเจ้้า เป็็นคนที่่�ตอบสนองพระเจ้้าได้้อย่่างสมบููรณ์์แบบและได้้พััฒนาความ
ดีีงามของพระเจ้้าที่่�มีีอยู่�ในตััวมนุุษย์์ได้้อย่่างเต็็มขนาด คำำ�นี้้�คืือ ‘adoptionism’ แปล
ว่า่ พระเยซูเู ป็็นเพียี งบุุตรที่่�พระเจ้้าทรงรับั ไว้้ แนวคิดิ ดังั กล่า่ วนี้้�เกิดิ ขึ้น� ในตอนที่่พ� ระเยซูู
ทรงเต็็มล้้นด้้วยพระวิิญญาณบริิสุุทธิ์�์ น่่าเศร้้าที่่�คำ�ำ สอนผิิดนี้้�ยัังคงถููกสอนกัันอยู่่�จนถึึง
ปััจจุุบััน
3. บางส่ว่ นเป็น็ มนุษุ ย์บ์ างส่ว่ นเป็น็ พระเจ้า้ ใช่ห่ รือื ไม่?่ บางคนก็ว็ ่า่ พระองค์ท์ รงเป็น็ พระเจ้า้
ส่่วนหนึ่่�งและทรงเป็็นมนุุษย์์ส่่วนหนึ่่�งโดยไม่่ได้้บอกว่่าเป็็นส่่วนไหนมากกว่่า ทััศนะเช่่น
นี้้ย� ังั คงปรากฏอยู่�ในทุกุ วันั นี้้ด� ้ว้ ย ลัทั ธิพิ ยานพระยะโฮวาได้โ้ ต้แ้ ย้ง้ ว่า่ พระเยซูทู รงเป็น็ ครึ่่ง�
พระเจ้้าครึ่่�งมนุุษย์์ พระองค์์คืือสิ่ �งทรงสร้้างสิ่ �งแรก แต่่ในข้้อแรกของพระธรรม
ยอห์น์ นั้้น� กล่า่ วไว้อ้ ย่า่ งชัดั เจนว่า่ พระองค์ท์ รงเป็น็ พระเจ้า้ และทรงดำ�ำ เนินิ อยู่่�กับั พระเจ้า้
ตั้้�งแต่่แรกเริ่ �ม ลััทธิิพยานพระยะโฮวาจึึงแปลพระคำำ�ข้้อนี้้�โดยกล่่าวว่่าพระองค์์เป็็น
พระเจ้้า และเพิ่่�มเติมิ ถ้้อยคำำ�ต่่าง ๆ ที่่ไ� ม่่ได้ม้ ีีอยู่�ในต้น้ ฉบัับภาษากรีกี มากขึ้น� เรื่อ� ย ๆ
4. เป็็นมนุุษย์์และพระเจ้้าอย่่างบริิบููรณ์์ใช่่หรืือไม่่? พระกิิตติิคุุณยอห์์นได้้บอกไว้้อย่่าง
ชััดเจนว่่าพระเยซููทรงเป็็นทั้้�งพระเจ้้าและมนุุษย์์อย่่างบริิบููรณ์์ นี่่�คืือข้้อความสำำ�คััญที่่�
ต้้องเน้้นย้ำำ��ให้้เห็็นเพื่่�อให้้บรรลุุวััตถุุประสงค์์ของการเขีียนพระกิิตติิคุุณยอห์์น ผู้�ที่ �ทรง
เป็็นทั้้�งมนุุษย์์และพระเจ้้าโดยบริิบููรณ์์เท่่านั้้�นที่่�จะสามารถช่่วยมนุุษย์์ให้้รอดพ้้นจาก
ความบาปได้้ ความเป็็นมนุุษย์์ของพระเยซููทำำ�ให้้พระองค์์สิ้ �นพระชนม์์แทนเราได้้ และ
ความเป็็นพระเจ้้าของพระองค์์ก็็ทำำ�ให้้มั่่�นใจได้้ว่่าพระองค์์ทรงมีีชััยชนะเหนืือความตาย
และสามารถประทานชีีวิิตให้ก้ ับั ผู้�ที่เ� ชื่�อในพระองค์์ ถ้า้ ผู้้�อ่่านพระกิติ ติคิ ุุณยอห์์นต้้องการ
มีีชีวี ิิตในพระนามพระเยซูู พวกเขาต้้องรู้�จักั พระเยซููองค์เ์ ดียี วกันั กับั ที่่เ� หล่า่ อััครทูตู รู้�จักั
ดัังนั้้�น ยอห์์นจึึงต้้องการให้้คนทั้้�งหลายรู้�จัักความจริิงเกี่�ยวกัับพระเยซูู ท่่านให้้ความสำ�ำ คััญ
100 ปลดล็็อกพระคัมั ภีรี ์์ (พันั ธสััญญาใหม่)่
อย่า่ งยิ่ง� กัับทั้้ง� 2 ประเด็น็ นี้้� คือื ความเป็็นพระเจ้้าและความเป็น็ มนุษุ ย์ข์ องพระเยซูู
1. ความเป็็นมนุุษย์แ์ ท้ข้ องพระองค์์
จะเห็็นได้้ว่่าในพระกิิตติิคุุณยอห์์นนั้้�น พระเยซูู ‘มีีความเป็็นมนุุษย์์’ อย่่างเด่่นชััดกว่่าใน
พระกิิตติิคุุณเล่่มอื่�น ๆ ตััวอย่่างเช่่น ในข้้อพระธรรมที่่�สั้�นที่่�สุุดของพระคััมภีีร์์ที่่�ว่่า ‘พระเยซููทรง
กัันแสง (ร้้องไห้้)’ ได้แ้ สดงให้เ้ ห็น็ ว่า่ พระเยซูทู รงเป็น็ มนุษุ ย์อ์ ย่่างแท้้จริงิ ซึ่�งกำ�ำ ลังั ยืืนอยู่�หน้า้ หลุมุ ฝััง
ศพของเพื่่�อนที่่�ดีีที่่�สุุดคนหนึ่่�งของพระองค์์ แม้้ว่่าอีีกสัักครู่่�เดีียวพระองค์์ก็็ทรงเรีียกเขาให้้ฟื้้�นจาก
ความตายแต่่พระเยซููก็็ได้้ร้้องไห้้ในเวลานั้้�น ยอห์์นบัันทึึกว่่าพระเยซููทรงหิิว กระหายน้ำ�ำ� เหนื่่�อย
อ่่อนและประหลาดใจ ทั้้�งหมดนี้้�เป็็นลัักษณะของมนุุษย์์ทั้้�งสิ้�น โดยไม่่เจตนา ปีีลาตได้้สรุุปคำำ�
บรรยายของยอห์์นว่่า ‘ดูคู นนี้้�สิ?ิ ’ ในพระคริิสต์์ ยอห์์นได้้แสดงให้้เรารู้�ว่า มนุษุ ย์ท์ ี่่แ� ท้้จริิงนั้้น� เป็็น
อย่่างไรหรือื ควรจะเป็็นอย่า่ งไร
ความเป็็นมนุุษย์์ดัังกล่่าวนี้้�ได้้ถููกแสดงผ่่านการเน้้นย้ำ�ำ� ของยอห์์นถึึงชีีวิิตแห่่งการอธิิษฐาน
ของพระเยซูู ยอห์์นให้้รายละเอีียดในเรื่�องนี้้�มากกว่่าพระกิิตติิคุุณเล่่มอื่�น ๆ ท่่านบรรยายว่่า
พระเยซููทรงเป็็นมนุุษย์์ที่่�อธิิษฐานและพึ่่�งพาพระบิิดาของพระองค์์อย่่างแท้้จริิงเพื่่�อขอให้้พระบิิดา
ทรงชี้�นำ�ำ ว่่าพระองค์์ควรจะพููดหรืือทำ�ำ อะไร เราจะพบคำำ�อธิิษฐานที่่�ใช้้ภาษาที่่�สวยงามอยู่�หลาย
ตอนในพระกิิตติิคุุณเล่่มนี้้�
ยิ่�งไปกว่่านั้้�น พระกิติ ติคิ ุณุ เล่ม่ นี้้ย� ังั ให้้ความสำำ�คััญกับั การสิ้น� พระชนม์์ของพระเยซูู โดยเน้้น
ว่่าพระองค์์สิ้�นพระชนม์์จริิง ๆ ยอห์์นบัันทึึกว่่าทหารคนหนึ่่�งได้้แทงที่่�สีีข้้างของพระองค์์ด้้วยหอก
ซึ่�งทำำ�ให้้มีีเลืือดและน้ำ�ำ�พุ่่�งออกมา แล้้วยอห์์นก็็ได้้กล่่าวเพิ่่�มเติิมอีีกว่่า ‘ผู้�ที่�เห็็นเหตุุการณ์์ได้้เป็็น
พยานและคำ�ำ พยานของเขาเป็็นความจริิง เขารู้�ว่าเขาพููดความจริิงและเขาเป็็นพยานเพื่่�อว่่าท่่าน
ทั้้�งหลายจะเชื่�อด้ว้ ย’ ผู้้�อ่่านจำำ�เป็็นต้้องทราบว่่าพระองค์์สิ้�นพระชนม์จ์ ริิง ๆ อนึ่่ง� อาการผิิดปกตินิ ี้้�
แสดงถึงึ การฉีีกขาดของเยื่�อหุ้�มหัวั ใจ ซึ่ง� ก็็คือื ‘หัวั ใจที่่�แตกสลาย’ นั่่�นเอง
ในทำำ�นองเดีียวกััน ยอห์์นเป็็นประจัักษ์์พยานในการคืืนพระชนม์์ของพระเยซูู ท่่านบัันทึึก
ว่่าได้้เห็็นแถบผ้้าป่่านและผ้้าพัันศีีรษะในอุุโมงค์์ที่่�ว่่างเปล่่า พระเยซููไม่่เพีียงแต่่สิ้�นพระชนม์์จริิง ๆ
แต่่พระองค์์ทรงเป็น็ ขึ้�นจากความตายอย่่างแท้้จริิงอีกี ด้้วย
2. ความเป็น็ พระเจ้า้ แท้้ของพระองค์์
อย่่างไรก็็ตาม การเน้้นย้ำ�ำ�ที่่�สำำ�คััญที่่�สุุดในพระกิิตติิคุุณยอห์์นก็็คืือความเป็็นพระเจ้้าที่่�
บริิบููรณ์์ของพระเยซูู ซึ่�งทำ�ำ ให้้เราย้้อนกลัับมาพิิจารณาอย่่างลึึกซึ้�งถึึงแนวทางที่่�ยอห์์นใช้้ใน
การเขีียนเพื่่�อให้้บรรลุุวััตถุุประสงค์์ของหนัังสืือเล่่มนี้้� ยอห์์นตระหนัักว่่าความเชื่�อนั้้�นเริ่�มต้้นจาก
การเชื่�อถืือแล้้วก็็พััฒนามาเป็็นความเชื่�อ ในกรณีีนี้้�ยอห์์นได้้แสดงหลัักฐานในแต่่ประเด็็นด้้วย
ตััวเลข 7 ตามความคิดิ ของชาวฮีีบรููนั้้�น เลข 7 คืือตัวั เลขแห่่งความสมบููรณ์์ ในพระกิติ ติคิ ุุณเล่ม่ นี้้�
ยอห์์น 101
ยอห์์นได้้รวบรวมหลัักฐาน ความเป็็นพระเจ้า้ ของพระเยซููอย่า่ งสมบููรณ์ใ์ น 3 ประเด็็น คืือ พยาน
ทั้้�งเจ็ด็ การอััศจรรย์ท์ ั้้�งเจ็ด็ และพระดำำ�รัสั ทั้้�งเจ็็ด
ก) พยานทั้้�งเจ็็ด
คำ�ำ ว่า่ ‘พยาน’ ได้้ถูกู ใช้้ถึงึ 50 ครั้้ง� ในพระกิติ ติคิ ุุณเล่ม่ นี้้� ยอห์์นย้ำ�ำ� ว่่าเรามีคี ำำ�พยานชีวี ิิต
ส่่วนตััว เกี่ �ยวกัับความจริิงของพระเยซูู มีีคน 7 คนที่่�บอกเล่่าถึึงความเป็็นพระเจ้้าของพระเยซูู
คริิสต์์ใน•••••••พนเมโยพยปธรออาารมะโรัธหหะตัส์์กธาเิน์์นรยติานผูซ้ตาอู(�ิใัเูเเคิัคหอปอุ้็ุณร้บงลน็ ัทพัเูผูล้ตู�่หตม่ิทีิศญ่่น�พีิ้ม้งิ� ราคะนอแงรค์ก์ททีร่่เ�งปร็ั็นกั พยาน)
ในกฎหมายของชาวยิิวนั้้�น พยานเพีียงสองหรืือสามคนก็็เพีียงพอที่่�จะยืืนยัันความจริิงได้้
แต่่ยอห์์นได้้ใช้้พยานถึึง 7 คนซึ่ �งเป็็นตััวเลขแห่่งความสมบููรณ์์เพื่่�อยืืนยัันว่่าพระเยซููทรงเป็็นพระ
บุุตรของพระเจ้้าผู้ �ทรงพระชนม์์
ข) การอััศจรรย์์ทั้้�งเจ็็ด
เราทราบแล้้วว่่ายอห์์นได้้บัันทึึกเรื่�องการอััศจรรย์์ไว้้ทั้้�งหมด 7 เรื่�อง โดยเรีียกว่่า ‘หมาย
สำ�ำ คััญ’ เพราะเหตุุการณ์์เหล่่านั้้�นเป็็นเครื่่�องบ่่งชี้ว� ่่าพระเยซููทรงเป็็นผู้�ใด ท่่านได้้รวบรวมเรื่�องการ
อัศั จรรย์์ (หมายสำ�ำ คัญั ) 7 เรื่�องนี้้ไ� ว้เ้ พราะเป็็นเหตุกุ ารณ์ท์ ี่่�ยิ่�งใหญ่่เหนืือธรรมชาติทิ ี่่พ� ระเยซููได้้ทรง
กระทำ�ำ ท่่านไม่่ได้้กล่่าวถึึงการขัับผีีเพราะเคยมีีคนจำ�ำ นวนมากรวมทั้้�งพวกฟาริิสีีที่่�เคยขัับผีีมา
ตั้ง� แต่่โบราณ ยอห์์นได้บ้ ันั ทึึกถึึง เรื่�องการอััศจรรย์์ที่่�ไม่่มีีผู้้�อื่�นสามารถกระทำ�ำ ได้้
••
ทรงเปลี่ย� นน้ำ��ำ เป็็นเหล้้าองุ่�น นี่่�คือื การอััศจรรย์์ที่่�ชัดั เจน
ทรงรัักษาบุุตรชายของข้้าราชการในขณะที่่�ประทัับอยู่่�ห่่างจากผู้้�ป่่วยเป็็นระยะทาง
ไกลหลายไมล์์โดยไม่่ได้เ้ ห็น็ ด้ว้ ยตาหรืือได้ว้ างพระหััตถ์ล์ งบนตัวั ผู้้�ป่ว่ ย
• ทรงรักั ษาชายคนหนึ่่ง� ที่่�สระเบธซาธาที่่�ต้้องทนเจ็็บป่่วยเรื้�อรังั มานานถึึง 38 ปีี
• ทรงเลี้ �ยงอาหารคน 5,000 คน นี่่�เป็็นการอััศจรรย์์ที่่�ถููกกล่่าวถึึงในพระกิิตติิคุุณทั้้�งสี่ �เล่่ม
เป็็นการสร้้างผลผลิติ จำ�ำ นวนมากจากสิ่ ง� เล็็กน้อ้ ยอย่า่ งสร้้างสรรค์์
•• ทรงเดิินบนน้ำ��ำ
ทรงทำำ�ให้้ชายตาบอดมองเห็็นได้้
102 ปลดล็อ็ กพระคััมภีรี ์์ (พัันธสััญญาใหม่่)
• ทรงชุุบชีีวิิตลาซารััสให้้ฟื้้�นจากความตาย ไม่่ใช่่ทำำ�ให้้ร่่างกายหรืือศพของผู้�ที่�เพิ่่�งเสีียชีีวิิต
ฟื้้�นขึ้�นดัังเช่่นลููกสาวของไยรััสหรืือภรรยาม่่ายของลููกชายนาอิิน แต่่เป็็นการทรงทำำ�ให้้ฟื้้�น
จากศพที่่�เริ่�มเปื่่�อยเน่า่ แล้ว้
ยอห์น์ กำำ�ลังั บอกเราว่า่ ‘หมายสำำ�คัญั ’ เหล่่านี้้บ� ่่งชี้ถ� ึงึ ความเป็็นพระเจ้้าของพระเยซูู ตามที่่�
นิิโคเดมัสั ได้ก้ ล่า่ วไว้้ว่่า ไม่ม่ ีผีู้�ใดสามารถทำำ�สิ่่�งที่่�พระเยซูทู รงกระทำ�ำ ได้้ นอกเสียี จากว่า่ พระเจ้า้ ทรง
สถิิตอยู่่�กัับคนนั้้น�
ค) พระดำำ�รััสทั้้�งเจ็ด็
ยอห์์นได้้บัันทึึกพระดำำ�รััสทั้้�งเจ็็ดของพระเยซููที่่�ได้้ตรััสไว้้ก่่อนหน้้านี้้�เป็็นพิิเศษ พระดำ�ำ รััส
เหล่่านั้้�นเป็็นสิ่�งที่่�เกี่�ยวข้้องกัับพระองค์์ ในการอ้้างตััวของพระเยซููนั้้�น ชาวยิิวสามารถเข้้าใจได้้
อย่่างชััดเจนเพราะทุุกครั้้�งพระองค์์จะตรััสภาษาฮีีบรููโดยเริ่ �มต้้นด้้วยพระนามของพระเจ้้าว่่า
ยาห์์เวห์์ (ซึ่�งมีีความหมายว่า่ ‘เราเป็น็ ’) ยอห์์นได้ร้ วบรวมพระดำ�ำ รัสั เหล่่านี้้ไ� ว้้อย่า่ งถี่�ถ้้วนรอบคอบ
เพื่่อ� แสดงให้้เห็น็ ว่า่ พระดำำ�รััสของพระเยซููนั้้�นถููกต้้องเป็น็ จริิง
• ‘เราเป็น็ อาหารซึ่�งให้้ชีวี ิิตที่่ล� งมาจากสวรรค์์’ พระองค์์ทรงเลี้ย� งคนห้้าพัันคนด้ว้ ยขนมปััง
ห้า้ ก้อ้ นและปลาสองตัวั
•• ‘เราเป็น็ ความสว่า่ งของโลก’ พระองค์์ทรงทำำ�ให้ค้ นตาบอดตั้ง� แต่เ่ กิิดมองเห็น็ ได้้
‘เราคือื ผู้�ที่ท� ำ�ำ ให้้คนเป็น็ ขึ้�นจากตายและให้้ชีีวิติ แก่่เขา’ เมื่�อทรงกล่่าวแล้ว้ พระองค์ก์ ็็ทรง
นำำ�ลาซารััสออกมาจากหลุุมฝังั ศพ
พระองค์์ยัังตรััสอีีกว่่า ‘เราเป็็นประตูู’ ‘เราเป็็นผู้�เลี้ �ยงที่่�ดีี’ ‘เราเป็็นทางนั้้�น เป็็นความจริิง
และเป็็นชีีวิิต’ ‘เราเป็็นเถาองุ่�นแท้้’ นี่่�คืือมนุุษย์์ผู้�ซึ่�งทราบดีีว่่าตนเองคืือพระเจ้้าในสภาพเนื้้�อหนััง
ของมนุุษย์์ พระดำ�ำ รััสทั้้�งเจ็็ดครั้้�งที่่�เจตนาบัันทึึกไว้้ในตลอดพระกิิตติิคุุณยอห์์นจึึงสำำ�คััญมาก
พระดำำ�รััสเหล่า่ นี้้�ทำ�ำ ให้้เห็น็ ว่า่ พระเยซููทรงสมควรที่่�ผู้้�อ่่านจะเชื่�อและไว้้วางใจ
ความสััมพัันธ์ก์ ัับพระบิดิ า
ความสััมพัันธ์์ระหว่่างพระเยซููและพระบิิดาแสดงให้้เห็็นในพระกิิตติิคุุณยอห์์นมากกว่่าใน
พระกิิตติิคุุณสััมพัันธ์์ ยอห์์นบัันทึึกไว้้ว่่าพระเยซููทรงถููกส่่งมาโดยพระบิิดา ทรงเป็็นอัันหนึ่่�งอััน
เดีียวกัับพระบิิดา และในทุุก ๆ พระดำำ�รััสและการกระทำำ�ของพระเยซูู พระองค์์ทรงเชื่ �อฟัังพระ
บิิดา
มีีข้้อโต้้เถีียงเกี่ �ยวกัับพระเยซููอย่่างมากมายเพราะชาวยิิวนั้้�นให้้ความสนใจในตััวตนของ
พระองค์์ และเป็็นเหตุุให้้เกิิดความเกลีียดชัังขึ้�น โดยเฉพาะอย่่างยิ่�งเมื่�อพระเยซููกล่่าวว่่าพระองค์์
ทรงเป็็นพระเจ้้า ‘“เราบอกความจริิงแก่่ท่่านว่่า ก่่อนอัับราฮััมเกิิด เราก็็เป็็นอยู่�แล้้ว” เมื่�อได้้ยิิน
ยอห์์น 103
เช่่นนี้้�พวกเขาจึึงหยิิบก้้อนหิินขึ้�นจะขว้้างพระองค์์ แต่่พระเยซููทรงเลี่�ยงหลบและเสด็็จออกไปจาก
บริิเวณพระวิิหาร’
อัันที่่�จริิงแล้้ว มีีพระกิิตติิคุุณยอห์์นเพีียงเล่่มเดีียวที่่�ได้้กล่่าวออกมาตรง ๆ ว่่าพระเยซููทรง
เป็็นพระเจ้้าในขณะที่่�พระกิิตติิคุุณอีีกสามเล่่มนั้้�นกล่่าวเป็็นนััยถึึงเรื่�องนี้้�เท่่านั้้�น ยอห์์นได้้เริ่�มต้้น
ด้้วยประโยคที่่�ว่่า ‘พระวาทะทรงเป็็นพระเจ้า้ ’ และต่อ่ เนื่่�องไปจนจบด้้วยการสารภาพของโธมัสั ว่า่
พระเยซูทู รงเป็็น ‘องค์พ์ ระผู้�เป็น็ เจ้้าของข้า้ พระองค์์และพระเจ้า้ ของข้้าพระองค์’์
สาระสำ�ำ คััญ
ให้้เรามาพิิจารณาถึึงสาระสำ�ำ คััญต่า่ ง ๆ ซึ่�งเป็น็ การประมวลวััตถุปุ ระสงค์์ของพระกิิตติคิ ุณุ
ยอห์์นเพื่่�อให้ค้ วามเชื่อ� ในพระคริิสต์น์ ั้้�นดำ�ำ เนิินไปอย่่างต่่อเนื่่�อง
1. พระสิริ ิิ
‘พระสิิริิ’ เป็็นคำ�ำ สำำ�คััญในพระกิิตติิคุุณยอห์์น ในพัันธสััญญาเดิิม คำำ�นี้้�ถููกสงวนไว้้ใช้้กัับ
พระเจ้้าเท่่านั้้�น ในบทแรกของหนัังสืือเล่่มนี้้� ยอห์์นได้้ใช้้คำำ�นี้้�เมื่�อกล่่าวถึึงพระวาทะซึ่�งดำำ�รงอยู่�
ท่่ามกลางมนุุษย์์ ในตอนจบของพระธรรมอพยพเมื่ �อพระเจ้้าทรงเปิิดเผยพระองค์์เองในพลัับพลา
คำำ�ว่่า shekinah ซึ่�งแปลว่่าแสงสว่า่ งจากพระสิิริิของพระเจ้้า หมายถึงึ การทรงสถิติ ของพระเจ้้าซึ่�ง
เป็น็ เหมือื นแสงสว่่าง ยอห์์นได้้เห็็นถึงึ ความยิ่ง� ใหญ่่ตระการของพระเจ้้าในพระเยซูคู ริิสต์์ตลอดช่่วง
ชีีวิติ ของพระองค์์ รวมถึึงเมื่อ� สิ้�นพระชนม์์ คืนื พระชนม์์ และเสด็็จขึ้้น� สู่่�สวรรค์์ แม้ก้ ระทั่่ง� ที่่ก� างเขน
พระเยซููก็็ทรงได้้รัับพระสิิริิ ตั้�งแต่่บทแรก ยอห์์นได้้แนะนำ�ำ ให้้เราได้้รู้�จัักกัับบุุคคลที่่�มีีลัักษณะ
เฉพาะแตกต่า่ งจากบุุคคลอื่น� ๆ ในสมัยั ของพระองค์์และแยกออกอย่่างเด่่นชััดจากคนของพระเจ้้า
คนอื่น� ๆ
2. พระวาทะ
ยอห์์นเริ่�มต้้นพระกิิตติิคุุณเล่่มนี้้�ด้้วยแนวทางที่่�เป็็นเอกลัักษณ์์ มาระโกเขีียนเรื่�องพระเยซูู
โดยเริ่�มต้้นเมื่�อพระองค์ท์ รงพระชนมายุุได้้ 30 พรรษาเพราะนั่่น� เป็็นครั้้ง� แรกที่่พ� ระเยซููทรงปรากฏ
พระองค์์ต่่อสาธารณชน มััทธิิวซึ่่�งอาจจะเป็็นผู้�เขีียนพระกิิตติิคุุณเล่่มต่่อมาได้้เริ่�มต้้นเรื่�องราวจาก
การประสููติิของพระเยซููเพราะท่่านเห็็นว่่ามีีความสำำ�คััญ แต่่เพราะมััทธิิวเป็็นชาวยิิว ลำำ�ดัับพงศ์์
ของพระเยซููจึึงย้้อนกลัับไปจนถึงึ อับั ราฮััม ลูกู ามีคี วามคิดิ ว่า่ พระเยซูทู รงเป็็นบุุตรมนุษุ ย์์ และมอง
ว่่าพระองค์ท์ รงเป็น็ ตัวั แทนของพงศ์์พัันธุ์�มนุษุ ย์์ ลููกาจึงึ เริ่�มต้้นลำำ�ดับั พงศ์์ที่่อ� าดััม
พระกิิตติิคุุณยอห์์นแตกต่่างจากพระกิิตติิคุุณเล่่มอื่�น ๆ ทั้้�งสามเล่่ม ยอห์์นได้้ย้้อนกลัับไป
ยัังเรื่�องราวที่่�เกิิดขึ้�นก่่อนหน้้านั้้�นเป็็นเวลานานมากโดยท่่านให้้ความสำ�ำ คััญกัับการดำำ�รงอยู่�ของ
พระเยซููก่่อนการทรงสร้้างโลก ดัังนั้้�นยอห์์นจึึงนำ�ำ ถ้้อยคำำ�จากปฐมกาล 1:1 มาใช้้โดยเริ่�มต้้นว่่า
104 ปลดล็อ็ กพระคัมั ภีรี ์์ (พันั ธสัญั ญาใหม่)่
‘ในปฐมกาลพระวาทะทรงดำำ�รงอยู่� และพระวาทะทรงอยู่่�กัับพระเจ้้า และพระวาทะทรงเป็็น
พระเจ้้า’ (ดููการตีีความปฐมบทของยอห์์นในการตีีความปฐมบทของพระกิิตติิคุุณยอห์์น
ที่่ท� ้า้ ยบทนี้้�)
พระนามของพระเยซูู
‘คุุณจะเรีียกพระเยซููก่่อนที่่�พระองค์์ทรงมาบัังเกิิดเป็็นมนุุษย์์ว่่าอะไร?’ คำำ�ถามที่่�น่่าสนใจนี้้�
จะช่่วยให้เ้ ราเข้า้ ใจในสิ่ง� ที่่�ยอห์์นเขียี น เราคุ้�นเคยกัับการเรีียกพระองค์ว์ ่่า ‘พระเยซู’ู โดยลืมื นึกึ ไป
ว่่านี่่�คืือพระนามใหม่่ของพระองค์์หลัังจากที่่�ได้้เสด็็จมาบัังเกิิดในโลก ก่่อนหน้้านั้้�นพระองค์์ทรง
เป็็นผู้�ใด? หากยอห์น์ จะเขีียนถึงึ พระองค์ผ์ู้�ทรงดำำ�รงอยู่�ตั้ง� แต่แ่ รกเริ่ม� นั้้น� ท่่านควรจะเรียี กพระองค์์
ว่า่ อะไร?
ยอห์์นใช้้พระนามที่่�มีีลัักษณะพิิเศษเฉพาะคืือคำ�ำ ว่่า ‘โลโกส’ (Logos) ซึ่�งโดยส่่วนใหญ่่ใน
พระคััมภีีร์์ฉบัับต่่าง ๆ ได้้แปลคำ�ำ นี้้�ว่่า ‘พระวาทะ’ ยอห์์นเลืือกใช้้คำ�ำ นี้้�เพราะแสดงให้้เห็็นว่่า
พระเยซูทู รงเป็น็ ผู้�ใดและเป็็นเหตุเุ ป็็นผลในสายตาของผู้้�อ่่าน โดยทั่่ว� ไปแล้้วเราเข้้าใจดีวี ่่า ‘วาทะ’
หมายถึึงคำ�ำ พููดที่่�ใช้้แสดงความความคิิดเห็็น เปล่่งออกมาจากปากเพื่่�อให้้คนอื่�นได้้ยิิน เป็็นคำ�ำ พููด
ของบุุคคลหนึ่่�งที่่�มีีผลต่่อบุุคคลอื่�น ตามความหมายนี้้� พระเยซููจึึงทรงเป็็นการสื่�อสารถ้้อยคำ�ำ จาก
พระเจ้า้ มาถึึงพวกเรา
ที่่�มาของคำ�ำ ว่่า ‘โลโกส’ (Logos)
มีีเรื่�องราวในประวััติิศาสตร์์ที่่�ช่่วยอธิิบายว่่า เพราะเหตุุใดยอห์์นจึึงเรีียกพระเยซููว่่า
พระวาทะ ที่่�เมืืองเอเฟซััส แนวคิิดที่่ก� ำ�ำ ลัังกล่า่ วถึงึ นี้้ม� ีคี วามหมายอย่่างเจาะจงในช่ว่ งเวลาที่่�
ยอห์์นกำ�ำ ลังั เขีียนพระกิติ ติคิ ุุณเล่ม่ นี้้� หกร้อ้ ยปีกี ่่อนหน้้านั้้น� มีชี ายผู้�หนึ่่ง� ชื่�อ เฮราคลิติ ุสุ ซึ่ง� รู้�จัักกันั ดีี
ว่่าเป็็นผู้้�ริิเริ่�มความรู้้�ด้้านวิิทยาศาสตร์์ ท่่านเชื่ �อว่่าการใช้้คำำ�ถามเชิิงวิิทยาศาสตร์์ เพื่่�อค้้นคว้้า
ธรรมชาติิของโลกนั้้�นเป็น็ สิ่�งที่่จ� ำ�ำ เป็็น โดยจะต้อ้ งตั้ง� คำำ�ถาม เช่่น สิ่ง� ต่่าง ๆ เกิดิ ขึ้น� ได้อ้ ย่า่ งไร? ทำ�ำ ไม
จึึงเกิิดขึ้น� ? หรือื เกิิดขึ้�นเพราะเหตุบุ ัังเอิญิ ? และเรามีีชีวี ิิตอยู่�ในจักั รวาลที่่ว�ุ่�นวายหรืือเป็็นระบบ?
เฮราคลิิตุุสได้้ค้้นหาแบบแผนหรืือ ‘กฎ’ เพื่่�อสรุุปว่่ามีีเหตุุผลใดอยู่�เบื้้�องหลัังการดำ�ำ เนิินไป
ตามธรรมชาติขิ องโลกหรืือไม่่ ท่่านใช้ค้ ำำ�ว่่า logos แทนคำ�ำ ว่่า ‘เหตุุผลว่่าทำ�ำ ไม’ หรืือวัตั ถุปุ ระสงค์์
ที่่�อยู่�เบื้้�องหลัังเหตุุการณ์์ที่่�เกิิดขึ้�น ดัังนั้้�นเมื่�อท่่านพิิจารณาดููถึึงชีีวิิต (bios) ท่่านก็็มองหา logos
เมื่�อท่่านศึึกษาอากาศ (meteor) ท่่านก็็มองหา logos แนวคิิดนี้้�จึึงพบได้้ในการศึึกษาวิิทยา
ศาสตร์ส์ าขาต่า่ ง ๆ เช่่น ชีวี วิิทยา อุุตุนุ ิิยมวิทิ ยา ธรณีวี ิิทยา จิิตวิิทยา สังั คมวิิทยา เป็น็ ต้น้
ดัังนั้้�น เฮราคลิิตุุสจึึงใช้้ logos คืือ ‘เหตุุผลว่่าทำ�ำ ไม’ วิิทยาศาสตร์์ทุุกสาขาก็็จะมองหา
logos หรืือเหตุุผลว่่าทำำ�ไมสิ่�งต่่าง ๆ จึึงเป็็นอย่่างที่่�เป็็นอยู่� ยอห์์นตระหนัักว่่า พระเยซููทรงเป็็น
เหตุุผลสููงสุุดว่่า ‘ทำ�ำ ไม’ ทุุกสิ่�่งทุุกอย่่างจึึงเกิิดขึ้�น ท่่านจึึงนำ�ำ แนวคิิดนี้้�มาใช้้และเรีียกพระเยซููว่่า
ยอห์น์ 105
‘พระวาทะ’ จัักรวาลนี้้�ได้้ถููกสร้้างขึ้�นมาเพื่่�อพระองค์์ พระองค์์ทรงเป็็นพระวาทะ (logos) ทรง
ดำำ�รงอยู่่�ก่่อนที่่�มนุุษย์์จะเกิิดมา นี่่�คืือเหตุุผลว่่าทำำ�ไมเราจึึงมาอยู่�ที่�นี่่� ทุุกสิ่�งทุุกอย่่างถููกสรุุปไว้้ใน
พระองค์์ พระเยซูทู รงเป็็น ‘เหตุผุ ลว่า่ ทำ�ำ ไม’
คำำ�นี้้�ยัังปรากฏอยู่�ในประวััติิศาสตร์์อีีกช่่วงหนึ่่�งด้้วย โดยครั้้�งนี้้�เราจะข้้ามทะเล
เมดิิเตอร์์เรเนีียนไปยัังอีียิิปต์์ จากเอเฟซััสไปยัังอเล็็กซานเดรีีย ที่่�อีียิิปต์์ มีีโรงเรีียนแห่่งหนึ่่�งใน
อเล็็กซานเดรีียซึ่�งได้้รวมแนวคิิดตามแบบฮีีบรููและกรีีกเข้้าไว้้ด้้วยกััน ส่่วนหนึ่่�งเป็็นเพราะมีีชาวยิิว
อยู่�จำ�ำ นวนมากในเมืืองดัังกล่่าว โรงเรีียนหรืือมหาวิิทยาลััยแห่่งนี้้�เป็็นสถานที่่�ที่่�ใช้้แปลพระคััมภีีร์์
ภาคพัันธสััญญาเดิมิ เป็น็ ภาษากรีีกที่่�เรารู้�จักั กันั ว่่า ‘เซปทััวจินิ ต์์’ หรือื ‘LXX’ โดยนัักวิชิ าการเจ็็ด
สิิบคน หนึ่่�งในชาวยิิวที่่�มีีส่่วนในการแปลนี้้�คืือศาสตราจารย์์ฟีีโล ท่่านคิิดว่่าคำ�ำ ว่่า logos ไม่่ควร
แปลว่่า ‘มััน’ (it) แต่่ต้้องเป็็น ‘เขาที่่�เป็็นผู้้�ชาย’ (he) ศาสตราจารย์ฟ์ ีีโลได้้ให้้ ‘ภาพลัักษณ์์ของ
บุุคคล’ ที่่�แตกต่่างไปจากคำำ�ว่่า ‘ปััญญา’ ในพระธรรมสุุภาษิิตที่่�มีีภาพลัักษณ์์ของบุุคคลที่่�เป็็นผู้�
หญิงิ
พระวาทะทรงดำำ�รงอยู่ �
ยอห์์นได้้รวมเอาแนวคิิดของเฮราคลิิตุุสและฟีีโลเข้้าไว้้ด้้วยกัันโดยใช้้หลัักการคำำ�ถาม
ว่่า ‘ทำ�ำ ไม’ คืือรากฐานของการจััดระเบีียบในทุุกสิ่�ง และพระวาทะนั้้�นไม่่ใช่่เป็็นเพีียงแค่่ภาพ
ลักั ษณ์์ของบุุคคล แต่เ่ ป็็นบุคุ คลจริิง ๆ ที่่ม� ีนี ามว่า่ พระเยซูู พระองค์์ทรงเป็็นพระวาทะ (คำ�ำ นี้้�เป็็น
นามเฉพาะ ในภาษาอัังกฤษคืือ the Word ซึ่ง� ใช้้อัักษร W ตััวเขียี นใหญ่่นำำ�หน้้า) เพีียงพระองค์์
เดีียวและยังั ทรงพระชนม์อ์ ยู่�
ในหน้า้ แรกของพระธรรมหมวดพระกิติ ติิคุุณเล่ม่ นี้้� ยอห์์นได้ก้ ล่่าวถึึงสิ่ง� ที่่�เป็น็ หัวั ใจสำำ�คัญั 4
ประการเกี่ย� วกัับพระวาทะดัังนี้้�
1. ความเป็็นนิิรัันดร์์ของพระองค์์ ตั้้�งแต่่เริ่�มต้้นนั้้�นพระวาทะทรงดำำ�รงอยู่�แล้้ว เราไม่่
สามารถจิินตนาการไปได้้ไกลกว่่าเหตุุการณ์์เริ่ �มต้้นที่่�ปรากฏอยู่ �ในพระธรรมปฐมกาล
พระองค์์ไม่ไ่ ด้ท้ รงถูกู สร้้าง แต่ท่ รงสถานะเท่่าเทียี มกัับพระเจ้้าในฐานะพระผู้้�สร้า้ ง
2. ความเป็น็ บุคุ คลของพระองค์์ ‘พระวาทะทรงดำ�ำ รงอยู่�หน้า้ ต่อ่ หน้า้ กับั พระเจ้า้ ’ เป็น็ การ
แปลตามตััวอัักษร เป็็นคำำ�ที่่�ใช้้เมื่่�อคนสองคนสบตากัันและรัักกัันและกััน คริิสเตีียนเป็็น
คนเพีียงกลุ่�มเดีียวในโลกที่่�สามารถกล่่าวออกมาได้้ว่่าพระเจ้้าทรงเป็็นความรััก เพราะ
พวกเขาเชื่ �อว่่าพระเจ้้าทรงเป็็นสามบุุคคลที่่�เป็็นหนึ่่�งเดีียว (ตรีีเอกานุุภาพ) ชาวยิิวและ
มุสุ ลิมิ ไม่ส่ ามารถกล่า่ วว่า่ พระเจ้า้ ทรงเป็น็ ความรักั เพราะพวกเขาเชื่อ� ว่า่ พระเจ้า้ ทรงเป็น็
บุุคคลเดีียว เป็็นไปไม่่ได้้ที่่�บุุคคลเดีียวจะทำำ�ให้้เกิิดความรัักขึ้ �นได้้ พระเจ้้าจึึงทรงเป็็น
มากกว่่าหนึ่่�งบุุคคล และเมื่่�อพระองค์์ทรงเป็็นพระบิิดาและพระบุุตรซึ่ �งทรงรัักกัันและ
106 ปลดล็อ็ กพระคัมั ภีรี ์์ (พัันธสััญญาใหม่)่
กััน คุุณก็็สามารถกล่่าวได้้ว่่าพระเจ้้าทรงเป็็นความรััก และพระองค์์ทรงเป็็นเช่่นนั้้�น
เสมอมา
3. ความเป็็นพระเจ้้าของพระองค์์ ในปฐมกาล พระวาทะทรงดำำ�รงอยู่�หน้้าต่่อหน้้ากัับ
พระเจ้า้ ทรงมีีความสัมั พันั ธ์์ต่อ่ กััน และพระองค์์ทรง ‘เป็็นพระเจ้้า’ พระวาทะไม่่ได้้ทรง
ถููกสร้้างหรืือมีีสถานภาพต่ำำ��กว่่าพระเจ้้า พระองค์์ทรงเท่่าเทีียมกัับพระเจ้้าทุุกประการ
เมื่่�อโธมััสอุุทานว่่า ‘องค์์พระผู้�เป็็นเจ้้าของข้้าพระองค์์และพระเจ้้าของข้้าพระองค์์’
โธมััสก็็ได้้ตอกย้ำำ��ถึึงความจริิงเกี่ �ยวกัับพระเยซููเอาไว้้ด้้วย พระองค์์ทรงดำำ�รงอยู่�ตั้ �งแต่่
ปฐมกาล ทรงมีีส่่วนร่่วมในการทรงสร้้าง ในปััจจุุบัันนัักวิิทยาศาสตร์์ได้้ค้้นพบว่่าเปลืือก
แข็็งของโลกนั้้�นถููกสร้้างด้้วย ‘เทคโทนิิค เพลท’ (Tectonic Plates) คำำ�ๆ นี้้�มีีความ
เกี่ย� วข้้องกับั คำำ�ในภาษากรีกี ว่า่ τέκτον ซึ่ง� แปลว่า่ ‘ช่่างไม้้’! พระเยซูผูู้�ทรงเป็น็ ช่่างไม้้
แห่ง่ นาซาเร็ธ็ ได้ท้ รงสร้า้ งโลก พระองค์ท์ รงเป็น็ แหล่ง่ แห่ง่ แสงสว่า่ งและชีวี ิติ ทุกุ สิ่ง� ทุกุ อย่า่ ง
ต่่างดำ�ำ รงอยู่�ตามความปรารถนาของพระองค์์
4. ความถ่อ่ มพระทัยั ของพระองค์์ ถัดั จากนั้้น� มาอีกี เล็ก็ น้อ้ ยในบทที่่ห� นึ่่ง� เราได้พ้ บประโยค
ที่่น� ่า่ ประหลาดใจคือื ‘พระวาทะทรงบังั เกิดิ เป็น็ มนุษุ ย์แ์ ละประทับั อยู่่�ท่ามกลางเรา พระองค์์
ทรงเปี่่ย� มด้ว้ ยพระคุณุ และความจริงิ เราได้เ้ ห็น็ พระเกียี รติสิ ิริ ิขิ องพระองค์์ คือื พระเกียี รติิ
สิิริิของพระบุุตรองค์์เดีียวผู้้�ทรงมาจากพระบิิดา’ (ในภาษาเดิิมและการแปลเป็็นภาษา
อัังกฤษในบางฉบัับจะใช้้คำำ�ว่่า ‘มาเป็็นเนื้้�อหนัังและได้้ปัักหมุุดพลัับพลาอยู่่�ท่่ามกลาง
เรา’) และด้ว้ ยเหตุนุี้้� เราจึงึ สามารถรู้้�จักั พระเจ้า้ เป็น็ การส่ว่ นตัวั ได้้ พระเยซูทู รงเป็น็ พระเจ้า้
ที่่เ� ราสามารถมองเห็น็ พระพักั ตร์ข์ องพระองค์ไ์ ด้้ และในทุกุ แห่ง่ หน พระเจ้า้ ก็ค็ ือื พระเยซูู
เมื่่�อพิิจารณาตามเนื้้�อหาอัันน่่าฉงนในบทแรกนี้้� ยอห์์นได้้บรรยายให้้เห็็นถึึงการเริ่�มต้้นซึ่ �ง
เป็็นเหตุุผลที่่�มาของความเชื่อ� ว่่า
••••
เพราะพระเยซููทรงดำำ�รงอยู่่�นิิรันั ดร์์ พระองค์จ์ ึงึ ทรงประทานชีวี ิติ นิริ ัันดร์์ได้้
เพราะพระคุุณลัักษณะของพระเยซูู เราจึึงมีปี ระสบการณ์์ในความสัมั พันั ธ์ก์ ับั พระองค์ไ์ ด้้
ในความเป็น็ พระเจ้า้ ของพระเยซูู พระองค์เ์ ท่า่ นั้้�นที่่�ทรงให้้อภัยั บาปได้้
ในความเป็็นมนุุษย์์ของพระเยซูู พระองค์ท์ รงจ่่ายค่า่ ไถ่แ่ ทนเราได้้
3. ชีีวิิต
หากพระวาทะคืือจุุดเริ่�มต้้นของพระกิิตติิคุุณ ‘ชีีวิิต’ ก็็คืือสาระสำ�ำ คััญซึ่�งถููกกล่่าวถึึง 34
ครั้้�งในตลอดหนัังสืือทั้้�งเล่่มนี้้� เราทราบแล้้วว่่าพระกิิตติิคุุณยอห์์นถููกเขีียนขึ้�นเพื่่�อให้้คริิสเตีียน
สามารถดำำ�รงรักั ษาความเชื่อ� และมีชี ีวี ิติ ในพระคริสิ ต์์ได้เ้ รื่�อยไป รวมถึึงชีีวิิตที่่บ� ริบิ ูรู ณ์น์ ั้้�นมีีอยู่�ทั้ง� ใน
ปััจจุุบัันและในนิิรัันดร ยอห์์นได้้ให้้ภาพต่่าง ๆ ที่่ม� ีีความหมายตรงกัันข้้ามเพื่่�ออธิิบายความหมาย
ยอห์์น 107
ของคำ�ำ ว่า่ ชีวี ิิตที่่ว� ่่านี้้�ให้้ผู้�เชื่อ� ได้เ้ ข้า้ ใจ ดัังนี้้�
ชีีวิิต/ความตาย
ยอห์น์ อธิิบายว่่า การได้ร้ ัับชีีวิติ นั้้�นหมายถึึง ผู้้เ� ชื่�อจะไม่ไ่ ด้เ้ ห็น็ ความตาย ชีีวิิตจะดำ�ำ รงอยู่่�ต่อ่
ไปหลังั ความตาย ความตายไม่ส่ ามารถแตะต้อ้ งชีวี ิติ ได้้ ท่่านได้้กล่า่ วถึงึ ความแตกต่า่ งระหว่า่ งคนที่่�
ต้อ้ งตายและคนที่่จ� ะไม่่ตายเอาไว้ว้ ่่า ‘เพราะพระบิิดาของเราทรงประสงค์ใ์ ห้ท้ ุุกคนที่่�เห็็นและเชื่อ�
ในพระบุุตรมีีชีวี ิติ นิิรัันดร์์ และเราจะให้้เขาเป็็นขึ้�นมาในวัันสุุดท้า้ ย’
ความสว่่าง/ความมืืด
ยอห์์นได้้ใช้้ความแตกต่่างระหว่่างความสว่่างและความมืืดในการอธิิบายด้้วย เมื่�อพระเยซูู
ตรััสว่่า ‘ผู้�ที่ต� ามเรามาจะไม่่เดินิ ในความมืืดเลย’ นั่่น� หมายถึึงความมืดื ทางด้า้ นศีลี ธรรม พระองค์์
ตรััสว่่าหากเราเดินิ กัับพระองค์์ เราก็็ไม่ม่ ีสีิ่ง� ใดที่่ต� ้อ้ งแอบซ่่อน เพราะว่า่ เราได้เ้ ดินิ ในความสว่า่ งซึ่�ง
เปิิดเผยให้้เห็น็ ทุุกสิ่�งและไม่ม่ ีสีิ่�งใดที่่เ� ป็น็ ความลัับ อย่่างไรก็็ตาม ความมืืดนั้้น� เป็น็ การเปรียี บเทีียบ
ถึงึ ความตายและปราศจากพระเจ้า้ พระเยซูตู รัสั ว่า่ ‘เราเป็น็ ความสว่า่ งของโลก ผู้�ที่ต� ามเรามาจะ
ไม่่เดิินในความมืืดเลย แต่่จะมีคี วามสว่า่ งแห่่งชีวี ิติ ’
ความจริงิ /ความเท็็จ
เราทราบแล้้วว่า่ ยอห์์นให้ค้ วามสำำ�คััญกัับความเชื่อ� ที่่�มีอี ยู่่�ด้ว้ ยกััน 3 ระดัับประกอบด้ว้ ยการ
ยอมรัับความจริิง การกระทำ�ำ ตามความจริิง และการยึึดถืือความจริิง หากความเชื่�อนั้้�นเป็็นความ
เชื่�อที่่�แท้้จริิง ยอห์์นยัังได้้กล่่าวถึึงสิ่�งที่่�ตรงข้้ามกัับความจริิงซึ่�งก็็คืือความเท็็จที่่�ปรากฏอยู่�ในการโต้้
แย้้งกัันระหว่่างพระเยซููและผู้�ที่�ต่่อต้้านพระองค์์ในบทที่่� 8 ในภาษากรีีกและฮีีบรูู คำำ�ว่่า ‘สััจจะ’
และคำ�ำ ว่่า ‘ความจริิง’ นั้้�นเป็็นคำำ�เดีียวกััน ถ้้าเราดำำ�เนิินในสััจจะ เราก็็ดำำ�เนิินชีีวิิตในความจริิง
พระเยซููตรััสว่่า ‘ถ้้าท่่านยึึดมั่�นในคำ�ำ สอนของเรา ท่่านก็็เป็็นสาวกของเราจริิง ๆ แล้้วท่่านจะรู้�จััก
ความจริงิ และความจริิงจะทำำ�ให้้ท่่านเป็น็ ไท’
อิสิ รภาพ/ความเป็น็ ทาส
นี่่�เป็็นการโต้้แย้้งกัันระหว่่างพระเยซููและพวกฟาริิสีีที่่�อ้้างว่่าไม่่เคยตกเป็็นทาสของใคร แต่่
พวกเขาได้้ลืืมไปแล้้วว่่าเคยตกเป็็นทาสอยู่�ในอีียิิปต์์ พระเยซููตรััสว่่าใครที่่�ทำำ�บาปก็็เป็็นทาสของ
ความบาป เพราะทุุกครั้้�งที่่�คุุณทำำ�บาป คุุณก็็ได้้ทำำ�ให้้โซ่่ตรวนของนิิสััยบาปรััดแน่่นหนายิ่�งขึ้�นและ
จะกลายเป็น็ เจ้า้ นายของคุุณ พระเยซูทู รงมาเพื่่อ� ให้้เราได้้รับั อิิสรภาพ การมีีชีวี ิติ ที่่�แท้้จริงิ จึงึ หมาย
ถึงึ การมีอี ิิสรภาพจากพัันธนาการฝ่า่ ยวิิญญาณ ‘ฉะนั้้�นหากพระบุตุ รช่ว่ ยให้้ท่า่ นเป็น็ ไท ท่า่ นก็จ็ ะ
เป็น็ ไทอย่่างแท้จ้ ริิง’
108 ปลดล็อ็ กพระคัมั ภีรี ์์ (พัันธสััญญาใหม่่)
ความรักั /ความโกรธ
ในพระราชกิิจของพระเจ้้า ยอห์์นแสดงให้้เห็็นถึึงความเข้้าใจที่่�ชััดเจนในความแตกต่่างสอง
ประการ คืือการเป็็นผู้�ที่�พระองค์์ทรงรัักหรืือการเป็็นผู้�ที่�พระองค์์พิิโรธ ไม่่มีีอะไรที่่�เป็็นทางสาย
กลาง ผลปลายทางในชีีวิิตนิิรัันดร์์ของผู้�ที่�ต่่อต้้านพระองค์์นั้้�นมีีอยู่่�ชััดเจน พระเยซููตรััสว่่า ‘ผู้�ใดที่่�
เชื่�อในพระบุุตรก็็มีีชีีวิิตนิิรัันดร์์ แต่่ผู้�ใดที่่�ไม่่ยอมรัับพระบุุตรก็็จะไม่่ได้้เห็็นชีีวิิต เพราะพระพิิโรธ
ของพระเจ้้ายัังอยู่่�กับั เขา’
ชีีวิิตที่่�แท้้จริิง
ดัังนั้้น� ชีีวิิตที่่�แท้จ้ ริิงก็็คือื การมีคี วามสัมั พัันธ์์ส่่วนตัวั กับั พระเยซููและพระบิิดาของพระองค์์
เป็น็ ชีีวิิตที่่�ดำำ�เนิินในความสว่า่ ง ในความจริิง ในอิสิ รภาพ และในความรััก พระเยซูอู ธิิษฐานต่อ่
พระบิดิ าว่่า ‘นี่่แ� หละคือื ชีวี ิิตนิิรัันดร์์ คือื ที่่�เขารู้�จักั พระองค์ผ์ู้�ทรงเป็็นพระเจ้้าเที่่�ยงแท้แ้ ต่่องค์เ์ ดีียว
และรู้�จักั พระเยซูคู ริสิ ต์ผ์ู้�ซึ่�งพระองค์์ทรงส่่งมา’
4. พระวิิญญาณบริสิ ุุทธิ์์�
ไม่ม่ ีพี ระกิติ ติคิ ุณุ เล่ม่ ใดที่่ก� ล่า่ วถึงึ พระวิญิ ญาณบริสิ ุทุ ธิ์ม์� ากเท่า่ กับั พระกิติ ติคิ ุณุ ยอห์น์ ดังั นั้้น�
พระธรรมเล่่มนี้้�จึึงถููกจััดให้้อยู่่�ก่่อนหน้้าพระธรรมกิิจการของอััครทููต ทั้้�ง ๆ ที่่�พระธรรมกิิจการฯ
มีคี วามเชื่อ� มโยงกับั พระกิติ ติคิ ุณุ ลูกู าเป็น็ อย่า่ งมาก เป็น็ เพราะพระวิญิ ญาณบริสิ ุทุ ธิ์์� เราจึงึ สามารถ
ชื่�นชมยิินดีีกัับชีีวิิตตามที่่�ยอห์์นได้้บอกเอาไว้้ คำำ�สอนเกี่�ยวกัับพระวิิญญาณบริิสุุทธิ์์�นั้้�นจึึงโดดเด่่น
มากในพระธรรมยอห์น์
• ในบทที่่� 1 ยอห์น์ ผู้�ให้บ้ ัพั ติศิ มาได้เ้ ป็น็ พยานว่า่ พระเยซูทู รงได้ร้ ับั พระวิญิ ญาณบริสิ ุทุ ธิ์แ์� ละ
พระอง•ค์์จในะทบรทงทีบ่่ั� ัพ3ตพิิศรมะาเยคซนูทู อื่รน� งกๆล่ดา่ ้วว้ ถยึงึพครวะาวิมญิ จำญ�ำ เาป็ณน็ บที่่รจ�ิิสะุทุต้ธอ้ิ์์�ง บังั เกิิดใหม่จ่ ากน้ำำ�� และพระวิิญญาณ
เพื่่�อที่่จ� •ะไใดน้เ้ บข้้าทใทีน่่� อ4าพณราะจัเกัยรซูขูตอรังัสวพ่่ารพะเรจ้ะ้าวิิญญาณทรงเป็น็ เหมือื น น้ำ�ำ�แห่ง่ ชีีวิิต และเราต้้องนมัสั การ
พระเจ้้า•ด้้วใยนบจิทิตวที่ิ่�ิ7ญญาพณระแเลยะซูคูเสวดา็ม็จจไรปิิงงานเลี้�ยงในเทศกาลอยู่�เพิิงที่่�กรุุงเยรููซาเล็็ม ซึ่�งจััดขึ้�นในราว
เดือื นกันั ยายนถึงึ ตุลุ าคมขณะที่่เ� ป็น็ ปลายฤดูแู ล้ง้ ตามประเพณีขี องชาวยิวิ ในวันั สุดุ ท้า้ ยของเทศกาล
อยู่�เพิิง บรรดาปุุโรหิิตจะต้้องเติิมเหยืือกน้ำ�ำ�ขนาดใหญ่่ด้้วยน้ำ��ำ จากสระสิิโลอััมและนำำ�เหยืือกน้ำ�ำ� นั้้�น
เข้า้ ไปในพระวิหิ ารเพื่่อ� เทน้ำ��ำ ลงบนแท่น่ บูชู าในขณะที่่อ� ธิษิ ฐานเพื่่อ� ขอให้ม้ ีฝี นตกในฤดูใู บไม้ร้ ่ว่ ง ขณะ
นั้้�นพระเยซูไู ด้ย้ ืืนขึ้น� และตรัสั ว่่า ‘ถ้า้ ผู้�ใดกระหาย ให้้เขามาหาเราและดื่ม� เถิดิ ดัังที่่พ� ระคัมั ภีรี ์เ์ ขีียน
ไว้้ ผู้�ใดก็ต็ ามที่่เ� ชื่อ� ในเรา สายธารซึ่ง� มีนี ้ำ�ำ� ที่่ใ� ห้ช้ ีวี ิติ จะไหลออกมาจากภายในผู้�นั้น� ’ สิ่ง� ที่่พ� ระองค์ต์ รัสั
นั้้น� หมายถึึง พระวิญิ ญาณบริิสุุทธิ์�ซ์ึ่�งผู้�ที่�เชื่อ� ในพระองค์จ์ ะได้ร้ ับั ในภายหลังั
ยอห์์น 109
• บทที่่� 14 ถึึง 16 นั้้น� เต็็มไปด้ว้ ยคำำ�ว่่า ‘ผู้�้ปลอบประโลม’ คือื พระวิิญญาณแห่่งความจริิง
กำำ�ลัังจะเสด็จ็ มา พระวิญิ ญาณบริสิ ุทุ ธิ์ใ�์ นภาษากรีีก คืือ paraclete (para แปลว่่า ‘อยู่�เคียี งข้้าง
กันั ’ cletus แปลว่า่ ‘ถููกเรีียก’) หมายถึึง พระผู้�ซึ่ง� จะประทับั อยู่�เคียี งข้า้ งคุณุ หรืือผู้�ซึ่�งถูกู เรีียกมา
ให้อ้ ยู่�เคีียงข้้างคุณุ พระวิิญญาณบริิสุุทธิ์ย�์ ังั ถููกบรรยายถึึงเอาไว้้ว่า่ เป็็นพระเจ้า้ เช่น่ เดีียวกัับพระเยซูู
พระองค์์จะทรงทำ�ำ พระราชกิิจของพระเยซููต่่อไปหลัังจากที่่�พระเยซููเสด็็จไปแล้้ว พระวิิญญาณ
บริิสุุทธิ์์�จะตััดสิินโลกแห่่งความบาป ความชอบธรรม และการพิิพากษา ทรงประทานกำำ�ลัังแก่่
ผู้�เชื่�อแล•ะใทนำ�ำ บใหท้้พที่่�ว2ก0เขพารระะเลยึกึ ซูถทูึงึ รทงุุกเตสิ่ร�งียี ที่ม่�พบรระรเดยาซูผู้ไู �ดที่้ต�้ติดิรัตสั าไวม้้พระองค์ใ์ ห้พ้ ร้อ้ มสำ�ำ หรับั วันั เพ็น็ เทคอสต์์
โดยให้ห้ มายสำ�ำ คัญั คือื พระองค์ท์ รงระบายลมหายใจเหนือื พวกเขาและรับั สั่ง� ว่า่ ‘จงรับั พระวิญิ ญาณ
บริิสุุทธิ์เ์� ถิิด’ ในขณะนั้้น� พวกเขายัังไม่่ได้ร้ ับั อะไรทั้้ง� สิ้�น แต่่นั่่น� เป็็นการซัักซ้้อมเพื่่�อวันั เพ็็นเทคอสต์์
ที่่�กำ�ำ ลังั จะมาถึงึ ในอีีกไม่ก่ี่ส� ััปดาห์ข์ ้า้ งหน้า้ ในวัันนั้้น� เมื่อ� ผู้้�ติิดตามพระเยซูไู ด้้นั่่ง� รวมกัันอยู่�ในพระ
วิหิ าร พวกเขาได้ย้ ินิ เสีียงลมซึ่ง� เตืือนให้ร้ ำ�ำ ลึึกถึึงสิ่ง� ที่่�พระเยซูไู ด้ท้ รงกระทำ�ำ แล้้ว พวกเขาก็เ็ ชื่�อฟังั
พระดำำ�รัสั สั่่ง� ของพระองค์์และได้้รัับพระวิิญญาณบริสิ ุทุ ธิ์์�ตามที่่�ทรงสัญั ญาไว้้
การตีีความปฐมบทของพระกิิตติิคุณุ ยอห์์น
คำ�ำ กล่า่ วต่า่ ง ๆ ในตอนต้น้ ของพระกิติ ติคิ ุุณยอห์์นมีคี วามสำำ�คััญอย่่างมากต่่อวััตถุปุ ระสงค์์
ในการเขีียนพระธรรมเล่่มนี้้� ซึ่ �งแสดงให้้เห็็นว่่าแม้้แต่่ผู้�เชื่ �อเองก็็อาจขาดความรู้้�ความเข้้าใจใน
ความหมายที่่�ลึกึ ซึ้�งของคำำ�กล่่าวเหล่า่ นั้้�น เป็น็ การยืืนยัันอีกี ครั้้ง� หนึ่่�งว่่าพระธรรมเล่ม่ นี้้ไ� ม่ไ่ ด้้เขีียน
ขึ้�นเพื่่�อผู้�ที่�ยังั ไม่เ่ ชื่อ� การตีีความต่่อไปนี้้เ� ป็็นการทำ�ำ ให้เ้ นื้้�อหาในตอนนี้้� ‘อ่า่ นง่่ายขึ้�น’ โดยได้้แปล
คำำ�ว่่า ‘พระวาทะ’ ตามความหมายที่่�ได้น้ ิิยามไว้้มาก่อ่ นหน้า้ นี้้� (‘เหตุุผลว่า่ ทำ�ำ ไม’)
ในตอนเริ่�มต้้นของการดำำ�รงอยู่�ของจัักรวาลนั้้�น เหตุุผลทั้้�งหมดที่่�ว่่าทำ�ำ ไมจัักรวาลจึึงตั้�งอยู่�
และมีีมาแล้้วตั้้�งแต่่นิิรัันดร์์กาลก็็ได้้บอกไว้้แล้้วทั้้�งวััตถุุประสงค์์และแบบแผนของจัักรวาลได้้
ถููกค้้นพบในตััวของบุุคคลผู้ �หนึ่่�งซึ่ �งสามารถมองพระพัักตร์์พระเจ้้าได้้เนื่่�องจากบุุคคลผู้ �นั้ �นก็็ทรง
เป็็นพระเจ้้าอย่่างบริิบููรณ์์ด้้วยเช่่นกััน จากจุุดเริ่�มต้้นที่่�เราเรีียกว่่า ‘เวลา’ พระองค์์ทรงทำ�ำ งาน
เคียี งคู่�ไปกับั พระผู้้�สร้า้ ง ทรงร่่วมกันั เป็็นหุ้�นส่ว่ นในการสร้้างสิ่�งต่่าง ๆ ให้้เกิิดขึ้น� ในความเป็น็ จริงิ
แล้้วทุุกสิ่�งเกิิดขึ้�นจากการมีีส่่วนร่่วมของพระองค์์ แม้้กระทั่่�งชีีวิิตก็็มีีต้้นกำ�ำ เนิิดมาจากพระองค์์
และชีีวิิตของพระองค์์ก็็ได้้ฉายแสงลงบนความหมายแห่่งชีีวิิตของมวลมนุุษยชาติิ ความสว่่างของ
พระองค์ไ์ ด้ส้ ่อ่ งผ่า่ นความมืดื มัวั ของประวัตั ิศิ าสตร์ม์ นุษุ ย์์ ไม่ม่ ีคี วามมืดื ใดที่่จ� ะสามารถดับั แสงสว่า่ ง
นั้้น� ได้เ้ ลย
ในห้้วงเวลาหนึ่่ง� มีชี ายผู้�หนึ่่�งได้้รับั มอบหมายภารกิจิ พิเิ ศษจากพระเจ้้า ท่า่ นมีีชื่อ� ว่า่ ยอห์น์
และท่่านได้้มาเพื่่�อประกาศถึึงการมาปรากฏของความสว่่างแห่่งชีีวิิต เพื่่�อว่่าทุุกคนจะได้้เชื่�อ
110 ปลดล็็อกพระคััมภีรี ์์ (พัันธสััญญาใหม่่)
ในพระเจ้้าผ่่านการได้้รู้�จัักบุุคคลผู้�หนึ่่�ง ยอห์์นไม่่ได้้เป็็นแสงสว่่างนั้้�นแต่่เป็็นผู้�ที่�ชี้�ให้้เห็็นว่่าใครคืือ
ผู้�นั้�น ผู้�เป็็นความสว่่างได้้ปรากฏตััวเข้้ามาในโลกแล้้ว และได้้แสดงให้้ทุุกคนได้้เห็็นโดยเป็็นความ
สว่่างอยู่่�ท่่ามกลางพวกเขา พระองค์์เสด็็จมาในโลกนี้้� โลกที่่�พระองค์์ทรงสร้้างขึ้�นด้้วยพระองค์์เอง
แต่่โลกกลัับไม่่รู้�ว่าพระองค์์ทรงเป็็นผู้�ใด พระองค์์เสด็จ็ มายังั ดิินแดนของพระองค์์เอง แต่ป่ ระชากร
ของพระองค์์กลัับไม่่ต้้อนรัับ อย่่างไรก็็ตาม บางคนได้้ยอมรัับและออกพระนามของพระองค์์ด้้วย
ความเชื่�อมั่�น และพวกเขาเหล่่านี้้�ได้้รัับสิิทธิิอำ�ำ นาจจากพระองค์์ให้้เป็็นครอบครััวใหม่่ของพระเจ้้า
โดยการบัังเกิิดใหม่่ซึ่�งไม่่ใช่่การเริ่�มต้้นใหม่่ฝ่่ายกายภาพ (ไม่่ว่่าจะเป็็นผลจากการตััดสิินใจแบบชั่�ว
วูบู หรืือการตััดสิินใจแบบไตร่ต่ รอง) แต่เ่ ป็็นการทรงประทานสิิทธิิให้้โดยตรงจากพระเจ้้า
พระผู้�เป็น็ เจ้า้ ผู้�ทรงเป็น็ เหตุผุ ลเบื้้อ� งหลังั ของการดำ�ำ รงอยู่�ของจักั รวาลนี้้ไ� ด้เ้ สด็จ็ มาบังั เกิดิ เป็น็
มนุุษย์์และทรงปัักหมุุดพลัับพลาของพระองค์์เอาไว้้ท่่ามกลางเรา เราคืือผู้�ที่�ได้้เห็็นความยิ่�งใหญ่่
ตระการอย่า่ งอัศั จรรย์ข์ องพระเจ้า้ ซึ่ง� จะเห็น็ ได้เ้ ฉพาะจากพระบุตุ รของพระองค์ท์ ี่่ท� รงส่อ่ งสว่า่ งลง
มาด้้วยความเมตตากรุณุ าและความดีพี ร้้อม
ยอห์น์ เป็น็ พยานที่่เ� ชื่อ� ถือื ได้แ้ ละได้ป้ ระกาศกับั ฝูงู ชนว่า่ ‘นี่่ค� ือื ผู้�ที่ข� ้า้ พเจ้า้ ได้ก้ ล่า่ วถึงึ ข้า้ พเจ้า้
ได้้บอกท่่านว่่าผู้�ที่�มาภายหลัังนั้้�นจะเป็็นใหญ่่กว่่าข้้าพเจ้้า เพราะพระองค์์ทรงเป็็นอยู่่�ก่่อนข้้าพเจ้้า
เกิิดเสียี อีีก’
และเรายัังได้้รัับประโยชน์์อย่่างมากจากสิ่�งที่่�พระองค์์ทรงมีีอยู่�อย่่างเหลืือล้้น เราได้้รัับโดย
ความโปรดปรานของพระองค์์ซ้ำ��ำ แล้้วซ้ำ�ำ�เล่่าทั้้�งที่่�ไม่่สมควรจะได้้รัับ ทุุกสิ่�งที่่�เราได้้รัับผ่่านโมเสส
คืือกฎบััญญััติิที่่�เคร่่งครััดซึ่�งเราต้้องพยายามรัักษา แต่่ความช่่วยเหลืือและความเที่่�ยงธรรมที่่�
เราต้้องการเพื่่�อดำำ�รงชีีวิิตอยู่�นั้�นมาจากพระเยซููผู้�ทรงเป็็นพระเมสสิิยาห์์ที่่�แท้้จริิง ไม่่มีีใครเคยเห็็น
พระเจ้้าว่่าแท้้ที่่�จริิงแล้้วพระองค์์ทรงเป็็นอย่่างไร แต่่ในเวลานี้้� พระบุุตรองค์์เดีียวผู้้�ทรงใกล้้ชิิด
กัับพระบิิดามากกว่่าผู้�ใด ได้ท้ รงสำ�ำ แดงให้เ้ ราได้้เห็น็ ถึึงทุุกสิ่ง� เกี่ย� วกัับพระเจ้า้ ที่่�เราต้้องการทราบ
สรุุป
ยอห์์นเป็็นพระกิิตติิคุุณที่่�โดดเด่่นและแตกต่่างจากพระกิิตติิคุุณอื่ �น ๆ ทั้้�งสามเล่่มอย่่างที่่�
สุุด พระกิิตติิคุุณยอห์์นได้้สะท้้อนเรื่�องราวของพระเยซููจากความเข้้าใจอย่่างลึึกซึ้�งของชาย
คนหนึ่่�งที่่�สนิิทสนมกัับพระองค์์ที่่�สุุดในขณะที่่�พระองค์์ทรงอยู่�บนโลกใบนี้้� ยอห์์นได้้เน้้นย้ำำ��ว่่าเรา
ต้้องไม่่เพีียงแต่่รู้�ว่าพระเยซููทรงทำำ�อะไรหรืือตรััสอะไร แต่่เราต้้องตระหนัักด้้วยว่่าพระองค์์ทรง
เป็็นผู้�ใด สิ่�งนี้้�ได้้สะท้้อนถึึงภาระใจของยอห์์นที่่�มีีต่่อผู้�เชื่�อทั้้�งหลายในพระเยซููว่่าพวกเขาต้้องไม่่
หลงไปกัับคำ�ำ สอนผิิดไม่่ว่่าจะเป็็นเรื่�องเกี่�ยวกัับตััวตนของพระเยซููหรืือพระดำำ�รััสที่่�ถููกต้้องเป็็นจริิง
ของพระองค์์ จากประจัักษ์์พยานทั้้ง� หลายที่่�ได้้กล่่าวมา ยอห์์นต้้องการให้้บรรดาผู้�เชื่�อมั่น� ใจอย่า่ ง
ที่่�สุุดว่่าพระวจนะของพระเยซููและพระราชกิิจอัันน่่าอััศจรรย์์ของพระองค์์นั้้�นต่่างก็็บ่่งชี้ �ไปถึึงผู้ �ที่ �
ยอห์์น 111
พระเจ้า้ ทรงใช้ม้ าในสภาพมนุุษย์์ ทรงเป็น็ พระวาทะที่่ท� รงพระชนม์์อยู่�และเป็น็ พระสิริ ิขิ องพระเจ้า้
ท่่ามกลางมนุุษย์์ หลักั ฐานทั้้ง� หมดที่่�ยอห์น์ ได้ร้ วบรวมเอาไว้้ได้พ้ ิสิ ููจน์์ให้เ้ ห็น็ ว่่าเป็็นคำ�ำ พยานถึึงสิทิ ธิิ
อำ�ำ นาจของพระเยซูู และยอห์น์ ได้้เรียี กร้้องให้เ้ รารักั ษาความไว้ว้ างใจและเชื่�อฟังั พระองค์ต์ ลอดไป
112 ปลดล็อ็ กพระคัมั ภีรี ์์ (พันั ธสัญั ญาใหม่่)
อััครสาวกคนที่ส�่ ิบิ สาม
8. เปาโลและจดหมายฝากของท่่าน
9. 1 และ 2 เธสะโลนิิกา
10. 1 และ 2 โครินิ ธ์์
11. กาลาเทีีย
12. โรม
13. โคโลสีี
14. เอเฟซัสั
15. ฟีลี ิิปปีี
16. ฟีเี ลโมน
17. 1 และ 2 ทิิโมธีี และทิิตััส
113
8.
เปาโลและ
จดหมายฝากของท่่าน
เราต่่างรู้�จัักเปาโลมากกว่่าอััครสาวกท่่านอื่ �น ๆ เนื้้�อหาหนึ่่�งในสามของพระคััมภีีร์์ภาค
พัันธสััญญาใหม่่นั้้�นถููกเขีียนโดยเปาโลหรืือไม่่ก็็เป็็นเรื่�องราวเกี่�ยวกัับตััวท่่าน ซึ่�งได้้รวมถึึงเนื้้�อหา
ในครึ่่�งหลัังของพระธรรมกิิจการของอััครทููตและจดหมายฝากอีีก 13 ฉบัับที่่�ท่่านได้้เขีียนถึึง
คริิสตจัักรและบุุคคลต่่าง ๆ ในประวัตั ิศิ าสตร์์ของคริิสตจักั รกว่่า 2,000 ปีนี อกเหนืือจากพระเยซูู
แล้ว้ เปาโลมีอี ิิทธิิพลมากกว่่าบุุคคลอื่�น ๆ อันั ที่่�จริงิ แล้ว้ มีบี ุุคคลไม่ม่ ากนัักที่่จ� ะมีอี ิิทธิิพลอย่่างมาก
ต่่อประวััติศิ าสตร์์ของยุุโรป หากเราต้้องการเข้า้ ใจเนื้้�อหาในจดหมายของเปาโล เราจะต้้องทราบ
ถึงึ ภูมู ิิหลังั ของท่่าน และทราบว่า่ ท่่านอยู่�ในสถานะที่่�สำำ�คัญั เช่น่ นี้้�ได้อ้ ย่่างไร
ชีวี ิิตในช่ว่ งต้้นของเปาโล
ชื่�อเดิมิ ของเปาโลคือื เซาโลหรือื ซาอูลู ซึ่�งตั้�งตามชื่�อกษัตั ริยิ ์อ์ งค์แ์ รกของอิสิ ราเอล หลังั จาก
ที่่�ได้้กลัับใจใหม่่ ท่่านได้้ใช้้ชื่ �อว่่าเปาโลหรืือเปาลััสในภาษาละติิน แต่่เราจะเรีียกท่่านว่่าเปาโล
เท่่านั้้�น ท่่านเกิดิ ในทาร์์ซัสั เมืืองนี้้ต�ั้�งอยู่่�ด้้านตะวัันออกเฉีียงเหนืือบนชายฝั่�งทะเลเมดิเิ ตอร์เ์ รเนีียน
และปััจจุุบันั คืือตุุรกีตี ะวัันออกเฉีียงใต้้ ในโลกของชาวเมดิเิ ตอร์เ์ รเนีียนนั้้�น มหาวิิทยาลััยแห่่งเมืือง
ทาร์์ซััสนัับได้้ว่่าเป็็นมหาวิิทยาลััยที่่�มีีชื่ �อเสีียงเป็็นอัันดัับสามของโลกในยุุคนั้้�นรองจากเอเธนส์์และ
อเล็ก็ ซานเดรีีย
เปาโลเติบิ โตขึ้น� ภายใต้้อิิทธิพิ ลที่่�สำ�ำ คัญั 3 ประการคือื ประการแรก บิิดามารดาของท่่าน
เป็น็ คนยิิว ดัังนั้้น� ท่่านจึึงได้เ้ รีียนรู้�เรื่อ� งราวของพระเจ้้าจากพระคััมภีรี ์ภ์ าคพัันธสัญั ญาเดิมิ ท่า่ น
เกิิดในเผ่่าเบนยามิินที่่�มีีชื่ �อเสีียงและเป็็นเผ่่าเดีียวกัับซาอููลกษััตริิย์์องค์์แรกของอิิสราเอล เผ่่านี้้�
เกืือบจะถููกทำ�ำ ลายจนสิ้�นชื่�อและได้้เกิิดเหตุุการณ์์ที่่�เลวร้้ายตามมาในภายหลัังดัังที่่�ได้้บรรยายไว้้ใน
พระธรรมผู้�วิินิิจฉััย ดููเหมืือนว่่าครอบครััวของเปาโลได้้ย้้ายไปกาลิิลีีในระหว่่างที่่�ท่่านเป็็นเด็็ก
เปาโลได้้ถููกส่่งตััวไปยัังกรุงุ เยรููซาเล็ม็ เพื่่อ� ศึกึ ษากัับกามาลิิเอลซึ่�งเป็น็ รัับบีที ี่่ม� ีีชื่อ� เสีียงมาก
114 ปลดล็็อกพระคััมภีรี ์์ (พันั ธสัญั ญาใหม่)่
ความรู้�ของกามาลิิเอลตามแบบชาวยิิวนี้้ไ� ด้ถ้ ูกู กล่า่ วถึึงไว้ใ้ นพระธรรมกิจิ การฯ บทที่่� 5 ซึ่ง�
เกี่ย� วข้อ้ งกับั กลุ่�มของคริิสเตีียนในเยรููซาเล็ม็ ท่่านกล่่าวว่า่ ถ้้าความคิิดหรืือกิจิ การนี้้ม� าจากมนุษุ ย์์ก็็
จะล่ม่ สลายไปเอง แต่่ถ้้ามาจากพระเจ้า้ ก็็คงเป็็นเรื่�องไม่่ฉลาดเอาเสีียเลยที่่ส� ภาแซนเฮดรินิ จะต่อ่
กรด้้วย หรืืออีีกนััยหนึ่่�งก็็คืือกามาลิิเอลได้้แสดงความคิิดเห็็นของท่่านต่่อสาธารณชนด้้วยความ
มั่�นใจ แต่่เปาโลไม่่ได้้มีีท่่าทีีเหมืือนกัับอาจารย์์ของตนเอง เพราะเปาโลเชื่�อว่่าคริิสเตีียนเป็็นภััย
คุกุ คามต่อ่ ศาสนายูดู าอย่า่ งร้า้ ยแรงที่่ส� ุดุ เท่า่ ที่่เ� คยมีมี า ท่า่ นมุ่�งมั่น� ที่่จ� ะต่อ่ สู้�เพื่่อ� ความเชื่อ� ของชาวยิวิ
และหากเป็็นไปได้้ก็็ควรกำำ�จัดั ลัทั ธิใิ หม่น่ ี้้เ� สียี ให้้สิ้น�
หลัังจากสเทเฟนได้ช้ี้�แจงต่่อสภาแซนเฮดริิน (ดูใู นพระธรรมกิิจการฯ บทที่่� 7) พวกเขาก็็
ได้้ตััดสิินประหารสเทเฟนด้้วยข้้อหา ‘หมิ่่�นประมาทพระเจ้้า’ โดยการขว้้างก้้อนหิินใส่่ เปาโลเอง
ก็็เห็็นด้้วยกัับการกระทำ�ำ นั้้�นท่่านยัังช่่วยดููแลเสื้�อคลุุมของบรรดาผู้้�ชายที่่�ได้้ใช้้หิินขว้้างสเทเฟน
สเทเฟนเป็็นคนแรกที่่จ� บชีีวิติ ลงเพราะความเชื่�อในพระเยซูู
การตายของสเทเฟนอาจก่่อให้้เกิิดความรู้้�สึึกที่่�ฝัังลึึกลงในใจของเปาโล พระธรรมกิิจการฯ
บทที่่� 7 กล่า่ วว่า่ สเทเฟนได้เ้ งยหน้้าขึ้น� สู่่�ฟ้้าสวรรค์์ เห็็นพระเกีียรติสิ ิริ ิขิ องพระเจ้า้ และเห็น็ พระเยซูู
ประทัับยืืนอยู่�เบื้้�องพระหััตถ์์ขวาของพระเจ้้า แต่่ในเวลานั้้�นการพลีีชีีพเพื่่�อพระเยซููยิ่�งทำ�ำ ให้้เปาโล
ทวีีความมุ่�งมั่�นที่่�จะต่่อต้้านคริิสเตีียน เปาโลถึึงขนาดเตรีียมตััวออกเดิินทางเพื่่�อไปข่่มเหง
คริสิ เตียี นที่่เ� มือื งอื่�น ๆ อีกี ด้้วย
ประการที่่ส� องที่่�มีีอิิทธิิพลต่่อชีีวิิตของเปาโลก็็คืือ ความรู้�ในภาษากรีีกของท่่านเมื่ �ออาศััยอยู่�
ในทาร์ซ์ ััส เปาโลพููดภาษากรีกี ซึ่�งเป็น็ ภาษากลางของโลกในสมัยั โบราณ เช่่นเดียี วกับั ภาษาสวาฮิลิ ีี
ที่่�เป็็นภาษากลางของแอฟริิกาชายฝั่�งตะวัันออก ดัังนั้้�นเมื่�อท่่านได้้กลัับใจแล้้วและรัับการทรง
เรีียกเพื่่�องานพัันธกิิจ เปาโลจึึงสามารถไปเทศนาในที่่�ใดก็็ได้้โดยทราบดีีว่่าทุุกคนจะเข้้าใจภาษาที่่�
ท่า่ นใช้้
ประการที่่ส� าม กฎหมายของโรมมีอี ิทิ ธิิพลต่่อเปาโลด้้วยบิดิ าของท่่านเป็็นพลเมือื งของโรม
ซึ่�งทำำ�ให้เ้ ปาโลมีสี ัญั ชาติิโรมัันโดยสืบื สกุุลไปด้ว้ ย ท่า่ นจึึงมีสี ิิทธิิพิิเศษเมื่�อทำ�ำ งานพันั ธกิจิ ในบางครั้้�ง
ครั้้�งหนึ่่�งเปาโลได้้ใช้้สิิทธิิของพลเมืืองโรมัันเพื่่�อให้้ตััวท่่านพ้้นจากการถููกโบยตีีก่่อนการพิิจารณา
คดีี เมื่่�อเปาโลถููกกล่่าวหาว่่าละเมิิดพระวิิหารของชาวยิิว ท่่านได้้ร้้องอุุทธรณ์์ต่่อซีีซาร์์ซึ่ �งเป็็นสิิทธิิ
อัันชอบธรรมของพลเมืืองของโรมัันทุุกคน และเมื่่�อท่่านต้้องโทษประหาร ท่่านก็็ไม่่ได้้ถููกตรึึง
กางเขนแต่่ถููกตััดศีีรษะแทนซึ่ �งเป็็นวิิธีีการประหารที่่�รวดเร็็วที่่�ใช้้กัับชาวโรมััน ความเป็็นพลเมืือง
ของโรมัันของเปาโลนั้้�นไม่่ได้้ทำำ�ให้้ชีีวิิตของท่่านปลอดจากความยากลำ�ำ บาก แต่่ในบางโอกาส
อิิทธิิพลจากการผสมผสานของยิิว กรีีกและโรมัันกลัับเป็็นปััจจััยหลัักที่่�สำำ�คััญที่่�สุุดในงานพัันธกิิจ
ของท่่านเพราะการผสมผสานเหล่่านี้้�ทำ�ำ ให้้เปาโลมีีภููมิิหลัังที่่�เหมาะสำ�ำ หรัับงานพัันธกิิจเพื่่�อ
พระเยซููในโลกของชาวต่่างชาติิ จึึงตอกย้ำำ��ความจริิงที่่�ว่่า พระเจ้้าทรงเตรีียมคนเพื่่�องานรัับใช้้ไว้้
เปาโลและจดหมายฝากของท่่าน 115
ก่่อนเสมอ และอาจจะทรงเตรียี มไว้้ก่่อนตั้ง� แต่่ที่่พ� วกเขายังั ไม่ม่ ีคี วามเชื่อ� ในพระเยซููอีีกด้ว้ ย
การกลัับใจของเปาโล
สิ่�งที่่�น่่าสนใจเกี่�ยวกัับการกลัับใจของเปาโลก็็คืือ เหตุุการณ์์นี้้�ได้้เกิิดขึ้�นที่่�เมืืองกููเนตรา
บนที่่�ราบสููงโกลานซึ่�งอยู่่�ห่่างจากดามััสกััสเพีียงไม่่กี่�ไมล์์ เปาโลมีีความหยิ่�งในรากเหง้้าของความ
เป็็นยิิว ท่่านต่่อสู้�เพื่่�อความเชื่�ออัันบริิสุุทธิ์์�ของคนยิิว แต่่ทัันทีีที่่�เดิินทางพ้้นเขตแดนของอิิสราเอล
ท่่านก็็ได้้พบกัับพระเยซููชาวนาซาเร็็ธผู้้�คืืนพระชนม์์แล้้ว พระองค์์ตรััสกัับเปาโลว่่าท่่านจะถููกส่่งไป
หาคนต่่างชาติิ ช่่างบัังเอิิญที่่�เหตุุการณ์์นี้้�ได้้เกิิดขึ้�นบริิเวณเชิิงเขาที่่�พระเยซููได้้ทรงจำ�ำ แลงพระกาย
ต่่อหน้า้ เปโตร ยากอบและยอห์์น แต่่ในครั้้ง� นี้้�พระสิริ ิขิ องพระเยซููทรงเจิิดจ้้ายิ่�งกว่า่ เพราะพระองค์์
ได้้เสด็จ็ สู่่�สวรรค์แ์ ละได้ท้ รงรัับเอาพระสิิริิกลัับคืืนอย่่างที่่�เคยทรงเป็็นมา
การสนทนาในครั้้�งนั้้�นเร้้าอารมณ์์ความรู้้�สึึกมาก เปาโลเริ่�มเข้้าใจว่่าพระเยซููทรงเป็็นพระ
เมสสิิยาห์์ที่่�แท้้จริิง ดัังนั้้�นการกลัับใจและเชื่�อจึึงเป็็นการตอบสนองเดีียวที่่�ท่่านจะกระทำ�ำ ได้้
กระบวนการบัังเกิิดใหม่่นี้้�ใช้้เวลาสามวัันและสำำ�เร็็จลงเมื่ �อผู้ �เชื่ �อในท้้องถิ่ �นที่่�ชื่ �ออานาเนีียได้้
อธิิษฐานเผื่�อเปาโล อานาเนีียรู้�จัักเปาโลเป็็นอย่่างดีีในฐานะผู้้�ข่่มเหงคริิสเตีียน อย่่างไรก็็ตามท่่าน
เชื่�อฟังั พระดำำ�รัสั สั่่�งของพระเจ้้าโดยยอมไปหาเปาโล หลังั จากที่่�อานาเนีียอธิษิ ฐานเผื่อ� เปาโล ท่า่ น
ก็เ็ ต็็มล้้นด้้วยพระวิิญญาณบริิสุุทธิ์แ�์ ละได้ร้ ัับบััพติศิ มา ในหนัังสือื ของผมที่่ช�ื่อ� The Normal Chris-
tian Birth (Hodder & Stoughton, 1989) ผมได้อ้ ธิิบายไว้ว้ ่่าทำำ�ไมผมจึงึ เชื่อ� ว่า่ การกลับั ใจใหม่่
ความเชื่อ� การรัับบััพติศิ มา และการรัับพระวิญิ ญาณบริิสุทุ ธิ์์� ทั้้ง� 4 ประการนี้้จ� ึงึ เป็็นส่่วนสำำ�คัญั ยิ่�ง
ในการบัังเกิิดใหม่่ในอาณาจัักรพระเจ้้า เราเห็็นถึึงกระบวนการนี้้�ที่่�เกิิดขึ้�นกัับเปาโลเมื่�อท่่านได้้
‘เริ่�มต้น้ ’ ความเชื่อ� ของคริิสเตีียน
เหตุกุ ารณ์ห์ ลัังการกลัับใจของเปาโล
สิ่�งที่่�น่่าประทัับใจก็็คืือเปาโลไม่่ได้้เริ่�มงานพัันธกิิจในทัันทีี ท่่านเริ่�มเทศนาสั่�งสอนในที่่� ๆ
ท่่านอาศััยอยู่�ซึ่�งได้้กระตุ้�นให้้ชาวยิิวหัันมามุ่�งร้้ายต่่อท่่านอย่่างรวดเร็็ว มีีครั้้�งหนึ่่�งที่่�ท่่านต้้องลงไป
อยู่�ในตะกร้้าและถูกู หย่่อนลงจากกำำ�แพงเมืืองเพื่่อ� หนีเี อาชีีวิิตรอด
นับั เป็็นเวลาอย่า่ งน้อ้ ยถึงึ 13 ปีีก่อ่ นที่่�เปาโลจะได้้เริ่�มพัันธกิจิ ที่่�พระเจ้้าทรงเรียี กให้ท้ ่่านทำำ�
ตั้�งแต่่วัันแรกที่่�ท่่านได้้กลัับใจ เปาโลเดิินทางไปยัังอาระเบีียและใช้้เวลาอยู่�ที่�นั่่�นเพีียงลำำ�พัังกัับ
พระเจ้้าถึึง 3 ปีี ท่า่ นได้้ทบทวนศาสนศาสตร์์ในมุมุ มองตามที่่ไ� ด้้รัับมาจากพระเยซูู เปาโลเป็น็ คน
สุุดท้้ายที่่�ได้้รัับมอบหมายงานจากพระเจ้้าผู้�เป็็นขึ้�นจากความตาย เป็็นอััครสาวกคนที่่�สิิบสามและ
คนสุุดท้้าย บางคนอาจจะแย้้งว่่าเปาโลควรจะถููกนัับเป็็นหนึ่่�งในอััครสาวกสิิบสองคนแทนที่่�ยููดาส
อิิสคาริิโอท แต่่เปาโลให้้เกีียรติิอััครสาวกทั้้�งสิิบสองและไม่่เคยนัับตนเองเข้้าเป็็นหนึ่่�งในกลุ่�ม
อััครสาวกดัังกล่่าว อย่่างไรก็็ตาม ท่่านกล้้าที่่�จะยอมรัับว่่าท่่านเป็็นอััครทููตพิิเศษ และนี่่�เป็็นการ
116 ปลดล็อ็ กพระคัมั ภีรี ์์ (พันั ธสัญั ญาใหม่)่
ทรงเรีียกพิิเศษให้้ท่่านมีีสิิทธิิอำ�ำ นาจในการเขีียนพระธรรมที่่�ปรากฏอยู่�ในพัันธสััญญาใหม่่เป็็น
จำ�ำ นวนหลายเล่่ม
เราทำ�ำ ได้เ้ พีียงแค่ค่ าดเดาว่่าในระหว่่าง 3 ปีีที่่อ� าระเบียี เปาโลได้บ้ รรลุศุ าสนศาสตร์์ที่่�ลึึกซึ้ง�
ได้้อย่่างไร เห็็นได้้ชััดว่่าการได้้พบกัับพระเยซููผู้�เป็็นพระเมสสิิยาห์์ตามพระสััญญาที่่�ทรงให้้ไว้้กัับ
ชาวยิิวนั้้�นมีีผลต่่อความเข้้าใจของเปาโลในพระคััมภีีร์์ภาคพัันธสััญญาเดิิมเป็็นอย่่างมาก พระเยซูู
ถามเปาโลว่่าทำำ�ไมท่่านจึึงข่่มเหงพระองค์์ แน่่นอนว่่าในเวลานั้้�นเปาโลไม่่ได้้ข่่มเหงพระเยซูู แต่่
ท่่านข่่มเหงคริิสเตีียน พระเยซููทรงถามเช่่นนั้้�นเพื่่�อให้้เปาโลตระหนัักว่่าเมื่�อท่่านทำำ�อะไรกัับ
คริิสเตีียนก็็เหมืือนทำ�ำ กัับพระคริิสต์์ด้้วย ไม่่ต้้องสงสััยเลยว่่าเหตุุการณ์์นี้้�ได้้ทำ�ำ ให้้เปาโลมีีพื้้�นฐาน
ความคิดิ ที่่�ว่า่ คริิสตจัักรคืือพระกายของพระคริสิ ต์บ์ นโลกนี้้�
การที่่�เปาโลมาพบกัับบรรดาอััครทููตที่่�เยรููซาเล็็มได้้ก่่อให้้เกิิดความตกตะลึึงมากทีีเดีียว
เปาโลเคยมีหี น้า้ ที่่�รัับผิิดชอบในการจัับกุมุ คุุมขังั สมาชิิกในครอบครัวั ของคนเหล่่านี้้� อย่า่ งไรก็็ตาม
บารนาบััสได้้ถููกจััดเตรีียมไว้้แล้้วเพื่่�อรองรัับความเสี่ �ยงในการเป็็นมิิตรกัับเปาโล บารนาบััสได้้
ตรวจสอบคุุณสมบััติิของเปาโลเพื่่�อท่่านจะได้้สามารถแนะนำ�ำ เปาโลให้้รู้�จัักกัับคริิสตจัักรที่่�
เยรูซู าเล็ม็ ได้้ พวกยิิวในเยรููซาเล็็มถืือว่่าเปาโลคืือผู้�ทรยศเพราะพวกเขาเคยฝึึกอบรมเปาโลให้้
เป็็นรัับบีีที่่�ดีีที่่�สุุดแต่่เปาโลกลัับไปเข้้าร่่วมกัับคริิสเตีียนที่่�พวกเขาเกลีียดชััง ดัังนั้้�นเปาโลจึึงถููกส่่ง
กลับั ไปยังั ทาร์ซ์ ัสั เป็็นเวลา 10 ปีี ช่ว่ งเวลาดัังกล่่าวนี้้�ถููกมองข้้ามไป เรามัักคิดิ ว่า่ เปาโลได้้เริ่�มเดินิ
ทางออกไปทำ�ำ พันั ธกิิจในทัันทีี ในความเป็็นจริิงแล้้ว ท่่านได้ใ้ ช้เ้ วลา 3 ปีใี นอาระเบีีย และอีีก 10 ปีี
ในบ้า้ นเกิดิ เพื่่�อทำำ�ความเข้้าใจให้้ทะลุุปรุุโปร่่ง ท่่านรอคอยจนการทรงเรีียกนั้้�นได้้รัับการยืืนยััน
กล่่าวคืือเมื่่�อบารนาบััสได้้เชิิญท่่านให้้ไปช่่วยเหลืือคริิสตจัักรในเมืืองอัันทิิโอก แล้้วพวกเขาจึึง
ระลึึกได้้ถึึงการทรงเรีียกของพระเจ้้าเพื่่�อให้้เริ่�มงานพัันธกิิจ เราสามารถเปรีียบเทีียบได้้กัับ
พระเยซููที่่�ได้ท้ รงใช้เ้ วลาถึึง 18 ปีใี นฐานะช่่างไม้้ด้้วย
การเริ่่ม� ต้้นงานพันั ธกิิจของเปาโล
ในพระคัมั ภีรี ์ภ์ าคพันั ธสัญั ญาใหม่่ เมือื งอันั ทิโิ อกในซีเี รียี มีคี วามสำ�ำ คัญั เป็น็ อย่า่ งมาก อาจจะ
เป็น็ ‘เมือื งไกล’ ในคำ�ำ อุปุ มาเรื่อ� งบุตุ รน้อ้ ยหลงหายของพระเยซูู อันั ทิโิ อกเป็น็ ‘เมือื งไกล’ ของพวก
ยิิว เปรีียบได้้กัับเมืืองมอนติิคาร์์โลในสมััยโบราณ ทั้้�งที่่�เมืืองนี้้�ได้้รัับการขนานนามเช่่นนี้้� แต่่ก็็เป็็น
เมืืองแรกที่่�มีีคริิสตจัักรของชาวต่่างชาติิ คำำ�ว่่า ‘คริิสเตีียน’ มีีต้้นกำ�ำ เนิิดมาจากชาวเมืืองอัันทิิโอก
เป็็นคำ�ำ ที่่�ใช้้เรียี กสมาชิกิ ของคริสิ ตจัักร
การทรงเรียี กเปาโลเพื่่อ� ให้ท้ ำ�ำ พันั ธกิจิ ตามที่่เ� กิดิ ขึ้น� ก่อ่ นหน้า้ นี้้ไ� ด้ร้ ับั การยืนื ยันั ในระหว่า่ งการ
ประชุมุ อธิษิ ฐานที่่อ� ันั ทิโิ อก (ดูพู ระธรรมกิจิ การฯ 13) มีผีู้�เผยพระวจนะได้ก้ ล่า่ วว่า่ เวลาสำำ�หรับั เปาโล
และบารนาบัสั นั้้น� ได้ม้ าถึงึ แล้ว้ พวกท่า่ นจะแยกไปจากพี่่น� ้อ้ งในคริสิ ตจักั รเพื่่อ� เริ่ม� ต้น้ งานที่่พ� ระเจ้า้
เปาโลและจดหมายฝากของท่่าน 117
ได้้ทรงเรีียกให้้พวกท่่านไปทำ�ำ ดัังนั้้�นการทรงเรีียกเปาโลให้้รัับใช้้ที่่�เมื่�อครั้้�งที่่�ท่่านกลัับใจได้้รัับการ
ยืนื ยันั จากคำ�ำ เผยพระวจนะในคริสิ ตจักั ร นี่่เ� ป็น็ แบบอย่า่ งที่่ม� ีคี ุณุ ค่า่ มาก คนจำ�ำ นวนมากเชื่อ� ว่า่ พวก
เขาได้้รับั การทรงเรีียกจากพระเจ้้าแต่ก่ ลัับไม่่รอคอยการยืืนยันั จากคริสิ ตจัักรเลย
บารนาบััสและเปาโลได้้ทำำ�งานร่่วมกััน เป็็นงานที่่�เราอาจจะคิิดว่่าต่ำำ�� ต้้อยกว่่าเกีียรติิภููมิิ
ของมิชิ ชันั นารีี มีกี ารกันั ดารอาหารเกิิดขึ้น� ในยููเดียี คริสิ ตจักั รในอัันทิิโอกจึึงรวบรวมเงิินโดยขอให้้
เปาโลและบารนาบััสดููแลและต้้องมั่�นใจว่่าเงิินจำำ�นวนดัังกล่่าวได้้ถููกส่่งไปถึึงปลายทางด้้วย แต่่นั่่�น
ไม่ใ่ ช่่ครั้้�งสุุดท้า้ ยที่่เ� ปาโลมีสี ่ว่ นร่่วมในการรวบรวมเงินิ ช่ว่ ยเหลือื
มีีแผนที่่�ซึ่ �งแสดงให้้เห็็นว่่างานพัันธกิิจได้้เกิิดขึ้ �นครั้้�งแรกที่่�เยรููซาเล็็มและตามด้้วยอัันทิิโอก
ได้้อย่่างไร อัันทิิโอกเปรีียบเสมืือนจุุดศููนย์์กลางของระลอกคลื่่�นที่่�กระจายออกเป็็นวงกว้้างไปยััง
โรม ความตั้�งใจของเปาโลในตอนแรกคืือการประกาศข่่าวประเสริิฐในแถบตะวัันออกเฉีียงเหนืือ
ทั้้�งหมดไปจนสุุดเมืืองหลวงของจัักรวรรดิิในดิินแดนแถบเมดิิเตอร์์เรเนีียน ดัังนั้้�นกลุ่�มของท่่านจึึง
เดิินทางไปยัังไซปรััสก่่อนแล้้วจึึงกลัับมายัังแผ่่นดิินใหญ่่ พวกท่่านได้้ก่่อตั้�งคริิสตจัักรที่่�อัันทิิโอก
ลิิสตรา และเดอร์์บีี แล้้วจึึงกลัับมารายงานตััวที่่�อัันทิิโอก ในปััจจุุบัันเรารู้�จัักชื่�อของดิินแดนที่่�ไกล
อ อ ก ไ ป ก ว่่ า นั้้� น เ พ ร า ะ จ ด ห ม า ย ฝ า ก ข อ ง เ ป า โ ล ส่่ ว น ใ ห ญ่่ เ ขีี ย น ไ ป ถึึ ง คริิ ส ต จัั ก ร ที่่� ตั้ � ง อ ยู่ �
รอบ ๆ ทะเลอีีเจีียน ในการเดิินทางครั้้�งที่่�สามซึ่�งเป็็นครั้้�งสุุดท้้ายท่่านได้้ออกจากเกาะครีีต และ
เรืือที่่�ท่่านโดยสารได้อ้ ับั ปางลงที่่เ� กาะมอลตา ในที่่�สุุดเปาโลก็็ได้ไ้ ปถึึงโรมในฐานะนัักโทษ
กลยุุทธ์ใ์ นการทำำ�พันั ธกิิจของเปาโล
กลยุุทธ์์ของเปาโลคืือการสร้้างชุุมชนของพระเจ้้าในเมืืองสำำ�คััญทุุกแห่่งแล้้วท่่านก็็เดิินทาง
ต่่อไปให้้เร็ว็ ที่่ส� ุุดเท่า่ ที่่จ� ะทำำ�ได้้ บางครั้้�งท่่านจะอยู่�ในเมืืองเพียี งแค่่ 3 สััปดาห์์ แต่่ในบางกรณีกี ็็อาจ
จะอยู่�นานกว่า่ นั้้น� ตัวั อย่า่ งเช่น่ ท่า่ นอยู่�ในโครินิ ธ์์นานถึึง 18 เดืือน บางเวลาท่า่ นจำำ�เป็็นต้้องจาก
ไปและบางเวลาท่่านก็็เลืือกที่่จ� ะจากไปเสีียเอง แต่่ในทุุกกรณีี เปาโลได้้สร้้างคริิสตจัักรเพื่่�อให้้การ
ประกาศข่่าวประเสริิฐเกิิดขึ้�นทั่่ว� ถึงึ ทั้้ง� พื้้�นที่่�ของเขตนั้้น� ๆ ท่า่ นไม่่ได้้ไปครบทุกุ หััวเมือื งและหมู่่�บ้า้ น
แต่่ให้้ความสำ�ำ คััญกัับเมืืองใหญ่่ในแต่่ละแคว้้น ท่่านเป็็นอััครทููตอย่่างแท้้จริิงที่่�ออกเดิินทางอยู่�
สม่ำำ�� เสมอเพื่่อ� สำำ�รวจเขตแดนและขยายอาณาจัักรออกไปในพื้้�นที่่ใ� หม่่ ๆ
แต่่กลยุุทธ์์เช่่นนี้้�ก็็ต้้องจ่่ายราคาสููงมากทีีเดีียวและเปาโลเองก็็ได้้เผชิิญอัันตรายถึึงชีีวิิตอยู่ �
หลายครั้้�ง ท่่านประสบกัับอุุบััติิเหตุุเรืือแตกสามครั้้�งและเฉีียดตายนัับครั้้�งไม่่ถ้้วน ครั้้�งหนึ่่�งท่่าน
เกืือบจะโดนขว้้างด้้วยก้้อนหิินให้้ตาย ท่่านอ่่อนล้้าและหิิวโหยอยู่่�บ่่อย ๆ ยิ่�งไปกว่่านั้้�น ท่่านได้้
เขียี นไว้้ในจดหมายว่่าภาระที่่�ใหญ่ห่ ลวงที่่�สุุดของท่่านคืือการรับั ผิิดชอบดูแู ลคริสิ ตจัักรต่่าง ๆ
กลยุุทธ์์ของท่่านคืือการเคลื่่�อนที่่�ไปเรื่�อย ๆ แต่่ไม่่ได้้หมายความว่่าเปาโลจะลืืมคริิสตจัักร
ต่่าง ๆ ที่่�ท่่านได้้ก่่อตั้�งและเคยรัับใช้้ การติิดตามผลของท่่านก็็เพื่่�อให้้คริิสตจัักรเติิบโตขึ้�น
เกาะคอรซกิ า โรม 118 ปลดล็อกพระคััมภีีร์ (พันธิ์สัญั ญาใหม)่มาซโิ ดเนยีฟล ปิ ปทะเลดำคปั ปาโดเซยี
อติ าลี เธสะโลนกิ า โตรอสั
ทะเลอาเดรยี บิธิเนีย
เกาะซารด เิ นยี เบโรอา กาลาเทีย
อาคายา
เกาะซซิ ิลี
โครนิ ธ เอเธนส เอเชีย
เกาะมอลตา กรีซ ปทมอส เอเฟซสั
ทะเลเมดิเตอรเ รเนียน มเิ ลทัส อันทโิ อก อโิ คนียูม
ลสิ เตดรอารบี ทารซสั
อัททาลยิ า ปสิเดีย
เกาะครตี โรดส ไซปรสั อนั ทโิ อก
ซาลามิส ซเี รยี
ปาโฟส
ไทระ
ซีซารยี า
อเล็กซานเดรีย เยรซู าเล็ม
ยเู ดยี
อยี ิปต
เปาโลและจดหมายฝากของท่่าน 119
ทั้้ง� ด้้านคุุณภาพและปริิมาณ มีสี องวิิธีดี ้ว้ ยกันั ที่่เ� ปาโลใช้ใ้ นการติิดตามผล หนึ่่ง� คืือการกลัับไปเยี่ย� ม
ส่่วนอีีกวิิธีีหนึ่่�งคืือการเขีียนจดหมายไปถึึง เมื่�อกลัับไปเยี่�ยมคริิสตจัักร ท่่านจะแต่่งตั้�งคณะผู้�
ปกครองเพื่่อ� ให้้ทำ�ำ หน้้าที่่�เป็็นผู้้�นำ�ำ อย่่างไรก็็ตาม การกลัับไปเยี่�ยมเพีียงครั้้ง� เดีียวอาจจะไม่เ่ พีียงพอ
เพราะท่่านจะไม่่มีีเวลามากพอที่่�จะจััดการกัับทุุกเรื่�องที่่�เกิิดขึ้�นด้้วยตนเอง โดยเฉพาะเมื่�อท่่านมีี
ความปรารถนาที่่�จะไปประกาศข่่าวประเสริิฐในชายฝั่ �งด้้านเหนืือของเมดิิเตอร์์เรเนีียนไปจนถึึง
สเปนด้้วย ในขณะที่่�เปาโลทำ�ำ พัันธกิิจ จดหมายของท่่านจึึงเป็็นเครื่่�องมืือเพื่่�อใช้้ในการติิดตามผล
ไปเรื่�อย ๆ จดหมายเหล่่านี้้�ไม่่ได้้เป็็นบทความทางศาสนศาสตร์์เหมืือนเอกสารในห้้องสมุุดที่่�ถููก
เขียี นขึ้�นโดยนักั วิิชาการ แต่่เป็น็ จดหมายที่่�แสดงความห่ว่ งใยของอััครทููตท่่านหนึ่่ง� ที่่�ต้อ้ งการให้ผู้้�ที่�
กลัับใจใหม่่นั้้�นดำ�ำ รงอยู่�ในความเชื่อ� เสมอไป
ในที่่�สุุดท่่านก็็ได้้มาถึึงโรม แต่่ไม่่ใช่่โดยวิิถีีทางที่่�คาดหมายไว้้ เปาโลมาถึึงในฐานะนัักโทษ
และงานพัันธกิิจของท่่านก็็คืือการเทศนาพระกิิตติิคุุณกัับทหารโรมัันที่่�ควบคุุมตััวท่่านอยู่� เปาโล
เป็็นนัักโทษในคดีีที่่�ต้้องโทษถึึงชีีวิิต และนายแพทย์์ลููกาเพื่่�อนของท่่านได้้เขีียนสำำ�นวนอุุทธรณ์์ต่่อ
ศาลหรืือทนายแก้้ต่่างที่่�ชื่�อเธโอฟีีลััส เราทราบเรื่�องราวเหล่่านี้้�จากพระธรรมลููกาและกิิจการฯ
เปาโลพ้้นข้้อกล่่าวหาและถููกปล่่อยตััว มีีหลัักฐานหลายอย่่างที่่�ชี้�ให้้เห็็นว่่าท่่านได้้เดิินหน้้าในการ
ทำำ�พัันธกิิจต่่อไป อาจจะเดิินทางไปไกลถึึงสเปน แต่่ท่่านได้้กลัับมาเยี่�ยมเยีียนสถานที่่�ต่่าง ๆ เช่่น
เกาะครีีตและเมืืองนิิโคบุุรีี รวมถึึงเดิินทางไปยัังอีีกหลายแห่่งที่่�ท่่านยัังไม่่เคยไป เปาโลถููกทรยศ
โดยช่่างทองแดงที่่�ชื่ �ออเล็็กซานเดอร์์และถููกจัับเป็็นครั้้�งที่่�สองในระหว่่างที่่�จัักรพรรดิิเนโร
ครองราชย์์ ท่่านถููกจัับกุุมตััวอย่่างรวดเร็็วจนไม่่ทัันได้้หยิิบแม้้กระทั่่�งเสื้�อคลุุมหรืือสมุุดบัันทึึก
ติิดตััวไปด้ว้ ย
เปาโลมีีลัักษณะอย่า่ งไร?
เราทราบถึึงลักั ษณะของเปาโลตามที่่บ� รรยายไว้เ้ พียี งแค่ค่ รั้้ง� เดียี ว ซึ่�งไม่่ได้เ้ ป็็นคำำ�บรรยายที่่�
เลิิศเลอ ท่่านเป็น็ คนเตี้ย� (เปาลััสแปลว่า่ ‘เล็ก็ ’) ขาโก่่ง จมููกงุ้�มและหััวล้า้ น ขนคิ้�วของท่่านจรดกันั
ดวงตาของท่่านก็็ดููแปลก ๆ และมืือก็็หยาบกร้้านมาก ในฐานะที่่�เปาโลเป็็นศิิษยาภิิบาล ลอง
จิินตนาการดููว่่าคริิสตจัักรจะคิิดอย่่างไรเมื่�อได้้ยิินถึึงลัักษณะของท่่านตามที่่�บรรยายเอาไว้้ แล้้ว
ลองเพิ่่�มข้้อมููลลงไปอีีกว่่าท่่านไม่่เคยอยู่�ที่�ไหนนาน ๆ เลย นอกจากนี้้�เปาโลมัักจะมีีปััญหากัับ
ตำ�ำ รวจอยู่�เสมอและแถมยัังติิดคุุกเสีียอีีกด้้วย ท่่านเป็็นนัักเทศนาที่่�หััวรั้้�น ยิ่�งไปกว่่านั้้�นท่่านไม่่ได้้
แต่่งงาน ท่่านเย็บ็ เต็็นท์์เพื่่�อหาเลี้�ยงชีีพในบางเวลา ท่่านแบ่่งการประชุุมนมััสการออกเป็็นกลุ่�ม ๆ
และพููดภาษาแปลก ๆ แต่่พระเจ้า้ ทรงมีพี ระประสงค์ท์ ี่่จ� ะเลืือกใช้ค้ นเช่่นนี้้�ซึ่�งเป็็นคนที่่เ� ราคิิดว่า่ ไม่่
น่่าจะรับั ใช้พ้ ระเจ้า้ ได้้
เปาโลมีีคุุณสมบััติิด้้านบวกด้้วยเช่่นกััน ท่่านอุุทิิศตััว กระตืือรืือร้้น มีีจิิตใจที่่�แน่่วแน่่และ
จดจ่่อมากเป็็นพิิเศษ ท่่านเชื่�อว่่าความโสดทำ�ำ ให้้ท่่านสามารถให้้ความสำ�ำ คััญกัับสิ่�งที่่�พระเจ้้าทรง
120 ปลดล็อ็ กพระคััมภีรี ์์ (พันั ธสััญญาใหม่)่
เรีียกให้้ทำ�ำ ได้้ทั้้�งหมด เปาโลเผชิิญอัันตรายด้้วยความกล้้าหาญ ท่่านต่่อต้้านศััตรููด้้วยความโกรธที่่�
เหมาะสม ในความเป็น็ จริงิ แล้ว้ จดหมายบางฉบัับของท่า่ นก็็มีถี ้อ้ ยคำ�ำ ที่่ร� ุุนแรง ท่า่ นอาจจะเป็น็ คน
ขวานผ่่าซากหรืือบ้้าระห่ำ��ำ แต่่ท่่านสามารถแสดงออกถึึงความห่่วงใยและเห็็นอกเห็็นใจได้้อย่่างดีี
เยี่ย� ม
คำำ�หลัักที่่�เปาโลมัักใช้้
คุุณสมบััติิต่่าง ๆ แบบมนุุษย์์ของเปาโลไม่่ใช่่กุุญแจแห่่งความสำ�ำ เร็็จของท่่าน แม้้ว่่าจะ
เป็็นสิ่ง� ที่่�น่า่ ยกย่่อง แต่ป่ ระกอบด้ว้ ยคำำ�หลักั 3 คำำ�ซึ่่�งแทรกอยู่�ในจดหมายฝากฉบัับต่่าง ๆ ของท่า่ น
ในพระคริสิ ต์์
ไม่่ต้้องสงสััยเลยว่่าเปาโลนั้้น� มีีชีวี ิิตอยู่�เพื่่อ� พระคริสิ ต์์อย่่างแท้้จริงิ ท่า่ นกล่า่ วไว้ใ้ นจดหมาย
ถึึงชาวฟีีลิิปปีีว่่า ‘เพราะสำำ�หรัับข้้าพเจ้้า การมีีชีีวิิตอยู่่�ก็็เพื่่�อพระคริิสต์์’ จากวัันที่่�ท่่านได้้พบกัับ
พระคริิสต์์บนถนนที่่�มุ่�งไปยัังดามััสกััส ชีีวิิตของเปาโลก็็ได้้ซึึมซัับเอาพระเยซููไว้้อย่่างเต็็มขนาด
เปาโลกล่า่ วว่่าท่่านต้อ้ งการที่่�จะตายเสีียดีกี ว่า่ ท่่านว่่า ‘ใจหนึ่่�งอยากจากไปเพื่่อ� อยู่่�กับั พระคริสิ ต์์
ซึ่�งประเสริฐิ กว่า่ มากนััก’
เปาโลเรีียกตนเองว่า่ ‘ทาสของพระคริิสต์’์ ทาสในสมััยโบราณนั้้น� ถููกเหยียี ดหยามและไม่ม่ ีี
อะไรเป็็นของตนเองเลย ทุุกสิ่�งทุุกอย่่างเป็น็ ของเจ้า้ นายทั้้�งหมด ไม่่มีแี ม้้แต่่เงินิ หรือื เวลาว่่าง ใน
พระธรรม 2 โคริินธ์์ เปาโลเรีียกตนเองว่่าเป็็นทููตแห่่งพระคริิสต์์ซึ่ �งเป็็นภาพที่่�ดููดีีกว่่ามาก ท่่าน
ภูมู ิิใจในการเป็น็ ทูตู และเป็็นทาสของพระคริสิ ต์ด์ ้้วย
คำำ�ว่่า ‘ในพระคริสิ ต์’์ นั้้น� ตรงกันั ข้้ามกับั คำ�ำ ที่่�คริสิ เตียี นในปัจั จุุบันั ใช้้เมื่�อพููดถึงึ ความสัมั พันั ธ์์
ของพวกเขากัับพระคริิสต์์ เปาโลใช้้คำำ�ว่่า ‘พระคริิสต์์ในเรา’ อย่่างที่่�ผู้�เชื่�อในสมััยนี้้�ใช้้น้้อยมาก
เมื่�อเราพูดู ว่า่ ‘พระเยซููในเรา’ เราก็็กำ�ำ ลัังลดขนาดความสำ�ำ คััญของพระเยซููให้้เล็็กลง พระองค์ท์ รง
เป็็นเหมืือนพระเยซููองค์์น้้อย ๆ ในใจของเรา เป็็นแค่่เพีียงส่่วนเล็็กน้้อยในส่่วนใหญ่่ แต่่เปาโลพููด
ว่่า ‘พระวิิญญาณบริิสุุทธิ์์�ในข้้าพเจ้้า’ และเมื่่�อท่่านพููดถึึงพระคริิสต์์ ท่่านจะพููดว่่า ‘ข้้าพเจ้้าใน
พระคริิสต์’์ เป็น็ เพราะในพระคริิสต์์ เราจึงึ ได้้รัับพระพรทั้้�งสิ้�น เป็น็ เพราะในพระองค์์ เราจึึงได้ร้ ับั
สิ่�งสารพััด ดัังนั้้�นไม่่ว่่าเปาโลจะอยู่�ในอาณาจัักรของโรมหรืือที่่�ใดก็็ตาม ที่่�อยู่�ที่�แท้้จริิงของท่่านคืือ
ในพระคริสิ ต์์
เพื่่อ� พระกิิตติิคุณุ
เปาโลมีีชีีวิิตอยู่�เพื่่�อพระกิิตติิคุุณ ท่่านทำำ�ทุุกอย่่างเพื่่�อประกาศพระกิิตติิคุุณ เมื่�ออยู่�ในคุุก
ท่่านก็็พบว่่าพระกิิตติิคุุณคืือสิ่�งที่่�ทำำ�ให้้ท่่านชื่�นชมยิินดีี แม้้จะถููกล่่ามโซ่่ตรวนติิดกัับทหารโรมััน
ถึึง 8 ชั่�วโมงในแต่่ละครั้้�ง ท่่านก็็ชื่�นชมยิินดีีเพราะทำ�ำ ให้้ท่่านได้้ร่่วมชุุมนุุมกัับนัักโทษอีีกสามกลุ่�ม
เปาโลและจดหมายฝากของท่่าน 121
ทุุกวััน เราทราบจากจดหมายถึึงฟีีลิิปปีีว่่าท่่านได้้เห็็นคนเหล่่านี้้�กลายมาเป็็นผู้�เชื่�อ เมื่�อได้้ยิินว่่า
บางคนได้้เทศนาเรื่�องราวของพระคริิสต์์เพื่่�อการแข่่งขัันและความอิิจฉาริิษยา ไม่่ว่่าแรงจููงใจจะ
เป็็นอย่า่ งไร เปาโลก็ด็ ีใี จที่่�พระกิิตติคิ ุณุ ได้้ถููกเทศนาสั่ง� สอนออกไป เปาโลยังั กล่่าวอีกี ว่่าท่่านจะไป
ทุกุ หนท ุุกแห่่งเพื่่�อให้้ทุกุ คนได้รู้้�ว่าพระเจ้้าได้้ทรงทำำ�อะไรในพระคริสิ ต์์
มีีคำ�ำ กล่่าว 2 คำ�ำ ที่่�เหมาะกับั การสื่อ� สารพระกิิตติคิ ุุณของเปาโล คำ�ำ แรกคือื พระกิิตติคิ ุณุ แห่่ง
วาระสุุดท้า้ ย (eschatological gospel) คำ�ำ ว่า่ eschatology นั้้น� มาจากคำ�ำ ว่า่ eschaton ซึ่�งเป็็น
ภาษากรีีกและมีีความหมายว่่า ‘สิ่�งสุุดท้้าย’ เปาโลเชื่�อว่่าอนาคตได้้แทรกตััวเข้้ามาในปััจจุุบัันนี้้�
แล้้ว ถ้้าเราลืืมมิิติิแห่่งอนาคตของพระกิิตติิคุุณ ก็็เท่่ากัับว่่าเราได้้ลืืมพระกิิตติิคุุณไปด้้วย
พระกิิตติิคุุณไม่่ได้้เป็็นเพีียงข่่าวประเสริิฐเกี่�ยวกัับชีีวิิตที่่�เป็็นอยู่�ที่�นี่่�และในเวลานี้้�เท่่านั้้�น แต่่เป็็น
ข่่าวประเสริิฐที่่�เกี่�ยวข้้องกัับโลกใหม่่ที่่�กำ�ำ ลัังจะมาถึึงและกายใหม่่ที่่�เราจะได้้รัับเมื่�อเราได้้พบกัับ
พระคริสิ ต์์
คำ�ำ ที่่�สองคืือพระกิิตติิคุุณแห่่งจริิยธรรม (ethical gospel) เปาโลไม่่ได้้สนใจเพีียงแค่่
‘การกอบกู้้�จิิตวิิญญาณให้้รอด’ แต่่ชีีวิิตกลัับไม่่เปลี่�ยนแปลง พระกิิตติิคุุณต้้องมีีผลทางจริิยธรรม
ต่่อทุกุ คน และเปาโลนับั ว่่านี่่�คือื เรื่�องสำ�ำ คััญที่่จ� ะต้้องเน้น้ ย้ำำ�� กับั ผู้�ที่ก� ลับั ใจใหม่่
โดยพระคุุณ
เปาโลรู้้�สึึกประหลาดใจอยู่ �เสมอกัับการที่่�พระเยซููได้้ทรงเรีียกท่่านในระหว่่างที่่�ท่่านกำำ�ลััง
เดินิ ทางไปจับั กุมุ คริิสเตียี นเพื่่�อนำ�ำ ไปจองจำ�ำ เปาโลไม่ส่ ามารถเอาชนะความรู้้�สึกที่่�ว่่าตัวั ท่า่ นเองไม่่
สมควรได้้รัับความรอด หากพระเยซููจะทรงประทานสิ่ �งที่่�เปาโลสมควรจะได้้รัับท่่านก็็ควรจะต้้อง
ตกนรกเสีียมากกว่่า ดัังนั้้�นคำำ�ว่่า ‘พระคุุณ’ ซึ่ �งมีีความหมายว่่าได้้รัับในสิ่ �งที่่�ไม่่สมควรจะได้้รัับ
จึึงเป็็นความรู้้�สึกทั้้ง� หมดที่่เ� ปาโลมีอี ยู่� ท่่านกล่่าวไว้้ในพระธรรมโรมว่่า ‘ขณะที่่�เรายังั เป็น็ คนบาป
อยู่�นั้�น พระคริสิ ต์์ได้ส้ิ้�นพระชนม์เ์ พื่่�อเรา’ พระคุุณของพระเจ้้าได้ท้ ำำ�ให้เ้ ปาโลเห็็นคุุณค่า่ และการ
เห็็นคุณุ ค่่าก็็เป็น็ แรงผลัักดันั อยู่�เบื้้อ� งหลังั การทุ่�มเททำำ�งานอย่า่ งหนัักของท่า่ น
จดหมายของเปาโล
เปาโลเป็็นบุคุ คลที่่ม� ีชีื่�อเสีียงในด้า้ นการเขียี นจดหมายมากที่่ส� ุดุ ในประวัตั ิศิ าสตร์ท์ ั้้�ง ๆ ที่่�ไม่่
เป็็นที่่�นิิยมในหมู่่�ชาวยิิวเสีียด้้วยซ้ำำ�� ชาวยิิวในสมััยโบราณแทบจะไม่่เขีียนจดหมายเลยเพราะพวก
เขาอาศััยอยู่�ในประเทศเล็็ก ๆ จึึงเป็็นเรื่�องง่่ายที่่�จะไปเยี่�ยมเยีียนเพื่่�อนฝููงหรืือญาติิแทนการเขีียน
จดหมาย
การส่่งจดหมายเป็็นการสื่�อสารที่่�สิ้�นเปลืืองและจะถููกใช้้ก็็ต่่อเมื่�อมีีเหตุุจำำ�เป็็น ในจัักรวรรดิิ
โรมัันมีีการเขีียนจดหมายเป็็นจำำ�นวนมาก โดยปกติิแล้้วจดหมายจะถููกเขีียนโดยข้้าราชการหรืือ
คนมั่ �งมีีที่่ส� ามารถจ่่ายเงิินให้้บุุรุุษไปรษณีีย์์เพื่่�อนำำ�จดหมายไปส่่งยัังจุุดหมายปลายทางได้้ ดัังนั้้�นใน
122 ปลดล็็อกพระคััมภีรี ์์ (พันั ธสัญั ญาใหม่)่
สมััยที่่ย� ัังไม่่มีีบริกิ ารไปรษณีีย์ส์ าธารณะ ในการเขีียนจดหมายทุุกครั้้ง� จะต้้องมีีเหตุุผลที่่ส� ำ�ำ คััญ เช่น่
เกิิดวิกิ ฤตหรือื ปััญหาใหญ่่
ในสมััยโบราณจดหมายจะสั้ �นมากและถููกเขีียนลงในกระดาษปาปิิรุุสเพีียงหนึ่่�งแผ่่นหรืือ
อาจจะมีีเนื้้�อหาไม่่เกิิน 20 คำำ� จดหมายที่่�ยาวกว่่านั้้�นจะต้้องเขียี นลงบนกระดาษหลายแผ่่นที่่�นำ�ำ มา
ต่่อกััน จดหมายฝากของเปาโลเป็็นจดหมายที่่�ยาวที่่�สุุดที่่�พบในโลกสมััยโบราณ ความยาวโดย
เฉลี่�ยนั้้�นประมาณ 1,300 คำำ� พระธรรมโรมซึ่ง� อาจจะเป็น็ จดหมายที่่ย� าวที่่�สุุดที่่ถ� ููกเขีียนขึ้น� ในสมััย
นั้้�นประกอบด้้วยถ้อ้ ยคำ�ำ ถึึง 7,114 คำ�ำ
เปาโลใช้้แบบแผนในการเขีียนจดหมายทุุกฉบัับเหมืือนกัันหมด มีีชื่�อของท่่านและชื่�อผู้้�รับ
ในตอนเริ่�มต้้น เมื่ �อคลี่่�จดหมายซึ่�งม้้วนไว้้ออกมาก็็จะเห็็นว่่าผู้้�ส่่งจดหมายคืือใคร ท่่านได้้ใส่่ที่่�อยู่�
เอาไว้้ด้้วยเพื่่�อให้้บุุรุุษไปรษณีีย์์ทราบว่่าจะต้้องนำำ�จดหมายไปส่่งที่่�ใดตามด้้วยคำ�ำ ทัักทายผู้้�รัับ
จดหมาย นี่่�คืือแบบแผนเฉพาะที่่�ใช้้ในการเขีียนจดหมายส่่วนใหญ่่ในสมััยนั้้�น เปาโลได้้เขีียน
จดหมายเพื่่�อหนุุนน้ำำ�� ใจคริิสตจักั รและบุคุ คลต่่าง ๆ (จดหมาย 7 ฉบัับถึึงคริิสตจัักรหลายแห่่งที่่�
ถููกกล่่าวถึึงในพระธรรมวิิวรณ์์นั้้�นก็็ได้้ใช้้แบบแผนการเขีียนเช่่นนี้้�ทุุกประการ โดยมีีพระเยซููผู้�
เสด็จ็ สู่่�สวรรค์์แล้้วได้ต้ รัสั ชมคริสิ ตจัักรเหล่า่ นั้้�นก่อ่ นที่่�จะทรงตำ�ำ หนิ)ิ
ต่่อมาก็็จะเป็็นเรื่�องที่่�เปาโลคิิดหมายไว้้ในใจซึ่่�งก็็เป็็นเนื้้�อหาส่่วนใหญ่่ของจดหมาย ในตอน
จบจะมีีสรุุปสั้�น ๆ ที่่�ครอบคลุุมประเด็็นหลัักของจดหมาย ท้้ายสุุดก็็จะเป็็นคำ�ำ กล่่าวลาและการ
ลงชื่ อ�
ในสมััยโบราณ คนส่่วนใหญ่่เขีียนจดหมายโดยมีีเลขานุุการคอยช่่วยเหลืือ (คืือคนที่่�ช่่วย
จดข้้อความตามที่่�บอกให้้จด) เปาโลก็็ทำำ�เช่่นนี้้�ด้้วย สิิลาสผู้้�ร่่วมเดิินทางไปพัันธกิิจกัับท่่านใน
ครั้้�งหลััง ๆ คืือหนึ่่�งในบุุคคลที่่�ช่่วยเปาโลเขีียนจดหมาย เปาโลจึึงไม่่ได้้นั่่�งอยู่�ที่�โต๊๊ะและเขีียน
จดหมายขึ้�นเอง เปาโลน่่าจะบอกให้้เลขานุุการคอยจดข้้อความลงไป ในขณะที่่�ตััวท่่านเองก้้าว
เดิินไปรอบ ๆ ห้้องหรืือกำ�ำ ลัังถููกจองจำ�ำ ด้้วยโซ่่ตรวนติิดอยู่่�กัับทหารโรมััน จดหมายของท่่านมีี
เนื้้�อหาในเชิิงสนทนาซึ่�งท่่านจะกล่่าวออกมาเสีียก่่อนแล้้วจึึงจะเขีียนขึ้�น ลัักษณะเช่่นนี้้�จะเหมืือน
กัับหนัังสืือพระกิิตติิคุุณ เปาโลลงชื่�อของท่่านเองในตอนท้้าย มีีจดหมายบางฉบัับที่่�ได้้ถููกส่่งต่่อ ๆ
กัันไปและถููกกล่่าวอ้้างอย่่างผิิด ๆ ว่่าเปาโลเป็็นผู้�เขีียนขึ้�น ดัังนั้้�นในตอนจบของพระธรรม 2
เธสะโลนิิกา เปาโลจึึงยืืนยัันด้้วยความรอบคอบว่่าท่่านคืือผู้�เขีียนและเป็็นไปได้้ว่่าสภาพร่่างกาย
ของเปาโลในขณะนั้้�นอาจไม่่เอื้�อต่่อการเขีียนจดหมาย ท่่านจึึงอธิิบายในตอนจบของพระธรรม
กาลาเทียี ว่า่ ตััวอัักษรและลายเซ็น็ ที่่ม� ีขี นาดใหญ่น่ ั้้น� เป็น็ เพราะสายตาของท่่านไม่ส่ ู้้�ดีี
จดหมายสามประเภท
เปาโลได้้เขีียนจดหมายอยู่่�สามประเภท ประเภทแรกเป็็นจดหมายส่่วนตััว ที่่�ส่่งถึึงตััว
เปาโลและจดหมายฝากของท่่าน 123
บุคุ คลจำำ�นวน 4 ฉบับั ท่า่ นส่่งไปถึงึ ฟีเี ลโมน ทิิโมธีี (2 ฉบับั ) และทิติ ัสั
และมีีจดหมายอีีก 8 ฉบัับที่่�ท่่านเขีียนถึึงคริิสตจัักรต่่าง ๆ จดหมายกลุ่�มนี้้�เรีียกว่่าเป็็น
จดหมาย ‘ในโอกาสพิิเศษ’ เพราะมีีเรื่�องบางอย่่างเกิิดขึ้�นในคริิสตจัักร ไม่่ใช่่เป็็นเพราะถููกเขีียน
ขึ้น� ตามวาระโอกาสพิิเศษ
จดหมายถึึงชาวเอเฟซััสเป็็นจดหมายทั่่�วไปเพีียงฉบัับเดีียวของเปาโลที่่�เรามีีอยู่� จดหมาย
ฉบัับนี้้�ไม่่ได้้มีีเนื้้�อหาเกี่�ยวข้้องกัับคริิสตจัักรใดหรืือผู้�ใดเป็็นพิิเศษ และไม่่ได้้ถููกเขีียนขึ้�นเพราะมีี
ความจำำ�เป็็นอย่า่ งเจาะจงหรือื เกิิดวิิกฤตการณ์์ขึ้น� กัับผู้้�รับจดหมายแต่่อย่่างใด บางคนก็เ็ ชื่อ� ว่า่ พระ
ธรรมโรมก็็เป็็นจดหมายทั่่�วไปเหมืือนจดหมายถึึงชาวเอเฟซััส แต่่จากการศึึกษาอย่่างละเอีียด
ทำ�ำ ให้้เราเห็น็ ว่า่ สถานการณ์์ของคริิสตจักั รในโรมนั้้น� เป็็นสิ่�งกระตุ้�นให้้เปาโลเขียี นพระธรรมโรมขึ้น�
เราสามารถประยุุกต์์ใช้้พระธรรมเอเฟซัสั กับั ชีีวิติ ของเราได้้อย่่างง่า่ ย ๆ แต่จ่ ดหมายส่ว่ นตัวั
และจดหมายในโอกาสพิิเศษนั้้�นจะมีีความท้้าทายมากกว่่า เหมืือนกัับการได้้ยิินเสีียงสนทนาทาง
โทรศััพท์์อย่่างไม่่ตั้�งใจ เราจึึงต้้องพยายามรวบรวมสาระสำำ�คััญด้้วยการเก็็บเนื้้�อหาที่่�ได้้ยิินจากคำำ�
พูดู ของคน ๆ เดียี ว เช่่น เมื่�อใครคนหนึ่่�งกำำ�ลัังคุยุ โทรศััพท์์และพูดู ว่า่
‘สวััสดีีครัับ…มาถึึงแล้้วเหรอ? ยิินดีีด้้วยนะ...แล้้วหนัักเท่่าไหร่่ล่่ะ?...สีีอะไรนะ?...อย่่าให้้
ภรรยาคุณุ เอามือื ไปจับั เข้า้ ล่ะ่ ... กิินน้ำำ�� มัันมากเลย...เจ้้าตีนี ตะขาบนี่่น� ะ วิ่�งได้ค้ ่่อนข้้างเร็ว็ นะ...ลอง
คิิดว่า่ คุุณกำ�ำ ลัังอยู่�บนโคลนสิิ...ผมต้อ้ งซื้อ� บ้า้ งแล้้วล่ะ่ ...สวัสั ดีนี ะ’
น้อ้ ยคนนัักที่่จ� ะเดาได้้ว่่านี่่เ� ป็น็ บทสนทนาเรื่�องการจััดส่ง่ รถแทรกเตอร์์คันั ใหม่่!
บางครั้้�งเราก็็ต้้องทำำ�หน้้าที่่�เหมืือนนัักสืืบที่่�ต้้องสืืบหา ‘บทสนทนา’ ของอีีกฝ่่าย ตััวอย่่าง
เช่น่ เปาโลเขีียนจดหมาย 2 ฉบัับถึงึ คริสิ เตียี นในเมือื งเธสะโลนิิกา เนื้้�อหาในจดหมายฉบัับแรกนั้้น�
มีีน้ำำ��เสียี งที่่�อบอุ่�น แต่่ในฉบับั ที่่�สองกลับั เยือื กเย็น็ ลงไปมาก จึงึ ต้อ้ งมีบี างอย่า่ งเกิดิ ขึ้�นและได้ท้ ำำ�ให้้
น้ำ��ำ เสีียงของเปาโลเปลี่�ยนไป เราจึึงจำ�ำ เป็็นต้้องอ่่านจดหมายทั้้�งสองฉบัับนี้้�อย่่างละเอีียดรอบคอบ
เพื่่�อค้้นหาว่า่ เกิิดอะไรขึ้�น
นอกจากเสีียงสนทนาเพีียงฝ่่ายเดีียวที่่�เรามีีอยู่� ยัังมีีปััญหาเกี่�ยวกัับช่่องว่่างทางวััฒนธรรม
ระหว่า่ งเรากับั เปาโลอีีกด้้วย จดหมายเหล่า่ นั้้น� ได้ถ้ ูกู เขีียนขึ้�นในที่่ท� ี่่�ห่่างไกลจากเราถึึง 2,000 ไมล์์
เมื่�อกว่่า 2,000 ปีีที่่�ผ่่านมา เราจึึงต้้องค้้นหาหลัักการที่่�อยู่�เบื้้�องหลัังวััฒนธรรมเหล่่านั้้�นและนำ�ำ มา
ประยุุกต์์ใช้้กัับชีีวิิตในยุุคปััจจุุบััน ตััวอย่่างเช่่น คำำ�สอนของเปาโลในเรื่�องผ้้าคลุุมศีีรษะที่่�ให้้ไว้้แก่่
ชาวโคริินธ์์นั้้�นหมายความว่่าผู้ �หญิิงควรจะสวมหมวกในการมานมััสการพระเจ้้าที่่�คริิสตจัักรในทุุก
วันั นี้้� ใช่่หรือื ไม่่
ขอบคุุณพระเจ้้าที่่�คริิสตจัักรในสมััยพัันธสััญญาใหม่่ก็็ไม่่ได้้สมบููรณ์์พร้้อม เราได้้รัับการ
หนุุนใจเมื่อ� พบว่่าคริิสตจักั รต่า่ ง ๆ ในสมัยั นั้้�นก็ม็ ีีปัญั หาเช่่นกันั เราควรจะตั้�งข้อ้ สังั เกตไว้้ด้ว้ ยว่า่ ถ้้า
ไม่ม่ ีีปัญั หาเหล่า่ นี้้� เราก็็จะไม่ม่ ีจี ดหมายฝากจากเปาโลเลยสัักฉบัับเดีียว ตัวั อย่่างเช่น่ คริสิ ตจักั รใน
124 ปลดล็อ็ กพระคัมั ภีรี ์์ (พัันธสััญญาใหม่)่
เมืืองโคริินธ์์นั้้�นมุ่�งเน้้นไปที่่�ของประทาน การอััศจรรย์์ และเห็็นแก่่เนื้้�อหนัังมากจนเราได้้รัับคำ�ำ
ชี้แ� จงอย่า่ งละเอีียดถึึงความรักั ในพระธรรม 1 โคริินธ์บ์ ทที่่� 13 และเนื่่อ� งจากมีบี างคนในคริสิ ตจัักร
ที่่�โคริินธ์์ได้้ดื่�มจนมึึนเมาในขณะนมััสการ เราจึึงได้้รัับฟัังคำ�ำ สอนถึึงแบบแผนของพิิธีีมหาสนิิท
ในเนื้้อ� หาจดหมายของเปาโล ท่่านได้้จัดั การแก้้ไขปััญหาจำำ�นวนมาก เราจึงึ เข้้าใจได้ด้ ีียิ่ง� ขึ้น� ว่่าแท้ท้ ี่่�
จริงิ แล้้วการติดิ ตามพระเยซูคู ริิสต์น์ ั้้น� คือื อะไร
จดหมาย ไม่ใ่ ช่ค่ ำำ�บรรยายการสอน
สิ่�งที่่�น่่าสนใจก็็คืือ ไม่่มีีศาสนาใดที่่�ใช้้จดหมายเพื่่�อการเปิิดเผยสำ�ำ แดงของพระเจ้้า ในสมััย
โบราณ จดหมายไม่่เพีียงแค่่เป็็นสิ่�งที่่�หาได้้ยาก แต่่ยัังไม่่มีีใครเคยได้้ยิินมาก่่อนเลยว่่าจดหมายจะ
เป็็นสิ่�งที่่�พระเจ้้าทรงใช้้ในการสื่�อสารด้้วย แม้้เปาโลจะทราบว่่าท่่านเขีียนจดหมายในฐานะ
อััครทููต แต่่ท่่านก็็ไม่่ได้้คิิดว่่าจดหมายเหล่่านั้้�นจะถููกนัับเป็็นพระวจนะของพระเจ้้า ไม่่นานนััก
จดหมายต่่าง ๆ ก็็ถููกส่่งเวีียนไปอย่่างแพร่่หลายในคริิสตจัักรทั่่�วทั้้�งอาณาจัักรโรมััน ในที่่�สุุดก่่อน
หน้้าที่่�สารบบหนัังสืือในพัันธสััญญาใหม่่จะถููกกำำ�หนดขึ้�นจนแล้้วเสร็็จครบถ้้วน จดหมายเหล่่านั้้�น
ก็็ได้้ถููกรวบรวมและจััดเรีียงต่่อท้้ายพระคััมภีีร์์ภาคพัันธสััญญาเดิิมไปแล้้ว โดยเรีียงไว้้ตามขนาด
ไม่ใ่ ช่ต่ ามลัักษณะของพระธรรมในกลุ่�มผู้�เผยพระวจนะ จดหมาย 9 ฉบับั ที่่�ถููกส่่งถึึงคริิสตจัักรต่่าง
ๆ นั้้น� ถูกู จัดั ไว้ใ้ ห้อ้ ยู่่�ก่อ่ นหน้า้ จดหมายส่ว่ นตัวั จำ�ำ นวน 4 ฉบับั เปโตรก็ไ็ ด้ก้ ล่า่ วถึงึ จดหมายของเปาโล
ว่่าเป็็น ‘พระวจนะของพระเจ้้า’ เปาโลได้้รัับการนัับถืือว่่าเป็็นอััครทููตที่่�มีีความสำ�ำ คััญและผลงาน
ของท่า่ นได้ร้ ัับการยอมรัับอย่า่ งรวดเร็ว็ ว่่าเป็็นส่่วนหนึ่่ง� ในการเปิิดเผยสำำ�แดงของพระเจ้า้
โดยธรรมชาติิของจดหมาย ไม่่ใช่่เอกสารที่่�ประกอบด้้วยเนื้้�อหาทางด้้านความเชื่�อหรืือ
พฤติิกรรมที่่เ� ป็็นระบบ แต่ม่ ักั จะกล่่าวถึึงเรื่�องราวที่่�เกี่ย� วข้้องกับั สถานการณ์์ในเวลานั้้�น ๆ แต่่เพียี ง
เท่่านั้้น� ตััวอย่่างเช่่น คำำ�ว่่า ‘ทำำ�ให้้เป็็นผู้้�ชอบธรรม’ ไม่่มีปี รากฏอยู่�ในพระธรรมโคโลสีี แม้้ว่่านี่่�คือื
คุณุ ลักั ษณะที่่ถ� ูกู กล่่าวถึึงในจดหมายฉบัับอื่�น ๆ ของเปาโล
เราเห็น็ ได้ว้ ่า่ พระเจ้า้ ทรงใช้จ้ ดหมายเพราะเหตุผุ ล 2 ประการ ประการที่่ห� นึ่่ง� จดหมายทำำ�ให้้
พระคำำ�ของพระเจ้า้ มีคี วามเจาะจงเป็น็ ส่ว่ นตัวั จดหมายนั้้น� ถูกู จ่า่ หน้า้ ถึงึ คนธรรมดาเช่น่ เรา มีคี วาม
เป็็นส่่วนตััวและมีีองค์์ประกอบทางด้้านอารมณ์์ที่่�เราคาดว่่าจะได้้รัับจากการสื่ �อสารด้้วยวิิธีีนี้้�
แม้้จะมีีช่่องว่่างทางวััฒนธรรมอยู่่�บ้้าง แต่่จดหมายที่่�เกี่�ยวข้้องกัับมนุุษย์์ปุุถุุชนเช่่นนี้้�สามารถเชื่�อม
โยงเข้้าหาผู้้�อ่า่ นได้ง้ ่า่ ย
ประการที่่�สอง จดหมายทำ�ำ ให้้พระวจนะของพระเจ้้าถููกนำำ�ไปปฏิิบััติิได้้จริิง เนื้้�อหาใน
จดหมายนั้้�นเกี่ย� วข้อ้ งกัับชีวี ิติ จริงิ ความต้อ้ งการต่า่ ง ๆ การแต่่งงาน การเป็็นทาส เด็็ก ๆ ที่่อ� ยู่�ใน
บ้้าน ไปจนถึึงการทำ�ำ งานในชีีวิิตประจำำ�วััน พระเจ้้าทรงต้้องการให้้เราใช้้พระวจนะของพระองค์์
ทั้้�งในเชิิงปฏิิบััติิและใช้้กัับชีีวิิตส่่วนตััว เพื่่�อที่่�ความคิิดของเราจะได้้ไม่่ซัับซ้้อน เข้้าใจยากหรืือเป็็น
ความคิิดในเชิิงปรััชญา พระเจ้้าทรงเลืือกที่่�จะประทานพระวจนะของพระองค์์เป็็นจดหมาย
เปาโลและจดหมายฝากของท่่าน 125
แทนที่่�จะเป็น็ คำำ�บรรยายการสอน
บทสรุุป
ภาพรวมตามที่่�ได้้กล่่าวมานี้้�มีีวััตถุุประสงค์์เพื่่�อเพิ่่�มเติิมความรู้ �เกี่ �ยวกัับภููมิิหลัังของอััครทููต
เปาโลและจดหมายฝากของท่่าน แต่่สิ่�งเหล่่านี้้�ไม่่สามารถทดแทนการอ่่านจดหมายทุุกฉบัับด้้วย
ตัวั ของผู้้�อ่านเอง การอ่า่ นจดหมายแต่ล่ ะฉบับั ควรอ่า่ นให้จ้ บภายในครั้้ง� เดียี ว เมื่อ� เราอ่า่ นจดหมายที่่�
เพื่่อ� นส่ง่ มา เราคงจะไม่แ่ ยกอ่า่ นทีลี ะตอน เราคงอยากจะอ่า่ นและเข้า้ ใจเรื่อ� งราวทั้้ง� หมดในจดหมาย
นั้้�นในครั้้�งเดีียว ฉัันใดก็็ฉัันนั้้�น ในการอ่่านจดหมายของเปาโลเราต้้องทราบเรื่�องทั้้�งหมดเพื่่�อจะได้้
เข้า้ ใจในรายละเอียี ด ในบทต่อ่ ๆ ไปคุณุ จะได้พ้ บกับั คำ�ำ อธิบิ ายสรุปุ เกี่ย� วกับั เนื้้อ� หาในจดหมายแต่ล่ ะ
ฉบับั เพื่่อ� ช่ว่ ยให้ค้ ุณุ สามารถปฏิบิ ัตั ิติ ามสิ่ง� ต่า่ ง ๆ ที่่ไ� ด้ก้ ล่า่ วถึงึ ในจดหมายฉบับั นั้้น� ๆ ได้้
126 ปลดล็อ็ กพระคััมภีรี ์์ (พัันธสััญญาใหม่)่
9.
1 และ 2
เธสะโลนิิกา
บทนำ�ำ
จดหมายทั้้�งสองฉบัับของเปาโลถููกเขีียนและส่่งไปถึึงคริิสตจัักรในเมืืองเธสะโลนิิกาภายใน
เวลาห่า่ งกันั เพียี งไม่ก่ี่เ� ดือื น ทั้้ง� สองฉบับั เป็น็ จดหมายที่่เ� ข้า้ ใจได้ง้ ่า่ ยมากกว่า่ งานเขียี นชิ้น� อื่น� ๆ ของ
เปาโล จดหมายดัังกล่่าวถููกส่่งจากเปาโล สิิลาสและทิิโมธีี ซึ่�งเป็็นทีีมงานที่่�เคยไปเยี่�ยมเมืือง
เธสะโลนิิกามาก่่อน แม้้ว่่าจดหมายทั้้�งสองฉบัับจะถููกเขีียนขึ้�นโดยบุุคคลเดีียวกัันในสถานที่่�แห่่ง
เดีียวกัันภายในช่่วงเวลาที่่�ต่่างกัันเพีียงเล็็กน้้อย แต่่อารมณ์์ในจดหมายทั้้�งสองฉบัับนี้้�กลัับแตกต่่าง
กัันอย่่างสิ้�นเชิิงทั้้�งในด้้านบรรยากาศ อารมณ์์ และน้ำ��ำ เสีียงที่่�ใช้้ จดหมายดัังกล่่าวเขีียนขึ้�นเพื่่�อใช้้
จัดั การกับั ปัญั หาเดิมิ ด้ว้ ยแนวทางที่่แ� ตกต่า่ งกันั อย่า่ งมาก ฉบับั แรกนั้้น� เต็ม็ ไปด้ว้ ยความอบอุ่�นและ
เป็็นกัันเอง สะท้อ้ นถึึงความห่ว่ งใยของเปาโลที่่ม� ีีต่อ่ คริสิ ตจักั รในเธสะโลนิกิ า ในฉบับั ที่่ส� อง เปาโล
กลัับเย็็นชา เฉีียบขาด ปลีกี ตัวั ออก และดูเู หินิ ห่า่ ง
การพิิจารณาถึึงเบื้้�องหลัังของจดหมายแต่่ละฉบัับอย่่างเจาะจงโดยเฉพาะช่่วงเวลาที่่�เปาโล
ได้เ้ ขีียนขึ้น� รวมถึึงที่่ต�ั้�งของเมืืองผู้้�รับจดหมาย จะช่ว่ ยให้เ้ ราเข้้าใจได้ด้ ียีิ่�งขึ้�น
แผนที่่�ได้้แสดงให้้เห็็นถึึงตำ�ำ แหน่่งของเมืืองเธสะโลนิิกาซึ่�งตั้�งอยู่่�ด้้านบนสุุดของทะเล
อีีเจีียน เธสะโลนิิกาเป็็นเมืืองท่่าขนาดใหญ่่ ปััจจุุบัันนี้้�ท่่าเรืือนั้้�นตื้�นเขิินและตััวเมืืองเองก็็ไม่่ได้้ตั้�ง
อยู่�ใกล้้กับั ทะเล
เธสะโลนิกิ าเป็น็ เมือื งหลักั ของภูมู ิภิ าคนี้้� ตั้ง� อยู่�บนทางหลวงอิกิ เนเชียี น ซึ่ง� เป็น็ ถนนสายหลักั
จากกรุุงโรมไปยัังเอเชีียของชาวโรมััน ท่่าเรืือของเมืืองนี้้�เป็็นสถานีีปลายทางของเส้้นทางการค้้าที่่�
สำ�ำ คััญต่่าง ๆ จากเหนืือจรดใต้้ เพราะเป็็นเมืืองที่่�สร้้างรายได้้มากกว่่าเมืืองใด ๆ ในแถบทะเล
อีีเจีียน เธสะโลนิิกาจึึงเป็็นศููนย์์กลางทางการเงิินที่่�สำ�ำ คััญและเหมาะกัับการทำ�ำ ธุุรกิิจ แน่่นอนว่่า
1 และ 2 เธสะโลนิกิ า 127
เปาโลย่อ่ มเล็ง็ เห็น็ ว่า่ เธสะโลนิกิ าสามารถเป็น็ เมือื งยุทุ ธศาสตร์ท์ ี่่ส� ำ�ำ คัญั ในการเผยแพร่พ่ ระกิติ ติคิ ุณุ
เธสะโลนิิกาเป็น็ เมือื งใหญ่่ ประกอบด้้วยประชากรจากหลายเชื้�อชาติิ รวมทั้้�งมีีพ่่อค้้าชาวยิิว
อยู่�เป็็นจำำ�นวนมาก หลัักฐานทางโบราณคดีีทำ�ำ ให้้เราสามารถเห็็นภาพเมืืองเธสะโลนิิกาในยุุคสมััย
ของเปาโลได้้ค่่อนข้้างชััดเจน การขุุดค้้นสถานที่่�ทางประวััติิศาสตร์์แสดงให้้เห็็นถึึงเวทีีอภิิปราย
ของโรมััน สนามแข่่งรถม้า้ ฮิปิ โปโดรม ตลาดของชาวยิวิ นิยิ มกรีีกและธรรมศาลาของชาวสะมาเรียี
การค้้นพบเมื่ �อไม่่นานนี้้�ทำำ�ให้้เรามีีหลัักฐานยืืนยัันถึึงความถููกต้้องของพระธรรมลููกาที่่�เรีียก
ตำำ�แหน่่งผู้�ปกครองท้้องถิ่�นว่่า ‘politarchs’ ซึ่�งแต่่เดิิมเคยมีีความคิิดว่่าลููกาได้้ใช้้คำำ�ที่่�ไม่่ถููกต้้อง
เนื่่�องจากไม่เ่ คยพบว่่ามีีตำ�ำ แหน่่งนี้้ใ� นเมือื งอื่น� ๆ อยู่�เลย แต่น่ ัักโบราณคดีไี ด้ค้ ้น้ พบข้อ้ ความที่่�จารึกึ
คำ�ำ นี้้ถ� ึงึ 41 ครั้้�งในเธสะโลนิกิ าและบริิเวณรอบ ๆ ในยุคุ สมััยดังั กล่่าว
เปาโลเดิินทางไปเธสะโลนิิกาและเบโรอา
การเดิินทางเพื่่�อพัันธกิิจครั้้�งที่่�สองในราว ค.ศ. 49 นั้้�น เปาโลได้้ไปเยี่�ยมเยีียนเธสะโลนิิกา
ท่่านพยายามที่่�จะเดิินทางไปประกาศพระกิิตติิคุุณในแคว้้นเอเชีียและแคว้้นบิิธีีเนีีย ในแต่่ละครั้้�ง
พระวิิญญาณบริิสุุทธิ์�์ได้้ทรงห้้ามไม่่ให้้ท่่านเข้้าไปยัังภููมิิภาคเหล่่านั้้�น เมื่�อกลุ่�มของท่่านอยู่�ที่�เมืือง
โตรอััส (เมืืองทรอยในสมััยโบราณ) เปาโลได้้ฝัันเห็็นชายผู้�หนึ่่�งเรีียกท่่านให้้ไปยัังแคว้้นมาซิิโดเนีีย
เพื่่อ� ช่ว่ ยเหลือื คนที่่น�ั่่น� ดังั นั้้น� พวกท่า่ นจึงึ เดินิ ทางข้า้ มทะเลอีเี จียี นไปยังั เมือื งท่า่ ที่่ช�ื่อ� เนอาบุรุ ีี เปาโล
ได้เ้ ทศนาที่่�ฟีีลิิปปีีแต่่ก็็ถูกู ขัับไล่ใ่ ห้อ้ อกจากเมือื ง ในที่่�สุดุ ท่า่ นก็ไ็ ด้้เดิินทางไปถึงึ เธสะโลนิกิ า
ตามธรรมเนีียมของเปาโล ท่่านจะเริ่�มต้้นเทศนาในธรรมศาลาของชาวยิิว แม้้ว่่าเปาโลจะ
เป็น็ อััครทูตู ที่่ร� ัับใช้้ชาวต่่างชาติิ แต่่ท่่านก็็มีีความรัับผิิดชอบต่อ่ ชาวยิวิ เป็็นพิิเศษ เปาโลเชื่อ� ว่า่ หาก
ชาวยิิวกลัับใจ พวกเขาก็็จะสร้้างคริิสตจักั รที่่�สามารถเข้า้ ถึึงชาวต่่างชาติิโดยรอบได้ด้ ้้วย
อย่่างไรก็็ตาม กลุ่�มที่่�เกิิดผลมากที่่�สุุดในธรรมศาลากลัับไม่่ใช่่ชาวยิิว แต่่เป็็นคนริิมขอบที่่�
เรีียกว่่า ‘ผู้�ที่�ยำ�ำ เกรงพระเจ้้า’ พวกเขาไม่่ใช่่ชาวยิิวและยัังไม่่ได้้เข้้าสุุหนััต แต่่สนใจในศาสนายููดา
เพราะเห็็นว่่าพระเจ้้าของชาวยิิวเป็็นพระเจ้า้ เที่่ย� งแท้้
แต่่ทิิศทางของเปาโลในการไปเยี่ �ยมเยีียนธรรมศาลาก่่อให้้เกิิดความไม่่เห็็นด้้วยอย่่างรุุนแรง
ในเธสะโลนิิกา และชาวยิิวบางคนก็็ทำ�ำ ให้้เปาโลไม่่สามารถอยู่่�รัับใช้้ที่่�เมืืองนี้้�ได้้อีีกต่่อไป พวกเขา
โกรธมากที่่�เปาโลอ้้างว่่ากลุ่ �มผู้ �ที่ �ยำำ�เกรงพระเจ้้าก็็สามารถเป็็นประชากรของพระองค์์ได้้โดยไม่่
จำ�ำ เป็็นต้้องเป็็นชาวยิิว การจลาจลที่่�รุุนแรงก่่อขึ้�นโดยชาวยิิวเหล่่านี้้� หลัังจากนั้้�นประมาณ
3 สััปดาห์์ เปาโลจึึงยอมจากไปเสีียเอง ท่่านเดิินทางต่่อไปยัังเบโรอาด้้วยใจกล้้าหาญและไม่่
ท้้อถอย เปาโลอยู่�ในเธสะโลนิกิ าเพีียงช่ว่ งเวลาสั้น� ๆ แต่่ท่า่ นได้ส้ ร้า้ งคริสิ ตจัักรที่่เ� ข้้มแข็ง็ เอาไว้้ ใน
บรรดาสมาชิิกมีีสตรีีจากสัังคมชั้น� สููงจำำ�นวนหนึ่่ง� รวมอยู่่�ด้ว้ ย
โรม 128 ปลดลอ็ กพระคัมั ภีีร์ (พันธิ์สัญั ญาใหม่)เธสะโลนิกาฟลิปปทะเลดำ
เกาะคอรเซสกิน าทางอโริกมเนอติเเซาบลียโีนรอา
ทะเลอาเดรยี มาซิโดเนยี ทะเลดำ
อิตาเลกาี ะซารด เิ นียทะเลอาเดรยีนโิ มคาบซรุ ิโี ดเนยี เธสะโลนกิ า ฟล ปิ ป บิธิเนีย บิธิเนีย คปั ปาโดเซีย
เบโรอา
โตรอัส กอลาโิิสลเคตดานรอเียาทรมูบ ียี ทารซ ัส
โตรอสั
อาคายา กาลาเทยี อันทโิ อก
ทะเลอเี จยี น ซาลามสิ ซเี รยี
เกาะซิซิลี อาคายา โครนิ ธ เอเอเฟเชซียสั ทิโมธี อันทิโอก
กรีซ เอเธนส ปส เิ คีย
ปท มอส มิเลทัส
เอเธนส
โรเ(อดมทสเิเิโฟลอมัทซทธทสัสัี)าลยิ (าฟโคเ ลปโลโามโสฟนี สไ)ซปรสั
เกาะมอลตา โครินธ เกาะครตี
ทะเลเมดิเตอรเรเนยี น
ทะเลเมดเิ ตอรเรเนียน ไทระ
ซีซารยี า
(ทติ ัส) อเล็กซานเดรีย เยรซู าเล็ม
ยเู ดีย
เกาะครีต อยี ิปต ไซปรัส
1 และ 2 เธสะโลนิกิ า 129
เปาโลที่่�เอเธนส์แ์ ละโครินิ ธ์์
เปาโลถููกกดดัันให้้ออกจากเบโรอาด้้วยเช่น่ กััน ท่า่ นได้เ้ ดินิ ทางต่อ่ ไปทางใต้้สู่�เอเธนส์โ์ ดยทิ้้�ง
สิิลาสและทิิโมธีีไว้้เพื่่�อทำำ�งานต่่อในเบโรอา ที่่�เอเธนส์์การต่่อต้้านเนื้้�อหาข่่าวสารจากเปาโลนั้้�นเกิิด
ขึ้�นเพราะความคิิดเห็็นที่่�แตกต่่างกััน ปรััชญากรีีกสอนว่่าเมื่ �อมนุุษย์์จบชีีวิิตลง วิิญญาณจะออก
จากร่่างอย่่างมีีสง่่าราศีี ดัังนั้้�นความเชื่�อของเปาโลเรื่�องการฟื้้�นคืืนของร่่างกายจึึงเป็็นเรื่�องที่่�
น่า่ ขบขันั แม้้ว่า่ จะมีีคนกลับั ใจอยู่่�บ้า้ ง แต่่ก็็ไม่่มากพอที่่เ� ปาโลจะตั้ง� คริิสตจัักรได้้
เปาโลเดิินทางจากเอเธนส์์ต่่อไปยัังโคริินธ์์ เห็็นได้้ชััดเจนว่่าในตอนนั้้�นท่่านหมดกำ�ำ ลัังใจ
แล้้วจริิง ๆ เปาโลถููกขัับไล่่ออกจากฟีีลิิปปีี เธสะโลนิิกา ตามด้้วยเบโรอาอีีกเมืืองหนึ่่�ง ที่่�เอเธนส์์
ท่่านถููกหััวเราะเยาะและมีีคนกลัับใจเพีียงเล็็กน้้อย เมื่�อมาถึึงโคริินธ์์ เปาโลจึึงหดหู่�ใจเป็็นอย่่างยิ่�ง
ตามข้อ้ เท็็จจริิงที่่เ� ราทราบได้้จากจดหมายฉบับั แรกที่่�มีไี ปถึึงคริสิ ตจักั รในโคริินธ์ว์ ่่า ‘ข้้าพเจ้า้ มาหา
ท่่านด้้วยความอ่่อนแอกัับความกลััวจนตััวสั่่�นอย่่างมาก’ ดููราวกัับว่่าเปาโลได้้สููญเสีียความกล้้า
หาญไปจนหมดสิ้�น เราเข้้าใจได้้ไม่ย่ ากเลยว่า่ ทำำ�ไมจึงึ เป็น็ เช่่นนั้้น� เรามัักจะคิดิ ถึงึ เปาโลในแง่ท่ ี่่�ท่่าน
คืือมิิชชัันนารีีที่่�ประสบความสำำ�เร็็จมากที่่�สุุด แต่่มีีน้้อยคนนัักที่่�จะสามารถทนรัับผลจาก
ประสบการณ์์ที่่เ� ต็ม็ ไปด้ว้ ยความยากลำำ�บากอย่า่ งต่อ่ เนื่่อ� งเช่่นนี้้�ได้้
ลองจิินตนาการดููว่่าเปาโลจะรู้้�สึกอย่่างไรเมื่ �อทิิโมธีีและสิิลาสตามมาสมทบกัับท่่านที่่�โคริินธ์์
และเปาโลได้้ทราบข่่าวว่่าคริิสตจัักรในเธสะโลนิิกากำ�ำ ลัังดำ�ำ เนิินไปด้้วยดีี ข่่าวนี้้�ช่่วยยกชููจิิต
วิิญญาณของเปาโลขึ้�น และเมื่�อท่่านยัังไม่่สามารถทิ้้�งงานที่่�โคริินธ์์ไปได้้ เปาโลจึึงตััดสิินใจเขีียน
จดหมายไปถึงึ ชาวเธสะโลนิิกา
ยิ่�งไปกว่่านั้้�น ทิิโมธีีและสิิลาสยัังได้้นำำ�เงิินจำำ�นวนหนึ่่�งจากฟีีลิิปปีีมาด้้วย เมื่�อมาถึึงโคริินธ์์
เปาโลนั้้�นตกอยู่�ในสภาพถัังแตก ท่่านจึึงต้้องกลัับไปเย็็บเต็็นท์์ขายเช่่นเดิิม เปาโลมีีมิิตรสหายชาว
ยิิวคู่่�หนึ่่�งคือื ปริสิ สิลิ ลาและอาควิิลลา พวกเขาเป็็นช่่างเย็็บเต็็นท์์เช่น่ กัันและเพิ่่ง� หนีอี อกมาจากโรม
เปาโลจึึงได้้รัับการหนุุนใจเป็็นสองเท่่าในตอนที่่�ท่่านบอกให้้คนจดคำ�ำ พููดของท่่านเพื่่�อเขีียน
จดหมายไปถึึงผู้�เชื่อ� ในเธสะโลนิกิ า
การตอบรับั ของผู้�เ้ ชื่่�อในเธสะโลนิกิ า (1 เธสะโลนิกิ า 1)
อารมณ์์ด้้านบวกของเปาโลถููกสะท้้อนออกมาในพระธรรม 1 เธสะโลนิิกา บทที่่� 1 เปาโล
กล่่าวว่่าท่่านขอบคุุณพระเจ้้าที่่�ผู้�เชื่�อในเธสะโลนิิกานั้้�นยืืนหยััดอย่่างมั่ �นคงในความเชื่�อ ท่่านใช้้
คำำ�ว่่า ‘ได้้รัับ’ อยู่�หลายครั้้�งด้้วยกััน เห็็นได้้ชััดว่่าเปาโลนั้้�นตื่่�นเต้้นเป็็นอย่่างยิ่ �งที่่�ทราบว่่าชาว
เธสะโลนิิกาไม่่เพีียงแค่่ได้้ยิินพระวจนะของพระเจ้้าแต่่ยัังได้้รัับเอาพระวจนะไว้้ด้้วย ให้้เรามอง
ภาพรวมของเนื้้อ� หาในพระธรรม 1 เธสะโลนิกิ า จากกลุ่�มคำ�ำ 4 กลุ่�ม กลุ่�มละ 3 คำำ�ดังั นี้้�
130 ปลดล็็อกพระคััมภีรี ์์ (พันั ธสัญั ญาใหม่)่
พระวจนะ การกระทำ�ำ และหมายสำำ�คัญั
เปาโลกล่่าวว่่าท่่านได้้ประกาศพระกิิตติิคุุณโดยใช้้ 3 แนวทางด้้วยกัันคืือ พระวจนะ
การกระทำำ� และหมายสำำ�คััญ คริิสเตีียนหลายคนเชื่ �อว่่าเมื่่�อได้้กล่่าวพระวจนะเกี่ �ยวกัับ
พระกิิตติิคุุณก็็เป็็นการประกาศพระกิิตติิคุุณให้้กัับผู้้�ฟัังแล้้ว แต่่คนที่่�ได้้ฟัังเหล่่านั้้�นยัังไม่่ได้้รัับการ
พิิสููจน์์ให้้เห็็นว่่าพระวจนะนั้้�นเป็็นจริิง พวกเขาต้้องการที่่�จะได้้เห็็นพระกิิตติิคุุณเช่่นเดีียวกัับที่่�
ได้้ยิิน แน่่นอนว่่านั่่�นหมายถึึงการกระทำำ�และหมายสำำ�คััญ ทั้้�งสองสิ่�งนี้้�สามารถมองเห็็นได้้ด้้วยตา
ในขณะที่่�สิ่�งแรกนั้้�นเป็็นเพีียงการได้้ยิิน ถ้้าการสื่�อสารอย่่างสมดุุลนี้้�เกิิดผลในสมััยของเปาโลก็็ควร
จะเกิิดผลในสมััยของเราด้้วยเช่น่ กััน
เปาโลไม่่คิดิ ว่่าผู้้�คนจะอยากฟังั พระกิิตติคิ ุุณแต่่เพีียงอย่า่ งเดียี ว ท่่านเชื่อ� ว่่าพวกเขาต้อ้ งการ
ที่่�จะได้้เห็็นด้้วย การกระทำ�ำ ของมนุุษย์์สามารถพิิสููจน์์ให้้เห็็นว่่าพระวจนะนั้้�นเป็็นจริิง และหมาย
สำำ�คััญต่่าง ๆ ก็เ็ ป็็นการพิิสูจู น์์จากพระเจ้า้ ด้้วยว่า่ พระวจนะนั้้น� เป็น็ จริิง
บ่่อยครั้้�งที่่�เราให้้ความสำ�ำ คััญอย่่างมากกัับการประกาศโดยมีีพระวจนะเป็็นพื้้�นฐาน
การเทศนาพระวจนะพระเจ้้านั้้�นสำำ�คััญมากก็็จริิง แต่่ก็็ต้้องได้้รัับการสนัับสนุุนด้้วยแนวทางการ
ดำำ�เนินิ ชีีวิิตของเราด้ว้ ย รวมไปถึึงหมายสำำ�คัญั และการอััศจรรย์จ์ ากพระเจ้้า
เมื่อ� พระเยซููทรงส่่งสาวกออกไปเป็น็ คู่� ๆ พระองค์์ทรงบอกกับั พวกเขาว่่า (นี่่�เป็็นการตีคี วาม
ของผมเอง) ‘เป็็นเรื่�องง่่ายมาก สิ่ง� ที่่พ� วกท่า่ นต้้องทำำ�ก็ค็ ือื เข้า้ ไปในเมืือง ชุบุ ชีวี ิิตคนตายให้ฟ้ ื้�้น
รักั ษาคนเจ็บ็ ป่่วย และขับั ผีี แล้้วก็็บอกพวกเขาว่า่ อาณาจัักรของพระเจ้้านั้้�นมาถึงึ แล้ว้ หรือื อาจ
พููดได้ว้ ่า่ จงสำำ�แดงพระกิิตติิคุุณให้้พวกเขาได้เ้ ห็น็ ก่อ่ นที่่�จะประกาศออกไป’
ความเชื่่�อ ความหวััง และความรััก
เปาโลใช้้ 3 คำ�ำ นี้้บ� ่่อยมาก เรารู้�จักั กัันดีจี ากเนื้้อ� หาในตอนท้้ายของพระธรรม 1 โครินิ ธ์์ บทที่่�
13 ท่่านยัังใช้้คำำ�เหล่่านี้้�ในพระธรรม 1 เธสะโลนิิกาอีีกด้้วย เห็็นได้้ชััดว่่าชาวเธสะโลนิิกานั้้�น
มีีความเชื่�อและความรัักที่่�เข้้มแข็็งมากกว่่าความหวััง ความเชื่�อแสดงให้้เห็็นว่่าพระเจ้้าทรง
ทำำ�อะไรในอดีีต และความรักั ได้้แสดงว่่าพระองค์ท์ รงกำ�ำ ลัังทำำ�อะไรในปัจั จุบุ ันั แต่ช่ าวเธสะโลนิิกา
ไม่่มีีความเข้้าใจในสิ่�งที่่�พระเจ้้าจะทรงกระทำ�ำ ในอนาคตเพื่่�อพวกเขาเท่่าใดนััก เราควรทราบด้้วย
ว่่าความเชื่�อ ความหวัังและความรัักนั้้�นไม่่ได้้เป็็นเพีียงแค่่ท่่าทีี คำ�ำ เหล่่านี้้�ต้้องประกอบด้้วยมิิติิ
ของการกระทำ�ำ ด้้วยเช่่นกััน ความเชื่�อสำ�ำ แดงออกมาเป็็นการกระทำ�ำ ความรัักสำำ�แดงออกมา
เป็็นการรับั ใช้้ และความหวังั สำำ�แดงออกมาเป็็นการยึึดมั่น� เอาไว้้
พระเจ้า้ พระเยซูู และพระวิิญญาณ
เปาโลกล่่าวว่่าชาวเมืืองเธสะโลนิิกานั้้�นมีีประสบการณ์์กัับพระเจ้้าทั้้�ง 3 พระภาค
1 และ 2 เธสะโลนิิกา 131
พวกเขาไม่่ได้้ให้้ความสำ�ำ คััญต่่อพระเจ้้าเพีียงพระภาคใดพระภาคหนึ่่�งในตรีีเอกานุุภาพแล้้ว
ละเลยอีีกสองพระภาคไป พวกเขากลัับใจกัับพระเจ้้า พวกเขาเชื่�อในพระเยซูู และพวกเขาได้้รัับ
พระวิิญญาณบริิสุทุ ธิ์�์
หัันหลัังกลัับ รับั ใช้้ และรอคอย
3 คำำ�สุุดท้้ายแสดงให้้เห็็นถึึงคำ�ำ นิิยามของเปาโลในการเป็็นคริิสเตีียนที่่�ดีี ท่่านได้้ใช้้คำ�ำ กริิยา
3 คำำ�นี้้�อธิิบายความเชื่�อของชาวเธสะโลนิิกาว่่า พวกเขาได้้หัันหลัังให้้กัับรููปเคารพเพื่่�อรัับใช้้
พระเจ้้าและรอคอยพระบุุตรที่่�จะเสด็็จมาจากสวรรค์์ การดำำ�เนิินชีีวิิตคริิสเตีียนนั้้�นประกอบด้้วย
การกลัับใจ หัันหลัังให้้กัับสิ่�งที่่�เคยทำำ�ในอดีีต รัับใช้้ต่่อเนื่่�องไปในปััจจุุบััน และรอคอยการเสด็็จ
กลัับมาของพระคริิสต์์ในอนาคต
การยืืนหยัดั ในความจริงิ ของเปาโล (1 เธสะโลนิกิ า 2-3)
ปัญั หาแรกที่่ถ� ููกกล่่าวไว้้ในพระธรรม 1 เธสะโลนิิกานั้้�นปรากฏอยู่�ในบทที่่� 2 เปาโลได้เ้ ผชิญิ
การต่่อต้้านในทุุกแห่่งหนที่่ท� ่่านได้้ไปเยืือน ไม่่ว่่าจะเป็็นการต่่อต้้านจากมนุุษย์ซ์ึ่�งส่่วนใหญ่่ก็็คืือคน
ยิวิ และการต่อ่ ต้า้ นจากมารที่่อ� ยู่�เบื้้อ� งหลังั มนุษุ ย์์ การต่อ่ ต้้านจากทั้้ง� สองส่่วนนี้้�เกิดิ ขึ้น� เพราะความ
อิิจฉาริิษยาเนื่่�องจากทั้้�งคนยิิวและมารต่่างกำ�ำ ลัังสููญเสีียผู้้�ติิดตาม มารเป็็นพ่่อของการโกหกและ
เมื่�อมันั ต้อ้ งการทำำ�ให้้มนุษุ ย์์ขาดจากพระเจ้้า มัันก็จ็ ะกล่่าวให้ร้ ้า้ ยผู้�ที่ท� ำำ�หน้า้ ที่่�สื่อ� สาร หรืือทำ�ำ ลาย
ข่่าวสารนั้้�นเสีีย สิ่�งแรกที่่�มารจะทำ�ำ ก็็คืือการกล่่าวหาว่่ามีีเจตนาชั่�วร้้ายต่่อผู้�ที่�ได้้เริ่�มต้้นทำ�ำ งานเอา
ไว้้และกล่่าวคำำ�มุุสาเกี่ �ยวกัับบุุคคลผู้ �นั้ น�
เรื่�องเช่่นนี้้�ได้้เกิิดขึ้�นที่่�เธสะโลนิิกา เราเห็็นได้้จากการใส่่ร้้ายซึ่�งทำ�ำ ให้้เปาโลต้้องปกป้้อง
ตนเอง ในบทที่่� 2 และ 3 ท่า่ นได้แ้ ก้้ต่า่ งในเรื่�องการยืนื หยัดั ในความจริิงของท่า่ นจากการโกหก
ใส่่ร้้ายถึึง 9 ครั้้�ง เปาโลไม่่ได้้ทำำ�เพื่่�อตััวเองแต่่ท่่านทราบดีีว่่าหากชื่�อเสีียงของท่่านถููกทำ�ำ ให้้เสื่�อม
เสียี คริิสเตียี นที่่เ� ธสะโลนิิกาจะขาดความเชื่�อมั่�นในพระกิติ ติคิ ุณุ ที่่�ท่า่ นได้้มอบไว้ใ้ ห้้กับั พวกเขา
นี่่�เป็น็ การโกหกใส่ร่ ้า้ ย 9 ประการซึ่ง� ใช้้กล่่าวหาเปาโล
1. เปาโลก่่อความวุ่�นวาย ท่่านออกจากเธสะโลนิิกาในขณะที่่�กำำ�ลัังมีีเรื่�องวุ่�นวายท่่านไม่่
สามารถที่่จ� ะสร้้างความกระจ่่างให้้ทุกุ คนพอใจได้้
2. เปาโลเป็็นคนขลาด ท่า่ นออกจากเธสะโลนิกิ าเพราะท่า่ นเป็็นอาชญากรที่่�กำำ�ลังั หลบหนีี
(อัันที่่�จริิงแล้้ว เราทราบว่่าเปาโลต้้องออกจากเมืืองเพราะไม่่ต้้องการให้้ผู้�ที่�กลัับใจใหม่่
ในเธสะโลนิิกาต้อ้ งนำ�ำ เงินิ ไปจ่า่ ยค่า่ ประกัันตัวั ให้้ท่า่ น)
3. เปาโลเป็น็ คนบ้้าคลั่�ง ท่า่ นยึดึ มั่�นถืือมั่�นจนกลายเป็็นคนที่่�ขาดสมดุุลทางจิติ ใจ
4. เปาโลหมกมุ่�นเรื่�องผู้้�หญิิง มีีผู้�หญิิงฐานะดีีหลายคนร่่วมอยู่�ในกลุ่�มสามััคคีีธรรม และ
มีีข่า่ วลืือว่า่ เปาโลได้้ให้ค้ วามสนใจต่อ่ พวกเธออย่่างไม่่เหมาะสม
132 ปลดล็็อกพระคัมั ภีรี ์์ (พัันธสััญญาใหม่่)
5. เปาโลเป็็นนัักต้้มตุ๋๋�น พวกเขากล่่าวหาว่่าเปาโลเป็็นพวกหลอกลวงที่่�แฝงตััวเข้้ามาใน
คริิสตจัักรที่่�เธสะโลนิิกา เพราะคิิดว่่าจะสามารถหลอกใช้้พวกเขาเพื่่�อหาผลประโยชน์์
ใส่่ตัวั ได้้
6. เปาโลเป็็นคนสอพลอ พวกเขาอ้้างว่่าเปาโลเสแสร้้งแกล้ง้ ทำ�ำ เพื่่�อให้้คนชื่น� ชม สิ่�งที่่�ท่่าน
พูดู ออกมามีีเนื้้�อหาที่่�ควรค่า่ แก่่การฟังั เพียี งน้้อยนิดิ และท่่านเองก็ไ็ ม่่ได้้มีีความห่่วงใยต่่อ
คริิสตจักั รในเธสะโลนิิกาอย่่างแท้้จริงิ
7. เปาโลเป็็นนักั ฉวยโอกาส พวกเขากล่่าวว่า่ เปาโลเอาแต่่เทศนาเรื่�องเงิินเพื่่�อให้้คริิสตจัักร
ถวายเงินิ ให้้แก่่ท่่าน
8. เปาโลเป็็นคนเกีียจคร้้าน พวกเขากล่่าวว่่าเปาโลไม่่ได้้ทำำ�งานอะไรเป็็นชิ้ �นเป็็นอัันและมีี
ชีีวิิตที่่แ� สนสะดวกสบาย
9. เปาโลเป็็นนักั เผด็จ็ การ พวกเขากล่่าวว่า่ เปาโลเกรี้ย� วกราด และทำ�ำ ตัวั เป็็นนายเหนือื หัวั
ของคนที่่ก� ลัับใจใหม่่
ไม่่มีีข้้อกล่่าวหาใดเลยที่่�เป็็นความจริิง แต่่แน่่นอนว่่าเมื่�อเรื่�องเหล่่านี้้�ถููกพููดออกมาก็็จะ
ไม่จ่ บลงง่า่ ย ๆ คำ�ำ กล่า่ วหาเหล่า่ นี้้ย� ังั คงวนเวียี นอยู่�ในความคิดิ ของผู้้�คนและอาจนำ�ำ พาไปสู่�การโต้แ้ ย้ง้
มารอยู่�เบื้้�องหลัังข้้อกล่่าวหาเหล่่านี้้� อัันที่่�จริิงแล้้ว ข้้อกล่่าวหาทั้้�งหมดก็็คืือตััวตนที่่�แท้้จริิง
ของมารนั่่น� เอง ศัตั รูไู ด้้กล่่าวร้า้ ยเปาโลเรื่�องแรงจููงใจอัันเป็น็ ลักั ษณะของมาร
เปาโลได้้แก้ต้ ่า่ งให้ต้ นเองด้้วยคำำ�อธิบิ ายถึงึ 11 ประการด้ว้ ยกันั เป็็นการร้อ้ งอุุทธรณ์ต์ ่อ่ ชาว
เธสะโลนิิกาและต่อ่ พระเจ้้าโดยใช้้พยานหลักั ฐาน 2 ประเภทเพื่่�อพิิสูจู น์์ว่่าข้้อกล่า่ วหาเหล่่านั้้น� ไม่่
เป็น็ ความจริงิ
1. เปาโลชี้ใ� ห้้เห็น็ ถึงึ งานพันั ธกิิจของท่า่ นที่่เ� กิิดผล ท่า่ นกล่า่ วกับั พวกเขาว่่า ‘พวกท่า่ นเป็็น
คริิสตจัักรที่่�เข้ม้ แข็็ง บริบิ ููรณ์์ด้้วยความเชื่อ� และความรััก และพวกท่่านยังั ประกาศให้ก้ ัับ
คนอื่น� ๆ’ นี่่เ� ป็น็ ผลงานของคนที่่ก� ่อ่ ความวุ่�นวายเช่่นนั้้�นหรืือ?
2. เปาโลเน้้นให้้เห็็นถึึงความกล้้าหาญของท่่าน ท่่านถููกจัับเข้้าคุุกที่่�ฟีีลิิปปีี และเมื่่�อมาถึึง
เธสะโลนิกิ า ท่า่ นก็ไ็ ด้เ้ ริ่ม� ต้น้ เทศนาอีกี ครั้้ง� นี่่เ� ป็น็ นิสิ ัยั ของคนขลาดเช่น่ นั้้น� หรือื ? หากเป็น็
คนขลาดก็็คงจะหนีเี ตลิิดไปยังั ประเทศอื่�นแล้ว้
3. เปาโลอ้า้ งว่่าท่า่ นไม่่มีมี ารยา ท่่านกล่า่ วว่่าท่า่ นทำ�ำ ในสิ่ง� ที่่ท� ่่านพููด และพูดู ในสิ่�งที่่ท� ่า่ นคิิด
ท่่านไม่ไ่ ด้้หลอกลวงใคร
4. เปาโลอุทุ ธรณ์์เรื่�องความเชื่อ� ศรัทั ธาในพระเจ้้าของท่่าน พระเจ้า้ ทรงเห็น็ ชอบในตัวั ท่่าน
แม้้ว่า่ จะไม่ม่ ีผีู้�ใดยอมรัับ
5. เปาโลอุุทธรณ์์เรื่�องความถ่่อมใจของท่่าน ท่่านเลืือกที่่�จะยืืนหยััดบนความถููกต้้องและ
บนศักั ดิ์�ศรีีของตนเอง
1 และ 2 เธสะโลนิิกา 133
6. เปาโลอุุทธรณ์์เรื่�องความอ่่อนสุุภาพของท่่าน ท่่านกล่่าวว่่าท่่านได้้ปฏิิบััติิต่่อชาวเมืือง
เธสะโลนิกิ าดั่ง� เช่น่ มารดาที่่เ� ลี้ย� งดูทู ารกของตนเอง ไม่ม่ ีใี ครที่่จ� ะดูแู ลพวกเขาดีกี ว่า่ นี้้อ� ีกี แล้ว้
7. เปาโลอุุทธรณ์์เรื่�องการเห็็นแก่่ผู้�้อื่�นมากกว่่าตนเอง ท่่านย้ำำ��เตืือนพวกเขาว่่าท่่านได้้สละ
เวลาเงินิ ทองและตััวท่า่ นเองเพื่่�อพวกเขา
8. เปาโลอุุทธรณ์์เรื่�องภารกิิจที่่�รััดตััวของท่่าน ท่่านทำำ�งานหนัักตั้ �งแต่่ย่ำำ��รุ่่�งจนย่ำำ��ค่ำำ��ทุุกวััน
จึึงห่่างไกลกัับคำำ�ว่า่ เกีียจคร้า้ นอย่า่ งมาก
9. เปาโลอุทุ ธรณ์์เรื่�องความบริิสุุทธิ์ข� องท่า่ น เปาโลกล่่าวว่า่ ‘ท่า่ นและพระเจ้้าเป็น็ พยานได้้
ว่่าเราบริิสุทุ ธิ์�์ เที่่�ยงธรรมและไม่ม่ ีีที่่ต� ิเิ พียี งไรเมื่อ� อยู่่�ท่่ามกลางพวกท่า่ นที่่เ� ชื่อ� ’ ความจริิง
แล้้ว เปาโลแทบจะใช้้คำำ�แก้้ต่่างของพระเยซููที่่�กล่่าวว่่า ‘มีีใครในพวกท่่านที่่�พิิสููจน์์ได้้ว่่า
เราทำำ�ผิดิ บาป?’
10. เปาโลอุุทธรณ์์โดยอ้้างถึึงความกระตืือรืือร้้นของท่่าน เปาโลอ้้างว่่าท่่านไม่่ได้้แค่่
เสมืือนเป็็นมารดาของพวกเขา แต่่เป็็นบิดิ าด้้วย ท่่านทำำ�หน้า้ ที่่�เป็็นมารดาเมื่อ� พวกเขาต้อ้ งการการ
ปลอบประโลม และเป็็นดั่�งบิดิ าเมื่อ� พวกเขาจำ�ำ เป็น็ ต้้องถููกฝึึกฝนวินิ ัยั
11. สุดุ ท้า้ ย เปาโลอุุทธรณ์์ถึึงเรื่อ� งความเข้ม้ งวดของท่า่ น เปาโลกล่า่ วว่า่ ท่า่ นไม่่เคยประนีี
ประนอมหรือื ลดมาตรฐานของท่า่ นลง และไม่่เคยใช้้เล่ห่ ์์เหลี่ย� มใด ๆ กับั พวกเขาเลย
สถานการณ์์ของคริิสตจัักรในเธสะโลนิิกาที่่�เปาโลเผชิิญอยู่่�ทำ�ำ ให้้เราได้้เห็็นข้้อมููลที่่�เป็็น
ประโยชน์์ นั่่�นคืือการวิิพากษ์์วิิจารณ์์ซึ่�งเป็็นวิิธีีที่่�มารใช้้เพื่่�อทำำ�ลายงานของคริิสเตีียนมารชอบที่่�
จะทำำ�ให้้คริิสเตีียนเกิิดความสงสััยในตััวผู้้�นำ�ำ ของพวกเขา และพยายามที่่�จะใส่่ร้้ายผู้้�นำ�ำ ในเรื่�อง
แรงจูงู ใจที่่ไ� ม่ถ่ ูกู ต้้อง
แต่่เปาโลก็็ไม่่ได้้รู้้�สึึกแปลกใจที่่�ถููกต่่อต้้าน ท่่านบอกชาวเธสะโลนิิกาว่่า เหตุุการณ์์เหล่่านี้้�
จะเกิิดขึ้�นกัับพวกเขาด้้วยเช่น่ กััน สำ�ำ หรัับคริสิ เตียี น การทนทุุกข์เ์ พื่่�อพระคริสิ ต์เ์ ป็น็ หลักั ฐานของ
การถููกเลือื กสรร เป็็นเครื่่�องหมายแห่่งเกียี รติยิ ศและตราประทัับแห่ง่ ความเชื่�อ คนที่่ไ� ม่่เคยต้้องทน
ทุุกข์์เพราะพระกิติ ติคิ ุณุ ไม่เ่ คยประสบความยากลำำ�บาก ไม่่เคยสร้้างศัตั รููและไม่เ่ คยจ่า่ ยราคาใน
การติดิ ตามพระเยซูเู ลยต่่างหากที่่น� ่า่ เป็น็ ห่่วงมากกว่่า สำำ�หรับั เปาโล การทนทุุกข์เ์ ป็็นเรื่�องปกติิ
ท่่านเต็็มใจที่่จ� ะถูกู จองจำำ� ถูกู เฆี่่ย� นตีี หรืือถููกขว้้างด้ว้ ยหิิน และท่า่ นจะยืืนหยััดต่อ่ สู้้�กับั ผู้�ใดก็ต็ าม
ที่่พ� ยายามกล่า่ วหาใส่่ร้า้ ยเรื่อ� งแรงจููงใจที่่�ไม่ถ่ ูกู ต้้องเพื่่�อทำำ�ลายงานพัันธกิจิ ของท่่าน
ความเติิบโตของชาวเธสะโลนิิกา (1 เธสะโลนิกิ า 4-5)
ในพระธรรม 1 เธสะโลนิิกา บทที่่� 4 และ 5 เปาโลได้พ้ ยายามช่ว่ ยให้้ชาวเธสะโลนิกิ าเติิบโต
ขึ้�นสู่่�ความเป็น็ ผู้�ใหญ่่ฝ่า่ ยวิญิ ญาณ มีีอยู่� 2 ประเด็น็ ที่่�ท่่านเป็็นห่ว่ งมากเป็็นพิเิ ศษ คืือ ความบริิสุุทธิ์�
และความหวังั
134 ปลดล็็อกพระคััมภีรี ์์ (พันั ธสััญญาใหม่)่
ความบริสิ ุทุ ธิ์์�
ความบริิสุทุ ธิ์�เ์ ป็็นศูนู ย์์กลางการดำำ�เนิินชีวี ิิตคริสิ เตียี น เพราะเป็็นพระประสงค์ข์ องพระเจ้า้
ที่่�มีตี ่่อผู้�เชื่อ� ทุุกคนว่า่ จะต้อ้ งเป็็นผู้�บริสิ ุทุ ธิ์์� เปาโลตระหนักั ถึึงปัญั หา 2 ประการที่่ช� าวเธสะโลนิิกา
กำำ�ลัังประสบอยู่ �
ผู้้�หญิงิ
ปััญหาประการแรกคือื เรื่�อง ผู้ห้� ญิิง
ชาวกรีีกมีีวิิถีีชีีวิิตที่่�ก่่อให้้เกิิดพฤติิกรรมสำ�ำ ส่่อนทางเพศ ซึ่�งก็็คล้้ายกัับเทพที่่�พวกเขา
นมััสการอยู่� ชาวกรีีกเปลี่�ยนภรรยาอยู่่�บ่่อย ๆ และการมีีภรรยาน้้อยก็็เป็็นเรื่�องปกติิสำ�ำ หรัับพวก
เขา ชายคนหนึ่่�งที่่�ชื่�อ เดมอสเธเนส ได้้กล่่าวถึึงวิิถีีชีีวิิตของชาวกรีีกว่่า ‘เรามีีโสเภณีีไว้้เพื่่�อความ
เพลิิดเพลินิ ใจ มีภี รรยาน้้อยไว้เ้ พื่่อ� ความต้้องการฝ่า่ ยร่า่ งกายในแต่่ละวันั และเรามีภี รรยาหลวงไว้้
เพื่่อ� ให้้กำำ�เนิดิ บุุตรและเป็น็ ผู้้�พิทิ ักั ษ์์รัักษาบ้า้ นของเราไว้้อย่า่ งสััตย์ซ์ื่อ� ’
เซเนกา (รัฐั บุุรุุษและนัักพููดชาวกรีีก) กล่า่ วว่า่ ‘ผู้�หญิิงแต่่งงานก็เ็ พื่่อ� จะหย่่า และก็็หย่า่ เพื่่�อ
ไปแต่ง่ งานใหม่่’ การถืือพรหมจรรย์น์ ั้้น� เป็็นเรื่�องที่่แ� ทบไม่่เคยได้ย้ ินิ เลยก็็ว่่าได้้
เพื่่อ� เป็น็ การต่อ่ ต้า้ นภูมู ิหิ ลังั ในเรื่อ� งนี้้� เปาโลจึงึ บอกกับั บรรดาผู้้�ชายในคริสิ ตจักั รที่่เ� ธสะโลนิกิ า
ว่่า พวกเขาต้้องเลิิกใช้้บริิการทางเพศจากโสเภณีี เลิิกมีีภรรยาน้้อยและกลัับใจจากท่่าทีีความคิิด
ในการมีีเพศสััมพัันธ์์แบบไม่่เลืือกหน้้าซึ่ �งเกิิดขึ้ �นอย่่างดาษดื่่�น
พวกเขาต้้องให้้เกีียรติชิ ีีวิติ สมรสโดยรัักษาเตีียงสมรสให้้บริสิ ุุทธิ์์� ภรรยาจะต้อ้ งไม่ถ่ ูกู กระทำ�ำ
เฉกเช่่นเป็น็ โสเภณีีหรืือภรรยาน้้อย
การทำ�ำ งาน
ความยุ่�งยากอีีกเรื่�องหนึ่่�งของชาวเธสะโลนิิกาก็็คืือ การทำำ�งาน ประเด็็นนี้้�เป็็นสิ่�งที่่�กล่่าวถึึง
แทบไม่่ได้้เลย เราจะได้้ยิินคำ�ำ เทศนาเกี่�ยวกัับการทำ�ำ งานน้้อยมาก อาจจะเป็็นเพราะผู้�เทศนา
ส่ว่ นใหญ่่ในคริิสตจักั รนั้้�นไม่่ได้ท้ ำำ�งานประจำำ�ตั้้�งแต่เ่ ก้้าโมงเช้า้ ถึึงห้้าโมงเย็น็ พวกเขาอาจจะทำ�ำ งาน
ถึึงวัันละ 16 ชั่�วโมงเพื่่�อรัับใช้้คริิสตจัักร แต่่ก็็ไม่่ได้้ทำำ� ‘งาน’ ตามความหมายโดยทั่่�วไปของคำ�ำ นี้้�
มีีหลัักสููตรการสร้้างสาวกน้้อยมากที่่�สอนครอบคลุุมถึึงเรื่�องการทำ�ำ งาน หลัักสููตรเหล่่านี้้�มััก
อธิิบายว่า่ เราจะเป็็นคริิสเตียี นได้อ้ ย่า่ งไร เราต้้องอธิษิ ฐาน อ่่านพระคััมภีรี ์์ เป็็นพยานและรัับใช้้ใน
คริิสตจัักรอย่่างไรในเวลาว่่างจากการทำำ�งาน จึึงทำำ�ให้้คนเกิิดความรู้้�สึึกว่่าพวกเขาควรรัับใช้้
พระเจ้้านอกเวลาทำ�ำ งานเท่่านั้้�น และนั่่�นอาจทำำ�ให้้คริิสเตีียนหลายคนรู้้�สึึกคัันมืือคัันไม้้อยากจะ
เลี่�ยงจากการทำำ�งานทั่่�วไปมาสู่�งานรัับใช้ข้ องคริิสเตีียน
พวกเขาหลงลืืมไปว่่า การเป็็นคริิสเตีียนคืือการรัับใช้้พระเจ้้าเต็็มเวลาอยู่�แล้้ว การทำ�ำ งาน