วิิวรณ์์ 385
แต่่การตีีความแบบที่่ส� องจะช่่วยเติมิ เต็ม็ จุุดอ่่อนนี้้ไ� ด้้
2. ประวัตั ิิศาสตร์น์ ิยิ ม (Historicist)
สำำ�นัักนี้้�เชื่�อว่่าคำำ�พยากรณ์์ครอบคลุุมช่่วงเวลาใน ‘ยุุคของคริิสตจัักร’ ทั้้�งหมดระหว่่างการ
เสด็็จมาของพระคริิสต์์ครั้้�งที่่�หนึ่่�งและครั้้�งที่่�สอง มีีการใส่่รหััสทางประวััติิศาสตร์์ไว้้ในรููปแบบของ
‘คริิสต์์ศักั ราช’ ที่่ค� รอบคลุมุ ระยะเวลาและเหตุกุ ารณ์ส์ ำำ�คััญทั้้�งหมดเอาไว้้ ดัังนั้้น� ความสำ�ำ เร็จ็ ตาม
คำ�ำ พยากรณ์์นั้้�นจึึงเกิิดขึ้�นทั้้�งในอดีีต ปััจจุุบััน และอนาคตของเรา เราเองกำำ�ลัังดำ�ำ เนิินอยู่�บนคำำ�
พยากรณ์์นั้้�น นอกจากนี้้�เมื่�อมองดููเหตุุการณ์์ที่่�ผ่่านไปแล้้วนั้้�น เราก็็จะสามารถรู้้�ได้้ว่่าจะเกิิดอะไร
ขึ้น� ต่อ่ ไป
นัั ก วิิ ช า ก า ร ไ ด้้ ห า ดัั ชนีี อ้้ า ง อิิ ง ที่่� เ ชื่ � อ ม โ ย ง ใ น ทุุ ก ส่่ ว น ข อ ง พ ร ะ ธ ร ร ม วิิ ว ร ณ์์ ที่่� ต ร ง กัั บ
ประวััติิศาสตร์์สมััยใหม่่และตำ�ำ ราประวััติิศาสตร์์โบราณ และถืือกัันโดยทั่่�วไปว่่าตอนนี้้�เรากำ�ำ ลััง
ดำำ�เนิินอยู่�ในระหว่่างบทที่่� 16 และ 17
อย่่างน้้อยทฤษฎีีนี้้�ก็็ได้้ทำ�ำ ให้้พระธรรมวิิวรณ์์มีีความเกี่�ยวข้้องกัับคริิสเตีียนในทุุกยุุค
ทุุกสมััย อีีกทั้้�งยัังกระตุ้�นให้้เกิิดความสนใจ แต่่ก็็เป็็นการให้้น้ำ��ำ หนัักมากเกิินไปเมื่�อพิิจารณาดููจุุด
อ่่อนหลายอย่่างของทฤษฎีีนี้้�
หนึ่่�งในนั้้�นก็็คืือ ดููเหมืือนว่่ารายละเอีียดต่่าง ๆ จะถููกบัังคัับให้้มีีความสอดคล้้องกัับ
เหตุุการณ์์ที่่�รู้�จัักกัันดีีซึ่�งค่่อนข้้างเป็็นการสร้้างเรื่�องขึ้�นมาเอง แต่่ปััญหาหลัักของทฤษฎีีนี้้�คืือไม่่มีี
‘นัักประวััติิศาสตร์์นิิยม’ ถึึงสองคนที่่�เห็็นพ้้องกัันถึึงความสััมพัันธ์์ระหว่่างพระคััมภีีร์์และ
ประวััติิศาสตร์์ พวกเขาได้้ใช้้แนวทางที่่�ถููกต้้องหรืือไม่่? แท้้จริิงจะต้้องมีีข้้อสรุุปที่่�มีีน้ำ�ำ� หนัักเป็็น
เอกฉัันท์์ และเนื้้อ� หาจบเรื่อ� งลงด้้วยรายละเอีียดที่่�ยัังไม่่สำำ�เร็จ็ ตามคำ�ำ พยากรณ์์
ที่่ก� ล่่าวมานั้้�นเป็็นการพิจิ ารณาถึึงแนวคิดิ เชิงิ ‘ประวัตั ิศิ าสตร์น์ ิยิ ม’ ประเภทหนึ่่ง� เราเรีียก
ว่่าเป็็น แบบเส้้นตรง (Linear) แนวคิิดนี้้�เชื่�อว่่าพระธรรมวิวิ รณ์์คืือเส้้นตรงเส้้นหนึ่่�งที่่�ประกอบไป
ด้้วยเหตุุการณ์์ต่่าง ๆ นัับตั้�งแต่่การเสด็็จมาของพระคริิสต์์ในครั้้�งแรกไปจนถึึงการเสด็็จมาใน
ครั้้�งที่่ส� อง
ยัังมีีแนวคิิดอีีกแบบหนึ่่�งซึ่�งเราจะเรีียกว่่าแนวคิิดในเชิิงวััฏจัักร (Cyclical) แนวคิิดนี้้�เชื่�อว่่า
พระธรรมวิิวรณ์์ครอบคลุุมประวััติิศาสตร์์ของคริิสตจัักรทั้้�งหมด มีีเรื่�องราวที่่�เกิิดขึ้�นมากกว่่าหนึ่่�ง
ครั้้�ง โดยจะวกกลัับมาเริ่�มต้้นใหม่่และ ‘ซ้ำ�ำ�รอย’ เหตุุการณ์์เดิิมในมุุมอื่�น หนัังสืือเล่่มหนึ่่�งที่่�ได้้รัับ
ความนิิยมมาก (More than Conquerors ยิ่�งกว่่าผู้้�พิิชิิต โดย วิิลเลีียม เฮนดิิคเซ่่น เบเกอร์์,
1960) อ้า้ งว่า่ มีีวัฏั จัักรอยู่� 7 รอบ แต่่ละรอบนั้้�นครอบคลุุมแต่่ละยุุคของคริิสตจัักรเอาไว้้ (ในบทที่่�
1–3, 4–7, 8–11, 12–14, 15–16, 17–19, 20–22) ซึ่�งทำำ�ให้้เขาสามารถกำ�ำ หนด ‘พัันปีี’
(ในบทที่่� 20) เอาไว้้ก่่อนการเสด็็จมาของพระคริิสต์์ในครั้้�งที่่�สอง (บทที่่� 19) ดัังนั้้�นจึึงได้้รัับเอา
386 ปลดล็อ็ กพระคััมภีรี ์์ (พันั ธสัญั ญาใหม่่)
มุุมมองของ ‘หลัังพัันปีี’ เข้้ามา แต่่ ‘โครงสร้้างคู่�ขนานที่่�เดิินไปข้้างหน้้า’ ตามที่่�เรีียกขานกัันนี้้�
ดููเหมืือนจะเป็็นการบัังคัับให้้เหตุุการณ์์ที่่�เกิิดขึ้ �นตรงกัับเนื้้�อหาในพระธรรมวิิวรณ์์มากกว่่าที่่�จะ
พบว่า่ มีีเหตุุการณ์์ดัังกล่า่ วจริงิ ในเนื้้�อหานั้้น� โดยเฉพาะอย่่างยิ่�ง เมื่อ� บทที่่� 19 และ 20 ได้้กล่่าวถึึง
สถานที่่ซ� ึ่ �งถููกแยกออกจากกัันอย่่างชััดเจน
การตีีความแบบประวััติิศาสตร์์นิิยมนี้้�อาจจะเป็็นวิิธีีที่่�เป็็นที่่�น่่าพอใจและน่่าเชื่ �อถืือน้้อย
ที่่ส� ุดุ ไม่ว่ ่า่ จะเป็น็ ทั้้�งแบบเส้้นตรงหรือื แบบวัฏั จัักร
3. อนาคตนิยิ ม (Futurist)
สำำ�นัักนี้้�เชื่�อว่่าแกนกลางของคำ�ำ พยากรณ์์นั้้�นอยู่่�ก่่อนการเสด็็จมาของพระเยซููในครั้้�งที่่�
สองเพีียงไม่่กี่�ปีี ดัังนั้้�นเนื้้�อหาในพระธรรมเล่่มนี้้�จึึงยัังเป็็นเรื่�องในอนาคตสำำ�หรัับเรา เกี่�ยวข้้องกัับ
ช่่วงสำ�ำ คััญสููงสุุดของเหตุุการณ์์เมื่�อความชั่�วร้้ายได้้ครอบครองโลกและจะกลายเป็็น
‘ความทุุกขเวทนาครั้้ง� ใหญ่่’ ของชนชาติิของพระเจ้า้ (วิวิ รณ์์ 7:14 และพระเยซููได้ท้ รงอ้้างถึงึ ใน
มััทธิวิ 24:12–22)
ทุุกเหตุุการณ์์จะเกิิดอย่่างรวบรััดในช่่วงเวลาสั้�น ๆ เพีียงสามปีีครึ่่�ง (กล่่าวถึึงโดยใช้้คำ�ำ ว่่า
‘หนึ่่�งวาระ สองวาระ และครึ่่�งวาระ’ หรืือ ‘สี่�สิิบสองเดืือน’ หรืือ ‘หนึ่่�งพัันสองร้้อยหกสิิบวััน’
ดูขู ้้อ 11:2–3; 12:6, 14 และกล่่าวถึึงในพระธรรมดาเนียี ล 12:7)
เพราะเหตุุการณ์์เหล่่านี้้�ยัังคงเป็็นเรื่�องในอนาคต คำำ�พยากรณ์์จึึงมีีแนวโน้้มที่่�จะเกิิดขึ้�น
ตามตััวอัักษรและตรงตามคำำ�บรรยายที่่�บัันทึึกไว้้ จึึงไม่่มีีความจำำ�เป็็นที่่�จะต้้องจััดให้้
คำ�ำ พยากรณ์์เหล่่านั้้�นตรงกัับประวััติิศาสตร์์ในอดีีต แต่่แน่่นอนว่่าความวิิบััติิต่่าง ๆ นั้้�นจะนำ�ำ
เราไปสู่่�จุดุ จบของโลก
แล้้วข้้อความที่่�มีีมาถึึงคริิสตจัักรในตลอดทุุกยุุคทุุกสมััยคืืออะไรกััน? ตามแนวคิิด
นี้้� เนื้้�อหาส่่วนใหญ่่จะเกี่�ยวข้้องกัับผู้�เชื่�อในวาระสุุดท้้าย แต่่น่่าประหลาดใจที่่�กลุ่�ม
อนาคตนิิยม นี้้�เชื่�อว่่าคริิสตจัักรจะถููก ‘รัับขึ้�นไป’ สู่่�สวรรค์์ก่่อนความทุุกขเวทนาจะ
เริ่�มขึ้�น หากเป็็นเช่่นนั้้�นแล้้ว แม้้แต่่คริิสเตีียนคนสุุดท้้ายก็็ไม่่จำ�ำ เป็็นจะต้้องรัับรู้�เรื่�องราวเหล่่านี้้�
เลยก็็ได้้
จุุดอ่่อนของแนวคิิดเชิิงอนาคตนิิยมคืือ มีีแนวโน้้มที่่�จะทำำ�ให้้พระธรรมวิิวรณ์์เป็็นเหมืือน
‘ปฏิิทิินบัันทึึกเหตุุการณ์์’ ซึ่�งทำำ�ให้้เกิิดความสนใจในเรื่�องภาพ แผนภููมิิ และตารางการเกิิด
เหตุุการณ์์ในอนาคตมากจนเกิินไป ข้้อเท็็จจริิงที่่�ว่่าพวกเขาไม่่ได้้เห็็นพ้้องต้้องกัันเสมอนั้้�นก็็บอก
เป็น็ นััยว่า่ พระธรรมวิิวรณ์ไ์ ม่่ได้ถ้ ูกู เขีียนขึ้�นมาเพื่่อ� เป้า้ หมายตามแนวคิิดนี้้ต�ั้�งแต่แ่ รก
4. อุุดมการณ์น์ ิยิ ม (Idealist)
วิวิ รณ์์ 387
แนวคิิดนี้้�นำ�ำ เอาข้้ออ้้างอิิงเกี่�ยวกัับเวลาออกไปทั้้�งหมดและไม่่สนัับสนุุนความเกี่�ยวพััน
ของเนื้้�อหากัับเหตุุการณ์์พิิเศษใด ๆ พระธรรมวิิวรณ์์เป็็นการให้้ภาพของการต่่อสู้�ระหว่่างความดีี
และความชั่�วตลอด ‘ชั่�วนิิรัันดร์์’ และเนื้้�อหาที่่�ปรากฏอยู่�ในคำำ�บรรยายเหล่่านั้้�นสามารถประยุุกต์์
เข้า้ กับั ศตวรรษใด ๆ ก็ไ็ ด้้ สงครามระหว่่างพระเจ้า้ และซาตานกำ�ำ ลังั ดำำ�เนินิ ไป ชััยชนะของสวรรค์์
เห็็นได้้จากคริิสตจัักรที่่�มีีชััยชนะในเวลาใดก็็ได้้ และ ‘ข้้อความหลัักสำ�ำ คััญ’ สามารถที่่�จะสื่�อสาร
เพื่่อ� ประยุุกต์์ใช้้ไปตลอดในทุกุ ขณะและทุกุ สถานที่่�
สิ่�งที่่�เป็น็ เรื่�องหลักั และอาจจะเป็็นข้อ้ ดีเี พียี งอย่า่ งเดีียวในมุมุ มองนี้้ก� ็ค็ ือื เนื้้อ� หาในพระธรรม
เล่ม่ นี้้ก� ลายเป็น็ สิ่ง� ที่่เ� กี่ย� วข้อ้ งโดยตรงกับั ผู้้�อ่า่ นทุกุ คน พวกเขาตกอยู่�ในการต่อ่ สู้�ตามที่่ไ� ด้ถ้ ูกู บรรยาย
เอาไว้้และได้้รับั การยืนื ยัันว่า่ ‘ผู้�ที่�อยู่�ในท่่านนั้้�นเป็น็ ใหญ่ก่ ว่า่ ผู้�ที่อ� ยู่�ในโลก’ (1 ยอห์น์ 4:4) เราจึงึ
สามารถ ‘เป็น็ ยิ่ง� กว่า่ ผู้้�พิชิ ิิต’ (โรม 8:37)
อย่า่ งไรก็ต็ าม นี่่เ� ป็น็ การมองพระธรรมวิวิ รณ์แ์ บบเป็น็ ‘ศาสนนิยิ ายยุคุ โบราณ’ (myth) เป็น็
เรื่�องจริิงฝ่่ายวิิญญาณแต่่ไม่่ใช่่เรื่�องจริิงตามประวััติิศาสตร์์ ทำำ�ให้้เหตุุการณ์์ต่่าง ๆ นั้้�นเป็็นเหมืือน
เรื่�องราวที่่�ถููกสร้้างขึ้�นแต่่ก็็มีีความจริิงปะปนอยู่่�ด้้วย เช่่นเดีียวกัับหนัังสืือนิิทานอีีสปหรืือหนัังสืือที่่�
ชื่อ� ปริิศนาธรรม (Pilgrim’s Progress) เราต้อ้ งขุุดคุ้�ยความจริงิ ทั้้�งหลายออกมาจากคำ�ำ บรรยายใน
หนังั สือื ก่อ่ นที่่จ� ะนำำ�มาประยุกุ ต์ใ์ ช้้ ต้น้ ทุนุ ของขั้น� ตอนใน ‘การแต่ง่ แต้ม้ ข่า่ วประเสริฐิ ด้ว้ ยศาสนนิยิ าย
ยุคุ โบราณจนยากจะเข้า้ ใจได้้’ (demythologizing) คือื ต้้องตััดเนื้้อ� หาจำ�ำ นวนมากออกไปตััดทอน
ความเป็น็ กวีีนิิพนธ์ซ์ึ่ง� เป็น็ เหมือื นกับั หีีบห่อ่ บรรจุภุ ััณฑ์์ออกไป
เบื้้อ� งหลังั ทั้้ง� หมดนี้้ค� ือื ปรัชั ญาของกรีกี ซึ่ง� แยกฝ่า่ ยวิญิ ญาณจากฝ่า่ ยร่า่ งกาย แยกสวรรค์แ์ ละ
โลก แยกนิริ ันั ดร์ก์ าลออกจากเวลา พวกเขากล่า่ วว่า่ พระเจ้า้ ทรงเป็น็ นิริ ันั ดร์์ ดังั นั้้น� ความจริงิ จึงึ เป็น็
นิิรันั ดร์์ แม้้ว่า่ จะมีีเวลาที่่เ� หมาะสม แต่่ก็ใ็ ช่ว่ ่่าเนื้้�อหาในพระธรรมวิวิ รณ์จ์ ะอยู่�ใน ‘ช่่วงเวลา’ ต่า่ ง ๆ
จะเห็็นได้้ว่่าแนวคิิดเรื่�องประวััติิศาสตร์์ของพวกเขาเป็็นเหมืือนวััฏจัักรที่่�ตััดความคิิดเรื่�อง ‘จุุดจบ
ของเวลา’ ออกไป คืือตััดความคิิดที่่�ว่่าเวลานั้้�นจะเดิินหน้้าไปสู่่�ช่่วงสำำ�คััญสููงสุุดหรืือไปสู่�บทสรุุป
ออกไป
เรื่อ� งนี้้ย� ังั มีผี ลต่อ่ เนื่่อ� งมาถึงึ ‘คำ�ำ สอนเรื่อ� งวาระสุดุ ท้า้ ย’ (Eschatology) (คือื การศึกึ ษาเรื่อ� ง
‘สิ่ง� สุดุ ท้้าย’ มาจากคำ�ำ ภาษากรีีกว่่า eschatos ซึ่�งแปลว่่า ‘จุุดจบ’ หรือื ‘สุุดท้้าย’) ด้ว้ ยเหตุกุ ารณ์์
เช่่น การเสด็็จมาครั้้�งที่่�สองและวัันแห่่งการพิิพากษานั้้�นได้้ถููกย้้ายจากอนาคตมาเป็็นปััจจุุบััน
จากสมัยั นั้้น� มาเป็น็ สมัยั นี้้� การศึกึ ษาเรื่อ� ง ‘สิ่ง� สุดุ ท้า้ ย’ จึงึ เป็น็ ‘การประเมินิ โดยอาศัยั ประสบการณ์์
จริงิ ’ (existential) (คือื เกี่ย� วกับั เรื่อ� งในปัจั จุบุ ันั ที่่ป� รากฏอยู่�หรือื สิ่ง� ที่่� ‘เกิดิ ขึ้น� แล้ว้ ’ (เช่น่ ‘การลงทุนุ
ที่่�เกิิดขึ้�นแล้ว้ ’ จึึงมีีเงิินสำ�ำ หรับั การใช้้จ่า่ ยในเวลานี้้)�
แน่่นอนว่่าจะต้้องมีีการเปลี่�ยนแปลงอย่่างถอนรากถอนโคนเพื่่�อทำ�ำ ให้้ ‘คำำ�พยากรณ์์’ ใน
388 ปลดล็็อกพระคััมภีรี ์์ (พันั ธสัญั ญาใหม่่)
พระธรรมวิิวรณ์์นั้้�นตรงกัับเหตุุการณ์์ในปััจจุุบััน โดยทั่่�วไปก็็เปลี่�ยนแปลงโดย ‘ทำ�ำ ให้้เป็็น
เรื่�องฝ่่ายวิิญญาณ’ (เป็็นวิิธีีการคิิดในเชิิงปรััชญาของเพลโต) ตััวอย่่างเช่่น ‘กรุุงเยรููซาเล็็มใหม่่’
(ในบทที่่� 21) กลัับหมายถึึงคนแทนที่่�จะเป็็นภาพของคริิสตจัักร ‘ในอุุดมคติิ’ (สัังเกตการใช้้คำ�ำ )
รายละเอีียดต่า่ ง ๆ เกี่�ยวกับั สถาปััตยกรรมนั้้�นกลับั ถููกลืืมไปอย่า่ งง่า่ ยดาย
ในตอนนี้้� ให้้เรามาสรุุปแนวคิิดต่่าง ๆ นี้้� มีีคำำ�ตอบของคำ�ำ ถามที่่�ว่่าพระธรรมวิิวรณ์์นั้้�น
ครอบคลุุมเวลาในช่ว่ งใดอยู่� 4 คำ�ำ ตอบ ดัังนี้้�
• พวกอดีีตนิยิ มตอบว่า่ ในคริสิ ต์์ศตวรรษแรก ๆ
• พวกประวััติิศาสตร์์นิิยมตอบว่่า ตลอดทุุกคริิสต์์ศตวรรษนัับตั้�งแต่่การเสด็็จมาครั้้�งที่่�หนึ่่�ง
จนถึึงครั้้ง� ที่่�สอง
• พวกอนาคตนิยิ มตอบว่า่ ช่่วงหลายปีสี ุดุ ท้า้ ยของคริิสต์์ศตวรรษสุดุ ท้า้ ย
• พวกอุุดมการณ์์นิยิ มตอบว่า่ เป็น็ คริสิ ต์์ศตวรรษใดก็็ได้้ ไม่ไ่ ด้ม้ ีีเวลาที่่เ� จาะจง
แล้้วคำ�ำ ตอบไหนที่่�ถููกต้้อง? ทุุกคำำ�ตอบมีีทั้้�งข้้อดีีและข้้อเสีีย เราต้้องเลืือกคำำ�ตอบใดจาก
ทั้้�ง 4 คำ�ำ ตอบนี้้ห� รือื ไม่่? คำ�ำ ตอบเหล่่านี้้�ถูกู ต้อ้ งหรืือไม่่? คำำ�ตอบเหล่่านี้้อ� าจจะผิิดก็็ได้ใ้ ช่ห่ รือื ไม่?่
ข้อ้ สัังเกตที่่ด� ้า้ นล่่างนี้้อ� าจจะช่่วยให้้ผู้้�อ่่านพอจะสรุปุ ได้้ ดัังนี้้�
ประการแรก ดููเหมืือนว่่าจะไม่่มีีกลุ่�มไหนสามารถไขปััญหาของพระธรรมเล่่มนี้้�ได้้ทั้้�งหมด
แต่่ละ ‘สำ�ำ นััก’ ก็็มองเห็็นข้้อเท็็จจริิงบางอย่่างแต่่ก็็ไม่่มีีสำำ�นัักไหนบอกออกมาได้้ทั้้�งหมด เมื่ �อแก้้
โจทย์โ์ ดยการใช้้แนวทางใดแนวทางหนึ่่ง� ก็็จะเห็น็ ได้้ว่่ามีีการยักั ย้า้ ยปรับั เปลี่�ยนเนื้้�อหาเกิดิ ขึ้�น
ประการที่่�สอง ไม่่มีีเหตุุผลว่่าทำ�ำ ไมคำำ�ตอบมากกว่่าหนึ่่�งคำ�ำ ตอบจึึงไม่่ควรนำำ�มาใช้้ เนื้้�อหา
ต่่าง ๆ นั้้�นอาจจะมีีความหมายและการนำำ�ไปประยุุกต์์ใช้้ที่่�แตกต่่างกััน แต่่ต้้องมีีการควบคุุมเพื่่�อ
หลีีกเลี่ �ยงไม่่ให้้เกิิดการใช้้แนวทางตามอำำ�เภอใจมาสนัับสนุุนความคิิดเห็็นที่่�มีีมาก่่อนที่่�จะมาศึึกษา
พระคััมภีีร์์ การควบคุุมนี้้�อาจจะทำำ�ได้้โดยใช้้บริิบทและการตั้�งคำ�ำ ถามอยู่�เสมอว่่านี่่�คืือสิ่�งที่่�พระเจ้้า
ตั้�งพระทััยเขียี นขึ้�นเพื่่อ� มนุษุ ย์ท์ ี่่เ� ป็็นผู้้�อ่่านหรือื ไม่่?
ประการที่่ส� าม หลายตอนของทั้้ง� 4 แนวทางดังั กล่่าวสามารถช่่วยให้เ้ ราเกิดิ ความเข้า้ ใจได้้
บางอย่่างในแนวทางทั้้�งสี่�นั้้�นเข้้ากัันได้้ดีีและสามารถใช้้เป็็นตััวเชื่�อมโยงระหว่่างกัันและกัันได้้ แต่่
ต้อ้ งระบุุเพิ่่�มเติิมไว้้ด้ว้ ยว่่าบางอย่า่ งก็็อาจจะเข้า้ กัันไม่่ได้แ้ ละไม่่สามารถรวมกันั ได้เ้ ลย
ประการที่่�สี่� เรื่อ� งที่่�มีคี วามสำำ�คััญในตอนต่่าง ๆ ในพระธรรมเล่ม่ นี้้�อาจจะเปลี่�ยนไป จึงึ ต้อ้ ง
เลืือกใช้้วิิธีีการที่่�เหมาะสมที่่�สุุดวิิธีีหนึ่่�งหรืือหลายวิิธีีในการตีีความในแต่่ละตอน ในเนื้้�อหาต่่อไปนี้้�
เราจะแสดงให้เ้ ห็็นถึงึ การตีคี วามโดยการแบ่่งพระธรรมนี้้�ออกเป็็น 3 ตอนใหญ่่ ๆ ด้้วยกััน
ช่่วงเริ่ม� ต้้น (บทที่่� 1-3)
วิวิ รณ์์ 389
เนื้้�อหาในส่่วนนี้้�ไม่่ค่่อยเป็็นที่่�ถกเถีียงกัันเท่่าใดนััก จึึงอธิิบายอย่่างละเอีียดด้้วยความมั่�นใจ
มากกว่่าในตอนอื่�น (ดูตู ัวั อย่า่ งในหนัังสือื ชื่อ� What Christ thinks of the Church โดย John
Stott, Lutterworth Press, 1958) คนส่่วนใหญ่่ยอมรัับการตีีความแบบดั้�งเดิิมได้้เป็็นอย่่างดีี
(แม้้ว่่าจะนำำ�ไปประยุุกต์์ใช้้ได้้ค่่อนข้้างยาก) ปััญหาของเนื้้�อหาในส่่วนนี้้�คืือเราเข้้าใจอย่่างดีีและดีี
เกินิ ไปเสียี ด้ว้ ยซ้ำำ�� อาจมีขี ้อ้ สงสัยั บ้า้ งเล็ก็ น้อ้ ยในรายละเอีียด (ทูตู สวรรค์์) และสัญั ลัักษณ์์ (หินิ ขาว
และมานาที่่�ซ่่อนไว้้) แต่่จดหมายถึึงคริิสตจัักรทั้้�งเจ็็ดในเอเชีียไม่่เหมืือนกัับจดหมายฝากอื่�น ๆ ใน
พัันธสัญั ญาใหม่่ ดังั นั้้�นแนวคิดิ ของ ‘สำำ�นักั ’ ไหนจึึงจะเหมาะสมกับั เรื่�องนี้้�?
พวกอดีีตนิิยมชี้�นำ�ำ ความสนใจของเราไปที่่�คริิสต์์ศตวรรษแรก การอธิิบายและการตีีความ
หมายในพระคััมภีีร์์อย่่างแท้้จริิงนั้้�นเริ่�มต้้นจากคำ�ำ ถามว่่าสิ่�งนั้้�นมีีความหมายอย่่างไรต่่อพวกเขา
แต่่จำำ�เป็น็ ที่่�จะต้้องจบลงที่่ค� ริิสต์ศ์ ตวรรษแรกเช่่นนั้้�นหรืือ?
พวกประวััติิศาสตร์์นิิยมเชื่�อว่่า คริิสตจัักรทั้้�งเจ็็ดนั้้�นหมายถึึงคริิสตจัักรตลอดทุุกยุุคสมััย
เป็็นช่่วงเวลาที่่�สำำ�คััญเจ็็ดยุุคติิดต่่อกัันในประวััติิศาสตร์์ของคริิสตจัักร เอเฟซััสครอบคลุุม
คริิสตจักั รสมััยแรก สเมอร์น์ าคือื สมัยั ที่่�คริสิ ตจัักรถููกข่่มเหงโดยจักั รวรรดิโิ รมััน เปอร์์กามัมั คืือสมัยั
ของคอนสแตนติิน ธิิยาทิริ าคือื ยุุคกลาง ซาร์ด์ ิิสคืือยุุคการปฏิริ ูปู ฟีลี าเดลเฟียี คือื ยุุคการเคลื่่อ� นไหว
ของมิิชชัันนารีีทั่่�วโลก และเลาดีีเซีียคืือศตวรรษที่่�ยี่�สิิบ แต่่เหตุุการณ์์คู่�ขนานเหล่่านี้้�ถููกบีีบให้้เกิิด
ขึ้�น (คริิสตจัักรในโลกตะวัันตกอาจจะดููเป็็น ‘ชาวเลาซีีเดีีย’ แต่่คริิสตจัักรในโลกที่่�สามอาจไม่่ได้้
เป็น็ เช่น่ นั้้น� ) แบบแผนดัังกล่่าวนี้้จ� ึงึ ดูไู ม่เ่ ข้้ากันั
พวกอนาคตนิิยมยิ่ �งประหลาดไปกัันใหญ่่เพราะเชื่ �อว่่าคริิสตจัักรทั้้�งเจ็็ดนั้้�นจะถููกสถาปนา
ขึ้�นใหม่่ในเมืืองเดิิมที่่�อยู่�ในเอเชีียก่่อนการเสด็็จกลัับมาของพระเยซูู โดยสมมติิฐานจากประโยคที่่�
ว่า่ ‘เราจะมาหา’ (2:5, 16; 3:4) ว่่าเป็็นการเสด็จ็ มาครั้้ง� ที่่�สอง ซึ่�งเป็น็ สมมติิฐานที่่�ไม่่ถูกู ต้อ้ ง อัันที่่�
จริิงแล้้ว คริิสตจัักรเหล่า่ นี้้ไ� ด้้หายไปนานแล้ว้ ตั้้ง� แต่ท่ ี่่� ‘คัันประทีปี ได้ถ้ ููกยกออกจากที่่’�
โดยทั่่�วไปแล้้ว พวกอุุดมการณ์์นิิยมจะมีีทััศนะในตอนนี้้�เหมืือนกัับพวกอดีีตนิิยม แต่่เพิ่่�ม
ความเชื่ �อที่่�ว่่าคริิสตจัักรทั้้�งเจ็็ดในประวััติิศาสตร์์นั้้�นเป็็นตััวแทนคริิสตจัักรในทุุกช่่วงเวลาด้้วย
เอเฟซััสเป็็นตััวแทนของออร์์โธด็็อกซ์์แต่่มีีสามััคคีีธรรมที่่�ปราศจากความรััก สเมอร์์นาเป็็นผู้�ที่�ต้้อง
ทนทุุกข์์ เปอร์ก์ ามัมั เป็็นพวกที่่�ต้้องอดทน ธิิยาทิริ าเป็็นพวกที่่เ� สื่�อมทราม ซาร์ด์ ิิสคือื พวกที่่ต� ายไป
แล้้ว ฟีีลาเดลเฟียี คือื พวกที่่�อ่อ่ นกำำ�ลัังแต่่ยังั ประกาศพระกิติ ติคิ ุณุ อยู่� เลาดีเี ซีียเป็็นพวกอุ่�น ๆ
เนื้้�อหาส่่วนนี้้�จะครอบคลุุมลัักษณะของคริิสตจัักรทั้้�งหมดหรืือไม่่นั้้�นก็็ยัังเป็็นที่่�
ถกเถีียงกัันอยู่� แต่่ตััวอย่่างที่่�ง่่ายและท้้าทายเหล่่านี้้�สามารถที่่�จะประยุุกต์์เข้้ากัับคริิสตจัักร
ที่่�ไหนและในเวลาใดก็็ได้้
390 ปลดล็อ็ กพระคััมภีรี ์์ (พันั ธสัญั ญาใหม่)่
ดัังนั้้�นแนวคิิดของพวกอดีีตนิิยมและอุุดมการณ์์นิิยมจะเป็็นการผสมผสานที่่�ถููกต้้องสำ�ำ หรัับ
การตีคี วามเนื้้�อหาในช่่วงเริ่�มต้น้ นี้้�
ช่่วงกลาง (บทที่่� 4-18)
นี่่�เป็็นเนื้้�อหาตอนที่่�มีีความแตกต่่างอย่่างเด่่นชััดมากที่่�สุุด การเปิิดฉากด้้วยนิิมิิตของ
พระที่่�นั่่�งในสวรรค์์ของพระเจ้้านั้้�นทำ�ำ ให้้เห็็นปััญหาบางอย่่างและเป็็นแรงบัันดาลใจในการ
นมััสการมาตลอดทุุกยุุคสมััย มีีข้้อถกเถีียงเกิิดขึ้�นเมื่�อพระเยซูู สิิงโต/ลููกแกะได้้เทภััยพิิบััติิ
ลงมาบนโลกและคริิสตจัักรต้้องทนทุุกข์์ เหตุุการณ์์นี้้�เกิิดขึ้�นเมื่�อไหร่่? ต้้องเป็็นเวลาใด
เวลาหนึ่่�งระหว่่างคริิสต์์ศตวรรษที่่� 2 (ซึ่�งเป็็น ‘สิ่�งที่่�จะเกิิดขึ้�นในภายหน้้า’ ของคริิสตจัักรทั้้�งเจ็็ด)
และการเสด็็จมาครั้้�งที่่ส� อง (ในบทที่่� 19)
พวก ’อดีีตนิิยม’ ได้้จำำ�กััดเนื้้�อหาในส่่วนนี้้�ไว้้โดยเป็็นเพีียงแค่่ ‘การเสื่�อมอำ�ำ นาจและล่่ม
สลายของอาณาจัักรโรมััน’ แต่ใ่ นความเป็น็ จริิงแล้ว้ เหตุกุ ารณ์ต์ ่า่ ง ๆ ที่่�ได้้ทำ�ำ นายเอาไว้้ โดยเฉพาะ
อย่่างยิ่�งภััยพิิบััติิตาม ‘ธรรมชาติิ’ นั้้�นยัังไม่่ได้้เกิิดขึ้�นในช่่วงเวลาดัังกล่่าว เนื้้�อหาส่่วนใหญ่่นัับว่่า
เป็็นเหมืือน ‘เอกสิิทธิ์�์ของบทกวีี’ มากกว่่าที่่�จะเป็็นการบอกเอาไว้้อย่่างคลุุมเครืือว่่าจะมีีอะไร
เกิดิ ขึ้น�
พวก ‘ประวััติิศาสตร์์นิิยม’ ก็็ต้้องเจอกัับปััญหาเช่่นเดีียวกัันเมื่ �อพยายามที่่�จะจััด
ประวััติิศาสตร์์ของคริิสตจัักรทั้้�งหมดให้้เข้้ากัับเนื้้�อหาในบทต่่าง ๆ เหล่่านี้้� ไม่่ว่่าจะเป็็นการ
จััดให้้เข้า้ กัับเนื้้อ� หาคำ�ำ บรรยายที่่�ต่อ่ เนื่่อ� งหรืือ ‘การกล่า่ วซ้ำ��ำ ’ แต่่รายละเอียี ดนั้้น� เข้า้ กัันไม่ไ่ ด้้เลย
แน่่นอนว่่าพวก ‘อนาคตนิิยม’ มีีอิิสระที่่�จะเชื่�อว่่าคำ�ำ พยากรณ์์นั้้�นจะสำ�ำ เร็็จลงตามราย
ละเอีียดที่่�ปรากฏเป็็นตััวอัักษรเพราะเหตุุการณ์์ทั้้�งหมดนั้้�นยัังไม่่ได้้เกิิดขึ้�น ทั้้�งสองประการนี้้�ดูู
เหมืือนจะช่่วยยืืนยัันว่่านี่่�คืือการประยุุกต์์ใช้้ที่่�ใกล้้เคีียงความเป็็นจริิง ประการที่่�หนึ่่�ง เห็็นได้้ชััดว่่า
‘ความทุุกข์์เข็็ญ’ นั้้�นเลวร้้ายยิ่�งกว่่าช่่วงใด ๆ เท่่าที่่�เคยเห็็นมาในโลก (ตามที่่�พระเยซููได้้ทรง
พยากรณ์์ไว้้ในมััทธิิว 24:21) ประการที่่�สอง ดููเหมืือนว่่าเรื่�องนี้้�จะนำำ�ไปสู่�เหตุุการณ์์ต่่าง ๆ ที่่�เป็็น
จุุดจบของประวััติิศาสตร์์ แต่่มีีเพีียงเท่่านี้้�เองหรืือ? เนื้้�อหาในส่่วนนี้้�มีีอะไรที่่�เกี่�ยวเนื่่�องกัับเนื้้�อหา
ก่อ่ นหน้้านั้้น� หรืือไม่?่
พวก ‘อุดุ มการณ์น์ ิยิ ม’ ผิิดพลาดใน ‘การแต่่งแต้ม้ ข่่าวประเสริฐิ ด้ว้ ยศาสนนิิยายยุคุ โบราณ
จนยากที่่�จะเข้า้ ใจได้’้ ในเนื้้อ� หาตอนนี้้�โดยแยกเนื้้อ� หาตอนนี้้อ� อกจากช่ว่ งเวลาที่่ค� วรจะต่่อเนื่่�องกััน
อย่่างไรก็็ตามไม่่ผิิดที่่�จะมองว่่าเนื้้�อหาในส่่วนนี้้�สามารถประยุุกต์์ใช้้กัับช่่วงเวลาใดก็็ได้้ในประวััติิ
ศาสตร์์ของคริิสตจัักร มีีการบอกเป็็นนััยไว้้ในพระคััมภีีร์์ที่่�ทำำ�ให้้เราทราบว่่าเหตุุการณ์์ในอนาคต
นั้้�นได้้ทอดเงาลาง ๆ เอาไว้้ล่่วงหน้้าแล้้ว เราได้้เห็็นถึึง ‘เงาที่่�ทอดให้้เห็็นล่่วงหน้้า’ ของพระเยซูู
ในพัันธสััญญาเดิิม (ตามที่่�จดหมายฝากฮีีบรููได้้อธิบิ ายไว้)้ ปฏิิปักั ษ์์ของพระคริิสต์ท์ ี่่ก� ำ�ำ ลังั มานั้้�นก็ถ็ ูกู
วิิวรณ์์ 391
นำำ�หน้า้ มาก่อ่ นแล้้วด้้วย ตามที่่�มีีกล่่าวไว้ว้ ่า่ ‘ศััตรูขู องพระคริิสต์์จำ�ำ นวนมาก’ (1 ยอห์น์ 2:18) ผู้�
เผยพระวจนะเทีียมเท็็จที่่�กำำ�ลัังมาก็็มีีผู้�เผยพระวจนะเทีียมเท็็จหลายคนนำ�ำ หน้้ามาก่่อน (มััทธิิว
24:11) การข่ม่ เหงที่่จ� ะมีไี ปทั่่�วทั้้�งโลกนั้้�นก็็เคยมีีมาก่่อนแล้ว้ ในแต่่ละท้้องถิ่�น ความทุกุ ขเวทนาครั้้�ง
ใหญ่่ก็็แตกต่่างจากความทุุกข์์ยากที่่�เกิิดขึ้�นอยู่�เสมอในเชิิงของความรุุนแรงเท่่านั้้�น (ยอห์์น 16:33;
กิิจการฯ 14:22) ดังั นั้้�นเนื้้อ� หาในบทเหล่่านี้้�จึึงสามารถช่ว่ ยให้้เราเข้า้ ใจแนวโน้้มในปัจั จุุบัันและช่ว่ ง
สำ�ำ คัญั สููงสุดุ ของเหตุุการณ์ท์ ั้้�งหมดได้้
ตอนจบ (บทที่่� 19-22)
การสำ�ำ แดงนั้้�นดูเู หมือื นจะยิ่ง� ชััดเจนขึ้�นเรื่อ� ย ๆ จนดำำ�เนินิ ไปถึงึ ตอนจบ แต่ย่ ัังมีีเนื้้อ� หาบาง
ส่่วนที่่�ยัังเป็็นที่่�ถกเถีียงกัันอยู่� ข้้อถกเถีียงส่่วนใหญ่่นั้้�นถืือว่่าบทเหล่่านี้้�เป็็นช่่วงอนาคตท้้ายสุุด
เป็็น ‘สิ่�งสุดุ ท้า้ ย’ ที่่�จะเกิดิ ขึ้�นโดยเริ่�มจากการเสด็จ็ กลับั มาของพระคริสิ ต์์ (ในบทที่่� 19)
พวก ‘อดีีตนิิยม’มองข้้ามส่่วนนี้้�ไปเลย มีีความพยายามอยู่�ไม่่มากนัักที่่�จะทำำ�ให้้เนื้้�อหาใน
บทเหล่่านี้้เ� ข้า้ กันั ได้ก้ ัับเรื่อ� งราวของคริิสตจัักรในยุคุ แรก
ส่่วนสำ�ำ นััก ‘ประวััติิศาสตร์์นิิยม’ ได้้แบ่่งออกเป็็น 2 กลุ่�มอย่่างชััดเจน พวกที่่�มอง
ประวััติิศาสตร์์เป็็น ‘เส้้นตรง’ มองเนื้้�อหาส่่วนนี้้�ว่่าเป็็น ‘เวลาแห่่งจุุดจบ’ ที่่�ต่่อจาก ‘ยุุคของ
คริิสตจัักร’ แต่่พวกที่่�มองประวััติิศาสตร์์เป็็น ‘วััฏจัักร’ ก็็บอกว่่านี่่�เป็็น ‘การซ้ำ��ำ รอยของ
ประวััติศิ าสตร์์’ บางคนมองยุคุ พัันปีใี นบทที่่� 20 เป็น็ เหมือื นคำ�ำ อธิบิ ายถึึงสภาพของคริิสตจักั รก่่อน
การเสด็จ็ มาครั้้�งที่่ส� องของพระคริิสต์ใ์ นบทที่่� 19 คนอื่�นอาจจะเห็็นว่่า ‘กรุงุ เยรููซาเล็็มใหม่’่ ในบท
ที่่� 21 เป็็นคำ�ำ อธิบิ ายเรื่�อง ‘พัันปีี’ ก่่อนการพิพิ ากษาครั้้�งสุดุ ท้า้ ยในบทที่่� 20 อย่่างไรก็ต็ ามเนื้้อ� หา
ในส่่วนนี้้�ไม่่ได้้อธิิบายถึึงเหตุุการณ์์โดยเรีียงลำ�ำ ดัับผิิดที่่�ผิิดทางเช่่นนี้้� จึึงส่่อว่่ามีีการยัักย้้ายปรัับ
เปลี่ย� นเนื้้�อหาให้้เหมาะสมเพื่่อ� ประโยชน์์ในเชิิงระบบศาสนศาสตร์์และหลัักศาสนา
ในเนื้้�อหาส่่วนนี้้� พวก ‘อนาคตนิิยม’ มีีความเห็็นที่่�ตรงข้้ามกัันเพีียงเล็็กน้้อย การเสด็็จมา
ครั้้ง� ที่่�สอง วัันแห่ง่ การพิิพากษา สวรรค์์และโลกใหม่่นั้้น� ยังั มาไม่่ถึงึ อย่า่ งแน่น่ อน
พวก ‘อุุดมคติินิิยม’ ก็็มีีความเห็็นตรงข้้ามกัันเพีียงเล็็กน้้อยเช่่นกััน พวกเขามีีแนวโน้้มที่่�
จะมองข้้ามโลกใหม่่ไปและกล่่าวถึึง ‘สวรรค์์’ ว่่าเป็็นสภาพแวดล้้อมเหนืือกาลเวลาซึ่�งผู้�เชื่�อจะถููก
นำำ�ไปที่่�นั่่�นหลัังความตาย ‘กรุุงเยรููซาเล็็มใหม่่’ เป็็นภาพของอาณาจัักรนิิรัันดร์์ (คืือภููเขาศิิโยน
เยรููซาเล็็มแห่่งสวรรค์์ในฮีีบรูู 12:22) ซึ่�งไม่่เคยคาดหวัังว่่าจะ ‘เลื่�อนลอยลงมาจากสวรรค์์’
(ทั้้�ง ๆ ที่่�ได้ถ้ ููกกล่่าวเอาไว้ใ้ นวิิวรณ์์ 21:2, 10)
ดังั นั้้�น พวก ‘อนาคตนิิยม’ จึึงได้ร้ ับั เอกสิิทธิ์�ใ์ นการตีคี วามเนื้้อ� หาในตอนนี้้�
ในตอนต่่อมา เราจะมาแบ่่งปััน ‘ความรู้�เบื้้�องต้้น’ ของเนื้้�อหาในพระธรรมวิิวรณ์์โดยใช้้
392 ปลดล็็อกพระคััมภีรี ์์ (พัันธสััญญาใหม่่)
แนวทางต่่าง ๆ ที่่�ได้้รัับการพิิจารณาว่่าเหมาะสม (ซึ่�งไม่่รวมพวกประวััติิศาสตร์์นิิยม) อย่่างไร
ก็็ตาม ก ่่อนที่่�เราจะไปถึึงส่ว่ นนั้้�น มีสีิ่ง� สำ�ำ คัญั อีกี เรื่�องหนึ่่ง� ที่่ค� วรจะพิจิ ารณา
การตีีความของทั้้ง� 4 ‘สำ�ำ นักั ’ นั้้�น เป็็นการใช้ส้ มมติฐิ านเบื้้�องต้น้ ที่่�เหมืือนกััน คือื คำำ�ถามว่่า
คำ�ำ พยากรณ์์เหล่่านี้้�จะสำำ�เร็็จลงเมื่�อไหร่?่ ซึ่ง� เป็็นคำำ�ถามที่่�สำำ�คััญที่่�สุุด
นี่่� เ ป็็ น จุุ ด เ ริ่ � ม ด้้ ว ย ข้้ อ ส ม มุุ ติิ ที่่� ว่่ า พ ร ะ ธ ร ร ม วิิ ว ร ณ์์ นั้้� น เ กี่ � ย วข้้ อ ง กัั บ ก า ร พ ย า ก ร ณ์์
อนาคตเพื่่อ� ตอบสนองความอยากรู้�อยากเห็น็ และลดความวิิตกกังั วล เป็น็ การเปิิดเผยสำำ�แดงถึงึ สิ่�ง
ที่่�จะเกิิดขึ้น� ทั้้ง� ที่่�จะเกิดิ ขึ้�นในทันั ทีแี ละในอนาคต
แต่่ก็็น่่าเคลืือบแคลงเป็็นอย่่างยิ่�ง พัันธสััญญาใหม่่ไม่่เคยโอนอ่่อนไปกัับการหมกมุ่�น
ถึึงสิ่�งที่่�ไม่่เกิิดประโยชน์์และถึึงขนาดได้้เตืือนสติิในเรื่�องนี้้�เอาไว้้ แต่่ใน ‘การเปิิดเผย’ ทุุกครั้้�งถึึง
สิ่�งที่่�อยู่�ในอนาคตนั้้�นมีีเป้้าหมายเพื่่�อการนำ�ำ ไปปฏิิบััติิ อัันที่่�จริิงแล้้วมีีเป้้าหมายทางศีีลธรรม
อนาคตจึึงถูกู เปิดิ เผยออกมาเพื่่�อที่่จ� ะได้้มีีอิทิ ธิพิ ลต่อ่ ปััจจุบุ ััน
ดัังนั้้�นคำ�ำ ถามที่่เ� ป็็นพื้้น� ฐานนั้้น� จึงึ ไม่่ใช่่ ‘เมื่ อ� ไหร่่?’ แต่เ่ ป็น็ ‘ทำ�ำ ไม?’ ทำ�ำ ไมพระธรรมวิวิ รณ์์
จึึงถููกเขีียนขึ้�น? ทำำ�ไมเหตุุการณ์์เหล่่านี้้�จึึงสำำ�แดงต่่อยอห์์น? ทำำ�ไมท่่านจึึงถููกบอกให้้เล่่าเนื้้�อหา
เหล่า่ นี้้ต� ่่อ ๆ ไป? ทำำ�ไมเราจึึงต้้องอ่่านและ ‘จดจำ�ำ ใส่ใ่ จ’ ในสิ่ง� ที่่เ� ขีียนไว้?้
พระธรรมวิิวรณ์์ไม่่เพีียงแต่่บอกให้้เราทราบว่่าจะเกิิดอะไรขึ้�น แต่่ยัังให้้เราเตรีียมพร้้อม
สำ�ำ หรับั สิ่�งที่่�กำ�ำ ลัังจะเกิิดขึ้�น แล้้วเราจะหาคำำ�ตอบของคำำ�ถามเหล่า่ นี้้ไ� ด้อ้ ย่า่ งไร?
ตระหนัักถึึงเป้า้ หมาย
ทำ�ำ ไมพระธรรมวิิวรณ์์จึึงถููกเขีียนขึ้�น? เราจะได้้คำ�ำ ตอบโดยการถามอีีกคำ�ำ ถามหนึ่่�ง คืือ
พระธรรมเล่่มนี้้�เขีียนขึ้น� เพื่่�อใคร?
พระธรรมเล่่มนี้้�ไม่่ได้้เขีียนขึ้ �นมาเพื่่�อเป็็นตำำ�ราเรีียนของนัักศึึกษาหรืือคณะผู้้�ทำำ�งานด้้าน
ศาสนศาสตร์์แน่่นอน บ่่อยครั้้�งที่่�พวกเขาได้้ทำำ�ให้้เป็็นเรื่�องที่่�ซัับซ้้อนและยากแก่่การเข้้าใจ ซึ่�ง
ทำำ�ให้้กลุ่�มคนที่่�เรีียบง่่ายนั้้�นกลััวและถอยห่่างออกไป หนึ่่�งในนั้้�นได้้สารภาพว่่า เรากล้้ายืืนยัันว่่า
จากการศึึกษาพระธรรมเล่่มนี้้� ได้้แสดงให้้เห็็นว่่าไม่่มีีทางเป็น็ ไปได้ท้ ี่่จ� ะเกิดิ ข้อ้ ผิดิ พลาดซึ่ง� ยากเกินิ
กว่า่ จะเข้า้ ใจได้้ บ่อ่ ยครั้้ง� ที่่น� ักั ศาสนศาสตร์ท์ ี่่�มีีอคติิอย่่างไร้้สาระในทุุกยุุคสมััยต่่างได้้ตั้�งข้้อจำำ�กััดให้้
กัับพระธรรมเล่่มนี้้�และยัังทำ�ำ ให้้เต็็มไปด้้วยความยุ่�งยาก ผู้้�อ่่านส่่วนใหญ่่ต่่างถอยหนีีกัันเสีียหมด
นอกเหนืือจากอคติิเหล่่านี้้�แล้้ว พระธรรมวิิวรณ์์เรีียบง่่าย เป็็นพระธรรมที่่�โปร่่งใสที่่�สุุดที่่�ผู้�
เผยพระวจนะได้เ้ คยเขียี นไว้้ (เรอููสส์์ ปีี 1884, อ้า้ งอิงิ อยู่�ในหนัังสือื ที่่�ชื่�อ The Prophecy Hand-
book, World Bible Publishers, 1991)
นัับจากนั้้�นมา สถานการณ์์ดัังกล่่าวก็็ไม่่ได้้ดีีขึ้ �น ตามที่่�ได้้มีีคำำ�วิิพากษ์์เมื่่�อเร็็ว ๆ นี้้�ว่่า
วิิวรณ์์ 393
นี่่�เป็็นหนึ่่�งในปััญหาของวััฒนธรรมในการใช้้ผู้้�ชำำ�นาญการ เมื่่�อเรื่�องที่่�ดููเหมืือนยุ่�งยากนั้้�น
ถูกู ส่ง่ ไปยังั มหาวิทิ ยาลัยั เพื่่อ� ให้้สะสางแก้้ไข (Eugene Peterson, writing on Revelation in
Reversed Thunder, Harper Collins, 1988, p. 200)
เรื่�องเช่่นนี้้�ได้้ทำ�ำ ให้้ความคิิดที่่�ว่่าพระธรรมเล่่มนี้้�ยากสำ�ำ หรัับ ‘คนที่่�ไม่่ได้้มีีความ
เชี่�ยวชาญพิิเศษ’ (ไม่่ว่่าคำ�ำ นี้้�จะใช้้ในความหมายในเชิิงศาสนาหรืือในเชิิงการศึึกษาก็็ตาม)
จะเข้า้ ใจได้น้ ั้้�นแพร่ก่ ระจายออกไป
ผู้้�อ่่านสามััญธรรมดา
พระธรรมวิิวรณ์์นั้้�นถููกเขีียนขึ้�นเพื่่�อคนสามััญธรรมดาทั่่�วไป ไม่่ได้้เป็็นการเน้้นย้ำ�ำ�ที่่�
มากเกิินควรแต่่อย่่างใด โดยส่่งถึึงสมาชิิกของคริิสตจัักรทั้้�งเจ็็ดในเวลานั้้�นซึ่�ง ‘มีีไม่่กี่�คนที่่�ฉลาด
ตามมาตรฐานของมนุษุ ย์์ มีีไม่ก่ี่ค� นที่่ม� ีีอิิทธิพิ ล มีไี ม่ก่ี่�คนที่่ม� ีีชาติกิ ำ�ำ เนิดิ สูงู ส่่ง’ (1 โครินิ ธ์์ 1:26)
คำ�ำ พูดู ที่่�กล่า่ วถึึงพระเยซูทู ี่่ว� ่า่ ‘ฝูงู ชนกลุ่�มใหญ่ฟ่ ัังพระองค์ด์ ้ว้ ยความชื่น� ชมยิินดี’ี (มาระโก
12:37) เป็็นการให้้ความนัับถืือต่่อฝููงชนกลุ่�มใหญ่่เช่่นเดีียวกัับที่่�ให้้ต่่อพระเยซูู พวกเขารู้�ว่าพระ
เยซูตู รััสด้ว้ ย ‘สิิทธิิอำำ�นาจ’ และพระองค์์ทรงทราบว่า่ กำำ�ลังั ตรัสั เรื่�องอะไร ง่่ายกว่่าเสีียด้ว้ ยซ้ำ�ำ�ไปที่่�
จะล่่อหลอกคนที่่ม� ีีการศึึกษาดีีให้้ดูเู ป็น็ พวกโง่่เขลา
พระธรรมวิิวรณ์์ได้้มอบขุุมทรััพย์์ให้้กัับผู้�ที่�อ่่านด้้วยความเชื่�ออย่่างง่่าย ๆ ด้้วยหััวใจที่่�เปิิด
กว้้างและอ่อ่ นสุภุ าพ
มีี เ รื่ � อ ง ห นึ่่� ง ที่่� ถูู ก ส่่ ง เ วีี ย น ต่่ อ กัั น ไ ป ใ น อ เ ม ริิ ก า แ ล ะ ไ ด้้ เ น้้ น ถึึ ง ป ร ะ เ ด็็ น ห นึ่่� ง แ ม้้ ว่่ า
จะดููเหมืือนเป็็นเรื่�องเล่่าของนัักเทศนานอกสารบบ (เหมืือนเวลาลููกชายตััวเล็็กๆ ของนัักเทศนา
ถามว่่า ‘คุุณพ่่อครัับ เรื่�องนี้้�เป็็นเรื่�องจริิงรึึเปล่่าครัับ หรืือว่่าเป็็นแค่่คำ�ำ เทศนา?’) เรื่�องมีีอยู่่�ว่่า
นัั ก ศึึ ก ษ า ศ า ส น ศ า ส ต ร์์ บ า ง ค น กำำ�ลัั ง รู้้�สึึ ก เ บื่่� อ ห น่่ า ย แ ล ะ สัั บ ส น จ า ก ก า ร ฟัั ง บ ร ร ย า ย เ รื่ � อ ง
‘วาระสุุดท้้าย’ จึึงตััดสิินใจว่่าจะไปเล่่นบาสเกตบอลในโรงยิิมของวิิทยาเขต ในขณะที่่�พวกเขา
กัันเล่่นอยู่่�ก็็สัังเกตเห็็นว่่ามีีภารโรงคนหนึ่่�งกำำ�ลัังอ่่านพระคััมภีีร์์เพื่่�อรอที่่�จะปิิดล็็อกโรงยิิมนั้้�น
พวกนัักศึึกษาถามภารโรงว่่ากำำ�ลัังอ่่านพระคััมภีีร์์ตอนไหนอยู่� และก็็ต้้องประหลาดใจที่่�รู้�ว่าเขา
กำำ�ลังั อ่่านพระธรรมวิวิ รณ์์อยู่� ‘คุณุ ไม่่เข้้าใจเล่่มนี้้�หรอกใช่่ไหม?’
‘แน่น่ อนสิิ ผมเข้้าใจ’
‘เป็็นเรื่อ� งเกี่ย� วกัับอะไรครัับ?’
ภารโรงคนนั้้�นทำำ�ตาโตพร้้อมด้้วยรอยยิ้�มกว้้างและตอบว่่า ‘ง่่ายมาก ก็็เรื่�องที่่�พระเยซูู
มีชี ัยั ชนะไง’
394 ปลดล็็อกพระคััมภีรี ์์ (พันั ธสัญั ญาใหม่่)
แน่่นอนว่่าพระธรรมวิิวรณ์์มีีอะไรมากไปกว่่าที่่�ภารโรงคนนี้้�ตอบ แต่่ก็็เป็็นการสรุุปเพื่่�อ
สื่�อข้้อความออกมาได้้ดีีทีีเดีียว คนจำำ�นวนมากได้้ศึึกษาเนื้้�อหาต่่าง ๆ แต่่ก็็ลืืมนึึกถึึงข้้อความที่่�
ต้อ้ งการสื่�อสารออกมา การใช้้ความคิดิ แบบพื้้น� ๆ คือื สิ่ง� ที่่เ� ราจะต้้องมีี ไม่่มีีใครตีีความพระคััมภีรี ์์
ทั้้�งเล่่มตามตััวอัักษร ไม่่มีีใครถืือว่่าทั้้�งหมดเป็็นสััญลัักษณ์์ แต่่จุุดไหนกัันล่่ะที่่�จะเป็็นจุุดบรรจบ
ระหว่่างการตีีความตามตััวอัักษรและสััญลัักษณ์์ซึ่ �งจะทำำ�ให้้การแปลนั้้�นได้้ความหมายที่่�ลึึกซึ้ �ง
การใช้ค้ วามคิดิ แบบพื้้�น ๆ จะเป็็นตัวั ช่่วยได้อ้ ย่่างมาก ชายที่่�ขี่ม� ้า้ 4 คนนั้้น� เป็็นสััญลัักษณ์์แน่่นอน
สงคราม การนองเลืือด ความอดอยาก และโรคร้้ายต่่าง ๆ นั้้น� เป็็นสิ่ง� ที่่�เห็็นได้้จริิง ส่ว่ น ‘บึงึ ไฟ’
เป็็นสััญลัักษณ์์ของนรก แต่่การ ‘ทนทุุกขเวทนา’ ที่่�ไม่่รู้้�จบนั้้�นเป็็นความจริิงตามตััวอัักษร
(วิวิ รณ์์ 20:10)
กฎเกณฑ์์ในเรื่�องการพููดโดยทั่่�วไปก็็มีีประโยชน์์ เช่่น คำ�ำ ต่่าง ๆ นั้้�นควรมีีความหมายใน
ลัักษณะที่่�เรีียบง่่ายที่่�สุุดนอกเสีียจากว่่าได้้มีีการระบุุเอาไว้้เป็็นความหมายอื่ �นอย่่างชััดเจน
ควรจะถือื ว่า่ ผู้้�พูดู (รวมทั้้ง� พระเยซููด้ว้ ย) และผู้�เขียี นต่า่ ง ๆ (รวมทั้้�งยอห์น์ ด้้วย) ให้ค้ วามหมายตาม
ที่่ไ� ด้้พูดู ออกมา เนื้้อ� หาในการสื่�อสารก็็ควรมีคี วามหมายตามคุณุ ค่่าที่่แ� ท้จ้ ริิง
อีีกกฎเกณฑ์์หนึ่่�งคืือคำำ�เดีียวกัันในบริิบทเดีียวกัันควรจะมีีความหมายเช่่นเดีียวกััน
นอกเสีียจากว่่ามีีการระบุุไว้้เป็็นอย่่างอื่�น การเปลี่�ยนความหมายของคำ�ำ โดยทัันทีีทัันใดโดยไม่่มีี
การบอกกล่่าวล่่วงหน้้าอาจจะทำำ�ให้้เกิิดความสัับสนได้้พอ ๆ กับั การเปลี่�ยนการออกเสีียงหรืือการ
สะกดคำำ� กฎเกณฑ์์นี้้�มีีผลโดยตรงกัับคำ�ำ ว่่า ‘การเป็็นขึ้�นจากตาย’ สองครั้้�งในพระธรรมวิิวรณ์์
บทที่่� 20
นอกเหนืือจากที่่�กล่่าวไปแล้้ว เราต้้องเพิ่่�มเติิมความเหมาะสมที่่�จำ�ำ เป็็นเข้้าไปด้้วย
พระธรรมวิิวรณ์์ถููกเขีียนขึ้�นเพื่่�อคนสามััญธรรมดาในเวลาและสถานที่่�ซึ่�งแตกต่่างไปจากเรา จึึงไม่่
น่่าประหลาดใจที่่�บางสิ่ �งบางอย่่างอาจจะเข้้าใจได้้ง่่ายในสมััยนั้้�นแต่่ยากที่่�จะเข้้าใจได้้สำำ�หรัับพวก
เราที่่�มีชี ีวี ิติ อยู่่�ภายหลังั พวกเขาถึงึ 2,000 ปีีและยัังอยู่�ในที่่ท� ี่่�ห่า่ งกัันไกลด้้วย
มีีชาวต่่างชาติิจำำ�นวนหนึ่่�งที่่�มีีสายเลืือดผสมอาศััยอยู่ �ในโรมและสามารถพููดภาษากรีีกได้้
พวกเขาอ่่านพระคััมภีีร์์ของชาวยิิวและเข้้าร่่วมในความเชื่�อของคริิสเตีียนด้้วย ดัังนั้้�นเราจึึงจำำ�เป็็น
ต้้องรู้�จัักเบื้้�องหลัังของพวกเขา รวมถึึงมีีความรู้�ในด้้านวััฒนธรรมและภาษาให้้มากที่่�สุุดเท่่าที่่�จะมีี
ได้้ เป้้าหมายของแนวทางนี้้�ก็็เพื่่�อให้้เราค้้นพบได้้ว่่าเมื่�อเราอ่่านพระธรรมวิิวรณ์์ออกเสีียงดัังให้้
พวกเขาฟัังพวกเขาเข้้าใจถึึงอะไรบ้้าง อาจจะแตกต่่างจากสิ่�งที่่�เราได้้รัับรู้้�จากการนั่่�งอ่่านอย่่าง
เงีียบสงบเป็น็ ตอนสั้น� ในแต่่ละวััน
พระธรรมเล่่มนี้้ม� ีไี ว้ส้ ำ�ำ หรัับพวกเราที่่อ� ยู่�ในช่ว่ งเวลานี้้ด� ้ว้ ยเช่น่ กััน ไม่เ่ ช่น่ นั้้น� ก็ค็ งไม่่ถูกู จัดั ให้้
อยู่�ในพัันธสััญญาใหม่่ พระเจ้้าทรงตั้�งพระทััยไว้้เช่่นนี้้�โดยได้้สำำ�แดงให้้กัับยอห์์น เพื่่�อว่่าเราจะได้้
วิวิ รณ์์ 395
เข้้าใจว่่าเวลาและระยะทางที่่�แตกต่า่ งนั้้น� ไม่่ใช่อ่ ุปุ สรรคที่่ไ� ม่่สามารถจัดั การได้ ้
สิ่ง� ที่่ส� ำ�ำ คัญั ยิ่�งกว่่าช่่องว่า่ งทางวัฒั นธรรมก็ค็ ือื ความแตกต่า่ งของสิ่ง� แวดล้อ้ ม จึึงจำำ�เป็็นอย่่าง
ยิ่ง� ที่่�จะตั้�งคำ�ำ ถามว่่า หนังั สืือเล่ม่ นี้้�ถูกู เขีียนขึ้�นมาในสถานการณ์อ์ ย่่างไร? นี่่เ� ป็น็ กุญุ แจสำ�ำ คััญที่่ต� ้้อง
มีีไว้้เพื่่�อไขความหมายของพระธรรมวิิวรณ์์ทั้้�งเล่่ม เบื้้�องหลัังพระธรรมเล่่มอื่�นในพัันธสััญญาใหม่่
ทุุกเล่่มต่่างก็็มีีเหตุุผลที่่�ทำ�ำ ให้้เขีียนขึ้�นมาด้้วยเช่่นกััน เป็็นความจำ�ำ เป็็นที่่�ออกแบบมาเพื่่�อให้้บรรลุุ
ผล พระธรรมวิิวรณ์ก์ ็เ็ ช่่นเดียี วกััน
เหตุผุ ลในเชิิงปฏิบิ ัตั ิิ
ตามที่่ก� ล่า่ วมาแล้ว้ ว่า่ เป้า้ หมายหลักั ไม่ใ่ ช่เ่ ป็น็ การเปิดิ เผยถึงึ ลำ�ำ ดับั เวลาของเหตุกุ ารณ์ต์ ่า่ ง ๆ
ที่่�จะเกิิดขึ้�นในอนาคต แต่่เป็็นการเตรีียมคนให้้พรัักพร้้อมสำำ�หรัับเหตุุการณ์์ที่่�จะเกิิดขึ้�น
ดัังนั้้น� จะเกิดิ อะไรขึ้น� หากไม่ม่ ีีพระธรรมเล่ม่ นี้้�? พวกเขาจะไม่่พร้้อมเช่่นนั้้น� หรือื ? คำำ�ตอบนั้้�นอยู่�ใน
หน้้าแรก (พระธรรมวิิวรณ์์ 1:9-10)
ยอห์์นผู้�เขีียนต้้องทนทุุกข์์เพราะความเชื่�อของท่่าน ท่่านถููกส่่งตััวเข้้าคุุกโดยไม่่ได้้กระทำ�ำ
ความผิิด ท่่านเป็็นนัักโทษ ‘การเมืือง’ บนเกาะปััทมอสในทะเลอีีเจีียน (เทีียบได้้กัับเกาะอััลคา
ทราซหรืือเกาะร็็อบเบนในปััจจุุบััน) ท่่านถููกจัับตััวและถููกเนรเทศด้้วยเหตุุผลทางด้้านความเชื่�อ
ของท่่าน การอุุทิิศตนของท่่านเพื่่�อ ‘พระวจนะของพระเจ้้าและคำ�ำ พยานเพื่่�อพระเยซููคริิสต์์’
ถููกมองว่่าเป็็นการกบฏต่่ออำ�ำ นาจรััฐ เป็็นภััยคุุกคามต่่อความสงบสุุขในประเทศที่่�อยู่่�ภายใต้้
จัักรวรรดิิโรมััน ซึ่�งตั้�งอยู่�บนพื้้�นฐานของการนัับถืือเทพเจ้้าหลายองค์์และการบููชาจัักรพรรดิิ
ประชาชนถููกคาดหวัังว่่าจะต้้องเชื่ �อในเทพเจ้้าหลายองค์์และจัักรพรรดิิก็็เป็็นพระเจ้้าองค์์หนึ่่�งใน
นั้้�นด้้วย
เมื่�อก้้าวเข้้าสู่่�ช่่วงปลายศตวรรษแรก สถานการณ์์ดัังกล่่าวก็็ดำ�ำ เนิินมาถึึงช่่วงสููงสุุดที่่�ทำ�ำ ให้้
เกิิดวิิกฤตการณ์์ด้้านมโนธรรมของคริิสตชน จููเลีียส ซีีซาร์์เป็็นจัักรพรรดิิพระองค์์แรกที่่�อ้้างว่่า
ตนเองเป็็นพระเจ้้า ต่่อจากนั้้�นคืือออกััสตััสที่่�ได้้สร้้างวิิหารต่่าง ๆ ขึ้�นเพื่่�อเป็็นเกีียรติิแก่่ตนเอง
วิิหารหลายแห่่งได้้ถููกสร้้างขึ้�นในเอเชีีย (คืือตุุรกีีในปััจจุุบััน) ในขณะที่่�เนโรได้้เริ่�มต้้นข่่มเหง
คริิสเตีียน (โดยพอกพวกเขาด้้วยน้ำ�ำ� มัันดิินและเผาทั้้�งเป็็นเพื่่�อใช้้เป็็นคบไฟในงานจััดเลี้�ยงในสวน
ตอนกลางคืืน หรือื เย็บ็ พวกเขาติิดไว้้ใต้ห้ นัังสััตว์แ์ ละปล่อ่ ยสุนุ ััขให้้ออกไปไล่่ล่่า) นี่่�เป็น็ สถานการณ์์
ที่่ถ� ูกู จำำ�กัดั ด้ว้ ยช่่วงเวลาและสถานที่่�
แล้้วก็็มาถึึงทศวรรษสุุดท้้ายของศตวรรษแรกสมััยของโดมิิเทีียนได้้เปิิดฉากขึ้ �นด้้วยการ
โจมตีีคริิสเตีียนอย่่างโหดร้้ายทารุุณและต่่อเนื่่�องไปอีีกถึึง 200 ปีี จัักรพรรดิิโดมิิเทีียนต้้องการให้้
ทุุกคนนมััสการพระองค์์ด้้วยความเจ็็บปวดแห่่งความตาย เครื่่�องบููชาจะถููกโยนขึ้�นไปบนแท่่นบููชา
หน้้ารููปปั้้�นครึ่่�งตััวของโดมิิเทีียนปีีละครั้้�งพร้้อมกัับการโห่่ร้้องว่่า ‘ซีีซาร์์เป็็นพระเจ้้า’ วัันที่่�กำ�ำ หนด
396 ปลดล็อ็ กพระคัมั ภีรี ์์ (พันั ธสัญั ญาใหม่่)
ให้้ทำำ�การบูชู านี้้เ� รีียกว่่า ‘วัันแห่่งองค์์พระผู้�เป็น็ เจ้้า’
นี่่�เป็็นวัันเดีียวกัันกัับที่่�พระธรรมวิิวรณ์์ได้้เขีียนขึ้�น ผู้้�อ่่านในสมััยใหม่่อาจจะคิิดว่่าเป็็น
วัันอาทิิตย์์ ซึ่�งก็็น่่าจะให้้อภััยได้้ อัันที่่�จริิงแล้้วก็็น่่าจะเป็็นอย่่างนั้้�น แต่่ในคริิสตจัักรสมััยแรก
วัันอาทิิตย์์เรีียกว่่าเป็็น ‘วัันต้้นสััปดาห์์’ มีีสองสิ่�งในภาษากรีีกที่่�ได้้ชี้�ให้้เห็็นถึึงเทศกาลบููชา
จักั รพรรดิิประจำำ�ปีที ี่่�ว่่านี้้� หนึ่่�งในนั้้น� คืือบทความ (เรื่�อง ‘วัันแห่่งองค์์พระผู้�เป็น็ เจ้้า’ ที่่เ� ขีียนว่า่ the
Lord’s day’ ไม่ใ่ ช่่ ‘วัันแห่ง่ องค์พ์ ระผู้�เป็็นเจ้้าวัันหนึ่่�ง ที่่เ� ขีียนว่า่ a Lord’s day’) อีกี เรื่�องหนึ่่�งคืือ
ความจริิงที่่ว� ่า่ ‘องค์์พระผู้�เป็น็ เจ้้า’ นั้้�นเป็น็ คำำ�คุณุ ศัพั ท์์ ไม่ใ่ ช่ค่ ำำ�นาม (Lordy หรืือ Lordly day)
เป็็นชื่�อที่่�ถููกตั้�งขึ้�นโดยโดมิิเทีียนผู้�ที่�อ้้างว่่าตนเองมีีฐานะเป็็น ‘องค์์พระผู้�เป็็นเจ้้าและพระเจ้้า
ของเรา’
เวลาแห่่งความทุุกข์์ยากนั้้�นรออยู่�ตรงหน้้า เป็็นเรื่�องความเป็็นความตายสำ�ำ หรัับคนที่่�
ปฏิิเสธและไม่่ยอมพููดประโยคอื่่�นนอกจาก ‘พระเยซููทรงเป็็นองค์์พระผู้�เป็็นเจ้้า’ คำ�ำ ว่่า ‘เป็็น
พยาน’ (ในภาษากรีีก คืือ martur) จึงึ มีีความหมายใหม่ท่ ี่่ร� ้า้ ยแรงถึึงตายด้้วย คริสิ ตจัักรได้้เผชิญิ
กัับการทดสอบที่่�โหดร้้ายป่่าเถื่�อนที่่�สุุด จะเหลืือใครที่่�จะคงความจงรัักภัักดีีไว้้ภายใต้้ความกดดััน
เช่่นนั้้น� ได้้?
ยอห์น์ เป็็นผู้�เดีียวในจำำ�นวนอััครสาวก 12 คนที่่ย� ัังมีีชีวี ิิตอยู่� คนอื่�นได้พ้ ลีีชีพี เพื่่อ� ความเชื่�อไป
หมดแล้ว้ ตามบันั ทึึกของคริสิ เตีียนที่่�สืบื ทอดกัันมานั้้น� อัันดรูวู ์์ได้้ตายบนไม้ก้ างเขนรููปตัวั X ในพา
ทราสแห่่งแคว้้นอาคายา บารโธโลมิิว (นาธานาเอล) ถููกถลกหนัักทั้้�งเป็็นในอาร์์มีีเนีีย ยากอบ
(พี่่ช� ายของยอห์น์ ) ถูกู ตััดศีีรษะโดยเฮโรดอากริปิ ปาในเยรูซู าเล็็ม ยากอบ (บุุตรของเคลโอปัสั และ
มารีีย์์) ถููกขว้้างด้้วยหิินจนตาย ยููดา (ธััดเดอััส) โดนยิิงด้้วยธนููในอาร์์มีีเนีีย มััทธิิวถููกดาบฟัันใน
ปารเธีีย เปโตรถููกตรึึงด้้วยกางเขนกลัับหััวในโรม ฟีีลิิปถููกแขวนคอกัับเสาในฮีีเอราบุุรีีแห่่งแคว้้น
ฟรีเี จีีย ซีโี มน (เศโลเท) ถููกตรึึงในเปอร์์เซีีย โธมััสถููกฆ่่าด้ว้ ยหอกในอิินเดีีย มััทธีอี ัสั ถูกู ขว้า้ งด้ว้ ยหิิน
และถูกู ตััดศีีรษะ เปาโลก็ถ็ ูกู ตัดั ศีีรษะในโรม ดังั นั้้น� ผู้�เขีียนพระธรรมวิวิ รณ์จ์ ึึงตระหนักั ดีีถึงึ การจ่่าย
ราคาเพื่่�อความจงรัักภัักดีีต่่อพระเยซูู ในเวลานั้้�นท่่านเองก็็ไม่่ทราบว่่าตนเองจะเป็็นอััครสาวก
เพีียงผู้�เดียี วที่่เ� สียี ชีวี ิติ ด้ว้ ยการตายตามธรรมชาติิ
พระธรรมวิิวรณ์์เป็็น ‘คู่่�มืือการพลีชี ีีพเพื่่อ� ความเชื่�อ’ ซึ่ง� ได้ข้ อให้้ผู้�เชื่�อทั้้�งหลาย ‘จงสัตั ย์ซ์ื่อ�
แม้้ต้อ้ งตาย’ (2:10) หนัังสืือเล่่มนี้้�ได้้ให้้ภาพของผู้�ที่พ� ลีชี ีพี เพื่่อ� ความเชื่อ� อยู่�ในหลายหน้้าทีเี ดีียว
ผู้�เชื่�อได้ร้ ัับการหนุนุ ใจให้้ ‘ยึึดไว้้ให้ม้ั่�น’ หนึ่่ง� ในคำ�ำ พูดู ที่่�ใช้เ้ พื่่อ� กระตุ้�นเตืือนอยู่่�บ่อ่ ย ๆ ก็็คืือ
‘ทรหดอดทน’ ซึ่�งเป็็นท่่าทีีของการยอมรัับในท่่ามกลางความทุุกข์์ยากอย่่างที่่�สุุด มีีคำ�ำ ขอร้้องที่่�
บอกว่่า ‘นี่่�แหละคืือความทรหดอดทนที่่�พวกธรรมิิกชนจะต้้องมีี คืือพวกที่่�ถืือรัักษาพระบััญญััติิ
ของพระเจ้า้ และจงรักั ภักั ดีตี ่อ่ พระเยซู’ู (14:12) นี่่อ� าจจะถือื ได้ว้ ่า่ เป็น็ วรรคหลักั ของพระธรรมทั้้ง� เล่ม่
วิิวรณ์์ 397
นอกจากนี้้�ยัังมีีการขอร้้องให้้มีีท่่าทีีที่่�กระตืือรืือร้้นต่่อการทนทุุกข์์เพื่่�อพระคริิสต์์ด้้วยการ
‘มีีชััยชนะ’ คำ�ำ กริิยานี้้�ใช้้บ่่อยมากกว่่าคำำ�ว่่า ‘ทรหดอดทน’ และอาจจะกล่่าวได้้ว่่าเป็็นคำำ�หลัักใน
พระธรรมเล่่มนี้้�
เนื้้�อหาในจดหมายที่่�มีีไปถึึงคริิสตจัักรทั้้�งเจ็็ดนั้้�นสรุุปได้้ว่่า ให้้สมาชิิกทุุกคนเป็็นผู้�
‘มีีชััยชนะ’ คืือมีีชััยชนะเหนืือการทดลองและความกดดัันต่่าง ๆ ทั้้�งจากภายนอกและภายใน
คริิสตจัักร การละทิ้้�งความเชื่�อแท้แ้ ละพฤติิกรรมของคริสิ เตีียนนั้้น� เป็็นการไม่ส่ ัตั ย์์ซื่อ� ต่อ่ พระเยซูู
ข้้อความที่่�สื่�อออกมานี้้�ไม่่ได้้หมายถึึงชััยชนะของพระคริิสต์์แต่่เพีียงผู้�เดีียว แต่่คริิสเตีียนจะ
ต้้องมีีชััยชนะด้้วยเช่่นกััน พวกเขาต้้องติิดตามจอมเจ้้านายผู้�ตรััสว่่า ‘จงชื่�นใจเถิิด เราได้้ชนะโลก
แล้ว้ ’ (ยอห์์น 16:33) และผู้�ที่ไ� ด้ต้ รัสั ไว้ใ้ นพระธรรมวิวิ รณ์ว์ ่า่ ‘ท่่านต้้องมีีชัยั ชนะต่อ่ โลกเช่น่ กััน’
นี่่�คืือเหตุุผลว่่าทำำ�ไมหนัังสืือเล่่มนี้้�จึึงมีีความหมายอย่่างมากต่่อคริิสเตีียนที่่�ถููกข่่มเหง
อาจเป็็นเพราะเหตุุนี้้�เองที่่�คริิสเตีียนในคริิสตจัักรทางตะวัันตกซึ่ �งอยู่ �อย่่างสะดวกสบายจึึงไม่่รู้้�สึึก
ว่่ามีสี ่ว่ นเกี่ย� วข้้องกับั พวกเขาเท่า่ ใดนััก หนัังสืือเล่ม่ นี้้ต� ้อ้ งอ่า่ นผ่า่ นม่า่ นน้ำ��ำ ตาจึงึ จะเข้้าใจได้้
หนังั สือื เล่ม่ นี้้�ได้ใ้ ห้้แรงกระตุ้�น 2 ประการเพื่่�อให้ผู้้�ที่ถ� ูกู ข่่มเหงมีชี ัยั ชนะ หนึ่่�งคือื แรงจูงู ใจใน
ด้้านบวกซึ่�งก็็คืือรางวััล จะมีีรางวััลมากมายให้้กัับผู้�ที่�ทรหดอดทน เช่่น สิิทธิ์์�ในต้้นไม้้แห่่งชีีวิิตใน
สวรรค์์ของพระเจ้า้ จะไม่ม่ ีคี วามเจ็็บปวดเพราะความตายครั้้ง� ที่่�สองอีีก จะได้้กิินมานาที่่ถ� ููกซ่อ่ นไว้้
ได้้รัับหิินขาวอัันมีีนามใหม่่จารึึกไว้้ซึ่�งผู้�ที่�รัับเท่่านั้้�นจึึงจะรู้� และมีีสิิทธิิอำำ�นาจในการปกครองชาติิ
ต่่าง ๆ ได้้นั่่�งกัับพระเยซููบนบััลลัังก์์ ได้้แต่่งกายด้้วยชุุดสีีขาวและตั้�งผู้�นั้�นให้้เป็็นเสาหนึ่่�งในพระ
วิิหารของพระเจ้้า บนตััวผู้้�นั้้�นจะจารึึกพระนามพระเจ้้า เหนืือสิ่�งอื่�นใดผู้�เชื่�อที่่�ทนทุุกข์์และมีี
ชััยชนะจะได้้อยู่ �ในสวรรค์์และโลกใหม่่ตามพระสััญญาได้้ยิินดีีในการทรงสถิิตของพระเจ้้าตลอดไป
นี่่เ� ป็น็ ภาพอันั เต็็มไปด้้วยสง่า่ ราศีี
แต่่ก็็มีีแรงกระตุ้�นด้้านลบด้้วยเช่่นกัันซึ่�งก็็คืือการลงโทษ ผู้�เชื่�อที่่�ไม่่สััตย์์ซื่�อภายใต้้ความ
กดดัันนั้้น� จะมีปี ลายทางอย่่างไร? กล่่าวโดยย่อ่ คือื พวกเขาจะไม่ไ่ ด้้รับั พระพรใด ๆ ที่่�แย่่ไปกว่า่ นั้้น�
พวกเขาจะมีีส่่วนร่่วมกัับคนที่่�ไม่่เชื่�อใน ‘บึึงไฟ’ มีีถ้้อยคำำ�ในสองวรรคที่่�ปรากฏอยู่�ในตอนแรกสุุด
และตอนสุุดท้้ายที่่ไ� ด้ย้ ืืนยันั ถึึงความเป็็นไปได้้อันั น่า่ สะพรึึงกลัวั นี้้�
‘คนที่่ช� นะ...เราจะไม่ล่ บชื่อ� ของเขาออกจากหนังั สืือแห่ง่ ชีวี ิิต’ (3:5) ตามความหมายคือื ชื่อ�
ของผู้�ที่ป� ราชัยั นั้้น� เสี่�ยงต่อ่ การถูกู ลบออกไป (แปลตามตัวั อัักษรคืือ การ ‘ขููดขีีด’ ออกไปจากแผ่น่
หนัังด้้วยมีีด) ‘หนัังสืือแห่่งชีีวิิต’ถููกกล่่าวถึึงอยู่�ในพระธรรมทั้้�งหมด 4 เล่่ม (อพยพ 32:32; สดุุดีี
69:28; ฟีีลิปิ ปีี 4:3; วิวิ รณ์์ 3:5) บริิบทในพระธรรมเหล่่านี้้ไ� ด้้กล่่าวถึึงชื่�อของประชากรของพระเจ้้า
ที่่�จะถููกขีีดฆ่่าออกไปหลัังจากที่่�พวกเขาได้้กระทำ�ำ บาปต่่อพระองค์์ การปล่่อยให้้ ‘ผู้�ที่�ยอมแพ้้’
ปรากฏชื่่�อรวมอยู่�ในพระสััญญาด้้วย ก็็เท่่ากัับเป็็นการทำ�ำ ให้้รางวััลที่่�ทรงเตรีียมมอบให้้นั้้�นไร้้ความ
หมายไป
398 ปลดล็็อกพระคัมั ภีรี ์์ (พัันธสััญญาใหม่่)
‘คนที่่�ชนะจะได้้รัับสิ่�งเหล่่านี้้�เป็็นมรดก (ท้้องฟ้้าใหม่่และแผ่่นดิินโลกใหม่่ พร้้อมกัับกรุุง
เยรููซาเล็็มใหม่)่ เราจะเป็็นพระเจ้้าของเขาและเขาจะเป็็นบุตุ รของเรา ส่่วนพวกที่่�ขี้�ขลาด พวกที่่�ไม่่
เชื่�อ...มรดกของพวกเขาอยู่�ในบึึงที่่�ไฟและกำ�ำ มะถัันกำำ�ลัังลุุกไหม้้อยู่� ซึ่�งเป็็นความตายครั้้�งที่่�สอง’
(21:7-8) เราต้้องจำำ�ไว้้ว่่าพระธรรมวิวิ รณ์์ทั้้�งเล่่มนั้้�นมีีไว้้ให้้กัับผู้�เชื่�อโดยตรง ไม่่ใช่่สำ�ำ หรัับผู้�ที่�ไม่่เชื่�อ
เนื้้�อหาทั้้�งหมดมีีมาถึึง ‘ผู้้�ชอบธรรม’ และ ‘ผู้้�รัับใช้้พระเจ้้า’ ข้้อความในตอนนี้้�มีีไว้้สำ�ำ หรัับคนขี้�
ขลาด คนที่่�ไม่่เชื่�อ และถูกู ยืืนยัันด้ว้ ยคำ�ำ ว่่า ‘ส่่วน’ ซึ่�งเป็็นการแยกผู้�ที่�จะได้ร้ ับั ผลเช่่นนั้้น� ออกจาก
ผู้�เชื่�อที่่ม� ีี ‘ชััยชนะ’
ในอีกี นัยั หนึ่่ง� พระธรรมวิิวรณ์ไ์ ด้้กำำ�หนดจุดุ หมายไว้้สองทางสำำ�หรัับคริิสเตียี น พวกเขาจะได้้
รัับการยกชููร่่วมกัับพระคริิสต์์และร่่วมครองราชย์์ในจัักรวาลใหม่่ หรืือพวกเขาจะสููญเสีียมรดกทุุก
อย่่างในอาณาจัักรและจบสิ้น� ลงในนรก
ทางเลืือกนี้้�ยัังได้้รัับการยืืนยัันในเนื้้�อหาตอนอื่�นของพัันธสััญญาใหม่่ด้้วยเช่่นกััน พระกิิตติิ
คุุณมััทธิิวเป็็น ‘คู่่�มืือการเป็็นสาวก’ ที่่ม� ีคี ำำ�บรรยาย 5 ข้้อใหญ่่ถึึง ‘พลเมืืองของอาณาจัักร’ และ
คำ�ำ สอนส่่วนใหญ่่ของพระเยซููในเรื่�องนรกนั้้�นจะพบได้้ในพระกิิตติิคุุณเล่่มนี้้� รวมถึึงคำ�ำ เตืือนสอง
ครั้้�งที่่ม� ีีไปถึึงเหล่่าสาวก คำำ�เทศนาบนภููเขา (ในบทที่่� 5-7) ซึ่�งอวยพรผู้�ที่�ถููกข่่มเหงเพราะพระเยซูู
ก็ย็ ังั กล่า่ วต่่อไปถึึงเรื่อ� งนรกและลงเอยด้ว้ ยการเตืือนว่่ามีจี ุดุ หมายอยู่� 2 ทาง ในการทรงส่่งอัคั รทููต
ทั้้�งสิบิ สองคนออกไป (ในบทที่่� 10) พระเยซููตรัสั ว่่า ‘อย่า่ กลัวั ผู้้�ที่่ฆ� ่า่ ได้แ้ ต่ก่ าย แต่ไ่ ม่่สามารถฆ่่าจิติ
วิิญญาณแต่่จงกลััวพระองค์์ผู้�ทรงสามารถทำ�ำ ลายทั้้�งจิิตวิิญญาณและกายในนรก’ (ข้้อ 28) และ
‘แต่่ผู้�ใดจะไม่่ยอมรัับเราต่่อหน้้ามนุุษย์์ เราก็็จะไม่่ยอมรัับผู้�นั้�นต่่อเฉพาะพระพัักตร์์พระบิิดาของ
เราผู้้�สถิิตในสวรรค์์’ (ข้้อ 33) คำำ�เทศนาบนภููเขามะกอกเทศ (บทที่่� 24-25) ได้้กล่่าวโทษบ่่าวที่่�
เกีียจคร้้านและไม่่ซื่�อสััตย์์ว่่าจะถููกนายลงโทษและขัับไล่่ให้้ไปอยู่�ในที่่�ของ ‘พวกคนหน้้าซื่�อใจคด’
(24:51) และไปยังั ‘ที่่�มืดื ภายนอก ซึ่ง� ที่่น� ั่่น� จะมีกี ารร้อ้ งไห้้ขบเขี้�ยวเคี้ย� วฟััน’ (25:30)
เปาโลได้้ใช้ข้ ้อ้ ความเดียี วกันั นี้้�เมื่อ� กล่่าวกัับทิิโมธีเี รื่�อง‘คำำ�กล่่าวนี้้�สััตย์จ์ ริงิ ’ คือื ถ้า้ เราตาย
กับั พระองค์แ์ ล้้ว เราก็จ็ ะมีชี ีีวิติ อยู่่�กับั พระองค์์ ถ้า้ เราสู้�ทน เราก็จ็ ะได้้ครองร่ว่ มกับั พระองค์์ ถ้้าเรา
ไม่่ยอมรับั พระองค์์ พระองค์์ก็จ็ ะไม่่ทรงยอมรัับเราเช่่นกันั ......(2 ทิิโมธีี 2:11-12)
คริิสเตีียนจำ�ำ นวนมากไม่่ยอบรัับผลที่่�เกี่�ยวข้้องกัับเรื่�องนี้้� แน่่นอนว่่ามีีผลมากกว่่าที่่�ได้้กล่่าว
ไว้้ (ผู้�เขีียนได้้อธิิบายรายละเอีียดเกี่�ยวกัับคำ�ำ ถามที่่�สำำ�คััญยิ่�งนี้้�ไว้้ในหนัังสืือที่่�ชื่�อว่่า รอดแล้้ว รอด
เลยหรือื ไม่?่ Once Saved, Always Saved?, Hodder & Stoughton, 1996) ในขณะเดียี วกันั
เงื่�อนไขของพระธรรมวิิวรณ์์ก็ช็ ัดั เจนมาก เป็น็ ไปได้แ้ ม้ก้ ระทั่่�งว่่าผู้�เชื่�อจะสููญเสีีย ‘ส่่วนแบ่่งของเขา
ที่่�มีีอยู่�ในต้้นไม้้แห่่งชีีวิิตและในนครบริิสุุทธิ์์�’ หากตััดถ้้อยคำำ�อะไรออกไป (22:19) เพื่่�อเป็็น
การเปลี่ย� นแปลงเนื้้อ� หา
วิวิ รณ์์ 399
เราสามารถสรุุปเป้้าประสงค์์ของพระธรรมวิิวรณ์์ได้้ว่่า เขีียนขึ้�นเพื่่�อกระตุ้�นเตืือนคริิสเตีียน
ที่่ก� ำำ�ลังั เผชิญิ ความกดดัันอันั หนัักหน่ว่ งให้้ ‘ทรหดอดทน’ และ ‘มีชี ััยชนะ’ และรอดจาก ‘การตาย
ครั้้�งที่่�สอง’ โดยมีีชื่�อของพวกเขาบัันทึึกไว้้ใน ‘หนัังสืือแห่่งชีีวิิต’ เมื่�อเราพิิจารณาถึึงโครงสร้้าง
ทั้้�งหมดของพระธรรมเล่่มนี้้� เราจะพบว่่าเนื้้�อหาในทุุกบทและทุุกข้้อนั้้�นสอดคล้้องกัับเป้้าประสงค์์
นี้้เ� ป็น็ อย่า่ งดีี
โครงร่า่ งของพระธรรมวิิวรณ์์
หากเรานิิยามเป้้าหมายของพระธรรมวิิวรณ์์นี้้�ได้้อย่่างถููกต้้องว่่าเป็็นการเตรีียมผู้ �เชื่ �อ
ทั้้�งหลายให้้สามารถเผชิิญกัับการข่่มแหงและการตายเพื่่�อพระคริิสต์์ เนื้้�อหาทุุก ๆ ตอนใน
พระธรรมเล่่มนี้้�จะเกี่�ยวข้้องกัับเป้้าหมายนี้้� ยิ่�งกว่่านั้้�นโครงร่่างของพระธรรม ควรจะแสดงให้้เห็็น
ถึงึ การเปิดิ เผยสาระสำำ�คัญั นี้้ม� ากยิ่ง� ขึ้น� ด้ว้ ย
เราควรจะกำ�ำ หนดโครงร่่างโดยวิิเคราะห์์เนื้้�อหาจากแง่่มุุมต่่าง ๆ เพื่่�อเป้้าหมายที่่�แตกต่่าง
กันั โดยเริ่�มจากส่ว่ นที่่ง� ่า่ ยที่่ส� ุดุ การแบ่่งตอนเริ่ม� ปรากฏให้้เห็น็ ได้้ชััดในบทที่่� 4:1 โดยมีีการเปลี่ย� น
มุุมมองจากโลกไปเป็็นสวรรค์แ์ ละจากสถานการณ์ป์ ััจจุบุ ัันไปเป็็นอนาคต
1-3 ปัจั จุุบันั
4-22 อนาคต
ในตอนที่่�สองซึ่�งเป็็นเนื้้�อหาส่่วนใหญ่่ยัังแบ่่งเป็็นข่่าวดีีและข่่าวร้้ายได้้อีีก การเปลี่�ยนจาก
เรื่�องหนึ่่�งไปยังั อีีกเรื่�องหนึ่่ง� นั้้�นเริ่ม� ต้น้ ตั้�งแต่่ข้้อที่่� 19 จึึงมีโี ครงร่า่ งดัังนี้้�
1-3 ปัจั จุบุ ััน
4-22 อนาคต
4-18 ข่่าวร้้าย
20-22 ข่า่ วดีี
ในตอนนี้้� เราจะพิิจารณาว่า่ ในแต่่ละส่ว่ นมีคี วามเกี่�ยวข้อ้ งกัับเป้้าหมายของพระธรรมเล่ม่ นี้้�
อย่่างไร แต่่ละส่่วนถููกเขีียนไว้้เพื่่�อเตรีียมผู้�เชื่�อสำ�ำ หรัับ ‘ปััญหาใหญ่่’ อย่่างไร? เราสามารถขยาย
โครงร่า่ งได้ด้ ัังนี้้�
1-3 ปัจั จุุบััน สิ่�งต่่าง ๆ ต้้องถูกู จัดั การเดี๋�ยวนี้้�
ข่า่ วร้า้ ย สิ่�่งต่่าง ๆ จะเลวร้้ายลงมากกว่่าเดิิมก่่อนที่่จ� ะดีีขึ้�น
4-22 อนาคต ข่า่ วดีี สิ่ง่� ต่า่ ง ๆ จะดีขีึ้น� มากหลัังจากที่่เ� ลวร้้ายลง
4-18
20-22
400 ปลดล็อ็ กพระคัมั ภีรี ์์ (พัันธสััญญาใหม่่)
เหลืืออีีกเพีียงสิ่�งเดีียวเท่่านั้้�นที่่�ยัังต้้องเพิ่่�มเติิมเข้้าไป ซึ่�งก็็คืือบทที่่� 19 อะไรคืือสิ่�งที่่�เกิิดขึ้�น
ในบทนี้้�และได้้เปลี่�ยนแปลงสถานการณ์์ทั้้�งหมดไป? นั่่�นคืือการเสด็็จมาครั้้�งที่่�สองของพระเยซูู
คริิสต์์ยัังโลกนี้้� นี่่�คืือโครงร่่างที่่�แท้้จริิงของพระธรรมนี้้�ทั้้�งเล่่ม ซึ่�งสอดคล้้องกัับปฐมบทและ
ปััจฉิิมบท (1:7 และ 22:20) เราสามารถจะแทรก ‘19 การเสด็็จกลัับมาของพระเยซูู’ ไว้้ระหว่่าง
ข่่าวร้้ายและข่่าวดีี (ซึ่�งดีีกว่่าโครงร่่างที่่�ซ้ำำ��ซ้้อนโดยไม่่จำำ�เป็็น ผู้้�อ่่านสามารถเติิมส่่วนที่่�เป็็นช่่องว่่าง
ระหว่า่ งข้อ้ ดัังกล่่าวได้้ด้ว้ ยตนเอง)
ถ้้าเรามีีโครงร่่างง่่าย ๆ แบบนี้้�อยู่�ในใจในขณะอ่่านพระธรรมเล่่มนี้้� เรื่�องราวต่่าง ๆ
จะชััดเจนมากขึ้�น ท้้ายที่่�สุุดจะเห็็นความเป็็นเอกภาพของพระธรรมวิวิ รณ์์ปรากฏออกมา ซึ่�งมีีเป้้า
หมาย 3 ประการคืือ
ประการแรก พระเยซููตรััสกัับคริิสตจัักรทั้้�งหลายว่่าถ้้าพวกเขาต้้องเผชิิญกัับปััญหาจาก
ภายนอก พวกเขาต้้องจััดการกัับปััญหาภายในก่่อน การประนีีประนอมกัับความเชื่�อหรืือ
พฤติกิ รรม การยอมไหว้้รููปเคารพหรืือความผิิดศีีลธรรม จะทำ�ำ ให้้คริสิ ตจักั รอ่่อนแอจากภายใน
ประการที่่�สอง พระเยซููผู้�ทรงสััตย์์ซื่�อได้้แสดงให้้พวกเขาเห็็นถึึงสิ่�งเลวร้้ายที่่�สุุดซึ่�งสามารถ
เกิิดขึ้�นกัับพวกเขาได้้ แต่่พวกเขาจะไม่่ได้้พบกัับสิ่�งที่่�เลวร้้ายกว่่านี้้อ� ีีก และสิ่�งเลวร้้ายที่่�สุุดก็จ็ ะเกิิด
ขึ้น� ในเวลาเพีียงไม่ก่ี่�ปีี
ประการที่่�สาม พระเยซููทรงเปิิดเผยว่่าจะมีีการอััศจรรย์์เกิิดขึ้�นตามมา การยอมทิ้้�งโอกาส
อัันเป็็นนิิรันั ดร์์เพื่่�อหนีปี ััญหาที่่�เกิิดขึ้น� เพียี งชั่�วคราวนั้้�นเป็็นโศกนาฏกรรมที่่�เสียี หายรุุนแรงที่่�สุุด
ทั้้�ง 3 ประการนี้้� พระเยซููได้้ทรงหนุุนใจให้้ผู้�ที่�ติิดตามพระองค์์ ‘ทรหดอดทน’ และ ‘มีี
ชััยชนะ’ จนกว่่าพระองค์์จะเสด็จ็ มา ข้้อที่่�สรุุปความทั้้ง� หมดนี้้ค� ือื 2:25 ‘จงยึึดมั่น� สิ่ง� ที่่ม� ีอี ยู่่�จนกว่า่
เราจะมา’ แล้ว้ พระองค์์จึึงจะตรัสั ได้ว้ ่่า ‘เจ้้าจงร่่วมยินิ ดีกี ับั นายของเจ้า้ เถิดิ ’ (มัทั ธิวิ 25:21)
แน่่นอนว่่ายัังมีีแนวทางอื่�นอีีกที่่�ใช้้ในการวิิเคราะห์์พระธรรมเล่่มนี้้� โครงร่่างตาม ‘หััวข้้อ’
จะเป็็นเหมืือนกัับสารบัญั มากกว่า่ และช่่วยให้เ้ รา ‘ค้้นพบเนื้้อ� หาที่่เ� ราต้้องการ’ ในพระธรรมเล่ม่ นี้้�
โครงร่่างเช่่นนี้้�จะไม่่ได้้คำ�ำ นึึงถึึงการเปลี่�ยนมุุมมองไปมาจากโลกและสวรรค์์ เราสามารถ
ศึึกษาโดยแบ่่งออกเป็น็ 3 ช่ว่ งระยะเวลา ดัังนี้้�
1. สิ่ง� ที่่ก� ำ�ำ ลัังเกิิดขึ้น� ในปััจจุุบันั (1-5)
2. สิ่ง� ที่่จ� ะเกิดิ ขึ้�นในอนาคตอัันใกล้้ (6-19)
3. สิ่ง� ที่่จ� ะเกิดิ ขึ้น� ในอนาคตข้า้ งหน้า้ ต่อ่ ไป (20-22)
จากนั้้�นเราจะได้้เห็็นลัักษณะของแต่่ละช่่วงเวลาและจััดลำ�ำ ดัับเพื่่�อให้้จดจำ�ำ ได้้ง่่ายขึ้�น ต่่อไป
นี้้�เป็น็ ตััวอย่า่ งหนึ่่�งใน ‘ลำ�ำ ดับั ’ ของเหตุุการณ์์ต่่าง ๆ
วิิวรณ์์ 401
ก. ปััจจุบุ ััน
1-3 องค์พ์ ระผู้�เป็็นเจ้า้ ผู้�ทรงครอบครอง
คัันประทีีปเจ็ด็ คันั
4-5 พระผู้้�สร้า้ งและสิ่ง� มีีชีวี ิิต
สิงิ โตและพระเมษโปดก
ข. อนาคตอัันใกล้้
6-16 ตรา แตร ชาม
มาร ปรปัักษ์ข์ องพระคริสิ ต์์ ผู้�เผยพระวจนะเท็จ็
17-19 บาบิโิ ลน – เมืืองหลวงสุุดท้้าย
อารมาเกดโดน - สงครามครั้้ง� สุดุ ท้้าย
ค. อนาคตที่่�ไกลออกไป
20 การปกครองพัันปีี
วันั พิิพากษา
21-22 สวรรค์แ์ ละโลกใหม่่
กรุงุ เยรููซาเล็ม็ ใหม่่
ให้้สัังเกตว่่าบทที่่� 4-5 จัดั อยู่�ในส่ว่ นแรกสุุด ทั้้�งนี้้�เป็็นเพราะ ‘การกระทำ�ำ ’ ที่่�นำำ�ไปสู่� ‘ปััญหา
ใหญ่’่ นั้้น� ได้เ้ ริ่�มต้น้ ขึ้น� ในบทที่่� 6 และบทที่่� 19 อยู่�ในส่ว่ นที่่ส� องเพราะ ‘ปัญั หาใหญ่่’ นั้้�นได้้สิ้�นสุดุ
ลงตรงนั้้�นโดยที่่พ� ระคริิสต์์ได้ท้ รงมีชี ััยต่่อ ‘ตรีีเอกานุภุ าพที่่ช�ั่ว� ร้้าย’
โครงร่่างเช่่นนี้้�จดจำ�ำ ได้้ง่่ายและพร้้อมที่่�จะนำ�ำ มาใช้้เป็็น ‘ข้้ออ้้างอิิง’ ที่่�เป็็นประโยชน์์เพื่่�อ
พิิจารณาเนื้้�อหาพิิเศษเฉพาะ
นี่่�คืือสิ่�งสำำ�คััญที่่�จะต้้องทำำ�ก่่อนที่่�จะพิิจารณาเนื้้�อหาหลายตอนอย่่างละเอีียด การอ่่านพระ
ธรรมวิิวรณ์์อาจจะตรงกัับสุุภาษิิตที่่�ว่่า ‘เห็็นแต่่ภาพเล็็กไม่่เห็็นภาพใหญ่่’ เพราะเป็็นหนัังสืือที่่�
ทำ�ำ ให้้เราเผลอไปสนใจในรายละเอีียดได้ง้ ่า่ ยที่่ส� ุุด แล้ว้ ลืืมมองถึึงสิ่�งที่่�ดำ�ำ เนิินเรื่อ� งราวทั้้�งหมดต่อ่ ไป
อย่่างไรก็็ตาม นี่่�เป็็นเวลาที่่�จะเปลี่�ยนจากการมองโดยใช้้กล้้องส่่องทางไกลมาเป็็น
กล้้องจุุลทรรศน์์ หรือื อย่่างน้อ้ ยก็เ็ ป็็นแว่น่ ขยาย
เนื้�้อหาของพระธรรมวิิวรณ์์
ขนาดของหนัังสืือเล่ม่ นี้้�คงไม่ส่ ามารถรวบรวมคำำ�อรรถาธิบิ ายทั้้�งหมดเอาไว้ไ้ ด้้ สิ่ง� ที่่�เราตั้ง� ใจ
ไว้้ก็็คืือการให้้คำ�ำ แนะนำำ�ถึึงเนื้้�อหาในแต่่ละส่่วนซึ่�งจะทำำ�ให้้นัักศึึกษาพระคััมภีีร์์สามารถ ‘อ่่าน
สัังเกต เรีียนรู้� และเข้้าใจในสิ่�งเดียี วกันั ’ เช่่นเดีียวกับั หนังั สืือเพื่่�อการอธิษิ ฐานโดยทั่่�วไป
402 ปลดล็็อกพระคััมภีรี ์์ (พันั ธสัญั ญาใหม่่)
เราจะเน้้นไปที่่�ลัักษณะหลััก เจาะไปที่่�ปััญหาบางอย่่างและช่่วยให้้ผู้้�อ่่านสามารถเข้้าใจไป
ในทิิศทางที่่�ถููกต้้องผ่่านเหตุุร้้ายแรงที่่�เกิิดขึ้�น มีีหลายคำ�ำ ถามที่่�ยัังคงตอบไม่่ได้้ แต่่เราสามารถ
ศึึกษาสิ่ �งเหล่่านี้้�ต่่อไปได้้จากบทความแสดงข้้อคิิดเห็็นหนัังสืือคู่่�มืืออธิิบายพระคััมภีีร์์ที่่�ตีีพิิมพ์์แล้้ว
(หนึ่่ง� ในคู่่�มืือที่่ด� ีีที่่ส� ุุดเป็น็ ของ George Eldon Ladd, Eerdmans, 1972)
ผมขอแนะนำำ�ให้้อ่่านเนื้้�อหาแต่่ละตอนของพระธรรมวิิวรณ์์ทั้้�งก่่อนและหลัังของตอนที่่�
เกี่�ยวข้อ้ งกับั บทนี้้�
บทที่่� 1-3 คริิสตจักั รในโลก
เนื้้�อหาในส่่วนนี้้�มีีความตรงไปตรงมา อ่่านและเข้้าใจได้้ง่่าย เป็็นเหมืือนการพายเรืือออก
จากฝั่�งทะเล ไม่่นานหลัังจากนั้้�นคุุณก็็จะมาถึึงบริิเวณน้ำำ��ลึึก ต้้องหยุุดชะงัักด้้วยกระแสใต้้น้ำ�ำ�และ
ถููกซััดเหวี่�ยงให้ห้ มุุนวนไปรอบ พร้้อมกับั เกิิดความตื่�นตระหนก
บ่่อยครั้้�งที่่�พระธรรมเล่่มนี้้�ถููกนิิยามว่่าเป็็น ‘คำำ�เผยพระวจนะ’ อัันที่่�จริิงแล้้ว พระธรรม
วิิวรณ์อ์ ยู่�ในรููปของจดหมาย (เปรียี บเทียี บกับั จดหมายฝากอื่น� ๆ ใน
บทที่่� 1:4-6 เป็็นการขึ้�นต้้นจดหมายด้้วยการ ‘จ่่าหน้้าถึึง’) อย่่างไรก็็ตามมีีการส่่งไปถึึง
คริิสตจัักรเจ็็ดแห่่งไม่่ใช่่เพีียงแค่่คริิสตจัักรแห่่งเดีียว มีีข้้อความที่่�จำำ�เพาะเจาะจงไปถึึงแต่่ละ
คริิสตจัักร และเห็็นได้้ชััดว่่ามีีความตั้�งใจที่่�ให้้แต่่ละคริิสตจัักรนั้้�นรัับรู้้�ถึงข้้อความในจดหมายของ
กัันและกันั ด้้วย
หลัังจากคำ�ำ ทัักทายตามธรรมเนียี มของคริสิ เตีียน (พระคุุณและสันั ติสิ ุขุ ) สาระสำ�ำ คััญหลัักก็็
แจ้ง้ ว่า่ ‘พระองค์ท์ ี่่จ� ะเสด็จ็ มา’ นี่่เ� ป็็นเหตุุการณ์์ที่่ท� ำ�ำ ให้้โลกไม่ม่ ีคี วามสุขุ เลยแต่ส่ ร้้างความยินิ ดีใี ห้้
กับั คริิสตจักั ร เหตุุการณ์์นี้้�จะเกิิดขึ้น� แน่่ (‘อาเมน’)
‘ผู้้�ส่่ง’ จดหมายฉบับั นี้้�คืือพระเจ้า้ เอง องค์พ์ ระผู้�เป็น็ เจ้า้ ของทุุกยุคุ สมัยั ผู้�ทรงเป็็นอยู่� เคย
เป็น็ อยู่� และผู้�ที่จ� ะเสด็จ็ มา ทรงเป็็นอััลฟาและโอเมกา (อัักษรตััวแรกและตัวั สุดุ ท้า้ ยของภาษากรีีก
เป็็นสััญลัักษณ์์ของการเริ่�มต้้นและการสิ้�นสุุดลงของทุุกสิ่�ง) และเป็็นพระนามที่่�พระเยซููได้้ทรงตั้�ง
ให้้กัับพระองค์์เอง (1:17; 22:13) เป็็นการพิิสููจน์์ว่่าพระองค์์ทรงเชื่�อในความเป็็นพระเจ้้าของ
พระองค์์
‘เลขานุุการ’ ที่่�เป็็นผู้�เขีียนจดหมายฉบัับนี้้�คืืออััครสาวกยอห์์นซึ่�งถููกเนรเทศไปยัังเกาะ
ปัทั มอส เกาะที่่�มีีขนาดกว้า้ งยาวเพีียง 8 คูณู 4 ไมล์ใ์ นหมู่�เกาะโดเดคะนีสี ทะเลอีเี จีียน ท่่านเป็น็
นักั โทษการเมือื งอัันเนื่่�องด้ว้ ยเหตุผุ ลด้้านความเชื่อ� ของท่า่ น
เนื้้�อหานั้้�นถููกสื่�อด้้วยคำ�ำ พููดและภาพ สัังเกตได้้จากที่่�ยอห์์น ‘ได้้ยิิน’ เสีียงบางอย่่างก่่อนที่่�
ท่่านจะ ‘ได้้เห็็น’ ภาพบางอย่่าง เสีียงที่่�สั่�งให้้ท่่านเขีียนนั้้�นจะตามมาด้้วยภาพของพระเยซููที่่�
วิิวรณ์์ 403
สำำ�แดงท่่วมท้้นลงมาที่่�ยอห์์นอย่่างที่่�ท่่านไม่่เคยเห็็นมาก่่อน พระเกศาของพระองค์์ขาวดุุจหิิมะ
พระเนตรดั่�งเปลวไฟช่่วงโชติิ พระสุุรเสีียงดุุจเสีียงน้ำ�ำ�เชี่�ยวกราก พระบาทราวกัับทองสััมฤทธิ์�์สุุก
ปลั่ง� แม้้แต่เ่ มื่�อครั้้�งที่่พ� ระเยซูทู รงจำำ�แลง
พระกายที่่�ภููเขา พระองค์์ก็็ไม่่ได้้ทรงเป็็นเช่่นนี้้� ไม่่ต้้องสงสััยเลยว่่าทำำ�ไมยอห์์นถึึงกัับล้้มลง
สลบจนกระทั่่�งท่่านได้ย้ ิินคำ�ำ ที่่�คุ้�นหููว่่า ‘อย่่ากลัวั เลย’
บุุคคลสำำ�คััญทุุกคนในประวััติิศาสตร์์มีีชีีวิิตอยู่�แล้้วก็็ตายจากไป มีีเพีียงพระเยซููเท่่านั้้�นที่่�
สิ้น� พระชนม์์และทรงคืนื พระชนม์์ ทรง ‘มีชี ีวี ิิตอยู่่�สืบื ๆ ไปเป็็นนิิตย์์’ (1:18 ตามตััวอัักษรแล้ว้ คืือ
‘ตลอดทุุกยุคุ ทุุกสมััย’)
ยอห์์นถููกบอกให้้เขีียนลงไปถึึง ‘สิ่�งที่่�เป็็นอยู่�ขณะนี้้�’ (บทที่่� 1-3) และ ‘สิ่�งที่่�จะเกิิดขึ้�นใน
ภายหน้า้ ’ (บทที่่� 4-22) พระวจนะที่่�เกี่ย� วข้อ้ งกัับสิ่ง� ที่่�เป็น็ อยู่�ขณะนี้้�คือื สภาพของคริิสตจักั รทั้้ง� เจ็ด็
ในเอเชีีย แต่่ละแห่่งนั้้�นมีี ‘ทููตสวรรค์์ผู้้�พิิทัักษ์์’ และพระเยซููทรงทอดพระเนตรอยู่�เหนืือ (รวมทั้้�ง
มองทะลุุถึึงข้้างในและมองไกลไปเบื้้�องหน้้า) คริิสตจัักรทั้้�งหมดนี้้�ตรััสไว้้โดยใช้้คำำ�ว่่าดวงดาวเจ็็ด
ดวง (เหล่า่ ทูตู สวรรค์)์ และคัันประทีปี ทั้้�งเจ็ด็ (คริสิ ตจักั ร) สัังเกตได้ว้ ่่าพระเยซููทรง ‘ดำำ�เนิิน’ ไปทั่่ว�
คริิสตจักั รเหล่่านี้้� เช่น่ เดีียวกัับที่่�ยอห์น์ มัักจะทำ�ำ ในยามที่่ท� ่า่ นยัังมีีเสรีภี าพ ในพระธรรมหมวดพระ
กิิตติิคุุณ ถ้้อยคำ�ำ ของพระเยซููส่่วนใหญ่่จะสื่�อสารออกมาและเหตุุการณ์์อััศจรรย์์ก็็จะเกิิดขึ้�นใน
ขณะที่่พ� ระองค์์ทรงดำ�ำ เนินิ ไป ‘ในทางนั้้�น’ ทั้้�งก่่อนสิ้�นพระชนม์แ์ ละหลัังจากคืืนพระชนม์์
เราจึึงควรอย่่างยิ่ �งที่่�จะนำำ�จดหมายที่่�มีีไปถึึงคริิสตจัักรทั้้�งเจ็็ดนั้้�นมาศึึกษาร่่วมกัันและ
เปรีียบเทีียบกััน เพื่่�อทำ�ำ ให้้เราเข้้าใจกระจ่่างถึึงสิ่�งที่่�เขีียนขึ้�นเมื่�อเทีียบเคีียงกััน ทำ�ำ ให้้เห็็นได้้ชััดถึึง
ความเหมืือนและความแตกต่่าง
สิ่�งที่่ส� ังั เกตเห็็นได้้อย่า่ งชัดั เจนคืือรูปู แบบที่่�เหมือื นกััน ประกอบด้ว้ ย 7 สิ่ง� (และนี่่ก� ็็เป็น็ เลข
เจ็ด็ อีีกตััวหนึ่่�ง)
1. การจ่า่ หน้้า:
‘ถึงึ ทููตสวรรค์์ของแห่ง่ คริสิ ตจัักรที่่.� ..’
2. ผู้้�ส่ง่ :
‘พระองค์์ผู้�ทรง...’
3. การรัับรอง:
‘เรารู้�จัักความประพฤติิของเจ้า้ ...’
4. การตำำ�หนิ:ิ
‘เรามีีข้อ้ ที่่�จะต่อ่ ว่า่ เจ้้า...’
404 ปลดล็อ็ กพระคัมั ภีรี ์์ (พันั ธสัญั ญาใหม่่)
5. ข่า่ วสารอย่่างเป็น็ ทางการ:
‘...เราจะมาหาเจ้้า...’
6. คำำ�ยืนื ยััน:
‘คนที่่ช� นะ เราจะ...’
7. คำำ�ขอร้้อง:
‘ใครมีีหููก็ใ็ ห้้ฟังั ข้้อความที่่พ� ระวิญิ ญาณตรัสั ...’
สิ่ง� ที่่เ� ปลี่ย� นแปลงไปจากลำ�ำ ดับั ดังั กล่า่ วปรากฏอยู่�ในจดหมาย 4 ฉบับั สุดุ ท้า้ ยโดยสองรายการ
สุุดท้า้ ยได้ส้ ลัับที่่�กััน (ไม่ม่ ีเี หตุุผลปรากฏไว้้) เราจะมาเปรีียบเทีียบถึึงความแตกต่า่ งของจดหมาย
เหล่า่ นี้้� ดังั นี้้�
การจ่่าหน้้า
นี่่�คืือสิ่�งที่่�เหมืือนกัันหมดในจดหมายทั้้�งเจ็็ดฉบัับ ยกเว้้นชื่�อของเมืืองที่่�เป็็นปลายทางเมืือง
ต่า่ ง ๆ ตั้ง� อยู่�รอบเส้้นทางที่่�วนเป็็นวงกลม จากเมืืองท่่าหลัักคืือเอเฟซััส (เป็น็ คริิสตจักั รในช่ว่ งเวลา
นั้้�นที่่�เรามีีข้้อมููลมากที่่�สุุด) ไปทางเหนืือด้้านชายฝั่�งและวกเข้้ามาด้้านในแผ่่นดิินด้้านตะวัันตกและ
ไปจรดทางใต้้ของหุุบเขาอุุดมสมบูรู ณ์์แห่่งแม่น่ ้ำ��ำ มีนี เดอร์์
ประเด็็นเดีียวที่่�ต้้องโต้้แย้้งกัันคืือคำำ�กรีีก angelos (ตามตััวอัักษรแปลว่่า ‘ผู้�สื่�อสาร’)
หมายถึึงทููตสวรรค์์หรืือทููตที่่�เป็็นมนุุษย์์ เพราะในตอนอื่�น ๆ ของพระธรรมวิิวรณ์์หมายถึึง
‘ทููตสวรรค์์’ จึึงน่่าจะคาดเดาว่่าเป็็นทููตสวรรค์์เช่่นกััน ทููตสวรรค์์มีีส่่วนเกี่�ยวข้้องอย่่างมากกัับ
คริิสตจักั ร (แม้้แต่่การสังั เกตทรงผมของผู้�นมัสั การ ใน 1 โคริินธ์์ 11:10) เพราะว่่ายอห์์นถูกู แยกตัวั
ออกมาให้้อยู่�อย่่างโดดเดี่ �ยว ‘ทููตสวรรค์์’ จึึงน่่าจะเป็็นผู้�ที่�ส่่งจดหมายเหล่่านี้้� มีีข้้อสงสััยของคน
สมัยั ใหม่่ว่า่ ทูตู สวรรค์์มีีอยู่่�จริงิ หรือื ไม่่ จึงึ ทำ�ำ ให้เ้ กิดิ การแปลไปเป็็นคำ�ำ ว่่า ‘ผู้้�รับใช้้พระเจ้า้ ’ (และน่่า
จะเป็น็ ไปได้้ว่่ามาพร้้อมกับั ตำ�ำ แหน่ง่ ศาสนาจารย์์)
ผู้้�ส่ง่
สัังเกตได้้ว่า่ พระเยซููไม่ใ่ ช้้พระนาม แต่่ทรงใช้้คำำ�เรีียกขานใหม่่ ๆ จำ�ำ นวนมาก อันั ที่่�จริงิ แล้ว้
พระองค์ท์ รงมีีมากกว่า่ 250 พระนาม มากยิ่�งกว่า่ บุคุ คลสำำ�คััญใด ๆ ในประวััติิศาสตร์์ (การใช้้เวลา
ใคร่่ครวญพระนามเหล่่านี้้�เป็็นสิ่�งที่่�มีีประโยชน์์มากทีีเดีียว) จดหมายแต่่ละฉบัับได้้เลืือกใช้้คำำ�เรีียก
ขานพระเยซููอย่า่ งรอบคอบเพื่่อ� บรรยายถึงึ พระคุุณลัักษณะในแง่ม่ ุมุ ที่่ค� ริสิ ตจักั รนั้้น� ๆ มีแี นวโน้้มที่่�
จะลืืมหรืือจำำ�เป็็นต้้องพิิจารณาดูู คำำ�เรีียกขานบางอย่่างก็็สามารถพบได้้ในนิิมิิตเดิิมของยอห์์น
เกี่ย� วกัับพระเยซูู ทุุกคำำ�นั้้�นมีีความสำำ�คััญมาก
‘กุุญแจของดาวิิด’ ได้้ชี้�ให้้เห็็นถึึงการทำำ�ให้้ความหวัังในเรื่�องพระเมสสิิยาห์์ของอิิสราเอล
วิวิ รณ์์ 405
สำ�ำ เร็็จลง ‘ผู้�ปกครองเหนือื สรรพสิ่�งที่่�พระเจ้้าทรงสร้า้ ง’ นั้้น� เป็็นสััญลักั ษณ์ถ์ ึงึ สิทิ ธิิอำ�ำ นาจทั้้�งสิ้น� ใน
จักั รวาลของพระองค์์ (มััทธิวิ 28:18)
การรัับรอง
การรัับรองเป็็นการเปิิดเข้้าไปสู่ �เรื่ �องที่่�เป็็นส่่วนตััวของจดหมายแต่่ละฉบัับโดยเปลี่ �ยน
สรรพนามจากบุุรุุษที่่�สาม (‘พระองค์์’) มาเป็็นบุุรุุษที่่�หนึ่่�ง (‘เรา’) นี่่�คืือบุุคคลเดีียวกัันหรืือไม่่?
แน่่นอนที่่ค� ำำ�ว่า่ ‘พระองค์’์ หมายถึงึ พระคริิสต์์ แต่่ คำ�ำ ว่่า ‘เรา’ อาจจะเป็็นพระวิิญญาณ แน่่นอน
ว่่าเป็็น ‘พระวิญิ ญาณของพระคริสิ ต์์’ (เช่่น ‘เราได้ร้ ับั อำำ�นาจจากพระบิดิ าของเราแล้ว้ ’ ใน 2:28)
เป็น็ การกล่า่ วถึงึ ผู้�ที่ม� าก่อ่ นในประโยคดังั กล่า่ ว
‘เรารู้�ว่า’ เป็็นการตรััสว่่าทรงตระหนัักทราบในทุุกสิ่�งทั้้�งสภาพภายนอกและภายใน
พระองค์์จึึงมีีความรู้�และความเข้้าใจทั้้�งปวง การพิิพากษาของพระองค์์ก็็แม่่นยำ�ำ และความคิิดเห็็น
ของพระองค์์ก็เ็ ป็น็ สิ่�งสำ�ำ คััญ ความสััตย์ซ์ื่อ� ของพระองค์ก์ ็็โปร่ง่ ใส
เหนือื สิ่ง� อื่น� ใดก็ค็ ือื พระองค์ท์ รงทราบถึงึ ‘การงาน’ ซึ่ง� ก็ค็ ือื การปฏิบิ ัตั ิแิ ละการกระทำ�ำ ต่า่ ง ๆ
ของพวกเขา ซึ่�งเน้้นไปที่่�การงานที่่�มองเห็็นได้้ด้้วยสายตาของมนุุษย์์ ความคิิดเห็็นของพระองค์์
อาจจะแตกต่่างจากเรา การประชุุมต่่าง ๆ ที่่�ใหญ่่โตและโปรแกรมที่่�จััดเต็็มอย่่างสมบููรณ์์แบบนั้้�น
อาจไม่ไ่ ด้บ้ ่่งบอกถึึงสุุขภาพฝ่า่ ยวิิญญาณที่่ด� ีี
มีีคริิสตจัักร 5 แห่่งที่่�ได้้รัับคำำ�ชม เอเฟซััสได้้รัับคำำ�ชมเชยในเรื่�องความพยายาม อดทน
ยืืนหยััด และการตััดสิินใจที่่�ถููกต้้อง (ปฏิิเสธอััครทููตเทีียมเท็็จ) สเมอร์์นาในเรื่�องความกล้้าหาญ
ท่่ามกลางการถููกต่่อต้้านและความยากไร้้ (ตั้�งอยู่�ใกล้้กัับ ‘ธรรมศาลาของซาตาน’ ซึ่�งอาจจะ
เป็็นการไหว้้รููปเคารพของลััทธิิยููดาในรููปแบบหนึ่่�ง) เปอร์์กามััมในเรื่�องการไม่่ปฏิิเสธความเชื่�อแม้้
จะถููกข่่มเหงอย่่างหนัักจนใครคนหนึ่่�งต้้องตายเพื่่�อพระคริิสต์์ (อยู่่�ภายใต้้เงาของ ‘บััลลัังก์์ของ
ซาตาน’ คืือวิิหารขนาดใหญ่่ ปััจจุุบัันได้้รัับการสร้้างขึ้�นใหม่่ในพิิพิิธภััณฑ์์เบอร์์ลิินตะวัันออก)
ธิยิ าทิริ าในเรื่�องความรักั ความเชื่�อ ความอดทนและความก้้าวหน้้า ส่่วนฟีีลาเดลเฟียี ในเรื่�องความ
จงรักั ภัักดีี (มีี ‘ธรรมศาลาของซาตาน’ อีีกแห่่งหนึ่่ง� ตั้�งอยู่�ใกล้เ้ คีียง)
ในระหว่่างที่่�อ่่าน เราจะสัังเกตได้้ว่่าพระเยซููได้้กล่่าวถึึงซาตานที่่�อยู่�เบื้้�องหลัังการมุ่�งร้้ายที่่�
เกิดิ ขึ้�นกัับคริสิ ตจัักรอยู่�เสมอ ซาตานยัังเป็็นผู้�ที่ก� ่่อให้้เกิิดวิิกฤตต่า่ ง ๆ ที่่�กำำ�ลัังขยายตััวอย่า่ งเต็ม็ ที่่�
และคริิสตจัักรจะต้้องเผชิิญ เป็็น ‘วาระแห่่งการทดลองที่่�กำ�ำ ลัังมาเหนืือโลกทั้้�งโลกเพื่่�อทดสอบ
บรรดาผู้�ที่�อาศัยั อยู่�ในโลก’ (3:10)
สุุดท้้าย เราเห็็นได้้ถึึงพระลัักษณะของพระเยซููที่่�ทรงกล่่าวชมเชยก่่อนที่่�จะทรงตำ�ำ หนิิ ซึ่�ง
เป็็นแบบอย่่างที่่�เหล่่าอััครทููตนำ�ำ ไปปฏิิบััติิด้้วย เปาโลได้้ขอบพระคุุณพระเจ้้าสำ�ำ หรัับคริิสตจัักรใน
เมือื งโครินิ ธ์์ที่่ม� ีี ‘ของประทานฝ่่ายวิญิ ญาณ’ (1 โคริินธ์์ 1:4-7) ก่อ่ นที่่ท� ่่านจะจััดการแก้ไ้ ขในเรื่�อง
406 ปลดล็็อกพระคััมภีรี ์์ (พัันธสัญั ญาใหม่่)
ที่่�ไม่่ถููกต้้องของพวกเขา แน่่ละที่่�ท่่านได้้เจอกัับสถานการณ์์บางอย่่างของคริิสตจัักรที่่�ไม่่สามารถ
นำำ�วิธิ ีีการนี้้�มาใช้้ เช่น่ คริิสตจักั รในกาลาเทีีย แต่ห่ ลัักการนี้้เ� ป็็นสิ่ง� ที่่�คริสิ เตียี นควรเอาอย่่าง
การตำ�ำ หนิิ
คริิสตจัักร 2 แห่่งที่่�ไม่่ถููกตำ�ำ หนิิคืือสเมอร์์นาและฟีีลาเดลเฟีียซึ่�งคงจะโล่่งอก เมื่�อได้้อ่่าน
จดหมายนี้้� แต่่พวกเขาก็็อ่่อนแอกว่่าคริิสตจัักรอื่�น ๆ และกำำ�ลัังตกอยู่�ในความทุุกข์์ยาก อย่่างไร
ก็ต็ ามพวกเขายัังคงสััตย์ซ์ื่�อ ซึ่�งเป็น็ สิ่ง� ที่่พ� ระเยซููพอพระทัยั มากกว่า่ สิ่ง� ใด (มััทธิิว 25:21-23)
คริสิ ตจักั รอื่น� ๆ มีคี วามผิดิ อะไรบ้า้ ง? เอเฟซัสั ได้ล้ ืืม ‘ความรัักครั้้�งแรก’ (ที่่�มีตี ่อ่ พระเจ้า้ ต่อ่
กันั และกันั และต่อ่ คนบาปที่่�หลงหายเช่่นนั้้น� หรืือ? อาจจะรวมทั้้�งหมดนั่่�นเพราะเป็็นความเกี่ย� ว
เนื่่�องกััน) เปอร์์กามััมมีีรููปเคารพและการผิิดศีีลธรรม (การผสานความเชื่�อและการปล่่อยปละ
ละเลยซึ่�งเป็็นสิ่�งที่่�เกิิดขึ้�นคู่่�กััน) ธิิยาทิิราถููกตำำ�หนิิในเรื่�องเดีียวกััน (ซึ่�งเป็็นผลจากการฟัังผู้�เผย
พระวจนะเทียี มเท็็จ‘เยเซเบล’) ซาร์์ดิสิ ในเรื่อ� งกล้า้ ได้้กล้า้ เสีีย ได้ร้ ัับการยกย่่องว่่าเป็น็ คริสิ ตจัักร
ที่่�มีชี ีวี ิิตอยู่� แต่่พวกเขาไม่่ได้้ระลึึกถึึงสิ่่�งที่่ไ� ด้้รับั ไว้้และได้้ยิินมา (ฟังั แล้ว้ กระทบใจบ้า้ งไหม)
เลาดีีเซียี กำำ�ลัังป่ว่ ยแต่่ก็็ไม่ร่ ู้้�ตัวั
จดหมายฉบัับสุุดท้้ายถึึงเลาดีีเซีียอาจจะเป็็นที่่�รู้�จัักกัันดีีและกระแทกใจมากที่่�สุุด พวกเขา
ภููมิิใจกัับการมีีสามััคคีีธรรมที่่�อุ่�น ๆ ต้้อนรัับแขกที่่�มาเยืือนอย่่างอุ่�น ๆ แต่่พระเยซููไม่่พอพระทััย
คริสิ ตจักั รที่่� ‘อุ่�น ๆ’ นี้้� พระองค์ท์ รงจััดการกับั คริิสตจักั รที่่เ� ย็็นหรืือร้อ้ นได้ง้ ่่ายกว่า่ ตอนนี้้�อ้้างถึงึ
น้ำำ�� พุุร้้อนซึ่�งเป็็นน้ำำ��เค็็มที่่�ปกคลุุมเนิินเขาอยู่�นอกเมืือง (‘ประสาทสีีขาว’ แห่่งปามุุคคาเล ที่่�นี่่�ยััง
เป็็น ‘สปา’ ยอดนิิยมสำำ�หรัับผู้�ที่�นิิยมดููแลสุุขภาพ) เมื่�อกระแสน้ำ��ำ ได้้ไหลมาถึึงเมืืองเลาดีีเซีียจะ
‘เป็็นน้ำำ��อุ่่�น’ และมีีผลทำ�ำ ให้้คลื่่น� เหียี น คนที่่ด�ื่�มน้ำำ�� นั้้�นจะอาเจียี นได้้
พระเยซููทรงหยุุดอยู่�ตรงนี้้� เราไม่่พบพระองค์์ที่่�ภายในคริิสตจัักร พระองค์์ทรงประทัับยืืน
อยู่�ที่�ภายนอก ข้้อพระธรรมในบทที่่� 3:20 อาจเป็็นข้้อที่่�ใช้้กัันผิิดมากที่่�สุุดและถููกใช้้อย่่างแพร่่
หลายเพื่่�อประกาศเชิิญชวนและให้้คำำ�ปรึึกษาแก่่ผู้ �ที่ �แสวงหาแต่่พระธรรมข้้อนี้้�ไม่่เกี่ �ยวข้้องกัับการ
ช่่วยให้้ผู้้�คนกลัับใจมาเป็็นคริิสเตีียนเลย หากนำำ�มาใช้้ในลัักษณะนี้้� แน่่นอนว่่าจะเป็็นการสร้้าง
ความประทัับใจอย่่างผิิด ๆ (อัันที่่�จริิงแล้้ว คนบาปคืือผู้�ที่�อยู่่�ด้้านนอกและจำ�ำ เป็็นที่่�จะต้้องเคาะ
ประตููเพื่่�อเข้้าไปในอาณาจัักร ซึ่�งพระเยซููคริิสต์์คืือประตูู อ้้างอิิงใน ลููกา 11:5-10; ยอห์์น 3:5;
10:7) ‘ประตู’ู ในวิิวรณ์์ 3:20 คือื ประตููของคริสิ ตจัักรแห่ง่ เมืืองเลาดีีเซียี พระธรรมในตอนนี้้�เป็น็
คำำ�เผยพระวจนะสำำ�หรัับคริิสตจัักรที่่�ได้้สููญเสีียพระคริิสต์์ไป อย่่างไรก็็ตาม คริิสตจัักรก็็ยัังมีีความ
หวัังเพราะหากมีีสมาชิิกเพีียงคนเดีียวที่่�ต้้องการได้้นั่่�งร่่วมโต๊๊ะกัับพระองค์์ ก็็จะทำ�ำ ให้้ได้้พระคริิสต์์
กลัับคืืนเข้้ามาในคริิสตจัักร คำ�ำ อธิิบายในข้้อนี้้�และแนวทางในการเป็็นคริิสเตีียนตาม
พันั ธสััญญาใหม่อ่ ย่า่ งสมบูรู ณ์น์ ั้้�นสามารถอ่่านได้้จากหนังั สืือของผมที่่�ชื่อ� การกำ�ำ เนิิดของคริิสเตียี น
วิวิ รณ์์ 407
ตามปกติิวิิสัยั (The Normal Christian Birth, Hodder and Stoughton, 1989)
ก่อ่ นที่่เ� ราจะขยับั ไปจากเนื้้อ� หาในตอนนี้้� เราจำ�ำ เป็น็ ต้อ้ งเข้า้ ใจถึงึ ประเด็น็ ที่่�ว่า่ คำ�ำ ตำ�ำ หนิเิ หล่า่
นั้้�นเกิิดจากความรัักของพระเยซููที่่�มีีต่่อคริิสตจัักร พระองค์์ตรััสว่่า ‘เรารัักใครเราก็็ตัักเตืือนและตีี
สอนเขา’ (3:19) ความจริงิ แล้ว้ การไม่ถ่ ูกู ลงวินิ ัยั เลยอาจเป็น็ เครื่่อ� งหมายที่่แ� สดงว่า่ ผู้�นั้น� ไม่ไ่ ด้ม้ ีสี ่ว่ น
อยู่�ในครอบครััวของพระองค์เ์ ลย (ฮีีบรูู 12:7-8)
พระองค์์ไม่ไ่ ด้้ต้้องการให้้รู้้�สึกท้้อถอย แต่ท่ รงต้อ้ งการชููใจพวกเขาขึ้น� เหนือื สิ่�งอื่น� ใดพระ
เยซููปรารถนาให้้พวกเขาเตรีียมพร้้อมสำ�ำ หรัับความกดดัันที่่�ยัังไม่่จบสิ้�นและจะเป็็นสิ่�งที่่�เข้้ามา
‘ทดสอบ’ พวกเขา (3:10) ถ้้ายอมประนีปี ระนอมในตอนนี้้� พวกเขาก็็จะพ่า่ ยแพ้แ้ ละจะต้อ้ งสููญ
เสีียมรดกของพวกเขาไป
ข่่าวสารอย่่างเป็็นทางการ
นี่่เ� ป็็นพระวจนะที่่ท� รงให้ไ้ ว้เ้ ตืือนใจคริสิ ตจัักรทั้้�งเจ็ด็ แม้ว้ ่่าจะมีี 2 คริิสตจักั รที่่พ� ระองค์์
รัับรองแต่่ก็ถ็ ูกู กระตุ้�นให้้รัักษาการดีีเอาไว้้ คือื ‘จงยึดึ มั่�นสิ่ง� ที่่�มีีอยู่่�จนกว่า่ เราจะมา’ (2:25)
คริสิ ตจักั รอีกี 5 แห่ง่ ได้้รัับการเตืือนให้้ต้อ้ ง ‘ระลึึก’ และ ‘กลับั ใจ’ พวกเขาทั้้ง� หมดได้ร้ ับั
การเตือื นว่า่ เคยเป็น็ มาอย่่างไรและควรจะเป็น็ อย่า่ งไรต่่อไป การกลัับใจที่่�แท้จ้ ริงิ ควรจะมากกว่า่
แค่่เพีียงเสีียใจหรืือสำ�ำ นึึกผิดิ แต่ต่ ้้องมีกี ารสารภาพและแก้้ไขด้ว้ ย
พระองค์ท์ รงเตืือนผู้�ที่เ� มิินหนีจี ากการเตือื นของพระองค์ว์ ่า่ พระองค์์ ‘จะมา’ และจัดั การ
พวกเขา ซึ่�งอาจจะสายเกินิ กว่่าที่่จ� ะแก้ไ้ ขอะไรได้อ้ ีกี และในบางครั้้ง� ก็็เป็็นการอ้้างถึงึ การเสด็จ็ มา
ครั้้�งที่่ส� องเมื่�อ ‘มงกุุฎแห่่งชีวี ิิต’ จะถููกมอบให้้กับั คนที่่� ‘สัตั ย์์ซื่อ� แม้ต้ ้้องตาย’ (2:10 เปรีียบเทีียบ
กับั 2 ทิโิ มธีี 4:6-8) แต่ค่ นที่่�ไม่่มีคี วามพร้อ้ มจะได้้ยิินประโยคอัันน่่าสะพรึงึ กลัวั ว่่า ‘เราไม่รู่้�จัักเจ้า้
เลย’ (มััทธิวิ 25:12)
คำำ�ว่่า ‘เราจะมา’ หมายถึึง ‘การมาเยี่�ยม’ คริิสตจัักรแห่่งหนึ่่�งเพื่่�อจะยก ‘คัันประทีีป’
ออกจากที่่� (2:5) การปิิดคริิสตจัักรคืือพระราชกิิจส่่วนหนึ่่�งของพระเยซููด้้วย คริิสตจัักรที่่�
ประนีีประนอมและไม่่เต็็มใจยอมรัับการแก้้ไขให้้ถููกต้้องนั้้�นน่่าเศร้้าและไร้้ประโยชน์์ต่่ออาณาจัักร
พระเจ้้า การกำำ�จัดั ป้า้ ยโฆษณาพระกิิตติคิ ุุณที่่�เลวร้้ายนี้้อ� อกไปจะดีเี สีียกว่่า
เราสามารถสรุุปส่ว่ นนี้้ข� องจดหมายได้้ว่่า ‘ทำำ�ทุกุ อย่า่ งให้้ถูกู ต้้องและรัักษาเอาไว้้ ไม่่เช่น่ นั้้น�
เราจะมาปิิดคริิสตจักั รลง’
คำ�ำ ยืืนยันั
สังั เกตได้ว้ ่า่ การทรงเรียี กให้้ ‘มีชี ััยชนะ’ ไม่ไ่ ด้เ้ ป็น็ การทรงเรีียกคริสิ ตจักั รในภาพรวม แต่ม่ ีี
ไปถึงึ สมาชิกิ แต่ล่ ะคน การพิพิ ากษาจะเป็น็ เรื่อ� งส่ว่ นบุคุ คลไม่ว่ ่า่ จะเป็น็ การให้ร้ างวัลั หรือื การลงโทษ
408 ปลดล็อ็ กพระคััมภีรี ์์ (พัันธสััญญาใหม่่)
ไม่ไ่ ด้้เป็็นเรื่อ� งในระดัับกลุ่�ม (สังั เกตคำ�ำ ว่า่ ‘แต่ล่ ะคน’ ใน 2 โครินิ ธ์์ 5:10) ไม่่มีีคำ�ำ แนะนำำ�ว่่าให้้ออก
จากคริสิ ตจักั รที่่เ� สื่อ� มทรามและหารถม้า้ รีบี ไปยังั คริสิ ตจักั รที่่ด� ีกี ว่า่ อีกี แห่ง่ หนึ่่ง� ที่่ต�ั้ง� อยู่่�สุดุ ถนน หรือื
ไม่่มีีคนใดที่่�ยอมประนีีประนอมแล้้วจะสามารถแก้้ตััวได้้ว่่าเป็็นเพราะคริิสตจัักรกำำ�ลัังไถลออกนอก
ทาง เราต้อ้ งไม่เ่ ข้า้ ร่ว่ มการสามัคั คีธี รรมที่่ม� ีแี นวโน้ม้ ไม่ถ่ ูกู ต้อ้ ง พูดู อีกี อย่า่ งก็ค็ ือื คริสิ เตียี นต้อ้ งเรียี น
รู้�ที่�จะต่่อต้้านแรงกดดัันในคริิสตจัักรเสีียก่่อนที่่�จะออกไปเผชิิญกัับแรงกดดัันของโลก ถ้้าเราไม่่
สามารถ ‘มีีชัยั ชนะ’ ในคริสิ ตจักั ร เราก็็คงจะไม่่สามารถ ‘มีชี ััยชนะ’ ในโลกได้้
พระเยซููไม่ล่ ังั เลที่่จ� ะเสนอรางวััลเป็น็ แรงจููงใจ (5:12) พระองค์์ทรงทนแบกรับั กางเขนและ
ไม่่ใส่่พระทััยในความอััปยศ ‘เพราะเห็็นแก่่ความชื่�นชมยิินดีีที่่�อยู่�เบื้้�องหน้้า’ (ฮีีบรูู 12:2) ใน
จดหมายแต่่ละฉบัับนั้้�นพระองค์์หนุุนใจให้้เรา ‘มีีชััยชนะ’ โดยคิิดถึึงรางวััลที่่�รออยู่่�สำ�ำ หรัับคนที่่�
‘บากบั่่น� มุ่�งไปสู่�หลักั ชัยั ’ (ฟีลี ิิปปีี 3:14)
คำ�ำ เรีียกขานพระเยซููในจดหมายแต่่ละฉบัับนั้้�นปรากฏอยู่�ในบทที่่� 1 รางวััลที่่�พระองค์์ทรง
เสนอให้้ปรากฏอยู่�ในบทสุุดท้้าย รางวััลเหล่่านี้้�จะมอบให้้ในอนาคตตอนท้้ายที่่�สุุดมากกว่่าที่่�จะ
เป็็นรางวััลซึ่�งได้้รัับในตอนนี้้� คนที่่�มีีความเชื่�อว่่าพระเจ้้าทรงรัักษาพระสััญญาทุุกประการของ
พระองค์์เท่า่ นั้้น� ที่่�จะได้้รัับแรงบัันดาลใจจากบำ�ำ เหน็็จที่่�อยู่�ในอนาคต
เราจะต้้องตระหนัักอีีกด้้วยว่่าความยิินดีีในสวรรค์์และโลกใหม่่ไม่่ได้้มีีไว้้สำำ�หรัับผู้ �เชื่ �อทุุกคน
แต่่มีีไว้้สำำ�หรัับผู้�ที่�มีีชััยชนะต่่อการทดลองและการถููกข่่มเหง (บทที่่� 21:7-8 ได้้กล่่าวถึึงเรื่�องนี้้�ไว้้
อย่่างชััดเจน) คนที่่�ยัังคงเชื่�อฟัังและสััตย์์ซื่�อ ‘จนถึึงวาระสุุดท้้าย’ (2:26) จะได้้รัับความรอด
(เปรียี บเทียี บกับั มััทธิิว 10:22; 24:13; มาระโก 13:13; ลูกู า 21:9)
คำำ�ขอร้้อง
การทรงเรียี กครั้้ง� สุุดท้า้ ย ‘ใครมีหี ููก็จ็ งฟังั ’ เป็น็ คำ�ำ ที่่�พระเยซููเคยใช้้มาก่อ่ น (ตัวั อย่่างเช่น่ ใน
มััทธิิว 13:9) ความหมายตอนนี้้�ชััดเจนเมื่ �อพิิจารณาตามข้้อที่่�ถููกอ้้างอิิงถึึงมากที่่�สุุดในพระคััมภีีร์์
เดิิมว่่า ‘จงฟัังแล้้วฟัังเล่่าแต่่จะไม่่เข้้าใจ ดููแล้้วดููเล่่าแต่่จะไม่่เห็็น จงทำ�ำ ให้้จิิตใจของชนชาติินี้้�ดื้�อ
ด้้านไป ทำ�ำ ให้้หููของพวกเขาตึึง และปิิดตาของพวกเขาเสีีย มิิฉะนั้้�นแล้้วพวกเขาจะได้้เห็็นกัับตา
ได้ย้ ินิ กัับหูู เข้า้ ใจด้ว้ ยจิติ ใจและหัันกลัับมาและได้ร้ ับั การรัักษาให้ห้ าย’ (อิสิ ยาห์์ 6:9-10 และอ้้าง
ในมััทธิวิ 13:13-15; มาระโก 4:12; ลููกา 8:10; กิจิ การ 28:26-27)
พระเยซููทรงทราบว่่านี่่�คืือการตอบสนองตามปกติิวิิสััยของชาวยิิว พระองค์์ได้้ทรงท้้าทาย
คริิสเตีียนว่่าอย่่าตอบสนองเช่่นนั้้�น พระองค์์ทรงเน้้นย้ำำ��ถึึงความแตกต่่างระหว่่างการได้้ยิินและ
การเอาใจใส่่ในพระวจนะ คำ�ำ ถามคืือว่่าเราได้้สัังเกตเห็็นถึึงสิ่�งที่่�พระองค์์ตรััสไว้้มากเพีียงใด พระ
วจนะของพระองค์ใ์ นพระธรรมวิิวรณ์์จะเป็็นพระพรได้ก้ ็็ต่่อเมื่�อได้้อ่่านแล้ว้ ‘จดจำำ�ใส่ใ่ จ’ (1:3) พ่อ่
แม่ท่ ี่่�มีลี ููกซึ่�งไม่ส่ นใจจะ ‘เก็็บคำ�ำ สั่่�งสอนไว้ใ้ นใจ’ ก็็จะถามว่า่ ‘ลูกู ไม่่ได้ย้ ินิ ที่่พ� ่อ่ แม่พ่ ูดู หรืือ?’ ทั้้�ง ๆ
ที่่ร�ู้�ว่าลููก ๆ ได้้ยิินแต่่ไม่่ได้้ใส่ใ่ จ
วิิวรณ์์ 409
การกล่่าวลงท้้ายในจดหมายทุุกฉบัับที่่�เขีียนถึึงคริิสตจัักรทั้้�งเจ็็ดนั้้�นเข้้าใจได้้ไม่่ยาก เป็็น
เพราะพระเยซููทรงคาดหวัังการตอบรัับในเชิิงบวกคืือการเชื่�อฟััง พระองค์์ทรงมีีสิิทธิ์์�ที่่�จะคาดหวััง
ถึงึ สิ่ง� นี้้�เพราะพระองค์์ทรงเป็น็ องค์์พระผู้�เป็็นเจ้้า
บทที่่� 4-5 พระเจ้า้ แห่่งฟ้้าสวรรค์์
เนื้้�อหาในส่ว่ นนี้้�ค่่อนข้้างตรงไปตรงมาแต่่อาจจะต้้องอธิบิ ายสั้น� ๆ เพิ่่ม� เติมิ โดยเฉพาะอย่่าง
ยิ่�งในบทที่่� 4 ซึ่�งคุ้�นเคยกัันในบริิบทของการนมััสการ บ่่อยครั้้�งที่่�เนื้้�อหาส่่วนนี้้�อ่่านเพื่่�อใช้้นำำ�การ
สรรเสริญิ และยังั ถููกใช้เ้ ป็น็ เนื้้�อเพลงนมััสการและเป็็นท่่อนที่่ร� ้้องซ้ำำ�� ทำำ�ให้เ้ ห็็นภาพการยกย่่องบููชา
บนแผ่น่ ดิินสวรรค์ซ์ึ่�งมีีการนมััสการบนแผ่น่ ดิินโลกเป็็นเสีียงสะท้้อน
ยอห์์นได้้ถููกเชิิญให้้ ‘ขึ้�นมาบนนี้้�เถิิด’ (4:1) และได้้เห็็นว่่าสวรรค์์นั้้�นเป็็นอย่่างไร เป็็นสิิทธิิ
พิิเศษที่่�ได้้ทรงมอบให้้กัับมนุุษย์์ไม่่กี่�คนในช่่วงชีีวิิตของพวกเขา (เปาโลก็็มีีประสบการณ์์เดีียวกัันนี้้�
ใน 2 โคริินธ์์ 12:1-6) ที่่�นั่่น� เป็็นสถานที่่�ซึ่�งพระเจ้้าทรงครอบครองและทรงปกครองทุุกสิ่�งจากที่่�นั่่�น
คำ�ำ ว่่า ‘บัลั ลัังก์์’ เป็น็ คำ�ำ หลักั ในเนื้้อ� หาส่ว่ นนี้้� ปรากฏอยู่่�ถึงึ 16 ครั้้�ง ให้ส้ ัังเกตถึึงการเน้้นย้ำ�ำ� คำ�ำ ว่า่
‘ประทับั ’ (4:2, 9, 10; 5:1) ที่่น� ั่่น� เป็น็ ศููนย์ก์ ารควบคุุมของ ‘อาณาจักั รสวรรค์์’
ภาพที่่�เห็็นนั้้�นงดงามตระการจนบรรยายไม่่ได้้ สายรุ้�งดุุจมรกต มงกุุฎทองคำ�ำ ฟ้้าแลบ
แวบวาบ และคบเพลิิงลุุกโชติิช่่วง เราแทบจะจิินตนาการได้้เลยว่่าในขณะที่่�ยอห์์นจ้้องมอง
สิ่�งต่่าง ๆ ด้้วยความเกรงขามและอััศจรรย์์ใจ สายตาของท่่านคงกวาดไปมาจากสิ่�งหนึ่่�งไปยัังอีีก
สิ่�งหนึ่่�งที่่�โอ่่อ่่าตระการอย่่างรวดเร็็ว ในความพยายามที่่�จะอธิิบายถึึงพระเจ้้าตามที่่�ยอห์์นได้้เห็็น
ด้้วยตาตนเอง ท่่านสามารถทำ�ำ ได้้เพีียงเปรีียบเทีียบกัับอััญมณีีแวววัับที่่�สุุด 2 ชนิิดที่่�ท่่านเคยได้้
เห็็นมา (แก้้วมณีโี ชติิและแก้ว้ ทับั ทิิม)
เหนืือสิ่ �งอื่ �นใดแล้้วมีีมุุมมองแห่่งสัันติิสุุขปรากฏอยู่ �ในภาพทั้้�งหมดซึ่ �งได้้ถููกบรรยายถึึงว่่า
เป็็น ‘ทะเลแก้้วใส’ ยาวจรดสุุดขอบฟ้้า ทำ�ำ ให้้เห็็นถึึงความแตกต่่างกัับความสัับสนอลหม่่านของ
โลกอย่่างชััดเจน (จากบทที่่� 6 เป็็นต้้นไป) การครอบครองของพระเจ้้าอยู่�เหนืือการต่่อสู้�ระหว่่าง
ความดีแี ละความชั่ว� ทั้้ง� สิ้น� พระองค์ไ์ ม่จ่ ำำ�เป็น็ ต้อ้ งต่อ่ สู้�แต่อ่ ย่่างใดเลย แม้้กระทั่่ง� ซาตานยังั ต้อ้ งขอ
อนุุญาตพระองค์์ก่่อนที่่�จะทำำ�อะไรกัับมนุุษย์์สัักคนหนึ่่�ง (โยบ 1) ไม่่มีีอะไรที่่�ทำำ�ให้้พระเจ้้าทรง
ประหลาดพระทัยั ได้้ พระองค์ท์ รงทราบว่า่ มีสีิ่ง� ใดเกิดิ ขึ้น� และจะต้อ้ งจัดั การอย่า่ งไรเพราะสิ่ง� ต่า่ ง ๆ
จะเกิิดขึ้น� ได้้ก็็ต่่อเมื่�อพระองค์์ทรงอนุญุ าตเท่่านั้้�น
พระองค์์ทรงเป็น็ พระเจ้า้ ไม่่ใช่่มนุษุ ย์์ พระองค์ท์ รงสมควรได้ร้ ับั การสรรเสริญิ (เป็น็ คำ�ำ ที่่�มา
จากคำ�ำ ว่่า ‘worthship’ ที่่�บ่่งบอกว่่าใครที่่�มีีคุุณค่า่ สำำ�หรัับคุณุ ) พระผู้้�สร้้างทรงได้ร้ ัับการสรรเสริญิ
จากสิ่�งที่่พ� ระองค์์ทรงสร้้าง ‘สิ่�งมีีชีีวิิต’ ทั้้�งสี่�ซึ่�ง ‘คล้า้ ย’ สิงิ โต วัวั มนุษุ ย์์และนกอิินทรีี เป็น็ ตัวั แทน
ของสรรพสิ่�งที่่�ถููกสร้า้ งขึ้�นจากสี่�มุุมโลก (แม้ว้ ่า่ จะมีกี ารแปลเป็็นอย่า่ งอื่�นอีกี ถึงึ 20 แบบ) บทเพลง
410 ปลดล็อ็ กพระคััมภีรี ์์ (พัันธสััญญาใหม่่)
สรรเสริิญนั้้�นถููกร้้องขับั ขานแด่่ ‘พระเจ้า้ ทั้้�งสามพระภาค’ คือื มีคี ำำ�ว่่า ‘บริสิ ุุทธิ์์�’ สามครั้้�งและกล่่าว
ถึงึ พระเจ้้าในสามมิติ ิขิ องเวลา คืือ อดีีต ปััจจุุบันั และอนาคต
ผู้�อาวุโุ ส 24 คนรวมเป็็น ‘สภา’ ของสวรรค์์ (เยเรมียี ์์ 23:18) แทบจะมั่ น� ใจได้ว้ ่า่ พวกเขา
เป็็นตััวแทนของชนชาติแิ ห่ง่ พัันธสัญั ญาทั้้ง� สองของพระเจ้้า คืืออิสิ ราเอล
และคริิสตจัักร (สัังเกตว่่ามีีชื่�อ 24 ชื่�อปรากฏอยู่�บนประตููและฐานของนครเยรููซาเล็็มใหม่่
21:12-14) พวกเขามีี ‘มงกุฎุ ’ และ ‘ที่่น� ั่่ง� ’ แต่ม่ ีีสิทิ ธิิอำ�ำ นาจตามที่่�ได้้ทรงมอบให้ไ้ ว้้เท่่านั้้น�
ไม่่มีีการกระทำ�ำ อื่่�นใดอีีกในบทที่่� 4 นอกจากการนมััสการอย่่างต่่อเนื่่�อง เป็็นภาพถาวรที่่�
ไม่่มีีเวลามาเป็็นตััวกำ�ำ หนด ในบทที่่� 5 มีีการกระทำำ�อย่่างอื่�นโดยเริ่�มจากการหาใครบางคน ‘ใน
สวรรค์์และโลก’ บางคนที่่� ‘สมควรที่่�จะแกะตราและเปิิดหนัังสืือม้้วน’ ความสำำ�คััญของหนัังสืือ
ม้้วนปรากฏขึ้้�นในเหตุุการณ์์นี้้� หนัังสืือนี้้�มีีกำำ�หนดของแผนการที่่�จะนำ�ำ ไปสู่่�จุุดจบของ
ประวััติิศาสตร์ข์ องโลกที่่�เราอาศัยั อยู่� การแกะตราดังั กล่า่ วเท่่ากับั เป็น็ การเริ่ม� ต้้นนัับถอยหลััง
โลกต้้องดำำ�เนิินไปในสภาพเช่่นปััจจุุบัันจนกระทั่่�งสิ่�งที่่�กล่่าวถึึงนี้้�ได้้เกิิดขึ้�น ‘ยุุคที่่�ชั่�วร้้าย’
ต้อ้ งจบลงก่อ่ น ‘ยุคุ ที่่จ� ะมาถึงึ ’ จะเริ่�มต้้น จะมีกี ารกำำ�จัดั ‘อาณาจัักรของโลก’ อย่า่ งเด็็ดขาดก่อ่ น
ที่่� ‘อาณาจัักรของพระเจ้้า’ จะถููกสถาปนาขึ้�นบนโลกอย่่างเป็็นสากล นี่่�จึึงเป็็นเหตุุให้้ยอห์์น
‘ได้แ้ ต่ร่ ้อ้ งไห้’้ ด้ว้ ยความสับั สนและเศร้้าโศกเพราะไม่่มีใี คร ‘สมควร’ ที่่จ� ะเปิิดหนัังสืือม้้วนออก
แต่่ทำำ�ไมเรื่�องนี้้�จึึงเป็็นปััญหา ในประวััติิศาสตร์์ตลอดมา พระเจ้้าได้้ทรงปลดปล่่อยให้้เป็็น
อิิสระจากการพิิพากษามาหลายต่่อหลายครั้้�งบนโลก ทำำ�ไมจึึงไม่่มีีการปลดปล่่อยครั้้�งสุุดท้้ายล่่ะ
ไม่่ว่่าพระองค์์ทรงเลืือกที่่�จะไม่่ทำำ�หรืือทรงรู้้�สึึกว่่าพระองค์์ไม่่เหมาะสมที่่�จะทำ�ำ ความคิิดอย่่างหลััง
นี้้�ไม่่ได้้เป็็นเรื่�องแปลกหรืือเป็็นการดููหมิ่�นตามที่่�หลายคนคิิด หากเราพิิจารณาตามความจริิงที่่�ว่่า
เนื้้�อหาตรงนี้้�ได้้กล่่าวถึึงผู้�ที่� ‘สมควร’ จะเปิิดหนังั สืือม้ว้ นออก
ท่่านที่่�เป็็นทั้้ง� ‘สิงิ โต’ และ ‘ลูกู แกะ’ ท่่านผู้�นั้น� เป็น็ ใคร? อัันที่่�จริงิ แล้ว้ ทั้้�งสิงิ โตและลูกู
แกะนั้้�นไม่่ได้้แตกต่่างกัันมากมายอย่่างที่่�หลายคนคิิด ลููกแกะนั้้�นเป็็นแกะผู้�ที่�เติิบโตเต็็มที่่�แล้้วเช่่น
เดีียวกัับแกะทุุกตััวที่่�ใช้้เป็็นเครื่่�องสััตวบููชา (‘อายุุหนึ่่�งปีี’ ใน อพยพ 12:5) ในกรณีีนี้้�เราควรจะ
เรีียกว่่า ‘แกะตััวผู้้�’ ที่่�มีีเจ็็ดเขา (มากกว่่าแกะเจคอบอยู่�หนึ่่�งเขา) ซึ่�งหมายถึึงอำำ�นาจที่่�สมบููรณ์์
และตาเจ็็ดดวงก็็หมายถึึงการมองที่่�สมบููรณ์แ์ บบ แต่ก่ ็เ็ คยเป็็นเครื่่�องบููชาที่่�ถูกู ‘ฆ่่า’
สิิงโตคืือเจ้้าแห่่งสััตว์์ป่่า แต่่ในที่่�นี้้�หมายถึึงชนเผ่่ายููดาห์์และเป็็นต้้นตระกููลของราชวงศ์์
ดาวิิด ดัังนั้้�นเราจึึงมีีส่่วนผสมที่่�เป็็นเอกลัักษณ์์ของสิิงโตที่่�มีีอำำ�นาจสููงสุุดและแกะบููชา ซึ่�งตรงกัับ
การเสด็็จมาของกษััตริิย์์และผู้้�รัับใช้้ที่่�ต้้องทนทุุกข์์ตามที่่�พยากรณ์์ไว้้โดยผู้ �เผยพระวจนะของชาว
ฮีีบรูู (เช่่น อิิสยาห์์ 9-11 และ 42-53)
ไม่ใ่ ช่เ่ พียี งเพราะพระองค์ท์ รงเป็น็ เช่่นนั้้�น แต่เ่ ป็็นเพราะสิ่�งที่่�พระองค์์ได้้ทรงกระทำ�ำ ด้้วย ซึ่�ง
วิวิ รณ์์ 411
ทำ�ำ ให้้พระองค์์ทรงสมควรที่่�จะปลดปล่่อยความทุุกข์์ยากต่่าง ๆ นั้้�นออกมาและจะนำ�ำ โลกไปสู่�
จุุดจบ และ ‘จุุดจบ’ นั้้�นยัังมีีความหมายถึงึ เหตุุการณ์์ 2 ประการคือื การสิ้น� สุดุ ลงและการทำ�ำ ให้้
สำ�ำ เร็็จลงอย่่างสมบููรณ์์ พระองค์์จะทรงทำำ�ให้้เกิิดขึ้น� ในภายหลังั
พระองค์์ทรงได้้เตรีียมคนกลุ่�มหนึ่่�งให้้ปกครองโลก ทรงจ่่ายราคาด้้วยพระโลหิิตของ
พระองค์์เองเพื่่�อซื้�อพวกเขามาจากกลุ่�มคนในทุุกเชื้�อชาติิเผ่่าพัันธุ์�มนุุษย์์ พระองค์์ได้้ทรงสอนพวก
เขาในเรื่�องการงานอัันดีีเลิิศของปุุโรหิิตเพื่่�อรัับใช้้พระเจ้้า และทรงเตรีียมให้้พวกเขาพร้้อมรัับผิิด
ชอบในการปกครองโลก (ซึ่ง� เรื่อ� งนี้้จ� ะมีีพััฒนาการต่อ่ ไปจนสมบูรู ณ์์ในพระธรรมวิวิ รณ์์ 20:4-6)
พระเยซููพระองค์์เดีียวที่่�ได้้ทรงกระทำำ�สิ่่�งต่่าง ๆ เหล่่านี้้�มาทั้้�งสิ้�น คืือผู้�ที่�ทรงสามารถ
เริ่�มต้้นให้้เกิิดภััยพิิบััติิต่่าง ๆ เพื่่�อจััดการทำ�ำ ลายอาณาจัักรอื่�น ๆ ทั้้�งหมด การทำำ�ลายระบบที่่�
เสื่อ� มทรามไปโดยไม่่ได้ม้ ีีระบบที่่�ดีีที่่�พร้อ้ มจะมาแทนที่่จ� ะนำ�ำ ไปสู่่�สถานการณ์ท์ ี่่�สัับสนได้้
พระเยซููทรงเป็็นองค์์อธิิปไตยเหนืือการปกครองที่่�พระองค์์ทรงจััดเตรีียมไว้้ เพราะว่่า
พระองค์์ทรงเต็็มพระทััยมอบถวายทั้้�งหมดที่่�ทรงเป็็นและทรงมีีเพื่่�อสร้้างมัันขึ้�นมา เพราะพระองค์์
ได้้ทรง ‘ยอมเชื่อ� ฟังั จนถึึงความมรณา กระทั่่ง� มรณาบนกางเขน’ เพราะฉะนั้้น� ‘พระเจ้้าจึงึ ทรงยก
พระองค์ข์ึ้�นสูงู สุดุ ’ (ฟีลี ิิปปีี 2:8-9)
ไม่่ต้้องสงสััยเลยว่่าทููตสวรรค์์นัับแสนนัับล้้านก็็พากัันยิินดีีโดยได้้ขัับร้้องเสีียงดััง
ว่า่ ทรงสมควรได้้รับั เดชานุุภาพ ทรัพั ย์์สมบััติิ ปัญั ญา อำำ�นาจ พระเกียี รติิ พระสิริ ิิ และคำำ�สรรเสริญิ
และสิ่�งทรงสร้้างทั้้�งสิ้�นในจัักรวาลก็็ร่่วมกัันขัับร้้องโดยมีีส่่วนที่่�สำำ�คััญเพิ่่�มเติิมเข้้ามา นั่่�นคืือ คำำ�
สรรเสริิญ พระเกีียรติิ พระสิิริิ และเดชานุุภาพได้้มอบถวายแด่่พระองค์์ผู้�ประทัับบนบััลลัังก์์และ
พระองค์์ผู้�ทรงประทัับยืืนอยู่�ตรงกลางพระที่่�นั่่�ง คืือทั้้�งพระบิิดาและพระบุุตรร่่วมกััน ด้้วยทั้้�ง
สองพระองค์์ต่่างทรงมีีส่่วนร่่วมในความพยายามและต่่างทรงต้้องทนทุุกข์์เพื่่�อทำำ�ให้้ทุุกสิ่ �งเป็็นไป
ได้แ้ ม้้ว่่าจะได้้ทรงกระทำ�ำ ในวิิถีีที่่แ� ตกต่่างกััน
ไม่่มีีสิ่ �งใดที่่�จะสำำ�แดงให้้เห็็นถึึงความเป็็นพระเจ้้าของพระเยซููคริิสต์์องค์์พระผู้ �เป็็นเจ้้าได้้
ชััดเจนมากไปกว่่านี้้�อีีกแล้้ว คืือเมื่�อมีีการถวายคำ�ำ สรรเสริิญและนมััสการแด่่ทั้้�งพระองค์์และ
พระบิิดาร่่วมกันั
บทที่่� 6-16 ซาตานและโลก
เนื้้�อหาในส่่วนนี้้�คืือหััวใจของพระธรรมเล่่มนี้้�และเป็็นส่่วนที่่�ยากที่่�สุุดในการทำ�ำ ความเข้้าใจ
และประยุกุ ต์ใ์ ช้้
เรากำ�ำ ลัังเข้้าสู่�เรื่�องราวที่่�เป็็นข่่าวร้้าย สิ่�งต่่าง ๆ จะเลวร้้ายลงมากทีีเดีียวก่่อนที่่�จะดีีขึ้�น
อย่่างน้้อยก็็มีีคำ�ำ ปลอบใจที่่�ทำ�ำ ให้้เรารู้�ว่าสถานการณ์์จะไม่่เลวร้้ายมากไปกว่่าตามที่่�ได้้ถููกบอกเล่่า
412 ปลดล็็อกพระคััมภีรี ์์ (พัันธสัญั ญาใหม่)่
ในบทต่่าง ๆ เหล่่านี้้� แต่่ก็ถ็ ืือว่า่ เลวร้า้ ยมากพอแล้้วจริงิ ๆ
มีปี ัญั หาหลัักอยู่� 3 ประการสำำ�หรัับบรรดานักั ตีคี วามทั้้�งหลาย
ประการแรกคืือ เหตุุการณ์์ต่่าง ๆ เรีียงลำ�ำ ดัับกัันอย่่างไร? คนที่่�พยายามจะเอาเหตุุการณ์์
ทั้้ง� หมดมาจััดเรียี งใส่่ลงไปในตารางเวลาจะพบว่า่ เป็็นเรื่อ� งยากทีีเดีียว
ประการที่่�สอง สัญั ลักั ษณ์ต์ ่า่ ง ๆ มีีความหมายว่า่ อะไร? สััญลักั ษณ์์บางอย่า่ งก็ช็ ััดเจน บาง
อย่่างมีคี ำ�ำ อธิบิ ายไว้้แล้้ว แต่่บางอย่่างก็็ยังั คงเป็น็ ปริิศนา (‘หญิิงที่่ต�ั้ง� ครรภ์’์ ในบทที่่� 12 อาจเป็็น
ตััวอย่่างในประเด็น็ นี้้)�
ประการที่่�สาม เมื่�อใดที่่�คำำ�ทำำ�นายเหล่่านี้้�จะเสร็จ็ สิ้้น� สมบููรณ์?์ ในอดีีตหรืือปััจจุุบััน หรือื ใน
อนาคตของเรา? เหตุกุ ารณ์น์ั้น� ๆ ได้เ้ กิดิ ขึ้น� แล้ว้ หรือื ยังั ? กำ�ำ ลังั เกิดิ ขึ้น� ในเวลานี้ห� รือื ว่า่ ยังั ไม่เ่ กิดิ ขึ้น� เลย?
เราควรให้้ความสนใจที่่�ลำำ�ดัับของเหตุุการณ์์ ซึ่�งอาจจะไม่่ชััดเจนเลยในครั้้�งแรกที่่�ได้้อ่่าน
และพิิจารณาดููสััญลัักษณ์์ งานนี้้�ซัับซ้้อนมากเพราะมีีสิ่�งที่่�แทรกเข้้ามา มีีลัักษณะ 3 ประการที่่�
แทรกเข้า้ มาโดยที่่ไ� ม่่ได้เ้ รีียงตามลำำ�ดัับแต่ก่ ระจััดกระจายอย่า่ งไร้แ้ บบแผนอยู่�ตลอดในบทเหล่่านี้้�
ลัักษณะแรก มีีการเบี่่�ยงเบนประเด็็นออกไปในรููปแบบของ ‘การสลัับฉาก’ หรืือการใช้้
เครื่่อ� งหมายวงเล็็บที่่ใ� ช้้กัับเรื่อ� งที่่�ดูเู หมืือนนอกเหนือื ไปจากเหตุกุ ารณ์์หลััก
ลัักษณะที่่�สอง มีีการสรุุปความ เรื่�องราวบรรยายดููเหมืือนจะกลัับมาที่่�เรื่�องเดิิมที่่�เคยได้้
กล่า่ วถึงึ มาก่่อนเป็น็ ครั้้ง� คราว
ลัักษณะที่่�สาม มีีการรอคอยอย่่างคาดหวััง เหตุุการณ์์ต่่าง ๆ ได้้ถููกกล่่าวถึึงโดยไม่่มีีคำำ�
อธิิบายจนกระทั่่ง� อธิบิ ายไว้้ในภายหลังั (เช่่น ‘อารมาเกดโดน’ ที่่�ถูกู กล่า่ วถึงึ ครั้้�งแรกใน 16:16 แต่่
ไม่่มีคี ำ�ำ อธิิบายจนกระทั่่ง� ถึงึ บทที่่� 19)
ลัักษณะเหล่่านี้้�ทำำ�ให้้เราเข้้าใจผิิดและเกิิดการคาดเดาขึ้�น โดยเฉพาะอย่่างยิ่�งตามที่่�มีีการ
ตีีความของนัักประวััติิศาสตร์์แบบวงจรที่่�ได้้อธิิบายมาแล้้ว แต่่เราจะศึึกษาไปอย่่างเรีียบง่่าย คืือ
พิิจารณาจากสิ่�งที่่ช� ัดั เจนไปหาสิ่�งที่่ย� ังั คลุุมเครือื
เมื่อ� อ่า่ นเนื้้�อหาในบทต่า่ ง ๆ เหล่่าให้้จบในครั้้ง� เดียี ว ลัักษณะที่่�เห็็นโดดเด่น่ ก็ค็ ือื ลำำ�ดัับของ
ตรา แตร และชาม สัญั ลักั ษณ์์เหล่า่ นี้้ง� ่่ายต่่อการตีีความพอสมควร
ตรา
1. ม้า้ สีีขาว - การบุกุ รุุกด้ว้ ยกำ�ำ ลัังทหาร
2. ม้้าสีีแดง - การนองเลือื ด
3. ม้า้ สีดี ำำ� - ความอดอยาก
4. ม้า้ สีีเขีียว - โรคภััย โรคระบาด
* * *
วิวิ รณ์์ 413
5. การข่่มเหงและการอธิษิ ฐาน
6. การสั่น� เทาและความหวาดกลัวั
***
7. ความเงีียบในสวรรค์์ การฟัังเสีียงผู้�อธิิษฐานซึ่�งได้้รัับคำ�ำ ตอบในช่่วง
ภัยั พิิบััติทิ ้า้ ยสุดุ นั่่น� คืือ แผ่น่ ดินิ ไหวที่่�รุนุ แรงมาก
เสียี งแตร
1. โลกที่่ถ� ููกไฟทำ�ำ ลายล้า้ ง
2. ทะเลที่่�เป็น็ พิิษ
3. น้ำ��ำ ที่่�มีสีิ่�งปนเปื้้�อน
4. แสงอาทิติ ย์์ที่่ด� ับั มืืดลง
***
5. แมลงและโรคระบาด (5 เดือื น)
6. การรุุกล้ำำ�� ในด้้านตะวัันออก (200 ล้้าน)
***
7. การมาของอาณาจัักร โลกอยู่่�ภายใต้้การควบคุุมของพระเจ้้าและ
พระคริสิ ต์์หลังั จากที่่�เกิิดแผ่่นดินิ ไหวรุนุ แรง
ชาม
1. ผิิวหนัังที่่ม� ีแี ผลร้า้ ย
2. เลือื ดในทะเล
3. เลืือดจากน้ำ�ำ�พุตุ ่า่ ง ๆ
4. ถูกู แผดเผาด้ว้ ยแสงอาทิิตย์์
***
5. ความมืืด
6. อารมาเกดโดน
***
7. พายุลุ ูกู เห็บ็ และแผ่น่ ดินิ ไหวรุนุ แรง นำ�ำ ไปสู่�การล่ม่ สลายของชาติติ ่า่ ง ๆ
เมื่อ� เหตุุการณ์์ต่่าง ๆ จัดั เรีียงกันั เช่น่ นี้้� เราก็จ็ ะเห็็นภาพได้ช้ ัดั เจนขึ้น�
ไม่่ใช่่ว่่าเราจะไม่่เคยประสบกัับเหตุุการณ์์เหล่่านี้้� แต่่เป็็นการเตืือนให้้เรานึึกถึึงภััยพิิบััติิ
414 ปลดล็็อกพระคัมั ภีรี ์์ (พันั ธสัญั ญาใหม่)่
ต่่าง ๆ ที่่�เคยเกิิดขึ้�นที่่�อีียิิปต์์เมื่�อครั้้�งโมเสสได้้เผชิิญหน้้ากัับฟาโรห์์ มีีทั้้�งกบและตั๊�กแตนเข้้ามาร่่วม
ด้้วย (อพยพ 7-11) สิ่�งเหล่่านี้้�ยัังเกิิดขึ้�นในปััจจุุบัันแม้้ว่่าจะเป็็นเพีียงในระดัับท้้องถิ่�นและภููมิิภาค
ตัวั อย่า่ งเช่่น เราเห็็นลำ�ำ ดัับของม้้าทั้้�งสี่�เกิิดขึ้น� ในหลายส่่วนของโลก แต่ล่ ะเหตุกุ ารณ์ต์ ่า่ งเป็น็ ผลสืืบ
เนื่่�องมาจากเหตุุการณ์์ก่่อนหน้้านั้้�น เหตุุการณ์์ใหม่่ที่่�เกิิดขึ้�นในเนื้้�อหาของบทเหล่่านี้้�ก็็คืือ
เหตุุการณ์์ต่่าง ๆ ได้้ขยายตัวั ไปสู่�ระดับั จัักรวาล เช่น่ เดีียวกัับความทุกุ ข์์ยากลำ�ำ บากต่า่ ง ๆ ที่่ไ� ด้้แพร่่
กระจายไปทั่่�วโลก
เหตุุการณ์์แต่่ละชุุดนั้้�นแบ่่งได้้เป็็น 3 ส่่วน สี่�สิ่�งแรกเป็็นส่ว่ นหนึ่่ง� ของกัันและกััน ตัวั อย่่างที่่�
เห็น็ ชััดเจนที่่�สุดุ คืือ ‘ผู้�ขี่ม� ้้าทั้้ง� สี่�คนแห่ง่ หนัังสืือการสำำ�แดง’ ซึ่ง� รู้�จัักกันั ดีจี ากภาพวาดของอัลั เบรชท์์
ดืือเรอร์์ อีีกสองสิ่�งถััดมาไม่่ได้ม้ ีีความเกี่ย� วเนื่่�องกัันอย่่างใกล้้ชิิด และสิ่�งสุดุ ท้า้ ยนั้้�นแยกออกมาตาม
ลำำ�พััง เหตุุการณ์์สามลำำ�ดับั สุุดท้้ายในแต่่ละชุุดยัังถููกตีตี ราไว้ด้ ้ว้ ยคำ�ำ ว่่า ‘วิิบััติิ’ ซึ่ง� เป็น็ คำำ�ที่่บ� อกถึึง
การสาปแช่่ง
เมื่อ� เราพิิจารณาเหตุกุ ารณ์์ทั้้ง� สามชุุดนี้้�รวมกันั จะปรากฏเป็น็ ‘ความเข้ม้ ข้น้ ที่่ม� ากขึ้น� ’ ของ
เหตุุการณ์์ที่่�ร้้ายแรง ในขณะที่่�หนึ่่�งในสี่�ของมนุุษยชาติินั้้�นวิิบััติิไปด้้วย ‘ตรา’ หนึ่่�งในสามของ
มนุุษย์์ที่่�เหลืือก็็ไม่่รอดไปจากเสีียง ‘แตร’ ยิ่�งไปกว่่านั้้�นสาเหตุุของความวิิบััติิก็็รุุนแรงมากขึ้�น
‘ตรา’ เป็็นเหตุุการณ์์ที่่�เกี่�ยวข้้องกัับมนุุษย์์แต่่เดิิม ‘แตร’ ดููเหมืือนว่่าจะเป็็นความเสื่�อมโทรมตาม
ธรรมชาติิของสิ่ง� แวดล้้อม ‘ชาม’ เป็็นภาชนะที่่�ถูกู เทโดยตัวั แทนที่่เ� ป็็นทููตสวรรค์์
นอกจากนี้้ย� ัังมีีการ ‘เร่ง่ ’ ให้้เกิดิ เหตุกุ ารณ์ต์ ่า่ ง ๆ ขึ้�นด้้วย ‘ตรา’ ดูเู หมือื นว่่าจะกระจายไป
และเกิิดขึ้�นในไม่่ช้้าก็็เร็็ว แต่่ชุุดของเหตุุการณ์์ที่่�เกิิดขึ้�นในภายหลัังนั้้�นมีีกำ�ำ หนดเวลาวััดได้้ว่่าเป็็น
เดือื นหรืือแม้้กระทั่่�งเป็็นวันั
ทั้้�งหมดนี้้�ได้้บอกให้้เห็็นถึึงพััฒนาการของเหตุุการณ์์สามชุุด ซึ่�งได้้นำำ�เราไปสู่่�คำำ�ถามที่่�
เกี่�ยวข้้องกัับเหตุุการณ์์เหล่่านี้้� คำำ�ตอบที่่ช� ััดเจนก็็คืือเหตุุการณ์์เหล่่านี้้�เกิิดขึ้�นเป็็นลำ�ำ ดัับต่่อเนื่่�องกััน
ซึ่�งอาจจะปรากฏเป็็น ตรา: 1234567 จากนั้้�นเป็็นแตร: 1234567 และสุุดท้้ายเป็็นชาม:
1234567 ในอีกี นัยั หนึ่่�ง เหตุกุ ารณ์เ์ หล่่านี้้เ� กิิดขึ้น� ต่อ่ เนื่่�องกันั ไป รวมแล้้วทั้้�งสิ้�น 21 เหตุกุ ารณ์์ แต่่
ไม่่ได้้เรีียงกัันตามนี้้�เสีียทีีเดีียว จากการศึึกษาอย่่างละเอีียดรอบคอบจะเห็็นว่่าเหตุุการณ์์ลำำ�ดัับที่่�
เจ็็ดในแต่่ละชุุดนั้้�นคืือเหตุุการณ์์เดีียวกััน (แผ่่นดิินไหวที่่�รุุนแรงซึ่�งเป็็นเหตุุการณ์์ร่่วมในบทที่่� 8:5;
11:19; 16:18) และได้้นำ�ำ ไปสู่�ทางเลืือกอีีกทฤษฎีีหนึ่่�งซึ่�งสำำ�นััก ‘ประวััติิศาสตร์์นิิยมแบบวััฏจัักร’
ชอบมาก พวกเขาเชื่อ� ว่่าชุดุ เหตุกุ ารณ์์เหล่่านี้้� ‘เกิิดขึ้�นพร้อ้ มกันั ’ ดัังนี้้�
ตรา : 1 2 3 4 5 6 7
แตร : 1 2 3 4 5 6 7
ขันั : 1 2 3 4 5 6 7
หรืืออีีกนััยหนึ่่�ง เหตุุการณ์เ์ หล่่านี้้�เกิดิ ขึ้น� ในช่่วงเวลาเดีียวกันั (โดยทั่่ว� ไปจะมีีการหยุดุ พักั
วิิวรณ์์ 415
ระหว่า่ งการเกิดิ ขึ้น� ของเหตุกุ ารณ์แ์ รกและเหตุกุ ารณ์ท์ี่่ส� อง) จากมุมุ ที่่แ� ตกต่า่ งกันั
ที่่�น่่าเชื่ �อมากกว่่าแต่่ก็็ซัับซ้้อนกว่่าคืือรููปแบบที่่�รวมเอาความเข้้าใจทั้้�งสองประการเข้้าไว้้
ด้้วยกัันคืือ 6 เหตุุการณ์์แรกเกิิดขึ้ �นต่่อเนื่่�องกััน และเหตุุการณ์์ที่่� 7 เกิิดขึ้ �นพร้้อมกันั ดัังนี้้�
ตรา : 1 2 3 4 5 6 7
แตร : 123456 7
ขััน : 1234567
หรืืออีีกนััยหนึ่่�ง เหตุุการณ์์แต่่ละชุุดเกิิดขึ้�นและเคลื่่�อนไปข้้างหน้้าต่่อจากเหตุุการณ์์
ที่่�เกิิดขึ้�นก่่อน แต่่จุุดสำำ�คััญสููงสุุดของเหตุุการณ์์ทั้้�งหมดเกิิดขึ้�นพร้้อมกัันเป็็นหายนะสุุดท้้าย
รููปแบบเช่่นนี้้�ดููเหมืือนจะเหมาะสมกัับหลัักฐานและเป็็นรููปแบบที่่�ยึึดถืือโดยสำ�ำ นััก ‘อนาคตนิิยม’
ทีเี ชื่�อว่า่ เหตุุการณ์ท์ ั้้ง� สามชุุดนี้้�ยังั เป็น็ อนาคตของประวัตั ิศิ าสตร์์
ทั้้�งสามแนวคิิดนี้้�เน้้นว่่าจะเกิิดอะไรขึ้�นในโลก ในขณะที่่�เหตุุการณ์์ดำ�ำ เนิินไปนั้้�น ก็็ต้้อง
สัังเกตว่่ามนุุษย์์มีีปฏิิกิิริิยาตอบสนองอย่่างไร ในขณะที่่�เราตระหนัักว่่าโศกนาฏกรรมที่่�น่่ากลััว
เหล่่านี้้�เป็็นเหตุุการณ์์ที่่�มาจากพระพิิโรธของพระเจ้้า (และของพระเมษโปดก) การตอบสนองของ
มนุุษย์ก์ ็เ็ ป็็นความน่า่ กลััวอย่่างหนึ่่ง� (6:15-17) และพวกเขายังั แช่ง่ ด่่าพระเจ้า้ (16:21) มากกว่า่ ที่่�
จะกลับั ใจ (9:20-21) แม้ว้ ่า่ ข่่าวประเสริิฐแห่ง่ การให้อ้ ภััยนั้้�นยังั คงมีอี ยู่� (14:6) นี่่เ� ป็น็ คำ�ำ วิพิ ากษ์์ใน
เรื่�องใจแข็็งกระด้้างของมนุุษย์์อัันน่่าเศร้้า แต่่เป็็นความจริิงของชีีวิิต เมื่ �อหายนะทั้้�งหลายเกิิดขึ้�น
เราก็็จะหัันไปหาพระเจ้้าหรืือไม่่ก็็หัันหนีีจากพระองค์์ (คำำ�พููดสุุดท้้ายของบรรดานัักบิินทั้้�งหลาย
เมื่�อมีอี ุบุ ััติิเหตุุเครื่่อ� งบิินตกมักั จะเป็็นคำำ�แช่ง่ ด่า่ พระเจ้า้ คำำ�พูดู ของพวกเขาที่่ถ� ูกู บัันทึกึ ไว้้ใน ‘กล่อ่ ง
ดำำ�’ จะถูกู ตัดั ต่อ่ เสียี ก่่อนที่่�จะนำ�ำ มาเปิิดเผยเพื่่อ� สืบื สวนหาข้อ้ เท็็จจริิง)
ในตอนนี้้�เราจะมาดููบทต่่าง ๆ ที่่�สอดแทรกระหว่่างเหตุุการณ์์สามชุุดของตรา แตร และ
ชาม หรืือตามที่่�เราเห็็นว่่ามีีเรื่�องราวอื่่�นแทรกอยู่� เช่่นในบทที่่� 7, 10-11, และ
12-14 สองส่่วนแรกนั้้�นแทรกอยู่�ระหว่่างเสีียงแตรที่่�หกและเจ็็ด แต่่ส่่วนที่่�สามนั้้�นแทรกอยู่่�ก่่อน
ชามใบที่่ห� นึ่่�ง ซึ่ง� ดููราวกัับว่่าไม่่มีตี ารางเวลาให้้กัับเรื่�องราวดังั กล่่าวนี้้ใ� นระหว่่างชามใบที่่� 6 และ 7
เราสามารถนำ�ำ มาทำำ�เป็น็ แผนภูมู ิิโดยใช้้ภาพประกอบ ดัังนี้้�
ตรา : 1 2 3 4 5 6 (บทที่่� 7) 7
แตร : 1 2 3 4 5 6 (บทที่่� 10-11) 7
ขััน : (บทที่่� 12-14) 1 2 3 4 5 6 7
และตอนนี้้�เราก็ไ็ ด้้จบโครงร่่างของบทที่่� 6-16 โดยสมบููรณ์์แล้ว้
ในขณะที่่�เหตุุการณ์์ 3 ชุุดของตรา แตร และชามเกี่�ยวข้้องกัับสิ่�งที่่�จะเกิิดขึ้�นในโลกเป็็น
416 ปลดล็อ็ กพระคัมั ภีรี ์์ (พันั ธสัญั ญาใหม่)่
ส่ว่ นใหญ่่ อีีก 3 ส่ว่ นที่่�แทรกเข้า้ มาดัังกล่า่ วเป็็นสิ่ง� ที่่�จะเกิดิ ขึ้�นกัับคริิสตจัักร เราจะได้ร้ ับั ทราบถึึง
เรื่ �องราวเกี่ �ยวกัับชนชาติิของพระเจ้้าที่่�อยู่ �ในช่่วงเวลาแห่่งความเปลี่ �ยนแปลงอย่่างรุุนแรงนี้้�
พวกเขาจะได้้รัับผลกระทบอะไรบ้้าง? พระธรรมวิิวรณ์์มีีเป้้าหมายที่่�จะเตรีียม ‘ผู้้�ชอบธรรม’
ให้้พรัักพร้้อมสำำ�หรัับสิ่�งที่่�กำำ�ลัังจะมา ส่่วนที่่�แทรกเข้้ามานี้้�จึึงมีีความสััมพัันธ์์และสำำ�คััญกัับพวกเขา
มาก
บทที่่� 7 คนสองกลุ่�ม
ในระหว่่างตราที่่� 6 และ 7 เราได้้เหลืือบเห็็นคน 2 กลุ่�มในสถานที่่� 2 แห่่งที่่�แตกต่่าง
กัันมาก
ในมุุมหนึ่่�ง ชาวยิิวจำ�ำ นวนหนึ่่�งได้้รัับการปกป้้องเอาไว้้ในโลก (ข้้อ 1-8) พระเจ้้าได้้ทรง
ปฏิเิ สธอิิสราเอล (โรม 11:1, 11) พระองค์ไ์ ด้้ทรงประทานพระสััญญาอย่า่ งไม่ม่ ีเี งื่�อนไขว่่าพวกเขา
จะดำำ�รงอยู่�ตราบเท่่าที่่�จักั รวาลนี้้ย� ัังคงอยู่� (เยเรมียี ์์ 31:35-37) พระองค์์ทรงรัักษาพระสััญญา พวก
เขายัังคงมีอี นาคต
จำำ�นวนของกลุ่�มคนดัังกล่่าวดููเหมืือนจะไม่่สมเหตุุสมผล ดููเหมืือนไม่่ใช่่จำำ�นวนจริิง อาจจะ
เป็็นไปได้้ที่่�เป็็นตััวเลข ‘กลม ๆ’ สิ่�งที่่�ชััดเจนคืือเป็็นสััดส่่วนที่่�จำำ�กััดมากของชนชาติิที่่�มีีจำำ�นวน
หลายล้า้ นคน และจำ�ำ นวนทั้้ง� หมดนี้้�ได้้แบ่่งให้ท้ ั้้�ง 12 เผ่า่ เท่า่ ๆ กัันโดยไม่ม่ ีเี ผ่า่ ไหนได้ม้ ากกว่่า นั่่น�
หมายความว่่าทั้้�ง 10 เผ่่าที่่�ถููกอััสซีีเรีียยึึดไปนั้้�นไม่่ได้้ ‘สููญหาย’ ไปจากพระเจ้้าและพระองค์์ยััง
ทรงรัักษาคนของทุุกเผ่่าให้ร้ อดไว้้ มีเี ผ่่าหนึ่่�งที่่�หายไปคืือ ดาน ซึ่�งกบฏต่่อน้ำำ��พระทัยั พระเจ้้า ดัังนั้้น�
เผ่่านี้้�จึึงถููกแทนที่่�เหมืือนกัับยููดาส อิิสคาริิโอท ที่่�เป็็นอััครสาวกในจำำ�นวน 12 คน ทั้้�งสองเรื่�องนี้้�
เป็็นคำ�ำ เตืือนว่่าจะมีคี นมาแทนที่่�หากเราไม่่ได้เ้ ห็็นความสำำ�คัญั ของพระประสงค์์ของพระเจ้า้
ในอีกี มุมุ หนึ่่ง� มีคี ริสิ เตียี นจำ�ำ นวนมากมายนับั ไม่ถ่ ้ว้ นที่่ไ� ด้ร้ ับั การปกป้อ้ งในสวรรค์์ (ข้อ้ 9 -17)
บรรดาประชาชาติิได้้ยืืนอยู่ �ในสถานที่่�ที่่�มีีเกีียรติิต่่อพระพัักตร์์กษััตริิย์์ร่่วมกัับผู้ �อาวุุโสและสิ่ �งมีีชีีวิิต
ทั้้�งสี่�ซึ่�งกำำ�ลัังส่่งเสีียงสรรเสริิญ แต่่พวกเขาได้้เพิ่่�มคำ�ำ สรรเสริิญเข้้ามาอีีกตอนหนึ่่�งเพราะ
‘ความรอด’ ที่่พ� วกเขาได้ร้ ัับ
ยอห์์นไม่่ได้้ตระหนัักถึึงความสำำ�คััญของคนเหล่่านี้้�และได้้สารภาพว่่าท่่านไม่่ทราบ
ถึงึ คุณุ สมบัตั ิขิ องพวกเขาที่่ท� ำ�ำ ให้ไ้ ด้ร้ ับั เกียี รติเิ ช่น่ นี้้� ‘คนเหล่า่ นี้้เ� ป็น็ คนที่่ม� าจากความยากลำ�ำ บากครั้้ง�
ยิ่ง� ใหญ่’่ (ข้อ้ 14 คำ�ำ กริยิ าได้บ้ ่ง่ บอกว่า่ เป็น็ กระบวนการอันั ต่อ่ เนื่่อ� งของแต่ล่ ะบุคุ คลและแต่ล่ ะกลุ่�ม
ที่่ต� ่า่ งได้เ้ ผชิญิ ช่ว่ งเวลาของความทุกุ ข์ย์ ากลำ�ำ บาก) แล้ว้ พวกเขาหนีพี ้น้ มาได้อ้ ย่า่ งไร? ไม่ใ่ ช่โ่ ดย ‘การ
รัับขึ้�นไป’ อย่่างลัับ ๆ ในทัันทีี แต่่โดยความตาย ส่่วนใหญ่่เป็็นการพลีีชีีพเพื่่�อพระคริิสต์์ ซึ่�งเป็็น
ลัักษณะที่่เ� ห็็นได้้ชัดั เจนในบทเหล่า่ นี้้� (เราได้ย้ ิินเรื่อ� งเสียี งร้อ้ งของ ‘ดวงวิญิ ญาณ’ ที่่�ขอการแก้แ้ ค้น้
มาแล้ว้ ใน 6:9-11)
วิิวรณ์์ 417
แต่่เป็็นเพราะการหลั่�งพระโลหิิตของพระเมษโปดกต่่างหาก ไม่่ใช่่เป็็นเพราะพวก
เขาได้ช้ ่ว่ ยตัวั เองให้ห้ นีพี ้น้ ออกมา เป็น็ การทนทุกุ ข์ข์ องพระเยซูไู ม่ใ่ ช่ข่ องพวกเขา พระองค์เ์ ป็น็ เครื่่อ� ง
บูชู าชดใช้บ้ าปและชำำ�ระพวกเขาให้ข้ าวสะอาดจนสามารถมายืนื อยู่่�ต่อ่ พระพักั ตร์พ์ ระเจ้า้ และถวาย
การรัับใช้ไ้ ด้้
แต่่พระเจ้้าสนพระทััยว่่าพวกเขาต่่างได้้ทนทุุกข์์เพื่่�อพระบุุตรของพระองค์์ และพระองค์์ได้้
ทรงทำำ�ให้ม้ั่�นใจว่า่ พวกเขาจะไม่ต่ ้อ้ งเผชิญิ กัับความเจ็็บปวดนั้้�นอีีก จะ ‘ไม่ม่ ีีอีีกต่่อไป’ ดวงอาทิิตย์์
และความร้อ้ นจะไม่แ่ ผดเผาพวกเขาอีกี ต่อ่ ไป (7:16, 16:8) คนเหล่า่ นี้้จ� ะได้ร้ ับั การดูแู ลจาก ‘ผู้�เลี้ย� ง
แกะที่่�ดี’ี (สดุุดีี 23; ยอห์น์ 10) พวกเขาจะได้ร้ ัับความสดชื่น� จากน้ำำ�� ‘แห่ง่ ชีวี ิติ ’ (ซาบซ่่า) มากกว่า่
ที่่จ� ะเป็น็ น้ำำ�� ‘ไร้้ฟอง’ (ยอห์์น 4:14; 7:38; วิิวรณ์์ 21:6; 22:1, 17) และดั่ง� เช่น่ พ่อ่ แม่่ของเด็ก็ น้้อย
ที่่ก� ำำ�ลังั ร้้องไห้้ พระเจ้้าก็จ็ ะ ‘ทรงเช็ด็ น้ำ�ำ� ตาทุกุ ๆ หยดจากตาของเขา’ (21:4) สัังเกตได้ว้ ่า่ ภาพของ
สวรรค์์ในเวลานี้้� เป็็นการได้้ลิ้ม� ชิมิ รสว่่าชีีวิติ ในโลกใหม่่นั้้น� จะเป็น็ อย่่างไร
บทที่่� 10-11 พยานทั้้�งสอง
ในระหว่า่ งเสียี งแตรครั้้ง� ที่่ห� กและเจ็ด็ นั้้น� ความสนใจได้มุ้่�งไปที่่ช� ่อ่ งทางที่่พ� ระเจ้า้ ได้เ้ ปิดิ เผย
และสื่อ� สารต่่อมนุุษย์์ คำำ�หลักั ในทั้้�งสองบทนี้้ค� ือื ‘การเผยพระวจนะ’ (10:11; 11:3, 6) ในช่ว่ งเริ่ม�
ต้้นของยุุคคริิสตจัักรนั้้�น ยอห์์นเป็็นผู้�เผยพระวจนะที่่�เกาะปััทมอส ในตอนท้้ายสุุดจะมีี ‘พยาน’
สองคนที่่�จะเผยพระวจนะในนครเยรูซู าเล็ม็
การปรากฏตััวขึ้้�นของทููตสวรรค์์ 2 องค์์ที่่� ‘มีีฤทธิ์์�’ บอกให้้ทราบถึึงวิิบััติิที่่�กำ�ำ ลัังจะเกิิดขึ้�น
ความจริิงที่่�น่่ากลััวได้้เปิิดเผยแก่่ยอห์์นโดยทููตสวรรค์์องค์์แรก ท่่านได้้รัับทราบผ่่านเสีียงฟ้้าร้้อง
และต้้องไม่่สื่�อสารเรื่�องนี้้�ไปถึึงผู้�อื่�น (เปรีียบเทีียบกัับ 2 โคริินธ์์ 12:4) ในการประกาศครั้้�งที่่�สอง
เหตุุการณ์์ต่่าง ๆ จะเกิิดขึ้�น จะไม่ม่ ีีความล่่าช้้าอีีกต่่อไป เสีียงแตรที่่�เจ็็ดจะเป็น็ ช่ว่ งสำำ�คััญสูงู สุดุ ของ
เหตุุการณ์์ (ซึ่�งเป็น็ การยืืนยันั ว่่าข้อ้ สรุปุ ของเราเรื่อ� งตรา แตร และชามที่่เ� จ็ด็ นั้้�นหมายถึงึ ‘จุุดจบ’
เดีียวกััน)
ส่่วนท้้ายและเป็็นส่่วนที่่�เลวร้้ายที่่�สุุดนั้้�นเป็็นเรื่�องของ ‘ข่่าวร้้าย’ ที่่�กำ�ำ ลัังจะมาถึึง อยู่�ใน
‘หนัังสือื ม้ว้ นเล็ก็ ’ (เป็น็ ส่ว่ นขยายที่่ม� ีีรายละเอีียดมากขึ้�น เป็็นเหตุกุ ารณ์ส์ ่ว่ นหนึ่่ง� ของหนัังสืือม้ว้ น
ใหญ่่ที่่�ได้้ถููกเปิิดออกแล้้วใช่่หรืือไม่่?) ยอห์์นถููกบอกให้้ ‘รัับไปกิินเถิิด’ (เราอาจจะพููดว่่า ‘รัับไป
ย่่อยเถิิด’) มัันมีีรส ‘หวานและขม’ หวานมาก่่อน แต่่จะขมเมื่�อตกถึึงท้้อง (เป็็นปฏิิกิิริิยาแบบ
เดียี วกันั ของหลายคนที่่ม� ีตี ่อ่ พระธรรมวิิวรณ์เ์ มื่�อพวกเขาได้้เริ่ม� อ่า่ นเนื้้อ� หาของพระธรรมเล่่มนี้้�)
ยอห์์นถูกู บอกให้้ ‘เผยพระวจนะ อีีกครั้้�ง’ เพื่่อ� ทำ�ำ หน้า้ ที่่�ของท่า่ นอย่า่ งต่่อเนื่่�องในการบอก
เล่่าถึึงอนาคตของโลก แล้้วท่่านก็็ ‘ได้้เห็็น’ รอบนครเยรููซาเล็็มและพระวิิหาร ท่่านวััดพระวิิหาร
แต่่ไม่่วััดลานชั้�นนอกสุุดที่่�มีีไว้้สำ�ำ หรัับผู้�นมััสการที่่�เป็็นคนต่่างชาติิ เพราะพวกเขาจะมา
418 ปลดล็อ็ กพระคััมภีรี ์์ (พันั ธสััญญาใหม่)่
‘เหยีียบย่ำ��ำ ’ นครนี้้�มากกว่่าที่่จ� ะมาอธิษิ ฐาน อย่า่ งไรก็็ตามพวกเขาจะได้้พบกัับบุคุ คลพิเิ ศษ 2 คน
ที่่จ� ะมาเทศนากัับพวกเขาเพื่่�อบอกเล่่าถึงึ เรื่�องราวของพระเจ้า้ ที่่�พวกเขานั้้�นดูหู มิ่�น
ผลที่่�เกิิดขึ้�นคืือทั้้�งผู้�เทศนาและผู้้�ฟัังจะถึึงแก่่ความตายเช่่นกััน พยานทั้้�งสองมีีสิิทธิิอำำ�นาจที่่�
จะปิิดท้้องฟ้า้ ไม่ใ่ ห้ฝ้ นตก (ดัังเช่น่ เอลีียาห์ใ์ น 1 พงศ์์กษััตริยิ ์์ 17:1; ยากอบ 5:17) ตลอดจนบัันดาล
ภััยพิิบััติิลงมาเหนืือศััตรูู (ดัังเช่่นโมเสสในเลวีีนิิติิ 10:1-3) แต่่ทั้้�งสองจะถููกฆ่่าเมื่ �อเสร็็จสิ้้�นการ
เป็็นพยานแล้้ว ซากศพของพวกเขาจะถููกทิ้้�งอยู่�กลางถนนเพีียงสามวัันครึ่่�ง ในขณะที่่�คนหลาย
เผ่่าพัันธุ์�ที่�ถููก ‘ทรมาน’ เพราะคำำ�พยานของทั้้�งสองจะเฉลิิมฉลองที่่�ทั้้�งคู่�เสีียชีีวิิตลงความหรรษานี้้�
จะเปลี่�ยนเป็น็ ความสะพรึงึ กลััวเมื่อ� พยานทั้้�งสองนั้้น� คืืนชีวี ิติ ต่อ่ หน้า้ พวกเขาทั้้ง� หมด มีีเสีียงดังั จาก
สวรรค์์ว่่า ‘จงขึ้�นมาที่่�นี่่�’ พวกเขาก็็ขึ้�นไปในหมู่�เมฆสู่่�สวรรค์์ ในขณะนั้้�นจะเกิิดแผ่่นดิินไหวร้้าย
แรงที่่�ทำ�ำ ลายหนึ่่ง� ในสิิบของเมือื งและจะมีีคนตายถึงึ เจ็็ดพันั คน
ความเหมืือนกัันระหว่่างความตายของพยานทั้้�งสองและพระเยซููผู้�ทรงเป็็น ‘ผู้�เผย
พระวจนะ’ นั้้�นน่่าสะดุุดใจ เป็็นไปไม่่ได้้เลยที่่�เราจะไม่่คิิดถึึงเรื่�องราวการทรงถููกตรึึงบนกางเขน
การคืืนพระชนม์์และการเสด็็จสู่่�สวรรค์์ ในกรณีีของพระเยซูู แผ่่นดิินไหวเกิิดขึ้�นพร้้อมกัับ
การสิ้�นพระชนม์์ (มััทธิิว 27:51) การคืืนพระชนม์์ในอีีกสามวัันต่่อมาและการเสด็็จขึ้้�นสู่่�สวรรค์์
ที่่ม� ีสี าธารณชนเป็็นพยาน นี่่�เป็น็ การย้ำ�ำ� เตืือนถึึงเหตุกุ ารณ์ท์ ี่่ผ� ่่านมาในอดีตี ที่่ช� ััดเจนมากโดยเฉพาะ
กับั ชาวยิวิ ผลลััพธ์ค์ ืือจะก่่อให้้เกิดิ ความยำำ�เกรงและถวายพระสิริ ิแิ ด่่พระเจ้า้
เราไม่่รู้�ว่าพยานทั้้ง� สองเป็็นใคร มีีความพยายามทุุกทางที่่จ� ะระบุชุื่อ� ของพวกเขาออกมา แต่่
ก็็ไม่ม่ ีคี ำ�ำ แนะนำำ�ใด ๆ ที่่บ� อกว่่าพวกเขา ‘อวตาร’ มาจากยุุคก่อ่ น ดังั นั้้น� พวกเขาจึงึ ไม่่ใช่โ่ มเสสหรืือ
เอลีียาห์์ แม้ว้ ่่าจะมีีความเหมืือนกัันบางอย่า่ งมากกว่่าที่่จ� ะเป็็นพระเยซููสองพระองค์์ แต่่พวกเขาก็็
เหมือื นกัับพระเยซููในบางส่่วน เราต้้อง ‘คอยและดู’ู ว่่าพวกเขาเป็น็ ใคร แต่น่ ั่่น� ไม่่ใช่่เรื่อ� งสำ�ำ คัญั สิ่�ง
ที่่�พวกเขาทำ�ำ และสิ่�งที่่พ� วกเขาถููกกระทำำ�ต่่างหากที่่�เป็น็ เรื่�องสำำ�คัญั
ก่่อนที่่�เราจะไปจากเนื้้�อหาส่่วนนี้้� มีี ‘การคาดหมายล่่วงหน้้า’ ไว้้ 2 ประการที่่�ควรสัังเกต
เอาไว้้ สิ่ง� แรกคือื ระยะเวลา 1,260 วััน ซึ่�งเท่่ากับั 42 เดืือนหรืือ 3 ปีีครึ่่�ง เราจะกลัับมาดููตััวเลขนี้้�
ในบทต่่อไป ตััวเลขนี้้�ได้้แสดงถึึงระยะเวลาที่่� ‘ทุุกขเวทนาครั้้�งใหญ่่’ ได้้เกิิดขึ้�น หลายคนได้้เชื่�อม
โยงไปถึงึ คำ�ำ ว่า่ ‘ครึ่่ง� สััปดาห์์’ ที่่�ถููกเผยโดยดาเนีียล (ดาเนีียล 9:27 พระคััมภีรี ์ฉ์ บับั New Inter-
national Version ได้้แปลไว้้ตรงตััวว่่า ‘สััปดาห์์’) ซึ่�งเป็็นช่ว่ งเวลาสั้น� ๆ และเตือื นให้้นึึกถึงึ การ
เผยพระวจนะของพระเยซูคู ริสิ ต์เ์ องว่่าจะทรงร่น่ วันั เหล่า่ นั้้น� ให้้สั้�นเข้้า (มััทธิิว 24:22)
อีีกสิ่ง� หนึ่่�งที่่ไ� ด้ถ้ ููกเอ่ย่ ถึึงเป็็นครั้้�งแรกคือื ‘สัตั ว์์ร้้าย’ ซึ่ง� ถูกู บรรยายแทรกไว้้ในบทต่อ่ ๆ ไป
บทที่่� 12-14 สััตว์ร์ ้า้ ยทั้้�งสอง
เมื่อ� เราดูตู ามแบบแผนการเขียี น เนื้้อ� หาในส่ว่ นนี้้จ� ะอยู่�ระหว่า่ งเหตุกุ ารณ์ช์ ามใบที่่� 6 และ 7
วิิวรณ์์ 419
เป็็นเหตุุการณ์ท์ ี่่�เกิดิ ขึ้�นตามกัันมาติิด ๆ โดยไม่่มีเี ว้น้ ช่่วงเวลา ดัังนั้้�น 3 บทนี้้จ� ึึงเป็น็ ส่ว่ นที่่แ� ทรกไว้้
ก่่อนที่่�ชามใบที่่�เจ็็ดจะถููกเทออก เป็็นการแสดงถึึงพระพิิโรธสุุดท้้ายของพระเจ้้าต่่อโลกที่่�กบฏนี้้�
(ดูแู ผนภููมิิในหน้้า 415 ของเอกสารชุุดนี้้�)
ตราและแตรที่่�หกได้ผ้ ่่านพ้้นไปแล้ว้ เหตุุการณ์์วิิบััติชิ ุุดสุุดท้้ายกำ�ำ ลังั จะเกิดิ ขึ้น� จะเป็น็ ความ
เลวร้้ายที่่�สุุดของโลกและเป็็นช่่วงเวลาที่่�ลำ�ำ บากที่่�สุุดของคริิสตจัักร อำ�ำ นาจความชั่�วร้้ายจะครอบ
ครองสังั คมมากกว่า่ ที่่�เคยมีีมาก่อ่ นแม้้ว่่าอำำ�นาจนั้้�นกำ�ำ ลังั จะพังั ทลายลง
เนื้้�อหาในส่่วนนี้้�ทำำ�ให้้เรารู้�จัักกัับสามบุุคคลที่่�เป็็นพัันธมิิตรในการปกครองโลก บุคุ คลหนึ่่ง�
เป็็นทููตสวรรค์์ทั้้�งตามกำ�ำ เนิิดและธรรมชาติิ นั่่�นคืือ ‘พญานาค’ หรืือ ‘งููดึึกดำ�ำ บรรพ์์’ หรืือ
ที่่�รู้�จัักกัันดีีว่่า ‘ซาตาน’ หรืือ ‘มาร’ (12:9) อีีกสองบุุคคลเป็็นมนุุษย์์ตามกำ�ำ เนิิดและธรรมชาติิ
นั่่�นคืือ ‘สััตว์์ร้้าย’ หรืือรู้�จัักกัันว่่าเป็็น ‘ปรปัักษ์์ของพระคริิสต์์’ (1 ยอห์์น 2:18 หรืือเรีียกว่่า
‘คนนอกกฎหมาย’ ใน 2 เธสะโลนิกิ า 2:3) และ ‘ผู้�เผยพระวจนะเท็็จ’ (16:13; 19:20; 20:10)
ทั้้�งสามรวมกัันเป็็น ‘ตรีีเอกานุุภาพที่่�ชั่่�วร้้าย’ เป็็นการล้้อเลีียนอย่่างน่่าเกลีียดต่่อพระเจ้้า
พระคริสิ ต์์และพระวิิญญาณบริิสุทุ ธิ์�์
ซาตานถููกเอ่่ยถึึงเมื่่�อเกิิด ‘ความยากลำำ�บาก’ ขึ้ �นเป็็นครั้้�งแรก มัันไม่่เคยถููกเอ่่ยถึึงมาก่่อน
ในพระธรรมวิิวรณ์์นัับตั้ �งแต่่จดหมายได้้ถููกส่่งไปยัังคริิสตจัักรทั้้�งเจ็็ด (2:9, 13, 24; 3:9) ตรา
และแตรได้้หมดหน้้าที่่�ในโลกไปแล้้ว ในขณะที่่�ซาตานเคยอยู่�ในสวรรค์์ในฐานะของทููตสวรรค์์
มัันได้้เข้า้ ไปใน ‘สวรรคสถาน’ (เอเฟซัสั 6:12 เปรีียบเทียี บกับั โยบ 1:6-7) นั่่น� คืือที่่�ที่่�มีกี ารต่่อสู้้�กััน
ระหว่่างความดีีและความชั่�ว ใครก็็ตามที่่�ได้้เข้้ามาในอาณาจัักรนี้้�ผ่่านทางคำ�ำ อธิิษฐานก็็จะ
ได้้พบเห็็น
การต่่อสู้�ระหว่่างทููตสวรรค์์ที่่�ดีีและเลวในสวรรค์์นั้้�นจะจบลงในไม่่ช้้า เหตุุผลหนึ่่�งก็็
เพราะสรรพกำำ�ลัังที่่�มีีไม่่เท่่ากััน ในฝั่ �งของมารประกอบด้้วยหนึ่่�งในสามของกองทััพสวรรค์์
(12:4) ส่่วนสองในสามนั้้�น หััวหน้้าทููตสวรรค์์มีีคาเอลเป็็นผู้้�นำำ�และได้้นำำ�พลของท่่านไป
สู่่�ชััยชนะ (มีีรููปปั้้�นที่่�แสดงถึึงชััยชนะนี้้�ประดัับไว้้บนกำ�ำ แพงด้้านตะวัันตกของมหาวิิหาร
โคเวนทรี)ี
มารจะถููก ‘เหวี่�ยง’ ลงไปในโลก และภายหลัังมัันจะพ่่ายแพ้้และถููกโยนลงไปใน
‘นรกขุุมลึึก’ (20:3) ภายในช่่วงเวลาไม่่กี่ �ปีีที่่�มารถููกทิ้้�งไว้้ ความโกรธและความหงุุดหงิิดของมััน
จะพุ่�งมาที่่โ� ลกของเรา มารไม่ส่ ามารถท้้าทายพระเจ้้าในสวรรค์ไ์ ด้้โดยตรงอีกี ต่อ่ ไป มัันจึึงประกาศ
สงครามกัับประชากรของพระองค์์ที่่�อยู่�เบื้้�องล่่าง เป็็นปฏิิบััติิการที่่�อยู่�เบื้้�องหลัังและได้้กระทำำ�ขึ้้�น
ด้้วยความหวัังว่่าจะสามารถผููกขาดอาณาจัักรของพระองค์์ในโลกเอาไว้้ผ่่านผู้้�นำ�ำ ที่่�เป็็นหุ่�นเชิิดใน
สองด้า้ น ด้้านหนึ่่ง� คือื การเมือื งและอีีกด้า้ นหนึ่่�งคือื ศาสนา
420 ปลดล็อ็ กพระคัมั ภีรี ์์ (พัันธสััญญาใหม่)่
มาถึึงตอนนี้้� ข้้อความในบทที่่� 12 ก็็ค่่อนข้้างชััดเจนขึ้�นแม้้ว่่าจะยืืดเยื้�อจิินตนาการของผู้�
อ่่านออกไปมาก เราได้้ (จงใจ) มองข้้ามตััวละครหลัักไปหนึ่่�งคน ซึ่�งได้้แก่่หญิิงมีีครรภ์์ เธอมีีดวง
อาทิิตย์์เป็็นอาภรณ์์ ดวงจัันทร์์อยู่�ใต้้เท้้า และดาวสิิบสองดวงเป็็นมงกุุฎบนศีรี ษะ
เธอคืือใคร? เธอเป็็นบุุคคลหรืือเป็็น ‘ลัักษณะเปรีียบเทีียบเป็็นบุุคคล’ ของสถานที่่�หรืือ
กลุ่�มคน? (ยังั มีี ‘หญิงิ ’ อื่�นในพระธรรมวิิวรณ์์ด้้วย เช่่น หญิิง ‘โสเภณีี’ ที่่ห� มายถึึงบาบิิโลนในบทที่่�
17-18)
แน่่นอนว่่ารููปร่่างลัักษณะของเธอเช่่นนี้้�ย่่อมทำ�ำ ให้้เป็็นที่่�ถกเถีียงและเกิิดข้้อโต้้แย้้งที่่�หลาก
หลายท่่ามกลางนัักศึึกษาพระคััมภีีร์์ สำ�ำ หรัับบางคนเรื่�องนี้้�จบลงด้้วยข้้อเท็็จจริิงที่่�ว่่า มารต้้องการ
‘จะได้ก้ ินิ บุตุ รของนางทัันทีีที่่บ� ุตุ รนั้้น� คลอดออกมา’ (ข้้อ 4) และประโยคที่่ว� ่่า ‘หญิิงนั้้น� คลอดบุุตร
ชายผู้�ซึ่�งจะครอบครองประชาชาติิทั้้�งหมดด้ว้ ยคทาเหล็ก็ บุตุ รนั้้�นถููกฉวยออกมาและนำำ�ไปเข้า้ เฝ้้า
พระเจ้้ายัังพระที่่�นั่่�งของพระองค์์’ (ข้้อ 5) แน่่นอนที่่�พวกเขากล่่าวว่่านี่่�เป็็นกำ�ำ เนิิดของพระเยซูู
คริิสต์์และเฮโรดได้้พยายามที่่จ� ะทำำ�ลายทารกก่่อนกำำ�หนดคลอด ผู้�หญิิงนี้้�จึึงเป็็นพระมารดามารีีย์์
(ตามการตีีความของคาทอลิิก) หรืือเป็็นลัักษณะบุุคคลของอิิสราเอลซึ่�งเป็็นที่่�มาของ
พระเมสสิิยาห์์ (เป็็นการตีคี วามของโปรเตสแตนต์์ซึ่�งได้้ตัดั ชื่�อของนางมารียี ์์ออกไป)
แต่่อาจจะไม่่ง่่ายเช่่นนั้้�นก็็ได้้ แม้้ว่่ากำ�ำ ลัังอยู่�ในตอนกลางของเนื้้�อหาซึ่�งกำ�ำ ลัังบรรยายถึึง
จุุดจบของโลก ทำ�ำ ไมเหตุุการณ์์จึึงย้้อนกลัับไปสู่่�จุุดเริ่�มต้้นของคริิสเตีียนอย่่างกะทัันหัันและไม่่ได้้
คาดคิิดเช่่นนี้้�? ทำำ�ไมจึึงนำ�ำ นางมารีีย์์เข้้ามาอยู่�ในภาพนี้้�? (หลัังจากพระธรรมกิิจการบทที่่� 2
ชื่�อของนางมารีีย์์ก็็ไม่่ได้้ปรากฏให้้เห็็นอีีกเลยในพัันธสััญญาใหม่่ พัันธกิิจของนางมารีีย์์ได้้จบลงไป
แล้้ว) แน่่ล่่ะ ‘แนวคิิดประวััติิศาสตร์์นิิยมแบบวััฏจัักร’ เห็็นว่่านี่่�เป็็นหลัักฐานของการ ‘เกิิดซ้ำ��ำ ’
ของวงจรประวััติิศาสตร์์คริิสตจัักร คราวนี้้�เริ่�มต้้นด้้วยการประสูตู ิขิ องพระเยซูู ซาตานนั้้น� พ่า่ ยแพ้้
และถูกู เนรเทศให้อ้ อกจากสวรรค์ใ์ นเวลานั้้น�
แต่ก่ ็็ยังั มีีอีกี หลายประเด็็นที่่เ� ป็น็ น่า่ สงสััย ที่่�เห็็นได้ช้ ััดคืือทารกนี้้� ‘ถูกู ฉวยออกมาและนำำ�ไป
เข้้าเฝ้้าพระเจ้้ายัังพระที่่�นั่่�งของพระองค์์’ เกืือบจะทัันทีีหลัังจากการกำำ�เนิิด นี่่�อาจจะเป็็นการ
‘มองจากกล้้องส่่องทางไกล’ ของการบัังเกิิดและการเสด็็จสู่่�สวรรค์์ แต่่ไม่่มีีการเอ่่ยถึึงการรัับใช้้
การสิ้�นพระชนม์์และการคืืนพระชนม์์ของพระคริิสต์์ในระหว่่างนั้้�น และถ้้าหญิิงนี้้�คืือมารดาของ
พระองค์์ ใครคืือ ‘ลููกหลานของนางที่่�เหลืือ’? (12:17) เราทราบว่่านางมารีีย์์มีีบุุตรคนอื่�น ๆ
ทั้้ง� บุตุ รชายสี่�คนและบุุตรหญิิงอีกี ด้ว้ ย (มาระโก 6:3) แต่พ่ วกเขาไม่น่ ่า่ จะเป็็นคนเหล่่านี้้� และก็ไ็ ม่่
แน่ว่ ่่าการ ‘ครอบครองประชาชาติทิั้้ง� หมดด้ว้ ยคทาเหล็ก็ ’ นั้้น� จำ�ำ เป็น็ ต้อ้ งชี้ไ� ปที่่พ� ระเยซูู อาจประยุกุ ต์์
ใช้้กัับพระองค์์ได้้ (19:15, สดุุดีี 2:9) แต่่ยัังเป็็นพระสััญญาที่่�ให้้ไว้้กัับผู้�ที่ต� ิิดตามอย่่างสััตย์ซ์ื่�อด้้วย
(2:27) นอกจากนี้้�ยัังมีีการปกป้้องหญิิงนั้้�นไว้้ใน ‘ถิ่ �นทุุรกัันดาร’ เป็็นเวลา 1,260 วััน (12:6)
ซึ่ �งเป็็นระยะเวลาที่่�ได้้กล่่าวถึึงไว้้ก่่อนหน้้านี้้�แล้้วว่่าเป็็นช่่วงเวลาที่่�กดดัันมากที่่�สุุดของคริิสตจัักร
วิิวรณ์์ 421
ในยุคุ สุุดท้้าย
การตีคี วามที่่ม� ีคี วามสอดคล้อ้ งกับั ข้อ้ มูลู ต่า่ ง ๆ ที่่ด� ีทีี่่ส� ุดุ ก็ค็ ือื หญิงิ คนนี้้เ� ป็น็ ลักั ษณะบุุคคลของ
คริิสตจัักรในยุุคสุุดท้้ายที่่�ถููกรัักษาไว้้นอกเมืืองในระหว่่างช่่วงเวลาที่่�ยากลำ�ำ บากที่่ส� ุดุ บุตุ รชายของ
เธอก็เ็ ป็น็ ลักั ษณะบุคุ คลของผู้�เชื่อ� ที่่ย� อมพลีชี ีพี เพื่่อ� พระคริิสต์์ พวกเขาจะปลอดภััยในสวรรค์์เพราะ
ซาตานเข้้าไปไม่่ถึึง พวกเขาจะกลัับไปยัังโลกในวัันหนึ่่�งและจะปกครองร่่วมกัับพระคริิสต์์ (ตามที่่�
ได้้เน้้นให้้เห็็นได้้ 20:4) ‘ลููกหลานของนางที่่�เหลืือ’ คืือผู้�ที่ �รอดชีีวิิตจากเหตุุการณ์์ไฟล้้างโลก
แต่่ก็็ยััง ‘เชื่ �อฟัังบทบัญั ญัตั ิขิ องพระองค์แ์ ละยังั คงสัตั ย์ซ์ื่อ� ต่อ่ พระเยซู’ู (12:7 เปรียี บเทียี บกับั 1:9;
14:12) อย่่างไรก็็ตาม หากตีีความด้้วยทััศนะดังั กล่า่ วนี้้� ก็ย็ ัังมีีข้้อขัดั แย้้งบางประการในเนื้้�อหาแต่่
น้อ้ ยกว่า่ คำำ�อธิบิ ายอื่�น ๆ มาก
เป็็นอีีกครั้้�งหนึ่่�งที่่�ดููเหมืือนจะมีีการเปรีียบเทีียบเป็็นนััยระหว่่างประสบการณ์์ในพระ
คริิสต์์ของคริิสเตีียนช่่วงเริ่�มต้้นและผู้้�ติิดตามพระองค์์ในวาระสุุดท้้าย (ตามที่่�ได้้เห็็นมาก่่อนหน้้า
นี้้�) โดยเฉพาะอย่่างยิ่�งเมื่�อผู้้�ติิดตามพระองค์์นั้้�น ‘มีีชััยชนะ’ ไม่่ใช่่ ‘รัักตััวกลััวตาย’ (12:11)
ชััยชนะนี้้�ได้้แสดงให้้เห็็นถึึง ‘ราชอาณาจัักรของพระเจ้้าของเรา และสิิทธิิอำำ�นาจแห่่งพระคริิสต์์
ของพระองค์์’ (12:10 เปรีียบเทีียบกัับ 11:15 และ กิจิ การฯ 28:31)
‘สััตว์์ร้้าย’ สองตััวที่่�ปรากฏในบทที่่� 13 ตััวแรกและสำำ�คััญที่่�สุุดคืือบุุคคลด้้านการเมือื ง
เป็็นเผด็็จการที่่�ใช้้อำ�ำ นาจแบบเบ็็ดเสร็็จเหนืือประชาชาติิทุุกกลุ่�ม มัันเป็็น ‘ศััตรููของพระคริิสต์์’
(1 ยอห์์น 2:18 ให้้สัังเกตว่่า คำ�ำ ว่่า ‘anti’ ในภาษากรีีก มีีความหมายว่่า ‘แทนที่่�’ มากกว่่า
‘ศััตรูู’ ที่่�บ่่งบอกถึึงการเป็็นของปลอมแปลงมากกว่่าเป็น็ คู่�แข่ง่ ขันั ’ ‘คนนอกกฎหมาย’ (2 เธสะ
โลนิิกา 2:3-4) ทำ�ำ ให้้ทราบว่่าไม่่มีีกฎหมายใดอยู่�เหนืือความต้้องการของมััน มัันจึึงอ้้างความเป็็น
พระเจ้้าและเรีียกร้้องให้้ตััวมัันเองได้้รัับการนมััสการ สััตว์์ร้้ายนี้้�เป็็นมนุุษย์์ที่่�ยอมรัับข้้อเสนอ
ของซาตาน ซึ่่�งพระเยซููได้ท้ รงปฏิเิ สธ (มััทธิวิ 4:8-9 หากพระองค์์ยอมรัับ พระองค์ก์ ็็จะทรงเป็็น
เยซูศู ััตรููของพระคริิสต์)์
ในอีกี ความหมายของคำำ�เรียี กขานนี้้� สััตว์ร์ ้า้ ยนี้้�ยังั เป็็น ‘ศัตั รููของคริสิ เตีียน’ อีกี ด้้วย มัันได้้
รัับฤทธิ์�์อำำ�นาจที่่จ� ะ ‘ทำ�ำ สงครามกัับบรรดาธรรมิิกชนและชนะพวกเขา’ (13:7 มัันมีีชััยชนะเหนืือ
บรรดาธรรมิกิ ชนชั่ว� คราว แล้้วธรรมิกิ ชนจะมีีชััยชนะเหนืือมัันตลอดนิริ ันั ดร์์ 12:11)
ลัักษณะของมัันก็็เหมืือนกัับสััตว์์ร้้ายทั้้�งหลาย เช่่น เสืือดาว หมีี สิิงโต (เป็็นมนุุษย์์หรืือมา
จากสวรรค์์?) ดููเหมืือนว่่ามัันถืือกำ�ำ เนิิดมาจากผู้�ปกครองทางด้้านการเมืือง มัันได้้รัับความสนใจ
จากโลกเพราะสามารถหายจากบาดแผลที่่�ทำำ�ให้้มัันปางตายได้้อย่่างน่่าแปลกใจ สัันนิิษฐานว่่า
เป็็นความพยายามที่่�จะฆาตกรรม การถืือตนเองว่่าสำำ�คัญั จะแผ่อ่ อกไปอยู่�นานถึงึ 42 เดืือน
ตำำ�แหน่่งของมัันถููกหนุุนให้้สููงขึ้ �นโดยสััตว์์ร้้ายตััวที่่�สอง ซึ่ �งเป็็นผู้้�ร่่วมงานด้้านศาสนาที่่�มีี
422 ปลดล็อ็ กพระคัมั ภีรี ์์ (พัันธสััญญาใหม่)่
อำ�ำ นาจเหนืือธรรมชาติิและเน้้นให้้โลกนมััสการผู้�ที่�เหนืือกว่่ามััน การทำำ�อััศจรรย์์ของมัันจะหลอก
ลวงประชาชาติิทั้้�งหลาย เช่่น สั่�งให้้ไฟลงมาจากฟ้้าและทำ�ำ ให้้รููปจำำ�ลองของสััตว์์ร้้ายตััวแรกนั้้�น
พูดู ได้ ้
การปรากฏตััวของมัันจะ ‘ดููเหมืือนลููกแกะ’ เป็็นแกะหนุ่�มที่่�มีีเพีียงแค่่ ‘สองเขา’ ซึ่ �งบ่่ง
บอกถึึงความอ่่อนโยนมากกว่่าที่่�จะเป็็นพระคริิสต์์ แต่่คำำ�พููดของมัันเหมืือนคำำ�พูดู ของพญานาค
ปฏิิบััติิการหลัักของมัันไม่่ใช่่การทำ�ำ การอััศจรรย์์ แต่่เป็็นการใช้้อำำ�นาจที่่�เหนืือกว่่าในด้้าน
การตลาด มีีเพีียงเฉพาะคนที่่�มีีตััวเลขพิิเศษบนร่่างกาย (มืือหรืือหน้้าผาก) เท่า่ นั้้�นที่่จ� ะได้ร้ ัับ
อนุุญาตในการซื้�อขาย และตััวเลขจะถููกทำ�ำ เป็็นเครื่่�องหมายไว้้บนตััวคนที่่�มีีส่่วนในการนัับถืือรููป
เคารพของจัักรพรรดิิ คนยิิวและคริิสเตีียนจึึงถููกกัันออกจากการค้้าทั้้�งหมดแม้้จะเป็็นการซื้�อ
สิ่�งของที่่�จำำ�เป็็นสำำ�หรัับการดำ�ำ รงชีีวิิต หมายเลข ‘666’ เป็็นรหััสของชื่�อของเผด็็จการ เราได้้
อธิิบายถึึงความหมายของมัันมาแล้้ว (การเขีียนเรื่�องราวการทรงสำำ�แดงจากพระเจ้้า) เมื่่�อผู้�นั้ �น
มาถึึง ความเป็็นตััวตนของมัันที่่�สอดคล้้องกัับลัักษณะดัังกล่่าวนี้้�จะโดดเด่่นมาก และความ
พยายามในการถอดรหััสนี้้�ก็็จะกลายเป็็นความคิิดที่่�ไร้้ประโยชน์์ สิ่ �งหนึ่่�งที่่�ชััดเจนมากคืือมััน
จะพร่อ่ งจากความสมบูรู ณ์แ์ บบ (7) ในทุุกด้้าน
บทที่่� 14 ดููเหมือื นจะเป็น็ การชดเชยแทนที่่ภ� าพต่า่ ง ๆ ที่่น� ่า่ หวาดกลััวนี้้� โดยเปลี่ย� นความ
สนใจของเราไปที่่�มวลชนที่่�ยืืนหยััด (แปลตามตััวอัักษรว่่ายืืน) ซึ่�งเป็็นความแตกต่่างที่่�ชััดเจนมาก
เมื่่�อเทีียบกัับพวกที่่�ยอมติิดกัับอยู่�ในระบบ แทนที่่�จะเอาชื่�อของสััตว์์ร้า้ ยที่่ล� ึกึ ลับั นี้ม� าติดิ ไว้บ้ นหน้า้
ผาก แต่พ่ วกเขากลับั ใช้พ้ ระนามพระบิดิ าแห่ง่ พระเมษโปดก (อีีกลัักษณะหนึ่่�งที่่�เห็็นใน 22:4) แทน
การกล่่าวมุุสาอย่่างหยิ่�งผยอง พวกเขาเป็็นที่่�รู้�จัักกัันว่่ามีีคำำ�พููดที่่�ดีีพร้้อมและมีีความสััมพัันธ์์ทาง
เพศในทางที่่บ� ริสิ ุุทธิ์� ์
มีีความคลุุมเครืือเล็็กน้้อยเกี่ �ยวกัับสถานที่่�ที่่�พวกเขาอยู่่�ว่่าจะเป็็นบนสวรรค์์หรืือในโลก
แต่่ตามบริิบทน่่าจะเป็็นสวรรค์์มากกว่่าเพราะมีีเสีียงเพลงแห่่งการสรรเสริิญมาจากสิ่ �งมีีชีีวิิตและ
ผู้�อาวุุโส (14:3 เหมืือนจะกล่่าวซ้ำ�ำ� กัับ 4:4-11) บทเพลงซึ่�งมีีเพีียงผู้�ที่�ได้้รัับการไถ่่มาแล้้วจะ
สามารถ ‘ร้อ้ ง’ ได้้ แต่ก่ ็ม็ ีีคนที่่ไ� ด้ร้ ้้องน้อ้ ยมาก ตััวเลข (144,000) ก็็น่่าฉงนสนเท่่ห์์ เราต้้องไม่่เอา
ไปปนเปกัับตััวเลขจำำ�นวนเดีียวกัันนี้้�ในบทที่่� 7 ซึ่ �งหมายถึึงชาวยิิวในโลกรวมกััน 12 เผ่่า แต่่ใน
ส่่วนนี้้�หมายถึึงคริิสเตีียนในสวรรค์์และไม่่ได้้รวมเป็็น 12 เผ่่า และตััวเลขนี้้�ก็็ไม่่เท่่ากัับ ‘ผู้้�คน
มากมายนัับไม่่ถ้้วน’ ในบทที่่� 7 อีีกครั้้�งหนึ่่�งที่่�จำำ�นวนนี้้�อาจจะเป็็นตััวเลข ‘กลม ๆ’ แต่่ก็็มีี
เงื่�อนงำ��ที่่�บอกไว้้ในเนื้้�อหาตรงนี้้ว� ่่า ‘พวกเขาเป็็นผู้�ที่ท� รงไถ่ไ่ ว้จ้ ากมวลมนุษุ ย์์เพื่่�อเป็น็ ผลแรกถวาย
แด่่พระเจ้้าและพระเมษโปดก’ (ข้้อ 4) พวกเขาเป็็นเพีียงกลุ่�มที่่�แสดงให้้เห็็นล่่วงหน้้าว่่าจะเกิิด
อะไรขึ้�นตามมาเมื่�อมีีการเก็็บเกี่�ยวครั้้�งใหญ่่ ดัังนั้้�นคำำ�ถามก็็คืือ จำ�ำ นวนชาวยิิวทั้้�งหมดที่่�ถููกสงวน
รักั ษาไว้ใ้ นโลกนั้้น� เป็น็ เพีียงส่่วนหนึ่่ง� ของคริิสเตียี นที่่�กำ�ำ ลัังสรรเสริญิ อยู่�บนสวรรค์์ใช่่หรือื ไม่่?
วิวิ รณ์์ 423
ส่ว่ นที่่เ� หลือื ของบทนี้้เ� ป็น็ หมู่่�ทููตสวรรค์ท์ ี่่ไ� ด้้นำ�ำ ถ้อ้ ยคำ�ำ ต่่าง ๆ จากพระเจ้า้ มายังั มนุุษย์์
หนึ่่�งคืือ เรีียกให้้ยำ�ำ เกรงและให้้นมััสการพระเจ้้า พร้้อมกัับเตืือนว่่าพระกิิตติิคุุณยััง
คงมีไี ว้้เพื่่�อช่่วยใครก็็ตามให้้รอดจาก ‘พระพิิโรธที่่จ� ะมาถึงึ ’ (ลูกู า 3:7)
สองคืือ ประกาศถึึงการล่่มสลายของบาบิิโลน ในส่่วนนี้้� เราจะได้้เห็็นถึึง ‘การคาดการณ์์’
เพราะนี่่�เป็็นครั้้�งแรกที่่�เมืืองนี้้�ได้้ถููกกล่่าวถึึง ทุุกอย่่างจะอธิิบายให้้กระจ่่างในส่่วนต่่อไป (บทที่่�
16-17)
สามคืือ เตืือนผู้�เชื่�อถึึงผลร้้ายที่่�จะตามมาหากพวกเขายอมแพ้้ต่่อความกดดัันของระบบ
เผด็็จการเบ็็ดเสร็จ็ คำ�ำ ที่่ใ� ช้้บรรยายถึงึ นรกคืือความ ‘ทนทุกุ ข์์ทรมาน’ ตลอดไปเป็็นนิติ ย์์ (เหมือื น
กัับที่่�มาร ศััตรููของพระคริิสต์์ และผู้�เผยพระวจนะเท็็จจะต้้องได้้เจอกัับ ‘บึึงไฟและกำ�ำ มะถััน’ ใน
20:10) หรืืออีีกนััยหนึ่่�งคืือพวกเขาจะได้้พบจุุดจบเช่่นเดีียวกัับผู้�ที่�พวกเขายอมก้้มหััวให้้ ความจริิง
ที่่�ว่่า ‘ธรรมิิกชน’ อาจจะได้้พบกัับจุุดจบอัันน่่ากลััวนี้้�ได้้ย้ำ��ำ เตืือนไว้้โดยพวกเขาได้้ถููกขอร้้องให้้
‘ทรหดอดทน’ (14:12 ซึ่�งกล่า่ วย้ำ�ำ� อีีกครั้้�งใน 13:10) ทั้้�งสองบริิบทนี้้ท� ำำ�ให้้ทราบว่่าบางคนอาจจะ
ต้้องจ่่ายราคาเพื่่�อความจงรัักภัักดีีด้้วยชีีวิิต เพื่่�อให้้เกิิดความปีีติิยิินดีีแก่่พวกเขา จึึงมีีบัันทึึกไว้้ว่่า
‘คนทั้้ง� หลายที่่ต� ายในองค์์พระผู้�เป็น็ เจ้า้ ก็เ็ ป็น็ สุขุ ’ (14:13) พระพรมีี 2 ประการคือื ได้พ้ ัักจากงาน
หนััก และคาดหวัังรางวัลั เพราะมีีการเก็็บบัันทึกึ ถึึงความภัักดีีของพวกเขาเอาไว้้แล้ว้ ดังั นั้้�นผลงาน
ของเขาจะติิดตามเขาไป แม้้แต่ผู่้�ที่ต� ายด้้วยสาเหตุุตามธรรมชาติใิ นเวลานั้้�นก็จ็ ะได้้ชื่่�นชมยิินดีีกัับ
พระพรนี้้� แต่่พระธรรมข้้อนี้้�ยัังไม่่ควรนำำ�ไปใช้้ในงานศพเพราะพระสััญญานั้้�นถููกกำำ�หนดไว้้
ด้้วยคำำ�ว่่า ‘ตั้ �งแต่่นี้้�ต่่อไป’ ซึ่ �งหมายถึึงช่่วงการปกครองของ ‘สััตว์์ร้า้ ย’
สี่ �คืือ ร้้องทููลบุุคคลที่่� ‘เหมืือนบุุตรมนุุษย์์ ประทัับอยู่�บนเมฆ’ (อ้้างอิิงถึึงดาเนีียล 7:13
อย่า่ งชััดเจน) โดยได้บ้ อกท่่านว่่านี่่�เป็็นเวลาเก็บ็ เกี่�ยวแล้ว้ ในส่ว่ นนี้้�จะเป็็นการรวบรวมข้้าวละมาน
เพื่่�อการเผาทิ้้�งหรือื ข้้าวสาลีเี พื่่อ� การเก็บ็ (มััทธิิว 13:40-43) ก็็ไม่ช่ ัดั เจนนััก
ห้้าคือื การปรากฏขึ้้น� ของเคีียวในมืือของทูตู สวรรค์์
หกคืือ เคีียวนั้้�นถููกนำำ�มาเกี่่�ยวเก็็บ ‘พวงองุ่�น’ ซึ่ �งจะต้้องถููกเหยีียบย่ำำ��ใน ‘บ่่อย่ำำ��องุ่�น
ใหญ่แ่ ห่่งความกริ้�วของพระเจ้า้ ’ ที่่น� อกเมืือง หมายถึึงผู้้�คนจำำ�นวนมากที่่ถ� ูกู สัังหารในบ่อ่ โลหิติ (ลึึก
หนึ่่�งเมตรบนพื้้�นที่่� 180 ตารางไมล์์ เป็็นคำ�ำ พููดที่่�พููดเกิินความจริิงหรืือไม่่?) นี่่�อาจจะเป็็นการคาด
การณ์์ถึึงการต่่อสู้�ที่�เกิิดขึ้�นที่่�อารมาเกดโดน ซึ่�งนกแร้้งได้้มากิินศพเหล่่านั้้�น (19:17-21) เมื่่�อ
ผ่่านเนื้้�อหาส่่วนนี้้�ไป เราจะสัังเกตได้้ถึึงความเชื่�อมโยงระหว่่างโลหิิต เหล้้าองุ่�นและพระพิิโรธ
ของพระเจ้้าซึ่�งปรากฏอยู่่�บ่่อยครั้้�ง นี่่�เป็็นการส่่องแสงสาดไปยัังกางเขน โดยเฉพาะอย่่างยิ่�งกัับคำำ�
อธิิษฐานที่่�เจ็็บปวดใน ‘เกทเสมนีี’ ซึ่�งมีีความหมายว่่า ‘บดขยี้�’ ในพระคััมภีีร์์มีีการเปรีียบเทีียบ
‘ถ้้วย’ กับั พระพิโิ รธของพระเจ้า้ อยู่�หลายครั้้�ง (อิิสยาห์์ 51:21-22; มาระโก 14:36; วิวิ รณ์์ 16:19)
424 ปลดล็็อกพระคัมั ภีรี ์์ (พัันธสัญั ญาใหม่่)
นอกเหนืือจากทููตสวรรค์์ 6 องค์์ มีีทููตสวรรค์์อีีก 7 องค์์ตามมาและได้้กระทำำ�บางอย่่าง
มากกว่่าจะเพีียงแค่่พููดถึึงการเทลงมาของพระพิิโรธของพระเจ้้า ไม่่ใช่่เป็็นเพียี งแค่่ถ้้วย แต่่พวก
เขาถือื ชาม 7 ใบของความพิิโรธที่่จ� ะเทคว่ำำ�� ลงมาบนโลก โดยมีเี สีียงเพลงแห่ง่ ชััยชนะจากคนที่่ย� อม
พลีีชีีพเพื่่�อพระเจ้้าในสวรรค์์ร้้องประกอบ สะท้้อนความยิินดีีของโมเสสหลัังจากที่่�กองทััพอีียิิปต์์
ได้้จมน้ำ��ำ ในทะเลแดง (15:2-4) สาระสำำ�คััญคืือความยุุติิธรรมและความชอบธรรมของพระเจ้้าที่่�
แสดงออกมาด้้วยการกระทำ�ำ ที่่�ยิ่�งใหญ่่เพื่่�อพิิสููจน์์ความบริิสุุทธิ์�์ของพระองค์์โดยการลงโทษผู้้�ที่่�กดขี่�
ข่่มเหง ‘องค์์กษััตราของทุุกยุุคสมััย’ อาจจะต้้องใช้้เวลาในการพิิพากษาความผิิด แต่่การ
พิพิ ากษานั้้�นจะมาแน่่ และในที่่ส� ุดุ ก็ม็ าแล้ว้
มีีจุุดสัังเกต 2 ประการที่่�ควรพิิจารณาก่่อนที่่�เราจะขยัับจากเนื้้�อหาในตอนกลาง
ที่่�เป็็นเนื้้อ� หาหลักั ของพระธรรมวิิวรณ์์นี้้�ไป
สิ่ �งแรกเกี่่�ยวข้้องกัับลำำ�ดัับของเหตุุการณ์์ มีีความพยายามที่่�จะทำำ�ให้้ลำำ�ดัับเหตุุการณ์์
ต่่าง ๆ นั้้�นตรงกัับตรา แตร และชาม รวมถึึงเรื่�องราวที่่�แทรกเข้้ามา เป็็นเหมืือนตารางลำำ�ดัับ
เหตุุการณ์์รููปแบบหนึ่่�ง ความพยายามดัังกล่่าวจะสำำ�เร็็จหรืือไม่่ก็็ขึ้�นกัับการพิิจารณาของผู้้�อ่่านซึ่�ง
อาจจะจััดทำำ�ลำำ�ดัับของเหตุุการณ์์ของตนเองอยู่�แล้้วด้ว้ ยลักั ษณะโครงร่า่ งที่่�แตกต่า่ งกััน
ความจริิงแล้้วการจะทำ�ำ ให้้เหตุุการณ์์ที่่�ถููกทำ�ำ นายเอาไว้้ทั้้�งหมดสอดคล้้องต่่อเนื่่�องกัันเป็็น
เรื่ �องยากยิ่่�ง แต่่พระเยซููทรงเป็็นครููที่่�ดีีเลิิศเกิินกว่่าที่่�จะทรงซ่่อนข้้อความที่่�เป็็นสาระ
สำ�ำ คััญเอาไว้ใ้ นเนื้้อ� หาที่่ซ� ับั ซ้อ้ นนี้้� ดังั นั้้น� เรื่�องนี้้บ� อกอะไรกับั เราบ้า้ ง?
ขอกล่่าวว่่า ลำ�ำ ดับั เหตุุการณ์น์ ั้้�นไม่ไ่ ด้้เป็น็ เรื่�องสำำ�คัญั หลััก เนื้้�อหาส่่วนนี้้ก� ล่่าวถึึงเหตุกุ ารณ์ท์ ี่่�
จะเกิิดขึ้�นมากกว่่าที่่�จะบอกว่่าเกิิดขึ้�นเมื่�อใด เนื้้�อหาทั้้�งหมดมีีวััตถุุประสงค์์เพื่่�อช่่วยให้้เราคาด
การณ์์ในอนาคตได้้ถููกต้้อง สามารถพยากรณ์์อนาคตได้้ แต่่ยัังคงเป็็นผู้้�รับใช้้พระเจ้้าที่่�สัตั ย์ซ์ื่�อและ
พร้้อมที่่�จะเผชิญิ กัับสิ่�งเลวร้า้ ยที่่ส� ุุดที่่�อาจจะเกิดิ ขึ้�นได้้ แต่่สิ่�งนั้้�นจะเกิิดขึ้�นกัับเราหรืือไม่?่
สิ่ �งที่่�สองคืือ การทำำ�ให้้สำำ�เร็็จตามคำำ�พยากรณ์์ ถ้้า ‘ความทุุกขเวทนาครั้้�งใหญ่่’ กิินเวลา
เพีียงไม่่กี่�ปีี ก็็อาจเป็็นเหตุุการณ์์ที่่�เราไม่่จำ�ำ เป็็นต้้องเผชิิญในช่่วงชีีวิิตของเรา ดังั นั้้น� จะเสียี เวลาหรือื
ไม่ห่ ากพวกเราทั้้ง� หมดจะต้อ้ งเตรียี มตัวั ให้พ้ รักั พร้อ้ มเพื่่�อรัับมืือกัับเหตุุการณ์์นั้้�น คนในรุ่�นสุุดท้้าย
เท่่านั้้�นที่่�ควรจะต้้องเตรีียมพร้้อม ใช่ห่ รือื ไม่?่
คำำ�ตอบหนึ่่�งก็็คืือ แนวโน้้มในปััจจุุบัันและความรวดเร็็วฉัับไวของเหตุุการณ์์ต่่าง ๆ ใน
โลกทำ�ำ ให้ส้ ามารถเป็น็ ไปได้ม้ ากขึ้น� ในอนาคตอัันใกล้้
แต่่การตอบสนองหลัักต่่อความคิิดเช่่นนี้้�คืือ การจดจำ�ำ ไว้้ว่่าเหตุุการณ์์ในอนาคต
นั้้�นมัักจะมีีภาพเงาของเรื่�องนั้้�นมาก่่อน ‘ลููกที่่�รััก บััดนี้้�เป็็นวาระสุุดท้้ายแล้้วและตามที่่�ท่่านได้้ยิิน
มาว่่าศััตรููของพระคริิสต์์จะมา เดี๋ �ยวนี้้�ศััตรููพระคริิสต์์จำำ�นวนมากก็็มาแล้้ว’ (1 ยอห์์น 2:18)
วิวิ รณ์์ 425
ผู้�เผยพระวจนะเท็็จกำ�ำ ลัังมา แม้้กระทั่่�งในเวลานี้้�ก็็มีีผู้�เผยพระวจนะเท็็จจำ�ำ นวนมากได้้มาแล้้วด้้วย
(มัทั ธิวิ 21:11; กิจิ การฯ 13:6; วิวิ รณ์์ 2:20)
อีีกนััยหนึ่่�งคืือ สิ่�งที่่�จะเกิิดขึ้�นกัับคริิสตจัักรทั้้�งหมดในระดัับสากล (‘ชนชาติิทั้้�งปวงจะ
เกลียี ดชัังท่่าน’ มััทธิวิ 24:9) นั้้น� กำำ�ลัังเกิดิ ขึ้น� กัับคริสิ ตจักั รในระดัับท้้องถิ่�นและภูมู ิภิ าค คริสิ เตีียน
คนใดก็็ตามอาจจะสามารถผ่่านพ้้นความทุุกข์์ยากไปได้้ก่่อนที่่�คริิสเตีียนทั้้�งหมดจะต้้องเผชิิญกัับ
‘ความทุุกขเวทนาครั้้�งใหญ่่’ เราต้้องเตรีียมพร้้อมเอาไว้้สำำ�หรัับความทุุกข์์ยากลำำ�บากทุุก
ประเภทก่่อนที่่�จะไปถึึงช่่วงสููงสุุดในเวลานั้้�น แต่่ถึงึ อย่า่ งไรก็ส็ ามารถเกิดิ ขึ้น� ได้้ในเวลานี้้�เช่่นกันั
เนื้้�อหาในส่่วนนี้้� (บทที่่� 6-16) จึึงเป็็นเรื่�องที่่�เกี่ �ยวข้้องกัับผู้�เชื่ �อทุุกคนโดยตรงไม่่ว่่า
สถานการณ์์ร่่วมสมััยจะเป็็นอย่่างไร คริิสตจัักรส่่วนใหญ่่ในประเทศต่่าง ๆ กำำ�ลัังอยู่่�ภายใต้ค้ วาม
กดดันั และในประเทศเหล่่านี้้�จำำ�นวนหนึ่่ง� ความกดดันั นั้้�นไม่่เคยลดลงเลยในแต่่ละปีี
ยิ่ �งไปกว่่านั้้�น ทุุกอย่่างได้้ถููกจััดวางไว้้เพื่่�อการเสด็็จกลัับมาของพระเยซููคริิสต์์
ผู้�เชื่�อทุุกคนต้้องเตรีียมตััวให้้พร้้อม เหตุุผลในการเตรีียมพวกเขาให้้มีีความสััตย์์ซื่�อภายใต้้ความ
กดดัันนี้้�ก็็คืือ เพื่่�อให้้ผู้�เชื่�อทุุกคนสามารถพบกัับพระองค์์ต่่อหน้้าได้้โดยไม่่ต้้องอัับอาย บางทีี
เหตุผุ ลนี้้�อาจจะเป็็นการอธิิบายถึึงคำำ�เตือื นที่่แ� ทรกเข้า้ มาระหว่า่ งชามใบที่่� 6 และ 7 แห่่งพระพิโิ รธ
ของพระเจ้้า (อีีกประการหนึ่่�งก็็เป็็นการยืืนยัันว่่ายัังมีีคริิสเตีียนบางคนที่่�ยัังคงอยู่�ในโลกในขณะ
นั้้�น) ‘ดููเถิิด เราจะมาเหมืือนขโมยที่่�มาโดยไม่่มีีใครคาดคิิด ความสุุขมีีแก่่ผู้�ที่�ตื่ �นอยู่�และแต่่งตััว
เตรีียมพร้้อมเพื่่�อพวกเขาจะได้้ไม่่ต้้องเดิินเปลืือยกายให้้อัับอายขายหน้้า’ (16:15 สัังเกตว่่าเป็็น
ความน่่าอับั อายในเครื่่อ� งแต่่งกายเหมืือนกัับในมััทธิิว 22:11; ลููกา 12:35; วิวิ รณ์์ 19:7-8)
บทที่่� 17-18 มนุุษย์ใ์ นโลก
เนื้้�อหาในตอนนี้้�เป็็นเพีียงส่่วนหนึ่่�งของ ‘ความทุุกขเวทนาครั้้�งใหญ่่’ เท่่านั้้�น เกี่�ยวข้้องกัับ
เหตุุการณ์์ในตอนท้้ายสุุดที่่�เกิิดแผ่่นดิินไหวรุุนแรง ซึ่�งเป็็นเหตุุการณ์์ที่่� 7 ของตรา แตร และชาม
(ดูู 16:17-19)
ประวััติิศาสตร์์ของโลกกำ�ำ ลัังรีีบเร่่งไปสู่่�จุุดสิ้�นสุุด อวสานสุุดท้้ายนั้้�นอยู่�ใกล้้เพีียงแค่่เอื้�อม
ทั้้ง� ๆ ที่่�มีคี ำำ�เตือื นมากมาย ไม่่ว่า่ จะเป็็นพระวจนะพระเจ้้าหรืือการทรงสำ�ำ แดงจากพระองค์์ มนุษุ ย์์
ก็็ยัังคงปฏิิเสธที่่�จะกลัับใจและยัังแช่่งด่่าพระเจ้้าที่่�ทรงให้้เกิิดความยากลำำ�บากขึ้ �นกัับพวกตน
(16:9, 11, 21)
คำ�ำ เตืือนในพระธรรมวิิวรณ์์ประกอบด้้วยภาพของหญิิง 2 คนที่่�โดดเด่่นมาก คนหนึ่่�งเป็็น
หญิิงแพศยาตััวเอ้้และอีีกคนหนึ่่�งคืือเจ้้าสาวบริิสุุทธิ์์� ทั้้�งคู่�ไม่่ได้้เป็็นบุุคคลแต่่กล่่าวถึึงในลัักษณะ
เป็น็ บุุคคลที่่�เป็็นตัวั แทนของเมืืองสองเมืือง
426 ปลดล็อ็ กพระคัมั ภีรี ์์ (พัันธสัญั ญาใหม่)่
เราสามารถให้้ชื่�อหััวเรื่�องนี้้�ว่่า ‘เรื่�องราวของสองเมืือง’ คืือบาบิิโลนและเยรููซาเล็็ม เมืือง
ของมนุุษย์์และของพระเจ้้า ในส่่วนนี้้�เราจะมาพิิจารณาเมืืองแรกกัันก่่อนซึ่�งเมืืองนี้้�ได้้เคยถููกกล่่าว
ถึึงมาแล้้ว (14:8; 16:19)
ในพระคััมภีีร์์ เมืืองต่่าง ๆ นั้้�นถููกนัับว่่าเป็็นสถานที่่�ที่่เ� ลวทราม การกล่่าวถึึงเมืืองในครั้้�งแรก
(ซึ่�งโดยปกติิจะเป็็นที่่�เรื่�องสำำ�คััญ) นั้้�นเกี่�ยวกัับเชื้�อสายของลาเมคและการสร้้างอาวุุธเพื่่�อทำำ�ลาย
ล้้างครั้้�งใหญ่่ พวกเขาให้้ความสำ�ำ คััญกัับคน ดัังนั้้�นเมื่�อมีีคนบาป ก็็มีีการทำ�ำ บาป ความเป็็นชุุมชน
ลดน้้อยลงและการปกปิิดตััวตนก็็เพิ่่�มมากขึ้�น พฤติิกรรมชั่�วร้้ายและอาชญากรรมก็็เฟื่่�องฟูู ตััณหา
(โสเภณีี) และ ความโกรธ (ความรุนุ แรง) จึึงเกิดิ ขึ้�นในสังั คมเขตเมืืองมากกว่า่ ในชนบท
ความบาป 2 ประการที่่โ� ดดเด่่นออกมาในตอนนี้้ค� ืือความละโมบและความหยิ่ง� ทั้้ง� สองสิ่�งนี้้�
มีีความสัมั พัันธ์ก์ ัับการยกเงินิ ตราเป็น็ รูปู เคารพ เมื่อ� ไม่ส่ ามารถนมัสั การทั้้ง� พระเจ้้าและเงิินทองได้้
(ลููกา 16:13) ดัังนั้้�นในเมือื งที่่ม�ั่�งคั่ง� การลืมื พระผู้้�สร้า้ งฟ้้าสวรรค์์และแผ่น่ ดิินโลกจึงึ ง่า่ ยกว่่า มนุษุ ย์์
ได้้นมััสการสิ่�งที่่�ตนเองสร้้างขึ้�นมาเอง ความหยิ่�งผยองแสดงออกมาในงานสถาปััตยกรรม ตึึกราม
บ้้านช่่องก็เ็ ป็น็ เหมืือนอนุุสรณ์์สถานแห่่งความทะเยอทะยานและความสำ�ำ เร็จ็ ของมนุุษย์์
เช่่นเดีียวกัับหอบาเบลที่่�ตั้�งอยู่่�ข้้างแม่่น้ำ��ำ ยููเฟรติิสในทางตอนเหนืือที่่�จะไปยัังเอเชีีย
แอฟริกิ า และยุุโรป สร้า้ งขึ้�นโดยนิมิ โรด นัักล่่าสัตั ว์แ์ ละนักั รบที่่ย�ิ่�งใหญ่่ (ท่า่ มกลางมนุุษย์)์ ที่่ม� ีีพื้้น�
ฐานความเชื่�อว่า่ ผู้�ที่�แข็ง็ แรงที่่�สุุดเป็น็ ฝ่า่ ยที่่�ถูกู ต้อ้ ง และคนที่่แ� กร่่งที่่�สุดุ จะเป็็นผู้�ที่อ� ยู่�รอด
หอนี้้�เป็็นหอที่่�สููงที่่�สุุดในโลกที่่�มนุุษย์์ได้้สร้้างขึ้�นมา ซึ่�งฟัังดููน่่าประทัับใจทั้้�งต่่อพระเจ้้าและ
ต่่อมนุุษย์์ การแสดงออกถึึงความตั้�งใจที่่� ‘จะได้้สร้้างชื่�อให้้กัับตนเอง’ (ปฐมกาล 11:4) เป็็น
เครื่่�องหมายถึึงการเริ่�มต้้นของลััทธิิมนุุษยนิิยม คืือมนุุษย์์เองนั้้�นเป็็นเหมืือนพระเจ้้า พระเจ้้าทรง
พิิพากษาความทะนงตนนี้้�ด้้วยการให้้ผู้�ที่�อาศััยอยู่�ในเมืืองนั้้�นมีีภาษาต่่าง ๆ มากมาย ในขณะ
เดีียวกัันก็็ทำ�ำ ให้้ภาษากลางของพวกเขานั้้�นหายไปและก่่อให้้เกิิดความสัับสนอลหม่่าน คำ�ำ ว่่า
‘babble ที่่�แปลว่า่ พูดู ไม่่รู้�เรื่อ� ง’ ก็็มีีที่่�มาจากเหตุกุ ารณ์น์ ี้้� (โปรดสัังเกตด้ว้ ยว่า่ เหตุกุ ารณ์์ในวัันเพ็็น
เทคอสต์์ไม่่ได้้เป็็นเช่่นนี้้� เพราะนั่่�นเป็็นของประทานที่่�นำำ�มาซึ่�งความเป็็นอัันหนึ่่�งอัันเดีียวกััน กิิจ
การฯ 2:44)
ในภายหลััง เมือื งนี้้�ได้้กลายมาเป็น็ อาณาจักั รที่่ท� รงอานุุภาพ โดยเฉพาะในสมัยั ของเนบููคััด
เนสซาร์์ ทรราชที่่�โหดร้้ายซึ่�งฆ่่าเด็็กทารก สััตว์์ หรืือแม้้กระทั่่�งต้้นไม้้ เมื่ �อพระองค์์เอาชนะเมืือง
ใหม่่ ๆ ได้้ (ฮาบากุกุ 2:17; 3:17)
ในขณะเดีียวกััน กษััตริยิ ์ด์ าวิดิ แห่่งอิิสราเอล ก็ไ็ ด้ส้ ถาปนากรุงุ เยรููซาเล็็มขึ้�นเป็็นเมือื งหลวง
สิ่�งตรงกัันข้้ามก็็คืือ เมืืองนี้้�ไม่่ได้้อยู่�ในตำำ�แหน่่งกลยุุทธ์์ทางการค้้าเพราะไม่่ติิดทะเล ไม่่ติิดแม่่น้ำ��ำ
ใหญ่่หรืือถนนใหญ่่ อย่่างไรก็็ตามนี่่�เป็็น ‘นครของพระเจ้้า’ เป็็นสถานที่่�ที่่�พระองค์์ประทาน
วิวิ รณ์์ 427
พระนามให้้และทรงเลืือกที่่�จะประทัับท่่ามกลางประชากรของพระองค์์ ในตอนเริ่�มแรกพระองค์์
ประทัับในพลัับพลาที่่โ� มเสสได้ส้ ร้า้ งขึ้�น และภายหลัังในพระวิหิ ารที่่�ซาโลมอนได้้สร้้างขึ้น�
บาบิิโลนกลายเป็็นภััยคุุกคามที่่�ยิ่�งใหญ่่ที่่�สุุดของเยรููซาเล็็ม ท้้ายที่่�สุุดเนบููคััดเนสซาร์์ได้้
ทำ�ำ ลายเมืืองบริิสุุทธิ์�แ์ ละนำ�ำ เอาทรััพย์ส์ มบัตั ิไิ ป รวมถึงึ เนรเทศผู้้�คนออกไปเป็น็ เวลานานถึงึ 70 ปีี
พระเจ้้าอนุุญาตให้้เหตุุการณ์์นี้้�เกิิดขึ้�นเพราะผู้�ที่�อาศััยอยู่�ในเยรููซาเล็็มได้้ทำำ�ให้้เมืือง ‘มีีมลทิิน’
เช่น่ เมืืองอื่น� ๆ
แต่่นี่่�เป็็นการตีีสอนมากกว่่าจะเป็็นการลงโทษอย่่างถาวร พระเจ้้าได้้ทรงสััญญาผ่่านผู้�เผย
พระวจนะว่า่ พระองค์์จะทรงบููรณะเยรููซาเล็ม็ และทำ�ำ ลายบาบิิโลน (ตััวอย่่างเช่่น อิิสยาห์์ 13:19-
20; เยเรมีีย์์ 51:6-9, 45-48) แน่น่ อนว่า่ เมือื งที่่�ชั่�วร้า้ ยนั้้น� ได้ก้ ลายมาเป็น็ ซากปรักั หักั พัังและไม่ม่ ีี
ใครอาศััยอยู่�ได้ย้ กเว้น้ สััตว์ป์ ่า่ ในทะเลทราย ตามที่่�มีคี ำ�ำ พยากรณ์เ์ อาไว้้
ความเหมืือนกัันอย่่างลึึกซึ้ �งในพระธรรมดาเนีียลและพระธรรมวิิวรณ์์นั้้�นไม่่ได้้เป็็นการ
บัังเอิิญ พระธรรมทั้้�งสองเล่่มนี้้�ต่่างมีีนิิมิิตของจุุดจบของเวลาและก็็สอดคล้้องกัันอย่่างน่่าทึ่่�ง แต่่
การเปิิดเผยที่่�ได้้ประทานต่่อดาเนีียลนั้้�นอยู่�ในระหว่่างรััชสมััยของเนบููคััดเนสซาร์์ (ท่่านเป็็นคน
หนุ่�มที่่�ถูกู จับั ไปเป็็นเชลยในรอบแรกจากการถูกู จัับเป็็นเชลย 3 ครั้้�ง) ท่า่ นได้้ ‘เห็น็ ’ ว่า่ อาณาจักั ร
ของโลกได้้ตระหง่่านขึ้�นในช่่วงเวลาของพระคริิสต์์และช่่วงเวลาหลัังจากนั้้�น จนกระทั่่�งถึึงตอน
ท้้ายที่่�สุุดของประวััติิศาสตร์์ ซึ่�งรวมถึึงการปกครองของศััตรููของพระคริิสต์์ การปกครองในพัันปีี
การคืืนชีีวิิตของผู้�ที่�ตายไปแล้้วและวัันแห่ง่ การพิิพากษา
พระธรรมทั้้�งสองเล่่มต่่างกล่่าวถึึงเมืืองที่่�ชื่�อว่่า ‘บาบิิโลน’ แต่่นั่่�นหมายถึึงสถานที่่�เดีียวกััน
หรือื ไม่?่
ถ้้าเป็็นเช่่นนั้้�น คงต้้องมีีการสร้้างเมืืองนี้้�ขึ้�นมาใหม่่ ผู้�ที่�เชื่�อว่่า ‘บาบิิโลน’ ในพระธรรม
วิิวรณ์์เป็็นที่่�แห่่งเดีียวกัันกัับเมืืองในพระธรรมดาเนีียลจึึงค่่อนข้้างตื่�นเต้้นเมื่ �อส่่วนหนึ่่�งของเมืืองนี้้�
ได้ถ้ ููกสร้้างขึ้น� ใหม่โ่ ดยประธานาธิบิ ดีี ซััดดัมั ฮุสุ เซน ของอิริ ััก ดูเู หมืือนว่่าเขาไม่ไ่ ด้ม้ ีีความตั้ง� ใจจะ
สร้้างขึ้�นเพื่่�อให้้เป็็นเมืืองที่่�อยู่�อาศััยแต่่เป็็นการอวดศัักดิ์�ศรีีของเขาเสีียมากกว่่า (มีีการยิิงแสง
เลเซอร์ท์ ี่่�แสดงประวััติิของ ซััดดััม ฮุสุ เซน ควบคู่�ไปกับั ประวััติขิ องเนบููคััดเนสซาร์์บนก้้อนเมฆ) ดูู
แล้้วไม่่เหมืือนกัับบาบิิโลนในยุุคโบราณเลย แม้้ว่่าเมืืองนี้้�ถููกสร้้างจนเสร็็จสมบููรณ์์แล้้วก็็ตาม ก็็ไม่่
ได้้กลายเป็็นศูนู ย์ก์ ลางทางยุทุ ธศาสตร์อ์ ีกี เลย
การตีีความของสำำ�นััก ‘อดีตี นิยิ ม’ จะมองว่่า ‘บาบิโิ ลน’ เป็็นมหานครแห่่งโรม มีพี ื้้น� ฐานที่่�
ทำ�ำ ให้้คิิดได้้เช่่นนั้้�นเพราะว่่าอย่่างน้้อยก็็เป็็นแนวทางที่่�ผู้้�อ่่านในสมััยก่่อนเคยตีีความกัันเอาไว้้ จด
หมายของเปโตรฉบัับหนึ่่�งถููกเขีียนขึ้�นด้้วยวััตถุุประสงค์์ที่่�คล้้ายคลึึงกัันมาก (เพื่่�อเตรีียมธรรมิิกชน
ให้้พร้้อมกัับการทนทุกุ ข์)์ ซึ่ง� มัันอาจจะสร้้างความเชื่อ� มโยงเอาไว้แ้ ล้ว้ (1 เปโตร 5:13) และการ
428 ปลดล็็อกพระคัมั ภีรี ์์ (พันั ธสััญญาใหม่)่
อ้้างอิงิ ถึงึ ‘เนิินเขาทั้้�งเจ็็ด’ อาจจะเป็น็ สิ่ง� ที่่�ยืนื ยัันในเรื่อ� งนี้้�ได้้ (วิวิ รณ์์ 17:9-10 แม้จ้ ะเข้้าใจได้ว้ ่า่
‘เนินิ เข า’ นั้้�นหมายถึึงกษััตริิย์)์
ลัักษณะความเสื่ �อมทรามของโรมเองก็็ยัังตรงกัับเนื้้�อหาที่่�ถููกบรรยายเอาไว้้ในพระธรรม
วิิวรณ์์ เสน่่ห์์ของเมืืองนั้้�นล่่อลวงผู้้�คนด้้วยสิินค้้าและเงิินตราเพื่่�อแลกกัับความนิิยมชมชอบ และ
การถููกปกครองโดยกษััตริิย์ท์ ี่่เ� ห็็นแก่ต่ ัวั ก็็ตรงกัับภาพในส่ว่ นนี้้�เป็็นอย่า่ งดีี
แต่่ยัังคงมีีข้้อสงสััยว่่าคำำ�เผยพระวจนะนี้้�เสร็็จสมบููรณ์์หมดแล้้วหรืือยััง โรมนั้้�นคืือบาบิิโลน
เมืืองหนึ่่�ง แต่่เป็็นเพีียงแค่่เงาลาง ๆ ของบาบิิโลนที่่�เรืืองอำำ�นาจในตอนอวสานของประวััติิศาสตร์์
ซึ่ง� เป็็นเมือื งที่่พ� ระธรรมวิิวรณ์ไ์ ด้ก้ ล่า่ วถึึงไว้อ้ ย่่างชััดเจน
บางคนได้้แก้้ปััญหานี้้�โดยสัันนิิษฐานว่่าจัักรวรรดิิโรมัันจะถููกฟื้�้นฟููขึ้�นใหม่่ พวกเขารู้้�สึึกตื่�น
เต้น้ เมื่อ� 10 ประเทศ (17:12) ได้ล้ งนามใน ‘สนธิสิ ัญั ญาโรม’ เพื่่อ� เป็น็ ประชาคมยุโุ รปโดยมีพี ื้้น� ฐาน
เพื่่�อเป็็นมหาอำำ�นาจใหม่่ ความสนใจได้ล้ ดลงเมื่อ� มีีประเทศเข้า้ ร่ว่ มมากขึ้น� มัันมีี ‘เขา’ มากเกินิ ไป
แล้ว้ แต่ย่ ังั คงมีีธงที่่�มีีดาวอยู่� 12 ดวงตามที่่ป� รากฏอยู่�ในพระธรรมวิวิ รณ์์ 12
ความลัังเลใจที่่�จะยัังคงโรมเอาไว้้เป็็นตััวเลืือกตามคำ�ำ เผยพระวจนะนี้้� ก็็เป็็นเพราะยัังมีีการ
ตีคี วามของสำ�ำ นักั ‘ประวัตั ิศิ าสตร์น์ ิยิ ม’ ที่่ก� ล่า่ วถึงึ พระธรรมวิวิ รณ์ว์ ่า่ เป็น็ ภาพรวมของประวัตั ิศิ าสตร์์
คริิสตจัักรทั้้�งหมด โปรเตสแตนท์์นั้้�นถืือว่่าพระสัันตะปาปาและวาติิกัันที่่�มีีทั้้�งอำำ�นาจทางการเมืือง
และศาสนานั้้�นเป็็นเหมืือนหญิิงสาวที่่�นุ่�งห่่มผ้้าสีีแดงเข้้มของบาบิิโลน (การระบุุเช่่นนี้้�ได้้ก่่อให้้เกิิด
ความวุ่�นวายกับั ‘ปัญั หา’ ในไอร์แ์ ลนด์เ์ หนือื ) คาทอลิกิ ก็ย็ ้อ้ นกลับั ว่า่ นักั ปฏิริ ูปู ศาสนาโปรเตสแตนต์์
ก็เ็ ป็น็ พวกทำำ�นองเดียี วกันั นี้้�
ในความเป็็นจริงิ แล้้ว พระธรรมวิิวรณ์ไ์ ม่ไ่ ด้้บอกอะไรที่่เ� ป็็นนัยั ว่า่ ‘บาบิิโลน’ คืือศููนย์์กลาง
ทางด้า้ นศาสนา แต่่เน้้นถึึงเรื่อ� งธุรุ กิิจและความบัันเทิิงว่่าเป็็นอาชีีพหลัักของผู้�ที่อ� ยู่�ในเมือื งนั้้�น
พวกสำำ�นััก ‘อนาคตนิิยม’ ดููจะใกล้้ความจริิงมากกว่่าที่่�มองเมืืองนี้้�เป็็นเหมืือนมหานครที่่�
เติบิ โตขึ้�นและครอบงำ��เมือื งอื่น� ๆ เอาไว้้ในช่ว่ ง ‘วาระสุุดท้า้ ย’ เพราะถููกกำ�ำ หนดไว้้ว่า่ เป็น็ ‘ความ
ลี้�ลัับ’ (คืือความลี้�ลัับได้้ถููกเปิิดเผยแล้้ว) อาจจะปรากฏตััวขึ้้�นเป็็นมนุุษย์์แทนที่่�จะเป็็นการก่่อตั้�ง
เมือื งเก่่าขึ้น� มา (ไม่่ว่า่ จะเป็็นบาบิิโลนเก่่าหรืือโรม)
เมืืองนี้้�จะเป็็นศููนย์์กลางทางการค้้าอย่่างชััดเจน เป็็นสถานที่่�มีีการรัับและจ่่ายเงิิน
(ให้ส้ ัังเกตว่่าบรรดาพ่อ่ ค้้าได้ร้ ับั ผลกระทบอย่า่ งไรเมื่�อมันั พัังทลายลง 18:11-16) วััฒนธรรมก็ย็ ังั ไม่่
ได้้ถููกละทิ้้�งไป (ให้้สังั เกตเรื่อ� งดนตรีี ใน 18:22)
แต่่เมืืองนี้้�จะเสื่�อมทรามลงไปในลัักษณะที่่�เป็็นวััตถุุนิิยมโดยปราศจากศีีลธรรม เป็็นความ
พึงึ พอใจโดยไม่่คำ�ำ นึงึ ถึงึ ความบริิสุุทธิ์�์ มั่�งมีโี ดยไม่ส่ นใจสติิปัญั ญา และมีีแต่ต่ ัณั หาโดยไม่ม่ ีคี วามรััก
คำำ�เปรียี บเทียี บที่่ว� ่า่ เป็น็ เหมือื นกับั หญิงิ แพศยานั้้น� เหมาะสมอย่า่ งยิ่ง� เพราะเมือื งนี้้ใ� ห้บ้ ริกิ ารกับั ทุกุ
วิิวรณ์์ 429
คนเพื่่อ� แลกกัับเงิิน
ที่่ผ� ่า่ นมาเราเพียี งแค่่พิิจารณา ‘หญิงิ ’ แต่่เธอยัังขี่� ‘สัตั ว์ร์ ้า้ ย’ ที่่�มีเี จ็ด็ หัวั และสิบิ เขาอีีกด้ว้ ย
แน่่นอนว่่าหมายถึึงกลุ่�มอำ�ำ นาจทางการเมืือง พระธรรมวิิวรณ์์ไม่่ได้้บอกเราว่่ากลุ่�มอำ�ำ นาจนั้้�นเป็็น
ใครหรือื ให้้รายละเอีียดอื่น� ๆ เกี่ย� วกัับเรื่�องนี้้� แต่เ่ ป็็นกลุ่�มที่่�มีอี ำำ�นาจมากที่่ไ� ม่่ได้้มีีเขตการปกครอง
สิิทธิิอำ�ำ นาจของพวกมัันได้้มาจาก ‘สัตั ว์ร์ ้า้ ย’ ที่่�เป็็นไปได้ว้ ่่าเป็็นศััตรูขู องพระคริสิ ต์์ และพวกมัันให้้
ความจงรัักภัักดีีต่่อสััตว์์ร้้ายนี้้� ท้้ายที่่�สุุดแล้้ว พวกมัันจะแสดงตััวว่่าเป็็นศััตรููของพระคริิสต์์อย่่าง
เปิดิ เผย และจะทำ�ำ ‘สงครามกับั พระเมษโปดก’ และพวกที่่�อยู่� ‘กับั พระองค์์’ (17:14) ซึ่�งอาจจะ
เป็น็ เพราะมโนธรรมของพวกมันั ได้ถ้ ููกทิ่่�มแทง
แต่่บาบิโิ ลนก็ห็ มดวาระลง เมือื งนี้้�จะล่ม่ สลาย วัันวานของเมืืองนี้้�จะถูกู นัับเอาไว้้ เมืืองนี้้�ถููก
นัับว่่าเป็็นเมือื งที่่น� ่่าเชื่อ� ถืือได้้ในโลกสมััยใหม่่
หญิิงนั้้�นขี่�สััตว์์ร้้าย ราชิินีีได้้ขี่�หลัังกษััตริิย์์ (เป็็นการสลัับเพศของสิ่�งที่่�ทรงสร้้าง) เป็็นอีีก
แนวทางหนึ่่�งที่่�อาจกล่่าวได้้ว่่าเศรษฐกิิจจะมีีอำ�ำ นาจเหนืือการเมืือง อำำ�นาจทางการเงิินจะอยู่�เหนืือ
อำ�ำ นาจการปกครอง เพราะภายใน ค.ศ. 2000 ธุุรกิจิ ใหญ่่ ๆ ในโลกนี้้จ� ะตกไปอยู่่�ภายใต้เ้ งื้�อมมือื
ขององค์์กรยักั ษ์์ใหญ่่ 300 องค์์กร สถานการณ์์เช่น่ นี้้เ� กิดิ ขึ้�นได้ไ้ ม่่ยากเลย
นัักการเมืืองที่่ม� ีีความทะเยอทะยาน หิิวกระหายอำำ�นาจ มีคี วามขุ่�นเคืืองต่่ออำ�ำ นาจทางการ
เงิิน คนพวกนี้้�ถึึงกัับถููกเตรีียมไว้้เพื่่�อให้้สร้้างหายนะทางเศรษฐกิิจหากการกระทำ�ำ เช่่นนั้้�นจะทำำ�ให้้
พวกเขามีีอำำ�นาจในการปกครอง บางคนก็็คิิดถึึงสิ่�งที่่�ฮิิตเลอร์์ได้้กระทำำ�ต่่อชาวยิิวซึ่่�งเป็็น
ผู้้�ควบคุมุ การเงินิ ของธนาคารหลายแห่ง่ ในประเทศเยอรมนีี
‘กษััตริิย์์’ จะหึึงหวง ‘หญิิง’ ผู้�ที่�ขี่�มัันและลงเอยด้้วยการทำ�ำ ลายเธอ เมืืองจะถููกเผาผลาญ
ด้้วยไฟ เป็น็ หายนะทางเศรษฐกิิจอย่่างใหญ่ห่ ลวงที่่�โลกจะได้เ้ ห็น็ หลายคนจะ ‘ร่ำ�ำ� ไห้แ้ ละไว้อ้ าลััย’
ให้้กัับซากปรักั หักั พังั
พระเจ้้าจะทรงนำ�ำ มาซึ่�งอวสานนี้้�แต่่ไม่่ใช่่โดยการกระทำำ�ทางฝ่่ายกายภาพ เพราะพระองค์์
จะทรง ‘ดลใจพวกเขาให้ท้ ำ�ำ ตามพระดำ�ำ ริขิ องพระองค์์ โดยให้พ้ วกเขาเห็็นพ้อ้ งกันั ที่่�จะมอบอำ�ำ นาจ
การปกครองของเขาให้้แก่่สััตว์์ร้้ายนั้้�นจนกว่่าจะเป็็นจริิงตามพระวจนะของพระเจ้้า’ (17:17)
พระองค์จ์ ะทรงให้้พวกเขาเป็น็ พันั ธมิติ รกับั สัตั ว์ร์ ้้ายนั้้น� และต่่อสู้้�กับั นครนั้้�น ศัตั รููของพระคริสิ ต์จ์ ะ
มีีอำ�ำ นาจทางการเมืืองและผู้�เผยพระวจนะจะเป็็นผู้้�ควบคุุมศาสนา ‘กษััตริิย์์ต่่าง ๆ’ จะเสนอการ
ควบคุุมทางเศรษฐกิิจให้้กัับพวกมัันโดยแลกเปลี่�ยนกัับอำ�ำ นาจที่่�จะได้้รัับ แต่่ความปรีีดาในอำ�ำ นาจ
ในฐานะกษััตริิย์์นั้้น� จะเกิดิ ขึ้น� เพีียงระยะสั้�น ๆ (‘หนึ่่�งชั่�วโมง’ 17:12)
ภาพการล้้มลงของบาบิิโลนนั้้�นเป็็นสิ่�งที่่�ได้้เกิิดขึ้�นแล้้วอย่่างแน่่นอน คริิสเตีียนสามารถ
มั่�นใจในเรื่�องนี้้�ได้้ แต่่ก็็ยัังมีีเหตุุผลอธิิบายว่่าทำำ�ไมเราจึึงต้้องได้้รัับทราบถึึงเรื่�องนี้้�ด้้วย อะไรที่่�เป็็น
430 ปลดล็อ็ กพระคััมภีรี ์์ (พันั ธสัญั ญาใหม่)่
ความสัมั พันั ธ์ร์ ะหว่า่ งคนของพระเจ้า้ กับั เมือื ง ‘บาบิโิ ลน’ ในยุคุ สุดุ ท้า้ ยนี้้?� มีี 3 แนวทางที่่ไ� ด้ใ้ ห้ไ้ ว้ค้ ือื
หนึ่่�ง จะมีีคนที่่ย� อมพลีีชีพี เพื่่�อพระคริิสต์จ์ ำ�ำ นวนมากในเมือื งนี้้� หญิงิ แพศยาที่่� ‘เมามายด้้วย
โลหิิตของพวกธรรมิิกชนและโลหิิตของบรรดาพยานของพระเยซูู’ ในวรรคหลัังนี้้�ได้้แสดงถึึงการ
ดำ�ำ รงอยู่�ของคริิสเตีียนและยัังคงมีีตลอดในพระธรรมวิิวรณ์์ (1:9; 12:17; 14:12; 17:6; 19:10;
20:4) ไม่่มีีที่่�ยืืนสำ�ำ หรัับคนบริิสุุทธิ์�์ภายในเมืืองที่่�อุุทิิศตนให้้กัับความไร้้ศีีลธรรม ชุุมชนเช่่นนี้้�
ไม่่ต้อ้ งการมโนธรรม
สอง คริิสเตีียนถููกเรีียกให้้ ‘ออกมาจากนครนั้้�นเถิิด เพื่่�อเจ้้าจะได้้ไม่่มีีส่่วนร่่วมในบาปผิิด
ของมััน เพื่่�อเจ้้าจะได้้ไม่่ต้้องรัับภััยพิิบััติิที่่�จะเกิิดขึ้�นกัับมััน เพราะบาปของนครนั้้�นกองสููงขึ้�นถึึง
สวรรค์์แล้ว้ พระเจ้า้ ทรงจดจำ�ำ ความผิิดอัันชั่ว� ร้้ายของมันั ได้’้ (18:4-5) เนื้้อ� หานี้้�เกืือบจะเหมืือนคำ�ำ
อ้้อนวอนของเยเรมีีย์์ที่่�มีีต่่อชาวยิิวในเมืืองบาบิิโลนโบราณนั้้�น (เยเรมีีย์์ 51:6) สัังเกตได้้ว่่าพวก
เขาต้อ้ ง ‘ออกมา’ เอง พระเจ้้าทรงไม่่ได้้เอาพวกเขาออกมา เห็น็ ได้ช้ ัดั ว่า่ ไม่ใ่ ช่่ว่า่ ผู้�เชื่�อทุุกคนจะ
ต้้องตายเพื่่�อพระคริิสต์์ บางคนนั้้�นได้้หลบหนีีเอาชีีวิิตรอดไปได้้โดยทิ้้�งเงิินทองและทรััพย์์สิินไว้้
เบื้้�องหลังั
สาม เมื่�อบาบิิโลนล่่มสลายลง ก็็จะมีีคำำ�สั่่�งให้้เฉลิิมฉลอง ‘สวรรค์์เอ๋๋ย จงชื่�นชมยิินดีีเนื่่�อง
ด้้วยนครนี้้� ประชากรของพระเจ้้า อัคั รทูตู และผู้�เผยพระวจนะทั้้ง� หลาย จงเปรมปรีดีิ์�เถิดิ พระเจ้้า
ทรงพิิพากษาลงโทษนครนี้้ใ� ห้้ท่่านแล้ว้ ’ (18:20) เหตุกุ ารณ์น์ ี้้ไ� ด้้สำ�ำ เร็จ็ ลงใน 19:1-5 น้อ้ ยคนนัักที่่�
จะทราบว่่าเนื้้อ� เพลงท่อ่ นประสานเสีียงว่่า ‘ฮาเลลูยู า’ ในเพลงเมสสิิยาห์์ (Messiah) ที่่ม� ีชีื่อ� เสียี ง
ของแฮนเดลนั้้�นเป็็นเนื้้�อหาที่่�ได้้มาจากพระคััมภีีร์์ เป็็นการเฉลิิมฉลองการล่่มสลายของเศรษฐกิิจ
โลก การปิิดตลาดหุ้�น การล้้มละลายของธนาคาร และการหยุุดชะงัักของการค้้าและพาณิิชย์์
คนของพระเจ้า้ เท่า่ นั้้น� ที่่จ� ะร้อ้ ง ‘ฮาเลลูยู า’ (ซึ่�งแปลว่่า ‘สรรเสริิญพระเจ้า้ ’) ในวันั นั้้�น
หญิิงแพศยาได้้หายไปและเจ้้าสาวก็็ปรากฏตััวขึ้้�น งาน ‘อภิิเษกสมรสของพระเมษโปดก’
กำำ�ลังั จะเริ่ม� ขึ้�น พระเยซูกู ำำ�ลังั จะเข้า้ สู่�งานอภิิเษกสมรส ไม่่ใช่พ่ ระองค์จ์ ะเสด็จ็ มาเพื่่�ออภิเิ ษกสมรส
(มััทธิิว 25:1-13) เจ้้าสาวได้้ ‘เตรีียมตััวพร้้อมแล้้ว’ โดยการแต่่งตััวด้้วยผ้้าป่่านเนื้้�อละเอีียดที่่�มััน
ระยัับและสะอาด (สัังเกตด้้วยว่่า ‘เครื่่�องแต่่งกาย’ ได้้ถููกกล่า่ วถึึงในตอนนี้้�อีกี ครั้้�ง) ซึ่�งได้อ้ ธิิบายว่า่
เป็น็ สัญั ลัักษณ์ข์ อง ‘การประพฤติอิ ัันชอบธรรมของธรรมิิกชน’ (19:8) รายชื่อ� แขกที่่�มาเป็น็ เกีียรติิ
นั้้น� ได้ถ้ ู กู เตรียี มไว้้เรียี บร้้อยแล้ว้ และพวกเขามีี ‘ความสุุข’ ที่่ไ� ด้ถ้ ููกรัับเชิิญ
เราได้้เดิินมาถึึงทางเบี่่�ยงในบทที่่� 19 ในขณะที่่�บทนี้้�น่่าจะจบลงอย่่างสวยงาม กลัับนำำ�เรา
ไปสู่่�ส่่วนต่อ่ ไป การแบ่ง่ บทในหนัังสืือไม่ไ่ ด้้เป็็นส่ว่ นหนึ่่�งของเนื้้�อหาดั้ง� เดิิม ซึ่�งมัักจะอยู่่�ผิิดที่่�ผิดิ ทาง
โดยได้้แยกสิ่�งที่่�พระเจ้้าได้้ทรงนำำ�มารวมกัันไว้้ออกเป็็นตอน ๆ ซึ่�งได้้เกิิดขึ้�นมากที่่�สุุดในส่่วนรอง
สุุดท้า้ ยในพระธรรมวิิวรณ์์นี้้�
วิวิ รณ์์ 431
บทที่่� 19-20 พระคริสิ ต์บ์ นแผ่่นดิินโลก
เราทราบดีีว่่าเหตุุการณ์์ที่่�เกิิดขึ้�นเป็็นลำำ�ดัับเรื่�องราวเหล่่านี้้�จะนำ�ำ ประวััติิศาสตร์์ไปสู่่�จุุด
สิ้�นสุดุ โลกของเราจะไปสู่่�จุุดสุุดท้้ายในที่่�สุดุ เรากำ�ำ ลัังเผชิิญหน้้ากัับอนาคตในช่ว่ งสุดุ ท้า้ ย
จากพระคััมภีีร์์ทั้้�งเล่่ม เนื้้�อหาในส่่วนนี้้�ถููกนำ�ำ มาโต้้แย้้งถกเถีียงกัันมากที่่�สุุดโดยมีีศููนย์์กลาง
อยู่�ที่�พัันปีีเป็็นส่่วนใหญ่่ คำำ�ว่่า ‘พัันปีี’ ได้้ถููกกล่่าวถึึงอยู่่�บ่่อยครั้้�ง ซึ่�งเป็็นประเด็็นสำำ�คััญที่่�เราได้้
อธิิบายแยกไว้้ต่่างหากซึ่�งจะรวมทั้้�งเนื้้�อหาของการตีีความอย่่างละเอีียด ดัังนั้้�นในบทนี้้�จึึงจะมีี
เพีียงบทสรุุป (บทที่่� 24 พันั ปีี)
ข้้อสัังเกตที่่�สำ�ำ คััญในตอนนี้้�คืือ คำ�ำ เผยพระวจนะได้้เปลี่�ยนจากคำำ�พููดไปเป็็นนิิมิิต แม้้ว่่าใน
ตอนแรกยอห์์นได้้กล่่าวว่่า ‘ข้้าพเจ้้าได้้ยิิน’ (18:4; 19:1, 6) จากนั้้�นเปลี่�ยนเป็็น ‘ข้้าพเจ้้า
ได้้เห็็น’ ซ้ำำ�� ๆ กันั แล้้วจึึงเปลี่ย� นกลับั ไปเป็น็ ‘ข้้าพเจ้้าได้ย้ ินิ ’ อีีกครั้้�ง (ใน 21:3)
เมื่�อเราวิิเคราะห์ใ์ นส่่วนที่่�เป็็นนิมิ ิติ จะเห็น็ ได้อ้ ย่า่ งชัดั เจนจากเหตุุการณ์ท์ ั้้�ง 7 ในเหตุกุ ารณ์์
ลำ�ำ ดัับเรื่อ� งราวต่า่ ง ๆ แต่่เนื้้อ� หาที่่�ถููกแบ่่งเป็็นบทอย่่างไม่่สมเหตุุสมผลนี้้� (‘20’ และ ‘21’) ผู้้�อ่่าน
ส่่วนใหญ่่จะสัังเกตเห็็นนิิมิิตเหล่่านี้้�ได้้ แต่่มีีน้้อยคนนัักที่่�จะจดจำำ�ได้้แม้้ว่่าเป็็น ‘7’ เหตุุการณ์์
สุดุ ท้า้ ยในพระธรรมวิิวรณ์์ สำ�ำ หรัับ 7 เหตุกุ ารณ์ใ์ นสามชุุดแรกนั้้น� สี่�เหตุกุ ารณ์แ์ รกจะเกี่�ยวข้้องกััน
อีีกสองเหตุุการณ์์ต่่อมาจะมีีความเกี่�ยวข้้องกัันน้้อยลง และเหตุุการณ์์สุุดท้้ายก็็จะแยกออกมาต่่าง
หาก โดยไม่่ได้้สััมพัันธ์์กัับเหตุุการณ์์ใด (เราจะศึึกษาในเรื่�องนี้้�เมื่�อไปถึึงพระธรรมวิวิ รณ์์บทที่่� 21-
22) ซึ่ง� พอจะสรุปุ ได้้ดังั นี้้�
1. การเสด็็จมาครั้ง� ที่่ส� อง (19:11-16)
จอมกษััตริิย์์, จอมเจ้า้ นาย (และ Logos แปลว่่า ถ้้อยคำ�ำ , พระวจนะ)
ม้า้ สีขี าว, ฉลองพระองค์์ที่่จ�ุ่�มในเลือื ด
2. งานเลี้ย� งใหญ่่ (19:17-18)
คำ�ำ เชิญิ ที่่�มีไี ปยังั นกเพื่่�อให้ม้ ากิินเนื้้อ� คนทั้้�งหลาย...
3. อารมาเกดโดน (19:19-21)
กษััตริิย์์และกองทหารถููกทำำ�ลาย (โดยพระวจนะ - Logos)
สััตว์ร์ ้้ายสองตััวถูกู โยนลงไปในบึงึ ไฟ
4. ซาตาน (20:1-3)
ถูกู จัับมััดและโยนลงไปใน ‘บาดาลลึกึ ’ แต่เ่ ป็น็ ช่ว่ งเวลาที่่จ� ำำ�กัดั
5. พันั ปีี (20:4-10)
ธรรมิกิ ชนและผู้�ที่พ� ลีีชีพี เพื่่อ� พระคริสิ ต์ก์ ลับั มีชี ีีวิติ ขึ้น� มา (การเป็็นขึ้�นมาครั้้ง� แรก)
432 ปลดล็็อกพระคัมั ภีรี ์์ (พันั ธสััญญาใหม่)่
6. การพิิพากษา (20:11-15)
การกลัับคืืนชีวี ิิตของ ‘พวกที่่เ� หลืือ’
หนังั สืือและ ‘หนังั สืือแห่่งชีีวิติ ’ ได้้ถูกู เปิิดออก
7. การสร้า้ งใหม่่ (21: 1-2)
โลกและสวรรค์์ใหม่่
กรุงุ เยรููซาเล็ม็ ใหม่่
แน่น่ อนว่่านี่่เ� ป็น็ การชี้�ให้เ้ ห็น็ ถึึงเหตุุการณ์์ต่่าง ๆ ที่่เ� กิดิ ขึ้�นอย่่างต่อ่ เนื่่�องเป็็นลำำ�ดัับเรื่อ� งราว
เริ่�มต้้นด้้วยการเสด็็จมาครั้้�งที่่�สองและจบลงด้้วยการทรงสร้้างใหม่่ เรื่�องนี้้�ยัังได้้รัับการยืืนยัันโดย
เนื้้อ� หาภายในพระธรรมเล่่มนี้้�อีกี ด้้วย (เช่่น 20:10 ที่่อ� ้้างกลัับไปยังั 19:20) น่า่ เสียี ดายที่่น� ักั วิจิ ารณ์์
กลัับพยายามทำำ�ให้้ลำ�ำ ดัับเหตุุการณ์์นั้้�นเสีียไปเพื่่�อให้้เกิิดประโยชน์์ในเชิิงศาสนศาสตร์์ (โดยอ้้างว่่า
บทที่่� 20 นั้้น� ต้้องเกิิดขึ้�นหลังั บทที่่� 19 เป็็นต้น้ ) แต่ล่ ำำ�ดัับเหตุกุ ารณ์ใ์ นบทท้้าย ๆ เหล่่านี้้�กลับั เห็น็ ได้้
ชััดเจนมากกว่่าลำำ�ดัับเหตุุการณ์์ในเนื้้�อหาตอนกลางของพระธรรมวิิวรณ์์ และมีีความสำ�ำ คััญ
อย่่างยิ่ ง�
ตััวอย่่างเช่่น ศััตรููของชนชาติิของพระเจ้้าได้้ถููกขัับออกไปโดยมีีลำำ�ดัับที่่�สวนทางกัับตอนที่่�
พวกมัันได้้เข้า้ มา ซาตานได้้ปรากฏตัวั ขึ้้�นในบทที่่� 12, ‘สัตั ว์ร์ ้า้ ย’ สองตัวั ในบทที่่� 13 และบาบิิโลน
ในบทที่่� 17, ต่่อมาบาบิิโลนล่่มสลายลงในบทที่่� 18, ‘สััตว์์ร้้าย’ สองตััวจากไปในบทที่่� 19 และ
ซาตานในบทที่่� 20 เมืืองก็็ล่่มสลายก่่อนที่่�พระคริิสต์์จะเสด็็จมา แต่่พระองค์์ทรงจำำ�เป็็นต้้องอยู่�ใน
โลกเพื่่�อจััดการกัับ ‘ตรีีเอกานุุภาพที่่ช�ั่�วร้้าย’ อัันประกอบด้้วยมาร ศััตรููของพระคริิสต์์ และผู้�เผย
พระวจนะเท็็จ
นิิมิิตแรกสุุดนั้้�น นัักวิิชาการส่่วนใหญ่่หรืือเกืือบทั้้�งหมดเข้้าใจว่่าเป็็นภาพของการเสด็็จมา
ครั้้�งที่่�สอง (มีีอยู่�ไม่่มากนัักที่่�มีีความเห็็นว่่านี่่�เป็็นการเสด็็จมาครั้้�งแรก) แต่่การเสด็็จมายัังโลกของ
พระเยซูนู ั้้�นได้ส้ ร้า้ งความตื่�นตะลึึงให้ก้ ัับกลุ่�มผู้้�มีีอำ�ำ นาจ ซึ่�งตกใจกัับการปรากฏพระองค์อ์ ีกี ครั้้�ง จึงึ
วางแผนที่่�จะฆ่่าพระองค์์อีีกเป็็นครั้้�งที่่�สอง แต่่ครั้้�งนี้้�ด้้วยกองทหารเล็็ก ๆ ที่่�ไม่่เพีียงพอ เพราะ
สาวกผู้้�ติิดตามพระองค์์นัับล้้านจะไปพบกัับพระองค์์ที่่�เยรููซาเล็็ม (1 เธสะโลนิิกา 4:14-17) กอง
ทหารจำำ�นวนมากจะรวมตััวกัันในที่่�แห่่งหนึ่่�งทางตอนเหนืือห่่างจากหุุบเขาเอสเดรโลนไปเพีียงไม่่กี่ �
ไมล์์ ที่่�เชิงิ เขาของ ‘ภูเู ขาเมกิิดโด’ (ในภาษาฮีบี รููคือื ฮาร์-์ มาเกดโดน) อยู่�ในตำ�ำ แหน่่งทางตัดั ขวาง
ของโลกและสามารถมองเห็็นได้้จากเมืืองนาซาเร็็ธ มีีการต่่อสู้�เกิิดขึ้�นหลายครั้้�งและกษััตริิย์์หลาย
พระอง ค์ไ์ ด้้สิ้น� พระชนม์ท์ ี่่น� ี่่� (รวมทั้้�งซาอูลู และโยสิยิ าห์์ด้้วย)
พระเยซููทรงใช้้เพีียงแค่่ ‘พระจนะ’ เพื่่�อที่่�จะคืืนชีีวิิตคนตายหรืือฆ่่าคนเป็็น นี่่�จึึงเป็็นการ
พิิพากษามากกว่า่ การต่่อสู้� มีนี กแร้้งที่่ม� าจััดการกัับศพที่่�มีีอยู่�เป็็นจำำ�นวนมากเกิินกว่า่ จะฝังั ได้ห้ มด
วิวิ รณ์์ 433
ในจุุดนี้้� มีีสิ่ง� ที่่ด� ำ�ำ เนิินต่่อเนื่่�องที่่�น่า่ ประหลาดใจอยู่�หลายประการ ‘สััตว์์ร้า้ ย’ ทั้้ง� สอง ยัังไม่่
ถูกู ฆ่า่ แต่ถ่ ูกู ‘โยนทั้้ง� เป็็น’ ลงไปในนรก ซึ่ง� เป็น็ ที่่ท� ี่่�มนุษุ ย์พ์ วกแรกจะถูกู ส่ง่ ลงไป มารยังั ไม่ไ่ ด้้ถูกู ส่ง่
ลงไปแต่่ถููกจำำ�จองไว้้และถูกู ปล่่อยออกมาอีกี ครั้้�งในภายหลังั
ท้้ายที่่�สุุดแล้้วพระเยซููยัังไม่่ได้้นำำ�โลกนี้้�ไปสู่่�จุุดจบ แต่่ทรงปกครองด้้วยพระองค์์เอง
เพื่่�อเติิมเต็็มสุุญญากาศทางการเมืืองที่่�ถููกทิ้้�งไว้้โดยพวก ‘ตรีีเอกานุุภาพที่่�ชั่�วร้้าย’ พร้้อมกัับสาวก
ที่่�สััตย์์ซื่�อของพระองค์์ โดยเฉพาะกัับผู้�ที่�ได้้พลีีชีีพเพื่่�อพระองค์์ แน่่นอนที่่�พวกเขาจะเป็็นขึ้�นจาก
ความตายเพื่่อ� ทำำ�ภารกิิจนี้้�ให้้สำ�ำ เร็จ็ ‘ราชอาณาจัักร’ นี้้จ� ะคงอยู่�หนึ่่�งพันั ปีี แต่จ่ ะถึึงจุุดจบเมื่�อมาร
ที่่�พ้้นโทษออกมาได้้ล่่อลวงชนชาติิต่่าง ๆ ให้้ก่่อการกบฏครั้้�งสุุดท้้ายแต่่ไม่่สำำ�เร็็จและถููกไฟจาก
สวรรค์ล์ งมาทำำ�ลาย ช่่วงเวลาระหว่่างการเสด็็จกลับั มาของพระเยซููและวัันแห่่งการพิิพากษานั้้น� ไม่่
ได้้รัับการยอมรัับจากคริิสตจัักรมากมายในปััจจุุบััน แต่่เป็็นทััศนะที่่�ได้้รัับการยอมรัับในคริิสตจัักร
สมัยั แรก
มีีการเห็็นด้้วยอย่่างกว้้างขวางถึึงสิ่�งที่่�จะเกิิดขึ้�นตามมา ในพัันธสััญญาใหม่่วัันสุุดท้้ายแห่่ง
การพิพิ ากษานั้้น� ได้น้ ำำ�มาสอนกันั โดยตลอด ซึ่�งประกาศแจ้ง้ โดยหมายสำำ�คััญ 2 ประการที่่�โดดเด่่น
คือื โลกและท้้องฟ้า้ จะหายไป เราทราบ (จาก 2 เปโตร 3:10) ว่่าทั้้ง� สองสิ่ง� นี้้จ� ะ ‘ถูกู ผลาญ’ ไปด้้วย
ไฟ คนตายรวมถึึงคนที่่�สููญหายไปในทะเลจะปรากฏขึ้้�นอีีกครั้้�ง นี่่�เป็็นการกลัับคืืนชีีวิิตครั้้�งที่่�สอง
หรืือการเป็็นขึ้�นจากตายของคนทั่่�วไป (20:5) เป็็นการยืืนยัันว่่าคนชั่�วร้้ายและคนชอบธรรมจะ
ปรากฏเป็็นตััวตนขึ้�นก่่อนที่่�เข้้าสู่่�จุุดหมายปลายทางนิิรัันดร์์ของพวกเขา (ดาเนีียล 12:2; ยอห์์น
5:29; กิิจการฯ 24:15) ทั้้�ง ‘ร่่างกายและจิิตวิิญญาณ’ จะถููกโยนลงไปในบึึงไฟ (มััทธิิว 10:28;
วิิวรณ์์ 19:20) ‘ความทุุกขเวทนา’ จะเกิิดขึ้�นทั้้�งทางร่่างกายและจิิตใจ (ลููกา 16:23-24) ดัังนั้้�น
‘ความตาย’ ทั้้�งสองด้้านที่่�แยกร่่างกายและจิิตวิิญญาณออกจากกััน และ ‘แดนมรณา’ ซึ่�งเป็็น
ที่่�พัักของวิิญญาณจะถููกกำำ�จััดทิ้้�งไป (20:14) ‘ความตายครั้้�งที่่�สอง’ ที่่�ไม่่แยกร่่างกายและจิิต
วิญิ ญาณออกจากกัันหรือื ทำำ�ลายทิ้้ง� เสียี จะยังั คงดำำ�เนินิ ต่่อไป
มาถึึงตอนนี้้�เราจะมองเห็็นผู้้�พิิพากษาที่่�ประทัับอยู่�บนบััลลัังก์์ มีีผู้�ที่�ถููกพิิพากษายืืนอยู่่�ต่่อ
พระพัักตร์์และมีีหนัังสืือกองใหญ่่ บััลลัังก์์การพิิพากษานั้้�นมีีสีีขาวขนาดใหญ่่ แสดงถึึงอำำ�นาจและ
ความบริสิ ุุทธิ์�ท์ ี่่�สมบูรู ณ์์ อาจจะไม่่ใช่บ่ ััลลังั ก์์เดียี วกันั กัับที่่ย� อห์์นได้้เห็็นบนสวรรค์์ (4:2-4) ซึ่�งไม่ไ่ ด้้
ถููกกล่่าวถึึงว่่ามีีขนาด ‘ใหญ่่’ และเป็็น ‘สีีขาว’ ยิ่�งไปกว่่านั้้�น ไม่่น่่าเป็็นไปได้้ที่่�คนชั่�วร้้ายจะกลัับ
คืนื ชีวี ิติ ขึ้�นมาและได้ร้ ัับอนุญุ าตให้้เข้้าไปอยู่�ในที่่ใ� ด ๆ บนสวรรค์์ได้้ อัันที่่จ� ริิงแล้้ว ไม่ม่ ีีนัยั ใดเลยที่่�
บอกว่า่ ภาพที่่เ� ห็น็ ในบทที่่� 20 นี้้ค� ืือสวรรค์์ น่่าจะเป็็นที่่ท� ี่่โ� ลกเคยมีีอยู่�มาก่่อน โลกได้ส้ ลายไปและ
เหลืือทิ้้�งไว้้แต่่ผู้�ที่�เคยอาศััยอยู่�ในอดีีตและปััจจุุบััน ท้้ายที่่�สุุดแล้้วไม่่มีีอะไรที่่�ระบุุว่่าผู้�ที่�ประทัับบน
บัลั ลังั ก์น์ ั้้�นคือื พระเจ้้า (เช่น่ ที่่ท� รงปรากฏใน 4:8-11) ในความเป็น็ จริิงแล้ว้ ก็็ไม่่ใช่่พระเจ้้า จากพระ
คััมภีรี ์ใ์ นตอนอื่�น ๆ เราทราบว่่าพระองค์์ทรงมอบหมายงานในการพิพิ ากษาเผ่า่ พัันธุ์�มนุษุ ย์น์ ี้้ไ� ว้้กัับ
434 ปลดล็อ็ กพระคัมั ภีรี ์์ (พัันธสัญั ญาใหม่)่
พระบุุตรของพระองค์์ ‘เพราะพระองค์์ได้้ทรงกำ�ำ หนดวัันหนึ่่�งไว้้ วัันซึ่�งจะทรงพิิพากษาโลกด้้วย
ความยุุติิธรรมโดยผู้�หนึ่่�งที่่�ได้้ทรงแต่่งตั้�งไว้้’ (กิิจการฯ 17:31 เปรีียบเทีียบกัับ มััทธิิว 25:31-32;
2 โครินิ ธ์์ 5:10) มนุุษย์จ์ ะถููกพิพิ ากษาโดยมนุษุ ย์์
การสอบสวนนี้้�กิินเวลาไม่่นานนััก หลัักฐานทั้้�งปวงได้้รวบรวมและตรวจสอบไว้้แล้้วโดย
ผู้้�พิพิ ากษา และบรรจุไุ ว้้ใน ‘หนัังสืือ’ ซึ่ง� อัันที่่�จริงิ แล้ว้ น่่าจะชื่�อว่า่ ‘นี่่�คืือชีีวิติ ของคุุณ’ จะไม่่มีบี ทที่่�
ถููกเลืือกมาเพื่่�อแสดงความยกย่่องเหมืือนในรายการทีีวีี แต่่จะเป็็นบัันทึึกการกระทำำ�ของเรา
ทั้้�งหมด (รวมถึึงคำำ�พููดต่่าง ๆ มััทธิิว 5:22; 12:36) ตลอดชีีวิิตตั้�งแต่่เกิิดจนตาย เราอาจจะเป็็น
ผู้้�ชอบธรรมโดยความเชื่อ� แต่่เราจะถูกู พิพิ ากษาตามผลงานของเรา
ถ้้านี่่�คืือหลัักฐานทุุกอย่่างเพื่่�อการพิิพากษา ก็็คงปรัับโทษเราทุุกคนให้้ไปสู่� ‘การตายครั้้�ง
ที่่�สอง’ แล้้วจะมีีความหวัังไว้้เพื่่�ออะไร? ขอบคุุณพระเจ้้าที่่�มีีหนัังสืืออีีกเล่่มหนึ่่�งซึ่�งถููกเปิิดออกใน
วัันพิิพากษานี้้� ซึ่�งเป็็นบัันทึึกของผู้้�พิิพากษาเองในขณะที่่�ทรงอยู่�บนโลกซึ่�งทั้้�งประกาศให้้พระองค์์
พ้้นผิิดและยัังทำ�ำ ให้้พระองค์์สมควรเป็็นผู้้�พิิพากษาผู้�อื่�น หนัังสืือนั้้�นคืือ ‘หนัังสืือแห่่งชีีวิิตของ
พระเมษโปดก’ (21:27) และยัังมีีชื่�อของคนอื่�น ๆ ในหนัังสืือนั้้�นด้้วย พวกเขาคืือคนที่่�มีีชีีวิิตอยู่�
และตายเพื่่�อพระองค์์ คืือคนที่่�ได้้เข้้าร่่วมและติิดสนิิทอยู่่�กัับ ‘เถาองุ่�นแท้้’ (ยอห์์น 15:1-8) พวก
เขาเกิิดผลซึ่�งเป็็นข้้อพิสิ ููจน์ถ์ ึึงความเป็็นอัันหนึ่่�งอันั เดีียวกัับพระองค์์ (ฟีลี ิปิ ปีี 4:3 ตรงกันั ข้้าม กัับ
มััทธิวิ 7:16-18) การเกิิดผลมากได้้พิสิ ูจู น์ถ์ ึงึ ความสััตย์์ซื่�อของพวกเขา
ชื่�อของพวกเขาได้้ถููกจดไว้้ในหนัังสืือเมื่�อได้้มาหาพระคริิสต์์ ได้้กลัับใจและเชื่�อในพระองค์์
(วลีีที่่ว� ่่า ‘นับั ตั้�งแต่ท่ รงสร้้างโลก’ ใน 17:8 นั้้�นเป็็นการอ้า้ งถึึงคนที่่�ชื่อ� ของเขาไม่ไ่ ด้้ถูกู บัันทึึกไว้ใ้ น
หนังั สืือนี้้� และรวมถึงึ วลีีว่่า ‘ตั้�งแต่แ่ รกสร้้างโลก’ ใน 13:8 เช่่นเดียี วกััน แม้้ว่า่ วลีดี ัังกล่า่ วอาจจะ
เชื่อ� มโยงกัับการปลงพระชนม์์พระเมษโปดก) ชื่อ� ของพวกเขาไม่่ได้้ถูกู ‘ลบ’ ออกจากหนัังสืือแห่ง่
ชีวี ิิตเพราะว่า่ พวกเขาได้้ ‘มีชี ััยชนะ’ (3:5)
คนที่่ม� ีีชื่�อจดอยู่�ในหนังั สืือนี้้�เท่่านั้้�นที่่จ� ะรอดพ้้นจาก ‘การตายครั้้ง� ที่่�สอง’ ใน ‘บึงึ ไฟ’ หรืือ
อีีกนััยหนึ่่�งคืือ นอกเหนืือจากพระคริิสต์์แล้้วก็็ไม่่มีีความหวัังอื่�นใดอีีก เพราะว่่า ‘ทุุกคนทำำ�บาป
และเสื่�อมจากพระสิิริิของพระเจ้้า’ (โรม 3:23) ดัังนั้้�นพระกิิตติิคุุณจึึงเป็็นสิิทธิ์์�ขาดจำำ�เพาะ
‘ในผู้�อื่�นความรอดไม่่มีีเลย เพราะว่่านามอื่�นซึ่�งให้้เราทั้้�งหลายรอดได้้นั้้�น ไม่่โปรดให้้มีีท่่ามกลาง
มนุษุ ย์์ทั่่ว� ใต้้ฟ้้า’ (กิจิ การฯ 4:12) แต่่พระกิิตติคิ ุุณยังั ต้อ้ งครอบคลุุมเป็็นวงกว้า้ งด้้วย ‘จงออกไปทั่่�ว
โลก ประกาศข่า่ วประเสริิฐแก่ค่ นทั้้ง� ปวง’ (มาระโก 16:15; มััทธิวิ 28:19; ลูกู า 24:47)
ชาติพิ ันั ธุ์�ของมนุุษย์จ์ ะถูกู แบ่่งแยกออกเป็็นสองกลุ่�มอย่่างถาวร (มัทั ธิวิ 13:41-43, 47-50;
25:32-33) เพราะกลุ่�มหนึ่่�งนั้้�นจะไปยัังจุดุ หมายปลายทางที่่�ได้้ถูกู ‘เตรีียมไว้้แล้ว้ ’ (มัทั ธิวิ 25:41)
บึงึ ไฟ (หรือื ‘ทะเล’) นั้้�นจะคงอยู่�อย่า่ งน้้อยที่่ส� ุดุ หนึ่่ง� พัันปีี (วิิวรณ์์ 19:20) ส่่วนอีีกกลุ่�มหนึ่่ง� จะได้้