ตารางท่ี 6 การวิเคราะหข์ อ้ มูลจาก รพ.พทุ ธมณฑลให้ไปรบั การรักษายังรพ.สต.คลองโยง 2
รายละเอียดค่าใชจ้ า่ ย
รกั ษาท่รี พ.พุทธมณฑล
รักษาท่ีรพ.สต.คลองโยง 2
1. คา่ เดนิ ทาง (ระยะทางจาก
รพ.สต.คลองโยง2 ถึงรพ.พทุ ธมณฑล 23 คน x 80 บาท x 2 เที่ยว
23 คน x 20 บาท x 2 เทย่ี ว
ประมาณ 20 กิโลเมตร)
(ไป-กลับ) เป็นเงิน 3,680 บาท
(ไป-กลับ) เป็นเงิน 920 บาท
23 คน x 40 บาท (ผปู้ ว่ ย) +
-
2. ค่าอาหาร
5 คน X 40 บาท (ญาติ)
รวมเปน็ เงิน 1,120 บาท
3. คา่ เสียโอกาสของญาต
ิ
5 คน X 300 บาท
-
รวมค่าใชจ้ า่ ยเฉลยี่ ตอ่ คน
เปน็ เงนิ 1,500 บาท
6300/23= 273.91 บาท
920/23 = 40 บาท
4.2.3 ผลลัพธด์ ้านความพงึ พอใจ
- ความพงึ พอใจของผใู้ ห้และผู้รบั บรกิ าร อยูใ่ นระดับดีมาก
- ความพงึ พอใจของชมุ ชน อยใู่ นระดับดีมาก
นอกจากน้ี จากการให้ขอ้ มลู ของผรู้ บั บริการพบวา่ การเขา้ ร่วมในนวตั กรรมนีส้ ง่ ผลดีต่อการดูแลตนเองและ
ครอบครัวของผู้รับบริการ เพราะผู้รับบริการสามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและระดับความดันโลหิต ให้อยู่
ในเกณฑท์ กี่ ำหนดได้ รวมทงั้ จากผลการตรวจอตั ราการกรองของไต ทำใหผ้ ู้รับบริการทราบวา่ มีความเส่ียงต่อเกดิ
ภาวะไตวายเร้ือรังท่ีลดลง ซึ่งผลจากการเข้าร่วมในกิจกรรมของนวัตกรรมน้ี ทำให้ผู้รับบริการรู้สึกว่า มีคุณภาพ
ชีวิตที่ดีขึ้น เพราะจำนวนยาที่ต้องรับประทานในแต่ละมื้อลดลง และยังเสียค่าใช้จ่ายลดลงในการเดินทางมารับ
การรกั ษาดว้ ย เพราะระยะเวลาในการมาตรวจตามนัดหา่ งข้นึ
4.3 ผลลพั ธแ์ ละผลกระทบตอ่ บทบาทการสรา้ งเสรมิ สุขภาพตาม Ottawa Charter
นวัตกรรมนี้ส่งผลดีต่อการปรับปรุงระบบบริการสุขภาพในเขตอำเภอพุทธมณฑล ทำให้ผู้ป่วยท้ัง “CUP
พทุ ธมณฑล” ไดร้ ับดูแลอย่างต่อเนอื่ งและเหมาะสม เพราะใชแ้ นวทางในการดแู ลผูป้ ว่ ยด้วยรปู แบบเดยี วกัน และ
พยาบาลหัวหน้านวัตกรรมได้ไปให้การดูแลผู้ป่วยทุก รพ.สต. สลับกันทุกรพ.สต. สัปดาห์ละ 1 คร้ัง ซึ่งการนำ
ระบบบริการสุขภาพแบบ “CUP พุทธมณฑล” มาใช้ ยังช่วยให้ผู้ป่วยมีโอกาสเข้าถึงบริการทางสุขภาพได้สะดวก
ขึ้น ลดความแออัดของผู้ป่วยในรพ.พุทธมณฑล เน่ืองจากมีการสร้างความร่วมมือในการส่งต่อผู้ป่วยโดยเครือข่าย
พยาบาลที่ดี ผปู้ ่วยจงึ สามารถไปรบั การรักษาที่รพ.สต.ใกลบ้ า้ นได้ นอกจากนี้ การทีพ่ ยาบาลผู้พัฒนานวัตกรรมได้
นำระบบการจัดการรายกรณีมาใช้ในการดูแลผู้ป่วย มีส่วนช่วยให้ผู้ป่วยและผู้ดูแลสามารถพัฒนาทักษะส่วนบุคคล
ใ
นการดูแลตนเองใหเ้ หมาะสมกบั สภาวะของโรคได้ดียงิ่ ข้ึน
350 : นวตั กรรมการสร้างเสริมสขุ ภาพภายใตบ้ ทบาทของวชิ าชพี การพยาบาล
4.4 ผลลพั ธ์และผลกระทบต่อแนวทางการพัฒนาวชิ าชีพ
นวัตกรรมการพัฒนาระบบการจัดการดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เครือข่ายโรงพยาบาลพุทธมณฑล จังหวัด
น
ครปฐม มผี ลตอ่ แนวทางการพฒั นาวิชาชพี ในเรอื่ ง
1) การเพ่ิมคุณภาพการบริการและโอกาสการบริการ โดยมีคลินิกสำหรับผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ที่จัดตั้งขึ้นใน
รพ.พุทธมณฑลโดยเฉพาะ ทำให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลอย่างถูกต้องและเหมาะสมจากพยาบาลเวชปฏิบัติที่มีความรู้
ความสามารถและมีความเช่ียวชาญในการดูแล รวมทง้ั พยาบาลท่ใี ห้การดแู ลยังสำเรจ็ การศกึ ษาเฉพาะทางในสาขา
การจัดการรายกรณีผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง จึงส่งผลให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลและคำแนะนำท่ี
เหมาะสมกบั ภาวะสขุ ภาพเปน็ รายบุคคลอกี ด้วย
2) การสร้างการทำงานรว่ มมอื กนั ขา้ มองคก์ ร ขา้ มหน่วยงานและเครือขา่ ย นวัตกรรมนไ้ี ด้กอ่ ใหเ้ กิดการ
สร้างเครือข่ายในการให้บริการสุขภาพในเขตอำเภอพุทธมณฑลอย่างชัดเจน รวมทั้งมีการทำงานประสานกัน
ระหว่างสหสาขาวิชาชีพและองค์กรอื่นๆ ในท้องถิ่นท่ีเก่ียวข้อง ทำให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลอย่างสม่ำเสมอ ต่อเน่ือง
แ
ละมีประสทิ ธภิ าพมากขึน้
3) การสร้างความรว่ มมอื และช่วยเหลือกนั ในการส่งต่อการดแู ลผู้ปว่ ยในเครอื ขา่ ยวชิ าชีพการพยาบาล
การนำนวัตกรรมน้ีมาดำเนินการ ทำให้ผู้ป่วยโรคเร้ือรังได้รับการดูแลอย่างต่อเน่ือง มีเปอร์เซนต์ของการเกิดภาวะ
แทรกซอ้ นจากโรคเบาหวานและความดนั โลหติ สงู ลดลง สง่ ผลใหผ้ ปู้ ว่ ยมโี อกาสไดร้ บั การตรวจคดั กรองอยา่ งตอ่ เนอื่ ง
และทวั่ ถงึ รวมทงั้ มีคา่ ใชจ้ า่ ยทล่ี ดลงในการเดินทางไปรับการรักษา
5
. ปัจจยั เงอ่ื นไขของการพฒั นานวัตกรรม
5.1 ปัจจัยเง่ือนไขท่ีเกี่ยวข้องกับการพัฒนาเคร่ืองมือและกลไลท่ีสนับสนุนการปฏิบัติงานของพยาบาล
ในการพฒั นานวัตกรรมทางการพยาบาล
เคร่ืองมือและกลไกที่สนับสนุนการปฏิบัติงานของพยาบาลท่ีเก่ียวข้องในลักษณะของการไปหนุนเสริมหรือ
เ
ปน็ เงื่อนไขของการพฒั นางานและกิจกรรมในนวตั กรรมทางการพยาบาลนี้ ประกอบดว้ ย
1) ความรู้ ความสามารถและความเชี่ยวชาญของพยาบาลที่ให้การดูแลผู้ป่วย รวมทั้งสัมพันธภาพที่ดี
ระหว่างพยาบาลผู้ให้การดูแลกับผู้ป่วย มีส่วนช่วยให้ผู้ป่วยท่ีเข้าร่วมในนวัตกรรมนี้มีความเช่ือม่ัน ยินดีและเต็มใจ
ใ
นการปฏิบตั ิตามคำแนะนำท่ีได้รบั
2) การได้รับการสนับสนุนจากผู้บังคับบัญชาทุกระดับ ท้ังในด้านความร่วมมือ งบประมาณ และการให้
กำลงั ใจและการเสริมแรง ชว่ ยใหห้ ัวหนา้ นวัตกรรมและทีมสามารถปฏบิ ัติงานไดอ้ ยา่ งต่อเน่อื ง
กรณศี ึกษา ภาคกลาง :
351
3) การบรหิ ารจัดการของหน่วยงานทสี่ นบั สนนุ ใหม้ กี ารจดั ตั้งคลนิ ิกโรคเร้ือรังขนึ้ ในรพ.พทุ ธมณฑล และการ
บริหารจัดการให้มบี ุคลากรทีป่ ฏบิ ตั หิ นา้ ทใี่ นคลินิกโดยเฉพาะ ได้แก่ พยาบาลเวชปฏิบตั ิ 2 คน แพทย์ประจำบ้าน
1 คน และเจา้ หน้าทีบ่ นั ทึกข้อมูล 1 คน
4) การสนับสนุนจากทีมสหสาขาวชิ าชีพและองคก์ รในชุมชนท่เี กี่ยวขอ้ ง
5) การมรี ะบบขอ้ มลู สารสนเทศทไ่ี ม่เหมือนกัน เปน็ ปัจจัยเงื่อนไขหนึ่งทีส่ ่งผลต่อการวิเคราะหข์ อ้ มลู สขุ ภาพ
ของผปู้ ว่ ยโรคเรอ้ื รงั ใน “CUP พทุ ธมณฑล” เนอื่ งจากโปรแกรมทใี่ ชใ้ นการบนั ทกึ ขอ้ มลู ของผปู้ ว่ ยในรพ.พทุ ธมณฑล
และรพ.สต. แตกตา่ งกนั ดงั นั้นพยาบาลผู้พฒั นานวัตกรรมจงึ แก้ไขปญั หาโดยให้เจ้าหน้าทบี่ นั ทกึ ข้อมูลใช้โปรแกรม
E
xcel ในการบนั ทึกข้อมลู เพอ่ื ให้สามารถทำการสรปุ วเิ คราะหภ์ าวะสุขภาพของผปู้ ว่ ยได้
5.2 ปัจจัยเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องกับสมรรถนะของพยาบาลในการสร้างเสริมสุขภาพในการพัฒนา
นวัตกรรมทางการพยาบาล
สมรรถนะของพยาบาลในการสร้างเสริมสุขภาพท่ีเก่ียวข้องในลักษณะของการไปหนุนเสริมหรือเป็นเงื่อนไข
ข
องการพฒั นางานและกิจกรรมในนวตั กรรมนี้ ประกอบด้วย
1) ดา้ นคณุ ลกั ษณะสว่ นบคุ คลในการสรา้ งเสรมิ สขุ ภาพ พยาบาลผพู้ ฒั นานวตั กรรมเปน็ ผทู้ มี่ คี วามรเู้ กย่ี วกบั
แนวคิด หลักการและทฤษฎีด้านการสร้างเสริมสุขภาพเป็นอย่างดี มีทัศนคติที่ดีต่อการสร้างเสริมสุขภาพ และ
วิชาชีพ สามารถปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดีในการสร้างเสริมสุขภาพ รวมท้ังมีการติดตามนโยบายที่เกี่ยวข้องกับ
การสร้างเสริมสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์และพัฒนาตนเอง โดยการแสวงหาความรู้อย่าง
ต่อเน่ือง จึงนำมาสกู่ ารพัฒนากจิ กรรมด้านการสร้างเสริมสขุ ภาพในนวัตกรรมน
้ี
2) ด้านปฏิบัติกิจกรรมสร้างเสริมสุขภาพ พยาบาลผู้พัฒนานวัตกรรมสามารถประเมินพฤติกรรมและ
ภาวะสุขภาพ ประเมินสภาพแวดล้อมท่ีมีผลกระทบต่อสุขภาพ ตรวจคัดกรองปัญหาสุขภาพและความเจ็บป่วย
รวมทั้ง ให้การวินิจฉัยทางการพยาบาล และสามารถวางแผนกิจกรรมสร้างเสริมสุขภาพแก่ผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่
ใหก้ ารดแู ลเป็นรายบุคคลได้ โดยสามารถปรับเปลย่ี นพฤติกรรมสุขภาพของผู้ป่วย ดว้ ยการสอนและให้ความรดู้ ้าน
การสร้างเสริมสุขภาพ จัดทำโครงการสร้างเสริมสุขภาพและลดปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพ โดยใช้ส่ือต่างๆ ในการให้
ข้อมูล ความรู้ในการสรา้ งเสริมสุขภาพแก่ผู้ปว่ ยแต่ละรายไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
3) ดา้ นการพฒั นาภาคเี ครือข่ายการสรา้ งเสริมสขุ ภาพ พยาบาลผพู้ ฒั นานวตั กรรมสามารถสรา้ งเครอื ขา่ ย
ด้านการสร้างเสริมสุขภาพได้เป็นอย่างดี สามารถสร้างแรงจูงใจ เสริมพลังอำนาจและเป็นท่ีปรึกษาด้านการสร้าง
เสริมสุขภาพแก่ผู้ร่วมงาน ผู้ป่วยและครอบครัว อสม. รวมทั้งบุคลากรทางสุขภาพของรพ.สต.ท้ัง 5 แห่ง และ
บุคคลท่ัวไป นอกจากนี้ พยาบาลผ้พู ัฒนานวตั กรรมยังมบี ทบาทในดา้ นการเจรจาตอ่ รองกับบคุ คลหรอื องคก์ รด้าน
การดำเนินการสร้างเสริมสุขภาพ สามารถแสวงหาและใช้ทรัพยากรจากแหล่งประโยชน์ต่างๆ เพ่ือการสร้างเสริม
สขุ ภาพไดเ้ ปน็ อยา่ งด
ี
352 : นวตั กรรมการสร้างเสริมสขุ ภาพภายใตบ้ ทบาทของวชิ าชพี การพยาบาล
4) ด้านบริหารจัดการในการสร้างเสริมสุขภาพ พยาบาลผู้พัฒนานวัตกรรมสามารถวางแผนงานด้านการ
สร้างเสริมสุขภาพ ด้วยการกำหนดตัวช้ีวัดความสำเร็จของงานเพื่อการประเมินผลงานด้านการสร้างเสริมสุขภาพ
ได้ สามารถตัดสินใจและแก้ปัญหาเพื่อการสร้างเสริมสุขภาพ ด้วยการเป็นผู้ประสานงานและเป็นผู้นำการ
เปล่ียนแปลงเพ่ือการสร้างเสริมสุขภาพในการจัดกิจกรรมและโครงการต่างๆ เพื่อสร้างเสริมสุขภาพ และสามารถ
ทำงานรว่ มกับผ้อู นื่ ในการดำเนินการใหเ้ กดิ การสรา้ งเสรมิ สขุ ภาพไดเ้ ป็นอยา่ งด
ี
กรณีศึกษา ภาคกลาง :
353
กรณศี กึ ษา
ศูนยกชู พี นเรนทร โรงพยาบาลราชวถิ ี:
นวตั กรรมที่ 27
การฝก อบรมอาสาสมคั รและการพัฒนาระบบบรกิ าร
โรงพยาบาลราชวถิ ี กรุงเทพมหานคร
การศึกษานวัตกรรมทางการพยาบาลเพื่อการสร้างเสริมสุขภาพในครั้งนี้เป็นการศึกษานวัตกรรมทางการ
พยาบาลในระดับตติยภูมิ ของศูนย์กู้ชีพนเรนทร โรงพยาบาลราชวิถี ในเรื่อง “การฝึกอบรมอาสาสมัครและการ
พัฒนาระบบบริการ” ซึ่งเป็นนวัตกรรมทางการพยาบาลท่ีสอดคล้องกับยุทธศาสตร์หลักในการสร้างเสริมสุขภาพ
ตามกรอบกฎบัตรออตตาวา (Ottawa Charter) ในด้านท่ี 3 การเสริมสรา้ งความเข้มแข็งให้ชมุ ชน ดา้ นที่ 4 การ
พ
ัฒนาทกั ษะส่วนบุคคล และด้านท่ี 5 การปรบั ระบบบริการสขุ ภาพ
ในการดำเนินการศึกษาคร้ังน้ีได้นำวิธีการวิจัยเชิงคุณภาพแบบการศึกษารายกรณีมาประยุกต์ใช้ โดยใช้การ
สัมภาษณ์เชิงลึกและการทบทวนเอกสารเป็นวิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล ผลจากการศึกษาแสดงให้เห็นรายละเอียด
ของท่ีมา กระบวนการพฒั นา ผลลพั ธ์ และปัจจยั ความสำเรจ็ ของนวตั กรรมทางการพยาบาล ดังต่อไปน้ี
1. องคป์ ระกอบของนวัตกรรมทางการพยาบาล
กบั การสร้างเสรมิ สุขภาพ
1.1 ทมี ผพู้ ฒั นานวตั กรรมทางการพยาบาล
การก่อตั้งศูนย์กู้ชีพนเรนทร เร่ิมต้นที่นายแพทย์สมชาย กาญจนสุด ซ่ีงเป็นหัวหน้ากลุ่มงานอุบัติเหตุและ
ฉุกเฉิน เป็นผู้บุกเบิกคนสำคัญของ Emergency Management System (EMS) ในประเทศไทย มีหัวหน้า
พยาบาลคืออาจารย์สุวรรณ เสวกวรรณ พร้อมท้ังผู้บริหารและผู้ที่เกี่ยวข้อง มีพิธิเปิดศูนย์อย่างเป็นทางการเม่ือ
วันท่ี 10 มีนาคม 2538 หัวหน้าพยาบาลศูนย์กู้ชีพนเรนทรในปัจจุบันคือคุณอุบล ยี่เฮ็ง ได้รับมอบหมายให้ร่วม
แสดงสถานการณ์จำลองในการช่วยเหลือผู้ป่วย ณ จุดเกิดเหตุ โดยแสดงเป็นพยาบาลกู้ชีพร่วมทีมกับแพทย์และ
เจ้าหน้าท่ีจากมูลนิธิ เมื่อพิธิเปิดเสร็จส้ิน คุณอุบล ยี่เฮ็ง ถูกขอร้องให้ปฏิบัติงานเป็นพยาบาลกู้ชีพในเวรเช้าของ
วันที่ 10 มนี าคม 2538 คุณอบุ ล ย่เี ฮง็ จงึ เป็นพยาบาลคนแรกที่ทำงานในวนั เปดิ ศูนยอ์ ยา่ งเป็นทางการ สมยั นน้ั
ใช้อัตรากำลงั พยาบาล part time ซ่ึงยังคงใชม้ าจนถงึ ปจั จบุ ัน
354 : นวตั กรรมการสร้างเสริมสุขภาพภายใตบ้ ทบาทของวิชาชพี การพยาบาล
หัวหน้าพยาบาลศูนย์กู้ชีพนเรนทร คือคุณอุบล ยี่เฮ็ง จบการศึกษาพยาบาลศาสตร์และผดุงครรภ์ช้ันหน่ึง
จากวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีกรุงเทพ ในปี พ.ศ.2524 และได้รับการฝึกอบรมการพยาบาลเฉพาะทาง
ศลั ยกรรมอุบตั เิ หตุ จากมหาวทิ ยาลยั มหดิ ล ในปี พ.ศ.2528
ประวัติการทำงาน
- พยาบาลประจำการห้องอบุ ตั เิ หตแุ ละฉุกเฉนิ ตัง้ แต่พ.ศ. 2524 -2540
- หัวหนา้ พยาบาลศูนยก์ ชู้ ีพ “นเรนทร” โรงพยาบาลราชวิถี ตั้งแตป่ ี พ.ศ. 2540 – ปจั จุบัน
ประวตั อิ บรม
- วุฒิบัตรวิทยากรการชว่ ยชวี ติ ขนั้ พืน้ ฐาน กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสขุ พ.ศ. 2535
- วฒุ ิบัตรการชว่ ยชวี ติ ขนั้ สูง ของสมาคมโรคหวั ใจแหง่ ประเทศไทย พ.ศ. 2539
- ประกาศนียบัตรการฝึกอบรมด้านการช่วยชีวิต อุบัติเหตุฉุกเฉิน การจัดการด้านสาธารณภัยหรือ
ภัยพิบตั ิต่างๆ ในตา่ งประเทศ เช่น ประเทศออสเตรเลยี สหรฐั อเมริกา ญป่ี ุน่ สงิ คโปร์ เปน็ ตน้
- ตำแหนง่ ปจั จบุ นั : หวั หนา้ พยาบาลศนู ยก์ ชู้ พี “นเรนทร” โรงพยาบาลราชวถิ ี อปุ นายกสมาคมเวชศาสตร์
ฉุกเฉนิ แหง่ ประเทศไทย
ทีมงานของศูนย์กชู้ พี นเรนทร ประกอบดว้ ยแพทย์กชู้ พี 1 คน พยาบาลกู้ชพี 1 คน และเจ้าหนา้ ทก่ี ู้ชีพอกี
2 คน โดยพยาบาลศูนย์กู้ชีพนเรนทร มีจำนวน 30 คน เป็นพยาบาลประจำการที่หน่วยอุบัติเหตุฉุกเฉินของ
โรงพยาบาล และไดร้ บั การฝกึ อบรมด้านการกชู้ พี EMS เพม่ิ เตมิ แล้วมาปฏิบตั ิงาน part time ท่ีศูนยก์ ชู้ ีพ ทำใหม้ ี
ความเช่ียวชาญในการปฏิบัติงานเพิ่มขึ้ส่วนเจ้าหน้าท่ีกู้ชีพ เป็นเจ้าหน้าท่ีประจำ จำนวน 7 คน เจ้าหน้าที่ part
t
ime จำนวน 10 คน ทกุ คนต้องได้รับการฝึกอบรมด้านการกชู้ ีพ EMS กอ่ นปฏบิ ัตหิ น้าที่
การทำงานของศนู ยก์ ้ชู พี นเรนทรไดร้ ับความรว่ มมือในการปฏิบตั ิงานจากเครือขา่ ยหรอื หนว่ ยงาน ดังน
้ี
1. มูลนิธิร่วมกตัญญูและมูลนิธิปอเต็กตึ้งให้ความร่วมมือในการจัดส่งบุคลากรมาเข้ารับการอบรมเก่ียวกับ
การกู้ชีพฉุกเฉิน (EMS) ให้การสนับสนุนรถฉุกเฉินข้ันพ้ืนฐานและร่วมปฏิบัติหน้าที่เมื่อมีเหตุเกิดข้ึนใน
เขตพ้นื ท่ีทีร่ ับผดิ ชอบ
2. โรงพยาบาลรามาธิบดีและโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ให้การสนับสนุนรถฉุกเฉินขั้นสูงและร่วมปฏิบัติ
หน้าทเ่ี มอ่ื มเี หตุเกิดขน้ึ ในเขตพน้ื ทที่ ีร่ บั ผิดชอบ
3. โรงพยาบาลราชวถิ ี สนบั สนุนงบประมาณในการจัดอบรมบคุ ลากร อาสาสมคั รกู้ชพี และการดำเนนิ การ
ต่างๆ ในปฏิบัติการเก่ียวกับการแพทย์ฉุกเฉินของศูนย์กู้ชีพนเรนทรโดยมูลนิธิโรงพยาบาลราชวิถี
สนบั สนุนบุคลากรของโรงพยาบาลราชวถิ ี ท้งั แพทยแ์ ละพยาบาลเข้าร่วมอบรม EMS
กรณีศกึ ษา ภาคกลาง :
355
1.2 ลักษณะงานและกิจกรรมของนวตั รรมทางการพยาบาล
ลักษณะงานกิจกรรมของศูนย์กู้ชีพนเรนทรเพ่ือพัฒนาระบบการให้บริการและการฝึกอบรมอาสาสมัคร
จ
ำแนกเป็น 2 ประเภทคอื งานดา้ นการให้บริการ และงานด้านวชิ าการ
งานด้านการให้บริการ เพื่อพัฒนาระบบบริการ EMS โดยหัวหน้าพยาบาลศูนย์กู้ชีพนเรนทร ได้ดำเนิน
กิจกรรมทีเ่ กยี่ วข้องกบั การพัฒนาระบบบริการ EMS ดังนี้
1. การจัดทำแนวปฏิบัติในการทำงาน (Guidelines) ของบุคลากรทีมศูนย์กู้ชีพนเรนทร ทั้งหน้าท่ีความ
รบั ผิดชอบ ขนั้ ตอนการปฏบิ ัตงิ าน ตัวชี้วดั ในการทำงาน และแนวทางในการประเมินผล
2. การจดั ทำ Narenthorn EMS Activation Code Guidelines ในการปฏบิ ตั งิ านกชู้ พี ใหบ้ คุ ลากรไดร้ บั รู้
แนวทางปฏบิ ัตริ ่วมกัน เพื่อให้เกดิ ความสะดวกและรวดเร็วในการปฏิบัติงาน
3. การทำโครงการครอบครวั ชว่ ยไดเ้ อาหวั ใจคนื มา เพอ่ื ลดรอยตอ่ ตะเขบ็ ในระบบบรกิ ารกอ่ นถงึ โรงพยาบาล
โดยอบรมญาติหรอื อาสาสมัครในชมุ ชนใหม้ คี วามรูเ้ บอ้ื งต้นในการชว่ ยเหลือผปู้ ่วยในทเี่ กิดเหตุ เชน่ การ
CPR การแจ้งเหตุกับเจ้าหน้าที่ทันทีที่เกิดเหตุก่อนที่เจ้าหน้าที่กู้ชีพจะไปถึง ซ่ึงทำให้ผู้ป่วยมีโอกาสรอด
ชวี ิตมากขน้ึ
สว่ นพยาบาลก้ชู ีพ มีบทบาทหน้าทร่ี บั ผิดชอบในระบบบรกิ าร EMS ดงั น้ี
1) ปฏิบัติบทบาทในการช่วยเหลือผู้ป่วยท่ีอยู่ในภาวะวิกฤตหรือปฏิบัติการช่วยชีวิตข้ันสูงได้ถูกต้อง และมี
ประสทิ ธิภาพ ซ่งึ จะชว่ ยลดอัตราการเสียชวี ติ
2) เคล่อื นย้ายผบู้ าดเจ็บไดถ้ กู ตอ้ งเหมาะสม เพอ่ื ลดภาวะแทรกซ้อนและความพิการท่ีจะเกิดกบั ผู้ป่วย
3) ให้คำปรึกษาแนะนำกับผู้ป่วยและญาติ ณ จุดเกิดเหตุและระหว่างเคล่ือนย้ายผู้ป่วย เพื่อให้มีความรู้
เบอื้ งตน้ ในการดูแลผู้ปว่ ย โดยเฉพาะผูป้ ่วยโรคเร้อื รังท่ีเกิดภาวะวิกฤตบอ่ ยครัง้
4) ปฏบิ ัติงานรว่ มกับเจ้าหนา้ ทก่ี ชู้ ีพ กรณีไม่มแี พทยป์ ฏิบตั ิงานเปน็ หวั หนา้ ทมี
5) ประเมินสภาพปญั หาความรนุ แรงของผู้บาดเจบ็ ทงั้ ดา้ นร่างกาย จติ ใจ อารมณ์ ณ จดุ เกิดเหตไุ ดถ้ กู ต้อง
รวดเรว็
6) เฝ้าระวงั สงั เกตอาการเปลี่ยนขณะเคล่ือนย้ายได้อย่างรวดเร็ว และให้การช่วยเหลอื ได้ทนั ท่วงท
ี
7) ควบคมุ และป้องกนั การแพร่กระจายเช้อื ระหวา่ งปฏบิ ัตงิ าน
8) ใชว้ ทิ ยุสื่อสารในการติดตอ่ ประสานงานผ้เู ก่ียวขอ้ งไดอ้ ย่างรวดเรว็ และเหมาะสม
งานวิชาการ เพ่ือพัฒนาศักยภาพบุคลากรท่ีปฏิบัติงาน และการฝึกอบรมอาสาสมัครโดยหัวหน้าพยาบาล
ศูนย์กู้ชีพนเรนทรได้ดำเนินกิจกรรมท่ีเก่ียวข้องกับการพัฒนาศักยภาพบุคลากรท่ีปฏิบัติงานและการฝึกอบรมอาสา
สมคั ร ดังน
ี้
1. เป็นวิทยากรอบรมบุคลากรที่ปฏิบัติงานด้านการแพทย์ฉุกเฉิน (EMS) ท่ัวประเทศและในต่างประเทศ
ท้ังแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าท่ีกู้ชีพ และอาสาสมัครหน่วยงานต่างๆ จากชุมชนหรือท้องถ่ินต่างๆ ซ่ึง
356 : นวัตกรรมการสร้างเสรมิ สุขภาพภายใตบ้ ทบาทของวชิ าชีพการพยาบาล
เป็นการขยายเครอื ขา่ ยในการปฏบิ ัติงานให้มปี ระสทิ ธภิ าพมากขนึ้ เช่น ทีม MERT อาสาสมคั รผู้ปฏบิ ัติ
การฉกุ เฉนิ เบือ้ งตน้ (FR)
2. ทำการศึกษาวิจัยเร่ืองต่างๆ ท่ีเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของทีมกู้ชีพศูนย์นเรนทร ซึ่งได้รับการเผยแพร่ท้ัง
ในวารสารในประเทศและตา่ งประเทศ เชน่
2.1 “ปัจจัยท่ีมีผลต่อความสำเร็จในการช่วยชีวิตขั้นสูงของผู้ป่วยฉุกเฉิน ณ จุดเกิดเหตุของศูนย์กู้ชีพ
นเรนทร” โรงพยาบาลราชวถิ ี พ.ศ.2550 ไดร้ ับรางวัลผลงานวจิ ัยชนะเลิศ (oral presentation)
ในการประชุมวิชาการเวชศาสตร์ฉุกเฉินคร้ังที่ 8 ของสมาคมเวชศาสตร์ฉุกเฉินแห่งประเทศไทย
เม่ือเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2551 และได้รับรางวัลชนะเลิศในการประกวดผลงานวิจัย (oral
presentation) ในการประชุมวิชาการของโรงพยาบาลราชวิถี ประจำป ีพ.ศ.2553 รวมท้ังได้ตี
พิมพเ์ ผยแพรใ่ น Asia Pacific Journal of Public Health, July 2011 vol. 23 no. 4 pp.
601-607
2.2 “การพัฒนาศักยภาพพยาบาลเพื่อบริหารจัดการหน่วยปฏิบัติการการแพทย์ฉุกเฉิน” ได้รับการตี
พมิ พใ์ นวารสารกรมการแพทย์ ปที ี่ 34 ฉบบั ท่ี 7 เดือนกรกฎาคม พ.ศ.2552
2.3 “ทัศนคติ ความต้องการ และปัญหาอุปสรรคในการทำวิจัยของพยาบาลวิชาชีพหน่วยบริการ
ฉุกเฉิน ในประเทศไทย” ได้รับการคัดเลือกให้นำเสนอผลงานวิจัยแบบ poster presentation
ในการประชุมพยาบาลแห่งชาติครั้งท่ี 14 จัดโดยสมาคมพยาบาลแห่งประเทศไทย ระหว่างวันที่
27-31 พฤศจกิ ายน พ.ศ. 2555 ณ โรงแรมรามาการเ์ ดน้ ส์ กรงุ เทพมหานคร
สว่ นพยาบาลกชู้ ีพ มบี ทบาทหน้าท่ีรบั ผิดชอบด้านวชิ าการ ดังน
ี้
1) เปน็ วทิ ยากรรว่ มในการอบรมอาสาสมคั รกชู้ พี จากหนว่ ยงานหรอื ชมุ ชนตา่ งๆ โดยเฉพาะภาคปฏบิ ัติ
หรอื การฝกึ ภาคสนาม
2) กำกับ ติดตาม นิเทศ การปฏิบัติงานของนักศึกษากู้ชีพ กรณีไม่มีแพทย์ออกปฏิบัติงาน ให้เป็น
หัวหน้าทีมในการสรุปผลการปฏิบัติงานของผู้เจ็บป่วยร่วมกับเจ้าหน้าท่ีกู้ชีพและนักศึกษากู้ชีพ
หลงั เสรจ็ สิน้ การปฏบิ ตั งิ านทกุ ครงั้ ในผ้เู จ็บป่วยแต่ละราย
กิจกรรมท้ังในส่วนของงานบริการและงานวิชาการของศูนย์กู้ชีพนเรนทร ก่อให้เกิดประโยชน์ในวงกว้างท้ัง
ในระดับประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะงานบริการที่ให้ประโยชน์สูงสุดกับผู้ป่วย ญาติผู้ป่วย ชุมชนในพื้นท่ี
ต่างๆ ส่วนงานด้านวิชาการให้ประโยชน์กับอาสาสมัครในหน่วยงานหรือในพ้ืนท่ีต่างๆ บุคลากรในทีมกู้ชีพทั้ง
แพทย์ พยาบาล เจา้ หนา้ ทกี่ ชู้ พี นกั ศกึ ษาหลกั สตู รและคณะฯ ในมหาวทิ ยาลยั หรอื สถาบนั การศกึ ษาตา่ งๆ ทตี่ อ้ งการ
การเรียนรเู้ กยี่ วกับหลกั สตู ร EMS อุบัติเหตฉุ ุกเฉิน สาธารณภัย ภัยพิบัตติ ่างๆ และการเตรยี มความพรอ้ ม เป็นตน้
กรณีศกึ ษา ภาคกลาง :
357
1.3 กลุ่มเป้าหมายของการใช้นวัตกรรม
เป็นประชากรทุกกลุ่มอายุ ทั้งผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่มีภาวะวิกฤต เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด ผู้ป่วยโรค
ระบบ ประสาทที่มีอาการชัก ผู้ป่วยฉุกเฉินทางอายุรกรรม ฉุกเฉินทางตา หู คอ จมูก ฉุกเฉินทางยา สารพิษ
ฉกุ เฉนิ ทางการคลอด ฉกุ เฉนิ ของเดก็ ผปู้ ว่ ยทป่ี ระสบอบุ ตั เิ หตุ เชน่ รถชน ตกจากทส่ี งู ไฟไหม้ ไฟชอ็ ต จมนำ้ ผปู้ ว่ ยท่ี
ประสบภัยพิบัติ หรอื อบุ ัตภิ ยั หมู่ เปน็ ต้น
นวตั กรรมทางการพยาบาลตอบสนองต่อการแกป้ ัญหาและความต้องการท้งั ทางตรงและทางอ้อม
ง
านดงั กลา่ วเกิดผลตอ่ การลดปัจจัยเสีย่ งทางสขุ ภาพ ดังนี้
1. ระบบการดูแลสขุ ภาพ (ภาวะวิกฤตหรอื ฉกุ เฉนิ ) ผา่ นการเรยี นรขู้ องญาติและอาสาสมัครในพน้ื ท่จี ากการ
ฝึกอบรม ซ่ึงต้องมีการติดต่อสื่อสารกับอาสาชุมชนเพ่ือให้เกิดความร่วมมือ เช่น โครงการครอบครัวช่วยได้ เอา
หวั ใจคืนมา ช่วยลดรอยต่อในการใหบ้ ริการ ณ จุดเกิดเหตุ ก่อนถึงโรงพยาบาล มกี ารประเมนิ ผู้ปว่ ย การ CPR การ
แจง้ เหตอุ ยา่ งรวดเรว็ กอ่ นทเ่ี จา้ หนา้ ทที่ มี กชู้ พี จะไปถงึ ทเ่ี กดิ เหตุ ทำใหผ้ ปู้ ว่ ยมโี อกาสรอดชวี ติ มากขนึ้ ลดความเสยี่ งใน
การเกิดภาวะแทรกซ้อนหรือความพิการที่อาจเกิดข้ึน
2. การจัดการให้ผู้ป่วยฉุกเฉินได้รับการปฎิบัติการฉุกเฉินที่ได้มาตรฐานจนพ้นภาวะฉุกเฉิน หรือได้รับการ
บำบัดรักษาเฉพาะอย่างทันท่วงที โดยการปรับระบบบริการสุขภาพ เช่น การพัฒนาระบบปฏิบัติการฉุกเฉินก่อน
ถึงโรงพยาบาล การพัฒนาคุณภาพของปฏิบัติการการแพทย์ฉุกเฉิน การรับแจ้งเหตุผ่านหมายเลข 1669 (ต่าง
จงั หวดั ) ในกรงุ เทพ หมายเลข 1646 การลดอบุ ตั เิ หตจุ ราจร พฒั นาการประสานงานกบั เครอื ขา่ ยใหม้ ปี ระสิทธิภาพ
โดยแบ่งเขตพื้นที่รับผิดชอบในการปฏิบัติงาน มีการประสานงานเพ่ือเคลียร์พ้ืนที่ก่อนเคล่ือนย้ายผู้ป่วย และการ
พัฒนาศกั ยภาพของบคุ ลากรทีมกู้ชพี ให้มีความมั่นใจและมีความพรอ้ มอยา่ งเต็มทีเ่ ปน็ ระยะๆ ก่อนการปฏิบตั ิงาน
จรงิ โดยกระบวนการ EMS Rally หรอื กอ่ นเกดิ ภยั พิบตั ิตา่ งๆ ชว่ ยลดจำนวนการตาย ความทกุ ข์ทรมานและการ
สนิ้ เปลอื งคา่ ใช้จ่ายอนั เกดิ จากความลา่ ช้าในการดแู ลรักษา การลำเลยี งเคลอ่ื นยา้ ยไมถ่ กู วธิ ี รวมถงึ การนำส่งสถาน
พ
ยาบาลทไ่ี มเ่ หมาะสม
3. การสรา้ งเครอื ขา่ ยเพอื่ ขยายผลระบบปฏบิ ตั กิ ารแพทยฉ์ กุ เฉนิ ใหส้ ามารถจดั ระบบบรกิ ารการแพทยฉ์ กุ เฉนิ
ในพื้นที่ของตนเองผ่านองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน ทำให้ประชาชนทุกกลุ่ม ทุกพ้ืนที่แม้ในถิ่นทุรกันดาร สามารถ
เข้าถึงบรกิ ารทม่ี ีคณุ ภาพได้มาตรฐานอย่างท่วั ถึง และเท่าเทยี ม เชน่ การจัดการภยั พิบตั ิโดยชมุ ชนทอ้ งถนิ่
358 : นวตั กรรมการสร้างเสริมสุขภาพภายใตบ้ ทบาทของวิชาชีพการพยาบาล
2. กระบวนการพัฒนานวตั กรรม
และการจัดการเพ่อื การนำไปใชแ้ ละพัฒนา
2.1 ที่มาของการพฒั นานวตั กรรมในแตล่ ะชว่ งเวลา
ก่อนปี พ.ศ.2538 ระบบการรักษาพยาบาล ณ จุดเกิดเหตุยังไม่เป็นระบบ ไม่มีบุคลากรปฏิบัติงานใน
รถพยาบาลฉุกเฉินโดยตรง รถพยาบาลฉุกเฉินและอุปกรณ์การแพทย์ยังไม่มีมาตรฐาน ไม่มีงบประมาณสนับสนุน
ไม่มีหลักสูตรและการฝึกอบรมบุคลากรท่ีปฏิบัติงาน อาสาสมัครซึ่งไม่มีองค์ความรู้และประสบการณ์ในการดูแล
ผ
ปู้ ่วยยินดีและเต็มใจมาปฏบิ ัติการช่วยเหลอื ผูป้ ว่ ยฉุกเฉินเมือ่ เกดิ เหตุ
ภาคเอกชนในนามของมลู นธิ หิ รอื ชมรมในรปู แบบอาสาสมคั รทไี่ มห่ วงั ผลกำไร จดั สง่ อาสาสมคั รไปชว่ ยเหลือ
ผู้ป่วยฉุกเฉิน ผลลัพธ์ท่ีเกิดข้ึนคือ ผู้ประสบอุบัติเหตุ หรือเจ็บป่วยในภาวะวิกฤติซ่ึงอยู่นอกโรงพยาบาล มีความ
ทุกข์ทรมาน เกิดความพิการ ภาวะแทรกซ้อนและเสียชีวิตโดยไม่สมควร จากการลำเลียงผู้ป่วยไม่ถูกวิธี ไม่มี
ม
าตรฐานและเกดิ ความลา่ ช้าในการเคลื่อนยา้ ยผู้ปว่ ย ตัง้ แต่ปี พ.ศ.2538 เป็นตน้ มา
อธิบดีกรมการแพทย์และผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชวิถี จัดตั้งโครงการต้นแบบการรักษา พยาบาลก่อน
ถึงโรงพยาบาล ซึ่งเป็นโครงการที่โรงพยาบาลราชวิถีได้ร่วมมือกับสถาบันการแพทย์ด้านอุบัติเหตุและสาธารณภัย
กรมการแพทย์ โดยได้รับการสนับสนุนจากองค์การอนามัยโลกและมูลนิธิโรงพยาบาลราชวิถีที่สนับสนุน
งบประมาณ และได้รบั ความรว่ มมืออย่างดี จากมลู นิธปิ อเตก็ ต้งึ และมลู นิธิรว่ มกตญั ญจู ัดอาสาสมัครและเจ้าหนา้ ที่
เข้ามารับการอบรมและปฏิบัติการภายใต้การกำกับการดูแลของแพทย์ ย่ิงไปกว่านั้นยังได้รับความร่วมมือจาก
แ
พทยแ์ ละพยาบาลโรงพยาบาลราชวถิ ีร่วมปฏิบัตงิ านด้วยความสมคั รใจ
นับต้ังแต่เร่ิมต้นเม่ือ 10 มีนาคม 2538 เป็นต้นมา จนกระท่ังปี พ.ศ.2545 กระทรวงสาธารณสุขได้จัดต้ัง
สำนักงานระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉิน (ศูนย์นเรนทร) ข้ึนภายใต้สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข และผลัก
ดันให้นโยบายการบรกิ ารการแพทยฉ์ กุ เฉนิ ใหเ้ ปน็ 1 ใน 4 นโยบายหลกั ของกระทรวงสาธารณสุข พร้อมทั้งจดั ให้มี
หน่วยกู้ชีพประจำโรงพยาบาลต่างๆ โดยเริ่มท่ี 7 จังหวัดนำร่อง แล้วขยายผลไปท่ัวประเทศในเวลาต่อมา โดยใช้
ศูนย์กู้ชีพ “นเรนทร” โรงพยาบาลราชวิถี เป็นต้นแบบในการดำเนินงาน และจัดให้มีศูนย์รับแจ้งเหตุ 1669 เพ่ือ
ประสานงาน สอ่ื สาร และควบคมุ สงั่ การ สว่ นงบประมาณดำเนนิ การไดร้ บั จากสำนกั งานหลกั ประกนั สขุ ภาพแหง่ ชาติ
ในระยะเร่ิมแรก แต่รูปแบบยังคงไม่เป็นระบบที่ชัดเจน ซ่ึงเหตุที่มาโดยสรุปมาจากทั้งนโยบายของรัฐ นโยบาย
องค์กร ปญั หาสขุ ภาพในพ้นื ที่ ปญั หาขอ้ จำกัดของหน่วยงาน องค์กร ความตอ้ งการของหนว่ ยงาน ความต้องการ
พัฒนาของประชาชน และการสนบั สนนุ จากแหลง่ ทุน ผลลัพธใ์ นการดำเนินงานคือ ศูนย์กูช้ ีพนเรนทรไดป้ ฏิบตั ิงาน
จนเป็นที่ยอมรับของหน่วยงานต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ เป็นต้นแบบในการขยายระบบการแพทย์ฉุกเฉินออก
ไปสู่โรงพยาบาลและสถาบนั ตา่ งๆ ท่ัวประเทศ โดยได้รบั การบรรจุเข้าเปน็ นโยบายในการดำเนินงานของกระทรวง
สาธารณสุขและได้รับงบประมาณสนับสนุนจากระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้า มีพระราชบัญญัติการแพทย์ฉุกเฉิน
กรณีศกึ ษา ภาคกลาง :
359
พ.ศ.2551 ซึ่งเป็นหลักประกันว่าประชาชนชาวไทยทุกคนจะได้รับการดูแลจากระบบการแพทย์ฉุกเฉิน อย่างมี
มาตรฐาน ครอบคลุม เท่าเทียมและท่ัวถึง ส่วนผู้ปฏิบัติงานจะได้รับการเอาใจใส่อย่างเป็นระบบ ในกรุงเทพฯ มี
ศูนย์เอราวัณเป็นหน่วยงานรับผิดชอบจัดระบบการแพทย์ฉุกเฉิน โดยศูนย์กู้ชีพนเรนทร โรงพยาบาลราชวิถีเป็น
หน่วยงานหนึง่ ในพ้นื ทโี่ ซน 8 กรงุ เทพมหานคร ประกอบด้วยพ้ืนท่ี 9 เขต คอื ราชเทวี ดินแดง พญาไท ลาดพรา้ ว
ห
้วยขวาง วงั ทองหลาง ดุสิต จตุจักร และบางซื่อ
2.2 แนวทางการจดั การงานและกิจกรรมทางการพยาบาล
1) การสร้างการเรยี นรูเ้ พอ่ื แกป้ ญั หาหรือหาทางออก และการแลกเปล่ียนข้อมูล
1.1 การพัฒนาศักยภาพของอาสาสมัครชุมชนและญาติผู้ป่วย เพ่ือเตรียมความพร้อมก่อนการเกิด
ภาวะฉุกเฉินวิกฤต ผ่านโครงการครอบครัวช่วยได้เอาหัวใจคืนมา โดยเข้ารับการฝกึ อบรมเก่ียวกับการปฏิบัติตัว
เพ่ือชว่ ยเหลือผูป้ ว่ ย ณ จุดเกิดเหตุ ต้ังแต่การประเมินผ้ปู ่วย การช่วยกูช้ วี ติ กรณพี บผู้ป่วยหัวใจหยดุ เต้น และการ
แ
จง้ เหตุกบั เจา้ หนา้ ท่ีอย่างรวดเร็ว เมอ่ื เกดิ ภาวะวิกฤต ก็สามารถจดั การปัญหาไดร้ วดเร็ว ถกู ต้องตามหลักการ
1.2 การจัดทำแนวปฏิบัติในการทำงานของบุคลากรทีมกู้ชีพศูนย์นเรนทร ท้ังหน้าท่ีความรับผิดชอบ ขั้น
ตอนการปฏิบัติงาน ตัวชี้วัดในการทำงาน และแนวทางในการประเมินผล เพื่อให้การปฏิบัติงานของแต่ละคนใน
ทีมไมซ่ ้ำซ้อนกนั
1.3 การจัดทำ Narenthorn EMS Activation Code Guidelines ในการปฏิบตั งิ านกู้ชีพ ใหบ้ ุคลากรได้
รบั รูแ้ นวทางปฏิบัตริ ว่ มกนั เพื่อให้เกิดความสะดวกและรวดเรว็ ในการปฏิบัตงิ าน
1.4 การประชุมปรึกษาในทีมกู้ชีพนเรนทรทุกสัปดาห์ภายหลังการปฏิบัติงาน โดยนำปัญหาท่ีพบมาร่วมกัน
วิเคราะห์ เพอื่ หาทางแกป้ ัญหาในครัง้ ต่อไป
ผู้รบั ประโยชน์ ประกอบดว้ ยประชาชน ครอบครัว ชมุ ชน ทมี กชู้ พี และผ้บู ริหารหน่วยงานทเ่ี ก่ียวข้อง
ด้านสขุ ภาพ
1. ประชาชนโดยเฉพาะญาตหิ รืออาสาสมคั รในชมุ ชน ได้รับการอบรมดา้ น EMS สามารถให้การช่วยเหลือ
ผ้ปู ่วยเบ้อื งต้น ณ จุดเกดิ เหตุไดถ้ ูกตอ้ งตามหลกั การ
2. ผปู้ ว่ ยทอี่ ยใู่ นภาวะวกิ ฤตปิ ลอดภยั ลดอตั ราการเสยี ชวี ติ ภาวะแทรกซอ้ น หรอื ความพกิ ารทอี่ าจเกดิ ขน้ึ ได้
จากการช่วยเหลือที่ไมถ่ กู วธิ ีหรอื ลา่ ชา้ เกินไป
3. การพัฒนาศกั ยภาพของผูป้ ฏบิ ตั ิการฉกุ เฉนิ ในทางปฏบิ ตั ิเป็นระยะๆ ในรูปแบบการอบรมทงั้ ภาคทฤษฎี
และภาคปฏิบัติท่ีจำลองสถานการณ์เสมือนจริง ทำให้พยาบาลมีการเตรียมความพร้อมท้ังร่างกายและ
จิตใจ มคี วามมั่นใจท่จี ะใหก้ ารดแู ลผู้ปว่ ยท่ีอยู่ในภาวะวกิ ฤตไดอ้ ยา่ งถูกต้องและมมี าตรฐาน
360 : นวัตกรรมการสรา้ งเสริมสุขภาพภายใตบ้ ทบาทของวิชาชีพการพยาบาล
4. สร้างความร่วมมอื และพัฒนาการแพทยฉ์ กุ เฉินของภาคีเครือขา่ ยการแพทยฉ์ กุ เฉิน ภาคเอกชน (มูลนธิ ิ/
สมาคม) ให้สามารถจัดระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉิน ที่ประชาชนสามารถเข้าถงึ บรกิ ารที่มคี ณุ ภาพและ
ไดม้ าตรฐานอย่างท่ัวถงึ และเทา่ เทียม
ดา้ นสงั คม
1. ส่งเสริมการเรียนรู้ของญาติผู้ป่วย อาสาสมัครในชุมขน หรือหน่วยงานต่างๆ ในด้านจิตสาธารณะ ม
ี
จติ อาสาในการชว่ ยเหลอื ผอู้ น่ื โดยเฉพาะผปู้ ว่ ยทอ่ี ยใู่ นภาวะวกิ ฤตฉกุ เฉนิ ผา่ นโครงการครอบครวั ชว่ ยได้
เอาหัวใจคนื มา
2. ส่งเสริมสนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ยังไม่มีการจัดระบบการแพทย์ฉุกเฉิน มีการจัดระบบ
การแพทย์ฉุกเฉินให้องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินท่ีมีชุดปฏิบัติการฉุกเฉินและได้รับการรับรองมาตรฐาน
จากสถาบนั การแพทยฉ์ กุ เฉนิ แหง่ ชาตแิ ลว้ สามารถปฏบิ ตั กิ ารการแพทยฉ์ กุ เฉนิ ในพนื้ ทไ่ี ด้ และใหอ้ งคก์ ร
ปกครองส่วนทอ้ งถิ่นขนาดใหญ่ มบี ทบาทจดั ระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินในพื้นท
่ี
ด้านเศรษฐกจิ
1. ช่วยลดงบประมาณของโรงพยาบาลในการรักษาภาวะแทรกซ้อน หรือความพิการที่อาจเกิดจากความ
เจบ็ ปว่ ยในภาวะวิกฤต ถ้าผู้ป่วยไม่ไดร้ ับการช่วยเหลอื จากทมี กูช้ ีพท่ีมคี วามรู้ ปฏบิ ตั งิ านได้รวดเร็ว และ
มีมาตรฐาน
2. ผู้ป่วยและครอบครัวไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาภาวะแทรกซ้อนหรือความพิการท่ีอาจเกิดข้ึนจาก
ความเจ็บปว่ ยในภาวะวกิ ฤต ถ้าไม่ไดร้ บั การช่วยเหลือจากทีมกชู้ พี
2) การเชื่อมประสานงานของทีมกู้ชีพนเรนทร คือแพทย์กู้ชีพ พยาบาลกู้ชีพ และเจ้าหน้าท่ีกู้ชีพ ในการ
ออกปฏิบัติการ EMS ในพ้ีนท่ีท่ีรับผิดชอบโซน 8 ประกอบด้วย 9 เขตในกรุงเทพมหานครคือ ราชเทวี ดินแดง
พญาไท ลาดพรา้ ว หว้ ยขวาง วงั ทองหลาง ดุสิต จตุจกั รและบางซือ่ โดยมศี ูนยเ์ อราวัณเป็นหน่วยงานรับผิดชอบ
จัดระบบการแพทยฉ์ กุ เฉนิ ในกรุงเทพมหานคร
3. คุณลกั ษณะของนวตั กรรม
กบั ยทุ ธศาสตรก์ ารสรา้ งเสริมสขุ ภาพ
3.1 คุณลกั ษณะของนวตั กรรมทางการพยาบาล
ภาพรวมนวัตกรรมทางการพยาบาลของศูนย์กู้ชพี นเรนทร มที ง้ั การแก้ปญั หา พัฒนาต่อยอดงาน และเสรมิ
ศักยภาพพยาบาล มีทั้ง 9 ลักษณะคอื เปน็ งานใหม่ พฒั นาต่อเนื่อง เสริมสมรรถนะ เพมิ่ สมาชิก เพิม่ ขัน้ ตอนวธิ ี
กรณศี ึกษา ภาคกลาง :
361
การทำงาน เพิ่มกฎระเบียบกติกา เพิ่มการเช่ือมต่อกับหน่วยงานหรือองค์กรอื่น สร้างเคร่ืองมือการทำงาน และ
เพ่ิมการมีสว่ นรว่ มในการดำเนนิ งาน
ลักษณะการดำเนนิ งานในด้านการแกป้ ัญหา ส่วนใหญ่เป็นงานดา้ นการใหบ้ รกิ าร
1. บุคลากรในทีมกู้ชีพขาดความรู้ในการปฏิบัติงาน มีการจัดอบรมบุคลากรท่ีปฏิบัติงานด้านการแพทย์
ฉกุ เฉิน (EMS) ทั้งแพทย์ พยาบาล เจา้ หน้าท่ีกู้ชพี ของโรงพยาบาลราชวิถี โดยเฉพาะผู้ทปี่ ฏิบตั งิ านประจำในหนว่ ย
อุบัติเหตฉุ กุ เฉนิ อาสาสมัครจากหนว่ ยงานเครอื ข่ายเพือ่ ให้มคี วามรใู้ นการปฏบิ ัตงิ านด้าน EMS มคี วามพร้อมและ
ความมั่นใจในการปฏบิ ัติงานกอ่ นปฏิบัติงานจริง และเกดิ ความปลอดภยั กบั ผปู้ ่วย (พัฒนาตอ่ เนอ่ื ง เสริมสมรรถนะ
เพ่ิมการเชื่อมตอ่ กบั หนว่ ยงานหรือองค์กรอนื่ และเพิ่มการมสี ่วนรว่ มในการดำเนนิ งาน)
2. การปฏิบัติงานของแต่ละคนในทีมมีความซ้ำซ้อนกันหรือเกิดช่องว่างในการปฏิบัติหน้าที่ มีการจัดทำ
แนวปฏบิ ัติ (guidelines) ในการทำงานของบคุ ลากรทมี กู้ชพี ศูนย์นเรนทร ท้ังหน้าท่คี วามรับผิดชอบ ขั้นตอนการ
ปฏิบตั ิงานของแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าทกี่ ู้ชีพ ตวั ช้วี ดั ในการทำงานและแนวทางในการประเมินผล เพื่อให้แตล่ ะ
คนรับรู้หน้าที่ของตนเองที่ต้องปฏิบัติ ป้องกันไม่ให้เกิดความเหลื่อมล้ำในการปฏิบัติหน้าท่ี (สร้างเครื่องมือการ
ท
ำงาน เพ่มิ กฎระเบยี บกติกา และเปน็ งานใหม)่
3. ความลา่ ชา้ ในการปฏบิ ตั งิ านของทมี กชู้ พี มกี ารจดั ทำ Narenthorn EMS Activation Code Guidelines
ในการปฏิบัติงานกู้ชีพ ให้บุคลากรได้รับรู้แนวทางปฏิบัติร่วมกัน เพ่ือให้เกิดความสะดวกและรวดเร็วในการปฏิบัติ
งาน (สร้างเคร่อื งมือการทำงาน เพมิ่ กฎระเบยี บกตกิ า เพิ่มการมสี ่วนร่วมในการดำเนนิ งาน และเป็นงานใหม)่
4. อัตราการเสียชีวติ ผปู้ ่วยฉุกเฉิน ณ จดุ เกิดเหตเุ พิม่ ข้นึ มีการจัดทำโครงการเพอื่ ลดรอยตอ่ ตะเข็บในระบบ
บริการก่อนถึงโรงพยาบาล โดยการอบรมญาติหรืออาสาสมัครให้มีความรู้เบื้องต้นในช่วยเหลือผู้ป่วยในที่เกิดเหตุ
เชน่ การ CPR การแจ้งเหตุกับเจา้ หน้าที่ทันทที ่ีเกดิ เหตุ กอ่ นท่ีเจ้าหนา้ ท่ีกชู้ ีพจะไปถงึ ซึ่งทำให้ผปู้ ว่ ยมโี อกาสรอด
ช
ีวิตมากข้ึน (เพ่ิมข้นั ตอนวิธีการทำงาน เพิ่มสมาชกิ เพ่ิมกฎระเบียบกติกา และเป็นงานใหม)่
5. บคุ ลากรในการปฏบิ ตั ิงานดา้ น EMS ไม่เพยี งพอ โดยเฉพาะในพื้นทต่ี า่ งจังหวัดหรือพื้นทหี่ า่ งไกล มีการ
จัดทำโครงการการติดต่อส่ือสารกับอาสาสมัครชุมชน เพ่ือให้เกิดความร่วมมือของอาสาสมัครชุมชนในการเข้า
อบรมเพ่ือให้มีความรู้เก่ียวกับการปฏิบัติ EMS (เป็นงานใหม่ เพิ่มสมาชิก เพิ่มการมีส่วนร่วมในการดำเนินงาน
และเพ่ิมการเชอื่ มต่อกับหน่วยงานหรอื องคก์ รอ่ืน)
ด้านการพัฒนาต่อยอดงาน โดยเป็นต้นแบบในการจัดระบบการบริการผู้ป่วยฉุกเฉินก่อนถึงโรงพยาบาล
(pre-hospital care) และเป็นต้นแบบในการขยายผลระบบการแพทย์ฉุกเฉินไปสู่โรงพยาบาลและสถาบันต่างๆ
ท่ัวประเทศ โดยจัดต้ังชุดปฏิบัติการฉุกเฉินให้มีความครอบคลุมและมีแนวโน้มเพ่ิมข้ึน และอบรมให้ความรู้ในด้าน
EMS กับบุคลากรและอาสาสมัครชุมชน เน่ืองจากนโยบายการสนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินเข้าร่วม
362 : นวัตกรรมการสรา้ งเสรมิ สุขภาพภายใต้บทบาทของวชิ าชีพการพยาบาล
ดำเนนิ งานและบรหิ ารจดั การระบบการแพทยฉ์ กุ เฉนิ เพอ่ื ใหบ้ รกิ ารแกผ่ ปู้ ว่ ยฉกุ เฉนิ ในพน้ื ทตี่ นเองหรอื พนื้ ทใี่ กลเ้ คียง
(พัฒนาต่อเน่ือง เสริมสมรรถนะ เพิ่มการมีส่วนร่วมในการดำเนินงาน และเพ่ิมการเชื่อมต่อกับหน่วยงานหรือ
องค์กรอน่ื )
ดา้ นการสง่ เสรมิ ศักยภาพพยาบาล
1. เนอ่ื งจากพยาบาลกชู้ พี เปน็ พยาบาลทมี่ พี นื้ ฐานในการปฏบิ ตั งิ านดา้ นอบุ ตั เิ หตฉุ กุ เฉนิ และกอ่ นปฏบิ ตั งิ าน
ร่วมกับทีมกู้ชีพต้องได้รับการฝึกอบรมด้าน EMS ก่อน ก็เท่ากับเป็นการเพ่ิมพูนความรู้ในการปฏิบัติงานให้กับ
พยาบาลระดับหน่ึง (พัฒนาตอ่ เน่ืองเสริมสมรรถนะ)
2. หวั หน้าพยาบาลได้จัดทำโครงการเรอ่ื งการบรหิ ารจดั การหน่วย EMS สำหรบั พยาบาล (อบรม 16 วนั )
เพ่อื สรา้ งพยาบาลออกไปบรหิ ารหน่วย EMS (งานใหม่ เสริมสมรรถนะ)
3. การจัดการพัฒนาศักยภาพของผู้ปฏิบัติการฉุกเฉินในทางปฏิบัติ โดย สพฉ.สนับสนุนและจัดให้มีการ
แข่งขัน EMS Rally ระดับจังหวัด ระดับเขต และระดับประเทศ เพ่ือพัฒนาบุคลากรด้านการแพทย์ฉุกเฉิน
เนอื่ งจากเป็นเสมือนการฝึกปฏิบัตจิ รงิ ณ จดุ เกดิ เหตุ และนำผลการประเมนิ ไปใช้เป็นข้อมูลในการวางแผนพฒั นา
บคุ ลากรดา้ นการแพทยฉ์ ุกเฉินตอ่ ไป (พัฒนาต่อเน่ือง เสริมสมรรถนะ)
4. พยาบาลกู้ชีพเป็นวิทยากรร่วมการฝึกอบรมนักศึกษาหรืออาสาสมัครจากหน่วยงานหรือสถาบันต่างๆ
ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด โดยเฉพาะภาคปฏิบัติ และเป็นผู้นิเทศเวลานำนักศึกษาหรืออาสาสมัครออกไป
ปฏิบัติการร่วมกับทีมกู้ชีพเพื่อเก็บ case ทำรายงานกรณีศึกษา ถ้าไม่มีแพทย์ออกปฏิบัติงาน (พัฒนาต่อเนื่อง
เสรมิ สมรรถนะ เพม่ิ การมสี ่วนรว่ มในการดำเนินงาน)
5. มีการประชุมร่วมระหว่างบุคลากรทีมกู้ชีพทั้งแพทย์ พยาบาลและเจ้าหน้าที่กู้ชีพ เพื่อวิเคราะห์กรณี
ที่ไปช่วยเหลือ ปัญหาและอปุ สรรคจากการปฏิบตั ิ ข้อเสนอแนะ แนวทางแก้ไข ทุกวนั ศกุ รใ์ นแตล่ ะสัปดาห์ ทำให้
พยาบาลมีความเข้าใจในบทบาทของผูร้ ่วมทมี มากขึ้น (เพิ่มการมีส่วนรว่ มในการดำเนินงาน)
3.2 ยุทธศาสตร์การสรา้ งเสรมิ สุขภาพ
นวตั กรรมดงั กลา่ วขา้ งตน้ สรา้ งผลกระทบกบั ประชากรกลมุ่ เปา้ หมายทกุ กลมุ่ (เดก็ หญงิ ตง้ั ครรภ์ วยั ทำงาน
ผู้สงู อายุ ผู้พกิ าร ผตู้ ดิ เชือ้ ผูป้ ว่ ยโรคจิต ผ้ดู อ้ ยโอกาส ผ้ปู ว่ ยระยะสดุ ทา้ ยทเ่ี กดิ ภาวะวิกฤต โดยเฉพาะกลุ่มผสู้ งู อายุ
ทปี่ ว่ ยเปน็ โรคเรอื้ รงั และเกดิ ภาวะวกิ ฤตระหวา่ งทเ่ี จบ็ ปว่ ย และกลมุ่ ประชากรทชี่ ว่ งวยั ทป่ี ระสบอบุ ตั เิ หตหุ รอื ภยั พบิ ตั ิ
ตา่ งๆ ไม่วา่ จะเปน็ อุบตั เิ หตุหรือภัยพิบัตทิ างบก เชน่ รถชน ไฟไหม้ ภยั พิบตั ิทางนำ้ เชน่ ตกนำ้ จมน้ำ เรอื ล่ม และ
ภยั พิบตั ทิ างอากาศ เช่น เคร่อื งบินตก ตกจากท่ีสูง เปน็ ตน้
กรณีศึกษา ภาคกลาง :
363
ในแต่ละกลุ่มประชากร นวัตกรรมของศูนย์กู้ชีพนเรนทรช่วยลดการเกิดปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพผ่านการ
ดำเนินงาน ดงั น้ี
1. การควบคุมเคร่ืองดื่มแอลกอฮอล์และการลดอุบัติเหตุจากการใช้ยวดยานพาหนะ อุบัติเหตุหรือ
ภัยพิบัติท้ังทางบกและทางน้ำที่พบส่วนใหญ่เป็นอุบัติเหตุจราจรจากผู้ใช้รถใช้ถนนทุกกลุ่มเป้าหมาย โดยเฉพาะ
วัยทำงาน เยาวชน ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคเร้ือรัง ผู้ป่วยโรคจิต ซึ่งช่วยลดอัตราการเสียชีวิต และความพิการต่างๆ ที่
อ
าจเกดิ ขึ้นเมอื่ มอี บุ ตั ิเหตุในทุกเส้นทาง ผา่ นการประชาสมั พนั ธ์ เชน่ การรณรงคเ์ มาไม่ขบั
2. การพัฒนาระบบบริการดูแลสุขภาพ (ระบบการดูแลผู้สูงอายุที่อยู่ในภาวะวิกฤต) การจัดการภาวะ
วิกฤตซ่ึงพบบ่อยในผู้สูงอายุที่ป่วยเป็นโรคเร้ือรัง เช่น โรคหัวใจ โรคปอด โรคความด้นโลหิตสูงโรคเบาหวาน ผ่าน
โครงการเพ่ือลดรอยต่อตะเข็บในระบบบริการก่อนถึงโรงพยาบาล โดยการอบรมญาติหรืออาสาสมัครให้มีความรู้
เบื้องต้นในการช่วยเหลือผู้ป่วยในท่ีเกิดเหตุ เช่น การ CPR การแจ้งเหตุกับเจ้าหน้าที่ทันทีที่เกิดเหตุ ก่อนท
่ี
เจ้าหน้าท่ีกู้ชีพจะไปถึง ซึ่งทำให้ผู้ป่วยมีโอกาสรอดชีวิตมากขึ้น หรือแม้แต่การดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย โดยส่ง
เจา้ หนา้ ทไี่ ปชว่ ยเหลอื ทบ่ี า้ น ถา้ ผปู้ ว่ ยเสยี ชวี ติ เจา้ หนา้ ทโ่ี ดยเฉพาะพยาบาลกจ็ ะใหข้ อ้ มลู ผปู้ ว่ ยเกยี่ วกบั การปฏบิ ตั ติ วั
ของญาติ การแสดงความเสียใจ และการใหก้ ำลังใจญาติในการดำเนนิ ชวี ติ
3. การจัดการภัยพบิ ัติโดยชมุ ชนทอ้ งถ่นิ
3.1 ศูนย์กู้ชีพนเรนทรเป็นต้นแบบในการจัดระบบการบริการผู้ป่วยฉุกเฉินก่อนถึงโรงพยาบาล (pre-
hospital care) และเป็นต้นแบบในการขยายผลระบบการแพทย์ฉุกเฉินไปสู่โรงพยาบาลและสถาบันต่างๆ ทั่ว
ประเทศ โดยจัดตั้งชุดปฏิบัตกิ ารฉกุ เฉนิ ให้มคี วามครอบคลมุ และมแี นวโน้มเพมิ่ ขนึ้ และอบรมให้ความร้ดู า้ น EMS
กับบุคลากรและอาสาสมัครชุมชน เนื่องจากนโยบายการสนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้าร่วมดำเนิน
งานและบริหารจัดการระบบการแพทยฉ์ ุกเฉิน เพ่อื ให้บรกิ ารแก่ผ้ปู ่วยฉุกเฉนิ ในพนื้ ท่ตี นเองหรอื พ้ืนที่ใกล้เคียง
3.2 จัดทำชุดความรู้ด้านภัยพิบัติสำหรับประชาชนและโรงพยาบาล เช่น โปสเตอร์ ปฏิทินการเตรียม
ความพร้อมรับภัยพิบัติตามสถานการณ์ในแต่ละภัยพิบัติ การประชาสัมพันธ์ทางรายการวิทยุ รวมถึงการจัดทำ
ค่มู ือมาตรฐานการปฏบิ ัติการฉกุ เฉนิ ในภาวะภัยพิบัติ
364 : นวตั กรรมการสร้างเสรมิ สขุ ภาพภายใตบ้ ทบาทของวิชาชพี การพยาบาล
4. ผลลพั ธ์และผลกระทบของนวัตกรรมกบั การเพ่ิมคุณภาพ
บริการพยาบาล และการลดปจั จยั เส่ยี งดา้ นสุขภาพของ
ประชาชน รวมท้ังการพฒั นาระบบบรกิ ารสขุ ภาพของประเทศ
4.1 ผลลพั ธแ์ ละผลกระทบตอ่ ขอบเขตการประกอบวิชาชพี การพยาบาล
4.1.1 การสอน การแนะนํา การใหค้ าํ ปรกึ ษา และการแกป้ ญั หาเกย่ี วกบั สขุ ภาพอนามยั โดยพยาบาลกชู้ พี
จะให้คำแนะนำหรอื คำปรกึ ษากบั ญาติผปู้ ่วยภายหลงั ใหก้ ารช่วยเหลือผ้ปู ่วยเบ้อื งต้น ณ จุดเกิดเหตุ และระหว่างท่ี
นำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลโดยรถฉุกเฉิน ทำให้ญาติผู้ป่วยคลายความวิตกกังวลลง ส่วนบทบาทในการสอนจะเป็น
วทิ ยากรรว่ มในการฝึกอบรมอาสาสมัครชมุ ชนในพ้ืนที่ตา่ งๆ ผา่ นโครงการครอบครัวช่วยไดเ้ อาหวั ใจคืนมา
4.1.2 การกระทำต่อร่างกายและจิตใจของบุคคล โดยเฉพาะการช่วยเหลือผู้ป่วยเบ้ืองต้น ณ จุดเกิดเหตุ
ให้ปลอดภัยจากภาวะวิกฤต รวมท้ังการจัดสภาพแวดล้อมเพ่ือการแกป้ ัญหาความเจ็บป่วย การบรรเทาอาการของ
โรค การลุกลามของโรค ขณะเคล่ือนย้ายผู้ป่วยส่งโรงพยาบาล ทำให้ญาติผู้ป่วยคลายความวิตกกังวลลง และการ
ฟืน้ ฟสู ภาพผู้ปว่ ยขณะเขา้ รบั การรักษาในโรงพยาบาล
4.1.3 การกระทำตามวธิ ที ่กี ำหนดไวใ้ นการรกั ษาโรคเบอ้ื งตน้ ในการปฏิบัตกิ ารเพ่ือช่วยชวี ติ ผู้ป่วยท่อี ยู่ใน
ภาวะวิกฤต ซ่ึงต้องได้รับการฝึกอบรมความรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติในการช่วยเหลือผู้ป่วยที่อยู่ในภาวะ
ว
กิ ฤต ทำให้ผปู้ ว่ ยไดร้ บั การชว่ ยชีวติ อย่างถูกตอ้ งตามหลกั การและมมี าตรฐาน
4.1.4 การช่วยเหลือแพทย์กระทำการรักษาโรค พยาบาลกู้ชีพต้องปฏิบัติหน้าท่ีเป็นผู้ช่วยเหลือแพทย์
เวลาออกปฏิบัติหน้าท่ี ดังน้ี
- ประเมินสภาพปัญหาความรุนแรงของผู้บาดเจ็บท้ังด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ ณ จุดเกิดเหตุได้
ถกู ต้อง รวดเรว็
- ปฏิบัติบทบาทในการช่วยเหลือผู้ป่วยที่อยู่ในภาวะวิกฤตหรือปฏิบัติการช่วยชีวิตข้ันสูง ได้ถูกต้อง
และมีประสทิ ธภิ าพ
- เฝ้าระวังสังเกตอาการเปลี่ยนแปลงขณะเคล่ือนย้ายได้อย่างรวดเร็วและให้การช่วยเหลือได้
ทันทว่ งที
- ควบคุมและปอ้ งกันการแพร่กระจายเช้ือระหวา่ งปฏิบัตงิ าน
- กำกับ ติดตาม และนิเทศการปฏิบัติงานของนักศึกษากู้ชีพ กรณีไม่มีแพทย์ออกปฏิบัติงาน เป็น
หัวหน้าทีมในการสรุปผลการปฏิบัติงานร่วมกับเจ้าหน้าท่ีกู้ชีพและนักศึกษากู้ชีพ หลังเสร็จส้ิน
การปฏบิ ตั ิงานทุกครั้ง ทำใหเ้ กดิ การพัฒนาแนวทางในการปฏิบตั ิงานในครัง้ ตอ่ ไป
กรณีศกึ ษา ภาคกลาง :
365
4.2 ผลลพั ธแ์ ละผลกระทบต่อประชากรกลมุ่ เปา้ หมาย
ประชากรกลุ่มเป้าหมายทุกกลุ่ม ได้แก่ เด็ก หญิงต้ังครรภ์ วัยทำงาน ผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ติดเช้ือ ผู้ป่วย
โรคจิต ผู้ด้อยโอกาส ผู้ป่วยระยะสุดท้ายที่เกิดภาวะวิกฤต โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุที่ป่วยเป็นโรคเรื้อรังและเกิด
ภาวะวิกฤตระหว่างที่เจ็บป่วย และกลุ่มประชากรในช่วงวัยที่ประสบอุบัติเหตุหรือภัยพิบัติต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น
อุบัติเหตหุ รอื ภัยพบิ ตั ิทางบก เชน่ รถชน ไฟไหม้ ภัยพิบตั ทิ างน้ำ เช่น ตกนำ้ จมนำ้ เรือลม่ และภยั พบิ ัตทิ างอากาศ
เช่น เครื่องบินตก ตกจากท่ีสูง เป็นต้น ได้รับประโยชน์จากงานและกิจกรรมของนวัตกรรมทางการพยาบาล
เนือ่ งจากทำใหผ้ ปู้ ่วยในกลมุ่ เป้าหมายดังกล่าวมโี อกาสรอดชีวติ สงู ข้นึ และปลอดภัยจากภาวะแทรกซ้อนหรือความ
พ
ิการท่อี าจเกิดขึ้น ถา้ ไดร้ ับการชว่ ยเหลือทถ่ี กู ต้อง มมี าตรฐาน และรวดเร็วจากทีมกู้ชีพ
4.3 ผลลพั ธแ์ ละผลกระทบต่อบทบาทการสรา้ งเสริมสขุ ภาพตาม Ottawa Charter
นวัตกรรมทางการพยาบาลของศนู ยก์ ู้เชีพนเรนทรสอดคล้องกับบทบาทการสรา้ งเสรมิ สขุ ภาพ ดังนี้
การเสริมสร้างความเข้มแขง็ ใหแ้ ก่ชุมชน (Strengthen Community Action)
4.3.1 สร้างการมสี ่วนร่วมของประชาชนในการวางแผน หาแนวทางการจัดการกบั ปญั หาสขุ ภาพ และ
เสรมิ สรา้ งพลังอำนาจ โดยศนู ย์กชู้ ีพนเรนทรมกี ารดำเนนิ กิจกรรม ดงั นี้
1) ส่งเสริมให้องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินเข้ามามีบทบาทในการบริหารจัดการ เพ่ือให้เกิดความ
ร่วมมือในการปฏิบัติงานด้านการแพทย์ฉุกเฉินร่วมกัน อันจะทำให้ผู้ป่วยฉุกเฉินได้รับการ
คุ้มครองสิทธิในการเข้าถึงระบบการแพทย์ฉุกเฉินอย่างทั่วถึง เท่าเทียม มีคุณภาพมาตรฐาน
ผ่านการประชุมเครือขา่ ยการแพทย์ฉุกเฉนิ 4 ภาค
2) จัดทำโครงการครอบครวั ชว่ ยไดเ้ อาหวั ใจคนื มา ใหญ้ าตหิ รอื อาสาสมคั รในพนื้ ทเ่ี ขา้ อบรมเกย่ี วกบั
การช่วยเหลือผู้ป่วยเบื้องต้นเมื่อพบเหตุ เช่น การประเมินผู้ป่วย การ CPR การแจ้งเหตุให้
รวดเร็ว ก่อนทีมกู้ชีพจะไปถึงทเี่ กดิ เหต
ุ
3) จัดทำโครงการการติดต่อส่ือสารกับอาสาสมัครชุมชน เพ่ือให้เกิดความร่วมมือในการดำเนินงาน
ด้าน EMS ทส่ี ะดวกรวดเร็ว
4.3.2 ให้ข้อมูลข่าวสาร จัดการความรู้ สนับสนุนให้ชุมชนใช้ทรัพยากรบุคคลและทรัพยากรอื่นท่ีมีอยู่
ในชุมชนเพือ่ ใหช้ มุ ชนจดั การตนเองในการมสี ุขภาพด
ี
1) จัดอบรมอาสาสมัครผู้ปฏิบัติการฉุกเฉินเบ้ืองต้น (FR) และผู้รับผิดชอบงานกู้ชีพกู้ภัยระบบการ
แพทยฉ์ กุ เฉนิ ในพน้ื ทอ่ี ุทยานแห่งชาติ และพืน้ ท่หี ่างไกลทรุ กนั ดาร
2) จดั ทำชุดความร้ดู า้ นภัยพิบตั สิ ำหรบั ประชาชนและโรงพยาบาล เชน่ โปสเตอร์ปฏทิ ินการเตรียม
3) ความพร้อมรับภัยพิบัติตามสถานการณ์ในแต่ละภัยพิบัติ การประชาสัมพันธ์ทางรายการวิทยุ
รวมถึงการจัดทำคมู่ ือมาตรฐานการปฏบิ ัติการฉกุ เฉนิ ในภาวะภยั พิบตั
ิ
366 : นวัตกรรมการสร้างเสริมสขุ ภาพภายใต้บทบาทของวิชาชพี การพยาบาล
การพัฒนาทักษะสว่ นบุคคล ( Develop Personal Skill)
ศูนยก์ ู้ชีพนเรนทรได้พัฒนาทักษะชวี ติ ใหก้ บั บุคคล ครอบครัว หรือชุมชนให้มคี วามพรอ้ มโดยการจดั การฝึก
อบรมแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าท่ีกู้ชีพ อาสาสมัครจากหน่วยงานต่างๆ และชุมชนในพ้ืนที่ต่างๆ เป็นประจำทุกปี
และสง่ บคุ ลากรทมี ก้ชู พี เข้าร่วมการแข่งขนั EMS rally เพื่อพฒั นาศักยภาพของผู้ปฏิบัติการฉกุ เฉนิ ในทางปฏบิ ตั ิ มี
จัดโครงการหรือกิจกรรมท่ีสร้างโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วม เช่น โครงการครอบครัวช่วยได้เอาหัวใจคืนมา
โครงการแสดงความเสียใจเม่ือผู้ป่วยเสียชีวิตท่ีบ้าน และโครงการการติดต่อสื่อสารกับอาสาสมัครชุมชนเพื่อให้เกิด
ความรว่ มมอื
การปรับระบบบริการสขุ ภาพ (Reoriented Health service System) ศูนยก์ ูช้ พี นเรนทร มกี ารพฒั นา
ระบบบริการ ดงั น
ี้
1. จัดระบบบริการสุขภาพท่ีสร้างการเข้าถึงบริการสร้างเสริมสุขภาพ ให้ความเสมอภาคทางสุขภาพ ลด
ชอ่ งวา่ งทางสขุ ภาพ
1.1 พัฒนาระบบปฏิบตั ิการแพทย์ฉุกเฉินก่อนถงึ โรงพยาบาล เป็น 3 ระบบ ท้งั ทางบก ทางนำ้ และทาง
อากาศ
1.2 การรบั เหตุผา่ นหมายเลข 1669 ตลอด 24 ชม. โดยไมเ่ สยี ค่าใช้จา่ ย
1.3 พัฒนาคณุ ภาพของระบบปฏิบตั กิ ารการแพทยฉ์ ุกเฉิน
- การคัดแยกผูป้ ว่ ยฉกุ เฉินทมี่ าด้วยระบบการแพทย์ฉุกเฉนิ ตามระดับความฉกุ เฉนิ
- การชว่ ยเหลือผปู้ ว่ ยฉุกเฉิน ณ จุดเกดิ เหตภุ ายใน 10 นาที
- การประสานความรว่ มมอื กับเจ้าหนา้ ทีต่ ำรวจจราจรก่อนเคลือ่ นย้ายผ้ปู ว่ ย
- การปรบั ระยะเวลาการออกตวั (start time) ให้เร็วท่สี ดุ ภายใน 2 นาที
- ปฏิบตั งิ านโดยใช้ Narenthorn EMS Activation Code Guidelines เพื่อลดข้นั ตอนรอยตอ่
ในการใหบ้ ริการ
- ประสานใหม้ ีการจัดหายานพาหนะสนบั สนุนการปฏบิ ัติการฉุกเฉินท่ไี ดม้ าตรฐาน
2. ประสานความร่วมมือระหว่างบุคคล ครอบครัว ชุมชน หน่วยงาน องค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนท่ี
เกีย่ วข้องกับการสนองตอบต่อเปา้ หมายการจัดบริการสขุ ภาพ โดยดำเนินการดงั น
ี้
2.1 โครงการครอบครัวช่วยได้เอาหัวใจคนื มา เพอ่ื ลดรอยต่อตะเขบ็ ในการใหบ้ ริการ
2.2 การกำหนดมาตรฐานการปฏิบัติการฉุกเฉิน และจัดทำเป็นคู่มือเพื่อให้ภาคีเครือข่ายใช้เป็น
แนวทางปฏบิ ัตใิ นการจดั หายานพาหนะที่ได้มาตรฐาน
2.3 จัดต้ังชุดปฏิบัติการฉุกเฉินที่มีความครอบคลุมและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เน่ืองจากนโยบายการ
สนบั สนนุ ใหอ้ งคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถนิ่ เขา้ รว่ มดำเนนิ งานและบรหิ ารจดั การระบบการแพทยฉ์ กุ เฉนิ
เพอื่ ใหบ้ รกิ ารแกผ่ ปู้ ว่ ยฉกุ เฉนิ ในพน้ื ทตี่ นเองหรอื พน้ื ทใ่ี กลเ้ คยี ง และสรา้ งความยงั่ ยนื ของระบบตอ่ ไป
กรณศี ึกษา ภาคกลาง :
367
3. รว่ มทำหรอื สนบั สนนุ ใหม้ กี ารพฒั นาเครอื ขา่ ยสขุ ภาพเพอ่ื สรา้ งรปู แบบการสรา้ งเสรมิ สขุ ภาพแบบมสี ว่ นรว่ ม
3.1 พัฒนาศกั ยภาพของเจา้ หน้าท่ใี นองค์กรและเครือข่ายเพอ่ื ใหพ้ ร้อมรบั สถานการณภ์ ยั พบิ ตั ิ
3.2 สนับสนุนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นท่ียังไม่มีการจัดระบบการแพทย์ฉุกเฉิน ให้มีการจัดระบบ
การแพทย์ฉุกเฉิน ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขนาดใหญ่มีบทบาทในการจัดระบบบริการการ
แพทย์ฉุกเฉินในพื้นท่ี และเพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินท่ีมีชุดปฏิบัติการฉุกเฉินและได้รับ
การรับรองมาตรฐานจากสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติแล้วสามารถปฏิบัติการการแพทย์
ฉุกเฉนิ ในพื้นท่ีได
้
ผลลัพธแ์ ละผลกระทบตอ่ แนวทางการพัฒนาวิชาชีพ
1. การเพ่มิ คณุ ภาพการบรกิ ารและโอกาสการบริการ
ศูนย์กู้ชีพนเรนทร มีการพัฒนามาตรฐานและคุณภาพการให้บริการกับประชากรทุกกลุ่มเป้าหมายที่อยู่ใน
ภาวะวิกฤต ณ จดุ เกิดเหตุ ในทกุ สถานท่ี เปน็ ตน้ แบบในการจัดระบบการบรกิ ารผู้ปว่ ยฉุกเฉนิ ก่อนถึงโรงพยาบาล
(pre-hospital care) และเป็นต้นแบบในการขยายผลระบบการแพทย์ฉุกเฉินไปสู่โรงพยาบาลและสถาบันต่างๆ
ท
่วั ประเทศ
2. การสร้างการทำงานร่วมมอื กันข้ามองค์กร ขา้ มหน่วยงาน และเครอื ข่าย
โดยการจัดฝึกอบรมอาสาสมัครผู้ปฏิบัติการฉุกเฉินเบื้องต้น (FR) และผู้รับผิดชอบงานกู้ชีพกู้ภัยระบบการแพทย์
ฉุกเฉินในพื้นท่ีอุทยานแห่งชาติ และพ้ืนท่ีห่างไกลทุรกันดาร ในหน่วยงานหรือชุมชนต่างๆ เพื่อพัฒนาศักยภาพ
ข
องเจา้ หนา้ ทใี่ นองคก์ รและเครือขา่ ยเพอ่ื ให้พรอ้ มรับสถานการณ์ภยั พิบัติ
3. การพฒั นากำลังคนทางการพยาบาล
3.1 หัวหน้าพยาบาลศูนย์กู้ชีพนเรนทรได้จัดทำโครงการเร่ืองการบริหารจัดการหน่วย EMS สำหรับ
พยาบาล (อบรม 16 วนั ) เพื่อสรา้ งพยาบาลออกไปบรหิ ารหนว่ ย EMS
3.2 ให้โอกาสพยาบาลกู้ชีพเข้าอบรมพัฒนาทักษะการปฏิบัติ EMS เป็นระยะๆ หรือไปศึกษาดูงานใน
หน่วยงานต่างประเทศเพ่ือ update แนวทางการปฏิบัติงาน และเสริมสร้างความม่ันใจในการ
ปฏิบตั ิงาน
3.3 ใหพ้ ยาบาลกชู้ พี เปน็ วทิ ยากรร่วมการฝกึ อบรมนกั ศึกษาหรืออาสาสมัครจากหนว่ ยงานหรอื สถาบัน
ต่างๆ ทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัด โดยเฉพาะภาคปฏิบัติ และเป็นผู้นิเทศเวลานำนักศึกษาหรือ
อาสาสมัครออกไปปฏิบัติการร่วมกับทีมกู้ชีพเพ่ือเก็บ case ทำรายงานกรณีศึกษา ถ้าไม่มีแพทย์
ออกปฏบิ ตั ิงาน
3.4 ให้โอกาสพยาบาลกู้ชีพได้ไปประชุมวิชาการที่หน่วยงานต่างๆ จัดซึ่งเป็นเน้ือหาท่ีเกี่ยวข้องกับการ
ปฏิบัติงานทางด้านอุบัติเหตุฉุกเฉินหรือสาธารณภัย ภัยพิบัติต่างๆ เพื่อ update ความรู้ของ
ตนเอง
368 : นวัตกรรมการสร้างเสรมิ สขุ ภาพภายใต้บทบาทของวชิ าชีพการพยาบาล
4. การพัฒนาผู้นำของเครอื ขา่ ยวชิ าชพี
4.1 จดั โครงการครอบครัวชว่ ยได้เอาหัวใจคนื มา ใหญ้ าติหรอื อาสาสมัครในพ้ืนทเี่ ขา้ อบรมเกี่ยวกบั การ
ช่วยเหลือผู้ป่วยเบ้ืองต้นเมื่อพบเหตุ เช่น การประเมินผู้ป่วย การ CPR การแจ้งเหตุให้รวดเร็ว
ก่อนทีมกู้ชพี จะไปถึงทเ่ี กดิ เหตุ เพ่ือให้ญาตหิ รอื อาสาสมัครในพื้นที่ภาคภมู ใิ จทไี่ ดม้ สี ่วนรว่ มในการ
ช่วยเหลือผู้ป่วยให้รอดชวี ติ หรือไม่เกดิ ภาวะแทรกซอ้ น
5. การสร้างความร่วมมือในการส่งต่อผู้ป่วยโดยสมาชิกเครือข่าย โดยได้รับความร่วมมือจากมูลนิธิ
ร่วมกตัญญแู ละมลู นธิ ิปอเตก็ ตึ้ง โรงพยาบาลรามาธบิ ดี และโรงพยาบาลพระมงกฎุ เกลา้
5. ปัจจยั เง่อื นไขของการพัฒนานวัตกรรม
5.1 ปัจจัยเง่ือนไขท่ีเกี่ยวข้องกับการพัฒนานวัตกรรม เครื่องมือและกลไกที่สนับสนุนการปฏิบัติงาน
ของพยาบาลในการพัฒนานวตั กรรม
1. การผลิต การกระจาย การพัฒนากำลงั คนทางการพยาบาล
ศนู ย์กู้ชีพนเรนทรมีการผลติ การกระจาย การพัฒนากำลังคนทางการพยาบาลโดย
- การจัดฝึกอบรมอาสาสมัครกู้ชีพทุกระดับจากหน่วยงานหรือมูลนิธิในชุมชนพื้นท่ีต่างๆ รวมท้ัง
พยาบาลก้ชู ีพเปน็ ประจำทุกปี โดยไดร้ บั งบประมาณสนับสนุนจากมลู นธิ โิ รงพยาบาลราชวถิ ี
- การพัฒนาศักยภาพของผู้ปฏิบัติการฉุกเฉินในทางปฏิบัติเป็นระยะๆ อย่างต่อเน่ือง ในรูปแบบการ
อบรมท้งั ภาคทฤษฎแี ละภาคปฏบิ ัตทิ ีจ่ ำลองสถานการณเ์ สมอื นจริง (EMS Rally) ทำใหพ้ ยาบาลกชู้ พี
มีการเตรียมความพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจ มีความม่ันใจท่ีจะให้การดูแลผู้ป่วยที่อยู่ในภาวะวิกฤต
ได้อย่างถกู ตอ้ งและมมี าตรฐาน
2. วธิ ปี ฏบิ ตั กิ ารและเครอ่ื งมอื ทางการพยาบาลในการสรา้ งผลลพั ธแ์ ละผลกระทบของการบรกิ ารพยาบาล
ศนู ย์กชู้ ีพนเรนทรมีเครือ่ งมือและแนวทางการดำเนินงานในการสรา้ งผลลพั ธ์ ดังนี้
2.1 การทำแนวปฏิบัติ (Guidelines) ในการทำงานของบุคลากรทีมกู้ชีพศูนย์นเรนทร ท้ังหน้าทีความ
รับผิดชอบ ข้ันตอนการปฏิบัติงาน ตัวช้ีวัดในการทำงาน และแนวทางในการประเมินผล เพ่ือ
ให้การปฏบิ ัติงานของแต่ละคนในทีมไมซ่ ำ้ ซ้อนกัน
2.2 การจัดทำ Narenthorn EMS Activation Code Guidelines ในการปฏบิ ัติงานก้ชู ีพ ให้บคุ ลากร
ทมี กชู้ ีพไดร้ ับรู้แนวทางปฏิบัติร่วมกัน เพอ่ื ใหเ้ กดิ ความสะดวกและรวดเร็วในการปฏบิ ัตงิ าน
กรณีศึกษา ภาคกลาง :
369
3. การพฒั นารูปแบบการทำงานของพยาบาลในประชากรกลุ่มต่างๆ
3.1 เป็นวิทยากรร่วมการฝึกอบรมนักศึกษาหรืออาสาสมัครจากหน่วยงานหรือสถาบันต่างๆ ทั้งใน
กรุงเทพและต่างจังหวัด โดยเฉพาะภาคปฏิบัติ และเป็นผู้นิเทศเวลานำนักศึกษาหรืออาสาสมัคร
ออกไปปฏบิ ตั กิ ารรว่ มกบั ทมี กชู้ พี เพอ่ื เกบ็ case ทำรายงานกรณศี กึ ษา ถา้ ไมม่ แี พทยอ์ อกปฏบิ ตั งิ าน
3.2 การจัดโครงการครอบครัวช่วยได้เอาหัวใจคืนมา โดยฝึกอบรมญาติผู้ป่วยและอาสาสมัครชุมชน
เพ่ือเตรียมความพร้อมก่อนการเกิดภาวะฉุกเฉินวิกฤต เก่ียวกับการปฏิบัติตัวเพ่ือช่วยเหลือผู้ป่วย
ณ จดุ เกดิ เหตุ ตงั้ แตก่ ารประเมนิ ผปู้ ว่ ย การชว่ ยกชู้ วี ติ กรณพี บผปู้ ว่ ยหวั ใจหยดุ เตน้ และการแจง้ เหตุ
กบั เจา้ หนา้ ทอี่ ยา่ งรวดเรว็ เมอ่ื เกดิ ภาวะวกิ ฤตกส็ ามารถจดั การปญั หาไดร้ วดเรว็ ถกู ตอ้ งตามหลกั การ
5.2 ปัจจัยเง่ือนไขที่เก่ียวข้องกับสมรรถนะของพยาบาลในการสร้างเสริมสุขภาพในการพัฒนา
นวัตกรรมทางการพยาบาลดา้ นคุณลักษณะส่วนบุคคลในการสรา้ งเสริมสขุ ภาพ
มีความรู้เก่ียวกับการเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บได้ถูกต้องเหมาะสม เพ่ือลดภาวะแทรกซ้อนและความพิการที่จะ
เกิดกับผู้ป่วย การให้คำปรึกษาแนะนำกับผู้ป่วยและญาติ ณ จุดเกิดเหตุ และระหว่างเคล่ือนย้ายผู้ป่วยเพื่อให้มี
ความรู้เบื้องต้นในการดูแลผู้ป่วย ซ่ึงจะทำให้ผู้ป่วยหรือญาติผู้ป่วยคลายความวิตกกังวลลง โดยเฉพาะผู้ป่วยโรค
เร้ือรังท่ีเกิดภาวะวิกฤตบ่อยครั้ง มีความรู้ในการประเมินสภาพปัญหาความรุนแรงของผู้บาดเจ็บ ท้ังด้านร่างกาย
จิตใจ อารมณ์ ณ จดุ เกิดเหตไุ ดถ้ กู ต้อง รวดเรว็ เฝ้าระวังสงั เกตอาการเปล่ียนแปลงขณะเคล่อื นยา้ ยไดอ้ ยา่ งรวดเร็ว
แ
ละให้การชว่ ยเหลือได้ทันท่วงที สามารถควบคมุ และป้องกันการแพรก่ ระจายเช้อื ระหว่างปฏิบัตงิ านได้
ดา้ นปฏิบัติกิจกรรมสร้างเสรมิ สุขภาพ
- ประเมินสภาพปญั หาความรุนแรงของผบู้ าดเจ็บ ท้งั ด้านรา่ งกาย จติ ใจ อารมณ์ ณ จดุ เกิดเหตุได้ถูกตอ้ ง
รวดเรว็
- ปฏิบัติบทบาทในการช่วยเหลือผู้ป่วยท่ีอยู่ในภาวะวิกฤตหรือปฏิบัติการช่วยชีวิตขั้นสูงได้ถูกต้อง และมี
ประสิทธิภาพ ซึง่ จะชว่ ยลดอัตราการเสียชวี ิต
- เคลอ่ื นย้ายผบู้ าดเจ็บได้ถกู ต้องเหมาะสม เพอื่ ลดภาวะแทรกซอ้ นและความพกิ ารท่จี ะเกดิ กับผ้ปู ่วย
- ให้คำปรึกษาแนะนำกับผู้ป่วยและญาติ ณ จุดเกิดเหตุ และระหว่างเคลื่อนย้ายผู้ป่วยเพื่อให้มีความรู้
เบ้อื งตน้ ในการดูแลผู้ปว่ ย โดยเฉพาะผูป้ ่วยโรคเรอ้ื รงั ทเี่ กดิ ภาวะวกิ ฤตบ่อยครั้ง
- จดั ทำโครงการครอบครัวชว่ ยไดเ้ อาหวั ใจคืนมา เพ่อื ลดรอยตอ่ ตะเข็บในระบบบรกิ ารกอ่ นถึงโรงพยาบาล
โดยอบรมญาติหรืออาสาสมัครให้มีความรู้เบ้ืองต้นในช่วยเหลือผู้ป่วยในที่เกิดเหตุ เช่น การ CPR การ
แจ้งเหตุกับเจ้าหน้าท่ีทันทีท่ีเกิดเหตุ ก่อนท่ีเจ้าหน้าที่กู้ชีพจะไปถึง ซึ่งทำให้ผู้ป่วยมีโอกาสรอดชีวิตมาก
ขนึ้ ซ่ึงชว่ ยลดความเสย่ี งดา้ นสขุ ภาพ
370 : นวัตกรรมการสรา้ งเสรมิ สขุ ภาพภายใตบ้ ทบาทของวชิ าชพี การพยาบาล
ด้านบรหิ ารจดั การในการสรา้ งเสรมิ สุขภาพ
- วางแผนงานด้านการสร้างเสรมิ สขุ ภาพ โดยจัดทำ Narenthorn EMS Activation Code Guidelines
ในการปฏบิ ตั ิงานกูช้ พี ให้บคุ ลากรได้รบั รูร้ ่วมกัน เพ่อื ใหเ้ กดิ ความสะดวกและรวดเรว็ ในการปฏบิ ัติงาน
- กำหนดตัวชี้วัดความสำเร็จของงานเพื่อการประเมินผลงานด้านการสร้างเสริมสุขภาพ โดยจัดทำแนว
ปฏบิ ตั ิ (Guidelines) การทำงานของบคุ ลากรทมี กชู้ พี ศนู ยน์ เรนทร
- เป็นต้นแบบในการจัดระบบการบริการผู้ป่วยฉุกเฉินก่อนถึงโรงพยาบาล (pre-hospital care) และ
เป็นต้นแบบในการขยายผลระบบการแพทย์ฉุกเฉินไปสู่โรงพยาบาลและสถาบันต่างๆ ทั่วประเทศ โดย
จัดตัง้ ชดุ ปฏิบตั ิการฉกุ เฉิน ใหม้ คี วามครอบคลมุ และมแี นวโนม้ เพม่ิ ข้ึน และอบรมให้ความรใู้ นดา้ น EMS
กับบคุ ลากรและอาสาสมัครชมุ ชน
ด้านการพฒั นาภาคเี ครอื ข่ายการสร้างเสรมิ สุขภาพ
- สร้างเครือขา่ ยดา้ นการสรา้ งเสริมสุขภาพได้ โดย สพฉ. จดั อบรมอาสาสมคั รผปู้ ฏิบตั กิ ารฉุกเฉนิ เบอ้ื งตน้
(FR) และผู้รับผิดชอบงานกู้ชีพกู้ภัยระบบการแพทย์ฉุกเฉินในพื้นท่ีอุทยานแห่งชาติ และพ้ืนท่ีห่างไกล
ทุรกันดาร ร่วมกับจัดทำชุดความรู้ด้านภัยพิบัติสำหรับประชาชนและโรงพยาบาล เช่น โปสเตอร์ปฏิทิน
การเตรียมความพร้อมรับภัยพิบัติตามสถานการณ์ในแต่ละภัยพิบัติ การประชาสัมพันธ์ทางรายการวิทยุ
รวมถงึ การจัดทำคมู่ ือมาตรฐานการปฏิบัตกิ ารฉุกเฉินในภาวะภัยพบิ ัติ
- เสริมพลังอำนาจให้กับบุคคล ครอบครัว จัดทำโครงการเพ่ือลดรอยต่อตะเข็บในระบบบริการก่อนถึง
โรงพยาบาล โดยอบรมญาติหรืออาสาสมัครใหม้ ีความรู้เบ้ืองต้นในช่วยเหลอื ผู้ปว่ ยในทเี่ กดิ เหตุ เช่น การ
CPR การแจ้งเหตุกับเจ้าหน้าท่ีทันทีที่เกิดเหตุ ก่อนที่เจ้าหน้าที่กู้ชีพจะไปถึง ซึ่งทำให้ผู้ป่วยมีโอกาส
รอดชีวิตมากข้ึน
กรณีศึกษา ภาคกลาง :
371
กรณศี กึ ษา
นวตั กรรมทางการพยาบาลเพอ่ื การสรา งเสรมิ สขุ ภาพ
นวตั กรรมที่ 28
ผูปวยท่ีมอี อสโตมีและแผล
โรงพยาบาลศิริราช คณะแพทยศาสตร ศริ ิราชพยาบาล ม.มหดิ ล
การศกึ ษานวตั กรรมทางการพยาบาลเพอื่ สรา้ งเสรมิ สขุ ภาพในครง้ั นี้ เปน็ การศกึ ษานวตั กรรมทางการพยาบาล
เพ่ือการสร้างเสริมสุขภาพในระดับตติยภูมิ ในประเด็นเรื่อง การดูแลผู้ป่วยที่มีออสโตมีและแผล ของโรงพยาบาล
ศิริราช คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล โดยเป็นนวัตกรรมทางการพยาบาลท่ีสอดคล้อง
กับยุทธศาสตร์หลักในการสร้างเสริมสุขภาพตามกรอบกฏบัตรออตตาวา (Ottawa Charter) ใน 2 เร่ือง คือ
1
) การพฒั นาทักษะส่วนบคุ คล และ 2) การปรบั ระบบบริการสุขภาพ
ผู้ศึกษาได้ดำเนินการศึกษาและวิเคราะห์สถานการณ์การพัฒนานวัตกรรมการสร้างเสริมสุขภาพตาม
บทบาทพยาบาล โดยนำวธิ ีการศกึ ษาวจิ ยั เชงิ คณุ ภาพมาประยุกตใ์ ชใ้ นการศึกษาแบบรายกรณี ใช้การสมั ภาษณ์เชงิ
ลึก และการสังเกตแบบไม่มีส่วนร่วม เป็นวิธีในการเก็บรวบรวมข้อมูล ผลจากการศึกษา สะท้อนให้เห็นรูปธรรม
ของการนวตั กรรมทางการพยาบาลชิ้นน้ี ดังมีรายละเอียด ต่อไปนี
้
1
. องคป์ ระกอบของนวัตกรรมทางการพยาบาล
1.1 ผ้นู ำนวตั กรรมทางการพยาบาล
พยาบาล ดร.ยวุ ดี เกตสุ มั พันธ์ เป็นพยาบาลทมี่ ีประสบการณ์ในการดแู ลผู้ปว่ ยที่มีแผลบนหอผู้ป่วยมากกว่า
20 ปี เห็นว่าผู้ป่วยกลุ่มน้ีมีปัญหาเร้ือรัง ผู้ป่วยมีความทุกข์ จัดการแผลด้วยตนเองไม่ได้ จึงร่วมมือกับพยาบาล
วิชาชพี ทีท่ ำงานในหนว่ ยงานเดยี วกนั และมีอุดมการณค์ ลา้ ยกนั คือ พยาบาลประชติ ศราธพันธ์ และพยาบาลสดดุ ี
โรจนะภริ มย์ สรา้ งทมี ดแู ลผปู้ ว่ ยทม่ี อี อสโตมแี ละแผล โดยใชป้ ระสบการณก์ ารทำงานแกป้ ญั หาใหก้ บั ผปู้ ว่ ยรายบคุ คล
จดั เปน็ “โครงการพฒั นาความสามารถในการดแู ลตนเองของผปู้ ว่ ยทม่ี อี อสโตม”ี เมอื่ ปี 2536 ในโครงการประกอบ
ด้วย การจัดต้ังคลินิกออสโตมีและแผลให้บริการกับผู้ป่วยทุกวันจันทร์ โดยมีพยาบาลอาสาสมัครรอให้คำปรึกษา
และเสรมิ ทกั ษะในการดแู ลในชว่ งเชา้ ของวนั ในชว่ งบา่ ยจะเปน็ การรบั ปรกึ ษาผปู้ ว่ ยทางโทรศพั ท์ และใหค้ ำแนะนำใน
ก
ารดแู ลแผลกับพยาบาลและแพทยท์ ีเ่ กยี่ วข้องในหอผูป้ ว่ ยต่างๆ ในโรงพยาบาลศิรริ าช
ต่อมาพยาบาล ดร.ยุวดี เลง็ เห็นวา่ การใชป้ ระสบการณใ์ นการดูแลอย่างเดียวไม่เพียงพอ จึงปรกึ ษาหัวหน้า
ภาคศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ เพ่ือหาช่องทางในการไปศึกษาดูงานเร่ืองออสโตมีและแผลในต่างประเทศ
372 : นวตั กรรมการสรา้ งเสรมิ สขุ ภาพภายใตบ้ ทบาทของวชิ าชพี การพยาบาล
เม่ือรับสมัครพยาบาลท่ีสนใจ จึงได้พยาบาลไปอบรม ณ ประเทศอเมริกาและออสเตเรีย จำนวน 4 คน คือ
พยาบาล ดร.ยวุ ดี พยาบาลประชติ พยาบาลสดุดแี ละ พยาบาลจฬุ าพร ประสงั สติ ทำให้แนวทางในการดูแลออส
โตมีและแผลชัดเจนขึ้น มีวิวัฒนาการใหม่ๆ มาใช้กับผู้ป่วย ขยายกลุ่มผู้ป่วยไปยังผู้ป่วยที่มีผิวหนังถูกทำลายจาก
ภาวะ Incontinence และย้ายคลนิ กิ ใหม่ทมี่ ีห้องตรวจเฉพาะ และขยายเวลาเป็นอาทติ ยล์ ะ 2 วนั โดยพยาบาล
ที่มาประจำคลินิกใช้เวลาส่วนตัว และเม่ือวันท่ี 1 มีนาคม พ.ศ.2541 โครงการพัฒนาความสามารถในการดูแล
ตนเองของผู้ป่วยที่มีออสโตมีและแผล ได้รับการยอมรับให้เป็นโครงการของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล
พยาบาลที่ปฏบิ ัติงานใหถ้ ือเปน็ เวลาราชการ และเป็นหน้าที่ท่ไี ดร้ บั มอบหมาย
หลังจากน้ันพยาบาลที่ผ่านการอบรมจากต่างประเทศ ได้ร่วมกันจัดทำหลักสูตรการอบรมพยาบาลสำหรับ
การดูแลผู้ป่วยที่มีแผล ออสโตมีและผู้ป่วยท่ีควบคุมการขับถ่ายไม่ได้ และได้รับอนุมัติจากมหาวิทยาลัยมหิดลให้
เปดิ รุน่ ที่ 1 เม่ือ พ.ศ. 2541 ต่อมาใน ปี 2543 หลักสูตรดังกลา่ วไดร้ บั การรับรองหลักสูตรจาก World Council
of Enterostomal Therapist ทำให้มีพยาบาลท่มี ีความรู้และทักษะในการดูแลออสโตมแี ละแผลเพมิ่ มากข้ึนทกุ ปี
ผปู้ ว่ ยได้รบั การดูแลทมี่ มี าตรฐานเพ่ิมมากข้นึ และมีศกั ยภาพในการดูแลตนเอง จวบจนปจั จุบนั หลักสูตรดังกล่าวได้
รบั การรบั รองจากสภาการพยาบาล เปิดอบรมใหก้ บั พยาบาลปีละ 1 รนุ่ รนุ่ ละประมาณ 25 คน ในขณะท่ีคลินิก
ออสโตมีและแผลขยายเวลาเป
ิดให้บริการเป็นทุกวันเวลา 8.00-16.00น. เป็นแหล่งเรียนรู้ที่ดีสำหรับผู้ป่วย ญาติ
พยาบาล และแพทย์ผู้สนใจ พ
ยาบาลมีบทบาทชัดเจนข้ึนและผู้ป่วยได้รับการหนุนเสริมให้ดูแลตนเองได้ดีขึ้น จน
ท
ำใหเ้ กิดการเปล่ียนแปลงระบบการดแู ลผปู้ ่วยออสโตมีและแผลของโรงพยาบาลศิริราช
1.2 งานกิจกรรมของนวัตกรรมทางการพยาบาล
นวัตกรรมการดูแลออสโตมแี ลแผล มงี านและกจิ กรรมของนวัตกรรม คอื
1) เพิ่มศักยภาพในการดูแลออสโตมีและแผลให้กับผู้ป่วยและญาติ โดยการให้ความรู้ เพ่ิมทักษะ
พลงั อำนาจในการตดั สนิ ใจดแู ลแผลดว้ ยตนเอง ทางเลอื กในการดแู ลและฟนื้ ฟสู ภาพจติ ใจของผปู้ ว่ ย
และญาต
ิ
2) เพิม่ ความรู้และทักษะให้กบั พยาบาลผ่านการอบรมหลกั สูตรเฉพาะทางฯ
3) สร้างเครือขา่ ยพยาบาลในการดูแลออสโตมีและแผลใหม้ ีอย่ทู ่วั ประเทศ
4) พัฒนาระบบการดูแลออสโตมีและแผลในโรงพยาบาลศิริราช ให้พยาบาลมีบทบาทในการดูแลท่ี
ชัดเจน มีการบริหารงานทีไ่ มต่ ้องการกำลังคนเพิ่ม ผู้ป่วยเข้าถึงบริการไดง้ ่าย
5) พฒั นานวตั กรรม งานวจิ ัย การแลกเปล่ยี นความร้ทู ่ีเก่ยี วข้องกับการดแู ลออสโตมีและแผล
1.3 กล่มุ เปา้ หมายของการใชน้ วตั กรรม
กลุม่ เปา้ หมาย คือ ผ้ปู ว่ ยทม่ี ีออสโตมแี ละแผลทกุ ช่วงวัย มกี ารดำเนนิ งานเพอื่ ตอบสนองและแก้ปญั หาและ
ค
วามต้องการของผปู้ ่วยดงั น
ี้
กรณีศึกษา ภาคกลาง :
373
1) มีชุดให้ความรู้กับผู้ป่วยท่ีมีแผล ซึ่งประกอบด้วย PowerPoint การดูแลแผลชนิดต่างๆ Patient
Information sheet อุปกรณท์ ่ีใช้ การดแู ลแผล ยา แผ่นพบั การให้คำแนะนำในการดูแลแผลชนิดตา่ งๆ เปน็ ต้น
2) ฐานข้อมลู ของผู้ป่วยออสโตมีและแผลทีม่ ารับบรกิ ารในโรงพยาบาลศริ ริ าช
3) ให้คำแนะนำผ้ปู ่วยท่มี แี ผลทุกชว่ งวัย โดยแบง่ การดำเนินงานออกเป็น
2.1) พยาบาลงานการพยาบาลศัลยศาสตร์ โรงพยาบาลศิริราช มหี นา้ ทดี่ แู ลผู้ป่วยทม่ี ีแผลทง้ั แผลเปดิ
ใหม่ เช่น แผลเปิดทางหนา้ ทอ้ ง หรอื แผลกดทบั โดยให้ความรู้ ทกั ษะในการดแู ลแผล เสรมิ พลัง
อำนาจให้ผู้ป่วยและญาติ ให้สามารถดูแลแผลเองที่บ้านได้หรือมีส่วนช่วยในการดูแลแผลเม่ือ
ผปู้ ่วยอยู่ในโรงพยาบาล
2.2) พยาบาลท่ีผ่านการอบรมเฉพาะทาง Enterostomal Therapist (ET) มหี นา้ ทส่ี องส่วน คอื การ
ดูแลผู้ป่วยที่มารับบริการที่คลินิกออสโตมีและแผล เดือนละอย่างน้อย 2 ครั้ง โดยในช่วงเช้าให้
คำปรึกษา ให้ความม่ันใจในการกลับไปดูแลแผล รวมท้ังการกำหนดตำแหน่งเพื่อเปิดแผลทาง
หนา้ ทอ้ ง สว่ นในชว่ งบา่ ยจะดแู ลผปู้ ว่ ยและญาตทิ มี่ แี ผลทตี่ อ้ งการการดแู ลเปน็ พเิ ศษบนหอผปู้ ่วยที่
ไมใ่ ช่งานการพยาบาลศลั ยศาสตร์ เพอ่ื ให้ผู้ป่วยและญาตไิ ด้รบั การดแู ลท่ดี ี พยาบาลบนหอผู้ปว่ ย
มีแนวปฏิบัตใิ นการดูแลแผลอยา่ งถูกต้อง
2.3) การมีสายด่วนติดต่อพยาบาลเม่ือมีปัญหา เมอื่ ผู้ป่วยกลับไปอยู่บ้านและมปี ัญหาในการดแู ลแผล
ทบี่ า้ น สามารถติดต่อกับพยาบาลทีค่ ลินกิ ได้ทกุ เวลา โดยการโทรศัพทป์ รกึ ษาหรอื การส่งรปู ภาพ
แผลท่ีเกิดขนึ้ ให้กบั พยาบาล เพ่ือให้ผู้ปว่ ยและญาตสิ ามารถแก้ปัญหาท่เี กดิ ขึ้นได้ทันท่วงที
2.4) คลินิกออสโตมีและแผลท่ีตึกตรวจโรคนอก ชั้น 3 โรงพยาบาลศิริราช เพ่ือให้บริการกับผู้ป่วย
และญาติทมี่ ปี ญั หาในการดูแลแผลเมื่อกลบั ไปอยู่บา้ น โดยมีพยาบาล จากงานพัฒนาคุณภาพมา
ประจำ 1 คน เพือ่ บริหารจดั การคลินิกทัง้ คน และทรัพยากร รวมทัง้ ลงบนั ทกึ ขอ้ มูลการดแู ลของ
ผู้ป่วยทีม่ ารับบรกิ ารประจำวนั
4) สรา้ งเครือขา่ ยสหวิชาชพี ผนู้ ำในการรเิ รม่ิ นวัตกรรมใชก้ ลวิธีในการสรา้ งเครอื ข่ายกับสหวิชาชพี หลายวิธี
เชน่ การเขา้ ถงึ หวั หนา้ ภาควชิ าศลั ยศาสตร์ เพอื่ แจง้ ใหท้ ราบถงึ ความจำเปน็ ของการแกป้ ญั หาใหก้ บั ผปู้ ว่ ยทม่ี อี อสโตมี
และแผล ผลลพั ธท์ ค่ี าดวา่ จะไดร้ บั ทำใหเ้ หน็ วา่ พยาบาลมศี กั ยภาพทจี่ ะจดั การกบั ปญั หาของผปู้ ว่ ยได้ เมอื่ ผบู้ ริหาร
เชอื่ มั่นและเกิดความไว้วางใจ จึงเปิดโอกาสใหด้ ำเนนิ งาน ต่อจากนั้นจงึ สร้างเครือข่ายของวิชาชพี แพทยใ์ ห้ โดยให้
แพทย์ต้องส่งปรึกษาพยาบาล ET ก่อนเปิด แผลทางหน้าท้อง ส่งปรึกษาเม่ือพบผู้ป่วยท่ีมีแผลเรื้อรังซับซ้อน โดย
การเขียนในใบส่งปรึกษาให้กับทีมพยาบาล และอบรมแพทย์เฉพาะทางศัลยศาสตร์เพื่อให้มีความรู้ในการดูแลแผล
ทำให้เครือข่ายของวิชาชีพแพทย์แน่นแฟ้นขึ้น ในขณะที่วิชาชีพอ่ืน เช่น เภสัชกรรับรู้บทบาทของพยาบาล ET
มากขน้ึ เมอื่ มีผลติ ภัณฑใ์ หม่ หรือยาตวั ใหม่ที่นา่ จะเปน็ ประโยชน์ตอ่ ผู้ป่วยจะสง่ ข้อมูลมาให้ สว่ นหน่วยงานเอกชนที่
มผี ลติ ภณั ฑท์ ี่น่าสนใจใหมจ่ ะมาเสนอและให้ผู้ปว่ ยทดลองใช้ ซงึ่ เปน็ ผลดีกับผ้ปู ว่ ยท่มี รี ายได้นอ้ ย มีโอกาสได้ใชข้ อง
ฟรมี ากขึน้
374 : นวัตกรรมการสร้างเสริมสขุ ภาพภายใตบ้ ทบาทของวชิ าชีพการพยาบาล
5) มกี ารพฒั นาคณุ ภาพของการดแู ลแผลอยา่ งตอ่ เนอื่ ง โดยปลกู ฝงั ใหพ้ ยาบาลมกี ารคดิ และทำเพอ่ื ใหไ้ ดส้ งิ่ ทดี่ ี
กวา่ อยู่เสมอ โดยหัวหนา้ ฝา่ ยการพยาบาล รองหัวหนา้ ฝ่ายการพยาบาลดา้ นการพัฒนาคุณภาพงาน และพยาบาล
ท่ีเก่ียวข้อง พัฒนาระบบการดูแลผู้ป่วยท่ีมีออสโตมีและแผลท่ีเหมาะสมกับโรงพยาบาลศิริราช ให้ผู้ป่วยและญาติ
ไดร้ บั การดูแลท่ดี ี มกี ารประเมินผลปรบั ปรุงคณุ ภาพของงานอยเู่ สมอ
6) การพฒั นางานประจำสกู่ ารวจิ ยั พยาบาลทด่ี แู ลผปู้ ว่ ยทม่ี อี อสโตมแี ละแผลพฒั นางานประจำหรอื แกป้ ญั หา
ทพี่ บในการทำงานเปน็ งานวจิ ยั ซึง่ ผลของการวจิ ยั สามารถนำไปเปล่ียนแปลงการปฏิบตั ิงานกบั ผปู้ ว่ ยโดยตรง เช่น
การพฒั นาแนวปฏิบัติการดแู ลแผลกดทับ การเสริมพลงั อำนาจในการดแู ลตนเองในผปู้ ว่ ยออสโตมี และสง่ เสรมิ ให้
ผพู้ ัฒนางานมีโอกาสได้นำเสนอผลงานทง้ั ในและต่างประเทศ
7) การจดั การความรู้ พยาบาลทด่ี แู ลผปู้ ว่ ยทม่ี แี ผลมกี ารแลกเปลย่ี นความรแู้ ละถา่ ยทอดความรใู้ หก้ นั อยเู่ สมอ
เช่น การมีกล่มุ ไลน์ หรือ ชมุ ชนนกั ปฏิบัติ CoP เพื่อพดู คยุ แลกเปลยี่ นความรู้ ประสบการณ์ และตอบข้อสงสยั ของ
พยาบาลนอ้ งใหมใ่ นการดแู ลผปู้ ว่ ย หรอื การประชมุ วชิ าการระหวา่ งพยาบาลทส่ี นใจเรอื่ งการดแู ลแผลเปน็ ประจำทกุ ปี
ผลลัพธ์ของนวตั กรรมระบบการดแู ลออสโตมแี ละแผล
ในแต่ละปนี วัตกรรมการดแู ลออสโตมีและแผลจะมีแนวทางการประเมินผลลพั ธ์ของนวตั กรรมดังน้ี
ตารางท่ี 7 แนวทางการประเมนิ ผลลัพธ์ของนวตั กรรม
เปา้ หมาย (รอ้ ยละ)
ตัวอย่างผลลพั ธ์ในปี 2555
100
100
ตัวช้วี ัด
100
100
1. อัตราผปู้ ่วยได้รบั Preoperative counseling
100
81.3
2. อัตราผ้ปู ่วยยอมรบั การผา่ ตดั
3. อัตราผู้ป่วยไดร้ บั การกำหนดตำแหนง่ ลำไสเ้ ปิด
100
81.3
100
100
ทางหนา้ ทอ้ ง
0
12.5
4. อัตราผู้ป่วยมีความร้ใู นการดแู ลตนเอง
5. อัตราผูป้ ว่ ยมที กั ษะในการดูแลตนเอง
> 80
68.8
6. อุบัติการณ์การเกิด Peristomal skin Complication
เท่ากับ 0
7. อตั ราการยอมรบั ภาพลกั ษณ์ (ค่าคะแนน BI ≥3)
กรณศี ึกษา ภาคกลาง :
375
2. กระบวนการพฒั นานวตั กรรม
และการจดั การเพื่อการนำใชแ้ ละพฒั นา
2.1 เส้นทางการพฒั นานวัตกรรมทางการพยาบาล
กอ่ นปี พ.ศ.2536 ผูป้ ่วยทีม่ ีออสโตมีไดร้ บั การดแู ลทวั่ ไป แผลเกิดการอักเสบ ติดเชอื้ มภี าวะแทรกซอ้ นจาก
การมีแผลเพิ่มมากข้ึน แพทย์กำหนดตำแหน่งเพื่อเปิดทางหน้าท้องไม่เหมาะสม ทำให้ผู้ป่วยทุกข์ทรมานจากการมี
ออสโตมี 1 ปตี อ่ มา พยาบาลทมี่ ปี ระสบการณข์ องงานการพยาบาลศลั ยศาสตร์ 1 คน ชกั ชวนเพอ่ื นทมี่ ปี ระสบการณ์
คล้ายกัน จัดตั้งเป็นโครงการพัฒนาความสามารถในการดูแลตนเองของผู้ป่วย โดยให้บริการสำหรับผู้ป่วยท่ีมี
ปัญหาในการดูแลตนเองและให้คำปรึกษาแก่พยาบาลและแพทย์ ที่ตึก 84/2 ทุกวันจันทร์ พยาบาลที่เข้าร่วม
โ
ครงการเปน็ อาสาสมัครใช้วันหยุดมาประจำทค่ี ลนิ กิ
เมื่อดำเนินงานมาด้วยตนเองมาระยะหน่ึง พยาบาลผู้สนใจจำนวน 4 คน จึงได้ขออนุมัติหัวหน้าภาควิชา
ศัลยศาสตรไ์ ปอบรมเฉพาะทางเกย่ี วกับการดแู ลออสโตมแี ละแผล ทป่ี ระเทศอเมริกาและออสเตเลยี เพอ่ื นำความรู้
มาพัฒนางานให้ดีขึ้น และขยายเครือข่ายให้มีทีมพยาบาลในโรงพยาบาลศิริราชมาช่วยดูแลผู้ป่วยให้มากข้ึน เม่ือ
พยาบาลกลุ่มดังกล่าวกลับมา ทำให้พยาบาลมีบทบาทในการดูแลออสโตมีและแผลอย่างชัดเจน เนื่องจากได้
แนวทางการดูแลออสโตมแี ละแผลทด่ี ี มกี ารนำนวัตกรรมการดแู ลแผลใหม่ๆ มาใช้ งานการพยาบาลศัลยศาสตรจ์ ึง
อนุมัติให้พยาบาลท่ีมาทำงานคลินิกออสโตมีและแผลใช้เวลาราชการมาปฏิบัติงาน ทำให้มีพยาบาลหมุนเวียนมา
ด
ูแลแผลไดม้ ากข้ึนและสามารถขยายเวลาให้บรกิ ารกบั ผปู้ ว่ ยเพ่ิมมากขน้ึ
หลังจากน้ัน 1 ในผู้ริเร่ิมจึงหารือกับหัวหน้าภาคศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ ในการจัดอบรมให้กับ
พยาบาลผู้สนใจดูแลแผล และได้รับอนุมัติให้เปิดอบรม “การดูแลผู้ป่วยท่ีมีแผล ออสโตมีและผู้ป่วยท่ีควบคุมการ
ขับถ่ายไม่ได้” รุ่นที่ 1 เม่ือวันที่ 7 กันยายน พ.ศ.2541 จำนวนรุ่นละประมาณ 25 คน และในเดือนกรกฎาคม
ปี 2543 จงึ พฒั นาหลักสตู รให้ไดร้ ับการรับรองหลักสตู รจาก World Council of Enterostomal Therapist ซ่ึง
เป็นสถาบันชั้นนำในการพัฒนาพยาบาลเพื่อดูแลออสโตมีและแผล ในประเทศสหรัฐอเมริกา และในปีต่อมา
หลกั สตู รการพยาบาลเฉพาะทางสาขาการพยาบาลผปู้ ว่ ยออสโตมแี ละแผลจงึ ไดร้ บั การรบั รองจากสภาการพยาบาล
ม
รี ะยะเวลาฝกึ อบรม 2 เดอื น ทำใหม้ พี ยาบาลทพี่ ยาบาลทผี่ า่ นการอบรมอยทู่ ว่ั ประเทศ เกดิ เครอื ขา่ ยในการดแู ลแผล
ในการบริหารงานของคลินิกออสโตมีและแผลของโรงพยาบาลศิริราชนั้น จะมีพยาบาลประจำ 1 ตำแหน่ง
ซึ่งเปน็ ตำแหน่งของงานพัฒนาคุณภาพงานการพยาบาล มีหนา้ ทบ่ี ริหารจดั การคลินกิ ส่วนพยาบาลท่หี มนุ เวียนมา
ทำงานนั้นจะมาจากพยาบาลที่ผ่านการอบรมเฉพาพทาง โดยจะได้รับการอนุมัติจากงานการพยาบาลศัลยศาสตร์
ให้มาทำงานในคลินิกเดือนละอย่างน้อย 2 วัน ทำให้มีพยาบาลจำนวนเพียงพอที่จะมาทำงานในคลินิกและ
ไม่จำเป็นต้องมาทำงานเป็นประจำ ซ่ึงการดำเนินงานในหนึ่งวันของพยาบาลในคลินิกคือ การรับผู้ป่วยท่ีมีปัญหา
แพทยส์ ่งมาจาก OPD หรอื ผู้ปว่ ยทเี่ ข้ามารบั การรักษาเอง เมือ่ ให้คำแนะนำในช่วงเชา้ เสรจ็ จะไปตามหอผปู้ ว่ ยใน
376 : นวัตกรรมการสร้างเสริมสุขภาพภายใตบ้ ทบาทของวิชาชีพการพยาบาล
ชว่ งบา่ ยเพอ่ื ดแู ลผปู้ ว่ ยทมี่ ปี ญั หาซบั ซอ้ น และสง่ ขอ้ มลู การดแู ลใหพ้ ยาบาลประจำหอผปู้ ว่ ยดแู ลตามแนวทางทวี่ างไว้
ขณะที่หอผ้ปู ่วยทมี่ พี ยาบาล ET อยู่ พยาบาลเหล่านั้นจะเป็นผู้ดแู ลผ้ปู ว่ ยที่มีแผลเป็นหลกั หลังจากเสรจ็ ส้ินงานใน
แต่ละวันจะลงข้อมูลในฐานข้อมูลการดูแลผู้ป่วยเพื่อให้ทราบผลลัพธ์ของการดำเนินงานในแต่ละวัน นอกจากน้ี
ค
ลนิ ิกน้เี ปน็ แหล่งศกึ ษาดูงานของพยาบาล และให้ความร้กู บั แพทยเ์ ฉพาะทางในการดแู ลออสโตมีและแผล
ในเรือ่ งของเครือข่าย เม่ือผปู้ ว่ ยไดร้ บั อนญุ าตให้กลับบ้าน จะมีชอ่ งทางการติดตอ่ ให้กับผู้ปว่ ยทุกรายเพอ่ื ให้
คำปรึกษาผู้ป่วยได้อย่างทันท่วงที เช่น โทรศัพท์ ไลน์ และผู้ป่วยสามารถกลับมาหาที่คลินิกได้ทุกวันเวลาราชการ
ในขณะที่ผู้ป่วยที่อยู่ต่างจังหวัด พยาบาลที่ผ่านการอบรมจะเขียนคำแนะนำในการดูแลแผลให้กับผู้ป่วยเพ่ือเป็น
แนวทางในการดูแลร่วมกันกับแพทย์ท่ีดูแลผู้ป่วยท่ีต่างจังหวัด ติดต่อเครือข่ายพยาบาลท่ีผ่านการอบรมในจังหวัด
ตา่ งๆ ใหด้ ูแลผปู้ ว่ ยต่อ และทกุ ปจี ะมกี ารจดั ประชุมวิชาการของชมรมพยาบาล เพ่ือแลกเปลี่ยนความรู้และเพิม่ พูน
ค
วามร้ใู หมใ่ นการดูแลแผล ทำใหพ้ ยาบาลท่ัวประเทศมีโอกาสแสดงผลงานและได้รบั ความร้เู พ่มิ เติม
การพัฒนาคุณภาพของงานออสโตมีและแผลของโรงพยาบาลศิริราชน้ันได้กระทำต่อเน่ือง ท้ังเรื่องของการ
เป็นผู้นำในการจัดประชุมวิชาการ การสนับสนุนให้พยาบาลให้ทำวิจัย R2R และงานวิจัยเพื่อเผยแพร่ในการ
ประชุมต่างๆ ทส่ี ำคัญคือการประชุมวชิ าการนานาชาติของ Enterostomal Therapist ซ่ึงจดั 2 ปคี รง้ั พยาบาล
ของโรงพยาบาลศิริราชมีโอกาสได้ไปแสดงผลงานทุกครั้ง ในขณะที่โรงพยาบาลศิริราชได้จัดทำเวบไซด์ขุมความรู้
COP ของโรงพยาบาล งานของออสโตมีและแผลเป็นเร่ืองหน่ึงที่มาเผยแพร่ความรู้ให้ประชาชนเข้ามาแลกเปลี่ยน
อยู่เสมอ นอกจากนผี้ นู้ ำนวัตกรรมได้ร่วมกบั พยาบาลในทมี จัดทำหนงั สือ “การดแู ลแผลกดทบั ” เพอ่ื ใหพ้ ยาบาลที่
สนใจได้อ่านเพ่อื เพิม่ เตมิ ความรู้
กรณศี ึกษา ภาคกลาง :
377
378 : นวัตกรรมการสรา้ งเสริมสขุ ภาพภายใตบ้ ทบาทของวิชาชพี การพยาบาล
ภาพที่ 62 เส้นทางการพฒั นานวตั กรรมทางการพยาบาลเพ่ือการสรางเสรมิ สุขภาพผูป วยท่ีมอี อสโตมีและแผล
ñĎðš üś ÷ìĊę éø ÷üč é Ċ ó÷ćïćú ó÷ćïćú đðéŗ ĀúĆÖÿêĎ ø ÷šć÷ óü øćÜüúĆ ĀîüŠ ÷Üćî
öĒĊ ñúöĊ îćÜðøąßêĉ Ùîĕð ĕéšøïĆ Ăîöč êĆ ĉ ĀúĆÖÿĎêø ĕéøš ĆïÖćø ÙúĉîÖĉ Ýčāć éĊđéŠîðøąđõì
ðâŦ Āć îćÜÿéčé Ċ Ăïøö ĔĀöš ćìćĞ ìĊę đÞóćą øĆïøĂÜÝćÖ đðéŗ ìĊę óø ĕéš éćüìĂÜ øćÜüĆú
ÿč×õćó đóöęĉ đêĉö ìćÜ &5 ÿõćÖćø OPD đðŨî îüêĆ ÖøøöĔîÖćø
êéĉ đßĚČĂ ÝéĆ ìĞć Ùúîĉ ĉÖ 2543 ó÷ćïćú ýĆú÷Ť APN
ĒñúĕöŠ ēÙøÜÖćøéĎĒú ëČĂđðŨîđüúć ìčÖüĆî éĎĒúĒñú
Āć÷ ĒñúìÖč üîĆ 2546 2547
Ùčèõćó ÝĆîìøŤìĊ ę øćßÖćø
ßĊüêĉ ĕöéŠ Ċ
2536 2538 2541 2548 2552-2557
2.2 แนวทางการจัดการงานและกิจกรรมของนวตั กรรมทางการพยาบาล
1) การสรา้ งการเรยี นร้
ู
นวตั กรรมการดแู ลผูป้ ่วยทีม่ อี อสโตมีและแผลเป็นกระบวนการเรยี นรู้ ท่เี กดิ จาก 2 ภาคส่วนคอื 1) ผู้ปว่ ยท่ี
มีออสโตมีและแผล โดยผู้ป่วยมีการแลกเปล่ียนความรู้ นำประสบการณ์ท่ีตนเองได้รับมาถ่ายทอดให้กับพยาบาล
และผู้ป่วยด้วยกันเอง 2) พยาบาลท่ีผ่านการอบรมสร้างทีมดูแลผู้ป่วยให้มีความรู้ ความสามารถในการดูแลผู้ป่วย
ให้มีแผลท่ีมีประสิทธิภาพมากขึ้น จัดอบรมเฉพาะทาง ส่งเสริมให้ทำงานวิจัย นำเสนอผลงาน จัดประชุมวิชาการ
รวมถึงมีการแลกเปล่ียนความรู้จากหลายช่องทาง เช่น การสร้างกลุ่มไลน์ปรึกษาวิธีการดูแลท่ีเหมาะสมกับผู้ป่วย
แตล่ ะราย การจดั การความรู้ การมีชมุ ชนนักปฏบิ ัติ ทำให้การปัญหาในการดแู ลผปู้ ว่ ยที่มีแผลได้รบั การแก้ไขอย่าง
ทันที และมีการถ่ายทอดประสบการณ์จากรุ่นพ่ีสู่รุ่นน้อง ยังผลให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลที่ดี มีศักยภาพในการดูแล
ต
นเอง ลดชอ่ งวา่ งในการเขา้ ถึงบรกิ ารสุขภาพ
ผู้ที่ได้รับประโยชน์จากนวัตกรรมนี้คือ ผู้ป่วยที่มีแผลและญาติ พยาบาล แพทย์ ผู้บริหารของโรงพยาบาล
เน่ืองจากทำให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลที่ดีขึ้น เพ่ิมขีดความสามารถของพยาบาลท่ีดูแล และลดอัตราการเกิดภาวะ
แทรกซ้อน
2) การเช่อื มประสานงานและกจิ กรรม (ตารางท่ี 8)
ตารางท่ี 8 การเช่ือมประสานงานกบั หลายภาคส่วน
องคก์ รภาค
ี งานทท่ี ำ
ผู้ปว่ ยออสโตมแี ละแผลท่ีมี - แลกเปลี่ยนความรู้ ทกั ษะในการดูแล ระหวา่ งผปู้ ว่ ย ญาติ พยาบาล
ประสบการณใ์ นการดูแลออสโตมี - เสรมิ พลังอำนาจใหก้ ับผปู้ ว่ ยและญาต
ิ
และแผลทดี่ ี
- ช่วยเหลอื ค่าใชจ้ ่ายให้กบั ผู้ป่วยทไ่ี มม่ ีทุนทรัพย์
พยาบาลในงานการพยาบาล - แลกเปล่ยี นความรู้ ทกั ษะในการดแู ล
ศลั ยศาสตร์ และงานอืน่ ในโรง
พยาบาลศิริราช
แพทย
์ - สง่ ผู้ปว่ ยรายใหมห่ รือผู้ป่วยท่มี ีปัญหาซับซ้อนมาวางแผนแกป้ ัญหารว่ มกัน
- ให้ความรู้กับนักศึกแพทยใ์ นการดแู ลผู้ป่วย
เครอื ขา่ ยวชิ าชพี อนื่ เช่น - วางแนวทางการดแู ลร่วมกันเพอื่ ให้เกดิ ประสทิ ธภิ าพสงู สุดในการดแู ล เช่น ผู้
โภชนากร เภสัชกร
ป่วยออสโตมีทมี่ ปี ัญหาโภชนาการรว่ มดว้ ย
บรษิ ัทเอกชนเจา้ ของผลติ ภณั ฑ์ - ให้ผลติ ภณั ฑใ์ นการทดลองใช้ หรือบรจิ าคสำหรับผปู้ ว่ ยรายไดน้ อ้ ย
ดูแลแผล
พยาบาลท่ผี ่านการอบรมเฉพาะ - รับชว่ งต่อในการดแู ลผปู้ ว่ ยทีม่ อี อสโตมีและแผลในตา่ งจังหวัด วางแผนการดแู ล
ทางทั่วประเทศ
รว่ มกนั
- เปน็ ท่ีปรึกษา
กรณศี กึ ษา ภาคกลาง :
379
3) ปจั จัยท่ีมีผลกระทบต่อการจัดการทกุ ดา้ น
เนื่องจากมีการดำเนินงานมายาวนาน พยาบาลผู้นำนวัตกรรมมีวิสัยทัศน์กว้างไกล มีการวางแผนให้การดู
แลออสโตมีและแผลได้รับการพัฒนาอย่างต่อเน่ือง คณะทำงานเรียนรู้ที่จะแก้ปัญหาจึงไม่มีผลกระทบท่ีชัดเจนต่อ
การดำเนินงาน
3. คุณลักษณะของนวัตกรรมทางการพยาบาล
กบั ยุทธศาสตร์การสรา้ งเสริมสขุ ภาพ
3.1คุณลกั ษณะของนวัตกรรมทางการพยาบาล
เปน็ นวตั กรรมกระบวนการ (process innovation) โดยภาพรวมของนวตั กรรมเป็นนวัตกรรมทเี่ ปน็ การแก้
ปัญหาของการที่ผู้ป่วยออสโตมีและแผลท่ีได้รับการดูแลไม่ท่ัวถึง ให้มีทักษะและเสริมศักยภาพพยาบาลให้มี
ศักยภาพในการดูแลผู้ป่วย
คุณลักษณะของนวตั กรรมมีดงั น
้ี
- เปน็ การพฒั นางานตอ่ เนือ่ ง ในการดูแลผู้ป่วยออสโตมีและแผลใหม้ ีประสิทธิภาพมากขึน้
- เสรมิ สมรรถนะให้กบั ผ้ปู ว่ ย ญาติ และพยาบาลในการดูแลออสโตมแี ละแผล
- เพม่ิ สมาชกิ ไดแ้ ก่ เครือข่ายผู้ป่วยออสโตมีและแผล พยาบาลท่มี ผี ่านการอบรมหลักสตู รเฉพาะทาง
- เพิ่มการมีส่วนร่วมในการดำเนินงานจากทุกภาคส่วนที่เก่ียวข้อง ได้แก่ แพทย์ เภสัชกร โภชนากร เจ้า
ของผลิตภนั ฑท์ ีใ่ ช้ในการดแู ลแผล
3.2 นวัตกรรมทางการพยาบาลกับการสร้างผลกระทบต่อการลดปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพของประชากร
เป้าหมาย
นวัตกรรมการดูแลออสโตมีและแผลไม่ได้มีผลต่อการลดปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพใน 10 ประเด็นสำคัญ
โดยตรง แตส่ ง่ ผลตอ่ การลดปจั จยั เสี่ยงด้านสขุ ภาพของประชากรกลมุ่ เป้าหมายท่ีมีโรคเรื้อรังทกุ ช่วงวยั
380 : นวตั กรรมการสร้างเสริมสุขภาพภายใตบ้ ทบาทของวิชาชพี การพยาบาล
4. ผลลัพธ์และผลกระทบของนวตั กรรมกับการเพ่ิมคณุ ภาพ
บรกิ ารพยาบาลและการลดปจั จัยเส่ยี งดา้ นสขุ ภาพของ
ประชาชนรวมทงั้ การพัฒนาระบบบริการสุขภาพของประเทศ
4.1 ปจั จยั ผลลพั ธแ์ ละผลกระทบต่อขอบเขตการประกอบวชิ าชพี การพยาบาล
ผ้ปู ว่ ยโรคเรื้อรัง (ผปู้ ่วยที่มีแผล) ทกุ ชว่ งวัยได้รบั การดูแลทงั้ ทางตรงและทางอ้อมจากพยาบาล ในนำความรู้
ที่ได้จากการเรียน การอบรม การทำวิจัยไปใช้ในการสอน การแนะนำ ให้คำปรึกษา แก้ปัญหาเก่ียวกับการดูแล
ตนเอง เพ่ิมทักษะในการดูแล เสริมพลังอำนาจให้ผู้ป่วยและญาติดูแลตนเองได้ รวมทั้งร่วมกับแพทย์และวิชาชีพ
อ
ื่นในการดูแลออสโตมีและแผลใหม้ ปี ระสทิ ธภิ าพมากขนึ้
4.2 ผลลพั ธ์และผลกระทบต่อประชากรกลุม่ เป้าหมาย
ประชากรกลุ่มเป้าหมายมีอัตราการได้รับการดูแลเพ่ือเตรียมผ่าตัด การยอมรับการผ่าตัด การได้รับการ
กำหนดตำแหนง่ ท่เี หมาะสมกอ่ นเปิดลำไสท้ างหน้าทอ้ ง มคี วามร้ใู นการดแู ลตนเอง มีทกั ษะในการดแู ลตนเอง เพ่มิ
ข
น้ึ ไม่มีภาวะแทรกซอ้ นบรเิ วณรูเปิด และยอมรบั ภาพลักษณะของตนเอง
4.3 ผลลพั ธแ์ ละผลกระทบต่อบทบาทการสรา้ งเสริมสุขภาพตาม Ottawa Charter
นวตั กรรมการดูแลผูป้ ว่ ยที่มอี อสโตมีและแผลสง่ เสริมบทบาทของพยาบาลในการสร้างเสริมสขุ ภาพในเรื่อง
- การพัฒนาทักษะส่วนบุคคล คือ การสร้างเสริมให้เกิดการพัฒนาของผู้ป่วยท่ีมีออสโตมีและแผล ญาติ
และพยาบาล ด้วยการให้ข้อมูล ความรู้ พัฒนาทักษะความสามารถในการดูแลเพ่ือให้ผู้ป่วยและญาติ
สามารถดูแลตนเองตนเองได้เต็มความศักยภาพ มีทางเลือกในการดูแลตนเอง และพยาบาลมีศักยภาพ
ในการดแู ลมากขึ้น
- การปรับระบบบรกิ ารสุขภาพ คือ การลดชอ่ งวา่ งการดแู ลใหก้ ับผูป้ ่วย ทำใหผ้ ู้ปว่ ยสามารถเข้าถงึ บรกิ าร
ได้ดขี น้ึ โดยมีคลินกิ ออสโตมแี ละแผลเปิดทกุ วนั มชี อ่ งทางติดต่อทาง social network หลายทาง มกี าร
ประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานในโรงพยาบาลศิริราช เครือข่ายพยาบาลท่ีผ่านการอบรมเฉพาะ
ทางในการแลกเปล่ียนความรู้และพัฒนางานวิจัยร่วมกัน มีการสนับสนุนจากบริษัทเอกชนเพื่อนำ
อุปกรณ์ใหม่มาใชใ้ นการดูแลผูป้ ่วย
4.4 ผลลพั ธแ์ ละผลกระทบต่อแนวทางการพฒั นาวชิ าชีพ
นวตั กรรมการดูแลผูป้ ่วยท่ีมีแผลมีผลตอ่ แนวทางการพฒั นาวิชาชพี ในเรอ่ื ง
- เพ่ิมคุณภาพการบริการและโอกาสการบริการ โดยมีคลินิกสำหรับผู้ป่วยที่มีออสโตมีและแผลโดยเฉพาะ
ทำให้ผู้ป่วยมีช่องทางการติดต่อ มีพยาบาลท่ีมีความรู้ความสามารถในการดูแลและเข้าถึงได้ง่ายสำหรับ
ผูป้ ว่ ยท่มี ีปญั หาซบั ซอ้ น หรอื ปญั หาอืน่ ๆ ท่เี ก่ยี วข้อง
กรณีศึกษา ภาคกลาง :
381
- การสรา้ งการทำงานรว่ มมอื กนั ขา้ มองคก์ ร ขา้ มหนว่ ยงานและเครอื ขา่ ย มเี ครอื ขา่ ยการทำงานกบั พยาบาล
วิชาชีพในโรงพยาบาลท้ังในกรุงเทพและต่างจังหวัด รวมทั้งบริษัทเอกชนเพ่ือให้การดูแลผู้ป่วยมี
ประสิทธภิ าพมากขน้ึ
- การพัฒนากำลังคนทางการพยาบาล มีหลักสูตรการอบรมท่ีทำให้พยาบาลมีความรู้ ความสามารถ
ทักษะในการดแู ลผปู้ ่วยทมี่ ีออสโตมแี ละแผล โดยเปดิ มาแล้ว 14 ปี รุ่นละ 25 คน มีคลินิกที่มพี ยาบาล
บริหารจัดการเอง โดยพยาบาลจะยังเป็นกำลังคนสำคัญของหอผู้ป่วย ขณะท่ีมาทำงานที่คลินิกเดือนละ
อย่างน้อย 2 วัน
- การพฒั นาผู้นำของเครือข่ายวชิ าชีพ พยาบาลที่มีความชำนาญสามารถสอบวฒุ บิ ัตร APN และนำความรู้
จากการพัฒนางานไปขอตำแหน่งพยาบาลชำนาญการได้ ในขณะที่ผู้ริเริ่มนวัตกรรมสามารถถอดบท
เรียนและเผยแพร่ให้กับพยาบาลวิชาชีพอื่นๆ ให้มีแนวทางในการพัฒนานวัตกรรมที่เหมาะสมกับบริบท
ของตนเองได
้
- การสร้างสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการทำงานของสมาชิกเครือข่าย ได้จัดให้มีคลินิกออสโตมีและแผลให้เป็น
สถานท่ีท่ผี ูป้ ว่ ยท่มี ปี ัญหา ผู้ปว่ ยรายใหม่ ไดเ้ ขา้ มาปรกึ ษา รบั คำแนะนำ เพิ่มทักษะและเพิม่ ความมัน่ ใจ
ในการดแู ลแผลดว้ ยตนเอง พยาบาล แพทยไ์ ด้เขา้ มาศกึ ษาดูงาน เรียนรู้วิธีการดูแลผู้ป่วย
- การสร้างความร่วมมือในการส่งต่อผู้ป่วยโดยเครือข่ายพยาบาล มีเครือข่ายพยาบาลที่อบรมจากจังหวัด
ต่างๆ ท่ัวประเทศ เมื่อมีผู้ป่วยที่ออกจากโรงพยาบาลและต้องกลับไปอยู่บ้านที่ต่างจังหวัด พยาบาลจะ
ประสานงานกับพยาบาลท่ีผ่านการอบรมในจังหวัดนนั้ เขา้ มาดูแลผปู้ ่วยตอ่
5
. เงือ่ นไขของการพัฒนานวัตกรรม
5.1 ปัจจัยเงื่อนไขท่ีเก่ียวข้องกับการพัฒนานวัตกรรม เคร่ืองมือและกลไกท่ีสนับสนุนการปฏิบัติงาน
ของพยาบาลในการพัฒนานวัตกรรม
1) การผลิต การกระจาย การพัฒนากำลังคนทางการพยาบาล โดยการจัดอบรมหลักสูตรการพยาบาล
เฉพาะทางให้กับพยาบาลท้ังในโรงพยาบาลศิริราชและภายนอกปีละ 25 คน รวมถึงจัดการประชุม
วชิ าการเร่อื งการดูแลออสโตมแี ละแผลทกุ ปี
2) พฒั นาแนวปฏบิ ัติ เช่น
2.1) Peristomal skin assessment และ Peristomal skin management guideline
2.2) แนวปฏิบัติการพยาบาลเพ่ือป้องกันแผลกดทับของโรงพยาบาลศิริราช แนวปฏิบัติในการดูแล
ผ้ปู ว่ ยทม่ี ีปญั หาในการควบคุมการขับถ่าย
2.3) “โครงการกระบวนการ six sigma เพื่อพัฒนาการดูแลผิวหนังผู้ป่วยที่มีปัญหาในการควบคุม
การขับถ่าย”
382 : นวตั กรรมการสร้างเสรมิ สขุ ภาพภายใตบ้ ทบาทของวชิ าชีพการพยาบาล
3) การวิจยั และการจดั การความรูท้ างการพยาบาล เช่น
3.1) มี COP ของงาน wound and ostomy
3.2) จดั ทำตำราทางการพยาบาลเรอ่ื ง การดูแลแผลกดทับ
4) การพัฒนารูปแบบการทำงานของพยาบาล เชน่
4.1) ให้มีพยาบาลหมุนเวียนในคลินิกทุกวัน วันละ 2 คน โดยไม่จำเป็นต้องเป็นพยาบาลประจำ
คลินกิ แต่มาจากหอผ้ปู ว่ ยในโรงพยาบาล
4.2) โครงการเพิ่มศกั ยภาพในการประเมนิ และเกบ็ ขอ้ มลู ความชุกแผลกดทบั
4.3) ปรับการบันทึกขอ้ มลู ผ้ปู ว่ ยออสโตมแี ละแผลให้งา่ ยขึ้น stoma profile, Siriraj hospital
5) ระบบขอ้ มูลสารสนเทศท่ีมีประสทิ ธภิ าพ มีฐานข้อมลู ผปู้ ว่ ยออสโตมีและแผลของโรงพยาบาลศริ ิราชที่
สามารถใช้ประกอบการตดั สินใจและใหค้ ำแนะนำกับผูป้ ่วยได
้
5.2 ปจั จยั เงอื่ นไขทเี่ กยี่ วขอ้ งกบั สมรรถนะของพยาบาลในการสรา้ งเสรมิ สขุ ภาพในการพฒั นานวตั กรรม
ทางการพยาบาล
การนำใช้สมรรถนะของพยาบาลในการสรา้ งเสริมสขุ ภาพ มีดังน้
ี
1) ดา้ นคณุ ลักษณะส่วนบุคคลในการสรา้ งเสรมิ สขุ ภาพ ไดแ้ ก่
1.1) ผ้รู ิเร่มิ นวัตกรรม
- การเปน็ ผนู้ ำ ควรมวี ิสยั ทัศนก์ วา้ งไกล ม่งุ ม่ันพฒั นาทจ่ี ะให้เกดิ การเปลีย่ นแปลงในองค์กร
- การเจรจาตอ่ รองให้ได้ประโยชนส์ งู สดุ ในการแกป้ ัญหาใหก้ บั ผู้ปว่ ยและองค์กร
- การพฒั นาตนเองอย่เู สมอ เชน่ การศึกษาหาความร้เู พ่มิ เตมิ การพัฒนางานวจิ ยั
1.2) พยาบาลท่ีทำงานในคลินิกออสโตมแี ละแผลมีความมุ่งมนั่
- การทำงานด้วยความมุ่งม่ัน อุทิศตนเพ่ือให้ดูแลผู้ป่วยอย่างดีท่ีสุด ไม่มีเวลาทำงานท่ีแน่นอน
ถา้ ผปู้ ่วยยังไมก่ ารดูแลอยา่ งเต็มทจ่ี ะไมเ่ ลิกลม้ กลางคนั พยาบาลบางคนทีม่ าอย่เู วรในออสโต
มีเลิกงานหลัง 20.00 น.
- การพฒั นาตนเองอย่างต่อเนือ่ ง ทัง้ การแลกเปลย่ี นความรู้ จดั การความรู้ พัฒนางานวจิ ยั
2) ด้านการปฏิบตั กิ จิ กรรมสรา้ งเสริมสขุ ภาพ
- การทำงานเป็นทีม เป็นความร่วมมือร่วมใจของพยาบาลท่ีผ่านการอบรมเฉพาะทางของโรงพยาบาล
ศิริราชในการดูแลคลินิกร่วมกัน แลกเปล่ียนความรู้ ให้คำปรึกษาระหว่างรุ่นพ่ีและรุ่นน้อง การช่วย
เหลือกันเมอ่ื เกิดปัญหา
- การจดั การผลลัพธ์ทชี่ ดั เจน ให้สามารถวัดและแสดงเป็นหลกั ฐานได้ เพือ่ ให้ผทู้ เ่ี กี่ยวขอ้ งรับทราบและ
วางแผนการพฒั นาให้งานดียง่ิ ข้นึ
กรณศี ึกษา ภาคกลาง :
383
3) ดา้ นการบริหารจดั การในการสรา้ งเสรมิ สุขภาพ
- การบริหารจัดการกำลังคนที่ดี คลินิกออสโตมีและแผลเป็นต้นแบบของการบริหารจัดการกำลัง
พยาบาลของโรงพยาบาล เนื่องจากไม่จำเป็นต้องมีพยาบาลประจำ แต่ใช้พยาบาลหมุนเวียนจากหอ
ผปู้ ว่ ยตา่ งๆ มาทำงานในคลนิ ิก
- การรว่ มมือระหว่างหน่วยงาน ในการลดเวลาในการเข้าถงึ บรกิ าร ทำใหผ้ ปู้ ่วยสามารถเขา้ ถึงคลินกิ ได้
รวดเร็วมากข้ึน จากเดิมที่ต้องรอแฟ้มประวัติ พบแพทย์เพื่อส่งต่อ เปลี่ยนเป็นสามารถเข้ารับบริการ
ไดท้ นั ที โดยแฟ้มประวัตขิ องผปู้ ่วยจะตามมาภายหลัง
- การมนี โยบายสนบั สนุนจากหนว่ ยงานท่ีดี มี career path ของพยาบาลที่ชดั เจน
4) ดา้ นการพัฒนาภาคีเครอื ขา่ ยการสร้างเสรมิ สขุ ภาพ
- การสร้างเครือข่ายระหว่างวิชาชีพ เช่น พยาบาลโรงพยาบาลอ่ืน พยาบาลในต่างจังหวัด แพทย์
เภสชั กร
- การสร้างระบบการส่งต่อผูป้ ่วยทม่ี ปี ระสิทธภิ าพเม่อื กลบั ไปอย่บู ้าน
5) ดา้ นการวจิ ัยและการจดั การความร
ู้
- จดั ให้มเี วทแี ลกเปลยี่ นเรียนร้อู ย่เู สมอ เชน่ การจัดประชมุ วิชาการ การทำ KM
ภ
าพที่ 63 นวัตกรรมเสริมสรา้ งสุขภาพ : Wound and Ostomy care
ðøïĆ øąïïïøÖĉ ćøÿč×õćó
ñðĎš śü÷ìÖč ׍ óçĆ îćìÖĆ þąÿŠüîïčÙÙú öĊđÙøĂČ ×ćŠ ÷ìüęĆ
ìøöćîÝćÖÖćø ðøąđìýìÜĆĚ
öĒĊ ñú šñĎîĞć đÞóćąìćÜ &5 ó÷ćïćú ÖćøÝĆéÖćø ó÷ćïćúĒúą
îē÷ïć÷ßöøö &5 ñĎšðüś ÷
óü öĊÙüćöøĎšķ
üìĉ ÷ćÖćøĔĀöŠėķ Öćøđ ĉÜîìćĞ üĉÝĆ÷ 3 3 ñšðĎ śü÷ĕéšøïĆ
ÝćÖêðì ÖćøéĒĎ úéĊ×îĚċ
ìÖĆ þąÙüćöøšĎ Wound & ýÖċ þćéĎÜćî öÙĊ üćöÿ×č öĊ
óü öĊ ñĎšðśü÷ ñĎéš ĒĎ ú Ostomy ìćĞ ÜćîđðŨîìöĊ ÖĞćúĆÜĔÝöĊ
ðøąÿïÖćøèŤ ÙüćöøšĎ
care
óü Ă÷ćÖĔĀöš Ċ öÖĊ ćøìćĞ Üćî
ÖćøđðúęĊ÷îĒðúÜ KM COP đðîŨ ìöĊ
ĒúÖđðú÷ęĊ î
ñšïĎ øĉĀćø Ēóì÷Ť ó÷ćïćú
ÿîĆïÿîčî óĆçîć
ýÖĆ ÷õćó
îĆÖýÖċ þć êĂŠ đîČęĂÜ
Ēóì÷ Ť
ó÷ćïćú îüĆêÖøøöÖćø
éĒĎ úĒñú
ÿøšćÜÖćĞ úĆÜÙî empowerment ÿøšćÜđÙøĂČ ×ćŠ ÷
ÖćøéĒĎ úđðîŨ
øąïï
384 : นวตั กรรมการสรา้ งเสริมสุขภาพภายใตบ้ ทบาทของวิชาชีพการพยาบาล
กรณศี กึ ษา
Continuing Care ในรามาธบิ ด:ี
นวตั กรรมท่ี 29
ความยงั่ ยนื ในโรงพยาบาลตตยิ ภมู ิ
งานการพยาบาลปอ งกันโรคและสงเสรมิ สุขภาพ คณะแพทยศาสตร
รพ.รามาธิบดี
การศึกษานวัตกรรมทางการพยาบาลเพ่ือการสร้างเสริมสุขภาพในครั้งน้ี เป็นการศึกษานวัตกรรมทางการ
พยาบาลในระดับตติยภูมิ ในประเด็นเร่ือง “Continuing Care ในรามาธิบดี: ความย่ังยืนในโรงพยาบาล
ตติยภูมิ” ซง่ึ เปน็ นวตั กรรมทางการพยาบาลของงานการพยาบาลปอ้ งกนั โรคและสง่ เสรมิ สขุ ภาพ คณะแพทยศาสตร
์
โรงพยาบาลรามาธิบดี ซ่ึงเป็นนวตกรรมท่ีสอดคล้องกับยุทธศาสตร์หลักในการสร้างเสริมสุขภาพตามกรอบกฎบตั ร
ออตตาวา (Ottawa Charter) ใน 2 ดา้ น ไดแ้ ก่ 1) การพฒั นาทกั ษะสว่ นบคุ คล และ 2) การปรบั ระบบบริการ
ส
ุขภาพ
ผู้ศึกษาได้ดำเนินการศึกษาและวิเคราะห์สถานการณ์การพัฒนานวัตกรรมการสร้างเสริมสุขภาพตาม
บทบาทพยาบาล โดยนำวิธีการศึกษาวิจัยเชิงคุณภาพมาประยุกต์ใช้ในการศึกษาแบบรายกรณี โดยใช้วิธีการ
สัมภาษณ์เชิงลึกเป็นวิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล ผลจากการศึกษาแสดงให้เห็นรูปธรรมของนวัตกรรมทางการ
พยาบาลชิ้นน้ี ดงั มีรายละเอยี ดต่อไปนี
้
1. องค์ประกอบของนวตั กรรมทางการพยาบาล
กับการสร้างเสรมิ สุขภาพ
1.1 นำนวตั กรรมทางการพยาบาล
รองศาสตราจารย์สุนทรี ภานุทัต อาจารย์พยาบาลและอดีตหัวหน้างานการพยาบาลกุมารฯ เป็นผู้ท่ีเร่ิม
นวัตกรรมทางการพยาบาลนี้ เร่ิมจากประสบการณ์ในการดูแลผู้ป่วยเด็กและครอบครัวและเห็นว่ามีผู้ป่วยเด็ก
จำนวนมากเข้ารับการรักษาด้วยโรคติดเชื้อ เช่น ท้องเสีย ปอดอักเสบ ฯลฯ และกลับเข้ารับการรักษาซ้ำใน
โรงพยาบาลด้วยปัญหาเดิมๆ ขณะที่โรงพยาบาลมีข้อจำกัดในการรับผู้ป่วย ได้ร่วมมือกับอาจารย์ชนิตา มณีวรรณ
อาจารย์พยาบาลที่มีอุดมการณ์คล้ายกันในเรื่องการดูแลจากโรงพยาบาลถึงบ้าน และให้ความสำคัญกับการ
ป้องกันโรคและการส่งเสริมสุขภาพมากกว่าการรักษา (Preventive Better Than Care) เริ่มดำเนินการให้
ความรู้บิดามารดาของผู้ป่วยเด็กท้ังในหอผู้ป่วยและแผนกผู้ป่วยนอก โดยจัดกิจกรรมท่ี OPD ทั้งสอนรายบุคคล
และรายกลุ่มก่อนการตรวจ สำหรับในส่วนของผู้ป่วยใน มี อาจารย์ประไพ บุรินทรามาตย์ อาจารย์พยาบาลเป็น
ผรู้ ับผิดชอบในงานด้านการให้ความรู้ คำปรกึ ษา มีการสอนขา้ งเตยี ง สง่ เสริมให้พยาบาลมีการสอนผู้ป่วยและญาติ
กรณีศกึ ษา ภาคกลาง :
385
กอ่ นกลบั บา้ น ชว่ ยใหญ้ าตมิ คี วามรแู้ ละทกั ษะดขี น้ึ แตจ่ ำนวนผปู้ ว่ ยทก่ี ลบั เขา้ รบั การรกั ษาซำ้ ในโรงพยาบาลไมล่ ดลง
จึงมีการปรึกษาหารือและเห็นพ้องต้องกันว่าจำเป็นต้องมีการติดตามเยี่ยมผู้ป่วยท่ีบ้าน จากการติดตามเยี่ยมทำให้
พบปัญหามากมาย โดยเฉพาะอย่างย่ิงปัญหาเศรษฐกิจ ซึ่งมีผลกระทบทำให้บิดามารดาไม่สามารถดูแลผู้ป่วยได้
ตามท่ีได้รับความรู้ไปเนื่องจากให้ความสำคัญกับปัญหาปากท้องมากกว่า ซึ่งเดิมพยาบาลหรือทีมสุขภาพไม่ได้
คำนึงถงึ เรอ่ื งน้ี มุ่งแตจ่ ะให้ความรแู้ ละใหบ้ ดิ ามารดาดูแลผู้ป่วยตามทเ่ี ราสอน ส่งผลกระทบต่อการเจ็บปว่ ยของเดก็
จึงได้นำปัญหาดังกล่าวปรึกษาร่วมกับทีมสุขภาพและบุคคลท่ีเกี่ยวข้องทุกๆ ด้าน ส่งผลให้บิดามารดาของผู้ป่วย
เด็กมีความรู้และทักษะการดูแล ลดอัตราการเข้ารักษาซ้ำภายใน 28 วัน จำหน่ายผู้ป่วยได้รวดเร็วขึ้นจนเป็นที่พึง
พอใจของทมี แพทย์ สหสาขาและครอบครัว
ผลลัพท์ของความสำเร็จจากการดำเนินงานดังกล่าว ร่วมการนำผลการวิจัยที่ทำการสำรวจความต้องการ
ของบุคลากรทีมสุขภาพให้มีงานการดูแลผู้ป่วยอย่างต่อเน่ืองท่ีบ้าน และการได้รับการสนับสนุนให้คำปรึกษาจาก
มูลนิธิร๊อกก้ีเฟลเลอร์ (Dr. Ruby Wison, Dr. Ines Durana และ Miss Douglas) ทำให้มีมุมมองที่กวางไกล
ประกอบกับได้รับการสนับสนุนของภาควิชากุมารเวชศาสตร์ จึงเป็นจุดเร่ิมให้ต้ังหน่วยงาน Ambulatory care
เพอื่ ทำงานด้านการสรา้ งเสรมิ สุขภาพและการดูแลอย่างตอ่ เนื่อง (Continuing Care) นอกจากน้ี ยังมบี คุ คลสำคัญ
ในการพัฒนานวตกรรมนี้ให้ยั่งยืนมาถึงปัจจุบัน ได้แก่ อาจารย์สมทรง จุไรทัศนีย์ ซ่ึงเป็นผู้ที่มีประสบการณ์การ
ทำงานใหห้ อผู้ปว่ ยเด็ก อาจารย์มีการศกึ ษาหาความร้อู ย่างต่อเนอ่ื ง ไดแ้ ก่ อาจารยส์ ำเร็จการศึกษาปรญิ ญาโทด้าน
จติ วิทยาการปรกึ ษา ผ่านการอบรมหลักสตู ร Family therapy ของกรมสขุ ภาพจติ ตลอดจนได้ไปศกึ ษาอบรมใน
ตา่ งประเทศ (Post master) ในสาขาที่เกีย่ วข้องกับการดูแลผปู้ ่วยเดก็ และครอบครัว เช่น Family counseling
และ Bio ethics จุดสำคญั ในการทำให้นวตกรรมนม้ี ีการพฒั นาอย่างย่งั ยนื คอื การนำความรู้ตา่ งๆมาประยุกตใ์ ชใ้ น
การช่วยเหลือผู้ป่วยและครอบครัว เช่น เป็นผู้ท่ีเริ่มใช้เคร่ืองมือในการประเมินครอบครัวทำให้ได้ข้อมูลเชิงลึกและ
สอดคล้องกับบริบทของครอบครัวมากข้ึน นอกจากนี้ ยังนำความรู้และประสบการณ์ในต่างประเทศมาพัฒนาการ
ดแู ล เชน่ รปู แบบการพยาบาล CNS และการพฒั นาอปุ กรณใ์ นการสอนต่างๆ พัฒนารูปแบบการวางแผนจำหน่าย
พัฒนาระบบการส่งข้อมูลจากหอผู้ป่วยมายังงานป้องกันฯลฯ และอบรมเร่ืองการวางแผนจำหน่ายให้หัวหน้า
หอผู้ป่วยและพยาบาลในหอผู้ป่วยในโรงพยาบาลรามาธิบดีให้มีความรู้ความเข้าใจ สามารถตัดสินใจส่งข้อมูลมายัง
หน่วยเยี่ยมบ้านได้โดยอิสระทำให้ผู้ป่วยได้รับการวางแผนจำหน่ายรวดเร็วข้ึนซ่ึงเป็นการสร้างและปรับระบบการ
ดูแลที่สำคัญในโรงพยาบาลรามาธิบดี อาจารย์มีความเช่ือมั่นว่า พยาบาลมีบทบาทอย่างย่ิงในการช่วยให้
ครอบครัวสามารถดูแลผู้ป่วยได้อย่างถูกต้อง อาจารย์จะให้ความสำคัญในการแบ่งปันและถ่ายทอดความรู้ เพื่อ
ใหพ้ ยาบาลในงานฯ สามารถดแู ลผูป้ ่วยและครอบครัวได้อย่างมปี ระสทิ ธิภาพ จากผลงานต่างๆ ดงั ท่กี ล่าวทำใหไ้ ด้
ผลลัพท์ต่อผู้ป่วยอย่างชัดเจน กล่าวคือ จำนวนผู้ป่วยที่กลับมารักษาซ้ำลดลงและครอบครัวมีคุณภาพชีวิตที่ดี จน
ทำให้ได้รับการยอมรับและความร่วมมือจากทีมสหสาขาและระดับนโยบายของคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาล
รามาธิบดี นอกจากนอ้ี าจารย์ยงั มสี ่วนเขา้ ในการสรา้ งระบบการเย่ียมบา้ นให้สปสช. สามารถพฒั นาเป็นแนวปฏบิ ตั ิ
ของการเย่ยี มบ้านในระดบั ประเทศ
386 : นวัตกรรมการสรา้ งเสริมสขุ ภาพภายใตบ้ ทบาทของวิชาชพี การพยาบาล
นอกจากนี้ ทีมงานพยาบาลในงานป้องกันและสร้างเสริมสุขภาพเป็นกลุ่มบุคคลท่ีมีส่วนในการพัฒนา
นวัตกรรมนี้ ประกอบด้วยพยาบาลวิชาชีพที่ปฏิบัติงานประจำในงานป้องกันฯ จำนวน 26 คน ท่ีมีความรู้ความ
เชี่ยวชาญเฉพาะสาขา สามารถดูแลผู้ป่วยทุกกลุ่มโรค มีใจรักที่จะพัฒนา ได้รับการฝึกอบรมในสาขาที่เก่ียวข้อง
และมีทักษะในการสื่อสารที่ดี รวมท้ังผู้ปฏิบัติการพยาบาลขั้นสูง ( APN) 2 คน ที่มีความเช่ียวชาญเรื่องการดูแล
ผู้ป่วยเด็กโรคเรื้อรังและการพยาบาลอายุรศาสตร์ ทำหน้าท่ีพัฒนานวัตกรรมการพยาบาลเฉพาะกลุ่ม เช่น การ
ประดษิ ฐอ์ ปุ กรณ์การสอนผป็ กครองในการให้อาหารทางหน้าท้อง การพมั ฯเรอ่ื ง Home TPN รวมทงั้ ร่วมกจิ กรรม
ทงั้ ในดา้ นการศกึ ษาและการบรกิ ารตา่ งๆ สามารถจดั การรายกรณี ประสานงาน ใหค้ ำปรกึ ษา เปน็ พเ่ี ลย้ี ง เสรมิ พลงั
อ
ำนาจใหก้ บั ผปู้ ่วยและญาติ นำหลักฐานเชงิ ประจกั ษ์มาใช้ และมีการจดั การผลลัพธ์ เปน็ ต้น
ผมู้ ีสว่ นสำคญั ในการผลักดนั ให้นวตั กรรมนม้ี คี วามยัง่ ยนื คีอ การสนบั สนุนในระดับนโยบายจากองคก์ ร คือ
ได้รับการสนับสนุนจากคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ให้ต้ังเป็นหน่ึงในงานการพยาบาล ข้ึนตรงกับ
คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธบิ ดี มีการบรหิ ารงานทีช่ ดั เจน ให้การสนบั สนนุ แหล่งประโยชน์ตา่ งๆ ในดา้ น
ก
ำลังคน เงินสนบั สนนุ และพาหนะในการเยี่ยมบา้ นทำใหน้ วัตกรรมนม้ี ีการพัฒนาอย่างต่อเนอ่ื งและยั่งยืน
1.2 ลักษณะงานและกิจกรรมของนวัตรรมทางการพยาบาล
นวตั กรรมทางการพยาบาลเพือ่ การสรา้ งเสรมิ สขุ ภาพเรื่องน้ี เป็นนวัตกรรมการพฒั นาทกั ษะสว่ นบคุ คลและ
ปรบั ระบบบรกิ ารสขุ ภาพทพี่ ฒั นาขนึ้ และดำเนนิ งานโดยพยาบาล เพอ่ื สง่ เสรมิ สขุ ภาพผปู้ ว่ ยและประชาชน นวตั กรรมน้ี
แบ่งเป็น 2 หน่วย ได้แก่ หนว่ ยบริการพยาบาลผ้ปู ่วยทบี่ า้ น (เดิมคือหนว่ ยเยยี่ มบา้ น) และ หน่วยให้คำปรึกษาและ
แนะแนว (ชอ่ื เดิมคือ หน่วยแนะแนวและปรึกษาปญั หาสุขภาพ) แต่ละหน่วยมกี จิ กรรม ดังนี้
หน่วยบรกิ ารพยาบาลผปู้ ่วยท่บี า้ น มีภารกิจหลกั 4 กิจกรรม ดังน้ี
• วางแผนจำหนา่ ย (Discharge plan) ผ้ปู ว่ ยทกุ กลุ่มโรคและทุกช่วงวัย ที่เข้ารบั การรักษาในโรงพยาบาล
และมาตรวจที่แผนกผูป้ ว่ ยนอก
• เยี่ยมบ้าน (Home visit) ผู้ป่วยท่ีเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลรามาธิบดี ท้ังในกรุงเทพมหานครและ
ปรมิ ณฑล และประสานงานกบั ศนู ยบ์ รกิ ารสาธารณสขุ กรงุ เทพมหานครเพอ่ื ตดิ ตามเยยี่ มในรายทตี่ อ้ งการ
การดูแลตอ่ เนื่องหลังจากสน้ิ สุดการเยีย่ มของหนว่ ยเยี่ยมบ้าน
• ตืดตามเย่ียม (Follow up) โดยการโทรศัพทแ์ ละ/หรือ เมอื่ ผ้ปู ว่ ยมาตรวจตามนัดท่ีโรงพยาบาล
• ส่งต่อ (Referal care) ผู้ป่วยท่ีไม่สามารถไปเยี่ยมบ้านได้หรือเม่ือส้ินสุดการเย่ียมบ้าน โดยส่งต่อไปยัง
ศูนย์บริการสาธารณสุข ของกรุงเทพมหานคร กรณีท่ีอยู่ต่างจังหวัดจะส่งจดหมายไปยังโรงพยาบาลใกล้
บ้าน มีระบบการตดิ ตามหลังการส่งตอ่
หนว่ ยใหค้ ำปรึกษาและสร้างเสริมสขุ ภาพ มีภารกจิ หลกั ดังนี้
• คัดกรองผู้ป่วยใหม่และผู้ป่วยที่มีจดหมายส่งตัวรายใหม่ทุกรายที่หน่วยเวชระเบียน แผนกผู้ป่วยนอก
ทกุ วัน เพือ่ ชว่ ยใหผ้ ู้ปว่ ยไดร้ บั การตรวจรักษากบั แพทย์ได้ถกู ต้องและรวดเร็ว
กรณีศกึ ษา ภาคกลาง :
387
• ให้คำปรึกษาสขุ ภาพทางโทรศัพท์ ทุกวนั ไมเ่ วน้ วนั หยุดราชการ ตั้งแต่เวลา 7.00 ¬-23.00 น.
• ให้คำปรึกษาและแนะนำด้านสุขภาพสำหรับผู้ป่วยทุกกลุ่มโรคขณะรักษาตัวในโรงพยาบาลที่ส่งปรึกษา
จากแผนกต่างๆ ผู้ป่วยทม่ี ารบั การตรวจแผนกผูป้ ว่ ยนอกและประชาชนทั่วไป
• ให้คำปรึกษาสำหรับผู้ท่ีต้องการงดบุหร่ี โดยเปิดคลินิกปลอดบุหร่ี ที่ศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพฯ
ทกุ วัน ในเวลาราชการ เพอื่ ใหค้ ำแนะนำสำหรบั ผปู้ ่วยท่สี ง่ ตวั จากแผนกตา่ งๆ และ walk in และติดตาม
เย่ียมทางโทรศัพทเ์ ป็นระยะจนครบ 1 ป
ี
นอกจากนี้ในงานการพยาบาลป้องกันโรคและส่งเสริมสุขภาพนี้ ยังมีกิจกรรมของพยาบาลผู้ปฏิบัติการ
พยาบาลขน้ั สงู (APN) มกี จิ กรรมหลกั 4 ดา้ น เชน่ เดยี วกบั พยาบาลทปี่ ฏบิ ตั งิ านในหนว่ ยเยย่ี มบา้ น ไดแ้ ก่ Discharge
plan, Home visit, follow up และ refer แต่ดูแลผู้ป่วยกลุ่มเฉพาะโรค ได้แก่ ผู้ป่วยเด็กโรคเบาหวาน หรือ
มะเรง็ ตามความเชีย่ วชาญ พัฒนานวตั กรรมการพยาบาล เชน่ Home TPN พัฒนาระบบการส่งปรึกษาพยาบาล
Ambulatory care โดยใชร้ ะบบ Online เป็นต้น
1.3 กล่มุ เปา้ หมายของการใชน้ วตั กรรม
กลุ่มประชากรเป้าหมายในการใช้นวัตกรรมนี้ คือ ผู้ป่วยท่ีเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลรามาธิบดีทุกกลุ่ม
โรคและทุกช่วงวัยและประชาชนท่วั ไป โดยนวตั กรรมทางการพยาบาลนี้ สามารถแบง่ ได้เปน็ 2 ลักษณะ ดังน
้ี
• นวัตกรรมเชงิ กระบวนการหรอื เชิงระบบ
นวตกรรมการพยาบาลนี้ มีการพัฒนาระบบการวางแผนจำหน่าย เริ่มจากการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่อง
การวางแผนจำหน่ายแก่หัวหน้าหอผู้ป่วยและพยาบาลทุกคน เพ่ือให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการวางแผน
จำหนา่ ย สามารถตดั สนิ ใจอย่างอสิ ระในการสง่ ขอ้ มูลผ้ปู ่วยเพ่ือใหไ้ ดร้ ับการวางแผนจำหนา่ ยได้อย่างถกู ตอ้ ง สรา้ ง
ระบบการส่งข้อมูล Online จากหอผู้ป่วย ช่วยให้สะดวกในการส่งข้อมูลผู้ป่วยมายังหน่วยเย่ียมบ้าน และพัฒนา
ระบบการบันทึกข้อมูลการวางแผนจำหน่ายช่วยให้สะดวกในการประเมินปัญหาของผู้ป่วยและครอบครัวและ
การติดตามประเมินผล นอกจากน้ียังมีการพัฒนาระบบการเยี่ยมบ้านที่ประสานกับทุกแผนกในโรงพยาบาล และ
เครอื ข่ายของโรงพยาบาลและศนู ยบ์ ริการสาธรณสขุ ในกรุงเทพมหานครและโรงพยาบาลในตา่ งจังหวดั
• นวัตกรรมเชงิ เครื่องมอื
นวัตกรรมการพยาบาลนี้ มีการพัฒนาชุดการสอนหลายชนิด ประกอบด้วย Slide PowerPoint แผ่นพับ
และคมู่ อื เพอื่ สง่ เสริมให้ผ้ปู ่วยและญาติมคี วามร้คู วามเข้าใจ นอกจากน้ยี งั พฒั นาอปุ กรณ์ชุดการสอนท่ดี ัดแปลงข้นึ
สำหรับการสอนสาธติ เพอ่ื ให้ครอบครัวสามารถฝกึ ปฏิบัติทบทวนจนเกิดความมน่ั ใจ
นวัตกรรมท้ังสองลักษณะ สามารถก่อให้เกิดผลลัพธ์ท่ีดีต่อภาวะสุขภาพของผู้ป่วยทุกกลุ่มโรค และทุกช่วง
ว
ยั และประชาชนทว่ั ไป ท้ังทางตรงและทางอ้อม กล่าวคือ
388 : นวัตกรรมการสร้างเสรมิ สุขภาพภายใตบ้ ทบาทของวชิ าชีพการพยาบาล
ทางตรง ผู้ป่วยมีสุขภาพดีขึ้น ได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง ลดการเกิดภาวะแทรกซ้อนและลดอัตราการ
กลับเข้ารับการรักษาซ้ำในโรงพยาบาลและมีคุณภาพชีวิตท่ีดีขึ้น ประชาชนทั่วไปได้รับคำแนะนำในการสร้างเสริม
ส
ุขภาพ ปอ้ งกนั การเกิดโรคทไี่ ม่ติดตอ่ (Non communicable disease)
ทางอ้อม ครอบครัวได้รับการสร้างเสริมกำลังใจและพัฒนาศักยภาพในการดูแลผู้ป่วยตามความสามารถ
และสอดคล้องกับบริบทของแต่ละครอบครัว มีการสร้างงานเพื่อเสริมรายได้ และลดค่าใช้จ่ายขณะผู้ป่วยเข้ารับ
การรักษาในโรงพยาบาล นวตกรรมน้ียังช่วยลดคา่ ใช้จ่ายของโรงพยาบาลและของประเทศ
2. กระบวนการพัฒนานวัตกรรม
และการจดั การเพอ่ื การนำใช้และพัฒนา
2.1 เส้นทางการพฒั นานวตั กรรมทางการพยาบาล
ระยะท่ี 1 จดุ เรมิ่ ต้นแนวคดิ การดแู ลอยา่ งตอ่ เนื่อง (พ.ศ.2515-2516)
เริ่มต้นท่ีแผนกงานการพยาบาลกุมารฯ จากท่ีอาจารย์พยาบาล อดีตหัวหน้าแผนกการพยาบาลกุมารฯ
ได้แก่ รศ.สุนทรี ภานุทัต พบว่ามีผู้ป่วยเด็กเข้ารับการรักษาซ้ำๆ ด้วยโรคติดเช้ือเดิม จึงชักชวนอาจารย์พยาบาล
อีก 1 คน ได้แก่ อาจารย์ชนิตา มณีวรรณ มาร่วมงาน โดยเริ่มให้ความรู้บิดามารดาของผู้ป่วยเด็ก ส่งเสริมให้
พยาบาลสอนผู้ป่วยและญาติก่อนกลับบ้านทำให้มีความรู้และทักษะในการดูแลผู้ป่วย และเร่ิมมีการติดตามเยี่ยม
บ้านทำให้ได้ข้อมูลเชิงลึกถึงสาเหตุของการดูแลของครอบครัว และนำข้อมูลมาร่วมวางแผนกับทีมสุขภาพและ
บุคลท่ีเกี่ยวข้อง ช่วยให้ครอบครัวได้รับการแก้ไขปัญหาอย่างตรงจุด ส่งผลให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลอย่างถูกต้อง
เหมาะสมตามบริบท ลดอัตราการเขา้ รักษาซ้ำในโรงพยาบาล
ระยะที่ 2 ก่อต้งั Ambulatory Care Service (พ.ศ.2517-2520)
ผลจากการดำเนินการเย่ียมบ้านท่ีช่วยให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลท่ีดี มีภาวะแทรกซ้อนลดลง และการสำรวจ
ความต้องการของบุคลากรทีมสุขภาพทุกแผนกต่างๆ ที่ต้องการให้มีงานการดูแลผูป่วยอย่างต่อเน่ืองที่บ้าน จึงได้
ขยายงานนไ้ี ปยงั แผนกตา่ งๆ เชน่ อายุรศาสตร์ ศัลยศาสตร์ ประกอบกบั ไดร้ บั คำปรกึ ษาจากมูลนิธริ อ๊ กกีเ้ ฟลเลอร์
และการสนบั สนนุ ของภาควิชากุมารเวชศาสตร์ จงึ ได้ตั้งหนว่ ยงาน Ambulatory Care Service ในปี 2517 โดยมี
รศ.สนุ ทรี ภานทุ ตั เปน็ หวั หนา้ แผนก อาจารยช์ นติ า มณวี รรณ เปน็ ผรู้ บั ผดิ ชอบในการวางแผนพฒั นาระบบบรกิ าร
สุขภาพต่อเนื่องจากโรงพยาบาลถึงบ้าน และพัฒนาระบบสุขภาพท่ี OPD และอาจารย์ประไพ บุริณทรามาตย์
อาจารย์พยาบาลที่เข้าร่วมงานอีก 1 ท่าน รับผิดชอบงานในส่วนของ IPD ช่วยทำให้เติมเต็มในเร่ืองของกา
รสร้างเสริมสุขภาพและการป้องกันโรค และช่วยให้บุคลากรสุขภาพในโรงพยาบาลรามาธิบดีตระหนักถึงการให้
กรณศี ึกษา ภาคกลาง :
389
ความสำคัญกบั การใหค้ วามรลู้ ะการดุแลตนเองดา้ นสุขภาพ ในการจดั ตั้ง หนว่ ยงาน Ambulatory Care Service
มีแนวคิดพ้ืนฐาน ดังน้ี
1. เช่อื ว่าประชาชนมีศกั ยภาพ สามารถดูแลตนเองได้ ถ้าได้รับความร้แู ละคำปรึกษาทถ่ี ูกต้องและเพยี งพอ
2. ผปู้ ว่ ยและครอบครัวมีสิทธแิ ละควรมสี ว่ นรว่ มในการรับรู้ วางแผนตัดสินใจในการรับการรกั ษาพยาบาล
3. การป้องกนั โรค สง่ เสริมสุขภาพ และฟ้ืนฟูสุขภาพของประชาชนและผู้ป่วย เปน็ ส่งิ ทไี่ ด้ผลคุ้มคา่ กว่าการ
รกั ษา
4. การบรกิ ารสขุ ภาพทมี่ ปี ระสทิ ธภิ าพ ตอ้ งเปน็ องคร์ วมและดำเนนิ การไปอยา่ งตอ่ เนอ่ื ง ครบวงจร คลอบคลมุ
กลุ่มเป้าหมายท่รี ับผิดชอบ
5. พยาบาลมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยเสริมสร้างคุณภาพชีวิต และพฤติกรรมอนามัยที่ถูกต้องให้
กับประชาชน
ระยะที่ 3 ก่อนการปฏิรปู ระบบสขุ ภาพ (พ.ศ.2521-2543)
เม่ือมีการเปล่ียนแปลงความต้องการด้านสุขภาพ ประกอบกับการเปล่ียนแปลงของความเจ็บป่วยจาก
โรคติดเช้ือ เป็นโรคไร้เช้ือ ความยุ่งยากซับซ้อนของการดูแลจึงมีมากขึ้น ครอบครัว/ญาติผู้ดูแลต้องเรียนรู้การดูแล
ที่มีความสลับซับซ้อนมากข้ึน ขณะที่จำนวนเตียงมีจำกัด การจำหน่ายผู้ป่วยเร็วข้ึน เนื่องจากรามาธิบดี เป็น
โรงพยาบาลตติยภูมิ กำลังคนในการดูแลไม่เพียงพอ ประกอบกับมีงานวิจัยโดยแพทย์ชี้ให้เห็นว่า งานด้านการให้
ความรดู้ า้ นสุขภาพ สามารถชว่ ยใหก้ ารกลบั เขา้ รักษาซ้ำของผู้ป่วยลดลง จากเหตุผลดังกล่าว จงึ มกี ารเปลยี่ นแปลง
ดังน้
ี
1. เพิม่ ช่อื ภาษาไทยให้กบั หน่วยงาน เปน็ “หน่วยประสานงานระหว่างโรงพยาบาลและบา้ น”
2. เพ่มิ อตั รากำลงั ของพยาบาลในงานฯ เพือ่ รองรับงานท้งั โรงพยาบาล
3. พัฒนาพยาบาลในงานฯ เพอื่ เตรียมความพร้อม การพัฒนาองค์ความรู้และทักษะการดูแลผปู้ ว่ ยตอ่ เนอ่ื ง
ท่บี ้าน ท่เี ฉพาะเจาจง
4. กำหนดงานรบั ผดิ ชอบ 4 ดา้ น ไดแ้ ก่ 1) Discharge planning, 2) Home health care, 3) Follow up
และ 4) Referral care
5. สร้างระบบการดูแลผู้ป่วยและครอบครัวอย่างต่อเน่ืองในคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี โดย
ดูแลทุกแผนกพรอ้ มทง้ั พฒั นาแนวปฏิบัตกิ ารทำงาน การวางแผนจำหนา่ ยผู้ป่วย ระบบการปรกึ ษา จาก
หอผปู้ ว่ ยมายงั งานฯ และสรา้ งระบการทำงาน
6. สร้างระบบเครือข่ายกับกองการพยาบาลสาธารณสุข สำนักอนามัย กรุงเทพมห่นคร และกระทรวง
สาธารณสุขเพื่อส่งต่อผู้ป่วยให้ได้รับการดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่องท่ีบ้าน (มีการส่งต่อข้อมูลและผลลัพท์
ของการดแู ลผ้ปู ว่ ย)
390 : นวัตกรรมการสร้างเสริมสุขภาพภายใตบ้ ทบาทของวิชาชีพการพยาบาล
7. ประสานงานเพื่อการพัฒนาบุคลากรพยาบาลสาธารณสุขของกองการพยาบาลสาธารณสุข (ศูนย์บริการ
สาธารณสขุ ) ใหค้ วามรู้ ทกั ษะในการดแู ลผปู้ ว่ ยโรคเรอื้ รงั และครอบครวั ตลอดจนการใชอ้ ปุ กรณก์ ารแพทย์
8. จัดประชมุ วิชาการพยาบาลเรอื่ ง Home Health Care เป็นต้น
ระยะที่ 4 ภายหลังการปฏริ ูประบบสขุ ภาพจนถึงปจั จุบนั (พ.ศ. 2544-2557)
มกี ารเปลย่ี นแปลงโครงสรา้ งประชากรไทย ผู้สูงอายมุ ีจำนวนมากขึ้น ในขณะทปี่ ระชาชนวัยเดก็ ลดลง การ
เจ็บป่วยเร้ือรังด้วยโรคไร้เชื้อมากข้ึน และโรคที่เกิดจากพฤติกรรมสุขภาพค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลสูงข้ึน
ทำให้ผู้ป่วยถูกจำหน่ายออกจากโรงพยาบาลเร็วข้ึนเมื่อพ้นภาวะวิกฤต ทำให้การดูแลท่ีบ้านมีความสำคัญมากข้ึน
ในขณะเดยี วกัน ปี 2545 มกี ารปฏิรูประบบสขุ ภาพ ประชาชนคนไทยทุกคนมีสิทธิใชห้ ลกั ประกันสขุ ภาพในระบบ
สุขภาพ มีการกำหนดพ้ืนท่ีรับผิดชอบผู้ป่วยตามเกณฑ์ของ สปสช. เน้นเร่ืองการดูแลสุขภาพท่ีบ้าน ถือเป็น
นโยบายหลักในการดูแลผู้ป่วย ในช่วงเวลาดังกล่าว อาจารย์สมทรง จุไรทัศนีย์ มีโอกาสเข้าร่วมในการสร้างระบบ
การเยี่ยมบ้านให้กับสปสช. สร้างแนวปฏิบัติในการเยี่ยมบ้าน ทำให้มีแนวปฏิบัติชัดเจนในการเย่ียมบ้านผู้ป่วยโรค
ตา่ งๆ เชน่ ผปู้ ่วยโรคสมองเส่ือม จะได้รับการเย่ียมกคี่ รั้ง เปน็ ต้น และสรา้ งระบบจา่ ยคา่ ตอบแทนโรงพยาบาลท่ีมี
การเยี่ยมบ้านในเขตกทม. เป็นเงนิ 800 บาทต่อราย ปจั จุบนั ไดร้ ายละ 1,000 บาท
ปี 2547 อาจารย์สมทรง และพยาบาลในหน่วยแนะแนวฯ 1 คน จบปริญญาโทจิตวิทยาคำปรึกษา เริ่ม
ศึกษาเรื่องบุหรี่ร่วมกับอาจารย์แพทย์ ในปี 2548 ตั้ง “คลินิกปลอดบุหร่ี” ได้รับเงินสนับสนุนจากสปสช. ในการ
ติดตามให้คำปรึกษาทางโทรศัพท์ ระหว่างน้ีมีพยาบาลได้รับวุฒิบัตรเป็นผู้ปฏิบัติการพยาบาลข้ันสูงสาขาการ
พยาบาลเด็กและการพยาบาลผู้ป่วยมะเร็งช่วยให้มีการพัฒนานวัตกรรมกับกลุ่มผู้ป่วยเฉพาะทางมากขึ้น เช่น การ
พัฒนาเรื่อง Home TPN ร่วมมือกับฝ่ายการศึกษาในการสอนและอบรม ในหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิตและ
ม
หาบณั ฑติ และเปดิ Short course training เร่อื ง Home care
ปี 2554 เปล่ียนชอ่ื หน่วยฯ เป็น งานการพยาบาลป้องกนั โรคและสง่ เสรมิ สุขภาพ ขน้ึ ตรงกบั คณะแพทย-
ศาสตรโ์ รงพยาบาลรามาธบิ ดี มพี ยาบาลวชิ าชพี เปน็ หวั หนา้ งาน และมพี ยาบาลวชิ าชพี ทมี่ คี วามเชย่ี วชาญทกุ กลมุ่ โรค
และอายมุ าร่วมงาน ได้แก่ อายรุ ศาสตร์ ศลั ยศาสตร์ กระดูก หตู าคอจมูก สตู ินรีเวช ผสู้ งู อายุ เด็ก และผปู้ ่วยที่มา
เขา้ รับการดูแลทีห่ ้องสงั เกตอาการ (Observe) มกี ารสรา้ งระบบสง่ ข้อมูล 0nline จากหอผ้ปู ว่ ยทำให้ส่งขอ้ มูลจาก
หอผู้ป่วยมายังงานฯ ได้รวดเร็วและเป็นระบบ โดยจะมีพยาบาลประจำทำหน้าท่ีรับเรื่อง 1 คน พยาบาลในงานฯ
จะมารบั case ตามสาขาความเชยี่ วชาญ พฒั นาระบบการเยย่ี มบา้ นและการใหค้ ำปรกึ ษาผปู้ ว่ ยไดค้ รอบคลมุ และมี
ประสทิ ธภิ าพ พยาบาลทปี่ ฏบิ ตั งิ านไดร้ บั การสนบั สนนุ ใหพ้ ฒั นาความรอู้ ยา่ งตอ่ เนอ่ื งตามสายงาน สามารถใหบ้ รกิ าร
ด
้านการศึกษาและดา้ นบรกิ ารจนได้รบั การยอมรับจากบคุ ลากรท้งั ในโรงพยาบาลรามาธบิ ดแี ละในระดับประเทศ
จากทีก่ ลา่ วมาข้างต้น สามารถสรุป เสน้ ทางการพัฒนานวตั กรรม “ Continuing care ในรามาธบิ ด:ี
ความยง่ั ยนื ในโรงพยาบาลตติยภูม”ิ ดงั แผนภาพตอ่ ไปนี้ (แผนภาพที่ 64)
กรณศี ึกษา ภาคกลาง :
391
392 : นวัตกรรมการสรา้ งเสริมสขุ ภาพภายใตบ้ ทบาทของวิชาชพี การพยาบาล
ภาพที่ 64 สน้ ทางการพฒั นานวัตกรรม “ Continuing care ในรามาธิบด:ี ความย่ังยืนในโรงพยาบาลตติยภูมิ”
ñðšĎ üś ÷ ĂÝ êÜĚĆ ĀîüŠ ÷ đðúĊ÷ę îßęČĂ đøöęĉ Öćø ÝéĆ Ăïøö øŠüöÿøćš Ü đðéŗ Ùúîĉ Öĉ đðúĊ÷ę îßęĂČ
đéÖĘ ó÷ćïćú Ambula- đðîŨ ĀîüŠ ÷ üćÜĒñî ÖćøüćÜĒñî ĒîüðäĉïĆêĉ ðúĂéïĀč øęĊ đðîŨ ĶÜćî
ÖúïĆ đךć tory ðøąÿćî ÝĞćĀîćŠ ÷ ÝĞćĀîŠć÷ĔĀ š đ÷ęĊ÷öïćš îÖïĆ ö Ċ 1"/ ðŜĂÜÖîĆ ķ
øĆÖþć Ēúą DBSF ×îċĚ ÜćîøąĀüŠćÜ ĂïøöÖćø )/ Ēúą 3/ ÿð ÿß óĆçîćđøĂČę Ü ×ċîĚ êøÜêĂŠ
àćĞĚ Ĕî ó÷ćïćú ÖĆïõćÙüßĉ ć øó Ēúąïšćî éĎĒúñðšĎ śü÷ ĔîøćöćĄ đðŗé TIPSU )PNF 51/ ÙèąĒóì÷Ť
øó đøöĉę öĊÖćø ó÷ćïćú ĒïŠÜđðŨî ĔĀÖš ìö ðøïĆ øðĎ Ēïï DPVSTF > ēøÜó÷ćïćú
đ÷÷Ċę öïšćî ýćÿêøŤ ĀîŠü÷đ÷Ċę÷ö ÖćøÿÜŠ ךĂöúĎ training øćöćĄ
ĔîĒñîÖ đøöęĉ đ÷÷ęĊ ö ïšćîĒúą ñšðĎ üś ÷ đøęĂČ Ü )PNF
Ĕîïćš î ĒîąĒîü care
đéÖĘ Āúć÷ĒñîÖ
2515 2517 2520 2527 2542 2545 2548 ðÝŦ Ýïč îĆ
2.2 แนวทางการจัดการงานและกิจกรรมทางการพยาบาล
1) การสร้างการเรียนรู้
นวํตกรรมการพยาบาลในการสร้างเสริมสุขภาพนี้ มีกระบวนการเรียนรู้ระหว่างผู้นำกระบวนการ และ
ผู้ร่วมงานทุกคน กล่าวคือ หัวหน้างานจะนำข้อมูลและนโยบายท่ีได้รับจากระดับคณะฯมาถ่ายทอดแก่พยาบาลใน
หนว่ ยในกจิ กรรม morning talk ที่จัดขึน้ ทุกสปั ดาหๆ์ ละ 2 วนั หรือจดั เพิ่มกรณพี เิ ศษเมอื่ มเี รื่องดว่ นทตี่ อ้ งแจง้ ให้
ทราบ นอกจากนี้ การทำ morning talk ยังเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวิชาการภายหลังจากมีผู้ที่กลับจากไป
รับการอบรมหรือประชุมวิชาการ มีการวิเคราะห์ปัญหาและวางแผนแก้ปัญหาผู้ป่วยที่มีความซับซ้อนร่วมกัน มี
ระบบการายทอดประสบการณ์จากร่นุ พี่ส่รู ุ่นนอ้ งท่ีเขา้ มาปฏิบัติงาน เปิดโอกาสให้ปฏิบัติงานโดยมีร่นุ พช่ี ้แี นะทำให้
มีการพัฒนาความรู้ความม่ันใจในการทำงาน ในงานป้องกันฯนี้จะเปิดโอกาสให้พยาบาลไปศึกษาอบรมเพ่ือพัฒนา
ความรคู้ วามกา้ วหนา้ อย่างตอ่ เนอื่ ง เชน่ เรยี นระดับปรญิ ญาโท หรือ ผปู้ ฏบิ ัตกิ ารพยาบาลข้ันสงู เพือ่ เพิม่ ขดี ความ
สามารถให้แก่พยาบาลในหน่วยงานให้มีศักยภาพในการปฏิบัติงานมากขึ้น และมีความก้าวหน้าในสายงาน การ
เ
รียนรู้ ดังกลา่ วลว้ นเป็นการเสรมิ สร้างทกั ษะส่วนบคุ คลของพยาบาลให้พฒั นานวัตกรรมได้อยา่ งยง่ั ยืน
จากการท่ีพยาบาลมีศักยภาพมากขึ้น และนำไปพัฒนาการดูแล การสอนและให้คำแนะนำแก่ผู้ป่วยและ
ครอบครัว ช่วยให้ผู้ป่วยและครอบครัวได้รับการดูแลอย่างต่อเน่ือง จึงเป็นการพัฒนาทักษะส่วนบุคคลของ
ครอบครัวในการดูแลตนเอง ประชาชนท่ีได้รับคำปรึกษามีสุขภาพท่ีดีขึ้น ลดช่องว่างของการเข้าถึงการบริการ
ทางการแพทย์ และลดคา่ ใชจ้ ่ายในครอบครัวและในระดับชาติ
2) การเช่อื มประสานงานและกิจกรรม
ในการดำเนนิ ของนวตกรรมน้ีมกี ารเช่ือมประสานงานกบั หลายฝา่ ย ดงั น้ี
2.1 พยาบาลในหอผู้ป่วยทุกแผนก และพยาบาลโรงพยาบาลอื่นๆ ที่สังกัดกรุงเทพมหานครและ
กระทรวงสาธารณาสุข ในการสง่ ต่อผู้ปว่ ยเพือ่ ให้เกิดการดูแลอย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ
2.2 แพทย์ เพอ่ื ปรกึ ษาการดูแลรกั ษาผู้ป่วยท่ีมปี ญั หาซบั ซ้อนและวางแผนแกป้ ัญหารว่ มกัน
2.3 เครือข่ายวิชาชีพอ่ืน เช่น เภสัช เมื่อผู้ป่วยที่มีโรคอื่นร่วมด้วยเพื่อวางแผนในการให้ยาอย่าง
เหมาะสม หรือ นักโภชนากร เมื่อผู้ป่วยท่ีจำเป็นต้องได้รับสารอาหารเพิ่มให้แผลหายเร็วข้ึน
นอกจากนี้ ยังประสานงานกับหนว่ ยสังคมสงเคราะห์ เป็นตน้
กรณศี ึกษา ภาคกลาง :
393
3. คณุ ลกั ษณะของนวัตกรรม
กบั ยุทธศาสตร์การสรา้ งเสรมิ สขุ ภาพ
3.1 คณุ ลกั ษณะของนวตั กรรมทางการพยาบาล
ภาพรวมของนวัตกรรมน้ี เป็นการสร้างระบบการดูแลอย่างต่อเนื่อง (Continuing care) โดยการมีระบบ
เยีย่ มบ้านและการให้คำปรกึ ษาเพือ่ การป้องกันโรคและส่งเสริมสขุ ภาพ โดยมีวิธกี ารดำเนินงาน ดงั น
ี้
1) การวางแผนจำหนา่ ยผ้ปู ว่ ยทกุ กลุ่มโรคและทกุ ช่วงวยั ท้ังที่รบั ไว้ในโรงพยาบาลและมาตรวจทีแ่ ผนกผปู้ ่วย
นอก มีการพัฒนาระบบส่งข้อมูล online สำหรับการส่งข้อมูลผู้ป่วยจากทุกหอผู้ป่วยและทุกแผนกมายังหน่วย
เยี่ยมบ้าน เม่ือได้รับการปรึกษาจากพยาบาลซึ่งจะส่งปรึกษาตามเกณฑ์การพิจารณาผู้ป่วยท่ีจะได้รับการวางแผน
จำหน่าย ได้แก่ ผู้ป่วยในรายที่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์การแพทย์ต่อเน่ืองที่บ้าน หรือ ผู้ป่วยไม่สามารถดูแลตนเอง
หรือผู้ดูแลไม่ม่ันใจในการดูแล หรือ มีแนวโน้มที่จะไม่มาตรวจตามนัด หรือไม่สามารถมาตรวจตามนัดได้ เป็นต้น
เม่ือทำการประเมินผู้ป่วยและครอบครัวแล้ว ในรายท่ีไม่ต้องเยี่ยมบ้านจะให้คำแนะนำ สอนสุขศึกษา สอนสาธิต
ใ
ห้กำลังใจ และหาแหลง่ สนบั สนนุ
จุดที่สำคัญในการทำให้การดำเนินงานเรร่ืองการวางแผนจำหน่ายประสบความสำเร็จคือ การที่หัวหน้า
หอผู้ป่วยและพยาบาลทุกหอผู้ป่วยและทุกแผนกในโรงพยาบาลได้รับการอบรมเร่ืองการวางแผนจำหน่าย ทำให้มี
ความรู้ความเข้าใจ สามารถปฏิบัติงานไปในทางเดียวกันและตัดสินใจส่งข้อมูลผู้ป่วยเพื่อรับการวางแผนจำหน่าย
ม
ายงั หน่วยเย่ยี มบา้ นได้โดยอิสระ ทำใหผ้ ูป้ ่วยได้รับการวางแผนจำหน่ายรวดเร็ว
2) พัฒนาชุดการสอน ประกอบดว้ ยไสลด์ PowerPoint อุปกรณ์การสอนท่ดี ดั แปลงข้นึ เพ่ือสอนผู้ป่วยและ
ญ
าติ แผน่ พบั การใหค้ ำแนะนำในการดูแลผ้ปู ว่ ย เป็นตน้
3) สร้างระบบการเย่ียมบ้านผู้ป่วยทุกกลุ่มโรคและทุกช่วงวัยอย่างเป็นระบบ ท้ังในกรุงเทพมหานครและ
ปริมณฑล โดยพยาบาลทม่ี คี วามเชี่ยวชาญเฉพะสาขา สามารถตัดสินใจในการทำงานไดอ้ ยา่ งอิสระ และได้รบั การ
ยอมรับจากบุคลากรการแพทย์ทุกสาขา ผู้ป่วยแต่ละรายจะต้องได้รับการเย่ียมบ้านภายหลังจากจำหน่ายออกจาก
โรงพยาบาลภายใน 1 สัปดาห์ ในแต่ละเดอื นจะมีการเยยี่ มบ้านประมาณ 18 ราย หากไมส่ ามารถไปเย่ยี มได้ เปดิ
โอกาสให้ผู้ป่วยและญาติโทรศัพท์มายังพยาบาลเจ้าของไข้ได้ตลอด 24 ช่ัวโมง ในการเยี่ยมบ้านจะมีแบบประเมิน
เช่น แบบประเมินการดำเนินชีวิตประจำวัน การใช้อุปกรณ์ ภาระของผู้ดูแล แหล่งประโยชน์ เป็นต้น พยาบาล
เจ้าของไข้จะวางแผนเย่ียมบ้านอย่างต่อเนื่องและพิจารณาระยะเวลาของการเยี่ยมบ้านด้วยตนเอง หลังจากเย่ียม
บ้านแตล่ ะครัง้ จะเขยี นสรปุ รายงาน และจัดเป็นแฟม้ ขอ้ มลู ของผปู้ ว่ ยแตล่ ะราย
4) พัฒนาระบบการส่งต่อไปยังสถานพยาบาลหรือโรงพยาบาลใกล้บ้านเพ่ือเยี่ยมบ้านและการติดตามผล
สำหรบั ผูป้ ว่ ยท่ีอยู่ต่างจงั หวดั
394 : นวตั กรรมการสร้างเสริมสขุ ภาพภายใตบ้ ทบาทของวชิ าชพี การพยาบาล
5) เป็นตน้ แบบของการเยย่ี มบา้ นให้สปสช. ทำให้มีแนวปฏิบตั ใิ นการเยี่ยมบ้านสำหรบั ผู้ปว่ ยโรคต่างๆ และ
ร
ะบบการใหค้ ่าตอบแทนแกโ่ รงพยาบาลที่มีการเยยี่ มบา้ น
6) ตดิ ตามประเมนิ ผู้ปว่ ย โดยการโทรศพั ท์ตดิ ตามหรือตดิ ตามเมอื่ ผ้ปู ่วยมาตรวจที่โรงพยาบาล
7) ส่งต่อผู้ป่วยเมื่อส้ินสุดการเย่ียมบ้าน และจำเป็นต้องได้รับการดูแลต่อ หรือในรายที่อยู่ต่างจังหวัด ใน
รายที่เย่ียมบ้านไม่ได้หรือเม่ือส้ินสุดการเยี่ยมบ้าน พยาบาลเจ้าของไข้จะพิจารณาว่าควรส่งต่อไปยังศูนย์บริการ
สาธารณสขุ ของกรงุ เทพมหานครหรอื ไม่ หากจำเปน็ ตอ้ งสง่ ตอ่ พยาบาลเจา้ ของไขจ้ ะประสานงานและตดิ ตามตอ่ เนอื่ ง
กรณที อ่ี ยู่ต่างจงั หวดั จะสง่ จดหมายไปยังโรงพยาบาลใกลบ้ ้าน
8) คัดกรองผู้ป่วยใหมแ่ ละผ้ปู ่วยทม่ี จี ดหมายส่งตัวทีม่ าตรวจรกั ษาทโี่ รงพยาบาลรามาธิบดี เพือ่ ใหไ้ ด้รับการ
ตรวจจากแพทยไ์ ดอ้ ยา่ งถูกต้องและรวดเร็ว โดยมพี ยาบาลของหน่วยฯ 1 คน ทำหน้าทท่ี ีห่ นว่ ยเวชระเบยี นทกุ วัน
เวลา 7.00-11.00 น.
9) ให้คำปรึกษาสุขภาพทุกกลุ่มโรคท่ีหน่วยฯเป็นผู้ป่วย walk in หรือส่งตัวจากทุกแผนก ในเวลาราชการ
ใหค้ ำแนะนำเกยี่ วกบั การดแู ลตนเองในผปู้ ว่ ยโรคเบาหวาน ความดนั โลหติ สงู ตบั อกั เสบหรอื ผปู้ ว่ ยตดิ เชอื้ HIV ฯลฯ
โดยเปิดให้คำปรึกษาผู้ป่วยที่หน่วยฯและรับปรึกษาจากทุกแผนก ทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ ตั้งแต่เวลา 7.00-23.00 น.
(พยาบาล 2 คน ใหค้ ำปรกึ ษาสุขภาพทางโทรศัพท์ ทกุ วนั ไมเ่ วน้ วนั หยดุ ราชการ ตัง้ แต่เวลา 7.00 -15.00 น. หลงั
15 น. เป็น OT มี 1 คน คณะแพทย์ฯ สนบั สนนุ คา่ โทรศัพท์เดือนละ 1,000 บาท)
10) ให้คำปรึกษาผู้ป่วยท่ีต้องการเลิกบุหรี่ โดยเปิดคลินิกปลอดบุหร่ี เพ่ือให้คำปรึกษาทุกวัน ได้รับทุน
สนบั สนนุ จาก สปสช. ทำใหส้ ามารถสร้างระบบการติดตามเยีย่ มทางโทรศัพทเ์ ป็นระยะจนครบ 1 ปี
11) ให้ความช่วยเหลือผู้ป่วยท่ีจำเป็นต้องได้รับสารอาหารทางหลอดเลือดดำให้ได้รับสารอาหารที่บ้าน
(Home TPN) โดยติดต่อประสานงานยืมเครื่องให้สารน้ำ สอนและให้คำแนะนำญาติถึงขั้นตอนการให้และการ
ป
้องกนั การติดเชือ้ จนสามารถให้สารอาหารทางหลแดเลอื ดดำแก่ผู้ปว่ ยท่ีบ้านได้
3.2 ยทุ ธศาสตรก์ ารสร้างเสรมิ สขุ ภาพ
1) สง่ เสรมิ ใหผ้ ู้ปว่ ยไดร้ บั การดแู ลอยา่ งต่อเน่อื งแบบองคร์ วม โดยมีครอบครัวเป็นศูนย์กลาง
2) สรา้ งเสริมพลังใจ และพฒั นาศกั ยภาพของผูด้ ูแลใหส้ ามารถดแู ลผ้ปู ว่ ยท่บี ้านได้ด้วยตนเอง
3) พัฒนาศักยภาพของพยาบาลผู้ปฏิบัติงานให้มีความรู้ความเข้าใจในการดูแลผู้ป่วยในสาขาที่เกี่ยวข้อง
ทำให้พยาบาลสามารถให้การดูแลอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถประสานงานกับแพทย์และบุคลากรการแพทย
์
ทกุ สาขาทำให้ผู้ปว่ ยได้รับการดูแลอยา่ งถกู ต้องและรวดเร็ว
กรณศี กึ ษา ภาคกลาง :
395
4) พัฒนาเครือข่ายในการดูแลผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง ร่วมมือกับกรุงเทพมหานครในการติดตามเยี่ยมบ้าน
สำหรับผ้ปู ว่ ยทีต่ อ้ งการการตดิ ตามดแู ลตอ่ เนื่อง
5) เป็นต้นแบบของสปสช. ในการพัฒนาระบบการเย่ียมบ้าน ทำให้มีแนวปฏิบัติในการเย่ียมบ้านสำหรับ
ผปู้ ว่ ยโรคตา่ งๆ และให้เงนิ สนบั สนุนโรงพยาบาลทีม่ ีการเย่ียมบ้าน
6) พัฒนาความรเู้ ร่อื งการวางแผนจำหน่ายแก่พยาบาลในโรงพยาบาลรามาธิบดีเพ่ือให้เขา้ ในและปฏบิ ัติงาน
ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้พยาบาลทุกหอผู้ป่วยสามารถพิจารณาเลือกผู้ป่วยท่ีต้องการการวางแผนจำหน่าย
และสง่ ขอ้ มลู ด้วยระบบ Online ทำใหผ้ ปู้ ว่ ยไดร้ ับการวางแผนจำหนา่ ยไดอ้ ย่างรวดเรว็
4. ผลลพั ธแ์ ละผลกระทบของนวัตกรรมกับการเพิม่ คุณภาพ
บริการพยาบาลและการลดปัจจยั เส่ยี งด้านสุขภาพของ
ประชาชนรวมทง้ั การพฒั นาระบบบรกิ ารสขุ ภาพของประเทศ
4.1 ผลลพั ธ์และผลกระทบต่อขอบเขตการประกอบวิชาชพี การพยาบาล
ผู้ป่วยทุกกลุ่มโรคและทุกช่วงวัยที่ต้องการการดูแลอย่างต่อเนื่อง และประชาชน ได้รับการส่งเสริมสุขภาพ
จากพยาบาลทั้งทางตรงและทางอ้อม ซึ่งเป็นการสนับสนุนให้พยาบาลมีโอกาสพัฒนาความรู้ความชำนาญเฉพาะ
สาขาและสาขาที่เกีย่ วข้อง นำความรู้จากการปฏิบัตมิ าปรบั การเรยี นการสอนและการใหค้ ำปรกึ ษา ทำให้พยาบาล
วิชาชพี พัฒนาตนเองเพ่ือให้บริการอย่างมคี ุณภาพ
4.2 ผลลัพธแ์ ละผลกระทบต่อประชากรเป้าหมาย
ประชากรกล่มุ เปา้ หมายมอี ัตราการกลบั เขา้ รับการรักษาซ้ำในโรงพยาบาลน้อยลง มภี าวะแทรกซอ้ นน้อยลง
สขุ ภาพดีข้ึน และมคี ณุ ภาพชีวิตดีขน้ึ
4.3 ผลลพั ธ์และผลกระทบตอ่ บทบาทการสรา้ งเสรมิ สุขภาพตาม Ottawa Charter
นวัตกรรมงานป้องกันโรคและส่งเสริมสุขภาพสนับสนุนบทบาทของพยาบาลวิชาชีพในการพัฒนาทักษะ
ส่วนบุคคล ทำให้ผู้ป่วยและญาติมีความรู้ความเข้าใจในการดูแลตนเองมากข้ึน และนวตกรรมน้ียังเป็นการปรับ
ระบบบริการสุขภาพ โดยการปรับระบบการเยี่ยมบ้าน ท้ังในโรงพยาบาลรามาธิบดีและเป็นต้นแบบในการพัฒนา
ระบบการเย่ยี มจนเป็นนโยบายระดับประเทศ
4.4 ผลลัพธ์และผลกระทบตอ่ แนวทางการพัฒนาวชิ าชพี
นวัตกรรมฯมผี ลต่อแนวทางการพัฒนาวชิ าชีพ ดังน
ี้
396 : นวตั กรรมการสรา้ งเสรมิ สุขภาพภายใต้บทบาทของวชิ าชีพการพยาบาล
1) การพฒั นาระบบการวางแผนจำหนา่ ยในโรงพยาบาลรามาธบิ ดี ทำใหผ้ ปู้ ว่ ยไดร้ บั การวางแผนจำหนา่ ยได้
อ
ย่างรวดเรว็
2) พยาบาลมีความรู้ความเข้าใจในการวางแผนจำหน่ายโดยได้รับการอบรมและปฏิบัติงานโดยอิสระ
ส
ามารถทำงานร่วมกับสหสาขาวิชาชพี ไดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ
3) เพมิ่ คณุ ภาพการบริการและโอกาสการไดร้ บั บริการของผู้ป่วย โดยมีระบบการสง่ ข้อมูล Online การคดั
กรองผู้ปว่ ยใหมท่ แ่ี ผนกผู้ป่วยนอก เปดิ คลนิ ิกปลอดบุหรี่ และการรับปรึกษาปัญหาสุขภาพ เป็นต้น
5. ปัจจยั เงอ่ื นไขของการพัฒนานวตั กรรม
5.1 ปัจจัยเง่ือนไขท่ีเก่ียวข้องกับการพัฒนานวัตกรรม เครื่องมือและกลไกท่ีสนับสนุนการปฏิบัติงาน
ของพยาบาลในการพฒั นานวัตกรรม
• เครอื่ งมอื และกลไกทส่ี นับสนนุ การปฏิบตั ิงานของพยาบาล
1) เครื่องมือท่ีช่วยเสริมหนุนการปฏิบัติงานของพยาบาลให้สามารถพัฒนานวัตกรรมการพยาบาลเพ่ือสร้าง
เสริมสุขภาพสำหรับประชากรกลุ่มเป้าหมายหลักได้ ได้แก่ มีนโยบายที่ชัดเจนและได้รับการสนับสนุนด้านงบ
ประมาณ มีแนวปฏิบัติในการวางแผนจำหน่าย และแนวปฏิบัติในการเยี่ยมบ้าน ที่กำหนดเกณฑ์การเลือกผู้ป่วยที่
จะไดร้ ับการวางแผนจำหนา่ ยและเยีย่ มบา้ น มสี ่อื การสอนและอปุ กรณ์การสอนทชี่ ่วยใหผ้ ้ปู ่วยและครอบครัวได้รบั
การสอนอย่างมีประสิทธิภาพ ระบบการส่งข้อมูล Online ระบบการบันทึกข้อมูล แบบประเมินต่างๆ เช่น แบบ
ปะะเมินครอบครัว การได้รับการสนับสนุนด้านเงินทุน สถานที่ในการเปิดคลินิกให้คำปรึกษา และพาหนะในการ
เ
ย่ยี มบา้ น เปน็ ตน้
2) กลไกทช่ี ว่ ยหนุนเสรมิ การปฏิบัติงานของพยาบาล ไดแ้ ก่ การมีระบบการบรหิ ารจดั การทด่ี ี การไดร้ ับการ
สนับสนุนจากคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ทั้งในส่วนของงบประมาณ กำลังคน พาหนะและสถานที่
นอกจากนี้ กลไกทีส่ ำคญั คือ ระบบการทำงานในงานปอ้ งกันฯ ท่ีให้อิสระในการทำงาน เคารพซึง่ กนั และกนั ความ
ร่วมมือกันและช่วยเหลือกันเพื่อช่วยให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลอย่างต่อเน่ือง พยาบาลผู้ปฏิบัติงานได้รับโอกาสในการ
พฒั นาความรู้ความสามารถตาม career path อย่างสมำ่ เสมอ
5.2 ปัจจัยเง่ือนไขท่ีเก่ียวข้องกับสมรรถนะของพยาบาลในการสร้างเสริมสุขภาพในการพัฒนา
นวัตกรรมทางการพยาบาล
จากการศกึ ษาพบวา่ สมรรถนะของพยาบาลในการสร้างเสริมสขุ ภาพที่เกี่ยวขอ้ งในลักษณะของการไปหนุน
เสริมหรือเป็นปจั จยั เง่ือนไขของการพฒั นางานและกจิ กรรมในการนวัตกรรมทางการพยาบาล มดี ังน้ี
กรณศี ึกษา ภาคกลาง :
397
• ด้านคณุ ลกั ษณะสว่ นบคุ คลในการสรา้ งเสรมิ สขุ ภาพ ไดแ้ ก่
1) พยาบาลที่ปฏิบัติงานมีความรักและมุ่งม่ันในการทำงานสร้างเสริมสุขภาพ ตั้งใจท่ีจะช่วยให้ครอบครัว
ดูแลผู้ปว่ ยไดด้ ว้ ยตนเอง มีความสขุ ทเ่ี ห็นผูป้ ่วยและครอบครัวมีคุณภาพชีวติ ดขี ึ้น
2) มีการพฒั นาตนเองอยูเ่ สมอ โดยการศึกษาอบรมเพอื่ แสวงหาความร้อู ยา่ งต่อเน่ือง
สนใจท่ีจะคิดริเริ่มในการสร้างสรรค์งานใหม่ๆ เช่น การพัฒนานวัตกรรมหรือเคร่ืองมือการทำงานด้านการสร้าง
เสรมิ สุขภาพใหม่ๆอยา่ งตอ่ เน่อื ง
3) มที ักษะสว่ นบุคคลในการส่ือสาร สามารถทำงานร่วมกับผู้ปว่ ย ครอบครวั และผู้ร่วมงาน
ทุกแผนกจนได้รบั การยอมรบั อย่างกวา้ งขวาง
• ด้านการบริหารจัดการในการสร้างเสริมสุขภาพ มีความเป็นผู้นำผู้นำการเปล่ียนแปลง คิดริเริ่มพัฒนา
ระบบงานท่ีทำใหส้ ามารถช่วยใหป้ ฏิบัติงานได้รวดเรว็ และเปน็ ระบบ สามารถในการทำงานรว่ มกบั สหสาขาวิชาชพี
สร้างเครือข่ายการทำงานทั้งในหน่วยงานและภายนอก การทำงานทีมเพ่ือให้ผู้ป่วยและครอบครัวได้รับการดูแลที่
มีคุณภาพ
• ด้านการปฎิบัติงานในการสร้างเสริมสุขภาพ มีความรู้ความเช่ียวชาญในการดูแลผู้ป่วยเฉพาะสาขา
สามารถประสานงานกบั แพทยแ์ ละบคุ ลากรสขุ ภาพเพ่ือใหผ้ ู้ป่วยได้รบั การดแู ลได้อยา่ งเหมาะสมและรวดเรว็ จนได้
รบั การยอมรับทัง้ ในองค์กรและระดับประเทศ
398 : นวัตกรรมการสร้างเสริมสุขภาพภายใตบ้ ทบาทของวิชาชพี การพยาบาล
ภาพท่ี 65 Continuing care ในรามา: ความยั่งยนื ในโรงพยาบาลตตยิ ภูม
ิ
êéĉ đêĊ÷Ü ĔßšðøąÿïÖćøèŤ Öćø÷ĂöøĆï îē÷ïć÷ 4.
ÝćÖüĉßćßĊó ÿîĆïÿîîč Readmit
Readmit D/C Refer
Üïðøąöćè HomeV F/U êšîĒïïÿðÿß
ĒúÖđðúęĊ÷î ðøąđöĉîÙüćö ðøąđöĉî
ÙüćöøšĎ êšĂÜÖćø ÙüćöøšĎ ðøąđöĉî ĀćߊĂÜìćÜ Ùüćö ÿøćš ÜđÙøČĂ׊ć÷
ìĆÖþą ÿĂîÿćíêĉ ÿĉęÜĒüéúĂš ö 4. êéĉ êĂŠ ìĊę êĂš ÜÖćø ó ĕéøš ïĆ Öćø
1U Đ âćêĉ ÿćíêĉ ÷šĂîÖúĆï ĒĀúŠÜðøąē÷ßîŤ ÿąéüÖ ÿŠÜêŠĂ ÷ĂöøïĆ
Ă÷ćÖĔĀšßüŠ ÷ empower êĚÜĆ đðćŜ Āöć÷ tel. line ðøąÿćî
ðøąđöîĉ ĒĀúŠÜ øüŠ öÖĆî clinic Üćî QOL
ðøąē÷ßîŤ Ùüćö üćÜĒñîÖćø
êĂš ÜÖćøđ÷÷Ċę öïćš î đ÷Ċę÷öêĂŠ đÙøČĂ׊ć÷
õćøąÜćîßéĆ đÝî ĂÜÙÙŤ üćöøšĎ
กรณศี ึกษา ภาคกลาง :
399 öĊðŦâĀćĕöŠøĎšÝąëćöĔÙø đÙøČĂ×ćŠ ÷Ĕî
îĂÖÖìö