The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

นวัตกรรมการสร้างเสริมสุขภาพภายใต้บทบาทวิชาชีพการพยาบาล

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by panpilai_suth, 2022-01-29 11:04:20

นวัตกรรมการสร้างเสริมสุขภาพ

นวัตกรรมการสร้างเสริมสุขภาพภายใต้บทบาทวิชาชีพการพยาบาล

นวตั กรรม

การสรา้ งเสริมสุขภาพ


- ก ร ณี ศึ ก ษ า -


ภาคเหนือ

กรณีศกึ ษา
การจดั การทด่ี ินโดยองค์กรชมุ ชน

นวตั กรรมที่ 30
ตำบลแม่ทา อ.แม่ออน จ.เชยี งใหม



บทนำ


ตำบลแม่ทา มีวิสัยทัศน์ว่า “เป็นชุมชนท่ีอุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรป่าไม้และน้ำไร้มลพิษมีเศรษฐกิจที่
รุ่งเรือง ฟูเฟื่องด้วยวัฒนธรรม คู่ควรแก่การอยู่อาศัย” นายกองค์การบริหารส่วนตำบลจึงมีแนวทางในการพัฒนา
ตำบลโดยเนน้ การสรา้ งอตั ลักษณ์ของตำบลแม่ทา ภายใต้แนวคิด “การสรา้ งอิสระภาพในวถิ ชี มุ ชน การจดั การตน
เองอย่างย่ังยืน และถ่ายทอดสู่คนรุ่นหลัง” ที่ต้องอาศัยความร่วมมือจาก ภาคประชาชน ภาคท้องถ่ิน ภาคท้องท่ี

ละหน่วยงานภาครฐั และเอกชนทีเ่ กยี่ วขอ้ ง มาร่วมกนั คิด ร่วมกนั วางแผน และบริหารจัดการตนเอง

ขอ้ มูลทว่ั ไปตำบลแมท่ า อำเภอแม่ออน จังหวดั เชยี งใหม

ชุมชนตำบลแมท่ า อำเภอแมอ่ อน จังหวัดเชยี งใหม่ไดม้ กี าร จดั ต้งั เมอ่ื วันท่ี 30 เมษายน 2537 ทีต่ ง้ั อยูท่ าง
ตอนใต้ของอำเภอแม่ออน มีพ้นื ท่ปี ระมาณ 67,500 ไร่ โดยแยกเป็นพน้ื ท่ปี า่ ไม้ ประมาณ 49,937.5 ไร่ พน้ื ท่ีทำกิน
ประมาณ 13,875 ไร่ พนื้ ที่อยูอ่ าศัยของประชาชน ประมาณ3,687.5 ไร่ โดยตดิ ตอ่ กับพ้นื ทต่ี ่างๆ ดังนี

ทศิ เหนือ ติดกบั ต.ทาเหนือ และ ต.ออนใต้ อ.สันกำแพง จ.เชยี งใหม่

ทศิ ตะวันออก ตดิ กบั ต.ลำปาง ต.ทุ่งกวา้ ว อ.เมอื งปาน จ.ลำปาง

ทศิ ใต้ ตดิ ต่อกับ ต.มะเขือแจ้ อ.เมอื งลำพูน จ.ลำพูน และ ต.ทาปลาดกุ อ.แมท่ า จ.ลำพูน


ทศิ ตะวันตก ติดต่อกับ อ.บา้ นธิ จ.ลำพูน

ลกั ษณะภูมปิ ระเทศ / ภูมอิ ากาศ / ฤดกู าล

ลักษณะภมู ปิ ระเทศมีลกั ษณะเป็นพืน้ ท่รี าบระหวา่ งหบุ เขา และท่รี าบเชิงเขา เหมาะแกก่ ารทำการเกษตร มี
แม่น้ำทาเป็นแหล่งน้ำตามธรรมชาติ โดยมีต้นน้ำจากดอยขุนทา ตำบลทาเหนือ ไหลผ่านหมู่บ้านต่างๆ และพื้นท่ี
การเกษตรของประชาชน และไหลผ่านไปยัง ตำบลทาปา่ สัก ตำบลทาป่าดกุ และอำเภอแม่ทา จงั หวดั ลำพนู โดย
ไหลรวมกับแม่น้ำปิงในที่สุด พื้นที่ส่วนใหญ่เหมาะสำหรับการปลูกข้าว ข้าวโพด ตลอดจนพืชผัก ผลไม้เมืองร้อน
โดยท่ัวไป ประชากรส่วนใหญ่ของหมู่บ้านจะประกอบอาชีพการเกษตร โดยพึ่งพาน้ำฝนจากธรรมชาติเป็นหลัก
พ้นื ท่เี พาะปลูกเพยี งส่วนนอ้ ยเทา่ นน้ั ทสี่ ามารถใช้นำ้ จากระบบประปาภูเขา


402 : นวตั กรรมการสรา้ งเสรมิ สุขภาพภายใต้บทบาทของวชิ าชพี การพยาบาล

สภาพภมู ิประเทศที่กลา่ วมาน้ี จะเห็นได้วา่ พนื้ ทีข่ องตำบลแม่ทา แมว้ ่าจะมพี น้ื ทรี่ าบ ในการประกอบอาชีพ
ทางการเกษตรค่อนข้างน้อย แต่ด้วยสภาพความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรป่าไม้ท่ียังสภาพดีอยู่ รวมท้ังมี
ทรัพยากรน้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติต่างๆ ที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น ข้อเด่นเหล่านี้ประชาชนตำบลแม่ทาจึงได้มี
อาชีพ หรือวิถีชีวิตที่มีความสัมพันธ์กับป่าไม้ และแหล่งน้ำดังกล่าวเป็นอย่างมาก กล่าวคือ เป็นแหล่งในการหา
อาหารทั้งประเภทเนื้อสัตว์ และพืชผัก ผลไม้นานาชนิด ซึ่งแหล่งอาหารเหล่าน้ีปลอดสารเคมี จึงส่งผลให้

ประชาชนในพนื้ ทไี่ ดร้ บั สารเคมจี ากเนอ้ื สตั ว์ และพืชผักตา่ งๆ นอ้ ยกว่าคนในเมือง

สภาพภูมิอากาศ และฤดูกาล ตำบลแม่ทามี 3 ฤดู คอื ฤดฝู น ฤดูหนาวและฤดูรอ้ น สภาพอากาศโดยท่ัวไป

ะรอ้ นชื้น ในฤดูหนาวอากาศจะหนาวเย็น มหี มอกปกคลุมไปทว่ั บรเิ วณ และมีฝนตกสม่ำเสมอตามฤดกู าล

ผลิตภัณฑ์ท่ีน่าสนใจของชุมชน

ตำบลแม่ทาประกอบอาชีพหลักทางด้านการเกษตรโดยเฉพาะการปลูกข้าวโพดฝักอ่อน และมีป่าไม้ที่อุดม
สมบูรณ์ ดังนั้นผลติ ภัณฑ์สว่ นใหญ่จึงเป็นสิง่ ท่ีได้มาจากปา่ เชน่ ชาชงออแกนิคส์ รางจดื เซยี งดา มะรมุ กระเจย๊ี บ

าวตอง มะตมู ตะไคร้ ผลิตผลจากผกั และผลไมใ้ นระบบเกษตรอินทรีย์ หนอ่ ไม้ และ การทำจักสานตา่ งๆ

ขอ้ มลู ประชากร

จำนวนหลังคาเรอื น 1,344 หลัง จำนวนครัวเรอื น 1,422 ครัวเรอื น จำนวนประชากรท้งั หมด 4,663 คน

เพศชาย 2,359 คน เพศหญงิ 2,304 คน

ขอ้ มูลสิ่งแวดล้อม


สภาพแวดลอ้ มทางกายภาพ ประชากรสว่ นใหญ่จะตัง้ บา้ นเรือนเปน็ กลมุ่ บา้ นตดิ ต่อกนั อยา่ งหนาแน่น โดย
ตั้งบ้านเรือนเรียงรายตามลำนำแมท่ า และขนาบด้วยขุนเขาและปา่ ไมท้ ุกหมู่บ้าน ทางดา้ นทศิ ตะวันออก และดา้ น
ทศิ ตะวนั ตกกต็ ดิ กบั ภเู ขา ดงั นน้ั วถิ ชี วี ติ ของคนในชมุ ชนจงึ มคี วามสมั พนั ธเ์ ชอ่ื มโยงกบั แมน่ ำ้ และปา่ ไม้ สงิ่ แวดลอ้ มดี
อากาศไมเ่ ปน็ พษิ ทศั นยี ภาพยงั คงความเปน็ ธรรมชาติ การสรา้ งบา้ นสว่ นใหญก่ อ่ สรา้ งดว้ ยไม้ การกนิ การอยู่ ยงั คง

วามเป็นชุมชนเดมิ

สุขาภิบาลส่ิงแวดล้อมในตำบล (ท่อระบายน้ำ ขยะ มูลสัตว์) การจัดการขยะจะเน้น การกำจัดขยะใน
ครัวเรือนเองจะไม่มีระบบการจัดการขยะของ อบต. โครงสร้างพ้ืนฐานภายในตำบล ถนน และทางระบายน้ำ ได้
รับการดูแลจาก อบต. ไม่ก่อใหเ้ กดิ ปัญหาอะไร แต่ทจ่ี ะเริ่มเป็นปัญหา คอื มลู สัตว์ท่เี กดิ จากฟาร์มเล้ียงววั นม การ

ระบายน้ำเสียจากฟาร์ม และกลิ่นเหมน็ จากมูลสตั ว์

ข้อมลู ทางเศรษฐกจิ

อาชีพหลักคือ เกษตรกรรม โดยเฉพาะ การปลูกข้าวโพดฝักอ่อน เนื่องจาก ทำกันมานานและเป็นพืช
เศรษฐกิจท่ีมีตลาดรองรับท่แี น่นอน ทสี่ ำคัญ ไม่ตอ้ งใชย้ าฆ่าแมลง เพยี งใชแ้ ค่การใสป่ ุ๋ย เท่าน้ัน


กรณีศกึ ษา ภาคเหนือ :
403

อาชพี เสรมิ ส่วนใหญค่ อื การปลกู ผัก เล้ยี งสตั ว์ เนอ่ื งจากเปน็ วิถกี ารดำเนนิ ชีวิตของชาวบ้านอยูแ่ ล้ว และทำ

นั มานาน ปลูกผกั กนิ เอง ปลอดภัยตอ่ สขุ ภาพดว้ ย เหลือกนิ ก็นำไปขายได

การจัดการในชุมชน

การทำแผนตำบล (แผนพัฒนาตำบล แผนท่ีทางเดินยทุ ธศาสตร์ ฯลฯ)

การจัดทำแผนตำบล จะเริ่มมาจาก การเชิญผู้นำชุมชนทุกกลุ่มองค์กรในตำบลมาประชุม ช้ีแจง ทำความ
เข้าใจ ระดมความคิดเห็นมองทิศทางของตำบล เข้าใจวัตถุประสงค์ของการจัดทำแผนที่ตรงกัน จากน้ัน จะ
เป็นการวางแผนงานโครงการของแต่ละหมู่บ้าน โดยทีมของหมู่บ้านเอง ค้นหาปัญหา เรียงลำดับความสำคัญของ
โครงการต่างๆ แล้วเสนอแผนเข้าสู่ อบต. จากนั้น อบต.จะเชิญทุกกลุ่ม ทุกหมู่บ้าน มาประชุม เพ่ือให้เสนอแผน
งานโครงการของตนเอง และพิจารณาโครงการ เม่ือโครงการผ่านการพิจารณาแล้ว ทีม อบต.จะมีการประชุม
สัญจรไปจนครบท้ัง 7 หมู่บ้าน เพ่ือใหช้ าวบ้านได้เหน็ แผนงาน โครงการ ของหมู่บ้านตนเองอีกคร้ัง จากนนั้ จงึ นำ

ข้าสู่ขอ้ บัญญัติของ อบต. ต่อไป

การเกดิ ข้นึ ขององคก์ ร

กลุ่มองค์กรต่างๆ ส่วนใหญ่เกิดจากการจัดตั้งเองของชุมชนในหมู่บ้านและตำบลเอง ภายนอกเข้ามาจัดต้ัง

ห้มเี พยี งบางสว่ นเท่านน้ั หรอื เข้ามาสนบั สนนุ ให้เกดิ กลมุ่

กระบวนการทำงานขององคก์ ร

แต่ละกลุ่มจะมีโครงสร้างการทำงานในรูปของหมู่บ้าน และมีการเช่ือมประสานกันในรูปของตำบล เช่น
กลมุ่ แมบ่ า้ นในระดบั หมบู่ า้ น และจะมกี ารรวมเปน็ กลมุ่ แมบ่ า้ นตำบลอกี ครง้ั เมอื่ มกี ารดำเนนิ งานตา่ งๆ กจ็ ะถา่ ยทอด

งสู่หมูบ่ ้านโดยผ่านทางประธานกลมุ่ แมบ่ า้ นของแต่ละหมู่บ้าน

ความสำเร็จขององคก์ ร

ความสำเร็จของงานจะกระจายกันไปในแต่ละกลุ่ม ซึ่งต้องมีส่วนร่วมและสนับสนุนการดำเนินงานซึ่งกัน
และกนั ไม่ไดแ้ ยกเปน็ ส่วนใดสว่ นหนึง่ ความสำเรจ็ จึงเกดิ ขนึ้ ในภาพรวมของตำบล



นโยบายสาธารณะในชมุ ชน

นโยบายสาธารณะ หมายถึง ทิศทางหรือแนวทางท่ีสังคมโดยรวมเห็น หรือเชื่อว่าควรจะดำเนินการไปใน
ทิศทางน้ัน เป็นแนวทางการพัฒนาที่มุ่งสร้างสภาพแวดล้อม ทั้งทางกายภาพท่ีเอ้ือต่อการมีสุขภาพ ทำให้
ประชาชนเข้าถึงทางเลือกท่ีก่อให้เกิดสุขภาพ การดำเนินนโยบายสาธารณะต่างๆ ท่ีให้ความสำคัญต่อสุขภาวะ /
สขุ ภาพ จงึ เรยี กวา่ เปน็ “นโยบายสาธารณะเพอื่ สขุ ภาพ” เปน็ การสรา้ งหลกั ประกนั ความมน่ั คงดา้ นสขุ ภาพอยา่ งหน่ึง
เช่น นโยบายส่งเสริมเกษตรกรรมปลอดสารพิษ นโยบายท่ีให้ความสำคัญต่อผู้ใช้รถใช้ถนน ท่ีมุ่งดำเนินมาตรการ
ต่างๆ เพ่ือลดการตายและการบาดเจ็บ ดังนั้น เป้าหมายการพัฒนาระบบสาธารณสุขท่ีมุ่งสร้างระบบที่เอื้อต่อการ

404 : นวัตกรรมการสรา้ งเสริมสุขภาพภายใตบ้ ทบาทของวชิ าชพี การพยาบาล

สร้างเสริมสุขภาพจะประสบความสำเร็จได้ส่วนหน่ึงอยู่ท่ีการดำเนินการของ “นโยบายสาธารณะ” การจัดการ
ทด่ี ินโดยองค์กรชมุ ชน ตำบลแม่ทาอำเภอแม่ออน จังหวดั เชียงใหมจ่ งึ จดั เปน็ นโยบายสาธารณะหน่ึงทีส่ ำคัญ


1. องค์ประกอบของนวตั กรรมทางการพยาบาล


กบั การสรา้ งเสรมิ สขุ ภาพ


1.1 ผู้พัฒนานวัตกรรม

การจัดการที่ดินโดยองค์กรชุมชน เป็นระบบการจัดการระบบสมดุลของสิ่งแวดล้อมและพลังงานซ่ึงชุมชน
จัดเป็นนวัตกรรมที่เป็นประเด็นนโยบายสาธารณะ และเกิดจากพลังอันเข้มแข็งของชุมชน เป็นการดำเนินการท่ี
เน้นการจัดสรรท่ีดินท่ีสอดคล้องกับการจัดการทรัพยากรในพื้นที่ โดยมุ่งเน้นให้ประชาชนท่ีมีท่ีดินทำกินในเขตป่า
สงวน สร้างระบบการจดั การทด่ี นิ อยา่ งยง่ั ยืน ลดปญั หาทด่ี นิ หลุดมอื ใหเ้ กดิ ประโยชน์ใช้สอยสูงสุด โดยเฉพาะที่ดนิ
เขตป่า เขตอทุ ยาน และทด่ี ินทำกนิ ที่มกี ารดำเนินการจดั สรรอยา่ งชดั เจน โดยองค์กรชุมนจะเข้ามารว่ มศึกษาพืน้ ที่
กำหนดขอบเขตพ้ืนที่ป่าชุมชน และท่ีดินทำกินเพื่อลดการทำลายทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม มีการจัดการโดยทำ
โฉนดชุมชน จัดเป็นนวัตกรรมท่ีสร้างขึ้นจากชุมชนโดยมีทุกภาคส่วนในชุมชน และหน่วยงานต่างๆ ของภาครฐั ฯ

เปน็ ผสู้ นบั สนนุ เชน่ องคก์ ารปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ พฒั นาสงั คม เจา้ หนา้ ทสี่ าธารณะสขุ รวมทงั้ พยาบาลในชมุ ชน

1.2 งานและกิจกรรมของนวตั กรรม

งานนวัตกรรมการจัดการที่ดินโดยองค์กรชุมชนมีกระบวนการทำงานในรูปของโครงสร้างคณะทำงาน แบ่ง
บทบาทหน้าทีใ่ นการทำงานตัง้ แต่ระดบั หม่บู ้านจนถงึ ระดบั ตำบล มกี ารดำเนนการดว้ ยกิจกรรมในชมุ ชน เช่น เวที
ประชาธปิ ไตยของชมุ ชน การจดั ทำแผนพฒั นาตำบล วทิ ยชุ มุ ชน คนฮกั แมท่ า กองทนุ สขุ ภาวะตำบลแมท่ า เครอื ขา่ ย
การจัดการทรัพยากรตำบลแม่ทา เครือข่ายเกษตรกรรมยั่งยืนแม่ทาซึ่งเป็นการดำเนินงานท่ีอาศัยการทำงานร่วม

ของชมุ ขนเพ่อื ใหค้ นในชุมชน มที ี่ดนทำกิน มีสขุ ภาพดี อยู่ในสิง่ แวดล้อมที่ปราศจากมลพษิ

กลไกการการทำงานและการเกิดกิจกรรม

1. ประชาธิปไตยภาคประชาชน เป็นแนวคิด ในการจัดเวทีในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นจากหน่วยที่เล็ก
ท่ีสุดในหมู่บ้าน ระดับหมู่บ้าน และระดับตำบล โดยให้มีผู้นำในทุกหน่วยการปกครองแบบภาคประชาชน เพ่ือ
พัฒนาใหเ้ กดิ การมีส่วนรว่ ม การแลกเปลยี่ นความคดิ เห็น การเปิดเผยข้อมูล การบรหิ ารจัดการอย่างโปรง่ ใส่ และ
การผสานกับนโยบายของภาครัฐพร้อมเปิดรับการสนับสนุนจากองค์กรต่างๆ เพ่ือสร้างอัตลักษณ์และการมี
อสิ รภาพตามสภาพวถิ ชี มุ ชน โดยมเี สน้ ทางการพฒั นาจากการทำประชาพจิ ารณส์ กู่ ารจดั เวทปี ระชาคมและขยายผล

ให้เป็นรูปธรรมให้สามารถดำเนินการไดอ้ ยา่ งบรู ณาการ

2. เวทปี ระชาคมตำบล เปน็ เวทกี ารแลกเปลยี่ นความคดิ เหน็ เพอ่ื รว่ มกนั คน้ หาปญั หา การตแี ผข่ อ้ มลู ความคดิ
การระดมความคิดเห็นเพื่อมีแนวทางการแก้ไขปัญหา ตลอดจนการติดตามผลจากการแก้ไขปัญหาต่างๆ


กรณีศกึ ษา ภาคเหนอื :
405

ในระดับหมู่บ้าน ระดับตำบล สร้างหลักคิดในการทำงานแบบมีส่วนร่วมเต็มพื้นท่ีและสร้างจิตสาธารณะในการ

ทำงานเพอ่ื ตำบล

3. พฒั นาผ้นู ำการเปลย่ี นแปลง เปน็ แนวคิดในการสรา้ งคนเพื่อให้เปน็ การขับเคล่ือนชมุ ชนแบบเป็นทีม ทม่ี ี
การวางทิศทางและนโยบายจากคนรุ่นพ่อแม่ มีคนรุ่นใหม่ที่เป็นกลไกในการขับเคล่ือนงาน มีการชักชวนเยาวชน
มาเป็นมดงานในการทำงาน และถ่ายทอดแนวคิดส่ิงท่ีเป็นอัตลักษณ์ของตำบลแม่ทาสู่คนรุ่นหลังท่ีเรียกว่า ยุวชน

พอ่ื ให้เกดิ การสานตอ่ เครือขา่ ยทางสงั คมในการทำงาน

4. วิทยุชุมชนคนรักษ์แม่ทา เป็นศูนย์รวมการส่ือสารทุกหมู่บ้านที่เป็นพ้ืนที่สร้างสรรค์ให้ประชาชนใน
หมูบ่ ้านเกิดการรับทราบข้อมูลข่าวสาร รวมตวั กนั ทำกิจกรรม ร่วมตวั กันเพอ่ื ปรึกษาหารือ หาแนวทางการปอ้ งกนั
และแก้ไขปัญหา และเป็นที่รวมคนจิตอาสาในการพัฒนาหมู่บ้านจนเกิดการจัดการให้เป็นระบบการดูแลกันเอง
โดยภาคประชาชน โดยกระบวนการทำงานจะเปน็ ในรปู ของโครงสรา้ งคณะทำงาน แบง่ บทบาทหนา้ ทใี่ นการทำงาน

้ังแต่ระดับหมู่บ้านจนถึงระดบั ตำบล

นอกจากน้ียังมีการส่งเสริมการเรียนรู้เพ่ือพัฒนาเด็กและเยาวชนเป็นการสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์
ทรัพยากรและส่ิงแวดล้อม การอยู่อย่างพอเพียง การสำนึกรักบ้านเกิด และเศรษฐกิจพอเพียงโดยได้มีการจัดทำ
หลกั สตู ร “คนรกั แม่ทา” ข้นึ และนำไปบูรณาการเขา้ ไปในหลักสูตรการเรียนการสอนต้งั แต่ปฐมวัย เพือ่ ให้เด็กเกดิ

วามรักและภาคภูมใิ จในถนิ่ กำเนิด ทำงานเพื่อสว่ นรวม เกดิ จิตสาธารณะและใชช้ ีวติ อย่างพอเพยี ง

1.3 กลุ่มเปา้ หมายของกรใช้นวัตกรรม

ประชาชนทุกคน ทุกวัย ทุกกลุ่มองค์กรในชุมชนในตำบล แม่ทา อำเภอแม่ออนจังหวัดเชียงใหม่ รวมถึง
ประชาชนในพื้นทีใ่ กล้เคียงที่จะร่วมรับผลประโยชน์ จากการมีสขุ ภาพแวดลอ้ มทดี่ ี






2. กระบวนการพฒั นานวัตกรรม


และการจดั การเพ่ือการนำใชแ้ ละพฒั นา


2.1 เส้นทางและแนวทางพฒั นานวัตกรรม และการสรา้ งการเรียนรู

การขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะของตำบลแม่ทา ดำเนินการโดยการนำข้อมูลท่ีได้จากการสำรวจคืนให้
ประชาชนในหมบู่ า้ นทงั้ 7 หมบู่ า้ น ไดร้ บั ทราบดว้ ยการออกประชมุ ชแ้ี จงใหค้ วามรเู้ กย่ี วกบั พษิ ภยั ของบหุ รแี่ ละสรุ า
ในเวทีประชุมของหมู่บ้าน จากน้ัน นำข้อมูล ข้อสรุปท่ีได้จากเวทีชาวบ้าน นำเข้าสู่เวทีประชุมของคณะกรรมการ
สถาบนั พัฒนาทรัพยากรและเกษตรกรรมยั่งยนื ซง่ึ ตัวแทนมาจากทุกกลุ่มองค์กรในตำบลแมท่ า เพอ่ื หาแนวทางจัด

406 : นวัตกรรมการสรา้ งเสรมิ สุขภาพภายใตบ้ ทบาทของวชิ าชพี การพยาบาล

ทำเป็นนโยบายสาธารณะร่วมกัน หลังจากน้ันจึงมีเวทีประกาศนโยบายสาธารณะและยึดถือปฏิบัติเป็นไปใน

ทิศทางเดยี วกนั ซ่ึงมกี ารผลักดันใหเ้ กิดการจดั การทด่ี นิ ในชมุ ชน

การจัดการที่ดินโดยองค์กรชุมชน เป็นการดำเนินการที่เน้นการจัดสรรท่ีดินที่สอดคล้องกับการจัดการ
ทรัพยากรในพ้ืนท่ี โดยมุ่งเน้นให้ประชาชนที่มีที่ดินทำกินในเขตป่าสงวน สร้างระบบการจัดการที่ดินอย่างยั่งยืน
ลดปัญหาท่ีดินหลุดมือ ให้เกิดประโยชน์ใช้สอยสูงสุด โดยเฉพาะท่ีดินเขตป่า เขตอุทยาน และท่ีดินทำกิน ท่ีมีการ
ดำเนินการจัดสรรอย่างชัดเจน โดยองค์กรชุมนจะเข้ามาร่วมศึกษาพ้ืนที่และกำหนดขอบเขตพ้ืนท่ีป่าชุมชน และ

ท่ดี นิ ทำกินเพ่ือลดการทำลายทรพั ยากรและส่ิงแวดล้อม มกี ารจดั การโดยทำ “โฉนดชมุ ชน”

2.2 ผทู้ ี่ได้รบั ผลประโยชน/์ ผลกระทบต่อเศรษฐกิจ

ประชาชนทุกคนได้รบั ผลปรโยชน์จากส่งิ แวดล้อมทีด่ ี มีอากาศทีด่ ี มีน้ำใช้ในการทำเกษตร ปลกู ผัก เกบ็ พิช

ผกั ในปา่ ชมุ ชน นำมาประกอบอาหารและคา้ ขายได้


2.3 การเขอ่ื มประสานงานกจิ กรรม

2.3.1 ผู้ท่ีมีส่วนเก่ียวข้อง ได้แก่ ผู้นำชุมชนทุกหมู่บ้าน ตัวแทนกลุ่มต่างๆในตำบล และผู้ท่ีมีส่วนได้
ส่วนเสียในการดำเนินนโยบายสาธารณะนี้ เช่น คณะกรรมการเหล่าน้ีได้มาจากการเสนอรายชื่อผ่านจากหมู่บ้าน
และ การเข้ามาโดยตำแหน่งบังคับ เช่น ผู้ใหญ่บ้านต้องเป็นหัวหน้าทีมทำงานในระดับหมู่บ้านทุกหมู่บ้าน ร่วมกับ
เจ้าหน้าท่ีของรัฐ ทง้ั ฝา่ ยสาธารณสุข การปกครอง พัฒนาสงั คม ทำการเป็นแกนนำในการขับเคล่อื น เช่ือมประสาน

กับคนในชุมชน การดำเนิงานนโยบายสาธารณะ โดยมีกระบวนการเชื่อมประสานงานกิจกรรมคือ

2.3.2 มีการรณรงค์โดยการประชาสมั พนั ธใ์ หป้ ระชาชนเขา้ ใจถึงประเด็นปัญหา นโยบายและโครงการ
ใหท้ กุ คนมสี ่วนรว่ มโดยการจดั ประชมุ ใหญห่ รือทำประชาคม ระดมสมอง(กลมุ่ ที่เขา้ มาพดู คยุ ได้แก่ ประธาน อสม.

ำนนั ผู้ใหญบ่ า้ น แม่บ้าน เกษตรกร เยาวชน)/ทำใหเ้ กิดความร้สู ึกว่าเป็นเจา้ ของปัญหารวมกลุม่ กนั จัดการปัญหา


2.3.3 กำหนดการแกป้ ญั หาตา่ งๆใหอ้ ยูใ่ นแผนพัฒนาของตำบลและผลักดันใหเ้ ขา้ เปน็ เทศบัญญตั ิ


2.3.4 ทกุ ภาคสว่ นทำนโยบายส่กู ารปฏบิ ัต


2.3.5 นำกระบวนการวจิ ัยมาเป็นแกนขับเคลื่อนสรา้ งนโยบาย


2.3.6 ผลักดันคนในชุมชนเขา้ เปน็ กรรมการนโยบายสาธารณะ

2.3.7 รวมกลุ่มกันจัดการปัญหาโดยประสานนโยบายกบั รพสต. อบท.เป็นตน้




กรณีศกึ ษา ภาคเหนือ :
407

3. คุณลักษณะของนวัตกรรม


กบั ยทุ ธศาสตรก์ ารสร้างเสรมิ สุขภาพ


คุณลักษณะของนวัตกรรมกับยุทธศาสตร์การสรา้ งเสรมิ สขุ ภาพเปน็ นโยบายสาธารณะรว่ มกบั การ

สร้างความเข้มแข็งของชมุ ชนซ่ึงทำใหเ้ กิดความสำเรจ็






4
. ผลลัพธแ์ ละผลกระทบของนวตั กรรม


ผลลัพธ์ของนวัตกรรมคือการได้มาซ่ึงนโยบายสาธารณะในชุมชนและผลักดันเข้าสู่เทศบัญญติซึ่งเป็น

กฏหมายของชุมชน การมีโฉนดชุมชนทำให้เกิดการสงวนป่าไม้ ประชาชนสามารถได้ใช้ปะโยชน์จากแหล่ง
ทรัพยากรทำให้ประชาชนได้ประกอบอาชีพ อยู่ในแหล่งท่ีมีส่ิงแวดล้อมท่ีดี ซึ่งสอดคล้องกับ public heath
policy และ strengthen community ใน Ottawa Charter






5
. ปจั จยั เง่อื นไขในการพฒั นานวัตกรรม


5.1 การมภี าวะผนู้ ำ ในชุมชน เพอ่ื การเป็นผูน้ ำในการดำเนินงานอย่างผู้นำ จะตอ้ งประกาศนโยบายในเร่อื ง

้อี อกมาอยา่ งชดั เจน โอกาสสำเรจ็ จึงจะสูง

5.2 การแสดงเจตจำนงแน่วแน่ของผู้นำชุมชนและเจ้าหน้าท่ีภาครัฐฯ และประชาชน เป็นการพร้อมที่จะ

ลกั ดนั ดำเนินการตามนโยบายอย่างมนั่ คง

5.3 การสร้างพลังด้านสุขภาพให้แก่ประชาชน เพ่ือการผลักดันจากประชาคมในสังคมให้เกิดนโยบาย

าธารณะ


5.4 การสรา้ งสภาพแวดล้อมท่สี ง่ เสรมิ สขุ ภาพทีด่


5.5 การสรา้ งภาคีเพ่ือสุขภาพในระดับต่างๆ เชน่ ระดบั ประเทศ ระดบั จงั หวัด และระดับทอ้ งถนิ่

5.6 การมพี ันธะที่จะรับผดิ ชอบ เปน็ การสรา้ งความรับผดิ ชอบขององค์กรตา่ งๆ ท่สี อดสอ่ ง ดูแลผลกระทบ

างดา้ นสขุ ภาพตา่ ง ๆ จะเห็นไดว้ า่ ความสำเรจ็ ของการพัฒนาและผลักดัน

ซ่ึงกลวิธีที่ทำให้เกิดความสำเร็จคือการใช้กลวิธีทำความเข้าใจเพื่อปรับเปล่ียนทัศนคติว่าปัญหาส่ิงแวดล้อม
เกิดจากตัวบุคคลเอง ทำให้คนในชุมชนเกิดความเข้าใจและร่วมมือแก้ไขปัญหา ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการแก้ไข
ปญั หา ได้แก่ คนในชมุ ชน งบประมาณ องค์กรภาครัฐ (เชน่ อปท รพสต. เทศบาลตำบล) โดยตวั ชว้ี ัดของความ

408 : นวตั กรรมการสร้างเสริมสขุ ภาพภายใตบ้ ทบาทของวิชาชพี การพยาบาล

สำเร็จคือ การมีการสนับสนุนงบประมาณมากข้ึน มีเครือข่ายเพิ่มข้ึนในการต่อยอดโครงการต่างๆ (หมู่บ้านใกล้
เคียงปฏิบัติตาม) และเป็นแหล่งศึกษาดูงาน สุขภาพคนในชุมชนดีข้ึนคือไม่เกิดโรคที่เช่ือมโยงกับสิ่งแวดล้อม เกิด

การสนับสนนุ จากองคก์ รภาครัฐ ป่าไม่ยังคงอยู่ ส่งิ แวดลอ้ มดขี ึน้ อากาศดี มีน้ำใช้ ชมุ ชนมที ่ที ำกิน

ปัจจัยแห่งความสำเร็จ คือมีการทำให้คนในชุมชนเกิดความเข้าใจและทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการแก้ไข
ปญั หาสง่ิ แวดลอ้ มดขี นึ้ มกี ารปฏบิ ตั ขิ องประชาชนใหเ้ หน็ เปน็ รปู ธรรม เชน่ การแยกขยะปา่ ไมย่ งั คงอยู่ ทด่ี นิ ไมห่ ลดุ
ออกไปอยู่ในกรรมสิทธ์ิของคนนอกพื้นที่ มีเครือข่ายเพ่ิมข้ึนในการต่อยอดโครงการต่างๆ สุขภาพคนในชุมชนดีขึ้น
คือไม่เกิดโรคท่ีเช่ือมโยงกับส่ิงแวดล้อมในชุมชน ซึ่งเป็นกลวิธีที่ท่ีนิยมใช้เป็นตัวกำหนดนโยบายสาธารณะเพื่อ

ุขภาพ

นโยบายสาธารณะเพ่ือสุขภาพในสังคมไทย ข้ึนอยู่กับการประสานระหว่างการดำเนินการตามกลไกของ
ระบบสุขภาพ กับการดำเนินการในกระบวนการสาธารณะต่างๆ กล่าวคือ การสร้างความเข้มแข็งเพ่ือให้ผู้ปฏิบัติ
การทางนโยบายสามารถนำความเข้มแข็งไปใช้ในการกำหนดประเด็นปัญหา การนำเสนอทางเลือกเชิงนโยบาย
อย่างเป็นรูปธรรม และใช้โอกาสในกระบวนการทางการเมือง เพื่อนำไปสู่การตัดสินใจดำเนินนโยบายสาธารณะที่

เอ้ือต่อสุขภาพในแต่ละสาขานโยบายในที่สุด


กรณศี กึ ษา ภาคเหนือ :
409

กรณีศกึ ษา
การสรา้ งบ้านดินและการสรา้ ง
พ้ืนทีส่ เี ขยี วในโรงพยาบาล
นวตั กรรมท่ี 31
เพื่อเป็นท่พี กั ในการจดั โปรแกรมเสริมสร้างสขุ ภาพ


โรงพยาบาลแมล่ าว อ.แม่ลาว จ.เชยี งราย



บทนำ


วิสัยทัศน์ของโรงพยาบาลแม่ลาว คือ โรงพยาบาลชุมชนท่ีมีคุณภาพด้านการบริการสุขภาพ เป็นเลิศด้าน
การแพทย์แผนไทย แพทย์ทางเลือกและการสร้างสุขภาพชุมชน เสมือนครอบครัวเดียวกัน ภายใต้ระบบสุขภาพ

พอเพยี ง

โรงพยาบาลแม่ลาวได้เล็งเห็นความสำคัญของการสร้างสิ่งแวดล้อมที่เอ้ือต่อสุขภาพ จึงได้จัดตั้งคณะทำงาน
บ้านดินขน้ึ ในปงี บประมาณ 2548 มกี ารประชมุ ชี้แจงการดำเนนิ งานเปน็ ระยะๆ โดยผู้อำนวยการโรงพยาบาล จดั
สร้างบ้านดินและศูนย์สุขภาพองค์รวมให้บริการจัดอบรมโปรแกรมรักษ์สุขภาพ มีสถานท่ีจาหน่วยสินค้าอาหาร
สขุ ภาพ และมสี วนสมุนไพรและต้นไมร้ ม่ ร่ืนเปน็ ธรรมชาต






1. นวัตกรรมทางการพยาบาล


ท่ีส่งเสริมการทำบทบาทการสร้างเสริมสุขภาพ


1.1 การสร้างส่ิงแวดล้อมท่ีเอ้ือต่อการอยู่อาศัยตามแนววิถีธรรมชาติ (การสร้างบ้านดิน การสร้างพื้นท
่ี

สเี ขียวใน โรงพยาบาล) เพ่อื เป็นที่พกั ในการจัดโปรแกรมเสริมสร้างสุขภาพ

1.2 การจัดโปรแกรมสุขภาพเพื่อให้ผู้เข้าโปรแกรมตระหนักรู้ในการดำรงชีวิตท่ียืนยาวการพัฒนาดังกล่าว

สง่ ผลให

1) ผู้รับบริการ ซ่ึงประกอบด้วยประชาชนกลุ่มเส่ียงโรคต่างๆ เช่น เบาหวาน ความดันสูง ปวดหลัง
โรคทางระบบหลอดเลือดฯลฯ ทั้งในอำเภอแม่ลาวและอำเภออื่นๆท่ีสนใจ ได้ตระหนักรู้ถึงการปฏิบัติตัวท่ีถูกต้อง
ตามหลกั การ 5 อ คอื อาหาร อารมณ์ ออกกำลงั กาย อโรคยา อนามัยสง่ิ แวดลอ้ มและนำไปปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

หลงั เขา้ รับการอบรมแล้ว

2) ผูใ้ หบ้ รกิ าร ซึ่งประกอบด้วยพยาบาลวชิ าชพี เป็นแกนนำและทีมงานท่ไี ด้รับมอบหมายมอี งคค์ วามรู้
ทกั ษะ และเป็นแบบอยา่ งทด่ี ี


410 : นวตั กรรมการสรา้ งเสรมิ สขุ ภาพภายใตบ้ ทบาทของวิชาชีพการพยาบาล

3) ชมุ ชน ชุมชนเหน็ ความสำคญั และได้รับเชญิ ไปใหค้ วามร้ใู นเร่อื งการสรา้ งสขุ ภาพ ผนู้ ำเสนอมีความ
เข้าใจในการดำเนินชีวิตตามวิถีธรรมชาติในยุคปัจจุบันมากข้ึน และสามารถเป็นแกนนำในองค์กรพยาบาลตาม

นวทางการสร้างสง่ิ แวดล้อมท่เี อ้อื ต่อการสร้างสขุ ภาพได้

4) ผมู้ ีบทบาทในการพัฒนาสง่ิ แวดลอ้ มทเี่ อื้อตอ่ สุขภาพ ผอู้ ำนวยการ คณะกรรมการ

บริหารโรงพยาบาล กำหนดแผนและยุทธศาสตร์ของโรงพยาบาล เน้นการสร้างสุขภาพ และพัฒนาการให้บริการ

างการแพทยแ์ บบผสมผสาน (แพทย์ทางเลอื ก)

5) ผ้มู สี ว่ นผลักดนั ให้เกิด


- ผูอ้ ำนวยการโรงพยาบาล นำทมี ไปเรยี นรกู้ ารสรา้ งบา้ นดนิ และนำมาสรา้ งบา้ นดนิ ในโรงพยาบาล
หางบประมาณมาสรา้ งตามกำลงั และขยายผลจนได้ทง้ั หมด 21 หลัง


- กลุ่มการพยาบาล ทีมงานสหสาขารับนโยบายและเป็นแกนนำในการสร้างบ้านดินให้สำเร็จ ใน
ระยะเร่มิ แรก และขยายผลต่อ โดยชา่ งในพ้นื ท่


- กระทรวงสาธารณสุข ส.ป.ส.ช จัดสรรงบประมาณในการคัดกรองกลุ่มเสี่ยง ในระดับอำเภอ


ทุกแห่ง ผู้บรหิ ารที่มานเิ ทศงาน โรงพยาบาลเอกชนร่วมบรจิ าคเงินในการสรา้ งบ้านดนิ


1.3 พยาบาลมีบทบาทอย่างไรต่อการพฒั นาสงิ่ แวดลอ้ มทเี่ อ้อื ต่อสุขภาพน้ี

1) รบั นโยบาย นำมาปฏบิ ตั ใิ หส้ อดคลอ้ งกบั ยทุ ธศาสตรข์ ององคก์ ร บรู ณการงานสง่ เสรมิ รกั ษา ปอ้ งกนั

ละฟนื้ ฟู การดแู ลแบบองคร์ วม “โดยการเน้นสร้างนำซ่อม”

2) ลงมือปฏิบัติ จัดสรรเวลาว่างจาการบริการผู้ป่วย เป็นแกนนำในการสร้างฐานบ้านดิน ขอกำลัง

สนับสนุน จากชมรมผ้สู ูงอายุ นกั เรยี นฝึกงานในตอนเยน็


3) ประชาสัมพันธ์ การดำเนินงานใหก้ ลุ่มต่างๆ ไดร้ ับรแู้ ละเขา้ ร่วมโปรแกรม

4) พฒั นาบคุ ลากรทร่ี บั ผดิ ชอบ ใหม้ อี งคค์ วามรแู้ ละทกั ษะ ในการเปน็ วทิ ยากรในเรอ่ื งการสรา้ งสขุ ภาพ

ใหค้ รอบคลุม 5 อ


กรณีศึกษา ภาคเหนอื :
411

2. กระบวนการพัฒนานวตั กรรม


และการจัดการเพ่อื นำไปใช้และพฒั นา


2.1 พยาบาลและทีมงาน มีองค์ความรู้เรื่องการก่อสร้างบ้านดินและมีส่วนร่วมในการก่อสร้างบ้านดิน
การจัดกิจกรรมต่างๆ ในโปรแกรมสุขภาพท่ีสอดคล้องกับวิถีชีวิตตามธรรมชาติส่งผลให้พยาบาล ทีมงานมีทักษะ
และประสบการณ์ สามารถขยายผลให้กลุ่มต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โรงพยาบาลเป็นแนวหน้าในด้านการ
แพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ผู้เข้าโปรแกรมมีความรู้ ทักษะ ตระหนักรู้ และนำไปปรับใช้ตาม


ิถธี รรมชาตใิ นชีวิตประจำได

2.2 แนวคดิ และหลักการในการพัฒนาสง่ิ แวดล้อมทเ่ี อ้ือต่อสขุ ภาพ จากประสบการณท์ ่ผี า่ นมาหนว่ ยงาน
สาธารณสขุ ใหค้ วามสำคญั ดา้ นการรกั ษามากกวา่ การสรา้ งสขุ ภาพ(ซ่อมนำสร้าง, เน้นกายมากวา่ ใจ) แนวคิด สร้าง
นำซ่อม ใจและกายไปด้วยกัน พร้อมๆ กับส่ิงแวดล้อมท่ีเป็นธรรมชาติ สาเหตุและสถานการณ์ท่ีผลักดัน ปัจจุบัน
เทคโนโลยใี หมๆ่ มากมาย สารเคมี ของเสยี มลภาวะแวดลอ้ มเป็นพษิ เรามองเหน็ สงิ่ เหลา่ นี้เป็นปกติ จนลมื นกึ ถงึ

การดูแลสขุ ภาพตนเอง

2.3 ขน้ั ตอนในการพฒั นาส่ิงแวดล้อมที่เอ้ือตอ่ สุขภาพ


2.3.1 วางแผนการปรับพ้ืนท่ีรอบๆ โรงพยาบาลให้มีการปลูกต้นไม้ยืนต้นตามจุดต่างๆ เป็นร่มเงา
สำหรับพกั ผอ่ น และทจ่ี อดรถ


2.3.2 ปรับภาพโรงพยาบาลจากการเน้นรักษา เป็นโรงพยาบาลสร้างสุขภาพโดยมีส่ิงแวดล้อมและ

บา้ นดินเป็นส่อื ในการพัฒนาจดั โปรแกรมธรรมชาติบำบดั

2.4 ใครเก่งด้านใด


2.4.1 ผู้อำนวยการเป็นแบบอย่างสนับสนุน กระตุ้น ให้กำลังใจ บริหารจัดการด้านงบประมาณ

ช่างก่อสรา้ งบา้ นดนิ มาเสริมต่อจากเจ้าหนา้ ทโี่ รงพยาบาลใหไ้ ดค้ รบ 21 หลัง



2.4.2 พยาบาลผู้ปฏิบัติ มีความมงุ่ มน่ั จรงิ จัง เสียสละ มกี ารพัฒนาองคค์ วามรอู้ ยเู่ สมอ


2.5 การจัดการกลุ่ม


2.5.1 มีการมอบหมายงานให้รับผิดชอบการมีส่วนร่วมในการสร้างบ้านดิน การจัดโปรแกรมสุขภาพ
ทดลองปฏิบัติใหเ้ กิดความมนั่ ใจ ถอดบทเรยี นและนำมาปรับปรุงพฒั นาอยู่เสมอ


2.5.2 ประชาสัมพันธ์ โดยผลิตแผ่นพับ แจกเมื่อมีโอกาสเข้าร่วมประชุม สัมมนา ในท่ีต่างๆ ของ
พยาบาล ร่วมจัดนิทรรศการต่างๆ จัดทำหนังสือเชิญชวนตามโรงพยาบาลต่างๆ ท้องถิ่นและ

ผทู้ สี่ นใจ


412 : นวตั กรรมการสร้างเสรมิ สขุ ภาพภายใต้บทบาทของวชิ าชีพการพยาบาล

2.6 ปจั จัยที่มสี ่วนสนับสนุนการพฒั นาส่ิงแวดลอ้ มท่ีเอือ้ ต่อสุขภาพนใี้ ห้เกิดความสำเรจ็

2.6.1 มีผนู้ ำทใี่ ห้ความสำคัญ

2.6.2 มีพยาบาลและเจ้าหนา้ ท่ีท่ีมีความมุ่งมนั่ จรงิ จัง

2.6.3 มกี ารบรู ณาการ เขา้ กบั งานประจำ พัฒนางานประจำให้มีความชดั เจนยิ่งขึ้น

2.6.4 การนำหลกั การอาหารเพือ่ สุขภาพ (แมคโครไบโอตกิ -มาป)ี

2.6.5 องคค์ วามรดู้ า้ นการแพทย์แผนไทยและแพทยท์ างเลือก (ฝงั เขม็ )

2.6.6 มีพื้นท่ใี นโรงพยาบาลท่กี ว้างขวาง ประมาณ 25 ไร่ มตี น้ ไมร้ ่มร่ืน สวยงาม

2.6.7 วัสดอุ ปุ กรณใ์ นการดำเนินงาน หาง่ายในทอ้ งถ่ิน

2.6.8 มชี า่ งประจำใน โรงพยาบาล และในชุมชน

2.6.9 มีการเช่ือมโยงทด่ี ีกบั องค์กรภายนอก เช่น สถานท่ีแช่นำ้ แร่ออนเซน จ้กี ง สวนชาธรรมชาติ

2.6.10 การบรหิ ารจัดการบนงบประมาณที่จำกดั

2.6.11 กลุม่ เสย่ี งได้รับงบสนบั สนุนจำนวนหนึ่ง

2.6.11 ประชาชนให้ความสนใจ และให้ความสำคัญ




2.7 ผลของการพัฒนาสงิ่ แวดลอ้ ม นำไปตอ่ ยอดอย่างไร ในบทบาทของพยาบาล

2.7.1 มคี นเขา้ โปรแกรมและพักบา้ นดนิ อยา่ งต่อเนอื่ ง

2.7.2 พยาบาลนำองคค์ วามรทู้ ใ่ี ชใ้ นโปรแกรมสขุ ภาพไปปรบั ใชใ้ นกลมุ่ เสย่ี งตา่ งๆ ทไ่ี มไ่ ด้ เขา้ โปรแกรม

2.7.3 มีการจัดตัง้ ศนู ยอ์ าหารแมคโครไบโอติก เป็นที่ปรกึ ษาดา้ นโภชนาบำบัด

2.7.4 จดั อาหารตามแนวทางแมคโครไบโอติกให้ผู้ป่วยในทานทุกมื้อ

2.7.5 จัดบริการเจ้าหน้าท่แี ละบคุ คลท่ัวไป มือ้ เช้าและกลางวนั และขยายผลไป รพ.สต. และชุมชน

2.7.6 มกี ารกอ่ สร้างศนู ย์มิตรภาพบำบัดเพอ่ื ใช้เปน็ ศนู ย์รวมจติ อาสา ด้วยบ้านดนิ ใน โรงพยาบาล

2.7.8 มกี ารกอ่ ตั้งโรงงานผลิตนำ้ ดื่มเพอื่ สขุ ภาพของโรงพยาบาล เพื่อใหเ้ จา้ หน้าทแ่ี ละผปู้ ว่ ยด่มื






3
. การจดั การพฒั นานวตั กรรม



3.1 ท่านไดม้ กี ารเชญิ ชวนสมาชิกในทีมทำงานเข้ามารว่ มทมี อยา่ งไร

3.2 แตง่ ตง้ั คณะทำงาน ประชมุ คดั เลอื กพยาบาลทมี่ คี วามสนใจและสามารถเขา้ รว่ มไดส้ ะดวก โดยไมเ่ สยี งาน

บริการหลัก


3.3 เช่ือมโยงกับงานต่างๆ ในองคก์ รผา่ นทางคณะกรรมการบริหารองคก์ ร


กรณศี ึกษา ภาคเหนอื :
413

3.4 นวัตกรรมนี้ไม่ได้ส่งประกวดผลงาน แต่ได้รับการประเมินเป็นโรงพยาบาลดีเด่นด้านสิ่งแวดล้อมระดับ
5 รางวัลโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพระดับทอง รางวัลโรงพยาบาลอาหารปลอดภัย ศูนย์เรียนรู้อาหารแมคโครไบ
โอติกแหง่ แรก ในระดบั โรงพยาบาลชุมชน







4. แหลง่ ประโยชน


1) สถานที่หรือแหล่งประโยชน์ท่ีได้สนับสนุนการดำเนินงานนี้ คือ ท่ีดินป่ารกในโรงพยาบาลท่ีชุมชนยกให้

เปน็ ของโรงพยาบาลจำนวน 25 ไร่

2) หนว่ ยงานท่ีสนับสนุนการดำเนินงาน นวตั กรรมมี ชมรมผ้สู ูงอายุ หมอเมอื ง สสส หน่วยงานเอกชน มา


ทอดผ้าปา่ ผู้บรหิ ารที่มาตรวจเยย่ี มโรงพยาบาล


4) มลู นธิ ิพิทักษ์ดวงตาเพอื่ ประชาชน บรจิ าคเงนิ


5) มกี ารประสานงานกบั ใครหรือหนว่ ยงานใดบ้างเพื่อตอ่ ยอดโครงการ

6) มสี มาคมยูพีเอม็ (ผู้ก่อตง้ั อาหารแมคโครไบโอติก)






5
. ปัจจยั สนบั สนนุ


1) ปัจจยั ใดบ้างทีส่ ่งผลตอ่ การพฒั นาสงิ่ แวดลอ้ มทเี่ อ้อื ตอ่ สขุ ภาพ ปจั จุบันการเกิดโรคต่างๆ ของประชาชน
เพ่มิ ขนึ้ เช่น โรคมะเรง็ โรคท่เี กดิ จากพฤติกรรมเสี่ยง เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสงู โรคทางระบบหลอดเลือด
เพม่ิ มากขนึ้ สง่ ผลกระทบให้ โรงพยาบาลตา่ งๆ ตอ้ งรบั ผปู้ ว่ ยกลมุ่ นเี้ พม่ิ มากขน้ึ เมอ่ื เจบ็ ปว่ ยเรอ้ื รงั ญาตเิ รม่ิ เบอื่ หนา่ ย
ผู้ป่วยถูกทอดท้ิง เกิดภาวะแทรกซ้อนตามมา เช่น แผลกดทับ ปัญหาสุขภาพจิต การฆ่าตัวตายจากการเบ่ือโรคที่

ป็นเพมิ่ ขึ้น


2) งบประมาณสนบั สนุนนวตั กรรมไดจ้ ากการหมนุ เวียนจากผ้เู ขา้ ร่วมโปรแกรม เงนิ บรจิ าค

3) งานท่ีทมี ดำเนนิ การอยนู่ ี้มกี ารสอดคล้องกบั ภารกจิ ของหน่วยงานและบทบาทของพยาบาล คอื เปน็ งาน

้านการส่งเสรมิ ปอ้ งกนั การดูแลดา้ นจติ ใจ 5 อ (อาหาร อารมณ์ ออกกำลงั กาย อโรคยา อนามยั สงิ่ แวดลอ้ ม)

4) กระบวนการเรียนรู้เพื่อการจัดการงานและกิจกรรมของนวัตกรรม เป็นแบบ การคิดบูรณาการ งาน
ประจำที่ให้บริการพยาบาลกับผู้ป่วยและประชาชนทั่วไปเข้ากับสิ่งแวดล้อมและธรรมชาติ เพ่ือนำมาเป็นแนวทาง
การสรา้ งสุขภาพทีย่ ัง่ ยืน


414 : นวตั กรรมการสร้างเสรมิ สุขภาพภายใต้บทบาทของวิชาชีพการพยาบาล

ผลการเปลยี่ นแปลงทีเ่ กิดข้นึ กลุม่ เสยี่ งในอำเภอแมล่ าว ดังน
้ี
• การตดิ ตามประเมนิ ผล : โครงการสรา้ งเสรมิ สุขภาพและปอ้ งกันโรค

• กล่มุ เส่ยี ง DM , HT, หลอดเลอื ดสมอง และโรคอว้ นพงุ ครงั้ ท่ี 1

• สมาชกิ การรวมกลุ่ม “เดินเร็ว” ตอนเช้า เพิม่ มากขึ้น

• อารมณ์ดีขึน้ หลบั สบายขน้ึ

• นำกิจกรรมกายภาวนา ตลี ญั กร และนำ้ ผักป่นั มาใช้ในชีวิตประจำวนั



• ปรับเปล่ยี นนิสัยการกนิ : ทานผกั มากขึน้ น้ำมนั ลดลง

การติดตามประเมนิ ผล : โครงการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกนั โรคกลุ่มเสยี่ ง DM , HT, หลอดเลือดสมอง
และโรคอ้วนพุง คร้ังที่ 2 โดยเอากลุ่มที่สามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพได้สำเร็จ และกลุ่มท่ีสามารถปรับ

เปลย่ี นพฤติกรรมสุขภาพไดบ้ า้ งและไม่สมำ่ เสมอ นำมาพดู คุยแบง่ ปนั ในกลุม่ ใหญ่

5) ในการจัดกิจกรรมของกลุ่ม ทา่ นเทียบเคยี งกบั ขอบเขตการประกอบวชิ าชพี การพยาบาลอยา่ งไรเป็นการ
พัฒนางานประจำท่ีให้บริการพยาบาลกับผู้ป่วยและประชาชนทั่วไปเข้ากับสิ่งแวดล้อมและธรรมชาติ เพ่ือให้
ประชาชนในกลุ่มเส่ียงและทั่วไปได้ตระหนักรู้ถึงข้อดีและข้อเสียของการปฏิบัติตัวในชีวิตประจำวันและนำมาเป็น

แนวทางการสร้างสุขภาพทยี่ ัง่ ยืน

ขั้นตอนและขอบเขต ดงั กลา่ ว เป็นนวัตกรรมด้านการพัฒนาสิ่งแวดลอ้ มท่ีผสมผสานองคค์ วามรูใ้ นการปรับ
เปล่ียนพฤติกรรมของผู้เข้าโปรแกรม เช่น การเลือกรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพ การปฏิบัติตัวท่ีลดพฤติกรรม

ส่ยี งต่างๆ การพกั อาศยั ในส่งิ แวดลอ้ มทใี่ กลเ้ คยี งกบั ธรรมชาติ มาปรบั ใชใ้ นชีวิตประจำวัน

6) กระบวนการเรียนรู้เพือ่ การจัดการงานและกจิ กรรมของนวัตกรรมของแตล่ ะกจิ กรรมเป็นแบบการเรยี นรู้

ละจดั การการเปลยี่ นแปลง

7) ญาติ ประชาชนกล่มุ เส่ยี ง ประชาชนทว่ั ไปท่ีสนใจ ได้รบั ผลประโยชนท์ ่เี ขา้ ร่วมโปรแกรม






6
. ผลผลิต ผลลพั ธ์


1) เป้าหมายหลกั ในการทำงาน คือ ผู้ท่เี ขา้ โปรแกรมสุขภาพ มกี ารตระหนักรู้ เปล่ยี นแปลงพฤติกรรม เพอื่

ให้มชี วี ิตทีย่ ืนยาว


กรณศี ึกษา ภาคเหนอื :
415

2) การเข้าถงึ เป้าหมายหลกั มวี ธิ ีการอย่างไร และมขี ้นั ตอนอย่างไร

• ประชาสมั พันธ์ ผ่านทางหน่วยงานตา่ งๆ ทัง้ ภาครฐั และเอกชน

• แจกแผน่ พับ



• รว่ มสอดแทรกในงานนทิ รรศการ/มหกรรมตา่ งๆ ทอี่ งคก์ รพยาบาลได้รบั มอบหมาย

3) กิจกรรมต่างๆ ท่ีทำมีผลต่อความเช่ือมั่นในกลุ่มองค์กรต่างๆ อย่างไร ผู้เข้าโปรแกรมสุขภาพ หลังเข้า
โครงการมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมดีขึ้น เช่นในกลุ่มเจ้าหน้าที่ พฤติกรรมการเลือกรับประทานผักปลอดสารพิษ
มากขึ้น ตรวจผลเลือดพบสารพิษอยู่ในระดับปลอดภัยเป็นส่วนใหญ่ มีหน่วยงานต่างๆ ท้ังภาครัฐ ท้องถิ่นและ

เอกชน มาศึกษาดูงานเปน็ จำนวนมาก

4) งานทท่ี ำน้เี ปน็ การบูรณาการกับงานประจำขององค์กรพยาบาลและมีการต่อยอดลงสชู่ มุ ชน




416 : นวตั กรรมการสร้างเสริมสุขภาพภายใตบ้ ทบาทของวิชาชีพการพยาบาล

กรณศี กึ ษา
การดูแลสุขภาพผสู้ งู อายรุ ะยะยาว

นวตั กรรมที่ 32
ตำบลท่ากว้าง อ.สารภี จ.เชียงใหม่


บทนำ


โรงพยาบาลสง่ เสริมสขุ ภาพตำบลทา่ กวา้ งมกี ารก่อตั้งชมรมผูส้ ูงอายุ ในปี พ.ศ.2543 จนถึงปัจจบุ นั จำนวน
สมาชิก 577 คน มีคณะกรรมการชมรมฯ มาจากแกนนำหมู่บ้านละ 2 คน ร่วมทำกิจกรรมทั้งในด้านส่งเสริมสุข
ภาพ เศรษฐกจิ สังคม มกี ารออกกำลงั กายทกุ วันอังคารและวนั ศกุ ร์ ไดร้ ับการประเมินผา่ นเกณฑ์ผู้สูงอายุคุณภาพ
จากกรมอนามัย






1. องคป์ ระกอบของนวตั กรรมทางการพยาบาล

กับการสรา้ งเสริมสขุ ภาพ


1.1 ผพู้ ัฒนานวัตกรรมทางการพยาบาล

พยาบาลวชิ าชพี 2 คน ทำงานอย่ใู น รพ.สต. ท่ากวา้ ง อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ โดยพยาบาลวชิ าชพี
1 คนจบการศึกษาระดับมหาบัณฑิต สาขาการพยาบาลผู้สูงอายุ และทั้ง 2 คนผ่านการอบรมหลักสูตรระยะสั้น
การพยาบาลเวชปฏบิ ตั ิทัว่ ไป (รกั ษาโรคเบอื้ งต้น) จากคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลยั เชียงใหม่ ทำใหท้ งั้ 2 คน
มีกิจกรรมที่เกี่ยวขอ้ งกบั ผู้สูงอายุ การใหบ้ ริการรักษาโรคเบ้อื งตน้ และการเยย่ี มบ้านอย่างสม่ำเสมอ


1.2 งานและกจิ กรรมของนวตั กรรมทางการพยาบาล

นวัตกรรมทางการพยาบาล คือ รูปแบบการดำเนินงานการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุระยะยาว (Tha Kwang
Model Long Term Care) เป็นการพัฒนาระบบการดูแลระยะยาวสำหรับผู้สูงอายุท่ีอยู่ในภาวะพึ่งพิง เป็นการ
ดูแลครอบคลุมทุกมติ ิ ทง้ั สงั คม สุขภาพ เศรษฐกิจและสภาพแวดลอ้ ม เน้นกจิ กรรมความสขุ 5 มติ ิ ประกอบดว้ ย
สุขสบาย สุขสนุก สุขสง่า สุขสว่าง และสุขสงบ ส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุต้ังแต่ยังมีสุขภาพดี ไม่ป่วย ให้ยืดระยะ
เวลาของการมีสุขภาพดีให้ยาวนานท่ีสดุ ส่งเสรมิ ใหม้ ีการรวมกล่มุ ผ้สู งู อายุเปน็ ชมรมผสู้ งู อายุ และพฒั นาศกั ยภาพ
ให้เป็นชมรมท่ีเข้มแข็ง มีการทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกันอย่างต่อเน่ือง ส่งเสริมการดูแลสุขภาพช่องปากโดยชมรม

ผู้สูงอายุ ส่งเสริมให้ชุมชนเป็นศูนย์กลางการส่งเสริมสุขภาพและพัฒนาส่ิงแวดล้อมให้เอ้ือต่อการส่งเสริมสุขภาพ
พัฒนาระบบบริการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุท่ีบ้าน ซ่ึงเป็นบริการเชิงรุกที่ให้การดูแลสุขภาพผู้สูงอายุระยะยาวแบบ

กรณศี ึกษา ภาคเหนอื :
417

บูรณาการต่อเน่ืองจากโรงพยาบาลสู่บ้านโดยทีมสหวิชาชีพ จึงเป็นการส่งเสริมศักยภาพของสถาบันครอบครัว
อาสาสมคั ร จติ อาสา กายภาพบำบดั ตลอดจนถงึ ผดู้ แู ลในชมุ ชนและองคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถนิ่ เพอ่ื ใหก้ ารสง่ เสรมิ
สนบั สนุนการดูแลผสู้ งู อายุใหอ้ ยู่กับครอบครวั อยา่ งอบอ่นุ มสี ขุ ภาพดี มีคณุ ภาพชวี ิตท่ีดี มคี วามสขุ ท้ังกายและใจ


1.3 กล่มุ เปา้ หมายของการใชน้ วตั กรรม

กลุ่มเป้าหมาย คือ ผู้สงู อายุในตำบลทา่ กว้างทั้งในภาวะปกติและเจบ็ ป่วย พกิ ารหรอื ทุพพลภาพ






2. กระบวนการพัฒนานวตั กรรม

และการจดั การเพอื่ การนำไปใชแ้ ละพัฒนา


2.1 เส้นทางการพัฒนานวัตกรรมทางการพยาบาล

- ในปี พ.ศ.2543 มกี ารกอ่ ตง้ั ชมรมผสู้ งู อายุ จนถงึ ปจั จบุ นั จำนวนสมาชกิ 577 คน สถานทตี่ ง้ั ทโี่ รงพยาบาล
สง่ เสรมิ สขุ ภาพตำบลท่ากวา้ ง มีคณะกรรมการชมรมฯ มาจากแกนนำหมบู่ า้ นละ 2 คน ร่วมทำกิจกรรมทงั้ ในดา้ น
สง่ เสรมิ สขุ ภาพ เศรษฐกจิ สงั คม มกี ารออกกำลงั กายทกุ วนั องั คารและวนั ศกุ ร์ ไดร้ บั การประเมนิ ผา่ นเกณฑผ์ สู้ งู อายุ
คณุ ภาพจากกรมอนามยั เม่อื วนั ท่ี 7 กรกฎาคม 2555


- ปี พ.ศ. 2552 เปิดให้บรกิ ารศนู ยฟ์ นื้ ฟูผปู้ ว่ ยโรคเร้อื รงั และผู้พกิ ารขน้ึ ในตำบล


- ปี พ.ศ. 2555 ไดด้ ำเนนิ กจิ กรรมเปน็ ตำบลตน้ แบบ ดำเนนิ การเปน็ พน้ื ทน่ี ำรอ่ งรว่ มกบั สำนกั งานสาธารณสุข
จังหวัดเชียงใหม่ ศึกษารูปแบบการดำเนินงานการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุระยะยาว ครอบคลุมผู้สูงอายุทั้ง 3 กลุ่ม
ได้แก่ กลุม่ ตดิ สงั คม กลุม่ ตดิ บา้ น และกลมุ่ ติดเตยี ง


- ผเู้ ขา้ รว่ มกระบวนการ ได้แก่ ชมรมผู้สูงอายุ อาสาสมัครดแู ลผู้สงู อายใุ นชมุ ชน บคุ ลากรด้านสุขภาพซึง่
เปน็ ทีมสหสาขาวิชาชีพ ประกอบดว้ ย แพทย์เวชศาสตรค์ รอบครัว พยาบาลวชิ าชพี นักกายภาพบำบัด อสม. หมอ
อาสา ชมรมผู้พิการและจากเทศบาลตำบลท่ากว้าง ในการให้บริการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุท่ีบ้าน และให้การ
สนบั สนุนงบประมาณ วสั ดุ อุปกรณ์ตา่ งๆ


2.2 แนวทางการจัดการงานและกจิ กรรมของนวัตกรรมทางการพยาบาล


2.2.1 การสรา้ งการเรียนร
ู้
ประชุมรว่ มกนั ระหวา่ งบุคลากรสาธารณสขุ คณะกรรมการท่มี าจากแกนนำท้องท่ี ไดแ้ ก่ กำนัน ผ้ใู หญ่บา้ น
ประธาน อสม. จิตอาสา ท้องถ่ิน ได้แก่ นายกเทศบาลตำบลท่ากว้าง/ผู้แทน แกนนำชมรมผู้สูงอายุ ผู้แทนจาก
หน่วยงานท่ีเกี่ยวข้อง ได้แก่ โรงพยาบาลสารภี สาธารณสุขอำเภอสารภีและภาคีเครือข่ายบ้านมิตรไมตรี

418 : นวัตกรรมการสร้างเสริมสุขภาพภายใต้บทบาทของวชิ าชีพการพยาบาล

(สนับสนุนโครงการอบรมอาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุโดยผู้สูงอายุในชุมชน) เพ่ือรับทราบปัญหาของผู้สูงอายุ ร่วม
วางแผน ดำเนนิ งานและประเมนิ ผล


2.2.2 การเชอื่ มประสานงานและกิจกรรม

พยาบาลวิชาชีพท้ัง 2 คน ปฏิบัติงานในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ตำบลท่ากว้าง เป็นแกนนำสำคัญใน
การเช่ือมประสานงานกบั กลมุ่ ต่างๆ ตาม ขอ้ 2.2.1 ได้รบั ความรว่ มมอื อยา่ งดีจากทกุ ฝ่าย เนอื่ งจากกิจกรรมที่เกดิ
ขึน้ จะช่วยแก้ไขปญั หาการดแู ลผ้สู ูงอายุในชมุ ชน ซ่งึ จะกอ่ ใหเ้ กดิ ประโยชน์ท้งั แกผ่ ู้สูงอายเุ ป็นรายบุคคล ครอบครวั
และชมุ ชน






3. คณุ ลกั ษณะของนวัตกรรม

กับยุทธศาสตรก์ ารสร้างเสริมสขุ ภาพ


3.1 คุณลักษณะของนวัตกรรมทางการพยาบาล

ภาพรวมของนวตั กรรมการดแู ลผ้สู งู อายุระยะยาว เป็นกิจกรรมที่ผ้ดู ูแลซึ่งอาจเปน็ บุคลากรวิชาชพี ทางดา้ น
สุขภาพ สวัสดิการสังคมและอ่ืนๆ หรือประชาชนทั่วไป ท้ังครอบครัว เพื่อน เพ่ือนบ้าน อาสาสมัคร จิตอาสา

นักกายภาพบำบดั ตลอดจนถึงผดู้ แู ลในชุมชน ด้วยการจดั การและปฏบิ ัติต่อผู้สูงอายุทไี่ ม่สามารถดแู ลตนเองได้ ให้
สามารถตอบกิจวตั รประจำวัน (Activities of Daily Living : ADL) และอย่ใู นสงั คมได้อย่างมีความสุขตามอตั ภาพ

วธิ กี ารดำเนินงาน

1) แบ่งกลุ่มผู้สงู อายใุ นชมุ ชน เป็น 3 กลมุ่ คอื กลุม่ ตดิ สังคม กลมุ่ ตดิ บ้านและกล่มุ ติดเตียง


กลุ่มที่ 1 กลุ่มติดสังคม หมายถึง ผู้สูงอายุที่ช่วยเหลือตนเองได้ดี ดำเนินชีวิตในสังคมได้อย่างอิสระ
สามารถทำกจิ วตั รประจำวนั พนื้ ฐานและกจิ วตั รประจำวนั ตอ่ เนอื่ งได้ เปน็ ผมู้ สี ขุ ภาพทว่ั ไปดี ไมม่ โี รคเรอ้ื รงั หรอื เป็น
เพียงผู้ที่มีภาวะเส่ียงต่อการเกิดโรค หรือเป็นผู้ที่มีโรคเรื้อรัง 1-2 โรค ท่ียังควบคุมโรคได้ สามารถฃ่วยเหลือ

ผอู้ ่ืน สงั คมและชุมชนได้


กลุ่มท่ี 2 กลุ่มติดบ้าน หมายถึง ผู้สูงอายุท่ีช่วยเหลือตัวเองได้บ้าง หรือต้องการความช่วยเหลือจาก

ผู้อื่นเพียงบางส่วน มีความจำกัดในการดำเนินชีวิตในสังคม และเป็นกลุ่มผู้สูงอายุท่ีมีโรคเร้ือรังท่ีควบคุมไม่ได้ มี
ภาวะแทรกซอ้ นทางดา้ นรา่ งกายหรอื ทางจติ ใจ จนสง่ ผลตอ่ การรคู้ ดิ การตดั สนิ ใจ การปฏบิ ตั กิ จิ วตั รประจำวนั พนื้ ฐาน


กลุ่มที่ 3 กลุ่มติดเตียง หมายถึง ผู้สูงอายุท่ีไม่สามารถช่วยเหลือตนเองในการทำกิจวัตรประจำวันพ้ืน
ฐานได้ ตอ้ งการความชว่ ยเหลือจากผู้อ่นื ในการเคล่ือนยา้ ย การปฏิบตั กิ ิจวัตรประจำวัน มโี รคประจำตัวหลายโรคที่
ควบคมุ ไม่ได้ มีการเจบ็ ปว่ ยเรอ้ื รงั มายาวนานและมีภาวะแทรกซอ้ นจากโรคที่เปน็ อยู่ เปน็ กล่มุ ที่ป่วยและชว่ ยเหลอื
ตนเองไม่ได้ พกิ ารหรอื ทพุ พลภาพ


กรณีศึกษา ภาคเหนอื :
419

การจำแนกกลุ่มผูส้ งู อายุ ใชก้ ารประเมนิ กจิ วตั รประจำวัน (Activities of Daily Living : ADL)

กล่มุ 1 กล่มุ ติดสงั คม ผลการประเมิน ADL มีคา่ คะแนนตั้งแต่ 12 คะแนนขน้ึ ไป

กลมุ่ 2 กลุ่มติดบ้าน ผลการประเมิน ADL มีค่าคะแนนตงั้ แต่ 5-11 คะแนนขึ้นไป

กลมุ่ 3 กลุ่มติดเตียง ผลการประเมนิ ADL มีค่าคะแนนไมเ่ กิน 4 คะแนน


2) มีบริการการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุที่บ้านที่มีคุณภาพ โดยบุคลากรด้านสุขภาพ มีการเยี่ยมบ้านผู้ป่วย
โรคเรื้อรัง ผู้พิการ/ทุพพลภาพ ผู้สูงอายุ ผู้ด้อยโอกาส โดยทีมสหสาขาวิชาชีพ ประกอบด้วย แพทย์เวชศาสตร์
ครอบครวั พยาบาลวิชาชีพ นักกายภาพบำบัด อสม. หมออาสา ชมรมผู้พิการ รวมท้ังผู้ใหญ่บ้านในพื้นท่ี มีการ
ประสานงานขอสนบั สนุนรถพยาบาลชองเทศบาลตำบล ในการเย่ยี มบา้ นทุกวันพธุ


3) อบรมผู้สูงอายุกลุ่ม 1 เป็นอาสาสมัคร ได้รับการสนับสนุนการอบรมจากเครือข่ายบ้านมิตรไมตรี
ใหก้ ารดแู ลผสู้ งู อายทุ มี่ ปี ญั หาสขุ ภาพในกลมุ่ 2-3 ในลกั ษณะเพอ่ื นชว่ ยเพอื่ น โดยคดั เลอื กจติ อาสา หมบู่ า้ นละ 5 คน
(7 หมู่บา้ น รวม 35 คน) เข้ารบั การอบรมและออกเยยี่ มบ้านพรอ้ มกบั ทมี สขุ ภาพ


4) มชี มรมผสู้ งู อายุผา่ นเกณฑ์ชมรมผสู้ งู อายคุ ณุ ภาพ


5) มีอาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุในชุมชน โดย อสม. หมออาสาสารภี จำนวน 61 คน ซึ่งได้รับการพัฒนา
ศักยภาพท้ังด้านความรู้และทักษะในการดูแลผู้ป่วยเร้ือรัง รวม 3 วัน โดยทีมเย่ียมบ้านจากโรงพยาบาลสารภี มี
การฝึกปฏิบัติการดูแลผู้ป่วยติดบ้านและติดเตียงในโรงพยาบาลสารภี เช่น การให้อาหารทางสายยาง การทำแผล
การทำกายภาพบำบัด การให้ออกซเิ จน การพ่นยาขยายหลอดลม การสำรวจและลงบันทกึ ข้อมลู การเย่ยี มบ้าน


บทบาทหนา้ ท่ที ่สี ำคัญของหมออาสาสารภ

• ให้ความรแู้ ก่ผ้ปู ่วย/ผสู้ ูงอายทุ ุกกล่มุ เกีย่ วกบั การปฏบิ ตั ติ ัวของผูป้ ว่ ยและญาติ

• ดแู ลสขุ ภาพเบือ้ งต้น เช่น การวดั อณุ หภมู ขิ องร่างกาย ชีพจร การหายใจ ความดนั

• โลหิต การทำแผล การปอ้ นอาหาร การใหอ้ าหารทางสายยาง การดแู ลสายสวนปสั สาวะ และการปอ้ งกนั
แผลกดทบั

• การค้นหาโรคแทรกซอ้ น การตรวจนำ้ ตาลในเลอื ด การคน้ หาภาวะซมึ เศร้า

• ประสานและส่งตอ่ ข้อมลู ผปู้ ่วยเรอื้ รังรายใหม่ ขอ้ มลู ปัญหาการดแู ลผ้ปู ว่ ย/

• ผ้สู ูงอายุทพ่ี บ และรว่ มมอื กบั ทมี สหสาขาวชิ าชพี ในการตดิ ตามเย่ยี มบ้าน


6) มีบริการส่งเสริมป้องกันทันตสุขภาพระดับตำบล รพ.สต. ร่วมกับฝ่ายทันตกรรม โรงพยาบาลสารภี
ให้การส่งเสริมสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุเป็นประจำทุกเดือน ให้บริการขูดหินน้ำลาย ขัดทำความสะอาดฟันเพื่อ
ปอ้ งกนั โรคปรทิ นต์ ใหค้ วามรู้ และใหแ้ กนนำผสู้ งู อายมุ กี ารถา่ ยทอดสเู่ พอ่ื นในชมรมและสผู่ สู้ งู อายใุ นชมุ ชน รวมทงั้
การสง่ ต่อไปรับบริการที่ รพ.สารภี กรณตี อ้ งรบั การรกั ษา


420 : นวตั กรรมการสร้างเสริมสขุ ภาพภายใต้บทบาทของวิชาชีพการพยาบาล

7) มรี ะบบการดูแลผู้สูงอายุ กลุ่ม 2-3 และผู้พกิ าร ซึ่งบางสว่ นไมส่ ามารถไปรับบริการฟ้นื ฟสู มรรถภาพท่ี
สถานบริการตามนัดได้หรือไปได้ยากลำบาก รวมท้ังภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปรับบริการที่โรงพยาบาลสารภี
รพ.สต.ท่ากว้างร่วมกับทุกกลุ่มองค์กรในตำบล จึงได้เปิดให้บริการศูนย์ฟ้ืนฟูผู้ป่วยโรคเรื้อรังและผู้พิการขึ้นใน
ตำบล (อยู่ภายในบริเวณ รพ.สต.) โดยมีหมอเมืองจติ อาสามาให้บริการทุกวัน มีการประยุกต์ใช้ภูมิปัญญาท้องถ่ิน
ในการฟ้ืนฟูสภาพ และ รพ.สารภจี ัดให้มนี ักกายภาพบำบัดมาปฏิบตั ิงานท่ีศูนยฯ์ ทุกวนั พุธ เพอ่ื ให้ผสู้ งู อายุ/ผพู้ ิการ
สามารถมาใชบ้ ริการไดอ้ ย่างตอ่ เนอื่ ง


8) มกี ารจัดบริการดา้ นสุขภาพโดยการสร้างสุข 5 มติ ิ ประกอบดว้ ย


สุขสบาย (health) หมายถึง การดแู ลสุขภาพให้มคี วามแข็งแรง คล่องแคลว่ มีกำลงั สามารถตอบสนองต่อ
ความต้องการทางกายภาพได้ตามสภาพที่เป็นอยู่ มีเศรษฐกิจหรือปัจจัยที่จำเป็นเพียงพอ ไม่มีอุบัติเหตุ/อันตราย
มีสภาพแวดลอ้ มท่สี ่งเสริมสุขภาพ ไม่ตดิ สิ่งเสพตดิ

กิจกรรมสุขสบาย เน้นการเคลื่อนไหวในการปฏิบัติกิจวัตรประจำวัน โดยจะวัดความพร้อมในการปฏิบัติ
กิจวตั รประจำวัน ได้แก่ ความแขง็ แรงของกลา้ มเนือ้ ความอดทนด้านแอโรบิค ความออ่ นตวั ความวอ่ งไวและการ
ทรงตวั ดัชนมี วลกาย


สุขสนุก (recreation) หมายถงึ การเลอื กวถิ ชี วี ติ ทรี่ น่ื รมย์ สนกุ สนานดว้ ยการทำกจิ กรรมทก่ี อ่ ใหเ้ กดิ อารมณ์
ท่เี ปน็ สขุ จืตใจแจม่ ใส มคี ุณภาพชวี ติ ดี ลดความเครียด ซึมเศรา้ วิตกกังวล

กิจกรรมสุขสนุก เน้นการจัดกิจกรรมนันทนาการท่ีสร้างความสดช่ืน สร้างพลังความมีชีวิตชีวาอย่าง
สร้างสรรค์ เชน่ การออกกำลงั กาย การรำวงย้อนยุค ฟ้อนเจิง จ้กี ง การรวมกลุ่มทำดอกไม้จนั ทน


สุขสง่า (integrity) หมายถึง ความรู้สึกพึงพอใจในชีวิต ความภาคภูมิใจในตนเอง เห็นคุณค่าในตนเอง
เห็นใจผอู้ ืน่ เอ้ือเฟ้อื แบง่ ปันและมีสว่ นร่วมในการชว่ ยเหลือผอู ืน่ ในสงั คม

กิจกรรม เน้นการเข้ารว่ มกิจกรรมต่างๆ ในชุมชน การมีจติ อาสาเยี่ยมบา้ นผ้สู งู อายุ จติ อาสากายภาพบำบัด
เพอ่ื นช่วยเพ่ือน


สุขสว่าง (cognition) หมายถึง ความสามารถของผู้สูงอายุด้านความจำ ความเข้าใจ การคิด การส่ือสาร
การใช้เหตผุ ลและการแกไ้ ขปญั หา

กิจกรรม เน้นกิจกรรมท่ีช่วยชลอความเสื่อมของสมอง เพิ่มไหวพริบ ความจำ โดยใช้แบบคัดกรองภาวะ
สมองเสื่อม (TMSE) และใหท้ ำกิจกรรมการบริหารสมองเพ่อื ฝกึ ความจำด้วยสองมือ

สุขสงบ (peacefulness) หมายถงึ การรบั ร-ู้ เขา้ ใจความรสู้ กึ ของตนเอง รจู้ กั ควบคมุ อารมณ์ การผอ่ นคลาย มี
สติ มสี มาธิ ทำใหต้ นเองเกิดความสงบสขุ ได้


กรณีศกึ ษา ภาคเหนอื :
421

กิจกรรม เน้นทคี่ วามสามารถของบุคคลในดา้ นการรับร้อู ารมณ์ตน การควบคุมอารมณ์ การยอมรบั สงิ่ ตา่ งๆ
ที่เกิดข้ึนตามความจริง การเข้าใจชีวิตและธรรมชาติของชีวิต โดยใช้แบบวัดความสุข 15 ข้อของกรมสุขภาพจิต
และทำกจิ กรรมการปฏิบตั ธิ รรม ฟังเทศน์ ฟังธรรม และธรรมะสญั จร






4. ผลลพั ธ์และผลกระทบของนวตั กรรมกบั การเพ่มิ คุณภาพ

บรกิ ารพยาบาลและการลดปจั จัยเสย่ี งดา้ นสขุ ภาพของ

ประชาชน รวมทงั้ การพัฒนาระบบบรกิ ารสุขภาพของประเทศ


4.1 ผลลัพธแ์ ละผลกระทบตอ่ ขอบเขตการประกอบวิชาชีพการพยาบาล

กิจกรรมนวัตกรรมน้ีได้รับการสนับสนุนและส่งเสริมจาก โรงพยาบาลสารภี สาธารณสุขอำเภอ บุคลากร
ด้านสุขภาพทุกคนใน รพ.สต.ทา่ กว้าง คณะกรรมการทอ้ งที่ ท้องถ่นิ ชมรมผู้สงู อายุ ชมรมผูพ้ กิ าร อสม. ประชาชน
ทวั่ ไป และบา้ นมิตรไมตรี ทำใหก้ จิ กรรมดงั กล่าวประสบความสำเร็จ พยาบาลได้ทำหน้าที่ในการสรา้ งเสริมสขุ ภาพ
เชิงรุกแก่ประชาชน (ผ้สู ูงอายุ) อยา่ งแทจ้ ริงตามขอบเขตการประกอบวชิ าชีพพยาบาล


ได้รับโล่ห์เกียรติคุณผ่านเกณฑ์การดูแลผู้สูงอายุระยะยาว จากกรมอนามัย (27 กค.55) และเป็นสถาน
บริการนำร่องโครงการปอ้ งกันปญั หาสุขภาพจิตในผสู้ งู อายุ โดยกรมสุขภาพจิต ประจำปี พ.ศ. 2555


4.2 ผลลพั ธแ์ ละผลกระทบต่อประชากรกล่มุ เปา้ หมาย


4.2.1 กลมุ่ ผ้สู งู อายุ ผพู้ ิการ ผปู้ ว่ ย ได้รบั การเยีย่ มบ้านครบตามเกณฑ์


โรค/สถานะสุขภาพ
จำนวนผู้ปว่ ย/ผู้สูงอาย/ุ ผ้พู ิการท้ังหมด
จำนวนผทู้ ี่ไดร้ ับการเย่ียม
รอ้ ยละ

ผู้สูงอายุ
577
577
100

ความดนั โลหติ สงู
325
325
100

เบาหวาน
128
128
100

ผ้พู ิการ
56
56
100

มะเร็งทกุ ชนดิ
11
11
100

ถงุ ลมโป่งพอง
9
9
100

หลังคลอด
5
5
100


4.2.2 กลุม่ ผูส้ ูงอายตุ ิดเตยี ง จำนวน 12 คน เปล่ยี นเปน็ ตดิ สงั คม 3 คน


4.2.3 ชมรมผูส้ ูงอายผุ า่ นเกณฑก์ ารประเมินผสู้ งู อายุคณุ ภาพ จากกรมอนามัย (27 กค.55) และได้รบั
โล่รางวัลแหล่งเรียนรู้การพ่ึงตนเองด้านการส่งเสริมสุขภาพช่องปาก จากกระทรวงสาธารณสุข (11 มค.55)

422 : นวัตกรรมการสร้างเสรมิ สขุ ภาพภายใต้บทบาทของวิชาชพี การพยาบาล

เนื่องจากเป็นแบบอย่างท่ีดีในองค์ความรู้ด้านการส่งเสริมสุขภาพช่องปากแก่ผู้สูงอายุในระดับภูมิภาคและเป็น
แหลง่ ถา่ ยทอดการถอดบทเรียนระดบั ประเทศ


4.3 ผลลพั ธ์และผลกระทบตอ่ บทบาทการสร้างเสริมสุขภาพตาม Ottawa Charter

การดำเนินงานพัฒนานวัตกรรมทางการพยาบาลดังกล่าว สามารถดำเนินงานตามบทบาทการสร้างเสริม

สขุ ภาพไดท้ งั้ advocate, mediate และ enable สำหรบั advocate อาจยังทำได้ไมค่ รอบคลุมทกุ กลมุ่ อายุ และ
ทุกสถานะสขุ ภาพ แตอ่ ยา่ งนอ้ ยก็ทำไดในกลุ่มผสู้ ูงอายุ ผู้เจ็บป่วย ผูพ้ กิ าร/ทพุ พลภาพ ซึง่ มจี ำนวนค่อนขา้ งมากใน
พนื้ ท่ี


กลยุทธ์หลักตามประกาศกฏบัตรออตตาวา เร่ืองการสร้างนโยบายสาธารณะด้านการสร้างเสริมสุขภาพยัง
ไม่ชัดเจน เนื่องจากประชาชนบางส่วนยังไม่มีส่วนร่วมในการดำเนินงาน และเร่ืองน้ียังไม่ได้จัดการให้เข้าสู่สมัชชา


สุขภาพตำบล ส่วนกลยุทธ์อื่นๆ ได้แก่ การสร้างความเข้มแข็งแก่ชุมชนโดยเฉพาะกลุ่มแกนนำ การพัฒนาทักษะ
การดูแลสุขภาพแก่บุคคล การปรับระบบบริการสุขภาพและการสร้างสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพดีน้ัน สามารถ
ดำเนนิ การไปด้วยกันได


4.4 ผลลพั ธแ์ ละผลกระทบต่อแนวทางการพฒั นาวิชาชพี

พยาบาลวฃิ าชพี ไดร้ บั ประโยชนจ์ ากกจิ กรรมของนวตั กรรมทางการพยาบาลนี้ โดยสามารถปฏบิ ตั งิ านเชงิ รกุ
โดยทำหน้าท่ีเป็นแกนนำร่วมกับสหสาขาวิชาชีพ ขณะเดียวกันก็ทำหน้าที่ในการประสานงานกับองค์กรต่างๆ ใน
ชมุ ชน ตลอดจนสง่ เสรมิ ใหช้ มุ ชนมศี กั ยภาพในการดแู ลสขุ ภาพตนเองและผอู้ นื่ รวมทงั้ สามารถใหบ้ รกิ ารผสมผสาน
ทงั้ ด้านการส่งเสริมสขุ ภาพ การปอ้ งกนั โรค การรกั ษาโรคเบ้อื งต้น และการฟืน้ ฟสู ภาพด้วย






5. ปจั จัยเงอื่ นไขของการพัฒนานวตั กรรม


5.1 ปัจจัยเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องกับเครื่องมือและกลไกท่ีสนับสนุนการปฏิบัติงานของพยาบาลในการ

พฒั นานวัตกรรมทางการพยาบาล


เครือ่ งมือและกลไกท่สี นบั สนุนการปฏบิ ัติงานของพยาบาลให้เกิดความสำเรจ็

1) การส่งเสริมสนับสนุนจากผู้บังคับบัญชาทุกระดับและผู้ร่วมงาน 2) ความเข้มแข็งขององค์กรในชุมชน

3) ความร่วมมือและความสามัคคีของทุกกลุ่มองค์กร 4) การสนับสนุนขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินท่ีให้ความ
สำคัญกับเรื่องของสุขภาพประชาชน 5) ผู้ร่วมปฏิบัติงาน ได้แก่ ชมรมผู้สูงอายุ อสม. หมออาสาสารภี จิตอาสา
กายภาพบำบัด อาสามัครดูแลผู้สูงอายุ ทีมสุขภาพสหสาขาวิชาชีพ อพปร. ภาคีเครือข่าย ได้แก่ รพ.สารภี บ้าน
มิตรไมตรี กระทรวงพัฒนาสังคมและความม่ันคงของมนุษย์ 6) กองทุนหลักประกันสุขภาพตำบล 7) การบูรณา

กรณีศึกษา ภาคเหนือ :
423

การรว่ มกับกิจกรรมอื่นในชุมชน เช่น จดั กจิ กรรมความสุข 5 มติ ิ บางกจิ กรรมดำเนนิ การในวนั แจกเบ้ียชพี ผ้สู ูงอายุ
แตล่ ะหมบู่ ้าน



5.2 ปัจจัยเงื่อนไขท่ีเกี่ยวข้องกับสมรรถนะของพยาบาลในการสร้างเสริมสุขภาพในการพัฒนา

นวัตกรรมทางการพยาบาล

สมรรถนะของพยาบาลด้านการสร้างเสริมสุขภาพในที่นี้ หมายถึง คุณสมบัติและความสามารถของ
พยาบาลในการทำกิจกรรมตามกระบวนการสร้างเสริมสุขภาพบุคคล ครอบครัว ชุมชน ให้มีความสามารถในการ
ดูแลสุขภาพตนเองได้ในภาวะปกติ ภาวะเจ็บป่วย รวมทั้งการป้องกันโรคและภาวะเส่ียงต่อความเจ็บป่วย โดยมี
เป้าหมายท่ีการมีสุขภาพดีทั้งร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคมและจิตวิญญาณ การดูแลนั้นครอบคลุมทั้งการจัดให้
บริการ จัดส่ิงแวดล้อม และส่งเสริมให้บุคคลและชุมชน มีการดำเนินชีวิตท่ีปลอดภัย ปราศจากภาวะเสี่ยงต่อ
สขุ ภาพ


คุณสมบัติ/ความสามารถของพยาบาลในการสร้างเสริมสุขภาพ ที่นำมาวิเคราะห์ มี 5 ประเด็น ได้แก

1) ความรู้ ความสามารถส่วนบุคคล 2) การปฏิบัติกิจกรรม 3) การบริหารจัดการ 4) การวิจัยและการจัดการ

องค์ความรู้ และ 5) การติดต่อสื่อสาร ท้ัง 5 ประเด็นน้ี พยาบาลผู้ทำกิจกรรม ได้ใช้สมรรถนะเหล่าน้ีทั้งหมด
เน่อื งจากพยาบาล 1 คน จบการศึกษาระดับมหาบัณฑติ สาขาการพยาบาลผสู้ ูงอายุ และทั้ง 2 คนผ่านการอบรม
พยาบาลเวชปฏิบัติท่ัวไป ทำให้สามารถให้บริการดูแลผู้สูงอายุได้อย่างถูกต้องเหมาะสม สามารถถ่ายทอดความรู้
สอน/สาธิตการดูแลผู้สูงอายุ ผู้เจ็บป่วย พิการ/ทุพพลภาพได้อย่างดี ขณะเดียวกันสามารถทำวิจัย (R 2 R) และ
พฒั นาองค์ความร้ทู เี่ กีย่ วขอ้ งได้


ระดับการศกึ ษาจึงเปน็ ส่งิ สำคญั ท่จี ะทำให้มีความรู้ ความเข้าใจถงึ ปญั หา การบรหิ ารจดั การและการทำวจิ ัย
ไปด้วยกัน ส่วนการติดต่อส่ือสารนั้นนับเป็นสมรรถนะที่สำคัญอย่างหนึ่ง ท่ีจะทำให้เกิดการมีส่วนร่วมในชุมชนได้
หรือไม่ กรณนี ี้ พยาบาลทงั้ 2 คนมีบ้านท่ีอย่อู าศยั ในตำบลท่ากว้าง เป็นคนในพ้ืนท่ี ทำใหร้ ู้จักกับคนในตำบลเปน็
อยา่ งดี การติดตอ่ ส่อื สารเป็นลักษณะแบบคนคนุ้ เคย ทำใหไ้ ม่เปน็ อุปสรรคในการทำงาน ปจั จยั ต่างๆ เหลา่ น้ลี ้วน
เปน็ การหนนุ เสรมิ ใหเ้ กิดการพัฒนางานและกิจกรรมในนวตั กรรมทางการพยาบาลดังกล่าว






424 : นวตั กรรมการสรา้ งเสริมสขุ ภาพภายใตบ้ ทบาทของวิชาชีพการพยาบาล

กรณีศึกษา
การพฒั นาเชงิ ระบบในการป้องกนั ดูแลแผลกดทับ

นวตั กรรมท่ี 33
โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ อ.เมอื ง จ.เชยี งใหม่



ทนำ


วิสัยทัศน์ของโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ คือ เป็นโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยช้ันนำระดับมาตรฐาน
สากล มีพันธกิจได้แก่ ให้บริการด้านสุขภาพอย่างมีมาตรฐานยึดหลักผู้รับบริการเป็นศูนย์กลางส่งเสริมการศึกษา

ละวจิ ัย ด้วยวิทยาการท่ีทันสมัยโดยความรว่ มมอื ร่วมใจของบุคลากรทมี่ ีคุณภาพและคณุ ธรรม

ฝ่ายการพยาบาล ได้ดำเนินการตามวิสัยทัศน์และพันธกิจของโรงพยาบาลมหาราชนครเชยี งใหม่ โดยการให้
บริการด้านสุขภาพอย่างมีคุณภาพและมีการพัฒนานวัตกรรมในการให้บริการพยาบาลอย่างต่อเน่ืองมาโดยตลอด

งึ่ ได้รบั การสนับสนุนจากผู้บรหิ ารของโรงพยาบาลเปน็ อยา่ งด

นวัตกรรมการพัฒนาเชิงระบบในการป้องกัน ดูแลแผลกดทับเป็นตัวอย่างหน่ึงที่ได้รับผลสำเร็จของบทบาท
พยาบาลในการสร้างเสริมสุขภาพ






1. องค์ประกอบของนวตั กรรมทางการพยาบาล


กบั การสร้างเสรมิ สขุ ภาพ


1.1 ผพู้ ัฒนานวัตกรรมทางการพยาบาล

ลักษณะเป็นกลุ่มการพยาบาลเฉพาะทางการดูแลผู้ป่วยท่ีมีแผลออสโตมีและควบคุมการขับถ่ายไม่ได้
(Enterostormal Therapy Nurse: ET Nurse) จากแตล่ ะงานการพยาบาล ลักษณะความเช่ยี วชาญในการดูแล
แผลซับซ้อน แผลกดทบั มีกจิ กรรมเป็นคณะกรรมการกลมุ่ ความเป็นเลิศในการดูแลแผลและออสโตมี และพัฒนา
นวัตกรรมทางการพยาบาล เช่น แบบประเมินและติดตามการขยายของแผลกดทับ (PUSH TOOL) ร่วมพัฒนา
หลักสูตรการพยาบาลเฉพาะทางการดูแลแผลและออสโตมีและควบคุมการขับถ่ายไม่ได้ (Wound Ostomy
Incontinence Education Program) รับรองจากสภาการพยาบาลตั้งแต่ปี 2548-ปัจจุบัน (ปรับเป็นหลักสูตร
ระยะส้นั 2 เดือน)


กรณีศกึ ษา ภาคเหนือ :
425

1.2 งานและกจิ กรรมของนวตั กรรมทางการพยาบาล จำแนกได้แก

1.2.1 นวัตกรรมสิงประดิษฐ์ (หมอน 30 องศา) โดยนางสาวพรรณงาม พิมพ์ชู งานการพยาบาล

ออโธปิดิกส์

1.2.2 นวัตกรรมแบบประเมินติดตามความก้าวหน้าในการพยาบาลแผลกดทับ ท่ีดัดแปลงมาจาก
Pressure Ulcer Scale for Healing Tool (PUSH TOOL) โดย นางสาวศิริลักษณ์ ศิริ
ปญั ญวัฒนแ์ ละทมี งาน

1.2.3 แนวปฏิบตั ิการดแู ลแผลกดทับ

1.2.4 งานวิจัย เร่ือง ประสิทธิผลของการใช้แนวปฏิบัติการจัดการแผลกดทับ โรงพยาบาลมหาราช
นครเชยี งใหม่ กอ่ ใหเ้ กดิ ประโยชนใ์ นการปฏบิ ตั งิ าน ลดความซำ้ ซอ้ นและมแี นวทางการประเมิน
และตดิ ตามเปน็ ไปในทางเดียวกนั


1.3 กลุม่ เป้าหมายของการใชน้ วัตกรรม

กลุ่มประชากรเป้าหมายท่ีตอบสนองต่อการแก้ไขปัญหา คือ ประชากรทุกกลุ่มที่เข้ารับการักษาตัวใน

โรงพยาบาล โดยประเมินประเมินความเส่ียงต่อการเกิดแผลกดทับทุกรายแรกรับ เพ่ือเฝ้าระวังและลดความเสี่ยง
ต่อการเกิดแผลกดทับ ถ้าพบมีแผลกดทับมีการนำแบบประเมิน PUSH TOOL ให้การบันทึกและติดตามความ
กา้ วหนา้ ในการหายของแผลและหาแนวทางการแก้ไขจากแนวปฏบิ ัติการจดั การดแู ลแผลกดทับ โดยมี ET Nurse
เปน็ แกนนำในการรณรงค์ นเิ ทศ แก่บุคลากรในแตล่ ะหอผปู้ ่วย






2. กระบวนการพฒั นานวตั กรรม


และการจัดการเพื่อนำไปใช้และพัฒนา


2.1 เส้นทางการพฒั นานวตั กรรมทางการพยาบาล

ทีม่ าคอื การอบรมหลกั สตู รการพยาบาลเฉพาะทาง (Enterostomal Therapy Nurse) จาก โรงพยาบาล
ศิริราช นำความรู้และทักษะมาขยายผลการดูแลผู้ป่วยในโรงพยาบาลมหาราช ตั้งแต่ 2545 และพัฒนาหลัดสูตร
การดูแลผู้ป่วยแผลออสโตมีและควบคุมการขัยถ่ายไม่ได้ร่วมกับหน่วยพัฒนาและฝกึ อบรมทางการพยาบาล ระยะ
เวลา 2 เดือน อบรมปีละ 1 คร้ัง โดยมีพยาบาลวิชาชีพในโรงพยาบาลประจำจังหวัดในเขตภาคเหนือ เข้าร่วม
อบรม โดยพยาบาลทจ่ี บหลกั สูตรสามารถนำความรูแ้ ละทกั ษะไปขยายผลในงานของตนเองและถ่ายทอดความรใู้ ห้
กับพยาบาล/บุคลากร ในโรงพยาบาลนั้นๆ เป็นการพัฒนาทักษะส่วนบุคคลขยายผลไปสู่โรงพยาบาลเครือข่ายใน
ภาคเหนือ สง่ ผลตอ่ การพัฒนาทักษะส่ผู ปู้ ่วย ญาติและผ้ดู แู ล ในการสรา้ งเสรมิ สขุ ภาพเพือ่ ปอ้ งกนั และดแู ลตนเอง




426 : นวตั กรรมการสร้างเสรมิ สขุ ภาพภายใตบ้ ทบาทของวชิ าชีพการพยาบาล

2.2 แนวทางการจัดการงานและกิจกรรมของนวตั กรรมทางการพยาบาล

2.2.1 การสรา้ งการเรียนรู้

1) นวัตกรรมหมอน 30 องศา มีการนำความรู้จากหลักฐานเชิงประจักษ์ ในการจัดท่านอน

ผ้ปู ่วยเพือ่ ปอ้ งกันแผลกดทบั มาประดิษฐ์เปน็ หมอน 30 องศา

2) นวัตกรรม PUSH TOOL มีกระบวนการเรียนรู้จากหลักฐานเชิงประจักษ์ที่เกี่ยวข้องกับการ
หายของแผล การติดตามความก้าวหน้าในการหายของแผล นำความรู้มาพัฒนาในรูปแบบ
ใบประเมนิ ท่ีงา่ ยต่อการนำไปใชใ้ นการประเมนิ แผลกดทบั

3) แนวปฏิบัติการจัดการดูแลแผลกดทับ เกิดกระบวนการเรียนรู้ในการพัฒนาแนวปฏิบัติจาก
หลกั ฐานเชิงประจกั ษแ์ ละการนำไปใช้

4) งานวิจยั ทมี งานเกิดการเรียนรู้ในการทำวจิ ยั ต้งั แตแ่ รกเร่มิ จนสรปุ ผล ผู้รับประโยชน์ ไดแ้ ก่
ผู้ป่วย ทมี งาน และองค์กร

2.2.2 การเช่ือมประสานงานและกิจกรรมระหว่าง ET Nurse แต่ละหน่วยงานโดยมีเวทีประชุมแลก
เปลยี่ นเรียนรู้ (KM) ทกุ เดอื น มีการใช้ Line กลุ่มในการแลกเปลย่ี นในการปฏบิ ตั ิ






3. คุณลกั ษณะของนวัตกรรม


กับยทุ ธศาสตร์การสร้างเสริมสุขภาพ


คุณลักษณะของนวัตกรรมที่ดำเนินการส่งผลต่อกลุ่มประชากรทุกกลุ่มท่ีเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลส่ง
ผลให้เกิดการพัฒนาทักษะส่งบุคคลในการป้องกันและดูแลแผลกดทับ ส่งเสริมการหายของแผล บรรเทาความไม่
สขุ สบายของผู้ป่วย






4. ผลลพั ธแ์ ละผลกระทบของนวตั กรรมกบั การเพ่ิมคณุ ภาพ

บริการพยาบาลและการลดปจั จัยเส่ียงด้านสขุ ภาพของ


ประชาชน รวมท้ังการพัฒนาระบบริการสขุ ภาพของประเทศ


4.1 ผลลัพธแ์ ละผลกระทบต่อขอบเขตการประกอบวิชาชพี การพยาบาล

มกี ารสนบั สนุนจากผบู้ ริหาร ฝ่ายการพยาบาลในการดำเนนิ งานของกลมุ่ ET Nurse ในการส่งเสริมการฝึก
อบรมและฝกึ ปฏิบัติในหลัดสูตร Wound Ostomy Incontinence Education Program เป็นประจำทุกปี ซึ่ง
ET Nurse ทส่ี ำเร็จหลกั สตู รไดพ้ ัฒนาทักษะในการเป็นพเ่ี ลย้ี งฝึกปฏบิ ัติใหก้ ับผูเ้ ข้าอบรมแตล่ ะรุน่ และนำความรไู้ ป
ดแู ลผปู้ ่วยได้


กรณศี ึกษา ภาคเหนือ :
427

4.2 ผลลัพธแ์ ละผลกระทบตอ่ ประชากรกลุ่มเปา้ หมาย

กลุ่มผู้ป่วยท่ีเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลได้รับการเมินความเส่ียงต่อแผลกดทับและได้รับแนวทางการ
ปฏิบัติในการป้องกัน/ดูแลแผลกดทับ กลุ่มพยาบาลวิชาชีพได้รับการทบทวนความรู้และฝึกทักษะในการดูแล


ู้ปว่ ย

4.3 ผลลพั ธ์และผลกระทบต่อบทบาทการสรา้ งเสรมิ สุขภาพตาม Ottawa charter


การสนับสนุนจากผ้รู ่วมงาน ทมี งานหอผ้ปู ่วย ผู้ป่วยและญาติ ผดู้ แู ล

4.4 ผลลพั ธ์และผลกระทบตอ่ แนวทางการพัฒนาวิชาชพี เป็นการพัฒนาวิชาชีพพยาบาล






5
. ปจั จัยเงอ่ื นไขของการพฒั นานวตั กรรม


5.1 ปัจจัยเงื่อนไขท่ีเกี่ยวข้องกับเคร่ืองมือและกลไกท่ีสนับสนุนการปฏิบัติงานของพยาบาลในการ
พัฒนาวัตกรรมทางการพยาบาล

กลไกท่ีสนับสนุนการปฏิบัติงาน การทำงานเป็นทีม ความร่วมมือร่วมใจ ความต้องการการเรียนรู้ในการ

ำงาน การสนับสนุนจากทีมบริหาร

5.2 ปัจจัยเง่ือนไขที่เกี่ยวข้องกับสมรรถนะของพยาบาลในการสร้างเสริมสุขภาพในการพัฒนา

นวตั กรรมทางการพยาบาล

สมรรถนะของพยาบาล ความเปน็ ผู้นำในทีม การประสานงานระหว่างบุคคลและหน่วยงานต่างๆ การเปน็ ท่ี

ปรึกษา การให้ความรู้ผปู้ ่วยและญาติในการดแู ลตนเอง การใช้ผลจากการวิจยั และการตดั สนิ ใจเชิงจรยิ ธรรม

การพัฒนาทกั ษะสว่ นบคุ คลเพอ่ื การมสี ุขภาพดี พยาบาลจะต้องพัฒนาตนเอง มีวิสัยทศั น์ มภี าวะผนู้ ำ เปน็
ผู้นำการเปล่ียนแปลง มีการพัฒนาบุคลากรทางการพยาบาลทุกระดับ ท้ังความรู้ ทักษะ และทัศนคติในการดูแล

ผปู้ ว่ ยทงั้ ทโี่ รงพยาบาลและทบ่ี า้ นของผปู้ ว่ ย รวมถงึ พฒั นาผดู้ แู ลของผปู้ ว่ ยและญาติ ทง้ั ความรู้ ทกั ษะ และทศั นคติใน
การดแู ลผูป้ ว่ ยทัง้ ท่โี รงพยาบาลและท่ีบา้ นของผปู้ ว่ ย




428 : นวตั กรรมการสร้างเสริมสุขภาพภายใตบ้ ทบาทของวิชาชพี การพยาบาล

กรณศี ึกษา
การพฒั นาคุณภาพระบบบริก
ารการดแู ลผู้ป่วยเบาหวาน
นวตั กรรมที่ 34
แบบครบวงจร โดยการมสี ่วนร่วมกบั ชุมชนทอ้ งถ่ิน


โรงพยาบาลบ้านโฮง่ ต.บา้ นโฮง่ อ.บา้ นโฮ่ง จ.ลำพนู



บทนำ


โรคเบาหวานเป็นโรคท่ีเป็นปัญหาสำคัญอันดับ 1 ของอ.บ้านโฮ่ง จากสถิติบริการของโรงพยาบาลบ้านโฮ่ง
ในปี พ.ศ.2552 2553 และ 2554 พบวา่ มผี ปู้ ว่ ยเบาหวานมารกั ษาจำนวน 1,794 1,842 และ 1,913 รายตาม
ลำดับ จากการศึกษาย้อนหลังในปี 2553 พบผู้ป่วยเบาหวานต้องนอนรักษาในโรงพยาบาลบ้านโฮ่ง ด้วยภาวะ
ระดับนำ้ ตาลในเลือดต่ำ รอ้ ยละ 1.95 ระดับน้ำตาลในเลอื ดสงู ร้อยละ 1.47 และการเกดิ แผลท่เี ทา้ รอ้ ยละ 0.27
ด้วยเหตนุ ้จี ึงเป็นปัจจัยทสี่ ำคญั ทำให้ผู้ปว่ ยเบาหวานมคี ณุ ภาพชีวิตทล่ี ดลง ทมี ดแู ลผ้ปู ว่ ยโรคไม่ตดิ ตอ่ เรื้อรัง (PCT
NCD) จึงร่วมกับเครือข่ายบริการสุขภาพอำเภอบ้านโฮ่ง พัฒนาระบบการดูแลผู้ป่วยเบาหวานโดยการมีส่วนร่วม
ของเครอื ข่ายสขุ ภาพในชุมชน ให้เกดิ ความเชื่อมโยงการดแู ลผู้ป่วยและครอบครัวจาก โรงพยาบาลลงสู่ชมุ ชน โดย
นำแบบแผนการดูแลรักษาโรคเร้ือรัง (Chronic care model : CCM) มาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของ
อำเภอบา้ นโฮง่






1. องค์ประกอบของนวตั กรรมทางการพยาบาล


กบั การสรา้ งเสริมสขุ ภาพ



1.1 ผู้พฒั นานวัตกรรมทางการพยาบาล

1.1.1 พยาบาลนักพฒั นานวตั กรรม มี 5 ลักษณะ เช่น นางเยาวภา พรเวียง พยาบาลวชิ าชพี ชำนาญการ

กลุม่ ผูป้ ่วยเบาหวาน องคก์ รปกครองส่วนท้องถน่ิ ทีมสหสาขาวิชาชพี และเครอื ขา่ ยภาคประชาชน


1.1.2 พยาบาลนกั พฒั นานวัตกรรมในแต่ละลกั ษณะมคี วามเช่ียวชาญหรือมกี จิ กรรม งานเดน่ ดงั น
ี้
1) พยาบาลวชิ าชีพชำนาญการ มคี วามเช่ียวชาญในการสร้างเสรมิ สขุ ภาพและ ดแู ล ผปู้ ว่ ยเบาหวาน

ท่มี คี วามซบั ซอ้ นของโรค


2) กลุม่ ผปู้ ว่ ยเบาหวาน มสี ่วนร่วมในการสรา้ งเสริมสขุ ภาพของตนเอง


กรณศี ึกษา ภาคเหนอื :
429

3) องคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ

4) ทมี สหสาขาวชิ าชพี มคี วามเชย่ี วชาญในการดแู ลผปู้ ว่ ยรว่ มกนั เปน็ ทมี เครอื ขา่ ยภาคประชาชน



1.2 งานและกจิ กรรมของนวตั กรรมทางการพยาบาล

1.2.1 นวัตกรรมที่เป็นส่ิงประดิษฐ์ คือ ชุดนวัตกรรม“ตามรอยเท้าผู้เป็นเบาหวานสานสัมพันธ์เครือข่าย
สุขภาพอำเภอบ้านโฮ่ง” ซึ่งได้รับการคัดเลือก เข้าประกวด Poster Presentation ในการประชุมวิจัยทางการ
พยาบาลแหง่ ชาติ ครง้ั ที่ 5 ณ โรงแรมมริ าเคลิ แกรนด์ คอนแวนชนั่ ถนนวภิ าวดี ระหวา่ งวนั ท่ี 2-4 ธนั วาคม พ.ศ.2556
จดั โดยสภาการพยาบาล ซง่ึ กอ่ ใหเ้ กดิ ประโยชนแ์ กผ่ ปู้ ว่ ยเบาหวานทม่ี แี ผลทเี่ ทา้ ระยะเวลาการหายของแผลเรว็ ขน้ึ

ละผปู้ ว่ ยเบาหวานทม่ี ปี ญั หาทเี่ ทา้ สามารถสรา้ งเสรมิ สขุ ภาพเทา้ ไดด้ ว้ ยตนเอง

แผลท่ีเท้าของผู้เป็นเบาหวานเป็นภาวะแทรกซ้อนท่ีสำคัญของผู้เป็นเบาหวานในคลินิกเบาหวาน

โรงพยาบาลบา้ นโฮง่ จงึ มกี ารสบื คน้ และศกึ ษาหลกั ฐานเชงิ ประจกั ษ์ เพอ่ื พฒั นาคณุ ภาพการดแู ลผเู้ ปน็ เบาหวานทม่ี ี
แผลท่ีเท้า ซ่ึงมีวิธีการดำเนินงานดังน้ี 1) ศึกษาดูงานโรงพยาบาลที่มีความชำนาญในการดูแลผู้เป็นเบาหวานที่มี
ปญั หาทเ่ี ทา้ 2) คน้ หา คดั กรองและประเมนิ ระดบั ความเสยี่ งของผเู้ ปน็ เบาหวานตอ่ การเกดิ ภาวะแทรกซอ้ นทเ่ี ทา้ ทง้ั
ในคลินิกเบาหวานและในชุมชน 3) ให้ความรู้แก่ผู้เป็นเบาหวาน เร่ือง การดูแลเท้า ด้วยบัญญัติ 10 ประการ

4) คดิ คน้ และจดั ทำ ชดุ นวตั กรรม ประกอบดว้ ย ตะกรา้ ดแู ลเทา้ ถงุ เทา้ กนั นำ้ ไผน่ วดเทา้ รองเทา้ รกั ษเ์ ทา้ 5) การจดั
เวทแี ลกเปลยี่ นเรยี นรู้ การดแู ลเทา้ แผลทเี่ ทา้ และการใชช้ ดุ นวตั กรรม 6) ตดิ ตามประเมนิ ผลและความพงึ พอใจของผู้
เปน็ เบาหวานหลงั การใชช้ ดุ นวตั กรรม 7) คลนิ กิ ดแู ลเทา้ โรงพยาบาลบา้ นโฮง่ เปน็ สถานทดี่ งู านสำหรบั โรงพยาบาลทม่ี ี

วามสนใจในการดแู ลเทา้ ผเู้ ปน็ เบาหวาน

1.2.2 นวตั กรรมทเี่ ปน็ ระบบบรกิ ารหรอื กระบวนการบรกิ ารพยาบาล เชน่

1) งานวจิ ยั เรอื่ ง ผลของการเสรมิ สรา้ งพลงั อำนาจแบบกลมุ่ ตอ่ พฤตกิ รรมการดแู ลเทา้ และคณุ ภาพชวี ติ
ในผเู้ ปน็ เบาหวานชนดิ ท่ี 2 ทมี่ แี ผลทเี่ ทา้ อำเภอบา้ นโฮง่ ไดร้ บั การคดั เลอื ก เขา้ ประกวด Poster Presentation ใน
การประชมุ วจิ ยั ทางการพยาบาลแหง่ ชาติ ครง้ั ท่ี 5 ณ โรงแรมมริ าเคลิ แกรนด์ คอนแวนชน่ั ถนนวภิ าวดี ระหวา่ งวนั ที่
2-4 ธนั วาคม พ.ศ.2556 จดั โดยสภาการพยาบาล ซง่ึ กอ่ ใหเ้ กดิ ประโยชนแ์ กผ่ ปู้ ว่ ยเบาหวานทม่ี ปี ญั หาทเ่ี ทา้ มคี วามรู้
เกย่ี วกบั การดแู ลเทา้ สามารถดแู ลตนเองและสรา้ งเสรมิ สขุ ภาพของตนเองไดแ้ ละไมโ่ ดดเดย่ี ว โดยมกี ลมุ่ เพอ่ื นชว่ ย

เพอ่ื นใหก้ ำลงั ใจและเสรมิ สรา้ งพลงั อำนาจซง่ึ กนั แลกนั

2) ระบบการปรบั ปรงุ performance ขององคก์ ร โดยใชก้ ระบวนการคณุ ภาพตามมาตรฐาน HA ในปี
2542 ไดร้ บั การรบั รองคณุ ภาพตามมาตรฐานฉบบั ปกี าญจนาภเิ ษกใน ปี 2546 และฉบบั เฉลมิ พระเกยี รตฉิ ลองสริ ิ
ราชสมบตั คิ รบ 60 ปี ในปี 2549 แมจ้ ะมกี ารดำเนนิ งานพฒั นาคณุ ภาพแตก่ ไ็ มไ่ ดเ้ ขา้ สรู่ ะบบ Accreditation โดยใน
ปี 2552 - 2554 ไดร้ ับการรบั รองในระดับบนั ไดขน้ั ท่ี 2 โดยสิ่งทีม่ งุ่ เนน้ ในการพฒั นามาอย่างต่อเนือ่ ง คอื การให้

430 : นวัตกรรมการสรา้ งเสรมิ สขุ ภาพภายใตบ้ ทบาทของวชิ าชพี การพยาบาล

ความสำคัญกับการวิเคราะห์ปัญหาสุขภาพในพ้ืนท่ี โดยกำหนดเป็นโรคสำคัญท่ีต้องให้การดูแลให้ครบวงจร ตั้งแต่
การปอ้ งกนั การเกดิ โรคในชมุ ชน การดแู ลรกั ษาในสถานพยาบาล ไปจนถงึ การตดิ ตามฟน้ื ฟแู ละปอ้ งกนั การกำเรบิ ซำ้
ในชมุ ชน มกี ารนำแนวคดิ การพฒั นาคณุ ภาพมาปรบั ใชใ้ นการพฒั นาการดแู ลผปู้ ว่ ย เชน่ โรคเบาหวาน โรคความดนั
โลหติ สงู วณั โรค ระบบบริการการแพทย์ฉกุ เฉนิ เป็นตน้ ควบคู่ไปกบั การพฒั นาศักยภาพบคุ ลากรท้งั ในระดบั ผู้นำ
และระดับปฏิบัติการ รวมถึงการบริหารด้านการเงินเพื่อความอยู่รอด โดยติดตามดัชนีช้ีวัดทางการเงินเพ่ือนำมา


รบั แผนการใชเ้ งินของโรงพยาบาล


กระบวนการการพฒั นาระบบการดแู ลผปู้ ว่ ยเบาหวานแบบครบวงจร


กระบวนการป้องกันการเกิดโรคในชุมชน/กลุ่มเสย่ี ง




กระบวนการดูแลรักษา เมื่อมารบั การรกั ษาท่ี OPD




กระบวนการดแู ลรักษา เม่ือต้อง ADMIT ท่ี OPD




กระบวนการดูแลรักษา เมื่อมีอาการฉกุ เฉินท่ีตอ้ งมารกั ษาท่ี ER




กระบวนการดูแลรกั ษาเมอ่ื Refer




กระบวนการดูแลตอ่ เนื่องเม่อื กลบั ไปในชมุ ชน


1.3 กลมุ่ เป้าหมายของการใชน้ วัตกรรม

กลุ่มประชากรเป้าหมายในกลุ่มโรคเร้ือรังโดยเฉพาะโรคเบาหวาน มีนวัตกรรมทางการพยาบาลทั้งประเภท
นวัตกรรมที่เป็นส่ิงประดิษฐ์ และนวัตกรรมท่ีเป็นระบบบริการหรือกระบวนการบริการพยาบาลท่ีตอบสนองต่อ
การแก้ไขปัญหาและความต้องการ ทั้งทางตรงโดยผู้ป่วยมีความรู้เกี่ยวกับโรคเบาหวานในการสร้างเสริมสุขภาพ

การดูแลตนเอง และทางออ้ มซ่ึงส่งผลใหเ้ กิดการชะลอการเกดิ ภาวะแทรกซอ้ น คณุ ภาพชีวติ ดีขน้ึ

งานและกจิ กรรมทตี่ อบสนองเปน็ ลักษณะการสร้างเสรมิ สุขภาพ ป้องกนั รักษาและฟื้นฟู เกิดผลตอ่ การลด
ปัจจัยเส่ียงทางสุขภาพ.ในด้านการมีความรู้ท่ีจะดูแลตนเอง และมีเครือข่ายในชุมชนท่ีร่วมเป็นแรงสนับสนุน มี
แหล่งประโยชนใ์ นชมุ ชนท่เี อือ้ ต่อการสรา้ งเสริมสขุ ภาพและการจดั การตนเอง


กรณศี ึกษา ภาคเหนอื :
431

2. กระบวนการพฒั นานวัตกรรม


และการจัดการเพอ่ื การนำใช้และพฒั นา



2.1 เสน้ ทางการพฒั นานวัตกรรมทางการพยาบาล

ปี พ.ศ. 2553

การพฒั นาคณุ ภาพระบบการดแู ลผู้ปว่ ยเบาหวาน งานผูป้ ว่ ยใน กลุ่มงานการพยาบาล โรงพยาบาลบา้ นโฮ่ง
นำเสนอผลงานวชิ าการประเภทโปสเตอร์ EBP ในการประชมุ วิชาการประจำปี “วันพยาบาลแหง่ ชาติ” “Nursing
Innovation and Quality Management วันที่ 20 – 21 ตุลาคม 2554 ห้องประชุมอาคารเรียนรวม คณะ

แพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลยั เชียงใหม

จากสถติ บิ รกิ ารของ งานผปู้ ว่ ยในโรงพยาบาลบา้ นโฮง่ ในปี 2550 2551 และ 2552 พบวา่ มผี ปู้ ว่ ยเบาหวาน
มารกั ษาจำนวน 231 222 และ 258 ราย ตามลำดับ จากการศึกษาย้อนหลังพบผู้ป่วยเบาหวานตอ้ งนอนรักษาใน
โรงพยาบาลบ้านโฮ่งด้วยภาวะระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ ระดับน้ำตาลในเลือดสูง และการเกิดแผลท่ีเท้าถึงร้อยละ
29 ต่อปี และในปี 2553 พบ ผ้ปู ว่ ยเบาหวานท่ีมภี าวะแทรกซอ้ นจากปัญหา ภาวะระดบั น้ำตาลในเลือดต่ำรอ้ ยละ
52.85 ระดับนำ้ ตาลในเลือดสูงรอ้ ยละ 74.29 และการเกิดแผลที่เท้าถงึ ร้อยละ 7.14 และการเขา้ รบั การรกั ษาซ้ำ
ภายใน 28 วันจำนวน 3 ราย ด้วยเหตนุ ี้จงึ เป็นปัจจยั ท่ีสำคญั ทำให้เพมิ่ ค่าใช้จ่ายของผปู้ ่วย ครอบครวั ผู้ปว่ ย และ

รงพยาบาลตามมา ซ่งึ สง่ ผลใหม้ ีคุณภาพชวี ิตทลี่ ดลง

ทีมสหสาขาวิชาชีพและทีมการพยาบาลมีศักยภาพและความรู้ ที่มีมาตรฐานเดียวกัน ในการให้คำแนะนำ

ผู้ป่วยเบาหวานท่ีมารักษาโดยการนอน รพ. นอกจากน้ียังได้ศึกษาค้นคว้าและนำความรู้ซ่ึงอ้างอิงมาจากหลักฐาน
เชิงประจักษ์ มาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาคุณภาพ ระบบการดูแลผู้ป่วยเบาหวานงานผู้ป่วยในและพัฒนางาน
ประจำ ทำให้ลดผู้ป่วยเบาหวานที่เข้านอนรักษาในโรงพยาบาลซ้ำภายใน 28 วัน ผู้ป่วยเบาหวานมีระดับความรู้

พมิ่ ขนึ้ และมีคา่ ใชจ้ ่ายในการดแู ลลดลง

ปี พ.ศ.2554

1) การศึกษาเชิงปฏิบัติการ เรื่อง “ใส่ใจเท้าเบาหวาน โดยการมีส่วนร่วมของเครือข่ายสุขภาพในชุมชน
อำเภอบ้านโฮ่ง” ได้เข้าร่วมนำเสนอผลงาน Poster Presentation ในการประชุม HA National Forum 13

ณ ศนู ย์ประชุมอิมแพค็ เมอื งทองธานี ระหวา่ งวนั ที่ 13 – 16 มนี าคม พ.ศ.2555 และไดเ้ ขา้ รว่ มนำเสนอผลงาน
Poster Presentation ในการประชุม HACC ร่วมกับ สถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องค์การมหาชน)


คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลยั เชียงใหม่ ระหวา่ งวันท่ี 24 – 25 พฤศจกิ ายน พ.ศ.2554

ผลการดำเนนิ งานในปี 2552 และ 2553 พบว่า มผี ปู้ ่วยเบาหวานได้รับการตรวจค้นหาคัดกรองความเสี่ยง
เป็นรอ้ ยละ 8.36 และ70.30 ตามลำดบั มผี ปู้ ่วยเบาหวานทม่ี แี ผลทเ่ี ท้าลดลงเปน็ รอ้ ยละ 28.67 และ 2.50 ตาม

432 : นวัตกรรมการสร้างเสรมิ สุขภาพภายใตบ้ ทบาทของวิชาชพี การพยาบาล

ลำดบั ผู้ปว่ ยเบาหวานทีม่ แี ผลที่เท้านอนรักษาในโรงพยาบาลลดลงเปน็ รอ้ ยละ 11.30 และ 1.25 ตามลำดับ ผู้ป่วย
มีระดบั ความรเู้ พิม่ ขึน้ เป็นร้อยละ 45 และ 70 ตามลำดับ และมคี า่ ใชจ้ ่ายลดลงเป็น 67,420 และ 52,900 บาท

ตามลำดับ

2) งานวิจัยเรื่อง ผลของการเสริมสร้างพลังอำนาจแบบกลุ่มต่อพฤติกรรมการดูแลเท้า และคุณภาพชีวิตใน
ผู้เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 ท่ีมีแผลที่เท้า อำเภอบ้านโฮ่ง ได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ทางวารสารพยาบาลกระทรวง
สาธารณสุข ปที ี่ 22 ฉบับท่ี 2 หนา้ 85 – 97 และ ได้รบั การคัดเลือก เข้าประกวด Poster Presentation ในการ
ประชุมวิจยั ทางการพยาบาลแห่งชาติ ครงั้ ท่ี 5 ณ โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ คอนแวนช่นั ถนนวภิ าวดี ระหวา่ งวนั ที่
2-4 ธนั วาคม พ.ศ.2556 จดั โดยสภาการพยาบาล


ปี พ.ศ.2555

1) โครงการ “หมบู่ า้ นเบาหวาน สานสมั พนั ธ์ชุมชน รว่ มรณรงคจ์ ดั การสุขภาพ อ.บา้ นโฮ่ง” นำเสนอในการ
ประชมุ วชิ าการประจำปี “วนั พยาบาลแหง่ ชาต”ิ “Nursing Outcome: Proceeding Global Perspective” วนั ที่
17 – 18 ตลุ าคม 2555 ณ หอ้ งประชมุ ชน้ั 2 อาคารเรยี นรวม คณะแพทยศ์ าสตร์ มหาวทิ ยาลยั เชยี งใหม่ รายละเอยี ด
ตอ่ ไปนี้


2) งานวิจัย เร่ือง ต้นทุนกิจกรรมการดูแลเท้าแบบครบวงจร สำหรับผู้ป่วยเบาหวาน โรงพยาบาลบ้านโฮ่ง
ได้รับรางวัลชนะเลิศ นำเสนอผลงานในมหกรรม CQI & Innovation องค์กรพยาบาล โรงพยาบาลบ้านโฮ่ง

ังหวัดลำพูน วนั ท่ี 7 มิถนุ ายน 2555

ปี พ.ศ.2556

1) งานวิจัยเร่ือง ผลของการใช้รูปแบบการดูแลโรคเร้ือรังต่อระดับน้ำตาลในเลือด พฤติกรรมสุขภาพ และ
คุณภาพชีวิตของผู้เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ไม่สามารถควบคุมโรคในโรงพยาบาลชุมชน: การศึกษานำร่อง ได้
รับการคัดเลือก เข้าประกวด Oral Presentation ในการประชุมวิจัยทางการพยาบาลแห่งชาติ คร้ังที่ 5 ณ

โรงแรมมิราเคลิ แกรนด์ คอนแวนชัน่ ถนนวภิ าวดี ระหวา่ งวนั ที่ 2-4 ธันวาคม พ.ศ.2556 จัดโดยสภาการพยาบาล

2) ชุดนวัตกรรม“ตามรอยเท้าผู้เป็นเบาหวาน สานสัมพันธ์เครือข่ายสุขภาพอำเภอบ้านโฮ่ง” ซึ่งได้รับการ
คดั เลอื ก เข้าประกวด Poster Presentation ในการประชมุ วิจัยทางการพยาบาลแหง่ ชาติ ครงั้ ท่ี 5 ณ โรงแรมมิ
ราเคิลแกรนด์ คอนแวนชัน่ ถนนวิภาวดี ระหว่างวันที่ 2-4 ธันวาคม พ.ศ.2556 จัดโดยสภาการพยาบาล ดงั ราย

ละเอยี ดดังตอ่ ไปน
ี้

กรณีศึกษา ภาคเหนอื :
433

2.2 แนวทางการจดั การงานและกจิ กรรมของนวตั กรรมทางการพยาบาล

2.2.1 การสรา้ งการเรยี นรู้

นวตั กรรมทางการพยาบาลมี 2 ประเภท คือ นวัตกรรมทเ่ี ปน็ สิ่งประดิษฐ์ และนวตั กรรมทเ่ี ปน็ ระบบบริการ
หรือกระบวนการบริการพยาบาล มีการสร้างกระบวนการเรียนรู้ 3 ข้ันตอน ได้แก่ 1) การกำหนดกลุ่มเป้าหมาย
ของการพัฒนานวัตกรรม 2) การปฏิบัติการของนวัตกรรม 3) ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติการของนวัตกรรม
ผู้รับประโยชน์ คือ กลุม่ ผปู้ ่วยเบาหวาน องคก์ รปกครองสว่ นท้องถ่ิน ทีมสหสาขาวชิ าชพี เครือข่ายภาคประชาชน
และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข และเกิดผลกระทบด้านเศรษฐกิจ ท้ังทางตรงและทางอ้อม เมื่อผู้ป่วยได้รับผลจากนวัต
กรรมทำให้เกิดโอกาส ในการสร้างเสริมสุขภาพตนเองมากข้ึน ร่างกายแข็งแรงสามารถทำงานได้ตามอัตภาพ เกิด
การทำมาหากินเล้ียงครอบครัว วิถีชุมชนเป็นสังคมที่น่าอยู่ มีการส่งเสริมการสร้างเสริมสุขภาพเอ้ืออาทรซึ่งกัน
และกัน เกิดความช่วยเหลือ เป็นหูเป็นตาให้แก่กันในชุมชน ส่ิงแวดล้อมท่ีเอื้อต่อการสร้างเสริมสุขภาพ มีลาน
กิจกรรมในการออกกำลังกายท่ีปลอดภัย ชุมชนเกิดการเรียนรู้กันภายในและภายนอกชุมชนเกิดการปรับตัว ที่จะ
ปรบั เปล่ยี นพฤติกรรมท่เี หมาะสมกบั โรคของตนเอง และนำมาซงึ่ การสรา้ งเสรมิ สขุ ภาพใหอ้ ย่ยู าวนานขน้ึ การเมือง

การปกครองเปน็ แหล่งสนับสนนุ งบประมาณในการสร้างเสริมสขุ ภาพโดยความเตม็ ใจ ไมต่ อ้ งรอ้ งขอ


2.2.2 การเช่อื มประสานงานและกิจกรรม นวตั กรรมทางการพยาบาล 2 ประเภท คือ

1) นวตั กรรมทเ่ี ปน็ สงิ่ ประดษิ ฐ์ มกี ารประสานการทำงานกบั ผปู้ ว่ ยเบาหวาน เจา้ หนา้ ทด่ี า้ นสาธารณสุข
ครอบครัวของผสู้ ร้างนวตั กรรม โดยไดม้ กี ารคดิ คน้ และจัดทำ ชดุ นวัตกรรม ประกอบดว้ ย ตะกร้าดูแลเทา้ ถุงเท้า
กันน้ำ ไผ่นวดเท้า รองเท้ารักษ์เท้า และมีปัจจัยด้านงบประมาณที่ส่งผลกระทบ ในระยะแรกผู้สร้างนวัตกรรมยัง

ไมม่ งี บประมาณในการสนบั สนุน พยาบาลผสู้ ร้างนวัตกรรมตอ้ งเป็นผู้ออกค่าใช้จา่ ยเอง

2) นวัตกรรมท่เี ป็นระบบบริการหรอื กระบวนการบริการพยาบาล มีการประสานการทำงานกบั กลมุ่
ผู้ป่วยเบาหวาน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทีมสหสาขาวิชาชีพ และเครือข่ายภาคประชาชน โดยในการทำงาน
ร่วมกับทีมสหสาขาวิชาชีพพยาบาลผู้สร้างนวัตกรรมต้องมีความน่าเชื่อถือ สามารถยืนยันถึงหลักฐานเชิงประจักษ์
ที่ทีมให้การยอมรับ มีการทำงานร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พยาบาลผู้สร้างนวัตกรรมต้องเข้าใจในบริบท
ฐานข้อมูลในพ้ืนท่ีท่ีให้การดูแลเป็นอย่างดี สามารถคืนข้อมูลท่ีเป็นจริงถูกต้องให้แก่กลุ่มการเมืองและชุมชนได้
สำหรับเครือข่ายภาคประชาชนพยาบาลผู้สร้างนวัตกรรม ต้องมีความจริงใจในการสร้างเสริมสุขภาพในพื้นที่ให้แก่
ครอบครัว ญาติพ่ีน้องของผู้ป่วยในชุมชน และมีปัจจัยด้านการทำงานในโรงพยาบาลที่ลักษณะของการทำงานใน
คลนิ ิกไม่ได้เออ้ื ต่อการสรา้ งเสรมิ สุขภาพ ซ่งึ บางครั้งเกิดความเหนือ่ ยลา้ จนผลลพั ธ์ไม่เป็นทน่ี า่ พอใจ




434 : นวตั กรรมการสรา้ งเสริมสุขภาพภายใต้บทบาทของวิชาชีพการพยาบาล

3. คุณลักษณะของนวตั กรรม


กบั ยทุ ธศาสตร์การสร้างเสริมสุขภาพ


ตารางที่ 9 แสดงคณุ ลักษณะของนวตั กรรมทางการพยาบาล



นวัตกรรม
วธิ กี ารดำเนินงาน


1. ชุดนวัตกรรม“ตามรอยเท้าผเู้ ป็น 1) คน้ หา คัดกรองและประเมนิ ระดบั ความเสี่ยงของผ้เู ป็นเบาหวานตอ่ การเกิด
เบาหวาน สานสมั พันธเ์ ครอื ข่าย ภาวะแทรกซอ้ นทเี่ ท้า ทั้งในคลินิกเบาหวานและในชมุ ชน

สุขภาพอำเภอบ้านโฮ่ง”
2) ใหค้ วามร้แู กผ่ ู้เป็นเบาหวาน เรื่อง การดูแลเทา้ ด้วยบญั ญัติ 10 ประการ


3) คิดค้นและจดั ทำ ชดุ นวัตกรรม ประกอบดว้ ย ตะกร้าดูแลเท้า ถงุ เท้ากนั น้ำ
ไผ่นวดเท้า รองเท้ารกั ษเ์ ท้า

4) การจัดเวทแี ลกเปลย่ี นเรยี นรู้ การดูแลเท้า แผลที่เท้า และการใชช้ ดุ นวัตกรรม

5) ติดตามประเมนิ ผล และความพงึ พอใจของผู้เป็นเบาหวานหลังการใชช้ ดุ
นวตั กรรม


2. ผลของการเสรมิ สรา้ งพลัง 1) โปรแกรมการเสรมิ สร้างพลงั อำนาจแบบกลมุ่ ในผเู้ ปน็ เบาหวานชนิดท่ี 2 ทมี่ ี
อำนาจแบบกลมุ่ ตอ่ พฤติกรรม แผลทเี่ ทา้

การดแู ลเทา้ และคณุ ภาพชีวิต
ในผเู้ ปน็ เบาหวานชนดิ ท่ี 2 ทีม่ ี
แผลทเี่ ทา้ อำเภอบา้ นโฮ่ง


3. ผลของการใชร้ ูปแบบการดแู ล 1) ไดร้ บั การดแู ลโดยใช้รปู แบบการดูแลโรคเรอ้ื รัง โดยเนน้ การใชท้ รพั ยากรใน
โรคเร้อื รงั ต่อระดบั นำ้ ตาลใน ชุมชน การสง่ เสรมิ การจัดการตนเองของผูเ้ ปน็ โรคเบาหวานและรูปแบบการ
เลอื ด พฤติกรรมสุขภาพ และ ให้บรกิ ารเชิงรกุ

คณุ ภาพชีวติ ของผ้เู ป็นโรคเบา 2) กิจกรรมประกอบด้วย กจิ กรรมกลุ่มช่วยเหลือตนเอง ทัง้ หมดจำนวน 6 ครง้ั
หวานชนดิ ท่ี 2 ที่ไม่สามารถ ทกั ษะการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ด้านการควบคุมอาหาร การออก
ควบคุมโรคในโรงพยาบาล กำลังกาย การใช้ยา การดูแลเทา้ การจัดการภาวะระดบั นำ้ ตาลในเลอื ดต่ำ
ชมุ ชน: การศกึ ษานำรอ่ ง
หรือสงู และการจดั การอารมณ์

3) การฝึกทักษะการแปลผลระดบั น้ำตาลในเลอื ดหลงั อาหาร 2 ชว่ั โมงทุกวัน




4. การพฒั นาคุณภาพระบบบรกิ าร 1) การปรบั คลนิ ิกโรคเบาหวานใหเ้ ป็นไปตาม CCM

และการดแู ลผปู้ ว่ ยเบาหวาน 2) การปอ้ งกนั การเกิดโรคแทรกซ้อนในผ้ปู ่วยเบาหวาน เพือ่ ให้ผูป้ ่วยเบาหวานมี
อำเภอบา้ นโฮง่ จังหวดั ลำพนู
ความรแู้ ละลดอัตราเกดิ ภาวะแทรกซอ้ นของผู้ป่วย

3) พัฒนาแนวทางการดูแลผปู้ ว่ ยโดยอ้างองิ จากหลักฐานเชงิ ประจกั ษ์

4) การจดั การเม่อื เกดิ ภาวะปว่ ยฉกุ เฉนิ เพอ่ื ลดการเกดิ Hypoglycemia และ
Hyperglycemia

5) การจัดการเม่ือ admit

6) การจัดการเมอ่ื จำหน่ายกลับบา้ น เพ่อื ให้มกี ารดแู ลรกั ษาอยา่ งต่อเนอื่ ง


กรณีศึกษา ภาคเหนอื :
435

นวัตกรรม
วธิ ีการดำเนนิ งาน


5. ใส่ใจเทา้ เบาหวาน โดยการมี 1) จัดตั้งทีมดูแลผปู้ ว่ ยเบาหวาน (PCT DM) ซง่ึ มาจากสหสาขาวชิ าชพี

ส่วนรว่ มของเครอื ข่ายสุขภาพใน 2) สบื ค้นและคัดเลอื กหลักฐานเชิงประจกั ษ์เรื่องการดแู ลเท้าเบาหวาน ท่ี
ชมุ ชน อำเภอบ้านโฮ่ง
สามารถนำมาประยกุ ต์ใช้ใหเ้ หมาะสมกบั บริบทของโรงพยาบาลและชมุ ชน

อำเภอบ้านโฮง่ ได้

3) พฒั นาความรู้ ทกั ษะของทมี งานและเครอื ขา่ ยสุขภาพในชุมชนอำเภอบ้านโฮ่ง

4) ค้นหา คัดกรองผู้ปว่ ยเบาหวานที่มีภาวะเส่ียงต่อการเกดิ ภาวะแทรกซอ้ นทเ่ี ทา้
การเกดิ แผลท่ีเท้าทัง้ ในคลนิ ิกและในชมุ ชน

5) จดั กลุม่ ผู้ป่วยเบาหวานเปน็ 4 ประเภท เพอ่ื กำหนดเกณฑ์ในการติดตาม

6) ใชก้ ลยทุ ธต์ ่าง ๆ ในกระบวนการดูแลผู้ปว่ ย เช่น ใชก้ ระบวนการกลุม่ ในการให้
ความรู้และสรา้ งความตระหนกั มีจติ อาสาหรอื มติ รภาพบำบัดในชมุ ชน มกี าร
คน้ หาบคุ คลต้นแบบ จดั เวทแี ลกเปลย่ี นเรยี นรู้ สนับสนนุ การก่อตัง้ ชมรมเบา
หวานรกั ษเ์ ท้า


6. หมู่บ้านเบาหวาน สานสัมพันธ์ 1) การจดั การให้เกิดกลุม่ ผ้ปู ว่ ยเบาหวานเพื่อดูแลและชว่ ยเหลอื ซ่ึงกนั และกัน

ชุมชน รว่ มรณรงค์จัดการ 2) แกนนำสามารถดแู ลผู้ป่วยเบาหวานคนอน่ื ๆ ในหมูบ่ า้ นได้อีก

สขุ ภาพ อ.บ้านโฮง่
3) การใช้ทนุ ทางสังคมให้เกดิ ประโยชนส์ งู สดุ


7. การพัฒนาคุณภาพระบบการ 1) จัดตงั้ ทมี ดูแลผูป้ ่วยเบาหวาน(PCT DM) ในงานผปู้ ว่ ยใน

ดูแลผปู้ ่วยเบาหวาน งานผ้ปู ว่ ย 2) สืบค้นและคัดเลือกหลักฐานเชิงประจักษ์ ทีส่ ามารถนำมาประยกุ ต์ใช้ให้เหมาะ
ใน กลมุ่ งานการพยาบาล โรง
พยาบาลบ้านโฮ่ง
สมกบั บรบิ ทของงานผ้ปู ่วยใน โรงพยาบาลบา้ นโฮง่


3) การพฒั นาแนวปฏิบตั กิ ารพยาบาลการดูแลผู้ป่วยเบาหวาน ดำเนนิ การตาม

กระบวนการและข้นั ตอนโดยอิงกรอบแนวคดิ การพัฒนาแนวปฏบิ ตั ิของสภา
วิจัยดา้ นการแพทยแ์ ละสาธารณสขุ แห่งชาติประเทศออสเตรเลีย (NHMRC,
1998)

4) นำขอ้ เสนอแนะในแนวปฏบิ ตั ิไปทดลองใช้ โดยใชก้ ระบวนการดูแลผูป้ ว่ ยเบา
หวาน เชน่ ใช้กระบวนการสร้างพลงั อำนาจ ใหค้ วามรู้และสรา้ งความ
ตระหนกั ท้งั รายเด่ยี ว รายกลุ่ม โดยการให้ครอบครัวเขา้ มามสี ่วนร่วมในการ
ดูแล การส่งตอ่ ใหเ้ ครือข่ายในชุมชนมสี ว่ นรว่ มในการดแู ลและตดิ ตามเยย่ี ม
บา้ นรว่ มกบั ทีมสหสาขาวชิ าชีพ


8. ตน้ ทนุ กิจกรรมการดูแลเท้าแบบ 1) วิเคราะหต์ น้ ทุนของแคปแลนและคเู ปอร์ ที่ประกอบด้วย 4 ขั้นตอน เครื่องมอื
ครบวงจร สำหรับผู้ปว่ ยเบา ท่ใี ชใ้ นการศึกษาประกอบดว้ ยกจิ กรรมให้ความรใู้ นการดแู ลเทา้ แบบบนั ทกึ
หวาน โรงพยาบาลบา้ นโฮง่
ขอ้ มลู ต้นทนุ ค่าแรง ตน้ ทนุ ค่าลงทนุ ต้นทุนค่าวสั ดุสน้ิ เปลอื ง แบบบันทึกเวลา

ท่ใี ชใ้ นการปฏบิ ัติกิจกรรมในการใหค้ วามรเู้ ร่ืองการดูแลเทา้ และ การผลติ แผน่
รองฝา่ เทา้


436 : นวตั กรรมการสร้างเสรมิ สุขภาพภายใตบ้ ทบาทของวิชาชพี การพยาบาล

3.1 ยทุ ธศาสตรก์ ารสร้างเสรมิ สขุ ภาพ

นวัตกรรมทางการพยาบาลในแต่ละลักษณะ ท่ีได้ดำเนินการสร้างผลกระทบต่อกลุ่มประชากรท่ีป่วยเป็น
โรคเบาหวานในพ้ืนท่ี อ.บ้านโฮ่ง และในกลุ่มประชากรเป้าหมายเกิดการลดปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพโดยการสร้าง
เสริมสุขภาพในการจัดการตนเอง ด้านการเลือกรับประทานอาหารผักพ้ืนบ้านท่ีเหมาะสมกับโรค ด้านการออก
กำลงั กาย การชะลอการเกดิ ภาวะแทรกซ้อน เขา้ ถึงบรกิ ารสุขภาพได้งา่ ย ลดระยะเวลารอคอย ไม่เกดิ ความแออัด
ในโรงพยาบาล






4. ผลลัพธแ์ ละผลกระทบของนวตั กรรมกบั การเพ่มิ คุณภาพ

บริการพยาบาลและการลดปัจจยั เส่ยี งดา้ นสุขภาพของ


ประชาชน รวมท้งั การพฒั นาระบบบริการสุขภาพของประเทศ



4.1 ผลลัพธ์และผลกระทบตอ่ ขอบเขตการประกอบวชิ าชีพการพยาบาล

1) เปน็ การบริการแก่สงั คม ช่วยเหลอื และสนับสนุนให้มนุษยด์ ำรงรักษาสขุ ภาพอนามัยที่ดี และความเป็น
อยู่ที่ดีในสังคม ซ่ึงต้องอาศัยท้ังหลักศิลปะและวิทยาศาสตร์ในการปฏิบัติงาน และความรับผิดชอบต่อตนเองและ

ชิ าชีพ

2) เป็นการปฏิบัติตอ่ มนษุ ย์โดยตรง และเป็นการปฏบิ ัติต่อธรรมชาติของบุคคลท่มี คี วามแตกต่างกัน ดังน้นั
กระบวนการพยาบาลจึงเป็นกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในการที่จะรวบรวมปัญหา เผชิญปัญหาและแก้ไข โดย

พ้ืนฐานความเข้าใจในลักษณะของบุคคลทมี่ ีความแตกตา่ งกนั

3) เป็นการปฏบิ ัติหนา้ ทีต่ อ้ งเขา้ ไปมสี ว่ นร่วมกับผูป้ ่วย / ประชาชน / ชุมชน ดงั นัน้ สง่ิ สำคญั ในการปฏบิ ตั ิ
คือ การเข้าไปสัมผัสรับรู้ ข้อมูล ข่าวสาร ประสบการณ์ชีวิต ความเชื่อ ค่านิยม ทัศนคติ รวมทั้งวัฒนธรรมของ
ชุมชน สังคม ซึ่งต้องใช้ความรู้ความสามารถในหลายๆ ด้านเพ่ือให้เข้าถึงส่ิงเหล่าน้ี และมีส่วนร่วมในการทำงาน

อกความเห็นและการตัดสนิ ใจ มีความคิดสร้างสรรค์ รบั ผดิ ชอบตอ่ ตนเองและสงั คม


4) มีความเปน็ อิสระควบคมุ นโยบายและกจิ กรรมการปฏบิ ตั ขิ องตนได


5) มอี งคค์ วามรู้ของวิชาชีพตนเอง มีการพฒั นาอยา่ งต่อเนื่อง โดยการวจิ ยั อย่างเปน็ ระบบ

6) ผปู้ ระกอบวชิ าชพี ยดึ ถอื ปฏบิ ตั กิ ารบรกิ ารดว้ ยจติ วญิ ญาณ ดว้ ยความเออื้ อาทร รบั ผดิ ชอบตอ่ ตนเอง งาน

และวิชาชพี มีการควบคุมลกั ษณะของการปฏิบัตอิ ยู่เสมอ


7) มีจรรยาบรรณวชิ าชีพเปน็ แนวทางการพจิ ารณาตดั สนิ ใจและการปฏบิ ัติของผ้ปู ระกอบวิชาชีพ


กรณศี ึกษา ภาคเหนอื :
437

8) มอี งคก์ รวชิ าชพี ทสี่ ง่ เสรมิ สนบั สนนุ และพฒั นามาตรฐานวชิ าชพี และการประกอบวชิ าชพี เกดิ ผลกระทบ
ต่อวิชาชีพ จากการปฏิบัติงานของพยาบาลนักสร้างนวัตกรรมทำให้ทีมสหสาขาวิชาชีพ เครือข่ายชุมชน องค์กร

ปกครองสว่ นท้องถ่นิ เกดิ การยอมรบั การทำงาน และรว่ มสนบั สนนุ ในการสร้างนวัตกรรมในโอกาสต่อๆ ไป


4.2 ผลลพั ธแ์ ละผลกระทบต่อประชากรกลมุ่ เปา้ หมาย

1) ผู้ป่วยเบาหวานและครอบครัว ชุมชน ได้รับการค้นหาและคัดกรอง ประเมินระดับความเส่ียงของการ
เกดิ แผลทเ่ี ท้า จากอสม.เชี่ยวชาญ อาสาดูแลเท้าในชุมชน เจ้าหนา้ ทีร่ พ.สต. โดยมกี ารคดั กรองเท้าถึงในบา้ น และ
ผู้ป่วยเบาหวานที่ได้รับความรู้เก่ียวกับการดูแลเท้า สามารถดูแลเท้าของตนเองไม่ให้เกิดแผล เป็นการลดจำนวน

การเกดิ แผลทเี่ ทา้ การตดั อวัยวะของเท้า และการนอนรักษาในโรงพยาบาล

2) การมีบุคคลต้นแบบที่สามารถเป็นแบบอย่างท่ีดีในชุมชน การมีหัวหมู่เบาหวาน โดยการสนับสนุนจาก
ครอบครัวและจากการมีส่วนร่วมของท้องถ่ิน ทำให้เกิดการร่วมกันจัดการปัญหาในชุมชน ทำให้อัตราการเกิด
ภาวะแทรกซอ้ นจากระดบั นำ้ ตาลในเลอื ดตำ่ และระดบั น้ำตาลในเลอื ดสูง การเกดิ แผลท่เี ท้าในชุมชนลดลง



4.3 ผลลัพธ์และผลกระทบตอ่ บทบาทการสร้างเสรมิ สุขภาพตาม Ottawa Charter

มีการสนับสนุนหรือส่งเสริมบทบาทการสร้างเสริมสุขภาพ ในด้านใดที่ได้รับผลกระทบหรือได้รับประโยชน์
จากงานและกิจกรรมของนวัตกรรมทางการพยาบาล

1) การสรา้ งนโยบายสาธารณะเพอ่ื สขุ ภาพ

2) การสรา้ งสง่ิ แวดลอ้ มทเ่ี ออื้ ตอ่ สุขภาพ

3) การเสรมิ สรา้ งความเขม้ แขง็ ใหแ้ ก่ชุมชน

4) การพัฒนาทักษะส่วนบคุ คล


5) การปรับระบบบริการสุขภาพ

4.4 ผลลัพธ์และผลกระทบต่อแนวทางการพฒั นาวชิ าชพี

- ไมม่




438 : นวตั กรรมการสรา้ งเสรมิ สขุ ภาพภายใตบ้ ทบาทของวิชาชีพการพยาบาล

5. ปจั จยั เง่อื นไขของการพฒั นานวตั กรรม


5.1 ปัจจัยเงื่อนไขท่ีเก่ียวข้องกับการเคร่ืองมือและกลไกที่สนับสนุนการปฏิบัติงานของพยาบาลในการ
พฒั นานวตั กรรมทางการพยาบาล


1) การใช้ปญั หาของผปู้ ่วยเบาหวานและความต้องการการจดั การตนเองในการสร้างเสรมิ สขุ ภาพ


2) การมภี าคเี ครอื ขา่ ยทง้ั ภาคประชาชน องคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ และเจา้ หนา้ ทส่ี าธารณสขุ ในการรว่ มกนั
ขับเคล่อื นประโยชน์แกผ่ ้ปู ว่ ยเบาหวานในการสร้างเสรมิ สุขภาพรว่ มกัน


5.2 ปัจจัยเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องกับการสมรรถนะของพยาบาลในการสร้างเสริมสุขภาพในการพัฒนา

นวตั กรรมทางการพยาบาล

สมรรถนะที่ 1 การปฏิบัติในฐานะ Care Management

การปฏิบตั ิท่ีแสดงถงึ สมรรถนะ


1. วิเคราะห์สถานการณ์ปัญหาของผู้ป่วยเบาหวานเพ่ือพัฒนาระบบการดูแล โดยเฉพาะผู้ป่วยเบาหวานที่
ไม่สามารถควบคุมโรคได้ ดังนั้นได้มีการพัฒนาคุณภาพระบบการดูแลผู้ป่วยเบาหวาน เพ่ือให้ผู้ป่วยจะ
สามารถดแู ลตวั เองและปรบั ตัวอย่กู บั โรคไดอ้ ย่างมคี วามสุข


2. สร้างทีมการดูแลผู้ป่วยผู้ใหญ่เฉพาะกลุ่มหรือเฉพาะโรค เช่น ทีมสหสาขาวิชาชีพในการดูแลผู้ป่วย

เบาหวานอยา่ งตอ่ เน่ือง ทง้ั ในโรงพยาบาลและในชุมชน


3. จัดระบบการดูแลผู้ป่วยผู้ใหญ่เฉพาะกลุ่มหรือเฉพาะโรค เช่น จัดระบบการดูแลผู้ป่วยเบาหวานแบบ
องคร์ วม และการดแู ลผปู้ ว่ ยดว้ ยหวั ใจความเปน็ มนษุ ย์ การปรบั เปลย่ี นพฤตกิ รรมสขุ ภาพ การนำสมนุ ไพร
ผักพ้ืนบ้านและการติดตามระดับนำ้ ตาลหลังอาหาร 2 ชวั่ โมง มาใชใ้ นการควบคุมระดับนำ้ ตาลในเลือด
ดว้ ย


4. สร้างระบบส่งต่อผู้ป่วยอย่างมีประสิทธิภาพ จัดทำโครงการวางแผนการจำหน่ายและติดตามการดูแล

ผูป้ ว่ ยอย่างตอ่ เนอ่ื ง


5. ช่วยเหลือผู้ป่วยให้เข้าถึงระบบสุขภาพ และสามารถต่อรองเพื่อพิทักษ์สิทธิประโยชน์กับหน่วยงานที่
เกี่ยวข้อง ดูแลผู้ป่วยที่ใช้บัตรประกันสุขภาพให้ได้รับการปรับเปลี่ยนรองเท้าท่ีมีความเหมาะสมรวมทั้ง
กล่มุ ทีใ่ ชบ้ ตั รจ่ายตรงสามารถไดร้ ับรองเท้าพเิ ศษเฉพาะราย ตามแผนการรกั ษาของแพทย์


6. สร้างระบบติดตามดูแลผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง มีการให้คำปรึกษาทางโทรศัพท์ และมีการประสานกับ

ผู้ปว่ ยทางโทรศพั ท์ ท้ังการตามมารับการรกั ษาและการตดิ ตามเย่ยี ม


7. สร้างฐานข้อมูลเก่ียวกับผู้ป่วยผู้ใหญ่เฉพาะกลุ่มหรือเฉพาะโรคที่รับผิดชอบเพ่ือใช้ประโยชน์ในการ
ควบคุมคุณภาพ มีฐานข้อมูลในงานผู้ป่วยนอก สำหรับติดตามดัชนีชี้วัดผลลัพธ์การให้บริการผู้ป่วย

เบาหวาน ทำให้รปู้ ัญหาผูป้ ่วย จะได้นำมาวางแผนการดแู ลผปู้ ว่ ยเบาหวานอยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ





กรณีศกึ ษา ภาคเหนอื :
439

สมรรถนะท่ี 2 มีความสามารถในการดูแลกลุ่มเป้าหมายหรือกลุ่มเฉพาะโรคท่ีมีปัญหาสุขภาพซับซ้อน (Direct
Care)

การปฏิบัตทิ ่แี สดงถงึ สมรรถนะ


1. ประเมินภาวะสขุ ภาพและความต้องการการบริการของผปู้ ่วยเบาหวานได้อยา่ งลึกซึ้ง ครอบคลมุ ทัง้ ดา้ น
รา่ งกาย จติ ใจ อารมณ์ สงั คมและจิตวิญญาณ ทัง้ ในระยะกอ่ นและหลังมีภาวะแทรกซ้อน มีการตดิ ตาม
ประเมินความตอ้ งการผปู้ ว่ ยเบาหวาน โดยใชแ้ บบประเมินทเ่ี หมาะสมและมีคณุ ภาพอย่างต่อเนือ่ ง


2. วนิ จิ ฉยั ปญั หาผูป้ ว่ ยโดยใชข้ ้อมลู หลกั ฐานทางคลนิ ิก ความรู้ทางพยาธิสรีระ ความรู้ทฤษฎีการพยาบาล
และทฤษฎีอื่นๆ ตลอดจนประสบการณ์ทางคลินิก สามารถระบุปัญหาที่ซับซ้อนของผู้ป่วยเบาหวานได้
โดยวิเคราะห์ปญั หาผูป้ ว่ ยให้ครอบคลุมทั้งดา้ น ร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคมและจิตวญิ ญาณ กำหนด
เป้าหมายและเน้นการดูแลเพ่ือแก้ปัญหาซับซ้อนร่วมกับผู้ป่วยเบาหวาน ครอบครัว ชุมชน โดยใช้
Advanced skill & Knowledge เช่น การให้คำปรึกษา การสรา้ งพลังอำนาจให้แกผ่ ู้ป่วย


3. ให้การบำบัดทางการพยาบาลในกลุ่มอาการหรือปัญหาทางคลินิกท่ีซับซ้อนโดยใช้ความรู้ ทฤษฎีและ
หลักฐานเชิงประจักษ์ ใช้เหตุผลทางคลินิกและจริยธรรมในการตัดสินเก่ียวกับการให้การพยาบาลผู้ป่วย
ที่มีปัญหาซับซ้อนแบบองค์รวม มีการสร้างแนวปฏิบัติเรื่องการดูแลผู้ป่วยเบาหวานท่ีมีปัญหาท่ีเท้า
เป็นตน้


4. ประเมิน เฝ้าระวัง ประสานงานและจัดการเกี่ยวกับภาวะสุขภาพของผู้ป่วยอย่างต่อเน่ืองและสามารถ
ตัดสนิ ใจในคลนิ กิ ได้ ประเมนิ ผลลพั ธท์ เี่ กดิ จากการดแู ล โดยตดิ ตามผลลพั ธก์ ารใหบ้ รกิ ารผปู้ ว่ ยเบาหวาน
ติดตามความก้าวหน้าของโรคและการดูแลรักษาผู้ป่วยเบาหวานอย่างต่อเน่ือง ทันกับการเปล่ียนแปลง
ที่เกิดขึน้ ตดิ ตามผลลพั ธ์ทางการพยาบาล โดยการตดิ ตามดชั นีชวี้ ัด การใหบ้ รกิ ารผูป้ ว่ ยเบาหวาน


5. จัดการกับสถานการณ์หรือสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้นหรือภาวะวิกฤติฉุกเฉินของผู้ป่วยอย่างมี
ประสิทธภิ าพ


6. คาดการณ์ปัญหาที่ซับซ้อนจากอาการเปลี่ยนแปลงของผู้ป่วยและวางแผนป้องกันแก้ไขได้อย่างถูกต้อง
และทนั เหตกุ ารณ์


7. ช่วยเหลือผปู้ ว่ ยในภาวะฉกุ เฉินหรอื เร่งด่วนให้ไดร้ บั ความปลอดภัย โดยใหก้ ารดูแลผูป้ ว่ ยเบาหวาน กลมุ่
High risk & Volume& Cost ในช่วงแรก เพื่อใหแ้ นใ่ จว่ากระบวนการดแู ลจะได้รบั ผลลพั ธต์ ามท่คี าดไว้
โดยเฉพาะผปู้ ่วยทไ่ี มส่ ามารถใช้ pathway ปกตไิ ด้ และประเมนิ ปัญหาผปู้ ่วยเบาหวานกลุม่ High risk
& Volume& Cost มีการประเมินความรู้และพฤติกรรมการดูแลตนเอง รวมทั้งแบบประเมินคุณภาพ
ชีวิต เปน็ ต้น


8. ใชเ้ ทคโนโลยที างการแพทยใ์ นการดแู ลผปู้ ว่ ยทม่ี ปี ญั หาสขุ ภาพซบั ซอ้ น โดยพฒั นารปู แบบการดแู ลผปู้ ว่ ย
เบาหวานตามแบบแผนการดูแลโรคเรือ้ รัง





440 : นวัตกรรมการสรา้ งเสริมสุขภาพภายใต้บทบาทของวิชาชพี การพยาบาล

สมรรถนะท่ี 3 มคี วามสามารถในการประสานงาน (Collaboration)

การปฏบิ ัตทิ แ่ี สดงถงึ สมรรถนะ


1. ประสานความร่วมมือกับพยาบาล แพทย์ บุคลากรในทีมสหสาขาท่ีเกี่ยวข้องเพื่อการวางแผนและ
ให้การดูแลตลอดจนประเมินผลการดูแลผู้ป่วยและครอบครัวท่ีมีปัญหาซับซ้อนหรือวิกฤติฉุกเฉินอย่างมี
ประสิทธภิ าพ เชน่ ทีมการดูแลผู้ปว่ ยเบาหวานท่มี ภี าวะแทรกซ้อน เช่น ไตวายระยะสดุ ท้าย


2. ประสานความร่วมมือกับครอบครัวของผู้ป่วย เจ้าหน้าที่รพ.สต. และแหล่งประโยชน์ในชุมชน ในการ
วางแผนการดแู ลต่อเนอื่ งผปู้ ว่ ยในชุมชน เพื่อใหเ้ กดิ ประโยชน์สงู สดุ ในการดูแลผู้ปว่ ยเม่ือกลบั ไปอย่บู ้าน
เช่น การพิทักษ์สิทธิผู้ป่วยจากการของบประมาณจากองค์การปกครองส่วนท้องถ่ินในการร่วมกันดูแล

ผู้ป่วยเบาหวานในพ้ืนที่ การมีรถจากอปท.ในการรับส่งผู้ป่วยที่ไม่มีความสะดวกในการเดินทางมา

โรงพยาบาล การวางแผนการจำหน่ายและดูแลต่อเนื่องสู่ชุมชน โดยการใช้ใบส่งต่อและสมุดบันทึก

การดแู ลผู้ปว่ ยเบาหวาน


3. สร้างระบบ Partnership กับสหสาขาวิชาชพี ในการดูแลผู้ป่วยเบาหวาน



สมรรถนะที่ 4 ความสามารถในการเสริมสร้างพลังอำนาจ (empowering) การสอน (educating) การฝึก
(coaching) การเป็นพ่เี ล้ยี งในการปฏิบัติ (mentoring)

การปฏบิ ตั ทิ ่แี สดงถึงสมรรถนะ

1. ฝึกทักษะและพัฒนาศักยภาพของผู้ป่วยและครอบครัวในการจัดการระดับน้ำตาลในเลือด การชะลอ

ภาวะแทรกซ้อนท่ีอาจจะเกิดข้ึน การจัดการกับภาวะแทรกซ้อนและการเตรียมความพร้อมผู้ป่วยและ
ครอบครวั ในระยะสดุ ทา้ ย มกี ารนำผปู้ ว่ ยเขา้ กลมุ่ มติ รภาพบำบดั และการเตรยี มผปู้ ว่ ยใหส้ ามารถเผชญิ กบั
ปัญหา

2. ฝกึ ทกั ษะและพฒั นาศกั ยภาพของผปู้ ว่ ยและครอบครวั ในการดแู ลตนเองโดยใชค้ วามรทู้ ฤษฎแี ละหลกั ฐาน
เชิงประจกั ษเ์ ปน็ หลกั ในการพัฒนาความสามารถของผปู้ ว่ ยและครอบครัว เช่น การสร้างแนวปฏบิ ัติการ
การดูแลเทา้ ในผปู้ ว่ ยเบาหวาน การตดิ ตามระดบั นำ้ ตาลในเลือดหลงั อาหาร 2 ช่ัวโมงดว้ ยตนเอง

3. สอน ช้ีแนะและเป็นพี่เล้ียงพยาบาลและนักศึกษาพยาบาลให้มีความสามารถในการดูแลผู้ป่วยโดยการ
ถ่ายทอดประสบการณ์ความเชี่ยวชาญของตนเองอย่างมีประสิทธิภาพ ดังเช่น นักศึกษาผู้เข้าอบรม
หลักสูตร case manager (เบาหวานและความดันโลหิตสูง) คณะพยาบาลศาสตร์มหาวิทยาลัย
เชยี งใหม่




กรณีศกึ ษา ภาคเหนือ :
441

สมรรถนะที่ 5 ความสามารถในการให้คำปรึกษาทางคลินิกในการดูแลผู้ป่วยหรือผู้ใช้บริการกลุ่มเป้าหมายตนเอง
เช่ียวชาญ (Consultation)

การปฏิบัตทิ แี่ สดงถึงสมรรถนะ


1. เป็นท่ีปรึกษาให้กับพยาบาลและทีมงานในการจัดการปัญหาสุขภาพผู้ป่วยเฉพาะรายท่ีมีปัญหาซับซ้อน
โดยประมวลขอ้ มลู และหลกั ฐานเชงิ ประจกั ษ์ เพอ่ื ใหก้ ารดแู ลผปู้ ว่ ยเบาหวานอยา่ งมคี ณุ ภาพ ทงั้ แผนกงาน
อบุ ัตเิ หตแุ ละฉกุ เฉิน แผนกผู้ป่วยใน และในชุมชน


2. เป็นท่ีปรึกษาให้กับพยาบาลและทีมงานในการจัดระบบการดูแลผู้ป่วยเฉพาะกลุ่มหรือเฉพาะโรค และ
เป็นแหล่งข้อมูลในการดูแลผู้ป่วยเบาหวานท่ีมีความแปรปรวนจากแผนการดูแลและให้คำปรึกษากับ
พยาบาลประจำการในการดแู ลผปู้ ่วยเบาหวาน


3. เป็นที่ปรึกษาให้กับพยาบาลและทีมงานในการตัดสินใจประเด็นจริยธรรมท่ีเกิดจากการปฏิบัติการ
พยาบาล




สมรรถนะที่ 6 ความสามารถในการเปน็ ผู้นำการเปล่ยี นแปลง (Change Agent)

การปฏบิ ัติทแ่ี สดงถึงสมรรถนะ


1. ดำเนินการให้เกิดการปฏิบัติที่เป็นเลิศสำหรับกลุ่มผู้ป่วยเบาหวาน และประเมินผล เพ่ือพัฒนาผลลัพธ์
ของการบริการท่ีมีคุณภาพและคุ้มค่าอย่างต่อเน่ือง เช่น ประเมินผลการให้บริการผู้ป่วยเบาหวานตาม
Care Map การร่วมconference case ท่เี ปน็ ปญั หาและวางแผนในการจัดการ


2. นำการเปลี่ยนแปลงเพ่ือพัฒนาการปฏิบัติการพยาบาลในกลุ่มผู้ป่วยเฉพาะโรคท่ีตนเองเช่ียวชาญให้ได้
คณุ ภาพและคมุ้ ค่า โดยการวางแผนการใหบ้ รกิ ารแก่ผู้ปว่ ยเบาหวานโดยใชก้ ลยทุ ธ์ใหม่


3. พัฒนานวัตกรรมและระบบการดูแลเพ่ือให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลอย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่องทั้งใน
สถานพยาบาล และร่วมกับเครือข่ายในระดับปฐมภูมิ จัดทำวีดีทัศน์ เร่ืองการดูแลตนเองสำหรับผู้ป่วย
เบาหวาน คูม่ ือการใหข้ ้อมูลผู้ป่วยเบาหวาน การสร้างนวตั กรรมถุงเท้ากันน้ำสำหรับผู้ปว่ ยเบาหวานที่มี
แผลทเี่ ทา้


4. สร้างแผนงาน หรือโครงการต่างๆ เพ่ือการประกันคุณภาพการดูแลผู้ป่วยผู้ใหญ่เฉพาะกลุ่มหรือเฉพาะ
โรควางระบบ กำหนดเป้าหมายและกิจกรรมของโครงการในการดูแลเบาหวาน และพัฒนาแนวปฏิบัติ
และแผนการดแู ลสำหรบั ผปู้ ่วยเบาหวาน และนำแผนการดแู ลไปปฏิบัติและติดตามประเมนิ ผลลพั ธ์


5. ทำงานวจิ ยั เพอ่ื พฒั นางานประจำซงึ่ ไดร้ บั ทนุ สนบั สนนุ จากสมาคมศษิ ยเ์ กา่ พยาบาลกระทรวงสาธารณสุข
ได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ทางวารสารพยาบาลกระทรวงสาธารณสุข ปีท่ี 22 ฉบับที่ 2 หน้า 85 – 97
เร่ือง ผลของการเสริมสร้างพลังอำนาจแบบกลุ่มต่อพฤติกรรมการดูแลเท้าและคุณภาพชีวิต ในผู้เป็น
เบาหวานชนดิ ท่ี 2 ทมี่ แี ผลที่เทา้


442 : นวัตกรรมการสร้างเสริมสขุ ภาพภายใตบ้ ทบาทของวิชาชพี การพยาบาล

สมรรถนะที่ 7 ความสามารถในการใหเ้ หตุผลทางจริยธรรมและการตัดสินใจเชงิ จรยิ ธรรม

(Ethical reasoning and ethical decision making)

การปฏบิ ัติทแี่ สดงถึงสมรรถนะ


1. ใชค้ วามรู้ ทฤษฎีและหลักจริยธรรม สทิ ธิผู้ปว่ ย สทิ ธขิ องพยาบาล และหลกั การตัดสนิ ใจเชิงจริยธรรมใน
การปฏิบัติงาน โดยการแสวงหาช่องทางแก้ไขปัญหาท่ีเหมาะสมสำหรับผู้ใช้บริการเฉพาะรายในการ
ดูแลผ้ปู ว่ ยเบาหวาน


2. บริหารจัดการด้านการปฏิบัติการพยาบาลโดยเน้นการพิทักษ์สิทธิผู้ป่วย โดยการประเมินความเส่ียง
ประโยชน์ของแตล่ ะทางเลือกในการแกป้ ญั หาในการดแู ลผูป้ ่วยเบาหวาน


3. พิทักษ์สิทธิผู้ป่วย (advocate) เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการปฏิบัติการพยาบาลอย่างมีจริยธรรม เป็นธรรม
และปลอดภัย โดยรกั ษาสมดลุ ระหว่างระบบ งบประมาณและเปา้ หมายของในการดูแลผูป้ ว่ ยเบาหวาน


4. ร่วมในกระบวนการตัดสินใจเชิงจริยธรรมท่ีเก่ียวข้องกับการปฏิบัติการดูแลในระดับหน่วยงานและหรือ
ระดบั องคก์ ร


5. มสี ว่ นร่วมในการควบคมุ มาตรฐานและผลลัพธ์ด้านจรยิ ธรรมทางการพยาบาล



สมรรถนะท่ี 8 ความสามารถในการใช้หลักฐานเชงิ ประจักษ์ (Evidence-Based Practice)

การปฏิบัตทิ แ่ี สดงถึงสมรรถนะ


1. ติดตาม รวบรวม ผลการวิจัยหรือหลักฐานเชิงประจักษ์ทางการพยาบาลและที่เก่ียวข้องกับการดูแลผู้
ปว่ ยเบาหวาน


2. ใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ท่ีเป็นปัจจุบันในการพัฒนาคุณภาพการรักษาพยาบาล เช่น พัฒนาแนวปฏิบัติ
และใช้แนวปฏิบัติในการปฏิบัติงาน เช่น Research Utilization : การใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ในการ
พัฒนาแนวปฏิบัติการพยาบาล เร่ือง การพัฒนาคุณภาพระบบการดูแลผู้ป่วยเบาหวาน งานผู้ป่วยใน
การพัฒนาคุณภาพการดูแลผู้ป่วยเบาหวานทมี่ ปี ญั หาทเี่ ทา้


3. เผยแพร่แนวปฏิบัติการพยาบาลที่มาจากหลักฐานเชิงประจักษ์เพ่ือให้เกิดการแลกเปล่ียนเรียนรู้ระหว่าง
ผ้ปู ฏิบตั ิหรอื ผ้เู ช่ยี วชาญในสาขาการพยาบาลเดยี วกัน เป็นวิทยากร เรือ่ งการสร้างและใชแ้ นวปฏบิ ัตกิ าร
พยาบาลทง้ั ในและนอกโรงพยาบาล


4. นำหลักการจัดการความรู้มาใช้ร่วมกับกระบวนการพัฒนาคุณภาพตามหลักฐานเชิงประจักษ์ โดยเน้น
การมสี ว่ นรว่ มของผมู้ ปี ระสบการณห์ รอื ผเู้ ชย่ี วชาญดา้ นการปฏบิ ตั ิ มกี ารแลกเปลย่ี นเรยี นรู้ ในเจา้ หนา้ ท่ี
รพ.สต.


5. วิเคราะห์และประเมินผลท่ีได้รับจากการปฏิบัติตามหลักฐานเชิงประจักษ์และเผยแพร่หลักฐานการ
ปฏิบัติที่เป็นเลิศเพ่ือเป็นแนวทางในการพัฒนาคุณภาพอย่างต่อเนื่อง มีการติดตามผลลัพธ์การดูแล
ตนเองของผปู้ ว่ ยเบาหวาน


กรณศี กึ ษา ภาคเหนือ :
443

สมรรถนะที่ 9 ความสามารถในการจัดการและประเมินผลลัพธ์ (Outcome management and evaluation)

การปฏบิ ตั ทิ ี่แสดงถึงสมรรถนะ


1. กำหนดผลลัพธ์และตัดช้ีวัดผลลัพธ์ทางการพยาบาลสำหรับผู้ป่วยผู้ใหญ่เฉพาะกลุ่มหรือเฉพาะโรคท่ีตน
เชยี่ วชาญ มกี ารประเมนิ คณุ ภาพชวี ติ และพฤตกิ รรมการดแู ลตนเองสำหรบั ผปู้ ว่ ยเบาหวานอยา่ งตอ่ เนอ่ื ง


2. ดำเนินการจัดเก็บรวบรวมข้อมูลตัวช้ีวัดทางการพยาบาลสำหรับกลุ่มเป้าหมายในหน่วยงานอย่างต่อ
เนื่องมีดัชนีช้ีวัด ทั้งด้านบริหาร บริการและผลลัพธ์ทางคลินิก โดยติดตามมาต้ังแต่ปี 2551 จนถึง
ปัจจุบัน


3. วิเคราะห์ผลเปรียบเทียบผลลัพธ์ของการพยาบาลอย่างต่อเน่ืองโดยใช้กระบวนการวิจัยเชิงประเมินผล
มกี ารทำวิจัยประเมินผลลัพธ์การให้บรกิ ารผูป้ ่วยเบาหวาน ปี 2555


4. นำผลการวเิ คราะหผ์ ลลพั ธม์ าเปน็ แนวทางในการปรบั ปรงุ และพฒั นาคณุ ภาพการพยาบาลอยา่ งตอ่ เนอ่ื ง
นำผลลัพธ์ท่ีได้มาปรับปรุง การรับใหม่ การจำหน่าย การลดขั้นตอนการให้บริการผู้ป่วย รวมท้ังจัด
ระบบการใหบ้ ริการแบบ One stop service


5. จัดทำฐานข้อมูลด้านผลลัพธ์ทางการพยาบาลในผู้ป่วยผู้ใหญ่เฉพาะกลุ่มหรือเฉพาะโรคในหน่วยงานเพ่ือ
ใช้ตดิ ตามและเปรยี บเทียบผลการปฏบิ ัติอย่างตอ่ เนือ่ ง


6. เผยแพร่วิธีการปฏิบัติและผลลัพธ์การปฏิบัติท่ีเป็นเลิศเพ่ือให้เกิดการแลกเปล่ียนเรียนรู้ระหว่างผู้ปฏิบัติ
และผู้เช่ียวชาญ โดยผ่านเวทีระดับประเทศในการประชุมวิชาการ Chronic Disease Management
Forum: เพมิ่ ประสทิ ธผิ ลการจดั การโรคเรอ้ื รงั กรณโี รคเบาหวาน ความดนั โลหติ สงู หอ้ งยอ่ ย การทำงาน
ร่วมกับชุมชนท้องถ่ินเพ่ือเพิ่มประสิทธิผลการจัดการ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาต

โดยกองทุนบริหารจัดการโรคเรื้อรัง ร่วมกับสภาการพยาบาล และสถาบันพัฒนาสุขภาพอาเซียน
มหาวทิ ยาลยั มหิดล 31 กรกฏาคม – 1 สงิ หาคม 2555





444 : นวตั กรรมการสร้างเสรมิ สุขภาพภายใต้บทบาทของวชิ าชพี การพยาบาล

กรณีศึกษา
การพฒั นาแนวทางการคัด
กรองเพ่อื ลดความเสีย่ ง
นวตั กรรมท่ี 35
ในผปู้ ว่ ยที่มารับบริการท่ีแผนกผปู้ ่วยนอก


โรงพยาบาลลำพนู อ.เมอื ง จ.ลำพูน



บทนำ


จากสถิติผู้มารับบริการแผนกผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลลำพูน ท่ีผ่านมาพบว่ามีผู้มารับบริการมากขึ้น โดยใน
ปี พศ. 554, 2555 และ 2556มีจำนวนผปู้ ว่ ยนอกมารบั บรกิ ารจำนวน 439,678 ราย, 463,307 ราย และ 454,
365 รายตามลำดบั มผี ูม้ ารับการตรวจรกั ษาเฉล่ีย 1,589 รายตอ่ วัน จากการท่ผี ปู้ ว่ ยมาใชบ้ ริการเพิม่ มากข้ึน ส่ง
ผลต่อระยะเวลาการรอตรวจ บางครั้งผู้ป่วยมีอาการเปล่ียนแปลงท่ีเข้าสู่ภาวะฉุกเฉินขณะมารอตรวจที่แผนก

ผู้ป่วยนอก ได้รับการประเมินล่าช้าส่งผลกระทบต่อผู้ป่วย ผู้มารับบริการไม่พึงพอใจท่ีต้องรอนาน มีข้อร้องเรียน
เก่ียวกับการให้บริการของพยาบาล การแสดงพฤติกรรมเชิงลบต่อพยาบาล การได้รับการว่ากล่าวจากผู้ป่วยและ
ญาติ ทำให้พยาบาลขาดความสุขในการทำงาน ก่อใหเ้ กดิ ความเครียดและความทอ้ แทใ้ นการทำงาน ส่งผลกระทบ
ต่อสภาพจติ ใจของพยาบาล






1. องคป์ ระกอบของนวัตกรรมทางการพยาบาล


กับการสรา้ งเสริมสุขภาพ


1.1 ผู้พฒั นานวตั กรรมทางการพยาบาล

สมาชิกประกอบด้วยพยาบาลวิชาชีพ 5 คน คือ หัวหน้าแผนกผู้ป่วยนอก APN พยาบาลวิชาชีพแผนก


ูป้ ่วยนอก โรงพยาบาลลำพนู

1.2 งานและกิจกรรมของนวตั กรรมทางการพยาบาล


เป็นงานทีเ่ กดิ จากการรว่ มมอื ของบคุ ลากรในกลุม่ งานเพอ่ื ช่วยกนั พัฒนาและแกไ้ ขปัญหาจากการทำงาน

1.3 กลุม่ เปา้ หมายของการใชน้ วัตกรรม

- พยาบาลแผนกผู้ปว่ ยนอก โรงพยาบาลลำพูน

- ผู้ป่วยที่มารบั บรกิ ารที่แผนกผู้ปว่ ยนอก โรงพยาบาลลำพนู




กรณีศึกษา ภาคเหนอื :
445

2. กระบวนการพฒั นานวตั กรรม


และการจดั การเพ่ือการนำมาใช้และพ
ฒั นา



2.1 เสน้ ทางการพัฒนานวตั กรรมทางการพยาบาล


จากอุบัติการณ์ความเสี่ยงของแผนกผู้ป่วยนอกในรอบปี พศ.2555 ท่ีผ่านมา พบว่ามีผู้ป่วยมีภาวะหยุด

หายใจ (arrest) ขณะมารอตรวจท่ีแผนกผู้ป่วยนอกจำนวน 2 รายถึงแม้ว่าจะมีการคัดกรองเบื้องต้นที่แผนก

อุบัติเหตุฉุกเฉินก่อนส่งผู้ป่วยมาตรวจท่ีแผนกผู้ป่วยนอกแล้วก็ตาม และได้เกิดอุบัติการณ์ความเส่ียง กรณีผู้ป่วย

chest pain , Stroke ได้รับการ ประเมินลา่ ช้า (สถิตริ ายงานความเสยี่ งโรงพยาบาลลำพูนปี 2555) ทำให้ผปู้ ่วยได้

รบั การดแู ลทล่ี า่ ชา้ ไมเ่ ปน็ ไปตาม Guideline สง่ ผลกระทบตอ่ ผปู้ ว่ ย และมคี วามเสย่ี งตอ่ การถกู ฟอ้ งรอ้ ง นอกจากน้ี

การจดั อตั รากำลงั และการมอบหมายงานยงั ไมช่ ดั เจน ไมม่ กี ารสอื่ สารทเี่ ปน็ รปู ธรรม บคุ ลากรพยาบาลมกี ารคดั กรอง

และส่งผู้ป่วยไปยังแผนกต่างๆ ไม่เป็นไปในแนวทางเดียวกัน ซ่ึงการส่งผู้ป่วยไปตรวจไม่ตรงแผนกทำให้ผู้ป่วยเสีย

เวลา และในบางกรณียังมีผู้ป่วยอาการฉุกเฉินมารอตรวจท่ีแผนกผู้ป่วยนอกโดยไม่ได้ผ่านการคัดกรองเบ้ืองต้น


ำให้ผปู้ ว่ ยภาวะวกิ ฤตไม่ไดร้ บั การช่วยเหลอื ทนั ที ส่งผลกระทบตอ่ ผปู้ ว่ ย และระบบการใหบ้ รกิ าร


จากปัญหาดังกล่าว กลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยนอกจึงต้องการพัฒนาแนวทางการคัดกรองผู้ป่วยท่ีมารับ

บริการที่แผนกผู้ป่วยนอก โดยให้ความสำคัญกับการมอบหมายงานท่ีชัดเจน การประเมินและการคัดกรองผู้ป่วย

เพื่อลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับผู้ป่วย ตลอดจนถึงการจัดลำดับความเร่งด่วนในการให้ความช่วยเหลืออย่าง

รวดเร็วและถูกต้อง อันจะนำมาซึ่งประสิทธิภาพของการบริการที่เป็นไปตามมาตรฐาน ส่งผลให้ผู้ป่วยพึงพอใจ


ละบุคลากรมีความสุข



ระยะเวลาดำเนินการ ตงั้ แต่เดือนมถิ ุนายน 2556 ถึง เดือนธนั วาคม 2556



ขัน้ ตอนการพฒั นา มี 3 ขน้ั ตอนคอื


ข้นั ตอนท่ี 1


1. ศึกษาสถานการณ์ แจกแจงปัญหาต่างๆ ในการคัดกรองผู้ป่วยที่ผ่านมา วิเคราะห์สถานการณ์อย่างเป็น

ระบบ รวบรวมข้อมูล หลักฐาน อุบตั ิการณ์ความเสี่ยง ทีเ่ กีย่ วข้องกับปญั หาพบว่าปญั หาทผ่ี า่ นมาเกิดจาก


- การไมม่ ีแนวทางปฏบิ ัติเกยี่ วกับการคดั กรองผู้ปว่ ยทชี่ ดั เจน


- ไม่มกี ารมอบหมายงานท่ีชัดเจน


- ขาดการส่อื สารทดี่ ี ทำใหม้ คี วามเข้าใจไมต่ รงกนั ก่อให้เกิดปัญหาเรอื่ งการประเมินผูป้ ่วยล่าช้า


- มผี ู้ปว่ ยหยดุ หายใจ (Arrest) ที่ แผนกผ้ปู ่วยนอกขณะรอตรวจ 2 รายถึงแมจ้ ะมีการคัดกรองผู้ป่วย

เบ้อื งต้นทต่ี ึกอบุ ัตเิ หตุฉกุ เฉินแล้วกต็ าม


- ผ้ปู ่วยมารอตรวจท่ี แผนกผปู้ ว่ ยนอก ไม่ได้มกี ารประเมินซำ้ ถงึ อาการเปล่ยี นแปลงเปน็ ระยะ


446 : นวัตกรรมการสร้างเสรมิ สขุ ภาพภายใต้บทบาทของวิชาชพี การพยาบาล

- ผู้ป่วยท่ีมีอาการเร่งด่วนเช่น Stroke, Chest pain ไม่ได้รับการคัดกรองและดูแลเบื้องต้นตาม
Guideline


- มีการคัดกรองผู้ป่วยคลาดเคลื่อน การส่งตรวจผิดแผนก ผู้รับบริการเสียเวลาและไม่พึงพอใจใน

บริการ

2. วางแผนการดำเนินการ จากการประชุมผู้มีส่วนเก่ียวข้องกับการคัดกรองผู้ป่วย แผนกผู้ป่วยนอก


โรงพยาบาลลำพูนและจดั ทำแนวทางการคดั กรองผ้ปู ว่ ยท่ีชัดเจนและเป็นรปู ธรรม

ขนั้ ตอนท่ี 2 นำแนวทางทว่ี างแผนไว้ ไปปฏบิ ัติ ดังน
ี้
ด้านสิ่งแวดลอ้ ม


- จดั สถานท่ใี ห้มจี ดุ คดั กรองผปู้ ่วยทีม่ ารับการตรวจที่ แผนกผ้ปู ว่ ยนอกโรงพยาบาลลำพนู แยกเปน็


สดั สว่ น ชัดเจน เพือ่ ประเมินผู้ป่วย

ดา้ นบุคลากร


- จดั ประชมุ อบรมใหค้ วามรแู้ กพ่ ยาบาลแผนกผปู้ ว่ ยนอก (OPD) เรอ่ื ง Update แนวทางการคดั กรอง

ผปู้ ว่ ย โดยแพทยเ์ วชศาสตร์ฉุกเฉนิ จากแผนกอุบตั เิ หตแุ ละฉกุ เฉนิ เพื่อใหม้ แี นวปฏิบตั ิไปในแนวทาง
เดยี วกนั


ดา้ นระบบ

1. ประชุม แจ้งการพัฒนาแนวทางการคัดกรองแบบใหม่ รวมท้ังช้ีแจง ทำความเข้าใจแนวทางการ
ปฏบิ ัตแิ กบ่ คุ ลากรในหนว่ ยงาน

2. จัดให้มีพยาบาลคัดกรองเบ้ืองต้นท่ีแผนกผู้ป่วยนอก โดยคัดกรอง และให้คำแนะนำผู้ป่วยเบื้องต้น
คดั แยกประเภทผู้ป่วย และประเมินความรุนแรงตาม Triage Algorithm

- ผูป้ ว่ ยฉกุ เฉินมาก ใหก้ ารปฐมพยาบาลเบอ้ื งต้น ประสานงานและสง่ ER

- เรง่ ด่วน ลดั คิวพบแพทย



- ไม่เรง่ ด่วนตรวจตามขน้ั ตอน

3. จดั ทำตารางมอบหมายงาน (Assignment) ใหม้ ีพยาบาล Incharge Rapid screen ในแตล่ ะวนั เพื่อทำ
หน้าที่ประเมินและดูแลผู้ป่วยที่มีอาการเร่งด่วน ผู้ป่วยรถเข็นนั่ง รถเข็นนอน พร้อมท้ังประเมินดูผู้ป่วยท่ีรอรับ

บรกิ าร และรอตรวจเปน็ ระยะๆ เพ่ือสงั เกตอาการเปลย่ี นแปลงของผปู้ ่วยขณะรอตรวจ


4. จัดทำค่มู อื การคดั กรองผู้ปว่ ย และปรับปรงุ แบบฟอร์มการคัดกรองผปู้ ่วย

5. ประเมนิ ผปู้ ่วยรถนัง่ รถนอนทกุ ราย ทงั้ อาการและ vital signs




กรณศี กึ ษา ภาคเหนือ :
447

6. มีป้ายแขวนชัดเจน ทั้งรถน่ังและรถนอนทุกราย บ่งบอกสถานะว่ารอซักประวัติ รอประเมินอาการซ้ำ


อตรวจ รอ Lab และอืน่ ๆ

7. ผู้ป่วยอาการเร่งด่วน Case consult จาก แผนกอุบัติเหตุและฉุกเฉิน หรือแผนกอ่ืน ที่ต้องพบแพทย์

ฉพาะทางดว่ น จะพจิ ารณาเข้าตรวจกอ่ น

8. มี Work Instruction เกี่ยวกับ แนวทางการประเมินผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้ป่วยโรคหัวใจ MI, chest
p
ain, Stroke, High Risk Pregnancy

9. มีแนวทางในการส่งเวร ประสานงานระหว่าง แผนกผู้ป่วยนอก และหน่วยงานท่ีเก่ียวข้องเช่น แผนก
อุบัตเิ หตุและฉุกเฉิน Clinic พิเศษ และ หน่วยงานอน่ื ๆ โดยการจดบันทึกเป็นลายลกั ษณอ์ กั ษร มีแบบฟอร์มการ

สง่ ต่อที่เปน็ ลักษณะชดั เจน

10. จัดทำป้าย ประชาสัมพันธ์ บอกคำแนะนำแก่ผู้มารับบริการเรื่องอาการท่ีรุนแรงที่ต้องแจ้งพยาบาล

ทราบด่วน เชน่ อาการเจบ็ อกรนุ แรง ปากเบ้ยี ว แขนขาอ่อนแรง

11. ติดเบอร์โทรฉุกเฉิน (9191) ไว้ที่โทรศัพท์ทุกอันของ OPD เพื่อโทรตามทีม EMT (Emrgency

Medical Team) ได้ทันที


12. จัดเตรียมอุปกรณ์ในรถ Emergency ให้พร้อมใชง้ านไดต้ ลอด

ขนั้ ตอนท่ี 3

ติดตามประเมินผลและปรับปรุงแนวทางปฏิบัติเป็นระยะ โดยร่วมประชุมกลุ่ม ปรึกษา แก้ไขปัญหา หา
แนวทางแกไ้ ข จากการประชุมกลุม่ ในการประชมุ ประจำเดอื นของหนว่ ยงาน เพอ่ื นำแนวทางมาปรบั ปรุงแก้ไขเปน็

ระยะ

ผลการพัฒนาพบว่า การพัฒนาแนวทางการคัดกรองผู้ป่วยที่มารับบริการผู้ป่วยนอก เป็นการพัฒนาแบบ
R2R ทำใหม้ แี นวทางการคดั กรองผปู้ ว่ ยทเี่ ปน็ รปู ธรรม บคุ ลากรทางการพยาบาลปฏบิ ตั ติ ามแนวทางในการคดั กรองที่
เป็นไปในแนวทางเดียวกัน ประเมินอาการผู้ป่วยได้รวดเร็ว และให้การช่วยเหลือได้ทันท่วงที ลดอุบัติการณ์ความ
เสี่ยงขณะรอตรวจ ผู้ป่วยได้รับการคัดกรองและส่งตรวจถูกแผนก ลดข้อร้องเรียน ผู้รับบริการพึงพอใจ และ

ยาบาลท่ปี ฏบิ ตั งิ านมคี วามพึงพอใจ


สรปุ แผนภาพ Time Line เส้นทางการพัฒนา

ขนั้ ตอนท่ี 1 ศกึ ษาสถานการณ์ แจกแจงปัญหาต่างๆ ในการคัดกรองผปู้ ่วยที่ผา่ นมา วิเคราะห์สถานการณ์
อุบัติการณ์ความเสี่ยงท่ีเก่ียวข้องกับปัญหา วางแผนการและจัดทำแนวทางการคัดกรองผู้ป่วยท่ีชัดเจนและ

เป็นรปู ธรรม


448 : นวัตกรรมการสรา้ งเสรมิ สุขภาพภายใตบ้ ทบาทของวชิ าชีพการพยาบาล

ข้ันตอนท่ี 2. นำแนวทางทวี่ างแผนไว้ ไปปฏบิ ตั ิ ด้านส่ิงแวดลอ้ ม ดา้ นบุคลากร และดา้ นระบบ

ขั้นตอนที่ 3 ติดตามประเมนิ ผลและปรับปรงุ แนวทางปฏบิ ัติเป็นระยะ โดยร่วมประชมุ กลุ่ม ปรกึ ษา แก้ไข
ปญั หา หาแนวทางแกไ้ ข จากการประชมุ กลมุ่ ในการประชมุ ประจำเดอื นของหนว่ ยงาน เพอ่ื นำแนวทางมาปรบั ปรุง
แก้ไขเปน็ ระยะ






2.2 แนวทางการจดั การงาน


และกจิ กรรมของนวตั กรรมทางการพยาบาล


1) การสรา้ งการเรียนรู้

นวัตกรรมมีการสร้างระบบการเรียนรู้ การพัฒนา และร่วมกันแก้ปัญหา เกิดประโยชน์ต่อผู้รับบริการให

ผู้ป่วยไดร้ บั บริการที่มีคณุ ภาพ ปลอดภยั และเกิดประโยชน์ตอ่ พยาบาลคือ ไดร้ ่วมกนั คดิ พัฒนางาน



2) การเช่อื มประสานงานและกิจกรรม

มกี ารประสานงานกับพยาบาลในทมี งานพฒั นา พยาบาลแผนกผูป้ ่วยนอก แพทย์ พยาบาลแผนกอบุ ัตเิ หตุ
และฉกุ เฉิน ในการประสานงานและเชอื่ มโยงแนวทางการพัฒนา






3. คุณลกั ษณะของนวตั กรรม


กบั ยุทธศาสตร์การสร้างเสรมิ สขุ ภาพ


3.1 คุณลักษณะของนวัตกรรมทางการพยาบาล

การพัฒนาแนวทางการคัดกรองผู้ป่วยที่มารับบริการท่ีแผนกผู้ป่วยนอก เป็นการศึกษาแบบ R2R โดยใช้
การพฒั นาแบบ PDCA (Plan – Do – Check - Action) ดำเนินการ 3 ข้ันตอน คอื ข้ันเตรยี มการพัฒนา ขั้น

ดำเนินการพัฒนา และข้ันประเมนิ ผลการพฒั นา


3.2 ยุทธศาสตรก์ ารสรา้ งเสริมสุขภาพ

ด้านพยาบาล


- รว่ มมือกันพฒั นาและแก้ปัญหาในการทำงานร่วมกัน

- ไดร้ บั การพัฒนา refresh ความรทู้ ี่เกยี่ วกับการทำงาน

- มีแนวทางในการประเมินผู้ป่วย ข้อร้องเรียนจากผู้รับบริการลดลง ความเครียดและความกดดันของ

พยาบาลก็ลดลง


กรณีศกึ ษา ภาคเหนือ :
449


Click to View FlipBook Version