The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลวงปู่ลี กุสลธโร วัดภูผาแดง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by wonchai890, 2022-09-05 21:32:29

90 ปี เศรษฐีธรรม

หลวงปู่ลี กุสลธโร วัดภูผาแดง

เก้าสิบปี ชาตกาล อรยิ สงฆ์
พพรระะผผูรเู้้ ปกั น็ษ ์ สเศกรลุ ษวฐงธี ศร์ ร ม กครรรอมงมฐาานนาน
พระผู้กล้า หกั ราน กิเลสกรรม
เปน็ หนงึ่ ใน หวั ใจ พระกรรมฐาน
เปน็ ครูสอน ทางนิพพาน ดับทุกข์เข็ญ
เป็นหน่ึงใน ใจชาวพุทธ ทกุ เชา้ เย็น
เปน็ สาวก ดงั เฉกเช่น ครั้งพุทธกาล

หลวงป่ลู ี กสุ ลธโร

พระอรยิ สาวกผูเ้ ป็นด่งั เศรษฐีธรรม

ชีวประวตั ิ ปฏิปทา และพระธรรมเทศนา

คณะศษิ ยานุศษิ ยข์ อนอ้ มกตญั ญูกตเวทติ าคณุ ถวายบชู าแด่
หลวงปลู่ ี กสุ ลธโร

เน่ืองในวาระอนั เป็นมหามงคล
สิรอิ ายุวัฒนะครบ ๙๐ ปี ๖๓ พรรษา
วนั ที่ ๓๐ เดอื นกนั ยายน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๕

(ข้ึน ๑๕ ค่ำ� เดือน ๑๐)
วดั ป่าเกษรศีลคุณธรรมเจดีย์ (ภผู าแดง)

วดั ปา่ บ้านตาด
อำ�เภอเมอื ง จังหวดั อุดรธานี

วันพธุ ที่ ๒๕ เดอื นมกราคม พุทธศกั ราช ๒๕๕๕

เรือ่ ง อนญุ าตใหพ้ ิมพ์หนงั สือเศรษฐีธรรม
เรยี น คณะศิษยานุศิษย์

ตามท่ีทางคณะศิษยานุศิษย์ และพุทธศาสนิกชนทุกท่าน ผู้ที่เคารพและมีจิตศรัทธาต่อองค์
ครูบาอาจารย์ ได้เขียนจดหมายกราบเรียนแจ้งความประสงค์ต้องการจะพิมพ์หนังสือธรรมะของ
องค์หลวงปู่ เพอื่ บูชาคณุ ครบู าอาจารย์ และจะได้นำ�ออกเผยแผเ่ ปน็ ธรรมทานในโอกาสตอ่ ไป

ความละเอียดท่ีแจ้งแล้วน้ัน บัดน้ีอาตมาได้พิจารณาแล้วจึงเห็นสมควรอนุญาตให้พิมพ์ได้ตาม
ความประสงค์ เพอ่ื เป็นประโยชน์แก่พระพทุ ธศาสนาสืบไป

ขออนโุ มทนากุศลจิตกบั เจ้าภาพทุกทา่ น

.......................................................

หลวงป่ลู ี กสุ ลธโร

เหตผุ ล และจุดประสงคใ์ นการจดั ท�ำ ดงั น้คี อื

- เพื่อบชู าธรรมะ และเกยี รติคุณของพอ่ แมค่ รูบาอาจารย์
- เพอ่ื เป็นการเผยแผ่ธรรมะประวัตอิ ันทรงคณุ คา่ ยง่ิ ขององคห์ ลวงปู่
- เพือ่ รกั ษาเป็นมรดกธรรม ที่ควรสักการบชู า
- เพ่ือถวายครูบาอาจารย์ และมอบให้เป็นสมบัติของห้องสมุด เช่น วัดต่างๆ , ชมรมพุทธศาสน์,
สถานการศกึ ษา โรงเรยี น-มหาวทิ ยาลัย หนว่ ยงานภาครัฐและเอกชน ฯลฯ
- เพือ่ จะไดเ้ ปน็ ทิฏฐานคุ ติแบบอย่างอนั ดงี าม ให้แก่สาธุชนในสมยั ปัจจบุ นั และภายภาคหน้า ได้มโี อกาส
ศึกษาธรรมะ และเจรญิ รอยตามแบบอย่างอันดีงามของครูบาอาจารย์สืบไป











อนุโมทนากถา

วัดปา่ บ้านตาดในยคุ ก่อน พระผใู้ หญ่รองจากองคห์ ลวงตา
ก็มีหลวงปู่บุญมี ปริปุณฺโณ ท่านได้ช่วยปกครองหมู่คณะร่วมกับ
หลวงปูล่ ี จึงเปน็ ความเรียบร้อยดีงาม พระในบ้านตาดช่วงนัน้
มเี พยี ง ๑๖ รูป หลวงตาในวยั ๕๖ ปี ท�ำ การอบรมพระอยา่ ง
เข้มงวดกวดขันทสี่ ดุ
หลวงป่ลู ีถอื ไดว้ ่าดำ�เนนิ รอยตามปฏปิ ทาธรรม ที่พ่อแมค่ รู
อาจารยว์ างไวอ้ ยา่ งเครง่ ครดั ทา่ นหนงึ่ เพราะนบั แตว่ นั ทา่ นอปุ สมบท
เป็นครั้งแรกในงานถวายเพลงิ ศพหลวงปูม่ นั่ ภรู ทิ ตั โต เมื่อปี พ.ศ.
๒๔๙๓ แลว้ กไ็ ด้ด�ำ รงตนอยูใ่ นสมณภาวะ เปน็ สมณบุตรพทุ ธ
ชิโนรส ติดตามองคห์ ลวงตาประดุจเงาฉายไปในสถานทตี่ ่างๆ เชน่ ทีว่ ดั ปา่ บ้านหว้ ยทราย จงั หวดั มกุ ดาหาร
ที่วัดสถานีทดลองเกษตรกรรม อำ�เภอพลิ้ว จังหวัดจันทบุรี และเม่ือหลวงตาก่อต้ังวัดป่าบ้านตาดข้ึน
ทา่ นกต็ ดิ ตามกลบั มาดว้ ย จงึ นบั เปน็ ครบู าอาจารยย์ คุ บกุ เบกิ ของวดั ปา่ บา้ นตาด ทเี่ ปน็ ผมู้ งุ่ มนั่ และจงรกั ภกั ดี
ตอ่ พ่อแมค่ รูอาจารย์เสมอต้น เสมอปลายท่ีสุดทา่ นหนง่ึ
ผลงานเด่นของหลวงปู่ลีในช่วงปัจฉิมสมัยขององค์หลวงตา ก็คือการท่ีได้เข้าร่วมช่วยระดม
หาทองคำ�เขา้ คลังหลวง จ�ำ นวน ๑๓ ตนั ถอื ว่าทา่ นเปน็ กำ�ลังส�ำ คัญอยา่ งมากทีเดียว นอกจากนีท้ ่านยัง
ได้มีสว่ นชว่ ยสนับสนนุ การหาทนุ สรา้ งตกึ สงฆอ์ าพาธและอาคารผปู้ ว่ ยใน “อาคาร ๙๖ ปี หลวงตามหาบวั
ญาณสัมปันโน” โรงพยาบาลอุดรธานี จนสำ�เร็จลุล่วงไปด้วยดี และการสร้างพุทธมหาเจดีย์
หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน ณ วัดป่าเกษรศีลคุณธรรมเจดีย์(ภูผาแดง) อำ�เภอหนองวัวซอ
จังหวัดอดุ รธานี โดยหลวงปูล่ ี กสุ ลธโร นอ้ มถวายบูชากตัญญกู ตเวทิตาคณุ
จงึ ขอกราบคารวะแดอ่ งคห์ ลวงปู่ลี กสุ ลธโร พระเถระผู้ทรงคุณงามความดีพรอ้ ม ด้วยเศยี รเกล้า
ในโอกาสอุดมมงคลฉลองอายวุ ัฒนะ ครบ ๙๐ ปี ๓๐ กันยายน ๒๕๕๕ นี้ ขอหลวงปลู่ ี กสุ ลธโร
ผูเ้ ปน็ เน้ือนาบุญ สถติ เปน็ ประทปี ธรรม เปน็ ม่ิงขวัญของปวงหมู่พุทธบรษิ ทั ตราบนานเท่านาน


หลวงพอ่ อนิ ทรถ์ วาย สนั ตสุ สฺ โก
๑๖ พฤษภาคม ๒๕๕๕

...หลวงตาทา่ นเมตตาใคร เราก็ควรจะทำ�ใจรกั เคารพยอมรับ เช่น หลวงปูล่ ี เปน็ พระดเี นอ้ ลูกหลานเอย
พวกเรากต็ อ้ งยกมอื ไหวห้ ลวงปลู่ ี เพราะหลวงตาทา่ นยอมรบั ใชไ่ หมละ...
(ณ วัดป่าบ้านตาด ๑๗ ธนั วาคม ๒๕๕๓)

ส่งิ ที่ควรเข้าใจก่อนอ่าน

หนังสือ ๙๐ ปี เศรษฐีธรรม หลวงปู่ลี กุสลธโร (พระอริยสาวกผเู้ ปน็ ดัง่ เศรษฐีธรรม) ซงึ่ เป็น
ค�ำ จากองค์พอ่ แมค่ รอู าจารย์ หลวงตามหาบวั ญาณสมั ปนั โน เล่มนเ้ี ปน็ การรวบรวมชวี ประวัติ ปฏปิ ทา
และโอวาทธรรมอนั ทรงคณุ คา่ ยงิ่ ของหลวงปลู่ ี กสุ ลธโร โดยการถอดเทปจากการแสดงพระธรรมเทศนา
ในหลายวาระโอกาส และรวมภาพอริ ยิ าบถตา่ งๆ ขององคห์ ลวงปู่ ซง่ึ ถือว่าเป็นภาพอนั งดงามทหี่ าดูได้
ยาก จึงนำ�มาบันทึกจัดเก็บไว้เป็นรูปเล่มที่สวยงาม ได้มาตรฐานน่าศึกษาและควรค่าแก่การเก็บรักษา
ด้วยทางคณะศษิ ยไ์ ด้จัดพมิ พ์ข้ึนเพื่อน้อมถวายบชู าเป็นพทุ ธบชู า ธรรมบชู า สังฆบชู า และอาจารยิ บูชา
เปน็ การแสดงความกตญั ญูกตเวทิตาคณุ ในเมตตาธรรมขององคห์ ลวงปู่

อน่ึงในการเผยแผ่ธรรมะขององค์หลวงปู่ในคร้ังน้ี ด้วยกัณฑ์เทศน์ขององค์หลวงปู่ส่วนมาก
เปน็ ภาษาท้องถนิ่ (ภาษาอีสาน) คณะศิษย์ปรารถนาให้สาธชุ นท้งั หลายไดซ้ าบซงึ้ ในขอ้ วัตรปฏบิ ัติปฏิปทา
เคร่ืองพาดำ�เนิน และพระธรรมวินัยอันเป็นส่ิงสำ�คัญสูงสุด ที่พวกเราชาวพุทธศาสนิกชนทุกท่านควร
น้อมนำ�มาศึกษาประพฤติปฏิบัติต่อตนเอง ให้สมกับเป็นมรดกธรรมหรือมหาสมบัติอันลำ้�ค่าที่หลวงปู่
ฝากไว้ คณะศิษย์จึงกราบขอขมา ขอโอกาสบันทึกเป็นภาษากลาง ทั้งน้ีเมื่อพุทธศาสนิกชนทั้งหลาย
ได้อ่านแล้ว จะได้เข้าใจง่ายตามความหมายขององค์หลวงปู่ มิได้มีเจตนาอื่น ดังนั้นจึงได้นำ�เผยแผ่
เป็นภาษากลางเพราะหวงั เป็นอยา่ งยง่ิ วา่ จะเกดิ ประโยชน์อยา่ งมหาศาลแก่คนไทยทั่วไปท้ัง ๔ ภาค

การพิมพ์หนังสือธรรมเป็นอนุสรณ์และท่ีระลึก นอกจากเป็นการกระทำ�สิ่งซ่ึงเป็นประโยชน์ท่ี
คงอยู่ยืนนานแล้ว ยังเป็นการบำ�เพ็ญธรรมทาน คือการให้ธรรมท่ีพระพุทธเจ้าตรัสสรรเสริญว่า
เป็นทานอันยอดเยี่ยมอีกด้วย ผู้ปฏิบัติเช่นนี้จึงได้ชื่อว่ามีส่วนร่วมในการบูชาธรรมของพระบูรพาจารย์
อันจักอำ�นวยประโยชน์สุขที่แท้จริง ขอขอบคุณ และอนุโมทนาสาธุการต่อท่านเจ้าภาพทุกท่านที่ได้
สนับสนุนทุนทรัพย์ ในการจัดทำ�หนังสือเล่มดังกล่าวน้ีได้ออกเผยแผ่สาระธรรมส่ิงท่ีดีงามต่อสาธุชน
ให้ได้เกิดศรัทธาปสาทะในพระพุทธศาสนาย่ิงๆ สืบไป ขอท่านพุทธศาสนิกชนทั้งหลาย จงมีกำ�ลังใจ
ในการประพฤตปิ ฏบิ ตั ธิ รรม หากยามใดเกดิ ความทอ้ แทข้ อจงนกึ ถงึ องคห์ ลวงปู่ เพอ่ื น�ำ คตธิ รรมค�ำ สอน
ของท่านมาเป็นทิฏฐานุคติแบบอย่างอันดีงาม และมุ่งปฏิบัติธรรมเพ่ือพ้นทุกข์ประสพสุข ช่ัวกาลนาน
ขอจงทุกท่านเทอญ

ศษิ ยานุศิษยผ์ จู้ ัดท�ำ

สารบญั

77คำ�อนญุ าตใหพ้ ิมพ์หนงั สอื เศรษฐีธรรม (หลวงปลู่ ี กสุ ลธโร) ๒
77ประทานพระวรธรรมคติ (พระเทพสารเวท)ี ๓
77พระวรธรรมคติ (สมเดจ็ พระญาณสังวร สมเดจ็ พระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก) ๕
77คติธรรมพระอดุ มญาณโมลี (หลวงปูจ่ นั ทรศ์ รี จันททีโป) ๗
77อนโุ มทนากถา (หลวงพอ่ อนิ ทร์ถวาย สนั ตุสสโก) ๘
77สิ่งที่ควรเขา้ ใจก่อนอา่ น ๙
77พระประธานวัดภูผาแดง ๑๔
77พระพทุ ธพจน์ ๑๕
77เสาหลักพระกรรมฐาน ๒๐
77ที่มาของช่อื เศรษฐีธรรม ๒๕
77พระธรรมวสิ ทุ ธมิ งคล (หลวงตามหาบัว ญาณสัมปนั โน) ยกยอ่ ง หลวงปู่ลี กุสลธโร ๒๖
77กสุ ลธโรเถโรบูชา ๓๒

ชวี ประวตั ิ หลวงปู่ลี กุสลธโร ๓๔
๓๕
77ตน้ ตระกูลของบรรพบุรษุ ๓๖
77อดีตชาต ิ ๓๖
77จบพรหมจรรย์ พบวมิ ตุ ติสุข ๓๗
77ชาติภูมิ ๓๘
77ชีวิตสมณะ การแสวงหาโมกขธรรม และปฏปิ ทา

ประวตั ิการจำ�พรรษา ๔๑
77 พรรษาที่ ๑ ปพี ทุ ธศักราช ๒๔๙๓ วดั ป่าทรงคุณ อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี ๔๓
77 พรรษาท่ี ๒-๕ ปพี ทุ ธศกั ราช ๒๔๙๔-๙๗ เสนาสนะปา่ บา้ นหว้ ยทราย อ.ค�ำ ชะอี จ.มกุ ดาหาร ๔๙
77 พรรษาท่ี ๖ ปีพทุ ธศกั ราช ๒๔๙๘ วัดปา่ หนองแซง อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี ๖๐
77 พรรษาท่ี ๗ ปพี ทุ ธศักราช ๒๔๙๙ วดั ป่าทา่ สวย อ.วงั สะพงุ จ.เลย ๖๖
77 พรรษาที่ ๘ ปพี ทุ ธศักราช ๒๕๐๐ วัดบญุ ญานสุ รณ์ อ.หลม่ เก่า จ.เพชรบรู ณ์ ๖๘
77 พรรษาที่ ๙ ปีพุทธศกั ราช ๒๕๐๑ วัดป่านิโครธาราม อ.หนองววั ซอ จ.อดุ รธาน ี ๗๒
77 พรรษาที่ ๑๐ ปพี ุทธศักราช ๒๕๐๒ วัดปา่ ท่าสวย บา้ นวงั มว่ ง อ.วงั สะพุง จ.เลย ๗๔
77 พรรษาที่ ๑๑ ปีพุทธศกั ราช ๒๕๐๓ วัดปริตตบรรพต อ.วงั สะพงุ จ.เลย ๗๖
77 พรรษาที่ ๑๒ ปพี ทุ ธศักราช ๒๕๐๔ วัดปา่ บ้านตาด อ.เมือง จ.อุดรธาน ี ๘๐
77 พรรษาท่ี ๑๓ ปพี ุทธศกั ราช ๒๕๐๕ วัดป่านิโครธาราม อ.หนองววั ซอ จ.อุดรธาน ี ๘๔
77 พรรษาที่ ๑๔ ปพี ุทธศักราช ๒๕๐๖ วดั ถ�้ำ กลองเพล อ.เมือง จ.หนองบวั ล�ำ ภ ู ๘๖
77 พรรษาท่ี ๑๕ ปพี ทุ ธศักราช ๒๕๐๗ วดั ถ้ำ�พระนาผักหอก อ.บา้ นผือ จ.อดุ รธาน ี ๙๒
77 พรรษาที่ ๑๖ ปีพทุ ธศักราช ๒๕๐๘ วัดปา่ ภเู ขารัง อ.กุดจบั จ.อุดรธาน ี ๙๔
77 พรรษาที่ ๑๗ ปีพทุ ธศักราช ๒๕๐๙ วดั ปา่ นิโครธาราม อ.หนองวัวซอ จ.อดุ รธานี ๙๖
77 พรรษาที่ ๑๘ ปีพทุ ธศกั ราช ๒๕๑๐ วดั ถำ�้ กลองเพล อ.เมอื ง จ.หนองบัวล�ำ ภ ู ๑๐๑
77 พรรษาที่ ๑๙ ปพี ุทธศกั ราช ๒๕๑๑ วัดป่าหนองแซง อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี ๑๐๔
77 พรรษาท่ี ๒๐-๒๓ ปีพทุ ธศักราช ๒๕๑๒-๑๕ วดั ป่าบ้านตาด อ.เมอื ง จ.อดุ รธานี ๑๐๗
77 พรรษาที่ ๒๔ ปพี ทุ ธศกั ราช ๒๕๑๖ วดั ป่าถ้�ำ พระนาหลวง อ.บ้านผือ จ.อุดรธาน ี ๑๑๓
77 1พ0รรษาที่ ๒๕ ปพี ุทธศักราช ๒๕๑๗ วดั ป่าสานตม อ.ภเู รือ จ.เลย ๑๑๖

77777777777777777777777777777777777777พพพพพปปพพพพพพพพพพพพรร���รรรรรรรรรรรรรรรรร���ะะรรรรรรรรรรรรรรรรร���ววษษษษษษษษษษษษษษษษษ���ตตััาาาาาาาาาาาาาาาาา���ทททททททททททททททททิยยิ����่ีี่ี่่ี่ีี่ีีี่ี่่ี่่ี่ี่่ี่่ี่ีี่ออ่���๕๓๓๓๔๓๕๔๓๓๓๓๓๒๓๒๒�หพ���๓๗๑๙๖๒๔๕๘๐๑๒๐๑�๖๙๗ลร���-ะ-ว�-�๕�๖ ๒ �อ ง ��๐ ๒ �พา๘���ปปปปปปปปปปปปปปปจ�่อ��พพีพีีพีพพีีีพีพีพพีพีีพีพีพพี�าป�ปจ��รทุทุททุทุทุทททุทุุุุุุทุทท�ทุพีุท�นัพี �ย��ธธธธธธธธธธธธธธธทุท�ุท�น์�ศศศศศศศศศศศศศศศธ�รธ��พิ �ักักกัักกกกักััักัักัักกกักัักศเ์��ศรน�รรรรรรรรรรรรรร�ร�กั ักยี�ธ�าาาาาาาาาาาาาา�าร�รน�ชชชชชชชชชชชชชช�์ชา�า��อช�ช��ค๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒ภ���ณุ๒�๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕ิป๕�๒���๓๒๒๓๓๒๒๒๒๒๒๒๑๔๓ส๕�ว๕���๓๐๑๒โ๘๓ัน๔๗๙๔๕๖๘๓๑๒��๑ร�-โ � ๔� ๙ ๔น� � � - �๒- �๕�๒��� ๕��๐����ววววววววววววไวววว ��วร�ดดดวัััััดดัดดัดัดัดััดดััดดดััดั ���ดัส่ดัปปปปดปปปปปปปถถปป���ปวาา่่ปา��่�ำ้้ำอ่่่่า่าาาา่ารา่า่่าปปนนา่��หส่าบหบหภบดศเ�ิตยรร�เก�าบ�หีบ้วนาาูท้า้า้าตกเ�ะะแบ�ษ�ทา้นลนนนยาออ�ษสสบ�อ�้ารนยพาอว�ตสสลททง�ิิงรร�นงศ�ตนิเฯ.ววนา�าไธธศ�รญบวผ�ลีฮอ้สสาด�ดนน์์ิิอ�ิมพลีก�า้าดอา�คาา�ยกก.ิต�ตนค(ขบณ�มมอ�.ุณออดลล�หาผณุ�คค้า�ััอ.�อำ�.สงเ้้ววอวนอเ�ฯน�อืคคม�.เมฯม.ยยัสเ�.�ดอ.ภผ�ีีหวมอืปืออ�ีช�อออ�่างจอืองันออืง�ออ�นัมง.�น...ว.วสภสสหออ��.งโ�..พหัวซงัเเนจววะ�เู�จน�ดุงจมมซรสาาน)ูา้่่.��พ�.จวออ.รอออืืงงออืยอะอ��อ�วั.ุงอธงุดแแอุดงง���ดุพ.งซเวา.ดดร���ุดจจรจโมวรงุจอนัวซ�นน�ธ�จจธ..ังอรืวัธเอ.ซ� ี�เพ่ดด..าลหาธซงเเจาลุด�จอ�นนนลลนิิิสยาวนอ.�ย.�เรี อยยจนี ัดัย �ล ี�ธ อจจ.ดุ �ี อเอย�..าดุลสส�จรด�ุดุ น�กกรยธ.�รบร ีธลล าธธงึานนนาากนคคนีนา ีรร ี ี ฬ ๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๔๓๓๔๔๒๓๓๔๑๒๕๔๒๔๕๕๕๑๗๖๑๐๔๒๐๘๘๑๗๑๖๘๐๙๙๕๕
77 พระธรรมเทศนา
77 กัณฑท์ ี่ ๑ หลงกเิ ลส หลงสมมุติ ๑๖๐ 77 กัณฑท์ ี่ ๒๖ กายคตาสติ ๒๑๑
๑๖๑
77 กณั ฑ์ท่ี ๒ ความสงบใหม้ ันเพยี งพอ ๑๖๓ 77 กัณฑ์ที่ ๒๗ เหน็ ธรรมด้วยสัญญาหรอื ดว้ ยปัญญา ๒๑๓
77 กัณฑ์ท่ี ๒๘ กรรม ๒๑๗
77 กัณฑ์ที่ ๓ ความเปน็ นกั บวช ๑๖๔ 77 กัณฑท์ ี่ ๒๙ ใจมันคอยว่งิ ตามกิเลส ๒๑๘
77 กณั ฑ์ที่ ๔ พระพุทธเจ้าเป็นแต่เพยี งผบู้ อกทาง ๑๖๗
77 กัณฑท์ ่ี ๕ ผลเกดิ จากเหตุ ๑๖๙ 77 กัณฑท์ ี่ ๓๐ ภาวนาสกู้ ิเลส ๒๒๑
77 กัณฑ์ท่ี ๓๑ แกอ้ ารมณจ์ ากใจ ๒๒๒
77 กณั ฑ์ท่ี ๖ การภาวนาให้มสี จั จะ ๑๗๐ 77 กัณฑท์ ี่ ๓๒ เป็นพระใหเ้ ปน็ นักเสยี สละ ๒๒๖
77 กัณฑ์ที่ ๗ ฝกึ สติให้อยู่กบั จติ ๑๗๔
77 กณั ฑท์ ่ี ๘ ตนเองตอ้ งฝึกหัดตนเอง ๑๗๗ 77 กณั ฑท์ ี่ ๓๓ ให้ฝกึ ความสงบ ๒๒๘
77 กณั ฑ์ท่ี ๓๔ เกดิ แลว้ ตาย ตายแลว้ เกิด ๒๓๑
77 กณั ฑ์ท่ี ๙ พิจารณากาย ๑๘๐ 77 กณั ฑท์ ี่ ๓๕ สง่ เสรมิ การปฏิบัติ ๒๓๕
77 กณั ฑ์ท่ี ๑๐ มีแต่ดีกบั ช่วั ทีฝ่ ากโลกไว้ ๑๘๒
77 กณั ฑท์ ี่ ๑๑ ฝกึ หดั สังเกตตนเอง ๑๘๔ 77 กณั ฑ์ที่ ๓๖ ใหพ้ ากันต้งั ใจภาวนา ๒๓๘
77 ก�ณั �ฑ��์ท�ี่�๓��๗��ท��ำ �ให��จ้ �ร�ิง���������������������������� ๒๔๑
77 กณั ฑ์ท่ี ๑๒ ใหอ้ ย่กู ับพทุ โธ ๑๘๗ 77 กณั ฑท์ ี่ ๓๘ สะสมบม่ อนิ ทรยี ์ไปเรือ่ ยๆ ๒๔๒
77 ก�ัณ�ฑ��์ท�่ี �๑�๓���ม�า�ศ��กึ �ษ�า�ห��ร�ือ�ม�า�ท��ำ �ล�า�ย��������������� ๑๘๙
77 กัณฑ์ท่ี ๑๔ มัวจบั ปลานอกสมุ่ ๑๙๐ 77 กัณฑท์ ี่ ๓๙ �ก�า�ร�ก�ร�ะ��ท��ำ �ส�ำ�ค��ญั ��ท�่ีส�ุด����������������� ๒๔๕
77 กณั ฑท์ ี่ ๔๐ ถา้ หากกลัวตาย ธรรมะเกดิ ไมไ่ ด้ ๒๔๖
77 กัณฑ์ท่ี ๑๕ สติอยกู่ บั ลมหายใจ ๑๙๒ 77 ก�ณั �ฑ��ท์ �่ี�๔��๑��ม��ีแ�ต�่ค��ว�า�ม�จ��ำ ��ค�ว�า�ม��จ��ร��ิง��ไ��ม��่ม���ี����������������๒����๔��๘�
77 กัณฑท์ ี่ ๑๖ ใหด้ ูหัวใจเจา้ ของ ๑๙๔
77 กัณฑ์ท่ี ๑๗ ฝนื กิเลสในใจเรา ๑๙๕ 77 ก�ณั �ฑ��ท์ �ี่ �๔�๒���ใ��ห��้ส���ำ��ร��ว�จ�ด�ใู�จ�ต�น��เอ��ง����������������������������๒���๕�๒��
77 กณั ฑ์ที่ ๔๓ ทรมานกเิ ลสตนเอง ๒๕๔
77 กณั ฑท์ ่ี ๑๘ อยูก่ บั พุทโธ ๒๔ ชัว่ โมง ๑๙๘ 77 กัณฑท์ ี่ ๔๔ ความเปลย่ี นแปลงของกาลเวลา ๒๕๗
77 กณั ฑท์ ่ี ๑๙ ใหต้ ั้งใจในความเพยี ร ๑๙๙
77 กณั ฑท์ ี่ ๒๐ ปฏิปทา อบุ ายการภาวนา ๒๐๐ 77 ก�ัณ�ฑ��์ท�ี่�๔��๕��ด��แู �ต��่ต��ำ �ร�า���ไม��ด่ ��ูใ��จ��ต���น���เ�อ���ง������������������ ๒๕๙
77 กณั ฑ์ที่ ๔๖ สอนพระให้เปน็ พระ ๒๖๑
77 กณั ฑท์ ี่ ๒๑ ฝกึ ความสงบเปน็ อันดับแรก ๒๐๒ 77 กณั ฑท์ ี่ ๔๗ โทษแตศ่ าสนาไม่ดใู จตัวเอง ๒๖๓
77 กณั ฑท์ ่ี ๒๒ ใหด้ หู ัวใจเจา้ ของ ๒๐๔
77 กณั ฑ์ท่ี ๒๓ ทุกข์เพราะอารมณ์ ๒๐๗ 77 กณั ฑท์ ี่ ๔๘ กิเลสเปน็ เจา้ หวั ใจ ๒๖๕
77 กณั ฑท์ ี่ ๔๙ ปลดเปล้อื งตัวเองออกจากกองทกุ ข์ ๒๖๗
77 กณั ฑ์ท่ี ๒๔ กิเลสเตม็ หวั ใจ ๒๐๘ 77 กัณฑ์ที่ ๕๐ ศาสนาแห่งเหตุผล
77 ก�ัณ�ฑ��์ท�่ี�๒��๕���ส�ถ�า�น��ท�ีน่ ��า่ �ก�ล�วั�ท��ำ��ใ�ห�ภ้ ��า�ว�น�า�ด��ี ����������๒��๐�๙� ๒๖๙

77 ประวตั ยิ อ่ หลวงพอ่ ปญั ญา ปญั ญาวัฑโฒ ๒๗๑ 77 กณั ฑท์ ่ี ๕๖ เอาแบบพทุ ธเจา้ หรอื แบบเทวทตั ต์ ๒๘๑
77 กัณฑท์ ่ี ๕๑ อฏุ ฐานสัมปทา ๒๗๓ 77 กณั ฑท์ ี่ ๕๗ บวชจริงเหน็ จรงิ ๒๘๔
77 กัณฑ์ที่ ๕๒ เลี้ยงจติ ด้วยพทุ โธ ๒๗๕ 77 กัณฑ์ท่ี ๕๘ บริกรรมพุทโธด้วยสติ ๒๘๕
77 กัณฑ์ท่ี ๕๓ ฝกึ หดั ดัดตนเอง ๒๗๗ 77 สื่อธรรมะ ตา่ งๆ ๒๘๗
77 กณั ฑท์ ี่ ๕๔ บงั คบั กิเลส ๒๘๙
77 กณั ฑท์ ่ี ๕๕ บรกิ รรมพทุ โธๆ อยา่ ใหเ้ ผลอ ๒๗๘ 77 กุสลธโรวาท
๓๐๑
๒๗๙ ๓๐๒

พร��ะ�ค�า�ถ�า�ต�า่�ง�ๆ���แ�ล�ะ�ต�ำ�ร�า�ย��า�ส�ม�ุน�ไ�พ��ร

(รวมพระคาถาต่างๆ มากมาย และยาสมนุ ไพรรักษาโรคต่างๆ ฯลฯ)

ถวายอุปัฏฐากฯ ๓๓๕
77หลวงปลู่ ี กสุ ลธโร เปน็ องคป์ ระธานคณะสงฆ์ ถวายการรกั ษาองคห์ ลวงตามหาบวั ญาณสมั ปนั โน ๓๓๖
77หลวงปลู่ ี กสุ ลธโร เปน็ องคป์ ระธานในงานพระราชทานเพลงิ ฯ หลวงตามหาบวั ญาณสมั ปนั โน ๓๕๔
77อฐั ิธาตุหลวงตามหาบัว ญาณสมั ปันโน แปรสภาพเป็นพระธาตลุ ักษณะตา่ งๆ
๓๕๗

พระบรู พาจารย์ (ประวัติสังเขป) ๓๕๘

77๑. พระครวู นิ ัยธร (หลวงปมู่ น่ั ภรู ิทัตโต) ๓๕๙ 77๑๑. พระสทุ ธธิ รรมรังสีคมั ภีรเมธาจารย์ ๓๖๙
77๒. พระธรรมเจดยี ์ (หลวงปจู่ ูม พนั ธโุ ล)
๓๖๐ (ท่านพอ่ ลี ธัมมธโร)
77๓. พระญาณวศิ ิษฏ์สมิทธิวรี าจารย ์ 77๑๒. หลวงปู่ซามา อจตุ โต
๓๖๑ ๓๗๐
77๑๓. พระอดุ มญาณโมลี (หลวงปจู่ นั ทรศ์ รี จนั ททโี ป) ๓๗๑
(หลวงป่สู ิงห์ ขันตยาคโม) 77๑๔. หลวงปมู่ หาบุญมี สิรธิ โร
77๔. หลวงปมู่ หาป่ิน ปัญญาพโล
77๕. พระอาจารย์อ่อน ญาณสริ ิ ๓๖๒ 77๑๕. พระธรรมวิสทุ ธิมงคล ๓๗๒

77๖. หลวงปู่ชอบ ฐานสโม ๓๖๓ ๓๗๓

77๗. หลวงปู่หลุย จนั ทสาโร ๓๖๔ (หลวงตามหาบัว ญาณสมั ปนั โน)
77๑๖. พระครสู ทุ ธธิ รรมรังสี (หลวงป่เู จยี๊ ะ จุนโท) ๓๗๔
77๘. หลวงปู่ขาว อนาลโย ๓๖๕ 77๑๗. หลวงปบู่ วั สิริปุณโณ

77๙. หลวงปู่ฝ้ัน อาจาโร ๓๖๖ 77๑๘. พระอาจารยส์ งิ ห์ทอง ธมั มวโร ๓๗๕

๓๖๗ ๓๗๖
77๑๐.พระครูอุดมธรรมคณุ (หลวงปทู่ องสกุ สจุ ติ โฺ ต) ๓๖๘ 77คร��ูบ�า��อ�า�จ�า�ร��ย�์ท�ี่เ��ค�ย�ร�่ว�� ม�อ��อ�ก�ธ��ุด�ง�ค�แ์��ล�ะ�จ��ำ �พร�ร�ษ��า�� ๓๗๗

สงเคราะห์โลก ช่วยชาต ิ ๓๘๒
77บูชาพระคุณพอ่ แม่ครอู าจารย์ องคห์ ลวงตามหาบวั ญาณสัมปนั โน ๓๘๓
77สม��เ�ด�็จ�พ��ร�ะ��เจ��า้ �ล�ูก��เธ��อ��เ�จ�้า�ฟ�้า�� �จ�ฬุ �า�ภ��ร�ณ��ว�ล�ยั��ล�ัก�ษ��ณ��์ฯ��เ�ส�ด��็จ�ไ�ป�ร�ว่��ม�พ�ิธ��มี �อ�บ��ท�อ��ง�ค��ำ ค��ร�งั้ �ท��่ี �๑�๔� ๓๘๔
77ห�ล�ว�ง�ป��ลู่ �ี �ก��ุส�ล�ธ��โร���ม�อ��บ�ท�อ��ง�ค��ำ �-เ�ง�นิ��ไท��ย�-�ด�อ��ล�ล��า�ร�์ �เ�พ�อื่��เข��้า�ร�่ว�ม��โค��ร�ง�ก��า�ร�ช�่ว�ย��ช�า�ต�ิ ๓๘๕
77หลวงปู่ลี กุสลธโร เปน็ ประธานกรรมการบริหารกองทนุ สถานวี ทิ ยเุ สยี งธรรมฯ ๓๙๔
77หลวงปูล่ ี กสุ ลธโร กราบเยี่ยมหลวงปเู่ จ๊ยี ะ จุนโท ๓๙๕
77พธิ ีเททองหลอ่ รปู เหมือนพระครูสทุ ธธิ รรมรังษี (หลวงปูเ่ จ๊ียะ จุนโท) ๓๙๖
77พธิ ีวางศลิ าฤกษ์โรงพยาบาลอดุ รธานี ๑๘ มกราคม ๒๕๕๒ ๓๙๘
77พิธีติดรูปเหรียญหลวงตามหาบัว (หลวงปลู่ ี กุสลธโร เป็นองค์ประธาน) ๔๐๐
77พิธรี บั มอบอาคาร ๙๖ ปี (หลวงตามหาบัว ญาณสมั ปนั โน) ๔๐๑
77พระเถระท่มี ารว่ มงาน พธิ รี บั มอบอาคาร ๙๖ ปี ๔๐๓
77ความเมตตาและสงเคราะห์ โรงพยาบาลค่ายประจกั ษศ์ ลิ ปาคม อ.เมอื ง จ.อุดรธานี ๔๐๖
77เ�ข1�ื่อ�2น��ล��ำ �ต�ะ��ค�อ��ง�ไ�ม��่ร�ว่ั �แ��ล�ว้� ๔๐๗

วดั ภูผาแดง ๔๐๘
77ประวตั วิ ัดปา่ เกษรศีลคุณธรรมเจดยี ์ (ภูผาแดง) ๔๐๙
77หลวงตามหาบัว ปรารภถงึ วดั ภผู าแดง, หลวงปู่ลี กุสลธโร, หลวงพอ่ วันชยั วจิ ิตโต ๔๑๐
77ผาแดง ๔๑๔
77ถ��้ำ �ย��่า��ง�ไ�ก��(่�ถ��ำ�้ �จ�นั��)� ๔๑๕
77พรานป้อ ๔๑๖
77ถ�้ำ �น��ก�ย��ูง� ๔๑๘
77สวนอาสน์ ๔๑๙
77วดั เกา่ ๔๒๐
77ถ�้ำ �ข�า�ม�-�ผ�า�แ��ด�ง�� ๔๒๑
77วัด��ภ�ูผ�า�แ�ด��ง��เ�ป�็น�ว�ัด�ท��อ�ง�ค�ำ��(�โ�ด�ย��ห�ล��ว�ง�ต�า�ม�ห�า�บ��วั ��ญ�า�ณ��ส�ัม��ป�ัน�โ�น�)�����������������������๔��๒�๒�
77กฎระเบียบของวดั ภูผาแดง ๔๒๔
77ธรรมปฏสิ นั ถาร ๔๒๕
77การใชส้ อยปจั จัยสี่ ๔๒๕
77ปฏิปทาด้านข้อวตั ร ๔๒๖
77ตราตง้ั เจา้ อาวาส ๔๒๘
77ประวัติย่อพระอาจารย์วันชยั วจิ ิตโต ๔๓๐
77หนงั สืออนญุ าตใหส้ รา้ งวัด ๔๓๑
77ตราตงั้ วัดหนองสวรรค์ ๔๓๒
77ประกาศเขตพระราชทานวสิ ุงคามสีมา ๔๓๓

พุทธมหาเจดยี ์ ๔๓๔
๔๓๕
77เจดยี ์ที่น่ากราบไหว ้ ๔๓๖
77ใจน่แี ลเปน็ ผทู้ รงบญุ ทรงกุศล ๔๓๗
77พิธีวางศิลาฤกษพ์ ทุ ธมหาเจดยี แ์ ละพธิ ีเททองหล่อรปู เหมือนบูรพาจารย์ ๔๓๙
77บรรยากาศ ความสามคั คีของลกู ศษิ ย์มารว่ มช่วยสรา้ งพระเจดีย์

พนิ ยั กรรมหลวงปลู่ ี ๔๔๑
๔๔๒
77พนิ ัยกรรมฉบับที่ ๑ ๔๔๓
77พินยั กรรมฉบับที่ ๒ ๔๔๔
77หลวงปู่เซน็ พินยั กรรม ๔๔๕
77เลขทบี่ ัญชรี ว่ มสร้างพทุ ธมหาเจดยี ์ (หลวงตามหาบัว ญาณสมั ปันโน) ๔๔๖
77อานสิ งส์ในการสรา้ งพระเจดีย์ ๔๔๗
77แผนทีท่ างไปวัดป่าเกษรศลี คุณธรรมเจดีย์ (ภผู าแดง) ๔๔๘
77รายละเอยี ดหนังสอื ๙๐ ปี เศรษฐีธรรม
77ขอ้ มลู ทางบรรณานกุ รม

13

พระประธานวัดป่าเกษรศีลคุณธรรมเจดีย์

(ภูผาแดง) อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี

พระพุทธพจน์

อสสฺ ทฺโธ อกตฺ ู จ สนธฺ จิ เฺ ฉโท จ โย นโร
หตาวกาโส วนฺตาโส ส เว อตุ ตฺ มโปรโิ ส

นรชนใด ไม่เชอื่ (ตามเขาว่า) รูจ้ ักพระนพิ พาน
อันอะไรๆ ทำ�ไม่ได้ ตดั เง่ือนต่อได้

มีโอกาสอนั ขจัดแลว้ และคลายความหวังแลว้
ผูน้ นั้ แล เปน็ บรุ ษุ สูงสดุ

(พุทธฺ ) ข.ุ ธ. ๒๕/๒๘.

อสตจฺ สตฺจ ตวฺ า ธมฺมํ
อชฺฌตฺตํ พหิทฺธา จ สพฺพโลเก

เทวมนุสฺเสหิ จ ปูชโิ ต โย
โส สงฺคชาลมติจฺจ โส มนุ ิ

ผ้ใู ดรธู้ รรมของอสัตบรุ ุษและของสตั บรุ ุษ
ทงั้ ภายในท้งั ภายนอก

มเี ทวดาและมนุษย์บูชาในโลกทั้งปวง
ผู้นั้นจงึ ลว่ งขา่ ยคอื เครื่องข้องได้ และเป็นมนุ ี

(พุทฺธ) ข.ุ สุ. ๒๕/๔๓๒. ข.ุ มหา. ๒๙/๔๐๖

พระครวู ินยั ธร (หลวงปู่มน่ั ภูรทิ ตั โต)

วัดป่าสทุ ธาวาส อำ�เภอเมือง จงั หวดั สกลนคร

“ ...หลวงปู่มน่ั กเ็ หมอื นกนั ทา่ นปรารถนาเปน็ พุทธภมู ิ เลยพอมาชาตนิ ม้ี ยปัญญา ทา่ นเกิด
ระลึกชาตไิ ด้วา่ ทา่ นเคยเกิดเปน็ สนุ ขั ถึงหมนื่ ชาติ เลยเกดิ ความสลดสงั เวชข้นึ เลยโกรธวา่
จะเอาตวั เองใหร้ อด จึงทำ�ให้บญุ บารมใี นอดตี ชาติท่ี บำ�เพญ็ มาเพือ่ จะเปน็ พระพทุ ธเจา้ นนั้
ไดม้ าประมวลรวมลงมาในชาตนิ ี้เลย เพราะท่านจะไม่เอาอีกตอ่ ไปแลว้ จึงทำ�ให้ท่านเรว็ นะ
เร่อื งความแตกฉานในอรรถในธรรม เพราะท่านเกิดความสลดสงั เวชมากนะ ”

(โอวาทธรรม หลวงปู่ลี กสุ ลธโร ๓ สิงหาคม ๒๕๓๘ สะสมบม่ อนิ ทรยี ์ไปเร่ือยๆ)

“ ...มันจะเกดิ ขนึ้ เองมันจะปรากฏเอง อยา่ งหลวงปู่มน่ั นน้ั ท่านมีพระอรหนั ต์มาสอนนะ
ถ้าภาวนาถึงขนั้ ภาวนามยปัญญาแลว้ ถา้ เกดิ ตดิ ขดั ตรงไหนจะมผี ้ทู ี่มาแก้ปญั หาให้
เพราะคลนื่ จิตมันตรงกันนะ สำ�คัญคลน่ื จิต มันสำ�คัญตวั นี้แหละ ฝกึ เขา้ ไปหัดเข้าไป

มันจะเห็นไปเองหรอก แต่ถ้ากินกับนอนมันไม่เห็นอะไรนะ สักหน่อยก็กล่าวตู่ศาสนาว่า
ไม่จรงิ เท่าน้นั แหละ ”

(โอวาทธรรม หลวงปู่ลี กุสลธโร เทศน์ในพรรษาปี ๒๕๔๑ โทษแต่ศาสนาไม่จรงิ ใจตัวเองมันไม่จริง)

“ หลวงปู่ม่ันท่านสอนทา่ นใหบ้ รกิ รรมพุทโธ แม้จะได้เรยี นมาถงึ ๕ ประโยค ก็ตอ้ งได้มา
เรียนพุทโธกับท่าน บางองค์ต้องเรียนถึง ๑ ปี ๖ เดือนก็มี บางองค์ ๒ ปีก็มี

พอมนั อยู่กับพทุ โธเทา่ นั้นแหละมนั จะเกิดหรอก ธรรมจะเกิดถ้ามนั สงบ ”

(โอวาทธรรม หลวงปู่ลี กสุ ลธโร ๒๗ มนี าคม ๒๕๓๘ เห็นธรรมด้วยสญั ญา หรือดว้ ยปญั ญา)

“ ครูบาอาจารยอ์ ยา่ งหลวงป่มู ั่นนี้ ท่านได้บำ�เพ็ญเพียรจนสลบถึงสามคร้งั นะ คดิ ดู
ไม่ใชข่ องงา่ ยนะ ทา่ นทำ�ความพากความเพยี ร ”

(ภาวนาส้กู ิเลส)

พระธรรมวสิ ทุ ธมิ งคล (หลวงตามหาบวั ญาณสมั ปนั โน)

วัดปา่ บา้ นตาด อ�ำ เภอเมือง จังหวดั อดุ รธานี

“ ...พ่อแม่ครูจารย์เหมอื นกนั ไปกับท่านสององค์ พอดเี หน็ ทา่ นฉันจังหนั แลว้
วนั นน้ั ท่านก็เข้าน่ังทเ่ี ลยทันที เอามุง้ ลงทท่ี ่านอยู่ มนั ไม่มีฝาผนงั นะอยู่หา่ ง
ทา่ นนัง่ อย่นู ัน้ จนกวาดตาด กวาดตาดก็บ่ายสามบ่ายสีน่ ู้น กวาดตาดออกมาถงึ พบท่านเดนิ อยู่

ฉนั จงั หันแล้วกเ็ ขา้ ที่ พอกวาดตาดถงึ ออกมา
ทำ�อยอู่ ยา่ งนัน้ ท�ำ ถึงขนาดนัน้ ตอ้ งมตี อ้ งรอู้ ะไรละ่ ”

(โอวาทธรรม หลวงปลู่ ี กสุ ลธโร ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๓๘ แกอ้ ารมณจ์ ากใจ)

“...พ่อแม่ครูจารยท์ ่านถงึ ไดจ้ ดั หาสถานทใี่ หไ้ ปภาวนาทภี่ ูหลวง ใหพ้ ระขนึ้ ไปเปลี่ยนกันภาวนา
บนภูหลวง ให้ชา้ งให้เสือทรมานชว่ ย ถา้ น่ังภาวนา ก�ำ หนดจติ เขา้ จริงๆ แลว้ ก็ดูเหมือนวา่

ไม่มลี มหายใจของเราเขา้ ออกเลย แต่เราก็ไม่ตายนะ”

(โอวาทธรรม หลวงปู่ลี กสุ ลธโร กรกฎาคม ๒๕๓๘ ใหฝ้ ึกความสงบ)

“...พ่อแม่ครจู ารย์พูดอะไรมา เรากจ็ บั เอาใจความไปพจิ ารณา เอาไปปฏิบตั ิทันที
เพราะความตายไม่รูม้ นั จะมาถึงเราวนั ไหนนะ นั่งก็ตายนอนก็ตาย
พจิ ารณาอยอู่ ยา่ งน้ันแหละ ใหม้ ันคุ้นเคยกบั ความตาย”

(โอวาทธรรม หลวงปู่ลี กุสลธโร ๑๙ กรกฎาคม ๒๕๓๘ เกดิ แล้วตาย ตายแลว้ เกดิ )

“...พ่อแม่ครูจารยท์ า่ นเทศนม์ ีแตเ่ ด็ดๆ นะ เอาไปปฏิบตั ิไดเ้ ลย
ถา้ เราเอาไปใครค่ รวญเอาไปเป็นคตติ วั อยา่ ง เอาไปเป็นความพากความเพยี ร
แตถ่ ้าฟังแล้วไม่เอาไปพจิ ารณา ไม่เอาไปก�ำ กับจติ ใจตัวเอง มนั ก็ไม่เกดิ ผลนะ”

(โอวาทธรรม หลวงป่ลู ี กุสลธโร ๒๒ สิงหาคม ๒๕๓๘ (ค่ำ�) มีแตค่ วามจำ� ความจริงไม่มี)

คืนแหง่ ..ความส�ำ เรจ็

วาระสุดท้ายในช่วงออกปฏิบัติธรรม องค์ท่านได้มุ่งสู่วัดดอยธรรมเจดีย์ อำ�เภอ
โคกศรสี ุพรรณ จังหวดั สกลนคร เป็นช่วงพรรษาท่ี ๑๕-๑๖ ของท่าน บนหลงั เขาลกู น้เี อง ในคนื เดอื น
ดบั แรม ๑๔ ค�่ำ เดอื น ๖ (ตรงกบั วนั จันทร์ท๑่ี ๕ พฤษภาคม ๒๔๙๓) เวลา ๕ ท่มุ ตรง
คืนแห่งความสำ�เร็จ ระหว่างกิเลสกับธรรมอัศจรรย์ภายในใจของท่านจึงตัดสินกัน
ลงได้ ดว้ ยความประจักษ์ใจ หายสงสยั ทกุ ส่งิ ทุกอย่างเรื่องภพชาติ เร่อื งเกดิ แก่ เจ็บ ตาย กเิ ลสตณั หา
อาสวะทุกประเภทได้ขาดกระเดน็ ออกไปจากใจในคืนวันน้ีเอง

หลวงปมู่ หาจนั ทร์ สริ ิจันโท หลวงปูม่ หาอว้ น ติสฺโส หลวงป่เู สาร์ กนั ตสโี ล หลวงปูม่ ั่น ภูริทตั โต
หลวงปมู่ หาจมู พันธโุ ล หลวงปสู่ ิงห์ ขันตยาคโม หลวงป่มู หาจันทร์ เขมโิ ย หลวงปู่มี ญาณมนุ ี

หลวงปทู่ องรัตน์ กันตสีโล หลวงปู่มหาปนิ่ ปญั ญาพโล หลวงป่มู หาพมิ พ์ ธมั มธโร หลวงปูด่ ลู ย์ อตโุ ล
หลวงปู่บญุ มา ฐิตเปโม หลวงปู่กนิ รี จนั ทโิ ย หลวงปู่เทสก์ เทสรงั สี หลวงปู่อ่อน ญาณสริ ิ

หลวงปู่ชอบ ฐานสโม หลวงปูห่ ลุย จันทสาโร หลวงปขู่ าว อนาลโย หลวงปูฝ่ น้ั อาจาโร
หลวงปู่ชอบ ฐานสโม หลวงปหู่ ลยุ จนั ทสาโร

หลวงป่พู รหม จิรปุญโญ หลวงปู่เกิ่ง อธมิ ุตตฺ โก หลวงปู่สลี า อสิ ฺสโร หลวงปแู่ หวน สจุ ิณโณ

หลวงป่กู งมา จิรปญุ โญ หลวงปดู่ ี ฉันโน
หลวงปู่กงมา จริ ปุญโญ
ท่าทน่าพนพ่อล่อีลธี มัธมมั ธมโธรโร หลวงปู่ดี ฉันโน หหลลววงปงปู่ตู่ต้ือือ้ ออจจลลธธัมมัโมโม

หลวงป่สู าม อกิญจโน หลวงปคู่ ำ�ดี ปภาโส หลวงปู่สิม พทุ ธาจาโร หลวงปูม่ หาจันทร์ศรี จันททโี ป

หลวงปู่มหาบุญมี สริ ธิ โร หลวงตามหาบัว ญาณสมั ปนั โน หลวงปู่มหาเขยี น ฐติ สีโล หลวงป่เู จย๊ี ะ จนุ โท

หลวงปู่บวั สริ ปิ ณุ โณ หลวงปู่ชา สุภทั โท หลวงป่สู วุ ัจน์ สวุ โจ หลวงพ่อพธุ ฐานิโย

หลวงปูจ่ วน กลุ เชฏโฐ หลวงปสู่ ิงหท์ อง ธัมมวโร หลวงปู่หล้า เขมปตั โต หลวงปู่ศรี มหาวโี ร
หลวงปบู่ ญุ มี ปริปุณโณ หลวงปู่ผาง ปรปิ ุณโณ หลวงปู่เพยี ร วริ โิ ย หลวงปผู่ าง จติ ตคตุ โต

หลวงปสู่ มภาร ปญั ญาวโร หลวงป่แู บน ธนากโร หลวงป่บู ญุ เพง็ เขมาภริ โต หลวงปูล่ ี กสุ ลธโร
หลวงปู่ปรีดา ฉนั ทกโร หลวงปฟู่ กั สนั ติธมั โม หลวงปู่บญุ พนิ กตปุญโญ หลวงปู่อว้าน เขมโก

หลวงปู่อ่นุ หลา้ ฐติ ธัมโม หลวงพ่อประสิทธิ์ ปญุ ญมากโร หลวงพ่อจันทรเ์ รยี น คุณวโร หลวงพอ่ อนิ ทร์ถวาย สนั ตสุ สโก
หลวงพอ่ คณู สุเมโธ หลวงพ่อบุญจันทร์ กตปุญโญ หลวงพอ่ นิพนธ์ อภปิ สันโน หลวงพอ่ วนั ชัย วิจติ โต

อริยสาวก

พระสุปฏปิ นั โน เปน็ ผปู้ ฏิบัติดี
อชุ ปุ ฏิปันโน เปน็ ผู้ปฏิบตั ติ รง
ญายปฏิปันโน เปน็ ผปู้ ฏบิ ัติเป็นธรรม
สามีจปิ ฏปิ นั โน เปน็ ผู้ปฏบิ ัตชิ อบ
อาหเุ นยโย ท่านเป็นผู้ควรสักการะ ทีเ่ ขาน�ำ มาบูชา
ปาหุเนยโย ทา่ นเปน็ ผคู้ วรของต้อนรบั
ทักขเิ นยโย ท่านเปน็ ผคู้ วรทักษิณาทาน
อัญชะลีกะระณโี ย ทา่ นเป็นผู้ควรอญั ชลกี รรม
อะนุตตะรงั ปญุ ญกั เขตตงั โลกสั สะ ท่านเป็นนาบญุ ของโลก ไม่มนี าอืน่ ยง่ิ กว่า
ตะมะหัง สงั ฆัง อะภปิ ชู ะยาม ิ ข้าพเจ้าบชู าอย่างยงิ่ เฉพาะพระสงฆห์ ม่นู ั้น
ตะมะหงั สงั ฆงั สริ ะสา นะมามิฯ ข้าพเจา้ นอบน้อมพระสงฆห์ ม่นู ั้นด้วยเศยี รเกลา้

(ทา่ นจงึ เปน็ พระสงฆส์ าวกของพระผมู้ พี ระภาคเจา้ ทน่ี า่ เคารพ บชู า สกั การะ กราบไหวไ้ ดอ้ ยา่ งสนทิ ใจ)

สังโฆ สเุ ขตตาภะยะติเขตตะสัญญโิ ต พระสงฆเ์ ปน็ นาบญุ อนั ยง่ิ ใหญ่ กวา่ นาบญุ อนั ดที งั้ หลาย
โย ทฏิ ฐะสนั โต สคุ ะตานโุ พธะโก เปน็ ผเู้ หน็ พระนพิ พาน ตรสั รตู้ ามพระสคุ ตหมู่ใด
โลลัปปะหโี น อะรโิ ย สุเมธะโส เปน็ ผลู้ ะกเิ ลสเครอ่ื งโลเล เปน็ พระอรยิ เจา้ มปี ญั ญาดี
วันทามิ สงั ฆัง อะหะมาทะเรนะ ตงั ขา้ พเจ้าไหวพ้ ระสงฆห์ มูน่ ้นั โดยใจเคารพเออ้ื เฟอ้ื

ที่มาของช่อื หลวงปู่ลี กสุ ลธโร

พระอรยิ สาวกผเู้ ปน็ ด่ังเศรษฐีธรรม

“เศรษฐีธรรม” ค�ำ นี้ ศิษยานศุ ิษย์ เปน็ คำ�ที่คุ้นเคยกันเป็นอย่างดี เพราะองค์พ่อแม่ครูอาจารย์

หลวงตามหาบวั ญาณสัมปนั โน ท่านเคยปรารภให้ลกู ศษิ ย์ฟังหลายครง้ั หลายหนถึง หลวงปลู่ ี กุสลธโร
ว่า เป็นพระเศรษฐธี รรมองคห์ น่ึง อยูแ่ บบเงียบๆ มานาน เปน็ พระท่ีติดตามอุปัฏฐากใกลช้ ิดกบั

องค์หลวงตามหาบัวมานานมาก ดว้ ยค�ำ พูดนี้จึงไดเ้ ปน็ ทีร่ จู้ กั กนั ดใี นเหล่าบรรดาพุทธศาสนกิ ชนทว่ั ไป

พระธรรมวสิ ุทธิมงคล (หลวงตามหาบวั ญาณสัมปนั โน)
พระอรหันตแ์ ห่งกรงุ รตั นโกสินทร์
ไดก้ ล่าวยกย่อง หลวงปู่ลี กุสลธโร
ในหลายวาระและโอกาสตา่ งๆ

(คณะศิษย์ไดพ้ ยายามรวบรวมเรยี บเรียงจากกณั ฑเ์ ทศนต์ า่ งๆ ทีพ่ อ่ แม่ครอู าจารย์
หลวงตามหาบัว ญาณสมั ปนั โน ไดป้ รารภ ถงึ หลวงปูล่ ี กสุ ลธโร และสภาพบรรยากาศภายในวัด
ภูผาแดง เพ่ือจะได้เปน็ เร่อื งราวทส่ี มบูรณย์ ิ่งขึน้ นัน่ ยอ่ มเป็นเคร่ืองแสดงให้เหน็ ถึงความสมั พันธ์
อันแนน่ แฟน้ ของสองพระอริยสงฆ์ จะเป็นทิฏฐานุคติอนั ดีงามแก่บรรดาสาธุชนตลอดไป)
“ธรรมลนี เ้ี ปน็ เศรษฐธี รรมองคห์ นงึ่ นะ พน่ี อ้ งทงั้ หลายทราบเอาไวน้ ะ เนยี่ ทรงครองเศรษฐธี รรม
ไว้อย่างเงยี บๆ นะ นีพ่ ระองค์นีล้ ูกศษิ ย์ของเรา เราบวชใหต้ ดิ ตามเราตง้ั แตว่ นั เผาศพพอ่ แมค่ รอู าจารยม์ น่ั
นน่ั ละเปน็ วนั บวชธรรมลนี นี้ น่ี ะ บวชแลว้ ตดิ สอยหอ้ ยตามเรา เราไปทไ่ี หนตดิ ตามเราเหมอื นปลงิ เกาะนะ
องค์น้ีล่ะองค์เกาะที่สุดเลยเกาะเรา แล้วท่านก็สมมักสมหมายท่าน อยู่กับเราตลอดมาเลยนะองค์น้ี
นที้ ่านก็ครองธรรม เศรษฐีธรรมภายในใจอย่างลึกลบั กริ ิยาท่าทางจรติ นิสัยนัน้ เป็นตามนสิ ยั วาสนาของ
ใครของเรา แต่เรื่องธรรมน้ันเต็มหัวใจแล้ว ว่าอย่างน้ันเลยนะ ท่านไม่มีอะไรอีกแล้ว นี่ล่ะธรรม
พระพทุ ธเจา้ เห็นไหม ผ้ปู ฏบิ ตั ิตามเห็นอยูอ่ ยา่ งน้ี ร้อู ยูอ่ ยา่ งนี้ สดๆ รอ้ นๆ อยอู่ ย่างนี”้

(โอวาทธรรม หลวงตามหาบัว ญาณสมั ปนั โน ๖ พฤศจิกายน ๒๕๔๑)
26

หลวงตามหาบวั ญาณสมั ปนั โน

27

ภาพถ่าย ณ งานพิธมี อบทองคำ�เขา้ คลังหลวง ครั้งท่ี ๑๕ ภาพถา่ ย ณ วดั เขาใหญเ่ จรญิ ธรรมญาณสัมปนั โน
ภาพถา่ ย ณ ลานพุทธมณฑล จ.นครปฐม
ธรรมลีเก่งอยู่นะ อย่างนี้มาเรื่อยๆ ธรรมลีมา
เร่ือยๆ สมเหตุสมผลท่ีเกาะเราเหมือนปลิงติดฝาน่ันน่ะ
ดึงไม่ออก เราไปไหนดงึ ไมอ่ อก ขโมยไปขโมยตาม ธรรมลนี ้ี
พอดไี ปถงึ บา้ นชะโนดดง ปา่ เหมาะสม แตเ่ ปน็ ปา่ ชา้ ทง้ั หมดเลย
เราเขา้ ไปอยใู่ นกลางปา่ ชา้ เลยละ เขา้ ไปอยตู่ รงกลางปา่ ชา้ เลย
ไล่ธรรมลีออกไปอยู่ริมๆ ทุ่งนานู้น จะดลบันดาลอะไรไม่
ทราบ ถา้ ทราบวา่ ธรรมลกี ลวั ผี แลว้ เราจะไลเ่ ขา้ ไปอยกู่ ลาง
ปา่ ช้า เราจะออกไปอยู่รมิ ทงุ่ นา พอกลางคืนขโมยหนีเลย
เพราะธรรมลีตดิ ตลอด
แต่น้ีบันดลบันดาลเราเลยเข้าไปอยู่ในกลางป่าช้า
ไล่ธรรมลีไปอยู่ริมทุ่งนา มา โอ๋ย บุญช่วยเหลือเกิน
วา่ บุญช่วยเหลือเกิน ตัวสั่นเลยว่าอย่างนัน้ ท่านจะให้ไปอยู่
อยา่ งไรนา เขา้ ไปอยใู่ นปา่ ชา้ บา้ นชะโนดดง ไปอยนู่ านอยนู่ ะ
สบาย เราเลยเขา้ ไปอยใู่ นกลางปา่ ชา้ คนเดยี ว ไลธ่ รรมลไี ป
อยรู่ ิมทงุ่ นานนู่ เพราะเราไปคนเดยี ว ธรรมลีติดตามสลัด
ไมอ่ อก เหมอื นปลงิ ยงั บอกนน่ั ละ เขา้ ไปอยใู่ นกลางปา่ ชา้ เรา
เศรษฐีธรรมนะน่ันธรรมลี เราพูดเป็นครั้งๆ คราวๆ
เศรษฐีธรรม เป็นมานานแล้วนะ ตั้งแต่เราอยู่ห้วยทราย
เศรษฐธี รรม สมเหตสุ มผลกับตดิ ตามเรา

(โอวาทธรรม หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน ๕ ธนั วาคม ๒๕๕๒

ไปท่ไี หนมีความเมตตาทัง้ น้นั )

28

หลวงปูล่ ี ตดิ ตามองงค์หลวงตามหาบัวไปในงานนมิ นต์ ภาพถ่าย ณ เขื่อนอุบลรัตน์ จ.ขอนแกน่
ณ วดั รงั สีปาลิวัน อ.คำ�ม่วง จ.กาฬสนิ ธุ์ ๔ ก.พ. ๒๕๕๐

“ธรรมลีน่เี ศรษฐีธรรมนะ เกบ็ อยู่เงียบๆ ออกมาจึงจะรู้ ออกมาจากเศรษฐธี รรม ธรรมพอ
ในใจแลว้ อนั นอี้ อกชว่ ยโลก เราจึงเรยี กว่า เศรษฐีธรรม”

(โอวาทธรรม หลวงตามหาบวั ญาณสมั ปันโน ๔ ธนั วาคม ๒๕๔๗ เพราะความเสียสละนน่ั เอง)

“น่ขี องธรรมลีนะน่ี ท่ีพูดผาแดงตะกน้ี ้ี ธรรมลีนเ้ี ป็นเศรษฐธี รรมแบบเงยี บๆ นะ หลวงตา
นะเปิดประตูอันน้ีออกมาไม่มีใครเปิด ธรรมลีนี้เป็นเศรษฐีธรรมมานานนะ ติดสอยห้อยตามเรา
ตั้งแตบ่ วช พอบวชเสรจ็ ติดเราไปเรอ่ื ยเลย ไปทีไ่ หนติดสอยหอ้ ยตามตลอดคือ ธรรมลีน้ี มาอยูท่ ี่
น่ีกม็ าดว้ ย ไปไหนติดไปเรือ่ ยเลย ออกจากน้กี ไ็ ปอยูผ่ าแดงนเ่ี อาของมาถวาย
น่ีละเรยี กว่า เศรษฐีธรรมองคห์ น่งึ เศรษฐธี รรมพอแล้ว เต็มเหนีย่ วแล้ว”

(โอวาทธรรม หลวงตามหาบวั ญาณสมั ปนั โน ๒๖ กันยายน ๒๕๔๗ ผทู้ รงมรรคทรงผลอยใู่ นแดนพทุ ธศาสนา)

“ธรรมลเี กาะเราเหมือนปลงิ ปลงิ เกาะดงึ ไม่ออกเลย ธรรมลี ไปดกั ขา้ งหน้า เราไม่ให้ใคร
ไปด้วย เวลาเราจะไปแล้วขโมยดัก ไม่ใช่เล่นนะธรรมลี พอบวชแล้วติดเราเลย บวชวันเผาศพ
หลวงปมู่ ัน่ ท่ีวดั สุทธาวาส วนั ถวายเพลงิ หลวงปูม่ นั่ บวชพระเยอะ บวชในวนั นั้นเยอะ ธรรมลบี วช ทนี ี้
พอบวชเสรจ็ แลว้ เราหลบไปเลย กลวั ใครจะตามทนั หาหลีกไป ธรรมลีก็หลกี ตามเอา จนไปอยู่ด้วย
ไปไหนติดไปเลยๆ”

(โอวาทธรรม หลวงตามหาบัว ญาณสัมปนั โน ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ คำ�สอนของพระพทุ ธเจา้ ใหจ้ ดจ�ำ ลึกๆ)

29

ธรรมลีน้ีเอาของมาปัจจัยเอามาเร่ือยๆ ไม่ว่าองค์ไหนละอยู่แถวนั้นเอามาเร่ือยๆ นะ
แถวนาคูณ หนองกอง ผาแดง มาทง้ั น้ันละ เมอื่ เรว็ ๆ นี้ทา่ นเพยี รก็มา ท่านปว่ ย มาน่ถี วายเช็คเท่าไร
เป็นล้านบาทนนู้ น่ะ เมื่อสองสามวันนี้ ทา่ นเพียรมาจากหนองกอง

ท่านเหล่าน้ปี ฏบิ ตั ิดปี ฏิบัตชิ อบทัง้ นัน้ เป็นลูกศษิ ยเ์ รามาต้งั แตต่ น้ เลย ท่ีออกไปนี้ ถูกเราขบั ไลอ่ อก
ไปนะ นี่ตั้งแต่วันเกิด จนกระท่ังถึงป่านนี้ ตามธรรมดาเป็นพ่อตาแม่ยายเขาได้แล้ว มันขนาดนั้นละ

น่ยี ังมาเปน็ ลูกเขยใหมม่ ันอย่างไรนี่ ไป ไลไ่ ป องค์
นน้ั ไปอยนู่ น้ั องคน์ ี้ไปอย่นู ้ี

ทา่ นเพียรไปหนองกอง ทา่ นบญุ มีไปอยู่นาคณู
ธรรมลไี ปอย่ผู าแดง อันนีไ้ ล่ไม่ค่อยไปนะ ไล่ทางนี้
หลบมาทางนี้ ไลท่ างน้หี ลบมาทางนี้นะ ธรรมลีอยู่
กบั เรามาด้ังเดิม

....พวกน้เี ปน็ ลกู ศิษย์เรามาดงั้ เดมิ นะน่ี ตง้ั แต่
บวชใหม่ๆ ท่านบุญมี ทา่ นเพยี ร ธรรมลี ธรรมลบี วช
วันเผาศพหลวงปมู่ ่นั เราจ�ำ ไดอ้ ยู่ บวชวันน้ันละวัน
เผาศพ พอบวชแลว้ ตดิ ตามเราไปเลย นลี่ ะเหนยี ว
ทส่ี ดุ ถา้ เปน็ ปลงิ ดงึ ไมอ่ อกนะ โห ของเลน่ เมอื่ ไรนะ่
เหนียวมากนะ เพราะนิสัยเราชอบไปคนเดียว แต่
ไหนแต่ไรมาไปคนเดียว พอศพหลวงปู่มนั่ เสรจ็ แล้ว
จะไปคนเดียวไม่ได้ รุมๆ

(คง ไม่กลวั ผีแลว้ ครับ) ธรรมลีกลวั ผี ไปพัก
อยทู่ ม่ี นั จนตรอกจรงิ ๆ คอื ทน่ี น่ั มนั เหมาะมาก พกั อยู่
ทางชะโนดดง ทางนนู้ อย่ปู ่าลึกๆ เป็นปา่ ชา้ เขาที่
น่นั เหมาะ ไมม่ ใี ครเข้าไปยุ่งเลย เราไปหาเรอ่ื งอยู่
เอาที่น่ัน ไลธ่ รรมลไี ปอยนู่ ู้นปากทางเข้ามาริมทงุ่ นา
เราเข้าไปอยู่ในป่าช้าเลยคนเดียว สบายเลยตลอด
จนกระท่ังวันจากมา โอ๊ย ธรรมลีมาระบายให้
หมู่เพ่ือนฟัง รอดตายมาน่ี พอดีบุญช่วย ว่าบุญช่วย ท่านไล่เราให้อยู่ริมทุ่งนา ทุ่งร้างละไม่ได้ทำ�นา
ทา่ นไล่เราอยทู่ ่นี ูน่ ทา่ นไปอยู่ในนูน้ ลึกๆ คนเดยี ว ถา้ ท่านไลเ่ ราไปนั้น เราตายเลย ว่าอยา่ งนั้นนะ นพ่ี อดี
ทา่ นเข้าไปเอง ไล่เราอยูร่ มิ เราก็เลยอยสู่ บาย ธรรมลกี ลัวผี ถ้าเรารู้วา่ กลัวผี เราจะไล่เข้าไปหาปา่ ผี

(โอวาทธรรม หลวงตามหาบวั ญาณสัมปันโน ๑๕ มนี าคม ๒๕๕๒ จติ ทอี่ มิ่ ธรรม)

30

พ่อแม่ครูอาจารยห์ ลวงตามหาบัว ญาณสมั ปันโน ได้เมตตามาเยย่ี มหลวงป่ลู ี
ณ วดั ภผู าแดง เมอ่ื วนั ท่ี ๘ มถิ นุ ายน ๒๕๕๓ นบั วา่ เปน็ มหามงคลอยา่ งยง่ิ แกส่ ถานท่ี

และเหลา่ ศษิ ยานศุ ษิ ยท์ กุ คน ทไี่ ด้รับเมตตาธรรมจากองค์หลวงตามาโดยตลอด
(ภาพนห้ี ลวงป่ลู ี น่ังรอตอ้ นรับองค์หลวงตา อยู่ทีโ่ รงนำ�้ รอ้ นวัดภผู าแดง)

31

กุสลธโรเถโรบูชา

พระเถระ รปู ใด ใฝพ่ น้ ทกุ ข์
เพอ่ื หวังสุข ปรีดเ์ ปรม เกษมสันต์
ปลอดกามา อามสิ นิจนริ ันดร์
เพยี รมงุ่ ม่นั ตามรอยบาท พระศาสดา

หลวงปู่ลี กสุ ลธโร เถโรมน่ั
รปู นีน้ ้นั ฟุ้งเฟื่อง เรื่องทศิ า
ประชาชน เชดิ ชู นอ้ มบชู า
เป็นเนอื้ นา บญุ เขต พเิ ศษจรงิ

ผู้หวงั บญุ ไดบ้ ญุ สนุ ทรภาค
บรจิ าค ไดก้ ศุ ล ผลใหญ่ย่งิ
เปน็ พระสงฆ ์ ผเู้ ป็นหลัก ได้พักพงิ
สมเป็นม่งิ ขวญั ประชา มาเน่ินนาน

มงคลวาร ผ่านบรรจบ ครบเก้าสิบ
บารม ี ขจรไกล แผ่ไพศาล
จงยนื ยง ถึงฝั่ง จีรงั กาล
อภบิ าล สานศุ ิษย ์ เปน็ นติ ยเ์ ทอญ

ประพันธ์โดย ศิษยานศุ ษิ ย์

32

33

ชีวประวัติ หลวงปู่ลี กสุ ลธโร

วัดป่าเกษรศีลคณุ ธรรมเจดยี ์ (ภผู าแดง)
อำ�เภอหนองวัวซอ จังหวดั อดุ รธานี

หลวงปู่ลี กุสลธโร (ในสมยั อดีต)

หลวงปู่ลี กสุ ลธโร ท่านไดอ้ ปุ สมบทในวันประชุมเพลิงศพหลวงป่มู ่ัน ภูรทิ ัตโต จากน้ันต่อ

มาทา่ นกไ็ ดข้ อตดิ สอยหอ้ ยตามองคห์ ลวงตามหาบวั ตลอดมา แมว้ า่ องคห์ ลวงตาจะออกเทยี่ วธดุ งคป์ ลกี
วเิ วกไปทางไหน หรือจะดจุ ะวา่ จะไล่ให้หนีไปอย่างไรก็ตาม หลวงปู่ลี ท่านกอ็ ดทนและขอตดิ ตามไป
ทกุ หนทกุ แห่ง ไม่เลกิ ไมล่ าไมท่ อ้ ถอย เพือ่ หวงั ให้ท่านเมตตาชว่ ยอบรมสั่งสอนอุบายในการปฏิบตั ิธรรม
ต่างๆ จนในที่สดุ องคห์ ลวงตาก็ยอมรับเป็นศษิ ย์ นบั ตง้ั แตป่ พี ทุ ธศักราช ๒๔๙๓ เปน็ ต้นมา หลวงป่ลู ี
เคยจำ�พรรษากับองค์หลวงตาท่ีบ้านห้วยทราย ท่ีจันทบุรีและวัดป่าบ้านตาด ท่านมีอุปนิสัยพูดแต่น้อย
รักการอยปู่ า่ ตลอดมา ไม่ติดสถานท่ี แต่เม่ือทา่ นมีอายุมากเขา้ ประจวบกับพระเณร มาขอศกึ ษากบั
ท่านมากขน้ึ เรอื่ ยๆ ท่านจงึ ยอมอยู่เป็นท่ีเปน็ ฐานแน่นอน

34

ตน้ ตระกูลของบรรพบรุ ษุ

ตน้ ตระกลู ของคณุ ตาและคณุ ยายเปน็ คนเมอื งเวยี งจนั ทน์ สาธารณรฐั ประชาธปิ ไตยประชาชนลาว
เมื่อครั้งเกิดข้าศึกสงคราม สมัยมีการปราบจีนฮ่อ บรรพบุรุษได้เคยเอาสมบัติฝังเอาไว้ใต้ต้นขนุน
และต้นมะขามใหญ่ แตด่ ้วยความไมส่ ะดวกหลายๆ อย่าง จึงไมส่ ามารถขนเอาสมบัตอิ ันมหาศาลนน้ั มา
ทปี่ ระเทศไทยดว้ ย จากนน้ั จงึ ไดต้ ดั สนิ ใจอพยพยา้ ยภมู ลิ �ำ เนามาตงั้ รกรากท�ำ มาหากนิ อยทู่ ่ี อ�ำ เภอหลม่ เกา่
จงั หวดั เพชรบรู ณ์ พอหลวงปเู่ กดิ ไดส้ กั ระยะหนงึ่ โยมบดิ าและมารดาไดพ้ าอพยพยา้ ยถนิ่ ฐานมาทอ่ี �ำ เภอ
ดา่ นซ้าย จงั หวัดเลย

พระอริยสาวกผูเ้ ป็นด่ังเศรษฐีธรรม

พระเดชพระคุณหลวงปลู่ ี กสุ ลธโร พระอรยิ สาวกแห่งภผู าแดง เปน็ หนง่ึ ในศิษยพ์ ระกรรมฐาน
สายทา่ นพระอาจารย์มน่ั ภรู ิทตฺโต ท่านเป็นศษิ ยใ์ กลช้ ดิ องค์หลวงตามหาบวั ญาณสมปฺ นโฺ น ทีม่ ีอุปนิสัย
เปน็ ปัจเจกกะ มกี ริ ยิ าท่นี า่ รัก จงรักภกั ดีต่อครบู าอาจารยอ์ ย่างหาท่ตี ิมไิ ด้ ทา่ นพูดเพียงพอดี ไม่มาก
ไม่นอ้ ย รักสงบ สมถสมำ่�เสมอ ยินดใี นธดุ งควัตร มีเมตตาเป็นสาธารณะ ไมร่ ะยอ่ ในการปราบกเิ ลส
ท่านได้แสวงหาสถานที่เท่ียววิเวกด้วยการออกเที่ยวธุดงค์ไปยังสถานท่ีต่างๆ มากมาย เช่น ภูวัว
ถ�ำ้ จันทร์ จงั หวัดบึงกาฬ ตามปา่ เขาล�ำ เนาไพรในเขตสกลนคร และเขตจงั หวดั เลย เช่น ภูหลวง ภเู รือ
ภผู าสาด เปน็ ตน้ ทา่ นสามารถภาวนาพจิ ารณาอสภุ ะและสภุ ะกรรมฐาน ตง้ั เปน็ ภาพปฏภิ าคนมิ ติ ขน้ึ แลว้
เพ่งกระแสจิต ทำ�ลายเผาผลาญกิเลสได้ ตง้ั แต่สมัยยังเป็นฆราวาส

เมอ่ื บวชไดเ้ พยี ง ๑๑ วัน ทา่ นตงั้ ใจภาวนาไม่ลดละความพากเพียร ได้นมิ ติ วา่ ตนเองเดนิ ทาง
เขา้ ไปในป่ากวา้ ง ผ่านหว้ ยหนองคลองบงึ มขี อนไมช้ าตยิ าวใหญด่ �ำ สดุ สายตา จึงเดินปนี ข้ึนไปไตต่ าม
ขอนนั้นไปเรอ่ื ยๆ พอสดุ ปลายขอนไม้ชาตนิ ั้น พลนั เจอปา่ อันรกชัฎ มีขวากหนามรกรงุ รัง จะหันหลงั
กลับก็ไม่ได้ จึงต้องพยายามแหวกคมหนาม มุดมอดบุกผ่าเข้าไป ให้ผ่านป่าอันแสนจะข้ามยากนั้น
เมอื่ ผา่ นมาไดด้ ้วยความยากลำ�บาก เจอท่งุ โลง่ อนั เวงิ้ วา้ ง มีหอพระไตรปฎิ กอนั วจิ ิตรตระการตา ตง้ั เด่น
เป็นสง่าอยู่ จึงก้าวเดินขึ้นไป เห็นห้องหอประตูตู้ กำ�ลังจะเดินเข้าไปเปิด แต่ยังไม่ทันได้เปิด
แต่ได้เขา้ ไปถึง จติ ก็ถอนออกจากนิมติ นั้น

พอสรุปความตามนมิ ติ ขององค์ทา่ น ดงั นี้

คำ�ว่า ไปจนสดุ ปลายขอนชาติ น้นั หมายถงึ ชาตินเ้ี ป็นปลายชาติ คอื ชาติสุดท้าย

ค�ำ วา่ ปา่ รกและขวากหนาม นน้ั หมายถงึ ทา่ นตอ้ งฟนั ฝา่ และตอ้ งใชค้ วามเพยี รพยายามเปน็ อยา่ ง
มากจงึ จะถึงวมิ ตุ ติ

คำ�ว่า พบทุ่งโล่ง น้ัน หมายถึง เม่ือข้ามทางอันแสนทรหดและกันดารมาได้ ถึงความเป็น
ผ้สู บายกายใจ โล่งจากกเิ ลสตัณหา ไมม่ เี ส้ยี นหนามคอื กเิ ลสตณั หาใดเขา้ มาทม่ิ แทงได้

35

คำ�ว่า เห็นตู้พระไตรปิฎก นั้น หมายความว่า เห็นธรรมท่ีสัมผัสด้วยใจ ทั้งพระอภิธรรม
พระสตู ร และพระวินยั

ค�ำ วา่ เข้าถึงแตไ่ ม่ไดเ้ ปดิ ดู นั้น หมายความวา่ ถึงธรรมแล้ว แต่ไมเ่ กง่ ในเทศนาโวหารในการสอนคน

แม้อายุพรรษามากท่านมักวางตนเป็นเสมือนผู้น้อย มักติดตามหลวงตามหาบัวไปตามสถานที่
ต่างๆ เสมือนเณรน้อยๆ ท่านเป็นศิษย์ที่ซื่อสัตย์ เคารพยำ�เกรงและปฏิบัติตามคำ�สอนครูบาอาจารย์
อย่างหาที่ติมิได้ ท่านได้รับการยกย่องจากหลวงตามหาบัวว่าเป็นเศรษฐีธรรม และองค์หลวงตามัก
เรยี กนามทา่ นสนั้ ๆว่า ธรรมลี

อดีตชาติ

ท่านเล่าว่า อดีตชาติท่านเกิดเป็นสุนัขรับใช้องค์หลวงตามาหลายภพชาติ แม้ในภพชาติท่ีเป็น
สุนัขน้ัน หลวงตาก็ได้เมตตาอบรมส่ังสอน ดัดนิสัยจนเป็นสุนัขที่มีนิสัยดี ไม่เกเร นอกจากน้ัน
ทา่ นยังเคยเกิดเป็นชา้ ง ท่านระลึกชาติในภพทเี่ กดิ เป็นช้างวา่ ท่านเป็นชา้ งช่อื วา่ คำ�บอ่ เจา้ ของชา้ งชื่อ
พ่อส่วน เขามีลูกสาว ๒ คน ชื่ออีหวัน และอีพัน ถูกเขาใช้ลากซุงเสมอ ส่วนนายควาญช้างช่ือว่า
บกั ค�ำ ตน้
ท่านระลกึ ยอ้ นในภพชาติหลังๆ ของท่านมกั เก่ียวขอ้ งกับองคห์ ลวงตามหาบัวเสมอ อดีตสะทอ้ น
ปัจจุบันเป็นที่อัศจรรย์เสมอในบุญบารมี ใครจะคาดคิดได้ว่า พระเถระผู้ทรงคุณธรรมอยู่ในป่าเขา
ล�ำ เนาไพร ไมค่ อ่ ยเทศนาว่าการ ต้อนรบั แขกผู้มาเยือนเชน่ ท่าน จะสามารถหาทองค�ำ เพือ่ เข้าโครงการ
ช่วยชาติกับพ่อแม่ครูอาจารย์หลวงตามหาบัวได้ถึง ๕๐๐ กว่ากิโลกรัม คิดเป็นเงินนั้นเป็นจำ�นวน
มหาศาลทเี ดยี ว

จบพรหมจรรย์ พบวิมุตตสิ ุข

ท่านสิน้ กิเลสกลางพรรษาที่ ๑๑ ในวนั ข้ึน ๑๔ ค่ำ� เดือน ๑๐ เวลา ๐๒.๐๐ น. (ตีสอง) ตรง
กับวนั อาทิตย์ที่ ๔ กนั ยายน ปพี ทุ ธศกั ราช ๒๕๐๓ ทว่ี ดั บา้ นกกกอก อำ�เภอวังสะพุง จังหวดั เลย
...คนื น้ันฝนตกทัง้ คืน ทา่ นเพลิดเพลนิ ในการภาวนา ธรรม คือ สติ สมาธิ และปญั ญา หล่งั ไหล
เหมือนสายนำ้� จิตเต็มอ่ิมในธรรม เดินจงกรมคล้ายกับว่าเท้าไม่ได้เหยียบพ้ืนดิน นั่งภาวนา
คล้ายกับว่าตัวลอยอยู่เหนือพ้ืน ทำ�สมาธิท้ังคืนไม่นอน ไม่พักผ่อน ในขณะท่ีพิจารณาเข้าด้ายเข้าเข็ม
ธรรมข้ันสุดท้าย ภพภูมิพญานาคราชเขาดีใจ เสียงเทวดาไชโยโห่ร้องก้องทิวเขาพนาร่วมอนุโมทนาว่า
ศษิ ยข์ องพระตถาคตเจา้ ไดผ้ า่ นไปอกี องคห์ นงึ่ แลว้ เสยี งฆอ้ งทพิ ยด์ งั กระหมึ่ มาเปน็ ระยะๆ สลบั กบั เสยี ง
เทวดาไชโยแว่วมาแต่ไกล เสียงสาธุการปานว่าโลกธาตุทั้งมวลหวั่นไหว ปรากฏว่าภูเขาบริเวณน้ันขาด
ออกจากกัน นำ�้ ตารว่ งอศั จรรยเ์ กินทจ่ี ำ�มาเลา่ ได้ คนื น้นั เสวยวมิ ตุ ติสุขสดุ ท่ีจะพรรณนา ต่อมาภายหลัง
ทา่ นได้น�ำ เรือ่ งธรรมอัศจรรยท์ ่ไี ดร้ ู้ไปกราบเรียนถวายพ่อแมค่ รอู าจารยห์ ลวงตามหาบัว ญาณสัมปนั โน

36

นายบุน่ ชาลเี ชยี งพิณ นางโพธ์ิ ชาลีเชยี งพิณ นางบุญกอ่ ง ศรบี ุญเรอื ง

ชาตภิ ูมิ

หลวงปู่ลี กสุ ลธโร ท่านเกดิ เมือ่ วันจันทรท์ ี่ ๕ กันยายน พุทธศักราช ๒๔๖๕ ตรงกบั วนั ขน้ึ ๑๕
ค่ำ� เดือน ๑๐ ปีจอ ท่ีอ�ำ เภอหลม่ เกา่ จ.เพชรบูรณ์ ในระยะต่อมาบิดามารดาของท่าน จงึ ได้พายา้ ย
ถ่ินฐานมาอยทู่ ี่ อำ�เภอด่านซ้าย จังหวดั เลย
เป็นบุตรของนายอู๊ด ทองค�ำ ซึง่ มอี าชีพเปน็ ชา่ งตที อง และนางโพธิ์ ชาลีเชยี งพิณ
ทา่ นมีพ่ีน้องรวมกัน ๙ คน ดังน้ี
คนที่ ๑. นางวนั ดี เพ็งลี (ชาลเี ชียงพณิ )
คนที่ ๒. หลวงป่มู ี ปมตุ โต (วัดดอยเทพนมิ ิต (ถำ้�เกยี ) อ�ำ เภอหนองววั ซอ จังหวดั อดุ รธานี)
คนท่ี ๓. หลวงปู่ลี กสุ ลธโร
คนท่ี ๔, ๕, ๖, ๗,๘ ไม่ทราบนาม
คนท่ี ๙. นางบุญกอ่ ง ศรบี ญุ เรือง (พ่ีนอ้ งตา่ งบิดา)
ต่อมาโยมมารดาไดอ้ ยา่ รา้ งกับนายอู๊ด ทองค�ำ แล้วไดพ้ าบุตรย้ายถน่ิ ฐาน อพยพเดนิ ทางมาอยู่
ทบี่ า้ นน้ำ�พ่น ต�ำ บลน้ำ�พ่น อ�ำ เภอหนองวัวซอ พออยไู่ ดร้ ะยะหน่ึงจึงไดย้ ้ายมาตั้งรกราก ลงหลกั ปกั ฐาน
ใชช้ ีวิตครอบครวั ท�ำ มาหากิน ยึดอาชพี เกษตรกรรม ทำ�นา ท�ำ ไร่ อยู่ท่ีบา้ นหนองบัวบาน ตำ�บลหนองบัว
บาน อำ�เภอหนองวัวซอ จงั หวัดอุดรธานี ภายหลงั โยมมารดาจึงได้แตง่ งานกับ นายบนุ่ ชาลีเชียงพณิ

ชีวติ สมรส

ทา่ นเลา่ ชวี ิตในวัยเดก็ วา่ สมัยเป็นเด็กพอ่ แม่ก็พาทำ�บุญเหมือนกับชาวบา้ นทว่ั ๆ ไป อายไุ ด้ ๑๒ปี
เรยี นจบชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๓
เมอ่ื อายุ ๒๐ กว่าปี ได้แต่งงานกบั นางสาวตี ภรรยาตงั้ ท้องแล้วคลอดลกู ออกมาตาย ท่านได้
เกดิ ความสลดใจยิง่ นัก ทา่ นเลา่ ว่า การแต่งงานกม็ ไิ ดแ้ ตง่ กันด้วยความรัก เหตุทแี่ ตง่ งานกันเพราะตาม
ประเพณที ีญ่ าติผ้ใู หญ่ให้แต่งเท่านั้น ทา่ นเองไมเ่ คยมีคนท่ีรกั และไม่เคยรักหญิงใดเลย ท่านใช้ชีวติ รว่ ม
อยกู่ นิ กับภรรยาเปน็ เวลาได้ ๒ ปี ๖ เดือน (มบี ุตรดว้ ยกัน แต่เสียชวี ติ แตย่ ังแรกเกดิ )

37

พระธรรมเจดีย์ (จมู พนธฺ โุ ล) พระอาจารย์ออ่ น ญาณสริ ิ พระอาจารย์ฝ้นั อาจาโร



จากนั้นต่อมาจึงขอออกบวช เพราะได้ฟังธรรมจากหลวงปู่เหรียญใหญ่(เป็นคนจังหวัด
อุบลราชธาน)ี ซ่งึ ทา่ นเปน็ พระกรรมฐานสายหลวงปมู่ ัน่ ภรู ทิ ัตโต ท่เี ดินธดุ งค์มาพักยงั เขตป่าแถว
บรเิ วณหมบู่ า้ นของทา่ น หลวงปเู่ หรยี ญใหญอ่ งคน์ จี้ งึ เปรยี บเสมอื นวา่ เปน็ พระอาจารยอ์ งคแ์ รกของ
หลวงป่ลู ี เปน็ ผู้ชี้ทางสวา่ งแห่งธรรม นำ�พาท่านเขา้ สวู่ งศ์พระกรรมฐานฝ่ายอรัญญวาสโี ดยแท ้

ทา่ นเลา่ วา่ จติ ของทา่ นถนดั นกั ในการพจิ ารณาอสภุ ะกรรมฐาน พจิ ารณาเมอื่ ไหรก่ ไ็ ดเ้ รอ่ื งได้
ราวเมื่อนั้น เห็นผลเป็นที่ประจกั ษ์ เปน็ อปุ นิสัยดงั้ เดมิ ของท่าน (เน้ือความตอนนจี้ ึงนบั วา่ เป็นบญุ
ญาบารมีขององค์หลวงปู่ ทีไ่ ด้สง่ั สมมานานหลายภพชาต)ิ

ชีวติ สมณะ การแสวงหาโมกขธรรม และปฏิปทา

เขา้ สู่ร่มกาสาวพสั ตร์

ทา่ นไดบ้ รรพชาอปุ สมบท เมอ่ื อายไุ ด้ ๒๙ ปี ในวนั ท่ี ๓๐ เดอื นมกราคม พทุ ธศกั ราช ๒๔๙๓
เวลา ๑๖.๑๒ น. ทว่ี ดั ศรโี พนเมอื ง ต�ำ บลในเมอื ง อ�ำ เภอเมอื ง จงั หวดั สกลนคร
หลวงปลู่ ี เปน็ นาคซา้ ย บวชพรอ้ มกบั หลวงปบู่ วั ค�ำ มหาวโี ร เปน็ นาคขวา (อดตี เจา้ อาวาสวดั ปา่
สมั มานสุ รณ์ และเปน็ ลกู ศษิ ยร์ นุ่ แรกของ หลวงปชู่ อบ ฐานสโม) โดยมี
พระธรรมเจดยี ์ (จมู พันธุโล) เปน็ พระอุปัชฌาย์
พระอาจารย์อ่อน ญาณสิริ เปน็ พระกรรมวาจาจารย์
พระอาจารย์ฝนั้ อาจาโร เป็นพระอนุสาวนาจารย์
ได้ฉายานามว่า “กสุ ลธโร” แปลวา่ “พระผู้ทรงไวซ้ ง่ึ ความฉลาด”

38

(หลวงปู่ลี กสุ ลธโร ทา่ นเคยปรารภให้ลกู ศษิ ย์ฟงั วา่ ท่านเกดิ วันข้นึ ๑๕ ค่�ำ เดอื น ๑๐ ซ่ึงตรงกับวันจนั ทร์ที่ ๕ กันยายยน ๒๔๖๕)

หลวงปู่ลี กสุ ลธโร (ในสมยั อดตี )

39



ประวัติการจำ�พรรษา

หลังจากเสร็จงานถวายเพลิงศพ หลวงปู่มัน่ ภรู ิทัตโต ณ วัดป่าสทุ ธาวาส อำ�เภอเมอื ง จงั หวดั
สกลนคร แลว้ กไ็ ด้ขอตดิ ตาม พอ่ แมค่ รอู าจารยห์ ลวงตามหาบวั ญาณสมั ปนั โน ออกธดุ งคเ์ ทีย่ วจารกิ
ไปตามป่าเขาล�ำ เนาไพร เพื่อรับใชอ้ ุปัฏฐาก และบำ�เพญ็ สมณธรรมตอ่ ไป

หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน ได้กล่าวถึงบรรยากาศและเหตุการณ์ในวันถวายเพลิงศพ
หลวงปู่มั่น ภรู ทิ ตั โต ณ วดั ป่าสทุ ธาวาส อำ�เภอเมอื ง จงั หวัดสกลนคร ไวด้ ังนวี้ า่

“ วันนั้นเป็นวันเผาศพพ่อแม่ครูจารย์ ธรรมลีบวชวันน้ันล่ะ วันถวายเพลิงพ่อแม่ครูจารย์ม่ัน
บวชในวันน้ันหลายองค์ แต่นอกนั้นยังเหลือหรือไม่เหลือก็จำ�ไม่ได้ จำ�ได้ธรรมลีองค์เดียวที่บวชในวัน
เผาศพหลวงปู่มั่นเรา กับท่านเจ้าคณุ อุปัชฌาย์เราน่ลี ่ะ บวชในวนั นน้ั มากนะวันเผาศพพ่อแมค่ รูจารย์ม่ัน
บวชวันนั้นหลายองค์ บวชแล้วติดตามเราไปเร่ือย ไม่ยอมปล่อยเลยนะ พอบวชแล้วเราก็ไปเลย
แล้วติดตามตลอด “

ท่านเจ้าคณุ ธรรมเจดยี ์ (จมู พนั ธโุ ล) วดั โพธสิ มภรณ์ ท่านพระอาจารยห์ ลวงตามหาบวั ญาณสมั ปันโน
ประธานจัดงานถวายเพลงิ ศพทา่ นพระอาจารยม์ น่ั ภรู ทิ ตั ตเถระ ผูต้ ิดตามท่านพระอาจารยม์ นั่ ภรู ิทัตตเถระ จนถึงวันมรณภาพ

41

ประวตั กิ ารจ�ำ พรรษา

คณะสงฆ์ทไ่ี ปรว่ มงานประชุมเพลงิ หลวงปู่ม่นั ภูรทิ ตั โต ณ วดั ป่าสทุ ธาวาส อ.เมอื ง จ.สกลนคร
42

พรรษาที่ ๑ หลวงปสู่ งิ ห์ ขนั ตยาคโม

ปีพทุ ธศักราช ๒๔๙๓

จำ�พรรษาท่วี ดั ปา่ ทรงคณุ
อ.เมือง จ.ปราจนี บรุ ี

อยศู่ กึ ษาพระธรรมวนิ ยั และการปฏบิ ตั จิ ติ ตภาวนากบั หลวงปสู่ งิ ห์
ขันตยาคโม และหลวงปูม่ หาป่นิ ปัญญาพโล (สาเหตทุ ่ีไม่ไดจ้ �ำ พรรษา
กับทา่ นพระอาจารยม์ หาบัว ญาณสัมปนั โน เพราะมีครูบาอาจารยไ์ ด้ให้
คำ�แนะนำ�ท่านว่า ในขณะน้ันเป็นช่วงที่ท่านพระอาจารย์มหาบัว กำ�ลัง
เรง่ ความเพยี รอยา่ งมากในดา้ นจติ ตภาวนา ไมต่ อ้ งการใหใ้ ครมาเกย่ี วขอ้ ง
เพราะเกรงวา่ จะทำ�ใหก้ ารปฏบิ ัตธิ รรมเสยี เวลาล่าช้าออกไปอกี และใน
ปนี นั้ ชว่ งฤดแู ลง้ ไปถงึ เดอื นพฤษภาคม องคท์ า่ นหลวงตากไ็ ดไ้ ปปลกี วเิ วก
ที่วดั ดอยธรรมเจดยี ์ อำ�เภอโคกศรสี ุพรรณ จงั หวัดสกลนคร เปน็ ส�ำ นัก
ของหลวงปกู่ งมา จิรปญุ โญ เพราะเปน็ ท�ำ เลที่เหมาะสมอยา่ งยิง่ ในด้าน
การปฏิบัติจิตตภาวนา ในที่สุดองค์หลวงตาก็สามารถประหารกิเลสให้
ขาดสะบั้น ทำ�ลายอวิชชาจนหมดสิ้น ได้พบธรรมอัศจรรย์ สมความ
ม่งุ มาดปรารถนา ณ สถานที่แห่งนีน้ ่ันเอง)

พระอาจารย์ฝน้ั , พระอาจารยม์ หาปน่ิ , พระอาจารย์สิงห์ หลวงป่มู หาปน่ิ ปัญญาพโล

43

ประวตั กิ ารจ�ำ พรรษา

การสร้างวัดปา่ ทรงคุณ

ในการสร้างวดั ของท่านพระอาจารยส์ งิ หแ์ ละคณะ บางคร้งั กถ็ กู ขดั ขวางจากคนบางกลมุ่ ซงึ่ เตม็
ไปด้วยมจิ ฉาทฐิ ิ เช่น เม่ือครงั้ ไปจัดสรา้ งวัดป่าทรงคณุ บรเิ วณปา่ มะมว่ ง จงั หวดั ปราจีนบุรี มนี ักเลงโต
ไม่พอใจ จนถึงจ้างคนมาลอบยิงท่านพระอาจารย์สิงห์ซ่ึงกำ�ลังเดินจงกรมอยู่ในป่าช้า แต่คนท่ีรับจ้าง
มายิง ยกปืนยงิ ไมอ่ อก พอจะก้าวเท้าหนี กก็ ้าวไม่ออก ท่านพระอาจารยส์ ิงหจ์ งึ ไดร้ วู้ า่ ใครเป็นผู้จ้างวาน
ทา่ นจงึ ไดอ้ บรมสง่ั สอนชแี้ นะแนวทางทถ่ี กู ทคี่ วร แลว้ ปลอ่ ยตวั มอื ปนื ไป ตอนเชา้ ทา่ นไดอ้ อกไปบณิ ฑบาต
ท่ีบ้านคนที่จ้างมือปืนไปยิงท่าน เมื่อบุคคลท้ังหมดเห็นท่านพระอาจารย์สิงห์ ก็ตกตะลึงยืนน่ิงเป็นใบ้
จนกระทั่งพระอาจารย์มหาปิ่นซ่ึงไปด้วย ช่วยบอกท่านพระอาจารย์สิงห์ จึงได้คลายอำ�นาจกระแสจิต
คนเหลา่ นั้นตา่ งกม้ กราบและขออภยั จากท่าน เสร็จแลว้ ทุกคนตา่ งร่วมแรงร่วมใจสามัคคีกนั สร้างวัดให้
เปน็ วดั ป่าทรงคณุ ตำ�บลดงพระราม อำ�เภอเมือง จังหวดั ปราจีนบุรี ส�ำ เร็จลลุ ว่ งด้วยดี

44

พระญาณวิศษิ ฏ์สมทิ ธิวีราจารย์ (ทา่ นพระอาจารย์สงิ ห์ ขนั ตยาคโม)

ท่านพระอาจารย์สิงห์เม่ือได้เข้ากราบและถวายตัวเป็นลูกศิษย์
เพื่อศกึ ษาอบรมธรรมจากท่านพระอาจารย์มน่ั ภูรทิ ัตโต ท่านได้
ตัดสินใจแน่วแน่ท่ีจะปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานมิได้หยุดหรือ
ท้อถอย และได้ติดตามท่านพระอาจารย์ม่ันเดินธุดงค์ปฏิบัติ
กรรมฐานไปตามปา่ ชา้ ตามถ�้ำ เทอื กเขาตา่ งๆ ไปเรอ่ื ยๆ บ�ำ เพญ็
เพียรจนเกิดความชำ�นาญ รู้วาระจิตตนเองและวาระจิตของ
ผู้อื่นด้วย เกิดปัญญารู้แจ้งเห็นจริงจนเป็นท่ีไว้วางใจของท่าน
พระอาจารย์มั่น ให้ทำ�การสอนลูกศิษย์พระเณรแทนในบาง
โอกาส ทา่ นพระอาจารยม์ นั่ ไดม้ อบหมายใหท้ า่ นพระอาจารยส์ งิ ห์
คอยควบคุมดูแลพระเณรในการประพฤติปฏิบัติ น่ังสมาธิและ
เดินจงกรมภาวนา ปรากฏว่าท่านไม่ได้เดินตรวจควบคุม
แต่อย่างใด เพียงแต่ท่านนั่งทำ�สมาธิหลับตากำ�หนดตรวจดู แต่ท่านพระอาจารย์สิงห์ก็สามารถทราบ
ไดว้ า่ พระเณรองค์ไหนได้ปฏบิ ัตอิ ยา่ งไรบา้ ง องค์ใดยนื เดนิ นง่ั นอนอยา่ งไร ตลอดไปถึงความนกึ คิด
ในวันรงุ่ ขนึ้ ท่านสามารถรายงานให้ทา่ นพระอาจารย์มัน่ ทราบได้ทุกองค์ และเมือ่ สอบถามความจรงิ จาก
พระและเณรทุกองค์ต่างก็ยอมรับว่า เป็นจริงตามที่ท่านพระอาจารย์สิงห์รายงาน จนเป็นท่ีเคารพ
เกรงขามของพระเณรทกุ องค์ ไมก่ ลา้ กระท�ำ กจิ อนั ใดทผี่ ดิ เพราะเกรงทา่ นพระอาจารยส์ งิ หจ์ ะรู้ จนเปน็
ทีไ่ วว้ างใจของท่านพระอาจารย์มน่ั ไดม้ อบหนา้ ทใ่ี ห้เปน็ ผอู้ บรมส่งั สอนพระเณรทงั้ หมด

วัตร ปฏปิ ทาของทา่ นพระอาจารย์สิงห์ ขนั ตยาคโม

ตลอดระยะเวลาทที่ ่านพระอาจารย์สิงห์เจริญรอยตามปฏิปทาของพระอาจารย์ม่นั ท่านได้ปฏบิ ัติ
กิจวัตรประจำ�วนั ไม่ไดข้ าด เชน่

ตอนเชา้ ทำ�วตั รสวดมนต์เสร็จ ทา่ นจะนำ�คณะออกบณิ ฑบาตแผ่บุญกศุ ลแก่ญาติโยม หลังจากนั้น
ท่านจะให้โอวาทอบรมพระภิกษุ สามเณร ปฏิบัติกรรมฐานทกุ ๆ วันมิใหข้ าด

ตอนเยน็ หลังจากท�ำ วัตรสวดมนต์เสรจ็ ท่านจะแสดงพระธรรมเทศนา และแกป้ ญั หาธรรมให้แก่
ลกู ศษิ ย์ที่ติดขัดปญั หาจนเป็นทเ่ี ข้าใจ

ตอนกลางคืน ท่านจะให้พระภิกษุ สามเณรทุกรูปนั่งสมาธิภาวนา ซึ่งปรากฏว่า ไม่มีใครกล้า
หลกี เล่ยี ง พอรงุ่ เชา้ ทา่ นกจ็ ะเรียกพระภกิ ษสุ ามเณรท่ไี ม่ปฏบิ ัตกิ รรมฐาน มาวา่ กลา่ วตกั เตือน ช้ีใหเ้ ห็น
ถึงความเสียหายตา่ งๆ จนเปน็ ทีย่ ำ�เกรงของคณะศษิ ยท์ กุ รูป

45

ประวัตกิ ารจำ�พรรษา

ทา่ นพระอาจารยส์ งิ หท์ า่ นฉนั หนเดยี ว และฉนั เฉพาะในบาตรเปน็ วตั รตลอดชวี ติ ทา่ นถอื ผา้ ไตรจวี ร
สามผนื เป็นวัตร ทา่ นถอื ผ้านิสีทนะปนู ง่ั เป็นวตั ร คือ จะนัง่ ณ ที่ใดกต็ าม ท่านต้องปผู า้ นิสที นะของท่าน
ก่อนจึงจะน่ังทบั ลงไป การปฏบิ ัติตา่ งๆ ทา่ นถือเคร่งครัดมาก

ดา้ นการประกอบความเพยี ร บางครั้งทา่ นจะเดินจงกรมตลอดวนั นั่งสมาธติ ลอดคนื บางทีทา่ น
จะบอกลกู ศิษย์ทีค่ อยอปุ ฏั ฐาก ว่าท่านจะเข้าสมาบตั ิเปน็ เวลา ๕ วนั บ้าง ๗ วันบ้าง ซง่ึ กห็ มายความว่า
ท่านไดอ้ ดอาหารเปน็ เวลา ๕ - ๗ วนั ไปด้วย ร่างกายของทา่ นกม็ ิได้มีอะไรผิดปรกติ ยงั เหน็ ทา่ นปฏบิ ตั ิ
กรรมฐานเดนิ จงกรมน่ังสมาธภิ าวนาอยู่เป็นประจ�ำ มิได้ขาด

วิธปี ฏิบตั พิ ระไตรสรณคมน์ การนง่ั สมาธิ การเดนิ จงกรม
พระญาณวศิ ษิ ฏ์สมิทธิวีราจารย์ (พระอาจารยส์ ิงห์ ขนตฺ ยาคโม)

วดั ปา่ สาลวัน อำ�เภอเมอื ง จังหวดั นครราชสมี า

ท่านสอนให้ปฏิบัติใจของตนเอง เพราะคุณพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ท้ังสามน้ีสำ�เร็จ
ด้วยใจ ล้วนเป็นคุณสมบัติของใจทั้งน้ัน ท่านจึงสอนให้ ปฏิบัติใจของตนเองให้เป็นคนหมั่นคนขยัน
ไหว้พระทกุ วัน นั่งสมาธิทกุ วนั

ปฐมํ ยามํ จงกฺ ามาย นิสชชฺ ํ อาวรณเิ ยหิ ธมเฺ มหิ จติ ตฺ ํ ปรโิ สเธติ

เวลากอ่ นเขา้ นอน ตอนหวั ค�่ำ ใหเ้ ดนิ จงกรม แลว้ ท�ำ พธิ ไี หวพ้ ระ เจรญิ พรหมวหิ าร นงั่ สมาธภิ าวนา
ท�ำ จติ สงบและตง้ั มน่ั เป็นสมาธกิ ่อนเข้านอน

อฑฺฒรตตฺ ํ จงกฺ ามาย นสิ ชฺชํ อาวรณิเยหิ ธมเฺ มหิ จิตฺตํ ปรโิ สเธต

เวลาเท่ียงคืน นอนต่นื ขึน้ เปน็ เวลาท่ีสงบสงัดดี ให้เดนิ จงกรม ทำ�พิธีไหวพ้ ระเจริญ พรหมวหิ าร
นั่งสมาธภิ าวนา ทำ�จิตใจให้สงบและตัง้ มั่นเป็นสมาธแิ นว่ แน่ จงึ นอน ตอ่ ไปอกี

ปจฺฉมิ ํ ยามํ จงฺกามาย นิสชชฺ ํ อาวรณิเยหิ ธมฺเมหิ จิตฺตํ ปริโสเธตฯ

เวลาปจั จสุ มัย จวนใกลร้ ุ่ง ให้ลุกขนึ้ แตเ่ ช้า ล้างหนา้ เช็ดหนา้ เรียบรอ้ ยแลว้ ท�ำ พธิ ไี หว้พระเจริญ
พรหมวิหาร นั่งสมาธิภาวนาทำ�จิตให้สงบและตั้งมั่นเป็นสมาธิแน่วแน่แล้วเดินจงกรมต่อไปอีกจนแจ้ง
เป็นวนั ใหม่ จงึ ประกอบการงานต่อไป

46

การนั่งสมาธิ

๑.นั่งสมาธิวิธี

ใหน้ ง่ั ขัดสมาธิ เอาขาขวาทบั ขาซ้าย เอามือขวาวางทบั มือซา้ ย
อชุ ํุ กายํ ปณิธาย ตงั้ กายให้ตรง คอื ไมใ่ หเ้ อยี งไปขา้ งซา้ ย ขา้ งขวา
ข้างหน้า ขา้ งหลงั และอยา่ ก้มนกั เชน่ อย่างหอยนาหนา้ ตำ่� อย่าเงย
นักเชน่ อยา่ งนกกระแต้ (นกกระตอ้ ยตวี ดิ ) นอนหงายถึงดูพระพทุ ธ
รูปเป็นตวั อยา่ ง อชุ ุํ จิตตฺ ํ ปณธิ าย ต้งั จติ ให้ตรงคอื อยา่ สง่ ใจไปทาง
ตา ทางหู ทางจมูก ทางล้ิน ทางกาย และอย่าส่งใจไปข้างหน้า
ข้างหลงั ขา้ งซ้าย ข้างขวา พงึ ก�ำ หนดรวมเขา้ ไวใ้ นจติ ฯ

๒.วธิ สี ำ�รวมจติ ในสมาธิ

มนสา สวํ โร สาธุ สำ�รวมจิตใหด้ ี คอื ให้นกึ วา่ พระพทุ ธเจา้ อยทู่ ่ีใจ พระธรรม อยู่ทใ่ี จ พระอรยิ
สงฆ์อยทู่ ี่ใจ นกึ อยอู่ ยา่ งน้ีจนใจตกลงเห็นว่า อยู่ที่ใจจรงิ ๆ แล้ว ทอดธุระเครื่องกงั วลลงได้ว่า ไมต่ ้อง
กงั วลอะไรอน่ื อกี จะก�ำ หนดเฉพาะทใ่ี จแหง่ เดยี วเทา่ นน้ั จงึ ตง้ั สตกิ �ำ หนดใจนน้ั ไว้ นกึ ค�ำ บรกิ รรมรวมใจเขา้ ฯ

๓.วธิ นี ึกคำ�บริกรรม

ใหต้ รวจดจู ติ เสยี กอ่ น วา่ จติ คดิ อยใู่ นอารมณอ์ ะไร ในอารมณอ์ นั นน้ั เปน็ อารมณท์ นี่ า่ รกั หรอื นา่ ชงั
เม่ือตดิ ใจในอารมณ์ทน่ี ่ารัก พึงเข้าใจว่าจติ นล้ี �ำ เอยี ง ไปดว้ ยความรกั เมอ่ื ตดิ ในอารมณ์ทนี่ ่าชัง พงึ เข้าใจ
ว่าจติ นลี้ �ำ เอียงไปดว้ ยความชัง ไม่ตง้ั เท่ยี ง พงึ ก�ำ หนดสว่ นทง้ั สองนน้ั ใหเ้ ปน็ คกู่ นั เขา้ ไวท้ ต่ี รงหนา้ ซา้ ยขวา
แลว้ ตงั้ สติกำ�หนดใจตง้ั ไว้ในระหว่างกลาง ทำ�ความรูเ้ ทา่ ส่วนทง้ั สอง เปรียบอย่างถนน สามแยกออก
จากจติ ตรงหน้าอก ระวังไมใ่ ห้จติ แวะไปตามทางเสน้ ซา้ ยเส้นขวา ให้เดินตรงตามเส้นกลาง แตร่ ะวังไม่
ให้ไปข้างหน้า ใหก้ �ำ หนดเฉพาะจติ อยู่กบั ที่นนั่ กอ่ น แลว้ นกึ คำ�บริกรรมทเี่ ลอื กไว้จ�ำ เพาะพอเหมาะกบั ใจ
ค�ำ ใดคำ�หนึง่ เป็นต้นวา่ พทุ โธ ธมั โม สังโฆ ๓ จบ แล้วรวมลงเอาคำ�เดียวว่า “พุทโธๆๆ” เป็นอารมณ์
เพ่งจำ�เพาะจิต จนกว่าจิตน้ันจะวางความรักความชังได้ขาดต้ังลงเป็นกลางจริงๆ แล้วจึงกำ�หนดรวม
ทวนกระแสประชุมลงในภวังค์ ตงั้ สตติ ามกำ�หนดจติ ในภวังคน์ ั้นใหเ้ ห็น แจ่มแจง้ ไม่ใหเ้ ผลอฯ

47

ประวัติการจำ�พรรษา

วิธเี ดนิ จงกรม

พงึ ตงั้ ก�ำ หนดหนทางสน้ั ยาวแลว้ แตต่ อ้ งการ ยนื ทต่ี น้ ทาง ยกมอื ประนม ระลกึ ถงึ คณุ พระพทุ ธเจา้
พระธรรม พระสงฆ์ แลว้ ตง้ั ความสัตย์อธิษฐานวา่ ขา้ พเจ้าจะตงั้ ใจปฏิบตั ิ เพ่อื เป็นปฏบิ ัติบูชาคุณของ
พระสมั มาสัมพทุ ธเจา้ กบั ทั้ง พระธรรมและพระอริยสงฆส์ าวก ขอให้นำ้�ใจของขา้ พเจ้าสงบระงับตั้ง
ม่นั เป็นสมาธิ มปี ญั ญาเฉลียวฉลาดรแู้ จ้งแทงตลอด ในคำ�สง่ั สอนของพระพทุ ธเจา้ ทกุ ประการเทอญ
แล้ววางมอื ลง เอามอื ขวาจับมอื ซ้ายไวข้ า้ งหนึ่งเจริญพรหมวหิ าร ๔ ทอดตาลงเบือ้ งต�่ำ ตัง้ สตกิ �ำ หนด
จิตนกึ คำ�บรกิ รรม เดนิ กลับไปกลับมาจนกวา่ จิตจะสงบรวมลงเปน็ องค์สมาธิ ในขณะทจี่ ติ ก�ำ ลงั รวมอยู่
น้ัน จะหยดุ ยืนก�ำ หนดจิตให้รวมสนทิ เป็นสมาธิกอ่ น จงึ เดินตอ่ ไปอีกกไ็ ด้ ในวธิ เี ดินจงกรมนี้ กำ�หนดจติ
อย่างเดียวกันกบั นั่งสมาธิ แปลกแตใ่ ช้อิริยาบถเดินเทา่ นน้ั ฯ

เพราะฉะนน้ั ท่านผฝู้ กึ หัดใหมท่ ั้งหลายพงึ เขา้ ใจเถดิ วา่ การท�ำ ความเพียรคอื ฝกึ หัดจิตในสมาธิ
วิธีนี้ มีวิธีท่ีจะต้องฝึกหัดในอิริยาบถทั้ง ๔ จึงต้องนั่งสมาธิบ้าง เดินจงกรมบ้าง ยืนกำ�หนดจิตบ้าง
นอนสีหไสยาสน์บา้ ง เพอื่ ให้ช�ำ นาญคลอ่ งแคลว่ และเปลี่ยนอิรยิ าบถใหส้ มำ�่ เสมอฯ

ทา่ นพระอาจารย์สิงห์ ขนั ตยาคโม นับเปน็ ลูกศิษย์รนุ่ แรกๆ ของ หลวงปมู่ น่ั ภูริทตั โต ทีส่ �ำ คัญ
ย่ิงและมีบารมีธรรมมากองค์หนึ่ง ท่ีให้การอบรม พระภิกษุ สามเณร ญาติโยม โดยสืบต่อจาก
หลวงปมู่ ั่น ผ้พู ระอาจารย์ ถือหลักธรรมสบี ทอดมาเปน็ ล�ำ ดับจนถงึ สมยั ปัจจุบัน พระอาจารยไ์ ดท้ ำ�คุณ
ประโยชน์แก่ปวงชนอย่างกว้างขวาง ด้วยความต้ังใจอย่างแรงกล้า ไม่ท้อถอยต่ออุปสรรคใด ๆ
ท่านสามารถใช้สติปัญญาแยกแยะอุบายธรรม แนะนำ�ศิษย์รุ่นน้องให้ได้รับการภาวนาอย่างได้ผล
โน้มนา้ วจิตใจของบุคคลที่เคยยดึ ถือ นบั ถือภูตผีตา่ ง ๆ ใหห้ ันกลับมายึดถอื พระไตรสรณคมน์เปน็ ท่พี ึง่ ที่
ระลกึ ธรรมะของท่านมที ั้งอ่อนนอ้ มละมุนละไม และเข้มแขง็ ในบางเวลา ท่านพระอาจารยส์ ิงห์ ได้พา
คณะออกธดุ งค์ไปโปรดเทศนาธรรมอบรมญาติโยม ไปตามถิ่นตา่ ง ๆ จนเปน็ ทย่ี อมรบั และในที่สุดทุก
พ้ืนท่ีโคมทองแห่งพระศาสนา สัมมาสัมพุทธเจ้าก็ได้แจ่มจำ�รัส จนทั่วทุกหนแห่ง ด้วยความสามารถ
อำ�นาจบุญบารมีของพระปรมาจารย์หลวงปู่ม่ัน พระอาจารย์สิงห์และพระอาจารย์มหาป่ิน ผู้เป็น
น้องชาย ก็ได้สามารถปนั้ ยอดขนุ พลแห่งกองทพั ธรรมได้อกี เป็นจำ�นวนมาก จงึ นับวา่ พระอาจารยส์ งิ ห์
ขนตฺ ยาคโม เป็นลูกศิษยค์ ่บู ญุ บารมีของ หลวงป่มู นั่ ภรู ิทตั โต โดยแท้จรงิ

48

พรรษาท่ี ๒-๕

ปพี ุทธศกั ราช ๒๔๙๔-๒๔๙๗

จ�ำ พรรษาทเ่ี สนาสนะปา่ บา้ นหว้ ยทราย อ.คำ�ชะอี จ.มุกดาหาร

หลังจากฤดูออกพรรษา ปพี ุทธศักราช ๒๔๙๓ หลวงปู่ลี ท่านไดเ้ ดนิ ทางออกจากวดั ป่าทรงคณุ
อ�ำ เภอเมอื ง จงั หวัดปราจนี บรุ ี เพ่อื ตามหาพ่อแมค่ รูอาจารย์หลวงตามหาบัว ญาณสมั ปันโน ท่ีวัดปา่
ภูริทตั ตถริ าวาส ต�ำ บลนาใน อ�ำ เภอพรรณานิคม จังหวดั สกลนคร จึงทราบขา่ ววา่ องค์หลวงตามหาบวั
ไปพักปฏบิ ัติธรรมทว่ี ัดป่าญาณสัมปนั นานุสรณ์ บ้านกดุ ไห อำ�เภอกดุ บาก จังหวดั สกลนคร ขณะน้ันใน
ใจท่านกค็ ิดว่าจะรีบตามไปหาองค์ทา่ น แตไ่ ดม้ สี ามเณรพิน ได้ขอรอ้ งวา่ อยา่ เพงิ่ รีบไป โปรดเมตตาให้
กระผมได้เก็บพลูเสร็จเรียบร้อยเสียก่อน ด้วยเหตุนี้หลวงปู่ลีจึงได้เมตตารอให้ สามเณรพินทำ�ธุระดัง
กล่าวใหเ้ สรจ็ เสียก่อน ตอ่ มาเมื่อท�ำ ธรุ ะเสรจ็ แลว้ จากนัน้ หลวงปู่ลีกับสามเณรพินกไ็ ด้ออกตดิ ตามมาที่
บ้านกุดไห แต่น่าเสียดายที่มาไม่ทันการณ์ เพราะองค์หลวงตามหาบัวท่านได้ธุดงค์ไปที่อื่นแล้ว เม่ือรู้
อยา่ งน้นั หลวงปูล่ ีจึงไดร้ บี ติดตามเสาะแสวงหาตอ่ ไป และในทส่ี ดุ กส็ มความมงุ่ มาดปรารถนาทต่ี ง้ั ใจเอาไว้

หลวงป่ลู ีไดม้ โี อกาสพบกบั องค์พ่อแมค่ รูอาจารย์หลวงตามหาบัว ท่ปี า่ บง บา้ นนางเติ้ง จากน้ัน
กไ็ ดเ้ ขา้ กราบนมสั การและขอมอบกายถวายชวี ติ ตดิ ตามอยศู่ กึ ษาอบรมกบั องคห์ ลวงตามหาบวั ตลอดมา

49


Click to View FlipBook Version