The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลวงปู่ลี กุสลธโร วัดภูผาแดง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by wonchai890, 2022-09-05 21:32:29

90 ปี เศรษฐีธรรม

หลวงปู่ลี กุสลธโร วัดภูผาแดง

พระธรรมเทศนา

หน้าทีป่ ลกู หน้าทีต่ าย

มีคร้ังหนึ่งสมัยก่อนองค์หลวงปู่ลี ได้นำ�พาลูกศิษย์ไปปลูกต้นไม้ไว้จำ�นวนมากมายถวายหลวงปู่
เจ๊ียะ จุนโฺ ท ท่ีวัดภูรทิ ัตตปฏิปทาราม อำ�เภอสามโคก จังหวัดปทมุ ธานี เป็นทีร่ กู้ ันดวี า่ สภาพดินบรเิ วณ
แถบน้ัน จะไม่คอ่ ยเหมาะกับปลูกต้นไมป้ ระเภทใหญ่ๆ หรือไม้ยืนต้น ชาวบา้ นส่วนมากเขาจะนิยมทำ�นา
ปลกู ข้าว ปทมุ ธานีไมค่ ่อยมสี วนผลไม้ เพราะดนิ เปร้ยี ว

สงั เกตดูพอเวลาปลกู ต้นสกั ต้นตะเคยี น ทีว่ ดั หลวงป่เู จย๊ี ะ พอเวลาผา่ นไปสกั ระยะหน่งึ ตน้ ไม้
ตายเลย เพราะรากมันลงไปถึงดนิ เปรย้ี ว รากมันเน่าก็ตายหมดเลย ตายทุกปที กุ ครง้ั ปลูกต้นไม้ไมร่ กู้ ี่
หนกต็ าย จากนน้ั ตอ่ มาองคห์ ลวงปกู่ ไ็ มไ่ ดล้ ดละความพยายาม ทา่ นกไ็ ดพ้ าลกู ศษิ ยท์ �ำ เชน่ นอี้ ยหู่ ลายครง้ั
จนลูกศิษย์ท่ีติดตามไปช่วยปลูกต้นไม้เกิดความท้อใจและความสงสัยในใจ จึงได้กราบเรียนถามองค์
หลวงป่วู า่ ปลกู ไปแลว้ ก็ตาย ไม่ทราบวา่ จะปลูกท�ำ ไมครบั ผม

หลวงป่ลู ี : หนา้ ทป่ี ลูกเปน็ หน้าทขี่ องเรา หน้าที่ตายเป็นหนา้ ท่ีของต้นไม้

สายเลอื ดตา่ งบิดา

เรื่องความผูกพันระหว่างพี่น้องต่างบิดาและต่างมารดานั้น องค์หลวงปู่ลีได้เคยปรารภให้
ลูกศษิ ยว์ า่ บตุ รท่ีเกดิ รว่ มอุทรมารดาเดียวกนั (แต่ต่างบดิ า) สายสมั พนั ธ์ความรักใครร่ ะหวา่ งความเป็น
พี่น้องน้ัน มักจะรักกันเหนียวแน่นมากกว่า บุตรท่ีต่างอุทธรณ์มารดา เพราะถือว่าบุตรท่ีอาศัยเกิดใน
ครรภ์ของมารดานั้นเขาไดแ้ บง่ ไส้แม่มาเกิดดว้ ยกัน

ผู้หญิงทำ�แท้ง

องคห์ ลวงปลู่ ี เคยเมตตาสอนให้ลกู ศษิ ยฟ์ งั วา่ ถา้ ผหู้ ญิงคนไหนหล๋ลู ูก (ภาษาอีสาน หลลู๋ ูกคือ
การทำ�แท้ง) ผลของกรรมท่ีเจ้าตวั จะไดร้ ับคือจะไม่มีลูกถึง ๕๐๐ ชาติ

คนที่ฆ่าตวั ตาย

องค์หลวงปลู่ ี เคยเมตตาสอนให้ลูกศษิ ย์ฟังวา่ ถา้ คนไหนทฆี่ า่ ตวั เองตาย ถือว่าเปน็ บาปอยา่ ง
มหนั ต์ เป็นกรรมทห่ี นกั มาก แล้วต่อมาผลของกรรมท่เี จา้ ตวั จะได้รบั คือ จะฆ่าตัวเองตายถึง ๕๐๐ ชาติ
และชาติสุดทา้ ยกจ็ ะตายดว้ ยท่าน่ัง

300

พระคาถา
ต�ำ รายาสมุนไพร

พระคาถาและต�ำ รายาสมนุ ไพร

302

303

พระคาถาและต�ำ รายาสมนุ ไพร

304

305

พระคาถาและต�ำ รายาสมนุ ไพร

306

307

พระคาถาและต�ำ รายาสมนุ ไพร

308

309

พระคาถาและต�ำ รายาสมนุ ไพร

310

311

พระคาถาและต�ำ รายาสมนุ ไพร

312

313

พระคาถาและต�ำ รายาสมนุ ไพร

314

315

พระคาถาและต�ำ รายาสมนุ ไพร

316

317

พระคาถาและต�ำ รายาสมนุ ไพร

318

319

พระคาถาและต�ำ รายาสมนุ ไพร

320

321

พระคาถาและต�ำ รายาสมนุ ไพร

322

323

พระคาถาและต�ำ รายาสมนุ ไพร

324

325

พระคาถาและต�ำ รายาสมนุ ไพร

326

327

พระคาถาและต�ำ รายาสมนุ ไพร

328

329

พระคาถาและต�ำ รายาสมนุ ไพร

330

331

พระคาถาและต�ำ รายาสมนุ ไพร

332

333

พระคาถาและต�ำ รายาสมนุ ไพร

334

UUถวายการอปุ ัฏฐากแดพ่ อ่ แมค่ รอู าจารย์
UUเป็นองคป์ ระธานในงานพระราชทานเพลงิ
สรีระสงั ขารหลวงตามหาบวั

ถวายการอปุ ฏั ฐาก

หลวงป่ลู ี กุสลธโร เปน็ ประธานคณะสงฆ์ ถวายการรกั ษาองคห์ ลวงตา

(ศ.นพ.นพิ นธ์ พวงวรินทร์ จากโรงพยาบาลศริ ิราช กราบเรยี นอาการอาพาธขององค์หลวงตามหาบัว)
ในการอาพาธขององค์ท่านครัง้ น้ี ถอื ว่าต้องจารึกไว้ในประวตั ศิ าสตรข์ องพระกรรมฐาน เพราะได้

มีการจัดสรรหน้าท่ีในการดูแลองค์หลวงตาได้อย่างเป็นสัดส่วน ต่างฝ่ายต่างช่วยกันดูแลองค์ท่าน
เมอ่ื วันท่ี ๒๑ ธนั วาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ ตรงกับวันข้ึน ๑๕ คำ่� เดือนอ้าย ปีขาล คณะสงฆ์ท้งั หลายได้ร่วม
ประชุมหารอื กนั โดยมอี งคห์ ลวงปลู่ ี กุสลธโร วัดภูผาแดง เปน็ ประธาน ในการประชมุ ไดม้ ีการแต่งตง้ั
คณะสงฆข์ นึ้ เพอ่ื ท�ำ หนา้ ท่ีในการดแู ลอปุ ัฏฐากองคห์ ลวงตา โดยแยกออกเป็นส่วน และจัดเปน็ เวรเพอื่
เข้าถวายการดูแลองค์ท่านร่วมกับคณะแพทย์ ในการนี้สงฆ์ได้ช่วยคณะแพทย์ในการลงบันทึกเกี่ยวกับ
อาการตา่ งๆ การลงจำ�นวนปัสสาวะ อจุ จาระ ในแต่ละวนั ซ่งึ ช่วยในการอ�ำ นวยความสะดวกกบั แพทย์
เปน็ อย่างมาก เมอ่ื มปี ญั หาเกิดขึ้นพระสงฆ์ทอ่ี ยู่เวรตา่ งๆ ก็จะบอกอาการกับแพทย์เวร และเมือ่ แพทย์
เวรรับทราบก็จะทำ�การถวายการรกั ษาองค์หลวงตา โดยบอกกลา่ วกับพระสงฆก์ ่อน เมอ่ื พระสงฆ์เห็น
ควรด้วยจึงจะกราบเรียนองค์หลวงตา หากองค์ท่านอนุญาตให้โอกาสแล้ว คณะแพทย์จึงจะสามารถ
ถวายการรักษาได้

336

อาการอาพาธคร้ังสดุ ทา้ ยขององค์หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน

(องค์หลวงตามหาบวั นง่ั รถกอฟลอ์ อกมาโปรดสาธุชน บรเิ วณรอบๆ ศาลา)
ตลอดระยะเวลา ๗๙ วนั ท่ีองคพ์ อ่ แม่ครูอาจารยเ์ รมิ่ อาพาธ เพือ่ ให้ทา่ นสาธชุ นทั้งหลายไดร้ บั รู้
ถงึ ความอดทน อาจหาญสมกบั เปน็ พระบรู พาจารยผ์ สู้ งู สง่ ของฝา่ ยวปิ สั สนากรรมฐาน ความมเี มตตาอนั
หาท่ีเปรียบมิได้ต่อบุคคลใกล้ไกล และต่อปวงชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า ดังจะเห็นได้จากทุกส่ิงทุกอย่าง
ทอ่ี งคท์ า่ นไดก้ ระท�ำ มาโดยตลอดเพอื่ ใหพ้ ทุ ธศาสนกิ ชน ไดเ้ กดิ ความเลอ่ื มใสศรทั ธาอนั มนั่ คงในพระพทุ ธ
ศาสนา เพอื่ ท่ีเราจะได้ด�ำ รงรักษาท�ำ นุบ�ำ รงุ พระศาสนาให้อยคู่ กู่ ับหัวใจของปวงชนชาวไทยตลอดไป
ในการอาพาธขององคห์ ลวงตาน้นั วันแรกท่อี งค์ทา่ นเริ่มมีอาการไม่สบายท้อง อืดแนน่ คลื่นไส้
อาเจยี น และมถี ่ายเหลวเปน็ วนั เสาร์ท่ี ๑๓ เดอื นพฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๓ ตรงกบั วนั ขน้ึ ๗ ค�ำ่ เดอื น ๑๒
ปีฉลู และวันทอ่ี งคท์ ่านละสงั ขาร เปน็ วันอาทิตย์ ท่ี ๓๐ เดือนมกราคม พ.ศ. ๒๕๕๔ ตรงกับวนั แรม
๑๑ ค่ำ� เดอื นย่ี ปีขาล เวลา ตี ๓ กบั ๕๓ นาที รวมเป็นระยะเวลาท้งั ส้นิ ๗๙ วนั
ซ่ึงตลอดระยะเวลาท่ีองค์ท่านเกิดอาการอาพาธ ในช่วงแรกขององค์ท่านน้ัน เร่ิมมีอาการใน
วนั เสาร์ ที่ ๑๓ พฤศจกิ ายน พ.ศ. ๒๕๕๓ ตรงกบั วันข้นึ ๗ ค่ำ� เดือน ๑๒ ปฉี ลู องค์หลวงตามีอาการ
อืดแนน่ ทอ้ ง คลืน่ ไสอ้ าเจียน และมถี า่ ยเหลวไม่มาก ช่วงแรกมีแพทย์เฉพาะทางดา้ นโรคระบบทางเดนิ
อาหารท่โี รงพยาบาลอดุ รธานี ไดเ้ ข้าไปถวายการดูแลรักษาองค์ทา่ น

337

ถวายการอปุ ฏั ฐาก
โดยส่วนมากแล้ว แพทย์และพยาบาลที่อยู่กลางคืนนนั้ จะรอเขา้ ไปเฉพาะช่วงทีท่ า่ นตน่ื เพอ่ื ถวาย

น้ำ�เกลือ และสารอาหารทางหลอดเลือดเท่าน้ัน ส่วนการดูแลอุปัฏฐากอื่นๆ นั้นเป็นหน้าท่ีของ
พระอปุ ฏั ฐาก เช่น การบีบนวดเส้นถวายองคท์ ่าน การเกบ็ ปัสสาวะ เก็บอจุ จาระ เปน็ ต้น

ตลอดระยะเวลาทที่ า่ นอาพาธ องคห์ ลวงตาไมเ่ คยแสดงอาการออ่ นแอหรอื ยอ่ ทอ้ ตอ่ ความเจบ็ ปว่ ยเลย
ในทางกลบั กนั องคท์ า่ นแสดงใหเ้ หน็ ถงึ ความอดทน ตอ่ สกู้ บั สงั ขารและเวทนา ชว่ งแรกองคท์ า่ นมปี ญั หา
ในเรือ่ งตดิ เช้อื ในกระแสเลือด ฉันอาหารไม่ได้ มอี าเจียนเปน็ สว่ นมาก จึงไดก้ ราบนิมนต์ใหอ้ งคท์ ่านฉัน
แตน่ อ้ ย ส่วนสารอาหาร ทมี แพทย์ พยาบาล จะถวายทางเสน้ เลือดและน้ำ�เกลือแทน

ในการเขา้ ไปขอโอกาส เพือ่ ท�ำ การตรวจรักษาแตล่ ะคร้ัง ต้องมีเหตุผลในการขอทกุ ครง้ั องค์ท่าน
เปน็ ผทู้ ีม่ ีเหตผุ ลมาก เม่อื มีเหตุผลในการกระท�ำ การใดๆ แล้วกราบเรยี นองคท์ า่ น หากมีเหตผุ ลทส่ี มควร
องคท์ ่านจะอนุญาตใหท้ ำ�เสมอ หากไม่มเี หตผุ ลเพยี งพอท่านจะไม่ให้ทำ�

คืนหนง่ึ องค์ท่านลกุ ขน้ึ ตอนตี ๒ ในมือองค์ท่านจะหยิบไฟฉายไปรอบๆ หอ้ งเพือ่ ดเู วลาวา่ เท่าไร
คนื นั้นองค์ทา่ นไดเ้ ปรยวา่ “ตรงหน้าเรา กม็ ีนาฬิกา ดา้ นขา้ ง และด้านหลงั เรา กม็ นี าฬิกา เดยี๋ วนีช้ า่ ง
ฟุ่มเฟือยกันมาก ทั้งที่ประเทศชาติประสบภาวะเช่นน้ี...ตัวเราเองยังมีนาฬิกาติดตัวแค่เรือนเดียว
และเป็นเรือนเลก็ ดว้ ย ให้หัดใช้สอยอยา่ งประหยดั ...”

ในบางคืน องค์ท่านก็จะเทศน์สอนพระอย่างหนักหน่วง ให้ตระหนักถึงการเคารพกันในหมู่สงฆ์
องคท์ ่านปรารภว่า “เดี๋ยวนอ้ี ะไรๆ กห็ ยอ่ นยาน...พระไมป่ ฏิบตั ติ ามพระวนิ ัย การเคารพกัน การถือ
อาวโุ สภนั เต ไมม่ ีกนั แลว้ ผู้นอ้ ยไม่เคารพผู้ใหญ่ ผใู้ หญก่ ไ็ ม่ถอื เมตตาเปน็ หลกั ดแู ลว้ ..ดไู มไ่ ด้เลย มันน่า
อายสำ�หรับเราเอง เราถืออาวุโสภันเตมากนะ ถือมาก เด๋ียวน้ีไม่มีกันแล้ว มันน่าละอาย น่า
สะอดิ สะเอียนมากนะพระเราน่.ี .. ดูไมไ่ ด้เลย ใชไ้ ด้ทไี่ หน”

โดยส่วนมากแลว้ แพทย์สงั เกตว่า ในเวลากลางวนั องค์ทา่ นจะแสดงความแข็งแกรง่ ใหป้ รากฏ
แกบ่ รรดาลกู ศษิ ยล์ กู หา และอาการสว่ นมากขององคท์ า่ นจะทรดุ ชว่ งกลางคนื แตไ่ มเ่ คยเหน็ ความออ่ นแอ
ขององคท์ า่ นเลยแมแ้ ตน่ ้อย เช่นบางคืน การลุกจากที่นอนเมื่อพระช่วยพยุงองค์ทา่ นขนึ้ แลว้ องค์ท่าน
จะพยายามใช้มือจับขามาอยู่ในท่าน่ังสมาธิด้วยองค์เอง แม้ว่าจะน่ังลำ�บาก หรือน่ังแล้วจะโอนเอนไป
ด้านไหนก็ตาม แต่องค์ท่านได้พยายามทำ�เพื่อให้เห็นเป็นแบบอย่างต่อความไม่ย่อท้อต่อกิเลส คืนหนึ่ง
องค์ทา่ นเทศนาวา่ “ชาตินี้เปน็ ชาติสดุ ท้ายของเรา...เราจะไมก่ ลับมาเกดิ อกี ชว่ั อนันตกาล... อันกายนี้
มนั รอ้ นเปน็ ไฟ สงั ขารมนั ทรมาน แต่ใจนสี่ ิ อาจหาญและสวา่ งจ้าอยู่ตลอด มันสว่างมากนะจนไมม่ ี
อะไรเปรยี บได”้

338

(องคห์ ลวงตามหาบัว อย่ใู นระหว่างการเดินทางบนเครอ่ื งบนิ ของกองทพั อากาศจัดถวาย)

องค์หลวงตาเมตตารบั นมิ นตไ์ ปรักษาที่โรงพยาบาลศริ ิราช

คณะแพทย์จากโรงพยาบาลศิรริ าช โรงพยาบาลศรนี ครินทร์ และโรงพยาบาลอุดรธานี ได้ชว่ ย
เหลอื กนั ในการดแู ลธาตขุ นั ธอ์ งคท์ า่ น โดยมสี มเดจ็ พระเจา้ ลกู เธอ เจา้ ฟา้ จฬุ าภรณวลยั ลกั ษณฯ์ ทรงเปน็
องค์เจ้าของไข้ ซึ่งในการน้ีพระองค์ได้ทรงเสด็จเยี่ยมอาการขององค์หลวงตาเป็นระยะๆ และได้ทรง
แสดงถงึ ความหว่ งใยโดยตลอดมา

อาการอาพาธขององคห์ ลวงตาไมค่ อ่ ยดขี น้ึ เทา่ ไร กลางคนื องคท์ า่ นจะไอแหง้ ๆ ฉนั ไมไ่ ด้ มอี าเจยี น
ออกมาบอ่ ยๆ ตอ้ งอาราธนาขอโอกาสใสส่ ายทางจมกู เพอื่ ดดู เอาลมและน�้ำ ออกจากกระเพาะอาหารของ
องคท์ ่าน แต่องค์ท่านยงั แสดงออกถึงความอดทนให้เหน็ อยูต่ ลอด

วันอาทติ ย์ ท่ี ๒๖ เดอื นธนั วาคม ปี พ.ศ. ๒๕๕๓ ตรงกับวันแรม ๕ ค่ำ� เดือนอ้าย ปีขาล
องค์ทา่ นดไู ม่สุขสบายมาก นอนสลบั กับลุกน่งั พระต้องช่วยกนั พยงุ องค์ทา่ น และอาราธนาให้ใส่สาย
ออกซเิ จนทางจมกู คณุ นเรศ โตะ๊ สงวนพนั ธไ์ ดเ้ ขา้ กราบอาราธนาเพอ่ื นมิ นตใ์ หอ้ งคห์ ลวงตาไดเ้ มตตาเดนิ
ทางไปรักษาอาการอาพาธท่โี รงพยาบาลศริ ิราช องค์ท่านตกลงใจจะไปตามคำ�อาราธนา กลางคืนวันน้นั
องค์ทา่ นหายใจถ่ีมากขึน้ เหนอื่ ย ไอมาก แพทยร์ ว่ มกนั ตรวจรา่ งกายองคท์ ่าน และดูจากฟลิ ม์ เอกซเรย์
ปอดแลว้ พบวา่ มีนำ�้ ในรา่ งกายมากเกนิ ไป ทำ�ใหอ้ งคท์ ่านเหนื่อย หายใจเรว็ ขึน้ ตอ้ งถวายยาขบั ปสั สาวะ
ช่วยเพ่อื ให้นำ�้ ในร่างกายลดลง องค์ท่านถึงจะพกั ได้

เชา้ วันจันทร์ ท่ี ๒๗ เดอื นธันวาคม ปี พ.ศ. ๒๕๕๓ ตรงกับวนั แรม ๖ ค�ำ่ เดอื นอา้ ย ปีขาล
องค์ท่านเดินทางโดยเครื่องบนิ ออกจากจงั หวดั อดุ รธานี เม่อื เวลาประมาณ ๑๐ โมงเชา้ โดยมแี พทย์
และบุรุษพยาบาลประจำ�ท่ีเคยดูแลปรนนบิ ัติองคท์ า่ นไปดว้ ย

339

ถวายการอุปฏั ฐาก

หลวงตามหาบัว ญาณสมั ปันโน พกั รักษาอาการอาพาธ ณ หอ้ ง ๖๐๒
ชน้ั ๖ ตกึ ๘๔ ปี โรงพยาบาลศริ ริ าช กรุงเทพมหานคร

การรกั ษาท่โี รงพยาบาลศริ ิราช

องคท์ า่ นไดอ้ นญุ าตใหใ้ สส่ ายน�ำ้ เกลอื ทางแขนขวา และอนญุ าตใหด้ ดู น�ำ้ ออกจากชอ่ งปอดดา้ นซา้ ย
พรอ้ มท้งั ได้ถวายโอสถอนื่ ๆ โดยมีทูลกระหมอ่ ม เจ้าฟ้าหญิงฯ ไดเ้ สด็จเยีย่ มอยู่ไมห่ า่ ง

ช่วงที่องคท์ า่ นอยู่รกั ษาท่ศี ิริราช ทางทีมแพทย์ได้เตรียมการสร้างห้องปลอดเช้อื ส�ำ หรับองคท์ า่ น
เตรยี มไวร้ อ โดยถอื เอาห้องพักดา้ นลา่ งทางทิศตะวนั ตกท่กี ุฏิองคท์ า่ น ณ วดั ป่าบา้ นตาด เป็นสถานที่
สรา้ งและเชอ่ื มตอ่ กบั ห้องดา้ นล่างของกุฏเิ ดมิ เพ่อื จะไดค้ วบคุมอุณหภูมิใหพ้ อเหมาะ

เวลาดกึ สงัด ประมาณตหี นง่ึ เศษ คนื วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๔

องค์หลวงตาไดเ้ มตตาให้โอวาทธรรม แก่หมู่พระท่ไี ปคอยเฝ้ารบั ใชอ้ ุปัฏฐาก วา่

“มอื ของครอู าจารย์ กบั มือของลูกศิษย์ลูกหา ญาตมิ ิตรเพือ่ นฝูง
เปน็ อันหน่งึ อันเดียวกนั ใช้แทนกันได้ ไว้ใจกนั ได้ เช่อื ใจกนั ได้ ตายใจกนั ได”้

องค์หลวงตาเดินทางกลับวดั ปา่ บ้านตาด

วันจันทร์ ที่ ๓ เดือนมกราคม ปี พ.ศ.๒๕๕๔ ตรงกับวันแรม ๑๓ ค่ำ� เดือนอ้าย ปีขาล
องคห์ ลวงตาเดนิ ทางโดยเครอื่ งบนิ จากโรงพยาบาลศริ ริ าชกลบั วดั ปา่ บา้ นตาด รวมเวลาทอ่ี งคท์ า่ นรกั ษา
ท่ีโรงพยาบาลศริ ิราช กรงุ เทพมหานคร ทั้งหมด ๘ วนั

องคห์ ลวงตาถงึ วดั ปา่ บา้ นตาดประมาณเทย่ี งวนั โดยพกั ทก่ี ฏุ ดิ า้ นนอก อาการองคท์ า่ นยงั เหนอื่ ย
ไอห่างๆ ฉันอาหารได้น้อย เพลีย หลับได้เป็นครั้งคราว คณะแพทย์ขอโอกาสใส่สายเข้าช่องปอด
ดา้ นซ้ายเพ่อื ระบายน้ำ�ออกเพราะจะไดไ้ มเ่ จาะปอดบ่อยๆ องค์ท่านก็อนุญาตใหท้ �ำ

340

(หลวงป่ลู ี ได้ติดตามดอู าการ และถวายการอุปัฏฐากอยา่ งใกล้ชิด ต่อองค์พ่อแม่ครอู าจารย์)

องคห์ ลวงตาทรงแสดงปาฏหิ าริย์

ในคืนวันเสาร์ ที่ ๘ เดอื นมกราคม ปี พ.ศ. ๒๕๕๔ ตรงกับวนั ขึ้น ๔ คำ�่ เดือนย่ี ปีขาล คืนนนั้
เวลาประมาณ ๑ ท่มุ องคท์ ่านไขข้ น้ึ สูง หอบมาก หายใจถ่ีประมาณ ๒๔ ครง้ั ต่อนาที ออกซิเจนในเลอื ด
ตำ่�ลง ต้องใช้ออกซิเจนช่วยในปริมาณที่สูงมากกว่าเดิม พยายามประคองให้องค์ท่านอยู่ในท่าน่ัง
คณะสงฆ์มปี ระชุมรว่ มกับแพทยเ์ วรโดยมี หลวงป่ลู ี กสุ ลธโร เป็นองค์ประธาน หลวงปูอ่ ุ่นหล้า ฐิตธัมโม
หลวงพอ่ อนิ ทร์ถวาย สนั ตสุ สฺ โก ในทปี่ ระชุมแพทย์อยากขอโอกาสถวายยาปฏชิ ีวนะ เพราะเหน็ ว่าองค์
หลวงตามีการติดเชอ้ื ในกระแสเลอื ด ทสี่ ุดกต็ กลงให้ถวายได้ตามสมควร

เวลาประมาณ ๖ ทมุ่ องคห์ ลวงตาหายใจถ่ีมากขึน้ ประมาณ ๒๘-๓๐ ครัง้ ตอ่ นาที ออกซิเจน
ในเลือดลดลง ความดันโลหติ ตกเหลือประมาณ ๙๐/๕๐ มิลลิเมตรปรอท หัวใจเต้นประมาณ ๑๔๐ ครงั้
ต่อนาที องค์ทา่ นไอเอาเสมหะออกไมไ่ ดเ้ พราะอ่อนแรงมาก ดูไมส่ ุขสบาย แพทยจ์ งึ ได้ปรกึ ษากนั ว่าควร
ตอ้ งท�ำ เชน่ ไร จากนั้นจงึ ได้เขา้ กราบเรียนหลวงปู่อุ่นหลา้ หลวงพ่ออินทร์ถวาย ท่านพระอาจารย์สดุ ใจ
วา่ สมควรหรอื ไมท่ จ่ี ะตอ้ งช่วยการหายใจดว้ ยวธิ ีอ่นื ๆ เช่น การใส่ทอ่ ช่วยหายใจ เพราะจะท�ำ ใหอ้ งคท์ ่าน
ไมเ่ หนอ่ื ยมาก ดูดเสมหะไดง้ า่ ย และชว่ ยใหร้ ะบบไหลเวยี นโลหิตดขี ึน้ ทุกทา่ นเห็นดว้ ย จึงไดก้ ราบเรียน
ขอโอกาสหลวงป่ลู ี วา่ “ ตอนน้ีองค์หลวงตาหายใจไมส่ ะดวก อาจจะต้องชว่ ยโดยการใส่ทอ่ ช่วยหายใจ
เพอื่ องค์ท่านจะไดไ้ ม่หอบ และความดนั โลหิตจะได้ดีขน้ึ และดดู เสมหะง่ายข้นึ ” หลวงปูล่ ีตอบมาทันทวี ่า
“สิถามหยังดู๋แท่ อีหยงั มนั ดี กะเฮ็ดโลดเปน็ หยัง” (จะมาถามอะไรบอ่ ยนกั อะไรมันดีก็ทำ�ไปเลย)

ถวายการอุปัฏฐาก

ห้องปลอดเช้อื คณะศษิ ยส์ ร้างถวายภายในกุฏขิ ององคห์ ลวงตามหาบวั

จากนน้ั แพทย์จงึ ไดต้ กลงกันเตรยี มเครอ่ื งช่วยหายใจมาไว้ขา้ งๆ บุรุษพยาบาลท้ัง ๓ คนคอยช่วย
อยู่ตลอด แพทย์จับเคร่ืองมือเตรียมจะใส่ท่อช่วยหายใจองค์ท่าน พยาบาลปรับหัวเตียงลงและค่อยๆ
ปรบั ใหอ้ งค์ท่านอยู่ในท่านอนหงาย มองออกไปขา้ งนอก พระลกู ศิษยล์ ูกหาเต็มไปหมด ทุกองค์อยูใ่ น
ความเงยี บ แพทย์ขอโอกาสเชยคางองค์ท่านเพอื่ ให้เงยมากขน้ึ ขณะนน้ั ปรากฏว่า องค์ท่านกลืนนำ้�ลาย
หน่ึงครงั้ สังเกตดทู เี่ ครอ่ื งมอนิเตอรส์ ัญญาณชพี พบว่าหวั ใจองคท์ า่ นเตน้ ลดลงมาท่ี ๑๑๐-๑๒๐ ครง้ั
ต่อนาที ความดนั โลหิต ๑๑๐/๖๐ มลิ ลิเมตรปรอท หายใจประมาณ ๒๐-๒๒ คร้ังตอ่ นาที และออกซเิ จน
ในเลือดเพิม่ ขึน้ มาประมาณ ๙๗-๙๘ เปอร์เซน็ ต์ หลงั จากนน้ั จงึ ไดต้ ดั สนิ ใจไมใ่ สท่ อ่ ชว่ ยหายใจ แตใ่ ส่
เครื่องไบแพพ ซง่ึ เปน็ การชว่ ยหายใจอกี แบบแทน แตม่ ีข้อเสียคอื เครือ่ งดังกลา่ วเวลาใส่จะมีลมร่ัวออก
มาด้านข้างแกม้ และเสยี งดังมาก จนถึงเช้าอาการขององค์ท่านกด็ ขี นึ้ ชว่ งเช้าวนั อาทติ ย์ท่ี ๘ เดอื น
มกราคม ปี พ.ศ. ๒๕๕๔ เจ้าฟ้าหญิงฯ ทรงเสดจ็ เย่ียมอาการอาพาธขององค์หลวงตา ช่วงบา่ ยองค์
หลวงตาน่งั รถกอล์ฟออกไปโปรดญาติโยมแถวศาลานอกได้

องค์หลวงตาย้ายมาพำ�นกั ทห่ี อ้ งปลอดเชอื้ ในกุฏหิ ลงั เดมิ

เม่ือสร้างห้องปลอดเช้ือเสร็จแล้ว องค์หลวงตาได้ย้ายกลับมาที่กุฏิหลังเดิม ในห้องปลอดเชื้อ
เป็นห้องกระจก ปรับอุณหภูมิได้ ควบคุมการไหลของอากาศจากด้านบน วนในห้อง และออกทาง
ดา้ นล่างของหอ้ ง

ในหอ้ งพระเวร กจ็ ดั ใหม้ ปี ระมาณ ๕ องคต์ อ่ เวรทตี่ อ้ งเขา้ ปรนนบิ ตั อิ งคท์ า่ น องคไ์ หนมหี นา้ ทดี่ แู ล
อะไรกช็ ว่ ยเหลอื กนั ไมเ่ กยี่ งงอน ไมก่ า้ วกา่ ยหนา้ ทก่ี นั และกนั สว่ นแพทยเ์ วรกบั พยาบาลนนั้ ไดร้ บั อนญุ าต
ให้นอนในกุฏิองค์ท่าน แต่เป็นชั้นล่าง เมื่อมีเหตุจะต้องช่วย พระเวรจะกดออดให้เข้าไปช่วยกันดูแล
ปรนนิบัติองค์ท่าน เช่น การวัดความดันโลหิต วัดไข้ ดูดเสมหะ ฟังปอด ตรวจช่องท้อง เป็นต้น
บางอยา่ งพระเวรทา่ นช่วยไดม้ าก เช่น การเก็บปัสสาวะ การเกบ็ อจุ จาระ เป็นสว่ นของพระสงฆ์ท่ีทา่ น
จะทำ�ถวายองค์หลวงตา

342

องคห์ ลวงตาทรงเดนิ จงกรมครั้งสุดท้าย

ในคืนวันศุกร์ ที่ ๒๑ เดือนมกราคม ปี พ.ศ.๒๕๕๔ ตรงกับวันแรม ๒ ค่ำ�เดือนยี่ ปีขาล
เวลาประมาณ ๓ ทมุ่ ๑๐ นาที องค์ท่านใหป้ รบั เตยี งขน้ึ ในทา่ นง่ั
แลว้ ชไี้ ปทปี่ ระตู ตรงเตยี งขององคห์ ลวงตาเมอ่ื เปดิ ประตทู ง้ั สอง
ฝ่ัง จะสามารถทะลุถึงกนั ได้ องคท์ ่านเปล่งวาจาเบาๆ วา่ ให้ยา้ ย
องคท์ า่ นลงไปนงั่ ในรถเขน็ พระอปุ ฏั ฐากตา่ งชว่ ยกนั ยกองคท์ า่ น
ลงน่ังบนรถเข็น แล้วเคลื่อนจากเตียงท่ีองค์ท่านนอนอยู่
ผ่านประตูแรกไปทะลุห้องที่ท่านเคยพักอยู่และทะลุเลยออกไป
ทางระเบยี งดา้ นทศิ เหนอื ของกฏุ ิ จากนนั้ กเ็ ลยี้ วรถเขน็ ไปดา้ นซา้ ย
เมอื่ สดุ ทางจงกรมแลว้ กว็ นขวา เลยี บระเบยี งกฏุ โิ ดยวนขวาตาม
เข็มนาฬิกา องค์ท่านใหห้ ยดุ รถเข็นและเคล่อื นมอื ขององค์ท่าน
ไปแตะราวจงกรม สกั พกั องคท์ า่ นกใ็ หเ้ คลอ่ื นรถเขน็ ตอ่ และหยดุ
เอามือแตะราวจงกรมอีกครงั้ องค์ท่านวนรถเขน็ เวียนดา้ นขวา
ทง้ั หมด ๓ รอบ ทง้ั ๆทอี่ งคท์ า่ นดเู พลยี แตไ่ ดแ้ สดงถงึ ความอดทน
อาจหาญ แสดงใหเ้ หน็ ถงึ ความเป็นครผู ู้เหนือโลก แม้สังขารจะ
เปน็ เชน่ ไร องคท์ า่ นหาไดย้ อ่ ทอ้ หลงั จากเวยี นครบแลว้ องคท์ า่ น
บอกให้หยุด พระอุปัฏฐากได้ช่วยกันนำ�ท่านกลับมานอนพักบน

เตียงเชน่ เดมิ ตามองนาฬิกาทีผ่ นงั บอกเวลา ๓ ทุ่ม ๒๕ นาที นนั่ เป็นการทำ�จงกรมขององคท์ า่ นเพ่อื
ใหเ้ ห็นเปน็ ครัง้ สดุ ท้าย ในสมยั พทุ ธกาลเรียกว่า “ประทักษณิ ”

องคห์ ลวงตาอาการทรุดลง

เนื่องจากดว้ ยปจั จยั หลายประการ ท�ำ ใหอ้ าการขององคห์ ลวงตาไม่ดีขน้ึ เทา่ ไร องคท์ ่านยงั หายใจ
ถใ่ี นบางวัน บางวันองค์ท่านพักหลับได้ช่วงส้นั ๆ ในระหว่างนนั้ ยงั ต้องใสส่ ายใหอ้ อกซเิ จนในปรมิ าณต่ำ�ๆ อยู่
แตเ่ มื่อองคท์ า่ นต่นื ก็จะดงึ สายออกซเิ จนออกและหายใจเอง

องค์ทา่ นยังอ่อนแรง เพลีย ไอเอาเสมหะออกไดน้ ้อย เสมหะติดท่คี อ ตอ้ งชว่ ยดดู เสมหะบอ่ ยๆ
ส่วนนำ้�ในช่องปอดด้านซ้ายต้องดูดออกเป็นระยะ และทำ�แผลท่ีตรงรอยใส่สายระบายน้ำ�เมื่อแผลซึม
สว่ นแผลทเ่ี ท้าอาจารยจ์ อมจักรมารกั ษาเป็นระยะสลับกบั ผ้อู �ำ นวยการโรงพยาบาลอดุ รธานี

ครบู าอาจารยไ์ ดป้ ระชมุ หารอื กบั ทางทีมแพทย์ วา่ เหน็ ควรจะเอาสมุนไพรและยาจนี เข้ามาช่วยใน
การรกั ษา สดุ ทา้ ยประเดน็ นที้ างทมี แพทยก์ ไ็ มข่ ดั ขอ้ งแตอ่ ยา่ งใด และในทสี่ ดุ กส็ รปุ วา่ ใหถ้ วายยาจนี แทน
ยาปฏิชวี นะ

343

ถวายการอปุ ฏั ฐาก

(หลวงพอ่ จนั ทร์เรียน คุณวโร และพระสงฆจ์ ากวดั ตา่ งๆ มาเย่ยี มอาการอาพาธขององค์หลวงตามหาบัว)
เช้าวนั ศกุ ร์ท่ี ๒๘ เดอื นมกราคม ปี พ.ศ. ๒๕๕๔ ตรงกบั วันแรม ๙ ค�่ำ เดอื นย่ี ปีขาล อาการ

ขององค์ท่านทรุดลงมาก หายใจถี่ขึ้น และต้องใช้เครื่องช่วยหายใจอยู่เช่นเดิม ความดันโลหิตต่ำ�ลง
วดั ได้ ๙๐/๕๐ มิลลเิ มตรปรอท พบว่าเสมหะองคท์ า่ นมปี ริมาณมาก เหนยี ว ต้องดดู บ่อยๆ เพราะดดู
แลว้ กม็ ีเสียงเสมหะติดอยูท่ ีค่ อ วดั ระดับออกซิเจนในเลอื ดจากปลายนิว้ องคท์ ่านได้ ๙๕-๙๖ เปอรเ์ ซ็นต์
วดั ไขไ้ ด้ ๓๗.๘ องศา สงั เกตวา่ องคท์ า่ นไดข้ ยบั มอื ขวาเบาๆพรอ้ มกบั ยกมอื ซา้ ยจากทอี่ งคท์ า่ นวางไวแ้ นบ
ล�ำ ตวั แลว้ ยกข้ึนมาวางไว้ทีห่ น้าอกดว้ ยองค์ท่านเอง

ครู่หนงึ่ เจา้ ฟา้ หญงิ ฯ ทา่ นเสดจ็ โดยประทบั มาในรถเขน็ เม่อื เข้ามาถึงในห้องกระจก คณะศิษย์
สังเกตเห็นนำ้�พระเนตรของพระองค์เอ่อทั้งสองพระเนตร พระองค์ทรงก้มกราบองค์หลวงตาอย่าง
นอบนอ้ ม แพทยไ์ ดก้ ราบทลู พระองคถ์ งึ อาการขององคห์ ลวงตา จากนนั้ เจา้ ฟา้ หญงิ ฯ กท็ รงอา่ นรายงาน
อาการองค์หลวงตาด้วยองค์เอง วนั นน้ั เจ้าฟา้ หญิงฯ ทรงประทบั ทอ่ี ดุ รธานี เพ่อื รอดอู าการขององค์
หลวงตาอยา่ งใกลช้ ิด คืนน้ันอากาศหนาวมาก เดอื นมดื สมั ผัสไดถ้ ึงความเงยี บเหงา ของอากาศรอบๆ
ทง้ั ๆ ทร่ี ายรอบนน้ั มพี ระสงฆม์ ากมายหลายรปู มาเฝา้ ดอู าการขององคห์ ลวงตา แตส่ งั เกตเหน็ วา่ เปน็ คนื
ทค่ี อ่ นขา้ งวา้ เหว่ เสยี งกดออดเพอ่ื เรยี กแพทยแ์ ละบรุ ษุ พยาบาลจากพระอปุ ฏั ฐากในหอ้ งไมด่ งั เชน่ ทกุ คนื

องคห์ ลวงตาเข้าสู่พระนิพพาน

ตอนเชา้ วันเสารท์ ี่ ๒๙ เดอื นมกราคม ปี พ.ศ. ๒๕๕๔ ตรงกบั วันแรม ๑๐ คำ่� เดือนยี่ ปีขาล
อาการขององคท์ ่านยังมคี วามดนั โลหิตต�ำ่ ออกซเิ จนในเลอื ดประมาณ ๙๒ เปอรเ์ ซน็ ต์ ยงั ใชเ้ ครื่องชว่ ย
หายใจแบบเดิมต้ังแตเ่ ม่ือคนื แลว้ ผลเอกซเรย์ปอดพบว่ามีการตดิ เชอื้ ทป่ี อดดา้ นขวามากข้นึ และมีน�ำ้ ท่ี
ชอ่ งปอดดา้ นซา้ ยอยู่ อาจารยห์ มอนพิ นธ์ อาจารยห์ มอสชุ าย และอาจารยห์ มอจอมจกั รจากโรงพยาบาล
ศิริราช กรุงเทพมหานคร มาชว่ ยตรวจรักษาองค์หลวงตาด้วยเหมือนกัน ความดันโลหิตจะอยปู่ ระมาณ
๗๐/๔๐ มลิ ลิเมตรปรอท หวั ใจเตน้ ประมาณ ๑๑๐-๑๒๐ ครัง้ ต่อนาที

เวลาประมาณ ๑ ทมุ่ เศษ ความดันโลหติ ต่ำ�ลงมาอยทู่ ป่ี ระมาณ ๖๐/๓๐ มิลลเิ มตรปรอท หัวใจ
เตน้ ประมาณ ๑๒๐ ครั้งตอ่ นาที ไมส่ ม่�ำ เสมอ ปสั สาวะออกน้อยวัดไดป้ ระมาณ ๑๐ ซซี ี ขา้ งองคท์ ่าน
มีหมอคอยเฝา้ ถวายยาจีนอยู่

344

เวลาประมาณตี ๒ เป็นวันอาทติ ย์ ท่ี ๓๐ เดือนมกราคม ปี พ.ศ. ๒๕๕๔ ตรงกับวนั แรม ๑๑ คำ�่
เดอื นย่ี ปีขาล วัดความดันโลหิตไดต้ ่�ำ ประมาณ ๔๐/๒๐ มิลลเิ มตรปรอท และเมื่อวดั ซ้ำ�ประมาณ ๓
ครั้งยังต�ำ่ อยู่เช่นเดิม ออกซเิ จนในเลือดต�ำ่ ลงเหลือ ๘๔ เปอร์เซ็นต์

เวลาประมาณตี ๒ ครงึ่ ความดนั โลหติ ขององคท์ า่ นยงั ต�ำ่ มาก วดั ไดป้ ระมาณ ๕๐/๒๐ มลิ ลเิ มตร
ปรอท มีบางช่วงลดลงเหลือ ๔๐/๑๕ มิลลิเมตรปรอท ออกซิเจนตำ่�บางช่วงวัดได้ประมาณ ๘๐
เปอรเ์ ซ็นต์

แพทยไ์ ดแ้ ตม่ องเครอื่ งมอนเิ ตอรเ์ พอื่ ดสู ญั ญาณชพี อตั ราการเตน้ ของหวั ใจขององคท์ า่ นเรม่ิ ชา้ ลง
เหลือประมาณ ๘๐ คร้ังต่อนาที บางคร้ังเหลือประมาณ ๙๐ คร้ังต่อนาที ภายในห้องมีหลวงพ่อ
อนิ ทรถ์ วาย ท่านพระอาจารยส์ ุดใจ กับพระทคี่ อยเฝา้ อปุ ฏั ฐากอาการอาพาธ ต่อมาหลวงปู่อ่นุ หล้าทา่ น
ได้เขา้ มากม้ กราบองค์หลวงตา และนง่ั อยปู่ ลายเทา้ ดา้ ยซ้ายขององคท์ ่าน

เมื่อสงั เกตดูการหายใจขององค์ทา่ น พบวา่ องค์ท่านจะหายใจไม่สมำ่�เสมอ แมม้ เี ครอื่ งช่วยหายใจ
ใสอ่ ยกู่ ็ตาม มีหยดุ หายใจเป็นบางครงั้ หายใจเบา

ครูต่ ่อมาเจ้าฟ้าหญงิ ฯ เสดจ็ มาในหอ้ งปลอดเชื้อ พระองคท์ รงนัง่ ประทบั บนรถเข็น อยู่ดา้ นขวา
ของเตยี งองคห์ ลวงตา ดูทา่ นทรงเศรา้ ไม่น้อยไปกวา่ คนอนื่ ๆ ในห้องนน้ั รอบๆ กฏุ ิขององคห์ ลวงตา
ตา่ งรายลอ้ มดว้ ยคณะลกู ศษิ ยล์ กู หาจ�ำ นวนมาก ทกุ คนตา่ งเฝา้ รอใหม้ ปี าฏหิ ารยิ ์ อากาศขา้ งนอกหนาวมาก
แตข่ ้างในของหวั ใจทุกๆ ดวงขณะน้ันคงเหน็บหนาวและเจ็บปวดมากยง่ิ กวา่

ดา้ นหลงั ของเจา้ ฟา้ หญงิ ฯ มีอาจารยห์ มอนิพนธน์ ง่ั อยู่ ขา้ งๆเป็นอาจารยห์ มอสุชาย อาจารยห์ มอ
ประเสรฐิ อาจารยห์ มอแจ่มศักด์ิ อาจารย์หมอนิพนธไ์ ด้ตรวจร่างกายองค์หลวงตาพบว่ารีเฟลกซ์ที่เทา้
หายไป ตรวจรมู ่านตาพบว่าด้านขวาประมาณ ๕ มิลลเิ มตร ไมต่ อบสนองตอ่ แสงไฟ ดา้ นซ้ายประมาณ
๓ มลิ ลเิ มตรไม่ตอบสนองต่อแสงไฟเชน่ กัน ความดนั โลหิตจากมอนิเตอรว์ ดั ได้ ๔๐/๑๕ มิลลิเมตรปรอท
หวั ใจขององคท์ ่านเริม่ เตน้ ช้าลงๆ วดั ได้ประมาณ ๕๙ คร้งั ตอ่ นาที และลดลงเหลือ ๔๘ ครงั้ ตอ่ นาที
ระดับออกซิเจนในเลอื ดวัดไมไ่ ด้ พระทกุ รปู อยู่ในความเงยี บสงดั นยั นต์ าทกุ ดวงดูแดงกำ�่ บางรูปนำ�้ ตา
คลอเบา้ บางรปู กเ็ ฝ้าจอ้ งมองผ่านทางหอ้ งกระจกเข้ามาแลดูใบหนา้ เศร้าหมองยงิ่ นัก

345

ถวายการอปุ ฏั ฐาก

(ครบู าอาจารย์ พระสงฆ์จากวัดต่างๆ ฯลฯ มาคอยเฝา้ ดอู าการอาพาธขององค์ท่านอย่างใจจดใจจอ่ )
เวลาประมาณตี ๓ ครงึ่ สงั เกตหัวใจเตน้ ชา้ ลง บรรยากาศในห้องเงียบสงดั ประหนึ่งไม่มีใครอยู่

ในห้องนั้นเลย พระได้เปิดผ้าม่านออกเพื่อให้ญาติโยมได้มองเห็นจากข้างนอก สังเกตเห็นแต่ผู้คนราย
ล้อมอยู่เป็นจ�ำ นวนมาก

เวลาผ่านไปแตล่ ะวินาทีดมู คี า่ มาก หวั ใจองค์ท่านเต้นประมาณ ๔๖ ต่อนาที ครง้ั สดุ ทา้ ยทว่ี ดั ได้คือ
๕๐ ครง้ั ต่อนาที หลังจากนัน้ สญั ญาณจากการเต้นของหวั ใจก็กลายเปน็ เส้นตรง น่ันเป็นครัง้ สดุ ท้ายของ
สญั ญาณชีพท่วี ัดได้จากเครื่อง เจา้ ฟา้ หญิงฯ ทรงตรัสว่า ตรงกับเวลาตี ๓ กบั อีก ๕๓ นาที อาจารย์
หมอนิพนธ์ขอโอกาสองค์หลวงตาเพ่ือตรวจองค์ท่านเป็นวาระสุดท้าย อาจารย์หมอนิพนธ์ตรวจโดยฟัง
เสยี งหวั ใจและปอด พรอ้ มกบั รายงานวา่ ฟงั ไดแ้ ตเ่ สยี งลมจากเครอื่ งทต่ี เี ขา้ ปอด ฟงั เสยี งหวั ใจไมม่ หี วั ใจ
เต้นแลว้ พระสงฆ์ท้ังหลายและศษิ ยานศุ ิษย์ตา่ งกม้ ลงกราบองคห์ ลวงตาด้วยความเคารพอยา่ งสดุ หัวใจ
ความสญู เสยี ครัง้ ใหญท่ ส่ี ดุ ก็มาถงึ น�้ำ ตาไหลซมึ ท้งั สองข้าง เสยี งเคร่อื งช่วยหายใจดบั ลง พระสงฆไ์ ด้
เปิดประตูบอกญาติโยมที่อยู่ด้านนอกว่า “องค์หลวงตานิพพานแล้ว” เสียงร้องห่มร้องไห้ดังขึ้น
หัวใจทุกดวงทุกข์ระทมด้วยความโศกเศร้าเสียใจ เพราะองค์ท่านเปรียบเสมือนร่มโพธ์ิร่มไทรให้แก่วง
พระกรรมฐาน และเป็นทีร่ ักเคารพบชู าของหัวใจทกุ ดวงได้จากไปแลว้ อยา่ งไมม่ ีวันกลับ

คณะแพทยไ์ ดแ้ กะพลาสเตอรป์ ดิ แผลออกจากเทา้ ซา้ ยขององคท์ า่ น ตอ่ มาไดถ้ อดสายน�ำ้ เกลอื ออก
จากแขนขวาขององค์หลวงตา และสายตา่ งๆ ถูกปลดออกจากจากสรีระองคท์ า่ นทงั้ หมด ทีมแพทย์ได้
ขอโอกาสใชส้ �ำ ลปี ดิ ทร่ี จู มกู ทง้ั สองขา้ งขององคห์ ลวงตา และเชยคางขน้ึ เพอ่ื ใหร้ มิ ฝปี ากทง้ั สองขององค์
ท่านไดจ้ รดแนบกนั สนทิ มองดูรา่ งขององคห์ ลวงตา ดสู ีเหลอื งอร่ามผ่องพรรณไปท้ังองค์ เสมอื นองค์
ทา่ นก�ำ ลังนอนหลับอยเู่ ชน่ นั้นอยา่ งสงบงดงาม

คณะสงฆ์ได้ให้แพทย์และฆราวาสออกไปข้างนอกห้องเพ่ือจะทำ�พิธีทางสงฆ์ต่อ พระสงฆ์ช่วยกัน
เชด็ สรรี ะรา่ งกายขององคท์ า่ นดว้ ยน�ำ้ อนุ่ มพี ระอาจารยอ์ นิ ทรถ์ วายคอยก�ำ กบั ดแู ลใหห้ มคู่ ณะสงฆท์ �ำ งาน
ประสานกันอย่างคลอ่ งแคลว่ เมื่อเชด็ สรีระร่างขององค์หลวงตาเสร็จแล้ว คณะสงฆไ์ ด้ช่วยกนั น�ำ จีวร
มาครองให้องคห์ ลวงตาด้วยจีวรสีกรกั ไตรใหม่ นำ�องคท์ า่ นนอนในทา่ นอนหงาย มอื ท้งั สองประสานกัน
โดยให้อยรู่ ะดบั ท้องนอ้ ย คลา้ ยกับทา่ เดินจงกรม มอื ขวาประทบั ไวบ้ นมอื ซา้ ย

346

สืบไปนานแสนนาน
เจา้ ฟ้าหญงิ ฯ ทรงถวายผ้า กราบขอขมาแดอ่ งค์หลวงตา พรอ้ มด้วยพระสงฆ์ทุกรปู ญาตโิ ยมทง้ั

ในและบริเวณรอบนอกกฏุ ิได้กลา่ วคำ�ขอขมากับองค์หลวงตาพร้อมๆกนั
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพทุ ธัสสะ (๓ จบ)
มหาเถเร ปะมาเทนะ ทวารัตตะเยนะ กะตงั สพั พงั อะปะราธัง ขะมะตุ โน ภนั เต
เมอ่ื กลา่ วเสรจ็ แลว้ จงึ พรอ้ มใจกนั เคลอื่ นสรรี ะองคท์ า่ นเขา้ ในหอ้ งพกั ขององคท์ า่ นเพอื่ รอพธิ กี รรม

ต่อไปในช่วงเชา้ ของวันถัดไป เหลือไว้แต่รอ่ งรอยความอาลยั ของผ้อู ย่เู บื้องหลัง พร้อมคุณงามความดี
อนั ประเสรฐิ ขององคท์ า่ นทสี่ ถติ อยใู่ นหวั ใจของเหลา่ ศษิ ยานศุ ษิ ยช์ วั่ กาลนาน สมกบั ทอ่ี งคท์ า่ นไดม้ าโปรด
สตั ว์โลกท้งั ๓ แดนโลกธาตุ เป็นพระบรู พาจารยผ์ ู้เดด็ เด่ียวกล้าหาญในวงศก์ รรมฐาน ทจี่ ะถูกกล่าวขาน

เช้าวนั ที่ ๓๐ มกราคม ๒๕๕๔ พิธเี คลือ่ นสรีระสงั ขารหลวงตามหาบวั ญาณสมั ปันโน
จากกุฏขิ ององค์ท่าน เพอ่ื มาประดิษฐาน ณ ชั้นบนศาลาวัดปา่ บา้ นตาด มพี ระสงฆแ์ ละประชาชน

จากท่วั สารทิศจ�ำ นวนมหาศาล หลัง่ ไหลมาเพื่อกราบคาระขอขมา-ทำ�วตั ร

347

ถวายการอปุ ฏั ฐาก

(บรรยากาศในวนั พิธีสรงนำ้�สรีระสงั ขารแด่องค์พ่อแมค่ รูอาจารย์ ณ ช้ันบนศาลา ๓๐ มกราคม ๒๕๕๔)

กราบอาลัย พอ่ แม่ครอู าจารย์ (หลวงตามหาบัว)

อนั สงั ขาร ตอ้ งดับไป ใช่ดบั สญู สิ่งเกอื้ กลู สงเคราะห์โลก และศาสนา
เหล่าลูกศิษย์ ลว้ นเดนิ ตาม ทางหลวงตา ทีว่ ัดป่า บ้านตาด องอาจนัก
เพราะหลวงตา ไดน้ �ำ ทาง ทถี่ ูกต้อง ตามครรลอง ฟันฝ่าสู้ อุปสรรค
รวมดวงใจ รวมจิต ทค่ี ดิ ภกั ด ์ิ ด้วยใจรกั ทางธรรม นำ�ชวี ิน
เหล่าศษิ ยเ์ คย ไดก้ ราบท่าน อยา่ งใกลช้ ดิ แต่ดว้ ยจิต ศรัทธา ดั่งแผน่ ดิน
เปิดดชู อ่ ง หลวงตา เป็นอาจณิ สุขเสพส้ิน เสียงธรรม ไดน้ �ำ ทาง
รูปหลวงตา ได้รับจาก วัดเผยแผ่ มากมายแท้ จะเก็บไป ทไี่ หนบา้ ง
เอาไปแบ่ง แจกจ่าย ใหป้ ลอ่ ยวาง รว่ มกนั สรา้ ง แสงธรรม นำ�ใจคน
แผน่ ซีดี ค�ำ สอน ศษิ ยย์ งั เปดิ เพอ่ื ใหเ้ กิด ปญั ญา ทุกแหง่ หน
ดงั่ หลวงตา สถติ ไว้ ในใจตน หมัน่ พรำ�่ บ่น ภาวนา หาทางธรรม
เหมือนอุบล อาบแสง เพ่ือรองรับ ใบบวั จบั น�ำ้ นิง่ สง่ิ งามข�ำ
คือดอกบัว บานสู่จติ เพื่อนอ้ มนำ� ส่งิ เลศิ ล้ำ� สูงค่า วมิ ตุ ตธิ รรม
ไมม่ แี ลว้ หลวงตา ในวนั น ี้ ยามเม่อื ตี สามกว่า มาคราคร่นั
เก้าสิบเจ็ดปี ห้าเดือน สิบแปดวัน เหลา่ ผองศษิ ย์ บูชาธรรม องค์หลวงตา

348

หลวงตาในดวงใจ

หลวงตามหาบวั ญาณสมั ปนั โน เปน็ พระสคุ โตที่ยงิ่ ใหญ่ทั้งทางธรรมและทางโลก เปีย่ มด้วย
บญุ ญาบารมอี นั สงู ยงิ่ ทา่ นสอนธรรมจากใจ อาศยั ธรรมวเิ ศษของพระพทุ ธองคท์ ท่ี า่ นรจู้ รงิ เหน็ จรงิ และ
สอนโดยไมส่ ะทกสะทา้ นในสามแดนโลกธาตุ

55 ทา่ นเป็นผูเ้ ชี่ยวชาญชำ�นาญการทง้ั ทางภาคปรยิ ตั ิ ปฏิบตั ิ ปฏเิ วธ ตามหลกั ค�ำ สอนแหง่
การศึกษาในพระพทุ ธศาสนา
55 ท่านเป็นอาจารยท์ อ่ี ยเู่ หนอื อาจารยท์ ้ังหลาย เพราะการอบรมส่ังสอนทเ่ี กอื้ ประโยชนส์ งู สดุ
ทพี่ งึ จะเกดิ แกล่ กู ศษิ ย์แต่ละคน ทา่ นจะเขม้ งวดกวดขันจนกว่าลกู ศิษยจ์ ะสำ�เร็จประโยชนน์ ้นั ๆ
55 ท่านเป็นครูบาอาจารย์ เป็นแบบฉบับของพระวิปัสสนากรรมฐาน ท่ียึดถือแบบอย่างวัตร
ปฏิปทาอันงดงามของหลวงปู่มน่ั ภูริทัตโต ไวไ้ ด้ครบถว้ นสมบูรณ์แบบทุกประการ
55 หลวงตามหาบวั ญาณสมั ปันโน เป็นพอ่ แม่ ครู อาจารย์ ผู้น�ำ แสงพระธรรมอนั สว่างไสว
เขา้ สหู่ วั ใจของประชาชนคนไทยอยา่ งหาทเ่ี ปรยี บไมไ่ ด้ “ธรรมของหลวงตาเปน็ ธรรมแท้ เปน็ ธรรม
อนั เดยี วกนั กบั องคส์ มเดจ็ พระสมั มาสมั พทุ ธเจา้ และพระอรหนั ตใ์ นครง้ั พทุ ธกาลทกุ พระองคอ์ ยา่ ง
ไม่ตอ้ งสงสัย”

- หลวงตามหาบัว (นพิ พาน)

นพิ พฺ านํ ปรมํ สขุ ํ คอื ไมม่ ีอะไรที่จะมีความสุขเกนิ พระนพิ พาน
พระนิพพานน้ีจะไดแ้ ก่ผใู้ ด ใครเปน็ คนสร้างบุญสร้างกุศลมากเท่าไรกส็ งู ข้ึนไปๆ

จนเป็นนพิ พานทงั้ เปน็ ภายในจิตใจ
นพิ พานน้นั เป็นอยู่ทจ่ี ติ ใจ ตั้งแตย่ ังไม่ตายกเ็ หน็ นิพพานแล้ว
สอปุ าทิเสสนพิ พานผทู้ รงธรรมอันเลศิ เลอ คอื นิพพานแลว้ ภายในใจท่ยี ังไมต่ าย
และอนปุ าทเิ สสนพิ พาน จากเป็นน้ีแลว้ ตายกไ็ ปเสวยนพิ พานในเมอื งนิพพาน

(โอวาทธรรม หลวงตามหาบัว ญาณสมั ปันโน ๙ มกราคม ๒๕๕๓(เชา้ ) สาระส�ำ คญั แกช่ าตไิ ทย)
349


Click to View FlipBook Version