พระธรรมเทศนา
กณั ฑท์ ่ี ๒๐
ปฏิปทา อุบายการภาวนา
เดย๋ี วนม้ี นั อดอาหารอย่ไู ม่หยุด สงั เกตดูอยู่น่ี โดยมากมนั นอนตนื่ สายนะ ตอนนมี้ านอนตอนเชา้
ปฏิปทาท่านให้นอน ๔ ชั่วโมง ๔ ทุ่มไปแลว้ ให้นอน ตี ๒ ให้ลุกถงึ แจ้งเลย ไม่หดั มันไมไ่ ด้นะ ตัวเอง
ฝึกตวั เองนะ ตวั เองไม่ทำ�เอา ไมไ่ ด้นะ ก็เลยไม่มีหลกั อะไร อยากนอนตอนไหนกน็ อน เลยไม่มีระเบียบ
แลว้ ต่ืนสายกไ็ ม่คอ่ ยบิณฑบาต ก็วา่ ภาวนาเก่ง อดข้าวอวดหมู่ก็มีนะ เสริมกเิ ลสนะน่ัน ไม่ได้จะมาเพอื่
ละกิเลสนะ ได้วันเดียวเทา่ น้นั การอดอาหารน้ี โอ้ย เราก็ไดท้ �ำ มาแลว้ ฤดูรอ้ นนี้ ไมไ่ ดผ้ ลอะไรกับตวั
เอง นอนมาก ทอื่ ไปหมด ปัญญาไมม่ ี มนั เผามนั รอ้ น อากาศมนั รอ้ น สังเกตตัวเองนะ มแี ตส่ งั เกตนี่
การผอ่ นอาหาร ๖ ค�ำ กไ็ ด้ ใหก้ นิ ๖ คำ�เท่านน้ั แล้วหยุดเลย ดดั มนั ขนาดน้นั ะ ดัดเรื่องกิเลส ถา้ ไม่
อย่างนัน้ ไม่ทนั มัน มันเอาไปกนิ หมดเลยล่ะ
มนั อยากนอนมาก โอ้ย..ไมน่ อนแลว้ เดนิ จงกรมจนเช้ากม็ ี ไม่ขึ้นกฏุ ิ อธษิ ฐานมนั ใส่ อยากนอนมาก
ดัดอย่างนั้นนะ ดัดตัวเอง ถ้าไม่ทำ�อย่างนั้นแล้ว ถ้ามันเหน่ือยแล้ว จิตมันไม่ออกจากกายหรอก
อันไหนมันจะรักตัวเอง กลับมาตัวเองหมดแล้ว ถ้ามันจวนจะตายจริงๆ นั่งสู้ดูซิ มันจะคิดไปน่ันไปนี่
ไม่ได้สเู้ วทนาใหญ่ ถา้ ไมส่ แู้ ลว้ โอย้ ..ไปถงึ ของเก่าแลว้ ล้มแหมะเลยละ่ ก็ไมเ่ ทา่ นั้นละ่ ถ้าไม่ชนะมนั
ถา้ ชนะตวั เองแลว้ มันไม่กลบั กลอกนะ ชนะผอู้ ่ืนน่ี กลบั แพ้กลบั กลวั อย่อู ยา่ งน้นั ล่ะ ไมค่ นื แลว้ อันน่ี
อะไร ท�ำ อะไรเหยาะๆแหยะๆ น่ี ก็ได้เท่านน้ั ละ่ จะได้อะไร บวชมาเท่าไหร่ก็เทา่ นนั้ ละ่ มืดแจ้งๆ อย่อู ย่าง
น้ีล่ะ ปีน่ันเดือนน่ีก็ของเก่านั่นล่ะ พระพุทธเจ้ามาตรัสรู้ก็มาตรัสรู้เร่ืองหลงของเก่านั่นล่ะ องค์ไหนมา
เปลี่ยนกันอยู่อย่างน้ัน วัฏฏะอันน้ี ตะเกียกตะกายอยู่นั่น ว่ิงอยู่อย่างน่ีล่ะ วัฏฏะ ไม่มีคนไหนหรอก
มีคนเดียว นอนตน่ื สายแลว้ ดูลักษณะ
คร้ังหลวงปมู่ ั่นแล้ว โอย้ .. ผู้ใดไปเท่ียวนีก่ ลับมา ถามภาวนาไมไ่ ดเ้ ร่ืองแล้ว ไล่หนเี ลย อย่างนั้นนะ
ลูกศิษย์ท่านมากจริงๆ นะ หลวงปมู่ นั่ ไม่ให้อยู่เลย มาต้องมเี ร่อื งธรรมะมาพูดใหท้ ่านฟัง ถา้ ผู้ใดไปตอ้ งมีล่ะ
อนั นี่อะไร อย่กู อ็ ยูอ่ ย่างนั้น จะประกอบความพากความเพยี ร มีแต่นอน มันจะไดค้ วามอะไร แล้วมนั จะ
เห็นอะไร กว่าเขาจะได้เป็นเจ้าเป็นนาย เขาดูหนังสือขนาดไหน กลัวสอบไม่ได้กับเขา เร่ืองภายนอก
การทำ�ไร่ทำ�นาทำ�รั้วทำ�สวน มาใคร่ครวญ กับการค้าขายพวกน้ัน มาคิดใคร่ครวญกับเราบวชปัจจุบัน
การทำ�เปน็ อยา่ งไร เอามาส่ังสอนตวั เองดซู ิ มนั กต็ ้องจับหลกั ไดแ้ ลว้ มแี ตเ่ รื่องสุงสงิ กนั แล้ว กไ็ มเ่ กิด
ประโยชน์อะไรนะ สกั พักกไ็ ปแล้ว ไปเร่ืองอดตี นนู่ นะ ไปไม่พอใจ ไปกระทบอนั นัน่ อันน่ีแลว้ กค็ นื มาแล้ว
มาเผาตวั เองอย่นู ่นั มนั เป็นอยู่อย่างนน้ั จติ ใจเลยไม่เปน็ กลางสกั ที
แตธ่ ัมมจกั รท่านก็ยังพดู ใหฟ้ งั อยนู่ ะ ไม่ใหเ้ สพทาง ๒ ฝงั่ ฝง่ั ไหน ฝั่งรักฝ่งั ชังนลี่ ะ มาพจิ ารณาดซู ิ
มันไม่เปน็ กลางนะ ท่านจะไดต้ รสั รู้ทา่ นเปน็ กลางนะ ใจทา่ นเปน็ กลางเลย เหมือน กุสลา ธมั มา อกสุ ลา
ธมั มา อพั ยากตาธัมมา พวกนน้ั อพั ยากตาธัมมา ก็ไม่มรี กั ไม่มชี งั นะ ถา้ มี มันกระทบกนั อยอู่ ยา่ งน้นั
200
วางใจนูน่ นะ เปน็ แผน่ ดินนู่นนะ มันถึงจะเป็นสปั ปายะได้ จิตมันถงึ จะรวมได้ มนั จะเกดิ อศั จรรย์
ได้อย่างน้ัน อันนี่อะไร ทำ�อะไร ดูกิริยามารยาทแล้ว มันพลิกอยู่อย่างนั้น แล้วก็ไม่เกิดประโยชน์
พอเลิกกัน ภาวนานะ
เนอ่ื งในโอกาส หลวงปลู่ ี กุสลธโร กราบคารวะสรรี ะสงั ขาร พระเทพวิสุทธิมงคล
หลวงปศู่ รี มหาวีโร ณ ศาลามหาวรี ะธรรมสภา
วดั ประชาคมวนาราม อ.ศรสี มเดจ็ จ.ร้อยเอด็
วันท่ี ๔ กนั ยายน ๒๕๕๔
201
พระธรรมเทศนา
กัณฑ์ที่ ๒๑
ฝึกความสงบเป็นอันดับแรก
อากาศมันกเ็ ย็นข้ึนๆ นะ ฝนตก หลวงปเู่ จยี๊ ะท่านอยากไดก้ ลา้ ไมย้ างงามๆ กเ็ ปน็ อารมณท์ า่ น
ใหพ้ าหมู่ไปดหู นองบัวบานใหห้ น่อย เผื่อไดม้ าเพม่ิ กนั แลว้ แต่วาสนาท่าน ทา่ นวา่ ไม้ยางมนั ไม่ตาย เลยจะหา
คดิ ไปคดิ มา ผมก็ได้ไปท�ำ กับท่านนะวดั นต้ี ้ังแต่แรก
พอ่ แมค่ รจู ารยก์ บ็ อกใหไ้ ปท�ำ ผมจะไปดงึ เอาทา่ นเจย๊ี ะมาอยหู่ รอก ปนี น้ั ทา่ นมอบเงนิ ให้ ๑๖๐,๐๐๐
ให้ไปสร้างวัด คุมพ่อออกอยู่นู่นล่ะ ตอนออกพรรษาท่านก็ไปนะ เอาพ่อออกไปด้วย ๒๐ คน เอ้า
ถ้ากฏุ ไิ มเ่ สร็จ ๒ หลัง ไม่ให้กลับนะ ดูเขาท�ำ ถึงกลางคนื
เป็นอยา่ งไรละ่ การภาวนา หมูต่ ั้งไว้อย่างไร เร่งความพากความเพยี ร ความตายมนั มาถึงเม่ือไหร่
ไม่รู้ ความพลดั พรากจากกันและกันแล้ว โอ้ย มันเป็นอยู่อย่างนน้ั ล่ะ เดีย๋ วไปน่นั เด๋ยี วไปน่ี ธรุ ะของ
มนษุ ยน์ ี่ โถๆ ข่รี ถมาถึงมธี ุระ ว่ิงกัน ถ้าไปตเิ ขาก็ไมไ่ ด้ เรามาอะไร มันวงิ่ อยูอ่ ย่างนน้ั วฏั ฏะตัวนี้ ความรัก
ความชังเหมอื นกนั ไมม่ ีต้นไม่มปี ลายละ่ วนอย่นู ัน่ เกดิ ภพไหนชาติไหนก็เหมือนเกา่ นลี่ ่ะ หลงของเก่า
อยูน่ น่ั ล่ะ ไม่มขี องใหม่สกั อย่างละ่ ดินฟา้ อากาศก็น่ีละ่ พอจะสงสัยอะไร ความแกค่ วามเจบ็ ความตาย
ก็เอากันอยู่อย่างนั้น วัฏฏะนี้ อยู่ดีๆ ก็ตายไป สังขารอันน้ีมีแต่ชำ�รุดทรุดโทรมไป พิจารณาเข้าไปซิ
คดิ ไปคดิ มา กม็ แี ตห่ ลงหนงั กนั เทา่ นลี้ ะ่ อตั ภาพรา่ งกายนี้ ไมม่ หี นงั แลว้ ผใู้ ดจะมาใกล้ หนงั หอ่ เทา่ นน้ั
ม้างไปดซู ิ เอาหนงั ออกไป มแี ต่เนือ้ แดงๆ หมดล่ะ ไม่มอี ะไร โลกอนั นี้ สกปรกเท่ามนษุ ย์มันจะมีหรือ
อาบน�ำ้ อย่กู ไ็ ดเ้ ท่าน้ัน กจ็ ะมาเสกสรรอะไร ถ้าพิจารณาธรรมธาตุ มนั ไมม่ แี นวขอ้ งวัฏฏะ แลว้ ไปเสกไป
สรรเอา
การภาวนาตอ้ งหัดความสงบซะกอ่ น จติ มันสงบแลว้ มนั กเ็ ปน็ สมาธิได้ จะพิจารณา กไ็ ปพจิ ารณา
สญั ญานนั่ ล่ะ มนั เลยไม่เกดิ กับใจ ถา้ เกิดกบั ใจแล้ว โอย้ มนั ไมล่ มื หรอก ๒๐ ปี ๓๐ ปี มนั กไ็ มล่ ืม
มนั เปน็ ไป การภาวนามนั เกดิ อยทู่ นี่ นั่ ๆ ไปอยา่ งนน้ั มนั ไมล่ มื แลว้ ถา้ มนั เหน็ แลว้ เรอ่ื งปญั ญา มนั ใครค่ รวญ
อยนู่ นั่ มนั ไมอ่ อกไปน่นั หรอก ให้มันเกิดกบั ใจ มันถึงใจ เหมือนเราเรียนหนงั สอื น่นั ละ่ ทแี รกกเ็ ขยี นตัว
ยาวตวั ส้ัน หวั ยาวหางส้ันเอาอยู่อย่างนน้ั ล่ะ ไม่สวยไมง่ ามอะไรหรอก หัดเข้าๆ มันกพ็ อดูได้ บางครง้ั
กจ็ นครูจับมอื เขยี น นกี่ ็เหมอื นกนั
การพจิ ารณา จะพจิ ารณารา่ งกาย กแ็ ตเ่ กสาลงมาถงึ พน้ื เทา้ แตพ่ น้ื เทา้ ขน้ึ มาหาเกสาดซู ิ พจิ ารณา
อยู่นน่ั เรง่ เขา้ ดูซิ ถ้าจะพจิ ารณาเอาปญั ญาอบรมสมาธิ พอ่ แม่ครูจารย์ (หลวงตามหาบัว) ทา่ นได้แต่ง
ไวห้ มดแลว้ เหตผุ ลมนั ลงกนั ไปแลว้ อกี หนอ่ ยจติ มนั รวมพรบึ ลงไดเ้ หมอื นกนั ใหพ้ ากนั เรง่ ความพากความเพยี ร
เดินจงกรมภาวนา โอย้ มนั สนกุ เดนิ บนภูบนเขาน่นู ฉนั จังหนั ไปแลว้ เดินอยู่นั่น ตัง้ ใจท�ำ จรงิ ๆ แล้ว
ถา้ ไม่ตงั้ ใจจริงๆ ไมเ่ ห็นอะไรหรอก ไม่ว่าทางโลกทางธรรมเหมอื นกนั ละ่ เขาทำ�ไร่ทำ�นาทำ�ร้ัวทำ�สวน
202
กบั เรามาภาวนา มนั ผดิ กันอย่างไร ไดผ้ ่านมาเหมอื นกันแล้ว มแี ต่ลกู ชาวนาเหมือนกนั หรอื จะฝา่ ยเรียน
เหมอื นกันล่ะ กวา่ จะสอบได้เหมือนกบั เขา ก็ไม่งา่ ย ถ้าไมต่ ง้ั ใจดูหนงั สอื ก็สอบไมไ่ ดเ้ หมอื นเขา ความขยันนะ
ความขยนั หมนั่ เพียรถงึ จะได้ เกดิ มานีม่ แี ต่การกระท�ำ ทัง้ นัน้ ล่ะ ถ้าไมท่ �ำ เอา มนั ไม่ไดส้ ักอยา่ งหรอก
ทำ�ดีเหมือนกัน ทำ�ช่ัวเหมือนกัน จะไปทำ�ชั่วน่ี โอ้ย.. จะไปแอบ ไปมอง ไปเอาของเขาอยู่นั่น
กใ็ ชป้ ญั ญาเหมือนกัน อันน่เี หมือนกนั แตม่ ันไปทางผิดนลี่ ่ะ คดิ วา่ เขาจับไม่ได้ เหน็ เต็มอยูใ่ นตะรางนั่น
ทกุ วนั น้ี เขาขังกนั อยนู่ ่นั คดิ วา่ เขาไม่รจู้ กั ตวั เอง ทำ�เขา้ ๆ มนั กช็ นิ เขา้ ๆ เด๋ียวไม่เกรงไม่กลวั อะไร สกั พกั
เขาก็จับเข้าคกุ เขา้ ตะรางเทา่ นั้น ความเพียรให้พากันเรง่ ผู้ใดจะตดั อะไร ใหต้ ัด จวี รขาดเขิน หา้ มทงิ้
ของเกา่ ไว้ทนี่ เ่ี ทา่ น้นั จะไปเท่ยี วทางไหนเอาไปด้วย ประเพณีไมม่ ี พอ่ แม่ครูจารยท์ ่านพาท�ำ ให้พากันเรง่
ไปเลกิ กนั วันนมี้ นั ถา่ ยท้องนะ
203
พระธรรมเทศนา
กัณฑท์ ่ี ๒๒
ให้ดหู ัวใจเจา้ ของ
๖ โมงคำ่�แล้วนะทุกวนั นี้ ผู้ทจ่ี ะทำ�ความพากความเพียร ผใู้ ดสมัครไปอย่ทู างเขานู่น หาความสงบนะ
เข้ากันแลว้ เหมอื นนกเอ้ียง ดูอยูน่ ี่ ไมอ่ อกจากศาลาสกั ที เย็บจกั รนั่นไม่เสรจ็ สักที ทำ�อย่างไร มันจะเห็น
อรรถเหน็ ธรรม ถ้าเขา้ กนั แล้ว เอาแต่เรอ่ื งโลกนะ มาพูดเพอื่ ความสนุกเฮฮากนั เหมอื นคนเป็นไข้ กินแต่
ของแสลงอยูน่ ัน่ แลว้ จะรกั ษาโรให้มันหายอยา่ งไรได้ โรคอะไร โรคกิเลสนล่ี ่ะ ถา้ กิเลสตัวนยี้ งั ครองหวั ใจ
อยู่แลว้ โอย้ ก็เปน็ คนรับใช้มนั อยู่อย่างน้นั ละ่ ภพไหนชาตไิ หน มันกบ็ ดบงั ปญั ญาหมดนัน่ ล่ะ คดิ อา่ น
อะไรก็บกพร่องขัดข้องอยูน่ นั่ ครูบาอาจารย์ท่านทำ� ไม่ไดท้ ำ�เลน่ นะ สละตายเลย
อย่างหลวงปขู่ าว ทา่ นว่า เดนิ จงกรมน่ี โอ้ย..ทา่ นเดินทางทา่ น ๓ เสน้ นู่นล่ะวนั หนึ่ง เส้นหน่งึ พทุ โธ
บชู าพระพุทธเจา้ เสน้ หนึ่งบูชาพระธรรม เสน้ หน่ึงบูชาพระสงฆ์ เอาอยอู่ ย่างนน้ั นะ ทา่ นไม่ย่อทอ้ นะ
เอาความเพียรเผาอยู่น่นั เอาความเพยี รอยู่นนั่ ตอนนัง่ ภาวนาถึงท�ำ ความสงบ ท�ำ ความเพยี ร ปัจจบุ ันนี้
ไมก่ ำ�กบั ใจตวั เองสกั ทแี ล้วแต่จะแล่นไปทางไหน ถ้าเป็นควายก็ว่ิงเข้าร้ัวเขา้ สวนเขานนู่ ละ่ ดมกน้ เขาอยู่
นนู่ ละ่ อยทู่ ุง่ ไรท่ งุ่ นานนู่ แลว้ ถึงกลบั มา แล้วมันจะทนั กินหรือ ธรรมดาควายฝกึ ยาก พอเขาเอาใส่คราด
ใสไ่ ถน่ี คนหนง่ึ จูงไป อกี คนจับเชือกไถ ๒ คนอยา่ งนัน้ ละ่
อันน่ีสติปัญญาของเรามัดเข้าไปซิ วิธีปราบปรามจิตใจตัวเองน้ี ให้ผู้อ่ืนปราบปรามไม่อยู่หรอก
ไม่ให้คดิ มนั กค็ ิดอย่นู ่ันล่ะ ไม่เหมือนตัวเองปราบตวั เองนะ ถ้าปราบตัวเองไดแ้ ล้ว โอย้ .. ไมก่ ลบั คืน
ถ้าชนะตวั เองได้ ชนะผู้อนื่ นี่ กลบั แพก้ ลบั กลัวกนั อยู่น่นั ล่ะ เรือ่ งผู้อนื่ ถ้าจะเอาตวั เองจริงๆ เอา้ วนั นี้
จะไมน่ อนมนั เลย จะนง่ั ตลอดรุ่งดซู ิ ถ้าเอาชนะไดแ้ ล้ว โอ้ย อันเวทนาเรยี กหาเลย มนั จะเอาหน้าไหน
มาหลอก
ถา้ มนั สจู้ รงิ ๆ นะ ถา้ ไมส่ อู้ ยา่ งนน้ั แลว้ โอย้ ไมเ่ หน็ รอ่ งรอยของสตปิ ญั ญาหรอก ความอดทน เวลา
เข้ามันเข้าง่าย เพราะมันจับหลักได้แล้ว อันนี่มันจับหลักไม่ได้สักอย่าง เหมือนไม้พาดร้ัวน่ี แค่ลมมา
เอียงขา้ งนัน่ เอยี งขา้ งนอ่ี ยู่ อนั นกี้ อ็ ารมณ์อนั ไหนเขา้ มา ก็กวนอยูห่ ัวใจตัวเองนั่น แลว้ ก็บ่นแล้วนนั่ นี่
อจิ ฉาตวั เอง บางครง้ั ก็ไปขา้ งนอกละ่ มันเปน็ อยู่อยา่ งน้นั แล้วจะใหเ้ กิดมรรคเกดิ ผลขึน้ มาไดอ้ ยา่ งไร
อยา่ งครูบาอาจารยท์ ่านทำ� โถๆ ไม่ใชข่ องเล่นนะ ท่านทรมานตัวเอง ถ้าฟงั ก็ฟงั เทศน์เท่าน้ันล่ะ ฟงั แลว้
จับเอาไปเปน็ คติเตอื นใจตวั เองไมม่ ี สมยั ทุกวันน้ีมนั เป็นอยา่ งนนั้ นะ
มาอยกู่ บั ครบู าอาจารยเ์ หมอื นกนั ละ่ ญาตโิ ยมมาน่ี ประจบประแจงแลว้ อยากใหเ้ ขานบั ถอื ลอื หนา้
แตห่ วั ใจตวั เองก็ไมเ่ ลือ่ มใสตวั เอง แล้วผอู้ ื่นจะมาเลือ่ มใสไดอ้ ยา่ งไร ตวั เองไมเ่ ป็นสมาธิ จะไปสอนคนอ่ืน
ใหเ้ ป็นสมาธกิ ไ็ มไ่ ด้แลว้ โอชารสนนั้ ไม่มี
204
ขอให้เรง่ ความพากความเพียรน่นั นะ สดู้ ซู ิ คืนเดยี วมันกไ็ ดผ้ ลแล้ว ผมว่า เอาซิ ใหจ้ ิตอยู่ในพุทโธน่ี
๒๔ ช่ัวโมง อยา่ ใหม้ นั ขาดดซู ิ อนั นี่มันไม่ไดแ้ ลว้ มีแต่กเิ ลสครอบง�ำ หวั ใจอยู่อยา่ งนน้ั วนั ไหนๆ ก็เหมอื น
กัน แล้ววันไหนมนั จะละกเิ ลสได้ ต้งั ใจเร่ง ถา้ จะพิจารณา ก็พิจารณาแตเ่ กสาลงมาหาพืน้ เทา้ เอาใหม้ ัน
เหน็ ดูซิ ก�ำ หนดอยนู่ ัน่ เอามีดเอาหอกเอาอะไรแทงตัวเอง อนมุ านตัวเองอย่อู ยา่ งน้นั พลิกนนั่ พลิกนอ่ี ยู่
ไมใ่ ห้ออกนัน่ เลย
นี่หลวงปูบ่ วั ท่านเทศน์น่ัน ทา่ นวา่ ทา่ นนงั่ อยู่สามวันสามคนื น่นู นะ น่งั ทบั ทกุ ข์ เอามงึ มาเลย ท่านวา่
เพราะวา่ ไมเ่ หน็ กาย กำ�หนดอยู่นัน่ ไม่ให้ออกจากนัน่ เลย บงั คับอยูน่ ่ัน ไมใ่ ห้มันออกไปทางอน่ื อยา่ งนน้ั นะ
ครบู าอาจารยท์ า่ นทำ�มาถงึ จะเห็น ถา้ ทำ�ไมจ่ ริง แลว้ ไปต่ศู าสนาว่าไมจ่ รงิ นะ เรื่องกิเลสมันเปน็ อยา่ งน้ันละ่
เหมือนเขาจบั เข้าตะราง ก็มีแต่วา่ เขากลา่ วหานะ เขาหาวา่ อยา่ งนี้อยา่ งน้ันแลว้ เรอ่ื งกิเลสมนั เป็นอยา่ งน้ัน
ให้พากันต้ังอกต้ังใจ ต่อไปมันใหญ่ข้ึนๆ นะ แต่ผมน่ี ผมไม่หวังว่าจะมาเป็นครูเป็นอาจารย์หมู่นะ
มนั ต้องบงั คับเอา เพราะผมไม่ไดเ้ รยี นอะไรนะ มีแตก่ ม้ หน้าปฏิบัตเิ ลย วา่ แต่จะเอาตัวให้พ้นทกุ ข์เทา่ นนั้
พอเลิกกนั
205
พระธรรมเทศนา
หลวงปู่ลี กสุ ลธโร ก�ำ ลังสนทนากับ หลวงป่ฟู ัก สนั ติธัมโม
206
กัณฑท์ ่ี ๒๓
ทกุ ข์เพราะอารมณ์
วันนี้เดนิ ไปดูเขาถางป่าอยนู่ ู่น เห็นตน้ กระเจีย๊ บทเี่ ขาถางท้งิ มีพระมา เลยบอกให้เณรมาเก็บเอา
กระเจ๊ยี บไป ดกี ว่าทงิ้ ไปเฉยๆ ไม่มปี ระโยชนอ์ ะไร
ผใู้ ดที่ชอบความสงดั กข็ ้นึ ไปนู่นนะ หลงั เขื่อนนนู่ กุฏมิ นั วา่ งอยู่ ผูใ้ ดต้งั ใจภาวนา ตัวเองนะท�ำ เอา
ตัวเองนะทำ�เอาปฏิบัติเอา สมบัติอยู่กับตัวเองเลย นั่งยังไง ทำ�อะไร ให้มีสัจจะบังคับใจตัวเองนะ
ไมอ่ ย่างนัน้ กเิ ลสเอาไปกินหมดล่ะ มแี ต่เลน่ แต่คะนองกัน ไม่ใช่ทางพระทางเณรนะ มั่วสมุ กันอยอู่ ยา่ ง
นนั้ ทหี่ ลบท่ีหลีกมีเยอะวดั เรานี่ ไปหาวดั ไหนเถอะ ถา้ จะเอาความพากความเพยี ร ก�ำ กบั จิตใจตัวเอง
จะหลบไม่ใหค้ นเหน็ ก็ได้ นนู่ ถ้�ำ หนง่ึ อยหู่ ลงั เขานนู่ เลยเมรุ มนั มมี ากถ้าจะไปถา้ แสวงหา นมี่ ีแต่แสวงหา
เอาไฟเผาตวั เอง เหมือนกบั ลกู ศิษยท์ ่านเรียน (หลวงพอ่ จนั ทรเ์ รยี น) อยูด่ ๆี กเ็ อามดี แทงตวั เอง ดูซิ
มนั ทุกข์ขนาดน้นั ละ่ หวั ใจอยากฆา่ ตัวเอง โลกเขามีแต่รักตัวเอง เปน็ ขนาดนน้ั นะ มนั ชินมาหลายภพ
หลายชาตินะ เอาอยอู่ ย่างนนั้ นะ
ธรรมของพระพุทธเจ้าไม่ให้เบียดเบียนตน ไม่ให้เบียดเบียนผู้อ่ืน อันน่ีอะไร เบียดเบียนตัวเอง
เปน็ อยา่ งนนั้ ให้แก้มันดู เรือ่ งอารมณข์ องใจ มันทกุ ขก์ ับอารมณล์ ่ะ ถา้ มนั คิดมาก ก็เอาพทุ โธทอ่ งเขา้
ใหม้ นั ถีย่ บิ เอาพทุ โธๆ อยูน่ ่ัน ถงึ เสือมาช้างมา มันกไ็ มไ่ ปนะ ถ้าอยู่กบั พทุ โธ จติ มนั ไมส่ ่งออกไปนะ
มนั ไมก่ ลวั แล้ว จิตมันสง่ ออกไป มนั ถงึ ค่อยกลวั ถึงค่อยเกิด ถ้าจิตอยกู่ ับกายแล้ว โอย้ มันก็สบายเทา่ นน้ั ละ่
อันนี่ วนั หนึ่งคืนหน่ึงได้ก่ีครงั้ กไ็ มร่ ู้ เห่ออยทู่ างโลกน่นู ในสงสารนนู่ นกั บวชชำ�ระตวั นซ้ี ิ จติ ไม่เป็นอรรถ
เปน็ ธรรม เราก็แกม้ นั อยนู่ ัน่ ดึงมาใส่อยนู่ ัน่ เขาฝกึ ววั ฝึกควายใส่คราดใส่ไถ เขาทำ�งานอย่นู ่นั เขาก็ฝึก
อยนู่ ่ัน กน็ ้อมอนั น้นั แล้วมาฝกึ ตัวเอง ให้ท�ำ ความพากความเพียร นงั่ กใ็ หม้ นั มีสจั จะ ถา้ ไมบ่ งั คับอยา่ ง
น้ันไมไ่ ด้ ถ้ามันเป็นไปแลว้ เอ้อ อนั นนั้ มันเป็นไปเองหรอก อัตโนมตั ิ จะนั่งเท่าไหร่ก็ได้ ถา้ จติ เป็นอัปปนา
สมาธแิ ล้ว ไม่มกี ายแลว้ กายไมป่ รากฎแล้ว คล้ายกับนอนหลับล่ะ สบายแต่นอนหลับ ปุถุชนคนหนา
พวกเรา มนั ไมเ่ จบ็ ไมป่ วดอะไรละ่ ผู้รมู้ ันก็รู้อยู่อยา่ งน้ันล่ะ วันน้นี อนหลับปางตาย วนั นีฝ้ ันเรอื่ งน่ันเรือ่ งน้ี
มเี ทา่ นั้น เพราะว่าไมม่ ีสตนิ ะ
ถ้าหัดสติเป็นมหาสตแิ ลว้ หัดปัญญาเป็นมหาปญั ญาแลว้ มนั รอบแล้ว มนั ก็เหมือนพระพทุ ธเจ้า
ท่านรู้ไปหมด พวกเรานี่มันไม่มีซิ มันแล่นอยู่อย่างนั้น เหมือนกับหมาเห่าบ่างน่ันล่ะ มันไม่มีกล่ินนะ
เหา่ ไปทวั่ ใหพ้ ากนั ตง้ั อกตง้ั ใจท�ำ ความพากความเพยี ร สมยั ทกุ วนั นมี้ นั หมดไปๆ ฝา่ ยกรรมฐานนหี่ ดเขา้ ๆ แลว้
จะไม่มีแล้ว ไปทไ่ี หนแล้ว โลกเขาใชห้ มดแล้ว ตัง้ เปน็ พระครูเปน็ เจ้าคณุ ไปหมด ไดเ้ ป็นพระมันประเสรฐิ
มากแล้ว แต่รกั ษาใจของตัวเองให้ประเสริฐเถอะนะ ประเสริฐแตก่ ายน่ซี ิ หัวใจไมห่ นักแนน่ เหมอื นเอา
กองไฟมาเผาตัวเองอยู่นน่ั วันนน้ั เดอื นนกี่ ข็ องเกา่ น่นั ล่ะ ไปไหนมาไหนปีไหนก็เหมอื นเกา่ นัน่ ละ่ หลงก็
หลงของเก่าน่ันละ่ พอแล้ว เลกิ กนั เถอะ ปวดขา
207
พระธรรมเทศนา
กัณฑท์ ่ี ๒๔
กิเลสเต็มหัวใจ
เมอ่ื วานค่�ำ มืดแล้ว ทำ�อะไรกนั มีเสยี งดัง มาพูดให้ฟงั หน่อย กุฏิมนั ว่างอย่ขู ้างบนน่นู หม่พู วกคน
ขยัน ทา่ นน่นั นะไมข่ ้ึนไปหรอื ใหม้ นั ลดความอว้ นหน่อย มันอ้วนมากไป หดั ไปภาวนาอยนู่ นู่ ทางภูทางเขา
นนู่ ท่ีมนั หายากแล้วเหมอื นวัดน้ี ไปวดั ไหนก็ไปเถอะ ถ้าไมม่ ีท้องมปี าก ไมใ่ ห้คนเหน็ ก็ได้ ทมี่ นั กวา้ งนะ
เอ้า...ดูแต่หัวใจอยู่นั่น มันเกิดสิ่งไหนข้ึนมา สังเกตอย่างนั้นนะ ครูบาอาจารย์
หลวงปู่มั่นท่านพาทำ�อย่างน้ัน ดูตอนไหน มันก็เต็มอยู่ศาลา อุ่มอิ่มๆ อยู่น่ัน คำ�พูดมันมากจริงๆ
แลว้ จะท�ำ อย่างไร มนั จะเหน็ อรรถเห็นธรรม ไมแ่ สวงหาตวั เองแล้ว โอ้ย.. ไมเ่ หน็ หรอก ไดย้ นิ ก็ได้ยินไป
อยา่ งนน้ั ละ่ ตวั เองไมท่ �ำ เอาไมไ่ ดน้ ะ เหมอื นกบั กนิ ขา้ วนนั่ ละ่ ไมก่ นิ มนั กไ็ มอ่ มิ่ หรอก วา่ ดขี นาดไหนกช็ า่ ง
ไดย้ นิ ไดฟ้ งั แลว้ ไปพจิ ารณาใครค่ รวญเขา้ อกี เอาไปสอนจติ สอนใจตวั เองอยา่ งนน้ั อนั นเ่ี พลนิ อยอู่ ยา่ งนน้ั
แล้วทำ�อย่างไรธรรมมนั ถึงจะเกิดขน้ึ
มแี ต่กเิ ลสเตม็ หัวใจอยู่ มนั กโ็ ลเลอยนู่ ่นั แล้วจะเอาธรรมเขา้ มา ก็ไม่มีทีอ่ ยูใ่ นใจ แล้วก็ไม่เหน็ ล่ะ
แล้วกบ็ ่นเทา่ นนั้ ล่ะ เดย๋ี วก็ดูถูกศาสนาเทา่ นน้ั ว่าไมจ่ ริง อนั หวั ใจตัวเองไมจ่ ริงแลว้ ไมไ่ ปคดิ นะ หัวใจตวั เอง
บกพร่องแลว้ มนั จะเกดิ อะไร ความเพียรกไ็ ม่ทำ� เดินจงกรมภาวนาก็ไม่ทำ�
ทางจะสงั หารกิเลสออกจากใจ มแี ต่เดินจงกรมกบั ภาวนาเท่าน้นั พระพุทธเจา้ ทา่ นพาทำ�มาแล้ว
ดซู ิ ทา่ นจะได้ตรสั รูน้ น่ั อธิษฐาน อตั ภาพรา่ งกายจะแตกเป็นดนิ เปน็ น้ำ�ไปก็ไมล่ ุก หรือเนอ้ื หนงั มงั สา
เลอื ดจะเหือดแห้งไปก็ตาม จะไมย่ อมลุกขนึ้ ถ้าไมไ่ ดต้ รัสรู้ ทา่ นอธษิ ฐานขนาดนน้ั ท่านทำ�เอาอย่างน้นั นะ
ตัวต้นศาสนาเป็นอย่างน้ัน พวกเราน้ีมีแต่ตั้งท่ากินอยู่อย่างน้ัน ทำ�อย่างไรแล้วจะเห็น ถ้าไม่ประกอบ
ความเพียรนะ เอา้ เลิกกนั
208
กณั ฑท์ ่ี ๒๕
สถานท่ีน่ากลัวทำ�ใหภ้ าวนาดี
๒๗ มกราคม ๒๕๓๘
หลวงปู่ขาวตอนกลางคืน ไปหาน่ังอยู่ท่ีก้อนหินภาวนาอยู่นั่น เดือนหงายๆ ที่ไหนมันน่ากลัวๆ
นัน่ จะภาวนาดี ทไี่ หนมันไมก่ ลัวแล้ว ไมด่ ลี ่ะ มนั ค้นุ เคย ถา้ จะแกจ้ รติ นิสัยตวั เอง ถ้าไมม่ คี วามสุขในใจแล้ว
ใหอ้ อกจากกฏุ ิแล้วก็ไป อยกู่ ุฏกิ ็มแี ตจ่ ะนอนล่ะ
ฤดแู ลง้ นงั่ ภาวนาอยกู่ อ้ นหนิ หลวงปขู่ าวทา่ นพาไปนงั่ อยภู่ วู วั อาจารยเ์ พง็ ทา่ นพาลกู ศษิ ยห์ ลายคน
ก็น่ัง หลวงปขู่ าวเฒา่ ขนาดนั้นจะแข็งแรงมั้ยนะ นั่งแข่งผู้เฒ่าก่อนนะ เลยลองนัง่ มันไมไ่ หวเลยนอน
สักพกั กล็ ุกมา เหน็ ผ้เู ฒ่านง่ั สักพกั กเ็ ปลยี่ นทา่ อีก เหน่อื ยก็นอนอกี จนท่านได้ปลุกให้กลับวดั ต้ังแต่น้นั
ไม่คดิ จะแขง่ กับท่านอกี อาจารยเ์ พ็งน่ีเหมอื นกนั แข่งกันเดนิ จงกรม ท่านไม่มีเกยี จครา้ น
พวกเรามแี ต่กินกับนอน กไ็ มเ่ หน็ อะไรแล้ว ถา้ ไมเ่ หน็ กต็ ู่ศาสนาเทา่ นน้ั ว่าไม่จรงิ ตวั เองไมจ่ รงิ
ก็ไมเ่ ห็นของจริง อันน่ีมีแตค่ อยจะรวมกลุ่มกนั แข่งชนะ แข่งพดู ย่ิงเณรนย่ี ิ่งคะนองมาก ทำ�ยังไงมนั
จะเห็นอรรถเห็นธรรม ความสงบไม่เพียงพอ เหมือนคนยืนคนว่ิงคนเดินนั่นล่ะ คนท่ียืนอยู่กลางแจ้ง
ใครจะมาทางไหนก็เหน็ มาทางซา้ ยทางขวาทางหลงั มันเหน็ หมดล่ะ แตน่ ีม่ นั ไม่อยู่นะ แล้วแต่อารมณ์
ไหนมากระทบ มาเลน่ มาคะนองแล้วจิตจะเป็นสมาธิได้ยงั ไง มันก็เป็นโลกไปหมด ไปเปน็ โลกแล้วกม็ ีแต่
ร้อนนะซิ เรือ่ งอะไรก็ตอ้ งใหม้ นั ถกู ใจตัวเองไปหมด เร่ืองกิเลสมนั เป็นอย่างน้นั ไมย่ อมรับว่าตัวเองชวั่
ขนาดเขาจะจับตวั เขา้ ตะราง ยังว่าเขากล่าวหา กิเลสมันไม่รบั ความจรงิ มีธรรมเทา่ น้นั ทีร่ บั ความจรงิ
ปฏบิ ตั ไิ ปเถอะ ให้เกดิ ในใจตัวเอง มันจะรขู้ น้ึ มาเอง ให้มนั เป็นสมาธดิ ซู ิ จิตสว่างแลว้ จะมีเรอ่ื งผุด
ขึ้นมา ไม่เรื่องใดก็เร่ืองหนึ่งล่ะ เร่ืองนั้นเกิดขึ้นมาแล้ว คนไม่เคยเห็นเรื่องความอัศจรรย์ของจิตใจ
จิตไม่ออกจากน้ันนะ จิตมนั ฟอกอยนู่ ั่น การพิจารณา พจิ ารณาอยอู่ ยา่ งนน้ั ถ้าไมม่ ีหลักสมาธิก็ไปตาม
สัญญาแล้ว ตามหนังสือไป ตามครูบาอาจารย์ไปอยู่นั่น ถ้าจิตเป็นสมาธิแล้ว มันไม่เป็นอย่างน้ันนะ
มนั กไ็ ปตามเรอื่ งของสมาธิ ถา้ อยา่ งนน้ั พระพทุ ธเจา้ ทา่ นจะสอนศลี สมาธปิ ญั ญาท�ำ ไม ทา่ นเปรยี บเทยี บ
ไว้หมด อธิจิต อธิปัญญา อธศิ ีล ถ้าจติ แทๆ้ ก็ตอ้ งมสี ตปิ ญั ญา ตัวสตสิ �ำ คญั มาก น่ีละ่ ยอดค�ำ สอนของ
พระพุทธเจ้า
เร่งความพากความเพียร อย่าไปเล่น ถ้าอยากเห็นของจริง ก็พูดได้ ดูตามหนังสือก็พูดได้
แตใ่ จของเรามนั โลเลอยอู่ ยา่ งนน้ั เหมอื นไมพ้ าดรวั้ นน่ั แลว้ แตล่ มพาไป แตโ่ อชารสซมึ ซาบในจติ ใจผไู้ ดย้ นิ
ได้ฟงั น่ะ โอชารสไมถ่ ึงใจ มันผดิ กันนะ ผู้ปฏบิ ัติมแี ยบคายกวา่ นน้ั เป็นอย่างน้นั ใหพ้ ากนั เร่ง
เทศนก์ ณั ฑ์น้ี ถ้าเอาไปปฏบิ ตั แิ ล้ว ให้มนั เกิดในจิตในใจตวั เองแลว้ โอ้ย มนั จะสิ้นหรอกความสงสัยนน่ั
อยศู่ าสนา มแี ต่ถอื ศาสนา แตไ่ มเ่ ตม็ หัวใจกนั นะ เลิกกันนะ
209
พระธรรมเทศนา
หลวงปูล่ ี เมตตารบั นมิ นต์ ณ โรงเรยี นอดุ มศึกษา จงั หวัดปทุมธานี ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๔๘
หลวงปู่ลี กสุ ลธโร ก�ำ ลังสนทนากบั หลวงพอ่ บุญชว่ ย ปัญญวนั โต วัดภูริทัตตปฏปิ ทาราม
210
กัณฑท์ ่ี ๒๖
กายคตาสติ
อบรมพระ ปี ๒๕๓๘
ประกอบความพากความเพยี ร เณรน่นั ไม่ได้เอาหนังสอื ไปดหู รอื ดหู นังสอื นะ ดแู ล้วเอาไปพิจารณาดว้ ย
มีแต่เล่นอยนู่ ัน่ มแี ตเ่ ล่น เข้าหมแู่ ลว้ มแี ตห่ ยอกกนั กอ๊ กๆแกก๊ ๆ อ้อแอๆ้ นะ พอพระกบั เณรอยดู่ ้วยกนั
หยอกกันสนุกสนานเหมือนฆราวาส ไม่คลำ�ดูศีรษะตัวเอง ทำ�อย่างไรมันจะเป็นภาวนานี่ ไปน่ังก็มีแต่
เรื่องอนั น้ันมาหลอกมาลวงตัวเองอยูน่ ั่น ตะครบุ เงาตัวเอง เงามันจะเป็นตวั จริงอะไร
พวกเรานี่ พระพุทธเจ้าท่านพาไปทรมานทา่ นได้ พวกเรานีม่ นั ไมท่ รมานตวั เองนะซิ ดแู ต่ภายนอก
ทางอื่น ไม่ดูหัวใจตัวเองนะ มนั คิดอะไร แก้มนั อย่นู ่นั ฝกึ มันอยนู่ ัน่ อยา่ งเขาฝึกชา้ งนน่ั เขายงั เอามา
ใช้ลากท่อนซงุ ได้ พระพุทธเจา้ ทา่ นฝกึ ทา่ นจริงๆ นะ ท่านไดต้ รสั ร้แู ล้วจนทอ้ พระทยั หมกมนุ่ ในกามคุณ
ไมเ่ หน็ อรรถเห็นธรรม เสดจ็ ไปท่นี น่ั ทนี่ ี่ รบั ข้าวมธุปายาสของนางสุชาดาเท่านัน้ ล่ะ ๔๙ วนั นู่นนะ ท่านถึง
ค่อยได้ฉนั
ยากกไ็ มเ่ หลอื วิสัยนะ ธรรมพวกนีม้ นั จะเห็นไปหรอก พระพุทธเจ้าท่านแสดงอย่างไร ใจของเราน่ี
จะรบั ขอใหท้ รมานดูเถอะ ท�ำ เขา้ ๆ มนั จะประมวลมาหรอก แก้เข้าๆ พอแกไ้ ด้ มนั กห็ ยดุ เทา่ นัน้ ล่ะ
จติ สงบลงเลย ธรรมมันจะโผล่ข้นึ ไม่ลงมอื ทำ�สักที แต่กนิ กบั นอนแล้ว มันกจ็ บเท่านนั้ ล่ะ อยโู่ ลกไหนก็
เหมือนเก่าน่ันละ่ เพราะใจตวั เก่า เขาได้ฝกึ ไดห้ ดั เขาฝกึ หมดละ่ เขาเปน็ เจา้ เป็นนาย เขาฝกึ หัดหมดละ่
เขาเรียนอะไร เขาทำ�เอานะ ทำ�ช่วั กท็ ำ�เอา ทำ�ดกี ็ท�ำ เอา ใหพ้ ากันลงมอื ท�ำ อย่าไปเล่น ถ้าไม่เปน็ ไปได้
โลกมนั ไมห่ ลาบหรอกอนั นี้ โลกนมี่ นั ไมม่ หี ลาบ มนั กลวั แตห่ าอรรถหาธรรมหามรรคผลนพิ พานมาใสใ่ จตวั
เองเท่านัน้ ละ่ ท่านเปรยี บเทียบวา่ นรกอยู่ในหน้าอกนั่น สวรรคอ์ ยู่ในใจ ทา่ นเทยี บไว้หมด มาคิดมาอา่ น
ถ้าจิตไมอ่ ยู่ ก็พจิ ารณาสภาพร่างกายของเรา แต่ศีรษะลงมาหาพื้นเทา้ แต่พ้ืนเท้าขนึ้ ไปหาศรี ษะ
เหมือนหลวงปบู่ วั นั่น ท่านภาวนา เอามา้ มเอาอะไร ทา่ นว่าไมเ่ หน็ กาย เอาปอดเอาเนื้อหนัง ไมใ่ หม้ นั
ออกจากนั่นเลย ท่านวา่ จิตมันกพ็ ิจารณาอยูน่ น่ั ละ่ นง่ั กบั ทุกข์ถงึ ๓ วัน ๓ คืน เอาอยูน่ ั่น ความเจบ็ มัน
กเ็ จบ็ อยู่นน่ั ล่ะ ถา้ มันทรมาน มนั ก็เทา่ น้ันนะ ทา่ นว่าจิตมันวางพรบึ ลงเทา่ นัน้ ละ่ เกิดความอัศจรรย์ขึ้นเลย
นอี่ ะไร ถ้านัง่ สักพกั เวทนาขน้ึ ทบั ก็นอนซะ ก็ไปแบบเดิม สักพกั กล็ ้มลงนอนเหมอื นเก่า ไม่สู้กบั มัน
เหมือนคนเข้ามาทะเลาะกับเรา คนเคยขม่ เห่งก็ข่มอยอู่ ยา่ งน้นั ถ้าเอาถงึ เจบ็ กนั แล้ว รจู้ ักความหนักเบา
กันแล้ว ตั้งแต่นน้ั มนั ไม่หยอกหรอก มันกก็ ลวั เหมอื นกนั มนั ตอ้ งมขี ยาดมโี ชกโชนซะก่อน อันนี่ก็เหมือน
กนั ละ่ ถ้าไมส่ ซู้ ะก่อน ไม่เห็นรายแพ้รายชนะ
น่ังเข้าไปดูซิ นี่แหละ ท่านว่ากิเลสมาร มันจะแย้งข้ึนเลย เรื่องหยอกขึ้นมา เรื่องเกิดขึ้นมา
มนั ผดุ ขน้ึ มาอนั นนั่ อนั นี่ คดิ ไปกอ่ กวนไมใ่ หจ้ ติ ใจของเราสงบได้ ใหม้ ันรู้กลมารยาของธาตขุ องขันธ์เร่อื ง
211
พระธรรมเทศนา
จิตใจของตวั เอง ฝกึ เข้า คดิ อา่ นใคร่ครวญอย่นู ่นั ใหม้ นั แยบคายข้นึ ไป มันไมป่ ลอ่ ยไปแลว้ ธรรมดามนั
กโ็ งท่ กุ คนนน่ั ละ่ ถา้ รจู้ กั ตวั โง่ จะฉลาดหรอก ถา้ ไมร่ จู้ กั ตวั โงน่ ี่ โอย้ ..มนั กป็ รากฎเตม็ อยอู่ ยา่ งนนั้ ละ่ แบก
หามอยนู่ ั่น ตวั เองนะคดิ เอาตวั เอง เอาไฟมาเผาตัวเอง ถ้าเรอ่ื งความรัก กบั คนทีค่ ดิ ตรงกัน คิดดูซิ
เราน่งั อยู่ในมุง้ อยู่ในกุฏนิ ู่น ส่งไปหาอย่างนั้น ส่งไปหาอยา่ งนี้ เร่อื งอดีตทลี่ ว่ งมาแล้ว คำ�พดู อยา่ งนั้น
คำ�พดู อยา่ งน้ี เอามาก่อกวนตัวเอง มันเป็นอยา่ งน้นั แลว้ เอาไฟมาเผาตัวเองอยนู่ นั่ เอาไฟมาจดุ ตัวเอง
อย่นู ั่น หงุดหงิดละ่ จะหาความสงบอะไร ถา้ จะหาความสงบแล้ว โอย้ มันไมอ่ ยู่กับพทุ โธ ก็มดั มนั เขา้
พดู ถๆี่ เข้าดูซิ บรกิ รรมไม่ใหม้ ันมาแทรกอยา่ งนน้ั นะ ครบู าอาจารย์ทา่ นท�ำ มา พจิ ารณากพ็ ิจารณาแต่
รา่ งกายตัวเองอยูน่ ่ัน ในกายนี้ คนตายหามเข้ากองไฟ ไฟไหม้เขาก็ไมเ่ ห็นเจ็บ พอ เลิกกัน
212
กัณฑท์ ี่ ๒๗
เห็นธรรมดว้ ยสญั ญา หรอื ด้วยปัญญา
๒๗ มีนาคม ๒๕๓๘
หวั ใจตัวเอง ไมย่ อมปลอ่ ยวางนะ ไปเฝ้าไปคอยอย่อู ย่างนั้น ไปแยง่ พระธาตกุ นั เถยี งกนั อยนู่ น่ั
โอ้ย ไมอ่ ายญาตโิ ยมกัน ไมม่ ีอายกนั ละ่ ถ้าไม่ให้มานา่ จะดี น่นู ไปอยูถ่ �้ำ ขามเลย
ผู้ทีจ่ ะสนใจภาวนามันหายากนะทกุ วันน้ี มีแต่ครบู าอาจารยเ์ ท่านน้ั ตอ่ ไปน้มี ันจะไมม่ ลี ่ะ เห่อกันอยู่นั่น
วิง่ กันอยู่นัน่ จะปฏบิ ตั ิจรงิ ๆ ไม่เหน็ ละ่ ทนี ี้ ไม่เอาจรงิ ๆ ไมไ่ ด้นะ ไม่เกดิ คดิ ดูซิ พระพุทธเจ้าทา่ นบ�ำ เพญ็ มา
ท่านออกผนวชน่ะ ๖ ปนี ูน่ ถึงค่อยได้ตรัสรู้ การภาวนาทางกายทา่ นกท็ รมาน อดอาหาร ๔๙ วันท่านก็อด
ผ่อนลมหายใจเข้าออก ทา่ นท�ำ หมด ไมใ่ ช่ทางตรสั รู้ ทา่ นพลกิ ใหมท่ �ำ ใหม่ ถ้าเอาจรงิ ๆจังๆ ทา่ นก็เอ้า
มนั ไมใ่ ชท่ างแลว้ กเ็ ปลยี่ นใหม่ พอเปลยี่ นใหมแ่ ลว้ ปญั จวคั คยี ท์ ง้ั ๕ กอ็ อกหนจี ากทา่ น วา่ ทา่ นถอยความเพยี ร
เวยี นมาหาความมกั มาก ทา่ นกเ็ ลยอยอู่ งคเ์ ดยี ว ทา่ นกแ็ สวงหาบณิ ฑบาต นางสชุ าดามาเอาขา้ วมาถวาย
ขา้ วมธปุ ายาสปน้ั ได้ ๔๙ กอ้ นนนั่ ละ่ ทา่ นฉนั แลว้ กอ็ ธษิ ฐานนะ เสยี่ งถาดพรอ้ มถวายถงึ ถาดนะ กอ็ ธษิ ฐาน
อยตู่ น้ โพธเิ์ ลย ทา่ นก�ำ หนดจติ ทา่ นเขา้ อยใู่ นอานาปานสติ ถา้ แปลเปน็ ภาษาไทยเรากด็ ลู มหายใจเขา้ ออก
ไมใ่ หอ้ อกจากจติ
ยามท่ี ๑ ท่านกร็ ู้ปุพเพฯ ยามที่ ๒ ก็ร้ทู ำ�กรรมอนั นนั่ ไปเกิดอนั น่นั น่นู ไล่ไปหมดแลว้ นรกอเวจี
อะไรรหู้ มด ผดุ ขึ้นมาหมด ยามท่ี ๓ ท่านก็ได้ตรัสรู้ พวกเรามแี ตก่ ารคดิ คน้ พิจารณาไป พิจารณาไปก็
เปน็ สญั ญาไปหมด เพราะว่ามันไมเ่ กดิ กบั ใจนะ
อยา่ งหลวงป่มู ่ันทา่ นสอนนน่ั ท่านใหบ้ รกิ รรมพทุ โธ แมเ้ รยี นมาถึง ๕ ประโยคกไ็ ด้มาเรียนพทุ โธ
กบั ท่าน บางองค์ ปี ๖ เดือนถึงค่อยอยู่ก็มี ๒ ปีก็มี พออยกู่ บั พทุ โธเท่านนั้ ละ่ ธรรมมนั จะเกดิ หรอก
จะเกิดความสงบ ใหม้ ันจติ สงบซะกอ่ น อนั น้ีถา้ ได้ค้นคิดพจิ ารณา กับเห็นครูบาอาจารย์ ได้ดูหนังสอื
นน่ั ละเปน็ สญั ญาไป มนั ไมเ่ กดิ กบั ตวั เอง มนั ตอ้ งเหน็ ดว้ ยตวั เอง ถงึ จะเปน็ ปจั จตั ตงั ถา้ ไมท่ �ำ เอา ไมเ่ หน็ หรอก
ครูบาอาจารย์ท่านมีแต่แนะนำ�แนวทางเท่าน้ันล่ะ เหมือนอาหารน่ีล่ะ ถ้าไม่รับประทาน ก็ไม่รู้รส
ธรรมของพระพทุ ธเจา้ จริง แตเ่ ราทำ�ไมจ่ รงิ เท่าน้ันล่ะ แล้วก็ตศู่ าสนาวา่ ไมจ่ รงิ เพราะกเิ ลสนะหลอกเรา
ออกไป เราเชอื่ มนั มาหลายภพหลายชาตแิ ลว้ นะ กเิ ลสมนั กลอ่ มนนู่ ท�ำ อะไร กลวั แตจ่ ะตาย กลวั แตจ่ ะเหนอื่ ย
ครบู าอาจารย์ท่านสู้มาจนเตม็ ทีแ่ ล้วนะ อยา่ งหลวงปมู่ น่ั สูจ้ นสลบไสลนนู่ อย่างครูบาอาจารย์องคไ์ หน
พูดมา มีแต่สลบไลสทั้งนัน้ หลวงป่ขู าวท่านไม่ได้ท�ำ เลน่ นะ
แตน่ ท่ี ี่เห็น ถา้ ได้เขา้ กลุ่มกนั แลว้ โอย้ ไม่ร้หู าคำ�พูดมาจากไหน เป็นธรรมกถึกหมด ใครก็พดู ได้
ถ้าจะพูด ตำ�รามมี ากมาย ท่องเอาเหมือนนกแก้ว แกว้ จา๋ ๆ อยนู่ นั่ ไมร่ วู้ ่าตัวแก้วอยูไ่ หน จะยากอะไร
213
พระธรรมเทศนา
ใหพ้ ากันเรง่ ความพากความเพียร เอา้ ถา้ จิตอยูก่ ับพุทโธ ๒๔ ชัว่ โมง มนั กส็ ังเกตได้หรอก มนั
จะเหน็ เองหรอก ธรรมของพระพทุ ธเจา้ จะผดุ ขน้ึ เอง แตน่ พ่ี อนง่ั ภาวนา มแี ตค่ วามอยาก วง่ิ ตามความ
อยากอยนู่ น่ั ละ่ เขาวา่ เปน็ อยา่ งนน้ั อยา่ งนกี้ ไ็ ปกบั เขา นมี่ แี ตเ่ รอื่ งกเิ ลสหลอกไปเลย หลวงปมู่ นั่ ทา่ นสอน
อยา่ งนั้นแล้ว หลวงปชู่ อบทา่ นเดนิ ตอนกลางคนื ท่านไมไ่ ด้ละพุทโธ เสอื ก็กนิ ไมไ่ ด้ จะพดู ยังไง ท่านไป
อยู่ถ้ำ�งู วา่ งูพิษเยอะ มันกไ็ มเ่ ห็นกดั เลยเปน็ มิตรเป็นสหายไปเลย เรื่องน้อี �ำ นาจของธรรม ไม่ง้นั กนิ
หมดแล้ว
ท่านพอ่ ลเี มอ่ื กอ่ นท่านเดินอยคู่ ำ�ม่วง ปีพรรษา ๗ เดนิ ๓ วนั ๓ คืน ไมไ่ ด้ฉันอาหาร มแี ต่เดนิ
เหนือ่ ยมาก นอนขวางทางชา้ งเลย แต่กอ่ นช้างมนั เยอะนะ ทางถนนชา้ งเหมือนทางรถแลว้ เป็นดา่ นไป
ก็นอนผูกใส่ต้นไม้นั่นผูกใส่ต้นไม้นี่ นอนปูอาสนะ ช้างก็มาแล้ว หัวหน้ามันมาก่อนนะ มาตรวจตรา
ลกู นอ้ งอยู่หลัง มันเห็นมนั กย็ ้ายทา่ นเขา้ ในป่านู่น กลดกก็ างเหมือนเก่า ผ้าปูนอนกป็ ูให้เหมอื นเกา่ ไมไ่ ด้
ผดิ เกา่ เลย แลว้ มนั กบ็ งั ทา่ นไวไ้ มใ่ หห้ มเู่ หน็ หมชู่ า้ งมากผ็ า่ นเลยไป หมไู่ ปหมดแลว้ จงึ คอ่ ยไปตามหลงั นนู่
จติ วิญญาณอนั น้ีมันอันเดยี วกนั หมด มนั ร้จู ักดีจกั ชว่ั เหมอื นกนั หมด ร้จู ักบาปจกั บญุ เหมือนกนั แต่เสวย
กรรมของเขาแลว้ เขาท�ำ มาอยา่ งนัน้ กเ็ สวยตามวิบากกรรม จติ อนั เดยี วกัน ต่างกันแตก่ ายเทา่ น้นั
เราเปน็ มนษุ ย์นี่ โอ้ย.. กลวั แตจ่ ะตาย ถ้าครบู าอาจารยท์ ่านตายนี่ ตายไปนานแล้ว ทา่ นท�ำ มาเยอะแล้ว
อันนี้ท�ำ หนอ่ ยกม็ ีแตก่ ลวั ตาย กลวั แตอ่ ดอยาก เลยไม่เห็นของดีแลว้ เชือ่ แต่กเิ ลสตัณหาอยนู่ ่ี มันเชื่อมา
หลายภพหลายชาตินะ มันกลอ่ มอยนู่ ่นั ไม่ฝนื ไม่เหน็ นะธรรมของพระพุทธเจ้า ประกอบความพากความ
เพยี รเขา้ ถา้ มนั เกดิ ในใจตวั เองแลว้ โอย้ ..มนั ตอ้ งเอาแลว้ ดกู ร็ ู้ คนทปี่ ระกอบความเพยี ร มนั ไมไ่ ดส้ งุ สงิ
กับใครหรอก คนจะมาพูดมาคุยดว้ ยนะ่ มีเยอะ อยู่คนเดียวมันสบาย ปุจฉาวิสัชนามนั เกดิ ขน้ึ อยนู่ นั่
ขอให้มันเห็นในใจเถอะ เรียนมาแล้ว เอาความจำ�มาพูดกันอยู่นั่น โอ้ย.. มันไม่มีที่ส้ินสุดหรอก
อันนั้นน่ะ ความสงสัยลังเลในใจ มันเกิดอยู่อย่างน้ัน ว่าอันนั้นอันน้ี มันเกิดในใจมันเป็นอย่างหน่ึงนะ
โอชารส ขอให้เรง่ ความพากความเพยี รเถอะ ผู้ใดต้ังใจท�ำ มนั กเ็ หน็ ละ่
เดี๋ยวนีค้ รูบาอาจารย์ก็หมดไปๆแลว้ นะ ปีน้ีเป็นคเู่ ลยเตม็ ที พ่อแม่ครจู ารย์(หลวงตามหาบวั )เดีย๋ วนี้
รบั แขกมาก แต่กอ่ นไดย้ นิ ท่านบน่ ว่าพ่อแมค่ รูจารย์ฝัน้ รับแขกมาก แลว้ จะท�ำ ยงั ไง สขุ ภาพท่านจะต้านทานได้
แล้วก็ว่าหลวงปู่เทสก์ วัดหินหมากเป้ง ว่าท่านรับแขกมาก ก็ท่านใจดีมีเมตตา จะให้ทำ�ยังไง มีแต่
ยิ้มแยม้ ต้อนรบั ศรัทธาญาติโยมหลัง่ ไหลไปหาท่าน พอ่ แมค่ รจู ารยเ์ ทสก์ก็เลยพูดวา่ ใหถ้ งึ คราวเสยี ก่อน
ถงึ คราวใครคราวมนั หรอก ใครดุ ใครใจดี จะมากหรอื ไม่มากกใ็ หด้ ูไป เด๋ียวนีเ้ หมือนท่านหมด ถงึ ท่าน
จะดขุ นาดไหน เขาไม่ไดถ้ อื แล้ว ท่านดุเปน็ ธรรมนะ มีแตค่ นเข้าหา เขาไม่ไดถ้ ือคำ�พดู จา คนหลงั่ เขา้ ๆ
อย่างหลวงปหู่ ลา้ กพ็ ึง่ ผ่าตดั มา คดิ วา่ ทา่ นคงจะไม่ไหวแล้ว เดีย๋ วนี้ท่านกอ็ ่อนแอลงมากแลว้ พวกเรานี้
ไม่เกิดนะหมู่พระหนุ่ม สมัยน่ีมันน้อยลงๆ อีกหน่อยกรรมฐานจะไม่มีเลย วงศ์ปฏิบัติจะไม่มีแล้ว
กลนื หมดแล้ว ปริยัติกลืนไปหมดแล้ว โอย้ คราวหลวงปมู่ ่ัน เจ้าคุณอุบาลี กรรมฐานเยอะจรงิ ๆ เจ้าคณุ
อุบาลที ่านสง่ เสริมทางนี้นะ เจา้ คณุ ธรรมเจดยี ์สง่ เสรมิ ฝา่ ยปฏิบตั ิมาก เดีย๋ วน้ไี ม่มแี ลว้ น้อยลงๆแลว้
จะหมดไปๆ แลว้ เอ้า เลกิ กัน
214
215
ภาพถา่ ยที่วดั ประชาคมวนาราม(ปา่ กงุ ) งานครบรอบ ๙๐ ปี หลวงป่ศู รี มหาวโี ร
พระธรรมเทศนา
อริ ยิ าบถสบายๆ ขององคห์ ลวงปลู่ ี (ถา่ ยท่วี ัดป่าบ้านตาด)
216
กัณฑท์ ี่ ๒๘
กรรม
๑๑ เมษายน ๒๕๓๘
ใหม้ นั เกิดจากใจตวั เอง ทรมานตวั เองได้ก็สบาย ชนะตัวเองส�ำ คัญ ถ้าชนะตวั เองได้แลว้ มันไม่
กลบั คนื นะ แต่ถ้าชนะคนอืน่ กลบั กลัวแพ้ กลวั ไปต่างๆ ภพไหนชาติไหนกเ็ หมือนกนั กรรมท่ีเรากอ่ ท่ีเรา
สร้างกันมา ถึงคราวคนน้ันมาฆ่า ชาติหน้าคนนีไ้ ปฆา่ แก้แค้นกันอยอู่ ย่างน้ัน ในธรรมบทมอี ยู่ ในนทิ าน
ทา่ นสรปุ มาไว้ อยา่ งพระพทุ ธเจา้ ทา่ นเหน็ มา ปจั จบุ นั นอ้ี ยา่ งหลวงปมู่ นั่ ทา่ นเหน็ หมดนะ มแี ตพ่ ระอรหนั ต์
เท่านั้นถึงจะพูดเรอื่ งเหลา่ น้ีได้
อยา่ งปุถุชนคนหนา เขาไม่เข้ามาใกลห้ รอก เขาเหม็นสาบ เพราะศีลไมบ่ รสิ ุทธิ์ ศลี ไมบ่ ริสทุ ธิ์
มันเก่ียวกับจิตใจนะ จิตใจมันสำ�คัญท่ีสุดนะ คิดอิจฉาผู้อื่นคิดเบียดเบียนผู้อื่น อยากทำ�ลายคนน้ัน
ผกู อาฆาตจองเวร คดิ อยู่อย่างนนั้ นีต่ ัวสำ�คัญ
ศลี บริสุทธ์นิ ้ัน พร้อมดว้ ยสตปิ ญั ญานะ แก้ไขพิจารณาเข้าไป อยา่ ไปเล่น เรอื่ งคะนองมนั ส�ำ คัญ
เอาละ่ เรง่ ความพากความเพียร ไม่มใี ครทำ�ใหเ้ ราได้ มีแตต่ วั เราต้องทำ�เอาเอง ครบู าอาจารย์มีแตบ่ อก
ทางเทา่ นน้ั พระพุทธเจา้ ก็เหมอื นกนั มแี ต่บอกทางเท่าน้นั ทางเดนิ ถ้าเราไม่เดนิ มนั ก็เปน็ เรอ่ื งของเรา
ให้พากันท�ำ เอาละ่ เลกิ กนั
217
พระธรรมเทศนา
กัณฑ์ที่ ๒๙
ใจมันคอยวิง่ ตามกเิ ลส
๑๐ พฤษภาคม ๒๕๓๘
ฉนั จงั หันแลว้ หาความสงบใหต้ ัวเอง กายวเิ วก ใจก็วเิ วก ให้ท�ำ งานกไ็ ม่พอใจ ให้ท�ำ น่นั ท�ำ นก่ี ็ไม่พอใจ
ถ้าใหท้ ำ�ความเพียรก็ไมพ่ อใจ มันก็พอเท่าน้นั ล่ะ ทำ�จรงิ ทำ�จงั ทำ�ไม่จรงิ ไม่จงั แล้ว โอ้ย..เปน็ ควายให้
เขาทำ�นานะ เขาใหท้ านขา้ วป้ันหน่ึง เขาปรารถนาบญุ นะ ตวั เองไมท่ �ำ ไม่มีบญุ ให้เขานะ
จะบรกิ รรมอะไร กใ็ หอ้ ย่กู ับอันน้นั เหมือนถากหวั สิว่ สิว่ ลงไปดซู ิ ตลี งไปจนมนั ทะลุนู่น จนตีซ้ำ�
ลงอกี ไมไ่ ด้ เป็นยงั งนั้ ล่ะ มันสะอาดแลว้ งามแลว้ มนั กเ็ รยี บรอ้ ยแล้วล่ะตรงนัน้ การพจิ ารณาก็เหมือน
กันน่นั ล่ะ พจิ ารณากายหรอื จะพจิ ารณาอะไร ก็ใหม้ ันเห็นดซู ิ ให้มนั เห็นร่างกระดกู ตบั ไตไสพ้ งุ ถา้ มนั
พจิ ารณาอันน้ีแล้ว มันไม่มเี รือ่ งอะไร เรอ่ื งโลภะ โทสะ โมหะ มนั ไมม่ าครอบง�ำ อันนอ่ี ะไร รวมกนั ก็มี
แตอ่ นั น่ันแลว้ ท�ำ อย่างไร ครบู าอาจารยก์ ็หมดไปๆ ทกุ วันน้ปี ริยตั ิกลนื ไปหมดแลว้ มแี ต่ลกู ศษิ ย์หลวงปมู่ นั่
เกดิ ขึ้นมา
ผ้มู าใหม่ กต็ ้งั ใจปฏิบตั ินะ อยา่ มาเล่นนะ เรง่ ความพากความเพยี ร เดนิ จงกรมภาวนา ตัวเองนะ
ทำ�เอาบุญ เหมือนกินข้าวล่ะ อยู่ภาชนะเดียวกัน ถ้าเราไม่กินก็ไม่รู้ ครูบาอาจารย์มีแต่ท่านบอกทาง
เทา่ น้ันละ่ ทำ�เอาเปน็ ของตวั เองหมด เหมือนความเจบ็ ความปวด ความเจ็บปว่ ยอะไร ผูใ้ ดจะเป็นแทน
กันได้ เสวยกรรมใครกรรมมันแลว้ ถา้ ไมท่ �ำ ก็ไมไ่ ด้ เทา่ น่ันนะ มีแตไ่ ด้ยนิ ได้ฟังไป แล้วกไ็ ม่ไปพจิ ารณา
ใครค่ รวญเหตุผลสกั คร้งั มนั กไ็ ม่เกดิ ผลแลว้ ว่าทา่ นใหล้ ะให้ถอนอะไร ถา้ เราเอาไปคดิ ไปใคร่ครวญแลว้
โอ้ย.. มันก็เปน็ ฟังแล้วกเ็ อาไปใครค่ รวญไปเจยี ระไนใหพ้ สิ ดารออกไป มันก็เป็นสมบตั ิของเรา เราเรียน
สวดมนต์ กว่าจะได้สูตรหนง่ึ มันไมใ่ ชข่ องง่ายนะ คือเรียนปาฏิโมกข์ ถ้าไมค่ ลอ่ งจริงๆ แล้ว มาสวดให้
หมู่ฟังไม่ได้
อันน้ีเหมือนกบั การปฏิบตั ิ เหมือนเรามาเดนิ จงกรมน่ี เดนิ แป๊ปเดยี วมนั ไม่มีทางหรอก เดนิ มนั
เป็นช่วั โมงน่นู ถงึ คอ่ ยจะมที าง ถึงค่อยจะเปน็ ทางได้ นีก่ ารพจิ ารณาเหมอื นกนั โอย้ .. มันลากไมไ่ ด้ ถอนไมไ่ ด้
ข่มมันอยนู่ ่นั ล่ะ บังคับใจอยนู่ ัน่ ตอ้ งฝกึ ตัวเองหมดละ่ พวกน้ี ทางโลกเขาก็ฝึกนะ ฝกึ งาน กวา่ จะเป็น
ชา่ งไดต้ อ้ งเปน็ ลกู นอ้ งเขาซะกอ่ น อนั นเี้ หมอื นกบั การปฏบิ ตั ิ ตอ้ งเรง่ ความพากความเพยี รตวั ส�ำ คญั เลยนนั่
จิตไม่ทนั สงบ อยา่ รีบไปคิดไปพจิ ารณาใครค่ รวญ หกั มันเขา้ ความสงบ
อยา่ งครบู าอาจารยห์ ลวงปมู่ นั่ มแี ตส่ อนมแี ตเ่ รอ่ื งความสงบทงั้ นนั้ ใหภ้ าวนาพทุ โธ บางองคป์ ี ๖ เดอื น
ก็มี ๒ ปีก็มี ไม่ให้มันคิดไปทางใดแล้ว ผูกมันอยู่นั่น เพราะใจอันน้ีว่ิงตามอารมณ์อยู่อย่างนั้นนะ
หาอันน่ันอนั น่ีมากอ็ กๆแก็กๆ ไม่พอใจก็โกรธซะ กเ็ ครียดซะ สักพักกเ็ บียดเบยี นตวั เองเท่านัน้ ไม่ได้ดงั ใจ
ตัวเอง ก็เบียดเบียนตัวเอง ธรรมของพระพุทธเจ้าไม่ใช่จะให้เบียดเบียนตัวเอง ไม่ให้เบียดเบียนตน
218
ไม่ให้เบยี ดเบยี นผอู้ ืน่ แลว้ มนั จะถกู หรือถ้าเป็นอยา่ งนัน้
หนังสือมี เอาไปดูแล้วก็มาคิดใคร่ครวญ พ่อแม่ครูจารย์เอาจัดมาให้หมด พระไตรปิฎกท่านมี
เอามาท่องดูขอ้ ไหน ฝึกใจตวั เองให้อยใู่ นหลกั ธรรมนั่น ต้องฝึกอยูอ่ ยา่ งนั้นนะ เขา้ หาความสงบ อย่าให้
มันคนุ้ กัน ค้นุ กนั ไมไ่ ด้ มันเปน็ ทางโลกเขาละ่ ทางผัวเมีย สกั พกั ก็ดา่ กัน ทางพระไม่เปน็ อยา่ งนั้น คนุ้ กนั
แลว้ ก็ดูถกู กนั เท่าน้ันละ่ มันก็เป็นเรอ่ื งโลก ไมใ่ ช่เปน็ ธรรม นนู่ นะอยู่กบั ครอู าจารยท์ า่ น ไดส้ ุงสิงกันกม็ ี
แต่ตอนกวาดตาดกับตักน้�ำ เทา่ นั้นละ่ นอกนัน้ ไปใครไปมันเลย อยใู่ ครอยู่มัน เอาถึงขนาดน้ันนะ แต่กอ่ น
ย่ิงไมม่ ีพระเณรมาก พอ่ แม่ครูจารยอ์ ยู่ อย่บู างคร้งั ก็ ๙ องค์ บางครัง้ ก็ ๘ องค์ เท่าน้ันทง้ั พระท้งั เณร
บางครง้ั ๕ องค์กม็ ี ทุกวันนี้มนั เยอะ ที่วเิ วกมันก็หมดไปๆ ถา้ ไปวิเวกก็ไปตามส�ำ นักซะ คิดไปคดิ มา
จะไปทางไหนกพ็ อๆกัน ไปวเิ วกอันนี่
ถา้ ตง้ั ใจจริงๆ แล้ว ไมฉ่ นั จังหันแลว้ กห็ ลบเลยไม่ให้คนเหน็ ก็ได้ ขึ้นไปอยอู่ ่างน่นู ถ้ามันนัน่ ก็ข้ึนนนู่
ผาแดงนนู่ ทม่ี ากมาย ลงมาแตต่ อนฉนั จงั หนั การปฏบิ ตั เิ มอ่ื กอ่ นมนั ไมม่ หี รอกเรอ่ื งน�ำ้ รอ้ นน�ำ้ อนุ่ น�ำ้ ตาล
ไม่มี มมี าแตน่ ่ี ๒๕๒๐ มาน่ี อยบู่ ้านตาดเหมอื นกนั ไมม่ ี ทกุ วนั นีท้ ่านรบั แขก พระเยอะนะ ผมออกจากท่าน
๒๕๒๑ เมื่อก่อนพระมีเพียง ๑๘ เท่านน้ั ปี ๒๕๒๐ จำ�พรรษา มพี ระลาบวช ๓ องค์ เลยเปน็ ๒๑ องค์
ปีนี้ปี ๒๕๒๐ นั่น ออกพรรษามากส็ ึกไปแลว้ ต้งั แตน่ ้ันก็มากขนึ้ เรอ่ื ยๆ นะ พ่อแม่ครูจารย์เดย๋ี วน้กี ็ ๕๐-๖๐
องคจ์ นว่าไมม่ ีทอี่ ยู่ กุฏิจะปลกู แล้วมันถี่ ปนี ้ีทา่ นกย็ งั ปลกู อกี ๒ หลัง งานอย่นู ัน่ ข้อวตั รกจิ วัตรแขก
เยอะ ธรุ ะมันกเ็ ยอะแลว้ มนั กระเทือนถงึ ลูกศษิ ยล์ กู หาแล้วหมด แขกเยอะมันกย็ งุ่ นะ
อนั นพี้ วกเราแขกมนั ไมม่ าก กค็ วรประกอบความพากความเพยี ร ดตู อนลา้ งบาตรกค็ ยุ กนั อยนู่ นั่ ละ่
เด๋ยี วก็ทะเลาะกันเท่านั้น มีแต่นักเทศน์ ไมร่ ู้เอาคำ�พูดมาจากไหน เอาอยนู่ ั่น ประจบคนนน้ั ประจบคนน้ี
หยอกนู่นหยอกนี่แล้ว เป็นทางฆราวาสแล้ว ไม่ใช่ทางพระอันน้ีในหลักธรรมก็ไม่มี ในหลักพระสูตร
พระวนิ ยั ก็ไมม่ ี แล้วมนั จะเหน็ อะไร ความสงบ ไปนงั่ เข้าดูซิ ความคิดอันน่ันมา เกดิ ข้นึ จากตัวเองหมดแล้ว
กว่าจะได้ เวทนาทับแล้ว สักพักก็กรนครอกๆ กรนครอกๆ แล้วมันก็ไชโยแล้ว มันกล่อมดีแล้วนะ
เรื่องกิเลสมันกล่อมอย่างน้ัน กล่อมนอนอยู่นั่นก็ไม่เห็นอะไรแล้ว แล้วก็ไปกล่าวตู่ศาสนาว่าไม่จริงล่ะ
ไม่เกดิ มรรคผลได้ ทำ�อะไรกไ็ มจ่ รงิ กไ็ มจ่ รงิ หมด ของตัวเองไม่จริง มันจะเป็นอะไร อยู่ทางโลกมันก็ไม่
ไดอ้ ะไรสกั อยา่ ง อยา่ งหมาเหา่ เมยี ไปหาลกั กนิ ขา้ ว หมากเ็ หา่ นนั่ แลว้ มนั อดมนั อยากนะ คนขเี้ กยี จขคี้ รา้ น
พระพทุ ธเจา้ ทา่ นวา่ อฏุ ฐานสมั ปทา ถงึ พรอ้ มดว้ ยความขยนั หมน่ั เพยี ร ทา่ นไมว่ า่ เกยี จครา้ นนะ ใน
ภาษิตมอี ย่างนั้น ใหต้ ้ังใจปฏิบัติ เอ้า ทำ�อย่างไรมันจะเกิด ตวั เองมนั คิดอะไร ถามมนั เขา้ ไปในจติ ตวั เอง
มันจะตอบขึ้นมาเองหรอก ถ้าจะพิจารณา ถ้าจะหัดความสงบก็หัดเข้าเลย มันจะเกิดข้ึนเองหรอก
สงบเขา้ ๆ จติ มันกต็ ะล่อมเข้าๆ จิตมนั กร็ วมลงไดเ้ ท่านนั้ เกดิ แสงสว่างข้ึน ความอศั จรรยม์ นั ไม่ออกจาก
นัน่ หรอก มันใคร่ครวญอยนู่ ัน่ เน่ีย ปัญญาเกดิ เกิดขน้ึ เองนะ ปญั ญาไม่ไดห้ ามนั หรอก ให้มันเกดิ เถอะ
เรอื่ งผลมันจะไหลอยนู่ ัน่ แหละ เหมือนคนไม่เคยมีเงนิ ก�ำ จนเหงอ่ื มือออก น่ีกเ็ หมอื นกนั มันใครค่ รวญ
อยู่น่นั เป็นแล้วนะเป็นวนั มันเกดิ ความอศั จรรย์
219
พระธรรมเทศนา
เหมอื นหลวงปู่ชอบท่านเดนิ ตอนกลางคนื ไปเจอเสือ ๒ ตัว ข้างหลงั กร็ ้องมา ข้างหนา้ ก็รอ้ งมา
ขา้ งหลงั กเ็ จอเสอื เดนิ มา ใกลเ้ ข้าๆ กจ็ ะถงึ ท่าน ดูขา้ งหน้ากจ็ ะตะครุบ ดขู า้ งหลงั กจ็ ะตะครุบ ทา่ นก็
ย้อนจติ เข้ามาหาตัวเองเลย ไม่สง่ ไปหาน่ัน ท่านวา่ ชวี ิตก็คงจะคราวนลี้ ่ะ ตง้ั จิตเลย ถา้ เคยได้กระทำ�กนั
มาแต่ภพชาติหนหลังแต่เก่า ก็สละอัตภาพร่างกาย ถ้าไม่ได้กระทำ�กันมาแต่ก่อน ก็อโหสิกรรมกัน
พอคดิ เท่านนั้ จติ รวมพรบึ เลย ทา่ นว่า พอจิตรวมพรึบ เกิดความรูข้ น้ึ มา เสือกินไม่ไดเ้ ด็ดขาด ทา่ นกย็ นื
อยู่นั่นล่ะ สกั ชวั่ โมงละ่ ยนื อยนู่ นั่ ไฟเทียนกะไตโ้ คมนะ ไฟเทยี นกด็ บั มอื แบกกลดอยู่ สะพายบาตรก็
สะพายอยู่อยา่ งน้ัน กลดกแ็ บกอยอู่ ยา่ งนนั้ มือหน่งึ กจ็ บั อยู่อยา่ งน้ัน พอจิตถอนขนึ้ มา หาเสือกไ็ ม่เหน็
วางของลงกบั เอาเทียนจดุ โคมแล้วก็มองหาเสืออยู่ ความกลวั หายไปหมดเลย มนั มีแต่ความกล้าหาญวา่
จะสเู้ สอื ได้ ดซู ิ ใจมนั กลา้ ตง้ั แตน่ นั้ มาคดิ ถงึ เสอื คนู่ นั้ ใหไ้ ดอ้ รรถไดธ้ รรม ทา่ นวา่ เกดิ ความฉลาดอศั จรรย์
เราไปไหนไปได้เลย ไม่มีวติ กวิจารณ์ มแี ต่ไป ไปทไี่ หนมแี ต่เสอื นะ ทา่ นไปอยพู่ ม่า เสือก็นัง่ เฝา้ อยู่นน่ั จน
เชา้ ไปบิณฑบาตก็ผา่ นมนั ไป ดซู ิ ทา่ นทำ�มาอยา่ งนน้ั นะครูบาอาจารย์
อนั น่อี ะไร น่ังได้หนอ่ ยกก็ ลัวตาย เดนิ จงกรมกว็ ่าเหนอื่ ย มแี ตก่ ลัวตาย กไ็ มเ่ ห็นแลว้ ถา้ ไม่สละตาย
ไมเ่ ห็นหรอกธรรมของพระพทุ ธเจา้ ดูนะ พระพุทธเจา้ ท่านนง่ั อธษิ ฐานอยู่ตน้ โพธิ์ อัตภาพน้ีกลายเป็น
ดินเปน็ นำ�้ ไปกต็ าม ไมย่ อมลุกจากทีน่ ี่ ถา้ ไมไ่ ดต้ รัสรู้เป็นพระพุทธเจา้ ทำ�ถงึ ขนาดน้ัน ท�ำ จรงิ มันต้องเหน็ จรงิ
ไมว่ า่ อยทู่ างโลก ให้พากันเร่งความพากความเพยี รนะ ใกลเ้ ขา้ พรรษาแล้วนะ มนั จวนเข้ามา
การท�ำ อะไรอันไหน เขา้ พรรษากไ็ ม่มีทำ�การท�ำ งาน ประเพณพี อ่ แม่ครจู ารยท์ า่ นพาทำ� เวน้ ไวแ้ ต่
ถนนหนทางมันขาด เป็นหลุม ตรงไหนมันไม่ดี ไปซ่อมแซม อันนี้ปฏิบัติในเขตวัดเสนาสนะตัวเอง
ทา่ นพาทำ�อยา่ งนน้ั เรอ่ื งการกอ่ สร้างกอ๊ กๆแก๊กๆ ไมม่ ี ตรงไหนดินพัง มนั เป็นเหว ได้ปรับไดแ้ ปลง
ทา่ นพาอย่อู ย่างนนั้ ประเพณีตั้งแต่หลวงปู่มั่นมา ไปเดนิ วัด ตรงไหนไมด่ ีก็เปล่ยี นล่ะ ถนนหนทางตรง
ไหนไม่ดกี ็เปลย่ี นนั่น ไม่เปล่ยี นกไ็ มง่ ามตาเรา กไ็ ม่งามตาโลก โลกมาดูเสนาสนะหรอื เดนิ เดินวัดเดนิ วา
อย่างน้ี เขากเ็ ลอ่ื มใสแลว้ ฝ่ายปฏิบัติ
ทำ�ใหส้ กปรกกเ็ ท่านัน้ ละ่ มันกส็ อ่ เข้าไปถงึ ใจ ใจมนั สกปรก ใจไมส่ ะอาดแล้ว ธรรมกไ็ มอ่ ยู่แล้ว
จะใหธ้ รรมมาจากไหน มันแย่มาจากใจนะ มันสำ�คัญอยู่ในใจ เอ้า เลิกกัน
220
กณั ฑท์ ่ี ๓๐
ภาวนาสกู้ ิเลส
������ท��ำ �อ�ย�่า��ง�ไ�ร��น��่ัง�ภ�า��ว�น�า�ก��็ม�ีแ�ต��่อ�า�ร�ม��ณ��์ม�า�แ��ท�ร�ก���ว�่า�พ��ูด�อ��ย�่า�ง�น��ั้น�ท��ำ �ให��้เ�ป�็น�อ��ย�่า�ง��น�ั้น���ค�น��น�ั้น��ผ�ิด�ใ�จ��
คนนผี้ ดิ ใจ เอามาใส่ในใจตวั เอง เลยหงดุ หงิด ก็นอนเทา่ นั้นละ่ เรือ่ งกิเลสมนั กลอ่ มเราไป เลยนอนกรนครอกๆ
กเิ ลสไชโย เพราะมนั ชนะเรา เราต้องสู้นะ เวทนาเกดิ เราตอ้ งส้ซู ะกอ่ น ถา้ ไมส่ ู้ไม่เหน็
ถ้าตาย ตายไปแลว้ พระพุทธเจา้ ทา่ นก็คงตายไปแลว้ ทา่ นคงไม่ไดป้ ระกาศศาสนาจนมาถึงทุก
วันนี้หรอก อย่างครูบาอาจารย์อย่างหลวงปู่ม่ันน้ี ท่านได้บำ�เพ็ญเพียรจนสลบถึงสามคร้ังนะคิดดู
ไมใ่ ช่ของงา่ ยนะ ทา่ นท�ำ ความพากความเพยี ร ครบู าอาจารย์
แต่น่ีมานั่งกิน นอนกินกันเฉยๆ เพียงอาศัยว่าเป็นสายกรรมฐานเท่านั้น ไม่เอาจริงเอาจัง
ถ้าไม่เอาจรงิ เอาจงั มนั ไมเ่ กดิ ใหพ้ ากันเรง่ ความพากความเพยี รนะ พอนะเลกิ กนั
221
พระธรรมเทศนา
กัณฑท์ ี่ ๓๑
แก้อารมณ์จากใจ
๒๕ พฤษภาคม ๒๕๓๘
การภาวนาไปดูแต่คนอื่นเขานัน่ มันเป็นยงั งัน้ นะ ตอ้ งฝึกตวั เอง ทางโลกเขายังฝึกนะ ต้องฝกึ
การละการวางน่ัน เรือ่ งอารมณน์ นั้ ตวั น้ี ส�ำ คัญทส่ี ดุ แกอ้ ารมณจ์ ากใจแลว้ สบาย มันจะรวมเองหรอก
ปญั ญาอบรมสมาธิก็มี พ่อแมค่ รจู ารย์ทา่ นแต่งไว้ เอ้า ฝึก เร่อื งสตั ว์พาหนะ อย่างชา้ งเขาเอามาจากใน
ดงในป่านู่น เอามาฝกึ ให้ท�ำ ประโยชน์ ลากนั่นลากนี่ ไดเ้ งนิ ไดท้ อง จติ ใจเหมือนกนั ฝึกให้เป็นศีลสมาธิ
ปัญญาก็ด้วยการฝึกละ่ ถ้าไมฝ่ กึ จรงิ ๆ ไม่เหน็ หรอก แต่กอ่ นเราไมไ่ ดบ้ วช การฆา่ สัตว์นบั แต่ยุงตัวนึงขึน้
ไปนัน่ มันจะมีอะไร เวน้ ไว้แต่ผ้มู สี มบตั เิ ปน็ เจ้าฟา้ เจ้านายไปอย่างนั้น การฆ่าสัตวเ์ ขาไม่มีแลว้ มีแต่ซอื้
สตั วม์ าปลอ่ ยเท่านั้น แต่ชาวนานี้ โอ้ย.. มนั กเ็ ทา่ นั้นล่ะ ปาดแขง้ ปาดขาเขามากนิ อยูอ่ ยา่ งน้ัน
ต้องฝึกสมาธิเหมือนกัน ให้มันเกิดมันมี เร่ืองปัญญาเหมือนกัน ต้องฝึก ทำ�อย่างไรมันจะเกิด
อนั น่ีอะไร จติ มันไมส่ งบให้สักที แลว้ มนั ไมม่ ีพลงั ซิ คดิ ไปกค็ ิดไปทางโลกเสยี เลยเปน็ โลกไป เป็นสัญญาไป
เอาเร่ืองนนั้ เร่ืองน้ี จะเกิดจากใจมันไม่มี แลว้ ก็ไมเ่ ปน็ ไม่เหน็ อะไร กเ็ กิดความท้อแท้ สกั พักก็ต่ศู าสนา
ไม่จริงเท่านั้น เรื้องกิเลสมันเป็นอย่างนั้น อันตัวไม่จริงไม่ดู สำ�คัญตรงนี้ล่ะ ผมว่ามันไม่หมดสมัย
เร่ืองพวกน่ี มันหมดสมยั แตเ่ ร่อื งศีลเรื่องธรรม
พวกเราเกิดแลว้ ตาย ตายแลว้ เกดิ เทา่ น้ัน เปลี่ยนภพเปลยี่ นชาติ เปล่ยี นพอ่ เปลีย่ นแมก่ นั อยู่อยา่ งนน้ั
จติ มนั ขอ้ งอยูต่ รงไหน ก็อยูต่ รงนน้ั ละ่ เหมือนกบั ควายลากเชือกลากอะไร มันกข็ ้องอยูน่ นั่ ถา้ คนไม่มา
กต็ ายอยนู่ น่ั อันนี้เหมือนกัน อารมณ์พัวพนั จิตอยนู่ น่ั นอนหลับกฝ็ ันเรอ่ื งนน้ั เรื่องน้ีอยอู่ ยา่ งน้นั มนั จะมี
อะไรเรื่องกาย ทำ�งานทางใจนี่ มันไม่มหี ยุดนะ ถ้านงั่ ภาวนา กอ็ ยากไดป้ จั จุบัน อยากเห็นอยา่ งนั้นอยา่ งน้ี
ก็ตัวกิเลสล่ะ อยากจะเห็น อยากให้มันทันอกทันใจตัวเอง ดูแต่ไม่ธรรมดานะ เขาปลูกต้นไม้ต้นไร่
กว่าจะไดร้ บั ผลก่ปี ี เปน็ อย่างนัน้
คดิ อ่าน จบั สตใิ ห้มนั กำ�กบั จติ ตวั เองอยู่อย่างนัน้ เอาซิ ธรรมมนั จะผดุ ขึน้ หรอก ถ้าเอาจริงเอาจงั
อันน่ีดูก็มีแต่คุยกัน กินน้ำ�ร้อนไปก็คุยกัน นั่งเรียงกันอยู่ศาลาอยู่นั่น พอภาวนาแล้วมีแต่โงกเงก โอ้ย
มนั จะทนั กนิ อะไร พวกนน้ี ั่งสักหน่อย เวทนาเกิดขนึ้ เจบ็ นนั่ เจ็บนี่ ก็เลยนอนหงายนู่น แล้วจะเห็นอะไร
ทอ่ งไดอ้ ยธู่ รรมะนี่ เอาหนังสือไปดู ดยู ังงน้ั ละ่ จิตใจของเราไม่เป็นไปแลว้ กเ็ ท่านน้ั ละ่ โลเลเหมอื นไม้
พาดร้วั น่ี ไม่รวู้ า่ ปลายมนั จะเอียงไปทางไหนแลว้ ประกอบกันไปอยา่ งน้ัน เรื่องนน้ั เรอ่ื งน้อี ยอู่ ย่างนั้น
ถ้าไมท่ �ำ เอาจริงๆ จังๆ แล้ว ไมเ่ ห็นอรรถเห็นธรรมละ่
222
ภาพถา่ ย ณ วดั ป่ากงุ อ.ศรสี มเด็จ จ.รอ้ ยเอด็ ๔ กันยายน ๒๕๕๕๔
223
พระธรรมเทศนา
วันไหนกข็ องเก่าล่ะ มืดกับแจ้ง ปีนั้นปีน่ี ก็ของเกา่ พระพทุ ธเจ้าท่านตรัสว่ามี ๓ ฤดู ฤดรู อ้ น ฤดูหนาว
ฤดูฝนเท่านั้น อนั นก่ี ็ของเกา่ นะ อันไหนจะมใี หม่ อนั ไหน หลงกห็ ลงของเก่านน่ั แลว้ เกิดภพน้กี เ็ หมือน
เก่า เกิดภพหนา้ กเ็ หมือนเกา่ โลกอนั นใ้ี ห้คน้ เขา้ ไปดู
ขอให้จติ มันเป็นปัจจุบันเถอะ อดีตที่ลว่ งมาแลว้ อยา่ ไปค�ำ นงึ อนาคตไม่ทันมาถึง อย่าไปค�ำ นงึ
ทำ�ให้เป็นปจั จุบนั อยู่นั่น สังเกตดูหัวใจตวั เอง มันคิดไปไหนไมด่ กี ็ หักห้ามมนั ห้ามเข้าๆ หา้ มหลายคร้งั
มนั ก็อยูเ่ ข้าๆ มันก็จับหลกั ไดเ้ ท่านัน้ อันนีอ่ ะไร น่ังก็นัง่ ไมไ่ ด้
ครูบาอาจารย์ทา่ น หลวงปู่ชอบท่านวา่ จติ ทา่ นไมม่ ี เดินทงั้ วันก็อยู่กบั พุทโธทัง้ วนั แตว่ าระจิตมัน
ไม่เป็นอย่างน้ันนะ สะพายบาตรสะพายอะไรนี่ ไม่มีเหน่ือย ท่านว่าไม่มีความรู้สึกเลย เบาตนเบาตัว
เดินไปเหมือนไม่เหยียบดินก็มี ท่านว่าไม่มีเหน่ือย ยามท่านไปผู้เดียว ท้ังคืนไม่ได้นอนก็มี มันเพลิน
แตว่ าระจติ ทา่ นไมไ่ ดท้ ง้ิ พทุ โธ ทา่ นวา่ ถา้ เวลานง่ั อยา่ งนเ้ี หมอื นนงั่ ไมถ่ กู อาสนะเลย แตว่ าระจติ นนั่ เรอ่ื งกาย
มนั ไมส่ มั ผสั นะ เปรยี บเทยี บกเ็ ปน็ อปั ปนาสมาธแิ ลว้ มนั ไมม่ กี ายแลว้ อปุ จารสมาธนิ ่ี สญั ญาไมข่ าดออก
แต่จติ ไม่ยดึ เอา ไดย้ นิ แต่จติ ไมย่ ึด ความเจ็บความปวดกม็ ี แตจ่ ติ ไม่ยดึ เอา ถ้าอปั ปนาสมาธแิ ลว้ โอ้ย
มนั ไม่มีแล้ว เร่อื งกายมันไม่มี มแี ตใ่ จลว้ นๆ มันเปน็ หนึง่ มนั ไม่มสี องนะ มีแต่หนึ่ง แลว้ มันจะกระทบ
อะไร ขอใหท้ �ำ ให้เห็นเถอะ เรื่องอันนี่
ในตำ�ราพระพทุ ธเจ้าท่านเข้านโิ รธสมาบตั ิ หรือสาวกทา่ นกเ็ หมอื นกัน อยา่ งทา่ นน่งั ภาวนาอยนู่ ่ัน
พระโมคคลั ลานน์ ง่ั มยี กั ษม์ าตี ท่านนัง่ ทเี่ ดิมอยู่ ยักษเ์ ซไป ในต�ำ รามหี มด เข้านโิ รธสมาบัตนิ งั่ ภาวนา
ไก่มาขันอย่นู ั่น จนหวั แตก ในต�ำ รามี พวกเรามแี ต่ได้ยินได้อา่ นเท่านน้ั
อันจิตใจของเรามันไม่ถึงน่ีซิ ไม่ถึงจุดท่านเทศน์ ไม่เกิดอานิสงส์ แล้วความเพียรก็ลุ่มๆ ดอนๆ
ถา้ เปน็ ทางไปก็ลุม่ ๆ ดอนๆ ไม่สมำ�่ เสมอ มแี ตค่ วามคะนองเทา่ นนั้ อยู่ใครอยมู่ นั ดูกอ่ นนะ วันหนง่ึ เขา้
เดนิ จงกรม เดินอยนู่ น่ั เอาอยูน่ ่ัน ปปั ๆ อย่นู ั่น เห็นครูบาอาจารย์ทา่ นทำ�อยา่ งนน้ั
อย่างพอ่ แมค่ รูจารย์เหมือนกนั ไปกบั ท่าน ๒ องค์ พอดที ่านฉันจงั หันแลว้ นี่ เขา้ นั่งท่ีเลย ปปุ ปปั
เอาม้งุ ลง มันไม่มีฝานะอย่นู ัน่ ปุ๊ปๆ ทา่ นเอาลง นั่งอยนู่ นั่ นนู่ กวาดตาด กวาดตาดก็บา่ ยสามบ่ายสี่
กวาดตาดออกมา ถา้ เดินกฉ็ นั จังหันแล้ว กเ็ ดินแลว้ กวาดตาดนู่นถงึ ออกมา ถึงขนาดนนั้ ล่ะ มันตอ้ งมีละ่
มนั ตอ้ งรูล้ ่ะ
อนั นี่อะไร นง่ั ก็โยกเยก แล้วจิตใจ ไมร่ ้มู ันวิ่งไปทางไหน ถ้าเป็นควายก็อยทู่ งุ่ นาน่นู เลยี ก้นเขาอยู่นน่ั
อันนี่อะไร ไม่เตรยี มตวั ไว้เลย ทำ�อย่างไรมนั จะทนั ทนั แต่ความต้องการของเรา มาบวชกห็ วงั จะพ้นทุกขน์ ะ
ปรารถนาน่นู มรรคผลนพิ พาน ตายแลว้ ถงึ จะไปนิพพาน โอย้ ไม่ได้ท�ำ ไว้ เดย๋ี วนไ้ี ม่เหน็ เดยี๋ วนไ้ี มถ่ ึงหรอก
ให้พากันเรง่ ความพากความเพียร จวนเข้าๆ ใกล้เข้าพรรษาแลว้
224
หลวงปลู่ ี กสุ ลธโร กับ สมเด็จพระมหามุนวี งศ์ (อัมพร อมั พโร) วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม กรงุ เทพมหานคร
ภาพถ่ายทีว่ ดั ป่าดานวเิ วก อ.โซ่พสิ ยั จ.บึงกาฬ เมอ่ื วนั ท่ี ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐
(พดู ท้ายเทศน)์
พวกน้ันมาถามเรื่องทำ�ไม้ให้เขาทำ�หรือเปล่า มันมากไม้เหลือ ผมกลัวกรมป่าไม้มายึดเอา
เมียกรมป่าไมม้ าพูดเรื่องไม้เก่าไมม่ ไี ม้ใหม่ เอาไมป้ าเก้มาใส่ แล้วถอนไมเ้ กา่ ท่านออก ไม้มีแตไ่ ม้มีคา่ นะ
หลวงปู่ทา่ นทำ�เอาไวศ้ าลา ไม้หนา้ ๑๖ , ๑๘ , ๒๐ กม็ ี มีแต่แผ่นใหญๆ่ แตก่ อ่ นไม้มมี าก จะเอาอย่างไร
ก็ได้ ไมต่ อ้ งขออนุญาตนะสมัยกอ่ น ไปตามไรต่ ามสวนมมี ากมายนะ ทกุ วันนม้ี นั ขาดแคลน เพราะขาย
ไมไ้ ปหมดแลว้ ขายไปต่างประเทศหมดแลว้ ถงึ จะมารักษา แล้วก็มายึดเอาไปเหน็ เมยี กรมปา่ ไมม้ าพูดให้
ฟัง
หลวงปู่ลี : เปน็ อย่างไรภาวนา
ลูกศิษย์ : สงบดีอยู่ครับผม
เรง่ รกั ษาความสงบแลว้ จะใหม้ นั สงบหมดทงั้ วนั กใ็ หส้ งบ อยา่ ไปรบกวนมนั เลย อนั นน้ี แี่ หละ เวลา
มนั จะเกดิ อนั นี่แล้ว มนั จะใคร่ครวญเองหรอก บางครง้ั มนั ผุดขึ้นมาเองหรอก ตงั้ ใจนะ เรามาบวชเมื่อแก่
ถ้าจะเอาพ้นทุกขจ์ รงิ ๆ อย่างแยก่ ไ็ ดโ้ สดา ละอตั ภาพรา่ งกายนี่เพียง ๗ ชาตเิ ท่านัน้ ถ้าสกทิ าแล้วเกดิ
อกี ชาตเิ ดยี วเทา่ นนั้ พระอนาคามแี ลว้ โอย้ ไมม่ าเกดิ อกี แลว้ นนู่ แลว้ ดบั ขนั ธแ์ ลว้ ไปอยชู่ นั้ สทุ ธาวาสพรหม
สรา้ งบารมตี ่อไปเลย อนั นั่นขาดจากกามไปแลว้ นะ
225
พระธรรมเทศนา
กัณฑท์ ี่ ๓๒
เป็นพระให้เปน็ นกั เสยี สละ
๒๕ มิถนุ ายน ๒๕๓๘
การงานที่กำ�ลังเริ่ม ทำ�ให้มันเสร็จก่อนเข้าพรรษา เข้าพรรษาแล้ว ตั้งใจกันทำ�ความพากความเพียร
เดินจงกรมภาวนา อยากเห็นจริงความรู้จริง ให้มันเห็นอยู่นั่น จิตไม่สงบ จิตไม่เป็นสมาธิ ไม่เห็นนะ
มัวแต่เล่น เข้าหมู่กันแล้วเหมือนนกเอี้ยง มันก็มีเท่านั้นล่ะ พูดกันหน่อยก็เอาแล้ว เอาแต่เรื่องโลก
มาพูด เรื่องของธรรมมันไม่ปรากฎแล้ว สักพักก็ทะเลาะกันเท่านั้น อวดดี ไม่เอานะแบบนั่น ถ้าผิดกัน
ให้ออกไปทั้งคู่เลย ไม่ใช่ทางพระทางเณรนะ ทางพระทางเณรไม่เป็นไปอย่างนั้น ปฏิบัติไม่ได้ก็ไปอยู่
ทางโลกเขานู่น
เป็นพระก็นักเสียสละนู่น ไปถือทิฐิมานะเหมือนอย่างโลกเขานั่น รักษาศีลยังไง ศีลตั้ง ๒๒๗ ข้อ
เอาอันไหนเป็นศีล ศีลกาย ศีลวาจา พวกนี้นะ มันผิดก็ผิดอันนี้ มันจะไปผิดอันไหน ผู้มีศีลก็อยู่นี่ล่ะ
คำ�พูดสำ�คัญ ตัววาจานี้เก่งจริงๆ ตัวมุสามันกินทุกเวลา เรื่องโกหกตัวเองนี้เก่งจริงๆ นั่งเข้าสิ นั่งเข้า
ปุปปัปเอาแล้ว มากล่อมล่ะ เจ็บนั่นปวดนี่ สักพักก็ทนไม่ไหว ก็ล้มลงเลยใส่หมอนนู่น กรนครอกเลย
เอาแล้ว มันได้คะแนนไปแล้ว เรื่องกิเลส ทำ�อย่างไรเราถึงสละกิเลสอันนี้ พระพุทธเจ้าท่านไม่มีกิเลสนะ
สละออกหมด ท่านเอาธรรมไปจับหมด อันไหนไม่ถูกธรรม ท่านปลดเปลื้องออกหมด เรื่องราคะ
ตัณหา อะไรมันจะพาเกิดพาตาย ท่านละออกหมด ตัวเรายังไปถืออยู่นั่น ถือดีถือเด่นอยู่นั่น แล้ว
ก็นอนอยู่นั่นล่ะ
จิตนั่นถ้าไม่ถึง การภาวนาถ้าไม่ถึงสัปปายะ จิตมันก็ลุ่มๆ ดอนๆ อยู่นั่นล่ะ ถ้าเหมือนไม้พาดรั้ว
แล้วแต่ลมมาแล้ว ลมไปทางไหน ก็เอนไปทางนั่น นี่เหมือนกัน หลักจิตไม่มี หลักจิตไม่มีแล้วมันก็เอน
ไปอย่างนั้น เอาตามอารมณ์ มาแล้ว อารมณ์มาทางไหนก็ไปตามนั่น ท่านว่าหลักสมาธิไม่มี
สมาธิ แปลว่าความตั้งมั่นนะ ไม่เอนเอียงแล้ว เหมือนหลักเขื่อนเขาปักไว้ ลมมาก็ไม่เอนเอียง
จิตใจพวกเรานี่มันวิ่งอยู่อย่างนั้น แล้วมันจะเห็นอะไร เหมือนกับคนเดินหรือคนวิ่ง ถ้าคนยืนอยู่กลาง
แจ้งแล้ว โอ้ย...คนจะมาจากทางไหนก็เห็นหมดแล้ว มาจากทางซ้ายทางขวา อันนี้เปรียบเทียบ
จิตมันไม่เห็นหลักเห็นธรรมอะไร
ญาติโยมเขาทำ�ดีกว่าพระก็มีนะ ทุกวันนี้ มาพูดให้ฟังเป็นที่น่าอัศจรรย์ก็มี พวกเรานี้ไม่ได้อะไร
ไม่ได้เรื่อง เดินจงกรม ทางจงกรมก็ไม่มีแล้ว ว่ากรรมฐานไปอวดโลกเขาอย่างนั้น ลูกศิษย์คนนั้น
ลูกศิษย์คนนี้ พอออกจากนั่น ไปโฆษณาหาอยู่หากิน เรื่องกิเลสตัณหามีมาก มันเป็นไปอย่างนั้น
226
การภาวนา ถ้ามันสู้เอาจริงๆ นะ จนตายนู่นนะ ธรรมถึงจะเกิด ความอัศจรรย์มันถึงจะเกิด
ถ้าไม่สู้อย่างนั้นไม่ได้แล้ว ไม่เห็นธรรมเลย ไม่เห็นความอัศจรรย์เลย เอาซิ สู้ดูซิ คืนหนึ่งเอาดูซิ
จะเอาอิริยาบถเดินก็เอา จะเอาอิริยาบถนั่งก็เอา เอาถึงขนาดนั้นะ โอ้ย...ไม่จับหลักไม่ได้แล้ว ไม่มี
แล้วก็ไม่เกิด ถ้าจิตมันรวมได้ครั้งหนึ่งแล้ว มันมีทางไปหรอก แต่อันนี่มันรวมลงไม่ได้สักครั้ง
อย่างพ่อแม่ครูจารย์ให้พาหมู่ไปภูหลวงดูซิ ให้ช้างให้เสือทรมานช่วย จิตมันไม่รวมสักที ให้ไปที่ไหน
มันกลัวแล้ว ตัวนั่นล่ะมันได้ความเพียร จิตมันไม่ออกจากกายนะ ถ้าปล่อยไปเรื่อยๆ ตามมันแล้ว โอ้ย
เหมือนควาย ก็ไปหาดมก้นเขาอยู่นู่น ทุ่งนานู่น วิ่งอยู่อย่างนั้น เรื่องมัดจิตมัดใจของเรา ไม่มีอุบาย
แล้วก็ปล่อยตามเลย แล้วอย่างไรมันจะเห็น
ต้องฝึกต้องฝนเอาจริงนะ ถึงจะเกิด ให้แก้ไขตัวเองอยู่อย่างนั้น สิ่งที่ต้องปลด ก็ปลดอยู่อย่างนั้นล่ะ
ไปหาที่วิเวกไปอย่างนั้นล่ะ อยู่กับภูกับเขานู่น อยู่องค์เดียวมันสบาย มันสนุกนะไปอยู่องค์เดียวอย่างนั้น
ไปหาวิเวกอยู่อย่างนั้น เดินจงกรมภาวนาอยู่อย่างนั้น ไปเที่ยวเมืองเลย เขาไม่สนใจหรอก เขาทำ�แต่
งานเท่านั้น มีแต่เขาใส่บาตรให้กินเท่านั้นแหละ เราก็บอกว่า ใส่หมกใส่ห่อพร้อม ไม่ให้มาเลยก็มี
อยู่บนภูบนเขาพวกนั้น มันไกลนะ
ไปอยู่ภูนั่น หนทางไปบิณฑบาต กว่าจะได้กลับมา นู่นแล้ว พอล้างบาตรก็ถึงเวลาเพลแล้ว
มันเพลินกับสัตว์ แต่ก่อนตอนกลางคืนเห็นกวาง ไปบิณฑบาต เห็นฟานแม่ลูกอ่อน มันออกหากินแล้ว
เพลินกับเขา ตอนแรกเห็นเรานี่ วิ่งแล้ว จนร้องบอกมัน เฮ้ย อย่าวิ่ง เพศนี้ไม่ใช่เพศเบียดเบียนหรอก
ว่างั้น เป็นเพื่อนเกิดแก่เจ็บตายด้วยกัน เราอย่าไปกลัวกัน อย่าไปวิ่งสิ เดียวมันจะตกเหวนะ แต่มัน
วิ่งอยู่นั่น ๓ วัน วันที่สี่ โอ้ย ไม่วิ่งแล้ว แต่ยืน ๓ ตัว กินมะกอกอยู่นั่น ตาดูเรา ก็พูดกับมัน โอ้ย
อย่าไปวิ่งนะ พวกเดียวกันล่ะเรา เราเพื่อนเกิดแก่เจ็บตายด้วยกัน ไม่ผิดอะไรกัน ต่อไป โอ้ย มีแต่
กินเฉยแล้ว มันไม่ดู มันก็รู้นะสัตว์ เปรียบเทียบมันก็จิตใจอันเดียวกัน มันต่างแต่กายเท่านั้น เขาก็
เสวยวิบากของเขา เขาเคยทำ�ดีทำ�ชั่วมา กรรมดีกรรมชั่วของเขา อันวาระจิตอันเดียวกัน ผูกโกรธ
อาฆาตก็มีเหมือนกัน สัตว์ ไปซิไปทำ�มัน มันเอาเลยล่ะ
อย่างกวางอยู่กับหลวงปู่ชา พระไปตีมัน พอตีแล้วก็ไปอาบน้ำ� แล้วก็ขึ้นกุฏิ พอค่ำ�มาเดินจงกรม
มันแอบอยู่แล้ว พอพระที่ตีลงมา มันก็ชนเอา จนต้องประคบไฟ ถ้ามันไม่ผูกโกรธ มันจะทำ�ได้อย่าง
นั้นหรือ อาจารย์ทุยเหมือนกัน หมู่พูดให้ฟังว่าท่านเลี้ยงค่างไว้ มันกัดเอาอย่างนั้นแล้วกัดเจ้าของ
ไม่เป็นอะไร กัดมือจนทะลุนู่น ท่านก็ไม่พูด หมูพูดให้ฟัง ก็ไปตีมันล่ะ มันดื้อก็ตีมัน มันก็ผูกอาฆาต
ผมไม่อยากเลี้ยงสัตว์ มันจะเป็นกรรมต่อกัน
พากันเร่งความพากความเพียร หนังสือก็มี เทปก็มี เปิดอ่านเอา บังคับจิตใจตัวเองใส่หลัก
ธรรม อย่าคิดไปทางไม่ใช่ทาง ทางโลกทางสงสาร ให้คิดทางบวชของตัวเอง เราบวชมาหวังบุญ
หวังกุศล สิ่งไหนเป็นบุญเป็นกุศลทำ�เลย อย่าพากันเล่นมาก วันนี้พอ เลิกกัน
227
พระธรรมเทศนา
กณั ฑ์ท่ี ๓๓
ให้ฝกึ ความสงบ
กรกฏาคม ๒๕๓๘
เป็นอย่างไรหมู่พวก ภาวนา ภาวนาพูดให้หมู่ฟังหน่อยซิ เมื่อวานหมากัดกันดังมาก เลยไปดู
เหน็ หมูพ่ วกมา เลยบอกใหไ้ ล่หนี ไม้กวาดตาด มคี นมาเอาไปหรือ โอ้ย เป็นสมบัตฝิ ากไว้ทีน่ ี่ กองไวใ้ ห้
เป็นประโยชนท์ น่ี ่ี ท�ำ ๕๐ กว่าไม้ ทกุ วนั นอี้ ะไรเปน็ ของดหี มดนะ
เชา้ ถึงเยน็ คนน้นั ไปคนน้มี า ผ้หู นงึ่ ไปผนู้ มี่ า คดิ ดู พ่อแมค่ รูจารย์ทา่ นเก่งกวา่ นี้ ต่อไปมนั จะได้ใช้
อบุ าย ครบู าอาจารยท์ ่านกไ็ ป โอย้ ..ผมนโ่ี รคก�ำ เรบิ เกง่ จริง แตส่ บายทางใจเท่านน้ั มนั เอาอยู่ เจ็บขึน้
มาเปน็ ตุม่ ขนึ้ เลย ถา้ มันขัดตรงไหนมากๆ เป็นต่มุ ขึน้ เลย ผมวา่ เป็นโรคมะเร็งหรือเปลา่ ว้า เหน็ แต่เขา
พูดโรคมะเร็งเป็นยังไง อาการมันวิ่งอยู่อย่างน้ัน มันผุดขึ้นมาแต่นู่นล่ะ อยู่กุฏิใหญ่ พูดมากก็ไม่ได้
คนจะมากวนเอาไปโรงพยาบาล เรง่ นะ ความเพียร เผ่อื ผมตายไป ปจั จัยอยกู่ บั โยมประหยดั เป็นสมบัติ
ของวัดนี้ ไมไ่ ด้เอามาประกนั เผ่ือผมตายกใ็ ห้หมู่รับเอา มันจวนแลว้ นะทกุ วันน้ี คดิ ดู สังขารรา่ งกาย
ออ่ นทุกปี วนั ไหนมันจะไป บางคนื นี่ โอ้ย ลมขน้ึ มาก ลมน่สี �ำ คญั มาก
ใหพ้ ากันเรง่ นะ ความพากความเพียร ตัวการกระท�ำ นน้ั สำ�คัญ ภาวนากำ�หนดตัวเองน่ันใหม้ นั สงบ
ถ้าไม่สงบแล้วไม่เห็นอะไรหรอก หัดความสงบซะก่อน มันสงบเป็นชั่วโมงหรือ ๒ ชั่วโมงก็ช่างมัน
จติ ถอนออกจากความสงบแล้วถึงมาใคร่ครวญ ใคร่ครวญความสงบ ใครค่ รวญอันน้นั ถ้าจะพจิ ารณา
แยกธาตุแยกขนั ธ์ออกเป็นนสว่ นๆ ก็ได้ เวลาสงบอย่าไปกวนเลย มนั จะสงบทั้งวนั กช็ ่าง อย่างพ่อแมค่ รจู ารย์
ท่านพดู ถ้าอยูก่ บั พุทโธแลว้ ไม่มีเสอื ช้างไมม่ ี มันปรงุ ไมไ่ ด้นะ อย่กู บั พทุ โธ ไมม่ ีกลวั อะไร เพราะจิต
ไม่แส่ไปทางนนั่ สงบอย่นู ่นั สงั เกตจติ ใจของเราเหมอื นกัน เวลานอนหลับนน่ั นะ นอนหลับมนั ไมม่ สี ตินะ
การภาวนามสี ติ ทำ�ไมจะไมร่ ู้ มนั ว่าเวทนายังงี้ กร็ จู้ กั อันน่ันการนอนมันไม่มีแล้ว เช้ามา โอ้ย... หลบั เป็นตาย
ไมฝ่ ันอะไร อันผู้รู้มันวา่ อย่างน้ันนะ วันนน้ั ฝนั เร่อื งนั้นเร่ืองน้ี รู้ข้ึนหมด ตวั รมู้ นั ไมไ่ ดข้ าดปราศจากสติ
นี่แหละ ขอให้ฝึกสติให้มากๆ เถอะ มันจะเห็นล่ะ ตามพุทธประวัตินะ เร่ืองภพชาติหรือเร่ือง
ละเอียดเข้าไปกว่านั้น มันจะปรากฎขึ้นไปเองหรอก ขอให้มันอยู่เถอะ เหมือนเขายืนอยู่กลางแจ้งนั่น
มาทางทศิ ไหน ข้ึนอยู่กับสติ ผา่ นหรือไม่ผ่าน มันจอ้ งอย่นู น่ั นะ ความเพง่
อยา่ งอาจารยท์ ยุ มาพดู วา่ ทา่ นไปประเทศนอก ทา่ นวา่ เขามาศกึ ษา มนั กข็ องหยาบๆ นล่ี ะ่ ประเทศ
อเมริกาก็ไปมา เขาไปล่าเน้ือ กำ�ลังจะยิงเน้ือ จะยิงก็ยิงไม่ได้ ก็เลยเพ่งอยู่น่ัน ความเพ่งตัวนั้นล่ะ
จติ มันจ้องแตอ่ ันนนั้ นะ มนั จ่ออันน้นั จิตไมม่ ีอารมณใ์ ดๆ มนั จอ่ เข้าๆ สักพักกเ็ กดิ นิมติ ขึ้นเหน็ ลืมตาเห็น
เทวดาเดินออกมาจากต้นไม้ อ้าว ทำ�ไมเป็นอย่างนี้ ก็เพ่งอยู่อย่างนั้น จะยิงเน้ือก็เลยยิงไม่ลงเลย
แลว้ เกิดอศั จรรย์ตวั เองขึ้น เลยทงิ้ ปนื เลยหันมาภาวนาทางใจอยู่อย่างนั้น เกดิ จบั ต้นได้ตรงนั้น อนั นี้
มันเป็นสมาธินั้น จิตเพ่งใส่น่ัน จิตน่ิงนะ จิตมันเท่ียง ใครจิตเท่ียงก็เป็นอย่างน้ัน เป็นของแปลกนะ
เพราะมนั จดจ่ออยอู่ ย่างนนั้
228
พวกเราน่ีว่ิงตามอารมณ์น่ะ วิ่งตามความอยาก นั่งเข้าป๊ัปก็อยากได้อันน่ัน อยากเห็นอันนี่
อยากเหาะได้ คดิ ไปคำ�นงึ ไปแล้วมันไม่ซิ พิจารณาก็พิจารณาไปอยา่ งน้นั ไปตามสญั ญา มนั ไมเ่ กดิ จากใจ
ครบู าอาจารย์ทา่ นเทศน์อยา่ งน้ัน แล้วกพ็ ิจารณาไปอยา่ งนน้ั แลว้ มันกอ็ ืดๆ เข้าทีนี้ เพราะมนั ไมเ่ กิดจากใจ
อันน่ีมนั ไมเ่ กิดกับตัวเอง นสิ ัยมันตา่ งกนั นะ
อันน้ีพูดอะไรเรื่องมรรค ก็ตั้งแต่โสดาบันขึ้นไป ถึงพระอรหันต์มันมีหลายข้ันนะ การพิจารณา
เหมอื นกัน มนั กม็ หี ลายขั้นนะ คดิ ดูตง้ั แตพ่ ระพทุ ธเจ้า กวา่ จะได้ตรสั รู้ นางตณั หาอรดมี าเกลีย้ กล่อม
ออกจากน่ัน ทำ�อย่างไร พระพุทธเจ้าไม่ยินดยี ินรา้ ยด้วยแลว้ ท�ำ ยงั ไงก็เอาอยนู่ นั่ กย็ ่ัวยวนอยอู่ ยา่ งนน้ั
๓ คน เนรมติ คนละร้อยอยา่ ง รวมกันเป็น ๓๐๐ อย่าง พระพุทธเจา้ ไม่ยินดนี ะ วางจิตเป็นดินหรือเป็น
ผ้าเช็ดเท้า จะทำ�อยา่ งไรไม่ได้ เสยี ใจวิ่งไปหาพญามารนนั่ ล่ะ พอ่ นะบอกใหม้ าตัดรอน ไม่ใหพ้ ระพทุ ธเจ้า
ได้เป็นพระพุทธเจ้า ไป เจ้าไปเกลี้ยกล่อม พ่อก็โกรธมาก พาเสนามาเปน็ ร้อยอย่างพันอย่าง มาลอ้ ม
พระพุทธเจ้า ทงั้ ช้างทัง้ ม้าทงั้ ควายทงั้ ววั หลั่งมา ยงิ ศรใสพ่ ระพทุ ธเจ้าอยอู่ ยา่ งน้นั ยงิ ก็เป็นดอกไม้บูชา
ท่านหมด ท�ำ อย่างไรก็ยงิ ไมถ่ งึ ท่านๆ เรื่องบารมนี ะ พระพทุ ธเจา้ สักพักนางธรณกี ม็ าเป็นพยาน บีบน้ำ�
ไปทว่ มพญามารได้ หรอื พวกเราจะเป็นพวกน้ี
การภาวนาตอ้ งวางพวกนนี้ ะ ถา้ ไมว่ างพวกน้ี เขากโ็ อย้ .. อยนู่ ลี่ ะ่ เกดิ แกเ่ จบ็ ตายอยนู่ ่ี ถา้ ไมเ่ อาชนะ
นง่ั เข้าไปสกั พกั กเ็ ป็นเหนบ็ นั่นละ่ พญามาร เดยี๋ วกค็ นั นนั่ คนั น่ี แล้วกเ็ ขา้ ถงึ ใจหนักๆ โอย้ จะทำ�งาน
เอาแตใ่ จมาก กายไมเ่ อากน็ อน มนั กลอ่ ม เรือ่ งกเิ ลสกลอ่ มเลยนอน เลยไมไ่ ดค้ วามพากความเพยี รอะไร
แลว้ ก็เดนิ ๆ ไป สัตวเ์ ดรัจฉานเขาก็เดนิ ได้ถงึ ขนาดว่ิงน่นู เดนิ ไมม่ ีสติ ไมม่ ปี ัญญา ก็ไม่เป็น พระพุทธเจ้า
สรรเสรญิ สตกิ ับปัญญา จะพน้ ทกุ ขไ์ ด้ ก็เป็นเรอ่ื งปัญญา น่ังตอนน้ัน มันเปน็ อยา่ งนน้ั น่ังตอนน้ี มนั เป็น
เอยา่ งน้ี ให้สังเกตสังกาจติ ตัวเอง ถ้าไมด่ ู จับหลกั ไม่ได้ จติ มนั เป็นไปอยู่ แต่น่นั จับจิตไมไ่ ด้จับต้นสาย
ปลายเหตุ เอา้ ...ถา้ จติ รวมได้ครัง้ หน่ึงขนาดเกิดแล้ว มนั จะจบั หลกั ไดแ้ ล้ว แตน่ ีม่ ันไม่รวมสักที
อยา่ งพ่อแมค่ รูจารย์ท่านใหไ้ ปภหู ลวง จดั ให้พระไป ให้ไปครงั้ ละ ๕ องค์ เปลี่ยนกันไปให้ช้างให้
เสอื ทรมานช่วย อันนีใ่ ส่หมอนเทา่ นน้ั ละ่ น่ังเข้าจรงิ ๆ กำ�หนดจิตเขา้ จรงิ ๆ ไม่มีลมหายใจนนู่ แตม่ นั ไมต่ ายนะ
วาระจิต สงั เกตอย่วู า่ ลมไมห่ มด มนั เปน็ อยา่ งนน้ั กม็ ี ให้พากันเร่งความพากความเพียร เข้าพรรษาแต่
คร้งั พทุ ธกาลน้นั โอย้ ต้งั สัจจะอธิษฐาน วา่ จะเรง่ ให้มนั ได้ตรสั ร้อู ยา่ งนน้ั อยา่ งนี้ เป็นวัตรๆ ธุดงควัตร
เอาเพ่ิมเติมเป็นสมบัติพระอริยเจ้าทั้งหลาย ท่านดำ�เนินมา ให้มีสัจจะบังคับจิตใจตัวเอง ถ้าไม่มีการ
บังคับจติ ใจตัวเองแล้ว โลเล ไมม่ ีหลกั แล้วแตม่ นั จะไปทางไหน ให้บงั คบั สอนตวั เองนัน่ ผอู้ ื่นสอนแล้ว
มนั จะผดิ ใจนะ
229
พระธรรมเทศนา
ภาพถ่าย ณ วัดปา่ กุง อ.ศรีสมเดจ็ จ.รอ้ ยเอด็ ๔ กันยายน ๒๕๕๕๔
230
กณั ฑ์ที่ ๓๔
เกิดแล้วตาย ตายแล้วเกดิ
๑๙ กรกฏาคม ๒๕๓๘
�เ�ร�ง่ �เ�ข��า้ ��ค��ว�า�ม��เ�พ�ีย�ร���ม��นั �บ��ีบ�ม��นั �ค��ั้น�อ��ย�ู่น��ัน่ �แ�ล��ว้ �น��ะ�ก�เิ�ล��ส���ท�ำ��อ��ะ�ไ�ร�ม��แี �ต�ก่��ล�วั���ก��ล�วั �แ��ต�่ต��า�ย�เ�ท�่า��น�ัน้ ��ล�่ะ��
ตัวน่ีแหละ วนั นผี้ ู้กองไมม่ าเหรอ เขาไปพกั แล้วหรอื เอาธรรมะมา กณั ฑ์นี้ไมใ่ ห้ผู้ใดฟังหรอก ตัวเองฟงั เอง
นึกว่าผ้กู องมาทน่ี ี่ จะเปดิ ให้ฟงั เร่งความเพียรเขา หายากนะ คนมาภาวนาและมาอดอาหารดว้ ย
หลวงปู่ลี : เป็นอยา่ งไรแมอ่ อก การภาวนา หรอื มากนิ มานอนอยูอ่ ย่างน้ันหรือ?
โยม : มีแต่เจ็บแต่ปวด ท�ำ อย่างไรเจ้าคะ
หลวงปลู่ ี : โอ๊ย ท�ำ ใหม้ ันเลยปวดเลยเจบ็ น่นู ละ่ ตอนนอนหลบั ไม่เห็นมนั เจ็บมันปวดอะไร
แต่ใจไม่เหน็ มนั ตายนะ ตอนนอนหลบั แล้ว วนั นหี้ ลบั เป็นตายไมร่ ู้ตัว วันนฝี้ นั เร่ืองน้ันเรื่องนี้ ของอันนี้
อยา่ ไปยึดมนั อันไหนกข็ องกๆู หมด มันก็เจบ็ ซินน่ั ถา้ มันวางดูซิ ถ้าวา่ มนั เจบ็ น่ะ จิตไมเ่ ป็นสมาธิ เป็น
สมาธแิ ตเ่ พียงนอนเท่านัน้ มันแยกกนั ไม่ออกซิน่นั
ถา้ จติ เปน็ สมาธจิ รงิ ๆ แลว้ โอย้ ..อปั ปนาสมาธแิ ลว้ มนั ไมม่ หี รอกกาย มนั มแี ตผ่ รู้ นู้ น่ั ใหม้ นั สมั ผสั
อยนู่ ่ัน น่ังท้ังคนื ก็ทัง้ คนื อยนู่ ัน่ ถา้ อยา่ งนน้ั มันจะไปอศั จรรย์อะไร ธรรมพระพุทธเจา้ มีแตช่ มครูบา
อาจารย์ ชมพระพุทธเจ้าเฉยๆ หัวใจของตัวเองแล้วไม่ได้ดื่มสักครั้ง มีแต่ด่ืมความเจ็บความปวดนั่น
จะอศั จรรย์อะไรนน่ั ตามกเิ ลสตณั หาเฉยๆ ไมม่ ปี ระโยชนอ์ ะไร แลว้ ไมท่ ำ�เองๆ สักครงั้ เกิดแลว้ ตาย
ตายแล้วเกิดอยอู่ ย่างนแี้ หละ วัฏฏะ เปล่ยี นพอ่ เปล่ียนแม่ เปล่ยี นพเี่ ปลยี่ นน้องแล้ว จิตมันขอ้ งอย่นู ัน่ นะ
ท�ำ เอาซะ ใหไ้ ด้เกิดมาเป็นมนษุ ย์เทา่ น้ีกด็ ีแล้ว มันเปล่ียนแปลงนะ เรื่องการกระท�ำ สักพักไปเป็นสตั ว์ให้
เขาทำ�ไรท่ ำ�นาอยูน่ น่ั เขาตีเอาๆ มนั จะเห็นหรอก นับวันละ่ ถ้าไม่เหน็ อนั น้ี เขาจะบวชเหรอ
ขอใหจ้ ิตมันสงบเถอะ กเ็ รือ่ งราคะล่ะ มนั พาไปเกดิ น่ันเกิดนี่ ตามจิตใหม้ นั ทันเถอะ ถ้าอยากเหน็ ภพ
เห็นชาติแลว้ หัดสติใหเ้ ปน็ มหาสติ หดั ปัญญาให้เปน็ มหาปัญญาดซู ิ ตามจิตให้มันทัน อนั นี่จะไปทนั
อะไร อันนี่จะพูดทำ�ไมภพชาติ แค่วันหน่ึงก็ตามจิตไม่ทันแล้ว มันคิดไปทางช่ัวหรือมันคิดไปทางดี
ยงั ไมร่ ู้จกั เลย เหมือนหมาเห่าบ่างพวกนน้ั ไม่รู้ว่าขนึ้ ตน้ ไหน เหา่ ซะไปท่วั เพราะมนั ไม่ไดก้ ล่ินนะ อันนี่
เหมือนกันละ่ ถ้าหัดดู
ครบู าอาจารยท์ า่ นหดั กวา่ จะได้รูค้ ุณวิเศษ หัดพุทโธน่เี ปน็ ปีๆ นนู่ นะ ถึงค่อยอยู่ ไม่ใชข่ องง่ายนะ
มันช�ำ นาญแล้ว ทางภพทางชาตินี่ เทียวเกดิ เทียวตายนี่มนั ช�ำ นาญมามากแล้ว มนั ไมฝ่ ืนแล้ว เหมือนเขา
หดั ควายหดั วัวนูน่ ดูซิ ควายววั นั่นเอาแอกใส่คอนี่ เอาแลว้ ดนิ้ เพราะมันไมเ่ คยแบกสกั ครงั้ มันกพ็ ลิก
ขา้ งนน่ั บา้ ง ข้างน้ีละ่ ถ้ามันดา้ นแลว้ โอย้ มันไม่ไดพ้ ลกิ ล่ะ เพราะมันเคยแล้วนะ มแี ต่ดิ้นพราดๆ เลยล่ะ
ดิน้ ไปเลย เรว็ ก็เร็ว อนั น้นั แทงนน่ั แทงนี่แลว้ มนั ไม่ชำ�นาญ
231
พระธรรมเทศนา
อันจติ ใจของเราเหมอื นกนั ล่ะ การน่ังเหมอื นกนั แหละ จิตมนั ไมส่ งบสักทนี ะ จิตไม่เปน็ สมาธิสักที
แล้วมันจะวางอุปาทานได้ยังไงน่ัง ก็แบกหามอยู่อย่างนั้นล่ะ ตอนนอนหลับแล้ว โอ้ย..มีได้เท่านั้นล่ะ
ความสุขของผมู้ ีกเิ ลสตัณหานั่น มีแต่นอนหลับเทา่ น้นั นอกจากนั้นมแี ตไ่ ฟหมดละ่ ดีไมด่ ีกโ็ กรธตัวเอง
ไม่ได้ดัง่ ใจตวั เองก็โกรธ เครยี ดกบั ตวั เองกม็ ี จะฆ่าตวั เอง ธรรมของพระพทุ ธเจ้าไมเ่ ป็นยังง้นั นะ ไมใ่ ห้
เบยี ดเบียนผอู้ ่นื ไมใ่ ห้เบยี ดเบียนตัวเอง หัดเข้า ฝึกเข้าหมดล่ะ อยู่กบั การฝกึ นะพวกน่ี นงั่ ก็ฝกึ นอนก็
ฝึกอยนู่ น่ั ฝกึ ตวั เอง ฝกึ จติ ฝกึ ใจ ฝกึ การฝกึ งาน เขาเรยี นมาแลว้ ในต�ำ ราเรยี นมาหมด แลว้ กม็ าฝกึ งานอกี
เราน่ีนกั ปฏิบตั ิ ฝกึ ตัวเองอยอู่ ยา่ งน้ันละ่ ไมม่ ีผใู้ ดท�ำ แทน ครบู าอาจารยม์ ีแตบ่ อกทางเทา่ นน้ั ละ่
อันว่าจะทำ�เอา ตัวเองทำ�เอาหมด ทำ�เอาเอง เหมือนกับเรากินข้าวน่ีล่ะ มันจะนั่งเฝ้าอยู่ก็ช่าง
ถา้ ไมก่ นิ แล้ว ไมร่ ู้จกั รส ไม่รู้จกั อ่มิ เหมอื นความเจ็บความปวดน่ีละ่ วันน้มี นั เปน็ ยังง้นั มแี ตถ่ ามกันเทา่ นั้นละ่
อันความเจ็บปวดทำ�แทนกันไม่ได้ อันน่ีมีแต่ให้ท่านสอน แล้วก็จำ�เอาคำ�พูดท่านไปโฆษณาเท่านั้นล่ะ
ท่านดี เทศน์ดี เทศนเ์ ทา่ นั้น แตจ่ ะละกเิ ลสตณั หานน้ั ไม่มี มีแตท่ �ำ เอาเอง นี่ล่ะ ไมอ่ ยากพดู พูดไปกไ็ ม่มี
ประโยชน์ ดูหมูด่ พู วกเหมอื นกนั โอย้ .. มแี ต่เลน่ ล่ะ ทะเลาะกันเหมือนหมา ผมระอานะ โอ้ย...ผมกเ็ คย
อยูก่ ับครบู าอาจารย์มานะ เทา่ นน้ั ล่ะ
รบั หมู่พวกทุกวันน้ี บวชมาไม่ไดท้ ำ�เลน่ นะ เดนิ จงกรมทงั้ วนั ก็เดนิ ได้ น่ังภาวนาน่ี โอ้ย.. น่งั เอา
ท้งั วนั ทงั้ คืนล่ะ ไมไ่ ด้ท�ำ เลน่ ไมเ่ ล่นกบั หมู่ หยอกล้อกบั ใครไม่เปน็ ทำ�เอานัน่ ละ่ พวกสนุกเฮฮาไม่เคยท�ำ
ฝกึ มาอยา่ งนัน้ นะ มแี ตไ่ ปคนเดยี วๆ เห็นหมตู่ ิดตามมาก เข้าบ้านตาด เข้าไปแล้วก็ว่างแล้วละ่ ช่วยการ
ช่วยงานทา่ น แล้วก็หลบไปล่ะ เปน็ อย่างนนั้ แตพ่ รรษามากขน้ึ มา ถ้าพรรษาออ่ น กอ็ ยู่ประจ�ำ นั่นละ่
ท่านพดู อะไร จับทนั ที จับเอาไปพิจารณาเอาไปท�ำ
ความตายมันจะมาวันไหนนะ นั่งก็ตาย นอนก็ตายแล้ว พิจารณาอยู่อย่างนั้นแล้ว ให้มันชินกับ
ความตาย ดูเวลาจะตายแล้วก็ร้องคร่ำ�ครวญจนให้คนอยู่รำ�คาญ บ้านอ่ืนก็รำ�คาญ โอ่ยโอ้ยอยู่นั่น
ตายแบบนั่น ตายขาดทุนแลว้ ไม่มที ีเ่ กดิ กเ็ ป็นตกุ๊ แก ตีฝาอยตู่ ุ้บๆ มนั หว่ งอนั นนั้ นะ ของกๆู อย่นู นั่
มันเป็นไปอย่างน้ันล่ะ เอา้ ตามดูดีๆ ถ้าวา่ มันตาย เอาธรรมของพระพุทธเจ้าไปวัดดูซิ
คนไม่สัตยซ์ ่อื อะไร มันไมเ่ หน็ หรอก ภพภูมิ คนไมม่ ีศีลมธี รรม มแี ตพ่ ระอรยิ เจ้าทั้งหลาย ระดบั
จิตท่านรับได้หมด อันปถุ ุชนคนหนานีม่ ันจะรับไดอ้ ะไร แคจ่ ิตตัวเองกร็ ักษาไมไ่ ด้ ไปทว่ั โลกท่ัวแดน ก็เลย
ไม่เกิดอานสิ งส์อะไร เดนิ จงกรมก็เดิน แต่ไม่รู้สตมิ นั ไปทางไหน แล้วมนั จะอัศจรรยอ์ ะไร หมาขนาดวิ่ง
มันไมเ่ หน็ ได้ตรสั รู้ เดนิ ไมม่ ีสตไิ มม่ ีปญั ญา ถา้ นง่ั กน็ ่ังเฉยๆ น่งั หลบั ตานั่งสปั หงก กว็ า่ ตวั ทำ�ความเพียรนนู่
มันก็ไม่เห็นอะไรนะ สักพักก็ติธรรมของพระพุทธเจ้า ตัวเองทำ�ไม่จริงแล้วไม่ตินะ ไปติผู้อื่นนู่น
เร่ืองกิเลสมนั เปน็ อย่างนัน้ ล่ะ อนั ไหนให้มันถูกใจตวั เองหมดละ่ ถงึ วา่ ดี มันเป็นอยา่ งน้นั
เอาเร่ืองกิเลสมาพูด ก็เช่ือมันนะ เช่ือมันมาหลายภพหลายชาติแล้ว เชื่ออยู่อย่างนั้นแล้ว
ของไม่อยากออกจากโลก มันเปลี่ยนแปลงไปได้ ถ้างั้นคนมั่งคนมีคนจนมันก็เห็นกันอยู่อย่างนี้แล้ว
ความสขุ ความทกุ ขก์ ็เห็นกนั อยูอ่ ย่างนลี้ ่ะ ข้าวเกดิ กับจานกม็ ี ข้าวเกิดกบั หมอ้ ก็มี ความสขุ ของมนษุ ย์ก็
ดเู อาชัดๆ อาบเหง่อื กนิ ต่างน�้ำ เหมือนพวกเราน้ีก็มี หรือจนท่านว่าหาอะไรกไ็ มม่ ี ก็บญุ กศุ ลล่ะ ดซู โิ ลก
232
อันน้ี ถ้าคดิ อา่ นดดู ีๆ มันกเ็ กิดดว้ ยการกระทำ�นะ ทา่ นถึงพดู วา่ “ท�ำ ดไี ด้ดี ทำ�ช่วั ได้ชั่ว” ไมส่ ร้างสม
บารมีแล้ว โอ้ย.. ทุกข์ตายล่ะ เกิดภพหน้าเห็นกันอยู่อย่างน้ันล่ะ ขนาดออกจากพ่อจากแม่เดียวกัน
การท�ำ อยทู่ ำ�กนิ มนั ก็เราสังเกตสังกาดซู ิ ต่างกันทีส่ ุดแลว้ ท่านว่าอกุศลหนง่ึ กศุ ลหนง่ึ กสุ ลา ธัมมา
อกุสลาธมั มา อัพยากะตาธัมมา
เราท�ำ ไวอ้ ย่างไร ให้ภาวนาเข้า มนั จะประมวลมาเองหรอก ใหท้ �ำ ทุกวันน้ดี ซู ิ อย่างพ่อแม่ครูจารย์
ไม่มเี วลาแลว้ ทุกวนั น้วี ุ่นๆ อยู่อย่างนน้ั ไปดูซิ เป็นบุญทกุ วนั นีม้ ันเป็นไปอย่างนนั้ ละ่ ด้วยความเมตตา
ท่านก็พดู ไป กเ็ ทศนไ์ ปใหฟ้ งั แตก่ ่อน ท่านไมไ่ ดส้ นใจอะไรนะ แตอ่ าตมาอยูด่ ว้ ย เร่อื งเทศนท์ า่ นกไ็ ม่ได้
สนใจนะ มาแล้วก็ไป แต่คนไม่เหมือนสมัยน้ี ไปบิณฑบาตก็ได้แต่ข้าวล่ะ กลับมาก็ฉันเอาอย่างน้ันล่ะ
ไม่เหมอื นทกุ วันน้ี สบายผิดกนั มาก
อยา่ งหลวงปู่มัน่ ทา่ นไปอยู่บา้ นนาหมี กนิ ข้าวเปล่าอย่อู ยา่ งนน้ั ละ่ เขาวา่ กรรมฐานนท้ี ่านไมก่ นิ เนอ้ื
กินปลา ถ้าตำ�แจ่วก็มีแต่แจ่วล่ะ มีแต่ตำ�พริกกับเกลือเท่านั้น ปลาร้าก็ว่าท่านไม่กิน ไม่ฉันกับกล้วย
กนิ กนั อยอู่ ยา่ งนนั้ พอดีโยมแพงเขาพดู ใหฟ้ ังหรอก มนั ก็โง่ขนาดน้ันล่ะ แตก่ ่อนน้ัน พอดีท่าน(หลวงป่มู น่ั )
พดู กับเดก็ นะ เดก็ น้อยไปหา สมู มี ะขามไหม มีอยู่แลว้ จะเอามะขามหวานหรอื มะขามส้ม มะขามอะไร
ก็เอามา จะเอามาขัดฝาบาตร ว่างั้น มาขดั ฝาบาตร เขาก็เอาใส่ตะกรา้ มาแลว้ ตอนเชา้ มา พ่อออกมา
คนหนง่ึ กบั เดก็ นอ้ ย มะขามสกุ เอาประเคนเลย เอามาท่านก็กินกับข้าวเลย ทา่ นอาจารย์ก็กินอยา่ งนก้ี ็ได้หรือ
เรากนิ อย่างน้แี หละ พวกโยมกินยังไง ทานยงั ไง อาตมากินอย่างนัน้ โอย้ มนั จะไปอดไปอยากอะไร
พวกโยมกนิ อะไร เวน้ แตส่ ตั ว์ ๑๐ จ�ำ พวก หมา ท่านก็ไลไ่ ปละ่ งูไม่ฉัน พระพทุ ธเจา้ หา้ ม เน้อื มนุษย์
พระพทุ ธเจา้ ห้าม เน้อื ชา้ งนัน่ พระพทุ ธเจ้าห้าม นอกนน้ั พวกโยมกินยังไง อาตมาก็กินได้ เปน็ อะไร โอ้ย
พวกผมน้มี นั โง่นะ วา่ ง้ัน ต้ังแตน่ น้ั มาถงึ ไดฉ้ ันอาหาร
แตท่ ่านครูจารย์ดีเหมือนกัน พ่อออกกม็ าล่ะ มารับใช้ มาก็กินข้าวเปล่าหรอก รินนำ�้ ในฝาบาตร
แล้วก็ขา้ วนีจ่ ้ิม โอ้ย.. ครูบาอาจารยเ์ อาข้าวจิ้มนำ้�อยา่ งนน้ั โอ้ย มันไม่มีอาหารอะไรหรือ ส่องบาตรทา่ น
โอ้ย เราตาย ไดก้ ินอย่างนั้นนะ ทา่ นสอนคน โอ้ มันหนามาก
มนั อยูท่ ก่ี ารภาวนา การท�ำ อะไร มนั อย่กู ับความตั้งใจหรอก ถา้ เราไมต่ ั้งใจท�ำ อะไร ก็ไดเ้ ทา่ นน้ั ล่ะ
การท�ำ งานเหมือนกนั ถ้าต้ังใจจรงิ ๆ แลว้ งานนไี่ ด้จรงิ ๆ การภาวนาเหมือนกนั ล่ะ มันจะค่อยๆ เหน็ ไป
หรอก ถา้ เห็นเขา้ ไปแล้ว โอย้ ... ความเกียจคร้านมันไมม่ ีหรอก ขอใหม้ นั เกดิ เถอะ มนั จะออกอทุ านมา
หรอก ดกี ็ไมอ่ ยมู่ ัน โลกอนั นี้ ชว่ั ก็ไมอ่ ยโู่ ลกอันน้ี มนั จะอุทานออกมาเลย ขอให้มันเห็นธรรมพระองค์
เจา้ จริง ธรรมพระพุทธเจา้ แต่ผปู้ ฏิบัตมิ ันไมจ่ ริงนั่น ก็กลัวตายนั่นละ่ ของมนั เคยตายมาหลายภพหลาย
ชาติแลว้ มีแต่กลัวตาย
คดิ ดอู ย่างพอ่ แมค่ รจู ารย์ชอบ อย่างพอ่ แม่ครจู ารยข์ าว โอย้ ไปอยู่กบั พวกมเู ซอ อันพ่อแม่ครูจารย์
ขาวน่ัน ไปแลว้ ไปอย่ทู ่เี สอื มากๆ นนั่ เขากลัวเสือกนิ ท่าน มาล้อมรวั้ ให้ ล้อมรวั้ ไมเ้ รยี งตดั กันแลว้ มัดอยู่
ลอ้ มไมใ่ หท้ ่านออกมาตอนกลางคนื ท่านเดนิ จงกรม มนั กม็ าเลียแข้งเลยี ขาอยฟู่ ากร้ัวนั่นล่ะ เหมือนหมา
บา้ นละ่ ตาออ่ นๆ เหมอื นสนุ ขั เรา ๒ ตวั บางครง้ั กต็ วั เดยี ว มานง่ั เฝา้ ทา่ นอยนู่ น่ั มนั คนุ้ พระฝา่ ยกรรมฐาน
มันคนุ้ ขนาดนั้นละ่
233
พระธรรมเทศนา
พระสทุ ธธิ รรมรังสีคมั ภีรเมธาจารย์
(ท่านพ่อลี ธัมมธโร)
อย่างทา่ นพ่อลที า่ นพูดใหฟ้ ัง ตงั้ แต่สมยั ท่านเปน็ พระหนุ่ม ๓ วัน ๓ คืน ทา่ นไม่ไดก้ นิ ขา้ ว ไมเ่ ห็น
บา้ นคน มนั หลงปา่ เหนือ่ ยมาก ไปถึงมันมดื แลว้ มันเปน็ ทางช้าง มันเป็นทางอยา่ งนี้นะคือ ทางคนเดิน
สะอาด ใบไม้มันก็ไม่มีนะ ก็มัดเชือกใส่ต้นไม้ฝ่ังนู่นฝั่งนี่ นอนขวางทางช้างไว้ พอดีนอนก็หลับแล้ว
ช้างกม็ าแล้ว ช้างใหญช่ ้างหวั หน้ามากอ่ น มากอ่ นพวกโขลงช้างมา ชา้ งตัวนั้นกอ็ ้มุ ท่านออกไป กลดไป
กางไวน้ อกทาง แล้วกก็ างให้ท่านนอน อุ้มท่านไป อมุ้ ยังไง อมุ้ เบา ท่านไม่รู้สกึ ตัวเลย แลว้ กลดกก็ าง
อะไรเหมือนเดมิ หมด มันกข็ วางทาง ขวางไม่ให้มองเหน็ ทา่ น หมู่พวกผา่ นไปหมด ผ่านทา่ นไปหมดแล้ว
ถงึ คอ่ ยไปตามหลงั ล่ะ
นนู่ นะ่ ทา่ นก็มีสตดิ ีนะ เอ๊..เรามานอนน่ี แล้วหันหวั ไมถ่ ูกเหมอื นเดมิ ขนาดนัน้ นะ สตทิ า่ น อันนี้
มันเปน็ ยังไง ลกุ ขึ้นเหลยี วดู ทา่ นเลยเข้าทภี่ าวนา ภาวนาว่า ชา้ งตัวหวั หนา้ มาตรวจทาง ตรวจอันตราย
แลว้ กล็ กู นอ้ งมาตามหลงั แลว้ มนั อมุ้ ออกมา แลว้ กม็ าขวางทางไมใ่ หห้ มเู่ บยี ดเบยี นทา่ น สตั วท์ กุ ชนดิ ตอ้ ง
มีหัวหน้าทุกตัวทุกคน ต้องเคารพผู้น้ัน ภูหลวงนี้ก็มีช้างใหญ่ตัวหน่ึง ช้างใหญ่ตัวน้ียืนกินอยู่กลางหมู่
ลกู นอ้ งกนิ ออ้ มอย่อู ยา่ งน้นั ไม่สุงสงิ กับใคร อยู่ตวั เดยี วอย่อู ยา่ งนนั้ น่นั หัวหน้าหมู่ พรานนีจ่ ะเขา้ ไปหา
มันไม่ไดห้ รอก ชนตัวนั้นชนตวั น้ี มันกินอยู่กลางหมนู่ ะ หม่กู นิ ออ้ มอยู่อย่างนัน้ รกั ษามนั
234
กณั ฑท์ ี่ ๓๕
สง่ เสริมการปฏบิ ตั ิ
๒๓ ก.ค. ๒๕๓๘ คำ่�
เหน่อื ยนงั่ รถ กลางคนื กป็ วดเนอื้ ตัว ไปไหนกไ็ ปยากมายาก เปน็ อย่างไรละ่ หมู่พวก การภาวนา
ไม่ได้เรื่องได้ราว เข้ากันแล้ว โอ้ย...เหมือนนกเอ้ียงล่ะ ผมเบ่ือเรื่องนี้ล่ะ ไม่ได้เบื่อเร่ืองอ่ืนให้หนักใจ
ผมกเ็ คยเป็นผู้นอ้ ยมา ฉันจังหันแล้วก็ไปใครไปมัน โอย้ .. จะมาคยุ กนั อยศู่ าลาไมไ่ ด้
อย่กู บั พ่อแม่ครูจารย์ (หลวงตามหาบวั ) คนก็ไม่มากขนาดน้ี อยู่หว้ ยทรายกม็ ไี มถ่ ึงสิบ ๘-๙ องค์
ท้งั พระท้งั เณร มนั ไมม่ ากเหมอื นสมยั นี้ ตั้งเจตนามากด็ ีแล้ว มาอยแู่ ลว้ กเ็ ท่านน้ั ละ่ พอคนุ้ ครบู าอาจารย์
คุ้นหมู่คุ้นพวกแล้ว แล้วก็ทะเลาะกัน มันเป็นไปอย่างน้ัน จะให้มันเกิดมรรคผล มันเกิดได้หรือ
สัตวเ์ ดรัจฉานเขากท็ �ำ ไดอ้ ย่างนน้ั ไมเ่ ปน็ มรรคเปน็ ผล มศี ลี มธี รรมอะไร อยทู่ ่นี หี่ มพู่ วกก็หล่งั ไหลมา โอ้ย
คิดวา่ จะอย่ดู ้วยกนั ๓ องคเ์ ทา่ น้นั นะ อยถู่ ำ้�กผ็ ลัดกันออกมาลงอุโบสถ สองวันนี่เจบ็ หลัง
พวกนี้มันเป็นประเพณี แต่ก่อนอยู่บ้านตาดไม่มีแล้ว เร่ืองไปทำ�วัตรนั่นทำ�วัตรน่ี โดยนิสัยไม่มี
ไมม่ กี ารนนั่ แล้วพ่อแมค่ รจู ารยก์ ไ็ ม่ไดส้ ่งเสริมทางนี้ มีแต่ส่งเสริมการปฏบิ ัติเดนิ จงกรมภาวนา แล้วแต่
หมู่จะไป มันจะกลายเป็นพิธีไปหมดแล้ว อย่างผ้าสังฆาฯ ไม่จำ�เป็นอะไร เป็นเครื่องประดับไปซะ
การใชพ้ ระวินยั ก็บอกอย่นู ะ การใช้สังฆาฏิ ทางไปเป็นโคลนตมอะไรไปหมดแลว้ ไปกับรถกับเรือ ท่านก็
ไมอ่ ยากใหใ้ ชเ้ ทา่ นนั้ ในหลกั ธรรมทา่ นบอกไวอ้ ยา่ งนน้ั ทกุ วนั นม้ี นั กเ็ ปน็ พธิ ไี ปหมด อะไรกต็ ดั เขา้ ๆ หนงั สอื
สวดมนต์อย่างน้ี ตดั เขา้ หมด ยอ่ เขา้ ทกุ วนั นม้ี แี ตพ่ ธิ เี ทา่ นน้ั ดซู ิ ศาสนาทุกวันน้ีวา่ เจริญ มีแต่จะเสอ่ื มแลว้
เสอ่ื มไปหมด วดั ไหนไม่มเี ทวทตั ต์ โทรทศั น์จะหายากอะไรทกุ วันนี้ ขนาดนนั้ รปู เสียง กลิ่น รส ตัวเอง
ชอบดูรปู อัศจรรย์อะไร ทา่ นไมใ่ ห้ตดิ ในรปู ในเสยี งอะไร ไมใ่ หย้ ดึ ม่นั ถือม่นั กบั เรื่องพวกน้ี พวกเรามนั ยิ่ง
ติดอันน้ัน มนั จะติดอนั ไหน ตดิ หนังนลี่ ะ่
พระพุทธเจ้าท่านสั่งสอนให้กุลบุตรสุดท้ายภายหลัง ให้อุปัชฌาย์อาจารย์เป็นอุปัชฌาย์ให้พูดสอน
กรรมฐาน ๕ กส็ อนอนั นล้ี ะ่ ของมันขอ้ งอยูน่ น่ี ะอารมณ์ ถา้ จติ ไม่ขอ้ งอารมณ์ ๕ แลว้ โอ้ย...มนั กไ็ ป
ตามพระพทุ ธเจ้าแล้ว อยู่กับโลกกับสงสาร มนั ตดิ อนั นี่ ยนิ ดียินรา้ ยอยนู่ ่ี ภพไหนชาตไิ หนกอ็ ันเดยี วกนั
หมดแล้ว จะต่างอะไร ความทุกข์ความสุข ผู้ที่เห็นแล้ว อย่างพระพุทธเจ้าและสาวกเจ้าท้ังหลาย
เปรยี บเทยี บเหมือนกบั เป็ดเล่นน�ำ้ ครำ�นั่นล่ะ มันไมเ่ หน็ น�ำ้ ในแมน่ �ำ้ สมทุ รสาครอะไรนะ ไปแลว้ ก็เลยี้ วมา
ของเกา่ นัน่ วัฏฏะอนั นี้ มนั หมนุ อยู่อยา่ งนน้ั มนั ติดอยกู่ ับความรักความชงั อยอู่ ย่างน้นั อจิ ฉาพยาบาท
อยนู่ น่ั พูดไมถ่ กู ใจแล้ว เอาแล้ว เอามาคดิ มาค้นมาพิจารณาอยูน่ ่ัน ผกู โกรธผกู เกลียดอยู่น่ัน ใจอันน่ี
235
พระธรรมเทศนา
236 ภาพถ่าย ณ วดั พชิ ยั พฒั นาราม(เขาน้อยสามผาน) อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี
พระพทุ ธเจ้า สาวกเจ้าท่านไมไ่ ด้ขอ้ งกับอนั นน้ี ะ ทา่ นกไ็ ปได้ พวกเรามันขอ้ งกับอันนีล้ ่ะ แลว้ จติ
ไม่เปน็ สมาธกิ ็อันน่ลี ะ่ ผ้ใู ดตั้งใจทำ�ความสงบกใ็ หส้ งบ สงบแลว้ ก็ให้พจิ ารณา แตเ่ กสาลงไปหาพ้นื เทา้
แตพ่ ื้นเทา้ ขึน้ มาหาศีรษะ ใหพ้ ิจารณาอยู่น่ันๆ มนั ขอ้ งอยกู่ บั นี่ละ่ ถามมันเข้า ตอบมันเขา้ หรือมันจะ
เกดิ นิมิตอะไร ต้องถามนะ เร่อื งพวกน้ไี ม่ถามไมไ่ ด้ การฝึก เขาฝกึ ท�ำ งานพวกนั้นทางภายนอกหรอื ทาง
โลกเขา อันนกี่ ็เราฝึกจติ ฝกึ ใจของเราน่ี พระพุทธเจ้าท่านพาฝึกอยา่ งไร เอาแบบฉบับของพระพทุ ธเจา้
มาเปน็ หลัก เอาไปใคร่ครวญพจิ ารณาอยู่น่ัน
วนั นนั้ วนั น้อี ยูน่ น่ั เอา้ ...มนั ชำ�นาญเขา้ มนั จะคลอ่ งไปหรอก เหมือนเราท�ำ ไร่ ทำ�การท�ำ งานหรือการ
จักสานพวกนนั้ ทำ�ใหมๆ่ มนั กไ็ มเ่ ปน็ ละ่ เหมอื นเราเรยี นหนงั สือ เขียนหนังสือน่นั ละ่ หวั ยาวหวั สั้นอยู่
บางครงั้ ครูตอ้ งจับชว่ ยนั่นล่ะ อันนีท้ ำ�เข้าบอ่ ย มันก็คล่องอยนู่ ั่น
อย่างหลวงปู่มั่นท่านว่า ทำ�ให้มากนะ ทำ�ให้มาก ให้มันชำ�นาญ ชำ�นาญแล้ว ไม่ว่าอันไหนมันก็
คลอ่ งหมด การท�ำ สะดวก วันไหน มืดกบั แจ้งมนั มอี ยปู่ ระจ�ำ อยา่ งนล้ี ะ่ เราไมท่ �ำ เอาไมไ่ ดห้ รอก เราไม่ทำ�เอา
ไม่ได้สักอย่าง อย่างท่านเจ้าคุณอุบาลีท่านว่า ตนนั้นนะเป็นท่ีพึ่งของตน ให้พากันเร่งความพาก
ความเพียร อย่าไปนอนใจนะ ท�ำ เอา ท�ำ ใครทำ�มันอยูอ่ ย่างนั้น สมบตั ใิ ครสมบตั ิมนั ผใู้ ดขเี้ กียจขีค้ ร้าน
ก็เท่านั้นล่ะ เร่ืองกิเลสนะ มันเหยียบหัวอยู่นั่น อะไรจะให้ถูกใจหมด ผู้อื่นก็จะให้ถูกใจตัวเองหมด
แต่หวั ใจตัวเองกไ็ มถ่ กู ท�ำ ยังไงมนั จะถกู เอ้า เลกิ กนั ผมออกร้อนท้องมาก
ธรรมชาติ บรเิ วณสวนอาสน์ เปน็ แหล่งทีง่ ูเหลือมชอบมาอาศยั อยู่ 237
พระธรรมเทศนา
กณั ฑ์ที่ ๓๖
ให้พากนั ตงั้ ใจภาวนา
๒๖ กรกฎาคม ๒๕๓๘
�ม��ัน�ไ�ม��่ด�ี ��น��ำ้��จ�ะ��ท�่ว��ม���ไ�ม�่ใ�ช��่ท�่ว��ม�แ��ล�้ว��ห�ร�ือ��ป��ีน�้ี ��ฝ��น�ต��ก�ม��า�ก��ไม��่ไ�ด�้��น��้ำ��ท��่ว�ม����ถ�้า�ไ�ม��่ต�ก��ก�็บ��่น�ก��ัน�ป��ีน��้ีฝ�น��ด�ี �
เปน็ อย่างไรภาวนาพวกแม่ออก ดไู มใ่ ชห่ าแตอ่ ย่แู ต่กนิ เมอื่ วานแซวอยู่ป่าไมป้ า่ ไร่ อยา่ ท�ำ มากไปอาหาร
มากไป กลวั แต่ไมเ่ หลือให้กินหรอื ไง กลัวกนิ หมดก่อน นู่นนะ
เข้าพรรษามาแล้ว เอาธดุ งควัตร อยากไดน้ ้อย ยง่ิ ได้มากพวกนี้ มีแตเ่ มาการกิน ไมไ่ ด้เดินจงกรม
ภาวนาอะไร ไม่ชำ�ระสะสางจิตใจตัวเอง มีแต่สะสม แกงหม้อใหญ่มันไม่อร่อยหรอก แกงหม้อเล็กๆ
ถงึ อร่อย นีอ่ ะไร อารมณ์อนั ไหน ขนมาใส่ตวั เอง เลยไมร่ ักษาอะไร ใหภ้ าวนาดหู วั ใจตวั เองอยูอ่ ยา่ งนนั้
อะไรมันเกิด ไม่เป็นอรรถเป็นธรรม เรากก็ ลั่นกรองเอาได้หมด เสื้อผ้าหนา้ แพรเรากย็ ังตัดใหม้ ันถูกแบบ
ถูกแปลน สิง่ ใดไมง่ ามก็ชำ�ระสะสาง ส่งิ ใดไม่ดี เรามาประกอบประดับ เครื่องตดั ไม่ดี กก็ ระจุยกระจายซะ
เหมอื นกนั ล่ะ อนั ไหนไมถ่ กู ตามแบบตามแปลน มนั กไ็ มม่ รี ะเบยี บ พะรงุ พะรัง
ภาวนากค็ อื อนั นลี่ ะ อบรมใจใหม้ เี หตุมผี ล เรอื่ งการเรอื่ งงานภายนอกภายใน ให้มนั สะอาดเขา้ ๆ
จติ สะอาดเข้า มันก็ผ่องใสเทา่ น้นั รกรุงรังกเ็ ทา่ น้นั ล่ะ มีแตค่ วามร้อนมาเผาตวั เอง แมจ้ ะหาเงินกอง
เทา่ ภเู ขากช็ ่าง ถ้าใจไมม่ ีธรรมแลว้ ความกระทบกระเทือนจติ ใจนนี่ ะ จติ ใจถดถอยก็เท่าน้นั สมบตั กิ ็ร่วั ไหล
ไปหมด ใหพ้ ากันตง้ั ใจภาวนา ถา้ อยากเอาตัวเองพ้นทกุ ขน์ ัน่ การเขา้ มาได้ยนิ ไดฟ้ ังจากครบู าอาจารย์ก็
ดีมาก สบายไปมาก ถ้าออกไปอยู่บา้ นอยเู่ รอื นตวั เอง กเ็ อาแล้ว อึดอดั แล้ว สกั พกั ก็อยากออกจากบา้ น
อยากเข้ามาหาวัด ทุกวนั น้ีมันเป็นอยา่ งนัน้ ทุกวันน้ี เพราะโลกมันร้อนมากนะ
คดิ ดู อยา่ งพอ่ แมค่ รจู ารย์ โอ้ย คนหลง่ั เข้ามามาก ที่แท้ทางกรงุ เทพฯ อยู่นู่น อยู่บา้ นตวั เองมัน
รอ้ นมันไหม้ ใจมันโลภมาก สมบัติในแผน่ ดนิ น้วี ่าเปน็ ของตวั เองหมดนูน่ หวั ใจมนั อยากแล้วกร็ ้อน เพราะ
ไม่ได้ดังใจ แล้วก็หาฟันหาไฟมาเผาหัวใจตัวเองน่ันล่ะ ถ้าไม่มีธรรมเป็นอย่างนั้น ครูบาอาจารย์ก็มีแต่
บอกทางเท่านนั้ ล่ะ ถ้าจะทำ�เอากต็ ้องทำ�เอง สมบตั ติ ัวเองก็ท�ำ เอาเอง เหมอื นกับป่วยไข้ ผ้ใู ดเจบ็ แทน
กันไม่ไดล้ ะ่ มแี ต่ไปถามอาการเท่านั้นละ่ เหมอื นอาหารนลี่ ะ่ อยู่ภาชนะใบเดียวกัน ถ้าเราไม่กนิ ก็ไมร่ ูจ้ ักรส
เหมือนกันละ่ ถ้าเราไมท่ ำ�ก็ไมร่ จู้ ัก
มันเกิดดว้ ยการกระท�ำ นะ ทา่ นว่าท�ำ ดีได้ดี ท�ำ ชัว่ ไดช้ ่วั ตอ้ งท�ำ เอา อันโลกมนั ก็เท่านล้ี ะ่ มืดแจ้งๆ ล่ะ
ความจรงิ นอกน้ันเปน็ สมมตุ หิ มด สมมตุ ิเอาหมด วนั น่นั วนั น่ี ปนี ั่นปนี ่ี ก็ของเกา่ ล่ะ ทางศาสนาท่านต้งั
ใหเ้ ป็น ๓ ฤดู ฤดฝู น ฤดแู ลง้ ฤดหู นาว น่มี ันก็ถูกของท่านละ่ ฤดนู �ำ้ ฤดหู นาวมา นอกจากน้นั ไม่มีหรอก
ก็ของเกา่ นัน่ ละ่ ปีไหนกป็ ีเกา่ นั่นล่ะ
238
ใหเ้ รยี นใหม้ ันรมู้ หาสมมตุ มิ หานยิ มไว้ ใจมนั ถงึ ไม่ได้ข้อง ถา้ จะท�ำ อะไร กม็ ีแตม่ าหารอื ล่ะ วันน้นั
เป็นอย่างไร วนั นเี้ ป็นอยา่ งไร กว็ นั เก่าล่ะเว้ย มืดกับแจง้ มันอย่อู ย่างน้นั ล่ะ จะไปเอาอะไรอีก ประกอบ
ความดี มันก็ดเี ท่านั้นล่ะ ประกอบความร้าย มันกร็ า้ ย เหมือนมาหาบวชวนั นน่ั ดี วนั น่ดี ี โอ้ย..มันกด็ ที กุ วนั
อาตมาไมไ่ ด้หาวา่ วันไหนวันนัน้ ถา้ ไม่กินขา้ วดูซิ วันนนั้ มันหรอื จะร้สู กึ อ่มิ
มากนะทกุ วนั น้ี พธิ มี ากจรงิ ๆ ศาสนากลายเปน็ พธิ ไี ปหมด ดอู ยา่ งขา้ วสกุ ปลาตายมาแลว้ แมลงวนั
มาตอมอยูน่ ่นู แล้ว เพิง่ ว่า อมิ านิ โอย้ ...เจตนาจะทำ�บญุ ตอนไหน เหตผุ ลมนั เปน็ อย่างน้นั นะ พอเปน็ ข้าวสุก
ปลาตายมาแล้วน่ี มา อมิ านฯิ อยูน่ ่นั ใหแ้ มลงวนั ตอมอยนู่ น่ั ละ่ ถึงค่อยเอามาประเคนใหฉ้ ัน โอย้ .. พธิ ี
มันมาก พระพทุ ธเจ้าไม่มหี รอก ครั้งพุทธกาลไม่มี สมัยน้ีเกจอิ าจารยแ์ ตง่ ขนึ้ ยิ่งแหลม เรยี นปริยัติได้
เรียนบาลไี ด้ มาแปลรอ้ ยไปหมด
เขาทำ�บุญหาอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้นั้น พระเจ้าพิมพิสารนั่น ญาติไปตกนรกเป็นเปรตอยู่นู่น
มาแสดงอากัปกิริยาอะไร มาให้เสยี งใหอ้ ะไร มาเหมือนเพอ่ื น ไม่ไดน้ ุ่งเสอ้ื นุ่งผา้ เปลือยกายมา แลว้ ก็
ไปกราบเรียนพระพุทธเจา้ ว่าฝันอยา่ งน้ัน เกีย่ วอย่างนน้ั แล้วก็แสดงเสียงอย่างน้ัน ญาติของมหาบพติ รนน่ั
ไปตกนรกอย่นู ่นู แล้วก็ทำ�บญุ อุทศิ ให้ซะ ไปแล้วก็ไปทำ�บญุ ใส่บาตรพระพุทธเจ้า ใส่บาตรให้พระพุทธเจ้า
แลว้ กม็ าอทุ ศิ สว่ นบญุ สว่ นกศุ ลนน่ั ไดน้ มิ ติ เหน็ รปู รา่ งพวกนน้ั จากตวั ผอม หายหมด เปน็ อว้ นทว้ นสมบรู ณ์
แต่ไม่มเี สอื้ ผา้ แล้วก็ไปกราบเรียนพระพทุ ธเจ้าอกี พระพทุ ธเจ้าวา่ ไมไ่ ดน้ ุ่งเสื้อน่งุ ผ้า ก็เอาสิ ทำ�บญุ
อุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้ เอาผ้าบังสกุลให้พระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าก็แจกจ่ายให้ลูกศิษย์ลูกหาตัดจีวร
อะไร ใหน้ งุ่ แลว้ ทางนน้ั ไปแสดงนมิ ติ ใหพ้ ระเจา้ พมิ พสิ ารเหน็ วา่ ไดน้ งุ่ เสอ้ื นงุ่ ผา้ โอย้ ..เปน็ คนสวยคนงาม
แลว้ เปน็ อย่างนนั้ ล่ะ ในตำ�ราว่าไปอย่างน้นั นะ
ทุกวนั นี้ พิธีอยู่นัน่ มันกลายเป็นพิธหี มด ดซู ิ ในหนงั สอื สวดมนต์อะไรเหมอื นกนั ล่ะ แต่งเข้ามา สมยั
กอ่ น หนังสือมนั ยาวนะ ตดั เอาตัดเข้า ย่อเขา้ ๆ มแี ตพ่ ธิ ีหมด สวดมนต์ฉบับหลวงสมัยกอ่ นเล่มตง้ั ใหญ่
ทกุ วันน้ี ตดั เข้าๆ หมดละ่ แล้วก็คาถาก็มมี าก กันอันนน่ั กนั อนั นี่ โอย้ ..ไม่มหี รอก ส่งิ กนั ตาย แตพ่ วกเปน็
หมอเปน็ แพทย์ เรยี นหมด จะไมใ่ หค้ นตายนนู่ นะ่ แตก่ ไ็ มไ่ ด้ ไมพ่ น้ ความเจบ็ ความปวดเหมอื นกนั นน่ั แหละ
ทำ�รกั ษากนั ไปอยา่ งน้ันละ่
พระพทุ ธเจ้าทา่ นบอกไวห้ มดล่ะ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ของมันไม่เทยี่ ง แต่เราเปน็ เด็กนอ้ ยมา
กเ็ ปลีย่ นมาๆ อยอู่ ย่างนน้ั พอเฒา่ แก่ชรามาแลว้ มอี ะไรเหมอื นเก่า สงั เกตสังกาตวั เองดู มันไมเ่ หมอื น
เกา่ สกั อย่าง แต่กอ่ นขึน้ ภูข้นึ เขานี่ โอ้ย...หมู่พวกได้ว่ิงตามหลงั ละ่ ทุกวันน้ี ไปไมไ่ ด้ มันเปลย่ี นไปหมดล่ะ
ฝา่ มือเปน็ หลงั มอื ไปหมด ความเจ็บความปวดบีบคัน้ อยู่อยา่ งน้นั เกาหยอ็ กแหยกๆ มีแตต่ วั หนอนละ่ ซอ่ นอยู่
กนิ เนือ้ กนิ หนังอยนู่ ่นั ของกินเขานะ
239
พระธรรมเทศนา
ใหพ้ ากันเร่ง เมื่อไหรว่ ันไหน ความตายมันก็มาถงึ นะ นง่ั ก็ตาย นอนก็ตายนะ ทกุ วนั นี้ไม่มีหนีพน้
โลกมนั รกชฏั วนุ่ วายมาก คนมากเป็นอย่างน้ีล่ะ สมัยกอ่ น โอ้ย.. ไปเทีย่ วน่ี ปีนภขู ึน้ เขานัน่ มแี ตป่ ่าแตด่ งนะ
ทกุ วันน้ี มแี ต่ป่าคนแล้ว ไปท่ไี หนก็ตาม อนั นี่กเ็ จ้านายรักษาไว้ ต่อไปมนั จะไมเ่ ปน็ ป่า กต็ อ้ งรักษาไว้ซะ
ก่อนไปน่ันละ่ มากเข้าๆ แถวนก้ี จ็ ะเปน็ ไร่เป็นบา้ น เป็นสวนคนกนั ไป ถ้าขอเขา้ ไปหน่อยกไ็ ป นีพ่ อไดอ้ ยู่
ได้กินเทา่ น้ี ค่อยทำ�ไป คนมากเขา้ ไปแล้ว กแ็ บ่งกันล่ะซิ เจา้ นายท่านคดิ ถูกนะ พออยพู่ อกินกท็ �ำ ไปซะกอ่ น
มากเขา้ ๆ กไ็ มม่ ีแลว้
อยา่ งพอ่ แม่ครจู ารยใ์ หญ่ พอ่ แมค่ รูจารย์ขาว ท่านพูดเรอื่ งประวัติถ้ำ�กลองเพล สมัยก่อนเป็นบา้ น
เป็นเมอื งหมดทั้งภทู ั้งเขา ไมม่ อี ะไรนะ พันกว่าปีเท่าน้นั ท่านว่า ถำ้�กลองเพลเปน็ นนั่ หมดทง้ั ภทู งั้ เขา
ตามภตู ามเขามจี ารกึ ไว้หมดล่ะ ภูพานยงิ่ จารึกไว้หมด บ้านเมอื งมันมากนะ พอได้อยู่ทำ�กินเท่านน้ั เพราะ
คนมนั มากนะ อันนที้ ่านจัดไว้ แตพ่ อนานเขา้ คนมากเขา้ ๆ กแ็ บง่ เทา่ น้นั ละ่ คนน้ันขอ คนนขี้ อ กห็ มด
เหมอื นกัน คนมากนะ เวลารกั ษากร็ ักษาเหมือนกัน ให้มนั เปน็ สมบตั ขิ องบา้ นของเมอื งของประเทศชาติ
รกั ษาชว่ ยกนั เทา่ นัน้ ล่ะ ปลกู ฝังไว้
อธบิ ดนี ัน่ ให้ปลกู ใครปลูกมนั มนั ใหญม่ นั โตมาแลว้ ไม่ต้องขออนญุ าตตัด ทำ�เลยของใครของมัน
ทกุ วนั นี้ ถงึ จะท�ำ อยกู่ บั หมู่นีก่ ช็ ่าง ถา้ จะปลกู ไม้เขาไม่วา่ การปลกู ทางไหนกแ็ บ่งกนั แลว้ นะ มาจองปลูก
ปา่ มาก ท�ำ ไวใ้ หก้ ลุ บตุ รสุดท้ายภายหลงั นะ ปลกู ไว้ พวกเราไมท่ นั ได้ใช้หรอก มนั ตายก่อน ท�ำ ไว้ใหเ้ ขาน่ัน
เม่ือบ้านเมืองเจริญข้ึน นับวันมันจะอดอยากเข้า สักพักก็เจริญเข้าๆ สักพักก็เอาแล้ว เกาะแกะกัน
บา้ นหา่ งไกลกนั ก็ฆ่ากัน โลกมนุษยม์ นั เปน็ อย่างน้ันแล้ว ดหู น่อยเป็นไร สงั เกตดูเอา มแี ต่ฆา่ กัน ถงึ จะ
อยู่ห่างไกลกันก็ตาม แต่ผ้ทู ่ีมีศีลธรรมกไ็ ปหาหลบอยตู่ ามภเู ขา ไม่รบกับเขา พวกรบกต็ ายหมด พอรบกัน
จนตายหมดแล้ว ก็พวกน้ีล่ะจะออกมา เป็นทุนเป็นสมบัติ เห็นกันก็ร้องไห้อยู่น่ัน ว่าพวกเราประมาท
กเ็ จริญขึน้ ล่ะ คนนอ้ ย แล้วแผข่ ยายขน้ึ สักพกั ก็ยา้ ยบา้ นนน้ั บา้ นนี้ ใหญข่ ้นึ ๆ เหมอื นเดมิ
ดซู ิ ตงั้ แตพ่ อ่ แตแ่ มเ่ รามา รถราอะไรกม็ ากขน้ึ ๆ ทกุ วนั น้ี ไปอดุ รน่ี ตง้ั แตเ่ ปน็ เดก็ นอ้ ยกเ็ ดนิ เอาแลว้
ไปกบั ลอ้ กับเกวยี นเขา ไม่มีหรอกรถ ตั้งแต่อาตมาบวช รถมกี แ็ ต่หนา้ แลง้ รถมาก็นานๆ มาที โดยมาก
รถโดยสารจะมีไฟตดิ ไวท้ างใต้ ทางท้ายคนข้ึน มีไฟดว้ ยพรอ้ ม คิดดู ความเจรญิ มันเจริญขน้ึ ๆ แลว้ คดิ ดู
อุดร ไปดูน่ี โอ้ย.. แต่ก่อนเป็นปา่ ไผ่เต็มไปหมด เด๋ยี วน้เี ป็นบ้านเปน็ เมืองไปหมด คิดดู อย่างกรุงเทพนะ
เหมือนกนั ปีอาตมาบวชไปเที่ยวกับท่านนะ ทกุ วันน้ี เปน็ เหมอื นกนั หมด ท่ไี หนก็เหมือนกัน คนมนั มากนะ
ท�ำ อยา่ งไรละ่ เอ้า เลิกกนั ไปภาวนาก่อน
240
กัณฑ์ที่ ๓๗ ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๓๘ คำ่�
ทำ�ใหจ้ รงิ
แต่ละองค์ ผมระอานะเรือ่ งน้ี มันไม่เป็นเรือ่ งนะ ทะเลาะกนั ก็เขา้ ใจอยู่ เร่อื งทะเลาะกันเหมอื น
สุนขั มนั เปน็ สัตว์เดรัจฉาน มันไม่เป็นพระเป็นเณรเลย มนั ไมต่ ่างกับสัตว์ เรื่องตีกนั โอ้ย.. มันหยาบมาก
ไปบิณฑบาต ไปหาขอทานเขาแลว้ มากัดกัน แลว้ ศีลต้ัง ๒๒๗ ข้อ อยู่ยงั ไง เณรศลี ๑๐ อยู่ยังไง
นีแ่ หละ ผมระอาใจออ่ นใจ ถ้าพดู เรือ่ งนี้ ไม่เคยเปน็ แลว้
พอ่ แม่ครูจารยเ์ จีย๊ ะ ท่านพดู ใหฟ้ ัง โอ้ย...พระสมยั นี้มันขเ้ี กยี จ มนั ไมเ่ หมือนอยา่ งพอ่ แมค่ รูจารย์มัน่
พาท�ำ มนั ออ่ นไปหมด สงั เกตดูมันไมต่ ัง้ ใจตัวน้นั ส�ำ คัญ ต้องทำ�จรงิ หนา้ ที่การงานเหมือนกัน ไม่ว่าทางโลก
ทางธรรม วนั ไหนขเ้ี กียจข้ีครา้ นกเ็ ทา่ น้นั ล่ะ การงานท�ำ วันนั้นท�ำ วันน้ี พอเลิกกนั
241
พระธรรมเทศนา
กณั ฑท์ ี่ ๓๘
สะสมบม่ อนิ ทรยี ไ์ ปเร่ือยๆ
๓ สิงหาคม ๒๕๓๘
ถา้ เชอื่ แต่กเิ ลส มันก็ไมเ่ หน็ ธรรมนะซิ ถ้าจติ มันไมส่ งบ กไ็ ดเ้ ท่านน้ั แหละ คิดดู ที่ประเทศอเมริกา
มคี นหนง่ึ ไปหาล่าสัตวใ์ นป่า ไปเจอสตั ว์ เขาก�ำ ลงั จะยิง แต่กย็ งั ไม่ได้ยิง แต่จิตกจ็ ดจอ่ อยู่แตก่ บั การจะ
ฆา่ สตั ว์ พอจติ มนั จดจอ่ เขา้ ไป เกดิ เปน็ อารมณส์ มาธขิ ึ้นมา เหน็ เทวดาออกมาจากต้นไม้ เห็นอยา่ งนนั้ ก็
เลยไม่กล้ายิง น่ีคอื จิตมนั เป็นสมาธิ มันก็สามารถเกดิ ข้ึนได้ แตน่ อี่ ะไร น่ังสมาธภิ าวนากเ็ อาอยอู่ ย่างนน้ั
อยู่กบั กาย สมาธมิ ันมหี ลายขนั้ มีตั้ง ๓ ขัน้ มี ขณกิ สมาธิ , อุปจารสมาธิ , อปั ปนาสมาธิ
อปั ปนาสมาธิ ไมม่ กี ายนะ มแี ตต่ วั รู้ นงั่ ตลอดทงั้ คนื กน็ งั่ ได้ ไมเ่ ปน็ อะไร เหมอื นการนอนหลบั นน้ั แหละ
การนอนหลบั ไมม่ หี รอกเวทนา ไมม่ วี า่ เจบ็ ตรงนน้ั ตรงนน้ี ะ เวลานอนหลบั เพราะมนั ขาดสตเิ ทา่ นนั้ แหละ
แตส่ มาธิมนั กอ็ ันเดยี วกันนัน่ แหละ เพียงแต่ว่ามันมคี วามรู้สึกเท่านั้นเอง กเิ ลสตัณหาอยหู่ ัวใจตัวเองเตม็
ไปหมดนะ มีแต่ความอยาก ส่ิงใดท่ีถูกใจท่ีชอบใจ ก็ต้องการท้ังหมด มันเป็นนานาจิตตังนะ
จติ คนไม่เหมือนกัน การฝึกเลยไมเ่ หมอื นกัน เราจึงต้องฝกึ ทุกอย่าง พอ่ แม่ครจู ารย์ท่านเทศน์ใหฟ้ ังถึง
ขนาดนนั้ นะ
แตท่ ุกวนั นี้ ไมเ่ อาไม่สนใจกนั แลว้ มากม็ านอนเหมอื นนกยงู นะ แตก่ อ่ นผมกไ็ มไ่ ดส้ นใจขนาดนนั้ นะ
หม่พู วก หลบทน่ี ้นั ทนี่ เี่ ลยแหละ ถ้าจะจ�ำ พรรษา ก็เวน้ ไวแ้ ตท่ บ่ี ้านตาดเท่านนั้ แหละ ถ้าออกจากท่านพ่อ
แม่ครจู ารยไ์ ป กช็ ่วงออกพรรษาแล้ว ก็ถงึ ไปหาเท่ียวป่า แต่ถา้ มหี มู่พวกติดตามมาก กจ็ ะพาเขาเข้าบา้ น
ตาดเลย เอาหม่พู วกไปดว้ ยไม่ได้หรอก พอหมู่พวกออกหา่ งจากผมแล้ว ผมกห็ นีเขา้ ป่าเลยแหละ ตัง้ ใจ
ดสู โิ ลกนวี้ า่ ไมอ่ ยู่ ถงึ จะดกี ไ็ มอ่ ยู่ ถงึ จะชว่ั กไ็ มอ่ ยู่ มนั ตอ้ งเหน็ แน่ มนั จะผดุ ขนึ้ มาเองหรอก เหมอื นชาวนา
เขาไปปลูกต้นไม้ แต่หมากผลมันก็เกิดข้ึนเอง เขาไม่ได้ปรารถนามัน ไม่ได้บำ�รุงลำ�ต้นมัน เหมือนกัน
เดนิ จงกรมภาวนา หรือน่ังสมาธภิ าวนาบ่อยๆ ก็เกิดความเคยชนิ ขึน้ เหมอื นกนั ก็เปน็ ธรรมดา มันก็เริ่ม
จากเล็กไปหาใหญ่ เริ่มจากยากไปหาง่าย ถ้ามาวัด กใ็ หม้ นั ไดป้ ระโยชน์ ไมใ่ ชไ่ ปภาวนาแลว้ มหี ลานมาถาม
กว็ ่าให้หลาน ว่าอย่ามาพูด ตอนน้ีก�ำ ลงั หวิ ข้าวไมไ่ ด้กนิ ข้าวเยน็ แบบน้กี ็มีอยู่นะ
ทำ�ไปบ่มบารมไี ปเรอื่ ยๆแหละ เดยี๋ วมนั ก็ใกล้เข้าไปเอง คิดดูสิ พระพุทธเจา้ ทา่ นปรารถนาจะสอน
สตั วโ์ ลก หลวงปู่มน่ั ก็เหมอื นกนั ท่านปรารถนาเปน็ พทุ ธภูมเิ ลย พอมาชาติน้ภี าวนามยปญั ญาท่านเกิด
ระลกึ ชาตไิ ดว้ า่ ทา่ นเคยเกดิ เปน็ หมาถงึ หมน่ื ชาติ เลยเกดิ ความสลดสงั เวชขน้ึ วา่ จะเอาตวั เองใหร้ อด
จงึ ท�ำ ใหบ้ ญุ บารมใี นอดตี ชาตทิ บ่ี �ำ เพญ็ มา เพอื่ จะเปน็ พระพทุ ธเจา้ นน้ั ไดม้ าประมวลรวมลงมาในชาตนิ เ้ี ลย
เพราะทา่ นจะไมเ่ อาอกี ตอ่ ไปแล้ว จงึ ทำ�ให้ท่านเรว็ นะ เรอื่ งความแตกฉานในอรรถในธรรม เพราะทา่ น
242
เกดิ ความสลดสงั เวชมากนะ ใหเ้ ราดจู ติ ดใู จตวั เอง ถา้ จติ ไมอ่ ยใู่ นหลกั ธรรม กใ็ หบ้ รกิ รรมพทุ โธใหม้ นั อยู่
น้นั แหละ ถา้ จิตอยู่กบั พทุ โธแล้ว ผีหลอกกไ็ ม่มีนะ ตัดความกลวั ออกไป ไมม่ เี ลย เพราะจติ มันไมไ่ ปปรุงแต่งนะ
จติ มันอย่แู ต่กบั อารมณ์พทุ โธอยา่ งเดยี วนะ ถ้าจติ อยกู่ ับพุทโธแลว้ มนั ไม่ไปไหนนะ มนั ไม่มีกลวั นะ เสือ
กก็ นิ ไมไ่ ด้ ครูบาอาจารย์ท่านผ่านมาหมดแล้ว
อยา่ งหลวงปูช่ อบ ทา่ นเดินท้ังคืน ก็มีแตพ่ ทุ โธนะทา่ นวา่ ไปเจอเสอื ทางด้านหน้ากม็ า ด้านหลัง
กม็ าอกี ตวั เดนิ ตอนกลางคืน มอื หนึง่ ทา่ นกถ็ อื โคมไฟ ทบี่ ่ากส็ ะพายบาตร อกี มือก็แบกกลด เดนิ อยู่
อยา่ งนน้ั หมดทงั้ คนื พอเจอเสอื มากไ็ มม่ กี ลวั นะ เพราะใจอยกู่ บั พทุ โธ ดา้ นหนา้ เสอื กร็ อ้ งมาทางดา้ นหลงั
เสอื กร็ ้องใกลม้ า จนมาถึงทา่ นพร้อมกนั เลย มองดูเสอื ตวั อยขู่ ้างหลงั กจ็ ะตะครุบทา่ น ตัวข้างหนา้ ก็จะ
ตะครบุ เหมอื นกัน ท่านกเ็ ลยยอ่ จิตของท่านเข้ามาหาตัวเอง ไมส่ นใจเสือเลย ทา่ นกเ็ ลยปลงอนิจจงั ทุกขงั
อนตั ตา ชีวติ ของเราคงจะสิ้นสดุ ลงคราวนแี้ หละ แต่ความกลัวกก็ ลวั มากนะ ถา้ เราเคยท�ำ กรรมต่อกัน
ไว้ ตงั้ แตภ่ พใดชาตใิ ด ทา่ นกข็ อสละชวี ติ และรา่ งกายของทา่ น ถา้ จะไมไ่ ดป้ ฏบิ ตั ธิ รรมถวายพอ่ แมค่ รจู าร
ย์แลว้ จิตท่านก็รวมปุ๊บเลย ท่านวา่ ก็เกดิ ความรู้ขึน้ ทนั ที เสือกก็ ินไม่ไดเ้ ด็ดขาด ทา่ นยืนอย่นู ้ันไมร่ ู้กี่นาที
นะ พอจิตทา่ นถอนออกมา ไฟเทียนในโคมกด็ บั กลดก็แบกอยู่ ทา่ นกย็ นื อยูใ่ นท่าเดิม ทา่ นว่า
พอจิตถอน ท่านเหลียวมองหาเสือก็ไม่เห็น ความกลัวหายจากใจไปหมด มีแต่ความกล้าหาญ
ต้งั แตน่ น้ั มา เสือเปน็ เหมอื นคมู่ ติ รคสู่ หาย มาใหอ้ รรถใหธ้ รรมท่าน ทำ�ใหเ้ กดิ ความอศั จรรย์ ท่านกว็ าง
โคมลง กเ็ อาเทียนใสใ่ นโคม แล้วก็จุดไฟ กม็ องหาเสือกไ็ มเ่ ห็น ทา่ นก็เลยคิดวา่ ต่อไปนี้เราจะไปไหนกไ็ ป
ได้แล้ว เพราะความกลัวของท่านไม่มีแล้ว ถ้าจิตเป็นสมาธิ จิตรวมลงได้แล้ว มันกินเราไม่ได้หรอก
สัตว์มันทำ�อันตรายเราไม่ได้หรอก แต่คร้ังพุทธกาลก็มีเหมือนกัน อำ�นาจของสมาธิน้ีแก่กล้ามากนะ
แตเ่ ดี๋ยวนี้ทเี่ ห็นจะมอี ะไร น่งั สมาธภิ าวนาก็มีแต่ปรงุ มแี ต่ความอยากได้ มันจะไปไดอ้ ะไร มีแต่เรอ่ื ง
กเิ ลสท้ังนนั้
เห็นหรอื ไม่ เขาปลูกต้นไมต้ ง้ั กี่ปี ถงึ จะได้ผล ถ้าทำ�อะไรกจ็ ะใหท้ ันใจในทันทีนัน้ มันกเ็ ปน็ เรอ่ื งของ
กเิ ลสไป เพราะยังตดั สัญญา*ไมข่ าดจากใจ จงึ ไมเ่ กดิ ผลอะไร และความสงบกย็ ังไม่เพียงพอ เขาจะทำ�
ไรท่ ำ�นาทำ�สวน เขาก็ต้องปลูกทีพ่ ักก่อนนะ พอทำ�นาเหนื่อยแล้ว กต็ ้องออกไปพักก่อนเหมือนกัน สมาธิ
ก็คือท่ีพักนั่นแหละ สมถะกับวิปัสสนาก็ไปทางเดียวกัน หรืออันเดียวกันนั่นแหละ ถ้าไม่เห็นนิมิตใน
อปุ จารสมาธ*ิ * นิมิตมนั ต้องเหน็ กอ่ น พอมนั เกดิ จากใจแลว้ ร้วู า่ เปน็ อยา่ งไรแล้ว พอจติ ถอนออกมาแล้ว
มันไม่ออกไปไหนหรอก มนั จะพจิ ารณาอยู่อย่างน้ันแหละ เหมือนคนไม่เคยมเี งนิ พอไดเ้ งนิ กก็ �ำ เงินในมอื
จนเหงื่อออก มอื ก็ไม่ยอมปลอ่ ย
* สญั ญา คอื ความจำ�ได้หมายรู้
** อปุ จารสมาธิ คือ สมาธจิ วนจะแนว่ แน่
243
พระธรรมเทศนา
พธิ มี อบทองคำ�คร้งั ที่ ๕ ณ ตึกสนั ตไิ มตรี
244 ทำ�เนยี บรฐั บาล ๒๖ กันยายน ๒๕๔๔
กัณฑ์ที่ ๓๙
การกระทำ�สำ�คัญทส่ี ดุ
๗ สิงหาคม ๒๕๓๘ (คำ�่ )
เปน็ อย่างไรภาวนาทำ�ความเพยี ร ถ้าตง้ั ใจ มนั ต้องเหน็ แตน่ มี่ ันไม่ต้ังใจ มแี ตม่ าเลน่ เฉยๆ ตงั้ ใจ
จริงๆ มันต้องเกิดแน่ ความตั้งใจตัวน้ีสำ�คัญที่สุด ฝึกมานาน จิตไม่เป็นสมาธิสักที แต่ถ้าเราไม่ฝึก
มนั ยิ่งไม่เปน็ นะ หนงั สือก็อา่ นได้ทอ่ งได้จำ�ได้ แต่ใจมนั ไมร่ อู้ ยา่ งถ่องแท้ ถึงจะรวู้ ่าแกไ้ ขอย่างนน้ั อยา่ ง
น้จี ากต�ำ รา ก็พดู ได้ แตห่ วั ใจไม่ได้ขาดจากความลังเลสงสัยเลย
ฉะนัน้ การกระทำ�ส�ำ คัญที่สดุ เหมือนอาหารถ้าเราไมก่ ินกเ็ ท่าน้นั แหละ ก็ไมร่ จู้ กั รส ให้พากนั ตั้งใจ
ปฏิบัตินะ ครัง้ พุทธกาลน้ัน เหมือนอย่างหลวงปู่มน่ั ทา่ นพาทำ� อยา่ งหลวงปเู่ นตร กลางพรรษานี้ทา่ น
ไมน่ อนนะ สามเดอื นไตรมาสทา่ นไมน่ อนนะ สอู้ ยู่อยา่ งน้ัน ถา้ ท�ำ จริงๆ ไมเ่ ห็นผลไม่มีหรอก ถ้าตัง้ ใจจดจอ่
จรงิ ๆ มันต้องเกดิ ถ้ามแี ต่นอนแลว้ ไมม่ ใี จฝักใฝใ่ นการปฏิบตั ิ มันกไ็ มเ่ กิดนะ ถา้ จะหลุดพน้ จรงิ ๆ น้ัน
ตวั เองตอ้ งท�ำ เอาเอง แลว้ จะรู้ขึ้นเอง ตวั เองนะตอ้ งท�ำ เอา ครบู าอาจารยม์ แี ตบ่ อกทางเท่านั้น วา่ ทาง
เดินทางนั้นเป็นอย่างน้ัน ทางน้ีเป็นอย่างนี้ มีแต่บอกทางเท่าน้ัน ผู้ทำ�มีแต่ตัวเองเท่าน้ัน เอาไปคิด
พิจารณาดซู ิ
อยา่ งครูบาอาจารยท์ า่ นทำ�ความเพียร ดซู ิกับพวกเรา มันแตกต่างกันขนาดไหน ทา่ นถงึ ไดม้ าสอน
ลูกศิษย์ลกู หาของท่าน อยา่ งหลวงปู่เสาร์ จนท่านสลบไสลไม่รูก้ คี่ ร้งั ทา่ นวา่ อยา่ งหลวงปู่ม่ันก็เหมือนกนั
แลว้ ทา่ นกไ็ มส่ นใจกับหมู่พวก เหมือนทุกวนั นีน้ ะ สมยั นั้นมาอยู่กบั ท่านไดแ้ ค่สองสาม ๒-๓ องค์เทา่ นั้นนะ
เณรหน่งึ พระหนง่ึ รวมท่านเป็นสาม นอกน้นั ให้ไปอยทู่ ่ีนั้นทีน่ ่ีหมด ไมใ่ ห้มาอย่ใู กล้กัน พอถงึ เวลามาลง
อโุ บสถ* กม็ ากนั ฟังเทศน์กบั ทา่ น ถา้ เป็นปจั จบุ ันนี้ มนั คุ้นกัน เจอกนั กห็ ยอกกันสนุกสนานเฮฮา พอ
แยกกัน ก็มแี ต่ไปคิดค�ำ นึงว่าเราพดู อย่างนัน้ คิดอยา่ งนัน้ ก็คำ�นึงอยู่อยา่ งนน้ั กว่าจิตจะสงบได้ เวทนาก็
ข้ึนทบั เรากอ่ นแล้ว และอาหารการกินมากด้วยนะ สมัยปจั จุบนั น้ี
ดูอยา่ งเรานอนหลับดูสิ เวทนา**มนั มีหรอื ไม่ เราหายใจไปอยา่ งน้นั เปน็ อย่างนน้ั เราได้ค�ำ นึงหรอื
ไมเ่ วลาเรานอนหลบั ถา้ เราภาวนากร็ ้หู มดนะ ถา้ เรามีสติ จติ มันเดนิ ไปน่นั ไปน่ี มนั กร็ ู้ ร้วู า่ ไปทางราคะ
หรือไปทางตณั หา จะไปทางไหนเราก็ต้องแก้ไข ต้องดงึ ตวั เองออกห่าง ไมอ่ ย่างนน้ั ไม่เหน็ นะ ตอ้ งหัด
ตอ้ งฝึกตวั เองอยเู่ สมอ ไมฝ่ กึ ไมเ่ หน็ นะ มืดกบั แจง้ สมมุตเิ อาเองนะ
ในกายน้ีเหมือนกัน จะมีอะไร ท่ีสมมุติว่าสวยว่างาม ก็ตบแต่งกันเข้าไปเต็มตัวไปหมด ถ้ามา
ใคร่ครวญดูแลว้ ไม่มีอะไรเป็นความสวยงามเลย มีแตผ่ ิวหนงั เท่านนั้ แหละ พระอปุ ัชฌายท์ า่ นสอนมา
ให้พิจารณาหนัง หนังเป็นใหญ่ ถ้าไม่มีหนังห่อหุ้มร่างกายแล้ว จะมีใครรักจะมีใครยินดี ให้ใคร่ครวญ
พจิ ารณาอยู่อยา่ งนน้ั นเ่ี รื่องปัญญาอบรมสมาธิ ใหพ้ ากนั เรง่ ความพากความเพียร
* อโุ บสถ คือ การสวดปาฏโิ มกขข์ องพระสงฆท์ กุ ก่งึ เดือน เป็นเคร่ืองซกั ซ้อมตรวจสอบความบรสิ ุทธทิ์ างวนิ ยั ของภิกษุ
245
** เวทนา คือ ความเสวยอารมณ์
พระธรรมเทศนา
กัณฑท์ ่ี ๔๐
ถา้ หากกลัวตาย ธรรมะเกิดไม่ได้
๑๕ ส.ค. ๒๕๓๘ (ค�่ำ )
พากันต้ังใจเร่งความพากความเพยี รนะ หมดเดอื นนี้ กเ็ ขา้ ไปครึ่งพรรษาแลว้ ถ้าออกพรรษาแล้ว
ก็เท่านั้นแหละ ยิ่งเรื่องการปฏิบัติ เด๋ียวก็มีเรื่องนั้นเรื่องน้ี เข้ามารบกวน เด๋ียวก็ติดกิจนิมนต์ต่างๆ
ความไมต่ ั้งใจนัน่ แหละส�ำ คญั ถึงจะมีข้อวตั รปฏิบตั ิ หรือกิจของวัด ก็ไมอ่ ยากสนใจ กฏุ กิ ็ไม่อยากกวาด
ทางเดนิ ผ่านไปผา่ นมา กไ็ มก่ วาดสกั ที รกรงุ รงั ไปหมด ทางไหนทพี่ ระไป ทางนนั้ กต็ ้องใหม้ ีความสะอาด
เชน่ ทางไปกฏุ ิ ทางเดินจงกรมกท็ �ำ ใหพ้ อดแี ลว้ ก็ยงั มาทำ�เพ่มิ อกี ตดั ต้นไมอ้ ีก ทางทีท่ �ำ ใหก้ ต็ ัง้ สองเส้น
อยใู่ นรม่ และกม็ กี อ้ นหนิ อกี กย็ งั จะมาท�ำ เพมิ่ อกี นแ่ี หละความเหน็ คน ทางทที่ �ำ ไวใ้ หม้ นั กก็ วา้ งอยแู่ ลว้ ทา่ น
ปลกู ต้นไม้ไว้ กเ็ พอ่ื สงวนใหม้ นั รกั ษาพื้นดิน ไม่ให้มนั พังทลาย ก็ไมร่ ้จู ักคิดนะ คนท่ีเขามาปลูกไวก้ ท็ ำ�ไว้
อยา่ งยากลำ�บากอยูแ่ ล้ว ส่วนคนมาอยใู่ หม่ กย็ งั จะมาทำ�ลายเพ่มิ อกี ถ้าจะเดินก็เดนิ ที่หลงั ฝายกน้ั น้�ำ
ก็ได้นะ ถา้ มนั ไมส่ มควรและไม่จำ�เป็นทจ่ี ะไปทำ�ลายมนั
ครูบาอาจารยแ์ ตเ่ กา่ แตก่ ่อน ทา่ นเร่งความพากความเพียรนะ ยกตัวอยา่ ง ต้งั แต่พอ่ แม่ครูบาจารย์ลงมา
ทา่ นน่ังภาวนาอยู่กลางแจง้ ใต้ตน้ ไม้ จติ ทา่ นไม่สนใจอะไร นัง่ ตลอดทง้ั คืน เพราะทา่ นเห็นความอัศจรรย์
ภายใน ท่านไม่ได้ยึดติดกับอะไรน่ังตลอดทั้งคืนถึงขนาดนั้นนะ ท่านปฏิบัติภาวนาอยู่ ท่านหลับตา
พอทา่ นลมื ตาขน้ึ มา ยงั ไมส่ วา่ งพอทจี่ ะมองเหน็ นะ ทา่ นวา่ ทา่ นก�ำ หนดดอู ตั ภาพรา่ งกายของตวั เองจนถงึ
ขนาดท่วี ่า นับกระดูกเป็นช้นิ ๆ ในร่างกายตัวเองนั้น ไดห้ มดทุกชนิ้ ในอตั ภาพรา่ งกายนนั้ ท่านมีความรู้
แจง้ เห็นจริงมาก จนเกิดความอศั จรรย์ ท่านน่งั อยกู่ ลางแจ้ง มที ้ังยงุ ทีเ่ ปน็ พาหะน�ำ โรคไขม้ าลาเรียด้วย
แตพ่ อ่ แมค่ รจู ารยใ์ หญม่ น่ั ทา่ นกพ็ าปฏบิ ตั อิ ยบู่ า้ นสามผงนะ อยดู่ งนอ้ ย ตงั้ แตค่ รง้ั ทา่ นเขา้ ไปปฏบิ ตั ิ
ใหมๆ่ ทา่ นท�ำ ถงึ ขนาดนั้นนะ แตห่ มพู่ วกเรานี้กลวั แตว่ ่า หมอนหนนุ นอนจะออกจากศีรษะตัวเอง ถ้าเดิน
จงกรมก็ยงั ไม่ถึงสามสิบนาที กเ็ หลียวมองดแู ตก่ ฏุ ิตวั เองอย่อู ย่างนน้ั แล้วจะไปเหน็ มรรคเห็นผลอะไร
มีแตก่ ลวั ตายอยู่อย่างน้ัน ก็เลยไมเ่ กดิ สกั ที ครูบาอาจารยท์ า่ นท�ำ มาอยา่ งนัน้ นะ
มองดูหมู่สมยั น้ีแล้ว ย่อหยอ่ นมาก ความพากความเพยี รและศรทั ธาก็ถดถอยลงมาก จบั จ้องไป
ทางไหน มีแต่กเิ ลสทีโ่ ผลอ่ อกมาใหเ้ หน็ แล้วจะมาหาอรรถหาธรรมได้อย่างไร ลองพจิ ารณาดซู ิ แล้วยงั
จะมาวา่ จะเอาตัวเองให้พน้ ทุกข์ คดิ ดูว่า มันจะไปพน้ ทุกข์ไดอ้ ย่างไร มแี ตอ่ ุปาทาน ความยดึ มน่ั ถอื มน่ั
เต็มหวั ใจอยอู่ ย่างน้นั แบกกองทุกขอ์ ยอู่ ยา่ งนั้นแล้วจะไปเห็นอะไร
จบั จอ้ งเข้าไปซิ ถา้ จะพิจารณาอะไร กพ็ ิจารณาใหม้ ันเห็นเข้าไปจริงๆ ซิ พิจารณาอัตภาพร่างกาย
ตรงไหน กพ็ จิ ารณาให้มนั เป็นสง่ิ ปฏิกลู โสโครก อยา่ งหลวงปู่ม่ันท่านเทศน์ไว้หมดนนั้ แหละ ท่านเหน็ ทา่ นรู้
ท่านฉลาด ท่านประมวลมาให้หมดแล้วนะ
246
ทุกวันนี้ไม่มีแลว้ ปฏิปทาหลวงป่มู น่ั ท้ิงกนั หมด เพราะเหน็ ปีนั้น ก็มีมาขอยืมของ ยืมอุปกรณ์กลาง
พรรษา เราก็วา่ จะไปทำ�ยังไงกลางพรรษา เขากว็ า่ จะไปท�ำ กฏุ ิ แต่ปฏปิ ทาหลวงปูม่ น่ั ทา่ นไมไ่ ด้พาทำ�ใน
ช่วงเขา้ พรรษา ท่านมีแตเ่ ดนิ จงกรมภาวนากันเท่านน้ั ระเบยี บครบู าอาจารย์ ถงึ ขนาดนนั้ ยังว่าตัวเอง
เปน็ สายอาจารยม์ น่ั อยนู่ ะหรอื อ้างเอาเอง เลยวา่ กล่าวไป ทุกวนั นมี้ ันเป็นไปแลว้ นะ พอไดท้ ำ�งานเขา้
กเ็ ร่ิมตดิ การทำ�งานแลว้ นะ เลยเขา้ สมาธใิ นงานนัน้ แหละ แลว้ แบกกนั อยู่อยา่ งนัน้ มแี ตแ่ ขง่ กนั คนนัน้
ท�ำ สวย คนน้ที �ำ สวยกวา่ วัดน้ันสวย วัดน้ีสวยกวา่ เปน็ ไปอยา่ งน้นั ละ่ หัวใจมันสวยหรอื ไม่ ไม่ยอมดู
ความสวยความงามในจิตใจไม่ยอมดู ดูแตภ่ ายนอก เดย๋ี วนเ้ี ป็นไปแล้ว
ถา้ ปฏบิ ตั ิมาแล้ว ไม่เกดิ ข้นึ มนั ไมม่ หี รอก ถ้าเราตัง้ ใจปฏิบตั ิจริงๆ ถ้าจะตัง้ ใจพิจารณา เอาตั้งแต่
อตั ภาพรา่ งกายของเรา ตง้ั แตศ่ รี ษะลงมาถงึ พน้ื เทา้ ตงั้ แตพ่ นื้ เทา้ ขนึ้ ไปถงึ ศรี ษะ ไมใ่ หอ้ อกจากนนั่ ธรรม
ของพระพุทธเจ้าอยทู่ นี่ ี่ ตง้ั ใจดซู ิ บรกิ รรมพทุ โธ ๒๔ ชว่ั โมง ใหอ้ ยกู่ บั พทุ โธดสู ิ ถ้าอยากเหน็ จรงิ ๆ ให้
ฝกึ หดั สตใิ ห้เปน็ มหาสติ ฝึกหดั ปัญญาให้เป็นมหาปญั ญา พระพุทธเจ้าทา่ นเป็นมหาสติอยอู่ ย่างน้ัน ท่าน
เห็นหมดทกุ อยา่ งนะ อยา่ งหลวงปมู่ น่ั ทา่ นกเ็ หน็ หมดทกุ อยา่ งนน่ั แหละทเ่ี กดิ ขน้ึ มา
พวกเรามันเผลออยู่อย่างน้ันนะ คำ�นึงถึงแต่ทางโลก มันไม่ได้คำ�นึงมาทางอรรถทางธรรมอะไร
วิ่งตามแต่ทางโลกอย่ตู ลอด แลว้ จะไปเห็นอะไร ถ้าตวั เองไมส่ นใจในทางทีจ่ ะใช้เดิน พอแลว้ ให้พากัน
เรง่ ความพากความเพียร เลิกกนั นานแลว้
247
พระธรรมเทศนา
กัณฑท์ ี่ ๔๑
มีแตค่ วามจ�ำ ความจรงิ ไม่มี
๒๒ ส.ค. ๒๕๓๘ (ค�่ำ )
ช่วงนี้ร้อนอบอ้าวมากนะ เข้าพรรษามานี้ อีกสองวันก็จะกลางพรรษาแล้ว ออกพรรษาแล้ว
อยา่ กดั กันนะ เรือ่ งกฐิน ใครจะเอาอย่างไรก็คุยกนั อยา่ กัดกัน ให้ท่องเอาไว้ อีกหน่งึ เดอื น กับอีก ๑๕
วันเทา่ นั้นกอ็ อกพรรษาแลว้ แลว้ รบั กฐนิ กว็ นั ท่ี ๒๒ เขามาบอกแลว้ เขาว่าจะมาพกั อยดู่ ว้ ยสัก ๔๐ คน
ถา้ จะมากม็ าเลย ถา้ ท่ีนอนไมพ่ อ ก้อนหนิ ใหญใ่ ช้นอนได้กม็ ีมากนะ กพ็ ูดไปอย่างนั้นแหละ แตก่ อ้ นหินก็
มมี ากมายอยู่นะ
พอ่ แม่ครจู ารย์ทา่ นเทศน์ มีแต่เดด็ ๆ นะ เอาไปปฏิบัตไิ ดเ้ ลย ถา้ เราเอาไปใคร่ครวญ เอาไปเปน็
คตติ วั อยา่ ง เอาไปเปน็ ความพากความเพียร แต่ถ้าฟงั แล้ว ไมเ่ อาไปพิจารณา ไม่เอาไปก�ำ กบั จติ ใจตวั เอง
มันกไ็ ม่เกดิ ผลนะ ถ้าเราจะเอาแต่ความจำ� ความจรงิ มนั ก็เลยไมเ่ กดิ จากใจของเราสกั ที เลยไมส่ ิ้นสงสัย
สกั ที เหมอื นเราเดนิ ทางไปเหน็ มาแลว้ ใครจะมาเถียงเราคดั ค้านเรากไ็ มไ่ ด้ เพราะเราไดไ้ ปเหน็ มาแลว้
แต่ถา้ ไม่เคยเห็นกันเลย ก็เถยี งกนั อยู่น่ัน สมาธิ ถ้าเราไมเ่ คยเหน็ ก็เท่านนั้ พูดตามตำ�รากพ็ ูดได้ แต่จิตเรา
ไม่เห็นถึงรากฐานดว้ ยตนเอง มีแต่เอาคำ�พูดคนอ่นื มาพดู เทา่ นั้น มนั สำ�คญั นะ ค�ำ พดู เลน่ ๆ นั่นละ่ ส�ำ คญั
พูดเล่นจนเปน็ นสิ ยั ถา้ ไปพูด ศลี วาจาน้ันแหละสำ�คญั ทสี่ ดุ มที ั้งส่ิงควรพูดและไม่ควรพดู อยา่ ไปอวด
ตัวเองนะ ถา้ ปฏบิ ตั ไิ ม่ถกู ตามทางของพระพทุ ธเจ้า จติ ใจจะล่มุ ๆ ดอนๆ ถา้ เปรยี บกบั ทางเดนิ ก็เป็นทางเดนิ
ทขี่ รุขระนะ ต้องฝึกหัดตัวเองไวน้ ะ อย่างทางโลกเขาก็ฝึกเหมอื นกันนั่นละ่ อยา่ งทหารเขาต้องฝกึ และก็
ยงั ตอ้ งมวี นิ ัยอีก
วินัยกับศีล ก็คืออันเดียวกันนั่นเอง แต่ทางพระเรียกว่าศีล วินัยเป็นระเบียบท่ีต้องรักษาไว้
ไม่อย่างน้ัน มันคงเลวร้ายไปหมด จะเรียนมาสูงขนาดไหนก็ช่าง ถ้าประพฤติไม่ดี ไม่มีใครชอบนะ
ความดีต้องท�ำ เอาเอง วันไหนกต็ อ้ งท�ำ ถ้าไมส่ ูก้ ันจนเต็มท่ี ไมร่ ู้ผลนะ ถ้าจะเร่งความเพียร กล็ องสูก้ นั สกั คืน
นา่ จะปรากฏผลนะ สู้กันจนเหนอ่ื ยนะ ถา้ นั่งก็นงั่ จนเหนือ่ ยนะ ถา้ มนั เหนอื่ ยแล้ว มันไม่คดิ หรอก จิตมัน
ไม่ออกจากกายเลย อันนี่จิตมันว่ิงไปตามอารมณ์ว่ิงไปนั่นไปนี่ นี่แหละ จิตมันไม่สงบ ปฏิปทาครูบา
อาจารย์ท่านเอาจริงๆ นะ อย่างครูบาอาจารย์จิตท่านไม่ได้ออกจากพุทโธนะ ท่านเอาพุทโธเป็นที่ตั้ง
ท่านเข้าอยู่อย่างนั้น ถ้าพิจารณา ท่านก็พิจารณาในสมาธิด้วยซ้ำ� ถ้าจิตมันรวมลงไปในความสงบแล้ว
ถ้าเหนื่อย ท่านก็เข้าไปพักในสมาธิเลย เหมือนเขาทำ�ไร่ทำ�นาทำ�สวนน่ันแหละ เขาก็ต้องปลูกสร้าง
กระตอ๊ บ เอาไวพ้ ักหลบแดดหลบฝนก่อน ไม่ใชว่ ่าเขาจะไปตากแดดตากฝนอยู่อย่างน้นั
การภาวนาก็เหมอื นกัน ค้นเข้าไปพิจารณาเขา้ ไป ก็เหนอื่ ยนะ พอเหน่ือยแล้ว ไม่หาทพี่ ัก จะให้ท�ำ
อยา่ งไร เหน่ือยก็ต้องพกั ผ่อน ถ้าเหนอ่ื ยแลว้ ไม่ได้พกั ตอ้ งทำ�ต่อไป สักพกั กเ็ กิดความเกยี จคร้าน แล้ว
ก็นอนเท่าน้นั มันเปน็ อยา่ งนัน้ แหละ สาเหตทุ จ่ี ะไม่ฝึกฝน คือถ้าไมไ่ ดท้ ำ�อยา่ งหน่ึง กต็ อ้ งทำ�อีกอย่าง
หนง่ึ นะ
248
ดูอย่างพระพุทธเจ้าท่านเคยทรมานตัวเอง แรกๆ ก็กล้ันลมหายใจ ต่อมาอดอาหาร ๔๙ วัน
พอตรัสรู้กย็ งั ไมฉ่ นั จนพบพ่อคา้ ๒ คนเดินทางผา่ นมา เกิดเลอื่ มใสศรทั ธา น�ำ ขา้ วสัตตกุ อ้ นสัตตุผง
เขา้ ไปถวาย ทา่ นถงึ ได้รบั ประทาน เป็นเวลา ๔๐ กว่าวันเหมือนกัน พอได้ตรัสรู้ ท่านก็คดิ ค�ำ นึงถงึ ธรรม
ทไ่ี ดต้ รสั รู้นั้น วา่ เป็นธรรมอันลกึ ซึ้งยง่ิ นกั ยากท่ใี ครๆ จะรูต้ ามได้ ทอ้ พระทยั จะส่ังสอน แต่เป็นเพยี ง
ชั่วขณะจิตหน่ึงเท่านั้น ท่านเห็นกิเลสตัณหามันห่อหุ้มในจิตใจของคนอย่างหนาแน่น จนไม่สามารถเห็น
อรรถเห็นธรรมได้ มพี วกพรหมมาอาราธนา ให้พระองค์ทรงเทศนาส่ังสอน พระองคถ์ งึ ไดเ้ ปรยี บเทยี บ
ดอกบวั ๔ เหล่า วา่ มี
ดอกบวั ท่อี ยู่เหนอื น้ำ�รอคอยแสงอาทิตย์ เทียบผมู้ ีปญั ญาเฉียบแหลม
ดอกบวั ท่อี ยเู่ สมอผวิ น�ำ้ จะบานในวนั พร่งุ นี้ เทยี บผูม้ ปี ญั ญาอยใู่ นระดบั ปานกลาง
ดอกบวั ที่ยังโผลไ่ ม่พน้ นำ�้ ซ่งึ จกั บานในวนั ต่อๆ ไป เทียบผู้ท่พี อจะแนะน�ำ ได้
ดอกบวั ทย่ี งั จมอยใู่ นน�้ำ โคลนตม ซงึ่ ยอ่ มเปน็ อาหารแหง่ ปลาและเตา่ เทยี บผดู้ อ้ ยปญั ญา
พวกเรานี้เปรยี บเทยี บเหมอื นอย่ใู นโคลนตมนะ ยังมีโคลนตมถมอยู่ อาจเปน็ อาหารของปลาหรอื
ของอะไรไปกไ็ ด้ พระพทุ ธเจา้ ทา่ นถึงไดว้ างศาสนาไว้ เพ่อื ใหเ้ ราไดเ้ ร่งปฏิบัติกัน ถ้าพวกเราไม่มีนิสัยแลว้
เรามาทางน้ีไมไ่ ด้หรอก แต่น่เี รามีนิสัยมาทางน้ี และเรากไ็ ด้สร้างบารมมี าบ้าง เราถึงมาบวชได้ ผู้เอาหู
ไปไร่เอาตาไปนา นั่นโลกเราเต็มไปหมด ถ้าไมม่ นี สิ ยั แลว้ ทำ�ไม่ไดห้ รอก เหมือนควายน่ันแหละ จะเป่าป่ี
ใสห่ ู มันก็ไม่สนใจ กก็ นิ หญา้ ไปเฉย นก่ี ็เหมือนกัน ไม่ต่างกันหรอก พรรษานก้ี เ็ ข้ามาครึง่ พรรษาแล้วนะ
ใครจะต้งั ใจก็ต้งั ท�ำ ความพากความเพียร
อยา่ พากนั เลน่ มากนะ ครบู าอาจารยเ์ หลอื นอ้ ยลงทกุ ทแี ลว้ นะ ฝา่ ยปฏบิ ตั ิ อกี หนอ่ ยมนั จะเปน็ ทาง
โลกไปหมด อย่างหลวงปู่มั่นท่านได้ท�ำ นายไวเ้ ร่ืองศาสนาว่า “วดั ปา่ มนั จะกลายเปน็ วัดบ้าน วดั บ้านจะ
กลายเป็นคนตาย คนตายจะกลายเปน็ บ้า” ท่านท�ำ นายไว้หมดแล้วนะ เดยี๋ วน้ีดูซิ โลกมนั ร้อนมากนะ
พอได้เข้าหาพระหาเจา้ พอได้เห็นครบู าอาจารย์ จติ ใจมนั กส็ บาย ดซู ิ คนได้เขา้ หาครบู าอาจารย์ มันก็
สบายเยน็ ใจ แค่เหน็ วัดเทา่ นั้นแหละ เห็นกิรยิ ามารยาทของครบู าอาจารย์ จติ มันก็สงบสบาย ถ้าไดอ้ อก
ไปทางโลก เดีย๋ วกว็ ่งิ กลบั มาทางธรรมอีก ก็เปน็ อยูอ่ ยา่ งน้นั สังเกตดูซิ ถา้ ใจมนั ไมร่ อ้ น ไม่วง่ิ กลับมา
หรอก วนุ่ วายมากนะสมยั น้ี ความเจรญิ กบั ความเสอื่ มอยดู่ ว้ ยกนั นะ จะไปอะไรมากมาย ขนาดครอบครวั
กย็ งั จะแยง่ กนั เปน็ ใหญ เรอ่ื งเปน็ เจา้ เปน็ นายกเ็ หมอื นกนั นะ แยง่ เกา้ อ้ี เพอ่ื ความเปน็ ใหญก่ นั อยนู่ น้ั แหละ
สกั พักก็ปลดออก เดี๋ยวก็แต่งตง้ั ขน้ึ ใหมอ่ ย่อู ยา่ งนน้ั โลกนีค้ ิดไปคิดมาแล้ว ท่ีไหนที่มันมีความสขุ ไมเ่ ห็น
มีความสขุ นะ ถ้าคิดใคร่ครวญดจู รงิ ๆ ให้ไปคดิ อา่ นใครค่ รวญเข้าไปดซู ิ เอา เลกิ กนั เถอะ
ผู้ใดท่ีจติ ใจยังไม่ทันสงบ กใ็ ห้หดั ความสงบใหม้ าก ผใู้ ดที่จะพจิ ารณา ก็พิจารณาใหเ้ หน็ พจิ ารณา
อตั ภาพรา่ งกายของตวั เอง ใหเ้ หน็ เปน็ สง่ิ ปฏกิ ลู โสโครก พจิ ารณาอยอู่ ยา่ งนน้ั อยา่ เอาความสวยความงาม
มากน้ั กางจิตใจของตัวเอง คนไหนมันสวยมันงาม ไม่มหี รอก ใบหน้านั่นแหละสกปรก ทงั้ มูตรทั้งคูถอยู่
นัน่ ถงึ ๗ อยา่ ง พจิ ารณาดูซิ ตากส็ อง หูกส็ อง ปากกห็ น่งึ จมกู ก็สองรู นน่ั แหละ ท้ังนำ�้ มกู ขต้ี า และอืน่ ๆ
ตอนเช้าดซู ิ ตอ้ งล้างหนา้ ช�ำ ระร่างกายให้สะอาด มาพจิ ารณาดแู ล้ว ไม่มีทส่ี วยเลย ถงึ จะว่าใบหน้า
249