พระธรรมเทศนา
สวยๆ ขนาดขา้ วจะเอาไปกนิ ถา้ เกิดผมร่วงหลน่ ใส่ กย็ งั ต้องหยบิ ออก กินไม่ได้ ต้องพจิ ารณา อยา่ เอา
ความสวยความงามมาบังนะ นกั ปฏบิ ัติ ต้องทำ�ลายให้หมดนะเรื่องพวกน้ี
พ่อแม่ครูจารยท์ า่ นพดู จนถงึ ฐานนูน่ ใหม้ ันสว่างดซู ิ จิตใจเรา แล้วมนั จะเกิดอศั จรรย์หรอก ครูบา
อาจารยท์ า่ นทำ�อย่างนน้ั มานะ ท่านไม่ได้มาแต่งเร่อื งนะ แต่น่ไี ม่รู้อะไร มีแตม่ ากินแล้วนอน นอนแลว้ ก็
ไปเจอกนั กส็ นุกสนานรา่ เริงเหมอื นนกเอย้ี ง แล้วกไ็ มไ่ ดป้ ระโยชนอ์ ะไร กายวิเวกกไ็ มม่ ี วาจาวเิ วกก็ไม่มี
แล้วจะไปเห็นอะไร เอาไปพิจารณาใคร่ครวญวา่ จะทำ�อย่างไร ไมน่ านก็ออกพรรษาแลว้ นะ ตอนนก้ี จ็ ะ
เขา้ สองเดอื นแล้ว ถ้าออกพรรษาแล้วก็เท่านัน้ แหละ เรือ่ งการเรื่องงานมันยุ่งนะ
ครบู าอาจารยแ์ ตเ่ ก่าแต่กอ่ น เข้าพรรษาไมม่ กี ารมงี านอะไร ท่านมแี ต่นง่ั ภาวนากนั บางองคท์ า่ น
อธิษฐานไม่นอนตลอดท้ังไตรมาสก็มี ท่านทรมานกิเลสของท่านถึงขนาดนั้นนะ แต่พวกเราน้ีไม่รู้อะไร
พอพูดหน่อย ก็มีแต่กิเลสมากั้นกางหมด เกิดโทสะข้ึนทันที แล้วจะไปเห็นอรรถเห็นธรรมได้อย่างไร
มนั กไ็ มไ่ ดต้ า่ งอะไรกบั คนเปน็ ฆราวาสเลยนะ เพราะศลี สมาธปิ ญั ญาไมเ่ กดิ มนั กเ็ ลยเปน็ ฆราวาสอยอู่ ยา่ งนน้ั
ถ้ามนั เห็นอรรถเห็นธรรมแล้ว มันยอมเลยแหละ แตน่ มี้ นั ไม่เห็น ก็เลยไม่ยอม ตวั ส�ำ คญั คือทิฐิมานะ
มันกน้ั กางมรรคผลนิพพานอยู่ ไมย่ อมรบั ว่าตัวเองชว่ั เหมอื นทเ่ี ขาจบั คนท�ำ ผิดใสต่ ะราง มแี ต่เขากล่าวหา
ทง้ั น้ัน เรื่องกเิ ลสมนั เป็นอยา่ งน้ัน จะไปยอมรับความจริงอะไร จติ มีกเิ ลสมันเป็นอย่างนน้ั แหละ ใหพ้ ากันเร่ง
ความพากความเพียรตอ่ ไป พอเลกิ กนั
ท�ำ จิตใจใหเ้ ด็ดเดีย่ ว ฟงั แลว้ เก็บไปใคร่ครวญ ไปสอนตัวเองใหเ้ กิดความเข้าใจ ถา้ ฟังไปแลว้ ไม่เอา
ไปใคร่ครวญ มันกไ็ ม่เกดิ กบั ใจตวั เองนะ จติ มนั กไ็ ม่แล่นนะ โลกน้ีมนั มีทงั้ ความทุกขย์ ากลำ�บาก มีทั้ง
ความสขุ สบาย มที งั้ คนยากจน มที ง้ั คนร�ำ่ รวย ตอนนค้ี นั ทไี่ หน กเ็ กดิ ตมุ่ ทนี่ นั่ เดย๋ี วนกี้ �ำ ลงั เกดิ ขน้ึ ทศ่ี รี ษะ
250
ภาพถา่ ย ณ งานพธิ ีหลอ่ รปู เหมอื นหลวงป่เู จี๊ยะ จนุ โฺ ท ๑ กรกฎาคม ๒๕๔๙
251
พระธรรมเทศนา
กณั ฑ์ที่ ๔๒
ใหส้ ำ�รวจดใู จตนเอง
๒๙ ส.ค. ๒๕๓๘ (ค�่ำ )
มัจจุราชกำ�ลังไล่ตาม ใกล้เข้ามาทุกที มันทั้งบีบท้ังคั้นเข้ามา คนเราก็เท่าน้ัน เกิดแล้วตาย
ตายแลว้ เกดิ เกิดแลว้ ตาย ตายแลว้ เกิดอยูอ่ ยา่ งน้นั มแี ตพ่ ระอรยิ เจ้าทั้งหลาย ทา่ นไมม่ ีอุปาทานความ
ยดึ มัน่ ถ้าเป็นเรา มนั ก็ยึดน่นั ยึดน่ี ถา้ ได้ยนิ ไดฟ้ ังอะไรแล้ว ไม่ถูกจิตถกู ใจกไ็ ปยึดแลว้ ถา้ ถูกจิตถกู ใจก็
ดใี จ มนั กม็ อี ยเู่ ทา่ นน้ั โลกนี้ พจิ ารณาไปแลว้ ไมม่ คี วามสขุ สกั อยา่ ง มแี ตค่ วามทกุ ขท์ ง้ั นน้ั ตวั เองกต็ เิ ตยี น
ตวั เองอยอู่ ยา่ งนั้น อจิ ฉาตวั เอง เรื่องโกหกตัวเองเก่งเหลือเกิน ถา้ คนอ่ืนมาโกหกน้ผี ิดใจ แต่ถา้ ตวั เอง
โกหกตัวเองน้ี ไมเ่ ป็นไร มันสบายเหมอื นเปา่ ปใ่ี ส่หูควาย
เอาซิ ลองนั่งภาวนาดู วันนจี้ ะน่ังนานเท่าน้นั เท่าน้ี ก�ำ หนดเอาเอง นั่งไปไดไ้ มน่ าน สกั พักกล็ ม้ ตัว
ลงหมอน นอนหลบั เทา่ น้นั แหละ กเิ ลสมันกลอ่ มเรา เอาไปกนิ หมดนะสิ วา่ ร่างกายของเราไม่ไหวแล้ว
ถา้ นั่งตอ่ ไปต้องตายแนๆ่ ถ้าเราตั้งใจปฏิบัติจริงๆ เอาซิ บรกิ รรมพทุ โธ ๒๔ ชว่ั โมงอยา่ ใหเ้ ผลอ ให้มัน
เปน็ มหาสติดซู ิ กำ�กับจิตตวั เองอยอู่ ยา่ งนัน้ ใหพ้ จิ ารณาใจ อยทู่ ใี่ จ มนั จะเหน็ กรรม กใ็ หม้ ันเหน็ ให้มนั ทนั
ให้ร้วู า่ วันหนึ่งๆ คดิ อะไรอย่างไร จะไปพูดอะไรเรือ่ งภพเร่อื งชาติ แคว่ ันเดยี วก็ยงั จ�ำ ไม่ได้ เรอื่ งจิตใจมัน
คดิ ไปอยา่ งไร ท�ำ ไมมนั ถงึ คดิ อยา่ งนน้ั ตามใหม้ นั ทนั ดู จะไดเ้ ปน็ เหมอื นดง่ั เงาพระพทุ ธเจา้ แตว่ า่ มนั กต็ าม
ไมท่ ันสักทีนะซิ พระพุทธเจา้ ทา่ นมี อธิศีล* อธจิ ติ ** อธปิ ัญญา*** เป็นมหาสตมิ หาปญั ญานนู่
แลว้ เรามาใครค่ รวญจิตใจของเราดูซิ ว่ามันเผลอไปกี่นาที ไมใ่ ช่นาทีนะ กลวั วา่ มันจะเป็นช่วั โมง
ถึงจะมารู้ตวั นะ น่นู เวลาเข้าน่งั สมาธินู่น ถึงเร่ิมมานะ เจ้าความคิดตา่ งๆ นานาเรมิ่ เกดิ ขึ้น ถ้าไดไ้ ป
ก็เริม่ ค�ำ นงึ แล้วว่า ได้เคยพูดกับเพอื่ นอยา่ งนนั้ เคยเสียใจอย่างน้นั ถา้ ไม่คิดไปอย่างนน้ั ก็ไปคิดกบั เรือ่ ง
เครอื่ งบรขิ ารเลก็ ๆ นอ้ ยๆ ไปแลว้ นงั่ อยอู่ ยา่ งไร มนั ถงึ จะสงบสกั ที ถา้ ไมม่ อี ะไรผกู มดั จติ ใจ มนั ไมไ่ ดห้ รอก
ไม่เหน็ หรือ เขาฝึกควายฝึกววั กวา่ จะใสแ่ อกใสไ่ ถ มันต้องฝกึ ตอ้ งหัดกันขนาดไหน
พระพุทธเจ้าทา่ นฝึกของทา่ นเอง คิดดูซิ ทา่ นปรารถนาเปน็ พระพทุ ธเจา้ กวา่ จะได้เป็น ต้องใช้
เวลาสร้างบารมีต้ัง ๔ อสงไขย ๑๐๐,๐๐๐ มหากัป พระพุทธเจ้าทีปังกรท่านได้ทำ�นายไว้แล้วนะว่า
จะไดเ้ ปน็ พระพทุ ธเจา้ ชอื่ วา่ พระโคดม ตอ้ งสรา้ งบารมี ๔ อสงไขย ๑๐๐,๐๐๐ มหากปั โลกนมี้ พี ระพทุ ธเจา้
จะลงมาอุบตั ิ บางองคท์ ่านก็ท�ำ นายไว้แลว้ วา่ ต้องใช้เวลาสร้างบารมีต้ัง ๒๐ อสงไขยก็มี ไมใ่ ช่เรือ่ งง่ายๆ นะ
* อธิศลี คอื การศกึ ษาในข้อปฏิบัติสำ�หรบั ฝึกอบรมในทางความประพฤตอิ ย่างสงู
** อธิจิต คอื การศึกษาในข้อปฏบิ ัติส�ำ หรบั ฝกึ อบรมจิตเพ่อื ใหเ้ กดิ สมาธิอยา่ งสูง
*** อธิปญั ญา คอื การศึกษาในขอ้ ปฏิบัติสำ�หรบั ฝึกอบรมปญั ญา
252
เร่อื งของกิเลส มนั หนามากนะ จะมาทำ�เล่นๆไมไ่ ด้หรอก ชาวไร่ชาวนา กวา่ เขาจะได้ข้าวมาใสใ่ นยุง้
ไม่ใช่งา่ ยๆ นะ ถา้ เปรียบเทียบ เหมอื นเหงอ่ื ท่ีไหลออกไปน้ัน ปลอ่ ยไปตามน�ำ้ ได้เลย เพราะกว่าจะได้
ต้องเสียเหง่ือมากมายจริงๆ นะ ทำ�นาทำ�สวน เราก็ได้ผ่านมาหมดแล้ว สมัยน้ีอะไรก็สบายไปหมด
ถา้ นง่ั กน็ ง่ั อยใู่ นกฏุ ิ อยใู่ นมงุ้ ลวด ยงุ ไมม่ ไี ดก้ ดั สมยั กอ่ นเขาตากแดดตากฝนนนู่ แตเ่ ดยี๋ วนี้ อะไรกส็ บาย
ไปหมด แต่ปจั จบุ นั น้ี กย็ งั วา่ ยากลำ�บากแล้วจะไปโลกไหน โลกทมี่ กี ิเลส จะไปอยโู่ ลกไหน มนั ถึงจะมี
ความสขุ คดิ ดใู หใ้ ครค่ รวญพจิ ารณา เอาไปสอนตวั เอง ตวั เองนะตอ้ งสอนตวั เอง พระพทุ ธเจา้ มแี ตบ่ อก
ทางเท่าน้นั ถ้าเราไมเ่ ดนิ มนั ก็ไมเ่ ห็นทาง ไมเ่ หน็ จุดหมายเท่านั้นแหละ
ให้พากันเร่งความพากความเพียรนะ เพราะจวนจะออกพรรษาแล้วนะ พอออกพรรษาแล้ว
เดย๋ี วคนนั้น กไ็ ปน่นั คนน้ีกไ็ ปน่ี ยุ่งยากนะ มเี วลาแค่สามเดอื น พระพทุ ธเจ้าท่านบญั ญัตไิ ว้ ใหอ้ ยู่สาม
เดอื นคือหนง่ึ ไตรมาส แตค่ รงั้ พุทธกาลนนั้ ยงั ไมม่ กี ารจ�ำ พรรษา พระก็เดินลยุ ทุง่ นา เหยียบขา้ ว เหยียบ
น้�ำ ของชาวบา้ นเขา จนพวกญาตโิ ยมไปฟอ้ งพระพุทธเจา้ ทา่ นกเ็ ลยบญั ญัตใิ หจ้ �ำ พรรษา แต่ก่อนไม่มกี าร
บัญญัตินะ พระพุทธเจ้าท่านบัญญัติน้ัน ต้องมีสาเหตุหมดนะ อย่างราหุล ซ่ึงเป็นพระโอรสของ
พระพุทธเจ้านนั้ แมก่ ับปสู่ ง่ ราหุลไปขอสมบัตจิ ากพระพทุ ธเจ้า สมบัตอิ ะไรก็ไมไ่ ด้ พระพุทธเจา้ กเ็ ลยให้
พระสารบี ตุ รโกนผมใหร้ าหลุ และบวชให้ แมก่ บั ปเู่ สยี ใจมาก จงึ ไปขอพระพทุ ธเจา้ วา่ ถา้ พอ่ แมไ่ มอ่ นญุ าต
ห้ามบวชให้ พระพุทธเจ้าท่านก็เลยบัญญัติเอาไว้ พระพุทธเจ้าท่านมีเหตุผลนะ แล้วน้องชายแต่งงาน
ชอ่ื นันทะ แตง่ งาน ยังไมท่ ันไดอ้ ย่ดู ้วยกันกับภรรยาเลย นนั ทะ ไปสง่ พระพทุ ธเจา้ ถึงวัด ท่านกเ็ ลยบวช
ให้โกนผมให้ พระพุทธเจา้ ท่านมเี หตุผลนะ ทา่ นบญั ญัติไว้หมด เอา เลิกกัน เหนื่อย
ภาพถา่ ย ณ ศาลาใหญห่ นา้ วัดปา่ บ้านตาด ๑๒ สิงหาคม ๒๕๕๔ 253
พระธรรมเทศนา
กัณฑ์ท่ี ๔๓
ทรมานกเิ ลสตนเอง
๕ ก.ย. ๒๕๓๘ (ค่ำ�)
เด็ดนะ ท่านพูดเด็ด ให้เอาไปพิจารณานะหมู่พวก ที่ท่านพูดมา ได้ฟังแล้ว อย่าเอาไปท้ิง
ใหเ้ อาไปใครค่ รวญพิจารณานะ จะท�ำ อะไร ก็ให้ดูจิตใจตัวเองหน่อย ดวู า่ มนั โลเลมากนอ้ ยเพยี งใด จะไป
ทำ�อะไร ถ้ามีแต่ความโลเลแล้ว ความจริงมันก็เลยไม่เกิดสักที ถ้าจะทำ�จริงๆ มันต้องทำ�อย่างน้ีนะ
พระพทุ ธเจ้าท่านให้ทรมานตวั เองนะ ฝกึ ตัวเอง ทรมานตวั เอง ใหม้ ันรวมลงนัน่ อะไรจะเขา้ มาในจิตใจน้ัน
ท่านสอนให้ดหู วั ใจตัวเองวา่ มันเกิดอะไรขน้ึ ถ้ามันเกิดความรักขน้ึ แลว้ เราไปรักอะไรมัน ปญั ญาของเรา
มันกต็ อ้ งคดิ วิจารณไ์ ป ถ้าเรอ่ื งปญั ญา มันเป็นอย่างนัน้ แต่ก่อนทม่ี ันจะพิจารณาไปอย่างนั้น ท่านให้หัด
ความสงบเสียกอ่ นนะ ใหจ้ ติ มนั สงบเสยี ก่อน ถ้าจติ ไมส่ งบอย่าไปคิดเลยนะ ถา้ จะไปพจิ ารณามันไม่ได้
มันตอ้ งสงบเสยี ก่อน ความสงบนนั้ ชนะหมดทงั้ โลก ถา้ จิตใจไม่สงบ มันไมช่ นะหรอก ตอ้ งฝึกอยอู่ ยา่ ง
น้นั แหละจนกวา่ จิตใจมนั จะสงบ
สกั พกั กเ็ ล่นเงาตัวเอง เอาสญั ญาต้ังแต่เมอื่ ไหร่ก็ไม่รู้ เอามาหลอกตวั เอง หัวใจตวั เองนะหลอก
ตัวเอง ถ้าไมร่ ู้จักกลอุบายของมันแลว้ จบั มนั ไม่ได้แน่ เร่อื งพวกนีต้ ้องแก้ไขตัวเองอย่อู ยา่ งน้ัน พอแก้ตวั เอง
จนมนั เกดิ ความเคยชนิ แลว้ มนั กค็ ดิ ไปทางใหมเ่ รอื่ งใหม่ เหมอื นกนั กบั เดก็ นอ้ ย พอเอาของเลน่ ใหเ้ ดก็ นอ้ ย
เขากเ็ ลน่ อยอู่ ยา่ งนนั้ เลน่ จนพงั พอเราจะเอาทง้ิ กไ็ มย่ อม กพ็ งั ทใี่ หมไ่ ปเรอ่ื ย จติ ของเรากเ็ หมอื นกนั นน่ั แหละ
ถ้าไดพ้ ิจารณาอะไร ก็จะพจิ ารณาอยูน่ ่ันแหละ แตถ่ ้ามันรู้เท่าทันแล้ว มันก็จะปลอ่ ยวาง แล้วมนั ก็ไป
ทางใหม่ ถ้าพจิ ารณากายกเ็ หมอื นกนั โดยมากก็ไม่ไดใ้ หไ้ ปพิจารณากายท่ไี หน สตปิ ัฏฐานน่ันแหละ คอื
สนามรบ พระพุทธเจ้าทา่ นรบมาหมดแล้ว ครบู าอาจารย์ท่านเขา้ สติปัฏฐาน ๔ ก็ลงมากายนี้ สตปิ ฏั ฐาน ๔
ก็มีกาย* เวทนา** จติ *** ธรรม**** เทา่ นั้น
ถา้ รวมกนั จรงิ ๆ แลว้ จะไปเอามาจากไหน ทา่ นกแ็ ยกออกไปจากนแ่ี หละ เขาจะไปแตง่ จรวดดาวเทยี ม
เขากอ็ อกไปจากนห่ี มดนะ จะไปทางโลก เขามแี ตเ่ อาธรรมของพระองคเ์ จา้ ไปใชน้ ะ สมยั นมี้ แี ตเ่ อาธรรม
ของพระองค์เจ้าไปใช้หมด เหมือนศาสนาอื่นก็เหมือนกัน ต้องยกเอาศาสนาของพระพุทธเจ้าไป
แลว้ ก็เอาไปเป็นของเขาไปหมด
* กาย ( กายานุปัสสนา คอื สตกิ �ำ หนดพจิ ารณากายเป็นอารมณ์วา่ กายนี้สกั ว่ากาย ไม่ใช่สัตว์ บคุ คล ตวั ตน เรา เขา
** เวทนา ( เวทนานุปัสสนา คือสติกำ�หนดพิจารณาเวทนา คือ สุข ทุกข์ และไมส่ ขุ ไมท่ ุกข์ เปน็ อารมณว์ ่า เวทนาน้ีก็สักว่า
เวทนา ไม่ใชส่ ัตว์ บคุ คล ตวั ตน เรา เขา )
*** จิต ( จติ ตานุปสั สนา คอื สตกิ �ำ หนดพจิ ารณาใจท่ีเศรา้ หมอง หรอื ผอ่ งแผว้ เปน็ อารมณ์วา่ ใจนกี้ ส็ กั วา่ ใจ ไม่ใชส่ ัตว์ บคุ คล
ตวั ตน เรา เขา )
**** ธรรม ( ธมั มานปุ สั สนา คอื สติกำ�หนดพจิ ารณาธรรมท่เี ป็นกศุ ลหรืออกศุ ล ทบี่ ังเกดิ กับใจเป็นอารมณว์ า่ ธรรมนี้ก็
สกั ว่าธรรม ไมใ่ ช่สตั ว์ บคุ คล ตวั ตน เรา เขา )
254
ให้พาตัวเองเร่งความพากความเพียรเถอะ ถ้าเอาจริงๆ แล้ว คืนเดียวก็น่าจะจับหลักได้แล้ว
ขอใหเ้ ร่งความเพยี รดูซิ คืนนี้นัง่ ตลอดทัง้ คืนดูซิ ถ้าไม่สูก้ อ่ นไม่เหน็ หรอก แต่น่ีไปเห็นทีไรมแี ตน่ อนหลบั
ถา้ เป็นแล้ว มนั จะเปน็ ไปเองหรอก ธรรมของพระองค์เจา้ ถ้าไดล้ งมือทำ�จรงิ ๆ แล้ว มนั ไมไ่ ด้ไปสนใจ
กับใครหรอก
ดหู มพู่ วกท่เี หน็ อยู่ พอได้พบปะกนั แลว้ ท้ังมอื ท้งั เท้า ตบนัน่ ตบนกี่ นั ดว้ ย คลา้ ยทักทายกันด้วยนะ
ไม่รู้ทำ�ไมนิสัยถึงเป็นอย่างนี้ ผู้ที่รู้ธรรมเห็นธรรม เขาพูดจริงทำ�จริงนะ พูดอะไรเป็นความจริงหมด
ทา่ นไมพ่ ดู เลน่ นะ ผทู้ จ่ี ะรกั ษาศาสนาใหเ้ จรญิ รงุ่ เรอื ง พดู ตลกเฮฮา มนั เปน็ ทางโลกไปหมด เรอื่ งธรรมไมม่ ี
พอหยอกกนั สักพกั ก็ทะเลาะกนั เรอ่ื งกเิ ลสมันเป็นอย่างน้ันนะ สกั หนอ่ ยกอ็ วดม่งั อวดมีกนั ว่าเปน็ คน
ตระกลู นั้นตระกลู น้ี กย็ กกนั ข้ึน มันเปน็ อย่อู ย่างน้ัน
นแ่ี หละไมย่ อมดูคนทีเ่ ขามาขอทานเรานะ วันไหนมาก็ถอื ขนั เหลก็ ไปขอทาน แล้วดูตระกูลตวั เองสิ
เราเป็นเพศบรรพชิตแล้ว ในตำ�ราเขาก็เขียนไว้ สอนหมดแล้ว ให้พากันเร่งความพากความเพียรนะ
อกี หนอ่ ยกจ็ ะออกพรรษาแลว้ นะ ออกพรรษาแลว้ มันไมแ่ นน่ อนนะ การไปการอยทู่ กุ วนั นี้ มนั ไม่มแี ลว้ นะ
จะไปวิเวกเหมือนครูบาอาจารยท์ ี่ทา่ นพาดำ�เนินแบบเก่า สมยั นี้ ถ้าไดไ้ ปก็ไปตามสำ�นักตา่ งๆ จะไปหาภู
หาเขาเหมือนแต่ก่อน ไม่มีหรอก ความกลัวมันก็มีเหมือนเก่าน้ันแหละแต่ก่อนมีช้าง มันก็ทรมานช่วย
เสอื มันก็ทรมานช่วย จติ มันกเ็ ลยไมอ่ อกจากกาย เพราะมนั กลวั ตายนะ เร่อื งอยา่ งน้มี นั ตอ้ งสกู้ อ่ นนะ
มันตอ้ งผ่านเรื่องอยา่ งนก้ี อ่ น
เหมือนพ่อแม่ครูจารย์ท่านให้ไปภูหลวง ท่านให้ผมพาหมู่พวกไป ท่านว่าจะจัดพระให้เดือนละ
๕ องค์ ให้ไปให้ช้างให้เสือมันทรมานช่วย เพราะหมู่พวกภาวนาจิตไม่รวมกันได้สักที ถ้าไปแล้วยัง
ไม่เป็นอกี ถงึ ว่ากัน ไปถามตอนไหน เจา้ หน้าทเ่ี ขาก็วา่ กระทรวงไม่ได้สัง่ มา เหน็ กระทรวงเขาว่าจะใหท้ า่ นแล้ว
พอไปถามเจ้าหน้าท่ีอนุรักษ์ เขาก็ว่ายังไม่ได้สั่งมา พอถามบ่อยเข้า เขาก็ว่าผมก็ถือศาสนาเหมือนกัน
ถา้ ผมจะทำ�ลงไปกไ็ มไ่ ด้ เพราะผมก็เปน็ ผูน้ ้อย มีขอบเขตการท�ำ งานจำ�กดั ถา้ ผใู้ หญ่สงั่ มาแลว้ ผมกท็ ำ�ให้
ได้เลย ถ้าพระจะไปอยูเ่ ป็นกระตอ๊ บ หวั หน้าเขาก็จดั ให้ไปอยูว่ เิ วกได้ แต่ถ้าจะไปท�ำ เปน็ วดั เปน็ วาอย่าง
ถาวรนน้ั ผมต้องให้ผู้ใหญเ่ ขามีจดหมายมาหาผม หรอื ส่ังมาหาผม ผมถึงทำ�ได้ แตถ่ า้ จะทำ�เป็นกระตอ๊ บ
มุงหญ้านี้ ผมทำ�ให้ได้ แต่นี้ท่านว่าจะเอาเป็นแบบ ไปซ้ือไม้อยู่โรงเล่ือยมา แล้วทำ�กุฏิมุงกระเบ้ือง
ท่านจะเอาไปเปน็ ศาลา แล้วกท็ ำ�หอ้ งสักห้องหนึ่ง ศาลาน้นั ก็ประมาณ ๖ เมตร ถา้ เกิดพระยงั ไมไ่ ดไ้ ป
หรือยงั ไมม่ า ก็เอาหอ้ งนนั้ ไวเ้ ก็บของล็อคกุญแจไว้ ทา่ นไมไ่ ด้ว่าจะเอาไปทำ�เป็นวัดหรอก ท่านใหไ้ ปเก็บ
ของไว้
เร่ืองอาหารการกิน ผมจะไปเลี้ยงให้หมดใหถ้ ึงเจ้าหนา้ ท่ีอนุรักษน์ นู่ ไปแล้วถึงวา่ กัน แต่เดีย๋ วน้ีก็
ไปได้แล้วนะ เห็นว่ามาขอพ่อแม่ครูจารย์แล้ว เด๋ียวนี้ก็มีหมู่พวกอยู่ที่นั่น ก็น่าจะดีข้ึนมากแล้วนะ
เพราะไมเ่ หน็ หมพู่ วกมาหากนั สกั ที แตถ่ นนหนทางทใ่ี ชส้ ญั จรไปไมไ่ ด้ และฝนกต็ กมาก กเ็ ลยไมไ่ ดไ้ ปหากนั
แต่ว่ามันสงบเป็นธรรมชาตินะ และถนนหนทางที่ใช้เดินทางไปมาหาสู่กันนั้น มันก็ไปมาลำ�บากมากนะ
255
พระธรรมเทศนา
ถ้ามาได้กม็ ากันแลว้ ทางมันคงเข้ามาไม่ได้ อยนู่ ั่นก็สบายนะ เสอื รอยเท้ามนั เทา่ โคนะ มนั มาหา ชา้ งก็มาหา
ถึงมามันก็กลัวไฟนะ กดไฟฉายส่องไปหามัน มันก็กลัวเราเหมือนกัน ไปอยู่ท่ีนั่นพระท่านกลัวนะ
ชา้ งมนั มาหาตั้งสี่ตวั พระทา่ นกเ็ ลยขนึ้ ก้อนหิน ชา้ งมันกย็ นื ตัวติดก้อนหนิ ชา้ งมนั ก็ทำ�เหมือนมันโมโห
พน่ ลมออกจากงวง สบู ฉีดอยู่อยา่ งนน้ั แล้วมันกไ็ ปมันเป็นอยา่ งนัน้ นะ
ครบู าอาจารยท์ ่านตอ้ งสู้มาทุกอย่างนะ อย่างพอ่ แมค่ รูจารยท์ า่ นทำ�นงิ่ ๆ นะ แตก่ ่อนเสอื มนั มากนะ
พอมามนั กร็ อ้ งค�ำ รามมา ตอนนนั้ ทา่ นก�ำ ลงั เดนิ จงกรมอยนู่ ะ เสอื มนั กร็ อ้ งค�ำ รามใกลเ้ ขา้ มาทกุ ทๆี ความ
กลวั มันจนจะท�ำ ให้เราวิ่งหนขี ึน้ กุฏิแลว้ ความคิดเกดิ ขึ้น เปน็ พระกรรมฐานจะไปกลัวตายอะไรกันขนาดนั้น
มันเหลือเกิน เลยพดู กบั ตวั เองว่า มงึ จะขึ้นกฏุ ิ หรือจะไปหาเสือ ถ้ามงึ กลวั ตาย มงึ จะพน้ ทุกข์เหรอ
ถ้ากลัวขนาดนี่ก็ให้ไปหาเสือ ท่านว่า เอา ให้ตัดสินใจ ใจหนึ่งก็จะขึ้นกุฏิ อีกใจหน่ึงก็จะไปหาเสือ
พอทะเลาะกันเข้า กไ็ ปหาเสือเลย พอไปหาเสือ มนั กไ็ ปทางใหม่แล้ว
256
กณั ฑ์ที่ ๔๔
ความเปล่ียนแปลงของกาลเวลา
๒๓ ก.ย. ๒๕๓๘ (ค�ำ่ )
ศาลาท่นี ่กี น็ อนได้ กางมุ้งแลว้ กน็ อนได้ คนหนงึ่ ก็นอนอยมู่ ุมนน้ั อีกคนหนง่ึ ก็ไปอยมู่ มุ นั้นสว่ นอกี
คนก็มานอนอยู่มุมนี้ก็ได้ ถ้ามานอนอยู่ด้วยกัน ก็มีแต่คุยกันอยู่น้ันแหละ ไม่รู้ไปเอามาจากไหนคำ�พูด
ถ้าเอาค�ำ พูดทเ่ี ปน็ ประโยชน์ขึน้ มาพูด ก็ดหี นอ่ ย ถา้ ออกจากหมูพ่ วกไปแล้ว ก็อย่คู นเดียว อยากนง่ั กน็ งั่
อยากเดินจงกรมกเ็ ดินสบาย ตอนเป็นหนุ่ม การเปลย่ี นอริ ิยาบถน้ัน สังขารร่างกายแตกต่างจากตอน
อายมุ ากนะ ต้ังแตอ่ าตมาเป็นหนุม่ นอ้ ย หมู่พวกเดนิ ตามไม่ทันหรอก เดนิ ออกหนา้ เพื่อน ตอนไปเทีย่ ว
ป่าขึ้นภเู ท่ยี ว เขาเดนิ ตามไม่ทนั หรอกหมู่พวก ท้ังฝา่ ยพระทเี่ ดนิ ตามมา กถ็ ูกเขาหลอกใหเ้ ดนิ ไปทางป่าชา้ นูน่
กวา่ จะมาถึงหมูบ่ า้ น จวี รทีส่ วมใส่น้กี ็แดงไปด้วยฝนุ่ หมด สามทุม่ แล้วพอเถอะเลกิ กนั ไปหาภาวนากนั นะ
หลวงปูล่ ี : ดขี ้ึนมากแล้วหรือโยม โรคทเี่ ป็นอยู่ ไปให้เขาผ่าตัดทีไ่ หน เขาไมผ่ า่ ตดั หรอื ?
โยม : เขาไมผ่ า่ ครับผม
หลวงปู่ลี : น่ีแหละก้อนโรค กอ้ นสารพัดพิษ มนั เผาอยอู่ ย่างนน้ั ดจู ากตัวเองน่ีแหละเด๋ยี วก็
เจบ็ ท่นี ่ันท่นี ่ี แตก่ อ่ นมันไมเ่ ปน็ พอแก่เฒา่ มาก็เปน็ ไปทัว่ แต่ก่อนขน้ึ ภูข้ึนเขา ต้องได้นัง่ คอยหม่พู วกทขี่ น้ึ
มาตามหลัง
เป็นอย่างไร โยมเขา้ ใจไหม ท่พี อ่ แม่ครจู ารย์(หลวงตามหาบัว) ทา่ นเทศน์เรือ่ งปาก พอไดก้ ลบั ไป
บ้านแล้ว ก็ไปหาพูดว่าลกู ว่าหลานนี่แหละ เขาเรยี กว่าปากเป็นเอก มสี องกัณฑ์ มีแต่กัณฑ์เด็ดๆ นะ
ทา่ นเทศน์ให้เอาไปพิจารณา สกั หน่อยก็จะออกพรรษาแล้วนะ อีกสองอาทติ ยเ์ ท่านัน้ เอง หมดไปวนั เวลา
ความจรงิ กม็ แี ตม่ ดื กบั สวา่ งเทา่ นน้ั เอง เดอื นนนั้ เดอื นนี้ ปนี นั้ ปนี ้ี สมมตุ กิ นั เทา่ นน้ั เอง ทจี่ รงิ กอ็ นั เดยี วกนั
วนั ไหนก็วันเก่า พอมดื ก็นอน ไมน่ อนก็ไมไ่ ด้ หลงสมมุติกันอยูอ่ ยา่ งนี้ สมมุตกิ ันข้นึ มาเอง
เหมือนเขาพูดกนั มาวา่ จะสญู เสียดวงอาทติ ยน์ นั้ แหละ พวกมาหาหลอกเอาเงนิ กห็ าวธิ พี ูดอยา่ ง
นน้ั อยา่ งน้ี พดู วา่ กบกนิ เดอื น หรอื ราหอู มดวงจนั ทร์ มนั จะกนิ หมดนะ มแี ตค่ นมาหาหลอกเอาเงนิ กนั เอง
นะ มคี นมาพดู ใหฟ้ งั ทจ่ี รงิ มนั กม็ มี าตงั้ แตส่ มยั พอ่ สมยั แมข่ องเราแลว้ กเ็ ปน็ อยอู่ ยา่ งนนั้ เกดิ ขนึ้ อยอู่ ยา่ ง
นั้น ตัง้ แตเ่ กดิ มาก็ได้ยนิ แทบทุกปี ทัง้ กบกนิ เดอื นกนิ ตะวัน จะเห็นอีกกน็ แ่ี หละออกพรรษาน้ีแหละ วนั ท่ี
๒๔ นี้ เปน็ กบกนิ ตะวนั (สรุ ยิ ปุ ราคา) แตว่ า่ กบกนิ เดอื น(จนั ทรปุ ราคา) เขาไมบ่ อกวา่ จะเหน็ ในประเทศไทย
หรือเปล่า ส่วนกบกนิ ตะวันนี้ เขาบอกวา่ ในไทยเหน็ แน่ แต่กบกนิ เดือนไมเ่ หน็ บอก สมยั กอ่ นก็มีเดือนหา้
และเดือนสิบสอง แตก่ ่อนตอนเปน็ เดก็ น้อย ทกุ ปกี ็ว่าได้ ทีเ่ หน็ ตอนกลางวนั บางทกี เ็ ต็มดวง กม็ ืดเลย
บางทีก็เป็นวงแหวน กว่าจะสว่างได้ก็บ่ายสามบ่ายส่นี ะ แตบ่ ่ายสองมาจะมืดเลยแหละ
257
พระธรรมเทศนา
นี่แหละประเทศไทย เราจะเหน็ ตงั้ แตห่ ้าโมงเชา้ จนถงึ บา่ ยสอง พอมดื เข้า ก็กลวั แบบไม่มเี หตุผลนะ
มนั กม็ ดื อยอู่ ยา่ งน้ี กลางคนื กม็ ดื ไมเ่ หน็ กลวั อะไร นกั วทิ ยาศาสตรเ์ ขาหาค�ำ ตอบใหไ้ ดน้ ะวา่ โลกเราหมนุ
พระจนั ทรพ์ ระอาทติ ยก์ ห็ มนุ เหมอื นกนั แลว้ ทงั้ สามดวง กห็ มนุ หรอื โคจรมาอยใู่ นแนวเดยี วกนั ดวงจนั ทร์
บงั แสงจากดวงอาทิตย์ ท�ำ ให้แสงสอ่ งมาโลกไม่ได้ ถึงเหน็ ดวงอาทติ ยม์ ดื บางส่วนหรือท้ังหมด มันกเ็ คย
เหน็ กนั อย่อู ย่างนั้นมาแล้ว จะไปเสยี เงินเสยี ทองท�ำ ไม เสียเงินก็เพอื่ ป้องกนั เอาไวด้ กี วา่ เพราะว่ากลัว
ตายนะสิ ถ้าเอาเงินไปซื้อขนมมากิน ยังทำ�ให้มีแรง หรือไปซื้ออาหารมากินเล้ียงกัน ยังจะดีกว่านะ
แต่นี่ ไปเสยี เงนิ จ้างเขามาปูเสื่อปูสาด ผกู แขนไม่รู้ไปผูกท�ำ ไม นแ่ี หละสมัยเขาหลอกเอาเงนิ นะ คดิ อ่าน
ดใู หด้ ีๆ นะ พอเถอะ พากันภาวนาพุทโธๆ นะ
เน่ืองในโอกาส หลวงปูล่ ี กุสลธโร กราบคารวะสรีระสงั ขาร พระเทพวสิ ทุ ธิมงคล
หลวงปศู่ รี มหาวโี ร ณ ศาลามหาวรี ะธรรมสภา
วัดประชาคมวนาราม(ป่ากงุ ) อ.ศรีสมเด็จ จ.ร้อยเอ็ด
วนั ที ๔ กนั ยายน ๒๕๕๔
258
กณั ฑท์ ี่ ๔๕
ดแู ตต่ �ำ รา ไมด่ ูใจตนเอง
๑ ตุลาคม ๒๕๓๘
เข้าใจหรือเปล่าละโยม เรื่องจำ�ชาติได้ ถ้าไม่เชื่อก็ลองทำ�ดูซิ ภาวนาเข้าไป บริกรรมพุทโธ
ใหอ้ ยู่กบั พุทโธ จิตมันถงึ จะไม่ค่อยฟุง้ ซ่าน ถ้าไม่ลงมอื ท�ำ มันอย่างจรงิ จังแลว้ มันกไ็ มเ่ ห็นนะเรอ่ื งพวกน้ี
ถ้ามแี ตจ่ ะดจู ากหนงั สือจากตำ�รา แต่วา่ จติ ใจของเรานัน้ ไม่ไดป้ ฏิบตั กิ ็เทา่ นนั้ ถา้ มันไม่เกดิ ขึน้ จากใจตวั
เราเองแล้ว มนั กเ็ กิดแตค่ วามโลเลอยู่อยา่ งน้นั แหละ พระพทุ ธเจ้าทา่ นภาวนานะ ทา่ นนัง่ อยู่ต้นโพธิจ์ น
ไดต้ รสั รู้ ศาสนาเกดิ จากการภาวนา เกดิ จากความพากความเพียรนะ
ฝนตอนนด้ี แู ลว้ ทางทเ่ี ราอยู่ ฝนคงไมต่ ก คงไปตกทางจงั หวดั หนองคายแลว้ ทางจงั หวดั กาฬสนิ ธ์ุ
เห็นวา่ แล้งมากนะ ข้าวร่วงหล่นจากต้นหมดแลว้ ที่นีม่ ันสงบดีนะ โยมภาวนาหรือเปลา่ ไปแล้ว กม็ แี ต่
ไปคยุ กนั นะ นอนกฏุ ิเดยี วกัน กฏุ วิ ่างอยู่ ทางน้ีนะมตี ้งั ส่หี ลัง ยังไม่มใี ครมานอนเลย มแี ตไ่ ปนอนกอง
รวมกนั อยแู่ ตก่ ฏุ หิ ลงั ใหญน่ นั่ แหละ เราตอ้ งฝกึ หดั เอาเองนะ พอมนั ชนิ งานแลว้ มนั กส็ บาย ถา้ ไมเ่ คยชนิ
มนั กล็ ำ�บากช่วงแรกเท่านัน้ แหละ ส่วนมากมแี ต่หวั ใจตัวเอง หลอกตวั เองอยูอ่ ย่างน้ันนะ มตี ุก๊ แกไต่ขา
เฉยๆ กว็ ่าผหี ลอกแล้ว มันหลอกตวั เองอยู่อย่างนนั้ กช็ อบกนั จรงิ นะ หลอกตวั เอง แตถ่ ้าคนอนื่ หลอก
นะโกรธ แตถ่ า้ ตวั เองหลอก ชอบ
ครบู าอาจารย์ท่านภาวนา ทา่ นเอาแตพ่ ทุ โธนะ ไม่ให้จิตสง่ ออกภายนอก ผหี ลอกก็ไม่มี เสือก็ไมม่ ี
เพราะจิตอยกู่ ับพุทโธนะ ไม่มีอารมณม์ าปรงุ แต่งไปต่างๆ นานา อกี ถึงมันจะมีเสยี งร้องของสัตว์ทนี่ า่
กลัวอย่างไรก็ตาม ถึงหูจะได้ยินเสียงต่างๆ แต่ใจนั้นอยู่กับพุทโธแล้วใจก็ไม่ส่งออกไปภายนอก ก็ไม่มี
ความกลัวนะ กฝ็ ึกหดั เขา้ ไปดซู ิ
ตงั้ แตพ่ ่อแม่ครบู าอาจารย์ขาวทา่ นอายมุ ากแล้ว ทา่ นกย็ ังพาไปนะ ต้ังแตอ่ ยถู่ �ำ้ กลองเพลสมัยนนู่
ออกจากกฏุ ไิ ปหาอยู่กบั กอ้ นหินนะ แตก่ อ่ นไปก็ไปอยู่แถวเจดีย์ของท่านนะ พากนั ไปอยู่ ตีสามตีสก่ี ล็ งมา
วดั แล้ว นงั่ อยกู่ ้อนหินใคร กอ้ นหนิ มนั แต่กอ่ นมนั ไมส่ นใจนะ ว่ายุงจะกดั มนิ ่าล่ะถึงเป็นไขม้ าลาเรยี อยู่
บ่อยๆ แต่มันก็ใจสู้นะ กำ�ลังใจมันเข้มแข็ง ความอดทนสูง ถ้าได้น่ังแล้ว ก็เป็นหัวตอเลยแหละ
ถา้ จติ มนั สงบไดแ้ ลว้ ความเจบ็ ความปวดมนั ไมม่ หี รอก ถา้ พวกเรานไ้ี มภ่ าวนา ความสขุ นนั้ กม็ แี ตก่ ารนอน
หลบั เทา่ น้ัน ความเจบ็ ความปวดไมม่ ี มแี ต่ความฝัน กฝ็ นั เรือ่ งน้นั เรือ่ งน้ี วันไหนไมฝ่ ัน ก็นอนหลับสนิท
จน ไมร่ เู้ รื่อง แตต่ วั รู้กร็ ้อู ยอู่ ยา่ งนนั้ นะ
ผ้ทู ก่ี ำ�ลังจะเปลีย่ นภพเปล่ยี นชาตินนั้ ถ้าเกดิ มอี ปุ าทาน ก็ไปอยู่ทน่ี ั่นแหละ กไ็ ปอย่กู ับลูก ไปเกิด
กบั ลกู ตัวเองอกี เปลย่ี นกันเปน็ ลูก เปน็ พอ่ เปน็ แม่อยูอ่ ยา่ งนั้นแหละ อุปาทานตัวน้ี มันทำ�ใหไ้ ม่ออกไป
จากนี้ ใครจะไมร่ ักตระกลู ตัวเอง ไมม่ ีหรอก ตดิ ตระกูลอยูอ่ ย่างนั้นแหละ ตดิ ว่าหลานกูว่าลูกกูอยูอ่ ย่างนั้น
259
พระธรรมเทศนา
เพราะอุปาทานตัวนี้แหละ เพราะเคยเป็นพ่อเป็นแม่กันมา ก็ด่าอยู่อย่างนั้นแหละลูกหลาน
เพราะสบั เปลย่ี นกนั เล้ยี งกันอยู่อย่างนนั้ ถ้าทำ�อกุศลเลก็ ๆ น้อยๆ ไว้ก็ยงั ดีอยู่ ถา้ ท�ำ บาปไวม้ าก ก็ไป
เป็นสัตว์เดรัจฉาน เป็นควายเป็นวัว ให้เขาใช้งานอยู่นั้นแหละ ให้พากันเร่งความพากความเพียรนะ
ถา้ อยากเหน็ พอเถอะ เลิกกนั ไปหาภาวนาของใครของมัน ทำ�ใครทำ�มันนะ ไมท่ �ำ ก็ไม่ไดน้ ะ
เนื่องในโอกาส หลวงป่ลู ี กสุ ลธโร กราบคารวะสรรี ะสังขาร พระเทพวิสุทธมิ งคล
หลวงป่ศู รี มหาวโี ร ณ ศาลามหาวรี ะธรรมสภา
วดั ประชาคมวนาราม อ.ศรีสมเดจ็ จ.ร้อยเอด็
วันที่ ๔ กนั ยายน ๒๕๕๔
260
กณั ฑท์ ่ี ๔๖
สอนพระให้เป็นพระ
๖ ตลุ าคม ๒๕๓๘
คนไม่ภาวนาจะไปเข้าใจท่ีพระท่านพูดได้ยังไง ท่ีพระท่านพูดน้ัน จิตใจของท่านเป็นภาวนานะ
แต่ทเี่ หน็ อยนู่ ้นั มแี ตจ่ มอยกู่ ับสง่ิ สกปรกนะ กเิ ลสก็เต็มจติ ใจ แล้วก็เลยมแี ตพ่ ดู ว่าคนอ่นื เขา พระทา่ น
พดู เร่ืองจิตละเอยี ด เป็นเร่อื งท่ีเขา้ ใจยากนะ ถา้ ผูฟ้ ังเปน็ คนทไี่ ม่ภาวนา แตถ่ า้ เป็นผู้ที่ภาวนาอยแู่ ล้ว ก็
จะเข้าใจงา่ ยและเปน็ เรว็ ขึ้น เขา้ ใจมากขึน้
เดี๋ยวนีพ้ ่อแม่ครูจารย(์ หลวงตามหาบัว)ท่านเทศน์ช้าลงมากนะ แต่กอ่ นตงั้ แต่ ๒๕๐๔-๒๕๐๕ ฟงั
ท่านเทศน์ หายใจแทบไม่ทนั นะ ธรรมะท่เี ทศนส์ มัยนั้น ๆ ไมม่ เี ทปที่บนั ทกึ เอาไว้เหมือนปจั จบุ นั นนี้ ะ แต่ก่อน
อยู่บ้านห้วยทรายก็เหมือนกัน ยังไม่มีเทปท่ีใช้บันทึกนะ ตอนอยู่บ้านห้วยทราย ท่านก็ไม่ค่อยเทศน์ให้
ญาติโยมฟังนะ อยู่น่นั เหมือนไมม่ ีวันพระนะ เพราะญาติโยมเขาไมไ่ ดม้ าวัดกนั แต่ทา่ นกเ็ ทศน์ใหพ้ ระฟงั
มากนะ ทา่ นว่าเทศน์สงั่ สอนพระ ใหเ้ ป็นพระสกั องค์หน่งึ ท่านวา่ อานสิ งส์ไม่มีประมาณนะ หลวงปมู่ ่ัน
ทา่ นว่าอย่างน้นั เพราะพระตอ้ งออกไปสั่งสอนประชาชนอีก ออกไปส่ังสอนพระดว้ ยกันต่อไปอีกอย่าง
หลวงปู่ม่ันหลวงปขู่ าว ท่านเทศน์ให้ญาติโยมฟังเทา่ น้ีว่า “ให้พากันละบาปท�ำ บุญ” แล้วทา่ นก็พดู ไปสัก
ประโยคสองประโยค แลว้ ทา่ นกไ็ ปเทา่ นนั้ แตถ่ า้ เปน็ พระเปน็ เณรนะ อยา่ งหลวงปมู่ นั่ ทา่ นเทศน์ ๔ ชวั่ โมง
ก็ยังเทศน์อยู่นะ เราผู้ฟังก็ไม่มีถอยเหมือนกัน จะเป็นอะไร เราก็มีบารมีของเราอยู่นะ ท่านว่าจะฟัง
ไปทำ�ไม ญาตโิ ยมฟังไปแลว้ ก็เอาไปเกบ็ ไว้ ดูสิ ฟงั แล้วก็เอาไปใสห่ มอ้ ขา้ วหม้อแกงหมดนะ
จะฟังอกี ไหม จะเอาธรรมะหลวงปบู่ วั มาพดู ใหฟ้ งั นะ ทา่ นเร่งความเพียร ท่านภาวนาตั้งแตท่ ่าน
เป็นฆราวาสโน้น โดยมากหลวงปู่บัวท่านมีแต่นั่งเป็นส่วนมากนะ แต่เดินน้ันไม่เท่าไหร่ ท่านไม่ถนัด
เอาล่ะ ลองเร่งภาวนาตลอดท้ังคืนดู ถ้าน่ังภาวนา มันจะไม่เกิดจริงๆ หรือความสงบ เราต้องฝึก
ดวงจิตให้เกดิ ความสงบ แล้วจะท�ำ อยา่ งไรถึงจะสงบ เราต้องเห็นธรรมของพระพทุ ธเจา้ ท�ำ ให้เกิดกับ
ใจตวั เอง แลว้ ธรรมมันจะเกิดข้นึ เองนะ ถา้ ภาวนาก็ใหท้ ่องพุทโธๆ พทุ โธนั้นกค็ ลา้ ยบันไดทจ่ี ะใชข้ ึ้นไปหา
กุฏนิ ัน้ แหละ ตอ้ งมรี าวจับ ถ้าไมม่ รี าว เวลาขนึ้ อาจเซคะม�ำ ได้ ถา้ จิตมันสงบแลว้ มันจะปลอ่ ยวางเอง
หรอก เหมือนกับเราขึ้นกุฏนิ ั่นแหละ ถ้าเราประสงคข์ นึ้ กุฏแิ ลว้ เราจะไปจับราวบันไดอยู่ท�ำ ไม เรากต็ อ้ ง
ปล่อยมือจากราวบนั ได การบริกรรม เปรียบเหมอื นบนั ไดท่มี ีราวจบั นนั่ แหละ เราตอ้ งใช้เพื่ออาศัยข้นึ
กฏุ ิเท่านั้น ถ้าเราประสงค์จะข้นึ ไปกุฏแิ ลว้ เราจะไปยืนจับราวบันไดอยทู่ ำ�ไม ในเมือ่ ความประสงค์ของเรานน้ั
ต้องการจะขึ้นไปกุฏิ เราก็เพียงแคอ่ าศยั บันไดกับราวจับ เพ่ือเปน็ ทางผา่ นขึ้นไปเทา่ น้นั เอง
261
พระธรรมเทศนา
ท่ใี หบ้ รกิ รรมพทุ โธ กเ็ พื่อไมใ่ ห้จิตวงิ่ ไปตามอารมณ์ต่างๆ ถึงใหบ้ รกิ รรมพุทโธไว้ ถา้ มีพุทโธแลว้
เสือก็ไม่กลัว ผีก็ไม่กลัว ไม่มีส่ิงที่กลัวเลย เพราะจิตไม่ได้ส่งออกไปภายนอกเลย ให้อยู่แต่ภายใน
ใหอ้ ยกู่ บั พุทโธ แต่ทท่ี �ำ ให้เรากลวั กเ็ พราะจิตเราคิดไปหาผี หาสิง่ ทเี่ รากลวั ทน่ี นั่ ที่นกี่ ็เลยกลัว บางคร้งั
ตุก๊ แกปีนข้ึนขาก็ว่าเปน็ ผี แล้วหลอกตัวเองไปเลย คิดอะไรเห็นอะไรเปน็ ผไี ปหมดเลย เพราะใจไม่มีพุทโธนะ
ถ้าใจมพี ุทโธแล้ว ไม่กลัวอะไรนะ ท้ังความเจ็บความตาย ถ้ามีพทุ โธแล้ว หายไปหมด เอาซิ ลองดูใหจ้ ิต
จดจอ่ อยกู่ บั พทุ โธดสู ิ แตน่ ไี่ มร่ อู้ ะไร ถา้ นงั่ ภาวนาเขา้ ไปแลว้ มแี ตค่ วามอยากเหน็ สวรรคเ์ หน็ นพิ พานไปนนู่
แต่หัวใจตัวเองกลับไม่เห็นสักที มันต้องเห็นในหัวใจตัวเองเสียก่อน ถ้าไม่เห็นกิเลสท่ีอยู่ในจิตใจ
ตวั เองแล้ว ไม่เหน็ หรอก
จติ ใจของเราไปกบั สง่ิ ใด ให้สงั เกตดตู วั เอง การปฏบิ ัตินัน้ มันตอ้ งสังเกตหมดนั้นแหละ ไม่ว่าจะ
กินมาก จะนอนมาก หรือเดินมาก แล้วนง่ั ตอนนัน้ มนั เปน็ อยา่ งน้ัน นั่งตอนนีเ้ ปน็ อยา่ งน้ี ต้องสังเกต
ตัวเองนะ ถึงจะจับหลกั ได้ จิตของเราสามารถประยกุ ต์ หรอื สามารถปรับตวั เองได้ แต่บางคร้งั ตวั เรา
ไมร่ กู้ ม็ ี พอจติ ของเรามนั ละเอยี ดมากขนึ้ เรอ่ื ยๆ ถงึ จะรกู้ ม็ ี การฝกึ หดั ใหมๆ่ เหมอื นเขาฝกึ หดั ววั หดั ควาย
นั่นแหละ เขาใสแ่ อกใสไ่ ถ กว่าจะเปน็ มนั กย็ ากเหลือเกินแหละ การฝกึ ของเราก็เหมือนกันนน่ั แหละ
เพราะเปน็ ทางท่เี ราไม่เคยเดินนะ เหมอื นกบั เราเข้าเรียนใหมๆ่ น้นั แหละหัดเขียนตัวหนงั สือ ถึงขนาดท่ี
ครูต้องมาจบั มอื พาเขยี น เพราะเราเขียนไมเ่ ปน็ แตพ่ อเรยี นจนเขา้ ใจถงึ ใจแล้ว เขยี นเปน็ หมดนน้ั แหละ
แต่ขนาดหลับตาแล้ว ก็ยังเขียนได้ เพราะมันเข้าถึงใจ ถ้าเข้าถึงใจแล้ว สระตัวนั้นผสมกับตัวน้ัน
เขยี นไปไดห้ มด เพราะมันเข้าถงึ ใจแลว้
นีก้ เ็ หมอื นกันนะการภาวนา ไมไ่ ดต้ า่ งอะไรกนั ท่านเทศน์สองกัณฑ์ก็ชดั เจนแลว้ นะ พอ่ แมค่ รูจารย์
ท่านเทศน์ละเอียดนะ ธรรมะของท่าน อย่างหลวงปู่บัว หลวงปู่ขาว ต้ังแต่เคยไปท่องเที่ยวด้วยกัน
กับท่าน ท่านเก่งนะ และมีอาจารย์อีกหลายองค์เก่งนะเร่ืองภาวนา ไปจำ�พรรษาด้วยกันกับท่าน
อยู่ถำ้�กลองเพล ท่านไม่ได้นอนนะ ท่านนั่งภาวนาเดินจงกรม ท่านสู้จริงๆ ท่านไม่กลัวความตายนะ
ท่านท้งิ ตายนะ ถึงจะได้ความเพียร ถงึ จะไดธ้ รรมเกิดขนึ้ เอาเลิกกันเทา่ นแ้ี หละ
262
กณั ฑ์ท่ี ๔๗
โทษแตศ่ าสนาไม่ดูใจตวั เอง
ในพรรษาปี ๒๕๔๑
...ธรรมะนเ้ี อาไปสอนตัวเองนะ นอ้ มเข้าไปในจิตใจ ไปสอนตวั เอง คนื เดยี วกน็ า่ จะปรากฏแล้วนะ
ถ้าเอาจรงิ เอาจัง แต่น่มี ีแตก่ ลัวตาย ก็เลยไม่ทำ�อะไรนะ เดยี๋ วนก้ี ็ก�ำ ลังตูศ่ าสนาว่าไม่จริง แต่หัวใจตัวเอง
ไม่จริงสักที ก็ไม่ว่านะ ตำ�หนิแต่ส่ิงภายนอกนะ เพราะตัวเองมองไม่เห็นส่ิงบกพร่องภายในตัวเอง
คมุ เข้า คมุ มนั เขา้ ต้องรูแ้ น่ นั่งภาวนาตลอดท้งั คืนดูสักคนื หนง่ึ ต้องได้ความแน่ ความอัศจรรยจ์ ะเกดิ
ข้นึ แน่ ลองสละร่างกายสกั คืนดสู ิ ถา้ ไมท่ ำ�อย่างนัน้ ไมเ่ ห็นนะ ธรรมของพระพทุ ธเจ้า ถ้ามีแตก่ นิ กบั
นอนไม่เหน็ ปวดขามากเลิกกันเถอะ
(พดู ทา้ ยเทศน์)
ฝนมันแล้งมากนะเดี๋ยวน้ี ไม่รู้จะแล้งอะไรกันขนาดนั้น เป็นอย่างไรบ้าง ผู้เฒ่า เรื่องสังขารนี้
สำ�หรบั ผมน้ีเตม็ ที ปวดทัง้ เอวทงั้ หวั เข่า ตกเย็น กม็ ีอาการแน่นท้อง ลมข้ึน คิดดู มนั คงใกลจ้ ะตายแล้วนะ
ปนี ้ีรา้ ยแรงนะ สงั ขารมนั บบี คน้ั รา่ งกายอยอู่ ย่างนั้น ยงั ดที ่ไี ดอ้ บรมทางใจมา บางวนั สงั ขารมันบบี คน้ั
วันนน้ั วนั น้ี ผมกไ็ ม่ได้ลงมาหาญาตโิ ยม ก็ใหห้ มพู่ วกเปิดเทปให้ญาติโยมฟัง เทปเรากม็ มี ากนะ คงใกล้จะ
ตายแลว้ หมู่พวกพากันเร่งความพากความเพียร เดนิ จงกรมภาวนานะ
อย่างวนั นั้น ขอแรงหมพู่ วกปลูกตน้ ไม้ จะปลกู ให้มนั เสร็จ ไมอ่ ยากทง้ิ ไปนาน ไปดแู ล้วตน้ ไมม้ ัน
ห่างกันมากนะ ดีหน่อย ปีที่แล้วปลูกต้นสัก ปีน้ีเลยไม่ต้องปลูก ที่ปลูกไปน้ัน พวกนี้ปลูกให้เขาหมด
สว่ นเขาไปข้างใน ก็ปลอ่ ยมันเถอะ ให้เจ้าหนา้ ทีป่ า่ ไม้เขาดูแล เราก็ดูแลบริเวณเรา ดูแลเท่านน้ั แหละ
ให้มนั นา่ ดู ใครมา ก็ใหร้ สู้ ึกรม่ ร่นื นา่ อยู่ มีเจ้าหนา้ ท่เี ขาดแู ลหมดนะ ปา่ นายคนนนั้ รักษาตรงนน้ั นายคนน้ี
รกั ษาตรงน้ี ถ้าเราไมท่ ำ� ก็เท่าน้ันแหละ ถ้าเราทำ� ก็มีแต่มาถา่ ยรปู เอาไปเป็นหน้าเปน็ ตา ไมร่ มู้ นั ไดอ้ ะไร
ขนึ้ ทะเบยี นกข็ ้นึ อย่อู ยา่ งน้ัน ปีไหนมา ก็มาจดมาข้ึนอยูอ่ ย่างนนั้ ไม่เหน็ ทำ�อะไร คดิ ดูว่าได้อะไร เลกิ กนั
263
พระธรรมเทศนา
ภาพถ่าย ณ วัดพิชยั พฒั นาราม(เขานอ้ ยสามผาน) อ.ทา่ ใหม่ จ.จนั ทบรุ ี มิถนุ ายน ๒๕๔๓
264
กัณฑท์ ี่ ๔๘
กเิ ลสเป็นเจา้ หัวใจ
...เหมือนอาจารยเ์ ตมิ อาตมาไปดูทีโ่ รงพยาบาล มแี ตป่ ัม๊ หัวใจ ถา้ เป็นอาตมา อย่าเอาไปเลยนะ
โรงพยาบาล ถา้ เปน็ อยา่ งนน้ั ใหม้ นั ตายไปเถอะ เกดิ แกเ่ จบ็ ตายมนั เปน็ อยา่ งนนั้ นะ ไมใ่ ชว่ า่ มนั จะทกุ ข์
แตต่ วั เองนะ มนั ทกุ ขถ์ งึ เพอ่ื นดว้ ย ตอ้ งไปเผาไปหาไปดอู ยอู่ ยา่ งนน้ั ไปเขากไ็ มร่ บั แลว้ ทง้ั โรงพยาบาล
หนองววั ซอ ทงั้ โรงพยาบาลอดุ ร ไปโรงพยาบาลไหน เขาก็ไม่รับ ไปจงั หวดั ขอนแก่นกไ็ ม่รบั กย็ งั ไป
ที่กรงุ เทพอีก โรงพยาบาลอะไรไมร่ ลู้ มื แลว้
พากันประกอบความพากความเพียรนะ เดินจงกรมภาวนา หมดไปเร่ือยนะครูบาอาจารย์
เด๋ียวกเ็ ผาทนี่ ่ันทน่ี ี่ ท�ำ ให้มนั ถกู ตามหลกั ธรรมของพระพทุ ธเจ้านะ ทา่ นทำ�อย่างไร ท่านรู้ ทา่ นเห็น
อย่างไร ในตำ�รา เราก็ดูมามากแล้ว ครูบาอาจารย์ท่านก็แนะนำ�มามากแล้ว มีทั้งเทปทั้งหนังสือ
เหลือแต่บังคับใจตัวเอง ใส่ทางคือใส่หลักธรรมของพระพุทธเจ้าเท่าน้ันแหละ ตัวสำ�คัญตัวน้ีแหละ
เป็นก็เป็นอย่ใู นใจ อยู่ในกายเรานแ้ี หละ จะไปรทู้ ีไ่ หน ถ้าไมร่ ้ทู ี่น่ี คิดดซู ิ เพียงแต่บรกิ รรมพทุ โธ ให้มนั
อยดู่ สู ิ ๒๔ ชว่ั โมง ถา้ ไมเ่ กดิ ความอศั จรรย์
ตัวสติส�ำ คัญทีส่ ดุ ถ้าไมม่ ีสตกิ เ็ หมือนกบั การนอนหลบั นั่นแหละไม่ไดต้ า่ งอะไร การนอนหลับ
ไมม่ ีเวทนานะ เพราะมนั เลยเวทนามาแลว้ นะ กเ็ ลยไม่ปรากฏเวทนา แตต่ วั รมู้ ันก็ยังรอู้ ยู่อย่างนน้ั นะ
รวู้ า่ ฝันเร่ืองนั้นเรอ่ื งนี้ รู้ว่าวันนน้ี อนหลับสนิทจนไมร่ ูต้ ัว ส่วนความเจบ็ ความปวดมนั ไม่มนี ะ แตถ่ า้ เรา
มสี ติ มนั ร้หู มดน่นั แหละน่ังกร็ ู้ นอนก็รู้ ตวั สติลองท�ำ ดูซิ ท�ำ ให้มนั ได้ ให้มนั เหมือนอยา่ งท่ีวา่ ใหม้ ัน
เปน็ อธศิ ีล* อธปิ ัญญา** อธจิ ติ *** ใหร้ วมกันดซู ิ เปน็ มหาสตมิ หาปญั ญาดซู ิ ถา้ ท�ำ เหมอื นท่านแล้ว
ไม่เหน็ ตามพระพทุ ธเจา้ ไม่มีหรอก
แตน่ ีม่ ันโลเล ทำ�อะไรหนอ่ ยก็กลัวจะไปตาย แตม่ นั กห็ นไี ม่พ้นหรอก ความตาย ไมต่ ายตอนแก่
ก็ตายตอนหนมุ่ ไม่เห็นหรอื เขากม็ ตี ายใหเ้ ราพบเหน็ อยู่ ให้เราเร่งความพากความเพียรนะ ถ้ามันรู้
จะออกอทุ านเองหรอก เอาซิ ตอนกลางคืนกร็ ู้ สว่ นทา่ นทภ่ี าวนาเป็นน้ัน ไม่ขาดนะ จะมีแตผ่ ูท้ ีม่ าหาทา่ น
แต่ส่วนท่านจะพูดให้ฟังหรือไม่น้ัน เป็นเรื่องของท่าน ถ้าท่านพูดให้คนหูมืดตามืดฟังก็เท่าน้ันแหละ
ถ้าท่านพูดให้ฟังก็จะหาว่าท่านอวดอุตริมนุสธรรม แล้วเด๋ียวน้ี เรื่องกิเลสมันเป็นอย่างน้ันนะ
มันไม่เอาของดีเข้าไปใส่ในใจหรอก มันมีแต่จะเพ่งโทษตัวเราเท่านั้น ดูแต่เรื่องภายนอกเท่าน้ัน
เรือ่ งการยกโทษใหต้ ัวเองนรี่ วดเรว็ มาก เร่ืองกเิ ลสมันเป็นอยา่ งนั้น มนั ไมห่ าความดีหรอก มนั หาแต่
ความชวั่ นะ ถ้าท้ิงความดีกับความช่ัว มันจะจบั ความชวั่ ทันที ความดมี ันไม่จับหรอก นแ่ี หละคอื กิเลส
เปน็ เจา้ หวั ใจ มที ฐิ ิมานะ มันไมพ่ าเราทำ�นะ เพราะมนั บังคับเราอยู่
* อธสิ ีลสกิ ขา (สกิ ขาคือศีลอนั ยงิ่ , ขอ้ ปฏบิ ัติสำ�หรับฝึกอบรมในทางความประพฤติอย่างสงู )
** อธปิ ัญญาสกิ ขา (สกิ ขาคอื ปัญญาอนั ยง่ิ , ขอ้ ปฏบิ ตั สิ �ำ หรบั ฝึกอบรมปัญญาเพือ่ ใหเ้ กดิ ความรแู้ จ้งอย่างสงู )
*** อธจิ ติ ตสิกขา (สิกขาคือจติ อนั ยิ่ง, ขอ้ ปฏบิ ตั สิ ำ�หรบั ฝกึ อบรมจิตเพ่อื ให้เกดิ คณุ ธรรมเช่นสมาธอิ ยา่ งสงู )
265
พระธรรมเทศนา
(หลวงป่ลู ี เมตตาสุนัขชื่อบู๊ ณ วดั ปาบา้ นตาด)
นี่แหละพ่อแม่ครูจารย์ใหญ่ขาวท่านพูดว่า น่ีแหละคือกรรมของสัตว์ ท่านไม่ค่อยพูดอะไรนะ
หลวงปู่อยู่กับท่านก็มากนะ หลวงปู่ชอบก็เหมือนกับหลวงปู่ขาว ท่านเดินจงกรมเก่งมาก เดินจงกรม
ภาวนา ท่านทำ�ให้ดูอยู่อย่างนั้น แต่ถ้าเทศน์นี้ไม่เท่าไหร่ อย่างญาติโยมมา อย่างครูจารย์เพ็งมา
ทา่ นบอกใหอ้ า่ นหนงั สือเอา บางครั้งทา่ นก็ไม่ลงมา ทา่ นก็แกช่ ราแล้ว ท�ำ อย่างไร แคแ่ บกสงั ขารตัวเอง
นก่ี ห็ นกั มากแลว้ ถา้ เกง่ จรงิ ๆ เรอ่ื งเทศนก์ ม็ แี ตห่ ลวงปบู่ ญุ ยงั กบั พอ่ แมค่ รจู ารยห์ ลวงปอู่ อ่ น น่ี นกั เทศน์
เลกิ กนั เถอะนะวันนี้
266
กัณฑท์ ่ี ๔๙
ปลดเปลอื้ งตวั เองออกจากกองทกุ ข์
...มันตดิ อยตู่ วั นีแ้ หละ กวา่ จติ มันจะเป็นไปได้นัน้ มนั ตดิ ตัวนแี้ หละ ถา้ ทำ�ให้มันถกู มนั จะเกิดอรรถ
เกิดธรรมได้นนั้ มนั จะตอ้ งไมย่ ึดตดิ สง่ิ นคี้ ือความวุ่นวายภายในใจ ถ้าใจมนั วนุ่ อยู่อยา่ งน้นั มันก็ตดิ ก็คา
อยู่นั่นแหละ เด๋ียวก็คิดนั่นคิดน่ี เดี๋ยวก็คิดไปเกี่ยวข้องถึงคนนั้นคนนี้ มันเป็นอยู่อย่างน้ันแหละ
เพราะไมด่ หู ัวใจตัวเองนะ ถา้ ดูหัวใจตวั เองแลว้ มันไมเ่ ป็นหรอก เขาพูดกพ็ ูดอย่ปู ากเขานู่น ดีก็อย่ปู ากเขา
ชวั่ กอ็ ยู่ปากเขานนู่ เขาจะตฉิ นิ นนิ ทา ก็อย่ปู ากเขานู่น เราไม่เอามาเป็นอารมณ์ ก็จบเท่านนั้ คนมีธรรม
เขาเป็นอย่างนั้นนะ สว่ นคนไมม่ ธี รรมนน้ั วิง่ อยอู่ ยา่ งนัน้ เอาแลว้ หมดทั้งโลกต้องใหม้ ันถูกใจตวั เองหมด
ทกุ อยา่ ง แตห่ ัวใจตัวเองนน้ั ก็ยังไม่ถูกเลย มนั เป็นอยู่อยา่ งน้ันนะ
ถา้ อบรมอนั นไี้ ดแ้ ลว้ จติ มนั กร็ วมกนั ทนั ที กไ็ ดก้ ราบพระพทุ ธ กราบพระธรรม กราบครบู าอาจารย์
อยู่อยา่ งนั้น ขอใหล้ งมอื ทำ�จรงิ ๆ เทา่ นน้ั แหละ ถ้ามแี ต่ทำ�เล่นๆ กลวั แตว่ า่ โลกจะฉิบหาย มันกไ็ ดเ้ ท่าน้ันแหละ
ไมว่ า่ จะไปภพใดชาติใด ก็จะเหมอื นเก่านะ เพราะเป็นคนเก่า ถา้ ตั้งใจท�ำ จริงๆ ท�ำ ไมจะไมเ่ หน็ ของมัน
เปล่ียนแปลงกันได้ ของดีของชั่วก็มี แต่ปลาไหลอยู่ในดินแท้ๆ เขาแทงหามันไม่หยุด มันจึงข้ึนมา
เขาถงึ จบั ได้ ท�ำ ไมเราจะไมเ่ หน็ ถ้าคิดจะปลดเปลือ้ งตัวเองออกจากกองทุกข์ ท่มี นั ไม่เห็น เพราะขนาด
ความคดิ วันหนง่ึ มันยังจ�ำ ไมไ่ ดเ้ ลย แลว้ จะไปพูดอะไรเร่ืองขา้ มภพข้ามชาติ แค่วนั หนึง่ ๆ คิดดคี ดิ ชวั่ ก่คี รง้ั
กย็ งั จำ�ส่งิ ทตี่ วั เองคดิ ไมไ่ ดเ้ ลย เอามาใคร่ครวญดซู ิ
สักพักก็กิเลสขน้ึ ทบั หัว กค็ ดิ ว่าบาปไม่มี บุญไมม่ ีแล้ว มันเป็นอย่างนนั้ แลว้ ทกุ วนั น้ี มันไม่เคยเหน็
นำ�้ ในมหาสมุทรอันกวา้ งใหญ่ มนั กเ็ ลยเล่นแตน่ ำ้�สกปรกในแอง่ น�้ำ เลก็ ๆ นน้ั แหละ นี่ก็เหมอื นกนั จิตใจ
เรามนั เปน็ อยา่ งน้นั มันไม่ได้ต่างกันเลยนะ มนั มแี ต่วิง่ ไปหาทเ่ี กา่ ของมัน เพราะมนั เกดิ จากทนี่ ั้นนะ ถา้ ไม่
แกไ้ ขมนั ก็จะเกดิ แลว้ ตาย ตายแล้วเกิดอยอู่ ยา่ งน้นั มนั ก็ไมร่ ู้จกั หนทางสักที พากนั เรง่ ความพากความ
เพียร หดั สติ ให้มนั เปน็ มหาสติมหาปัญญาแล้ว มนั จะทนั หรอก พระพุทธเจา้ ท่านพดู ไว้ อธิจติ อธิศีล
อธปิ ญั ญา เอาไปอบรมดูซิ ให้มันทนั เหตกุ ารณข์ องจติ ตวั เอง ทงั้ ความนกึ ทั้งความคิดของตัวเอง มนั จะ
ประมวลมาเองหรอก เอาไปพิจารณาใคร่ครวญ เลกิ กนั
267
พระธรรมเทศนา
ภาพถา่ ย ณ วดั พิชยั พฒั นาราม(เขานอ้ ยสามผาน) อ.ทา่ ใหม่ จ.จนั ทบรุ ี มิถนุ ายน ๒๕๔๓
268
กณั ฑ์ท่ี ๕๐
ศาสนาแหง่ เหตุผล
เป็นอยา่ งไรภาวนา หมพู่ วก มแี ตก่ ินกบั นอน แล้วกไ็ ป มันไม่ไดอ้ ะไรนะ ถา้ ไม่ส้เู วทนาใหญ่ไมเ่ หน็
อรรถเหน็ ธรรมหรอก ตอ้ งลองดสู กั คนื นงั่ ตลอดทง้ั คนื ดสู ิ ถา้ มนั ผา่ นตวั นแี้ ลว้ มนั จะเหน็ ความอศั จรรย์
ในศาสนานะ มันไม่เหน็ นะ ถา้ ไม่สู้เสยี ก่อน ถา้ ยังกลวั ตายอยู่ มนั กไ็ มเ่ ห็นเหมอื นกัน พระพุทธเจ้าท่าน
น่งั อย่ตู น้ โพธ์ิ ทา่ นอธษิ ฐานถึงขนาดทว่ี า่ แม้เลอื ดเนอ้ื จะเหอื ดแหง้ ไป จนเหลือเพยี งหนังหมุ้ กระดูก
กต็ าม ทา่ นก็จะไมล่ กุ ขนึ้ จากทนี่ ี้ ตราบใดทท่ี ่านยงั ไมไ่ ดต้ รสั รู้ ทา่ นอธิษฐานผกู มัดจติ ท่านขนาดนัน้ เชียวนะ
แตพ่ วกเรามแี ตก่ นิ กบั นอน จะใหว้ า่ อยา่ งไร สกั หนอ่ ยกม็ ากลา่ วตศู่ าสนา หาวา่ ศาสนาไมจ่ รงิ เทา่ นน้ั แหละ
ตัวเองไม่จริง ก็ยังไม่รู้จักตัวเองอีกนะ ถ้าตั้งใจทำ�จริงๆ แล้วมันต้องเห็นแน่ มันต้องปรากฏขึ้นมา
มนั จะผดุ ขนึ้ มาเองหรอก แนแ่ ทน้ นั้ มนั ตอ้ งภาวนามยปญั ญานะ ถา้ สตุ ตมยปญั ญากไ็ ดย้ นิ ไดฟ้ งั กเ็ ทา่ นนั้ แหละ
คิดไปกับท่าน มันก็เป็นสญั ญา ถ้าจินตามยปญั ญานค้ี อื ค้นคดิ พอคดิ ไปคิดมากล็ งไปหาส่ิงสกปรกน่นั ล่ะ
โดยมากถ้าจิตใจไม่มสี มาธิ ไม่มีสติ ถงึ จับหลักแลว้ ก็เท่านนั้ แหละ ก็ลงไปหาของเก่านั่นแหละ เพราะมนั
เคยเกิดอย่นู ่นั นะ
กข็ อใหไ้ ดพ้ อมองเห็นหนทางหนอ่ ย ไมใ่ ชใ่ ห้เขามาเทียวเกดิ เทยี วตายอยอู่ ยา่ งนนั้ นะ หนทางนน้ั ยงั
อีกยาวไกล อยา่ งคนมีสามีอยแู่ ลว้ ไปเลน่ ชู้ กก็ ลัวสามีจับได้ เลยให้นอ้ งชายฆา่ สามี ส่วนตวั เองก็ตาย
พอตายแลว้ คนรักกัน มนั เลยผกู พันกนั เลยมาเกิดเป็นงเู ขียว เกิดทีไรกม็ าฆ่ากนั อีก มาเกดิ เป็นหมากถ็ ูก
ฆ่าอกี ก็ความรกั นัน้ แหละท่มี นั ผูกพนั ให้ไปเกดิ ทีน่ ่นั จติ ใจเหมือนกัน ให้เห็นเหมือนพระพทุ ธเจา้ ท่านแล้ว
มันจะผดุ ขึน้ มาเองหรอก ถ้าได้บรรลุ
พวกเรามแี ต่กินกบั นอน จะใหท้ ำ�อย่างไร เดยี๋ วกไ็ ปศาสนานั้น เดย๋ี วกไ็ ปศาสนาน้ี จะไปศาสนาไหน
ก็ไปเลย เหมือนอาจารย์ปญั ญาทา่ นพดู ว่า ท่านศึกษาหมดทกุ ศาสนาแล้วนะ ท่านเรยี นถึงขน้ั ดอ็ กเตอร์
แต่ความสุขทางใจไม่ปรากฏ ทา่ นมีแต่ทกุ ขท์ างใจมาก กอ่ นท่านจะเข้ามาเรียนทางศาสนา
ศาสนาไหนก็อ้างแต่วา่ พระพุทธเจา้ อยชู่ ้ันสวรรค์ ศาสนาไหนก็เหมือนกัน อาจารย์ปญั ญาก็เลยมา
ศกึ ษาศาสนาพทุ ธ พอมาดูแลว้ เห็นวา่ พระพทุ ธเจา้ ทา่ นได้ตรัสรู้ แลว้ ทา่ นก็ประกาศสง่ิ ที่ตรสั รนู้ น้ั อนั น้ี
มเี หตผุ ล อาจารยป์ ญั ญาวา่ พอไดเ้ หตผุ ล แลว้ ก็คน้ หา พอคน้ หาฝา่ ยปฏบิ ัติ ประเทศไหนกไ็ มม่ กี ารปฏิบตั เิ ลย
มีแต่ประเทศไทย อาจารยป์ ัญญาถงึ ไดเ้ ข้ามาประเทศไทย มากม็ าบวชอยู่ปากน�้ำ กเ็ กดิ ความสงสัยทัง้
การเทศนก์ ารพดู นนั้ ดี แตค่ วามประพฤตนิ นั้ ไมต่ รงกบั พระธรรมวนิ ยั ทา่ นสงั เกตถงึ ขนาดนนั้ นะ แลว้ ทา่ น
ก็หาถามผรู้ ูว้ า่ ครูบาอาจารยด์ กี วา่ นม้ี ีหรือไม่ เขาบอกวา่ มีอาจารยม์ หาบวั อยู่จังหวดั อดุ ร ท่านก็อยากมา
พอมาก็มากราบเรยี นพอ่ แม่ครจู ารย์(หลวงตามหาบวั ) พอ่ แม่ครูจารย์ทา่ นกใ็ หร้ อกอ่ นถงึ สามปีนะ ปที ส่ี ่ี
ถงึ ให้มา ถึงขนาดนัน้ นะ
269
พระธรรมเทศนา
พอพระอาจารยป์ ญั ญามาอยปู่ แี รกๆ ทา่ นกย็ งั บอกหมพู่ วกไมใ่ หไ้ ปสงุ สงิ ดว้ ย ใหร้ ะวงั พระตา่ งชาติ
นะหมู่พวกวา่ เขาจะมาแบบไหนให้สังเกตดนู ะ อยา่ ไปสงุ สงิ อยา่ งนนั้ อย่างนี้ ถ้าพระอาจารยป์ ัญญามาถวาย
ของอะไร กใ็ หป้ ระเคนตอ่ หนา้ นะ ตงั้ แตน่ นั้ มาทา่ นเหน็ ความเอาจรงิ เอาจงั ของพระอาจารยป์ ญั ญา ทา่ น
ถงึ ไดย้ า้ ยใหพ้ ระอาจารยป์ ญั ญามาเปน็ ธรรมยตุ เพราะเหน็ ในความตงั้ ใจจรงิ การท�ำ ความเพยี รไมใ่ ชข่ อง
งา่ ยนะ การเดนิ จงกรมก็ไม่ใช่ของงา่ ย ถา้ พวกเรามีแตก่ ินกบั นอนแลว้
ท�ำ อยา่ งไรถงึ จะเหน็ อรรถเหน็ ธรรมได้ จติ ใจของเรา ถา้ ไมม่ ปี ญั ญาไมม่ สี ติ
แล้วมันก็วิ่งไปน่ันไปนี่อยู่ตลอดนะ แต่ถ้าเราฝึกหัดสติของเราแล้ว
มนั ไม่ไปไหนหรอก ฝกึ หดั ให้มันเป็นมหาสติ เป็นมหาปญั ญาแลว้ มนั จะ
ไม่ไปกงั วลกบั เร่อื งอะไรพวกนน้ั หรอก
ผ้ทู ป่ี ฏิบัตจิ รงิ ๆ น้นั ไมค่ ่อยไปสุงสงิ กบั คนอ่ืนนะ มแี ตค่ ิดจะเอา
ตวั ให้พน้ ทุกขเ์ ทา่ น้ัน มแี ต่กลัววา่ ตวั เองน้นั จะหลุดพน้ จากโลกนีห้ รือไม่
เท่าน้ันเอง พวกเราอยู่ ก็ให้พากันเร่งความพากความเพียรนะ
ผมว่าแค่คนื เดยี ว คนื เดียวกน็ า่ จะจบั หลกั ในการปฏบิ ตั ภิ าวนาได้แล้วนะ
เอาสิ เราสู้ดู สู้กบั เวทนาดู ตัวไหนมันจะมาหลอกเรา ดูมันไว้ มนั ตอ้ งมี ตัวเวทนามนั มเี หมอื นกนั นะ เวลา
เรานอนหลบั แตท่ ่ีเราไม่รู้สึก เพราะว่ามนั เลยเวทนาไปแล้ว แตต่ ัวรู้นั้น กย็ ังรู้วา่ วนั นี้เรานอนหลับสนิท
จนไมร่ ู้สกึ ตวั วนั นน้ั เรานอนหลบั ไป เรากย็ งั ฝันถงึ เรอื่ งนัน้ เร่อื งนี้ นีค่ ือตัวรู้ ถ้าจับหลกั อันนไี้ ดแ้ ล้ว เรา
จะนง่ั ภาวนานานเท่าไหร่ก็นงั่ ไปเลย ถา้ ไมอ่ ย่างนนั้ พระพุทธเจา้ ท่านจะพดู ท่านจะท�ำ นายไวท้ �ำ ไม วา่
ทา่ นน้ันเขา้ นโิ รธสมาบตั ิถงึ ๗ วัน ๗ คืน ในตำ�รามีบอกไว้หมดนะ แตพ่ วกเราน้ีจะไปรอู้ ะไร มีแตแ่ บก
กองทุกขอ์ ย่อู ยา่ งนน้ั หาเอาแต่ไฟมาเผาหัวใจตวั เองอย่อู ย่างนั้น แล้วมนั จะเห็นความอัศจรรย์อะไร ไม่
แปลกหรอก เขาไม่บวช เขาก็ยังทำ�ได้ มีแต่เอาเรื่องคนนั้นคนน้ี ท่ีเขาติฉินนินทาเรา มาคิดอยู่อย่างนั้น
เขาไม่บวชเขาก็ยังทำ�ได้คิดได้ เราต้องทำ�ให้มันเกิดความอัศจรรย์แก่ตัวเองก่อน แต่น่ีมันไม่ยอมทำ�นะ
มันเลยมแี ต่เห็นคนอืน่ เกิดความอัศจรรย์ เกดิ แต่กับคนอน่ื มันเลยไม่เกิดอะไรกบั ตวั เองสักที วันไหนๆ มนั ก็
เหมอื นเดิม มแี ตม่ ดื กับสว่างแจง้ เท่านน้ั มนั มอี ยูอ่ ย่างนนั้ ให้เร่งความพากความเพียร เลิกกนั
(พดู ท้ายเทศน)์ ญาตโิ ยมนน้ั ถ้าไมจ่ ำ�เป็น ไมต่ อ้ งพามาหาผมก็ไดน้ ะ ให้ถามเขาดกู ่อน ไมใ่ ช่พามา
หาผมหมดนะ ผ่มู้ ีหน้าท่ีดแู ลเรือ่ งน้ี มากม็ าขอนน่ั ขอนี่ พระกเ็ หมือนกัน โยมกเ็ หมอื นกนั มีแต่เรือ่ งขอ
ศาสนาทกุ วันนี้ มาหาพระกไ็ ม่มีอะไรนะ ท�ำ อย่างกบั เราไปค้าขายร่ำ�รวยไดเ้ ป็นมหาเศรษฐี มีแต่คนมาหา
เหน็ แลว้ สลดสงั เวชนะ มคี นมาขอนะว่า ได้สอนที่โรงเรียนน้นั เลยมาขอให้เล้ียงขา้ วเล้ยี งน�้ำ มาคิดดแู ลว้
เด็กน้อยนั้นก็มีพอ่ มแี ม่อยนู่ ะ ครูก็มีเงนิ เดือนกินอยูน่ ะ จะไปให้อะไรกนั มากนัก ทำ�อะไรไม่ยอมคิดหน้า
คิดหลงั ก่อนนะ มแี ตค่ วามอยากได้ เหน็ แล้วสลดสังเวชนะทกุ วนั น้ี ผมไมไ่ ดถ้ อื ญาตโิ ยมเปน็ สรณงั คัจฉามิ นะ
ใครไม่ชอบนิสยั ผม ก็ออกไป จะไปอยู่กบั ครูบาอาจารยท์ ีไ่ หน กใ็ หด้ นู สิ ัยก่อนนะ ถา้ ไมช่ อบนิสัย กอ็ ยา่
มาอยู่ดว้ ยกัน เลิกกัน เอาไปพจิ ารณาดู
270
ชวี ประวัตหิ ลวงพอ่ ปัญญา ปัญญาวัฑโฒ
ท่านเปน็ ชาวอังกฤษ
นามเดิมช่ือ ปเี ตอร์ จอหน์ นามสกุล มอร์แกน (PETER J. MORGAN)
บิดา จอห์น วอตคนิ นามสกุล มอร์แกน ( J. W. MORGAN )
มารดา ไวโอเลต แมร่ี นามสกุล มอรแ์ กน ( V. M. MORGAN )
ชาติกาล วันจนั ทรท์ ่ี ๑๙ ตลุ าคม พ.ศ.๒๔๖๘ ข้ึน ๓ คำ�่ เดือน ๑๒ ปี ฉลู
สถานที่เกดิ ณ ประเทศอนิ เดยี ในเหมอื งทองโคลาร์ รฐั ไมซอร์ (ปจั จบุ นั เรยี กวา่ การน์ าตากะ)
ภาคใตข้ องอินเดยี
ท่ีอยู่ ณ ประเทศอังกฤษ ทต่ี �ำ บล บรนิ อ�ำ เภอ แลนเนลี กรุงลอนดอน
พี่น้อง ทา่ นมพี ีน่ ้องร่วมท้องมารดาเดยี วกนั ทงั้ หมด ๓ คน ชาย ๒ คน หญิง ๑ คน
ท่านเปน็ บตุ รคนโต
วทิ ยฐานะ จบการศกึ ษาปรญิ ญาตรี สาขาวศิ วกรรมไฟฟา้ จากฟาราเดย์เฮาส์
วทิ ยาลัยเทคนคิ ในกรงุ ลอนดอน ประเทศองั กฤษ
อาชีพ วศิ วกรไฟฟ้า ท่านใช้ชวี ติ เปน็ ฆราวาสอยู่ ๓๐ ปี โดยไมไ่ ดแ้ ต่งงาน
บรรพชา เมื่ออายุได้ ๓๐ ปี ท่านได้ตัดสนิ ใจบรรพชาเปน็ สามเณรเม่ือวนั ที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๔๙๘
ณ พทุ ธวหิ าร กรงุ ลอนดอน (ซึง่ รฐั บาลศรีลงั กาสร้างไว)้ โดยมีพระกปลิ วัฑโฒภกิ ขุ
(ซึง่ เป็นพระชาวศรีลังกา แต่บวชในประเทศไทย) เป็นพระอุปชั ฌาย์
อปุ สมบท อายุ ๓๑ ปี พระอุปชั ฌายะไดพ้ าทา่ นเข้ามาในประเทศไทย โดยได้อุปสมบทในคณะ
มหานกิ าย เม่อื วนั ที่ ๒๔ มกราคม ๒๔๙๙ โดยมี พระมงคลเทพมุนี
(หลวงพ่อสด จนฺทสโร) วัดปากน�้ำ ภาษีเจรญิ กรงุ เทพฯเป็นพระอปุ ชั ฌาย์
ทา่ นไดศ้ กึ ษาวชิ ชาธรรมกายกบั หลวงพอ่ สดอยรู่ ะยะหนงึ่ เดอื นกรกฎาคมปนี นั้ เอง ไดเ้ ดนิ ทางกลบั
ประเทศอังกฤษ พกั จ�ำ พรรษาอย่ทู ่พี ทุ ธวหิ าร ในกรุงลอนดอน เปน็ เวลากวา่ ๕ ปี พ.ศ.๒๕๐๔ ไดก้ ลบั
มาประเทศไทยอกี ครงั้ โดยได้พ�ำ นกั อย่วู ดั ชลประทานรังสฤษฏ์ กรุงเทพมหานคร
271
พระธรรมเทศนา
รปู เมรุหลวงพอ่ ปัญญา หน้าศาลาใหญว่ ัดป่าบ้านตาด (ลูกศษิ ยข์ ออนุญาตถา่ ยช่วงเวลาก่อนคำ�่ )
อยู่วดั ปา่ บา้ นตาด เมื่อวนั ที่ ๑๖ กมุ ภาพันธ์ ๒๕๐๖ ได้มโี อกาสเขา้ มาศึกษาขอ้ วตั รปฏิบัติในส�ำ นกั
วดั ปา่ บ้านตาดคร้งั แรก ในความดแู ลของ หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน
ต.บ้านตาด อ.เมือง จ.อดุ รธานี
อปุ สมบทครั้งที่ ๒ อายุ ๓๙ ปี อปุ สมบทซำ้�ในฝา่ ยธรรมยตุ นิ ิกาย ด้วยวธิ ี ทฬั หกี รรม
(คอื ทำ�พธิ บี วชซ�ำ้ อีกโดยมิได้ลาสกิ ขาบทไปเป็นฆราวาสก่อน) เม่อื วนั ท่ี
๒๒ เมษายน ๒๕๐๘ ณ วัดบวรนเิ วศวหิ าร ต.บางล�ำ ภู อ.พระนคร
กรงุ เทพมหานคร ได้รบั นามฉายา ภาษามคธว่า “ปญฺญาวฑฺโฒ” แปลวา่
ผเู้ จรญิ ดว้ ยปญั ญา ครบู าอาจารยแ์ ละลกู ศษิ ยล์ กู หาทวั่ ไปจงึ ไดเ้ รยี กชอ่ื ทา่ นสน้ั ๆ
วา่ “ปญั ญา” ตั้งแต่น้ันมา (บวชพระพร้อมกนั กบั ทา่ นพระอาจารยเ์ ชอร์ร่ี
อภเิ จโต วดั ปา่ บ้านตาด)
พระอปุ ัชฌาย ์ สมเดจ็ พระญาณสงั วร สมเด็จพระสงั ฆราชองคป์ ัจจบุ ัน
(หรอื พระสาสนโสภณ ราชทนิ นามในขณะน้นั ) เปน็ พระอปุ ชั ฌาย์
พระกรรมวาจาจารย์ พระเทพญาณกวี
พระอนุสาวนาจารย์ ท่านอาจารย์พระมหาบัว ญาณสมฺปนโฺ น
หลวงตามหาบวั ยกยอ่ งทา่ นวา่ “เป็นพระท่ีสขุ มุ ฉลาด ไมม่ ีทตี่ อ้ งต”ิ
ท่านบรรลธุ รรมเมอ่ื ปี พ.ศ. ๒๕๔๐
มรณภาพ เม่อื วนั พุธท่ี ๑๘ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ เวลา ๘.๓๐ น.
ข้นึ ๓ ค�ำ่ เดอื น ๙ ปวี อก ณ วดั ปา่ บา้ นตาด อ.เมือง จ.อุดรธานี
ด้วยโรคมะเร็งท่ลี �ำ ไส้
สิริรวมอายุได้ ๗๘ ปี ๑๐ เดือน ๓๘ พรรษา
รวมเวลาทไ่ี ด้อยู่ ณ วัดป่าบา้ นตาด เปน็ เวลา ๔๑ ปี ( นบั แตป่ ี ๒๕๐๖)
272
กณั ฑ์ท่ี ๕๑
อฏุ ฐานสัมปทา
..ภาวนาน้ันต้องฝึกตัวเองนะ ถ้าคนอื่นมาฝึก มาว่าเรา แล้วมันจะไปโกรธเขา ตัวเองต้องว่า
ต้องด่าตัวเองนะ จะไดไ้ มไ่ ปโกรธใคร ตอ้ งทำ�ถึงขนาดนน้ั นะ การพจิ ารณา กพ็ จิ ารณาอยู่แต่กับสง่ิ ท่ี
ท่านเทศนใ์ หฟ้ งั ทีม่ นั ไม่เห็นหนทาง อนั นท้ี มี่ ันปิดบังเราอยนู่ ะ ความขีเ้ กยี จขี้ครา้ น มันกเ็ รอื่ งกเิ ลสทั้งนั้น
พระพุทธเจา้ ทา่ นสอนอยนู่ ะว่า อฏุ ฐานสัมปทา* ทำ�อย่างทา่ นวา่ ดู เห็นแน่ ถา้ ให้มนั ติดใหม้ นั คาอยูใ่ นโลก
อนั นแ้ี ลว้ มนั ก็ปดิ ก็บังอยู่นน่ั แหละ พญามารตัวนไ้ี มอ่ ยากให้ไปนะ ตัวกิเลสมาร น่ังภาวนาไปสกั หนอ่ ย
กเ็ จบ็ นนั่ ปวดนน่ี ิดหน่อย แล้วก็ว่ารา่ งกายของเราไม่ไหวแล้ว ก็เลยตามความอยาก ตามใจตัวเอง มนั ก็ล้ม
ตวั ลงนอนหลับสบายเท่านน้ั แหละ ความอยากมันก็ชนะเรา จะไปเกิดภพใดชาติใด ก็เหมือนเกา่ นนั่ แหละ
ไม่จริงไม่จังเหมอื นเก่านั่นแหละ มันกป็ ิดบังเราอยอู่ ยา่ งนัน้ แหละ ปดิ บังถงึ ขนาดว่า บาปไม่มี บญุ ไมม่ เี ลยนะ
เรอ่ื งกเิ ลสมนั เปน็ อยา่ งน้ัน เรอ่ื งอรรถเรือ่ งธรรม มันไมส่ นใจหรอก จะนง่ั ไปทำ�ไมภาวนา ถ้าเรา
ไม่สู้มันกอ่ น ไม่เหน็ นะอรรถธรรม คนื หน่ึงจะจบั ไม่ไดเ้ ลยหรือ ถา้ เราสูก้ ับเวทนาใหญ่ มนั ไม่ตายหรอก
ครบู าอาจารยท์ า่ นท�ำ มาหมดแลว้ ถ้าไม่ส้กู ับสงิ่ นี้ ไมเ่ ห็นหรอกนะ เราต้องทิ้งความตายเลยนะ ครูบา
อาจารย์ทา่ นท�ำ อย่างนน้ั มา ไมใ่ ชว่ า่ ท่านทำ�เลน่ นะ มันจะรู้แจง้ เองหรอก ถา้ เบาเข้าๆ มันจะออกมาหมด
นน่ั แหละความอศั จรรยน์ ้ี พระพทุ ธเจา้ ทา่ นเหน็ อยา่ งนนั้ ทา่ นเหน็ จากใจตวั เองนะ เหมอื นกนิ ขา้ วในภาชนะ
เดยี วกนั ถา้ ไมก่ ินกบั เขา นงั่ ดูเขามันก็ไม่ร้จู กั รสชาตนิ ะ นก่ี เ็ หมอื นกันนะ ถงึ ฟังมา มนั ก็ได้ฟังมาหลายภพ
หลายชาติแล้ว กฟ็ ังอยอู่ ยา่ งน้ัน ศึกษาอยู่อยา่ งนนั้ กข็ องเกา่ มันนน่ั แหละ
ถ้าให้วันหนึ่งกับคืนหน่ึง ให้เราจำ�ว่า จิตใจตัวเองน้ันมันคิดไปในทางดีกี่คร้ัง คิดไปในทางช่ัวก่ีครั้ง
แค่วันเดยี วกต็ ามจติ ไมท่ นั แล้ว แล้วมันจะไปเหน็ อดตี อนาคตนนั้ มันยากมาก ในเมือ่ มนั มแี ตค่ วามหลง
วนั หนงึ่ คดิ ไปสักก่คี รงั้ เอาสิ ถา้ ตามจิตตัวเองทัน วันหนง่ึ คืนหนงึ่ ๒๔ ชัว่ โมงไมใ่ หข้ าดนะ มนั ต้องเกิดความ
อศั จรรยแ์ น่ มนั จะเห็นไปไกลนะ แต่นม่ี นั ตามไม่ได้สักทีเลิกกันนะ
(พดู ทา้ ยเทศน)์ จะเขา้ พรรษาแลว้ นะ อกี สองวนั สามวนั เทา่ นนั้ ถา้ เปน็ ครงั้ พทุ ธกาล ทา่ นเรง่ ความ
พากความเพยี รนะ ทา่ นกะเอาเทา่ นั้นเทา่ น้ี กะว่าใหไ้ ดต้ รัสรทู้ ่นี ่นั ท่นี นี่ ะ วันน้ันวนั นี้ ทา่ นตงั้ ความสตั ย์
ความจริงของท่านนะ แต่พวกเรานน้ั มแี ต่ต้งั ความกินกับนอนเทา่ นั้น มเี ทา่ นั้น กเ็ ห็นไดเ้ ทา่ นั้นแหละ
เลยไม่ท้ิงความสงสัยสักที ก็ถามอยู่อย่างน้ันแหละ พระพุทธเจ้าลงมาตรัสรู้อีก ก็ยังไม่สิ้นสงสัยสักที
ความกลัวตายน้นั เอาไปเปรียบเทยี บสอนใจตวั เองเขา้ ไป มเี หตุมผี ล ใชม้ นั มัดเข้ามัดเขา้ ดูซิ จิตมนั จะ
รวมทันที พอรวมกันไดแ้ ล้ว มนั จะออกอุทานแปลกๆ ขน้ึ มาหรอก ปวดขามาก ไมร่ มู้ นั ปวดอะไรขนาดนัน้
นี่แหละคอื ทกุ ขัง พอเลิกกันเถอะ
* อฏุ ฐานสมั ปทา คอื ถึงพร้อมด้วยความขยนั หมน่ั เพียร
273
พระธรรมเทศนา
ภาพถา่ ย ณ งานพิธีหล่อรปู เหมือนหลวงปเู่ จี๊ยะ จุนฺโท ๑ กรกฎาคม ๒๕๔๙
274
กณั ฑท์ ่ี ๕๒
เลี้ยงจติ ดว้ ยพุทโธ
จะให้ทำ�อย่างไร มันแล้งก็ธรรมดานะ ฝนก็ยังไม่ตกลงมาให้ความชุ่มชื่นสักทีปีน้ี โลกน้ีดินฟ้า
อากาศมนั ทรมานคน สว่ นคนมันก็เพ่มิ มากขึ้นทุกที กเ็ ป็นอยา่ งนีแ้ หละ อะไรก็มีพิษหมด ตงั้ แต่สมัยพอ่ แม่
ไมม่ ีหรอกโรงพยาบาล สมัยน้โี รงพยาบาลย่ิงมีมาก โรคกย็ ่งิ มมี าก มนั ทันกันหมดนะ
สมมุตเิ อาท้ังหมดนะในร่างกายนี้ โรคน้แี ต่ก่อนมีแตป่ วดหัวเจบ็ ทอ้ ง แลว้ ก็เปน็ ไข้เทา่ นัน้ เดย๋ี วน้ี
กแ็ ตง่ ขนึ้ สมมตุ ขิ ึน้ มามากมาย ไมร่ โู้ รคอะไรตอ่ โรคอะไร แล้วก็มาหลงกันอย่นู น่ั ละ่ สมมตุ ิขึน้ แลว้ กห็ ลงกนั
ของจริงแท้ๆ น้ันกม็ แี ต่มดื กบั แจง้ เทา่ นั้นล่ะ เดอื นนนั้ เดือนนม็้ี ีแต่สมมุติท้งั หมด อนั นเี่ ราว่งิ ไปกับสมมตุ ิ
ถา้ ใครพดู ไมถ่ ูกใจ กเ็ อาแล้ว เอาไฟมาเผาตัวเอง มันเปน็ อยู่อยา่ งนั้นนะ โลกใบนี้ เดี๋ยวดใี จ เดีย๋ วเสียใจ
เปน็ อย่อู ย่างน้นั
ครูบาอาจารยผ์ ทู้ ่ีทา่ นด�ำ เนินมา ท่านไมไ่ ด้ท้ิงจากพทุ โธนะ อย่างหลวงป่ขู าว ทา่ นไปทางไหน พทุ โธ
ทางนั้น ทา่ นว่าถ้าอยกู่ บั พทุ โธแลว้ อะไรก็ทำ�อันตรายไมไ่ ด้นะ ทา่ นวา่ ถา้ ปล่อยใหพ้ จิ ารณาตามสญั ญา
ก็เทา่ นนั้ แหละ ถ้าพจิ ารณาตามสญั ญาก็ไปกบั สญั ญานะ ว่าเคยได้ยินไดฟ้ งั มา จากครบู าอาจารยท์ า่ น
เคยเทศน์ไปอย่างน้ัน ท่านว่าอย่างนั้น ก็ตามสัญญาตามตำ�ราที่เขียนไว้ว่าอย่างน้ัน ก็ไปตาม อย่าง
หลวงปู่มั่นท่านสอนพ่อแม่ครูจารย์ให้บริกรรมพุทโธ ท่านให้อยู่กับพุทโธ ที่เรียนให้เก็บเข้าตู้เข้าหีบไว้
อย่าเอามาเป็นอารมณ์ อย่าเอามาเป็นสัญญา เรียนอยู่กับพุทโธ อย่างพ่อแม่ครูจารย์ท่านเรียน
หนึ่งปีหกเดือนนะ ทา่ นถึงอยกู่ บั พุทโธ อย่างพ่อแม่ครจู ารยม์ หาทองสุกเกอื บถงึ สองปี ทา่ นวา่ ทา่ นฝกึ หัด
ขนาดนัน้ นะ
นคี่ อื การฝึกหัดสติด้วยนะ ฝกึ หัดสติ ให้เปน็ มหาสติ ฝกึ หดั ปญั ญาใหเ้ ป็นมหาปัญญา พอได้เห็น
มนั เกดิ กับตัวเองแล้ว มันจะรู้ มันจะเกิดเองหรอก ถ้าจติ มันสงบ พอจิตมนั สงบเขา้ ไป มันตอ้ งมแี สง
บางทีก็เดี๋ยวเดียว คล้ายแสงหิ่งห้อย บางทีก็เกิดแสงอย่างไฟฉาย ภาพมันก็เกิด น่ีแหละคือคล่ืนจิต
ได้เห็นเท่านน้ั แหละ เหมือนวิทยุของเราน่นั แหละ ถา้ วิทยุของเรามันไมด่ ี เขากเ็ ปดิ ทกุ สถานีแลว้ แต่
เราเปดิ รบั สถานเี ขาไมไ่ ด้ จติ เรากเ็ หมือนกนั นะ เพราะมันสกปรกเลยรับของเขาไมไ่ ด้ จะไปพูดอะไร
เรื่องกายทิพยห์ ทู ิพย์ กายตัวเองยังไม่เหน็ เลย เพราะใจของเรามันไม่สะอาด ถา้ เราทำ�ใจให้สะอาดดูซิ
มันเกิดเลยแหละ
ธรรมของพระองคเ์ จ้าของจริงนะ เหมอื นผหู้ ญิงคนหน่ึงมาพูดใหฟ้ งั กบั ผู้หญิงก็เป็นนะ แปลก
พอเราพูดดว้ ยว่า ภาวนามันเปน็ ไปอยา่ งนัน้ เขาก็พูดกบั เราได้นะ แต่พอใหเ้ ขาเทศน์ กลบั เทศน์ไม่ได้
แตถ่ ้าภาวนามันเกิด กร็ ู้อยา่ งน้นั พอพดู ดว้ ยเราไดอ้ ยู่ แตพ่ อให้เทศน์ ยังไม่มีโวหาร ไม่มีปฏภิ าณใน
275
พระธรรมเทศนา
การเทศน์ ให้มนั เป็นอย่ใู นใจนนั้ แหละ คืนหน่ึงวันหนึง่ มนั ไมอ่ อกจากน้ันนะ มันจะค้นคดิ อยูอ่ ยา่ งนั้นแหละ
นแี่ หละปญั ญาเกดิ ปัญญามนั จะเกิดเองหรอก พอให้มนั คิดไปไดห้ น่อย พอคดิ ไปคดิ มา มันก็คิด
ลงไปหาสิ่งสกปรกของเก่ามนั นน่ั แหละ ใหพ้ ากันภาวนานะ ตอนเย็นตอนกลางวนั ไปหาเดนิ จงกรมในปา่
แอบมองหาดคู นทไี่ ปภาวนาอยูน่ ะ วา่ จดุ ไฟอยู่ในปา่ ทีไ่ หนท่ีมันสงบสงัด
อยทู่ น่ี ่ี คนไหนไมส่ ามัคคีกนั ใหอ้ อกไปนะ ไมใ่ ชม่ าเลย้ี งหมาไวก้ ดั กันนะ มันเคยเปน็ นะวดั นี้ ไม่เอา
นะแบบนี้ ผมเคยถูกพ่อแม่ครูจารย์ท่านเทศน์ว่า รักหมู่พวกมากนะ ไปตอนไหนท่านเทศน์อยู่อย่างน้ัน
เอานะเลกิ กัน
ภาพถา่ ย ณ ศาลาวดั ภูผาแดง ปพี .ศ. ๒๕๔๒
276
กัณฑ์ท่ี ๕๓
ฝึกหัดดดั ตนเอง
จะมานอนภาวนาได้อย่างไร เปน็ คนทใ่ี ช้ไม่ได้ขนาดน้ันเลยเหรอ จะมากินมานอนได้อย่างไร จะทำ�
ยังไง ถา้ ตวั เองไมย่ อมสอนตัวเอง ถา้ คนอื่นมาสอน มันกไ็ มร่ บั เอาค�ำ สอนไปใครค่ รวญอะไรนะ ฟังไปแล้ว
ไมร่ ับเอาไปใคร่ครวญ ไม่เอาไปสอนตัวเอง แล้วจะใหท้ �ำ อย่างไร ถา้ เป็นคนท่ใี ช้ไมไ่ ด้ขนาดนน้ั กอ็ อกไป
อย่าให้มาอยู่เป็นมลทินศาสนา ให้ไปอยู่กับทางโลกเขาโน้น ถ้าเป็นคนท่ีใช้ไม่ได้ขนาดน้ัน ต้องฝึกตัวเอง
ใครจะไปฝกึ ให้เราได้ ถ้าเราไมฝ่ ึกตัวเราเอง
เหมือนไปกินข้าว จะให้เพื่อนกินแทนเรา แล้วเราอิ่มไม่มีหรอก เหมือนการว่ายน้ำ�นั่นแหละ
เราจะไปว่ายน้ำ�ตามเขาได้อย่างไร ถ้าเราว่ายนำ้�ไม่เป็น ก็มีแต่จมนำ้�ตายเท่าน้ันแหละ เราต้องฝึกหัด
ว่ายนำ�้ ใหเ้ ปน็ กอ่ น แต่นไ่ี มส่ นใจอะไร มีแต่กนิ กับนอนเทา่ นน้ั แหละ ไม่ดูหนา้ ดูหลังอะไรเลย แลว้ ความดี
มันจะไปเห็นไดอ้ ยา่ งไร มีแต่กิเลสหอ่ ห้มุ จิตใจอยอู่ ยา่ งน้ัน ธรรมมนั ก็เกิดขน้ึ ไม่ได้นะ เพราะธรรมไม่มีท่อี ยู่
ตอ้ งชำ�ระจติ ใจของเราเขา้ ไป ถ้าทำ�อะไรแลว้ มนั ไม่มีสติเลย ท�ำ ก็ท�ำ ไปอย่างนน้ั แหละ หัวใจตวั เองมัน
เป็นไฟอยู่ ไม่ดูเลย ไม่หาดูว่าไฟนั้นมันเกิดมาจากไหนมันถึงร้อน ไปคิดแต่ทางโลกนู่น ทางธรรมมัน
ไมค่ ดิ เลย แลว้ มนั จะไปเกดิ ความอศั จรรยไ์ ด้อย่างไร ไปกบั รูป กับเสยี ง กับกลิ่น กับรส มเี สยี งอะไร
มากไ็ ปดว้ ยหมด แลว้ หวั ใจมันกไ็ ม่เกิดอะไรสกั อยา่ ง ไมม่ คี วามอัศจรรย์อะไร
นงั่ ภาวนากน็ ง่ั ไดไ้ ม่เกนิ ๓๐ นาทีหรอก ดอู ยูน่ ่ี ถึงนง่ั กม็ แี ตน่ ่งั ปรงุ แต่งนั่นแหละ สร้างบา้ นสร้าง
เรือนไปท่วั สร้างโลกสร้างสงสาร ไปกอบโกยมา กย็ ังว่าตวั เองภาวนา แลว้ มนั จะไปเหน็ อะไร นไ่ี มใ่ ช่
ทางของพระพุทธเจ้า ท่านไมไ่ ดใ้ หท้ ำ�อย่างน้ัน ก่อนทา่ นจะตรสั รู้ ทา่ นกเ็ จริญอานาปานสติภาวนา ถ้าแปล
เป็นไทยกค็ อื ดูลมหายใจเขา้ ออกเท่าน้ัน ท่านไม่ใหอ้ อกจากน้นั เลย เข้ากร็ ู้ ออกกร็ ูอ้ ยู่อย่างน้ัน มันเป็นอย่าง
น้นั นะ ศาสนาจะเกดิ ไมไ่ ดเ้ กดิ ด้วยความปรงุ แต่งอะไรนะ กอ่ นท่านจะตรัสร้ใู นยามท่ีหน่งึ ทา่ นกบ็ รรลุ
บุพเพนวิ าสานุสติญาณ ในยามที่สองกท็ รงบรรลจุ ุตูปปาตญาณ
อันนไ่ี ม่ดหู ัวใจตัวเองสกั ทนี ะ ไปดแู ต่หัวใจคนอน่ื นูน่ ไม่ว่าอะไรตอ้ งใหม้ ันถกู ใจตัวเองก่อน ใครท�ำ
อะไรกต็ อ้ งใหม้ นั ถกู ใจตวั เอง นแี่ หละเรอื่ งกเิ ลสตณั หา ดเู อาซิ มนั จะเหน็ เองหรอกธรรมของพระพทุ ธเจา้
อย่างครูบาอาจารย์ทา่ นท�ำ มา อยา่ งหลวงปู่ชอบ หลวงป่ขู าว ทา่ นไมไ่ ดท้ งิ้ พทุ โธ ทา่ นภาวนาอยแู่ ต่กบั
พทุ โธ ถ้าออกจากพทุ โธ มนั คดิ ไปสารพดั คิดไปตามโลกตามสงสาร คดิ ไปสารพดั ที่มันจะคดิ ได้ ถ้าจติ
มันเปน็ ไปแลว้ ถงึ จ้างให้มนั ไป มนั ก็ไม่ไปนะ
ถา้ มนั เห็นภาวนามยปัญญาแลว้ ถา้ เรารูว้ ่าเปน็ ไฟแล้ว รูว้ า่ ไฟเป็นอยา่ งไรแล้ว ใครจะอยากไปจบั
แต่ถา้ ไมร่ จู้ ักไฟเลย ไฟมนั ก็อาจเผาตวั เราได้นะ นานาจิตตัง จติ คนไม่เหมอื นกัน ต้องทำ�เอาเอง ใครจะ
ไปท�ำ ให้กนั ได้ มีแตบ่ อกทางเทา่ นน้ั แหละ พระพทุ ธเจา้ ทา่ นกม็ แี ต่บอกทางเทา่ นน้ั สว่ นความพากความ
เพยี รน้ัน ก็มแี ต่เราตอ้ งท�ำ เอาเองทง้ั หมด ถา้ ไมเ่ อาค�ำ สอนไปคดิ ไปนกึ ถงึ เราฟังเทศนไ์ ปกไ็ ดเ้ ท่าน้นั เอง
ไม่นานนะ พอฟังแลว้ ก็มแี ตไ่ ปนอนหลบั แถมละเมอดว้ ย ถา้ ดูแล้วไม่เป็นธรรมขนาดนัน้ ก็ไปนะ อยา่ มา
อย่ใู ห้หนกั ศาสนาหมู่พวก ถา้ ไมป่ ฏบิ ัติ พอเลกิ กนั นะ 277
พระธรรมเทศนา
กัณฑท์ ี่ ๕๔
บงั คับกเิ ลส
เป็นอยา่ งไรหมู่พวกภาวนา มีแตก่ นิ กับนอนหรือ ทุกวนั น้ี ถ้ามันเปน็ แล้ว มนั อดไม่ไดห้ รอก ถ้ามนั
เกิดจากใจจริงๆ แต่นี่มันไม่ได้ใช้ความคิดไปทางอรรถทางธรรมนะ มันคิดไปแต่ทางโลกทางสงสาร
โดยมากก็ไปตามกเิ ลสนนั่ แหละ เพราะมนั ยงั ภาวนาไมเ่ ปน็ มันกเ็ ลยเปน็ อยา่ งน้ันแหละ ของมันคนุ้ เคย
กันมากี่ภพก่ีชาติแล้ว มันก็ดึงไปของเก่ามันนั่นแหละ เราไม่เห็นอะไรหรอก เพราะมันปิดบังเราอยู่
เราใช้ปัญญาจักษุของเรา ตีปัญหาไม่แตกนะ เราเคยเชื่อมันมามากแล้วนะ ถ้าเราไม่ฝืนมันมากพอ
ไม่ได้นะ เรอ่ื งความเพยี ร ถา้ บรกิ รรมพุทโธกใ็ หม้ ันอยู่กบั พทุ โธ ๒๔ ชั่วโมง อย่าให้เผลอ มันจะมีความรู้
แปลกๆ ข้ึนมาเองนะ มันจะเกิดข้นึ มาเองเลยนะ ธรรมของพระองคเ์ จา้ แตน่ ่ีจะทำ�อะไร กม็ ีแตก่ ลัวตาย
ก็เลยไม่เหน็ อะไรนะ นั่งภาวนาก็มีแต่กลวั ตาย กเ็ ลยมแี ต่กินกบั นอนเทา่ นั้น
พระพทุ ธเจา้ ครูบาอาจารยท์ ่านทำ� จนทา่ นสลบไสล ไม่รกู้ คี่ รั้งตอ่ กี่ครัง้ ทุกวันนีม้ ีแตส่ อนกันเร่ือง
พิจารณาไปเลย กเ็ ลยลงทะเลไปเลยนะซิ คิดดู พระพทุ ธเจ้าทา่ นน่ังอยใู่ ต้ต้นโพธ์ิ ทา่ นก�ำ หนดอานาปานสติ
ถ้าแปลภาษาไทยก็ดูลมหายใจเข้าออกเท่านั้น ท่านไม่ให้ออกจากนั้นเลย ในยามที่หน่ึงท่านก็บรรลุ
บพุ เพนวิ าสานสุ ตญิ าณ ในยามท่สี องก็ทรงบรรลุจุตูปปาตญาณ ในยามท่สี ามทา่ นกไ็ ดต้ รสั รู้ ดซู ิปฏิปทา
ศาสนา มันเกิดขน้ึ อยา่ งนนั้ นะ แลว้ มันจะเป็นไปเองหรอก เรื่องความคดิ พจิ ารณา แตใ่ ห้มันเห็นอนั น้ีแลว้
มนั จะใคร่ครวญไปเองหรอก ถา้ ถึงข้นั ภาวนามยปัญญาแล้ว มันจะไหลไปเองเหมือนนำ้� มันไม่สนใจวา่
จะนอนวันไหน หรอื จะนอนนานเท่าไหร่ มนั มแี ต่ทำ�งานของมันไป
ตอ้ งบงั คับมันนะ ไม่บังคบั ไมไ่ ด้นะ ตวั เองนะตอ้ งสอนตวั เอง ถา้ จะเอาความจรงิ น้ัน ก็คือเป็น
ตวั เองท้ังหมดนนั้ แหละ เหมอื นพระพทุ ธเจา้ ท่านรเู้ องเห็นเองหมด ไมม่ คี รูไมม่ ีอาจารย์ ถ้าจะเอาให้สิน้
สงสยั จริงๆ ก็มแี ตเ่ รอ่ื งของตัวเองทั้งหมด มนั เกดิ ขึ้นกับตัวเองหมด ถา้ จะอาศยั ก็พอได้อาศัย แตถ่ า้ จะ
เอาความบรสิ ุทธ์ิ มันเปน็ เรือ่ งของเราหมด มนั จะเกดิ ขึน้ เอง มันจะปรากฏเอง อยา่ งหลวงปู่มน่ั ท่านมี
พระอรหนั ตม์ าสอนนะ ถ้าภาวนาถึงขน้ั ภาวนามยปัญญาแลว้ ถ้าเกดิ ติดขดั ตรงไหน จะมีผู้ที่มาแกป้ ญั หา
ใหเ้ พราะคลน่ื จติ มนั ตรงกนั นะส�ำ คญั คลนื่ จติ มนั ส�ำ คญั ตวั นแ้ี หละ ฝกึ เขา้ ไปหดั เขา้ ไป มนั จะเหน็ ไปเองหรอก
แตถ่ ้ากนิ กับนอนมนั ไมเ่ หน็ อะไรนะ สกั พักก็กลา่ วตศู่ าสนาวา่ ไมจ่ ริงเท่าน้ันแหละ
278
กณั ฑท์ ่ี ๕๕
บรกิ รรมพทุ โธๆ อย่าให้เผลอ
อบรมพระปี ๒๕๔๒
ไปภาวนาก็ไปดูแตโ่ ลก ไปภาวนาอะไร เดี๋ยวไปน่ันไปน่ี ครบู าอาจารย์ทา่ นพาด�ำ เนินมาท่ีไหนสงบ
ทา่ นใหอ้ ยนู่ นั่ นะ ทา่ นไมไ่ ดพ้ าเทย่ี วเหมอื นสมยั นน้ี ะ แลว้ สมยั กอ่ นกม็ แี ตเ่ ดนิ นะ เพราะไมม่ รี ถยนตเ์ หมอื น
สมัยน้ี ใจของเรามันไปตามเรื่องกิเลสตัณหานะ ถ้าใจมันไม่อยู่กับเรื่องท่ีพิจารณา มันก็ไปตามโลก
กม็ ีเท่าน้นั แหละ ถา้ ภาวนายงั ไม่ทันช�ำ นาญ ก็เป็นอย่างนน้ั แหละ สำ�คญั นะ ความเคยชนิ กับงานทท่ี ำ�
การพิจารณาก็เหมือนกัน ถ้าบรกิ รรมพทุ โธ ๒๔ ช่ัวโมง อย่าให้เผลอ แลว้ จะเกิดความอัศจรรย์ขึน้ ใน
จิตใจเลย แต่ภาวนามนั ไมส่ งบสกั ทนี ะซิแรกๆ กไ็ ปแตท่ างโลกหมด แตก่ ย็ ังคดิ วา่ ตัวเองนง่ั ภาวนาอย่นู ะ
มันจะไปได้เรื่องอะไรกัน ทางโลกเขาไม่ภาวนา เขาก็ยังคิดได้ จะไปอัศจรรย์อะไร สักหน่อยก็หาว่า
ศาสนาไมจ่ ริงกไ็ ปแล้วไมน่ านก็กลบั มาอกี
สมยั นี้เปน็ ไปสารพัดนะ คนมาบวชใสผ่ า้ เหลอื ง ไปหาขอทาน หวั ไม่โกนหรอก ใส่หมวกกไ็ ปหาเขา้
บา้ นเขา้ เมอื ง ขอแตว่ า่ ไดเ้ งนิ พอซอ้ื อาหาร กย็ อมแกผ้ า้ ออก มนั เปน็ ไปอยา่ งนน้ั นะทกุ วนั น้ี พวกท�ำ ลายศาสนา
บวชเขา้ มามแี ตท่ �ำ ลายศาสนา ราคะตณั หามนั มาก สงั เกตดซู ิ ยคุ สมยั นห้ี นพี อ่ หนแี มไ่ ป ถา้ ไมเ่ ปน็ ลกู จา้ ง
เขาแลว้ ไม่ได้นะ คนสมยั น้ีบงั คับตัวเองไม่เป็น เด๋ียวนดี้ ูซิ คนท�ำ ไรท่ �ำ นาก็น้อยลงนะ ไมเ่ หมือนสมัยพอ่
สมัยแม่นะ แตก่ ่อนอาตมาจะออกบวช ขา้ วเกวียนละสามบาทนะ ทุกวนั นีก้ ็ไม่เหน็ มีอะไร แตก่ ่อนควาย
กบั ววั ตัวละ ๕๐ บาท ตวั ละ ๔๐ บาทกม็ ี แตเ่ ดยี๋ วนี้ราคามันแพงขึน้ มากขนาดไหน คิดดู
คนย่ิงมากข้ึนเท่าไหร่ ศาสนาก็ย่ิงเสื่อมมากข้ึนเท่านั้น คนก็ไม่มีธรรม มีแต่กิเลสตัณหา
นักบวชก็เหมือนกนั นน่ั แหละ ครูบาอาจารย์ทา่ นพาด�ำ เนินมา ท่านไม่เคยมีนะ วา่ ให้รจู้ กั นสิ ัยใจคอกนั นะ
ใหฝ้ กึ หดั การอยคู่ นเดยี วนะ มนั สบาย พวกนกั ภาวนาคนไหนทม่ี ภี มู จิ ะรเู้ องหรอก พอไดเ้ ขา้ ใกลม้ นั ตอ้ ง
มปี ีติ มคี วามเกรงๆ กลวั ๆ นะ คนไหนท่ีภาวนา จิตมันไมพ่ ุ่งพล่านคดิ นั้นคดิ นี่หรอก มนั เกรงๆ กลวั ๆ
อยู่ คนยง่ิ ภาวนามาก ผทู้ พ่ี บยงิ่ มคี วามรสู้ กึ เกรงๆ กลวั ๆ มาก มนั มนี ะเรอื่ งน้ี เพราะวาระจติ มนั ถงึ กนั
คือมนั สมั ผัสกนั ได้ คนไหนท่ีขเี้ กยี จมักง่าย อย่าไปอยูด่ ว้ ย อยู่ไปก็ไม่ได้หลักอะไร
อย่างพอ่ แม่ครูบาอาจารย์ ท่ไี หนช้างมากเสอื มาก มีแต่บอกให้หม่พู วกไป ถ้าเสือมาหา ไม่ไดน้ อน
หมดทั้งคนื มีแต่น่งั ภาวนาเพราะความกลัว ครูอาจารย์ทา่ นผ่านอยา่ งนมี้ า ถงึ ไดม้ าเป็นครเู ปน็ อาจารย์
ของเรา ไม่ได้มากนิ แล้วนอนเหมือนสมยั ทุกวันน้นี ะ บางองค์สามเดอื นไตรมาส ไมม่ นี อนเลยนะ ไมเ่ อน
หลงั ด้วย ทำ�ขนาดนั้นนะ ทำ�ขนาดน้นั นะ ทา่ นถึงจะเหน็ ธรรม ถงึ เหน็ ความอศั จรรย์ ถา้ จะนอนก็ไดแ้ ต่
การนอนเท่าน้ันแหละ แต่ขนาดหลวงปู่มั่นท่านก็ยังสลบถึงสามคร้ัง กว่าจะได้เป็นครูเป็นอาจารย์
ทุกวันนี้เอาแต่นอน ทำ�อย่างไรมันถึงจะเห็น คิดไปคิดมาแล้วมีแต่ทำ�เล่น ตัวเองต้องฝึกตัวเองนะ
ถา้ คนอน่ื ฝกึ มนั ไมพ่ อใจ มนั เครยี ดมนั โกรธ ตอ้ งหดั วา่ กลา่ วตกั เตอื นตวั เองฝกึ ตวั เองอยอู่ ยา่ งนน้ั แหละ
อยู่คนเดียว
279
พระธรรมเทศนา
แตถ่ ้ามแี ต่กินกับนอนจะทำ�อยา่ งไร สักหน่อยกิเลสเกิดขึน้ ในหัวใจ กไ็ ปกับมันเลย ถา้ ไดม้ าพบกัน
ก็หยอกกัน มันกเ็ ลยเปน็ โลกไปหมด ไม่เป็นธรรม ถ้าคนไหนตง้ั ใจ ก็ไปอยใู่ ครอยมู่ ัน พ่อแม่ครูจารย์ท่าน
พาทำ�อย่างนนั้ นะ ไมไ่ ดอ้ ยใู่ กล้กนั นะ ไม่ไดไ้ ปคยุ กนั อยู่ใครอยู่มนั กวาดตาดหามนำ้�นัน้ แหละถึงได้มา
พร้อมกนั นอกน้นั ไปใครไปมนั อยู่อย่างนัน้ แต่กอ่ นอยู่บา้ นหว้ ยทราย ท่านไม่รบั พระมากนะ บางทกี ็แปด
องค์ บางทกี ห็ า้ องค์ ทกุ วนั นม้ี นั มากนะ พระทจี่ ะไปวเิ วกกไ็ มม่ แี ลว้ ไปกต็ อ้ งไปตามส�ำ นกั ตา่ งๆ ไมเ่ หมอื น
สมยั กอ่ นนะนอนตามดนิ ตามหญา้ ศรทั ธาสมยั กอ่ นไมเ่ หมอื นสมยั นนี้ ะ สมยั กอ่ นไปบณิ ฑบาตกไ็ ดแ้ ตข่ า้ วเปลา่
มาฉนั แล้วก็ไปภาวนา โยมเขาไม่มาวนุ่ วาย เขาไม่มาสนใจเร่ืองพระกรรมฐานหรอก มนั ตา่ งกันสมัยนี้
นั่งภาวนายังกับหัวตอนะ พอกินอาหารมากๆ ก็มีแต่จะง่วงนอนนะ เวทนาก็จะทับเอา มันผิดกันนะ
ถา้ เราสงั เกตสมยั ก่อนกับสมยั น้ี
ถา้ จะบรกิ รรมพทุ โธกใ็ หอ้ ย่กู บั พทุ โธ ถา้ จะพจิ ารณากพ็ จิ ารณาตงั้ แต่เกศาลงมาถงึ พื้นเทา้ พจิ ารณาดูซิ
อย่าใหม้ ันออกจากนั้น นีแ่ หละธรรมเกดิ กเ็ กดิ อยทู่ ี่น่แี หละ ทำ�อยา่ งไรมันถงึ จะเป็นไปได้ เรากต็ ้องท�ำ นะ
ต้องสอนตัวเอง ฝึกตวั เอง ผู้ที่จะเหน็ อรรถเหน็ ธรรมจรงิ ๆ กค็ ือตวั ผฝู้ กึ เองนะ พระพุทธเจา้ ทา่ นเพยี ง
แต่บอกทางเท่าน้ัน จะรู้ก็ตัวผู้ปฏิบัติเองนะ พอเราค้นคิดพิจารณาไปแล้ว ก็พอรู้ข้ึนมาก็นึกได้ว่า
พอ่ แม่ครบู าอาจารยท์ า่ นเคยเทศนใ์ ห้เราฟงั มาแล้ว มีแต่ตัวเราต้องลงมือปฏบิ ัตเิ อา ท�ำ เอาเองนะเรอ่ื งการ
ภาวนา ไม่เหมือนฝ่ายปริยัตินะ ท่องจำ�เหมือนนกแก้วนกขุนทอง ท่องเหมือนสวดปาฏิโมกข์ก็ท่องได้
ถ้าไดเ้ รียน แต่ด้านจติ ใจของเรามันต่างกัน การโปรดชาวโลกก็แตกตา่ งกัน เลกิ กนั ปวดขา
ภาพถา่ ย ณ วดั ชากใหญ่ อ.แหลมสงิ ห์ จ.จนั ทบุรี มถิ นุ ายน ๒๕๔๓
280
กัณฑ์ท่ี ๕๖
เอาแบบพระพทุ ธเจ้าหรอื แบบเทวทัตต์
พจิ ารณาสภาพรา่ งกายตวั เอง จติ มนั รวมไดก้ เ็ พราะอันนีแ้ หละ พุทโธ พูดถงึ การภาวนา ถ้าสนใจ
จริงๆ ใคร่ครวญอยแู่ ต่สิ่งน้ี มนั ก็ตอ้ งพบ ตอ้ งเห็นความอัศจรรย์เกดิ ขึน้ ในใจ แต่นม่ี ันปลอ่ ยไปตามโลก
เกินไป เป็นพระคดิ ไปแต่ทางโลก ถ้าไมค่ ิดอย่างน้นั มาคดิ ทางอรรถทางธรรมมันตอ้ งเกดิ แต่นี่อดตี ที่
ผา่ นมาแลว้ เอามาคดิ คนนนั้ พดู อยา่ งนน้ั คนนพ้ี ดู อยา่ งน้ี เอามารอ้ นมาเผาหวั ใจตวั เอง แลว้ กเ็ กดิ ความ
กลุ้มใจหงุดหงดิ มันลำ�บากนะ หัวใจเปน็ ไฟนม้ี ันล�ำ บากและทกุ ขท์ รมานนะ ต้องแกต้ วั นี้ก่อนนะถงึ จะเหน็
ของจริง
พิจารณาดทู �ำ อะไร กท็ ำ�เหยาะแหยะ สมัยน้ีมแี ตเ่ รอื่ งกินเป็นใหญ่ กบั เรอื่ งเล่น อยากไปดูอันน้นั
ไปดอู นั นี้ กิเลสตวั น้ีแหละ มนั ตอ้ งหาเหตุผลมามัดตัวเอง ใหม้ ันจบั หลกั ไว้ ไมใ่ หม้ นั ไปไหน ถา้ จะแก้
กแ็ ก้ตวั นี้แหละ ถ้าตายแลว้ ก็ไม่ได้แก้หรอกนะ เปน็ ลูกศษิ ยพ์ ระพุทธเจา้ พระพทุ ธเจา้ ท่านไปนพิ พาน
ท่านทำ�เอาจริงเอาจังนะ ถ้าจะเอาแบบลำ�บาก หรือจะเอาแบบพระเทวทัตต์ ก็มีอยู่สองแนวนะ
ต้ังใจภาวนานะ การงานกไ็ มม่ นี ะ เดนิ จงกรมจนถงึ เช้ากไ็ ด้ เดนิ จงกรมตลอดคนื ดู ส้ดู ูซิ ถา้ ไมส่ ู้กอ่ น
ไมเ่ หน็ หรอกของจรงิ ถา้ ไดเ้ ห็นของจรงิ จะไปกราบพระพทุ ธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ กราบครูบาอาจารย์
อยอู่ ย่างนน้ั แหละ ถ้าทำ�จรงิ ๆ แต่ทีเ่ ห็นมแี ต่เล่น ผมดูอยู่ ผู้ใดไม่ตงั้ ใจกไ็ ป อยา่ มาเบียดเบยี นศาสนา
ไปอยทู่ างโลกเลย ถา้ เห็นว่าทางโลกนนั้ ดกี ว่าบวช จะไปเห็นอะไร ถ้ามาเลน่ เดินจงกรมก็เดินสักครั้ง
หรอื เปลา่ ไม่รู้ น่ังสมาธิกน็ ่ังหรือเปล่าไม่รู้ นอนยังกบั ควาย ออกไปจากครบู าอาจารย์ ก็ก�ำ เรบิ เสบิ สาน
พวกไม่กลวั อะไร
ถ้าจิตไมอ่ ยูก่ บั สมาธิ กด็ หู นังสอื ถ้าไมอ่ ย่กู ็สวดมนต์ บทไหนกส็ วดไดห้ มด ให้มนั อยใู่ นธรรมดูซิ
วันหนึ่งกับคืนหน่ึงมันจะต้องปรากฏ แต่ท่เี ห็นมันวงิ่ ตามโลกเขานูน่ ถ้าวิ่งตามโลก ก็เปน็ อย่างนี้แหละ
จนมนั เคยชนิ ทางโลก ภพใดชาตใิ ดกเ็ หมอื นเดมิ ไมส่ ะทกสะทา้ นอะไร สมยั นเ้ี ขาวา่ โลกเจรญิ มนั เจรญิ อะไร
โลกฟืนโลกไฟมันเผากนั อยูอ่ ย่างนน้ั ครอบครัวหนึง่ ๆ กแ็ ยง่ กันเป็นผ้ปู กครอง เปน็ ผู้มอี �ำ นาจ ถ้าคนใน
ครอบครวั นสิ ัยไม่ดี ไมต่ รงกัน นิสัยเข้ากันไมไ่ ด้ ก็ยิง่ ไม่นา่ อยนู่ ะ อยู่ก็ไมม่ คี วามสุข ถา้ เราสงสยั ยงั
ไมเ่ ขา้ ใจ กใ็ ห้ดูพ่อดแู ม่เรา เดี๋ยวกผ็ ดิ ใจกนั เด๋ียวก็ดีกนั อยอู่ ยา่ งนัน้ ถ้าไมถ่ กู ใจกันก็เอาอกี แล้ว แตก่ ็อยู่
ดว้ ยกนั แตบ่ างครอบครวั ถงึ ขนาดฆา่ กนั กม็ ี แยง่ กนั เปน็ ใหญ่ แยง่ เปน็ ผปู้ กครอง ตรงไหนความสขุ พจิ ารณา
ดซู ิ เหมอื นชาวนา เขาหาอยู่หากนิ ไม่หยดุ หย่อน แตเ่ ดีย๋ วนี้นง่ั ภาวนากน็ ่ังอยใู่ นมุ้ง เดนิ จงกรมทางเดนิ
เขาก็ทำ�ไวใ้ ห้ กย็ ังวา่ ยากลำ�บาก แล้วจะไปหาความสขุ อะไรจากโลกมนษุ ย์ ลองแกห้ ัวใจตวั เองออกมา
ดซู ิ วา่ ตรงไหนท่มี ันติดขัด ก็ปลดมนั แกม้ ันไป
พระพทุ ธเจา้ ทา่ นสรรเสรญิ สตกิ บั ปญั ญานะ ถา้ สตมิ นั เกดิ เปน็ มหาสติ ปญั ญาเกดิ เปน็ มหาปญั ญาแลว้
มันจะรู้เท่าทันเองหรอก พระพุทธเจ้าท่านบอก แต่น่ีมันไม่คิดไม่ทำ�ไม่ปฏิบัติ มันก็เลยไม่เกิดอะไร
คิดไปกบั คนอ่นื นนู่ แต่หวั ใจตวั เองไม่ดเู สยี ก่อน ฝกึ แรกๆ ชอบไปดแู ตใ่ จคนอื่นนูน่ ที่จริงเขาใหฝ้ ึกใจตัว
281
พระธรรมเทศนา
เองนะ เรือ่ งกเิ ลสมนั เป็นอย่างน้ัน ผู้ทหี่ ลุดพ้นไปแล้ว เวลาภาวนาไม่ไดส้ นใจนะคนอน่ื ทา่ นดแู ตเ่ งอื่ นท่ีมัด
ใจตัวเอง หาทางแก้เงอ่ื นท่มี ดั ออก ผู้มบี ารมีเขาแกโ้ ลกธรรม ๘* ออกจากใจไดแ้ ลว้ เขาไม่มีความหวน่ั ไหว
อะไรหรอก มนั กม็ ีความสบายใจ มนั กท็ ำ�งานไดอ้ ย่างเตม็ ท่ี แตท่ ีเห็นใจมันว่งิ ก็ว่ิงไปกบั น่ีแหละกับโลกธรรม ๘
น่แี หละสรรเสริญนินทา ถา้ ตัดออกได้มนั ก็สบาย แตท่ ่ดี ู มนั ไมย่ อมตัดออกนะ วิง่ ตามมนั อยู่อยา่ งน้ัน
ถึงจะมาบวชในศาสนา แตห่ ัวใจมนั กไ็ ปอยูท่ างโลกนะ มันจะไปแตกต่างอะไรกับทางโลกเขา ผ้าเหลอื ง
ในตลาดกม็ ี จะหายากอะไร พอตายก็ให้ญาติเอาผา้ เหลืองมาคลุมกายก็ได้ แตว่ ่ามันไม่เปน็ อยา่ งนน้ั นะซิ
การปฏิบตั ิ ถา้ ปฏิบัติใหม้ นั เป็นศลี ให้มันเปน็ สมาธิ ให้มันเปน็ ปัญญาดูแลว้ ถ้าปฏิบัติไดแ้ ลว้ โลกน้มี นั กไ็ ม่
อยากจะอยแู่ ลว้ มันจะออกอทุ านเองหรอก ให้เรง่ เขา้ ความเพียร เอาซิ ให้เร่งเข้าพทุ โธ ๒๔ ช่ัวโมง
อยา่ ใหเ้ ผลอ มนั ต้องมีความร้แู ปลกๆ ขนึ้ มาแหละ มันตอ้ งเกดิ ความอศั จรรย์ข้นึ มาในศาสนา
แต่นี่มันไมร่ จู้ ัก เหมือนทัพพที ีไ่ ม่รจู้ กั รสชาตขิ องแกง จิตก็เหมอื นกัน นักบวชในศาสนา แตไ่ ม่รู้จัก
รสวมิ ตุ ตกิ เ็ ทา่ นน้ั แหละ เรยี นท�ำ ไมเรยี นในต�ำ รา เรยี นถงึ พระนพิ พานกเ็ รยี นได้ แตก่ ส็ งสยั ถงึ พระนพิ พาน
เรียนเร่ืองนรกก็สงสัยนรกเท่านั้นแหละ เพราะหัวใจมันไม่เห็นนะ มันเห็นไปตามหนังสือเท่านั้นเอง
ถา้ อยากเห็นของจรงิ ไปค้นพิจารณาเข้าไปซิ เร่งซคิ วามเพียร กวา่ จะไดข้ ้าวมาใสย่ ้งุ ข้าว ต้องท�ำ นาตาก
แดดตากฝนนะ นานเทา่ ไหร่ ถึงจะไดม้ า มันกไ็ ด้มาจากของท่ีมอี ยู่แล้วนะ เอามาปลูกลงดิน สมาธิกับ
ปัญญากอ็ ยกู่ บั จิตกบั ใจของเรานะ ทำ�ไมจะไม่เกิด พระพทุ ธเจ้าทา่ นพาท�ำ พาปฏิบตั ิ ถ้าเอาพระพทุ ธเจา้
เป็นศาสดาแล้ว อาตมาคดิ ว่าไมน่ านนะ ไดจ้ ับหลักแน่
การพิจารณาร่างกายกเ็ หมือนกัน เอาซิ อนุมานดู คาดคะเนตามหลกั เหตผุ ลดู ฝกึ เขา้ ไป พอจติ
มันจดจอ่ พจิ ารณารา่ งกายนี้ ไม่ให้มนั ออกจากร่างกายนี้เลย อยา่ งหลวงปู่บัว บางคร้ังทา่ นก็ไมเ่ ห็นอสภุ ะ
ทา่ นน่งั ภาวนาอยสู่ ามวนั สามคนื ทา่ นพดู ถา้ จิตไมเ่ ห็นความอัศจรรย์ ไมเ่ กดิ นะน้ี ถา้ นง่ั ภาวนาจนถึงวา่
จิตมันจดจอ่ เข้าแลว้ อัตภาพร่างกายมนั จะเปน็ ไปเองหรอก มนั จะกลายเป็นดินเปน็ น�ำ้ ไปหมด น่ังอยูก่ ็
มแี ตโ่ ครงกระดกู กระดกู นก้ี จ็ ะกลายไปเปน็ ดนิ นนั้ แหละ พอคดิ ไดอ้ ยา่ งนนั้ ในจติ กเ็ กดิ แสงสวา่ งทนั ทที นั ใด
เกิดความอศั จรรยข์ น้ึ ถา้ เปน็ อยา่ งนไี้ มม่ ีเสีย มีแตจ่ ะก้าวหนา้ แตว่ ่ามันไม่เปน็ ให้นะซิ นง่ั กน็ ั่งอย่เู ฉยๆ
พอมีงานก็ทำ�ไป พอหมดงานก็เลยไม่มีสมาธิ พอไม่มีสมาธิก็เลยหาทำ�อะไรไป พอได้แก้ความรำ�คาญ
ของตวั เอง ถา้ ตั้งใจจรงิ ๆ กท็ ำ� ถ้าไม่ต้งั ใจกพ็ ากันลาสกึ ออกไปกไ็ ด้ โลกใบน้ีไมไ่ ดแ้ คบถึงขนาดทไ่ี ปไหนไมไ่ ด้
ถ้าอยากได้ลูกได้เมียก็ออกไปเอาเลย จะไปเอาวันละคนสองคน หรือวันละสามก็ไป เกิดแล้วตาย
ตายแล้วเกิดอยู่อย่างนั้น คนหวงั ความดตี ้องท�ำ อยา่ งนั้น แต่ผมดทู ่ามันจะไปทางโลกนะมากกว่า มนั วิ่ง
ตามโลกนะ มนั ไปเอาแบบทางโลกนน่ั แหละมาเปน็ อาจารย์ มนั ไมย่ อมเอาหลกั ธรรมของพระพทุ ธเจา้ เปน็
อาจารย์นะ เดี๋ยวมนั กว็ ่าศาสนาไม่ดี มนั เป็นไปอยา่ งน้ันแลว้ นะเดี๋ยวนี้ อาตมาดหู มูพ่ วกอยูน่ ่ี ถา้ จิตใจมนั
ไม่เป็นไปทางธรรมแล้ว มันไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีที่อยู่นะ ออกไปอยู่ทางโลกดีกว่า อย่ามาเบียดเบียน
ศาสนา ตักเตอื นหมพู่ วกนะ เลิกกัน
* โลกธรรม มี ๘ อย่าง คือ ธรรมท่คี รอบงำ�สัตว์โลกและสตั ว์โลกกเ็ ปน็ ไปตามมนั คอื มีลาภ ไมม่ ลี าภ มยี ศ ไมม่ ี
ยศ นินทา สรรเสรญิ สขุ ทกุ ข์
282
เน่อื งในโอกาส หลวงป่ลู ี กสุ ลธโร กราบคารวะสรรี ะสงั ขาร พระเทพวิสทุ ธมิ งคล
หลวงปศู่ รี มหาวโี ร ณ ศาลามหาวีระธรรมสภา
วัดประชาคมวนาราม อ.ศรีสมเดจ็ จ.ร้อยเอด็
วันท่ี ๔ กนั ยายน ๒๕๕๔
283
พระธรรมเทศนา
กัณฑ์ท่ี ๕๗
บวชจรงิ เหน็ จริง
อดีตที่ล่วงผ่านมาแล้ว อย่าไปคำ�นึงเลย มันก็ออกไปจากปัจจุบันน้ีแหละ อนาคตก็เหมือนกัน
มนั กอ็ อกไปจากปจั จุบันน้ีแหละ อยา่ ไปคำ�นึงมันเลย คุมมันเขา้ ให้ดหู ัวใจตัวเอง อย่าไปดหู วั ใจคนอ่ืน
เรอ่ื งของเขา เรามหี นา้ ทข่ี องเรา นกั ปฏบิ ตั ติ อ้ งตดั อยา่ งนนั้ นะ ถา้ ไมต่ ดั ออกอยา่ งนน้ั กจ็ ะโลเลอยอู่ ยา่ ง
น้ันแหละ เดย๋ี วก็ว่ิงไปนน่ั ไปนี่ ไม่วา่ จะท�ำ อะไร ก็จะต้องใหถ้ ูกใจตวั เองหมด อยู่อย่างน้นั เป็นอยา่ งน้ัน
กอ่ นทีจ่ ะเปน็ บา้ นะมันบ้าตวั นแ้ี หละ
ถา้ นักปฏบิ ตั ิจริงๆ ถ้าคมุ สอนตวั เองจริงๆ ถา้ พจิ ารณาอตั ภาพรา่ งกายกจ็ ะเหน็ พจิ ารณาอยอู่ ยา่ งนน้ั
เอาซิ ๒๔ ชัว่ โมงไมใ่ ห้พดู ต้องเกิดแน่ แตน่ ่หี ัวใจมันวงิ่ ไม่หยุดวิ่งตามโลกตามสงสาร พิจารณาดซู ิ
ถ้าคมุ เข้าจริงๆ มันตอ้ งจับได้ เด๋ยี วมันจะเกิดอนั นัน้ อันน้ี นี่แหละ ถา้ พดู จรงิ ทำ�จรงิ มันตอ้ งรู้จรงิ แต่
น่ีถา้ ทำ�อะไรเหลาะแหละอยู่อยา่ งนนั้ มันไม่เห็นอะไร เหมอื นคนวิ่งจะไปเหน็ อะไรถนัดชัดเจน ่อารมณก์ ็
เหมือนกันนะ มนั เปล่ียนแปลงอยู่อยา่ งน้ัน มันวิ่งอยูอ่ ยา่ งนั้น พอมนั เกดิ อารมณค์ วามเจ็บปวดเข้ามา
กม็ ารอ้ งครวญคราง สิ่งท่จี ะใชน้ �ำ มาแก้ไขกไ็ ม่มนี ะ เพราะไมไ่ ดฝ้ ึกการพจิ ารณาเอาไวเ้ ลย การพจิ ารณา
ให้เปน็ นะตัวส�ำ คัญ สกั พักกจ็ ะจบั จดุ ได้ แลว้ มันจะออกอุทานเองหรอก อนจิ จัง ทุกขัง อนตั ตา อริยสัจจ์*ท้งั น้ัน
ถ้าไดเ้ ห็นแลว้ กราบพระพทุ ธเจา้ กราบครูบาอาจารย์ กราบอย่อู ยา่ งนัน้ ทัง้ คืนเลยแหละ ถา้ บวชจริง
เห็นจริง มันจะมาประมวลหรือรวบรวมมาเกิดที่ใจของเราน่ีแหละ ให้พากันเร่งความพากความเพียร
อย่าไปเล่น เจอกันนะหยอกกนั มีแต่เรอื่ งโลกทง้ั นั้น จะไปเห็นอรรถเห็นธรรมนะยากที่สดุ บวชมหี ลาย
ประเภทนะ บวชสนกุ เฮฮากม็ ี เลิกกัน ปวดขามาก
* อริยสจั จ์ คอื ความจรงิ อนั ประเสริฐ, ความจรงิ ทีท่ �ำ ใหผ้ เู้ ขา้ ถึงกลายเปน็ อริยะ มี ๔ อยา่ ง
๑. ทกุ ข์ (ความทุกข์, สภาพทีท่ นไดย้ าก, ได้แก่ ชาติ ชรา มรณะ การพลัดพรากจากสง่ิ ทีร่ ัก)
๒. สมุทัย (เหตเุ กิดแหง่ ทกุ ข,์ สาเหตใุ หเ้ กิดทุกข์ ได้แก่ ตณั หา ๓ กามตัณหา ภวตณั หา วิภวตัณหา)
๓. นิโรธ (ความดับทกุ ข์ ไดแ้ ก่ ภาวะท่ตี ัณหาดบั สิน้ ไป, ภาวะท่เี ขา้ ถึงเมอ่ื กำ�จดั อวิชชา)
๔. มรรค (ปฏปิ ทาที่น�ำ ไปสูค่ วามดบั แหง่ ทุกข,์ ข้อปฏบิ ตั ิให้ถงึ ความดับทุกข์ ไดแ้ ก่ มชั ฌิมาปฏิปทา)
284
กณั ฑ์ที่ ๕๘
บริกรรมพุทโธด้วยสติ
เป็นอย่างไรภาวนา ถ้านอนหลับไม่ได้นะ มแี ต่จะแกช่ ราเข้าไปเร่ือยๆ ความตายมันจะมาถงึ วันไหน
ก็ไมร่ นู้ ะ อาตมาเองก็ถูกบบี ค้นั อยูท่ กุ วันนี้แต่กอ็ ดทนเอา จะทำ�อยา่ งไร ขาตวั เองกแ็ บกหามไปโรคของคนแก่
ใกล้ความแก่ความเจ็บความตายเขา้ ไปทุกที มันเปน็ โรคประจำ�ธาตุ จะทำ�อยา่ งไร พระพุทธเจ้าทา่ นวา่
เกดิ แก่เจบ็ ตายก็มีเท่านนั้ จะไปฝืนธรรมชาติไมม่ ี เอาไปพิจารณาใครค่ รวญนะ
เมอ่ื ได้ฟังแลว้ ถา้ ความจริงแท้ๆ แล้วมนั เป็นวิปัสสนา เปน็ รจู้ ริงเหน็ จริง แตกออกไป มนั จะเห็น
ด้วยตัวเองหรอก มันไม่ได้เหมือนฟังมา ไม่ได้เหมือนดูตามตำ�ราหรอก มันรู้ขึ้นเอง รู้จริงเห็นจริงนะ
ก่อนทา่ นจะตรัสรู้นะ
พระพุทธเจ้าท่านปฏิบัติมา ไม่มีครูไม่มีอาจารย์นะ พิจารณาดูซิ ถ้าจิตมันไม่สงบ ก็เอาพุทโธซิ
เข้าก�ำ กบั จิตใจตัวเอง อยา่ เอาทางโลกทางสงสาร มาคิดมาค�ำ นงึ ในจิตใจ ให้อยกู่ บั พระสตู ร อยู่กับ
พุทโธ อยกู่ ับพุทธคณุ ธรรมคุณเอามาท่องนะ ถ้าเร่ืองคดิ จะมาเล่นๆ หัวๆ มนั ไมเ่ หน็ อะไรนะ มันไมต่ า่ ง
กับโลกเขานะ นง่ั ภาวนาเข้าไป ก็ไมป่ ลง เอาลูกเอาเมยี เอานนั่ เอาน่ไี ปคดิ มันกเ็ ลยไกลค�ำ สอนของ
พระพุทธเจ้า แล้วมันจะไปเหน็ อะไร พระพทุ ธเจา้ ทา่ นเดินทางหน่งึ ตัวผ้ปู ฏบิ ัตติ ามกลบั เดนิ ไปอกี ทางหนึ่ง
คิดไปมแี ต่ปรงุ แตแ่ ตง่ พอปรุงเขา้ ไปกร็ อ้ นนะซิ เพราะเอาไฟมาเผาตัวเอง ถ้าไมโ่ กรธคนอื่น ก็โกรธตัวเอง
แต่ธรรมของพระพุทธเจ้าท่านไม่ให้เบียดเบียนตน ไม่ให้เบียดเบียนผู้อื่นนะ มันไม่ปลงตามธรรมของ
พระพทุ ธเจา้ ถา้ ไมย่ อมปลง ไม่ยอมปล่อยวาง มนั กไ็ มเ่ ห็นนะ
ทำ�อยา่ งไรมนั ถึงสงบ ก็ตอ้ งทำ� ต้องฝกึ ลงไป ความสงบนะมนั เป็นความสุข ถ้าไม่เหน็ ความสงบ
เสียกอ่ น มันไม่เหน็ ธรรมหรอก เข้าบรกิ รรมพทุ โธใหม้ ันสงบดซู ิ เรื่องอารมณท์ างอนื่ ไม่มี ถา้ มันสงบแลว้
มนั ไม่คิดไปทางโลกนะ มแี ต่คิดไปทางธรรมเทา่ นัน้ มันจะเกิดแสงสวา่ งขน้ึ นะ ถ้าจับหลกั ไดอ้ ยา่ งพ่อแม่
ครูจารย์ท่านพูดให้ฟังว่า บวชแล้วได้ไปดูพุทธสถานได้เห็นที่ตรัสรู้ของพระพุทธเจ้าว่า ท่านได้ตรัสรู้ท่ีน่ันท่ีนี่
เกิดอยากภาวนาข้ึนมา ท่านว่าไปถามท่านเจา้ คุณเปน็ พระครูอยจู่ ฬุ าฯวา่ อยากภาวนา ท่านบอกวา่ พทุ โธ
ท่านว่าให้บริกรรมพุทโธๆ เขา้ พอจิตสงบเกิดแสงสว่างขนึ้ คล้ายกับแหท่ีใช้ทอดแผล่ งในน้�ำ แล้วค่อยๆ
ดงึ ขนึ้ มา มันกห็ ุบเข้าหากนั ทา่ นเลยจับหลักได้ มนั เกดิ อย่างนั้นนะ
แตพ่ วกเรามันไมไ่ ดห้ ลักอะไรนะ จติ ใจโลเลเหมือนไมพ้ าดรั้ว ลมมาทางไหนกไ็ ปทางนั้นนะ เด๋ยี วก็
ไปทางโลก เดยี๋ วกไ็ ปทางธรรม มนั ไมเ่ ทยี่ งนะ ตวั เองท�ำ ไมจ่ รงิ แลว้ กไ็ ปกลา่ วตศู่ าสนาวา่ ไมจ่ รงิ นะ ท�ำ อะไร
ต้องทำ�ให้มนั จริงนะ ปฏิบตั ิใช้สัจจะมดั ตวั เองซิ ตวั เองนะตอ้ งฝกึ ตัวเอง ถา้ ให้ผอู้ น่ื ฝกึ แลว้ โกรธใหผ้ ู้อืน่
ว่ากล่าวแล้วโกรธ ตัวเองนะสอนตวั เอง ท�ำ อย่างไรมันถึงจะดี ก็ตอ้ งท�ำ ต้องฝึกตัวเองจนดี มนั ถงึ จะเกิดผล
ก็เหมือนเขาเรียนมา เขาก็มาฝึกงาน เรียนมาแล้วก็ไปหาสมัครงานท่ีน่ันท่ีน่ี ไม่ใช่แต่ทางโลกนะ
ทางธรรมกเ็ หมือนกนั พวกเรานม้ี นั โลเลนะ ถ้าไดพ้ บกัน กร็ า่ เรงิ เหมือนนกเอีย้ ง เอาแตเ่ รอื่ งทางโลกนะ
285
พระธรรมเทศนา
มาคยุ กนั เรอ่ื งอรรถเรอ่ื งธรรมไมม่ หี รอก มาคยุ กนั แลว้ มนั จะไปเหน็ อะไร มนั เปน็ อยา่ งนนั้ นะโลกนี้ เรอ่ื ง
กเิ ลสมนั เป็นอยา่ งนัน้ นะ แตเ่ ร่ืองธรรม มันไมเ่ ป็นหรอก
ถา้ ท�ำ งานทางใจเป็นแลว้ ภาวนาเป็นแลว้ มนั ไมอ่ ยากสนใจกบั ใครนะ เพราะมันทำ�งานทางใจแล้วนะ
มนั ค้นคดิ พิจารณาอยู่อยา่ งนน้ั แหละ มนั หนีว่งิ เขา้ ปา่ เข้าเขานูน่ แหละ หลบหลกี หมู่พวก อย่างหลวงปูม่ ัน่
ทา่ นไปอย่คู นเดยี ว พอมหี มูพ่ วกตามไป ท่านก็เทศนใ์ หฟ้ งั แลว้ กใ็ หไ้ ปอยู่ที่นน่ั ท่นี ี่ ท่านไม่ใหอ้ ยูก่ ับท่าน
ถึงขนาดนัน้ นะ เพราะท่านทำ�งานอยู่นะเสียเวลา ดคู นภาวนาดีๆ นน้ั ดูไม่ยากนะ ไม่คอ่ ยสุงสิงกับใคร
เทา่ ไหร่นะ ถ้าคนภาวนาไม่เปน็ มแี ต่สนุกสนานไป พอหยอกกันหน่อยกท็ ะเลาะกนั แลว้ ไมต่ า่ งอะไรกนั
กบั สัตวน์ ะ ไมไ่ ดม้ าเรียนเป็นพระเป็นเจ้าอะไรกันนะ เลิกกัน ปวดขามาก
286
สธพรรพฺ มททาานนํ ชธนมะมฺ ททาานนทํ ั้งชปินวางติ
(ขุททกนกิ าย สุตตันตปิฎก ๒๕/๖๓)
ส่อื ธรรมะ ตา่ งๆ
CD-MP3
รายช่ือกณั ฑเ์ ทศน์ โดย. หลวงป่ลู ี กุสลธโร MP3
๐๑. หลงกเิ ลส หลงสมมตุ ิ ๒๑. เกดิ แล้วตาย ตายแลว้ เกิด ๑๙ กรกฎาคม ๒๕๓๘
๐๒. ฝกึ ตนเองเปน็ สิง่ สำ�คญั ๒๒. สง่ เสริมการปฏบิ ตั ิ ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๓๘(ค่ำ�)
๐๓. ฝกึ สตใิ ห้อยู่กบั จติ ๗ พฤษภาคม ๒๕๓๗(คำ�่ ) ๒๓. ใหพ้ ากันต้งั ใจภาวนา ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๓๘
๐๔. ตนเองตอ้ งฝึกหัดตนเอง ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๓๗(คำ�่ ) ๒๔. ทำ�ให้จริง ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๓๘(ค่ำ�)
๐๕. พจิ ารณากาย ๕ มิถุนายน ๒๕๓๗(ค่ำ�) ๒๕. สะสมบม่ อนิ ทรยี ์ไปเรื่อยๆ ๓ สิงหาคม ๒๕๓๘
๐๖. มแี ตด่ ีกบั ชวั่ ท่ีฝากโลกไว้ ๒๐ มิถนุ ายน ๒๕๓๗(ค�ำ่ ) ๒๖. การกระทำ�ส�ำ คัญทส่ี ดุ ๗ สงิ หาคม ๒๕๓๘(คำ่�)
๐๗. ฝึกหดั สังเกตตนเอง ๕ กรกฎาคม ๒๕๓๗(คำ่�) ๒๗. ถา้ หากกลวั ตาย ธรรมะเกดิ ไม่ได้ ๑๕ สงิ หาคม ๒๕๓๘(ค่�ำ )
๐๘. ใหอ้ ยูก่ ับพุทโธ ๑๙ กรกฎาคม ๒๕๓๗(ค�ำ่ ) ๒๘. มีแตค่ วามจำ� ความจริงไม่มี ๒๒ สงิ หาคม ๒๕๓๘(ค่�ำ )
๐๙. มาศึกษาหรอื มาทำ�ลาย ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๓๗(คำ่�) ๒๙. ใหส้ �ำ รวจดใู จตนเอง ๒๙ สิงหาคม ๒๕๓๘(คำ่�)
๑๐. มวั จับปลานอกสุ่ม ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๓๗(คำ�่ ) ๓๐. ทรมานกิเลสตนเอง ๕ กนั ยายน ๒๕๓๘(ค�่ำ )
๑๑. สติอยู่กับลมหายใจ ๑๘ สิงหาคม ๒๕๓๗(ค่�ำ ) ๓๑. เรือ่ งกบกนิ เดือน ๒๓ กันยายน ๒๕๓๘
๑๒. ให้ดหู วั ใจเจ้าของ ๔ ธนั วาคม ๒๕๓๗(ค�่ำ ) ๓๒. ดูแต่ตำ�ราไม่ดใู จตนเอง(เร่ืองภพชาติ) ๑ ตลุ าคม ๒๕๓๘
๑๓. เวลา ๒๔ ชั่วโมง ใหอ้ ยูก่ ับพทุ โธ (ปี ๒๕๓๘) ๓๓. สอนพระให้เป็นพระ ๖ ตุลาคม ๒๕๓๘
๑๔. สถานที่นา่ กลวั ท�ำ ใหภ้ าวนาดี ๒๗ มกราคม ๒๕๓๘(คำ่�) ๓๔. โทษแตศ่ าสนาไม่จรงิ ใจตวั เองมนั ไม่จริง (ในพรรษาปี ๒๕๔๑)
๑๕. เห็นธรรมดว้ ยสัญญา หรอื ดว้ ยปญั ญา ๒๗ มนี าคม ๒๕๓๘(ค่�ำ ) ๓๕. บริกรรมพุทโธ ๆ อย่าให้เผลอ (อบรมพระปี ๒๕๔๒)
๑๖. กรรม ๑๑ เมษายน ๒๕๓๘ ๓๖. เรื่องผา้ (สมยั ก่อน) ๑๑ กนั ยายน ๒๕๔๔
๑๗. ใจมันคอยวิ่งตามกเิ ลส ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๓๘ ๓๗. ท�ำ วัตรคารวะหลวงปลู่ ี ๘ กันยายน ๒๕๔๔
๑๘. แก้อารมณ์จากใจ ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๓๘ ๓๘. อานสิ งสส์ วดทิพยมนต์ ๙ กนั ยายน ๒๕๔๔
๑๙. เป็นพระให้เปน็ นกั เสียสละ ๒๕ มถิ ุนายน ๒๕๓๘(ค่ำ�) ๓๙. เรอ่ื งทค่ี ุยกับลกู ศษิ ย์ ๑๐ กันยายน ๒๕๔๔
๒๐. ใหฝ้ กึ ความสงบ กรกฎาคม ๒๕๓๘
287
กุสลธโรวาท
(โอวาทธรรม หลวงปู่ลี กุสลธโร)
พระธรรมเทศนา (ภาษาอีสาน)
“...บ่ทันนาน คั่นจิตเป็นปัจจุบันอยู่ฮั่น บ่เห็นแนวหนึ่งต้องแนวหนึ่งหละ มันซิเกิดเฮ็ดให้มันเป็น
ปจั จุบนั อดีตทล่ี ว่ งมาแลว้ กอ็ ย่าไปคำ�นงึ เลย มนั กอ็ อกไปจากปัจจบุ ันนัน่ หละ อนาคตคอื กัน มนั ออก
ไปจากปจั จุบนั นล่ี ะ อยา่ ไปคำ�นึงมันเลย คุมมนั เข้าเบ่งิ ใหเ้ บิ่งหวั ใจเจ้าของนน่ั ละ อย่าไปเบงิ่ หัวใจผอู้ น่ื ...
คน่ั คุมเจ้าของแทๆ้ ต้องเห็น คน่ั พิจารณาสภาพรา่ งกายกพ็ ิจารณาอยฮู่ ัน่ แตพ่ น้ื เทา้ มาศรี ษะ แต่ศีรษะ
ลงมาพ้ืนเท้า ให้พิจารณาอยู่ฮน่ั เอาแหมะ ๒๔ ชวั่ โมงน่ี บใ่ ห้มนั ปากมาเลย ต้องเกิดแน่... อันน้ีหัวใจ
มนั แลนอยู่นำ�โลกนำ�สงสารพุน่ มันบป่ ักม่นั แลว้ ซิเหน็ หยังฮั่น คอื กินข้าวเน่ยี กนิ นอนอยู่ ยา้ ยไปน่ัน
นอนอยกู่ ็ไปฮัน่ นอนก็ไปน่ี เลยบ่อิม่ จกั ที นเ่ี ร่อื งมัน เอา้ พิจารณามนั ซิ คั่นคมุ เขา้ แทๆ้ มนั ซติ อ้ งจบั ไดเ้ ง่ือน
เดี๋ยวมันซิเกิดอันน้ันเกิดอันน่ีโลด น่ีเฮ็ดจริงทำ�จริงมันต้องรู้จริง... ไอ้ พิจารณาโตน่ีละ โตสำ�คัญ
ถา้ หากวา่ ไดจ้ บั จุดได้ละ เออ มันซอิ อกอทุ านบดั ทีนี้ อนิจจงั ทกุ ขงั อนัตตา อริยสจั ทงั้ น้นั ... คน่ั ตแี ตก
อรยิ สจั นีไ่ ดแ้ ล้ว ฮว่ ย กราบพระพุทธเจา้ กราบครูอาจารย์ โอ๊ย มนั กก็ ราบอยจู่ งั ซ่ันหละ หมดคนื หละนี่
เพนิ่ เว้าจรงิ เฮด็ จรงิ มนั ซิประมวลมาหมดดอก อนั พระพทุ ธเจ้าเพนิ่ เหน็ นะ มันซิมาเกิดจากใจเฮานล่ี ะ...
ใหพ้ ากันเรง่ ความพากความเพียร...”
(ภาษาภาคกลาง)
ไมน่ านถา้ จติ เปน็ ปจั จบุ นั อยนู่ น่ั ไมเ่ หน็ อยา่ งหนง่ึ ตอ้ งเหน็ อยา่ งหนง่ึ แหละ มนั จะเกดิ กท็ �ำ ใหม้ นั เปน็
ปจั จบุ นั อดตี ท่ีลว่ งมาแล้วกอ็ ยา่ ไปค�ำ นึงเลย มนั ก็ออกไปจากปัจจุบนั นนั่ แหละ อนาคตเหมอื นกนั มนั
ออกไปจากปัจจบุ นั น่แี หละ อย่าไปคำ�นึงมันเลย คุมมนั เขา้ ดใู หด้ หู ัวใจตัวเองนนั่ แหละ อย่าไปดูหัวใจผู้อน่ื ถ้า
คมุ ตวั เองจรงิ ๆ ตอ้ งเหน็ ถ้าพิจารณาสภาพรา่ งกาย กพ็ ิจารณาอยู่นัน่ แตพ่ ้ืนเท้ามาศีรษะแต่ศรี ษะ
ลงมาพ้ืนเท้า ให้พจิ ารณาอยู่น่ันรอบอยนู่ ั่น เอาซิ ๒๔ ช่วั โมงนี้ ไมใ่ ห้มันพดู เลย ตอ้ งเกิดแน่ แต่น่หี ัวใจ
มันว่ิงอยู่กบั โลกกับสงสารนู่น มนั ไมป่ ักมน่ั แลว้ มนั จะเหน็ อะไรกัน คือกินข้าวเน่ยี กินนอนอยู่ ย้ายไปน่ัน
นอนอยู่ก็ไปน่นั นอนก็ไปน่ี เลยไม่อิ่มสักที น้เี รือ่ งมัน เอาพิจารณามันซิ ถา้ คุมเขา้ จรงิ ๆ มันจะตอ้ ง
จับด้วยเงอื่ น เดี่ยวมันจะเกดิ อนั นั้นอันน้โี ลด น่ีลงมือจรงิ ท�ำ จริง มันต้องรู้จริง ใหพ้ ิจารณาตวั น้แี หละ
ตัวส�ำ คญั ถ้าหากวา่ จับจดุ ไดแ้ ล้ว มนั จะออกอุทานทนั ที อนจิ จัง ทุกขงั อนตั ตา อริยสจั ท้งั นั้น ถา้
ตแี ตกอรยิ สัจนีไ้ ดแ้ ลว้ กราบพระพทุ ธเจ้ากราบครบู าอาจารย์ มันกก็ ราบอย่อู ยา่ งนัน้ แหละหมดท้งั คนื นะ น่ี
ท่านพูดจรงิ ทำ�จรงิ มันจะประมวลมาหมดหรอก ท่พี ระพทุ ธเจ้าทา่ นเหน็ นะ มันจะมาเกิดจากใจเรานลี่ ะ
ให้พากนั เรง่ ความพากความเพียร
289
พระธรรมเทศนา
“ เร่อื งกิเลสมนั ย่งุ มันหนาจริงๆ นะ ไปท�ำ เลน่ ๆ ไม่ไดห้ รอก ”
“ มจั จุราชมันไลเ่ ข้าๆ แลว้ นะ มนั บบี เข้าๆ อยูน่ ้นั คนเรานี้มนั ก็เทา่ นน้ั เกิดแลว้ ตาย ตายแลว้ เกดิ
เกิดอยู่อย่างน้นั มีแตพ่ ระอริยเจ้าท้งั หลายทา่ นไมม่ อี ปุ าทาน ความยดึ ม่ัน ”
จิตตวิญญาณอันน้มี ันอันเดียวกันหมด มันร้จู ักดีร้จู ักช่วั เหมือนกัน ร้จู ักบาปร้จู ักบุญเหมือนกัน
แตเ่ สวยกรรมของเขานน่ั ละ่ เขาท�ำ มาอยา่ งนน้ั กเ็ สวยตามวบิ ากกรรม จติ อนั เดยี วกนั ตา่ งแตก่ ายเทา่ นน้ั ”
ถา้ เราเอาไปใครค่ รวญ เอาไปเปน็ คตติ วั อยา่ ง เอาความพากความเพยี ร ฟงั ไปกไ็ มเ่ อาไปพจิ ารณา
ไปกำ�กับจิตเจา้ ของนัน้ มนั กไ็ มเ่ กิดผลนะ มันเอาแต่ความจ�ำ ความจริงมนั ไม่เกิดกับใจเจา้ ของ มนั กไ็ ม่สิ้น
สงสยั เหมอื นกนั กบั เราเดนิ ทางนน่ั ละ่ เราไปเหน็ แลว้ ใครจะมาเถยี งคดั คา้ นไมไ่ ด้ เพราะไดไ้ ปเหน็ มาแลว้
ให้พากนั ดูตวั เองอา่ นตวั เองการภาวนามีเทา่ น้ัน ถ้าออกจากใจแลว้ ไม่มีที่รู้นะกเิ ลสตัณหามนั อยทู่ ีน่ ี่
(องค์หลวงปู่ปรารภถึงพระท่ีทำ�ไม่ดีแล้วไปตกนรก ดังนี้ว่า) เขาเอาผ้าเหลืองออกก่อนเพราะ
ผ้าเหลืองไมไ่ ด้ทำ�ผิด แลว้ พาดไวท้ ่เี สน้ ลวด เสน้ ลวดมีขนาดเท่ากบั ลำ�ตาล จนรบั นำ�้ หนกั ผ้าจีวรไมไ่ หว
แต่ละพทุ ธนั ดร สดุ ทา้ ยก็เลยขาด
โยมเขาทานผักเสน้ หนึ่ง ยกมอื สุดศอก จะเอาบุญที่ไหนใหเ้ ขา อยา่ กนิ ของชาวบา้ นอยู่โดยความ
ประมาท ถา้ หากเปน็ พระ ใหป้ ฏสิ งั ขาโยกอ่ น ไมส่ ามารถจะใหบ้ ญุ เขาได้ อยา่ งนอ้ ยจะตอ้ งมศี ลี พจิ ารณา
ปจั จัย ๔ (๑.จวี ร ๒.อาหารบณิ ฑบาต ๓.เสนาสนะ ๔.ยารกั ษาโรค) (ใชห้ น้คี า่ ข้าว และนำ�้ ของญาตโิ ยม
ไม่ได้ ผลของกรรมเลยกลายเปน็ ควายตู้ ไถนารับใช้ใหเ้ ขา)
คดิ หมิ่นเหมไ่ ม่ได้ อุปมาเปรยี บเหมือน “ขาหนง่ึ เหยยี บประตพู ระนิพพาน อีกขาข้างหนง่ึ เหยียบ
ปากกระทะทองแดง สามารถจะตกนรกได้ภายในฉบั พลัน” ส�ำ หรบั ชวี ติ นักบวช ถ้าท�ำ ดีกไ็ ดบ้ ุญมาก
ถา้ ทำ�ชวั่ กไ็ ด้บาปมาก
การภาวนาให้จิตอยู่กับปัจจุบัน ให้อยู่กับอารมณ์ปัจจุบัน ตลอด ๒๔ ชั่วโมง โดยไม่ให้เผลอ
จิตจะรวม ถ้าจิตรวมแลว้ ถึงจะพิจารณาสติปฏั ฐาน ๔ ไดผ้ ล
อานสิ งส์การสวดพระปาฏโิ มกข์ สามารถช่วยบุพการบี ิดามารดาได้ อานภุ าพของการสวด
พระปาฏโิ มกขแ์ รงสุดๆ แรงมากจริงๆ
290
ภาพถา่ ย ณ ศาลาใหญห่ น้าวดั ป่าบา้ นตาด ๑๒ สิงหาคม ๒๕๕๔ 291
พระธรรมเทศนา
อยากไดค้ ะแนนแตไ่ ม่ยอมอ่านหนงั สอื
เมือ่ ปพี ุทธศกั ราช ๒๕๔๖ มดี าบตำ�รวจนายหน่ึง อยากจะไปสอบเลอ่ื นขั้น เพอ่ื เปน็ นายต�ำ รวจ
ชนั้ สญั ญาบัตรตามวาระโอกาส จึงไดม้ ากราบเรยี นขอความเมตตาจากองค์หลวงปลู่ ี ดาบต�ำ รวจคนน้ัน
จึงไดก้ ราบเรียนแด่องค์หลวงปวู่ ่า
ดาบตำ�รวจ : หลวงปคู่ รบั ผมอยากจะไปสอบนายต�ำ รวจชน้ั สญั ญาบตั ร ไมท่ ราบวา่ ผมจะสอบไดไ้ หมครบั
หลวงปู่ลี : มันจะไดย้ งั ไง หนงั สอื ไมย่ อมอ่าน อยากจะไดแ้ ต่คะแนน
(เร่ืองน้ีนับว่าเป็นคติสอนใจได้อย่างดีแก่เหล่าบรรดาศิษยานุศิษย์ทุกคน ที่มีครูบาอาจารย์ช่วย
ชีแ้ นะบอกหนทางท่ีถกู ที่ควร ไม่ใหเ้ ราลืมตวั มวั มองหาแตส่ ่งิ ไกลตัว ไมย่ อมมองสิ่งใกลต้ ัวเรา และต้อง
รจู้ ักพ่งึ ตนเองกอ่ นอน่ื เป็นอันดับแรกกอ่ นทจี่ ะไปพ่ึงบารมีครูบาอาจารย)์
เจิมรถใหด้ ีตอ้ งเจมิ คนขับ
ครงั้ หนงึ่ มญี าตโิ ยมได้ซื้อรถใหม่ ดว้ ยความดใี จจงึ คิดจะไปกราบหลวงป่ลู ี ท่วี ดั ภผู าแดง เพอื่ ขอ
ใหห้ ลวงปเู่ มตตาท�ำ พธิ เี จมิ รถใหเ้ พอ่ื ความเปน็ สริ มิ งคลแกร่ ถคนั ดงั กลา่ วน้ี เมอ่ื ไปถงึ วดั ภผู าแดง ไดก้ ราบ
เรียนหลวงปู่ตามเจตนาที่ตนคิดเอาไว้แต่ต้น จากนั้นหลวงปู่จึงได้เมตตาให้โอวาทธรรมเตือนสติว่า
“พ่อแมค่ รูอาจารย์ไมพ่ าทำ� เราไมท่ ำ�อย่างน้ี การใชร้ ถจะดหี รือไมด่ ี มนั อยู่ท่ีคนขับตา่ งหาก ถ้าหากวา่
เราขบั ดมี นั กป็ ลอดภยั ”
อานสิ งส์สวดทพิ ยมนต์ (๙ กนั ยายน ๒๕๔๔)
โยม : ขาหลวงปเู่ ปน็ อยา่ งไรบ้าง?
หลวงปลู่ ี : ขากับเอวกป็ วด เขาว่าเปน็ โรคชราไปหาหมอเขาก็วา่ น้�ำ มนั ไขขอ้ มันแหง้ มนั สกึ หรอ
แลว้ กเ็ ลยไมไ่ ปหาหมอสกั ที
โยม : แล้วเรม่ิ ดขี นึ้ แล้วหรือคะ?
หลวงปู่ล ี : กพ็ อไปได้มาไดม้ ีหมพู่ วกมาต้งั ยาให้เด๋ียวนเี้ ป็นยาประคบ ทง้ั ประคบทั้งนวดดว้ ย
อาการดีขนึ้ มากแล้ว
โยม : หลวงปู่คะ อยา่ งลกู ศษิ ยท์ ไ่ี ปสวดมนตถ์ วายทา่ นพระอาจารยว์ นั ชยั ตอนเยน็ นไ้ี ดห้ รอื ไมค่ ะ?
หลวงปู่ล ี : ไดห้ มดนน้ั แหละ สวดบอ่ ยๆ ยง่ิ ดี จติ ใจของเรากส็ บายนะ สวดมนต์ อยา่ งหลวงปมู่ น่ั
หลวงปขู่ าวนีส้ วดมนต์เปน็ ชั่วโมง
292
ขอความไมม่ ี จงอยา่ มีแกข่ ้าพเจา้
ครั้งหนึง่ ในสมยั ก่อน หลวงปูล่ ี ไดพ้ าลกู ศิษยใ์ นวดั ไปเก็บมะกอกปา่ เอาถังเหลืองไปด้วยเพื่อใส่
มะกอกป่า ปรากฏว่า ได้มะกอกป่ากลับมาเยอะพอสมควร จากนั้นองค์หลวงปู่ก็บอกกับลูกศิษย์ว่า
เอ้า อยากได้อะไรก็อธษิ ฐานเอา ลกู ศิษยเ์ กดิ ความสงสัยว่า แคเ่ ก็บมะกอกปา่ อตุ สา่ ห์มาเกบ็ กไ็ มไ่ ด้
เตรียมอะไรให้ยุ่งยากสักเท่าไหร่ มะกอกเราก็ไม่ได้ปลูก แล้วจะได้บุญมากขนาดไหนหนอ จึงได้กราบ
เรยี นถามองคห์ ลวงปู่วา่ อยา่ งเชน่ อะไรครับ
หลวงปู่ลี เมตตาสอนว่า เช่น “ขอความไมม่ ี จงอย่ามีแก่ข้าพเจ้า”
(การทำ�บญุ ไมใ่ ชล่ กั ษณะทนุ นิยม ไม่ใชก่ ารลงทุน ผลบญุ จะได้มากหรอื น้อย ส�ำ คญั ท่ีเจตนาคือแรงศรัทธา
และความตงั้ ใจเปน็ ใหญ่ ผลบญุ ทสี่ นองกลบั มานน้ั มากมายมหาศาลขนาดไหน เหตกุ ารณน์ จี้ งึ ท�ำ ใหล้ กู ศษิ ยไ์ ดค้ ตเิ ตอื น
ใจวา่ องคห์ ลวงปู่ท่านเคยใหส้ รา้ งกระต๊อบเล็กๆ ไว้สำ�หรับให้พระพักภาวนาบนภูผาแดง บางทีอานิสงส์ผลบญุ อาจ
จะได้มากกว่าคนทส่ี รา้ งตกึ สงู ๑๐ ชน้ั แต่แรงศรัทธาของเขาอาจจะยงั ไมเ่ ตม็ รอ้ ยก็ได้)
ถกู ดดุ ว้ ยเหตุผล
ครงั้ หนึง่ ในอดตี สมยั ทอี่ งค์หลวงปูล่ ี ท่านเคยอยูศ่ ึกษาปฏิบัตธิ รรมท่ีวัดป่าบา้ นตาดกบั พอ่ แมค่ รู
อาจารยห์ ลวงตามหาบวั ญาณสัมปันโน ในบางครั้งท่หี ลวงปูล่ ีถูกองค์หลวงตาดอุ ยา่ งแรง ส่วนลกู ศิษย์
ผทู้ ่ีอยใู่ นเหตกุ ารณ์จึงเกดิ ความสงสัยวา่ ทำ�ไมองค์หลวงตาถงึ ดหุ ลวงปู่ลี ทั้งๆ ทห่ี ลวงปูล่ ีท่านเปน็ พระ
สุปฏิปันโนแล้ว องค์หลวงตาก็มักจะพูดชมคุณธรรมของท่านเสมอ และมักจะเรียกท่านว่า ธรรมลี
ถ้าท่านดุพวกเราคนมีกเิ ลสกเ็ พ่อื ให้มคี วามเพียร ให้เกดิ มรรคผล
ลูกศิษย์ : หลวงป่คู รับ หลวงปู่กข็ นาดนแี้ ล้ว ไม่ทราบวา่ องคห์ ลวงตา จะดุหลวงป่ทู �ำ ไมอกี
ดพุ วกผมก็อยากใหม้ ีความเพียร อยากใหเ้ หน็ ธรรม ให้มีความรู้ ให้มสี ตปิ ัญญา
หลวงปลู่ ี : อ๋อ เหตผุ ลของทา่ นเหนอื เรา ทา่ นก็ยงั ดุเราได้อยู่
(ยกตัวอย่าง เช่น มีคน ๒ คน เถียงกันวา่ บนภเู ขาน้ีมีชา้ ง ๓ เชอื ก อกี คนบอกว่า มี ๕ เชือก
แต่ถ้าเปน็ ครบู าอาจารยท์ า่ นรูล้ ะเอียดกวา่ กว้างขวางรอบคอบกวา่ ท่านกพ็ ดู ฟนั ธงไดเ้ ลยวา่ ไมใ่ ช่ผดิ
ทั้งสองคนน่นั แหละ สรุปคือมี ๑๐ เชอื ก )
293
พระธรรมเทศนา
นกยูง
วิธีสังเกตนกยูงไทยและนกยูงอินเดีย นกยูงไทย ขนที่หัวมันจะเป็นกระจุก ส่วนนกยูงอินเดีย
ขนที่หัวมนั จะเป็นลักษณะแบน ๆ
หลวงปลู่ ี พดู ขน้ึ วา่ นกยงู ไทยกบั นกยงู อนิ เดยี มนั ไมผ่ สมพนั ธกุ์ นั นะมนั รกั ตระกลู มนั หยง่ิ ในตระกลู
มนั ไมเ่ หมอื นคน...
(เรื่องนเ้ี ป็นคติและขอ้ คดิ เชน่ คนไม่รกั ในตระกลู ไมห่ ยงิ่
ในตระกูลพอเหน็ ชาวต่างชาติแลว้ คดิ วา่ เขาจะรวยมเี งนิ มที อง
ก็รีบกระโดดใส่เลย)
กราบกระดูก
คร้ังหน่ึงหลวงปู่ลีท่านไปเย่ียมเยือนครูบาอาจารย์ ณ วัดถำ้�เกีย อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี
เป็นวัดของหลวงปูม่ ี ปมตุ โฺ ต ซ่ึงเปน็ พระพีช่ ายขององคห์ ลวงปู่ลี จากน้นั ทา่ นกเ็ ดนิ ไปดูธาตุที่ใสก่ ระดกู
คนตายต่างๆ ที่วางตั้งเรียงรายกันอยู่ตามลานหิน ซึ่งมีจำ�นวนค่อนข้างมาก เม่ือท่านเห็นดังนั้น
องคห์ ลวงปกู่ ไ็ ดป้ รารภขึน้ ว่า พวกนีม้ ันกราบกระดกู กัน
เมอื่ ลกู ศิษย์ไดย้ นิ ดงั นน้ั จึงพูดเสริมขนึ้ วา่ ลกู หลานเขาเคารพบรรพบุรุษ เขากอ็ ยากมธี าตุเอาไว้ใส่
กระดูกเพอ่ื เปน็ เคร่ืองหมายส�ำ หรับเอาไวเ้ คารพ สกั การะ
หลวงปลู่ ี เมตตาสอนวา่ รำ�ลกึ ถงึ คณุ งามความดี ก็ร�ำ ลกึ อยู่ในใจซิ
(ครูบาอาจารย์ท่านสอนใหเ้ ราอยา่ ไปมงุ่ สรา้ งแต่วัตถุ แตเ่ ราเปน็ การสรา้ งวัตถมุ าอวดอา้ ง เปลืองเนอื้ ท่แี ละเปน็ การสิน้ เปลอื งเงินทอง)
294
ตาทพิ ย์ หทู ิพย์
ลกู ศิษยห์ ลวงปู่ลีไดไ้ ปนวดเส้นถวายหลวงปู่เจ๊ยี ะ จุนโท ทว่ี ัดภรู ทิ ัตปฏปิ ทาราม อำ�เภอสามโคก
จังหวดั ปทมุ ธานี ทีนหี้ ลวงปูเ่ จี๊ยะ ได้ปรารภข้ึนมาท�ำ นองว่า พระอาจารยจ์ นั ทร์เรยี นเหาะได้ คลา้ ยๆ
วา่ ทา่ นมฤี ทธ์ิ มีหทู ิพย์ ตาทพิ ย์ ตอ่ มาลกู ศษิ ยก์ เ็ ลยกลบั มาเลา่ ใหห้ ลวงปลู่ ฟี งั ตามทไ่ี ดย้ นิ จากหลวงปเู่ จย๊ี ะ
หลวงปู่ลีก็เลยบอกว่าหูทิพย์ ตาทิพย์ มันจะไปยากอะไร ต่ืนเช้ามาใครจะมาวัดก่ีคนมันก็รู้หมดแล้ว
ไมแ่ สดงตวั ไม่แสดงออกหรอก เพราะถา้ โยมเขารู้เขาจะมาขอให้ดูน่ันดูนี่ เด๋ยี วคนจะมากวน จากนน้ั ทา่ น
กเ็ ลา่ เรอ่ื งหลวงปู่ชอบ ฐานสโม มาประกอบให้ฟงั
คร้ังหนงึ่ หลวงปู่ชอบทา่ นไปธุดงคอ์ ยแู่ ถวรมิ แมน่ ้ำ�โขงทางฝั่งไทย ท่านน่งั ภาวนาแลว้ นกึ อยากไป
เทีย่ วฝั่งลาว ทนี พ้ี ญานาคกเ็ ลยมากราบทา่ นแล้วบอกวา่ ถ้าหลวงปอู่ ยากจะไปเท่ียวทางฝั่งลาว พรุ่งน้ี
เช้าฉันจังหันเสร็จขอนิมนต์ให้หลวงปู่ไปที่ท่านำ้�นี้ผมจะคอยอยู่ พอรุ่งเช้าหลวงปู่ชอบก็ไปตามคำ�นิมนต์
ของพญานาค เม่ือถึงทท่ี า่ น้ำ�กม็ องเหน็ จระเขใ้ หญม่ ันลอยตวั อยู่ แตแ่ ผน่ หลงั โผลข่ ้นึ มาพอป่ิมน้�ำ นดิ หนง่ึ
จากนนั้ หลวงปูช่ อบท่านกไ็ ด้เหยียบข้นึ บนหลังจระเข้ แลว้ จระเขต้ ัวน้นั ก็พาหลวงป่ลู อยไปแบบนม่ิ ๆ ช้าๆ
เพอื่ จะพาขา้ มไปสง่ ยงั ฝงั่ ลาว พอชาวลาวมองเหน็ เหตกุ ารณอ์ ยา่ งนน้ั เขากเ็ ลยคดิ วา่ หลวงปชู่ อบเดนิ บน
น�้ำ ได้ คนกย็ งิ่ แตกตน่ื กนั มาเฝา้ หลวงปชู่ อบทง้ั วนั ทง้ั คนื เพราะถอื วา่ ทา่ นเปน็ ผวู้ เิ ศษ เมอ่ื มผี คู้ นมารมุ เฝา้
ท่านมากๆ สถานท่ีอย่จู งึ ไมค่ อ่ ยสปั ปายะท่านก็เลยตดั สินใจธดุ งคต์ อ่ ไปยังอีกหมู่บา้ นหนงึ่
ณ สถานทแี่ ห่งน้ีมผี ีเจา้ ทม่ี าเข้าฝันท่าน บอกเรื่อง ไหทองค�ำ วา่ ได้เอาฝังอยทู่ ใี่ ตต้ ้นไมน้ ี้ แตก่ ่อน
ยงั ไมม่ ตี น้ ไมแ้ ตต่ น้ ไมน้ ม้ี นั มาเกดิ ทหี ลงั เพราะฝงั สมบตั ไิ วน้ านแลว้ ขอใหห้ ลวงปชู่ ว่ ยบอกลกู หลานใหด้ ว้ ย
ลูกหลานช่ือน้ีนามสกุลน้ี ให้มาเอาไหทองคำ�ไปผมจะได้ไปเกิดเสียที ด้วยความเมตตาของหลวงปู่ชอบ
ทา่ นก็ไปถามคนในบ้านหลงั น้ันวา่ โยมมีญาติชือ่ น้นี ามสกุลน้ีไหม โยมเขาก็ตอบวา่ มีครับ
หลวงปู่ชอบ: นั่นแหละ วิญญาณของบรรพบุรุษเขาบอกว่าให้โยมไปเอาไหทองคำ�ท่ีเขาฝังเอาไว้
แลว้ เขาจะได้ไปผดุ เกดิ จากน้ันตอ่ มาโยมกไ็ ด้ไปขุดเอาไหทองคำ�ตามทหี่ ลวงปชู่ อบท่านบอก ปรากฏวา่
เจอไหทองคำ�จริงๆ ทีนี้คนทัง้ หม่บู า้ นกพ็ ากนั แตกตื่นเยอะเตม็ ไปหมด หล่งั ไหลมาเฝ้าท่านท้งั วนั ท้ังคืน
(หลวงปู่ลี ทา่ นเล่าท้ัง ๒ เรอื่ งน้ีให้ลูกศษิ ย์ฟังเพ่ือเปน็ อทุ าหรณ์วา่ ครบู าอาจารย์ทา่ นจงึ ไมพ่ ยายามท�ำ ตัวเปน็
ผู้วเิ ศษ ไมท่ �ำ ตัวเป็นผ้มู ีตาทพิ ยห์ ทู ิพย์ เดี๋ยวคนก็จะหลงั่ ไหลมากวนเยอะ วันหนง่ึ ๆ ไมม่ ีเวลาไดพ้ กั ผอ่ น ทา่ นบอกวา่
ความเกี่ยวข้องของคนมันเหมือนใยบวบ ญาณหรือความรู้ วาระจิตที่ท่านเห็น ท่านรับรู้ได้เหมือนใยบวบน่ันแหละ
แตท่ า่ นไมพ่ ูด)
295
พระธรรมเทศนา อยากสวยเหมอื นมาลัย
ณ วัดป่าบา้ นตาด ตอนนน้ั กำ�ลังถมก�ำ แพง หลวงปลู่ ีก็ไดม้ าพกั
อยกู่ ฏุ ติ น้ สะเดา แลว้ ทา่ นเดนิ ไปดทู ถี่ มดนิ ไมไ่ ดอ้ ยอู่ าสนะทนี่ ง่ั ขององคท์ า่ น
มโี ยมอบุ าสกิ าคนหนง่ึ มคี วามศรทั ธาในองคห์ ลวงปไู่ ดน้ �ำ พวงมาลยั
ท่ีสวยงามมากและทำ�มาอย่างดี เขาได้นำ�มาถวายแดอ่ งค์หลวงปู่ โดย
มาวางไว้ทอ่ี าสนะของทา่ น แล้วกก็ ลับไป พอหลวงปกู่ ลบั มาถึงท่ีอาสนะ
จงึ มองเหน็ พวงมาลยั ทีเ่ ขามาวางเอาไว้ จึงได้ปรารภวา่ ประสาของแค่
นี้ก็เอาถวาย
ลกู ศษิ ยท์ ่ีอยูใ่ กลช้ ดิ จงึ ได้กราบเรียนว่า หลวงปู่ ผู้หญงิ เขาก็อยาก
สวยอยากงาม จึงได้ถวายของทีล่ ะเอียดประณีตครบั ผม
หลวงปลู่ ี เมตตาสอนว่า อยากสวยอยากงามกใ็ หร้ กั ษาศลี ภาวนาซิ
(คตขิ อ้ คดิ ทไ่ี ด้ คอื ครบู าอาจารยท์ า่ นสอนไมใ่ หส้ าธชุ นไปยดึ ตดิ ในวตั ถภุ ายนอกมากเกนิ ไป ไปหลง
ความสวยงามของดอกไมจ้ นลืมเรื่องสำ�คัญคือ การรักษาศลี เจริญเมตตาภาวนา)
ใหม้ องดตู นเอง
ครงั้ หนงึ่ มลี ูกศิษย์ได้ตดิ ตามองคห์ ลวงปู่ลี ไปธรุ ะต่างจงั หวดั ระหว่างทางบังเอญิ ลูก
ศิษย์ได้มองไปเหน็ สามเณร ๒ องค์ รูปร่างดีลกั ษณะท่าทางดีก�ำ ลงั ถือป่ินโตเดินผา่ นหมู่บา้ นเพื่อท่ีจะ
กลบั วัดในระหวา่ งเวลาก่อนเพล สามเณรนงุ่ แต่องั สะไม่ไดห้ ่มจวี ร ดกู ิริยาไมค่ ่อยเรียบรอ้ ยงามตาตาม
แบบอยา่ งของครบู าอาจารย์ จึงไดแ้ ตน่ ึกต�ำ หนใิ นใจ และได้กราบเรยี นองค์หลวงปูล่ ี วา่ หลวงปู่ครับ
สามเณร ๒ องคน์ รี้ ปู รา่ งดที า่ ทางมบี ุญ ถ้าหากไดม้ ีโอกาสอย่ศู ึกษากบั ครูบาอาจารยท์ ี่ดคี งจะได้ดีกวา่ นี้
นะครบั
หลวงปู่ลี ทา่ นจงึ เอย่ ขนึ้ วา่ ตนเองกเ็ หมอื นกัน ขนาดอยู่ใกลค้ รบู าอาจารยท์ า่ นอุตสา่ หส์ อนแทบตาย
มันไมเ่ อากม็ ี
ปรารถนาพทุ ธภมู ิ
มลี กู ศษิ ยค์ นหนง่ึ ขบั รถพาหลวงปลู่ ี ขน้ึ ไปชมถ�ำ้ ขาม ซง่ึ อยใู่ นวดั ภผู าแดง พอกลบั ลงมาระหวา่ ง
ทาง ลูกศิษยจ์ ึงได้กราบเรยี นถามหลวงปดู่ ว้ ยความไม่ประสา วา่
ลกู ศษิ ย์ : หลวงปคู่ รับ หลวงปไู่ มป่ รารถนาพทุ ธภูมิ บา้ งหรือครบั
หลวงปู่ : รูร้ ักษาตวั รอดเป็นยอดดี
296
แกน่ ขาม
แกน่ ขาม เป็นสิ่งทหี่ าได้ยากและมปี ระโยชนม์ ากมายหลายอยา่ ง
เชน่ ท�ำ กลด ดา้ มมดี ดา้ มขวาน ขาบาตร หรอื บรขิ ารอืน่ ๆ ฯลฯ ของ
พระกรรมฐาน องค์หลวงปู่ลี ได้เมตตาแนะนำ�ลูกศิษย์ว่า การปลูก
ตน้ มะขาม ใหเ้ ราคอยสงั เกตดใู หด้ วี า่ ถา้ ตน้ ไหนมนั งอกออกจากเมลด็ ตรง
กบั วันองั คาร แสดงวา่ มะขามตน้ น้นั มนั จะมีแก่น ถา้ ตน้ ไหนงอกวันอ่นื แลว้
ปลกู จนตายก็ไมม่ แี ก่น
(วันอังคาร มีความสำ�คัญและมีความหมายอย่างไร ถ้าเทียบตามหลัก
โหราศาสตร์แลว้ ถอื ว่า วนั อังคาร เปรยี บเสมือนวันนกั รบ วนั ขุนศึก)
ปลูกมะละกอ
ทำ�อย่างไรการปลูกต้นมะละกอ จะทำ�ให้ได้ผลดก ออกลูกออก
ผลเยอะๆ สมดงั เจตนารมณข์ องผปู้ ลูก องค์หลวงปู่ลี ไดเ้ มตตาแนะน�ำ
ลกู ศษิ ยว์ า่ เวลาปลกู ใหเ้ ราหงายมอื ขน้ึ บนฟา้ เพราะถา้ หากวา่ เวลาปลกู
เราควำ�่ มือลงขา้ งลา่ งแล้วมะละกอต้นน้นั จะไมม่ ลี ูก
ใหห้ งายมอื ขนึ้ มันจะเป็นตัวเมีย
ถ้าหากคว่ำ�มือ มนั จะเปน็ ตวั ผู้ จะไม่มลี ูก
จะมีรฐั มนตรี หรอื ไม่
มเี หตุการณค์ รง้ั หนึง่ ลกู ศษิ ยไ์ ดข้ ับรถพาหลวงปไู่ ปธุระต่างจงั หวัด พอดีมองเห็นโรงเรียนกำ�ลงั
เลกิ เรยี น มนี ักเรียนจ�ำ นวนมากประมาณ ๒๐๐-๓๐๐ คน ฝา่ ยลูกศิษยท์ ีไ่ ปด้วยจงึ ได้กราบเรยี นถามว่า
หลวงป่คู รับทง้ั โรงเรียนนี้จะมรี ัฐมนตรสี ักคนไหมครบั
หลวงปู่ลี ปรารภวา่ ไมม่ ีหรอก อย่างเกง่ กม็ ีเศรษฐี
(จากเหตุการณ์ทำ�ให้เราได้คติและข้อคิดว่า ความรู้ของครูบาอาจารย์ ถามปุ๊บ ท่านก็จะตอบปั๊บทันที เป็น
ค�ำ ถามคำ�ตอบอยใู่ นนัน้ พรอ้ มตลอดเวลา ไม่ตอ้ งไปสอบถามหรือเช็คแฟม้ ขอ้ มูล ไมต่ ้องคิดนานเสยี เวลา น่งั หลับตา
ท้ังวันทง้ั คนื หรือตอบแบบลงั เลสงสัย)
297
พระธรรมเทศนา
รอยยิ้มท่ีเปยี่ มด้วยเมตตาธรรมขององค์หลวงปลู่ ี
ภาพถา่ ยที่ กฏุ ริ บั รองพ่อแม่ครูอาจารย์ บริเวณถำ้�ขาม
298
เดนิ กลางคืนให้ส่องไฟฉาย
คร้งั หน่ึงณ สวนแสงธรรม พุทธมณฑลสาย ๓ กรงุ เทพมหานคร ลกู ศษิ ย์ก�ำ ลงั เดินไปมาอยู่ใน
ส�ำ นกั ในตอนกลางคนื แตไ่ มไ่ ด้สอ่ งไฟฉาย คิดวา่ จำ�ทางไดแ้ ละคงจะไมม่ อี นั ตรายอะไรเกิดขน้ึ พอจากนน้ั
ก็ไดเ้ ดนิ สวนทางกับองคห์ ลวงปู่ ท่านจงึ เมตตาเตอื นสตวิ ่า
หลวงปู่ลี : เดนิ กลางค�่ำ กลางคนื ทำ�ไมไมใ่ ช้ไฟฉาย
ลูกศษิ ย์ : มนั ก็ไมเ่ ห็นมีอะไรนคี่ รับหลวงปู่
หลวงปู่ลี : เอา้ แลว้ สัตว์เลก็ สตั ว์น้อยล่ะ
(องคห์ ลวงปู่ ทา่ นเมตตาสอนใหร้ ู้จกั คดิ รจู้ กั พิจารณา ใหม้ เี มตตาต่อสัตวต์ วั เล็ก ๆ นอ้ ยๆ เชน่ หอยทาก มด แมลงต่างๆ
เราอาจจะพลาดไปเหยียบเขาตาย ถ้าเราใช้ไฟฉายเขาก็จะได้ไม่ตายเพราะเราตัวเราเองก็ไม่ต้องลำ�บากเพราะกรรมท่ีไม่ได้เจตนาให้
ชีวติ สตั ว์อ่ืนๆ ต้องตาย เรามัวแต่เปน็ ห่วงคิดว่าเขาจะท�ำ อนั ตรายเรา ก็เลยลมื คิดวา่ เราจะไปท�ำ อันตรายตอ่ สัตว์เล็กๆ สรุปง่ายๆ คือ
คนเรามนั หว่ งแต่ชีวติ ตนเองไมค่ อ่ ยเป็นห่วงชวี ิตผู้อน่ื ถ้าเปน็ หว่ งชีวิตสตั ว์อนื่ มันก็ต้องฉายไฟเพื่อป้องกันไม่ให้ไปเหยียบเขา)
ปลกู มะขามเทศ
ครงั้ หนึ่ง มีลูกศษิ ยเ์ ก็บมะขามเทศมาถวายหลวงปู่ลี เพอื่ นำ�มาเพาะต้นกล้า เปน็ จ�ำ นวนมากซ่งึ
ในปีนน้ั องค์หลวงปลู่ ีไดม้ าพักอยู่ท่ี บา้ นนาแอง อ.เมือง จ.อดุ รธานี
องค์หลวงปู่ลีก็เมตตาอุตส่าห์มานั่งทำ�ช่วยลูกศิษย์ โดยการเอาดินกรอกใส่ถุงดำ� พอทำ�ไปนานๆ
ลกู ศษิ ยท์ ีม่ าช่วยท�ำ ก็ร้สู กึ เหนือ่ ยล้า เริม่ จะขเี้ กยี จ อยากจะหาทางออก ไมค่ ่อยอยากท�ำ ต่อจึงหาอุบาย
แกล้งไปนับจำ�นวนถุงต้นกล้าว่าทำ�ได้มากขนาดไหนก่ีต้นแล้วเมื่อองค์หลวงปู่ท่านเห็นอย่างนั้นท่านจึงได้
เมตตาเตอื นสตวิ า่
หลวงปูล่ ี บอกวา่ จะไปนับทำ�ไม ใหท้ �ำ ไปเรือ่ ยๆ เดย๋ี วมนั ก็เสร็จหรอก
(หมายความว่า ท่านสอนเราวา่ อย่าไปมวั มองอดีต อนาคต ให้สนใจอยูก่ ับปจั จบุ ันทำ�ไปทลี ะนิดทีละหนอ่ ยเดย๋ี วมนั
ก็เสรจ็ ได้ งานมันจะหนกั มากขนาดไหนก็มที างท่ีจะเสร็จไดถ้ ้าหากเราไมล่ ดละความเพยี รพยายาม)
299