The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลวงปู่ลี กุสลธโร วัดภูผาแดง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by wonchai890, 2022-09-05 21:32:29

90 ปี เศรษฐีธรรม

หลวงปู่ลี กุสลธโร วัดภูผาแดง

ถวายการอุปฏั ฐาก

(เมรุ ท่คี ณะศษิ ยานศุ ิษยร์ ่วมใจสามัคคีสรา้ งถวาย สำ�หรับใช้ในวันงานพระราชทานเพลิง)

ปรศิ นาธรรมของเมรุ

ปริศนาธรรมของเมรุ มคี ติธรรมแฝงอยดู่ ังนี้ ส่วนท่ีเห็นได้ออกแบบเปน็ ๓ ชน้ั หมายถงึ เจดยี ์
เพยี งแตไ่ มม่ ยี อด เนอื่ งจากเจดยี เ์ ปน็ เครอ่ื งหมายแสดงถงึ การสกั การบชู า ซง่ึ ผทู้ ม่ี คี ณุ ความดพี เิ ศษควร
สร้างสถูปหรือเจดีย์ไว้เคารพบูชามี ๔ ประเภท ได้แก่ ๑.พระตถาคตอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า,
๒.พระปจั เจกพทุ ธเจา้ , ๓.พระอรหันตสาวก, ๔.พระเจา้ จักรพรรดิ
ฐานเจดีย์ชน้ั ทหี่ น่ึง หมายถงึ ศลี ซ่ึงเปน็ เคร่อื งรองรับสมาธิ ช้นั นีม้ เี ส้นผา่ ศนู ยก์ ลาง ๔๐ เมตร
สื่อถึง “ กรรมฐาน ๔๐ ” คือ อบุ าย ๔๐ วิธีในการฝึกจิตให้เป็นสมาธิ
ฐานเจดียช์ ้นั ทส่ี อง หมายถงึ สมาธิ เมอื่ สมาธแิ นบแน่นกจ็ ะเปน็ ฐานใหเ้ กดิ ปญั ญาตอ่ ไป ช้นั น้ี
มเี ส้นผา่ ศนู ย์กลาง ๓๒ เมตร สอ่ื ถงึ “ กาย ๓๒ ” คอื ส่วนประกอบทีม่ ลี กั ษณะต่าง ๆ กนั ๓๒ อย่าง
ในรา่ งกาย เช่น ผม ขน เลบ็ ฟนั หนงั ฯลฯ การพิจารณากาย ๓๒ จะตดั กามตณั หาราคะได้
ฐานเจดยี ช์ น้ั ทสี่ าม หมายถงึ ปัญญา หรือการศึกษาข้ันสูง เพ่ือให้สามารถตดั กเิ ลสไดโ้ ดยสิ้นเชิง
ชนั้ นม้ี ีเส้นผ่าศนู ย์กลาง ๑๖ เมตร สอ่ื ถึง “ โสฬสญาณ (ญาณ ๑๖) ” คือ ญาณท่ีเกิดขึ้นแก่ผู้เจริญ
วิปสั สนาตามลำ�ดับต้งั แตต่ น้ จนถงึ ทีส่ ดุ

350

ชน้ั บนสุดวางเตาเผาลักษณะเรียบง่าย ผนงั ท�ำ ดว้ ยอิฐ เตานจ้ี ะอยกู่ ่งึ กลางพอดี เพื่อสอื่ ถึงความหมายว่า
หลวงตาไดบ้ ำ�เพญ็ เพียรจนบรรลธุ รรมขน้ั สูงสดุ ได้เสวยวิมุตติสขุ เป็นผู้รู้ ผูต้ ่ืน ผเู้ บกิ บานโดยแท้
บนั ไดทางข้ึนเมรุมี ๔ ทาง สื่อถงึ “ อริยสัจ ๔ ” คอื หลักความจริง ๔ ประการ ที่พระพุทธเจ้าทรง
ตรสั รู้ หัวเสามี ๑๓ เหล่ยี ม แทนหลัก “ ธุดงควัตร ๑๓ ”
กลด มรี ัศมกี ว้าง ๘.๓๐ หมายถึง อรยิ มรรคมอี งค์ ๘ กไ็ ด้ หรอื จะหมายถึงมงคลสตู ร ๓๘ ประการ
ก็ได้ ซ่ึงมงคลสูตร ๓๘ ประการน้ันมีเนื้อหาสำ�คัญคือ การปฏิเสธมงคลจากภายนอกศาสนาหรือ
การกราบไหวส้ ิ่งศกั ดิ์สทิ ธิ์ แต่ใหเ้ ราหม่ันทำ�ความดี สรา้ งมงคลชวี ติ ขึ้นด้วยตวั เอง
หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน ละสังขารเม่ือวันที่ ๓๐ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๕๔
สิรอิ ายุรวม ๙๗ ปี ๕ เดือน ๑๘ วัน ๗๗ พรรษา พระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยูห่ วั ภูมพิ ลอดุลยเดช
ทรงพระกรุณาโปรดเกลา้ ฯ ใหบ้ �ำ เพญ็ พระราชกศุ ล ๗ วัน หลังจากนน้ั ทางคณะกรรมการจัดงานได้จัด
ให้มีการไหว้พระสวดมนต์ถวายทกุ คืน แต่ไม่มกี ารสวดพระอภธิ รรม มเี ฉพาะสวดบงั สุกลุ และแสดงพระ
ธรรมเทศนา ท้ังน้แี ม้จะเป็นงานทม่ี ีผูร้ ว่ มงานมหาศาล แต่เนอื่ งจากความสามคั คีของศษิ ยานศุ ิษยไ์ ด้มา
ร่วมช่วยกันเป็นจำ�นวนมาก งานจึงสำ�เร็จลุล่วงผ่านไปได้ด้วยความเป็นระเบียบเรียบร้อย วันพระราช
ทานเพลงิ สรีระสงั ขาร ไดจ้ ัดให้มขี น้ึ ในวันเสาร์ท่ี ๕ เดือนมีนาคม พุทธศักราช ๒๕๕๔

สภาพเมรุ ในปัจจบุ ัน หลังจากผา่ นวันงานพระราชทานเพลงิ
ทางวดั ไดส้ รา้ งรัว้ สแตนเลสกนั้ ไว้อย่างแน่นหนาม่นั คง เพ่ือความเปน็ ระเบียบและปลอดภัย

351

ถวายการอปุ ัฏฐาก

352

(ภาพบรรยากาศในวนั เคล่อื นสรรี ะสังขารฯ เพ่อื ข้นึ สู่จติ กาธาน ๔ มีนาคม ๒๕๕๔)

งานพระราชทานเพลงิ สรรี ะสงั ขารฯ ๕ มนี าคม ๒๕๕๔

พระเทพสารเวที เลขานุการสมเด็จพระสังฆราชฯ รว่ มพธิ พี ระราชทานเพลงิ สรีระสังขารฯ
สมเดจ็ พระนางเจา้ สริ กิ ติ ์ิ พระบรมราชนิ นี าถ เสด็จไปในการพระราชทานเพลิงสรรี ะสังขารฯ
สมเด็จพระเจ้าลกู เธอ เจ้าฟา้ จุฬาภรณวลยั ลกั ษณ์ฯ เสดจ็ ไปในการพระราชทานเพลิงสรรี ะสงั ขารฯ

นายอภิสิทธ์ิ เวชชาชวี ะ (อดตี นายกรฐั มนตร)ี พรอ้ มคณะรฐั บาล ไดม้ ารว่ มพิธีฯ 353

ถวายการอุปัฏฐาก

หลวงปลู่ ี กุสลธโร เปน็ องค์ประธานในงานพระราชทานเพลิงสรีระสงั ขาร
พอ่ แมค่ รูอาจารย์หลวงตามหาบวั ญาณสัมปนั โน

(ภาพบรรยากาศในงานพระราชทานเพลงิ สรีระสังขารฯ ๕ มนี าคม ๒๕๕๔)

354

(ทั้งฝา่ ยบรรพชติ และคฤหัสถ์ มารว่ มพธิ ีพระราชทานเพลงิ ฯ อย่างเนอื งแนน่ ) 355

ถวายการอุปัฏฐาก

บรรยากาศในวันงานพระราชทานเพลงิ สรรี ะสังขาร พระธรรมวิสุทธมิ งคล
หลวงตามหาบวั ญาณสมั ปนั โน (ในคนื วนั เสาร์ที่ ๕ เดือนมีนาคม พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๕)

356

อัฐธิ าตหุ ลวงตามหาบวั แปรสภาพเปน็ พระธาตลุ ักษณะตา่ งๆ

357

พระบูรพาจารย์ ๙ องค์ ณ ต้นพระศรมี หาโพธิ วัดโพธิสมภรณ์ อ.เมอื ง จ.อดุ รธานี

ประวตั สิ ังเขป พระบูรพาจารย์

* พระบรู พาจารยท์ อี่ งคห์ ลวงป่เู คารพ
และเป็นเสมือนผบู้ อกทาง

* ครูบาอาจารย์ทเ่ี กย่ี วขอ้ ง
กบั องค์หลวงปู่ลี

(เคยร่วมออกธุดงค์ และจำ�พรรษา)

พระครูวินยั ธร (หลวงปู่ม่นั ภูริทตั โต)

วดั ป่าสุทธาวาส อ.เมือง จ.สกลนคร
นามเดิม ม่นั แก่นแกว้
เกิด วันพฤหัสบดีที่ ๒๐ มกราคม ๒๔๑๓ ปีมะแม เดอื นย่ี ณ บ้านค�ำ บง อ.ศรเี มืองใหม่
จ.อุบลราชธานี
โยมบดิ า คำ�ดว้ ง แก่นแกว้
โยมมารดา จนั ทร์ แก่นแก้ว
บรรพชา เ ป็นสามเณร ในสำ�นักวัดบ้านคำ�บง ๒ ปี และไดล้ าสิกขา มาช่วยงานทางบา้ น
อุปสมบท ว ันท่ี ๑๒ มิถุนายน ๒๔๓๖ ณ วัดศรีอุบลรัตนาราม อ.เมือง จ.อุบลราชธานี

โดยมี พระอริยกวี (อ่อน ธมมฺ รกฺขโิ ต) เปน็ พระอุปชั ฌาย์ และพระครูสที า ชยเสโน
เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระครปู ระจกั ษอ์ บุ ลคณุ (สยุ่ ) เปน็ พระอนสุ าวนาจารย์ ไดร้ บั
ฉายานามวา่ “ภรู ทิ ตโฺ ต” ท่านได้อยสู่ �ำ นักวปิ ัสสนากับท่านพระอาจารยเ์ สาร์ กนฺตสีโล
พระ ณ วัดเลียบ อ.เมอื ง จ.อบุ ลราชธานี

หลวงป่มู ่นั ภูริทตั โต ทา่ นเป็นสดุ ยอดพระอรหันตแ์ หง่ ยคุ เป็นบิดาของพระกรรมฐาน ต�ำ นาน
ชีวิตและปฏิปทาของท่านถูกกล่าวขานกนั ไมร่ จู้ บ ทา่ นสำ�เร็จปฏสิ ัมภิทานศุ าสน์ ๔ อยา่ ง คือ
๑. ธัมมปฏสิ ัมภิทา คอื แตกฉานในธรรม ๒. อตั ถปฏสิ ัมภิทา คอื แตกฉานในอรรถ
๓. นิรุตติปฏสิ มั ภทิ า คือ แตกฉานในภาษา ๔. ปฏิภาณปฏสิ มั ภทิ า คือ แตกฉานในปฏภิ าณ

ท่านได้แสวงหาวิเวกบำ�เพ็ญสมณธรรมในเขตภาคเหนือหลายแห่ง เพ่ือสงเคราะห์สาธุชนในท่ี

ต่างๆ นานถึง ๑๑ ปี จนได้รับความรู้แจ่มแจ้งในพระธรรมวินัย ส้ินความสงสัยในสัตถุศาสน์

บรรลุธรรมข้ันพระอรหัตผล ที่ถ้ำ�ดอกคำ� ตำ�บลนำ้�แพร่ อำ�เภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ จากน้ัน

ท่านเจ้าคุณพระธรรมเจดีย์ (จูม พันธุโล) จึงได้กราบอาราธนาท่าน เพื่อกลับมาเมตตา

โปรดสาธชุ นทางภาคอีสาน วาระสุดทา้ ยทา่ นจำ�พรรษาที่วัดปา่ ภูรทิ ตั ตถริ าวาส บา้ นหนองผอื ตำ�บล

นาใน อำ�เภอพรรณานคิ ม จงั หวัดสกลนคร ทา่ นละสังขารเขา้ สูอ่ นปุ าทเิ สสนพิ พาน ณ วดั ปา่ สทุ ธาวาส

อำ�เภอเมือง จังหวัดสกลนคร เมื่อวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน พทุ ธศักราช ๒๔๙๒ เวลา ๐๒.๒๓ น.

สิรอิ ายุรวม ๘๐ ปี พรรษา ๕๖ 359

ครูบาอาจารย์ทเี่ ก่ยี วข้อง

พระธรรมเจดีย์ (จมู พนั ธุโล)

วัดโพธิสมภรณ์ อ.เมอื ง จ.อดุ รธานี
นามเดมิ จมู จนั ทรวงศ์
โยมบิดา ค�ำ สงิ ห์ จนั ทรวงศ์
โยมมารดา เขยี ว จันทรวงศ์
เกดิ เมอื่ วนั พฤหัสบดีที่ ๒๔ เมษายน พ.ศ. ๒๔๓๑ ปชี วด ท่ีบา้ นทา่ อุเทน อ.ทา่ อเุ ทน จ.นครพนม
บรรพชา อายุ ๑๒ ปี บรรพชาเป็นสามเณร ทว่ี ัดโพนแก้ว อ.ทา่ อุเทน เมื่อ ๑๐ ธนั วาคม ๒๔๔๒
อุปสมบท ๙ มีนาคม ๒๔๕๐ ที่วดั มหาชัย อ.เมอื ง จ.หนองบัวลำ�ภู โดยมี พระครแู สง ธมั มธโร
เป็นพระอุปัชฌาย์ พระครูสมี า สลี สัมปนั โน วัดจันทาราม เปน็ พระกรรมวาจาจารย์
และพระมหาจนั ทร์่ เขมโิ ย (ภายหลงั เป็นพระเทพสิทธาจารย)์ เปน็ พระอนสุ าวนาจารย์
การศึกษา เปรยี ญธรรม ๓ ประโยค ส�ำ นกั เรียนวดั เทพศริ นิ ทราวาส กรงุ เทพมหานคร
ธรรมปฏิบตั ิ พ.ศ. ๒๔๔๖ ตดิ ตาม พระอาจารยจ์ ันทร์ เขมโิ ย ไปจำ�พรรษาทว่ี ัดเลยี บ จ.อบุ ลราชธานี

อันเป็นสำ�นักของท่านพระอาจารย์เสาร์ กันตสีโล ได้มีโอกาสศึกษาข้อวัตรปฏิบัติ
ในด้านสมถวิปัสสนากรรมฐาน จากท่านพระอาจารย์เสาร์ และทา่ นพระอาจารย์มน่ั ภรู ทิ ัตโต
สมณศักด์ิ ๑๙ ธันวาคม ๒๔๘๘ ไดเ้ ปน็ พระราชาคณะที่ พระธรรมเจดีย์
ปฏปิ ทา ทา่ นเปน็ ผทู้ เ่ี ครง่ ครดั ในพระธรรมวนิ ยั ตง้ั ใจปฏบิ ตั หิ นา้ ทด่ี ว้ ยความอดทน จงึ เปน็ ทเ่ี คารพ
ย�ำ เกรงของเหลา่ พระภกิ ษแุ ละสามเณร ทา่ นเปน็ พระมหาเถระคบู่ ารมี และเปน็ ศษิ ยข์ อง
หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต เมื่ออดีตวัดโพธิสมภรณ์ในช่วงยุคต้นๆ ท่ีท่านได้ดำ�รงตำ�แหน่ง
เจา้ อาวาส ไดก้ ลายเปน็ ศนู ยก์ ลางของพระกรรมฐานศษิ ย์สายหลวงปมู่ ่ันเกอื บทง้ั หมด
เพราะครูบาอาจารยส์ ว่ นใหญจ่ ะอปุ สมบทกับทา่ นเจ้าคุณพระธรรมเจดยี ท์ ัง้ สน้ิ
มรณภาพ วนั ท่ี ๑๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๐๕ ณ โรงพยาบาลศริ ริ าช กรุงเทพมหานคร
สริ ิอายรุ วม ๗๕ ปี พรรษา ๕๔

360

พระญาณวิศิษฏส์ มทิ ธิวีราจารย์ (พระอาจารยส์ ิงห์ ขันตยาคโม)

วัดปา่ สาลวนั อ.เมือง จ.นครราชสมี า

นามเดมิ สิงห์ บุญโท
โยมบดิ า เ พีย อัครวงศ์ (อว้ น) (เพยี อัครวงศ์ เปน็ ต�ำ แหน่งข้าราชการหัวเมอื งลาวกาว-ลาวพวน

มีหนา้ ทีจ่ ัดการศึกษาและการพระศาสนา)
โยมมารดา ห ลา้ บญุ โท การศึกษาในสมัยทที่ า่ นเป็น ฆราวาส ทา่ นได้ศึกษาจนเป็นครสู อนวิชาสามญั

ไดด้ ผี ู้หน่งึ
เกดิ เ ม่อื วันที่ ๒๗ มกราคม พ.ศ. ๒๔๓๒ ตรงกบั วันจนั ทร์ ขน้ึ ๗ คำ่� เดอื น ๔ ปฉี ล ู

บา้ นหนองขอน ต.หวั ทะเล อ.อำ�นาจเจรญิ จ.อุบลราชธานี (ปัจจุบันคือ จ.อำ�นาจเจริญ)
บรรพชา เ ปน็ สามเณรเม่ือ พ.ศ. ๒๔๔๖ ใน ส�ำ นักพระอุปชั ฌายป์ ้อง
ณ วดั บ้านหนองขอน ต.หวั ทะเล อ.อำ�นาจเจรญิ จ.อุบลราชธานี
อปุ สมบท วันท่ี ๓๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๕๒ ณ พทั ธสมี าวัดสทุ ัศนาราม อ.เมอื ง จ.อุบลราชธานี
โดยมสี มเดจ็ พระมหาวีรวงศ์ (อ้วน ตสิ โส) เปน็ พระอปุ ชั ฌาย ์ ทา่ นเจา้ คณุ พระศาสนดลิ ก
(เสน ชติ เสโน) เปน็ พระกรรมวาจาจารย์ พระปลัดทศั น์ เปน็ พระอนุสาวนาจารย์
สมณศักด์ ิ ได้รบั พระราชสมณศกั ด์ขิ ึน้ เป็นพระราชาคณะ ช้นั สามัญฝ่ายวิปัสสนาธรุ ะ มีนามว่า
พระญาณวิศิษฏ์สมิทธิวีราจารย์ เมอื่ วนั ที่ ๕ ธนั วาคม ๒๕๐๐
ตลอดชวี ติ ของทา่ นไดท้ มุ่ เทกบั งานดา้ นเผยแผพ่ ระพทุ ธศาสนาและการอบรมสง่ั สอนพทุ ธ
บรษิ ทั ทง้ั หลาย ไดต้ งั้ กองทพั ธรรมขน้ึ ทว่ี ดั ปา่ สาลวนั ดว้ ยความมงุ่ มน่ั และความเปน็ ผเู้ อาจรงิ
เอาจงั ทกุ อยา่ ง แมจ้ ะมอี ปุ สรรคมากมายหลายอยา่ ง แตท่ า่ นกฝ็ า่ ฟนั เอาชนะมาไดด้ ว้ ยธรรม
มรณภาพ ท ่านอาพาธด้วยโรคมะเร็งเรื้อรังในกระเพาะอาหาร และได้ละสังขารเข้าสู่แดนอนุปาทิ

เสสนพิ าน เมอ่ื วนั ที่ ๘ กนั ยายน พ.ศ. ๒๕๐๔ เวลา ๑๐.๒๐ น. ณ วัดป่าสาลวนั
จ.นครราชสีมา สริ อิ ายรุ วม ๗๓ ปี พรรษา ๕๑

361

ครูบาอาจารย์ทเี่ กยี่ วข้อง

หลวงปูม่ หาป่ิน ปัญญาพโล

วดั ป่าแสนส�ำ ราญ อ.วารนิ ช�ำ ราบ จ.อบุ ลราชธานี

นามเดิมชอ่ื ปน่ิ บญุ โท
โยมบิดา เพียอัครวงศ์ (อ้วน บญุ โท) (เพียอคั รวงศ์ เป็นตำ�แหนง่ ขา้ ราชการหวั เมืองลาวกาว-
ลาวพวน เมืองเวียงจันทน์ มหี น้าทจ่ี ดั การศึกษาและการพระศาสนา)
โยมมารดา นางหล้า บญุ โท มพี ่ีน้องรว่ มบิดามารดาเดียวกนั ทั้งหมด ๗ คน ทา่ นเปน็ บตุ รคนท่ี ๕
และหลวงปู่สิงห์ ขนฺตยาคโม เป็นบุตรคนท่ี ๔ อายหุ า่ งจากท่าน ๓ ปี
เกดิ วนั พฤหัสบดี เดอื น ๔ ปีมะโรง พทุ ธศักราช ๒๔๓๕ ณ บ้านหนองขอน ต.หัวทะเล
อ.อำ�นาจเจริญ จ.อบุ ลราชธานี (ปจั จุบนั คอื จงั หวัดอำ�นาจเจริญ)
อปุ สมบท เม่อื ปี พ.ศ. ๒๔๕๗ ขณะทท่ี า่ นมอี ายุ ๒๒ ปบี รบิ รู ณ์ เปน็ การบวชในตระกลู ตอ่ จากทไ่ี ด ้
บวชพระภิกษุสิงห์ ขนฺตยาคโม ผู้เป็นพระพ่ีชาย
ในปี พ.ศ. ๒๔๘๗-๒๔๘๘ หลวงป่พู ระมหาปน่ิ ได้อาพาธอยู่ทว่ี ัดป่าแสนสำ�ราญ
อ.วารินช�ำ ราบ จ.อบุ ลราชธานี ในช่วงน้นั พระอาจารยฝ์ ัน้ ซง่ึ ไดร้ ับค�ำ ส่งั จาก
สมเดจ็ พระมหาวรี วงศ์ ซึ่งอาพาธอยู่ ใหเ้ ขา้ มาถวายธรรมโอสถซึ่งสมเด็จพอใจในพระ
ธรรมเทศนาน้นั จึงไดส้ ่งั ให้พระอาจารย์ฝัน้ อยู่ท่อี ุบลราชธานี เพือ่ อุปฏั ฐากสมเดจ็
ในพรรษาน้ัน ในช่วงเวลาท่ีผ่านพ้นการอุปัฏฐากสมเด็จ พระอาจารย์ฝั้นได้ประกอบยา
รักษาโรคมาถวายพระอาจารยม์ หาป่ิน ซง่ึ ปนี น้ั ทา่ นก�ำ ลงั อาพาธดว้ ยโรคปอด อยทู่ ว่ี ดั ปา่
แสนส�ำ ราญพระอาจารยฝ์ ้ันไดพ้ ยายามหาสมนุ ไพรต่างๆ มาปรงุ แล้วกลน่ั เปน็ ยาถวาย
พระอาจารยม์ หาปน่ิ หยกู ยาทที่ นั สมยั กไ็ มม่ ี เพราะขณะนนั้ ก�ำ ลงั อยใู่ นระหวา่ งสงครามโลก
คร้งั ท่ี ๒ พระอาจารย์มหาปนิ่ ทา่ นอาพาธอย่นู านถงึ ๒ พรรษา
มรณภาพ เมอ่ื วนั ท่ี ๒ กมุ ภาพนั ธ์ พ.ศ. ๒๔๘๙ ณ วดั ปา่ แสนส�ำ ราญ สริ อิ ายรุ วม ๕๓ ปี พรรษา ๓๑

362

หลวงปู่อ่อน ญาณสริ ิ

วดั ปา่ นิโครธาราม อ.หนองววั ซอ จ.อุดรธานี

นามเดิม อ่อน กาญวิบลู ย์

บิดา เมืองกลาง กาญวบิ ลู ย์

มารดา บุญมา กาญวบิ ลู ย์

เกดิ วนั องั คาร ขน้ึ ๗ ค�ำ่ เดอื น ๗ ปขี าล พ.ศ. ๒๔๔๕ บ.ดอนเงนิ ต.แชแล อ.กมุ ภวาปี จ.อดุ รธานี

บรรพชา เปน็ สามเณร เมอ่ื อายุ ๑๖ ปี พ.ศ. ๒๔๖๑ ทว่ี ดั เกาะเกตุ บา้ นเมอื งเกา่ อ. กมุ ภวาปี จ.อดุ รธานี

อปุ สมบท ครนั้ อายคุ รบบวช กไ็ ดอ้ ปุ สมบทเปน็ พระภกิ ษฝุ า่ ยมหานกิ าย ณ วดั ปะโค อ�ำ เภอกมุ ภวาปี

จังหวัดอดุ รธานี เมอื่ เดือน ๗ แรม ๑๑ ค�ำ่ ปีระกา ตรงกบั พ.ศ. ๒๔๖๔ โดยมี

พระอาจารย์จันทา เจา้ คณะอ�ำ เภอกมุ ภวาปี เปน็ พระอปุ ชั ฌาย์

ธรรมปฏิบัต ิ ใน พ.ศ. ๒๔๖๕ ไดเ้ ดนิ ธดุ งคไ์ ปจนถงึ อ�ำ เภอทา่ บอ่ จงั หวดั หนองคาย และไดเ้ ขา้ ศกึ ษา

ปฏบิ ตั กิ มั มฏั ฐาน กบั พระอาจารยส์ วุ รรณ เปน็ เบอ้ื งตน้ พ.ศ. ๒๔๖๖ ไดถ้ วายตวั เปน็ ศษิ ย์

ของพระอาจารย์เสาร์และพระอาจารย์มั่น ทว่ี ัดปา่ สาระวาร-ี บ้านค้อ อ�ำ เภอบ้านผือ

จังหวดั อดุ รธานี ณ ทนี่ ี้ ไดพ้ บกับพระอาจารย์ฝั้นเป็นครั้งแรก

ญัตตฝิ า่ ยธรรมยตุ หลวงปูม่ ่ัน ไดส้ ง่ั ใหห้ ลวงปอู่ อ่ นใหไ้ ปญตั ตเิ ปน็ ธรรมยตุ พรอ้ มดว้ ยหลวงปกู่ วา่ สมุ โน

เมื่อวนั ที่ ๒๕ มกราคม ๒๔๖๗ ณ วัดโพธสิ มภรณ์ จ.อุดรธานี โดยมพี ระธรรมเจดีย์

(จูม พันธุโล) แตค่ รัง้ ยังดำ�รงสมณศักดท์ิ พ่ี ระครชู ิโนวาทธำ�รง เป็นพระอุปชั ฌาย์

พระครูอดสิ ัยคณุ าธาร(คำ� อรโก) เป็นกรรมวาจาจารย์ แล้วกลบั ไปจำ�พรรษาอยทู่ ี่

วัดอรัญญวาสี อ.ท่าบอ่ จ.หนองคาย กบั หลวงปมู่ น่ั พร้อมกบั หลวงปู่กว่า

ในปจั ฉมิ วยั ปี พ.ศ. ๒๔๙๖ ทา่ นไดส้ รา้ งวดั ปา่ นโิ ครธารามและจ�ำ พรรษาอยู่ ณ ทแ่ี หง่ นี้

จนกระทั่งมรณภาพ

มรณภาพ ทา่ นละสงั ขารเขา้ สแู่ ดนอนปุ าทเิ สสนพิ พาน วนั พธุ ท่ี ๒๗ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๒๔

เวลา ๐๔.๐๐ น. ณ โรงพยาบาลรามาธบิ ดี กรงุ เทพมหานคร

สิริอายรุ วม ๘๐ ปี พรรษา ๕๗ 363

ครบู าอาจารยท์ เ่ี กี่ยวขอ้ ง

หลวงปู่ชอบ ฐานสโม

วัดป่าสมั มานสุ รณ์ อ.วังสะพงุ จ.เลย
นามเดมิ บ่อ แก้วสุวรรณ
บดิ า มอ แกว้ สุวรรณ
มารดา พิลา แกว้ สวุ รรณ
เกดิ เมือ่ วนั ที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๔๔ ตรงกับวนั พธุ ขึน้ ๕ คำ่� เดอื น ๓ ปฉี ลู
ณ บา้ นโคกมน ต.ผานอ้ ย อ.วงั สะพุง จ.เลย ท่านเปน็ บุตรคนแรก มีพน่ี ้องรว่ ม
บดิ ามารดาเดยี วกนั ๔ คน เป็นชาย ๒ คน เปน็ หญิง ๒ คน
บรรพชา หลวงปมู่ ีจิตโน้มนา้ วไปสูท่ างธรรมตง้ั แตย่ งั เด็ก เมือ่ อายุยา่ งเขา้ ๑๙ ปี
ไดบ้ รรพชาเปน็ สามเณร ณ วัดบ้านนาแก ต.บา้ นนากลาง อ.เมือง จ.หนองบัวล�ำ ภู
อปุ สมบท เมอ่ื วนั ท่ี ๒๑ มนี าคม พ.ศ. ๒๔๖๗ อายคุ รบ ๒๓ ปบี รบิ รู ณ์ จงึ ไดอ้ ปุ สมบทเปน็ พระภกิ ษุ ณ
วดั สรา่ งโศก ปัจจุบันมชี ื่อวา่ วดั ศรธี รรมาราม อ.เมือง จ.ยโสธร โดยมพี ระครูวจิ ติ รวิโส
ธนาจารย์ เปน็ พระอปุ ชั ฌาย์ พระอาจารยแ์ ดง เปน็ พระกรรมวาจาจารย์ ไดร้ บั ฉายาวา่
“ฐานสโม” ทา่ นไดม้ โี อกาสพบและรบั ฟงั โอวาทธรรมจากหลวงปมู่ น่ั ภรู ทิ ตั โต ณ เสนาสนะปา่
บ้านสามผง อ.ศรสี งคราม จ.นครพนม
ทา่ นพบวมิ ุตตธิ รรมขนั้ สูงสดุ เมือ่ ปี พ.ศ.๒๔๘๗ พรรษาที่ ๒๐ อายุ ๔๓ ปี
ท่ีถำ้�บา้ นหนองยวน ประเทศพมา่
มรณภาพ ทา่ นละสงั ขารเขา้ สูอ่ นปุ าทเิ สสนพิ พาน ณ วัดปา่ สัมมานสุ รณ์ เม่ือวันท่ี ๘ มกราคม
พ.ศ. ๒๕๓๘ สริ ิรวมอายไุ ด้ ๙๓ ปี ๑๑ เดือน ๒๗ วัน พรรษา ๗๐
คตธิ รรมหลวงป่ชู อบ ฐานสโม

UU ให้พจิ ารณาความตาย น่งั กต็ าย นอนก็ตาย ยืนกต็ าย เดินกต็ าย
UU พจิ ารณา เกิด-ดับ
UU ดูตวั เจ้าของ
UU บต่ ้องดใี จ บต่ ้องเสียใจ ดีกช็ ่าง รา้ ยกช็ า่ ง
364 UU วาง

หลวงปูห่ ลยุ จนั ทสาโร

วดั ถ�ำ้ ผาบง้ิ อ.วงั สะพงุ จ.เลย

นามเดมิ วอ ตอ่ มาคณุ ลุงเปลี่ยนให้ใหมช่ ่อื วา่ หลุย นามสกลุ วรบุตร

บดิ า คณุ พอ่ ค�ำ ผ่อย วรบตุ ร ลกู ชายเจ้าเมอื งแก่นทา้ ว แขวงไชยบรุ ี ประเทศลาว

มารดา เจ้าแม่นางกวย (สวุ รรณภา) วรบุตร ธดิ าของผู้มีฐานเขตเมอื งเลย

เกิด วนั อังคารที่ ๑๑ กุมภาพนั ธ์ ๒๔๔๔ เวลารุ่งอรณุ จวนสวา่ ง ตรงกบั วันขึน้ ๔ ค�ำ่

เดือน ๓ ปีฉลู ณ ต�ำ บลกดุ ป่อง อ.เมือง จ.เลย มพี ส่ี าวต่างบดิ า ๑ คน และ

นอ้ งชายร่วมบิดามารดาอกี ๑ คน

อุปสมบท เปน็ พระฝา่ ยมหานิกาย เม่อื พ.ศ. ๒๔๖๖ และขณะเป็นพระฝ่ายธรรมยุต หลวงปตู่ ้อง

ญตั ตถิ งึ ๓ ครง้ั คอื ในปี พ.ศ. ๒๔๖๖-๒๔๖๗ และ พ.ศ. ๒๔๖๘ เพราะภาวนาจติ จะสงบ

แลว้ เกิดอาการสะดงุ้ คร้ังสดุ ทา้ ยญัตติ เม่อื วนั ท่ี ๑๔ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๖๘ เวลา

๑๓.๐๘ น. โดยมี ทา่ นเจา้ คุณพระธรรมเจดยี ์ (จมู พนธฺ ุโล ขณะดำ�รงสมณศักดิท์ ี่

พระครสู งั ฆวฒุ กิ ร) เปน็ พระอปุ ัชฌาย์ พระอาจารย์บญุ ปญญาวโุ ธ เป็นพระกรรมวา

จาจารย์ ณ วัดโพธิสมภรณ์ ต.หมากแข้ง อ.เมือง จ.อุดรธานี

ในปี พ.ศ. ๒๕๐๗ พรรษา ๔๐ ทา่ นถงึ ทีส่ ดุ แหง่ ธรรม สามารถประหารกเิ ลส

เขา้ สูพ่ ระนิพพานด้วยวิชามา้ งกาย ทถ่ี �ำ้ กกกอก อ.วังสะพงุ จ.เลย

มรณภาพ วันจันทร์ท่ี ๒๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๒ เวลา ๐๐.๔๓ น. ณ โรงพยาบาลหัวหิน อ.หวั หนิ

จ.ประจวบครี ีขนั ธ์ สริ ริ วมอายุได้ ๘๘ ปี ๑๐ เดอื น ๑๔ วนั ๖๔ พรรษา

คตธิ รรมหลวงปูห่ ลยุ จนั ทสาโร
”” กิเลสอยา่ ละดว้ ยความรกั ความชงั ให้ละด้วยความเบ่อื หนา่ ยเป็นมรรควิถี
”” ขอใหบ้ �ำ รุงศรทั ธา เชือ่ ม่ันค�ำ ส่ังสอนของพระพุทธเจ้าและปฏิบตั ิตาม เกิดผลไดจ้ ริงๆ

เพราะค�ำ สอนของพระพุทธองค์ สาวกสังคายนาไวด้ แี ล้ว
”” ในครอบครวั ใด มที าน ศลี ๕ มภี าวนาพุทโธ ในครอบครวั น้นั มหี ลักธรรมวินัยเยือกเยน็

สามัคคกี ัน ต่างคนต่างมี่ธรรม จะมคี วามสขุ มาก 365

ครูบาอาจารย์ทเ่ี กยี่ วขอ้ ง

หลวงป่ขู าว อนาลโย

วัดถำ�้ กลองเพล อ.เมือง จ.หนองบวั ล�ำ ภู
นามเดิม ขาว โคระถา
โยมบดิ า พ่วั โคระถา
โยมมารดา ร อด โคระถา มพี ี่น้อง ร่วมท้องเดยี วกัน ๗ คน ทา่ นเป็นคนที่ ๔
เกิด ว ันอาทิตยท์ ี่ ๒๘ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๓๑ ตรงกบั ปีชวด ทีบ่ า้ นบอ่ ชะเนง ต.หนองแกว้

อ.อำ�นาจเจรญิ จ.อุบลราชธานี (ปัจจุบันคอื อ.เมอื ง จ.อำ�นาจเจริญ)
อปุ สมบท วนั ท่ี ๒ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๖๒ ท่วี ัดโพธศ์ิ รี บา้ นบ่อชะเนง ต.หนองแกว้ อ.อำ�นาจเจรญิ

จ.อุบลราชธานี โดยมีท่านพระครูพุฒิศักด์ิเป็นพระอุปัชฌาย์ มีพระอาจารย์บุญจันทร์
เป็นพระกรรมวาจาจารย์
ญตั ติฝ่ายธ รรมยุต วนั ท่ี ๑๔ พฤษภาคม ๒๔๖๘ โดยมพี ระธรรมเจดยี ์ (จมู พนั ธโุ ล) เปน็ พระอปุ ชั ฌาย์
ท่านได้ญัตตพิ ร้อมกับหลวงปหู่ ลุย จนั ทสาโร โดยมหี ลวงปขู่ าว เปน็ นาคซ้าย
หลวงปหู่ ลุยเป็นนาคขวา (หลวงป่หู ลยุ บวชก่อน ๑๕ นาที)
หลวงปขู่ าวทา่ นได้บรรลุธรรมข้นั สงู สดุ ในพรรษาท่ี ๑๖-๑๗ ทเี่ สนาสนะป่ากลางทงุ่ นา
บา้ นโหลง่ ขอด อ.พรา้ ว จ.เชียงใหม่
มรณภาพ ว นั จนั ทร์ที่ ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๒๖ ณ วัดถ้ำ�กลองเพล อ.หนองบวั ล�ำ ภู จ.อดุ รธานี
(ปจั จบุ นั คือ อ.เมอื ง จ.หนองบวั ลำ�ภ)ู สริ ริ วมอายุ ๙๔ ปี ๔ เดอื น ๑๘ วัน
พรรษา ๕๗
ขอ้ วัตรปฏิปทา
เคารพเทดิ ทนู พระธรรมวินยั ปฏบิ ตั ิบูชาคณุ พระรตั นตรยั เข้มแข็งเด็ดเด่ียวในการ
ประกอบความเพียร เพอ่ื ความหลุดพน้ มกั น้อย สันโดษ ไมช่ อบคลกุ คลีวนุ่ วาย
เมตตาธรรมสูง สงบ เยือกเย็น เปน็ ทน่ี ่าเล่ือมใสยง่ิ

366

หลวงปฝู่ ้นั อาจาโร

วดั ปา่ อดุ มสมพร อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร

นามเดิม ฝ้ัน สวุ รรณรงค์
โยมบดิ า เจ้าไชยกุมาร (เมา้ ) ซึง่ เป็นหลานของพระเสนาณรงค์ เจา้ เมืองพรรณานิคม
โยมมารดา ช ่ือนุ้ย เป็นบุตรีของหลวงประชานุรักษ์ จะเห็นได้ว่าเช้ือสายของท่านเป็นขุนนาง

ทั้งฝ่ายบิดาและมารดา เป็นเชือ้ สายขนุ นางเกา่ แกข่ องหมู่ชน ที่เรยี กว่า ผ้ไู ทย ซึง่ อพยพ
มาจากประเทศลาว ในสมัยรัชกาลท่ี ๓ แห่งกรุงรตั นโกสนิ ทร์
เกดิ วันอาทิตยท์ ่ี ๒๐ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๔๒ ตรงกับวนั ข้นึ ๑๔ ค่�ำ เดอื น ๙
ปกี ุน ทบ่ี ้านม่วงไข่ ต.พรรณา อ.พรรณานคิ ม จ.สกลนคร
บรรพชา เป็นสามเณร เมอ่ื อายไุ ด้ ๑๙ ปี ท่ีวดั โพนทอง บ้านบะทอง อ.พรรณานิคม
อุปสมบท ในปี พ.ศ. ๒๔๖๒ อายุ ๒๐ ปี ทา่ นไดอ้ ปุ สมบทเปน็ ภกิ ษฝุ า่ ยมหานกิ าย ทว่ี ดั สทิ ธบิ งั คม
ต.บ้านไร่ อ.พรรณานิคม มพี ระครปู ้อง นนตะเสน เปน็ พระอปุ ชั ฌาย์
มพี ระอาจารย์สังและพระอาจารยน์ วล เป็นพระกรรมวาจาจารยแ์ ละพระอนุสาวนาจารย์
ทา่ นไดญ้ ตั ตเิ ปน็ พระฝา่ ยธรรมยตุ เมอ่ื วนั ท่ี ๒๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๖๘ เวลา ๑๕.๒๒ น.
ณ วดั โพธสิ มภรณ์ อ.เมอื ง จ.อดุ รธานี โดยมพี ระธรรมเจดยี ์ (จูม พนั ธุโล)
เป็นพระอปุ ชั ฌาย์ พระรถ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระมุก เป็นพระอนุสาวนาจารย์
มรณภาพ เมอ่ื วนั ท่ี ๔ มกราคม พ.ศ. ๒๕๒๐ เวลา ๑๙.๕๐ น. ดว้ ยอาการสงบ ณ วดั ปา่ อดุ มสมพร
สิรอิ ายุรวม ๗๗ ปี ๔ เดอื น ๑๕ วนั ๕๒ พรรษา
ข้อวัตรปฏิปทา
ปฏบิ ตั ิตามพระธรรมวนิ ัย ใส่ใจในขอ้ วตั ร ยนิ ดีในที่สงัด อ่อนนอ้ มถ่อมตน มกั นอ้ ย
สนั โดษ ปรารภความเพียรเด็ดเดี่ยว ฉลาดในอบุ ายวธิ ี ฝกึ หดั ตนเพอ่ื เอาชนะกเิ ลสมาร
เมตตาธรรมสูงยงิ่ ไม่เลือกชาติ ชนั้ วรรณะ

367

ครูบาอาจารย์ท่ีเกย่ี วขอ้ ง

พระครูอุดมธรรมคุณ (ทองสุก สจุ ติ โต)

วดั ปา่ สทุ ธาวาส อ.เมือง จ.สกลนคร
นามเดมิ ทองสุก มหาหงิ
บิดาชอื่ นายเลยี้ ง มหาหงิ
มารดาชอ่ื นางบญุ มี มหาหิง พ่ีนอ้ งร่วมบิดามารดาทัง้ มีชวี ิตและมรณภาพไปแล้ว ๑๐ คน
ทา่ นเปน็ คนท่ี ๒
เกดิ วันศกุ ร์ท่ี ๘ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๕๑ ตรงกับวันขึ้น ๙ ค่�ำ เดอื น ๖ ปีวอก
ต.หว้ ยหวาย อ.หนองโคน จ.สระบุรี (ปจั จบุ ันคือ อ.พทุ ธบาท)
บรรพชา ภายหลงั ท่ไี ด้ศกึ ษาอกั ขระสมัยตามสมควรแล้ว ทา่ นกไ็ ดเ้ ขา้ ไปเพ่ือศึกษาธรรมตอ่ ไป
เม่อื อายุ ๑๖ ปี ท่านไดบ้ รรพชาเปน็ สามเณร
โดยมพี ระธรรมธรี ราชมหามนุ ี ซง่ึ ต่อมาคือพระอบุ าลคี ุณูปมาจารย์ (จันทร์ สริ ิจนั โท)
นกั ธรรมกถกึ เอกในสมัยน้นั เปน็ พระอุปัชฌาย์ เมือ่ วันที่ ๒๒ มิถนุ ายน พ.ศ. ๒๔๖๖
อยทู่ วี่ ดั ปทมุ วนาราม ทา่ นไดพ้ ยายามศกึ ษาพระปรยิ ตั ธิ รรม จนสามารถสอบนกั ธรรม
ช้ันตรไี ด้ เม่อื พ.ศ. ๒๔๖๖
อุปสมบท เมอ่ื วันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๗๐ ณ พทั ธสีมาวดั ปทุมวนาราม อ.ปทุมวนั
จ.พระนคร โดยมีพระปัญญาพิศาลเถร (หนู จติ ปุญโญ) เป็นพระอปุ ัชฌาย์
พระปลดั บุญมี อินเชฏฐโก เป็นพระกรรมวาจาจารย์
สมณศักดิ์ เมอ่ื พ.ศ. ๒๔๙๗ ได้รับสัญญาบตั รเปน็ พระครชู น้ั โท ท่พี ระครอู ดุ มธรรมคุณ
มรณภาพ เมอ่ื วนั ท่ี ๑๖ สงิ หาคม พ.ศ. ๒๕๐๘ เวลา ๐๖.๐๔ น. ณ โรงพยาบาลศริ ริ าช กรงุ เทพมหานคร
สริ อิ ายรุ วม ๕๗ ปี พรรษา ๓๘

368

พระสุทธธิ รรมรังสคี ัมภรี เมธาจารย์ (ทา่ นพอ่ ลี ธมั มธโร

วัดอโศการาม อ.เมือง จ.สมุทรปราการ

นามเดิม ชาลี นารวี งศ์
โยมบดิ า นายปาว นารวี งศ์
โยมมารดา น างพ่วย นารีวงศ์ ปู่ชื่อจันทารี ย่าช่ือนางสีดา ตาช่ือนันทะเสน ยายช่ือนางดี

มพี นี่ ้องรว่ มบิดามารดาเดยี วกนั รวม ๙ คน เป็นชาย ๕ คน เป็นหญงิ ๔ คน
เกิด ว นั พฤหสั บดที ่ี ๓๑ มกราคม พ.ศ. ๒๔๔๙ เวลา ๒๑.๐๐ น. เดอื นย่ี แรม ๒ ค�ำ่ ปมี ะเมยี
ณ บา้ นหนองสองหอ้ ง อ.มว่ งสามสิบ จ.อุบลราชธานี
อุปสมบท วนั พธุ ท่ี ๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๖๙ ในฝา่ ยมหานกิ าย ตอ่ มาไดก้ ราบลาพระอปุ ชั ฌาย์
เพอ่ื เดนิ ธดุ งคไ์ ปกราบหลวงปมู่ น่ั ทว่ี ดั บรู พา จ.อบุ ลราชธานี ตอ่ มาทา่ นไดต้ ดิ ตามหลวงปมู่ น่ั
ไปในทีต่ า่ งๆ เปน็ เวลา ๔ เดือน ภายหลังหลวงปมู่ ัน่ ได้ให้ทา่ นญตั ติใหม่เปน็ ธรรมยุต
วนั ท่ี ๒๗ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๗๐ ณ วดั บรู พา จ.อบุ ลราชธานี โดยมี พระปญั ญาพศิ าลเถร
เป็นพระอปุ ชั ฌาย์
ทา่ นสามารถยา่ งศพกเิ ลสตาย บรรลธุ รรมขนั้ สงู ทถี่ �้ำ เขาฉกรรจ์ อ.เขาฉกรรจ์ จ.สระแกว้
สมณศักดิ์ ได้รับพระราชทานตั้งสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะ ช้ันสามัญ ที่ พระสุทธิธรรมรังสี

คัมภรี เมธาจารย์ เม่อื วันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๐๐
มรณภาพ วนั ท่ี ๒๖ เมษายน ๒๕๐๔ ณ วดั อโศการาม อ.เมอื ง จ.สมทุ รปราการ
สริ ริ วมอายไุ ด้ ๕๕ ปี ๓ เดอื น ๖ วนั พรรษา ๓๓

หลงั จากทา่ นมรณภาพ สมเดจ็ พระมหาวรี วงศ์ สมเดจ็ พระสงั ฆราช (จวน อฏุ ฐาย)ี
มพี ระบญั ชาใหเ้ กบ็ ศพทา่ นไวย้ งั ไมถ่ วายเพลงิ เอาอยา่ งพระมหากสั สปะเถระ ทใ่ี นวนั หนง่ึ
ในอนาคตกาลจะมพี ระศรีอรยิ เมตไตรย มาเผาศพพระมหากสั สปะอยา่ งสมศักดศ์ิ รี
นยั ของท่านพอ่ ลี กข็ อให้เอาเย่ยี งอย่างนี้ เปน็ อทุ าหรณว์ า่ “ผมู้ บี ญุ กรรมทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั
ท่านในวนั ขา้ งหน้า จะไดม้ าถวายเพลงิ สรีระของทา่ นอยา่ งสมศักดิศ์ รี”

369

ครูบาอาจารยท์ ่เี ก่ียวข้อง

หลวงปซู่ ามา อจุตโต

วดั ป่าอมั พวัน อ.เมอื ง จ.เลย
นามเดมิ ซามา สินทร
โยมบิดา นายลุย สนิ ทร
โยมมารดา นางบญุ สินทร
เกดิ ว ันอาทติ ย์ที่ ๓ เมษายน พ.ศ. ๒๔๔๗ ตรงกบั ขึ้น ๗ ค่�ำ เดอื น ๗ ปมี ะโรง ณ
บา้ นขามเปลย้ี ต.จระเข้ อ.พระลบั จ.ขอนแกน่ มพี นี่ อ้ งรว่ มบดิ ามารดาเดยี วกนั ทงั้ หมด
๘ คน ทา่ นเป็นบตุ รคนที่ ๒ ครอบครัวมอี าชีพท�ำ นาท�ำ ไร่
บรรพชา เปน็ สามเณรฝา่ ยมหานกิ าย ๔ พรรษา กล็ าสกิ ขาออกมาชว่ ยบดิ ามารดาท�ำ นาอกี และทา่ น
ไดต้ ดั สินใจบรรพชาเป็นสามเณรคร้ังท่ี ๒ อีก
อปุ สมบท ฝ่ายมหานิกายได้ ๔ พรรษา บา้ นดอนแขม ต.บางคำ� อ.หนองเรอื จ.ขอนแก่น
ญัตติในฝา่ ยธรรมยตุ เมอ่ื วนั ท่ี ๖ มถิ นุ ายน พ.ศ. ๒๔๗๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. ณ พทั ธสมี า
วดั ชัยชมุ พล อ.ภเู ขียว จ.ชัยภมู ิ โดยมี ทา่ นพระครพู ิศาล (ศรจี ันทร)์ เป็นพระอุปัชฌาย์
พระอาจารย์หล้า เป็นพระกรรมวาจาจารย์ ได้รบั นามฉายาว่า “อจุตฺโต”
ธรรมปฏบิ ตั ิ ทา่ นไดช้ ่วยสั่งสอนชาวบา้ นใหเ้ ลกิ การนับถือผี และใหถ้ ือไตรสรณคมน์แทน ตลอดชีวติ
สมณเพศของทา่ น ทา่ นมกั แสวงหาวิเวกทำ�ความเพียรอยเู่ สมอ ไปหลายแหง่ ทุกท้องท่ี
กับครูบาอาจารย์หลายองค์ เชน่ อาจารยอ์ ุ่น อาจารย์สิงห์ หลวงปู่ชอบ หลวงปูต่ อ้ื
หลวงปูแ่ หวน ฯลฯ
มรณภาพ ทา่ นไดล้ ะสงั ขารดว้ ยอาการสงบ ในวนั ท่ี ๑๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๒๓ เวลา ๑๒.๕๐ น.
ณ วัดปา่ อัมพวนั บ.ไร่ม่วง อ.เมอื ง จ.เลย
สิรริ วมอายไุ ด้ ๗๖ ปี ๑ เดือน ๘ วัน พรรษา ๕๐

370

พระอุดมญาณโมลี (หลวงปู่จนั ทร์ศรี จนั ททีโป)

วัดโพธสิ มภรณ์ อ.เมือง จ.อุดรธานี

นามเดมิ จันทร์ศรี แสนมงคล
โยมบดิ า นายบุญสาร แสนมงคล
โยมมารดา นางหลนุ แสนมงคล
เกดิ วันท่ี ๑๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๕๔ ตรงกับวันอังคาร แรม ๓ คำ่� เดือน ๑๑ ปีกุน

ณ บ้านโนนทัน ต.โนนทัน อ.เมอื ง จ.ขอนแกน่
อุปสมบท วนั ท่ี ๑๓ มกราคม พ.ศ. ๒๔๗๔ อายุ ๒๐ ปี โดยมพี ระครพู ศิ าลอรญั ญเขต(จนั ทร์ เขมโิ ย)
เจา้ คณะธรรมยุตจังหวัดขอนแก่น และเจา้ อาวาสวัดศรจี ันทร์ (วัดศรีจันทราวาส)
เป็นพระอปุ ัชฌาย,์ พระอาจารยส์ งิ ห์ ขนฺตยาคโม เป็นพระกรรมวาจาจารย์
และพระอาจารยม์ หาปน่ิ ปญั ญาพโล เปน็ พระอนสุ าวนาจารย์ มพี ระอาจารยก์ รรมฐาน
จำ�นวน ๒๕ รูปนง่ั เปน็ พระอนั ดับ ได้รับนามฉายาว่า “จนทฺ ทีโป” อนั มคี วามหมายเปน็
มงคลว่า “ผมู้ ีแสงสวา่ งเจดิ จ้าด่ังจันทร์เพญ็ ”
ศาสนศกึ ษา พ.ศ. ๒๔๗๗ สอบนกั ธรรมเอกไดใ้ นสนามหลวง ส�ำ นกั เรยี นวดั บวรนเิ วศวหิ าร กรงุ เทพมหานคร
สมณศกั ด ์ิ ๕ ธันวาคม ๒๕๔๔ ไดร้ ับพระราชทานสมณศักดิเ์ ปน็ ที่ พระอุดมญาณโมลี
ปจั จบุ ัน หลวงปจู่ ันทร์ศรี สริ อิ ายไุ ด้ ๑๐๑ พรรษา ๘๑ (เม่อื ปี พ.ศ.๒๕๕๕)
ด�ำ รงต�ำ แหนง่ เจ้าอาวาสวดั โพธสิ มภรณ์ ต.หมากแขง้ อ.เมอื ง จ.อดุ รธานี
ทีป่ รึกษาเจา้ คณะภาค ๙ (ธรรมยตุ ) และทีป่ รึกษามหาเถรสมาคม (มส.)

หลวงปมู่ น่ั ภรู ิทตั โต เมตตาใหโ้ อวาทธรรมแกห่ ลวงป่จู ันทร์ศรี

“มหาภาวนาเปน็ แลว้ ควรเลกิ เรยี นปรยิ ตั ิ ออกปฏบิ ตั กิ รรมฐานอกี จะไดพ้ น้ ทกุ ขป์ ระสบ
แตค่ วามสขุ กายสขุ ใจ ไมต่ อ้ งเวยี นวา่ ยตายเกดิ ในวฏั สงสารอกี ” เปน็ อนั วา่ ขา้ พเจา้ ไดใ้ กลช้ ดิ
กบั หลวงปู่มนั่ ภรู ทิ ตั โต ชวั่ ระยะหน่ึงทา่ นจงึ จากไป ในปีนน้ั ข้าพเจา้ ไดก้ ำ�ไรแหง่ ชีวติ
ซ่ึงท�ำ ใหส้ ามารถปฏบิ ตั ศิ าสนกิจอย่ใู นเพศพรหมจรรยม์ าได้อย่างปลอดภยั

371

ครบู าอาจารย์ทเ่ี กีย่ วข้อง

หลวงป่มู หาบุญมี สิรธิ โร

วดั ปา่ วงั เลิง อ.กันทรวชิ ัย จ.มหาสารคาม
นามเดิม บุญมี สมภาค
โยมบดิ า นายทำ�มา สมภาค
โยมมารดา นางหนุก สมภาค
เกดิ วนั ศุกรท์ ี่ ๑๔ ตุลาคม พ.ศ.๒๔๕๓ ตรงกบั วันขึน้ ๑๑ ค�ำ่ เดือน ๑๑ ปจี อ
ณ บ.ขี้เหลก็ ต.รงั แรง้ อ.อทุ ุมพรพิสยั จ.ศรีสะเกษ
บรรพชา เปน็ สามเณร เม่อื อายุ ๑๗ ปี บวชอยู่ ๒ ปี จงึ ได้ลาสิกขาบท
อปุ สมบท อายุ ๒๑ ปี อุปสมบทเปน็ พระฝา่ ยมหานิกาย เม่อื บวชแล้วจงึ ได้มาศกึ ษาธรรม
ยังส�ำ นักวัดเลยี บ จ.อุบลราชธานี จากนนั้ ท่านได้ญตั ตเิ ปน็ พระธรรมยุต
ในวนั ที่ ๒ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๗๔ เวลา ๑๐.๐๐ น. ณ วดั เลยี บ อ.เมือง จ.อบุ ลราชธานี
โดยมี พระศาสนดลิ ก เป็นพระอปุ ัชฌาย์ พระมหาสวา่ ง เปน็ พระกรรมวาจาจารย์
ไดร้ ับฉายาวา่ สริ ธิ โร แปลว่า ผู้ทรงไวซ้ งึ่ เกียรติคุณความดี
หลังจากทไี่ ด้บวชแลว้ ท่านกไ็ ดต้ ้งั ใจศึกษาเลา่ เรยี นขอ้ วัตรปฏบิ ัติ เพยี งเวลาไม่นานนัก
ทา่ นกส็ อบนักธรรมตรี โท เอก ไดส้ มเจตนารมณ์ทีต่ ัง้ ใจไว้
ท่านเปน็ พระสปุ ฏปิ ันโนรูปหน่ึงในวงศพ์ ระกรรมฐานสายหลวงปูม่ นั่ ภูริทตั โต และเปน็ ท่ ี
เคารพนบั ถอื ของครูบาอาจารยส์ ายป่าหลายองค์ เชน่ หลวงตามหาบัว ญาณสมั ปนั โน
หลวงพอ่ พธุ ฐานโิ ย หลวงปบู่ วั สริ ปิ ณุ โณ หลวงปศู่ รี มหาวโี ร หลวงปลู่ ี กสุ ลธโร เปน็ ตน้
(ท่านเคยจำ�พรรษาทเี่ สนาสนะป่าบา้ นหว้ ยทราย อ.ค�ำ ชะอี จ.มกุ ดาหาร ในปี พ.ศ. ๒๔๙๔
ขณะนน้ั หลวงปลู่ ี กสุ ลธโร (เพง่ิ บวชไดเ้ พยี ง ๑ พรรษา) มาขออยรู่ ว่ มจ�ำ พรรษาดว้ ย)
ม รณภาพ ท ่านละสังขารเขา้ สแู่ ดนธรรมอันสงบ เมอ่ื วันท่ี ๒๐ เดือนเมษายน พทุ ธศกั ราช ๒๕๓๕

เวลา ๑๐.๑๐ น. ตรงกบั วันจันทร์ แรม ๓ ค่�ำ เดอื น ๕ ปวี อก
สิรริ วมอายุได้ ๘๑ ปี ๖ เดือน ๖ วัน ๕๙ พรรษา

372

พระธรรมวสิ ทุ ธมิ งคล (หลวงตามหาบวั ญาณสัมปันโน)

วัดป่าบ้านตาด อ.เมือง จ.อุดรธานี

นามเดมิ บัว โลหติ ดี

โยมบดิ า นายทองดี โลหิตดี

โยมมารดา นางแพงศรี โลหติ ดี

เกดิ วันที่ ๑๒ สงิ หาคม พ.ศ. ๒๔๕๖ ณ หมบู่ ้านตาด อ.เมือง จ.อดุ รธานี

ทา่ นมีพ่ีน้องรวมทัง้ หมด ๑๖ คน

อปุ สมบท ว ันที่ ๑๒ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๗๗ ณ วดั โยธานิมติ ร อ.เมือง จ.อดุ รธาน ี

เพ่ือตอบแทนพระคุณบดิ ามารดา โดยมีทา่ นเจ้าคุณพระธรรมเจดีย์ (จมู พันธโุ ล)

ขณะนนั้ ด�ำ รงสมณศกั ดทิ์ ่ี พระราชเวที เปน็ พระอปุ ชั ฌาย์ พระครปู ลดั ออ่ นตา เขมงั กโร

เปน็ พระกรรมวาจาจารย์ ได้รบั ฉายาว่า ญาณสัมปันโน ครน้ั บวชแล้วท่านได้ศกึ ษาพทุ ธ

ประวตั แิ ละประวตั พิ ระอรหนั ตสาวก จนเกดิ ความเลอื่ มใสศรทั ธาในพระพทุ ธศาสนาอยา่ ง

จรงิ จัง ท่านตงั้ ใจจะศกึ ษาพระปริยัตธิ รรมเสยี กอ่ น เพราะถา้ ไมศ่ ึกษาแลว้ จะไมเ่ ขา้ ใจวธิ ี

ปฏิบัติ ทา่ นได้ศกึ ษาพระปรยิ ัตธิ รรมอยูก่ ับสมเดจ็ พระมหาวรี วงศ์ (พมิ พ์ ธมธฺ โร)

เป็นเวลา ๗ ปี จนสอบไดน้ กั ธรรมเอก และเปรยี ญธรรม ๓ ประโยค แล้วจงึ ออกปฏิบัต ิ

ธุดงคกรรมฐาน เป็นเวลา ๙ ปี ทา่ นไดม้ อบกายถวายชีวิตเพ่อื อยศู่ ึกษาปฏิบตั ิกรรมฐาน

กบั หลวงปมู่ น่ั ภรู ทิ ตั โต อยา่ งเดด็ เดย่ี วเปน็ เวลา ๘ ปี จวบจนหลวงปมู่ น่ั ละสงั ขารเขา้ ส ู่

แดนนพิ พาน เมอ่ื วนั ท่ี ๑๑ พฤศจกิ ายน พ.ศ. ๒๔๙๒

หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน เป็นพระสุคโตทีย่ ง่ิ ใหญ่ทัง้ ทางธรรมและทางโลก

เปีย่ มด้วยบญุ ญาบารมอี นั สงู ยิ่ง องค์ทา่ นได้ละสังขารลาวฏั วนดว้ ยอาการอันสงบ

เขา้ สู่อนุปาทิเสสนิพพาน ประกอบพร้อมด้วยธรรมวสิ ุทธ์ิ ความมมี หาสตอิ ันไพบลู ยใ์ นอิริยาบถนอน

ณ กุฏขิ ององคท์ า่ น เวลา ๐๓.๕๓ นาที เมื่อวนั อาทติ ย์ที่ ๓๐ เดือนมกราคม พทุ ธศักราช ๒๕๕๔

แรม ๑๑ คำ่� เดอื นย่ี ปีขาล สริ อิ ายรุ วม ๙๗ ปี ๕ เดือน ๑๘ วนั ๗๗ พรรษา 373

ครบู าอาจารยท์ เี่ กย่ี วข้อง

พระครสู ทุ ธิธรรมรังษี (หลวงปูเ่ จีย๊ ะ จนุ โท)

วดั ป่าภรู ทิ ตั ตปฏิปทาราม อ.สามโคก จ.ปทมุ ธานี
นามเดมิ โอเจย๊ี ะ โพธิกิจ
โยมบิดา นายซุน่ แฉ่ โพธกิ ิจ
โยมมารดา นางแฟ โพธิกิจ
เกิด วันที่ ๖ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๕๙ ตรงกบั วนั อังคาร เดือน ๗ ขึ้น ๖ คำ�่ ปมี ะโรง
ณ บา้ นคลองนำ�้ เค็ม ต.คลองนำ�้ เคม็ อ.แหลมสิงห์ จ.จันทบรุ ี
อปุ สมบท วันที่ ๑๑ กรกฎาคม พุทธศกั ราช ๒๔๘๐ เวลา ๑๖.๑๙ น. ณ พัทธสีมาวัดจันทนาราม
ต.จนั ทนิมิต อ.เมอื ง จ.จันทบุรี โดยมีพระครูครนุ ารถสมาจาร(เศยี ร) เปน็ พระอุปัชฌาย์
พระครพู ิพฒั น์พิหารการ(เชย) เปน็ พระกรรมวาจาจารย์
ทา่ นพ่อลี ธัมมธโร เป็นพระอนสุ าวนาจารย์
ท่านได้รบั การยกย่องจากหลวงปู่ม่ัน ภูรทิ ัตโต ว่า “เป็นผา้ ขร้ี ิ้วหอ่ ทอง”
ทา่ นได้รับการยกยอ่ งชมเชยในคุณธรรมจากหลวงตามหาบัว ญาณสมั ปนั โน ว่า
“พระอาจารยเ์ จี๊ยะ เป็นผ้าขรี้ ิว้ ห่อทอง เปน็ เพชรนำ�้ หนง่ึ ที่หาได้โดยยากย่ิง”
มรณภาพ ทา่ นละขนั ธเ์ ขา้ สู่อนปุ าทเิ สสนิพพาน ดว้ ยความสงบ และอาจหาญในธรรม ณ
โรงพยาบาลศริ ิราช กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ ๒๓ สงิ หาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ เวลา
ประมาณ ๒๓.๕๕ น. สิรอิ ายุรวม ๘๘ ปี ๒ เดือน ๑๗ วนั ๖๘ พรรษา
ปฏิปทาของท่านพระอาจารย์เจ๊ียะอาจจะแตกต่างจากพระกรรมฐานรูปอ่ืนในแง่
ปลกี ย่อย แตโ่ ดยหลกั ใหญแ่ ล้วเป็นเอกเทศ ท่านไมก่ ว้างขวางเรอ่ื งธรรมะภายนอก รอบรูเ้ ฉพาะเรื่อง
ธรรมะภายใน ทา่ นปฏบิ ตั ลิ �ำ บาก แตร่ เู้ รว็ ค�ำ สอนของทา่ นกเ็ ปน็ ประเภทปจั เจกธรรม เพราะทา่ นมงุ่ เนน้
ทางดา้ นจติ ใจเปน็ สว่ นใหญ่ ประกอบกบั ทา่ นมบี ารมธี รรมทบ่ี ม่ บำ�เพญ็ มาแตช่ าตปิ างกอ่ น เปน็ สง่ิ ทช่ี ว่ ย
เกอ้ื หนนุ อยอู่ ยา่ งลกึ ลบั การปฏบิ ตั ขิ องทา่ นจงึ นบั วา่ รเู้ รว็ ในยคุ ปจั จบุ นั สมยั ทม่ี นษุ ยม์ กี เิ ลสหนาขน้ึ โดยล�ำ ดบั

374

หลวงปู่บวั สิรปิ ณุ โณ

วดั ป่าหนองแซง อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี

โยมบิดา นายลาด น้อยกอ้ ม
โยมมารดา นางดา นอ้ ยกอ้ ม
เกิด เมอื่ ปี พ.ศ. ๒๔๓๑ ท่บี ้านเขอื งใหญ่ ต.หมูมน่ อ.ธวชั บุรี (โปง่ ลงิ ) จ.รอ้ ยเอ็ด
ท่านมีพน่ี ้องร่วมบิดามารดา ทั้งหมด ๙ คน
อุปสมบท เมอ่ื ปี พ.ศ. ๒๔๘๒ ขณะมอี ายไุ ด้ ๕๓ ปแี ลว้ ณ วดั บงึ พระลานชยั อ.เมอื ง จ.รอ้ ยเอด็
เวลา ๑๕.๑๘ น. โดยมี ทา่ นพระครคู ณุ สารพนิ จิ เปน็ พระอปุ ชั ฌาย์ พระอาจารยป์ ลดั แกว้
เปน็ พระกรรมวาจาจารย์ หลงั จากอปุ สมบทแลว้ ทา่ นไดม้ าจ�ำ พรรษาอยกู่ บั พระอาจารยเ์ พง็
พทุ ธฺ ธมโฺ ม ซง่ึ เปน็ พระลกู ชาย ทว่ี ดั ปา่ ศรไี พรวนั จงั หวดั รอ้ ยเอด็ ในกลางพรรษาแรกนน้ั เอง
ท่านมอี าการเจบ็ ในรูหเู ปน็ อยา่ งมาก ได้น่งั สมาธพิ ิจารณาทกุ ขเวทนาใต้ต้นลำ�ดวนใน
บรเิ วณวดั ตดิ ตอ่ กนั ๓ วนั ๓ คนื จงึ รแู้ จง้ ในอรยิ สจั จงึ เอาชนะความเจบ็ ปวดได ้
จากนั้นทา่ นได้ฝากตัวเป็นศษิ ยก์ บั หลวงปู่ม่ัน ภูรทิ ัตโต ที่วดั ป่าบ้านหนองผอื อ.พรรณานคิ ม
จ.สกลนคร ทา่ นไดเ้ รียนศกึ ษากับหลวงปู่มน่ั ได้ศกึ ษาเก่ยี วกบั ชีวิตเร่มิ ต้น และรำ�ลกึ
ถงึ พระคณุ ของพ่อแม่ จากนัน้ ทา่ นไดอ้ อกธดุ งคไ์ ปจงั หวดั มหาสารคาม ไดถ้ วายตวั เปน็
ศิษยเ์ พื่อปฏิบัตพิ ระกรรมฐานกับพระอาจารยค์ ณู ธมั มตุ ฺตโม ทว่ี ดั ป่าพนู ไพบูลย์ อ.เมือง
จ.มหาสารคาม ในปพี ทุ ธศกั ราช ๒๔๙๕ หลวงปบู่ วั สริ ปิ ณุ โฺ ณ กบั พระอาจารยศ์ รี มหาวโี ร
รบั นมิ นตจ์ ากทา่ นเจา้ คณุ พระธรรมเจดยี (์ จมู พนั ธโุ ล) วดั โพธสิ มภรณ์ อดุ รธานี เพอื่ สรา้ ง
วดั กรรมฐานทีบ่ า้ นหนองแซง จงั หวดั อดุ รธานี สถานท่ีแหง่ น้เี ป็นทีเ่ ทีย่ วผ่านไปมาของ
พระอาจารยก์ รรมฐานเสมอ เชน่ พระอาจารยช์ อบ ฐานสโม พระอาจารยห์ ลยุ
จนฺทสาโร พระอาจารยค์ ำ�ดี ปภาโส หลวงปูเ่ จิน่ สิริจนั โท หลวงปู่จันทา ถาวโร ฯลฯ
มรณภาพ ท่านได้ละสงั ขารเข้าสู่อนุปาทิเสสนพิ พาน ในปีพุทธศักราช ๒๕๑๘
สิรอิ ายุรวม ๘๗ ปี ๓๖ พรรษา

375

ครูบาอาจารย์ทเ่ี กีย่ วขอ้ ง

หลวงปูส่ งิ ห์ทอง ธมั มวโร

วดั ปา่ แก้วชมุ พล อ.สว่างแดนดนิ จ.สกลนคร

นามเดมิ สงิ หท์ อง ไชยเสนา
โยมบดิ า นายบญุ จันทร์ ไชยเสนา
โยมมารดา นางอบมา ไชยเสนา
เกิด เมือ่ วันที่ ๑๒ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๖๗ ตรงกับวันเสาร์ ข้ึน ๑๒ ค่ำ� เดอื น ๘ ปีชวด

ณ บ้านศรฐี าน ต�ำ บลกระจาย อ.เมือง จ.ยโสธร
ท่านมีพ่ีนอ้ งร่วมมารดา-บิดาเดียวกัน ๕ คน เป็นชาย ๓ เป็นหญงิ ๒
อุปสมบท วนั ท่ี ๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๘๗ เมอ่ื อายคุ รบ ๒๐ ปี ไดอ้ ปุ สมบท กอ่ นเขา้ พรรษา ๗ วนั
ณ พทั ธสีมา วัดปา่ ส�ำ ราญนเิ วสน์ ต.บา้ นบงุ่ อ.เมอื ง จ.อ�ำ นาจเจรญิ
โดยมีพระครูทัศนวิสุทธิ์ (มหาดุสิต เทวิโร) เป็นพระอุปัชฌาย์ ซึ่งเป็นพระอุปัชฌาย์

เดียวกันกับพระอาจารย์จวน กุลเชฏโฐ วัดภูทอก แต่พระอาจารย์สิงห์ทองบวชหลัง
๑ พรรษา โดยมีพระอาจารยบ์ ญุ สิงห์ เป็นพระอาจารย์ผใู้ หก้ ารอบรมส่งั สอนดา้ นสมาธิ
ภาวนา และอุบายการปฏบิ ตั ธิ รรม พระอาจารยเ์ คยอยกู่ บั หลวงตามหาบวั ญาณสมั ปนั โน
ทบ่ี า้ นหว้ ยทรายและวดั ปา่ บา้ นตาด ทา่ นไดร้ บั ความไวว้ างใจจากหลวงตามหาบวั เปน็ อยา่ งมาก
มีคร้ังหนง่ึ องค์หลวงตามหาบัวไดม้ อบหมายใหท้ า่ นท�ำ หน้าท่เี ปน็ ประธานฝ่ายบรรพชิต
ในการดำ�เนนิ งานประชมุ เพลงิ ศพหลวงปู่บวั สริ ปิ ณุ โณ ทว่ี ัดปา่ หนองแซง
มรณภาพ ท่านละสงั ขารเขา้ สอู่ นุปาทิเสสนิพพาน เมอื่ วนั อาทิตย์ที่ ๒๗ เมษายน พ.ศ. ๒๕๒๓
ด้วยอบุ ตั ิเหตุเครอื่ งบนิ ตก ณ ท้องทงุ่ นารงั สติ หม่ทู ี่ ๕ ต.คลองหลวง อ.คลองหลวง
จ.ปทมุ ธานี พร้อมกบั พระอาจารยบ์ ญุ มา ฐติ เปโม พระอาจารย์วนั อุตฺตโม
พระอาจารย์จวน กุลเชฏโฐ พระอาจารย์สพุ ฒั น์ สุขกาโม
สิริอายุรวม ๕๕ ปี ๙ เดือน ๑๕ วัน พรรษา ๓๕

376

ครบู าอาจารยท์ ่เี ก่ยี วขอ้ งกบั องคห์ ลวงป่ลู ี

(เคยรว่ มออกธุดงค์ และจ�ำ พรรษา)

หลวงปู่หลา้ เขมปัตโต หลวงป่ศู รี มหาวโี ร หลวงปบู่ ญุ มี ปริปณุ โณ
วัดบรรพตคีรี(ภูจ้อก้อ) จ.มกุ ดาหาร วดั ประชาคมวนาราม(ปา่ กงุ ) จ.รอ้ ยเอ็ด วดั ปา่ บา้ นนาคณู จ.อดุ รธานี

หลวงป่ผู าง ปรปิ ณุ โน หลวงปู่เพยี ร วิรโิ ย หลวงปบู่ ุญเพ็ง เขมาภริ โต

วดั ประสทิ ธิธรรม จ.อดุ รธานี วดั ปา่ หนองกอง จ.อุดรธานี วดั ถํ้ากลองเพล จ.หนองบวั ลําภู

พระอาจารยส์ ุพฒั น์ สุขกาโม หลวงปูบ่ ญุ มา คมั ภีรธมั โม หลวงปูค่ �ำ ตนั ฐติ ธัมโม

วัดปา่ ประสิทธ์ิสามคั คี จ.สกลนคร วัดปา่ สหี ์พนม จ.สกลนคร วัดปา่ ดานศรสี ำ�ราญ จ.บึงกาฬ

พระอาจารยป์ รดี า ฉันทกโร หลวงปบู่ ญุ พนิ กตปญุ โญ พระครสู ังฆรกั ษค์ ำ�พอง 377

วัดป่าดานวิเวก จ.บงึ กาฬ วัดผาเทพนิมติ จ.สกลนคร วัดป่านานาชาติ สหรัฐอเมริกา

ครูบาอาจารย์ทเี่ กย่ี วข้อง

หลวงปู่อุ่นหล้า ฐติ ธมั โม หลวงพ่อค�ำ ผอง กสุ ลธโร หลวงพอ่ ประสทิ ธ์ิ ปญุ ญมากโร
วัดปา่ นิโครธาราม จ.อดุ รธานี วัดปา่ หมูใ่ หม่ จ.เชียงใหม่
วัดปา่ แกว้ ชุมพล จ.สกลนคร

หลวงพอ่ จนั ทรเ์ รยี น คุณวโร หลวงพ่ออินทรถ์ วาย สันตสุ สโก หลวงพ่อปญั ญา ปญั ญาวัฑโฒ
วดั ถ้�ำ สหายธรรมจนั ทร์นิมติ จ.อดุ รธานี วดั ปา่ นาคำ�น้อย จ.อุดรธานี วดั ปา่ บา้ นตาด จ.อุดรธานี

หลวงพ่อสมศรี อตั ตสริ ิ หลวงป่มู ี ปมุตโต หลวงปูบ่ ุญจนั ทร์ กตปุญโญ

วดั ปา่ เวฬุวนาราม จ.เลย วัดดอยเทพนิมติ จ.อดุ รธานี วัดป่ากุดฉิม จ.หนองบวั ลำ�ภู

หลวงพ่อนิพนธ์ อภปิ สนั โน หลวงพ่อวนั ชยั วจิ ิตโต คณุ แมช่ แี กว้ เสียงลำ้�

วัดปา่ ศาลานอ้ ย จ.เลย วัดปา่ ภสู ังโฆ จ.อุดรธานี สำ�นักชีบา้ นหว้ ยทราย จ.มกุ ดาหาร

378

หลวงปลู่ ี กุสลธโร กราบคารวะสรีระสังขารหลวงปคู่ �ำ พอง ติสโส

หลวงปู่ลี กสุ ลธโร, หลวงพอ่ ปรดี า(อ.ทยุ ) ฉันทกโร ณ เจดยี ์หลวงปคู่ �ำ ตนั ฐติ ธมั โม วดั ปา่ ดานศรสี �ำ ราญ จ.บงึ กาฬ
379

ครบู าอาจารยท์ ่ีเกยี่ วข้อง

หลวงป่บู ุญม,ี หลวงปู่ล,ี หลวงปู่บุญมา, หลวงพ่อจนั ทร์เรียน หลวงปู่ล,ี หลวงป่เู พียร หลวงป่ลู ี, สมเด็จพระมหามุนวี งศ์
หลวงพอ่ สธุ รรม, หลวงพอ่ อนิ ทรถ์ วาย, หลวงปลู่ ,ี สมเดจ็ พระมหามนุ วี งศ์ หลวงป่ศู รี, หลวงป่ทู ่อน, หลวงปลู่ ี

หลวงปู่บญุ พนิ กตปญุ โญ, หลวงปเู่ คน เขมาสโย, หลวงปลู่ ี กสุ ลธโร หลวงป่บู ญุ มี ปริปณุ โณ, หลวงปู่ลี กุสลธโร

หลวงปบู่ ุญมี, หลวงปลู่ ี (วนั ละสงั ขารหลวงพ่อปัญญาวัฑโฒ) หลวงพอ่ อินทรถ์ วาย กราบคารวะหลวงป่ลู ี
380

หลวงปูล่ ี กุสลธโร, หลวงพ่ออทุ ัย สิริธโร หลวงปลู่ ี กุสลธโร, หลวงปู่อ่นุ หล้า ฐิตธมั โม

หลวงป่ลู ี หลวงพ่อบุญกู้ หลวงพอ่ อินทร์ถวาย หลวงพ่ออินทร์ถวาย, หลวงปูล่ ี, หลวงพ่ออทุ ัย

หลวงพอ่ ทองอนิ ทร์ กตปญุ โญ กราบคารวะ หลวงปู่ลี กุสลธโร หลวงปูล่ ี กสุ ลธโร, หลวงปูฟ่ กั สันตธิ ัมโม

หลวงปู่ลี, หลวงพ่ออินทรถ์ วาย หลวงพ่อสดุ ใจ ทนั ตมโน กราบคารวะ หลวงปู่ลี กุสลธโร ณ วดั ป่าบา้ นตาด 381

หลวงป่ลู ี

UU เขา้ รว่ มโครงการชว่ ยชาติกับ

หลวงตามหาบัว ญาณสัมปนั โน
UU เมตตาธรรม สงเคราะห์โลก ฯลฯ

บูชาพระคณุ พ่อแม่ครอู าจารย์ องคห์ ลวงตามหาบวั

เป็นท่ีรู้กันดีทั่วไปว่า หลวงปู่ลี มีความเคารพเทิดทูนในองค์หลวงตามหาบัวเป็นอย่างมาก
เมอื่ องคห์ ลวงตามคี วามด�ำ รปิ ระกาศตวั ออกมาเปน็ ผนู้ �ำ ในการเรมิ่ ทอดผา้ ปา่ ชว่ ยชาตไิ ทย หรอื เรอ่ื ง
สงเคราะหโ์ ลกตา่ งๆ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างตกึ สงฆ์อาพาธ(อาคาร ๙๖ ป)ี โรงพยาบาลอุดรธานี
การตัง้ มลู นธิ ิสถานวี ทิ ยุเสียงธรรมเพ่ือประชาชน แมแ้ ต่ในยามทอี่ งค์หลวงตาอาพาธหนัก หลวงปู่
กจ็ ะมาประจ�ำ อยทู่ วี่ ดั ปา่ บา้ นตาด เพอ่ื ถวายการดแู ลรกั ษาอาการอาพาธ และธรุ ะของครบู าอาจารย์
อย่างสุดความสามารถ จนกระทั่งองค์หลวงตาได้ละสังขาร หรือในงานพระราชทานเพลิงสรีระ
สังขารองค์หลวงตา หลวงปู่ลีเป็นพระเถระผู้ใหญ่ท่ีคอยควบคุมดูแลงานทุกอย่างจนสำ�เร็จลุล่วง
ผ่านไปไดด้ ้วยดโี ดยตลอด
สมดงั ทีอ่ งคห์ ลวงตาได้กลา่ วช่ืนชมหลวงปูล่ ี เมื่อวนั ท่ี ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๔๘ วา่
“ ธรรมลีน่ีเก่งอยู่นะ ความพากเพียรน้ีเก่งมาแต่ไหนแต่ไร นี่เร่ืองได้ทำ�บุญสนองคุณ
ครูบาอาจารย์นะเรารู้ ธรรมลีเป็นพระที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ท่ีจะออกไปนู้นไปน่ีชั่วกาลเวลา
หลักใหญ่อยู่ทีนๆี่ ตลอด นก่ี ็ให้ไปอยู่ผาแดงนะเราส่ังใหไ้ ป ”

383

สงเคราะหโ์ ลก

สมเด็จพระเจ้าลกู เธอ เจ้าฟ้าจฬุ าภรณวลยั ลักษณ์ อัครราชกมุ ารี
เสดจ็ ไปร่วมพธิ มี อบทองคำ� ครงั้ ที่ ๑๕ เพอ่ื น�ำ เข้าสู่คลังหลวงของประเทศไทย

วันที่ ๙ มกราคม ๒๕๕๐ ณ ศาลาใหญห่ นา้ วัดปา่ บา้ นตาด อ.เมือง จ.อุดรธานี

หลวงตามหาบัว หลวงปบู่ ุญมี หลวงป่ลู ี หลวงปอู่ ทุ ัย หลวงปฟู่ ัก
หลวงพอ่ อินทรถ์ วาย หลวงพอ่ คณู หลวงพ่อเมอื ง หลวงพอ่ คลาด

384

หลวงป่ลู ี กสุ ลธโร มอบทองคำ�-เงินไทย-ดอลลาร์
(ถวายแดอ่ งค์พอ่ แมค่ รูอาจารย์ หลวงตามหาบัว ญาณสมั ปันโน
เพอื่ สมทบทนุ เข้าโครงการชว่ ยชาต,ิ สร้างตกึ สงฆอ์ าพาธ และในการสงเคราะห์โลกฯลฯ)

วัน/เดือน/ปี ทองค�ำ เงินบาทไทย เงนิ ดอลลาร์ เงินสกลุ อ่ืนๆ หมายเหตุ
(บาท) (ดอลลาร์)
๖ พฤศจิกายน ๒๕๔๑ ๑ กก. ๘,๔๐๐ ๒๐๔ เงินญี่ปุน่ ๑๐๐
๙ กนั ยายน ๒๕๔๒ ๔ กก. - ๑๐๐
๒๕ กันยายน ๒๕๔๓ ๑ กก. เช็ค ๗,๐๐๐
๓๒ บาท
๒๖ ตลุ าคม ๒๕๔๓ ๑ กก. ๑,๖๔๐ ๑๐
๓๔ บาท
๘๔ สต.
๗ เมษายน ๒๕๔๔ ๑ กก. ๑๓,๕๐๐ ๒
๒๖ บาท
๖ มิถนุ ายน ๒๕๔๔ ๒ กก. เชค็ ๒๖,๔๐๐
๙ บาท
๒ สลงึ
๑๐ พฤศจกิ ายน ๒๕๔๕ ๒ กก. ๓,๒๐๐ ๓๐๕
๓ บาท
๕๐ สต.
๙ ธนั วาคม ๒๕๔๕ ๑ กก. - ๑,๙๕๑
๘ บาท
๕๐ สต.
๓๐ ธันวาคม ๒๕๔๕ ๑๓ กก. ๕๐,๐๐๐ ๑,๓๗๔
๔๑ บาท
๒๕ สต.
๓๑ ธนั วาคม ๒๕๔๕ ๑๒ บาท - ๔๓๑
๕๐ สต.
๑๒ เมษายน ๒๕๔๖ ๓ กก. ๑๑๐,๓๗๐ ๔,๐๖๕ ๑๐๐ ยูโร
๓๕ บาท เชค็ ๓๔,๕๐๐ เงนิ องั กฤษ
๗๕ สต. ๒๐ ปอนด์
๑๘ เมษายน ๒๕๔๖ ๑ กก. - ๑,๕๖๗ มาเลเซยี
๑๐ บาท ๗๐๐ ริงกติ
๕๐ สต.
๕ กรกฎาคม ๒๕๔๖ ๑๒ กก. - ๔๐๘
๔๐ บาท
๕๐ สต.
๔ ธันวาคม ๒๕๔๗ ๕ บาท ๒๔๙,๐๑๐ ๘๐ รวมทั้งหมด
๘๔ สต. เชค็ ๘๖,๙๐๐ ๓๓๕,๙๑๐ บ.

385

สงเคราะห์โลก

วัน/เดอื น/ปี ทองค�ำ เงินบาทไทย เงินดอลลาร์ เงินสกลุ อ่ืนๆ หมายเหตุ
(บาท) (ดอลลาร์)
๘ พฤศจิกายน ๒๕๔๗ ๑๖ บาท ๖๔๐,๐๒๐ ๕๐๐ หยวน รวมทัง้ หมด
๓๕ สต. เชค็ ๓๑๘,๑๐๐ ๑๐ หยวน ๙๕๘,๑๒๐ บ.
๒๖ กนั ยายน ๒๕๔๗ ๓ บาท ๓๓๓,๓๘๐
๓๔ สต. เชค็ ๘๒,๓๐๐
๓๐ พฤษภาคม ๒๕๔๗ ๑ กก.
๑๔ เมษายน ๒๕๔๗ ๑ บาท ๑,๓๒๐ ๑๑๔
๙ เมษายน ๒๕๔๗ ๑๔๐
๗ ธันวาคม ๒๕๔๘ ๔๐ ๒๙,๑๐๐ ๕๐๘ รวมทง้ั หมด
๘๐ สต. เช็ค ๓๔,๐๐๐ ๖๓,๑๐๐ บ.
๒๕ ตลุ าคม ๒๕๔๘ ๓ กก. ๒๖๗,๘๗๐ รวมท้ังหมด
๙ บาท เช็ค ๓๓๒,๔๔๘ ๖๐๐,๓๑๘ บ.
๒๕ สต.
๑๘ กันยายน ๒๕๔๘ ๒ กก. ๑๔๐,๐๐๐ เงนิ เกาหล ี รวมทั้งหมด
๑๘ บาท เช็ค ๒๑๘,๑๐๐ ๕๖,๙๘๐ วอน ๓๕๘,๑๐๐ บ.
๕๐ สต.
๑๒ มถิ นุ ายน ๒๕๔๘ ๓ ๒๓,๑๒๐
เชค็ ๑,๕๐๐
๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๘ ๓ กก. ๕๗๐
๙ บาท
๑ มกราคม ๒๕๔๘ ๑ บาท ๔๗,๒๐๐ รวมท้งั หมด
๔๙ สต. เช็ค ๑๖๖,๑๐๐ ๒๑๓,๓๐๐ บ.
๕ ธนั วาคม ๒๕๔๙ ๓ กก. ๓๐๕,๕๐๐
๑๙ บาท เช็ค ๑๑๘,๕๐๐
๙๗ สต.
๗ กันยายน ๒๕๔๙ ๓ กก. ๑๖๑,๑๔๐ ๒๙๘ เงนิ ยูโร รวมท้ังเชค็
๔๔ บาท เช็ค ๑๘๕,๘๔๙ ๑๕ ยโู ร ทงั้ เงินสด
๑๓ สต. เปน็ เงิน
๓๔๖,๙๘๙ บ.
๑๐ กุมภาพนั ธ์ ๒๕๕๑ ๕ กก. ๑๐,๐๐๐ รวมทัง้ หมด
๑ บาท เช็ค ๓๓๕,๑๐๐ ๓๔๕,๑๐๐ บ.
๕๐ สต.
๒๖ ธันวาคม ๒๕๕๒ ๓๐๐,๐๐๐
เช็ค ๑๔,๐๐๐
๕ ธันวาคม ๒๕๕๒ ๑ บาท ๓๒๘,๕๐๐ บ. รวมทง้ั หมด
๖๒.๕ สต. เชค็ ๗๑,๕๐๐ ๔๐๐,๐๐๐ บ.

386

วนั /เดอื น/ปี ทองค�ำ เงนิ บาทไทย เงนิ ดอลลาร ์ เงนิ สกุลอน่ื ๆ หมายเหตุ
(บาท) (ดอลลาร์)
๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ ๕ บาท ๗๓๐,๐๐๐
๕๐ สต.
๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ ๓ บาท ๕๐๐,๐๐๐ รวมทั้งหมด
๕๐ สต. เช็ค ๓๑๓,๐๐๐ ๘๑๓,๐๐๐ บ.
๒๕ กรกฎาคม ๒๕๕๒ ๑๑๒,๓๐๐
(ตึกสงฆ์)
๒๐๐,๐๐๐
๒ พฤษภาคม ๒๕๕๒ ตกึ สงฆอ์ าพาธ รวมทง้ั หมด
เช็ค ๓,๕๐๐ ๓๐๐,๐๐๐ บ.
๒๙๖,๕๐๐ บ.
๑๑ เมษายน ๒๕๕๒ สรา้ งตึกสงฆ์ รวมทัง้ หมด
เช็ค ๖๗,๐๐๐ ๓๓๘,๐๐๐ บ.
๒๗๑,๐๐๐ บ.
๔ เมษายน ๒๕๕๒ สร้างตกึ สงฆ์
จำ�นวน ๒๑๓ กอง
เป็นเงิน
๔๒๖,๐๐๐ บ.
ถวายปัจจัย
สงเคราะห์โลก
๒๔,๗๐๐ บ.
๒๘ มีนาคม ๒๕๕๒ สรา้ งตกึ สงฆ์ ๒๘๘,๐๐๐ บ.
อาพาธ
๒๘๐,๐๐๐ บ.
เชค็ ๘,๐๐๐ บ.
๒๑ มนี าคม ๒๕๕๒ ๒๓๕,๒๐๐ รวมท้งั หมด
เช็ค ๑๒๙,๘๐๐ ๓๖๕,๐๐๐ บ.
๑๕ มีนาคม ๒๕๕๒ ๒ บาท สรา้ งตึกสงฆ์
๓ สลึง ๒๕๐ กอง
เงนิ สด
๕๐๐,๐๐๐ บ.
๒๑ กุมภาพนั ธ์ ๒๕๕๒ ตึกสงฆ์อาพาธ
จำ�นวน ๖๐๐ กอง
เปน็ เงนิ ๑ ลา้ น
๒ แสนบาท
๒๕ มกราคม ๒๕๕๒ ตึกสงฆ์
จำ�นวน ๑๑๕ กอง
เป็นเงิน
๒๓๐,๐๐๐ บ.

387

สงเคราะห์โลก

วัน/เดอื น/ปี ทองคำ� เงนิ บาทไทย เงินดอลลาร์ เงนิ สกุลอ่นื ๆ หมายเหตุ
(บาท) (ดอลลาร์)
๔ มกราคม ๒๕๕๒ ตกึ สงฆ์
จ�ำ นวน ๓๔ กอง
เป็นเงิน
๖๘,๐๐๐ บ.
๑ มกราคม ๒๕๕๒ ๑ กก. ๓๕๔,๐๐๐ สรา้ งตึกสงฆ์
๔๗ บาท เช็ค ๑๐๐,๐๐๐ บ. จ�ำ นวน ๑๐๕ กอง
๗๕ สต. รวม ๔๕๔,๐๐๐ บ. เป็นเงิน
๒๑๐,๐๐๐ บาท

๑๖ ตลุ าคม ๒๕๕๓ ๑๐ บาท ๔๑๒,๘๕๖ รวมท้ังหมด
๕๐ สต.ครึง่ เช็ค ๓๑,๒๐๐ ๔๔๔,๐๕๖ บ.
๑๐ กรกฎาคม ๒๕๕๓ ๖,๒๐๐ ๑๐๐
๙ มกราคม ๒๕๕๓ ๖๐ บาท ๑,๒๖๐,๐๐๐ ๑๐๙ รวมทัง้ หมด
๕๐ สต. เชค็ ๒๙๘,๐๐๐ บ. ๑,๕๕๘,๐๐๐ บาท
คดิ เปน็ ผ้าป่า
จำ�นวน ๖๓๐ กอง

๑๗ เมษายน ๒๕๕๓ ๒ บาท ๔๔๒,๐๐๐ รวมทงั้ หมด
๒๕ สต. เช็ค ๕๒,๒๐๐ บ. ๔๙๔,๒๐๐ บ.
คดิ เปน็ ผ้าป่า
๒๔๗ กอง
๓ พฤษภาคม ๒๕๔๗ - ๕๔๓ กก. ๘๒,๑๘๖,๔๒๗ รวมเชค็ และ
๑๘ ธนั วาคม ๒๕๕๓ ๒๕ สต. เช็ค ๔๒,๙๖๒,๐๖๒ เงนิ สดเปน็ เงิน
ครึ่งสลึง ๑๒๕,๑๔๘,๔๘๙ บาท
๒๕ ธันวาคม ๒๕๕๓ ๑๙ บาท ๑,๐๐๓,๔๐๐ รวมเช็คและ
๒๕ สต. เชค็ ๒๓๙,๐๐๐ เงนิ สดเป็นเงนิ
๑,๒๔๒,๔๐๐ บาท

๒๗ ธนั วาคม ๒๕๕๓ ๓๑,๗๖๐ รวมเช็คและ
เช็ค ๓๐๐,๐๐๐ เงนิ สดเปน็ เงนิ
๓๓๑,๗๖๐ บาท
จ�ำ นวน ๑๖๕ กอง
๒๘ ธนั วาคม ๒๕๕๓- ๒๓ บ.ครึ่งสลึง ๑,๙๙๗,๘๗๐ รวมเชค็ และ
๑ มกราคม ๒๕๕๔ ถวาย ณ เช็ค ๕๔๓,๓๐๐ เงินสดเป็นเงิน
รพ.ศิรริ าช ๒,๕๔๑,๑๗๐ บาท
จ�ำ นวน ๑,๒๗๐ กอง
ผ้าขาว ๗๖ พับ

388

วนั /เดอื น/ปี ทองคำ� เงินบาทไทย เงนิ ดอลลาร ์ เงนิ สกุลอน่ื ๆ หมายเหตุ
(บาท) (ดอลลาร)์
รวมเชค็ และ
๘ มกราคม ๒๕๕๔ ๑ กก. ๖ บ. ๔,๐๐๐,๐๐๐ บาท เงินสดเป็นเงนิ
๗๕ สต. เช็ค ๙๓๓,๘๓๓
บาท ๔,๙๓๓,๘๓๓ บาท
จ�ำ นวน ๒,๔๖๖ กอง

๑๒ มกราคม ๒๕๕๔ ๑ กก. ๔๑ บ. รวมเช็คและ
๑๕ มกราคม ๒๕๕๔ ๗๕ สต. เงินสดเปน็ เงนิ
๖,๑๘๑,๕๕๔ บาท
๒ กก. ๑๓ บ. ๔,๗๐๐,๐๐๐ บ. จำ�นวน ๓,๐๙๐ กอง
๕๐ สต. ครง่ึ เช็ค ๑,๔๘๑,๕๕๔ ผา้ ขาว ๕๗ พับ

สลงึ

๒๒ มกราคม ๒๕๕๔ ๓ กก. ๒๘ บ. ๓,๙๗๘,๐๐๐ บ. รวมเชค็ และ
๒๕ สต. เช็ค ๑,๗๒๐,๗๕๐ เงินสดเปน็ เงิน
๕,๖๙๘,๗๕๐ บาท
จำ�นวน ๒,๘๔๙ กอง
ผ้าขาว ๘๕ พับ

๒๙ มกราคม ๒๕๕๔ ๓ กก. ๕๖ บ. ๔,๕๘๕,๐๐๐ บ. รวมเช็คและ
๒๕ สต. เช็ค ๔,๖๑๖,๔๖๖ เงินสดเปน็ เงิน
๙,๒๐๑,๔๖๖ บาท
จำ�นวน ๔,๖๐๐ กอง
ผ้าขาว ๖๘ พบั

๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ ๔ กก. ๕๔ บ. ๙,๖๒๘,๑๐๐ บ. รวมเชค็ และ
๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ ๕๐ สต. ครงึ่ เชค็ ๕,๖๒๒,๙๘๖ เงินสดเป็นเงนิ
๑๕,๒๕๑,๐๘๖ บาท
สลึง รวมเช็คและ
๘,๐๐๐,๐๐๐ บ. เงินสดเปน็ เงนิ
๙,๓๐๑,๘๘๓ บาท
จ�ำ นวน ๔,๖๕๐ กอง

๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ ๘,๖๖๓,๐๐๐ บ. รวมเป็นเงิน
เชค็ ๑,๖๖๐,๘๐๐ บ. ๑๐,๓๒๓,๘๐๐ บาท
จ�ำ นวน ๕,๑๖๑ กอง
ผ้าขาว ๕๔ พับ

389

สงเคราะหโ์ ลก

วนั /เดือน/ปี ทองค�ำ เงนิ บาทไทย เงินดอลลาร ์ เงินสกลุ อน่ื ๆ หมายเหตุ
(บาท) (ดอลลาร)์

๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ ๖,๐๑๐,๐๐๐ บ. รวมเชค็ และ
เชค็ ๕,๙๘๗,๗๔๖ เงินสดเป็นเงนิ
๑๑,๙๙๗,๗๔๖ บ.
จ�ำ นวน ๕,๙๙๘ กอง
ผ้าขาว ๙๓ พบั

๒ มีนาคม ๒๕๕๔ ๘ กก. ๓๒ บ. รวมเชค็ และ
๕ มนี าคม ๒๕๕๔ คร่งึ สลงึ เงินสดเปน็ เงนิ
๑๔ กก. ๑๒,๑๔๓,๐๐๐ บ. ๑๕,๗๘๙,๔๖๒ บ.
๔๙ บ. เช็ค ๓,๖๔๖,๔๖๒ จ�ำ นวน ๗,๘๙๔ กอง
๒๕ สต. ผา้ ขาว ๑๙๙ พบั

๖ มนี าคม ๒๕๕๔ ๕ กก. ๒๘ บ. ๕,๗๐๕,๐๐๐ บ. รวมเช็คและ
เช็ค ๘๒๔,๙๖๙ เงนิ สดเป็นเงนิ
๖,๕๒๙,๙๖๙ บ.
จำ�นวน ๓,๒๖๔ กอง
ผ้าขาว ๓๑ พับ

๑๒ มนี าคม ๒๕๕๔ ๔๙ บ. ๒,๒๕๐,๐๐๐ บ. รวมเช็คและ
๒๐ มนี าคม ๒๕๕๔ ๒๔ สต. เช็ค ๒๒๓,๗๐๐ เงินสดเป็นเงนิ
๒๗ มีนาคม ๒๕๕๔ ๕๖ บ. ๑,๕๙๘,๐๐๐ บ. ๒,๔๗๓,๗๐๐ บ.
๒ เมษายน ๒๕๕๔ ๒๕ สต. เชค็ ๘๔๘,๑๐๐ รวมเช็คและ
เงินสดเปน็ เงิน
๑๓ บ. ๙๑๗,๐๐๐ บ. ๒,๔๔๖,๑๐๐ บ.
๒๕ สต. เช็ค ๑๖๒,๗๕๒ ผ้าขาว ๙ พับ
รวมเชค็ และ
๒๒ บ. ๙๑๒,๐๐๐ บ. เงนิ สดเปน็ เงนิ
เชค็ ๗,๐๕๗,๐๐๐ ๑,๐๗๙,๗๕๒ บ.
ผา้ ขาว ๒๑ พับ
รวมเชค็ และ
เงนิ สดเป็นเงิน
๗,๙๖๙,๐๐๐ บ.
ผ้าขาว ๗ พบั

390

วนั /เดือน/ปี ทองค�ำ เงนิ บาทไทย เงินดอลลาร ์ เงนิ สกลุ อ่นื ๆ หมายเหตุ
(บาท) (ดอลลาร์)

๙ เมษายน ๒๕๕๔ ๒๗ กก. ๘๔๐,๐๐๐ บ. รวมเชค็ และ
๑๓ บ. เช็ค ๒๐๐,๐๐๐ เงินสดเป็นเงนิ
๗๕ สต. ๑,๐๔๐,๐๐๐ บ.
ผา้ ขาว ๒๐ พับ
๑๖ เมษายน ๒๕๕๔ ๓๔ บ. ๑,๒๑๗,๐๐๐ บ. รวมเช็คและ
๒๕ สต. เชค็ ๓๖๒,๒๒๐ เงินสดเป็นเงิน
๑,๕๗๙,๒๒๐ บ.
๒๓ เมษายน ๒๕๕๔ ๓๙ บ. ๒,๑๔๔,๐๐๐ บ. รวมเชค็ และ
๕๗ สต. เช็ค ๑๐๘,๐๐๐ เงินสดเป็นเงิน
ครงึ่ สลึง ๒,๒๕๒,๐๐๐ บ.
๓๐ เมษายน ๒๕๕๔ ๔ กก. ๓๔ บ. ๑,๘๒๖,๐๐๐ บ. รวมเช็คและ
๓๐ สต. เช็ค ๒๕๗,๐๐๐ เงินสดเปน็ เงนิ
๒,๔๗๓,๗๐๐ บ.
๑ พฤษภาคม ๒๕๕๔ ๑ กก. ๓๘ บ. ๕๗๖,๙๓๐ บ. รวมเช็คและ
เชค็ ๑๕,๕๐๐ เงินสดเป็นเงิน
๕๙๒,๔๓๐ บาท
๕ พฤษภาคม ๒๕๕๔ ๑ กก. ๕๒๑,๐๐๐ บ. รวมเชค็ และ
๕๗ บ. เชค็ ๒๓๔,๕๐๐ เงินสดเป็นเงนิ
๗๕๕,๕๐๐ บ.
รวมยอดทองค�ำ ต้ังแต่ ๖๖๐ กก. ๑๖๓,๖๗๖,๔๘๗ บ. รวมเชค็ และ
๓ พฤษภาคม ๒๕๔๗ – ๑๒ บ. เช็ค ๘๐,๙๔๗,๘๓๑ เงนิ สดเปน็ เงิน
๗ พฤษภาคม ๒๕๕๔ ๗ สต. วนั ๓ พ.ค.๔๗ - ๕
พ.ค.๕๔ เป็นเงิน
๒๔๔,๖๒๔,๓๑๘
บาท

๒๒ มถิ ุนายน ๒๕๕๔ ๑๐,๑๗๙,๖๑๑.๘๘ รวมเช็คและ
๒๙ มิถุนายน ๒๕๕๔ ๒,๗๐๘,๗๐๐ บ. เงนิ สดเป็นเงนิ
๓ กรกฎาคม ๒๕๕๔ ๑,๕๓๐,๐๐๐ บ. ๓,๓๒๘,๕๕๙ บ.
๑๒ กรกฎาคม ๒๕๕๔ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บ.
๑๙ กรกฎาคม ๒๕๕๔ ๑,๐๐๔,๒๐๐ บ.
๒๕ กรกฎาคม ๒๕๕๔ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บ.
๔ สงิ หาคม ๒๕๕๔ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บ.
๑๒ สงิ หาคม ๒๕๕๔ ๒,๘๔๓,๐๐๐ บ.
เชค็ ๔๘๕,๕๕๙

๒๑ สงิ หาคม ๒๕๕๔ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บ.

391

สงเคราะหโ์ ลก

เข้าเฝ้าและกราบเยี่ยมอาการพระประชวร สมเด็จพระ
สงั ฆราชสกลมหาสงั ฆปรณิ ายก (เจรญิ สวุ ฑั ฒโน) โดยมี องค์
หลวงตามหาบวั ญาณสมั ปนั โน หลวงปลู่ ี กสุ ลธโร และหลวง
พอ่ อุทัย สริ ิธโร ได้ตดิ ตามไปรว่ มในพธิ บี ำ�เพญ็ กศุ ลเปน็ การ
สว่ นพระองค์ พรอ้ มนท้ี รงรว่ มถวายทองค�ำ ดว้ ย เมอ่ื วนั ที่ ๑๓
เดอื นเมษายน พุทธศักราช ๒๕๔๙ ณ ตึกวชริ ญาณสามัคคี
พยาบาลชน้ั ๖ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ กรุงเทพมหานคร

วัน/เดอื น/ปี ทองค�ำ เงนิ บาทไทย เงนิ ดอลลาร ์ เงินสกลุ อนื่ ๆ หมายเหตุ
(บาท) (ดอลลาร์)

๒๗ สิงหาคม ๒๕๕๔ ๖,๐๐๔,๒๐๑ บ.
๔ กันยายน ๒๕๕๔ ๑,๑๑๐,๒๕๐ บ.
รวมยอดเงนิ ทง้ั หมด ตงั้ แตว่ นั ๑๙๓,๘๗๘,๔๔๙.๘๘ รวมเชค็ และ
ท่ี ๓ พ.ค. ๒๕๔๗- ๔ ก.ย. บาท เงินสดเปน็ เงิน
๒๕๕๔ เชค็ ๘๑,๔๓๓,๓๙๐ ๒๗๕,๓๑๑,๘๓๙.๘๘
บาท บาท
๑๒ กันยายน ๒๕๕๔ ๒,๐๗๖,๑๗๐ บ. รวมเช็คและ
เชค็ ๒,๓๖๗,๓๕๔ เงนิ สดเป็นเงนิ
๔,๔๔๓,๕๒๔ บ.
๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บ.
๓ ธันวาคม ๒๕๕๔ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บ.
๑๐ ธันวาคม ๒๕๕๔ ๒,๐๐๐,๐๐๐ บ.
๑๗ ธนั วาคม ๒๕๕๔ ๑๐,๐๐๐,๐๐๐ บ.
๒๔ ธันวาคม ๒๕๕๔ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บ.
๓๑ ธนั วาคม ๒๕๕๔ ๒,๐๐๐,๐๐๐ บ.
๒ มกราคม ๒๕๕๕ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บ.
๗ มกราคม ๒๕๕๕ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บ.
๑๔ มกราคม ๒๕๕๕ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บ.
๒๑ มกราคม ๒๕๕๕ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บ.
๒๘ มกราคม ๒๕๕๕ ๓,๐๐๐,๐๐๐ บ.
๓๐ มกราคม ๒๕๕๕ ๘,๐๐๐,๐๐๐ บ.
(ครบ
๑๐๐,๐๐๐,๐๐๐
บาท)
ยอดรวมทั้งหมด ๑๐๑,๗๒๗,๐๒๕
บาท
เปน็ เงนิ หลวงปทู่ ง้ั หมด ๕๓ ลา้ น ๕๓,๑๔๔,๔๕๙
บาท

* หมายเหตุ ข้อมูลทง้ั หมดทีไ่ ดแ้ สดงให้ไดศ้ ึกษาน้เี ป็นเพียงบางสว่ น และยังหาขอ้ มูลท่เี หลือไม่ได้อีกมากมายฯลฯ
392



สงเคราะหโ์ ลก

หลวงป่ลู ี กุสลธโร
เป็นประธานกรรมการบริหารกองทุนสถานีวทิ ยุเสยี งธรรมเพอื่ ประชาชน

(คณะสงฆ์โดยการน�ำ ของท่านอาจารยอ์ ินทรถ์ วาย สันตสุ สโก
ได้มอบปัจจัยเป็นกองทุนสถานีวิทยุเสียงธรรมเพื่อประชาชน
เป็นปฐมฤกษ์จำ�นวนเงิน ๑ ล้านบาทถ้วน เปิดบัญชีท่ีธนาคาร
กรงุ ไทย สาขาอดุ รธานี เพ่ือให้ประชาชนผู้มจี ติ ศรทั ธา รว่ มบริจาค
สมทบกองทนุ วิทยุเสียงธรรมเพอื่ ประชาชน ไดม้ โี อกาสรว่ มบำ�เพ็ญ
มหากศุ ลโดยทว่ั หนา้ กนั และเพอ่ื ใหก้ ารบรหิ ารจดั การกองทนุ เปน็ ไป
ดว้ ยความเรยี บรอ้ ย คณะสงฆจ์ งึ ไดม้ มี ตจิ ดั ตงั้ คณะกรรมการบรหิ าร
กองทุนดังกล่าว โดยมีหลวงปู่ลี วัดถ้ำ�ผาแดง เป็นประธาน
กรรมการ)
นเ่ี รากเ็ หน็ ดว้ ยแลว้ เมอ่ื วานนเ้ี ขาประชมุ กนั เรยี บรอ้ ยกม็ าหาเรา
เราไมไ่ ดไ้ ปประชมุ ว่าได้มอบเงินให้เปน็ กองทนุ ๑ ลา้ นบาท เราก็
ให้พรอ้ มในขณะเดียวกนั เลยเม่อื วานน้ี ๑ ลา้ นบาทเหมอื นกนั เปน็ กองทนุ เรยี กวา่ ไดเ้ งนิ ๒ ลา้ นแลว้
เราคิดทกุ ด้านทกุ ทางเพอ่ื พีน่ ้องชาวไทยลูกหลานไทยเรา เราไม่หวังอะไรแหละเราพูดตรงๆ ถา้ พดู
ทางด้านจติ ใจเราก็พอเตม็ ทีแ่ ล้ว พูดถงึ อยา่ งอนื่ ก็เหลือเฟอื ดงั ทีเ่ หน็ แต่ทคี่ ิดไปภายนอกกระจาย
ออกไปเพื่อลูกหลานของเราน่นั ละบกพรอ่ ง เราจึงได้อตุ สา่ หพ์ ยายามคดิ ไว้ทกุ ดา้ นทุกทาง เมื่ออยู่
ในฐานะพอเป็นไปไดอ้ ยู่ เราก็พาตะเกยี กตะกายอย่างนแ้ี หละ

(โอวาทธรรม หลวงตามหาบวั ญาณสมั ปนั โน ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๔๙ เปดิ สิง่ ที่ไม่มรี าคำ�่ ราคาออก)

394

หลวงปลู่ ี กสุ ลธโร กราบเยย่ี มหลวงป่เู จยี๊ ะ จุนโฺ ท

ในสมัยท่ีหลวงปู่เจี๊ยะ จุนโท พักอาพาธอยู่ท่ีวัดป่าภูริทัตตปฏิปทาราม อำ�เภอสามโคก
จังหวัดปทุมธานี หลวงปู่ลีมักจะมากราบคารวะเย่ียมเยียนท่านอยู่เสมอ และองค์หลวงปู่เจี๊ยะ
ท่านก็ชื่นชมหลวงปลู่ ีเปน็ อย่างมากเช่นกัน ทา่ นท้งั สองจงึ มคี วามสนทิ สนมคนุ้ เคยกนั มานาน

395

สงเคราะหโ์ ลก

พธิ เี ททองหลอ่ รปู เหมอื น
พระครสู ทุ ธธิ รรมรงั ษี (หลวงปเู่ จ๊ียะ จุนฺโท)

ณ วดั ป่าภูรทิ ตั ตปฏิปทาราม อ�ำ เภอสามโคก จงั หวดั ปทุมธานี
เม่อื วนั เสาร์ที่ ๑ เดอื นกรกฎาคม พทุ ธศกั ราช ๒๕๔๙ เวลา ๑๐.๐๐ น.
โดยมีพระเถระทม่ี ารว่ มพธิ ี ดังนี้
หลวงปู่ลี กุสลธโร (เป็นองค์ประธานในพธิ ี)
หลวงป่มู หาเนยี ม สุวโจ
หลวงปฟู่ ัก สันติธมั โม
พระอาจารย์บุญช่วย ปัญญวนั โต
พิธหี ลอ่ รูปเหมอื นหลวงปู่เจยี๊ ะ จุนโฺ ท จำ�นวน ๔ องค์ เพอ่ื นำ�ไปประดษิ ฐานที่
๑. วัดทรายงาม (วัดบ้านเกิดของหลวงปู)่ บา้ นหนองบวั อ�ำ เภอเมือง จงั หวดั จันทบุรี
๒. วดั ป่าพระอาจารย์มั่น อำ�เภอพรา้ ว จังหวัดเชียงใหม่
๓. วัดถ�้ำ ชา้ งร้อง ภายในวนอุทยานแหง่ ชาติแมป่ งิ จงั หวัดตาก
๔. พระอาจารย์เขง่ ท่านจะน�ำ ไปประดษิ ฐานไว้ท่ปี ระเทศมาเลเซยี เพือ่ ใหช้ าวพทุ ธศาสนิกชน
ในมาเลเซียไดม้ โี อกาสกราบไหวส้ กั การบชู า

396

หลวงปู่มหาเนยี ม สุวโจ

397

สงเคราะหโ์ ลก

ผลงานด้านวัตถุสิง่ สุดท้ายท่อี งคห์ ลวงตามหาบัว ญาณสัมปนั โน
ท่านเมตตาช่วยเหลือ คือ การสรา้ งตกึ สงฆ์อาพาธ ๑๐ ชั้น

ในโรงพยาบาลอดุ รธานี มูลคา่ การก่อสร้าง ๕๐๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท
(หา้ รอ้ ยลา้ นบาทถว้ น)

พิธวี างศลิ าฤกษ์ ณ โรงพยาบาลอดุ รธานี ๑๘ มกราคม ๒๕๕๒

398

หลวงป่จู นั ทรศ์ รี จันททีโป หลวงปูส่ วัสดิ์ ขนั ตโิ ก หลวงป่ลู ี กุสลธโร

หลวงพอ่ สงิ ห์ อนิ ทปัญโญ หลวงพอ่ อุทยั สริ ธิ โร หลวงปู่อุ่นหลา้ ฐิตธัมโม

หลวงพอ่ อนิ ทร์ถวาย สนั ตสุ สโก หลวงพ่อคูณ สเุ มโธ หลวงพอ่ เมอื ง พลวฑั โฒ

หลวงพ่อชาลี ถิรธมั โม ตึกสงฆ์อาพาธ โรงพยาบาลอดุ ร ศลิ าฤกษ์ 399


Click to View FlipBook Version