The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลวงปู่ลี กุสลธโร วัดภูผาแดง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by wonchai890, 2022-09-05 21:32:29

90 ปี เศรษฐีธรรม

หลวงปู่ลี กุสลธโร วัดภูผาแดง

ประวตั กิ ารจ�ำ พรรษา

พรรษาท่ี ๔๑-๕๐

ปีพุทธศักราช ๒๕๓๓-๒๕๔๒

จ�ำ พรรษาท่วี ดั ปา่ เกษรศลี คุณธรรมเจดยี ์ อ.หนองววั ซอ จ.อดุ รธานี

ในชว่ งฤดแู ลง้ องคห์ ลวงปลู่ ไี ดม้ าพกั ปฏบิ ตั ธิ รรมทว่ี ดั ถ�้ำ สหายธรรมจนั ทรน์ มิ ติ อ�ำ เภอหนองววั ซอ
จงั หวดั อดุ รธานี กบั หลวงพ่อจนั ทรเ์ รยี น คุณวโร (ซ่ึงเปน็ พระหลานชาย) หลวงปู่ลีทา่ นไดพ้ �ำ นักอยู่ท่ี
ถ้�ำ สหายแห่งน้ีเป็นเวลานานพอสมควร จากนนั้ ได้ธดุ งค์ต่อไปยงั ดอยน�ำ้ จั่น ทา่ นพกั อยไู่ ด้ระยะหน่ึงแล้ว
พจิ ารณาสถานทแ่ี หง่ นแี้ ละบคุ คลรอบขา้ งวา่ ไมส่ ปั ปายะ จงึ ไดห้ วนกลบั มาถ�้ำ สหายอกี ครง้ั หนง่ึ ในระหวา่ ง
น้ันเป็นช่วงเวลาท่ีท่านกำ�ลังตัดสินใจว่า จะขึ้นไปบำ�เพ็ญสมณธรรมบนเทือกเขาท่ีอยู่ตรงกันข้ามกับ
วัดถ้�ำ สหายฯ นน่ั กค็ ือ ภผู าแดง ในสมัยทกุ วันนี้ องค์หลวงปไู่ ดใ้ หพ้ ระลกู ศษิ ย์เดนิ ทางขึน้ ไปสำ�รวจบน
ภูผาแดงไวก้ อ่ นล่วงหน้า และต่อมาอีกไม่กี่วันองค์หลวงป่ทู า่ นก็ไดต้ ามขึ้นไปอยดู่ ว้ ย

พระประธานภายในถ้�ำ สหาย

กุฏิหลังเดมิ ของหลวงพ่อจันทรเ์ รยี น เสนาสนะตา่ งๆ ภายในวัดถ้ำ�สหาย

พระอาจารยจ์ ันทร์เรยี น คุณวโร

เจา้ อาวาสวัดถำ้�สหายธรรมจนั ทร์นิมิต
อำ�เภอหนองววั ซอ จงั หวัดอุดรธานี

พระอาจารย์จนั ทรเ์ รยี น ทา่ นเป็นพระเถระฝ่ายวปิ ัสสนารปู หน่ึง ซง่ึ ไดร้ บั ความเคารพนบั ถืออยา่ ง
สูงจากพุทธศาสนกิ ชนจำ�นวนมาก ท่านบวชกับพระอดุ มญาณโมลี (หลวงปจู่ นั ทร์ศรี จนั ททโี ป) จากนนั้ ได้
ไปอยศู่ กึ ษาอบรมธรรมะกบั หลวงปอู่ อ่ น ญาณสริ ิ และหลวงปชู่ อบ ฐานสโม พระมหาเถระผทู้ รงคณุ ธรรม
สูงทา่ นเปน็ ศิษยข์ องพระอาจารยม์ นั่ ภูรทิ ตั โต เทีย่ วจาริกธดุ งคต์ ิดตามหลวงปู่ชอบไปในสถานท่วี ิเวกปา่
เขาล�ำ เนาไพร โดยเฉพาะทางภาคเหนอื เปน็ เวลาหลายปี จนตอ่ มาภายหลงั ทา่ นไดม้ าพ�ำ นกั ทว่ี ดั ถ�ำ้ สหายฯ
ซ่ึงแต่เดมิ เป็นทต่ี ้ังทบั สมปอง บริเวณด้านหนา้ ถ�้ำ จะเป็นเนนิ ใหญ่ มปี ล่องแสงจากยอดถำ�้ ท�ำ ใหถ้ �ำ้ สอ่ ง
สวา่ งตลอดทง้ั วนั โดยมนี �ำ้ ซบั ใสสะอาดไหลออกมาจากกน้ ถ�ำ้ เขา้ ใจว่าจะไหลลงหว้ ยสามพาด ถ้ำ�แหง่ นี้
เดมิ ใชเ้ ป็นสถานทอี่ บรมการเมือง และฝกึ อาวุธหลกั สตู รเรง่ รดั ให้แกม่ วลชน พ้ืนฐานชายดง และยงั ใช้
เป็นโรงพยาบาลด้วยในบางคร้ัง เมื่อสหายสมปองเสียสละจากการซุ่มโจมตีของศัตรูก็ได้มีการจัดพิธี
ไว้อาลัยและได้เก็บอัฐขิ องสหายสมปองไว้ทน่ี ี่ จากนน้ั จงึ ไดเ้ รียกทัพนี้ว่าทบั สมปอง ต่อมาพวกชาวบ้านที่
ขน้ึ ภเู ขามาลา่ สัตว์ ได้พบเหน็ รอ่ งรอยของสหายทีบ่ รเิ วณถ�ำ้ น้มี ากขึ้น จึงพากนั เรยี กวา่ ทับสหาย

จนกระท่ังในปีพทุ ธศักราช ๒๕๒๖ พระอาจารย์จันทรเ์ รยี น คณุ วโร ได้เดินทางมาพักบ�ำ เพ็ญ
ภาวนาในบริเวณป่าแถบน้ีและได้พบอัฐิสหาย และส่ิงของท่ีพวกสหายได้ซุกซ่อนไว้ในถำ้�แห่งน้ี มีความ
พอใจจงึ ไดพ้ �ำ นกั ปฏบิ ตั ธิ รรม และสวดอทุ ศิ สว่ นกศุ ลแลว้ จงึ น�ำ อฐั สิ หายสมปองมาโรยลงในทางเดนิ จงกรม
และไดต้ ้งั ชื่อวัดนี้ว่า วัดถ�ำ้ สหายธรรมจันทรน์ มิ ติ

ช่วงระหว่างในพรรษา พระอาจารย์จันทร์เรียนท่านจะมากราบทำ�วัตร-คารวะ องค์หลวงปู่ลี
กุสลธโร ณ วดั ภูผาแดง ซง่ึ เป็นครบู าอาจารยท์ ท่ี ่านเคารพมากอีกองคห์ นง่ึ อยเู่ ป็นประจำ�ทกุ ปี

หลวงปจู่ นั ทรศ์ รเี ลา่ วา่ “พระอาจารยจ์ นั ทรเ์ รยี น คณุ วโร เปน็ พระปฏบิ ตั ดิ ปี ฏบิ ตั ชิ อบ มพี ระเณร
ไปอย่ศู กึ ษาอบรมกับทา่ นมาก”

151

ประวตั กิ ารจำ�พรรษา

เมื่อมองตรงไปจากหลงั เทอื กเขาวัดถ้�ำ สหาย จะเห็นเทอื กเขาทีอ่ ยดู่ ้านหน้า คอื วัดภูผาแดง

สภาพธรรมชาติ และบรรยากาศทั่วไปภายในวัดถ�้ำ สหายฯ

กุฏิหลวงป่ลู ี เคยพักปฏบิ ัติธรรม ศีลโปรดคนท�ำ จรงิ

พระประธานวดั ปา่ เกษรศลี คณุ (ภูผาแดง)

จากวัดปา่ บา้ นตาดถึงวัดภผู าแดง

โดยจรติ นิสยั ขององค์หลวงปูล่ ี มกั จะเท่ียวไปองค์เดยี ว ไปธดุ งคต์ ามสถานทีส่ งบแตจ่ ะอยา่ งไร
ก็ยังติดตามวนเวียนเข้าไปอยู่กับองคห์ ลวงตามหาบัว ท่ีวดั ปา่ บา้ นตาดโดยสม่ำ�เสมอ เหตผุ ลท่สี ำ�คญั
คือความเคารพในองค์พ่อแม่ครูอาจารย์ และองค์หลวงตามหาบัวก็เมตตาท่านมากเป็นพิเศษ
เสมอื นหนงึ่ วา่ พอ่ กบั ลกู ดงั ทอี่ งคห์ ลวงตาไดก้ ลา่ วกบั หลวงปลู่ ี ทศี่ ษิ ยานศุ ษิ ยม์ กั จะไดย้ นิ อยเู่ ปน็ ประจ�ำ
ด้วยความอบอนุ่ ใจ ดังนวี้ ่า

“ธรรมลี กต็ ง้ั แต่วันบวชแล้ว บวชวันถวายเพลงิ หลวงปู่มนั่ บวชวันนั้นที่วดั ปา่ สุทธาวาส ต้งั แต่
บวชแล้วติดสอยห้อยตามเราตลอดเหมอื นเดก็ นะ ธรรมลีนีเ่ หมือนเดก็ ไม่มธี รรมวินัยอะไรเลยเอาพ่อ
แม่กับลกู เขา้ เลย เปน็ ใหญ่กวา่ เราจะไปไหนตดิ ตามคอื ไมต่ อ้ งขออนญุ าตนะ เหน็ ไหมไปกรุงเทพดว้ ย
ด้อมตาม ถ้าไปขออนญุ าตทา่ นจะไม่ให้ไป ต้องขโมยไปแบบนแ้ี หละ เหน็ ไหมล่ะ เป็นอย่างนนั้ ”

(๒ มิถนุ ายน ๒๕๔๖)

“พอบวชแล้วติดตลอดเลยธรรมลีน้ี แต่เป็นผู้ตั้งใจดีมากเชียว ตั้งแต่บวชทีแรกเอาจริงเอาจัง
แล้วติดมาเร่ือยตลอด ออกจากนี้ก็ไปอยู่ผาแดงเท่าน้ันเอง ถึงจะอายุพรรษาแก่แล้ว ไปแล้วก็มา
มาอยู่อย่างนั้นล่ะตลอดจนกระท่ังทุกวันน้ี น่ีเป็นเศรษฐีธรรมนะน่ัน เงียบๆ ท่านผ่านไปนานแล้วนะ
ผา่ นไปสกั ๓๐ ปีแล้วมัง้ ” (๒๓ ตลุ าคม ๒๕๔๘)

ประวัติการจ�ำ พรรษา

อิริยาบถสบายๆ ขององค์หลวงป่ลู ี ณ วดั ภผู าแดง
อิรยิ าบถสบายๆ ขององค์หลวงป่ลู ี ณ สวนแสงธรรม มีนาคม ๒๕๔๓
154

หลวงปลู่ ี มกั จะกลา่ วถงึ วดั ปา่ บา้ นตาด กลา่ วถงึ องคห์ ลวงตามหาบวั ดว้ ยความเคารพความผกู พนั
อยเู่ สมอ ทีท่ ำ�ให้ท่านมักเขา้ ไปจ�ำ พรรษาอยกู่ ับองคห์ ลวงตาอยูบ่ อ่ ยๆ ดังที่ท่านได้กลา่ วว่า

“ แถวนี้มันสิบ่มีบ่อนหลบคนบ่น้อ พอผมได้มาเฮ็ด ตามปกติผมว่าสิบ่อยู่ ปกติไปหม่องฮั่น
หม่องน่ี หลบบอ่ ซ้�ำ หมอ่ งเก่า เวน้ ไวแ้ ต่บา้ นตาด จ�ำ พรรษา อยนู่ ำ�ครบู าอาจารยก์ ะอยู่ เว้นไว้แตบ่ า้ น
ตาด บ้านตาดน่ีอยู่ ๔ ฝน ๕ ฝน ผมกะอยูไ่ ด้ อยูน่ ำ�เพ่ินมาเด๊ แตบ่ วชกะเลยอยไู่ ป อยบู่ ่อนอนื่ นี่ฮว่ ย
อยพู่ รรษาเดียวทอน่นั พระเณรมาหลายมาศกึ ษาจ่งั สิ จวนสเิ ข้าพรรษาแลว้ กะบ่มที ่อี ยูใ่ ห้หม่จู ่งั ซิ คอื จง่ั
พระอาจารย์ทุยจ่งั ซิ อย่จู งั ซ่นั ส�ำ บาย บไ่ ดย้ ุ่งงาน ”

เมื่อมผี ูเ้ ขา้ มาอบรมท่ีวัดป่าบา้ นตาดมากขึน้ ทำ�ให้ครูบาอาจารย์ผใู้ หญใ่ นยคุ นนั้ ต้องเปดิ โอกาสให้
ผู้มาใหม่ได้เข้ามาอยู่ศึกษาแทน เปน็ ต้นว่า หลวงปู่บญุ มี ปริปณุ โณ, หลวงปเู่ พียร วิริโย, หลวงปู่ลี กสุ ลธโร
ซง่ึ องค์หลวงตามหาบวั ได้ใหไ้ ปบ�ำ เพญ็ อยตู่ ามอธั ยาศัยของแต่ละองค์ ดงั ทอี่ งคห์ ลวงตาไดเ้ ทศนไ์ วเ้ ม่อื
วนั ท่ี ๑๕ เดอื นมีนาคม ปพี ทุ ธศกั ราช ๒๕๕๒ วา่ “ท่านเหลา่ น้ปี ฏบิ ัตดิ ปี ฏิบัตชิ อบท้ังนัน้ เป็นลูกศษิ ย์
เรามาตง้ั แต่ตน้ เลย ท่อี อกไปนถ่ี ูกเราขบั ไล่ออกไปนะ น่ีตง้ั แตว่ ันเกดิ จนกระทงั่ ปา่ นนี้ ตามธรรมดา
เปน็ พอ่ ตาแม่ยายเขาไดเ้ ลย มันขนาดน้ันล่ะ น่ียังมาเปน็ ลูกเขยใหม่ มนั ยงั ไงน่ี ไป ไลไ่ ปองค์นน้ั ไปอยู่
น้นั องค์นไ้ี ปอยู่น้ี ทา่ นเพียรไปหนองกอง ท่านบุญมีไปอยูน่ าคณู ธรรมลีไปอยู่ผาแดง อันนไี้ ล่ไม่ค่อย
ไปนะ ไลท่ างนี้หลบมาทางนี้ ไล่ทางน้ีหลบมาทางน้นี ะ ธรรมลอี ยกู่ บั เรามาดั้งเดิม”

หลวงปู่ลี ท่านได้อธิษฐานว่า ถ้าหากพรรษาไม่เกิน ๔๐ จะไม่ยอมสร้างวัดเป็นอันขาด
ฉะน้นั องคห์ ลวงปจู่ ึงไมค่ อ่ ยอยูป่ ระจำ�ทไ่ี หนนานๆ นอกจากวดั ป่าบา้ นตาดเทา่ นั้น

ในช่วงอายุย่างเข้าสู่ปัจฉิมวัย ท่านได้พิจารณาเหตุผลต่างๆ แล้วสุดท้ายท่านจึงได้ตัดสินใจสร้าง
วดั ปา่ เกษรศลี คุณ ธรรมเจดยี ์(ภูผาแดง) อ�ำ เภอหนองววั ซอ จงั หวัดอุดรธานี ท่านได้เมตตารบั พระทมี่ า
ขออย่ศู กึ ษาข้อวัตรและปฏิบตั ธิ รรม ท่ีวดั แหง่ นมี้ าโดยตลอดจนกระทง่ั ทกุ วนั น้ี

ในช่วงปลายปีพทุ ธศักราช ๒๕๓๓ หลวงปู่ลี กุสลธโร ไดพ้ จิ ารณาถึงเรอ่ื งหลวงพอ่ สมศรี อัตตสริ ิ
และองค์หลวงปูล่ ีไดบ้ อกกับหลวงพอ่ สมศรีวา่

“ ใหท้ า่ นศรีมองดูข้างหลังบา้ งว่า ทุกวันนี้ลกู ศิษย์ท่าน
เตม็ บา้ นเตม็ เมอื ง ทา่ นศรพี รรษาทา่ นกม็ ากกวา่ เพอ่ื นแลว้ ให้
ทา่ นไปหาวดั อยเู่ ปน็ หลกั ไดแ้ ลว้ อนาคตขา้ งหนา้ ทา่ นจะตอ้ งมี
ลกู ศษิ ยล์ กู หาทจี่ ะใหค้ วามเคารพทา่ นอกี มากมาย และอนาคต
ข้างหน้าท่านจะเป็นพระผู้ใหญ่ท่ีมีท้ังพระเณรและฆราวาสให้
ความเคารพนบั ถอื ทา่ นเปน็ ผหู้ นง่ึ ทจี่ ะสบื สานพระธรรมค�ำ สงั่
สอนของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ให้เผยแพร่ในอนาคต
ข้างหน้าตอ่ ไป ”

หลวงพ่อสมศรี อตั ตสิริ

ประวัตกิ ารจำ�พรรษา

พ รรษาที่ ๕๑

ปพี ุทธศักราช ๒๕๔๓

จำ�พรรษาที่วัดปา่ นาแองญาณสัมปันโน อ.เมือง จ.อุดรธานี

พระประธาน ศาลาหอฉัน และสภาพธรรมชาติ บรรยากาศทัว่ ไปภายในวดั ป่านาแอง

ในปนี อี้ งคห์ ลวงปไู่ ดเ้ มตตามาจ�ำ พรรษาทบ่ี า้ นนาแอง ซงึ่ ในสมยั นน้ั พระอาจารยบ์ ญุ เตมิ ฐโิ ตภาโส
เป็นผดู้ ูแลรักษาสถานทแ่ี หง่ นี้ นับว่าเปน็ สริ มิ งคลแก่วัดปา่ นาแอง ชาวบ้านนาแองและหมู่บา้ นใกล้เคยี ง
บริเวณนี้ ทีไ่ ด้มีครบู าอาจารยผ์ ู้เป็นเนอื้ นาบุญมาโปรด เพ่ือใหศ้ รัทธาญาตโิ ยมสาธชุ นทง้ั หลายไดส้ ักการ
บูชา ร่วมสรา้ งบุญบารมกี ับองคห์ ลวงปู่ ซึง่ ถือว่าเป็นโอกาสท่หี าไดย้ าก เพราะวันเดอื นปลี ว่ งไปๆ นาน
แสนนานถงึ จะมพี ระบรู พาจารยเ์ ถระผใู้ หญม่ าพกั อยจู่ �ำ พรรษาให้ ซงึ่ น�ำ ความปตี ยิ นิ ดแี กศ่ ษิ ยานศุ ษิ ยแ์ ละ
สาธุชนทั่วไปเปน็ อยา่ งมาก

กฏุ ทิ ี่หลวงป่ลู ี เคยจำ�พรรษา
156

เหตุท่ีองค์หลวงปู่ลี ท่านได้มาจำ�พรรษาท่ีวัดป่านาแองในปีน้ี ด้วยเหตุเพราะวัดป่านาแองยัง
ไมม่ ศี าลาการเปรยี ญที่ถาวร มีเพยี งศาลาท่มี ุงด้วยหญา้ คาหลงั เลก็ ๆ เทา่ น้ัน อกี ท้ังถาวรวตั ถุก็ยังมไี ม่
ก่ีหลัง ขณะนั้นช่วงเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน องค์หลวงปู่ได้พำ�นักอยู่ที่วัดภูริทัตตปฏิปทาราม
อ.สามโคก จ.ปทมุ ธานี คุณชายใหม่(ปัจจบุ ันถงึ แก่กรรมแล้ว) ได้มีจติ ศรทั ธาอยากจะขอเป็นเจ้าภาพ
ทอดกฐินเพื่อสร้างศาลาและเสนาสนะต่างๆ จึงได้ขอนิมนต์องค์หลวงปู่มาจำ�พรรษาที่วัดป่านาแอง
องค์หลวงปู่เมตตารับนิมนต์และได้เป็นประธานสงฆ์ในงานทอดกฐินปีนี้ หลังจากเสร็จส้ินภาระกิจทุก
อยา่ งแลว้ ทา่ นจงึ ไดห้ วนยอ้ นกลบั มาพ�ำ นกั ทวี่ ัดภูผาแดงเรื่อยมา

157

ประวตั ิการจ�ำ พรรษา

พรรษาท่ี ๕๒-๖๒

ปีพุทธศกั ราช ๒๕๔๔-๒๕๕๕...จนถึงปัจจุบนั

จำ�พรรษาท่ปี ่าวดั เกษรศีลคณุ ธรรมเจดีย์ อ.หนองววั ซอ จ.อดุ รธานี

ในปีนี้นับเป็นมหามงคลอย่างสูงท่ีองค์หลวงปู่ลีท่านได้เมตตาย้อนกลับคืนมาจำ�พรรษา ณ
ภผู าแดงแห่งน้ี อกี ครัง้ และไดอ้ ยู่ตอ่ มาตลอดจนกระทั่งถงึ ทกุ วนั นี้ นบั เป็นบญุ วาสนาของญาตโิ ยมชาว
บา้ นหนองออ้ และหมบู่ า้ นใกลเ้ คยี งในบรเิ วณเขตอ�ำ เภอหนองววั ซอ เปน็ อยา่ งยงิ่ ทจ่ี ะไดม้ โี อกาสรว่ มสรา้ ง
บญุ บารมีกับครบู าอาจารยผ์ ู้เป็นเนอ้ื นาบุญของโลก

พระประธานภาย บรเิ วณผาแดง พระประธานภายในถ้�ำ จัน

ทางจงกรมของหลวงปลู่ ี ในสมยั กอ่ น แต่กอ่ นเคยเป็นท่ีตงั้ ศาลา มุงดว้ ยหญา้ คา ฟากไมไ้ ผ่
158

ศาลาการเปรยี ญวัดภผู าแดง
กุฏิหลวงตามหาบัว

กฏุ ิหลวงปู่ลี

โรงตม้ น้�ำ ร้อน-ฉนั น้�ำ ปานะ 159
เสนาสนะตา่ งๆ และธรรมชาติอันร่มรื่น ภายในวัดภผู าแดง

สขุ า สทธฺ มฺมเทสนา การแสดงสทั ธรรม นำ�ความสขุ มาให้

พระธรรมเทศนาขุ. ธ. ๒๕/๔๑.
โดย หลวงป่ลู ี กุสลธโร

กณั ฑ์ท่ี ๑

หลงกเิ ลส หลงสมมตุ ิ

เข้าพรรษามา มันกค็ รงึ่ เดอื นแลว้ วันน้นั เดือนน้ปี นี น้ั ของเกา่ นลี่ ่ะ มืดกบั แจง้ มนั หลงสมมตุ ติ ัวเอง
ใครจะเรง่ ความเพยี รกเ็ ร่ง ครัง้ พทุ ธกาล ทา่ นกเ็ ร่งความพากความเพยี ร เขา้ พรรษา ๓ เดือนไตรมาส
ท่านอธิษฐานไม่นอนอย่างนั้น อธิษฐานธุดงควัตร อธิษฐานบังคับใจตัวเอง ถ้าไม่บังคับอย่างน้ัน
กเิ ลสเอาไปกนิ หมดล่ะ ธรรมก็ไม่โผล่ขึน้ นะ แลว้ ก็มาตศู่ าสนาเทา่ นัน้ ว่าศาสนาไม่จริง ตัวเองไม่จริงไม่รู้
สกั พักก็ถอยความเพียรไปหาความมกั มาก เปน็ อย่างนนั้ โลกนี้ ส้กู ิเลสไม่ได้ ตายไมไ่ ดเ้ กดิ นะพวกน้ี

ใหด้ ลู มหายใจตวั เอง มนั เกดิ อยนู่ นั่ มนั รกั มนั ชงั มนั เกดิ อยกู่ บั หวั ใจ หวั ใจจะไปเสวยภพชาตแิ บบไหน
สภาพร่างกายน่ตี ายแตกลงไปเป็นดิน เป็นน้ำ�เหมอื นของเกา่ มนั นัน่ ล่ะโลก ผู้ร้คู อื จิตเคยติด มนั กไ็ ป
ตามโลก เอ้า.. มนั มี ๒๔ ช่วั โมงนอนหลบั ดู วันน้ีนอนหลับตายไม่รู้ วนั นนั้ ฝนั เรือ่ งนน้ั เร่อื งนี้ เอามาเลา่
ใหห้ มฟู่ งั ๒๔ ชวั่ โมงรอู้ ยา่ งนน้ั ละ่ ขดั เกลากเิ ลสออกจากใจดซู ิ ใหธ้ รรมโผลข่ นึ้ มา จะแสดงออกมาเรอ่ื ง
ภพชาติเรือ่ งเทียวเกดิ เทียวตายทน่ี ่ันท่ีนี่ มนั จะประมวลออกมาอย่นู ่ี

ขอให้มันบรรลุเถอะน่า ธรรมของพระพุทธเจ้า อันน้ีมันบังคับจิตไม่ได้นะ ว่ิงไปอยู่อย่างนั้น
พอน่งั ภาวนา กไ็ ปแล้วถึงโลกไหน นัง่ ปรงุ อยนู่ ั่น วิเศษวโิ สอะไร เขาไมภ่ าวนา เขาก็ปรุงไดห้ รอกอยา่ งน้นั
จิตมันไม่สงบสักที จิตไม่เป็นสมาธิสักที จิตไม่รวมได้สักที น่ีก็ไม่เห็นอะไร เดี๋ยวก็เวทนาข้ึนทับซะ
ก็ไปนอนลงเลย ถ้าไม่นอนจะตาย ของมันเคยตายมาหลายภพหลายชาติแล้ว ก็กลัวอย่างอย่างนั้น
ความตาย ค้นหาสาเหตุท่ีมันเป็น ถ้าตัวมันจริงๆ มันไม่มีเร่ืองอะไรหรอก มันไม่ปรากฎกายหรอก
จิตรวมก็เหมอื นกนั ท่านเปรียบเทียบไวเ้ หมือนคนด�ำ นำ�้ อยใู่ นครรภ์ ท่านเปรยี บเทียบไว้หมด เราไม่เหน็
มนั กเ็ ทา่ นน้ั ล่ะ

ทำ�ให้หนักเข้าๆ พิจารณาเข้า เดินจงกรมก็ให้จิตมันสงบได้ แต่น่ีมันเอาแล้ว เครื่องปรุงสร้าง
บ้านสร้างเรือนไปนู่นแล้ว ก่ออันน้ันก่ออันน้ี เป็นมหาเศรษฐี มันจะเห็นอะไร แล้วก็เมื่อยแล้วก็นอน
เท่าน้นั ล่ะ ไม่บังคับตัวเองไม่ได้นะ

ดูครบู าอาจารย์ทา่ นทำ�มา อย่างพ่อแมค่ รูจารย์มหาทองสกุ ทา่ นเรยี นถึงประโยค ๖ ประโยค ๗
ไปอยู่กับหลวงปมู่ ัน โอย้ ..สอนพทุ โธ ใหอ้ ยู่กับพุทโธ ทเ่ี รียนมานั่นใหเ้ กบ็ เข้าตูเ้ ขา้ หบี อยา่ มาเป็นสญั ญา
เป็นอารมณ์ เรียนพุทโธอยู่เปน็ ปี ๒ ปี ทา่ นพูดให้ฟัง เวลาจิตจะเปน็ จิตอยูก่ ับพทุ โธเท่าน้นั เวลาจิต
จะเป็น เกิดแสงสว่างขึ้น คล้ายกับเดินไปตามทาง แล้วก้มหัวสะดุดไปข้างหน้า เงยข้ึนเท่าน้ันล่ะ
เกิดแสงสว่างจ้าขึ้นแจ้งหมด ปรากฎว่าตัวเองน่ีเป็นร่างกระดูกกองอยู่ จิตท่านรวมได้เป็นอย่างน้ัน
เอาอยนู่ ่นั ละ่ ทา่ นวา่ เด๋ียวจิตงอกแงกๆ จติ ถอนขนึ้ มา โอ้ย..ความเพยี รไม่รู้มาจากไหนแล้ว

161

พระธรรมเทศนา
ตัง้ ความอยากให้มนั เห็นเหมือนเก่า เร่งอย่อู ยา่ งนน้ั สักพกั ไปปฏิบตั ิหลวงปู่ม่นั ปัดกวาดในศาลา
ปดั กวาดในกฏุ แิ ลว้ หลวงปมู่ นั่ นงั่ อยนู่ อก แลว้ มากราบ ทา่ นกเ็ ลยเทศน์ ธรรมะพระพทุ ธเจา้ ไมใ่ ชข่ องอยาก
ทำ�เหตุให้มันพอ ผลมันจะเกิดเอง อย่างชาวนาเขาไม่ได้ปรารถนารวงข้าว รวงข้าวมันเกิดเองเม่ือถึง
คราว ใหร้ ักษาแต่รากล�ำ ต้นมนั
ถา้ ไปตัง้ ความอยากละ่ ไม่เหน็ หรอก อรรถธรรม น่งั เอาอยูน่ นั่ ละ่ เดย๋ี วกไ็ ปตั้งความอยากคดิ ไปนั่น
กำ�หนดไมใ่ ห้อยาก พอจติ อยู่กบั พุทโธอีก จิตรวมลงพรบึ เกดิ แสงสวา่ งขึ้น โอย้ ยิ่งกวา่ เดมิ นานเขา้ ๆ
เปน็ อยา่ งนั้นนะ ครบู าอาจารย์ท่านเหน็ มา แตน่ ่ีพวกเรามันไมเ่ ห็น การงานลุม่ ๆ ดอนๆแล้ว เพราะใจมัน
ไม่เห็นนะ ถ้าฝึกให้มันเห็นแล้ว โอ้ย..มันไม่เกียจคร้านหรอก คนมาหานี่ มันกลัวเสียเวลาความเพียร
ถงึ ขนาดนนั้ นะ มนั ท�ำ งานทางใจ ธรรมมนั เกดิ ขนึ้ อยอู่ ยา่ งนนั้ เรอื่ งนนั้ เรอ่ื งน้ี เอาอยนู่ นั่ ละ่ ขอใหม้ นั เปน็ เถอะ
ให้มนั เกิดขึน้ เถอะ มันจะรู้ขึ้นเองหรอก ธรรมะของพระพทุ ธเจ้า
พระพทุ ธเจา้ บรรลุอยูต่ ้นโพธิ์ตน้ เดยี วกระจ่างไปหมด ทา่ นไมท่ �ำ อะไรนะ ท่านก็เจริญอานาปานสติ
ดูลมหายใจเข้าออกเทา่ นน้ั ทา่ นไม่ให้ออกจากน้นั นะ ให้มนั รอู้ อกเข้าอยู่น่นั พวกเรานเี่ อาแต่ว่ิงตามจิตไป
นน่ั ล่ะ อะไรวิ่งมากเ็ กาะตดิ หมด ไม่รจู้ ักเรื่องจักราวอะไร เหมือนหมาเห่าบา่ งอยอู่ ย่างนน้ั ไม่รจู้ ักต้นเหตนุ ะ
เห่าซะไปอย่างน้ัน แหงนต้นไหน เห่าไปหมด นี่ก็เหมือนกัน ไม่เกิดผลประโยชน์อะไร พอไม่เกิดผล
ประโยชน์ กเ็ กดิ ความเกียจคร้านเขา้ มาทบั หวั ใจอกี แต่กินแลว้ นอน กอนแล้วนนิ แลว้ กไ็ ม่เกิดประโยชน์
อะไร แล้วกส็ ังเกตดแู ต่ลูกกะโปกตัวเองเทา่ นนั้ ละ่ เหมือนเปด็ นลี่ ่ะ มนั เหน็ แมน่ ำ�้ ล�ำ คลอง มันก็วง่ิ ไปนน่ั ล่ะ
ไปเลน่ น้�ำ ครำ�อยนู่ นั่ นี่ก็เหมือนกนั ล่ะ จติ ใจมันก็วิ่งท่มี ันเทียวเกดิ เทียวตายอยู่น่ัน ภพไหนชาตไิ หนกเ็ กิด
อย่นู น่ั ไม่เหมือนพระอรยิ เจ้าทั้งหลาย ท่านพน้ สมมตุ ิ
พากนั เร่งความพากความเพยี ร จวนแล้วนะออกพรรษา ใกลอ้ อกพรรษาแลว้ มันไมแ่ นน่ อนกันนะ
ไปน่ันไปน่ี แล้วไม่มีสัจจะอะไรท่ีมามัดจิตใจ ความแก่ ความเจ็บ ความตาย มันจะมาถึงวันไหนนะ
ให้พิจารณาความแก่ ความเจ็บ ความตาย จิตมันจะอ่อน มันจะได้เกิดสลดสังเวช พิจารณาให้มันรู้
พิจารณาอันไหน ให้มันเกิดสลดสังเวชในใจตัวเอง มันถึงจะเกิดธรรมได้ จะปรากฎได้ พากันเร่ง
ความพากความเพียร จวนแลว้ นะออกพรรษา น่กี ค็ รึง่ พรรษาละ่ นะ เอาละ่ เลิกกนั

162 กฏุ หิ ลวงปู่ลี ณ วดั ปา่ บา้ นตาด

กณั ฑ์ท่ี ๒

ความสงบใหม้ นั เพยี งพอ

มืดแจง้ ๆ มันเปน็ อยู่อย่างนั้นล่ะ วันน้นั เดอื นนี้ โลกเขาใสช่ อ่ื สมมตุ หิ มด อตั ภาพรา่ งกายของเรา
มีชือ่ หมด ขี้ก็เตม็ ตนเตม็ ตัวอยู่ ข้หี วั ขี้กลาก ขีไ้ คล คนกม็ าหลงสมมตุ คิ วามปรุงความแตง่ ของตวั เอง
พจิ ารณาเขา้ ไป แล้วแก้ไขเข้าไป จิตใจของเรามนั ก็ผอ่ งเข้าไป รู้จริงเหน็ จรงิ แล้ว มนั รวมลงพรบึ รู้หมด
น่มี นั ไม่มี น่งั ภาวนาทแี รก มีแต่ปรงุ นะ อยากได้นัน่ อยากเหน็ น่ัน อยากเหน็ กายทิพย์ หูทิพย์โน่น โอย้ ..
มนั เกนิ พระพทุ ธเจา้ ในตำ�ราไม่มนี ะ กิเลสตัณหายงั ปลดเปล้อื งออกจากใจยงั ไม่ได้ มนั มีแต่ความรอ้ น
ความกังวลในหวั ใจอย่นู ั่น มนั จะเห็นไดย้ งั ไง ความรอ้ นมนั ก็เปน็ กเิ ลสเหมอื นกบั ความรักความชัง ถา้
ไม่มคี วามรกั ความชัง มนั ไม่ร้อนหรอก มันก็มแี ต่สบายเท่านั้น ต้องแกใ้ ห้มนั ถึงฐานมัน พิจารณาใหม้ นั
ถึงฐานมนั ความสงบให้มนั เพยี งพอ

ครูบาอาจารย์ท่านฝกึ ทีแรก มีแตใ่ หฝ้ กึ ความสงบซะก่อน ถา้ จิตมนั รวมลงได้ มันเปน็ ไปเองหรอก
แบบน้นั ปัญญามนั เกิดเองเลยนน่ั ทา่ นว่าเปน็ วปิ ัสสนา ถ้าไปคิดเองคน้ เอง มันเกดิ สญั ญาไปหมดนั่นละ
ค้นก็คน้ ไปกบั สญั ญาน่ะล่ะ ครูบาอาจารยไ์ ด้ยินอย่างนน้ั ไดเ้ ปน็ อยา่ งนนั้ มันไมไ่ ด้เปน็ ด้วยนะ เอาต�ำ รา
มาพูดไป คิดไป ถ้าเป็นจรงิ ปัญญามันเกิดกับตวั เองนะ นั่นละ่ ธรรมของพระพทุ ธเจ้า หลวงปู่ม่ันทา่ น
แสดงธรรม ทา่ นฝกึ หดั ลูกศษิ ยล์ ูกหา เอ้า..ให้พากนั เร่งความพากความเพยี ร เอา้ เลกิ กันนะ ไมน่ าน
ฝนคงจะตก

ทัศนยี ภาพอันสวยงาม และร่มรน่ื รอบๆ บริเวณภูผาแดง

163

พระธรรมเทศนา

กณั ฑ์ที่ ๓

ความเปน็ นกั บวช

อีกเดือนเดียวนะออกพรรษา มืดแจ้งๆ อยู่น่ันล่ะ ความจริงมีเท่านั้น นอกนั้นมีแต่สมมุติหมด
พลกิ ไปพลิกมาดูนะ มันหลงสมมุติอย่นู ะ่ ละ่ หลงรกั หลงชงั หลงดีหลงชัว่ อยนู่ ั่น เร่งความเพียรเอานะ
เด๋ยี วออกพรรษาแลว้ ออกพรรษาแล้วการงานมากนะ เดี๋ยวเรือ่ งน้ันเรื่องนี้ ทา่ นครูจารยเ์ พ็ง (หลวงปู่
บญุ เพ็ง เขมาภิรโต) ทา่ นก็มานมิ นตอ์ ยากใหไ้ ป ท่านจะฉลองวันเกิดทา่ นพร้อมกนั เลยนะ จะไปยังไง วัน
เดยี วกัน ไปกะใครกไ็ ป อันน้ีไปไมไ่ ดห้ รอก ใครกต็ ิดนิมนตห์ มดนน่ั ล่ะ ธุระมันเยอะจรงิ ๆนะ

สมยั นีไ้ ม่เหมอื นครัง้ หลวงปูใ่ หญ่มนั่ พาดำ�เนนิ นะ ทีแรกมันไมม่ นี ะ แต่ ๒๕๒๐ มานี่ เปลย่ี นแปลง
ไปหมด ถา้ จะประกอบความพากความเพยี ร มนั กเ็ ปน็ ไปหมดแลว้ อยา่ งนน้ั อยา่ งนี้ งานมนั เยอะ พธิ มี นั เยอะ
ผู้ประกอบความพากความเพียร มันต้องรู้จักมีสติรักษาจิตอยู่นั่น ไม่ให้ออก ใจน่ีแหละที่รู้ ใจนี้ล่ะ
จะเปน็ ศีล เป็นสมาธิ กใ็ จตวั น้ี ปัญญาก็ใจตวั นี้ จะไปเอาอะไรมาอกี จดจ่ออยูน่ ่ันละ่ มนั คิดไปเร่ืองไม่ดี
ดึงมนั คืนมา ฝกึ มนั้ อย่นู ่ันละ่ เขาฝึกชา้ งเอามาใช้งานกย็ งั ได้ มันอยปู่ า่ อยดู่ ง ฝกึ ววั ฝึกควายกย็ ังฝึกได้
แต่ฝกึ ตัวเองน่ตี วั ส�ำ คัญ พระพทุ ธเจา้ ทา่ นฝึกมาเต็มที่แล้ว ทา่ นถงึ ไดม้ าประกาศศาสนา ทา่ นได้ตรสั รู้
ทน่ี ่นั ทีน่ ่ี ท่านถึงไดม้ าประกาศศาสนา ถึงมาสงั่ สอนประชาชน มาตลอดถึงพวกเรา ศาสนาทา่ นกว็ างไว้แล้ว
แตเ่ ราไมท่ ันเกิดนูน้ เปน็ ยคุ ๆ มาตลอด ของจรงิ มนั ไม่สูญไป พวกเรานน่ี ะมนั กลับกลอกหลอกลวงตวั เอง
หลอกอนั นั้น หลอกอันนี้ มีแตเ่ รือ่ งกเิ ลสเอาไปกินหมด เอาซิ เดินจงกรมเขา้ ไป เหนอ่ื ยหนอ่ ย เอาแล้ว
ตัวเองหลอกตวั เอง มนั กลอ่ มดแี ทๆ้ เรือ่ งนน้ั เรือ่ งน้ี กลอ่ มอยู่อย่างนั้น ถ้าไมเ่ ห็นกเิ ลสแล้ว ไมเ่ หน็ ธรรมนะ
ไม่เห็นธรรม มนั ต้องทำ�จริงๆ

อยา่ งครบู าอาจารยท์ า่ นท�ำ มาตงั้ แตน่ นู้ แลว้ ไมใ่ ชท่ �ำ เลน่ นะ อนั นเี้ อากนั แลว้ หยอกกนั เหมอื นนกเอย้ี ง
หยอกกัน โอ้ย เสียงสน่ัน คำ�่ มืดเถียงกัน เปน็ อย่างนั้น ทำ�ยงั ไงถงึ จะเห็น มแี ต่มาบวชสนกุ เฮฮาไป
กินไม่เป็นแล้ว กเ็ ป็นหนเี้ ปน็ สินเขาหมด เป็นควายใหเ้ ขาไถนาอยู่นน่ั ล่ะ เขาทำ�บญุ เข้าวัด หวังเอาบญุ
หวังกุศล เขาไมไ่ ด้หวังอะไรนะ ไมเ่ หน็ หรือ เขาอธษิ ฐานตอนจะยกข้าวใส่บาตรเราน่ี กินไม่เปน็ กก็ ินไฟ
นนั่ ละ่ มนั เผาอยู่น่ันละ่ เดย๋ี วก็เกิดหนกั ตวั เอง เบียดเบียนตัวเอง ไมไ่ ดเ้ บียดเบียนคนอ่ืนนะ เบียดเบยี น
ตัวเอง มนั กลบั กลอกยังงัน้

ใหส้ ังเกตดูเอา จิต ถา้ สังเกตตรงนี้ไดแ้ ล้ว โอ้ย..มนั จับหลกั ได้หรอก ถ้าไม่สังเกตตวั น้ี จบั หลกั ไมไ่ ด้
จิตใจเป็นไปอยู่ สบายไปอยู่ แต่ตวั กิเลสนีม่ ันกวนอยู่ เด๋ยี วกล็ กุ ขนึ้ มา สังเกตนง่ั ดูนนั่ ละ่ ถา้ สงั เกตดู
มนั จะปรงุ แพลบ็ ข้ึนมาเลย นั่งให้มนั นง่ิ ดซู ิ ถา้ ไม่นง่ั เดี๋ยวก็นอนเทา่ นน้ั ก็ไปหาหมูพ่ วกเทา่ นั้นล่ะ น่ัน
สมาธิเปน็ อย่างงนั้ อยูค่ นเดยี วไมไ่ ด้

หมู่พวกพอใจหรอื ไม่พอใจ กไ็ มค่ ดิ นะ เราไปหานจ่ี ะพอใจไหม ถ้าไมพ่ ดู กก็ ลวั ผดิ ใจกนั วา่ ถอื ตวั ไปละ่
ไปอย่างน้ัน เรอื่ งของใจมันเป็นเปน็ อย่างนัน้ ให้สงั เกตสังกาตวั เองอยู่อย่างนนั้ ทไี่ หนไมด่ ี แก้มันๆอย่นู ั่น

164

แกไ้ ม่หยุด มนั กห็ มดเท่านน้ั ล่ะ ความแก่ ความเจ็บ ความตาย มันบีบคัน้ เอาอยู่อยา่ งน้ันละ่ บบี อยอู่ ย่างน้นั
สังขารอนั น่ี ถา้ ไมเ่ ปลี่ยนอริ ยิ าบถไม่สม�ำ่ เสมอแลว้ กเ็ อาแล้ว ใหป้ ระกอบความพากความเพียรอยอู่ ย่างน้นั
เมือ่ ประกอบเข้าๆ จติ มันกอ็ ่อนลงๆ มันไม่แข็งกระดา้ ง แต่นีไ่ มส่ นใจ สนใจแต่เร่ืองเพลิดเพลนิ หยอก
กัน แลว้ กท็ ะเลาะกนั เทา่ น้ัน ไม่มอี ะไร มนั เป็นโลกไปเลย ไม่ใชเ่ ป็นธรรมอยา่ งนนั้ บวชแล้วทำ�อะไร เสร็จ
กจิ แลว้ ทำ�ความสงบ เดินจงกรมภาวนาอยคู่ นเดยี วอยา่ งน้นั ล่ะ

ครบู าอาจารย์ทา่ นได้มาส่งั สอนพวกเราเปน็ อยา่ งนน้ั ต้งั แต่พระพทุ ธเจ้าลงมา ศาสนามแี ตค่ วาม
สงบนะ ขอให้เรง่ ครั้งพุทธกาล โอย้ ..เข้าพรรษานตี้ ง้ั ใจ ต้งั สัจจะผูกมดั จิตใจแลว้ วา่ จะให้มนั ได้ตรสั รู้
กอ่ นออกพรรษา วา่ อยา่ งนน้ั อย่างน้ี มคี รูบาอาจารย์ทา่ นว่า อย่างพ่อแม่ครูจารยเ์ นตร เร่งความเพียร
ทา่ นไม่นอนนะตอนกลางคืน อยา่ งอาจารย์ชาลี (โชตปิ าโล) ไมน่ อนนะตอนกลางคนื แตก่ ลางวันนอน
กลางคนื ท�ำ ความเพียรทัง้ คนื ไมน่ ่ังก็เดิน ตอนกลางวันคนพลกุ พลา่ นคนมาก เขา้ ในหอ้ งอยเู่ งียบน่งิ ไมเ่ ปิด
ท่านทำ�ความเพียรอย่างน้ัน ไม่เห็นท่านหรอก ประกอบความเพียร ท่านไม่สุงสิงกับใครอยู่ในห้อง
ท่านออกไปก็ไปฉันนำ้�ร้อนกับหมู่ แล้วมากวาดตาดเท่าน้ัน จิตใจท่านถ่อมตัวจริงๆนะ เราไปถามท่าน
เราไม่รูเ้ รอ่ื งทา่ นหรอกทา่ นทำ�ขนาดนน้ั ทา่ นไมถ่ อื เนอ้ื ถอื ตวั อะไร เอา้ วนั นเ้ี ลกิ กนั ปวดหวั ไปภาวนากอ่ น

165

พระธรรมเทศนา

ภาพถ่ายที่ ศาลาใหญ่หน้าวดั ปา่ บา้ นตาด ๑๒ สิงหาคม ๒๕๕๔

166

กณั ฑท์ ี่ ๔

พระพุทธเจา้ เป็นแตเ่ พียงผบู้ อกทาง

หลวงปู่ : ได้ไปทำ�ความสะอาดหรอื ยงั
ลกู ศิษย์ : ท�ำ ครับ ยังมเี หลอื อกี หลังหนึง่ ครับ

หลวงปู่ : ใหไ้ ปท�ำ หนอ่ ย ท�ำ ความสะอาด กวาดตาด ปัดกวาดของสงฆ์ ไมม่ ใี ครอยกู่ ็ปัดกวาด
จะกวาดแต่ที่ของตัวเอง มนั กไ็ มด่ ีนะ สมบัตขิ องศาสนา สมบตั เิ ราเปน็ ผปู้ ฏบิ ัติ ไปทำ�ความสะอาดเสีย
ทำ�เอาบุญเอากุศล ภาวนาก็ไม่ได้เร่ือง รักษาสมบัติศาสนาก็ไม่เป็น ถ้าภาวนาก็ไม่ได้ถึงช่ัวโมง
แล้วก็นอนแอ้งแม้งเทา่ น้ัน ท�ำ ยังไงการปฏบิ ัติ คิดอา่ นดูซิ ทำ�ความสะอาดซะ แขกมากฐนิ มาแลว้ ก็ไป
เดินดู สกปรก การปฏิบัตไิ มด่ ี เขาตเิ อานะ ตมิ ันถูกนะ ถา้ เราไม่รกั ษาสมบัติของวัด สมบัติของวัดก็พวก
เรานล่ี ่ะรกั ษา อยา่ ใหเ้ ขาตพิ ระปฏิบตั ิ จะปฏบิ ัตอิ ะไร ปฏิบัติจิตใจของตัวเองนนั่ ละ่ ไมป่ ฏบิ ัตทิ ่ีนี่ จะไป
ปฏิบัติท่ไี หน ปฏบิ ตั ิแตร่ ่างกาย จติ ใจปลอ่ ยเหอ่ เหิมไปทั่วแดน เอาแต่จะคดิ ไป ไมร่ วู้ า่ มปี ระโยชนห์ รือ
ไม่มีประโยชน์ แล้วก็ขนเอาไฟมาเผาตัวเอง มันร้อนนะ ร้อนก็ร้อนตัวเองก่อนนะ ไม่ร้อนแต่ตัวเองนะ
ไปกระทบหมพู่ วกอกี มนั ตอ้ งเผาตวั เองเสยี กอ่ น มนั ถงึ ไปเผาคนอน่ื คดิ ดพู จิ ารณาดเู อา เรอื่ งความโกรธ
นม้ี นั ต้องเผาตัวเอง ถา้ โกรธมากๆ นี่ หน้าไม่มสี ีหรอก คอื ไฟโทสะมันเข้านะ ทำ�ใหโ้ ลหิตดำ�แลว้

พากนั เรง่ ความพากความเพียร คร้งั พุทธกาลท่านมแี ต่สจั จะนะ ถ้าไม่มีสัจจะผูกมดั จะนงั่ เท่านนั้
เท่าน้ี นาฬิกาแขวนเอวอยนู่ ั่น ทำ�ไมจะไม่ได้ บงั คบั มนั เอา ไมท่ รมาน ใครจะมาทรมานช่วย พระพุทธเจา้
มีแตบ่ อกทางเท่านน้ั จะเดนิ หรอื ไมเ่ ดินเปน็ เรือ่ งของเรา ท่านชช้ี ่องทาง ใครจะทำ�ให้กันได้ ความเจบ็
ความป่วยความไข้ มแี ตเ่ ราเสวยเอา แล้วอาหารการอยกู่ ารกิน ถ้าเราไมก่ นิ มนั ก็ไม่อม่ิ ไมร่ ูจ้ ักรสจักชาติ
อะไร ใครจะท�ำ ใหก้ ันได้ มีแต่เราต้องเสวยเอา ทำ�เอาหมด ท�ำ ชั่วก็ทำ�เอา จะเปน็ ลกู ศษิ ย์พระเทวทตั ต์
ก็ทำ�เอา จะเป็นลกู ศิษย์พระพุทธเจ้าก็ทำ�เอานะ ถ้าไม่ทำ�มันก็หมด ความจรงิ มีเทา่ นัน้ ละ่ โลกเขาที่เห็น
กนั ก็มีแตค่ วามดีกับความช่วั เท่าน้ันทีฝ่ ากโลกไว้

ถา้ ไม่ทำ�ดแี ลว้ มนั จะฝงั ใจเราอย่อู ย่างนัน้ มนั จะเห็นหรอกพระพทุ ธเจ้า กเ็ พราะทา่ นไดต้ รสั รู้แลว้
ทา่ นถงึ คอ่ ยได้มาประกาศศาสนา พวกเราถงึ ได้ปฏบิ ตั ิ สวรรค์ นรก เปรต อสรุ กายพวกน้นั ขอใหจ้ ิต
มนั สงบเถอะนา่ อันนีม้ นั ฟุ้งซา่ นร�ำ คาญแล้ว มแี ตค่ วามอยากได้ คาดคะเนไปหมด จิตสงบ จติ รวมลงได้
มันก็เกิดแสงสว่างข้ึนเท่าน้ันล่ะ มันจะเห็นเองหรอกอันน่ัน เรื่องปัญญามันเห็นเกิดด้วยตัวเองหรอก
มันไม่ออกจากนั่นหรอก นี่ล่ะ ตัวปัญญา เหมือนคนไม่มีเงิน มันต้องจับจนเหง่ือมือออก เพราะมัน
ไม่เคยเหน็ นะ มันจะเอา ใคร่ครวญอยูน่ ่นั ออกสมาธิมาแลว้ เหน็ ทีแรก มันตัง้ แต่ความอยากนน่ั แล้ว
เรือ่ งความเพยี รมันเปน็ ไปเองเลย ถ้ามันเห็นเท่านน้ั เดนิ จงกรมมันไม่มคี รา้ น นัง่ สมาธิมนั ก็ไม่มคี ร้าน
ไม่ไดบ้ ังคบั มันเลย ขอให้มันเกิดขึ้น เร่อื งไปคดิ ตาม เรือ่ งวาดภาพไปยังงน้ั ยังง้ี โอย้ .. มแี ตส่ ญั ญาหลอก
ตัวเองไป

167

พระธรรมเทศนา
พระพุทธเจา้ ท่านจะได้ตรัสรู้ ท่านกน็ ่ังอยู่ต้นโพธ์ิ น่งั สมาธทิ า่ นก็เจรญิ อานาปานสติ ดลู มหายใจ
เขา้ ออกเทา่ นนั้ ตอนจะไดต้ รสั รปู้ พุ เพฯ ประมวลเขา้ มา พวกเรานไ้ี มจ่ บั เอาแลว้ ท�ำ อะไรไมไ่ ด้ กต็ ศิ าสนา
ตัวเองไม่จริงก็ไม่ว่านะ ไปติเขาเนาะ ความงมงาย ให้พากันเร่งความพากความเพียร ฝ่ายปฏิบัติ
อันไหนท่ีต้องรักษา คือปฏิบัติ ไปดูคนอื่นว่าผิดว่าถูก ไม่ดูจิตตัวเองสักครั้ง แทรกแซงอยู่อย่างนั้น
แลว้ ท�ำ ยงั ไงมนั จะเกดิ เขาท�ำ ไรท่ �ำ นาทำ�ร้วั ทำ�สวน โอ้ย...กวา่ มนั จะได้ มันก็หลายเดอื น ต้นไมต้ น้ ไร่เขา
ตอ้ งรกั ษา เสียหญา้ เสยี คาอย่อู ยา่ งนัน้ ปฏิบัตอิ ยอู่ ย่างน้นั มนั ขาดการปฏิบัติไมไ่ ด้ กว่าจะได้รับผล หรอื
เขาเรียนเปน็ เจ้าเป็นนาย ลงทุนเท่าไหร่ มนั คลอ่ งมนั ชำ�นาญแล้วนะ มนั เคย ฝ่ายปฏิบัตริ ักษา มันไมช่ ิน
มันไม่มีหามาฝึกหัดใหม่ น่นั มันชนิ แล้ว ชินมาหลายภพหลายชาตแิ ล้ว มนั คล่องแล้ว ไปสร้างกเิ ลสตัณหา
ความประพฤติเขาอีก ประพฤตไิ มด่ ี เขาก็ตกต�ำ แหนง่ ทางโลกเปน็ อยา่ งน้นั ทางธรรมประพฤติไม่ดี
กส็ นิ้ หวัง ก็เหน็ กันอยอู่ ยา่ งนั้น ถ้าไม่สละตายไม่ได้ ธรรมไมเ่ กิด
สู้ดซู ิ คืนน้ีจะนง่ั ตลอดรงุ่ ดู ธรรมเกดิ ขน้ึ เลย ถ้าสจู้ รงิ ๆ โดยมากมันไม่ส้กู ิเลสนั่นล่ะ กลัวตาย
ของมันเคยตายมาหลายภพหลายชาติ แต่ความจริงมันไม่มีที่ตายเลย ธาตุดินก็กระจายไปเป็นดินของ
เกา่ นน่ั ละ่ ธาตุน�ำ้ ก็ไหลไปของเกา่ มันน่นั ล่ะ ธาตุลม ธาตไุ ฟ ผรู้ ้คู ือใจ รูไ้ ปยังงน้ั ถา้ ท�ำ ดไี วก้ ไ็ ปทางดี
เท่านั้น ทำ�ช่ัวก็ไปทางชั่ว ให้ค้นลงไปดูซ่ี ให้มันเกิดเห็นทุกข์ผู้เดียว มันจะออกอุทานไปทางไหน
มันจะกราบพระพทุ ธเจา้ โอ้ย เอาอยู่ขนาดนน้ั กราบแล้วกราบอกี
ขอใหม้ นั ลงไดเ้ ถอะจติ สมยั นน้ั ไมม่ ี สมยั นไี้ มม่ ี มนั เปน็ เรอ่ื งของกเิ ลสทง้ั นนั้ เอาธรรมะพระพทุ ธเจา้
มาใส่หวั ใจดูซิ ครงั้ พทุ ธกาลเป็นอยา่ งนี้ สมยั นเี้ ป็นอย่างนี้ นล่ี ะ่ ความเพียร มนั ย่นเขา้ ๆ อย่างน้ี ปฏปิ ทา
ย่นเข้าเลย ความมกั ง่ายมันเต็มหัวใจอยู่เด๋ียวนี้ มีแตเ่ ห่อเหิมกันไป มนั เป็นโลกไปหมด เอา้ เลกิ กนั

168 หลวงปู่ลี เมตตารับนิมนตม์ าโปรดญาตโิ ยมที่บ้าน

กัณฑท์ ี่ ๕

ผลเกดิ จากเหตุ

เป็นอย่างไรหมพู่ วกการภาวนา โธ่เอย๊ ไม่สนใจกันเฉยๆนี่แหละ ผู้เทศนๆ์ อยู่ทน่ี ่ผี ู้ฟงั ออกไป
ท�ำ ไมทีน่ ้นู ให้อยู่กับพุทโธดซู ิ ไม่ใหม้ นั ออกไปไหน ๒๔ ช่วั โมง ให้มนั อยูก่ ับพทุ โธ ไม่ใหม้ นั ออกไปจาก
ท่ีนัน่ เลยนะ ใหม้ นั สบั สนภายในจติ ใจของตัวน่นั แหละ เอาจริงเอาจังนะ ถ้าเราจบั หลักมันไดๆ้ ร้แู นๆ่
ถ้าเราไม่ฝึกสังเกตสังกาตัวเองสักที ไม่ไดน้ ะ การฝึกตัวเองส�ำ คญั ท่สี ดุ ย่ิงกว่างานใดๆทัง้ สิ้น งานทาง
โลกเขาก็มกี ารฝกึ ถงึ จะไปเรยี นมาเปน็ เจ้าเปน็ นายคน กต็ ้องลงทุนไปไมร่ ู้เทา่ ไหร่ต่อเทา่ ไหร่ ถึงอากาศ
มนั จะหนาวมากขนาดไหนกต็ าม ใหเ้ ดนิ จงกรมอยอู่ ยา่ งนนั้ แหละ ถา้ เราไมเ่ หนอ่ื ย กจ็ บั หลกั ของจติ ไมไ่ ดน้ ะ
จติ มนั วิง่ ไปกบั อารมณ์ ความอยากตวั น้ันแหละเป็นตวั ลอ่ หลอก อยากไดน้ ั่นอยากไดน้ ี่ จะอยากไดไ้ ป
ทำ�ไม นัง่ ก็อยากใหเ้ ห็นปจั จุบนั ใหอ้ ยกู่ ับปัจจบุ ันนี่แหละ ถงึ เขาจะทำ�ไรท่ ำ�นาท�ำ ร้วั ท�ำ สวน กวา่ เขาจะ
ไดผ้ ลส�ำ เร็จนั้น ก็หลายขน้ั หลายตอนเหมอื นกนั ถ้าเราไปตัง้ เอาแตค่ วามอยากเอาไว้ นั่งสมาธิก็ไมเ่ หน็
อะไรนะ ธรรมของพระพุทธเจ้าเหตมุ ันทำ�ให้เกดิ ผล ผลมันเกิดขนึ้ เองจากเหต.ุ ..

ต้ังสจั จะอยู่ในใจนัน่ แหละ จะทำ�อะไรกป็ รารถนาข้นึ พบธรรมะกพ็ บในใจนน่ั แหละ ถา้ ไม่ท้ิงตาย
ไม่ได้ธรรมไมพ่ บ กส็ ดู้ ซู ิ วันนน้ี ่งั สมาธภิ าวนาตลอดท้งั คืนจนสว่าง ธรรมเกดิ ข้นึ ในใจแน่ๆ ถา้ สจู้ รงิ ๆ
โดยมากมนั ไมส่ กู้ เิ ลสนะซิ เพราะกลัวตาย ของมนั เคยตายมาหลายภพหลายชาตแิ ล้ว จะไม่ใหม้ ันกลัว
ตายไดอ้ ย่างไร กลัวส่ิงนี้ แต่ความจริงมันไม่มีอะไรท่ีตายนะ ธาตดุ นิ ก็กลายไปเป็นดินของเกา่ มนั น่ันแหละ
ธาตุน้�ำ กไ็ หลไปของเกา่ มนั ธาตุลมธาตไุ ฟกไ็ ปเป็นของเก่ามนั ผรู้ คู้ ือใจรูไ้ ปอย่างนน้ั นะ ถา้ ได้ทำ�ดไี วม้ นั
ก็ไปทางดี ถา้ ได้ท�ำ ช่ัวไว้มันก็ไปทางชวั่ ค้นมันเข้าไปดซู ิ ให้มันได้เหน็ ความทกุ ขต์ ัวเดียวก็พอ ถา้ ค้นจน
พบมนั แล้ว จะไดก้ ราบพระพทุ ธเจา้ กราบแล้วกราบอีก ขอให้มนั รวมไดเ้ ถอะ จติ นไ้ี มม่ ีสมัยนะ มนั เปน็
เรอ่ื งของกเิ ลสทงั้ นนั้ เอาธรรมของพระพทุ ธเจา้ นนั้ มาใสใ่ นใจดซู ิ แตค่ รง้ั พทุ ธกาลเปน็ อยา่ งนนั้ แตส่ มยั
นี้เป็นอย่างน้ีนี่แหละ ความเพียรก็น้อยลง ปฏิปทาหรือความประพฤติก็น้อยลง ความมักง่ายมันเต็ม
หวั ใจอยอู่ ยา่ งนน้ั มแี ตเ่ รอ่ื งเหอ่ เหมิ กนั หนกั ขน้ึ ทกุ ที มนั เปน็ ทางโลกไปหมดแลว้ พอนะ เลกิ กนั จะไปภาวนา

ทนั ตธาตขุ องหลวงปู่ลี กสุ ลธโร
กำ�ลังแปรเปน็ พระธาตุ

คณอุ รุณลกั ษณ์ ต้ังเจริญเวช
เกบ็ รกั ษาไว้

169

พระธรรมเทศนา

กัณฑท์ ี่ ๖

การภาวนาใหม้ สี จั จะ

เดอื นนนั่ เดือนนี่ ผใู้ ดจะเรง่ ความพากความเพยี รก็เรง่ ออกพรรษาแลว้ ก็งานนั่นงานน่ี มนต์อันนน่ั
มนตอ์ ันนี่ มันเยอะอยู่ ในการภาวนาให้มีสัจจะ ตอ้ งผกู มัดตัวเองนะ ถ้าไมไ่ ดค้ วามเพียรน่ี เวลาเท่าน้ัน
เท่าน้ี ใหส้ งั เกตสงั กาตวั เอง การภาวนาสังเกตจิตตวั เอง อ่านจติ ตวั เอง อย่าไปสง่ นู่นส่งนี่ เรือ่ งน้ันเร่อื งนี้
โอ้ย นัน่ มันเปน็ เร่อื งกเิ ลสตณั หาไปหมด หดั มันความสงบ คร้ังแรกถา้ จิตไม่สงบละ่ เอาแล้ว จิตฟ้งุ ซา่ นละ่
มีแต่ร้อนแล้ว ครูบาอาจารย์ท่านฝึกอย่างน้ัน เป็นครูเป็นอาจารย์มาขนาดนั้น ยังเอามาอยู่นั่นล่ะ
เอามาหลอกมาหลอนตวั เองอย่นู ่นั เรือ่ งน่นั เร่ืองนี่ สกั พกั กไ็ ปกับมันแล้ว ตามไป สักพักไปกับหมกู่ บั พวกไป
ถ้าไมบ่ ังคบั ไม่ได้ เขาฝกึ ควายฝึกววั ฝึกสัตว์ เขายงั ฝึกไดน้ ะ ช้างอย่ดู ง เขาคล้องฝึกลากซงุ ให้

อันจติ ใจของเรานน่ี ะ มาบวชชำ�ระ ถา้ ไม่ชำ�ระอนั นไี้ ม่เห็นล่ะ อนั นลี้ ่ะ มันว่ิงตามโลกตามสงสาร
อยู่น่ี มนั จะอัศจรรยอ์ ะไร เขาไม่บวชเขากท็ ำ�ได้ ความโลภ ความโกรธ ความหลงนเี้ หมอื นกัน เขาท�ำ ได้หมด
ไมต่ า่ งกบั โลก พวกเรามศี ลี มธี รรมนะ ท�ำ อยา่ งไรบงั คบั จติ ใหม้ นั อยนู่ น่ั ใสศ่ ลี ใสธ่ รรม ใสส่ มาธิ ใสป่ ญั ญา
อบรมจติ ใจเข้า มนั วิ่งอยู่นนั่ ล่ะ อยา่ ให้มนั ออกนอก เอ้า ไมว่ นั ใดก็วนั หนง่ึ ละ่ จิตมันจะตะลอ่ มเขา้ ๆ
อนั นจ้ี ิตใจของเรา มันกห็ ว่าน โลกนี้ สงั เกตเปน็ ไง นอนหลบั มันก็ยงั ไปละเมอเพอ้ ฝันไป แตผ่ รู้ ู้มนั ร้อู ยู่
อยา่ งนั้นนะ วนั นี้ หลับเป็นตาย มนั ก็ร้นู ะ วันน้ฝี ันเรอื่ งนัน่ เร่อื งนี่ มันกร็ ู้อยู่น่ัน

ขอให้ซักฟอกตวั นอี้ อกเท่านัน้ ล่ะ ให้มนั เกิดแสงสวา่ งข้ึนก่อน มนั จะรูห้ รอก เรอ่ื งภพเรือ่ งชาติ
เทยี วเกดิ เทยี วตายมานี้ จะประมวลหมดนน่ั ละ่ พระพทุ ธเจา้ ทา่ นรมู้ าหมด นลี่ ะ่ การฝกึ ดซู ิ พระพทุ ธเจา้
ท่านสร้างบารมีเท่าไหร่ ขนาดน้ัน ท่านฝึกหัดอยู่ตั้ง ๖ ปีนู่น ถึงได้ตรัสรู้ บารมีของเราก็ทำ�มาแล้ว
จงึ คอ่ ยไดบ้ วช ถา้ ไมม่ บี ารมี บวชไมไ่ ดห้ รอก เหมอื นควายกบั ววั นน่ั ละ่ จะรจู้ กั อะไร มแี ตก่ ม้ หนา้ กนิ หญา้
อยูอ่ ย่างน้ัน ไม่เหน็ หรอื นทิ านอีสป ไก่แจ้ตัวหน่งึ หาค้ยุ เข่ยี หาอาหาร ไปพบพลอยเห็นพลอยมนั ก็รู้จักอยู่
แตม่ ันไมเ่ ท่าข้าวสารเม็ดเดียว อันนเ่ี หมือนกนั ไม่มบี ารมี ไมม่ ีวาสนามนั ไม่ไดห้ รอก

พระพุทธเจ้าท่านวางศาสนาไว้ ก็วางให้มีอุปนิสัย ทางอย่างน้ันท่านรู้หมดแล้ว ท่านเห็นแล้ว
ยุคนั้นได้เทา่ นั้น ยคุ น้ไี ด้เท่าน้ี ท่านมญี าณ ท่านเล็งเห็นแลว้ ถ้าไม่มศี าสนาก็เหมอื นกันแลว้ ไม่ได้ต่างกบั
สตั วเ์ ดรัจฉาน เห็นกันกแ็ ยกเขีย้ วใสก่ นั แลว้ ทุกวนั นี้มศี าสนา มันกเ็ ป็นอยู่อย่างน้ี ให้สงั เกตดู ถา้ รกั ษา
ในศีลในธรรมแล้ว ไม่ต้องมีตำ�รวจทหาร ถ้าจะเอาธรรมของพระพุทธเจ้าเข้าเยียวยาจิตใจตัวเอง
นท่ี ำ�ไมไ่ ดน้ ะ กเิ ลสเอาไปกนิ หมด เอากนั อยู่อยา่ งนี้ ผัวเมียกเ็ หมอื นกนั พดู กันแยง่ กันเป็นใหญอ่ ยู่อย่าง
นนั้ ละ่

170

ณ งานพธิ ีหลอ่ รปู เหมอื นหลวงปู่เจ๊ยี ะ จุนโท วดั ภรู ิทตั ตปฏปิ ทาราม จ.ปทุมธานี 171

พระธรรมเทศนา

เอ้า พิจารณาดูซิ มันเป็นอย่างน้ันแล้ว โลกอันน้ีจะหาความสุขท่ีไหน สักพักก็ทะเลาะกันแล้ว
ในบา้ นในเมืองพอๆ กันน่ันละ่ เห็นมย้ั ความสขุ ยงั ไง ถา้ พจิ ารณาไป ละเอียดเขา้ ไปก็เห็น เราก็มีพอ่ มแี ม่
เหมอื นกัน พ่อแมเ่ ป็นกระดานใหล้ ูกดู กระดานด�ำ ให้ลกู ดหู มด คำ�พูดคำ�ดา่ ความอจิ ฉารษิ ยากัน นอกใจกนั
พวกน้นั เราเหน็ มาหมดละ่ แตไ่ มไ่ ดค้ ำ�นวนนะ ก็เหมือนกบั หนอนนนั่ ไมเ่ หน็ หรอื อย่ใู นสว้ ม มันก็รูจ้ กั
เหม็นจักอะไรเลย แต่มันพอดีมันแล้ว อันนี้จิตใจของเราเหมือนกันล่ะ มันก็หลงอยู่นั่นล่ะ พิจารณา
ใคร่ครวญ

การภาวนาจะจบั หลกั อะไรก็ให้จับ ใหม้ ีสจั จะผกู มัดจติ ใจอยา่ งน้ัน ผกู กันอยอู่ ย่างน้ัน ปลอ่ ยตาม
วาระมันก็ไปตามเร่ือง เหมือนวัวควาย เขาก็ผูกมัดไว้แล้ว ถ้ามีหลักแล้ว มันก็รอบหลักเท่านั้นนั่นล่ะ
มนั ไมไ่ ดว้ งิ่ ตามใจไดน้ ะ อนั นเ้ี หมอื นกนั ละ่ จติ ใจของเรา ตวั เองท�ำ เอา ครบู าอาจารยม์ แี ตบ่ อกทางเทา่ นน้ั
จะทำ�ให้กันไมไ่ ด้หรอก เหมือนความเจ็บความปวดอนั นี้ คิดดูซิ เจ็บอันนั่นเจ็บอันน่ี มแี ตถ่ ามอาการเท่าน้ันล่ะ
ปวดหัวตัวร้อน ถามอาการเทา่ นน้ั จะมาท�ำ ให้กันไมไ่ ด้ เหมือนกินข้าวฉันอาหาร ถา้ เราไม่กินก็ไมร่ ู้จักรส
จักอ่ิมเหมือนกัน อันนี้เหมือนกัน อันนั้นอร่อย อันนี่อร่อย ถ้าเราไม่รับก็เท่านั้น อันน้ีคือการปฏิบัติ
ครบู าอาจารยท์ ่านบอกทา่ นเทศน์ เราตอ้ งลงมือท�ำ เอาหมด มนั จงึ จะเปน็ ปัจจัตตัง

ใหก้ ำ�หนดสตนิ ะ ฝึกสติตัวน้ีล่ะ ใหม้ ันเปน็ มหาสติมหาปญั ญา ให้มนั ทนั กันอย่างนัน้ ถ้าปัญญาแกก่ ลา้
เขา้ ไปก็เป็นญาณไปเลยละ่ อะไรเกดิ มา ทนั ๆๆ เปน็ ญาณเลย ถ้าถึงขั้นนน้ั แลว้ อนั นีอ่ ะไร พวกเรามแี ต่
เขา้ กนั เหมอื นนกเอี้ยงน่นั ไปแล้วก็คำ�นงึ อย่นู น่ั พดู อย่างนั้นเป็นอยา่ งนัน้ ไปแล้วกระทบอนั น่นั อันนน่ี ่ัน
นง่ั ภาวนาเขา้ มนั เปน็ เลย มแี ตน่ ง่ั ปรงุ นง่ั แตง่ อยอู่ ยา่ งนนั้ แลว้ กท็ �ำ อะไรมแี ตค่ วามอยากดงึ เอาไปกนิ หมด

ธรรมของพระพุทธเจ้าไม่ใช่ของอยาก ทำ�เหตุให้พอ ผลมันเกิดเอง ชาวนาเขาไม่ได้ปรารถนา
รวงข้าวหรอก เขาทำ�ลำ�ต้นมัน รักษามัน ปฏิบัติต้นไม้ดอกอะไรมันเป็นเอง อันจิตใจเหมือนกันแล้ว
ขอใหร้ กั ษาเถอะ ธรรมของพระพุทธเจา้ เป็นไปเองเลย ถงึ มนั เต็มภมู ริ ไู้ ปเองเลย ดูซิ พระพุทธเจ้านงั่
อยตู่ น้ โพธ์คิ ืนเดยี วนน่ั ละ่ ทำ�ถกู เหตถุ ูกผลนะ ใหพ้ ากนั เร่งความพากความเพยี ร อย่าไปเห็นแก่การนอน
อย่างน้ี

อยา่ งพ่อแม่ครูบาอาจารยท์ ่านหัด แตก่ อ่ นให้นอน ๔ ชัว่ โมงเทา่ นนั้ ๔ ทมุ่ ไปแลว้ ก็นอน ถึงตี ๒
กล็ กุ แลว้ เดนิ จงกรม ตี ๒ ไปจนสวา่ ง หรอื จะนงั่ กไ็ ด้ ถา้ เหนอื่ ยจากนง่ั แลว้ กเ็ ดนิ จงกรมละ่ ถา้ ไมเ่ หนอื่ ย
แลว้ จะไม่เห็นธรรมนะ มนั วงิ่ ๆ กับโลกเขา ของมันช�ำ นาญนะ งานนัน่ มนั เคยเกิดเคยแก่เคยเจบ็ เคย
ตายมาแลว้ วงิ่ อยอู่ ยา่ งนนั้ ละ่ เวลาไหนวนั ไหน กเ็ ปน็ อยอู่ ยา่ งนน้ั ถา้ เหน็ ธรรมแลว้ ถงึ ใหม้ นั ไป มนั ไมห่ รอก
เร่ืองพวกนี้ เร่ืองราคะตัณหาเหมือนกัน จะคิดไปอะไร ไม่ใช่เร่ืองของมัน ธรรมมันผุดข้ึนเองหรอก
ดูอยู่อย่างน้ันท้ังวัน อย่างผู้รู้อย่างครูอาจารย์ อย่างหลวงปู่มั่นพูดกับหมู่ พอหยุด ธรรมผุดข้ึนแล้ว
ใครค่ รวญอยู่นนั่ ทั้งวันทัง้ คืน ถา้ ไม่ไดส้ งุ สงิ กับใครแล้ว อยแู่ ต่น่ัน ธรรมมนั เกดิ อยูอ่ ยา่ งนน้ั บางทีปรากฎ
อย่างนั้นอย่างนี้ มันจะมาเองหรอก คล่ืนจิตท่านตรงกับเขานะ คล่ืนจิตของเราไม่ตรงกับอะไรนะ
ตรงแตเ่ รอ่ื งของโลกของสงสารไปอยา่ งนัน้ ของมนั ชินทางนน้ั นะ

172

เรื่องการทำ�งานเหมือนกัน ถ้ามันชินแล้ว มันคล่อง มันงามไปหมดล่ะ อย่างเขาไสกบน่ันล่ะ
ทแี รกมนั ตะกกุ ตะกกั ไสเขา้ ๆ มันเรยี บแล้ว โอย้ จนเปน็ เงานู่นแลว้ มันสวย อนั นเี่ หมอื นกนั ให้พากนั
ต้ังใจปฏิบัติ มันใกล้แลว้ นะ ยงั อกี ๒ เดือนเท่านัน้ ก็ออกพรรษาแล้ว จะไปน่ันไปนี่ ความพลัดพรากจากกัน
มันเป็นอยูอ่ ย่างนัน้ ความลม้ ความตายก็เป็นอยอู่ ยา่ งนนั้ น่ังอยู่ดว้ ยกันอย่างนี้ ถงึ คราวมันมา ก็ไปแลว้
ความพรากความตายมันอยู่ประจำ�สงั ขาร ดูซิ

173

พระธรรมเทศนา

กณั ฑ์ท่ี ๗

ฝกึ สติใหอ้ ยู่กบั จติ

๗ พฤษภาคม ๒๕๓๗

เป็นยังไงการภาวนาหมพู่ วก ต้งั ใจภาวนานะ ผมว่ามันคนุ้ เคยเกนิ ไป สนิทกัน เลน่ กนั น่นั ละ่ มนั ไม่เป็น
หยอกกนั แลว้ กไ็ ปคิดอนั น่ัน ไม่มีความคดิ คิดไปแตเ่ รอื่ งอยา่ งนัน้ จติ ไม่สงบกเ็ ท่านนั้ ละ่ ต้องทำ�จนให้
เห็นอานิสงส์ในความสงบดู ต้องหาหลักจะมามัดมาผูกอยู่อย่างน้ันนะ หาสิ่งมาแก้มาไขอยู่อย่างนั้น
พระพทุ ธเจา้ พาแก้มามากแลว้ ถ้าอยู่เฉยๆ ไมเ่ ห็นอะไรนะ มนั ไมม่ อี บุ ายเอาตวั เอง พลกิ ตวั เอง ตัวเองนะ
สอนตัวเอง จะใหแ้ ต่คนอืน่ มาสอนกเ็ ท่านั้นล่ะ ถา้ ตัวเองไมส่ อนตวั เอง น่ันไม่ได้ มนั ไม่ได้เลย เขา้ มาบวช
ก็หวังอันนีน้ ะ จะเอาพ้นทกุ ข์จรงิ ๆ ต้องแกไ้ ขจิตใจตัวเองอย่อู ยา่ งนัน้ อยคู่ นเดยี วมันกส็ กู้ นั อยู่อย่างนน้ั ละ่
ถา้ จติ ภาวนาดีๆ แล้วมนั ไมส่ ุงสิงกับใครนะ ไม่ได้คนุ้ เคยกบั ใครหรอก ไม่ไดช้ ินชากับใคร มนั ฝึกตวั เอง
ของมัน เรอ่ื งนั้นมา เรอ่ื งนม้ี าอยู่นน่ั

การภาวนา อริ ยิ าบถทง้ั ๔ มันได้หมด จิตนะเปน็ ผู้ท�ำ เรอ่ื งกายนี้มันกธ็ รรมดานีล่ ะ่ เหมอื นท่อนไม้
ท่อนฟนื นนั่ ล่ะ ถา้ จติ มนั เอาจริงๆ ไมร่ ูจ้ กั อะไร มแี ตผ่ รู้ ู้ เวทนามนั ก็ไม่มี เหมือนกับเรานอนหลบั นลี่ ะ่
เมื่อคืนนอนอย่างกับตาย เวทนามันไม่มีตอนหลับ เพราะจิตมันวางจากกายแล้วนะ จิตมันไม่มีสติ
ตอนเรานอน การภาวนามีสตินะ ขอให้อบรมให้จิตเป็นมหาสติเถอะ ฝึกจิตใจตัวเองให้อยู่อย่างนั้น
ฝึกปญั ญาให้มีจักษุเกิดขึน้ เกิดมี ท่านฝึกอย่างนั้น

อยา่ งหลวงปชู่ อบ ทา่ นภาวนาจนเกดิ ปญั ญาจกั ษุ แลว้ รถู้ งึ วาระจติ ของผอู้ นื่ ทา่ นไปภาวนาอยบู่ า้ นบง
โอย้ ..เกิดอัศจรรย์ รูห้ มดใครมา แตท่ า่ นก็ไมไ่ ด้สนใจ ถ้าหมู่เพ่ือนไมถ่ าม ไมร่ เู้ รือ่ งทา่ นนะ ทา่ นมเี ร่อื ง
เลา่ แปลกๆ ซอกแซกทา่ นถงึ คอ่ ยเปิดเผย อย่างพ่อแมค่ รจู ารย์กเ็ ปิดปี ๒๕๑๔ ผมเป็นผูอ้ ดั เทป ทา่ นจะ
เอามาประมวลใสป่ ระวัตหิ ลวงปูม่ ัน่ ตัง้ แต่ท่มุ หน่งึ ถึงตี ๒ ทา่ นเล่าเรอ่ื งพมา่ ท่านพูดพมา่ ไดน้ ะ พอ่ แม่
ครูจารย์ทา่ นวา่ เอา้ พดู ภาษาเรานี่ละ่

พวกเรามันไมเ่ หน็ อะไรนะ เพราะกิเลสมนั เต็มหวั ใจอยู่ เรือ่ งธรรมมันไม่โผลเ่ ข้าสกั ครง้ั มนั ไมเ่ กดิ
อะไรแล้วน่ี คดิ เรื่องไหนมีแต่กเิ ลสตณั หาไปหมด ความรกั ความชังอย่นู ัน่ ธรรมคอื ขนั ตคิ วามอดทนไมม่ ี
หิริโอตตัปปะไม่มี พระพุทธเจ้าบัญญัติไว้หมด ต้องหาธรรมพระพุทธเจ้าใส่ใจตัวเองดู ใครจะแย้งได้
ถา้ จะแยง้ ก็ไมไ่ ด้เดนิ ตามทางทา่ นแล้ว เดินไมต่ ามทางทา่ น ก็ไมถ่ กู ใหฝ้ กึ ตวั เอง น่งั ก็ฝึก นอนกฝ็ กึ
เหมอื นท่ีหลวงปู่ฝน้ั ทา่ นวา่ น่ังก็วัด นอนก็วดั วดั ใจตวั เองอยา่ งนัน้ ละ่ ท่านสอนเข้าวัดเข้าวา ขนาดตัด
เสื้อผา้ ก็ยงั วัด ถ้าไม่วดั มนั ไม่ถกู ท่านสอนถึงขนาดนัน้

การอดอาหารให้สังเกตธาตุขันธ์ตัวเองนะ ให้สังเกตธาตุตัวเอง กินมากมันเป็นยังไง นอนมาก
มันเปน็ ยังไง เดนิ จงกรมมากเปน็ ยงั ไง สังเกตตัวเอง ไมส่ งั เกตตัวเอง จบั หลักไม่ได้นะ ไม่สังเกตสงั กา
มแี ต่ท�ำ ไปเฉยๆ ไมไ่ ด้ จับอะไรไม่ได้

ใหม้ ศี ีลธรรม เคารพกนั ธรรมวินัยมี ระเบียบมี ไมเ่ อาเร่อื งทะเลาะ นักปฏบิ ัตใิ หพ้ ากันเร่งความพาก
ความเพียร เวลาพาท�ำ งาน กห็ าวา่ เสยี เวลากับมันนู่น ถา้ ใหภ้ าวนาจรงิ ๆ แล้ว มีส่งิ จะทำ�เยอะ กอ๊ กๆแกก๊ ๆ

174

ภาพถา่ ยท่ี เขื่อนอบุ ลรตั น์ จ.ขอนแก่น ๕ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๘ 175

พระธรรมเทศนา
ท�ำ ให้ส่วนรวมก็ไมพ่ อใจละ่ อะไรวะ ท�ำ นน่ั ทำ�นอ่ี ย่นู ัน่ แกค้ วามร�ำ คาญนะ สมาธไิ ม่มี มนั เป็นอย่างน้ัน
ถ้ามีสมาธิแล้ว มันไม่คิดหรอกเร่ืองอย่างนั้น ทำ�แล้วแล้วไป มีแต่คิดว่า จะพ้นทุกข์ไหมหนอๆ เร่งเข้าสิ
มนั จะเหน็ หรอก ธรรมของพระพุทธเจา้ เกิดเองหรอก แต่ให้มันอบรมจติ ใจตัวเองให้มนั ดๆี เถอะ มนั โผล่
ข้ึนมาเองหรอก มันบอกข้นึ มาเองหมด เกิดเองหรอก จะปรากฎครูบาอาจารย์ไมเ่ คยเหน็ หนา้ สักคร้งั
จะมาแสดง

อย่างประวัติครูบาอาจารย์ท่านทำ�มา คลื่นจิตของเรามันไม่ตรงนะ ไม่ตรงมันจะมาหาได้ยังไง
เหมอื นเทปน่ีละ่ แตเ่ ทปเราไมด่ ี เปิดรับเขาก็ไม่ได้ อันนจ้ี ิตใจก็เหมอื นกนั มนั แนน่ หนาอยนู่ ัน่ ความรกั ก็เตม็
ความชังก็เต็ม ความอิจฉาริษยา ความโกรธ ความโลภ ความหลงก็เต็มหัวใจอยู่นั่น พัวพันอยู่นั่น
ความก�ำ หนัดรักใคร่เตม็ อยู่นนั่ แล้ว ธรรมก็เข้าไม่ได้ อยา่ งขนั ติความอดทนก็ยังไม่เขา้ ถึงใจได้ ใหพ้ ากัน
ต้ังใจ พอนะ เลกิ กนั

หลวงปูล่ ี ออกจากกุฏกิ ำ�ลังเดินมาทโ่ี รงต้มนำ้�รอ้ น วัดภผู าแดง

176

กัณฑท์ ่ี ๘

ตนเองต้องฝกึ หดั ตนเอง

๒๑ พฤษภาคม ๒๕๓๗

พระใหมเ่ ณรใหม่ต้งั ใจทำ�ความพากความเพียรนะ อยา่ ไปเหน็ แก่เล่นมาก เลน่ มันก็เล่นมาตงั้ แต่
เปน็ เด็กแลว้ กำ�หนด จะก�ำ หนดอะไรกก็ �ำ หนด หรอื จะบรกิ รรมพทุ โธ กก็ ำ�หนดไปใหม้ นั อยกู่ บั พุทโธจรงิ ๆ
ถา้ จติ ไมอ่ ยู่แล้ว มนั ไมเ่ หน็ อะไรนะ เหมอื นกับคนเดนิ กับคนวิง่ นัน่ ล่ะจะเห็นอะไร คนยืนอย่กู ลางแจง้ ถึง
จะเหน็ ตอ้ งขดั เกลานะเรือ่ งกิเลสตัณหา เร่อื งความโลภ ความโกรธ อย่าเอาเข้ามาใสใ่ จเลย นนั่ ตอ้ ง
หดั อยา่ งน้ันนะ ตัวเองนะหดั ตัวเอง ถ้าไม่หดั ไม่ได้ กเ็ ป็นพษิ เป็นภยั อยู่น่นั ล่ะ ความโกรธตวั นม้ี นั เผาตัว
เองกอ่ นละ่ คนอ่นื ไม่เผาหรอก ถ้าผมู้ ธี รรมแล้ว โอย้ ... เขาไมส่ นใจ เขาสบายแลว้ ชั่วกอ็ ยู่ปากเขานนู่
ดีกอ็ ยูป่ ากเขานู่น เราจะไปอะไร ผู้เห็นอรรถธรรมเป็นอยา่ งนนั้ มันผดิ กันนะ

ไมเ่ หน็ หรอื พระพทุ ธเจา้ ไปทรมานยกั ษไ์ ด้ พระพทุ ธเจา้ ทา่ นไปทรมานเอา เขา้ ไปหายกั ษใ์ นเขตยกั ษ์
กนิ คน พระราชาเมืองอาฬวไี ปล่าเนื้อ ถูกยกั ษจ์ ับจะกนิ เลยขอชวี ิตไว้วา่ จะส่งนกั โทษมาใหก้ ินแทน
นักโทษมันก็หมดไปๆ พระพุทธเจ้าท่านทราบ โอ้ย..ถ้าท่านไม่ไปช่วยเมืองอาฬวีนี้จะต้องเดือดร้อนท่ีสุด
พระพุทธเจ้าก็เสด็จไป เสด็จไปตอนแรก ยักษ์ก็ขู่อย่างใหญ่โต แล้วพระพุทธเจ้าปัญญาท่านฉลาดนะ
ยักษ์มันขู่ ทา่ นกฟ็ งั มันอยู่อยา่ งนัน้ ออ่ นอย่างกับอะไร มันบอกใหน้ ั่งกน็ ง่ั มนั บอกใหเ้ ดินก็เดนิ มนั บอก
ใหว้ ิง่ ก็ว่งิ ต่อไปๆ พูดบอกยงั ไง ท่านไม่ตอบโต้อะไร มนั ใชอ้ ะไร มันบอกยังไง ทำ�ตามมันหมด ไม่โกรธตอบ
ใจมนั ก็ออ่ นเท่าน้นั พอใจอ่อนแล้ว พระพทุ ธเจ้าชนะแล้วนะ

คราวนี้ท่านก็เทศน์ เทศน์เสรจ็ ยักษก์ เ็ ลิกกนิ สตั ว์เรื่องฆา่ สัตว์ สมาทานศลี กับท่านเลย เรอื่ งโทษ
เร่อื งฆา่ สัตว์ท่านก็พดู ให้ฟงั ไปตกนรกอย่างนั้น ประมวลเขา้ มาๆ ปวารณาเป็นอุบาสกแลว้ พวกเราไม่เปน็
อย่างน้ันนะ พอว่าบ้า กบ็ า้ ไปกับเขา ตอบกนั แล้ว กระทบกนั เรื่อย ความฉลาดไม่มี พระพทุ ธเจา้ ถอ่ ม
ขนาดนน้ั เหน็ อรรถเหน็ ธรรมเปน็ อยา่ งนนั้ ไมเ่ หน็ แกต่ วั ถา้ พระพทุ ธเจา้ เหน็ แกค่ วามเปน็ พระพทุ ธเจา้ แลว้
โอ้ย..เราเป็นถึงพระพุทธเจ้าแลว้ ยักษ์บอกยังงน้ั บอกยงั งี้ แลว้ ท่านก็ไม่ท�ำ ตาม อันนนั่ มันเปน็ กเิ ลสนะ
มนั กระทบกัน น่ีล่ะ ความฉลาด

นีก่ ็เหมอื นกนั ตอนแรก ท่านกใ็ ห้ฝึกไมใ่ ห้จติ โกรธล่ะ ในธมั มจกั รฯ ก็เหมอื นกนั ทา่ นไม่ให้เสพสองฝง่ั
สองฝัง่ อะไร กเ็ รือ่ งความรกั กบั ความชงั นน่ั ละ่ เหมือน กสุ ลากบั อกสุ ลา กุศลก็เป็นบญุ อกุศลก็เป็นบาป
อพั ยากตากเ็ ปน็ กลาง มันกม็ อี ยูเ่ หมอื นกนั มนั มีครบอยู่ แต่เราเลือกเอาไมถ่ กู คอื ร้อนกม็ ี เย็นมนั ก็มี
ฤดูมนั เปน็ อยูอ่ ยา่ งนั้น แตพ่ วกเรานี่ มันเลือกเอาแต่ร้อนมาใส่หัวใจ ไมเ่ อาเยน็ ใส่

การภาวนาต้องเลอื กสังเกตตัวเอง นง่ั ตอนนัน้ หรอื เดินจงกรมมากเป็นอย่างไร ใหส้ งั เกตตวั เอง
มันถึงจะรไู้ ด้ จติ เปน็ ไป แตเ่ ราไมส่ ังเกตกไ็ ม่รู้นะ การเข้าการออกอะไร ก่อนมนั เป็น ตอ้ งฝึกอย่างน้นั

177

พระธรรมเทศนา

เวลาจิตเข้าถึงฐาน บางคร้ังมันก็สงบเข้าๆ มันเกิดแสง บางทีเหมือนแสงห่ิงห้อย บางทีเหมือนแสง
ไฟฉายแวบเทา่ น้นั สักพักก็ไปทางใหม่ แลว้ ก็สังเกตไมไ่ ด้ วาระจิตของเรามันเป็นยงั ไง ตวั นต้ี วั สำ�คญั
หดั ใหม่ๆ ตอ้ งเป็นอย่างน้นั ละ่ ถา้ มนั เป็นไปแลว้ มนั ไม่ยาก เรอื่ งเกยี จคร้านมนั ไมม่ หี รอก มนั เป็นไปเองเลย
การละการถอนพวกนี่ มนั วางเองหมด ขอใหห้ ดั ทแี รกเทา่ นน้ั เรอ่ื งความรมู้ นั จะผดุ ขนึ้ มาเองหรอก หรอื
แสดงขึ้นมา เหมือนครูบาอาจารย์มาเทศนใ์ ห้ฟังอยอู่ ยา่ งน้นั เร่อื งนั้นเรอ่ื งน้ี อันน้ีเราหัดใหม่ มันตอ้ ง
บงั คับ เหมอื นควายนลี่ ่ะ ฝึกใส่ลอ้ ใสเ่ กวยี น หรือฝึกหัดใสแ่ อกใส่ไถ มนั ไม่เคยแบกแอกแบกไถ มันต้อง
ดน้ิ ซะกอ่ น

อันนี้เหมือนกัน จิตใจของเราเหมือนกัน บังคับใส่ธรรมพระพุทธเจ้า เพราะมันไม่เคยชำ�นาญ
ต้องวง่ิ ไปทางเกา่ ฝึกเขา้ ๆ มันกต็ ้องชินเขา้ ๆ ตวั เองนะฝึกตวั เอง ครบู าอาจารยม์ แี ตแ่ นะนำ�ทางเทา่ นัน้ ละ่
ใหเ้ ปน็ ทางเทา่ นั้น เหมือนความเจบ็ ปวด ความป่วย ความเป็น ไมต่ ่างกันหรอก เหมือนอาหารภาชนะ
อันเดียวกนั ถา้ เราไมก่ นิ ก็ไม่รจู้ ักรส แลว้ ไมร่ จู้ กั อ่มิ วา่ อนั น่ันอร่อย อันนี่อรอ่ ย ถ้าเราไมก่ นิ ด้วย กไ็ ม่รู้
เหมอื นกนั ความเกิด ความแก่ ความเจบ็ ความตาย พวกน้มี ันจะประมวลมาเองหรอก ขอใหจ้ ิตรวมไดเ้ ถอะ
สกั ครงั้ ๒ ครัง้ น่อี ะไร ถ้าภาวนา มนั มแี ตป่ รุง อยากไดอ้ ยากเหน็ อนั น้นั อยากเหน็ อนั น้ี ถา้ วาสนา
บารมไี มเ่ พียงพอละ่ ไมเ่ หน็ หรอก อันน้ันตอ้ งสร้างสมมานะ ถา้ อย่างน้ันพระพุทธเจา้ ท่านจะปรารถนา
พุทธภูมิหรือ คิดดู จะเอาโลก โอ้ย กองทุกข์

อย่างหลวงป่มู ัน่ ทา่ นปรารถนาเปน็ พระพทุ ธเจา้ โน่น บำ�เพญ็ มาเทา่ ไหร่แล้ว มาภาวนาระลึกชาติได้
ว่าเคยเป็นหมาต้ังหม่ืนชาตินะน่ัน มาเกิดความสลดสังเวชตัวเอง เรื่องปรารถนาเป็นพระพุทธเจ้า
ท่านเลยเลิกเลย ว่าจะเอาแต่ตัวรอด ประมวลลงมา ท่านก็เลี่ยงเลย เรื่องบารมีท่ีท่านสร้างมาเป็น
พระพุทธเจา้ ประมวลเขา้ มา มนั กแ็ ตกฉานข้นึ ๆ เรว็ ข้ึน ความปรารถนาอนั นน้ั ล่ะ มนั พิสดารกวา่ กัน
อยา่ งสาวกกเ็ หมอื นกนั ทที่ า่ นจารกึ ไว้ มแี ตอ่ งคเ์ ดน่ ๆ เทา่ นนั้ ละ่ ผไู้ มเ่ ดน่ หรอื ผกู้ ลางๆ ทา่ นไมย่ กมาไวห้ รอก
ไมย่ กมาใหพ้ วกเราได้อ่านไดพ้ จิ ารณาหรอก ความปรารถนามนั ผดิ กัน สมยั น้กี เ็ หมือนกัน ปรารถนาเปน็
พระพุทธเจ้ากม็ เี ยอะ

อย่างหลวงปจู่ าม โอย้ .. ทา่ นพูดมีแต่เร่อื งพระพทุ ธเจ้าทั้งนน้ั ละ่ สรา้ งบารมหี มดล่ะ ภูมทิ า่ นเป็น
อยา่ งน้นั นะ ทา่ นไปเหน็ หมดแล้ว ของภูมทิ ่านเป็นอยา่ งน้ัน จะร้ือขนสัตวอ์ อกจากโลก ใหเ้ ราพากนั ตั้งใจ
ปฏบิ ัติ สงิ่ ใดไมป่ ฏบิ ตั เิ อง ไมไ่ ดห้ รอก อย่ทู างโลกกเ็ หมอื นกัน มีควายมวี วั เขาก็ต้องปฏิบัติ ไม่ง้ันถูก
เอาไปกนิ หมด ไม่ว่าอะไร จิตใจของเรากเ็ หมอื นกนั ถ้าไมป่ ฏิบัติ เด๋ยี วความโลภความโกรธความหลง
ก็มาดึงเอาไปกินหมด แล้วก็ไม่เห็นอรรถเห็นธรรมล่ะทีน้ี เดี๋ยวก็หาโทษใส่ตัวเองอีกว่า ไม่มีมรรคผล
นพิ พานอะไรหรอก เดี๋ยวกส็ ึกเท่าน้ันละ่ ทงิ้ บาตรท�ำ รังไกก่ ม็ ี มนั ไมส่ ู้เขานะ มนั กลอ่ มเรามาหลายภพ
หลายชาตแิ ลว้ ความตายนม้ี นั เทยี วเกดิ เทยี วตายมา มนั กก็ ลวั มนั ตายอยอู่ ยา่ งนน้ั นะ เกดิ ภพไหนชาตไิ หน
ก็ตายอยู่อยา่ งน้นั พากันกลัวอยอู่ ย่างนั้น ทา่ นไม่กลัวนะ พระอรยิ ะเจา้ ทง้ั หลายท่านไม่กลัว ไม่มกี ลัว
อะไร เพราะท่านเหน็ ภัยแล้วนะ อย่างพวกเราน่ีมันงมอยนู่ ่ลี ่ะ เอา้ เอาล่ะเลกิ กัน พากันตัง้ ใจ

178

ภาพถา่ ยท่ี กฏุ ริ ับรองพอ่ แม่ครอู าจารย์ บริเวณถำ�้ ขาม วดั ภูผาแดง

179

พระธรรมเทศนา

กัณฑท์ ี่ ๙

พจิ ารณากาย

๕ มิถนุ ายน ๒๕๓๗

บวชเหลืออีก ๒ วนั พรุ่งน้ีวนั ที่ ๖ มะรืนวนั ที่ ๗ เตรยี มบรขิ าร โกนผมไว้เลย วนั ท่ี ๗ เครื่อง
บริขารจดั ไว้ จัดให้มนั ครบ ผ้าหอบไปท�ำ ไมมากมาย เตรียมไว้เลย บรขิ าร ๘ ยดั ใสบ่ าตรแลว้ สะพายเลย
สบงจีวร สงั ฆาเราก็พาดบ่า เคร่ืองบรขิ ารก็ยัดใสบ่ าตรไป แล้วกข็ อนสิ ยั อุปัชฌาย์ ฉนั จงั หันแล้ว จะขอศีล
ศลี มนั กม็ ีอยนู่ ัน่ แลว้ ไมท่ �ำ ความผดิ แล้ว มนั กเ็ ป็นศลี อยู่แล้วนะ ปฏบิ ตั งิ มงายอยู่นั่นละ่ มีแต่ขอกับขอ
คนขอกค็ ือคนจน คนมจี ะมาขออะไร พิจารณาดู

จวนเข้าแล้วนะ ใกล้จะเข้าพรรษา ที่ไหนมันขัดข้องอยู่ พากันทำ�นะ กุฏินั่นถ้าเข้าพรรษาแล้ว
มันรั่วตรงน้ันตรงน้ี ให้พากันดูช่วยกัน มันเป็นกิจฝ่ายเรานะ ทำ�อะไร มีแต่ความเกียจคร้าน อะไรก็
ไมอ่ ยากท�ำ มนั กห็ มดเท่านน่ั ละ่ จะให้ญาติโยมทางไหน มันไกลบา้ น พากนั ท�ำ กนั ทำ�เอา มันไม่หนักไม่หนา
เป็นหน้าที่ของพระนีล่ ่ะ ถา้ จะพาทำ�งานกม็ แี ตจ่ ะหลบ นูน่ วดั ภูสงั โฆมแี ตพ่ ระแต่เณรท�ำ โยมกม็ เี ทา่ นั้นล่ะ
ทำ�กุฏนิ ะ ทำ�กันโครมครามๆ

ถา้ ใหภ้ าวนากม็ แี ตน่ อน กนิ แลว้ กไ็ ปนอนเลย ยงั งน้ั จะไปเหน็ อรรถเหน็ ธรรมหรอื ตามครบู าอาจารย์
ทา่ นบอกนนั่ ฉนั จังหนั แล้ว ท่านให้เจรญิ ธาตขุ ันธด์ อู าการ ๓๒ แตเ่ กสาลงไปถงึ พื้นเท้า แตพ่ ้นื เท้าข้นึ มา
ถงึ เกสา ใหพ้ ิจารณาธาตปุ ระกอบธาตุ พิจารณาอย่นู ่ีละ่ อตั ภาพรา่ งกายของเรา ถ้าไปพจิ ารณาทีอ่ นื่ แล้ว
โอย้ จิตไปเลย มีแต่อยากจะได้ญาน ไปดูไปคาดยงั ง้ันยังง้ี อีกหน่อยเสียจรติ เสียแล้ว โรคประสาทขึน้
ครอบงำ� มันไม่ใช่ทางนะ ทางมันเกิดข้ึนจากกายกับใจนี่นะ ตามปกติอย่างครูบาอาจารย์ท่านฝึกมานี่
ทา่ นหดั ใหจ้ ติ สงบซะกอ่ น ใหบ้ ริกรรมพุทโธ ใหม้ นั อยใู่ นพทุ โธนี่ ใหม้ ันเหน็ ความอัศจรรยข์ องความสงบ
ตวั เอง

อยา่ งเขาฝกึ สตั วพ์ าหนะ ทำ�ยงั ไง จะใส่แอกใสไ่ ถ หรอื เขาจะตอนห�ำ มัน ตอนหำ�มนั แล้ว ควายตัวนัน้
มันเป็นยังไง ความพยศของมนั ยังกบั ควายแม่ มันคะนองก็เพราะอันน้ลี ่ะ เพราะจิตใจมันไม่ไดท้ รมานนะ
จิตใจไมไ่ ดฝ้ ึกหัด มนั ผดิ กนั เขา้ มาผิดกนั เลย

ถา้ จิตเราภาวนาเปน็ มันรจู้ กั เลย ผา่ นมาก็รู้จกั ท�ำ ไมจะไมร่ ู้จกั ความสงบของจติ ความขยันมนั
ก็เกิดขึ้นเลย เอาซิ ขอให้มันเกิดข้ึนเถอะ ธรรมของพระพุทธเจ้า ความเพียรมันไม่เกียจไม่คร้านเลย
จะพ้นทุกข์ไหมหนอๆ เท่านั้นล่ะ มีแต่เร่งความเพียร ถ้าจะพูดคุยกับหมู่น่ี มันกลัวแต่จะเสียเวลา
ของทำ�งานทางใจนะ มแี ตห่ ลบเข้าปา่ ๆ ขอให้เห็นเถอะธรรมของพระพุทธเจ้า อันนี่อะไร มากันอยู่อยา่ งน้ัน
ผมดูอยนู่ ่ี เตม็ กันอยศู่ าลา จะไปประกอบความพากความเพยี รไมม่ ีหรอก กลางคนื ข้เี กยี จมาก ก็มานอน
อยู่แถวศาลาน่ี

180

ภาพถา่ ยที่ ศาลามหาวรี ะธรรมสภา วดั ประชาคมวนาราม(ปา่ กุง) ๔ กนั ยายน ๒๕๕๔

181

พระธรรมเทศนา

กัณฑท์ ี่ ๑๐

มแี ต่ดีกับชว่ั ท่ฝี ากโลกไว้

๒๐ มถิ นุ ายน ๒๕๓๗

หลวงปู่ : พระองค์น้ันไปแลว้ หรอื
ลูกศิษย์ : เห็นมแี ต่ของครับ
หลวงปู่ : เปน็ อยา่ งนน้ั ละ่ ท้ิงซะกระจดั กระจาย เหมือนตอนไปอย่ถู �ำ้ พระนั่น ท่านกไ็ ปอยกู่ ุฏินู้น
ของเสยี โอย้ ..เสยี ก็ไม่รู้ ไมไ่ ดไ้ ปทีก่ ุฏิก้อนหินสักครัง้ มาก็ไม่รูจ้ ัก ไปกไ็ มร่ ู้จกั อยู่ถำ�้ พระมาตั้งแต่ ๒๕๐๗
นนู่ ล่ะ อันน้เี หมือนกันล่ะ ไปกไ็ ประวงั เอา อย่าไปสงุ สงิ พระอนั ธพาล มาหาผมไมร่ ู้จักเรอื่ งจกั ราวอะไร
ฟาดโจมตวี า่ ผมเป็นยังง้นั ยงั ง้ี พระอนั ธพาลนะ คนเห็นกนั ก็ต้องปราศรัยกันถ้ามีสมบัติผ้ดู ี เปน็ อยา่ งนัน้
นะโลกอันน้ี โลกกเิ ลสตณั หาน่ี มนั ไม่ใชว่ ่ารกั ษาศลี รักษาธรรม เอาผา้ เหลืองปกเฉยๆ มนั จะสำ�คญั อะไร
พดู ก็ใหม้ ีเหตุผล อันน้กี ารงานเหมือนกัน ทำ�เขา้ ๆ มนั ไม่เสร็จกห็ ยดุ เท่านั้น วันพระทงิ้ ไว้น่ลี ่ะ ไมต่ าย
ถ้าตายคนใหม่ก็มาท�ำ เอาละ่ สมบตั ขิ องโลกมันเป็นอยา่ งนนั้ ตายไปแลว้ ไม่เอาอะไรไปหรอก มีแต่ดกี ับชว่ั
ท่ฝี ากโลกไว้ ใครทำ�ดกี ็ทำ�ซะ มเี ท่านั้นละ่

จะเป็นลกู ศษิ ย์พระเทวทตั ตก์ เ็ อา จะเปน็ ลกู ศษิ ย์พระพทุ ธเจ้ากเ็ อา ทา่ นก็เทศนเ์ ปรียบเทียบไว้ใน
ธรรมของพระพุทธเจ้า พระพุทธเจา้ ทา่ นไปนพิ พาน พระเทวทตั ตไ์ ปอเวจี ทา่ นก็ท�ำ นายไว้ ท�ำ เอาๆ นั่นล่ะ
ทา่ นว่า กุสลา ธัมมา อกสุ ลา ธัมมา กุสลา แปลวา่ กุศล อกสุ ลา กแ็ ปลว่าอกศุ ล ทำ�ยงั ไงถงึ จะได้

การนง่ั ภาวนากน็ ัง่ มแี ต่นั่งปรุงกไ็ มไ่ ดอ้ ะไรนะ มีแต่อยากได้ คิดอันนนั้ คดิ อันน้ี วาดภาพหลอกตัวเอง
อยู่น่ัน ครูบาอาจารย์ท่านได้ความสงบเสียก่อน เห็นความสงบซะก่อน จิตสงบเข้าๆ จิตมันก็รวมได้
เกิดแสงสวา่ ง มนั จะเหน็ นมิ ิตน่นั นิมติ นี่ น่นั ละ่ จติ ไม่ออกจากนัน่ ละ่ มนั ใครค่ รวญอยนู่ ่นั มันเกิดจากนนั่ ละ่
ครบู าอาจารยท์ า่ นเปน็ ครบู าอาจารยท์ า่ นมา อยา่ งหลวงปชู่ อบ โอย้ .. เดนิ ไปทง้ั วนั กท็ งั้ วนั อยใู่ นสมาธเิ ลย
ทา่ นว่า จิตสงบอย่อู ยา่ งนั้น เอาพทุ โธอยูอ่ ย่างนั้น เดินดงเหมือนไม่เหยียบดินไปเลย คลา้ ยอยู่กับอากาศโนน่
เอาใหส้ งบจติ ความฟงุ้ ซา่ นร�ำ คาญเทา่ นนั้ ละ่ มแี ตเ่ อาไฟมาเผาหวั ใจอยยู่ งั งน้ั ไฟอะไร ไฟราคะ ไฟโทสะ
ไฟโมหะ มนั เผาอยู่ยังงั้น จะไฟอะไรอกี อันน้ีล่ะ ก่อกวนอยู่ อนั น้ลี ่ะปดิ บงั ธรรมของพระพุทธเจ้าอยู่
แลว้ กท็ ฐิ มิ านะนน่ั ละ่ ตวั หนง่ึ หลงตวั เองอยนู่ นั่ เหน็ ผอู้ นื่ ชวั่ ไปหมด ถา้ มที ฐิ มิ านะตวั นข้ี น้ึ แลว้ อรรถธรรม
ของพระพทุ ธเจ้าจะโผลข่ ้ึนได้ยังไง มาตดิ อยู่อย่างน้ันละ่ จติ ไม่สะอาด ช�ำ ระจิตตัวเองให้สะอาดโนน่

กวา่ จิตมนั จะลงได้ วางจิตลงเป็นผ้าเชด็ เท้าดู หรอื เป็นดนิ โน่น ถงึ คอ่ ยเห็นอรรถเห็นธรรมของ
พระพทุ ธเจ้า มนั จะโผลข่ ้ึนมาเองหรอก ถา้ เหน็ แล้วมนั เปน็ ไปเองหรอก ถ้ามันเกดิ ข้นึ เรื่องหมู่เรือ่ ง
พวกมนั ไมต่ ดิ ใจหรอก มันไม่สนใจเลย ท�ำ งานทางใจนะ มันเป็นอยา่ งนน้ั ธรรมของพระพทุ ธเจ้า ถา้ ท�ำ
ไม่จรงิ ไมจ่ งั ไม่เกิดผลหรอก ดูชาวไรช่ าวนาเหมอื นกัน เขาท�ำ ร้ัวทำ�สวน ทำ�การทำ�งานอะไร เราสงั เกต
ดูเอา วันไหนเกียจครา้ นเท่านน้ั ละ่ กไ็ มไ่ ด้งาน

182

นกี่ เ็ หมอื นกนั ถา้ มนั นงั่ มนั เปดิ เองหรอก ถา้ มนั เหน็ เขา้ ไป มนั ไมไ่ ดบ้ งั คบั อะไรหรอก ทแี รกมนั ตอ้ ง
บังคบั เสียก่อน เหมือนเราเรยี นหนังสือนั่นล่ะ อยากสอบได้ มันขยันขน้ึ มันกไ็ ด้คะแนน

พากันตั้งใจ ใกล้เข้าพรรษาแล้วนะ ทำ�อะไรก็รบี ท�ำ ใหม้ ันเสรจ็ เข้าพรรษามันจะไดไ้ ม่มีการมีงาน
ครบู าอาจารย์มีแต่แนะนำ�ใหเ้ ดนิ จงกรมภาวนาเท่านัน้ ไมใ่ ห้ทำ�อย่างอื่น เรากม็ ุ่งมาอยา่ งน้นั นะ มุ่งเอา
บุญเอากศุ ล จะเอาอะไร มาบวชก็หวงั เพ่อื มรรคผลนิพพานบุญกศุ ล คนไม่มีบญุ กุศลก็เทา่ นั้นละ่ ไปทำ�
กไ็ ดเ้ ทา่ นน้ั สงั เกตดเู อา เพราะอกศุ ลแลว้ มนั ถงึ ไปในทชี่ วั่ มาเกดิ กม็ าเกดิ กบั คนทกุ ขย์ ากเขญ็ ใจไปอยา่ ง
นัน้ ไมไ่ ดไ้ ปเกิดกับคนม่ังมีร�่ำ รวยหรอก

ความสขุ มนุษยเ์ หมือนกันทกุ วันน้ี จะพดู ถงึ สวรรคอ์ ะไร ขา้ วเกดิ กับจานก็มี ขา้ วเกดิ กับหมอ้ กม็ อี ยู่
ในโลกนี้ ผู้อาบเหง่ือนกินต่างน้ำ�ก็มี บางวันหาข้าวจะกินก็ไม่มี ก็เห็นกันอยู่อย่างน้ี จะพูดถึงสวรรค์
นิพพานอะไร เราไม่พิจารณาใคร่ครวญ ดูซิ มันกเ็ หน็ กันอยูอ่ ยา่ งนี้ ดชี วั่ อนั นเ้ี อามาเปรียบเทียบดู

เรอื่ งจะประกอบความพากความเพยี รของเรา ใหพ้ ากนั เรง่ ความพากความเพยี ร ตอ่ ไปนจ้ี ะไมม่ นี ะ
มนั จะเปน็ ทางโลกไปหมด ครูบาอาจารยก์ ็หมดไปๆ แล้ว กรรมฐานเหลอื อยเู่ ทา่ นี้ หลวงปูห่ ินหมากเปง้
ก็ว่าเดือนนี้จะไม่ให้คนเข้าใกล้แล้ว ต้องใส่กระจกเหมือนหลวงปู่ขาว กราบอยู่ข้างนอกอย่างน้ัน
ท่านกน็ อนอยใู่ หเ้ ห็นตัวเทา่ นน้ั ทำ�ยังไง ๙๐ กว่าแล้วท�ำ งานอะไรได้ พอเป็นร่มโพธริ์ ่มไทรเท่านั้นละ่
รัศมีเรามาอยู่แถวนี้ กับรัศมีของครูบาอาจารย์ท่านคุ้มหัว มากราบครูบาอาจารย์กับมาหาพวกเข้า
เพราะว่าเปน็ สายเดียวกนั

ให้พากันเรง่ ความพากความเพียร วนั หน่ึงคืนหน่งึ นอน การนอนก็ให้ฝึกหัดตัวเอง นอน ๔ ชว่ั โมง
กพ็ อแล้ว ๔ ท่มุ ไปก็นอนซะ ตี ๒ กล็ ุกแล้ว อยู่กบั พอ่ แม่ครูจารย์ท่านพาหดั อย่างน้ัน ไปอยู่บ้านหว้ ยทราย
ทา่ นแนะนำ�อย่างนัน้ ลกุ แลว้ ถ้ามนั ง่วง กเ็ ดนิ จงกรมเลย เดนิ จงกรมจนเหนื่อย ถา้ ไม่เหนอื่ ยแล้ว จิตไมอ่ ยู่
มันวิง่ ไปกับอารมณ์ ความอยากตัวนน้ั ล่ะสำ�คญั มันบบี อยอู่ ยา่ งนนั้ เอา เลกิ กนั

ภาพถา่ ยทวี่ ัดป่าพระราชญาณวสิ ทุ ธิโสภณ (ถำ้�เกียนอ้ ย) อ.หนองแสง จ.อดุ รธานี ๒๘ ตุลาคม ๒๕๔๙ 183

พระธรรมเทศนา

กณั ฑ์ที่ ๑๑

ฝกึ หัดสังเกตตนเอง

๕ กรกฎาคม ๒๕๓๗

พรรษามากข้ึนๆ สอนแต่คนอื่น สอนตัวเองไม่ได้ แก่พรรษาเข้า ความเกียจคร้านเข้าครอบงำ�
การภาวนาเบอื้ งตน้ มนั ตอ้ งหดั ความสงบใหม้ าก ฝกึ สตใิ หม้ าก ตวั สตนิ ตี่ วั ยอดคำ�สอนของพระพทุ ธเจา้
จติ จะเปน็ สมาธหิ รอื จติ จะเปน็ ปญั ญา สตไิ มเ่ พยี งพอ มนั กเ็ ผลอไป ตวั สตใิ หม้ นั ก�ำ กบั อยนู่ น่ั เหมอื นฝกึ ควาย
ฝกึ ววั เขาตอ้ งมีเชอื ก เชือกก็แปลวา่ ลากมนั ไป เขาก็ดึงเชอื ก อันนเ่ี หมอื นกัน ท�ำ อะไร ถา้ ไม่สังเกต
สังกาตัวเอง กจ็ บั หลักไมไ่ ด้ ต้องฝึก กินมากมันเปน็ ยงั ไง นอนมากมนั เปน็ ยังไง วันน้ีใหไ้ ด้คิด นง่ั ตอนนนั้
ตอนนเ้ี ป็นยงั ไง ให้สงั เกต ถ้าไมส่ ังเกต จบั หลกั ไมไ่ ดน้ ะ ต้องหดั ต้องฝึกจิตตวั เองอยู่อย่างนั้น

เหมือนกับนักมวยที่เรียนกับครูมาแล้ว เขาต้องมาฝึกอยู่อย่างนั้น เราก็เหมือนกัน ต้องฝึก
เดยี๋ วกเิ ลสเอาไปกินหมด บางทีกไ็ ม่รจู้ กั ด้วยซำ�้ ตัวกิเลสกับตวั ธรรมไม่รูจ้ ัก เลยคลุกเคล้ากันอยู่อยา่ งนั้น
แยกกนั ไมไ่ ด้ เปรียบเทยี บว่า อาหารมันกม็ กี ้าง กระดูกมันก็มี มนั ก็ตอ้ งเลือกกนิ นะ อันนเี้ หมือนกัน

การภาวนาต้องสังเกตสังกาตัวเอง มันจะค่อยๆ จับหลักได้ ตัวสำ�คัญ ถ้ามันเป็นไปแล้ว
เรื่องความเพยี รมันกล้าเองหรอก ไมไ่ ด้บงั คับยาก ทแี รกมนั ตอ้ งบังคบั เหมอื นเขาฝึกควายฝกึ วัวนี่ล่ะ
ถ้ามันเป็นไปแล้วนี่ โอ้ย..เขาข่ีล้อขี่เกวียน เขานอนไปก็ได้ อันนี้เหมือนกันล่ะ จิตใจของเราฝึกเข้า
มันเป็นไปเองหรอก ธรรมของพระพุทธเจ้า เดินจงกรมมันไม่อยากหยุดเลยล่ะ มันเอาอยู่อย่างน้ัน
คนจะมาหามาคุยน่ี มันไม่อยากรับ เพราะทำ�งานทางใจนะ มีแต่จะหลบเข้าป่า ๆ ขอให้เห็นเถอะ
ธรรมพระพทุ ธเจา้

อยา่ งครบู าอาจารยท์ ่านว่า “ท�ำ ใหส้ ุด ขดุ ให้ถงึ ” มนั จะประมวลมาเองหรอก ธรรมพระพุทธเจา้
พระพุทธเจ้าท่านเห็นยังไง ผู้ปฏิบัติต้องเห็นอย่างน้ัน เร่ืองภพชาติหรือเร่ืองอะไรมันเกิดขึ้นเองหรอก
นั่นล่ะมนั ถงึ จะเหน็ ถ้าไม่เห็นอะไร นัน่ ความเกียจครา้ นมันก็ครอบง�ำ อยา่ งเวทนาเหมอื นกัน ถ้าเรา
ไม่ส้เู สียก่อน กไ็ มเ่ หน็ ความชนะ ตอ้ งสนู้ ะ เอา้ มันเจ็บเทา่ ไร ก็อดทนมันอยนู่ ั่น มันข้ึนถึง ๓ ครั้งแล้ว
เออ้ คร้งั ที่ ๓ โอ้ย หัวน่ีเหมือนผมมันร่วงหมดแลว้ มือมนั รอ้ นเปน็ ไฟไปนู่น มแี ตว่ ่าตายๆ ไปเท่าน้นั
ยอมตาย จะตายก็เอาเลย เข้าไปหน่อยจิตรวมพรึบเลย ถ้าไม่สู้ซะก่อน ไม่เห็นความอัศจรรย์นะ
ต้องสละตายเลย นกั ภาวนาถ้าไมส่ ละตายกไ็ ม่เห็นละ่ แล้วกต็ ศู่ าสนาไม่จริง ตัวเองไมจ่ ริงนท่ี ส่ี ำ�คัญ
มีแต่เร่อื งกเิ ลสเอาไปกนิ เฉยๆ

ใหแ้ ก้ตัวเอง มนั ไปทางราคะเรากต็ อ้ งพิจารณาซิ แตพ่ ้ืนเท้าขน้ึ มาถึงศีรษะ แต่ศรี ษะลงไปหาพื้นเท้า
แยกดูซี ถามมันดู ขา ตา ตานีต่ รงไหนงาม ดงึ ตาออกมา กำ�หนดอยู่น่นั หนงั งามก็เอามีดถากหนังดซู ิ
หมดในกายมีแต่หนังหุม้ เทา่ น้นั นอกน้ันมีแตอ่ สภุ ะหมด พจิ ารณาใครค่ รวญเขา้ ดู ท�ำ ยงั ไงมนั จะแกต้ วั น้ี

184

ล่ะมนั รุนแรงมาก ให้เรง่ ความพากความเพยี ร มนั ไม่เป็น กเ็ ดินอย่อู ยา่ งนั้นล่ะ เดนิ จงกรม นั่งสมาธิ
กน็ งั่ เข้า เวลามันเป็น เปน็ พรึบ เข้าๆเลยนะ อยา่ งพ่อแม่ครูจารยท์ ่านเทศน์ ถา้ จติ ไม่อย่กู บั ค�ำ บรกิ รรม
หรือมนั จะฟุง้ ซ่านร�ำ คาญ ใหพ้ จิ ารณากาย พิจารณาเขา้ ๆ จิตรวมกนั พรบึ เลยเป็นสมาธิ ท่านก็แสดงไว้
หมด นี่ปัญญาอบรมสมาธิ ทา่ นวา่ อย่าอยู่เฉยๆ

พอเจอกค็ ยุ กนั ออกจากกนั กห็ าคยุ กนั อยอู่ ยา่ งนน้ั อยา่ งนี้ สกั พกั กท็ ะเลาะกนั มนั ไมเ่ รยี นภาษาพระนะ
มันเรียนภาษาสุนัขนะ ทุกวันนี้ ผมเบ่ือหน่ายแล้วเกี่ยวกับหมู่พวกนี่ ผมก็เคยเป็นพระผู้น้อยมาก่อน
ผมถึงคอ่ ยไดม้ าเปน็ พระผใู้ หญ่ ไมเ่ คยเปน็ นลี่ ะ ผมระอา ไม่อยากรับ เดีย๋ วกอ็ อกจากกนั กส็ ุงสิงอยู่
นั่นละ ไมอ่ อกจากศาลา สนใจแต่เรื่องเครอื่ งบรขิ ารก็อกๆแกก๊ ๆ อยู่อยา่ งนัน้ จะพดู กพ็ ูดไม่มีประโยชน์
ตวั นส้ี ำ�คัญ มันไม่เกดิ ศรทั ธา มนั ดูกร็ นู้ ะ คนประกอบความพากความเพียร มองดูกิรยิ ามารยาทมันกบ็ อก

ใหพ้ ากนั เรง่ ความพากความเพยี ร พระกรรมฐานไมเ่ หมอื นเดมิ แลว้ สมยั ทกุ วนั นี้ มนั ไมเ่ หมอื นสมยั
หลวงป่มู นั่ หลวงปเู่ สาร์พาดำ�เนนิ ดินฟา้ อากาศมันกไ็ ปแลว้ มแี ต่ปา่ คน ป่าสตั ว์หมดไปแล้ว บ้านเมอื ง
มันคนมากนะ แต่สมัยน้ันคนน้อย พวกสัตว์มันก็เยอะ พ่อแม่ครูจารย์ท่านแนะนำ�ให้ผมพาพระไปอยู่
ภูหลวง ท่านว่าจะไปทำ�กุฏิให้ ให้ผมไปถามกระทรวง กระทรวงให้ถามอนุรักษ์ อนุรักษ์ว่าไม่ได้สั่งมา
ยังไงก็ไม่ได้สั่งมา ถ้าได้แล้วจะจัดหมู่ไปเดือนละ ๕ องค์ เร่ืองอาหารการกินไม่ให้อด ผมไปถาม
ถามอะไรก็ไม่ได้เร่ือง เลยไม่ได้ ท่านว่าพระเณรมันภาวนาจิตไม่รวมได้สักที ท่านจะไปให้ช้างให้เสือ
ทรมานชว่ ย เดย๋ี วนกี้ ม็ ากราบเรยี นพอ่ แมค่ รจู ารยท์ า่ นวา่ อยากใหไ้ ปอยู่ แตก่ อ่ นไม่ เดย๋ี วนอี้ ยากใหไ้ ปอยแู่ ลว้
เดย๋ี วนี้ให้ทา่ นศกั ด์ิไปอยู่ทีผ่ มไปท�ำ ไว้

ให้พากันเร่งความพากความเพียร จวนเข้าพรรษาแลว้ นะ สง่ิ ใดมันขาดเขนิ พากันทำ� กฏุ ิทีไ่ หนที่
มันรัว่ ก็อดุ ยาเข้า พวกเขาทำ�ทางไปถำ�้ เขาแปลงยงั ไง บางทีหัวหน้าศูนยเ์ ขาจะมาถามวา่ ลูกน้องเขาท�ำ
ยังไง บางทีพ่อแมค่ รจู ารย์มา ข่รี ถเขา้ ไป เขาเลกิ ไปแลว้ นะ รา้ นน้นั ทำ�เสร็จแล้วหรือ เสรจ็ แล้วเอาเตียง
ไปไวท้ ่นี น่ั ทำ�คอยไว้ บางทีหมไู่ ปเรอื่ ย อดอาหารไปหาอยู่ล่ะ ทไ่ี หนมนั สะดวกสบาย

ท�ำ เขา้ ธรรมของพระพทุ ธเจา้ ขอใหร้ กั ษาจิตให้ไดเ้ ถอะ อย่าไปละผ้รู ู้นะ การภาวนานีล่ ะ่ ผู้จะไปเกิด
ไปแก่ ไปเจบ็ ไปตาย สภาพรา่ งกายนไ้ี ปแลว้ ไปธาตเุ ดิมมัน เป็นน�้ำ เปน็ ดินไป ธาตไุ ฟก็ไปไฟ ธาตุลมก็
ไปตามลม ตัวผู้รกู้ ร็ ูอ้ ย่อู ย่างนน้ั ะ ๒๔ ชว่ั โมง สังเกตซิ นอนหลับสนทิ มันกร็ ู้ ตนื่ มนั ก็รู้ ฝันเรื่องนนั้ เร่อื งนี้
มันร้อู ยู่อยา่ งนั้น ขอใหช้ ำ�ระสะสางออกมาดู ให้มันแจง้ ดู มนั จะสว่างโล่อยูอ่ ย่างนั้น ถา้ มันสว่างแลว้
เหมือนกบั พวกพ่อค้าเขามแี ก้ว เขาไมไ่ ด้มาน่ังเฝ้าของเขาหรอก เขาอยู่ในนนู่ เขาดูกระจกเทา่ น้นั คนจะ
ไปซอื้ ของ เขาตอ้ งรู้ ไมซ่ อ้ื ผา่ นไปผา่ นมา เขากร็ ู้ มนั ไปผา่ นกระจกเขานะ อนั น้ี นจ่ี ติ ใจของเรามนั สกปรก
ดว้ ยความโลภ ความโกรธ ความหลง พัวพันจิตใจอยู่นั่น ความรกั ความชงั เตม็ อยู่น่นั นี่ มาช�ำ ระตวั นี้
ถา้ ช�ำ ระตัวนีอ้ อกแลว้ กแ็ ลว้ ในธัมมจกั รฯ ทา่ นก็วา่ ไมใ่ ห้เสพ ๒ ฝั่ง ฝ่ังไหน ฝ่ังรกั ฝ่ังชังน่ันไง ถ้าไมไ่ ป
๒ ฝั่งแล้ว มนั ก็เป็นกลางเท่าน้ันล่ะ ใจมันก็เปน็ กลางเปน็ มชั ฌิมา ให้เร่ง พอละ เลกิ กันแลว้

185

พระธรรมเทศนา

หลวงปลู่ ี ติดตามพอ่ แมค่ รูอาจารย์ องคห์ ลวงตามหาบวั ญาณสมั ปันโน เมตตาเดนิ ทางไปรับผา้ ปา่ ชว่ ยชาติทางภาคเหนอื
186

กัณฑท์ ี่ ๑๒

ใหอ้ ยกู่ บั พุทโธ

๑๙ กรกฎาคม ๒๕๓๗



เอาหนังสือไปดูนะ ประวัตหิ ลวงปมู่ ัน่ ให้หมหู่ าให้ บวชชัว่ คราว ให้มันไดค้ วามรู้ไปติดตวั แล้วเอา
วนิ ัยด้วย นวโกวาท ดูประวตั หิ ลวงปู่ม่นั ทา่ นทำ�ยงั ไง แลว้ ก็หัดภาวนาไปด้วย หัดภาวนาทแี รก มันต้อง
ฝึกหัดความสงบ หรอื จะบริกรรมพทุ โธ ก็พทุ โธอยู่น่ัน ใหม้ นั อยกู่ บั พทุ โธเถอะ วนั หนึง่ กับคืนหนึ่ง ๒๔
ชั่วโมง มนั ต้องปรากฎล่ะ ต้องผุดขึ้นมาเลยธรรม ขอใหม้ นั ดูเถอะ ขอให้มนั สงบเถอะ

จิตน่ันมันไม่ว่างจากอารมณ์สักคร้ังเลย นอนหลับมันก็ไม่ว่าง ฝันเร่ืองน่ันเรื่องนี่อยู่นั่น น่ีแหละ
ผู้ที่จะไปเกิดไปแก่ไปเจ็บไปตาย ตัวนี้ล่ะ เอ้า ชำ�ระดูซิ ชำ�ระมลทินมันออก มันจะเห็นแจ้งหรอก
พระพุทธเจ้าท่านนงั่ อยู่ต้นโพธ์ิ ทา่ นเจรญิ อานาปานสตดิ ูลม ถ้าแปลเปน็ ไทยก็ดลู มหายใจเข้าออกเท่าน้นั
ท่านไมใ่ หอ้ อกจากน่ันเลย พอจิตมนั ตะลอ่ มเข้าๆ มันก็เอาเลย

ปฐมยามก็รู้ขึ้นทนั ทเี รือ่ งปุพเพฯ ยามที่ ๒ ก็รูเ้ รือ่ งทำ�กรรมอันนน้ั อันนี้ นรกอันนั้น ไปแสดงนรกเลย
ยามท่ี ๓ ก็ไดต้ รสั รู้เลย สงั เกตดูต้นเค้านน่ั ใหด้ ูท่ีมา ท่านนงั่ อยู่ต้นโพธ์ิ นกั ปฏบิ ตั ิดนู นั่ แกต้ วั นัน่ แลว้
อันนม่ี แี ต่สัญญาไป ความจำ� เอามาคิดมานกึ อยูน่ ี่ โอ้ย..กวา่ จิตจะสงบได้ เวทนามนั ทับแลว้ แลว้ กล็ ง
หมอนล่ะ ถา้ น่งั ภาวนาก็ปรงุ อยูท่ ั้งคนื โอ้ย...โลกอันน้ีมันปรุงหมดละ่ จนเชา้ กป็ รงุ อยอู่ ยา่ งนั้น แล้วมัน
จะเหน็ อรรถเห็นธรรมยังไง จิตไม่อยู่ มีแตก่ ิเลสเตม็ หัวใจอยนู่ ่ัน

ธรรมของพระพทุ ธเจ้าไมม่ ีกิเลสนะ มแี ต่ความวาง น่นั มีแต่ความอยาก แกต้ วั นี้เข้า ชำ�ระตัวน้ี
จติ มันจะผอ่ งใส จิตผอ่ งใสแล้วมนั จะเห็นหรอก อันนีม่ ีแตม่ ลทินเตม็ อยู่น่นั พอมีอ�ำ นาจอันนน้ั อนั นีข้ ้นึ
ข่มเหงคนนั้นคนนี้ ตัวนี้ล่ะมีแต่เรื่องกิเลส วัดเรามันก็มีแล้วนะ ผมได้ยินมาแล้วนะเรื่องทะเลาะกัน
เขาไปพูดอยู่น้นู เฒ่าจ่ามาพดู ใหฟ้ งั มีนกั มวยแล้วนะ

เรอื่ งปกครองหมูพ่ วกน่ี ถูกเทศน์พ่อแมค่ รจู ารย์อยอู่ ยา่ งนัน้ นะ กำ�ลังพูดอยนู่ ี่ ไปดูซิ พระผู้ใหญ่
อยา่ ใหม้ นั เปน็ นค่ี อื โลกสมยั ปจั จบุ นั นี้ โลกเจรญิ มนั มแี ตเ่ จรญิ เรอื่ งนแ้ี หละ มนั ขาดศลี ธรรมความเมตตา
เพ่ือนเกิดแก่เจ็บตายด้วยกันไม่มีเลย ไม่มีธรรมในใจ มีแต่คำ�ว่า “กูเอาแน่” โลกมันเป็นอย่างนั้น
เรอื่ งกเิ ลสตณั หามนั ไมย่ อมใครละ่ การแตง่ ตวั เครอ่ื งส�ำ อางนไี้ มม่ อี ะไร การแตง่ ตวั เปน็ เรอื่ งกเิ ลสตณั หา
นา่ สลดสงั เวช จะมาหาความสขุ อะไรกบั สงิ่ นี้ เจรญิ กเ็ จรญิ สง่ิ นแ้ี หละ วตั ถแุ ยง่ กนั อยอู่ ยา่ งนี้ เกดิ แลว้ ตาย
ตายแลว้ เกิดอยู่อยา่ งน้ี วฏั ฏะนี้

187

พระธรรมเทศนา

หลวงปู่ลตี ิดตามพอ่ แม่ครอู าจารย์ องคห์ ลวงตามหาบวั ญาณสัมปนั โน เมตตาเดินทางไปรบั ผา้ ป่าชว่ ยชาตทิ างภาคเหนอื

กณั ฑ์ท่ี ๑๓

มาศึกษาหรือมาทำ�ลาย

๒๓ กรกฎาคม ๒๕๓๗
พระมาจำ�พรรษาอยู่นี่ล่ะที่ไปพูดอยู่นั่น ตำ�หนิผมอยู่นั่น ไม่ใช่มาศึกษานะ มาทำ�ลาย ทำ�ลาย
ครูบาอาจารย์ ทำ�ลายหมู่พวก ถ้าชอบอย่างนั้นก็ไปซิ สมัครขึ้นไปเตะกับเขานู่น นักมวยเต็มไปหมด
จะมาขอขา้ วบาตรเขากนิ พอเลย้ี งชีพ จะตา่ งอะไร บวชก็บวชเฉยๆ ผ้าเหลอื งห่มอยหู่ รอก อยทู่ ี่ตลาด
เยอะแยะ ตายโน่นถงึ เอาผ้าคลมุ กายกไ็ ด้นะ ไม่ยากนะเรอื่ งผา้ เหลือง ใหญ้ าติพ่นี ้องมาคลมุ

มันสำ�เรจ็ ไดไ้ มใ่ ช่เพราะผา้ เหลอื ง มนั ส�ำ เรจ็ ได้ด้วยการปฏบิ ตั นิ ะ ผมดอู ยู่ มันขวางหขู วางตามาก
หนีจากบา้ นตาด ทา่ นก็ขับ ไม่อยากใหอ้ ยู่ แลว้ ยงั ไม่เห็นโทษตวั เอง ไปอยวู่ ดั ไหนเหมือนกนั มีแตท่ ำ�ลายหมู่
มาปฏบิ ัติผมนี่ ดูมนั ข้ึนเร่อื ยๆ ทรนงตนขึ้นเรื่อยๆ นะ ถ้าสงั เกตตัวเองเปน็ ยังไง ท�ำ ไมจะไม่รู้ ขึ้นกุฏิ
ลงกุฏิ โอ้ย..เอาแต่ความคิดตัวเองเลย ไม่เกรงกลัว ครูบาอาจารย์ท่านน่ังอย่างไร ท่านอยู่อย่างไร
ทา่ นจะไปอยา่ งไร มนั ขาดแคลนขนาดน้ันหรอื ผมู้ าปฏบิ ัติ ผมพาหมมู่ าอยู่น่ี กเ็ พ่ือใหห้ มปู่ ฏบิ ัตินะ ผมไมไ่ ด้
มาเพือ่ อะไรนะ ผมมาอยู่นี่ ๔ ปี ๕ ปแี ลว้ ถ้าไม่มีหมู่ ก็อยกู่ ับพ่อแม่ครูจารย์เท่าน้ัน นอกนนั้ ก็จะไปผู้เดียว
ไปวิเวกอย่างมากกส็ ามเทา่ นนั้ ทำ�จรงิ ๆ นะ ไม่ไดท้ ำ�เลน่ เหมือนหมู่พวก ดูหมู่พวก สงั เกตนะ มแี ต่เร่อื งโลก
เอามาปราศรัยกัน ผมอย่นู ั่นก็ไมอ่ ายนะ ไมม่ หี ริ ิเลยสกั นิด

ทำ�การทำ�งานไมใ่ ชท่ �ำ เลน่ มีแตเ่ ลน่ นั่น ทำ�อยา่ งไรจะเห็นของจรงิ นน่ั วนั หนึ่งไม่ดูตวั เอง มีแต่ให้
ครูบาอาจารยส์ ัง่ สอน แล้วก็จำ�ค�ำ พูดไป พอไปหากินเท่านน้ั กิเลสเตม็ หัวใจตัวเอง ไมล่ ดลงอะไรเลย
แลว้ จะให้เขาเคารพอยา่ งไร ใหพ้ ากันแก้ไขนะ ผ้ใู ดไมถ่ กู กัน ทะเลาะกันใหอ้ อกไปเลย ไม่ตอ้ งมากราบ
เรยี นผมกไ็ ด้ เอาไวท้ �ำ ไม เอาไวม้ ันเปน็ เส้ยี นหนามในพระพุทธศาสนาเฉยๆ เป็นมลทินนะ นักปฏิบตั ินะ
ครบู าอาจารยก์ ด็ อู ยู่ เทวดาเขาก็ดอู ยู่ เอาซิ ถา้ ไปทะเลาะกนั แล้ว พวกน้ตี อ้ งเสือ่ มนะ สังเกตมา
เส่อื มมาเรือ่ ยๆ พวกหทู ิพย์ตาทิพยม์ ันมีนะ เขาเหน็ มนษุ ย์ เขาเหน็ ทกุ เวลาละ่ มนษุ ยม์ นั ตาบอดแล้ว
จะเห็นอะไร ไปของเก่าสกั ๑๐ คร้ังกไ็ ม่เห็นอะไรแล้ว เกดิ แล้วตาย ตายแล้วเกิดกไ็ ม่เห็นแล้ว มนั ตา
บอดนะ ถา้ ตาดีมันจะเห็นหรอก

อยา่ งนทิ านคนตาบอดคล�ำ ชา้ งนนั่ มนั จะไปคล�ำ ท�ำ ไม ถา้ ตาดี งวงนน้ั งวงน้ี ไปเถยี งกนั นกั ปราชญ์
ท่านเปรียบไว้หมด อันน่ีเอามาสอนตวั เราดูซิ ให้ดหู นงั สอื ต้ังใจบวช มาบวชช่ัวคราว ให้รกั ษาศีลให้
บริสทุ ธิ์ อย่าให้เปน็ มลทนิ ไปสร้างโลกสรา้ งสงสาร อย่าใหม้ ีมลทินล่ะ อยู่คนเดยี วน่นั ละ่ การงานก็ไมม่ ี
ตอ่ ไปเข้าพรรษาแล้ว มนั ไม่มีคนพดู ด้วย ก็พดู กบั หนังสอื เท่านั้น หลกั ธรรมถกู อย่างนน้ั เอ้า เลกิ กนั ทนี ี้
เหน่อื ยนะ ผมเป็นหวัด

ผู้ใหญ่เป็นผู้ใหญ่ ผ้นู ้อยมันเป็นผนู้ อ้ ยนะ อาวุโสภนั เต มันถือรวมกันหมดแล้วนะเดย๋ี วนี้ มันจะ
ไมม่ ีธรรมวินัยอะไร ระเบยี บครบู าอาจารยฉ์ บิ หายไปหมดแลว้ ผู้เลศิ ผู้ประเสรฐิ เพราะเรามันขาดการ
ปฏบิ ัตนิ ะ อานิสงส์มันก็ไมเ่ กดิ

189

พระธรรมเทศนา

กณั ฑ์ท่ี ๑๔

มัวจับปลานอกสมุ่

๒๗ กรกฎาคม ๒๕๓๗

มันตอ้ งเห็นดว้ ยตวั เองกอ่ นนะ พวกเรานีม่ ันไม่ร้จู กั หรอก กิเลสกับธรรม จะเอาอนั นไี้ ปจับแล้ว
โอ้ย..งมปลานอกสุ่มล่ะ ให้จับเอา ตะครุบเงาตัวเองอยู่ยังง้ัน อันไหนเป็นกิเลส อันไหนเป็นธรรม
มนั แยกกันไม่ออกเลย ดพู วกเรานู่น เขา้ ที่น่นู ถึงค่อยเตรียม มันต้องเตรียมตวั อยู่อย่างนั้นนะ ดัดอยู่
อยา่ งนั้น เหมือนควายวัว ไม่ใช่จะหาใสแ่ อกใสไ่ ถซะก่อน โอย้ ...มันไมท่ นั กนิ แลว้ อนั นเ่ี หมอื นกนั ดหู มู่พวก
เวลาได้คุยกัน เอาอยู่อย่างนั้น สักพักคุยกันไปคุยกันมา ไม่ถูกอารมณ์กัน ก็ทะเลาะกันเท่าน้ันล่ะ
มันเป็นอยา่ งนัน้ ดูอยนู่ ี่ แลว้ จะหาความสงบยังไง

คนภาวนาเป็นมองดูก็รู้นะ มันไม่ได้สุงสิงกับใครล่ะ ทำ�งานทางใจ มีแต่หาหลบตัวเองอยู่นั่น
อยู่คนเดียว มันสนุกนะอยู่คนเดียว มันเกิดมันดับอยู่อย่างนั้น นี่ได้เข้ากันแล้ว โอ้ย..ยังกับนกเอ้ียง
คุยน่นั คุยน่ี อยากเหน็ ทำ�อย่างไรจะเห็นธรรม มาใครค่ รวญดซู ิ ชงั่ ตวั เองดซู ิ ฟงั เทศนฟ์ ังเฉยๆ จะเอา
ไปก�ำ กบั จิตใจตวั เองน่ันมันยาก อนั น้ตี วั ส�ำ คญั ให้แก้ตัวน้ีละ่

การนงั่ มนั กร็ ู้จักสงั เกตสงั กา นั่งตอนน้นั ตอนนี้ โอย้ ...มนั จับได้หมดละ่ ถ้าไมส่ งั เกตไม่ร้เู ลย นั่งก็
นั่งเฉยๆ แลว้ นง่ั กส็ ัปหงกงกงัน ถา้ วา่ พจิ ารณา กพ็ ิจารณาไปแตเ่ รื่องอดตี อนาคตอนั มาไมถ่ ึง คาดไป
อยา่ งนน้ั เดาไปอย่างนนั้ แลว้ สง่ิ ท่ีเกดิ จากจิตจริงๆ มนั ไมเ่ หน็ เพราะจติ ไมส่ งบนะ จิตไมส่ งบ ไมร่ วมได้
มันอยใู่ นหลักธรรมสมาธินะ

สมยั น้อี ย่างพวกสอนกันพิจารณาไปเลย เลยกล็ งทะเลไปเลย เอาซิ จะเอาอะไรน่ี เกจิอาจารย์
แตง่ ขน้ึ เกง่ คืออะไร กินหนอนั่งหนอ อันนน้ั มันไมม่ ใี นตำ�รา ประดิษฐข์ น้ึ เอง เทียบกบั สมถะเหมือนกนั
สมถะกแ็ ปลวา่ สงบ แยกไปแลว้ ก็เป็นคำ�บริกรรมน่ันล่ะ ยกหนอ ยา่ งหนอไปท่วั อันน้แี ต่งกันขน้ึ ท�ำ ไป
หลายแบบนะ มันมหี ลายแบบนะ

ถา้ จิตมันสงบแลว้ เอ้อ..มันจะเกิดขน้ึ เองหรอก ธรรมะของพระพทุ ธเจา้ จับไม่วาง อันน่นั มนั ผดุ
ขนึ้ มา ของว่าไมเ่ คยรู้ มันกร็ ้ขู ึ้นด้วยตนเองๆ นม่ี ันเป็นปจั จัตตัง ขอให้เห็นเถอะ ธรรมของพระพทุ ธเจา้
ขอให้มนั สงบ ขอใหจ้ ิตรวมได้ อยา่ งพ่อแม่ครจู ารยท์ ่านว่า ถ้าเก่งกไ็ ปสรา้ งวัดอยูภ่ หู ลวงให้ผม ผมจะไป
ติดตอ่ กระทรวง ไปก็เลยไม่ได้ หมูก่ ็ไปอยแู่ ล้ว ท�ำ กระต็อบกระแต๊บไป วา่ อยากให้ชา้ งให้เสือนูน่ ทรมานช่วย
ท่านวา่ จะให้ส่งพระไปเดอื นละ ๕ องค์ เรอ่ื งอาหารการฉนั ผมจะไม่ใหอ้ ด ไปกเ็ ลยไม่ได้ ไม่ไดอ้ ยา่ งนนั้
ทา่ นก็กลับมา

แถวน้จี ะไม่มที ่หี ลบคนเลยหรอื พอผมไดม้ าท�ำ ตามปกตผิ มว่าจะไมอ่ ยู่ ปกตไิ ปท่นี น่ั ทน่ี ี่ หลบไมซ่ ำ�้
ทีเ่ กา่ เวน้ ไว้แตบ่ า้ นตาด จำ�พรรษาอยู่กบั ครูบาอาจารย์กอ็ ยู่ เว้นไวแ้ ตบ่ า้ นตาด บ้านตาดนอ้ี ยู่ ๔ ฝน
๕ ฝน ผมก็อยูไ่ ด้ อยู่กับทา่ นมาตั้งแต่บวช ก็เลยอยู่ไป อยู่ที่อน่ื น่ี โอย้ ..อยพู่ รรษาเดียวเท่านั้น

190

พระเณรมาเยอะ มาศึกษาอย่างนี้ จวนจะเข้าพรรษาแล้ว ไม่มีท่ีอยู่ให้หมู่อย่างนี้ ออกให้หมู่
ทานท่อี ยูใ่ ห้หมู่ได้อานิสงสน์ ะ ไปถ้ำ�กลองเพลงอยา่ งนี้ล่ะ หนองแซงอย่างน้ี เหมือนอยา่ งพระอาจารย์ทยุ
อยู่อยา่ งนัน้ สบาย ไมไ่ ด้ย่งุ กับงาน

ใหพ้ ากันเร่งความเพยี รนั่น อยา่ เหน็ แกห่ ลับแกน่ อน ผู้มาบวชใหมเ่ หมอื นกัน ให้ทำ�ปจั จุบัน เราก็
จะได้ไปเทา่ นัน้ จะได้ไปทำ�การท�ำ งาน ขอให้ทำ� ๓ เดอื น ขอใหอ้ ยูก่ ับพทุ โธเทา่ น้นั เอ้า.. ๒๔ ช่วั โมงน่ี
ให้มันอยกู่ ับพุทโธเถอะ ใหม้ ีสตสิ มั ปชญั ญะรตู้ ัวอยอู่ ย่างน้ัน ธรรมของพระพทุ ธเจ้ามนั จะเกดิ หรอก
ผดุ ขนึ้ เลย ขอใหม้ นั อยเู่ ถอะหลกั ธรรม อนั นม่ี นั วงิ่ กบั อดตี นซ่ี ิ เคยไดศ้ กึ ษามาอยา่ งนี้ เอามาเปน็ อารมณห์ มด
ได้ผ่านมาที่ไหน เอามาเป็นเอารมณน์ นั่ สักพักก็หงดุ หงดิ แลว้ กเ็ ครยี ดอีก ตัวเองเครยี ดอยอู่ ยา่ งน้นั
อจิ ฉาตวั เองนะ ธรรมของพระพทุ ธเจา้ ไมใ่ หเ้ บยี ดเบยี นตน เบยี ดเบยี นผอู้ นื่ นะ มนั กจ็ ะถกู ตรงกบั หลกั ธรรม
พิจารณาดูซิ โดยมากมันเป็นอย่างนั้นนะจิตปุถุชน มันชนซะทั่วแดน อันไหนก็ให้มันถูกใจตัวเองหมด
มนั เปน็ อยา่ งนัน้

ให้พากันเรง่ เดินจงกรมนง่ั สมาธิก็ให้หัด มนั เกียจคร้านกบ็ งั คบั ได้ ๕ นาทหี รอื ๖ นาทีกช็ ่าง
หดั ใหม่ต้องฝกึ อย่างนน้ั อิรยิ าบถทัง้ สน่ี ่ี เปลย่ี นอยู่อยา่ งน้นั ถ้าไมเ่ ปลย่ี นไม่ได้ เอาซิ นอนๆเข้า จะตายเลย
นอนท้งั วันไมล่ ุกดูซิ น่ังมากก็เหมือนกนั เดนิ มากก็เหมอื นกนั ยนื มากกเ็ หมอื นกัน ตอ้ งเปลีย่ นอิริยาบถ
อยูน่ ่นั อนั ความเพยี รถ้ามันเป็นไปแลว้ มันน่ังก็ได้ นอนกไ็ ด้ ทำ�อยอู่ ย่างนนั้ เพราะทำ�งานทางใจนะ
เร่ืองกายกเ็ ป็นเรือ่ งอันหนึ่ง เรื่องใจกเ็ ปน็ เรือ่ งอันหน่ึง ถ้าแยกกันมนั เห็นแลว้ ชนิ งานแล้วมนั คล่อง

เหมือนกับเร่ืองภายนอกเหมือนกัน แต่ก่อนเราเขียนหนังสือ ครูจับเขียนทีแรก ต่อไปก็เขียน
หัดเขียนเขา้ ไป ก็หัวยาวไปหน่อย กห็ างยาวอยนู่ น่ั มันชนิ เขา้ ๆ โอย้ ..หลับตาเขยี นก็ได้ มนั เข้าถงึ ใจแลว้ นะ
ตัวน่ันตวั นีอ่ า่ นคล่องแล้ว หลบั ตาเขียนไดห้ มด ไมต่ ้องลืมตายาก จะแปลยังง้นั แปลอย่างนี้ ขอมนั เข้า
ถงึ ใจ ถ้าไม่ถงึ ใจ มนั ก็งงอยนู่ ่นั ลูบคลำ�อยู่นั่น พากันเรง่

ธรรมชาติอันรม่ รื่น ภายในวัดภผู าแดง

191

พระธรรมเทศนา

กณั ฑท์ ี่ ๑๕

สติอยกู่ ับลมหายใจ

๑๘ สิงหาคม ๒๕๓๗

หลวงปู่ : การภาวนาเปน็ อยา่ งไรบา้ ง
ลกู ศษิ ย์ : กระผมภาวนาไมค่ ่อยสงบครับ
หลวงปู่ : ภาวนาไมค่ อ่ ยสงบแลว้ ท่ไี หนจะไปสงบ
ลูกศิษย์ : กระผมคดิ น่นั คิดน่ีอยคู่ รบั

นนั่ ละ่ ตอ้ งใชพ้ ุทโธละ่ พุทโธเข้าถีๆ่ ใหม้ นั อยกู่ ับพุทโธ จิตไมส่ งบแลว้ ไมเ่ หน็ ธรรมล่ะ มันจะโผล่
ข้ึนมาเองหรอก ครูบาอาจารย์ท่านฝกึ มาแตเ่ กา่ แตก่ ่อน โหย บางองคอ์ ย่างพอ่ แมค่ รูจารย์ ๑ ปี ๖ เดือน
ถึงอยกู่ บั พทุ โธ จะไปปรุงอยอู่ ยา่ งนั้น กไ็ มต่ า่ งกบั โลก มันแยกไม่ได้แลว้ มีแตเ่ รือ่ งกเิ ลสเอาไปกินหมด
นง่ั ภาวนากป็ รงุ แลว้ นน่ั นี่ สรา้ งบา้ นสรา้ งเรอื นไปแลว้ เอาลกู เอาเมยี ไปอยา่ งนน้ั ไมต่ า่ งกบั คนไมบ่ วชหรอก
ถ้าคิดไปยังงนั้ มนั ต่างอะไร เขาก็คดิ ได้ ไมม่ คี วามหักหา้ มต้านทานจิตใจตวั เอง โอย้ ..มนั กห็ มดเท่านน้ั ละ่
ไม่เห็นอรรถเหน็ ธรรม

เอาใหจ้ ิตมันอยู่ มนั ลงจริงๆ ดูซิ อย่างครูบาอาจารย์ทา่ นเหน็ ทา่ นทำ�อยา่ งน้ัน บรกิ รรมพุทโธๆ
อยู่กับพุทโธเข้า จิตมันเบาเข้าๆ สักพักจิตก็รวมลงพรึบ เกิดแสงสว่าง ธรรมจะโผล่ขึ้นหรอกอันนี้
บางองคก์ ็เหน็ คนมาตายอยูต่ อ่ หน้าขึ้นอดื ครูบาอาจารยท์ า่ นทำ�อย่างนัน้ นะ

อนั นไ่ี ปคดิ ปรงุ คดิ แตง่ อยอู่ ยา่ งนน้ั โอย้ ..สกั พกั กเ็ วทนาทบั กน็ อนแลว้ มนั ไมไ่ ดห้ ลกั ไมไ่ ดเ้ กณฑแ์ ลว้
ยงั งัน้ ไมห่ ักหา้ มตัวเอง ไม่สอนตัวเอง ไมฝ่ ึกตวั เอง การภาวนาน่ี ดใู จตัวเอง อา่ นใจตัวเองเลย เอาซิ
มันจะวงิ่ ไปทางไหน ก็จบั มันไว้ เหมือนควายน่ี จบั ใส่จมกู มนั ซี ฝึกใสค่ ราดใส่แอกใสไ่ ถ อันนีฝ่ กึ ใสธ่ รรม
พระพุทธเจา้ ดซู ิ มีแตร่ ูจ้ ักไปฝกึ ผ้อู ื่นนี่นะ ไม่รู้จกั ฝึกตัวเอง

ดซู ิ พระพุทธเจ้าท่านฝึกมา ทา่ นทรงออกผนวชจน ๖ ปจี งึ ไดต้ รัสรู้ อดขา้ วพระกระยาหารดตู ั้ง
๔๙ วนั กลั้นลมหายใจ พิจารณาใคร่ครวญไปแลว้ กว็ า่ ไมใ่ ช่ทาง ทรมานกายน้ัน เร่อื งกายไม่มกี เิ ลส
ตัวกิเลสมันอยู่กับจติ เท่านน้ั อยูก่ บั จติ ทา่ นก็เลยกลบั มา เอา้ ..ถ้าจะทรมานทางใจ ตอ้ งฉนั อาหารซะก่อน
รา่ งกายสมบรู ณซ์ ะก่อน บณิ ฑบาตมาฉนั ปญั จวัคคยี ท์ ้งั ๕ กว็ ่าพระพทุ ธเจ้าถอยความเพียร เวยี นมา
หาความมักมาก เลยพากนั หนเี ลย ทา่ นก็สบายแลว้ นะ กายท่านกว็ เิ วก ใจทา่ นกว็ เิ วก อยอู่ งค์เดยี วนะ
ฉันอาหารสมบรู ณแ์ ลว้ ท่านกเ็ ขา้ ท่ี เขา้ ต้นโพธ์ิแลว้ อธิษฐาน อัตภาพร่างกายจะแปรเป็นดนิ เป็นน�้ำ ไปกช็ ่าง
ถ้าไม่ได้ตรัสรู้ จะไม่ยอมลุก ท่านก็เจริญอานาปานสติ ดูลมหายใจเข้าออก ถ้าแปลเป็นภาษาไทยเรา
ไม่ให้จติ ออกจากน่ัน บงั คบั มันให้มนั อยู่กบั ลมเขา้ ออกเท่าน้นั ศาสดาทา่ นบงั คบั อย่างนน้ั

192

อันนีป้ รุงอันนนั้ ปรงุ น่ี คดิ เอา น่งั เขา้ เหาะไป อยากไดห้ มด มนั กเ็ ปน็ เรื่องกเิ ลสท้งั นั้นล่ะ จะเป็น
เรอ่ื งธรรมอะไร อยากไดม้ รรคอยา่ งน้นั อยากเดนิ อยา่ งนนั้ เอานนู่ เอาสญั ญานนู่ มาดู แลว้ ก็เปน็ ไป
ตามสัญญายังงั้น สญั ญานี่มาปิดบงั ความรู้ พจิ ารณาเข้าไปดูซิ ถ้ามันอย่จู ริงๆ มันต้องผดุ ขนึ้ แล้วธรรม
อนั น่มี นั ไมอ่ ยูน่ นั่ แลว้ ว่ิงไปอยู่อย่างนัน้ วฏั ฏะอันน้ี พระพุทธเจ้ากว็ ่าสมถะวิปสั สนา กินหนอ นัง่ หนอ
สมยั นี้มันกเ็ กจอิ าจารย์แตง่ ขึ้น ในหลกั ธรรมไม่มี แขง่ ดแี ขง่ เด่น สมยั นี้ถา้ เทยี บเขา้ จริงๆ กอ็ ยสู่ มถะ
เหมือนกัน ทำ�ให้จติ อย่เู หมือนกัน

ธรรมชาติวิปัสสนาจริงๆ แล้ว โอ้ย..มนั ไม่ไดน้ ั่นแล้ว มันไมไ่ ด้คิดทางโลกอย่างน้ี มันไมม่ ีสัญญา
อย่างนี้ล่ะ มันเกิดมันดับอยู่น่ัน เร่ืองนั้นเกิดขึ้นมา ก็พิจารณาไป เร่ืองน้ันก็ดับไป เอาเรื่องใหม่มา
นั่นเปน็ ลูกโซอ่ ยู่ คนื เป็นคืน วนั เปน็ วนั อยา่ งพอ่ แม่ครูจารย์ทา่ นเทศน์เรือ่ งการละวาง มันวางไปหมดแลว้
เพราะมันเห็นนะ มนั ได้แยกไปแล้ว แยกเรื่องกเิ ลสกับเร่อื งธรรม ทา่ นต้องคิดเปน็ ธรรมไปหมด พวกเรา
นีอ่ ะไร มแี ต่ตะครบุ เงาอยุ่นัน่ ตน่ื เงาตวั เองแลว้ นัง่ เข้าๆ เวทนาทับแลว้ กน็ อนฟุบ กรนครอกๆ กเิ ลส
มนั ไชโยนะ มันชนะ นง่ั เขา้ ซิ เดินจงกรมเหมือนกัน สกั พักก็เหลียวดูกุฏิ ขนาดน้นั ยงั วา่ ตัวท�ำ ความเพยี ร
ครบู าอาจารยท์ า่ นท�ำ จรงิ ๆ นะ สละตายนนู่ นะ ถงึ คอ่ ยเหน็ หลกั ธรรมพระพทุ ธเจา้ จะมาท�ำ เลน่ เหมอื น
เดย๋ี วนไ้ี ม่ได้

ถ้าจะเอาตัวพ้นทุกข์ ต้องทำ�อย่างน้ัน แต่ไม่เห็นครูบาอาจารย์ตายนะ สมัยก่อน เสือมันมาก
ช้างมันมาก อย่างครูบาอาจารย์ท่านไปเทย่ี ว อยา่ งท่านพอ่ ลนี ้ี ทา่ นว่าตง้ั แตอ่ ายทุ า่ นได้ ๗ พรรษาแล้ว
๘ พรรษา หลงปา่ ไมไ่ ด้ฉนั ข้าว ๓ วัน ๓ คนื ไมร่ ู้ไปยงั ไง เหน่อื ยมาก นอนขวางทางชา้ งเลย นอนก็
กางกลดใสต่ น้ นน่ั ต้นน่ี นอกนนั้ มนั รกหมดนะ พอดีกน็ อนหลับอยนู่ ั่นล่ะ ชา้ งตัวหวั หน้ามาก่อน มาเหน็
ทา่ นอยนู่ น่ั กอ็ มุ้ ทา่ นออกไปเลย กลดก็กางเหมือนเกา่ ผา้ ปนู อนก็ปใู ห้เหมอื นเกา่ พอท�ำ ท่านแลว้ มนั ก็
ยนื กนั อยู่ไม่ใหห้ มู่เหน็ พอหมไู่ ปหมดแล้ว มันค่อยไปตาม

พอท่านรสู้ ึกตวั ขน้ึ เอ.๊ .แตเ่ ดิมเรานอนหันหัวไปอยา่ งนน้ั นนู่ เร่ืองสติของท่าน ตอนน้ีหันหัวมาทางนี้
ไดย้ งั ไง สังเกตสงั กา ท่านก็เลยนัง่ สมาธกิ �ำ หนดจิตดู โอ้..ช้างตัวหวั หน้ามากอ่ น มาทำ�อย่างนั้นอยา่ งน้ี
มาอมุ้ ออก อ้มุ ออกไปให้ไปนอนอยนู่ นู่ ถงึ คอ่ ยพจิ ารณาไป เสร็จมนั ก็หนีไป ดซู ิ ทา่ นสละขนาดนนั้ นะ
มันจะทำ�ไงได้ แล้วก็เกิดความอัศจรรย์แล้วนั่นนะ สัตว์ไม่ทำ�อันตรายท่านมีมากอยู่ ครูบาอาจารย์
อย่างหลวงปู่ชอบเหมือนกัน หลวงปู่ม่ันเก่ง หลวงปู่ขาวเหมือนกัน จนมีช่ือเสียงแล้วครูบาอาจารย์
ไปกราบไปไหว้ทา่ น

ท่านไม่ท�ำ เหมือนเรานะ ของเรานี้ มันกินแลว้ นอน กอนแล้วนินเท่านัน้ กินไม่เป็นแลว้ ก็เป็นควาย
ให้เขาท�ำ นาล่ะ เดย๋ี วจะว่าไม่บอก เขาใส่บาตรข้าวปั้นหน่ึง เขากย็ กมอื ใสห่ วั อยนู่ น่ั ใสบ่ าตรอะไร เขาก็
ยกมอื ใสห่ วั อยู่น่นั ไมใ่ ชก่ ินกอ้ นสารพดั พิษหรอื ชำ�ระสะสางจติ ใจตัวเอง เหน็ แต่ว่าเขาให้เอาไปใช้แล้ว
ไม่พิจารณาใคร่คราวญอะไร จะเป็นพิษนะ ให้ใคร่ครวญนะ ไม่ใช่เห็นว่าเขาเล่ือมใสแล้ว โอ้ย..
ความเลอ่ื มใส มนั จะไปทางความเลอ่ื มใส กเ็ ปน็ เรอ่ื งของความเลอื่ มใส ไฟมนั กเ็ ปน็ ไฟ บาปมนั กเ็ ปน็ บาป
อยนู่ นั่ โทษมันก็เปน็ โทษ มนั ไมค่ ลกุ เคลา้ กันนะ

193

พระธรรมเทศนา

กัณฑ์ที่ ๑๖

ใหด้ ูหวั ใจเจ้าของ

๔ ธันวาคม ๒๕๓๗

ให้พากันเร่งความเพียรนะ พวกบวชใหม่ต้ังใจให้มันได้
บวชสามเดือนก็ให้มนั เปน็ บญุ เปน็ กศุ ล สง่ิ ใดไมด่ ี อย่าไปเอามาใช้
ฝึกความดตี ่อไป ให้มนั เป็นสมบัติ อยา่ ให้มนั เปน็ มลทนิ แมจ้ ะไป
สรา้ งโลกสงสาร มันกไ็ มเ่ ปน็ มลทิน
อย่างคนน้ันเขาบวชแล้ว มาปฏิบัติหลวงปู่สิงห์ใหญ่
อานิสงส์ที่เขาได้ปฏิบัติครูบาอาจารย์ พอเขาสึกไปทำ�งานเป็น
ทหารได้ยศสบิ เอก เมียเขาเวลาอาบน�้ำ ก็มาถูหลังให้ เวลารอ้ นๆ
กเ็ อาผา้ ชบุ น�ำ้ มาเชด็ ให้ มาคดิ พจิ ารณาใครค่ รวญดแู ลว้ เปน็ เพราะ
อานิสงส์ท่ีได้มาปฏิบัติครูบาอาจารย์มา น่ันล่ะหว่านพืชอย่างไร
ก็เปน็ ไปอยา่ งน้นั สว่ นหม่พู วก ลูกเมยี ไมท่ �ำ นะ แตเ่ มยี เขายงั
ปฏิบัติอยู่ นี่ก็เหมือนหลวงพ่อบวชใหม่นะ หาคนมาปฏิบัติไม่มี
นี่แหละอานสิ งสไ์ มม่ ี พรรษามากกเ็ ท่านั้นถา้ อานสิ งส์ไม่มี พอละ่
เลิกกนั

หลวงปูล่ ี เมตตาโปรดญาติโยมทเี่ กาะสชี ัง จ.ชลบุรี
194

กณั ฑท์ ่ี ๑๗

ฝนื กิเลสในใจเรา

เรง่ นะ ความเพยี ร ใหม้ นั เกดิ ในใจตวั เอง มนั ถงึ จะรู้ ความเพยี รนน่ั ละ่ ตวั เอก เอาซิ ถา้ จะบรกิ รรม
อนั ไหน ให้มนั อยู่ดซู ิ อนั นมี่ นั โลเลเหมอื นไม้พาดรว้ั เอาแต่อารมณ์ แล้วกอ็ นั นนั้ ดี อันนี้ดีไป มันไม่ใช่จะ
สอนตัวให้ได้หลักได้เกณฑ์อะไร สมัยนี้เหมือนกัน วิ่งหาครูบาอาจารย์ นี่มีแต่นักสืบท้ังนั้น ว่ิงน่ันวิ่งนี่
สบื อันนน้ั สบื อันนเี้ ทา่ น้ัน มีแต่ดขู ้างนอก มนั ไมด่ ูหัวใจตวั เองนะ ธรรมมนั จะเกิด ใครจะเหน็ เห็นหวั ใจ
ตวั เอง กเิ ลสมันก็อยนู่ ั่นล่ะ กายมันไม่มีกิเลสหรอก เอาซิ นง่ั ใครค่ รวญดซู ิ อยากในรูปในเสียง เดย๋ี วก็
เสริมกนั ข้นึ เลย

ให้ดูหัวใจ อ่านหัวใจตวั เอง ผมวา่ ไมถ่ งึ วันนะ จติ มันจะรวมลงพรบึ ลงเลย แตน่ จ่ี ติ มันรวมไม่ได้สกั ที
มันเลยไม่ไดห้ ลกั อะไร วง่ิ นู่นวง่ิ นี่อยู่น่ัน ท่ีนัน่ ดี ทน่ี ี่ดีไป ตวั น้ีตวั สำ�คญั ไมด่ นู ะ ถ้าฟอกตวั น้เี ขา้ ดซู ิ เออ้
มันจะออกอุทานออกมา ถ้ามันเป็น กายมันไม่ปรากฎหรอก ผู้รู้มันเด่นอยู่อย่างน้ัน ผู้ท่ีท่านเป็นไป
ตามครบู าอาจารย์ท่านพดู ใหฟ้ ังน่นู เร่ืองกายมันไมม่ ีหรอก มแี ต่ใจ ไมป่ รากฎเลยเร่ืองกาย มีแต่ภาษาใจ
บางทมี นั อยู่นู่น ก้นบาดาลนนู่ บางทมี ันข้ึนอย่อู ากาศนู่น ท้ังวนั กท็ ั้งวนั วาระจิตขอให้รวมได้เถอะนา

อันนี่มันทำ�อะไรทำ�ไม่จริงไม่จัง ถ้าเข้าหมู่เพื่อน เอา ไปแล้วทีนี้ ไปแล้ว มีแต่เรื่องกิเลสทั้งนั้น
สักพักก็หยอกกนั พดู กัน สักพักก็ไมถ่ ูกใจกัน กระทบกันเท่านัน้ ล่ะ มันเป็นอย่างนนั้ นะ กวา่ จะไดท้ ะเลาะกนั
แล้วเกดิ ศกึ กนั ละ่ ทนี ี้ ไมใ่ ช่ทางพระทางเณรอะไรนะ พุทธงั ธัมมัง สงั ฆงั สรณงั คัจฉามิ เลยไมไ่ หวพ้ ระ
สวดมนต์ เปลง่ แตว่ าจา แตห่ ัวใจมนั นู่น เปน็ สุนัขอยู่นนู่ เอ้า พจิ ารณาดซู ิ ว่าผมดถู ูกหมู่ มันเป็นอย่างน้ัน
แล้วจะเห็นอรรถเหน็ ธรรมอะเไร ยากทีส่ ดุ แล้ว แค่ของหยาบๆ อย่างน้ี ยังไมร่ ู้จกั ดจี กั ชวั่ ในพระพทุ ธ
ศาสนาไมม่ ีเร่ืองอยา่ งน้ี ดซู ิ พระ ๕๐๐ สามเณรน้อยองค์เดยี ว ท่านเปรียบเทียบ เณรไมไ่ ดน้ อนแลว้
ผ้นู น้ั ก็ไปดึงมา ไปเรียกเณรทำ�ทางจงกรมให้ ผู้อืน่ ก็ไปเรียกทั้งคนื ๕๐๐ ดซู ิ สามเณรนอ้ ยองคเ์ ดยี ว
สมยั ทุกวันน้ีไมไ่ ดแ้ ลว้ กลัวมันวิ่งเขา้ บ้านนู่นล่ะ มนั เป็นอย่างนั้นแลว้ ของมีแต่กิเลสนะ

อนั นน้ั มีแตธ่ รรมล้วนๆ มนั ผิดกนั ขอใหม้ ันรวมลงไดเ้ ถอะนะ มันจะแยกออกเองหรอก ธรรมกบั
กิเลส มนั จะบอกมาหรอก เร่ืองภพเรื่องชาติเคยเกิดเคยตายเคยไดย้ นิ น่นั มา พระพทุ ธเจ้า ถ้าจติ ของ
เราไม่ถึงขั้นของพระพุทธเจ้ารู้ มันจะรู้ได้ยังไง ขอให้มันบังคับเถอะนะ การภาวนาต้องบังคับใจนะ
อนั น่ีอะไร ไปทว่ั ทวีปแล้ว อดเท่าน้นั วนั เทา่ น้วี ัน อนั นี้มันเป็นเรอ่ื งการทรมานกายเทา่ นั้น พระพทุ ธเจ้า
ท่านอดมาแล้ว ถ้าฆา่ ตัวนไี้ ด้แล้ว โอย้ .. มันไม่มภี ยั หรอก จะมีท่ไี หน ขอให้เหน็ เถอะนะ มันจะแสดงขน้ึ
มาล่ะ ไม่เหน็ น้อยก็เห็นมากละ่ เราเป็นสาวกไมล่ ะเอียดเหมือนพระพทุ ธเจ้าแล้ว ต้องผ่านอนั นี้ ถ้าไม่ได้
ผา่ นภพชาติแล้ว โอย้ จติ มันไม่วิง่ มนั ขอ้ งอยู่

ขอใหเ้ ห็นเถอะ ขอทำ�จติ ให้สงบ สงบแลว้ จติ ก็รวมได้ เหมอื นแสงตะเกยี งเจ้าพายุน่ี มันตอ้ งรวม
หมดแล้ว ทั้งโปะ๊ ท้งั ไส้ ท้งั น�้ำ มนั ท้ังลม เขา้ ดูซิ มันเตม็ แล้วจุดไฟใสด่ ซู ิ อันน่อี ะไร ว่งิ ไปกับหูกับตากับ

195

พระธรรมเทศนา

หมูก่ บั พวกไป อนั นน่ั ดี อันน่ีดีไปอย่างน้นั น่งั ภาวนากป็ รงุ อันน้ลี ะ่ ขาดเขนิ กบั วตั ถุข้าวของเครือ่ งบรขิ าร
อยา่ งนนั้ อยากไดอ้ นั นไ้ี ปอยอู่ ยา่ งนนั้ มนั จะอศั จรรยอ์ ะไร เขาไมภ่ าวนาเขากค็ ดิ ได้ เขานอนกบั ลกู กบั เมยี
เขาคิดได้หมด ไมใ่ ชข่ องอศั จรรย์อะไร

ถ้าได้ปักท่ใี ดแล้ว ปักให้มนั ทะลนุ นู่ อันนก่ี เ็ หมือนกัน จับอันไหน ใหม้ น้ จบั จรงิ จงึ จะเหน็ ของจรงิ
นั่งเขา้ สิ นง่ั เข้าไป กส็ งสัยอันนัน่ สงสัยอนั น่ี ท่จี ริงกิเลส มันติคนน้นั ตคิ นน้ี ก็ยอ้ นไปถูกตัวเองหมดนน่ั ล่ะ
เร่ืองกิเลสมันเป็นอย่างน้ันนะ อันนี้อะไร ฟังมาแล้วก็ฟังไปอย่างนั้นแหละ พอได้ตื่นคราวหน่ึงเท่าน้ัน
ถึงพรุง่ นี้ เรือ่ งเกา่ น่นั ล่ะ ไม่เอาไปใครค่ รวญแลว้ จะเห็นอะไร

โอ้ย..ครบู าอาจารยท์ ่านเอาจริงๆ นะ มาเรยี นกับพอ่ แม่ครูจารย์ใหญม่ ั่น อย่างทา่ นอาจารยม์ หา
ทองสุก ท่านเรียน ๕ ประโยค ๖ ประโยคน่นู เขา้ เรยี นกบั ทา่ นนนู่ เขา้ ปา่ เขาดง หลวงปมู่ น่ั ทา่ นสอนวา่
ท่านมหาเรียนมานีใ่ หเ้ ก็บเขา้ ตเู้ ข้าหีบ เรยี นพุทโธนนู่ เปน็ ปี ๒ ปีนูน่ ละ่ ถงึ ค่อยอย่กู บั พุทโธ ท่านว่าทา่ น
ไมไ่ ดท้ ำ�เล่นนะ ขนาดนน้ั นะ่ นอนอย่กู ็รูส้ ึกตวั หัวใจอยกู่ บั พุทโธ กินข้าวกอ็ ย่กู ับพุทโธ พอมนั เข้าถึงใจ
แล้วเป็นอย่างน้นั ละ่ เหมอื นเราเรียนหนังสือ ทีแรกกค็ รูจับมือเขียน เขยี นตัวน้ันยาว ตวั น้ีส้ัน หัวยาว
ขายาวไปล่ะ ช�ำ นาญเขา้ ๆ มันกค็ ล่องเข้าๆ แล้ว การอ่านกค็ ลอ่ งเข้าแลว้ สระอะ สระอิ สระอมี าผสม
กันเข้า ตวั นน้ั มาบวกเขา้ ๆ ถ้าเราเรียนแตกฉานแลว้ โอ้ย หลบั ตาเขยี นกไ็ ด้ ไมไ่ ดย้ าก เพราะมนั ถึงใจ
แลว้ นะ มันเข้าในใจ

การภาวนาเหมอื นกนั มนั ไมไ่ ดย้ าก ให้สงั เกตสงั กาตวั เอง เป็นนักสงั เกตนะ เอา้ การภาวนาเวลาน้ัน
จิตมันเปน็ อย่างไร เวลาน้จี ิตมนั เปน็ อยา่ งไร มันวงิ่ ไปกับอะไร สอบถามมันอย่อู ยา่ งนัน้ ดซู ิ เหมอื นเรา
เดินทาง ถ้าไม่ถามดูซิ บ้านน่ันบ้านนี่ เลยไม่รู้เร่ือง ทางไปน่ัน ทางไปน่ี อันน่ีก็ฝึกตัวเองถามนะ
เรือ่ งปัญญาจกั ษุเหมอื นกนั ต้องอบรม ตอ้ งฝกึ ต้องหดั หมดนะ หดั ถามหัดพูด เกิดอันไหนถามลงไปในจิต
ธรรมมนั ไดโ้ ผลข่ ้ึนมาเองหรอก เอ้า รักษาคลืน่ จิตได้ มันไมย่ ากหรอก ถ้าคล่ืนจติ ตรงกับอนั น่ี มันจะ
มาแสดงให้ฟังหรอก อย่างหลวงปู่มั่นท่านว่าพระอรหันต์ท่านมาแสดงธรรมอย่างนั้นอย่างนี้ ขอให้จิต
รวมได้เถอะ แสงสว่างได้มันจะปรากฏเองหรอก ปจั จัตตงั

อนั น่มี ันทำ�ไม่ได้ ดูหมู่พวก โอ้ย มีแตเ่ รื่องกเิ ลสท้งั นนั้ เรอื่ งภาวนาไมม่ นี ะ ไมส่ นใจอะไร ไมเ่ ห็นหรอื
เขาฝึกหัดควายววั กวา่ เป็นแอกเปน็ ไถ ไถไรไ่ ถนา เขาจับอยา่ งไร เขาฝกึ อยา่ งไร คนไมฝ่ ึกกเ็ ป็นอย่างน้ี
การเดนิ มนั ก็ผดิ เขา ไปดซู ิ พวกทหารเขาเดนิ ผิดกบั คนสามัญร้อยเทา่ นนู่ น่ะ แตเ่ ดินเหมอื นกนั นะ มันผดิ
กันอยู่

คนปฏบิ ตั ิกบั คนไม่เคยปฏิบตั มิ นั ผิดกนั เข้ามาหากร็ ู้ ผา่ นเข้ามาใหม้ นั รจู้ ักตัวเอง จิตมันเป็นอย่างนั้น
จติ มนั เปน็ อยา่ งน้ี ใหเ้ รง่ ความพากความเพยี รนนั่ อยา่ งครง้ั พทุ ธกาลนี้ อยา่ งประวตั พิ อ่ แมค่ รจู ารยเ์ นตร
(กันตสโี ล) กลางพรรษาน่ี ท่านไม่นอนนะ ทา่ นเข้าไปอยใู่ นซองเลก็ ๆ พอออกพรรษา ช�้ำ หมดนะตาม
หนา้ ผากท่าน ชอ่ งน้นั มันสงู ไม่พอศรี ษะทา่ น

196

ภาพถ่ายทว่ี ดั ป่าบา้ นตาด ภาพถ่ายที่ งานประชุมเพลงิ ๙ ม.ค. ๒๕๔๘
ชว่ งระหว่างองค์พ่อแมค่ รอู าจารยก์ ำ�ลังเริ่มอาพาธ พระครสู มณกิจจาทร หลวงปสู่ วา่ ง โอภาโส
วัดศรีอุดมรตั นาราม อ.โนนสะอาด จ.อดุ รธานี
ปลายปี ๒๕๕๓
197

พระธรรมเทศนา

กัณฑท์ ี่ ๑๘

อย่กู บั พุทโธ ๒๔ ชัว่ โมง

ปพี ุทธศกั ราช ๒๕๓๘



อาจารย์วนั ชัยพดู เหมือนกนั โอย้ ก็รวู้ า่ เปน็ ทำ�เลหาอย่หู ากนิ ของเขา ไฟปนี ้ีจะไหมห้ รือไม่ มันก็
แลง้ เหมือนเดิม ปีนีฝ้ นไมต่ ก ต้งั แต่ออกพรรษามาจะถึงเดอื นส่แี ล้ว ไปหาเดนิ จงกรมอยูน่ ูน่ กับป่ากับเขา
อยโู่ น่นนะ ฉนั นำ�้ ร้อนถึงคอ่ ยลงมา ความเพยี รตัวเอง ทำ�เอานะๆ จิตใจรกั ษาตวั เอง ผูใ้ ดจะรกั ษาให้
ถ้าไม่ใชต่ ัวเองทำ�เอา ได้ยนิ ได้ฟงั แล้วเอาไปพจิ ารณา เอาไปดัดจติ ดัดใจตัวเองซิ อันนจ่ี ะฟงั ค�ำ พดู เฉยๆ
โอ้ย..ตำ�รามันมีมาก พระไตรปิฎกน่ันเอามาอ่านดูซิ ท่องจำ�เหมือนนกขุนทองนั่นแหละ แต่จิตใจเรา
ไม่เหน็ นะ เราไม่ได้ปฏิบตั ิมันกไ็ ม่เกิดนะ เกิดกเิ ลสกไ็ มร่ ้จู กั ถงึ กิเลสด้วยซ้�ำ ไป

เณรนน่ั ใหไ้ ปดไู ปปฏบิ ตั เิ ราน่ี มนั จะสนใจเราอะไร นนู่ วงิ่ ไปกนิ ขา้ วกบั เขา ฝา่ ยปรยิ ตั เิ ขาไมม่ เี วลาแลว้
โอ้ย.. มนั กเ็ อาไปดว้ ยขายหนา้ ละ่ ตอนนไ้ี มเ่ อาไปด้วยนะทีนี้ มันรอไม่ทันนาน กบ็ อกใหก้ ลับไปหาพอ่ นั่น
เอาไวก้ ็ไม่ปฏิบัติอะไร หลักธรรมวนิ ัยมันก็มีอยู่ หนังสอื มากมาย เอามาดูซิ จะให้แตค่ นอนื่ สอนมนั ไมไ่ ดแ้ ล้ว
มีแต่ตัวเองสอนตัวเองล่ะ มีแต่สอน พูดให้ฟังเท่านั้นล่ะ เทปก็มากมาย หนังสือก็มากมาย เอามาซิ
เอาไปดูแล้วกไ็ ปสอนตัวเองนนั่ ละ่ ความบรสิ ทุ ธ์จิ รงิ ๆ มันจะมาเกิดกบั ตัวเองเลย

ให้มันอยู่กับพทุ โธดูซิ ๒๔ ชัว่ โมงนี่ สตอิ ย่าให้มนั เผลอ มันต้องเกิด อันน่มี นั ไม่ทำ�สักที พอเขา้ กันแลว้
โอย้ .. เหมือนนกเอีย้ งละ่ สกั พกั ก็วง่ิ ไปทางโลกนัน่ นะ เขา้ กันแลว้ น่ี มีแต่เรือ่ งโลกเรื่องสงสาร ไปอยู่กับ
หลวงปูม่ น่ั น่ี โอ้ย ออกไปเทีย่ วน่ี มาถามเร่อื งภาวนาไม่ได้เร่อื งนี่ ไม่ใหจ้ �ำ พรรษาดว้ ย ไล่หนีนูน่ ออกไป
แลว้ ตอ้ งมอี ุบายพูดให้ทา่ นฟัง ผทู้ ่ีได้อยู่ ถา้ ไปถามแล้วไม่ไดอ้ ะไร ไม่ให้อยแู่ ล้ว ขนาดนั้นนะ หลวงปมู่ ่นั
ท่านกล่ันกรองขนาดนัน้ นะ ปฏิปทาทา่ นไปหาออกภาวนานี่ ตอ้ งไดค้ ำ�พูดให้ท่านฟงั แลว้ ถา้ ไม่ไดอ้ ยา่ กลบั
มาเลย กลบั คืนมาก็ไม่ได้อยู่ เอ้า ขนาดนัน้ ละ่ เรือ่ งครบู าอาจารย์ทา่ น

ลูกศษิ ย์หลวงปู่มัน่ เก่ง องคไ์ หนๆ เหมือนกันหมด ทุกวนั นมี้ ันโลเลไปหมดแลว้ อยา่ งวดั หลวงปู่
ชอบนน่ั ทกุ วันนม้ี นั ไมม่ แี ล้ว ขอ้ วตั รกจิ วตั รมนั เป็นปริยัติไปหมดแลว้ สมภารเลยี้ งไกช่ นนนู่ ตอนเขาตีกนั
กใ็ ห้โยมเอาไปล่ะ ไปทำ�ได้ยังไงอยา่ งนนั้ ทำ�ไปสุม่ สส่ี ุ่มห้า มีแต่เงิน มีแตห่ าเงิน สลดสงั เวช ปฏปิ ทา
ครูบาอาจารย์สอน ไม่มีเหลือ หลวงปู่ชอบนี่ โอ้ย ขัดปฏิปทาเลยล่ะ พระมากๆ แต่ท่านเดินไม่ได้
เลยเข้ามากินกับท่าน แต่ก่อนไม่มีหรอก พระเณรอยู่กับท่าน แต่ขาท่านเสียไปนี่ แล้วก็พูดก็พูดไม่ได้
ลิน้ แขง็ เหมือนเดก็ หดั พดู นี่ จะท�ำ อย่างไรล่ะ พดู กไ็ มถ่ ึงใจล่ะ ทา่ นก็ไมเ่ สยี อะไรนะ ของท่านฝกึ ทา่ นมา
ได้หมดแลว้ เอา เลกิ กนั เถอะ

198

กณั ฑท์ ี่ ๑๙

ให้ตั้งใจในความเพยี ร

ถา้ ใหไ้ ปภาวนาก็ไม่รู้เปน็ อะไร ถา้ ผมพาท�ำ งาน ก็วา่ พาทำ�แต่งาน ไมส่ นใจอะไร อยา่ งพระรปู หนึ่ง
เวลามแี ขกมา ก็มายืนดูอยอู่ ยา่ งนัน้ เหมือนเด็กน้อย อยากจะให้เขาดูถูกดแู คลนหรืออย่างไร สอ่ งดูน่นั ดูน่ี
เหมือนนักเลง นิสัยมันเป็นอย่างไร พรรษาก็มากแล้ว เดินมองให้เขาดูถูกหรืออย่างไร ผมเห็น
หลายคร้งั แลว้ ถา้ ใช้ปัญญา มันไมไ่ ด้อยอู่ ย่างน้นั หรอก มาวเิ คราะห์ดแู ลว้ เหมือนเด็กน้อยดูผ้ใู หญ่พูดกัน
งานที่เป็นหน้าที่ของตัวเอง ไม่ดูไม่สนใจ ไม่ดูหัวใจตัวเองว่ามันบิดมันโค้งไปทางไหน มันไปทางดี
หรอื ไปทางชว่ั ดูอยอู่ ย่างน้ันดูซิ ผมวา่ มันไมน่ านนะถา้ จะสอนตวั เองจริงๆ ฟงั ไปกฟ็ ังไปเฉยๆ ไมเ่ อาไป
ฝกึ เรื่องจิตใจตวั เอง มแี ต่อยากจะฟัง

ดูสมยั นีก้ ารประกอบความพากความเพยี รมันไม่มี มแี ตเ่ ป็นเลน่ ไปหมด มแี ตส่ นุกเฮฮา มนั เป็น
อยา่ งนน้ั นะ วดั ผาแดงเปน็ อยา่ งนน้ั จะเรยี กตนเองวา่ นกั ปฏบิ ตั ไิ ดอ้ ยา่ งไร มแี ตเ่ รอ่ื งแตร่ าวอยอู่ ยา่ งนน้ั
ผมกจ็ ะตายอยแู่ ล้ว ทุกวันนยี้ ิ่งมมี ากเท่าไหร่ก็ย่งิ เน่า ใหต้ ัง้ ใจในความเพยี รดูซิ เดินจงกรมดูซิ ผมไดท้ �ำ
มาหมดแลว้ เดินจงกรมทั้งคืนก็เดนิ น่งั ทั้งคนื จนสว่าง ก็ได้ทำ�มาหมดแล้ว ไม่ไดม้ าทำ�เลน่ เหมอื นหมู่
พวกทำ�อย่เู ด๋ยี วน้ีนะ ฝกึ หดั ครง้ั แรกกบั พอ่ แม่ครจู ารย์ ทา่ นบอกใหม้ าถามว่า ทา่ นลีนั่งสมาธติ ลอดทัง้
คนื จนสวา่ งได้อยูห่ รอื ตวั เองไม่ร้จู ะอธิบายกบั ทา่ นอยา่ งไร จึงว่าตวั ของผมไม่รูส้ กึ ตัว เพียงรสู้ กึ วา่ ตวั
เองน่งั อยู่ แลว้ ก็ไมร่ ู้วา่ ตวั เองนอนตอนไหน ท่านก็เลยหัวเราะ ทา่ นเลยว่าไปนั่งอยู่หนิ ก้อนนนั้ ถา้ ส่นั ไมม่ ี
สติขนาดน้นั ถ้ามันจะลง กใ็ หม้ ันลงทางนั้นลงทางน้ถี ้าไม่มีสติ พอได้ฟงั ทา่ น ท่านยงั พูดได้ แล้วเราจะ
ท�ำ ไม่ได้หรือ ใจมันคา้ นกนั อยู่ โอย้ มนั จะเผลอสตไิ ดห้ รือ มันกลวั ตาย สู้อยู่อยา่ งน้ันแหละ ดัดมันอยู่
อย่างน้นั นะ

แตน่ ี่ทเี่ ห็น ไม่มีดัดนะ มแี ต่ใชห้ มอนดดั อยอู่ ยา่ งน้ัน ใหด้ ดั ความเหน็ ตวั เองเสยี ก่อน นัง่ สมาธิ
เข้าหน่อย มีแตค่ ดิ วา่ จะตาย โธเ่ อ๊ย มนั ไม่ง่วงนอนจนตายหรอก ความตายมแี ต่ชา้ หรือเร็วเทา่ นน้ั แหละ
ความตายมันก็ตายอยู่อย่างนั้น เคยตายมาแล้วหลายภพหลายชาติ ตั้งแต่เด็กมาเป็นหนุ่มเป็นสาว
แก่เฒ่าแลว้ ก็ตายเปน็ ยคุ ๆ ไป เปลยี่ นแปลงอย่อู ย่างน้นั อัตภาพร่างกายนี้ มนั จะแตกตา่ งอะไรกนั หนอ
เหลือแต่เพียงเข้าโลงเท่านั้นเอง ถ้ายังไม่ตาย มันก็รู้เท่าน้ันเอง อย่างพระพุทธเจ้า กิเลสท่านก็มี
เหมือนกนั ครูบาอาจารย์ท่านพ้นไปได้ ทา่ นก็มกี ิเลสเหมือนกัน เราไม่สามารถปิดบังมนั ได้ ใชใ้ จเราปัก
เขา้ ไปดซู ิ มันต้องเหน็ แน่ แต่น่ไี ม่รู้อะไร พอไดเ้ จอกนั เหมอื นกบั นกเอี้ยง หยอกเลน่ กนั เหมือนฆราวาส
ท่านว่า แลว้ มันจะเกิดความอัศจรรยไ์ ดอ้ ย่างไร พระพทุ ธเจา้ ท่านเดนิ ทางหนง่ึ สาวกเดินไปอกี ทางหน่งึ
พอนะ เลิกกันพอแล้ว

199


Click to View FlipBook Version