“คนกรงุ เทพฯ ชอบผกั ชโี รยหนา้ ชอบยอ ไมเ่ หมอื นต่างจังหวัด”
“นสิ ยั คนกรงุ เทพฯ พดู เกง่ ทนั สมยั ดจุ มะนาวกลง้ิ แตม่ กั จะเอารดั เอาเปรยี บกนั
แขง่ ดกี นั ถา้ (ชวน) กนิ เหลา้ เขา้ ไปแลว้ ยงิ่ รา้ ยใหญ่ เพราะวนั ยงิ กนั ตาย มสี ว่ นมาก”
“คนกรุงเทพฯ ชอบเปน็ หน้ีเป็นสินกนั โดยมาก ชอบแต่งตวั กันวนั ละหลายครั้ง
เปลืองเครอ่ื งส�ำอางต่างๆ เช่น นำ�้ อบน้ำ� หอม เคร่อื งยอ้ ม เคร่อื งทา เป็นต้น เสอ้ื ผ้า
หน้าแพร”
“คนกรุงเทพฯ ใจสูง ทะเยอทะยานนนั้ มาก ไม่รู้จกั ประมาณใช้จ่ายเงนิ ”
“คนกรงุ เทพฯ บางรายชอบเลน่ การพนัน บตั รเบอร์ เป็นต้น”
“คนกรุงเทพฯ ไม่ตระหน่ี ชกั ชวนบริจาคทาน เขาพูดเก่งดุจมะนาวกลงิ้ ขนึ้ รถ
คนไทยปลง อนิจฺจํ ทกุ ขฺ ํ อนตตฺ า เพราะใกล้อนั ตราย ท�ำให้เกดิ ปัญญาทางธรรมะ
เรยี นนิสสยั คนในกรุงเทพฯ รู้จกั อัธยาศัยคนในกรงุ เทพฯ เราชอบพดู ตลก ทำ� ความ
คนุ้ เคยคนในกรงุ แตเ่ สยี ทำ� ความสงบไมไ่ ด้ ไดแ้ ตเ่ กดิ ปญั ญาทางธรรมะ คนกรงุ เทพฯ
เทศนาอยา่ ง เขาเขา้ ใจดีมาก เขาชอบยอ เขาไมต่ ระหน่ี เขาเลอื่ มใสองคใ์ ดแล้วไมจ่ บ
ปฏบิ ตั ิเร่ือยๆ ดมี าก ถ้าไมถ่ ูกใจแล้วเขาปดั เลยทเี ดยี ว”
“อย่ใู นกรงุ อารมณม์ าก รับตอ้ นแขกทัง้ กลางวนั และกลางคืน ทรมานง่ายดีกวา่
ภาคอสี าน ผหู้ ญงิ บวชพราหมณ์ ขา้ ราชการชอบบวช กำ� หนด ๓ เดอื นบา้ ง ๑๕ วนั บา้ ง
สกึ ทำ� ราชการตอ่ ไป เขาบำ� รงุ ตณั หา หากนิ แตข่ องดๆี ของหวาน ของคาว ผลไมม้ าจาก
ประเทศนอก ข้ามทะเลมามีมาก ท�ำใหร้ าคะก�ำเริบ”
“คนกรุงเทพฯ ถ้าไม่ชอบใจองค์ไหน ไม่เข้าใกล้เลย แทบไม่ให้กินข้าวเลย
เลือกหน้าชก”
“อยกู่ รงุ จะฉลาดมาก เพราะสมาคมคนชน้ั ผมู้ เี กยี รตชิ น้ั สงู ทงั้ นนั้ แตจ่ ติ ไมส่ งบ
ทางสมาธิวิธี เพราะอารมณ์เคร่ืองย่ัวยวนมาก โจรผู้ร้ายชุกชุมมาก เผลอไม่ได้
444
ปล้น จ้กี นั ฆา่ กนั ไม่เว้นวัน คนเมืองถอื เอารัดเอาเปรียบกันโดยมาก คนโงอ่ ยู่ไมไ่ ด้
ต้องเท่าทันกนั น้ัน พอประทงั อยู่ดว้ ยกนั ได้ การบรจิ าคเขาเดด็ เด่ยี วมาก ถึงบางราย
ไมม่ เี งนิ ยมื เงนิ คนอนื่ บรจิ าคทเี ดยี ว กรงุ ...ศลี สมาธิ ไมค่ อ่ ยมี มแี ตบ่ ำ� เพญ็ ทานโดย
มาก เดก็ หนมุ่ หญงิ สาว ครมู หาวทิ ยาลยั เลอื่ มใสศาสนาโดยมาก พวกนที้ ำ� งานครบู า้ ง
ทำ� งานธนาคารบา้ ง เงนิ สงู ๆ ทง้ั นน้ั พดู จาปราศรยั กบั พระเจา้ พระสงฆน์ นั้ มาก ชอบยอ
โดยมาก ในกรุงภัยอันตรายมมี ากโดยจริตไมถ่ ูกกนั ”
“คนกรงุ สนใจการทำ� ราชการ ทง้ั เปน็ พอ่ คา้ แมค่ า้ นนั้ มาก ประกอบอาชพี มที ง้ั สจุ รติ
และทจุ รติ เอาทงั้ นน้ั ความรคู้ วามฉลาดทนั สมยั นยิ ม เขาเคารพศาสนา พดู กบั พระเจา้
พระสงฆโ์ ดยสภุ าพ มาหาพระ ชอบถามรำ่� รวยนนั้ มาก ศกึ ษาธรรมะมจี ำ� นวนนอ้ ยราย
ชอบสะอาด ชอบแตง่ ตัว ชอบสวยงามทันสมัย วิ่งเต้นทะเยอทะยานน้นั มาก หวั ใจ
ออ่ นเสยี เสน้ ประสาท หวั ใจวายนน้ั บางราย อาชพี ทำ� งานใดๆ เขาทำ� จรงิ ไมเ่ กยี จครา้ น
ถา้ ไมช่ อบนสิ ยั แลว้ คลายเรว็ แตถ่ อื ทฐิ แิ รง ไมง่ อนงอ้ ใคร ทำ� ตามจรติ ของตนโดยมาก
คนพาลมาก นกั ปราชญ์มนี ้อย เหล็กหลายกวา่ ถ่าน”
“คนกรงุ เทพฯ ชอบฟังเทศน์ แตไ่ ม่ปฏบิ ตั ติ าม บำ� เพญ็ ทาน รกั ษาศีล ภาวนา
เป็นคนหัวสงู ทางกิเลสตณั หา ไม่ยอมปฏบิ ตั ิศาสนาใหเ้ ต็มที่ เพราะอารมณ์กามาวจร
ทว่ มหวั ใจ ไมม่ โี อกาสทำ� กจิ ในศาสนาใหเ้ ตม็ ท่ี จบั ปลา ๒ มอื ทางอาชพี ๑ ทางศาสนา ๑
คนกรุงเทพฯ มีมานะทิฐินน้ั มาก โดยไม่ลงคนไดง้ ่าย เรอื่ งอาหารการกนิ อยา่ งหรูหรา
มีท้ังอาหารใหญ่ และผลไม้ประเทศนอกบรรทุกเครื่องบินมาเมืองไทยบริโภคและ
อปุ โภคได้เสมอไปไมข่ าดสาย”
“คนกรงุ เทพฯ รกั ษาศลี ภาวนาไมไ่ ด้ กเ็ พราะเครอ่ื งยว่ั ยวนนนั้ มาก เปน็ เมอื งใหญ่
ประเพณีของเมืองใหญ่ต้องเป็นเช่นน้ัน โอ้อวดกัน แข่งขันกันด้วยกิเลสตัณหา
ทกุ อยา่ ง เพราะคนเมอื งใหญ่ จงึ โอกาสปลน้ ลกั กนั ฆา่ กนั ตชี งิ วง่ิ ราวกนั มไิ ดข้ าดสาย
ทำ� บาปบ่อยๆ คนทีม่ ีศลี ธรรมน้ันน้อยมาก”
445
ขอนำ� ความทท่ี า่ นอทุ านไวใ้ นสมดุ บนั ทกึ ตอนหนง่ึ มาลงเปน็ บทสรปุ ของขอ้ เขยี น
หัวขอ้ เร่อื งท่ที า่ น “มา้ งกาย” ชาวจังหวดั พระนครนี้
“อยปู่ า่ สบายดที สี่ ดุ สขุ ทส่ี ดุ อยกู่ รงุ เทพฯ นน้ั ทกุ ขท์ ส่ี ดุ ทกุ ขท์ งั้ กาย ทกุ ขท์ งั้ วาจา
ทกุ ขท์ งั้ ใจทสี่ ดุ จะเอาเงนิ วนั ละหมนื่ ๆ กไ็ มเ่ อา การทมี่ าอยกู่ รงุ เทพฯ ชว่ั คราวนนั้ กเ็ หน็ แก่
พุทธศาสนาเทา่ น้ัน จงึ ท�ำให้อดทนอยู”่
446
ภเู ขาคนั ธมาทน์ของพระปัจเจกพุทธเจ้า
หลวงปหู่ ลยุ ทา่ นเคยปรารถนาเปน็ พระปจั เจกพทุ ธเจา้ ความปรารถนานนั้ กวา่ จะ
เลกิ ละได้ ทา่ นว่าเสยี เวลาช้านาน เพราะเกาะรากฝังลกึ หย่ังลงไปดวงจิตพอประมาณ
การน้ีท�ำให้ก้าวเดินไปไม่ค่อยจะถึงท่ีสุดจิตได้โดยง่าย ภาพเขาคันธมาทน์ของพระ
ปจั เจกพทุ ธเจ้า คงจะแจม่ จ�ำรัสอยใู่ นมโนภาพของท่านอยา่ งยากจะร้ือถอน ในสมุด
บนั ทกึ ทา่ นเขยี นพรรณนาไวห้ ลายแหง่ ดว้ ยกนั ทา่ นกลา่ ววา่ มาจากพระไตรปฎิ ก แต่
หากวา่ ถา้ ไมจ่ ำ� เปน็ ภาพทฝ่ี งั รอยลกึ ไวใ้ นดวงจติ ของทา่ นมาแตป่ เุ รชาติ ทา่ นคงไมเ่ ขยี น
ถงึ ซำ้� แลว้ ซำ้� เล่าเชน่ น้ี
จงึ ขอเชญิ มาลงพิมพ์ไว้เปน็ อนุสรณ์
ภูเขาคันธมาทน์
“ภูเขาคันธมาทน์ เปน็ ภูเขาที่เกดิ ขนึ้ รบั รองบุญของพระปจั เจกพุทธเจ้า นท่ี ่าน
พูดไวใ้ นพระไตรปฎิ ก เปน็ ดจุ พระนครเทพ ถ่นิ วเิ วกสัปปายะ พระปจั เจกพทุ ธเจา้
ทุกพระองคส์ ำ� เร็จแลว้ มาประทับส�ำราญพระทัยอยู่ ณ ทนี่ ้ี มีถ้�ำ มีแม่น้ำ� ไหลผ่าน
ภูเขา มีศาลาเปน็ ท่ีประชุมของพระปัจเจกพุทธเจ้า ลมจะพดั โชยเอาละอองธลุ ี ใบไม้
สกปรกออก โดยไมต่ อ้ งมคี นปดั กวาด เปน็ สถานทส่ี ปั ปายะทกุ อยา่ ง เปน็ ภเู ขาทถี่ าวร
ภเู ขาทสี่ ูง สวยงาม มพี ระปจั เจกพุทธเจ้าเหาะเขา้ เหาะออกในทน่ี ้ี คนทัง้ หลายเรียก
กนั วา่ ฤาษผี ู้มฤี ทธิ”์
447
“แมจ้ ะพรรณนาความสวยงามของภเู ขาคนั ธมาทน์ ยอ่ มไมม่ ที ส่ี น้ิ สดุ เพราะภเู ขา
ลกู นเ้ี กดิ ขนึ้ ดว้ ยบญุ บารมที า่ นผมู้ บี ญุ ใหญท่ ส่ี รา้ งสมบารมใี หญ่ ๒ อสงไขย กำ� ไรแสน-
มหากปั บารมเี ปน็ ทส่ี องรองมาจากพระพทุ ธเจา้ สว่ นพระอรหนั ตธ์ รรมดา สรา้ งบารมี
๑ อสงไขย ก�ำไรแสนมหากปั ”
“ภเู ขาคนั ธมาทน์ สงู สวยงาม เปน็ ทป่ี ระทบั ของพระปจั เจกพทุ ธเจา้ ทสี่ รา้ งบารมี
มาแล้วมากมายใหส้ �ำราญพระทัย”
“ภเู ขาคันธมาทน์ เป็นภูเขาสงู ตั้งตระหง่าน สวยงามทีส่ ดุ ในโลก สวยงามมาก
มเี ขาอน่ื นอ้ ยใหญเ่ ปน็ บรวิ าร สวยงามมาก มแี มน่ ำ�้ บนภเู ขา นำ้� ลกึ ใสสะอาด มที า่ นำ�้
หลายแหง่ เชน่ ทา่ อาบนำ�้ ของพระปจั เจกพทุ ธเจา้ ทา่ นำ้� เทพเจา้ ทงั้ หลาย ทา่ นำ้� กนิ นร กนิ รี
ทา่ นำ�้ คนธรรพ์ และฤาษผี มู้ ฤี ทธิ์ ทา่ นำ�้ อมนษุ ย์ งามดว้ ยไมด้ อก พรรณไมท้ พิ ยต์ า่ งๆ
รวยร่ืน นำ� มาซง่ึ ความรา่ เรงิ บันเทงิ ใจเป็นอนั มาก ควรเป็นทปี่ ระทับของพระปัจเจก-
พุทธเจ้าท้ังหลายอยู่ดว้ ยความผาสุกเป็นนิจนิรนั ดร์”
“รสชาตขิ องนำ�้ ภูเขาคนั ธมาทน์น้นั มีรสหวานหอม ชื่นใจ เอรด็ อรอ่ ย ล้วนเปน็
น�ำ้ ท่กี ลั่นกรองจากธรรมชาตดิ ีแลว้ เป็นท่ียนิ ดีของเทพเจา้ ท้งั หลาย เป็นทยี่ นิ ดขี อง
พระปจั เจกพทุ ธเจ้าท้งั หลาย ดุจน�ำ้ ทพิ ย์เจอื ด้วยโอสถต่างๆ ตา่ งกว่าน้�ำธรรมดาของ
มนุษยธ์ รรมดาบริโภคทกุ วนั น้ี”
“ภเู ขาลกู นี้ ทสี่ �ำราญคันธมาทน์น้ี อยไู่ ดแ้ ต่พระปจั เจกพุทธเจ้า ทา่ นผมู้ ีฤทธ์ิ
เหาะเหนิ เดนิ อากาศได้ เมือ่ พระปจั เจกพุทธเจ้าตรสั รู้แลว้ ท่านจะบังเกดิ ญาณทัสนะ
รลู้ กั ษณะของภูเขาลกู นีท้ นั ที ยอ่ มเหาะไปชมเขาคนั ธมาทน์นีเ้ ลยทเี ดยี ว”
“พระปัจเจกพทุ ธเจ้ามิได้บณิ ฑบาตในโลกนี้ หากไปบณิ ฑบาตยังทวีปอนื่ ท้ังสนิ้
พระปจั เจกพทุ ธเจา้ ๕๐๐ องค์ ไปบณิ ฑบาตเพยี งองคเ์ ดยี ว แลว้ มาเลยี้ งกนั ฉนั จงั หนั
ปาฏิหาริย์ บาตรใบเดยี วกัน อ่ิมทั้ง ๕๐๐ องคท์ ีเดียว”
น่าอัศจรรย์
448
“ต�ำนานกล่าววา่ ปา่ อิสิปตนมฤคทายวัน มีพระปัจเจกพทุ ธเจา้ อยู่ ณ ทน่ี ั้น
ต่อพระพุทธเจ้าจะอุบัติในโลก พระปัจเจกพุทธเจ้าจะรีบเข้าปรินิพพานเลยทีเดียว
ไม่ใหท้ บั ศาสนาพระพุทธเจา้ ท้ังหลาย นนั้ ประการหนง่ึ ”
“ภูเขาลูกนี้ ดึงดูดน�้ำใจของพระปัจเจกพุทธเจ้าท้ังหลายให้มาชมเชยประทับ
อาศัยสำ� ราญบนภเู ขาลกู น้ีเปน็ นิจ”
“สมเดจ็ พระพทุ ธเจา้ ของเรา พระองคต์ รสั ถงึ รายชอื่ พระปจั เจกพทุ ธเจา้ ตงั้ ๕๐๐ บา้ ง
ต้งั ๑,๐๐๐ บ้าง ในพระไตรปฎิ ก เปน็ รายชื่อโดยละเอียด เพราะพระปัจเจกขณี าสพ
เปน็ ทกั ขไิ นยบคุ คลอนั เลศิ ของมนษุ ยแ์ ละเทวดาเจา้ ทงั้ หลาย เปน็ ผตู้ รสั รทู้ ี่ ๒ รองจาก
พระพุทธเจ้าทั้งหลาย”
449
450
หนงั สืออา้ งอิง
จันทสาโรบูชา, ๒๕๓๓, ห้างหุน้ สว่ นจำ� กดั ป.สมั พนั ธ์พาณชิ ย.์
คำ� แผก่ ศุ ลแกส่ รรพสตั ว์
ณ วดั ป่าอัมพโรปัญญาวนาราม
ในพระอุปถัมภ์ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อมพฺ รมหาเถร)
สมเดจ็ พระสังฆราช สกลมหาสังฆปรณิ ายก
ต�ำบลคลองก่วิ อ�ำเภอบ้านบึง จงั หวัดชลบุรี
วนั ศุกร์ท่ี ๒๔ พฤศจกิ ายน พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ ดิถขี ึ้น ๖ ค่�ำ เดือน ๑
ขอบุญกศุ ลจรยิ า อนั ขา้ พเจ้าทัง้ หลายได้บำ� เพ็ญดว้ ยดีแล้ว ทางกาย วาจา และใจ
กลา่ วโดยจำ� เพาะคอื การสรา้ งอารามถวายแดส่ งฆจ์ ตรุ ทศิ อทุ ศิ ไวใ้ นพระบวรพทุ ธศาสนา
อารามนน้ั มนี ามว่า วัดป่าอมั พโรปญั ญาวนาราม ประกอบดว้ ยปชู นยี วตั ถุ และเสนาสนะ
ต่างๆ กล่าวคือพระพุทธปฏิมาปางนาคปรก พระพุทธปฏิมาปางสมาธิ ศาลาท่ีประชุม
อาคารพิพิธภัณฑท์ ่ีประมวลธรรมโอวาทของพระสปุ ฏปิ นั โน ถนนลาดยางกว้าง ๙ เมตร
ยาว ๘๐๐ เมตร อา่ งเกบ็ นำ้� สาธารณทาน กำ� แพงรอบพน้ื ทย่ี าว ๒,๘๐๐ เมตร สงู ๓ เมตร
ตลอดทั้งบญุ กิริยาแหง่ การบำ� เพ็ญทาน รักษาศีล เจรญิ ภาวนา ดว้ ยน�้ำใจศรทั ธาเลอื่ มใส
มนั่ คงในพระรตั นตรยั ดงั่ นี้ ขา้ พเจา้ ขอตง้ั สจั จาธษิ ฐาน แผก่ ศุ ลไปไมม่ ปี ระมาณ ขอถวาย
เปน็ พระราชกศุ ลสนองพระเดชพระคณุ สมเดจ็ พระบรู พมหากษตั รยิ าธริ าช และพระบรม
วงศานวุ งศท์ กุ พระองค์ และเปน็ กศุ ลสนองคณุ ทา่ นผบู้ ำ� เพญ็ คณุ ประโยชนต์ อ่ ประเทศชาติ
และพระพุทธศาสนา เปน็ ปฐม
อนง่ึ ขอสรรพสัตว์ทัง้ หลาย ไมม่ ีทส่ี ุด ไมม่ ีประมาณ, จงมีสว่ นแหง่ บญุ ทีข่ า้ พเจา้
ไดท้ ำ� ในบดั น,ี้ และแหง่ บญุ อน่ื ทไ่ี ดท้ ำ� ไวก้ อ่ นแลว้ , คอื จะเปน็ สตั วเ์ หลา่ ใด, ซงึ่ เปน็ ทร่ี กั ใคร่
และมบี ญุ คณุ เชน่ มารดาบดิ าของขา้ พเจา้ เปน็ ตน้ กด็ ี ทข่ี า้ พเจา้ เหน็ แลว้ หรอื ไมไ่ ดเ้ หน็ กด็ ,ี
สตั วเ์ หลา่ อน่ื ทเ่ี ปน็ กลางๆ หรอื เปน็ คเู่ วรกนั กด็ ,ี สตั วท์ งั้ หลายตงั้ อยใู่ นโลก, อยใู่ นภมู ทิ งั้ ๓,
อยใู่ นกำ� เนดิ ทง้ั ๔, มีขันธ์ ๕ ขันธ์, มีขันธ์ขันธเ์ ดยี ว, มีขันธ์ ๔ ขนั ธ์, กำ� ลงั ทอ่ งเท่ยี ว
อยู่ในภพน้อยภพใหญ่ก็ดี, สัตว์เหล่าใดรู้ส่วนบุญท่ีข้าพเจ้าแผ่ให้แล้ว, สัตว์เหล่านั้น
จงอนุโมทนาเองเถิด, สว่ นสตั ว์เหล่าใดยงั ไมร่ ู้ส่วนบญุ น้,ี ขอเทวดาทัง้ หลายจงบอกสัตว์
เหล่าน้ันใหร้ ู้
เพราะเหตทุ ไี่ ดอ้ นโุ มทนาสว่ นบญุ ทขี่ า้ พเจา้ แผใ่ หแ้ ลว้ , สตั วท์ งั้ หลายทง้ั ปวง, จงเปน็
ผ้ไู ม่มีเวร, อยูเ่ ป็นสุขทุกเม่อื , จงถึงบทอนั เกษมกลา่ วคือพระนพิ พาน, ความปรารถนาท่ี
ดีงามของสตั วเ์ หล่าน้นั จงส�ำเรจ็ เถิด, สาธุ สาธุ สาธุ