“พระครูคำ� ดี ญาณทสั สี พ.ศ. ๐๔”
“ขอทา่ นศาสนกิ ชนทงั้ หลายกรณุ าทราบไวว้ า่ ทา่ นพระครญู าณทสั สี (คำ� ด)ี เปน็
พระเถระผู้ใหญท่ างฝา่ ยวปิ สั สนาธรุ ะ มีพรรษาไล่เลีย่ กับอาตมากบั ทา่ นอาจารย์ชอบ
นบั ตง้ั แตญ่ ตั ตธิ รรมยตุ มา ไดเ้ คยไปฝกึ ปรอื วปิ สั สนาธรุ ะกบั ทา่ นอาจารยส์ งิ ห์ ทา่ นอาจารย์
มหาป่นิ ท่จี ังหวดั ขอนแกน่ ด้วยกันกับอาตมา ทา่ นอาจารย์ชอบ ฉายความรมู้ าจาก
อาจารย์เดียวกนั เม่อื พ.ศ. ๒๔๗๓-๒๔๗๔-๒๔๗๕ นน้ั ๆ”
“นิสัยท่านพระครูญาณชอบอยู่ในที่วิเวก ชอบเจริญสมณธรรมในถ้�ำภูเขา
ชอบปกครองพทุ ธบรษิ ทั เพอ่ื นสหธรรมกิ พระภกิ ษุ สามเณร ตลอดแมข่ าวนางชี และ
คณะอบุ าสกอบุ าสกิ า ฉะนน้ั ทา่ นจงึ มลี กู ศษิ ยล์ กู หานนั้ มาก นสิ ยั สขุ มุ ฉะนนั้ บรษิ ทั จงึ
ชอบนกั แมท้ า่ นพระครญู าณทสั สที า่ นเคลอ่ื นไปสจู่ งั หวดั ไหน อำ� เภอไหน ตำ� บลไหน
ท่านท�ำอัตถประโยชนม์ าก เห็นไดว้ ่าท่านพระครญู าณทัสสีอย่จู ังหวดั ขอนแก่น วัดวา
ฝไี มล้ ายมอื ของทา่ นกอ่ สรา้ งมจี ำ� นวนมาก บรรดาขา้ ราชการ พอ่ คา้ พาณชิ ย์ ตลอดชาวไร่
ชาวนา นยิ มทา่ นมาก เพราะฉะนน้ั การกอ่ สรา้ งของทา่ นจงึ สำ� เรจ็ เพราะกำ� ลงั กาย กำ� ลงั วาจา
กำ� ลงั ทรพั ย์ เพยี งพอทกุ อยา่ ง ไมบ่ กพรอ่ ง แมท้ า่ นพระครญู าณทสั สจี ะดำ� เนนิ งานการ
ใหญๆ่ สำ� เรจ็ ไดเ้ ปน็ อยา่ งดี ดไู ดท้ จ่ี งั หวดั ขอนแกน่ มวี ดั ปา่ คำ� มะยาง ๑ วดั วดั ศรภี าพ ๑ วดั
เป็นวดั ที่ทมุ่ เทเงินทองกอ่ สรา้ งมีจำ� นวนมากๆ ส�ำเรจ็ ได้เปน็ อยา่ งดี”
“อนงึ่ ทา่ นไดเ้ คลอื่ นพาลกู ศษิ ยล์ กู หามาอยถู่ ำ้� ผาปู่ ต.นาออ้ อ.เมอื ง จ.เลย ของ
พวกเรา ดไู ดท้ ก่ี ารกอ่ สรา้ ง ถำ�้ ผาปู่ ๑ วดั วดั หนองหมากผาง ๑ วดั เปน็ วดั ทกี่ วา้ งขวาง
ใหญโ่ ต ทา่ นพระครญู าณทสั สเี พง่ิ มาอยไู่ มน่ านเทา่ ไรปี เวลานวี้ ดั ถำ้� ผาปู่ วดั หนองหมากผาง
ก�ำลังก้าวหน้าเรื่อยๆ มีคณะอุบาสกอุบาสิกาต่างจังหวัดมาเยี่ยมท่านเร่ือยๆ และมี
พระภิกษุสามเณรมาจากต่างจังหวัดอืน่ ๆ มาเยีย่ ม ศกึ ษาธรรมวนิ ัยดว้ ยท่านเรือ่ ยๆ
เพราะฉะน้ัน สงั ฆรัตนะจึงตกเขา้ มาในทอ้ งทจี่ งั หวัดเลยมาก มวี ัดปา่ หนองหมากผาง
และถ�้ำผาปู่ เปน็ อาทิ”
144
“ทา่ นพระครญู าณทสั สเี ปน็ เจา้ อาวาสวดั ถำ้� ผาปกู่ จ็ รงิ ปไี หนมโี อกาสดๆี ทา่ นกไ็ ป
อำ� เภอเชยี งคานบา้ ง ไปอำ� เภอวงั สะพงุ บา้ ง แผอ่ รยิ ธรรมใหโ้ อวาทแกพ่ ระภกิ ษสุ ามเณร
ตลอดคณะอุบาสกอบุ าสิกาทง้ั หลาย ส่วน อ.ท่าล่ี อ.ด่านซ้าย น้ัน ท่านไม่มีโอกาสไป
ดว้ ยหนทางไกล ไมส่ ะดวกในการเดนิ ทาง กม็ อี นั เตวาสกิ สานศุ ษิ ยข์ องทา่ นไปเทยี่ ววเิ วก
เพอื่ ทำ� อตั ถประโยชน์ ปรมตั ถประโยชน์ ตอ่ คณะอบุ าสกอบุ าสกิ าทงั้ หลายในถนิ่ ตำ� บล
อำ� เภอน้ันดว้ ย ไดร้ บั ความอบรมศกึ ษาธรรมวินยั เป็นอย่างดี ฉะนัน้ กแ็ ลเห็นไดว้ ่า
ทา่ นพระครญู าณทสั สที ำ� อตั ถประโยชน์ ปรมตั ถประโยชน์ ใหจ้ งั หวดั เลยเปน็ อนั มาก
ดจุ ทา่ นอยจู่ งั หวัดขอนแกน่ บา้ นเกิดเมอื งนอนของทา่ น...”
ภเู ขาท่ถี �้ำแกง้ ยาวนี้ แมจ้ ะไมส่ ูงเท่าไรและอยใู่ กล้ทงุ่ นา แตก่ ็มีความสงบสงดั ดี
หลวงปสู่ รรเสรญิ ถงึ คณุ ของถำ้� แกง้ ยาวมาก ทา่ นวา่ เทพมาก มพี ระปจั เจกพทุ ธเจา้ เสดจ็
มาอนุโมทนาการท�ำความเพียรของทา่ นด้วย
ลักษณะถำ�้ ไมใ่ หญ่ ท�ำแคร่เล็กๆ พอน่งั ภาวนา กางม้งุ กลดได้ วันดคี ืนดกี เ็ ห็น
งตู วั ใหญม่ าขดอยใู่ ตแ้ ครภ่ าวนา ทา่ นวา่ ไมเ่ หน็ ตอนทเี่ ขาเลอ้ื ยเขา้ มา เพราะถา้ เหน็ กค็ งจะ
ตกใจบา้ ง ออกไปเดนิ เลน่ ขา้ งนอก ชมปา่ ชมดง เปน็ การเปลย่ี นอริ ยิ าบถ และความจรงิ
เป็นนสิ ยั ของทา่ น ดงั ทีไ่ ด้กล่าวมาแลว้ วา่ ทา่ นมกั จะชอบเปลี่ยนท่ภี าวนา เดนิ ไปเหน็
หินกอ้ นน้ันเหมาะ ใต้ต้นไม้ใหญ่นี่ทา่ จะดี ทา่ นกเ็ พียงแวะลงน่ัง ใชผ้ ้าอาบปดั ๆ ให้
หินก้อนนั้นพ้ืนตอนนั้นสะอาด เรียบบ้าง ก็ลงนั่งท�ำความเพียรได้แล้ว หรือเข้าป่า
เหน็ ตน้ ไมห้ กั โคน่ ตน้ ยาวใหญท่ อดอยเู่ หนอื พนื้ ดนิ กอ็ าศยั ขอนไมน้ นั้ เปน็ ทางจงกรม
ใหม้ สี ติระวังตวั ตลอดเวลา มิฉะนั้นกค็ งจะตอ้ งตกลงมาจากขอนไม้นั้นได้
กลบั มาถำ้� จงึ มองเหน็ งใู หญต่ วั นน้ั เขาขดตวั นอนเฉยอยใู่ ตแ้ คร่ มไิ ดช้ คู อรา่ ขน้ึ
ในทา่ ฉก หากเอาหวั ซุกลงไปในวงขนดหาง ท่านพยายามคดิ วา่ ไดม้ าตั้งแคร่กดี ขวาง
รูถ�้ำซึ่งเป็นทางเข้าออกของเขาหรือไม่ มองดูก็เห็นว่าตรงท่ีท่านตั้งแคร่นั้น ผนังถ้�ำ
เรียบราบอยู่ มที างคดิ ไดอ้ ยอู่ ยา่ งเดียว คอื งูเหน็ วา่ ใต้แครเ่ ปน็ ท่สี งบเยน็ ดี ก็เลยมา
นอนพกั ผอ่ นเลน่ เทา่ นน้ั ทา่ นจงึ ออกไปทำ� กจิ สว่ นองค์ เดนิ จงกรมพกั ใหญจ่ งึ กลบั เขา้
มาในตอนเย็น คิดวา่ อาคันตกุ ะผู้ไม่ไดร้ บั เชิญคงจะจากไปเรียบร้อยแล้ว
145
ผดิ คาด เจา้ งใู หญต่ วั นน้ั กย็ งั คงยดึ ทส่ี บายตามเดมิ ทา่ นชกั รสู้ กึ คนุ้ จงึ เขยบิ เขา้
ไปดใู กลๆ้ เหน็ นยั นต์ ามนั มองทา่ นจอ้ งนงิ่ อยู่ แลว้ นยั นต์ าทงั้ สองคปู่ ระสานกนั คหู่ นง่ึ
มองอย่างสงสยั ดทู า่ ที อกี คู่หน่งึ เตม็ ไปด้วยความการุณ แผ่กระแสแหง่ เมตตาธรรม
ตรงเขา้ ไปใหอ้ ีกฝ่ายหนึง่ อยา่ งเตม็ เป่ียม
ทา่ นวา่ เขาขดอยใู่ ตแ้ ครน่ น้ั สามวนั สามคนื ไมไ่ ปไหนเลย ไมเ่ หน็ ออกไปหาอาหาร
หรอื ไปเทยี่ วทไี่ หน ทำ� ตวั ราวกบั เปน็ ทหารองครกั ษม์ าทำ� หนา้ ทพ่ี ทิ กั ษใ์ หค้ วามปลอดภยั
พระราชาเช่นน้ัน ทา่ นก็เลยกางมุ้งกลดบนแคร่ตามปกติ ต่ืนเชา้ ตี ๓ ลกุ ขึน้ ลา้ งหน้า
สวดมนต์ ภาวนาแผเ่ มตตาไปโดยไมม่ ปี ระมาณ โดยเฉพาะเจา้ ตวั ใตแ้ ครน่ น้ั อยใู่ กลท้ สี่ ดุ
ก็คงจะได้รับกระแสเมตตาธรรมของทา่ นมากที่สุดเชน่ กนั
ท่านเคยผ่านการถกู พญานาครดั มาแลว้ ท่ีภบู ักบดิ ในปี พ.ศ. ๒๔๙๙ ฉะนัน้
การท่ีเพียงเหน็ งูใหญม่ าอยูใ่ ต้แครจ่ ึงดเู ป็นของเลก็ น้อย เทยี บกันไมไ่ ด้ ประกอบทงั้
เขาก็มิได้แสดงเป็นศัตรูคู่อาฆาตแต่ประการใด ท่าทางดูสนิทสนมคุ้นเคยเป็นมิตร
แถมยังดูน่าสงสารด้วยซ้�ำที่ชาตินี้เขาต้องมาถือก�ำเนิดในชาติอันต�่ำต้อยเป็นสัตว์
เดรจั ฉาน ทา่ นทำ� กจิ วตั รประจำ� วนั ตอ่ ไปโดยปกติ คดิ วา่ ตา่ งคนตา่ งอยู่ ตา่ งใชช้ วี ติ ตาม
เพศตามชาติของตน ไมข่ ดั เคอื งขดั ขวางกนั มแี ตเ่ มตตาต่อกนั
เวลาผา่ นไปสามวนั สามคนื งนู น้ั จงึ จากไป เวลาออกไปทา่ นไมเ่ หน็ เหน็ แตท่ างราบ
เปน็ ทางยาวลงไปจากถำ้� ลงไปถงึ ชายทงุ่ ขณะนน้ั นาขา้ วกำ� ลงั ขน้ึ เขยี วขจี ทา่ นวา่ เวลา
เหน็ เขาขดตวั อยใู่ ตแ้ คร่ มองไมร่ สู้ กึ วา่ ตวั ใหญม่ ากเทา่ ไร แตเ่ มอื่ เหน็ นาขา้ วทร่ี าบเปน็
ทางยาวนน้ั คะเนวา่ ตวั งคู งมหมึ านา่ กลวั เพราะขา้ วทเี่ ขาปกั ดำ� หา่ งกนั เปน็ แถวเปน็ กอนนั้
ถูกงูทบั เป็นทางราบถึง ๓ แถว หรือ ๓ กอ มองเห็นทางที่ราบโล่งเปน็ ช่องแนวไปใน
ทุง่ นานน้ั ลิบลิว่ ไปไกลสุดสายตาทีเดียว
ฟงั ทา่ นเลา่ แลว้ กอ็ ดกราบเรยี นถามไมไ่ ดว้ า่ ชะรอยคงจะเปน็ พญานาคมากกวา่
แต่การมาขดอยู่ใต้แคร่นั้น คงจะต้องเนรมิตกายให้เป็นงูธรรมดาเพ่ือมิให้ผู้พบเห็น
หวาดกลัว เพราะความจริงท่านมีเณรไปอุปัฏฐากด้วย หากเห็นร่างแท้จริงของนาค
146
เณรจะตกอกตกใจได้ ครน้ั เมอ่ื เขาจะลาจากไป ก็ฝากรอยจริงๆ ไวใ้ ห้เหน็ ในท่งุ นา
ทา่ นไมต่ อบคำ� ถามนีโ้ ดยตรง แต่เล่าไปวา่ เวลาพญานาคออกมา จะมเี สยี งรอ้ งดงั
อ๊ี...อึ่ด...อ่ึดๆ ยาวๆ
ได้ยินกันทั่วไหม
ท่านตอบว่า ได้ยนิ กนั หลายคน แต่บางคนทไ่ี ด้ยินอาจจะไม่ทราบว่าเปน็ เสียง
พญานาคกไ็ ด้
147
พรรษาท่ี ๓๘ พ.ศ. ๒๕๐๕
จำ� พรรษาทีเ่ ขาสวนกวาง
ก่งิ อ.เขาสวนกวาง จ.ขอนแกน่
ในต้นปี ๒๕๐๕ นี้ ทา่ นยงั ทอ่ งเทีย่ วธุดงค์อยใู่ นเขตจังหวัดเลย ท่านเดนิ ทาง
รวดเรว็ มาก บางทกี ไ็ ปถ�้ำผาบงิ้ ถำ้� ผาปู่ อันเปน็ ถน่ิ ท่ที า่ นคนุ้ เคยมาแต่สมยั เป็นพระ
ผนู้ อ้ ย ผา่ นไปทางอำ� เภอเชยี งคาน ซงึ่ เปน็ ทซ่ี ง่ึ ทา่ นเคยใชช้ วี ติ วยั หนมุ่ ทำ� ราชการอยกู่ บั
พเี่ ขยมาหลายปี พอดีวัดโพนแกน่ ทเ่ี ชยี งคาน มงี านถวายเสนาสนะ ทา่ นกช็ ว่ ยเทศน์
อบรมประชาชนใหด้ ้วย
ครน้ั ถึงเดือน ๗ ปี ๒๕๐๕ (ตรงกบั เดือนมิถนุ ายน ๒๕๐๕ - ผเู้ ขียน) ท่าน
เดนิ ทางตอ่ ไปถ้�ำมโหฬาร และบันทึกไว้ว่า
“ถ�้ำมโหฬาร เดอื น ๗ พ.ศ. ๐๕ ฝันเหน็ ท่านอาจารย์ (ม่นั - ผู้เขียน) ท่านนั่ง
คลา้ ยเชอื กอลู่ งมา เราเหน็ ชดั เปน็ มงคลย่งิ ”
“เดอื นน้ี เราปว่ ยเปน็ ไขค้ นเดยี ว อาการหนกั มาก เกดิ วติ กวจิ ารณใ์ หญ่ เกดิ สงสยั
ในเวลาจติ กบั เวทนาปว่ ยผสมกนั ในขณะนน้ั ทำ� ใหจ้ ติ ปว่ นปน่ั มาก นอนไมห่ ลบั ๒ คนื
ก็มี กลางวันก็ไมไ่ ดน้ อนอีก แต่สงบนอนด้วยฌาน หลับๆ ตน่ื ๆ ก็อ่มิ เหมือนกัน”
“ภาวนาแลเหน็ นมิ ติ นอกรอ้ ยแปดอยา่ งปรากฏเสมอ หลบเขา้ อารมณไ์ ด้ ตอ่ นนั้
ไดร้ ับความสงบ จติ เขา้ ส่อู ารมณ์แหง่ ความตายบา้ ง”
148
ท่านถึงกับอุทานวา่
“แหม่ ผู้มีภูมจิ ติ เป็นถึงขนาดน้ี ถา้ ผู้ทีไ่ ม่มภี มู ิจติ น้นั จิตคงยิง่ แปรปรวนใหญ่
ระยะนจ้ี ะไดร้ ะวงั ตวั และจติ เรอื่ ยๆ เพราะเหน็ ภยั ใหญห่ ลวง ๓ อยา่ ง ๑. เราอาพาธทจ่ี ะ
มรณะ ๒. เราแกช่ ราแลว้ ใกลม้ รณะ ๓. สงครามจะมาถงึ ในวนั ไหน ภยั ทง้ั ๓ อยา่ งน้ี
เปน็ เทวทตู ใหเ้ ราทำ� ความเพยี รอยา่ งขนาดหนกั เพอ่ื จะไดส้ ำ� เรจ็ กอ่ นกวา่ ภยั ๓ อยา่ งน้ี
จะมาถงึ ตัวเรา อกี นัยหน่ึง เราก็อย่ใู นสถานทีว่ ิเวกคนเดียว เปลย่ี ว...”
ทา่ นรำ� พงึ วา่ “ภาวนานน้ั ถา้ มแี ตส่ มาธอิ ยา่ งเดยี ว ตอ้ งมนี มิ ติ ตา่ งๆ หลอกอยเู่ รอื่ ยๆ
เกดิ จากอปุ จารสมาธิ มอี คุ คหนมิ ติ ทำ� ใหเ้ ปน็ บา้ ไปได้ ทำ� ใหจ้ มอยใู่ นสมาธิ ความสงบ
และสขุ ไปได้ ถา้ เอาภาวนาเอาวปิ สั สนาผสมสมาธแิ ลว้ ยอ่ มไมเ่ กดิ นมิ ติ เพราะไตรลกั ษณ์
ลา้ งอยูเ่ สมอ และไม่สำ� คัญตน และไมเ่ ป็นบ้า เกิดนมิ ติ ทั้งหลายกร็ เู้ ท่า”
ทา่ นมไิ ดฉ้ นั ยา หากใชธ้ รรมโอสถพจิ ารณาลงไปท่ี ชรา พยาธิ และมรณะ เฉพาะ
พยาธิ และมรณะ นนั้ ท่านพจิ ารณาหนกั แน่นเป็นพิเศษ แล้วบันทึกวา่
“อาพาธเปลยี่ นฤดู เปลย่ี นอริ ยิ าบถไมเ่ สมอ อาพาธตอนเพยี รกลา้ อาพาธกรรม
วบิ าก เย็น ร้อน ออ่ น หนาว หวิ ข้าว กระหายนำ�้ อุจจาระ ปสั สาวะ มปี ระการต่างๆ
ของกายน้ที ั้งนั้น เมื่อพจิ ารณาเหน็ ความเปน็ จรงิ แลว้ ย่อมไมร่ บั ยอ่ มเสียสละ ย่อม
บรรเทาเสีย ยอ่ มใหพ้ ินาศเสยี ย่อมไมเ่ กิดตอ่ ไป”
ทา่ นตงั้ ปณิธานเด็ดเดย่ี วเพอ่ื เอาชนะกเิ ลสลงไปวา่
“ทำ� ความเพยี รใหแ้ ขง็ แรง เอาเปน็ เอาตายทเี ดยี ว ปา่ ชา้ อยทู่ ไ่ี หน ไป กำ� หนดตาย
ท่ีไหน เผา ณ ทีน่ ัน้ ดังนี.้ ..”
ความจรงิ เมอื่ ทา่ นเอาชนะกเิ ลสไดแ้ ลว้ เวลากจ็ วนแจจะเขา้ พรรษาแลว้ เปน็ บคุ คลอน่ื
กค็ งจะจำ� พรรษาอยู่ ณ ถำ้� มโหฬาร นน้ั เอง เพราะสถานทก่ี ค็ อ่ นขา้ งคนุ้ เคยกนั อยแู่ ลว้
ด้วยทา่ นเพ่ิงได้จ�ำพรรษาท่ี ๓๖ ณ ถ�้ำมโหฬาร เมื่อปี ๒๕๐๓ นเ้ี อง แต่ถา้ เป็น
เชน่ นน้ั กไ็ มใ่ ชห่ ลวงปู่ ทา่ นเหน็ วา่ การเทยี่ ววเิ วกเปลย่ี นสถานทที่ ำ� ความเพยี รไปเรอื่ ยๆ
149
จะท�ำให้จิตตื่นอยู่เสมอ ที่เก่าซึ่งเคยได้อุบายวิธีชนะกิเลสมาแล้ว ไม่ใช่ว่าครั้งใหม่
จะใช้วิธีเก่าได้เสมอไป โรคมันชินยาอย่างหน่ึง หรือสถานท่ีมันจืดไปอีกอย่างหน่ึง
ความจรงิ ท่านเองน้ันแหละทคี่ ิดวา่ ที่เก่าน้นั มัน “จดื ไป” ควรแสวงหา “สถานท่ีใหม่”
“บคุ คลใหม่” “อากาศใหม่” ตอ่ ไป
ทา่ นเดนิ ทางออกจากเลย ผา่ นอดุ ร แลว้ เขา้ เขตจงั หวดั ขอนแกน่ และในพรรษา
ท่ี ๓๘ นี้ ทา่ นกก็ ลบั ไปเขา้ พรรษาทเี่ ขาสวนกวาง ซงึ่ ทา่ นไดเ้ คยจำ� พรรษามาแลว้ ในปี
พ.ศ. ๒๔๙๕ พรรษาที่ ๒๘
เวลาหา่ งกนั ๑๐ ปเี ตม็ ทำ� ใหท้ า่ นรสู้ กึ วา่ เปน็ สถานทแี่ หง่ ใหมท่ ค่ี วรวเิ วก จติ เปลย่ี ว
กายเปล่ียว มโนเปลยี่ ว จิตวิเวก กายวเิ วก มโนวเิ วก ท่านจึงมเี วลาท�ำความเพียร
อย่างต่อเน่ือง ณ ที่นี้ท่านได้พบญาติโยมที่ท่านเคยอบรมส่ังสอนมาแต่ครั้งก่อน
ต่างก็ปีติยินดีท่ีได้มีโอกาสกราบรับธรรมะอีกวาระหนึ่ง ท่านจึงต้องเป็นธุระเทศนา
อบรมสงั่ สอนพวกเหลา่ นน้ั ตอ่ ไป รวมทงั้ บรรดาญาตมิ ติ รของเขา ซงึ่ เมอื่ ทราบขา่ วกม็ า
รว่ มฟงั ธรรมดว้ ย กลายเปน็ เกดิ มผี มู้ าทำ� บญุ ทำ� ทานการกศุ ล ถอื ศลี ภาวนาอยดู่ ว้ ยทา่ น
เปน็ กลุ่มใหญ่แทบทกุ วนั
ในบนั ทกึ ของทา่ นตอนหนงึ่ ทา่ นไดส้ ำ� เนาคำ� เทศนาอบรมญาตโิ ยมไวก้ ณั ฑห์ นง่ึ
เปน็ การพรรณนาถงึ อานสิ งสข์ องการทำ� ทานและรกั ษาศลี ซง่ึ จะทำ� ใหไ้ ปเกดิ ในสคุ ตภิ พ
โลกสวรรค์ ใหเ้ วน้ จากกรรมอนั ชว่ั รา้ ยเพอื่ ไมต่ อ้ งไปอบุ ตั ใิ นนรก นบั เปน็ การแจกแจง
อยา่ งละเอยี ดกวา่ ทเี่ คยฟงั ทา่ นเทศนใ์ นสมยั หลงั ๆ จงึ ขอนำ� สำ� เนาบนั ทกึ เทศนก์ ณั ฑน์ ี้
มารวมพมิ พ์ในประวัติดว้ ย
“โลก คอื หมสู่ ตั ว์ มนษุ ยท์ กุ ชาตทิ กุ ภาษาทอี่ าศยั อยใู่ นโลกเวลานม้ี าจากภพตา่ งๆ
ดว้ ยกรรมดแี ละกรรมชว่ั มาเกดิ เลวและประณตี แลว้ แตก่ รรมของสตั วต์ บแตง่ สตั วน์ นั้ ๆ
สตั วเ์ หลา่ นนั้ จะเปน็ พวกเปรต อสรุ กาย สตั วเ์ ดรจั ฉาน ในประเภทไหนกต็ าม ตอ้ งมา
ท�ำความชั่วในมนษุ ย์ทงั้ นนั้ สุคติจนถงึ พระนพิ พานกม็ าสร้างในมนุษย์นี้เชน่ เดียวกนั
มนษุ ยเ์ ปน็ ทปี่ ระชมุ แหง่ รถไฟสายตา่ งๆ บคุ คลจะไปจงั หวดั ใดๆ กต็ อ้ งออกประชมุ ที่
ตน้ ทางท้ังนั้น
150
จะกลา่ วถงึ นรก นน้ั รา้ ยกาจ ไหมส้ รรพสตั วท์ กุ อยา่ งโดยไมเ่ หลอื ใหเ้ ปน็ จณุ ไป
ทง้ั นนั้ ยง่ิ กวา่ ไฟมนษุ ยน์ ห้ี ลายเทา่ แมส้ าวกพทุ ธชโิ นรสทา่ นผมู้ ฤี ทธิ์ พระโมคคลั ลานะ
พระมาลยั เถรเจา้ เมอ่ื ทา่ นองคใ์ ดองคห์ นง่ึ ไปเยยี่ มนรก แมพ้ ระอรหนั ตข์ ณี าสพสาวกเจา้
ทงั้ หลายองคอ์ นื่ ๆ ตอ้ งเกรงกลวั ขยาด นอ้ ยคนนกั ทจี่ ะมอี ภญิ ญาตอ่ สนู้ รกได้ ในสภาพ
ภูมิประเทศทส่ี ัตวท์ ำ� ชว่ั ไวใ้ นอดีตเป็นปัจจัยอย่ใู นนรกน้ัน เปน็ สัตว์ทีข่ าดแคลนท่สี ุด
ปราศจากผา้ นงุ่ ผา้ หม่ ขา้ ว นำ�้ โภชนะอาหารทกุ ประเภท เชน่ มสี งิ่ อนื่ ๆ จะอปุ โภคบรโิ ภค
กก็ ลายเปน็ ดนิ น้ำ� ไป เปน็ น้�ำกรดไปทง้ั น้ัน ต้ังใจจะทำ� บญุ ก็สายเกนิ ไป สัตวน์ รกไม่มี
สมบตั อิ ะไรจะทำ� บญุ และไมม่ พี ระเจา้ พระสงฆท์ จี่ ะมารบั ทกั ขณิ าทานในนรกนนั้ ดว้ ย
ครน้ั จะปลกี ตนมาทำ� บญุ ในมนษุ ยโลกกไ็ มไ่ ด้ เพราะอยใู่ นทคี่ มุ ขงั เสยี แลว้ พญายมบาล
รักษาอย่างกวดขัน หมดหนทางทีจ่ ะทำ� บญุ เชน่ น้ัน แมจ้ ะภาวนาพทุ โธ ธัมโม สังโฆ
ไดอ้ ย่างไร เพราะนรกเผาอยทู่ ้งั กลางวันและกลางคืน มไิ ดข้ าดระยะ
ครัน้ สัตว์นรกเหล่านน้ั อดๆ อยากๆ จะหาโอกาสไปปลน้ กนิ กไ็ มม่ เี ศรษฐอี ยู่
ในนรกใหส้ ัตว์นรกปล้น เมอ่ื พ้นจากนรกแล้วก็พากันมาเกดิ ตามยถากรรมอกี ต่อไป
สตั วบ์ างอยา่ งตกนรกแลว้ ตกอกี เลา่ ประเดยี๋ วตกขมุ นอ้ ยบา้ ง ขมุ ใหญบ่ า้ ง สบั สนกนั
ไปเกิดเป็นเปรตบา้ ง เปน็ อสุรกายบา้ ง สัตวเ์ ดรจั ฉานบ้าง แม้เศษบาปทท่ี �ำในมนุษย์
ไซรน้ น้ั มาเกดิ เปน็ มนษุ ยก์ ไ็ มบ่ รสิ ทุ ธิ์ มอี วยั วะพกิ ารอยา่ งใดอยา่ งหนงึ่ และมกี ารอดๆ
อยากๆ ถือกระเบื้องกะลาขอทานเขากนิ ตามทอ้ งตลาด
เมอื่ สตั วเ์ หลา่ นนั้ กระทำ� ดเี ปน็ กศุ ลนนั้ เลา่ บญุ สง่ ใหเ้ กดิ บนสวรรคเ์ ทวโลก ทงั้ รปู
เสยี ง กลนิ่ รส โผฏฐพั พะ แตล่ ะอยา่ งๆ ลว้ นแตเ่ ปน็ ของทเ่ี ลศิ ๆ ทง้ั นนั้ เทวโลกสมบรู ณ์
ไปด้วยสมบตั ติ ่างๆ เทวโลกน้นั จะทำ� บุญให้ทานแกใ่ ครเลา่ สถานที่เทวโลกนน้ั เปน็
สถานทมี่ สี มบตั มิ ง่ั คงั่ ดว้ ยกนั ทงั้ นน้ั กเ็ ทวดาองคใ์ ดทจ่ี ะรบั ทานกนั เลา่ ครนั้ จะภาวนา
พทุ โธ ธมั โม สังโฆ ก็ไมไ่ ด้ เพราะสถานทเี่ ทวโลกนน้ั เป็นสถานท่ีมีอารมณ์อนั ฟงุ้ ซ่าน
ทงั้ นนั้ ไปโดยรอบ ไมว่ เิ วกสงบสงดั ครกึ ครน้ื ไปดว้ ยเสยี งตา่ งๆ ครน้ั จะกระวายใหล้ ำ�้ เลศิ
ก็ไม่มีพระเจ้าพระสงฆ์รับทกั ขณิ าทานในสถานทนี่ ัน้ แมเ้ ทวโลกจะทำ� บุญกุศลสิง่ ใด
กไ็ มไ่ ดท้ ง้ั นน้ั ไมเ่ หมอื นมนษุ ยโลกทเี่ ราอยนู่ ้ี บนสวรรคไ์ มม่ เี จา้ หนา้ ทรี่ กั ษาถนนหนทาง
151
เหมอื นมนษุ ยโลก ตลอดคกุ ตะรางไมม่ ี เทวโลก เทวดา ทา่ นเหลา่ นนั้ ไมม่ อี นั ธพาลทะเลาะ
วิวาทกัน เทวดาท้ังหลายล้วนแต่มีความสุขสำ� ราญดว้ ยกนั ทั้งนน้ั พักผอ่ นหย่อนใจ
กลา่ วคอื นงั่ ๆ นอนๆ ยนื เดนิ บำ� เรอความสขุ ของตนทพ่ี ากนั ทำ� ไวแ้ ตม่ นษุ ยโลกทงั้ นนั้
หมดบุญแลว้ จตุ ไิ ปเกดิ ตามยถากรรมของทา่ น
พระองคต์ รสั ไวว้ า่ สวรรค์นั้นมกี ารทำ� บุญและความดีบา้ งเล็กๆ น้อยๆ ท่านวา่
เปน็ อพั โพหารกิ มเี หมอื นไมม่ ี ดจุ นำ�้ ตดิ อยใู่ นจอกแกว้ นดิ หนอ่ ย มบี คุ คลอนื่ ถามวา่
นำ้� ในแกว้ มหี รอื ไมม่ ี ใครๆ กค็ งตอบวา่ จะมกี ไ็ ด้ ไมม่ กี ไ็ ด้ ยอ่ มเปน็ ผลพลาดพลงั้ ทง้ั
๒ อยา่ งเชน่ นน้ั เพราะฉะนนั้ เทพบตุ รบางองค์ เชน่ พระเตมยี โ์ พธสิ ตั ว์ จงึ กลน้ั ใจตาย
จากชน้ั ดสุ ติ เทวโลกมาเกดิ มนษุ ยโลกเพอ่ื สรา้ งพระบารมตี อ่ ไป ฉะนนั้ เทวดาอยเู่ ทวโลก
ไม่มีประโยชนอ์ ะไร ล้วนแตเ่ สวยความสขุ ของทา่ นเท่านน้ั กเ็ ปน็ ขอ้ วินิจฉยั ตามต�ำรา
พระสตู รปฎิ กทา่ นกลา่ วไว้ มนษุ ยเ์ ปน็ ภมู สิ ถาน มอี ดุ มสมบรู ณด์ ว้ ยสมบตั ติ า่ งๆ อดุ ม
เลศิ กวา่ เทพตา่ งๆ เรยี กวา่ เทพพระอนิ ทร์ เทพพรหม เลศิ กวา่ นรกเปน็ เปรต อสรุ กาย
สัตว์เดรัจฉาน เลิศกว่าพระยาครุฑ พระยานาค เพราะภพเหล่าน้ัน พระพุทธเจ้า
พระปจั เจก พระสาวกเจา้ ทงั้ หลาย ไมไ่ ปบงั เกดิ ตรสั รู้ เหตนุ นั้ ชมพทู วปี มนษุ ยเ์ ปน็ ทเี่ ลศิ
พระพทุ ธองคต์ รสั วา่ อคคฺ ํ มนสุ เฺ สสฯุ การทไี่ ดอ้ ตั ภาพเปน็ มนษุ ยเ์ ปน็ ของทเี่ ลศิ ฉะนนั้
มนษุ ย์จะเปน็ หญงิ เปน็ ชายก็ตอ้ งพากนั เลิศทงั้ นนั้
ศีล ทาน ภาวนา คำ� ส่ังสอนของพระพทุ ธเจ้า ล้วนแต่เป็นของทเ่ี ลศิ ทำ� สตั ว์
ผปู้ ฏบิ ตั ไิ ปสคุ ตภิ พได้ แมพ้ ระพทุ ธเจา้ พระปจั เจก พระอรหนั ต์ ทา่ นเหลา่ นน้ั ยอ่ มมา
ตรสั รใู้ นมนษุ ยโลกนที้ ง้ั นนั้ ทา่ นเหลา่ นนั้ มาสรา้ งพระบารมใี นมนษุ ยโลกทง้ั นน้ั มนษุ ย์
เปน็ ธาตทุ พี่ อ เปน็ ธาตทุ ถ่ี กู สว่ น เปน็ สถานทบี่ รบิ รู ณ์ ยอ่ มประดษิ ฐานอยใู่ นมนษุ ยโลก
ทัง้ นัน้ มพี ร้อมทงั้ ทกุ ข์ สมทุ ยั นโิ รธ มรรค มพี ร้อมครบทุกอย่าง ไมบ่ กพรอ่ งด้วย
ประการใด จึงได้นามวา่ ธาตุพอ ภพอ่นื ไมพ่ อ ไม่บริบูรณ์ ไม่ครบครนั ทุกอย่าง เช่น
สวรรค์ มีแต่อารมณค์ วามสขุ ทุกข์ไมม่ ี พรหมโลก ธาตุไมพ่ อ มแี ตส่ ขุ อยา่ งเดียว
อกี ประการหน่งึ นรก เปรต อสุรกาย สตั ว์เดรัจฉาน ภพเหลา่ น้ีธาตุไมพ่ อ มีแตท่ ุกข์
อยา่ งเดียว นโิ รธ มรรค ไม่พบ
152
นี่แหละ มนุษย์เราเป็นภพอนั เลศิ เปน็ สถานทีร่ บั รองพระพุทธเจ้า พระปัจเจก
พระอรหนั ตสาวกตรสั รู้ และทา่ นเหลา่ นน้ั จะตอ้ งเกดิ เปน็ มนษุ ยส์ รา้ งพระบารมี เมอื่ สรา้ ง
พระบารมีครบครันแล้ว จึงพากันตรัสรู้ตามวาสนานิสัยของท่าน สัตว์ไหนท่ีสร้าง
พระบารมีพอแลว้ ควรท่ีเป็นพระพุทธเจ้ากเ็ ป็น ควรเปน็ พระปัจเจกก็เปน็ ควรเปน็
พระอรหนั ตก์ เ็ ปน็ แมส้ ตั วท์ ง้ั หลายทที่ ำ� บญุ ทำ� บาปทจี่ ะไปภพตา่ งๆ กพ็ ากนั ทำ� บญุ ใน
มนุษยโลกทั้งน้ัน เช่น สัตว์ท�ำไม่ดีควรไปตกนรก สัตว์มนุษย์คนไหนท�ำไม่ดีท่ีไม่
รา้ ยแรงควรไปเกดิ เปน็ เปรต อสรุ กาย กไ็ ปเกดิ ภพนนั้ สตั วม์ นษุ ยท์ ำ� ดเี พยี งสวรรคก์ ไ็ ป
เกดิ บนสวรรค์ เทา่ นเี้ ปน็ อาทิ นแ้ี หละ สตั วไ์ หนทำ� ดไี มด่ ที หี่ อบสภู่ พตา่ งๆ สรา้ งกรรมบญุ
กรรมบาป ไปจากมนษุ ยโลกน้ีท้ังนั้น
ขอท่านคณะอุบาสกอุบาสิกาทั้งหลาย ควรรู้ตามที่อาตมาได้บรรยายมาแล้วนี้
นำ� ไปปฏบิ ตั ิ เวน้ จากกรรมอนั ชวั่ รา้ ย มใี หท้ านการบรจิ าค มศี ลี เวน้ จากกรรมอนั ชว่ั รา้ ย
มภี าวนาอารมณด์ วงจติ ใหฉ้ ลาด หลกี เลยี่ งอปุ สรรคความชวั่ รา้ ยตา่ งๆ ขอใหป้ ระพฤติ
ปฏิบัติธรรมตามค�ำส่ังสอนของพระพุทธเจ้า ล้วนแต่เป็นกรรมท่ีดี น�ำไปสู่สุคติ
โลกสวรรค์ เพราะพวกเราคณะอบุ าสกอบุ าสกิ าบงั เกดิ มาในชาตภิ มู ทิ ดี่ แี ลว้ ทป่ี ฏบิ ตั คิ วร
แกส่ วรรคแ์ ละนพิ พาน เดนิ ตามพระพทุ ธองคก์ ลา่ วไว้ จงึ ไดช้ อื่ วา่ ตามรอยพระพทุ ธเจา้
ท้ังหลาย ตามรอยพระปจั เจกทง้ั หลาย ตามรอยพระอรยิ เจ้า คณะอบุ าสกอบุ าสกิ า
พระภกิ ษสุ ามเณร จงึ ปฏบิ ตั ไิ ดส้ วรรคน์ พิ พาน ไดเ้ ปน็ ขอ้ ทพี่ วกเราควรสนใจในศาสนา
ใหม้ าก
ชวี ติ มนษุ ยเ์ ปน็ ของนอ้ ย นรก สวรรค์ เปน็ ของอายมุ ากนบั ตง้ั กปั ตง้ั กลั ปท์ เี ดยี ว
ขออยา่ มวั เมาในวยั ของตน เชน่ เดก็ มวั เมาในความเปน็ เดก็ เลน่ ฝนุ่ คนหนมุ่ กม็ วั เมา
ในความเป็นหนมุ่ ของตัว เชน่ ตบแต่งร่างกายให้สวยงามเล่นบา้ ง สาวทะเยอทะยาน
ขวนขวายแตท่ างกามจนคำ่� จนมดื จนลมื กจิ การทกุ อยา่ ง มวั ไรม่ วั นาเรอื กสวนไปตา่ งๆ
คนจนกม็ วั เมาความทกุ ขจ์ นของตน คนมงั่ มกี ม็ วั เมาความมงั่ มขี องตน นแ้ี หละ คนเกดิ
มาในโลก ไมว่ า่ คนประเภทไหน ความมวั เมาประกอบดว้ ย ราคะ โทสะ โมหะ ธาตเุ มา
อนั นี้ยงั วุ่นวายอยใู่ นโลก พากันเดือดรอ้ นอยูใ่ นโลก เกดิ ทะเลาะววิ าทกันอยู่ในโลก
153
ฆา่ ฟนั ลม้ แทงกนั จนตดิ คกุ ตดิ ตะรางกนั ฟอ้ งรอ้ งกนั เปน็ คดโี รงรา้ นโรงศาล ประเทศ
ตอ่ ประเทศกเ็ กดิ สงครามฆ่าฟนั กัน สง่ิ เหล่านลี้ ้วนแต่เกดิ จากธาตุเมากันทั้งนั้น
ทา่ นผเู้ ปน็ สปั ปรุ ษุ นกั ปราชญ์ เมอ่ื มาพจิ ารณาตรติ รองในโลกนเ้ี ปน็ ของทวี่ นุ่ วาย
อยู่เช่นนี้ ทา่ นเหล่านนั้ ก็พากนั บ�ำเพ็ญทาน รกั ษาศลี ภาวนา ด้วยการสดับพระธรรม
เทศนาพากนั หลกี เรน้ ออกจากสงสาร หวงั ใจเดนิ ตามรอยพระพทุ ธเจา้ และพระอรยิ เจา้
ท้ังหลายท่ีเป็นประวัตกิ ารสัง่ สอนกนั สืบๆ มาเปน็ แบบ เป็นตัวพิมพ์ เมอ่ื ไมผ่ ิดธรรม
คำ� สง่ั สอนของพระพทุ ธเจา้ แมธ้ าตเุ มาอนั นสี้ สู่ งิ อยใู่ นดวงจติ ของผใู้ ด ไมว่ า่ หญงิ ชาย
ไมว่ า่ หนมุ่ เดก็ แก่ ชรา ทำ� ใหฆ้ า่ สตั ว์ กฆ็ า่ ไปเลยี้ งลกู เลย้ี งเมยี เลย้ี งผวั เลยี้ งหลาน
พอท่ีลักก็ลัก พอที่จะท�ำกามเสพสมบุตรภรรยาคนอ่ืนก็ท�ำไป พอท่ีมุสาหลอกลวง
อำ� พรางไป พอได้เลยี้ งชพี ชวั่ วนั หนึ่งๆ พอที่จะด่มื สรุ าเมรัยก็ด่ืมสรุ าเมรัยให้มนั เมา
เสียเงินเสยี ชอ่ื เสยี ง ดา่ บา้ นด่าเมอื งไปต่างๆ เม่อื เปน็ เช่นนี้กไ็ ด้ชอื่ ว่าผิดศีลผิดธรรม
คำ� สง่ั สอนของพระพทุ ธเจา้ คนเชน่ นไ้ี มม่ โี อกาสจะปฏบิ ตั ศิ ลี ธรรมภาวนา มคี ตอิ นั ชวั่ รา้ ย
บคุ คลคนน้นั มชี ีวิตอยู่ในโลกกห็ นกั โลก แมต้ ายไปก็ไปทุคติ หรือพูดง่ายๆ คอื นรก
นั่นเอง เป็นทีห่ นักใจแกพ่ ระยายมบาลจะลงโทษทณั ฑกรรมตา่ งๆ นี้แหละ ขอทา่ น
คณะอบุ าสกอบุ าสกิ าทงั้ หลายพงึ สนใจวา่ คนทท่ี ำ� ชวั่ ผดิ ศลี ธรรมแลว้ ตอ้ งไดร้ บั กรรม
อนั รา้ ยเชน่ นน้ั เพราะฉะนน้ั ใหพ้ ากนั เชอื่ กรรม เชอ่ื ผลของกรรมวา่ เราทำ� ดไี ดด้ ี ทำ� ชวั่
ไดช้ ่ัว เชน่ นั้น
ในทส่ี ดุ ธรรมเทศนาน้ี ขออวยพรใหท้ า่ นทง้ั หลายพงึ อยโู่ ดยอายุ วรรณะ สขุ ะ พละ
พรทง้ั ๔ ประการน้ี ประสทิ ธป์ิ ระสาทมาแตอ่ งคส์ มเดจ็ พระพทุ ธเจา้ ระหวา่ งทพี่ ระองค์
ทรงพระชนม์อย”ู่
154
พรรษาที่ ๓๙ พ.ศ. ๒๕๐๖
ได้อบุ ายธรรมจากกลั ยาณมติ ร
จ�ำพรรษา ณ ถ้�ำกลองเพล อ.หนองบวั ล�ำภู จ.อดุ รธานี
ออกพรรษา ปี ๒๕๐๕ ในเดือนตุลาคม ทา่ นกอ็ อกจากเขาสวนกวาง ขอนแก่น
กลับไปบ�ำเพ็ญเพียรท่ีถ�้ำมโหฬารอีกคร้ังหน่ึง ด้วยรสชาติอันดูดด่ืมแห่งการภาวนา
ณ ที่นัน้ ยังเป็นทร่ี ะลึกถึงอยู่ ท่านเดนิ ทางแบกบาตรแบกกลดไปแต่เพียงองค์เดียว
ทา่ นบันทึกไวใ้ นปลายปี ๒๕๐๕ วา่
“มาอย่ถู �ำ้ มโหฬาร มาตงั้ แต่เดือน ๑๑ ตลุ าคม จนถงึ เดอื นอา้ ย ๐๕ (ธันวาคม
๒๕๐๕ - ผู้เขยี น) อยู่ทนี่ ีส่ งัดดี วิเวกดเี หลอื ทีส่ ดุ เปน็ สปั ปายะทุกอยา่ ง อากาศดี
เสนาสนะดี อาหารดี แตบ่ ุคคลไมค่ ่อยดี ภาวนาไดท้ ัง้ กลางวันและกลางคนื ”
ทา่ นหลบอยใู่ นถำ้� หลกี เรน้ ตวั เรง่ ทำ� ความเพยี รอยา่ งหนกั ไมต่ ดิ ตอ่ กบั ญาตโิ ยม
หรือสำ� นวนของท่านท่ีวา่ “อาตมาไมร่ ับต้อนแขก” รับต้อน คอื “ต้อนรบั ” น่ันเอง
ทำ� ใหท้ า่ นไดร้ บั ความสงบกวา่ ทกุ แหง่ ทพี่ อมขี า่ วรว่ั ไปวา่ มพี ระธดุ งค์ หรอื โดยเฉพาะ
“หลวงปู่” ไปอยใู่ กลๆ้ กจ็ ะมผี ู้มารบกวนขอโน่นขอนี่ ซ่งึ คราวนท้ี ่านบนั ทกึ ไว้วา่
“ดี บัตรเบอร์ไม่มคี นมารบกวน เพง่ ไตรลกั ษณ์ดนี ัก”
พักจากการนง่ั ภาวนาหรือเดินจงกรม หลวงปูก่ ็ใชก้ ารเปล่ยี นอิริยาบถด้วยการ
พิจารณาธรรมชาตบิ า้ ง การอ่านพระไตรปฎิ กบา้ ง ดังท่ีเคยกลา่ วไวก้ ่อนหนา้ น้ีแล้ววา่
ในการออกเดินธดุ งคข์ องท่านทกุ ครง้ั นอกจากบรขิ ารจ�ำเป็นส�ำหรับสมณะแล้ว ทจ่ี ะ
155
ขาดไม่ได้ส�ำหรบั ทา่ นกค็ ือ หนังสือ ๒ หรือ ๓ เล่ม ซึ่งท่านจะต้องน�ำตดิ องค์ไป
ขนาดพอใสย่ า่ มจำ� นวนไมม่ ากเพอ่ื ประหยดั นำ�้ หนกั ในการตอ้ งสะพายขน้ึ เขาลงหว้ ยไป
ดว้ ยกัน โดยมากจะเป็นหนงั สือพระไตรปฎิ กเลม่ หนึง่ อีกเล่มหนง่ึ กเ็ ปน็ พวกบุพพ-
สกิ ขาวรรณนา หรอื อะไรทำ� นองนี้ และทส่ี ำ� คญั ทส่ี ดุ เปน็ สมดุ เลม่ เลก็ ทที่ า่ นจะบนั ทกึ
ขอ้ ธรรมะตา่ งๆ อนั อาจจะเปน็ หวั ขอ้ ธรรมทท่ี า่ นเหน็ วา่ สำ� คญั หลงั จากอา่ นหนงั สอื ใดๆ
มาแลว้ หรอื อาจจะเปน็ เรอื่ งทป่ี ระหวดั คดิ ถงึ เหตกุ ารณ์ หรอื ธรรมะทท่ี า่ นไดร้ บั การอบรม
มาจากบรู พาจารยอ์ งคใ์ ดองคห์ นงึ่ ของทา่ นแตก่ อ่ นเกา่ หรอื เปน็ ธรรมะทผี่ ดุ พรายขน้ึ มา
หลังการภาวนา ส่งิ เหลา่ นี้ทา่ นจะบันทกึ ลงไปโดยส้ินเชิง
อยู่ถำ้� มโหฬาร ท่านไดอ้ ่านพระไตรปิฎกซ้ำ� แลว้ ซ�้ำอีก ไดบ้ ันทึกความที่เหน็ ว่า
ส�ำคัญลงไปมากมายหลายประการ ถ้�ำมโหฬารนี้ ท่านเคยมาวิเวกหลายคร้ัง และ
ครง้ั สดุ ทา้ ยไดม้ าจำ� พรรษาอยเู่ มอื่ ปี ๒๕๐๓ เหน็ วา่ เปน็ ทส่ี ปั ปายะแกก่ ารบำ� เพญ็ เพยี ร
ท่านจงึ หวนกลบั มาอยู่ และการบ�ำเพ็ญเพียรคงไดผ้ ลดีมาก ทา่ นจึงอยถู่ งึ ๓ เดอื น
เมอื่ ลว่ งขน้ึ ปใี หม่ ปี ๒๕๐๖ อนั เปน็ ฤดกู าลทหี่ มดฝนแลว้ ตามวดั ตา่ งๆ กเ็ รม่ิ มี
งานบญุ กนั การมาอยใู่ นละแวกถนิ่ บา้ นเกดิ หลวงปใู่ นฐานะทเ่ี ปน็ “ลกู ” ของจงั หวดั เลย
และหมเู่ พอ่ื นยกยอ่ งวา่ มวี าทะโวหารดี สามารถพดู จาโนม้ นา้ วจติ ใจญาตโิ ยมพทุ ธบรษิ ทั
ให้เล่ือมใสศรัทธาในการบุญการทานการกุศลได้ดีกว่าหมู่พวก จึงได้รับนิมนต์ให้
เปน็ ผเู้ ทศนาในการเรมิ่ งานบญุ บา้ ง เขยี นใบเชญิ ชวนบอกกำ� หนดการบญุ ในนามของ
เจ้าอาวาสบา้ ง เผอญิ ทา่ นเปน็ คนละเอยี ดลออ เทศน์ไปให้แล้ว เขยี นใบเชิญชวนให้
ไปแล้ว ทา่ นกบ็ ันทึกข้อความไว้ในสมุดสว่ นตัวของท่านพร้อมทัง้ มีวันทกี่ �ำกบั ท�ำให้
ติดตามประวตั ิทา่ นไดว้ า่ ขณะน้นั ทา่ นอยู่ ณ จุดใดทใ่ี ดในประเทศไทย เชน่ วนั ที่
๒๓-๒๔ มกราคม พ.ศ. ๒๕๐๖ ตรงกับวันแรม ๑๔-๑๕ คำ�่ เดือนย่ี ท่านกำ� ลงั อยู่
ทถ่ี ำ้� แกง้ ยาว บนั ทกึ ยอ่ ขอ้ ความสำ� หรบั เทศนาทจี่ ะแสดงในการบญุ ของถำ�้ ผาปู่ ซงึ่ ไดม้ ี
ศรทั ธาญาตโิ ยม นายอำ� เภอ บรจิ าคทรพั ยจ์ ดั สรา้ งทาง ๔ สาย เขา้ วดั ถำ้� ผาปู่ พรอ้ มทงั้
ศาลาหอฉัน อีกไม่นานต่อมาก็จะเป็นบันทึกข้อความโดยละเอียดของเทศนาที่ท่าน
แสดงโดยพสิ ดาร ณ ถำ้� ผาปู่ ถงึ การบญุ และอานสิ งสต์ า่ งๆ รวมทงั้ ขอ้ ความพรรณนา
สรรเสรญิ ความสงดั วเิ วกของถำ้� ผาปดู่ ว้ ย สว่ นใหญจ่ ะเปน็ วดั ในเขตละแวกใกลเ้ คยี ง
156
แตบ่ างครง้ั กจ็ ะเปน็ วดั ทอี่ ยใู่ นอำ� เภอหา่ งไกลออกไป คงจะไมผ่ ดิ นกั ทจี่ ะกลา่ ววา่ ในเขต
อำ� เภอเมอื ง วงั สะพงุ ภกู ระดงึ เชยี งคาน หากวดั กมั มฏั ฐานวดั ใดจะมงี าน วดั นน้ั กจ็ ะ
มานมิ นต์หลวงปู่ไปร่วมงานโดยใหเ้ ป็นองค์สาธกอานสิ งส์แหง่ การบุญเสมอ
ทา่ นไดท้ ำ� ความเพยี รเพอื่ ตน เปน็ อตั ตตั ถประโยชน์ ชว่ ยงานหมพู่ วกและญาตโิ ยม
เปน็ ญาตตั ถประโยชน์ สว่ นปรมตั ถประโยชน์ อนั เปน็ ประโยชนส์ ดุ ยอดสงู สดุ เพอื่ ความ
เกษม หลดุ ส้นิ แหง่ อาสวกิเลสทง้ั ปวงน้ัน ท่านก็ก�ำลังทำ� ความพากความเพียรอยู่ แต่
ครบู าอาจารยท์ เี่ มตตาสง่ั สอนทา่ นมา ดง่ั เชน่ ทา่ นพระอาจารยบ์ ญุ ทา่ นพระอาจารยเ์ สาร์
และทา่ นพระอาจารยม์ น่ั แตล่ ะองคล์ ว้ นมพี ระคณุ ลน้ ฟา้ ลน้ ดนิ ซง่ึ หลวงปทู่ า่ นไดเ้ ทดิ ทนู
ไวเ้ หนอื เศยี รเกลา้ ดว้ ยความเคารพรกั นนั้ แตล่ ะองคท์ า่ นกไ็ ดน้ พิ พานไปแลว้ คงมแี ต่
“ตน” ซงึ่ จะตอ้ งเปน็ ทพ่ี งึ่ แหง่ ตนอยใู่ นขณะนอ้ี ยา่ งเดยี วดาย ทา่ นเลา่ วา่ นกึ ถงึ ตนขณะนนั้
บางครัง้ ใหเ้ กดิ ความรู้สึกว้าเหวน่ ัก
ปี ๒๕๐๖ น้ี ทา่ นไดต้ กลงใจไปจำ� พรรษา ณ ถำ้� กลองเพล อกี ครงั้ หนงึ่ ดว้ ยรำ� ลกึ
นกึ ถงึ หลวงปขู่ าว ซงึ่ เปน็ กลั ยาณมติ รสนทิ สนมกนั วา่ อะไรกเ็ หน็ ดว้ ยกนั ไมข่ ดั แยง้ กนั
ทา่ นบนั ทกึ ถงึ การจ�ำพรรษาอยู่ ณ ถำ�้ กลองเพลไวส้ นั้ ๆ ว่า
“พ.ศ. ๒๕๐๖ จำ� พรรษาอยู่ ณ ถำ�้ กลองเพล ภาวนาดนี กั เสนาสนะดี ปรโุ ปรง่
แจบจมดี ไดก้ ลั ยาณมิตรดี ทา่ นอาจารย์ขาว ดีกวา่ จ�ำพรรษา ณ ทีอ่ น่ื ”
ต่างองค์ต่างอยู่ในท่ีภาวนากันเหมือนดังท่ีท่านเคยได้มาจำ� พรรษาอยู่แล้วในปี
๒๕๐๑-๒๕๐๒ บริเวณวดั ถ�ำ้ กลองเพลน้ันกว้างขวางมาก เปน็ ป่า เป็นเขา มีโขดหนิ
มธี ารนำ�้ เตม็ ไปทงั้ บรเิ วณวดั จะอยทู่ ใ่ี ดกเ็ ปน็ ทเ่ี งยี บสงบ สตั วป์ า่ กย็ งั มอี ยมู่ าก โดยเฉพาะ
อย่างยิ่งพวกช้างป่า ซึ่งดูจะเป็นมิตรสนิทสนมกับหลวงปู่ขาวอย่างยิ่ง ท่านเล่าว่า
หลวงปขู่ าวนนั้ มบี ญุ บารมเี กยี่ วกบั ชา้ งมากมาย เหน็ ทวี า่ ทา่ นคงจะเคยมชี าตกิ ำ� เนดิ เกา่
มาแตป่ างกอ่ นเปน็ พญาชา้ ง บรรดาชา้ งซงึ่ เกดิ ในชาตปิ จั จบุ นั จงึ เคารพยำ� เกรงทา่ นมาก
สมยั เมอ่ื ทา่ นขนึ้ ไปจงั หวดั ภาคเหนอื เพอ่ื ตดิ ตามหาทา่ นพระอาจารยม์ นั่ เมอ่ื ไดพ้ บทา่ น
ระยะหนง่ึ กธ็ ดุ งคไ์ ปดว้ ยกนั ไดม้ ชี า้ งออกหากนิ อยขู่ วางทางซง่ึ เปน็ ไหลเ่ ขา ทางนนั้ เปน็
ทางซ่งึ หมิ่นเหม่ทจี่ ะตกลงเหวอกี ข้างหน่ึง ดา้ นหนึง่ เปน็ เขาอนั สูงชัน เป็นทอ่ี นั จ�ำกัด
157
แลว้ ชา้ งนนั้ กย็ งั ขวางทางอยู่ ทา่ นพระอาจารยม์ น่ั กบ็ อกใหห้ ลวงปขู่ าวใหจ้ ดั การ “เจรจา”
กับช้างเหล่าน้ัน เข้าใจว่าโดยที่ท่านพระอาจารย์ม่ันหย่ังรู้ถึงอดีตชาติของหลวงปู่ขาว
ทา่ นจงึ บอกเชน่ นนั้ หลวงปขู่ าวกอ็ อกหนา้ หมเู่ พอ่ื นเขา้ ไปเจรจากบั ชา้ งบอกวา่ “พช่ี าย
ทา่ นกเ็ ป็นสัตวซ์ ่ึงใหญน่ า่ กลวั พวกเราเป็นมนุษย์ จะต้องเดินทางต่อไปทางนี้ ซ่ึงมี
ทางเดยี ว ไมอ่ าจจะหลกี เลยี่ งไปทอ่ี นื่ ได้ ขอใหพ้ ช่ี ายจงเหน็ ใจเรา เพราะรา่ งของทา่ นนนั้
กแ็ สนจะนา่ กลวั ถา้ เผอื่ เหน็ ใจกนั ได้ ขอใหท้ า่ นเอาหนา้ ซกุ เขาหลบทางใหพ้ วกเราวางใจ
วา่ ทา่ นจะไมท่ ำ� อนั ตราย เราจะไดเ้ ดนิ ทางผา่ นไป พวกเราเปน็ เพศนกั บวช จะพากนั ไป
เจรญิ ศลี ภาวนา ไดก้ ศุ ลกจ็ ะไดแ้ ผเ่ มตตาใหแ้ กท่ า่ น ขอใหผ้ า่ นทางใหแ้ กเ่ ราดว้ ยเถอะ”
หลวงป่ขู าวบอกว่าช้างนั้นกด็ ูแสนร้คู ำ� พูดนัน้ ฟงั แล้วก็น่ิงหนั หลังให้ เอาหน้าซกุ เข้า
กอ้ นหนิ ดทู า่ ทางจะรู้ภาษากนั ดี ดังน้นั คณะธุดงคช์ ุดน้ันกเ็ ดินผา่ นเขาไปได้ ขอ้ น้ี
ซง่ึ หลวงปูบ่ อกวา่ เปน็ อศั จรรยข์ อ้ หน่งึ
จำ� พรรษาในปนี ี้ ทา่ นไดแ้ ยกอยหู่ า่ งจากหมเู่ พอื่ น มาอยคู่ นเดยี วอกี ดา้ นหนง่ึ ของ
บริเวณถำ�้ กลองเพล มานั่งคิดนึกถึงตนแล้วก็ให้นึกสะท้อนใจ ท่านรู้องค์ว่าท่านได้
พยายามปฏบิ ตั บิ ำ� เพญ็ เพยี รภาวนามาอยา่ งเดด็ เดย่ี ว สงิ่ ใดทค่ี รบู าอาจารยพ์ ดู วา่ ใหก้ ลา้
ให้ทำ� ความเพยี ร ก็ไดพ้ ยายามทำ� ตามคำ� ที่ท่านแนะน�ำ หรอื ได้ยนิ ไดฟ้ งั ท่านพดู ท่าน
อบรมให้ฟงั อยา่ งเชน่ การอดนอน ผอ่ นอาหาร ผ่อนขา้ ว ผอ่ นนำ�้ อาหารเคยฉัน
เตม็ อิ่มก็ลดละใหเ้ หลือเพยี งวนั ละ ๒๐ ค�ำ ผ่อนเหลอื ๑๐ คำ� ๕ ค�ำ หรือไมฉ่ นั เลย
กม็ ี ไมฉ่ นั เป็นวันๆ หรอื เปน็ อาทติ ย์กม็ ี อดข้าวเพื่อจะดูก�ำลังความเพยี รของตนวา่
จะสามารถอดทนไดเ้ พยี งใด สว่ นนำ้� นน้ั กแ็ สนจะประหยดั มธั ยสั ถ์ ใชว้ นั ละกา ครง่ึ กา
เป็นทก่ี ล่าวขวญั กันมานานแลว้ เคยพดู กันวา่ อดขา้ วนน้ั อดได้ แตอ่ ดน�้ำนนั้ ลำ� บาก
แตท่ า่ นเองกพ็ ยายามแมแ้ ต่การอดน้�ำ
ทา่ นเคยไดร้ บั คำ� ทกั จากครบู าอาจารยว์ า่ ทา่ นนน้ั เปน็ คนราคะจรติ คอื เปน็ คนรกั
สวยรกั งาม ชอบความเปน็ ระเบยี บเรยี บรอ้ ย เหน็ สงิ่ ไมง่ ดงามจะทนไมไ่ ด้ ทา่ นกพ็ ยายาม
ทรมานตนเองใหเ้ หน็ เปน็ อสภุ ะ ความไมส่ วยไมง่ ามของกาย แมแ้ ตเ่ ครอื่ งนงุ่ หม่ จวี ร
กต็ อ้ งเยบ็ ปะชนุ จนแทบจะหาเนอ้ื เดมิ ไมไ่ ด้ เอาผา้ บงั สกุ ลุ หรอื ทเี่ ขาเรยี กวา่ ผา้ เกลอื กฝนุ่
ทที่ งิ้ ไวต้ ามทงุ่ นาเอามาปะเยบ็ เปน็ ของตน หากมใี ครถวายจวี รใหมส่ บงใหม่ กจ็ ะถวายให้
158
พระองคอ์ นื่ ไป แตต่ วั เองนน้ั จะตอ้ งใชข้ องเกา่ ซอมซอ่ ดสู กปรก เพราะปะซำ�้ แลว้ ซำ�้ เลา่
แตค่ วามจรงิ กต็ อ้ งซกั ใหส้ ะอาดเรยี บรอ้ ยอยเู่ สมอ ทา่ นทรมานตนเพอ่ื ทจี่ ะไมใ่ หเ้ ปน็ คน
ราคะจรติ รกั สวยรกั งาม อดทนทกุ อยา่ ง เพราะวา่ จติ เดมิ เคยรกั ความงาม เคยเกดิ มา
ในบา้ นในตระกลู ทรี่ ำ�่ รวยมอี นั จะกนิ เคยกบั ของงามของสงู กด็ ดั สนั ดานจติ ของตนให้
ไปเคยชนิ ชากบั ความไมส่ วยงาม คดิ ขนึ้ มาไดว้ า่ แมแ้ ตพ่ ระสมั มาสมั พทุ ธเจา้ กเ็ กดิ ใน
ปราสาทราชวงั เกดิ เปน็ กษตั รยิ ส์ ขุ มุ าลชาติ มนี างสนมกำ� นลั หอ้ มลอ้ ม มคี วามสขุ ความ
สบาย แต่กระน้นั ทา่ นกย็ งั กล้าสละความสำ� ราญความสบายเหลา่ น้นั ออกมาแสวงหา
โมกขธรรม ตวั เรานนั้ เทยี บไมไ่ ดเ้ ลยกบั องคพ์ ระบรมศาสดา ไฉน ทำ� ไมเราจะทำ� เปน็
คนทุกขค์ นยากลำ� บากเชน่ น้ันไม่ได้
สว่ นการพกั การนอนนนั้ ทา่ นกท็ ำ� เนสชั ชกิ อธษิ ฐานไมน่ อน ไมย่ อมใหห้ ลงั แตะพนื้
เปน็ เดอื นๆ อยูเ่ พยี งในอริ ยิ าบถ ๓ คือ เดนิ ยืน และนง่ั เทา่ นนั้ สว่ นอาหารการกนิ
ก็อย่างทีก่ ลา่ วมาแลว้ วา่ ให้อยดู่ ้วยความอดอยากยากแค้นเหลือเกนิ การเดนิ จงกรม
กเ็ ดินคร้งั ละเป็นครง่ึ ค่อนวนั เดนิ จนเทา้ แทบจะแตก ทะลุ แต่สว่ นใหญก่ ็ได้เพียง
ความสงบ จะพจิ ารณาใหเ้ หน็ เปน็ ไตรลักษณก์ ็ดูเลอื นรางอยู่ อยา่ งเชน่ การม้างกาย
เหน็ เปน็ ปฏภิ าคนมิ ติ คลอ่ งแคลว่ วอ่ งไว กำ� หนดไปครงั้ ใด จติ จะรวมลง กายแตกแยก
เปน็ สว่ นๆ กำ� หนดไปให้กายราบ กองรา่ งกายท่แี ยกออกเป็นส่วนน้นั ใหร้ าบลงเป็น
หนา้ กลอง กำ� หนดใหก้ ลบั คนื ขนึ้ มาเปน็ กาย ขยายไปใหใ้ หญโ่ ตจนกายนนั้ จะใหญค่ บั
หอ้ งคบั ถำ�้ หรอื จะยน่ ยอ่ ลงเลก็ ในขนาดเทา่ ตกุ๊ ตนุ่ ตกุ๊ ตาตวั นอ้ ย ทำ� ไดห้ มด จนกระทงั่
มา้ งกายตนเองก็กระท�ำได้วอ่ งไว ม้างกายไปสนกุ จนกระทงั่ เก่งกลา้ ไปม้างกายครบู า
อาจารย์ จนกระทงั่ ถกู ดถุ กู กำ� ราบ สมยั ทอี่ ยวู่ ดั ปา่ บา้ นหนองผอื นน้ั ทา่ นนกึ ขนึ้ มาแลว้
กแ็ สนจะใหน้ กึ อายใจทก่ี ลา้ ดมี า้ งทา่ นพระอาจารยม์ นั่ ไปดจู ติ ของทา่ นจนเหน็ แสงจติ
ทา่ นเปน็ สที องสวา่ งไสว ทา่ นพระอาจารยม์ น่ั ทา่ นรู้ ทา่ นจงึ กำ� ราบเสยี ยกใหญ่ ดเู ปน็ การ
ทส่ี นกุ สนานทจ่ี ะไดม้ า้ งกาย ไดร้ จู้ ติ คนอน่ื แตน่ น่ั กเ็ ปน็ เพยี งดา้ นสมถะ ครบู าอาจารย์
สอนใหเ้ อาไตรลกั ษณเ์ ขา้ ฟอกกร็ อู้ ยู่ มนั กเ็ ปน็ หลกั เกณฑอ์ ยู่ แตจ่ ะบอกวา่ อนจิ จฺ ํ เปน็
ทกุ ขฺ ํ เปน็ อนตตฺ า ปากมนั วา่ เปน็ อนจิ จฺ ํ ทกุ ขฺ ํ อนตตฺ า แตใ่ จมนั ยงั ไมย่ อมรบั เหมอื นกบั
มีอะไรทีม่ าปกคลมุ กนั้ กางอยู่
159
หลวงปู่เล่าว่า เมอื่ ท่านมองดูหมู่เพือ่ นใครๆ ท่รี ุ่นราวคราวเดยี วกัน อยา่ งเช่น
หลวงปขู่ าว ซงึ่ เปน็ สหธรรมกิ ไดบ้ วชในเวลาเดยี วกนั เปน็ คนู่ าคซา้ ยขวาดว้ ยกนั กด็ ู
ท่านจะผา่ นไปสคู่ วามสงบถงึ ทสี่ ดุ ของจิตนานแล้วกอ่ นหน้าเราหลายปี ตวั เราน้ันเปน็
อย่างไรถงึ ท�ำไมไ่ ด้ เพ่อื นเราซ่ึงบวชพรอ้ มกนั กับเรา ทำ� ไมท่านท�ำได้ เราเป็นอย่างไร
ไม่ได้กนิ ขา้ วเหมือนกับเขาหรอื เลือดของเราไมม่ ีสีแดงเหมอื นกันหรือ ท่านไม่มหี ิว
ไม่มีกระหาย ไม่หนาว ไมร่ อ้ น ไมเ่ จบ็ ไมไ่ ข้ ดกี วา่ เรากระนัน้ หรอื กต็ ่างคนก็ตา่ ง
เหมอื นกนั ทำ� ไมทา่ นจงึ ทำ� ได้ ทำ� ไมเราจงึ ทำ� ไมไ่ ด้ เถอะนา่ หลวงปไู่ ดพ้ ยายามคดิ ถงึ
เรอ่ื งน้รี ะหว่างท�ำความเพียร ท่านบอกวา่ บางครั้งท่านรสู้ ึกว้าเหว่และอาจจะนอ้ ยเน้ือ
ตำ�่ ใจ ซงึ่ กร็ วู้ า่ เปน็ ความคดิ ทไี่ มถ่ กู แตม่ นั กพ็ ยายามสรา้ งขนึ้ เพอ่ื ใหเ้ กดิ ความอตุ สาหะ
วริ ยิ ะทจ่ี ะทำ� ความเพยี ร แตท่ า่ นกท็ ราบดวี า่ การทำ� ความเพยี รนน้ั ทา่ นกไ็ มไ่ ดย้ อ่ หยอ่ น
น้อยหน้ากว่าใคร แต่มนั อาจจะเปน็ ไดไ้ หมวา่ ปญั ญายงั ไม่ไดเ้ กดิ ข้นึ ปญั ญาซึง่ เป็น
ประดุจเส้นผมบังภูเขาซึ่งเราเองนึกไม่ออก แต่คนอื่นจะนึกออก หวนนึกถึงค�ำที่
ทา่ นอาจารยม์ น่ั ทา่ นไดเ้ คยพดู วา่ ทอ่ นซงุ นน้ั มนั ไมเ่ ขา้ ตาใครหรอก เสน้ ผมเลก็ ๆ นน้ั
ต่างหากเลา่ ทจี่ ะเข้าไปในดวงตา ก�ำบงั ตาไมใ่ ห้เหน็ ประการใด
คนื วนั นนั้ หลังจากที่เดนิ จงกรมแลว้ ระยะหนึ่ง กไ็ ดม้ าพบคุยกนั กับหลวงปู่ขาว
แสดงธรรมสากัจฉาซึ่งกันและกัน หลวงปู่เล่าว่า หลวงปู่ขาวก็คงจะเข้าใจความคิด
ของทา่ น แตก่ ม็ ไิ ดพ้ ดู ใหเ้ ปน็ ทกี่ ระเทอื นใจ ทา่ นคงเขา้ ใจดวี า่ ระยะนนั้ เพอื่ นสหธรรมกิ
ของทา่ นก�ำลงั กระสับกระส่ายท่จี ิตไมเ่ ปน็ ไปตามที่ต้องการ แต่ทา่ นจะพดู อะไรตรงๆ
กล็ �ำบาก ทา่ นก็ไดแ้ ต่เปรยขึน้ หลวงปขู่ าวทา่ นท�ำทเี ป็นเล่าถงึ เรอ่ื งสมัยทท่ี ่านยงั อยู่
เชยี งใหมก่ บั ทา่ นพระอาจารยม์ นั่ ขณะทนี่ งั่ ภาวนาอยขู่ า้ งลา่ ง ทา่ นกไ็ มส่ บายใจ นกึ บน่ วา่
ทำ� อย่างไรๆ ท�ำไมจิตมนั จึงแข็งอยู่อย่างนนั้ ทำ� สมาธิก็ไม่ลง ท�ำอยา่ งไรๆ ก็ไมล่ ง
ทำ� อยา่ งไรๆ มนั กไ็ มส่ งบ ทา่ นรำ� คาญเตม็ ทจี งึ โกรธวา่ ตวั เองขน้ึ มาวา่ “น่ี มนั ผนี รกวงิ่
ขน้ึ มาจากอเวจีนีน่ า จิตมนั ถงึ ได้แข็งกระด้างอย่างนี้ ไฟเผามันอยา่ งน้ี นา่ จะกลบั ให้
มนั ลงไปอเวจีอีก อย่าให้มันข้นึ มา ใหอ้ เวจมี ันเผา”
ทา่ นดา่ มนั เสรจ็ แลว้ กล็ งนอน พอตนื่ เชา้ หลวงปขู่ าวกข็ นึ้ ไปจดั การถา่ ยกระโถน
ของทา่ นอาจารยม์ ั่น ปฏิบตั ทิ า่ นอาจารยข์ องท่าน ท่านอาจารย์กล็ ุกขนึ้ มาวา่
160
“เอ๊ะ ทา่ นขาว ทา่ นทำ� ไมทำ� อยา่ งนี้ ทา่ นก็เปน็ ผปู้ ระเสริฐ เป็นมนษุ ย์ประเสรฐิ
อยแู่ ลว้ มาดา่ ตวั เองเฮด็ หยงั (ทำ� ไม) ใหล้ งนรกอเวจอี ยา่ งไร ไมถ่ กู นี่ ทา่ นมาประจานตน
วา่ ตนอยา่ งน้ีไมไ่ ด้ ทา่ นกท็ ำ� ความเพยี รอย่างดแี ลว้ จะไปวา่ มนั ทำ� ไม ถา้ วา่ หนกั ๆ เขา้
ทา่ นอาจฆา่ ตวั ตายไดน้ ะ และถา้ เผลอไปฆา่ ตวั ตายเขา้ แลว้ ชาตนิ ี้ ตอ่ ไปนบั ชาตไิ มไ่ ดน้ ะ
ทจ่ี ะตอ้ งวกวนกลบั ไปฆา่ ตวั ตายอกี ฆา่ ตวั ตายน่ี ถา้ ทา่ นเรม่ิ ขน้ึ ชาตหิ นง่ึ แลว้ กจ็ ะตอ้ งตอ่
อกี ๕๐๐ ชาติ แล้วก็ไปเทีย่ วเอาภพเอาชาตผิ ูกเวรผกู กรรมกนั ฆ่าตวั ตายอยู่อย่างน้ัน
อย่าไปทำ� อีกนะทา่ น ไม่ถกู ตัวเองบริสทุ ธอิ์ ยู่ ทำ� ไมถึงไปทำ� ตนไปดา่ ตนอย่างนี”้
หลวงปขู่ าวบอกวา่ ใครไปนกึ อยา่ งไร ทำ� อยา่ งไรอยทู่ ไ่ี หน ทา่ นพระอาจารยม์ น่ั
ทา่ นรหู้ มด ทา่ นกอ็ ยกู่ ุฏิของท่าน อยทู่ ี่โนน่ แหละ แต่ทำ� ไมท่านร้จู ิตคนอน่ื กไ็ ม่ทราบ
ถึงถูกท่านพระอาจารยม์ ่นั ดุแลว้ แต่หลวงปขู่ าวทั้งๆ กลวั มนั ก็ยงั นกึ โกรธตัวเองอยู่
นน่ั แหละ ขน้ึ ไปอยดู่ อยมเู ซอกบั พวกมเู ซอ เสอื กม็ ตี วั ใหญๆ่ ลายพาดกลอน เดนิ อยู่
กลางคนื ก็นึกบอก “เจา้ น่มี ันเลวจริงๆ มันเปน็ หยัง มันหยาบแท้ มนั แข็งแท้ ใหเ้ สอื
มาคาบมึงไปกินซะ”
หลวงปขู่ าวทา่ นเลา่ สมยั นน้ั ทา่ นเปน็ คนโทสะจรติ ทา่ นโกรธงา่ ย โกรธน่ี สมยั ท่ี
ทา่ นมลี กู เลก็ ลกู รอ้ งไห้ ทา่ นจบั ขาแขวนหอ้ ยลงมาแลว้ ตกี น้ ทง้ั ตที ง้ั ดา่ มอี ะไรนดิ หนอ่ ย
กโ็ กรธ ไมน่ า่ เชอ่ื เลยเมอ่ื ไดย้ นิ อยา่ งนี้ เพราะวา่ ภาพหลวงปขู่ าวทพ่ี วกเราเหน็ ระยะหลงั
ทา่ นงามพรอ้ ม ยม้ิ ของทา่ นเปน็ ยม้ิ ทเ่ี ปดิ โลกสวา่ งเขา้ ไปในหวั ใจ ยมิ้ ทท่ี ำ� ใหท้ กุ คนได้
เหน็ แล้วก็ชน่ื ใจเต็มไปดว้ ยความเมตตากรณุ าอยา่ งทสี่ ุด แตท่ ่านบอกว่าเดมิ น้นั ท่าน
เปน็ คนโทสะจรติ นแี่ หละ สง่ิ ทห่ี ลวงปหู่ ลยุ เลา่ ใหฟ้ งั ถงึ เรอ่ื งเกา่ ๆ หลวงปขู่ าวกเ็ ลา่ ให้
ทา่ นฟังวา่ ด่าตวั เอง นกึ วา่ ตัวเอง โกรธที่จติ ไมล่ ง ใหเ้ สอื มาเอาไปกนิ ซะ นึกว่าดา่ มัน
ได้แลว้ จติ มนั จะไดก้ ล้า มันจะได้เกรง ออ่ นน้อมยอมต่อเรา ทา่ นด่าไปจบแลว้ ก็ไป
เดนิ จงกรม น่งั สมาธิ นงั่ อย่างไรๆ จติ มนั ก็ไมล่ ง ทา่ นกเ็ ลยนอน
คนื นน้ั ทา่ นบอกวา่ พอหลบั ไปปรากฏมนี มิ ติ เหน็ มารดามานงั่ อยขู่ า้ งๆ เหน็ พวก
มเู ซอมาจากไรห่ อบผกั ใสต่ ะกรา้ แบกขนึ้ หลงั มา โยมมารดาทา่ นบน่ ขน้ึ วา่ “ขาว ขาว นที่ ำ�
อยา่ งไรถงึ เป็นหนอ”
161
พวกมูเซอก็พูดว่า “ไมย่ ากๆ เอาของออ่ นให้กนิ เดอ้ อยา่ ไปกนิ ของแข็ง ถา้ กนิ
ของแข็งไมเ่ ปน็ กินของออ่ นล่ะเปน็ ”
แมท่ ่านก็เลยบอกวา่ “ไม่เขา้ ใจ เปน็ อย่างไร ของอ่อน ของแขง็ ” แม่ทา่ นก็เอ้นิ
(เรยี ก) ถามขนึ้ วา่ “ของอ่อนมอี ะไรไหม”
“ของออ่ นก็อยา่ งสาหรา่ ยไงล่ะ”
แมท่ า่ นกบ็ อกว่า “ขาว ขาว กนิ ของออ่ นเดอ้ ”
ทา่ นตนื่ ขน้ึ จากนมิ ติ ความฝนั ไปนง่ั สมาธิ เรม่ิ ตน้ พจิ ารณา พจิ ารณาของแขง็ กอ่ น
“อะไรหนอทีม่ ูเซอวา่ เป็นของแขง็ เรามีอะไรทีเ่ ขาว่าเรากนิ ของแขง็ ”
พจิ ารณาไปๆ มาๆ ผรู้ กู้ ต็ อบขน้ึ วา่ “ทวี่ า่ ของแขง็ คอื ความโกรธ ความมกั โกรธ
น่นั แหละของแข็งล่ะ”
“แลว้ อ่อนละ่ ทบ่ี อกวา่ ใหเ้ อาของออ่ นมากนิ อะไรคอื ของอ่อน” พิจารณาไปๆ
มาๆ กร็ ู้ขึน้ ว่า “ของออ่ นกต็ อ้ งเอาเมตตา”
ทา่ นไดข้ อ้ คดิ อนั นน้ั ตอ่ นน้ั มาทา่ นกแ็ ผเ่ มตตาทวั่ สารทศิ แผแ่ มแ้ ตส่ ตั วท์ ง้ั หลาย
แผเ่ มตตาไปไมแ่ ตญ่ าตพิ นี่ อ้ ง เพอื่ นฝงู มติ รสหาย แมแ้ ตศ่ ตั รกู แ็ ผไ่ ป แผไ่ ปโดยไมม่ ี
ประมาณ ความโกรธทเ่ี คยสงิ อยใู่ นดวงจติ นนั้ กค็ อ่ ยๆ ออ่ นลง ออ่ นลง แทบจะไมน่ กึ
โกรธอะไรเลย มแี ต่ความเมตตาสงสารสรรพสัตวท์ ั้งหลายทัว่ โลก ใหน้ กึ เหน็ ใจเขา
เขาจะท�ำอะไรที่ผิดไปบ้าง เขาก็ไม่ต้ังใจ หากเขาตั้งใจ ก็เห็นใจว่าเขาเป็นอย่างนั้น
เขาถงึ ได้ทำ� อย่างนน้ั เปน็ ความล�ำบากของเขาเองที่เขาไม่ดี ไมไ่ ดเ้ กยี่ วอะไร ให้นกึ
สงสารเขา
เมอื่ แผเ่ มตตาไปๆ ความโกรธนน้ั กค็ อ่ ยๆ ออ่ นลง จติ กไ็ มค่ อ่ ยแขง็ จติ ออ่ นแลว้
จิตอ่อนควรแก่การงานแลว้ นึกจะทำ� อะไรกไ็ ด้ เป็นจิตทด่ี ี เป็นจติ ทีค่ วรชม ควรแก่
การงาน จะพจิ ารณาอะไรกไ็ ด้ จติ อ่อน หมายถงึ วา่ จิตเบา จติ ว่าง
162
ทา่ นเลา่ ใหห้ ลวงปหู่ ลยุ ฟงั แลว้ ทา่ นกห็ วั เราะวา่ ตอนนนั้ ในนมิ ติ ทเ่ี กยี่ วกบั โยมแม่
มาพดู “ขาว ตอ้ งกนิ ของออ่ นเดอ้ ” มนั ชดั อยใู่ นใจ ไมม่ นี มิ ติ อนั นนั้ ทา่ นจะคดิ ไมอ่ อก
มนั เป็นเสน้ ผมบงั ภเู ขาจรงิ ๆ
หลวงปูห่ ลุยไดย้ นิ ท่านกไ็ ด้คดิ วา่ อุบายธรรมทัง้ หลายนั้นมนั ไมไ่ ด้ตรงเป็นการ
ชี้แจงอธบิ ายอะไรตรงไปตรงมา คำ� พดู บางคำ� พูดนดิ พูดหน่อยกจ็ ะสามารถสะกดิ ใจ
ผู้เป็นปราชญ์ให้คิดขึ้นได้เอง ท่านก็กลับมาหวนพิจารณาตัวท่านเอง ความโกรธ
ทา่ นไมไ่ ดม้ อี ยา่ งทา่ นอาจารยข์ าว แตท่ า่ นมอี ะไรทที่ า่ นรอู้ ยวู่ า่ มนั คา้ งคาอยู่ อบุ ายธรรม
เกี่ยวกับเรือ่ งของออ่ น ของแข็ง ของหลวงปูข่ าว กก็ ลับมาทำ� ใหท้ ่านคิดได้ สง่ิ นั้นคอื
สงิ่ ทไ่ี ดค้ า้ งอยใู่ นใจมานาน ทา่ นกไ็ มค่ อ่ ยยอมบอกใหแ้ กใ่ คร เกรงเพอ่ื นจะวา่ คดิ การ
ใหญโ่ ต คดิ เกนิ ตวั นนั่ กค็ อื การทท่ี า่ นปรารถนาพทุ ธภมู ิ ตอ้ งการเปน็ พระปจั เจกพทุ ธเจา้
ไดต้ รสั รธู้ รรมโดยตนเอง ไมต่ อ้ งอาศยั คำ� สง่ั สอนของใคร อาจารยข์ องทา่ นทไ่ี ดท้ ราบแต่
องคแ์ รก กค็ ือทา่ นพระอาจารยส์ งิ ห์ ทีห่ ลุดปากสารภาพไปกเ็ พราะว่าได้เกดิ เร่ืองรอย
อดตี ทฝ่ี งั มาแตช่ าตกิ อ่ น ซง่ึ ทา่ นไดพ้ ยงุ พาไปหนจี ากอนั ตรายจากพรหมจรรยไ์ ปวดั ปา่
บ้านเหล่างาในคร้ังกระนั้น ส่วนท่านพระอาจารย์ม่ัน ในภายหลังก็คงทราบเช่นกัน
เพราะตอนหลังทา่ นก็มเี มตตาและเห็นใจว่าหลวงปูย่ ังสละละความปรารถนาท่จี ะเปน็
พระปจั เจกพทุ ธเจ้าไม่ค่อยเดด็ ขาด การดุว่าตอนหลังทา่ นจงึ เพลาไปมาก
หลวงปู่ท่านบ่นว่า ความจริงท่านเลิกละแล้วการปรารถนาเป็นพระพุทธเจ้านั้น
ทา่ นมาคดิ ดวู า่ ครบู าอาจารยท์ ม่ี อี ยู่ ตา่ งองคด์ กี วา่ วเิ ศษกวา่ ทา่ นมากมาย ไมว่ า่ จะเปน็
ทา่ นพระอาจารยบ์ ญุ ทา่ นพระอาจารยเ์ สาร์ หรอื ทา่ นพระอาจารยม์ น่ั แตล่ ะองคก์ ย็ งั
ต้องกลับมาปรารถนาเพียงพระอรหันตสาวก เราดีวิเศษเช่นไรถึงจะปรารถนาเป็น
พระพทุ ธเจา้ ควรจะต้องละความคดิ อนั น้ันเสยี แต่ท่านว่าท่านละแลว้ มันกย็ ังไม่
แนใ่ จแท้ เพราะทำ� อะไรดมู นั ขดั เขนิ อยตู่ ลอด อยา่ งนอ้ ยเมอื่ ปรารถนาเปน็ พระพทุ ธเจา้
กย็ อ่ มตอ้ งมผี ปู้ รารถนามาเกดิ ดว้ ยเปน็ คบู่ ารมกี นั คงจะไดส้ รา้ งบารมปี รารถนาเชน่ นน้ั
มาดว้ ยกนั หลายภพหลายชาตหิ รอื ชา้ นานแลว้ เชน่ ทเ่ี ปน็ บดิ า มารดา บตุ ร ภรยิ า ทง้ั บรวิ าร
ก็คงจะไดไ้ ปเกิดพรอ้ มกนั เป็นบิดา มารดา บุตร ภรยิ า หรอื บรวิ ารของพระพทุ ธเจ้า
163
เมอื่ ทา่ นจะเลกิ ละไป ทา่ นเหลา่ นน้ั กย็ อ่ มมาทวงความปรารถนาอยู่ คงยงั ไมย่ อมเลกิ รา
กนั ไปได้ ครงั้ แรกกว็ า่ ปรารถนาใหม้ าพบกนั กเ็ ปน็ ของยาก กพ็ ยายามใหพ้ บกนั เพอ่ื วา่
เมื่อพบกันแล้วจะได้ช่วยกันสร้างบารมีกว่าจะตรัสรู้นั้นประการหนึ่ง เกิดมาซ้�ำซาก
หลายชาติเป็นอนันตนยั พระพุทธเจ้าถงึ ตรสั ว่า “เอาเข็มจ้ลี งแผน่ ดนิ ไมถ่ กู กองฟอน
ตถาคตไมม่ ”ี สรา้ งบารมกี นั นานหนกั หนาจนกวา่ จะสำ� เรจ็ พระพทุ ธเจา้ ได้ บุตรบริวาร
วา่ นเครอื โดยเฉพาะคบู่ ารมนี น้ั กย็ อ่ มจะตอ้ งมาเกดิ ใกลช้ ดิ กนั เมอ่ื ทา่ นผเู้ ปน็ หวั หนา้
จะเลกิ ละ ผูอ้ ่ืนกย็ ่อมจะตอ้ งไม่ยอมง่ายๆ จะตอ้ งเจรจากัน
ทา่ นไมท่ ราบวา่ ตวั ทา่ นนนั้ ไดเ้ กดิ มานานเทา่ ไรทตี่ ง้ั ปรารถนาอนั น้ี แตท่ า่ นกท็ ราบดี
วา่ ผปู้ รารถนาพทุ ธภมู นิ นั้ เกดิ มาชาตใิ ด ยอ่ มไมท่ ง้ิ ทาน ศลี ภาวนา ไมท่ ง้ิ การสงเคราะห์
ฝงู ชนเปน็ อยา่ งยิง่ ไม่ท้ิงการเมตตาแก่สัตวท์ ั้งหลายเสมอภาคกนั เกิดภพใดชาติใด
ภพนอ้ ยภพใหญ่ ยอ่ มไมท่ ง้ิ การสรา้ งพระบารมี เปน็ บารมที เี่ ปน็ ไปเพอื่ การตรสั รู้ ไมใ่ ช่
บารมที จี่ ะตดั ภพตดั ชาติ ในชาตนิ ท้ี า่ นไดพ้ บผทู้ เ่ี คยขอ้ งแวะเกย่ี วขอ้ งกนั ในชาตติ า่ งๆ
จงึ ท�ำใหด้ หู วั่นไหวไปบ้าง แตด่ ว้ ยความรกั ในเพศพรหมจรรย์ จงึ ไดผ้ า่ นมา แต่การ
ดำ� เนนิ ไปสู่ความหลุดพน้ ทส่ี ดุ ของจติ นั้นก็ยังถูกขัดขวางอยูม่ าก ท่านแนใ่ จว่าเรอื่ งนี้
เปน็ เร่ืองใหญท่ ที่ า่ นจะต้องด�ำเนนิ ผา่ นไปให้ได้
ทา่ นเลา่ วา่ พรรษานท้ี า่ นรสู้ กึ ปลอดโปรง่ ใจทวี่ า่ สามารถหาเสน้ ผมทม่ี าบงั ภเู ขาได้
จากขอ้ คดิ ทไี่ ดจ้ ากเพอื่ นกลั ยาณมติ ร นแ่ี หละ ทา่ นจงึ ไดพ้ ดู วา่ “การภาวนา ถา้ จะเปน็ ไป
ไดด้ นี น้ั นอกจากจะตอ้ งมคี รบู าอาจารยท์ ด่ี แี ลว้ กค็ วรจะตอ้ งมกี ลั ยาณมติ ร มมี ติ รดี
มีสหายท่ีดีด้วย” จริงอยู่ท่านไม่ได้คิดว่าข้อขัดข้องของท่านจะเป็นเรื่องโทสะจริต
ทา่ นไมค่ อ่ ยไดม้ ดี า้ นโทสะจรติ เพราะทา่ นไมไ่ ดโ้ กรธใครงา่ ยๆ ของทา่ นนน้ั เปน็ ราคะ
จรติ ซง่ึ ทา่ นไดพ้ ยายามแกอ้ ยแู่ ลว้ แตส่ ง่ิ ขดั ขอ้ งของทา่ นนนั้ มนั เปน็ เรอื่ งทฝี่ งั ลกึ ฝงั ราก
ไวช้ า้ นานแลว้ ตา่ งหาก ทา่ นจงึ กลา่ ววา่ “ในบรรดาผทู้ จี่ ะเจรญิ ภาวนานนั้ ยอ่ มใชอ้ ารมณ์
ธรรมตา่ งๆ กนั ” คนหนง่ึ อาจจะขดั เกลาดา้ นโทสะจรติ อกี คนหนงึ่ ดา้ นราคะจรติ ฯลฯ แต่
ทกุ คนตา่ งมงุ่ เพอื่ ละกเิ ลสอยา่ งเดยี วกนั ปราชญท์ า่ นวา่ ไวว้ า่ “ดจุ ผเู้ ปน็ เสนามา้ เสนารถ
เสนาเดนิ ดว้ ยเท้า แต่ทุกด้านกต็ า่ งเพอ่ื ท�ำสงครามเอาชนะอยา่ งเดยี วกนั ” ฉะน้ัน
164
พรรษาท่ี ๔๐ พ.ศ. ๒๕๐๗
สุดสะพานรุ้งสูอ่ วกาศ
จำ� พรรษาบ้านกกกอก ต.หนองงิ้ว อ.วังสะพุง จ.เลย
หลงั จากทไ่ี ดข้ อ้ คดิ จากหลวงปขู่ าวแลว้ ทา่ นกไ็ ดแ้ ยกมาบำ� เพญ็ ประพฤตปิ ฏบิ ตั ิ
ธรรมอยา่ งเต็มท่ี ระยะแรก ท่านยงั วิเวกอยูต่ อ่ ไปบรเิ วณวดั ถำ�้ กลองเพล เนอ่ื งจาก
เหน็ ว่าเปน็ ที่สงดั วิเวกอยา่ งมาก อย่างไรก็ดี ต่อมาท่านก็ต้องเปล่ยี นความคิด ดว้ ยท่ี
วัดถ�้ำกลองเพลนั้น ใครก็รู้ว่าพระคุณเจ้าหลวงปู่ขาว อนาลโย มาพ�ำนักอยู่ที่น่ัน
หมสู่ านศุ ษิ ยจ์ งึ มากราบมาไหวก้ นั อยเู่ สมอ สำ� หรบั เวลาระหวา่ งเขา้ พรรษานนั้ ตา่ งองค์
ตา่ งตอ้ งจำ� บำ� เพญ็ ภาวนาอยใู่ นอาวาสของตน จงึ จะมาไดก้ เ็ พยี งทำ� วตั รพระเถระผใู้ หญ่
แลว้ กก็ ลบั ไปเทา่ นนั้ ครนั้ เมอ่ื ออกพรรษาปวารณาแลว้ แตล่ ะทา่ นแตล่ ะองคก์ จ็ ะสามารถ
เดนิ ทางธุดงคห์ รอื วเิ วกไปตามท่ตี ่างๆ ได้ ถ�้ำกลองเพลเปน็ สถานทซ่ี งึ่ ขน้ึ ชอื่ ในเรอ่ื ง
ความสงบ สงดั วิเวก อดุ มด้วยปา่ เขาและภเู ขาซอกหนิ ผามากมาย จงึ มักมีหมพู่ วก
สัญจรมาเยือนมิได้ขาด
สดุ ทา้ ย หลวงปเู่ หน็ วา่ ทนี่ จ่ี ะไมไ่ ดร้ บั ความวเิ วกเตม็ ที่ ทา่ นกเ็ กบ็ บาตรแบกกลด
เดนิ ทางตอ่ ไป ทา่ นไดม้ งุ่ หนา้ กลบั ไปอยทู่ จี่ งั หวดั เลย ดว้ ยเหน็ วา่ ทนี่ นั่ อยหู่ า่ งไกลออกไป
และยังมีที่น่าภาวนาอยู่อีกมาก เถ่ือนถ้�ำต่างๆ ในจังหวัดเลยนั้นก็ยังเป็นที่ดึงดูด
จติ ใจใหส้ งบ สงดั นา่ บำ� เพญ็ ภาวนามาก จะเปน็ ถำ�้ ผาปกู่ ด็ ี ถำ้� มโหฬารกด็ ี ถำ้� ผาบง้ิ กด็ ี
ถ�้ำแกง้ ยาวก็ดี หรอื แม้แตท่ ่วี เิ วก อย่างเชน่ บ้านไร่มว่ ง หนองบง ก็ลว้ นแตเ่ ป็นทีซ่ ่งึ
สงบสงดั นา่ ภาวนาทง้ั สนิ้ ระยะตน้ ทา่ นไดธ้ ดุ งคเ์ ลยไปถงึ บรเิ วณแถวแกง่ คดุ คู้ จงั หวดั เลย
165
ทแี่ กง่ คดุ คู้ ทา่ นเหน็ พญานาคทำ� ทางใหแ้ มข่ องเขา โดยพงั หนิ ลงมาแลว้ เกลย่ี ทาง
เปน็ สแี ดงเถอื กพาดขนึ้ ไปบนไหลเ่ ขา ระยะนน้ั หลวงปกู่ ไ็ ดพ้ บเหน็ พญานาคอกี หลายครง้ั
ทา่ นจงึ คอ่ นขา้ งจะคนุ้ เคยกนั อยบู่ า้ ง เฉพาะทแี่ กง่ คดุ คนู้ ้ี ทา่ นเลา่ วา่ ทเี่ หน็ นา่ อศั จรรยน์ นั้
คอื ไดเ้ หน็ กระตา่ ยมาเตน้ ชมจนั ทร์ เวลากลางคนื ฟา้ สวา่ งมาก กอ้ นหนิ นอ้ ยใหญท่ อี่ ยู่
ในลำ� แมน่ ำ�้ โขงกแ็ พรวพราวรบั แสงจนั ทร์ ทา่ นภาวนาจติ ถอนออกมา กเ็ ปลย่ี นอริ ยิ าบถ
ออกมาเดนิ เลน่ จงึ เหน็ บรรดาหมกู่ ระตา่ ยมาเตน้ ชมจนั ทรอ์ ยู่ และเมอื่ ทา่ นเดนิ จงกรม
พวกกระต่ายก็มาเดินอยู่ใกล้ทางอยู่เช่นกัน มากันเป็นหมู่ ตัวหัวหน้านั้นมากราบ
นมสั การ แตพ่ วกลกู เลก็ หางแถวกย็ งั เลน่ อยเู่ หมอื นกบั วา่ บดิ ามารดาพาลกู เลก็ ๆ ตามมา
บิดามารดายังเข้ามากราบนมัสการพระเจ้าพระสงฆ์อยู่ แต่เด็กๆ มิได้เดียงสาอะไร
พอ่ แม่ใหก้ ราบก็กราบ แตก่ ย็ งั มีเล่นซนกนั อยู่ มองดแู ลว้ นา่ รกั นา่ สงสารเหลือ คอื
พวกสตั วเ์ หลา่ นเ้ี ขากต็ า่ งมชี วี ติ เชน่ เดยี วกบั คน มคี วามรสู้ กึ นกึ คดิ เชน่ เดยี วกนั หากแต่
กรรมนนั้ ปรากฏอยู่ เขาจงึ เสวยชาตเิ ปน็ สตั ว์ แตบ่ างครง้ั นสิ ยั เชน่ คนกย็ งั มอี ยู่ อยา่ งเชน่
พระเถระเจา้ หลายองคก์ เ็ คยพบ เมอื่ เวลาทท่ี า่ นกำ� ลงั นงั่ ภาวนา จะมกี ระตา่ ยมานงั่ อยู่
ทใี่ ตแ้ ครน่ งั่ หลบั ตาพรม้ิ ภาวนา ยกมอื ขนึ้ กอดอกกม็ ี บางองคก์ พ็ บวา่ ระหวา่ งทที่ า่ นกำ� ลงั
เดนิ จงกรม มเี จา้ กระตา่ ยนอ้ ยมายนื อยทู่ ป่ี ลายทางจงกรม ใชข้ าสองขา้ งกอดอก หลบั ตา
พรมิ้ อยู่ เดนิ มาถงึ หวั ทางจงกรมกย็ งั อยู่ กลบั ไปจนสดุ รอบยอ้ นมากย็ งั อยทู่ น่ี นั่ จนกวา่
ทา่ นจะเลิกเดนิ จงกรม มันจึงจะละวางกระโดดเขา้ ป่าไป
ความอศั จรรย์ท่หี ลวงปทู่ ่านชอบเลา่ มากทส่ี ุดก็คอื เรอื่ งทท่ี า่ นพระอาจารย์สิงห์
อาจารยอ์ งคล์ ำ� ดบั แรกๆ ของทา่ น ซงึ่ ทา่ นไปจำ� พรรษาอยดู่ ว้ ยทวี่ ดั ปา่ บา้ นเหลา่ งา หรอื
วดั ปา่ วเิ วกธรรม ทจี่ งั หวดั ขอนแกน่ นนั้ ทา่ นไดเ้ ลา่ ถงึ วา่ เมอื่ เวลาทา่ นพระอาจารยส์ งิ ห์
เดนิ จงกรมในปา่ ดว้ ยจิตท่านนนั้ ออ่ น แผเ่ มตตาไปโดยไมม่ ีประมาณ ถึงกบั วา่ เมือ่ มี
เสือมาน่ังอยใู่ กลท้ างจงกรม ท่านแผเ่ มตตาให้จนจติ ของเสือนั้นอ่อนรวมลงเป็นมติ ร
สนิทต่อท่าน ท่านหัดให้เสือเดินจงกรมตามท่านไปได้ ความน้ีแม้แต่ภายหลังท่าน
พระอาจารย์มั่นก็กล่าวยกย่องท่านพระอาจารย์สิงห์กรณีน้ีอยู่เสมอ ท่านถึงกล่าวว่า
สัตว์น้นั สุดท้ายย่อมท�ำให้ออ่ นไดด้ ว้ ยแรงเมตตา ไมใ่ ชก่ ารใช้กำ� ลังอ�ำนาจทจ่ี ะเอา
ชนะกนั มนษุ ยส์ มยั นเี้ อาชนะกนั ดว้ ยกำ� ลงั จงึ มกี ารฆา่ ฟนั กนั ตาย โกรธขงึ้ หงึ สาพยาบาท
166
ซงึ่ กนั และกนั พยาบาทแลว้ กเ็ คยี ดแคน้ กนั กอ่ เวรกอ่ กรรมไมม่ ที สี่ นิ้ สดุ หากทกุ ทา่ นจะ
ใชพ้ รหมวหิ าร ประกอบดว้ ย เมตตา กรณุ า มทุ ติ า อเุ บกขา เปน็ อปั ปมญั ญา พรหมวหิ าร
แผไ่ ปใหม้ าก แผไ่ ปโดยไมม่ ปี ระมาณ สตั วโ์ ลกทง้ั หลายกจ็ ะเปน็ มติ รสนทิ กนั ไมม่ กี าร
ก่อเวรกอ่ กรรมแตอ่ ย่างใด
ในปี ๒๕๐๗ ทที่ า่ นคดิ วา่ ทางดา้ นสมถะของทา่ นกไ็ ดเ้ ปน็ ไปพอตวั แลว้ จติ มแี ตจ่ ะ
เสวยสขุ ต่อไป ถา้ หากไมฝ่ กึ ปรือให้มนั อ่อนลงควรแกก่ ารงาน ใหพ้ จิ ารณาใหถ้ อ่ งแท้
ใช้ไตรลักษณ์เข้าไปก�ำกับ หรือ “ฟอกเช็ดจิต” อย่างที่ท่านเคยกล่าวอยู่เสมอแล้ว
กอ็ าจจะเปลา่ ประโยชน์ ทา่ นคงจะกลายเปน็ พรหมลกู ฟกั หรอื ไปเกดิ เปน็ พรหมตอ่ ไป
อย่างน่าเสยี ดายที่ชาตินี้ไดเ้ กิดมาเปน็ มนษุ ย์พบพระพุทธศาสนาแล้ว ความปรารถนา
ล้ลี ับทค่ี ิดว่าจะรธู้ รรมด้วยตัวเอง ไม่ต้องการจะรธู้ รรมจากผทู้ ม่ี าสอนให้ ไม่ต้องการ
เปน็ สาวกใคร นน้ั กไ็ ดอ้ อ่ นละลายลง เพราะยงิ่ ไดเ้ หน็ ไดฟ้ งั จากทา่ นพระอาจารยม์ นั่ นน้ั
ทา่ นยงั ตอ้ งเกดิ เปน็ สนุ ขั นบั เปน็ อสงไขยชาติ ดว้ ยระหวา่ งทเี่ กดิ ชาตหิ นงึ่ ๆ นน้ั เกดิ ไปพบ
นางสนุ ขั ตวั ใหม่ เกดิ ผกู พนั รกั ใครข่ นึ้ กต็ ง้ั จติ ปรารถนาทจี่ ะพบกนั ในชาตนิ นั้ ตอ่ ๆ กนั ไป
จึงต้องเวียนกลับมาเกิดเป็นสุนัขไม่มีท่ีส้ินสุด นึกข้ึนได้แล้วก็ควรจะตัดภพตัดชาติ
หาทางตัดภพตดั ชาติ มุ่งไปสูท่ ีส่ ุดของจติ เสียโดยดี
ทา่ นเลา่ วา่ การตดั ความปรารถนานน้ั ตอ้ งตดั ในเวลาทจี่ ติ เขา้ สอู่ ปั ปนาสมาธทิ ลี่ กึ
ทสี่ ดุ แลว้ ถอนขนึ้ มา กำ� หนดจติ ตดั วา่ ทเ่ี ราไดเ้ คยปรารถนาพระอนตุ ตรสมั มาสมั โพธ-ิ
ญาณนนั้ เราขอลาแลว้ เราขอตดั เดด็ ขาดแลว้ เราไมต่ อ้ งการ เราตอ้ งการมงุ่ ลดั ตดั ตรง
ไปส่ทู ีส่ ุดของจิตน้ีโดยเร็ว ตั้งความปรารถนายำ้� หนกั แนน่ ตลอดกาล ประกอบกับใน
ระยะนน้ั คบู่ ารมขี องทา่ นทมี่ าเปน็ ประดจุ อนสุ ยั กอ่ กวนกเิ ลสอยตู่ ลอดใหร้ ำ� ลกึ ถงึ กไ็ ด้
สนิ้ ชวี ติ ไปแลว้ หลายปี ความรสู้ กึ ทคี่ ลา้ ยๆ กบั วา่ หนามปกั จติ อยยู่ อกจติ อยู่ มนั เหมอื น
มาสะกดิ อยู่ กถ็ กู บง่ หายไปแลว้ ระลกึ ไดแ้ ตค่ วามเมตตาความสงสารทวี่ า่ เธอนนั้ ยงั ไมไ่ ด้
พบทางอนั เกษม ไมม่ งุ่ ไปหาทางอนั ดี มแี ตค่ วามอาลยั อาวรณถ์ า่ ยเดยี ว ความจรงิ คบู่ ารมี
ของทา่ นนี้ แมแ้ ต่ท่านไปจ�ำพรรษาท่ถี �ำ้ เจา้ ผขู้ า้ พ.ศ. ๒๕๒๕ เธอผูน้ ั้นกย็ ังแวะเวยี น
มากราบนมสั การดว้ ยความเคารพอยู่ ซงึ่ ทา่ นกไ็ ดเ้ มตตาสงั่ สอนใหร้ บี ลดั ตดั เขา้ สทู่ าง
เกษมโดยเร็ว
167
ปนี ท้ี า่ นไดม้ งุ่ ไปทบ่ี า้ นกกกอก ทที่ า่ นเคยมาจำ� พรรษาแตเ่ มอื่ ปี ๒๔๙๙ ไดพ้ บความ
อศั จรรยอ์ ยทู่ นี่ นั่ แลว้ บา้ นกกกอกเปน็ หมบู่ า้ นทอ่ี ยใู่ นระหวา่ งหบุ เขาดา้ นทศิ ใตต้ ดิ กบั
ภหู ลวง ทางทศิ เหนอื กม็ ภี เู ขากน้ั ระหวา่ งบา้ นกกกอกกบั บา้ นไรม่ ว่ ง ดา้ นทศิ ตะวนั ตก
กม็ ภี เู ขาขวางกนั้ อยอู่ กี มที างเขา้ หมบู่ า้ นดา้ นทศิ ตะวนั ออกเพยี งดา้ นเดยี ว มลี ำ� ธารนำ้�
ไหลผา่ นวดั มนี ำ�้ ตกและสตั วป์ า่ มากมาย หมบู่ า้ นนม้ี อี ยปู่ ระมาณ ๑๐ กวา่ หลงั คาเรอื น
อยใู่ นดงปา่ ทบึ ชาวบา้ นมอี าชพี ทำ� ไรเ่ ลก็ ๆ นอ้ ยๆ และเกบ็ ของปา่ ขาย ซง่ึ พออาศยั โคจร
บณิ ฑบาตได้ เปน็ สถานทวี่ เิ วก วงั เวง สงบ สงดั เหมาะแกก่ ารปฏบิ ตั ธิ รรมเปน็ อยา่ งยง่ิ
เพราะสามารถทำ� ความเพียรไดท้ ั้งกลางวันและกลางคืน สถานที่นเี้ ป็นสถานท่สี มกับ
คำ� สอนของหลวงปู่ ซงึ่ มกั จะเนน้ ถงึ “สถานทวี่ เิ วก ๑ กายวเิ วก ๑ จติ วเิ วก ๑ จงึ จะเกดิ
ธรรมะอนั น่าอัศจรรย์ของจิตอันวิเศษสดุ ”
บา้ นกกกอกนี้ สถานทเี่ ปน็ มงคล เปน็ ทที่ เี่ คยมพี ระอรยิ เจา้ ไดเ้ คยมานพิ พานอยู่
ท่ีน่ัน ดังท่ีเคยกล่าวมาแล้วในเร่ืองหลวงปู่เอีย ที่บ้านกกกอกนั้นเป็นบริเวณป่าเขา
อันสงบวเิ วก
เมื่อทา่ นกลบั ไปครง้ั นี้ ต้นไมใ้ หญก่ ย็ งั มีอยู่อีกมากมาย สมัยปี ๒๕๐๗ ยังไม่มี
การตัดไมท้ �ำลายปา่ เท่าไรนัก ความสงดั วิเวกดังท่เี คยพบในปี ๒๔๙๙ ยงั เหลอื อยู่
ส่วนมาก น�ำ้ ซำ� ท่อี ยู่ใกลบ้ ริเวณเคยทำ� ความเพยี ร ยังมนี �้ำไหลออกมาเกอื บตลอดปี
ทา่ นยงั จำ� ไดว้ า่ เมอื่ ไปอยคู่ รงั้ กอ่ นนน้ั นง่ั ไดท้ กุ ที่ เดนิ จงกรมไดท้ กุ แหง่ เปน็ ภาวนา
ไปหมด ภาวนาไดจ้ นมองเหน็ ทะลไุ ปทง้ั ตวั ภาวนาลมหายใจทกุ เสน้ ขน เปน็ ทท่ี ส่ี ปั ปายะ
พรอ้ มทง้ั สถานที่ อากาศ บคุ คล ถงึ ดา้ นอาหารการกนิ จะไมส่ ะดวกเทา่ ไร แต่ “การอด” นนั้
เปน็ สงิ่ ทหี่ ลวงปไู่ ดป้ ระสบพบเหน็ เสมอ ทา่ นไมไ่ ดถ้ อื เรอ่ื งอาหารขบฉนั เปน็ เรอ่ื งสำ� คญั
แตป่ ระการใด ทา่ นกลา่ ววา่ การอยสู่ ถานทเี่ ปน็ มงคลนน้ั ดมี าก เพราะทำ� ใหเ้ ราตอ้ งคอย
ตรวจวนิ ยั ใหบ้ รสิ ทุ ธิ์ ตรวจขอ้ วตั รใหเ้ ครง่ ครดั เพราวา่ เจา้ ภมู ิ เจา้ สถานที่ ซงึ่ มอี ยมู่ ากมาย
ยอ่ มดูเราอยู่ จึงควรตอ้ งแผเ่ มตตาจติ ถึงเทพและอมนุษย์ใหเ้ สมอหนา้ กนั ด้วย มใิ ห้
รงั เกยี จรงั งอนวา่ นเี่ ปน็ อมนษุ ย์ นเ่ี ปน็ เทพเราตอ้ งเอาใจมากกวา่ การแผเ่ มตตาไปโดย
ไม่มีประมาณให้มากเสมอกันนั้นเป็นส่ิงส�ำคัญอย่างยิ่ง เป็นการท�ำความคุ้นเคยกับ
168
เจา้ ถน่ิ เวลานอ้ มจติ เขา้ ไปถงึ หลกั จติ จงึ สวา่ งไสวเปน็ ทเ่ี บาจติ เราสามารถตรวจปฏภิ าค
อคุ คหนมิ ติ ไดแ้ จม่ แจง้ ดี จติ จะเขา้ สวู่ ปิ สั สนาเพอื่ ความรเู้ ทา่ สงั ขาร นำ� มาซงึ่ ความสงบ
เยน็ ใจและสงบเปน็ อย่างดี
ระหวา่ งทอี่ ยทู่ นี่ ี่ ทา่ นกค็ ดิ ทบทวนถงึ ทคี่ รบู าอาจารยเ์ คยสอนเคยสงั่ มาตลอดเวลา
เคยยังจ�ำได้ซึ่งเป็นรากฐานที่จะต้องจดจ�ำเสมอว่า ต้องพิจารณาอสุภะเพ่ือแก้ราคะ
ท�ำเมตตาเพอื่ แกโ้ กรธ อานาปานะเพอ่ื แกว้ ติ กวจิ ารณ์ อนจิ จสญั ญาแกถ้ อนทฐิ มิ านะ
อนตั ตาใหต้ ง้ั ใจไวโ้ ดยดเี พอ่ื จะไดถ้ อนอสั มมิ านะขนึ้ ไปไดน้ พิ พาน มปี ญั ญาเลศิ กวา่ ทงั้ ปวง
ในระยะนที้ า่ นพากเพยี รการพจิ ารณาอสภุ ะมาก เพอ่ื จะตดั ขาดจากอนสุ ยั ซงึ่ ตดิ คา้ งมา
ทา่ นเลา่ วา่ การทำ� ความเพยี รนน้ั ไดจ้ ดั อยอู่ ยา่ งแบบนต้ี ลอดมา คอื วา่ ตงั้ แตอ่ รณุ
ขนึ้ มาถงึ พลบคำ่� เวลาหนง่ึ ตงั้ แตพ่ ลบคำ�่ ไปถงึ ยามหนงึ่ เวลาหนงึ่ ยามกลางคนื ตง้ั แต่ ๔ ทมุ่
ไปจนถงึ ๘ ทมุ่ นน้ั นอน นอกนน้ั ลกุ ขน้ึ ภาวนาตลอดสวา่ ง ทา่ นกลา่ วนำ� ไวว้ า่ แบง่ ๓
เวลา ดงั น้ี ใชช้ วี ติ เปน็ ไปดว้ ยวธิ นี ตี้ ลอด หมายความวา่ ตงั้ แตอ่ รณุ ขนึ้ มาถงึ พลบคำ�่ นน้ั
ทา่ นทำ� ภาวนาตลอดเลย แทบจะไมไ่ ด้เอ่ยถึงเวลาฉันจังหนั เลยจนนิดเดยี ว น้แี ปลวา่
ระยะนน้ั ทา่ นมกั จะผอ่ นอาหารมาก ตงั้ แตพ่ ลบคำ่� ไปถงึ ยามหนงึ่ ตดิ ตอ่ กนั ไป เปน็ ชว่ ง
เวลาทเี่ ดนิ จงกรมมาก ยามกลางคนื ตงั้ แต่ ๔ ทมุ่ ถงึ ๘ ทมุ่ นนั้ นอน ๔ ชวั่ โมง นอกนนั้
ลุกข้นึ ภาวนาตลอดเกือบสวา่ ง สว่างเสร็จแล้วก็ตง้ั ต้นกนั ใหม่ เป็นการท�ำความเพียร
อยา่ งเอกอุ การภาวนาระหวา่ งอยทู่ บี่ า้ นกกกอกน้ี ทา่ นกลา่ ววา่ ไดเ้ รง่ ภาวนามาก แตข่ ณะ
เดยี วกนั กม็ อี าการไขอ้ าพาธขน้ึ ไขก้ เ็ กดิ ความเพยี รกต็ อ้ งทำ� ไมม่ ฝี า่ ยใดสามารถทจี่ ะ
ยอ่ หยอ่ นออ่ นขอ้ กนั ความจรงิ การเปน็ ไขท้ ำ� ใหเ้ ปน็ ลม ออ่ นเพลยี แตใ่ นขณะเดยี วกนั
กก็ ลบั ใหป้ ระโยชน์ เพราะวา่ สามารถไดพ้ จิ ารณาทกุ ขเวทนาทางกายซง่ึ เปน็ เรอื นรงั แหง่
ความทกุ ขไ์ ด้ ไขย้ ง่ิ เกดิ กย็ งิ่ เทา่ กบั เวทนามากขนึ้ ทกุ ขเ์ พมิ่ ขนึ้ ยง่ิ เหน็ ทกุ ขก์ ย็ งิ่ พจิ ารณา
ตดั ไป
ทา่ นบนั ทกึ ไวห้ ลายแงห่ ลายมมุ ในระยะตน้ ทา่ นยงั กลา่ วอยมู่ าก ตอนตน้ เดอื น
กรกฎาคม “กอ่ นเข้าพรรษา มนี ิมิตเห็นท่านอาจารยส์ ิงหเ์ ดนิ มาหา แลว้ เดนิ ผา่ นไป
นับวา่ เปน็ พระคณุ มาก ท่านเดนิ มาคนเดยี ว แสดงความบรสิ ทุ ธใิ์ นทางพรหมจรรย์”
169
ต่อไปนี้จะได้ขอน�ำบันทึกของท่านบางตอนมาลง โดยเรียงตามล�ำดับที่ท่านว่า
เปน็ การพจิ ารณาดา้ นความตาย
“เขา้ ใจวา่ ตนจะตายอยเู่ สมอ รา่ งกายแปลกมาก เปน็ ลม ๑ ออ่ นเพลยี ๑ จติ วติ ก ๑
วิจารณ์ในตาย ๑ จติ ไม่ฝักใฝ่สงู ๑ ไมท่ ะเยอทะยาน ๑ จิตมัธยัสถ์ในการภาวนา
เตรยี มตวั ๑ ไมอ่ ยากรบั แขกใหเ้ วลาลว่ งไป ๑ ชอบสนั โดษมกั นอ้ ยในปจั จยั ๑ (รสู้ กึ
การเปน็ ลมเกอื บลม้ ตาย ณ ท่ีภเู วียง นอกนัน้ ก็เป็นบอ่ ยๆ แต่เปน็ เล็กๆ นอ้ ยๆ)”
“๑ สงิ หา ๐๗ กกกอก ใหพ้ จิ ารณาสงั ขารมนั เปน็ เรอ่ื งของเขา ใหร้ ตู้ ามความเปน็ จรงิ
เพราะแสดงอยเู่ ป็นนิตย์ทกุ อริ ิยาบถ น่งั นอน เดิน ยืน สังขารแปรปรวนอยูเ่ สมอ
ไมข่ าดสาย ใหผ้ ทู้ ร่ี นู้ นั้ ไมร่ อ้ นไมห่ นาวไปตาม เมอื่ รตู้ ามเปน็ จรงิ แลว้ วางตามสภาพได้
เรอื่ งของสงั ขารบงั คบั บญั ชาเขาไมไ่ ด้ เขาไมอ่ ยใู่ ตอ้ ำ� นาจของใคร รา่ งกายไมม่ กี ารเกดิ
มแี ต่แปรไปเรอื่ ยๆ สว่ นเดยี วไปหาความตาย จติ อาศยั กายยังมแี ตกดับ”
“๒ สงิ หา บา้ นกกกอก พ.ศ. ๐๗ ไดว้ างเจตนาสกู่ ารตายไปจรงิ ๆ เพอ่ื ชำ� ระกเิ ลส
ไมห่ ว่ งอตั ภาพรา่ งกายวา่ เปน็ ของเรา เพราะการเจบ็ ปว่ ยอยเู่ ฉพาะตนคนเดยี ว ไมไ่ ดอ้ ยู่
กบั หมู่เพือ่ น หากอย่กู ับหมูเ่ พื่อนก็มคี วามขัดขอ้ งด้วยประการต่างๆ หมายความวา่
ชวี ติ เปน็ ของนอ้ ย รบี ทำ� ความเพยี ร เพราะชวี ติ ไมพ่ อกบั การทำ� ความเพยี รใหส้ น้ิ กเิ ลส
เทา่ นน้ั เพราะจติ ยงั ยนิ ดอี ยใู่ นโลกเปน็ บางครงั้ บางคราว อยดู่ กี ม็ ปี ระโยชน์ ถา้ อยไู่ มด่ ี
กไ็ มม่ ปี ระโยชนอ์ ะไร บคุ คลทไ่ี มม่ คี วามประมาท มรี าตรเี ดยี ว ดกี วา่ ผมู้ ชี วี ติ ตงั้ รอ้ ยปี
อยดู่ ว้ ยประมาท ชราแลว้ เรง่ ความเพยี รอยเู่ รอื่ ยๆ ไมใ่ หข้ าดวรรคขาดตอน เพราะชวี ติ
เป็นของแพง”
ทา่ นเล่าวา่ การท�ำความเพียรนน้ั กล้ามาก จติ ใจมุ่งต่อความเพยี ร สตปิ ญั ญาดู
งอกงามข้นึ ไมม่ ีอับเฉางว่ งเหงาเหมือนอย่างแต่ก่อนๆ รู้สึกว่าอุบายวิธที ี่ได้จากทา่ น
อาจารยข์ าวทใ่ี หต้ รวจวา่ เราขดั ขอ้ งเรอื่ งอะไร เมอ่ื ทา่ นละสงิ่ ทค่ี าขอ้ งใจแลว้ ทกุ อยา่ งก็
ดเู หมอื นจะเปดิ โลง่ ใหด้ ำ� เนนิ ตอ่ ไป การกนิ กไ็ มอ่ ยากกนิ การนอนกแ็ ทบไมอ่ ยากนอน
แมแ้ ตส่ วดมนตบ์ ทตา่ งๆ ทเี่ คยสวดมาแตเ่ กา่ กอ่ นตอ้ งพกั เพอ่ื ไปเรง่ ทางดา้ นสตปิ ญั ญา
170
อยา่ งเดยี ว ทา่ นวา่ เมอื่ ความตายมาเคาะประตู เราเกรงวา่ จะเอาไมท่ นั ไมเ่ รง่ ความเพยี ร
อาจจะไม่ทันกาลเวลา กลัวจะล่วงลับดับไปเสียก่อนยังไม่ทันถึงจุดหมายท่ีมุ่งมาด
ปรารถนามาแต่ก่อนให้ทนั กาล
อาการไขท้ เี่ กดิ ขน้ึ ทกุ ขท์ รมาน ปลำ�้ ลกุ ปลำ้� นงั่ อยคู่ นเดยี ว ยง่ิ ทำ� ใหเ้ หน็ ตวั ทกุ ข์
มากข้ึน น่ีคือ ทุกข์ รา่ งกายกอ็ าจจะแปรปรวนไป ไมเ่ ท่ยี ง ไม่นานกอ็ าจจะต้องคืน
เขาไป ทา่ นอาจารยม์ นั่ เคยบอกวา่ เราไดย้ มื ธาตุ ๔ ดนิ นำ้� ลม ไฟ จากเขามาสรา้ งบารมี
เม่ือสร้างเสร็จกจ็ ะตอ้ งคนื เขาไป คงน่าอนาถนกั ถา้ จะต้องคนื ธาตุ ๔ ไปใหแ้ ก่โลก
เขาไปตง้ั แตเ่ รายงั สรา้ งบารมีไมเ่ สรจ็ ไมไ่ ปถงึ จดุ ม่งุ มาดปรารถนาปลายทาง
ดังน้นั ทุกข์มากเทา่ ไร เวทนาเกดิ ข้ึนเท่าไร กร็ าวกับวา่ เปน็ เชอื้ เพลงิ ทโ่ี หมใส่
สตปิ ญั ญาใหห้ มนุ เปน็ เกลยี วขนึ้ มาอยา่ งเปน็ ใจ ถอื เอาทกุ ขเวทนาทเ่ี กดิ ขนึ้ จากไข้ นกึ ถงึ
ความตายท่ีขวางอยู่ข้างหน้าที่จะต้องพุ่งเหมือนพญาเสือท่ีจะพุ่งเข้าใส่ศัตรูเอาชนะ
หำ้� หัน่ มัน กเิ ลสทเ่ี กิดขน้ึ จะตอ้ งประหารกนั ใหเ้ ขาเสยี บา้ ง สติปญั ญาเกิด สติแก่กลา้
ปญั ญาเกดิ ทกุ ขเวทนามนั ขน้ึ จะหลกี เลย่ี งไปไหนกไ็ มไ่ ด้ ตอ้ งสกู้ นั เมอื่ มนั จนตรอกอยู่
ไมเ่ หน็ ทางทจี่ ะหนหี ายไปไหนได้ จงึ มแี ตว่ า่ จะตอ้ งหนั หนา้ สกู้ นั อยา่ งเดยี วจงึ จะเอาชนะ
กันได้
ท่านเร่งภาวนามาก ใจด�ำริมาเป็นเวลาหลายอาทิตย์ว่า พระอริยเจ้าท�ำส�ำเร็จ
เราทำ� ไมไมส่ �ำเร็จ ธรรมกม็ ีอยูใ่ นตัวเราแท้ พระอริยเจา้ ทำ� ส�ำเรจ็ เราทำ� ไมไม่สำ� เรจ็
ใหอ้ าหารแกจ่ ติ ใหก้ ำ� ลงั ใจแกจ่ ติ การ “มา้ งกาย” ทดี่ ำ� เนนิ มานาน หนกั ไปทางสมถะ
ในระยะนท้ี า่ นก็ไดเ้ ดินวปิ ัสสนาควบคไู่ ป เป็นการมา้ งกายที่ท่านเรียกวา่ “ม้างกายที่
ฉลาด ม้างกายด้วยไตรลักษณ์” พยายามประหารกเิ ลสใหส้ ้ินไปจบไป ดงั ท่ีท่านได้
เขียนบันทกึ ไวใ้ นปหี ลังๆ อธิบายความโดยสรปุ ว่า
“มา้ งกายใหฉ้ ลาด มา้ งกายดว้ ยไตรลกั ษณ์ มา้ งอนสุ ยั ใหฉ้ ลาดทางจติ และเจตสกิ
รวมทง้ั ๒ ประเภท แกเ้ กดิ ในไตรภพวา่ เปน็ ทกุ ขฺ ํ อนจิ จฺ ํ อนตตฺ า โดยธรรม ๒ ประเภท
ช�ำระกิเลสออกจากดวงจิตจนเห็นไม่ถือไปเกิดอีกในภพหน้า ม้วนกลมในปัจจุบัน
171
พระอรหนั ตไ์ มก่ อ่ กเิ ลสในปจั จบุ นั ละกเิ ลสทงั้ อดตี อนาคต ไมท่ ำ� กเิ ลสเกดิ ขนึ้ ในปจั จบุ นั
เสวยความสขุ ในปจั จบุ นั กวา่ จะนพิ พานในครง้ั สดุ ทา้ ย รอรถรอเรอื จะไปนพิ พาน สนิ้ ภพ
สิน้ ชาติ ท�ำความรูแ้ จง้ แทงตลอดเญยยธรรมปจั จุบันนท้ี เี ดยี ว”
ปญั ญาพาคน้ ควา้ ดำ� เนนิ ไป จติ กต็ ามไป หมนุ เปน็ เกลยี วอยา่ งไมห่ ยดุ ยงั้ ลมื มดื
ลืมแจง้ ลมื วนั ลืมคนื บางเวลาจิตกม็ ้วนกลมลงสจู่ ิตเดมิ จิตหด แต่บางเวลาปัญญา
หมนุ ตว้ิ จติ เหนิ ตามไป ทส่ี ดุ ของจติ ซง่ึ ทา่ นเคยคดิ วา่ อยแู่ สนไกล ประดจุ อยปู่ ลายสดุ
สะพานรงุ้ กก็ ลบั เปน็ ดใู กลแ้ ทบจะเออื้ มมอื ถงึ ได้ บางเวลาเกดิ ปตี ปิ ลม้ื คดิ วา่ นแี่ หละ
นแี่ หละ ถกู แลว้ ใชแ่ ลว้ จติ กลบั ตกลงมาใหม่ เกดิ สะดดุ หยดุ ยง้ั คดิ เพยี รซำ้� เพยี รซอ้ น
ล้มแลว้ ลุก ลกุ แลว้ ล้ม ล้มลุกคลกุ คลานอยคู่ นเดยี ว จติ ท่ีถกู ทรมานลงแซก่ �ำราบมา
อยา่ งหนกั สดุ ทา้ ยกเ็ หนอ่ื ยออ่ น จติ วาง จติ สงบ จติ ไมก่ ำ� เรบิ จติ คงที่ ไมแ่ ปรไปตาม
สงั ขารจติ ไมข่ น้ึ ไมล่ ง จติ เกษม ราวกบั วา่ สดุ สะพานรงุ้ นนั้ จะพงุ่ ไปสอู่ วกาศอนั เวงิ้ วา้ ง
แล้วท่านก็ได้ลาจากบ้านกกกอกมาด้วยความระลึกถึงบุญคุณของสถานท่ีแห่ง
น้เี ปน็ ทส่ี ุด
จิตเคยว้าเหว่ บัดนี้จิตมที ่ีพ่ึงแลว้
172
พรรษาท่ี ๔๑-๔๒ พ.ศ. ๒๕๐๘-๒๕๐๙
เสวยสุข
จำ� พรรษา ณ วัดปา่ ถำ้� แกง้ ยาว บา้ นโคกแฝก ต.ผาน้อย อ.วังสะพงุ จ.เลย
ปี พ.ศ. ๒๕๐๘ และ พ.ศ. ๒๕๐๙ นี้ ควรจะนบั ไดว้ า่ เปน็ ปแี หง่ การ “เสวยสขุ ”
โดยแท้ วัดป่าถ�้ำแก้งยาวเป็นสถานท่ีซ่ึงท่านเคยมาจ�ำพรรษาแล้วแต่ในปี ๒๕๐๔
ไดพ้ บงใู หญม่ านอนขดอยใู่ ตแ้ ครถ่ งึ สามวนั สามคนื จงึ จากไป และเมอื่ จากไปกไ็ ดฝ้ าก
รอยทง้ิ ไวใ้ นนาขา้ ว ขนาดตวั ทที่ อดไปตามนานนั้ ใหญข่ นาดทบั ขา้ ว ๓ กอ เปน็ แนวโลง่
ตรงไปทีเดียว ระหว่างการภาวนาก็ได้เห็นพระปัจเจกพุทธเจ้าทรงจีวรสีเหลืองคร�่ำ
จนเกือบจะเป็นสีใบไม้ เสด็จมาเยี่ยมและอนุโมทนาที่ท่านได้ท�ำความเพียรอย่าง
อกุ ฤษฏ์ ทำ� ใหท้ า่ นรสู้ กึ ปตี เิ ปน็ อยา่ งยง่ิ ทไ่ี ดม้ ผี รู้ บั รกู้ ารบำ� เพญ็ เพยี รตลอดเวลา เมอ่ื จาก
บา้ นกกกอกมา ทา่ นจงึ ระลกึ ถงึ สถานทอ่ี นั เปน็ มงคลน้ี ถอื เปน็ ทวี่ เิ วกซง่ึ จะไดพ้ จิ ารณา
ยอ้ นไปเป็นอนุโลมปฏิโลมได้อย่างสงดั เงียบ
ส�ำหรับสถานท่ีเป็นมงคลนี้ ท่านเคยเทศนาสอนศิษย์รุ่นหลังๆ อยู่เสมอว่า
ตอ้ งตรวจวนิ ยั ใหบ้ รสิ ทุ ธ์ิ ขอ้ วตั รใหเ้ ครง่ ครดั และทลี่ มื ไมไ่ ดค้ อื การแผเ่ มตตาจติ ออกไป
โดยไมม่ ปี ระมาณ แผไ่ ปในทใี่ กล้ แผไ่ ปในทไ่ี กล แผไ่ ปในเบอ้ื งบน แผไ่ ปในเบอ้ื งลา่ ง
แผไ่ ปในทางเบ้อื งซา้ ย แผไ่ ปในทางเบอื้ งขวา หนา้ หลงั กวา้ ง ไกล แผถ่ ึงเทพและ
อมนษุ ยเ์ สมอ เพอื่ ทำ� ความคนุ้ เคยเปน็ มติ รไมตรตี อ่ กนั รวมทง้ั สงิ สาราสตั วน์ อ้ ยใหญ่
จตบุ าท ทวบิ าท ทวั่ ถว้ นกนั เขาจะไดร้ บั กระแสแหง่ ความเยน็ ใจอาบรดจติ ใจอยา่ งชมุ่ ฉำ�่
เวลาเจริญภาวนา
173
“นอ้ มจติ เขา้ ไปถงึ หลัก จิตสว่างไสว มุทจุ ิต เบาจิต ตรวจปฏิภาคอคุ คหนมิ ิต
แจม่ แจ้งดี จติ สวู่ ิปสั สนาเพอื่ ความรเู้ ทา่ สังขาร น�ำมาซ่ึงความเย็นใจและสงบ”
หลวงป่บู นั ทกึ ในเดือนตุลาคม ๒๕๐๘ ถงึ การภาวนา ณ ท่ีถ้�ำแก้งยาว ว่า
“ถ้�ำแก้งยาว ตุลา ๐๘
เมือ่ แต่ก่อน ภาวนาแนว่ แน่แตป่ ฏิภาค แตธ่ าตุ แต่ไม่แน่วแน่ทางจิต เด๋ยี วนี้
แนว่ แนท่ างปฏภิ าคดว้ ย แนว่ แนท่ างจติ ดว้ ยความรอู้ รยิ สจั จงึ แมน่ ยำ� ดกี วา่ เกา่ นนั้ มาก
จติ สละตายลงไปถงึ อมตธรรม แตก่ อ่ นสละตายลงไปไมไ่ ดเ้ กดิ กลวั เพราะภมู สิ มถะและ
วิปัสสนาไมพ่ รอ้ มสามคั คีกัน
เมอ่ื ภาวนาพจิ ารณาแยบคายแลว้ สงั ขารโลกปลงใหเ้ ขาเสยี แลว้ แตเ่ ขาจะแก่ เจบ็
ตาย เปน็ เร่อื งของเขา รบี เดินมรรคใหพ้ น้ ไปจากสังขารโลก เพราะสงั ขารโลกเป็นภัย
ใหญโ่ ต จะอยไู่ ปกเ็ ปน็ เรอ่ื งของเขา จะตายกเ็ ปน็ เรอ่ื งของเขา แตภ่ าวนาความรคู้ วามเหน็
ในอมตธรรมนน้ั ใหม้ ากนนั้ เองเปน็ “วหิ ารธรรม” ทพ่ี ง่ึ ของจติ เมอื่ ตายแลว้ นน้ั เองจะไป
เกิดในทดี่ ี แปลวา่ ไมอ่ ุทธรณ์ร้อนใจในความแก่ เจ็บ ตาย น้นั เป็นเรื่องของสงั ขาร
เม่อื รเู้ ท่าแลว้ วางเฉย เป็นความสขุ อย่างยิง่ ถา้ มคี วามรกั ความชังอยู่ นน้ั เอง
เปน็ ทุกขอ์ ยา่ งย่ิง เพราะยินดยี ินร้ายในเรอื่ งนัน้ แปลว่า เจ็บ แสบ ร้อน ไปดว้ ยเขา
จึงเป็นทุกข์”
ท่านได้รับความสงัดวิเวกมาก มีบันทึกด้านธรรมะมากมายซึ่งได้แยกน�ำไป
รวบรวมไวก้ บั ภาค “ธารแหง่ ธรรม” แลว้ ประหนงึ่ ธรรมนน้ั ไดห้ ลงั่ ไหลออกมาประดจุ
กระแสน้ำ� ทีเ่ ช่ยี วกรากตกลงมาจากภูผาสูง แรกๆ อาจจะไหลแรง แตต่ อ่ ไปก็จะไหล
ระเรอ่ื ยไปตามโขดหนิ กลายเปน็ ธารแห่งธรรม
ออกพรรษาแลว้ คงจะมคี ณะญาตโิ ยมมาอาราธนานมิ นตใ์ หท้ า่ นไปรว่ มงานกฐนิ
ทอดผา้ ปา่ ถวายพระไตรปฎิ ก ฯลฯ ตามวดั ตา่ งๆ ในเขตจงั หวดั เลยมากมาย ดว้ ยกลา่ ว
กนั วา่ หากหลวงปไู่ ปดว้ ยแลว้ ธรรมกถาของทา่ นจะโนม้ นา้ วจติ ใจคนใหย้ นิ ดใี นทาน
174
สละปจั จยั บำ� รงุ วดั มากขนึ้ เสมอ ซง่ึ ทา่ นคงเมตตารบั นมิ นตไ์ ปตามทเ่ี หลา่ นนั้ เพราะได้
มบี นั ทกึ โดยยอ่ ของธรรมกถาทแี่ สดงพรรณนาลกั ษณะทต่ี งั้ ความงดงามนา่ ประทบั ใจ
ของวัด และอานสิ งสใ์ นการทีม่ ารว่ มท�ำทานการกศุ ลในครง้ั นั้นๆ หลายแหง่ ด้วยกนั
สำ� หรบั บนั ทกึ เกยี่ วกบั ความรสู้ กึ วจิ ารณก์ ารบำ� เพญ็ ภาวนาขององคท์ า่ นไมค่ อ่ ยมี
แตเ่ มอ่ื ทา่ นไปอยถู่ ำ้� ผาบง้ิ แลว้ ในปี ๒๕๑๐ ทา่ นไดเ้ ขยี นสน้ั ๆ ไวใ้ นสมดุ บนั ทกึ ถงึ การ
พกั ภาวนาระหว่างอยู่ท่ีถำ้� แก้งยาวนว้ี ่า
“พ.ศ. ๐๔, ๐๘, ๐๙ จำ� พรรษา ณ ทวี่ ดั ปา่ ถำ�้ แกง้ ยาว ต.ผานอ้ ย อ.วงั สะพงุ จ.เลย
ไดร้ บั ความสงบสงดั มาก วเิ วกมาก เพราะสถานทเ่ี ปน็ มงคล ดกี วา่ จำ� พรรษาทกุ ๆ แหง่
เพราะไมม่ กี งั วลด้วยสิง่ ใดๆ ถงึ จะมกี ารก่อสรา้ งสิง่ ใดๆ ก็ไม่เป็นสญั ญา...”
หลงั จากการทำ� ความเพยี รอยา่ งอกุ ฤษฏ์ ณ บา้ นกกกอก แลว้ ทา่ นกไ็ ดพ้ กั “เสวยสขุ ”
อยู่ จิต “ไมม่ กี งั วลด้วยสงิ่ ใดๆ” ทกุ อย่างได้เปล้อื งออกไปหมดแล้ว
175
พรรษาที่ ๔๓-๔๘ พ.ศ. ๒๕๑๐-๒๕๑๕
สร้างวัดถำ้� ผาบงิ้
จำ� พรรษา ถ้�ำผาบง้ิ บา้ นนาแก ต.ผาบิ้ง อ.วังสะพงุ จ.เลย
เมอื่ เสรจ็ จากงานบญุ ทวี่ ดั ตา่ งๆ ในเขตจงั หวดั บา้ นเกดิ ของทา่ น ทข่ี อรอ้ งใหห้ ลวงปู่
ไปเป็นประธานและช่วยในการเทศนาโน้มน้าวให้มหาชนสนใจการท�ำบุญท�ำทานการ
กศุ ลแลว้ ใกลจ้ ะถงึ เวลาเขา้ พรรษาของปี ๒๕๑๐ ทา่ นกค็ ดิ หาสถานทซ่ี ง่ึ จะ “หยดุ ยง้ั ”
อยกู่ บั ทบ่ี า้ ง ทา่ นเคยอยอู่ งคเ์ ดยี วไปองคเ์ ดยี วมาโดยตลอด จนภายหลงั จากปี ๒๕๐๐
จึงได้มีเณรดูแลบา้ ง เชน่ ระหวา่ งทอี่ ยู่บนเขา แตถ่ ้าหากเป็นการท�ำความเพยี รอยา่ ง
อุกฤษฏท์ ่ีจะตอ้ งแบกกลดขน้ึ เขาไปเช่นน้ี บางทที า่ นกไ็ ปองคเ์ ดียวโดยไม่รอพระหรอื
เณรเลย
ปี ๒๕๑๐ ท่านได้กลับไปจ�ำพรรษาทถ่ี �้ำผาบง้ิ บ้านนาแก ต�ำบลผาบิ้ง อำ� เภอ
วงั สะพงุ จงั หวดั เลย เป็นการเริม่ ของเวลาจำ� พรรษาทยี่ าวนานทส่ี ุดในชวี ติ ของทา่ น
กล่าวคอื ทา่ นได้อย่จู �ำพรรษา ณ ถ�ำ้ ผาบ้ิงน้ี แต่ปี พ.ศ. ๒๕๑๐ ไปจนกระทงั่ ปี พ.ศ.
๒๕๑๕ เป็นเวลาถึง ๖ พรรษาตดิ ต่อกนั
นามถ้�ำผาบ้ิงปรากฏในสมุดบันทึกของหลวงปู่เท่าท่ีค้นได้เป็นครั้งแรกต้ังแต่ปี
พ.ศ. ๒๔๘๑ ซ่งึ ทา่ นไดบ้ นั ทึกไวว้ ่า
“อยถู่ ำ้� ผาบงิ้ วนั ที่ ๑๔ พฤศจกิ ายน ๒๔๘๑ ทำ� จติ สงดั เงยี บมาก วถิ จี ติ วปิ สั สนา
สขุ มุ กลวั แตท่ ีแรก ตอ่ ไปไมก่ ลัว ปฏิภาคเกดิ มาก จติ เกิดความรแู้ ปลกๆ สถานที่
176
ไมเ่ ปน็ มงคลเทา่ ไร สถู้ ำ้� โพนงามไมไ่ ด้ วถิ จี ติ เดนิ ไปตามลำ� ดบั ไมช่ อบบงั คบั จติ ไปตาม
สายกลาง รู้ตามความเปน็ จริง”
ทา่ นบนั ทกึ ไวอ้ กี แหง่ หนงึ่ ในวนั เดยี วกนั แสดงวา่ ทา่ นประทบั ใจในถำ้� ผาบงิ้ มาก
“ท�ำจิตสงัดเงียบมาก วิถีจิตสขุ มุ กลัวแต่ทีแรกแล้วไม่กลวั ปฏิภาคเกดิ มาก
จติ ตามรแู้ ปลกๆ ถำ้� โพนงามท่ี ๑ ถ�้ำผาบ้งิ ที่ ๒ ถ้ำ� ผาปูท่ ี่ ๓”
หมายความวา่ ในการไปทำ� ความพากความเพยี รระหวา่ งนนั้ ทา่ นถอื วา่ ถำ�้ โพนงาม
เปน็ ท่ี ๑ อยู่ แต่ถำ�้ ผาบง้ิ นน้ั เป็นท่ี ๒ ซงึ่ อยา่ งไรก็ตามยังดีกว่าถ�้ำผาปู่ ซ่งึ เป็นที่ ๓
ปี ๒๔๘๑ นั้น ท่านอยทู่ ถ่ี �้ำผาบง้ิ แหง่ เดยี วถงึ ๗-๘ เดือน จนกระทั่งจะเขา้ พรรษา
และถงึ ปี ๒๔๘๒ ทา่ นกไ็ ดก้ ลบั ไปอกี ทา่ นไดว้ นเวยี นกลบั ไปวเิ วกทถ่ี ำ้� ผาบงิ้ อกี นบั ครงั้
ไมถ่ ว้ น นบั จากเวลาทไี่ ดพ้ บความอศั จรรยท์ ถี่ ำ้� ผาบงิ้ นน้ั จนกระทง่ั ถงึ วนั ยอ้ นกลบั มา
เขา้ พรรษาครั้งน้ี เป็นเวลาถึง ๓๐ ปเี ต็ม
ทา่ นเลา่ วา่ ทถี่ ำ้� ผาบงิ้ เปน็ ทพ่ี ระอรหนั ตใ์ นสมยั พทุ ธกาล คอื ทา่ นพระอบุ าลี เหาะมา
ดว้ ยบญุ ฤทธม์ิ านพิ พานทน่ี ่ี และทา่ นพระอาจารยม์ นั่ กเ็ คยมาจำ� พรรษา ณ ทน่ี เ้ี หมอื นกนั
ส�ำหรับท่านผู้เป็นศิษย์รุ่นพี่ของหลวงปู่ท่ีมาเท่ียวธุดงค์ที่นี้น้ัน ตามที่ปรากฏช่ือก็คือ
หลวงปูด่ ลู ย์ อตุโล
หลวงปกู่ ลา่ ววา่ ถำ�้ ผาบงิ้ เปน็ สถานทเี่ ปน็ มงคลอยา่ งยงิ่ นอกจากเปน็ ทน่ี พิ พานของ
พระอรหนั ตแ์ ลว้ ยงั มเี ทพรกั ษาสถานทอี่ ยา่ งดี ระหวา่ งภาวนาจะไดก้ ลน่ิ ดอกไมห้ อม
อยู่บ่อยๆ เปน็ การนอบน้อมบชู าของรุกขเทพทีด่ ูแลสถานที่
การกลับมาพักที่ถ�้ำผาบิ้งอีกในคร้ังน้ี ท่านได้มาบูรณะตั้งเป็นวัด ด้วยความ
อนเุ คราะหข์ องทา่ นเจา้ คณุ มหาศรจี นั ทร์ แหง่ วดั เลยหลง (เจา้ คณะจงั หวดั เลย) ในสมดุ
บนั ทึกไดม้ ีข้อความกล่าวถงึ การที่จะรเิ รม่ิ ทำ� การกอ่ สร้างวา่
“ถำ้� ผาบิง้ เจา้ คณะอำ� เภอจะรเิ รมิ่ ทำ� การกอ่ สร้างแต่ พ.ศ. ๒๕๑๐ เป็นตน้ ไป
เพอ่ื ความถาวร เพอ่ื ความมนั่ คง เพอื่ ความรงุ่ เรอื ง บชู าอทุ ศิ ไวใ้ นพระพทุ ธศาสนา เพอื่ นำ�
177
คณะอุบาสกอุบาสิกาทั้งหลายให้เป็นมหากุศลอันไพศาล สืบบุตรลูก บุตรหลาน
บุตรเหลน เปน็ ประวัติการณต์ ่อไปในอนาคต”
“เวลานี้ถำ�้ ผาบงิ้ ทไี่ ดก้ อ่ สรา้ งขน้ึ แลว้ เปน็ ศาลาก็ดี เปน็ กฎุ กี ด็ ี เปน็ วตั ถชุ วั่ คราว
มุงด้วยหญ้าแฝกเป็นก�ำมะลอ ท่ีพักอาศัยยังไม่ถาวร ตามท่ีท่านท้ังหลายได้พากัน
ทศั นาการเหน็ แล้ว”
“ถำ�้ ผาบงิ้ จะมกี ารทำ� บญุ ประจำ� ปที กุ ปเี พอ่ื สะสมเงนิ ทองการกอ่ สรา้ ง ขยบั ขยาย
ไปทลี ะเลก็ ละนอ้ ย ใหน้ กึ ดู คณะอบุ าสกอบุ าสกิ าทงั้ หลาย พากนั บรจิ าคปจั จยั กอ่ สรา้ ง
ปลี ะเล็กละนอ้ ยตามความสามารถของพวกเราทงั้ หลาย เรยี กวา่ พวกเราพทุ ธบริษทั
แสวงหาเงนิ มาด้วยปลีแขง้ ท�ำการก่อสร้างไวใ้ นศาสนา”
“สถานทถี่ ำ�้ ผาบง้ิ เปน็ สถานทตี่ ง้ั แหง่ ภเู ขาเอกเทศลกู หนงึ่ ตา่ งหาก ไมต่ ดิ ตอ่ กบั
เขาลกู อนื่ ๆ มถี ำ�้ อยทู่ างทศิ ตะวนั ออกกบั ทางทศิ ตะวนั ตกตรงกนั เปน็ สถานทตี่ ดิ ตอ่ กบั
ทงุ่ นา อากาศดบี รสิ ทุ ธ์ิ มลี มพดั มาชำ� ระสงิ่ โสโครกในถำ้� และภเู ขาใหส้ ะอาดปราศจาก
เช้ือโรค และมีบ่อน้�ำใกลช้ ดิ เป็นท่ีอาศยั อปุ โภคบรโิ ภคไดส้ ะดวกทั้งในฤดแู ลง้ และ
ฤดฝู น ฤดหู นาว ไมใ่ หข้ ดั ขอ้ งดว้ ยนำ�้ ไมก่ นั ดารนำ�้ เหมอื นถำ�้ ผาปู่ ตำ� บลนาออ้ อำ� เภอ
เมอื ง จงั หวดั เลย วดั ถำ้� ผาบง้ิ หา่ งไกลจากหมบู่ า้ นนาออ้ และนาแก ๕๐๐ คนั ธนู บา้ นอนื่ ๆ
กไ็ มไ่ กลนกั เชน่ บา้ นกกเกย้ี ง บา้ นนาเหลา่ เปน็ ตน้ และไมห่ า่ งไกลจากอำ� เภอวงั สะพงุ
ทางรถยนตไ์ ปมาไดส้ ะดวก ในฤดแู ลง้ ศาสนกิ ชนมารว่ มกนิ รว่ มทานไดส้ ะดวก ไมข่ ดั ขอ้ ง
ดว้ ยประการใด”
“ถำ้� ผาบงิ้ เปน็ สถานทบ่ี รรพบรุ ษุ ของพวกเราเหลา่ พทุ ธบรษิ ทั ไดน้ บั ถอื กนั สบื ๆ มา
ตง้ั แตด่ กึ ดำ� บรรพว์ า่ เปน็ สถานทศี่ กั ดส์ิ ทิ ธิ์ ถงึ ฤดเู ทศกาลปใี หมม่ า ทา่ นพทุ ธศาสนกิ ชน
พุทธบริษัท เฒ่าแก่ หนมุ่ สาว ตลอดพระภิกษสุ งฆ์ ไดพ้ ากนั มานมสั การพระพุทธรูป
และรอยพระพทุ ธบาทซง่ึ ประดษิ ฐาน ณ ถำ�้ ผาบงิ้ ทกุ ๆ ปี เพอื่ อายุ วรรณะ สขุ ะ พละ
และขอฟ้าขอฝนให้ตกต้องตามฤดูกาล น้ีก็นับว่าถ้�ำผาบ้ิงเป็นสถานที่อันอัศจรรย์ที่
ศักดสิ์ ิทธ์ิ อ�ำนวยความตอ้ งการของมนษุ ยไ์ ด”้
178
“ระยะตอ่ น้ี ขอเชญิ ชวนทา่ นศาสนกิ ชนพทุ ธบรษิ ทั ทงั้ หลาย พากนั กอ่ สรา้ งใหเ้ ปน็
วัตถุถาวรมั่นคงด�ำรงไว้ในพระพุทธศาสนาถึงก่ึงพุทธกาลต่อไปในอนาคตข้างหน้า
เพือ่ สืบบุตรลูก บตุ รหลาน บุตรเหลน ของพวกเราทั้งหลาย พากนั ฝากฝังอรยิ ทรพั ย์
ไว้ในพุทธศาสนาทีไ่ ม่ฉิบหายดว้ ยโจรภัย อคั คภี ัย อุทกภัย ราชภยั ใดๆ เปน็ ท่สี บื
ประวัตกิ ารณ์ไปขา้ งหน้า
อนงึ่ พระโยคาวจรเจา้ ทง้ั หลาย พระภกิ ษสุ ามเณรทที่ รงเพศในศาสนา ทา่ นเหลา่ นน้ั
รกั ใครร่ กั ษาธดุ งค์ เดนิ ตามทางพระอรยิ เจา้ ทสี่ บื ๆ กนั มาแตก่ าลกอ่ น พากนั มาเทยี่ ววเิ วก
เจรญิ สมณธรรมมาพกั พาอาศยั ทรี่ ม่ ทเ่ี ยน็ ณ ถำ้� ผาบงิ้ ทเี่ ราไดก้ อ่ สรา้ งไวแ้ ลว้ ขอใหท้ า่ น
ทงั้ หลาย พทุ ธบรษิ ทั คณะอบุ าสก อบุ าสกิ า พงึ พจิ ารณา พงึ ดำ� ริ พงึ สนใจ พงึ ตรติ รอง
ทพี่ วกทา่ นทง้ั หลายพากนั กอ่ สรา้ งไวแ้ ลว้ อนั เปน็ บญุ มหากศุ ลไพศาล อนงึ่ บญุ กศุ ลอนั นี้
จะพาพวกเราเหลา่ พทุ ธบรษิ ทั ไปสสู่ คุ ตโิ ลกสวรรค์ นำ� มาซงึ่ ความสขุ อนั เลศิ กายกเ็ ลศิ
วาจากเ็ ลศิ นำ�้ ใจกเ็ ลศิ เลศิ ตลอด ทง้ั ทนี่ งั่ นอน ยนื เดนิ เครอ่ื งอปุ โภค บรโิ ภค เปน็ ของ
ทเี่ ลศิ ๆ ทงั้ นนั้ ถา้ เปน็ เชน่ น้ี เปน็ เหตใุ หพ้ วกเราปลมื้ อกปลมื้ ใจตอ่ สมบตั อิ นั เลศิ ในกจิ
ท่ีพวกเราทำ� บชู าไว้แลว้ ”
นอกจากที่ท่านบันทึกถึงการเชิญชวนให้มาร่วมกันก่อสร้างถ้�ำผาบิ้ง ซ่ึงขณะ
เร่ิมแรกนัน้ ศาลา กฏุ ิ ทส่ี ร้างคงยังมีสภาพ “ก�ำมะลอ” อย่างทีท่ ่านกล่าวไว้ คอื เปน็
วตั ถชุ ว่ั คราว หลงั คามงุ หญา้ แฝก ทา่ นไดบ้ นั ทกึ เกยี่ วกบั การเจรญิ สมณธรรมทถี่ ำ�้ ผาบงิ้
ไวอ้ ีกหลายแห่ง เชน่
“ทำ� ความเพยี รเจรญิ สมณธรรม ณ ถำ้� ผาบง้ิ ไมม่ วี นั จดื จาง จติ ปลมื้ ใจดดู ดมื่ เรอ่ื ยๆ
เพราะสถานทเี่ ปน็ มงคล สถานทศี่ ักดิส์ ิทธ์ิ สถานทพ่ี ระอริยเจ้านิพพาน”
“ภายในจติ ตดั ลงไปเรอ่ื งอรยิ สจั อยา่ งเดยี ว ไตรลกั ษณล์ บนมิ ติ ทงั้ หลาย เพราะ
นมิ ติ และสงั ขารเปน็ ตวั มาร กำ� ลงั วปิ สั สนารเู้ ทา่ ถงึ การ เมอ่ื รจู้ รงิ แลว้ จติ ไมก่ ำ� เรบิ ดว้ ย
ประการตา่ งๆ จติ ปกติ จติ บรสิ ทุ ธ์ิ ตง้ั อยดู่ ว้ ยอมตธรรม เพงิ่ เจรญิ ธรรมได้ ณ ถำ�้ ผาบง้ิ น้ี
ทไ่ี มป่ ระกอบดว้ ยความฝัน เพราะจติ ไม่ถอื สังขารนิมติ ใดๆ เปน็ ตวั มารของจิต”
179
ความตอนนีท้ า่ นบันทกึ ต่อท้ายไวว้ ่า “ตลุ าคม ๒๕๑๑” แสดงวา่ ท่านบันทึกใน
ระยะนัน้
“เดนิ บณิ ฑบาต มสี ตทิ ง้ั ไปและทงั้ กลบั ภาวนาเรอ่ื ยๆ ดกี วา่ อยแู่ หง่ อนื่ ทง้ั หมด”
การบิณฑบาตในขณะปี ๒๕๑๐ กวา่ นนั้ เปน็ อย่างไร มพี ระซงึ่ ระหว่างนนั้ ยงั
เป็นเณรอย่ดู ้วย ท่านเล่าว่า ยังคงตอ้ งเก็บใบมะขามมาต�ำผสมกบั น้�ำปลารา้ ต้มถวาย
ใหฉ้ ันอยู่แทบทุกวัน เพราะไม่มีจริงๆ แต่ท่านกค็ งมไิ ดส้ นใจกบั อาหารวา่ ขาดแคลน
อยา่ งไร ท่านสนใจแต่สติและจิตทีด่ ูดดม่ื กบั การภาวนามากกวา่
“การภาวนาเป็นเคร่ืองจูงใจในอารมณ์ท่ีคุ้นเคยในกัมมัฏฐาน กระดูกและ
ลมหายใจเปน็ คกู่ นั มสี มาธเิ ปน็ บาทหนา้ มปี ญั ญาเกดิ ทหี ลงั คอยแกค้ อยไข สว่ นรา่ งกาย
ให้เหน็ ไตรลักษณ์ของขนั ธ์แปรปรวนอยู่เสมอ ลมฟืดออกถอนพิษตณั หาอาสวกเิ ลส
พจิ ารณากระดกู ใหเ้ หน็ แยกออกจากกนั เปน็ สว่ นๆ ดว้ ยญาณทสั นะ ดว้ ยความจรงิ ใจ
ในสงั ขารทง้ั ปวงใหเ้ หน็ ใจหดมาตง้ั อยอู่ มตธรรม ใหเ้ ดนิ อารมณท์ ง้ั ๒ อยา่ งนเี้ ปน็ นจิ ”
ท่านบนั ทกึ ยอ่ ๆ ไว้ตอนทา้ ยขอ้ ความว่า “ถ้�ำผาบิง้ เดอื น ๘ พ.ศ. ๒๕๑๐”
ระหวา่ งท่ีอยถู่ �้ำผาบ้งิ ได้มพี วกทน่ี ครเวยี งจนั ทน์มานิมนตพ์ ระเถระผู้ใหญข่ อง
ฝา่ ยไทยไปทำ� บุญ ไดค้ วามวา่ พยายามนมิ นต์ ๑๐ องค์ มี หลวงป่ชู อบ ฐานสโม
หลวงปู่หลยุ จนั ทสาโร หลวงป่ซู ามา อจตุ โต หลวงปู่ออ่ น ญาณสิริ หลวงปู่บญุ มา
ฐิตเปโม เปน็ ตน้ ความจริงเขานมิ นตห์ ลวงปขู่ าว อนาลโย ด้วย แต่ทา่ นมอบใหท้ ่าน
อาจารย์บญุ เพ็ง เขมาภิรโต เดนิ ทางไปแทน
เร่ืองนี้ได้เรียนถามท่านผู้ที่เก่ียวข้องในการนิมนต์ท่ีเวียงจันทน์ และผู้นิมนต์
ไดเ้ ล่าให้ฟังวา่ ในการเดินทางไปเมอื่ ปี ๒๕๑๓ ก็ได้นมิ นต์ท่านไป แลว้ ใหไ้ ปพักอยู่
ทวี่ ดั จอมไตร ทเี่ วยี งจนั ทน์ ทด่ี งนาซอ๊ ก เปน็ เวลา ๒ อาทติ ย์ หลงั จากทท่ี างเวยี งจนั ทน์
นมิ นตแ์ ลว้ มคี นไทยทา่ นหนง่ึ ซง่ึ ระหวา่ งนน้ั กำ� ลงั ทำ� งานอยใู่ นองคก์ ารระหวา่ งประเทศ
ทเี่ วยี งจนั ทน์ ทราบขา่ ว กม็ าขอนมิ นตท์ า่ นและคณะไปทำ� บญุ บา้ น เธอเลา่ วา่ หลวงปชู่ อบ
180
หลวงปู่หลุย หลวงป่ซู ามา หลวงป่บู ญุ มา หลวงปูอ่ อ่ น ท่านอาจารยบ์ ุญเพ็ง กร็ บั
นมิ นตม์ า เมอ่ื มาถงึ บา้ น เธอไดร้ สู้ กึ ประทบั ใจอยา่ งมากหลายประการ โดยเฉพาะเมอื่
หลวงปชู่ อบมาถงึ หลวงปหู่ ลยุ ซงึ่ มากอ่ น กม็ าชว่ ยลา้ งเทา้ ใหแ้ ละเชด็ เทา้ ใหห้ ลวงปชู่ อบเอง
ท่านบอกว่า หลวงปู่ชอบคณุ ธรรมสูงกวา่ ท่านตอ้ งขอปรนนบิ ตั ิ
หลังจากการถวายจงั หันแล้ว กไ็ ดต้ ามไปท่ีวัด เธอกไ็ ดล้ องเรยี นถามวา่ “ได้ยิน
ขา่ ววา่ พระคณุ เจา้ เหลา่ นที้ รงคณุ ธรรมอนั ลำ�้ เลศิ อยากจะทราบวา่ ถา้ เผอ่ื ทา่ นแผเ่ มตตา
มาถึงเรา เราจะได้รับกระแสแห่งเมตตาน้ันหรือไม่” เผอิญเธอก็เป็นคนที่ช่างเจรจา
สกั หน่อย จึงกลา่ วตอ่ ไปเป็นเชงิ ตดั พอ้ ว่า “หลวงปู่มีลกู ศิษยม์ าก จะแผ่เมตตาถึงได้
อยา่ งไร จะตอ้ งเจอื จานคนมากมาย จะมาถงึ ไดค้ รบทกุ คนกระนนั้ หรอื ” หลวงปหู่ ลยุ
เป็นผู้ตอบวา่ “ถึงซิ เมตตาต้องมาถึงแน”่ แต่หลวงปู่ชอบนัน้ ยิม้ ไม่ไดต้ อบวา่ กระไร
เธอเล่าวา่ ในคืนนัน้ เธอและสามกี ็เขา้ ห้องพระภาวนา ตา่ งคนตา่ งเข้าท่ีภาวนา
จุดธูปเทียนบูชาพระแล้วนั่งสมาธิ ต่อไปไม่นานก็ได้กล่ินหอมดอกไม้ป่าตลบเต็มไป
ทั้งห้อง หอมจนทนไมไ่ ด้ ต้องออกปากถามกนั ไดค้ วามวา่ ท้งั สามีและภรรยาต่างได้
กลิน่ หอมเหมือนกนั กล่ินอธบิ ายไม่ถกู เชน่ กัน รงุ่ ขึ้นพอไปกราบทว่ี ดั จอมไตร เธอก็
ตอ่ วา่ วา่ “ไหนวา่ จะแผเ่ มตตามาใหล้ กู หลาน ไมเ่ หน็ ไดร้ บั ไมเ่ หน็ มาหาเลย” หลวงปหู่ ลยุ
เปน็ องคท์ ต่ี อบแทนวา่ “ทำ� ไมจะไมไ่ ป ไปแลว้ ” ถามวา่ “ไปอยา่ งไร ไมเ่ หน็ องคม์ า ไมเ่ หน็ ตวั
หลวงปนู่ ั่งเฉยๆ แล้วบอกว่าไป ใครจะเชื่อ” ทา่ นกย็ ม้ิ แลว้ ตอบว่า “ก็ไปแลว้ นะซิ
ไปด้วยกล่ิน หลวงปชู่ อบกไ็ ป ไมไ่ ด้กล่นิ หรอื หอมกล่ินศีลของทา่ น” ได้ยินเชน่ น้นั
เธอและสามกี ต็ า่ งมองตากนั ดว้ ยความอศั จรรยใ์ จ เพราะการทไี่ ดก้ ลนิ่ ดอกไมป้ า่ หอม
เตม็ หอ้ งนน้ั ไมไ่ ดเ้ คยพดู กบั ใคร นอกจากรำ� พงึ กนั ระหวา่ งสองสามภี รรยากอ่ นจะไป
กราบทา่ น ทา่ นกก็ ลบั ตอบเชน่ น้ี และตง้ั แตว่ นั นน้ั มา เธอกไ็ ดก้ ลน่ิ หอมตลอดมา และ
ทราบวา่ ถ้าเปน็ หลวงปูห่ ลยุ จะหอมกลน่ิ หนง่ึ ทา่ นหลวงปูช่ อบจะหอมอีกกลิน่ หนึ่ง
เวลาทา่ นอบรม ทา่ นกแ็ นะบอกใหร้ กั ษาศลี ๘ เธอบอกวา่ “ทำ� ไมไ่ ด้ ทำ� ราชการ
ไมม่ วี นั เวลาทจ่ี ะดูแลตนเพอื่ รกั ษาศลี ๘ ใหบ้ รสิ ทุ ธิไ์ ด”้ หลวงปูห่ ลยุ ท่านกบ็ อกว่า
“ถ้าอย่างนน้ั รกั ษาศลี อุโบสถเฉพาะวนั พระกแ็ ลว้ กนั ”
181
วนั หนงึ่ อยเู่ วยี งจนั ทนไ์ ปเทย่ี ว วนั นน้ั ไมไ่ ดเ้ ปน็ วนั ทร่ี กั ษาศลี แตก่ ลบั หอมดอกไม้
หอมชน่ื ใจไปหมด รวู้ า่ เปน็ ดอกไม้ที่ไม่มขี ายในทอ้ งตลาด เพียงนึกถงึ ทา่ นก็ไดก้ ล่นิ
ดอกไม้ เธอเลา่ วา่ กลน่ิ ในครงั้ กอ่ นๆ นน้ั เปน็ กลนิ่ ดอกไมส้ ด แตเ่ ดย๋ี วนด้ี จู ะปนกลนิ่
กระแจะดว้ ย ระยะนน้ั หลวงปชู่ อบยงั ไมอ่ าพาธ ทา่ นเทศนใ์ หฟ้ งั อยดู่ ว้ ย จำ� ไดว้ า่ เทศน์
ทที่ า่ นเทศนใ์ หฟ้ งั นน้ั เปน็ เรอ่ื งเกยี่ วกบั ใหท้ กุ คนทำ� จติ ใหส้ งบ ทา่ นเทศนอ์ ยเู่ ปน็ เวลาถงึ
๑๕ นาที แล้วก็สรปุ วา่ “ความสุขจะเท่ากบั จติ สงบเป็นไมม่ ี เอว”ํ งา่ ยๆ เชน่ นี้
ในระยะท่พี ักอยทู่ ่เี วยี งจันทน์ นอกจากทา่ นจะพกั กันทีว่ ัดจอมไตรแล้ว กพ็ ักท่ี
นาค�ำน้อย แต่ก็มกี ารนมิ นต์ไปภาวนาที่ถำ้� ผาพร้าวด้วย เธอว่าเธอรู้สึกประหลาดอยู่
อยา่ งหนงึ่ เกยี่ วกบั หลวงปทู่ กุ องค์ โดยเฉพาะวนั นนั้ จวนจะถงึ กำ� หนดกลบั แลว้ เพราะ
ทา่ นไดม้ าพกั อยหู่ ลายอาทติ ย์ จงึ ไปกราบหลวงปชู่ อบ เรยี นถามวา่ “จะกลบั เมอื งไทย
อยา่ งไร” ทา่ นบอกวา่ “กลบั เครอื่ งบนิ ” สามขี องเธอทเี่ ปน็ ผกู้ ราบเรยี นถามกง็ งวา่ จะกลบั
อยา่ งไร เพราะถา้ จะกลบั โดยเครือ่ งบนิ จะต้องเดินทางไปขนึ้ เคร่อื งบินท่ีเวียงจนั ทน์
ซงึ่ หา่ งจากทหี่ ลวงปแู่ ละคณะกำ� ลงั พำ� นกั อยมู่ ากเปน็ รอ้ ยกวา่ กโิ ลเมตร กใ็ นเมอ่ื ตำ� บล
ทค่ี ณะทา่ นพกั อยนู่ น้ั อยตู่ รงขา้ มกบั ฝง่ั ไทยพอดี เพยี งขา้ มแมน่ ำ้� โขงกจ็ ะถงึ เมอื งไทย
การเดนิ ทางกลบั ทางเรอื ดจู ะเปน็ การสะดวกทสี่ ดุ อกี ประการหนงึ่ ถงึ จะไปเวยี งจนั ทน์
แตเ่ ครอื่ งบนิ ไมม่ ที กุ วนั ตว๋ั เครอ่ื งบนิ กย็ งั ไมไ่ ดจ้ องจะทำ� อยา่ งไร เมอื่ ทา่ นบอกวา่ กลบั
เครือ่ งบนิ จงึ คดิ วา่ ไม่มีทางจะทำ� ได้ แตจ่ ะอย่างไรก็ตามเมอ่ื ถงึ เวลา ปรากฏวา่ มผี ู้น�ำ
เสนอจะน�ำเคร่อื งบนิ มาสง่ ให้ เป็นเครอื่ งบนิ ของทางราชการ ซึง่ ไมม่ ีก�ำหนดเวลาใด
ตกลงพระ ๙ องค์ ก็ขึ้นเคร่อื งบินมา สามีของเธอไดต้ ดิ ตามมาดแู ลท่านในเครอื่ งบิน
ล�ำนั้นดว้ ย
ขณะทีน่ ่งั อยใู่ นเครือ่ งบิน ไดก้ ราบเรยี นหลวงปู่ชอบว่า “อยากจะขอของดไี ว้ให้
พวกทเี่ ขามาสง่ นด้ี ว้ ย เชน่ พวกนกั บนิ และเจา้ หนา้ ทป่ี ระจำ� เครอ่ื งบนิ ไดม้ ไี วค้ มุ้ ครองตวั
เพราะต้องปฏิบัติงานเสี่ยงอนั ตรายตลอดเวลา” ท่านกย็ มิ้ ๆ แล้วกล็ ้วงลงไปในยา่ ม
ซ่งึ ย่ามน้ันมองเหมอื นไมม่ อี ะไร แตท่ ่านหยิบออกมาทไี รก็มีพระให้ทุกที ได้ครบกัน
ทกุ คนทงั้ ๖-๗ คน สามขี องเธอเปน็ คนสดุ ทา้ ย กค็ ดิ อยใู่ นใจวา่ “เราจะขอไอง้ งั่ เถอะ”
182
“ไอง้ งั่ ” นเี้ ปน็ พระทท่ี างประเทศลาวยกยอ่ งกนั มากวา่ ศกั ดสิ์ ทิ ธิ์ ชว่ ยในดา้ นแคลว้ คลาด
กน็ กึ ขออยใู่ นใจในสง่ิ ทเี่ ขาคดิ วา่ ไมน่ า่ จะเปน็ ไปได้ เพราะเวลาทเี่ ฝา้ ดนู น้ั ออกสงสยั เปน็
กำ� ลงั วา่ หลวงปชู่ อบหยบิ อะไรออกจากยา่ ม พระแตล่ ะองคท์ แี่ ตล่ ะคนไดไ้ มเ่ หมอื นกนั
และขนาดก็ไมใ่ ช่เล็กน้อย ทำ� ไมจึงมีไดท้ กุ ครงั้ จงึ แกล้งนึกวา่ “ขอไอ้งง่ั เถอะ” แต่
นา่ ประหลาด หลวงปชู่ อบทา่ นกค็ วกั ออกมาจากยา่ ม แลว้ ก็ไดพ้ ระงงั่ จรงิ ๆ เรอ่ื งนแี้ ม้
จะเป็นการแสดงเรื่องพระเรื่องเครอื่ งราง แตก่ ็แสดงวา่ ทา่ นมีจติ บรสิ ทุ ธ์ิ สามารถทำ�
ส่งิ ใดๆ ไดเ้ สมอ เพยี งแต่ท่านไม่พูดไมแ่ สดงเทา่ นน้ั
เธอกลา่ ววา่ อยา่ งไรกด็ สี งิ่ ทเี่ หน็ ไดช้ ดั คอื ความออ่ นนอ้ มถอ่ มองคข์ องหลวงปหู่ ลยุ
ระยะนน้ั ทา่ นพรรษา ๔๐ กวา่ และอายกุ ม็ ากถงึ ๖๘ พรรษาแลว้ คณุ ธรรมของทา่ นเอง
ก็มีอย่างเหลือล้นแล้ว ประดุจน�้ำเต็มแก้วเต็มฝั่งแล้ว แต่ท่านก็ยังคุกเข่าล้างเท้าให้
หลวงปู่ชอบ และเช็ดเท้าให้อย่างนอบน้อมถ่อมตน เป็นบุคลิกประจำ� องค์ของท่าน
โดยแท้
ถา้ จะนำ� บนั ทกึ ธรรมทหี่ ลวงปบู่ นั ทกึ ไวร้ ะหวา่ งทอ่ี ยจู่ ำ� พรรษามาลงพมิ พใ์ นประวตั ิ
คงจะยดื ยาวมากมาย และความจริงกไ็ ดร้ วบรวมไปไว้ในภาค “ธารแห่งธรรม” แลว้
เฉพาะครั้งน้ีจะขอน�ำบันทึกอันหนึ่งซึ่งท่านจดไว้ตอนที่อยู่ถ้�ำผาบิ้ง ซึ่งแสดงถึง
อารมณข์ นั ของทา่ นอยา่ งยงิ่ เปน็ บนั ทกึ ทที่ า่ นคงจะอา่ นพบจากหนงั สอื พมิ พ์ และเหน็
ความน่าขัน ท่านจึงจดลงในสมุดบันทึกของท่าน และเม่ือส้ินกระแสความจาก
หนังสอื พิมพ์ ท่านกแ็ สดงเปน็ ธรรมะตอ่ ไปเป็น
“เบอ่ื อะไรไมเ่ ทา่ เบอื่ เมยี เบอื่ กบั ขา้ ว เลกิ กนิ กลบั อยากอกี เบอ่ื ดหู นงั เลกิ ชว่ั คราว
กลบั ชอบดอู กี เมยี ไมใ่ ชว่ ตั ถเุ ชน่ นนั้ เบอื่ แลว้ จะเปลย่ี นกย็ าก จะขายกไ็ มไ่ ด้ จะเกบ็ ไว้
กไ็ มส่ นทิ จะใหค้ นอน่ื เสยี กไ็ มถ่ นดั จะทง้ิ กไ็ มร่ วู้ า่ จะทง้ิ ทไ่ี หน เบอ่ื แลว้ ยงั ตอ้ งเหน็ ตอ้ งพบ
เขา้ ใกลก้ ย็ ง่ิ เบอ่ื ตอ้ งเปน็ เชน่ นน้ั นแ้ี หละ ความเบอื่ ถงึ อกุ ฤษฏ์ ความเบอ่ื เกดิ จากความ
ซำ�้ ซากจำ� เจ แกเ้ บอ่ื ดว้ ยวธิ ี หยดุ ยา้ ยท่ี หรอื พกั หรอื เปลยี่ น จะแกเ้ บอ่ื พอแลว้ จติ เสมอๆ
แลว้ กพ็ ออยู่ โบราณทา่ นวา่ หนามปกั เอาหนามบง่ เมอ่ื เบอ่ื เกดิ จากความซำ�้ ซาก หนกั เขา้
กช็ าจนชิน การเบอ่ื มีขน้ึ แลว้ ความเบื่อก็หมด
183
ธรรมดาผชู้ ายทง้ั หมดตอ้ งเบอ่ื เมยี สว่ นผหู้ ญงิ เปน็ เจา้ ของผชู้ ายตอ้ งทนความเบอื่
ไมม่ คี วามรสู้ กึ ชนดิ ใดอกี แลว้ ทม่ี ฤี ทธริ์ นุ แรงเทา่ กบั ความรสู้ กึ เบอื่ เมยี จำ� เปน็ จำ� ใจตอ้ ง
อดทนไป เบอื่ แลว้ กลบั ชอบ เชน่ นกั เรยี นคนหนง่ึ เบอ่ื อาหารทเ่ี ธอกนิ ยงิ่ กนิ ซำ�้ ซากบอ่ ย
ดว้ ยการจ�ำเป็นจนชนิ ต่อไปเธอกลับชอบ เม่ือเธอมคี รอบครวั แล้ว เธอกแ็ ตง่ อาหาร
ชนดิ นนั้ กนิ บอ่ ยๆ อตั ตกลิ มถานโุ ยค กามสขุ ลั ลกิ านโุ ยค เปน็ คกู่ นั ชงั แลว้ กลบั รกั รกั แลว้
กลบั ชัง เพราะไมเ่ ทย่ี ง ปุถชุ นมีอารมณว์ นเวยี นอยู่กบั อารมณเ์ ทา่ นั้น วางความรัก
ความชงั ไม่ไดเ้ หมือนพระอริยเจ้าทั้งหลาย เพราะเหตุไม่ร้เู ทา่ สังขาร ผวั เมยี วนเวียน
นอนน�ำกนั อยเู่ รือ่ ยๆ”
ปี ๒๕๑๕ ปสี ดุ ทา้ ยทท่ี า่ นจำ� พรรษาอยทู่ นี่ ่ี เปน็ ปที ท่ี า่ นไดร้ บั กฐนิ จากคณะศรทั ธา
จากกรุงเทพฯ น�ำโดย พล.อ.อ. โพยม เยน็ สุดใจ และคุณหญงิ สมควร เย็นสุดใจ
ซง่ึ ทา่ นเลา่ วา่ สมยั ทเี่ ขา้ ไปนนั้ เปน็ ครง้ั แรกทมี่ คี ณะกฐนิ ใหญโ่ ตไปถงึ ทางเขา้ กย็ งั ไมม่ ี
ตอ้ งใชร้ ถเกรดนำ� หนา้ ชาวบา้ นใกลบ้ รเิ วณวดั ดอี กดใี จมากทไ่ี ดม้ ศี รทั ธามาจากกรงุ เทพฯ
ดูเหมอื นจะเปน็ กฐินท่ีได้เงนิ สูงสดุ สำ� หรบั ระยะน้นั คือ ๑๕๐,๐๐๐.- บาท
จากนนั้ พอถึงสน้ิ ปี ๒๕๑๕ ทา่ นกไ็ ด้จากถำ�้ ผาบง้ิ มาโปรดประชาชนทางภาคอืน่
ตอ่ ไป แตท่ า่ นกไ็ ดใ้ หค้ วามเมตตาอปุ ถมั ภบ์ ำ� รงุ วดั ถำ�้ ผาบงิ้ เสมอมามไิ ดข้ าด หลวงปเู่ ปน็
ประดุจพญาช้างที่พอใจซอกซอนซ่อนตัวอยู่ในป่าลึก ไม่ค่อยยอมออกมาพบความ
ศรวี ไิ ลของบา้ นเมอื ง จนลว่ งเขา้ สปู่ จั ฉมิ วยั อายกุ วา่ ๗๐ ปี ทา่ นจงึ ยอมรบั นมิ นตเ์ ขา้
มากรงุ เทพฯ บ้าง
184
พรรษาท่ี ๔๙-๕๐ พ.ศ. ๒๕๑๖-๒๕๑๗
กลับไปบูรณะบา้ นหนองผือ และถ้ำ� เจ้าผูข้ า้
พ.ศ. ๒๕๑๖ จ�ำพรรษา วัดปา่ บ้านหนองผือ ต.นาใน อ.พรรณานคิ ม จ.สกลนคร
พ.ศ. ๒๕๑๗ จ�ำพรรษา ถ้�ำเจ้าผู้ขา้ ต.ไร่ อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร
หลังจากการจัดสร้างวัดถ้�ำผาบิ้งแล้ว ท่านก็ได้เดินทางมาเตรียมบูรณะท่ีบ้าน
หนองผือต่อไป ความรู้สึกผูกพันที่ท่านมีต่อบ้านหนองผือน้ันมีมากอย่างยากที่จะ
กลา่ วได้ ชาวบา้ นเลา่ กนั วา่ เมอื่ ครงั้ แรกตอนทน่ี มิ นตท์ า่ นมาพรอ้ มกบั ยาหมอ้ ใหญใ่ นปี
๒๔๗๘ จำ� พรรษาแลว้ ท่านก็หายไป กวา่ จะกลบั มาใหช้ าวบา้ นได้เหน็ อีกกป็ ี ๒๔๘๖
ชาวบา้ นนกึ วา่ หลวงปลู่ ม้ หายตายจากไปแลว้ เพราะเหน็ หายไปนาน กไ็ ดแ้ ตอ่ าลยั อาวรณ์
ดว้ ยวา่ เปน็ พระทเี่ มตตากรณุ า เขา้ กบั พวกเขาไดม้ ากทสี่ ดุ ในยามอตั คดั ขาดแคลน ทา่ นก็
ชว่ ยแนะนำ� สงั่ สอนการชว่ ยวถิ กี ารครองชพี แมแ้ ตก่ ารทอผา้ ทา่ นกม็ าสอนแนะหาคน
มาเปน็ ครสู อนให้ ทำ� ยาหมอ้ ใหญอ่ ยา่ งทก่ี ลา่ วแลว้ ชว่ ยใหช้ าวบา้ นไดอ้ าศยั กนิ ไมต่ อ้ ง
ซ้ือหาหยูกยาอย่างอื่นต่อไป เม่ือร่างกายแข็งแรงปราศจากโรคภัยเบียดเบียนแล้ว
ซงึ่ พวกเขาไดร้ สู้ ึกประจกั ษแ์ กพ่ ทุ ธภาษติ ท่ีวา่ อโรคยา ปรมา ลาภา ความไม่มีโรค
เปน็ ลาภอนั ประเสรฐิ (เมอ่ื กอ่ นทหี่ ลวงปจู่ ะไปอยแู่ ถวบา้ นหนองผอื มกี ารเจบ็ ไขอ้ ยเู่ รอื่ ย
เพราะบา้ นหนองผอื เปน็ หมบู่ า้ นทอี่ ยกู่ ลางหบุ เขา มเี ขาลอ้ มรอบ อากาศยอ่ มชนื้ จรงิ อยู่
ส�ำหรับพระธุดงคกัมมัฏฐานจะใช้เป็นท่ีหลบขึ้นไปแสวงหาความวิเวกบนเขาได้เกือบ
รอบดา้ น แตผ่ ทู้ อ่ี ยจู่ ำ� เจ ณ ทนี่ นั้ จะตอ้ งถกู อากาศกดอยเู่ สมอ การทไี่ ดร้ บั ประทานยา
ตำ� รบั ของหลวงปู่ ท�ำใหค้ นในหมูบ่ ้านมีความสุขข้ึน สุขภาพแขง็ แรง เมื่อไม่เจ็บไมไ่ ข้
กส็ ามารถใชส้ ตปิ ญั ญากำ� ลงั กายทำ� มาหาเลย้ี งตนไดต้ อ่ ไป) พวกเขากลา่ วกนั วา่ เขารสู้ กึ
185
สำ� นกึ ในพระคณุ ของหลวงปอู่ ยเู่ สมอ เมอ่ื เหน็ หายหนา้ ไปนาน เขา้ ใจวา่ ทา่ นคงมรณภาพแลว้
เมอ่ื กลับมาให้เห็นจึงดใี จกันขนานใหญ่
เมอ่ื กลบั มาในรอบทแี่ ลว้ กย็ งั ไดเ้ ปน็ ผนู้ ำ� หมใู่ หอ้ บุ ายจนสามารถอาราธนานมิ นต์
หลวงปใู่ หญ่ ทา่ นพระอาจารยม์ นั่ ภรู ทิ ตั ตมหาเถระ ใหอ้ ยเู่ ปน็ ขวญั ตาขวญั ใจเปน็ หลกั ชยั
ที่พ่ึงให้ชาวบ้านหนองผือได้ยึดประจ�ำใจอยู่เป็นเวลานาน ท่านจากมาหลังจากท่ี
หลวงปู่มั่นมรณภาพแล้ว ในระหว่างนั้น แม้ท่านจะไม่ได้จ�ำพรรษาท่ีบ้านหนองผือ
แต่ท่านก็เข้าออกไปมาและคอยดูแลก�ำกับการอยู่ตลอด ท่านกลับไปอีกทีหนึ่งในปี
๒๕๑๖ จำ� พรรษาอยูท่ ่ีวัดป่าบ้านหนองผือ และปี ๒๕๑๗ ทว่ี ัดถ้ำ� เจ้าผขู้ า้ ซงึ่ อยไู่ ม่
ไกลกนั ในเขตอำ� เภอพรรณานคิ มดว้ ยกนั และเปน็ ทซี่ ง่ึ หลวงปไู่ ดไ้ ปบรู ณะชว่ ยเหลอื
สร้างข้ึนให้เป็นวดั อย่างถาวร ท่านได้บนั ทึกไวว้ ่า
“อยบู่ า้ นผอื ภาวนาดมี ากกวา่ อยแู่ หง่ อนื่ เพราะสถานทพ่ี ระอรยิ เจา้ ทา่ นอาจารยม์ น่ั
ทา่ นอาจารยเ์ นยี ม ประทบั อยู่ ณ ทนี่ นั้ เปน็ สถานทเ่ี ปน็ มงคล สถานทเี่ ตอื นสตบิ อ่ ยๆ
คลา้ ยอยกู่ บั ทา่ นอาจารยม์ น่ั ความรธู้ รรมลกึ ลบั สขุ มุ คมั ภรี ภาพ ฉะนน้ั การบำ� รงุ กอ่ สรา้ ง
จงึ ทำ� ใหถ้ าวรมนั่ คงรงุ่ เรอื งใหส้ มฐานะกบั สถานทเี่ ปน็ มงคล เทศนามปี ฏภิ าณดี บคุ คล
สอนงา่ ย อบุ าสก อบุ าสกิ า กลวั เรามาก เพราะเราทรมานเขามาแตก่ อ่ น ดดุ า่ เขาไมโ่ กรธ
อยไู่ ดแ้ ตอ่ อกพรรษา เขา้ พรรษาอยไู่ มไ่ ด้ อากาศดบั ถำ้� ผขู้ า้ อากาศดี มถี ำ�้ เปน็ มงคลดี
บา้ นผอื สงดั ดกี วา่ เกดิ ธรรมะ สถานทดี่ มี าก พระเณรเราวา่ กลา่ วสง่ั สอนได้ ไดม้ ธี รรมะ
จากสถานท่ี ๒ แห่งนม้ี ากมาย”
ท่านได้เห็นวา่ หลังจากท่ีทา่ นพระอาจารย์ม่นั ได้มรณภาพแล้ว สภาพวัดป่าบ้าน
หนองผอื ดทู รดุ โทรมมาก ระยะนนั้ แทบไมม่ ใี ครทจี่ ะมาดแู ล ไดก้ ลา่ วกนั วา่ แมแ้ ตถ่ าน
ทที่ า่ นพระอาจารยม์ น่ั เคยอยถู่ า่ ย กไ็ ดม้ ผี มู้ าขอขดุ เอาดนิ ไป ซงึ่ กลา่ วกนั วา่ เปน็ พระธาตุ
ท้งั นั้น อยา่ ว่าแตก่ ระดูกของทา่ นจะกลายเป็นพระธาตเุ ลย แม้แต่สิง่ ซ่งึ ถา้ เป็นบุคคล
ธรรมดากจ็ ะถอื เปน็ ของปฏกิ ลู สกปรกโสมม นา่ สะอดิ สะเอยี น ของทที่ า่ นถา่ ยทง้ิ ลงแลว้
หากเปน็ ของผบู้ รสิ ทุ ธ์ิ สง่ิ ใดผา่ นรา่ งทา่ น ผา่ นการภาวนาแผเ่ มตตาชำ� ระความบรสิ ทุ ธ์ิ
อยตู่ ลอด มูลมตู รมลู คูถจงึ กลายเปน็ ส่งิ ศักดิ์สิทธ์ไิ ป ทา่ นไปจดั การสอนให้ชาวบ้าน
186
รู้จักรักและภาคภูมิใจในสิ่งท่ีท่านพระอาจารย์ม่ันได้ฝากร่องรอยไว้ จะเป็นกุฏิของ
ทา่ นก็ดี ศาลาธรรมกด็ ี บริเวณวัด ทางจงกรม ขอให้รกั ษาไวใ้ ห้อยใู่ นสภาพเดมิ ดัง
ท่ีท่านพระอาจารย์มน่ั ได้เคยอยู่
ทา่ นกลา่ วกบั ชาวบา้ นไวว้ า่ สถานทน่ี จี้ กั มชี อื่ เสยี งตอ่ ไปอกี นานแสนนาน พวกเรา
อยแู่ ลว้ กจ็ ะตายไปเพยี งอายเุ ทา่ ชว่ั ชวี ติ ของเรา แตส่ ถานทนี่ จ้ี ะอยตู่ ลอดไป เพราะเปน็
สถานทพ่ี ระอรหนั ตเจา้ ไดม้ าอยใู่ นระยะเวลาปจั ฉมิ วยั ของทา่ น เปน็ สถานทที่ ไี่ ดอ้ บรม
บ่มร่�ำศิษย์ของท่านให้กลายเป็นต้นโพธิ์อันงดงามในพุทธศาสนาแตกกิ่งก้านสาขา
เปน็ ทพี่ กั พง่ึ พงิ ทางใจแกพ่ ทุ ธศาสนกิ ชนทว่ั ประเทศ แตล่ ะตน้ ตา่ งมชี อ่ื เสยี งขจรขจาย
ตามรอยตน้ โพธพ์ิ อ่ โพธแ์ิ ม่ คอื ทา่ นพระอาจารยม์ น่ั โพธเ์ิ หลา่ นน้ั ทไี่ ดร้ บั ธรรมจากบา้ น
หนองผอื มอี กี มากมายหลายองค์ อยา่ งเชน่ หลวงปฝู่ น้ั หลวงปขู่ าว หลวงปชู่ อบ หลวงปตู่ อื้
หรอื ทา่ นอาจารยพ์ ระมหาบวั หรอื ร่นุ เลก็ ๆ ต่อไป เชน่ ทา่ นพระอาจารยว์ นั ทา่ นพระ
อาจารยจ์ วน ทา่ นพระอาจารยส์ งิ หท์ อง เปน็ อาทิ พวกทา่ นชาวบา้ นหนองผอื ควรจะตอ้ ง
บำ� รงุ รกั ษาสถานทเ่ี หลา่ น้ี อาจจะขาดแคลนกำ� ลงั ทรพั ย์ แตค่ นไทยจากจงั หวดั ถน่ิ อนื่
กค็ งจะสง่ มาใหค้ วามช่วยเหลอื ได้
“พวกเจ้าอาจจะไม่มีก�ำลังทรัพย์ แต่เจ้ามีก�ำลังกายท่ีจะช่วยบ�ำรุงให้อยู่ต่อไป
อยา่ งนอ้ ยรกั ษาความสะอาดเรยี บรอ้ ยไว้ อยา่ ใหส้ กปรกรกรงุ รงั ทางเดนิ จงกรมเปน็ ดนิ
กต็ อ้ งใหด้ แู ลไว้ พระสงฆอ์ งคเ์ จา้ ทจ่ี ะมาจำ� พรรษาอยทู่ น่ี เี่ ปน็ การสบื ตอ่ พระศาสนา กข็ อ
ใหถ้ วายการอุปฏั ฐากอยา่ งดี”
ชาวบา้ นเลา่ วา่ หลวงปไู่ ดเ้ มตตาสง่ั สอนใหพ้ วกเขาไดส้ ามารถมสี ว่ นแหง่ การบญุ
ขาดก�ำลังทรัพย์ก็ช่วยได้ทางก�ำลังกายและก�ำลังใจ จัดเป็นบุญกุศลอย่างมหาศาล
เชน่ กนั ระยะนน้ั กำ� ลงั ศรทั ธาทจี่ ะมาชว่ ยสนบั สนนุ ทา่ นยงั มไี มม่ าก ทา่ นกไ็ ดแ้ ตแ่ นะให้
ชาวบา้ นรจู้ กั หนา้ ทร่ี จู้ กั หวงแหนสมบตั อิ นั มคี า่ ของตน ทา่ นกลา่ ววา่ ทา่ นไดไ้ ปดทู งั้ ๒ วดั
ดว้ ยความเปน็ ห่วง ไมต่ อ้ งการให้ทรุดโทรมเส่ือมสลายไป
การภาวนา ณ สถานท่ี ๒ แหง่ น้ี ไดร้ วบรวมไวอ้ ยใู่ น “ภาคธารแหง่ ธรรม” เรยี บรอ้ ย
แลว้ หลวงปูไ่ ด้กลบั มาบูรณะใหม่อีกครั้งหนึ่ง เมือ่ ปี ๒๕๒๕ ซ่งึ จะได้กลา่ วต่อไป
187
พรรษาที่ ๕๑ พ.ศ. ๒๕๑๘
โปรดชาวภาคตะวันออก
จำ� พรรษา ณ สวนบ้านอา่ ง อ.มะขาม จ.จันทบรุ ี
ออกพรรษาแล้ว หลวงปู่คงอยู่เป็นหลักชัยให้ญาติโยมที่อยู่ใกล้เคียงกับถ้�ำ
เจ้าผขู้ ้า และบริเวณใกลเ้ คยี งแถวอ�ำเภอพรรณานิคมต่อไปอีกระยะหน่ึง พอดีมีงาน
นมิ นตท์ างกรงุ เทพฯ ทา่ นจงึ เดินทางลงมาตามคำ� นมิ นต์ โดยพักท่วี ัดอโศการามบ้าง
ที่พักสงฆ์ ก.ม. ๒๗ บา้ ง
ระหวา่ งอยกู่ รงุ เทพฯ นนั้ นายแพทยโ์ รจน์ สวุ รรณสทุ ธิ และภรรยา มากราบทา่ น
และปฏบิ ตั ธิ รรมกับท่าน คุยให้ท่านฟงั ถึงทีส่ วนของทา่ นที่จงั หวดั จนั ทบรุ ีซึ่งปลูกยาง
เป็นสว่ นใหญ่ แตก่ ม็ ีต้นผลไมอ้ นื่ เช่น ส้มเขยี วหวานและมะมว่ งบา้ ง รวมท้งั มสี วน
พรกิ ไทยซง่ึ เปน็ พชื พนั ธไ์ุ มท้ ที่ ำ� ใหจ้ นั ทบรุ มี ชี อื่ เสยี ง มพี รกิ ไทยเปน็ สนิ คา้ ขาออกสำ� คญั
ของจนั ทบรุ ี นอกเหนอื จากอญั มณอี ยา่ งพลอยดว้ ย คณุ หมอกราบเรยี นทา่ นวา่ บรเิ วณ
สวนน้นั กว้างใหญ่ มีอาณาบริเวณหลายรอ้ ยไร่ ตน้ ยางกส็ ูงระหง มีรม่ เงาดี บริเวณ
ดา้ นหลงั มเี นนิ เขา มอี า่ งนำ้� มลี ำ� ธาร ควรถอื ไดว้ า่ เปน็ ปา่ เปน็ เขา อดุ มดว้ ยตน้ ไมใ้ หญ่
ทอ่ ธารละหานหว้ ย ดงั เชน่ ปา่ เขาทห่ี ลวงปไู่ ดเ้ คยเดนิ ธดุ งคว์ เิ วกมาในภาคอสี าน หากทา่ น
จะเมตตาไปพกั บ�ำเพ็ญภาวนากจ็ ะเปน็ มงคลแกส่ ถานที่เปน็ อยา่ งยิ่ง
เมอื่ ทา่ นไปเหน็ สถานท่ี และไดพ้ กั ภาวนากำ� หนดจติ แผเ่ มตตาอยรู่ ะยะหนง่ึ กร็ บั วา่
สถานท่นี ั้นสปั ปายะอยา่ งยิ่ง คุณหมอและภรรยาจึงอาราธนานมิ นตว์ ่า “ในพรรษาที่
จะถงึ น้ี ขอใหห้ ลวงปเู่ มตตาอยจู่ ำ� พรรษา ณ สวนบา้ นอา่ งน”ี้ เมอื่ ทา่ นรบั นมิ นตแ์ ลว้ นนั้
มีเวลาพอควรก่อนถึงเวลาปวารณาเข้าพรรษา หลวงปู่จึงกลับมาโปรดญาติโยมทาง
กรงุ เทพฯ กอ่ น ระหวา่ งนน้ั ทางทส่ี วนกเ็ ตรยี มจดั สถานทรี่ อรบั คณะทา่ น คณุ หมอเลา่ วา่
รู้อยู่ว่าพระป่าไม่ชอบสถานที่หรูหราฟุ่มเฟือย ขอเพียงมีแคร่เล็กๆ พอแขวนกลด
188
แขวนมงุ้ กพ็ อแลว้ แต่โดยท่รี ะหวา่ งพรรษาเปน็ เวลาหน้าฝน และฝนทางจนั ทบรุ ีนน้ั
ตกหนักและชุกมาก จ�ำจะต้องจัดให้ท่านมีที่มุงท่ีบังอันแข็งแรงพอจะป้องกันลม
กนั ฝนได้ อยา่ ว่าแต่ความหรูหราฟุ่มเฟือยเลย แมแ้ ตก่ ารจะไปซอื้ วสั ดุ เชน่ ไมจ้ าก
ขา้ งนอก หลวงปกู่ ป็ รารภหา้ มไวก้ อ่ นแลว้ ดงั นนั้ เจา้ ภาพจงึ หาทางประนปี ระนอมทจี่ ะ
จดั สรา้ งทพี่ กั ใหแ้ ขง็ แรงทนแดดทนฝนได้ แตใ่ นขณะเดยี วกนั กต็ อ้ งไมเ่ ปน็ การจดั ซอื้
ใหเ้ สียเงนิ โดยจดั หาวัสดุในสวน “ตามมีตามเกดิ นะ” อยา่ งท่ีท่านสั่ง
กลา่ วคอื ในสวนแถบจนั ทบรุ ยี อ่ มอดุ มดว้ ยตน้ ระกำ� ปา่ คณุ หมอกใ็ หต้ ดั ตน้ มา
สรา้ งเปน็ กฏุ ไิ มร้ ะก�ำได้ ๑ หลัง สว่ นพระและเณรทีจ่ ะตดิ ตามท่านมาน้นั กห็ าไมไ้ ผ่
ในสวนมาสรา้ งเปน็ กระท่อมเล็กๆ ขนาดกวา้ งพอแขวนกลดและมงุ้ ได้ มงุ ด้วยหญ้า
ซ่งึ ก็เกบ็ เก่ียวจากในเขตสวนยางสวนสม้ นั่นเอง บรเิ วณใกล้อ่างน�ำ้ และลำ� ธารทำ� เปน็
ศาลา ใชท้ งั้ เป็นทปี่ ระชุม สวดมนต์ ฟังธรรม และทัง้ เปน็ ทฉ่ี ันจงั หันด้วย ใชว้ สั ดุ
เรยี บงา่ ยและตามมตี ามเกดิ คอื หาไดใ้ นสวนตรงตามหลวงปสู่ งั่ ไว้ ดงั นน้ั เมอ่ื ทา่ นมา
เหน็ เขา้ จึงพอใจสถานทจ่ี �ำพรรษานี้อยา่ งยง่ิ
ท่านไดบ้ ันทึกชมเชยสถานทีจ่ �ำพรรษาครัง้ นวี้ า่ “ดกี วา่ ภาคอีสาน”
“ภาวนาดนี กั ทงั้ กลางวนั และกลางคนื แตก่ ลางคนื เพง่ อารมณก์ รรมฐานโดยเฉพาะ
ประกอบไตรลักษณ์ ไม่ใหย้ ึดม่ันถอื มนั่ ในสงั ขารทัง้ ปวง เหน็ ว่าสงั ขารเปน็ ภยั ใหญ”่
ปกตใิ นการเดนิ ทางไปพำ� นกั อยทู่ ใ่ี ดกต็ าม หลวงปมู่ กั จะนำ� หนงั สอื ตดิ องคไ์ ปอา่ น
ดว้ ยเสมอ เปน็ วหิ ารธรรม เปน็ เครอื่ งอยขู่ องทา่ น ระหวา่ งวา่ งจากเวลารบั แขกหรอื เวลา
ภาวนา แตส่ ำ� หรบั ที่สวนเมอื งจนั ทน์ ี้ เมือ่ น�ำหนงั สือขึน้ มาอา่ น ท่านกต็ ้องร�ำพึงวา่
“ดหู นงั สอื อยากนอน เขา้ อารมณภ์ าวนาไมอ่ ยากนอน ชวนใหภ้ าวนาเรอ่ื ยๆ นมิ ติ
ไม่ฝนั รา้ ย นิสยั ถูกกบั เขา (หมายถงึ ญาตโิ ยม) อยากน�ำเขาไปเรือ่ ยๆ”
“เพ่งกาย ตรวจกายไปเร่อื ยๆ ไม่ให้ยึดมั่นถอื มนั่ ในสงั ขารใดๆ ถกู กับอากาศ
ทะเล ไม่เจบ็ ป่วยเหมือนกะอยู่ภาคอสี าน กนิ ข้าวมีรส นอนหลบั ดี ร่างกายสมบูรณ์
ไมเ่ จบ็ ปว่ ย เทศนาแก่บุคคลมปี าฏิหาริย์ ลกึ ตื้นมคี นเขา้ ใจ”
189
ทำ� ใหท้ า่ นแทบไมไ่ ดห้ ยบิ หนงั สอื เลม่ ใดขน้ึ มาอา่ น เพราะจติ ใจดดู ดม่ื เพลดิ เพลนิ
ในการภาวนาโดยตลอด อีกตอนหน่ึงในสมดุ บันทกึ ทา่ นกลา่ วว่า
“ตรวจกายถงึ หลกั ธรรมะเสมอ คน้ อนสุ ยั ของจติ เสมอ คณุ หมอโรจนพ์ รอ้ มดว้ ย
ภรรยาเขา้ ใจธรรมะมาก สอนใหม้ า้ งกาย เขา้ ใจมากกวา่ คนอน่ื ในจงั หวดั พระนคร....”
ความจรงิ เมอ่ื กลา่ วแตต่ น้ วา่ หลวงปพู่ อใจสถานทจ่ี ำ� พรรษานอี้ ยา่ งยง่ิ นนั้ ตง้ั ใจจะ
กลา่ วตอ่ ไปวา่ แตส่ ง่ิ ทท่ี ำ� ใหพ้ อใจอยา่ งทส่ี ดุ นนั้ มใิ ชส่ ถานทอ่ี นั สงดั วเิ วก แตเ่ ปน็ บคุ คล
ผู้เป็นศิษย์ ผู้รับฟังค�ำสอนจากท่านด้วยความเลื่อมใสศรัทธา และสามารถปฏิบัติ
ตามได้
เปน็ ทที่ ราบกนั ดวี า่ เมอ่ื หลวงปไู่ ปพกั อยทู่ ใี่ ด ทา่ นจะนำ� คนใหไ้ หวพ้ ระสวดมนต์
รักษาศลี รจู้ ักการให้ทาน การภาวนา เปน็ ประจ�ำทกุ วนั ณ ทส่ี วนบา้ นอ่างน้ี แตแ่ รก
ก็อบรมเฉพาะผทู้ อี่ ยู่ในเขตสวน เชน่ ผู้จดั การและคนงานพรอ้ มครอบครวั ต่อมา
ชาวบา้ นใกลเ้ รอื นเคียงทราบข่าวกเ็ ข้ามาฟงั ธรรมดว้ ย รวมทัง้ จากอ�ำเภอนอกๆ หรอื
ทตี่ ลาดในตัวจังหวัดจันทบรุ หี รือระยอง ก็มาใสบ่ าตรฟังเทศนด์ ว้ ย ตอนระยะหลังๆ
มผี ู้เลอื่ มใสศรทั ธามาขอนอนวัดภาวนาทกุ คืน
อันท่ีจริง แถบจังหวัดภาคตะวันออกโดยเฉพาะที่จันทบุรีน้ี เคยมีพระเถระ
ผใู้ หญฝ่ า่ ยกมั มฏั ฐานสายทา่ นพระอาจารยม์ นั่ ภรู ทิ ตั โต ไดม้ าโปรดญาตโิ ยมทางนอี้ ยู่
มากแลว้ เชน่ พระคณุ เจา้ หลวงปเู่ ทสก์ เทสรงั สี (พระราชนโิ รธรงั สคี มั ภรี ปญั ญาวศิ ษิ ฏ)์
ทา่ นพระอาจารยล์ ี ธมั มธโร (พระสุทธิธรรมรังสีคมั ภรี เมธาจารย์) ทา่ นพระอาจารย์
กงมา จริ ปญุ โญ เปน็ อาทิ ศรทั ธาญาตโิ ยมจงึ เปน็ ผคู้ นุ้ เคยกบั พระกมั มฏั ฐาน เคยตอ่
การทสั นานตุ รยิ ะ ไดเ้ หน็ พระ กราบไหวพ้ ระ บงั เกดิ ความชน่ื อกชนื่ ใจ เลอื่ มใส เชอื่ ฟงั
นสิ ยั จงึ นอ้ มมาทางธรรมเชอ่ื มน่ั ในธรรมอยแู่ ลว้ เมอื่ ไดม้ ากราบหลวงปหู่ ลยุ ทา่ นจงึ ชม
พทุ ธบรษิ ทั ทางภาคตะวันออกนวี้ ่าเปน็ “ชา้ งทฝี่ กึ แล้ววา่ ง่าย สอนง่าย”
บาปมี บญุ มี อานสิ งสข์ องบญุ มอี ยา่ งจรงิ แท้ ทา่ นผใู้ หท้ พี่ กั ในการบำ� เพญ็ เพยี ร
ภาวนาแกพ่ ระภกิ ษุ สามเณร และญาตโิ ยมผปู้ ระพฤตปิ ฏบิ ตั ิ ยอ่ มไดร้ บั อานสิ งสแ์ หง่
190
การนน้ั อยา่ งไมต่ อ้ งสงสยั อยา่ งนอ้ ยทสี่ ดุ ทเ่ี หน็ โดยพลนั กไ็ ดท้ ำ� ใหก้ ารภาวนาของทา่ น
กา้ วหน้าไปอยา่ งน่าปลม้ื ใจ
คุณส�ำรวย สุวรรณสุทธิ ภรรยาคุณหมอโรจน์ เป็นผู้ท่ีหลวงปู่ยกข้ึนมาเป็น
ตวั อย่างยกยอ่ งเสมอ ท่านสอนเสมอให้ทกุ คน “มา้ งกาย” ซึ่งเปน็ การพจิ ารณากาย
กายคตานสุ ตแิ บบหนงึ่ โดยใชว้ ธิ แี ยกกายออกเปน็ สว่ นๆ ใหเ้ หน็ ความเกดิ ความเสอ่ื ม
ความดบั ไป แหง่ สกลกายนี้ เพง่ พจิ ารณากายใหเ้ ปน็ อคุ คหนมิ ติ ใหเ้ ปน็ ปฏภิ าคนมิ ติ
แล้วดำ� เนินจิตเขา้ สูไ่ ตรลักษณ์ หลวงปสู่ อนไป สอนไป แต่ก็แทบไม่มใี ครจะสามารถ
ก�ำหนดจติ “ม้างกาย” ท�ำตามท่านได้ กระทั่งท่านมาอยู่ทีส่ วนเมืองจนั ทบรุ นี ้ี ทา่ นได้
“เคี่ยว” ศิษย์ กระทั่งวันหน่ึง ศิษยผ์ ู้นนั้ หรอื คณุ สำ� รวย ก็สามารถกราบเรียนเร่ือง
การหดั “มา้ งกาย” ของเธอถวายใหห้ ลวงปฟู่ งั ไดอ้ ยา่ งเปน็ ทนี่ า่ พอใจ “สอนใหม้ า้ งกาย
เข้าใจมากกว่าคนอ่ืนในจังหวัดพระนคร...” ตามทีห่ ลวงป่บู ันทึกไว้
คณุ สำ� รวยเลา่ วา่ เธอไมท่ ราบจะ “มา้ งกาย” อยา่ งไร ทำ� แบบไหน ทา่ นวา่ ใหแ้ ยกกาย
ใหต้ ดั กาย เฮอ้ กเ็ ลยนกึ แบบท�ำกบั ขา้ ว สับไก่ ฉกี ไก่ เอ มนั กย็ งั ไมไ่ ดค้ วาม วนั หลงั
เล่าถวายท่านวา่ “สบั กแ็ ล้ว ฉีกก็แล้ว กายมันก็ยังเป็นแทง่ ทึบอยนู่ ่นั แลว้ ” หลวงปู่
ก็เอ็ดเปรย้ี งเข้าให้ “แมม่ ีตีน มอื มเี อาไว้ท�ำไม เอามือฉีก เอาตีนถีบ ตบมนั ออกไปซี
นะแมน่ ะ”
เธอกก็ ลบั มาทำ� ตอ่ ผา่ อกตวั เองออกไป เหมอื นผา่ อกเปด็ อกไก่ ผา่ ออกเปน็ ๒ ซกี
จะฉกี ให้เป็นช้ินๆ แลว้ กน็ ้อมเขา้ มาทตี่ วั เรา สบั เหมือนสบั เป็ด สบั ไก่ สับจนละเอียด
พยายามเพง่ กาย สับกาย อยเู่ ชน่ นน้ั นอ้ มนกึ อยดู่ ังน้ันเรอ่ื ยๆ วนั หนึง่ เธอไปทำ� บุญ
ทพ่ี พิ ธิ ภณั ฑท์ า่ นพระอาจารยม์ นั่ ภรู ทิ ตั ตมหาเถระ ทว่ี ดั ปา่ สทุ ธาวาส ไดเ้ หน็ อฐั พิ ระธาตุ
ของทา่ นทใี่ สเปน็ แกว้ กบ็ งั เกดิ ความปลม้ื ปตี ิ คำ� นงึ วา่ เราไดท้ ำ� บญุ อยา่ งเตม็ เปย่ี มกบั ทา่ น
นา่ ชน่ื ใจ นกึ ยอ้ นดกู ายเรา กระดกู ของเรา มนั เปน็ อยา่ งไร ความทเ่ี คยหดั “มา้ งกาย”
ตามคำ� หลวงปสู่ อน สบั มนั หน่ั มนั ฉกี มนั ถบี มนั ตบมนั อยเู่ ปน็ ประจำ� บอ่ ยๆ วนั นน้ั
เกดิ ปตี สิ ง่ นกึ “มา้ งกาย” ตามกรรมวธิ ขี องทา่ น เพยี งอดึ ใจเดยี วกร็ วมพบั่ ลงเหน็ กระดกู
ในรา่ งกายแหลกละเอยี ดลงเปน็ ฝนุ่ ปลวิ ไปหมดเลย เหลอื แต่ “ผรู้ ”ู้ เดน่ ดวงอยอู่ ยา่ งเดยี ว
191
พรรษาที่ ๕๒ พ.ศ. ๒๕๑๙
เดนิ ทางไปโปรดชาวภาคใต้
จ�ำพรรษา ณ วัดกมุ ภรี บ์ รรพต นิคมควนกาหลง อ.ควนกาหลง จ.สตลู
ออกพรรษาแล้ว ท่านยังคงพ�ำนักที่สวนคุณหมอโรจน์ต่อไปอีกระยะหน่ึงเพ่ือ
โปรดญาตโิ ยมในตวั จงั หวดั จนั ทบรุ ี อำ� เภอโดยรอบและจงั หวดั ใกลเ้ คยี ง โดยเฉพาะ
เพอื่ พานำ� ไหว้พระ ทำ� วตั ร สวดมนต์ ทกุ คนกส็ นใจทำ� ตามดว้ ยจิตอันนอบน้อมตอ่
คณุ พระรตั นตรยั สำ� หรบั ภรรยาคณุ หมอโรจน์ ทเ่ี มอื่ ทา่ นสอนการมา้ งกาย กพ็ ยายาม
ปฏบิ ัติตามจนปรากฏผลเปน็ ท่พี อใจ
ทา่ นไดบ้ นั ทึกไวว้ ่า ทา่ นจากจังหวดั จันทบรุ มี าเม่ือวันที่ ๓ กมุ ภาพันธ์ ๒๕๑๙
เน่ืองด้วยคณะพุทธบริษัทของวัดอโศการาม จังหวัดสมุทรปราการ อาราธนาให้มา
พกั ผอ่ นลว่ งหนา้ กอ่ น เพราะบรรดาศษิ ยานศุ ษิ ยแ์ ละพทุ ธศาสนกิ ชนผมู้ คี วามเคารพรกั
ในองคท์ า่ น จะไดจ้ ดั งานทำ� บญุ ฉลองอายใุ หท้ า่ น และหลวงปชู่ อบ ฐานสโม ซง่ึ ตา่ งเกดิ
ในเดอื นเดยี วกนั คอื เดอื นกมุ ภาพนั ธ์ และปเี ดยี วกนั คอื ปฉี ลู พ.ศ. ๒๔๔๔ เพยี งแต่
วันเกดิ หา่ งกันวันเดียว คือ ท่านเกิดวันองั คารท่ี ๑๑ กมุ ภาพันธ์ สว่ นหลวงปู่ชอบ
เกดิ วันพุธที่ ๑๒ กุมภาพนั ธ์ เทา่ นน้ั ดงั นัน้ คราวนี้คณะศษิ ย์จึงไดก้ ำ� หนดจดั งาน
ฉลองพระคณุ ทา่ นทั้งสองรวมกนั ๒ วนั คอื วนั ท่ี ๑๑ และ ๑๒ กมุ ภาพันธ์ ณ วดั
อโศการาม
ปกติ พระ เณร แมช่ ี ที่วดั อโศการามก็มจี ำ� นวนมากอยู่แล้ว แตเ่ ม่อื เป็นงาน
ของครบู าอาจารยผ์ ใู้ หญผ่ เู้ ปน็ ประดจุ ธงชยั คเู่ อกของพระกมั มฏั ฐานถงึ ๒ องค์ จำ� นวน
192
พระ เณร ชี และศรทั ธาญาตโิ ยม ทมี่ าชมุ นมุ ณ วดั อโศการาม ในโอกาสสำ� คญั นจี้ งึ คบั คง่ั
ท�ำให้บริเวณอันกว้างใหญ่ของวัดดูแคบไปถนัดตา ระหว่างงานมีผู้ทราบว่าหลวงปู่
ยังไม่เคยเดินทางไปภาคใต้เลย จึงนิมนต์ขอให้ท่านเดินทางไปโปรดชาวภาคใต้บ้าง
ทา่ นรบั นมิ นต์ และเพยี งวนั รงุ่ ขนึ้ เสรจ็ จากงานคอื วนั ท่ี ๑๓ กมุ ภาพนั ธ์ ๒๕๑๙ ทา่ นและ
ทา่ นเจา้ คณุ โสภณคณุ าจารย์ หรอื ขณะนน้ั ยงั เปน็ พระมหาเนยี ม กเ็ ดนิ ทางโดยรถดว่ น
สายใตท้ นั ที ไปของท่าน คอื ไป และ ไปทันที
รถดว่ นถงึ หาดใหญ่ เชา้ วนั รงุ่ ขนึ้ ท่ี ๑๔ กมุ ภาพนั ธ์ เวลาประมาณ ๙.๐๐ น. ไดพ้ กั
ทว่ี ดั สระนำ้� อ.หาดใหญ่ มคี ณะศรทั ธาญาตโิ ยมมาฟงั เทศนแ์ ละปฏบิ ตั ธิ รรมดว้ ยทา่ น
อยา่ งคบั คงั่ โดยเฉพาะคณะศรัทธาชาวการรถไฟ ซงึ่ ปกตมิ คี วามเลือ่ มใสในแนวการ
ปฏบิ ตั ิธรรมของพระกัมมัฏฐานสายหลวงปู่เสาร์ กนั ตสีโล และหลวงปมู่ ั่น ภูรทิ ตั โต
อย่างแน่นแฟ้นอยู่แล้ว ก็ได้น�ำญาติสนิทมิตรสหายมากราบหลวงปู่กันเป็นประจ�ำ
ทา่ นไดพ้ าไหวพ้ ระ ทำ� วตั รสวดมนต์ สอนใหถ้ งึ พระไตรสรณคมนอ์ ยา่ งแทจ้ รงิ คำ� สวดนำ�
ของท่านจะไม่มแี ตเ่ พียงภาษาบาลี หากมคี ำ� แปลอยา่ งพสิ ดารประกอบดว้ ย ท�ำให้ผทู้ ี่
สวดตามสามารถใคร่ครวญและน้อมจิตพจิ ารณาความตามไปดว้ ยอย่างซาบซง้ึ และ
เพมิ่ ความศรทั ธายงิ่ ขนึ้ ทา่ นไดศ้ ษิ ยห์ นา้ ใหมๆ่ มาสวดมนต์ ปฏบิ ตั ภิ าวนาดว้ ยอกี มาก
ระหว่างท่ีพกั วัดสระน้ำ� เผอิญคณุ บันยง ศรลมั พ์ อดตี ผู้ว่าการการรถไฟแห่ง
ประเทศไทย ซงึ่ ขณะน้ันยังดำ� รงต�ำแหนง่ รองผ้วู ่าการดา้ นปฏิบัติการ ไดเ้ ดนิ ทางไป
ตรวจงานทหี่ าดใหญ่ ทราบวา่ หลวงปู่อยทู่ น่ี ัน่ จงึ ไปกราบเยยี่ ม และนิมนต์ให้ทา่ น
เดินทางไปกับขบวนรถพิเศษให้ถึงชายแดนสุไหงโก-ลกด้วย เพราะเมตตาของพระ
กมั มฏั ฐานระดับครูบาอาจารย์นน้ั ยอ่ มกอปรดว้ ยพลังอันบรสิ ุทธิ์ และแผไ่ ปโดยรอบ
แผไ่ ปในทใ่ี กล้ และแผไ่ ปในทไ่ี กล แผไ่ ปโดยไมม่ ปี ระมาณ เปน็ มงคลแกส่ ถานทซี่ ง่ึ ทา่ น
พ�ำนกั เป็นมงคลแก่สถานทซ่ี ง่ึ เดนิ ทางผ่านไป
ทา่ นเดินทางไปจนถงึ สดุ ชายแดนประเทศไทย ผ่านสุไหงโก-ลก เขา้ ไปในลนั ตู
เขตประเทศมาเลเซยี ด้วย ขากลบั ได้แวะลงทส่ี ถานยี ะลา อำ� เภอเมือง จังหวดั ยะลา
พกั ทวี่ ดั ยะลาธรรมาราม ทา่ นเจา้ คณุ พระราชญาณเวที เจา้ คณะจงั หวดั ยะลา (ธรรมยตุ )
193