The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลวงปู่หลุย จันทสาโร

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by wonchai890, 2022-02-23 20:53:06

หลวงปู่หลุย จันทสาโร

หลวงปู่หลุย จันทสาโร

 พุทธองค์เมื่อสร้างบารมีอยู่น้ัน มิได้วิสาสะกับหญิง มิได้ท�ำความคุ้นเคยกับ
หญงิ ฯ

 พระองคเ์ มอื่ ตรสั รใู้ หมๆ่ ไมเ่ หน็ มสี งั่ สอนญาตไิ หน สง่ั สอนแกภ่ กิ ษบุ รษิ ทั เทา่ นน้ั
เชน่ สอนปญั จวคั คยี ์ และชฎลิ เทา่ นน้ั ไมเ่ หน็ สอนโคตมะทไ่ี หน ภทั ทวคั คยี ์ ๓๐ คน
ตามหญิงในไร่ฝ้ายน้นั เมยี เปน็ คู่ๆ น้ัน สอนกมุ าร ๓๐ เทา่ น้นั ผหู้ ญงิ ก็หาย
ไปอนื่ เสยี

 ศาสนาของสมเดจ็ พระพทุ ธเจา้ เปน็ ของใหญไ่ พศาล เปน็ ของกวา้ งขวาง เปน็ ของ
ทล่ี กึ ลบั สขุ มุ คมั ภรี ภาพ เปน็ สาธารณประโยชน์ เปน็ นยิ ยานกิ ธรรม เปน็ ของบคุ คล
ทกุ ชนั้ วรรณะ ดงั แลเหน็ ไดว้ า่ พระองคก์ อ่ นทจ่ี ะปรนิ พิ พานดำ� รสั วา่ ตอ่ นต้ี ถาคต
จะปรนิ พิ พานแลว้ ธรรมวนิ ยั เปน็ มรดกแกท่ า่ นทง้ั หลาย คน ๔ เหลา่ ทจี่ ะทำ� ให้
ศาสนาตถาคตเส่อื มและเจริญ คอื ภกิ ษุ ภกิ ษุณี อุบาสก อุบาสกิ า ดังนี้

 พระพทุ ธเจา้ ที่เกดิ ในโลก พระองค์มพี ระมหากรุณาอย่างยิ่ง จงึ สรา้ งพระบารมี
ใหญ่โต ตรสั เป็นพระพทุ ธเจา้ ตดิ ตอ่ ให้ความสุขแกป่ ระชาชนทวั่ ไป พระปัจเจก
อรหันต์ ปฏบิ ตั แิ ตเ่ ป็นกุศลอยา่ งเดยี ว จนถึงอมตธรรม ไม่สร้างบาป อกศุ ล
เพราะฉะนั้น เวรกรรมไม่มีที่จะตัดรอนให้พระองค์ท้อถอยคลายบารมีอีกเลย
บารมีอันน้ีทั้งเป็นบารมีให้ส�ำเร็จโพธิญาณ เม่ือพระองค์ชนะพญามารใต้ต้น
มหาโพธิ์

 พระพุทธเจา้ น้นั นำ�้ พระทัยมีมหากรุณา ไมจ่ องกรรมจองเวร เอารัดเอาเปรียบ
กับใคร น�้ำพระทยั เป็น อมตธรรม อกุปปธรรม ไม่เอารัดเอาเปรียบ

 พระองค์สร้างบารมี เกิดตายในสงั สารวฏั มากนกั เอาเขม็ จล้ี งแผน่ ดิน ไมถ่ กู
กองฟอนตถาคตไมม่ ี นแ้ี หละ พทุ โธ จงึ มเี ดชานภุ าพมาก ทรงบารมี ๓๐ ทศั บรบิ รู ณ์
จึงตรัสรู้ได้ ท่านอาจารยม์ น่ั กล่าววา่ พุทโธเป็นใหญ่ ใหญก่ รรมฐาน ๔๐ ทัศ

344

พระธรรม

 พระธรรม คงอยใู่ นโลกนี้ ไมฉ่ บิ หายไปไหน ไตรลกั ษณ์ เปน็ พระธรรม พระสงฆ์
รพู้ ระธรรม ทรงไวซ้ งึ่ พระธรรม แผป่ ระกาศพระธรรมอยคู่ งที่ พระธรรม แปลวา่
ความดี ความชั่ว เช่น กศุ ล อกุศล คงอยใู่ นโลกนไี้ ม่เสอื่ มไปไหน มืดกบั แจ้ง
เปน็ คู่กนั

 ธรรม ไมใ่ ชเ่ ปน็ ทาส เปน็ นายของใคร เปน็ สภาวธรรมอยอู่ ยา่ งนน้ั ทงั้ ดแี ละชว่ั
แลว้ แตบ่ ุคคลจะปฏิบตั ใิ หด้ ชี ว่ั เทา่ น้ัน ผลนน้ั พึงอำ� นวยตาม

 พระอรหนั ตเ์ หน็ ธรรมทง้ั หลายเสมอกนั หมด เพราะธรรมทงั้ หลายเขา้ ในไตรลกั ษณ์
เสมอกนั หมด ไม่ว่า ต�ำ่ สูง กลาง ใดๆ

 ความจรงิ ทร่ี เู้ หน็ ธรรม สงิ่ เหลา่ นนี้ ำ� ความสขุ มาใหผ้ ปู้ ฏบิ ตั ิ ธรรมของพระพทุ ธองค์
ประกาศทง้ั กลางวนั และกลางคนื ไมม่ วี นั หยดุ ไมเ่ หน็ ธรรมแตผ่ ไู้ มม่ ศี รทั ธาและ
ไม่ปฏิบตั ิเท่านั้น ใครเห็นธรรม คนน้นั เหน็ ตถาคต ดงั น้ี ไตรลักษณ์ ทกุ ฺขํ
อนจิ จฺ ํ อนตตฺ า ประกาศอยนู่ นั้ ไมม่ เี วลาหยดุ คนทไ่ี มเ่ หน็ นน้ั ดจุ เสน้ ผมบงั ภเู ขา

 ธรรมค�ำสง่ั สอนของพทุ ธเจา้ เปน็ ใหญอ่ ยา่ งสงู สุด มนุษย์และสัตว์ทง้ั หลายตอ้ ง
ปฏบิ ัติตาม ธรรมเป็นสาธารณะแกผ่ ้ปู ฏบิ ัตดิ ีเสียดว้ ยใหเ้ กดิ มรรคผล มนุษย์
ไมว่ า่ กษตั รยิ ์ พราหมณ์ แพศย์ ศทู ร ปฏบิ ตั ไิ ดท้ ง้ั นนั้ เกดิ ผลคอื สวรรค์ นพิ พาน
นอ้ มเข้ามาปฏิบตั เิ ห็นผลไดจ้ ริงๆ ไม่เป็นหมัน น่าอัศจรรย์

 พระธรรมค�ำสง่ั สอนของพทุ ธเจา้ ไมเ่ ปน็ หมนั ลบลา้ งพทุ ธบญั ญตั ไิ มไ่ ด้ เปน็ กระทู้
ทสี่ ำ� คญั ละทง้ิ ไมไ่ ด้ เพราะพระองคพ์ ดู สวรรคเ์ ปน็ สวรรคจ์ รงิ ๆ พระองคพ์ ดู นรก

345

เป็นนรกจรงิ ๆ ไมม่ ีวปิ ริตเปน็ อยา่ งอ่นื ข้อนีส้ ำ� คัญที่สุด เปน็ คตติ วั อย่างอนั ดี
เพือ่ บรษิ ทั สดบั ฟงั น้เี ปน็ สมถวิธี
 ตอ่ ไปเทศนาวปิ สั สนา เอาไตรลกั ษณเ์ ทศน์ เพอ่ื ใหบ้ รษิ ทั ไมป่ ระมาท ยดึ ถอื เรา
ถือเขา ปลอ่ ยวางสภาพตามความเป็นจริงของอริยสจั พูดเดด็ เด่ียวทางอริยสจั
เพือ่ ภกิ ษุสามเณรดว้ ย
 ธรรมสอนอยู่ในโลกเช่นน้ัน ไม่ขาดสูญหายไปจากโลก ชาติทุกข์ ชราทุกข์
มรณทกุ ข์ สอนอย่เู ชน่ นนั้ ทุกข์ สุข นพิ พาน มอี ยใู่ นโลกไมข่ าดสาย พุทธเจา้
ไม่เกิดก็มีอยู่เชน่ น้ัน ของจริงและของไม่จริงมีอยู่เชน่ น้นั พระนพิ พานก็มีอยู่
เช่นนัน้ ไม่สูญไปจากโลก พทุ ธเจ้า พระปัจเจก พระอรหนั ต์ ก็มีอยู่ในโลก
สรา้ งบารมีอยู่เชน่ น้ัน นรก สวรรค์ พระนพิ พาน กม็ ีอย่เู ชน่ นัน้ กศุ ล อกุศล
อัพยากฤต ก็มีอยเู่ ช่นนนั้ พากนั ขวนขวายสรา้ งบารมี เพ่อื จะให้สิน้ ทุกข์ไปได้
คนดคี นชวั่ กม็ ปี ระจำ� อยใู่ นโลกเชน่ นนั้ โลกยี ์ โลกตุ ระ เปน็ คปู่ รบั กนั มดื สวา่ ง
อยใู่ นโลกนที้ งั้ นนั้ ครบบรบิ รู ณ์ทกุ อย่าง แลว้ แต่จะปฏิบัตเิ ลือกเอา
 ธรรมอนั ใดเกดิ จากวเิ วกในปา่ ชา้ ในดงดบิ ในงา่ มเขา พนมไพร ประกอบดว้ ย
สตั วร์ า้ ยนนั้ เปน็ ธรรมทเ่ี ปน็ แกน่ สาร เสอื งู ปา่ ชา้ อสรพษิ ตา่ งๆ พระโยคาวจร
ทเ่ี สียสละชีวติ อันน้ี เกดิ ชาตใิ หม่ ธรรมกลน่ั ออกมาจากอรยิ สัจ ๔ อย่างราคา
สงู มาก
 กสุ ลา ธมฺมา อกุสลา ธมมฺ า อพยฺ ากตา ธมมฺ า เปน็ หนทางของจติ เจตสิก
ต้องเดนิ ทางผิดไปเสยี กอ่ น จงึ เดินทางถกู
 พระธรรมปรากฏอยใู่ นโลกน้ีไมข่ าด ชาติ ชรา พยาธิ มรณะ เปน็ ตวั อริยสจั
บอกชัดอยู่ในโลกนี้เสมอไป ไปพระนิพพาน มีแต่พระพุทธเจ้า พระปัจเจก
พระอรหันต์ ต้องสร้างบารมเี ปน็ การใหญ่ จึงจะข้ามมหรรณพ * ไปได้ เพราะ
คนติดในทางกามมาก ฝืนธรรมดาของธรรม ชอบทกุ ข์กันมากมาย

* มหรรณพ หรือ มหรณพ = ห้วงน้ำ� ใหญ่ คือการเวยี นว่ายตายเกิด หลวงปใู่ ชค้ ำ� วา่ มหรคต แทน
คำ� น้เี สมอ

346

 ธรรมทง้ั หลายเขาแปรปรวนยนื ตวั อยเู่ ชน่ นนั้ แต่ เจา้ จติ มนั พยศรา้ ย จบั โนน่ ควา้ นี่
ไมม่ ที สี่ นิ้ สดุ มนั ชอบทกุ ข์ มนั ถอื สงั ขาร มนั เอาไฟจดุ ตวั มนั อยเู่ ชน่ นน้ั เหตนุ น้ั
ท่านอาจารยม์ ัน่ วา่ ธรรมมนั สวา่ งโร่ สว่างอยู่เชน่ น้ัน ทัง้ กลางวันและกลางคืน
ไม่ขาดสาย มนั เอือ้ มแก่จิต มนั ซุกซน มันหอบสังขารว่าเป็นของเรา มันจงึ รอ้ น
ท้งั กลางวันและกลางคืน สมน้�ำหนา้ มนั ชอบรับทุกข์ ไม่รูจ้ ักละทกุ ข์

 ธรรมท่ีเกดิ ท่วี เิ วก ทเ่ี ปลี่ยวกายเปลยี่ วใจนัน้ ราคาสูงโดยไม่หลงลมื ธรรมมี
หลกั ฐานอยใู่ นดวงจติ มากมาย เปน็ หลกั ของสมถะและวปิ สั สนา ปรากฏในดวงใจ
ท่ีเกิดจากดวงใจของพระโยคาวจรเจา้ ทงั้ หลาย จะน�ำไปสู่สคุ ติโลกสวรรค์ เป็น
ธรรมทก่ี ล้าหาญชาญชัย ตื่นเต้นดว้ ยสติ โดยไม่เศร้าหมอง ท�ำใหม้ คี วามเพียร

 พระธรรมอยู่กับคนบางคนกลายเป็นของปลอม เช่นอยู่กับอลัชชีเป็นตัวอย่าง
พระธรรม คนไมร่ จู้ กั ธรรมตดั สนิ ไมไ่ ด้ ใหค้ นชน้ั เยยี่ มคอื พระพทุ ธเจา้ และสาวก
ตัดสนิ ท่านผูท้ ี่เปน็ นักรู้ นักฉลาด รู้เองเหน็ เองตดั สนิ ดงั น้ี

 ธรรมวนิ ยั ทเ่ี กดิ วเิ วก การภาวนาโดยไมเ่ อาอดตี อนาคตเขา้ มาประสม เกดิ โดย
เฉพาะปัจจุบันล้วนๆ ราคาแพง มีกลั่นกรองมาจากวิเวก เป็นธรรมท่ีขลังดี
แม้จะเป็นสมถะกต็ าม จะเป็นวิปสั สนากต็ าม เปน็ ธรรมที่เปน็ แก่นสาร ท่ีพึง่
ของดวงใจ ควรประคบั ประคอง อยา่ ใหเ้ สือ่ มหายโดยใชเ่ หตุ ตดั กระแสอดีต
อนาคตออกหมด มคี วามรทู้ เี่ กดิ จากปจั จบุ นั เปน็ แตธ่ รรมทเ่ี กดิ ปจั จบุ นั ราคาสงู
เป็นธรรมปกครองไปจนตายทีเดยี ว เป็นอัศจรรย์

 ธรรมอยทู่ ว่ั ไป ดุจสมบัตอิ ยู่ในแผน่ ดนิ ชาติ ชรา พยาธิ มรณะ ทกุ ข์ มที กุ ข์
เสมอกันหมด ไมล่ ำ� เอียง ทง้ั สัตวแ์ ละสังขารท่วั ไป มมี นุษย์และสัตวเ์ ดรัจฉาน
เปน็ ตน้ ไมม่ สี ว่ นมากนอ้ ยกวา่ กนั ไตรลกั ษณเ์ หมอื นกนั หมด เหตนุ น้ั รบี เรง่ ทำ�
ความพากเพียรตามรอยของพระพทุ ธเจา้ และพระอริยเจา้ ท้งั หลาย

 พระธรรมเปน็ ธรรมชาตทิ รงคณุ ภาพไวอ้ ยา่ งสมบรู ณ์ โดยความเปน็ อกาลโิ ก จรงิ
แต่ตอ้ งอาศัยผทู้ รงธรรม มีสมรรถภาพยง่ิ หยอ่ นกว่ากัน พระธรรมจึงประกาศ
ความจรงิ อยเู่ รอื่ ยๆ ศาสนธรรมออกจากพระโอษฐข์ องพระองคผ์ เู้ ดยี ว พระองค์

347

ฉลาดในธรรมทงั้ ปวง ดจุ นำ้� มหาสมทุ ร ฉลาดประกาศธรรมให้เหมาะกับจริต
ของพทุ ธบรษิ ทั ขณะทพ่ี ระองคแ์ สดงธรรมอยู่ บรษิ ทั จงึ สำ� เรจ็ เปน็ ขน้ั ๆ ตามบญุ
วาสนาของตน พระสาวกแสดงธรรม ทรมานเวไนยสตั ว์ มคี ณุ ภาพเปน็ ลำ� ดบั ท่ี ๒
ของพระองค์
 พระธรรมเหมือนร้านสินค้าตา่ งๆ มที กุ ชนดิ มีทั้งหยาบ อย่างกลาง ละเอยี ด
คอยต้อนรบั พุทธบริษัททุกกาลทกุ สมัย ทง้ั เด็ก หน่มุ แก่ชรา ทงั้ หญิง ทั้งชาย
ท้ังบรรพชิต ทั้งคฤหสั ถ์ มีสิทธิที่จะรบั ตามความประพฤตขิ องตน ผู้ประพฤติ
ลงไปท่ีรับความเดือดร้อน พวกนี้กลับต�ำหนิพระธรรม ผู้ประพฤติท่ีรับสุคติ
โลกสวรรค์ พระนพิ พาน มสี ทิ ธิในพระธรรมเอง ไม่เก่ยี วข้องกบั ผไู้ มป่ ฏิบตั ิ
แต่อยา่ งไร
 ฟงั เทศนธ์ รรมชาตปิ ระกาศตลอดชวี ิต นงั่ นอน ยืน เดนิ ของอวยั วะทกุ สว่ น
ประกาศเปดิ เผยไมป่ ดิ บงั ธรรมความเกดิ ขนึ้ ความแปรในทา่ มกลาง ความสลาย
ในทส่ี ดุ แมพ้ ระพทุ ธเจา้ สาวก พระปจั เจก ทา่ นฟงั เทศนเ์ อกในตอนน้ี จงึ สำ� เรจ็
มรรคผล เรียกว่าฟังนักเทศน์เอกเทศน์ไมม่ ีเวลาหยุด ฟังจนตาย
 ธรรมเปน็ ตวั ธรรมชาตภิ ายในจติ และมเี พยี รใหร้ ตู้ ามธรรมชาติ จงึ ชอื่ วา่ รอู้ รยิ สจั
ราคะ โมหะ โทสะ ตน้ ไม้ ภเู ขา สตั ว์ กเ็ ปน็ ธรรมชาตขิ องเขา เปน็ เชน่ นน้ั แตไ่ หน
แต่ไรมา เราไม่ควรไปยึดไปแต่งให้เป็นตัณหา ก่อเรื่องทุกข์ให้สัตว์เหล่าน้ัน
กลายเป็นทคุ ติ นรกไป
 ธรรมชาตเิ ทศนาทง้ั กลางวนั กลางคนื ทงั้ นอกและทง้ั ใน ประกาศลนั่ ทวั่ ไป กท็ ำ� ไม
จติ ไม่เหน็ เพราะอยา่ งไร กเ็ พราะอวชิ ชานั้นเอง เมือ่ เป็นเช่นน้ี เราฟงั เทศน์
ฟงั ธรรมอยู่เร่อื ยๆ นักฟงั เทศน์เอก เมื่อเห็นความแปรปรวนของสังขาร จิตจะ
ไมม่ วั เมา ประมาท
 พระธรรมอยู่ปัจจุบัน ไมอ่ ย่กู ับผู้ตายไปแลว้ และไมอ่ ยกู่ ับผู้ท่ยี งั ไมเ่ กิด ไมอ่ ยู่
อดีต ไม่อยอู่ นาคต จะชนะกเิ ลสไดด้ ้วยปัจจุบัน

348

 ธรรมทัง้ หลายเปน็ ของกลางตามอริยสัจ ไมร่ ักไมช่ ัง เป็นความจริง ความจริง
ลว้ นๆ ท้งั สนิ้ ธรรมท่ีไมเ่ คยรู้กป็ รากฏขึ้นมา ในสุดท้ายว่า ยถาภตู ญาณทัสนะ
เปน็ ความรเู้ ห็น เกิดมาจากความจรงิ ใจอยา่ งเปิดเผยไมม่ ปี ิดบัง เม่ือเจา้ อวชิ ชา
ครองวฏั ฏะตายลงไปด้วยปญั ญา ชอ่ื วา่ นิพพาน

 ธรรมเปน็ อาหารของจติ โรคจติ ของมนษุ ยม์ หี ลายประการ แลว้ แตย่ าขนานไหน
จะถกู กบั โรค เปน็ ยาธรรมโอสถ โรคจติ คอื กเิ ลสทกุ ประเภทเกดิ จากจติ จติ เกดิ
มาจากปรงุ คอื ธาตุ ให้เอาจิตแกธ้ าตุ เอาธาตุแกจ้ ิต ประสานกัน (พระอรยิ เจ้า
ใช้อย่างนั้น)

 ธรรมภายในภายนอกสว่างอยู่ทั้งกลางวันและกลางคืน ไม่ปิดบังเหมือนกิเลส
อรยิ สจั แสดงเรอื่ ยๆ ไมข่ าดสาย ควรเกดิ สงั เวชนอ้ มเขา้ มาในตน ภาวนาไตรลกั ษณ์
ไมใ่ หม้ วั เมาในโลกประมาท

 พระธรรมวนิ ยั นม้ี หี ลกั อยใู่ นจติ บคุ คลใด บคุ คลนน้ั รา่ เรงิ อยเู่ สมอ ไมเ่ ศรา้ โศก
เหมือนบุคคลไม่มีธรรม บุคคลไม่มีธรรมน้ันเร่าร้อนอยู่เป็นนิจ น�ำมาซ่ึง
ความทุกขอ์ นั ใหญ่ เหตนุ ้ัน ต้องท�ำการประกอบความเพยี รอยา่ งยง่ิ ใหธ้ รรม
ค�ำส่ังสอนของพระพุทธเจ้าผดุงจิตอยู่เสมอไป น้ันแหละเป็นการดีของ
พระโยคาวจรเจา้ ทง้ั หลาย ฉะน้ัน พระโยคาวจรเจา้ เร่งความเพยี รอย่างเตม็ ท่ี
เพื่อประโยชน์ตนและประโยชนค์ นอืน่ ถงึ ดว้ ยความไมป่ ระมาท

 พระองคแ์ สดงให้ละอปุ าทานขันธแ์ กป่ ัญจวคั คยี ์ รปู อยา่ งใดอยา่ งหน่งึ ทเี่ ป็น
อดตี กด็ ี อนาคตกด็ ี ปจั จบุ นั กด็ ี ภายในกด็ ี ภายนอกกด็ ี หยาบกด็ ี ละเอยี ดกด็ ี
อยา่ งกลางกด็ ี รปู เลวกด็ ี รปู ประณตี กด็ ี มอี ยใู่ นทใ่ี กลก้ ด็ ี ทไ่ี กลกด็ ี รปู ทงั้ หมดน้ี
ไม่ใชข่ องเรา เราไม่เปน็ นนั้ เป็นนี้ ลว้ นแตเ่ ปน็ ไตรลักษณท์ ั้งน้นั ขอ้ นขี้ อท่าน
ทง้ั หลาย ภกิ ษทุ มี่ ายงั ธรรมวนิ ยั พงึ เหน็ ชอบตามความเปน็ จรงิ แลว้ ไมห่ วนั่ ไหว
แม้ เวทนา สญั ญา สงั ขาร วญิ ญาณ ก็ย่อมเปน็ เช่นน้นั ปญั จวัคย์เบอ่ื หนา่ ย
เปน็ อรหันต์

349

 ธาตุ ๔ พระองคต์ รสั วา่ ดบั ในนพิ พาน ไม่ได้ดับในทอ่ี น่ื ภกิ ษหุ น่ึงได้ฌานเหาะ
ไปถามพระอนิ ทร์ พระพรหม วา่ วิญญาณดบั ท่ไี หน พวกนัน้ บอกว่า ควรถาม
พระพุทธเจ้าอยู่ในเมืองมนุษย์ ภิกษุนั้นถามพระองค์ พระองค์ตอบเช่นน้ัน
ญาณทงั้ ๔ เรยี กวา่ สมาธขิ นั ธ์ พิจารณาธาตุ ๔ วา่ เป็นไตรลักษณ์ เรียกวา่
ปญั ญาขันธ์

 พระพทุ ธศาสนาท�ำให้เชอ่ื กรรม ท�ำดไี ดด้ ี ท�ำช่ัวได้ช่วั ธรรมะไมเ่ ปน็ หมัน
 ธรรมทง้ั หลายเปน็ ไปตามคตธิ รรมดา ยอ่ มหนไี มพ่ น้ คอื ตรงไปตรงมา ไมเ่ ขา้ ขา้ ง

ออกขา้ ง ทง้ั ดที ้งั ชวั่ รวมอยอู่ ันเดยี วกัน ดุจขายยารา้ นใหญๆ่ เตม็ ไปดว้ ยสินค้า
หลายชนดิ แลว้ แตผ่ หู้ วงั ตอ้ งการ ธรรมกด็ จุ เดยี วกนั มที งั้ ราคาถกู และราคาแพง
สกลกายนเ้ี ต็มไปดว้ ยธรรมทุกประเภท
 ทา่ นผทู้ ม่ี ธี รรมเปน็ เรอื นของใจดแี ลว้ พดู เทศนาขลงั ดี เขา้ ถงึ ใจแกผ่ ฟู้ งั วาจามี
อำ� นาจขลงั ดี เขา้ ไปแก้อปุ าทานของจติ ได้ดี
 การภาวนากติ ติศัพทก์ ิตตคิ ณุ ของพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ให้ฟงุ้ ไปยัง
มนษุ ยแ์ ละพวกเทพ นนั้ เป็นการดี ความดีเองจะฟงุ้ ทวีไปในหมู่บรษิ ทั ทงั้ เทพ
และมนุษยท์ ่ัวไปได้ ดงั น้ี พึงสนใจ
 อมตธรรม จติ ของพระอรหนั ตน์ พิ พาน ธาตตุ ายไปแลว้ ตวั อมตะยงั มอี ยู่ ดจุ บคุ คล
จะเขยี นตัวเลขในท่ีมืด ตอ้ งจุดประทปี เสยี กอ่ น เขยี นแล้วดับไฟมืดอย่กู ็จรงิ
แตต่ วั เลขน้ันยังอยู่ ฉนั ใด ส่ิงที่รูด้ ว้ ยปญั ญาน้นั เองเปน็ อมตธรรม เรียก สติ
ก็ได้ เรียก นพิ พาน ก็ได้ รา่ งกายดบั ไป อมตะน้นั ยังอยู่ อีกนยั หนึ่ง ส่งิ ทร่ี ู้
ปัญญา นนั้ แหละเรียก อมตะ มหาสติ กเ็ รยี ก
 ธรรมมอี ยใู่ นตวั หมด ใหเ้ พง่ ปจั จบุ นั อยา่ เพง่ อดตี อนาคต ใหพ้ จิ ารณาปจั จบุ นั
ท�ำความบริสุทธ์ิในปัจจุบัน พระอริยเจ้าต้องกลั่นมาจากนรชน พระอรหันต์
วิสุทธบิ ุคคล
 พระนิพพานเปน็ โลกุตระ โลกหนงึ่ ตา่ งหาก เปน็ โลกทไี่ ม่แปรปรวน เทย่ี งตรง
อมตะ รวมเปน็ ๓ โลกดว้ ย ลว้ นแตโ่ ลกใหญท่ ป่ี รากฏอยใู่ นคมั ภรี ว์ นิ ยั ไตรปฎิ ก

350

ที่พระอรหันต์ร้อยกรองไว้ พร้อมอรรถพยัญชนะบริบูรณ์ทุกอย่าง ดีกว่าดู
หนังสอื พมิ พ์ ดูธรรมวนิ ยั พระสูตรดีกวา่ ที่พระภกิ ษุจะไดศ้ ึกษาต�ำรับตำ� รา
 ศาสนาให้เชื่อกรรม เช่ือผลของกรรม เราท�ำดีได้ดี ท�ำชั่วได้ชั่ว ธรรมของ
พระพทุ ธเจ้าประกาศอยู่เชน่ น้นั หวัน่ ไหวอย่เู ชน่ น้ัน สว่างโรไ่ มป่ ดิ บัง สะท้าน
สะเทือนอยู่เช่นนั้นไม่ปิดบัง ประกาศข้างนอกตัวข้างในตัวอยู่เช่นน้ันไม่หยุด
ไมห่ ยอ่ น พระพทุ ธเจ้า พระปจั เจกพุทธเจา้ พระอรหันต์ เหน็ ความจริงอริยสัจ
อยเู่ ชน่ นน้ั มนั บงั แตก่ เิ ลสของตวั เสน้ ผมบงั ภเู ขา จติ ไมเ่ กดิ สงั เวช กเิ ลสตณั หา
ทบั หวั ใจกระดกิ ไมไ่ ด้ ประพฤตติ ามกเิ ลสของตวั อบรมแตค่ วามชว่ั รา้ ยของตวั
น�ำตวั ไปสู่ทคุ ติ
 ธมโฺ ม หเว รกฺขติ ธมฺมจารึ พระธรรมยอ่ มคุ้มครองผู้ปฏิบัติธรรมไว้ได้แท้จรงิ
ศลี สมาธิ ปัญญา ผไู้ ด้ปฏบิ ตั ยิ อ่ มได้รับความสุข เช่น ผูไ้ ดร้ กั ษาศลี ศลี ย่อม
รกั ษาผนู้ น้ั ใหม้ กี าย วาจา เรยี บรอ้ ย ไมม่ เี วรมภี ยั แกใ่ ครๆ ไมม่ ใี ครลงโทษ และ
กฎหมายกไ็ มล่ งโทษ ใหเ้ ปน็ พลเมอื งทด่ี ี และใหเ้ ปน็ นกั บวชทด่ี ี ผใู้ ดเจรญิ สมาธิ
สมาธิยอ่ มรักษาผ้นู น้ั ใหใ้ จสะอาดผอ่ งใส เปน็ สุขสบาย ไม่ใหใ้ จซุกซน ให้ใจ
หายรกั โกรธหลง ผู้ใดอบรมปัญญา ปญั ญาย่อมรกั ษาผนู้ น้ั ให้เปน็ คนฉลาดรู้
เทา่ ทนั ตามเปน็ จริง เหมอื นรู้เท่าทันคนโกง คนโกงกห็ ลอกลวงเอาเงินไปไม่ได้
ไมร่ ู้จกั เหตุผล ไมง่ มงายฯ
 พระไตรปฎิ กเปน็ ยอดศาสนา ใหม้ นษุ ยป์ ฏบิ ตั ติ าม ทส่ี าวกอรหนั ตไ์ ดร้ อ้ ยกรอง
สงั คายนาไวด้ แี ลว้ ทา่ นเหลา่ นน้ั เหน็ แกก่ ลุ บตุ รทจ่ี ะสบื สนธทิ างศาสนา รบั รชั ทายาท
กันใหญม่ าจากพุทธองค์
 ศาสนาน้ีเปน็ ของกลาง ไม่เปน็ ของใคร เป็นคุณประโยชน์อนั กว้างใหญ่ สขุ ุม
ล่มุ ลกึ น�ำผู้ปฏิบัติออกจากทุกขท์ ง้ั ปวงไดจ้ รงิ ข้อนี้เปน็ อัศจรรย์ เปน็ อนั ถ้าได้
จะมาหมดทง้ั โลกนแี้ ละโลกหนา้ เดน่ อยทู่ กุ วนั กเ็ พราะอบุ าสก อบุ าสกิ า พระภกิ ษุ
สามเณร บริษทั

351

พระสงฆ์

 พระโยคาวจรเจา้ เหน็ ความเกดิ ความดบั แกท้ งั้ ๒ ประการ ตอ่ นนั้ ไมเ่ กดิ ไมต่ าย
เรยี ก อมตธรรม และไม่ยนิ ดยี ินร้ายตอ่ สังขารทัง้ ปวง สังขารเปน็ ตัวเหตใุ ห้เกดิ
ทกุ ข์

 สมณะเปน็ สมณะที่ดี รกั ษาความสงบ จติ ไม่ส่งเดชฟุง้ ซ่านไปตามอารมณ์ตา่ งๆ
ให้เสยี ความสงบทางใจ

 สมณะผู้รักในศีล สมาธิ ปัญญา รูปร่างอิริยาบถงามทั้งนั้น รักความเพียร
เปน็ สมณะอยา่ งเตม็ ภมู ใิ นปจั จบุ นั และอนาคตใกลๆ้ น้ี ทา่ นมคี วามเพยี ร มคี วาม
อดทน เพอ่ื พ้นจากทุกข์ บรรดาพระอรหนั ต์มาชว่ ยส่งเสรมิ สติปัญญาของทา่ น
ทา่ นตรติ รองอยา่ งละเอยี ด ปีติปลื้มใจมาก สำ� เรจ็ อนาคา พยานรับรองอนาคา
เกิด ๕ ชั้น ตามภูมทิ ม่ี ีความละเอยี ดตา่ งกัน

 พระโยคาวจรเจา้ ทง้ั หลายถอื ธดุ งคบ์ รสิ ทุ ธด์ิ แี ลว้ เทพตอ้ งไปเยยี่ ม พระจะรกู้ ต็ าม
ไม่รกู้ ็ตาม เทพไปเย่ยี ม

 ความสนั โดษ เปน็ ทรพั ยข์ องบรรพชติ
 ความสนั โดษนนั้ เบากาย เบาใจ เพราะไมม่ กี ารสะสมปจั จยั ๔ จะสะสมไวท้ ำ� ไม

ญาติโยมเขาเลย้ี งอย่แู ล้ว ลาภเหลอื แล มโี อกาสภาวนาให้ยง่ิ
 ความทีเ่ ป็นพระ นั้นยิง่ จนย่ิงมคี วามสุข
 พระองคต์ รสั วา่ โยคาวจรเจา้ ทงั้ หลายประพฤตติ นเปน็ คนมกั มาก ไมป่ ระสบสมาธิ

อุปจารสมาธิ อัปปนาสมาธิ บุคคลไหนมักนอ้ ยดว้ ยปจั จยั ๔ วา่ เป็นทรัพย์ของ

352

บรรพชติ แลว้ ประพฤตเิ ชน่ นน้ั ทา่ นจะไดป้ ระสบสมาธิ ปญั ญา ได้ เพราะเปน็ คน
เลยี้ งง่าย

 พระอริยเจา้ ย่อมเสพเสนาสนะอนั สงัด คอื ปา่ โคนไม้ ภูเขา ซอกเขา ถ�ำ้ ปา่ ช้า
ปา่ ชฏั ทแี่ จง้ ลอมฟาง ในกาลภายหลงั ภตั เธอกลบั จากบณิ ฑบาต รบั ภตั เสรจ็ แลว้
นง่ั คบู้ ลั ลงั ก์ ตง้ั กายใหต้ รง ดำ� รงสติ เฉพาะหนา้ ทำ� ความรใู้ นสมถะ และวปิ สั สนา
ชำ� ระจิตให้บริสทุ ธ์ิ ไตรปิฎก

 พระโยคาวจรเดินวิปัสสนาล้างจิตอยู่เสมอ ไม่เป็นบ้า แก้บ้าได้ดีทีเดียว
วปิ สั สนาสบาย ไมม่ อี าการจติ หลอกลวง ปตี นิ คี้ วรดมื่ ใหเ้ กดิ ใหม้ ขี นึ้ เปน็ อารมณ์
เป็นอาหารของจิต จะเห็นอัศจรรย์ของธรรมท่ีโผล่ขึ้นเป็นอัศจรรย์ มันคล้าย
เด็กเล่นเงาของตวั เอง อยา่ ไปยนิ ดยี ินร้ายในนิมิตนน้ั

 ทา่ นผมู้ ธี รรมะแลว้ จติ ละเอยี ดสะเทอื นถงึ กนั รจู้ กั วาระจติ ของคนอน่ื พระเถระ
ฝา่ ยวปิ สั สนาไปเยย่ี มกนั ทำ� ความสงบถามกนั โดยมาก ไมถ่ ามดว้ ยปากเหมอื น
ปถุ ชุ นจติ หยาบ

 ท่านผู้มธี รรมะท่สี ร้างพระบารมีมามาก ก่อนรูไ้ ด้ แมเ้ สยี งพูดกไ็ พเราะ กิรยิ า
มรรยาทกแ็ ปลกกวา่ คนอนื่ นา่ รกั นา่ นบั ถอื เปน็ ไหนๆ ทา่ นไมม่ เี วรภยั ตดิ ตามมา

 นกั เทศนต์ อ้ งฉลาด เลยี้ งโวหาร พดู เดด็ เดยี่ ว วาจาสขุ มุ ลมุ่ ลกึ สขุ มุ คมั ภรี ภาพ
นำ� มาซงึ่ ความเลอ่ื มใสแกผ่ ู้ทส่ี มาคม น่าอนโุ มทนา

 ภกิ ษเุ จรญิ สมณธรรมอยทู่ เ่ี ปลยี่ วๆ วา่ เราจะตายดว้ ยภยั ตา่ งๆ เชน่ อดขา้ วตาย
สตั วร์ า้ ยกดั ตาย ตายดว้ ยโรคตา่ งๆ ตายดว้ ยภยั ตา่ งๆ แลว้ รบี ทำ� ความเพยี รให้
สำ� เร็จก่อนตาย น้เี ป็นบทบาทท่จี ะระวังตวั ยากทส่ี ดุ อันตรายมาก ความเพียร
ใหเ้ ดด็ เดี่ยวมากท่สี ดุ ถ้าตรงกนั ข้ามแล้วไมค่ วรอยู่ (ทีเ่ ชน่ น้ัน)

 พระอรหันต์ทั้งหลายส�ำเร็จในฌานนั้น ฤทธ์ิเก่ง ถ้าส�ำเร็จนอกณานแล้ว
ฤทธิไ์ ม่เกง่ อรหนั ต์ท้งั ๒ ประเภทนีก้ ็ดี ถึงวมิ ตุ ตนิ ้ันท้ังหมด

353

 พระอรหนั ตจ์ ะตายกไ็ มว่ า่ จะดำ� รงชวี ติ อยกู่ ไ็ มว่ า่ เปน็ เรอื่ งของสงั ขารอยไู่ ปเรอื่ ยๆ
ถ้าตายแล้วก็ส้ินเรื่องกัน ถึงอยู่ก็มีประโยชน์ เพ่ือโลกรับเมตตาของท่าน
พระอรหนั ตจ์ ติ บรสิ ทุ ธ์ิ โลกรบั เมตตาจติ จากทา่ น เมตตาอปั ปมญั ญาพรหมวหิ าร
ทั่วไปในไตรภพ ให้สัตวท์ ง้ั หลายอยู่เยน็ เปน็ สขุ ทั่วหน้ากนั

 สาวกละได้แต่กเิ ลส แต่วาสนาละไม่ได้เหมอื นพระพุทธเจา้ เช่น สาวกสารีบตุ ร
ข้ามคลอง เตน้ ไปดุจลิง ท่พี ระท่ีเรยี กว่าถ่อยๆ ดังนี้

 สมมติเทพ ไดแ้ ก่ พระราชาในวงศจ์ กั รี ๑ อุปปตั ตเิ ทพ ได้แก่ เทพที่เกิดบน
สวรรค์ ๑ วิสุทธเิ ทพ ไดแ้ ก่ พระอรหนั ต์ ๑ เทพเหล่านี้ยอ่ มปรากฏในโลก ๓
(กามภพ รูปภพ อรปู ภพ) อรหันต์ยอ่ มไมข่ าดไปจากโลก โลกยี ์กบั โลกุตระ
แฝงกันอยู่ โลกีย์มีความทกุ ข์สขุ

 กรรมเกา่ อันพระอรหันตส์ ิ้นแลว้ กรรมใหม่ไมป่ รากฏ มจี ติ เบือ่ หนา่ ยอันที่จะ
เกดิ ต่อไป พระอรหันตเ์ หล่าน้ันสิน้ ภพไมเ่ กิดอกี ดว้ ยปญั ญา

 ธรรมดาพระอรหันต์ตอ้ งบำ� เพญ็ ทง้ั สมาธิ ปัญญา จงึ ส�ำเรจ็ ตรงกบั ศลี สมาธิ
ปัญญา ดังนี้

 พระโยคาวจรใหม้ สี ตใิ นการกา้ วหนา้ ถอยหลงั ในการเหลยี ว ในการคู้ และเหยยี ด
แขนและขาเข้าออก ในการทรงสงั ฆาฏแิ ละจีวร บาตร ในการฉนั ในการดมื่
ใหม้ สี ติ เปลยี่ นอริ ยิ าบถ นง่ั นอน ยนื เดนิ การพดู การฟงั ใหม้ สี ตสิ มั ปชญั ญะ
ใหม้ ีความสันโดษ ปจั จยั ทกุ อยา่ ง

 นกั รทู้ งั้ หลาย พระเถรานเุ ถระไดฟ้ งั เทศนค์ นอน่ื ทา่ นรไู้ ดว้ า่ ผเู้ ทศนาพน้ โลกนไี้ ด้
หรอื เปลา่ หรอื ไมพ่ น้ ไดด้ งั น้ี ดว้ ยกำ� ลงั ของทา่ นเปน็ ปรอทเปน็ เครอ่ื งวดั รไู้ ดช้ ดั เจน
พระเถระไปเยย่ี มกนั ท่านใชญ้ าณของจติ ไม่ตอ้ งพูดกันอย่างคนธรรมดา รู้สุข
ทกุ ขไ์ ดท้ นั ที ผดิ กบั คนสามญั ตอ้ งถามสขุ ทกุ ขก์ นั เสยี กอ่ นจงึ รไู้ ด้ นกี้ เ็ ปน็ อศั จรรย์
ข้อหน่งึ ควรสนใจรู้

354

 อบุ าสก อบุ าสกิ า คนไหนจะเลอ่ื มใสศาสนา ทา่ นดลู กั ษณะลทั ธแิ ละวาจา ทา่ นรู้
ทันที คนมีบุญ และไมม่ ีบุญ ทา่ นร้แู สงของจิตของคนนนั้ แสดงออกมา

 จะรขู้ อ้ วตั รดหี รอื ไมด่ ี ภมู จิ ติ ตำ�่ และสงู นน้ั ตอ้ งอยรู่ ว่ มกนั นาน รลู้ ทั ธิ รอู้ ธั ยาศยั
กนั ได้ทกุ อย่าง

 อย่สู ถานทเี่ ป็นมงคล และไม่เป็นมงคล พระเถระท่านรดู้ ว้ ยก�ำลงั จิตของทา่ น

 พระเถระ ความเห็น พดู จาปราศรยั ให้เป็นไปทางพระธรรมวนิ ยั พร้อมอา้ งอิง
พระไตรปฎิ กเปน็ อุทาหรณ์ จะผิดถูกประการใด อยา่ ทิ้งพระไตรปิฎกก็แล้วกัน
นักรู้ทั้งหลายคัดค้านไม่ได้ เพราะเป็นค�ำส่ังสอนของพระองค์ตรัสไว้ในอดีต
ใหส้ ตั วป์ ฏบิ ตั ติ ามใหถ้ งึ มรรคถงึ ผล คำ� สอนของพระองคไ์ มเ่ ปน็ หมนั ปฏบิ ตั เิ หน็
ผลไดจ้ ริง

 สมณะไมค่ วรให้อารมณอ์ ดีตตดิ ตาม ช�ำระใหบ้ ริสุทธิ์กอ่ น อนาคตไมค่ วรหวงั
ส่ิงท่มี าไม่ถงึ สมณะควรใหร้ ้แู จ้งในปจั จุบัน ธรรมเปน็ ของไม่รอชา้ ใหส้ �ำเร็จ
ไปเรว็ เดยี๋ วน้ี ก่อนความตายทจี่ ะมาถึง ธรรมเปน็ ของไมเ่ น่นิ ชา้ สมณะเพง่ ท�ำ
ความเพียรทัง้ กลางวันและกลางคืน

 กจิ การสมณะ บรรพชติ นน้ั เป็นกจิ การท่สี ขุ ุมคัมภีรภาพ ท�ำกิจการใดก็ทำ� ด้วย
ปญั ญาของสมณะ อยา่ ทำ� โดยดว่ นจะพลงั้ พลาด สมณะปฏบิ ตั ธิ รรมวนิ ยั นา่ รกั
น่านบั ถอื เป็นอัตตาอนั ยงิ่ เปน็ ทบี่ ูชาของโลก เป็นคติตวั อยา่ งอนั ดีของกุลบุตร
ทเี่ กดิ มาภายหลัง สบื มรดกสืบทายาทในศาสนา อย่าให้ศาสนาเสือ่ ม ปรบั ปรงุ
ใหเ้ จริญ

 กจิ การใดๆ ยงั บรหิ าร อยา่ วางทางธรรมวนิ ยั จติ กา้ วครงึ่ ทางธรรมวนิ ยั เสมอไป
กิจการนั้นจึงเรียบร้อยทุกอย่าง กิจศาสนาเป็นกิจสมณะ ละเอียดทุกอย่าง
ใชป้ ญั ญาอยา่ งสขุ มุ ไมใ่ หค้ นตเิ ตยี นไดเ้ ปน็ การดี กจิ สขุ มุ คมั ภรี ภาพ ทางดเี ปน็
กิจสวรรค์ ทางชว่ั เป็นกจิ ทางนรก เปรต อสรุ กาย

355

 พจิ ารณาดู หญงิ ชายคนไหนสนใจทางธรรมะ บำ� เพญ็ รกั ษาศลี แมท้ ำ� ราชการกด็ ี
ค้าขายกด็ ี มกั ร�ำ่ รวย พระเณรเครง่ ครัด รกั ษาศีล เจรญิ ภาวนา รกั ษาธดุ งค์
มักเลื่อนยศเปน็ พระครูหรือเจา้ คณุ ไมเ่ ห็นโลกธรรม รกั ษาสนั โดษ ประกอบ
ความเพียรอย่างยงิ่ มอี �ำนาจวาสนาพร้อมสมถวิธี พร้อมวิปสั สนาวธิ ี มตี าใน
ตานอก ขลังดี ประเปรียวดี ใช้ไหวพริบแก้ไขความขัดข้องออกจากจิตได้ดี
ตอ่ นนั้ จติ ปรโุ ปรง่ เฉลยี วฉลาด บรรลไุ ญยธรรม มกี ศุ ลเลย้ี งจติ เรอื่ ยๆ ไมอ่ บั เฉา
ต่อประกอบความเพียรทัง้ กลางวนั และกลางคนื ถอื ว่าวันเวลาเป็นเงินเป็นทอง
ให้ผลได้จรงิ ๆ

 อบรมนิสัยไว้ในพระพุทธศาสนา อย่าให้ขาดถึงสึกไป เม่ืออบรมอินทรีย์แก่
กล้าแลว้ กจ็ ะบรรลุเอง

 พระโยคาวจรเจ้าเห็นตบะความเพียรเป็นใหญ่กว่าส่ิงทั้งปวง ธุดงค์เป็นเคร่ือง
ขัดเกลากิเลสของตนให้สนิ้ ไป

 พระองคต์ รสั วา่ ภกิ ษทุ งั้ หลาย อยา่ ไปคดิ วา่ ตนรกั ษาศลี บรบิ รู ณแ์ ลว้ ทรงธดุ งค์
ไว้แลว้ ว่าตนเป็นพหสู ตู แลว้ พวกเราอยู่ในที่สวรรค์แล้ว พวกเราไดฌ้ านแลว้
จะใหส้ ำ� เรจ็ อรหนั ตโ์ ดยไมย่ าก ดงั น้ี แมภ้ กิ ษเุ หลา่ นน้ั ไมส่ น้ิ อาสวะแลว้ อยา่ วางใจ

 พระอรหันต์ไม่ยินดีต่อมรณะ ไม่ยินดีต่อชีวิต เพียงแต่รอรถรอเรือจะขึ้นไป
เทา่ น้ัน

 บรรดาพระอรยิ เจา้ ทงั้ หลายมคี วามรทู้ างโลกตุ ระนนั้ มากกวา่ คนธรรมดาโลกยิ ะ
คล้ายๆ กับเตะตะกรอ้ ไม่ใหต้ กดนิ มีสตริ อบคอบทกุ สถาน เล้ียงลกู ตะกรอ้ ไว้
บนอากาศไม่ให้ตกดนิ

 เมอื่ จิตพ้นแลว้ เรยี กวา่ อรหันต์ เปน็ ธรรมชาติว่างประจำ� ตน หาเหตุปจั จัยอะไร
เข้าไปหนุนเขา้ ไปเกี่ยวข้องไม่ได้เลย อย่โู ดยปกตขิ องตน แม้โลกจะมีกเ็ หมอื น
ไมม่ ี ถา้ พดู วา่ โลกไมม่ ี สตั วส์ งั ขารไมม่ ี กไ็ ด้ เพราะไมม่ อี ะไรเขา้ ไปเกย่ี วขอ้ งจติ
จิตอยโู่ ดยหลกั ธรรมชาติแห่งความบรสิ ทุ ธแ์ิ ท้ กก็ ลายเป็นธรรมดาไปเท่าน้นั

356

 ความพรอ้ มเพรยี งของหมใู่ หเ้ กดิ สขุ นี่ สมเดจ็ พระพทุ ธเจา้ สรรเสรญิ ไวแ้ ลว้ คอื
ใหร้ กั ใครก่ นั เมตตากนั ปรองดองกนั เปน็ นำ�้ หนงึ่ ใจเดยี วกนั ดจุ ญาติ เลอื่ มใส
ในศาสนาอันเดียวกัน มีกิจการงานใดๆ เก่ียวข้องถึงกัน ทุกข์สุขไปด้วยกัน
กน็ แี้ หละพระองคไ์ มช่ อบความแตกรา้ ว ใหส้ ามคั คกี นั พระองคก์ ไ็ ดผ้ า่ นมาแลว้
ในสมยั ทภ่ี กิ ษแุ ตกรา้ วกนั ในเมอื งโกสมั พใี นครงั้ นน้ั จนพระองคเ์ บอื่ หนา่ ยมาก
พระองคเ์ สด็จไปอาศัยส�ำราญพระทัยอยูใ่ นป่าปาลไิ ลยก์ มพี ญาชา้ งปาลิไลยก์
และลงิ อปุ ฏั ฐาก น้ีเปน็ อุทาหรณ์ส่ังสอนกันสบื ๆ มา

 ภิกษุสามเณรองค์ไหน เดินธุดงค์ขัดเกลากิเลสออกจากดวงจิต งามท่ีสุด
เหมอื นกบั หญงิ ประดบั ไวด้ ว้ ยเพชรนลิ จนิ ดา มแี วววาวของรา่ งกายงดงามฉนั ใด
ภิกษุสามเณรองค์ไหนส�ำรวมอินทรยี ์ ช่างงามกระไร งามดว้ ยแสงรศั มขี อง ศีล
สมาธิ ปัญญา

 คนแกม่ ีอารมณฉ์ นุ เฉยี ว โกรธงา่ ย ทำ� อะไรไม่ถกู ใจโกรธง่าย ถ้ามีธรรม เป็น
พระเถระแลว้ ดี ทา่ นมธี รรมขม่ จติ ไมแ่ สดงอาการทดี่ รุ า้ ย มศี ลี สงั วร ระวงั หนา้
ระวังหลงั เม่ือมพี ลัง้ เผลอ ทำ� ให้รู้ตัวได้ แก้ตัวเม่อื ภายหลงั

 คราวที่พระองค์พาสงฆ์หมู่ใหญ่อยู่ท่ีกรุงราชคฤห์ รับเสนาสนะเป็นครั้งแรก
สงฆท์ ้ังหลายอยูด่ ว้ ยความผาสกุ พอใจอรญั ราวป่าบ้าง รุกขมูลบา้ ง ภเู ขาบ้าง
ในซอกธารตา่ งๆ บา้ ง ถ้ำ� เขาบ้าง สุสานปา่ ชา้ บา้ ง แนวไพรบ้าง ท่ลี านหญ้าบา้ ง
ตามความพอใจของท่าน ภิกษุทั้งหลายเหล่านั้นพร้อมใจกันมุ่งประพฤติ
ธรรมวนิ ยั ตา่ งพากนั สำ� รวมอนิ ทรยี เ์ ปน็ อนั ดี จะกา้ วหนา้ ถอยหลงั จะเหลยี วไป
แลมา จะคู้แขนเหยยี ดแขน ล้วนแตน่ า่ ทัศนาการทง้ั นั้น ทอดจักษชุ ัว่ แอกหนง่ึ
งามพรอ้ มทัง้ อริ ยิ าบถ ๔ มนี ง่ั นอน ยนื เดนิ เสงย่ี มงามย่ิงนัก

 พระองค์ตรัสว่า ภิกษุใดยนิ ดีในกามคณุ ๕ และเพลดิ เพลินแลว้ ภิกษนุ น้ั ไปสู่
บว่ งแหง่ มาร ตกอยใู่ นอำ� นาจของมาร ติดบว่ งแหง่ มาร ภิกษนุ ั้นถกู มารผ้ลู ามก
ท�ำบาป ถา้ ภกิ ษุนัน้ ไมย่ นิ ดีตามสง่ิ เหลา่ นนั้ มารไม่รกุ ราน อยูเ่ ปน็ สุข

357

 การอยู่เป็นฆราวาสคับแคบ สู้ออกบวชไม่ได้ มีโอกาสเต็มท่ีจะทรมานตนให้
สนิ้ กิเลส

 พระ พิจารณาคนทงั้ หลายลว้ นแตเ่ ปน็ ซากศพท้ังน้นั

 ทา่ นผมู้ ธี รรม ทา่ นไมด่ หู นา้ คน ทา่ นดใู จนนั้ มาก คอื ใจมนั ฉายความทเี่ ปน็ กศุ ล
และอกศุ ลขึ้นมา ท่านรู้ทีเดียว ยิง่ กว่าหมอไหนๆ

 สมัยปัจจุบันนี้ ผู้แสดงธรรมโดยมากไม่สะอาด คือจิตเปื้อนแทรกซึมไปด้วย
อาสวะท้ังหลาย พระธรรมเป็นของท่ีบริสุทธิ์ แต่เปื้อนไปด้วยของท่ีไม่สะอาด
เชน่ เดยี วกบั อาหารทส่ี ะอาดพลดั ตกจากมอื ลงดนิ เปอ้ื น กลายเปน็ ของไมส่ ะอาด
ไมน่ า่ รบั ประทาน ฉะนน้ั ผแู้ สดงกไ็ มส่ ะอาด ผรู้ บั ธรรมกไ็ มส่ ะอาด โดยทำ� นอง
นายชา่ งไมไ้ มฉ่ ลาด และไมเ่ ปน็ ชา่ งไมใ้ นตวั รกั ษาเครอื่ งมอื ไวเ้ ชน่ นนั้ ผลสดุ ทา้ ย
กไ็ มส่ ำ� เรจ็ อะไร พระองคแ์ ละสาวกทง้ั หลาย ลว้ นแตท่ รมานตนใหส้ ำ� เรจ็ มากอ่ น
ดจุ นายชา่ งทม่ี ีฝมี อื ดีแล้ว และรกั ษาเคร่ืองมอื ไว้

 พระอรหนั ตท์ า่ นรเู้ ทา่ ทนั กเิ ลส ทา่ นรเู้ ทา่ ทนั โลกธรรม ๘ และรเู้ หนอื โลกธรรม ๘
ทา่ นไมห่ ลงไปตามอารมณน์ นั้ ปรงุ ใหเ้ ปน็ สงั ขารขน้ึ ปรงุ ทกุ ขเ์ กดิ ขน้ึ อกี ไมเ่ หมอื น
ปถุ ชุ น ทา่ นผไู้ มม่ กี เิ ลส จะไมย่ อมใหจ้ ติ เศรา้ หมอง จติ เศรา้ หมอง ทคุ ตยิ อ่ มได้
ตกนรก

 พระอริยเจ้าไม่ปรารถนาเสวยความสุขในโลกเลย ปรารถนาออกจากทุกข์ คือ
ปรารถนาพระนพิ พานทงั้ นัน้ เป็นสุขจริง สุขจงั ไมม่ แี ปรผนั เป็นอยา่ งอื่น

 ความดี ความชว่ั ประพฤตไิ ปแลว้ ไมม่ ที ป่ี ดิ บงั มนษุ ยไ์ มเ่ หน็ เทพเหน็ เทพ มนษุ ย์
ไมเ่ หน็ กรรมยอ่ มใหผ้ ล เทา่ นกี้ แ็ กค้ วามสงสยั ได้ พระอรหนั ตเ์ ปน็ วสิ ทุ ธบิ คุ คล
ประกาศความดีเร่อื ยๆ ฉะนน้ั เทพและมนุษย์จงึ รกั พระอรหันตน์ ั้นมาก เพราะ
ทา่ นไมใ่ หร้ า้ ยคนอน่ื มพี ระมหากรณุ าใหค้ วามสขุ แกค่ นอนื่ ใครฆา่ พระอรหนั ต์
จึงบาปมาก เพราะทา่ นไมม่ ีเวรมภี ัยแก่คนอน่ื สตั วอ์ ื่น ท่านรักษาความบรสิ ุทธ์ิ
อยู่เป็นนิจ ความช่ัวไม่ถึงจติ ของทา่ น

358

 แลดทู ่านผู้บริสุทธดิ์ ้วยศลี ก็ดี ดว้ ยสมาธกิ ็ดี บรสิ ุทธิด์ ้วยปัญญากด็ ี ผแู้ ลดนู ั้น
เรียกว่า ทัสนานุตริยะ เห็นอย่างเย่ียม ดูไม่เบื่อ ยิ่งดูย่ิงปลื้มใจ คล้ายดู
พระมาลัยเถระในชนั้ ดาวดงึ ส์ ซง่ึ เป็นบริวารของพระเจ้าเมตไตรย

 พระโยคาวจรเจา้ ทั้งหลายหวังความพน้ ทกุ ข์ เตรยี มพร้อมเสมอ

 พระโยคาวจร น่ัง นอน ยืน เดิน ตอ้ งฝกึ สติปลุกตนอยู่เชน่ นั้น กำ� หนดธรรม
ท้ังหลายรวมตวั อย่เู ช่นนนั้ เว้นแตน่ อนหลบั อริ ยิ าบถปรโุ ปรง่ อยู่เช่นนนั้ ไมม่ ี
ความกังวลสิ่งใดๆ อยู่ท่ีวิเวก เสียงสัตว์ป่าร้องเยือกเย็นดี ไม่มีเวรภัยด้วย
ประการใดๆ เกดิ สงสารสัตวแ์ ก่ เจบ็ ตาย ดว้ ยกันอย่เู สมอ

 พระอรหันตท์ �ำตัวเหมอื นวัวเขาหัก ไม่ชนใคร แขง่ ขันกับใคร ไม่เอาแงเ่ อางอน
กับโลกโลกีย์ จติ เสวยสุขอยเู่ ชน่ นั้น ไมห่ วนั่ ไหวด้วยโลกธรรม ๘ ประการ

 ภาวนาย่ิงร้ยู ่ิงเหน็ ธรรมลกึ ซึง้ สขุ มุ คัมภรี ภาพกว้างขวางไปเร่ือยๆ เกดิ นโยบาย
ตา่ งๆ เป็นน่าอัศจรรย์ มหาชนยิ่งเลอ่ื มใส ลาภย่งิ เกิดข้ึน เหน็ ในปัจจุบนั หลาย
ประการ โดยธรรมของพทุ ธเจา้ ไมเ่ ปน็ หมนั แกพ่ ระโยคาวจร เกดิ นโยบายฉลาด
รอบรทู้ กุ อยา่ ง การพดู กข็ ลงั ดี นำ� มาซง่ึ ความสขุ อนั ใหญ่ ใชพ้ รหมวหิ ารอปั ปมญั ญา
โดยไม่เฉพาะแกส่ ตั ว์ทงั้ หลาย ปรากฏในนามธรรม แม้ตายไปกด็ ี ยังอยู่เป็น
มนษุ ย์ก็ดี มคี ณุ ประโยชนแ์ ก่สัตวท์ ้งั หลายพร้อมมนษุ ยโ์ ดยแท้ ธรรมดาทา่ น
พูดไว้ในพระไตรปิฎก พระอรหนั ต์ทา่ นรอรถรอเรอื จะขึ้นไปพระนพิ พาน

 พระอรหนั ตท์ งั้ หลายสนิ้ กเิ ลส อ�ำนาจมรรค ๘ ประหารสน้ิ แลว้ จติ เสวยวโิ มกข์
วิมตุ ติ เป็นมหันตสขุ โลกุตระเหนือโลกยี ์ (จติ เกษม)

 พระโยคาวจรเจา้ ทงั้ หลายสำ� เรจ็ อรหนั ตแ์ ลว้ เตรยี มรอขน้ึ รถขน้ึ เรอื นพิ พาน เพราะ
อยใู่ นโลกเปน็ ทกุ ขม์ าก ปญจฺ กขฺ นธฺ า ทกุ ขฺ า เบญจขนั ธเ์ ปน็ ทกุ ขอ์ ยา่ งยง่ิ ซง่ึ ทา่ น
กล่าวไวใ้ นพระไตรปิฎก

 เมตตาจติ ของพระเถระสะเทอื นไปถงึ มนษุ ยแ์ ละสตั วท์ ง้ั หลาย ฉะนนั้ ผมู้ เี มตตา
จงึ ปอ้ งกนั อันตรายได้

359

 ผมู้ ใี จสงู ไมค่ วรเอารดั เอาเปรยี บแกผ่ มู้ จี ติ อนั ตำ�่ ๆ ดจุ เดก็ รนั้ ตพี อ่ แม่ พอ่ แมไ่ มค่ วร
เอารดั เอาเปรยี บแกเ่ ดก็ ควรวางตวั เปน็ พรหมนนั้ ดี เขาโกรธ แตเ่ ราไมโ่ กรธนน้ั
ธรรมวา่ เราชนะ ดงั นี้ โดยไมต่ อ่ กรรมตอ่ เวร ดงั น้ี เพราะฉะนนั้ เราควรมเี มตตาจติ
อยเู่ สมอไป การนงั่ นอน ภาวนานน้ั เปน็ กจิ ของสมณะ งามทกุ อริ ยิ าบถ เทวดา
และมนษุ ยเ์ ลอ่ื มใส

 พระโสดาบนั ทา่ นเชือ่ เร่อื งกรรม เชอ่ื ผลของกรรม มีพระไตรลกั ษณ์ ๓ มีศีล ๕
ลา้ งกรรมทีจ่ ะไปตกนรก

 พระโสดาบนั สกทิ าคา อนาคา ทำ� ใหร้ ะลกึ ได้ บอกยหี่ อ้ เครอ่ื งหมาย เปน็ คนมจิ ฉา
หรือสมั มาทิฐิ บอกเหตุผล บอกทั้งผดิ ถกู ถูก ก็ถูกแน่นอน พูดชดั เจน มีกศุ ล
เล้ียงจิตมาก เป็นท่ีรักใคร่พอใจแก่บุคคล น้ันเป็นเคร่ืองพิสูจน์ ดูนี้ และ
บอกยห่ี อ้ วา่ เปน็ ดหี รอื ไมด่ เี ปน็ ตวั อยา่ ง อาจารยใ์ หญๆ่ ลว้ นแตเ่ ปน็ พระโสดาบนั
มาเกิด

 พระโยคาวจรเจา้ แสวงหาวโิ มกขธรรมในสถานทว่ี เิ วกสงดั ทรมานตน ทา่ นมนี สิ ยั
เป็นบคุ คลสนั โดษ มกั น้อย ใช้ตบะความเพยี รอยา่ งย่งิ ไมเ่ ห็นแกป่ ากแก่ท้อง
ไมเ่ หน็ แกค่ วามหลบั นอน เหน็ แตค่ วามเพยี ร ความอดทน ขยนั ขนั แขง็ เปน็ ใหญ่
นำ้� ใจเดด็ เดย่ี วกลา้ หาญ เรง่ ทำ� ความเพยี รใหส้ ำ� เรจ็ ทา่ นไมท่ ำ� ตวั ใหเ้ นนิ่ ชา้ ใชเ้ วลา
ให้เป็นเงนิ เปน็ ทอง ไมใ่ ห้เวลาล่วงไปเสยี เปล่า ดุจมา้ ท่มี ฝี เี ท้าอันดี ว่งิ เร็วไปสู่
สถานท่ีประสงค์ คอื พระนพิ พาน

 พระอรหนั ตบ์ ำ� เพญ็ ทาน และนมสั การเจดยี สถาน เพอ่ื ประโยชนจ์ ะใหเ้ ปน็ ตวั อยา่ ง
ของสตั วโลก ซงึ่ พระอรหนั ตป์ ระกอบดว้ ยปญั ญามาก มลี าภมาก นน้ั อาศยั กศุ ล
แตช่ าตกิ อ่ น กศุ ลไดบ้ ำ� เพญ็ สำ� เรจ็ พระอรหนั ตน์ น้ั จะไดเ้ ปน็ ปจั จยั ในเบอื้ งหนา้ นน้ั
หามไิ ดฯ้ พระอรหนั ตท์ มี่ ลี าภมาก มยี ศมาก มฤี ทธม์ิ าก มอี านภุ าพมาก ปรากฏ
ในพระพุทธศาสนา ได้เสวยสุข เสวยทุกข์ นนั้ ดว้ ยไดก้ ระทำ� บุญ กระทำ� บาป
ไวแ้ ตช่ าตกิ อ่ น เชน่ พระสวิ ลเี ถระมลี าภมาก ฝา่ ยบาป เชน่ พระปตู คิ ตั ตตสิ สเถระ
มกี ายเปอ่ื ยเนา่ พพุ องหนองไหล กอ็ าศยั อกศุ ลแตช่ าตกิ อ่ นทที่ า่ นเกดิ เปน็ พรานนก

360

ฆา่ นกเลย้ี งชีพ ตายตกนรกช้านาน มาเป็นเปรตช้านาน เสวยทกุ ขเวทนาสาหัส
ก็เหตอุ กุศลกรรมทกี่ ระทำ� ไว้ฯ

 นกั ปฏบิ ตั ทิ งั้ หลาย อทุ ศิ ชวี ติ เพอ่ื พระนพิ พานดว้ ยกนั ทง้ั นน้ั จงึ พากนั ทำ� ความเพยี ร
อยา่ งยง่ิ จงึ อดหลบั อดนอนอดกนิ ทกุ อยา่ ง ถอื ธดุ งควตั รเครง่ ครดั ทกุ อยา่ ง ภาวนา
วนั เวลาไมใ่ หล้ ว่ งเลยไปเสยี เปลา่ นเ้ี ปน็ ทป่ี ระสงคข์ องศาสนา ทพี่ ากนั ออกมาบวช
เป็นพระเป็นเณรเพื่อปฏิบัติตนให้สิ้นทุกข์ อุตมเพศ เป็นเพศวิเศษ ทรงผ้า
กาสาวพัสตร์ อันเป็นธงชัยของพระอรหันตข์ ีณาสพ เพศน้ีเป็นเพศท่เี ยอื กเยน็
ซงึ่ ปรากฏอยใู่ นโลกสมยั นี้ เปน็ เพศชนั้ สงู ปราศจากกาม ไมก่ งั วล เปน็ สมณะทด่ี ี
เห็นศาสนาโดยย่งิ ไดแ้ ก่ทา่ นผู้ปฏบิ ัตดิ ี ตรงต่อธรรม

 พระโยคาวจรเจ้าต้องฉลาดท�ำ ฉลาดในบริกรรมพุทโธเข้าไปสู่อารมณ์แห่ง
ความสงบ รกั ษาความสงบนนั้ หนา แวดลอ้ มดว้ ยความสงบ ฉลาดธรรมเกดิ จาก
ความสงบ อัศจรรย์ ฉลาดในปีติ ฉลาดในนิมิตทงั้ หลาย ร้ตู ามระยะเช่นนนั้
เมื่อบรบิ ูรณ์ ๓ กาล ตามทผ่ี า่ นมาแลว้ น้นั ให้ฉลาดทางปฏภิ าคนมิ ติ เป็นมา
ของวปิ สั สนา เกดิ ความเบอื่ หนา่ ย ถอนจากปฏภิ าคแลว้ จติ เขา้ อพั ยากฤต ธรรม
ความเปน็ กลาง เขา้ วปิ สั สนาความเปน็ เอง ไปเอง ฉลาดเอง ละกเิ ลสไดเ้ อง บรบิ รู ณ์
ทงั้ สว่ นวโิ มกขว์ มิ ตุ ติ ความหลดุ พน้ เปน็ อเสขบคุ คล เสรจ็ กจิ ในพระพทุ ธศาสนา

 จิตเดินมรรคให้รู้ ความผิดมาก่อน ความถูกจึงรู้ทีหลัง ภิกษุเป็นบ้าน้ันก็ดี
ทกุ องคก์ ลา้ ชาญชยั เพราะรเู้ ทา่ ถงึ การณ์ เหมอื นทา่ นอาจารยต์ อื้ ทา่ นกลา้ หาญ
อาจหาญ ทุกประการท่านรบั รองไดท้ ุกอย่าง สละการตายในเวลาเทศนา ทา่ นมี
ตาในและตานอกดว้ ยอภิญญา ไม่เหมอื นคนธรรมดา ท่านรูโ้ ทษคณุ ของโลกีย์
พระอรหนั ตท์ า่ นรเู้ ทา่ ทนั ทกุ เวลา จติ มสี ตเิ ตม็ ท่ี ทา่ นไมล่ ว่ งสกิ ขามหาศลี ในทลี่ บั
และทแ่ี จง้ ทา่ นทำ� ใหล้ ะกเิ ลสไดผ้ า่ นมาแลว้ จติ ไมก่ ำ� เรบิ เปน็ อกปุ ปธรรม พระนพิ พาน
ดจุ ดอกบวั มกี ลนิ่ หอมเกดิ จากเปอื กตมขน้ึ พน้ นำ้� ไมก่ ลบั ไปเปอื กตมอกี ธรรมดา
พระอรหนั ต์ทา่ นละกิเลสไดแ้ ลว้ เปน็ คนดี ไมก่ ลับไปเป็นคนเลวอีกตอ่ ไป

 พระโยคาวจรเจา้ ทั้งหลาย ล่วงไปไดเ้ พราะความเพยี ร

361

 สังขารมนั ไมเ่ ทีย่ ง หมดไปเรอ่ื ยๆ หนั ไปหาความเกิด แก่ เจบ็ ตาย เพราะเรา
อยใู่ นระหว่างไตรลักษณ์ ทกุ ฺขํ อนิจฺจํ อนตฺตา สังขารท่มี ีวญิ ญาณกด็ ี ไมม่ ี
วิญญาณก็ดี ถูกไตรลักษณ์เบียดเบียนไปสู่มรณภาพของพระสมณโยคาวจร
รีบเร่งทำ� ความเพยี รใหท้ ุกขส์ ิน้ ไป ระยะชีวิตอยู่ในระหวา่ งภูเขาทง้ั ๔ เตรียม
กลิ้งมาบดเราให้เป็นจุณไปไม่วันใดก็วันหน่ึงจะต้องตายแน่นอน ในระหว่าง
ความเรว็ และความชา้ ของสงั ขาร ใหพ้ จิ ารณาความตายพลดั พรากจากกนั เตรยี ม
ชมเหตใุ หญ่ มรณะคอื ความตาย ตายในศลี ทาน ภาวนา แปลวา่ ตายดตี ายงาม
ในทางพระพุทธศาสนา ไปสูส่ คุ ตโิ ลกสวรรค์

 ความรกั ความชงั ประกอบสตั วไ์ วใ้ นโลก พระนพิ พานไมร่ กั ไมช่ งั เปน็ อพั ยากฤต
พระอรหนั ตอ์ ยใู่ นโลกเพอื่ เมตตาจติ ทา่ นไมต่ ดิ สงั ขารใดๆ นำ้� ใจทา่ นดจุ นำ้� ขงั บน
ใบบวั น้�ำกลิง้ ไปกล้งิ มาย่อมไมต่ ิดใบบวั ฉันนนั้ พระอรหันต์ทา่ นทำ� ไปเพอ่ื โลก
เพอื่ ศาสนา เพือ่ กลุ บตุ รเกิด ณ ภายหลงั ได้ทศั นาการเป็นบญุ เป็นกุศลของเขา
ไมห่ วังลาภยศท่ีจะเกิดข้ึนอีกเพราะเป็นตณั หา

 ชาวเราอยา่ ถอื เขาตา่ งนกิ าย วรรณะ มาเปน็ เครอ่ื งสำ� หรบั ประหารสายชาติ ศาสนา
ให้พินาศเลย ท�ำเหมือนกะเรือแข่งกันนั้นดีมาก ขออย่าให้เอาพายตีหัวกันฯ
ชว่ ยกนั พยงุ ศาสนาให้เจรญิ ฯ

 มภี มู เิ พยี งเลก็ นอ้ ย กต็ นื่ เตน้ สำ� คญั ตนมภี มู ิ รสู้ กึ เพราะไมเ่ คยเปน็ สมาคมชนั้ สงู
เหมอื นการอยใู่ นห้วย ส�ำคญั วา่ น�้ำลกึ ย่ิงกว่าอยทู่ ะเล เช่นนัน้ ฯ

 กรรมฐาน ๕ เปน็ อารมณข์ องพระกรรมฐาน

362

มนษุ ย์กับโลก

 มนษุ ยอ์ ยใู่ นทา่ มกลาง ขา้ งบน-เทวดา ขา้ งลา่ ง-อบายภมู ิ มชั เฌ-มนษุ ย์ มนษุ ย์
อยใู่ นทา่ มกลางของชาตทิ เ่ี กดิ มนษุ ยพ์ ออรยิ สจั จงึ ปฏบิ ตั สิ �ำเรจ็ อรหนั ต์ คลา้ ยๆ
แมค่ รวั แกงมนั พอพริกพอเกลือ เอร็ดอรอ่ ยมาก ไม่ควรเหยียบย�ำ่ ชาติท่ีเกดิ
ของตวั ให้ตกตำ่� ตกนรก เปรต อสรุ กาย ไปได้ ควรพากนั ปฏิบตั ิในศาสนา
เปน็ อบุ าสกอบุ าสกิ าทดี่ คี วรแกก่ ารจะไดร้ บั มรรคผล มชั เฌ ทา่ มกลาง เดนิ ปฏบิ ตั ิ
สายกลางให้สำ� เร็จดงั น้ี สตั วท์ ัง้ หลายรจู้ ักกิน รู้จกั นอน รู้จักสืบพนั ธุ์ รูจ้ ักท�ำ
ความดี ความช่ัว ไปนรก สวรรค์ ได้ทัง้ นั้น มนุษยน์ ั้นระคนดว้ ยบุญ บาป
ชอ่ื ว่า “คน” กไ็ ด้ ชือ่ วา่ “มนุษย”์ ก็ได้ ไมผ่ ดิ แปลกกนั

 มนษุ ยโ์ อนไปทางโลกยี ม์ ากกวา่ ประพฤตศิ าสนา ทจี่ ะเอาตวั รอดจากอบายภมู ทิ งั้
๔ ได้ ฉะนน้ั นกั ปราชญเ์ ลอื กคน้ เอา ประพฤตปิ ฏบิ ตั เิ อา เอาความดไี ปนพิ พาน
เอาความชวั่ ไปอเวจนี รก มนษุ ยเ์ ปน็ ชาตทิ ส่ี งู สดุ ปรารถนาสมบตั อิ ะไรกไ็ ดท้ งั้ สน้ิ
ไม่ตกต่�ำเหมือนชาติอ่ืนๆ ภพอื่นๆ ภพเหล่าน้ัน ธาตุไม่พอ เป็นชาติที่ขาด
มรรคผลนิพพาน มนษุ ยเ์ ป็นฐานะที่จะสรา้ งบารมใี หส้ �ำเรจ็ ได้ ไมม่ ีความสงสยั
ดว้ ยประการใดประการหนึ่ง

 มนษุ ยเ์ ปน็ ภมู ใิ หญ่ ชนั้ พเิ ศษ ไดช้ อื่ วา่ มนษุ ยเ์ ปน็ ฐานะทเี่ ลศิ เปน็ ทปี่ ระชมุ ใหญ่
ใหร้ า้ ยใหด้ กี เ็ ปน็ ชาตมิ นษุ ย์ อนิ ทร์ พรหม อบายภมู ิ นรก สมู้ นษุ ยไ์ มไ่ ด้ มนษุ ย์
มฐี านะอนั เลศิ เลศิ ทงั้ หญงิ เลศิ ทง้ั ชาย มอี ยใู่ นชาตมิ นษุ ยน์ ท้ี ง้ั นน้ั แมป้ รารถนาใดๆ
สำ� เรจ็ ไดใ้ นชนั้ มนษุ ย์ มนษุ ย์ แปลวา่ ใจสงู ใจกลา้ หาญ ทำ� บาป ทำ� บญุ ไดท้ งั้ นน้ั
เพราะบุคคลเกิดเปน็ มนษุ ยเ์ ปน็ ลาภอยา่ งยง่ิ ทงั้ พบพระพทุ ธศาสนายง่ิ ลาภใหญ่
ปฏบิ ตั ิ มรรค ผล นพิ พานได้

363

 มนษุ ย์ แปลวา่ ใจสงู ใจแกลว้ กลา้ ประกอบดว้ ยความฉลาด ประดษิ ฐก์ ารงานได้
ทกุ อยา่ งยง่ิ กวา่ ประเภทสตั วอ์ นื่ ในไตรภพ เปน็ ธาตทุ พ่ี อทกุ อยา่ ง จงึ ปฏบิ ตั สิ ำ� เรจ็
มรรคผลได้ ใจไมว่ างจากความเพยี ร ใจเดด็ เดยี่ ว จงึ เปน็ พระพทุ ธเจา้ พระปจั เจกฯ
พระอรหนั ตไ์ ด้ สตั วอ์ น่ื ไมไ่ ด้ ตอ้ งอาศยั พระพทุ ธเจา้ สง่ั สอน มนษุ ยก์ ลา้ หาญ สรา้ ง
พระบารมใี หส้ ำ� เรจ็ ไดไ้ มท่ อ้ ถอย ทแี่ ยกออกจากมนษุ ยท์ ง้ั ดแี ละชวั่ มนสุ สฺ นริ ยโิ ก
มนุสฺสเปโต เปรต อสุรกาย มนุสสฺ ติรจฉฺ าโน สัตวเ์ ดรัจฉาน ท่มี นุษยท์ �ำไม่ดี
ท�ำบาป มนุษย์ท่ีเป็นพระพุทธเจ้า พระปัจเจก พระอรหันต์ มนุสฺสเทโว
เหลา่ นั้นเป็นตน้ ลว้ นแตท่ �ำความดแี ละช่ัวในช้ันมนษุ ย์ทงั้ นั้น เหตนุ ้นั มนุษย์
เปน็ ที่ประชมุ ใหญ่ท่ีออกมาชาติมนษุ ย์ท้ังนนั้ ได้นามวา่ อคฺคํ €านํ มนุสเฺ สสุ
มนษุ ยม์ ีฐานะอันเลศิ มนุษยไ์ ม่ใช่หนี ชาตติ ่ำ� เป็นชาติท่ีสูงสดุ

 คนมธี รรมเปน็ ทส่ี บายของจติ คนไมม่ ธี รรมขม่ จติ เปน็ ทกุ ขอ์ ยา่ งยงิ่ เพราะแบกขนั ธ์
หาบขนั ธ์ ๕ ธรรมความเกดิ ดบั แสดงเปน็ อรยิ สจั อยเู่ รอื่ ยๆ ไมข่ าดสาย พราหมณ์
ผเู้ พง่ อยขู่ องความแปรปรวน ยอ่ มรธู้ รรมเหน็ ธรรม จติ อยทู่ ไ่ี หน ยอ่ มรแู้ จง้ ณ ทน่ี นั้
ดังน้ี ขยายปฏภิ าค ตากไวเ้ ช่นน้ัน เห็นธรรมอยเู่ ชน่ น้นั ย่อมแกค้ วามสงสัย
รธู้ รรมเหน็ ธรรมอยา่ งสขุ มุ ลมุ่ ลกึ จติ อยา่ ออกจากกาย เหน็ แปรปรวนอยเู่ รอ่ื ยๆ

 มนุษย์ท�ำจริงเห็นจรงิ ในอรยิ สจั แจง้ ชดั จนสำ� เร็จมรรคผล เป็นชาติท่เี ลศิ วเิ ศษ
กว่าสัตวอ์ ่นื กวา่ ภพอนื่ ดังนี้ เวน้ จากมนุษย์ไปแล้ว ไม่มีจะให้เปน็ พระพทุ ธเจา้
พระปัจเจก พระสาวก ได้

 อบุ าสก เรียกวา่ พอ่ พระ อบุ าสิกา เรียกว่าเปน็ แมพ่ ระ พระ แปลว่า ประเสรฐิ
ดังนี้

 ธรรมชาติโลกยี ์ เป็นสถานถ่นิ ทแี่ ปรปรวน เพราะไม่เท่ียง อนจิ ฺจํ ทกุ ฺขํ อนตฺตา
ยกั ยา้ ยแปรผนั อยเู่ ปน็ นจิ ธรรมชาตโิ ลกตุ ระ เปน็ สถานทเี่ ทย่ี งธรรม เปน็ โลกเหนอื
โลกทั้งหลาย เปน็ โลกท่ีเกษม เป็นโลกที่ไม่ตายเหมือนโลกมนุษย์

 โลกยิ ะเปน็ โลกท่ีแปรปรวน ไม่เท่ยี งธรรม เพราะท�ำตาม ราคะ โทสะ โมหะ
ตามมติกเิ ลสของตัว

364

 มนษุ ยเ์ กดิ มาในโลก มบี ดิ ามารดา พๆี่ นอ้ งๆ และวตั ถขุ า้ วของ ในปจั จบุ นั ทเ่ี กดิ
ขึน้ นนั้ ประกอบดว้ ยจติ มี ราคะ โทสะ โมหะ เหล่านี้ พากันรักใคร่เพลิดเพลิน
เหอ่ กนั ฉะนนั้ มี ราคะ โทสะ โมหะ เพราะตดิ ภพ ตดิ ชาติ ตดิ โลกธรรม ๘ ประการ
ไม่เพียงพอ อยากไดโ้ นน่ อยากไดน้ ี่ ความพอความอ่มิ ในดวงจติ ไมเ่ พยี งพอ
แมแ้ ม่นำ�้ ทะเล ยังรู้จักบกพรอ่ งหรอื เตม็ ดงั นี้ น้แี หละเป็นเรอื่ งตณั หาของโลก
จงึ พากันประพฤติทุจริตตา่ งๆ พากนั ท�ำบาปนานาประการ เม่ือบคุ คลฟังโอวาท
คำ� สง่ั สอนพระพทุ ธเจา้ รสู้ กึ ตวั ปฏบิ ตั มิ รรคผลใหเ้ กดิ ขนึ้ กพ็ น้ โลกไป ขอ้ นเ้ี ปน็
ขอ้ ลลี้ ับสุขุม จะต้องอบรมในศาสนาให้มากๆ เพือ่ แก้สนั ดานทห่ี ยาบๆ ของตน
ใหถ้ งึ มรรคผล ใหเ้ ชอ่ื อรยิ สจั ความจรงิ ของศาสนา นรก สวรรค์ นพิ พาน มจี รงิ ๆ
ให้เกดิ ความเลอ่ื มใสในศาสนา

 นำ�้ ใจมนษุ ย์ แบกขนั ธ์ ๕ อยเู่ ปน็ นจิ ไมม่ เี วลาปลงของหนกั เลย ตดิ สงั โยชน์ คอื
กเิ ลส ให้เวียนวา่ ยตายเกดิ ในภพ ๓

 ความลบั ในโลกไมม่ ี มนษุ ยไ์ มเ่ หน็ เทวดาเหน็ ความประพฤตชิ ว่ั ของเธอ กรรม
ทเ่ี ธอท�ำไมด่ ี เป็นบาป จะเกิดทหี ลงั เผาผลาญเธอให้เรา่ ร้อน กรรมชั่วนนั้ กจ็ ะ
คลา้ ยๆ สนุ ขั ไลเ่ นอื้ ทนั ทไ่ี หนยอ่ มกดั ทน่ี น่ั ความรา้ ยแรงของสงั ขารทง้ั ปวง สกู้ รรม
ไมไ่ ด้ แรงยง่ิ กวา่ อยา่ งอน่ื เปน็ ไหนๆ เหตนุ นั้ นกั ปราชญค์ วรยกเวน้ ประพฤตชิ วั่
ความดีความชั่วของเธอย่อมให้ผลในอนาคตข้างหน้า บุคคลประกอบกรรมดี
ประพฤติเดินมรรคให้ถูกทางพระอริยเจ้าน้ันประเสริฐมาก ให้ผลเป็นสุข
ไมร่ อ้ นใจในภายหลงั ยดึ นพิ พานไวไ้ ด้ ยดึ ทรพั ยไ์ วไ้ ด้ ไมส่ รา้ งกายกรรม วจกี รรม
มโนกรรม สรา้ งบญุ และบาปได้ ทำ� ใหต้ ดิ ตวั ไปอนาคต ดจุ เงาตดิ ตวั เรา นงั่ นอน
ยนื เดนิ อิรยิ าบถอนั ไหนนัน้ รบั วบิ ากกรรม ความสุขและความทุกข์ใหผ้ ล

 บุคคลจะข้ามห้วงน�้ำได้เพราะ ศรัทธา ข้ามมหาสมุทรได้เพราะ ไม่ประมาท
จะลว่ งทกุ ขไ์ ด้เพราะ ความเพยี ร ย่อมบริสทุ ธ์เิ พราะ ปญั ญา

 มนษุ ยเ์ ลศิ กวา่ ภพอนื่ แยกออกสองอยา่ ง ภมู นิ ท้ี ง้ั ดี ทงั้ ชว่ั รอ้ ยแปดอยา่ งประชมุ กนั
มนษุ ยใ์ จแข็ง กลา้ หาญชาญชัยกว่าภพอืน่ ๆ เดด็ เด่ยี วมาก เปน็ พระพทุ ธเจ้าได้

365

เปน็ พระปจั เจกได้ เปน็ พระอรหนั ตไ์ ดด้ ที งั้ หญงิ และชาย ดที ง้ั เดก็ ผใู้ หญ่ ผเู้ ฒา่
ด้วยไม่ตกตำ่� มนษุ ยธ์ าตุพอ ความกล้าหาญพอ อริยสจั มรรคผลพอ ไมไ่ ป
หาเพม่ิ อีก

 จติ ของปุถชุ น จิตซกุ ซนมาก คดิ นึกไปตา่ งๆ ไมเ่ หมือนพระอรหันต์ ท่านไม่
คิดเลย คิดทุจริตลามกต่างๆ

 บคุ คลท่ีไม่ประมาท แมม้ ชี ีวติ ราตรเี ดียว ประเสรฐิ กว่า ผู้ประมาท มชี ีวติ ตัง้
๑๐๐ ปี คอื ชีวิตราตรเี ดียว เขาตายไป ไปสวรรค์ ประมาทแล้วไปสู่อบายภมู ิ
ดังนี้ ซง่ึ มใี นพระไตรปฎิ กโบราณท่กี ลา่ วกนั สบื ๆ มาจนบัดนี้

 ปถุ ชุ นถอื ขันธ์ ๕ ว่าเป็นตัวเป็นตน จงึ มที ุกข์มาก ทกุ ข์หาปจั จยั มาบำ� รงุ บำ� เรอ
ขนั ธ์ ๕ อยเู่ สมอ จะละได้ เจรญิ ภาวนาอยา่ งเดยี ว อยา่ งอนื่ แกไ้ ขไมไ่ ด้ เดนิ มรรค
๘ อยา่ ง หนทางพระอริยเจ้า

 ธาตทุ ง้ั หญงิ ชาย มชี นดิ เดยี ว เปน็ ธาตชุ นดิ เดยี ว ตา่ งแตว่ า่ เปน็ หญงิ เปน็ ชายเทา่ นน้ั
นแี้ หละ ภาวนาใหไ้ ดม้ รรคผลเหมอื นกนั พระอรยิ เจา้ ทา่ นทำ� ไมสำ� เรจ็ เรา ทำ� ไม
ไม่ส�ำเร็จ ใหม้ มี านะสอนตน พระอรยิ เจา้ เอาธาตวุ เิ ศษมาแตไ่ หน ท่านเอาธาตุ
อย่างเราเข้าภาวนา ดังนี้ ต่างแตส่ ร้างบารมีมามากนอ้ ยกวา่ กันเท่านั้น ให้ส�ำเร็จ
เรว็ หรอื ชา้

 มนุษยท์ ั้งหลาย ติดทกุ ข์ ไมร่ ทู้ ุกข์ ไมล่ ะทุกข์ เอาทุกข์มาเป็นสขุ ฝนื ธรรม
ยง่ิ ทกุ ขใ์ หญ่ ความทกุ ขน์ นั้ ยง่ิ เพมิ่ เกดิ จากวติ ก วจิ าร บำ� รงุ ทกุ ขใ์ หเ้ กดิ ขน้ึ เสมอไป
พระพทุ ธองค์ตรัสว่า เบญจขนั ธ์เปน็ ทกุ ข์ ไม่ใช่เป็นสขุ เป็นสขุ ทา่ นเปน็ สมณะ
ประเภทเดยี ว ไมเ่ กย่ี วขอ้ งกจิ การฆราวาส บำ� เพญ็ ภาวนาใหส้ นิ้ เพราะธรรมไมเ่ ปน็
ของเน่นิ ชา้ สัตว์มนุษย์และสัตวเ์ ดรัจฉานติดกามมาก ตลอดพระอินทร์ บำ� เรอ
กามชนดิ เดยี วกนั มนษุ ยบ์ ำ� เพญ็ ภาวนาใหส้ นิ้ ทกุ ข์ ไตรภพ มนษุ ยเ์ ลศิ กวา่ สตั ว์
ประเภทอ่นื

 ความซือ่ สัตยส์ ุจรติ เปน็ บทบาทของสปั ปุรษุ ทคี่ วรประพฤตใิ หเ้ ปน็ ไปเช่นนน้ั

366

 มหาบรุ ษุ กลา่ วค�ำเป็นที่รกั ประพฤตสิ งิ่ ท่ีเปน็ ประโยชนเ์ ปน็ อนั มาก มีฉันทะแก่
มหาชนเสมอกัน สงเคราะห์อย่างดีแก่คนเป็นอันมาก มิได้มีคนอื่นดูหมิ่น
จากสวรรค์สู่มนุษยโลกล้วนแต่อวัยวะทุกส่วนงาม ฤทธ์ิเดชของพระโพธิสัตว์
สรา้ งบารมแี ละตรสั รู้ ยอ่ มมปี าฏหิ ารยิ ท์ กุ อยา่ ง มนษุ ยส์ รา้ งบารมใี หไ้ ดห้ มู่ สมบตั ิ
พรอ้ มด้วยลกั ษณะครบสมบรู ณ์เสียก่อน จงึ ตรสั รู้เป็นพระพุทธเจา้

 สรา้ งบารมี ปรารถนาเชน่ มารดา บดิ า บตุ ร ภรรยา พรอ้ มทง้ั บรวิ าร ใหพ้ บกนั
น้ีก็เป็นของยาก นั้นประการหนึ่ง เม่ือพบกันแล้ว ย่อมพากันสร้างบารมีต่อ
กวา่ จะตรัสรู้ น้นั ประการหน่ึง พระองคต์ รสั ว่า เอาเข็มจล้ี งแผ่นดนิ ท่ไี มถ่ ูก
กองฟอนตถาคตนั้นไม่มี สร้างนานหนักหนาจึงจะส�ำเร็จเป็นพระพุทธเจ้า
ความรขู้ องพระพทุ ธเจา้ เปน็ อนนั ตนยั หาประมาณมไิ ด้ แตส่ าวกรเู้ พยี งไตรปฎิ ก
เทา่ นนั้ วริ ยิ บารมี ศรทั ธาบารมี ปญั ญาบารมี ระยะ ๓ กาล พระพทุ ธเจา้ ทง้ั หลาย
สรา้ งบารมี มกี ำ� หนดในพระไตรปฎิ กเชน่ นนั้ พระโพธิสัตวเ์ กดิ มาภพใดชาตใิ ด
ไมท่ ้งิ ทาน ศลี ภาวนา สงเคราะหม์ หาชนเปน็ อยา่ งยง่ิ เมตตาแก่สัตว์ท้ังหลาย
เสมอภาค เกดิ ภพใดชาตใิ ด ภพนอ้ ยใหญ่ ไมท่ งิ้ สรา้ งพระบารมี ดำ� เนนิ อยเู่ ชน่ นน้ั
จนประสบสพั พญั ญเู ปน็ ทสี่ ดุ พระองคไ์ มเ่ อารดั เอาเปรยี บแกส่ ตั วโ์ ลก ใหค้ วามสขุ
เสมอกนั หมด นี่ปฐมของพระโพธสิ ตั วท์ ้งั หลาย

 มนุษย์กระเสือกกระสนดิ้นรนให้มีชีวิตให้น้อยลง ทางเดินของมนุษย์ทุกวันน้ี
เพ่ือไปหาความสขุ ตอ้ งเดินล�ำบาก จงึ ถึงผล ไดค้ วามสุขเปน็ แตล่ ะบุคคลไป

 เปน็ พลเมอื งทด่ี เี ปน็ คตติ วั อยา่ งบรรดาโลกทว่ั ไป แมบ้ คุ คลอนื่ เขา้ ไปคบสมาคม
ไดม้ ติ รทด่ี มี ศี ลี ธรรมหากนั หลกี เลย่ี งจากคนพาล คบคนพาลเปน็ ทกุ ขอ์ ยา่ งยงิ่

 การงานทางโลกบ�ำรุงตัณหาท้ังน้ัน มีทุกข์มาก ได้มาก็เป็นทุกข์บริหารรักษา
ไมไ่ ดม้ ากเ็ ปน็ ทกุ ขไ์ มส่ มปรารถนา ยกความทกุ ขข์ น้ึ บรรยายโดยไมถ่ กู ตอ้ งไมตรกี นั
เปน็ ทกุ ขอ์ ยา่ งยงิ่ ตรงกบั ทว่ี า่ ปญจฺ กขฺ นธฺ า ทกุ ขฺ า ทกุ ขห์ นกั เบญจขนั ธ์ เปน็ ทกุ ข์
อยา่ งยงิ่ ไมม่ ีความสขุ ทุกข์ด้วยชาติ ชรา พยาธิ มรณะ ทกุ ขใ์ นการเปล่ียน
อริ ยิ าบถ ๔ ทกุ ขใ์ นการบำ� รงุ ธาตขุ นั ธใ์ หม้ ชี วี ติ อยเู่ ฉพาะวนั หนงึ่ เดอื นหนงึ่ ปหี นงึ่
พุทธองค์ตรสั วา่ ไม่มีความสขุ ล้วนแตเ่ ป็นทกุ ขท์ ้ังสิ้น

367

 ธรรมดาของโลกพากันต่ืนเต้นทางกามและวัตถุกามด้วยกันท้ังน้ัน ลืมหลง
ศลี ธรรมไป จงึ พากนั ตกนรก เปน็ เปรต เปน็ อสรุ กาย เปน็ สตั วเ์ ดรจั ฉานกนั มากมาย
เหมอื นขนววั จะไปเกดิ สคุ ตโิ ลกสวรรคน์ น้ั นอ้ ยเหมอื นเขาววั ฉะนนั้ ในอนาคตวงศ์
ทา่ นกลา่ วไวใ้ นพระไตรปฎิ กไมผ่ ดิ นกั รนู้ กั ปราชญค์ วรพจิ ารณาใหถ้ อ่ งแท้ กลบั ตวั
ประพฤตศิ ลี ธรรมใหถ้ กู ตอ้ งตามคำ� สง่ั สอนของพระพทุ ธเจา้ จงึ จะเอาตวั รอดขน้ึ
สวรรคน์ พิ พาน อยา่ ประมาท เปน็ คณุ สมบตั อิ นั ลำ้� คา่ ไมอ่ า้ งกาลอา้ งเวลา วนั เดอื นปี
เป็นเงินเป็นทอง เหตนุ ัน้ ใหห้ มุนตัวเปน็ เกลียว ภาวนาพุทโธหาทพ่ี ึ่ง นัน้ เป็น
การดี เป็นพลเมอื งทดี่ ี เปน็ อบุ าสกอุบาสกิ าท่ีดี งดงามในพระพุทธศาสนา

 อยา่ อยโู่ ดยปราศจากทพ่ี ง่ึ ตอ้ งมที พี่ ง่ึ รตั นตรยั ใจมหาเหตุ ละกเิ ลสทใี่ จแลว้ กพ็ อ
เพราะกเิ ลสสงิ อยทู่ ่ใี จ อยา่ ยนิ ดยี นิ รา้ ย ใจเปน็ กลาง รกั ษาความบริสทุ ธิ์ทใ่ี จ
ก็พอแล้ว ตรัสรู้ท่ามกลางของกิเลสเป็นพอ พระองค์ตรัสรู้กลางกิเลสนั้นเอง
เห็นผิดแลว้ ยอ่ มเหน็ ถกู เดินผิดแล้วผิดมรรค กเ็ ดินถูกมรรคก็พอแลว้

 หนา้ ทข่ี องโลกยี ์ มนั กแ็ ปรปรวนอยเู่ ชน่ นนั้ เพราะมนั ไมเ่ ทยี่ ง หนา้ ทขี่ องโลกตุ ระ
มนั เทยี่ งอยเู่ ชน่ นนั้ เพราะหยดุ การหมนุ เวยี น จะโทษโลกยี น์ นั้ เปน็ อนั ทไ่ี มไ่ ดเ้ ลย
ยักย้ายแปรผัน เกิดดบั อยเู่ ช่นนัน้ แตไ่ หนแต่ไรมาแตโ่ บราณ สังขารปรงุ แต่ง
โลกตุ ระไม่ปรุงแตง่ หยุดไม่หมนุ เวยี น คงที่

 เมอ่ื เหน็ ความไมเ่ ทยี่ งแทแ้ ลว้ ยอ่ มเหน็ ความเทยี่ งของสงั ขารทวั่ ไป สงั ขารเปน็ ทกุ ข์
อสงั ขาร เปน็ สขุ ไมร่ บั ทกุ ข์ด้วย ไมย่ ินดยี นิ ร้าย มนั เกดิ เอง มันดับเอง อยา่ ให้
ความรโู้ ลกยี แ์ ละโลกตุ ระผสมกนั ใหแ้ ตกไวเ้ ปน็ สว่ นๆ รเู้ ทา่ แลว้ วางไวต้ ามเรอื่ ง
ของเขา เกดิ มากด็ ี ตายไปกด็ ี เปน็ เรอ่ื งของโลกยี ์ อยา่ ไปสนใจ เสยี ประโยชนเ์ ปลา่ ๆ
มันรอ้ นดว้ ยตณั หา โลกตุ ระมันเยน็ ดว้ ยไมต่ ิดตอ่ กบั ไฟโลกีย์ตณั หาสืบไป

 มนุษย์ ธาตุขันธ์ครบอรยิ สัจ ๔ ทกุ อย่าง ไม่เหมือนก�ำเนิดคติอน่ื นัน้ บกพรอ่ ง
สมู้ นษุ ยไ์ มไ่ ด้ อคคฺ ํ €านํ มนสุ เฺ สสุ มนษุ ยใ์ จกลา้ หาญ มนษุ ยใ์ จสงู มนษุ ยฉ์ ลาด
มากกวา่ สตั วจ์ �ำพวกอ่ืน พอพริกพอเกลอื ปรงุ แกงเอร็ดอรอ่ ย

368

 ในโลกนไ้ี มม่ ที พ่ี ง่ึ แลว้ พงึ่ พอ่ แมก่ พ็ งึ่ ไดช้ ว่ั คราวทมี่ ชี วี ติ อยู่ ตายไปแลว้ พง่ึ ไมไ่ ด้
พงึ่ ไดแ้ ตบ่ ญุ และบาปของตนทท่ี �ำไว้ อนั ใหผ้ ลในชาตนิ แี้ ละชาตหิ นา้ หมนุ ตวั ไป
ในทางทดี่ ี เกดิ มาแลว้ มีศีล ทาน ภาวนา ประจ�ำชาติของเรา อยา่ ใหต้ กต่�ำคือ
อบายภมู ิ ๔ พวก นรก เปรต อสรุ กาย สัตวเ์ ดรจั ฉาน เครือ่ งเกี่ยวคือก�ำเนดิ
ในภพทง้ั ๓ เปน็ ทุกขอ์ ย่างยิง่ พระพทุ ธองค์ตรสั ไว้แลว้ สง่ั สอนสาวกไว้แล้ว
มีพยานในพระไตรปิฎกสืบมาจนกาลบัดนี้ ควรนักควรหนาที่เราจะได้พากัน
สนใจปฏบิ ตั ใิ หเ้ กดิ ขนึ้ ในสนั ดานของเรา ใหเ้ ปน็ นสิ ยั บญุ กศุ ลในศาสนา กวา่ จะได้
เกดิ เปน็ มนษุ ยก์ เ็ ปน็ ของยากนกั ยากหนา กวา่ จะมรี า่ งกายบรสิ ทุ ธิ์ ไมพ่ กิ ลพกิ าร
วปิ รติ ไปตา่ งๆ กเ็ ปน็ ของยากนกั ยากหนา กวา่ จะไดเ้ ปน็ อบุ าสกอบุ าสกิ าในศาสนา
ก็เป็นของยากนักยากหนา น้ีแหละที่ได้อัตภาพเป็นมนุษย์แต่ละชาติๆ ก็เป็น
ของยากนักยากหนา หมุนตัวให้เป็นเกลียวให้มีราคาสูงเพื่อประโยชน์ของตัว
พระอรยิ เจา้ แสวงหาถนิ่ ทว่ี เิ วก เชน่ บณิ ฑบาตออกมาแลว้ จากบา้ นเมอื ง เหน็ นำ�้
ณ ทไี่ หน ฉนั บณิ ฑบาต เสรจ็ แลว้ เขา้ ไพรสณฑ์ การภาวนาในทวี่ เิ วก ทรมานตน
ให้ส�ำเรจ็ มรรคผล

 อนิจจงั ๕ ทกุ ข์ท้ัง ๕ อนตั ตาทัง้ ๕ ล้วนมาจากใจทง้ั นนั้ ละวางอนิจจัง ๕
กอ็ ยเู่ ทย่ี ง อนตั ตาทง้ั ๕ วางหมดแลว้ อนตั ตาตง้ั อยภู่ ายใน เราอาศยั อนตั ตาอยู่

 กามทงั้ หลายเปน็ เจา้ โลก เกลยี ด โกรธ รกั ชงั ฆา่ กนั และทำ� บาปนานาประการ
กเ็ พราะกามเปน็ ใหญ่

 เทวโลกไมเ่ หมอื นเมอื งมนษุ ย์ เปน็ โลกเตม็ ไปดว้ ยความสขุ ลว้ น เปน็ โลกปราศจาก
ทุกข์ความเดอื นรอ้ นโดยสน้ิ เชิง เป็นโลกมากไปด้วยความสุข โลกกามารมณ์
ยง่ิ กว่าโลกไหนๆ ทั้งหมด เป็นโลกทิพยส์ นกุ สนานรนื่ เริง มรี ศั มอี อกจากกาย
รุ่งเรอื งสวา่ งไสวตลอดเวลาทอี่ ย่อู าศัยในโลกนัน้ ไม่ต้องประกอบการงานใดๆ
ทง้ั สิน้ มีแต่สนกุ สนานเพลดิ เพลินไปด้วยโลกียารมณ์ท้งั ๕ ทกุ เวลา ท่านจึง
บัญญตั วิ า่ ภมู ิอนั แดนสขุ ต่างรวมผล เกิดอบุ ัติ เกิดโดยทนั ทที นั ใดโดยไมต่ อ้ ง
นอนในครรภ์เหมือนมนุษย์ เทพท้ังหลายนิมิตกายได้ทุกอย่าง ให้เล็กได้

369

ครงั้ เทศนม์ หาสมยั ไปฟงั เทศนพ์ ระองคแ์ สดง ใหเ้ ลก็ ไดฉ้ นั นนั้ บรโิ ภคเครอื่ งทพิ ย์
นน้ั อาหารนน้ั เหยี่ วแหง้ ไป ไมม่ กี ลน่ิ เหมน็ เหมอื นมนษุ ย์ โรคภยั ไมเ่ บยี ดเบยี น
เทพอยเู่ ยน็ เปน็ สขุ สนกุ สนานทกุ เวลา อายทุ พิ ย์ วรรณทพิ ย์ สขุ ทพิ ย์ พลทพิ ย์
ยศทพิ ย์ อธปิ ไตยทิพย์ รูป เสยี ง กลน่ิ รส โผฏฐพั พะ ล้วนแต่เป็นทิพย์ทั้งนั้น

 คนสมั มาทิฐิ เกดิ สวรรคม์ ากมาย

 คนมิจฉาทิฐิ เกิดอบายภมู ิทง้ั นั้น

 วางตามกรรมของสัตว์ ท่ีประพฤติทุจริตมาแล้ว ให้ผลเป็นหน้าท่ีของเขาเอง
หมดหนทางทจ่ี ะแก้ไข ดงั น้ี

 มนษุ ยฉ์ ลาดทำ� ทจุ รติ ตา่ งๆ เอารดั เอาเปรยี บกนั เสมอไป มนั ไมฉ่ ลาดในทางธรรม
วินยั และไม่ปฏบิ ตั ใิ นทางศาสนา แต่ฉลาดพดู เปลา่ ๆ ไหวพริบทนั สมัยเปลา่ ๆ
มนี โยบายมากกจ็ รงิ ฉลาดในทางทุจรติ นานาประการ ตามหนงั สอื พมิ พร์ ายวนั
มฆี า่ กนั จก้ี นั ยงิ กนั ตาย เผาบา้ นเมอื งใหฉ้ บิ หาย ใชเ้ งนิ มาก ปรงุ กเิ ลสสว่ นเดยี ว
ขาดความสันโดษมกั นอ้ ย ฉลาดการพดู การทรงจ�ำ เฮฮาไปต่างๆ สนุกสนาน
กนั เปลา่ ๆ สงิ่ ไมเ่ ปน็ แกน่ สาร คดิ มากมาย ปรงุ สงั ขาร สมยั นมี้ หาชนมคี วามคดิ
สนั้ ๆ ไมบ่ ง่ เหตผุ ลอดตี อนาคตใหถ้ งึ กนั ไมพ่ จิ ารณาความเจรญิ และความเสอื่ ม
ไมเ่ ยอื กเยน็ เหมือนศาสนาตามโบราณาจารย์

 สวรรคช์ นั้ ดสุ ติ เปน็ สวรรคช์ น้ั ท่ี ๔ ประเสรฐิ กวา่ สวรรคท์ กุ ชน้ั เปน็ ทสี่ ถติ อยขู่ อง
พระบรมโพธิสตั วท์ กุ พระองค์ สมเด็จพระเมตไตรยอยู่ช้นั นี้ พระยาอภยั สร้าง
บารมีกไ็ ปอยชู่ นั้ ดสุ ติ อนาถบิณฑกิ เศรษฐกี ็เกิดชน้ั ดสุ ติ

 ทไี่ ดเ้ ปน็ พระอนิ ทร์ คอื เลยี้ งบดิ ามารดา ๑ ออ่ นนอ้ มตอ่ ผใู้ หญ่ ๑ วาจาออ่ นหวาน ๑
ไมก่ ลา่ วสอ่ เสยี ด ๑ ไมต่ ระหน่ี ๑ กลา่ วคำ� ทเี่ ปน็ จรงิ ๑ ระงบั ความโกรธไวไ้ ด้ ๑
มคี ณุ ธรรมทัง้ ๗ ประการนเ้ี สมอเปน็ นิจ

 พระอนิ ทรก์ บั นางสชุ าดาปลอมตวั ใสบ่ าตรแกพ่ ระมหากสั สปะ พระอนิ ทรก์ ส็ ำ� เรจ็
โสดาบัน กศุ ลดลบนั ดาลไปถงึ อนาคา ทำ� ตนให้สำ� เรจ็ อรหันต์เขา้ พระนิพพาน

370

ครงั้ สดุ ทา้ ย ตง้ั แตใ่ สบ่ าตรแกพ่ ระอรยิ เจา้ กสั สปะแลว้ มรี ศั มี มอี ำ� นาจ ปกครอง
นครด้วยรัศมเี ปล่งปล่ัง ไมอ่ ับเฉาเหมือนแต่เกา่ กอ่ น มีรัศมสี ู้เทวบตุ รทเ่ี กดิ ใน
กาลพทุ ธศาสนาฉะน้ันเลย

 จติ อยา่ ดว่ น สตไิ มพ่ รอ้ ม อาจจะพลาดไปได้ จะแกย้ ากเมอ่ื ภายหลงั ฉะนน้ั ตอ้ งมี
ธรรมขม่ จิตในการแก้

 ปัจจุบันน้ีเทวโลกรุ่งเรืองมากกว่ามนุษยโลก เพราะพวกเทพท้ังหลายบ�ำเพ็ญ
บารมี ตอ่ อนาคตส�ำเร็จมาก มากกวา่ มนุษย์ มนี ักปราชญ์โพธิสัตว์ใหโ้ อวาท
สงั่ สอนพวกเทพเหลา่ นน้ั ใหถ้ งึ ฐานะอนั สงู ยงิ่ ๆ ขนึ้ ไป อยา่ งสมเดจ็ พระเมตไตรย
ให้โอวาทแกพ่ วกเทพท้ังหลายฟงั อยู่เปน็ นิจ จนส�ำเรจ็ ในอนาคต

 ขอ้ สำ� คญั อยา่ ขเ้ี กยี จขคี้ รา้ นกแ็ ลว้ กนั ดพู ระธรรมทา่ นแสดงธรรมเรอ่ื ยๆ ไมว่ า่ ง
แปรปรวนอย่เู ป็นนิจ เพราะไมเ่ ทยี่ งของสังขารปรงุ แต่ง สว่างท้งั ภายนอกและ
ภายในเป็นนจิ ไม่มเี วลาหยุด ถา้ ไมเ่ หน็ ในตอนนี้แสดงวา่ เสน้ ผมบงั ภเู ขาหน่งึ
เปน็ ชา้ งเหลอื ขอไปเสยี แลว้ ขา้ งในขา้ งนอกกต็ าบอด ไมเ่ หน็ จรงิ เหน็ ของอรยิ สจั
มัวเมาดว้ ยกิเลสตณั หาทุกประเภทของโลกโลกีย์ เวียนตายเวียนเกิดในสงสาร
ไมม่ ที สี่ น้ิ สดุ แทท้ จ่ี รงิ ธรรมแสดงโรท่ งั้ กลางวนั และกลางคนื ไมด่ บั สญู ไปทางอนื่
เกิดในตัวอยู่เช่นน้ัน เป็นอริยสัจธรรม เป็นธรรมทูตบอกในตัวเสร็จนี่แหละ
เป็น ปจจฺ ตฺตํ รใู้ นตวั ปจั จบุ นั เปน็ เทวทตู ปฏบิ ตั ิให้ร้เู ท่าอรยิ สัจ จติ หยุดเป็น
อมตธรรม เท่ยี งอย่เู ช่นน้ัน

 ประเทศนอกเขาถามมายงั ประเทศไทยว่า ถอื ศาสนาฟังคำ� สงั่ สอนพระพุทธเจา้
ดแี ลว้ ทำ� ไมมกี ารฆา่ ปลน้ แยง่ ชงิ กนั โดยไมข่ าดสาย ยงิ่ ถอื ทฐิ มิ านะกนั ตดั สนิ วา่
ระยะนเี้ ปน็ ยคุ เขญ็ บคุ คลไมแ่ ลเหน็ บญุ บาป เปน็ อยา่ งไร คราวยคุ เขญ็ ยอ่ มเปน็ ไป
เพราะ ราคะ โทสะ โมหะ มนั รา้ ยแรง เอาธรรมห้ามจิตไมอ่ ยู่ เครือ่ งเย้ายวน
ทางกามมนั มาก เชน่ ลเิ ก ละคร หนงั เหล่านเี้ ป็นต้น ท�ำให้ลกุ เป็นไฟ เผาตน
และผอู้ น่ื อยไู่ มว่ าย สว่ นทเี่ ขาอบรมธรรมวนิ ยั นน้ั มนี อ้ ย เปน็ ไปตามยคุ ตามสมยั
ยคุ เขญ็ อนั เปน็ สมยั ทรี่ า้ ยกาจ ตอ้ งเบยี ดเบยี นกนั เปน็ ธรรมดา ใครเกดิ ยคุ นสี้ มยั น้ี

371

เป็นคนบาป แมค้ ฤหัสถบ์ างรายก็ฆ่าพระเจ้าพระสงฆ์ พระกย็ งั ฆ่ากัน บางราย
ถูกประหารชีวิต

 อธกิ รณใ์ หญ่เกดิ ขึ้น คือเมอ่ื ทะเลาะกนั แล้ว ต้องหนั หน้าเข้าหากนั สง่ิ ใดทีจ่ ะ
โอบอ้อมอารีใหเ้ ป็นสามคั คกี นั รบี ทำ� อย่าใหส้ ่งิ เป็นโทษน้ันกำ� เรบิ มันจะเปน็
เรอื่ งใหญ่ ในหลกั ของธรรม สมานไมตรดี กี วา่ พยาบาท สรา้ งเวร กอ่ กรรมกอ่ เวร
ไม่เลิกไม่แลว้ เปน็ บาปใหญ่ ฆา่ กันประหารกันไมร่ ู้เลกิ รูแ้ ลว้

 สมยั นศ้ี กึ ษาความรแู้ ขง่ กนั ฆา่ กนั เรยี นอบุ ายฆา่ กนั ปลน้ กนั เอารดั เอาเปรยี บกนั
ไม่มีเมตตาปรานีกันให้อภัยกัน ล้วนต้ังแต่ท�ำกรรม จองเวรจองกรรมกัน
เร่อื ยๆ ไป ถือโกรธ โหดร้ายตอ่ กัน จะเอาความสุขมาจากทีไ่ หนเลา่

 ต่างคนตา่ งอบรมฝกึ ปรือสมาธิ ภาวนา เพอื่ สคุ ติ โลกสวรรค์ อบุ าสก อบุ าสกิ า
ชาวกรงุ เทพฯ ลว้ นแตจ่ บั ปลา ๒ มอื ดว้ ยกนั ทง้ั นน้ั เลอื่ มใสศาสนาอยา่ งเตม็ ที่
วา่ ทำ� บญุ ได้บุญจริงๆ ทำ� บาปได้บาปจรงิ ๆ แตจ่ ับปลา ๒ มือ ไมไ่ ด้ทำ� ศาสนา
ปฏิบัติใหเ้ ตม็ ที่

 งานของศาสนา ดกี วา่ งานฝา่ ยโลก เชน่ งานโลก เราทำ� ไรท่ ำ� นาหลายรอ้ ยปี เราตายไป
กเ็ พยี งเปน็ สมบตั ขิ องคนอน่ื เทา่ นน้ั สว่ นงานของศาสนา เราบำ� เพญ็ ทาน รกั ษาศลี
เพียงครู่เดียวยามเดียว กุศลตอนน้ีให้ผลในอนาคตตั้งกัปต้ังกัลป์ทีเดียว
งานของศาสนาเปน็ ของที่เลศิ

 ร่างกายมนุษย์ท่ีจะต้องประคับประคองเป็นนิจ มี เย็น ร้อน หิว กระหาย
ปวดอุจจาระ ปสั สาวะ เบยี ดเบียนอยูเ่ สมอ เยน็ หรอื หนาวตอ้ งหม่ ผ้า รอ้ นต้อง
อาบน�้ำหรือพัดวี หิวต้องบริโภคอาหาร กระหายนำ้� ต้องด่ืมน้�ำ ปวดอุจจาระ
ปัสสาวะต้องไปถา่ ย ยงั ตอ้ งบรหิ ารคอยผลัดเปล่ยี นอริ ิยาบถ นั่ง นอน ยืน
เดิน ใหพ้ อควร นี้เปน็ ประจำ� นอกจากนี้ยังมอี าพาธต่างๆ เบยี ดเบยี นเรือนรา่ ง
เป็นตน้ ว่ากายนเ้ี ป็นทกุ ขม์ ากนัก มอี าทิ อาพาธต่างๆ ย่อมเกิดข้นึ ในกายน้ี
๑๐๘ อย่าง

372

 คนทจ่ี ติ ไม่สงู เต็มที่ เม่อื ถกู เขาดา่ วา่ อะไร มักเกบ็ เอาไปคดิ ไปนกึ เพราะคนเรา
โดยมากสำ� คญั วา่ ตนฉลาด แตก่ ลนื กนิ อารมณท์ ช่ี ว่ั อารมณท์ ชี่ ว่ั เหมอื นอสรพษิ
ลกั ษณะของคนโง่ แตม่ นุ ที า่ นไมถ่ อื ทา่ นวา่ เปน็ โลกธรรม ทเ่ี กดิ มาใครๆ ตอ้ งพบ
ประสบทกุ ๆ คนไป แม้พระพุทธองค์ก็ประสบถกู นางมาคนั ทยิ าดา่

 แมม้ หาบุรุษไปสู่สวรรค์ ๑๐ ประการ อายุทพิ ย์ วรรณทพิ ย์ สุขทพิ ย์ ยศทพิ ย์
ความเปน็ อธปิ ไตยทพิ ย์ รปู ทพิ ย์ เสยี งทพิ ย์ กลน่ิ ทพิ ย์ รสทพิ ย์ โผฏฐพั พะทพิ ย์
อยู่ในช้ันดสุ ติ พิภพ พระมหาบรุ ุษสมบูรณไ์ ปดว้ ยลักษณะ ๓๒ ประการ มคี ติ
๒ ประการ เปน็ คฤหัสถจ์ ะได้เปน็ บรมจกั รพรรดิ ออกบวชจะเปน็ พระพุทธเจา้
พรง่ั พรอ้ มบรบิ ูรณท์ ุกอยา่ ง มนุษย์ไม่อาจปลงชีวติ พระองค์ได้ ประกอบทศพล
๑๐ ประการ ประกาศศาสนา มพี ระชนม์ยนื นาน ไมม่ ศี ตั รู ถา้ มีหรือกช็ นะ

 ผูใ้ ดมศี ีลธรรม ผนู้ ้ันยอ่ มเป็นประโยชน์แกป่ ระเทศชาติ แกญ่ าติมติ ร และแก่
พระพุทธศาสนา เป็นทร่ี กั ใคร่และนบั ถือแกผ่ ทู้ ี่รู้จักตดิ ตอ่ เป็นท่ไี ว้วางใจของ
คนทงั้ หลาย และทยี่ งิ่ กวา่ นี้ เปน็ ทไี่ วว้ างใจแกต่ นเอง และมจี ติ อนั บรสิ ทุ ธอิ์ นั ผอ่ งใส
ฉะนน้ั พงึ พากนั รกั ษาเกยี รตยิ ศในศลี ธรรมนนั้ ไว้ เรามศี ลี ธรรม และเราทนงตน
ในนน้ั ปลม้ื ใจในนนั้ และรกั ษาเครง่ ครดั ใหม้ น่ั คงในนน้ั ชอื่ วา่ เราใหส้ งิ่ ประเสรฐิ
สำ� หรบั เราโดยตรง เปน็ ผชู้ นะมาร ศลี ธรรมน้ี ความรสู้ กึ ผดิ ชอบจะบอกทา่ นเอง

 ความชั่วทั้งหลายท่ีมนุษย์ท�ำลงไป ดุจเงาติดตามตัว เมื่อได้ช่องแล้วให้ผล
ตนต้องเสวยทกุ ข์

 การไดพ้ จิ ารณาเนอื งๆ ในความเกดิ แก่ เจบ็ ตาย นน้ั เพอ่ื ใหเ้ กดิ สงั เวช ใจออ่ น
ไม่กล้าท�ำบาป รีบท�ำแต่กศุ ลอยา่ งเดียว เพราะชวี ติ นอ้ ย

 มงคลทปี่ ระณีต คนมที รพั ย์ตอ้ งมภี ยั ๔ ราชภัย โจรภยั อัคคภี ัย อทุ กภยั
นำ� ประหารไมว่ นั ใดกว็ นั หนง่ึ ชวี ติ มนษุ ยต์ อ้ งมภี ยั ๔ ชาตภิ ยั ชราภยั พยาธภิ ยั
มรณภัย นี้ คนเกดิ ในโลกพ้นจากภัย ๔ นี้ไปไมไ่ ด้

373

 คนมีทรัพย์ ไม่บรโิ ภค ไม่ท�ำบญุ ไม่สงเคราะหญ์ าตขิ องตน เรยี กว่า อสัตบรุ ุษ
ไมม่ ีเมตตากรณุ าเผอื่ แผค่ นอนาถา ไดม้ าก็ตระหนีเ่ หนี่ยวแน่น ไมห่ ว่านพชื ผล
ในอนาคตข้างหน้า หลงรบั ประทานแต่ของเกา่ มีทรัพย์กก็ ลา่ วว่าแต่ของเราๆ

 ผู้ท่ีไม่ได้ท�ำบุญไว้แต่ชาติก่อน คลาดแคล้วจากสมบัติ ๓ ประการ ไม่สม
ปรารถนาท้ังสิ้น ทำ� นาขา้ ว-กล้าตาย คา้ ขาย-ขาดทุน จะพ่ึงบญุ คนอืน่ -ก็ไม่ได้
ดังนี้

 ธรรมดาคนในโลก ไม่มใี ครมีชวี ติ แขง่ กะเดือนกะดาวได้ เปน็ ประเพณใี นโลก
ตงั้ แตเ่ ดมิ มา ตอ้ งตายกนั โดยมิไดจ้ ำ� กดั อายุ

 ความทกุ ขน์ รกชน้ั ๑ ความทกุ ขเ์ ปรตชนั้ ๑ ความทกุ ขย์ อ่ มสงู ตำ่� กวา่ กนั เกดิ จาก
ความชวั่ รา้ ยทที่ ำ� ไมด่ ไี วแ้ ตเ่ กา่ กอ่ น สวรรคเ์ ทวโลกมคี วามสขุ ชน้ั ๑ พระนพิ พาน
มคี วามสขุ ชั้นเยย่ี ม ๑ สวรรคย์ งั ไม่ปลอ่ ยวางธาตุ นิพพานปล่อยวางธาตดุ ้วย
กำ� ลังวิปสั สนา

 คนทศุ ลี อยใู่ นสมาคมใดๆ อาจจะใหส้ มาคมนน้ั เปน็ อนั ตราย ฉบิ หายดว้ ยประการ
ตา่ งๆ ตอ่ เวลาไดโ้ อกาส วนั ใดวนั หนง่ึ นน้ั เปน็ ตวั อสรพษิ รา้ ยกาจทเี ดยี ว คบคนพาล
เป็นทกุ ขอ์ ยา่ งยง่ิ ดงั น้ี

 มนษุ ยแ์ ละสตั วอ์ นื่ นนั้ โลภะ กไ็ มร่ จู้ กั พอ โทสะ โกรธ กไ็ มร่ จู้ กั หยดุ โมหะ ความหลง
กห็ ลงเรอ่ื ยๆ ไมร่ ้จู ักจบ พระอริยเจา้ สิ่งเหล่านี้ไปจบ ณ ทน่ี พิ พานเทา่ น้นั

 คนมีศีลธรรมประจ�ำใจแล้ว เป็นท่ีนิยมของประชาชนทั่วไป ดุจเสน่ห์ไม่มีวัน
จืดจาง แมน้ พระพทุ ธเจา้ และสาวกทง้ั หลายฉะนน้ั เปน็ สง่ิ ทโี่ ลกตอ้ งการทกุ เวลา
ไมล่ า้ สมยั ทงั้ คณุ คา่ กเ็ ทา่ กนั กบั โลกเขาเสมอไป โลก ถา้ ปราศจากศลี ธรรมแลว้
กแ็ ตกกนั เทา่ นน้ั

 คฤหสั ถถ์ า้ มศี ลี ๕ แลว้ เปน็ ทอ่ี นุ่ ใจของครอบครวั และมหาชนทง้ั หลาย เปน็ ที่
อุ่นใจของสมาคมนน้ั ที่เราเกยี่ วขอ้ งด้วย

374

 บคุ คลไมม่ กี รรมฐานทางใจแลว้ เปน็ คนคะนอง ไมว่ า่ กษตั รยิ ์ พราหมณ์ แพศย์
ศูทร คะนองไดท้ กุ วัย ท้งั เดก็ หนมุ่ แก่ เฒา่ ชรา ไมว่ ่าคนดแี ละคนเลว
คนทพุ พลภาพ คนเหลา่ น้นั ปราศจากความสขุ ทางใจ เสียความสง่าราศี

 สขุ ในโลก เปน็ สขุ ทเี่ จอื ทกุ ข์ เปน็ สขุ เฉพาะชวั่ ลมหายใจ ไมถ่ าวรเหมอื นสขุ ในธรรม
สขุ ในโลกน้ี เชน่ ในการกนิ อมิ่ นอนหลบั มที รพั ยส์ นิ เงนิ ทอง ลาภ ยศ สรรเสรญิ
แต่สุขเหล่าน้ี ยิ่งสุขเท่าไรก็ยิ่งทุกข์เท่าน้ัน เมื่อตายแล้วก็ส้ินเรื่องกันเท่าน้ัน
ไมเ่ หมอื นสขุ ในทางธรรม สขุ ในทางธรรมนน้ั ประเสรฐิ นกั นกั ปราชญส์ รรเสรญิ นกั
ของสุขนี้ยัง่ ยนื

 สว่ นจติ เลา่ เสน้ ทางเดนิ ของกเิ ลสทงั้ หลาย ลว้ นเกดิ ขนึ้ ทางจติ ไมเ่ กดิ ขน้ึ ณ ทอี่ น่ื
ทา่ นนกั ปราชญค์ วรพจิ ารณาดว้ ยศลี สมาธิ ปญั ญา พระพทุ ธเจา้ สรา้ งบารมธี รรม
ก็เอากายและจิตของกิเลสสร้างบารมี เพราะฉะน้ัน กายกับจิตเป็นของกลาง
จะนอ้ มไปทางช่ัวกไ็ ด้ ทางดกี ็ได้ ไม่ขดั ข้อง

 คนมกี ศุ ลมาก ตายไปดจุ หลับแล้วต่นื ขึ้นในเทวโลก แม้ที่เปน็ บาป กไ็ ปโผล่ใน
นรกเหมือนกนั คนทมี่ ีวาสนามากจะเกิด ณ ที่ไหน กส็ มหวงั คนกุศลนอ้ ย
ปรารถนาเกิดที่ดี กไ็ มส่ มหวัง เพราะแสนยากเออื้ มที่ตระกูลสงู ไม่สมหวังฯ

 ชาวสวรรคต์ ายมี ๓ ชนดิ ๑. โกรธกนั ตายจากสวรรค์ ๒. สนิ้ อายตุ ายจากสวรรค์
๓. เพลนิ เลน่ มหรสพ ลมื เสวยเครอื่ งทิพย์ตายจากสวรรค์ รวม ๓ อยา่ งของ
การตายของชาวสวรรค์ กามภพ รปู ภพ อรปู ภพ สนิ้ อายุ เรยี กวา่ ตายจากสวรรค์
เพราะภพทั้งสามไม่เที่ยง เพราะอยู่ใต้อ�ำนาจไตรลักษณ์บังคับให้แปรปรวน
เป็นชาติของโลกีย์โดยแท้ ถือสังขารว่าเป็นเราเป็นเขา ไม่เหมือนพระอรหันต์
เกดิ ตาย ไมม่ ีใครอายุยนื ค�ำ้ โลกได้ แมพ้ ระพุทธเจา้ พระอรหนั ต์ กค็ �้ำโลกให้
ยนื ไมไ่ ด้ พระองคก์ เ็ ขา้ นพิ พาน รา่ งกายสลายเปน็ ดนิ นำ้� ลม ไฟ แตน่ ำ้� พระทยั
ไม่ตาย มีส่วนหนง่ึ น�ำ้ พระทัยคงท่ี เรยี กว่า นพิ พาน เป็นของเที่ยงอยเู่ ชน่ น้ัน

 พูดตามธรรม ชีวิตไม่เป็นสุขเลย เพราะเบญจขันธ์เป็นทุกข์อย่างยิ่ง เพราะ
พยาธทิ ุกข์ ชาติทกุ ข์ ชราทุกข์ มรณทุกข์ มันหนั ไปหาความตายเสมอ ดจุ

375

นายโคบาลจงู โคเข้าไปหาหลักที่ต้องฆ่า ดงั น้ี พดู ตามกเิ ลส มสี บายบ้าง เพราะ
มนั เพลดิ เพลนิ ตามกเิ ลส ดงั น้ี เพราะมนั เขา้ ไปถงึ หลกั จะตอ้ งถกู ฆา่ ดงั นี้ เพราะ
ชาติ ชรา พยาธิ มรณะ ธรรม ๔ อย่างนีแ้ สดงอยเู่ ป็นนจิ ท�ำงานอย่เู ปน็ นิจ
ไมม่ วี า่ งเลย ดุจภูเขากล้งิ มาท้งั ๔ ทศิ บดสัตวใ์ ห้ตายไปดงั นี้ ชวี ิตและสังขาร
ไมม่ ีเหลือ จะมคี วามสขุ ได้อย่างไร พูดตามอริยสัจธรรม

 โลก ยงั ว่นุ วายอยูด่ ้วยกเิ ลส

 ผชู้ นะยอ่ มกอ่ เวร ผแู้ พย้ อ่ มเปน็ ทกุ ข์ บคุ คลละความชนะและความแพเ้ สยี แลว้
จงึ สงบระงับ อยเู่ ป็นสขุ

 ให้เชือ่ กรรมและเชือ่ ผลของกรรม เราทำ� ดีได้ดี ทำ� ช่วั ไดช้ ่วั อย่าสงสยั เหตชุ ั่ว
และดี ยอ่ มอ�ำนวยให้โทษและคุณมาจากไหน กม็ ีมาจากตวั ของเราน้เี องแหละ
อปุ มาสนมิ เหลก็ ไมไ่ ดเ้ กดิ จากทอ่ี นื่ เกดิ จากเหลก็ และกก็ ดั เหลก็ นน้ั เองใหก้ รอ่ น
ร่อยหลอหมดส้นิ ไป ฉะน้นั ฯ

 ทา่ นผเู้ หน็ ทกุ ข์ และบ�ำเพญ็ สมณธรรม ชำ� นาญสมถวธิ ี ชำ� นาญวปิ สั สนาวธิ ี ในชาติ
ชรา มรณะ ทกุ ข์ เอาตัวพ้นจากทกุ ข์แล้วไม่ยดึ ถือ แปลวา่ ผู้นั้นอยเู่ หนอื ทกุ ข์
แตไ่ ม่ใช่เปน็ ตัวทุกข์ จะมองใหเ้ หน็ ทุกข์จึงไม่ใช่ส่งิ ท่ีน่ากลัว ตกใจ เดือดรอ้ น
เพราะเหน็ แลว้ ดว้ ยความสขุ เพราะพน้ ทกุ ข์ เพราะอยเู่ หนอื ทกุ ข์ มองเหน็ ทกุ ขด์ จุ
มองเหน็ เรอื นไฟไหม้ ไมร่ อ้ น เพราะอยนู่ อกไฟไหม้ นเ้ี ปน็ ธรรมของพระพทุ ธเจา้

 มนษุ ยเ์ บยี ดเบยี นสตั ว์ ฆา่ สตั วท์ งิ้ ๑ ฆา่ เพอ่ื เอามากนิ ๑ สตั วเ์ ขากไ็ มอ่ ยากตาย
เจ็บร้องครวญครางกว่าจะสิ้นใจ เม่ือเป็นเช่นน้ีน่าสังเวชสงสารสัตว์ร่วมแก่
เจบ็ ตาย ดว้ ยกนั ไมม่ ที างทจ่ี ะหนมี นษุ ยใ์ จรา้ ย เขาเรยี กมนษุ ยว์ า่ ยกั ษก์ ไ็ ด้ สตั วก์ ็
เบียดเบยี นกัน ควายชนกัน นก หน ู ปู ปลา กเ็ บียดเบียนกัน เพราะฉะน้นั
โลกจงึ ร้อนอยู่เป็นนจิ ด้วยราคะ โทสะ โมหะ มนุษย์กระหายอยู่เป็นนจิ

 เทวทตู คนแก่ เจบ็ ตาย พยาธิ เปน็ เทวทตู เตอื นสตั วใ์ หส้ รา้ งบารมปี รารถนาเปน็
พระพุทธเจา้ พระปัจเจก พระอรหนั ตขณี าสพ นง่ิ นอนไม่ได้ สร้างบุญอยูเ่ สมอ
ข้นึ ไปเกดิ พระนิพพาน

376

 สมเดจ็ พระพทุ ธเจา้ ตรสั แลว้ วา่ การเกดิ การตายเปน็ คเู่ คยี งกนั เปน็ อบุ ตั ิ เหตดุ ว้ ย
กรรมทำ� ใหเ้ กดิ ขนึ้ มา ทจ่ี ะตอ้ งตาย ทกุ ขฺ ํ อนจิ จฺ ํ อนตตฺ า ไมม่ น่ั ไมเ่ ทย่ี ง นแี้ หละ
ควรนกั ควรหนา ขอเชญิ พทุ ธบรษิ ทั ควรพจิ ารณา ควรตรติ รอง ควรดำ� ริ ใหเ้ กดิ
สงั เวช ชวี ติ นจ้ี ะตอ้ งดบั จะตอ้ งตายในระยะธาตขุ นั ธท์ จ่ี ะตอ้ งตลี งั กา ตายเปลย่ี น
ภพเปลยี่ นชาตใิ หม่ นกึ ๆ ดซู ิ นา่ ใจหาย เปน็ อยา่ งนนั้ ทกุ รปู ทกุ นาม พวกเราควร
ทจี่ ะแสวงหาทพี่ ง่ึ กลา่ วคอื ทาน ศลี ภาวนา อบรมจติ ไวใ้ นพระพทุ ธศาสนา
ให้ถกู ตอ้ งตามพทุ ธประสงคข์ องพระองค์ เมอื่ บริษัทคนไหนไดอ้ บรมไว้ดีแลว้
เป็นทปี่ ลมื้ อกปลม้ื ใจ เตือนสติจติ อยเู่ สมอ น้ันแหละเป็นการชว่ ยชีวิตใหเ้ กดิ
ในฐานะสมบรู ณ์ กลา่ วคอื สุคตโิ ลกสวรรค์ฯ

 โลกยี ม์ เี กดิ ดบั อยเู่ ปน็ นจิ สงั ขารแปรปรวนอยเู่ ปน็ นจิ จติ ไมเ่ สมอเหมอื นโลกตุ ระ
ท�ำตำ่� ๆ สูงๆ ขึ้นๆ ลงๆ มที ง้ั กุศล อกุศลเสมอ

 มารจริงให้ร้ายด้วย มารเทพยดาด้วย แต่เทวดามีน้อยกว่ามารเป็นจริง เช่น
พระไปบิณฑบาต มารดลใจไมใ่ ห้ใสบ่ าตร นนั้ เป็นประการหนงึ่ มารเกดิ จาก
นิวรณ์ ๕ หนึง่ มารประจ�ำสันดาน ผมู้ ีกเิ ลสสงิ อยใู่ นจติ ใจแกย้ าก ตอ้ งภาวนา
ใหย้ งิ่ เพอื่ ชนะมารนนั้ ๆ ปรงุ แตง่ ในดวงจติ ตอ้ งอาศยั ภาวนา นอกนนั้ ไมเ่ ปน็ ทา่
เปน็ ทาง มนั ผดิ จากมรรค หนทางพระอรยิ เจา้ ปญั ญาเหน็ ชอบ ดำ� รชิ อบ เปน็ ตน้
เป็นมรรคของพระอริยเจ้าท้งั หลาย

 สัตวว์ นและเพลินอยู่ดว้ ยธาตขุ องเก่า ไม่ท�ำความรขู้ องเก่าคือจิตอันเกิดดบั ได้

 เมอ่ื ยามรกั นำ�้ ตม้ ผกั กว็ า่ หวาน ถงึ คราวชงั คอยนงั่ ดา่ ประจานกนั นแ้ี หละทา่ น
จงึ ว่า วัฏฏโก โลโก โลกนห้ี มุนเวียนเสมอ เพราะรักแลว้ กลบั ชงั แลว้ กลบั รกั
มิหยุดหยอ่ นฯ

 โลกกามาวจรชอบสนกุ สนานทง้ั หญงิ และชาย เฮฮากนั มากมาย ลมื พทุ ธศาสนา
มากมาย ชักชวนกนั ตกนรกมากมาย ย่ิงกวา่ ขึ้นสวรรคน์ พิ พาน นานาประเทศ
ชอบเต้นร�ำ เล่นกีฬาต่างๆ โอ้อวดความรู้ความเห็นกันต่างๆ นานาประการ
ซึ่งมีอยู่ในโทรทัศน์แล้ว เป็นการท่ีช่ัว ย่ัวยวนกิเลสให้รุกล้�ำ ทั้งหญิงทั้งชาย

377

เกิดความ “เมา” ตามโอวาทของทา่ นอาจารย์แหวน ท่านกล่าวไว้ โลกมีทัง้ ทกุ ข์
และความสุขปะปนกันอยู่เสมอไปเป็นนจิ ไมห่ ยุดยั้งด้วยประการใดๆ ถูกใจ
เสริมกนั ขึน้ ถา้ ไม่ถกู ใจ เบยี ดเบียนฆา่ กันประหารกันอย่เู ป็นนจิ ตามหนงั สือ
รายวนั เขากลา่ วไวแ้ จง้ อยแู่ ลว้ คำ� สง่ั สอนพระพทุ ธองคต์ รสั วา่ โลกโลกยี ร์ อ้ นอยู่
เป็นนิจ รับทกุ ข์อยเู่ ป็นนจิ ดว้ ยกิเลสอวิชชาทัง้ หลายอ�ำนวย น้ีกเ็ ป็นอศั จรรย์
ของโลกโลกยี ์ ไม่เยือกเย็นเหมือนศาสนาในคำ� สั่งสอนของพระพทุ ธเจา้ เลย

 เมอื่ ไรจ้ ากความจรงิ แลว้ ความศกั ด์สิ ิทธม์ิ ี ณ ที่ไหน

 ทจ่ี ะเปลย่ี นภพไปสภู่ พใหมน่ น้ั มจั จรุ าชมายาทกุ อยา่ งเปน็ พอ จงึ เขา้ ถงึ ความตาย
ตายดีไปสวรรค์ ตายชั่วไปสู่ทุคติภพ มี ๒ อย่างเท่านั้น ถ้าสิ้นกิเลสแล้ว
ก็ไปนิพพาน ไมป่ รารภเกดิ ในภพน้อยใหญ่

 มนุษย์ผู้ท่ีตายก็ตายไป มันไม่เท่ียง ผู้ยังมีชีวิตอยู่ก็เป็นอุบาสก อุบาสิกา
ทดแทนกนั เร่อื ยๆ ไป มิไดข้ าดระยะ แม้พวกเปรต อสุรกาย สัตว์เดรัจฉาน
ก็ทดแทนกนั เร่ือยๆ มิไดข้ าด ฉะนนั้ มนษุ ย์มที ั้งคนดี คนชว่ั ชา้ ลามก ดี ชว่ั
กุศล อกุศล พระนิพพาน มอี ยใู่ นมนษุ ย์ เป็นทีป่ ระชมุ ใหญ่ เหตนุ ั้น มนุษย์
เป็นสัตว์ทม่ี ีฐานะอันเลศิ

 ใจไม่มีเรอื นธรรมยอ่ มอยู่เปน็ ทุกข์ จึงเที่ยวซุกซนไปในอารมณ์ตา่ งๆ เปน็ ผู้นำ�
ทกุ ขภ์ ยั มาใหต้ วั เราและคนอน่ื ตงั้ อเนกประการ ตอ้ งมธี รรมเปน็ เครอ่ื งประพฤติ
ขม่ มานะทิฐใิ นทางทชี่ ่ัวของตนไว้ เปน็ นักบวชและเป็นพลเมืองที่ดี

 ประเทศไทยใหค้ วามรคู้ วามเหน็ กนั เมตตากนั สามคั คกี นั รกั ใครก่ นั ใหเ้ ปน็ พี่
เปน็ นอ้ ง ไมท่ ำ� รา้ ยกนั ลกั เลก็ ลกั นอ้ ยกนั เบยี ดเบยี นกนั เพง่ โทษกนั ใหค้ วาม
ทกุ ขก์ นั จองกรรมจองเวรไมม่ ที สี่ นิ้ สดุ มนั เปน็ วฏั ฏะ วนเวยี นตายเกดิ อยใู่ นโลก
ทรมานตนอย่ไู ม่มคี วามสขุ ปญฺจกขฺ นฺธา ทกุ ฺขา เบญจขนั ธเ์ ป็นทุกข์อย่างยิ่ง
เกดิ ทุกข์ ชราทกุ ข์ พยาธทิ ุกข์ มรณทกุ ข์ ระยะ ๔ อย่างประหารสัตวใ์ นสงสาร
มมี นษุ ยบ์ างจำ� พวกเบอื่ หนา่ ยการเกดิ แก่ เจบ็ ตาย ปฏบิ ตั เิ ดนิ มรรคใหถ้ กู ตอ้ ง

378

เข้าไปเกิดในชาตินิพพาน พระพุทธเจ้า พระปัจเจก พระอรหันต์ จ�ำพวกนี้
ไม่ตอ้ งเกิดมารับทกุ ข์

 ไตรภพ กามภพ รปู ภพ อรูปภพ หมนุ เวยี นว่ายตายเกิดในภพนอ้ ย ภพใหญ่
ตาย เปน็ อรหันตแ์ ลว้ หยดุ ในพระนิพพาน

 ถงึ อายยุ นื กต็ อ้ งเจ็บ แก่ ตาย อายสุ นั้ กจ็ ะตอ้ งตาย ความสะดุ้งกลวั ในตอนนี้
การแก่ เจบ็ แตล่ ะอยา่ งมนั เปน็ ทกุ ข์ มนั เจบ็ มนั รอ้ นสารพดั ทกุ อยา่ ง มเี หตเุ รอื่ ง
พระอรยิ เจา้ ผทู้ คี่ รองเรอื นรบี ขวนขวายหาทพ่ี งึ่ หาสวรรค์ หานพิ พาน ไมน่ อนใจ
รีบชวนกนั ออกจากตระกลู ผหู้ ญงิ บวชเปน็ นางภกิ ษณุ ี ผู้ชายออกบวชเปน็ พระ
รบี เรง่ ทำ� ความเพยี รใหเ้ กดิ มรรคเกดิ ผล อยา่ นอนอกนอนใจ วนั เวลาเปน็ เงนิ ทอง
ไมท่ ำ� แตย่ งั เปน็ มนษุ ย์ เมอ่ื ตกนรกแลว้ จงึ คดิ ไดท้ หี ลงั นน่ั แหละ นน่ั แหละมนั สาย
เกนิ ไป ไมม่ ที างทจ่ี ะแกไ้ ขตนได้ จนตอ้ งรบั เวทนาอนั ใหญอ่ ยเู่ ชน่ นนั้ และธรรม
ของพระพทุ ธเจา้ เป็นสาธารณะ ไมว่ ่าบรรพชิตและคฤหสั ถ์ พากันปฏบิ ตั ิใหถ้ งึ
มรรคถงึ ผลได้ ไมอ่ ้างกาลอา้ งเวลา เหมอื นผลไม้ต่างๆ ซ่งึ ให้ผลตามฤดูกาล
ไม่ถงึ ฤดกู าลไม่ใหผ้ ล ขอ้ น้ีควรคดิ ควรตะเกียกตะกายขวนขวายใหเ้ กดิ ให้มี
ขึน้ ในตน เกดิ มาแลว้ ดุจมาคา้ ขาย จะขาดทนุ หรอื ได้กำ� ไร ก็พึงดูในชาตทิ เ่ี ปน็
มนษุ ย์ ฉะนนั้ ใหร้ กั ษา ใหข้ วนขวายประโยชนใ์ สต่ วั อยา่ ใหว้ นั เวลาลว่ งไปเสยี เปลา่
วันเวลาเป็นเงินเป็นทอง กรรมช่ัวท่ีท�ำลงไปแล้วให้ผลเป็นทุกข์ โดยไม่ได้ดู
หน้าใคร ไม่วา่ พราหมณ์ กษตั ริย์ แพศย์ ศูทร ต้องได้รับผลของกรรมนน้ั
นแ้ี หละเร่ืองศาสนา มีทง้ั เหตทุ ง้ั ผล เราท�ำดไี ด้ดี เราทำ� ชว่ั ได้ช่ัว ไฉน เอาชีวิต
วนั เวลา อายุ ไปทำ� ความชว่ั ไปสรา้ งความทกุ ขใ์ หญอ่ นั นนั้ ใหเ้ กดิ มใี นตน ตอ้ งเอา
อตั ภาพเปน็ มนษุ ยม์ าขาดทนุ ใหญ่ อคคฺ ํ ฐาฺ นํ มนสุ เฺ สสุ อตั ภาพมนษุ ยเ์ ปน็ ของเลศิ
ธรรมวินัยของพระพุทธเจ้าก็เป็นของเลิศ ปฏิบัติให้ถึงชั้นสวรรค์นิพพานได้
ฉะนั้น อย่ามีความประมาท ท�ำกาย วาจา ใจ ให้ตกไปในทางทช่ี วั่ กลา่ วคอื
อบายภมู ทิ งั้ ๔ ใหร้ ะลกึ ถงึ กาย วาจา ใจ สมบตั ิ เพาะปลกู อรยิ ทรพั ยไ์ วใ้ นศาสนา
อนั เปน็ มหากศุ ลอยา่ งยงิ่ เราไดเ้ กดิ มาไดก้ ายสมบตั ิ วาจา ใจสมบตั ิ อยา่ ทำ� ลาย
สมบัติอนั นีใ้ ห้ตกตำ่� ถงึ ทคุ ติ

379

 แก้ภพท้ัง ๓ นัน้ แกใ้ นดวงจติ ต้นเหตุอย่างเดยี ว ไมใ่ ชแ่ ก้ทางอื่น

 พิจารณาท่ปี ระชมุ แหง่ ขันธ์ หรอื ทีร่ วมแหง่ สภาวธรรมนี้ ถ้าปัญญาไม่รอบคอบ
จริงๆ จิตเกิดความส�ำคัญขึ้นในตนว่าเป็นอรหันต์ ข้องอยู่เพียงเท่านี้ก็ได้
ไมร่ อบคอบ วนั นอ้ี าจไมร่ ะบายกเิ ลสละเอยี ดยง่ิ สอนคนอนื่ เกดิ ความสำ� คญั ผดิ
ไปตามๆ กันกไ็ ด้ ขอยกตวั อย่างใหฟ้ งั บคุ คลมองเหน็ สง่ิ อื่นๆ ขา้ งนอกได้
ไมม่ ปี ระมาณ แตไ่ มม่ องเหน็ หนา้ ของตน ฉะนนั้ ตอ้ งนำ� กระจกเขา้ สอ่ งดหู นา้ ตวั
เหน็ สภาพไดท้ ว่ั นค้ี อื สภาพขนั ธ์ สภาพธรรมทวั่ ไป จติ ดวงนแ้ี หละสำ� คญั มาก อนสุ ยั
นอนอยใู่ นสนั ดาน ขอใหน้ กั ปฏบิ ตั คิ น้ ควา้ มากๆ จติ ดวงนม้ี อี ศั จรรยห์ ลายอยา่ ง
ความองอาจ มสี ตสิ มั ปชญั ญะ ความสวา่ งไสว ความฉลาดเฉลยี ว แตข่ อถามวา่
อาสวะสน้ิ แลว้ หรอื ยงั นสี้ ำ� คญั มากของนกั ปฏบิ ตั ิ นกั ปฏบิ ตั สิ �ำคญั ตวั ถงึ นพิ พาน
ขออย่านอนใจ รีบเร่งปฏิบัติเข้าไปใหส้ ิน้ อาสวะ นน้ี กั ปฏิบตั ิบางองคย์ งั ไมส่ ิ้น
ส�ำคญั ตัว มีจำ� นวนมากองค์

 ดวงจติ ของปถุ ชุ น มที งั้ ดแี ละเลวปะปนกนั ผทู้ ไี่ ดอ้ ปุ จารสมาธกิ ด็ ี เสกยงั ไมข่ ลงั ดี
เหมอื นผทู้ ไ่ี ดอ้ ปั ปนาสมาธจิ งึ ขลงั ดมี ากทสี่ ดุ เพราะจติ แนว่ แน่ อคุ คหนมิ ติ ยงั ไมข่ ลงั
สปู้ ฏภิ าคนมิ ติ ไมไ่ ด้ เพง่ ของขลงั ใหศ้ กั ดสิ์ ทิ ธเ์ิ พราะจติ แนว่ แน่ ในนมิ ติ จติ กเ็ ปน็
อปั ปนาดว้ ย จงึ อธษิ ฐานสำ� เรจ็ จติ ดว้ ย เปน็ ของขลงั ดที ส่ี ดุ กวา่ ของขลงั สว่ นอน่ื ๆ

 รา่ งกายเปน็ ศาลารบั แขกทมี่ มี าแตท่ างใกลแ้ ละทางไกล ทงั้ คนดที ง้ั คนชว่ั ขน้ึ พกั
ศาลาก่อนอืน่ เปน็ เรือนสุขและทกุ ข์ มีโรคเป็นตน้ ฉะน้นั กายเปน็ เส้นเดิน
ทางของโรค เจบ็ ไขเ้ ปน็ ต้น ทง้ั เปน็ โรคเกิดกระทบกระเทอื นดินฟ้าอากาศเรยี ก
โรคจรมา นเ้ี รียกว่า ศาลากองทุกข์

 มนษุ ยห์ ลงของเดมิ วฏั ฏะวงั วน ชมของเดมิ เพลนิ ของเดมิ วนุ่ อยดู่ ว้ ยของเดมิ
ไมเ่ ปน็ อรหํ ผหู้ กั เสยี จากของเดมิ (นาม “อรห”ํ ยอ่ มมอี ยใู่ นโลก เชน่ ชฎลิ แขง่
พระพุทธเจา้ “สู้เราไม่ได้ เราเปน็ อรหนั ต์” ดังนีเ้ ปน็ ตน้ ) ฯ

 มนษุ ยย์ งั ไมถ่ งึ นพิ พานตราบใด บญุ บาปตอ้ งใหผ้ ล เมอ่ื ถงึ นพิ พานแลว้ บญุ บาป
มิได้ตามใหผ้ ลในเมื่อเข้าสนู่ ิพพานฯ

380

 ความส�ำเรจ็ ของมนษุ ย์ คือ พระอรหันต์ เปน็ อเสขบุคคล เสรจ็ กิจทจ่ี ะตอ้ งท�ำ
การงานทางโลกีย์และโลกตุ ระ นำ้� จิตของทา่ นเข้าพระนิพพาน ไมม่ กี ารทำ� งาน
ภายนอกและภายในอีกต่อไป เป็นตัววิวัฏทุกข์ เพราะจิตของท่านพอหมด
ทกุ อยา่ ง เบอื่ หนา่ ยหมดทกุ อยา่ ง เพราะทา่ นรอู้ รยิ สจั อกปุ ปธรรม จติ ไมก่ ำ� เรบิ
ไมข่ ้นึ ไม่ลง วางอุเบกขา ไว้ในกจิ นนั้ ๆ ทา่ นวางดว้ ยความรู้ ปุถุชนวางไม่ได้

 ชาติทุกข์ พยาธทิ ุกข์ ชราทุกข์ มรณทกุ ข์ ๔ อยา่ งน้ี แตล่ ะอย่างๆ เปน็ มหา
อนั ตรายอยา่ งใหญย่ งิ่ ซ่ึงเป็นเหตใุ ห้สตั ว์สะดุง้ หวาดเสยี วฯ

 ลกู ไมด่ คี อยท�ำลายสกลุ แมจ้ ะมสี กั พนั คนกไ็ มม่ คี า่ หากวา่ เขาไมเ่ กดิ หรอื เกดิ แลว้
ตายเสียดกี วา่ ฯ

 พระอาทติ ยด์ วงเดยี ว อาจสอ่ งโลกใหส้ วา่ งไดด้ กี วา่ ดาวหลายดวงฉนั ใด บตุ รดี
คนเดียวอาจยงั สกุลใหร้ ่งุ เรือง ดกี วา่ บตุ รที่เลวทรามตั้ง ๑๐๐ คน ฉะนัน้ ฯ

 คนทมี่ ศี ลี ธรรมนนั้ เปน็ สงิ่ ทโ่ี ลกตอ้ งการทกุ เวลา ไมเ่ ปน็ ของลา้ สมยั ทงั้ มคี ณุ คา่
เทา่ ทนั กบั โลกเสมอไป พระองคแ์ ละสาวกอรยิ เจา้ ทา่ นกลา่ วเชน่ นนั้ โลกปราศจาก
ศลี ธรรมแลว้ จะเกดิ ระเบดิ สงครามกนั แนน่ อน จะเหน็ ไดง้ า่ ยๆ วา่ ครอบครวั หนง่ึ ๆ
ถ้ามีจิตระแวงสงสัยกันเกิดขึ้นแล้ว ต่อน้ันจะเกิดระเบิดกันวันใดวันหน่ึงน้ัน
ทีเดียว

 สามภพมวี ญิ ญาณเนอื่ งดว้ ยกนั วถิ จี ติ ถงึ กนั เพราะอยใู่ นภพโลกยี อ์ นั เดยี วกนั
สะเทอื นถงึ กัน

 โลกโลกีย์ไม่คงเส้นคงวา มีความแปรปรวนหมุนเวียนกันไม่มีส้ินสุด เหมือน
กินขา้ วแลว้ กินอีก แมค้ วามสขุ ก็เจือด้วยทุกข์ ไม่สขุ ล้วน เกิดแลว้ ตาย ไดแ้ ล้ว
กลับหาย ดีแลว้ กลับชั่ว จะถอื เอากับสงิ่ น้นั ๆ ไมไ่ ดเ้ ลย พอจะหลดุ มอื ตกหาย
ไปทุกเวลา เป็นเหตุให้นอนใจไม่ได้ เหมือนอยู่ใกล้อสรพิษคอยขบกัดเสมอ
พระนพิ พานเป็นสขุ อย่างยอด

381

 ดนิ น�้ำ ลม ไฟ ยืมเขามาสรา้ งบารมี เมือ่ สนิ้ กิเลสแลว้ สง่ คืนเขา เจบ็ แก่ ชรา
ตาย ไปเทา่ นน้ั ไมม่ ปี ญั หาอะไร โลกยี ผ์ นั แปรอยเู่ ชน่ นนั้ (สจั ธรรมเปน็ ของจรงิ
ของพระอริยเจ้า) ธรรมทั้งหลายเกิดแต่เหตุ ดับเพราะเหตุ อุปติสสะจึงเห็น
ธรรมทพี่ ระอสั สชเิ ทศนย์ อ่ ใหฟ้ งั จงึ สำ� เรจ็ โสดาบนั ตอ่ มาไดเ้ ปน็ พระอคั รสาวก
คอื พระสารบี ุตร

 ความปรารถนา ความประสงคข์ องกเิ ลส มี ๑๐๘ อยา่ ง ปว่ นปน่ั หวั ใจของปถุ ชุ น
ไปตา่ งๆ บางครง้ั ใจดี บางครง้ั ใจรา้ ย เพราะสงั สารวฏั แปรปรวนหมนุ ไปตามกรรม
ผู้ทเ่ี ขาฆ่าตัวตายก็เป็นเชน่ น้ี จิตดน้ิ รนไปต่างๆ ไม่ยตุ ิธรรม

 อนสุ ยั ของกเิ ลสมนั กองดองฟกั อยู่ ดวงจติ มนั ไดป้ จั จยั แลว้ มนั กเ็ กดิ ขนึ้ ปรบั ปรงุ
กิเลสเรื่อยไป ต้องม้างอนุสัยเหมือนกับม้างกาย ให้รู้แจ้งแทงตลอดสิ้นเชิง
สตั วเ์ ดรจั ฉานเปน็ อภพั บคุ คล ไมร่ ธู้ รรมอยา่ งละเอยี ดเหมอื นมนษุ ย์ พระโพธสิ ตั ว์
สรา้ งบารมเี กดิ ๆ ตายๆ ใหเ้ ตม็ แลว้ ตรสั รู้ รอื้ ขนสตั วข์ นึ้ สวรรคน์ พิ พาน ทา่ นอดทน
มขี นั ตมิ ากทีส่ ดุ ไมเ่ อาแง่เอางอนมนษุ ย์และสัตว์ พระโพธิสัตวม์ ีศีลธรรมทุก
ชาตไิ ป ดว้ ยเมตตากรณุ าเตม็ เปยี่ มในพระทัย สนใจสร้างบารมมี าก

382

ทาน ศีล ภาวนา...ปัญญา

 อนั วา่ ทานน้ี เปน็ ตน้ แหง่ สขุ ทงั้ หลาย เปน็ รากเหงา้ แหง่ สมบตั ทิ ง้ั หลาย เปน็ ทต่ี ง้ั
แห่งโภคทรัพย์ท้ังหลาย เป็นเคร่ืองต้านทาน เป็นเคร่ืองป้องกัน เป็นเครื่อง
ดำ� เนิน เป็นเครือ่ งไปแห่งผเู้ ดนิ ทางไมเ่ รียบ คอื สงสาร

 ในครอบครวั ใด มที าน ศลี ๕ มภี าวนาพธุ โธ ในครอบครวั นนั้ มหี ลกั ธรรมวนิ ยั
โอวาทคำ� สัง่ สอนของพระพทุ ธองค์ เยือกเย็น สามคั คีกนั ตา่ งคนตา่ งมธี รรม
จะมคี วามสขุ มาก เพราะครอบครวั น้ันมคี ติ ๒ อย่าง ๑. เป็นอบุ าสก อุบาสิกา
รักใครใ่ นคณุ พระรัตนตรัยแก้ว ๓ ประการ ๒. ไม่มีเวรและภัยเกิดขนึ้

 การทำ� บญุ ตอ่ อายุ เหน็ อานสิ งสป์ จั จบุ นั เปน็ อศั จรรยอ์ ยา่ งใดอยา่ งหนงึ่ ฉะนนั้
พระเจา้ พมิ พสิ ารบำ� เพญ็ อทุ ศิ ถงึ เปรต เปรตไดร้ บั อนโุ มทนา ไปเกดิ บนสวรรค์
การทานมผี ลแรงกล้าถงึ ขนาดนัน้

 ผู้มีปัญญา ผู้รู้ความหมาย ผู้ไม่ตระหน่ี ผู้มีใจเล่ือมใส ย่อมถวายทานใน
พระอริยเจา้ ผมู้ จี ติ ตรง ผู้คงตามสมควรแก่การทกั ษณิ าทานของผู้น้ัน ย่อมมี
ผลไพบูลย์ ย่อมไม่บกพร่อง ด้วยมีผู้อนุโมทนาหรือช่วยเหลือ มีแต่ท�ำให้
ผอู้ นโุ มทนาหรอื ชว่ ยเหลอื นนั้ ไดม้ ผี ลมสี ว่ นกศุ ล เพราะฉะนน้ั ขอบคุ คลผเู้ ปน็
ปราชญจ์ งอยา่ ทอ้ ใจ จงบริจาคทานในที่มีผลมาก เพราะบญุ ท้ังหลายย่อมเป็น
ที่พ่งึ ของสตั ว์ทง้ั หลายในปรโลก ดงั นี้

383

 อานิสงส์ของผูบ้ ริจาคทาน มี ๕ อยา่ ง อายุ วรรณะ สุขะ พละ ปฏิภาณ ตลอด
กาลนาน เพราะฉะนนั้ ไมค่ วรตระหนห่ี วงบรโิ ภค บณั ฑติ ผหู้ วงั ผลวเิ ศษ ควรยนิ ดี
ในการใหอ้ าหารแกส่ มณะ ชี พราหมณ์ เปน็ ตน้ ไมค่ วรวา่ ใหเ้ หลอื เฟอื จงึ คอ่ ยให้
มเี วลาใดควรให้เวลาน้นั อยา่ เลือกวา่ เปน็ วนั พระวนั โกน เพราะให้ในวนั ไหน
ย่อมได้ผลเทา่ กนั ไม่น้อยมากกว่ากัน ท่ีจะใหม้ ากนอ้ ยกว่ากนั น้นั คือผรู้ ับของ
เท่านน้ั คอื เจตนาของผใู้ ห้และคุณธรรมของผู้รับเทา่ นั้นฯ

 สมาคมใหญน่ อ้ ยกด็ ี รกั ษาหนา้ ท่ี เชน่ เงนิ คลงั กด็ ี คนใดมศี ลี ธรรม เชน่ ศลี ๕
ศีล ๘ เพยี งคนและสองคน แล้วเขา้ ผสม นั้นก็เป็นมงคล เปน็ ท่นี ยิ มของ
พทุ ธบรษิ ทั นน้ั ๆ ยอ่ มไมท่ ำ� ความเสยี หายดว้ ยประการใดๆ ชใี้ หเ้ หน็ วา่ ศลี ธรรม
คอื ความดงี ามทโ่ี ลกตอ้ งการอยทู่ กุ เมอ่ื ไมเ่ ปน็ ของลา้ สมยั มคี ณุ คา่ เทา่ ทนั กบั โลก
เสมอไป คบคนพาลแลว้ ดจุ เป็นทุกขอ์ ย่างยิ่ง

 บคุ คลตงั้ ไวซ้ งึ่ บาป ถอื ตมุ่ สรุ า มโี ทษ ๑๐ ประการ ในปจั จบุ นั เปน็ ทป่ี ระชมุ แหง่
คนพาล เปน็ ทส่ี รรเสรญิ แหง่ คนพาล เปน็ ทต่ี เิ ตยี นแหง่ นกั ปราชญ์ เปน็ เหตกุ ลา่ ว
ทจุ รติ ผดิ ศลี ธรรม เปน็ เหตเุ กดิ ทะเลาะววิ าท เปน็ เหตใุ หเ้ กดิ โจรผรู้ า้ ย เปน็ เหตุ
เกดิ ไฟไหม้ เกดิ ขา้ วแพง เกดิ โรคอหวิ าต์ เปน็ เหตใุ หอ้ มนษุ ยเ์ บยี ดเบยี น ถา้ ตาย
ไปตกนรก เปรต อสรุ กาย สตั ว์เดรัจฉาน สนิ้ กาลนาน

 กอ่ สรา้ งพทุ ธรปู หลายสมยั คณะศรทั ธาออกเงนิ กอ่ สรา้ งหลายเจา้ หลายคน ซง่ึ เปน็
เจา้ ของ บางคนมเี งนิ ออกเงนิ ตามฐานะของคนมี คนมอี อกมาก ออกอยา่ งสงู ๆ
ออกปานกลางๆ คนจนไมไ่ ดอ้ อกเงนิ ใชก้ ำ� ลงั กายกำ� ลงั ใจบากบน่ั รวมหลายคน
ช่วยกัน คล้ายปลวกหลายล้านตัวก่อจอมให้สูงใหญ่ได้ ท่านพวกน้ีท�ำเหตุดี
ผลกต็ อ้ งไดร้ บั ดี พากนั ไปเกดิ สวรรค์ เปน็ มณฑลใหญเ่ ปน็ กรงุ ใหญ่ เพราะเหตุ
ไดท้ ำ� บญุ กอ่ สรา้ งพทุ ธรปู ประดษิ ฐานไวใ้ นโลก เหตดุ ี ผลกต็ อ้ งไดร้ บั ดี เชน่ หนง่ึ ๆ
มบี รวิ ารตง้ั หมน่ื ๆ ดงั น้ี ทพี่ ากนั เกดิ ในโลกสวรรคใ์ นอนาคตขา้ งหนา้ ไดพ้ ากนั
ท�ำกรรมดี สว่ นกรรมน่นั แหละแบง่ ปนั ใหเ้ ทวโลกไดน้ ้อย-มาก กวา่ กนั ไม่มี
การแขง่ ฟอ้ งร้องกันดว้ ยประการใดประการหนง่ึ เพราะกรรมน้ันแบ่งส่วนได้

384

 ศลี เปน็ ขอ้ วัตรภาคพ้นื พ้ืนดี ท�ำอะไรกง็ าม เชน่ เราวาดเขียนพืน้ ดี วาดเขยี น
ระบายสีก็งาม ถ้าพ้นื ไม่ดีแลว้ ถงึ ระบายสกี ไ็ มง่ าม ศีลกเ็ ชน่ น้นั

 ศีลเปน็ ท่ีตั้งแห่งธรรมทงั้ ปวง ผู้ตั้งอยใู่ นศีลแล้ว ไมเ่ สอ่ื ม
 ศีล สมาธิ ปญั ญา น้อมเข้ามาในกายและจิต
 ศีล ๕ สงเคราะหเ์ ข้าแขน ๒ ขา ๒ หวั ๑ รวมเปน็ ตัว
 ศีลธรรมเป็นสมบัตขิ องมนษุ ยท์ กุ กาลทกุ สมยั ทจี่ ะต้องประพฤติใหเ้ ป็นคนดี
 ศีล ระงบั คะนองทางกาย วาจา สมาธิ ระงับคะนองทางใจ วิปสั สนา ทำ� อาสวะ

ใหส้ น้ิ ได้
 แมค้ นพาลทงั้ หลายเหน็ วา่ ศลี ไมจ่ ำ� เปน็ จะตอ้ งรกั ษา หมายความวา่ ไมอ่ ยากเปน็

คนดีดว้ ยโลกเขา คนเชน่ น้ันล้างผลาญโลกให้ฉบิ หาย
 ศลี มอี ยใู่ นตวั ไมต่ อ้ งไปขอ คนทไ่ี ปขอเปน็ คนจน เจตนาหํ ภกิ ขฺ เว ดงั น้ี พระชนก

วา่ ยนำ้� มหาสมุทร ไมเ่ หน็ วา่ ไปขอศีลจากใคร หนง่ึ พระเจ้าพิมพสิ ารพาบรวิ าร
ไปหาพระองค์ ไม่กล่าววา่ รบั ศลี เสยี กอ่ นจงึ ฟงั เทศน์ ดังน้ี ทา่ นเหล่าน้นั ท�ำไม
จึงส�ำเรจ็ ศลี มตี วั เดียว จิตยกเวน้ ทัง้ ๕-๘-๑๐-๒๒๗ ดงั น้ี
 พระองคต์ รสั สง่ิ ทง้ั ปวงเปน็ ของรอ้ น จกั ษรุ อ้ น โสตะรอ้ น ฆานะรอ้ น ชวิ หารอ้ น
โผฏฐพั พะรอ้ น มโนรอ้ น รอ้ นเพราะความกำ� หนดั ความโกรธ ความหลง ความเกดิ
ความแก่ ความเจ็บ ความตาย ความโศก ความพิไรร�ำพัน ความเสียใจ
ความคบั ใจ ความคดิ ไมส่ มหวัง เพราะฉะน้ัน ระวังชวิ หาไว้ รับประทานดว้ ย
ความปราศจากตัณหา จงอย่าเหน็ แก่ลิน้ อยา่ เห็นแกเ่ น้ือ
 ถ้าว่าศาสนาเจรญิ ทโ่ี น้นท่ีน้ี จับปลานอกสุ่ม ให้หมายเอากายจติ เปน็ ตวั ธรรมะ
ทง้ั สนิ้ (ภาวนาอยใู่ นสมาธิ คอื ความสงบ คลา้ ยหาเงนิ ไดม้ าแลว้ จา่ ยหมด ตอ้ งใช้
ปัญญาคน้ ควา้ ดว้ ยไตรลักษณ์ ได้ช่ือว่าหาเงนิ เพ่ิมเรือ่ ยๆ จา่ ยไม่หมด)
 ใหน้ ยิ ามการทำ� สมาธิ คอื หยดุ ใจจากรกั โกรธ หลง คนกำ� ลงั วงิ่ พลา่ น เหน็ อะไร
ไมถ่ นัด ตอ้ งหยุดว่งิ เพ่ง จึงจะเห็นชัดนัน้ ได้

385

 สมาธเิ ปน็ หวั หนา้ ธรรมทง้ั หลายตอ้ งนอ้ มไปสมาธิ กศุ ลธรรมทงั้ สนิ้ ตอ้ งมสี มาธิ
เป็นหัวหนา้ มสี มาธแิ ล้วยอ่ มรตู้ ามความเปน็ จริง ปญั ญาน้ีสวา่ งเป็นอาทิ ดว้ ย
อำ� นาจไตรลกั ษณก์ ำ� จดั ความมดื ใหส้ วา่ ง เรอ่ื งนพ้ี ระโยคาวจรไมท่ ง้ิ ไตรลกั ษณ์

 การท�ำสมาธิให้เป็นอันเดียว ก�ำลังใจก็แข็งข้ึน ใจอันเดียว เรียกว่า ใจป�้ำ
เมือ่ ใจปำ้� ท�ำสิง่ อันใดกส็ ำ� เร็จ ฉะนนั้ ผู้มีกำ� ลังใจป�้ำกลา้ แขง็ แล้ว สามารถท�ำ
กิจทง้ั ปวงส�ำเรจ็

 สมถะ รกั ษาสงั ขารไว้ วิปสั สนา ถอนกิเลสด้วยไตรลักษณ์ ทไ่ี ม่เท่ยี งน้นั เป็น
ทุกขท์ งั้ ส้นิ ที่ไมเ่ อาทุกขน์ ้ันเปน็ สุขอย่างยิง่ คอื นพิ พาน

 สมถะระงับนิวรณไ์ ด้ชัว่ คราว เสวยความสขุ ดว้ ยความสงบ แตก่ ิเลสเกิดขนึ้ อกี
ส่วนวิปสั สนาร้แู จง้ แทงตลอด ทำ� ให้สน้ิ กิเลสได้ หวั ใจไม่มีพษิ มภี ัยดว้ ยนานา
ประการ จติ เกษม จติ อมตธรรม จติ อกปุ ธรรม จติ ไมก่ ำ� เรบิ จติ คงท่ี เพราะจติ
ร้แู จ้งแทงตลอด

 ปญั ญาส�ำคญั กำ� จดั มดื ใหส้ วา่ ง ปญั ญาตดั สงั โยชนไ์ ด้ ปญั ญาทำ� ลายกระเปาะไข่
คอื อวิชชา จะท�ำใหต้ นบรสิ ทุ ธไิ์ ด้กเ็ พราะปัญญา

 สตเิ ปน็ ตวั ชนั้ เอก เปน็ ผลทอ่ี อกมาจากปญั ญา สตเิ ปน็ ตวั มรรค ตวั ผล จงึ มนี าม
ว่า “สติวนิ โย ทาตพโฺ พ”

 จติ นต้ี อ้ งอบรม สมาธิ ปญั ญา ศลี จะพบความสขุ อนั ประณตี เหนอื ความสขุ ใน
โลกยี ์ ปฏบิ ตั ทิ แี รกยอ่ มกระวนกระวาย แตว่ า่ เจตนาปฏบิ ตั ลิ งไปแลว้ ศลี อบรม
ใหม้ คี วามสขุ สงบ ขาดศลี ไมไ่ ด้ อบรมปญั ญาอยบู่ อ่ ยๆ ปญั ญาจะหยงั่ ลง จติ จะ
ต้องเกดิ ปญั ญา ศลี สมาธิ ปญั ญา มีอยู่เช่นนัน้ จะได้ผลวมิ ุตติ สันตสิ ขุ เป็น
ธรรม ผ้ปู ฏิบตั ิได้ถึงทุกเวลาตามภูมิ

 การไมป่ ลอ่ ยจติ ออกเดนิ ไกล คอื ตรวจกายใจของตนอยเู่ สมอนนั้ เปน็ การดมี าก
สายตาเราน้ันผิดจากคนธรรมดาสามัญ เป็นคนท่ีมีวิชชารอบตัว ก็จะพ้นภัย
อันตรายตา่ งๆ

386

 จติ ทเี่ ปน็ สมาธแิ ลว้ ไมร่ บั รอู้ ารมณอ์ น่ื ๆ ทผ่ี า่ นมา เพราะทงิ้ หมดแลว้ จติ จะแนว่ แน่
อย่ใู นอารมณ์อนั เดยี ว จึงมกี �ำลงั มาก

 ขอให้บำ� รงุ ศรัทธาเชอื่ มนั่ คำ� สั่งสอนของพระพุทธเจ้าและปฏิบัติตาม เกิดผลได้
จรงิ ๆ เพราะค�ำสั่งสอนของพระพุทธองค์ สาวกสังคายนาไวด้ ีแล้ว

 จติ ทดี่ แี ละไมด่ นี น้ั เปน็ ตวั มารทง้ั สนิ้ ถา้ เราถอื วา่ ดแี ละชว่ั แลว้ มนั เลน่ งานเราแน่
มารไม่อย่ทู ี่อื่น อยทู่ ี่ตวั ของเรา

 ลมเปน็ อาหารของร่างกาย สตเิ ปน็ อาหารของจิต
 ละบาปอกศุ ล ตอ้ งละทก่ี ายและทใี่ จ เอากายวา่ ง เอาใจวา่ ง ถอนกเิ ลส จงึ ใชไ้ ด้
 อาศัยไตรลักษณ์ฟอกหัวใจ เพื่อช�ำนาญบ�ำรุงสติให้แก่กล้า ไตรลักษณ์เป็น

ตัวกรรมฐานใหญ่ แก้กเิ ลสทง้ั ปวงได้ ไตรลกั ษณช์ นะไดใ้ นสงครามคือกเิ ลส
เปน็ บทบาทแกพ่ ระโยคาวจรเจา้ ทง้ั หลาย ระลกึ ถงึ ไตรลกั ษณเ์ สมอ ความสำ� คญั ตน
ไม่มี เพราะไตรลกั ษณล์ ้างให้สะอาด ไมม่ มี ลทนิ
 จติ ตัง้ ในสจั ธรรมไตรลักษณ์ ลบล้างสงั ขารทงั้ ปวง เพ่งความเพียรอยู่เชน่ น้นั
มา้ งกายเหน็ กาย พสิ จู นใ์ นอวยั วะรา่ งกายอยเู่ สมอ พรอ้ มดว้ ยสมถวธิ ี วปิ สั สนาวธิ ี
ลบล้างกิเลสสญั ญาใดๆ อย่าใหเ้ กิดส�ำคญั ใดๆ ในดวงจติ ใหเ้ ปน็ จติ ปกตเิ หน็
ความบรสิ ทุ ธิ์ จติ เทยี่ ง จติ อมตธรรม จติ ไมต่ าย เปน็ ผลของสมถวธิ ี วปิ สั สนาวธิ ี
นำ� ความส้นิ ไปแหง่ กิเลสอาสวะทั้งปวง
 บคุ คลมสี มาธอิ บรมปญั ญานนั้ ดจุ มไี มเ้ ดยี วอยทู่ แ่ี จง้ มคี นตดั ไดส้ ะดวก เอามา
ทำ� ธรุ ะของเขาไดง้ า่ ย สว่ นปัญญาอบรมสมาธนิ ัน้ คือ คนนัน้ ๆ ท�ำสมาธไิ มไ่ ด้
เพราะจิตฟุ้งซ่าน ต้องใช้ปัญญาเป็นกรณีแวดล้อมปลอบโยนจิตให้เป็นสมาธิ
เป็นอุบายให้จติ สงบเทา่ น้นั เพื่อจะไดเ้ ดินปญั ญาไดส้ ะดวก
 จิตดอ้ื ใชป้ ัญญาอบรมสมาธิ จิตสะดวกใชส้ มาธิอบรมปญั ญา ตามแบบ
 เพง่ ดอู วยั วะเรอ่ื ยๆ ตรงกบั ภาษติ ตรสั วา่ สมณะ ชี พราหมณ์ ผเู้ พง่ อยู่ ยอ่ มแก้
ความสงสัยได้ ความเพ่งอยู่เช่นนั้น ไหนสมถะก็อยู่เช่นน้ัน วิปัสสนาก็อยู่

387

ณ ทนี่ น้ั ยอ่ มเหน็ ความแปรปรวนของสงั ขารเปน็ นจิ ทำ� ใหม้ าก ทำ� ใหช้ ำ� นชิ ำ� นาญ
ถอนอุปาทานถือในปัญจขันธ์ได้ เกิดความเบ่ือหน่ายราคะความก�ำหนัดยินดี
ในรูป เสียง กล่ิน รส สัมผัส เป็นบ่อเกิดแห่งความฉลาดในอรรถธรรม
เอาวปิ สั สนาลา้ งจิตใหบ้ รสิ ุทธ์ิ วิปสั สนาเป็นตัวสจั ธรรม รู้จริงเหน็ จริง นโิ รโธ
ทำ� ใหแ้ จง้ แทงตลอดเญยยธรรมทง้ั หลาย ไมใ่ หส้ งั โยชนต์ ดิ ใจได้ ความสขุ อนั ใด
สู้ส้ินกิเลสไม่ได้ ปล่อยวางด้วยวิปัสสนากรรมฐาน สมถะเป็นบทบาทข้างต้น
เดนิ วปิ สั สนาตอ่ วปิ สั สนากบั สมถะแยกกนั ไมไ่ ด้ เปน็ ตวั มรรคทส่ี ำ� คญั ประหาร
กิเลส ล้างเชด็ ให้จติ สะอาด เข้าถงึ อมตธรรมใหเ้ ปน็ สมจุ เฉทปหาน

 ราคะ โทสะ โมหะ ทงั้ ๓ นี้ ไมว่ า่ ใครจะมากอ่ นและมาหลงั แมก้ เิ ลสชนดิ ใดมา
กท็ ำ� ใหเ้ ศรา้ หมองทง้ั นน้ั วธิ แี กก้ เิ ลส กอ็ ยา่ คอยใหศ้ ลี มา ไปกอ่ น สมาธมิ าทส่ี อง
ปญั ญามาทส่ี าม ถา้ เปน็ เชน่ นน้ั กเ็ รยี กวา่ ทำ� สมาธติ ามแบบเปน็ อดตี อนาคตไป
หาความสขุ ไม่ไดต้ ลอด นแี้ หละ ปัญญาอบรมสมาธิ ศลี อบรมปัญญา ก็ได้
แลว้ แตอ่ ุบายจะประหารกเิ ลสด้วยวธิ ไี หน

 นิมิตท้ังหลายเกิดจากสมาธิทั้งน้ัน ผู้กล้าต่อเหตุผลท่ีจะปฏิบัติตัวให้สูงขึ้น
ลว้ นแต่ถอื นมิ ิตท้งั นั้น เปน็ อุปจาระและอัปปนาสมาธิ คนทีเ่ ป็นบ้านน้ั ถอื นิมติ
เปน็ ของจริงจงั ไม่เหน็ วา่ นิมิตทัง้ หลายเปน็ ไตรลักษณ์

 สมาธิ บุคคลยนิ ดแี ต่ความสขุ และความสงบ ไม่ใช้ปัญญาเป็นอุบายช�ำระกเิ ลส
แล้วเป็นเหตุให้ติดสมาธิถอนตัวข้ึนไม่ได้ ถ้าสำ� เร็จสมาธิแล้วเดินวิปัสสนาต่อ
ช�ำระในดวงจติ จะพ้นทุกขไ์ ด้

 ปญั ญาท�ำใหส้ วา่ ง เปน็ ลกั ษณะ ญาณ เปน็ ลกั ษณะใหเ้ กดิ แสงสวา่ ง ใหอ้ รยิ สจั
ปรากฏ เปน็ ลำ� ดบั

 ปญั ญาหรอื ญาณ เปน็ เหตใุ ห้ก�ำจดั คือ อวชิ ชา ใหเ้ ปน็ วิชชา

 ผมู้ ีปัญญาหลงในบางสิง่ บางอย่าง หลงในศิลปะทไ่ี มช่ �ำนาญก็มี หลงในทศิ ที่
ไม่เคยไปกม็ ี ในนามบญั ญตั ทิ ไี่ ม่เคยไดย้ นิ ได้ฟังก็มี พระขีณาสพทา่ นไม่หลง
ไปตาม รวู้ า่ เปน็ ทกุ ฺขํ อนิจฺจํ อนตฺตา

388

 สมาธิใดไม่มีปัญญาก�ำกับ ท�ำให้เป็นบ้าและติดสุขในฌานน้ันด้วย สมาธิใด
มปี ญั ญาก�ำกบั แลว้ ไมเ่ สยี คอื ไมเ่ ปน็ บา้ และไมต่ ดิ ในสมาธนิ นั้ ดว้ ย ความเพยี ร
กา้ วหนา้ ถึงวิโมกข์

 ปัญญาเห็นชาติ ชรา มรณะ เป็นปัญญาชอบ ปัญญาเห็นความสวยงาม
เปน็ ปญั ญาผิด ทุปัญญา ไมใ่ ช่ สุปญั ญา-ธรรมอกุ ฤษฏ์

 การเส่ือมญาติกด็ ี เสือ่ มทรพั ยก์ ด็ ี เส่ือมยศก็ดี เปน็ อาทิ พระพทุ ธองค์จัดวา่
เปน็ การเสอื่ มเลก็ นอ้ ย แต่ การเสอ่ื มปญั ญา เปน็ การเสอื่ มอยา่ งวนิ าศใหญห่ ลวง
ทีเดียว

 ท�ำให้กุศลบังเกิดข้ึน มีแต่ความสันโดษเท่าน้ัน ท�ำให้อกุศลบังเกิดข้ึน มีแต่
ปรารถนาศกั ดิใ์ หญ่ใฝ่สูงเทา่ นน้ั

 มรรคของเก่า แม้พระองค์มาตรัสในโลกน้ี ก็เอามรรคของเก่าท่ีพระพุทธเจ้า
องค์ก่อนๆ มาใช้ ดุจแก้วมณีของบรมจักรพรรดิ บรมจักรพรรดิตายแล้ว
แก้วเสดจ็ หนีไปอยเู่ ขาบรรพต องคใ์ หม่มาเกิด แกว้ กเ็ สดจ็ มาเอง ฉนั น้นั

 มรรค ๘ มฤี ทธเ์ิ ดชมาก พระโยคาวจรเดนิ มรรค ๘ ชำ� ระกเิ ลสได้ ทำ� ใหบ้ รสิ ทุ ธไิ์ ด้
 ปญั ญาอบรมสมาธิ คอื ปญั ญาแวดลอ้ มเพอื่ ปลอบใหจ้ ติ อยากเปน็ สมาธิ เพราะ

จติ มนั วง่ิ ไปตามกระแสจติ เจตสกิ ตอ้ งใหม้ ปี ญั ญา หา้ มจติ เดนิ เมอ่ื จติ ไมเ่ ดนิ แลว้
จิตก็เป็นสมาธิ อารมณ์อนั เดยี ว
 มรรค ๘ แก้โลกธรรม ๘ อยา่ ง น�ำธรรมเทศนาในปฐม ในมัชฌิมา ในปัจฉิม
ลว้ นแตใ่ หส้ �ำเร็จมรรคผลทงั้ สน้ิ
 ประหารกิเลส เม่ือมรรคพอแล้วก็หยุดเอง ดุจกินข้าว เมื่ออิ่มแล้วหยุดเอง
ไม่อยากอีก รดู้ ว้ ย ปจจฺ ตฺตํ
 ความสขุ มีอยู่ ๒ ประการ อามสิ สขุ นิรามสิ สุข เศรษฐี คฤหัสถ์ กษตั ริย์
บรมจกั รพรรดิ เปน็ ความสขุ ในโลก ยง่ั ยนื ไดเ้ พยี งไรใหผ้ ลแคไ่ หน นพ้ี ระพทุ ธองค์
ไดป้ ระสบมาแล้ว เวลานาน ๒๙ ปี เปน็ สุขท่ไี ม่คงทนถาวร เปน็ เหยอื่ ท่ลี อ่ ให้

389

อยู่ในวัฏฏะ พระองคจ์ งึ ไดเ้ สดจ็ บรรพชาตรัสรเู้ ปน็ ยอดคน อามสิ สุข ความสขุ
ทางโลกีย์ เปน็ ความสขุ ท่ผี ดิ ๆ เหน็ อาการสบายกาย สบายใจ ซึง่ เกดิ จาก ลาภ
ยศ สรรเสริญ และ รปู เสียง กลน่ิ รส น้ีเป็นความสุข มนษุ ย์พยายาม
ตะเกียกตะกายทะเยอทะยานก็เพื่อหวังความสุขน้ี โดยหลงใหลยึดถือว่าเป็น
ความสุขอันจริงจัง หาได้ส�ำนึกแม้แต่น้อยไม่ จนได้รับทุกข์เป็นผลท่ีสุด
ปราชญม์ าเหน็ วา่ เปน็ ของธรรมดา ไมใ่ หห้ ลง ไมใ่ หม้ วั เมา วา่ ความสขุ นน้ั จะอยู่
กบั เราได้ หากวา่ เรายงั ขอ้ งอยใู่ นโลก เราควรรู้ สขุ เชน่ นนั้ เปน็ ของชว่ั คราวแลว้ ก็
เสอื่ มไป เมอื่ ไดม้ าแลว้ ไมค่ วรตน่ื เตน้ จนลมื ตน รกั ษาใจใหม้ น่ั คง ไมแ่ สดงความ
ยนิ ดีเห็นงาม เม่อื เรารเู้ ท่าแลว้ ถึงสุขนัน้ จะพลดั พรากไป กไ็ ม่เสยี ใจและดใี จ
นริ ามสิ สขุ เปน็ สขุ ละเอยี ดออ่ น นอ้ ยนกั นอ้ ยหนาทปี่ ถุ ชุ นจะคน้ พบ เปน็ ความสขุ
ที่เกิดจากความสงัดกายและวาจาใจ เป็นสุขอันแท้จริง ปราศจากเครื่องล่อ
เพอื่ หลง เมอ่ื ขบั ไลม่ ลทนิ แลว้ เปน็ ธรรมชาตทิ บ่ี รสิ ทุ ธฉิ์ นั นน้ั ปถุ ชุ นทห่ี มุ้ อยดู่ ว้ ย
อามิสสุข มอิ าจจะค้นพบ ถึงพบก็รู้แต่เหตุและผลเทา่ น้นั
 ไตรลกั ษณม์ ฤี ทธเิ์ ดช ชำ� ระจติ ใหบ้ รสิ ทุ ธถิ์ งึ มรรคผลได้ มา้ งภเู ขาได้ ไมใ่ หก้ เิ ลส
หุ้มจติ ได้ ไตรลกั ษณฟ์ อกจิตใหห้ มดมลทินถึงอมตธรรมได้
 มรรคนน้ั เปน็ หนทาง หนทางนนั้ เปน็ ทางจรงิ ไมต่ อ้ งเดนิ เพราะทางนน้ั เปน็ ธรรม
ธรรมนัน้ มตี ่างๆ ดัง รปู ธรรม นามธรรม มีอนั เดียว จึงขาดอาการไปอาการมา
ประเภทอาการของธรรมนนั้ มตี า่ งๆ มกี ศุ ล อกศุ ล อพั ยากฤต เปน็ อาการของธรรม
ปริยัติ ปฏิบัติ ปฏเิ วธ กเ็ ปน็ อาการของธรรม
 ถา้ เดนิ มรรคไมพ่ อ ยงั คานมิ ติ ดแี ละชวั่ อยู่ เพราะออ่ นทางวปิ สั สนา ลา้ งเชด็ กเิ ลส
ไม่หมด
 มรรค ๘ โลกธรรม ๘ ตัณหา ๓ ศีล-สมาธ-ิ ปัญญา ๓ ลบล้าง ล้างกัน ของดี
กบั ของชวั่ มีเทา่ กัน
 อนุสยั กิเลสดองมานานตงั้ หลายกปั หลายกลั ป์ เปน็ ประเทศแหง่ กเิ ลสทั้งหลาย
 ละกเิ ลส อยา่ ละดว้ ยความรกั และความชงั ใหล้ ะดว้ ยความเบอ่ื หนา่ ย เปน็ มรรควถิ ี

390

 ราคะก�ำเริบ เข้าจติ ภาวนาหาย เพราะได้ทรมานจิตมาแลว้ ชำ� นิช�ำนาญแลว้ ใน
ปฏภิ าคนิมติ เหน็ อสุภะ ผนู้ นั้ เหน็ ธรรม เห็นตวั ตถาคต

 เหน็ รา่ งกายเปน็ กอ้ นอยู่ ยนิ ดยี นิ รา้ ยรา่ งกายอยู่ นน้ั เดนิ ทางผดิ ยงั เดนิ ทางผดิ อยู่
เดนิ ทางถกู นน้ั เหน็ รา่ งกายแปรปรวน ไตรลกั ษณ์ นนั้ เหน็ ถกู ทาง พระอรหนั ต์
ไมเ่ ชยชมกาม ไมร่ ับรวู้ ่ากามน้ันเปน็ ของดี ของเที่ยง ต้องปล่อยวางของท่ีไม่ดี
วางของทีไ่ ม่ดี เข้าหาอรยิ สจั ของจริง จิตสบาย เดนิ ถกู ทาง ถูกมรรค ๘

 โลภะ โทสะ โมหะ ราคะ เปน็ วตั ถคุ รองในใจ ท�ำลายสตั วแ์ ตล่ ะอยา่ ง ทำ� ลายจติ
ของสตั ว์ ถ้าไม่ได้มาอยา่ งใจก็เป็นทกุ ข์ อึดอัดทส่ี ดุ กินไม่ได้ นอนไม่หลับ
ทุรนทรุ าย ไม่เหมือนปกติทไ่ี มม่ ีโลภะเข้าครอบง�ำ ถ้าใจนกึ คดิ ถงึ เร่ืองสวยงาม
นา่ รกั ใคร่ จติ กเ็ กดิ ความก�ำหนดั ยินดี อยากใหไ้ ด้อยา่ งใจ ป่นั ป่วน กลดั กลมุ้
ถ้าไม่ได้อย่างใจก็เป็นทุกข์ระทมใจ กินไม่ได้ นอนไม่หลับ กระสับกระส่าย
กระวนกระวาย ไม่เหมือนใจที่ไม่มีราคะ ถ้าใจคดิ ไปเร่ืองโกรธทีเ่ ขาทำ� เขาพูด
ไมถ่ กู ใจ เขาดหู มน่ิ ประมาท ดา่ วา่ หยาบคาย ในขณะนน้ั ใจประกอบดว้ ยโทสะ
ก็ไมเ่ ปน็ สขุ โกรธเคอื งฉนุ เฉยี ว ประทษุ รา้ ยพยายาทเขา ความโกรธที่มนั เผา
ใจตัวใหป้ ่ันปว่ น เร่ารอ้ น กินไม่ได้ นอนไม่หลับ ไม่เหมือนใจปกติ หากวา่
นึกถึงเรื่องสนุกสนาน ใจก็ลุ่มหลงมัวเมา ในขณะนั้นใจประกอบด้วยโมหะ
เหน็ ผิดเปน็ ชอบ เพลิดเพลินฟงุ้ ซ่าน ไม่สงบ จนนอนไม่หลับฯ แตเ่ พยี งนกึ คดิ
อยู่ในใจ กท็ ำ� ใจให้เศร้าหมองขุ่นมวั อยแู่ ลว้ จนนอนไม่หลับ กินไม่ได้ หากวา่
ทำ� ลว่ งทางกายและวาจาลงไป ทกุ ขย์ งิ่ ทวคี ณู เชน่ ตดิ คกุ ตดิ ตะราง ไมอ่ ยา่ งนนั้
ก็เที่ยวซุกซ่อนตนอยู่ตามป่าดงพงไพร จะได้รับทุกข์ถึงเพียงไร ผลท่ีสุดคือ
ประหารชีวิตฯ

 ราคะ โทสะ โมหะ เปน็ ผลรา้ ยทส่ี ดุ ทฝี่ งั อยใู่ นจติ มนษุ ย์ มนษุ ยก์ ระทำ� ไดท้ กุ อยา่ ง
มอี �ำนาจได้ มีเดชานุภาพได้ ไม่เหมือนสตั วอ์ น่ื

 สงั ขารท้ังหลายเปน็ ไปตามกฎธรรมชาตทิ ม่ี ีชวี ติ ครองและไม่มชี วี ิตครอง
 เกิดของมนุษย์เปล่ียนแปลงไปตามวัย อยู่ท้องแม่น้ันทุกข์ มีกล่ินเหม็น

สะอดิ สะเอยี น ทนทุกขอ์ ยู่ในท้องต้ัง ๙-๑๐ เดอื น ออกมาแลว้ ทนชาติ ชรา

391

พยาธิ มรณะ ตลอดไป ไตรลกั ษณป์ ระหารเปน็ เงาตามตวั กามคณุ ทกุ ประเภท
ท�ำให้เรารับทกุ ข์อย่เู นอื งนิจ
 โลกยี ม์ กี ารเดอื ดรอ้ นดว้ ยราคะ โทสะ โมหะ เชน่ พวกฤาษชี ไี พรตา่ งๆ สำ� เรจ็ ดว้ ย
ฌานสมาบตั ิ เหาะบนอากาศได้ ทำ� ความวนุ่ วายอยใู่ นกเิ ลสทงั้ นนั้ ไมย่ ง่ั ยนื ถาวร
 ไตรลกั ษณ์ ทกุ ฺขํ อนจิ จฺ ํ อนตฺตา มอี ำ� นาจมาก นำ� ผู้ปฏิบตั ิให้สนิ้ ทุกขไ์ ด้ โลก
ทง้ั ๓ ไมเ่ ทยี่ ง อยใู่ นลกั ษณะบงั คบั ไมไ่ ด้ โลกตุ ระบงั คบั ได้ อยเู่ หนอื โลกทงั้ หลาย
เป็นสมบตั ขิ องพระอรยิ เจา้ ทงั้ หลาย เปน็ ปฏิปทาออกจากกองทกุ ข์
 สรรเสรญิ วปิ สั สนาญาณ เปน็ ความรจู้ รงิ ของอรยิ สจั ๔ จงึ ท�ำใหส้ �ำเรจ็ มรรคผลได้
ถอนกเิ ลสออกจากดวงจิตไดโ้ ดยปรยิ าย
 วปิ สั สนาญาณ เปน็ ญาณทเ่ี ฉยี บแหลม คมคาย เปน็ ญาณแผดเผากเิ ลสใหส้ นิ้ ไป
เป็นตน้ เชน่ น้ี
 ก�ำลังมรรคประหารกิเลสได้แล้ว อยู่มือแล้ว ความพร้อมเพรียงทุกประเภท
กเ็ กิดข้ึน กล้าหาญข้ึนพร้อมกัน ดบั พรอ้ มกัน จนไม่มีอะไร
 ภาวนาจติ เดนิ ถกู มรรค สะดวกมาก ไมข่ ดั ขอ้ งดว้ ยประการใดๆ เพราะเปน็ หนทาง
ของพระอรยิ เจ้า เดินผิดมรรค ถูกนิวรณ์ครอบงำ� จติ ล�ำบากมาก
 คณุ ของธดุ งคแ์ ตล่ ะขอ้ ๆ นนั้ อานสิ งสห์ าประมาณมไิ ด้ เปรยี บเหมอื นเกศาของ
พระพุทธองค์ เพราะมีค่าอันสูงสุด
 พระอุปัชฌายต์ ้องบอก กรรมฐาน ๕ แก่กุลบตุ รที่บวช ถา้ ไมส่ อนกลุ บตุ รก่อน
นั้นแปลว่า ท�ำลายมรรคผลนิพพานกุลบุตรน้ัน ดังนี้ เพราะมนุษย์ติดหนัง
ฟงั เห็นแจง้ ตามอบรมทัง้ ปวง กรรมฐานนน้ั ดแี ลว้ ไม่ต้องไปหาท่ีอ่ืน
 กรรมฐาน ๕ มนั อยใู่ นตัวเสร็จ อย่าใหต้ ดิ หนัง ติดวรรณะต�่ำสูง นี้ผิวหนัง
สำ� คัญมาก นอ้ี ปุ ัชฌายส์ อนดีแลว้ หนามปักเอาหนามบง่ ไฟไหม้ทไ่ี หนก็ดับ
ณ ท่ีน้นั คนั ทไ่ี หน เกา ณ ที่นนั้ น้จี งึ จะเปน็ มรรคแท้ ให้เหน็ อสุภะตามความ

392

เปน็ จรงิ เปน็ ไตรลกั ษณ์ กรรมฐาน ๕ พระพทุ ธองคต์ รติ รองถกู แลว้ จงึ บญั ญตั ิ
ให้อปุ ชั ฌาย์สอนกรรมฐาน ๕ ดังน้ี
 ไตรลักษณ์ ทกุ ขฺ ํ อนจิ ฺจํ อนตตฺ า ชาติ ชรา มรณะ พยาธิ ๔ อยา่ งเปน็ ธรรม
ของพระโยคาวจร พระโยคาวจรขจดั สง่ิ เหลา่ นดี้ ว้ ยวปิ สั สนา รตู้ ามความเปน็ จรงิ
จงึ ไปพระนพิ พานได้ เปน็ ธรรมของจรงิ ทเ่ี กดิ ขนึ้ ในโลก ระลกึ ถงึ ความตายเสมอ
จึงไม่ประมาท เรง่ ความเพยี ร เดินมรรค
 ดำ� เนนิ จติ จวนจะถงึ ผลทสี่ ดุ ชนะในทแี่ คบ ตอ้ งมี วปิ สั สนู หลอก พน้ จากนนั้ แลว้
จึงเกษม
 กาย-จิต ค้นกายใหเ้ ห็นหน้าตาสังโยชน์ เห็นอย่างไร เพียรละอย่างไร ก�ำลงั
ประหารอย่างไร ละแลว้ อย่างไร ได้รับความสุขเพยี งไร นีเ้ ป็นอุบายที่จะตอ้ ง
ทำ� ความรู้หมดทุกอย่าง
 อยคู่ นเดยี ว อยา่ หลงสมาธอิ ยา่ งเดยี ว อยา่ มกั มากในกรรมฐาน ใหร้ จู้ กั ประมาณ
ในสมาธิและปญั ญา
 ฤาษเี พง่ แต่อากาศ ไมเ่ พง่ ธาตเุ หมือนพระพุทธองค์
 ให้ท�ำความรรู้ อบในปจั จุบัน จงึ จะแกท้ กุ ข์ สมุทัยได้ และเวรกรรมตามไม่ทนั ฯ
 การสงบจติ เพง่ ฌานส�ำหรบั ด่ืมปีติ สติเป็นตัวศลี ศีลบริบูรณแ์ ล้ว มอี านสิ งส์
ให้จิตสงบ สมาธิ สมาธดิ แี ล้ว เป็นฐานจะให้เกิดปัญญา จิตฟงุ้ ซ่านเปน็ ทุกข์
โดยไมร่ เู้ ท่าสังขาร ถ้ารู้เทา่ แลว้ จติ สงบ มอี ารมณส์ ุข
 โอวาทขา้ งตน้ ไดแ้ ก่ อรยิ สจั ๔ อยา่ ง กลาง มชั ฌมิ ะ - ศลี ปจั ฉมิ ะ ใหพ้ จิ ารณา
สังขารใหร้ ู้เทา่ สงั ขารในปัจจบุ ัน จติ จึงวิเวกได้
 ใหพ้ จิ ารณาในปจั จบุ นั ทบตน้ ทบปลาย ละอดตี อนาคต พจิ ารณาปจั จบุ นั ธรรม
จึงแจม่ แจง้
 จติ ติดสงั ขาร ไมใ่ ชส่ ังขารตดิ คน สงั ขารเป็นธรรม จติ เป็น อนตตฺ า

393


Click to View FlipBook Version