ไดม้ าต้อนรบั และเชญิ ชวนใหพ้ ทุ ธบริษัททางยะลามาฟังธรรมคำ� สั่งสอนจากหลวงปู่
โดยเฉพาะการฝกึ หดั ภาวนา ทา่ นพกั อยู่ ณ วดั ยะลาธรรมาราม ๓-๔ วนั อบรมพระเณร
และประชาชนพอควรแล้วก็เดนิ ทางกลับ
ทา่ นลงรถไฟทส่ี ถานคี วนจง ซง่ึ อยหู่ า่ งจากสถานหี าดใหญป่ ระมาณ ๘ กโิ ลเมตร
ด้วยทราบว่าที่ควนจงนี้ มีวัดกัมมัฏฐานอยู่วัดหน่ึง ชื่อ วัดควนจง เจ้าอาวาสชื่อ
พระมหาสมจิตต์ เปน็ ศษิ ย์ทา่ นพอ่ ลี หรือ พระสุทธิธรรมรงั สีคมั ภรี เมธาจารย์ แห่ง
วดั อโศการาม ทา่ นจงึ แวะไปเยยี่ ม ทา่ นกลา่ ววา่ “ไปใหก้ ำ� ลงั ใจ” และชมวา่ จดั ทำ� เปน็
วดั ป่าไดอ้ ย่างเหมาะสม มีความสงบ สงัด สปั ปายะดี
พกั วเิ วกมคี วามสงบระยะหนงึ่ แลว้ ทางนายชา่ งรถไฟกไ็ ดส้ ง่ รถยนตม์ ารบั ใหท้ า่ น
ไปขนึ้ รถไฟทห่ี าดใหญเ่ พอื่ เดนิ ทางไปในพธิ เี จรญิ พระพทุ ธมนต์ ณ โรงงานรถจกั รทงุ่ สง
อำ� เภอทงุ่ สง จงั หวดั นครศรธี รรมราช จากทงุ่ สง ทา่ นพกั ณ วดั เขานอ้ ย อำ� เภอรอ่ นพบิ ลู ย์
วดั นส้ี มยั พระคณุ เจา้ หลวงปเู่ ทสก์ หรอื พระราชนโิ รธรงั สคี มั ภรี ปญั ญาวศิ ษิ ฏ์ แหง่ วดั
หนิ หมากเปง้ เดนิ ทางไปมาระหวา่ งจงั หวดั ภเู กต็ และนครศรธี รรมราช ไดม้ าพกั โปรด
ญาตโิ ยม ณ ทว่ี ดั เขานอ้ ยนเ้ี สมอ เมอื่ หลวงปเู่ ทสกจ์ ากปกั ษใ์ ตไ้ ปเปน็ เวลาชา้ นานกวา่
สิบปี ผู้ทเ่ี คยไดร้ ับกระแสเมตตาธรรมของทา่ นยอ่ มรูส้ ึกว้าเหวข่ าดทพ่ี ึง่ ทางใจ ได้มา
พบหลวงปู่องค์ใหมซ่ ง่ึ พรรษาอายุใกล้เคียงกนั ผ่านมาโปรด จึงอดเปน็ น้ำ� หูนำ้� ตาบ้าง
ไมไ่ ด้ และพากนั กลุ กี จุ ออปุ ฏั ฐากรบั ตอ้ น (สำ� นวนของหลวงปู่ แทนทจี่ ะใชค้ ำ� วา่ ตอ้ นรบั
ท่านเรียกวา่ รับตอ้ น) เป็นอยา่ งดี
“มองปราดเดยี วกร็ ู้วา่ ผา่ นการสมาคมอบรมมาแล้ว เคยเป็นศษิ ยม์ ีครมู าแล้ว”
ทา่ นกลา่ ววา่ ไมต่ อ้ งดเู ลยไปถงึ กริ ยิ าอาการอนั สงบเสงยี่ มนม่ิ นวลของอบุ าสก อบุ าสกิ า
เพยี งดูการ “กราบ” กร็ ู้แล้ว แสดงอาการว่า ดฉิ นั เป็นลูกศิษย์หลวงปู่เทสก์ ท�ำให้
พระกมั มฏั ฐานไปมาไดร้ บั ความสะดวกเป็นพเิ ศษเจอื จานมาดว้ ย
หลงั จากนนั้ ญาตโิ ยมกพ็ าทา่ นเดนิ ทางมาพังงาและภเู กต็ เพ่ือแวะเย่ยี มและพัก
ตามวัดต่างๆ ท่ีพระคุณเจ้าหลวงปู่เทสก์ได้เผยแผ่ธรรม มีผู้เล่ือมใสสร้างวัดถวาย
194
ให้แกท่ า่ น เชน่ ที่ วดั นิโรธรังสี อำ� เภอท้ายเหมอื ง จงั หวดั พังงา วัดเจรญิ สมณกจิ
หลังศาล จงั หวดั ภูเก็ต และ วดั ไมข้ าว ใกลส้ นามบนิ ภูเกต็ เปน็ ต้น ตอ่ มาหลวงปู่
ได้ไปพกั ท่ีวดั ควนกาไหล อ�ำเภอตะกั่วทุง่ จังหวัดพงั งา วัดนีเ้ ริ่มแรก ทา่ นเจา้ คุณ
พระอริยเวที (พระมหาเขียน ป.ธ. ๙) ได้ไปพักเพ่อื วิเวก หลวงปู่ใหอ้ ุปถมั ภถ์ วาย
ปัจจัยเดือนละ ๕๐๐ บาท ทุกเดือน เป็นค่าภัตตาหารแก่ภิกษุสามเณรอยู่ในวัด
ในสมัยหลวงปู่มีชีวิตตลอดมา เพราะท่านระลึกถึงอุปการคุณท่ีแม่ชีกัลยาเคยถวาย
ใหแ้ ก่หลวงปู่
ทา่ นพกั ทวี่ ดั ควนกาไหลจนใกลเ้ ขา้ พรรษา จงึ กลบั มาหาดใหญ่ ทา่ นอาจารยพ์ ระ
มหาเนยี ม กราบเรยี นถงึ สถานทอี่ นั ควรบำ� เพญ็ ภาวนาตลอดพรรษาที่ วดั กมุ ภรี บ์ รรพต
ซอยเว นคิ มควนกาหลง อำ� เภอควนกาหลง จงั หวดั สตลู วา่ มเี งอื้ มเขา มถี ำ�้ อนั สงดั วเิ วก
เหมาะแกก่ ารบำ� เพ็ญสมณธรรม หลวงปเู่ ห็นดว้ ย ญาติโยมจงึ จดั รถยนตไ์ ปสง่ ท่านท่ี
วดั กมุ ภรี บ์ รรพต ตลอดพรรษา คณะศรทั ธาในเขตอำ� เภอหาดใหญ่ สงขลา และจงั หวดั
ใกล้เคียง ก็ได้เดินทางไปถวายจังหันและหาโอกาสไปฟังธรรมกันเสมอมิได้ขาด
พรอ้ มทงั้ ไดช้ ว่ ยกนั เปน็ เจา้ ภาพทอดกฐนิ ณ วดั กมุ ภรี บ์ รรพต เมอ่ื ออกพรรษาแลว้ ดว้ ย
เสร็จจากพิธีทอดกฐินระยะหน่ึง หลวงปู่เดินทางกลับมาจากวัดกุมภีร์บรรพต
ใชห้ าดใหญเ่ ปน็ จดุ ศนู ยก์ ลางทจี่ ะอยโู่ ปรดชาวหาดใหญ่ ชาวสงขลา และจงั หวดั ใกลเ้ คยี ง
วดั ทท่ี า่ นพำ� นกั ในระยะหลงั จากออกพรรษา คอื วดั ควนเจดยี ์ ตง้ั อยไู่ มไ่ กลจากทะเล
มากนกั และหา่ งจากเมอื งสงขลาเพยี งประมาณ ๑๐ กิโลเมตร สะดวกแก่คณะศษิ ย์
และญาตโิ ยมทจี่ ะมาทำ� บญุ และประพฤตปิ ฏบิ ตั ธิ รรม แตใ่ นขณะเดยี วกนั กม็ คี วามสงดั
เงยี บ ไมพ่ ลกุ พลา่ น ทา่ นจงึ อยดู่ ว้ ยความสปั ปายะ สปั ปายะทงั้ อากาศ สปั ปายะทงั้ บคุ คล
สปั ปายะทง้ั อาหาร และสปั ปายะทง้ั สถานที่ คณะศษิ ยก์ ลมุ่ ใหญๆ่ ทมี่ าฟงั ธรรมกนั เปน็
เนอื งนิตย์ ไดแ้ ก่ คณะการรถไฟ คณะโรงพยาบาล คณะอธกิ ารวทิ ยาลัยครูสงขลา
คณะนายทหารและครอบครัวจากคา่ ยคอหงษ์ เปน็ อาทิ
ทา่ นอบรมธรรมนำ� ภาวนาอยจู่ นใกลจ้ ะถงึ เวลาเขา้ พรรษาของปี ๒๕๒๐ บงั เอญิ
เกิดอาการอาพาธป่วยเจ็บที่คอ แม้จะพยายามหายาต่างๆ มารักษา ผู้อ�ำนวยการ
195
โรงพยาบาลหาดใหญ่พรอ้ มภรรยาและคณะ ซง่ึ เป็นศิษย์ของท่านกม็ าดแู ลรกั ษา แต่
อาการนั้นก็ไม่หาย ได้แต่ขอร้องให้ท่านลดละการท�ำกลดลงบ้าง เพราะการท่ีท่าน
กม้ ศรี ษะครำ�่ เครง่ กบั การทำ� กลดแจกพระเณรและญาตโิ ยมผศู้ รทั ธายนิ ดใี นการปฏบิ ตั ิ
ธรรมนนั้ อาจเปน็ สาเหตหุ นงึ่ ทำ� ใหอ้ าการอาพาธไมห่ ายขาด มแี ตท่ รงตวั อยู่ หรอื กำ� เรบิ
ทรมานมากขึน้ กไ็ ด้
ข่าวอาพาธของท่านที่จังหวัดภาคใต้ทราบมาถึงกรงุ เทพฯ ทา่ นพระอาจารย์ทิวา
อาภากโร ทราบเรอ่ื ง จงึ เดนิ ทางลงไปกราบทา่ นทว่ี ดั ควนเจดยี ์ ขอนมิ นตพ์ อ่ แมค่ รจู ารย์
กลับมาจ�ำพรรษาที่กรุงเทพฯ เพ่ือให้โอกาสศิษย์ได้อุปัฏฐากรับใช้ และสะดวกแก่
การดูแลถวายยารกั ษาโรค เพราะในนครหลวงยอ่ มใกล้นายแพทย์ผเู้ ชี่ยวชาญ และ
เครอื่ งมอื อนั ทันสมยั มากกวา่ ตา่ งจังหวดั
หลวงปู่รับฟังค�ำนิมนต์และเหตุผลหว่านล้อมที่ท่านอาจารย์ทิวายกข้ึนมากล่าว
ดว้ ยความเคารพนอบน้อมแลว้ ในทส่ี ดุ ทา่ นก็ยอมรบั นมิ นต์กลับกรงุ เทพฯ อันเป็น
เวลาจวนแจก่อนเขา้ พรรษาเพียงวนั สองวันเทา่ นนั้
196
พรรษาท่ี ๕๓-๕๗ (๒๕๒๐-๒๕๒๔)
โปรยปรายสายธรรม
พ.ศ. ๒๕๒๐ จำ� พรรษาท่ี สวนปทมุ ธานี ต.สวนพรกิ ไทย อ.เมอื ง จ.ปทุมธานี
พ.ศ. ๒๕๒๑ จ�ำพรรษาที่ วัดปา่ หนองแซง อ.หนองวัวซอ จ.อดุ รธานี
พ.ศ. ๒๕๒๒ จำ� พรรษาที่ โรงนานายแดง คลอง ๑๖ อ.องครักษ์ จ.นครนายก
พ.ศ. ๒๕๒๓ จ�ำพรรษาที่ วดั อโศการาม อ.เมือง จ.สมทุ รปราการ
พ.ศ. ๒๕๒๔ จำ� พรรษาที่ ทพี่ กั สงฆบ์ า้ นคณุ ประเสรฐิ โพธวิ เิ ชยี ร อ.ศรรี าชา จ.ชลบรุ ี
นับจากที่ท่านได้จ�ำพรรษาปี ๒๕๑๙ ท่ีวัดกุมภีร์บรรพต นิคมควนกาหลง
อ.ควนกาหลง จ.สตลู แลว้ ตอ่ มาทา่ นไดว้ เิ วกไปตามสถานทต่ี า่ งๆ เปน็ ลำ� ดบั จนใกล้
จะถงึ เวลาเขา้ พรรษาปี ๒๕๒๐ ทา่ นกม็ าพกั โปรด “ชาวจงั หวดั ภาคใต”้ อนั เปน็ สำ� นวน
ของท่าน อยู่ที่วดั ควนเจดยี ์ จงั หวัดสงขลา
ปรากฏวา่ ในระหวา่ งนนั้ ทา่ นอาพาธ มอี าการเจบ็ คอ ไดร้ กั ษากนั อยนู่ านแตไ่ มห่ าย
ทา่ นพระอาจารยท์ วิ า อาภากโร จงึ ไดเ้ ดนิ ทางไปรบั ทา่ นกลบั มาทกี่ รงุ เทพฯ และขอให้
ทา่ นเลอื กสถานทจี่ ำ� พรรษาในกรงุ เทพฯ ทงั้ น้ี นอกจากการรกั ษาทางแพทยแ์ ผนปจั จบุ นั
แลว้ ยงั ตอ้ งการหมอนวดเสน้ เปน็ พเิ ศษทจี่ ะรกั ษาอาการอาพาธของทา่ นได้ ทา่ นบอกวา่
แม้แต่จะเอยี้ วคอกร็ ้สู กึ เจ็บมาก แตถ่ งึ กระนัน้ หลวงปกู่ ็จะไมค่ ่อยฉันยาสักเท่าใด
ในเร่ืองเก่ียวกับอาพาธนี้ หลวงปู่มีข้อสัญญาตกลงกับท่านพระอาจารย์ทิวา
ซง่ึ หลวงปเู่ ลา่ วา่ ทา่ นบงั คบั ใหท้ า่ นพระอาจารยท์ วิ าเซน็ สญั ญากบั ทา่ นกอ่ น ทา่ นจงึ จะ
197
ยอมมากรงุ เทพฯ ดว้ ย เปน็ สญั ญาสภุ าพบรุ ษุ โดยตา่ งองคต์ า่ งกเ็ ปน็ อนาคารกิ ไมม่ ที อ่ี ยู่
เดนิ ทางไปเร่ือยๆ ไม่มลี กู ศิษย์ปฏบิ ัตใิ กลช้ ดิ ไปองคเ์ ดยี วตลอด ดงั นน้ั หากองคใ์ ด
องค์หนง่ึ เกดิ อาพาธข้ึน อกี องค์จะต้องเดนิ ทางมาดูแลกัน ถ้าทา่ นไม่ยอมรบั สัญญา
สุภาพบุรุษจากหลวงปู่เช่นน้ัน หลวงปู่ก็คงไม่ยอมรับความปรารถนาดีจากท่านพระ
อาจารยท์ วิ าเปน็ แนแ่ ท้ คอื หมายความวา่ ตอ้ งมกี ารแลกเปลยี่ นกนั วา่ เมอ่ื หลวงปอู่ าพาธ
ทา่ นพระอาจารยท์ วิ าขอเขา้ มาดแู ลทา่ น และในกรณกี ลบั กนั ทา่ นพระอาจารยท์ วิ ากต็ อ้ ง
ยอมรบั วา่ เมอื่ ทา่ นเกดิ อาพาธขนึ้ บา้ ง หลวงปกู่ จ็ ะตอ้ งไปดแู ลเชน่ กนั เปน็ การทหี่ ลวงปู่
ถอื วา่ เทา่ เทยี มกนั ไมเ่ อาเปรยี บกนั โดยหลวงปทู่ า่ นไมไ่ ดค้ ำ� นงึ ถงึ เลยวา่ ทา่ นนนั้ เปน็
เถระผใู้ หญ่ ซง่ึ มพี รรษาถงึ ๕๓ พรรษาแลว้ ในขณะทที่ า่ นพระอาจารยท์ วิ าเพยี ง ๒๐
พรรษา แตห่ ลวงปกู่ ถ็ อื วา่ เทา่ เทยี มกนั อนั นเ้ี ปน็ คณุ ธรรมอกี ประการหนงึ่ ทห่ี ลวงปไู่ ด้
แสดงให้เห็นวา่ ทา่ นไมเ่ คยถือวา่ องคท์ า่ นเองเป็นพระเถระผูใ้ หญเ่ ลย
สถานทซ่ี ง่ึ ทา่ นเลอื กเป็นทจี่ �ำพรรษาในปีน้ันคือ ทส่ี วนปทุมธานี เปน็ ท่สี วนซ่ึง
คณุ ประชา และคณุ ไขศรี ตนั ศริ ิ ไดซ้ อื้ ไวส้ ว่ นหนงึ่ และในบรเิ วณสวนทตี่ ดิ ตอ่ กนั นนั้
เปน็ ของคณุ มานพ กบั คณุ อารี สภุ าพนั ธ์ุ สภาพบรเิ วณนนั้ คลา้ ยปา่ ทง้ั นเ้ี พราะเจา้ ของที่
ซอ้ื แล้วกไ็ ม่ไดท้ ำ� อะไร อีกทัง้ มีคนู �ำ้ ลดั เลาะในบรเิ วณ สงบ สงัด เหมาะแกก่ ารเจรญิ
สมณธรรมเปน็ อยา่ งยงิ่ ความจรงิ ทา่ นเคยมาพกั อยรู่ ะยะหนง่ึ กอ่ นทจ่ี ะไปจำ� พรรษาท่ี
จนั ทบรุ ใี นปี ๒๕๑๘ ทา่ นพอใจสถานทนี่ มี้ าก และกลา่ ววา่ ทน่ี เ่ี ปน็ สถานทม่ี งคล ภาวนาดี
เจา้ ของทไี่ ดจ้ ดั สรา้ งกฏุ สิ องหลงั แยกกนั อยกู่ ฏุ ลิ ะดา้ น หลงั หนง่ึ สำ� หรบั เปน็ ทพี่ กั
ของหลวงปู่ และอกี หลงั หนง่ึ เปน็ ทพ่ี กั ของทา่ นพระอาจารยท์ วิ า พรรษานน้ั ทา่ นจำ� พรรษา
กนั เพยี งลำ� พงั สององค์ โดยมขี อ้ ตกลงวา่ หลงั จากทท่ี า่ นพระอาจารยท์ วิ าถวายยาตาม
กำ� หนดเวลาอันสมควรแลว้ และเมือ่ ฉันจงั หันแลว้ ตา่ งองค์จะแยกกนั ไปวเิ วกเจริญ
ภาวนาอยใู่ นทข่ี องตน ไมม่ าวนุ่ วายเกย่ี วขอ้ งกนั ตา่ งองคต์ า่ งอยู่ ไมร่ บกวนกนั ใหเ้ วลา
แตล่ ะองคไ์ ดป้ รารภความเพยี รอยา่ งเตม็ ท่ี ตอ่ เมอื่ ถงึ ตอนคำ่� หากวา่ มญี าตโิ ยมมากราบ
นมสั การ จงึ จะออกมาทำ� วตั รสวดมนตพ์ รอ้ มกนั หากไมม่ ี ทงั้ สององคก์ จ็ ะอยแู่ ตใ่ นท่ี
ของทา่ น เพยี งแตท่ า่ นพระอาจารยท์ ิวาคอยดูแลถวายยาตามก�ำหนดเวลาเท่าน้ัน
198
ตอนปลายพรรษาน้ี เปน็ ครงั้ แรกทผ่ี เู้ ขยี นไดม้ โี อกาสไปกราบทา่ น ไดย้ นิ กติ ตศิ พั ท์
ของท่าน ไดไ้ ปกราบทา่ นพระอาจารยท์ วิ าท่เี รือนพักของทา่ นก่อน ท่านกบ็ อกวา่ ใหม้ า
รอทศ่ี าลาซง่ึ มลี กั ษณะเปน็ อาคารชวั่ คราว พน้ื ดเู หมอื นระยะนน้ั จะไมไ่ ดร้ าดซเี มนตด์ ว้ ยซำ�้
แต่มที ่ีตง้ั พระพุทธรปู มแี คร่สำ� หรับพระสงฆ์ท่ีจะนั่งฉันจงั หนั เราก็ปูเสื่อรออยูท่ ่ีพน้ื
ในขณะเดยี วกนั ผเู้ ขยี นกม็ องไปรอบๆ ดว้ ยความชนื่ ชมดว้ ยไดก้ ลน่ิ ดอกจำ� ปา
หอมตลบอบอวลไปหมด เงยหน้าข้นึ ไปก็มองเหน็ เชอื กทีท่ า่ นขึงเป็นราวไว้ เขา้ ใจว่า
กอ่ นหนา้ นน้ั กค็ งมผี ทู้ ไี่ ดไ้ ปกราบทา่ น และไดถ้ วายพวงมาลยั เปน็ พทุ ธบชู า ทา่ นใหแ้ ขวน
ไวต้ ามราวเปน็ พวงๆ ไป มองดวู า่ อบุ ะของพวงมาลยั เหลา่ นน้ั จะมอี บุ ะพวงใดทม่ี ดี อก
จำ� ปาบา้ ง แตก่ แ็ ปลกใจมากทไี่ มเ่ หน็ ดอกจำ� ปาตามอบุ ะเหลา่ นน้ั เลย แตเ่ หตใุ ด ทง้ั บรเิ วณ
จึงมกี ลิ่นจำ� ปา และกลิน่ ถงึ ไดห้ อมมากเชน่ นัน้ ลุกขนึ้ เดินวนอยรู่ อบศาลาแลว้ ก็มอง
ไปในป่า ทา่ นอาจารยท์ วิ าซ่งึ ตามมาจากกฏุ ิ ท่านกเ็ ห็นเราเดนิ วนๆ อยจู่ งึ ถามว่า น่นั
ผเู้ ขยี นเดนิ ดอู ะไร กก็ ราบเรยี นทา่ นวา่ “เดนิ มองหาตน้ จำ� ปาเจา้ คะ่ เพราะไดก้ ลน่ิ หอม
มากเหลอื เกนิ ไมท่ ราบวา่ เจา้ ของสวนไปปลกู ไวท้ ต่ี รงไหน” ทา่ นกห็ วั เราะบอกวา่ “ทน่ี น่ี นั้
ไมม่ ตี น้ จ�ำปา” ผเู้ ขยี นสงสยั วา่ “ถา้ เชน่ นัน้ กล่ินจำ� ปาจะมาจากที่ไหน” ท่านไมต่ อบ
โดยตรง แต่กลา่ วว่า “เร่อื งพรรคน์ ้ี อาตมาไมค่ ่อยพบ คุณพบบอ่ ย” หมายความว่า
คงเปน็ เร่ือง “พิเศษ” แล้ว
ระยะนน้ั ผเู้ ขยี นเรมิ่ ทราบแลว้ เพราะไดพ้ บสง่ิ ทพ่ี เิ ศษ ไมอ่ ยากจะเรยี กวา่ ปาฏหิ ารยิ ์
ท�ำนองที่ว่าบางคร้ังเราไปกราบครูบาอาจารย์องค์ใดท่ีคิดว่าท่านผู้ทรงศีลบริสุทธิ์และ
มีจติ บริสุทธิน์ น้ั มกั จะมีกลิ่นหอมพิเศษให้เราไดก้ ลนิ่ อยู่เสมอ ดอกไมใ้ นบริเวณน้นั
ไมม่ ี ปา่ ใกลน้ นั้ กไ็ มม่ ตี น้ ไมช้ นดิ นนั้ อยู่ แตก่ ลนิ่ ดอกไมป้ ระเภทนน้ั กอ็ าจจะเกดิ ขนึ้ ได้
บางครงั้ อาจจะเป็นมะลิหรอื จ�ำปา หรือเป็นจ�ำปีหรอื กหุ ลาบ หรอื แม้แต่มีกลนิ่ พิเศษ
ซึ่งไม่อาจจะตอบได้ว่าเป็นกล่ินของดอกไม้ใด และบางคร้ังก็อาจจะเป็นกลิ่นของ
ดอกไม้ที่มเี สียงบอกขน้ึ มาชัดว่า ดอกไม้น้ีไมม่ ีในโลกน้ี
คราวน้ีก็เช่นกัน การที่ได้กลิ่นหอมดอกไม้เป็นพิเศษในวาระแรกที่จะได้กราบ
ท�ำให้ผ้เู ขยี นอดแอบคดิ ขนึ้ ในใจไมไ่ ด้วา่ ทา่ นองค์นี้ย่อมทรงศลี บรสิ ทุ ธ์ิ จติ บริสุทธิ์
199
อยา่ วา่ แตม่ นษุ ยจ์ ะบชู าเลย แมแ้ ตเ่ ทพยดากย็ งั มาบชู าดว้ ย ทำ� ใหเ้ ราพลอยไดก้ ลนิ่ หอม
ของดอกไม้ทิพย์ด้วย
หลังจากนั้นก็ได้มีโอกาสอาราธนานิมนต์ให้หลวงปู่มาโปรดญาติและเพื่อน
ของเราทบ่ี า้ นลาดพรา้ วบา้ ง ซงึ่ ทา่ นไดเ้ มตตามาใหห้ ลายครงั้ ตลอดปี ๒๕๒๐, ๒๕๒๑,
๒๕๒๒, ๒๕๒๓ ระยะนน้ั เปน็ ระยะทท่ี า่ นเวยี นมาโปรดเรามาก และตลอดระยะเวลา
เหล่านั้น ก็ท�ำให้เราได้ซาบซึ้งในความเมตตาของท่านและประจักษ์ในบุญบารมีอัน
นา่ อัศจรรยห์ ลายประการ ซง่ึ หากมีเวลาก็คงจะได้กลา่ วแยกต่อไปโดยเฉพาะ
ระยะเวลาเหล่าน้ีควรจะกล่าวได้ว่า นับต้ังแต่ที่หลวงปู่เข้ามาในกรุงเทพฯ มา
จำ� พรรษาอยใู่ นจงั หวดั ตา่ งๆ หลงั จากทท่ี า่ นออกมาจากถำ้� ผาบงิ้ แลว้ ควรจะถอื วา่ เปน็
เวลาทท่ี า่ นไดโ้ ปรยปรายสายธรรมใหแ้ กบ่ รรดาพทุ ธบรษิ ทั ในเขตภาคกลาง ภาคใต้ และ
ภาคตะวนั ออก เปน็ อันมาก
ทา่ นจะเปล่ยี นสถานท่จี ำ� พรรษาไมไ่ ด้อยูซ่ ้�ำในสถานทเ่ี ดิม กล่าวคือ ตอ่ จากปี
๒๕๒๐ ในปี ๒๕๒๑ ท่านกลับไปโปรดศรทั ธาญาติโยมทางจงั หวัดอุดรฯ จำ� พรรษา
ทีว่ ดั ปา่ หนองแซง อำ� เภอหนองวัวซอ ปี ๒๕๒๒ ก็กลบั มาจ�ำพรรษาท่ีโรงนาแหง่ หน่งึ
ทค่ี ลอง ๑๖ อำ� เภอองครกั ษ์ จงั หวดั นครนายก ปี ๒๕๒๓ กไ็ ปพกั จำ� พรรษาทวี่ ดั อโศการาม
ตำ� บลบางปง้ิ อำ� เภอเมอื ง จงั หวดั สมทุ รปราการ พ.ศ. ๒๕๒๔ ไปอยทู่ ศี่ รรี าชา จงั หวดั
ชลบรุ ี แต่ละจุดแตล่ ะแหง่ ท่านก็ไดเ้ ทศนาอบรมผ้คู นในละแวกใกล้เคยี งกับสถานที่
ทจี่ ำ� พรรษาอยเู่ สมอ นอกจากนน้ั ในระหวา่ งพรรษาแตล่ ะปี ทา่ นกไ็ มอ่ ยเู่ ปน็ ทปี่ ระจำ�
ทา่ นคงเดนิ ทางธุดงคไ์ ปเรือ่ ยๆ
ในระยะนน้ั เมอื่ มผี ทู้ ราบกติ ตศิ พั ทข์ องทา่ น กม็ ากราบนมสั การนมิ นตใ์ หท้ า่ นไป
พกั อยตู่ ามทตี่ า่ งๆ การธดุ งคร์ ะยะนขี้ องหลวงปซู่ งึ่ เจรญิ ชนมายกุ วา่ ๗๐ แลว้ กไ็ มไ่ ด้
เดินด้วยเท้าเหมือนอย่างที่ท่านเคยกระท�ำมาแต่สมัยยังเป็นพระหนุ่ม หรือในช่วง
มัชฌิมวัย กล่าวคือ มีรถยนต์น�ำไป ท่านมักพูดอย่างข�ำขันว่า “ตอนนี้กลายเป็น
“กมั มฏั ฐานขนุ นาง” ไปแลว้ คอื ไมไ่ ดส้ ะพายบาตร แบกกลด เดนิ ดว้ ยเทา้ อยา่ งสมยั
ก่อนๆ แตก่ ลับเดินทางด้วยรถ เป็นการธุดงค์ดว้ ยรถ”
200
ระหวา่ งนอกพรรษา ทา่ นมกั จะพาลกู ศษิ ยไ์ ปกราบเยย่ี มนมสั การพระเถระผใู้ หญ่
ตามทต่ี า่ งๆ อยา่ งเชน่ ขณะทท่ี า่ นอยทู่ วี่ ดั ปา่ หนองแซง ในปี ๒๕๒๑ ลกู ศษิ ยช์ าวกรงุ เทพฯ
ได้ติดตามไปกราบท่านท่ีวัดในวันสุดสัปดาห์เพ่ือฟังธรรมและภาวนา เสร็จแล้วท่าน
ได้พาออกไปกราบครูบาอาจารย์องค์อ่ืนๆ ที่ท่านเห็นสมควรว่าจะได้มีความคุ้นเคย
ไดก้ ราบทา่ นเหลา่ นนั้ ใหเ้ ปน็ บญุ ตาบญุ ใจ หรอื สำ� นวนทา่ นพดู วา่ “ไปกราบทา่ นทเ่ี ปน็
ขวญั ตาขวญั ใจของเรา” อยา่ งเชน่ หลวงปขู่ าว อนาลโย ทวี่ ดั ถำ้� กลองเพล พาไปกราบ
หลวงปชู่ อบ ฐานสโม ที่วัดป่าสมั มานุสรณ์ อ�ำเภอวงั สะพุง จังหวดั เลย พาไปกราบ
หลวงป่คู ำ� ดี ปภาโส ท่ีวัดถ้�ำผาปู่ อ�ำเภอเมือง จังหวัดเลย พาไปกราบหลวงปู่ซามา
อจุตโต ทีว่ ัดป่าอมั พวัน ต�ำบลไรม่ ว่ ง จงั หวัดเลย หรือมฉิ ะนั้นกจ็ ะพาไปยังจังหวดั
สกลนครเพอ่ื ดสู ถานทที่ ที่ า่ นพระอาจารยม์ น่ั ภรู ทิ ตั โต ไดเ้ คยจำ� พรรษาอยถู่ งึ ๕ พรรษา
คอื วดั ปา่ บา้ นหนองผอื เปน็ อาทิ การทที่ า่ นเมตตาพาไปนี้ ทำ� ใหไ้ ดม้ โี อกาสเหน็ จรยิ านวุ ตั ร
ที่ท่านปฏิบัติต่อกันตามพรรษาอ่อนหลังกัน ได้ฟังธรรมสากัจฉาที่ท่านสนทนากัน
เปน็ บุญตาบุญใจ เป็นทสั นานุตรยิ ะอันงามยง่ิ
ขณะน้ันหลวงป่มู อี ายมุ ากเกอื บ ๘๐ ปแี ลว้ แต่ท่านก็ยังมสี ุขภาพพลานามยั
สมบรู ณด์ มี าก ทา่ นยงั ไปคลอ่ งมาคลอ่ งอยา่ งทเี่ ราแอบปรารภกนั วา่ ใครจะสามารถทำ� ได้
อย่างทา่ น ทหี่ ลวงปไู่ ปเยย่ี มลกู ศษิ ย์ไดว้ ันละ ๕-๖ บ้าน แทนทล่ี กู ศษิ ยจ์ ะมากราบ
นมสั การทา่ น วนั ไหนวา่ ง ไมม่ คี นมา ทา่ นกจ็ ะพาออกไปเทย่ี วเยยี่ มตามบา้ นตา่ งๆ ซง่ึ
ท�ำใหล้ ูกศษิ ยส์ ว่ นใหญร่ ู้สึกในพระคุณของท่านเปน็ อย่างยิ่ง ท่านมีเมตตาแผม่ าโดย
ไมม่ ปี ระมาณ คนอายเุ กอื บ ๘๐ กย็ งั สามารถไปมาไดอ้ ยา่ งนา่ อศั จรรย์ ความจรงิ ระยะนนั้
ท่านก็มโี รคประจำ� ตวั อยูแ่ ลว้ คือโรคหัวใจและเบาหวาน มหิ นำ� ซ้�ำยังเป็นฝคี ณั ฑสูตร
อยนู่ านแลว้ ด้วย แตท่ า่ นไม่ยอมบอกให้ใครทราบเรอื่ งเหลา่ น้ี ทา่ นท�ำเป็นเฉยอยู่
หลวงปมู่ เี มตตาโปรดไปท่วั ไป ดังทเี่ ราจะขอกลา่ ววา่ อนั นั้นเปน็ การโปรยปราย
สายธรรมของท่านโดยเฉพาะ ท่านไม่ได้เมตตาแต่เฉพาะชาวอีสานถิ่นก�ำเนิดหรือ
เฉพาะจงั หวดั เลย ทา่ นบอกวา่ คดิ ถงึ โดยเฉพาะคนภาคกลาง คนจงั หวดั พระนคร เพราะ
คนทางนไี้ ดส้ ง่ ปจั จยั ไปชว่ ยเหลอื เจอื จานทางฝา่ ยอสี าน ทงั้ สง่ิ กอ่ สรา้ ง ศาสนวตั ถตุ า่ งๆ
201
ในจงั หวดั อสี านนนั้ ไดอ้ าศยั ปจั จยั ไปจากชาวจงั หวดั พระนครและจงั หวดั ใกลเ้ คยี งมาก
ทา่ นถอื เปน็ บญุ คณุ ทจ่ี ะตอ้ งตอบแทนใหผ้ ทู้ เี่ ลอื่ มใสศรทั ธาในศาสนาไดร้ บั การอบรม
สัง่ สอนอยา่ งถูกตอ้ ง
ทุกๆ วันหยุด พวกบรรดาศิษย์จะได้เห็นภาพที่หลวงปู่น�ำพระเถรานุเถระ
และบรรดาพวกญาติโยมท่ีมาทำ� บุญกันทั้งหลายท�ำวัตรสวดมนต์ โดยท่านจะกล่าว
สรรเสรญิ พระพทุ ธคณุ พระธรรมคณุ พระสงั ฆคณุ ไมเ่ ฉพาะแตภ่ าษาบาลที เี่ คยทราบ
หรือเคยได้ยินได้ฟงั กัน แต่จะมคี ำ� แปลอยา่ งวจิ ติ รลึกซงึ้ ใหส้ มกับทีเ่ ราจะได้ระลึกถึง
พระคุณของพระรตั นตรยั
คำ� สวดของท่านจะเร่มิ ต้ังแต่ “ยมห”ํ ในแบบที่ทา่ นฝกึ มาจากทา่ นพระอาจารย์
บญุ อาจารยอ์ งคแ์ รกของท่านดว้ ย และท่านจะเตมิ ถอ้ ยค�ำค�ำแปลเปน็ ภาษาไทยเพิม่
ขึน้ ไปด้วย ครง้ั แรกที่เราฟังกนั เราจะไม่ทนั ร้สู ึกซาบซ้ึงถึงถ้อยคำ� คำ� แปลนัน้ มากนัก
แตเ่ มอ่ื คิดนึกตามไปก็จะยงิ่ เขา้ ใจลกึ ซึง้ มากขน้ึ ๆ
อยา่ งทที่ า่ นกลา่ วในตอนตน้ ตอนหนงึ่ ทพี่ ดู ถงึ การบรรยายพระคณุ ของพระพทุ ธเจา้
ทา่ นบอกวา่ คนทจี่ ะบรรยายพระคณุ ของพระพทุ ธเจา้ นน้ั ดจุ คลา้ ยๆ กบั นกบนิ ในอากาศ
ฟงั เผนิ ๆ กด็ แู คน่ นั้ แตถ่ า้ คดิ ลงไปใหล้ กึ ซงึ้ แลว้ ละกอ้ จะเขา้ ใจไดว้ า่ อากาศทนี่ กนอ้ ย
จะต้องบินอยู่นั้น แสนจะเว้ิงว้างกว้างใหญ่ไพศาลจนสุดท่ีจะหยั่งได้หรือบอกได้ว่า
ความกว้างใหญ่ไพศาลของอากาศนั้นเป็นเช่นไร ส่วนตัวของเราน้ันเช่นกัน เกิดมา
ชวี ติ นน้ั ชา่ งนอ้ ยนดิ นกี่ ระไร และถา้ จะไปเทยี บกบั พระคณุ ของสมเดจ็ พระบรมศาสดา
สัมมาสัมพุทธเจ้า ซึง่ แผ่ไพศาลไปดุจหว้ งอวกาศ ไม่แตโ่ ลกน้ี หากเปน็ ท่ัวทัง้ ไตรภพ
เจา้ นกนอ้ ยตัวน้ันจะสามารถรถู้ งึ พระคณุ ของพระพทุ ธเจ้าได้เชน่ ไร นกทม่ี ีความรู้สกึ
ต่ออากาศฉนั ใด ก็เปน็ เช่นเราต่อองคส์ มเด็จพระสัมมาสัมพทุ ธเจา้ ฉันนน้ั อากาศยัง
เป็นอาหารท่ีช่วยให้นกได้สูดได้ลิ้มกล่ินอากาศอันบริสุทธิ์ พระคุณของพระพุทธเจ้า
ค�ำสั่งสอนของพระองค์ท่านท่ีมีต่อปวงสาธุชนก็เช่นเดียวกัน เป็นอาหารวิเศษทางใจ
เหมือนกบั ทเี่ ราจะขาดอากาศไมไ่ ด้เพราะเท่ากับจะขาดชีวติ เชน่ นน้ั ดว้ ยถอ้ ยคำ� เพยี ง
สน้ั ๆ แคน่ ้ี ถา้ เราเพยี งแตจ่ ะคดิ ไปใหล้ กึ ซงึ้ เทา่ นน้ั จะไดค้ วามทซ่ี าบซง้ึ พรรณนาไปได้
กวา้ งไกลเหลอื เกนิ
202
นอกจากการไหวพ้ ระสวดมนต์ ทา่ นยงั ใหป้ ฏญิ าณตนรบั พระไตรสรณคมนด์ ว้ ย
ทา่ นอธบิ ายวา่ “....แมเ้ รารบั พระไตรสรณคมนม์ าแตก่ อ่ นแลว้ อาจจะขาดบา้ ง ทะลบุ า้ ง
ดา่ งพรอ้ ยบา้ ง เหมอื นกบั พระเปน็ อาบตั ิ ซง่ึ ตอ้ งแสดงตอ่ สงฆจ์ งึ จะเกดิ ความบรสิ ทุ ธไ์ิ ด.้ ..”
ดงั นนั้ ทา่ นมกั กลา่ วนำ� ลกู ศษิ ยใ์ หป้ ฏญิ าณตนถงึ พระไตรสรณคมนก์ อ่ นการรบั ศลี เสมอๆ
สำ� หรบั การรกั ษาศลี โดยเฉพาะในวนั อาทติ ย์ ทา่ นจะเนน้ ใหบ้ รรดาศษิ ยร์ กั ษาศลี เพมิ่ ขนึ้
จากศลี ๕ เปน็ ศลี ๘ โดยทา่ นใหเ้ หตุผลวา่ สำ� หรบั วนั พระซึ่งควรเป็นวนั รกั ษาศีล
อโุ บสถนนั้ สว่ นใหญพ่ วกเราตอ้ งทำ� ราชการตดิ การงานตา่ งๆ ไมไ่ ดม้ โี อกาสมาวดั เลย
เมอ่ื ไดม้ ากม็ าเฉพาะวนั หยดุ คอื วนั อาทติ ย์ กค็ วรจะตอ้ งรกั ษาใหไ้ ด้ ใชว้ นั อาทติ ยเ์ ปน็
วันพระแทน
ทา่ นไดอ้ ธิบายอานสิ งส์ของศีลให้ฟังวา่ “ศีล ๕ นี่ พระพุทธเจ้าทา่ นมีเมตตาต่อ
ผคู้ รองเรอื น ใหร้ กั ษาศลี ๕ อยา่ ดถู กู ศลี ๕ นะ เพราะผรู้ กั ษาศลี ๕ ยอ่ มสำ� เรจ็ โสดาบนั ได้
ส�ำหรับศีล ๘ น้ัน กจ็ ะสำ� เรจ็ ถงึ อนาคามีได้...” ทา่ นจะไม่บงั คับว่าใครควรจะรกั ษา
ศลี ๕ ใครควรจะรกั ษาศลี ๘ โดยทา่ นจะกลา่ วนำ� เรมิ่ ตน้ จากศลี ๕ ซึง่ ทุกคนจะตอ้ ง
กลา่ วตาม จากนนั้ กอ่ นทท่ี า่ นจะกลา่ วนำ� ศลี ขอ้ ๖-๘ ทา่ นจะแนะนำ� ใหผ้ ทู้ ร่ี กั ษาศลี ๕
กราบแลว้ น่ังอยู่ ไมต่ อ้ งกล่าวตาม เฉพาะผู้ที่จะรักษาศลี ๘ ให้กล่าวตามคำ� ทท่ี ่าน
กลา่ วนำ� ตอ่ ไป “...เพอ่ื จะรกั ษาใหด้ ใี หบ้ รบิ รู ณ์ สนิ้ วนั หนง่ึ กบั คนื หนงึ่ ดว้ ยอำ� นาจกศุ ลน้ี
ขอจงเป็นบุพนิสัยเพ่ือจะกระท�ำให้แจ้งซึ่งพระนิพพาน” ต่อจากน้ันท่านจะเทศนา
อบรมก่อนแล้วจึงให้พร พระธรรมเทศนาทีห่ ลวงปู่มักจะหยิบยกขนึ้ มาย้�ำเตอื นเสมอ
ไดแ้ ก่ เร่ืองการบรจิ าคทาน การรกั ษาศีล และการเจรญิ ภาวนา
ทา่ นมักจะเน้นเร่ืองศลี อยูเ่ สมอ เพราะศลี แปลว่า ความปกติ เปน็ การรกั ษาใจ
ใหป้ กติ ศลี เป็นบาทเบ้ืองต้นของการภาวนาดว้ ย ถา้ หากเรารกั ษาศีลให้บรสิ ุทธแ์ิ ล้ว
การภาวนากจ็ ะเจรญิ งอกงามไปอยา่ งรวดเรว็ ผทู้ ม่ี ศี ลี ยอ่ มตอ้ งมจี ติ ใจผอ่ งใส เปน็ ทร่ี กั
ของญาตพิ น่ี อ้ ง เพอ่ื นฝงู และในสงั คมทเ่ี ราอยดู่ ว้ ย ถา้ ทกุ คนรกั ษาศลี อยไู่ ด้ เพยี งแค่
ศลี ๕ บา้ นเมอื งกจ็ ะสงบราบรนื่ ปราศจากขโมยลกั เลก็ ขโมยนอ้ ย ไมม่ กี ารฆา่ ฟนั กนั
อิจฉาริษยาเกลียดชังกัน เพราะอานุภาพแห่งศีลย่อมรักษาตัวผู้รักษาศีลและสังคม
โดยรอบได้
203
สว่ นด้านการภาวนา ท่านกจ็ ะน�ำภาวนาในตอนกลางคนื โดยท่านเทศนาใหฟ้ งั
แลว้ ให้ศษิ ย์ภาวนาไปดว้ ยระหวา่ งฟังเทศน์ ทา่ นถอื วา่ ก่อนจะเริ่มการภาวนา เราต้อง
แต่งตัวให้เรียบร้อย อาบน�้ำช�ำระจิตใจให้สะอาด ฟอกจิตของเราด้วยการรักษาศีล
การบ�ำเพ็ญทานนั้น ก็เป็นส่วนหนึ่งท่ีจะท�ำให้จิตโน้มน้าวตัดความตระหน่ี ให้มีใจ
เอื้อเฟอื้ เผือ่ แผ่ถงึ กนั ศลี กม็ ี ทานกม็ ี แล้วย่งิ มกี ารภาวนาด้วย กจ็ ะย่ิงต่อไปได้ไกล
เรอื่ งจติ ภาวนานนั้ ทา่ นเนน้ มากวา่ ถา้ ไมห่ ดั ไวก้ แ็ สนจะลำ� บาก ทา่ นมกั จะกลา่ วบอ่ ยๆ วา่
การภาวนาน้ันมอี านสิ งส์มาก อยา่ งแค่ “ชา้ งฟดั หู งูแลบล้นิ ” แค่นัน้ กย็ งั มีอานสิ งส์
มหาศาล ถา้ ไดม้ ากกว่าน้นั กจ็ ะยงิ่ ดขี ้นึ ทา่ นเคยพดู ว่า “จิตติดที่ไหน ยอ่ มไปเกดิ ณ
ทน่ี น้ั จติ ตดิ เรอื น กอ็ าจจะมาเกดิ เปน็ จง้ิ จกตกุ๊ แกได้ แมแ้ ตพ่ ระภกิ ษตุ ดิ จวี ร ยงั ไปเกดิ
เปน็ เลน็ นา่ หวาดกลวั นกั แลว้ กเิ ลสมรี อ้ ยแปดประตู พทุ โธมปี ระตเู ดยี ว เพราะฉะนนั้
ใหฝ้ กึ หดั ปฏบิ ตั ใิ หค้ นุ้ เคย วาระทเ่ี ราจะเปลย่ี นภพเปลย่ี นชาตจิ ะเขา้ จติ ไดท้ นั หรอื เปลา่ ”
ทา่ นละเอยี ดพถิ พี ถิ นั มากในการทจ่ี ะนำ� ศษิ ยใ์ หร้ จู้ กั ศลี ทาน ภาวนา การไหวพ้ ระ
สวดมนต์ แมแ้ ตก่ าร “กราบ” ซงึ่ ทกุ คนรสู้ กึ วา่ เปน็ เรอ่ื งหญา้ ปากคอก หลวงปกู่ จ็ ะหดั
ให้ศิษย์บางคนแสดงท่ากราบให้ดู สุภาพสตรีผู้มีบรรดาศักด์ิได้รับพระราชทานตรา
จลุ จอมเกลา้ มคี ำ� นำ� หนา้ เปน็ คณุ หญงิ หลายทา่ น จงึ ออกตกใจเมอื่ มากราบนมสั การทา่ น
แล้วจๆู่ ท่านก็สง่ั วา่ “ไหนลองกราบให้ดซู ”ิ แลว้ เมอ่ื เธอท่านนั้นได้กราบดว้ ยทา่ ทาง
ที่เก้งกา้ งตามวิสยั ชาวกรงุ เทพฯ ซึง่ ทำ� อะไรกม็ กั จะรบี รอ้ นลุกลน ถือเสียว่าการกราบ
ก็กราบเพยี งสักแตว่ ่าให้เสรจ็ เรือ่ ง ท่านจะน�ำการกราบใหด้ ู โดยทา่ นจะแสดงทา่ นัง่
กระหยง่ พรอ้ มกบั อบรมวา่ “กราบอยา่ งนเี้ รยี กวา่ กราบแบบเบญจางคประดษิ ฐ”์ ทา่ น
อธบิ ายวา่ “นอกจากเขา่ ทงั้ สอง มอื สองมอื ศอกจรดพนื้ หนา้ ผากตอ้ งแตะถงึ พนื้ ดว้ ย
ถงึ จะเปน็ ทา่ กราบทงี่ ดงาม” แลว้ กไ็ มใ่ ชท่ า่ ทรี่ บี รอ้ นจะไปไหน ในขณะทจี่ ะกราบกต็ อ้ ง
คอ่ ยๆ กราบลงไป พรอ้ มกบั ทจี่ ติ นอ้ มรำ� ลกึ ถงึ คณุ ของพระพทุ ธเจา้ นน่ั เปน็ ครง้ั ทห่ี นงึ่
ครั้งท่ีสอง ก็นึกถึงพระธรรมค�ำส่ังสอนของท่านท่ีสืบต่อพระศาสนามาจนทุกวันนี้
กราบครง้ั ทสี่ าม ระลกึ ถงึ คณุ พระสงฆส์ าวกของพระพทุ ธองค์ ซงึ่ เปน็ สมมตุ สิ งฆแ์ ทน
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าสืบพระศาสนามาจนทุกวันน้ี พร้อมกับการกราบ
ทกุ ๆ ครงั้ ตอ้ งนอ้ มจติ ให้ร�ำลึกไปด้วยเสมอ จิตจะเอิบอาบในการบุญ จิตจะเป็นจิต
204
ทอี่ อ่ นนอ้ มควรแกก่ ารงาน เมอ่ื ฝกึ อยเู่ ชน่ นกี้ จ็ ะเขา้ ใจดขี น้ึ จะเปน็ ผทู้ น่ี อบนอ้ มถอ่ มตน
นา่ รกั ทา่ นเคยพดู เลน่ ๆ วา่ “มองดแู คก่ ารกราบ กส็ ามารถบอกไดท้ นั ทเี ลยวา่ เปน็ ลกู ศษิ ย์
มคี รหู รอื ไม”่ จะสงั เกตไดว้ า่ ในภายหลงั ผทู้ ผ่ี า่ นการอบรมจากหลวงปจู่ ะกราบไดอ้ ยา่ ง
งดงาม ทงั้ หญงิ ทง้ั ชาย ทงั้ เดก็ ทงั้ ผใู้ หญ่ เวลาเมอ่ื กราบพรอ้ มๆ กนั จะดงู ดงามยง่ิ นกั
เป็นระเบยี บท่นี ่าชม
ชว่ งระยะเวลาเหลา่ นนั้ ทา่ นคงถอื ทพี่ กั สงฆ์ ก.ม. ๒๗ ดอนเมอื ง เปน็ คลา้ ยๆ กบั
ฐานทตี่ งั้ ซงึ่ จะเดนิ ทางไปทอี่ น่ื ตอ่ ไป เมอื่ ไปทใ่ี ดกลบั มา กจ็ ะพกั ทท่ี พี่ กั สงฆ์ ก.ม. ๒๗
ซง่ึ ทา่ น พล.อ.อ. โพยม เยน็ สดุ ใจ และคณุ หญงิ ไดเ้ ปน็ ศรทั ธาทน่ี า่ เลอื่ มใสเคารพครบู า-
อาจารย์ จดั ทพี่ กั ของทา่ นใหเ้ ปน็ ทค่ี รบู าอาจารยช์ น้ั ผใู้ หญไ่ ดม้ าพกั ระหวา่ งเดนิ ทางเขา้
กรงุ เทพฯ เปน็ เวลาทค่ี รบู าอาจารยจ์ ะไดส้ ามารถเทศนาอบรมสง่ั สอนคนกรงุ ซง่ึ มวั แต่
ว่นุ วายกบั ธุรกิจการงานจนลมื นกึ ถึงท่สี งบทางใจ
ในระยะหลัง ไดม้ ีผู้เลื่อมใสศรัทธาจดั สร้างที่พักในบา้ นของตน โดยหาทีว่ า่ ง
สว่ นหนงึ่ ในบรเิ วณบา้ นจดั สรา้ งขน้ึ พอใหม้ ที พี่ กั ไดห้ ลายแหง่ อยู่ ในระยะนห้ี ลวงปไู่ มไ่ ด้
เดนิ ทางไปไหนแตเ่ พยี งองคเ์ ดยี ว เรม่ิ มพี ระปฏบิ ตั ไิ ปกบั ทา่ นดว้ ย แตก่ เ็ พยี งองคเ์ ดยี ว
อย่างไรก็ดี ตอ่ มาก็เริม่ ขอตดิ ตามท่านมากข้ึน เพราะท่านเหล่านส้ี ว่ นใหญก่ ็มีความ
ประสงค์ท่ีจะได้รับการฝึกฝนอบรมจากท่านด้วย เพราะการอยู่ใกล้ครูบาอาจารย์
ผใู้ หญน่ นั้ เท่ากบั ว่าได้อาจารยท์ ี่จะฝกึ ปรอื ไปตลอดทง้ั ๒๔ ชว่ั โมง การฟงั คำ� เทศนา
ส่งั สอนของท่านก็ดี การอบรมของทา่ นในระหวา่ งกลางคนื หรือตอนเชา้ ก็ดี นน่ั เปน็
เร่ืองปกตธิ รรมดา แตส่ ่ิงทจ่ี ะไดจ้ ากทา่ นนอกเหนือไปกวา่ น้นั คือ ให้รูใ้ นสง่ิ ท่ที ่านทำ�
ท�ำตามที่ท่านสอน ก็จะได้ประโยชนม์ หาศาล ปฏปิ ทาของท่าน กริ ยิ าอาการของท่าน
ทุกอย่างมีความหมาย เป็นเนติเป็นแบบอย่างให้ศึกษาให้ปฏิบัติตามต่อไปท้ังนั้น
พระเณรใดทไี่ ดป้ ฏบิ ตั ใิ กลช้ ดิ ครบู าอาจารย์ กเ็ ทา่ กบั วา่ ผา่ นการฝกึ ปรอื อยา่ งหนกั แลว้
สว่ นใหญ่จงึ พยายามหนั เข้าหาครูบาอาจารยผ์ ู้ใหญ่
ระยะนหี้ ลวงปกู่ เ็ หมอื นกบั ตน้ พฤกษาใหญ่ มนี ก กา มาอาศยั ความรม่ เยน็ ของ
ทา่ นอย่มู าก ตง้ั แต่ระยะแรก ๗-๘ องค์ ก็เพมิ่ เปน็ ๑๐ กว่าองค์ ทา่ นกเ็ มตตาไป
205
อยตู่ ามบา้ นตา่ งๆ ทพี่ กั ทจ่ี ดั เปน็ ทแ่ี สดงธรรม ทท่ี า่ นตอ้ งไปตามบา้ นทพี่ กั เหลา่ นนั้ บา้ ง
กเ็ พราะวา่ ทา่ นเลง็ เหน็ หมดวา่ การคมนาคมในจงั หวดั พระนครนน้ั ลำ� บาก รถตดิ ทำ� ให้
เสยี เวลาในการเดนิ ทาง หากไปอยทู่ ตี่ า่ งๆ ผทู้ อี่ ยใู่ กลเ้ คยี งกส็ ามารถเขา้ มาฟงั ธรรมรบั
การอบรมได้ ระยะแรกๆ ทา่ นพถิ พี ถิ นั ดสู ถานทท่ี จ่ี ะใหแ้ สดงธรรม ผเู้ ขยี นยงั จำ� ไดว้ า่
ท่านมาดู ทา่ นตรวจดหู มดวา่ ที่ไหนควรจะน่ังได้ ให้จัดสถานทีเ่ ตรยี มไว้ ทา่ นลงมา
อำ� นวยการโดยละเอยี ด โดยเฉพาะทางจงกรม เพราะทา่ นไมน่ ยิ มทจี่ ะใหม้ กี ารนงั่ ภาวนา
ไปนานๆ ท่านบอกว่าจะกลายเป็นอัมพาต ต้องพยายามท�ำความเพียรแบบชนิดที่
เปลี่ยนแปลงอริ ิยาบถให้สลบั กันทัง้ อริ ิยาบถ ๔ คือ เดิน ยนื นงั่ นอน แต่ท่านมกั
จะพูดหัวเราะๆ ว่า “พวกเรามักจะไปติดอยู่ในอิริยาบถที่ ๔ คอื นอน กนั มากกว่า”
การเมตตาโปรดญาตโิ ยมน้ี ทา่ นกไ็ มไ่ ดเ้ ลอื กเฉพาะทเี่ ปน็ มนษุ ยเ์ ทา่ นนั้ ทา่ นยงั
กลา่ วถงึ เสมอวา่ เราจะตอ้ งแผเ่ มตตาไปทง้ั ผทู้ เี่ ปน็ อมนษุ ยด์ ว้ ย ทกุ ผทู้ กุ คนกค็ วรจะได้
รับกระแสแห่งความเมตตานั้นเสมอกัน มาพบในบันทึกของท่านในระยะหลังนี้
หลายคร้งั วา่ การทท่ี า่ นแผ่เมตตาไปนน้ั พวกเทพยดาอารกั ษ์ อมนุษยท์ ้ังหลายนน้ั
ชอบมาก ดใี จมาก เพราะไดร้ บั กระแสแหง่ ความเมตตา เปน็ ทเี่ ยอื กเยน็ แมแ้ ตส่ ตั วต์ า่ งๆ
เวลาทา่ นจะจากมากม็ คี วามอาลยั ทา่ นกลา่ ววา่ เขาชอบนกั เพราะไดค้ วามเมตตา เหตนุ ้ี
ทา่ นจงึ สอนวา่ เมอ่ื ลกู ศษิ ยข์ องทา่ นคนใดจะเดนิ ธดุ งคไ์ ปในทตี่ า่ งจงั หวดั หรอื ปา่ เปลย่ี ว
ใหพ้ งึ แผเ่ มตตาไปใหผ้ ทู้ เ่ี ราไมเ่ หน็ ดว้ ยตาดว้ ย คอื นอกจากใหเ้ พอ่ื นรว่ มทกุ ขท์ งั้ หลาย
ซ่ึงมีชวี ิตอย่แู ลว้ กใ็ ห้นึกถงึ เขาเหล่านั้นดว้ ย
นกึ ถึงเหตกุ ารณค์ รง้ั หน่ึง ตอนนั้นท่านได้รบั นมิ นต์ใหไ้ ปพักภาวนาที่ชายทะเล
แห่งหน่งึ ใครๆ กเ็ ข้าใจวา่ เปน็ เพียงการเปลย่ี นอากาศ แต่จุดประสงค์อนั หนง่ึ ท่ีทา่ น
ไปอยู่ท่ีน่ัน เนื่องจากท่านได้เมตตาชาวบ้านในบริเวณนั้นซ่ึงมีหน้าตาด�ำคร่�ำเครียด
ไมเ่ คยพบแสงแหง่ ธรรมเลย เนอื่ งจากพวกเขาเปน็ ชาวประมง ไปจบั สตั วน์ ำ�้ เหวยี่ งแห
ขนึ้ มาทหี นง่ึ ลากแหขน้ึ เรอื ครง้ั หนงึ่ ปลาเลก็ ปลานอ้ ยเปน็ พนั เปน็ หมน่ื ตวั กค็ อื พนั หมน่ื
ชวี ติ ทจี่ ะตอ้ งดบั ไปสนิ้ ไป ซงึ่ เปน็ กรรมอนั หนกั และเขาเหลา่ นน้ั ไมร่ ู้ ทา่ นกไ็ ปอยใู่ กล้
เพอื่ ใหโ้ อกาสเขาเหลา่ นน้ั ไดท้ ำ� บญุ บา้ ง เปน็ การสรา้ งกรรมดขี น้ึ มาเพอ่ื อาจจะไดล้ ะลาย
206
กรรมชวั่ หรอื อำ� นาจแหง่ กรรมชวั่ นนั้ ใหล้ ดลง แตท่ า่ นกบ็ น่ วา่ จติ ใจคนแถบนนั้ รบั ธรรมะ
ไดช้ า้ แตท่ า่ นกเ็ มตตาอยโู่ ปรดพวกเขาไดม้ โี อกาสไดบ้ ญุ บา้ ง เหลา่ นยี้ อ่ มเปน็ เหตกุ ารณ์
ทปี่ ระจักษถ์ ึงความเมตตาอนั มหาศาลของท่านอกี ประการหน่ึง
ทา่ นเลา่ ถงึ การภาวนาระยะนน้ั วา่ ไดม้ ผี มู้ าขอความเมตตามาก ตำ� จติ ทา่ น ทา่ นใช้
คำ� วา่ “ตำ� จติ ” ทา่ นเลา่ วา่ ในระหวา่ งทที่ า่ นภาวนา จะมผี เู้ ขา้ มาขอความเมตตาจากทา่ น
ไขว่คว้าหาท่ีพึ่งที่องค์ท่านภาวนา ซึ่งเปรียบเสมือนแสงสว่างที่อยู่กลางป่าใหญ่อัน
มดื สนทิ ผทู้ ห่ี ลงตดิ อยใู่ นความมดื มนอนธการ เมอ่ื มองเหน็ แสงสวา่ งกย็ อ่ มกระเสอื ก
กระสนเขา้ มาขอพง่ึ แสงสวา่ งนนั้ ทา่ นบอกวา่ ผทู้ มี่ ารอ้ งทกุ ขข์ อบารมจี ากทา่ นนนั้ กลาย
เป็นทหารญี่ปุ่น ซง่ึ มาตายระหว่างการสู้รบขณะทีย่ กพลข้นึ บกทชี่ ายทะเลของจงั หวัด
ทางภาคใต้ของประเทศไทย ในช่วงระยะสงครามโลกครั้งที่ ๒ พวกเขาเหล่าน้ัน
เมอ่ื ตายไปแลว้ กไ็ มร่ จู้ ะไปทใี่ ด ยงั เซซงั ยดึ ตดิ อยใู่ นภพ เมอื่ มาเหน็ ประทปี สวา่ งอยทู่ นี่ ่ี
วญิ ญาณเหลา่ นน้ั กเ็ ขา้ มาขอบารมขี องทา่ นเปน็ ทพ่ี ง่ึ ทา่ นกแ็ ผอ่ อกไป บางครง้ั วญิ ญาณ
เหล่าน้ันก็ยังไม่เข้าใจ จึงรับไม่ได้ ท่านจึงคิดจัดให้มีการท�ำบุญและถวายสังฆทาน
เพราะการถวายสังฆทานนั้นมีอานิสงส์อยู่มากกว่าท่ีจะถวายเฉพาะพระภิกษุองค์ใด
ซึง่ พระพทุ ธองค์เคยทรงมพี ทุ ธดำ� รสั ไวว้ า่ “การถวายสงั ฆทานนน้ั มีอานสิ งสม์ ากกว่า
แม้แต่ท่ีจะถวายพระพุทธเจา้ เสยี อีก” หลวงปู่จงึ ใหจ้ ดั ทำ� สังฆทาน ทำ� บุญอุทิศใหแ้ ก่
ทหารญปี่ นุ่ เหลา่ นน้ั หลายครง้ั ตดิ ตอ่ กนั และกลา่ ววา่ สดุ ทา้ ยวญิ ญาณทม่ี าขอสว่ นบญุ
นน้ั กเ็ งียบสงบไป นเ่ี ปน็ เรือ่ งทแ่ี สดงถงึ เมตตาบารมีของหลวงปู่ท่ีแผ่ออกไปโดยรอบ
มลี กู ศษิ ยก์ ราบเรยี นถามทา่ นวา่ “ทหารไทยเปน็ อยา่ งไร” ทา่ นเลา่ วา่ ทหารไทยเรานน้ั
ทเี่ สยี ชวี ติ มจี ำ� นวนนอ้ ยกวา่ ทหารญปี่ นุ่ มาก แลว้ จติ ใจดงั้ เดมิ ของทหารไทยนนั้ มคี วาม
เลื่อมใสม่ันคงอยใู่ นพุทธศาสนาอย่แู ลว้ เขา้ ใจงา่ ย รับง่าย เม่อื ทา่ นแผเ่ มตตาไปให้
แต่แรกกร็ ับไปได้หมด เหลืออยแู่ ตท่ หารญีป่ ุน่ ดังท่ไี ด้กล่าวมาแลว้
การเดนิ ทางของทา่ นอยา่ งทก่ี ลา่ วมาแลว้ วา่ ทา่ นมาเรว็ ไปเรว็ และไปไดง้ า่ ย เหน็ จะ
สามารถยกตัวอยา่ งได้ถงึ การทที่ ่านโยกย้ายตวั เองไปได้เร็วที่สุด ในปี พ.ศ. ๒๕๒๐
ซง่ึ หลงั จากท่ีท่านจ�ำพรรษาทีส่ วนปทุม พอออกพรรษาแลว้ ท่านกร็ ับนิมนต์ไปโปรด
207
พวกญาติโยมตามทีพ่ กั ตา่ งๆ แห่งละสามวนั เจ็ดวนั ตามแต่จะมศี รทั ธามาฟงั ธรรม
ท�ำภาวนาน้อยมากเพียงไร ท่านไปพักวิเวกที่วัดนิเวศน์ธรรมประวัติ ที่บางปะอิน
ระยะหนงึ่ พอปลายเดอื นพฤศจกิ ายน ทา่ นเดนิ ทางไปจงั หวดั เชยี งใหม่ โดยมศี ษิ ยข์ บั รถ
พาไปสง่ ระยะนนั้ มที า่ นพระอาจารยส์ ำ� ลี และทา่ นเจา้ คณุ มหาเนยี ม เปน็ พระตดิ ตาม
ไปด้วย ทา่ นให้พาไปนมัสการวัดเจดยี ห์ ลวงเป็นล�ำดบั แรก ท่านถือวา่ เปน็ วัดทท่ี ่าน
พระอาจารย์ม่ัน บูรพาจารย์ของท่านได้มาอยู่จ�ำพรรษา รวมท้ังท่านเจ้าคุณอุบาลี-
คุณปู มาจารยด์ ว้ ย เสรจ็ แลว้ ก็เลยไปวัดดอยแมป่ ๋ัง อำ� เภอพร้าว เพ่อื ไปเยยี่ มหลวงปู่
แหวน สจุ ิณโณ หลวงปู่แหวนก็เปน็ ยอดมณีอนั มีค่าของจังหวัดเลยเช่นกนั อายทุ ่าน
รนุ่ เดยี วกบั หลวงปขู่ าว อนาลโย แตพ่ รรษาทท่ี า่ นมาญตั ตเิ ปน็ ธรรมยตุ นนั้ หลงั หลวงปู่
ขาว และหลวงปู่หลุย ถึง ๒ พรรษา ทา่ นได้พบปะแสดงธรรมสากัจฉาซ่งึ กันและกนั
อยไู่ ดไ้ มก่ ว่ี นั ทา่ นทราบขา่ ววา่ พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั ฯ และสมเดจ็ พระนางเจา้ ฯ
พระบรมราชนิ นี าถ จะเสดจ็ พระราชดำ� เนนิ ไปนมสั การหลวงปแู่ หวน หลวงปหู่ ลยุ กร็ บี
ยา้ ยหนไี ปทอ่ี น่ื ทนั ที เพราะตอนนน้ั ทา่ นเกรงมากกบั การทจี่ ะพบ ทา่ นใชค้ ำ� วา่ “เจา้ ฟา้
เจา้ แผน่ ดนิ ” ท่านบอกวา่ “อาตมาพดู ไมเ่ ป็น” ท่านจึงหลบไปพักทวี่ ดั ปา่ อรญั ญวิเวก
ท่ีต�ำบลบ้านปง อ�ำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ วัดนี้ก็เป็นวัดท่ีมีประวัติในสมัย
บรู พาจารย์ ท่านพระอาจารยม์ นั่ เคยมาพัก หลวงป่เู ทสก์ เทสรังสี และหลวงปู่ชอบ
ฐานสโม เคยมาจ�ำพรรษาด้วยกนั ท่นี ี่ หลวงปู่แหวน สจุ ิณโณ หลวงป่ตู อ้ื อจลธัมโม
และหลวงปหู่ ลายตอ่ หลายองคไ์ ดเ้ คยมาพกั อยทู่ น่ี ่ี เปน็ สถานทมี่ งคลอยา่ งยงิ่ ปจั จบุ นั
ท่านพระอาจารยเ์ ปล่ยี น ปัญญาปทีโป เปน็ เจา้ อาวาส
ทา่ นพักอยู่ที่วัดป่าอรัญญวเิ วกอย่นู าน ด้วยถือวา่ เปน็ วดั ของพ่อแมค่ รอู าจารย์
เคยอยมู่ ากอ่ น ใชท้ ว่ี ดั อรญั ญวเิ วกนเ้ี ปน็ ศนู ยก์ ลางสำ� หรบั เพอ่ื ไปเยย่ี มตามวดั ตา่ งๆ ใน
เขตจงั หวดั เชยี งใหม่ ทา่ นไดเ้ ดนิ ทางเลยไปทดี่ อยผาแดน่ ซงึ่ เปน็ สถานทท่ี ห่ี ลวงปชู่ อบ
ฐานสโม ไปจดั สรา้ งขนึ้ อยบู่ นยอดเขา ทา่ นไปในงานฉลองกฏุ ใิ หมท่ ม่ี คี นถวาย มคี ณะ
ศรทั ธาญาตโิ ยมจากกรงุ เทพฯ ไปกันมาก และระหวา่ งพักอยู่วัดปา่ อรัญญวิเวกนน้ั
ท่านกย็ ังพาคณะศรัทธาญาติโยมสวดมนตไ์ หว้พระตามแบบฉบับของท่านเสมอ เมอ่ื
คนโดยรอบบรเิ วณท�ำวัตรสวดมนต์ไดต้ ามแบบวธิ ีของท่านได้ และรูจ้ ักการรกั ษาศีล
208
ภาวนาดแี ลว้ ทา่ นกจ็ ะยา้ ยไปวดั อนื่ กจ็ ะเปลย่ี นไปเรอื่ ยๆ การยา้ ยสถานทอี่ ยเู่ รอื่ ยๆ อยา่ งนี้
เพราะหลวงปตู่ อ้ งการโปรดญาตโิ ยมในทต่ี า่ งๆ ใหม้ ศี รทั ธายดึ มน่ั ในพระไตรสรณคมน์
เมอื่ ทา่ นยา้ ยทบี่ อ่ ยๆ พระทตี่ ดิ ตาม และคณะศรทั ธาญาตโิ ยมทต่ี ามมา กช็ กั จะ
ลดจำ� นวนไปเรอื่ ยๆ จนเหลอื เพยี งพระผปู้ ฏบิ ตั อิ งคเ์ ดยี ว ทา่ นกอ็ อกจากเชยี งใหมไ่ ปที่
จงั หวดั พะเยา พกั ทว่ี ดั รตั นวนาราม ซง่ึ เปน็ วดั ของทา่ นพระอาจารยไ์ พบลู ย์ สมุ งั คโล ไมว่ า่
ท่วี ดั นน้ั จะมีระเบียบท�ำวตั รสวดมนต์แบบใด ทา่ นก็คงน�ำตามวิธีของทา่ นอยู่ โดยให้
ท�ำวัตรเชา้ ต้งั แตก่ ่อนฉนั และสวดมนตไ์ หวพ้ ระในตอนเย็น จากน้ันท่านวิเวกไปพัก
ท่ีวดั อรญั ปา่ นอ้ ย และใชว้ ัดอรัญป่านอ้ ยน้ีเปน็ ศูนย์กลางอีกคร้ังหน่งึ เพอ่ื เยยี่ มเยยี น
วัดต่างๆ ทางภาคเหนือ
ทา่ นไดเ้ ลยตอ่ ไปถงึ จงั หวดั เชยี งราย หรอื เชยี งแสน จนกระทง่ั ปลายเดอื นมนี าคม
จึงยา้ ยมาท่จี ังหวัดลำ� ปาง ไปเย่ียมตามวัดตา่ งๆ เช่น วัดพมา่ วัดดอยมอ่ นพญาแก้ว
วดั ถำ�้ พระสบาย ระหวา่ งทพี่ กั ทวี่ ดั พมา่ นน้ั วศิ วกรใหญข่ องการรถไฟทพ่ี มา่ ไดม้ ากราบ
นมสั การนมิ นตใ์ หท้ า่ นไปโปรดทพ่ี มา่ ดว้ ย ดว้ ยเกดิ ศรทั ธาในปฏปิ ทาของทา่ น ทา่ นรบั
นมิ นตจ์ ะไปพมา่ แตเ่ กดิ ขดั ขอ้ งเพราะทางราชการไดป้ ดิ พรมแดนระหวา่ งไทยพมา่ ขน้ึ
ทกุ เสน้ ทาง คงไปไดแ้ ตท่ างอากาศ ซงึ่ จะตอ้ งมหี นงั สอื เดนิ ทาง มกี ารจดั ทำ� วซี า่ ทา่ นจงึ
ต้องงดการไปพม่าในครงั้ นน้ั
ออกจากวดั พมา่ ไปอยวู่ ดั มอ่ นพญาแกว้ เสรจ็ แลว้ ทางผอู้ ำ� นวยการศนู ย์ ร.พ.ช.
ภาคเหนอื คณุ อทุ ยั กม็ านมิ นตใ์ หไ้ ปโปรดชาวคณะ ร.พ.ช. ซง่ึ ระหวา่ งการปฏบิ ตั งิ าน
ขณะนนั้ จะมอี บุ ตั เิ หตเุ กดิ ขน้ึ บอ่ ยๆ ทา่ นพกั อยทู่ บี่ า้ นรบั รองของ ร.พ.ช. ประมาณ ๑ เดอื น
โดยพาคณะศรัทธาท่ีน่ันไหว้พระสวดมนต์ตามตำ� รับของท่าน และสอนให้รักษาศีล
ฝกึ หดั ภาวนา แลว้ กข็ อใหม้ กี ารทำ� บญุ ใหญ่ นมิ นตพ์ ระมาจากทง้ั เชยี งใหม่ ฝาง นา่ น
ลำ� ปาง พะเยา ประมาณ ๕๐ รปู โดยทา่ นกลา่ ววา่ “ขอใหม้ าแตพ่ ระกมั มฏั ฐานเพอื่ มา
ท�ำบญุ ใหก้ ุศลนี้แผ่ไป อุบตั ิเหตจุ ะได้น้อยลง”
ระยะนน้ั การจดั ทำ� ทางของ ร.พ.ช. ภาคเหนอื นนั้ ตอ้ งเขา้ ไปในเขตทมี่ ผี กู้ อ่ การรา้ ย
ท�ำให้มีอุบัติเหตุหรือมีการขัดขวางจากฝ่ายตรงกันข้ามกับรัฐบาลมาก มีการเผารถ
209
แทร็กเตอร์บา้ ง ยิงเจ้าหน้าที่บา้ ง ทาง ร.พ.ช. ไดน้ ิมนตท์ ่านใหไ้ ปดูตามจุดต่างๆ ของ
งานดว้ ย ซง่ึ บางครงั้ ตอ้ งเขา้ ไปในปา่ ลกึ ซงึ่ มกี ารยงิ กนั และตอ่ สกู้ นั ระหวา่ งอกี ฝา่ ยหนงึ่
กบั ฝา่ ยคณะผปู้ ฏบิ ตั งิ านของรฐั บาล เมอ่ื ไปยงั จดุ ทำ� งานตา่ งๆ เหลา่ นน้ั ทา่ นกย็ งั พาคณะ
ทำ� งานนนั้ สวดมนตไ์ หวพ้ ระ ทำ� วตั ร เพอื่ ความเปน็ สริ มิ งคลและปลอดภยั ของทกุ ๆ คน
ดว้ ย ณ ทท่ี ำ� การ ร.พ.ช. นี้ ทา่ นใหร้ อื้ ศาลพระภมู อิ อก เพราะทา่ นกลา่ ววา่ ศาลพระภมู นิ ี้
เปน็ ตน้ เหตทุ ำ� ใหผ้ อู้ ยอู่ าศยั เจบ็ ไขไ้ ดป้ ว่ ยอยเู่ รอ่ื ยๆ ทง้ั ๆ ทไ่ี ดส้ รา้ งศาลนใ้ี หใ้ หญโ่ ตแลว้
กต็ าม ทา่ นบอกวา่ “การตงั้ ศาลพระภมู เิ ปน็ การขาดพระไตรสรณคมน์ ไมค่ วรไปยดึ ถอื
เปน็ ใหญ่กวา่ พระรัตนตรัย” ทา่ นจึงเปน็ ผู้ดำ� เนนิ การส่งั ร้ือถอนเอง แลว้ น�ำไปไวท้ ีว่ ัด
หลังจากร้อื ศาลพระภมู แิ ละท�ำบญุ เล้ยี งพระ ๕๐ รูปแลว้ ทา่ นกอ็ ยู่ใหค้ วามอบอ่นุ แก่
คณะ ร.พ.ช. น้อี กี ระยะหนง่ึ จนปลายเดอื นพฤษภาคม ท่านจึงกลับกรงุ เทพฯ
การเดนิ ทางกลบั กรุงเทพฯ ในคร้ังนี้ เป็นการแสดงให้เหน็ ความอดทนแขง็ แรง
ของหลวงปู่ได้เป็นอย่างดี กล่าวคือ ท่านเดินทางจากล�ำปางมาโดยรถยนต์มาถึง
ทพี่ ักสงฆท์ ี่ ก.ม. ๒๗ ดอนเมอื ง เวลาประมาณบา่ ย ๒ โมง พอมาถึงกรุงเทพฯ แลว้
ทา่ นกใ็ หพ้ าไปเยยี่ มตามบา้ นศรทั ธาญาตโิ ยมตา่ งๆ ในกรงุ เทพฯ อกี ไปไดถ้ งึ ๕ หลงั
โดยแตล่ ะบา้ น ทา่ นจะเทศน์อกี ประมาณแห่งละครงึ่ ช่วั โมง รวมทงั้ ๕ บ้าน ในวันท่ี
กลบั มาถึงกรงุ เทพฯ นั้นเลย ถงึ ตอนเยน็ เมอ่ื ลกู ศษิ ย์ชาวกรงุ เทพฯ ทราบขา่ วกม็ า
กราบเยยี่ ม ทา่ นกพ็ าสวดมนตท์ ำ� วตั รเยน็ อกี และยงั เทศนาใหอ้ กี ๑ กณั ฑ์ คดิ ดู ขนาดที่
พวกเราอายุนอ้ ยกวา่ เดินทางไกลจากล�ำปางมากรงุ เทพฯ ก็คงเหนือ่ ยออ่ นพอดูแล้ว
ทา่ นยงั ไปแวะเยยี่ มตามศรทั ธาญาตโิ ยมอกี ๕ บา้ น เทศนอ์ กี ๕ กณั ฑ์ ตอนกลางคนื
นำ� ไหวพ้ ระสวดมนตเ์ อง เทศนใ์ หอ้ กี ๑ กณั ฑ์ แลว้ นำ� ภาวนา อกี ทงั้ ระยะนน้ั ทา่ นมอี ายุ
ถงึ ๗๖ ปแี ลว้
ทา่ นไดพ้ กั อยใู่ นทต่ี า่ งๆ อกี หลายแหง่ เชน่ ไปโปรดญาตโิ ยมแถบบรเิ วณชายทะเล
ศรรี าชา แล้วจงึ ยา้ ยไปพกั ทีว่ ัดธุดงคนมิ ิต จังหวัดกาญจนบรุ ี ออกจากกาญจนบุรี
ยา้ ยกลับมาพกั ทเ่ี รอื นไทย ลาดพร้าว ระหวา่ งนเ้ี องทสี่ มเด็จพระนางเจา้ ฯ พระบรม-
ราชนิ นี าถ ทรงทราบวา่ หลวงปชู่ อบ ฐานสโม และหลวงปหู่ ลยุ จนั ทสาโร มาพกั อยู่ จงึ มี
210
พระราชเสาวนยี ใ์ หน้ ายเชาวน์ ณศลี วนั ต์ องคมนตรี อญั เชญิ แจกนั ดอกบวั สตั ตบงกช
และน้�ำผึง้ มาถวายหลวงปู่ท้งั ๒ องค์
จากนน้ั ทา่ นเขา้ ไปโปรดพวกโรงพยาบาลแพทยป์ ญั ญา ทหี่ วั หมาก และเพอ่ื ทจ่ี ะ
รบั การตรวจรา่ งกาย เปน็ ทนี่ า่ สงั เกตวา่ เมอ่ื ทางแพทยข์ อใหท้ า่ นจดั ทำ� ทะเบยี นประวตั ิ
บัตรคนไข้ ท่านไดใ้ หล้ งชอื่ ในทะเบยี น แล้วทา่ นได้กรอกในชอ่ งสงั กัดทอี่ ยู่ โดยทา่ น
กรอกเองวา่ “เทย่ี วโปรดสตั วเ์ รอื่ ยๆ ไป” และกเ็ ชน่ เคย ณ ทโ่ี รงพยาบาลแพทยป์ ญั ญานี้
ทา่ นกไ็ ดพ้ าคณะแพทยแ์ ละนางพยาบาลทงั้ หมด สวดมนตไ์ หวพ้ ระตามตำ� รบั ของทา่ น
แมก้ ารรบั นมิ นตอ์ อกไปฉนั นอกสถานที่ เมอ่ื ไปถงึ ทา่ นกจ็ ะนำ� ไหวพ้ ระ ใหศ้ ลี เทศน์
ยถาสัพพี เสรจ็ แลว้ จึงฉันเช้า
พักที่โรงพยาบาลแพทยป์ ัญญาพอสมควรแลว้ ท่านกย็ ้ายไปพกั ท่ีบา้ นนายแดง
อำ� เภอองครกั ษ์ จงั หวดั นครนายก อยจู่ นกลางเดอื นกรกฎาคม จงึ ยา้ ยกลบั มาทพี่ กั สงฆ์
ก.ม. ๒๗ จากนน้ั ทา่ นไปจำ� พรรษาทว่ี ดั ปา่ หนองแซง อำ� เภอหนองววั ซอ จงั หวดั อดุ รธานี
ซง่ึ วดั นอี้ ดตี เคยเปน็ วดั ของหลวงปบู่ วั สริ ปิ ญุ โญ ในการเดนิ ทางทจี่ ะไปอดุ รฯ นี้ หลวงปู่
ขอเดนิ ทางในตอนกลางวนั ดว้ ยรถไฟขบวนรถเรว็ หลวงปไู่ ดอ้ ธบิ ายวา่ เพอ่ื จะไดด้ คู วาม
เจรญิ ทางบา้ นเมืองในเวลากลางวันด้วย
อันนี้เป็นตัวอย่างว่าการเดินทางโปรดพวกประชาชนคนไทยนั้น ท่านใช้เวลา
อยา่ งไร หลงั จากออกพรรษาปี ๒๕๒๐ จนถงึ ตอนทจี่ ะเขา้ พรรษาในปี ๒๕๒๑ อนั ทจี่ รงิ
ในระหว่างท่ที า่ นอยู่เชยี งใหม่ ทา่ นยังแวะพกั ทวี่ ดั ป่าหว้ ยน�้ำริน อำ� เภอแมร่ มิ จังหวดั
เชยี งใหม่ วดั ปา่ แกง่ ปนั เตา๊ ของพระอาจารยม์ หาถวลั ย์ ดว้ ย สำ� หรบั วดั ปา่ หว้ ยนำ้� รนิ นน้ั
เปน็ ที่สหธรรมกิ ของท่านชอบมาพกั คือ หลวงปชู่ อบ ฐานสโม หลวงป่ขู าว อนาลโย
หลวงปูแ่ หวน สุจณิ โณ และหลวงปตู่ ้ือ อจลธมั โม ต่างเคยมาพกั และมีประสบการณ์
อนั น่าอัศจรรย์เก่ยี วกับภพภมู ิลึกลบั มากมาย
ดรู ายการและสถานทที่ ท่ี า่ นเดนิ ทางอยา่ งนแ้ี ลว้ ตอ้ งเรยี กวา่ เปน็ การเดนิ ทางธดุ งค์
อย่างทที่ า่ นลงไวใ้ นทะเบียนช่องสงั กดั ท่อี ยู่ ณ โรงพยาบาลแพทยป์ ญั ญา ว่า “เทย่ี ว
โปรดสตั วเ์ ร่อื ยๆ ไป” อย่างจรงิ แทแ้ น่ทเี ดียว
211
พรรษาที่ ๕๘ พ.ศ. ๒๕๒๕
พิจารณาธาตุขนั ธจ์ ะแตกดบั
กลบั ไปจำ� พรรษา ถำ้� เจา้ ผูข้ า้ ต.ไร่ อ.พรรณานคิ ม จ.สกลนคร
ในตน้ ปี ๒๕๒๕ น้ี หลวงปไู่ ปพกั ทว่ี ดั อโศการาม สมทุ รปราการ มอี าการอาพาธ
ด้วยไขห้ วดั ใหญ่ หวั ใจเต้นแรง ครัน่ เนือ้ ครนั่ ตัว นอนไม่หลบั ไอมาก ท่านบนั ทกึ ไว้
ในวนั ที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๒๕ ถึงอาการของโรค และการภาวนาสโู้ รคในครั้งนว้ี ่า
“ลมตขี นึ้ ขา้ งบนแลว้ โรคกำ� เรบิ ถา้ ลมตลี งขา้ งลา่ งแลว้ โรคหาย ทำ� ใหว้ งิ เวยี นหวั
ทำ� ใหต้ ามวั เปน็ ประจำ� ดอี ยา่ งเดยี วไมป่ วดศรี ษะ นอนไมห่ ลบั กนิ ขา้ วไมอ่ รอ่ ย (ไมไ่ ด)้
ทำ� ให้ความดนั คอ่ นข้างสูงอยู่บ่อยๆ”
“พจิ ารณาแตก่ ารเปน็ การตาย พิจารณาธาตขุ ันธจ์ ะแตกดบั มีเวทนามากนอ้ ย
เทา่ ไร พจิ ารณาออกจากสภู่ พใหมด่ ว้ ยอาการกริ ยิ าอยา่ งไร พจิ ารณาโลกมนษุ ยเ์ ปน็ ทกุ ข์
อยา่ งยงิ่ ตอ้ งเปลยี่ นอริ ยิ าบถทง้ั ๔ นงั่ นอน ยนื เดนิ พยาบาลรา่ งกายใหช้ วี ติ ทรงอยู่
พจิ ารณาอาพาธ ยังทรงอยหู่ รอื ก�ำเริบ หรอื ปานกลาง กำ� หนดใหร้ ู้เท่าทนั ตรวจดูศลี
สมาธิ ปญั ญา สมำ่� เสมอ เปน็ กริ ยิ าผทู้ จี่ ะละโลกนไ้ี ปสสู่ คุ ตภิ พ พ.ศ. ๒๕๒๕ ไมม่ ที พ่ี ง่ึ
นอกจากธรรมะไปแลว้ ตนช่วยตนเอง ใหช้ ำ� ระความบริสทุ ธ์ิของจติ เสมอไป”
“พิจารณาก่อนตายให้ชำ� นิช�ำนาญ คล่องแคล่ว อารมณ์แห่งความตายเร่ือยๆ
ไม่ใหจ้ ิตสง่ ไปขา้ งนอก”
212
“วางอารมณเ์ ฉยๆ โรคบรรเทาลงบา้ ง แตก่ ำ� เรบิ เปน็ บางครงั้ บางคราว โรคชราพาธ
เป็นโรคจรมา มรี า่ งกายแปรไปตา่ งๆ อวยั วะภายในมกี ำ� ลังน้อย ต้านทานโรคไมไ่ ด้
เขาเรยี กวา่ “ชราพาธ” เปน็ ธรรมดาของคนแกย่ อ่ มเปน็ ดงั นี้ แกไ้ ขไมไ่ ด้ รกั ษาแตอ่ ารมณ์
เข้าสมู่ รณภาพเท่านน้ั แกไ้ ขทางอ่ืนไม่ได้ เรยี กเป็น ทุกฺขํ อนจิ จฺ ํ อนตฺตา ของชีวติ
แก้ไขอยา่ งหน่งึ แล้วยอ่ มเปน็ อีกอย่างหนง่ึ ร�่ำไป”
“ต้นไม้แก่ชราเต็มที่แล้ว ย่อมไม่ดูดด่ืมปุ๋ยเล้ียงล�ำต้นได้เลย มีแต่ทรุดโทรม
หาความตายเสมอ ฉะนน้ั วางธรุ ะของขนั ธเ์ ขา้ สอู่ ารมณแ์ หง่ ความตายเสยี ดกี วา่ เพราะ
ไมม่ ั่นไม่เท่ียงของชวี ติ ”
“พทุ ธเจา้ ทา่ นตรสั ไวว้ า่ เกวยี นซอ่ มแซมดว้ ยไมไ้ ผไ่ มย่ ง่ั ยนื ถาวรของชวี ติ พระองค์
ตรสั ให้แก่สงฆ์ท้งั หลายทราบ ซงึ่ มีมาในพระไตรปิฎก”
“นบั ตง้ั แตป่ ว่ ยมา ระวงั ตวั อยเู่ ปน็ นติ ย์ ไมเ่ พลดิ เพลนิ ตอ่ สง่ิ ใด เพราะสง่ิ เหลา่ นน้ั
เปน็ ของไมเ่ ทย่ี งอยแู่ ลว้ เราผทู้ ไ่ี ปตดิ กไ็ มเ่ ทยี่ ง สง่ิ ใดไมเ่ ทย่ี ง สง่ิ นนั้ เปน็ ทกุ ข์ เปน็ อนตั ตา
มอี ยา่ งเดยี ว รบี เรง่ ความบรสิ ทุ ธท์ิ างใจเพราะชวี ติ ไมอ่ ยนู่ าน จะมเี วลาแตกดบั โดยไมช่ า้
จะเพลดิ เพลินอะไรกับโรคทไ่ี ม่เทีย่ ง เปน็ ของท่ไี มแ่ น่นอน”
“เราเกดิ มาในโลกมาคา้ ขาย ขาดทนุ ใหญ่ รำ่� รวยใหญ่ มจิ ฉาทฐิ ิ ขาดทนุ ใหญ่ เปน็
สมั มาทฐิ ิ รำ่� รวยใหญ่ ไมว่ า่ กษตั รยิ ์ พราหมณ์ แพศย์ ศทู ร และไมว่ า่ กษตั รยิ ม์ หาศาล
พราหมณม์ หาศาล เศรษฐีมหาศาล”
หลวงปไู่ ด้ปฏญิ าณฐานะของท่านตอ่ ไปวา่
“เกดิ มนษุ ยอ์ นั เลศิ แลว้ พบพทุ ธศาสนาอนั เลศิ แลว้ ไดบ้ วชในศาสนาอนั เลศิ แลว้
ไดป้ ฏิบตั เิ ดนิ ธุดงคอ์ ันเลศิ แลว้ อายุ ๘๒ ปี พรรษา ๕๗ จ�ำพรรษาวัดบ้าน ๒ ปี
มหานิกาย ๑ ธรรมยตุ ๑ รวม ๒ ปี”
ใครติดตามประวัติของท่านมาถึงช่วงนี้ ถ้าไม่น�้ำตาซึมก็คงใจแข็งมากทีเดียว
เพราะในวนั ท่ี ๒๕ มกราคม ๒๕๒๕ ซง่ึ ทา่ นบนั ทกึ อาการซง่ึ กำ� ลงั เจบ็ ไข้ ไอ แนน่ หนา้ อก
213
หายใจแทบไมอ่ อก และทา่ นกำ� ลงั ชำ� ระความบรสิ ทุ ธขิ์ องจติ ตรวจดู ศลี สมาธิ ปญั ญา อยู่
เตรยี มตวั ทจี่ ะละปลอ่ ยวางขนั ธ์ แตต่ อ่ มาไมน่ าน เมอื่ ทา่ นรสู้ กึ อาการวา่ คอ่ ยยงั ชว่ั บา้ ง
ท่านกบ็ ันทกึ ตอ่ ไปว่า
214
ถ้าท่านไม่มากด้วยความเมตตาต่อศิษย์ ท่านคงไม่อดทนดังนี้ อันท่ีจริงท่าน
บนั ทึกไว้หลายตอนถึงการทีท่ า่ นปว่ ยอาพาธ เหน็ดเหนื่อยแทบหายใจไม่ออก แตก่ ็
พยายามฝนื สงั ขารเทศน์ หรอื นำ� สวดมนตไ์ หวพ้ ระ นำ� ภาวนา เพราะ “เราไดส้ ละชวี ติ
ให้ญาติโยมมาดดู กินเลือดเนื้อของเรา” ดังทที่ ่านบนั ทกึ ไว้
*************
หลังจากท่ีท่านค่อยยังช่ัวจากการป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่นี้ ทางคณะศิษย์ก็ได้
จดั งานทำ� บญุ ตอ่ อายถุ วายใหท้ า่ น ณ ทวี่ ดั อโศการาม ตกถงึ เดอื นมนี าคม ทา่ นกอ็ อก
จากกรงุ เทพฯ ธดุ งคไ์ ปถำ้� เจา้ ผขู้ า้ ซง่ึ หลวงปไู่ ดเ้ คยไปภาวนาแตส่ มยั สรา้ งวดั ปา่ หนองผอื
พ.ศ. ๒๔๗๘ และในภายหลังไดไ้ ปจำ� พรรษาในปี พ.ศ. ๒๕๑๗ เปน็ ครัง้ สดุ ท้าย
ทา่ นมาพกั ภาวนาทถ่ี ำ้� เจา้ ผขู้ า้ แตเ่ ดอื นมนี าคม และอยตู่ ลอดไปจนอธษิ ฐานพรรษา
แล้วรบั กฐนิ ในเดอื นตุลาคม ท่านบันทกึ ไว้วา่
“เดอื นมีนาคม ๒๕ มาภาวนาถ้ำ� ผขู้ ้า สถานเปน็ มงคลดี วิเวกดี อาศยั ภาวนา
เป็นยาโอสถ ศิษย์คั้นนวด กินยาแพทย์ปัญญาเอามาจากกรุงเทพฯ โรคค่อยหาย
เป็นปกติ กนิ ข้าวอรอ่ ย นอนหลับ ภาวนาพรอ้ มด้วยสมถวิธี วปิ ัสสนาวิธี มา้ งกาย
กระดูกให้เห็นอสุภะ ให้เกิดนิพพิทาญาณความเบ่ือหน่าย แล้วเจริญวิปัสสนาต่อ
เม่อื เหนือ่ ยแล้วเขา้ สงบอารมณ์สมถะ หายเหน่ือยแล้วเจรญิ วิปัสสนาตอ่ ภาวนาดังน้ี
เสมอตน้ เสมอปลาย จงึ จะละกิเลสได้”
“ภาวนาสถานถำ้� ผขู้ า้ ดดู ดม่ื มาก เพราะพระเถระมรณภาพทถี่ ำ้� น้ี ๒ องค์ มที า่ น
อาจารยก์ ู่ ๑ องค์ พระเถระอกี ๑ องค์ สละชวี ติ เพอื่ พรหมจรรยไ์ ด้ อยแู่ หง่ อน่ื สละชวี ติ
ไมไ่ ด้ แมว้ ดั ปา่ บา้ นหนองผอื นาใน ถน่ิ ทา่ นอาจารยม์ นั่ มรณภาพกด็ จุ เดยี วกนั ลว้ นแต่
สถานท่วี เิ วกและเป็นมงคล ฉะนั้น พระโยคาวจรเจ้าควรสนใจสถานทีเ่ ช่นนนั้ ”
โดยทบ่ี นั ทกึ ของทา่ นเกย่ี วกบั การวเิ วกภาวนาทถ่ี ำ้� เจา้ ผขู้ า้ นี้ รวมอยใู่ นสมดุ บนั ทกึ
เล่มเดียวกัน และอยใู่ นสภาพสมบูรณ์ทสี่ ุด ผเู้ ขียนจึงขอน�ำมาลงทั้งหมดเรยี งกันไป
215
ตามหนา้ กระดาษแต่ละตอนที่ทา่ นบันทกึ และจะได้เห็นวา่ ท่านมไิ ด้บนั ทกึ เรียงกันไป
ตามเหตกุ ารณค์ วามคดิ ทเี่ กดิ ขนึ้ กอ่ นและหลงั หากทวา่ พบกระดาษหนา้ ใดวา่ ง ทา่ นก็
บนั ทกึ ไว้ มีความนกึ คดิ ใดเกิดข้ึนอกี เปดิ พบหนา้ ใดว่าง หรือภายในหน้ากระดาษ
แผน่ นน้ั แมจ้ ะบันทึกไปบา้ งแล้ว แตห่ ากยังมบี างช่วงบางตอนในหนา้ น้ันว่าง ทา่ นก็
จะบนั ทกึ แทรกลงไป สงั เกตไดจ้ ากสหี มกึ เสน้ หนกั เบาตา่ งกนั หรอื มวี นั ทก่ี ำ� กบั แสดง
เวลาทบี่ นั ทกึ คนละชว่ ง ทงั้ นเ้ี พอ่ื แสดงตวั อยา่ งเปน็ พเิ ศษสำ� หรบั “บนั ทกึ ในพรรษาหนง่ึ ”
ของทา่ น ซงึ่ ปกตจิ ะรวมขอ้ ความทง้ั ชว่ งทแ่ี สดงประวตั ขิ องทา่ น ธรรมะทอี่ บุ ตั ขิ น้ึ ระหวา่ ง
การภาวนา และความรำ� ลกึ ถงึ อดตี ทผี่ า่ นมา โอวาททคี่ รบู าอาจารยส์ งั่ สอนอบรมทา่ นมา
เหล่านี้ดว้ ย
๑๒ มถิ นุ า ๒๕
“การทำ� ความเพยี รถำ�้ ผขู้ า้ จติ ไปเอง ระลกึ ธรรมะไดเ้ สมอ เพราะเปน็ สถานทเี่ ปน็
มงคล ธรรมะสง่ิ ใดโดยไมเ่ กดิ ขนึ้ แตก่ อ่ นกเ็ กดิ ขนึ้ เสมอ ตาลคำ� จนั ทา มศี รทั ธาเตม็ ที่
ตอ้ งการอะไรไดท้ กุ อยา่ ง เขาอยากใหจ้ ำ� พรรษา ณ ถำ�้ น้ี ตดิ ตอ่ กบั บา้ นหนองผอื ต.นาใน
ไดด้ ี”
“การทำ� รม่ ธาตแุ ปรปรวนวงิ เวยี นศรี ษะ แตพ่ ออดทนทำ� ไดเ้ พราะยนิ ดใี นการทำ�
ใหเ้ ป็นทาน ท�ำจนเป็นอาจณิ กรรม มาอยูท่ ีน่ ไ่ี ดท้ ำ� กอ่ สรา้ งสะดวกดี”
“ภาวนาเหน็ นมิ ิตเป็นตัวคน ภายในจิตสมมติ นิมติ น้นั เปน็ พระอรหันต์ฉนั ข้าว
หลับตาเห็นความแยบคายของอาหารที่ลงไป มีเมตตาจิตแก่แม่ชีมาก เพราะคิดถึง
แมก่ วย ใหร้ ม่ แมช่ ไี ปประมาณ ๑๕ คน พรอ้ มดว้ ยมงุ้ กางนอน จา่ ยผา้ ขาวแมช่ ี หนองผอื
ถ�ำ้ ผขู้ ้า ชี ๑ ไมก้ ว่าๆ รวม ๒ อาวาส”
“ภาวนาเกดิ ความรแู้ ปลกๆ ถา้ จะโคจรไปทางอน่ื ไปงา่ ย สะดวก แตเ่ ดนิ ทางไกล
ไม่ได้ เพราะปว่ ยชราพาธ”
“คนั้ เอ็น (นวดเสน้ -ผู้เขยี น) มีผลมาก โรคหาย ภาวนาสะดวกดี”
216
๒๒ ส.ค. ๒๕ ถำ้� ผูข้ า้
“คนมธี รรมะเปน็ ทส่ี บายของจิต คนไม่มธี รรมะขม่ จิตเป็นทุกขอ์ ย่างย่ิง เพราะ
แบกขันธ์ หาบขนั ธ์ ๕ ธรรมะความเกดิ ดับแสดงเปน็ อริยสจั อยเู่ รือ่ ยๆ ไม่ขาดสาย
พราหมณผ์ เู้ พง่ อยขู่ องความแปรปรวนยอ่ มรธู้ รรม เหน็ ธรรม จติ อยทู่ ไ่ี หน ยอ่ มรแู้ จง้
ณ ทนี่ น้ั ดงั น้ี ขยายปฏภิ าคมากไวเ้ ชน่ นน้ั เหน็ ธรรมะอยเู่ ชน่ นน้ั ยอ่ มแกค้ วามสงสยั
รธู้ รรม เห็นธรรมะ อย่างสขุ มุ ลุม่ ลกึ จิตอย่าออกจากกาย เห็นแปรปรวนอยู่เรื่อยๆ”
“พทุ ธศาสนาทำ� ให้เชื่อกรรม ท�ำดไี ด้ดี ท�ำช่วั ไดช้ ่วั ธรรมะไมเ่ ปน็ หมัน”
“เหน็ ความเสอ่ื มของรา่ งกายอยา่ งเดยี ว ไมเ่ หน็ ความเจรญิ เลย ความเกดิ มแี ลว้
มีความเสือ่ มไปจนตายของรา่ งกายดงั นี้ ธรรมะสวา่ งโร่ทั้งกลางวนั และกลางคนื ไม่มี
ปิดบงั ด้วยประการใดๆ”
“พระพทุ ธองค์ตรสั ว่า ความสะดงุ้ กลวั มีแล้ว ขนพองสยองเกลา้ มแี ล้ว ธาตจุ ะ
ตลี งั กาเปลยี่ นภพในระหวา่ งนนั้ นบั วา่ ขวญั เสยี แตใ่ หร้ ะลกึ ถงึ ตถาคตเรอ่ื ยๆ ความกลวั
จะหายไป เปน็ วาจาพระองค์ ซงึ่ มรี าคาสงู ทแี่ ย้มมาจากน�ำ้ พระทยั ของพระองค์ เป็น
พระมหากรณุ าอย่างยง่ิ เพราะพระองคไ์ มก่ ลวั ตาย น้ำ� พระทยั พระองคถ์ งึ อมตธรรม
ดังน”ี้
“สังขารทั้งหลายเกิดมาแล้วหันไปหาความตายอย่างเดียว ไม่ว่าสัตว์มนุษย์
สตั วเ์ ดรจั ฉาน และตน้ ไมภ้ เู ขากด็ จุ เดยี วกนั หนั ไปหาความตายดว้ ยธาตขุ นั ธแ์ ปรปรวน
ดงั นี้”
“ท�ำความเพียรเด็ดเดีย่ ว ยิ่งเหน็ อานสิ งส์ใหญ่โต แลว้ จะเกดิ วบิ ตั ิ วิบตั ิแลว้ จะ
เกดิ ภาวนาดี หมายความวา่ ความดคี วามชว่ั เปน็ คกู่ นั ไป เมอ่ื เหน็ ดแี ลว้ เหน็ ชว่ั เหน็ ชวั่
แลว้ เหน็ ดี มืดกับแจง้ เป็นค่กู ัน วิปสั สนกู บั วปิ สั สนาคกู่ ัน ทุกขก์ ับสขุ เปน็ คู่กัน”
“มนษุ ยเ์ ปน็ ภมู ใิ หญช่ นั้ พเิ ศษ ไดช้ อื่ วา่ มนษุ ยเ์ ปน็ ฐานะทเี่ ลศิ เปน็ ทปี่ ระชมุ ใหญ่
ให้ร้ายใหด้ กี เ็ ป็นชาติมนุษย์ อินทร์ พรหม อบายภมู ิ นรก สมู้ นษุ ย์ไม่ได้ มนษุ ยม์ ี
217
ฐานะอนั เลศิ เลศิ ทง้ั หญงิ เลศิ ทง้ั ชาย มอี ยใู่ นชาตเิ ปน็ มนษุ ยน์ ท้ี งั้ นน้ั แมป้ รารถนาใดๆ
ส�ำเรจ็ ไดใ้ นชนั้ มนุษย์ มนษุ ย์ แปลวา่ ใจสูง ใจกลา้ หาญ ท�ำบาป ทำ� บญุ ได้ทั้งนน้ั
เพราะบุคคลเกิดเป็นมนุษย์เป็นลาภอย่างยิ่ง ทั้งพบพระพุทธศาสนาย่ิงลาภใหญ่
ปฏิบัติมรรคผลนิพพานได้”
“มนษุ ยท์ ำ� จรงิ เหน็ จรงิ ในอรยิ สจั แจง้ ชดั จนสำ� เรจ็ มรรคผล เปน็ ชาตทิ เ่ี ลศิ วเิ ศษ
มากกว่าสตั วอ์ ื่นกวา่ ภพอน่ื ดังน้ี เวน้ จากการมนษุ ยไ์ ปแลว้ ไมม่ ีจะให้เปน็ พุทธเจา้
พระปัจเจก พระสาวก ไดด้ งั น้”ี
“ราคะ โทสะ โมหะ เปน็ ผลรา้ ยทสี่ ดุ ทฝี่ งั อยใู่ นจติ มนษุ ย์ มนษุ ยก์ ระทำ� ไดท้ กุ อยา่ ง
มอี �ำนาจได้ มีเดชานุภาพได้ ไมเ่ หมอื นสัตว์อ่ืน”
“มนษุ ย์ แปลวา่ ใจสงู ใจแกลว้ กลา้ ประกอบดว้ ยความฉลาด ประดษิ ฐก์ ารงาน
ไดท้ ุกอย่างย่งิ กวา่ ประเภทสัตว์อ่นื ในไตรภพ เปน็ ธาตุทพี่ อทุกอยา่ ง จึงปฏบิ ัตสิ ำ� เรจ็
มรรคผลได้ ใจไม่วางจากความเพียร ใจเด็ดเด่ียว จึงเป็นพุทธเจ้า พระปัจเจก
พระอรหนั ตไ์ ด้ สตั วอ์ นื่ ไมไ่ ด้ ตอ้ งอาศยั พทุ ธเจา้ สงั่ สอน กลา้ หาญ สรา้ งพระบารมใี ห้
สำ� เรจ็ ไดไ้ ม่ทอ้ ถอย ที่แยกออกจากมนษุ ยท์ ั้งดแี ละชัว่ มนุสสนริ ยโิ ก เปรต อสุรกาย
สตั วเ์ ดรจั ฉาน ทมี่ นษุ ยท์ ำ� ไมด่ ี ทำ� บาป มนสุ สพทุ โธ พระปจั เจก พระอรหนั ต์ มนสุ สเทโว
มนสุ สพรหมา เหลา่ น้ีเปน็ ตน้ ล้วนแต่ทำ� ความดีและชั่วในชั้นมนษุ ย์ท้งั น้นั เหตุน้นั
มนุษย์เป็นที่ประชุมใหญ่ที่ออกมาจากชาติมนุษย์ท้ังนั้น ได้นามว่า อคฺคํ มนุสฺเสสุ
มนุษย์เลศิ มนุษย์ไมใ่ ชห่ นิ ชาติ-ต่ำ� เปน็ ชาตทิ ่สี ูงสดู ”
“มนษุ ยอ์ ยใู่ นทา่ มกลาง ขา้ งบนเทวดา ขา้ งลา่ งอบายภมู ิ ๔ มชั เฌมนสุ มนษุ ยอ์ ยู่
ในทา่ มกลางของชาตทิ เ่ี กดิ มนษุ ยพ์ ออรยิ สจั จงึ ปฏบิ ตั สิ ำ� เรจ็ อรหนั ต์ คลา้ ยๆ แมค่ รวั
แกงมนั พอพรกิ พอเกลอื เอรด็ อรอ่ ยมาก ไมค่ วรเหยยี บยำ�่ ชาตทิ เี่ กดิ ของตวั ใหต้ กตำ่�
ตกนรก เปรต อสรุ กาย ไปได้ ควรพากันปฏิบัตใิ นศาสนา เป็นอุบาสกอบุ าสิกาที่ดี
ควรแกก่ ารจะไดร้ บั มรรคผล มชั เฌวัน ท่ามกลาง เดินปฏิบัตสิ ายกลางให้สำ� เร็จดงั นี้
สตั วท์ งั้ หลาย รจู้ กั กนิ รจู้ กั นอน รจู้ กั สบื พนั ธ์ุ รจู้ กั ทำ� ความดคี วามชวั่ ไปนรก สวรรค์
218
ได้ทงั้ น้ัน มนุษยน์ น้ั ระคนด้วยบญุ บาป ชือ่ ว่า “คน” กไ็ ด้ ชอ่ื วา่ “มนษุ ย”์ ก็ได้
ไมผ่ ดิ แปลกกนั ”
“มนุษย์โอนไปทางโลกีย์มากกว่าประพฤติศาสนาท่ีจะเอาตัวรอดจากอบายภูมิ
ท้งั ๔ ได้ ฉะน้ัน นกั ปราชญเ์ ลือกคน้ เอา ประพฤติปฏบิ ตั ิเอา เอาความดไี ปนพิ พาน
เอาความช่ัวไปอเวจีนรก มนุษย์เป็นชาติที่สูงสุด ปรารถนาสมบัติอะไรก็ได้ท้ังนั้น
ไมต่ กตำ�่ เหมอื นชาตอิ นื่ ๆ ภพอนื่ ๆ ภพเหลา่ นน้ั ธาตไุ มพ่ อ เปน็ ชาตทิ ข่ี าดมรรคผลนพิ พาน
มนษุ ยเ์ ปน็ ฐานะทส่ี รา้ งบารมใี หส้ ำ� เรจ็ ได้ ไมม่ คี วามสงสยั ดว้ ยประการใดประการหนงึ่ ”
“อบุ าสก เรยี กวา่ เปน็ พอ่ พระ อบุ าสกิ า เรยี กวา่ เปน็ แมพ่ ระ พระ แปลวา่ ประเสรฐิ
ดังน”้ี
“ธรรมชาตโิ ลกียเ์ ป็นสถานถิ่นท่ีแปรปรวน เพราะไมเ่ ทีย่ ง อนจิ จฺ ํ ทุกขํ อนตฺตา
ยกั ยา้ ยแปรผนั อยเู่ ปน็ นติ ย์ ธรรมชาตโิ ลกตุ ระเปน็ สถานทเ่ี ทย่ี งธรรม เปน็ โลกเหนอื โลก
ทั้งหลาย เปน็ โลกทีเ่ กษม เปน็ โลกท่ีไมต่ ายเหมือนโลกมนุษย์”
“บุคคลท่ีแลเห็นธรรม ส่ิงที่แปรปรวนว่าเป็นของร้ายกาจ แล้วปฏิบัติศาสนา
เดนิ มรรคใหถ้ งึ มรรคผลนพิ พาน แมจ้ ะปรยิ าย ชาตมิ นษุ ยไ์ มม่ ที สี่ น้ิ สดุ โลกยี ะเปน็ โลก
ที่แปรปรวน ไม่เทีย่ งธรรม เพราะท�ำตามราคะ โทสะ โมหะ ตามมตกิ ิเลสของตัว”
๓ ส.ค. ๒๕ ถ้ำ� ผขู้ า้
“ถำ�้ ผขู้ า้ เยอื กเยน็ ทสี่ ดุ วเิ วกดที สี่ ดุ พระโยคาวจรภาวนาไดท้ ง้ั กลางวนั และกลางคนื
เป็นถน่ิ ทรี่ บั รองพระโยคาวจรท้ังหลายทโ่ี คจรมาจากจตรุ ทิศทง้ั ๔ พึ่งร่มพึง่ เยน็ ของ
คณะญาติโยมทกี่ อ่ สร้างไวแ้ ลว้ ”
“ฉะนนั้ ตอ้ งเดย๋ี วๆ เวยี นมาพกั เจรญิ สมณธรรมถำ้� ผขู้ า้ เสมอไปจนกวา่ จะสน้ิ ชวี ติ
สถานทสี่ ัปปายะ เจริญสมณธรรมระยอ่ ระยองสะท้อนถึงจิตเสมอไป จิตใครใ่ ชต้ บะ
อยา่ งยง่ิ ห่วงท�ำความเพียรเสมอไป ธรรมะเกดิ ขนึ้ ในจติ แปลกๆ ชอบเจรญิ วิปสั สนา
219
โดยมาก ธาตขุ นั ธใ์ หโ้ อกาสทำ� ความเพยี ร ไมน่ งั่ ๆ นอนๆ ยนื ๆ เดนิ ๆ เสยี เปลา่ วนั เวลา
เปน็ เงินเปน็ ทอง อย่าใหล้ ่วงไปเสยี เปลา่ ”
“สมถะเปน็ สมณะทดี่ ี รกั ษาความสงบ จติ ไมส่ ง่ เดชฟงุ้ ซา่ นไปตามอารมณต์ า่ งๆ
ให้เสียความสงบทางใจใหเ้ สยี ไป”
“สานศุ ษิ ยค์ น้ั เอน็ ปรากฏวา่ เหน็ อวยั วะภายในไดห้ มดทกุ อยา่ ง แตอ่ ดเจบ็ ไมไ่ ด้
เปน็ โรคหายดว้ ยคน้ั เอน็ โดยกวา่ กนิ ยา รา่ งกายปกติ โรคชราพาธนนั้ เปน็ ธรรมดาของ
สังขาร ภาวนาแนบเนียนดีกว่ายังเป็นหนุ่มเพราะคิดถึงความตายน้ันเสมอ มีความ
ประมาทนอ้ ย หนมุ่ ประมาทมาก จติ เดนิ ทางวปิ สั สนาโดยมาก รเู้ องเหน็ เองของธรรมะ
ทง้ั ปวง ความตายผา่ นมาหลายครง้ั เนอ่ื งดว้ ยโรคหวั ใจวายโดยมาก ลมื เผลอสตโิ ดยมาก
การเทศนามโี วหารขน้ึ หนา้ โดยปฏภิ าณ เทศนามากทำ� ใหแ้ นน่ หวั ใจ นายแพทยจ์ งึ บอก
ไมใ่ ห้รบั แขกและเทศนา”
๔ สงิ หาคม พ.ศ. ๒๕ ถำ�้ ผขู้ า้
“เมอื่ คราวเราอยกู่ ะทา่ นอาจารยม์ น่ั หว้ ยหบี จ.สกลนคร นน้ั เราทรมานตนอยา่ ง
ขนาดใหญม่ ปี ระการตา่ งๆ กำ� ลงั มา้ งกาย ประกอบจติ เดด็ เดยี่ ว กลา้ ตาย สง่ เขา้ ภายใน
มารตวั ส�ำคญั คลา้ ยมันปดั ออก แตเ่ ราสละตายเข้าไป เกดิ ระเบิดใหญภ่ ายในนน้ั
ข้อ ๑ ถือธรรมะนิสัยทา่ นอาจารยม์ น่ั จงึ ชนะได้
ข้อ ๒ เราเข้าป่า หดั มา้ งกายอย่างเต็มที่จนรา่ งกายเกิดวิบตั ิ จนกระดกู คล้ายๆ
ออกจากกัน แม้เราเดินเสียงกรอบกราบ แต่นานไปหาย มีก�ำลงั ทางจิต”
“คราวทา่ นอาจารยม์ ่นั จดุ ศพ (เผาศพ - ผู้เขียน) ทา่ นอาจารย์เสาร์ ณ จังหวัด
อบุ ลราชธานี นนั้ เราเดนิ จงกรมระลกึ ถงึ ทา่ นเปน็ ทพ่ี งึ่ พรอ้ มทง้ั อทิ ธบิ าท ๔ ไมล่ ะซง่ึ
ความเพยี ร”
220
“มีมารกระทบ นอนสะพาน มผี ูห้ ญิงไปหาโดยไม่ต้งั ใจนนั้ คร้งั ๑”
“มีพระหนุ่มมาฟ้องท่านอาจารย์มั่น ท่านอาจารย์ม่ันดุเอา ประกาศต่อสงฆ์
ท�ำสงั คายนาใหม่ ดงั อยา่ งรา้ ยกาจทุกๆ คราว ตามทีพ่ รรณนามาน”้ี
“คราวอยกู่ ะทา่ นอาจารยเ์ สาร์ เรามาทรมานภาวนาในถำ�้ โพนงามนนั้ กร็ า้ ยกาจเตม็ ที่
ประกอบด้วย เสือ งู สัตว์ตา่ งๆ กบั ทา่ น อาจเกดิ วบิ ตั ิ แทบเอาตัวไม่รอด อยถู่ �้ำนัน้
ในระยะหลายเดือน เกดิ วบิ ตั เิ กอื บปลงสงั ขาร”
“มาเกดิ วบิ ตั ิ มาจำ� พรรษากบั ทา่ นอาจารยเ์ สาร์ ณ วดั สทุ ธาวาส จงั หวดั สกลนคร นนั้
กเ็ กิดวบิ ตั ิเกือบเอาตัวไม่รอด ร้ายแรงมากทีเดยี ว”
“พ.ศ. ๒๕๒๕ มาจำ� พรรษาถำ�้ ผขู้ า้ เกดิ ธรรมะอศั จรรย์ เมอื่ อายุ ๘๒ พรรษา ๕๗
เกดิ ความร้แู ปลกๆ อาศยั ก�ำลงั สมถวธิ แี ละวปิ สั สนาวิธีแกเ้ รอื่ งหวั ใจโต แกห้ ัวใจวาย
แกโ้ รคนานาประการ เกดิ มพี รอ้ มชราพาธไปตา่ งๆ รสู้ กึ ตวั เสมอวา่ จะตายเรว็ ๆ อยดู่ ว้ ย
กำ� ลงั นวดและกนิ ยา จติ วเิ วก กำ� ลงั ภาวนาธาตขุ นั ธป์ กติ การเจรญิ ภาวนา สมถะและ
วปิ สั สนา เกิดธรรมรู้แยบคายมาก”
“อยู่ ณ กรุงเทพฯ ไม่ได้วเิ วก รับแขก เทศนามาก หัวใจวายเกือบตาย ทบี่ ้าน
จ�ำพรรษาคุณประเสริฐนั้นคร้ังหนึ่ง เกิดจากโรงพยาบาลแพทย์ปัญญาอีกครั้งหน่ึง
มาจ�ำพรรษาถ้�ำผขู้ ้า โรคจงึ บรรเทามาดังน”ี้
“มาอยู่ ณ ท่นี ้ี บคุ คลดี อาหารดี อากาศพอทนอยู่ไปได้ เสนาสนะดี หมเู่ พือ่ น
สหธรรมกิ ดี ญาตโิ ยมดี แตท่ ำ� รม่ ประจำ� เรอื่ ยๆ ไมท่ อ้ ถอย และมกี ารปรบั ปรงุ กอ่ สรา้ ง
ใหญโ่ ต ดแู ลพรอ้ ม หนองผอื นาใน การกอ่ สรา้ งใหเ้ สรจ็ ไป เพอื่ ยวุ ชนในกาละภายหลงั
มีความเพยี รโดยไม่จดื จาง พระเถรานุเถระมีเมตตาถึงกนั นา่ ปลม้ื ใจในเขตจงั หวดั
สกลนคร”
“ไปเทย่ี วอนิ เดยี เหน็ ปาฏหิ ารยิ ห์ ลายอยา่ งในสถานทตี่ รสั รู้ ตลอดจนเหน็ สถานที่
ปรนิ พิ พานของพทุ ธองค์ ภาวนาทำ� จติ ไดง้ า่ ยกวา่ เมอื งไทย เพราะพระอรหนั ตท์ งั้ หลาย
221
ทา่ นเมตตา ภาวนาการทำ� จติ ไดเ้ รว็ กวา่ อยเู่ มอื งไทย เขา้ จติ ถงึ อรยิ สจั เสมอไป กำ� หนด
๑๕ วนั กลบั เมอื งไทยดว้ ยเครอ่ื งบนิ ลว้ นแตเ่ ปน็ สถานทเ่ี ปน็ มงคลทงั้ นน้ั คา่ พาหนะ
เดนิ ทางเสยี เงนิ ไปมาก ดจุ ประหนง่ึ วา่ เราเกดิ อนิ เดยี มาหลายชาติ สรา้ งบารมคี รง้ั สดุ ทา้ ย
มาเกดิ เมอื งไทย ผคู้ นพลเมอื งหนาแนน่ มลี ทั ธริ อ้ ยแปดนกั พรตในอนิ เดยี ประสบโจร
ลกั ถงุ ยา่ มในทพ่ี ักรถไฟ”
“เมืองไทยท�ำความเพียรจนหัวปอกหัวลอกจึงเห็นธรรม ไม่ง่ายเหมือนอินเดีย
นอนโรงแรมราคาสงู ”
“เกดิ มาในโลกมนุษย์ทกุ ข์มาก รูส้ ึกเปน็ อย่างยง่ิ จึงพยายามเจริญสมณธรรม
ใหส้ ิน้ ทกุ ข์ในชาตินี้ ทกุ ข์ปญั จขันธก์ พ็ ออยูแ่ ล้ว ทกุ ข์ภายนอกกลวั อนั ตรายทกุ อยา่ ง
ทมี่ นษุ ยเ์ บยี ดเบยี นกนั ฆา่ กนั แยง่ ชงิ กนั อาชพี เพอื่ ลาภยศบา้ ง สารพดั ทกุ อยา่ ง สขุ แต่
ผมู้ ีธรรมะเป็นเรอื นของใจ ไม่มีธรรมะเป็นทุกขอ์ ย่างย่ิง”
ถ�้ำผู้ขา้ ๔ กนั ยา ๒๕๒๕
“ดใี จไดส้ งเคราะห์ แมช่ ี บา้ นหนองผอื นาใน ๒ คราว พนั กวา่ บาท ครง้ั แรก ๖๐๐ บาท
ครงั้ ที่ ๒ ๕๐๐ บาท จา้ งฉดี ยา แมเ่ ปน็ มะเรง็ ทวารเบา แมเ่ บง่ อาตมาออกมาเปน็ มนษุ ย์
กลอ่ มเลยี้ งดอู าตมาสบื ตระกลู นพี้ ดู ตามพระไตรปฎิ ก พระองคต์ รสั มนษุ ยเ์ กดิ มาในโลก
ไม่เคยเปน็ พอ่ เปน็ แม่กนั นั้นไม่มดี ังน้ี”
๗ ต.ค. ๒๕
“อยบู่ า้ นผอื ภาวนาดมี ากกวา่ อยแู่ หง่ อนื่ เพราะสถานทพ่ี ระอรยิ เจา้ ทา่ นอาจารยม์ นั่
ทา่ นอาจารยเ์ นยี ม ประทบั อยู่ ณ ทนี่ นั้ เปน็ สถานทเ่ี ปน็ มงคล สถานทเ่ี ตอื นสตบิ อ่ ยๆ
คลา้ ยอยู่กับทา่ นอาจารย์มั่น ความรู้ธรรมะลกึ ลบั สุขมุ คัมภีรภาพ ฉะนนั้ การบำ� รุง
กอ่ สรา้ งจงึ ทำ� ใหถ้ าวรมน่ั คง รงุ่ เรอื ง ใหส้ มฐานะกบั สถานทเี่ ปน็ มงคล เทศนามปี ฏภิ าณดี
บุคคลสอนงา่ ย อบุ าสกอุบาสิกากลวั เรามาก เพราะเราทรมานเขามาแตก่ ่อน ดดุ า่ เขา
222
ไม่โกรธ อยู่ได้แต่ออกพรรษา เข้าพรรษาอยู่ไม่ได้ อากาศทับ ถ้�ำผู้ข้าอากาศดี
มถี ำ้� เปน็ มงคล บา้ นผอื สงดั ดกี วา่ เกดิ ธรรมะ สถานทวี่ เิ วกดมี าก พระเณรเราวา่ กลา่ ว
สง่ั สอนได”้
ถ�ำ้ ผู้ขา้ ๒๔ ต.ค. ๒๕๒๕
“มนษุ ยเ์ กดิ มาในโลก มบี ดิ ามารดา พๆ่ี นอ้ งๆ และวตั ถขุ า้ วของ ในปจั จบุ นั ทเ่ี กดิ นน้ั
ประกอบดว้ ยจติ มรี าคะ โทสะ โมหะ เหลา่ น้ี พากนั รกั ใคร่ เพลดิ เพลนิ เหอ่ กนั ฉะนน้ั
มีราคะ โทสะ โมหะ เพราะตดิ ภพ ติดชาติ ติดโลกธรรม ๘ ประการ ไม่เพียงพอ
อยากไดโ้ นน้ อยากไดน้ ี้ ความพอความอมิ่ ในดวงจติ ไมเ่ พยี งพอ แมแ้ มน่ ำ�้ ทะเลยงั รจู้ กั
บกพรอ่ งหรอื เตม็ ดงั นี้ นแี้ หละเปน็ เรอื่ งตณั หาของโลก จงึ พากนั ประพฤตทิ จุ รติ ตา่ งๆ
พากันทำ� บาปนานาประการ เมอื่ บคุ คลฟงั โอวาทค�ำส่งั สอนพทุ ธเจา้ รสู้ ึกตัว ปฏิบัติ
มรรคผลใหเ้ กดิ ขน้ึ กพ็ น้ โลกไป ขอ้ นเ้ี ปน็ ขอ้ ลลี้ บั สขุ มุ จะตอ้ งอบรมในศาสนาใหม้ ากๆ
เพอื่ แก้สันดานทีห่ ยาบๆ ของตนให้ถึงมรรคผล ให้เชือ่ อริยสัจความจริงของศาสนา
นรก สวรรค์ นิพพาน มีจรงิ ๆ ใหเ้ กิดความเลอื่ มใสในศาสนา”
“ผทู้ จ่ี ะเหน็ มรรคผลนพิ พานจรงิ ๆ ตอ้ งเพยี รตปะความเพยี รอยา่ งยงิ่ ทรมานตวั
นอนใจไม่ได้ เกียจคร้านไม่ได้ เพราะมรรคผลนิพพานมีจริงๆ ประมาทน้ันไม่ได้
ตอ้ งเดินสายมรรค ๘ ประการ เปน็ หนทางของพระอรยิ เจา้ และพุทธเจ้า พระปจั เจก
อรหันต์ขีณาสพท้งั หลาย”
“ภาวนาถงึ หลกั อรยิ สจั นมิ ติ แสดงออกมาใหป้ รากฏรปู รา่ งเหมอื นมนษุ ยท์ บี่ รสิ ทุ ธิ์
ตอ่ นน้ั นอ้ มนมิ ติ ใหเ้ ปน็ ไตรลกั ษณ์ เพราะนมิ ติ นน้ั จะแปรปรวนเปน็ อาการตา่ งๆ จะตดิ ดี
แกค้ วามดีใหเ้ ป็นอรยิ สจั กลนั่ กรองใหเ้ ปน็ ชาตนิ พิ พาน ขอ้ น้สี ำ� คัญนัก”
223
๒๕ ตุลาคม ๒๕๒๕ พกั ภูทอก ๓ คนื
“ฝนั ลยุ นำ�้ ปน้ั ผา้ อาบนำ�้ และลมื ผา้ ตอ่ ไปจะไดร้ บั ทกุ ขอ์ ยา่ งใดอยา่ งหนงึ่ ประกอบ
การกอ่ สรา้ ง ฝันตามทผ่ี ่านมาแลว้ ลุยนำ�้ ลึกแตไ่ ม่ไดล้ อยนำ้� น้นั นำ้� แปลว่า โอฆะ
เปน็ กรรมมาจรให้ระวังตวั ”
“พจิ ารณาภาวนาเดย๋ี วนไ้ี มม่ คี วามฝนั เพราะกอ่ นนอนไดน้ อนหลบนมิ ติ ทง้ั หลาย
เพราะเห็นว่านิมิตน้ันเป็นมาร เปน็ ตัวสังขาร จงึ เอาไตรลกั ษณ์ล้างเชด็ ให้บริสทุ ธกิ์ อ่ น
นอน”
ภาวนาไตรลกั ษณท์ กุ ขณะจติ ใหเ้ หน็ ภายในสวา่ งเสมอไป เปน็ ตวั วปิ สั สนา ลา้ งเชด็
ใหจ้ ติ สะอาด ทกุ อริ ยิ าบถ นงั่ นอน ยนื เดนิ อยา่ ประมาทดว้ ยประการใดประการหนง่ึ
๕ พ.ย. ๒๕๒๕ ถำ้� ผู้ข้า
“สมถะรบั ระงบั นวิ รณไ์ ดช้ ว่ั คราว เสวยความสขุ ดว้ ยความสงบ แตก่ เิ ลสเกดิ ขน้ึ อกี
สว่ นวปิ สั สนารแู้ จง้ แทงตลอด ทำ� ใหส้ นิ้ กเิ ลสได้ หวั ใจไมม่ พี ษิ มภี ยั ดว้ ยนานาประการ
จติ เกษม จติ อมตธรรม จติ อกปุ ธรรม จติ ไมก่ ำ� เรบิ จติ คงทเี่ พราะจติ รแู้ จง้ แทงตลอด”
“ไตรลักษณ์ม้างไปได้ท้ังไตรภพ มีอ�ำนาจเหนือโลกีย์ โลกุตระเป็นโลกหน่ึง
ตา่ งหาก”
“แก่ชราภาพ ร่างกายเหี่ยวแหง้ หมดยาง ก�ำลงั ไมต่ ดิ ตอ่ กำ� ลงั น้อย ออ่ นเพลยี
อิริยาบถผิดอนามัยแล้วไม่ได้ ธาตุแปรปรวน ชักชวนให้ล้ม เดินไปมาคล้ายกับ
เดก็ หดั เดนิ ซวนหนา้ ซวนหลงั ไปไมต่ รง มคี นอนื่ พยงุ เรอ่ื ยๆ เวน้ จากพระพลิ าอปุ ฏั ฐาก
นน้ั ไมไ่ ด้ ตอ้ งบำ� รงุ ยาฉนั เสมอ พอพยงุ ตวั ไปได้ แตจ่ ติ แนน่ หนาในทางธรรมะ เพราะ
ระลกึ การตายเสมอ ความประมาทนอ้ ย แตก่ ำ� ลงั จติ กำ� ลงั โคจรสะดวก แตร่ า่ งกายเดนิ
ไมไ่ หวเหมือนยังหนมุ่ ชอบสนั โดษ มักนอ้ ยด้วยปัจจัย ๔ เพราะระลึกถงึ ความตาย
จะสะสมไว้ท�ำไม รบี บริจาคยังมีชีวิตอยู่”
224
“การท�ำบุญต่ออายุ เหน็ อานิสงสป์ จั จุบันเป็นอัศจรรย์อยา่ งใดอย่างหนึง่ ฉะนั้น
พระยาพมิ พสิ ารบำ� เพญ็ อทุ ศิ ถงึ เปรต เปรตไดร้ บั อนโุ มทนาไปเกดิ บนสวรรค์ การทาน
มแี รงกล้าถงึ ขนาดนน้ั ”
“ภาวนาจติ เดนิ ถกู มรรคสะดวกมาก ไมข่ ดั ขอ้ งดว้ ยประการใดๆ เพราะเปน็ หนทาง
ของพระอรยิ เจ้า เดนิ ผิดมรรค ถูกนิวรณ์ครอบง�ำ จติ ล�ำบากมาก”
“อยู่ประเทศอินเดยี ภาวนาง่ายทีส่ ุด ไม่ตอ้ งชำ� ระนิวรณ์ ภาวนาจติ ถงึ อรยิ สัจ
เลยทเี ดยี ว เพราะวญิ ญาณพระอรหนั ตอ์ มุ้ อนิ เดยี เปน็ ตน้ ศาสนา พระอรหนั ตน์ พิ พาน
ในทน่ี ้ันมาก ช่วยพระ คนทุกข์ คนจน ท่านอุ้มช”ู
“พระโยคาวจรเจา้ ทงั้ หลายถอื ธดุ งคบ์ รสิ ทุ ธดิ์ แี ลว้ เทพตอ้ งไปเยย่ี ม พระจะรกู้ ต็ าม
ไม่รูก้ ต็ าม เทพไปเยย่ี ม ทา่ นอาจารย์มนั่ พดู ”
“ถำ�้ ผาบง้ิ เปน็ มงคล ๒ อยา่ ง พระอรหนั ตอ์ บุ าลนี พิ พานในทน่ี นั้ ๑ มนี าครกั ษา
อยู่ ณ ทนี่ น้ั ๑ พระโยคาวจรเจา้ ภาวนาจงึ สะดวกมาก เปน็ สถานทเ่ี ปน็ มงคล อาจารยม์ นั่
จ�ำพรรษาอยู่ ณ ท่ีนน้ั รู้อภิธรรม ไปอ่ืนลืม ท่านอาจารยส์ ิงห์ส�ำคัญตนส�ำเรจ็ ดจุ
พระโมคคัลลาน”์
“ทา่ นอาจารยบ์ ุญสำ� เร็จถำ้� ...อ.ผอื จ.อดุ ร”
“ภาวนาธาตนุ าเวง คดิ ถงึ พระอรยิ เจา้ ภาวนาบา้ นหนองผอื คดิ ถงึ ทา่ นอาจารยม์ นั่
ท่านเนยี ม ท่านทงั้ สองเป็นพระอริยเจ้า”
“ความสันโดษน้นั เบากาย เบาใจ เพราะไมม่ ีการสะสมปจั จยั ๔ จะสะสมไว้
ทำ� ไม ญาตโิ ยมเขาเล้ียงอย่แู ลว้ ลาภเหลือแล มีโอกาสภาวนาใหย้ ง่ิ ”
225
ถ้ำ� ผขู้ ้า ๑ ก.ย. ๒๕
“เจรญิ กายานปุ สั สนา ตงั้ แตเ่ ทา้ ขน้ึ ถงึ บนศรี ษะ ตงั้ แตบ่ นศรี ษะถงึ เทา้ เปน็ ทกุ ขฺ ํ
อนจิ จฺ ํ อนตตฺ า ทำ� ใหม้ ากแลว้ ทำ� ใหช้ ำ� นาญแลว้ ทำ� ใหค้ ลอ่ งแคลว่ แลว้ จะเกดิ นพิ พทิ าญาณ
คอื ความเบอื่ หนา่ ยในอวยั วะทกุ สว่ น แลว้ เจรญิ ความเบอื่ หนา่ ยใหม้ าก แลว้ จะเกดิ วริ าโค
แปลว่า ส�ำรอกออก ไมย่ นิ ดีในกามคณุ จิตจะถงึ ความเกษม ไมม่ วั เมาในกามคณุ
“ทจ่ี ะเปลยี่ นภพไปสภู่ พใหมน่ นั้ มจั จรุ าชมายาทกุ อยา่ งมนั พอจงึ เขา้ ถงึ ความตาย
ตายดไี ปสวรรค์ ตายชัว่ ไปสู่ทคุ ติภพ มี ๒ อยา่ งเท่านั้น ถ้าสน้ิ กเิ ลสแล้วกไ็ ปนพิ พาน
ไมป่ รารภเกิดในภพนอ้ ยใหญ”่
“ถา้ เดนิ มรรคไมพ่ อ ยงั คานมิ ติ ดแี ละชว่ั อยู่ เพราะออ่ นทางวปิ สั สนา ลา้ งเชด็ กเิ ลส
ไม่หมด”
“ภาวนา ณ ถำ้� ผขู้ า้ เดนิ ทางวปิ สั สนา จติ สวา่ งไสวดี ปรโุ ปรง่ ดี รแู้ ตเ่ ทา้ ถงึ ศรี ษะ
ทวนขน้ึ ทวนลง อนโุ ลม ปฏโิ ลม เพง่ ไตรลกั ษณ์ ลบเลห่ เ์ หลย่ี มของกเิ ลสทง้ั หลายใหเ้ หน็
อมตธรรม เหน็ ปกตขิ องจติ ใหจ้ ติ เปน็ อกปุ ปธรรม ไมใ่ หจ้ ติ กำ� เรบิ ใหร้ แู้ จง้ แทงตลอด
อยเู่ ปน็ นิตยด์ ้วยก�ำลงั วิปสั สนา ไม่ใชก่ �ำลังวปิ ัสสน”ู
“พจิ ารณาการตายไปสภู่ พใหมจ่ ะเปน็ กริ ยิ าอยา่ งไร ในขณะทธ่ี าตขุ นั ธจ์ ะตลี งั กา
นน้ั แหละ ใจหาย ขวญั เสยี เอาสตไิ ดเ้ ปน็ การดี ถา้ เอาไมไ่ ดก้ เ็ สยี ทา่ ใหญโ่ ต ความรแู้ จง้
แทงตลอดของอวยั วะเป็นสมบัตอิ ย่างยิง่ แลเห็นอรยิ สัจด้วยความจริง”
๑ พ.ย. ๒๕ ถ�ำ้ ผขู้ า้
“กายานปุ สั สนา กรรมฐาน ๕ เปน็ มรรคทจี่ ติ เดนิ ถกู ตอ้ ง เรง่ ความเพยี ร เดนิ มรรค
เปน็ หนทางของพระอริยเจ้า”
226
“รา่ งกายอวยั วะเปน็ ธรรมะทแ่ี ปรผนั อยใู่ นไตรลกั ษณ์ เมอื่ เหน็ ความไมจ่ รงิ แลว้
ยอ่ มเหน็ ความจรงิ ของอรยิ สจั จติ ไมแ่ ปรผนั เปน็ อยา่ งอนื่ แกไ้ ขเดนิ มรรคใหถ้ กู เปน็ อนั
ทีแ่ ลว้ กนั เดนิ มรรคผดิ แล้วยุ่งวนุ่ วายใหญโ่ ต”
๘ พ.ย. ๒๕ ถำ�้ ผขู้ ้า
“อยู่ ณ ถำ้� ผขู้ า้ ภาวนาสงดั ดี ศษิ ยเ์ อาใจใสอ่ ปุ ฏั ฐากดี อาหารดี อากาศดี อยากเจบ็
เวลาฝนตก สนใจในการภาวนามาก เกดิ ความรแู้ ปลกๆ ละเอยี ด สขุ มุ สถานทเี่ ปน็ มงคล
ญาตโิ ยมวา่ ง่ายสอนง่าย ภาวนาถึงหลักของจติ เพ่งนมิ ิตให้ละลายเป็น ทุกขฺ ํ อนจิ จํ
อนตตฺ า แตไ่ มฝ่ นั เพราะภาวนาลา้ งอนสุ ยั เพง่ รา่ งกายปรโุ ปรง่ ตลอดทว่ั ไปของรา่ งกาย
และลึกซ้งึ ”
“จติ หายสงสัยทางนวิ รณ์ ไมร่ ับนิมิตพิจารณา เพราะนมิ ิตเปน็ ตวั สงั ขาร”
“อาพาธคอ่ ยหายไปเรอื่ ยๆ เพราะคนั้ เอน็ (นวดเสน้ - ผเู้ ขยี น) แตเ่ ดนิ ทางไกลไมไ่ ด้
เจบ็ ขาขา้ งขวา แนน่ หวั ใจ มกั มบี อ่ ยๆ ไมอ่ ยากอาหาร กนิ ไปกพ็ อกนิ มกั เวยี น เปน็ ลม
เปน็ บางวนั ลกุ นงั่ เดนิ ลำ� บาก เดนิ คลา้ ยเดก็ หดั เดนิ เพราะชรา อวยั วะบกพรอ่ ง กำ� ลงั นอ้ ย
ออ่ นเพลยี ตอ้ งเปลยี่ นอริ ยิ าบถบอ่ ยๆ นงั่ นานเสน้ ตงึ อายแุ กเ่ ทา่ ไรยง่ิ เหน็ ความลำ� บาก
ของร่างกาย”
“พจิ ารณาตามเรอื่ งของสงั ขาร แตอ่ ยา่ ทงิ้ ไตรลกั ษณ์ ลบลา้ งใหห้ ายไป อยา่ ปรงุ
มันขึ้นมา เหน็ ความไม่เทย่ี งแล้วเหน็ เที่ยงของอริยสัจ”
227
พรรษาที่ ๕๙-๖๕ พ.ศ. ๒๕๒๖-๒๕๓๒
แสงตะวนั ล�ำสุดท้าย
พ.ศ. ๒๕๒๖ และ ๒๕๒๘
จำ� พรรษา วัดเจติยาคริ ีวหิ าร (ภูทอก) อ.ศรีวิไล จ.หนองคาย
พ.ศ. ๒๕๒๗ และ ๒๕๓๒ จำ� พรรษา ทพ่ี กั สงฆ์ ก.ม. ๒๗ ดอนเมอื ง กรงุ เทพมหานคร
พ.ศ. ๒๕๒๙-๒๕๓๑ จ�ำพรรษา ท่ีพักสงฆเ์ ย็นสดุ ใจ อ.หวั หนิ จ.ประจวบครี ขี ันธ์
จากพรรษา ๕๙ ถึงพรรษา ๖๕ จดั ไดว้ า่ เปน็ ช่วงปัจฉมิ กาลของหลวงปูจ่ รงิ ๆ
ท่านมอี ายยุ นื ยาวมาถึงกวา่ ๘๐ ปี อายุ ๘๒-๘๘ ปี เมือ่ สมเด็จพระบรมครู สมเดจ็
พระสมั มาสัมพทุ ธเจ้า ทรงปลงพระชนมายุสังขารเสดจ็ เข้าสู่มหาปรนิ ิพพานนนั้ ก็มี
พระชนมเ์ พยี ง ๘๐ พรรษาเทา่ นนั้ หรอื แมแ้ ตท่ า่ นพระอาจารยม์ น่ั ภรู ทิ ตั โต บรู พาจารย์
ของทา่ น กล็ ะสงั ขารไปเมอื่ อายุ ๘๐ ปพี อดี องคท์ า่ นมอี ายเุ กนิ กวา่ แปดสบิ มาหลายปแี ลว้
แตห่ ลวงปกู่ ย็ งั เมตตานำ� พระ เณร อบุ าสก อบุ าสกิ า สวดมนตท์ ำ� วตั รเชา้ -ทำ� วตั รเยน็
ตลอดจนเทศนาอบรมส่ังสอนและน�ำภาวนามิได้ขาด โดยการสวดมนต์ท�ำวัตรเช้า
และเยน็ หลวงปไู่ ดม้ แี บบฉบบั ของหลวงปเู่ องดงั ทเ่ี คยกลา่ วมาแลว้ โดยหลวงปจู่ ะนอ้ มนำ�
ให้ระลกึ ถงึ คณุ ของพระพทุ ธ พระธรรม พระสงฆ์ อยา่ งน่าซาบซง้ึ กอ่ น แลว้ จึงให้
สวดบาลีต่อไป
ถึงแม้วา่ หลวงปจู่ ะเจริญดว้ ยวยั อันสงู ยิง่ และมีสภาพสังขารดังที่หลวงปบู่ ันทกึ
ไวว้ า่ “...คำ� นวณชวี ติ เหน็ จะไมย่ ง่ั ยนื รา่ งกายบอกมาเชน่ นนั้ ทำ� ใหเ้ วยี นศรี ษะเรอ่ื ยๆ
แตม่ สี ตริ ะวงั อยา่ ใหล้ ม้ มคี นอนื่ พยงุ เสมอ...” และ “...ธาตขุ นั ธท์ ำ� ใหว้ งิ เวยี นอยเู่ รอ่ื ยๆ
คอยแตจ่ ะลม้ ตอ้ งระวงั หนา้ ระวงั หลงั ...” ทา่ นกย็ งั มเี มตตาไปโปรดเยย่ี มลกู ศษิ ยต์ าม
228
ทต่ี า่ งๆ บอ่ ยครง้ั โดยทกุ ครงั้ จะไปวนั ละหลายๆ บา้ น และทกุ ๆ บา้ น ทา่ นมกั จะอบรม
เทศนเ์ ป็นเวลาคร่งึ ชวั่ โมงเป็นอย่างนอ้ ย
นกึ ถงึ วยั นกึ ถงึ สงั ขาร ผทู้ ม่ี อี ายปุ านนนั้ แลว้ ควรจะพกั ผอ่ นไดแ้ ลว้ แตก่ ลบั มา
เหนด็ เหนอื่ ยอยา่ งยงิ่ ทา่ นไมน่ า่ จะปฏบิ ตั ภิ ารกจิ เชน่ นไ้ี ดไ้ หว แตห่ ลวงปกู่ ย็ งั คงมเี มตตา
อยู่เช่นน้ันเสมอมา บ�ำเพญ็ ตนดุจเหล็กไหล ไปมาคล่องแคล่วว่องไว แทนที่ลกู ศิษย์
จะเปน็ ฝา่ ยมากราบนมสั การเยยี่ มทา่ น ทา่ นกลบั ไปเยี่ยมลูกศิษย์เสียเอง เม่อื ดูจาก
ภายนอก ทา่ นเปน็ เสมอื นบรุ ษุ เหลก็ แตจ่ ากบนั ทกึ ทค่ี น้ พบปรากฏวา่ องคท์ า่ นเองกลบั
เหนด็ เหน่อื ยย่งิ นัก ดังทวี่ า่ “...เราสละชวี ิตใหญ้ าติโยมมาดดู กินเนอ้ื เลือดของเรา...”
มอี ยหู่ ลายครง้ั ทท่ี า่ นสารภาพวา่ การเทศนก์ ด็ ี การอบรมกด็ ี ดดู กนิ กำ� ลงั ของทา่ น
ไปหมด จนแนน่ หนา้ อกแทบหายใจไมอ่ อก แตท่ า่ นกอ็ ดทนทำ� ดว้ ยวา่ เปน็ กจิ ของศาสนา
ตามทท่ี ่านว่า
ในปพี รรษา ๕๙ (พ.ศ. ๒๕๒๖) และพรรษา ๖๑ (พ.ศ. ๒๕๒๘) หลวงปเู่ มตตา
ไปโปรดญาตโิ ยมทางจงั หวดั หนองคาย โดยไปจำ� พรรษาอยู่ ณ วดั เจตยิ าคริ วี หิ าร (ภทู อก)
และโดยเฉพาะในปี พ.ศ. ๒๕๒๘ นนั้ ทา่ นไดก้ รณุ ารบั ผา้ กฐนิ ของวดั เจตยิ าคริ วี หิ าร
(ภทู อก) ด้วย ความจริงทภี่ ทู อกน้ี ทา่ นไดเ้ คยไปวิเวกพกั ผ่อนแล้วหลายคร้งั แต่ปี
๒๕๒๑ เปน็ ต้นมา เช่น มารว่ มในงานกฐนิ บ้าง ผ้าปา่ บ้าง ปี ๒๕๒๕ ทา่ นมาในงาน
กฐินรับผ้าปา่ แลว้ ท่านบันทกึ ไวว้ ่า
“ภทู อก” ซง่ึ มาอยูใ่ หม่ๆ วันท่ี ๒๒ ต.ค. ๒๕
ภาวนามีชีวิตตอ่ ดี เปน็ สถานท่เี ป็นมงคล ภาวนาอวยั วะปรุโปร่งดี สงดั วเิ วกดี
มเี ทพศกั ดสิ์ ทิ ธปิ์ ระทบั อยู่ บคุ คลยงั ภาวนายงั ไมเ่ ปน็ ไป ยงุ่ อยกู่ บั การงาน คา่ ครองชพี
ยงั ไมเ่ หน็ อานสิ งสข์ องศาสนาเตม็ ท่ี ขาดครงึ่ ๆ กลางๆ การกอ่ สรา้ งถาวรมาก เทยี บกบั
วัดเอราวณั ถำ�้ ผาปู่ ถ�้ำขาม ถ�้ำผาบงิ้
“สรา้ งถาวรมน่ั คง รงุ่ เรอื งดี ทนั สมยั นยิ ม แมส้ น้ิ เงนิ เปน็ ลา้ นๆ ทเี ดยี ว เราเทศนไ์ ป
ดเู หมือนไม่เข้าใจเท่าไร”
229
“ต่ออนาคตจะเป็นเจดีย์ท่ีส�ำคัญของประเทศไทย เป็นที่อัศจรรย์แห่งหน่ึงของ
ประเทศไทย ทศั นาจรของคนตา่ งจงั หวดั จะหาสมภารเหมอื นทา่ นอาจารยจ์ วนยากนกั
เพราะพทุ ธศาสนกิ ชนเลอื่ มใสทา่ นมาก หาเงนิ กอ่ สรา้ งและปกครองพระภกิ ษุ เณร ไดด้ ี
ยิ่งกว่าเรา”
“ภาวนาขา้ งบน (บนภเู ขา - ผเู้ ขยี น) ดี ขา้ งลา่ งภาวนาไมค่ อ่ ยดี ทเ่ี ราไดผ้ า่ นมาแลว้
ปรากฏเปน็ อัศจรรย”์
“ถ�้ำผาปู่ ๑ ถำ้� ขาม ๑ ภทู อก ๑ ถำ้� เอราวณั ๑ ถ�ำ้ ผาบ้งิ ๑ ถ�้ำมโหฬาร ๑ ทุ่มเท
เงนิ งานการกอ่ สรา้ งมากมายของประเทศไทย น่าอัศจรรย์ เป็นหลกั วดั ป่าทวี่ เิ วกของ
ประเทศไทย เป็นขวัญตาขวัญใจของประเทศไทย ชาวพุทธศาสนิกชนทัศนาการ
ต้องคดั เลอื กอาจารย์ท่สี ำ� คญั อยู่ จึงสมกับฐานะของถ�้ำทเ่ี ปน็ มงคล”
“ภทู อก เปน็ สถานทศั นาจรหลายแหง่ มสี ถานทใี่ กลๆ้ กนั สะดวกแกพ่ ระโยคาวจรเจา้
เจรญิ ภาวนา ล้วนแตบ่ ุคคลเปน็ เศรษฐกี ารกอ่ สรา้ งทัง้ น้ัน”
เป็นที่น่าแปลกใจอย่างย่ิงท่ีมาพบบันทึกของท่านท่ีบันทึกไว้แต่ปี ๒๕๒๕ ว่า
“ต่ออนาคตจะเป็นเจดีย์ท่ีส�ำคัญของประเทศไทย เป็นที่อัศจรรย์แห่งหน่ึงของ
ประเทศไทย” ขณะนั้นเดือนตุลาคม ๒๕๒๕ ความคิดท่ีจะสร้างเจดีย์โดยเสด็จ
พระราชดำ� ริ พระบาทสมเด็จพระเจา้ อยู่หวั ฯ เพง่ิ เรม่ิ ตน้ ยังมิไดม้ ีการหาทุนมาเพือ่
สร้างเลย เพราะบรรดาศษิ ย์ก�ำลงั กังวลเรื่องจะชว่ ยจดั สร้างเจดียถ์ วายหลวงปฝู่ ั้นให้
เสรจ็ ส้นิ กอ่ น และเรากม็ ีความคดิ ส้นั ๆ เพียงว่าจะทำ� เจดยี ์เพยี งแค่ ๓-๔ ลา้ นบาท
และความจรงิ เงนิ ๓-๔ ล้านบาท สำ� หรบั เราในปี ๒๕๒๕ นน้ั กย็ ังฟังเปน็ เรือ่ งเกนิ
ฝนั อยู่เหลือเกิน
ไมม่ ีใครคิดวา่ สุดทา้ ยเจดีย์พพิ ธิ ภัณฑท์ ่านพระอาจารยจ์ วน กลุ เชฏโฐ จะใช้
ทุนในการก่อสร้างไปถึง ๑๗ ล้านบาท มีความสูงจากพ้ืนดินเดิมถึงยอดเจดีย์ถึง
๓๗ เมตร และหลวงปทู่ า่ นเขียนไว้แต่ครั้งน้ัน คงต้องขอยมื ค�ำของทา่ นทีท่ ่านกลา่ ว
บอ่ ยๆ นน่ั เองมาร�ำพงึ ในวนั นี้ นา่ อัศจรรย์นัก
230
ที่ภูทอกเปน็ สถานทีซ่ ่ึงสงบสงดั เส้นทางท่เี ขา้ ไปสูภ่ ทู อกคอ่ นข้างล�ำบาก อีกท้ัง
อยหู่ า่ งจากกรงุ เทพฯ ประมาณ ๘๐๐ กวา่ กโิ ลเมตร ในขณะนน้ั หลวงปมู่ อี ายุ ๘๔ ปแี ลว้
ท่านก็ยังแสดงพระธรรมเทศนาเกือบทุกวัน อบรมพระเณร ตลอดจนผู้ที่มีศรัทธา
แรงกล้าทไ่ี ด้ติดตามท่านไปด้วย ทา่ นได้น�ำพระเณรข้นึ ไปบ�ำเพ็ญภาวนาอย่บู นวิหาร
ยอดเขาภทู อก ชนั้ ท่ี ๕ เปน็ เวลากวา่ เดอื น ในระยะนนั้ ธรรมะของหลวงปมู่ มี าก ซง่ึ ทา่ น
กไ็ ด้บันทกึ ไว้ แตเ่ ป็นการยากย่ิงทจ่ี ะนำ� ธรรมะของหลวงปู่มารวมพมิ พไ์ ว้ได้ทั้งหมด
คงจะสามารถคดั ลอกและน�ำมาพอเปน็ ตวั อย่างบ้าง ดังนี้
“เรง่ ความเพยี รเขา้ ไป เสน้ เอน็ กระดกู ปตี ไิ ลก่ เิ ลสออกจากดวงจติ อำ� นาจวปิ สั สนา
ฟอกหัวใจใหส้ ะอาด”
“อุบายกเิ ลสมนี านาประการ มรรคทำ� ให้มาก ใหร้ เู้ ท่าทนั กับกเิ ลส ไตรลกั ษณ์
ตัดกระแสกิเลสท้ังหลายให้ขาดจากดวงจิต หัวใจเปล่ียนแปลงอวิชชาให้เป็นวิชชา
เรื่องนคี้ วรสนใจเพราะมนั เดินถูกมรรค”
“ชอบสวยงาม พจิ ารณาใหเ้ ปน็ อสภุ ะ-ไมง่ าม ของอวยั วะทกุ สว่ นดำ� เนนิ เขา้ ไปดู
จักเหน็ ความเปน็ จริงของอรยิ สจั ”
“รแู้ จง้ อวยั วะของรา่ งกายยง่ิ กวา่ เกา่ ละเอยี ดกวา่ เกา่ ดว้ ยไตรลกั ษณ์ ทกุ ขํ อนจิ จฺ ํ
อนตตฺ า ขยายธรรมะรู้ท่ัวไป ระงับนวิ รณไ์ ด้ รู้เองเห็นเอง เป็นปัจจตั ตัง ปฏิภาคและ
วิปัสสนาผสมกัน แตว่ ิปัสสนามากกวา่ สมถะ”
“พจิ ารณาการตาย เกดิ สะกดิ ใจวา่ จะตอ้ งตายงา่ ย อายไุ มย่ นื นาน บอกมาเรอ่ื ยๆ
เร่งความเพยี รมากก่อนตาย เพ่อื ให้ชำ� นชิ �ำนาญ เพอื่ เขา้ จติ สูก้ ารตาย ข้อนส้ี ำ� คญั
มากกว่าอย่างอืน่ ”
“ทำ� วปิ สั สนามากกวา่ ทำ� ปฏภิ าคนมิ ติ ใหจ้ ติ รเู้ องเหน็ เอง ไมม่ คี วามอาลยั ในชวี ติ
พจิ ารณาความตายอยูเ่ รอื่ ยๆ เพ่อื ใหช้ ำ� นาญเข้าสอู่ ารมณ์แหง่ ความตาย”
231
เทศนข์ องหลวงปู่ บอ่ ยครงั้ จะกลา่ วถงึ การให้ “ทาน” ซง่ึ ไมเ่ ฉพาะแตค่ ำ� เทศนเ์ ทา่ นนั้
ทา่ นยงั ปฏบิ ตั เิ พอื่ เปน็ ตวั อยา่ งทด่ี แี กพ่ ระ เณร อบุ าสก อบุ าสกิ า อกี ดว้ ย ทา่ นกลา่ ววา่
อานสิ งสข์ องการใหท้ านน้นั จะมผี ลให้ผูบ้ รจิ าคทานมฐี านะรำ่� รวย คือ พระเวสสันดร
ในพระไตรปฎิ ก และจะอดุ หนนุ ใหต้ วั เราสบาย ซง่ึ ยอ่ มเหน็ อานสิ งสน์ ไี้ ดใ้ นชาตปิ จั จบุ นั
ดงั ทีท่ า่ นได้รับอยู่ ตามบนั ทึกของท่านทวี่ า่
“...เงนิ ฝากธนาคาร ชว่ ยอาหารพระเณรวดั ปา่ ทกี่ นั ดารนนั้ ยงิ่ ปลมื้ ใจหาทส่ี ดุ มไิ ด้
มีตบะความเพียรอย่างยิ่ง และมีศาลาเกิดขึ้นทุกวันนี้ ก็เพราะอนุเคราะห์หมู่เพื่อน
สหธรรมกิ นน่ั เอง กด็ ว้ ยอานสิ งสอ์ นั นแ้ี หละอดุ หนนุ จงึ มชี วี ติ ประทงั ตวั อยทู่ กุ วนั น.ี้ ..”
เงินในท่ีน้ีได้มาจากไหน ก็ได้มาจากปัจจัยที่เหล่าญาติโยมลูกศิษย์ถวายท่าน
นน่ั แหละ โดยอธั ยาศัยของหลวงปแู่ ลว้ เปน็ ผู้มัธยัสถ์ ประหยดั มาก ด้วยท่านชอบ
ธุดงควัตร จึงฝึกหัดให้มีชีวิตอยู่อย่างประหยัดอย่างไม่กังวลต่อความอัตคัดขัดสน
ดงั มเี รอื่ งเลา่ ทว่ี า่ นำ้� ปลาขวดเดยี ว เปน็ อาหารทที่ า่ นฉนั ไดท้ ง้ั พรรษา ดงั นน้ั ปจั จยั ทเี่ หลา่
ญาตโิ ยมและลกู ศษิ ยถ์ วายเทา่ นนั้ จงึ เกดิ อานสิ งสผ์ ลบญุ ถงึ ๒ ชน้ั คอื บญุ ทเ่ี กดิ จากการ
ถวายปจั จยั หลวงปชู่ นั้ หนง่ึ และบญุ ทเ่ี กดิ จากหลวงปนู่ ำ� ปจั จยั นนั้ ไปเพอ่ื การสงเคราะห์
พระเณรในปา่ กนั ดารอกี ชนั้ หนงึ่ ทา่ นไดจ้ ดั ตงั้ มลู นธิ จิ นั ทสาโรขนึ้ ใหน้ ำ� ดอกผลสง่ ไป
ช่วยเป็นค่าอาหารส�ำหรับวัดป่าท่ีอยู่ในท่ีทุรกันดารและขาดแคลน นอกจากจะช่วย
เพ่ือนสหธรรมกิ ในด้านปัจจัยแลว้ การช่วยเหลอื ในลกั ษณะอน่ื ๆ ก็ถอื วา่ เปน็ “ทาน”
อีกชนิดหนึง่ ดงั บนั ทึกของทา่ นท่วี ่า
“เราไดแ้ ลกโวหารเทศนาหาเงินชว่ ยการกอ่ สรา้ ง ชว่ ยเพอ่ื นสหธรรมิก นก้ี เ็ ห็น
อานสิ งสเ์ หมอื นกนั การใหท้ านรำ�่ รวยเหมอื นพระเวสสนั ดรมอี านสิ งสต์ ามทที่ า่ นกลา่ วไว้
ในพระไตรปิฎก”
หลวงปูม่ กั จะมเี ร่อื งตา่ งๆ เล่าใหญ้ าติโยมและลกู ศษิ ย์ฟงั เสมอๆ ประกอบกับ
ค�ำสงั่ สอนอบรมของท่าน และเรื่องหนงึ่ ทีท่ ่านมกั จะกล่าวถึงกค็ ือ คำ� สรรเสริญเพื่อน
สหธรรมกิ ของทา่ น หลวงปชู่ อบ ฐานสโม ผทู้ ม่ี คี วามกลา้ หาญ เดด็ เดยี่ ว มธี รรมคมในฝกั
232
สันโดษ ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ดีของพระโยคาวจรเจ้าในสมัยปัจจุบัน ดังเร่ืองเล่าที่ท่าน
ยกขนึ้ มาวา่ ในสมยั หนง่ึ หลวงปชู่ อบธดุ งคเ์ ขา้ ไปในปา่ ทบึ ทางเดนิ นน้ั เปน็ ทางเปลยี่ ว
หนทางนน้ั มเี สอื กนิ คนหลายรายแลว้ กลางคนื นนั้ ทา่ นเดนิ เขา้ ไปคนเดยี ว แมญ้ าตโิ ยม
จะห้ามปรามหรือทดั ทานอย่างไร ทา่ นกด็ อื้ ไป แล้วทา่ นก็พบเสือใหญ่ลายพาดกลอน
ร้องขึน้ บนทางข้างหน้าทา่ น ๑ ตัว ขา้ งหลงั อกี ๑ ตัว หลวงป่ชู อบจงึ เข้าสมาธอิ ยู่
ณ ทน่ี น้ั ราว ๑ ชวั่ โมง รสู้ กึ ตวั แลว้ กเ็ ดนิ ตอ่ ไป ตอนเชา้ ทา่ นออกบณิ ฑบาต ญาตโิ ยม
ทง้ั หลายเหน็ เปน็ อศั จรรยท์ ท่ี า่ นเดนิ กลางคนื ในปา่ โดยทเี่ สอื ไมก่ นิ ทา่ น ความกลา้ หาญ
เด็ดเด่ียวของหลวงปู่ชอบ เป็นเรื่องท่ีหลวงปู่มักน�ำมากล่าวสรรเสริญให้ญาติโยม
ลูกศิษย์ได้ยินได้ฟังด�ำเนินรอยตาม เหล่าน้ีเป็นการยืนยันถึงอุปนิสัยการถ่อมองค์
หลวงปทู่ ม่ี ักจะเล่าและยกย่องผูอ้ ่นื มากกวา่ กลา่ วถงึ ตนเอง
พรรษา ๖๐ (พ.ศ. ๒๕๒๗) หลวงปจู่ ำ� พรรษาทสี่ ำ� นกั สงฆ์ ก.ม. ๒๗ ดอนเมอื ง
กรงุ เทพฯ ถงึ แมว้ า่ จะมเี สยี งเครอ่ื งบนิ รบกวนบา้ ง หลวงปกู่ ห็ าไดท้ งิ้ เรอ่ื งการภาวนาไม่
กลบั มุ่งหน้าเขา้ หาการภาวนาอยา่ งจริงจัง ดงั ความตามบนั ทกึ สว่ นหนง่ึ วา่
“การภาวนา เมอ่ื วา่ งเครื่องบินแลว้ สงัดดี วเิ วกดี พิจารณาร่างกายแจ่มแจ้งดี
ของอวยั วะรา่ งกายตง้ั แตข่ าตอ่ ไปถงึ หนา้ สละชวี ติ โดยเฉพาะเอกเทศอยา่ งหนง่ึ พยายาม
ใหส้ ละซากความเปน็ ความตาย ณ ทนี่ น้ั ใหช้ ำ� นชิ ำ� นาญ ทำ� ใหม้ ากจะเกดิ ปาฏหิ ารยิ ใ์ หญ่
เหน็ ธรรมเปน็ อศั จรรย์ อยา่ งใดอยา่ งหนงึ่ สละกเิ ลสทง้ั หยาบ ทงั้ อยา่ งกลาง อยา่ งละเอยี ด
มีในน้ันเสรจ็ กลั่นเอาความไม่ตายจากท่นี ั้นเป็นตัวนพิ พาน เมอื่ กอ่ นไม่เที่ยงเชน่ น้ัน
จะเห็นตอนทไี่ มต่ าย อมตธรรม อย่างสขุ มุ ลึกลงไปเป็นล�ำดับ”
“เรง่ ความเพยี ร นอนไมห่ ลบั เพราะมปี ตี ลิ อ่ ใจ รกั ใครภ่ าวนาเรอื่ ยๆ ลมื มดื ลมื คำ่�
แตม่ กี ารออ่ นเพลยี การนอนไมห่ ลบั แตค่ วามรคู้ วามฉลาดกา้ วหนา้ ใครใ่ นวปิ สั สนาวธิ ี
นสิ ัยย่อมเปน็ ไปเช่นนน้ั นอนดกึ ๆ ทกุ คืน ทำ� ให้เพลนิ ทางธรรมมาก”
“เจรญิ ภาวนาสะดวก มา้ งกายใหเ้ หน็ ทว่ั ดว้ ยวปิ สั สนาอยา่ งเดยี ว สมถะมกี ารทำ�
นอ้ ยไป เพราะท่อี ยูไ่ ม่วเิ วก”
233
ในระหวา่ งระยะเวลาเหลา่ นนั้ พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั ฯ และสมเดจ็ พระ-
นางเจา้ ฯ พระบรมราชนิ นี าถ เสดจ็ แปรพระราชฐานไปประทบั ณ พระราชวงั ไกลกงั วล
อำ� เภอหวั หนิ จงั หวัดประจวบคีรีขนั ธ์ ซง่ึ ในชว่ งเวลาเดยี วกนั นัน้ หลวงปกู่ ็พักอย่ทู ่ี
สำ� นกั สงฆห์ ัวหิน เชน่ กัน ทา่ นบนั ทกึ ไว้วา่
“อยู่หัวหิน อยู่ใกล้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระนางเจ้าฯ
พระบรมราชนิ นี าถ แลว้ มกั จะเกดิ ธรรมแปลกๆ เปน็ อศั จรรย์ เปน็ เพราะทงั้ สองพระองค์
ทรงมพี รหมวหิ ารอยใู่ นนำ�้ พระทยั ของพระองค์ ทง้ั สองพระองคท์ รงเปน็ พระมหากษตั รยิ ์
และพระราชนิ ที เี่ พยี บพรอ้ มทกุ อยา่ ง ไมท่ รงทง้ิ ธรรม เปน็ คนมบี ญุ เสดจ็ อวตารมาจาก
สวรรคม์ าเกดิ มาบรหิ ารชาติ มาทำ� นบุ ำ� รงุ ศาสนาใหเ้ จรญิ ประเทศไทยไมส่ นิ้ จากคนดี
น้ีเป็นอัศจรรย์ประการหนึง่ ของประเทศไทย”
ทา่ นมกั จะอบรมบรรดาลกู ศษิ ย์ ทงั้ พระ เณร อบุ าสก อบุ าสกิ า เสมอ ใหร้ สู้ กึ รำ� ลกึ
ถงึ พระมหากรณุ าธิคณุ ของพระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยูห่ ัวฯ และสมเด็จพระนางเจ้าฯ
พระบรมราชินนี าถ อยู่เสมอ โดยองค์ทา่ นเองก็เขยี นไว้ในบันทกึ ว่า
“สมเด็จในหลวงรัชกาลท่ี ๙ ขอให้พระองค์มีพระปรีชาญาณปราดเปรียว
ปกครองชาวประเทศไทยใหเ้ ปน็ สุขทั่วกัน พรอ้ มท้งั ๗๔ จังหวัด ประชาชนนับถอื
พระองคด์ จุ บดิ ามารดาของชาวไทย ทงั้ หญงิ ทงั้ ชาย เหตนุ นั้ ชาวไทย อบุ าสก อบุ าสกิ า
ท่านทง้ั หลาย บำ� เพ็ญทานก็ดี รกั ษาศีลก็ดี ภาวนากด็ ี ขอกศุ ลอันใหญม่ หาศาลอทุ ศิ
บญุ กศุ ลอนั น้ี จงดลบนั ดาลใหค้ วามสนบั สนนุ ถวายสมเดจ็ ในหลวงและองคร์ าชดนิ ี *
พึงเจริญดว้ ยอายุ วรรณะ สขุ ะ พละ สิน้ กาลนานเทอญ (ตรงตามโบราณาจารย์ท่าน
ท้งั หลายกลา่ วไว้ ปกครองไพรฟ่ า้ ข้าแผ่นดินให้เป็นสขุ ทัว่ หน้ากนั )”
พ.ศ. ๒๕๒๙-๒๕๓๑ หลวงปจู่ ำ� พรรษาอยู่ ณ ทพ่ี กั สงฆเ์ ยน็ สดุ ใจ อำ� เภอหวั หนิ
และ พ.ศ. ๒๕๓๒ อยู่ ณ ทพ่ี ักสงฆ์ ก.ม. ๒๗ ดอนเมอื ง ถงึ แม้วยั ของทา่ นจะสงู ยิง่
แต่หน้าท่ีอย่างหนึ่งซ่ึงท่านไม่ยอมท้ิง แต่จะปฏิบัติเป็นประจ�ำก็คือ อบรมสั่งสอน
*ราชดนิ ี = เปน็ ค�ำเฉพาะทหี่ ลวงปชู่ อบใชเ้ มอื่ จะกลา่ วถงึ สมเด็จพระนางเจา้ ฯ พระบรมราชินีนาถ
234
พุทธบริษัททั้งหลาย ท่านว่าน้ีเป็นหน้าท่ีของพระเถระที่จะต้องด�ำเนินกิจของศาสนา
ไมว่ า่ คนื นนั้ ทา่ นจะเพลดิ เพลนิ ทางธรรมภาวนาจนตลอดถงึ รงุ่ เชา้ กต็ าม สงั ขารเหนอ่ื ย
หายใจหอบอยา่ งไรกต็ าม แตเ่ ชา้ ของวนั ถดั มา ทา่ นกจ็ ะถอื เอาหนา้ ทก่ี ารอบรมสง่ั สอน
มาปฏบิ ตั ิอยู่เสมอมไิ ดข้ าด ท่านเขียนไวว้ า่
“เรามหี นา้ ทแี่ ผเ่ มตตาจติ อยา่ งเตม็ ท่ี อยา่ งสขุ มุ เพอื่ ใหเ้ ขาเหน็ อานสิ งส์ และเราได้
สละชวี ติ แผเ่ มตตาสะทอ้ นให้เขาภาวนาดียิ่งขน้ึ ไป พ้นจากอบายภูมทิ ้ังส”่ี
ณ ท่ีส�ำนักสงฆ์หัวหิน ท่านปรารภว่า “มาอยู่หัวหินในช่วงสุดท้ายของชีวิตน้ี
มคี วามสขุ บรบิ รู ณท์ กุ อยา่ ง พรงั่ พรอ้ มทงั้ พระ เณร ทดี่ แู ลอปุ ฏั ฐาก ตลอดจนญาตโิ ยม
ทง้ั คฤหสั ถ์และบรรพชติ จากทงั้ ทางใกล้และทางไกล ก็ได้มาเย่ียมนมสั การเสมอๆ
ไม่ขาดระยะ”
แมก้ ระทั่งพระเถระผู้ใหญ่ อย่างหลวงปู่เทสก์ เทสรงั สี และทา่ นพระอาจารย์
มหาบวั ญาณสมั ปันโน ก็ได้มาเยีย่ มทา่ นด้วย แตก่ ารมาเยย่ี มของท่านพระอาจารย์
ทั้งสององคน์ ัน้ เปน็ การมาอยา่ ง “พิเศษ” ซึ่งหลวงปู่ได้บันทึกเหตุการณน์ ้ไี วว้ า่
“...ฝนั เหน็ ทา่ นอาจารยเ์ ทสกก์ บั ทา่ นมหาบวั มาเยย่ี มเรา ทา่ นทง้ั สองถามธรรมกนั
อยา่ งไพเราะ คลา้ ยๆ สอบเรา เราดใี จอยใู่ นทา่ มกลางทา่ นทง้ั สอง ปรากฏทา่ นทงั้ สอง
ชมเชยเราดงั นี้ นเ้ี ป็นมงคลอยา่ งยิ่ง...”
“พจิ ารณาการตาย เกดิ สะกดิ ใจวา่ จะตอ้ งตายงา่ ย อายไุ มย่ นื นาน บอกมาเรอ่ื ยๆ
เร่งความเพยี รมากก่อนตาย เพื่อให้ช�ำนชิ �ำนาญ เพือ่ เขา้ จิตสู้การตาย ข้อน้สี ำ� คัญกวา่
อย่างอน่ื ”
ในวนั ท่ี ๗ ตลุ าคม ๒๕๓๒ ทา่ นรำ� พงึ ไวร้ ะหวา่ งพกั อยู่ ณ ทพี่ กั สงฆ์ ก.ม. ๒๗
ดอนเมอื ง ความวา่
“แก่ ชรา มานานเทา่ ไร พงึ ภาวนาใหค้ นุ้ เคยกบั ความตาย เพราะจะตอ้ งตายอยแู่ ลว้
เตรยี มตวั ไวก้ อ่ นตาย รอรถ รอเรอื ทจ่ี ะตอ้ งขน้ึ ไปสวรรคพ์ ระนพิ พาน หยู ง่ิ หนวกหนกั
235
เข้าทุกวนั ตายง่ิ ไม่เห็นหน ตีนเท้าออ่ นเพลีย หนั ไปหาความตายเสมอไป ถือภาวนา
ในไตรลักษณ์ ทุกขฺ ํ อนจิ จฺ ํ อนตฺตา มีเกดิ แลว้ ย่อมมตี าย เพราะโลกไม่เทย่ี งอยู่แลว้
แปรปรวนไปตา่ งๆ สังขารเราบอกเช่นนั้น เที่ยงแต่พระนพิ พานอยา่ งเดียว”
“สมถะกบั วปิ สั สนา เปน็ ธรรมมอี ปุ การะแกพ่ ระเถระ และพระขณี าสวเจา้ แตต่ น้
จนวาระสดุ ทา้ ยแหง่ ขนั ธ์ ตอ้ งอาศยั สมถะและวปิ สั สนา เปน็ วหิ ารธรรมเครอื่ งอยรู่ ะหวา่ ง
ขันธแ์ ละจิตทีอ่ าศยั กันอยู่ จนกวา่ ขนั ธ์อันเป็นสมมติ และจิตอันวิสุทธิ และวมิ ุตติ
จะเลกิ ราจากกัน”
ซงึ่ “ขนั ธ”์ และ “จติ ” ของหลวงปู่ ก็ใกลจ้ ะเลิกราจากกนั ไปจริงๆ
แสงตะวนั ท่กี �ำลงั จะอัสดงลับเหลย่ี มขุนเขา แมกไม้ หรอื ผืนน�ำ้ ย่อมจะเจิดจา้
ทอแสงจับขอบฟ้า เปลง่ เป็นรงั สีสะทอ้ นเป็นสีจา้ จับตา ดูงดงามย่ิงนัก บารมธี รรมใน
ระยะเวลาชว่ งหลงั ๆ นข้ี องหลวงปู่ กเ็ ปน็ ประดจุ “แสงตะวนั ลำ� สดุ ทา้ ย” ทใี่ กลจ้ ะอสั ดง
เช่นกนั ให้ความอบอ่นุ ทางจติ ใจ ใหแ้ สงสว่างในทางธรรมแก่บรรดาพทุ ธศาสนิกชน
ทุกถว้ นหนา้ ด้วยเมตตาธรรมอันสงู สง่ ของท่านอย่างมมิ ีประมาณ
236
ตะวันลา...ลบั แลว้
กจิ วตั รประจำ� วนั ของหลวงปรู่ ะหวา่ งพกั ท่ี ทพี่ กั สงฆเ์ ยน็ สดุ ใจ หวั หนิ ตามปกติ
ทา่ นจะออกจากหอ้ งเวลาประมาณ ๗.๓๐ น. แลว้ เดนิ จงกรมอยทู่ ร่ี ะเบยี งหนา้ กฏุ เิ สมอ
จนได้เวลาประมาณเกือบ ๐๘.๐๐ น. ท่านจงึ จะลงมารับประเคนอาหาร แต่ในเช้า
วนั อาทติ ยท์ ี่ ๒๔ ธนั วาคม พ.ศ. ๒๕๓๒ นน้ั ทา่ นออกมาจากหอ้ งกอ่ นเวลาตามปกติ
คอื ทา่ นออกมาแตเ่ วลา ๐๗.๐๐ น. แล้วเรียกพระเณรที่อปุ ฏั ฐากทา่ นให้เอายามาฉัน
ฉนั ยาเสร็จแล้ว ทา่ นเรยี กพระ ๒ รูป ทเี่ พงิ่ กลบั จากจังหวดั เลย คอื หลวงพอ่ อมร
และพระสมนึก มาขอนสิ ยั ใหม่ อกี สกั พกั หนงึ่ ประมาณ ๑๐ นาทีตอ่ มา ทา่ นก็เรยี ก
พระเณรทอี่ ยแู่ ละบวชใหมด่ ว้ ยมาขอนสิ ยั อกี ครง้ั ตอ่ จากนน้ั ทา่ นกอ็ บรมธรรมะ โดย
ให้พระเณรนั่งภาวนาไปดว้ ย
เทศนส์ ั้นๆ ในเชา้ วนั นั้น ทา่ นเนน้ หนักในเรอื่ งของจิต คอื ให้ดจู ติ ของตัวเอง
ภาวนาใหจ้ ติ สงบ มธั ยสั ถ์ ปจั จบุ นั มา้ งกายใหม้ าก เพราะกรงุ เทพฯ มสี สี นั มาก มา้ งกาย
จะชว่ ยให้หมดความก�ำหนัด ระหวา่ งทที่ า่ นใหพ้ ระเณรนง่ั ภาวนาต่อ ทา่ นกล็ กุ ไปเดิน
จงกรม จนกระทงั่ ถงึ เวลาฉนั เชา้ เวลาประมาณ ๐๗.๕๐ น. ทา่ นจงึ ลงมาทฉ่ี นั ขา้ งลา่ ง
เชา้ วนั อาทติ ยน์ ี้ หลวงปมู่ อี ารมณร์ า่ เรงิ แจม่ ใสซงึ่ เปน็ ปกตขิ องทา่ น ทา่ นทกั ทาย
ญาติโยมที่มารอถวายจังหันอย่างอารมณ์ดี แต่ค�ำพูดของท่านในวันนี้ปรารภถึง
ความตายบอ่ ยครงั้ จนคนฟงั รสู้ กึ สะดดุ ใจ แตก่ ไ็ มไ่ ดค้ ดิ อะไรมาก ดว้ ยคดิ วา่ ทา่ นคง
จะเตือนให้ทุกคนระลึกถึงมรณานุสติให้มากเข้าเท่านั้น บังเอิญอาทิตย์น้ีมีศรัทธา
ญาตโิ ยมมาทำ� บญุ มากพอสมควร และมบี างคนบางทา่ นไดก้ ราบเรยี นทา่ นวา่ “ระหวา่ ง
ไปตลาด พบเขาขายปลา เตา่ และกบ ใหค้ นซอ้ื ไปทำ� อาหาร จงึ ไดซ้ อื้ มาถวายใหห้ ลวงปู่
ปล่อยในวัด เป็นการช่วยชีวิตสัตว์เหล่านั้นให้ยืนยาวไป” หลวงปู่รับฟังแล้วก็ย้ิม
ชมว่า “ดี”
237
ทา่ นรบั ประเคนอาหารตามปกติ ฉนั อาหารไดม้ ากพอสมควร ไมเ่ ปน็ ทสี่ งั หรณใ์ จ
ต่อพระเณรท่ีอุปัฏฐากนัก พอพระเณรฉันจังหันเสร็จเรียบร้อย ท่านก็ให้โยมท่ีซื้อ
เตา่ ปลา และกบ มาปล่อยนนั้ น�ำสตั ว์เหลา่ นน้ั ไปปล่อยในวัด แล้วใหพ้ ระเณรสวด
ชยนั โตดว้ ย เสรจ็ แลว้ ทา่ นกอ็ ธบิ ายกบั โยมถงึ อานสิ งสข์ องการชว่ ยชวี ติ สตั ว์ โดยเฉพาะ
เปน็ สตั วท์ เี่ ขาจะนำ� ไปฆา่ วา่ มอี านสิ งสม์ าก กลา่ วคอื ทำ� ใหอ้ ายยุ นื ๑ ไมต่ ดิ คกุ ตดิ ตะราง ๑
ถึงแม้จะตกทกุ ขไ์ ดย้ ากกม็ ีคนชว่ ยเหลือ
หลงั จากนนั้ ทา่ นกค็ ยุ กบั ญาตโิ ยมตอ่ ไปตามปกติ แตม่ พี เิ ศษอกี คอื ทา่ นบอกลา
ด้วยว่า ท่านคงจะอยู่กบั ลกู ศิษย์ไม่ไดน้ าน “จึงขอลาลว่ งหนา้ ไว้ก่อน เดี๋ยวจะหาวา่
หลวงปหู่ ลยุ ไมล่ าลกู ศษิ ยล์ กู หาเลยนะ” บรรดาลกู ศษิ ยก์ ย็ งั ไมเ่ ฉลยี วใจวา่ นนั่ เปน็ การ
บอกลาของทา่ น แตก่ ต็ ามปกตนิ สิ ยั ทจ่ี ะตอ้ งรบี นมิ นตท์ า่ นไวเ้ ปน็ การปลอดภยั ไวก้ อ่ น
จึงรีบเรยี นทา่ นกนั อยา่ งระเบง็ เซ็งแซว่ า่ “ขอให้หลวงปูอ่ ยู่นานๆ” ท่านตอบวา่ “ไม่ได้
สังขารมนั ไมเ่ ทีย่ ง เอาแนไ่ ม่ได้”
บางคนมโี อกาสเรยี นถามทา่ นเรอ่ื งการปฏบิ ตั ภิ าวนา ทา่ นกเ็ มตตาตอบแนะนำ� ให้
ไดเ้ วลาทห่ี มอขอใหพ้ กั ทา่ นกข็ นึ้ หอ้ ง พระเณรอปุ ฏั ฐากขน้ึ ไปทำ� กจิ วตั รประจำ� วนั ทหี่ อ้ ง
หลวงปู่ เตรยี มเครอื่ งใชต้ า่ งๆ ถวายทา่ น ของใดควรตง้ั ทใี่ ดใหท้ า่ นหยบิ งา่ ยฉวยงา่ ย
ของใดควรประเคนยงั ไมไ่ ดป้ ระเคนกต็ ่างจัดท�ำถวาย เพราะเวลานเี้ ปน็ เวลาพักผอ่ น
ของทา่ น ทา่ นจะอยตู่ ามลำ� พงั องคเ์ ดยี ว ในชว่ งเวลาระยะหลงั ทา่ นมกั จะจำ� วดั ในเวลา
กลางวนั แตต่ น่ื ทำ� ความเพยี รกลางคนื ตลอดคนื ดว้ ยเปน็ เวลาสงดั เงยี บดี อยา่ งไรกด็ ี
ส�ำหรับเวลากลางวันที่ก�ำหนดในระยะช่วงเวลาหลังว่าจะเป็นเวลาจ�ำวัดน้ี บางที
กก็ ลายเป็นเวลาภาวนาของท่าน หรือเป็นเวลาอา่ นหนงั สอื บนั ทกึ หวั ขอ้ ธรรมะตา่ งๆ
ทผ่ี ุดข้ึนมาหลังจากทที่ ่านเขา้ ทพ่ี จิ ารณาไปก็ได้
ท�ำกิจวัตรประจ�ำวันถวายท่านเสร็จแล้ว พระเณรอุปัฏฐากท่านก็ออกจากห้อง
หลวงปมู่ า ตอ่ มาอกี ประมาณ ๑๐ นาที ทา่ นกจ็ ากหอ้ งมาเดนิ จงกรม จนถงึ เวลาประมาณ
๑๑.๐๐ น. ทา่ นก็เข้าห้องอกี เวลา ๑๒.๐๐ น. ทา่ นออกจากหอ้ งมานัง่ ตากอากาศ
โดยมหี นงั สอื ธรรมะตดิ องคม์ าดว้ ย ทา่ นอา่ นหนงั สอื ธรรมะพกั หนงึ่ แลว้ กเ็ ดนิ จงกรม
238
เวลาประมาณ ๑๒.๓๐ น. ทา่ นกก็ ลบั เขา้ หอ้ งพกั เวลาประมาณ ๑๓.๐๐ น. ทา่ นออกมา
เรยี กพระอปุ ฏั ฐากขน้ึ ไปพบ ปรารภใหฟ้ งั วา่ ทา่ นไมไ่ ดพ้ กั เลย รสู้ กึ แนน่ หนา้ อก หายใจ
ไม่สะดวก รสู้ ึกว่าลมมนั ตีขนึ้ เบื้องบน ท่านบ่นว่า หรอื เปน็ เพราะว่าอาหารไม่ยอ่ ย
แลว้ ทา่ นกบ็ อกใหช้ ว่ ยนวดขาเผอ่ื วา่ ลมมนั จะไดว้ ง่ิ ลงขา้ งลา่ ง อาการอาจจะดขี น้ึ
นวดขาไดส้ กั พกั หนง่ึ ทา่ นกบ็ อกใหพ้ อ เพราะอาการดขี น้ึ แลว้ หายแลว้ พอดมี ลี กู ศษิ ย์
จากรงุ เทพฯ คณะหนงึ่ เพงิ่ มาถงึ ทา่ นเหน็ กเ็ รยี กใหข้ นึ้ ไปกราบทา่ น โดยทา่ นทกั ทาย
เปน็ อันดี “อ้อ มาน้อ ใครบอกใหม้ า ดูหน้าหลวงปู่ไว้นะ และกจ็ ำ� ไว้ เดี๋ยวจะไม่ได้
เหน็ อกี แลว้ ” ลกู ศษิ ยเ์ รยี นทา่ นวา่ “หลวงปไู่ มเ่ ปน็ ไรหรอก ขอนมิ นตห์ ลวงปอู่ ยนู่ านๆ”
พระอุปัฏฐากทา่ นกเ็ สริมว่า “หลวงปู่มสี ขุ ภาพแขง็ แรง ไมเ่ ป็นไรหรอก หลวงปยู่ งั อยู่
อกี นาน ขอนมิ นตห์ ลวงปอู่ ยถู่ งึ ๑๐๐ ป”ี ทา่ นตอบวา่ “ไมไ่ ดห้ รอก ฝนื สงั ขารไมไ่ ดห้ รอก
ขา้ งนอกมนั ดี แตข่ า้ งในมนั เสยี หมด เหมอื นกบั เกวยี นไมไ้ ผท่ ใ่ี ชม้ านานแลว้ ยอ่ มชำ� รดุ
เปน็ ธรรมดา”
คุยธรรมะต่อไปอีกพักหน่ึง พระอุปัฏฐากก็ขอให้โยมท�ำน�้ำปานะถวายหลวงปู่
เพราะกลัวท่านจะท้องผกู เวลา ๑๔.๐๐ น. พระอุปฏั ฐากตรวจน้�ำตาลเป็นปกตแิ ล้ว
ถวายน้�ำปานะ ทา่ นฉันแล้ว ก็นิมนต์ใหท้ า่ นกลบั มาเขา้ ห้องพักผ่อน เวลา ๑๕.๐๐ น.
ท่านเรียกพระอปุ ัฏฐากขึน้ ไปพบ แล้วปรารภใหฟ้ ังวา่ วันนีเ้ ปน็ อย่างไรไม่ทราบ นอน
ไมไ่ ดเ้ ลย พอเอนกายลงจะไม่สบาย เวลานั่งพงิ หรือเดนิ จงกรมคอ่ ยยงั ชัว่ หนอ่ ย
พระอปุ ฏั ฐากเสนอขอนวดเสน้ ถวาย ทา่ นตกลงยนิ ยอม แตส่ ดุ ทา้ ยทา่ นกลบั บอก
ใหข้ น้ึ เหยยี บ เหยยี บแตป่ ลายเทา้ ข้นึ ไปจนถึงเอว กลับไปกลับมาหลายเทีย่ ว แล้วก็
นวดเสน้ ตอ่ บบี ตรงต้นคอ หลงั ประมาณ ๑๐ นาที ท่านกใ็ ห้หยดุ บอกว่าดขี ึน้ มาก
หายแล้ว เพ่ือให้ท่านหายแน่นและหายใจคล่องข้ึน จึงถวายยาหอมให้ท่านฉัน
ท่านอนญุ าตให้พระอปุ ฏั ฐากออกมาได้เพอ่ื ทา่ นจะเขา้ ท่ี
เวลา ๑๖.๐๐ น. ท่านออกจากหอ้ งมายืนตรงราวลกู กรง ระหวา่ งนัน้ พระเณร
กำ� ลงั มารวมกนั อยทู่ ล่ี านขา้ งลา่ ง ดว้ ยเปน็ เวลาฉนั นำ�้ รอ้ น นำ�้ ปานะ พอดพี ระอปุ ฏั ฐาก
239
เดนิ ผา่ นไป ทา่ นกก็ วกั มอื เรยี กใหไ้ ปพบ บอกวา่ “เรว็ ๆ มนั ...มนั หายใจไมอ่ อก มาชว่ ย
นวดหนอ่ ย” พระเณรทง้ั หมดกเ็ ลยรบี ขึน้ ไปขา้ งบนกนั หมดทกุ องค์ บงั เอญิ ท่านพระ
อาจารย์อุทยั สริ ธิ โร จากวดั ป่าถ้�ำพระ อ.เซกา จ.หนองคาย พาญาตโิ ยมจะมากราบ
หลวงปมู่ าถงึ พอดี จึงไดข้ ึ้นไปดว้ ย
หลวงปไู่ ปน่ังทีเ่ กา้ อ้ี มีพระเณรชว่ ยกันกลุ ีกจุ อนวดกันสกั พักหนง่ึ ทา่ นก็ลืมตา
ข้นึ บอกว่า “ดีขึ้น หายแล้ว หายแลว้ ” เลยช่วยกันจัดทน่ี อนถวายท่านให้ทา่ นนอน
พกั กอ่ น ระหวา่ งนน้ั ขอนมิ นตท์ า่ นไปโรงพยาบาล ทา่ นไมร่ บั บอกวา่ “หมอกช็ ว่ ยไมไ่ ด้
ขอตายท่ีหัวหิน ไม่เขา้ กรุงเทพฯ ดอก สถานทไ่ี ม่สงบเลย เราจะเข้าจติ ไม่ทัน”
เมอื่ ทา่ นไมย่ อมไปโรงพยาบาล ทา่ นอาจารยอ์ ทุ ยั ซง่ึ เปน็ ประธานสงฆใ์ นขณะนนั้
เหน็ ดว้ ยทจี่ ะใหไ้ ปตามแพทยม์ าดอู าการของทา่ น เพราะขณะนแี้ มท้ า่ นจะบอกวา่ ดขี นึ้
หายแลว้ หายแลว้ แตก่ ไ็ มน่ า่ ไวว้ างใจ ดว้ ยอาการมกี ำ� เรบิ เปน็ ระยะๆ ทา่ นอาจารยอ์ ทุ ยั
ถามวา่ “หลวงปเู่ คยมอี าการแบบนบี้ า้ งไหม” พระอปุ ฏั ฐากเรยี นทา่ นวา่ “เคยมี บางครงั้
โรคของท่านกำ� เริบข้นึ จนถึงกับเหงื่อแตกก็ยงั เคยม”ี
เวลาประมาณเกอื บ ๑๘.๐๐ น. นายแพทยจ์ งึ มาถงึ เพราะเปน็ วนั หยดุ วนั อาทติ ย์
จงึ ตามนายแพทยไ์ ดย้ ากกวา่ ปกติ หมอตรวจทา่ นพลางถามอาการ หลวงปบู่ อกหมอวา่
ทา่ นนอนไมห่ ลบั มา ๒ วนั แลว้ แนน่ หนา้ อก หายใจไมส่ ะดวกเลย หมอตรวจอาการแลว้
บอกวา่ “อาการโรคหวั ใจกำ� เรบิ ทง้ั อาหารไมย่ อ่ ยดว้ ย” ทา่ นตอบวา่ “แมน่ แลว้ ” หมอฉดี ยา
บำ� รงุ หวั ใจถวาย ๑ เข็ม พรอ้ มทั้งให้ยาระบายด้วย เพราะท่านบอกว่าท้องผูก
ประมาณ ๑๘.๒๐ น. หมอรอดอู าการอยรู่ ะยะหนงึ่ เหน็ อาการดขี น้ึ จงึ ใหส้ วนทอ้ ง
แลว้ หมอกก็ ลบั ไป หลวงปเู่ ขา้ ทพี่ กั เงยี บ บอกไมใ่ หท้ กุ คนกวน ทา่ นจะอยคู่ นเดยี วในหอ้ ง
พระเณรทกุ องคจ์ งึ ออกมาจากหอ้ งดว้ ยความเคารพในคำ� สงั่ ของทา่ น แตก่ เ็ ฝา้ รอกนั อยู่
ทหี่ นา้ หอ้ งทกุ องคด์ ว้ ยความเปน็ หว่ ง ราวสองทมุ่ ครง่ึ อาการกำ� เรบิ ขนึ้ อกี พระอปุ ฏั ฐาก
จึงใหโ้ ยมออกไปตามแพทยอ์ ีกครง้ั หนงึ่ นายแพทย์มาถึง ปรากฏว่าหลวงปู่ก�ำลงั พัก
หมอจึงสั่งว่าถา้ อาการของท่านไม่ดขี น้ึ ใหร้ บี นำ� สง่ โรงพยาบาลทนั ที
240
เวลาประมาณ ๒๒.๐๐ น. ทา่ นออกมาจากหอ้ งพกั เรยี กพระเขา้ ไป ปรารภอาการ
ใหฟ้ งั วา่ “แนน่ หนา้ อก หายใจไมอ่ อกเลย เอ ทำ� ไมมนั ถงึ เปน็ แบบนี้ แปลกจงั แต-่ แม-้ ”
ทา่ นพดู เสยี งดงั ใบหนา้ ยงั ยมิ้ แยม้ “ถา้ ตายตอนนก้ี ด็ นี ะ” พระเณรรมุ กนั เขา้ ไปในหอ้ ง
ทง้ั หมด ทา่ นบอกธาตขุ นั ธจ์ ะไมไ่ หวแลว้ ขอแสดงอาบตั ิ พระอปุ ฏั ฐากชว่ ยทา่ นครอง
ผา้ เฉวยี งบา่ แลว้ ประคองทา่ น ทา่ นบอกวา่ “ขอแสดงอาบตั แิ ละบอกบรสิ ทุ ธต์ิ อ่ ทา่ มกลาง
สงฆ์” เสยี งทท่ี า่ นแสดงอาบตั แิ ละบอกบรสิ ทุ ธนิ์ นั้ แจม่ ใสยงิ่ นกั แทบไมน่ า่ เชอ่ื เลยวา่
เวลาตอ่ ไปอกี ไมถ่ งึ ๓ ชั่วโมง ท่านกจ็ ะจากทุกคนไป ครนั้ แลว้ พระเณรก็ชว่ ยกนั
ประคองท่านน่งั บนเกา้ อ้ี
หลวงปกู่ ำ� หนดจติ ตอ่ สกั พกั หนงึ่ ใบหนา้ ของทา่ นกม้ นดิ ๆ เอยี งในทา่ อนั สงบเยน็
อยา่ งทที่ า่ นปฏบิ ตั เิ ปน็ อาจณิ เมอ่ื เขา้ ทภ่ี าวนา อดไมไ่ ดท้ จี่ ะนกึ ถงึ คำ� เทศนาของหลวงปเู่ อง
ทเ่ี คยสอนศิษย์ แลดูท่านผู้บริสุทธิ์ดว้ ยศลี กด็ ี ด้วยสมาธิก็ดี บรสิ ุทธ์ิดว้ ยปญั ญาก็ดี
ผู้แลดูนน้ั เรยี กวา่ ทัศนานุตรยิ ะ เห็นอย่างเย่ยี ม ดไู มเ่ บอื่ ยิ่งดูย่งิ ปลม้ื ใจ ถกู แลว้
แมแ้ ตใ่ นเวลาทท่ี า่ นกำ� ลงั จะละขนั ธ์ มพี ระยามจั จรุ าชผมู้ เี สนามารเปน็ ใหญก่ ำ� ลงั มารอ
อยู่แลว้ เมอ่ื เราทอดตาแลดูทา่ น ก็เปน็ ทศั นานตุ รยิ ะ เห็นอยา่ งเย่ยี ม เห็นอย่างยอด
ดไู ม่เบ่อื ดูไมจ่ ืดจาง ยงิ่ ดยู ่ิงปล้ืมใจจรงิ แท้
ทา่ นลมื ตาขน้ึ นยั นต์ าใสกระจา่ ง บอกพระเณรทน่ี ง่ั ใจหายใจควำ่� อยโู่ ดยรอบวา่
“หายแลว้ หายแลว้ หายเหมอื นปลดิ ทงิ้ ความจรงิ ถา้ ตายตอนนก้ี ด็ ี ไดต้ ายในทา่ มกลาง
สงฆ์ ภูมิใจมาก” ทา่ นกลา่ วเสียงดงั “แมไ้ ดต้ ายตอนนี้ดีทเี ดยี ว” พระเณรขอให้ท่าน
หยดุ พดู ดว้ ยเกรงทา่ นจะเหนอ่ื ย ขอใหพ้ กั ผอ่ นกอ่ นเพราะดกึ แลว้ และกลางวนั ทา่ น
ก็ไมไ่ ด้พักเลย ท่านเอ็ดเสยี งดงั “ไม่ไดๆ้ ไม่พูดได้ยังไง เผอ่ื มลี กู ศษิ ยล์ กู หาเขาถาม
ท่านอาจารย์หลุยเป็นอะไร พวกท่านจะตอบญาติโยมไม่ได้ ก่อนท่านอาจารย์หลุย
จะตาย ทา่ นพดู วา่ ยงั ไง มอี าการอยา่ งไรบา้ ง นง่ั เปน็ อยา่ งไรบา้ ง นอนเปน็ อยา่ งไรบา้ ง
เอยี งไปทางไหน กจ็ ะได้ตอบเขาไดถ้ กู แมไ้ ม่พูด แลว้ พวกทา่ นจะตอบเขายงั ไง”
ทา่ นพระอาจารยอ์ ุทัยรบี กราบเรยี นท่าน “หลวงปู่ไม่ตายหรอก” ท่านหันมาหา
ทา่ นพระอาจารยอ์ ทุ ยั “ไมต่ ายไดย้ งั ไง เมอ่ื กผี้ มเกอื บตายแลว้ หายใจไมอ่ อก เหมอื น
241
ใจจะขาด เหมอื นมอี ะไรมาปกคลมุ อยทู่ วั่ ดมู ดื ไปหมด มองอะไรไมเ่ หน็ เลย กำ� หนดจติ
ตามมนั ทนั มนั กเ็ ลยคนื มา” ทา่ นนงิ่ ไปชวั่ อดึ ใจหนงึ่ กเ็ ลา่ ตอ่ “กำ� หนดดธู าตขุ นั ธ์ เนอ้ื หนงั
มนั ทำ� งาน มนั ดนิ้ มนั เตน้ หวั ใจมนั ทำ� งาน เหน็ มนั เตน้ ตบุ๊ ตบุ๊ ธาตขุ นั ธจ์ ะเอาไมไ่ หว
แลว้ ตอ้ งกำ� หนดจติ อยา่ งเดยี ว ตอนเมอื่ กกี้ ำ� หนดจติ ถงึ คนื มา มา้ งกาย จนมนั สวา่ งโรข่ น้ึ
หายเหมอื นปลิดทง้ิ เลย”
ทา่ นพระอาจารยอ์ ทุ ยั กราบเรยี นอกี “จติ หลวงปไู่ มต่ ายหรอกครบั ทมี่ นั จะตายนะ่
ธาตขุ นั ธด์ อก” หลวงปพู่ ยกั หนา้ นดิ ๆ ยมิ้ รบั กลา่ ววา่ “อยา่ งทที่ า่ นอาจารยอ์ ทุ ยั พดู กจ็ รงิ
อยูห่ รอก ท่วี ่าจะตายแตธ่ าตุขันธ์-จติ ไมต่ าย แตท่ ุกวนั นี้มนั ก็เหมอื นเกวียนไม้ไผ่ท่ี
ใชก้ นั มานานแล้ว”
พระเณรชว่ ยกนั นวดทา่ น ดว้ ยทา่ นเคยปรารภใหฟ้ งั หลายครง้ั วา่ การนวดเสน้ นนั้
มีประโยชน์มาก นวดไล่ลมให้ค่อยยังชั่วข้ึน แต่ประการส�ำคัญท่ีสุดนั้น ระหว่าง
“การคนั้ เอน็ ” (สำ� นวนของทา่ น หมายถงึ การนวดเสน้ ) เมอื่ ทา่ นกำ� หนดจติ ตาม จะมอง
เหน็ เสน้ เอ็น กระดูก อวยั วะภายในของทา่ นอยา่ งทะลปุ รุโปร่ง เป็นการ “มา้ งกาย”
ท�ำปฏิภาคนิมิต และท�ำเป็นธรรมโอสถให้โรคภยั หายได้
นวดไดร้ ะยะหนง่ึ ทา่ นกบ็ อกใหพ้ ระเณรหยดุ แลว้ ปรารภธรรมใหฟ้ งั อกี ดเู หมอื น
จะเปน็ ปจั ฉมิ โอวาทในเรอ่ื ง “มา้ งกาย” ของทา่ นจรงิ ๆ โดยครง้ั นท้ี า่ นไดน้ ำ� กายของทา่ น
ออก “ม้าง” ให้ฟังเป็นตัวอย่าง รวมถงึ ภาพการที่เวลา “ธาตุมันจะตีลงั กาเปล่ยี นภพ”
ดงั ทที่ า่ นเทศนเ์ สมอๆ“สงั ขารของเราตอนนมี้ นั เหมอื นเนอ้ื ทถ่ี กู เขาฆา่ แลว้ นำ� ไปแขวน
บนตะขอ แต่เนื้อมันยังไม่ตาย มันยังดิ้นทรมานอยู่ ก้อนเนื้อท่ีมันด้ินมันเต้นน้ัน
เหมือนเนื้อวัวทเ่ี ขาปาดออกมาใหม่ๆ มนั เตน้ ตบุ๊ ตุบ๊ ยังไงยงั ง้ัน”
ท่านเปรียบให้ฟังในเร่ือง “ภาคปฏิบัติ” ของการ “ม้างกาย” ไม่ใช่เพียงแค่
“ภาคทฤษฎ”ี ทเ่ี รียนมา ตอนท่เี นื้อแยกออกจากเอ็น ออกจากกระดูก” ท่านแยกให้
ฟงั เป็นสว่ นๆ แลว้ ก็บ่นอีก “ถา้ ตายตอนนกี้ ด็ ี ทต่ี ายท่ามกลางสงฆ์ เสยี ดายมนั หาย
เสยี แลว้ เอ ทำ� ไมมนั จึงหาย หายเหมือนปลดิ ท้งิ เลย”
242
ท่านกล่าวต่อไปโดยไม่ทิ้งช่วงให้พระเณรองค์ใดขัดจังหวะขอโอกาสให้ท่าน
พักเลย “สังขารเราขณะนี้ เหมอื นพระจักขบุ าลบ�ำเพญ็ ความเพยี รมาตลอดสามเดือน
เราเหมอื นกบั เกวยี นทำ� ดว้ ยไมไ้ ผท่ ใ่ี ชม้ านานแลว้ จะตอ้ งผผุ งั ลง” แมท้ า่ นจะปฏญิ าณ
ปลงอายสุ งั ขารแลว้ แตห่ นา้ ทา่ นกก็ ลบั แชม่ ชน่ื ผอ่ งใสอยา่ งประหลาด ทา่ นทอดสายตา
มองกวาดไปตามประดาหน้าของศิษย์ทุกองค์ แล้วปรารภปัจฉิมเทศนาในเร่ืองการ
ท�ำจิตใหฟ้ ังโดยท่วั กนั
“การภาวนาหรอื ทำ� จติ ใหด้ อู าการของจติ กอ่ นตายอยา่ ไปตามดอู าการของเวทนา
ใหด้ จู ติ อยา่ งเดยี ว เอาจติ อยา่ งเดยี ว เวลาธาตจุ ะตลี งั กาเปลยี่ นภพ จติ จะออกจากรา่ ง
พจิ ารณาตามจติ จะเหน็ วา่ จติ จะออกจากรา่ งอยา่ งไร ไปอยา่ งไร จติ จะเขา้ ๆ ออกๆ อยา่ งไร
มืดๆ สว่างๆ อย่างไร จติ จะเขา้ ๆ ออกๆ มดื ๆ สว่างๆ อย่างนน้ั เหน่อื ยหอบมาก
กำ� หนดตามจติ คนื เหน็ อาการของจติ ชดั ถา้ เอาไมท่ นั กไ็ ปเลย” ทา่ นยำ้� วา่ “อยา่ ไปตาม
ดูอาการของเวทนา ใหด้ ูจิตอย่างเดยี ว”
พระเณรน่ิงฟังด้วยความอัศจรรย์ใจท่ีเห็นท่านยังแสดงความองอาจแกล้วกล้า
ตอ่ มรณภยั ทก่ี ำ� ลงั คกุ คาม ทา่ นเทศนเ์ สยี งดงั มใี บหนา้ อม่ิ เอบิ ดว้ ยรอยเมตตา ไมม่ ใี คร
กล้าซักถามประการใด และไมม่ ใี ครกลา้ ทัดทานไม่ให้ท่านเทศนด์ ้วย แม้จะเกรงสัก
เพยี งใดวา่ ทา่ นจะเหนอ่ื ยหอบ ทำ� ใหอ้ าการทรดุ ลง เมตตาของหลวงปไู่ มม่ ปี ระมาณจรงิ ๆ
เปน็ อกาลโิ ก ไมอ่ า้ งกาล ไมอ่ า้ งเวลา เวลาสบายจงึ จะเทศน์ เวลาไมส่ บายกย็ งั ไมเ่ ทศน์
กระน้ันหรือ หามิได้ ไม่ใช่เช่นนั้น ธรรมะของท่านหล่ังไหลออกมา แม้แต่เวลาที่
ทา่ นกำ� ลังอาพาธอยา่ งหนัก อาพาธคร้งั สุดทา้ ยทีจ่ ะละขนั ธ์ โอ้ เมตตาธคิ ุณของท่าน
กรณุ าธิคณุ ของทา่ น
พระเณรเรม่ิ นำ�้ ตาซมึ ปลงธรรมสงั เวช นมิ นตใ์ หท้ า่ นพกั กอ่ น และขอโอกาสนมิ นต์
ทา่ นไปโรงพยาบาล ทา่ นยอมเขา้ หอ้ งพกั แตเ่ รอ่ื งโรงพยาบาล ทา่ นไมย่ อม “ไมไ่ ปหรอก
หากอาการหนักจริงๆ หมอก็รกั ษาไมไ่ ด้ นอกจากเราจะพ่งึ ตวั เองเท่านน้ั ” พระเณร
กราบเรยี นชแี้ จงวา่ “ทกุ คนเปน็ หว่ งหลวงปู่ อยากจะขอใหห้ ลวงปไู่ ปเชค็ รา่ งกายเทา่ นนั้
ทโี่ รงพยาบาลหัวหินนีก่ ็ได้” ท่านกป็ ฏิเสธอกี
243