ราชาศัพท์
เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ
๕ ธันวาคม ๒๕๕๔
สำนักงานเสริมสร้างเอกลักษณ์ของชาติ
สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี
จัดพิมพ์เผยแพร่
ราชาศพั ท
์
เฉลมิ พระเกยี รตพิ ระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ ัวในโอกาสพระราชพิธี
มหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554
คณะอนุกรรมการจัดทำต้นฉบับหนังสอื ราชาศพั ท์
ในคณะกรรมการเอกลักษณ์ของชาติ สำนักนายกรฐั มนตรี
สำนักงานเสรมิ สร้างเอกลกั ษณข์ องชาติ สำนักงานปลัดสำนกั นายกรฐั มนตร
ี
จัดพิมพเ์ ผยแพร่ ครัง้ ท่ี 4 พุทธศกั ราช 2555 ฉบับปรบั ปรุงครั้งที่ 2 จำนวน 10,000 เลม่
ขอ้ มูลทางบรรณานุกรมของสำนักหอสมดุ แห่งชาต
ิ
National Library of Thailand Cataloging in Publication Data.
สำนักงานเสริมสรา้ งเอกลกั ษณข์ องชาติ,
ราชาศัพท.์ -- พิมพ์ครง้ั ท่ี 4.-- กรงุ เทพฯ : สำนกั งาน, 2555.
416 หน้า.
1. ภาษาไทย -- ราชาศพั ท.์ I. ช่อื เรอื่ ง.
495.913
ISBN 978-616-235-142-6
พิมพท์ ี่ : บรษิ ทั ดา่ นสทุ ธาการพมิ พ์ จำกดั
307 ซอยลาดพร้าว 87 แขวงคลองเจ้าคณุ สิงห
์
เขตวงั ทองหลาง กรุงเทพฯ 10310
โทร. 0-2966-1600-6 โทรสาร 0-2966-1609
หนังสือเผยแพรห่ ้ามจำหนา่ ย
คำปรารภ
เน่ืองในมหามงคลสมัยท่ีพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศร
รามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ทรงเจริญพระชนมพรรษา 7 รอบ
วันที่ 5 ธันวาคม พุทธศักราช 2554 รัฐบาลและปวงชนชาวไทยมีความปล้ืมปีติชื่นชมโสมนัส
เป็นล้นพ้น จึงพร้อมใจกันจัดงานเฉลิมพระเกียรติด้วยความจงรักภักดีและความสำนึกใน
พระมหากรุณาธิคุณ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติเมื่อพุทธศักราช 2489 และได้ทรง
ประกาศพระปฐมบรมราชโองการ เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เมื่อพุทธศักราช 2493
ว่า “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม” นับแต่บัดน้ันตราบจน
ปัจจุบัน พระองค์ทรงยึดมั่นในทศพิธราชธรรมและทรงพระวิริยอุตสาหะบำเพ็ญพระราชกรณียกิจน้อย
ใหญ่นานัปการ เพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่ปวงชนชาวไทยตลอดมา ด้วยพระราชปณิธานอันแน่วแน่
และพระอัจฉริยภาพอันล้ำเลิศ พระองค์ได้พระราชทานแนวพระราชดำริในการลดภาวะวิกฤตด้าน
สิ่งแวดล้อม ตลอดจนพระราชทานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริกว่า 4,000 โครงการ
เพ่ือการพัฒนาประเทศในทุกด้าน รวมทั้งพระราชทานปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพ่ือเป็นแนวทาง
ใหพ้ สกนกิ รดำรงชวี ติ ร่มเย็นเป็นสขุ อยา่ งยั่งยืน พระราชกรณียกิจนานัปการอันเกดิ จากพระอัจฉริยภาพ
และพระปรีชาญาณอันสุขุมคัมภีรภาพ ตลอดจนพระราชจริยวัตรอันงดงามของพระบาทสมเด็จพระเจ้า
อยู่หัว ล้วนเป็นคุณูปการยิ่งใหญ่แก่ประเทศและประชาชน ส่งผลให้ประเทศมีความมั่นคงอุดมสมบูรณ์
และเจริญรุ่งเรืองพัฒนาก้าวหน้า พระเกียรติคุณของพระองค์จึงเป็นที่แซ่ซ้องสรรเสริญท้ังในประเทศ
และนานาประเทศ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หวั จึงเปน็ พระมิง่ ขวญั รม่ เกล้าของชาวไทยท้งั ปวง ซึ่งลว้ น
เทิดทูนพระมหากรณุ าธิคุณไว้เหนือเศยี รเกล้ามาโดยตลอด
รัฐบาลและปวงชนชาวไทยพร้อมใจกันจัดงานเฉลิมพระเกียรติในโอกาสมหามงคลสมัย
เฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554 โดยมอบหมายให้คณะกรรมการฝ่ายประมวล
เอกสารและจดหมายเหตุ ในคณะกรรมการอำนวยการจัดงานเฉลิมพระเกียรติฯ พิจารณาเห็นชอบให้
หน่วยราชการ องค์กร และเอกชน จัดพิมพ์หนังสืออันมีคุณค่า เพ่ือเทิดพระเกียรติคุณและ
พระปรีชาสามารถในด้านต่างๆ ให้ปรากฏย่ังยืนสืบไปตราบกาลนาน
ในนามของรัฐบาลและประธานกรรมการอำนวยการจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาท
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม
2554 ขออนุโมทนาในความวิริยอุตสาหะของหน่วยราชการ องค์กร เอกชน และคณะกรรมการ
ฝ่ายประมวลเอกสารและจดหมายเหตุ ตลอดจนคณะทำงานทุกคณะที่ได้สร้างสรรค์ผลงานทางวิชาการ
สาขาต่างๆ ท่ีทรงคุณค่า อันจะอำนวยประโยชน์อย่างยิ่งแก่ประชาชน น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวาย
เปน็ ราชสกั การะแดพ่ ระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผ้สู ถิตในดวงใจของปวงประชาราษฎรตลอดกาล
ขอจงทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน เทอญ
(นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร)
นายกรัฐมนตร
ี
ประธานกรรมการอำนวยการจดั งานเฉลิมพระเกียรติ
พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยู่หัว
เนือ่ งในโอกาสพระราชพธิ ีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ
5 ธนั วาคม 2554
คำนำ
มหามงคลสมัยท่ีพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเจริญพระชนมพรรษา
7 รอบ 5 ธันวาคม 2554 น้ี รัฐบาลชุดที่แล้ว รัฐบาลปัจจุบัน และประชาชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า
พร้อมใจกันจัดงานเฉลิมพระเกียรติเพื่อแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหา
ที่สุดมิได้ รัฐบาลในนามคณะกรรมการอำนวยการจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554 จึงได้
มอบหมายให้คณะกรรมการฝ่ายประมวลเอกสารและจดหมายเหตุพิจารณาดำเนินงานจัดทำหนังสือ
วิชาการสาขาต่างๆ พร้อมท้ังจัดทำหนังสือจดหมายเหตุงานเฉลิมพระเกียรติ เน่ืองในมหามงคลโอกาส
นด้ี ้วย
คณะกรรมการฝ่ายประมวลเอกสารและจดหมายเหตุพิจารณาเห็นชอบให้หน่วยงานภาครัฐ
และเอกชน เลือกสรรและจัดพิมพ์หนังสือหลายสาขาในนามของรัฐบาล เพ่ือเฉลิมพระเกียรติและเผย
แพร่หนังสืออันทรงคุณค่าเหล่านั้นให้แก่สาธารณชนอย่างกว้างขวาง เพื่อเป็นผลงานทรัพย์สินทาง
ปัญญาของแผ่นดิน โดยเฉพาะพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
และหนังสืออื่นๆ อีกเป็นจำนวนมาก แบ่งเป็นหนังสือท่ีพิมพ์ในนามของคณะกรรมการฝ่ายประมวล
เอกสารและจดหมายเหตุ หนังสือจดหมายเหตกุ ารพระราชพิธีและกจิ กรรมเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ 5
ธันวาคม 2554 และหนังสือที่หน่วยงานภาครัฐและเอกชนแสดงเจตนารมณ์ ขอพิมพ์ร่วม
เฉลิมพระเกยี รตพิ ระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยู่หัวดว้ ย
คณะกรรมการฯ จะแจกจ่ายหนังสือเหล่าน้ีไปยังแหล่งความรู้ต่างๆ ท่ัวทุกภูมิภาคของประเทศ
และในต่างประเทศทั่วโลก เพื่อยังประโยชน์แก่การศึกษาค้นคว้าของประชาชนทุกระดับ ทั้งนี้
โดยตระหนักว่าการสนองพระมหากรุณาธิคุณด้วยความร่วมมือร่วมใจกันสร้างสรรค์ผลงานอันทรง
คุณค่าอำนวยประโยชน์เกื้อกูลแก่สาธารณชนเช่นนี้ นอกจากจะเป็นการแสดงกตัญญูกตเวทิตาธรรม
แล้ว ยงั เปน็ การสร้างสิ่งอนุสรณ์ทีเ่ ปน็ ทรพั ยส์ นิ ทางปญั ญาของชาตไิ ว้ในแผ่นดินสบื ไป
ด้วยเดชะพระบารมีปกเกล้าปกกระหม่อม ปวงชนชาวไทยจักได้รับประโยชน์อย่างกว้างขวาง
จากหนังสือดีมีคุณค่าสะท้อนวัฒนธรรมอันรุ่งเรืองมั่นคงของชาติ และจะได้ร่วมกันธำรงรักษา
ชาติ ศาสนา และสถาบันพระมหากษัตริย์ให้ม่ันคงยั่งยืน เพ่ือสนองพระราชดำริในพระบาทสมเด็จ
พระเจ้าอยู่หัวที่ทรงพระวิริยอุตสาหะพัฒนาและปรับปรุงบ้านเมืองให้เจริญก้าวหน้า เพ่ือประโยชน์สุข
แหง่ มหาชนชาวสยามโดยทัว่ กนั
(นางสุกมุ ล คณุ ปล้ืม)
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวฒั นธรรม
ประธานกรรมการฝ่ายประมวลเอกสารและจดหมายเหตุ
คำชีแ้ จง
ประเทศไทยมีพระมหากษัตริย์เป็นพระประมุขมาแต่โบราณจนถึงปัจจุบัน ทรงทำนุบำรุง
บ้านเมือง บำบัดทุกข์บำรุงสุขของอาณาประชาราษฎร์ด้วยทศพิธราชธรรม และขัตติยวัตร ขัตติยธรรม
พระมหากรณุ าธคิ ณุ ดังกล่าวทำใหพ้ ระมหากษตั รยิ ท์ รงเปน็ ศูนยร์ วมจติ ใจของปวงชนชาวไทยตลอดมา
บรรพชนไทยเคารพสักการะพระมหากษัตริย์ และต้องการแสดงออกว่าเทิดทูนพระประมุข
ของชาติไว้สูงสุด จึงคิดถ้อยคำที่ควรแก่พระเกียรติมาใช้เป็นคำราชาศัพท์ในการกราบบังคมทูล
พระกรุณาให้ต่างจากถ้อยคำท่ีสามัญชนพูด คำราชาศัพท์นี้ได้ใช้เป็นภาษาแบบแผนสืบต่อกันมา
ถือเป็นวัฒนธรรมทางภาษาอันเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของชาติ คณะกรรมการเอกลักษณ์ของชาต
ิ
จึงเห็นสมควรจัดทำหนังสือราชาศัพท์ พิมพ์ครั้งท่ี 4 ฉบับปรับปรุง คร้ังที่ 2 เผยแพร่แก่นักเรียน
เยาวชน และ ประชาชนที่สนใจศึกษาและใช้ราชาศัพท์ใหถ้ กู แบบแผน
การจัดทำหนังสือราชาศัพท์ครั้งน้ี คณะอนุกรรมการจัดทำต้นฉบับหนังสือราชาศัพท์ ได้ปรับปรุง
จากฉบับเดิม ที่จัดทำไว้เม่ือพุทธศักราช 2553 และใช้ข้อมูลจากหนังสือ เอกสารต่างๆ เก่ียวกับ
ราชาศัพท์ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันตามท่ีปรากฏชื่อในบรรณานุกรมท้ายเล่ม เป็นแนวทางในการพิจารณาปรับ
ต้นฉบับให้ถูกต้องสมบูรณ์ขึ้น รวมท้ังได้จัดข้อมูลให้เป็นหมวดหมู่ แยกคำสุภาพที่ใช้แก่พระสงฆ์และ
บุคคลท่ัวไปพิมพ์ไว้เป็นภาคผนวกท้ายเล่ม เพ่ิมภาพประกอบเพ่ือเป็นข้อมูลในการศึกษาค้นคว้าพร้อม
ทง้ั ดชั นคี น้ คำ
คณะอนุกรรมการฯ ขอขอบคุณหน่วยงาน และบุคคลต่างๆที่กรุณาอนุเคราะห์ให้ข้อมูล
คำแนะนำ และอำนวยความสะดวกต่างๆ ให้หนังสือเล่มน้ีสำเร็จลุล่วงเพื่อประโยชน์แก่การศึกษาเร่ือง
คำราชาศัพท์และการใชภ้ าษาไทย ตลอดจนธำรงรกั ษาไวซ้ ง่ึ เอกลกั ษณท์ างภาษาอันมคี ่าของชาตสิ ืบไป
คณะอนกุ รรมการจัดทำตน้ ฉบับหนงั สอื ราชาศพั ท์
ในคณะกรรมการเอกลักษณข์ องชาต
ิ
สารบาญ สารบาญ
7
คำอธิบายวิธีใช้หนังสอื ราชาศัพท ์ 8
1 อธิบายราชาศพั ท์และการใชร้ าชาศพั ท์ 9
2 ราชาศพั ทห์ มวดตา่ งๆ 33
1 ขตั ติยตระกูล 34
2 รา่ งกาย 45
3 อาการ 53
4 นาม 78
5 เครือ่ งแต่งกาย เคร่อื งประดับ 101
ภาชนะใชส้ อย อาหาร และเคร่ืองใช้ท่วั ไป
6 ศพั ท์ท่ใี ช้ในการพระราชพิธแี ละการพระราชกศุ ล 111
7 เครื่องราชกกุธภณั ฑ์และเครอ่ื งราชปู โภค 215
8 พระราชนิเวศน์มณเฑยี รสถาน 235
9 พระราชพาหนะ 245
10 ลักษณนาม 264
บท 3 คำนำพระนามและคำนำนาม 267
บท 4 คำนามและคำกรยิ าที่มคี วามหมายอยา่ งเดียวกนั แตใ่ ช้ราชาศพั ทต์ ่างกนั 274
บท 5 การใช้ราชาศัพทใ์ นการเขียนหนงั สอื การกราบบงั คมทูลพระกรุณา 309
กราบบงั คมทลู กราบทูล และทูลด้วยวาจา
ภาคผนวก 334
ภาคผนวก 1 คำสุภาพ 335
ภาคผนวก 2 คำสภุ าพเรยี กสตั วแ์ ละอื่นๆ 354
ภาคผนวก 3 ลักษณนาม 358
ภาคผนวก 4 คำขึน้ ตน้ คำสรรพนาม คำลงทา้ ย ในการเขยี นหนงั สอื 364
ถึงพระสงฆแ์ ละบคุ คลทัว่ ไป
ภาคผนวก 5 คำข้ึนตน้ คำสรรพนาม คำลงท้าย ในการกลา่ วรายงาน 367
พระสงฆแ์ ละบคุ คลทว่ั ไป
บรรณานุกรม 371
ดัชน ี 376
รายนามคณะกรรมการอำนวยการจดั งานเฉลมิ พระเกียรติพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยู่หัว
เนื่องในโอกาสพระราชพิธมี หามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554
รายนามคณะอนกุ รรมการฝายประมวลเอกสารและจดหมายเหตุ
รายนามคณะอนกุ รรมการจัดทำตน้ ฉบบั หนังสอื ราชาศพั ท์ เฉลมิ พระเกียรตพิ ระบาทสมเดจ็ พระเจ้า
อยู่หวั ในโอกาสพระราชพิธมี หามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554
คำอธบิ าย
วธิ ใี ชห้ นงั สือราชาศพั ท
์
หนังสือราชาศัพท์ฉบับน้ี จัดทำข้ึนเพื่อให้การค้นหาคำราชาศัพท์ท่ีต้องการสะดวกข้ึน
ท้ังจากคำราชาศัพท์และคำสามัญ จงึ จดั ทำคำอธิบายวิธใี ช้หนังสือไวด้ งั ตอ่ ไปนี้
1. คำราชาศัพท์จัดไว้เป็นหมวด เรียงลำดับตามความสำคัญของคำท่ีเก่ียวข้องกับพระมหา
กษัตริย์ เร่ิมต้นด้วยขัตติยตระกูล ร่างกาย อาการ นาม เคร่ืองแต่งกาย เคร่ืองประดับ ภาชนะใช้สอย
อาหาร และเครื่องใช้ทั่วไป ศัพท์ท่ีใช้ในการพระราชพิธีและการพระราชกุศล เคร่ืองราชกกุธภัณฑ์และ
เครื่องราชูปโภค พระราชนิเวศน์มณเฑียรสถาน พระราชพาหนะ ลักษณนาม คำนำพระนามและ
คำนำนาม คำนามและคำกริยาท่ีมีความหมายอย่างเดียวกัน แต่ใช้ราชาศัพท์ต่างกัน การใช้ราชาศัพท์
ในการเขียนหนังสอื การกราบบงั คมทลู พระกรุณา กราบบงั คมทูล กราบทูล ทูล และรายงานด้วยวาจา
2. การจัดคำในแตล่ ะหมวด
2.1 จะขึ้นต้นด้วยคำราชาศัพท์ อธิบายความหมายและบอกฐานันดรศักดิ์ของ
ผใู้ ช้คำราชาศัพทน์ ัน้ ๆ
2.2 จดั คำตามลำดบั อนั ควร เช่น ในหมวดร่างกาย จะเร่มิ ต้นจากเบื้องบนลงไป
ถึงเบ้ืองล่าง คอื ศีรษะ แขน มือ ลำตัว ขา และเทา้
2.3 จัดคำท่ีใช้แก่พระมหากษัตริย์ก่อน แล้วจึงถึงคำที่ใช้แก่สมเด็จพระบรม-
ราชินีนาถ และตอ่ ไปตามลำดับพระบรมวงศานวุ งศ์ ถา้ ไมบ่ อกว่าใชแ้ ก่พระราชวงศช์ ้นั ใด หมายความวา่
ใช้แก่พระราชวงศ์ทกุ ช้นั
บทที่ 1
อธบิ ายราชาศัพท์และการใชร้ าชาศพั ท
์
ตามที่เข้าใจกันทั่วไป ราชาศัพท์ หมายถึงถ้อยคำจำพวกหนึ่งท่ีมีลักษณะพิเศษ เป็น
คำที่ใช้แกพ่ ระมหากษัตริย์และเจา้ นาย เชน่ คำว่า พระเนตร พระกรรณ พระบาท พระหัตถ์ สรง
เสวย เป็นตน้ ที่จริง ราชาศพั ท์ มคี วามหมายกวา้ งกวา่ น้ี ตำราของ พระยาศรีสนุ ทรโวหาร (นอ้ ย
อาจารยางกูร) อธิบายคำนี้ไว้เป็นใจความว่า ราชภาษา อันสมมติเรียกว่า ราชาศัพท์ เป็นถ้อยคำ
ภาษาท่ีผู้ทำราชการพึงศึกษาจดจำไว้ใช้ให้ถูกในการกราบบังคมทูลพระกรุณา ในการเขียนหนังสือ
และแต่งโคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน จะกล่าวถึงผู้ใด ส่ิงใดก็ใช้ถ้อยคำให้สมความ ไม่ให้พลาดจาก
แบบแผนเยยี่ งอย่างทีม่ มี าแต่กอ่ น
ทีม่ าของราชาศพั ท์
ราชาศัพท์เกิดขึ้นในชั้นแรกเพ่ือเฉลิมพระเกียรติพระมหากษัตริย์ในฐานะที่ทรงเป็น
ประมุขของชาติ ใหส้ ูงกวา่ คนในชาติ ดงั ลายพระหัตถ์ของสมเด็จพระเจา้ บรมวงศเ์ ธอ กรมพระยา
ดำรงราชานุภาพ ทูลสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ใน
พระนิพนธ์ สาส์นสมเด็จ เลม่ ที่ 23(1) ว่า
“ลักษณะท่ีไทยใช้ ราชาศัพท์ก็เป็นคำท่ีผู้ท่ีมิใช่เจ้าใช้เรียกกิริยาหรือวัตถุอันเป็นของ
เจ้า หรือว่าโดยย่อ ราชาศัพท์ดูเป็นคำท่ีผู้เป็นบริวารชนใช้สำหรับผู้เป็นเจ้าเป็นใหญ่ หรือถ้าว่า
อีกอย่างหนึ่ง ดูเป็นเอาภาษาของคนจำพวกอ่ืน ท่ีใช้สำหรับผู้ที่มาเป็นเจ้านายผู้ปกครองของตน
มีเค้าจะสังเกตในคำจารึกและหนังสือเก่า เห็นได้ว่า ราชาศัพท์ใช้ในกรุงศรีอยุธยาดกกว่าท่ีอ่ืน
ย่ิงเหนือขึ้นไปยิ่งใช้น้อยลงเป็นลำดับ หม่อมฉันอยากสันนิษฐานว่า มูลของราชาศัพท์จะเกิดด้วย
เม่ือเขมรปกครองเมืองละโว้ ในอาณาเขตเมืองละโว้ พลเมืองมีหลายชาติ คำพูดเป็นหลายภาษา
ปะปนกัน ท้ังเขมร ไทย และละว้า ไทยพวกเมืองอู่ทองคงพูดภาษาไทย มีคำภาษาอื่นปนมากกว่า
ภาษาไทยที่พูดทางเมอื งเหนอื หรือจะเปรยี บให้เห็นใกลๆ้ เชน่ ภาษาไทยที่พูดกนั ทางเมืองอุบลกบั ที่
พูดกันในกรุงเทพฯ ในเวลาน้ีก็ทำนองเดียวกัน ครั้นรวมเมืองเหนือกับเมืองใต้อยู่ในปกครองของ
กรุงศรีอยุธยา เจ้านายท่ีเคยอยู่เมืองเหนือนับแต่สมเด็จพระบรมราชาธิราชสามพระยา เป็นต้น
ได้ปกครองกรุงศรีอยุธยาและตีเมืองเขมรได้ ได้เขมรพวกท่ีเคยปกครองเมืองเขมรเข้ามาเพ่ิมเติม
ระเบียบราชาศัพท์จึงเร่ิมเกิดขึ้นต้ังแต่รัชกาลสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ เป็นต้น แต่เจ้านาย
(1) สาส์นสมเด็จ ฉบบั ลงวนั ท่ี 29 กนั ยายน 2484 (ฉบบั องคก์ ารคา้ ครุ สุ ภา พ.ศ. 2516) เล่ม 23 หนา้ 106-107
9
ราชาศัพท์
เฉลิมพระเกียรติในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔
เคยตรัสอยู่แต่ก่อนอย่างไรก็ตรัสอยู่อย่างนั้น ใช้ราชาศัพท์แต่กับพระเจ้าแผ่นดินหรือเจ้านายท่ีทรง
ศกั ดิ์สูงกวา่ หรอื เสมอกัน น่ีว่าด้วยกำเนดิ ของราชาศพั ท์ ถ้าวา่ ต่อไปถึงความประสงค์ที่ใชร้ าชาศพั ท์
ดูก็ชอบกล สังเกตตามคำที่เอาคำภาษามคธและสันสกฤตมาใช้ เช่นว่า พระเศียร พระโอษฐ์
พระหัตถ์ พระบาท เป็นต้น ดูประสงค์จะแสดงว่าเป็นของผู้สูงศักดิ์กว่าที่มิใช่เจ้าเท่าน้ัน แต่ท่ีเอา
คำสามัญในภาษาเขมรมาใช้ เชน่ พระขนง พระเขนย และพระขนอง เป็นต้น ดเู ปน็ แต่จะเรียกให้
บริวารท่ีเป็นเขมรเข้าใจ มิใช่เพราะถือว่าภาษาเขมรสูงศักดิ์กว่าภาษาไทย ชวนให้เห็นว่า เม่ือแรก
ตั้งราชาศัพท์ ภาษาที่ใช้กันในพระนครศรีอยุธยายังสำส่อน เลือกเอาศัพท์ท่ีเข้าใจกันมากมาใช้
และราชาศพั ท์ในคร้งั แรกจะไมม่ ีมากมายนัก ต่อมาภายหลังจึงคดิ เพม่ิ เตมิ ข้นึ ”
พระวรเวทย์พสิ ฐิ (เซ็ง ศวิ ะศริยานนท์) กลา่ วไว้ในหนังสือ หลกั ภาษาไทย ว่า “ตน้ เดิม
ท่ีจะเกิดมีราชาศัพท์ข้ึน ก็เพราะเม่ือไทยเราต้ังชาติเข้มแข็งขึ้นในดินแดนที่เข้ามาปกครองใหม่ คือ
ดินแดนประเทศสยามนี้ เราก็เลือกผู้ท่ีมีความสามารถ มีลักษณะเป็นอัจฉริยบุคคลในคณะ แล้ว
ยกข้ึนเป็นประมุขของชาติเพื่อคุ้มครองชาติให้มั่นคงและนำชาติให้ประสบชัย ตลอดถึงความเป็น
อารยชาติ ผูท้ ไี่ ดร้ บั เลอื กเปน็ ประมุขน้ีเรียกกนั ว่า พระราชาธบิ ดี”
พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหม่ืนนราธิปพงศ์ประพันธ์ ตรัสไว้ในปาฐกถาเร่ือง กถาเร่ือง
ภาษา ว่า “นอกจากคำพูดและวิธีพูดท่ัวไปแล้ว ยังมีคำพูดและวิธีพูดสำหรับชนเฉพาะหมู่เฉพาะ
เหล่าอีกด้วย เช่น ราชาศัพท์ของเรา เป็นต้น ฝร่ังไม่มีราชาศัพท์เป็นคำตายตัว แต่มีวิธีพูดยกย่อง
ชน้ั พระมหากษัตรยิ ์หรือชน้ั ผดู้ ีเหมอื นกัน แตว่ ธิ พี ูดเชน่ นีไ้ ม่มกี ฎเกณฑต์ ายตวั โดยมากมกั จะเปน็ วธิ ี
พูดอย่างสภุ าพเทา่ นนั้ เอง”
คำที่ใช้เป็นราชาศัพท์ของไทย ส่วนใหญ่เป็นคำภาษาอื่น มาจากภาษาบาลี สันสกฤต
และเขมร
เหตุที่ใช้คำภาษาบาลี สันสกฤต และเขมร เป็นคำราชาศัพท์ของไทยน้ัน นักปราชญ์ทาง
ประวัติศาสตร์และทางภาษากล่าวว่า การนำคำในภาษาเขมรมาใช้น้ันเป็นการเทิดพระเกียรติ
พระมหากษัตริย์ในฐานะทรงเป็นผู้ปกครองแผ่นดิน นอกจากน้ัน พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่น
นราธิปพงศ์ประพันธ์ ยงั ได้ตรสั ไวใ้ นปาฐกถาเรอ่ื ง สยามพากย์ ว่า
“การใชร้ าชาศพั ท์ เพ่ือจะยกยอ่ งฐานะของพระราชาให้สูงขึน้ ”
คำเขมรท่ีต่อมานำมาใช้เป็นราชาศัพท์นั้น ในศิลาจารึกสุโขทัยหลักต่างๆ มีใช้อยู่มากและ
ใชแ้ กค่ นสามญั ท่วั ไป มิไดใ้ ช้แกพ่ ระมหากษัตรยิ ์ เชน่
10
ราชาศัพท์
เฉลิมพระเกียรติในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔
ศิลาจารึกสโุ ขทยั หลกั ท่ี 1 จารกึ พ่อขุนรามคำแหง
คำวา่ ทรง “คนในเมืองสโุ ขทยั น้ีมกั ทาน มกั ทรงศีล มกั โอยทาน” (บรรทดั ที่ 9 ดา้ น 2)
ศลิ าจารึกสโุ ขทยั หลักที่ 2 จารกึ วดั ศรีชุม (พทุ ธศักราช 1884-1910)
คำว่า เสด็จ “พระศรีรัตนมหาธาตุเจ้ากูลูกหนึ่งมีพรรณงามดังทอง... เสด็จมาแต่กลาง
หาว” (บรรทัดท่ี 66 ดา้ น 2)
คำว่า บังคม “คนทั้งหลายไหว้กันเต็มแผ่นดิน อุปมาดังเรียงท่อนอ้อยไว้มาก... เขาจึงขึ้น
บังคม” (บรรทดั ท่ี 73 ด้าน 2)
ส่วนที่ใช้คำภาษาสันสกฤตและภาษาบาลีเป็นราชาศัพท์นั้น พระวรเวทย์พิสิฐ กล่าวไว้ใน
หนังสือ หลักภาษาไทย ว่า เป็นเพราะคำท้ังสองน้ีเป็นคำทางพระศาสนาซึ่งถือว่าเป็นคำสูง จึงนำ
มาใช้เป็นราชาศพั ทด์ ว้ ย
คำราชาศัพท์ มีใช้เป็นลายลักษณ์อักษรคร้ังแรกในสมัยกรุงศรีอยุธยา ดังท่ี พลตรี หม่อม
ทวีวงศ์ถวัลยศักดิ์ (หม่อมราชวงศ์เฉลิมลาภ ทวีวงศ์) กล่าวไว้ในเร่ือง กิริยามารยาทและการใช้
ถ้อยคำในราชสำนัก ว่า “ราชาศัพท์ที่ปรากฏเป็นลายลักษณ์อักษรฉบับแรก เห็นจะเป็นกฎ
มณเฑียรบาลในรัชสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ กรุงศรีอยุธยา ในกฎมณเฑียรบาลฉบับน้ี
มีพระราชกำหนดถ้อยคำที่จะใช้กราบทูล คำท่ีใช้เรียกสิ่งของใช้ และวิธีใช้คำรับ อาจถือเอาเป็น
ราชาศัพท์ฉบับแรกได้ ดังที่สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ก็ทรงแสดง
พระมติทูลสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ไว้แล้วว่า ระเบียบ
ราชาศพั ท์จงึ เรมิ่ ขึ้นตัง้ แต่รัชกาลสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ เป็นตน้ ”
11
ราชาศัพท์
เฉลิมพระเกียรติในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔
การใชร้ าชาศพั ท์
ราชาศัพท์ส่วนมากเป็นศัพท์ท่ีมาจากภาษาบาลี สันสกฤต เขมร และคำไทยรุ่นเก่า
สามารถสังเกตได้ว่ามักเป็นคำประสม ประกอบข้ึนด้วยคำต้ังแต่สองคำข้ึนไป และกำหนดให้ใช้ในท่ี
ต่ำสูงต่างกัน ในบทน้ี จะตั้งข้อสังเกตให้ศึกษาถึงราชาศัพท์ท่ีใช้เป็นคำชนิดต่างๆ ว่าแต่ละชนิด
มีลักษณะอย่างไร และมีวิธีการอันใดท่ีพึงถือเป็นหลักในการประกอบคำเข้าด้วยกัน ให้สำเร็จเป็น
ราชาศัพทท์ ่มี คี วามหมายถกู ต้องตรงกบั ท่ีประสงคจ์ ะใช้
ขอ้ หนงึ่ ราชาศัพทท์ ี่ใชเ้ ปน็ ช่ือ ท่ีเรยี กว่า คำนาม หรือสามานยนาม
ในไวยากรณ์ มี ๒ ลกั ษณะ คอื
๑. คำท่ีไม่ต้องใช้คำใดๆ เข้าประกอบ ได้แก่ คำนามที่เป็นชื่อของส่ิงท่ีรวมกันอยู่เป็น
หมู่มาก เช่น สมาคม คณะ รัฐบาล มูลนิธิ บริษัท โรงเรียน สงฆ์ ที่ทางไวยากรณ์เรียก สมุหนาม
พวกหน่ึง อีกพวกหน่ึงได้แก่คำนามที่เป็นราชาศัพท์แล้วในตัว เช่น คำว่า วัง ตำหนัก หม่อม
หม่อมห้าม เจ้าจอม ชายา เป็นตัวอย่าง พวกหลังนี้ บางทีเม่ือจะใช้ในที่สูงขึ้นไปกว่าศักด์ิของคำ
ต้องประกอบคำอ่ืนเข้าด้วย ให้ได้ความหมายตรงกับท่ีต้องการ อย่างคำว่า ตำหนัก (เรือนของ
เจ้านาย) ประกอบคำ พระ เป็น พระตำหนัก กลายเป็นเรือนหลวง (เรือนของพระมหากษัตริย์)
หรือคำว่า ชายา ซ่ึงหมายถึงหม่อมเจ้าที่เป็นภรรยาของเจ้านาย และคำน้ียังอาจประกอบคำอื่นๆ
เขา้ ไดอ้ ีก เป็น พระวรชายา พระราชชายา พระวรราชชายา พระอคั รชายา ซ่งึ ลว้ นมคี วามหมาย
เปล่ียนไปตามความมุ่งหมายที่จะใช้ให้สูงและสำคัญย่ิงข้ึนเพียงใด หรือคำว่า เจ้าจอม ซึ่งหมายถึง
พระสนมของพระมหากษัตริย์และสมเด็จพระบวรราชเจ้า ก็อาจเล่ือนเป็น เจ้าจอมมารดา (เม่ือ
มีพระเจ้าลูกเธอ) เป็น เจ้าคุณจอมมารดา (เม่ือได้รับสถาปนาให้มีศักด์ิสูงเป็นพิเศษ) หรืออาจ
ตัดคำ เจ้า ออกเสีย เหลือแต่ จอมมารดา ก็ได้ เม่ือใช้สำหรับพระสนมในกรมพระราชวังบวร
วไิ ชยชาญ ทมี่ พี ระโอรสธิดา
๒. คำท่ตี อ้ งใช้คำอืน่ เข้าประกอบให้เปน็ ราชาศพั ท์ ซง่ึ มีหลกั สงั เกตในการประกอบดังนี้
๒.๑ คำทใ่ี ช้แกพ่ ระมหากษัตรยิ
์
๒.๑.๑ คำนามท่ีเป็นส่ิงสำคัญอันควรยกย่อง ใช้คำ เช่น พระบรมอรรคราช
พระบรมมหาราช พระบรมมหา พระบรมราช พระบรม พระอัครราช พระอัคร พระมหา
นำหน้า เช่น พระบรมอรรคราชบรรพบุรุษ พระบรมมหาราชวัง พระบรมมหาชนก พระบรมราช-
ชนนี พระบรมราชโองการ พระบรมราชบุรพการี พระบรมราชวงศ์ พระบรมราชาภเิ ษก พระบรม-
ราชูปถัมภ์ พระบรมราชานุเคราะห์ พระบรมราชานุสรณ์ พระบรมราชานุสาวรีย์ พระบรม-
ราโชวาท พระบรมมหัยกา พระบรมราชินี พระบรมโพธิสมภาร พระบรมเดชานุภาพ พระบรม-
12
ราชาศัพท์
เฉลิมพระเกียรติในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔
นามาภิไธย พระปรมาภิไธย พระบรมฉายาลักษณ์ พระบรมศพ พระบรมทนต์ พระบรมอัฐิ
พระบรมญาติ พระบรมโอรสาธิราช พระอัครราชเทวี พระอคั รราชชายา พระอคั รมเหสี พระอคั ร-
เทวี พระอัครชายา พระมหามณเฑียร พระมหาปราสาท พระมหาอุณาโลม พระมหามงกุฎ
พระมหาสังวาล พระมหาสังข์ พระมหาเศวตฉัตร พระมหากรุณา พระมหากรุณาธิคุณ พระมหา
มงคล
๒.๑.๒ คำนามที่เป็นส่ิงสำคัญรองลงมา หรือที่ประสงค์จะมิให้ปนกับเจ้านาย
อ่ืนๆ หรือไม่ประสงค์จะให้รู้สึกว่าสำคัญดังข้อต้น ให้ใช้คำว่า พระราช ประกอบข้างหน้า เช่น
พระราชวงั พระราชนเิ วศน์ พระราชอำนาจ พระราชวงศ์ พระราชประสงค์ พระราชดำริ พระราช-
ดำรัส พระราชกุศล พระราชปรารถนา พระราชปรารภ พระราชทรัพย์ พระราชลัญจกร
พระราชทาน พระราชอุทิศ
๒.๑.๓ คำนามท่ีเป็นสิ่งสามัญทั่วไป ท่ีไม่ถือว่าสำคัญ และไม่ประสงค์จะแยก
ให้เห็นว่าเป็นนามใช้เฉพาะพระมหากษัตริย์ ให้ใช้คำว่า พระ นำหน้า เช่น พระเจ้า พระองค์
พระกร พระหัตถ์ พระบาท พระโลหิต พระบังคน พระวาตะ พระเคราะห์ พระโรค พระแสง
พระศรี พระย่ีภู่ พระแท่น พระเก้าอ้ี พระป้าย พระโธรน พระด่ิง พระถ้วย พระฉาย พระสาง
พระเขนย พระขนอง พระขนน
คำท่ีเตมิ ตามขอ้ ๒.๑.๓ น้ี และแมต้ ามขอ้ ๒.๑.๑ และ ๒.๑.๒ มีขอ้ นา่ สงั เกตวา่
ก. ส่วนใหญ่เป็นคำบาลี สันสกฤต คำเขมร และคำไทยเก่า แต่บางคำก็เป็น
คำไทยธรรมดาและคำตา่ งภาษา เชน่ คำจีน คำฝรง่ั ซึง่ อนโุ ลมใช้ พระ นำหนา้ ดว้ ย
ข. บางทีเป็นคำชนิดอ่ืน แต่เมื่อเติมคำแต่งแล้วกลายเป็นคำนาม เช่น ประชวร
(ป่วยเจ็บ-กริยา) พระประชวร (ความป่วยเจ็บ-นาม) สาง (หวี-กริยา) พระสาง (หวี-นาม)
อทุ ศิ (กริยา) พระราชอุทศิ (นาม) ดำริ (กรยิ า) พระดำริ (นาม)
ค. ถ้านามใดเป็นคำประสมซ่ึงมีคำ พระ ประกอบอยู่แล้ว ห้ามใช้คำ พระ นำหน้า
ซอ้ นอกี เชน่ ธารพระกร ฉลองพระเนตร รองพระบาท พานพระศรี ทองพระกร เครือ่ งพระสำอาง
ตุ้มพระกรรณ บั้นพระองค์ ขนั พระสาคร
อนึ่ง บุคคลท่ีเป็นพระญาติหรือเกี่ยวข้องกับพระมหากษัตริย์ ย่อมมีคำบัญญัติให้ใช้
เป็นการเฉพาะ ซ่ึงจะกล่าวต่อไปข้างหน้าในบทน้ี แต่ถ้าใช้เป็นกลางๆ สำหรับพระประมุขอ่ืนๆก็ใช้
พระราช นำหน้า เช่น พระราชมารดา พระราชบิดา พระราชภคินี ถ้าบุคคลน้ันมิใช่เจ้านาย
มกั ใช้ พระ นำ เชน่ พระอยั กา พระมาตลุ า พระชนก พระชนน
ี
ส่วนสามัญชนที่เกี่ยวข้องกับพระมหากษัตริย์โดยทางอื่น ใช้ พระ นำหน้า เช่น พระ
อาจารย์ พระสหาย พระพ่ีเลยี้ ง พระนม
13
ราชาศัพท์
เฉลิมพระเกียรติในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔
๒.๑.๔ คำนามที่เป็นส่ิงที่ไม่สำคัญ หรือมิได้กล่าวให้เป็นความสำคัญและ
คำน้ันเป็นคำไทย บางคำใช้คำ หลวง หรือ ต้น ประกอบเข้าข้างหลังให้เป็นราชาศัพท์ได้ เช่น
ลูกหลวง หลานหลวง ของหลวง รถหลวง เรือหลวง สวนหลวง มา้ ตน้ ชา้ งต้น
ควรสังเกตว่า นามท่ีใช้คำประกอบท้ายตามข้อน้ี มีนัยต่างกันอยู่ตามคำประกอบน้ันๆ
ท้ังยังมีความหมายไม่ตรงทีเดียวกับนามที่มีคำนำหน้าตามข้อ ๒.๑.๑, ๒.๑.๒ และ ๒.๑.๓
(สว่ น หลวง ทีแ่ ปลว่า ใหญ่ เชน่ คำ ภรรยาหลวง เขาหลวง ทะเลหลวง ไมจ่ ดั วา่ เปน็ คำประกอบ
ทา้ ยเพอ่ื ใหค้ ำหนา้ เป็นคำราชาศัพท)์
๒.๑.๕ คำนามที่มีคำประกอบท้ายอื่นๆ ตามข้อ ๒.๑.๔ บางทียังประกอบ
คำ พระ เขา้ ข้างหนา้ ไดด้ ว้ ย เพอื่ บง่ บอกว่าเปน็ คำใชแ้ กพ่ ระมหากษัตรยิ ์ เช่น คำว่า พระเคร่ืองตน้
๒.๑.๖ บางคำประกอบคำอื่นๆ เข้าให้เป็นราชาศัพท์ด้วย มีความหมายต่าง
กันไปตามคำทปี่ ระกอบ เชน่ รถยนตพ์ ระที่น่งั เรือยนตพ์ ระทีน่ ง่ั รถทรง เรือทรง ม้าทรง ชา้ งทรง
นำ้ สรง หอ้ งสรง ที่สรง ของเสวย โตะ๊ เสวย หอ้ งบรรทม ท่ีบรรทม ทป่ี ระทบั ท่ปี ระพาส
๒.๒ คำที่ใช้สำหรับเจ้านาย มีการใช้คำประกอบแตกต่างกันหลายอย่าง เพราะ
เจ้านายมีหลายช้ัน กล่าวโดยย่อ ต้ังแต่สมเด็จพระบรมราชินีนาถลงไปจนถึงหม่อมเจ้า หลักการ
ประกอบคำตามแบบแผนทเี่ คยเหน็ ใช้มดี ังต่อไปนี
้
๒.๒.๑ ใช้คำ พระราช นำหน้านามบางคำที่ใช้แก่สมเด็จพระบรมราชินีนาถ
สมเด็จพระบรมราชินี สมเด็จพระบรมราชชนก สมเด็จพระบรมราชชนนี สมเด็จพระยุพราช(๑)
สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราช-
กุมารี ตลอดจนนามท่ีสำคัญ เช่น พระราชเสาวนีย์ พระราชบัณฑูร พระราชบัญชา พระราช-
ประวัติ พระราชดำริ พระราชดำรัส พระราชกิจ พระราชกุศล พระราชประสงค์ พระราโชบาย
พระราโชวาท พระราชูทศิ พระราชานุเคราะห์
๒.๒.๒ ใช้คำ พระ นำหน้านามสำหรับพระบรมวงศ์ ตามข้อ ๒.๒.๑ ในนาม
ที่ไม่สำคัญ และสำหรับพระราชวงศ์ชั้นสมเด็จเจ้าฟ้าและพระองค์เจ้า ท้ังในนามสำคัญและไม่
สำคัญ เชน่ พระเศยี ร พระองค์ พระหตั ถ์ พระบาท พระหทยั พระศพ เวน้ แตห่ มอ่ มเจ้าไม่ใช้ พระ
นำ คงพดู วา่ เศยี ร องค์ หตั ถ์ หทัย ศพ
๒.๒.๓ พระราชพาหนะ เช่น รถยนต์พระท่ีนั่ง เรือยนต์พระท่ีนั่ง ใช้แก่
เจ้านายตามข้อ ๒.๒.๑ รถยนต์ที่น่ัง เรือยนต์ที่นั่ง ใช้แก่พระราชวงศ์ช้ันสมเด็จเจ้าฟ้าและ
พระองคเ์ จา้ รถยนต์พระประเทียบ ใช้แก่สมเด็จพระสังฆราช รถของหม่อมเจา้ ทเ่ี สด็จแทนพระองค์
(1) คือผู้ทไี่ ดร้ บั แต่งตัง้ ใหเ้ ปน็ ผดู้ ำรงสริ ริ าชสมบัตสิ บื ต่อไป อาจเปน็ ลูกชาย นอ้ งชาย หรือหลานชายกไ็ ด
้
14
ราชาศัพท์
เฉลิมพระเกียรติในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔
พระมหากษัตริย์ และรถเชิญพระพุทธรูปสำคัญ รถยนต์ประเทียบใช้แก่องคมนตรีที่เป็นผู้แทน
พระองคพ์ ระมหากษตั รยิ ์ รถทรง เรอื ทรง มา้ ทรง
๒.๒.๔ คำที่เป็นนามราชาศัพท์สำหรับเจ้านายอยู่ในตัว ไม่ต้องใช้คำนำหรือ
คำต่อแต่อย่างใด เช่น คำว่า เจ้าจอม (ในสมเด็จพระบวรราชเจ้า) หม่อม (ในกรมพระราชวังบวร
และเจ้านาย) วงั ตำหนัก ชายา หมอ่ มหา้ ม ตามทกี่ ล่าวไว้ในข้อ ๑
๒.๓ นามที่เป็นช่ือของคน สัตว์ สิ่งของ หรือส่ิงอื่นที่เป็นของห่างไกล มิได้เกี่ยว
เนื่องกับพระมหากษัตริย์หรือเจ้านาย รวมทั้งเป็นคำที่มีข้ึนมาในช้ันหลังๆ ซึ่งบางทีก็มีชื่อเป็น
คำต่างภาษา เช่น โทรทัศน์ วิทยุ คอมพิวเตอร์ ไม่จำเป็นต้องตกแต่งหรือเปลี่ยนแปลงให้เป็น
ราชาศพั ทแ์ ต่อยา่ งใด ให้ใช้คำเดิมตามปรกต
ิ
พระกระยาหารค่ำวันนี้มีซุปจูเลี่ยน เนื้อสันอบเบียร์ มันชาโต มาเซดวนผัก
(สลัดผัก) แกงต้มส้มปลากระบอก ผัดพริกขิงไข่เค็ม ผัดข้าวโพดอ่อนกับไก่ เปียกข้าวเหนียวดำ
สม้ ตรา แตงหอม ลูกพลบั
พระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยูห่ ัวทรงใช้เครือ่ งคอมพิวเตอรช์ ำนาญกว่าใครๆ
๒.๔ นามที่ต้องใช้คำประกอบดังกล่าวแล้ว เป็นพวกช่ือท่ัวไป ที่ทางไวยากรณ์ เรียก
ว่าสามานยนามอย่างหนึ่ง อาการนามอีกอย่างหน่ึง น่าสังเกตว่านามสองชนิดนี้ บางทีท่านบัญญัติ
คำไวใ้ หใ้ ชต้ า่ งกนั ตามชนั้ ของบคุ คล เชน่ คำวา่ จดหมาย หรอื หนงั สอื ทา่ นบญั ญตั คิ ำไว้ ใหใ้ ชต้ า่ งกนั
หลายอย่าง ดังนี
้
พระราชหตั ถเลขา ใชแ้ ก่ พระมหากษัตริย์
พระราชสาสน์ ใช้แก ่ พระมหากษัตริย์ (ในการเจรญิ
สมั พันธไมตรีกบั ตา่ งประเทศ)
ลายพระราชหัตถ์ ใชแ้ ก ่ สมเดจ็ พระบรมราชินนี าถ
สมเดจ็ พระบรมราชินี
สมเดจ็ พระบรมราชชนก
สมเดจ็ พระบรมราชชนนี
สมเดจ็ พระยุพราช
สมเดจ็ พระบรมโอรสาธริ าช
สยามมกุฎราชกุมาร
สมเดจ็ พระเทพรัตนราชสุดาฯ
สยามบรมราชกุมารี
15
ราชาศัพท์
เฉลิมพระเกียรติในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔
พระมหาสมณสาส์น ใช้แก่ สมเด็จพระมหาสมณเจา้
พระสมณสาส์น ใชแ้ ก่ สมเด็จพระสงั ฆราชเจา้
ลายพระหัตถ์ หรอื พระอักษร ใชแ้ ก่ เจา้ นายและสมเดจ็ พระสังฆราช
ข้อสอง ราชาศัพทท์ ีเ่ ปน็ ชอ่ื เฉพาะของบุคคล
ทางไวยากรณ์เรียกว่า วิสามานยนาม มีวิธีประกอบคำให้ใช้เป็นราชาศัพท์ตายตัวอยู่
กลา่ วคอื
๑. วิสามานยนามอนั เปน็ ชอื่ เฉพาะ (รวมทั้งนามสกลุ ) ของบคุ คล เชน่ สำรวย สวยพริง้
เป็นต้นนั้น จะต้องมีคำนำหน้าเรียกว่าสามานยนามนำหน้าช่ือประกอบด้วยเสมอ จึงจะนับว่า
สมบูรณ์ ถ้าจะใช้ให้ถูกต้อง ต้องเป็นเด็กหญิงสำรวย สวยพร้ิง นางสาวสำรวย สวยพร้ิง
นางสำรวย สวยพร้งิ คณุ หญิงสำรวย สวยพรงิ้ ท่านผหู้ ญิงสำรวย สวยพร้ิง ดังนี้
พระมหากษัตริย์และเจ้านายก็เช่นเดียวกัน จำต้องมีคำสามานยนามนำพระปรมาภิไธย
พระบรมนามาภิไธย พระนามาภิไธย และพระนาม ด้วยเสมอ มีสามานยนามที่บัญญัติไว้ให้ใช้นำ
ดงั นี
้
๑.๑ พระมหากษัตริย์ ใช้คำ พระบาทสมเด็จพระ นำพระปรมาภิไธย และยังมีวิธี
เขยี นพระปรมาภิไธยได้เปน็ ๓ อยา่ ง คอื
๑.๑.๑ อย่างย่ิง เขียนพระปรมาภิไธยเต็มตามท่ีจารึกในพระสุพรรณบัฏ เช่น
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศร
รามาธิบดี จกั รนี ฤบดินทร สยามนิ ทราธริ าช บรมนาถบพติ ร
๑.๑.๒ อย่างกลาง ละสร้อยพระปรมาภิไธย พระบรมนามาภิไธย เสียบ้าง
เช่น
พระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาจฬุ าลงกรณ์ พระจลุ จอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั
พระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้า
เจ้าอย่หู ัว
๑.๑.๓ อยา่ งยอ่ ย่อเอาแตส่ ว่ นสำคัญของพระปรมาภิไธยไว้ เช่น
พระบาทสมเดจ็ พระพุทธเลิศหลา้ นภาลยั
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
พระบาทสมเดจ็ พระปรเมนทรมหาอานนั ทมหดิ ล พระอฐั มรามาธบิ ดนิ ทร
พระบาทสมเด็จพระปรมนิ ทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
16
ราชาศัพท์
เฉลิมพระเกียรติในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔
๑.๒ พระมหากษัตริย์ที่ยังมิได้รับพระบรมราชาภิเษก พระมหากษัตริย์ในอดีต
และพระราชสมัญญา ใช้ สมเด็จพระ นำ เช่น สมเด็จพระนเรศวรมหาราช สมเด็จพระบรม-
ไตรโลกนาถ สมเดจ็ พระมหาบุรษุ
ในสมัยรัตนโกสินทร์ มีคำขานพระราชสมัญญาว่า สมเด็จพระปิยมหาราช สมเด็จ
พระมหาธรี ราชเจ้า
พระมหากษัตริย์ในอดีตน้ัน บางทีก็ใช้คำนำตามที่ปรากฏในพระราชพงศาวดาร เช่น
พ่อขุนศรอี ินทราทติ ย์ พอ่ ขนุ รามคำแหงมหาราช พระยาลไิ ท ขนุ หลวงสรศกั ด
ิ์
สว่ นพระมหากษตั ริย์ต่างประเทศ ใช้คำนำพระนามตา่ งกัน เป็นต้นวา่ พระจกั รพรรดิ
สมเดจ็ พระเจา้ สมเด็จพระ พระเจา้ เช่น พระจักรพรรดไิ ฮเลเซลาสซี ที่ ๑ สมเด็จพระเจา้ จอร์จ
ท่ี ๕ สมเด็จพระศรีสวัสด์ิมณีวงศ์ พระเจ้ากรุงนอร์เวย์ พระเจ้ากรุงเดนมาร์ก จำเป็นต้องสังเกต
จดจำตามที่ทางราชการใช(้ ๑)
๑.๓ คำที่ใช้แก่เจ้านาย มีสามานยนามท่ีใช้เป็นคำนำพระนามเจ้านายโดยเฉพาะ
เพ่ือบอกสกุลยศ และอิสริยยศ ซ่ึงในตำราไวยากรณ์(๒) เรียกว่า สามานยนามบอกเครือญาติ
กับ สามานยนามบอกชนั้ เจ้านาย ท่มี ักใช้ประกอบกนั ทงั้ สองอย่างเป็นสว่ นมาก ดงั นี้
๑.๓.๑ สามานยนามบอกเครือญาติ คือ คำนำพระนามที่แสดงว่าเป็น
พระประยูรญาติชน้ั ใดกบั พระมหากษตั ริย์ ตามที่จะอธบิ ายตอ่ ไปขา้ งหน้า
๑.๓.๒ สามานยนามบอกช้นั เจ้านาย มี ๓ ชนั้ คอื เจา้ ฟา้ พระองคเ์ จา้ และ
หม่อมเจ้า นอกจากน้ี เจ้านายช้ันเจ้าฟ้า และพระองค์เจ้ายังมีพระอิสริยยศ ต่างกรม อีก ๗ ชั้น
คือ กรมพระราชวังบวรสถานมงคล กรมพระราชวังบวรสถานพิมุข กรมพระยา กรมพระ
กรมหลวง กรมขุน และกรมหมน่ื
ตามหลกั เกณฑ์ข้างต้น จึงเข้าใจไดว้ ่า เมือ่ เขียนพระนามเจ้านาย จะต้องลงสามานย-
นามบอกเครือญาติ กับ สามานยนามบอกช้ัน ก่อน แล้วจึงต่อด้วยพระนาม ซึ่งอาจเป็นพระนาม
เดิม หรือพระนามกรม หรือท้ังสองอย่าง และถ้าทรงมียศทางทหารหรือพลเรือน จะลงสามานย-
นามบอกยศ ในเบือ้ งตน้ ด้วยก็ได้ ดังตวั อยา่ งต่อไปน
้ี
(๑) ในรัชกาลปัจจุบันคำท่ีเรียกพระมหากษัตริย์ต่างประเทศใช้ว่า สมเด็จพระราชาธิบดีแห่ง ตามด้วยชื่อประเทศ เช่น สมเด็จ
พระราชาธิบดีแห่งมาเลเชีย ถ้าพระมหากษัตริย์เป็นหญิงใช้ว่า สมเด็จพระราชินีนาถ ตามด้วยพระนามและช่ือประเทศ เช่น
สมเด็จพระราชนิ ีนาถเอลิซาเบธ ท่ี ๒ แหง่ สหราชอาณาจกั ร หรือตามดว้ ยชือ่ ประเทศ เชน่ สมเดจ็ พระราชนิ ีนาถแห่งเดนมารก์
เป็นตน้
(๒) สยามไวยากรณ์ วจีวภิ าค ของพระยาอปุ กติ ศลิ ปสาร (นิม่ กาญจนาชวี ะ)
17
ราชาศัพท์
เฉลิมพระเกียรติในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔
– พลเอก สมเดจ็ พระบรมโอรสาธริ าช เจา้ ฟา้ มหาวชริ าลงกรณ สยามมกฎุ ราชกมุ าร(๑)
– พลเอกหญิง สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร รัฐสีมาคุณากร
ปิยชาติ สยามบรมราชกุมาร(ี ๒)
– จอมพล สมเดจ็ พระราชปติ ลุ าบรมพงศาภมิ ขุ เจา้ ฟา้ ภาณรุ งั ษสี วา่ งวงศ์ กรมพระยา
ภาณุพันธวุ งศวรเดช
– สมเด็จพระเจ้าพน่ี างเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวฒั นา กรมหลวงนราธิวาสราชนครนิ ทร
์
– จอมพล สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธ์ กรมพระนคร
สวรรค์วรพนิ ติ
– สมเดจ็ พระเจา้ บรมวงศเ์ ธอ เจา้ ฟ้ากรมพระยานรศิ รานุวัดติวงศ์
– สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้ารังสิตประยูรศักดิ์ กรมพระยาชัยนาท
นเรนทร
– มหาอำมาตย์นายก สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเทวัญอุไทยวงศ์
กรมพระยาเทวะวงศว์ โรปการ
– พระเจ้าบรมวงศเ์ ธอ พระองค์เจ้าสวัสดปิ ระวตั ิ กรมพระสมมตอมรพนั ธุ์
– พระเจ้าราชวรวงศ์เธอ พระองค์เจา้ วรรัตน์ กรมหมนื่ พิศาลบวรศักด์
ิ
– พระราชวรวงศ์เธอ พระองคเ์ จา้ กลั ยาณประวตั ิ กรมหมน่ื กวพี จนส์ ุปรชี า
– พลตรี พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุมภฎพงศ์บริพัตร กรมหมื่นนครสวรรค์
ศักด์ิพินิต
– พระวรวงศเ์ ธอ พระองคเ์ จ้าสงิ หนาทราชดุรงคฤทธ
์ิ
เจ้านายชั้นหม่อมเจ้านั้น ไม่มีสามานยนามบอกเครือญาติ แต่ต้องลงราชสกุล
ต่อท้ายนามด้วย เช่น หม่อมเจ้าปิยะภักดีนาถ สุประดิษฐ พลเรือเอก หม่อมเจ้ากาฬวรรณดิศ
ดิศกุล
๑.๔ คำที่ใช้แก่พระสงฆ์ พระสงฆ์มีหลายชั้นและมีสามานยนามบอกสมณศักดิ์
นำนามตา่ งกนั ตามชัน้
๑.๔.๑ เจ้านายท่ีทรงผนวชและทรงดำรงสมณศักดิ์ เป็นสมเด็จพระมหา-
สมณเจ้าก็ดี เป็นสมเด็จพระสังฆราชเจ้าก็ดี ให้ใช้ตามประกาศพระบรมราชโองการสถาปนา เช่น
กรณีท่ีพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดสถาปนาสมเด็จพระเจ้าบรม-
วงศ์เธอ กรมพระยาวชิรญาณวโรรส เป็น สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส
ส่วนกรณีพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าพระสถาพรพิริยพรตน้ัน พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้า
(๑) สยามมกฎุ ราชกมุ าร เป็นสามานยนามบอกตำแหนง่ มีขน้ึ ครง้ั แรกในรัชกาลที่ ๕
(๒) สยามบรมราชกุมารี เป็นสามานยนามบอกตำแหน่ง มขี นึ้ ครั้งแรกในรัชกาลปจั จุบนั
18
ราชาศัพท์
เฉลิมพระเกียรติในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔
เจ้าอยูห่ ัวทรงสถาปนาพระยศทางราชตระกลู เป็นพระเจา้ วรวงศ์เธอ กรมหม่ืนชินวรสริ วิ ฒั น์ และ
ทรงสถาปนาให้ทรงดำรงสมณศักด์ิเป็น สมเด็จพระสังฆราชเจ้า ต่อมาในรัชกาลพระบาทสมเด็จ
พระปกเกล้าเจ้าอยหู่ วั ทรงเลื่อนเป็นกรมหลวง ดงั น้ันการออกพระนามทางราชการจึงออกพระนาม
ตามทางราชตระกูลก่อน แล้วต่อด้วยพระยศทางสงฆ์ไว้ท้ายพระนาม คือ พระเจ้าวรวงศ์เธอ
กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า ดังนี้เป็นต้น แต่ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า
กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ มิได้ทรงเป็นเจ้านายมาก่อน(๑) จึงไม่มีสามานยนามบอกเครือญาติ คงใช้
นามแสดงสมณศักด์ินั้นนำแทน ส่วนสมเด็จพระสังฆราชที่มิใช่เจ้านาย ใช้พระนามอย่างสมเด็จ
พระราชาคณะแล้วเติมตำแหน่งไว้ท้าย ได้แก่ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช
สกลมหาสงั ฆปริณายก และ สมเดจ็ พระญาณสงั วร สมเด็จพระสงั ฆราช สกลมหาสงั ฆปรณิ ายก
๑.๔.๒ ราชตระกูล ต้ังแต่สมเด็จเจ้าฟ้าท่ีทรงอุปสมบท บรรพชา ลงไปจนถึง
หม่อมหลวงที่อุปสมบท บรรพชา เรียกสกุลยศนำหน้าฉายาด้วย เช่น หม่อมเจ้าสามเณรเพลารถ
หม่อมเจ้าพระมหาเพลารถ หม่อมเจ้าพระภุชงค์ หม่อมเจ้าพระประภากร หม่อมเจ้า
พระอรุณนิภาคุณากร หม่อมเจ้าพระสถาพรพิริยพรต พระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์เจ้าพระมนุษย
นาคมานพ สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าพระประชาธิปกศักดิเดชน์ อนึ่ง พระมหากษัตริย
์
เมี่อทรงพระผนวช ไม่ใช้ว่า พระภิกษุพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ให้ใช้ว่า พระบาทสมเด็จ
พระเจ้าอยหู่ ัวซ่งึ ทรงพระผนวช
หมอ่ ม เปน็ คำนำนามสตรี (สามญั ชน) ท่ีเปน็ หมอ่ มห้ามของเจ้านาย ใช้นำหนา้
ชื่อตัวและช่ือราชสกุล เช่น หม่อมกอบแก้ว อาภากร ณ อยุธยา หม่อมประพาล จักรพันธ์ุ
ณ อยธุ ยา แตถ่ า้ เปน็ หมอ่ มราชวงศ์ หรอื หมอ่ มหลวง ตอ้ งใชค้ ำ หมอ่ มราชวงศ์ หรอื หมอ่ มหลวง
นำหน้า เช่น หมอ่ มหลวงสร้อยระย้า ยุคล หา้ มใช้คำ หมอ่ ม หรอื คำนำอ่ืนๆนำหน้าเปน็ อันขาด
เจ้าจอม เปน็ คำนำนามพระสนม ใชน้ ำหนา้ ช่อื ตวั และต่อท้ายด้วยคำท่บี ่งบอก
ว่าเปน็ พระสนมในรชั กาลใด เชน่ เจา้ จอมสมบญุ ในรชั กาลที่ ๕ เจ้าจอมแส ในรัชกาลที่ ๕
เจ้าจอมมารดา เป็นคำนำนามพระสนมที่มีพระราชโอรสธิดา เช่น เจ้าจอม
มารดาตานี ในรัชกาลที่ ๑ เจ้าจอมมารดาอ่อน ในรัชกาลท่ี ๕ เจ้าจอมมารดาน่วม ในสมเด็จ
พระบวรราชเจ้ามหาเสนานุรักษ์ ถ้าเป็นพระสนมในกรมพระราชวังบวรวิไชยชาญ ใช้ จอมมารดา
นำ เช่น จอมมารดาปอ้ ม ในกรมพระราชวงั บวรวิไชยชาญ(๒)
((๑๒)) แมีฐลาะนมันีบดารงกศรกั ณดิท์ ีทาี่ทงรรงาสชถสากปุลนวาา่ หหมม่ออ่ มมหร้าามชขวองงศเช์จืน่้านนาพยชวั้นงษล์
ูกหลวงข้ึนเป็น “เจ้าจอมมารดา” หากว่าหม่อมน้ันได้เป็นขรัวยายของ
เจ้าฟ้าพระราชโอรสธิดาของพระมหากษัตริย์ เช่น หม่อมจีนในพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นภูมินทรภักดี ได้รับพระราชทาน
สถาปนาเปน็ เจ้าจอมมารดาจีน เนอื่ งจากได้เป็นขรัวยายของสมเดจ็ เจ้าฟา้ ยุคลฑิฆัมพร สมเดจ็ เจ้าฟา้ มาลินนี พดารา และสมเดจ็
เจ้าฟา้ นภิ านภดล ในรชั กาลที่ ๕
19
ราชาศัพท์
เฉลิมพระเกียรติในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔
เจ้าคุณจอมมารดา ในรัชกาลที่ ๕ ทรงสถาปนาเจ้าจอมมารดา เป็น เจ้าคุณ
จอมมารดา ๔ ท่าน คือ เจ้าคุณจอมมารดาสำลี ในรัชกาลท่ี ๔ เจ้าคุณจอมมารดาเป่ียม ใน
รัชกาลที่ ๔ เจ้าคุณจอมมารดาเอม ในพระบาทสมเด็จพระป่ินเกล้าเจ้าอยู่หัว และ เจ้าคุณจอม
มารดาแพ ในรชั กาลที่ ๕ เจ้าคุณจอมมารดาทง้ั ๔ ท่านน้ี ต่อมาในรชั กาลท่ี ๖ ทรงสถาปนาเจ้าคณุ
จอมมารดาเปี่ยม ขึ้นเป็น สมเด็จพระปิยมาวดี ศรีพัชรินทรมาตา และทรงสถาปนาเจ้าคุณจอม
มารดาแพ ขน้ึ เปน็ เจา้ คณุ พระประยรุ วงศ์ จงึ มคี ำ เจา้ คณุ พระ เปน็ คำนำนามอกี คำหนงึ่
พระ เป็นคำนำนามพระสนมเอกในรัชกาลที่ ๖ คือ พระสุจริตสุดา กับ
พระอินทราณี ซง่ึ ภายหลังทรงสถาปนาขึ้นเปน็ สมเด็จพระนางเจ้าอนิ ทรศกั ดิศจี พระวรราชชายา
๒. วิสามานยนามอันเป็นช่ือของบุคคล อาจแบ่งได้เป็น ๒ อย่าง คือ ช่ือตัว กับ
ราชทินนาม
๒.๑ ชื่อตัว หรือนามเดิม ย่อมหมายรวมถึงนามสกุลที่บุคคลใช้ตามกฎหมายด้วย
เช่น สัญญา สุเรนทรานนท์ หรือ พรทิพย์ วัยกิจ ซึ่งเมื่อเติมสามานยนามนำหน้าช่ือเป็น “นาย
สญั ญา สุเรนทรานนท์” และ “นางสาวพรทพิ ย์ วัยกจิ ” แลว้ กเ็ ปน็ วิสามานยนามท่ีถกู ต้องสมบรู ณ
์
๒.๒ ราชทินนาม คือ นามท่ีได้รับพระราชทานพร้อมกับยศ สมณศักดิ์ และ
บรรดาศกั ด์ิ นามใดทบ่ี คุ คลชน้ั ใดได้รบั พระราชทานโดยนัยน้ถี ือเปน็ ราชทนิ นาม ทง้ั สนิ้ เช่น อบุ าลี
คุณูปมาจารย์ (พระภิกษุ) พหลพลพยุหเสนา (ขุนนาง) ซึ่งเมื่อประกอบสามานยนามเข้าข้างหน้า
ตามระเบียบแล้วจะเป็นราชทินนามราชาศัพท์ท่ีสมบูรณ์ ดังนี้ พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ พันเอก
พระยาพหลพลพยหุ เสนา
เม่ือทราบลักษณะของ สามานยนามนำหน้าชื่อ และ วิสามานยนามอันเป็นช่ือ
ของบุคคลช้ันต่างๆ แล้ว ก็พึงพิจารณาใช้ประกอบกันให้เป็น วิสามานยนามราชาศัพท์ ให
้
ถูกต้อง ในทนี่ ีจ้ ะยกตวั อยา่ งไวเ้ ปน็ แบบเพอ่ื สังเกต ดังน้
ี
จอมพล สมเดจ็ พระเจา้ บรมวงศเ์ ธอ เจา้ ฟา้ บรพิ ตั รสขุ มุ พนั ธ์ กรมพระนครสวรรคว์ รพนิ ติ
มหาอำมาตยน์ ายก สมเดจ็ พระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาเทวะวงศ์วโรปการ
พระราชวรวงศเ์ ธอ กรมหมน่ื พิทยาลงกรณ
์
พลเอก เจ้าพระยาวงศานุประพัทธ (หม่อมราชวงศ์สทา้ น สนิทวงศ)์
มหาเสวกเอก เจา้ พระยาวรพงศพพิ ฒั น์ (หมอ่ มราชวงศเ์ ยน็ อิศรเสนา)
ทา่ นผหู้ ญงิ สุรณรงค์ (จรวย โชติกเสถียร)
20
ราชาศัพท์
เฉลิมพระเกียรติในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔
ทา้ วศรีสจั จา (สังวาลย์ บุณยรตั พนั ธ)์ุ
หัวหม่ืน พระยาประสานดุรยิ ศพั ท์ (แปลก ประสานศัพท์)
พระยาประดับดุรยิ กจิ (แหยม วณี นิ )
หลวงไพเราะเสยี งซอ (อ่นุ ดูรยะชีวนิ )
นายจำนงราชกิจ (จรัญ บณุ ยรัตพนั ธ)ุ์
พลโท หม่อมหลวงจนิ ดา สนิทวงศ์
พันตำรวจโท ประวณิ เกษมสุข
สมเดจ็ พระมหาวีรวงศ์ (อ้วน ติสฺโส)
พระพรหมมุนี (ผิน สุวโจ)
พระครไู พโรจน์โพธวิ ฒั น์ (เจรญิ โตภาโส)
พระเจรญิ ดอนจนั ทร์ (ต ปญโฺ น.ธ. เอก)
สามเณรสโุ ข สราญใจ
ฯลฯ
๓. ลักษณนาม(๑) ท่ีต้องเปลี่ยนแปลงใช้ตามระเบียบราชาศัพท์ มีเฉพาะลักษณนามที่
ใช้แก่พระมหากษัตริย์และเจ้านายเท่านั้น พระมหากษัตริย์และเจ้านายชั้นสูง ใช้ว่า พระองค์ เช่น
สมเด็จบรมบพิตรพระราชสมภารเจ้าท้ังสองพระองค์ พระราชโอรสทั้งส่ีพระองค์ สำหรับเจ้านาย
ชั้นรองลงมาให้ใช้ องค์ เช่น หม่อมเจ้าห้าองค์ ดังน
ี้
อน่ึง ส่วนของร่างกาย เครื่องใช้ เคร่ืองเสวย ท่ีเป็นของสำคัญของพระมหากษัตริย์และ
ของเจ้านาย ก็ใช้ลักษณนามว่า องค์ เช่น พระทนต์สององค์ (ซี่) พระที่นั่งสององค์ (หลัง)
พระแสงปนื สององค์ (กระบอก) เสวยไดห้ ลายองค์ (คำ) ตรัสได้ไมก่ อ่ี งค์ (คำ)
(๑) ดบู ทที่ ๒ หมวดที่ ๑๐ ลักษณนาม ประกอบ
21
ราชาศัพท์
เฉลิมพระเกียรติในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔
ขอ้ สาม คำแทนชือ่ หรือทีเ่ รียกว่า คำสรรพนาม
ในไวยากรณ์ สรรพนามที่จะต้องเปล่ียนแปลงใช้ตามราชาศัพท์ มีแต่บุรุษสรรพนาม
พวกเดยี ว และมคี ำใชม้ าก สำหรับบคุ คลตา่ งช้ันกัน ทใ่ี ช้กันเปน็ แบบแผนแต่ก่อนมีดงั น(้ี ๑)
บรุ ุษท่ี ๑
คำสรรพนาม ผู้พูด ผู้ฟงั
ข้าพระพุทธเจา้ ผู้น้อย(๒) พระมหากษตั รยิ ์
พระบรมวงศ์(๓)
พระบรมวงศช์ ้นั พระองค์เจ้า (ทีเ่ ปน็ พระราชโอรส
ธดิ าของพระมหากษัตริย์)
เกลา้ กระหมอ่ ม ผ้นู อ้ ย (ชาย) พระอนวุ งศช์ นั้ พระเจา้ วรวงศเ์ ธอ
เกลา้ กระหมอ่ มฉัน ผนู้ ้อย (หญิง) พระองค์เจ้า และ พระวรวงศเ์ ธอ
พระองค์เจา้ (ทีท่ รงกรม)
กระหม่อม ผู้น้อย (ชาย) พระอนวุ งศ์ชนั้ พระวรวงศ์เธอ
หม่อมฉนั ผูน้ ้อย (หญิง) พระองค์เจา้ (ที่มไิ ด้ทรงกรม)(๔)
หมอ่ มเจา้
(๑) ดูระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ. ๒๕๒๖ ภาคผนวก (ฉบับแก้ไข พ.ศ. ๒๕๓๙) ด้วย เพ่ือให้ทราบคำ
ท่ีราชการบัญญัตใิ ห้ใชใ้ นปัจจุบัน
(๒) ผนู้ อ้ ย ได้แก่ พระบรมวงศานวุ งศ์ และบคุ คลท่วั ไป
(๓) ในรัชกาลปัจจุบัน พระบรมวงศ์หมายถึง สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ิ พระบรมราชินีนาถ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดช
วิกรม พระบรมราชชนก สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร สมเด็จ
พระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี สมเด็จพระเจ้า
ภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี สมเด็จพระเจ้าพ่ีนางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาส
ราชนครนิ ทร์
(๔) ในรัชกาลปัจจุบัน พระอนุวงศ์ ได้แก่ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศม์ิ พระวรชายาในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ
สยามมกุฎราชกุมาร พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้า
พัชรกิติยาภา พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ พระเจ้า
หลานเธอ พระองคเ์ จา้ สริ ิภาจุฑาภรณ์ พระเจา้ หลานเธอ พระองคเ์ จา้ อทิตยาทรกติ ิคณุ
22
ราชาศัพท์
เฉลิมพระเกียรติในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔
คำสรรพนาม ผู้พดู ผู้ฟงั
ขา้ พระพุทธเจา้ ผ้นู อ้ ย สมเดจ็ พระมหาสมณเจ้า
สมเด็จพระสังฆราชเจ้า
เกลา้ กระหม่อม ผู้นอ้ ย (ชาย) สมเดจ็ พระสังฆราช
เกล้ากระหม่อมฉัน ผู้นอ้ ย (หญิง)
บุรษุ ที่ ๒
คำสรรพนาม ผูพ้ ดู ผ้ฟู ัง
ใตฝ้ า่ ละอองธุลพี ระบาท ผู้นอ้ ย พระมหากษตั รยิ
์
ใตฝ้ ่าละอองพระบาท ผู้น้อย สมเดจ็ พระบรมราชินีนาถ
สมเด็จพระบรมราชิน
ี
สมเดจ็ พระบรมราชชนก
สมเด็จพระบรมราชชนน
ี
สมเด็จพระยพุ ราช
สมเดจ็ พระบรมโอรสาธริ าช สยามมกฎุ ราชกมุ าร
สมเด็จพระเทพรตั นราชสดุ าฯ สยามบรมราชกมุ าร
ี
ใต้ฝา่ พระบาท ผนู้ ้อย พระราชวงศ์ชน้ั สมเด็จเจ้าฟา้ และพระองค์เจ้า
(พระราชโอรสธิดาของพระมหากษัตริย)์
ฝา่ พระบาท ผ้นู อ้ ย พระราชวงศช์ ้ันพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองคเ์ จ้า
และพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้า (ทีท่ รงกรม)
หม่อมเจา้
สมเด็จบรมบพิตรพระราช พระสงฆ์ พระมหากษัตรยิ
์
สมภารเจ้า สมเด็จพระบรมราชนิ ีนาถ
บรมบพติ รพระราชสมภาร พระสงฆ์ สมเด็จพระบรมราชินี
เจ้า, มหาบพิตร สมเดจ็ พระบรมราชชนก
23
ราชาศัพท์
เฉลิมพระเกียรติในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔
คำสรรพนาม ผพู้ ูด ผู้ฟัง
สมเดจ็ พระบรมราชชนน
ี
สมเดจ็ พระยุพราช
สมเดจ็ พระบรมโอรสาธริ าช สยามมกฎุ ราชกมุ าร
สมเด็จพระเทพรตั นราชสดุ าฯ สยามบรมราชกมุ าร
ี
บพิตร(๑) พระสงฆ ์ พระราชวงศ์ตั้งแต่สมเดจ็ เจ้าฟา้ ถึงหมอ่ มเจา้
บุรุษที่ ๓
คำสรรพนาม แทนบคุ คล
พระมหากษัตริยถ์ งึ พระองคเ์ จา้
พระองค ์
ขอ้ ส่ี คำแสดงกิรยิ าอาการและความมี ความเปน็ ทเ่ี รียกวา่ คำกรยิ า
ในไวยากรณ์ กริยาที่เปล่ียนแปลงใช้ตามระเบียบราชาศัพท์โดยมากมีอยู่แต่กริยาที่จะ
ใชแ้ กพ่ ระมหากษัตริย์กับเจา้ นาย และมกั จะใชอ้ ย่างเดยี วกันหรอื คลา้ ยคลงึ กัน มีลักษณะดงั นี
้
๑. เป็นคำเฉพาะตา่ งจากคำกรยิ าสามญั เช่น
ผทม, ประทม, บรรทม = นอน
ทอดพระเนตร = ดู, มอง, แล
เสวย = กิน
ประทับ = อย,ู่ อยกู่ บั ท่
ี
สรง = อาบน้ำ, ลา้ ง
ตรสั , ดำรสั = พดู
กร้ิว = โกรธ
โปรด = รกั , ชอบ, เอน็ ดู
ประชวร = ปว่ ย, เจบ็
(๑) ดูตัวอยา่ งพระบรมราโชวาทในรัชกาลที่ ๖ ท่พี ระราชทานแกเ่ สือปา่ นกั เรยี นมหาดเลก็ หลวง นักเรยี นในพระบรมราชูปถัมภ์ ฯลฯ
24
ราชาศัพท์
เฉลิมพระเกียรติในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔
ทรง = แปลไดห้ ลายความหมายแลว้ แต่
นามขา้ งทา้ ยจะบง่ ความ เชน่ ทรงรถ
ทรงม้า ทรงธรรม ทรงศีล
ทรงดนตรี ทรงพระโอสถมวน
๒. ใช้ ทรง เป็นกริยานุเคราะห์ นำหน้ากริยา เช่น ทรงฟัง ทรงยินดี ทรงถวาย
ทรงรับ ทรงชุบเล้ียง ทรงผนวช เป็นต้น แต่จะใช้ ทรง นำหน้ากริยาท่ีเป็นราชาศัพท์สำหรับ
พระมหากษัตริย์และเจา้ นายอยแู่ ล้ว (ตามข้อ ๑) ใหเ้ ปน็ ทรงประชวร ทรงเสวย ทรงประทบั ไมไ่ ด้
เป็นอันขาด
๓. ใช้ ทรง นำหน้านามราชาศัพท์ให้เป็นกริยาวลีราชาศัพท์ เช่น ทรงพระกรุณา ทรง
พระประชวร ทรงพระดำริ ทรงผนวช เจ้านายประชวร แต่ พระบาทสมเด็จเจ้าอยู่หัวทรง
พระประชวร เจา้ นายทรงผนวช แต่ พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั ทรงพระผนวช
๔. คำ ทรง จะใช้นำกริยาที่มีนามราชาศัพท์ต่อท้ายมิได้ เช่น ห้ามใช้ว่า ทรงมี
พระมหากรุณา ทรงมีพระราชดำริ ทรงมีพระบรมราชโองการ ทรงเป็นพระราชโอรส ทรงทราบ
ฝ่าละอองธุลีพระบาท ต้องใช้ว่า ทรงพระมหากรุณา (ตามข้อ ๓) หรือมีพระมหากรุณา ทรง
พระราชดำริ หรือมีพระราชดำริ มีพระบรมราชโองการ เป็นพระราชโอรส ซูบพระองค์
ทอดพระเนตร สน้ิ พระชนม์ เสียพระทยั ทราบฝา่ ละอองธลุ พี ระบาท
๕. ใช้คำ เสด็จ นำหน้ากริยาบางคำ ทำนองเดียวกับใช้ ทรง นำก็ได้ และความหมาย
สำคัญจะอยู่ท่ีกริยาที่อยู่ข้างหลัง เช่น เสด็จไป เสด็จกลับ เสด็จมา เสด็จขึ้น เสด็จลง เสด็จอยู่
เสด็จประพาส เสด็จผ่านพิภพ เสด็จดำรงราชย์ เสด็จสถิต เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ เสด็จ
สวรรคต
๖. เป็นคำบัญญัติแยกใช้ตามช้ันบุคคล กริยาพวกน้ีจำเป็นต้องสังเกตจดจำเป็นคำๆ ไป
ตวั อย่างเชน่
กรยิ า ราชาศัพท์ ใชแ้ ก ่ หมายเหต
ุ
เกดิ ทรงพระราชสมภพ, พระมหากษตั ริย
์
เสด็จพระราชสมภพ สมเด็จพระบรมราชินีนาถ
สมเด็จพระบรมราชิน
ี
สมเด็จพระบรมราชชนก
สมเด็จพระบรมราชชนน
ี
25
ราชาศัพท์
เฉลิมพระเกียรติในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔
กริยา ราชาศัพท์ ใช้แก่ หมายเหตุ
สมเดจ็ พระยพุ ราช
สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช
สยามมกฎุ ราชกุมาร
สมเด็จพระเทพรตั นราชสุดาฯ
สยามบรมราชกมุ าร
ี
สมภพ, ประสตู ิ พระราชวงศ์ตง้ั แตส่ มเดจ็ เจา้ ฟา้
ถงึ หม่อมเจ้า
คลอดบุตร มพี ระประสตู กิ าล สมเดจ็ พระบรมราชนิ ีนาถ
สมเด็จพระบรมราชินี
ประสตู ิ พระราชวงศต์ ้งั แต่สมเดจ็ เจ้าฟา้
ถงึ หมอ่ มเจ้า
สง่ั มพี ระบรมราชโองการ พระมหากษัตริย์
(ดำรสั ) เหนือเกลา้ ฯ
สั่งว่า
มพี ระราชโองการสงั่ วา่ พระมหากษัตริยท์ ยี่ งั มไิ ดท้ รงรบั
พระบรมราชาภิเษก
มพี ระราชเสาวนยี ์ สมเดจ็ พระบรมราชินนี าถ
สมเด็จพระบรมราชนิ
ี
มพี ระราชบัณฑรู วา่ สมเด็จพระยุพราช
สมเดจ็ พระบรมโอรสาธิราช
สยามมกุฎราชกุมาร
สมเดจ็ พระบวรราชเจ้า
มหาสรุ สงิ หนาท กรมพระราช-
วงั บวรสถานมงคล
สมเด็จพระบวรราชเจา้
มหาเสนานุรักษ์ กรมพระราช-
วังบวรสถานมงคล
26
ราชาศัพท์
เฉลิมพระเกียรติในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔
กริยา ราชาศัพท์ ใชแ้ ก ่ หมายเหต
ุ
สมเดจ็ พระบวรราชเจา้
มหาศกั ดพิ ลเสพย์ กรมพระ
ราชวงั บวรสถานมงคล
มพี ระบัณฑูรวา่ กรมพระราชวังบวรวไิ ชยชาญ
มีพระราชบัญชาว่า สมเดจ็ พระเทพรัตนราชสดุ าฯ
สยามบรมราชกมุ าร
ี
มพี ระราชดำรัสสั่ง สมเด็จพระบรมราชชนก
สมเด็จพระบรมราชชนน
ี
สมเด็จพระยพุ ราช
สมเดจ็ พระบรมโอรสาธิราช
สยามมกฎุ ราชกมุ าร
สมเดจ็ พระเทพรัตนราชสุดาฯ
สยามบรมราชกมุ าร
ี
มีพระดำรัสสง่ั พระราชวงศ์ชั้นสมเดจ็ เจ้าฟา้
และพระองค์เจา้
มพี ระบัญชา กรมพระราชวงั บวรสถานภิมขุ
สมเด็จพระมหาสมณเจ้า
สมเด็จพระสังฆราชเจ้า
สมเดจ็ พระสังฆราช
กนิ เสวย พระมหากษัตรยิ ,์ เจ้านาย
รับพระราชทาน (อาหาร) ผ้นู ้อยใชก้ ราบบงั คมทลู พระกรุณา
และกราบบงั คมทลู
พระบรมวงศ์
ตาย เสด็จสวรรคต, สวรรคต พระมหากษตั รยิ ์
สมเดจ็ พระบรมราชินีนาถ
27
ราชาศัพท์
เฉลิมพระเกียรติในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔
กริยา ราชาศพั ท ์ ใชแ้ ก่ หมายเหต
ุ
สมเดจ็ พระบรมราชินี
สมเดจ็ พระบรมราชชนก
สมเดจ็ พระบรมราชชนน
ี
สมเดจ็ พระยุพราช
สมเดจ็ พระบวรราชเจ้า
ทิวงคต กรมพระราชวงั บวรวิไชยชาญ – เคยใชแ้ ก
่
สมเด็จพระ
อนชุ าธิราช
ในรัชกาลท่ี ๖
และสมเด็จพระ
ราชปติ ลุ าบรม
พงศาภิมขุ ใน
รัชกาลที่ ๗
ซึง่ ทรงไดร้ ับ
การเฉลิม
พระยศพเิ ศษ
ส้นิ พระชนม์ พระราชวงศช์ ้ันสมเด็จเจ้าฟา้
และพระองค์เจา้
สมเดจ็ พระมหาสมณเจา้
สมเดจ็ พระสังฆราชเจา้
สมเด็จพระสังฆราช
ถงึ ชพี ติ กั ษัย, สนิ้ ชพี ติ ักษัย หมอ่ มเจา้ – ภาษาปากใช้
ถึงชพี ตกั ษยั , สิน้ ชพี ตักษยั วา่ สิ้นชีพ
28
ราชาศัพท์
เฉลิมพระเกียรติในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔
๗. คำที่มีลักษณะดังคำในข้อ ๖ ข้างต้น แต่เป็นคำสำหรับผู้น้อยท่ีจะต้องใช้แก่บุคคล
ช้นั ตา่ งๆ เช่น
กรยิ า ราชาศพั ท ์ ใชแ้ ก่
ให ้ ทลู เกล้าทูลกระหมอ่ มถวาย (ของเล็ก), พระมหากษตั รยิ
์
น้อมเกลา้ นอ้ มกระหมอ่ มถวาย (ของใหญ)่ สมเดจ็ พระบรมราชินีนาถ
ถวาย (สิง่ ท่เี ป็นนามธรรม เช่น สมเดจ็ พระบรมราชิน
ี
ถวายพระราชกศุ ล ถวายพระพรชัยมงคล) สมเดจ็ พระบรมราชชนก
สมเดจ็ พระบรมราชชนน ี
สมเด็จพระยุพราช
สมเดจ็ พระบรมโอรสาธิราช
สยามมกฎุ ราชกุมาร
สมเด็จพระเทพรัตนราชสดุ าฯ
สยามบรมราชกุมารี
ถวาย (ส่ิงทเ่ี ป็นนามธรรม เช่น พระราชวงศช์ ้ันสมเดจ็ เจ้าฟ้า
ถวายพระกุศล) และพระองคเ์ จา้
ถวาย (สง่ิ ของ) พระราชวงศ์ชัน้ สมเด็จเจา้ ฟา้
ถึงหม่อมเจ้า
ขอให้ ขอพระราชทานทูลเกลา้ ทูลกระหม่อมถวาย(๑) พระมหากษตั ริย์
(ของเล็ก), สมเด็จพระบรมราชินนี าถ
ขอพระราชทานนอ้ มเกลา้ นอ้ มกระหมอ่ มถวาย(๒) สมเดจ็ พระบรมราชิน
ี
(ของใหญ)่ , สมเดจ็ พระบรมราชชนก
ขอพระราชทานถวาย(๓) (สงิ่ ทเ่ี ป็นนามธรรม) สมเดจ็ พระบรมราชชนนี
สมเด็จพระยุพราช
สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช
สยามมกุฎราชกุมาร
สมเด็จพระเทพรตั นราชสดุ าฯ
สยามบรมราชกุมาร
ี
(๑)–(๓) ระบุพระปรมาภไิ ธย หรอื พระนามาภไิ ธยตอ่ ทา้ ย
29
ราชาศัพท์
เฉลิมพระเกียรติในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔
กรยิ า ราชาศัพท ์ ใชแ้ ก
่
ขอพระราชทานถวาย สมเดจ็ เจ้าฟ้า
พระองคเ์ จา้
ขอประทานถวาย หมอ่ มเจ้า
ขอถวาย พระมหากษัตรยิ ถ์ งึ สมเดจ็ เจา้ ฟา้
พระองค์เจ้าและหมอ่ มเจ้า
สมเด็จพระสงั ฆราช
ขอ ขอพระราชทาน
ขอประทาน
บอก กราบบงั คมทลู พระกรุณา พระมหากษตั รยิ
์
กราบบังคมทูล สมเด็จพระบรมราชนิ นี าถ
สมเด็จพระบรมราชนิ
ี
สมเดจ็ พระบรมราชชนก
สมเดจ็ พระบรมราชชนนี
สมเดจ็ พระยพุ ราช
สมเด็จพระบรมโอรสาธริ าช
สยามมกุฎราชกุมาร
สมเดจ็ พระเทพรัตนราชสุดาฯ
สยามบรมราชกมุ ารี
กราบทูล พระราชวงศช์ ้ันสมเดจ็ เจา้ ฟา้
และพระองคเ์ จ้า
ทลู หม่อมเจา้
ขอ้ หา้ คำวเิ ศษณท์ ่ใี ช้เปน็ ราชาศัพท์
คำวิเศษณ์ท่ีจัดว่าต้องเปลี่ยนแปลงใช้ให้เป็นราชาศัพท์ มีอยู่แต่ประติชญาวิเศษณ์ หรือ
คำวิเศษณ์ที่แสดง คำรับ พวกเดียว และเมื่อใช้เป็นราชาศัพท์ มีคำบัญญัติให้ใช้ต่างกันตาม
ชน้ั บคุ คล จงึ จำเปน็ ต้องศึกษาและจดจำเป็นคำๆ ไป ตัวอยา่ งเชน่
30
ราชาศัพท์
เฉลิมพระเกียรติในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔
ผ้ใู ช้ ราชาศัพท ์ ใชแ้ ก่
พระสงฆ์ ขอถวายพระพร พระมหากษตั รยิ ถ์ ึงหม่อมเจ้า
พระมหากษตั รยิ
์
บคุ คลท่ัวไป พระพทุ ธเจ้าข้าขอรับ
พระมหากษตั รยิ ์ถึงสมเดจ็ เจ้าฟ้า
รับใสเ่ กลา้ ใสก่ ระหมอ่ ม
บคุ คลทั่วไป พระพทุ ธเจา้ ข้าขอรับ(๑)
พระพทุ ธเจา้ ขา้ พระองค์เจ้าลกู หลวง
บุคคลท่วั ไป ขอรับกระหม่อม, กระหม่อม, พระองคเ์ จา้ และหม่อมเจ้า
เพคะ
ขอ้ หก การกราบบังคมทลู พระกรณุ า กราบบังคมทูล กราบทูล ทูลเจา้ นาย
ในการกราบบังคมทูลพระกรุณา นอกจากจะต้องใช้ราชาศัพท์ให้ถูกต้องแล้ว ยังต้องใช้
ถ้อยคำใหถ้ ูกแบบแผน ดังน้
ี
๑. คำท่ีใช้แก่พระมหากษัตริย์ เมื่อจะกราบบังคมทูลพระกรุณาโดยไม่มีพระราชดำรัส
ดว้ ยกอ่ น ตอ้ งข้ึนคำนำว่า ขอเดชะฝ่าละอองธุลพี ระบาทปกเกลา้ ปกกระหมอ่ ม แล้วจงึ ดำเนนิ เร่อื ง
เม่อื จบแลว้ ลงทา้ ยวา่ ดว้ ยเกล้าด้วยกระหมอ่ ม ขอเดชะ
ถ้ามีพระราชดำรัสสั่ง ให้กราบบังคมทูลรับว่า พระพุทธเจ้าข้าขอรับ รับใส่เกล้าใส่
กระหม่อม แลว้ ดำเนนิ เรอื่ ง และลงทา้ ยว่า ดว้ ยเกลา้ ดว้ ยกระหม่อม ขอเดชะ
ถ้าเป็นการด่วน ให้กราบบังคมทูลเน้ือเร่ืองขึ้นก่อน แล้วลงท้ายว่า พระพุทธเจ้าข้าขอรับ
รับใสเ่ กล้าใส่กระหมอ่ ม หรอื ดว้ ยเกลา้ ด้วยกระหมอ่ ม ขอเดชะ
๒. เม่ือจำเป็นจะต้องกล่าวถึงของหยาบและสกปรก เช่น อุจจาระ ปัสสาวะ ต้องใช้
คำนำขน้ึ กอ่ น อย่างท่ีใชค้ ำว่า ขอโทษ ดังน้ี
ไม่ควรจะกราบบังคมทูลพระกรุณา ใช้แก่ พระมหากษัตริย์
ไมค่ วรจะกราบบงั คมทูล ใชแ้ ก่ เจา้ นายชน้ั สงู (๒)
ไม่ควรจะกราบทลู ใช้แก่ เจ้านายช้ันรองลงมา(๓)
(((๑๒๓))) ใพพนรรปะะัจรรจาาชชบุ ววนั งงศศใช์ชต์ ใ้ ้งัน้ั นแสกตมา่สรเดมกจ็เรดเาจจ็บา้ พบฟรงั ้าะคแบมลรทะมลูพรรราาะชยอินงงีนาคนาเ์ ถตจถวัา้
ึงขสอมงทเดหจ็ าพรร
ะเทพรัตนราชสดุ าฯ สยามบรมราชกมุ าร
ี
31
ราชาศัพท์
เฉลิมพระเกียรติในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔
๓. เมื่อจะกล่าวถึงว่าตนเองได้รับความสุขสบายหรือปลอดภัยจากอันตราย ให้ใช้คำว่า
เดชะพระบารมีปกเกลา้ ปกกระหม่อม ก่อนดำเนนิ เรอ่ื ง
๔. เมื่อกล่าวถึงเรื่องท่ีได้รับอนุเคราะห์ด้วยประการต่างๆ แล้ว ให้ใช้ พระมหา
กรุณาธิคุณเป็นล้นเกล้าล้นกระหม่อม ต่อท้ายเร่ือง สำหรับกราบบังคมทูลพระกรุณา และใช้
พระเดชพระคุณเป็นล้นเกล้าล้นกระหม่อม สำหรับเจ้านาย หรือจะใช้คำน้ีกับพระมหากษัตริย์
กไ็ ด้
๕. เม่ือกล่าวถึงเรื่องที่พลาดพลั้งหรือเกรงจะพลาดพลั้งไป ซ่ึงจะต้องแสดงความเสียใจ
เป็นธรรมดา ในมารยาทการพูด ให้ใช้คำว่า พระราชอาญา (อาชญา) ไม่พ้นเกล้าพ้นกระหม่อม
ต่อท้ายเร่ือง สำหรับพระมหากษัตริย์ สมเด็จพระบรมราชินีนาถ สมเด็จพระบรมราชินี สมเด็จ
พระบรมราชชนก สมเด็จพระบรมราชชนนี สมเด็จพระยุพราช สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช
สยามมกุฎราชกุมาร สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และใช้คำว่า พระอาญา
(อาชญา) ไม่พ้นเกล้าพ้นกระหม่อม ต่อท้ายเรื่อง สำหรับพระราชวงศ์ช้ันสมเด็จเจ้าฟ้าและ
พระองคเ์ จา้
32
บทที่ ๒
ราชาศพั ท์ห
มวดตา่ งๆ
คำศัพท์เน่ืองในพระมหากษัตริย์และพระราชวงศ์แต่ละลำดับชั้น ได้จำแนก
หมวดของคำราชาศัพทไ์ วแ้ ตล่ ะประเภท ดังน้
ี
หมวดท ี่ ๑ ขัตติยตระกลู
หมวดท่ี ๒ รา่ งกาย
หมวดท ี่ ๓ อาการ
หมวดที่ ๔ นาม
หมวดที่ ๕ เคร่ืองแต่งกาย เคร่อื งประดับ ภาชนะใช้สอย อาหาร และเครื่อง
ใชท้ วั่ ไป
หมวดท่ี ๖ ศพั ท์ท่ีใชใ้ นการพระราชพธิ แี ละการพระราชกศุ ล
หมวดท่ี ๗ เคร่อื งราชกกุธภัณฑแ์ ละเครอ่ื งราชูปโภค
หมวดที่ ๘ พระราชนิเวศนม์ ณเฑยี รสถาน
หมวดที่ ๙ พระราชพาหนะ
หมวดที่ ๑๐ ลักษณนาม
33
หมวดท่ี ๑
ขตั ติยตระกลู
ขัตติยตระกูล แปลว่า ตระกูลของพระมหากษัตริย์ หมายถึงพระมหากษัตริย์ เจ้านาย
ทุกชั้น(๑) หม่อมราชวงศ์ หม่อมหลวง ตลอดจนผู้ที่ใช้ราชสกุลโดยกำเนิด ขัตติยตระกูลของไทย
มคี ำใชเ้ ป็นทางการว่า ราชสกลุ ราชตระกูล หรือราชนกิ ลู
พระบรมอรรคราชบรรพบุรษุ (๒) – บรรพบุรุษของพระมหากษัตรยิ ์
สมเดจ็ พระปฐมบรมมหาชนก – หมายถึง สมเด็จพระบรมชนกาธิบดีแห่งพระบาท
สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช
สมเด็จพระบรมปัยกาธริ าช – ปูท่ วด ตาทวด ที่เปน็ พระมหากษัตริย์
สมเดจ็ พระบรมมหาปยั กาธบิ ดี,
สมเดจ็ พระมหาปัยกาธบิ ดี(๓),
สมเด็จพระบรมปัยกา,
พระบรมไปยกา
พระปัยกา พระไปยกา – ปู่ทวด พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรง
ใช้คำน้ี หมายถึง สมเด็จพระปฐมบรมมหาชนก
(ดูประชุมประกาศรัชกาลที่ ๔ ภาค ๖ พ.ศ. ๒๔๐๔-
๒๔๐๗)
พระเปตามหัยกา, – ปูท่ วดของเจ้านาย
พระเปตามไหยกา
พระมาตามหัยกา, – ตาทวดของเจ้านาย
พระมาตามไหยกา
(๑) เจ้านายชั้นสูง ได้แก่ สมเด็จพระบรมราชินีนาถ สมเด็จพระบรมราชินี สมเด็จพระบรมราชชนก สมเด็จพระบรมราชชนนี
สมเด็จพระยุพราช สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมาร
ี
(๒) ดเจูปา้ รนะาชยุมชป้ันรระอกงาศไดรแ้ ัชกก่าสลมทเ่ีด๔จ็ เภจา้าคฟ้า๖ พระองคเ์ จา้
พ.ศ. ๒๔๐๔-๒๔๐๗
(๓) ศัพท์บาลวี ่า ปยยฺ ก เขยี นตามแบบโบราณเป็น ไปยกา และยงั มคี ำอ่ืนๆ เชน่ มหัยกา มไหยิกา อยั กา
34
ราชาศัพท์
เฉลิมพระเกียรติในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔
พระบรมราชมาตามหัยกา – ตา ใช้เฉพาะ กรมหมื่นมาตยาพิทักษ์ เป็นพระบิดา
ของสมเด็จพระเทพศิรินทราบรมราชินีในพระบาท
สมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงเป็นพระบรมราช
มาตามหัยกาของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า
เจ้าอย่หู วั
สมเดจ็ พระเจา้ บรมปัยยกิ าเธอ – ย่าทวด ยายทวดของพระมหากษัตริย์ ใช้เฉพาะ
สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยาเทพสุดาวดี และสมเด็จฯ
เจ้าฟ้ากรมพระศรีสุดารักษ์ สมเด็จพระเจ้าพ่ีนางเธอ
ในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช
ซึ่งเป็นสมเด็จพระเจ้าบรมปัยยิกาเธอของพระบาท
สมเดจ็ พระจุลจอมเกล้าเจา้ อยู่หัว
สมเด็จพระบรมราชปยั ยิกา – ย่าทวด ยายทวดของพระมหากษัตริย์ ใช้เฉพาะ
สมเด็จพระอมรินทราบรมราชินี ซ่ึงเป็นสมเด็จ
พระบรมราชปัยยิกาของพระบาทสมเด็จพระจุลจอม
เกลา้ เจ้าอยหู่ ัว
สมเดจ็ พระราชมหาปยั ยิกาเธอ – ย่าทวด ยายทวดของพระมหากษัตริย์ ใช้เฉพาะ
สมเด็จพระศรีสุลาลัย ซึ่งเป็นสมเด็จพระราชมหา
ปัยยิกาเธอของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า
เจา้ อยู่หวั
สมเดจ็ พระบรมปยั ยกิ า – ย่าทวด ยายทวด ที่เป็นสมเด็จพระบรมราชินี หรือ
พระบรมวงศท์ ที่ รงศกั ด์สิ ูงเปน็ พิเศษ
สมเดจ็ พระปยั ยิกา – ย่าทวด ยายทวด ท่ีเป็นสมเดจ็ พระเจ้าบรมวงศเ์ ธอ
35
ราชาศัพท์
เฉลิมพระเกียรติในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔
พระปยั ยิกา, พระไปยกิ า(๑) – ยา่ ทวด ยายทวดของเจา้ นาย ทม่ี ิไดเ้ ปน็ เจา้ นาย
พระเปตามหัยยกิ า, – ยา่ ทวดของพระมหากษัตริย์
พระเปตามไหยิกา(๒)
พระมาตามหยั ยกิ า, – ยายทวดของพระมหากษตั รยิ ์
พระมาตามไหยกิ า
สมเดจ็ พระบรมอยั กาธิราช(๓), – ปู่ ตา ท่ีเป็นพระมหากษัตรยิ
์
สมเดจ็ พระบรมอยั กาธบิ ด,ี
สมเดจ็ พระบรมอยั กา,
พระบรมอัยกา
สมเดจ็ พระเจ้าอยั กาเธอ – ปู่ของพระมหากษัตริย์ ใช้เฉพาะกรมสมเด็จพระ
ปรมานุชิตชิโนรส ซึ่งเป็นสมเด็จพระเจ้าอัยกาเธอ
ของพระบาทสมเดจ็ พระจุลจอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั
พระอัยกา, – ปู่ ตาของเจา้ นาย ที่มไิ ด้เป็นเจ้านาย
พระไอยกา
สมเด็จพระบรมราชอยั ยิกา – ย่าของพระมหากษัตริย์ ใช้เฉพาะกรมสมเด็จพระศรี
สุริเยนทรามาตย์ ซ่ึงเป็นสมเด็จพระบรมราชอัยยิกา
ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลา้ เจา้ อยู่หัว
สมเดจ็ พระบรมอัยยิกา, – ย่า ยายของพระมหากษัตริย์
สมเด็จพระอยั ยิกา, หมายถึง ย่า ยาย ที่ทรงศักดิ์สูงเทียบเท่าสมเด็จ
พระบรมมหัยยิกาเธอ พระบรมราชชนนีของพระมหากษัตริย์ ได้แก่ พระ
บรมมหยั ยกิ าเธอ กรมสมเดจ็ พระสดุ ารตั นราชประยรู (๔)
พระบรมอยั ยิกา – ย่า ยายของพระมหากษัตรยิ ์
(((๑๒๓))) ศเดชปูพั ่นรทะบ์ พชารุมละปวี บรา่ าะปทกยสาศยฺมิกรเดัชา็จกเพาขลียรทะน่ีจต๔ุลามจภอแามบคเบก๖โลบพ้าร.เาศจณ.้า๒อเปย๔น็ ู่ห๐๔ัวไป-๒เยป๔กิ ็น๐าส๗
ม
เด็จพระบรมอัยกาธิราชของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล
(๔) อพดรลุะยบเาดทชส
มเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเปล่ียนคำนำพระนามเป็น สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาสุดารัตนราช-
ประยรู
36
ราชาศัพท์
เฉลิมพระเกียรติในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔
พระอัยยิกา (หรือ พระไอยิกา – ยา่ ยายของเจ้านาย ทม่ี ิได้เปน็ เจ้านาย
และพระไอยกีทใี่ ชต้ ามแบบเก่า)
สมเดจ็ พระบรมชนกนาถ, – พ่อ ทีเ่ ปน็ พระมหากษัตรยิ ์
สมเด็จพระบรมชนกาธิราช,
สมเด็จพระบรมราชชนก,
สมเดจ็ พระบรมราชบิดา,
สมเดจ็ พระบรมชนกาธิบด ี
สมเด็จพระราชบิดา, – พ่อของพระมหากษตั รยิ ์
พระราชบดิ า
พระบดิ า, พระบิดร, – พอ่ ทเี่ ปน็ เจา้ ฟ้าหรอื พระองค์เจ้า
พระชนก(๑) – พ่อของเจา้ นาย ที่มไิ ดเ้ ปน็ เจ้านาย
สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง – แมข่ องพระมหากษตั ริย์
สมเด็จพระบรมราชชนน,ี – แมข่ องพระมหากษตั ริย์ หมายถึง แม่ทไ่ี ด้รบั สถาปนา
สมเด็จพระราชชนนี ให้ทรงพระอสิ รยิ ยศสูง
พระราชชนนี, พระราชมารดา – แม่ของพระมหากษัตริย์ และเจ้านายชั้นสมเด็จ
เจา้ ฟา้
พระชนน(ี ๒), พระมารดา – แมข่ องเจ้านาย
สมเดจ็ พระบรมราชปติ ลุ า, – ลุง อา (พ่ีชาย น้องชาย ของพ่อ) ที่เป็นพระมหา
สมเดจ็ พระปิตุลาธริ าช, กษัตริย์
สมเดจ็ พระราชปิตลุ าธิบดี
(
(๒๑)) เเชช่น่นสพมรเดะชจ็ พนกระขรอปูงสสมริ ิโเสดภจ็ พาครยะ์มอหมราินนทาครนาาบรรี มพรราะชชนินีนมขี ีนอางมสวม่าเดท็จอพงร
ะอมรินทราบรมราชินใี นรชั กาลที่ ๑ มีพระนามเดมิ วา่ ส้ัน
37
ราชาศัพท์
เฉลิมพระเกียรติในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔
สมเด็จพระราชปิตลุ าบรมพงศาภิมขุ (๑) – ลุง อา ท่ีเป็นสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ ที่ทรงศักดิ์
สงู เปน็ พิเศษ
สมเด็จพระราชปติ ุลา – ลุง อาของพระมหากษัตริย์ ที่เป็นสมเด็จพระเจ้า
บรมวงศ์เธอ
พระราชปิตลุ า – ลงุ อา ของพระมหากษัตริย์
พระปติ ุลา – ลงุ อาของเจ้านาย
สมเด็จพระปติ ุจฉาเจา้ , – ปา้ อา (พสี่ าว นอ้ งสาวของพอ่ ) ของพระมหากษตั รยิ
์
สมเด็จพระราชปติ ุจฉา, หมายถึง ป้า อา ท่ีเป็นพระมเหสี หรือ เป็นสมเด็จ
สมเดจ็ พระปิตจุ ฉา พระเจา้ บรมวงศเ์ ธอทท่ี รงศกั ดส์ิ ูง
พระราชปติ จุ ฉา – ป้า อา ของพระมหากษัตรยิ ์
พระปติ ุจฉา – ปา้ อา ของเจ้านาย
พระอาว(์ ๒), พระอา – น้องของพ่อ ทเ่ี ปน็ เจ้านาย
พระมาตุลา – ลงุ นา้ (พ่ชี าย นอ้ งชายของแม่) ของเจ้านาย
สมเดจ็ พระมาตุจฉาเจ้า, – ปา้ นา้ (พส่ี าว นอ้ งสาวของแม)่ ของพระมหากษตั รยิ
์
สมเดจ็ พระราชมาตจุ ฉา, หมายถึง ป้า น้า ที่เป็นพระมเหสี หรือ เป็นสมเด็จ
สมเดจ็ พระมาตจุ ฉา พระเจ้าบรมวงศเ์ ธอท่ที รงศกั ด์สิ งู
พระมาตุจฉา – ปา้ นา้ (พสี่ าว นอ้ งสาวของแม)่ ของเจา้ นาย
พระมาตลุ านี – ป้าสะใภ้ น้าสะใภ้ (ภรรยาของพ่ีชาย น้องชายของ
แม)่ ของพระมหากษตั ริย์
(๑) รัชกาลท่ี ๗ ใช้คำน้ีเป็นคำนำพระนามเฉพาะสมเด็จพระราชปิตุลาบรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุ
พันธุวงศวรเดช พระองค์เดียว
(๒) “อาว”์ เป็นคำราชาศัพท์เก่า หมายถงึ อาผู้ชาย รวมถึง อาเขย “อา” หมายถงึ อาผหู้ ญิง รวมถงึ อาสะใภ้
38
ราชาศัพท์
เฉลิมพระเกียรติในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔
สมเดจ็ พระบรมเชษฐาธริ าช, – พี่ชายของพระมหากษตั รยิ ์ ที่เป็นพระมหากษตั ริย ์
สมเดจ็ พระบรมเชษฐาธิบด(ี ๑)
สมเด็จพระโสทรเชษฐภาดา, – พ่ชี ายรว่ มอุทรของพระมหากษัตรยิ
์
สมเดจ็ พระโสทรเชษฐา
สมเด็จพระเจ้าพีย่ าเธอ, – พ่ีชายของพระมหากษตั รยิ ์ ทเี่ ป็นสมเด็จเจา้ ฟา้
สมเดจ็ พระเชษฐา
พระเจ้าพ่ียาเธอ – พชี่ ายของพระมหากษตั รยิ ์ ทเ่ี ปน็ พระองคเ์ จา้
พระเชษฐา(๒), พระเชษฐภาดา, – พ่ชี ายของเจา้ นาย
พระเชษฐภาตา
สมเด็จพระอนุชาธริ าช – น้องชายของพระมหากษัตริย์ ท่ีเป็นสมเด็จเจ้าฟ้า
ซึง่ ไดร้ ับเฉลิมพระยศพเิ ศษ(๓)
สมเดจ็ พระราชโสทรานุชา – น้องชายรว่ มอุทรของพระมหากษัตริย์
สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ, – นอ้ งชายของพระมหากษตั ริย์ ทีเ่ ป็นสมเดจ็ เจา้ ฟ้า
สมเดจ็ พระราชอนชุ า,
สมเดจ็ พระอนชุ า
พระเจ้านอ้ งยาเธอ, พระราชอนุชา – นอ้ งชายของพระมหากษตั ริย์ ทีเ่ ปน็ พระองคเ์ จา้
พระกนิษฐภาดา, พระอนชุ า – นอ้ งชายของเจ้านาย
พระราชภาดา – พี่ชาย น้องชาย ที่เป็นลูกพี่ลูกน้องของพระมหา
กษัตริย
์
พระภาดา – พ่ีชาย นอ้ งชาย ที่เป็นลูกพี่ลูกนอ้ งของเจา้ นาย
(๑) ได้แก่ พระบาทสมเด็จพระน่ังเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นสมเด็จพระบรมเชษฐาธิบดีของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นสมเด็จพระบรมเชษฐาธิบดีของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบาท
สมเดจ็ พระปรเมนทรมหาอานนั ทมหดิ ล พระอฐั มรามาธบิ ดนิ ทร เปน็ สมเดจ็ พระบรมเชษฐาธบิ ดขี องพระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทร
มหาภูมิพลอดลุ ยเดช
((๓๒)) ไเชดษแ้ ฐกาส่ มเปเดน็ จ็ คพำรทะ่ไี อทนยชุใชา้ธแริ ตาชใ่ นเภจาา้ ษฟาา้ บจากั ลรีแพลงะษสภ์ นัวู สนกาถฤตกมรมิไดห้หลมวางพยคษิ วณาโุมลวกา่ ปพระ่ชี ชาายนแาถตห่ แมลาะยถสึงมผเู้เดปจ็น็ พใหระญอ่
นชุ าธริ าช เจา้ ฟา้ อษั ฎางค์
เดชาวุธ กรมหลวงนครราชสีมา
39
ราชาศัพท์
เฉลิมพระเกียรติในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔
สมเด็จพระโสทรเชษฐภคนิ ี – พ่ีสาวร่วมอุทรของพระมหากษัตริย์ ที่เป็นสมเด็จ
เจา้ ฟา้
สมเด็จพระเจา้ พน่ี างเธอ – พ่สี าวของพระมหากษัตริย์ ทีเ่ ปน็ สมเดจ็ เจา้ ฟา้
พระเจ้าพีน่ างเธอ – พส่ี าวของพระมหากษัตรยิ ์ ทเี่ ป็นพระองคเ์ จ้า
สมเด็จพระเจ้านอ้ งนางเธอ – นอ้ งสาวของพระมหากษตั ริย์ ทเ่ี ป็นสมเดจ็ เจ้าฟ้า
พระเจ้าน้องนางเธอ – น้องสาวของพระมหากษตั รยิ ์ ทเ่ี ปน็ พระองคเ์ จา้
สมเดจ็ พระเจา้ ภคินเี ธอ – พี่สาว น้องสาว ท่ีเป็นลูกพี่ลูกน้องของพระมหา
กษัตรยิ ์ ทีเ่ ป็นสมเดจ็ เจา้ ฟา้
พระภคนิ (ี ๑) – พสี่ าว นอ้ งสาว ทเี่ ปน็ ลกู พล่ี กู นอ้ งของพระมหากษตั รยิ
์
และเจา้ นาย
สมเดจ็ พระบรมโอรสาธิราช – ลูกชายของพระมหากษัตริย์ ที่ทรงสถาปนาข้ึนเป็น
สยามมกุฎราชกุมาร พระรัชทายาทสืบสนองพระองค์ ทรงพระเศวตฉัตร
๗ ช้ัน เป็นตำแหน่งมีครั้งแรกในรัชกาลพระบาท
สมเด็จพระจลุ จอมเกล้าเจา้ อยู่หัว
สมเด็จพระยพุ ราช – ผสู้ บื ราชสมบตั ิ เปน็ พระมหากษัตรยิ ์ตอ่ ไป
สมเดจ็ หน่อพระพุทธเจา้ (๒) – ลูกชายของพระมหากษัตริย์ ที่ประสูติแต่สมเด็จ
พระอัครมเหสี และเป็นผู้สืบราชสมบัติสนอง
พระองคต์ อ่ ไป
สมเดจ็ พระเจ้าลกู ยาเธอ – ลูกชายของพระมหากษัตรยิ ์ ท่เี ปน็ สมเด็จเจา้ ฟา้
พระราชโอรส, พระราชบุตร – ลูกชายของพระมหากษัตริย์ ท่ีเป็นสมเด็จเจ้าฟ้า
หรือพระองค์เจา้
พระเจ้าลกู ยาเธอ – ลกู ชายของพระมหากษตั ริย์ ที่เป็นพระองค์เจ้า
พระโอรส, พระบตุ ร – ลกู ชายของสมเด็จเจ้าฟา้ และพระองค์เจ้า
(๑) ถา้ ตอ้ งการเขียนใหช้ ัดเจน พ่สี าว ใช้ เชษฐภคินี น้องสาว ใช้ กนษิ ฐภคินี ถ้าเปน็ พน่ี อ้ งรว่ มอุทร เติมคำวา่ โสทร ข้างหน้า
(๒) เป็นคำดง้ั เดมิ ในกฎมณเฑียรบาลครง้ั กรงุ ศรอี ยุธยา
40
ราชาศัพท์
เฉลิมพระเกียรติในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔
โอรส, บตุ ร – ลกู ชายของหม่อมเจา้ (คอื หมอ่ มราชวงศ)์
สมเดจ็ พระเจา้ ลูกเธอ(๑) – ลูกสาวของพระมหากษัตริย์ ทเี่ ปน็ สมเดจ็ เจา้ ฟ้า
พระราชธดิ า, พระราชบุตรี – ลูกสาวของพระมหากษัตริย์ ที่เป็นสมเด็จเจ้าฟ้าและ
พระองค์เจ้า
พระเจ้าลูกเธอ(๒) – ลกู สาวของพระมหากษัตรยิ ์ ที่เป็นพระองคเ์ จ้า
พระธิดา, พระบตุ รี – ลูกสาวของสมเด็จเจ้าฟา้ และพระองคเ์ จ้า
ธิดา, บุตรี – ลูกสาวของหม่อมเจ้า (คอื หมอ่ มราชวงศ)์
สมเด็จพระเจา้ หลานเธอ – หลานชาย หลานสาวของพระมหากษัตริย์ ท่ีเป็น
สมเดจ็ เจา้ ฟา้
พระเจา้ หลานเธอ – หลานชาย หลานสาวของพระมหากษัตริย์ ที่เป็น
พระองคเ์ จา้ (เทียบพระเจา้ วรวงศเ์ ธอ)
พระหลานเธอ – หลานชาย หลานสาวของพระมหากษัตริย์ ที่ยกเป็น
พระองคเ์ จา้ (เทียบพระวรวงศเ์ ธอ)
พระราชนดั ดา(๓) – หลานชาย หลานสาว (ลูกของลูก) ของพระมหา
กษัตริย์
พระนดั ดา – หลานชาย หลานสาว ที่ปู่หรือตาเป็นลูกของ
พระมหากษตั ริย
์
นดั ดา – หลานชาย หลานสาว ท่ีปู่หรือตาเป็นหลานของ
พระมหากษัตริย์
พระภาคไิ นย – หลานชาย หลานสาวของพระมหากษัตริย์ ท่ีเป็น
ลกู ของพี่สาวหรอื นอ้ งสาว
พระภาตยิ ะ – หลานชาย หลานสาวของพระมหากษัตริย์ ท่ีเป็น
ลูกของพช่ี ายหรือน้องชาย
(๑)- (๒) สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ และพระเจา้ ลกู เธอน้ี หมายถึง พระราชโอรส พระราชธิดาโดยรวมดว้ ย ภาษาปากใช้วา่ ลกู หลวง
(๓) ภาษาปากใชว้ า่ หลานหลวง
41
ราชาศัพท์
เฉลิมพระเกียรติในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔
พระภาติกะ(๑) – หลานชายของพระมหากษัตริย์ ท่ีเป็นลูกของพี่ชาย
หรอื น้องชาย
พระภาตกิ า(๒) – หลานสาวของพระมหากษัตริย์ ที่เป็นลูกของพี่ชาย
หรือน้องชาย ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระปกเกล้า
เจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ใช้คำนำ
พระนาม สมเด็จเจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภา
พณั ณวดี ว่า สมเดจ็ พระเจ้าภาติกาเธอ
พระราชปนัดดา – เหลนชาย เหลนหญิงของพระมหากษัตรยิ
์
พระปนดั ดา – เหลนชาย เหลนหญงิ ของสมเดจ็ เจา้ ฟา้ และพระองคเ์ จา้
ปนดั ดา – เหลนชาย เหลนหญิงของหมอ่ มเจา้
พระบรมราชสวามี – สามี ท่ีเป็นพระมหากษตั ริย์
พระสวามี – สามขี องเจา้ นาย ทเี่ ปน็ เจ้านาย
พระสาม,ี พระภัสดา(๓) – สามีของเจา้ นาย ท่ีมิไดเ้ ป็นเจา้ นาย
สมเดจ็ พระบรมราชินนี าถ – ภรรยาเอกหรือพระอัครมเหสีของพระมหากษัตริย
์
ซงึ่ ไดร้ บั สถาปนาเปน็ ผสู้ ำเรจ็ ราชการแทนพระองค(์ ๔)
สมเดจ็ พระบรมราชินี – ภรรยาเอกหรือพระอัครมเหสีของพระมหากษัตรยิ
์
สมเดจ็ พระบรมราชเทวี – ภรรยาเอกหรือพระอัครมเหสีของพระมหากษัตริย
์
ทเี่ ปน็ เจ้านาย
พระอัครราชเทว,ี พระอัครชายาเธอ, – ภรรยาเอกหรือพระมเหสีของพระมหากษัตริย์ ท่ีเป็น
สมเด็จพระราชิน(ี ๕) เจ้านาย
(๑)–(๒) ดูหนังสือเรื่องราชาศัพท์ ฉบับของกรรมารบุตร พิมพ์แจกในงานพระราชทานเพลิงศพหลวงสรรสารกิจ (เคล้า คชนันทน์)
๑๒ พฤษภาคม ๒๕๐๓
(๓) พบในพระราชพงศาวดาร เช่น หมอ่ มเสม พระภัสดาของสมเดจ็ เจา้ ฟ้า กรมพระยาเทพสดุ าวดี เปน็ ที่พระอนิ ทรรักษา เจ้ากรม
พระตำรวจฝา่ ยพระราชวังบวรฯ
((๔๕))
ในสมยั รัชกาลที่ ๕ ใชค้ ำว่า ผสู้ ำเรจ็ ราชการแผ่นดินต่างพระองค์ หรอื ผสู้ ำเร็จราชการแผ่นดนิ แทนพระองค์
ภรรยาเอกหรือพระอคั รมเหสีของพระมหากษตั ริย์ทย่ี งั มิไดร้ ับพระบรมราชาภเิ ษก มเี ปน็ ครัง้ แรกในรัชกาลปัจจบุ ัน
42
ราชาศัพท์
เฉลิมพระเกียรติในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔
พระอัครมเหสี – ภรรยาเอกของพระมหากษัตริย์ ท่ีเปน็ เจ้านาย
พระราชชายา – ภรรยาหรอื พระมเหสีของพระมหากษัตริย์
พระมเหสี – ภรรยาของพระมหากษัตริย์ ทเ่ี ป็นเจา้ นาย
พระวรราชชายา(๑) – ภรรยาของพระมหากษตั ริย์ ท่ีเปน็ เจ้านาย
เจ้าคณุ จอมมารดา – ภรรยาของพระมหากษัตริย์ ที่มิได้เป็นเจ้านาย ซึ่งมี
ลกู ชายหรอื ลกู สาว มี ๔ ท่าน คอื เจา้ คุณจอมมารดา
สำลี เจ้าคุณจอมมารดาเปี่ยม เจ้าคุณจอมมารดาเอม
และเจ้าคณุ จอมมารดาแพ
เจา้ คณุ พระ – ภรรยาของพระมหากษัตริย์ ท่ีมิได้เป็นเจ้านาย ซึ่งม
ี
ลูกชายหรือลูกสาว มี ๑ ท่าน คือ เจ้าคุณพระประ
ยุรวงศ์
เจา้ จอมมารดา – ภรรยาของพระมหากษัตริย์ ท่ีมิได้เป็นเจ้านาย ซ่ึงมี
ลูกชาย หรอื ลกู สาว
เจ้าจอม, เจ้าจอมอย่งู าน – ภรรยาของพระมหากษัตริย์และกรมพระราชวัง
บวรสถานมงคล ที่มิได้เป็นเจ้านายและไม่มีลูกชาย
หรอื ลูกสาว
จอมมารดา – พระสนมของกรมพระราชวังบวรวิไชยชาญท่ีม
ี
ลกู ชายหรอื ลูกสาว
พระวรชายา – ภรรยาของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎ
ราชกมุ าร(๒) ทีเ่ ปน็ เจ้านาย
พระชายา – สมเด็จเจ้าฟ้าหรือพระองค์เจ้า ที่เป็นภรรยาเอกของ
สมเดจ็ เจ้าฟ้าหรอื พระองค์เจ้า
ชายา – หม่อมเจ้า ท่ีเป็นภรรยาเอกของพระองค์เจ้า หรือ
หม่อมเจ้า
(๑) มีในรัชกาลท่ี ๖
(๒) มีในรัชกาลปัจจุบนั
43
ราชาศัพท์
เฉลิมพระเกียรติในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔
หม่อม, หม่อมหา้ ม – ภรรยาของสมเด็จเจ้าฟ้าถึงหม่อมเจ้า ที่มิได้เป็น
เจา้ นาย
สะใภ้หลวง, – ภรรยาของลูกพระมหากษัตริย์ บางแห่งเรียกว่า
สะใภห้ ลวงพระราชทาน พระชายาพระราชทาน
พระสณุ ิสา – ลูกสะใภข้ องพระมหากษตั ริย์ถงึ พระองค์เจา้
พระชามาดา – ลกู เขยของพระมหากษตั ริยถ์ งึ พระองค์เจา้
พระสสรุ ะ, พระสัสสุระ – พอ่ สามี พอ่ ตา
พระสัสสุ – แม่สามี แม่ยาย
พระบรมวงศานวุ งศ(์ ๑) – พระราชวงศต์ ง้ั แตส่ มเด็จพระบรมราชนิ นี าถ
ถงึ หม่อมเจา้
ราชตระกูล, ราชสกุล, ราชนกิ ลุ , – บุคคลผู้อยู่ในราชสกุลทุกมหาสาขาซ่ึงสืบสายมาแต
่
ราชนกิ ลู พระปฐมวงศ์ พระมหากษัตริย์ กรมพระราชวังบวร
สถานมงคล และกรมพระราชวังบวรสถานภิมุข
ในพระบรมราชจักรวี งศ์
ราชนิ กิ ลุ , ราชนิ ิกลู – บุคคลผู้อยู่ในราชสกุลทุกมหาสาขา ท่ีเป็นพระญาต
ิ
ข้างสมเด็จพระบรมราชินี
เจา้ ครอก – คำโบราณ เรียกผู้มีเชื้อสายเจ้านายโดยกำเนิด
ทง้ั ฝา่ ยพอ่ และแม่ ตง้ั แตส่ มเด็จเจ้าฟา้ ถึงหมอ่ มเจา้
เจา้ ขรัว, ขรัวตา, ขรัวยาย – สามัญชน ท่ีเป็นตา ยายของสมเด็จเจ้าฟ้าและพระ
องคเ์ จา้ ทเี่ ปน็ ลูกชายลกู สาวของพระมหากษตั รยิ ์
ลกู หลวง – ลูกชาย ลกู สาวของพระมหากษัตริย
์
หลานหลวง – หลานชาย หลานสาว ท่ีป่หู รอื ตาเปน็ พระมหากษัตรยิ ์
(๑) ประกอบด้วย พระบรมวงศ์ กับ พระอนวุ งศ์ (ดูบทท่ี ๕ ประกอบ)
44
ราชาศัพท์ หมวดที่ ๒
พระเจา้ รา่ งกาย
พระเศยี ร
พระสริ ัฐิ,(๑) พระสสี กฏาหะ ความหมาย
เส้นพระเจา้ หวั , ศรี ษะ ของพระมหากษตั รยิ
์
พระเกศา, พระเกศ, พระศก หวั , ศรี ษะ
ไรพระเกศา, ไรพระเกศ, ไรพระศก กะโหลกศรี ษะ, กะโหลกพระเศียร
ขมวดพระเกศา, ขมวดพระศก เสน้ ผมของพระมหากษตั รยิ
์
พระโมฬี, พระเมาฬี เสน้ ผม
พระจไุ ร ไรผม
พระจฑุ ามาศ ขมวดผมที่เปน็ กน้ หอย
พระเวณ ิ จุก หรือมวยผม
พระนลาฏ ไรจกุ , ไรผม
พระขนง, พระภม ู มวยผม, ทา้ ยทอย
พระอณุ าโลม เปยี ผม, ช้องผม
พระเนตร, พระนยั นะ, พระจักษุ หนา้ ผาก
พระเนตรดำ, ดวงพระเนตรดำ คิ้ว
พระเนตรขาว ขนหวา่ งค้วิ
พระกนีนกิ า, พระเนตรดารา ดวงตา
หนังพระเนตร, หลังพระเนตร ตาดำ
ตาขาว
แก้วตา
หนังตา, เปลือกตา, หรอื หลังตา
(๑) อา่ นวา่ พระ-ส-ิ รัด-ถิ มาจากพระบาลมี หาสติปฏั ฐานสูตร คำท่ีลงท้าย ฐิ ต้องอา่ นออกเสียงวา่ ถิ ทกุ คำ
45
ราชาศัพท์
เฉลิมพระเกียรติในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔
ราชาศัพท์ ความหมาย
พระโลมจักษ,ุ ขนพระเนตร ขนตา
ขอบพระเนตร ขอบตา
มา่ นพระเนตร มา่ นตา
ตอ่ มพระเนตร ตอ่ มน้ำตา, ท่อน้ำตา
พระอัสสธุ ารา, พระอัสสชุ ล, น้ำพระเนตร น้ำตา
พระนาสิก, พระนาสา จมูก
สนั พระนาสกิ , สันพระนาสา สันจมูก
ชอ่ งพระนาสกิ ชอ่ งจมูก
พระโลมนาสกิ , ขนพระนาสิก ขนจมูก
พระปราง แกม้
พระกำโบล, กระพงุ้ พระปราง กระพงุ้ แก้ม
พระมสั ส ุ หนวด
พระทาฐกิ ะ, พระทาฒกิ ะ เครา, หนวดที่คาง
พระโอษฐ ์ ปาก
พระตาลุ, เพดานพระโอษฐ ์ เพดานปาก
พระทนต ์ ฟนั
พระทนั ตมังสะ, พระทันตมังสา เหงือก
ไรพระทนต ์ ไรฟนั
พระทาฐะ, พระทาฒะ เขย้ี ว
พระกราม(๑) ฟนั กราม
(๑) พบคำว่า พระทังษฎรา หมายถึง ฟันกราม ในหนังสืออภิธานศัพท์สันสกฤต-ไทย-อังกฤษ ของนายร้อยเอกหลวงบวรบรรณรักษ์
(นิยม รกั ไทย)
46
ราชาศัพท์
เฉลิมพระเกียรติในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔
ราชาศัพท ์ ความหมาย
พระชิวหา ลนิ้
ต้นพระชวิ หา, มูลพระชิวหา ต้นลิ้น, ล้นิ ไก่, โคนล้ิน
พระหน(ุ ๑) คาง
ต้นพระหน ุ ขากรรไกร, ขากรรไตร, หรือขาตะไกร
พระกรรณ หู, ใบห
ู
ชอ่ งพระโสต, ชอ่ งพระกรรณ ช่องหู
พระพักตร ์ ดวงหนา้
ผวิ พระพักตร,์ พระราศ ี ผิวหน้า
พระศอ คอ
ลำพระศอ ลำคอ
พระกณั ฐมณี ลูกกระเดอื ก
พระชตั ตุ(๒) คอต่อ
พระรากขวัญ ไหปลาร้า
พระอังสา บ่า, ไหล่
พระองั สกุฏ จะงอยบา่
พระพาหา, พระพาห ุ แขน (ตงั้ แตไ่ หลถ่ ึงขอ้ ศอก)
พระกร ปลายแขน (ตั้งแตข่ ้อศอกถึงขอ้ มอื )
พระกัประ, พระกโประ ศอก, ข้อศอก
พระกจั ฉะ รักแร
้
พระกจั ฉโลม, พระโลมกจั ฉะ ขนรกั แร
้
((๑๒)) อจ่าานกวอา่ ภหิธะา-นนัปุ
ปทีปิกาฯ หรือพจนานุกรมภาษาบาลีแปลเป็นไทย ของพระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จ
พระสงั ฆราชเจา้ สกลมหาสงั ฆปรนิ ายก
47
ราชาศัพท์
เฉลิมพระเกียรติในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔
ราชาศัพท์ ความหมาย
พระหัตถ์ มือ
ขอ้ พระกร, ข้อพระหตั ถ ์ ข้อมอื
ฝา่ พระหตั ถ ์ ฝา่ มือ
หลังพระหตั ถ ์ หลังมือ
พระองคุล,ี นิว้ พระหัตถ์ นว้ิ มอื
พระอังคฐุ นว้ิ หวั แม่มอื
พระดชั น ี นว้ิ ชี้
พระมชั ฌิมา นวิ้ กลาง
พระอนามิกา นว้ิ นาง
พระกนษิ ฐา นิ้วกอ้ ย
ข้อนวิ้ พระหตั ถ,์ พระองคลุ บี พั ข้อน้ิวมือ
พระมุฐ,ิ (๑) กำพระหัตถ์ กำมือ, กำหมดั , กำปั้น
พระนขา, พระกรชะ เลบ็
พระอรุ ะ, พระทรวง อก
พระหทัย, พระหฤทยั , พระกมล หัวใจ
พระถัน, พระเต้า, พระปโยธร(๒) เต้านม
ยอดพระถัน หวั นมของผู้หญงิ
พระจจู กุ ะ(๓) หัวนมของผชู้ าย
พระกษริ ธารา น้ำนม
(๑), (๓) จาก สยามบาลอี ภิธาน ของนาคะประทีป มหามกฏุ ราชวิทยาลยั จดั พมิ พ์ พ.ศ. ๒๕๓๐ ตามแบบฉบบั เดิม
(๒) จาก อภิธานัปปทีปิกาฯ หรือพจนานุกรมภาษาบาลีแปลเป็นไทย ของพระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จ
พระสงั ฆราชเจ้า สกลมหาสงั ฆปรินายก
48
ราชาศัพท์
เฉลิมพระเกียรติในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔
ราชาศพั ท์ ความหมาย
พระครรโภทร, พระคัพโภทร ครรภ์
พระอทุ ร ทอ้ ง
พระนาภ(ี ๑) สะดือ, ท้อง
พระสกุน, พระครรภมล รก สง่ิ ทตี่ ิดมากับสายสะดอื เดก็ ในครรภ์
สายพระสกุน(๒) สายรก
กลอ่ งพระสกุน มดลูก
พระกฤษฎี, บน้ั พระองค,์ พระกฏิ สะเอว, เอว
พระปรัศว์ สีข้าง
พระผาสุกะ(๓) ซ่ีโครง
พระปฤษฎางค,์ พระขนอง หลัง
พระโสณี ตะโพก
พระที่นงั่ ก้น, ท่นี ่งั ทบั
พระวัตถ(ิ ๔) กระเพาะปสั สาวะ
พระคุยหฐาน, พระคยุ หประเทศ นมิ ิตชาย(๕), อวัยวะเพศชาย
พระโยน ี นิมติ หญงิ (๖), อวัยวะเพศหญิง
พระอณั ฑะ อัณฑะ
พระอรู ุ ต้นขา, โคนขา, ขาออ่ น
พระเพลา ขา, ตกั
พระชานุ เข่า
(๑) ใช้เมือ่ มีอาการประชวรเกยี่ วกบั ท้อง เชน่ ลงพระนาภี ปวดพระนาภ
ี
(๒) พบอีกคำหนงึ่ ใช้ว่า สายพระนาภี
(๓)–(๔) จาก สยามบาลีอภิธาน ของนาคะประทปี มหามกุฏราชวทิ ยาลยั จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๐ ตามแบบฉบบั เดมิ
(๕)–(๖) นิยมใชใ้ นรัชสมยั พระบาทสมเดจ็ พระจุลจอมเกลา้ เจ้าอยูห่ ัว
49
ราชาศัพท์
เฉลิมพระเกียรติในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔
ราชาศัพท ์ ความหมาย
พระชงฆ์ แข้ง
หลงั พระชงฆ์ นอ่ ง
พระโคปผกะ ตาต่มุ
น้ิวพระบาท(๑) นิว้ เท้า
พระบาท เทา้
ขอ้ พระบาท ข้อเท้า
หลงั พระบาท หลังเทา้
ฝา่ พระบาท ฝา่ เท้า
พระปณั หิ, พระปราษณี, สน้ พระบาท ส้นเทา้
พระฉวี ผิวหนงั , ผวิ กาย
พระฉายา เงา
พระโลมา ขน
พระมังสา เนื้อ หรอื กล้ามเน้อื
พระอสา สวิ
พระปฬี กะ ไฝ, ขแี้ มลงวัน
พระปปั ผาสะ ปอด
พระยกนะ(๒) ตับ
พระวกั กะ ไต
พระปิหกะ ม้าม
พระอนั ตะ ลำไสใ้ หญ
่
(๑) น้ิวพระบาท แต่ละน้ิวมีช่ือเรียกเหมือนคำสามัญ เช่น นิ้วพระบาทใหญ่ น้ิวพระบาทช้ี นิ้วพระบาทกลาง นิ้วพระบาทนาง
นว้ิ พระบาทกอ้ ย จากราชาศัพท์ฉบับเขียน ของหม่อมอนวุ ัฒน์วรพงศ์ (หม่อมราชวงศ์สงิ หนทั ปราโมช)
(๒) อ่านว่า ยะ-กะ-นะ
50