The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ราชาศัพท์ไทย หนังสือเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ในโอกาสพระราชพิธีมหามงคงเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554


ผู้สร้างสรรค์/ผู้แต่ง/เจ้าของผลงาน : สำนักงานเสริมสร้างเอกลักษณ์ของชาติ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by BS_Library, 2020-11-29 04:12:42

ราชาศัพท์

ราชาศัพท์ไทย หนังสือเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ในโอกาสพระราชพิธีมหามงคงเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554


ผู้สร้างสรรค์/ผู้แต่ง/เจ้าของผลงาน : สำนักงานเสริมสร้างเอกลักษณ์ของชาติ

Keywords: ราชาศัพท์

ราชาศัพท์


เฉลิมพระเกียรติในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔


พระกรรภริ มย์ (พระเสมาธปิ ตั ย์หรือพระเสนาธิปัตย)์

201

ราชาศัพท์


เฉลิมพระเกียรติในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔


พระกรรภริ มย์ (พระฉตั รชัย)

202

ราชาศัพท์


เฉลิมพระเกียรติในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔


พระกรรภริ มย์ (พระเกาวพ่าห์ หรือ พระเกาวพา่ ย)

203

ราชาศัพท์


เฉลิมพระเกียรติในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔


พระอภิรมุ ฉัตร 7 ชั้น ปักหักทองขวาง
พระอภริ มุ ฉัตร 7 ชั้น ทองแผ่ลวด

204

ราชาศัพท์


เฉลิมพระเกียรติในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔


พระอภริ ุม ฉัตร 5 ชั้น ปกั หกั ทองขวาง
พระอภริ มุ ฉตั ร 5 ช้ัน ทองแผล่ วด

205

ราชาศัพท์


เฉลิมพระเกียรติในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔


ชมุ สาย ฉัตร 3 ช้ัน ปักหกั ทองขวาง

206

ราชาศัพท์


เฉลิมพระเกียรติในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔


ฉตั รเบญจา 5 ช้ัน

207

ราชาศัพท์


เฉลิมพระเกียรติในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔


พระกลด

208

ราชาศัพท์


เฉลิมพระเกียรติในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔


ริ้วขบวนพระราชอสิ ริยยศในการเสดจ็ พระราชดำเนินโดยขบวนราบใหญ่ไปวัดพระศรีรัตนศาสดาราม
เพ่อื ทรงปฏญิ าณพระองค์เปน็ พุทธศาสนูปถัมภกในวันบรมราชาภเิ ษก

วันที่ ๕ พฤษภาคม พทุ ธศักราช ๒๔๙๓

209

ราชาศัพท์


เฉลิมพระเกียรติในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔


พัดโบก (รปู ชอ้ ย)
พดั โบก (รูปมน)


210

ราชาศัพท์


เฉลิมพระเกียรติในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔


บังแทรก ปักหกั ทองขวาง
บงั แทรก ทองแผล่ วด


211

ราชาศัพท์


เฉลิมพระเกียรติในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔


จามร ปักหักทองขวาง
ลวดลายจามร ปักหักทองขวาง


จามร ทองแผล่ วด
ลวดลายจามร ทองแผล่ วด

212

ราชาศัพท์


เฉลิมพระเกียรติในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔


บงั สรู ย์ ปักหักทองขวาง (ใหญ่)
ลวดลายบงั สรู ย์ ปกั หักทองขวาง (ใหญ)่


บังสรู ย์ ทองแผ่ลวด (ใหญ)่
ลวดลายบังสูรย์ ทองแผล่ วด (ใหญ)่
213

ราชาศัพท์


เฉลิมพระเกียรติในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔


ฉตั รราชวตั ิ ในบรเิ วณพระที่นง่ั กาญจนาภเิ ษก ทอ้ งสนามหลวง

214

หมวดที่ ๗

เคร่อื งราชกกธุ ภณั ฑแ์ ละเคร่ืองราชปู โภค


เครื่องราชกกุธภณั ฑ ์ – เคร่อื งประกอบพระบรมราชอิสริยยศของพระมหากษัตรยิ ์


เบญจราชกกุธภณั ฑ ์ – เครื่องประกอบพระบรมราชอิสริยยศของพระมหากษัตริย์
มี ๒ แบบ แต่ละแบบมี ๕ อย่าง


แบบ ก ใช้ในสมัยกรุงศรีอยธุ ยา

๑. พระมหาเศวตฉัตร

๒. พระมหาพิชยั มงกฎุ

๓. พระแสงขรรค์ชัยศร

๔. พัดวาลวิชนี และพระแส้จามรี

๕. ฉลองพระบาทเชงิ งอน


แบบ ข ใชใ้ นสมัยกรุงรตั นโกสินทร์

๑. พระมหาพชิ ัยมงกฎุ

๒. พระแสงขรรค์ชยั ศร

๓. ธารพระกรชัยพฤกษ์

๔. พัดวาลวชิ นี และพระแสจ้ ามรี

๕. ฉลองพระบาทเชิงงอน


พระมหาเศวตฉัตร เป็นราชกกุธภัณฑ์ของพระ
มหากษัตริย์ มีลักษณะเป็นฉัตรผ้าขาว ๙ ชั้น แต่ละช้ันมี
ระบายขลิบทองแผ่ลวด ๓ ช้ัน และมียอด ใช้ปักท่ีพระ
แท่นราชอาสน์ราชบัลลังก์ กางก้ันเหนือพระแท่นที่บรรทม
ปักพระยานมาศ และแขวนกางกั้นพระโกศทรงพระบรม-
ศพ เป็นต้น แต่โบราณมาไทยถือเศวตฉัตรเป็นส่ิงสำคัญยิ่ง
กว่าสิ่งอ่ืนใด เศวตฉัตรหมายถึงความเป็นราชามหากษัตริย์
เชน่ เดียวกบั มงกุฎของชาวยโุ รป


พระมหาพิชัยมงกุฎ เป็นราชกกุธภัณฑ์ประเภท
ราชศิราภรณ์ ทำด้วยทองคำลงยา ยอดประดับนวรัตน์
สำหรับพระมหากษัตริย์ทรงในงานพระราชพิธีสำคัญ เช่น
พระราชพิธีบรมราชาภิเษก เปน็ ต้น


215

ราชาศัพท์


เฉลิมพระเกียรติในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔


พระแสงขรรค์ชัยศรี พระแสงองค์น้ีกล่าวกันมาว่า
พระขรรค์เป็นของเก่า เดิมตกจมอยู่ในทะเลสาบเมือง
เสียมราฐ ชาวประมงทอดแหได้ ผู้ว่าราชการเมืองเสียม-
ราฐนำมาทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายพระบาทสมเด็จ
พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เมื่อวันพระแสงองค์นี้
มาถึง อสุนีบาตตกในพระนครถึง ๗ แห่ง เช่น ที่ประตู
วิเศษไชยศรี และประตูพิมานไชยศรี ซึ่งเป็นทางที่อัญเชิญ
พระแสงองคน์ ีผ้ า่ น


ธารพระกรชัยพฤกษ์ ไม้เท้าทำด้วยไม้ชัยพฤกษ ์
หุ้มทองคำ


พัดวาลวิชนี พัดทำด้วยใบตาล ด้ามมีเครื่อง
ประกอบเป็นทองคำลงยา


พระแส้จามรี แส้ทำด้วยขนจามรี ด้ามเป็นแก้ว
ปัจจุบันใช้พระแส้หางช้างเผือกแทน


ฉลองพระบาทเชิงงอน รองเท้าทำด้วยทองคำ
ลงยา


เคร่ืองราชกกุธภัณฑ์ทั้งหมดนี้สร้างในรัชสมัย
พระบาทสมเดจ็ พระพุทธยอดฟา้ จุฬาโลกมหาราช


ราชศิราภรณ์ – เครื่องสวมศีรษะสำหรับพระมหากษัตริย์ใช้ทรงในโอกาส
ตา่ งๆ ประกอบด้วย


๑. พระมหาพิชัยมงกุฎ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอด
ฟ้าจุฬาโลกมหาราชโปรดให้สร้างข้ึนเป็นเครื่องราช-
กกุธภัณฑ์ ลักษณะยอดเป็นพุ่มทรงข้าวบิณฑ์ ทำด้วย
ทองคำจำหลักลวดลายลงยาราชาวดีประดับเพชร สูง ๖๖
เซนติเมตร น้ำหนัก ๗,๓๐๐ กรัม ต่อมา พระบาทสมเด็จ
พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดให้นำเพชรเม็ดใหญ่ขนาดเส้น
ผ่าศูนย์กลาง ๑.๖ เซนติเมตร สูง ๑.๔ เซนติเมตร มา
ประดับยอดแทนพุ่มข้าวบิณฑ์ พระราชทานนามเพชรเม็ด
น้วี ่า พระมหาวิเชียรมณี


216

ราชาศัพท์


เฉลิมพระเกียรติในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔


๒. พระชฎา ๕ ยอด พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้า
จุฬาโลกมหาราชโปรดให้สร้างข้ึนสำหรับทรงในพระราชพิธี
สำคัญ ลักษณะคล้ายลอมพอก ยอดชฎารูปทรงกระบอก
เรียวยาว ปลายยอดทำเป็นช่อหางไหล ๕ เส้นบัดปลาย
ด้านซ้ายปักช่อใบสน กับมีพระกรรเจียกคู่หนึ่ง ทำด้วย
ทองคำลงยาราชาวดี ประดบั อัญมณีตา่ งส


๓. พระชฎา ๕ ยอดรัชกาลที่ ๕ หรือ พระชฎามหา
ชมพู พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดให้
สร้างข้ึน ลักษณะคล้ายกับพระชฎา ๕ ยอดรัชกาลท่ี ๑
ตา่ งกนั แตก่ ารลงยาตกแต่งเปน็ สีชมพทู ้งั องค์ ปักใบสนหรือ
บางโอกาสปักขนนกการเวกแทนช่อใบสน


๔. พระชฎา ๕ ยอดรัชกาลท่ี ๖ พระบาทสมเด็จพระ
มงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดให้สร้างข้ึน ลักษณะคล้ายกับ
พระชฎา ๕ ยอดรัชกาลท่ี ๕ ต่างกันตรงส่วนจอมมีรูปทรง
ค่อนข้างราบ กับส่วนปลายจำหลักเป็นลายกาบไผ่ ยอด
หางไหลทั้ง ๕ เส้นเรียงชิดติดกันสะบัดปลายตั้งขึ้น ด้าน
ซ้ายปกั ขนนกการเวก


๕. พระชฎา ๕ ยอดรัชกาลที่ ๗ พระบาทสมเด็จพระ
ปกเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดให้สร้างขึ้น ลักษณะคล้ายกับพระ
ชฎา ๕ ยอดรชั กาลท่ี ๖


๖. พระชฎากลีบ หรือ พระชฎาพระกลีบ พระบาท
สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชโปรดให้สร้างขึ้น
ลักษณะคล้ายลอมพอก ยอดพระชฎารูปทรงกระบอกยาว
เรียว ปลายบัด ปักช่อใบสน กับมีพระกรรเจียกประกอบ
ค่หู น่ึง


๗. พระชฎาเดินหน พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้า
จุฬาโลกมหาราชโปรดให้สร้างขึ้น ลักษณะคล้ายลอมพอก
ยอดพระชฎาทำเป็นอย่างหางไหลยาวเรียว ปลายบัด ด้าน
ซา้ ยปักพระยี่ก่า


217

ราชาศัพท์


เฉลิมพระเกียรติในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔


๘. พระอนุราชมงกุฎ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้า
เจ้าอยู่หัวโปรดให้สร้างข้ึนสำหรับพระบาทสมเด็จพระ
ปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวในการพระราชพิธีบวรราชาภิเษก และ
ถือเป็นราชประเพณีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะ
พระราชทานแก่สมเด็จพระยุพราชในแผ่นดินน้ัน ลักษณะ
คล้ายพระมหาพิชัยมงกุฎ ต่างกันแต่ส่วนปลายยอดทรง
กรวยเรียวแหลม จำหลักลายลงยาเป็นลายกาบไผ่ และ
ปลายท่ีสุดไม่ประดับเพชรลูก มีพระกรรเจียกประกอบ
ค่หู นึง่


๙. พระมาลาเส้าสะเทิน ลักษณะเป็นอย่างหมวกทรง
กระบอก ปีกกว้างโดยรอบ ทำด้วยผ้าตาด หลังพระมาลา
ประดับด้วยยอดทองคำรูปพระเกี้ยวยอด หรือ จุลมงกุฎ
ด้านซ้ายปักพระยี่ก่าทองคำเสียบขนนกการเวก มี ๗ องค์
สตี า่ งๆ กนั


๑๐. พระมาลาเส้าสูง หรือพระมาลาทรงประพาส
ลักษณะเป็นอย่างหมวกทรงกระบอก ปีกกว้างโดยรอบ
เฉพาะปีกข้างซ้ายพับตลบขึ้น ทำด้วยสักหลาดสีกรมท่า
หลังพระมาลาประดับด้วยยอดทองคำรูปพระเกี้ยวยอด
หรือจุลมงกุฎ ด้านซ้ายพระมาลาปักพระยี่ก่าทองคำเสียบ
ขนนกการเวก


๑๑. พระมาลาเบี่ยง พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้า
จุฬาโลกมหาราช โปรดให้สร้างเลียนอย่างพระมาลาเบ่ียง
องค์เดิมของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทำด้วยไม้ไผ่สาน
ทรงลูกฟักตัด มีปีกคลุ่มโดยรอบ ลงรักทั้งด้านในและด้าน
นอกสีดำเป็นมัน ด้านในองค์พระมาลามีรังสานด้วยไม้ไผ่
อย่างรังงอบ ทรงลูกฟักตัด ขอบพระมาลาประดับด้วย
พระพุทธรูป ๒๑ องค์


๑๒. พระมาลาเพชรใหญ่รัชกาลท่ี ๔ พระบาทสมเด็จ
พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดให้สร้างขึ้น ลักษณะอย่าง

218

ราชาศัพท์


เฉลิมพระเกียรติในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔


หมวกทรงมะนาวตัด ขอบพระมาลาม้วนกลับเป็นลอนกลม
โดยรอบ ทำดว้ ยสักหลาดสีดำ ประดับเพชร


๑๓. พระมาลาเพชรน้อยรัชกาลที่ ๗ พระบาทสมเด็จ
พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดให้สร้างขึ้น ลักษณะคล้ายกับ
พระมาลาเพชรใหญ่รัชกาลท่ี ๔ ทำด้วยสักหลาดสีดำ
ประดับเพชร ตอนบนทำเป็นยอดทรงพระเกย้ี วน้อย


๑๔. พระจุลมงกุฎ หรือ พระเกี้ยวยอด ลักษณะเป็น
วงสำหรับเก้ียวหรือรัดล้อมพระเมาฬี พระจุลมงกุฎทำด้วย
ทองคำ ยอดเป็นทรงมงกฎุ อยา่ งนอ้ ย


ฉัตร – เคร่ืองสูงสำหรับแขวน ปัก ตั้ง หรือเชิญเข้ากระบวนแห่
เป็นเกียรติยศ ฉัตรปักน้ัน คันฉัตรอาจตั้งตรง หรือหักเป็น
มุมฉาก ๒ ทบ ท่ีเรียกว่าฉัตรคันดาร ฉัตรมี ๒ ประเภท
ดงั น้


๑. ฉัตรแขวนหรือปักแสดงพระอิสริยยศ เป็นฉัตรเด่ียว
มี ๔ ชนดิ คอื


๑.๑ เศวตฉตั ร มี ๔ แบบดงั น
ี้

๑.๑.๑ พระนพปฎลมหาเศวตฉัตร(๑) มี ๙ ช้ัน
แต่ละช้ันมีระบายขลิบทองแผ่ลวด ๓ ช้ัน ชั้นล่างสุดห้อย
อุบะจำปาทอง สำหรับพระมหากษัตริย์ท่ีทรงรับพระบรม-
ราชาภิเษกแล้ว ใช้แขวนหรือปักเหนือพระราชอาสน์ราช-
บัลลังก์ในท้องพระโรงพระมหาปราสาทราชมณเฑียรสถาน
แขวนเหนอื พระแทน่ ราชปญั จถรณภ์ ายในพระมหามณเฑยี ร
แขวนเหนือพระโกศทรงพระบรมศพ ณ ท่ีประดิษฐาน
พระบรมศพ ปกั ยอดพระเมรมุ าศ (ซง่ึ จะปรบั รปู ทรงไปตาม
สดั สว่ นของสถาปตั ยกรรม) ปกั บนพระยานมาศสามลำคาน
ในการเชิญพระบรมศพโดยกระบวนพระราชอิสริยยศ ปัก
เหนือเกรินขณะเชิญพระโกศพระบรมศพขึ้นสู่พระมหา

(๑) เปน็ เคร่ืองประกอบพระราชอสิ รยิ ยศแหง่ พระมหากษัตรยิ ์ ตอ้ งประดิษฐานไว้ตลอดรัชกาล หากชำรดุ ต้องตัง้ นัง่ รา้ นขึน้ ซอ่ ม




219

ราชาศัพท์


เฉลิมพระเกียรติในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔


พิชัยราชรถ และเชิญขึ้นประดิษฐานเหนือพระเมรุมาศ
แขวนเหนอื พระจิตกาธานเม่ือสมุ และเกบ็ พระบรมอัฐิ


๑.๑.๒ พระสัปตปฎลเศวตฉัตร หรือท่ีพระบาท
สมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเรียกว่า พระสัตปฎล
เศวตฉัตร หรือ พระบวรเศวตฉัตร (ใช้สำหรับกรมพระ
ราชวังบวรสถานมงคล) มี ๗ ช้ัน มีระบายขลิบทองแผ่
ลวด ๓ ช้ัน ช้ันล่างสุดห้อยอุบะจำปาทอง ใช้สำหรับพระ
มหากษัตริย์ที่ยังมิได้รับพระบรมราชาภิเษก สมเด็จพระ
บรมราชินนี าถ สมเด็จพระบรมราชนิ ี สมเด็จพระบรมราช-
ชนก สมเด็จพระบรมราชชนนี สมเด็จพระยุพราช สมเด็จ
พระบรมโอรสาธริ าช สยามมกฎุ ราชกมุ าร สมเดจ็ พระเทพ-
รัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี นอกจากน้ีใช้แขวน
หรือปักเหนือพระที่นั่งพุดตาน ปักเหนือพระคชาธารพระ
ท่ีน่ัง ปักเหนือพระท่ีน่ังอัฐทิศอุทุมพรราชอาสน์สำหรับ
รับน้ำอภิเษก และปักเหนือพระที่นั่งภัทรบิฐท่ีประทับรับ
เค รื่ อ ง ร า ช ก กุ ธ ภั ณฑ์ ในก า ร พ ร ะ ร า ช พิ ธี บ ร ม ร า ช า ภิ เษ ก
ต่อมาในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล

อดุลยเดช ปักพระนพปฎลมหาเศวตฉัตรเหนือพระที่น่ัง
ภัทรบิฐแทนพระสัปตปฎลเศวตฉัตร นอกน้ันใช้ปักหรือ
แขวนเช่นเดียวกับพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร


๑.๑.๓ พระเบญจปฎลเศวตฉัตร มี ๕ ชั้น แต่ละ
ช้ันมีระบายขลิบทองแผ่ลวด ๒ ช้ัน ช้ันล่างสุดห้อยอุบะ
จำปาทองสำหรบั พระราชวงศช์ น้ั สมเดจ็ เจา้ ฟา้ พระราชเทวี
พระอัครชายาเธอ และสมเด็จพระสังฆราชเจ้า ใช้ปักหรือ
แขวนเช่นเดยี วกับพระนพปฎลมหาเศวตฉตั ร


๑.๑.๔ เศวตฉัตร ๓ ชั้น แต่ละช้ันมีระบายขลิบ
ทองแผ่ลวด ๒ ช้ัน ช้ันล่างห้อยอุบะจำปาทอง สำหรับ
สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ใช้ปักเหนือ
พระแท่นประจำตำแหน่ง แขวนเหนือพระโกศ ณ ท่ี

220

ราชาศัพท์


เฉลิมพระเกียรติในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔


ประดิษฐานพระศพ และแขวนเหนือพระจิตกาธานเม่ือสุม
และเก็บพระอัฐิ


๑.๒ ฉัตรขาวลายทอง หรือ ฉัตรกำมะลอ มี ๕ ชั้น
พื้นขาวเขียนลายทอง ช้ันล่างสุดห้อยอุบะจำปาทอง
สำหรับพระราชวงศ์ช้ันพระองค์เจ้าท่ีดำรงพระอิสริยยศ
เป็นเจ้าต่างกรมช้ันกรมพระยา ใช้แขวนเหนือพระโกศ ณ
ทตี่ งั้ พระศพ และแขวนเหนอื พระจติ กาธานเมอื่ สมุ และเกบ็
พระอฐั


๑.๓ ฉตั รตาด มี ๒ แบบ คอื

๑.๓.๑ ฉัตรตาดขาว ๕ ชั้น แต่ละชั้นมีระบาย

๒ ช้ัน ขอบระบายติดแถบกระจังเงิน ช้ันล่างสุดห้อยอุบะ
จำปาทอง สำหรับพระราชโอรสธิดาของพระมหากษัตริย์ท่ี
ดำรงพระอิสริยยศพระองค์เจ้าต่างกรมชั้นกรมพระ ใช้เช่น
เดยี วกับข้อ ๑.๒

๑.๓.๒ ฉัตรตาดเหลือง ๕ ชั้น แต่ละชั้นมีระบาย
ติดแถบกระจังเงิน ช้ันล่างสุดห้อยอุบะจำปาทอง สำหรับ
พระราชโอรสธิดาของพระมหากษัตริย์ท่ีดำรงพระอิสริยยศ
พระองคเ์ จา้ ตา่ งกรมชน้ั กรมหลวง และสมเดจ็ พระสงั ฆราช
เจ้า ใช้ปักเหนือพระแท่นตำแหน่ง นอกนั้นใช้เช่นเดียวกับ
ขอ้ ๑.๒

๑.๔ ฉตั รโหมด มี ๕ แบบ ดงั น้ี

๑.๔.๑ ฉัตรโหมดขาว ๕ ช้ัน แต่ละช้ันมีระบาย
ขอบติดแถบกระจังเงิน ช้ันล่างสุดห้อยอุบะจำปาทอง
สำหรับพระราชโอรสธิดาของพระมหากษัตริย์ท่ีดำรงพระ
อิสริยยศเปน็ พระองค์เจา้ ต่างกรมชน้ั กรมขุน

๑.๔.๒ ฉัตรโหมดเหลือง ๕ ชั้น ลักษณะเดียวกับ
ฉัตรตาด สำหรับพระราชโอรสธิดาของพระมหากษัตริย์
ท่ดี ำรงพระอิสริยยศพระองค์เจา้ ต่างกรมชั้นกรมหมื่น


221

ราชาศัพท์


เฉลิมพระเกียรติในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔


๑.๔.๓ ฉัตรโหมดทอง ๕ ชั้น ลักษณะเดียวกับ
ฉัตรตาด สำหรับพระราชโอรสธิดาของพระมหากษัตริย์ท่ี
ดำรงพระอสิ ริยยศพระองคเ์ จา้ แต่มไิ ด้ทรงกรม


๑.๔.๔ ฉัตรโหมดเงิน ๓ ช้ัน ลักษณะเดียวกับ
ฉัตรตาด สำหรับพระราชโอรสธิดาในสมเด็จพระบวรราช
เจา้ ท่ีดำรงพระอิสรยิ ยศพระองค์เจ้าต่างกรม


๑.๔.๕ ฉัตรโหมดทอง ๓ ช้ัน ลักษณะเดียวกับ
ฉัตรตาด สำหรับพระราชโอรสธิดาในสมเด็จพระบวรราช
เจ้าทด่ี ำรงพระอสิ ริยยศพระองค์เจา้ ทีม่ ไิ ด้ทรงกรม


๒. ฉัตรต้ังในพิธีหรือเชิญเข้ากระบวนแห่เป็นเกียรติยศ มี
๖ ชนิด คือ


๒.๑ พระกรรภริ มย์ ฉัตรสีขาว ๕ ชั้น ลงยันตด์ ว้ ยเสน้
ทอง สำรับหนึ่งมี ๓ องค์ คือ พระเสมาธิปัตย์หรือพระ
เสนาธิปัตย์ พระฉัตรชัย พระเกาวพ่ายหรือพระเกาวพ่าห์
ใช้กางเชิญนำพระราชยานเวลาพระมหากษัตริย์เสด็จ
พระราชดำเนินโดยขบวนพยุหยาตรา หรือขบวนแห่พระ
บรมวงศ์ชั้นสมเด็จเจ้าฟ้า และขบวนแห่ช้างสำคัญในพระ
ราชพธิ ี


๒.๒ พระอภิรุมชุมสาย เป็นฉัตรเคร่ืองสูง ใช้ในขบวน
แห่หรือสวมฐานตั้งเป็นเกียรติยศประจำสถานท่ีหรือเฉพาะ
งาน สำรับหนึ่งประกอบด้วยพระอภิรุม ฉัตร ๗ ช้ัน ๔,
พระอภิรุม ฉัตร ๕ ชั้น ๑๐, ชุมสาย ฉัตร ๓ ช้ัน ๔ พระ
อภริ ุมชุมสาย มี ๒ แบบ ดงั นี้


๒.๒.๑ พระอภิรุมชุมสายปักหักทองขวาง ทำ
ด้วยผ้ากำมะหยี่ แต่ละชั้นมีระบายซ้อน ๒ ช้ัน ปักด้ินทอง
ตามขวางของลายต้ังแต่เพดานถึงระบาย ใช้สำหรับพระ
มหากษัตริย์ ต่อมาโปรดให้ใช้สำหรับสมเด็จพระบรมราช-
ชนนี สมเด็จพระอัครมเหสี และสมเด็จพระยุพราช ใน
สมัยรัตนโกสินทร์ใช้ ๔ สี คือ ฉัตร ๗ ชั้น พ้ืนสีส้ม
222

ราชาศัพท์


เฉลิมพระเกียรติในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔


ลูกขนาบที่ระบายสีแดงเข้ม ฉัตร ๕ ช้ัน พื้นสีแดง ลูก
ขนาบท่ีระบายสีน้ำเงิน พื้นสีน้ำเงิน ลูกขนาบท่ีระบายเป็น
สีแดง ส่วนฉัตรชุมสายพื้นสีเขียว ลูกขนาบท่ีระบายเป็นสี
แดงเขม้

๒.๒.๒ พระอภิรุมชุมสายทองแผ่ลวด เป็นฉัตร
ผ้าสีต่างๆ แต่ละช้ันมีระบายซ้อน ๒ ชั้น เดินทองแผ่ลวด
เป็นลวดลายทั้งบนเพดานและท่ีระบาย ใช้เต็มสำรับ
สำหรับพระราชวงศ์ชั้นสมเด็จเจ้าฟ้า ส่วนพระองค์เจ้า
พระสงฆ์ทรงสมณศักด์ิต้ังแต่สมเด็จพระสังฆราชเจ้า และ
สมเด็จพระสังฆราช ไม่ใช้ฉตั รชุมสาย

๒.๓ ฉัตรเคร่ืองสูงวังหน้า มีระบาย ๒ ช้ันสีเดียวกัน
เหมือนฉัตรทองแผ่ลวด สำหรับสมเด็จพระบวรราชเจ้า
กรมพระราชวังบวรสถานมงคลและพระราชโอรสธดิ า เป็น
เครื่องสงู ทองแผล่ วดสตี า่ งๆ สำรบั หน่งึ มีฉัตร ๕ ชนั้ ๔ (ใช้
แทนฉตั ร ๗ ชั้น) ฉตั ร ๓ ช้ัน ๑๐ (ใช้แทนฉัตร ๕ ชั้น)

๒.๔ ฉัตรเครื่อง เป็นฉัตร ๕ ช้ัน เหมือนฉัตรทองแผ่
ลวด ใช้สำหรับศพพระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ช้ันสมเด็จพระ
ราชาคณะ ศพผู้ได้รับพระราชทานเคร่ืองราชอิสริยาภรณ์
จุลจอมเกล้า ช้ันปฐมจุลจอมเกล้า ศพผู้มีบรรดาศักดิ์ชั้น
เจ้าพระยาสุพรรณบัฏ หรือหิรัญบัฏ นอกจากนี้ยังใช้
สำหรับศพผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ประธานองค-
มนตรี องคมนตรี นายกรฐั มนตรี ประธานรฐั สภา ประธาน
สภาผู้แทนราษฎร ประธานวุฒิสภา ประธานศาลฎีกา
และประธานองคก์ รอสิ ระทกี่ ำหนดไวใ้ นรฐั ธรรมนญู ทถ่ี งึ แก่
อสัญกรรมขณะดำรงตำแหน่ง

๒.๕ ฉัตรเบญจา เป็นฉัตร ๕ ชั้น ทรงชะลูดเช่นเดียว
กบั ฉัตร ๕ ชัน้ ทองแผ่ลวด แต่ไมเ่ ดนิ ทองแผ่ลวดบนเพดาน
ฉัตร และระบายท่ีซ้อนกันเป็นผ้าต่างสี ใช้สำหรับการศพ
พระสงฆ์ทรงสมณศักด์ิตั้งแต่พระราชาคณะชั้นธรรมถึง

223

ราชาศัพท์


เฉลิมพระเกียรติในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔


พระราชาคณะชั้นเจ้าคณะรอง พระราชวงศ์ชั้นหม่อมเจ้า
ท่ีได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า
ต่ำกว่าทุติยจุลจอมเกล้าวิเศษ หรือไม่ได้รับพระราชทาน
เคร่ืองราชอิสริยาภรณ์ และศพผู้ได้รับพระราชทานเคร่ือง
ราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้าตั้งแต่ชั้นทุติยจุลจอมเกล้า
ขึ้นไป แต่ไม่ถึงปฐมจุลจอมเกล้า ผู้ได้รับเครื่องราชอิสริยา-
ภรณป์ ฐมดเิ รกคณุ าภรณ์ ประถมาภรณม์ งกฎุ ไทย ประถมา-
ภรณ์ช้างเผือก มหาวชิรมงกุฎ มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก
รวมถึงบิดามารดาของผู้ดำรงตำแหน่งองคมนตรี นายก
รัฐมนตรี ประธานรัฐสภา ประธานสภาผู้แทนราษฎร
ประธานวุฒิสภา ประธานศาลฎีกา และประธานองค์กร
อิสระท่ีกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ ที่ถึงแก่กรรมขณะที่บุตร
ดำรงตำแหนง่


๒.๖ ฉัตรราชวัติ ฉัตรท่ีปักไว้ท่ีร้ัวบอกเขตมณฑลพิธี
เป็นฉัตรสีต่างๆ อันเป็นแม่สีเรียกว่าเบญจรงค์ และฉัตร
เงิน ทอง นาก มีระบายช้ันเดียว รูปทรงเหมือนฉัตรเครื่อง
สูงบ้าง รูปทรงกระบอกบ้าง เป็นฉัตรระบายกลีบบัวบ้าง
ทำด้วยโลหะสลักโปร่งบ้าง จำนวนช้ันของฉัตรสุดแต่งาน
ถ้าเป็นงานสำคัญของพระมหากษัตริย์ เช่น ราชวัติมุมพระ
มณฑปพระกระยาสนาน ราชวัติพระเมรุมาศใช้ฉัตร ๗
ชั้น พระราชวงศ์ชั้นสูงใช้ ๕ ชั้น หรือใช้ท้ัง ๗ ชั้น และ
๕ ชน้ั หรือบางงานใชฉ้ ัตรทอง เงนิ นาก เทา่ นั้น


พระกลด – รม่ ด้ามยาวสำหรับประกอบพระเกียรตยิ ศ


พระกลดคนั ส้นั , พระกลดนอ้ ย – ร่ม


พระราชลัญจกร – ตราสำหรบั แผ่นดนิ สำหรบั ใชป้ ระทับเอกสารสำคญั


พระสงั วาล – พระสงั วาล หรอื สรอ้ ยตวั ใชส้ วมเฉวยี งบา่ สำหรบั พระมหา
กษัตริย์ทรงในงานพระราชพิธีสำคัญ มี ๒ องค์ คือ


224

ราชาศัพท์


เฉลิมพระเกียรติในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔


๑. พระสงั วาลพระนพ เป็นสรอ้ ยออ่ นรวม ๓ เส้นเรียง
กนั ทำดว้ ยทองคำ มีดอกประจำยามดอกหนงึ่ ประดบั ดว้ ย
นพรตั นมณี ๙ ชนดิ คอื เพชร ทบั ทิม มรกต บุษราคมั นลิ
โกเมน มุกดา เพทาย และไพฑูรย


๒. พระมหาสังวาลนพรัตน์ เป็นสังวาลแฝดทำด้วย
ทองคำ มีดอกประจำยามทำด้วยทองฝังนพรัตนมณี ๙
ชนิดคือ เพชร ทับทิม มรกต บุษราคัม โกเมน นิล มุกดา
เพทาย และไพฑูรย์ รวม ๓ ชุดเรียงต่อกัน ทั้งสายมี ๒๗
ดอก


เครื่องราชูปโภค – เครื่องใช้ตามปรกติของพระมหากษัตริย์ มีหลายสิ่งด้วยกัน
กล่าวเฉพาะองค์ท่ีสำคัญซ่ึงเป็นเครื่องประกอบพระราช-
อสิ ริยยศท่ีใชต้ ัง้ แตง่ ในงานพระราชพธิ ี ได้แก


๑. พานพระขนั หมาก เป็นพานสเี่ หลี่ยมสองชน้ั ย่อมุม
ไม้สิบสอง มีซองพลู และตลับพร้อมเครื่องใน ทำด้วย
ทองคำลงยาประดับอัญมณีท้ังชุด สำหรับวางพระศรี คือ
หมาก พลู และยาเสน้ เป็นต้น


๒. พระมณฑปรัตนกรัณฑ์ เป็นภาชนะทรงมณฑป
บรรจุน้ำเย็น ทำด้วยทองคำลงยาประดับอัญมณี มีพาน
รองและจอกลอย


๓. พระสุพรรณราช คือ กระโถนใหญ่ ทำด้วยทองคำ
ลงยาจำหลกั ลาย


๔. พระสุพรรณศรีบัวแฉก คือ กระโถนเล็ก ทำด้วย
ทองคำลงยาประดบั อญั มณี


พระแสงราชศัสตราวธุ – อาวธุ ของพระมหากษตั รยิ ์ ทีส่ ำคญั เชน่


๑. พระแสงราชศัสตรา ดาบที่พระบาทสมเด็จพระ

จุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดให้สร้างข้ึนพระราชทานแก่

225

ราชาศัพท์


เฉลิมพระเกียรติในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔


เมืองสำคัญต่างๆ เป็นพระแสงอาญาสิทธิ์แทนพระองค ์
ในการปกครอง(๑)


๒. พระแสงอษั ฎาวธุ อาวุธท่ใี ชต้ ง้ั แต่งในการพระราช-
พิธีบรมราชาภิเษกและพระราชพิธีที่สำคัญ พระบาท

สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชโปรดให้สร้างข้ึน

มี ๘ องค์ ไดแ้ ก่


๑. พระแสงตร


๒. พระแสงจกั ร


๓. พระแสงธนู


๔. พระแสงของ้าวแสนพลพา่ ย


๕. พระแสงปนื คาบชุดข้ามแมน่ ้ำสะโตง


๖. พระแสงหอกเพชรรตั น หรอื พระแสงหอกชยั


๗. พระแสงดาบเชลย


๘. พระแสงดาบมเี ขน


๓. พระแสงดาบคาบค่าย ดาบ ฝักและด้ามทำด้วย
ทองคำ


๔. พระแสงดาบใจเพชร ดาบ ฝักและด้ามทำด้วย
ทองคำฝงั เพชร

๕. พระแสงเวียด ดาบ ฝักและด้ามทำด้วยทองคำ
พระเจ้าเวียดนามญาลองถวายพระบาทสมเด็จพระพุทธ-

ยอดฟา้ จุฬาโลกมหาราช

๖. พระแสงฟนั ปลา ดาบ มีลายทใ่ี บดาบลกั ษณะคลา้ ย


ฟันของปลา ฝกั และดา้ มทำด้วยทองคำ

๗. พระแสงแฝด ดาบ มี ๒ เล่มซอ้ นอยู่ในฝักเดยี วกนั


ฝักและดา้ มทำดว้ ยทองคำ

๘. พระแสงฝักทองเกลี้ยง ดาบ ฝักและด้ามทำด้วย
ทองคำ


(๑) เม่ือพระมหากษัตริย์เสด็จพระราชดำเนินไปยังจังหวัดที่ได้รับพระราชทานพระแสงราชศัสตรา ผู้ว่าราชการจังหวัดจะเชิญ
พระแสงราชศัสตราดังกล่าวมาทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย แสดงว่าถวายพระราชอำนาจคืน และเม่ือเสด็จพระราชดำเนินกลับ
จะพระราชทานคนื


226

ราชาศัพท์


เฉลิมพระเกียรติในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔


พระบาทสมเด็จพระพทุ ธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชทรงฉลองพระองคเ์ คร่ืองตน้

บรมขตั ติยราชภูษติ าภรณ์ ทรงพระมหาสังวาลนพรตั น

227

ราชาศัพท์


เฉลิมพระเกียรติในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔


พระสงั วาลพระนพ


พระมหาสงั วาลนพรตั น

228

ราชาศัพท์


เฉลิมพระเกียรติในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔


พานพระขนั หมาก


พระมณฑปรตั นกรัณฑ

229

ราชาศัพท์


เฉลิมพระเกียรติในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔


พระแสงจักร และพระแสงตรีศลู


พระแสงศรกำลังราม

230

ราชาศัพท์


เฉลิมพระเกียรติในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔


พระแสงดาบคาบคา่ ย


พระแสงดาบใจเพชร

231

ราชาศัพท์


เฉลิมพระเกียรติในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔


พระแสงเวยี ด


พระแสงฟนั ปลา

232

ราชาศัพท์


เฉลิมพระเกียรติในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔


พระแสงดาบฝักทองเกลี้ยง


พระแสงกระบ่นี าคสามเศยี ร

233

ราชาศัพท์


เฉลิมพระเกียรติในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔


พระสุพรรณราช


พระสพุ รรณศรบี วั แฉก

234

หมวดที่ ๘

พระราชนเิ วศน์มณเฑยี รสถาน


พระบรมมหาราชวงั – วังใหญ่ของพระมหากษัตริย์ ราษฎรเรียกว่า วังหลวง
พระราชวงั พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชโปรด
ให้สร้างขึ้นเป็นที่ประทับ และเป็นศูนย์การบริหารราชการ
แผ่นดิน เรียกว่า พระราชวังหลวง คร้ันถึงรัชสมัย
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดให้ประกาศ
เปน็ พระบรมมหาราชวงั ในกาลต่อมาแมพ้ ระมหากษตั รยิ ์
จะมิได้เสด็จประทับ พระบรมมหาราชวังก็ยังเป็นสถานที่
ประกอบการพระราชพิธีและรบั รองพระราชอาคนั ตกุ ะ


– วังของพระมหากษัตริย์ มีระดับความสำคัญรองจากพระ
บรมมหาราชวัง เป็นท่ีประทับของพระมหากษัตริย์เช่น
เดียวกัน วังใดท่ีจะเรียกว่า พระราชวัง ได้น้ัน พระมหา
กษัตริย์จะทรงประกาศพระบรมราชโองการสถาปนาขึ้น
เป็น พระราชวัง มิใช่ว่าวังใดที่จัดเป็นท่ีประทับของพระ
มหากษัตรยิ แ์ ล้วจะเรียกวา่ พระราชวงั ท้งั หมด บรรดาวัง
ที่มีประกาศพระบรมราชโองการยกขึ้นเป็น พระราชวัง
แล้วน้ันตามหลักฐานที่ปรากฏในประชุมพงศาวดารภาค
๒๖ เรอ่ื งตำนานวงั เก่า มี ๑๙ พระราชวงั คือ


สร้างในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้า
จฬุ าโลกมหาราช


๑. พระราชวังบวรสถานมงคล (วังหน้า) สร้างเป็นท่ี
ประทับของพระมหาอุปราช กรมพระราชวังบวรสถาน
มงคล ปัจจุบันคือบริเวณพิพิธภัณฑสถานแห่งชาต

พระนคร โรงละครแห่งชาติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
และสำนกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา


235

ราชาศัพท์


เฉลิมพระเกียรติในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔


๒. พระราชวังบวรสถานภิมุข (วังหลัง) สร้างเป็นที่
ประทับของกรมพระราชวังบวรสถานภิมุข อยู่ ณ ตำบล
สวนล้ินจี่ ธนบุรี ปัจจุบันคือ บริเวณที่ต้ังโรงพยาบาล
ศิริราช


สร้างในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้า

เจ้าอยูห่ วั


๑. พระราชวังนันทอุทยาน สร้างขึ้นในสวนริมคลอง
มอญฝง่ั เหนือ ปัจจบุ ันเปน็ ทต่ี งั้ หนว่ ยงานของกองทพั เรอื


๒. พระราชวังปทุมวัน สร้างเป็นที่เสด็จประพาสในที่
ทุ่งนาบางกะปิ ริมคลองแสนแสบฝ่ังใต้ ต่อมา พระบาท
สมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงแบ่งที่ดินพระราชทาน
ให้สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจุฑาธุชธราดิลก

กรมขุนเพชรบูรณ์อินทราชัย ซึ่งทรงสร้าง วังเพชรบูรณ์
และให้สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระ
บรมราชชนก ซง่ึ ทรงสรา้ ง วงั สระปทมุ มีวดั ปทมุ วนาราม

คัน่ กลาง


๓. พระราชวังสราญรมย์ สร้างขึ้นทางฝ่ังตะวันออก
ถนนสนามไชย ปัจจุบันส่วนท่ีเป็นพระตำหนักอยู่ในความ
ดูแลของกระทรวงการต่างประเทศ ส่วนที่เป็นพระราช-
อุทยานสราญรมย์เป็นสวนสาธารณะอยู่ในความดูแลของ
กรงุ เทพมหานคร


๔. พระราชวังเมืองสมุทรปราการ สร้างข้ึนตรงข้าม
กับสถานรี ถไฟสมุทรปราการ ปัจจุบนั รอ้ื แล้ว


๕. พระราชวังบางปะอิน อำเภอบางปะอิน จังหวัด
พระนครศรีอยุธยา สร้างขึ้นในที่เดิมที่สมเด็จพระเจ้า
ปราสาททองทรงสร้างไว้ เมื่อกรุงศรีอยุธยาเสียแก่พม่า
พระราชวังถูกทิ้งร้างจนถึงรัชกาลพระบาทสมเด็จพระ
จอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดให้สร้างพระท่ีนั่งขึ้นองค์หนึ่ง
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสร้างพระ
ที่นั่งวโรภาษพิมาน พระที่นั่งอุทยานภูมิเสถียร พระท่ีนั่ง

236

ราชาศัพท์


เฉลิมพระเกียรติในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔


เวหาศน์จำรูญ ต่อมาเมื่อพุทธศักราช ๒๔๘๔ พระที่นั่ง
อุทยานภูมิเสถียรถูกไฟไหม้ พระบาทสมเด็จพระปรมินทร
มหาภูมิพลอดุลยเดชโปรดให้สร้างพระท่ีน่ังอุทยาน
ภูมิเสถียรขึ้นใหม่ และบูรณะพระตำหนัก และตำหนัก
ตา่ งๆ ดังปรากฏอยใู่ นปจั จบุ นั น
ี้
๖. พระราชวังจันทร์เกษม อำเภอพระนครศรีอยุธยา
จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เดิมเรียกว่า “วังจันทร์” สมเด็จ
พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพทรง
สนั นษิ ฐานวา่ สรา้ งขน้ึ เปน็ ทปี่ ระทบั ของสมเดจ็ พระนเรศวร
มหาราชขณะยังดำรงพระยศเป็นพระยุพราช ต่อมาได้เป็น
ที่ประทับของพระมหาอุปราชแห่งกรุงศรีอยุธยาอีกหลาย
พระองค์ คร้ันถึงรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้า
เจ้าอยู่หัวโปรดให้สร้างข้ึนใหม่สำหรับเป็นท่ีประทับเวลา
เสด็จประพาสกรุงเก่า พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า
เจ้าอยู่หัวเคยเสด็จพระราชดำเนินไปประทับ คร้ันสร้าง
พระราชวังบางปะอินแล้ว จึงพระราชทานพระราชวัง
จันทร์เกษมให้เป็นที่ว่าการมณฑลกรุงเก่า ปัจจุบันเป็นท่ีตั้ง
พิพธิ ภณั ฑสถานแห่งชาติ พระราชวงั จันทรเ์ กษม

๗. พระราชวังท้ายพิกุล เขาพระพุทธบาท อำเภอ
พระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี พระเจ้าทรงธรรมแห่งกรุง
ศรีอยุธยาโปรดให้สร้างเป็นท่ีประทับเมื่อเวลาเสด็จข้ึนไป
ทรงนมัสการรอยพระพุทธบาท พระบาทสมเด็จพระจอม
เกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดให้สร้างตำหนักและเรือนข้าราชบริพาร
ข้นึ ในกำแพงพระราชวัง ตัวอาคารเป็นเครอื่ งขัดแตะถือปูน
ปัจจุบนั ผุพงั ไปหมดแลว้

๘. พระราชวังพระนครคีรี พระบาทสมเด็จพระจอม
เกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดให้สร้างขึ้นบนยอดเขามไหสวรรย์
อำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี ได้มีการบูรณะเป็น
ระยะมาต้ังแต่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้า
อยู่หัวจนถึงรัชกาลปัจจุบัน ได้ประกาศเป็นอุทยาน
ประวัตศิ าสตร์ พระนครคีรี เมอื่ พุทธศกั ราช ๒๕๓๒


237

ราชาศัพท์


เฉลิมพระเกียรติในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔


๙. พระราชวังสีทา จังหวัดสระบุรี พระบาทสมเด็จ
พระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดให้สร้างขึ้นท่ีริมแม่น้ำป่าสัก
ฝ่ังตะวันตก ณ ตำบลบ้านสีทา ปัจจุบันไม่มีแล้ว เป็นพื้นท่ี
ทรี่ าษฎรอยูอ่ าศัย


สร้างในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า
เจ้าอยูห่ วั


๑. พระราชวังดุสิต เม่ือแรกสร้างพระราชทานชื่อว่า
สวนดุสิต ต่อมาจึงประกาศยกขึ้นเป็นพระราชวัง ส่วน
พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน ที่ประทับของพระบาท
สมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช น้ัน สร้างข้ึนใน
รัชกาลพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นส่วน
หนึ่งของพระราชวังดุสิต เรียกว่า พระตำหนักจิตรลดา
รโหฐาน สวนจิตรลดา


๒. พระราชวังพญาไท เม่ือแรกสร้างพระราชทานชื่อ
ว่า พระตำหนักพญาไท ต่อมา พระบาทสมเด็จพระมงกุฎ
เกล้าเจ้าอยู่หัวทรงใช้เป็นพระราชมณเฑียรที่ประทับ และ
ประกาศยกขนึ้ เปน็ พระราชวงั พญาไท ในรชั กาลพระบาท
สมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็น โฮเต็ลพญาไท สำหรับ
ต้อนรับแขกเมือง เป็นสโมสรโรตารี่ และเป็นท่ีทำการกรม
ไปรษณีย์โทรเลขตามลำดับ โดยเฉพาะได้เป็นที่ตั้งสถานี
วิทยุกระจายเสียง ช่ือว่า สถานีวิทยุกรุงเทพฯ ที่พญาไท
(Radio Bangkok at Phya Thai) ในสังกัดกรมไปรษณีย์
โทรเลข ปัจจุบนั คือโรงพยาบาลพระมงกฎุ เกล้า


๓. พระราชวังเมอื งราชบุรี อำเภอเมอื งราชบุรี จงั หวดั
ราชบุรี สร้างขึ้นทางฝ่ังทางตะวันตก ตรงข้ามเมืองราชบุรี
ปัจจบุ ันเป็นทท่ี ำการสถานตี ำรวจภูธรเมืองราชบรุ ี


๔. พระราชวังเขาสัตนาถ(๑) สร้างข้ึนบนเขาสัตนาถ

อำเภอเมืองราชบุรี จังหวัดราชบุรี และสร้างตำหนัก

(๑) อา่ นว่า สัด-ตะ-หนาด


238

ราชาศัพท์


เฉลิมพระเกียรติในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔


ที่ประทับของเจ้านายที่ตามเสด็จบนยอดเขามอ ปัจจุบัน
เรียกวา่ เขาวงั


๕. พระราชวังจุฑาธุชราชฐาน อยู่ท่ีเกาะสีชัง จังหวัด
ชลบุรี พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดให้
สร้างพระที่นั่งองค์หน่ึงด้วยไม้สักทอง ต่อมา โปรดให้รื้อ
พระท่ีนั่งไม้สักท้ังองค์น้ันมาสร้างในพระราชวังดุสิต
พระราชทานนามว่า พระท่ีน่ังวิมานเมฆ พระบาทสมเด็จ
พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โปรดให้บูรณะและ

จัดเป็นพิพิธภัณฑ์วิมานเมฆ เปิดให้ประชาชนเข้าชมได้
ส่วนพระราชวังจุฑาธุชราชฐาน ปัจจุบันอยู่ในความดูแล
ของจฬุ าลงกรณม์ หาวทิ ยาลัย ซึง่ ได้รบั การบูรณะเปน็ สถาน
ทีท่ อ่ งเท่ียว


๖. พระราชวังรัตนรังสรรค์ อำเภอเมืองระนอง
จังหวัดระนอง พระยารัตนเศรษฐี (คอซิมก๊อง ณ ระนอง)
สร้างเป็นพลับพลาไม้อย่างม่ันคงบนเนินควนอัน เพื่อรับ
เสด็จพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เม่ือคราว
เสด็จประพาสหัวเมืองตะวันตก พุทธศักราช ๒๔๑๓ ซ่ึง
โปรดให้สถาปนาข้ึนเป็นพระราชวัง ต่อมาองค์พระท่ีนั่ง
ชำรุดทรุดโทรม จึงร้ือลงแล้วสร้างข้ึนเป็นตึก ปัจจุบันเป็น
ทที่ ำการศาลากลางจังหวดั ระนอง


๗. พระราชวังบ้านปืน อำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัด
เพชรบุรี สร้างขึ้นเพื่อเป็นท่ีประทับของพระบาทสมเด็จ
พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวในฤดูฝน พระราชวังนั้นยังสร้าง
ค้างอยู่ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงโปรด
ให้สร้างตอ่ จนเสรจ็ แลว้ พระราชทานนามใหม่ว่า พระราม
ราชนิเวศน์ ปัจจุบันพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้
ใชเ้ ป็นทีท่ ำการของหน่วยงานทหารบก


239

ราชาศัพท์


เฉลิมพระเกียรติในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔


สร้างในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้า
เจ้าอยหู่ วั


พระราชวังสนามจันทร์ จังหวัดนครปฐม พระบาท
สมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดให้สร้างข้ึนต้ังแต่ทรง
ดำรงพระยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎ
ราชกุมาร พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จ
พระราชดำเนินแปรพระราชฐานไปประทับเพ่ือทรงตรวจ
ตราและบัญชาการซ้อมรบเสือป่า ในรัชกาลพระบาท
สมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานพระราชวัง
สนามจันทร์บางส่วนให้กระทรวงมหาดไทยจัดเป็นศาลา
กลางจังหวดั ในรชั กาลปัจจบุ นั กระทรวงมหาดไทยไดส้ ง่ คนื
แก่สำนักพระราชวัง บางส่วนใช้เป็นที่ต้ังมหาวิทยาลัย
ศิลปากร วทิ ยาเขตทับแกว้


พระราชนเิ วศน์ – ที่ประทับของพระมหากษัตริย์ มีความสำคัญรองลงมา
จากพระราชวัง มักสร้างข้ึนไว้สำหรับพระมหากษัตริย์
เสด็จพระราชดำเนินแปรพระราชฐาน พระบาทสมเด็จ
พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดให้สร้างพระราชนิเวศน์ขึ้น
ในพื้นที่ชายทะเลตำบลบางกรา ระหว่างหัวหินและหาด
เจ้าสำราญ พระราชทานนามว่า พระราชนิเวศน์มฤคทาย
วัน ปัจจุบัน พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ตำรวจ
ตระเวนชายแดนใช้บริเวณโดยรอบเป็นท่ีทำการค่าย
พระรามหก


พระราชนิเวศน์ ท่ีสร้างขึน้ ในรัชกาลปจั จุบันมีอยู่ ๓
แหง่ คอื


๑. ภาคเหนือ ภูพิงคราชนเิ วศน์ จงั หวดั เชียงใหม่


๒. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภูพานราชนิเวศน์
จงั หวัดสกลนคร


๓. ภาคใต้ ทักษณิ ราชนิเวศน์ จังหวดั นราธิวาส

240

ราชาศัพท์


เฉลิมพระเกียรติในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔


พระราชนิเวศน์ท้ัง ๓ แห่งนี้ โปรดให้สร้างไว้เป็นท่ี
ประทับแรมเม่ือเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรใน
ทอ้ งถิน่ ต่างๆ


วงั – ท่ีประทับของพระบรมวงศานุวงศ์ ไม่ว่าจะเป็นท่ีอยู่ของ
เจ้าฟ้า พระองค์เจ้า หม่อมเจ้า เรียกว่า วัง ทั้งสิ้น เช่น
วังวรดิศ ท่ีประทับของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรม
พระยาดำรงราชานุภาพ วังบางขุนพรหม ที่ประทับของ
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าฯ กรมพระนครสวรรค์
วรพนิ ติ ปจั จบุ นั เปน็ ธนาคารแหง่ ประเทศไทย


ปราสาท – เรือนหลวง เป็นอาคารมีหลังคายอด ปลูกสร้างอยู่ใน
พระบรมมหาราชวังหรอื พระราชวงั เชน่


๑. พระที่น่ังดุสิตมหาปราสาท เดิมเป็นท่ีตั้งพระที่น่ัง
อมรินทราภิเษกมหาปราสาท ซึ่งสร้างด้วยไม้ ต่อมาถูก
ฟ้าผ่าไฟไหม้เสียหายทั้งองค์ จึงรื้อลงแล้วสร้างพระท่ีน่ัง
ดสุ ติ มหาปราสาท


๒. พระท่ีน่ังอาภรณ์ภิโมกข์ปราสาท เป็นพลับพลาโถง
อยู่บนกำแพงแก้วด้านทิศตะวันออกของพระท่ีน่ังดุสิตมหา
ปราสาท เป็นท่เี สด็จขน้ึ เสดจ็ ลงพระราชยานในพระราชพธิ ี


๓. พระทน่ี งั่ จกั รมี หาปราสาท เปน็ อาคารสถาปตั ยกรรม
แบบยุโรป หลังคาเป็นสถาปัตยกรรมไทย ทรงปราสาท มี
๓ ยอด


๔. พระท่ีนั่งมหิศรปราสาท สร้างในรัชกาลพระบาท
สมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยหู่ ัว เปน็ ปราสาท ๕ ยอด


๕. พระที่น่ังสุทไธสวรรย์ปราสาท สร้างในรัชกาล
พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นพระท่ีนั่งไม้
สร้างบนกำแพงพระบรมมหาราชวังด้านทิศตะวนั ออก


พระมหามณเฑียร, – เรือนหลวงประเภทท่ีมีหลังคาคฤห (หลังคาจั่ว) มีช่อฟ้า
พระราชมณเฑียร
หน้าบัน พระมหามณเฑียรในพระบรมมหาราชวังที่ปลูก

241

ราชาศัพท์


เฉลิมพระเกียรติในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔


สร้างติดต่อเชื่อมกันเรียกว่า หมู่พระมหามณเฑียร ได้แก่
พระท่นี ั่งจักรพรรดพิ ิมาน พระที่น่ังไพศาลทกั ษิณ พระทีน่ ่ัง
อมรินทรวินิจฉัย พระท่ีน่ังเทพสถานพิลาส และพระท่ีนั่ง
เทพอาสนพ์ ิไล


พระมหามณเฑียร โบราณสร้างในรูปแบบหลังคา
คฤห ในสมัยต่อมา เช่น ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระ
จอมเกล้าเจ้าอยู่หัวและพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า
เจา้ อยหู่ วั รปู แบบหลงั คาเปลี่ยนไปตามพระราชนิยม


พระที่นง่ั – เรอื นหลวงในพระบรมมหาราชวัง และในพระราชวงั ไมว่ า่
จะเป็นประเภทเรือนที่เรียกว่าปราสาท หรือเรือนหลังคาจั่ว
คอื เรอื นหลงั คาไมม่ ียอด ปลูกสรา้ งไว้เปน็ ท่ีประทบั ของพระ
มหากษัตริย์ หรือสถานที่ภายในองค์ปราสาทท่ีใช้สำหรับ
กิจการต่างๆ ก็เรียกว่า พระที่น่ัง ท้ังน้ัน เช่น ในหมู่พระ
ที่นั่งจักรีมหาปราสาทองค์ตะวันตกชั้นกลาง มีพระท่ีน่ัง
สำคัญ ๆ คอื


๑. พระท่นี ั่งมูลสถานบรมอาสน์


๒. พระท่ีนงั่ สมมตเิ ทวราชอปุ บัติ


๓. พระทีน่ ่งั ดำรงสวัสดิ์อนัญวงศ์


๔. พระที่นัง่ พพิ ฒั พงศ์ถาวรวจิ ติ ร


๕. พระท่ีน่ังบรมราชสถิตยมโหฬาร (เป็นที่ประทับ
ส่วนพระองค์ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอม
เกลา้ เจ้าอยู่หัว)


๖. พระท่ีนั่งอมรพิมานมณ


๗. พระที่นง่ั สุทธาศรีอภิรมย์


๘. พระทน่ี ั่งบรรณาคมสรณีย


๙. พระท่นี ัง่ ราชปรีดีวโรทัย


๑๐. พระทน่ี ั่งเทพดนัยนนั ทิยากร


242

ราชาศัพท์


เฉลิมพระเกียรติในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔


พระท่ีนั่งเหล่าน้ีปัจจุบันเหลือเพียงพระท่ีน่ัง
มูลสถานบรมอาสน์ และพระที่นั่งสมมติเทวราชอุปบัติ
สว่ นพระท่ีนง่ั องค์อน่ื ๆ รอื้ ลงหมดแลว้ ในรัชกาลพระบาท
สมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชโปรดให้สร้าง
พระทน่ี งั่ ขนึ้ ใหมเ่ ชอื่ มตอ่ ดา้ นหลงั พระทน่ี งั่ จกั รมี หาปราสาท
มีขนาดใกล้เคียงกัน พระราชทานช่ือตามพระที่นั่งองค์เดิม
ว่า พระท่นี ่งั บรมราชสถิตยมโหฬาร ด้านหลังพระทน่ี งั่ องค์
น้ีโปรดให้สร้างพระที่น่ังโถงอีกองค์หนึ่งพระราชทานช่ือว่า
พระทนี่ ่งั เทวารัณยสถาน


พระทนี่ ัง่ โถง – พระท่ีนั่งโล่งไม่มีฝา เช่น พระที่นั่งสนามจันทน์ พระที่น่ัง
สีตลาภริ มย์


พระตำหนกั (๑) – หมายถึงอาคารที่ประทับของพระมหากษัตริย์ เช่น พระ
ตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต พระตำหนัก
เปย่ี มสขุ วังไกลกงั วล จงั หวัดประจวบคีรีขันธ์


ตำหนัก – อาคารท่ีประทับของพระราชวงศ์ตั้งแต่ช้ันสมเด็จเจ้าฟ้า
ถึงหมอ่ มเจา้


พลับพลา – ท่ีประทับชัว่ คราวของพระมหากษตั ริย์ สร้างข้นึ สำหรบั งาน
พิธีกลางแจ้งหรือเป็นทีป่ ระทับชวั่ คราว


พลับพลาโถง – พลับพลาที่ไม่มีฝา โดยปกติเป็นท่ีประทับทอดพระเนตร
ขบวนแหห่ รอื ทอดพระเนตรการแสดงต่างๆ


พลบั พลาเปลอี้ งเครอ่ื ง – พลับพลาสำหรับพระมหากษัตริย์เปลี่ยนเครื่องทรง เช่น
ท่ีวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม วัดราชบพิธสถิตมหา

สีมาราม


พระท่นี งั่ ชมุ สาย – พระท่ีนั่งที่สร้างข้ึนสำหรับใช้ช่ัวคราวในการประกอบพระ
ราชพิธีกลางแจ้ง เช่น พระราชพิธีพระราชทานธงไชย
เฉลิมพล


(๑) ปจั จุบันคำนใ้ี ช้แกอ่ าคารท่ปี ระทบั ของพระราชวงศต์ ัง้ แต่สมเดจ็ พระบรมราชนิ ีนาถถงึ สมเด็จเจา้ ฟา้


243

ราชาศัพท์


เฉลิมพระเกียรติในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔


อฒั จันทร์ – บันไดที่ก้าวขึ้นลงของพระที่น่ังและพระตำหนัก ถ้าเป็น
บันไดของตำหนักเรยี กว่า บนั ได อยา่ งคำสามญั


พระทวาร – ประตูของพระที่นั่งและพระตำหนัก ประตูกำแพงแก้วของ
พระท่ีน่ังสำคัญบางองค์ เช่น ประตูกำแพงแก้วด้านตะวัน
ตกและด้านเหนือของพระท่ีนั่งอมรินทรวินิจฉัย มีนามว่า
พระทวารเทเวศรรักษา พระทวารเทวาภิบาล ถ้าเป็น
ประตูของตำหนัก เรียกว่าประตอู ยา่ งคำสามัญ


พระบัญชร – หนา้ ตา่ งของพระทนี่ ัง่


พระแกล – หน้าต่างของพระตำหนกั และตำหนกั


สหี บัญชร – ห น้ า ต่ า ง ข อ ง พ ร ะ ท่ี นั่ ง ที่ พ ร ะ ม ห า ก ษั ต ริ ย์ เ ส ด็ จ อ อ ก ให้
ข้าราชการและประชาชนเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท มี
ลักษณะยาวถึงพื้น มีระเบียงยื่นออกไป เช่น สีหบัญชรที่
พระที่นั่งสุทไธสวรรย์ปราสาท สีหบัญชรท่ีพระท่ีนั่งอนันต-
สมาคม


มขุ เดจ็ – ประตูของพระที่น่ังท่ีพระมหากษัตริย์ประทับว่าราชการ
หอ้ งเคร่ือง(๑) หรือเสด็จออกให้ข้าราชการและประชาชนเฝ้าทูลละอองธุลี
พระบาท เชน่ มขุ เด็จท่ีพระทน่ี ่ังจกั รีมหาปราสาท


– ห้องประกอบอาหาร


หอ้ งพระบรรทม – หอ้ งนอน


หอ้ งแต่งพระองค ์ – ห้องแตง่ ตัว


หอ้ งทรงพระอักษร – หอ้ งเขยี นหนังสือ


หอ้ งทรงพระสำราญ – หอ้ งพักผอ่ น


หอ้ งสรง – ห้องนำ้





(๑) คำว่า เคร่อื ง ที่ประกอบข้นึ เป็นราชาศพั ท์ แบ่งออกเป็น ๒ ประเภท คือ

– เครื่องอปุ โภค ได้แก่ ของใช้สอย เชน่ เครอ่ื งราชปู โภค เครอื่ งสูง เคร่อื งทรง เปน็ ตน้

– เครื่องบรโิ ภค ได้แก่ ของกนิ เช่น เครอ่ื งเสวย


244

หมวดที่ ๙

พระราชพาหนะ




พระราชพาหนะสำหรับพระมหากษัตริย์ทรงหรือประทับ เพ่ือเสด็จพระราชดำเนินไปใน
การพระราชพิธี พิธี หรือทรงปฏิบตั ิพระราชกรณียกจิ มหี ลายประเภทดังน
ี้
๑. พระราชยาน คือพาหนะประเภทมีคานหาม เคล่ือนที่โดยมีเจ้าพนักงานแบกหาม ใช้ในการ
เสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชพิธี พิธีหรือทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ และใช้ในการเชิญ
พระโกศพระบรมศพ พระบรมอัฐิ พระศพ พระอัฐิ พระมหากษัตริย์ สมเด็จพระบรมราชินีนาถ
สมเด็จพระบรมราชนิ ี และพระราชวงศ์ชน้ั สูง

พระราชยานทสี่ ำคัญมีช่อื และลกั ษณะต่างกันดังน
้ี
๑.๑ พระยานมาศ ทำด้วยไม้สลักลายปิดทอง มีคานหามคู่และมีแอกท้ังหน้าหลัง มี
เชอื กห้มุ ผา้ ผูกแอกน้ันแล้วไปคลอ้ งกับลกู ไม้ สำหรับประทบั ราบและมีพนกั พิง ใชค้ นหาม ๘ คน

๑.๒ พระยานมาศสามลำคาน คานหามขนาดใหญ่ทำด้วยไม้ปิดทอง ฐานประดับรูป
เทพนมและครุฑเป็น ๒ ช้ัน มีพนกั มีคานหามสามคาน ใช้คนหาม ๖๐ คน

๑.๓ พระราชยานกง พระราชยานสำหรับประทับห้อยพระบาท ทำด้วยไม้สลักลายปิด
ทอง ฐานประดับด้วยครุฑแบก มกี งกบั พนักพงิ มคี าน ๒ คาน กับแอกและลกู ไม้ ใช้คนหาม ๘ คน
สำหรบั ทรงเวลาปรกต

๑.๔ พระราชยานถม พระราชยานสำหรับประทับห้อยพระบาท ทำด้วยไม้หุ้มด้วยเงิน
ถมลงยาทาทอง มีกระจังปฏิญาณทองคำลงยาราชาวดีประดับ พระราชยานองค์น้ีเจ้าพระยา
นครศรธี รรมราช (น้อย ณ นคร) สร้างถวายในรชั สมยั พระบาทสมเด็จพระนง่ั เกลา้ เจา้ อยู่หัว

๑.๕ พระราชยานงา พระราชยานสำหรับประทับห้อยพระบาท ทำด้วยงาช้างสลักลาย
พระราชยานองค์น้ี พระวรวงศ์เธอ กรมหม่ืนปราบปรปักษ์ รองเสนาบดีกระทรวงวัง ผู้บัญชาการ
กรมพระคชบาลและผู้บัญชาการกรมช่างสิบหมู่ ทรงสร้างร่วมกับพระยาจินดารังสรรค์ (รอด
รัตนศลิ ปิน) ถวายพระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกลา้ เจ้าอยหู่ วั เมอ่ื พุทธศกั ราช ๒๔๓๒

๑.๖ พระท่ีน่ังราชยานพุดตานถม พระราชยานสำหรับประทับห้อยพระบาท ทำด้วยไม้
หุ้มเงินสลักลายพุดตาน ถมลงยาทาทอง เดิมสร้างขึ้นสำหรับเป็นพระราชอาสน์ประจำพระที่น่ัง
จักรีมหาปราสาท ใช้เป็นพระราชยานได้ จึงมีห่วงและคานสำหรับหาม พระท่ีนั่งราชยานองค์นี้
สรา้ งในรชั กาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั พระยาเพชรพิชยั (จนี ) เป็นผู้สรา้ งถวาย


245

ราชาศัพท์


เฉลิมพระเกียรติในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔


๑.๗ พระราชยานทองลงยา พระราชยานสำหรับประทับห้อยพระบาท พระรัตนโกษา
บุตรพระยาเพชรพิชัย (จีน) ผู้สร้างพระราชยานพุดตานถม เป็นผู้สร้างถวายพระบาทสมเด็จ
พระมงกฎุ เกล้าเจ้าอย่หู วั

๑.๘ พระที่น่ังพุดตานกาญจนสิงหาสน์ หรือ พระที่น่ังราชยานพุดตานทอง พระ
ราชยานสำหรับประทับห้อยพระบาท ทำด้วยไม้สลักลายหุ้มทอง ฐานประดับด้วยเทพนมและครุฑ
แบก ๒ ชัน้ เม่ือทอดเหนือพระราชบัลลงั กภ์ ายใต้นพปฎลมหาเศวตฉตั ร เรียกว่า พระทน่ี ่ังพดุ ตาน
กาญจนสิงหาสน์ ใช้เป็นที่ประทับเม่ือพระมหากษัตริย์เสด็จออกในงานพระราชพิธีใหญ่ๆ เช่น
พระราชพิธีบรมราชาภิเษก และรัฐพิธีเปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎร พระท่ีนั่งองค์นี้ใช้เป็น
พระราชยานได้ จึงมีห่วงและคานสำหรับหาม เรียกว่า พระที่น่ังราชยานพุดตานทอง ใช้ในงาน
เสดจ็ พระราชดำเนินโดยขบวนพยหุ ยาตราทางสถลมารค

๑.๙ พระที่น่ังราเชนทรยาน พระราชยานท่ีมีบุษบก ใช้คนหาม ๕๖ คน เป็นท่ีประทับ
เมื่อเสด็จพระราชดำเนินโดยขบวนพระราชอิสริยยศในพระราชพิธีสำคัญ เช่น เสด็จเลียบพระนคร
เนื่องในงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก การเชิญพระโกศพระบรมอัฐิ พระอัฐิ จากพระเมรุมาศ
ท้องสนามหลวงเข้าสพู่ ระบรมมหาราชวัง

๒. ราชรถ

๒.๑ พระมหาพิชัยราชรถ เป็นราชรถท่ีพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก
มหาราชทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สร้างข้ึนในพุทธศักราช ๒๓๓๘ เพ่ือใช้เชิญ
พระโกศพระบรมอัฐิสมเด็จพระปฐมบรมมหาชนกออกถวายพระเพลิง ณ พระเมรุมาศท้องสนาม
หลวง ในพุทธศักราช ๒๓๓๙ เป็นครั้งแรก จากนั้นจึงถือเป็นราชประเพณีที่จะนำราชรถองค์นี้เป็น
ราชรถเชิญพระโกศพระบรมศพพระมหากษัตริย์ พระศพสมเด็จพระอัครมเหสี หรือโปรดให้เชิญ
พระโกศพระศพพระบรมวงศผ์ ้ทู รงศักดิ์ชัน้ สมเด็จเจา้ ฟา้ บางพระองคใ์ นสมยั ตอ่ ๆ มา

ภายหลังการเชิญพระโกศพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ใน
พทุ ธศกั ราช ๒๔๕๓ พระมหาพชิ ยั ราชรถชำรดุ มไิ ดเ้ ชญิ ออกอีกเลย ตอ้ งใช้พระเวชยนั ตราชรถเชิญ
พระโกศพระบรมศพแทน ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวได้บูรณปฏิสังขรณ์
ดว้ ยการเพ่ิมลอ้ อกี ๑ ล้อ เพอ่ื ให้รับน้ำหนกั ได้ดีขนึ้ และสะดวกในการเคลอื่ นยา้ ย รวมท้งั ซอ่ มส่วนท่ี
ชำรุดท่ัวไปให้สมบูรณ์สวยงาม ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพสมเด็จพระศรีนครินทรา
บรมราชชนนี พุทธศักราช ๒๕๓๙ พระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระเจ้าพ่ีนางเธอ
เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ พุทธศักราช ๒๕๕๑ และพระราชพิธี
พระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จเจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี พุทธศักราช ๒๕๕๕
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ใช้
พระมหาพชิ ัยราชรถเชญิ พระโกศพระบรมศพ และพระศพ เพื่อเป็นการถวายพระเกยี รตยิ ศสงู สดุ


246

ราชาศัพท์


เฉลิมพระเกียรติในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔


พระที่น่งั อัฐทศิ อุทมุ พรราชอาสน์ กางกัน้ ดว้ ยพระสปั ตปฎลเศวตฉัตรในพระท่นี ั่งไพศาลทกั ษณิ

247

ราชาศัพท์


เฉลิมพระเกียรติในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔


พระทน่ี ั่งภทั รบฐิ เป็นทป่ี ระทบั รบั เครือ่ งสิริราชกกธุ ภัณฑ์ เครือ่ งราชูปโภค พระแสงราชศสั ตราวธุ

และพระแสงอษั ฎาวธุ ในพระราชพธิ ีบรมราชาภเิ ษก ประดษิ ฐาน ณ พระทีน่ ่ังไพศาลทักษิณ

248

ราชาศัพท์


เฉลิมพระเกียรติในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔


พระท่นี ั่งบษุ บกมาลามหาจกั รพรรดพิ ิมาน ภายในท้องพระโรงพระท่นี ั่งอมรนิ ทรวนิ จิ ฉัย

ดา้ นหนา้ ประดิษฐานพระทนี่ ง่ั พุดตานกาญจนสงิ หาสน์ ภายใต้นพปฎลมหาเศวตฉัตร


249

ราชาศัพท์


เฉลิมพระเกียรติในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔


พระแท่นราชบลั ลงั ก์ประดบั มกุ กางก้ันดว้ ยนพปฎลมหาเศวตฉัตร

ในพระทีน่ ่งั ดุสติ มหาปราสาท

250


Click to View FlipBook Version