บทท่ี ๑ ภาษาพาที ป.๔ หน้า ๑
ขนมไทยไรเ้ ทยี มทาน
เรอ่ื งย่อ เปียกปูนไม่พอใจที่ถูกพี่ ๆ ล้อเรื่องช่ือ ยายจึงปลอบใจ
จนเธอรู้สึกดีข้ึน ต่อมาหลานคนอ่ืน ๆ ก็เข้ามาถามหาขนม
พอเด็ก ๆ เปิดห่อขนมก็ต้องหัวเราะพร้อมกัน เพราะเป็น
ขนมเปียกปูนสีเขียว ยายบอกว่า สีเขียวได้จากใบเตย สีดําได้
จากการนํากาบมะพร้าวมาเผาไฟ แล้วโขลกกรองเอาแต่นํ้า
สีฟ้าได้จากดอกอัญชันแต่ถ้าบีบมะนาวลงไปจะกลายเป็นสีม่วง
สเี หลืองได้จากฟักทอง
ปองอยากกินขนมชั้นและชมว่ากลิ่นหอม ยายบอกว่ากล่ินหอมน้ันเป็น
กล่ินดอกมะลิ ส่วนน้ําจะนํามาคั้นกะทิลอยดอกมะลิค้างคืนไว้ แล้วจึงนํามาทํา
เป็นขนมช้ันโดยจะเทแป้งทีละชั้น แต่ต้องรอให้แป้งแต่ละช้ันเริ่มเย็นก่อนจึงเทแป้ง
ชั้นใหม่ทับลงไป ซึ่งสะท้อนให้เห็นวัฒนธรรมไทย ท่ีมีความละเอียดอ่อน นุ่มนวล
ฝึกให้คนทาํ ใจเยน็ อดทน ชา่ งสังเกต และมศี ลิ ปะ
ยายเล่าว่าขนมไทยส่วนใหญ่มีความหมายทั้งน้ัน ขนมช้ันทําในงานฉลองยศ
เพราะหมายถึง ชั้น ลําดับยศ ขนมถ้วยฟู หมายถึง ความก้าวหน้าเพื่องฟู ส่วนขนม
ตระกลู ทอง เช่น ทองหยบิ ทองหยอด ฝอยทอง ทองเอก ทองพลุ ทองมว้ น กินแล้ว
จะมีเงินทองใช้ และขนมเม็ดขนุนมีความหมายในทางเก้ือหนุนว่า มีคนสนับสนุน
ช่วยเหลือ
นอกจากน้ียายยังมีขนมกล้วย ขนมตาล ขนมเผือก ขนมฟักทอง ใช้วิธีห่อ
อีกแบบหน่ึง และใบตองก็ไม่ใช่สีเขียวสดให้หลานกินกันอีกด้วย ยายบอกว่า
คนไทยเกง่ ทาํ ขนมได้แปลก ๆ นําแป้ง นํา้ ตาล กะทิมาผสมกัน
บทท่ี ๑ ภาษาพาที ป.๔ หน้า ๒
ขนมไทยไรเ้ ทยี มทาน
ให้มีรสละมุนหวานมัน หากไม่ต้องการให้หวานจัดต้องใส่
กะทิคู่นํ้าตาล เพราะความมันของกะทิจะช่วยลดความหวาน
ของนํา้ ตาลลง
ยายเล่าให้ฟังว่า ขนมกล้วย ขนมตาล ขนมเผือก
ขนมฟักทอง จะใช้ใบตองห่อแล้วนึ่ง ส่วนขนมเปียกปูน
จะกวนก่อนแลว้ ตัดเป็นชน้ั มาห่อ
ขนมไทยยังมีอีกหลายวิธี คือ กวน เช่ือมสด เช่ือมแห้ง นึ่ง ผึ่ง เผา จ่ี ปิ้ง
และย่าง แล้วยังมีขนมน้ําและขนมใส่นํ้าแข็ง ยายพูดว่าวันหลัง ยายจะเล่าถึง
ขนมจา่ มงกุฎ ขนมตม้ ขาว ขนมต้มแดง ข้าวเหนียวเปียก ขนมบ้าบ่ิน ขนมลืมกลืน
ขนมเทียนแก้ว ขนมหน้านวล ขนมเรไร ขนมหม้อแกง ขนมกลีบลําดวน
ขนมสอดไส้ และขนมอ่ืน ๆ ให้ฟัง หลานทุกคนคิดตรงกันว่า ขนมไทยไร้เทียมทาน
จรงิ ๆ
บทที่ ๑ ภาษาพาที ป.๔ หน้า ๓
ขนมไทยไร้เทียมทาน
เติมคําศัพท์ไดค้ วามหมาย
ร ดก ะ เ ด จ น
๑ อาการที่โกรธหรอื แกลง้ ทาํ โกรธ ๒ พดู ชี้แจงอย่างละเอยี ดลออถถ่ี ว้ น
ร บร นร ย
๓ บุคคลท่นี บั ตง้ั แต่ปู่ ย่า ตา ยาย ขนึ้ ไป ๔ สบายใจ
ว ธร ม
๕ สง่ิ ท่ีแสดงถึงความเจริญงอกงามของหมู่คณะ ๖ นมุ่ นวลกลมกล่อม
ข สดส ม
๗ ขนมชนิดหน่งึ มไี สท้ ําด้วยมะพรา้ วกวน ๘ จวนสกุ
กับน้าํ ตาล หุ้มดว้ ยแปง้ ห่อใบตองและนําไปนึ่ง
ป ดป ด มญ
๙ ตั้งใจทําอย่างประณตี งดงาม ๑๐ พื้นความรู้ความสามารถ
ความคิดทช่ี าญฉลาด
ผ
ร
๑๑ ทําของให้สุกโดยใช้ไฟ
ทั้งข้างลา่ งและข้างบน ๑๒ อาการทไ่ี ปพรอ้ ม ๆ กัน
บทท่ี ๑ ภาษาพาที ป.๔ หนา้ ๔
ขนมไทยไรเ้ ทยี มทาน ๓ รืน่ รมย์
เขียนคาํ อ่านของคาํ ต่อไปนี้ อา่ นว่า
๑ บรรพบรุ ุษ ๒ ภมู ิปัญญา ๖ ชาญฉลาด
อา่ นว่า อ่านว่า อา่ นวา่
๔ วฒั นธรรม ๕ ภาชนะ ๙ สนับสนนุ
อ่านวา่ อา่ นว่า อา่ นว่า
๗ ผลติ ผล ๘ เสนห่ ์จนั ทร์
อ่านวา่ อ่านว่า
๑๐ สตู รโบราณ ๑๑ ธรรมชาติ ๑๒ ขนม
อ่านว่า อ่านว่า อ่านว่า
๑๓ คณุ คา่ ๑๔ ประณีต ๑๕ สามัคคี
อ่านว่า อ่านว่า อ่านวา่
๑๖ พูดแทรก ๑๗ เหตกุ ารณ์ ๑๘ สลบั
อา่ นวา่ อา่ นวา่ อา่ นวา่
บทที่ ๑ ภาษาพาที ป.๔ หน้า ๕
ขนมไทยไรเ้ ทียมทาน
บอกชอื่ ขนมไทยและโยงเส้นความเช่ือท่สี ัมพนั ธก์ ัน
๑
เชอื่ วา่ จะใหค้ รองรักยืดยาว
๒
เชื่อวา่ จะมีเงนิ ทองให้หยิบใช้
๓ เชอื่ วา่ จะไดเ้ ลอ่ื นชน้ั เล่ือนตาํ แหนง่
๔ เชื่อว่าจะมีคนรกั คนหลงดงั เสน่ห์
ของผลจันทร์
๕ เชอ่ื วา่ จะมีความเจริญเฟอ่ื งฟู
๖ เชอ่ื ว่าการทํางานจะได้เป็น
หวั หนา้ สูงสุด
๗
เชื่อว่าจะมีคนสนบั สนนุ ดา้ นตา่ ง ๆ
บทท่ี ๑ ภาษาพาที ป.๔ หนา้ ๖
ขนมไทยไร้เทียมทาน
แยกประเภทขนมไทยใหถ้ กู ต้อง
ทบั ทมิ กรอบ
กล้วยเช่อื ม
ลอดช่อง
กลว้ ยป้งิ
ประเภทเช่อื ม ประเภทนาํ้ ประเภทปิง้
๑ ๑ ๑
๒
๒ ๓ ๒
๓ ๓
๔
๔ ๕ ๔
๕ ๕
บทที่ ๑ ภาษาพาที ป.๔ หนา้ ๗
ขนมไทยไรเ้ ทยี มทาน
แยกประเภทขนมไทยใหถ้ กู ต้อง (ตอ่ )
ข้าวเหนยี วสงั ขยา
ประเภทกวน ประเภทน่ึง
๑ ๑
๒ ๒
๓ ๓
๔ ๔
๕ ๕
บทท่ี ๑ ภาษาพาที ป.๔ หนา้ ๘
ขนมไทยไรเ้ ทียมทาน
๑ จับคสู่ ีทีไ่ ด้จากธรรมชาติ
สีสม้ กระเจี๊ยบ
กาบมะพร้าวเผาใหด้ ําไหม้
๒ นาํ้ มะนาวที่บีบลงไปทด่ี อกอญั ชัน
สีน้าํ ตาล ฟักทอง, ดอกคาํ ฝอย,ขม้ินชนั
แครอท
๓ ใบเตย
สแี ดง อญั ชัน
นํา้ ตาลเค่ยี วไหม้
๔
สเี ขียว
๕
สีดํา
๖
สีฟา้
๗
สีม่วง
๘
สีเหลอื ง
บทที่ ๑ ภาษาพาที ป.๔ หนา้ ๙
ขนมไทยไร้เทียมทาน
ใช้มาตราตัวสะกดแม่ไหนหนอ
๑ กระ แม่ ๒ แม่
กระยาสารท ยา แม่ กลีบลาํ ดวน แม่
สารทแม่ แม่
๔ แม่
๓ แม่ ลูกบัวต้ม แม่
ข้าวเหนยี วเปยี ก แม่ แม่
แม่ ๖ แม่
๕ แม่ ครองแครง แม่
ทับทิมกรอบ แม่
แม่ ๘ แม่
ซ่าหริม่ แม่
๗ แม่
ลอยแกว้ แม่
๙ แม่ ๑๐ แม่
เรไร แม่ บ้าบิ่น แม่
บทที่ ๑ ภาษาพาที ป.๔ หนา้ ๑๐
ขนมไทยไร้เทียมทาน
เตมิ ชอื่ ขนมทขี่ าดหายไปใหส้ มบรู ณ์
นา้ํ กะทิ ไส้กลว้ ย มงกุฎ ลอยแก้ว
ดอกไม้ บวชชี
จันทร์
๑ ขนมนาํ้ ๖ ปลากรมิ
๒ ข้าวต้มมดั ๗ เสน่ห์
๓ ขนมจา่ ๘ กลว้ ย
๔ ลูกตาล ๙ ขนม
๕ ลอดช่อง ๑๐ หยก
บทที่ ๑ ภาษาพาที ป.๔ หน้า ๑๑
ขนมไทยไรเ้ ทียมทาน
ตอบคําถามตามเนือ้ เร่ือง
๑ ปูน มักจะถกู ล้อเลียนดว้ ยการเรียกช่อื วา่ อะไร
ตอบ
๒ คณุ ยายบอกกับปูนว่าช่อื ของปูนเหมือนวิชาอะไร
ตอบ
๓ นกั เรียนคิดว่าไม้กลดั ท่ีห่อขนมดว้ ยใบตองทํามาจากอะไร
ตอบ
๔ ดอกอญั ชนั ใหส้ ธี รรมชาติเปน็ สใี ด และนาํ สีท่ีได้นน้ั ไปทําขนมชนดิ ไหน
ตอบ
๕ ถา้ นกั เรยี นต้องการสธี รรมชาติเป็นสีม่วงจะมวี ิธกี ารทาํ อยา่ งไร
ตอบ
๖ สีธรรมชาตทิ เ่ี ป็นสเี หลอื ง ไดจ้ ากพืช ผกั ผลไม้ ชนิดใดบ้าง (บอกมา ๓ ชนิด)
ตอบ
๗ ขนมในตระกลู ทองมชี นดิ ใดบา้ ง (บอกมา ๖ อยา่ ง)
ตอบ
๘ วัตถดุ บิ ชนิดใดทชี่ ว่ ยลดความหวานของน้าํ ตาลลงได้
ตอบ
บทท่ี ๑ ภาษาพาที ป.๔ หนา้ ๑๒
ขนมไทยไร้เทยี มทาน
(ตอ่ )
ตอบคาํ ถามตามเนอ้ื เรือ่ ง
๙ ยกตวั อย่างขนมท่ีใช้ใบตองสดห่อขนม (๓ ชื่อ)
ตอบ
๑๐ ยกตวั อยา่ งขนมท่ีใชใ้ บตองห่อแล้วน่งึ (๓ ชือ่ )
ตอบ
๑๑ ขนมบวั ลอย เผอื กแกงบวด ทับทิมกรอบ จดั เป็นขนมหวานประเภทใด
ตอบ
๑๒ ข้าวเหนยี วหน้ากุ้ง ข้าวเหนยี วสังขยา จดั เปน็ ขนมหวานประเภทใด
ตอบ
๑๓ นกั เรียนชอบรบั ประทานขนมหวานชนิดใด
ตอบ
๑๔ ในบทเรียนนีน้ กั เรยี นได้ความรู้อะไรบา้ งท่ีเปน็ ประโยชนต์ อ่ ตนเอง
ตอบ
บทที่ ๑ ภาษาพาที ป.๔ หนา้ ๑๓
ขนมไทยไร้เทยี มทาน
การอ่าน
การอา่ นในใจ มี ๒ แบบ การอ่านออกเสียง
ไมช่ ้ตี ามตัวอักษร
อา่ นอยา่ งรวดเรว็ ไม่อา่ นยอ้ นไปยอ้ นมา
ไมท่ าํ ปากขมบุ ขมิบ หรอื ส่ายหน้าไปตามตวั หนังสือ
มีสมาธิในการอ่าน
จับใจความสําคัญของเรอ่ื งท่อี ่านได้
การอา่ นจบั ใจความ
ตัง้ เป็นคําถาม จดั ทาํ แผนภาพความคิด
ใคร ทาํ อะไร ทีไ่ หน
เมอ่ื ไร อยา่ งไร
บทที่ ๑ ภาษาพาที ป.๔ หน้า ๑๔
ขนมไทยไร้เทยี มทาน การอ่าน
ขดี / หนา้ ขอ้ ความทถ่ี ูก และขีด X หน้าขอ้ ความที่ผิด
๑ การอา่ น จัดว่าเป็นทกั ษะในการสอ่ื สารทกั ษะหนึง่
๒ การอา่ น แบ่งออกเป็น ๒ ประเภท คอื การอ่านนอกใจ และการอ่านในใจ
๓ การอ่านในใจ หมายถึง การอ่านทไี่ ม่มกี ารเปล่งเสยี งใดๆ ออกมาทัง้ ส้ิน
๔ ในการอา่ นในใจ ผอู้ า่ นต้องมีสมาธิ ทาํ จิตใจใหจ้ ดจอ่ อยกู่ ับสิ่งท่ีอ่านเท่านนั้
๕ การอ่าน หมายถึง การแปลความหมายตามตัวอักษรที่อ่านออกมาเป็น
คาํ พดู
๖ การอ่าน เป็นการสื่อสารชนิดหนึ่งที่สามารถนําความรู้ ความคิด หรือ
สาระท่ีไดจ้ ากเรอื่ งท่ีอ่านไปใชป้ ระโยชน์ในชวี ติ ประจาํ วันได้
๗ การท่ีเราจะอ่านจับใจความสําคัญของเร่ืองที่อ่านได้เราต้องต้ังให้เป็น
คาํ ถามและนําคาํ ตอบทไี่ ด้มาเขียนเปน็ ย่อหน้า
๘ ในการอ่านหนังสือหากอ่านอยู่ในท่ีท่ีแสงไม่พอ หรืออ่านขณะที่รถกําลัง
แล่นอาจทําให้เสยี สายตาได้
๙ ในการอ่านหนงั สอื การชะโงกหนา้ เขา้ ไปอา่ นหนังสอื ขณะทผี่ อู้ ืน่ กําลังอา่ น
อยถู่ อื ว่าไม่มมี ารยาท
๑๐ การอ่านจับใจความสําคัญสามารถทําได้โดยการต้ังเป็นคําถามว่า ใคร
ทําอะไร ท่ีไหน เมื่อไร อย่างไร แล้วนําคําตอบทั้งหมดมาเขียนเป็น
ย่อหน้า ก็จะเขา้ ใจวา่ ใจความสําคัญคอื อะไร
บทท่ี ๑ ภาษาพาที ป.๔ หน้า ๑๕
ขนมไทยไรเ้ ทยี มทาน ตวั การันต์
เตมิ ตวั การันตล์ งในชอ่ งวา่ งให้ถูกต้อง
๑ เหตกุ าร ๒ เสน่ จัน ๓ ผลิตภัณ
๔ สังหร ๕ คาํ ประพนั ๖ สขุ ทุก
๗ วิวา ๘ วิทยาศาส ๙ รื่นรม
๑๐ คฤหาส ๑๑ อุโมง ๑๒ เคานเ์ ตอ
๑๓ เจา้ เล่ ๑๔ ชงิ ทรัพ ๑๕ นาฏศิล
๑๖ สตาง ๑๗ สมบูร ๑๘ อารม
๑๙ นวลจนั ๒๐ มเิ ตอ ๒๑ พทุ ธอง
๒๒ ทิวทัศ ๒๓ แถลงการ ๒๔ ฮอ โมน
บทที่ ๑ ภาษาพาที ป.๔ หน้า ๑๖
ขนมไทยไรเ้ ทยี มทาน
อา่ นจบั ใจความ
ยอดอยากจะร่วมทําบุญกับเพ่ือน ๆ แต่เขาไม่มีเงิน ยอดไม่อยาก
รบกวนพ่อแม่ ระยะน้ีพ่อกับแม่ต้องใช้เงินมาก เพราะน้องคนเล็กเป็น
ไข้เลือดออก ต้องไปหาหมอและเสียค่ายาไปมาก ยอดคิดวิธีท่ีจะหารายได้
ช่วยพ่อแม่ ในที่สุดก็นึกออกว่า เขาจะไปรับจ้างล้างจานท่ีร้านอาหาร
ในตอนเย็น เพราะกลางวันเขาตอ้ งเรียนหนังสือ
๑ ใครอยากทาํ บุญแตไ่ มม่ เี งิน ค. กลา้
ก. ยอด ข. กอ้ ง
๒ ทําไมยอดจงึ ไมข่ อเงินจากพอ่ แม่ ค. ตวั ร้อน เป็นหวัด
ค. รบั จา้ งขุดดนิ
ก. เพราะพอ่ แมไ่ มม่ ีเงิน ค. ตอนเย็น
ข. เพราะกลัวพอ่ แม่ดุ
ค. เพราะพ่อแมใ่ ช้เงนิ มากในการรกั ษาน้อง
๓ น้องของยอดไม่สบายเป็นอะไร
ก. ทอ้ งเสีย ข. ไข้เลือดออก
๔ ยอดหารายไดด้ ว้ ยวธิ ใี ด
ก. รับจ้างล้างจาน ข. รบั จ้างถางหญ้า
๕ ยอดทาํ งานหารายได้ในเวลาใด
ก. ตอนเชา้ ข. ตอนกลางวนั
บทที่ ๑ ภาษาพาที ป.๔ หนา้ ๑๗
ขนมไทยไร้เทียมทาน
อ่านจบั ใจความ (ต่อ)
เดชาและน้องเดินไปเท่ียวในสวนหลังบ้าน เดชาเห็นก้ิงกือกําลังเล้ือย
ไปบนพื้นดิน น้องของเขาช้ีให้ดูหิ่งห้อยที่ต้นไม้ ทันใดนั้นฝนก็ตกลงมา
พระจันทร์โดนเมฆฝนบังจนหมดแสง อึ่งอ่างส่งเสียงร้องระงม ท้ังสองคน
รบี ว่ิงกลับบา้ น
ใคร
ทาํ อะไร
ที่ไหน
เมอ่ื ไร
อยา่ งไร
บทท่ี ๑ ภาษาพาที ป.๔ หนา้ ๑๘
ขนมไทยไรเ้ ทยี มทาน
อา่ นจับใจความ (ตอ่ )
ฉันเปน็ ขนมไทย ทําในเทศกาล
เดอื นสบิ สืบสาน กินคู่กลว้ ยไข่
ทาํ จากข้าวพอง ถัว่ งาควั่ ใหม่
แบะแซน้ําตาลใส่ กวนใหเ้ ขา้ กัน
บทร้อยกรองนเ้ี ป็นเร่ืองเกี่ยวกับอะไร
มีส่วนผสมอะไรบ้าง
มวี ิธกี ารทาํ อย่างไร
ขนมดังกล่าวนิยมทานคู่กับผลไม้ใด
จะพบขนมน้ีได้ในชว่ งใดของปี
ขนมทว่ี า่ นีม้ ีชอื่ เรยี กว่าอยา่ งไร
ฉนั เป็นขนมไทย ลอกไดเ้ ป็นช้นั
ตดั เป็นชิ้นอนั เทเปน็ ชั้นด้วยแปง้
ทาํ สกุ โดยน่ึง ขาวเขียวมว่ งแดง
หนนู ้อยยิม้ แฉง่ ฉันช่ือขนมอะไร
ขนมไทยตามบทรอ้ ยกรองนที้ ําจากวัตถดุ บิ อะไร
ขนมดงั กล่าวมลี ักษณะพิเศษอยา่ งไร
บทท่ี ๑ ภาษาพาที ป.๔ หนา้ ๑๙
ขนมไทยไรเ้ ทยี มทาน (ต่อ)
ลักษณะพิเศษตามขอ้ ๘ เกดิ จากกลวธิ ีใด
ขนมนม้ี ีวธิ ีการทาํ อย่าไร
สขี าว เขยี ว มว่ ง แดง ได้จากสง่ิ ใดบา้ ง
ขนมไทยตามบทร้อยกรองนี้มชี ือ่ เรียกวา่ อยา่ งไร
ขนมช้นั นิยมทําหรือใชใ้ นงานใด
ฉนั เป็นขนมไทย ใช้แปง้ กลมหอ่
ขา้ งในนัน้ หนอ มไี สเ้ ป็นถว่ั
บา้ งไสม้ ะพร้าว หวานเคม็ ถว้ นทั่ว
ใบตองหอ่ รอบตวั หัวแหลมตัง้ บน
ขนมไทยตามบทรอ้ ยกรองนม้ี ีลกั ษณะอยา่ งไร
ไสข้ นมดังกลา่ วทําจากสิ่งใด
ขนมดังกลา่ วมรี สชาติใดบ้าง
ขนมทวี่ ่านห้ี ่อดว้ ยส่งิ ใด
ขนมไทยตามบทร้อยกรองนม้ี ชี ่ือเรยี กวา่ อยา่ งไร
ขนมตามบทรอ้ ยกรองมวี ิธีทาํ ให้สุกได้อยา่ งไร
เทศกาลใดทีน่ กั เรียนจะพบขนมตามบทร้อยกรองมากที่สุด
บทที่ ๑ ภาษาพาที ป.๔ หน้า ๒๐
ขนมไทยไรเ้ ทยี มทาน
เลือกข้อที่ถกู ต้องทสี่ ุด
๑ ใครท่เี ดนิ หน้ามยุ่ เขา้ มาน่ังบนตัง่ ใกล้ยาย
ก. ปูน ข. ปอ๋ ง ค. แป้ง ง. ปอ
๒ วชิ าที่ยายบอกวา่ มีช่อื ของปนู อยูด่ ว้ ยคือวิชาอะไร
ก. วทิ ยาศาสตร์ ข. พลศึกษา
ค. คณิตศาสตร์ ง. ศิลปะ
๓ สีเขยี วของขนมเปยี กปนู ไดม้ าจากสขี องอะไร
ก. ดอกอัญชัน ข. ใบเตย
ค. กาบมะพร้าวเผา ง. ดอกจําปี
๔ หากอยากทําขนมเปยี กปนู ให้มีสีดําควรใช้สีจากอะไร
ก. ดอกอญั ชนั ข. ใบเตย
ค. กาบมะพร้าวเผา ง. ดอกจําปี
๕ ถา้ ตอ้ งการทําขนมใหอ้ อกมาเป็น “สเี หลอื ง” ควรใช้วตั ถดุ ิบจากธรรมชาตใิ นขอ้ ใด
ก. กาบมะพร้าวเผา ข. อญั ชนั
ค. กระเจย๊ี บ ง. ฟกั ทอง
๖ ข้อใดไมใ่ ชล่ กั ษณะของขนมเปียกปนู
ก. มีสเี ขียวหรือสดี าํ
ข. ใชว้ ิธกี ารทาํ คือน่ึง
ค. มักโรยหน้าด้วยมะพร้าว
ง. มักตดั เปน็ ชิ้นสเี่ หลยี่ มเล็ก ๆ พอดีคาํ
บทท่ี ๑ ภาษาพาที ป.๔ หนา้ ๒๑
ขนมไทยไร้เทยี มทาน
เลือกข้อที่ถกู ตอ้ งท่ีสุด
๗ คนไทยสว่ นใหญเ่ ชอื่ ว่ากินขนมใดจะมเี งนิ ทองใช้
ก. ขนมชัน้ ข. ขนมเม็ดขนุน
ค. ขนมถว้ ยฟู ง. ขนมทองหยอด
๘ ขนมใดมคี วามหมายในทางเก้อื หนุน
ก. ขนมช้นั ข. ขนมเม็ดขนุน
ค. ขนมฝอยทอง ง. ขนมกลว้ ย
๙ ขนมไทยในขอ้ ใดนิยมทาํ ในงานฉลองยศมากที่สุด
ก. ขนมชน้ั ข. ขนมถว้ ยฟู
ค. ขนมทองมว้ น ง. ขนมกลบี ลาํ ดวน
๑๐ ขนมไทยในขอ้ ใดมวี ิธีการทาํ แตกตา่ งจากขอ้ อน่ื
ก. ขนมชอ่ ม่วง ข. ขนมลมื กลืน
ค. ขนมใสไ่ ส้ ง. ขนมนํา้ ดอกไม้
๑๑ ผลไมใ้ นขอ้ ใดที่นํามาใชท้ าํ ขนมไทยได้หลายชนดิ
ก. มะม่วง ข. ลาํ ไย
ค. กล้วย ง. ส้ม
๑๒ ขนมชนิดใดทค่ี ุณยายนาํ มาหอ่ ด้วยใบตองแลว้ น่ึง
ก. ขนมเปยี กปูน ข. ข้าวเหนยี วสงั ขยา
ค. ขนมกล้วย ง. ถ่วั กวน
บทท่ี ๑ ภาษาพาที ป.๔ หน้า ๒๒
ขนมไทยไรเ้ ทียมทาน
เลือกขอ้ ทถี่ กู ตอ้ งทส่ี ุด
๑๓ ข้อใดไม่ใชว่ ิธกี ารทาํ ขนมของไทย
ก. จี่ ข. อบ ค. นึง่ ง. กวน
๑๔ ขนมไทยในขอ้ ใดมีลกั ษณะรปู รา่ งตรงตามชือ่ ทีเ่ รยี ก
ก. ขนมครก ข. ขนมเทียน
ค. ขนมหม้อแกง ง. ขนมกลบี ลําดวน
๑๕ ขนมไทยส่วนใหญ่ทาํ มาจากวัตถดุ บิ ต่อไปนี้ ยกเวน้ ขอ้ ใด
ก. เนย ข. นาํ้ ตาล
ค. กะทิ ง. แปง้
๑๖ ขนมชนดิ ใดเป็นขนมนํ้าทงั้ หมด
ก. ขนมลมื กลืน ขนมหมอ้ แกง ข. ขนมสอดไส้ ขนมกล้วยบวชชี
ค. ขนมปลากริมไขเ่ ตา่ ขนมบวั ลอย ง. ขนมเทยี น ขนมครอบแครง
๑๗ “แม่ค้าสมัยใหม่บางคนเอาเร็วเข้าว่า เพราะกว่าจะเทแป้งแต่ละชั้นได้ต้องทําให้
ช้ันเดิมสีหนึ่งเร่ิมเย็นก่อนจึงค่อยเทแป้งช้ันใหม่อีกสีหนึ่งทับลงไปสลับด้วยแป้ง
อกี ชนั้ หนึ่งทไ่ี ม่ผสมสี” หมายถงึ ขนมชนิดใด
ก. ขนมทองม้วน ข. ขนมซ่าหริม่
ค. ขนมเสนห่ ์จันทร์ ง. ขนมชนั้
๑๘ “ขนมไทยตอ้ ง
ใหส้ วยงาม” ควรเตมิ คาํ ใดลงในช่องวา่ ง
ก. คน้ คว้า ข. พยายาม ค. คดิ คน้ ง. ประดดิ ประดอย
บทท่ี ๑ ภาษาพาที ป.๔ หน้า ๒๓
ขนมไทยไร้เทยี มทาน
เลอื กขอ้ ที่ถูกต้องทส่ี ุด
๑๙ ข้อใดไม่ใชว่ ัฒนธรรมไทยท่ีสะท้อนออกมาจากการทําขนม
ก. ใจเยน็ ข. รกั สนกุ ค. นุ่มนวล ง. ละเอยี ดออ่ น
๒๐ ขนมกลุ่มใดมีความหมายว่าทานแลว้ จะมีเงินทองใช้
ก. ขนมชน้ั ขนมถว้ ยฟู ข. ขนมทองหยบิ ทองหยอด
ค. ขนมตาล ขนมกลว้ ย ง. ลอดช่องนาํ้ กะทิ ขนมเมด็ ขนนุ
๒๑ ถา้ อยากใหส้ ที ไี่ ดจ้ ากดอกอัญชันกลายเป็นสีม่วงจะมวี ธิ กี ารทาํ ไดโ้ ดยวธิ ีใด
ก. ใส่นา้ํ กะทิ ข. ใสน่ ้ําปูน ค. ใสน่ า้ํ มะนาว ง. ใส่นํา้ ตาล
๒๒ เหตุใดใบตองทใี่ ชห้ อ่ ขนมตาล และห่อขนมเปยี กปนู จึงมีสีตา่ งกนั
ก. เปน็ ขนมคนละชนิด
ข. ขนมตาลห่อก่อนแลว้ นํามานึ่ง ส่วนขนมเปยี กปนู นํามากวนกอ่ นแลว้ นาํ มาห่อ
ค. ขนมตาลมลี กู ตาลเปน็ สว่ นผสม
ง. ขนมเปียกปูนไม่รอ้ นเท่าขนมตาล
๒๓ “ขนมไทยแท้แต่โบราณ เขาไม่ใช้สีวิทยาศาสตร์หรอกจ้ะ ใช้แต่สีจากธรรมชาติ
เทา่ นั้น เปน็ ของบรรพบรุ ษุ ไทย” ควรเตมิ คาํ ในขอ้ ใด
ก. ภูมฐิ าน ข. ภมู ปิ ัญญา ค. ภูมิใจ ง. ภาคภูมิ
๒๔ “ขนมไทยสูตรโบราณ เอาแป้งอบดอก ก่อน ส่วนน้ําที่จะนํามาคัน้ กะทิก็ลอย
ดอก ค้างคืนไว้ ขนมจงึ มกี ล่ินหอม” ควรเตมิ คําในข้อใด
ก. มะลิ, เขม็ ข. จําปี, จําปา
ค. กหุ ลาบ, ดาวเรอื ง ง. มะลิ, มะลิ
บทท่ี ๑ ภาษาพาที ป.๔ หนา้ ๒๔
ขนมไทยไรเ้ ทยี มทาน
เลือกข้อทีถ่ กู ตอ้ งทส่ี ดุ
๒๕ ขอ้ ใดสนบั สนนุ คาํ กล่าวท่ีวา่ “ขนมไทยเป็นมรดกทมี่ คี ณุ คา่ ของชาติไทย”
ก. ได้รับคาํ นิยมไปท่ัวโลก ข. ทําขนมไดอ้ รอ่ ยกวา่ ชาตอิ ืน่ ๆ
ค. สะท้อนถงึ ภมู ิปญั ญาของบรรพบรุ ษุ ไทย ง. ไดช้ ่ือว่าเปน็ ขนมท่ีแพงทส่ี ดุ ในโลก
๒๖ เหตุผลใดท่ีทาํ ให้ตัวละครในเรอื่ งคดิ เหมือนกันว่า ขนมไทยไรเ้ ทียมทาน
ก. ความช่างคดิ ต้ังชอ่ื ขนมไทยใหม้ คี วามหมายในทางที่ดี
ข. ความช่างคิดประดดิ ประดอยตกแต่งขนมไทยใหส้ วยงามน่ากนิ
ค. ความชา่ งคดิ ทําขนมไทยจากแป้ง น้ําตาล และมะพร้าวได้หลายชนดิ
ง. ถูกต้องทุกข้อทกี่ ลา่ วมา
๒๗ ถา้ คณุ ปู่ของนักเรียนไดเ้ ล่ือนตาํ แหน่งสงู ข้นึ นกั เรยี นคิดว่าคณุ พ่อควรนําขนมใด
ไปแสดงความยินดีกบั ทา่ น
ก. ขนมเม็ดขนุน ขนมทองเอก ข. ขนมชั้น ขนมจา่ มงกฎุ
ค. ขนมหมอ้ แกง ขนมฝอยทอง ง. ขนมถว้ ยฟู ขนมถั่วกวน
๒๘ ในประเพณีทาํ บุญสารทเดือนสบิ ของชาวใต้ นักเรยี นจะพบขนมใดในงานบญุ
ก. ขนมกระยาสารท ขนมกง ข. ขนมใส่ไส้ ขนมเทียน
ค. ขนมหม้อแกง ขนมเม็ดขนุน ง. ขนมรา ขนมเจาะหู
๒๙ ขนมในข้อใดมวี ิธที าํ ให้สกุ ต่างไปจากพวก
ก. ขา้ วหลาม ขนมจาก ข. ขนมใส่ไส้ ขนมเทยี น
ค. ขนมถ้วยฟู ขนมสงั ขยา ง. ข้าวต้มมัด ขา้ วต้มน้ําวนุ้
บทที่ ๑ ภาษาพาที ป.๔ หน้า ๒๕
ขนมไทยไรเ้ ทยี มทาน
เลือกข้อทถี่ กู ต้องทีส่ ดุ
๓๐ “การทาํ ขนมไทยสะทอ้ นใหเ้ ห็นถึง (วัด-ทะ-นะ-ทํา) ไทย ที่มีความ
ละเอียดอ่อน นมุ่ นวล” ควรเติมคาํ ข้อใด
ก. วัฒนธรรม ข. วดั นธรรม ค. วฒั นะธรรม ง.วดั ทะนะทาํ
๓๑ คาํ พูดของยายในขอ้ ใดแสดงให้เหน็ ถึง “ภมู ปิ ญั ญาของบรรพบรุ ุษไทย”
ก. คนไทยเปน็ ชาตทิ ่รี ักสวยรกั งาม ตอ้ งประดดิ ประดอยตกแตง่ ของกิน
ข. สว่ นน้ําท่ีจะนาํ มาคนั้ กะทกิ ็ลอยดอกมะลิคา้ งคืนไว้ ขนมจงึ มกี ลน่ิ หอม
ค. ขนมเมด็ ขนุน มีความหมายไปในทางเกอ้ื หนนุ ว่ามีคนคอยสนบั สนุนชว่ ยเหลือ
ง. ถ้าปลกู มะลิใชเ้ องได้ยิง่ ดี แต่ถ้าซือ้ ตอ้ งแนใ่ จวา่ ไมม่ ยี าฆ่าแมลงตกคา้ งอยู่
๓๒ การทําขนมไทยสะทอ้ นให้เหน็ ลักษณะนสิ ยั ของคนไทยสมยั กอ่ นหลายอยา่ ง
ยกเว้นขอ้ ใด
ก. ความมศี ิลปะ ชอบดัดแปลงตกแตง่ อาหาร
ข. ความใจเยน็ มีความอดทน
ค. ความเป็นคนช่างสงั เกต
ง. ความมีน้าํ ใจเออ้ื เฟื้อเผอื่ แผ่
๓๓ ข้อใดไมใ่ ชห่ ลักปฏบิ ัติท่ีถูกตอ้ งของการอา่ นในใจ
ก. ค่อย ๆ กวาดสายตาอา่ นอย่างช้า ๆ
ข. ไม่ออกเสียงหรอื ทําปากขมบุ ขมบิ
ค. มีสมาธจิ ดจอ่ อยูก่ ับสง่ิ ท่อี า่ น
ง. จบั ใจความสาํ คัญของเรือ่ งทอี่ ่านใหไ้ ด้
บทท่ี ๑ ภาษาพาที ป.๔ หน้า ๒๖
ขนมไทยไรเ้ ทียมทาน
เลือกข้อท่ีถูกตอ้ งท่สี ุด
๓๔ การอา่ นจบั ใจความมคี วามสาํ คญั อยา่ งไร
ก. สามารถตอบคําถามของครูได้ ข. อา่ นหนงั สือไดอ้ ยา่ งรวดเรว็
ค. ทาํ ใหเ้ ขา้ ใจสิง่ ทอ่ี ่านได้อย่างแจม่ ชัด ง. อา่ นหนงั สือได้ถกู ตามอกั ขรวธิ ี
๓๕ ข้อใดมตี วั สะกดตา่ งจากพวก
ก. ขนมบา้ บิ่น ข. ขนมจ่ามงกฎุ
ค. ขนมลืมกลนื ง. ขนมหนา้ นวล
๓๖ รืน่ รม
ควรใสก่ ารนั ตใ์ นขอ้ ใด
ก. บ์ ข. จ์ ค. ย์ ง. ก์
๓๗ นมุ่ นวลกลมกลอ่ ม เปน็ ความหมายของข้อใด
ก. ละเมียด ข. ละมา้ ย ค. ละลกั ง. ละมุน
๓๘ “วนั นี้พ่อคา้ มีปลาดกุ
หรอื เปล่าจะ๊ ” ควรเตมิ คาํ ในข้อใด
ก. ยาง ข. ย่าง ค. ยา้ ง ง. ยา๊ ง
๓๙ ขอ้ ใดเขยี นคําอา่ นไม่ถกู ต้อง
ก. วฒั นธรรม อ่านวา่ วดั -นะ-ทํา ข. ภมู ิปญั ญา อา่ นว่า พมู -ปัน-ยา
ค. โสมนสั อ่านวา่ โสม-มะ-นัด ง. หยกมณี อา่ นว่า หยก-มะ-นี
๔๐ ขอ้ ใดเขยี นคาํ อา่ นไม่ถูกต้อง
ก. สลบ อา่ นว่า สะ-หลบ ข. อัญชัน อ่านว่า อัน-ชัน
ค. สมั ภาษณ์ อ่านว่า สะ-พาด ง. มรดก อา่ นวา่ มอ-ระ-ดก
บทที่ ๒ ภาษาพาที ป.๔ หนา้ ๑
ออมไวก้ าไรชวี ิต
เรื่องยอ่
อ้อมวางขวดโหลไว้ที่ช้ันวางของ เพื่อให้ทุกคนในบ้านที่ไม่
ต้องการเศษสตางค์มาหยอดไว้ จนกระทั่งเศษเหรียญเต็มขวด
อ้อมจึงแยกเหรียญสลึง และเหรียญห้าสิบสตางค์ใส่ถุงถุงละ
๕๐ บาท ได้ ๑๐ ถุง เป็นจานวนเงิน ๕๐๐ บาท อ๊อดน้องชาย
ของออ้ มสงสยั ว่าจะนาเศษสตางคไ์ ปใชไ้ ดอ้ ยา่ งไร
อ้อมแลกเศษสตางค์กับคุณพ่อ ซึ่งคุณพ่อจะนาเศษสตางค์ไปเป็นค่าทางด่วน
อ้อมตามแม่ไปซอ้ื ของทีห่ า้ งสรรพสินคา้ กใ็ ชเ้ ศษสตางคซ์ ้ือของท่ีไมแ่ พงมาก แล้วแม่
ก็จะคืนเป็นธนบัตรให้ และอ้อมยังนาเงินไปฝากน้าน้อยท่ีทางานท่ีธนาคาร เพ่ือเข้า
บัญชีใหร้ วมกบั เงนิ ฝากเดิม
พ่อและแม่ถามอ้อมว่าจะนาเงินไปทาอะไร อ้อมบอกว่าเก็บสะสมไว้ก่อน
ถา้ มากพอจะฝากพ่อซ้ือหนุ้ พอ่ อธบิ ายใหอ้ อ้ มและออ๊ ดฟงั ว่า การใชเ้ งินน้นั ตอ้ งใช้ให้
เกิดประโยชน์สูงสุด โดยคานึงถึงความจาเป็น และความต้องการ ความจาเป็น
คือสิ่งท่ีมีผลต่อการดารงชีวิต ถ้าไม่มีจะทาให้เราเดือดร้อน เช่น น้า ไฟฟ้า น้ามัน
ยารักษาโรค เคร่ืองนุ่งห่ม และอาหาร ในขณะที่ความต้องการคือ การถามใจเรา
อยากได้จึงซอื้ ทัง้ ๆ ทีไ่ มม่ คี วามจาเปน็ การใช้จา่ ยฟุ่มเฟอื ย ซ้ือเพราะเห่อหรือตาม
คนอ่ืน หลังจากนั้นอ๊อดก็นาขวดโหลมาวางไว้บ้าง ผู้ใหญ่จึงเฉล่ียหยอดเงินให้
เทา่ ๆ กนั ออ๊ ด และอ้อมไม่ได้รอเศษสตางค์จากผู้ใหญ่เท่านั้น แต่จะเก็บค่าขนมมา
หยอดลงไปด้วย
ท่ีทางานของแม่มีงานสังสรรค์ประจาปี และให้พนักงานทุกคนไปร่วมด้วย
แม่จึงถามอ้อมว่าต้องซ้ือเส้ือผ้าใหม่หรือไม่ แต่อ้อมคิดว่ายังไม่จาเป็นต้องซ้ือ
แคด่ ัดแปลงหน่อยก็จะประหยัดเงนิ ไปได้ ซึ่งทาใหพ้ ่อแมม่ คี วามสขุ
บทที่ ๒ ภาษาพาที ป.๔ หน้า ๒
ออมไว้กาไรชวี ติ
(ตอ่ )
หลังงานเลิกยังมีอาหารเหลือ เจ้าภาพจึงจัดอาหารใส่ถุงไว้เป็นชุด พี่น้องไป
หยิบมา ๒ ชุด แต่แม่เก็บไว้เพียงชุดเดียว แล้วสอนว่าถ้าทุกคนพร้อมใจกันหยิบ
แบบลกู จะไมเ่ หลือใหค้ นทมี่ าทีหลัง เอามากินไมห่ มดต้องเทท้ิง เสียดายของ แทนท่ี
จะแบ่งใหค้ นอนื่ ไดก้ นิ บา้ ง เอาแคพ่ อดี พอกนิ จะดกี ว่า
อาหารท่ีได้มาเป็นไก่อบ และผักนึ่งหลายชนิด ทุกคนไม่อยากกินอาหารซ้า
คุณแม่จงึ นามาดดั แปลง เชน่ ไกอ่ บก็จะนามาคลุกเกลอื ค่วั กลายเป็นไก่เค็มรสอร่อย
ผกั นง่ึ กจ็ ะนามาคลกุ ซอสหอยนางรม ทาใหย้ ายชมว่าลูกไม้หล่นไมไ่ กลต้น
ใกล้วันปีใหม่น้าน้อยและหลานดูจะมีความลับ เมื่อวันข้ึนปีใหม่มาถึง
อ้อมและอ๊อดถือของขวัญคนละกล่องเข้าไปกราบคุณพ่อ คุณแม่ โดยใช้เงินที่เก็บ
สะสมไว้ โดยอ้อมบอกว่า เราตั้งใจจะเก็บเงินไว้ซ้ือของท่ีต้องการและจาเป็น
อ้อมพูดต่อว่า ท่ีว่าต้องการ คือ ลูก ๆ อยากให้พ่อแม่มีความสุข ส่วนที่จาเป็นคือ
ลูกอยากตอบแทนพระคุณของพ่อแมท่ ่ีเลี้ยงลูกมาด้วยความเหนื่อยยาก ของขวัญนี้
เป็นสิ่งแทนใจลูกอยากให้รู้ว่าลูกรักพ่อกับแม่มากจึงซ้ือด้วยเงินสะสมของเราเอง
ไม่ได้รบกวนใครเลย พ่อตอบว่าขอบใจลูกมาก นี่เป็นของขวัญที่มีค่ามากท่ีสุด
ในชวี ติ ของพอ่ แม่ ขอใหล้ ูกเป็นคนดี มีจติ ใจงาม รู้จักกตัญญูรูค้ ุณเช่นนตี้ ลอดไป
บทท่ี ๒ ภาษาพาที ป.๔ หนา้ ๓
ออมไว้กาไรชีวติ
เงินตราน่ารู้
ในสมัยสุโขทัยเราใช้เงินที่ชื่อว่า “พดด้วง” เพื่อใช้ในการซื้อสินค้า
เรื่อยมา จนสมัยรัชกาลที่ ๔ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ได้ตั้งโรงกษาปณ์เพ่ือผลิต
เหรียญ เรียกว่า “เงินแป” นอกจากจะมีเงินเหรียญ ยังมีเงินกระดาษท่ีเรียกว่า
“หมาย” มีค่าสามถึงสิบตาลึง สมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ (รัชกาลท่ี ๕)
ให้เรียกเงินกระดาษว่า “ธนบัตร” ซึ่งใช้มาจนปัจจุบัน แต่ก็ยังมีเงินเหรียญ
ใช้เช่นเดิม เร่ิมตั้งแต่ ๑ สลึง มีค่าเท่ากับ ๒๕ สตางค์ เงินสลึงเดียวหากรู้จัก
อดออมกจ็ ะทาให้สบายในอนาคตได้
เงินพดด้วง
บทที่ ๒ ภาษาพาที ป.๔ หนา้ ๔
ออมไว้กาไรชวี ิต
เขยี นคาอ่านของคาตอ่ ไปนี้
๑ ๒ ๓
กะ-ตนั -ยู สุก-ขะ-นิ-ไส ดา-รง-ช-ี วิด
เขียนเปน็ เขียนเปน็ เขยี นเปน็
๔ ๕ ๖
สะ-หนดิ -สะ-หนม รัด-ชะ-กาน ทะ-นะ-บดั
เขียนเป็น เขียนเป็น เขียนเป็น
๗ ๘ ๙
ปะ-ติ-บดั รงั -เกยี ด สัง-สัน
เขียนเปน็ เขยี นเปน็ เขียนเป็น
๑๐ ๑๑ ๑๒
เสด-สะ-ตงั เหรยี น ประ-สง
เขียนเปน็ เขียนเป็น เขียนเป็น
๑๓ ๑๔ ๑๕
กด-หมาย โบ-ราน บนั -จง
เขียนเปน็ เขยี นเป็น เขียนเป็น
บทท่ี ๒ ภาษาพาที ป.๔ หนา้ ๕
ออมไว้กาไรชวี ิต
โยงเสน้ จับค่คู าศัพทก์ ับความหมาย
๑ หมาย ปฏิบัตติ นจนเคยชนิ ดา้ นสขุ ภาพ
๒ เหรียญ ทาใหง้ าม
๓ สุขนสิ ยั ชอ่ื เรียกเงนิ กระดาษ
๔ กตัญญู โลหะเหรียญบาท เหรียญสบิ
๕ ตกแต่ง ร้คู ุณตอ่ ผ้มู ีพระคุณ
๖ พดด้วง พบปะพดู จากนั เป็นครง้ั คราว
๗ สงั สรรค์ บตั รที่ออกใช้เปน็ เงนิ ตรา
๘ หนุ้ การมชี วี ติ อยู่
๙ ดารงชีวติ หน่วยลงทนุ
๑๐ ธนบตั ร ช่อื เงนิ ตราโบราณรูปขดกลม
บทท่ี ๒ ภาษาพาที ป.๔ หนา้ ๖
ออมไว้กาไรชวี ิต
นาคาท่ีกาหนดใหเ้ ติมลงในชอ่ งวา่ งใหถ้ ูกต้อง
หา้ งสรรพสินค้า สลึง เศรษฐี ห้นุ บญั ชี พดดว้ ง
ธนบัตร แฟชน่ั กตัญญู หมาย
๑ เงิน เป็นเงินตราทีใ่ ช้ในสมยั สโุ ขทยั ถึงสมยั รัตนโกสินทร์ตอนตน้
๒ บตั รที่ออกใช้เปน็ เงนิ ตราของประเทศไทยในปัจจบุ นั เรียกวา่
๓ เงินจานวน ๑๐๐ สตางค์ หรือ ๔ มคี า่ เท่ากบั ๑ บาท
๔ เป็นเงินกระดาษชนิดแรกในระบบเงินตราของประเทศไทย มีขึ้นใน
สมัยรชั กาลที่ ๔
๕ เป็นการลงทุนอย่างหนึ่งที่มีความเสี่ยง ผู้สนใจควรศึกษาข้อมูลให้ดี
ก่อนการลงทนุ
๖ การทา รายรับรายจ่ายจะช่วยทาให้เรารู้จักระมัดระวัง ในการใช้จ่าย
มากขึ้น
อยเู่ สมอ เป็นการฟุ่มเฟอื ย
๗ การซือ้ เสอื้ ผา้ ตาม
๘ คนทีม่ ีความ ตอ่ ผ้มู ีพระคณุ ชวี ติ จะเจรญิ รงุ่ เรอื ง
๙ หมน่ั ออมในวันนี้ เป็น ในวันหนา้
๑๐ ร้านคา้ ปลกี ขนาดใหญ่ มสี นิ คา้ ขายหลากหลายประเภท เราเรยี กว่า
บทที่ ๒ ภาษาพาที ป.๔ หนา้ ๗
ออมไว้กาไรชีวิต สานวน
เขยี นสานวนโวหารจากภาพตอ่ ไปนี้ให้ถกู ตอ้ ง
๑๒
๓๔
๕๖
บทที่ ๒ ภาษาพาที ป.๔ หนา้ ๘
ออมไว้กาไรชวี ิต สานวน
สานวนในขอ้ ใดเกี่ยวขอ้ งกบั เรื่อง “ออมไว้กาไรชีวติ ”ให้ระบายสฟี า้ ลงใน
บทท่ี ๒ ภาษาพาที ป.๔ หนา้ ๙
ออมไว้กาไรชีวิต สานวน
นาอกั ษรหนา้ สานวนท่ีกาหนดให้ใสห่ นา้ ช่องว่างดา้ นลา่ งให้สัมพันธ์กนั
ก. กระเชอกน้ รัว่ ข. กนิ น้าไมเ่ ผ่ือแลง้ ค. เบยี้ ต่อไส้
ฉ. นกนอ้ ยทารงั แตพ่ อตัว
ง. ชกั หนา้ ไม่ถงึ หลงั จ. ตาข้าวสารกรอกหม้อ ฌ. เก็บเลก็ ผสมน้อย
ช. ตานา้ พริกละลายแม่น้า ซ. ตวั เป็นเกลียว ฏ. นา้ ผง้ึ หยดเดยี ว
ญ. เกบ็ เบย้ี ใต้ถุนรา้ น ฎ. ขอมดาดิน
๑. เรอื่ งเพยี งเลก็ น้อยแตท่ าเปน็ เร่ืองใหญโ่ ต
๒. มรี ายไดไ้ ม่พอกบั รายจ่าย
๓. ไมร่ จู้ ักเกบ็ หอมรอมรบิ ขาดการประหยัด สรุ ่ยุ สุรา่ ย
๔. คนทป่ี รากฎตัวข้ึนทันทีอยา่ งไมค่ าดฝนั
๕. เก็บไว้ทลี ะเล็กทลี ะนอ้ ย
๖. เกบ็ เล็กผสมนอ้ ย หรือค่อย ๆ ทาทลี ะน้อยตนเป็นรูปร่างข้นึ มาได้
๗. ขยันทางานอยู่ตลอดเวลา
๘. หาเพยี งแคพ่ อกินไปมอ้ื หน่ึง
๙. มอี ะไรใช้หมดทนั ที ไมค่ ดิ ถงึ วันข้างหน้า
๑๐. คนมฐี านะต่าตอ้ ย ควรทาสง่ิ ใดพอประมาณ
๑๑. ลงทุนไปโดยไดผ้ ลประโยชน์ไม่คุม้ ทนุ
๑๒. เงินทองหรอื สิง่ ของท่ีหามาได้พอประทังชีวติ ไปวนั ๆ หนง่ึ
บทที่ ๒ ภาษาพาที ป.๔ หน้า ๑๐
ออมไว้กาไรชีวติ สานวน
โยงเส้นสานวนทีต่ รงกบั ความหมายทก่ี าหนดให้
๑ สรุ ุ่ย สุร่าย เลินเลอ่ สะเพร่า ไม่ระมัดระวงั มอื ห่างตนี หา่ ง
มอื ไมพ่ ายเอาเทา้ รานา้
๒ พง่ึ ตนเองได้ เปด็ ขนั ประชันไก่
ปีกกล้าขาแข็ง
๓ ขยนั ทางานอยตู่ ลอดเวลา ตวั ตายตัวแทน
ตัวเปน็ เกลียว
๔ คิดรอบคอบ ก่อนทา ยับยง้ั ชั่งใจ
ยนื่ หมูยื่นแมว
๕ สารองไว้ เผ่ือเหลือเผ่อื ขาด
แผลเก่า
๖ ไมร่ ู้จักประมาณตนใหด้ วี า่ โงเ่ งา่ เต่าตุน่
อยใู่ นภาวะอย่างไร โงแ่ ลว้ อยากนอนเตียง
บทที่ ๒ ภาษาพาที ป.๔ หน้า ๑๑
ออมไวก้ าไรชีวิต สานวน
(ตอ่ )
โยงเส้นสานวนทตี่ รงกับความหมายท่ีกาหนดให้
๗ รู้ดีอยแู่ ลว้ แสรง้ ทาเป็นไมร่ ู้ กนิ อยูก่ ับปากอยากอยกู่ ับท้อง
กินปนู ร้อนท้อง
๘ ชายที่ไดภ้ ริยาร่ารวย ตกถังขา้ วสาร
ตกกระไดพลอยโจร
๙ ไม่ใช้สิทธท์ิ ่ตี นมีอยู่เม่ือถึงคราวจะใช้ นอนกินบ้านกินเมือง
นอนหลับทบั สทิ ธิ์
๑๐ พดู ดีแตใ่ จคดิ ร้าย ปากปราศรัยใจเชือดคอ
ปากหอยปากปู
๑๑ ต่างกันมาก, ห่างกันไกลมาก ผิดเป็นครู
ผิดกันราวฟา้ กบั ดิน
๑๒ ปากโปง้ เก็บความลับไม่อยู่ ฆอ้ งปากแตก
ชักใย
บทท่ี ๒ ภาษาพาที ป.๔ หนา้ ๑๒
ออมไว้กาไรชีวิต สานวน
ต่อสานวนที่กาหนดให้ถกู ตอ้ ง
๑ ช้อนเงนิ ๒ ลกู ไมห้ ล่น
๓ ตาขา้ วสาร ๔ ตามใจปาก
๕ พูดไปสองไพเบย้ี ๖ ถอยหลัง
๗ กนิ น้า ๘ เข้าเมืองตาหลิว่
๙ ซ่อื เหมอื น ๑๐ ทรัพย์ในดนิ
๑๑ ชักหนา้ ๑๒ นา้ ข้ึน
๑๓ เกบ็ หอม ๑๔ มเี งินนับวา่ เปน็ นอ้ ง
๑๕ หงุ ขา้ ว ปิง้ ปลา ๑๖ ซ่ือกิน คดกนิ
๑๗ คนรกั คนชัง ๑๘ ดชู า้ ง ดนู าง
๑๙ พลง้ั ปาก พลง้ั ตีน ๒๐ น้ารอ้ น นา้ เย็น
๒๑ เอาหู เอาตา ๒๒ ปลูกเรอื น ผูกอู่
๒๓ น้าขุ่น นา้ ใส ๒๔ ความววั ความควาย
บทที่ ๒ ภาษาพาที ป.๔ หน้า ๑๓
ออมไวก้ าไรชีวิต สานวน
ขีด / หนา้ ข้อความท่ถี กู และขีด x หนา้ ขอ้ ความทีผ่ ดิ
๑ สานวน เป็นถ้อยคาที่ผูกขน้ึ อย่างกะทัดรัด เพ่ือเปน็ ข้อคดิ สะกดิ ใจ
๒ ในสมัยโบราณคนไทยไมน่ ิยมใช้สานวนโวหารเพราะยากแก่การทาความ
เขา้ ใจ
๓ สานวน มที ีม่ าหลากหลายและให้แง่คิดในเรือ่ งต่าง ๆ
๔ สานวนทเี่ ปน็ ความหมายเปรียบเทยี บหรือความหมายแฝง เรียกวา่
“คาพงั เพย”
๕ “เด็กดีเปน็ ศรีแก่ชาติ เดก็ ฉลาดชาตเิ จริญ” จัดเป็นสานวนทีเ่ ป็นคาขวญั
๖ สานวนที่ใชเ้ ปรยี บเทียบ เพอ่ื ใหเ้ ข้าใจเรอ่ื งท่พี ูดถึง แฝงด้วยข้อคดิ เรียกวา่
“คาพังเพย”
๗ สานวน “น้าพึ่งเรือ เสอื พ่ึงป่า” จัดว่าเป็นคาพังเพย
๘ สานวนทเี่ ป็นความเปรยี บเทียบหรอื ความหมายแฝง ไมไ่ ดม้ ีความหมายตรง
ตามความหมายเดมิ
๙ สานวนที่ใชเ้ ปรยี บเทียบเพอ่ื สอนใหท้ าหรอื เว้นไม่ใหท้ า เรยี กวา่ “ภาษติ ”
หรอื “สภุ าษิต”
๑๐ สานวนท่เี ปน็ ปริศนาคาทาย เป็นการเล่นแบบหนงึ่ ของไทย ใช้ฝกึ เชาวน์
ปัญญาไดด้ ้วย
บทที่ ๒ ภาษาพาที ป.๔ หน้า ๑๔
ออมไวก้ าไรชีวิต ความหมายแฝง
ขดี เส้นใต้สานวนทมี่ คี วามหมายแฝง แล้วโยงเสน้ จบั คูก่ บั ขอ้ ความท่เี ปน็ ความหมาย
๑ มอ่ นเป็นแกะดาของ ก. คนที่ทาหนา้ ที่ติดตอ่
โรงเรียน ชกั จูงใหค้ นอื่นหลงเชอื่
๒ เดก็ ๆ ถกู กาชบั ใหป้ ิดปาก ข. คนท่ีทาอะไรผิดไป
ให้สนิท จากกลมุ่
๓ หญงิ ผนู้ ี้มีอาชีพเป็น ค. ไมใ่ หพ้ ดู
นางนกต่อ
ง. อารมณ์เสยี เอด็ ตะโร
๔ เรื่องน้ีต้องมีผู้ชักใยอยู่ เกินเหตุ
เบอ้ื งหลงั
จ ทาท่าใหญ่โต แสดงทา่
๕ ข่าวโคมลอยเช่นน้ีไม่เป็น ว่ามีอานาจ
ผลดีตอ่ เราเลย
ฉ บงการอยู่เบื้องหลงั
๖ เธอทาหน้ายังกับกินรัง
แตนมาท้งั รงั ช ขา่ วท่ีไร้ความจริง
๗ เตช้ อบวางกา้ มข่มเพ่อื น ๆ
๘ ทุกปัญหาย่อมมีทางออก ซ หลอกล่อ ลวงให้
เสมอ เข้าใจผดิ
๙ คนอย่างฉันไม่เคยก้มหัว ฌ ยอมออ่ นน้อมถ่อมตน
ให้ใคร ญ วธิ ีแก้ปัญหา
๑๐ เธอคิดจะตบตาพวกเราอีก
นานแคไ่ หน
บทที่ ๒ ภาษาพาที ป.๔ หนา้ ๑๕
ออมไวก้ าไรชวี ิต ความหมายแฝง
อ่านประโยคตอ่ ไปนี้และตอบวา่ เป็นความหมายตรงหรอื ความหมายแฝง
๑ วนั นี้ฉันโดนแมเ่ ทศน์เพราะไม่ไปโรงเรยี น
เป็นความหมายใด
๒ สองคนนน่ั เขาไมถ่ กู กนั ต่างสวมหวั โขนเขา้ หากัน
เป็นความหมายใด
๓ คณุ ยายปลูกผักชีอยู่ทีห่ ลังบา้ น
เป็นความหมายใด
๔ เธอมนั ไกอ่ อ่ นจนเกินไปไมท่ ันความคดิ ของเขาหรอก
เปน็ ความหมายใด
๕ ววั หลายตวั ถกู ฟ้าผ่าเพราะนอนอยู่นอกคอก
เป็นความหมายใด
๖ คุณอาถูกตารวจจับเพราะทาอาชพี สเี ทา ๆ ใต้ดนิ
เป็นความหมายใด
๗ ผหู้ ญิงคนนั้นเปน็ นางนกต่อคอยสง่ ขา่ วให้พวกโจร
เป็นความหมายใด
บทท่ี ๒ ภาษาพาที ป.๔ หนา้ ๑๖
ออมไวก้ าไรชีวติ ความหมายแฝง
แต่งประโยคความหมายตรงและความหมายแฝงตามคาท่ีกาหนดให้
๑ ความหมายตรง
หมู ความหมายแฝง
๒ ความหมายตรง
กล้วย ความหมายแฝง
๓ ความหมายตรง
ปลาไหล ความหมายแฝง
๔ ความหมายตรง
กาฝาก ความหมายแฝง
๕ ความหมายตรง
งูเห่า ความหมายแฝง
๖ ความหมายตรง
ตอ ความหมายแฝง
๗ ความหมายตรง
ดาวรุ่ง ความหมายแฝง
๘ เลียแขง้ ความหมายตรง
เลียขา ความหมายแฝง
บทที่ ๒ ภาษาพาที ป.๔ หนา้ ๑๗
ออมไวก้ าไรชวี ติ ปรศิ นาคาทาย
มาเลน่ ตอบปริศนาคาทายกันเถอะ
๑ อะไรเอย่ มาไม่เหน็ เยน็ จึงรู้ ตอบ
๒ อะไรเอย่ ตน้ เท่าเข็ม ใบเต็มทุง่ นา ตอบ
๓ อะไรเอ่ย สองพี่นอ้ งกระโดดนา้ ตาย ตอบ
๔ อะไรเอ่ย สงู เยี่ยมเทยี มฟ้า ตา่ กว่าหญา้ นิดเดียว ตอบ
๕ อะไรเอ่ย มฟี ันอยมู่ ากมายแตก่ ินอะไรไม่ได้ ตอบ
๖ อะไรเอ่ย อาเภออะไรมคี นน้อยสุด ตอบ
๗ อะไรเอ่ย แขนค่กู ับขา ตาคกู่ บั อะไร ตอบ
๘ อะไรเอย่ พระอะไรทไ่ี ม่โกนผม ตอบ
๙ อะไรเอย่ ปลาอะไรชือ่ เลก็ มาก ตอบ
๑๐ อะไรเอ่ย ต้นเท่าสายพาน ลกู ยานโตงเตง ตอบ
บทที่ ๒ ภาษาพาที ป.๔ หน้า ๑๘
ออมไว้กาไรชีวติ
เลอื กข้อที่ถกู ต้องท่ีสดุ
๑ ใครเปน็ คนเตรียมขวดโหลวางไวเ้ พอ่ื เกบ็ เศษสตางค์
ก. ออ๊ ด ข. อ้อม ค. พ่อ ง. แม่
๒ ใครเกบ็ สะสมเศษสตางคใ์ สถ่ ุงครบ ๕๐ บาท ถงึ ๑๐ ถงุ
ก. อ๊อด ข. ออ้ ม
ค. แม่ค้าในตลาด ง. คณุ แม่ของออ๊ ด
๓ ใครสอนให้อ้อมรจู้ กั ความจาเป็นและความตอ้ งการในการใชเ้ งิน
ก. พ่อ ข. แม่ ค. อ้อม ง. เพอื่ น
๔ อ้อมเร่ิมเกบ็ สะสมเศษสตางค์เพราะอะไร
ก. อยากมีเงนิ ไปฝากธนาคาร ข. มขี วดโหลว่างจงึ อยากใชใ้ สข่ อง
ค. ตอ้ งการเงนิ ไปซอ้ื ของขวญั ใหพ้ อ่ แม่ ง. มองเห็นคุณค่าของเศษสตางค์
๕ เงินเหรยี ญที่ทาด้วยโลหะ ตรงกบั ขอ้ ใด
ก. กษาปณ์ ข. สตางค์ ค. เบยี้ ง. เงินบาท
๖ อ้อมแบง่ เศษสตางคใ์ ห้พอ่ ไปทาอะไร
ก. จา่ ยค่าน้ามัน ข. จา่ ยคา่ ทางดว่ น
ค. จ่ายค่าอาหาร ง. จ่ายค่ารถประจาทาง
๗ แม่นาเศษสตางคข์ องอ้อมไปซ้ือของทไ่ี หน
ก. ร้านขายของชา ข. ห้างสรรพสนิ ค้า
ค. รา้ นกาแฟ ง. สหกรณ์โรงเรยี น
บทที่ ๒ ภาษาพาที ป.๔ หนา้ ๑๙
ออมไวก้ าไรชวี ิต
เลอื กขอ้ ทถี่ กู ต้องที่สุด
๘ ข้อใดไมใ่ ชว่ ธิ ีการทอ่ี ้อมใชจ้ ดั การกับเศษสตางค์ทเี่ ก็บสะสมไว้
ก. แลกเปน็ ธนบัตรกบั พอ่ แล้วให้พอ่ นาเศษสตางค์ไปใช้เปน็ คา่ ทางด่วน
ข. ใช้จา่ ยเป็นค่าสินคา้ แทนแม่ แล้วให้แมค่ นื เงนิ กลับมาเป็นธนบัตร
ค. นาไปลงทุนซอ้ื หนุ้
ง. นาไปฝากธนาคาร
๙ เงนิ ที่เหลือจากทีใ่ ห้พ่อกับแมแ่ ลว้ อ้อมทาอยา่ งไร
ก. ฝากธนาคาร
ข. เกบ็ ไว้ใช้เอง
ค. เอาไปแลกเป็นธนบัตร
ง. แบ่งเป็นหมวดหมเู่ พอ่ื การใชจ้ า่ ย
๑๐ พอ่ ถามว่า ออ้ มจะเอาเงินไปทาอะไร อ้อมตอบว่าอย่างไร
ก. เอาไปซือ้ เสือ้ ผ้าสวย ๆ ข. เอาไปซ้อื หนุ้
ค. บริจาคช่วยเหลอื เดก็ ยากจน ง. เก็บสะสมไปเรือ่ ย ๆ กอ่ น
๑๑ ข้อใดไม่ใชเ่ หตผุ ลของคากล่าวท่วี ่า ไม่คอ่ ยมใี ครตอ้ งการเศษสตางค์
ก. มีขนาดเล็กเกนิ ไป จับไมถ่ นัด
ข. ไม่สามารถชาระหน้ไี ด้ตามกฎหมาย
ค. ปัจจุบนั หน่วยการซื้อขายคดิ เป็นบาทมากกวา่
ง. ถูกทั้งขอ้ ก และข้อ ค
บทที่ ๒ ภาษาพาที ป.๔ หนา้ ๒๐
ออมไว้กาไรชวี ติ
เลอื กขอ้ ท่ถี กู ต้องที่สดุ
๑๒ อ้อมทาอย่างไรสาหรับชุดทีเ่ ตรียมไปงานสงั สรรค์ประจาปีของที่ทางานของแม่
ก. ซอื้ ชุดใหม่ดว้ ยเงนิ ทีเ่ ก็บสะสมไว้
ข. ขอยืมชดุ ใหมข่ องเพอ่ื นสนิท
ค. นาชุดเก่ามาตกแต่ง และดดั แปลงใหม่
ง. เอาชุดทีแ่ มใ่ ส่ตอนเมอื่ ยังสาวๆ มาใช้
๑๓ เมอ่ื ไปรว่ มงานสงั สรรคก์ บั แม่ทาไมอ๊อดตอ้ งเปลยี่ นถงุ เท้าใหม่
ก. ถุงเท้าหายหาไมเ่ จอ ข. มีแต่ถุงเทา้ นักเรยี น
ค. ไมเ่ ข้ากบั เส้อื ผา้ ท่ใี ส่ ง. คเู่ ก่าขาด
๑๔ เหตุใดเพอื่ นๆ ที่ทางานของแมจ่ ึงช่นื ชมชดุ ท่ีอ้อมใสม่ ากเปน็ พิเศษ
ก. เพราะเป็นชดุ ทม่ี ีราคาแพงและหาซอื้ ได้ยาก
ข. เพราะเป็นชดุ ทีอ่ ้อมและแมช่ ว่ ยกันตดั เย็บขน้ึ เอง
ค. เพราะเปน็ ชดุ ที่อ้อมใสแ่ ลว้ สวย ดูดี โดดเดน่ ทสี่ ุดในงาน
ง. เพราะเปน็ ชุดทีเ่ กดิ จากการนาชดุ เกา่ มาดัดแปลงตกแต่งจนเหมอื นชดุ ใหม่
๑๕ เมอ่ื งานเลิก อาหารเหลอื เจ้าภาพให้นากลับบ้าน อ้อมกบั ออ๊ ดหยิบมากีช่ ดุ
ก. ๒ ชดุ ข. ๓ ชดุ ค. ๔ ชุด ง. ๕ ชุด
๑๖ แม่ทาอย่างไรกบั ไกอ่ บที่นามาจากงานเลี้ยง
ก. คลกุ เกลือคั่วพอเหลอื ง ข. ผดั เผด็ หอมตลบไปทวั่
ค. ต้มซุปไก่ใสม่ นั ฝรง่ั ง. แกงเผ็ด
บทที่ ๒ ภาษาพาที ป.๔ หน้า ๒๑
ออมไว้กาไรชวี ิต
เลือกข้อที่ถูกตอ้ งที่สุด
๑๗ อ้อมและอ๊อดเอาเงนิ ท่ไี หนซ้อื ของขวัญใหพ้ อ่ กบั แม่ในวนั ปใี หม่
ก. ถอนจากธนาคาร
ข. เงนิ ทเี่ ก็บไวใ้ นขวดโหลของแตล่ ะคน
ค. ขอมาจากยาย
ง. นา้ นอ้ ยให้
๑๘ ถ้ามเี งินอยหู่ นงึ่ สลงึ ตอ้ งหามาเพิ่มอกี เทา่ ไรจึงจะครบ ๑ บาท
ก. ยีส่ บิ ห้าสตางค์ ข. หา้ สบิ สตางค์
ค. เจ็ดสบิ หา้ สตางค์ ง. เกา้ สบิ ห้าสตางค์
๑๙ ขอ้ ใดกล่าวถึงเงินชนดิ ตา่ ง ๆ ไม่ถูกต้อง
ก. พดดว้ งเปน็ เงินทใี่ ชม้ าตั้งแตส่ มยั สโุ ขทยั ทาจากกระดาษ
ข. เงนิ แปเป็นเงนิ ย่อยของเหรยี ญ มีใชใ้ นสมัยรชั กาลที่ ๔
ค. หมายเปน็ ชอ่ื เรยี กเงนิ ทเ่ี ป็นกระดาษ ในสมยั รชั กาลที่ ๔
ง. เงนิ เหรยี ญ ทาจากโลหะเป็นรูปตา่ ง ๆ มีลักษณะกลมแบน
๒๐ ข้อใดตอ่ ไปน้ีไม่ใช่ “ความจาเป็น” สาหรับชวี ติ
ก. อาหาร ข. อากาศ ค. ยารกั ษาโรค ง. รถยนต์
๒๑ บคุ คลในขอ้ ใดใช้เงนิ ตามความตอ้ งการ
ก. มาลซี อ้ื ยาลดน้ามกู เมอื่ รสู้ กึ วา่ เปน็ หวัด ข. สธุ ซี ้อื ข้าวสารไปใหแ้ ม่
ค. อมุ าพรซื้อหวยไมเ่ กนิ ๑,๐๐๐ บาท ง. เอกซอ้ื กระเบือ้ งมาซ่อมหลงั คาท่รี ั่ว
บทที่ ๒ ภาษาพาที ป.๔ หน้า ๒๒
ออมไวก้ าไรชวี ิต
เลือกขอ้ ที่ถูกตอ้ งทสี่ ุด
๒๒ “ความจาเป็น คอื ส่งิ ท่มี ผี ลตอ่ การดารงชวี ติ ถา้ ไม่มีสิง่ นีจ้ ะทาให้เราเดือดร้อน”
จากขอ้ ความนขี้ อ้ ใดไมใ่ ช่สง่ิ จาเปน็
ก. นา้ ข. เครอื่ งแตง่ ตวั ค. อาหาร ง. ยารกั ษาโรค
๒๓ ความต้องการ คอื การทาตามใจเรา” ข้อใดกลา่ วถงึ ความตอ้ งการไดถ้ ูกตอ้ ง
ก. นาของเก่าท่ยี ังดีอยู่กลับมาใช้ต่อ
ข. ซอ่ มของที่ชารุดแต่พอใชไ้ ด้
ค. ซอื้ สินคา้ ตามแฟชัน่ อยูเ่ สมอ
ง. ใชจ้ า่ ยเฉพาะส่งิ ที่จาเปน็
๒๔ ขอ้ ใดเปน็ หลกั ในการใช้จ่ายเงนิ ทถี่ ูกต้อง
ก. จะใช้จา่ ยอยา่ งไรกไ็ ด้ หากเงินนนั้ เปน็ ของตนเอง
ข. ตอ้ งคิดว่าจา่ ยเพราะความจาเป็นหรือความตอ้ งการ
ค. ซอ้ื ของทกุ ชนดิ ทม่ี ีความต้องการซอ้ื และมเี งินมากพอ
ง. จา่ ยเงินซือ้ ของที่ราคาแพงทสี่ ดุ เพอ่ื จะไดข้ องท่มี ีคณุ ภาพดที ่ีสดุ
๒๕ ข้อใดไมใ่ ชเ่ หตุผลทีอ่ อ้ มกบั ออ๊ ดซอ้ื ของขวัญปใี หม่ให้พ่อกบั แม่
ก. ต้องการให้เปน็ ส่ิงแทนใจลกู
ข. อยากให้พ่อแม่มคี วามสุข
ค. เป็นธรรมเนียมของครอบครวั
ง. ตอบแทนพระคุณของพ่อแม่