The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by amornrat0484, 2022-10-14 03:28:15

รวมพาที ป.4

รวม พาที ป.4

บทท่ี ๔ ภาษาพาที ป.๔ หน้า ๑๗

ภมู ใิ จมรดกโลก ตวั การันต์

เตมิ ตวั การนั ตท์ ่ีหายไป

รถเม

วิดที ัศ
อัฒจัน

สาวเสิ ฟ

บทท่ี ๔ ภาษาพาที ป.๔ หนา้ ๑๘

ภูมใิ จมรดกโลก ตัวการันต์

เรยี งพยญั ชนะ สระ ตัวการันต์ ให้เปน็ ค้าท่ีถูกต้อง

๑ ษ์ ด ว า ก ฤ
๒ อ ษ์ นุ ก รั

๓ ย์ หั ร ศ ม จ ร
๔ เ ท ต ม ว น ร์

๕ พ น า ย ต ภ ร์
๖ คุ มั ค เ ศ ก์ ท

๗ ษ พ ร ลั ก ะ ณ์
๘ ฉั เ ด ดี ท์ ย น

๙ า ป ร ร ร์ ะ ช ษ า ฎ

๑๐ ร พ น ะ ท ร์ จั
๑๑ ร ป ะ วั ศ ส า ร์ ต ติ

บทท่ี ๔ ภาษาพาที ป.๔ หนา้ ๑๙

ภูมิใจมรดกโลก

คา้ เป็น ค้าตาย

ค้าเป็น ค้าตาย

ประสมด้วยสระเสยี งยาว ประสมด้วยสระเสยี งสนั
คา้ ท่ีมีตวั สะกด แมก่ ง แม่กน ค้าทมี่ ีตัวสะกด แมก่ ก
แมก่ ม แมเ่ กย และแม่เกอว แมก่ ด และแมก่ บ

ตวั อย่าง
อุทยาน อา่ นวา่ อุด-ทะ-ยาน

อุด เปน็ ค้าตาย เพราะ มีตวั สะกดในแม่กด
ทะ เป็นคา้ ตาย เพราะ ประสมดว้ ยสระเสยี งสัน ไมม่ ีตวั สะกด
ยาน เปน็ คา้ เป็น เพราะ มตี วั สะกดในแม่กน

บทที่ ๔ ภาษาพาที ป.๔ หนา้ ๒๐

ภูมิใจมรดกโลก

น้าค้าเปน็ ค้าตายที่กา้ หนดแยกใสต่ ารางใหถ้ ูกต้อง

สซี อ กุหลาบ กะทิ โครมคราม เวียนเทยี น ใจดี ปนู า นกเงอื ก
ซุบซิบ ตักบาตร นา้ ไหล เกาเหลา พรรคพวก อาหาร
ประเภท กาลเวลา บา่ ยคลอ้ ย ยศศักด์ิ เฉอะแฉะ อดึ อดั

ค้าเปน็ ค้าตาย

๑ ๑
๒ ๒
๓ ๓
๔ ๔
๕ ๕
๖ ๖

๗ ๗
๘ ๘
๙ ๙
๑๐ ๑๐

บทท่ี ๔ ภาษาพาที ป.๔ หน้า ๒๑

ภมู ใิ จมรดกโลก

ใสเ่ ครอ่ื งหมาย / หนา้ ข้อท่ถี กู และใส่เคร่อื งหมาย x หน้าขอ้ ท่ีผดิ

๑ ในภาษาไทยพยญั ชนะตัวแรกในคา้ ที่มอี ักษรควบ ได้แก่ ก ข ค ต บ
ปผพ

๒ พยัญชนะตน้ ๒ ตวั (ตวั ที่ ๒ เป็น ร ล ว) ออกเสยี งพร้อมกันใน
สระเดียวกนั เรยี กวา่ “ค้าควบแท”้

๓ ค้าที่มี ข จ ศ ซ ส เป็นพยัญชนะตวั แรก แล้วตามดว้ ย ร ล อยู่ใน
สระเดยี วกันจะไมอ่ อกเสียง ร ดว้ ย เรียกว่าเป็น “คา้ ควบไมแ่ ท”้

๔ คา้ อักษรควบที่มีพยญั ชนะตน้ ๒ ตัวเปน็ ทร ฟร ฟล บร บล ดร
จะไม่ใชค่ า้ ไทยแท้

๕ คา้ ทม่ี พี ยัญชนะตน้ ๒ ตัว คือ ทร แล้วออกเสยี งเปน็ ซ ก็จัดเป็น
คา้ ควบไม่แทเ้ ชน่ กัน

๖ ค้าที่มีอกั ษรสงู และอกั ษรกลางนา้ อักษรตา้่ เดี่ยวส่วนใหญ่
มักจะเปน็ ค้า ๒ พยางค์

๗ คา้ ทีม่ ี ห นา้ บางคา้ จะไมอ่ อกเสียง ห จะออกเสียงเฉพาะพยัญชนะ
ตัวทต่ี ามเทา่ นัน

๘ พยัญชนะท่ีมีไมท้ ัณฑฆาตก้ากับ เราเรียกว่า “ตวั การันต์”

๙ คา้ ทีม่ ตี วั การันตใ์ นภาษาไทยมีทงั ตวั การันต์ ๑ ตวั ๒ ตวั และ ๓ ตัว

๑๐ ค้าท่มี ีตัวการนั ต์อยู่กลางค้าส่วนใหญ่เป็นค้าท่ีมาจากภาษาอังกฤษ

บทท่ี ๔ ภาษาพาที ป.๔ หนา้ ๒๒

ภูมิใจมรดกโลก

เลอื กข้อท่ีถูกต้องท่สี ดุ

๑ ขอ้ ใดมคี วามหมายว่าการไปศกึ ษานอกสถานที่

ก. ทัศนาจร ข. ศึกษาสัญจร

ค. ทศั นศึกษา ง. ท่องเทย่ี วทวั่ ไทย
๒ ครพู านกั เรียนไปศกึ ษาเสน้ ทางประวตั ศิ าสตรท์ ีใ่ ด

ก. อุทยานประวตั ศิ าสตรศ์ รีสัชนาลัย ข. อุทยานเขาเขียว

ค. อุทยานประวตั ศิ าสตรก์ ้าแพงเพชร ง. อุทยานแหง่ ชาตเิ ขาใหญ่
๓ ครูและนักเรยี นเดินทางไปทศั นศกึ ษาทจี่ งั หวดั ใด

ก. สพุ รรณบุรี ข. สโุ ขทยั

ค. ก้าแพงเพชร ง. พระนครศรอี ยุธยา
๔ เมืองศรีสัชนาลัยเดมิ ช่ือเมอื งอะไร

ก. บา้ นเชยี ง ข. เชลียง ค. สวรรคโลก ง. สโุ ขทัย

๕ เมืองสวรรคโลกมงี านหตั ถกรรมทีข่ นึ ช่อื คือขอ้ ใด

ก. ดอกไม้ประดิษฐ์ ข. เครอ่ื งเคลือบถ้วยชาม

ค. ผ้าไหม ง. เครื่องถมเงนิ ทอง
๖ สถานทที่ ี่นกั เรียนไปเย่ียมชมนัน ได้รบั การประกาศยกย่องจากองค์การ
ยูเนสโกใหเ้ ปน็ อะไร

ก. แหลง่ โบราณสถาน ข. อทุ ยานประวตั ศิ าสตร์

ค. มรดกแผน่ ดนิ ง. มรดกโลก

บทท่ี ๔ ภาษาพาที ป.๔ หน้า ๒๓

ภมู ใิ จมรดกโลก

เลอื กขอ้ ท่ถี ูกต้องทีส่ ุด

๗ สุโขทัย มคี วามสา้ คญั อยา่ งไร

ก. เคยเป็นเมืองหลวง ข. เคยเป็นเมอื งขนึ ของพวกแขก

ค. เปน็ เสน้ ทางคมนาคมส่ทู ะเล ง. มีบอ่ นา้ มนั ดิบมากมาย
๘ เร่ืองภมู ใิ จมรดกโลก แต่งด้วยค้าประพนั ธช์ นิดใด

ก. รา่ ยสภุ าพ ข. กลอนสุภาพ ค. โคลงส่สี ภุ าพ ง. กาพยย์ านี ๑๑
๙ ขอ้ ใดเปน็ จดุ ประสงคข์ องการไปทัศนศกึ ษาของตวั ละครในเรือ่ ง

ก. ใหเ้ กิดความภาคภมู ิใจในภูมปิ ัญญาทอ้ งถิ่น

ข. ใหเ้ กดิ จิตส้านกึ ในการช่วยกันอนรุ ักษ์มรดกโลก

ค. ใหต้ ระหนักในคุณค่าของโบราณสถาน

ง. ถูกทุกข้อทีก่ ล่าวมา

๑๐ ใครท้าหนา้ ทใ่ี ห้ความรูแ้ ก่นักเรยี นในการชมอทุ ยานประวัติศาสตร์

ก. คุณครผู คู้ วบคมุ ข. มัคคุเทศก์

ค. ผูเ้ ฒา่ ผู้แกใ่ นท้องถิน่ ง. เจ้าหนา้ ที่อทุ ยาน
๑๑ ส่งิ ใดสา้ คญั ทีส่ ดุ ทจ่ี ะชว่ ยให้การไปทัศนศกึ ษาสา้ เร็จดว้ ยดีตามวตั ถุประสงค์

ก. กฎการปฏบิ ัติ ข. ก้าหนดการเดินทาง

ค. การวางแผนสถานท่ี ง. การประชุมสรุปความรู้
๑๒ ข้อใดไม่ใชก่ ฎการปฏิบัตใิ นการไปทัศนศึกษาของตวั ละครในเรื่อง

ก. นัดหมายตรงเวลา ข. รักษาระเบยี บวนิ ยั

ค. ตงั ใจฟงั ค้าอธบิ าย ง. มีข้อสงสัยเกบ็ ไว้ถามครู

บทท่ี ๔ ภาษาพาที ป.๔ หน้า ๒๔

ภมู ใิ จมรดกโลก

เลอื กข้อทถ่ี กู ตอ้ งท่ีสดุ

๑๓ การเดินทางไปทศั นศึกษาในครังนี ครตู ้องท้าหนา้ ทีห่ ลายอยา่ งยกเว้นขอ้ ใด

ก. บอกกา้ หนดการและขอ้ ปฏิบตั ิแก่นกั เรยี น

ข. สรปุ ความรู้พนื ฐานเก่ยี วกบั สถานท่ีที่จะไปใหแ้ กน่ ักเรียน

ค. จดั วางแผนการเยย่ี มชมสถานท่ใี หค้ รบและเหมาะสมกับเวลา

ง. พานกั เรยี นเดนิ ชมสถานทแี่ ละบรรยายความรแู้ ก่นักเรยี น

๑๔ ส่ิงของต่อไปนเี ป็นส่ิงจ้าเปน็ ในการไปทัศนศกึ ษาแบบพักคา้ ง ยกเวน้ ขอ้ ใด

ก. สบู่ แปรงสีฟัน ผ้าเช็ดตวั ข. แก้ว ชอ้ น สอ้ ม

ค. ชุดเดนิ ป่า รองเทา้ บทู๊ ง. ไฟฉาย กระตกิ น้า สมุดจดบันทึก
๑๕ อกั ษรไทย เกดิ ขึนในสมัยใด

ก. พระเจา้ อู่ทอง ข. พระนเรศวรมหาราช

ค. พ่อขุนรามค้าแหงมหาราช ง. พ่อขนุ ศรอี นิ ทราทิตย์
๑๖ เตาทุเรยี งท่มี ชี ่ือเสยี งอยูท่ ี่ไหน

ก. บ้านขมิน ข. บ้านแขก ค. บา้ นหว้ ยนา้ ใส ง. บ้านป่ายาง
๑๗ วัดสวนแกว้ อุทยานนอ้ ย และวดั สวนแกว้ อุทยานใหญ่ เป็นวัดส้าคัญของเมอื งใด

ก. อยุธยา ข. นนทบรุ ี ค. สุโขทัย ง. ศรีสชั นาลยั
๑๘ สุโขทยั และอยุธยา จังหวดั ใดเป็นเมอื งหลวงนานกวา่ กนั

ก. สโุ ขทยั ข. อยธุ ยา

ค. เท่า ๆ กัน ง. ไม่อาจนบั ได้

บทที่ ๔ ภาษาพาที ป.๔ หนา้ ๒๕

ภมู ใิ จมรดกโลก

เลอื กข้อทีถ่ กู ต้องท่สี ดุ

๑๙ มรดกโลกทางธรรมชาตแิ ห่งแรกของประเทศไทยคอื ขอ้ ใด

ก. อทุ ยานประวัติศาสตรส์ ุโขทยั

ข. อุทยานประวตั ศิ าสตรศ์ รสี ชั นาลัย

ค. ดงพญาเย็นและเขาใหญ่

ง. เขตรกั ษาพันธ์สุ ตั วป์ า่ ห้วยขาแข้ง
๒๐ มรดกโลกแบ่งออกเปน็ ประเภท

ก. ๒ ประเภท ข. ๓ ประเภท ค. ๔ ประเภท ง. ๕ ประเภท
๒๑ ขอ้ ใดไมใ่ ชโ่ บราณสถานทน่ี กั เรยี นจะได้เยี่ยมชมในการไปทัศนศึกษาครงั นี

ก. วัดพระศรรี ตั นศาสดาราม ข. วดั เจดีย์เจ็ดแถว

ค. วดั พระศรรี ตั นมหาธาตุ ง. วดั ชา้ งล้อม

๒๒ ขณะเดนิ ชมโบราณสถาน เราไม่ควรปฏบิ ัติตนตามข้อใด

ก. ตังใจฟังคา้ อธิบายของผู้น้าชม

ข. ปฏบิ ัติตามกฎระเบียบอยา่ งเคร่งครดั

ค. รักษามารยาท เดินชมดว้ ยความส้ารวม

ง. หยิบชินส่วนเล็ก ๆ มาเก็บไว้เป็นทร่ี ะลกึ
๒๓ ขอ้ ใดเปน็ ช่อื ย่อของ “องคก์ ารการศกึ ษาวิทยาศาสตรแ์ ละวฒั นธรรมแห่ง
สหประชาชาติ”
ก. อยี ู (EU) ข. ยูเนสโก (UNESCO)

ค. เอฟตา (EFTA) ง. โอเปค (OPEC)

บทท่ี ๔ ภาษาพาที ป.๔ หนา้ ๒๖

ภมู ใิ จมรดกโลก

เลือกขอ้ ที่ถูกตอ้ งทส่ี ดุ

๒๔ ขอ้ ใดไมไ่ ด้อยใู่ นมรดกโลกดงพญาเยน็ และเขาใหญ่

ก. อทุ ยานแหง่ ชาติเขาใหญ่ ข. อุทยานแห่งชาติปางสีดา

ค. อทุ ยานแหง่ ชาตทิ ับลาน ง. อทุ ยานแห่งชาติวงั น้าเขยี ว
๒๕ สถานทท่ี ีม่ อี ายมุ ากกวา่ ๑๐๐ ปขี นึ ไปเรียกว่าอะไร

ก. โบราณสถาน ข. โบราณวตั ถุ

ค. ปชู นยี สถาน ง. ปชู นยี วตั ถุ
๒๖ เขตแดนทอ่ี ยู่ในอา้ นาจปกครองของประเทศหนึ่ง ๆ เรียกว่าอะไร

ก. บรเิ วณ ข. อาณาจกั ร

ค. ระบบนเิ วศ ง. กายภาพ

๒๗ ขอ้ ใดไมใ่ ชม่ รดกโลกทางวฒั นธรรม

ก. อุทยานประวัตศิ าสตร์สุโขทัย ข. อทุ ยานประวัติศาสตรศ์ รสี ชั นาลยั

ค. อุทยานประวตั ิศาสตรก์ ้าแพงเพชร ง. อุทยานแหง่ ชาติเขาใหญ่
๒๘ ข้อใดท่ยี งั ไม่ไดร้ ับการประกาศเป็นมรดกโลก

ก. กรงุ เทพมหานคร ข. อุทยานประวตั ิศาสตร์สุโขทยั

ค. อทุ ยานประวตั ศิ าสตร์ปางสดี า ง. อุทยานประวตั ิศาสตรก์ ้าแพงเพชร
๒๙ ยูเนสโกได้ประกาศให้เปน็ มรดกโลกทางธรรมชาตเิ ม่อื พ.ศ. ๒๕๔๘ คือ ขอ้ ใด

ก. เกาะตะรุเตา ข. เกาะสมยุ

ค. ดงพญาเยน็ และเขาใหญ่ ง. ดอนหอยหลอด

บทที่ ๔ ภาษาพาที ป.๔ หนา้ ๒๗

ภูมใิ จมรดกโลก

เลือกข้อทถ่ี กู ตอ้ งท่สี ดุ

๓๐ ข้อใดมีความสมั พันธต์ ่างจากขอ้ อ่ืน ๆ

ก. วดั ชา้ งลอ้ ม ข. พระราชวงั บางปะอนิ

ค. เครื่องสงั คโลก ง. กา้ แพงเมอื งพระนครศรีอยุธยา
๓๑ ข้อใดมที งั ค้าควบแท้และคา้ ควบไมแ่ ท้

ก. ขอเชญิ บรจิ าคเงนิ ตามก้าลังศรัทธา

ข. ที่บา้ นของเศรษฐมี ีต้นไทรอายรุ อ้ ยปี

ค. ชาวสวนเกบ็ พุทราจากตน้ ท่ีปลูกเอง

ง. กรุณารักษาความสะอาดในหอ้ งเรยี น

๓๒ ค้าในขอ้ ใดเปน็ คา้ ควบแท้

ก. กวดั แกว่ง ข. เสรมิ สรา้ ง ค. ซาบซงึ ง. ศรัทธา
๓๓ ขอ้ ใดเปน็ ค้าทีม่ อี ักษรน้าทกุ คา้

ก. ขจร ขยัน ขนม ข. ถนอม ไถล ถวิล

ค. จริต จมกู จรูญ ง. สมัคร สโมสร สยาม
๓๔ ข้อใดเปน็ คา้ ที่มอี ักษรสงู น้าทกุ ค้า

ก. สลาก ขนม ข. กรวด ถนัด

ค. ฉงน ตลาด ง. ตงิด ทราบ
๓๕ ค้าในข้อใดออกเสยี งคลา้ ยมี ห นา้

ก. ทราบ ข. ผลาญ

ค. ฉลาด ง. ขมา

บทท่ี ๔ ภาษาพาที ป.๔ หนา้ ๒๘

ภมู ิใจมรดกโลก

เลอื กขอ้ ท่ถี กู ต้องที่สุด

๓๖ ค้าในขอ้ ใดเขยี นตัวการันตไ์ ดถ้ กู ตอ้ ง

ก. ดกึ ด้าบรรภ์ ข. ประจักร์

ค. อปั ลกั ษณ์ ง. ภาพยนต์
๓๗ ข้อใดเป็นคา้ เป็นทกุ ค้า

ก. แมงมุมลายตวั นนั ฉันเหน็ มันซมซานเหลอื ทน

ข. วนั หนึ่งมนั เปียกฝน ไหลหล่นจากบนหลังคา

ค. พระอาทิตย์สอ่ งแสง นา้ แหง้ เหอื ดไปลับตา

ง. มันรีบไตข่ ึนฟา้ หนั หลงั มาทา้ ตาลกุ วาว
๓๘ ขอ้ ใดมีคา้ ตายมากท่สี ุด (นบั คา้ ซ้า)

ก. เจี๊ยก เจ๊ียก เจ๊ยี ก เปน็ เสียงเรยี กของลิง

ข. ลิงมนั อยู่ไมน่ ิ่ง มันชอบวง่ิ กระโดดไปมา

ค. เจ๊ียก เจีย๊ ก เจย๊ี ก มนั ร้องเรยี กพวกมา

ง. ครนั พอถงึ เวลา ออกเทีย่ วหาผลไมก้ ิน
๓๙ คา้ ในข้อใดเปน็ ค้าตาย

ก. เก่ียวข้าว ข. นา้ ทว่ ม ค. จู้จี ง. ตวั เลข

๔๐ คา้ วา่ “กนษิ ฐา” เขียนค้าอ่านได้ตามขอ้ ใด

ก. กะ-หนดิ -ถา ข. กะ-นดิ -ถา

ค. กะ-นดิ -ฐา ง. กะ–หนิด-ฐา



บทท่ี ๕ ภาษาพาที ป.๔ หน้า ๑

ชวี ิตทถ่ี กู เมิน

สรุปยอ่

หลังเลิกเรียนนักเรียนกลุ่มหนึ่งยืนมุงดูงูเขียวกําลัง
รัดตัวตุ๊กแกอยู่บริเวณสวนเกษตร โดยมีลุงบุญคอยเตือน
อยู่ไม่ห่างเด็ก ๆ ลุงบุญอธิบายให้ฟังว่าที่จริงแล้วไม่ได้
กินตับตุ๊กแก แต่ว่าตุ๊กแกกินแมลงจนท้องอืด จึงล้วงเอา
แมลงในกระเพาะของตุ๊กแกกิน ธรรมชาติสร้างให้มาคู่กัน เป็นการช่วยเหลือพ่ึงพา
อาศยั กนั ของสัตวโ์ ลก เดก็ ๆ ไม่ชอบรูปรา่ งหนา้ ตาของตกุ๊ แก เพราะน่าเกลียดและ
น่ากลัว งูน่าจะกัดต๊กุ แกใหต้ าย
ลงุ บญุ บอกวา่ ตุ๊กแกมปี ระโยชนช์ ว่ ยจับแมลงศตั รพู ืชเราไม่ต้องใช้ยาฆ่าแมลง
สําหรับจิ้งจกนั้นลุงบุญเล่าให้ฟังว่าเหตุท่ีจิ้งจกร้องทักจุ๊ ๆ เพราะจิ้งจกอยากตอบ
แทนบุญคุณเจ้าของบ้าน เม่ือรู้ว่าเจ้าของบ้านทําผิดคิดไม่ดีจึงร้องทัก หากเป็น
เรื่องที่จะเกิดอันตรายกับเจ้าของบ้านจิ้งจก ก็จะกระโดด ตกลงมาตายขวางหน้า
เจา้ ของบ้านกอ่ นท่ีเจ้าของบ้านจะออกจากบ้าน เด็ก ๆ ชอบที่ลุงบุญเล่าให้ฟัง และ
เร่ิมมีความคิดท่ีดีกับสัตว์เหล่านั้น แตงอ่อนไม่ชอบก้ิงกือ พอใจไม่ชอบไส้เดือน
ลุงบุญบอกให้เด็กๆ ช่วยกันคิดว่ากิ้งกือ ไส้เดือน มีคุณหรือโทษ และความเชื่อ
เร่ืองจิ้งจกร้องทักก่อนออกจากบ้านเป็นจริงหรือไม่ แล้ววันหลังค่อยมาคุยกัน
เย็นวันรุ่งขึ้นลุงบุญบอกกับเด็ก ๆ ว่า วันน้ีลุงไปห้ามแม่ค้าท่ีกําลังเอาไม้ไล่ตีสุนัข
และด่าสุนัขหยาบ ๆ คาย ๆ เด็ก ๆ รู้สึกสงสารว่าทําไมสุนัขจึงเป็นสัตว์ท่ีถูกดูถูก
เช่นเดียวกับควาย ซึ่งถูกดูถูกว่าไม่ฉลาด เด็ก ๆ และลุงบุญจึงแลกเปล่ียน
ประสบการณ์กันวา่ สิง่ ที่พูดกันนนั้ ไมต่ รงกับความเป็นจริง เพราะในความเป็นจริง
แล้วสุนัขกับควายมีความเฉลยี วฉลาดและนา่ รกั

บทที่ ๕ ภาษาพาที ป.๔ หนา้ ๒

ชวี ติ ทถี่ กู เมิน

เติมพยญั ชนะทขี่ าดหายไปให้เปน็ คาํ ท่มี ีความหมายสมั พันธก์ ับข้อความ

๑ะ ๒า

พบ, พบปะ, พบเห็น ผรู้ เู้ ห็นเหตุการณห์ รอื ขอ้ เทจ็ จริงท่ี
ใช้เป็นหลักฐานพิสูจนไ์ ด้

๓ ะแ ๔ ระ า

เกลียด หรอื รงั เกียจเมื่อไดเ้ หน็ แสดงกริ ยิ าวาจาดูถกู ดหู ม่นิ

ขึ ขั ข้ ขื
๕๖
ผ่งึ ผาย, เอาจริงเอาจัง, แขง็ แรง อาการท่ีลมในกระเพาะอาหาร
เฟอ้ ขน้ึ ทาํ ใหอ้ ดึ อดั
๗ เ ข้ื ขู
๘ ขํา า

เอื้อเฟื้อ, อุดหนนุ ระคายเคือง, เบือ่ หนา่ ย, ทําใหเ้ ดือดร้อน

๙ ขั า ขั ขื
ขู
เคร่อื งหมายที่แสดงให้เหน็
เพือ่ บอกให้รูล้ ่วงหน้า ส่งิ ทที่ ําลายหรือเป็นอันตรายต่อการ
เจริญเตบิ โตของพืช

บทที่ ๕ ภาษาพาที ป.๔ หน้า ๓

ชวี ติ ทถี่ กู เมิน

ตอบคาํ ถามตามเนอ้ื เรอ่ื ง

๑ เด็ก ๆ ยืนมุงดูการตอ่ สูข้ องสัตว์ใดท่ีรวั้ สวนเกษตรของโรงเรยี น
ตอบ

๒ หากงเู ขียวเขา้ ไปลว้ งคอตุ๊กแกได้ มนั จะชว่ ยให้ตกุ๊ แกรู้สึกอย่างไร
ตอบ

๓ มนษุ ย์ส่วนมากรสู้ ึกรงั เกียจ ขยะแขยงสัตวบ์ างชนดิ เพราะดูจากอะไรของสัตว์
เหล่าน้ัน
ตอบ

๔ ตามความเชอื่ ของคนโบราณทีว่ ่า เวลาจะออกจากบา้ นแลว้ จะตอ้ งไปพบกบั
ภยั อนั ตราย จะมสี ัตว์อะไรร้องทักไว้
ตอบ

๕ การที่คนเราจะพูดอะไรใหผ้ ูอ้ น่ื เขาเช่ือถือได้อยา่ งสนิทใจ เราควรมอี ะไรมา
ประกอบการพดู น้ัน
ตอบ

๖ การทีธ่ รรมชาติสรา้ งใหส้ ัตวโ์ ลกน้ีเกดิ มาเป็นค่กู ันก็เพ่ือจุดประสงคใ์ ด
ตอบ

บทที่ ๕ ภาษาพาที ป.๔ หนา้ ๔

ชวี ิตทีถ่ ูกเมิน

(ตอ่ )

๗ เด็กหญิงแตงอ่อนไม่ชอบก้ิงกือตรงสว่ นไหน
ตอบ

๘ ลุงบญุ เล่าเรอื่ งสนกุ ๆ เกยี่ วกบั สตั ว์อะไรให้เด็ก ๆ ฟัง
ตอบ

๙ ลุงบุญผู้ดูแลสวนเกษตรของโรงเรียนแห่งนี้เปน็ คนภาคใด
ตอบ

๑๐ นกั เรยี นคดิ ว่า ถ้าคนและสตั วต์ า่ งอยกู่ นั อยา่ งชว่ ยเหลือเก้ือกลู กนั โลกนจ้ี ะ
เปน็ อย่างไร
ตอบ

บทท่ี ๕ ภาษาพาที ป.๔ หนา้ ๕

ชวี ิตท่ีถูกเมิน

บอกอาวธุ สาํ หรบั ต่อส้ศู ตั รขู องสัตว์ตอ่ ไปน้ี

๑๒๓

ยุง งู ปลิง

๔ ๕ ๖
ผงึ้ ตะขาบ มดแดง

๗ ๘
แมงป่อง คางคก

บทท่ี ๕ ภาษาพาที ป.๔ หนา้ ๖

ชวี ิตทถี่ กู เมนิ

บอกชื่อสตั วท์ ่มี ปี ระโยชน์ให้ถกู ต้องตามทีก่ ําหนดมาให้

๑ ๑
๒ ๒
๓๔ ๓๔
ใช้เปน็ อาหาร ใช้เป็นแรงงาน



๓๔

๑ ช่วยผสม ๔
๒ เกสรดอกไม้
๓๔




ช่วยกําจดั ชว่ ยกาํ จัดซาก
ศัตรพู ชื พืชซากสตั ว์

บทที่ ๕ ภาษาพาที ป.๔ หนา้ ๗

ชีวติ ทถี่ กู เมิน

สตั วท์ กี่ ําหนดให้ต่อไปนตี้ า่ งชว่ ยเหลอื กนั อย่างไรบา้ งจงอธบิ าย

๑ ชอื่ สตั ว์ ๑ ๒

การช่วยเหลือกนั

๒ ชอ่ื สตั ว์ ๑ ๒

การช่วยเหลอื กัน

๓ ชื่อสัตว์ ๑ ๒

การช่วยเหลือกัน

๔ ชอื่ สตั ว์ ๑ ๒

การช่วยเหลือกนั

บทที่ ๕ ภาษาพาที ป.๔ หนา้ ๘

ชีวติ ทถี่ กู เมนิ

แก้คําท่ีผดิ ใหถ้ กู ต้อง

๑ รงั เกลยี ด แก้เปน็ ๒ เบกิ บาล แกเ้ ป็น
๓ โพลงไม้ แก้เปน็ ๔ ตเี กลาะ แก้เปน็
๕ นาลกิ า แก้เปน็ ๖ สํานวณ แกเ้ ปน็

๗ อาวทุ แก้เป็น ๘ สตั รู แกเ้ ปน็
๙ เกอื้ กูน แก้เป็น ๑๐ กะเพาะ แก้เปน็

๑๑ แมลงป่อง แก้เป็น ๑๒ ร้องกรี้ด แก้เปน็
๑๓ โทรทศั ย์ แกเ้ ปน็ ๑๔ ลักษหนะ แกเ้ ปน็

๑๕ ฉเพาะ แก้เป็น ๑๖ กระดาด แก้เปน็

๑๗ สอื่ สาน แก้เปน็ ๑๘ เซง๊ แซ่ แก้เปน็

๑๙ เล้ือยคราน แก้เปน็ ๒๐ กงั วน แก้เปน็

๒๑ ทําราย แก้เป็น ๒๒ สนุ กั แก้เป็น

๒๓ สปปะมาท แก้เป็น ๒๔ อันตะราย แกเ้ ปน็

๒๕ ยอกล้อ แก้เป็น ๒๖ ใบมอ่ น แก้เปน็

บทท่ี ๕ ภาษาพาที ป.๔ หนา้ ๙

ชวี ติ ท่ีถูกเมนิ

นําคาํ อา่ นในวงเลบ็ เติมลงในช่องวา่ งโดยเขียนเป็นคาํ ใหม่

๑ แมใ่ ช้พไี่ ปซอื้ ของท่ี (ตะ-หลาด)

๒ พอ่ ปลกู ดอกไม้ไว้รอบบา้ นนานา (ชะ-นดิ ) นานาพนั ธุ์

๓ พช่ี อบเตะฟตุ บอลใน (สะ-หนาม)

๔ ฉนั (ผะ-เอนิ ) ไปพบเพ่อื นเก่าที่ตลาด

๕ ป้าชอบรับประทาน (สะ-หละ) ซง่ึ เป็นผลไม้รสเปร้ียว

๖ วันนอ้ี ากาศหนาว (ตะหลอด) ท้ังวัน

๗ คณุ ครูใหน้ ักเรียนเขยี นคาํ (ส-ุ พา-สดิ )

๘ ดอกดาวเรืองมีสีเหลือง (อะ-หรา่ ม) ไปทวั่ ท้องท่งุ

๙ คุณหมอนํา (ปะ-หรอด) มาวดั ไข้ให้คุณยาย

๑๐ แม่ของฉันแตง่ ตวั ทัน (สะ-ไหม) มาก ๆ

บทที่ ๕ ภาษาพาที ป.๔ หน้า ๑๐

ชีวติ ทถี่ กู เมนิ (ตอ่ )

นาํ คาํ อ่านในวงเลบ็ เตมิ ลงในชอ่ งว่างโดยเขียนเปน็ คาํ ใหม่

๑๑ กล่มุ ของฉนั (สะ-แดง) ละครแก้วหน้าม้า

๑๒ การบา้ นของทกุ คนในวนั น้ี คอื (สะ-หรบุ ) เรอ่ื งพระพุทธเจา้

๑๓ นอ้ งไม่ (สะ-บาย) มากไปโรงเรยี นไม่ได้

๑๔ เมอ่ื เราทาํ ผิดเราต้อง (ผะ-เชิน) หนา้ กับปัญหาท่ีก่อไว้

๑๕ ในทุก ๆ วนั ฉนั ชอบทาํ บนั ทกึ ประจาํ วนั ไว้ใน (สะ-หมดุ )

๑๖ (ขะ-หนะ) น้ี เวลา ๑๘.๐๐ นาฬกิ า

๑๗ นอ้ งของฉนั เปน็ เด็กทีร่ า่ เรงิ (สะ-หนกุ -สะ-หนาน)

๑๘ บา้ นของฉนั มสี มาชกิ เพมิ่ ขึ้น คณุ พ่อจึงต้อง (ขะ-หยาย) บา้ น

๑๙ ญาติ ๆ ชมว่าฉันมคี วาม (ฉะ-หลาด-ฉะ-เหลียว)

๒๐ แมด่ ุดา่ พ่ีเพราะชอบ (ถะ-เหล-ถะ-ไหล) กลับบา้ นช้า

บทที่ ๕ ภาษาพาที ป.๔ หน้า ๑๑

ชวี ติ ทถี่ ูกเมิน คํานาม

คาํ นาม คําทใ่ี ชเ้ รียกชือ่ คน สตั ว์ ส่ิงของ สถานที่
โดยไม่ได้ชเ้ี ฉพาะเจาะจง เชน่ โรงเรียน วดั
คํานามท่ัวไป คาํ ท่ีใชเ้ รียกชื่อคน สตั ว์ ส่ิงของ สถานที่
คํานามเฉพาะ โดยช้เี ฉพาะเจาะจง เชน่ โรงเรียนสวนกหุ ลาบ
บอกลกั ษณะนาม คาํ นามทใี่ ช้บอกจํานวน เช่น กลว้ ย ๔ หวี
คาํ นามท่ใี ชบ้ อกหมวดหมู่ เช่น ฝงู ผ้ึง โขลงช้าง
คํานาม
คํานามท่เี กิดจากคาํ กรยิ า หรือคําวเิ ศษณ์
โดยเติมคําว่า การ หรือ ความ

บทท่ี ๕ ภาษาพาที ป.๔ หน้า ๑๒

ชีวิตที่ถูกเมิน คํานาม

แยกคํานามตอ่ ไปนใี้ หถ้ กู ต้อง
สนามเด็กเล่น ปากกา จงั หวัดภเู ก็ต หา้ งสรรพสินค้า อนั สมศรี
วัดสุทัศน์ เกาะเกร็ด ด้าม เล่ม เด็กชายสุพัฒน์ ฟุตบอล ลําไย
ปลากะพง ตู้เย็น คัน แมว เชือก โรงแรม บาน ก้อน
หลงั คู่ ครูอนงค์ ถังน้ํา

คาํ นามชี้เฉพาะเจาะจง ลกั ษณะนาม
๑๑
๒๒
๓๓
คาํ นามไม่ช้เี ฉพาะเจาะจง ๔
๔ ๑ ๕
๕ ๒ ๖
๖ ๓
๗ ๗
๘๔
๕ ๘









บทท่ี ๕ ภาษาพาที ป.๔ หนา้ ๑๓

ชวี ิตทถ่ี ูกเมิน คํานาม

วงกลมทับตวั อกั ษรทเ่ี ปน็ คาํ ตอบทีถ่ กู ต้อง

ข้อ ๑-๕ ข้อใดไมใ่ ชค่ ํานาม

๑ ข. ตุ๊กแก ๒ ข. ตอ่ สู้
ก. จงิ้ จก ง. รวั้ ไม้ ก. ศัตรู ง. อาหาร
ค. หยอกลอ้ ค. งเู ขียว

๓ ข. ขยะแขยง ๔ ข. สุนัข
ก. แมลง ง. ไส้เดือน ก. รําคาญ ง. โทรศัพท์
ค. เดก็ ๆ ค. นิทาน

๕ ข. เจ้าทยุ
ก. คอกววั ง. นา่ รัก
ค. โรงเรียน

ข้อ ๖-๙ ขอ้ ใดไม่ใชค่ ํานามชเ้ี ฉพาะ

๖ ข. สวนเกษตร ๗ ข. เจ้าแก่น
ก. ลงุ บุญ ง. จตจุ ักร ก. มดแดง ง. ใบหม่อน
ค. แคทลยี า ค. ฟ้าคราม

๘ ๙ ข. ภูกระดงึ
ก. ประเทศไทย ข. วนั อาทติ ย์ ก. สโุ ขทัย
ค. อดุ รธานี ง. จงั หวัด ค. อุทยานแห่งชาติ ง. สวนนงนชุ

บทท่ี ๕ ภาษาพาที ป.๔ หนา้ ๑๔

ชีวติ ทถี่ กู เมิน คํานาม

เตมิ ลักษณะนามลงในชอ่ งว่างให้ถูกต้อง

๑ ช้าง ๒ ๒ ววั ๒ ๓ เบ็ด ๑

๔ มะนาว ๕ ๕ เกวียน ๑ ๖ กรรไกร ๒

๗ พระสงฆ์ ๙ ๘ เปยี โน ๑ ๙ ไข่ไก่ ๕
๑๐ จาน ๓ ๑๑ รถ ๒ ๑๒ ช้อน ๗
๑๓ พระพุทธรปู ๑ ๑๔ แห ๑ ๑๕ มดี ๓
๑๖ กระดาษ ๔ ๑๗ แสตมป์ ๒ ๑๘ ซอ ๑
๑๙ ประตู ๒ ๒๐ หนงั สอื ๖ ๒๑ ขวด ๓
๒๒ ภเู ขา ๑ ๒๓ เรอื ๓ ๒๔ ธนบัตร ๑๐
๒๕ เค้ก ๒ ๒๖ ดอกไม้ ๖ ๒๗ เขม็ ๕
๒๘ ดินสอ ๑๒ ๒๙ ปี่ ๓ ๓๐ ปิ่นโต ๔

บทท่ี ๕ ภาษาพาที ป.๔ หนา้ ๑๕

ชีวติ ทีถ่ กู เมนิ คาํ สรรพนาม

คาํ สรรพนาม

บุรุษสรรพนามท่ี ๑ บุรุษสรรพนามท่ี ๒ บรุ ษุ สรรพนามที่ ๓
ใช้แทนตวั ผพู้ ูด ใชแ้ ทนตวั ผฟู้ ัง ใชแ้ ทนชอ่ื ผทู้ ีจ่ ะกล่าวถงึ
ฉนั ข้าพเจา้ อาตมา ทา่ น เธอ ใตเ้ ทา้ เอง็ มัน พระองค์ พวกเขา

ข้อใดไมใ่ ช่คาํ สรรพนาม

ก. คุณ ข. จา่ ก. น้อง ข. ฉัน
ค. ขา้ ง. เอ็ง ค. มัน ง. เขา

ก. คุณพ่อ ข. ท่าน ก. พระคณุ เจ้า ข. พระองค์
ค. ใต้เทา้ ง. กระผม ค. คุณปู่ ง. ขา้ พเจ้า

ก. อาตมา ข. โยม
ค. หลาน ง. เรา

บทท่ี ๕ ภาษาพาที ป.๔ หนา้ ๑๖

ชวี ติ ท่ถี กู เมนิ คาํ สรรพนาม

คาํ ท่พี มิ พต์ วั หนาเป็นบรุ ษุ สรรพนามประเภทใด

คุณย่าให้มาบอกเธอวา่ ให้เข้านอนไดแ้ ลว้ โยมไปไหนมาล่ะ
สรรพนามบุรษุ ท่ี สรรพนามบุรุษที่
เจ้าเหมยี วมนั หายไปไหนนะ
ดูผหู้ ญิงคนนัน้ สิเธอสวยทส่ี ดุ ในงานเลยนะ สรรพนามบุรุษที่
สรรพนามบรุ ุษที่ เขาไดร้ บั รางวลั เรยี นดี
สรรพนามบรุ ษุ ท่ี
ขา้ พเจา้ ขอขอบคุณทุกท่าน
สรรพนามบรุ ุษท่ี คณุ ย่าท่านจะไปวดั
สรรพนามบุรษุ ท่ี
คณุ มาหาใครคะ
สรรพนามบรุ ษุ ท่ี เชิญห้องนี้ครบั ท่าน
สรรพนามบุรษุ ที่
ขอพระองค์ทรงพระเจรญิ
สรรพนามบรุ ษุ ที่

เลือกคาํ สรรพนามทางขวามอื ท่ีเหมาะสมเติมลงในช่องวา่ ง

สนุ ขั ตัวน้ี อดอาหารมาหลายวันแลว้ เธอ มัน ท่าน

คุณย่า จะเขา้ นอนแล้วนะ เธอ เขา ท่าน

ทรงมีเมตตากับพวกเรามาก มนั พระองค์ ท่าน

ขออนญุ าตกลับกอ่ นนะคะ ผม กระผม หนู

จ๋อม เปน็ คนสวยมาตั้งแต่เกิด ทา่ น เธอ ฉัน

บทที่ ๕ ภาษาพาที ป.๔ หนา้ ๑๗

ชวี ติ ท่ีถูกเมนิ คาํ สรรพนาม

(ตอ่ ) มัน ฉนั เธอ
เธอ มัน อาตมา
วนั นี้ จะไปเท่ยี วกับฉนั ไหม โยม ฉนั อาตมา
จะไปธุดงคใ์ นป่าสกั สามเดอื น มนั ขา้ พเจ้า อาตมา
จะไปวดั กับอาตมาหรอื ไม่ ขา้ พเจ้า แก คณุ
ขอสญั ญาวา่ จะรักชาตยิ ่งิ ชีวิต
มาหาคณุ ตาใชไ่ หมคะ

เตมิ บรุ ุษสรรพนามลงในช่องว่างให้เหมาะสม

ไปเท่ียวกบั ไหม คงไม่รกั ฉันแลว้

ขออนญุ าตขอรบั ขอ ทรงพระเจริญ
พรงุ่ น้ี คงไม่ได้ออกบิณฑบาต
เมื่อวาน มาหาอาตมาท่ีวดั เหรอ
สนุ ขั ตวั นั้นดรุ ้ายมาก
ด้วยเกลา้ ดว้ ยกระหม่อมขอเดชะ ชอบเหา่ และไล่กัด

คุณหมอท่โี รงพยาบาลน้ี นายสมจิตร มะละรํา พะยะค่ะ

ใจดมี าก

จะร่วมมอื กนั เพ่อื ให้งานสําเรจ็

บทท่ี ๕ ภาษาพาที ป.๔ หน้า ๑๘

ชวี ิตท่ถี ูกเมนิ คํากรยิ า

ขีดเส้นใต้คาํ กริยาในประโยคท่กี าํ หนดให้

๑ เดก็ เล็ก ๆ ร้องไหก้ ระจองอแง ๒ สุนขั เป็นสัตวท์ ฉี่ ลาดและเห่าเก่ง

๓ แมเ่ ดด็ ดอกกหุ ลาบสชี มพู ๔ ลุงบุญตดั ต้นไมอ้ ยหู่ ลังบา้ น

๕ ตุ๊กแกยนิ ยอมให้งเู ขียวลว้ งคอ ๖ คนงานต้ังใจทาํ งานกนั เต็มความสามารถ

๗ หญิงชาวอสี านทอผา้ เป็นอาชีพเสรมิ ทุกครวั เรือน

๘ นกั ดนตรีบรรเลงเพลงได้อย่างไพเราะ

๙ กองเชยี รป์ รบมอื ให้นักกฬี าทีมชาตไิ ทยอยา่ งกกึ ก้อง

๑๐ มนุษย์ควรรกั ษาสิง่ แวดล้อมตามธรรมชาติ

เลือกคาํ กริยาในวงเลบ็ ใส่ในประโยคให้เหมาะสม

๑ คณุ ป้า (นัง่ วิง่ นอน) รถไปตลาดตั้งแตเ่ ช้าตรู่

๒ แมว (กดั คาบ เขย่ี ) ปลาทูมากนิ

๓ ปยุ้ (โดด ดงึ ผลกั ) เพอ่ื นลม้ หน้าควํา่ คะมํา

๔ ฉนั เคย (สอ่ ง เห็น จอ้ ง) งลู ้วงตับต๊กุ แก

๕ แผลทโ่ี ดนยุง (กัด แทะ เล็ม) จะมีอาการบวมแดง

๖ ปอ๋ ง (ขโมย ฉีก ยืม) หนงั สอื จากหอ้ งสมุดมาหลายเล่ม

บทท่ี ๕ ภาษาพาที ป.๔ หน้า ๑๙

ชีวติ ท่ีถูกเมนิ คาํ กริยา

เตมิ คาํ กริยาในสาํ นวนสภุ าษติ ๓

๑๒

หนา้ ตา ขวาน ซาก คากคก วอ

๔ ๕ ๖

งู หาง ใบใหเ้ รอื เสยี น้ํารอ้ นมาก่อน

๗ ๘ ๙

กระไดพลอยโจร นํา้ พรกิ ละลายแม่นา้ํ บนหลงั คน

๑๐ ๑๑ ๑๒

บา้ น สาแหรก น้าํ เรอื เสอื ปา่ ท่ีรัก มกั ทช่ี งั

๑๓ ๑๔ ๑๕

เสอื ให้วัวกลวั ปลาใหญ่ ปลาเล็ก ทองหลังพระ

๑๖ ๑๗ ๑๘

วันประกันพรุง่ ม้า กระโหลก ภเู ขาออกจากอก

๑๙ ๒๐

ราํ ไมด่ ี โทษปีโทษกลอง ไมไ่ ดศ้ พั ท์ ไปกระเดยี ด

บทท่ี ๕ ภาษาพาที ป.๔ หนา้ ๒๐

ชวี ติ ทีถ่ ูกเมิน คาํ วเิ ศษณ์

ขดี เสน้ ใต้คาํ วิเศษณท์ ่มี ีในประโยค

๑ เมื่อคนื ลมพัดแรง คําวเิ ศษณ์คอื
๒ น้องใส่เสื้อสีแดง คาํ วเิ ศษณ์คอื

๓ บ้านใหญ่ หลังน้ีเป็นของคุณปู่ คําวิเศษณค์ ือ

๔ ชายชรา พาคณุ ยายเดินเลน่ คําวเิ ศษณ์คอื
๕ พวกเราทงั้ หมด รกั คณุ พ่อ คาํ วเิ ศษณค์ ือ

๖ เสอื้ ขาว ของคุณพ่อเปื้อน คําวเิ ศษณค์ ือ

๗ ปรีชามีรถยนต์คนั ใหญ่ คําวเิ ศษณ์คือ

๘ พอ่ กนิ ขา้ วจานโต คําวเิ ศษณ์คือ

๙ ฉันไปกอ่ น เขาไปหลงั คาํ วิเศษณค์ ือ
๑๐ นํา้ เยน็ อยู่ในขวดใบใหญ่ คําวเิ ศษณค์ อื

บทที่ ๕ ภาษาพาที ป.๔ หนา้ ๒๑

ชีวติ ทถ่ี กู เมนิ คาํ วิเศษณ์

เขยี นคาํ ตรงข้ามกับคาํ วเิ ศษณท์ ี่กําหนดให้

บทที่ ๕ ภาษาพาที ป.๔ หนา้ ๒๒

ชีวิตทถ่ี ูกเมิน คําวเิ ศษณ์

เติมคําวิเศษณท์ ่กี าํ หนดให้ลงในช่องวา่ ง

เหนอื เปรย้ี ว ช้า ขาว แดง มาก หวาน สวย
รอ้ น โบราณ ใต้ อ้วน

แมว กนิ ปลาทู ปองศกั ดิ์ร้องเพลงเพราะ

ผ้าพันคอผนื นล้ี วดลาย จรงิ ลงุ ศักดข์ิ ับรถ มาก

ประเทศไทยมีรปู ร่างคล้ายขวาน

ช่วงเดือนเมษายนอากาศในประเทศไทยจะ จัด

โรงเรียนสี เป็นโรงเรียนปลอดยาเสพติด

มะม่วง เหมาะท่จี ะรับประทานกบั กะปิ

กุหลาบสี เปน็ สญั ลกั ษณ์ของวนั แหง่ ความรกั

สตลู อยทู่ างภาค ส่วนเชยี งรายอยทู่ างภาค

บทที่ ๕ ภาษาพาที ป.๔ หนา้ ๒๓

ชวี ิตท่ถี ูกเมิน ประโยค

ประโยคเพอ่ื การสอ่ื สาร ประโยค
คําสั่ง
ประโยค ประโยค ประโยค
บอกเล่า
ปฏเิ สธ คาํ ถาม

ประโยค ประโยค
ขอรอ้ ง แสดงความ
ตอ้ งการ

อา่ นประโยคตอ่ ไปนี้แล้วบอกว่าเปน็ ประโยคลักษณะใด

๑ ลุงบุญเปน็ ผดู้ ูแลสวนเกษตรของโรงเรียน
ประโยค

๒ งกู ับตกุ๊ แกมันเลน่ หยอกล้อหรอื ตอ่ สกู้ นั
ประโยค

๓ ตกุ๊ แกไมย่ อมใหง้ เู ขยี วล้วงเข้าไปในคอของมนั
ประโยค

บทที่ ๕ ภาษาพาที ป.๔ หนา้ ๒๔

ชีวติ ทถ่ี ูกเมิน ประโยค

๔ ตกุ๊ แกเอาขาหน้าสองขาปดิ ปากไว้
ประโยค

๕ ฟา้ ใสอยากลงเลน่ ทะเล
ประโยค

๖ ฉนั ไม่จบั ไส้เดือนหรอกนะ
ประโยค

๗ อย่าสง่ เสียงดังรบกวนผูอ้ ่ืน
ประโยค

๘ คณุ ลุงชว่ ยเล่าเร่ืองเจา้ แก่นกับเจ้าทุยให้ฟังหนอ่ ยสิคะ
ประโยค

๙ ตอ้ งรับประทานยาแกป้ วดหลังอาหารด้วยนะ
ประโยค

๑๐ พรงุ่ นีใ้ ครจะมาชว่ ยทาํ รายงานบา้ ง

ประโยค
๑๑ หา้ มรบั ประทานอาหารในหอ้ งสมุด

ประโยค

บทท่ี ๕ ภาษาพาที ป.๔ หน้า ๒๕

ชวี ิตท่ถี ูกเมิน

เขียนเคร่ืองหมาย / หนา้ ขอ้ ความที่ถูก เขียนเครื่องหมาย x หนา้ ข้อความทผี่ ิด

๑ ในบทเรียนนี้ นักเรยี นจะไดเ้ รยี นรเู้ ก่ียวกบั คํานาม คําสรรพนาม
คาํ กริยา และคาํ วเิ ศษณ์

๒ คํานาม คอื คาํ ทใ่ี ชเ้ รยี กชื่อ คน สตั ว์ พชื ส่งิ ของ สถานท่ี ทงั้ ทมี่ ี
ชีวิต และไมม่ ชี ีวติ

๓ คาํ นามในภาษาไทย มี ๒ ชนดิ คือ คํานามสามญั และคํานาม
วิสามญั

๔ คําสรรพนาม ทนี่ กั เรยี นรจู้ กั ในบทเรียนน้คี อื คาํ บรุ ุษสรรพนาม

๕ คํากรยิ า คอื คําท่ใี ชบ้ อกอาการ หรือบอกสภาพของคน สตั ว์ พชื
ส่งิ ของ

๖ คาํ วิเศษณ์ คอื คาํ ทใ่ี ชข้ ยายคํานามและคาํ กรยิ าเท่านั้นเพอื่ ให้
ใจความของประโยคชดั เจนยงิ่ ขนึ้

๗ ประโยคส่อื สารมหี ลายชนิด เราต้องเลือกใชใ้ หต้ รงตามจุดประสงค์

๘ ในการส่อื สาร เพื่อให้ผู้พดู และผฟู้ ังมคี วามเขา้ ใจตรงกนั เราต้อง
เลอื กใชป้ ระโยคใหต้ รงกบั สัมพันธภาพของคสู่ นทนา

๙ ประโยคท่ใี ช้ในการส่อื สาร หากแบง่ ตามจุดประสงค์จะแบง่
ออกเปน็ ๖ ชนดิ ด้วยกัน

๑๐ ประโยคแตล่ ะชนิดตามจดุ ประสงคจ์ ะมีคําที่บ่งบอกลกั ษณะเฉพาะ
อยู่ดว้ ยเสมอ

บทท่ี ๕ ภาษาพาที ป.๔ หน้า ๒๖

ชวี ิตทถี่ กู เมนิ

เลือกขอ้ ทถ่ี กู ต้องทีส่ ดุ

๑ หลังเวลาเลิกเรยี น มีเดก็ กลุม่ หนึง่ กําลังยืนมุงดอู ะไร

ก. ตุ๊กแกรดั งู ข. งูรดั เดก็ ค. เดก็ รดั งู ง. งรู ดั ตุ๊กแก
๒ เดก็ ๆ ยืนดูงกู บั ตกุ๊ แกต่อสกู้ นั ท่ไี หน

ก. สนามหญ้า ข. ริมรั้วสวนเกษตรของโรงเรียน

ค. บนกงิ่ ไมใ้ กล้โรงเรยี น ง. หลังคาโรงเรยี น
๓ งทู ตี่ อ่ สกู้ ับตุ๊กแก คอื งู อะไร

ก. งเู หลือม ข. งแู สงอาทติ ย์

ค. งเู ขยี ว ง. งูลายไมก้ วาด
๔ งูเขยี วเลือ้ ยเข้าไปในคอของตุ๊กแกเพื่ออะไร

ก. ช่วยเข้าไปกนิ ตบั แก่ ๆ ของตุ๊กแก

ข. ช่วยล้วงเอาแมลงในกระเพาะ

ค. ช่วยป้อนอาหารท่ีหามาใสป่ ากตกุ๊ แก

ง. ชว่ ยใหต้ ุ๊กแกอ้าปากกวา้ งข้ึนเสียงร้องจะไดด้ งั ขนึ้
๕ ลงุ บุญเลา่ ให้เดก็ ๆ ฟงั วา่ คนสมยั กอ่ นเช่อื วา่ งูเขียวชอบกินส่วนไหนของต๊กุ แก

ก. เฉพาะตับ ข. เครอื่ งใน

ค. ท้ังตัว ง. ส่วนไหนกไ็ ด้ขอให้ได้กนิ

๖ ตุ๊กแกเป็นสัตวช์ นดิ ใด

ก. ครงึ่ บกครึ่งนาํ้ ข. เลอื้ ยคลาน

ค. สัตว์บก ง. สัตวน์ ํ้า

บทที่ ๕ ภาษาพาที ป.๔ หน้า ๒๗

ชวี ิตท่ีถูกเมิน

เลอื กข้อที่ถกู ตอ้ งท่สี ุด

๗ ต๊กุ แกเปน็ สตั ว์ทีม่ ปี ระโยชนต์ ่อเกษตรกรอย่างไร

ก. ช่วยกําจดั แมลงท่เี ป็นศตั รพู ืช

ข. ชว่ ยกําจดั สตั วม์ พี ิษทกุ ชนดิ

ค. ช่วยให้มีรายไดจ้ ากการเล้ยี งไวข้ าย

ง. ชว่ ยรอ้ งเตอื นเมือ่ เห็นงูเขยี วเลอื้ ยผ่าน
๘ ช่อื เรียกต๊กุ แกน่าจะมาจากเหตุผลใด

ก. หนา้ ตาท่นี า่ เกลยี ดน่ากลวั

ข. ตุก๊ แกมตี ับแกก่ ่อนตาย

ค. เสียงรอ้ ง “ตกุ๊ แก ๆ”

ง. เสียงร้องดว้ ยความตกใจของคนที่เหน็
๙ ข้อใดคอื ข้อเทจ็ จรงิ เกย่ี วกับตุก๊ แกกับงเู ขยี ว

ก. งเู ขียวชอบกนิ ตับตุก๊ แก

ข. ก่อนตายตุ๊กแกจะต้องใหง้ ูเขียวลว้ งคอ

ค. งเู ขียวเข้าไปกินแมลงในตับตุ๊กแก

ง. ตุก๊ แกร้องให้งเู ขยี วมาล้วงเอาแมลงในกระเพาะออกไป
๑๐ ตามความเชือ่ ของคนโบราณ ถ้าเจา้ ของบา้ นนัน้ คดิ หรือจะทําส่ิงไม่ดจี ง้ิ จก
จะทาํ อยา่ งไร

ก. ร้องทกั เตือนสติ ข. กระโดดลงมาตายขวางหนา้

ค. กระโดดลงมาเกาะหนา้ ประตูบา้ น ง. กระโดดลงมาเกาะท่ีเทา้

บทที่ ๕ ภาษาพาที ป.๔ หน้า ๒๘

ชวี ิตทีถ่ กู เมนิ

เลอื กขอ้ ทีถ่ ูกต้องทีส่ ดุ

๑๑ นกเอย้ี งเกาะบนหลงั ควายเพ่อื ทาํ ส่งิ ใด

ก. ระวงั ภัยใหค้ วาย ข. กินแมลงบนหลงั ควาย

ค. แสดงใหเ้ ห็นวา่ นา่ รกั กวา่ ควาย ง. อยากแกล้งควาย
๑๒ “เจ้าทยุ ” ในเร่ืองนเี้ ปน็ ชื่อของสัตวช์ นิด

ก. สุนัข ข. สุกร ค. โค ง. กระบอื
๑๓ ขอ้ ใดเปน็ ความสามารถของสุนขั ทไี่ มไ่ ดก้ ล่าวถงึ ในเรอื่ งนี้

ก. ดนู าฬกิ าแล้วบอกเวลา ข. ชว่ ยระวังภยั ใหเ้ จา้ ของ

ค. ดมกลนิ่ จบั โจรผรู้ า้ ย ง. แสดงละครให้ความเพลิดเพลิน
๑๔ ไส้เดอื น กง้ิ กือ มปี ระโยชนต์ ่อมนุษย์ในด้านใด

ก. การค้าขาย ข. การเกษตร

ค. การทอผ้า ง. การทาํ อุตสาหกรรม
๑๕ ข้อใดน่าจะเป็นเหตุผลที่เด็ก ๆ ส่วนใหญเ่ กลยี ดตุ๊กแก คางคก ไส้เดอื น กงิ้ กือ

ก. หนา้ ตาท่นี ่ารังเกียจ ขยะแขยง ข. ส่งเสียงร้องดังรบกวนเวลานอน

ค. เปน็ สัตวไ์ มม่ ีประโยชน์ ง. เป็นสตั วท์ ่มี พี ิษ
๑๖ จากขอ้ ๑๕ เราควรกาํ จัดสัตว์ดงั กลา่ วใหห้ มดไปจากโลกหรอื ไม่ เพราะเหตุใด

ก. ควร เพราะ สัตวท์ น่ี า่ รงั เกียจจะได้ลดนอ้ ยลงไปจากโลก

ข. ควร เพราะ เป็นอันตรายต่อคน พืช และสตั ว์ดว้ ยกัน

ค. ไมค่ วร เพราะ จะทําใหเ้ กิดมหนั ตภยั ข้ึนกบั โลก

ง. ไม่ควร เพราะ จะเกิดผลกระทบตอ่ สงิ่ แวดลอ้ มทาํ ให้ระบบนเิ วศไมส่ มดุล

บทท่ี ๕ ภาษาพาที ป.๔ หนา้ ๒๙

ชวี ติ ทีถ่ ูกเมิน

เลือกขอ้ ท่ีถูกตอ้ งท่สี ดุ

๑๗ สตั ว์ชนิดใดมีเหล็กในอยู่ท่ปี ลายหาง

ก. ยุง ข. มดคนั ไฟ ค. ตะขาบ ง. แมงป่อง
๑๘ อาวุธสาํ คญั ของตอ่ แตน ผ้ึง คืออะไร

ก. เข้ียว ข. เลบ็ แหลมคม

ค. พษิ เหมือนพษิ งู ง. เหล็กใน
๑๙ สัตวใ์ นขอ้ ใดท่ีมพี ษิ เปน็ อนั ตรายตอ่ ชีวติ เราได้

ก. แมงดานา ข. แมลงสาบ ค. แมงป่อง ง. แมลงเม่า
๒๐ สัตวใ์ นข้อใดมีพิษทุกตวั

ก. งูเห่า จงิ้ หรดี หนู ข. งูเหลอื ม ตัวตอ่ แตน

ค. งูหางกระดิ่ง งูแมวเซา หมคี วาย ง. ตะขาบ งเู ขียวหางไหม้ แมงป่อง
๒๑ สตั วม์ ีพษิ ในข้อใดอยู่ในกล่มุ ท่ตี ่างจากขอ้ อ่นื

ก. ผึง้ ข. ตอ่ ค. แตน ง. แมงป่อง
๒๒ สัตวใ์ ดมนี าํ้ พษิ อย่ตู ามผวิ หนังเป็นปมุ่ ปมท่วั ตวั

ก. อ่งึ อ่าง ข. คางคก ค. กบ ง. เขียด
๒๓ สตั ว์ในข้อใดทใ่ี ห้ประโยชนแ์ กม่ นษุ ย์น้อยท่ีสุด

ก. สุนขั ข. วัว ค. ช้าง ง. ยงุ
๒๔ ธรรมชาตสิ ร้างใหส้ ัตว์ค่ใู ดเกิดมาชว่ ยกันและกนั เหมือนตุ๊กแกกบั งเู ขียว

ก. ราชสีหก์ ับหนู ข. นกกาเหวา่ กับอีกา

ค. นกเอ้ยี งกับควาย ง. หมาปา่ กับลกู แกะ

บทท่ี ๕ ภาษาพาที ป.๔ หน้า ๓๐

ชีวติ ท่ีถูกเมิน

เลือกขอ้ ทีถ่ ูกตอ้ งท่ีสุด

๒๕ จากการทส่ี ัตว์ชว่ ยเหลือเกื้อกลู ซงึ่ กนั และกันตรงกบั สํานวนไทยว่าอยา่ งไร

ก. คนดีตกนํ้าไม่ไหล ตกไฟไมไ่ หม้ ข. น้าํ พ่ึงเรือ เสอื พงึ่ ปา่

ค. ทาํ ดไี ดด้ ี ทาํ ชัว่ ได้ชว่ั ง. สามัคคคี อื พลัง
๒๖ สํานวนไทยทเ่ี ก่ียวขอ้ งกับสตั ว์ ข้อใดกลา่ วไมถ่ กู ต้อง

ก. เดก็ ๆ พวกน้ซี กุ ซน อยไู่ ม่นิง่ ยงั กับจบั ปลาสองมอื ยังไงยงั ง้ัน

ข. ฉนั อธิบายต้งั หลายครงั้ เธอกย็ ังไม่เขา้ ใจ เหมอื นสซี อใหค้ วายฟังจริงๆ

ค. ลงุ คนน้ีทําตัวเปน็ เฒา่ หวั งู ชอบพูดจาแทะโลมเดก็ สาว ๆ เปน็ ประจาํ

ง. เร่อื งนไี้ มใ่ ช่ธรุ ะกงการอะไรของเธอ อยา่ มาทําเป็นจระเข้ขวางคลอง
๒๗ นกั เรียนคดิ ว่า “ชวี ติ ทีถ่ กู เมิน” ในที่นห้ี มายถึงอะไร

ก. สตั ว์ตวั เล็ก ๆ ทพี่ บเจอได้ยาก

ข. สัตวท์ ่ีไม่สวยงาม เลยไม่มใี ครนาํ ไปเลีย้ ง

ค. สัตวท์ ี่บาดเจบ็ แลว้ ไมไ่ ด้รับการชว่ ยเหลอื

ง. สตั ว์ต่าง ๆ ท่มี ีรูปร่างหนา้ ตาไมน่ ่าดู เลยทําให้หลายคนมองไม่เหน็
ประโยชนห์ รือความสําคัญของพวกมนั
๒๘ ข้อใดไม่ใชข่ ้อคดิ ทไี่ ดจ้ ากเรอ่ื งชวี ติ ทถ่ี กู เมิน

ก. มนุษยไ์ มค่ วรรังแกสตั ว์เพราะสตั วก์ ม็ ีชวี ติ เหมือนกัน

ข. ถา้ มนุษย์และสัตว์ช่วยเหลอื เก้อื กูลกนั โลกจะสงบสุข

ค. สตั วบ์ างชนิดมลี กั ษณะนา่ รงั เกยี จแต่ก็ทําประโยชนไ์ ด้

ง. เพอ่ื ความปลอดภยั มนษุ ย์ควรกําจดั สตั ว์มีพิษให้หมดไป

บทที่ ๕ ภาษาพาที ป.๔ หนา้ ๓๑

ชวี ติ ทีถ่ ูกเมิน

เลอื กข้อที่ถูกตอ้ งท่สี ุด

๒๙ “นกั เรียนเขา้ แถวเคารพธงชาติ” จากประโยคนี้คําใดเปน็ คาํ นาม

ก. นักเรียน ข. แถว ค. เคารพ ง. เขา้
๓๐ “ใบหม่อนชวนเพือ่ นไปใสบ่ าตรท่วี ัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน” จากประโยคน้ี
คําใดเป็นคํานามวสิ ามญั

ก. ใสบ่ าตร ข. เพอ่ื น

ค. วดั พระศรีมหาธาตุ บางเขน ง. ชวน
๓๑ ขอ้ ใดเป็นคํานามวิสามญั ทุกคาํ

ก. บุรษุ ไปรษณยี ์ ทหาร พยาบาล

ข. กรงุ เทพฯ สถานีรถไฟหัวลาํ โพง วดั พระแกว้

ค. สวนลุมพนิ ี สวนสาธารณะ สวนสนุก

ง. มหาวิทยาลยั โรงเรยี น ครูแกว้ ตา
๓๒ ช่อื สตั ว์ในขอ้ ใดเป็นทงั้ คํานามชีเ้ ฉพาะและเป็นอักษรนําดว้ ย

ก. เมาคลี ข. หลินปงิ ค. พังแป้น ง. หมหี มา
๓๓ ประโยคในขอ้ ใดไมม่ ีการใช้คําสรรพนาม

ก. เขากินนํา้ อดั ลมจนฟนั ผุ

ข. พ่อใหส้ รอ้ ยเสน้ นีแ้ กผ่ ม

ค. มันเผาอร่อยและมีประโยชน์

ง. หนูชอบอ่านหนังสือในหอ้ งสมดุ

บทท่ี ๕ ภาษาพาที ป.๔ หนา้ ๓๒

ชวี ติ ทีถ่ ูกเมนิ

เลอื กข้อทีถ่ กู ต้องที่สดุ

๓๔ คําทีข่ ดี เสน้ ใตใ้ นประโยคขอ้ ใดเปน็ คําสรรพนามแทนผพู้ ดู

ก. พอพูดเร่ืองจรงิ เขาก็ทาํ ทา่ ทางโมโห

ข. เชา้ นี้เธอจะไปโรงเรียนด้วยกนั ไหม

ค. เจ้าทุยมนั เป็นควายของลงุ บุญ

ง. ฉนั ว่าหนงั สือเลม่ นี้เน้ือหานา่ สนใจ
๓๕ “เจา้ ทยุ ไถนาเกง่ ” จากประโยคน้ีคาํ ใดเปน็ คํากรยิ า

ก. เจา้ ข. เกง่ ค. ทยุ ง. ไถนา
๓๖ คาํ ว่า “ขัน” ในขอ้ ใดทาํ หนา้ ท่ีเปน็ คาํ วิเศษณ์

ก. ฟา้ เป็นคนมีอารมณ์ขัน ข. ฝนกาํ ลงั ขันนอตทีห่ ลุดใหแ้ นน่

ค. ผิงใชข้ นั สาดนา้ํ ในวันสงกรานต์ ง. ผง้ึ ไดย้ นิ เสียงไก่ขนั แตเ่ ช้าตรู่
๓๗ ประโยคในขอ้ ใดมีคาํ วิเศษณใ์ นประโยค

ก. ลกู แมวร้อง ข. ไมไ้ ลห่ นู

ค. ฉนั อา่ นหนังสือ ง. กว๋ ยเตย๋ี วอรอ่ ยมาก
๓๘ ชื่อสตั วใ์ นขอ้ ใดมีคาํ วิเศษณป์ ะปนอยู่

ก. นกเอยี้ ง ข. ตุ๊กแก ค. งเู ขยี ว ง. มดคันไฟ
๓๙ ประโยคในข้อใดประกอบด้วยคํานาม คํากริยา และคาํ วเิ ศษณ์

ก. คณุ พ่อกินขนมปงั กบั กาแฟ

ข. เดชาเปน็ นกั กฬี าของโรงเรยี น

ค. ผมเลย้ี งแมวช่อื เจ้าแต้ม

ง. นอ้ งโยนลกู บอลสีขาวลงตะกรา้

บทท่ี ๕ ภาษาพาที ป.๔ หนา้ ๓๓

ชีวติ ท่ีถูกเมิน

เลือกขอ้ ท่ีถกู ตอ้ งท่สี ดุ
๔๐ ข้อใดจัดเป็นประโยคบอกเล่า

ก. เด็กนอ้ ยนอนอยูใ่ นเปล
ข. ใครเคยเหน็ ปลาฉลามบ้าง
ค. วนั นีเ้ ธอไม่ไดม้ าโรงเรยี น
ง. เขาออกไปทาํ งานแลว้ หรอื ยัง
๔๑ ประโยคในข้อใดเป็นประโยคบอกเล่า
ก. ระวงั ของแตก
ข. คุณแมไ่ ม่ไดไ้ ปตลาด
ค. สมชายเปน็ คนดี
ง. เมอ่ื ไรรถไฟจะมา
๔๒ ขอ้ ใดไม่ใชป่ ระโยคขอรอ้ ง
ก. กรณุ าแตง่ กายดว้ ยชดุ สุภาพ
ข. คุณชว่ ยไปซอื้ กาแฟใหผ้ มหนอ่ ย
ค. เขาชว่ ยเธอใหร้ อดจากอุบตั ิเหตุ
ง. ช่วยเกบ็ ผ้าใหแ้ มห่ นอ่ ยนะ
๔๓ “เธอต้องต้งั ใจเรยี นนะ” เป็นประโยคสือ่ สารชนดิ ใด
ก. ประโยคบอกเลา่
ข. ประโยคคําสงั่
ค. ประโยคขอรอ้ ง
ง. ประโยคแสดงความต้องการ

บทที่ ๕ ภาษาพาที ป.๔ หนา้ ๓๔

ชวี ติ ทีถ่ ูกเมิน

เลือกขอ้ ทีถ่ กู ต้องท่ีสุด

๔๔ ข้อใดจบั ค่ปู ระโยคไดถ้ กู ต้อง
ก. เขาไมใ่ ช่คนที่ตอ้ งรับผดิ ชอบเรือ่ งนี้หรือ - ประโยคปฏิเสธ
ข. เธอทาํ รายงานแบบนี้มันใชไ้ ด้ทีไ่ หน - ประโยคคําถาม
ค. กอ้ งถามดว้ ยความอยากร้อู ยากเห็น - ประโยคแสดงความตอ้ งการ
ง. คณุ ครสู ง่ั ใหน้ ักเรียนทาํ ความเคารพ - ประโยคบอกเล่า

๔๕ ข้อใดเปลีย่ นประโยคบอกเลา่ ใหเ้ ปน็ ประโยคคาํ สั่งไดถ้ กู ต้อง
( ลงุ บุญเล่านทิ านใหเ้ ดก็ ๆ ฟงั )

ก. โปรดเล่านิทานให้ฟงั หนอ่ ยครับ
ข. ใครเลา่ นทิ านให้เด็กๆ ฟัง
ค. เดก็ ๆ อยากฟงั นทิ านที่ลุงบญุ เล่า
ง. เลา่ นิทานใหเ้ ดก็ ๆ ฟงั เด๋ียวนี้



บทท่ี ๖ ภาษาพาที ป.๔ หน้า ๑

โอม ! พินจิ มหาพิจารณา

สรุปยอ่

จิตน้องของปองสิทธิ์ได้รับจดหมายลูกโซ่ ต้องเขียน
ส่งต่อไปอีก ๒๕ ฉบับ ภายใน ๗ วัน ซึ่งเพ่ิงเขียนได้
เพียง ๑๐ ฉบับ จึงอยากให้พ่ีปองสิทธิ์ช่วย ปองสิทธิ์
พยายามหา้ มนอ้ งแต่ไม่เป็นผล ขณะทก่ี ําลังเถียงกนั
พ่อกับแม่ก็เดินมาพอดี พ่อกับแม่สอนว่าเราไม่ควรเชื่ออะไรง่ายๆ ต้อง
พิจารณาให้รอบคอบกอ่ น
ถ้าเราทําแต่ความดี สิ่งดี ๆ ก็จะเกิดขึ้นแก่เราเสมอ การไปหวัง
ลม ๆ แล้ง ๆ หรือ หลงเชื่ออะไรง่าย ๆ ทําให้เราขาดความเช่ือมั่นในตนเอง
ผลทเี่ ราได้รับย่อมเกิดจากการกระทํา ทั้งนั้น แม่เสริมว่าอยากให้ลูกมีเหตุผล
จะเช่ืออะไรเราควรใคร่ครวญและพิจารณาให้ถ่ีถ้วน จะได้ไม่เสียใจภายหลัง
ปองสิทธ์ิบอกว่าตนเห็นเพื่อน ๆ บางคนต่ืนเต้นตกใจกับข่าวบางข่าว ผู้ใหญ่ก็
เห็นอะไรที่เป็นตัวเลข พ่อบอกว่าอย่าไปว่าเขาเลย คนเรามีความเชื่อต่างกัน
ถ้าเราได้ยินหรือ ได้เห็นอะไรแล้วค่อย ๆ คิดหาเหตุผลก่อนตัดสินใจเชื่อ
ถ้ามีเหตุผลพอฟังได้เราก็รับฟัง คุณปู่เคยสอนพ่อว่า “เห็นอะไร ได้ยินอะไร
เกิดอะไรข้ึนให้ตั้งสติ แล้วท่องว่า โอม! พินิจมหาพิจารณา สติมา ปัญญามี"
แล้วจะไม่พลาด”

บทที่ ๖ ภาษาพาที ป.๔ หนา้ ๒

โอม ! พินจิ มหาพิจารณา ๓ พเิ คราะห์

เขยี นคาํ อา่ นของคําต่อไปนี้ อ่านว่า

๑ ใคร่ครวญ ๒ เตลิด

อา่ นว่า อา่ นวา่

๔ ภยั พบิ ตั ิ ๕ ยล ๖ อนั ตราย

อ่านวา่ อ่านวา่ อ่านวา่

๗ พิจารณา ๘ พนิ จิ ๙ กงั วล

อา่ นวา่ อ่านว่า อา่ นว่า

๑๐ ปัญญา ๑๑ เวน้ วรรค ๑๒ พยายาม

อ่านว่า อ่านวา่ อ่านว่า

๑๓ วจิ ารณ์ ๑๔ โอวาท ๑๕ สร้างสรรค์

อ่านวา่ อา่ นวา่ อ่านวา่


Click to View FlipBook Version