บทท่ี ๑๑ ภาษาพาที ป.๔ หนา้ ๑๕
คนดศี รีโรงเรยี น
เลือกคําในวงเล็บเตมิ ลงในช่องว่างใหถ้ กู ต้อง
๑ ภาพปรศิ นา (ปรากฎ, ปรากฏ) อยูใ่ นโทรศพั ท์
๒ ฉนั ถกู เพ่ือน (ร้อเรยี น, ลอ้ เลียน) เรอ่ื งความสูง
๓ เราต้อง (ระมดั ระวัง, รมดั ระวัง) คนแปลกหน้า
๔ นอ้ งของฉันทอ่ ง (สตู คูณ สูตรคูณ) ไม่เกง่
๕ คณุ หมอช่วยคนไขด้ ว้ ยการ (กะต้นุ , กระตุ้น) สมอง
๖ จอ้ นมีปัญหาในเรอื่ งการบวกลบ (คนู หาร, คณู หาร)
๗ การวิ่งเปน็ การ (เคื่อนไหว, เคลื่อนไหว) ทวั่ รา่ งกาย
๘ คณุ หมอวินจิ ฉัยว่าคุณปา้ เป็นโรค (ประสาท, ประสาธ)
๙ เด็กสมาธสิ ั้น มกั จะ (หุนหนั พลันแล่น, หนุ หนั พนั แลน่ )
๑๐ เด็กทมี่ ีความบกพรอ่ งในการเรียนร้จู ะขาด (ทกั ษะ, ทกั สะ) การคิด
๑๑ ฉนั ไดร้ บั การคัดเลอื กใหแ้ สดง (ลคร, ละคร) เรื่องเงาะปา่
๑๒ ฉนั รว่ ม (สะนบั สะนนุ , สนบั สนนุ ) เงินบรจิ าคเพื่อเด็กยากไร้
๑๓ คณุ ครใู หน้ ักเรยี นชวนกัน (สรรคห์ า, สรรหา) คนทจ่ี ะมาเปน็ หวั หน้าหอ้ ง
๑๔ หมบู่ า้ นดงประคําได้รับการ (พฒั นา, พัทนา) อย่างต่อเนื่อง
๑๕ (พิทีกร, พิธีกร) ในงานเชอื้ เชิญให้แขกรว่ มเฉลิมฉลองกัน
บทท่ี ๑๑ ภาษาพาที ป.๔ หน้า ๑๖
คนดศี รีโรงเรียน
เขยี นคําอ่านของคาํ ทข่ี ีดเส้นใต้ลงในชอ่ งว่างให้ถกู ตอ้ ง
๑ พฤติกรรม ( ) ของเดก็ ทีม่ ีสมาธิ ( ) ส้ัน คือ
สนใจส่งิ ใดไม่นาน วู่วาม และซกุ ซน ไมอ่ ยูน่ ่งิ
๒ เดก็ ทุกคนมีสิทธทิ ี่จะได้รับการพัฒนาไดเ้ ต็มตามศกั ยภาพ ( )
ทางสตปิ ญั ญา ( ) ของตน
๓ รางวลั เกียรติยศ ( ) ทว่ี า่ นไดร้ ับเกิดจากการทวี่ ่านทําความดดี ้วย
ความบรสิ ุทธ์ิ ( ) ใจโดยไมห่ วังผลตอบแทน
๔ พี่ ๆ ช้ันประถมทมี่ จี ิตอาสาต้องใช้ความพยายาม ( ) อย่างมาก
ในการชว่ ยดแู ลนอ้ งอนบุ าล ( ) ที่กาํ ลงั ซกุ ซน
๕ เดก็ ทีม่ ภี าวะบกพรอ่ งทางการเรยี นรู้ มกั อา่ นหนังสือไม่ออก จาํ สระ ( )
พยัญชนะ ( ) และวรรณยุกต์ ( ) สับสน
๖ ขณะ ( ) ท่เี รานอนหลับ สมอง ( ) จะได้รับการพกั ผอ่ น
อย่างเตม็ ท่ี
๗ สาเหตหุ นง่ึ ทท่ี าํ ใหน้ กั เรยี นมที ศั นคติ ( ) ท่ีไม่ดตี ่อการเรียนวชิ า
คณิตศาสตร์ ( ) กค็ อื ตคี วามโจทย์ปญั หาไม่เปน็
๘ มนุษย์ ( ) ทมี่ ีความผดิ ปกติ ( ) ทางสมอง ย่อมมผี ล
ทําให้มีพฤติกรรมแปลกๆ
๙ การพดู แนะนาํ ตัวต่อทปี่ ระชมุ ควรเรม่ิ กล่าวคําสวัสดี ( ) แล้วบอกช่อื
นามสกุล ( ) ตนเองเป็นใคร อยู่ทไ่ี หน วันนมี้ าทาํ หนา้ ที่อะไร
๑๐ ขอ้ ควรปฏบิ ตั ิ ( ) ในการพดู คุยกบั บคุ คลอน่ื ๆ ควรเลอื กเรื่องทอ่ี ยู่
ในความสนใจของคู่สนทนา ( )
บทที่ ๑๑ ภาษาพาที ป.๔ หน้า ๑๗
คนดศี รโี รงเรียน
เลอื กคาํ ตอบทถี่ ูกต้อง
๑ โรงเรียนของจ้อนจะจัดให้มีการประกวดอะไร
ก. คดั ลายมอื ข. คนดีศรโี รงเรยี น
ค. นักเรียนเรียนดี ง. หอ้ งเรยี นสะอาด
๒ ครมู องวา่ ว่านเปน็ เด็กอยา่ งไร
ก. เปน็ เด็กดี มีนํา้ ใจ ข. เปน็ เด็กฉลาด เรียนรไู้ ด้ไว
ค. เปน็ เดก็ ซน ไม่ชอบอยู่นิ่ง ง. เปน็ เด็กหัวชา้ มีปัญหาในการเรยี น
๓ ว่าน เต้ และจ้อน เคยเรียนร่วมห้องเดยี วกันมาตั้งแตเ่ มอ่ื ใด
ก. ป.๑ ข. ป. ๒ ค. ป. ๓ ง. ป.๔
๔ ครฝู ากว่านดูแลเพอ่ื นคนใด
ก. กระทา และชาย ข. จอ้ น และ ชาย
ค. เต้ และ จอ้ น ง. เต้ และกระทา
๕ ระหวา่ งว่าน เต้ จอ้ น ใครซกุ ซนท่ีสดุ
ก. ว่าน ข. จ้อน ค. เต้ ง. ซนพอ ๆ กนั
๖ ใครที่ชอบเลน่ ในห้องเรียนเปน็ ประจาํ และไมค่ อ่ ยฟงั ว่าใครจะพดู ด้วย
ก. จอ้ น ข. เต้
ค. ว่าน ง. กบ
๗ เตม้ ีความผดิ ปรกตทิ างสมอง ไม่มีสมาธิ เขาเปน็ โรคชนดิ ใด
ก. สมาธสิ น้ั ข. หลงลืม
ค. ปวดศรี ษะ ง. ประสาท
๘ จ้อนอา่ นหนังสือไม่ออก จําสระพยัญชนะไม่ได้ เกิดจากสาเหตุใด
ก. ชอบเลน่ มากกวา่ เรยี น ข. ข้ีลืม
ค. ไม่สนใจ ง. การทาํ งานทีผ่ ิดปรกตขิ องสมอง
บทท่ี ๑๑ ภาษาพาที ป.๔ หน้า ๑๘
คนดศี รโี รงเรยี น
เลือกคําตอบทถ่ี กู ต้อง
๙ ในการซอ้ มบทละคร จ้อนจาํ คาํ พดู ท่ีว่า “อยา่ มาแหยม็ ” ว่าอยา่ งไร
ก. ยายอยา่ แหยม ข. แหนม แหนม แหนม
ค. อยากกินแหนม ง. ไปหนองแขม
๑๐ ใครทอ่ งสูตรคณู ไมไ่ ดแ้ ละมีปัญหาทางคณติ ศาสตร์
ก. เต้ ข. จ้อน ค. ว่าน ง. กบ
๑๑ ขอ้ ใดกลา่ วถกู ตอ้ งตามเน้อื เรือ่ ง
ก. ว่านตั้งใจดูแลเพ่อื นเพราะหวงั จะได้รางวัลคนดศี รโี รงเรยี น
ข. วา่ นอดได้รางวลั คนดศี รโี รงเรียนเพราะตอ้ งคอยดแู ลเพือ่ น
ค. ว่านเตม็ ใจชว่ ยครดู แู ลเพ่ือนอย่างดี
ง. ว่านรสู้ กึ เบอื่ หน่ายทต่ี ้องดูแลเพื่อน
๑๒ พฤตกิ รรมแปลก ๆ ของเต้เกิดจากอะไร
ก. การเลยี้ งดขู องครอบครวั ข. ความผิดปกติของสมอง
ค. ความผดิ ปกตขิ องจติ ใจ ง. การเลียนแบบจากภาพยนตร์
๑๓ ขอ้ ใดเปน็ ข้อดขี องเต้
ก. ปนี ป่ายเก่ง มอี ะไรที่ปีนได้กป็ ีนหมด
ข. เกง่ เลข แกโ้ จทย์ปญั หาได้เก่ง
ค. เปน็ ห่วงและมีนํา้ ใจกบั เพ่ือนทกุ คนเสมอ
ง. สามารถบงั คับตวั เองให้ทําตัวเรยี บรอ้ ยเหมอื นเพอ่ื นได้
๑๔ ข้อใดไมใ่ ชค่ วามผดิ ปกตขิ องเต้
ก. หยกุ หยิกไม่อยู่นงิ่ ข. รอคอยไมเ่ ป็น พูดโพลง่ ไม่คิด
ค. สมาธสิ ้นั เข้าสงั คมกบั ผ้อู ่นื ไม่ได้ ง. อา่ นหนงั สือไม่ออก คิดเลขไม่เป็น
บทที่ ๑๑ ภาษาพาที ป.๔ หน้า ๑๙
คนดศี รโี รงเรยี น
เลือกคาํ ตอบท่ีถูกต้อง
๑๕ ข้อใดไมใ่ ชค่ วามผดิ ปกตขิ องจอ้ น ข. อา่ นไม่ออก เขียนผิดมาก
ก. จาํ สระ พยญั ชนะสับสน
ค. วอกแวกวูว่ าม เลน่ แผลง ๆ ง. แบ่งวรรคตอนไม่เป็น ลายมือไกเ่ ขี่ย
๑๖ พฤตกิ รรมใดของเต้ที่ทาํ ให้เพ่ือน ๆ เบ่อื และไมอ่ ยากเข้าใกล้
ก. มดุ ใตโ้ ตะ๊ คลานตามพืน้ หอ้ ง
ข. ชอบแกล้งเพื่อน เลน่ แผลง ๆ กนิ เลอะเทอะ
ค. ไมอ่ ยู่นิง่ พดู โพลง่ โดยไมค่ ิด
ง. ข้ีลมื ทําของหาย รอคอยใครไม่เปน็
๑๗ ขอ้ ใดเป็นอาการของคนท่มี ีภาวะบกพรอ่ งทางการเรยี นรู้
ก. ชอบแหย่เพอื่ นหรอื ชวนเพื่อนคยุ ขณะท่เี พอ่ื นตงั้ ใจเรยี น
ข. รอคอยไมเ่ ปน็ อยากได้อะไรกต็ อ้ งได้เดี๋ยวน้ัน
ค. กนิ อะไรก็หกเลอะเทอะ ทาํ ช้อนสอ้ มตกกระเด็น
ง. อ่านตวั เลขกลับกนั เชน่ ๑๗ อ่านเปน็ ๗๑
๑๘ ข้อใดไมใ่ ชล่ กั ษณะของเดก็ ท่ีมคี วามบกพรอ่ งในการเรียนรู้
ก. เรียนรู้ไดไ้ ม่เตม็ ตามศกั ยภาพทางสติปญั ญา
ข. ขาดความมนั่ ใจในตนเอง มกั มปี ัญหาในการปรบั ตวั
ค. หนุ หันพลันแล่น ววู่ าม และซกุ ซน
ง. มักมคี วามบกพร่องในการเคลือ่ นไหว
๑๙ การตัดสนิ รางวลั เกยี รตยิ ศ คนดศี รโี รงเรียน จะมขี ้ึนเม่อื ใด
ก. ตน้ ปี ข. กลางปี ค. ปลายปี ง. ในวันเด็ก
๒๐ ใครไดร้ ับรางวลั เกียรตยิ ศ “คนดศี รีโรงเรยี น”
ก. เต้ ข. จ้อน ค. กบ ง. วา่ น
บทท่ี ๑๑ ภาษาพาที ป.๔ หนา้ ๒๐
คนดีศรโี รงเรียน
เลอื กคําตอบท่ีถกู ต้อง
๒๑ คําว่า “สมาธิ” แปลว่าอะไร ข. ยืนตรง
ก. ทาํ จิตใจให้ตง้ั มั่น
ค. นง่ั นง่ิ ๆ ง. เดนิ ช้า ๆ ดว้ ยความระมดั ระวัง
๒๒ คําใดต่อไปนี้หมายถึง “นาํ้ ผงึ้ ทรี่ ดหัวใจ”
ก. พูดคาํ หวาน ข. รางวัลยกยอ่ งการทําดี
ค. เซลล์ ง. จติ ใจทีต่ ้ังมัน่
๒๓ การกระทําของบคุ คลใดเปน็ การกระทาํ ทไี่ มห่ วังผลตอบแทน
ก. แนนพาคนตาบอดข้ามถนน เพราะอยากใหเ้ ขาปลอดภยั
ข. เนยทาํ งานบ้านแทนพ่อแม่ เพราะอยากใหเ้ งินค่าขนมเพมิ่
ค. นลิ เลีย้ งขนมเพื่อนสนิท เพราะอยากขอลอกการบา้ น
ง. นนท์อาสาถือของให้ครู เพราะอยากใหค้ รเู อน็ ดูตนเปน็ พิเศษ
๒๔ “ครูรู้ว่าเป็นภา(ร๑ะ)หนักของว่าน แต่ครูดูแ(ล๒้ว)ว่าว่านทําได้ เพราะว่าน(เ๓ป็)นเด็กดี
มีนํ้าใจชอบช่วยเหลือผู้อ่ืนอยู่แล้ว แต่ถ้าว่านทําไม่ได้ก็ไม่เป(๔็นไ)รนะ ครูจะลอง
คยุ กับคนอืน่ ดู” จากข้อความแสดงวา่ ผ้พู ูดมศี ลิ ปะในการพดู อย่างไร
ก. พูดสนทนา ข. พูดเร้าใจ ค. พูดโน้มน้าวใจ ง. พดู เชิญชวน
๒๕ จากขอ้ ๒๔ หมายเลขใดเปน็ การพดู โนม้ นา้ วใจโดยใชก้ ารแสดงเหตุผล
ประกอบ
ก. หมายเลข (๑) ข. หมายเลข (๒)
ค. หมายเลข (๓) ง. หมายเลข (๔)
บทที่ ๑๑ ภาษาพาที ป.๔ หนา้ ๒๑
คนดศี รีโรงเรียน
เลอื กคําตอบท่ีถูกตอ้ ง
๒๖ จากข้อ ๒๔ หมายเลขใดเป็นการพูดโน้มน้าวใจโดยใช้การเสนอทางเลือก
ก. หมายเลข (๑) ข. หมายเลข (๒)
ค. หมายเลข (๓) ง. หมายเลข (๔)
๒๗ จากขอ้ ๒๔ หมายเลขใดเป็นการพดู โน้มน้าวใจให้เกดิ ความรสู้ ึกเห็นดว้ ยและ
เรา้ ใจใหป้ ฏบิ ัตทิ นั ที
ก. หมายเลข (๑) ข. หมายเลข (๒)
ค. หมายเลข (๓) ง. หมายเลข (๔)
๒๘ “.......ในเม่ือคุณครูท่านเห็นรูปทองของผมแล้ว ต้องบอกว่างานน้ีทุ่มสุดตัว”
คําทีข่ ดี เสน้ ใต้หมายความวา่ อยา่ งไร
ก. ความสามารถ และความดี ข. ความรู้ และความสามารถ
ค. ความพยายาม และความอดทน ง. ความตั้งใจ และความฉลาด
๒๙ คณุ สมบตั ใิ ดท่ีทําใหว้ า่ นไดร้ ับรางวลั เกียรตยิ ศ “คนดีศรีโรงเรียน”
ก. เปน็ คนมีความรู้ ความสามารถ
ข. เป็นเด็กดี มีนา้ํ ใจ
ค. ชอบช่วยเหลอื ผอู้ น่ื โดยไม่หวังผลตอบแทน
ง. ถกู ต้องท้ังข้อ ข และขอ้ ค
๓๐ นกั เรยี นควรทาํ อย่างไรถ้ามเี พ่ือนในห้องเปน็ เด็กสมาธิส้ัน
ก. หลีกเลี่ยง ไม่เขา้ ใกล้ ไม่พดู ด้วย
ข. คอยช่วยเหลอื และให้กาํ ลงั ใจ
ค. เลน่ เป็นเพอ่ื นด้วยทกุ ครัง้
ง. ตกั เตือน วา่ กล่าวให้ตงั้ ใจเรยี น
บทท่ี ๑๑ ภาษาพาที ป.๔ หนา้ ๒๒
คนดศี รโี รงเรียน
เลอื กคาํ ตอบทถ่ี ูกต้อง
๓๑ การพดู แนะนําตัวควรเร่มิ ต้นกระทาํ ในขั้นตอนใดเป็นอันดบั แรก
ก. กล่าวสวสั ดี แลว้ บอกชอ่ื ข. บอกว่ามาจากทีไ่ หน
ค. บอกหน้าทท่ี ี่ได้รับมอบหมาย ง. กลา่ วขอบคณุ
๓๒ ขณะพดู สนทนาอยู่กบั บุคคลอน่ื บุคคลใดแสดงกริ ยิ าไม่ถูกตอ้ ง
ก. ว่านใชค้ ําพดู และแสดงกิรยิ าทา่ ทางสุภาพ
ข. เต้สนทนาดว้ ยกริ ยิ าย้มิ แยม้ แจ่มใส
ค. จอ้ นพดู สนทนาเกยี่ วกับเรอื่ งส่วนตวั ของตนเองเป็นส่วนใหญ่
๓๓ “ผงม.ชช่ือาเยทมยี ักนสใ(จน๑ท)นเกาตในุทเวิ รง่อื ศง์ ที่อสยว(ูใ่ ัสน๒ดค)คี วราบัมสนจใงั จหขวอัด(งแ๓คพ)ูส่ รน่คทรนับา จากอํา(เภ๔อ)เด่นชยั ”
ข้อใดเรียงลําดับหมายเลขแสดงการกล่าวแนะนําตัวได้ถูกต้อง
ก. (๑), (๒), (๓), (๔) ข. (๒), (๑), (๔), (๓)
ค. (๓), (๑), (๒), (๔) ง. (๔), (๓), (๒), (๑)
๓๔ “ออ๋ ! สบู่ขิงผสมโสมเหรอฉนั ก็ใช้ อาบสะอาดดนี ะ หอมสดช่นื หลงั ฟอกสบู่
แลว้ เช็ดตวั ฉนั รสู้ ึกไดถ้ งึ ความน่มุ นวลของผิว”
ก. พดู ขอร้อง ข. พูดเชิงวงิ วอน
ค. พดู เชงิ เสนอแนะ ง. พดู เร้าใจ
๓๕ ขอ้ ใดกลา่ วไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการพูดโน้มนา้ วใจ
ก. ใช้ภาษาเรยี บงา่ ย เร้าใจ เชิงบังคบั ขเู่ ขญ็
ข. แสดงเหตผุ ลในการประกอบคําพดู ที่ทําใหน้ า่ เชอ่ื ถือ
ค. สรา้ งบรรยากาศในการพดู ให้สนุกสนาน สบาย ๆ
ง. พูดให้เกดิ ความรู้สกึ เห็นด้วยอย่างแรงกลา้ และเร้าใจ
บทท่ี ๑๑ ภาษาพาที ป.๔ หนา้ ๒๓
คนดีศรีโรงเรียน
เลือกคําตอบที่ถกู ต้อง
๓๖ ถา้ นักเรียนต้องการนาํ สินคา้ OTOP ทบี่ ้านของนกั เรยี นผลิตไปเสนอขายลกู ค้า
ควรใชก้ ารพดู ลักษณะใด
ก. พูดขูข่ วัญ ข. พดู ขอร้อง วิงวอน
ค. พูดเรียบ ๆ สบาย ๆ ง. พดู โฆษณาให้คลอ้ ยตาม
๓๗ “เป็นการพูดท่ีต้องการให้ผู้ฟังแสดงความคิดเห็นว่า เห็นด้วยหรือ ไม่เห็นด้วย
อย่างไร” ขอ้ ความน้แี สดงถงึ การพูดลกั ษณะใด
ก. พูดแนะนําตวั ข. พูดโตแ้ ยง้ ค. พดู โนม้ นา้ ว ง. พดู สนทนา
๓๘ “การพูดโต้แย้งในกรณีท่ีผู้ฟังไม่เห็นด้วยกับผู้พูด ควรใช้คําพูดในการโต้แย้ง
ตามข้อใด
ก. พดู ตะโกนเสียงดงั ข. พดู แสดงอารมณ์ เน้นเสยี ง
ค. พูดอย่างสุภาพ นมุ่ นวล ง. พูดสอ่ เสยี ดใหร้ ู้สกึ ตัว
๓๙ เรื่องทีค่ วรแสดงความคดิ เห็นโตแ้ ยง้ ควรมีลกั ษณะตามขอ้ ใด
ก. แสดงการโตแ้ ย้งในทกุ เรือ่ งตามใจ
ข. แสดงการโตแ้ ย้งเฉพาะเรือ่ งที่ไมเ่ ห็นดว้ ย
ค. แสดงการโต้แยง้ เฉพาะเรื่องท่เี ก่ียวขอ้ งกบั ตนเองเท่านน้ั
ง. แสดงการโตแ้ ย้งในเรื่องทีส่ รา้ งสรรค์ และเกิดประโยชน์
๔๐ “ครูขอฝากให้เธอชว่ ยอธบิ ายเรือ่ ง รายงานที่จะตอ้ งส่งในสปั ดาหห์ น้าใหเ้ พอ่ื น
ในกลุ่มฟังอกี ครัง้ ได้ไหม” ข้อความน้ใี ชภ้ าษาแบบใด
ก. ภาษาเชิงขอร้อง ข. ภาษาแสดงเหตผุ ลประกอบ
ค. ภาษาแบบเสนอทางเลือก ง. ภาษาเชงิ ใหแ้ สดงความโตแ้ ยง้
บทท่ี ๑๒ ภาษาพาที ป.๔ หนา้ ๑
สารพษิ ในชวี ติ ประจาํ วนั
สรปุ ย่อ
บุง้ กับเบยี้ รับอาสาไปจา่ ย ตลาดให้แม่ เมื่อซ้ือของได้ครบ
ทง้ั สองก็เดนิ เข้าไปสัง่ ส้มตําปู ไม่เผ็ด ไม่ใส่ชูรสหน่ึงถุง แม่ค้า
กําลงั เกาแขนอย่างเพลดิ เพลิน ลุกข้ึนตําส้มตํา มือท่ีเกาแขน
เมื่อครู่ หยิบของใส่ลงครก อยา่ งวอ่ งไว
แมค่ ้าไม่ล้างมือกอ่ น หรือครับ เบ้ียถามข้ึน มือพ่ีไม่เป้ือน
อะไร สะอาดนักก็ไปกินท่ีบ้านก็แล้วกัน เช็ดก็ได้ แม่ค้าพูดพลางป้ายมือลงไปบนผ้า
สีมอ ๆ แลว้ ลว้ งลงในขวดโหล หยิบปูเค็ม หกั ใส่ ขยุ้มมะละกอใส่ตาม ตักเกล็ดสีขาว
หน่ึงช้อนลงไป กุ้งร้องห้ามไม่ใส่ผงชูรสแต่ไม่ทัน ไม่ใส่ผงชูรสแล้วอร่อยได้ยังไง
ขายอยู่ที่นี่นานแล้วยังไม่เห็นมีใครเป็นอะไรสักคน แม่ค้าพูดอย่างรําคาญ พ่ีน้องต่าง
กินไม่ลง ได้แต่คิดว่าแม่ค้าอะไรไม่รู้จักห่วงใยคนกินบ้าง ไม่รู้เป็นโรคผิวหนัง
หรอื เปล่า มาปลอ่ ยเชอ้ื โรคใหเ้ รา มือก็ไม่ลา้ ง ผา้ เชด็ มือเหมือนผา้ เชด็ รถ ผงชูรสก็ใส่
ตั้งเยอะ ถึงเป็นของจริงก็ไม่ไหว แล้วถ้าเป็นของปลอมอาจปวดหัว ปากชา อาเจียน
กินบ่อย ๆ อาจเป็นมะเร็งกระเพาะอาหารแน่ ๆ บุ้งอยากกินแต่กลัวท้องเสียจึงโยน
ส้มตําท้ิงลงถังขยะทนั ที
เม่ือถึงบ้านทั้งสองต่างเล่าให้แมฟ่ ัง แม่เลยสอนว่าเรื่องซื้ออาหาร ถ้าคนขายทํา
ไม่สะอาด ไม่ปกปิดอาหารให้มิดชิด มีเช้ือโรคปลิวมากับฝุ่นละออง ต่อให้อร่อยก็ไม่
ควรซื้อ เพราะติดเช้ือโรคได้ง่าย แม่ค้าท่ีทําสะอาด ๆ พูดเพราะก็มีหลายร้าน จะซื้อ
อะไรต้องดูให้ทั่วก่อนค่อยตัดสินใจ แม่พูดเสร็จก็ให้ลูก ๆ กินฟักทองแกงบวดที่ทําไว้
และบอกว่าเด๋ียวมดมา เบ้ียว่าเราก็ฉีดยาฆ่าแมลงก็ส้ินเรื่อง แม่ว่ามดตาย คนก็แย่
เพราะละอองอาจเข้าไปในของที่เรากิน เรากินเข้าไปไม่ถึงคร่ึงช่ัวโมง เราก็คลื่นไส้
อาเจยี น ทอ้ งร่วง หรือถา้ ไดพ้ ษิ มากไป หวั ใจจะเต้นช้าไม่สมํ่าเสมอ อาจถึงตายได้
บทท่ี ๑๒ ภาษาพาที ป.๔ หนา้ ๒
สารพษิ ในชีวติ ประจาํ วนั
สรุปยอ่
“ถ้ามันมีอันตรายแม่ซ้ือมาทําไม” เบี้ยถาม “ของบางอย่าง มีทั้งประโยชน์และโทษ
แม่ซื้อมาเพราะรู้จักวิธีใช้ เช่น ก่อนฉีดยาฆ่าแมลงแม่ก็จะใส่เสื้อแขนยาว กางเกง
ขายาว มีผ้าคาดปิดจมูก ฉีดเสร็จแม่ก็อาบน้ําเปลี่ยนเสื้อผ้า ตอนบ่ายแมก่ ็เปิดประตู
หนา้ ตา่ ง ใหก้ ล่นิ มนั ระเหย ลูกจงึ ไม่ไดก้ ล่นิ ” แมบ่ อก
พ่อใช้สารสกัดจากพืชพวกสะเดาในการฉีดกําจัดแมลงท่ีต้นไม้ไม่เป็นอันตราย
ต่อคน เกษตรกรบางคนใช้ยาฆ่าแมลงพร่ําเพรื่อ ใช้ยาฉีดเสร็จแล้วเก็บมาขายทันที
เมื่อคนกินเข้าไป พิษจะสะสมในร่างกาย เม่ือสะสมมากก็จะมีอาการอาหารเป็นพิษ
คล่ืนไส้ อาเจยี น ปวดท้อง ทอ้ งเสยี ปวดหัว
แม่บอกว่าผักเป็นอาหารที่สําคัญต่อร่างกาย มีเส้นใยอาหารช่วยในการขับถ่าย
ผักยังมีวิตามินเอช่วยบํารุงสายตา วิตามินซีช่วยบํารุงเหงือกและฟัน สร้าง
ภมู ติ ้านทานโรค
แม่รู้จักการล้างผักเพ่ือลดปริมาณสารพิษ คือ ให้ลอกใบที่อยู่ส่วนนอกออก
แช่น้ําสะอาดนาน ๕-๑๐ นาที จากนั้นล้างด้วยนํ้าสะอาดอีกคร้ัง ผักคะน้าหรือถั่วพู
ท่ีใช้จ้ิมนํ้าพริก หรือผัดก็จะลวกนํ้าร้อนก่อน หากเป็นผักท่ีรับประทานสด ๆ ก็จะล้าง
นา้ํ สะอาด แช่ด่างทับทมิ นาน ๑๐ นาที กจ็ ะชว่ ยลดสารพิษได้
ในขณะที่กําลังเล่าอยู่นั้นมียุง แม่จึงจุดยากันยุงที่ทําจากตะไคร้หอมเพ่ือไล่ยุง
เสียงรถขายไอศกรีมและหวานเย็นดังขึ้นขัดจังหวะ ทั้งสองว่ิงไปทันที แต่ก็ว่ิงกลับมา
ด้วยความผิดหวัง กุ้งบอกแม่ว่า “หวานเย็นที่จะกินพ่อค้าคงใส่สีแน่ ๆ เขียวอ้ือ
แดงแปร๊ด ส้มแชด้ เหลืองออ๋ ย สู้กินฟกั ทองแกงบวดของแม่ไมไ่ ด้”
แม่ขํา แต่ก็สงสาร แม่ดีใจที่รู้ว่าลูกรู้จักป้องกันตัวจากสารพิษต่าง ๆ
ในชีวิตประจําวนั ได้
บทท่ี ๑๒ ภาษาพาที ป.๔ หนา้ ๓
สารพษิ ในชีวติ ประจําวนั
เขยี นคําจากคาํ อ่านต่อไปนี้
๑๒ ๓
อา่ นว่า อา่ นว่า อา่ นวา่
กะ-เสด-ตระ-กอน ขะ-หยมุ้
โคด-สะ-นา
๔ ๕ ๖
อ่านว่า อ่านว่า อ่านว่า
บอ-ริ-โพก ปะ-ริ-มาน มน-ละ-พิด
๗ ๘ ๙
อา่ นว่า อ่านวา่ อ่านวา่
พา-ชะ-นะ สับ-พะ-คุน ผะ-หลดิ -ตะ-พัน
๑๐ ๑๑ ๑๒
อา่ นวา่ อ่านวา่ อา่ นว่า
สํา-หมาํ่ -สะ-เหมอ สาน-พิด
กะ-ตนั -ยู
๑๓ ๑๔ ๑๕
อ่านว่า อ่านว่า อ่านวา่
วิด-ทะ-ยา-สาด อะ-นา-มยั -โลก ผง-ช-ู รด
บทที่ ๑๒ ภาษาพาที ป.๔ หนา้ ๔
สารพิษในชีวติ ประจาํ วัน
เรียงตวั อกั ษรใหเ้ ป็นคําท่ีสมั พันธ์กับความหมายท่ีกําหนดให้
๑ ๒ ๓
คั ก า ง ล น ล ม ษ พิ ส ร คุ พ ร ณ
ในระหวา่ งที่ยังไมเ่ สรจ็ พษิ เกิดจากความ คุณสมบตั ิของส่งิ
๔ มัวหมองหรอื สกปรก ท่ีเปน็ ยา
๖
ตเกรกษร ๕
ร่ื ร่ํา เ พ พ อ
ผ้ทู ําการเกษตร ต อั น ร ย า
๗ บอ่ ย ๆ เกนิ ขอบเขต
เหตุทอ่ี าจทาํ ใหถ้ งึ
ศั รู ต แกค่ วามตาย ๙
๘
ขา้ ศกึ , ปรปักษ์ กงวบแด
๑๐ ยุ้ ข ม
ของหวานที่ใช้ผลไม้
พิ ถั พิ ถี น เอานวิ้ ทงั้ ๕ หยบิ รวบ กับนํา้ ตาลและกะทิ
ของข้นึ มาเพือ่ ให้ได้มาก
ละเอยี ดลออมาก
บทที่ ๑๒ ภาษาพาที ป.๔ หนา้ ๕
สารพษิ ในชวี ิตประจาํ วนั
ผงชรู ส
ช่ือทางวทิ ยาศาสตรค์ ือ มาช่วยปรุงรส
ผงชรู ส เรยี กย่อ ๆ ว่า
ชาวจนี และชาวญ่ปี ่นุ ใช้
ผงชรู ส ต้องอย่ใู นภาชนะบรรจปุ ดิ สนทิ และตอ้ งมี
มี และ
ส่วนใหญ่ทาํ มาจาก ,
ผงชูรส ลักษณะของผงชูรสจะเปน็
ผงชูรส ไมค่ วรบรโิ ภคเกนิ วันละ
ผงชรู ส ผงชรู สปลอมจะมีลักษณะ
ผงชรู ส อาการแพ้ผงชรู สคอื
บทท่ี ๑๒ ภาษาพาที ป.๔ หนา้ ๖
สารพษิ ในชีวิตประจาํ วัน
เรยี งลาํ ดับเหตุการณต์ อ่ ไปน้ี โดยใสห่ มายเลขหนา้ ขอ้ ความ
มนษุ ย์รู้จักสารชนิดนมี้ านานกวา่ ๒,๐๐๐ ปี
มชี ่ือทางวิทยาศาสตร์ว่าโมโนโซเดียมกลูตาเมท
จากการท่ชี าวจีน
เรยี กย่อ ๆ ว่า เอ็ม เอส จี
และชาวญ่ีปุน่ ใชส้ าหร่ายทะเล
ทําใหน้ า้ํ ซุปอรอ่ ยขึ้น
มาช่วยปรุงรส
ผงชรู สเป็นสารเคมีทางวิทยาศาสตร์ทส่ี งั เคราะห์ข้นึ มา
ตอ่ มาจึงทราบว่าพชื ดังกล่าวมสี ารเอ็ม เอส จี
เปน็ สารท่ีชว่ ยปรงุ แต่งรสชาติของอาหารให้ดขี ้ึน
บทท่ี ๑๒ ภาษาพาที ป.๔ หนา้ ๗
สารพษิ ในชีวติ ประจาํ วนั
ยาฆา่ แมลง
๑ ละอองของยาฆา่ แมลงถา้ ปลวิ ใส่อาหารจะเกิดอาการเชน่ ไร
๒ บอกวธิ ีปอ้ งกันตัวเองเมือ่ ตอ้ งฉดี ยาฆา่ แมลง
๓ พืชชนิดใดสามารถทําเปน็ ยาไลย่ งุ ได้ (๒ คําตอบ)
๔ อธิบายวิธีลา้ งผกั เพือ่ ลดสารพิษ
๕ นักเรียนคิดวา่ ยาฆา่ แมลงมีคุณ หรอื มโี ทษมากกวา่ กัน
บทที่ ๑๒ ภาษาพาที ป.๔ หนา้ ๘
สารพษิ ในชีวิตประจาํ วนั
ตอบคาํ ถามตามเนือ้ เรื่อง
๑ ในปัจจุบนั น้ี ในรถขายสม้ ตําทัว่ ๆ ไปที่เราเห็นเป็นมะละกอสับและมี
เสน้ สสี ม้ ๆ ปนอยดู่ ้วย เส้นสสี ้ม ๆ น้นั คืออะไร
ตอบ
๒ นักเรียนคดิ ว่า ส้มตาํ ตอ้ งตําในภาชนะอะไรถงึ จะอรอ่ ยและได้รสชาติ
ตอบ
๓ บงุ้ กบั เบ้ยี ต้องทิ้งส้มตาํ ทซ่ี ้อื มาเพราะพวกเขากลวั อะไร
ตอบ
๔ แม่ของบงุ้ และเบี้ยทาํ ขนมอะไรไวใ้ หพ้ วกเขากินกนั
ตอบ
๕ พิษภัยท่ีร้ายแรงท่ีสุดของยาฆ่าแมลง หากร่างกายเราได้รับเข้าไป
มาก ๆ คอื อะไร
ตอบ
๖ ยาฆา่ แมลงท่ีพอ่ ของบงุ้ กับเบีย้ ใชเ้ ปน็ สารสกัดจากพืชชนดิ ใด
ตอบ
บทที่ ๑๒ ภาษาพาที ป.๔ หนา้ ๙
สารพิษในชีวิตประจําวนั
ตอบคาํ ถามตามเนอื้ เรื่อง
๗ เส้นใยอาหารทอ่ี ยใู่ นผกั ผลไมม้ ศี พั ทท์ างวิชาการเรยี กวา่ อะไร
ตอบ
๘ วิตามินซใี นผกั มีประโยชนอ์ ย่างไร
ตอบ
๙ ผักทเี่ ราจะรบั ประทานสด ๆ ลา้ งนํา้ อย่างเดียวไมพ่ อตอ้ งแชใ่ นอะไรด้วย
ตอบ
๑๐ ในสมัยก่อนคุณยายของบุง้ กบั เบ้ยี ใช้อะไรจดุ ไล่ยงุ
ตอบ
บทที่ ๑๒ ภาษาพาที ป.๔ หน้า ๑๐
สารพษิ ในชวี ิตประจาํ วัน
นาํ คาํ ท่ีกาํ หนดให้เตมิ ลงในชอ่ งวา่ งใหไ้ ดใ้ จความ
๑ คณุ แม่ชอบรับประทาน (มะเขอื เทศ / มะเขือเทษ)
๒ แม่ทํา ฟักทองให้ลูกๆ กนิ (แกงบวช / แกงบวด)
๓ เราไม่ควรใช้ยาฆ่าแมลง (พร่ําเพรอื่ / พรํ่าเพลอ่ื )
๔ เม่อื คนกนิ สารพษิ เข้าไปก็จะมอี าการคลนื่ ไส้ (อาเจยี ร / อาเจยี น)
๕ พอ่ ใช้ยาทเี่ ปน็ สาร จากพชื พวกสะเดา (สะกัด / สกดั )
๖ เมื่อรับประทาน เข้าไปมาก ๆ จะทําให้ปวดหัว ปวดขา (ผงชูรถ
/ ผงชูรส)
๗ หากจะฉดี ยาฆ่าแมลง เราตอ้ งระวังไม่ให้ ปลวิ ไปตกในอาหาร
(ลออง / ละออง)
๘ คุณพอ่ ชอบรับประทาน จิ้มนํา้ พริก (ถั่วพลู / ถั่วพ)ู
๙ กันยงุ ได้ (ตะไครห้ อม / ตะใครห้ อม)
๑๐ เราตอ้ งรจู้ ักปอ้ งกนั ตัวจาก (สานพิษ / สารพษิ )
๑๑ “แกง๊ แกง๊ ” เสียงรถขาย (ไอติม / ไอศกรมี ) ดังมาแต่ไกล
๑๒ เบย้ี คว้า (กะละมงั / กาละมัง) มาเตรียมล้างผัก
๑๓ ยากนั ยงุ นท้ี าํ มาจาก (ตะไคล้ / ตะไคร้) หอม
บทท่ี ๑๒ ภาษาพาที ป.๔ หนา้ ๑๑
สารพษิ ในชวี ิตประจําวนั โฆษณา
ขีด / หน้าข้อความท่ตี อบถกู ต้อง (ตอบได้มากกวา่ ๑ คาํ ตอบ)
๑ การโฆษณาคืออะไร
การประกาศให้สาธารณชนทราบ
การเสนอสนิ คา้ หรอื บริการเพ่อื ชักจงู ใหค้ นเชอื่ และปฏบิ ตั ติ าม
การประชาสัมพนั ธเ์ พ่อื เผยแพรส่ นิ ค้าและบริการ
การแข่งขนั ประชนั กันของพอ่ ค้าแม่คา้ ในตลาด
๒ การโฆษณามีจุดม่งุ หมายอย่างไร
หวงั ผลกําไรสูง
หวังได้ชอ่ื เสยี งและคาํ เยนิ ยอ
สรา้ งความสนใจให้ใช้บริการและซ้อื สินค้า
เชิญชวน ชกั จงู โน้มน้าวใจให้เห็นคลอ้ ยตาม
๓ การโฆษณาเป็นการใชก้ ลวธิ ีใดในการพูด
การโนม้ น้าวใจ การสนทนา
การอธบิ ายขยายความ การโตค้ ารม
๔ จะพบการโฆษณาได้จากทีใ่ ดบา้ ง
ส่อื สง่ิ พิมพ์ต่าง ๆ วิทยุ โทรทศั น์
อนิ เทอรเ์ นต็ หนังสือเรยี น
๕ ขอ้ ใดเปน็ วธิ กี ารโนม้ นา้ วใจให้ผบู้ ริโภคเหน็ ความสําคญั ของการโฆษณา
สินค้าและบรกิ าร
ใช้ถ้อยคาํ งดงามหรูหรา มกั ใหข้ ้อมลู เกินจริง
สานประโยชนแ์ ก่ฝ่ายตน มกั อ้างบคุ คลหรือสถาบัน
บทท่ี ๑๒ ภาษาพาที ป.๔ หนา้ ๑๒
สารพษิ ในชีวิตประจําวัน โฆษณา
ขีด / หนา้ ข้อความทตี่ อบถกู ต้อง (ตอบได้มากกว่า ๑ คาํ ตอบ)
๖ ขอ้ ใดเปน็ หลักในการพิจารณาเมอ่ื อา่ นหรอื ฟงั การพดู โฆษณา
ให้ขอ้ มูลครบถ้วนหรือไม่
คณุ สมบัตขิ องสินค้าหรอื บรกิ ารนนั้ เปน็ อย่างไร
ใชภ้ าษาทันสมัยแปลกใหม่หรอื ไม่
มีความนา่ เชื่อถอื หรือไม่ เพราะเหตุใด
๗ ลักษณะใดจึงจดั วา่ เปน็ โฆษณาจรรโลงสงั คม
สร้างจติ สํานึกแกผ่ ้ชู ม
สินค้าดีมคี ุณภาพ
ความน่าเชื่อถือของบุคคลเจา้ ของบริการ
ใช้ภาษามอมเมาใหค้ นคล้อยตามไดท้ ันที
๘ รูปแบบการโฆษณานิยมใช้ตามลกั ษณะใดมากท่สี ุด
นวนยิ าย ข้อความส้นั ๆ กระทบใจ
คําขวญั นทิ าน เรื่องส้ัน
๙ ข้อความใดเหมาะท่ีจะใช้เปน็ คําโฆษณา
คุ้มค่าทกุ นาที หอมช่นื ใจ อรอ่ ยถึงใจจริงๆ
ท่องเที่ยวทว่ั ไทย ไปได้ทกุ ฤดู หนึ่งนยิ ามของความเปน็ ไทย
๑๐ การโฆษณาให้ประโยชน์ใดมากทสี่ ดุ
ไดใ้ ช้สินคา้ ราคาถกู
ให้บรกิ ารรวดเรว็ ทนั ใจ
เปดิ โอกาสใหไ้ ดเ้ ลือกใชส้ นิ ค้าและบริการ
ไดใ้ ช้สินคา้ ดี มีคุณภาพ ราคาประหยัด
บทที่ ๑๒ ภาษาพาที ป.๔ หน้า ๑๓
สารพษิ ในชีวิตประจาํ วัน โฆษณา
อา่ นขอ้ ความโฆษณาสนิ คา้ ตอ่ ไปนี้พร้อมตอบคาํ ถามให้ถกู ต้อง
แผ่นแม่เหลก็ แปะสะดอื ลดนาํ้ หนกั
ไม่ต้องออกกําลังกาย ไม่ต้องทานยา ผอมเร็ว
เผาผลาญไขมัน เพื่อสร้างเส้นโค้งที่มีเสน่ห์ สําหรับ
คนขี้เกียจ โดยใช้แผ่นแปะสะดือเป็นประจํา ช่วยทํา
ความสะอาดลําไส้ และช่วยลดสารพิษ หน้าท้องลดลง
นํ้าหนักลด หน้าสดใสข้ึน ไม่ทําร้ายกระเพาะอาหาร
ปลอดภยั ต่อสขุ ภาพ 3 กล่อง ฿799 6 กล่อง ฿1,099
๑ โฆษณาน้ใี หข้ ้อมลู สนิ คา้ ว่าอย่างไร
ตอบ
๒ คณุ สมบัติของสินค้าในโฆษณาเปน็ อย่างไร
ตอบ
๓ โฆษณาชนิ้ นีเ้ ปน็ การโฆษณาเกินความจรงิ หรอื ไม่ เพราะเหตใุ ด
ตอบ
บทท่ี ๑๒ ภาษาพาที ป.๔ หนา้ ๑๔
สารพิษในชีวติ ประจําวัน โฆษณา
อา่ นสถานการณแ์ ลว้ พจิ ารณาตัวเลอื กทก่ี ําหนดใหแ้ ลว้ นาํ ไปเติมลงในช่องว่าง
ก. การให้ข้อมลู ข. คณุ สมบตั ิขอสนิ คา้ ค. ความนา่ เช่ือถอื
ครีมคลายเสน้
ครีมคลายเส้นเป็นยาหม่องชนิดหนึ่งที่คนส่วนใหญน่ ิยมใช้ ทําจากสารสกัด
ของเมล็ดลิ้นจี่ใช้ทาแก้ผดผื่นคันจากแมลงสัตว์กัดต่อยได้ดีท้ังยังรักษาอาการ
ปวดเมื่อยของกล้ามเนื้อ เส้นยึด เส้นตึง ไมม่ ีโทษต่อร่างกาย เพราะเป็นสารสกัด
จากธรรมชาติ ราคาย่อมเยา หาซอื้ ได้ตามหา้ งสรรพสนิ ค้า และร้านขายยาท่ัวไป
๑ สกดั จากพชื ไม่มีสารพษิ เจอื ปน
๒ ผลิตจากสารสกัดของเมล็ดลนิ้ จี่
๓ ราคาย่อมเยาหาซื้องา่ ย
๔ ไม่โฆษณาเกนิ จริง
๕ ไม่มีโทษต่อรา่ งกาย
๖ สามารถทดลองซอ้ื มาใช้ได้
๗ เปน็ ยาหมอ่ งชนิดหนง่ึ ท่คี นนยิ มใช้
๘ วัตถุดิบทผ่ี ลิตคอื เมล็ดลน้ิ จ่ี
๙ ใชท้ าแก้ผดผืน่ คันจากแมลงสัตว์กดั ต่อย
๑๐ รกั ษาอาการปวดเมือ่ ยของกลา้ มเนอื้ เส้นยึด เส้นตึง
บทที่ ๑๒ ภาษาพาที ป.๔ หนา้ ๑๕
สารพษิ ในชีวติ ประจาํ วนั โฆษณา
ขดี / หน้าคาํ โฆษณาทีเ่ ช่อื ถือได้ และขดี x หน้าคาํ โฆษณาทก่ี ลา่ วเกนิ จริง
๑ เขียนล่ืน เขียนดี สีสวยสด เขียนได้หมดจนหยดสุดท้ายต้อง
ปากกาลูกลืน่ ตรามอื ทีห่ นึ่ง
๒ สิวฝ้าหายเกล้ียง สวยจริงๆ ในหนึ่งวัน ด้วยครีมกันฝ้าหน้าเด้งของ
อฟี ฟารนี
๓ ลกู อมผบี อก ผลติ จากสมุนไพรไทย กินเพียง ๒ ชดุ รกั ษาโรคทกุ ชนิด
ใหห้ ายขาดเปน็ ปลิดทิง้
๔ ลดแหลกแจกแถมทกุ แผนก วันเดียวเทา่ น้นั ชา้ อาจหมด ท่หี ้างวอนเด้อ
๕ นํ้าดื่มบริสุทธิ์ น้ําดื่มตราเสือ ผลิตจากน้ําค้างบนยอดหญ้าในป่า
บนเทอื กเขาหิมาลยั
๖ รูปร่างผอมเพรียว โดยไม่ต้องพ่ึงยาลดน้ําหนัก ได้ทันใจในเวลา
๑ สัปดาหด์ ว้ ยเครื่องด่ืมสมุนไพรจะรุม
๗ แป้งเด็กชิลด์ชิลด์ มีส่วนผสมของสารสกัดจากธรรมชาติ เน้ือแป้ง
เนียนละเอียด ปลอดภยั สาํ หรบั ผิวทารก
๘ โลช่ันป้องกันยุง ผลิตจากตะไคร้หอม ไม่ให้โทษต่อสุขภาพ ราคา
ยอ่ มเยาซอ้ื ไดต้ ามร้านขายยาทั่วไป
๙ หุงปุ๊บสุกป๊ัป กินไฟน้อย ประหยัดแรงงาน ไม่ต้องเสียเวลาล้าง
ต้องหม้อหุงขา้ วซาร์ป
๑๐ หอมขน้ั เทพเนอ้ื ครมี บางเบา ลบู ไลเ้ พียงวนั ละหยด หอมติดนาน ๑๒
ช่วั โมงต้องครมี อาบนาํ้ ลุกซ์
บทที่ ๑๒ ภาษาพาที ป.๔ หนา้ ๑๖
สารพิษในชวี ติ ประจําวนั โฆษณา
ขีด / หนา้ ข้อความท่เี ปน็ คําโฆษณา และขีด x หน้าขอ้ ความที่ไม่ใช่คาํ โฆษณา
๑ เสรมิ แกรง่ อาคารเกา่ สู้ ! แผ่นดนิ ไหว
๒ ไขปรศิ รา “อีโบล่า” ไวรสั ....ไขเ้ ลอื ดออกพันธ์ุดุ
๓ AIS 3G 2100 คลนื่ เดียว แรงชัวรท์ ั่วไทย
๔ ชาวนาแก้เครยี ดจํานาํ ข้าว แขง่ ยงิ หนงั สติ๊กชิงแชมป์โลก
๕ โค้กแจกยกเซต ๕๐ รางวัลทุกสัปดาห์ รวม ๔๕๐ รางวัล มูลค่ากว่า
๒๓ ลา้ นบาท
๖ ห้ามพลาด ! ซ้ือโออิชิ ๓๘๐ มล. (รสใดก็ได้ ยกเว้นเฮิร์บ) ๒ ขวด
๒๐.-ปกติ ๓๐-
๗ คร้ังแรก ดดู จิ ิตอลทีวไี ดท้ ุกทบ่ี นสมารท์ โฟน i-mobile DIGITAL TV
๘ ชุดนักเรียนหลากหลายแบรนด์ ซ้อื ๓ แถม ๑ ที่ Big C
๙ โดนใจคนรุ่นใหม่ แชร์ได้ไมร่ ู้จบ ให้ Thairat Lite เปลี่ยนแปลงโลก
แหง่ ขา่ วสารในมือคณุ
๑๐ “จักจ่ัน” ร้องจ๊าก “นังรส” ทําผู้ชายหายเกล้ียง รับอยากแต่งพร้อม
มลี กู แตด่ วงขึน้ “คาน” ?!
บทที่ ๑๒ ภาษาพาที ป.๔ หนา้ ๑๗
สารพิษในชวี ติ ประจาํ วนั
เลอื กคําตอบท่ถี กู ต้อง
๑ บุ้งกับเบ้ยี รบั อาสาแม่ไปทาํ ธุระทีไ่ หน
ก. รา้ นขายส้มตาํ ข. ตลาด
ค. วดั ง. ธนาคาร
๒ ภายหลังจากทําธรุ ะให้แม่เสรจ็ แล้วสองพ่ีน้องอยากรับประทานอะไร
ก. นํา้ อัดลม ข. ไอศกรมี
ค. ขนมปัง ง. สม้ ตาํ
๓ เหตุใดเบ้ยี จงึ ต่อว่าแม่คา้ ไม่สะอาด
ก. ทําผกั หล่นบนพน้ื ข. คุยมากน้าํ ลายกระเดน็
ค. เกาแขนของตัวเองอยู่ ง. ซอ่ มรถเข็นขายส้มตาํ
๔ ใครเหน็ แม่ค้าใส่ผงชูรสในสม้ ตาํ ๑ ช้อนกาแฟ
ก. เบ้ยี ข. บ้งุ
ค. แม่ ง. ทัง้ เบ้ียและบุ้ง
๕ บุ้งและเบี้ยรบั ประทานส้มตาํ ของแม่คา้ รถเข็นหรอื ไม่ เพราะเหตุใด
ก. ทาน เพราะความอยาก
ข. ทานเพราะได้ยนิ คาํ เล่าลอื ว่าอรอ่ ย
ค. ไมท่ าน เพราะดแู ล้วไมส่ ะอาด กลวั ท้องเสยี
ง. ไม่ทาน เพราะแมห่ า้ มไม่ให้ทาน
๖ บงุ้ และเบี้ยทําอยา่ งไรกับส้มตาํ ทซี่ ้อื มาแล้ว
ก. ทง้ิ ให้สนุ ัขกิน
ข. แวะทง้ิ ลงถังขยะทันที
ค. วางไว้ทรี่ ถเข็นของแมค่ ้า
ง. นํากลับมาใหแ้ ม่ตรวจสอบ
บทที่ ๑๒ ภาษาพาที ป.๔ หนา้ ๑๘
สารพิษในชวี ติ ประจาํ วนั
เลือกคําตอบทถ่ี ูกต้อง
๗ พฤตกิ รรมใดบ่งบอกว่าแม่ค้านา่ จะตาํ ส้มตําไมอ่ รอ่ ย
ก. ไม่มีคนยนื เข้าแถวคอยขณะซื้อ ข. ใสเ่ คร่ืองปรุงน้อยดไู ม่นา่ รบั ประทาน
ค. ไมล่ า้ งมอื ใหส้ ะอาดก่อนตําส้มตํา ง. ใสผ่ งชรู สมากถึง ๑ ชอ้ นกาแฟ
๘ ถา้ เบ้ียจะซ้ืออาหารทีร่ ้านขา้ วแกงแห่งหนง่ึ เขาควรพิจารณาขอ้ ใดกอ่ น
ตดั สินใจซอ้ื
ก. คนขายพูดจาไพเราะหรือไม่ ข. คนขายหน้าตาดหี รอื ไม่
ค. อาหารมีภาชนะปกปิดหรอื ไม่ ง. อาหารน่ารบั ประทานหรอื ไม่
๙ เหตใุ ดเราจึงไมค่ วรรบั ประทานอาหารทใ่ี ส่ผงชรู ส
ก. ไม่ใชข่ องจาํ เป็นตอ่ รา่ งกาย
ข. อาจก่อให้เกดิ อันตรายแก่รา่ งกายถ้าเป็นของปลอม
ค. มรี าคาแพง มกั มีสารเคมปี ลอมปน
ง. ถกู ทงั้ ข้อ ก และข้อ ข
๑๐ ถา้ บรโิ ภคผงชูรสปลอมจะมีอาการอย่างไร
ก. ปวดศรี ษะ ปากชา อาเจียน ข. ปวดท้องรนุ แรง ทงั้ ถา่ ยท้ังอาเจยี น
ค. เหน็บชา เป็นอัมพฤกษอ์ ัมพาต ง. ถูกทุกขอ้ ที่กล่าวมา
๑๑ ผงชูรสมชี ่ือทางวิทยาศาสตรว์ า่ อย่างไร
ก. เบคกิ้งโซดา
ข. บอแร็กซ์
ค. โมโนโซเดียมกลูตาเมท
ง. กลูโคส
บทท่ี ๑๒ ภาษาพาที ป.๔ หนา้ ๑๙
สารพิษในชีวติ ประจาํ วนั
เลอื กคาํ ตอบทถี่ ูกตอ้ ง
๑๒ ขอ้ ใดกล่าวไม่ถกู ต้องเก่ียวกบั ผงชูรส
ก. มชี อื่ เรียกย่อ ๆ วา่ เอม็ เอส จี
ข. ผงชรู สแท้ทําจากมันสาํ ปะหลัง ขา้ วสาลี และขา้ วโพด
ค. อาหารท่ีมผี งชรู สเหมาะสําหรับคนทเ่ี ป็นโรคทางเดนิ อาหาร
ง. ไม่ควรบรโิ ภคเกนิ วันละ ๑๐ มลิ ลกิ รมั /นาํ้ หนักตัว
๑๓ เราไมค่ วรเลอื กซ้ืออาหารจากรา้ นค้าทีม่ ีลกั ษณะใด
ก. คนขายทําไม่สะอาด ข. ไมป่ กปดิ อาหารใหม้ ดิ ชิด
ค. มเี ชอื้ โรคปลิวมากบั ฝุ่นละออง ง. ถูกทกุ ข้อทก่ี ล่าวมา
๑๔ มีเช้อื โรคปลิวมากบั ฝุ่นละออง
ก. คลืน่ ไสอ้ าเจียน ข. ปากชา ปวดศรี ษะ
ค. ทอ้ งร่วง ง. หัวใจเต้นช้า ไม่สม่ําเสมอ
๑๕ ใครใชย้ าฆ่าแมลงไดเ้ หมาะสมทส่ี ุด
ก. แม่ใชฉ้ ีดยงุ ในบา้ นหรอื ในห้องนอน
ข. กงุ้ ใชฉ้ ดี ฆา่ มดที่มากนิ เศษอาหารบนโตะ๊
ค. เบ้ยี ใชฉ้ ดี แมลงวันท่ีมาตอมอาหาร
ง. พอ่ ใชฉ้ ีดฆา่ ผ้งึ ท่ีมาตอมขนมทองหยอด
๑๖ ขอ้ ใดไม่ใชว่ ธิ ีป้องกันตนเองจากการใช้ยาฆ่าแมลง
ก. สวมเส้อื แขนยาว กางเกงขายาว
ข. ใส่ผา้ คาดปิดจมูก สวมถงุ มือ
ค. ควรฉีดช่วงเชา้ และยืนใต้ลมขณะฉดี
ง. รีบเปลี่ยนเส้อื ผ้าและอาบนาํ้ ทันทเี มอื่ ฉีดเสร็จ
บทท่ี ๑๒ ภาษาพาที ป.๔ หน้า ๒๐
สารพิษในชีวติ ประจาํ วัน
เลอื กคาํ ตอบที่ถกู ต้อง
๑๗ ยาฆ่าแมลงทพี่ อ่ ของบุ้งและเบ้ยี ใช้ เป็นสารสกดั จากพชื ชนิดใด
ก. สะเดา ข. ขี้เหลก็
ค. สบดู่ ํา ง. วา่ นหางจระเข้
๑๘ พชื ชนดิ ใดสามารถสกัดเอาไปทํายาฆ่าแมลงได้
ก. ตะไคร้หอม ข. ตะไครห้ อม - สะเดา - มะกรูด
ค. ตะไคร้หอม - มะนาว – มะขาม ง. ตะไคร้หอม - มะยม - มะดัน
๑๙ เหตุใดการใชย้ าฆ่าแมลงจึงต้องมีข้อกาํ หนดว่าฉดี ไปแลว้ ก่วี ันจึงจะเก็บพชื ผลได้
ก. เพอื่ ใหผ้ ลผลติ เจรญิ เตม็ ที่
ข. เพ่อื รอเวลาให้ยาฆ่าแมลงสลายตวั
ค. เพื่อความปลอดภยั ของคนเกบ็ ผลผลิต
ง. เพือ่ ใหส้ ารเคมีซึมเข้าสูพ่ ืชผลเตม็ ที่
๒๐ อาการเบือ้ งตน้ ของคนท่มี ีพิษยาฆา่ แมลงสะสมในร่างกายมาก ๆ เปน็ อยา่ งไร
ก. คลื่นไส้ อาเจยี น ข. ปวดท้อง ทอ้ งเสีย ปวดหัว
ค. ปากชา ชาตามร่างกาย ง. ถกู ทง้ั ขอ้ ก และขอ้ ข
๒๑ แมท่ ําขนมอะไรไว้ให้บงุ้ และเบย้ี กนิ
ก. ฟกั ทองแกงบวด ข. กลว้ ยบวชชี
ค. ขนมใส่ไส้ ง. ถัว่ แดงตม้ นา้ํ ตาล
๒๒ ฟกั ทองแกงบวดที่แมท่ ําให้บุง้ กบั เบ้ียทาน มปี ระโยชนอ์ ยา่ งไร
ก. ชว่ ยสรา้ งภูมติ ้านทานโรค
ข. มีเสน้ ใยช่วยในการขับถา่ ย
ค. มวี ติ ามินเอ ชว่ ยบํารงุ สายตา
ง. มคี วามหวานมัน ช่วยให้สดช่ืน
บทที่ ๑๒ ภาษาพาที ป.๔ หนา้ ๒๑
สารพษิ ในชวี ิตประจาํ วัน
เลอื กคาํ ตอบท่ีถกู ตอ้ ง
๒๓ เหตใุ ดผกั จงึ เป็นอาหารทสี่ ําคญั ตอ่ รา่ งกาย
ก. มเี ส้นใยอาหาร ชว่ ยในการขบั ถ่าย ข. ช่วยสรา้ งภมู ิตา้ นทานโรค
ค. มวี ิตามินซี บํารุงเหงอื กและฟนั ง. ถูกทุกขอ้ ทกี่ ล่าวมา
๒๔ สารละลายใดท่ใี ชใ้ นการลดปรมิ าณสารพษิ ตกค้างในพชื ผัก
ก. เกลอื ข. นํ้าตาล
ค. ด่างทับทิม ง. สารสกัดจากสะเดา
๒๕ ยากนั ยงุ ที่ทําจากตะไคร้หอม สามารถจดุ ไลย่ ุงได้ มีสรรพคุณเหมอื นกบั สงิ่ ใด
ก. กาบมะพรา้ วเผา ข. เปลือกสม้ ตากแหง้
ค. พรกิ แหง้ เผาเกลือ ง. เปลือกทุเรียนตากแหง้
๒๖ วิตามินเอทม่ี อี ยู่ในผกั ช่วยบาํ รงุ ในข้อใด
ก. สายตา ข. กระดูก
ค. ผวิ พรรณ ง. ผม
๒๗ ถา้ บุง้ ตอ้ งการทําผัดคะน้านํ้ามันหอย เธอควรทาํ ความสะอาดผักคะน้าอยา่ งไร
ก. แช่ในนํ้าสะอาด ๑ คนื
ข. ล้างนํ้าให้สะอาด แลว้ ลวกนํ้าร้อน
ค. ลา้ งนาํ้ ให้สะอาด แล้วแชน่ ้ํายาฆา่ เชอ้ื
ง. ลา้ งดว้ ยนา้ํ เกลือ แล้วล้างน้ําให้สะอาด
๒๘ บุ้งกับเบย้ี ไมซ่ ้ือของหวานกินเพราะอะไร
ก. แมไ่ ม่อนุญาต
ข. มีเงินไม่พอซ้ือ
ค. มีสฉี ดู ฉาดเกินไป
ง. ไม่มรี สทช่ี อบกนิ
บทท่ี ๑๒ ภาษาพาที ป.๔ หนา้ ๒๒
สารพษิ ในชวี ติ ประจาํ วัน
เลือกคําตอบท่ถี กู ตอ้ ง
๒๙ ขนมในข้อใดท่ีน่าจะปลอดภัยจากสารพษิ มากที่สดุ
ก. กล้วยตากอบนํ้าผง้ึ
ข. ทับทมิ กรอบ
ค. เยลลรี่ สผลไมร้ วม
ง. ช็อกโกแลตเคลอื บนาํ้ ตาลหลากสี
๓๐ กล่มุ ของบุคคลในข้อใดท่ีควรระมัดระวงั อาหารทม่ี ผี งชูรสมากท่สี ดุ
ก. นักเรยี น นกั ศึกษา
ข. คนทเ่ี ป็นโรคไต หญิงมีครรภ์ เด็กทารก
ค. ผใู้ หญ่ คนชรา
ง. เดก็ วัยรุน่ และคนชรา
๓๑ ข้อใดเปน็ วิธีใช้ผลิตภณั ฑท์ ่ีมีสารเคมีเป็นสว่ นประกอบใหป้ ลอดภัย
ก. อา่ นฉลากวิธใี ช้ใหถ้ กู วธิ ี และใช้เท่าท่ีจําเป็น
ข. ใช้อย่างถูกวิธี และใชเ้ ปน็ ประจํา
ค. อา่ นสว่ นผสมที่มีสารที่ตนเองตอ้ งการ
ง. ใช้ตามความเหน็ ของคนส่วนใหญ่
๓๒ ข้อใดเปน็ ข้อคดิ ทไ่ี ด้จากการอา่ นเรอื่ ง สารพษิ ในชีวิตประจาํ วนั
ก. การรบั ประทานผกั ทุกชนิดมปี ระโยชนต์ อ่ รา่ งกาย
ข. เราตอ้ งเรียนรู้การปอ้ งกนั ตนจากสิง่ แวดล้อม
ค. เราตอ้ งรจู้ กั ป้องกันตัวจากสารพิษตา่ ง ๆ
ง. เวลาจะซอื้ อะไรควรดใู หท้ ่วั จงึ คอ่ ยตดั สินใจ
บทท่ี ๑๒ ภาษาพาที ป.๔ หน้า ๒๓
สารพิษในชวี ติ ประจาํ วนั
เลือกคําตอบทถี่ กู ต้อง
๓๓ ขอ้ ใดกลา่ วถูกตอ้ งเก่ียวกับการโฆษณา
ก. เป็นการเปดิ เผยข้อเทจ็ จรงิ ของสินคา้ หรือบริการ
ข. เป็นการประชาสัมพนั ธส์ นิ ค้าหรอื บริการแก่คนท่ัวไป
ค. เปน็ การเพิ่มความนา่ เชอ่ื ถอื ของสินค้าหรอื บริการ
ง. เป็นการแจ้งข้อมูลสนิ ค้าหรือบรกิ ารใหค้ นท่วั ไปเชือ่ และปฏิบตั ิตาม
๓๔ “การประชาสัมพันธเ์ พ่ือเผยแพรส่ ินค้าหรอื บรกิ ารโดยใช้ขอ้ ความเชญิ ชวน
ชักจูงโนม้ น้าวใจ ผูอ้ ่านหรอื ผ้ฟู งั ให้คล้อยตาม” หมายถงึ ข้อใด
ก. ประกาศ
ข. บรรยาย
ค. โฆษณา
ง. สนทนา
๓๕ บุคคลในข้อใดประพฤติตนไม่เหมาะสม เม่ืออา่ นหรือฟงั โฆษณาจากสอ่ื ต่าง ๆ
ก. แดงฟงั รายละเอยี ดจากโฆษณาแล้วร้สู ึกว่าทันสมยั ดจี งึ ซ้ือสนิ คา้
ข. ดาํ พิจารณาคณุ สมบัติของสินคา้ โดยคาํ นึงถึงประโยชน์ทไ่ี ดร้ ับ
ค. ขาวตรวจสอบแหล่งทผ่ี ลติ สนิ คา้ จากฉลากวา่ นา่ เชอ่ื ถือหรอื ไม่
ง. เขียวพจิ ารณาข้อความทโ่ี ฆษณาอยา่ งถถ่ี ว้ นและคาํ นึงถงึ ราคาก่อนซ้ือ
๓๖ ข้อใดไมใ่ ช่หลกั ในการพจิ ารณาโฆษณา
ก. สินค้านั้นใหข้ ้อมูลครบถว้ นหรอื ไม่
ข. คุณสมบตั ิของสินคา้ นน้ั เปน็ อยา่ งไร
ค. ภาษาที่ใช้โฆษณามีความเหมาะสมหรอื ไม่
ง. สินคา้ นั้นโฆษณาเกินความเปน็ จริงหรือไม่
บทที่ ๑๒ ภาษาพาที ป.๔ หนา้ ๒๔
สารพษิ ในชีวติ ประจาํ วนั
เลอื กคําตอบทถี่ ูกต้อง
๓๗ ขอ้ ความโฆษณาใดไม่มีการบอกคุณสมบัติของสินค้า
ก. นมไทย-เด่นมาก สุขเตม็ รอ้ ย อรอ่ ยเต็มกลอ่ ง
ข. ครมี ไวทส์ ปริง หนา้ ขาวเดง้ ชว่ ยลดสิวและร้ิวรอย
ค. สบ่กู รดมะนาว ฟอกแลว้ หนา้ ขาวใส รูขมุ ขนกระชับ
ง. ยาหมอเซง็ ยาสมนุ ไพรรักษาโรคมะเรง็ และโรครา้ ยแรงบางชนดิ
๓๘ คาํ ในขอ้ ใดเขยี นผิด
ก. หมาใน ข. ชลาลยั ค. ไนโตรเจน ง. ลาํ ใย
๓๙ คาํ ในข้อใดเขยี นตวั การนั ต์ไม่ถกู ตอ้ ง
ก. หนงั สือพิมท์ ข. ต้ังครรภ์
ค. องค์การ ง. ประชาสัมพันธ์
๔๐ คําในขอ้ ใดมีความสัมพันธต์ ่างจากพวก
ก. เอม็ เอส จี ข. โซเดียมซลั เฟต
ค. ผงชรู ส ง. โมโนโซเดยี มกลูตาเมท
บทท่ี ๑๓ ภาษาพาที ป.๔ หนา้ ๑
อยา่ งนดี้ ีควรทา
สรุปย่อ
บ่ายวันอาทิตย์เด็ก ๆ ล้อมวงเล่นการต่อสานวนกันอยู่ท่ี
ระเบียงบ้าน โดยนมิ่ เริ่มต้นว่า“รกั ดีหามจว่ั รกั ชว่ั หามเสา”
นวลต่อว่า “ทาดีได้ดี ทาชั่วได้ช่ัว” อ้นต่อว่า “ใครดี
ดีตอบ ใครชอบ ตอบแทน ใครร้าย รา้ ยแสน เหมือนแม้นมันทามา”
ขณะนั้นเอง ทิดยอดห้ิวมะพร้าวน้าหอมทะลายใหญ่เดินมาพอดี ทิดยอด
จึงพูดว่า ผู้ท่ีส่ังสอนเราให้รู้จักผิดชอบช่ัวดีมีคุณธรรม คือ ศาสดา และผู้เผยแผ่
คาสอนในศาสนาต่าง ๆ ได้แก่ พระสงฆ์ บาทหลวง อิหม่าม เป็นต้น ผู้ท่ีปฏิบัติ
ตามคาสอนย่อมประสบความสาเร็จ มีความสุขในการดารงชีวิต ทาให้สังคม
ร่มเยน็ เป็นสุข ซ่งึ เป็นอุดมคติของมนษุ ยชาติ
ทุกศาสนาสอนเหมือนกัน คือ การสอนให้คนทาความดี มีเมตตา กรุณา
ต่อเพื่อนมนุษย์ท่ีแตกต่างกัน คือ ข้อบัญญัติ ข้อปฏิบัติ ประเพณี พิธีกรรม และ
ศาสนสถาน ซ่ึงมี วัด โบสถ์ มัสยิด เป็นสถานท่ีประกอบพิธีกรรมทางศาสนา
มศี ิลปะการกอ่ สรา้ งทสี่ ง่างามแตกตา่ งกนั ไป และศาสนสถานก็ถือเป็นส่วนหน่ึงของ
ศาสนาดว้ ย
ทิดยอดอธิบายสานวน “สวรรค์อยู่ในอก นรกอยู่ในใจ” ให้เด็ก ๆ ฟังว่า
เป็นคาเปรียบเทียบการกระทาของคนเรา คนทาดีย่อมมีความสุข สดช่ืน แจ่มใส
อ่ิมเอิบใจเหมือนอยู่บนสวรรค์ ส่วนคนทาช่ัวนั้นแม้จะไม่มีใครรู้เห็น แต่ตนเอง
ย่อมรู้อยู่แก่ใจ ความกังวล ทุกข์ร้อน สุมอยู่ในใจเหมือนตกนรก ทุกศาสนา
จงึ มงุ่ สอนใหค้ นทาแตค่ วามดี
บทที่ ๑๓ ภาษาพาที ป.๔ หนา้ ๒
อย่างนด้ี คี วรทา (ต่อ)
สรปุ ย่อ
ทิดยอดจึงพูดข้ึนว่า “ต้นเดือนหน้าวัดจะมีงานเทศกาลสงกรานต์ มีการ
ประกวดก่อเจดีย์ทราย พี่ชวนพวกเราเข้าแข่งด้วยนะ” “ตกลง เราจะก่อเจดีย์
ทรายใหส้ งู ถึงฟา้ เราจะชว่ ยกันขนทรายเขา้ วัด” เดก็ ๆ พดู กนั อยา่ งสนุกสนาน
บทท่ี ๑๓ ภาษาพาที ป.๔ หนา้ ๓
อย่างนด้ี คี วรทา
เขยี นคาอ่านของคาตอ่ ไปน้ี
๑ สัญลกั ษณ์ อา่ นวา่ อ่านวา่
๓ โบสถ์ อา่ นวา่
๕ นิติกร ๒ ศาสนสถาน อ่านวา่
๗ กรรโชก อา่ นว่า
๙ อาฆาต อา่ นว่า อา่ นว่า
๑๑ มนษุ ยชาติ อา่ นวา่
๔ บาทหลวง
อ่านว่า
๖ ภาวนา
อ่านวา่
๘ ศาสดา
อ่านว่า
๑๐ พยาบาท
อา่ นว่า
๑๒ มัสยดิ
บทที่ ๑๓ ภาษาพาที ป.๔ หนา้ ๔
อยา่ งนดี้ คี วรทา
นาตวั อักษรด้านซ้ายมือใสห่ นา้ ข้อความทางขวามือใหส้ มั พนั ธ์กนั
ก ๑ สถานท่ีประกอบกิจกรรมทางศาสนา
ศาสนสถาน อิสลาม สุเหร่ากเ็ รยี ก
ค ข ๒ ส่ิงท่ีกาหนดขึ้นเพ่ือให้ใช้หมายความ
อานสิ งส์ สัญลักษณ์ แทนอกี ส่งิ หนง่ึ
จ ง ๓ ช่ือตาแหน่งผู้มีหน้าที่ปฏิบัติงานเก่ียวกับ
กรรโชก บาทหลวง กฎหมาย
ฉ ๔ สถานทีป่ ระกอบพธิ กี รรมทางศาสนา
ช ให้อภยั
นติ กิ ร ๕ ผลแหง่ กศุ ลกรรม, ผลบุญ, ประโยชน์
๖ คานาหนา้ ช่อื ผทู้ สี่ กึ จากพระ
ซ
ฌ สรงนา้ ๗ สารวมใจให้แนว่ แน่เป็นสมาธิ
อหิ มา่ ม ๘ คาเรยี กผู้นาในศาสนาอิสลาม
ญ ๙ ผกู ใจเจบ็ และอยากแก้แค้น
ภาวนา ๑๐ ทากิรยิ าขูใ่ หก้ ลวั
ฎฏ ๑๑ นักบวชในศาสนาคริสต์
อาฆาต ศาสดา
๑๒ ผู้ตงั้ ลทั ธิทางศาสนา
ฐ ๑๓ ทีอ่ ย่ขู องนกั พรต
มัสยิด
ฑฒ ๑๔ ยกโทษให้
อาศรม ทดิ ๑๕ อาบนา้
บทที่ ๑๓ ภาษาพาที ป.๔ หนา้ ๕
อย่างน้ดี คี วรทา
ศาสนา
ผูเ้ ผยแผค่ าสอน ผ้เู ผยแผ่คาสอน ผเู้ ผยแผค่ าสอน
ของศาสนาคริสต์ เรียกวา่ ของศาสนาพุทธ เรียกว่า ของศาสนาอสิ ลาม เรยี กวา่
๑ ผู้เผยแผ่คาสอนของศาสนามหี นา้ ทีอ่ ะไร
๒ ผู้ท่ปี ฏบิ ตั ิตามคาสอนของศาสนาจะเปน็ อยา่ งไร
๓ ศาสดาทกุ ศาสนาสอนส่งิ ใดท่เี หมอื นกนั
๔ ศาสนาทุกศาสนามีส่งิ ใดท่แี ตกตา่ งกนั
บทท่ี ๑๓ ภาษาพาที ป.๔ หน้า ๖
อย่างนด้ี คี วรทา
พจิ ารณาขอ้ ความตอ่ ไปนวี้ า่ “อยา่ งน้ดี ีควรคา” หรือ “อยา่ งนไี้ ม่ดีไมค่ วรทา”
๑ ลอกการบา้ นเพอ่ื น ควรทา ไมค่ วรทา
๒ แบ่งปันขนมให้เพือ่ น ควรทา ไม่ควรทา
๓ เถียงคุณพอ่ คุณแม่ ควรทา ไม่ควรทา
๔ ไมย่ งุ่ กับอบายมุข ควรทา ไม่ควรทา
ควรทา ไม่ควรทา
๕ เล่นเกมวันละ ๕ ชว่ั โมง ควรทา ไม่ควรทา
๖ พดู คยุ ขณะที่ครูสอน ควรทา ไม่ควรทา
๗ รังแกสัตว์ ควรทา ไม่ควรทา
๘ พูดจาไม่สุภาพ ควรทา ไมค่ วรทา
ควรทา ไมค่ วรทา
๙ ทงิ้ ขยะโดยแยกประเภท ควรทา ไม่ควรทา
๑๐ น่งั สมาธิ ควรทา ไม่ควรทา
๑๑ เชือ่ ฟงั คนแปลกหนา้
๑๒ พาสนุ ัขไปทิง้ ท่วี ัด
บทที่ ๑๓ ภาษาพาที ป.๔ หนา้ ๗
อยา่ งน้ดี คี วรทา
ตอบคาถามตามเน้ือเรื่อง
๑ คนเราจะดีหรอื จะชว่ั อน้ บอกวา่ อยทู่ ่อี ะไรเปน็ สาคญั
๒ ลกู หมากหรือลกู มะพรา้ วที่รวมกนั พวง ๆ มีลกั ษณนามวา่ อะไร
๓ ผู้ทส่ี งั่ สอนใหเ้ รารู้จกั ผิดชอบชว่ั ดี มีคุณธรรม คอื ใคร
๔ ศาสนาทกุ ศาสนาสอนเหมือนกนั หมดคอื สอนว่าอยา่ งไร
๕ “มัสยิด” เป็นศาสนสถานสาคัญของศาสนาอะไร
๖ การทีส่ งิ่ กอ่ สรา้ งทางศาสนาต้องสรา้ งให้สูง ๆ มยี อดแหลมข้นึ ไป
บนฟา้ เพราะผู้สร้างมีความเช่ือวา่ จะไดใ้ กลช้ ดิ กับอะไร
๗ คนเราจะทาความดีหรอื ทาความชวั่ นน้ั ใครจะรบั รูเ้ ป็นคนแรก
บทท่ี ๑๓ ภาษาพาที ป.๔ หนา้ ๘
อย่างน้ดี คี วรทา
ตอบคาถามตามเนอ้ื เร่ือง (ต่อ)
๘ เคยมคี ากลา่ ววา่ คนทท่ี าความดีหรือทาความช่ัวนน้ั สุขหรือทุกข์จะอย่ทู ี่
อะไร
๙ แต่ละศาสนามีสง่ิ ทแ่ี ตกตา่ งกนั หลายอย่าง อาทิ ข้อบัญญัติ ขอ้ ปฏิบตั ิ
ประเพณี พิธกี รรม และอะไรอกี
๑๐ การกอ่ พระเจดีย์ทรายมกั ทากันในเทศกาลอะไร
บทที่ ๑๓ ภาษาพาที ป.๔ หนา้ ๙
อยา่ งนีด้ คี วรทา
เรียงลาดับเหตุการณ์ในบทเรียนอ่านเสริมเมตตา
ธรรมนาสขุ ” โดยใสห่ มายเลข ๑-๑๒
คร้งั หน่งึ มีงานเฉลมิ ฉลองการข้นึ ครองกรุงพาราณสีของพระเจา้ พรหมทตั
ขณะนน้ั พระดาบสโพธสิ ตั ว์กาลงั สรงนา้ อย่ทู บ่ี ้านและวางผา้ เปลอื กไม้ไว้บนผง่ั
ในอดตี กาลพญาครฑุ กับพญานาคเปน็ ศตั รูคแู่ ค้นกัน
พญาครฑุ ไมก่ ล้าแตะต้องผ้าเปลอื กไมด้ ว้ ยความเคารพในพระดาบสโพธิสตั ว์
ขณะเท่ียวชมมหรสพ เกดิ การเบียดเสียดทาให้พญาครฑุ และพญานาคเข้ามา
ใกลก้ ัน
เหล่าเทวดา ครุฑ และนาค พากันแปลงรา่ งเป็นมนษุ ยม์ าเที่ยวชมงาน
พญาครุฑกล่าวนอบน้อมขอใหพ้ ระดาบสเอาผา้ เปลอื กไมอ้ อกไปเพราะจะกนิ
นาคด้วยความหวิ
เพอ่ื ให้ปลอดภัยพญานาคแปลงกายเป็นกอ้ นแกว้ มณีเขา้ ไปซอ่ นใตผ้ ้าเปลือก
ของพระดาบสโพธสิ ัตว์
สุดท้ายทั้งครฑุ และนาคกอ็ ยูร่ ว่ มกันได้อยา่ งมีความสุข
ดว้ ยอานาจแหง่ คุณความดที ไ่ี ม่ล่วงเกินพระดาบสโพธสิ ัตว์จงึ บันดาลให้
พญาครฑุ อิม่ ทิพย์ตลอดไป
พญาครฑุ สงั เกตทา่ ทางรูว้ า่ เป็นนาคและพญานาคกร็ ตู้ ัวเกรงจะมภี ยั จึงหนีออก
จากเมอื งไปทางท่านา้
แกว้ จงึ นาสัตวท์ ้ังสองไปที่อาศรม ส่งั สอนให้เจรญิ สมาธิเมตตาภาวนา
บทที่ ๑๓ ภาษาพาที ป.๔ หนา้ ๑๐
อย่างนีด้ ีควรทา
นาคาทกี่ าหนดให้เติมลงในสานวนไทยใหถ้ ูกต้อง
๑ เสอื สาลี ถ่าน นางฟ้า
รงั หนู เขน็ ครกขึน้ ภเู ขา ฟา้ กบั ดนิ
ยากเหมือน ปรอท
๒ เขาวงกต ปยุ นุ่น อีกา ไกต่ าแตก
ขาวเหมือน ๙
๓ ใจดาเหมือน
ใจดีราวกับ
๔
เบาเหมอื น
๕
ดุเหมือน
๖ ๑๐
งงเป็น คดเค้ยี วเหมอื น
๗ ๑๑
บา้ นรกอยา่ งกับ ตวั ดาราวกบั
๘ ๑๒
แตกตา่ งกันราว ไวเหมือน
บทที่ ๑๓ ภาษาพาที ป.๔ หนา้ ๑๑
อย่างนีด้ คี วรทา
ตอ่ สานวนไทยที่กาหนดให้ต่อไปน้ใี หถ้ กู ต้อง
๑ ๒
ทาคุณบชู าโทษ ตกนา้ ไมไ่ หล
๓ ๔
ตกั น้าใสก่ ะโหลก ช้างตายทั้งตวั
๕ ๖
มือไมพ่ าย คนรักเทา่ ผนื หนัง
๗ ๘
ไก่งามเพราะขน คบคนให้ดหู น้า
๙ ๑๐
สี่เทา้ ยังรพู้ ลาด ชกั น้าเข้าลึก
๑๑ ๑๒
แพเ้ ปน็ พระ บัวไม่ใหช้ า้
๑๓ ๑๔
เข้าเมืองตาหลิว่ หงุ ข้าวประชดหมา
๑๕ ๑๖
เขยี นด้วยมือ นา้ มาปลากินมด
บทที่ ๑๓ ภาษาพาที ป.๔ หน้า ๑๒
อยา่ งน้ดี คี วรทา
นาอกั ษรหน้าสานวนไทยไปใส่ในชอ่ งว่างใหต้ รงกบั ความหมาย
ก คางคกขน้ึ วอ ๑ แสวงหาผลประโยชน์โดยตัวเองไม่ต้อง
ข จับเสอื มือเปลา่ ลงทนุ
ค ชา้ ๆ ไดพ้ ร้าเลม่ งาม
ง ชบุ มอื เปิบ ๒ ซา้ เติมเมือ่ ผู้อืน่ เพลี่ยงพลา้
จ ได้ทขี แี่ พะไล่ ๓ เฉยเมย ไมก่ ระตือรอื รน้ ไมส่ ะดุ้งสะเทอื น
ฉ ตัดหางปล่อยวัด ๔ คนท่ีมีฐานะต่าต้อย พอได้ดิบได้ดีก็แสดง
ช ทานาบนหลงั คน
ฌ ทองไมร่ ู้ร้อน กริ ิยาอวดดี ลมื ตวั
ญ ตีตนก่อนไข้ ๕ กังวล ทุกข์ร้อน หรือหวาดกลัวในเรื่องที่ยัง
ฎ ตานา้ พรกิ ละลายแม่นา้
ไม่เกดิ
๖ ลงทนุ ไปโดยไดผ้ ลประโยชนไ์ ม่คมุ้ ทุน
๗ ค่อย ๆ คดิ คอ่ ย ๆ ทา แล้วจะสาเร็จผล
๘ หาผลประโยชนใ์ สต่ นโดยขดู รีดผู้อืน่
๙ ฉวยประโยชน์จากคนอืน่ โดยไมไ่ ดล้ งทนุ
ลงแรง
๑๐ ตดั ขาดไมย่ ่งุ เก่ยี ว ไม่ชว่ ยเหลืออกี ต่อไป
บทท่ี ๑๓ ภาษาพาที ป.๔ หนา้ ๑๓
อย่างนด้ี คี วรทา มารยาทในการฟังและการดู
ระบายสีเขยี วข้อทถ่ี กู และระบายสีแดงข้อท่ผี ิดลงในดอกไม้
๑ ๒
ควรแตง่ กายสภุ าพเรียบร้อย เพ่ือให้ ขณะฟังถา้ เกิดขอ้ สงสยั ใหย้ กมอื ข้นึ ก่อน
เกยี รตผิ ู้พูด ผ้แู สดง หรอื สถานที่
แล้วจึงถามข้อสงสัย
๓ ๔
ไม่ควรเดินเขา้ ออกขณะทีผ่ ูพ้ ดู กาลงั พูด ถา้ จาเป็นต้องไปเขา้ ห้องน้าขณะฟงั หรือ
ดคู วรทาความเคารพก่อนเดนิ ออกไป
๕ ๖
หวั เราะเสียงดงั กระทืบเทา้ เพ่อื แสดง ปรบมือทกุ ครัง้ เม่อื วทิ ยากรแตล่ ะคน
ความพอใจในการฟงั หรอื การดู พูดจบ หรอื การแสดงจบลง
การแสดงของผูแ้ สดง
๗ ๘
นั่งตามทนี่ ่ังท่จี ัดไว้ก่อนการแสดง ควรปิดเคร่อื งมือสื่อสารทกุ ชนดิ ขณะฟัง
เร่มิ ขน้ึ โดยนั่งจากดา้ นหลงั ให้เตม็ กอ่ น
หรอื ดูในทส่ี าธารณะ
๙
ฟงั หรอื ดูดว้ ยความตัง้ ใจ แมม้ คี วามเหน็ ขดั แยง้ ๑๐
ก็ยอมรบั ฟังหรือดูอยา่ งสงบไม่พูดขดั เตรียมหนงั สอื ไปอา่ นเพ่อื ไมใ่ ห้เสียเวลา
ถา้ การฟังหรอื ดไู มน่ า่ สนใจ
บทท่ี ๑๓ ภาษาพาที ป.๔ หน้า ๑๔
อยา่ งนดี้ คี วรทา มารยาทในการฟงั และการดู
ระบายสีเหลืองใน หน้าบุคคลที่ปฏบิ ัติตนไดถ้ กู ต้องเกย่ี วกบั การฟังและการดู
๑ ชมพจู่ ดบันทกึ ข้อความสาคัญไวใ้ นขณะฟงั วทิ ยากรบรรยายในหอ้ งประชมุ
๒ ก่อนฟังและดูสื่อทุกประเภท มานีจะกาหนดจุดมุ่งหมายในการฟังและดู
เป็นอนั ดับแรก
๓ แกว้ ตายกมือถามวิทยากรทันทเี มือ่ ฟงั แล้วไมเ่ ขา้ ใจ
๔ สมใจกระซิบถามสมศรีเบา ๆ เม่ือฟงั ไม่รเู้ รอื่ ง
๕ สุชาติติดตามฟังเฉพาะเรื่องราวที่เขาสนใจเท่านั้น
๖ วิชาญฟังนิทานที่ครูเล่าอย่างตั้งใจและจับใจความสาคัญของเรื่องได้
ถกู ต้อง
๗ วชิ ติ มสี มาธิ มใี จจดจอ่ อย่กู ับส่งิ ท่ฟี งั ตั้งแต่ต้นจนจบ
๘ สดุ าวจิ ารณ์การแสดงของนกั แสดงบนเวทเี ปน็ ระยะ ๆ ใหส้ ุภรณฟ์ ัง
๙ วทิ ยาปดิ เครอ่ื งมอื สอ่ื สารทุกชนดิ กอ่ นเขา้ ชมการแสดงในโรงละคร
๑๐ ทกุ วนั พระและวนั อาทติ ย์คณุ ยายจะไปฟงั พระธรรมเทศนาทว่ี ดั เพราะได้คติ
สามารถนาไปใช้ปฏิบตั ใิ นชีวติ จรงิ ได้
บทท่ี ๑๓ ภาษาพาที ป.๔ หน้า ๑๕
อยา่ งน้ดี ีควรทา มารยาทในการฟังและการดู
ขดี / หน้าขอ้ ความทถี่ ูก และขีด x หนา้ ขอ้ ความที่ผดิ
๑ ในการติดต่อสื่อสารในชีวิตประจาวัน เดิมเราใช้ทักษะการพูดมากกว่า
ทกั ษะอ่นื ๆ
๒ การฟัง เปน็ ทกั ษะการสื่อสารแบบหนึ่งที่ทั้งผ้พู ูดและผฟู้ งั พูดต้ังใจฟัง
๓ การปรบมือและการเป่าปากของผู้ฟังเป็นการแสดงความพึงของผู้ฟังท่ีให้
เกียรตผิ พู้ ดู
๔ การฟังและการดูเป็นกระบวนการติดต่อส่ือสารที่เราใช้กันอยู่ประจาจึงไม่
ตอ้ งอาศยั การฝกึ ปฏบิ ตั ิ
๕ การเลอื กฟงั และดูตามจดุ มงุ่ หมายที่ต้องการ คือ เพื่อหาความรู้ หรือเพื่อ
หาความบันเทงิ
๖ เมื่อฟังและดูแล้วเราควรพยายามหาขอ้ คดิ ทเี่ ป็นประโยชน์จากการฟังและ
ดู เพ่ือนาไปใช้ในชีวิตประจาวัน ส่วนที่เป็นข้อบกพร่องก็นาไปเป็น
บทเรยี นสอนใจ
๗ การฟังและดูส่ิงต่างๆ อาทิ ละคร ข่าว เพลง หรือการ์ตูน ทาให้เราได้รับ
ความเพลดิ เพลินและความรดู้ ้วย
๘ ในการฟังและการดูในที่สาธารณะ ผู้ฟังและผู้ดูต้องแต่งกายสุภาพ
เรยี บรอ้ ย เพ่อื ใหเ้ กยี รตแิ กผ่ ู้พดู ผ้แู สดง หรือสถานท่ี
๙ เม่ือฟังและดูส่ิงต่าง ๆ แล้วก็ควรตั้งคาถามและตอบคาถามจากส่ิงท่ีฟัง
และดูด้วย
๑๐ การนาสิ่งท่ีฟังหรือดูไปใช้ให้เป็นประโยชน์ได้นั้น ผู้ฟังและผู้ดูจะต้องคิด
วิเคราะห์และนาไปประยุกต์กอ่ น