บทท่ี ๑๓ ภาษาพาที ป.๔ หน้า ๑๖
อยา่ งนดี้ คี วรทา
เลอื กคาตอบที่ถกู ต้อง
๑ กจิ กรรมใดทต่ี วั ละครเดก็ ในเรือ่ ง “อยา่ งน้ีดคี วรทา” นามาเล่นกนั ในวันหยดุ
ก. ต่อตัวตอ่ เลโก้ ข. ตอ่ สานวน
ค. ตอ่ จ๊กิ ซอว์ ง. ตอ่ ปากตอ่ คา
๒ “ใครดีดีตอบ ใครชอบตอบแทน ใครร้ายรา้ ยแสน เหมอื นแม้นมนั ทามา” ขอ้ ใด
ไม่เกยี่ วข้องกบั ขอ้ ความนี้
ก. อน้ เปน็ ผูก้ ลา่ วข้อความน้ี
ข. อน้ จาข้อความนี้มาจากหนังกาลงั ภายใน
ค. บอกให้ร้วู ่าถา้ ใครดมี ากจ็ ะดีดว้ ย แต่ถ้าใครร้ายมากจ็ ะร้ายตอบ
ง. ความหมายเหมือนคบคนพาลพาลพาไปหาผดิ คบบัณฑติ บัณฑติ พาไปหาผล
๓ ขอ้ ความในขอ้ ๒ มคี วามหมายสมั พันธ์กบั ส่งิ ใด
ก. ความกตญั ญร้คู ุณ ข. ความไมเ่ อาโทษและการให้อภยั
ค. ความอาฆาตพยาบาทจองเวร ง. ถกู ทงั้ ขอ้ ก และข้อ ค
๔ นิ่มและนวลมีความรู้สึกอยา่ งไรกบั คากลา่ วในขอ้ ๒ เพราะเหตใุ ด
ก. เป็นสง่ิ ทไ่ี มถ่ ูกต้อง เพราะศาสนาสอนให้มีเมตตา
ข. เป็นสง่ิ ท่ถี กู ตอ้ ง คนทาดกี ต็ อ้ งไดด้ ี คนทาชว่ั ก็ต้องไดช้ ั่ว
ค. เป็นสง่ิ ท่โี หดรา้ ย คนเราควรให้อภยั และไมค่ วรแกแ้ ค้นซ่งึ กันและกัน
ข. เปน็ สิง่ ทไ่ี ม่ควรกระทา เพราะเป็นการเลยี นแบบหนังกาลงั ภายใน
๕ ขณะทีเ่ ด็ก ๆ นง่ั ลอ้ มลงบนระเบยี งบ้านอยู่น้นั เสยี งเจ้ามอมเหา่ กรรโชกใคร
ก. ทิดยอด ข. พ่ีอุ่นเรอื น ค. อ้น ง. นิม่
๖ ผทู้ ีค่ ิดคาสอนให้คนรจู้ ักผิดชอบชั่วดี มคี ณุ ธรรมคอื ใคร
ก. ศาสดา ข. พระสงฆ์ ค. ครอู าจารย์ ง. เทพเจา้
บทท่ี ๑๓ ภาษาพาที ป.๔ หนา้ ๑๗
อย่างน้ีดคี วรทา
เลอื กคาตอบท่ถี กู ตอ้ ง
๗ ผูเ้ ผยแผ่คาสอนในศาสนาต่าง ๆ คือบุคคลตอ่ ไปนี้ ยกเวน้ ขอ้ ใด
ก. พระสงฆ์ ข. ซินแส ค. อหิ มา่ ม ง. บาทหลวง
๘ นกั บวชในศาสนาคริสตเ์ รียกว่าอะไร
ก. พระสงฆ์ ข. บาทหลวง ค. อหิ มา่ ม ง. ศาสดา
๙ อหิ ม่าม คอื ผ้ทู เี่ ผยแผ่คาสอนในศาสนาใด
ก. ศาสนาอิสลาม ข. ศาสนาพุทธ
ค. ศาสนาคริสต์ ง. ศาสนาพราหมณ์
๑๐ ผทู้ เี่ ป็นบาทหลวง จะนับถอื ศาสนาใด
ก. ครสิ ต์ ข. พทุ ธ ค. อสิ ลาม ง. ซกิ ข์
๑๑ สง่ิ หนึง่ ทีเ่ หมอื นกันในทุกศาสนาคอื อะไร
ก. พธิ กี รรมทางศาสนา ข. ขอ้ หา้ มทางศาสนา
ค. การสอนให้คนทาความดี ง. ศิลปะการก่อสรา้ งศาสนสถาน
๑๒ ข้อใดไมใ่ ช่ผลของการปฏิบตั ติ นตามคาสอนของศาสนา
ก. ทาให้มฐี านะม่งั ค่งั ร่ารวย ข. ชว่ ยควบคุมจิตใจของตนเองได้
ค. ทาให้มคี วามสขุ ในการดารงชวี ิต ง. ทาให้มีความประพฤติท่ดี ีงาม
๑๓ ศาสนาใดเกดิ ข้ึนกอ่ น
ก. พทุ ธ ข. คริสต์ ค. อิสลาม ง. ชินโต
๑๔ ผูท้ ี่นับถอื ศาสนาใดไมบ่ ริโภคเนอื้ สกุ ร
ก. พทุ ธ ข. ครสิ ต์ ค. อสิ ลาม ง. พราหมณ์
๑๕ ศาสนาใดท่ีเกดิ ก่อน และหลงั กนั อยู่ ๕๔๓ ปี
ก. คริสต์-อสิ ลาม ข. อิสลาม-ครสิ ต์ ค. อิสลาม-พุทธ ง. พุทธ-คริสต์
บทท่ี ๑๓ ภาษาพาที ป.๔ หนา้ ๑๘
อยา่ งนดี้ ีควรทา
เลอื กคาตอบทถี่ ูกต้อง
๑๖ คนท่ีนับถอื ศาสนาอิสลามจะประกอบกจิ กรรมทางศาสนาท่ีไหน
ก. วัด ข. โบสถ์ ค. มัสยิด ง. โรงพัก
๑๗ ศาสนสถานเป็นส่วนหนึ่งของสง่ิ ใด
ก. โบสถ์ ข.มัสยดิ ค. ศาสนา ง. ศาสดา
๑๘ พระมหากษตั ริยไ์ ทย นับถอื ศาสนาใด
ก. คริสต์ ข. อิสลาม ค. พทุ ธ ง. ฮนิ ดู
๑๙ ผทู้ ป่ี ฏบิ ัตติ ามคาสอนทางศาสนา จะประสบผลอยา่ งไร
ก. มชี อื่ เสยี งไดร้ บั คายกย่องชมเชย ข. มีทรพั ย์สนิ เงนิ ทอง ขา้ ทาสบริวาร
ค. มคี วามสขุ ในการดารงชวี ติ ง. มคี นรักและใหค้ วามเมตตา
๒๐ ถ้าทุกคนปฏบิ ตั ิตนตามคาสอนของศาสนา จะสง่ ผลต่อสงั คมอยา่ งไร
ก. สังคมจะเจรญิ รุ่งเรือง ข. สังคมจะร่มเย็นเปน็ สุข
ค. สังคมจะสับสนวนุ่ วาย ง. สงั คมจะแบ่งแยกเป็นหลายฝา่ ย
๒๑ ข้อใดไม่ใชค่ วามแตกต่างของทกุ ศาสนา
ก. ขอ้ บัญญตั แิ ละข้อปฏบิ ัติ
ข. ประเพณแี ละพิธกี รรมทางศาสนา
ค. การสร้างสิง่ กอ่ สรา้ งทางศาสนาใหส้ ูง ๆ มียอดแหลม
ง. ศลิ ปะการก่อสร้างศาสนสถาน
๒๒ นกั เรียนคดิ ว่าเหตุการณใ์ นเรอ่ื งเกิดขนึ้ ช่วงเดอื นใด
ก. กมุ ภาพนั ธ์ ข. มนี าคม
ค. เมษายน ง. พฤษภาคม
บทท่ี ๑๓ ภาษาพาที ป.๔ หนา้ ๑๙
อยา่ งนี้ดีควรทา
เลอื กคาตอบท่ถี กู ตอ้ ง
๒๓ ทิดยอดบอกวา่ ต้นเดอื นหนา้ วัดจะมีงานเทศกาลใด
ก. เข้าพรรษา ข. ลอยกระทง
ค. บญุ บงั้ ไฟ ง. สงกรานต์
๒๔ วัดจดั กิจกรรมประกวดอะไร ในงานเทศกาลต้นเดอื นหน้า
ก. นางนพมาศ ข. นางสงกรานต์
ค. ก่อพระเจดยี ท์ ราย ง. การประดษิ ฐบ์ ั้งไฟ
๒๕ คาวา่ “สวรรคใ์ นอก นรกในใจ” เปน็ คาสอนของศาสนาใด
ก. ครสิ ต์ ข. อิสลาม
ค. พุทธ ง. ไมม่ ีแต่เป็นคาพังเพย
๒๖ เมอื งพาราณสเี กย่ี วข้องกับศาสนาใด
ก. ครสิ ต์ ข. พทุ ธ
ค. อิสลาม ง. ฮนิ ดู
๒๗ การก่อพระเจดยี ์ทราย ขนทรายเข้าวัด เขาทากนั ในวนั ใด
ก. วันสงกรานต์ ข. วนั เข้าพรรษา
ค. วนั อาสาฬหบชู า ง. วนั มาฆบูชา
๒๘ ศาสดา หมายถงึ ขอ้ ใด
ก. ผู้นาของศาสนา ข. ผกู้ อ่ ตัง้ ศาสนา
ค. ผรู้ อบรู้ดา้ นศาสนา ง. ผู้มีอานาจของศาสนา
๒๙ สานวนในข้อใดมคี วามหมายสอดคล้องกับ “ทาดไี ดด้ ี ทาชวั่ ไดช้ ่ัว”
ก. รักยาวใหบ้ ่ัน รักสัน้ ให้ตอ่ ข. ไก่เห็นตีนงู งเู ห็นนมไก่
ค. คนรกั เทา่ ผนื หนงั คนชงั เทา่ ผนื เสื่อ ง. หว่านพืชเชน่ ใด ไดผ้ ลเชน่ นน้ั
บทที่ ๑๓ ภาษาพาที ป.๔ หน้า ๒๐
อยา่ งน้ดี คี วรทา
เลือกคาตอบทถ่ี กู ตอ้ ง
๓๐ “ใครดี ดตี อบ ใครชอบ ตอบแทน ใครร้าย ร้ายแสน เหมอื นแมน้ มนั ทามา”
ข้อความที่พิมพ์ตัวหนาสอดคล้องกับสานวนใด
ก. เกลอื จม้ิ เกลอื ข. ฆา่ ช้างเอางา
ค. เอาทองไปรู่กระเบอ้ื ง ง. ตัดไฟแต่ต้นลม
๓๑ พญาครุฑเปน็ ศตั รูคู่แค้นกบั ข้อใด
ก. พญาปักษา ข. พญานาคราช
ค. พญาหนุมาน ง. พญานางเงือก
๓๒ กรุงพาราณสมี งี านเฉลมิ ฉลองการขึ้นครองราชสมบัติของใคร
ก. พระเจา้ พรหมทัต ข. พระเจ้าพิมพสิ าร
ค. พระเจ้าอโศกมหาราช ง. พระเจ้าเทวทัต
๓๓ “พญานาคแปลงกายเป็นอะไร กอ่ นเขา้ ไปซ่อนอยใู่ ตผ้ ้าเปลอื กไมข้ องพระดาบส
โพธิสัตว์
ก. พระดาบส ข. เปลอื กไม้
ค. ก้อนหนิ ง. ก้อนแก้วมณี
๓๔ เม่ือพญาครุฑติดตามมาหวังจะจับพญานาคเป็นอาหารให้ได้ และพบว่า
พญานาคแปลงกายเข้าไปซ่อนอยู่ใต้ผ้าเปลือกไม้ของพระดาบสโพธิสัตว์
พญาครฑุ ทาอยา่ งไร
ก. เปลย่ี นใจไม่จบั พญานาคเป็นอาหาร และบนิ กลบั วมิ าน
ข. ไม่แตะตอ้ งผา้ ดว้ ยความเคารพและกล่าวขอพญานาคทซี่ อ่ นอยตู่ ่อพระดาบส
ค. นาผา้ เปลือกไมไ้ ปวางไวบ้ รเิ วณข้าง ๆ ก่อนจับพญานาคมากนิ
ง. คว้าดวงแกว้ มาทาลาย โดยขว้างไปที่โขดหนิ อยา่ งแรง
บทท่ี ๑๓ ภาษาพาที ป.๔ หนา้ ๒๑
อย่างน้ีดีควรทา
เลือกคาตอบทถ่ี ูกต้อง
๓๕ “พระดาบสโพธิสตั วน์ าสตั ว์ทั้งสองไปทอ่ี าศรมแล้วสั่งสอนสิ่งใด
ก. ให้เจรญิ สมาธิเมตตาภาวนา ข. ใหเ้ จรญิ ภาวนากรรมฐาน
ค. ให้เจรญิ นา้ พระพทุ ธมนต์ ง. ใหเ้ จรญิ ศลี สมาธิ ปญั ญา
๓๖ บุคคลใดปฏบิ ัตติ นในการฟังไม่ถูกตอ้ ง
ก. กง่ิ มีจิตใจจดจอ่ อยู่กบั การฟงั บรรยายตั้งแตต่ น้ จนจบ
ข. ก้อยจดบนั ทกึ สาระสาคญั จากการฟงั ไว้ เพ่ือใช้ประโยชนต์ อ่ ไป
ค. แก้วพยายามหาข้อคดิ จากสิ่งท่ไี ด้ฟัง เพือ่ นาไปใชใ้ นชวี ติ ประจาวัน
ง. กานตเ์ ห็นว่าผู้พูดนา่ เชือ่ ถอื จึงเช่ือในสิ่งท่ฟี งั โดยไม่ไตรต่ รอง
๓๗ นักเรยี นควรเลือกดูรายการใดตอ่ ไปน้ี จึงจะมปี ระโยชน์และเหมาะสมต่อ
นกั เรยี นมากท่ีสุด
ก. คนอวดผี ข. สอนศิลป์
ค. ซุบซิบบันเทิง ง. ช่วั โมงทาเงนิ
๓๘ “ธรรมชาติอันอุดมสมบรู ณ์ ถือเปน็ สมบตั ลิ ้าคา่ ของมวล...........”
ควรเตมิ คาในขอ้ ใดลงในชอ่ งว่าง
ก. ชวี ภาพ ข. สาร ค. มนษุ ยชาติ ง. ชีวิต
๓๙ ข้อใดไม่ควรปฏบิ ัติในการฟงั และการดู
ก. เลือกฟังและดตู ามจุดม่งุ หมายทตี่ ้องการ เชน่ เพอ่ื ความรเู้ พื่อความบันเทงิ
ข. เชอื่ ถือตามท่ไี ดฟ้ ังหรอื ดจู ากผ้พู ดู หรอื ส่ือทคี่ นสว่ นใหญ่เห็นชอบ
ค. พิจารณาจดุ ประสงค์หรอื สง่ิ ทผี่ พู้ ดู ตอ้ งการสอ่ื สารอยา่ งมเี หตุผล
ง. ไตรต่ รองเรื่องทฟ่ี งั หรอื ดูว่าสมเหตุสมผลนา่ เชือ่ ถือเพียงใด
บทที่ ๑๓ ภาษาพาที ป.๔ หนา้ ๒๒
อย่างน้ดี คี วรทา
เลือกคาตอบทถ่ี ูกตอ้ ง
๔๐ การซกั ถามข้อสงสยั ขณะการฟงั ผพู้ ูดในทส่ี าธารณะควรปฏิบตั ติ ามขอ้ ใด
ก. ขออนญุ าตผพู้ ดู หรือยกมอื ขนึ้ ถามเม่ือผพู้ ูดพูดจบ
ข. ตะโกนดว้ ยคาพดู ทสี่ ุภาพให้ผู้พดู ไดย้ นิ ชัดเจน
ค. เดินเขา้ ไปถามขอ้ สงสัยทันทีก่อนที่จะลมื
ง. ทาเสียงโห่ ฮา หรือเสียงอนื่ ๆ เพื่อให้ผูพ้ ดู สนใจกอ่ นซกั ถาม
บทที่ ๑๔ ภาษาพาที ป.๔ หน้า ๑
กระดาษนมี้ ีท่ีมา เรื่องยอ่
สมัยโบราณกว่า ๓,๐๐๐ ปี ก่อนคริสตกาล ชาวอียิปต์
โบราณผลิตกระดาษจาก ต้ น อ้ อ เ รี ย ก ว่ า ป า ปิ รุ ส
ชาวอียปิ ตใ์ ช้กระดาษเพ่ือ จ า รึ ก บ ท ส ว ด ม น ต์ แ ล ะ
คําสาบาน แลว้ บรรจไุ ว้ใน พีระมดิ บางเผ่าท่ีไมม่ ีกระดาษ
กจ็ ะเขียนลงในแผน่ โลหะ หิน ใบลาน เปลือกไม้ แผ่นไม้
ผ้าไหม เมื่อ ค.ศ.๑๐๕ ซึ่งตรงกับ พ.ศ.๖๔๘ ชาวจีน
ประดิษฐก์ ระดาษจากเศษผา้ ฝ้าย
สําหรับประเทศไทยสมัยสุโขทัยยังไม่มีกระดาษ พ่อขุนรามคําแหงมหาราช
จงึ สลักเรื่องราวลงบนแผ่นหิน ต่อมาได้มกี ารคิดคน้ หาวัสดุจากธรรมชาติท่ีหาง่ายและ
นํ้าหนักเบา จึงเปล่ียนมาเป็นใบลาน โดยการนําใบลานมาพ่ึงให้แห้ง ตัดขนาด
ให้เท่ากัน ใช้โลหะปลายแหลม เขียนตัวหนังสือ แล้วใช้ผ้าเช็ดเขม่าไฟก้นหม้อข้าว
ซ่ึงมีสดี าํ มาลูบบนตัวหนังสือ สดี ําตกไปในรอยเขียนทาํ ใหต้ ัวหนังสือปรากฏข้นึ
ต่อมาคนไทยคิดทํากระดาษได้ เรียกว่า สมุดไทย ทํามาจากเปลือกข่อย หรือ
เปลือกสา โดยลอกเอาเปลือกมาแช่นํ้าจนเน่า จากนั้นนําไปล้างให้เน้ือหลุด ใช้ค้อน
ทุบให้ละเอยี ด ตม้ จนเปอื่ ย ใส่แปง้ กวนใหเ้ ข้ากนั เพื่อให้เนื้อกระดาษเหนียว แล้วเทใส่
กระบะ เกลี่ยใหเ้ รยี บเสมอกนั พง่ึ แดดจนแห้งแล้วลอกออกมาเป็นแผ่นพับทบกันไปมา
จนตลอดความยาวได้เป็นเล่มสมุด เรียกว่า สมุดไทยขาว ถ้าผสมผงถ่าน เรียกว่า
สมุดไทยดํา ในหอสมุดแห่งชาติมีหนังสือที่เขียนลงบนกระดาษฉบับที่เก่าแก่ที่สุด คือ
พระราชพงศาวดารกรุงเก่า ฉบับหลวงประเสริฐ ในปัจจุบัน นักวิทยาศาสตร์
ทํากระดาษได้หลายวิธี เช่น กระดาษสําหรับเขียน กระดาษห่อของขวัญ กระดาษ
ลูกฟูกสําหรับทํากล่อง กระดาษชําระ ฯลฯ ประเทศไทยนิยมใช้ต้นยูคาลิปตัสมาทํา
เยือ่ กระดาษ เพราะใหเ้ ยื่อกระดาษมากและราคาต้นทนุ ตาํ่
บทที่ ๑๔ ภาษาพาที ป.๔ หน้า ๒
กระดาษนี้มที ่ีมา เรอ่ื งย่อ (ตอ่ )
ลักษณะพิเศษของยูคาลิปตัส คือ เม่ือนําใบมาขยี้ดม จะมีกล่ินเหมือนยา
ที่ใช้ดมตอนเป็นหวัด เขาทําเยื่อกระดาษหลายวิธี เช่น เข้าเคร่ืองบด และตัด
จนชิ้นไม้แหลกละเอียดเป็นเยื่อไม้ แต่เส้นใยชนิดนี้ค่อนข้างหยาบ เหมาะสําหรับ
ทําสิ่งพิมพ์ราคาถูก เช่น หนังสือพิมพ์ หรือใช้เป็นเยื่อชั้นในของกระดาษแข็ง
ส่วนอีกวิธีจะใส่ช้ินไม้ลงไปต้มกับสารเคมี ต้มจนกระท่ังไม้เป่ือยเหลือส่วนท่ีไม่
ละลาย คอื เน้ือเยื่อ ไม้ชนิดนี้มลี ักษณะนุ่ม สีค่อนข้างคล้ําแต่เส้นใยที่ได้จะสมบูรณ์
ถ้าจะให้เป็นสีขาวต้องใช้น้ํายากัดสีอีกคร้ังหนึ่ง นอกจากน้ียังมีวิธีรีไซเคิล ทําได้โดย
นํากระดาษท่ีใช้แล้ว เช่น กระดาษท่ีผ่านการพิมพ์แล้วต้องผ่านกระบวนการนําหมึก
พิมพ์ออก ฝากบอกเพ่ือนๆ ว่าอย่าขยํากระดาษก่อนทิ้ง เพราะกระดาษที่ขยําแล้ว
เวลาเข้าเครื่องรีดเพื่อนําหมึกออกจะทําได้ไม่สะอาดต้องคัดท้ิง พอล้าง หมึกออก
แล้วนําไปฟอกให้ขาว เพื่อนําไปผลิตเป็นกระดาษสําหรับพิมพ์ กระดาษชําระ
แตย่ ังมกี ระดาษอีกประเภท คือ กระดาษชาํ ระท่ีใช้แล้วกส็ ามารถนํากลับมาใช้ใหมไ่ ด้
โดยเขาจะคัดเอาพวกที่สกปรกสุด ๆ ท้ิง แต่กระดาษชําระพวกน้ีเนื้อค่อนข้างหยาบ
ไม่นุม่ นวลเหมอื นพวกทีผ่ ลติ มาครง้ั แรก
บทที่ ๑๔ ภาษาพาที ป.๔ หนา้ ๓
กระดาษนมี้ ที ม่ี า
เขียนคาํ อา่ นของคาํ ต่อไปน้ี
๑ คริสตกาล ๒ กระดาษ ๓ โบราณ
๔ มหาศาล ๕ จนิ ตนาการ ๖ มวลมนุษย์
๗ อียิปต์ ๘ สวดมนต์ ๙ ประดษิ ฐ์
๑๐ ภมู ปิ ญั ญา ๑๑ บรรพบรุ ษุ ๑๒ ปจั จบุ นั
๑๓ เขมา่ ๑๔ พงศาวดาร ๑๕ ยูคาลปิ ตัส
บทที่ ๑๔ ภาษาพาที ป.๔ หนา้ ๔
กระดาษน้ีมที ม่ี า กว่าจะมาเปน็ .....กระดาษ
นาํ คาํ ไปเติมในช่องวา่ ง
คริสตกาล
คาํ สาบาน สมัยโบราณ ๓,๐๐๐ ปี ก่อน
บทสวดมนต์ ชาวอียิปต์โบราณผลิตกระดาษจากต้นอ้อ
เรียกวา่ ใช้ในการจารกึ
แผ่นโลหะ และ แลว้ บรรจุเก็บไวใ้ น
เศษผา้ ฝา้ ย
แตบ่ างคน บางเผา่ เขยี นลงใน
แผ่นไม้ ๑
๒
๓
๔
๕
๖
จนเม่ือ ค.ศ.๑๐๕ หรือ พ.ศ.๖๔๘
ชาวจีนคดิ ประดษิ ฐก์ ระดาษจาก
บทท่ี ๑๔ ภาษาพาที ป.๔ หนา้ ๕
กระดาษนีม้ ที มี่ า
กวา่ จะมาเปน็ .....ใบลาน
ผู้ประดิษฐ์อกั ษรไทยคือ ทรงสลกั เร่ืองราวไว้บน กอ่ นทีเ่ ปลีย่ นเป็น
ใชโ้ ลหะปลายแหลมเขียนตวั หนงั สือ วิธกี ารทาํ ใบลาน
นาํ ใบลานมาผ่ึงให้แหง้
นาํ มาลบู บนตวั หนงั สือ เรียงลําดับวธิ กี ารทาํ ใบลานให้ถูกต้อง
ใชผ้ า้ เช็ดเขมา่ ไฟกน้ หม้อขา้ ว ๑
ตัดขนาดใหเ้ ทา่ กนั ๒
๓
๔
๕
บทที่ ๑๔ ภาษาพาที ป.๔ หนา้ ๖
กระดาษนี้มีทีม่ า
กว่าจะมาเปน็ .....สมดุ ไทย
เรยี งประโยคใหถ้ กู ตอ้ ง ข ต้ม เป่อื ย จน
ก ลา้ ง เนือ้ หลดุ ให้ นําไป
ค แห้ง ให้ ผึ่งแดด ง แป้งกวน ใส่ เขา้ กัน ให้
จ เปลือกขอ่ ย ลอก จนเนา่ แช่น้ํา ฉ ออกมา เปน็ แผ่น ลอก
ช ใหเ้ รยี บ เทใส่ เกลี่ย กระบะ ซ ใช้ ให้ละเอยี ด ค้อนทบุ
ฌ เล่มสมุด พบั ทบ ตลอด ได้เป็น กนั ไปมา ความยาว
นําประโยคดา้ นบนมาเรียงลาํ ดับข้นั ตอนการทาํ สมุดไทย
บทที่ ๑๔ ภาษาพาที ป.๔ หนา้ ๗
กระดาษน้ีมที ม่ี า
กระดาษทําอะไรได้บ้าง
จงบอกประโยชน์ของกระดาษว่าทําอะไรไดบ้ ้าง
๑
๒
๓
๔
๕
๖
๗
๘
๙
๑๐
บทท่ี ๑๔ ภาษาพาที ป.๔ หนา้ ๘
กระดาษนี้มที ม่ี า
เย่อื กระดาษ
เยื่อกระดาษแบบหยาบ เย่ือกระดาษแบบน่มุ
เยือ่ กระดาษแบบรไี ซเคลิ
เคี่ยวเนื้อไม้ให้เปื่อย ต้มลงไปกับ วธิ กี ารผลติ แบบน้เี รยี กวา่
ส า ร เ ค มี เ ยื่ อ ไ ม้ มี ลั ก ษ ณ ะ นุ่ ม วิธีการผลติ แบบนีเ้ รยี กวา่
สีค่อนข้างคลํ้า แต่ใยสมบูรณ์ ถ้าจะ วธิ กี ารผลิตแบบนี้เรียกว่า
ให้ขาวตอ้ งใชน้ า้ํ ยากัดสี
แหล่งเส้นใยมาจากกระดาษที่ใช้แล้ว
ยกเว้นพวกกระดาษที่ติดกาวหรือาบ
มัน กว่าจะได้เย่ือกระดาษต้องผ่าน
กระบวนการเอาหมึกพิมพ์ออกก่อน
สว่ นใหญจ่ ะนําไปทํากระดาษชาํ ระ
ส่งท่อนไม้เข้าเครื่องบด บด ๆ ตัด ๆ
จนชิ้นไม้แหลกละเอียดเป็นเย่ือไม้
เส้นใยหยาบกระด้าง เหมาะสําหรับ
ทาํ สง่ิ พิมพ์ราคาถกู เช่น หนังสอื พิมพ์
บทท่ี ๑๔ ภาษาพาที ป.๔ หนา้ ๙
กระดาษนมี้ ที ่ีมา จบั คู่คาํ ศัพทก์ ับความหมายใหส้ ัมพันธ์กนั
สลกั สมุดไทย ครสิ ตกาล พงศาวดาร ขอ่ ย
จารกึ โลกไรพ้ รมแดน สา พลงั มหาศาล
๑ หมายถึง สมยั ทีพ่ ระเยซยู งั มีพระชนมชีพ
๒ หมายถึง ช่ือต้นไม้ชนิดหนึ่ง เปลือกใช้ทํากระดาษ ใบ
เปลือก เนือ้ ไม้ใช้ทํายา
๓ หมายถงึ กาํ ลัง
๔ หมายถึง มีทรพั ย์สมบัตมิ ากมาย
๕ หมายถึง ชือ่ กระดาษท่ีทาํ จากเปลอื กต้นกระสา
๖ หมายถึง เรื่องราวของเหตุการณ์เกี่ยวกับประเทศชาติ
หรอื พระมหากษัตรยิ ์
๗ หมายถึง ทําให้เป็นลวดลายหรือรปู ดว้ ยสวิ่
๘ หมายถึง การรบั รเู้ ร่ืองราวอยา่ งรวดเร็วถงึ กนั ทัว่ โลกดว้ ย
ระบบสารสนเทศ
๙ หมายถงึ กระดาษท่ีทําจากต้นขอ่ ย พับกลบั ไป มาทาง
ขวางคล้ายผ้าจีบ เป็นสมดุ สเ่ี หลย่ี มผืนผา้ มที งั้
ชนิดกระดาษขาวและกระดาษดํา
๑๐ หมายถงึ เขยี นหรือจารใหเ้ ปน็ รอยลกึ เปน็ ตัวอักษรหรอื
ภาพบนแผน่ ศลิ า โลหะ หรอื ดิน
บทท่ี ๑๔ ภาษาพาที ป.๔ หน้า ๑๐
กระดาษนมี้ ที ่มี า
ตอบคําถามตามเน้อื เรื่อง
๑ บทเรียนนี้เปดิ ตวั “ผม” ซงึ่ เปน็ สงิ่ ไมม่ ชี วี ิต แตม่ ีลักษณะเหมือนส่งิ มชี ีวิตเรียก
ไดว้ า่ เปน็ การใชก้ ารเขยี นลักษณะใด
๒ ชาวอียปิ ตใ์ ช้กระดาษทพ่ี วกเขาผลติ เองน้ันทําอะไร
๓ ชาวอียปิ ตเ์ ปน็ ชนชาตทิ ีป่ ระดษิ ฐ์คิดทาํ กระดาษจากตน้ ไมอ้ ะไร
๔ ตอ่ มาชาวจีนได้คดิ ประดิษฐ์กระดาษที่นยิ มใชก้ นั อย่างแพร่หลายได้จากวสั ดุอะไร
๕ นกั เรยี นคิดว่า กระดาษแผ่นแรกของไทยที่มีความสาํ คญั ทส่ี ุด ทีส่ ลักเรอื่ งราว
ทกุ อย่างไวใ้ นนน้ั ตั้งแต่สมยั กรงุ สโุ ขทยั คอื อะไร
๖ กระดาษทค่ี นไทยทาํ ข้นึ มาจากเปลอื กข่อยหรอื เปลือกสา เรียกว่าอะไร
๗ ในหอสมุดแหง่ ชาติมหี นงั สือท่เี ขยี นลงบนกระดาษฉบบั ทีเ่ กา่ แกท่ สี่ ุดคอื หนังสืออะไร
บทที่ ๑๔ ภาษาพาที ป.๔ หนา้ ๑๑
กระดาษน้ีมีทีม่ า
ตอบคําถามตามเนื้อเรื่อง
๘ การท่ีในปัจจุบันน้ีนักวิทยาศาสตร์สามารถคิดค้นการ ทํากระดาษได้
หลากหลายวธิ ี เหมาะกบั งานทใ่ี ช้ได้น้นั สบื เน่ืองมาจากอะไร
๙ ปจั จุบนั เมืองไทยเรานิยมใช้ต้นไมอ้ ะไรมาทําเย่ือกระดาษ
๑๐ กระดาษแทบทุกอย่างนํากลับมาใช้ผลิตใหม่ (รีไซเคิล) ได้ยกเว้นกระดาษ
ประเภทใด
บทที่ ๑๔ ภาษาพาที ป.๔ หน้า ๑๒
กระดาษนีม้ ที มี่ า การเขยี นรายงาน
ระบายสเี ขียวหนา้ ข้อความท่ีกล่าวถูกต้อง และระบายสีแดงหนา้ ขอ้ ความท่ีกล่าวผิด
๑ การเขยี นรายงานเปน็ การนาํ เสนอผลงานทไ่ี ดศ้ กึ ษาค้นควา้ ใหผ้ อู้ ่นื ทราบ
อย่างมรี ะบบ
๒ การจดั ทาํ รูปเล่มของรายงานประกอบด้วย หนา้ ปก คาํ นํา สารบัญ
เนือ้ เรื่อง และบรรณานกุ รม
๓ ส่ิงแรกในการจัดทาํ รายงานคอื การวางแผนเขียนรายงาน
๔ การกาํ หนดหวั ข้อเรอื่ งท่จี ะเขยี นควรเลือกหัวขอ้ กว้าง ๆ ที่ยังไม่เคยมีใคร
เขยี นจะไดเ้ น้อื หามาก ๆ
๕ ควรกําหนดหัวขอ้ ยอ่ ยเพือ่ สะดวกในการคน้ ควา้
๖ การระบชุ ่ือผแู้ ต่งเม่อื จําเป็นตอ้ งคดั ลอกขอ้ ความจากหนังสอื อ่ืนถือเปน็
มารยาททีค่ วรกระทํา
๗ รายงานทดี่ ีตอ้ งคัดลอกขอ้ ความทส่ี ําคัญจากหนงั สืออื่น เพ่อื ใหเ้ กดิ ความ
นา่ เชือ่ ถอื
๘ ทม่ี าและจดุ ประสงค์ของการเขียนรายงานจะแทรกอยู่ในส่วนของคํานาํ
๙ ข้อมลู จากแหล่งความรู้ทน่ี าํ มาเรยี บเรียงในรายงานอยู่ในส่วนของ
บรรณานุกรม
๑๐ ในการเขยี นรายงานต้องนําข้อมูลทรี่ วบรวมไดม้ าเขียนเรยี บเรียงใหมด่ ว้ ย
สาํ นวนภาษาของตนเอง
บทที่ ๑๔ ภาษาพาที ป.๔ หนา้ ๑๓
กระดาษน้ีมีท่มี า การเขยี นรายงาน
เรียงลาํ ดบั เหตกุ ารณต์ อ่ ไปน้ตี ามลําดับกอ่ นหลังใหถ้ กู ต้อง ๑-๑๐
กําหนดระยะเวลาในการปฏิบตั งิ าน
เขยี นรายงาน
กาํ หนดผ้รู ่วมงาน และแบ่งหน้าทีใ่ หช้ ัดเจน
การเขยี นรายงานทดี่ ีควรกาํ หนดหวั ขอ้ เรอ่ื งแล้ว
กาํ หนดวนั เขยี นรายงาน ตรวจทาน ปรบั ปรุง แก้ไข
กาํ หนดสถานทที่ ่จี ะไปคน้ คว้า
วางแผนการเขยี นรายงาน
กาํ หนดวันสง่ งาน
ตรวจทานและปรับปรงุ ให้สมบูรณ์
รวมรวมขอ้ มูล
บทที่ ๑๔ ภาษาพาที ป.๔ หน้า ๑๔
กระดาษนมี้ ีที่มา
ใส่เครือ่ งหมาย / หนา้ คําตอบที่ถูกต้องเกยี่ วกับการพูดรายงาน (ตอบได้มากกวา่ ๑ ขอ้ )
๑ กอ่ นนาํ เสนอเน้อื หาของรายงาน ผพู้ ดู ควรปฏิบตั ิส่ิงใดก่อน
กลา่ วทกั ทายผฟู้ งั
พดู แนะนําตนเอง
บอกเรอ่ื งที่จะพดู รายงาน
บอกขอ้ ตกลงในขณะฟงั การรายงาน
๒ ในการนําเสนอรายงานตอ่ ท่ปี ระชุม หวั ข้อใดบา้ งท่ีผพู้ ดู รายงานจาํ เปน็ ตอ้ ง
นาํ เสนอ
ชื่อเรอ่ื งรายงาน
สาระสําคัญทไ่ี ด้จากการศกึ ษาค้นคว้า
วิธกี ารศึกษาค้นคว้า
สารบญั และภาคผนวก
๓ การพูดรายงานท่ีดคี วรมีหลกั ในการปฏิบัตอิ ย่างไร
นําเสนอเนอื้ หาทงั้ หมดอย่างละเอยี ด
แบ่งเวลารายงานแตล่ ะหวั ขอ้ ให้พอเหมาะ
ใชเ้ วลารายงานทง้ั หมดอย่างเหมาะสม
เปิดโอกาสใหผ้ ู้ฟงั ซกั ถามช่วงสดุ ท้ายของการรายงาน
บทที่ ๑๔ ภาษาพาที ป.๔ หนา้ ๑๕
กระดาษนม้ี ที ี่มา
ใส่เครื่องหมาย / หนา้ คาํ ตอบที่ถกู ต้องเกย่ี วกับการพูดรายงาน (ตอบได้มากกว่า ๑ ข้อ)
๔ ผูร้ ายงานควรปฏบิ ตั ิตนอยา่ งไรบา้ งในการเตรียมการพูดรายงาน
ฝึกซ้อมการพดู รายงานด้วยภาษาพูดชดั เจน มจี งั หวะวรรคตอน
เตรยี มสรุปสาระความรู้เมอ่ื รายงานเน้อื หาจบ
เลือกใช้สื่อประกอบการพูดอย่างเหมาะสมและหลากหลาย
ทอ่ งจาํ เนือ้ หาของรายงานทั้งหมดเพอ่ื ไมใ่ ห้ผดิ พลาด
๕ การพดู รายงานจะนา่ สนใจ ขนึ้ อยู่กบั ส่งิ ใดบ้าง
การสร้างบรรยากาศทด่ี ี ไมเ่ คร่งเครยี ด
แต่งกายดว้ ยเสอื้ ผา้ ทันสมยั ราคาแพง
มสี ือ่ ประกอบการพดู ท่เี หมาะสม เช่น รปู ภาพ แผนภมู ิ
ใช้น้ําเสยี งน่าฟัง มกี ารเคลอ่ื นไหวประกอบการพดู
บทที่ ๑๔ ภาษาพาที ป.๔ หนา้ ๑๖
กระดาษนมี้ ที ่มี า
เลือกคําตอบทถ่ี กู ตอ้ ง
๑ ชนชาตใิ ดผลติ กระดาษได้เปน็ ชาติแรกในโลก
ก. อังกฤษ ข. ฝร่ังเศส
ค. ตุรกี ง. อียปิ ต์
๒ การผลติ กระดาษ มีมาตง้ั แต่เมอ่ื ใด
ก. ๑,๐๐๐ ปีกอ่ นครสิ ตกาล ข. ๒,๐๐๐ ปกี อ่ นครสิ ตกาล
ค. ๓,๐๐๐ ปกี อ่ นครสิ ตกาล ง. ๔,๐๐๐ ปกี ่อนครสิ ตกาล
๓ สมัยโบราณ ชาวอยี ิปตผ์ ลติ กระดาษเรยี กวา่ อะไร
ก. ปิรุสปา ข. ปาปริ ุส
ค. รสุ ปิปา ง. ปารสิ ปิ
๔ กระดาษปาปิรสุ เป็นการเรียกตามชื่อของอะไร
ก. ชื่อของตน้ ออ้ ชนิดหนึง่ ข. ชอ่ื ของผคู้ ิดทาํ กระดาษ
ค. ชอื่ ของประเทศทผ่ี ลิตกระดาษ ง. ชอื่ ของผูค้ ้นพบกระดาษ
๕ กระดาษปาปิรสุ มปี ระโยชน์อยา่ งไร
ก. เขยี นภาพระบายสี ข. เขยี นจดบันทกึ เรื่องราวตา่ ง ๆ
ค. เขียนบทสวดมนต์ และคําสาบาน ง. เขียนตําราเรียน
๖ เม่อื ค.ศ.๑๐๕ ชนชาติใดคดิ ประดิษฐก์ ระดาษจากเศษผา้ ฝา้ ย
ก. ชาวจนี ข. ใบตองแห้ง
ค. ชาวสยาม ง. ชาวญป่ี นุ่
๗ กอ่ นจะมกี ารผลติ กระดาษ ชนชาติไทยบนั ทึกเรือ่ งราวต่าง ๆ ลงในสงิ่ ใด
ก. แผ่นหิน ข. สมดุ ข่อย
ค. กระดานชนวน ง. ใบลาน
บทท่ี ๑๔ ภาษาพาที ป.๔ หนา้ ๑๗
กระดาษนี้มที ่มี า
เลอื กคําตอบทถี่ กู ต้อง
๘ ชนชาตไิ ทยมีการบนั ทกึ เร่ืองราวเปน็ ลายลกั ษณอ์ กั ษรเปน็ ครั้งแรกในสมัยใด
ก. สุโขทยั ข. อยุธยา ค. ธนบุรี ง. รัตนโกสินทร์
๙ สิ่งใดเป็นหลักฐานทแี่ สดงว่าไทยเรามีการบนั ทกึ เรื่องราวเปน็ ลายลักษณ์อกั ษรลง
บนแผน่ หนิ
ก. สมดุ ไทย ข. สมุดข่อย ค. ศลิ าจารึก ง. ถูกทกุ ข้อ
๑๐ เหตใุ ดจงึ มีการนาํ วสั ดุอ่ืนมาใชบ้ ันทึกเรื่องราวแทนแผ่นหนิ
ก. การสกัดหนิ ออกมาใช้มีข้ันตอนยงุ่ ยาก ไมส่ ะดวก
ข. หินมขี นาดเล็กเกนิ ไปไมเ่ หมาะในการบนั ทึก
ค. หนิ มีนํ้าหนกั มาก และเปน็ วัสดุท่ีหาไดย้ าก
ง. หินผุพังและแตกหกั ได้ง่าย ไมส่ ะดวกในการขนย้าย
๑๑ วสั ดใุ ดท่คี นโบราณนิยมนาํ มาใช้บันทึกเรื่องราวแทนแผ่นหิน
ก. เปลอื กขอ่ ย ข. เปลอื กสา
ค. ใบลาน ง. สมดุ ไทย
๑๒ พิจารณาตัวเลอื กตอ่ ไปนี้ แล้วเรียงลําดับขนั้ ตอนการทําใหม้ ตี วั หนังสือปรากฏ
ขนึ้ บนใบลาน
๑.ใช้วตั ถปุ ลายแหลมเขยี นตวั หนังสอื ๒.ตดั ขนาดให้เท่ากนั
๓.นําใบลานมาพึ่งให้แหง้ ๔.ใช้ผา้ เชด็ เขม่าไฟสีดําก้นหม้อขา้ ว
๕.เอาผา้ นน้ั มาลบบนตัวหนงั สอื ใหส้ ดี ําตกลงไปในรอยเขียน
ก. ๓ ๑ ๒ ๕ ๔ ข. ๓ ๒ ๑ ๔ ๕
ค. ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ง. ๑ ๔ ๕ ๓ ๒
บทที่ ๑๔ ภาษาพาที ป.๔ หนา้ ๑๘
กระดาษนมี้ ีทีม่ า
เลอื กคาํ ตอบทีถ่ ูกต้อง
๑๓ สมัยกอ่ นกระดาษทีค่ นไทยทาํ เรียกวา่ อยา่ งไร ทํามาจากสิง่ ใด
ก. สมดุ ขอ่ ย ทําจากเปลอื กข่อย ข. สมดุ ขาว ทาํ จากใบลาน
ค. สมดุ ไทย ทําจากเปลือกขอ่ ย ง. สมุดดาํ ทาํ จากเปลือกสา
๑๔ หนงั สอื ทีเ่ ขียนลงบนกระดาษฉบับท่ีเก่าแก่ทีส่ ุดมชี ือ่ ว่าอะไร
ก. จินดามณี ข. ไตรภูมพิ ระร่วง
ค. พระราชพธิ ีสิบสองเดือน ง. พงศาวดารกรุงเก่าฉบบั หลวงประเสรฐิ
๑๕ ปัจจุบันประเทศไทยนิยมทาํ เย่อื กระดาษจากไมช้ นิดใดมากทสี่ ดุ
ก. ไม้ไผ่ ข. ชานออ้ ย
ค. ใยสบั ปะรด ง. ตน้ ยูคาลปิ ตัส
๑๖ เหตใุ ดเยื่อกระดาษที่ผลติ จากไมใ้ นขอ้ ๑๕ จงึ เปน็ ท่นี ิยมของคนไทย
ก. ให้เย่อื กระดาษมาก ข. ราคาตน้ ทุนการปลูกต่ํา
ค. มกี ลน่ิ หอมเหมอื นยาดม ง. ถกู ทั้งขอ้ ก และขอ้ ข
๑๗ พรี ะมิด มีลักษณะรูปทรงอย่างไร
ก. สามเหล่ยี มดา้ นเทา่ คอ่ ย ๆ เลก็ ลงจากฐานสู่ปลายยอด
ข. สามเหลี่ยมมุมฉาก
ค. ส่เี หลี่ยมผืนผ้า
ง. สี่เหลี่ยมจตั ุรสั
๑๘ กระดาษลกู ฟกู เหมาะสําหรับใช้กับงานชนดิ ใด
ก. งานเขยี น ข. ห่อของขวัญ
ค. ทาํ กลอ่ ง ง. กระดาษชาํ ระ
บทที่ ๑๔ ภาษาพาที ป.๔ หน้า ๑๙
กระดาษน้ีมที ีม่ า
เลอื กคําตอบทีถ่ กู ตอ้ ง
๑๙ เยอ่ื กระดาษทเ่ี หมาะสําหรับทาํ ส่ิงพมิ พ์ เชน่ หนังสอื พมิ พ์ จะมีเส้นใย ของเยอ่ื
กระดาษเป็นอย่างไร
ก. สมุดขอ่ ย ทาํ จากเปลอื กขอ่ ย ข. สมดุ ขาว ทาํ จากใบลาน
ค. สมดุ ไทย ทําจากเปลือกข่อย ง. สมุดดํา ทาํ จากเปลอื กสา
๒๐ เหตใุ ดจึงไม่ควรขยาํ กระดาษก่อนท้ิงลงถงั ขยะ
ก. เพราะทําใหล้ ้างหมึกพมิ พ์ออกไม่สะอาดต้องคดั ท้ิง
ข. เพราะจะเข้าเครอ่ื งรดี ไม่ได้
ค. เพราะเมอ่ื นาํ ไปฟอกขาวจะไดส้ ีกระดํากระดา่ ง
ง. เพราะจะทาํ ใหเ้ คร่อื งรีดชํารุดเสียหาย
๒๑ การใชว้ ตั ถปุ ลายแหลมเขียนบนใบลาน เรยี กการกระทํานว้ี ่าอยา่ งไร
ก. การสลกั ข. การเขียน
ค. การจาร ง. การพิมพ์
๒๒ การนําเยื่อกระดาษจากกระดาษที่ใช้แลว้ มาผลิตเป็นกระดาษขึ้นใชใ้ หม่เรยี กวา่
อย่างไร
ก. รแี พร์ ข. รยี ูส
ค. รีดวิ ซ์ ง. รีไซเคลิ
๒๓ กระดาษชนดิ ใดไมส่ ามารถนาํ กลบั มาผลติ ใช้ใหมไ่ ด้
ก. กระดาษชาํ ระ
ข. กระดาษอาบมัน
ค. กระดาษลูกฟกู
ง. กระดาษหนังสอื พมิ พ์
บทที่ ๑๔ ภาษาพาที ป.๔ หนา้ ๒๐
กระดาษนม้ี ที ม่ี า
เลอื กคาํ ตอบทถ่ี กู ต้อง
๒๔ ใครใชก้ ระดาษไมค่ มุ้ คา่
ก. พรี ์ใชก้ ระดาษท้ังสองหน้า
ข. พเู ลอื กกระดาษใหพ้ อดกี ับขอ้ ความที่เขยี น
ค. พรฉกี กระดาษสมุดที่ยงั ไม่ได้ใช้มาพับนกเลน่
ง. เพียวใช้กระดาษทเี่ หลอื หนา้ เดยี วทดเลข
๒๕ ขอ้ ใดเรยี งลาํ ดบั รปู เลม่ รายงานได้ถกู ตอ้ ง
ก. หนา้ ปก > สารบัญ > คํานํา > บรรณานุกรม > เน้อื เร่อื ง
ข. หนา้ ปก > สารบัญ > คาํ นํา > เน้ือเรื่อง > บรรณานุกรม
ค. หนา้ ปก > คํานาํ > สารบัญ > เนอ้ื เรือ่ ง > บรรณานกุ รม
ง. หนา้ ปก > คํานาํ > สารบัญ > บรรณานกุ รม > เนอ้ื เร่ือง
๒๖ หวั ขอ้ ย่อยใดตอ่ ไปนี้ไมเ่ หมาะสมท่จี ะเขยี นในรายงานเรอ่ื ง “ขนมไทย
ไรเ้ ทยี มทาน”
ก. ประวัตขิ องขนมไทย
ข. ปรมิ าณน้าํ ตาล
ค. ประเภทของขนมไทย
ง. ขนมไทยในพิธีกรรมและงานเทศกาล
๒๗ ในการเขียนบรรณานุกรม ไม่ตอ้ งใสข่ อ้ มลู ใด
ก. ชอื่ ผู้แต่ง
ข. ชื่อหนงั สือ
ค. ปีทพี่ ิมพห์ นังสอื
ง. ราคาหนงั สอื
บทที่ ๑๔ ภาษาพาที ป.๔ หนา้ ๒๑
กระดาษนม้ี ีท่มี า
เลอื กคาํ ตอบท่ีถกู ต้อง
๒๘ ข้อใดไมใ่ ช่สิ่งที่ต้องคาํ นึงถึงขณะพูดรายงาน
ก. จํานวนผู้ฟงั และสถานท่ที ี่ใช้พดู
ข. การใช้คําพดู ดงึ ดูดให้ผ้ฟู ังสนใจ
ค. การพูดเนน้ ในสงิ่ ที่ต้องการเนน้
ง. การใช้เวลาพดู รายงานให้เหมาะสม
๒๙ ในการพดู รายงานเรอื่ ง “กระดาษนี้มคี ุณคา่ ” ควรปฏบิ ัตติ นตามข้อใด
ก. ใชเ้ วลารายงานหัวขอ้ เร่อื งวิธีการผลิตกระดาษใหน้ านกวา่ หัวข้ออน่ื ๆ
ข. นําส่ิงของที่ทําจากกระดาษชนดิ ตา่ งๆ มาเป็นสอื่ ประกอบการรายงาน
ค. สร้างบรรยากาศในการพดู รายงานให้มีความเครง่ เครยี ดจริงจงั
ง. เม่อื พูดรายงานจบแล้วสามารถกล่าวขอบคณุ ผู้ฟังได้เลย
๓๐ คาํ ในข้อใดเขยี นได้ถกู ต้อง
ก. บทสวดมนตร์ ข. พีรมิด
ค. ขะเม่าไฟ ง. พงศาวดาร
๓๑ “สมัยก่อน คนไทยประดษิ ฐก์ ระดาษจากใบลาน” จากประโยคนข้ี ้อใด คือ
คํากรยิ าของประโยค
ก. คนไทย ข. ประดิษฐ์
ค. กระดาษ ง. ใบลาน
๓๒ จากขอ้ ๓๑ ขอ้ ใดเป็นกรรมของประโยค
ก. กระดาษ ข. ใบลาน
ค. คนไทย ง. ประดษิ ฐ์
บทที่ ๑๔ ภาษาพาที ป.๔ หนา้
๒๒
กระดาษนม้ี ีที่มา
เลอื กคาํ ตอบทถี่ ูกตอ้ ง
๓๓ ข้อใดอา่ นออกเสยี งตวั สะกดตา่ งจากพวก
ก. จราจร ข. อยี ิปต์
ค. รปู ง. ศพ
๓๔ ข้อใดคอื คําท่มี อี กั ษรนํา
ก. ราคา ข. คดิ ค้น
ค. หยากไย่ ง. โบราณ
๓๕ ข้อใดเขยี นผดิ
ก. สารเคลอื บ ข. แปรรปู
ค. เครอื่ งจักร ง. สานเคมี
บทท่ี ๑๕ ภาษาพาที ป.๔ หน้า ๑
รกั ที่คมุ้ ภยั เรื่องย่อ
จ๊อกเป็นจ้ิงจกอาศัยอยู่ที่หลังคาบ้านสีฟ้าหลังหน่ึง
เป็นบ้าน ๒ ชั้น คอยจับแมลงท่ีบินมาเล่นไฟกิน
ส่วนแจ๊กเป็นจิ้งจกท่ีอาศัยอยู่ในบ้านอีกหลังหน่ึง
แจ๊กมาเล่าให้จ๊อกฟังว่าลูกชาย เจ้าของบ้านชอบพา
เพื่อนมาเสพยากัน เพราะอยากลืมที่ถูกพ่อด่า ถูกแม่ตี
ถกู พ่ี ปา้ น้า อา ว่าเรียนกไ็ ม่เก่ง ไมข่ ยัน แถมทําอะไรไมถ่ ูกใจ พอมาสูด มาดม หรือ
มาเสพยาก็จะได้ลืม ๆ ไปได้ บางคนบอกว่าประชดพ่อแม่ท่ีด่าดีนัก ไม่มีใครรัก ไม่รู้
ทําดไี ปเพอื่ ใคร จึงมามวั่ สุมอย่ทู ี่น่ี อย่างนอ้ ยก็ไม่มใี ครดา่ อยากทาํ อะไรก็ทํา ไมม่ ีใคร
จุกจิกกวนใจ
จ๊อกบอกว่าสู้บ้านท่ีตนอยู่ไม่ได้ ทุกคนในบ้านมีความรักใคร่กลมเกลียวกัน
ช่วยแม่ เลี้ยงน้อง ดูแลบ้าน ตกคํ่าก็คุยกันบ้าง ดูทีวีกันบ้าง หัวเราะเฮฮา ดูแล้วมี
ความสุข แจ๊กบอกว่า ไม่เหมือนบ้านที่เขาอยู่เลย ได้ยินแต่เสียงทะเลาะกัน เสียงดุ
เสียงด่า เสียงขว้างปาข้าวของ เสียงตี ไม่เคยคุยกันดี ๆ หรือมีเสียงหัวเราะอย่าง
ท่ีวา่ เลย ขนาดแจก๊ ร้องทกั กไ็ ม่สนใจ
แจก๊ ขอมาอยู่บา้ นเดียวกับจ๊อก เพราะมคี วามสงบ ร้สู กึ อบอุ่น เด็ก ๆ บ้านนี้ใจดี
บางวัน ยังเอาข้าวสกุ ใสจ่ านมาวางใหจ้ ๊อกกนิ จอ๊ กช่วยจบั แมลงใหเ้ ป็นการตอบแทน
บทที่ ๑๕ ภาษาพาที ป.๔ หนา้ ๒
รกั ที่ค้มุ ภัย
เขียนคําอ่านของคําตอ่ ไปน้ี
๑ อธิบาย ๒ เหตุผล ๓ พากเพียร
อา่ นวา่ อ่านว่า อา่ นว่า
๔ พจนานกุ รม ๕ โอกาส ๖ นุ่มนวล
อ่านวา่ อา่ นว่า อา่ นว่า
๗ ปลอดภยั ๘ หนงั สตก๊ิ ๙ ปราการ
อ่านวา่ อา่ นวา่ อา่ นว่า
๑๐ ยาเสพติด ๑๑ อันตราย ๑๒ สมั พนั ธ์
อา่ นว่า อ่านวา่ อ่านวา่
บทท่ี ๑๕ ภาษาพาที ป.๔ หน้า ๓
รกั ทค่ี มุ้ ภยั
เขยี นคําจากความหมาย
๑ ลิ้ เ ม ค ๒ ร่ ส ง า
หมายถงึ จวนหลบั หมายถึง ทุเลา คลาย
๓ ปเรมจใ ๔ ฝั ส า น น
หมายถึง สบายใจ อ่ิมเอม หมายถงึ ทาํ ฝันใหเ้ ปน็ จรงิ
๕ ฟื เ ลื อ เ ห อ ๖ ป แ ล้
หมายถึง มากเกินต้องการ หมายถงึ เต็มที่ เชน่ อิ่มแปล้
๗ น เ ย ว ฉุ ฉี
หมายถงึ โกรธ มาจาก ฉุนเฉียว
๘ สเพ
หมายถงึ กนิ เชน่ เสพยาเสพติด เสพสุรา
๙ กปาราร
หมายถึง กาํ แพงสาํ หรบั ป้องกันภัย ในบทอา่ นเสริม
เป็นความเปรยี บเทียบ
๑๐ ว สุ มั่ ม
หมายถงึ ชมุ นมุ กนั เพือ่ กระทําการในทางไมด่ ี
บทท่ี ๑๕ ภาษาพาที ป.๔ หนา้ ๔
รักทคี่ มุ้ ภัย แตง่ ประโยคต่อไปน้ี
๑ พากเพยี ร
๒ หนงั สตก๊ิ
๓ ปลอดภัย
๔ นุ่มนวล
๕ ฉุนเฉียว
๖ ยาเสพติด
๗ กรอบแกรบ
บทที่ ๑๕ ภาษาพาที ป.๔ หนา้ ๕
รกั ที่คมุ้ ภัย
บรรยากาศในบา้ นของจ๊อกและแจก๊ เปน็ อยา่ งไรหนอ
๑๑
๒๒
๓๓
๔๔
๕๕
๖๖
๗๗
บทท่ี ๑๕ ภาษาพาที ป.๔ หน้า ๖
รักทค่ี ้มุ ภัย
อา่ นข้อความทกี่ ําหนดให้ต่อไปนีโ้ ดยใส่ จ หน้าข้อเท็จจริง ใส่ ห หนา้ ขอ้ คดิ เห็น
๑ จ๊อกเปน็ จิง้ จกอาศัยอยู่ที่บา้ น ๒ ช้ัน ทาสีฟา้
๒ บ้านของจอ๊ ก ตดิ ไฟไว้ท่ีชายคา ทาํ ใหม้ ีแมลงบินมาเล่นไฟ
๓ จอ๊ กบอกเพอื่ น ๆ วา่ เจ้าของบา้ นของจอ๊ กเปน็ คนใจดีมาก
เพราะตดิ ไฟไวใ้ ห้ชายคา
๔ ลกู ชายเจา้ ของบา้ นท่ีแจก๊ อาศัยอยู่ เสพยา เพอ่ื ประชดพ่อแมท่ ่ชี อบดดุ า่
๕ เพื่อนของจอ๊ กเป็นจิง้ จก ชือ่ แจก๊
๖ การเสพยาเสพตดิ ทาํ ให้ลืมท่ีถกู พอ่ แมด่ า่ พอ่ แมต่ ี
๗ ลูกชายเจ้าของบา้ นแจก๊ เสพยาเสพติดประชดพ่อแม่ทีด่ ่าและไมร่ กั เขา
๘ ลกู ชายเจา้ ของบ้านพาเพอื่ น ๆ มาเสพยาเสพติด
๙ เจา้ ของบา้ นทจี่ ๊อกอาศยั อยู่ รักใคร่ กลมเกลียวกัน
๑๐ แจ๊ก ขอมาอย่บู า้ นเดียวกบั จ๊อก เพราะมาทไี รร้สู ึกอบอุ่นทุกครง้ั
บทท่ี ๑๕ ภาษาพาที ป.๔ หนา้ ๗
รักทค่ี มุ้ ภยั
ตอบคาํ ถามตามเนื้อเรอื่ ง
๑ อาหารของจอ๊ กจะมอี ยา่ งอุดมสมบรู ณ์ในเวลาใด
ตอบ
๒ จ๊อกอย่อู ย่างมีความสุขในบา้ นของคณุ ทา่ นเพราะอะไร
ตอบ
๓ แจ๊กเพ่ือนของจ๊อกเล่าให้จ๊อกฟังว่า ลูกชายเจ้าของบ้านท่ีมันอยู่พาเพ่ือน
มาทาํ อะไรทบ่ี ้าน
ตอบ
๔ จากการเล่าของแจ๊กทาํ ให้เรารวู้ ่ามันอยบู่ ้านของเจ้านายด้วยความร้สู กึ อยา่ งไร
ตอบ
๕ แจก๊ บอกกับจ๊อกวา่ มนั จะมคี วามสขุ เมอื่ ไดย้ ินเสียงอะไร
ตอบ
๖ จ๊อกรสู้ ึกอยา่ งไรในบ้านของคณุ ทา่ นที่มันอาศัยอยู่
ตอบ
บทท่ี ๑๕ ภาษาพาที ป.๔ หนา้ ๘
รกั ที่คุ้มภัย
ตอบคาํ ถามตามเนอ้ื เรอื่ ง (ตอ่ )
๗ แจ๊กขอมาอยู่บา้ นเดียวกับจอ๊ กเพราะอะไร
ตอบ
๘ ในบทเรียนน้ีทําให้เรารู้ว่า อาหารของจ๊อกกับแจ๊กนอกจากบรรดาแมลง
ท่มี าเล่นไฟแลว้ ยังมอี ะไรอกี
ตอบ
๙ จ๊อกตอบแทนบุญคุณของเจา้ นายในบ้านท่ีมนั อยูอ่ ย่างไร
ตอบ
๑๐ นักเรยี นคดิ ว่า บา้ นของจ๊อกน่าอยเู่ พราะสมาชกิ ทกุ คนในบ้านมสี ง่ิ ใด
ตอบ
บทที่ ๑๕ ภาษาพาที ป.๔ หนา้ ๙
รกั ทคี่ ุม้ ภยั ชดุ ที่ ๑
ข้อความเหล่าน้ีเปน็ “ภาษาพูด” หรอื “ภาษาเขยี น”
๑ นอ้ งฉนั มกั จะมเี รอ่ื งโน้นเร่อื งน้มี าเล่าให้ฟังเสมอ เป็นภาษา
๒ ลูกของอาเราชอบเอาเพอ่ื นมาท่บี า้ นบ่อย ๆ เป็นภาษา
๓ ฉันไมท่ ราบว่าคณุ พอ่ คณุ แม่ไปเที่ยวทไ่ี หนกัน เป็นภาษา
๔ เด็กคนนเี้ ปน็ เด็กท่ีเข้าใจอะไรไดช้ า้ มาก เปน็ ภาษา
๕ คุณยา่ ของฉนั ตายไปเมือ่ อาทติ ยท์ ี่แล้ว เป็นภาษา
๖ แม่มาเจอะฉันกาํ ลงั เลน่ กบั เพื่อนเลยเปน็ เร่อื ง เปน็ ภาษา
๗ สามีภรรยาคูน่ นั้ เป็นคนขยันท่สี ุด เปน็ ภาษา
๘ เดชา ดใี จมากท่เี ขาไดร้ ับเลอื กเป็นหวั หน้าห้อง เปน็ ภาษา
บทที่ ๑๕ ภาษาพาที ป.๔ หนา้ ๑๐
รกั ทค่ี ้มุ ภยั
ข้อความเหลา่ นเ้ี ปน็ “ภาษาพูด” หรอื “ภาษาเขยี น” (ตอ่ )
๙ แมฉ่ นั งมงายอย่กู บั การทรงเจ้าเขา้ ผี เป็นภาษา
๑๐ เม่อื คนื นต้ี าํ รวจจับพวกผกี ารพนันได้หลายคน เปน็ ภาษา
๑๑ คุณครูของฉันไม่ชอบนักเรยี นที่เกยี จครา้ นทาํ งาน เปน็ ภาษา
๑๒ เธอไม่ควรหมกมุ่นกับการเลน่ เกมจากคอมพวิ เตอร์ เปน็ ภาษา
๑๓ แกจะทําการบา้ นสง่ ครไู หม เปน็ ภาษา
๑๔ ยายของฉันเปน็ คนแก่ท่ยี งั ขยันทํางานอยู่ เป็นภาษา
๑๕ นักเรียนชว่ ยกนั ทําความสะอาดหอ้ งเรียน เป็นภาษา
บทที่ ๑๕ ภาษาพาที ป.๔ หนา้ ๑๑
รกั ที่คมุ้ ภยั ชดุ ท่ี ๒
ขอ้ ความเหล่านเี้ ปน็ “ภาษาพูด” หรอื “ภาษาเขยี น”
๑ เด็ก ๆ ควรตัง้ ใจเรียนหนงั สือ เป็นภาษา
๒ คุณพอ่ ไปพบแพทยท์ ่ีโรงพยาบาล เปน็ ภาษา
๓ คณุ ครคู รับมายดอ์ ้วกในห้องน้ําครบั เปน็ ภาษา
๔ เม่อื วานฉนั ไปดหู นังเรือ่ งพระนเรศวรกับพ่ี เปน็ ภาษา
๕ บตุ รชายของคณุ ป้าทํางานทส่ี ถานตี าํ รวจดบั เพลิง เป็นภาษา
๖ ชายผนู้ ้ถี ึงแก่กรรมเพราะด่ืมสรุ ามาก เป็นภาษา
๗ นารปี วดศรี ษะไม่สามารถมาโรงเรียนได้ เป็นภาษา
๘ บริเวณนีม้ คี นเยอะรอขึ้นรถเมลเ์ ต็มไปหมด เปน็ ภาษา
บทท่ี ๑๕ ภาษาพาที ป.๔ หนา้ ๑๒
รักท่ีค้มุ ภยั
ขอ้ ความเหลา่ น้เี ปน็ “ภาษาพูด” หรือ “ภาษาเขยี น” (ตอ่ )
๙ สปั ดาหห์ นา้ คณุ จะไปรว่ มงานอุปสมบทวินยั ไหมครบั เปน็ ภาษา
๑๐ ผมจึงดบั ความหวิ ดว้ ยแมลงตวั เลก็ ๆ เหลา่ น้ัน เปน็ ภาษา
๑๑ ผมรู้สกึ อบอนุ่ และปลอดภัยในบา้ นหลงั น้ี เปน็ ภาษา
๑๒ โชวท์ ีส่ วนสัตวเ์ ปดิ เมอ่ื วานน้ีมนั ส์มาก ๆ เลย เปน็ ภาษา
๑๓ คณุ ยายถกู สลากกินแบ่งรัฐบาลรางวัลที่ ๕ เปน็ ภาษา
๑๔ นกั เรียนส่วนใหญม่ าโรงเรียนโดยรถประจาํ ทาง เป็นภาษา
๑๕ กอ่ นทแี่ ม่จะตายแม่สั่งเสียอะไรนายไว้บา้ ง เป็นภาษา
บทท่ี ๑๕ ภาษาพาที ป.๔ หน้า ๑๓
รกั ทคี่ ้มุ ภัย ภาษาถนิ่
พจิ ารณาคําทก่ี าํ หนดมา แลว้ เขยี นบอกวา่ เป็นภาษาถ่ินใดให้ถูกตอ้ ง
อรอ่ ย ภาษาถ่ิน บกั หงุ่ ภาษาถน่ิ
(มะละกอ)
ข้ีฮก ภาษาถน่ิ แหลง ภาษาถ่ิน เบง่ิ ภาษาถิ่น
(โกหก) (พดู ) (มอง,ด)ู
เวา้ ภาษาถิ่น ยานัด ภาษาถ่นิ อู้ ภาษาถนิ่
(พูด) (สบั ปะรด) (พูด)
ชมพู่ ภาษาถ่นิ ข้จี ุ๊ ภาษาถ่ิน
(ฝร่ัง) (โกหก)
บทท่ี ๑๕ ภาษาพาที ป.๔ หนา้ ๑๔
รักทีค่ มุ้ ภัย ภาษาถน่ิ
(ต่อ)
พจิ ารณาคําทก่ี ําหนดมา แล้วเขียนบอกว่าเปน็ ภาษาถน่ิ ใดใหถ้ ูกตอ้ ง
กาด ภาษาถ่ิน บักสดี า ภาษาถน่ิ
(ตลาด) (ฝร่งั )
ลาํ ภาษาถ่นิ ขีต้ ๋ัว ภาษาถ่นิ ลอกอ ภาษาถิ่น
(อรอ่ ย) (โกหก) (มะละกอ)
จก๊ั ก้ิม ภาษาถ่ิน กระปอม ภาษาถ่ิน แล ภาษาถน่ิ
(จ้ิงจก) (กิ้งก่า) (มอง, ดู)
ตก๊ โต๋ ภาษาถนิ่ แซ่บ ภาษาถิ่น
(ตุ๊กแก) (อร่อย)
บทที่ ๑๕ ภาษาพาที ป.๔ หนา้ ๑๕
รกั ท่ีคมุ้ ภัย ภาษาถิน่
จับคคู่ ําภาษาถนิ่ ใหส้ มั พันธก์ ัน ฝรั่ง
แตงโม
๑ สะตอเบา นอ้ ยหน่า
๒ มะหอ่ ย กระถนิ
๓ มะต้อง มะรุม
๔ ยานดั สับปะรด
๕ ยาหมู มะระ
๖ มะนอ้ แน่ พทุ รา
๗ มะแข่น กระทอ้ น
๘ มะหนนุ พรกิ หอม
๙ เมด็ หวั ครก ต้นทางคูณ
๑๐ แตงจนี มะม่วงหิมพานต์
๑๑ มะค้อนกอ้ ม ข้าวโพด
๑๒ ข้าวปนุ้ ขนมจนี
๑๓ ขา้ วสาลี ขนนุ
๑๔ บักทนั
๑๕ เอาะดบิ
บทที่ ๑๕ ภาษาพาที ป.๔ หน้า ๑๖
รกั ทคี่ ุ้มภยั ภาษาตา่ งประเทศ
ใสว่ รรณยุกตแ์ ละสระใหเ้ ปน็ คําพร้อมแยกภาษาตา่ งประเทศใหถ้ ูกต้อง
เชติ โนต บะหมี ไวรส ซาเลง เตาหู ซนแส
พะโล กตาร ปงปอง คกุ กี ซีอิว กวยเตียว แปะกวย
ไอศกรม คอมพวิ เตอร ทอฟฟี โจก เกาอี ฟารม
ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน
๑ ๑
๒ ๒
๓ ๓
๔ ๔
๕ ๕
๖ ๖
๗ ๗
๘ ๘
๙ ๙
๑๐ ๑๐
บทท่ี ๑๕ ภาษาพาที ป.๔ หน้า ๑๗
รักทีค่ ุ้มภยั ภาษาตา่ งประเทศ
จบั ค่คู าํ ท่มี าจากภาษาต่างประเทศ กับคําไทยทส่ี มั พนั ธ์กนั
๑ เชียร์ ให้เปลา่
๒ ทีวี รถประจําทาง
๓ รถบสั บนั ทึก
๔ แบงก์ สนบั สนุน
๕ โนต้ ทางเท้า
๖ โชว์ โทรทศั น์
๗ ฟรี ธนาคาร
๘ ไมโครโฟน การแสดง
๙ เตน้ ท์ กระโจม
๑๐ ฟตุ บาท เคร่ืองขยายเสียง
๑๑ แสตมป์ สลากกนิ แบง่ รฐั บาล
๑๒ ลอตเตอรี่ ภาคเรยี น
๑๓ คอมพวิ เตอร์ ลูกอม,ลูกกวาด
๑๔ ทอฟฟ่ี ดวงตราไปรษณยี ากร
๑๕ เทอม สมองกล
บทที่ ๑๕ ภาษาพาที ป.๔ หนา้ ๑๘
รักทค่ี ุ้มภัย ภาษาตา่ งประเทศ
เห็นคําแลว้ เขียนบอกว่าเปน็ ภาษาต่างประเทศภาษาใด
๑ แถง (ถะ-แหง) ๒ บหุ งา ๓ กอล์ฟ
ภาษา ภาษา ภาษา
๔ กงสี ๕ แซยดิ ๖ คลอโรฟิลล์
ภาษา ภาษา ภาษา
๗ บุหลนั ๘ แกง๊ ๙ เกม
ภาษา ภาษา ภาษา
๑๐ องั้ โล่ ๑๑ เกาต์ ๑๒ อ้งั ย่ี
ภาษา ภาษา ภาษา
๑๓ ก๊ก ๑๔ ฟุตบอล ๑๕ เสริ ฟ์
ภาษา ภาษา ภาษา
๑๖ เฉาก๊วย ๑๗ ก๋วยเตีย๋ ว ๑๘ สะตาหมนั
ภาษา ภาษา ภาษา
๑๙ ไถง ๒๐ บหุ รง
ภาษา ภาษา
บทท่ี ๑๕ ภาษาพาที ป.๔ หนา้ ๑๙
รักที่คุ้มภยั พจนานกุ รม
เขียนคําศัพท์ทีต่ รงกบั ภาพที่กําหนดแล้วเรยี งลาํ ดบั คาํ ตามพจนานุกรม
เรยี งลาํ ดบั ตามพจนานุกรม ๙
๑๐
๑๕
๒๖
๓๗
๔๘