รายงานผลการดำเนินงาน ตามแผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณ 2565 โรงเรียนไทยรัฐวิทยา ๒๙ (กะทู้) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาภูเก็ต
รายงานผลการดำเนินงาน ตามแผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณ 2565 โรงเรียนไทยรัฐวิทยา ๒๙ (กะทู้) โครงการพัฒนาคุณภาพเด็กปฐมวัย นางสาวปรียาภรณ์ ศรีขวัญ ผู้รายงาน ดำเนินการตาม แผนพัฒนาคุณภาพโรงเรียน แผนปฏิบัติการประจำปี นโยบายหน่วยงานต้นสังกัด หลักสูตรสถานศึกษา ……………………………………..
รายงานการดำเนินงานโครงการพัฒนาคุณภาพเด็กปฐมวัย ตามแผนปฏิบัติการประจำปี ปีงบประมาณ 2565 โรงเรียนไทยรัฐวิทยา ๒๙ (กะทู้) อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต ………………………………………………………………………..… ชื่อโครงการ/กิจกรรม พัฒนาคุณภาพเด็กปฐมวัย สนองนโยบาย สพฐ. ด้านโอกาส ด้านคุณภาพ สนองกลยุทธ์สถานศึกษา 1.ด้านพัฒนาคุณภาพผู้เรียน 2.ด้านพัฒนากระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ สอดคล้องกับพระบรมราโชบาย ข้อที่ 2 สอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษา มาตรฐานที่ 1 คุณภาพผู้เรียน มาตรฐานที่ 3 กระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ลักษณะโครงการ โครงการต่อเนื่อง กลุ่มงาน บริหารงานวิชการ ผู้รับผิดชอบโครงการ นางสาวปรียาภรณ์ ศรีขวัญ, นางสาวอรทัย ทองจันทร์แก้ว, นางสาวกูศลิลา สตอหลง ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..… 1. หลักการและเหตุผล ช่วงอายุปฐมวัย ห้าปีแรกของชีวิตนั้นเป็นช่วงเวลาที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับการพัฒนาชีวิตเด็ก สมองของ เด็กพัฒนาอย่างรวดเร็วในช่วงห้าปีแรกของชีวิต เป็นช่วงที่เด็กมีการพัฒนาทางการรับรู้ ภาษา สังคม อารมณ์และ กล้ามเนื้ออย่างรวดเร็ว การพัฒนาทางสมองของเด็กขึ้นอยู่กับการกระตุ้นทางสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณภาพ ของการเลี้ยงดูการปฏิสัมพันธ์ที่เด็กได้รับ เด็กที่ได้รับการเลี้ยงดูเอาใจใส่อย่างใกล้ชิดมีโอกาสที่จะพัฒนาทักษะ ทางด้านการรับรู้ ภาษา อารมณ์ และสังคมอย่างเต็มที่ มีโอกาสที่จะเติบโตขึ้นอย่างสมบูรณ์แข็งแรงและมีความ เชื่อมั่นและรู้จักคุณค่าของตนมากกว่าเด็กที่ไม่ได้รับการเอาใจใส่ การพัฒนาในแต่ละด้านนี้ล้วนแต่มีความสำคัญต่อ ชีวิตความเป็นผู้ใหญ่ของเรา เพราะประสบการณ์ในวัยเด็กเป็นสิ่งที่มีอิทธิพลต่อความเป็นตัวตนของเราวันนี้ แม้ สภาพแวดล้อมของบ้านเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในช่วงชีวิตวัยเด็ก แต่กระนั้นก็ตามก็ยังจำเป็นอย่างยิ่งที่เด็กจะต้องได้รับ การพัฒนาปฐมวัยรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง เช่น โรงเรียนหรือศูนย์พัฒนาเด็ก ดังนั้นทางโรงเรียนไทยรัฐวิทยา ๒๙ (กะทู้) จึงได้จัดทำโครงการคุณภาพเด็กปฐมวัยขึ้น เพื่อให้ครูสามารถ พัฒนาเด็กได้ในทุก ๆ ด้าน อย่างเต็มศักยภาพและความสามารถของครูผู้สอนในระดับปฐมวัย 2. วัตถุประสงค์ 2.1 เพื่อส่งสริมและพัฒนา พัฒนาการด้านร่างกาย 2.2 เพื่อส่งสริมและพัฒนา พัฒนาการด้านอารมณ์ จิตใจ 2.3 เพื่อส่งสริมและพัฒนา พัฒนาการด้านสังคม 2.4 เพื่อส่งสริมและพัฒนา พัฒนาการด้านสติปัญญา 2.5 เพื่อให้ครูได้ปฏิบัติหน้าที่ของตนเองอย่างเต็มศักยภาพ และเกิดประสิทธิผล
2.6 เพื่อให้ผู้ปกครองได้มีส่วนร่วมในการอบรมเลี้ยงดูบุตร 3. เป้าหมาย 3.1 เชิงปริมาณ 3.1.1 เด็กปฐมวัยร้อยละ 90 เข้าร่วมกิจกรรมตามโครงการพัฒนาคุณภาพเด็กปฐมวัย 3.2 เชิงคุณภาพ 3.2.1 เด็กระดับปฐมวัยมีพัฒนาการด้านร่างกาย 3.2.2 เด็กระดับปฐมวัยมีพัฒนาการด้านอารมณ์ จิตใจ 3.2.3 เด็กระดับปฐมวัยมีพัฒนาการด้านสังคม 3.2.4 เด็กระดับปฐมวัยมีพัฒนาการด้านสติปัญญา 4. ระยะเวลา/วันที่ดำเนินการ ตลอดปีการศึกษา 5. สถานที่ดำเนินงาน โรงเรียนไทยรัฐวิทยา ๒๙ (กะทู้) 6. กิจกรรมและการดำเนินงาน ขั้นตอนการดำเนินกิจกรรม ดังนี้ 1. แต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินงาน 2. ประชุมคณะกรรมการเพื่อวางแผนการดำเนินงาน 3. ดำเนินงานตามขั้นตอนกิจกรรม 3.1 กิจกรรมอาหารดีมีประโยชน์ - โรงเรียนจัดทำโครงการอาหารกลางวันให้กับเด็ก - เด็กได้รับประทานอาหารกลางวันครบทั้ง 5 หมู่ - จัดอาหารเสริมนมโรงเรียนให้กับเด็กได้ดื่มในตอนเช้าาก่อนเข้าเรียนทุกวัน - จัดกิจกรรมการเรียนรู้หน่วย อาหารดีมีประโยชน์ให้กับเด็ก 3.2 กิจกรรมกีฬาและการออกกำลังกาย - จัดกิจกรรมออกกำลังกายทุกวันอังคารให้กับเด็ก - ร่วมกิจกรรมการออกกำลังกายหน้าเสาธงของโรงเรียนทุกวันศุกร์สุดสัปดาห์ 3.3 กิจกรรมหนูน้อยเสริมสร้างคุณธรรม - จัดกิจกรรมการเล่านิทานคุณธรรมทุกวันอังคารโดยให้เด็กมีส่วนร่วมในการเล่านิทานและการ แสดงละครคุณธรรม - ในสถานการณ์โรคระบาด (ไวรัสโคโรน่า) เด็กเรียนออนไลน์ ครูส่งคลิปนิทานคุณธรรมผ่านไลน์ ห้องเรียน เด็กและผู้ปกครองมีส่วนร่วมในการฟังนิทานร่วมตอบคำถามในนิทานคุณธรรม 3.4 กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ - จัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ผ่านหน่วยการเรียนรู้ทุกสัปดาห์ - จัดมุมศิลปะในชั้นเรียนปฐมวัย - เด็กนำเสนอผลงานหน้าเรียนและมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดผลงานศิลปะของเพื่อนร่วม ชั้น
- จัดบอร์ดแสดงผลงานศิลปะของเด็ก 3.5 กิจกรรมสานสัมพันธ์บ้านโรงเรียน - เลือกเครือข่ายผู้ปกครองของห้องเรียน - จัดทำแบบบันทึกสารสัมพันธ์บ้าน-โรงเรียนเพื่อแจ้งข่าวสารต่าง ๆ ให้ผู้ปกครองทราบ - แจ้งข่าวสารผ่านไลน์กลุ่มห้องเรียนในช่วงสถานการณ์โรคระบาดไวรัสโคโรน่า (โควิด-19) - เยี่ยมบ้านออนไลน์ของเด็กทุกคน - จัดทำบอร์ดข่าวสารผู้ปกครองหน้าห้องเรียน 3.6 กิจกรรมหนูน้อยนักออม - ครูแจ้งผู้ปกครองทราบเกี่ยวกับรายละเอียดของกิจกรรมการออมเงิน - ครูประจำชั้นบันทึกการออมเงินของเด็กในแต่ละวัน และแจ้งให้ผู้ปกครองเซ็นรับทราบ - ครูสรุปยอดเงินแต่ละเดือนและคืนเงินให้กับเด็กเมื่อสิ้นปีการศึกษา 3.7 กิจกรรมหนูรักษ์ความเป็นไทย - เด็กเรียนรู้หน่วยการจัดประสบการณ์ รักเมืองไทย - ครูปลูกฝังมารยาทไทย เช่น การไหว้ การขอบ มารยาทการเดินผ่านผู้ใหญ่ 3.8 กิจกรรมหนูน้อยยอดนักอ่าน - จัดมุมนิทานในห้องเรียน - เด็กเรียนรู้หน่วยการจัดประสบการณ์ รักการอ่าน - ครูจัดทำแบบบันทึกการยืมและบันทึกการอ่านหนังสือนิทาน โดยให้เด็กยืมนิทานทุกวันศุกร์ กลับบ้าน ผู้ปกครองและเด็กร่วมกันอ่านนิทานและบันทึกการอ่านพร้อมวาดภาพในนิทาน 3.9 กิจกรรมพัฒนาห้องเรียนน่ารู้ - จัดห้องเรียนให้มีมุมประสบการณ์อย่างน้อย 5 มุม จัดให้เด็กได้เรียนรู้ผ่านมุมประสบการณ์ ทุกวัน - ครูจัดตกแต่งห้องเรียนที่มีบรรยากาศเอื้อต่อการเรียนรู้ที่ส่งเสริมพัฒนาการทั้ง 4 ด้าน - จัดทำ จัดหาสื่อการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับหน่วยการจัดประสบการณ์ตรงตามหลักสูตรปฐมวัย 7. ผลการดำเนินงาน ตัวชี้วัดความสำเร็จ ร้อยละความสำเร็จ/ผลการดำเนินงาน 1. เด็กปฐมวัยร้อยละ 90 เข้าร่วมกิจกรรมตาม โครงการพัฒนาคุณภาพเด็กปฐมวัย เด็กปฐมวัยชั้นอนุบาล 2 - อนุบาล 3 ร้อยละ 100 เข้าร่วมกิจกรรมตามโครงการพัฒนาคุณภาพเด็ก ปฐมวัย 2. เด็กระดับปฐมวัยมีพัฒนาการด้านร่างกาย เด็กปฐมวัยชั้นอนุบาล 2 ร้อยละ 100 มีพัฒนาการด้านร่างกายสมวัย อยู่ในระดับ ดี
ตัวชี้วัดความสำเร็จ ร้อยละความสำเร็จ/ผลการดำเนินงาน เด็กปฐมวัยชั้นอนุบาล 3 ร้อยละ 100 มีพัฒนาการด้านร่างกายสมวัย อยู่ในระดับ ดี 3 เด็กระดับปฐมวัยมีพัฒนาการด้านอารมณ์ จิตใจ เด็กปฐมวัยชั้นอนุบาล 2 ร้อยละ 100 มีพัฒนาการด้านอารมณ์ จิตใจ อยู่ในระดับ ดี เด็กปฐมวัยชั้นอนุบาล 3 ร้อยละ 100 มีพัฒนาการด้านอารมณ์ จิตใจ อยู่ในระดับ ดี 4. เด็กระดับปฐมวัยมีพัฒนาการด้านสังคม เด็กปฐมวัยชั้นอนุบาล 2 ร้อยละ 100 มีพัฒนาการด้านสังคม อยู่ในระดับ ดี เด็กปฐมวัยชั้นอนุบาล 3 ร้อยละ 95 มีพัฒนาการด้านสังคม อยู่ในระดับ ดี 5. เด็กระดับปฐมวัยมีพัฒนาการด้านสติปัญญา เด็กปฐมวัยชั้นอนุบาล 2 ร้อยละ 95 มีพัฒนาการด้านสติปัญญา อยู่ในระดับ ดี เด็กปฐมวัยชั้นอนุบาล 3 ร้อยละ 95 มีพัฒนาการด้านสติปัญญา อยู่ในระดับดี 6. ความสำเร็จของโครงการโดยรวม เด็กปฐมวัยชั้นอนุบาล 2 มีพัฒนาการทั้ง 4 ด้าน ร้อยละ 98.75 อยู่ในระดับ ดี เด็กปฐมวัยชั้นอนุบาล 3 มีพัฒนาการทั้ง 4 ด้าน ร้อยละ 97.50 อยู่ในระดับ ดี 8. งบประมาณที่ใช้ 8.1 ประเภทของงบประมาณ เงินอุดหนุนรายหัว 8.2 งบประมาณที่ใช้ 1) งบประมาณที่ได้รับอนุมัติ 40,000 บาท 2) งบประมาณที่ใช้ไป 900 บาท 3) งบประมาณคงเหลือ 39,100 บาท 4) งบประมาณเกินกว่าที่ได้รับจัดสรร - บาท 9. จุดเด่นของโครงการ 9.1 จัดกิจกรรมสอดคล้องกับพัฒนาการทั้ง 4 ด้าน 9.2 เด็กได้เรียนรู้กิจกรรมที่หลายหลายเหมาะสมตามวัยสอดคล้องกับหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย 10. ข้อเสนอแนะ/จุดควรพัฒนาของโครงการ 10.1 จัดครูศึกษาดูงานโรงเรียนที่ต้นแบบปฐมวัย 10.2 ครูควรได้รับการอบรมพัฒนาความรู้ความเข้าใจในการจัดกิจกรรมพัฒนาทั้ง 4 ด้าน ด้านร่างกาย, ด้านอารมณ์จิตใจ, ด้านสังคม, ด้านสติปัญญา
ลงชื่อ…………………………………………………..ผู้รายงาน (นางสาวปรียาภรณ์ ศรีขวัญ) ครูโรงเรียนไทยรัฐวิทยา ๒๙ (กะทู้) 24/มีนาคม/2565 ภาคผนวก
ประมวลภาพกิจกรรมการดำเนินงาน กิจกรรมอาหารดีมีประโยชน์
กิจกรรมกีฬาและการออกกำลังกาย
กิจกรรมหนูน้อยเสริมสร้างคุณธรรม
กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์
กิจกรรมสานสัมพันธ์บ้าน-โรงเรียน
กิจกรรมหนูน้อยนักออม
กิจกรรมหนูรักษ์ความเป็นไทย
กิจกรรมหนูน้อยยอดนักอ่าน
กิจกรรมพัฒนาห้องเรียนน่ารู้
รายงานผลการดำเนินงาน ตามแผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณ 2565
โรงเรียนไทยรัฐวิทยา ๒๙ (กะทู้) โครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย นางสาวปรียาภรณ์ ศรีขวัญ ผู้รายงาน รายงานการดำเนินงานโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ตามแผนปฏิบัติการประจำปี ปีงบประมาณ 2565 โรงเรียนไทยรัฐวิทยา ๒๙ (กะทู้) อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต ……………………………………………………………………..… ชื่อโครงการ/กิจกรรม บ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย สนองนโยบาย สพฐ. ด้านโอกาส ด้านคุณภาพ สนองกลยุทธ์สถานศึกษา 1.ด้านพัฒนาคุณภาพผู้เรียน 2.ด้านพัฒนากระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ สอดคล้องกับพระบรมราโชบาย ด้านโอกาส ด้านคุณภาพ สอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษา มาตรฐานที่ 1 คุณภาพผู้เรียน ดำเนินการตาม แผนพัฒนาคุณภาพโรงเรียน แผนปฏิบัติการประจำปี นโยบายหน่วยงานต้นสังกัด หลักสูตรสถานศึกษา ……………………………………..
มาตรฐานที่ 3 กระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ลักษณะโครงการ โครงการต่อเนื่อง กลุ่มงาน บริหารงานวิชาการ ผู้รับผิดชอบโครงการ นางสาวปรียาภรณ์ ศรีขวัญ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..… 1. หลักการและเหตุผล สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ร่วมกับมูลนิธิสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ และสถาบัน ส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นำร่องโครงการ "บ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย” เพื่อเป็น แนวทางในการพัฒนาการจัดประสบการณ์วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัยโดยมีเป้าหมายในการปลูกฝังให้เด็ก ๆ ให้มี ความพร้อมทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์สังคม และสติปัญญามีเจตคติที่ดีต่อวิทยาศาสตร์ ธรรมชาติ และ เทคโนโลยีด้วยกิจกรรมที่สร้างความสนุก ความเพลิดเพลิน ความสนใจใคร่รู้และความกระตือรือร้น ฝึกทักษะการ สังเกต รู้จักตั้งคำถามและหาคำตอบด้วยตนเอง เพื่อเตรียมความพร้อมให้เด็กปฐมวัยเหล่านี้เติบโตขึ้นเป็น นักวิทยาศาสตร์และวิศวกร หรือเป็นทรัพยากรบุคคลที่มีจิตวิทยาศาสตร์และมีความรู้ทางวิทยาศาสตร์ที่จะขับเคลื่อน เศรษฐกิจและสังคมไทยให้เจริญก้าวหน้าต่อไป ในการนี้ โรงเรียนไทยรัฐวิทยา ๒๙ (กะทู้) เข้าร่วมโครงการบ้านวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย และได้ ดำเนินกิจกรรมมาอย่างต่อเนื่องทุกปี เนื่องจากกิจกรรมของโครงการฯ นั้นมีความสอดคล้องกับหลักการ แนวคิดของ หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖๐ เพราะมุ่งเน้นให้เด็กๆ ได้ลงมือปฏิบัติจริง เน้นทักษะการตั้งคำถาม และค้นคว้าหาคำตอบของแต่ละบุคคล การแสดงความคิดเห็นต่อสิ่งที่ได้เรียนรู้ จากความสำคัญที่กล่าวมาข้างต้น โรงเรียนไทยรัฐวิทยา ๒๙ (กะทู้) จึงได้ดำเนินการจัดกิจกรรมบ้าน นักวิทยาศาสตร์น้อย เพื่อพัฒนาเด็กปฐมวัยของโรงเรียนให้มีทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ 2. วัตถุประสงค์ 2.1 เพื่อให้เด็กปฐมวัยได้เข้าร่วมกิจกรรมการทดลองตามโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย 2.2 เพื่อให้เด็กปฐมวัยมีทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ 2.3 เพื่อให้เด็กปฐมวัยได้รับการพัฒนาให้มีศักยภาพสามารถดำรงชีวิตอย่างมีความสุขทั้งร่างกาย และจิตใจ 3. เป้าหมาย 3.1 เชิงปริมาณ 3.1.1 เด็กปฐมวัยร้อยละ 100 ตั้งคำถามในเรื่องที่สนใจได้อย่างเหมาะสมตามวัย 3.1.2 เด็กปฐมวัยร้อยละ 100 ใช้จินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ในทางที่เหมาะสม 3.1.3 เด็กปฐมวัยร้อยละ 100 ใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในการแก้ปัญหาและคิดสรางสรรค์ 3.2 เชิงคุณภาพ
3.2.1 เด็กปฐมวัยมีทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ 3.2.2 เด็กปฐมวัยรู้จักการคิดวิเคราะห์ แก้ปัญหาและตัดสินใจได้ตามวัย 3.2.3 เด็กปฐมวัยได้ลงมือปฏิบัติกิจกรรมทางวิทยาศาสตร์ด้วยตนเอง 3.2.4 เด็กปฐมวัยรู้จักใช้จินตนาการในการสร้างชิ้นงานด้วยตนเอง 4. ระยะเวลา/วันที่ดำเนินการ 14 – 16 มีนาคม 2565 5. สถานที่ดำเนินงาน โรงเรียนไทยรัฐวิทยา ๒๙ (กะทู้) 6. กิจกรรมและการดำเนินงาน ขั้นตอนการดำเนินกิจกรรม ดังนี้ 1. แต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินงาน 2. ประชุมคณะกรรมการวางแผนการดำเนินงาน 3. ออกแบบตารางกิจกรรมการทดลอง ดำเนินงานตามแผน 3.1 จัดทำตารางกิจกรรมการทดลองระหว่างวันที่ 14 – 16 มีนาคม 2565 3.2 ผู้บริหาร ครูร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ PLC 3.3 ผู้บริหาร วิชาการ นิเทศติดตามการดำเนินงาน วันที่ 14 มีนาคม 2565 อนุบาล 2/1 อนุบาล 2/2 กิจกรรมการทดลอง 1. ปริมาณน้ำไม่เท่ากัน 2. การเผาไหม้ 3. ไหลแรงหรือค่อย 4. ความลับของสีดำ 5. น้ำ ทราย น้ำมัน 6. ไฟฟ้าสถิต วันที่ 15 มีนาคม 2565 อนุบาล 3/1 กิจกรรมการทดลอง 1. กระจกกับภาพน่าพิศวง 2. แสงสีขาวกับรุ้ง 3. ลูกข่างหลากสี 4. การกรองน้ำ 5. สนุกกับฟองสบู่ 6. รู้จักกับเหลี่ยมและมุม 7. หลอดดำน้ำ
วันที่ 16 มีนาคม 2565 อนุบาล 3/2 กิจกรรมการทดลอง 1.การทำงานของดวงตา 2.เนินน้ำ 3.หมุดลอยน้ำ 4.เมล็ดพืชเต้นระบำ 5.ภูเขาไฟระเบิด 6.ปั๊มขวดและลิฟต์เทียน 7.ทอร์นาโดในขวด 4. สรุปรายงานผลการดำเนินโครงการ 7. ผลการดำเนินงาน ตัวชี้วัดความสำเร็จ ร้อยละความสำเร็จ/ผลการดำเนินงาน เด็กปฐมวัย ร้อยละ 90 ตั้งคำถามในเรื่องที่สนใจได้ อย่างเหมาะสมตามวัย เด็กร้อยละ 100 ตั้งคำถามในเรื่องที่สนใจได้อย่าง เหมาะสมตามวัย เด็กปฐมวัยร้อยละ 90 ใช้จินตนาการและความคิด สร้างสรรค์ในทางที่เหมาะสม เด็กปฐมวัยร้อยละ 100 ใช้จินตนาการและความคิด สร้างสรรค์ในทางที่เหมาะสม เด็กปฐมวัยร้อยละ 90 ใช้กระบวนการทาง วิทยาศาสตร์ในการแก้ปัญหาและคิดสรางสรรค์ เด็กปฐมวัยร้อยละ 100 ใช้กระบวนการทาง วิทยาศาสตร์ในการแก้ปัญหาและคิดสรางสรรค์ เด็กปฐมวัยมีทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เด็กปฐมวัยมีทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ใน ระดับดีขึ้นไป เด็กปฐมวัยรู้จักการคิดวิเคราะห์ แก้ปัญหาและ ตัดสินใจได้ตามวัย เด็กปฐมวัยรู้จักการคิดวิเคราะห์ แก้ปัญหาและ ตัดสินใจได้ตามวัย เด็กปฐมวัยได้ลงมือปฏิบัติกิจกรรมทางวิทยาศาสตร์ ด้วยตนเอง เด็กปฐมวัยได้ลงมือปฏิบัติกิจกรรมทางวิทยาศาสตร์ ด้วยตนเอง เด็กปฐมวัยรู้จักใช้จินตนาการในการสร้างชิ้นงานด้วย ตนเอง เด็กปฐมวัยรู้จักใช้จินตนาการในการสร้างชิ้นงานด้วย ตนเอง 8. งบประมาณที่ใช้ 8.1 ประเภทของงบประมาณ งบ 10,000 บาท 8.2 งบประมาณที่ใช้ 1) งบประมาณที่ได้รับอนุมัติ 10,000 บาท
2) งบประมาณที่ใช้ไป - บาท 3) งบประมาณคงเหลือ - บาท 4) งบประมาณเกินกว่าที่ได้รับจัดสรร - บาท 9. จุดเด่นของโครงการ 9.1 กิจกรรมในโครงการสามารถส่งเสริมให้เด็กมีทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในการแก้ปัญหา มี จินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์อย่างเหมาะสมตามวัย 9.2 เด็กปฐมวัยได้ลงมือปฏิบัติกิจกรรมทางวิทยาศาสตร์ รู้จักใช้จินตนาการในการสร้างชิ้นงานด้วยตนเอง 10. ข้อเสนอแนะ/จุดควรพัฒนาของโครงการ 10.1 บูรณาการเข้าสู่การจัดประสบการณ์การเรียนรู้ใน 6 กิจกรรมหลัก เพื่อเป็นการส่งเสริมทักษะ กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ให้กับเด็กปฐมวัย ลงชื่อ…………………………………………………..ผู้รายงาน (นางสาวปรียาภรณ์ ศรีขวัญ) ครูโรงเรียนไทยรัฐวิทยา ๒๙ (กะทู้) 24/มีนาคม/2565
ภาคผนวก
สรุปกิจกรรมการทดลอง 20 กิจกรรม กิจกรรมที่ ๑ ปริมาณน้ำในแก้วเท่ากันหรือไม่ จุดประสงค์ เพื่อให้เด็กสามารถรับรู้และเข้าใจเรื่อง ปริมาตร การเปรียบเทียบ และความจุ ขั้นตอนการจัดกิจกรรม ครูและเด็กจัดเตรียมอุปกรณ์การทดลอง แบ่งกลุ่มเด็กจำนวนเท่าๆ กัน ๔ กลุ่ม เด็กและครูร่วมสนทนากันถึง เหตุการณ์ชีวิตประจำวัน เวลาเด็กๆซื้อน้ำดื่มตามสถานที่ต่าง น้ำในแก้วเท่ากันหรือไม่เมื่อมีแก้วน้ำหลายขนาดและ หลายใบ จึงเป็นคำถามที่ทำให้เด็กเกิดความอยากรู้ ให้แต่ละกลุ่มส่งตัวแทนออกมารับวัสดุ อุปกรณ์การทดลอง ให้เด็กๆ เลือกแก้วน้ำที่มีขนาดต่างกันคนละ 2 ใบ เทน้ำใส่ในใบที่ 1 แล้วนำน้ำแก้วใบที่ 1 เทใส่แก้วใบที่ 2 ตั้งคำถามว่า น้ำในแก้วใด “มากกว่า” “น้อยกว่า” “เท่ากัน” หรือ น้ำในแก้วใด “สูงกว่า “เตี้ยกว่า” นอกจากนั้น และให้เรียงลำดับจากน้อยสุดไปหามากสุดจากนั้นให้ขีดระดับน้ำไว้ด้วยปากกาเคมี เทน้ำออก แล้วให้เด็กสังเกต
วัสดุ อุปกรณ์ เด็ก ๆ ทำการทดลอง วาดภาพและนำเสนอผลงาน ผลงานที่สำเร็จ ผลที่เกิดขึ้นกับเด็ก 1. ผลที่เกิดขึ้นตามจุดประสงค์ เด็กๆ พบว่า ความจุ หรือปริมาตรของภาชนะนั้นขึ้นอยู่กับความสูง ความกว้างเส้นรอบวงของภาชนะ 2. พัฒนาการความสามารถพื้นฐาน และพัฒนาการของเด็กปฐมวัย 2.1 ด้านการเรียนรู้/ด้านภาษา/สติปัญญา ศึกษาและค้นคว้าหาคำตอบได้ด้วยตนเอง สามารถฟังคำสั่งและปฎิบัติ 3-4 ขั้นตอนได้ ซักถาม/ ตอบ ในสิ่งที่อยากรู้ และรู้ได้ ด้านภาษาได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเพื่อนเด็กๆได้มีการสนทนา เสนอความคิดเห็น ของตนเอง เกิดการเรียนรู้คำศัพท์ใหม่ๆ ด้านสติปัญญา เกิดความรู้ และความเข้าใจเรื่องการปริมาตร การ เปรียบเทียบ ความจุ 2.2 ด้านสังคม รู้จักความสามัคคี สามารถร่วมทำงานกับผู้อื่นได้ ระมัดระวังความปลอดภัยของตนเองและผู้อื่น ปฎิบัติตาม ข้อตกลงของกลุ่มในการทำกิจกรรม มีความเป็นผู้นำและ ผู้ตามที่ดี เคารพ ยอมรับในความคิดของผู้อื่น 2.3 ด้านอารมณ์ – จิตใจ ร่าเริง สดชื่น แจ่มใส มีความสุขในการทำกิจกรรม รู้จักการแบ่งปันและช่วยเหลือผู้อื่นพึงพอในในผลงานของตนอง รู้จัก การเก็บรักษาสิ่งของ วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ร่วมกัน มีความมั่นใจตนเอง 2.4 ด้านการเคลื่อนไหว/ร่างกาย เด็กๆ สามารถใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กในการหยิบจับอุปกรณ์ การเทน้ำใส่แก้ว การจัดเก็บและทำความ สะอาดอุปกรณ์ การบันทึกผลการทดลอง และนำเสนอผลการทดลองโดยการวาดภาพ
กิจกรรมที่ ๒ การเผาไหม้ จุดประสงค์ เพื่อให้เด็กสามารถรับรู้และเข้าใจเรื่องการเคลื่อนที่ของอากาศ ขั้นตอนการจัดกิจกรรม ครูและเด็กจัดเตรียมอุปกรณ์การทดลอง แบ่งกลุ่มเด็กจำนวนเท่าๆ กัน ๔ กลุ่ม เด็กและครูร่วมสนทนา เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน เพื่อให้ทราบถึงประสบการณ์เดิมของเด็ก ครูตั้งคำถามเพื่อให้เกิดความอยากรู้ และคิดค้นหาคำตอบด้วยตนเอง แนะนำวัสดุอุปกรณ์และอธิบายขั้นตอนการทดลอง เด็กร่วมกันทำการทดลองโดย ครูจะเทน้ำร้อนใส่ และเทออก จากนั้นให้เด็กคว่ำปากขวดลงในจานที่มีน้ำ เด็ก ๆ จะสังเกตเห็นได้ว่าขวดจะดูดน้ำ จากด้านนอกเข้าไปในขวด หรือจากการคว่ำแก้วจะทำให้เทียนนั้นลอยขึ้น
วัสดุ อุปกรณ์ เด็ก ๆ ทำการทดลอง วาดภาพและนำเสนอผลงาน ผลงานที่สำเร็จ ผลที่เกิดขึ้นกับเด็ก 1. ผลที่เกิดขึ้นตามจุดประสงค์ เด็กๆ พบว่า เมื่ออากาศออกมาก็จะดูดอากาศข้างนอกเข้าไป จึงทำให้น้ำเข้าไปอยู่ในขวด 2. พัฒนาการความสามารถพื้นฐาน และพัฒนาการของเด็กปฐมวัย 2.1 ด้านการเรียนรู้/ด้านภาษา/สติปัญญา ศึกษาและค้นคว้าหาคำตอบได้ด้วยตนเอง ในสิ่งที่อยากรู้ได้ ด้านภาษาได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็น สนทนาโต้ตอบกับเพื่อน ๆ ได้ มีการแสดงความคิดเห็นของตนเอง ด้านสติปัญญา เกิดความรู้ และความเข้าใจในการ เคลื่อนที่ของอากาศ 2.2 ด้านสังคม มีการร่วมกันทำงานกับผู้อื่น รู้จักความสามัคคี ระมัดระวังความปลอดภัยของตนเองและผู้อื่นได้ ปฎิบัติตามข้อตกลงของกลุ่มในการทำกิจกรรม มีความเป็นผู้นำและ ผู้ตามที่ดี 2.3 ด้านอารมณ์ – จิตใจ ร่าเริง สดชื่น แจ่มใส มีความสุขในการทำกิจกรรม มีความมั่นใจในตนเอง กล้าคิดกล้าแสดงออก รู้จักการแบ่งปันรอคอย และช่วยเหลือผู้อื่น พึงพอในในผลงานของตนอง รู้จักการเก็บรักษาสิ่งของ วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ ร่วมกัน 2.4 ด้านการเคลื่อนไหว/ร่างกาย เด็กๆ สามารถใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กในการหยิบจับ อุปกรณ์ การเทน้ำใส่จานใส่ขวด และทำความ สะอาดอุปกรณ์ การบันทึกผลการทดลอง และนำเสนอผลการทดลองโดยการวาดภาพ
กิจกรรมที่ ๓ ไหลแรงหรือค่อย จุดประสงค์ เพื่อให้เด็กรับรู้และเข้าใจเรื่องความดันน้ำ ขั้นตอนการจัดกิจกรรม ครูและเด็กจัดเตรียมอุปกรณ์การทดลอง เด็กและครูร่วมสนทนาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน เพื่อให้ ทราบถึงประสบการณ์เดิมของเด็ก ครูตั้งคำถามกระตุ้นเพื่อให้เด็กเกิดความอยากรู้และ คิดค้นหาคำตอบด้วยตนเอง แนะนำวัสดุ อุปกรณ์ และอธิบายขั้นตอนการทดลอง เด็กร่วมกันทำการทดลองโดยนำเทปกาวปิดรูทั้ง 3 แล้วเติมน้ำ ลงในขวดจนเต็ม หลังจากนั้นดึงเทปกาวออก และสังเกตการณ์ไหลของน้ำทั้ง 3 รู ให้นักเรียนแสดงความคิดเห็น และ บันทึกข้อมูล วัสดุ อุปกรณ์ เด็ก ๆ ทำการทดลอง
วาดภาพและนำเสนอผลงาน ผลงานที่สำเร็จ ผลที่เกิดขึ้นกับเด็ก 1. ผลที่เกิดขึ้นตามจุดประสงค์ 1.1 เด็กสามารถรับรู้และเข้าใจเรื่องความดันน้ำ 1.2 น้ำจะไหลจากที่สูงลงที่ต่ำ แรงดันน้ำจะทำให้น้ำล่างสุดไหลแรง 2. พัฒนาการความสามารถพื้นฐาน และพัฒนาการของเด็กปฐมวัย 2.1 ด้านการเรียนรู้/ด้านภาษา/สติปัญญา ได้ทำการทดลองค้นคว้าหาคำตอบด้วยตนเอง ด้านภาษา เด็กๆได้มีการสนทนา เสนอความคิดเห็นของ ตนเอง และได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเพื่อน ด้านสติปัญญา เกิดความรู้ และความเข้าใจในเรื่องความดันน้ำ 2.2 ด้านสังคม มีการร่วมกันทำงานกับผู้อื่น รู้จักความสามัคคี มีความเป็นผู้นำและ ผู้ตามที่ดี 2.3 ด้านอารมณ์ – จิตใจ ร่าเริง สดชื่น แจ่มใส มีความสุขในการทำกิจกรรม มีความมั่นใจในตนเอง รู้จักการแบ่งปันและ ช่วยเหลือผู้อื่น 2.4 ด้านการเคลื่อนไหว/ร่างกาย เด็กสามารถใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กในการหยิบจับ อุปกรณ์ การจับขวดน้ำ การเทน้ำใส่ขวดน้ำ การ จัดเก็บและทำความสะอาดอุปกรณ์ การวาดภาพที่ได้เห็นจากการทดลอง
กิจกรรมที่ ๔ น้ำ ทราย และน้ำมัน จุดประสงค์ เพื่อให้เด็กสามารถรับรู้และเข้าใจเรื่องการจมการลอย ขั้นตอนการจัดกิจกรรม ครูและเด็กจัดเตรียมอุปกรณ์การทดลอง แบ่งกลุ่มเด็กจำนวนเท่าๆ กัน เด็กและครูร่วมสนทนาเด็กกันถึง เหตุการณ์ชีวิตประจำวันว่า อะไรที่สามารถลอยและจมได้บ้าง ทำไมมันถึงลอย/จม ซึ่งเป็นคำถามทำให้เด็กเกิดความ อยากรู้ ให้แต่ละกลุ่มส่งตัวแทนออกมารับวัสดุ อุปกรณ์การทดลองซึ่งแต่ละกลุ่มจะได้ไม่เหมือนกัน ครูอธิบายขั้นตอน การทำ เด็กๆ ทำการทดลองโดยการเทน้ำลงในขวดลักษณะต่างๆ ประมาณ สามส่วนสี่ จากนั้นใส่วัสดุต่างๆ ลงไปคน ให้เข้ากัน เทน้ำมันพืชลงในขวดและปิดฝาให้แน่น เขย่าขวดหลายๆครั้ง แล้วนำไปวางบนโต๊ะ แล้วสังเกต วัสดุ อุปกรณ์ เด็กๆ ทำการทดลอง
วาดภาพและนำเสนอผลงาน ผลงานที่สำเร็จ ผลที่เกิดขึ้นกับเด็ก 1. ผลที่เกิดขึ้นตามจุดประสงค์ เด็กๆ พบว่าน้ำ ทรายและน้ำมัน พบว่า ทรายจะตกตะกอนอย่างรวดเร็ว น้ำมันพืช น้ำ และฟองอากาศ ซึ่งเกิดจากการเขย่ารวมตัวกัน แต่หลังจากนั้นไม่กี่นาที น้ำมันพืชและน้ำจะแยกชั้นออกจากกัน 2. พัฒนาการความสามารถพื้นฐาน และพัฒนาการของเด็กปฐมวัย 2.1 ด้านการเรียนรู้/ด้านภาษา/สติปัญญา ศึกษาและค้นคว้าหาคำตอบได้ด้วยตนเอง สามารถฟังคำสั่งและปฎิบัติ 3-4 ขั้นตอนได้ ซักถาม ตอบ ในสิ่งที่อยากรู้ และรู้ได้ ด้านภาษาได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเพื่อนเด็กๆได้มีการสนทนา เสนอความคิดเห็น ของตนเอง ด้านสติปัญญา เกิดความรู้ และความเข้าใจเรื่องการจมการลอย 2.2 ด้านสังคม มีการร่วมกันทำงานกับผู้อื่น รู้จักความสามัคคี ระมัดระวังความปลอดภัยของตนเองและผู้อื่นได้ ปฎิบัติตามข้อตกลงของกลุ่มในการทำกิจกรรม มีความเป็นผู้นำและ ผู้ตามที่ดี 2.3 ด้านอารมณ์ – จิตใจ ร่าเริง สดชื่น แจ่มใส มีความสุขในการทำกิจกรรม มีความมั่นใจในตนเอง รู้จักการแบ่งปันและ ช่วยเหลือผู้อื่นพึงพอในในผลงานของตนอง รู้จักการเก็บรักษาสิ่งของ วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ร่วมกัน 2.4 ด้านการเคลื่อนไหว/ร่างกาย เด็กสามารถใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กในการหยิบจับ อุปกรณ์ การตักทราย การเทน้ำ น้ำมัน การเขย่า ขวด จัดเก็บและทำความสะอาดอุปกรณ์ การบันทึกผลการทดลอง และนำเสนอผลการทดลองโดยการวาดภาพ
กิจกรรมที่ ๕ ความลับของสีดำ จุดประสงค์ 1. เด็กสามารถปฏิบัติการทดลองความลับของสีดำได้ 2. เด็กสามารถอธิบายผลการทดลองความลับของสีดำได้ 3. เด็กสามารถวาดภาพการทดลองและอธิบายผลงานการวาดได้ 4. เด็กมีความสุขกับการทดลองความลับของสีดำ ขั้นตอนการจัดกิจกรรม 1. เด็กๆ จับกลุ่มละ 4 คน วาดภาพอิสระด้วยสีน้ำ และมีน้ำสำหรับล้างพู่กันกลุ่มละ 1 แก้ว เมื่อเด็กวาด เสร็จให้สังเกตน้ำที่ล้างพู่กันว่าจะมีสีอะไร ๒. เด็กๆทดลองเรื่อง ความลับของสีดำโดยให้เด็กๆ ทดลองหาสีอะไรซ่อนอยู่ในสีดำบ้าง โดยแจกกระดาษ กรองให้คนละ 1 แผ่น ใช้ปากกาเมจิกสีดำวาดภาพหรือระบายสีตรงกลางแผ่นกระดาษ หลังจากนั้นหงายฝาขวด นำกระดาษกรองที่ระบายสีแล้ววางไว้ด้านบนฝาขวด ใช้หลอดหยดหยดน้ำทีละหยดลงตรงกลางกระดาษกรอง (ในการหยดน้ำ ควรทิ้งระยะเวลาแต่ละหยดให้ห่างกันพอสมควร อย่าหยดลงไปมาก มิฉะนั้นสีจะถูกล้างออกไปหมด และควรหยดน้ำลงตรงกลางส่วนที่บนฝาขวดเท่านั้น) 3. เด็กๆทดลอง ใช้กระดาษ 2แผ่น แผ่นที่ 1 ให้ตัดกระดาษกรองตรงกลางเป็นรูเล็กๆ แล้วใช้ปากกาเมจิก สีดำ วาดลวดลายรอบๆกระดาษกรอง แผ่นที่ 2 ม้วนเป็นแท่งคล้ายเทียนแล้วสอดเข้าไปตรงกลางรูกระดาษกรอง แผ่นแรก นำกระดาษทั้ง 2 แผ่นจุ่มลงในแก้วที่มีน้ำอยู่เต็ม ให้กระดาษที่วาดอยู่บนขอบแก้ว ส่วนกระดาษที่ม้วนจุ่มลง ในน้ำ น้ำจะซึมผ่านม้วนกระดาษกรองขึ้นมา และแพร่ไปยังกระดาษกรองอีกแผ่นที่มีรูปภาพ ทิ้งไว้สักครู่สีต่างๆจะ แพร่ไปยังขอบกระดาษและรวมกันเกิดเป็นสีดำอีกครั้ง
4. สนทนาอภิปราย แสดงความคิดเห็นและร่วมสรุปผลเกี่ยวกับการทดลอง เรื่อง ความลับของสีดำ สีดำเกิด จากการรวมกันของสีหลายๆสี ซึ่งสังเกตได้จากการทดลองที่ใช้น้ำเป็นตัวละลายแยกสีต่างๆบนกระดาษกรอง โดยสีที่ สามารถละลายน้ำได้ดีจะแพร่ไปจนถึงขอบกระดาษกรอง ส่วนสีที่ละลายน้ำได้ไม่ดีจะแพร่อยู่บริเวณตรงกลางเท่านั้น ซึ่งสรุปได้ว่าสีดำเกิดจากการรวมตัวของสีมากกว่า 2 สี และไม่จำเป็นต้องเป็นต้องเป็นกลุ่มสีเดิมที่จะทำให้เกิดสีดำ 5. เด็กๆวาดภาพระบายสีการทดลองเรื่องความลับของสีดำ พร้อมอธิบายผลงานของตนเอง และเพื่อนๆร่วม แสดงความคิดเห็นจากผลงาน วัสดุอุปกรณ์ เด็กๆ ทำการทดลอง วาดภาพและนำเสนอผลงาน ผลงานที่สำเร็จ ผลที่เกิดขึ้นกับเด็ก 1. ผลที่เกิดขึ้นตามจุดประสงค์ 1.1 เด็กสามารถปฏิบัติการทดลองความลับของสีดำได้ 1.2 เด็กสามารถอธิบายผลการทดลองความลับของสีดำได้ 1.3 เด็กสามารถวาดภาพการทดลองและอธิบายผลงานการวาดได้ 1.4 เด็กมีความสุขกับการทดลองความลับของสีดำ 2. พัฒนาการความสามารถพื้นฐาน และพัฒนาการของเด็กปฐมวัย 2.1 การเรียนรู้/ด้านภาษา/สติปัญญา เด็กได้เรียนรู้เกี่ยวกับความลับของสีดำเกิดจากการรวมตัวของสีมากกว่า 2 สี โดยใช้น้ำเป็นตัว ละลาย เด็กมีพัฒนาการทางภาษาจากการแสดงความคิดเห็น หรือบรรยายจากสิ่งที่ได้สังเกตจากการทดลอง
2.2 ด้านสังคม เด็กรู้จักปฏิบัติตามข้อตกลง และสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ 2.3 ด้านอารมณ์-จิตใจ เด็กมีความสุข สนุกสนานในการปฏิบัติทดลอง 2.4 ด้านการเคลื่อนไหว/ร่างกาย เด็กได้เคลื่อนไว หยิบ จับอุปกรณ์การทดลองได้อย่างคล่องแคล่ว กิจกรรมที่ ๖ สนุกกับไฟฟ้าสถิต จุดประสงค์ ๑. เพื่อให้เด็กได้เรียนรู้เรื่องการเกิดไฟฟ้าสถิต ๒. เพื่อให้เด็กเรื่องเรื่องการดูด การผลีกของวัตถุที่มีไฟฟ้าสถิต ขั้นตอนการจัดกิจกรรม เด็กออกมารับวัสดุ อุปกรณ์การทดลอง เด็กและครูร่วมสนทนาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน เพื่อให้ ทราบถึงประสบการณ์เดิมของเด็ก ครูตั้งคำถามเพื่อให้เด็กเกิดความอยากรู้และ คิดค้นหาคำตอบด้วยตนเอง แนะนำ วัสดุ อุปกรณ์ และอธิบายขั้นตอนการทดลอง เด็กร่วมกันทำการทดลองโดยเด็กบางคนนำลูกโป่งไปถูกับผ้า เส้นผม กระดาษ เพื่อให้เกิดไฟฟ้าสถิต เด็กจะเห็นเม็ดโฟมลอยขึ้นมาติดกับลูกโป่ง เส้นผมชี้ติดกับลูกโป่ง บางคนทดลองใช้ กระจกถูกับผ้า ใช้แผ่นใส่ถูกผ้าแล้วนำมาใกล้โฟม กระดาษ สังเกตสิ่งที่เกิดขึ้น
วัสดุอุปกรณ์ เด็กๆ ทำการทดลอง วาดภาพและนำเสนอผลงาน ผลงานที่สำเร็จ ผลที่เกิดขึ้นกับเด็ก ๑. ผลที่เกิดขึ้นตามจุดประสงค์ ๑.๑ เด็กสามารถรับรู้และเข้าใจเรื่องไฟฟ้าสถิต ไฟฟ้าสถิตเกิดจากการถูได้ ๑.๒ ไฟฟ้าสถิตสามารถดึงดูดสิ่งของได้ที่มีน้ำหนักเบา ๒. พัฒนาการความสามารถพื้นฐาน และพัฒนาการของเด็กปฐมวัย ๒.๑ ด้านการเรียนรู้/ด้านภาษา/สติปัญญา ได้ทำการทดลองค้นคว้าหาคำตอบด้วยตนเอง ด้านภาษา เด็กๆได้มีการสนทนา เสนอความคิดเห็น ของตนเอง และได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเพื่อน ด้านสติปัญญา เกิดความรู้ และความเข้าใจในเรื่องไฟฟ้าสถิต ๒.๒ ด้านสังคม มีการร่วมกันทำงานกับผู้อื่น รู้จักความสามัคคี มีความเป็นผู้นำและ ผู้ตามที่ดี ปฎิบัติตามข้อตกลง ของกลุ่มได้ ๒.๓ ด้านอารมณ์ – จิตใจ ร่าเริง สดชื่น แจ่มใส แสดงอารมณ์ได้เหมาะสมตามวัย มีความมั่นใจในตนเอง ๒.๔ ด้านการเคลื่อนไหว/ร่างกาย เด็กๆ สามารถใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กในการหยิบจับ อุปกรณ์ การจับผมถูกับลูกโป่ง และการจัดเก็บ อุปกรณ์ วาดภาพตามที่เด็กได้เห็นจากการทดลอง
กิจกรรมที่ ๗ รู้จักเหลี่ยมและมุม จุดประสงค์ 1. เพื่อให้เด็กได้รู้จักกับมุม จำนวนเหลี่ยมของรูปเรขาคณิตชนิดต่างๆ 2. ฝึกสังเกตสิ่งรอบตัวว่าเป็นรูปเรขาคณิตชนิดใด ขั้นตอนการจัดกิจกรรม ครูและเด็กจัดเตรียมอุปกรณ์การทดลอง เด็กและครูร่วมสนทนาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน เพื่อให้ ทราบถึงประสบการณ์เดิมของเด็ก ครูตั้งเด็กเกิดความอยากรู้และ คิดค้นหาคำตอบด้วยตนเอง แนะนำวัสดุ อุปกรณ์ และอธิบายขั้นตอนการทดลอง เด็กร่วมกันทำการทดลองโดยตัวแทนจะหยิบรูปทรง 1 ชิ้น และช่วยกันทำตามแบบ รูปทรงที่ได้รับ คำถามเพื่อให้ทดลองทำรูปทรงตามคำสั่ง และใช้มือคลำรูปทรงในกระเป๋า ทายลักษณะของรูปทรง วัสดุ อุปกรณ์ เด็กๆ ทำการทดลอง
วาดภาพและนำเสนอผลงาน ผลงานที่สำเร็จ ผลที่เกิดขึ้นกับเด็ก ๑. ผลที่เกิดขึ้นตามจุดประสงค์ ๑.๑ เด็กได้รู้จักกับมุม จำนวนเหลี่ยมของรูปเรขาคณิตชนิดต่างๆ ๑.๒ เด็กสามารถสังเกตสิ่งรอบตัวว่าเป็นรูปเรขาคณิตชนิดใด ๒. พัฒนาการความสามารถพื้นฐาน และพัฒนาการของเด็กปฐมวัย ๒.๑ ด้านการเรียนรู้/ด้านภาษา/สติปัญญา ได้ทำการทดลองค้นคว้าหาคำตอบด้วยตนเอง ด้านภาษา เด็กๆได้มีการสนทนา เสนอคคิดเห็นของ ตนเอง และได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเพื่อน ด้านสติปัญญา เกิดความรู้ และความเข้าใจในเรื่องรูปทรงเรขาคณิต ด้าน มุม ๒.๒ ด้านสังคม มีการร่วมกันทำงานกับผู้อื่น รู้จักความสามัคคี มีความเป็นผู้นำและ ผู้ตามที่ดี รู้จักการช่วยเหลือ และแบ่งปัน ๒.๓ ด้านอารมณ์ – จิตใจ ร่าเริง สดชื่น แจ่มใส มีความสุขในการทำกิจกรรม รู้จักการแบ่งปันและช่วยเหลือผู้อื่น มีความมั่นใจ ในตนเอง ๒.๔ ด้านการเคลื่อนไหว/ร่างกาย เด็กๆ สามารถใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กในการหยิบจับ อุปกรณ์ การจับเชือกเพื่อสร้างรูปทรงเรขาคณิต และการจัดเก็บอุปกรณ์
กิจกรรมที่ ๘ หลอดดำน้ำ จุดประสงค์ เพื่อให้เด็กสามารถรับรู้และเข้าใจการลอยการจมของวัตถุได้ ขั้นตอนการจัดกิจกรรม ครูและเด็กจัดเตรียมอุปกรณ์การทดลอง เด็กและครูร่วมสนทนากันถึงเหตุการณ์ชีวิตประจำวันว่าอะไรที่ สามารถลอยและจมได้บ้าง ทำไมมันถึงลอย/จม ซึ่งเป็นคำถามทำให้เด็กเกิดความอยากรู้ ครูให้ตัวแทนออกมารับวัสดุ อุปกรณ์การทดลอง ครูแนะนำอุปกรณ์และสาธิตวิธีการทดลอง เด็กๆ ทำการทดลองโดยใช้หลอดดูดที่มีขนาด พอเหมาะกับลวดเสียบ งอหลอดตรงลอยพับและใช้กรรไกรตัด ใช้ลวดเสียบสอดเข้า นำไปทดลองลอยในขวดที่ได้ใส่ น้ำไว้และสังเกต หลังจากนั้นทดลองใช้หลอดตัดส่วนที่ตรงพอประมาณใช้ดินน้ำมันปิดส่วนบนและล่างนำไปใส่ขวดที่ มีนำปิดฝาขวดให้แน่น บีบขวดแล้วสังเกต วัสดุ อุปกรณ์ เด็กๆ ทำการทดลอง วาดภาพและนำเสนอผลงาน ผลงานที่สำเร็จ ผลที่เกิดขึ้นกับเด็ก 1. ผลที่เกิดขึ้นตามจุดประสงค์ เด็กๆ พบว่าน้ำ เมื่อขวดน้ำถูกบีบ หลอดจะจมลง แม้จะใช้แรงบีบเพียงเล็กน้อยหลอดก็จมลง เนื่องจาก หลอดมีน้ำหนักมากขึ้นจากการถ่วงด้วยลวดเสียบ และดินน้ำมัน ถ้าหลอดจมแสดงว่าในหลอดมีอากาศในหลอด แต่ ถ้าหลอดลอยขึ้นแสดงว่ามีน้ำหนักมาก
๒. พัฒนาการความสามารถพื้นฐาน และพัฒนาการของเด็กปฐมวัย ๒.๑ ด้านการเรียนรู้/ด้านภาษา/สติปัญญา ศึกษาและค้นคว้าหาคำตอบได้ด้วยตนเอง สามารถฟังคำสั่งและปฎิบัติ 3-4 ขั้นตอนได้ ซักถาม ตอบ ในสิ่งที่อยากรู้ และรู้ได้ ด้านภาษาได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเพื่อนเด็กๆได้มีการสนทนา เสนอความคิดเห็น ของตนเอง ด้านสติปัญญา เกิดความรู้ และความเข้าใจเรื่องการจมการลอย ๒.๒ ด้านสังคม มีการร่วมกันทำงานกับผู้อื่น รู้จักความสามัคคี ระมัดระวังความปลอดภัยของตนเองและผู้อื่นได้ ปฎิบัติตามข้อตกลงของกลุ่มในการทำกิจกรรม มีความเป็นผู้นำและ ผู้ตามที่ดี ๒.๓ ด้านอารมณ์ – จิตใจ ร่าเริง สดชื่น แจ่มใส มีความสุขในการทำกิจกรรม มีความมั่นใจในตนเอง รู้จักการแบ่งปันและ ช่วยเหลือผู้อื่นพึงพอในในผลงานของตนอง รู้จักการเก็บรักษาสิ่งของ วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ร่วมกัน ๒.๔ ด้านการเคลื่อนไหว/ร่างกาย เด็กๆ สามารถใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กในการหยิบจับ อุปกรณ์ การปั้นดินน้ำมัน การเสียบลวดเสียบ การเทน้ำ จัดเก็บและทำความสะอาดอุปกรณ์ การบันทึกผลการทดลอง และนำเสนอผลการทดลองโดยการวาดภาพ 2.๓ ด้านอารมณ์ – จิตใจ ร่าเริง สดชื่น แจ่มใส มีความสุขในการทำกิจกรรม มีความมั่นใจในตนเอง รู้จักการแบ่งปันและ ช่วยเหลือผู้อื่น 2.4 ด้านการเคลื่อนไหว/ร่างกาย เด็กๆ สามารถใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กในการหยิบจับ อุปกรณ์ การจับขวดน้ำ การเทน้ำใส่ขวดน้ำ การ จัดเก็บและทำความสะอาดอุปกรณ์ การวาดภาพที่ได้เห็นจากการทดลอง
กิจกรรมที่ ๙ กระจกกับภาพน่าพิศวง จุดประสงค์ เพื่อให้เด็กเกิดการเรียนรู้เรื่องการสะท้อนของภาพจากกระจก ขั้นตอนการจัดกิจกรรม เด็กและครูร่วมสนทนาเรื่องการพบเห็นกระจกจากที่ต่างๆในห้องเรียน ห้องน้ำ มีความรู้สึกอย่างไรเด็กและ ครูร่วมกันจัดเตรียมอุปกรณ์การทดลอง เด็กทำการทดลอง นำกระจกบานเดียวมาสร้างรูปทรงเรขาคณิต หรือรูปทรง ใหม่ และนำกระจกมาทำสมุดกระจก ทำให้มองเห็นภาพตุ๊กตาในกระจกเป็นอย่างไร และยังสร้างสรรค์ลวดลาย สวยงามได้ถ้าเด็ก เปลี่ยนตำแหน่งและมุมที่กระจกหันเข้าหากัน โดยให้เด็กคาดคะเนการทดลอง และอธิบายสิ่งที่ สังเกตเห็นจากการทดลองทุกครั้งเด็กๆ อธิบายสิ่งที่สังเกตเห็น ว่าเมื่อใช้กระจกเงา 1 บาน ภาพรูปทรงเรขาคณิตที่ เห็นในกระจกจะเหมือนกับรูปทรงเรขาคณิตที่วางอยู่หน้ากระจก และภาพที่เห็นมีขนาดเท่าของจริง เช่น - รูปทรงหยดน้ำที่วางอยู่หน้ากระจก เมื่อรวมกับภาพในกระจกจะกลายเป็นรูปหัวใจ - กระจกเงาสองบานที่ตั้งขนานกันทำให้เรามองเห็นภาพของตุ๊กตามากมายไม่มีที่สิ้นสุด - เมื่อวางกระจก 90 องศาจะเห็นตุ๊กตาและภาพในกระจก 3 ภาพ ภาพที่อยู่ด้านซ้ายและขวาจะ กลับด้านกัน เมื่อวางทำมุมแคบลง ภาพของตุ๊กตาจะมีมากกว่า 3 ภาพ เด็กและครูร่วมกันสรุปจากการทดลอง ว่า แสงที่สะท้อนบนวัตถุต่าง ๆ มีมุมตกกระทบเท่ากับมุมสะท้อน กระจกเงาจึงมีภาพที่มีขนาดเท่ากับวัตถุและรูปร่าง เหมือนกันทุกประการ เด็กวาดภาพสรุปผลการทดลอง และนำเสนอผลงานของตนให้เพื่อนและครูฟัง วัสดุ อุปกรณ์ เด็กๆ ทำการทดลอง วาดภาพและนำเสนอผลงาน ผลงานที่สำเร็จ
ผลที่เกิดขึ้นกับเด็ก ๑. ผลที่เกิดขึ้นตามจุดประสงค์ เด็กเรียนรู้ว่ากระจกทำให้เราเห็นภาพต่างๆ เหมือนกันทุกอย่างเพราะการสะท้อนของภาพ ๒. พัฒนาการความสามารถพื้นฐาน และพัฒนาการของเด็กปฐมวัย ๒.๑ ด้านการเรียนรู้/ด้านภาษา/สติปัญญา ด้านการเรียนรู้เด็กได้ลงมือทำและทดลองด้วยตนเองเด็กได้เรียนรู้ในเรื่อง “กระจกกับภาพน่า พิศวง” ว่าแสงที่สะท้อนบนวัตถุต่าง ๆมีมุมตกกระทบเท่ากับมุมสะท้อน กระจกเงาจึงมีภาพที่มีขนาดเท่ากับวัตถุและ รูปร่างเหมือนกันทุกประการ ด้านภาษาเด็กใช้ทักษะการฟังจากสิ่งที่เพื่อนสนทนา ซักถาม โต้ตอบ เด็กตอบคำถาม แสดงความคิดเห็นถึงสิ่งที่ตนเองสังเกตเห็นจากการทดลอง เด็กวาดภาพสื่อสารและนำเสนอผลงานของตนเองให้ เพื่อนๆฟังได้ ด้านสติปัญญาเด็กคิดและรู้จักการตั้งคำถามในสิ่งที่ตนสงสัย เด็กได้มีการพัฒนาสติปัญญา โดยเกิด ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เช่น การคาดคะเนทักษะการสังเกต การเปรียบเทียบ การจำแนก การคำนวณ เป็นต้น ๒.๒ ด้านสังคม เด็กสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ เด็กสามารถแสดงความคิดเห็นของตนเอง และยอมรับฟังความ คิดเห็นของผู้อื่นเด็กปฏิบัติตามข้อตกลงของห้องเรียน เอื้อเฟื้อ แบ่งปัน รอคอยระหว่างปฏิบัติกิจกรรมได้ ๒.๓ ด้านอารมณ์ – จิตใจ เด็กแสดงออกทางสีหน้ายิ้มแย้ม แจ่มใส สนุกสนาน ตื่นเต้นขณะปฏิบัติกิจกรรม ๒.๔ ด้านการเคลื่อนไหว / ร่างกาย เด็กได้ใช้กล้ามเนื้อเล็ก-ใหญ่ ในการทำกิจกรรมได้อย่างคล่องแคล่ว
กิจกรรมที่ ๑๐ แสงสีขาวกับรุ้ง จุดประสงค์ เพื่อให้เด็กเกิด การเรียนรู้เรื่องการสะท้อนแสง ขั้นตอนการจัดกิจกรรม . สนทนาพูดคุย เพื่อให้เด็ก ๆ ได้ทราบถึงเรื่องราวที่จะทำการทดลอง โดยได้พูดคุย ถึงประสบการณเ์ดิม ของเด็ก เกี่ยวกับสิ่งของของที่สามารถนำมาสะท้อนกับแสงได้ ครูแนะนำอุปกรณ์การทดลอง (ซีดี กระจก) ครูอธิบาย ขั้นตอนการทดลอง ให้เด็กดำเนินการทดลองโดยนำกระจกและแผ่นซีดีไปสะท้อนกับแสงให้แสงไปตกที่ฝาผนังให้เด็ก สังเกตการทดลองว่าลักษณะของแสงเป็นอย่างไร เป่าฟองสบู่สังเกตที่ฟองสบู่เกิดอะไร มีลักษณะ อะไรเกิดขึ้นบ้าง ครู และเด็กร่วมกันสรุปการทดลอง เรื่อง แสงสีขาวกับรุ้ง เด็กบันทึกผลการทดลองด้วยการวาดภาพระบายสีและนำเสนอ ผลงาน วัสดุ อุปกรณ์ เด็กๆ ทำการทดลอง วาดภาพและนำเสนอผลงาน ผลงานที่สำเร็จ
ผลที่เกิดขึ้นกับเด็ก ๑. ผลที่เกิดขึ้นตามจุดประสงค์ เด็กเรียนรู้ว่าเมื่อแผ่นซีดีกับกระจกโดนแสงแล้วส่องไปที่ฝาผนัง จะเกิดแสงเป็นแสงสีขาวและสีรุ้ง ๒. พัฒนาการความสามารถพื้นฐาน และพัฒนาการของเด็กปฐมวัย ๒.๑ ด้านการเรียนรู้/ด้านภาษา/สติปัญญา เด็กได้ใช้ประสาทสัมผัสทั้งห้าและทดลองด้วยตนเอง เด็กสามารถอธิบายถึงวิธีการทดลอง และสรุป เป็นองค์ความรู้ได้ด้วยตนเอง เด็กบอกอปุกรณ์ที่ใช้ในการทดลองได้ เด็กบอกสิ่ง ที่สังเกตเห็นจากการทดลองและ บันทึกข้อมูลด้วยตนเอง เด็กได้นำเสนอข้อมูลที่ค้นพบด้วยตนเอง ๒.๒ ด้านสังคม มีการร่วมกันทำงานกับผู้อื่น รู้จักความสามัคคี ระมัดระวังความปลอดภัยของตนเองและผู้อื่นได้ ปฎิบัติตามข้อตกลงของกลุ่มในการทำกิจกรรม มีความเป็นผู้นำและ ผู้ตามที่ดี ๒.๓ ด้านอารมณ์ – จิตใจ ร่าเริง สดชื่น แจ่มใส มีความสุขในการทำกิจกรรม มีความมั่นใจในตนเอง รู้จักการแบ่งปันและ ช่วยเหลือผู้อื่นพึงพอในในผลงานของตนอง รู้จักการเก็บรักษาสิ่งของ วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ร่วมกัน ๒.๔ ด้านการเคลื่อนไหว/ร่างกาย เด็กสามารถเคลื่อนไหว หยิบจับ และใช้อุปกรณ์การทดลองได้อย่างคล่องแคล่ว สามารถใช้มือหยิบ จับ ดินสอ สี ลากเส้น ระบายสีตามความต้องการของตนเองได้ จัดเก็บและทำความสะอาดอุปกรณ์ การบันทึกผลการ ทดลอง และนำเสนอผลการทดลองโดยการวาดภาพ
กิจกรรมที่ ๑๑ ลูกข่างหลากสี จุดประสงค์ เพื่อให้เด็กเกิดการเรียนรู้เรื่องการรับภาพจากการมองลูกข่างแผ่นซีดี ขั้นตอนการจัดกิจกรรม สนทนาพูดคุยเพื่อให้เด็กๆ ได้ทราบถึงเรื่องราวที่จะทำการทดลอง โดยได้พูดคุยถึงประสบการณ์เดิมของ เด็กๆ เกี่ยวกับการมองเห็นภาพต่างๆรอบตัวเด็ก ครูแนะนำอุปกรณ์การทดลอง ( แผ่นซีดี ลูกแก้ว กาว ดินน้ำมัน สี กระดาษ A4 ) ครูอธิบายขั้นตอนการทดลอง โดยให้เด็กระบายสีลงบนกระดาษวงกลมใช้กาวติดแผ่นซีดีกับ แผ่นกระดาษวงกลมที่ระบายสีแล้วเจาะรูบนกระดาษให้ตรงกับตำแหน่งของรูบนแผ่นซีดีลงบนพื้นวางลูกแก้วบนแผ่น ซีดี ยึดให้แน่นด้วยดินน้ำมัน ให้เด็กๆ หมุนลูกข่างแผ่นซีดีบนพื้น และสังเกตขณะแผ่นซีดีเคลื่อนไหว ครูและเด็ก ร่วมกันสรุปการทดลองเรื่องลูกข่างหลากสี เด็กบันทึกผลการทดลองด้วยการวาดภาพระบายสีและนำเสนอผลงาน วัสดุ อุปกรณ์ เด็กๆ ทำการทดลอง วาดภาพและนำเสนอผลงาน ผลงานที่สำเร็จ
ผลที่เกิดขึ้นกับเด็ก ๑. ผลที่เกิดขึ้นตามจุดประสงค์ เด็กเรียนรู้ว่าถ้ามีสีหลายสีเคลื่อนไหวและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ตาเราไม่สามารถแยกสีต่างๆ ได้ทัน จึงเห็นสีต่างๆ ผสมเป็นสีเดียวกัน ๒. พัฒนาการความสามารถพื้นฐาน และพัฒนาการของเด็กปฐมวัย ๒.๑ ด้านการเรียนรู้/ด้านภาษา/สติปัญญา เด็กได้ลงมือกระทำและทดลองด้วยตนเอง เด็กสามารถอธิบายถึงวิธีการเรียนรู้ของตนเองว่าเรียนรู้ อย่างไรและสรุปเป็นองค์ความรู้ได้ด้วยตนเอง เด็กบอกอปุกรณ์ที่ใช้ในการทดลองได้ บอกสิ่งที่สังเกตเห็นจากการ ทดลองเด็กได้พัฒนาความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการ ได้นำเสนอข้อมูลที่ค้นพบด้วยตนเอง ๒.๒ ด้านสังคม เด็กสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ สามารถแสดงความคิดเห็นของตนเองและยอมรับความคิดเห็น ของผู้อื่น เคารพข้อตกลง กฎ กติกาของห้องเรียน ๒.๓ ด้านอารมณ์ – จิตใจ ร่าเริง สดชื่น แจ่มใส มีความสุขในการทำกิจกรรม มีความมั่นใจในตนเอง รู้จักการแบ่งปันและ ช่วยเหลือผู้อื่นพึงพอในในผลงานของตนอง รู้จักการเก็บรักษาสิ่งของ วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ร่วมกัน ๒.๔ ด้านการเคลื่อนไหว/ร่างกาย เด็กสามารถเคลื่อนไหว หยิบจับ และใช้อุปกรณ์การทดลองได้อย่างคล่องแคล่ว สามารถใช้มือหยิบ จับ ดินสอ สี ลากเส้น ระบายสีตามความต้องการของตนเองได้
กิจกรรมที่ ๑๒ สนุกกับฟองสบู่ จุดประสงค์ ๑. เพื่อฝึกทักษะการสังเกตเรื่องแรงตึงผิว 2. เพื่อให้เด็กได้เรียนรู้เรื่องแรงตึงผิว 3. เพื่อให้เด็กได้เรียนรู้ว่าทำไมผิวฟองสบู่จึงมีหลายสี ขั้นตอนการจัดกิจกรรม ครูชวนเด็กสนทนาเกี่ยวประสบการณ์เวลาซักผ้า อาบน้ำเคยเห็นฟองสบู่หรือไม่ เป็นอย่างไรและสนทนา เกี่ยวกับการดูดและการเป่ามีลักษณะเหมือนกัน ต่างกันอย่างไร ครูแนะนำวัสดุ อุปกรณ์ ในการทดลองสนุกกับฟอง สบู่มาให้เด็กดู โดยใช้การเป่าเพื่อทำให้เกิดฟอง ครูให้อาสาสมัครออกมาเป่าน้ำในแก้วแล้วให้เพื่อนสังเกตว่าเป็น อย่างไร ครูนำสารลดแรงตึงผิว เช่น กลีเซอรีนหรือน้ำยาล้างจานผสมน้ำในแก้ว แล้วให้เด็กเป่า แล้วให้เพื่อนๆสังเกต ว่าเป็นอย่างไร ครูแนะนำกิจกรรมเพื่อให้เด็กทดลองด้วยตนเอง ระหว่างทำกิจกรรมครูใช้คำถามกระตุ้น ดังนี้ - เด็กๆ สังเกตฟองสบู่มีลักษณะเป็นอย่างไร (เป็นวงกลมซ้อนกัน เหมือนลำไย พวงองุ่น) - เด็กๆสังเกตเห็นอะไรในฟองสบู่ (เด็กตอบเห็นสีรุ้ง) - เด็กๆ ลองสังเกต ถ้าเราเป่าลมสั้นๆ แต่แรง กับค่อยเบาๆ ฟองสบู่จะเหมือนหรือต่างกันอย่างไร หลังจากนั้นให้เด็กบันทึกการทดลอง และนำเสนอผลงาน เด็กและครูร่วมกันสรุป ว่าน้ำประกอบด้วยโมเลกุล เล็กๆจำนวนมากซึ่งมองด้วยตาเปล่าไม่เห็นโมเลกุลของน้ำจะซ้อนทับกัน ยึดเหนี่ยวกันจับตัวเป็นผิวน้ำเมื่อหยุดเป่า ฟองก็จะหายไป เมื่อใส่สารลดแรงตึง ผิวจะทำให้ผิวน้ำยืดหยุ่นเมื่อเป่าอากาศเข้าไปจึงเป็นฟองโดยไม่แตก และจะ เห็นฟองมีสีเหมือนสีรุ้ง เพราะเกิดการหักเหของแสงและสะท้อนกับผิวฟองสบู่จึงเห็นเป็นสีหลายสี วัสดุ อุปกรณ์ เด็กๆ ทำการทดลอง วาดภาพและนำเสนอผลงาน ผลงานที่สำเร็จ
ผลที่เกิดขึ้นกับเด็ก ๑. ผลที่เกิดขึ้นตามจุดประสงค์ 1.1 เด็กสามารถสังเกต จำแนก เปรียบเทียบลักษณะของแรงตึงผิวน้ำกับน้ำที่ผสมสารลดแรง ตึงผิวได้ 1.2 เด็กเข้าใจเรื่องแรงตึงผิวน้ำเกิดจากโมเลกุลจับตัวกัน เมื่อนำสารในสบู่ กลีเซอรีนหรือน้ำยาล้างจาน ผสมกับน้ำจะช่วยทำให้ผิวน้ำยืดหยุ่นเมื่อเป่าอากาศเข้าไปจึงเห็นเป็นฟองซ้อนกัน หรือเป็นทรงกลม 1.3 เด็กเรียนรู้ว่าฟองสบู่เมื่อแสงส่องผ่านผิวฟองสบู่ แล้วเกิดการหักเหและสะท้อนกลับไปที่ผิวฟองสบู่ จึงเห็นฟองสบู่เป็นสีต่างๆ เหมือนสีรุ้ง ๒. พัฒนาการความสามารถพื้นฐาน และพัฒนาการของเด็กปฐมวัย 2.1 ด้านการเรียนรู้/ด้านภาษา/สติปัญญา ด้านการเรียนรู้ เด็กเข้าใจเรื่องแรงตึงผิวน้ำเกิดจากโมเลกุลจับตัวกัน เมื่อเด็กเป่าน้ำในแก้วพบว่า เกิดฟอง แต่พอหยุดเป่าฟองก็หาย เมื่อครูใส่กลีเซอรีนหรือน้ำยาล้างจานคนผสมน้ำในแก้ว กลีเซอรีนช่วยทำให้ผิวน้ำ ยืดหยุ่นได้ เมื่อเป่าอากาศเข้าไปจะเกิดฟองซ้อนกันหลายชั้น เมื่อเด็กทดลองทำกิจกรรมพบว่าฟองซ้อนกันเหมือน พวงองุ่น ลำไย และเห็นฟองสบู่มีหลายสีเนื่องจากแสงส่องผ่านผิวฟองสบู่แล้วเกิดการหักเหและสะท้อนกลับมาบนผิว ฟองสบู่จึงเห็นเป็นสีต่างๆ ด้านภาษา การฟัง เด็กใช้ทักษะการฟังจากสิ่งที่เพื่อนสนทนา ซักถาม โต้ตอบ การพูด ตอบคำถาม บอกเหตุจากสิ่งที่ตนเองคิด อธิบายสิ่งที่พบเห็นการอ่าน อ่านตามใบกิจกรรมที่ครูอ่านให้ฟัง การเขียน เด็กส่วนใหญ่ วาดภาพสื่อสารสิ่งได้เรียนรู้จากกิจกรรมได้ชัดเจน บางคนเขียน คล้ายตัวหนังสือ บางคนเขียนลอกข้อความได้ถูกต้อง ด้านสติปัญญา เด็กส่วนใหญ่สามารถเชื่อมโยงสิ่งที่ได้ทดลอง ลงมือทำกิจกรรมด้วยตนเองกับสิ่งที่ เกิดขึ้นและเข้าใจว่ากลีเซอรีน แชมพู น้ำยาล้างจานช่วยทำให้แรงตึงผิวน้ำทำให้ยืดหยุ่นได้ เมื่อเป่าอากาศเข้าไปใน ฟองสบู่จะเกิดเป็นรูปทรงกลม และเห็นสีเหมือนรุ้งบนผิวฟองสบู่ 2.2 ด้านสังคม เด็กๆได้ทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อน รู้จักมารยาทในการฟัง การพูด ควบคุมตนเอง ปฏิบัติตาม ข้อตกลงร่วมกันได้ เอื้อเฟื้อ แบ่งปัน รอคอยได้ รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น 2.3 ด้านอารมณ์ –จิตใจ แสดงออกทำงสีหน้ายิ้มแย้ม แจ่มใส สนุกสนาน ดีใจ ตื่นเต้น 2.4 ด้านการเคลื่อนไหว เด็กได้ใช้กล้ามเนื้อเล็ก- ใหญ่ ในการทำกิจกรรมได้อย่างคล่องแคล่ว เช่น ใช้มือหยิบจับอุปกรณ์ การทดลอง เป็นต้น
กิจกรรมที่ ๑๓ การกรองน้ำ จุดประสงค์ ๑. เพื่อให้เด็กรู้จักเปรียบเทียบขนาดใหญ่เล็ก และความแตกต่างของน้ำได้ ๒. เพื่อให้เด็กรู้จักการกรองน้ำอย่างง่ายได้ ขั้นตอนการจัดกิจกรรม สนทนาพูดคุยเพื่อให้เด็กๆ ได้ทราบถึงเรื่องราวที่จะทำการทดลอง โดยได้พูดคุยถึงประสบการณ์เดิมของ เด็กๆ ในวันฝนตก เด็ก ๆ สังเกตเห็นน้ำสกปรกไหลมารวมกันเป็นแอ่งน้ำ คุณครูเลยให้เด็กสังเกตว่าในน้ำสกปรกนั้นมี อะไรบ้าง แล้วเราจะทำน้ำสกปรกให้กลับมาสะอาดได้อีกหรือไม่ ครูให้เด็กช่วยกันทำน้ำให้สกปรก โดยใส่ดิน หิน ทราย เศษกิ่งไม้ ใบไม้ ลงในแก้วน้ำ ทดลองใช้กระชอนที่มีกรวดขนาดใหญ่ กระชอนที่มีกรวดขนาดเล็ก และกระชอน ที่มีฟองน้ำ วางไว้บนแก้ว เด็กเทน้ำในกระชอนแต่ละอันแล้วสังเกตน้ำที่ไหลลงในแก้ว เด็กเห็นว่า เราทำน้ำสกปรกให้ สะอาดได้ ด้วยการช้อนสิ่งสกปรกที่ลอยอยู่ในน้ำออก ถ้าสิ่งสกปรกลงไปอยู่ก้นแก้ว ก็จะใช้วิธีเทน้ำผ่านกระชอนที่มี กรวดขนาดใหญ่ กระชอนที่มีกรวดขนาดเล็ก และกระชอนที่มีฟองน้ำ ยิ่งมีความละเอียดมากเท่าใด น้ำที่กรองได้ก็จะ ยิ่งสะอาด วัสดุ อุปกรณ์ เด็กๆ ทำการทดลอง วาดภาพและนำเสนอผลงาน ผลงานที่สำเร็จ
ผลที่เกิดขึ้นกับเด็ก ๑. ผลที่เกิดขึ้นตามจุดประสงค์ ๑.๑ เด็กสามารถเปรียบเทียบขนาดใหญ่เล็ก และความแตกต่างของน้ำจากการทดลองได้ ๑.๒ เด็กรู้จักการกรองน้ำอย่างง่าย และทำการทดลองได้ ๒. พัฒนาการความสามารถพื้นฐาน และพัฒนาการของเด็กปฐมวัย ๒.๑ ด้านการเรียนรู้/ด้านภาษา/สติปัญญา เด็กได้ลงมือกระทำและทดลองด้วยตนเอง เด็กสามารถอธิบายถึงวิธีการเรียนรู้ของตนเองว่าเรียนรู้ อย่างไรและสรุปเป็นองค์ความรู้ได้ด้วยตนเอง เด็กบอกอปุกรณ์ที่ใช้ในการทดลองได้ บอกสิ่งที่สังเกตเห็นจากการ ทดลองเด็กได้พัฒนาความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการ ได้นำเสนอข้อมูลที่ค้นพบด้วยตนเอง ๒.๒ ด้านสังคม เด็กสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ สามารถแสดงความคิดเห็นของตนเองและยอมรับความคิดเห็น ของผู้อื่นเคารพข้อตกลง กฎ กติกาของห้องเรียน ๒.๓ ด้านอารมณ์ – จิตใจ ร่าเริง สดชื่น แจ่มใส มีความสุขในการทำกิจกรรม มีความมั่นใจในตนเอง รู้จักการแบ่งปันและ ช่วยเหลือผู้อื่นพึงพอในในผลงานของตนอง รู้จักการเก็บรักษาสิ่งของ วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ร่วมกัน ๒.๔ ด้านการเคลื่อนไหว/ร่างกาย เด็กสามารถเคลื่อนไหว หยิบจับ และใช้อุปกรณ์การทดลองได้อย่างคล่องแคล่ว สามารถใช้มือหยิบ จับ ดินสอ สี ลากเส้น ระบายสีตามความต้องการของตนเองได้
กิจกรรมที่ ๑๔ ภูเขาไฟระเบิด จุดประสงค์ เพื่อให้เด็กสามารถรับรู้และเข้าใจเรื่อง การเกิดของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ขั้นตอนการจัดกิจกรรม ครูและเด็กจัดเตรียมอุปกรณ์การทดลอง แบ่งกลุ่มเด็กจำนวนเท่าๆ กัน ๔ กลุ่ม เด็กและครูร่วมกันสนทนาถึง เหตุการณ์ชีวิตประจำวัน ข่าวสารจากโทรทัศน์เรื่องภูเขาไฟระเบิด มันเป็นอย่างไร ทำไมภูเขาไฟจึงระเบิด เด็กๆ อยากทราบสาเหตุของการเกิดภูเขาไฟระเบิดและอยากทดลองหรือไม่ เป็นคำถามที่กระตุ้นทำให้เด็กเกิดความอยากรู้ ให้แต่ละกลุ่มส่งตัวแทนออกมารับวัสดุ อุปกรณ์การทดลอง ครูสาธิตการปั้นภูเขาไฟจำลองด้วยดินน้ำมันให้แต่ละกลุ่ม ช่วยกันปั้นดินน้ำมันให้เป็นภูเขาไฟ เทเบกกิงโซดาลงในปล่องภูเขาไฟจำลองที่เด็กๆ สร้างขึ้น หยดน้ำยาล้างจาน หยดสีผสมอาหารลงไปจากนั้นให้แต่ละกลุ่มหยดน้ำมะนาวลงไปแล้วสังเกตการทดลอง วัสดุ อุปกรณ์ เด็ก ๆ ทำการทดลอง วาดภาพและนำเสนอผลงาน ผลงานที่สำเร็จ