The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ประชุมนวัตกรรม ครั้งที่ 14 ล่าสุด

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Jameson Klangprapan, 2022-07-06 09:12:31

ประชุมนวัตกรรม ครั้งที่ 14 ล่าสุด

ประชุมนวัตกรรม ครั้งที่ 14 ล่าสุด

48

ขั้นที่ 2 ขั้นตอนการปฏิบัติตามแผน (Do) นำรูปแบบการประเมินลักษณะของเสมหะในผู#ปrวยวิกฤต เพื่อเฝ°าระวัง การติด
เชื้อทำงเดินหายใจไปให#พยาบาลวิชาชีพในงานห#องผู#ปrวยหนักศัลยกรรม โรงพยาบาลนครปฐมจำนวน 15 คนใช#งานจริง โดยกCอน
เริม่ ใช#งานจะมีการชแ้ี จงรายละเอยี ด และสาธิตวิธกี ารใชง# านจนเกิดความเขา# ใจ หลังจากนัน้ จะมีการนเิ ทศและติดตาม การใช#งาน

จากหวั หน#างานและคณะผู#จดั ทำ เพื่อสCงเสรมิ การปฏบิ ัติตามรูปแบบทวี่ างแผนไว#
ขั้นที่ 3 ขั้นตอนการตรวจสอบ (Check) โดยวัดผลลัพธ5จากจำนวนครั้งความครบถ#วนในการบันทึกข#อมูลเกี่ยวกับลักษณะ

ของเสมหะในบันทึกทำงการพยาบาล (Nurse’s note) และประเมินความพึงพอใจของพยาบาลวิชาชีพตCอการใช#รูปแบบการ
ประเมนิ ลักษณะของเสมหะ รวมถึงปญm หาและข#อเสนอแนะตCาง ๆ

ขั้นที่ 4 ขั้นตอนการปรับแก#ไขกระบวนการ (Action) นำผลการประเมินและข#อเสนอแนะที่ได#จากการใช#รูปแบบการ

ประเมินลักษณะของเสมหะในผู#ปrวยวิกฤต เพื่อเฝ°าระวังการติดเชื้อทำงเดินหายใจมาปรับปรุงแก#ไขให#ได#มาตรฐาน มีความ ถูกต#อง
ตามหลักวิชาการ และมีความเสมือนจริง อีกทั้งนำกลับมาใช#ใหมC (Re-implementation) เพื่อให#เกิดวงล#อแหCงการพัฒนำ จน

บรรลวุ ัตถปุ ระสงคท5 กี่ ำหนดไว#

5. รายละเอยี ดและวธิ ีการใชง2 านนวตั กรรม
5.1 การใชง2 านนวตั กรรม
นำรูปแบบการประเมินลักษณะของเสมหะในผู#ปrวยวิกฤต เพื่อเฝ°าระวังการติดเชื้อทำงเดินหายใจดังแสดงในภาพที่ 2 ให#

พยาบาลวิชาชีพในงานห#องผู#ปrวยหนักศัลยกรรม โรงพยาบาลนครปฐมทุกคนใช#เปfนแนวทำงในการประเมินลักษณะของเสมหะใน
ผู#ปrวยทุกรายที่ใช#เครื่องชCวยหายใจ โดยมีการบันทึกและสCงตCอข#อมูลตCอท#ายปmญหาเรื่องการหายใจเกี่ยวกับสี ลักษณะ ความเหนียว
ข#น และปริมาณของเสมหะที่ดูดได#ทุกเวร ถ#าพบการเปลี่ยนแปลงของเสมหะตามเกณฑ5การเฝ°าระวังการติดเชื้อ ให#รายงานข#อมูลท่ี
พบใหแ# พทยร5 ับทราบตอC ไป

รูปแบบการประเมินลักษณะของเสมหะในผู>ปวW ยวิกฤต เพื่อเฝาZ ระวงั การติดเชื้อทำงเดนิ หายใจ

1) สีเสมหะ รายงานแพทยFและติดตามการติดเช้ือ หนอง
เขยี ว
ประเมินอาการเปลย่ี นแปลงและเฝZาระวงั การติดเชือ้
ไมม; ี ขาวใส ขาวข;ุน เหลืองนวล เหลอื งเข>ม

2) ลกั ษณะของเสมหะ

ตรวจสอบอุณภูมแิ ละความชืน้ ข>น
เหนียว
มาก: ตั้งแต; 1 สายขน้ึ ไปให>ระบจุ ำนวนสาย
3) ปริมาณของเสมหะ พอควร: ประมาณ ½ สาย

เลก็ นอ> ย: ติดปลายสาย

4) ตัวอย;างการบนั ทกึ ข>อมลู

***ตอ; ท>ายการประเมนิ ในปญ` หาเรือ่ งการหายใจ*** เชน; ในเวร Suction ได>เสมหะสเี หลือง ลกั ษณะข>น จำนวน 2 สาย

49

ภาพที่ 2 รูปแบบการประเมนิ ลักษณะของเสมหะในผู#ปวr ยวิกฤต เพือ่ เฝา° ระวงั การติดเชอ้ื ทำงเดนิ หายใจ
ท่มี า: นรินทร5 พิพัฒนวรคุณ, 2565

5.2 ภาพการดำเนนิ การ

ภาพท่ี 3 การชแี้ จงรายละเอยี ดการใชร# ปู แบบการประเมินลักษณะของเสมหะ
ทีม่ า: นรินทร5 พพิ ัฒนวรคณุ , 2565

ภาพที่ 4 การใชร# ูปแบบการประเมินลักษณะของเสมหะ
ทม่ี า: นรินทร5 พพิ ัฒนวรคุณ, 2565

50

ภาพที่ 5 การนิเทศและติดตามการใชร# ปู แบบการประเมินลกั ษณะของเสมหะจากหวั หน#างาน
ท่มี า: นรนิ ทร5 พิพัฒนวรคุณ, 2565

5.3 การประเมินผล
ภายหลังการใช#รูปแบบการประเมินลักษณะของเสมหะในผู#ปrวยวิกฤต เพื่อเฝ°าระวังการติดเชื้อทำงเดินหายใจจะมี
การประเมินผลลพั ธแ5 ละความพึงพอใจ ดงั น้ี
1) ประเมินความครบถ#วนในการบันทึกข#อมูลเกี่ยวกับลักษณะของเสมหะในบันทึกทำงการพยาบาล (Nurse’s note)
โดยใช#แบบสังเกตการบันทึกข#อมูลในเวชระเบียนเกี่ยวกับสี ลักษณะความเหนียวข#น และปริมาณของเสมหะที่ดูดได#ในแตCละคร้ัง
แปลผลขอ# มูล ดังนี้

- การบนั ทึกขอ# มูลทคี่ รบถ#วนตามเกณฑไ5 ด# 1 คะแนน
- กรณที ีบ่ ันทกึ ไมคC รบถว# นหรือไมไC ดบ# ันทกึ ขอ# มลู ได# 0 คะแนน
2) ประเมินผลความพึงพอใจของพยาบาลวิชาชีพตCอการใช#รูปแบบการประเมินลักษณะของเสมหะในผู#ปrวยวิกฤต
เพื่อเฝ°าระวังการติดเชื้อทำงเดินหายใจ โดยใช#แบบประเมินความพึงพอใจจำนวน 5 ด#าน แบCงมาตรวัดออกเปfน 5 ระดับ คือ
1) เห็นด#วยน#อยที่สุด 2) เห็นด#วยน#อย 3) เห็นด#วยปานกลาง 4) เห็นด#วยมาก และ5) เห็นด#วยมากที่สุด แปลผลความพึงพอใจ
จากคCาเฉล่ยี ดงั นี้
4.50-5.00 หมายถึง ดีมาก
3.50-4.49 หมายถึง ดี
2.50-3.49 หมายถงึ ปานกลาง
1.50-2.49 หมายถงึ พอใช#
1.00-1.49 หมายถงึ ควรปรับปรงุ
การวเิ คราะห5ขอ# มูลในการศึกษานใ้ี ช#โปรแกรมคอมพวิ เตอร5สำเร็จรูป ดังนี้
1) ข#อมูลความครบถ#วนในการบันทึกข#อมูลเกี่ยวกับสี ลักษณะความเหนียวข#น และปริมาณของเสมหะที่ดูดได#นับเปfน
จำนวนครั้ง โดยวเิ คราะห5หาคCาความถ่ี (Frequency) และคCาร#อยละ (Percentage)

51

2) ข#อมูลความพึงพอใจของพยาบาลวิชาชีพตCอการใช#รูปแบบการประเมินลักษณะของเสมหะในผู#ปrวยวิกฤต เพื่อเฝ°าระวัง

การติดเชื้อทำงเดินหายใจจำนวน 5 ด#านแตCละด#านมีคะแนน 1-5 คะแนน วิเคราะห5หาคCาเฉลี่ย (x̅) สCวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (SD)
และรอ# ยละ (Percentage)

6. ผลการทดลองใชน2 วัตกรรมและการอภปิ รายผล

การพัฒนำรูปแบบการประเมินลักษณะของเสมหะในผู#ปrวยวิกฤต เพื่อเฝ°าระวังการติดเชื้อทำงเดินหายใจนี้ ดำเนินการ
ตั้งแตCเดือนเมษายนถึงเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2565 ผลการศึกษานำเสนอในรูปแบบของการบรรยายประกอบตารางแบCงเปfน

2 สวC น ตามลำดับ ดงั นี้
สCวนที่ 1 ข#อมูลความครบถ#วนในการบันทึกข#อมูลเกี่ยวกับสี ลักษณะความเหนียวข#น และปริมาณของเสมหะที่ดูดได#

อยCางครบถ#วนในบันทึกทำงการพยาบาล (Nurse’s note) พบวCา พยาบาลวิชาชีพในหนCวยงานจำนวน 15 คนมีการบันทึกข#อมูล

ตามรูปแบบท่ีครบถ#วนเพิ่มขนึ้ จากรอ# ยละ 40.0 เปนf ร#อยละ 84.0 ดังแสดงในตารางที่ 1

ตารางที่ 1 จำนวน และร#อยละความครบถ#วนในการบนั ทึกลักษณะเสมหะตามเกณฑ5ทีก่ ำหนด (n = 50)

รายการประเมิน กFอนใชน2 วัตกรรม หลังใช2นวัตกรรม
จำนวน (ครัง้ ) รอ2 ยละ จำนวน (ครง้ั ) ร2อยละ

การบนั ทึกลกั ษณะเสมหะท่คี รบถว# น 20/50 40.0 42/50 84.0

สCวนท่ี 2 ขอ# มูลความพงึ พอใจของพยาบาลวชิ าชีพตอC การใชร# ปู แบบการประเมนิ ลักษณะของเสมหะในผูป# วr ยวิกฤต พบวCา
พยาบาลวิชาชีพสCวนใหญCมีความพึงพอใจตCอการใช#รูปแบบการประเมินลักษณะของเสมหะในผู#ปrวยวิกฤต เพื่อเฝ°าระวังการติดเช้ือ

ทำงเดินหายใจที่พัฒนำขึ้นอยูCในระดับดีมาก มีคะแนนเทCากับ 4.80 (คะแนนเต็ม 5) คิดเปfนร#อยละ 96.00 และคะแนนเฉล่ีย
ความพึงพอใจโดยรวมอยูใC นระดบั ดีมาก ซง่ึ มคี ะแนนเฉลี่ยเทาC กบั 4.67 (คะแนนเตม็ 5) คิดเปfนรอ# ยละ 93.33 ดังแสดงในตารางท่ี 2

ตารางที่ 2 ความพงึ พอใจของพยาบาลวชิ าชีพตอC การใชร# ูปแบบการประเมนิ ลกั ษณะของเสมหะในผูป# rวยวิกฤต เพอื่ เฝา° ระวัง

การติดเชื้อทำงเดนิ หายใจ (n = 15)

ลำดับ ขอ2 คำถาม คะแนนทไ่ี ด2 ระดับ
x̅ SD ร2อยละ

1 รปู แบบการประเมินลกั ษณะของเสมหะนท้ี ำให#ทCาน 4.60 0.51 92.00 ดมี าก

ประเมินลกั ษณะเสมหะได#อยาC งถกู ตอ# ง

2 รปู แบบการประเมนิ ลกั ษณะของเสมหะนี้ทำใหท# าC นมี 4.80 0.41 96.00 ดีมาก

การบนั ทึกและสงC ตอC ข#อมูลท่ีครบถว# น

3 รูปแบบการประเมินลักษณะของเสมหะนี้ใชง# านงCาย 4.53 0.64 90.67 ดีมาก

สร#างความสะดวกในการทำงาน

52

4 รูปแบบการประเมินลกั ษณะของเสมหะสามารถ 4.60 0.51 92.00 ดมี าก

นำไปใชง# านไดจ# ริง

5 ทCานมีความพึงพอใจตอC การใช#รปู แบบการประเมนิ 4.80 0.41 96.00 ดีมาก

ลกั ษณะของเสมหะ

คาC เฉล่ียความพงึ พอใจโดยรวม 4.67 0.45 93.33 ดีมาก

การพัฒนำรูปแบบการประเมินลักษณะของเสมหะในผู#ปrวยวิกฤต เพื่อเฝ°าระวังการติดเชื้อทำงเดินหายใจเปfนนวัตกรรม

ทำงการพยาบาลแบบมีสCวนรCวมที่สร#างขึ้นตามกระบวนการ PDCA เพื่อเฝ°าระวังการเปลี่ยนแปลงที่บCงบอกถึงการติดเชื้อในระบบ
ทำงเดินหายใจแตCเริ่มแรก (Early warning signs) และยังชCวยเพิ่มประสิทธิภาพในการสื่อสารและการสCงตCอข#อมูลของพยาบาล

ในหนCวยงานให#มีความถูกต#อง ครบถ#วน ตCอเนื่อง และเปfนมาตรฐานเดียวกัน [8] อีกทั้งยังใช#เปfนข#อมูลในการรายงานแพทย5 [7]
เพื่อให#ผู#ปrวยได#รับการดูแล วินิจฉัย และได#รับการรักษาที่ทันทCวงที จากการประเมินบันทึกทำงการพยาบาล (Nurse’s note)
ในประเด็นปmญหาเกี่ยวกับการหายใจ พบวCา พยาบาลวิชาชีพในหนCวยงานมีการบันทึกข#อมูลเกี่ยวกับลักษณะของเสมหะที่ครบถ#วน

ตามรูปแบบที่กำหนดเพิ่มขึ้นเปfนร#อยละ 84.00 และมีความพึงพอใจตCอการใช#รูปแบบการประเมินลักษณะของเสมหะในระดับ
ดีมาก โดยให#เหตุผลวCารูปแบบการประเมินลักษณะของเสมหะดังกลCาวมีเกณฑ5การประเมินที่ชัดเจน ใช#งานงCาย ทำให#สามารถ

ประเมิน บันทึกผล และสCงตCอข#อมูลเกี่ยวกับลักษณะของเสมหะได#อยCางถูกต#อง ซึ่งสามารถนำไปใช#งานได#จริงทำงคลินิก รวมท้ัง
ชิ้นงานนวัตกรรมมีราคาถูก สามารถใช#งานได#นำน ราคาเฉลี่ยชิ้นละ 10 บาท ซึ่งมีความคุ#มคCาและเกิดประโยชน5ตCอการดูแลผู#ปrวย
เพื่อเฝ°าระวังการติดเชื้อทำงเดินหายใจ ซึ่งเปfนปmญหาที่พบได#บCอยและสCงผลกระทบที่รุนแรงตCอตัวผู#ปrวย รวมทั้งยังมีข#อเสนอแนะ

ให#กำหนดเปfนแนวทำงของหนCวยงาน เพื่อใช#ในการดูแลผู#ปrวยวิกฤตทุกรายที่ใช#เครื่องชCวยหายใจ โดยพัฒนำให#มีรูปแบบ
การประเมนิ ลกั ษณะของเสมหะให#มีความถูกตอ# งตามหลกั วิชาการ และมีความเสมือนจรงิ ตอC ไป

7. ข2อเสนอแนะ

1. ควรมีป°ายเตอื นท่ีเดนC ชัดเมื่อลกั ษณะของเสมหะเปลี่ยนแปลงไป เพ่อื เตอื นวCาจะต#องรายงานอาการใหแ# พทยร5 ับทราบ
2. ควรกำหนดให#ใช#เปfนแนวทำงในการดูแลผู#ปrวยทุกรายที่ใช#เครื่องชCวยหายใจ และจัดทำเปfนป°ายสำหรับติดหน#า Chart
เพ่ือความสะดวกในการใช#งาน

3. ควรมีการพัฒนำรูปแบบนวัตกรรมให#สอดคล#องกับหลักฐานเชิงประจักษ5 รวมทั้งมีการปรึกษาผู#เชี่ยวชาญเฉพาะด#าน
เพ่อื ให#ไดร# ปู แบบการประเมนิ ลกั ษณะของเสมหะในผู#ปrวยวกิ ฤตที่ครบทกุ ลักษณะ และมคี วามเสมอื นจรงิ มากยิ่งขึ้นในอนำคต

4. ควรนำไปเผยแพรCและใช#ในหนCวยงานอื่น ๆ ของโรงพยาบาล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเฝ°าระวังการติดเชื้อในระบบ
ทำงเดินหายใจตอC ไป

53

8. เอกสารอ2างอิง
[1] ยุทธพิชัย โพธิ์ศรี, ปรางทิพย5 ฉายพุทธ, อรพรรณ โตสิงห5 และ สรชัย ศรีสุมะ. (2564). ปmจจัยทำนำยความต#องการใช#
เคร่ืองชวC ยหายใจในผป#ู rวยวกิ ฤตศลั ยกรรม. วารสารสภาการพยาบาล, 36 (3), 118-33.
[2] นรินทร5 พิพัฒนวรคุณ, ปรางทิพย5 ฉายพุทธ, วิราพรรณ วิโรจน5รัตน5 และ วัลย5ลดา ฉันท5เรืองวณิชย5. (2564). ปmจจัย
ทำนำยภาวะไตบาดเจ็บเฉียบพลันในผปู# rวยสูงอายวุ ิกฤตหลงั ผาC ตัดที่ไมใC ชCระบบหัวใจ. วารสารสภาการ
พยาบาล, 36 (4), 114-30.
[3] วุฒิชัย สมกิจ. (2564). อุบัติการณ5 ปmจจัยที่มีความสัมพันธ5และเปรียบเทียบผลกระทบจากการเกิดภาวะปอดอักเสบ
จากการใชเ# คร่อื งชCวยหายใจในผู#ปวr ยเด็กและวยั รCนุ ท่ีมกี ารบาดเจ็บสมอง. วารสารสภาการพยาบาล, 36
(1), 89-109.
[4] Channa, S., Gale, N., Lai, E., Hall, L., Quinn, M., & Turner, A. M. (2021). Colour vision deficiency and
sputum colour charts in COPD patients: An exploratory mixed-method study. Primary Care
Respiratory Medicine, 31 (13), 1-6. doi:org/10.1038/s41533-021-00225-z.
[5] Reychler, G., Andre, E., Couturiaux, L., Hohenwarter, K., Liistro, G., Pieters, T., & Robert, A. (2016).
Reproducibility of sputum color evaluation depends on the category of caregivers. Respiratory
Care, 61 (7), 936-42. doi: 10.4187/respcare.04547.
[6] สุวีณา เบาะเปลี่ยน, อริสรา อยูCรุCง, แอน ไทยอุดม, เนตรดาว ชัชวาล และ ชยุตรา สุทธิลักษณ5. (2561). การพัฒนำหุCน
ฝºกทกั ษะการดูดเสมหะทำงทอC ชวC ยหายใจและทCอหลอดลมคอ: นวัตกรรมการศกึ ษาทำงการพยาบาล.
วารสารพยาบาลทหารบก, 19 (3), 62-70.
[7] ดวงเดือน รัตนะมงคลกุล, นปภัช ทองคำวงศ5 และ ประพันธ5 เพชรเลิศหิรัญกุล (2563). แนวทำงการดูดเสมหะใน
ผ#ใู หญทC ่ีใสทC อC ชวC ยหายใจ. วารสารการแพทย1และวิทยาศาสตรส1 ขุ ภาพ, 27 (3), 145-56.
[8] อรวรรณ ณ ลำปาง และดอกไม# บุตรดา. (2564). การพัฒนำคุณภาพการบันทึกทำงการพยาบาล งานการพยาบาล
ผู#ปrวยอุบัติเหตุฉุกเฉินและนิติเวช โรงพยาบาลบางกรวย. วารสารวิจัยการพยาบาลและการสาธารณสุข,
1 (3), 31-44.
[9] งานห#องผู#ปrวยหนกั ศลั ยกรรม โรงพยาบาลนครปฐม. (2564). สถติ กิ ารติดเช้ืองานหอ2 งผป2ู sวยหนกั ศลั ยกรรม
โรงพยาบาลนครปฐม ปÜงบประมาณ 2562-2564. นครปฐม: โรงพยาบาลนครปฐม.

54

รปู แบบการปอr งกันการแพร;กระจำยเชือ้ โรคโควิด 19 ในบุคลากรทำงการแพทย?
โดยพยาบาลผ3ูควบคุมการตดิ เชอื้

สภุ าพ ล้มิ เจริญ, ปาลิดา นราวุฒิพร, นิราภร ศรพี รมมา
งานป~องกนั และควบคุมการตดิ เช้ือโรงพยาบาลนครปฐม
ผfูรบั ผดิ ชอบบทความ: [email protected]

บทคัดยอF

ในสถานการณ5การแพรรC ะบาดของโรคโควิด 19 โรงพยาบาลนครปฐมรับดูแลผู#ปrวยโรคโควดิ 19 รายแรกของประเทศไทย
ซึ่งขณะนั้นบุคลากรทำงการแพทย5ยังไมCมีความรู#ในการดูแลผู#ปrวยโรคโควิด 19 และการป°องกันการแพรCกระจำยเชื้อของโรควิด 19
ทำให#เกิดความวิตกกังวล พยาบาลควบคุมการติดเชื้อจึงมีบทบาทสำคัญในการกำกับดูแลให#บุคลากรทำงการแพทย5สามารถ
ปฏิบัติการป°องกันการแพรCกระจำยเชื้อได#อยCางถูกต#องและไมCเกิดการติดเชื้อจากการปฏิบัติงาน ซึ่งในเวลาตCอมาสถานการณ5การ
แพรCระบาดของโรคโควิด 19 รุนแรงขึ้น โรงพยาบาลนครปฐมซึ่งอยูCในพื้นที่สีแดง ต#องรองรับผู#ปrวยจำนวนมากทั้งในจังหวัด
นครปฐมและจังหวัดใกล#เคียง มีการปรับให#หลายหนCวยงานต#องมีหน#าที่ดูแลผู#ปrวยโรคโควิด 19 แตบC ุคลากรทำงการแพทย5สCวนใหญC
มีความวิตกกังวลและขาดความมั่นใจในการปฏิบัติงาน ความต#องการให#มีพยาบาลควบคุมการติดเชื้อชCวยในการกำกับดูแลเพ่ือ
ป°องกันการแพรCกระจำยเชื้อมีมากขึ้น ทีมผู#บริหารเห็นความสำคัญของการกำกับดูแลให#บุคลากรทำงการแพทย5สามารถปฏิบัติการ
ป°องกันการแพรCกระจำยเชื้อได#อยCางถูกต#องตามแนวปฏิบัติการป°องกันและควบคุมการติดเชื้อโรคโควิด 19 (งานป°องกันและควบคุม
การติดเชื้อโรงพยาบาลนครปฐม, 2563) จึงได#คิดนวัตกรรม “Infection Controlling Nurse Model (ICNM)” หรือ “รูปแบบการ
ป°องกันการแพรCกระจำยเชื้อโรคโควิด 19 ในบุคลากรทำงการแพทย5โดยพยาบาลผู#ควบคุมการติดเชื้อ” โดยใช#กระบวนการพัฒนำ
(ตามขั้นตอน plan do check act) 2 วงรอบเพื่อชCวยเพิ่มความมั่นใจ ลดความวิตกกังวลของบุคลากรทำงการแพทย5ให#สามารถ
ปฏบิ ตั กิ ารปอ° งกนั การแพรกC ระจำยเชื้อได#อยCางถูกต#อง ผลการใช#นวัตกรรม พบวCา บุคลากรทำงการแพทยม5 คี วามรเ#ู รอ่ื งโรคโควดิ 19
และสามารถปฏิบัติตามหลักการป°องกันการแพรCกระจำยเชื้อได#ถูกต#อง ร#อยละ 92.1 ทั้งนี้การปฏิบัติตามหลักการป°องกันการแพรC
กระจำยเชื้อที่บุคลากรทำงการแพทย5สCวนใหญCยังปฏิบัติไมCถูกต#อง ได#แกC การดูแลผู#ปrวยสงสัยโรคโควิด 19 (PUI) มากกวCา 1 รายไมC
จำเปfนต#องเปลี่ยน PPE รอ# ยละ 21.3 และการเคลอ่ื นยา# ยผป#ู วr ยโรคโควดิ 19 ทอ่ี าการไมหC นกั สามารถใหผ# ป#ู วr ยเดนิ ไปเองได# รอ# ยละ
19.1 และพบวCา ในภาพรวมบุคลากรทำงการแพทย5สCวนใหญCมีความพึงพอใจในการปฏิบัติหน#าที่ของพยาบาลผู#ควบคุมการติดเช้ือ
(Controller) ในระดับมากและมากที่สุด คือ ได#รับความชCวยเหลือจากพยาบาลผู#ควบคุมการติดเชื้อ (Controller) ตรงตามที่
คาดหวังร#อยละ 97.6 พยาบาลผู#ควบคุมการติดเชื้อ(Controller) มีมนุษยสัมพันธ5ในการสื่อสาร/ประสานงานร#อยละ 95.8 และรู#สึก
ม่ันใจในการปฏบิ ตั งิ านหากมีพยาบาลผู#ควบคุมการตดิ เช้ือ (Controller) ร#อยละ 95.8
คำสำคญั : รปู แบบการป°องกนั การแพรCกระจำยเช้ือโรคโควดิ 19, บุคลากรทำงการแพทย,5 พยาบาลผ#ูควบคุมการติดเช้อื

55

1. ความเปน£ มาและความสำคญั ของปญQ หา
โรคโควิด 19 เกิดจากเชื้อ Severe Acute Respiratory Syndrome Coronavirus (SARS-CoV-2) ซึ่งมีการระบาดอยCาง

รุนแรงทั่วโลก เนื่องจากเชื้อสามารถติดตCอได#งCายและรวดเร็ว เปfนสาเหตุการเสียชีวิตของผู#ติดเชื้อจำนวนมาก โดยการระบาดมี
แนวโน#มเพิ่มขึ้นอยCางตCอเนื่อง องค5การอนำมัยโลกได#ประกาศเปfนการระบาดใหญCทั่วโลก (pandemic coronavirus) เมื่อวันที่ 10
มีนำคม พ.ศ. 2563 จากข#อมูลขององค5การอนำมัยโลกในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2564 พบจำนวนผู#ปrวยโรคโควิด 19 รายใหมCทั่วโลก
มากกวCา 3.4 ล#านคน และมีผู#เสียชีวิตรายสัปดาห5ประมาณ 57,000 ราย ปmจจุบันพบผู#ปrวยโรคโควิด 19 มากกวCา 190 ล#านคน และ
จำนวนผู#เสียชีวิตมากกวCา 4 ล#านคน เมื่อพิจารณาในแตCละภูมิภาค พบวCามีอุบัติการณ5ของการติดเชื้อโรคโควิด 19 เพิ่มขึ้น เชCน
ภูมิภาคแปซิฟ∞กตะวันตก ภูมิภาคยุโรป ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต#ภูมิภาคเมดิเตอร5เรเนียนตะวันออก ภูมิภาคเอเชียตะวันออก
เฉียงใต# และภูมิภาคแปซิฟ∞กตะวันตก พบอุบัติการณ5ของการติดเชื้อโรคโควิด 19 ร#อยละ 30, 21, 16, 15, 12 และ 10 ตามลำดับ
(World Health Organization [WHO], 2021) โดยประเทศท่มี ีอัตราการเสียชวี ติ มากท่สี ุด 5 อันดับแรก ไดแ# กC บราซลิ โคลอมเบีย
อาร5เจตินำ เม็กซิโก สหรัฐอเมริกา อัตราการเสียชีวิตคิดเปfน 259.19, 234.08, 229.37, 186.26 และ 185.89 ตCอแสนประชากร
(Johns Hopkins University [JHU], 2021) สำหรับประเทศไทย ข#อมูล ณ วันที่ 31 กรกฎาคม 2564 พบผู#ปrวยเพิ่ม 18,912 ราย
ผปู# rวยทั้งหมด 597,287 ราย กำลังรกั ษาอยูC 200,510 ราย เสียชีวิต 4,857 ราย (กรมควบคุมโรค, 2564)

โรคโควิด 19 สามารถแพรCกระจำยได#งCายโดยการสูดดมละอองฝอยขนำดใหญC (droplet transmission) จากการไอ จำม
น้ำมูก น้ำลาย ซึ่งละอองฝอยจะมีขนำดใหญC ลอยอยูCในอากาศได#ไมCนำน และแพรCไปได#ไมCไกล โดยประมาณ 1 เมตร แตCฝอยละออง
ที่มีขนำดเล็ก (เส#นผCานศูนย5กลางน#อยกวCา 5 ไมครอน) สามารถลอยอยูCในอากาศได#นำนถึง 3 ชั่วโมง (Lotfi, 2020) และสามารถ
แพรCกระจำยได#จากการสัมผัสโดยตรง (direct contact) หรือโดยอ#อมผCานพื้นผิวหรือสิ่งแวดล#อมที่ปนเปæ¿อน (indirect contact)
โดยมือที่สัมผัสกับเยื่อเมือก เชCน ตา จมูก หรือปาก จึงกCอให#เกิดโรคโควิด 19 ได# ทั้งนี้เชื้อโรคโควิด 19 สามารถเจริญเติบโตและมี
ระยะเวลาคงชีพอยูCบนพื้นผิว สิ่งแวดล#อมที่แตกตCางกัน จากการศึกษาในประเทศจีนพบวCา เชื้อสามารถคงชีพอยูCบนพื้นผิวที่เปfน
กระดาษในระยะเวลา 30 นำที พื้นผิวไม# ระยะเวลา 1 วัน แก#วและธนบัตรคงชีพได#ในระยะเวลานำน 2 วัน สแตนเลสและพลาสติก
ระยะเวลานำน 4 วัน และสามารถคงชีพบริเวณหน#ากากอนำมัยได#นำนมากวCา 7 วัน ตามลำดับ นอกจากนี้เชื้อจะมีความคงทนตCอ
สภาพอากาศที่มีอุณหภูมิต่ำ โดยสามารถคงชีพที่อุณหภูมิต่ำกวCา 4 องศาเซลเซียส ได#นำนมากกวCา 14 วัน และเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น
เชื้อก็จะมีโอกาสรอดชีพต่ำลง โดยพบวCาที่อุณหภูมิ 70 องศาเซลเซียส เชื้อสามารถมีชีวิตรอดได#เพียง 1 นำที (Chen et al., 2020)
ด#วยความสามารถในการคงชีพในสิ่งแวดล#อมที่แตกตCางกัน จึงทำให#เชื้อมีโอกาสที่จะแพรCกระจำยได#งCาย ทำให#จำนวนผู#ติดเชื้อเพิ่ม
สูงขน้ึ มผี ปู# rวยเขา# รบั การรักษาในโรงพยาบาลมากขึ้น อาการปวr ยรุนแรงมากขึน้ และอัตราการเสียชีวติ เพ่มิ ขน้ึ

จากสถานการณ5การแพรCระบาดของโรคโควิด 19 บุคลากรทำงการแพทย5เปfนกลุCมที่มีความเสี่ยงตCอการติดเชื้อโรคโควิด
19 เปfนอยCางมาก เนื่องจากเปfนผู#ที่มีความใกล#ชิดกับผู#ปrวยเปfนเวลานำน และต#องเผชิญกับแรงกดดันอยCางมากในการปฏิบัติงาน
และหากบุคลากรทำงการแพทย5เกิดการติดเชื้อหรือเปfนผู#สัมผัสเสี่ยงสูงต#องได#รับการกักตัว สCงผลให#เกิดการขาดแคลนอัตรากำลังใน
การปฏิบัติงาน จากที่กลCาวมาจะเห็นได#วCาการแพรCระบาดของโรคโควิด 19 สCงผลตCอบุคลากรทำงการแพทย5ทั้งด#านรCางกายและ
จิตใจ จากการศึกษาในประเทศออสเตรเลียพบอัตราการติดเชื้อในบุคลากรทำงการแพทย5 90 ตCอแสนประชากร โดยพบวCาบุคลากร
ทำงการแพทย5มีโอกาสเสี่ยงตCอการสัมผัสผู#ปrวยโรคโควิด 19 เพิ่มขึ้น 2.69 เทCา (Quigley et al., 2021) และจากการทบทวน
วรรณกรรมอยCางเปfนระบบพบวCาบุคลากรทำงการแพทย5ที่ติดเชื้อโรคโควิด 19 ร#อยละ 15.1 ต#องเข#ารับการรักษาในโรงพยาบาล
และเสยี ชีวติ ร#อยละ 1.5 (Gholami et al., 2021) สำหรับประเทศไทย

56

พบวาC บุคลากรทำงการแพทยต5 ิดเชอื้ รวม 6,882 คน คิดเปนf รอ# ยละ 0.41 ของผตู# ดิ เชื้อภายในประเทศ สงC ผลใหบ# ุคลากรทำง
การแพทยบ5 างสCวนตอ# งถูกกกั ตวั และยังสCงผลตCอระบบบรกิ ารสาธารณสขุ ดว# ย (กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข, 2564)

จากการทบทวนวรรณกรรมและเอกสารงานวิจัยที่เกี่ยวข#อง พบวCา การปฏิบัตติ ามแนวทำงการปอ° งกนั และควบคมุ การตดิ
เชื้อของศูนย5ควบคุมและป°องกันโรคประเทศสหรัฐอเมริกา และแนวทำงการป°องกันและควบคุมการติดเชื้อขององค5การอนำมัยโลก
รวมถึงการใช# PPE ที่เหมาะสมสามารถชCวยป°องกันและลดการติดเชื้อโรคโควิด 19 ได# ทั้งนี้สิ่งสำคัญที่ทำให#บุคลากรทำงการแพทย5
สามารถปฏิบัติตามแนวทำงการป°องกันและควบคุมโรคได#อยCางถูกต#อง ได#แกC ความรู#และความเข#าใจเกี่ยวกับการปฏิบัติในการ
ป°องกันการแพรCกระจำยเชื้อโรคโควิด 19 ดังเชCน การศึกษาในประเทศซาอุดิอาระเบีย พบวCา ความรู#ของบุคลากรทำงการแพทย5มี
ความสัมพนั ธท5 ำงบวกตอC การปฏิบตั ใิ นการปอ° งกนั โรคโควิด 19 (r=0.095, p=0.010) (Asdaq et al., 2021) เชCนเดยี วกบั การศกึ ษา
ในประเทศมาเลเซีย ที่พบวCา บุคลากรทำงการแพทย5มีความรู#ในระดับดี ร#อยละ 90.10 และปฏิบัติในการป°องกันโรคโควิด 19 ได#
อยCางถกู ตอ# ง รอ# ยละ 91 (Anuar et al., 2020)

ในสถานการณ5การแพรรC ะบาดของโรคโควิด 19 โรงพยาบาลนครปฐมรับดแู ลผป#ู rวยโรคโควดิ 19 รายแรกของประเทศไทย
ซึ่งขณะนั้นบุคลากรทำงการแพทย5ยังไมCมีความรู#ในการดูแลและป°องกันการแพรCกระจำยเชื้อของโรควิด 19 ทำให#เกิดความวิตก
กังวล พยาบาลควบคุมการติดเชื้อ (Infection Control Nurse: ICN) จึงมีบทบาทสำคัญในการกำกับดูแลให#บุคลากรทำงการแพทย5
สามารถปฏิบัติการป°องกันการแพรCกระจำยเชื้อได#อยCางถูกต#องและไมCเกิดการติดเชื้อจากการปฏิบัติงาน ซึ่งในเวลาตCอมา
สถานการณ5การแพรCระบาดของโรคโควิด 19 รุนแรงขึ้น โรงพยาบาลนครปฐมซึ่งอยูCในพื้นที่สีแดง ต#องรองรับผู#ปrวยจำนวนมากท้ัง
ในจังหวดั นครปฐมและจังหวดั ใกลเ# คยี ง มกี ารปรบั ใหห# ลายหนCวยงานตอ# งมีหนา# ทีด่ ูแลผ#ูปวr ยโรคโควิด 19 แตCบุคลากรทำงการแพทย5
สCวนใหญCมีความวิตกกังวลและขาดความมั่นใจในการปฏิบัติงาน ความต#องการให#มีพยาบาลควบคุมการติดเชื้อชCวยในการกำกับดแู ล
เพื่อป°องกันการแพรCกระจำยเชื้อมีมากขึ้น ทีมผู#บริหารเห็นความจำเปfนในการกำกับดูแลให#บุคลากรทำงการแพทย5สามารถ
ปฏิบัติการป°องกันการแพรCกระจำยเชื้อได#อยCางถูกต#องตามแนวปฏิบัติการป°องกันและควบคุมการติดเชื้อโรคโควิด 19 (งานป°องกัน
และควบคุมการติดเชื้อโรงพยาบาลนครปฐม, 2563) คณะผู#จัดทำจึงได#คิดนวัตกรรม “Infection Controlling Nurse Model
(ICNM)” หรือ “รูปแบบการป°องกันการแพรCกระจำยเชื้อโรคโควิด 19 ในบุคลากรทำงการแพทย5โดยพยาบาลผู#ควบคุมการติดเชื้อ”
เพื่อชCวยเพิ่มความมั่นใจ ลดความวิตกกังวลของบุคลากรทำงการแพทย5ทุกระดับให#สามารถปฏิบัติการป°องกันการแพรCกระจำยเชื้อ
ไดอ# ยCางถูกตอ# ง

2. วตั ถุประสงค1
เพือ่ สรา# งรปู แบบการป°องกนั การแพรCกระจำยเชื้อโรคโควดิ 19 ในบุคลากรทำงการแพทย5

3. กลมFุ เปuาหมาย
บุคลากรทำงการแพทยท5 กุ ระดับท่ีปฏิบตั งิ านเก่ียวกบั การดูแลรกั ษา

4. กระบวนการพัฒนำ (ตามข้นั ตอน plan do check act)
ในกระบวนการพัฒนำได#ดำเนนิ การตามหลักการบริหารจดั การเชงิ คณุ ภาพแบบตCอเนื่อง ตามวงจร PDCA จำนวน 2

วงรอบ ดงั นี้

57

วงรอบท่ี 1 ประกอบดว# ย
การวางแผน (Plan: P) มีการระดมความคิดเพื่อค#นหาองค5ประกอบของปmญหา โดยพบวCา บุคลากรทำงการแพทย5ขาด

ความรู#ในการปฏิบัติการป°องกันโรคโควิด 19 ทำให#เกิดความวิตกกังวล ขาดความมั่นใจในการปฏิบัติหน#าที่ โดยพบวCา เมื่อพยาบาล
ควบคุมการติดเชื้อเข#าไปชCวยกำกับดูแลจะทำให#บุคลากรทำงการแพทย5สามารถปฏิบัติในการป°องกันโรคโควิด 19 ได#อยCางถูกต#อง
ดังนั้นการมีพยาบาลควบคุมการติดเชื้อเข#าไปชCวยกำกับดูแลจะเปfนวิธีที่ชCวยป°องกันการติดเชื้อโรคโควิด 19 ในบุคลากรได# แตC
ในขณะที่สถานการณ5การแพรCระบาดของโรคโควิด 19 รุนแรงขึ้น อัตรากำลังพยาบาลควบคุมการติดเชื้อไมCเพียงพอ จึงได#วางแผน
คัดเลอื กพยาบาลควบคมุ การติดเชอื้ ประจำหอผปู# rวย (Infection Control Ward Nurse: ICWN) เพอื่ ปฏิบัติหน#าท่ใี นการกำกับดแู ล
ขนึ้

การปฏบิ ัติตามแผน (Do: D) ลงมอื ปฏิบตั ติ ามแผนตามขนั้ ตอน ดงั นี้
1. การคดั เลือก ICWN ท่มี คี ุณสมบตั ิ ดังตCอไปนี้ 1) มคี วามรแู# ละทกั ษะเร่อื งการป°องกันและควบคมุ การตดิ เชือ้

เบอื้ งตน# 2) มที ัศนคติเชิงบวก 3) ปฏบิ ตั งิ านในตำแหนCงพยาบาลวชิ าชีพอยาC งน#อย 3 ปü 4) มมี นุษยสัมพันธ5ท่ดี ี 4) เปนf ตัวแทนจาก
กลุมC สาขาตาC ง ๆ

2. การให#ความรู# ดำเนินการให#ความรู# และฝºกปฏิบัติ ICWN ที่ได#รับการคัดเลือกในเรื่องตCาง ตCอไปนี้ 1) ความรู#
เรื่องโรคโควิด 19 2) การสวม-ถอด PPE 3) Transmission based precautions 4) แนวปฏิบัติตCาง ๆ ในการดูแลผู#ปrวยโรคโควิด
19 และ 5) การติดตอC ประสานงาน

3. ICWN ทำหน#าที่พยาบาลผูค# วบคุมการตดิ เชอื้ (Controller) โดยมี ICN เปfนพ่เี ลี้ยงในการลงหน#างาน
การตรวจสอบ (Check: C) ตรวจสอบการปฏิบัติตามแผนงานด#านความรู#และทักษะโดยให# ICWN ทำหน#าที่พยาบาลผู#
ควบคุมการติดเชื้อ (Controller) และ ICN เปfนพี่เลี้ยงในการลงหน#างาน ทั้งนี้ ICN จะสังเกตและประเมินผลการปฏิบัติงานของ
ICWN ในระหวCางปฏิบตั งิ านตามแบบประเมินการปฏิบัติหนา# ท่ีพยาบาลผ#ูควบคุมการตดิ เช้ือ (Controller) (เอกสารแนบ)
การดำเนินการให2เหมาะสม (Action: A) หลังจากดำเนินการตามกระบวนการ 3 ขั้นตอนแล#ว จึงนำผลการประเมินการ
ปฏิบตั งิ านของ ICWN จาก ICN 3 ทCานมาตรวจสอบ ซ่ึงพบวาC ICWN ทกุ คนผาC นการประเมนิ การทำหนา# ทพี่ ยาบาลผูค# วบคมุ การตดิ
เชื้อ (Controller) แตCจากการปฏิบัติพบวCา หนCวยงานมีความต#องการการกำกับดูแลมากขึ้นทำให#อัตรากำลังของพยาบาลผู#ควบคุม
การติดเชื้อ (Controller) ไมCเพียงพอ จึงได#มีการดำเนินงานในวงรอบที่ 2 ซึ่งเปfนการนำนวัตกรรมไปใช#ในการดำเนินงานป°องกัน
และควบคุมการแพรกC ระจำยเชือ้ โรคโควิด 19 ในโรงพยาบาลนครปฐม ดังรายละเอยี ดข#อ 5 และ 6 ดงั น้ี

5. รายละเอียดในการใช2งานนวัตกรรม
วงรอบที่ 2 ประกอบดว# ย

การวางแผน (Plan: P) ทีมผู2บริหารและ ICN พิจารณากิจกรรมสำคัญที่มีความจำเปfนต#องให#พยาบาลผู#ควบคุมการติด
เชื้อ (Controller) ชCวยกำกบั ดแู ลเพือ่ เปนf แนวทำงเดียวกัน

การปฏบิ ัตติ ามแผน (Do: D) ลงมือปฏบิ ัติตามแผน ดังนี้
1. ชแ้ี จงขอบเขต หน#าที่ และบทบาทของพยาบาลผ#คู วบคุมการตดิ เช้ือ (Controller) แกC ICWN
2. แจ#งชCองทำงการตามและรายละเอียดเกี่ยวกับขอบเขต หน#าที่ และบทบาทของพยาบาลผู#ควบคุมการติดเช้ือ

(Controller)

58

ในการดูแลผู#ปrวยสงสัยหรือผู#ปrวยยืนยันโรคโควิด 19 หนCวยงานตCาง ๆ สามารถร#องขอความชCวยเหลือจากพยาบาลผ#ู
ควบคุมการติดเชื้อ (Controller) ตามขอบเขต หน#าที่ และบทบาทของพยาบาลผู#ควบคุมการติดเชื้อ (Controller) ที่กำหนดไว#ได#
ตลอดเวลาที่เบอร5โทรศัพท5 096-0894569 และเบอร5ภายใน 1094 ทั้งนี้พยาบาลผู#ควบคุมการติดเชื้อ (Controller) จะทำหน#าที่ใน
การป°องกันและควบคุมการแพรCกระจำยเชื้อโรคโควิด 19 โดยควบคุม กำกับ ดูแลการปฏิบัติของบุคลากรณ5ทำงการแพทย5ด#านตCาง
ๆ เชCน การรับ-ย#ายผู#ปrวยสงสัยหรือผู#ปrวยยืนยันโรคโควิด 19 ระหวCางหนCวยงาน การสวม-ถอด PPE การเก็บสิ่งสCงตรวจ
Nasopharyngeal Swab ตลอดจนการจัดการสงิ่ แวดล#อมเมือ่ พบผปู# rวยสงสัยหรอื ผ#ูปวr ยยืนยนั โรคโควิด 19

การตรวจสอบ (Check: C) ตรวจสอบการปฏิบัติตามแผนงานโดยใช#แบบประเมินการปฏิบัติในการดูแลผู#ปrวยสงสัยหรือ
ผู#ปrวยยืนยันโรคโควิด 19 แบบประเมินการสวม-ถอด PPE และสมุดบันทึกการรับ-สCงเวรของ พยาบาลผู#ควบคุมการติดเช้ือ
(Controller) ในแตลC ะเวร

การดำเนินการให2เหมาะสม (Action: A) จากตรวจสอบการปฏิบัติตามแผนงานของพยาบาลผู#ควบคุมการติดเชื้อ
(Controller) พบปmญหาด#านการสื่อสารที่ทำให#เกิดความเข#าใจคลาดเคลื่อนแตCสามารถแก#ไขทันทีตรงหน#างานได# จึงได#ดำเนินการ
ใช#นวตั กรรม Infection Controlling Nurse Model (ICNM) ในสถานการณ5การแพรCระบาดของโรคโควดิ 19

6. ผลการทดลองใชน2 วัตกรรมและการอภิปรายผล
การประเมนิ ผลของการใชน# วตั กรรม มกี ารประเมิน 2 ดา# น ประกอบด#วย ดา# นความรู#เกย่ี วกับโรคโควดิ 19 และด#านความ

พึงพอใจของผู#ใช#บริการ โดยใช#แบบสอบถามการใช#นวัตกรรมการดำเนินงาน Infection Controlling Nurse Model (ICNM)
(เอกสารแนบ) ซึ่งเปfนข#อคำถามด#านความรู#เกี่ยวกับโรคโควิด 19 จำนวน 10 ข#อ และด#านความพึงพอใจของผู#ใช#บริการ จำนวน 10
ขอ# ผลการประเมนิ ดังน้ี

ด#านความรู#เกี่ยวกับโรคโควิด 19 พบวCา บุคลากรทำงการแพทย5มีความรู#เรื่องโรคโควิด 19 และสามารถปฏิบัติตาม
หลักการป°องกันการแพรCกระจำยเชื้อได#ถูกต#อง ร#อยละ 92.1 ทั้งนี้การปฏิบัติตามหลักการป°องกันการแพรCกระจำยเชื้อที่บุคลากร
ทำงการแพทย5สCวนใหญCยังปฏิบัติไมCถูกต#อง ได#แกC การดูแลผู#ปrวยสงสัยโรคโควิด 19 (PUI) มากกวCา 1 รายไมCจำเป°นต#องเปลี่ยน PPE
ร#อยละ 21.3 และการเคลือ่ นย#ายผ#ปู rวยโรคโควดิ 19 ที่อาการไมCหนกั สามารถใหผ# ปู# rวยเดนิ ไปเองได# รอ# ยละ 19.1

ด#านความพึงพอใจของผู#ใช#บริการ พบวCา ในภาพรวมบุคลากรทำงการแพทย5สCวนใหญCมีความพึงพอใจในการปฏิบัติหน#าท่ี
ของพยาบาลผู#ควบคุมการติดเชื้อในระดับมากและมากที่สุด คือ ได#รับความชCวยเหลือจากพยาบาลผู#ควบคุมการติดเชื้อตรงตามท่ี
คาดหวังร#อยละ 97.6 พยาบาลผู#ควบคุมการติดเชื้อมีมนุษยสัมพันธ5ในการสื่อสาร/ประสานงานร#อยละ 95.8 และรู#สึกมั่นใจในการ
ปฏบิ ตั งิ านหากมพี ยาบาลผู#ควบคมุ การติดเชื้อ (Controller) รอ# ยละ 95.8

7. ข2อเสนอแนะการใช2นวตั กรรม
นวัตกรรม Infection Controlling Nurse Model (ICNM) สามารถนำไปใช#กับโรคอุบัติใหมCอุบัติซ้ำอื่น ๆ ในอนำคตโดย

ปรับให#เหมาะสมตามสถานการณ5 แตCมีข#อจำกัดเรื่องความแตกตCางในตัวบุคคลของ ICWN ซึ่งอาจต#องใช#เวลาในการเรียนรู#และ
ฝºกฝน

59

8. เอกสารอา2 งองิ
Asdaq, S. M. B., Alshrari, A.S., Imran, M., Sreeharsha, N. & Sultana, R. (2021). Knowledge, attitude and practices
of healthcare professionals of Riyadh, Saudi Arabia towards COVID-19: A cross-sectional study. Saudi Journal of
Biological Sciences. 28(9). 5275-5282.
https://doi.org/10.1016/j.sjbs.2021.05.036
Chen, Q., Liang, M., Li, Y., Guo, J., Fei, D., Wang, L., He, L., Sheng, C., Cai, Y., Li, X., Wang, J., & Zhang, Z. (2020).
Mental health care for medical staff in China during the COVID-19 outbreak. The Lancet Psychiatry, 7(4), e15–
e16. https://doi.org/10.1016/S2215-0366(20)30078-X
Gholami, M., Fawad, I., Shadan, S., Rowaiee, R., Ghanem, H., Hassan Khamis, A., & Ho, S. B. (2021). COVID-19
and healthcare workers: A systematic review and meta-analysis. International Journal of Infectious Diseases,
104(1), 335–346. https://doi.org/10.1016/j.ijid.2021.01.013
Johns Hopkins University. (2021). Mortality in the most affected countries.
https://coronavirus.jhu.edu/data/mortality?
Quigley, A. L., Stone, H., Nguyen, P. Y., Chughtai, A. A., & MacIntyre, C. R. (2021). Estimating the burden of
COVID-19 on the Australian healthcare workers and health system during the first six months of the pandemic.
International Journal of Nursing Studies, 114(1), 103811. https://doi.org/10.1016/j.ijid.2021.103811
World Health Organization. (2021). Weekly epidemiological update on COVID-19-20 July 2021.
https://www.who.int/publications/m/item/weekly-epidemiological-update-On covid-19-20-july-21
งานปอ° งกนั และควบคุมการตดิ เชือ้ โรงพยาบาลนครปฐม. (2563). แนวปฏบิ ัตกิ ารป°องกันและควบคุมการติดเชื้อโรคโควิด 19.
[เอกสารท่ไี มมC กี ารตีพมิ พ]5 เอกสารแนบ

แบบประเมนิ การปฏบิ

รายชอ่ื นนั ทน, ภสั นพรดา นภิ าพร รุง3 ทิพย, จิตรา
1.ความรูEเร่อื งโรคโควดิ 19
- การแพรก3 ระจำยเชอ้ื
- การปอM งกันและควบคุม
2.การสวม-ถอดPPE
- การเลอื กประเภท
- ขนั้ ตอนการใส3-ถอด (ปฏิบตั )ิ
- การอธบิ าย/การสอน
3.Transmission based
precautions
- ชนดิ
- วธิ กี าร
4.การปฏิบตั ิตามแนวทำงการ
ดูแลผEปู mวยโรคโควดิ 19 ใน
โรงพยาบาลนครปฐม
- การคัดกรอง
- Flow การดูแลผEูปวm ย
COVID
- การประเมินความเสย่ี งของ
บคุ ลากร
5.การติดตอ3 ประสานงาน

60

บัติหน0าท่ี Controller
า กรรณพร จันทรจ, ริ า เพญ็ ภคั สมคดิ องั คนำ กันตินันท, วนสีห,

- ขั้นตอนการตดิ ตอ3
ประสานงานกับ
หนว3 ยงานต3าง ๆ (Lab,เปล)
- การรับ-สง3 ต3อผูEปmวยภายใน+
ภายนอก
โรงพยาบาล
- บุคลิกภาพ/การสอื่ สารใน
การประสานงาน

การประเมินผา3 น ใสเ3 ครอื่ งหมาย ✓
การประเมินไมผ3 3าน ใสเ3 ครอ่ื งหมาย X

61

62

แบบสอบถามการใช,นวตั กรรมการดำเนินงาน Infection Controlling Nurse Model (ICNM)

คำชี้แจง ด$วยสถานการณ.การแพร1ระบาดของโรคโควิด 19 งาน IC ได$จัดตั้งทีมพยาบาลผู$ควบคุมการติดเชื้อ (Controller) โดยมี
บทบาทช1วยเหลือ แนะนะ ควบคุม และกำกับในการปฏิบัติการปYองกันการแพร1กระจำยเชื้อโรคโควิด 19 ของบุคลากรทำง
การแพทย. ในการนี้จึงขอประเมินความรู$เกี่ยวกับโรคโควิด 19 และความพึงพอใจต1อบาทบาทพยาบาลผู$ควบคุมการติดเช้ือ
(Controller) เพ่ือประเมินประสทิ ธภิ าพของกระบวนการดำเนินงาน และนำไปปรับปรุงและพฒั นำต1อไป

แบบสอบถามแบ1งเป_น 4 สว1 น ดงั นี้ : โปรดทำเคร่อื งหมาย ลงในช1องทต่ี รงกับความคดิ เห็นของทา1 น

สMวนที่ 1 ขอ$ มลู ของผู$ตอบแบบสอบถาม

หน1วยงานท่ที 1านสังกัด ระบุ................................................................................................................................................................

อายุ............................ปd

ท1านอย1ูในกลุ1มใด

⃞ หัวหนา$ ฝfาย/หวั หน$างาน

⃞ หัวหนา$ หอผู$ปวf ย

⃞ พยาบาล

⃞ ผ$ชู ว1 ยพยาบาล

⃞ บุคลากรฝfายสนับสนุน

⃞ อน่ื ๆ ระบ.ุ .....................................................................

ประสบการณใ. นการทำงาน..............................ป.d ..........................เดือน

สMวนท่ี 2 ความรเู, กีย่ วกบั โรคโควิด 19

ข,อคำถาม ใชM ไมMใชM
1. โรคโควดิ 19 มสี าเหตุมาจากเชื้อไวรัส
2. ชอ1 งทำงหลกั ในการแพรก1 ระจำยเช้อื ของโรคโควิด 19 โดยฝอยละอองขนำดใหญ1 (Droplet)
3. การสวมหนา$ กาก N95 ช1วยปอY งกนั การติดเชื้อโรคโควิด 19 ได$ 100%
4. การสวมและถอด PPE อยา1 งถูกตอ$ งชว1 ยลดความเส่ียงของการติดเชื้อโรคโควดิ 19 ได$
5. ในการดแู ลผปู$ fวยสงสัยโรคโควดิ 19 (PUI) มากกว1า 1 รายไม1จำเปYนตอ$ งเปลีย่ น PPE
6. หลังถอด PPE แลว$ ควรอาบนำ้ และสระผมทันที
7. ผู$ปfวยสงสัยโรคโควดิ 19 (PUI) สามารถจดั ใหอ$ ยูร1 1วมกบั ผู$ปวf ยโรคโควดิ 19 ได$

63

8. ในการดูแลผ$ปู fวยสงสยั โรคโควิด 19 (PUI) ตอ$ งปฏิบตั เิ ช1นเดียวกบั ผปู$ วf ยโรคโควดิ 19
9. การทำความสะอาดส่งิ แวดลอ$ มหลังทำ Nasopharyngeal swab โดยใช$แอลกอฮอล.
หรือนำ้ ยายโู มเนยี ม
10. การเคล่อื นย$ายผป$ู วf ยโรคโควดิ 19 ทอ่ี าการไมห1 นกั สามารถใหผ$ ู$ปfวยเดินไปเองได$
สMวนที่ 4 ขอ, เสนอแนะและสิ่งที่ทาM นชนื่ ชม

• ขอ$ เสนอแนะเพม่ิ เติม
..............................................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................................

• สิง่ ทีท่ า1 นช่ืนชม
..............................................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................................
ขอขอบคุณที่ท1านให$ความร1วมมอื ในการตอแบบสอบถาม
งานปYองกนั และควบคมุ การตดิ เชื้อ โรงพยาบาลนครปฐม

64

นวตั กรรมพัฒนำสมองปะลองความจำ Better Brain

อตญิ า โพธศ์ิ รี1*, สุจิตตา ฤทธิ์มนตรี2, กนษิ ฐา คำบอนพทิ ักษ= 3, วิมลสริ ิ ภมู เิ วยี งศรี3, ศิริวดี เบ็ญจขันธ=3,
ฐติ พิ ร ตHอทรัพย3= ,ชลดา อุตรมาตย=3, ภาวนั ดี เบ็ญจขนั ธ=3, นลธวชั หอมสมบัติ3

1 ผูชL Hวยศาสตราจำรยก= ลHมุ วิชาการพยาบาลสุขภาพจิตและจิตเวช คณะพยาบาลศาสตร=
มหาวิทยาลยั ราชภัฎรอL ยเอ็ด, รLอยเอ็ด

2 อาจารย=กลมุH วิชาการพยาบาลสุขภาพจิตและจิตเวช คณะพยาบาลศาสตร=
มหาวิทยาลัยราชภฎั รอL ยเอด็ , รLอยเอด็

3นักศกึ ษาพยาบาลศาสตร= คณะพยาบาลศาสตร= มหาวทิ ยาลัยราชรLอยเอ็ด, รLอยเอ็ด
*ผูLรับผดิ ชอบบทความ: email [email protected]

บทคดั ย(อ

นวัตกรรมพัฒนำสมองปะลองความจำ Better Brain มีวัตถุประสงค.เพื่อพัฒนำนวัตกรรมพัฒนำสมองปะลองความจำ
Better Brainและศึกษาประสิทธิผลของนวัตกรรมแอฟพลิเคชั่นพัฒนำสมองปะลองความจำ Better Brain สำหรับผู$สูงอายุที่มี
ความเสี่ยงต1อภาวะสมองเสื่อม และศึกษาความพึงพอใจของผู$สูงอายุที่มีมีความเสี่ยงต1อภาวะสมองเสื่อมต1อการใช$นวัตกรรมพัฒนำ
สมองปะลองความจำ Better Brain โดยมีขั้นตอนการพัฒนำนวัตกรรม 7 ขั้นตอน ดังนี้ 1) ศึกษาปÜญหาที่เกิดขึ้นกับผู$สูงอายุที่มีมี
ความเสี่ยงต1อภาวะสมองเสื่อม2) ศึกษาสภาพปÜญหาและรูปแบบนวัตกรรมพัฒนำสมองปะลองความจำ Better Brain ที่เหมาะสม
ต1อการใช$งาน 3) การศึกษาแนวคิดทฤษฎีในการสร$างและพัฒนำนวัตกรรม พัฒนำสมองปะลองความจำ Better Brain 4) สร$าง
นวัตกรรมพัฒนำสมองปะลองความจำ Better Brain สำหรับผู$สูงอายุที่มีความเสี่ยงต1อภาวะสมองเสื่อม5) การประเมินคุณภาพ
นวัตกรรมโดยผู$เชี่ยวชาญ และปรับปรุงนวัตกรรม 6) ทดลองใช$นวัตกรรมกับกลุ1มตัวอย1าง จำนวน 20 คน 7) ประเมินประสิทธิผล
นวัตกรรมแอฟพลิเคชั่นพัฒนำสมองปะลองความจำ Better Brain สำหรับผู$สูงอายุที่มีความเสี่ยงต1อภาวะสมองเสื่อมมีระดับมาก
ที่สุด และความพึงพอใจต1อผลนวัตกรรมในระดับมากที่สุด ค1าเฉลี่ย 4.80 ส1วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เท1ากับ 0.41 สรุปว1า นวัตกรรม
สามารถใช$ในการประเมนิ ความเสีย่ งตอ1 ภาวะสมองเส่ือมของผ$สู ูงอายุได$ รอ$ ยละ 100

ข$อเสนอแนะ ให$เพม่ิ ขนำดตวั หนังสอื ให$มขี นำดใหญ1และเพิ่มการใชง$ านทร่ี องรับกบั โทรศพั ท.ทุกระบบปฏบิ ตั กิ าร

คําสําคัญ สมองเสอ่ื ม, แอฟพลเิ คช่ัน, การปYองกนั

65

Innovations to develop brain training programs for memory improvement
“Better Brain”

Abstract

Innovations to develop brain training programs for memory improvement “Better Brain” The objective is
to develop memory training programs “Better Brain” and to study the effectiveness of innovative applications
“Better Brain” for the elderly people who have a risk in Dementia and to study the satisfaction of the elder
who are at risk of dementia with the use of this innovation. This study also included developing and testing the
efficiency of Better Brain, which consisted of 7 steps. 1) Studying problems occurring in the elderly people who
are at risk of dementia. 2) Studying the problem and innovative model for developing better brain to be suitable
for use. 3) Studying the concepts and theories in creating and developing innovation in Better Brain. 4) Creating
innovations to develop “Better Brain” memory training program for the elderly people who are risk in dementia.
5) Assessing an Innovative quality by experts and improving the innovation. 6) Experimenting the innovation with
a sample of 20 people. 7) Evaluating innovation Better Brain application’s effectiveness for the elder people
who are risk at Dementia at the highest level and satisfaction with innovation results at the highest level, average
=4.80 , Standard deviation = 0.41

To summarize, the innovation could be used to assess the risk of Dementia in the elderly people by

100%

Recommendations: Adjusting the font size to be larger and increasing the functionality that supports
all phones operating systems.

Keywords: Dementia, Application, prevention

66

1. ความเปนg มาและความสำคญั ของปhญหา

ปÜจจุบันจำนวนประชากรผู$สูงอายุเพิ่มขึ้นอย1างรวดเร็ว และจากการคาดการณ.ขององค.การอนำมัยโลก พบว1า จำนวน
ประชากรผู$สูงอายุ จะมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย1างน$อย ร$อยละ 3 ต1อปd โดยในปd พ.ศ. 2573 คาดว1าจะมีจำนวนประชากรสูงอายุมากถึง
ประมาณ 1.4 พันล$านคนและจะเพิ่มขึ้นถึง 2 พันล$านคน และในปd พ.ศ. 2593 ทวีปเอเชียจะมีประชากรสูงอายุมากที่สุดในโลก
(กรมสุขภาพจิต, 2563) จากการสำรวจในประเทศไทยปdล1าสุด พ.ศ. 2563 พบว1า มีประชากรสูงอายุจำนวนมากกว1า 12 ล$านคน
หรือประมาณร$อยละ 18 ของจำนวนประชากรทั้งหมด และจะเพิ่มเป_นร$อยละ 20 ในปd พ.ศ. 2564 (จุไรรัตน. ดวงจันทร.,ดวงหทัย
ยอดทอง และพิศสมร เดชดวง, 2563).) การที่มีประชากรสูงอายุมากขึ้นทำให$มีปÜญหาต1างๆ ตามมา โดยเฉพาะปÜญหาด$านสุขภาพ
กาย ที่เกิดจากความเสื่อมตามธรรมชาติของรา1 งกาย ผู$สูงอายุเมื่ออายุมากขึ้นจะมีการเปลี่ยนแปลงด$านระบบประสาทและประสาท
สัมผัส คือ เซลล.สมองและเซลล.ประสาทลดลงเรื่อย ๆ ทำให$น้ำหนักสมองลดลง ร$อยละ 10 จากอายุ 25-75 ปd ส1งผลให$
ประสิทธิภาพการทำงานของสมองและระบบประสาทอัตโนมัติลดลง ความเร็วในการส1งสัญญาณเซลล.ประสามลดลง ทำให$มีภาวะ
จำเสื่อมได$ โดยเฉพาะเรื่องราวใหม1 ๆ (Recent Memory) เพราะความสามารถในการเก็บข$อมูลลดลง แต1สามารถจำเรื่องราวใน
อดีต (Remote Memory) ได$ดี ทั้งนี้พบว1าผู$สูงอายุที่มีอายุ 60 ปdขึ้นไปจะมีโอกาสเกิดภาวะสมองเสื่อมได$ร$อยละ 11.4 ในขณะท่ี
โอกาสและ เมื่อเป_นผู$สูงอายุที่มีอายุมากกว1า 80 ปdขึ้นไป จะมีความเสี่ยงต1อภาวะสมองเสื่อมเพิ่มขึ้นอีก 4 เท1า โดยอาการที่กล1าวมา
ทง้ั หมดส1งผลกระทบตอ1 การดำเนินชวี ิตประจำวนั เปน_ อย1างมาก (กรมการแพทย,. 2557)

การประเมินภาวะสมองเสื่อมมีเครื่องมือหลายชนิด ในประเทศทำงตะวันออกนิยมใช$ Mini-Mental State Examination
(MMSE) ซึ่งเป_นมาตรฐานสากลแพร1หลายทั่วโลก สำหรับประเทศไทยสถาบันเวชศาสตร.ผู$สูงอายุได$ร1วมกับคณะกรรมการจัดทำ
แบบทดสอบสภาพสมองเบื้องต$น MMSE-Thai 2002 ฉบับภาษาไทย (จำรุวรรณ ก$านศรี, 2561) จัดทำขึ้นโดยแปลจาก MMSE
ต$นฉบับ เครื่องมือดังกล1าวมีความเที่ยงและความตรงมีค1าความไว (sensitivity) ร$อยละ 69-91 และความจำเพาะ (specificity)
ร$อยละ 87-99 สำหรับการคัดกรองสมองเสื่อม เชื่อว1าจะสามารถนำไปใช$ในการคัดกรองผู$ปfวยสมองเสื่อมได$อย1างมีประสิทธิภาพ
และมีมาตรฐานโดยไม1มีความแตกต1างทำงวัฒนธรรมเข$ามาเกี่ยวข$องในการแปลผลคะแนนโดยบุคลากรทำงการแพทย.สามารถ
นำไปใช$ในการคัดกรองภาวะสมองเสื่อมระยะแรก ในผู$สูงอายุได$ทั่วประเทศเพื่อสุขภาพที่ดีทั้งมิติกาย จิตสังคมและดำรงชีวิตอย1างมี
คุณภาพชีวิตที่ดี ปÜจจุบันเทคโนโลยีทำงด$านโทรศัพท.มือถือเข$ามามีบทบาทต1อการดำเนินชีวิตมากขึ้นและมีสามารถทำงานได$
หลากหลายรูปแบบ โดยระบบปฏิบัติการ Android มีผู$นิยมใช$งานมากที่สุด นอกจากนี้ยังมีการใช$สมาร.ทโฟนเพื่อดูแลสุขภาพและ
สาธารณสุข ผลการศึกษาพบว1าสามารถทำให$เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและการจัดการกับโรคเรื้อรังของผู$ปfวยได$โดยเฉพาะ
การพัฒนำโมบายแอพพลิเคชั่น (Mobile application) มาใช$ในการฝ°กฝ°กกระตุ$นการทำงานของสมองที่ผิดปกติและฟ¢£นฟูการ
ทำงานของสมองกลับสู1ภาวะปกติ ดังเช1นการศึกษาในประเทศอังกฤษ ได$มีการนำแอพพลิเคชั่น“ Game show” ซึ่งเป_น memory
game app มาใช$ในกลุ1ม MCI เล1น 8 ชั่วโมงใน1สัปดาห.เป_นเวลา 4 สัปดาห.เปรียบเทียบเทียบกับกลุ1มที่ไม1ได$เล1นแล$วพบว1าสามารถ
เพิ่มคะแนนการทำงานของสมอง (สายชล บุญวิสุธานนท., ปÜทมา สุพรรณกุล, 2562) รูปแบบการปYองกันผู$ที่มีความเสี่ยงต1อภาวะ
สมองเสื่อม ในปÜจจุบันมีการนำเทคโนโลยีเข$ามาเพื่อช1วยลดความเสี่ยงต1อการเกิดภาวะสมองเสื่อมผ1านการใช$สมาร.ทโฟน เช1น การ
เล1นเกมบนสมาร.ทโฟน เพื่อช1วยฝ°กทักษะการแก$ปÜญหา สร$างความบันเทิง กระตุ$นกระบวนการคิด เรื่องของการลดความเสี่ยงการ
เกิดภาวะสมองเสื่อมได$เป_นอย1างมาก จากการทบทวนงานวิจัยพบว1าการใช$แอฟพลเคชั่นสามารถช1วยฝ°กสมองลดความเสี่ยงการ
เกิดภาวะสมองเสื่อมในผู$สูงอายุได$ ซึ่งสอดคล$องกับการวิจัยเรื่อง เกมฝ°กสมองลดความเสี่ยงการเกิดภาวะสมองเสื่อมในผู$สูงอายุบน
ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด. ผลการศึกษาพบว1าเกมฝ°กสมองลดความเสี่ยงการเกิดภาวะสมองเสื่อมในผู$สูงอายุโดยสามารถเพ่ิม
ประสิทธิภาพการทำงานของสมองในด$านสมาธิ (Attention) ความสามารถในการจำ (Working memory) ความทรงจำ

67

(Memory) และการเรียนรู$ (Learning) ยกเว$นทักษะพิสัยด$านสังคม (Psychosocial) (ณัฐสุดา เพชร.วิเศษ, ศิริพร พูลสุวรรณ,
2562)

ในรายวิชาวิชานวัตกรรมการพยาบาล 2 มีวัตถุประสงค. ใช$กระบวนการวิจัยพัฒนำต1อยอดนวัตกรรมทำงการพยาบาล
เพื่อส1งเสริมและแก$ไขปÜญหาสุขภาพของผู$รับบริการ มีความรู$ความเข$าใจในกระบวนการวิจัย และพัฒนำต1อยอดนวัตกรรมทำงการ
พยาบาล ดังนั้นจึงมีการศึกษานวัตกรรมพัฒนำสมองปะลองความจำ Better Brain โดยพัฒนำรูปแบบแอพพลิเคชั่นการประเมินคัด
กรองภาวะสมองเสอื่ ม Mini-Mental State Examination (MMSE) ให$ง1ายสะดวกตอ1 การใช$งานในผ$สู งู อายุ

2. วตั ถปุ ระสงคk
2.1 เพอ่ื พัฒนำแอพพเิ คชน่ั นวัตกรรมพฒั นำสมองปะลองความจำ Better Brain
2.2เพื่อประเมินคณุ ภาพของแอพพเิ คช่ันนวัตกรรมพฒั นำสมองปะลองความจำ Better Brain
2.3 เพือ่ ประเมินความพงึ พอใจของผ$ูใช$งานท่ีมีตอ1 การใชแ$ อพพเิ คชน่ั นวตั กรรมพฒั นำสมองปะลองความจำ Better Brain

3. กลMุมเปmาหมาย
ศึกษากลุ1มผู$สูงอายุทั้งเพศชายและหญิง ที่มีอายุ 60 ปdขึ้นไป และอาศัยในชุมชนตำบลเกาะแก$ว อำเภอเสลภูมิ จังหวัด

ร$อยเอ็ด มีคุณสมบัติ ดังนี้ 1) ยินยอมเข$าร1วมการทดลองนวัตกรรม 2) รู$สึกตัวดีและสามารถอ1านออกเขียนได$ สื่อสารได$ และ 3) ผู$ท่ี
มสี มารท. โฟน

4. กระบวนการพฒั นำ (ตามขัน้ ตอน plan do check act)

P (Plan) การวางแผนการจดั ทำนวัตกรรม
1. ศึกษาปÜญหาภาวะสมองเสื่อมในผู$สูงอายุ ในชุมชนบ$านท1าม1วง โดยพบว1า มีผู$สูงอายุมีภาวะเสี่ยงต1อภาวะสมองเสื่อม

ร$อยละ 20
2. การศึกษาทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวข$องแนวคิดทฤษฎีในการพัฒนำนวัตกรรม ได$แก1 การใช$แบบประเมินภาวะสมอง

เสอ่ื ม การใช$โปรแกรมกระตุ$นหรือฝ°กสมองในผู$สูงอายุสมองเส่ือม
3. ประชุมกลุ1มร1วมกับอาจารย.ที่ปรึกษาและจัดทำแผนการดำเนินงานนวัตกรรม เขียนแบบโครงร1างนวัตกรรมเพื่อให$

ความสอดคล$องกับผู$รับบริการที่มีปÜญหาสมองเสื่อม กำหนดรายละเอียดของสิ่งที่ต$องทำโดยเรียงลำดับความสำคัญ ขั้นตอนการ
ทำงานพฒั นำแอฟพลิเคช่นั
D (Do) การนำแผนการจัดทำนวตั กรรม

1.ร1วมประชุมปรกึ ษากบั อาจารยท. ่ปี รึกษาประจากลุ1มและผูเ$ ชย่ี วชาญด$านเทคโนโลยีสารสนเทศในการพฒั นำแอปพเิ คช่ัน
2) จัดเตรยี มเน้ือหา เตรียมข$อความ ภาพและกราฟกß เสยี ง วดี ที ศั น. เพ่ือนำเข$าแอฟพลิเคชัน่
3) ตรวจสอบข$อมลู เชิงเน้อื หาโดยผท$ู รงคุณวุฒิ จำนวน 3 ท1าน
Check (ตรวจสอบ)

นักศึกษาลงพื้นที่ทดลองใช$นวัตกรรมพัฒนำสมองปะลองความจำ Better Brain แก1ผู$สูงอายุในชุมชนตำบลท1าม1วง
จำนวน 20 คน

68

Act (การปรบั ปรงุ )
นำข$อเสนอแนะท่ไี ด$ จากการทดลองมาปรับปรงุ นวัตกรรม Act (การปรบั ปรุง) เพ่ือตอ1 ยอดในครงั้ ต1อไป

5. รายละเอียดและวธิ กี ารใชง, านนวตั กรรม
ร1วมประชุมกับผู$เชี่ยวชาญเตรียมกราฟßกและโปรแกรมนวัตกรรม เพื่อออกแบบ และพัฒนำแอฟพลิเคชั่น ตกแต1ง

หนา$ จอ และกำหนดข้ันตอนการใช$แอพพลเิ คช่ัน มขี นั้ ตอนการออกแบบการทำงานของโปรแกรม ดังนี้
ขั้นการพัฒนำ นำข$อมูลที่ได$จากการออกแบบ มาทำการพัฒนำแอพพลิเคชั่นบนระบบแอนดรอยด. ได$แก1 จัดการ

ข$อมูลความรู$เกี่ยวกับภาวะสมองเสื่อม พัฒนำด$วยระบบปฏิบัติการแอนดรอยด.ออกเป_นแอพพลิเคชั่น สำหรับใช$งานบน
ระบบปฏิบตั กิ ารแอนดรอยด.

ขั้นทดลอง โดยการนำแอพพลิเคชั่นที่พัฒนำขึ้นไปทดลองใช$กับกลุ1มตัวอย1างจำนวน 20 คน คือ ผู$สูงอายุกลุ1มผู$สูงอายุ
ที่อยู1ในชุมชนตำบลเกาะแก$ว ตั้งแต1อายุ 60 ปdขึ้นไป ไม1กำหนดเพศ ได$แก1 ผู$ที่ยินยอมเข$าร1วมการทดลองนวัตกรรม รู$สึกตวั ดีและ
สามารถอา1 นออกเขยี นได$ สอื่ สารได$ และผทู$ มี่ สี มาร.ทโฟน

ขั้นประเมินผล ประเมินคุณภาพ ด$วยแบบประเมินที่พัฒนำขึ้น แล$วนำผลที่ได$จากการทดลองใช$และการประเมินมา
คำนวณทำงสถิติ โดยใช$ค1าเฉลี่ย ส1วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ปรับปรุงแก$ไข และนำมาทดลองใช$ใหม1 รายงานผลและจัดทำคู1มือ
ประกอบการใช$แอพพลเิ คช่ัน ด$งภาพท่ี 1-4

ภาพที่ 1 หนา$ จอของแอปพลเิ คชนั่ แสดง Better Brain แบบประเมินและคณุ อยูจ1 งั หวัดอะไร
ทีม่ า (กนษิ ฐา คำบอนพทิ กั ษ. และคณะ, 2565)

69

ภาพท่ี 2 หนา$ จอของแอปพลิเคชั่นแสดงการทดสอบบอกชือ่ สงิ่ ของ สมาธคิ ดิ เลขในใจ และจำได$ไหม 3 คำ
ทีม่ า (กนษิ ฐา คำบอนพิทกั ษ. และคณะ, 2565)

ภาพที่ 3 หนา$ จอของแอปพลเิ คชั่นแสดงการกดเลอื กผลไม$ ทดสอบความพนั ธ.ระหวา1 งตากบั มือ และแปลผลทดสอบ

70

ท่มี า (กนษิ ฐา คำบอนพทิ กั ษ. และคณะ, 2565)

ภาพที่ 4 วิดโิ อฝก° การกระต$ุนสมอง นวัตกรรมพฒั นำสมองปะลองความจำ Better Brain
ท่ีมา : (กนษิ ฐา คำบอนพทิ กั ษ. และคณะ, 2565)

6. ผลการทดลองใช,และการอภิปรายผล
6.1 การประเมินคุณภาพนวัตกรรมโดยผู$เชี่ยวชาญและปรับปรุง นำนวัตกรรมนวัตกรรมพัฒนำสมองปะลองความจำ

Better Brainให$ผู$เชี่ยวชาญ จำนวน 3 ท1าน ประกอบด$วย ผู$ทรงคุณวุฒิที่มีความรู$เกี่ยวกับผู$สูงอายุ จำนวน 2 ท1าน อาจารย.
พยาบาลที่มีความเชี่ยวชาญด$านการพยาบาลผู$สูงอายุ จำนวน 1 ท1าน ตรวจสอบความเหมาะสมของนวัตกรรม มีข$อเสนอแนะเชิง
คณุ ภาพ ดังนี้

ข$อดีของระบบ ได$แก1 สัญลักษณ.สวยงามทันสมัย เข$าใจง1าย เวลากดจะมีเสียงพูดออกมาด$วย มีเกมส.ในการฝ°กสมอง และ
สามารถเก็บสถิตใิ นการเขา$ ใช$งานแอฟพลิเคชน่ั ได$

ข$อจำกัดของระบบ ได$แก1 ระบบจะสามารถทำงานผ1านแอฟพลิเคชันบนโทรศัพท.มือถือด$วยระบบปฏิบัติการแอนดรอยด.
เท1านั้น และต$องมีอินเทอร.เน็ตในการเข$าใช$งานแอพพลิเคชั่น ต$องมีสัญญานอินเตอร.เน็ตจึงจะสามารถเก็บสถิติในการเข$าใช$งาน
แอฟพลเิ คชนั่ ได$

71

6.2 นักศึกษาลงพื้นที่ทดลองใช$นวัตกรรมพัฒนำสมองปะลองความจำ Better Brain จำนวน 20 คน โดยมีข$อมูลทั่วไป
ดังน้ี เพศชายจำนวน 6 คน คิดเป_นร$อยละ 30 เพศหญิงจำนวน 14 คน คิดเป_นร$อยละ 70 เป_น ผู$ที่ไม1มีความเสี่ยงภาวะสมองเสื่อม
14 คน คิดเป_นร$อยละ 70 ผู$ที่มีความเสี่ยงภาวะสมองเสื่อม 6 คน คิดเป_นร$อยละ 30 ระดับการศึกษา ได$แก1 ผู$ที่ไม1ได$เรียนจำนวน
6 คน คิดเปน_ ร$อยละ 30 ผทู$ เ่ี รียนระดับประถมศึกษา 11 คน คิดเป_นร$อยละ 55 ผท$ู ีเ่ รยี นสูงกว1าประถมศกึ ษาจำนวน 3 คน คิดเปน_
ร$อยละ 15

6.3 แบบสอบถามประเมินความพึงพอใจในการใช$นวัตกรรมพัฒนำสมองปะลองความจำ Better Brainในผู$สูงอายุที่มี
ภาวะสมองเสื่อม มีความพึงพอใจระดับมากที่สุด เท1ากับ 5 คะแนน เท1ากับ และน$อยที่สุด เท1ากับ 1 คะแนน ผู$ใช$แอพพลิเคชั่นมี
ความพึงพอใจต1อการใช$พัฒนำสมองปะลองความจำ Better Brain ในผู$สูงอายุที่มีภาวะสมองเสื่อม พบว1า มีความพึงใจระดับมาก
ที่สุด ค1าเฉลยี่ เทา1 กับ 4.80 สว1 นเบย่ี งเบนมาตรฐานเท1ากบั 0.41

ภาพท่ี 5 ทดลองใชน$ วัตกรรมในชุมชน ภาพท่ี 6 ทดลองใชน$ วัตกรรมในชมุ ชน
ทม่ี า: (กนิษฐา คำบอนพิทกั ษ. และคณะ, 2565) ท่ีมา: (กนษิ ฐา คำบอนพิทกั ษ. และคณะ, 2565)

7.ข,อเสนอแนะ

จากผลการศึกษาการใช$นวัตกรรม“ Better Brain(พัฒนำสมองปะลองความจำ)”นี้เป_นอุปกรณ.ที่ช1วยประเมินภาวะสมอง
เสื่อมในผู$สูงอายุ แต1มีข$อเสนอแนะจากผู$ใช$งานให$เพิ่มวิธีการติดตั้งแอฟพลิเคชั่นค1ที่ไม1ซับซ$อนและใช$เวลาน$อย เพิ่มตัวหนังสือให$มี
ขนำดใหญ1 เหมาะกับผู$สูงอายุ และควรปรับปรุงให$รองรับกับโทรศัพท.ทุกรุ1นทุกระบบปฏิบัติการ จะทำให$นวัตกรรมนี้สามารถใช$ได$
กบั ทกุ คนทำใหเ$ กดิ ประโยชนแ. ก1คนจำนวนมาก

72

8. อ,างองิ

สถาบนั ประสาทวิทยา กรมการแพทย.. (2557). แนวทำงเวชปฏบิ ัตภิ าวะสมองเสอ่ื ม. กรุงเทพฯ: บรษิ ัท ธนำเพรส จำกดั
โยธิน ชนิ วลญั ช..(2558). ระวัง รู$ทัน ปอY งกนั โรคสมองเส่อื ม. Eisai,9(2),20-23
ปณติ า ลมิ ปะวฒั นะ. (2558). Preventive Strategies of Dementia. North-Eastern Thai Journal of
Neuroscience, 6(3),16-23
จำรุวรรณ ก$านศร.ี (2561). แบบทดสอบสภาพสมองเส่อื มเบือ้ งต,น ฉบับภาษาไทย (MMSE-Thai)2002 และ
แบบทดสอบสมรรถภาพสมองไทย (Thai Mini-Mental State Examination; TMSE) ในการคดั กรองผส,ู งู อายภุ าวะสมอง
เส่อื ม สถาบนั เวชศาสตรผk ,ูสงู อาย.ุ สืบคน$ เม่อื 16 กมุ ภาพันธ. 2565 เว็บไซต.
http://agingthai.dms.go.th/agingthai/wpcontent/uploads/2020/07/book_14.pdf
จำรุวรรณ ก$านศรี, ดลใจ และคณะ. (2558). ผลของโปรแกรมบริหารสมองตMอการเพิ่มความจำในผู,สูงอายุที่มีความจำ
พรMองเล็กน,อย. ชัยนำท : วทิ ยาลยั พยาบาลบรมราชชนนี ชัยนำท.
จุไรรัตน. ดวงจันทร.,ดวงหทัย ยอดทอง และพิศสมร เดชดวง.(2563). ความชุกและปhจจัยทำนำยภาวะสมองเสื่อมของ
ผส,ู ูงอายุในชุมชน จงั หวดั เพชรบรุ .ี จังหวดั เพชรบรุ : วารสารวทิ ยาลยั พยาบาลพระจอมเกลา$ .
สายชล บุญวิสุทธานนท. ปÜทมาสุพรรณกุล. (2562). Mobile Application กับการฝ°กกระตุ$นการทำงานของสมองใน
ภาวะความสามารถของสมองบกพร1องเล็กน$อยก1อนวยั สงู อาย. พทุ ธชินราชเวชสาร, 36(1), 77-85.
สุดา เพชร.วิเศษ, ศิริพร พูลสุวรรณ. (2562). พัฒนำเกมสkฝçกสมองลดความเสี่ยงการเกิดภาวะสมองเสื่อมในผู,สูงอายุ
บนระบบปฏิบัติการแอนดรอยดk. การประชุมวิชาการนำเสนอผลงานวิจัยระดับชาติของนักศึกษาด$านมนุษย.ศาสตร.และ
สังคมศาสตร. ครัง้ ท่ี 2, 1805-1816.

73

วงล<อสขุ ภาพ “ลดหวาน มัน เคม็ ”

สุธมิ นต. ตัง้ ตระกูล1, นงณภัทร รุ1งเนย1*, ดนิตา สมทุ รไทย1, เมธินี สิงหท. อง1, พรภมิ ล ขลิบสวุ รรณ.1,
จริ สั ยา ทองคำ1, กรกช ยวงผ้ึง1, กณั ณิกา รอบร1$ู , พรนิตรา ใจออ1 น1, หนึง่ ฤทัย แสงจำรสั 1 และศศกิ านต. กิตโชคประเสริฐ1

1วทิ ยาลัยพยาบาลพระจอมเกลา$ จงั หวัดเพชรบรุ ี คณะพยาบาลศาสตร. สถาบันพระบรมราชชนก
**ผูร$ บั ผดิ ชอบบทความ: [email protected]

บทคดั ยMอ

วงล$อนวัตกรรม”ลดหวาน มัน เค็ม” มีวัตถุประสงค.เพื่อเพื่อให$ความรู$เกี่ยวกับการบริโภคอาหารสำหรับ ผู$ปfวย
โรคเบาหวาน หรือผู$ที่มีภาวะเสี่ยงเป_นโรคเบาหวาน เพื่อให$ผู$ปfวยโรคเบาหวาน หรือผู$มีภาวะเสี่ยงปฏิบัติตนในการรับประทำน
อาหารได$ถูกวิธี เพื่อเป_นเกณฑ.ในการประเมินภาวะสุขภาพผู$ปfวยโรคเบาหวาน หรือผู$ที่มีภาวะเสี่ยง กลุ1มเปYาหมายเป_นผู$ปfวย
โรคเบาหวานที่มารับบริการจากโรงพยาบาลส1งเสริมสุขภาพ ตำบลท1าเสน อำเภอบ$านลาด จังหวัดเพชรบุรี จำนวน 46 คน ผล
การศึกษาพบว1า ร$อยละ 84.78 ของกลุ1มเปYาหมายมีคะแนนความรู$เกี่ยวกับโรคเบาหวานและการควบคุมการบริโภคอาหารอยู1ใน
ระดับดีขึ้นไป คะแนนความรู$เกี่ยวกับโรคเบาหวานและการควบคุมการบริโภคอาหารของกลุ1มเปYาหมายหลังทดลองสูงกว1าก1อน
ทดลองอย1างมีนัยสำคัญทำงสถิติที่ระดับ .01 ร$อยละ 89.13 ของกลุ1มเปYาหมายมีความพึงพอใจต1อนวัตกรรมวงล$อสุขภาพในระดับดี
ขึ้นไป รอ$ ยละ 89. ของกลม1ุ เปYาหมายมีความพรอ$ มในการปรบั เปล่ยี นพฤติกรรมการบรโิ ภคอาหารเพื่อควบคมุ โรคเบาหวาน
คำสำคญั : นวตั กรรม, โรคเบาหวาน, การรับประทำนอาหาร

74

1. ความเปgนมาและความสำคญั ของปญh หา
พฤติกรรมการบริโภคอาหารของบุคคลในปÜจจุบันเปลี่ยนแปลงไปจากอดีตอย1างมาก เนื่องจากการใช$ชีวิตประจำวันที่เร1ง

รีบส1งผลให$มีพฤติกรรมการรับประทำนอาหารประเภทฟาสฟูYดซึ่งมีรสหวานและมีไขมันสูง หากร1างกายได$รับปริมาณน้ำตาลเกิน
ความต$องการของร1างกายจะทำให$เสี่ยงต1อการเกิดโรคเบาหวาน ทั้งนี้สาเหตุของโรคเบาหวานส1วนใหญ1เกิดจากพฤติกรรมการดูแล
ตนเอง ได$แก1 การรับประทำนอาหารที่มีปริมาณน้ำตาลและปริมาณโซเดียมสูง การออกกำลังกาย การจัดการความเครียดที่ไม1
เหมาะสม และโรคอ$วน [1] โดยในแต1ละวันร1างกายของคนเรานั้นต$องการปริมาณน้ำตาลวันละ 4,000 มิลลิกรัม หรือไม1เกินวันละ 6
ช$อนชา และต$องการโซเดียม ไม1เกิน 2,000 มิลลิกรัม/วัน หรือเท1ากับการบริโภคเกลือไม1เกิน 1 ช$อนชา/วัน หรือ น้ำปลาไม1เกิน 4
ช$อนชา/วัน [2,3] การให$คำแนะนำกลุ1มเส่ียงและผู$ปfวยโรคเบาหวานเพื่อควบคุมอาหารอย1างเหมาะสมจะช1วยลดความรุนแรงของ
โรคและลดภาวะแทรกซ$อนต1างๆ ทั้งด$านสมอง หัวใจ ไตและตา [4] การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดูแลสุขภาพตนเองเป_นสิ่งสำคัญ
สำหรับการดูแลผู$ปfวยโรคเบาหวาน [5] ผู$ปfวยที่มีความรู$ด$านสุขภาพเกี่ยวกับโรคเบาหวานน$อยมีความสัมพันธ.กับการควบคุมระดับ
น้ำตาลในเลือดไม1ได$ [6] จะเห็นได$ว1าความรู$เป_นปÜจจัยสำคัญประการหนึ่งของการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และปÜจจัยการเกิด
โรคเบาหวานนั้นล$วนมาจากการบริโภคอาหารที่ขาดการควบคุมปริมาณน้ำตาล และส1งผลไปสู1การเกิดโรคแทรกซ$อนตามมาที่อาจ
เกิดอันตรายถึงชีวิตได$ คณะผู$พัฒนำนวัตกรรมตระหนักถึงความสำคัญดังกล1าว จึงได$พัฒนำนวัตกรรมวงล$อสุขภาพ “ลดหวาน มัน
เค็ม” เพื่อให$ความรู$เกี่ยวกับการประเมินระดับน้ำตาลในเลือดและความเสี่ยงในการเป_นโรคเบาหวานและเกิดโรคแทรกซ$อน รวมทั้ง
แนวทำงการบรโิ ภคอาหารเพ่ือควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให$อย1ใู นเกณฑ.ปกติ

2.วตั ถปุ ระสงคk
1. เพื่อพัฒนำนวัตกรรมวงล$อสุขภาพ “ลดหวาน มัน เค็ม” สำหรับประเมินภาวะสุขภาพและให$ความรู$กับผู$ปfวย

โรคเบาหวานท่มี ารับบรกิ ารท่โี รงพยาบาลสง1 เสริมสุขภาพตำบลทา1 เสน อำเภอบ$านลาด จงั หวัดเพชรบุรี
2. เพื่อประเมนิ ประสทิ ธิผลของนวตั กรรมวงลอ$ สขุ ภาพ “ลดหวาน มัน เคม็ ” ทพ่ี ัฒนำขนึ้ โดยประเมนิ จาก
2.1 เปรียบเทียบคะแนนความรข$ู องผู$ปวf ยโรคเบาหวานทมี่ ารับบริการฯ ก1อนและหลงั เขา$ ร1วมกิจกรรม
2.3 ประเมินความพงึ พอใจของผูป$ fวยโรคเบาหวานทีม่ ารับบริการฯ ต1อนวตั กรรมทพ่ี ฒั นำขนึ้
2.4 ประเมินความพร$อมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคอาหารของผู$ปfวยโรคเบาหวานที่มารับบริการฯ หลัง
เข$ารว1 มกจิ กรรม

3. กลมุM เปาm หมาย
ผู$ปfวยโรคเบาหวานที่มารับบริการจากโรงพยาบาลส1งเสริมสุขภาพตำบลท1าเสน อำเภอบ$านลาด จังหวัดเพชรบุรี จำนวน

46 คน

4.กระบวนการพัฒนำ (ตามขน้ั ตอน plan do check act)
วิธีการทำนวตั กรรมวงล$อสุขภาพลด หวาน มัน เคม็ มีดังน้ี
4.1 ขั้นเตรียมการ (plan)
คณะผู$จดั ทำประชุมรว1 มกบั อาจารยท. ่ีปรกึ ษาประจำโครงการ ดงั นี้

75

4.1.1 ศึกษาและสำรวจข$อมูลที่โรงพยาบาลส1งเสริมสุขภาพตำบลท1าเสน อำเภอบ$านลาด จังหวัดเพชรบุรี
เนื่องจากเป_นชุมชนเปYาหมายในการจัดกิจกรรมบริการวิชาการแก1สังคมของวิทยาลัยพยาบาลพระจอมเกล$า จังหวัดเพชรบุรี และ
พบว1าในปdงบประมาณ 2563 มีผู$ปfวยโรคเบาหวานจำนวน 199 ราย และจากการสำรวจข$อมูลเบื้องต$นพบว1า ยังไม1สามารถควบคุม
ระดับนำ้ ตาลในเลือดใหอ$ ย1ใู นเกณฑ.ปกติได$ จำนวน 112 ราย

4.1.2 วางแผนทำนวัตกรรมและจัดเตรียมวัสดุอุปกรณ.ในการประดิษฐ.นวัตกรรมวงล$อสุขภาพ “ลดหวาน มัน
เค็ม”

4.2 ขั้นปฏิบัติการ (Do)
4.2.1 ศึกษาข,อมูลในการเลือกใช,วัสดุในการประดิษฐk จากการทบทวนวรรณกรรมพบว1า มีหน1วยงานหลาย
แหง1 ผลติ วงลอ$ สุขภาพเกีย่ วกับการดูแลสุขภาพ ซึ่งพบวา1 วงล$อสขุ ภาพขนำด 55 เซนตเิ มตร มีราคา 1,390-2,500 บาท และคอ1 นข$าง
หนัก และวงล$อนั้นมีเนื้อหาความรู$เพียงเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ดังนั้นคณะผู$จัดทำจึงวางแผนในการพัฒนำนวัตกรรมที่มีข$อมูลครบถ$วน
สำหรับประเมินระดับน้ำตาลและให$ความรู$เบื้องต$นในการบริโภคอาหารและมีราคาประหยัด ได$แก1 การเลือกใช$ฟßวเจอร.บอร.ดใน
การแสดงเนื้อหาความรู$ และมีเอกสารแผ1นพับสำหรับแจกผู$ใช$บริการเพื่อความสะดวกในการนำความรู$ไปประยุกต.ใช$ในการดูแล
ตนเอง
4.2.2 ออกแบบวงล,อสุขภาพ “ลดหวาน มัน เค็ม” โดยนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาเป_นพื้นฐานใน
การดำเนนิ โครงการเพื่อลดต$นทุนในการผลติ ให$มรี าคาตำ่ แต1เกดิ ประสทิ ธภิ าพสูงสดุ และตอบสนองความต$องการของผู$ปวf ย
4. 2.3 พัฒนำนวัตกรรมวงลอสุขภาพ “ลดหวาน มัน เค็ม” โดยใช$หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง คือ หลัก
สามหว1 ง สองเงื่อนไข ควบคก1ู ับคุณธรรม
ห1วงที่ 1 ความพอประมาณ หมายถึง ความพอดีที่ไม1น$อยเกินไปและไม1มากเกินไป โดยไม1เบียดเบียนตนเองและ
ผู$อื่น ได$แก1 การผลิตและการบริโภคอยู1ในระดับพอประมาณ ซึ่งหมายถึง การนำเอาวัสดุอุปกรณ.ที่มีราคาถูกและใช$งานได$ดี
เทียบเทา1 กบั ของที่เคยมี และมีการออกแบบและคำนวณวัสดทุ ่ใี ชใ$ นการผลติ ใหม$ คี วามพอดีกับการใช$งานต1อผ$ูปวf ย
ห1วงที่ 2 ความมีเหตุผล หมายถึง การตัดสินใจเกี่ยวกับระดับของความพอเพียงนั้นจะต$องเป_นไปอย1างมีเหตุผล
ได$แก1 การพิจารณาจากเหตุปÜจจัยที่เกี่ยวข$องตลอดจนคำนึงถึงผลที่คาดว1าจะเกิดขึ้นจากการกระทำนั้น ๆ อย1างรอบคอบ ซ่ึง
หมายถึง การศกึ ษาข$อมูลเกีย่ วกับคณุ สมบัติวสั ดุเพอื่ เลอื กใชว$ สั ดใุ หเ$ หมาะสมกบั นวัตกรรมและเกิดประสทิ ธิภาพสูงสดุ
ห1วงที่ 3 การมีภูมิคุ$มกันในตัวที่ดี หมายถึง การเตรียมตัวให$พร$อมรับผลกระทบและการเปลี่ยนแปลงด$านต1าง ๆ
ที่จะเกิดขึ้น ได$แก1 การคำนึงถึงความเป_นไปได$ของสถานการณ.ต1าง ๆ ที่คาดว1าจะเกิดขึ้นในอนำคตทั้งใกล$และไกล ซึ่งหมายถึง การ
ออกแบบนวัตกรรมวงล$อสุขภาพ”ลดหวาน มัน เค็ม” เพื่อให$ผู$ปfวยโรคเบาหวานสามารถนำความรู$ไปประยุกต.ใช$ในการดูแลตนเอง
ไดแ$ ละมสี ขุ ภาวะทีด่ ีขึน้
ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง 2 เงอ่ื นไข
1) เงื่อนไขความรู$ ประกอบด$วย ความรอบรู$เกี่ยวกับวิชาการอย1างรอบด$าน ความรอบคอบที่จะนำความรู$มา
พิจารณาให$เชื่อมโยงกัน เพื่อประกอบการวางแผนและความระมัดระวังในขั้นปฏิบัติ ซึ่งหมายถึง การที่คณะผู$จัดทำศึกษาความร$ู
เกยี่ วกบั โรคเบาหวาน การใหค$ วามรรู$ ะดับนำ้ ตาลในเลอื ด และการเลือกรับประทำนอาหารให$เหมาะสม
2) เงื่อนไขคุณธรรม ประกอบด$วย ความตระหนักในคุณธรรม ความซื่อสัตย.สุจริต ความอดทน และความ
พากเพียร ใช$สติปÜญญาในการดำเนินชีวิต ซึ่งคณะผู$จัดทำได$ใช$ความมุ1งมั่น อดทน สติปÜญญา และความพากเพียรในการศึกษา
ค$นคว$าหาขอ$ มลู เพอื่ พฒั นำนวัตกรรม รวมทั้งความสามคั คีในการทำงานรว1 มกันของสมาชิกกล1ุมตลอดระยะเวลา 2 เดอื น

76

4.2.4 การทดลองใช,นวัตกรรมวงล,อสุขภาพ “ลดหวาน มัน เค็ม” คณะผู$จัดทำได$นำนวัตกรรมวงล$อสุขภาพ
“ลดหวาน มัน เค็ม” ไปทดลองใช$กับผู$ปfวยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 จำนวน 46 ราย ในเดือนพฤศจิกายน 2563 เพื่อประเมินความ
เสี่ยงของโรคเบาหวานและให$คำแนะนำการดูแลสุขภาพของผู$ปfวยโรคเบาหวาน การรับประทำนอาหารที่เหมาะสม การทดลองใช$
นวตั กรรมเพ่ือใหค$ วามรก$ู บั ผู$ปวf ยแสดงดงั ภาพที่ 1

ภาพที่ 1 การทดลองใช$ นวัตกรรมทพี่ ฒั นาขึ้นในพน้ื ท่ีบริการ

77

3. ข้นั ประเมินผลและสรปุ (Check)
เมื่อนำนวตั กรรมมาทดลองครั้งท่ี 1 พบว1า
1. นวตั กรรมมีขนำดใหญ1ทำให$ไม1สะดวกตอ1 การพกพาไปใหค$ วามร$ผู ูป$ วf ยโรคเบาหวาน
2. เนอื้ หามตี ัวอกั ษรเล็กเกนิ ไป จนทำให$ผปู$ fวยบางรายอ1านไดไ$ มช1 ดั เจน
3. ตัวอย1างชนิดของอาหารมนี อ$ ยและไมส1 อดคล$องกบั ความต$องการของผปู$ fวย

4. ข้นั ปรับปรงุ การดำเนินการ (Ack)
1. ปรบั ภาษาใหม$ ีความกระชบั เขา$ ใจงา1 ย
2. เปลี่ยนรูปแบบนวัตกรรมใหม1จากภาพแผ1นใหญ1เป_นวงล$อที่สามารถยกเคลื่อนย$ายได$ง1ายและสามารถหมุนได$ ทำให$
สะดวกในการนำไปจัดกิจกรรมให$ความรูเ$ พม่ิ ขึน้
3. ปรับขนำดตัวอักษรให$มีความเหมาะสม ง1ายต1อการอ1าน และจัดทำแผ1นพับที่มีสีแสดงความแตกต1างของระดับความ
รนุ แรงของโรค ไดแ$ ก1 ระดบั ปกติถึงเสี่ยงต1อการเกิดภาวะแทรกซอ$ น คือ สเี ขยี ว สแี ดงสสี ม$ สีแดง ทำให$เขา$ ใจงา1 ยเพิม่ ขึน้
4. เพม่ิ ตวั อย1างชนิดอาหารทั้งของคาว ของหวานและผลไม$ เพ่อื ใหผ$ ป$ู fวยเข$าใจและนำไปใช$ไดเ$ พ่มิ ขน้ึ

5.รายละเอียดและวธิ กี ารใช,งานนวตั กรรม
นวัตกรรมวงล,อสุขภาพ “ลดหวาน มัน เค็ม” เป_นวงล$อสุขภาพที่ใช$ในการประเมินความเสี่ยงในการเป_นโรคเบาหวาน

และการประเมินระดบั น้ำตาลของผปู$ วf ยโรคเบาหวาน พรอ$ มทงั้ แนวทำงปฏบิ ัติตนเพอ่ื ปYองกันและควบคมุ โรคเบาหวาน
วงลอ, ดา, นหนา, เป_นวงลอ$ แสดงระดบั น้ำตาลในเลอื ดปกติและระดบั ที่มคี วามเสย่ี งตอ1 การเป_นโรคเบาหวาน ได$แก1
1) ระดับปกติ ระดับน้ำตาลในเลือดเมื่องดน้ำงดอาหาร 6-8 ชั่วโมง เท1ากับ 70-99 มิลลิกรัม /เดซิลิตร หมายถึงภาวะ
ปกติ
2) ระดับเสีย่ ง ระดบั นำ้ ตาลในเลอื ดเม่ืองดนำ้ งดอาหาร 6-8 ช่วั โมง เทา1 กบั 100-125 มลิ ลกิ รัม/เดซลิ ติ ร
3) ระดบั เปgนโรคเบาหวาน ระดบั น้ำตาลในเลือดเมื่องดนำ้ งดอาหาร 6-8 ช่ัวโมง เท1ากับ 126-180 มิลลิกรัม/เดซลิ ติ ร
4) ระดับที่เปgนโรคเบาหวานและมีความเสี่ยงตMอภาวะแทรกซ,อน คือ ระดับน้ำตาลในเลือดเมื่องดน้ำงดอาหาร 6-8

ชั่วโมง มากกว1า 180 มิลลิกรัม/เดซิลิตร และมีแนวทำงการปฏิบัติตนเพื่อควบคุมอาหารโดยลดอาหารที่มีน้ำตาลสูง ไขมันสูง และ
ลดอาหารเค็ม

วงล,อด,านหลัง ประกอบด$วย ตัวอย1างอาหารที่มีน้ำตาล ไขมันและโซเดียมสูงที่ควรหลีกเลี่ยง ซึ่งนวัตกรรมเป_นประโยชน.
ในการคดั กรองผ$ูปวf ยกล1มุ เสยี่ งโรคเบาหวานและใช$ในการให$ความรเู$ พ่อื ควบคมุ ระดบั นำ้ ตาลในเลอื ด และด$านหน$า

78

กล1อง มีเอกสารแผ1นพับเป_นรูปวงกลม ซึ่งออกแบบขึ้นโดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับระดับความเสี่ยงและการปฏิบัติตน ซึ่งผู$ปfวยสามารถ
ศึกษาด$วยตนเองและอา1 นไดเ$ ขา$ ใจง1าย สะดวกต1อการใช$งาน อักษรตวั ใหญ1เหมาะกบั ผู$สงู อายุสามารถอ1านไดง$ า1 ย

รายละเอียดเนอื้ หา ประกอบดว$ ย [2,3,5,6]
วงล,อท่ี 1 การประเมินความเสี่ยงตอM โรคเบาหวานและแนวทำงดแู ลตนเอง
การประเมนิ ความเสีย่ งต1อโรคเบาหวาน สำหรบั คัดกรองโรคเบาหวาน แบ1งเปน_ 4 ระดับ ได$แก1
ระดบั ปกติ ระดับน้ำตาลในเลือดเมอื่ งดน้ำงดอาหาร 6-8 ชั่วโมงเทาM กับ 70-99 มลิ ลิกรมั / เดซิลติ รหรือ HbA1C น,อย
กวMา 5.7% หมายถงึ ภาวะปกติ
แนวทำงปฏิบัติตน ควบคุมอาหารเพื่อให$มีน้ำหนักตัวที่เหมาะสม ลดอาหารจำพวกแปYง ไขมัน ของทอด ลดอาหารหวาน
และอาหารรสจัด รบั ประทำนผัก ผลไม$ทกุ วัน งดบหุ รี่ สรุ า และสารเสพติด ออกกำลังกายวันละ 30 นำที สปั ดาหล. ะ 3-5 วัน
ระดับเสี่ยงตMอการเปgนโรคเบาหวาน ระดับน้ำตาลในเลือดเมื่องดน้ำงดอาหาร 6-8 ชั่วโมง เทMากับ 100-125
มลิ ลกิ รัม/เดซลิ ติ ร หรือ HbA1C 5.7-6.4%
แนวทำงปฏบิ ัติตน ควบคุมอาหารเพือ่ ให$มีนำ้ หนกั ตัวท่เี หมาะสม ลดอาหารจำพวกไขมัน แปYง นำ้ ตาล ของทอด
ลดอาหารหวานจัด เค็มจัด ผงชูรส ซอสปรุงรสและอาหารหมักดองต1าง ๆ งดบุหรี่ สุรา และสารเสพติดออกกำลังกายวันละ 30 นำ
ที สัปดาห.ละ 3-5 วนั ตรวจวดั ความดันโลหิตและระดบั นำ้ ตาลในเลือดทกุ 6 เดือน
ระดับที่เปgนโรคเบาหวาน ระดับน้ำตาลในเลือดเมื่องดน้ำงดอาหาร 6-8 ชั่วโมง เทMากับ 126-180 มิลลิกรัม/เดซิลิตร
หรอื HbA1C 6.5-7.9%
แนวทำงปฏิบัติตน ควบคุมน้ำหนักลดความอ$วน ลดอาหารที่มีไขมัน แปYง น้ำตาล ลดอาหารหวานจัดเค็มจัด รับประทำน
อาหารประเภทต$มนึ่งแทนการทอดหรือผัด รับประทำนผักผลไม$ที่รสไม1หวานจัดไม1รับประทำนจุกจิก งดบุหรี่ สุรา และสารเสพติด
ลดความเครียด ออกกำลังกายให$เหมาะสมกับวัยและสุขภาพสม่ำเสมอ ควบคุมความดันโลหิต หรือระดับน้ำตาลในเลือดให$อยู1ใน
เกณฑ.ปกติพบแพทยต. ามนัดเพื่อรกั ษาอยา1 งต1อเน่ือง
ระดับที่เปgนโรคเบาหวานและเสี่ยงตMอการเกิดภาวะแทรกซ,อน ระดับน้ำตาลในเลือดเมื่องดน้ำงดอาหาร 6-8 ชั่วโมง
เทMากับ มากกวาM 180 มลิ ลกิ รมั / เดซิลิตร หรอื HbA1C 8% ข้ึนไป
แนวทำงปฏิบัติตน ควบคุมอาหารจำพวกไขมัน แปYงและน้ำตาล รับประทำนปลา ธัญพืชและผักต1าง ๆ ให$มากข้ึน
ควบคุมน้ำหนักตัว ลดความอ$วน ลดอาหารหวานจัดเค็มจัด รับประทำนอาหารประเภทต$ม นึ่ง แทนการทอดหรือผัด งดบุหรี่ สุรา
และสารเสพติด ลดความเครียดออกกำลังกายให$เหมาะสมกับวัยและสุขภาพระวังโรคแทรกซ$อน พบแพทย.ตามนัดเพื่อการรักษาท่ี
ถกู ตอ$ ง ปฏบิ ัติตามคำแนะนำอยา1 งเคร1งครดั ใช$ยาให$ถูกตอ$ ง
วงล,อที่ 2 แนวทำงการควบคุมการบริโภคอาหาร การควบคุมการบรโิ ภคอาหารสำหรับผู$ปวf ยเบาหวาน ควรควบคมุ และ
ปรับเปลี่ยนให$เหมาะสมกับภาวะสุขภาพของแต1ละบุคคลในแต1ละช1วงวัยซึ่งต$องการสารอาหารที่แตกต1างกัน พลังงานที่บุคคลวัย
ทำงานควรได$รับต1อวนั คือ 2000 กโิ ลแคลอร่ี
วงล,อท่ี 3 แนวทำงการควบคุมการบริโภคอาหารลดเค็ม
1) ผ$ปู fวยโรคเบาหวานควรควบคมุ ระดับความดนั โลหิตใหน$ $อยกวา1 130/80 มลิ ลิเมตรปรอท
2) หลกี เล่ยี งอาหารหรอื ซอสปรงุ รสที่มรี สเค็มจดั น้ำปลา 1 ชอ$ นโตะ∞ มโี ซเดยี ม 1200 มลิ ลิกรัม
3) รบั ประทำนอาหารท่ีผ1านการแปรรูปนอ$ ยทส่ี ุด รบั ประทำนผกั สดและผลไมร$ สไมจ1 ัดจนเกนิ ไป
4) รับประทำนโซเดียม ไม1เกินวนั ละ 2,000 มิลลกิ รัมหรือเกลอื 1 ชอ$ นชา

79

5) หลกี เลย่ี งการรบั ประทำนอาหารรสจัดและอาหารหมกั ดอง

วงลอ, ที่ 4 ตัวอยาM งอาหารทม่ี ีปรมิ าณน้ำตาลสูงและควรหลกี เลีย่ ง ไดแ$ ก1
1. ผลไม, เชน1 ทเุ รียน 1 เม็ด (40 กรมั ) เทา1 กบั นำ้ ตาล 4.5 ช$อนชา
กล$วยไข1 1 ผล (50 กรัม) เทา1 กบั น้ำตาล 2.7 ชอ$ นชา
ฝร่ัง 1 ผล (225 กรมั ) เท1ากับนำ้ ตาล 3.1 ชอ$ นชา
2. ขนมหวาน เช1น ทองหยบิ 1 ชิ้น เท1ากบั นำ้ ตาล 2 ช$อนชา
มนั แกงบวด 1 ถ$วย มีนำ้ ตาล 6 ช$อนชา
ทเุ รยี นกวน 100 กรัม เท1ากบั น้ำตาล 10 ช$อนชา
ลูกเกด 100 กรัม มปี รมิ าณนำ้ ตาล 16 ช$อนชา
สบั ปะรดกวน 1 ช้ิน เท1ากบั นำ้ ตาล 4 ช$อนชา
ข$าวตม$ มัดไส$กลว$ ย 1 มัด เทา1 กับน้ำตาล 2 1/2 ช$อนชา
กล$วยกวน 100 กรมั เท1ากบั น้ำตาล 10 ชอ$ นชา
3. ของคาว เช1น ปาทอ1 งโก± 1 ตวั เท1ากับนำ้ ตาล 1 ชอ$ นชา
ไข1เคม็ 1 ฟอง มโี ซเดยี ม 480 มลิ ลกิ รัม นำ้ ตาลเทา1 กับ 1/4 ช$อนชา
มนั ฝรั่งทอด 20 ชิน้ มโี ซเดียม 220 มิลลิกรัม เท1ากับ 1/8 ชอ$ นชา
บะหมก่ี ่ึงสำเรจ็ รูปพร$อมเครือ่ งปรงุ หอ1 มีโซเดียม 1480 มิลลิกรมั เท1ากับ 3/4 ชอ$ นชา
นำ้ ปลา 1 ชอ$ นชา มีโซเดยี ม 400 มิลลิกรมั เทา1 กบั 1/4 ช$อนชา
ซอสหอยนางรม 1 ชอ$ นโตะ∞ มโี ซเดียม 518 มิลลกิ รมั เทา1 กบั 1/4 ช$อนชา
ซีอวิ๊ 1 ชอ$ นโต∞ะ มีโซเดียม 1190 มลิ ลิกรมั เท1ากับ 1/2 ช$อนชา
ภาพนวตั กรรมและองค.ประกอบของนวตั กรรมแสดงดงั ภาพท่ี 2-4

ภาพที่ 2 นวัตกรรมวงลอ$ สขุ ภาพ “ลดหวาน มัน เคม็ ”

80

ภาพที่ 3 องค.ประกอบของนวตั กรรมวงล$อสขุ ภาพ “ลดหวาน มัน เค็ม”

ภาพท่ี 4 อย1างแผน1 พับให$ความรู$สำหรบั ผ$ูปวf ยโรคเบาหวาน
วิธีการใชง$ านนวตั กรรมที่พัฒนำข้ึน สามารถใช$งานเพ่ือประกอบการใหค$ วามรูก$ ลุ1มเสีย่ งโรคเบาหวานและผ$ปู วf ยโรคเบาหวาน โดย
หมนุ วงลอ$ ตามประเด็นท่ตี $องการอธบิ าย
6. ผลการทดลองใช,นวัตกรรมและการอภิปรายผล
กลม1ุ เปาY หมาย คือ ผปู$ วf ยโรคเบาหวานทมี่ ารบั บริการจากโรงพยาบาลส1งเสริมสุขภาพตำบลทา1 เสน จำนวน 46 คน สว1 นใหญเ1 พศ
หญิง (ร$อยละ 73.91) มรี ะยะเวลาเป_นโรคเบาหวาน 1-10 ปd จำนวน 42 คน (ร$อยละ 91.30) และ 11-20 ปd จำนวน 4 คน (รอ$ ยละ
8.70) ระดบั น้ำตาลในเลอื ดเมื่องดน้ำงดอาหาร 6-8 ชัว่ โมง เทา1 กับ 98-210 มิลลิกรัมตอ1 เดซลิ ิตร
ผลการประเมนิ ประสิทธผิ ลของนวตั กรรมทพ่ี ฒั นำขนึ้ ตามตัวชว้ี ดั ความสำเรจ็ ของโครงการสรุปได$ดังนี้

81

ตารางท่ี 1 ผลลัพธต. ามตวั ชี้วดั ความสำเรจ็ ของโครงการ

ตัวชี้วัดความสำเรจ็ ผลลพั ธk

1. รอ$ ยละ 80 ของกล1มุ เปYาหมายมีคะแนนความรเ$ู กี่ยวกบั ร$อยละ 84.78 ของกลุม1 เปYาหมายมีคะแนนความรเู$ กี่ยวกบั
โรคเบาหวานและการควบคมุ การบรโิ ภคอาหารอยูใ1 น โรคเบาหวานและการควบคุมการบรโิ ภคอาหารอยใู1 น
ระดับดีขน้ึ ไป (คะแนนตง้ั แต1 12 ขึ้นไป จากคะแนนเตม็ ระดบั ดีข้นึ ไป
15)

2. คะแนนความร$ูเก่ียวกับโรคเบาหวานและการควบคมุ คะแนนความรูเ$ ก่ียวกบั โรคเบาหวานและการควบคุมการ
การบริโภคอาหารของกลุ1มเปYาหมายหลงั ทดลองสงู กว1า บรโิ ภคอาหารของกลุ1มเปาY หมายหลงั ทดลองสงู กวา1 ก1อน
ก1อนทดลอง ทดลองอย1างมีนยั สำคญั ทำงสถิติที่ระดับ .01

3. ร$อยละ 80 ของกล1ุมเปYาหมายมคี วามพงึ พอใจต1อ รอ$ ยละ 89.13 ของกล1มุ เปาY หมายมีความพงึ พอใจตอ1
นวตั กรรมวงลอ$ สขุ ภาพในระดับดขี ึ้นไป (คะแนน 3.51 นวตั กรรมวงล$อสุขภาพในระดับดีข้นึ ไป
จากคะแนนเตม็ 5)

4. รอ$ ยละ 80 ของกล1มุ เปYาหมายมคี วามพรอ$ มในการ ร$อยละ 89.13 ของกลมุ1 เปาY หมายมคี วามพร$อมในการ
ปรับเปลี่ยนพฤตกิ รรมการบรโิ ภคอาหารเพอ่ื ควบคุม ปรับเปลยี่ นพฤตกิ รรมการบรโิ ภคอาหารเพื่อควบคมุ
โรคเบาหวานในระดับดขี น้ึ ไป (คะแนน 4 จากคะแนนเต็ม โรคเบาหวานในระดบั ดีขน้ึ ไป
5)

ผลการประเมินความพงึ พอใจต1อนวตั กรรมวงลอ$ สขุ ภาพ “ลดหวาน มนั เค็ม” พบว1าค1าเฉลย่ี ภาพรวมอยูใ1 นระดบั ดี (M= 3.83,
SD=0.36) คา1 เฉลี่ยสูงสุด คือ ความพร$อมตอ1 การปรบั เปลย่ี นพฤตกิ รรมการบริโภคอาหาร (M= 4.20, SD=0.66) คา1 เฉลี่ยต่ำสุด คอื
ตวั อยา1 งอาหารในชีวติ ประจำวันทพี่ บบ1อยและปรมิ าณนำ้ ตาลและโซเดยี มในอาหารชัดเจน (M= 3.59 SD=0.82) รายละเอียดดัง
ตารางที่ 2

82

รายการประเมนิ Mean SD

1.วงล$อสุขภาพชว1 ยใหป$ ระเมินความเส่ยี งตอ1 โรคเบาหวานหรือความรุนแรงของโรคเบาหวานได$ 4.00 0.63

2. แนวทำการควบคุมการบริโภคอาหารทีช่ ดั เจนและเขา$ ใจง1าย 3.60 0.66

3.ตวั อยา1 งอาหารในชวี ิตประจำวนั ท่พี บบอ1 ยและปรมิ าณน้ำตาลและโซเดียมในอาหารชัดเจน 3.59 0.82

4. ระบสุ ดั ส1วนของปรมิ าณน้ำตาลทสี่ ามารถบรโิ ภคไดใ$ นแต1ละวันชัดเจน 3.66 0.80

5. ระบุสดั สว1 นของปริมาณโซเดียมท่ีสามารถบริโภคไดใ$ นแตล1 ะวันชดั เจน 3.84 0.82

6. วงลอ$ สุขภาพชว1 ยใหเ$ ข$าใจแนวทำงการปฏบิ ตั ิตนเพือ่ ลดระดับนำ้ ตาลในเลือดเพม่ิ ข้ึน 4.02 0.71

7. วงล$อสขุ ภาพช1วยให$เข$าใจแนวทำงหลกี เลย่ี งการบริโภคผลไมท$ ี่มนี ้ำตาลสูงเพม่ิ ขึน้ 3.77 0.64

8.วงล$อสุขภาพชว1 ยให$ท1านมีความพร$อมตอ1 การปรบั เปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคอาหารเพ่ิมขน้ึ 4.20 0.66

รวม 3.83 0.36

ผลการเปรียบเทียบความแตกตา1 งระหวา1 งคะแนนความรข$ู องผ$ปู fวยโรคเบาหวานท่ีมารบั บริการฯ กอ1 นและหลงั เขา$ ร1วมกิจกรรม โดย
การทดสอบคา1 ที พบว1า คะแนนความรูห$ ลงั เข$ารว1 มกิจกรรมสูงกว1ากอ1 นทดลองอยา1 งมีนัยสำคญั ทำงสถติ ทิ รี่ ะดบั .01 (t=18.37,
p<.001) ดงั ตารางท่ี 3

ตารางท่ี 3 เปรยี บเทยี บคะแนนความรขู$ องผปู$ วf ยโรคเบาหวานที่มารบั บริการฯ ก1อนและหลงั เขา$ รว1 มกิจกรรม (n=46)

ความรข,ู องผปู, óวยโรคเบาหวาน Mean SD tp

กอ1 นใช$นวตั กรรม 9.30 1.64 18.37 <.001

หลังใช$นวัตกรรม 12.59 1.07

จากการสอบถามความคิดเห็นของกลุ1มเปYาหมายพบว1า กลุ1มเปYาหมายพึงพอใจต1อการใช$งานนวัตกรรมและพอใจที่ได$รับ
แผ1นพับที่มีสีสันชัดเจน ทำให$เข$าใจง1ายเพิ่มขึ้น เจ$าหน$าที่โรงพยาบาลส1งเสริมสุขภาพมีข$อเสนอแนะให$เพิ่มแผ1นพับเกี่ยวกับตัวอย1าง
อาหารและสัดสว1 นปรมิ าณนำ้ ตาลและโซเดยี มในอาหารแตล1 ะชนิดเพิ่มข้นึ

83

7. การอภปิ รายและสรุปผล

ผลการประเมินความพึงพอใจต1อนวัตกรรมวงล$อสุขภาพ “ลดหวาน มัน เค็ม” อยู1ในระดับมาก และร$อยละ 84.78 ของ
กลุ1มเปYาหมายมีคะแนนความรู$เกี่ยวกับโรคเบาหวานและการควบคุมการบริโภคอาหารอยู1ในระดับดีขึ้นไป และหลังทดลองสูงกว1า
ก1อนทดลองอย1างมีนัยสำคัญทำงสถิติที่ระดับ .01 และร$อยละ 89.13 ของกลุ1มเปYาหมายมีความพร$อมในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
การบริโภคอาหารเพื่อควบคุมโรคเบาหวานในระดับดีขึ้นไป แสดงให$เห็นว1า นวัตกรรมวงล$อสุขภาพ “ลดหวาน มัน เค็ม” ช1วยให$
กลุ1มเปYาหมายเข$าใจเกี่ยวกับแนวทำงดูแลตนเองเพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้น การจัดทำสื่อให$ความรู$ในลักษณะวงล$อ
สุขภาพและมีแผ1นพับที่มีสีแสดงความแตกต1างของระดับความรุนแรงของโรค ช1วยให$ผู$ปfวยเข$าใจความรุนแรงของโรคและแนวทำง
การปฏิบัติตนได$ง1ายขึ้น การทดลองใช$นวัตกรรมนี้ยังไม1ได$เปรียบเทียบระดับน้ำตาลในเลือดก1อนและหลังเข$าร1วมกิจกรรม เนื่องจาก
มีระยะเวลาศึกษาจำกัด อย1างไรก็ตามวิทยาลัยได$มีการติดตามผลลัพธ.ของระดับน้ำตาลในเลือดของกลุ1มเปYาหมายหลังจากเข$าร1วม
กจิ กรรม 2 เดอื น พบว1า รอ$ ยละ 82.60 ของกลุม1 เปYาหมายมีระดบั นำ้ ตาลในเลือดของผป$ู วf ยลดลง

8. ข,อเสนอแนะ

ควรศึกษาติดตามต1อเนื่องในระยะยาวเพื่อติดตามระดับผลลัพธ.ของน้ำตาลในเลือดและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดูแล
ตนเองของผู$ปfวยโรคเบาหวานอย1างต1อเนื่อง และควรเพิ่ม ตัวอย1างอาหารในชีวิตประจำวันที่พบบ1อยและปริมาณน้ำตาลและ
โซเดียมในอาหารทห่ี ลากหลายเพิ่มขึ้น เพื่อใหผ$ ู$ปfวยสามารถนำไปใช$ในชวี ติ ประจำวนั ได$เพมิ่ ข้ึน

9. เอกสารอ,างอิง
[1] สมใจ จำงวาง, เทพกร พิทยภินนั , และนริ ชร ชตู พิ ฒั นะ. (2559). ปÜจจัยทีม่ คี วามสมั พันธก. บั พฤตกิ รรมการดูแลตนเองเพอื่
ปอY งกนั
โรคเบาหวานและโรคความดันโลหติ สงู ของประชาชนกลุ1มเสี่ยง. วารสารเครอื ขMายวทิ ยาลัยพยาบาลและการสาธารณสขุ
ภาคใต,, 3(1), 110-128..
[2] สำนกั งานโภชนำการ กรมอนำมยั กระทรวงสาธารณสขุ . (2560). สขุ ภาพดี เร่ิมท่.ี ..ลด หวาน มัน เคม็ เตมิ ผัก ผลไม,.
(พมิ พค. ร้ังท่ี 5). นนทบรุ ี: สามเจรญิ พาณิชย..
[3] ราชวิทยาลัยอายุรแพทยแ. ห1งประเทศไทยในพระบรมราชปู ถัมภ,. สมาคมโรคเบาหวานแห1งประเทศไทยในพระราชปู ถมั ภส. มเดจ็
พระเทพรัตนราชสดุ าฯสยามบรมราชกุมารี, สมาคมต1อมไร$ท1อแห1งประเทศไทย, สถาบันวิจัยและประเมนิ เทคโนโลยที ำงการแพทย.
กรมการแพทย. กระทรวงสาธารณสขุ และสำนักงานหลักประกนั สุขภาพแหง1 ชาติ. (2560). แนวทำงเวชปฏบิ ัติสำหรับ
โรคเบาหวาน 2560. ปทุมธานี: ร1มเยน็ มีเดยี .
[4] นงณภทั ร รุง1 เนย, ศิริพร ครฑุ กาศ, เยาวลกั ษณ. บญุ มมี าก, นง. คราญ บุญอิง้ และน้ำฝน วชิรรตั นพงษเ. มธี. (2559).
พฤตกิ รรมการแสวงหาการดูแลสุขภาพของผ,สู งู อายุโรคเบาหวานชนิดท่ี 2. (รายงานวจิ ยั ). วทิ ยาลัยพยาบาลพระจอม
เกลา$ จังหวดั เพชรบุร.ี
[5] รชั ชนก กล่ินชาติ, สุมาลี ราชนิยม, รชั มน นำมวงษ., นงณภทั ร ร1งุ เนย, และนติ ยา ทองมา. (2561).การสง1 เสริมการควบคมุ
ระดับ
นำ้ ตาลในเลอื ดตามหลกั ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียงในผ$ปู fวยโรคเบาหวาน. วารสารวิทยาลยั พยาบาลพระปกเกล,าจนั ทบรุ ,ี

84

29(2), 188-185.
[6] กลมุ1 ส1งเสริมโภชนำการวัยรุ1นและวัยทำงาน สำนกั โภชนำการ กรมอนำมัย กระทรวงสาธารณสขุ . (2561). อ่ิม อรMอย ได,สขุ ภาพ
สไตลkเบาหวานสำหรบั ผูท, ่ีเปgนเบาหวานทย่ี ังไมMมภี าวะของโรคแทรกซอ, น. (พมิ พ.ครั้งท่ี 4). กรุงเทพฯ: สามเจริญพาณชิ ย..

85

นวตั กรรม NUN NPRU

(Nursing of Upper and lower of respiratory tract is Normal and abnormal ,NPRU)

จรี นันท= อนิ ทรว= ิเชยี ร 1*, ชนำพร ยุระพันธ= 1 พัชราภรณ= เขม็ เพชร 1 พิชญาภา หงษ=ทอง 1 อภสั รา ชยั สดี า 1 อร
ยา กลัดตลาด 1 และ อLอฤทยั ธนะคำมา2*

1นักศึกษา คณะพยาบาลศาสตร= มหาวิทยาลยั ราชภฏั นครปฐม, นครปฐม

2*อาจารย=พยาบาล คณะพยาบาลศาสตร= มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏนครปฐม, นครปฐม

*ผูLรบั ผดิ ชอบบทความ: email: [email protected]

บทคัดยอ(

นวัตกรรมเรือ่ ง “NUN NPRU (Nursing of Upper and lower of respiratory tract is Normal and abnormal
,NPRU)” มวี ัตถุประสงค.เพ่อื เผยแพรเ1 น้อื หาความร$เู กีย่ วกับการจำลองการให$ใจเขา$ ออกของปอดทมี่ ีสุขภาพแขง็ แรงและสภาวะของ
ปอดท่ีไม1เหมาะสมจากบหุ รเ่ี พื่อให$ความรแ$ู กผ1 ู$ทส่ี นใจเลกิ บุหรีไ่ ด$มคี วามร$เู พ่ิมขนึ้ และตัดสนิ ใจเลกิ บหุ ร่ี อันเป_นขั้นตอนการสร$าง
ความร$ูจากแหลง1 สารสนเทศเพื่อทบทวนการเรียนในรายวชิ ากายวิภาคศาสตร.และสรีระวทิ ยา 2 ภาคเรยี นที่ 2/2564 คณะพยาบาล
ศาสตรม. หาวทิ ยาลัยราชภัฏนครปฐม โดยกล1มุ เปาY หมายเป_นนักศกึ ษาพยาบาลชัน้ ปdท่ี 1 และผส$ู นใจเลกิ บุหร่ี เคร่อื งมอื ที่ใช$ในการ
ประเมินผล คอื แบบทดสอบความร$ู และแบบประเมนิ ความพงึ พอใจ

คำสำคัญ: การหายใจ,บหุ รี่

86

1. ความเปนg มาและความสำคัญของปญh หา

ในปÜจจุบันมีการแพร1ระบาดของไวรัสCOVID 19 ซึ่งสามารถติดต1อได$ทำงระบบหายใจ ผ1านละออฝอย ซึ่ง ไวรัสCOVID 19

มีอวัยวะเปYาหมาย คือ ปอด ดังนั้นทุกคนจึงควรมีความรู$เกี่ยวกับระบบหายใจ เพื่อนำไปใช$ประโยชน.ไม1มากก็น$อยในสถานการณ.
การแพร1ระบาดของโรคCOVID 19 และสถานการณ.อื่นๆ ซึ่งชิ้นงานโมเดลจำลองระบบการหายใจ เป_นหุ1นจำลองการทำงานของ
ระบบทำงเดนิ หายใจ ทุกคนจงึ ต$องตระหนักถงึ ความสำคัญของระบบทำงเดนิ หายใจ ซงึ่ บุหร่กี เ$ ปน_ สาเหตุที่สำคญั ในการทำร$ายปอด

เช1นก1อให$เกิดมะเร็งปอด โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง ทำให$รัฐต$องเสียค1าใช$จ1ายในการรักษาพยาบาลจำนวนมากและผู$เจ็บปfวยด$วยโรค
ดังกล1าวต$องสูญเสียความสามารถในการทำงาน คุณภาพชีวิตลดลงและเสียชีวิตก1อนวัยอันควร (สุปราณี เสนำดิสัย,กรองจิต วาที

สาธกกิจ,สุรินธร กลัมพากร.2555) ดังนั้นจึงเป_นหน$าที่สำคัญอีกข$อของนักศึกษาพยาบาลที่จะสามารถดำเนินการควบคุมยาสูบเข$า
สู1กระบวนการเรียนการสอน เป_นการเตรียมนักศึกษาพยาบาลในด$านการช1วยให$ผู$ปfวยและครอบครัวเลิกสูบบุหรี่เห็นความน1ากลัว
ของการสูบบุหร่ีกับโรคท่เี กดิ ขึ้นกบั ปอดทปี่ กติแล$วมาผิดปกติ

คณะผู$จัดทำโครงงานเล็งเห็นความสำคัญในการเรียนรู$เรื่องระบบการหายใจ ในสถานการณ.การแพร1ระบาดของไวรัส
COVID 19และในผท$ู สี่ บู บหุ ร่หี รอื สมั ผัสใกลช$ ินกับผทู$ ส่ี บู บหุ รี่ จึงไดป$ ระดษิ ฐ.ชิ้นงานNUN NPRU (Nursing of Upper and lower

of respiratory tract is Normal and abnormal ,NPRU) เพื่อให$ผู$ที่มีความสนใจได$ศึกษา และรณรงค.การสูบบุหรี่โดยการ
ชี้ให$เห็นถึงผลเสีย การทำงานของปอดเมื่อมีการสูบบุหรี่ในระยะเวลานึงโดยมีขั้นตอนการใช$งานโมเดล ขั้นตอนการประดิษฐ. และ

วัสดุทงี่ า1 ย ราคาเหมาะสมและสวยงาม สามารถศึกษาเข$าใจงา1 ยได$ทุกชว1 งวัย

2.วัตถปุ ระสงคk
1. เพ่อื ไดเ$ ห็นลักษณะโครงสรา$ งและกลไกของระบบทำงเดนิ หายใจ

2. เพื่อใหค$ วามรู$แกผ1 $ูที่สนใจเลิกบุหรีไ่ ด$มคี วามรเ$ู พม่ิ ขนึ้ และตดั สินใจเลกิ บหุ ร่ี

3.กลMุมเปmาหมาย
นกั ศกึ ษาช้นั ปdท่ี 1 และผทู$ ี่สนใจเลิกบุหร่ี

4.กระบวนการพัฒนำ (ข้ันตอนplan do check act)

ตารางที่ 1 วธิ กี ารดำเนินการ

กิจกรรม 12ธันวาคม 2564 6 มกราคม 2565 24 กมุ ภาพันธ2. 565 3 มีนำคม2565
-16 ธันวาคม 2565 -10 กมุ ภาพันธ. 2565 -2 มีนำคม 2565 – 15 มีนำคม 2565

ข้นั ตอนที่ 1( Plan)

-ศกึ ษาคน$ คว$าเกีย่ วกับ
เรอ่ื งระบบหายใจ

87

กิจกรรม 12ธนั วาคม 2564 6 มกราคม 2565 24 กมุ ภาพนั ธ.2565 3 มีนำคม2565

-16 ธนั วาคม 2565 -10 กุมภาพนั ธ. 2565 -2 มีนำคม 2565 – 15 มีนำคม 2565

-วิเคราะหค. วามตอ$ งการ
ของกลุ1มเปYาหมายและ

มอบหมายใหท$ ุกคนใน
กล1มุ ตามหน$าที่ได$รบั

ขนั้ ตอนที2่ (Plan)
- ประชมุ และวางแผน

เกี่ยวกบั โมเดล
-ลงความรเู$ กี่ยวกบั เรื่อง
ระบบการหายใจลงในเพจ

-ออกแบบโมเดล

ขั้นตอนที3่ (Do)

-ลงมือปฏิบตั ิทำโมเดลท่ีได$
กำหนดไวต$ งั้ แต1แรกทำ

ตามข้ันตอน
-แบง1 หนา$ ท่ใี นกลุม1 อยา1 ง
ชัดเจน

ข้นั ตอนท่ี 4 (Check)
-ประเมนิ การให$ความ

ร1วมมอื ของกลมุ1 เปาY หมาย
-ประเมนิ ความรู$และความ

พึงพอใจของนวัตกรรม
-ประเมนิ ความรู$ของ
กล1มุ เปYาหมายโดยการให$

ทำแบบทดสอบ

ปรบั ปรงุ นวัตกรรมตาม

ขอ$ เสนอแนะ (Act)

88

5.รายละเอียดและวิธกี ารใช,งานนวตั กรรม
1. ใหน$ กั ศึกษาพยาบาลชั้นปทd ่ี 1และผ$ูทส่ี นใจเลกิ บุหร่ี ศึกษา คลิปวิดีโอสาธติ วิธีการใช$งานโมเดลและอธิบายการ

หายใจเขา$ หายใจออกของปอดที่ปกติและปอดทผี่ า1 นการสูบบุหรี่
2. ใหน$ ักศึกษาพยาบาลช้นั ปdท่ี 1และผทู$ ส่ี นใจเลิกบหุ รี่ ทำแบบประเมนิ ความรูแ$ ละแบบประเมินความพึงพอใจ

ภาพท่ี 1 คณะผ$ูจัดทำประดษิ ฐช. ิน้ งาน
โมเดล NUN NPRU

(Nursing of Upper and lower of respiratory tract is Normal and abnormal ,NPRU)

ภาพท่ี 2 โมเดลเมื่อถอดอุปกรณต. กแตง1 ภาพท่ี 3 โมเดลเม่อื ประกอบอุปกรณต. กแต1งเข$า

89

ภาพท่ี 4 QR Code คลิปวดิ โี อสาธิตวธิ ีการใช$งานโมเดลและอธิบายการหายใจเข$า หายใจออกของปอดทปี่ กติและปอดท่ผี า1 นการ
สูบบุหรี่

6.ผลการทดลองใชน, วตั กรรมและการอภิปรายผล
จากการจำทำโมเดลและให$นักศึกษาพยาบาลชั้นปdที่ 1และผู$ที่สนใจเลิกบุหรี่ ชม คลิปวิดีโอสาธิตวิธีการใช$งานโมเดลและ

อธิบายการหายใจเข$า หายใจออกของปอดที่ปกติและปอดที่ผ1านการสูบบุหรี่ ผู$จัดนวัตกรรมได$รับความรู$เกี่ยวกับเรื่องของระบบ
หายใจ ผลกระทบของบุหรี่ต1อปวดและยังได$เรียนรู$เกี่ยวกับการทำงานร1วมกันและ ทำแบบประเมินความรู$ และความพึงพอใจ
หลงั จากไดร$ บั ชมโมเดลจำลองระบบหายใจพบว1า คะแนนผูเ$ ข$าร1วมทำแบบทดสอบอย1ใู นระดับดีมาก (N 54)

ซึ่งบ1งบอกได$ว1าโมเดล NUN NPRU(Nursing of Upper and lower of respiratory tract is Normal and abnormal
,NPRU) สามารถทำให$นักศึกษาชั้นปdที่ 1 มีความรู$ความเข$าใจในเรื่องระบบทำงเดินหายใจมากขึ้น และทำให$ผู$ที่สนใจเลิกบุหรี่มี
ความเข$าใจการสูบบหุ รม่ี ีผลกบั ปอดกบั ระบบทำงเดินหายใจ
7.ขอ, เสนอแนะ

1. คณะผจู$ ัดทำโครงงานควรนำโมเดลมาต้งั โชวเ. พ่ือใหผ$ $ทู ส่ี นใจไดเ$ ขา$ มาศึกษาจากของจริง
2. ควรพฒั นำสร$างโมเดลโดยวสั ดุทแี่ ข็งแรงตอ1 การใชง$ านและชนิ้ ใหญ1มากกวา1 นีเ้ พื่อใหเ$ หน็ ภาพชัดเจน

90

8.เอกสารอ,างอิง
POBPAD.(2562).ถงุ ลมโปงf พอง.สืบค$น 13 มนี ำคม 2565,จาก https://www.pobpad.com (ออนไลน.)
จุฑารัตน. พรมมา.(2562).ระบบหายใจ.สบื คน$ 18 กมุ ภาพันธ. 2565, จาก https://sites.google.com

(ออนไลน.)
ผศ.ดร.สชุ าดา สูรพันธ.ุ, ดร.กฤษณ. สขุ นนั ทร.ธะ.(2558). LET’S QUIT เวบ็ ไซต. เพ่อื ความเขา$ ใจและเขา$ ถงึ

บริการเลกิ บุหรี่. สืบค$น 12 มนี ำคม 2565, จาก http://quitsmoking.pharmacy.psu.ac.ths
(ออนไลน.)

โรงพยาบาลวชิ ยั ยุทธ.(2563).ควันบหุ รี่มือสอง อันตรายต1อคนใกล$ตัว.สืบคน$ 12 มนี ำคม 2565,
จาก https://www.vichaiyut.com/th/health/informations (ออนไลน.)

สุปราณี เสนำดสิ ยั ,กรองจติ วาทีสาธกกิจ,สรุ ินธร กลัมพากร.(2555). การบูรณาการเนอ้ื หาการควบคมุ การ

บริโภคยาสูบเขา$ สหู1 ลกั สตู รการศึกษาพยาบาบระบบปกต:ิ บทเรียนจากสถาบนั นำรอ1 ง. กรุงเทพฯ.
วิรัชชยั ทอดเสยี ง. (2562).ระบบหายใจ.สบื คน$ 18 กุมภาพันธ. 2565,

จาก http://www.bwc.ac.th/e- learning/virachai02/haijai.htm (ออนไลน).
วกิ ิพเี ดีย สารานุกรมเสรี.(2562).ระบบหายใจ.สืบคน$ 18 กมุ ภาพันธ. 2565, จาก https://th.wikipedia.

(ออนไลน).

วกิ พิ ีเดีย สารานกุ รมเสรี.(2563).บุหร.่ี สืบค$น 12 มนี ำคม 2565 ,จาก https://th.wikipedia. i (ออนไลน).
ว1าท่ีร$อยตรี ณรงค. รตั นนำคนิ ทร,. วราพร ชลอำไพ.(2544).พิษภัยของบหุ ร.ี่ สบื ค$น 13 มนี ำคม 2565,

จาก http://webdb.dmsc.moph. (ออนไลน.)

91

นวัตกรรม “เตียงตึง ด<วยหนงึ่ ไมพ< าย”

ลลิตา ทองเสมอ1 ,รัฐศักดิ์ ลิ้มสวรรค=1 ,วลรี ัตน= แกวL ครี ี1 ออL ฤทยั ธนะคำมา2*
1หอผLูปวk ยศัลยกรรมชาย โรงพยาบาลนครปฐม

2อาจารย=พยาบาล คณะพยาบาลศาสตร= มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม, นครปฐม
*ผรูL บั ผดิ ชอบบทความ: email: [email protected]

บทคัดยอ(

การศึกษานำรHองน้มี ีวตั ถุประสงคเ= พือ่ ชวH ยลดอุบตั ิเหตุเส้ียนไมLทม่ิ ตำจากการทำเตยี งและเพื่อชHวยใหเL ตยี ง
เรยี บตงึ ลดการเกิดแผลกดทับในผLูปวk ยท่ีนอนติดเตียง ของบคุ ลากรและผLูปkวย หอผปLู วk ยศลั ยกรรมชาย โรงพยาบาล
นครปฐม โดยกลHมุ ตัวอยHางทดลองกับบคุ ลากรและผูปL วk ย ในหอผูปL kวยศัลยกรรมชาย โรงพยาบาลนครปฐม ใน
ระยะเวลา 1 เดือน พบวHา ประสทิ ธผิ ลของนวตั กรรม เตียงตงึ ดLวยหนึง่ ไมพL ายน้ี ชวH ยลดอุบัตเิ หตกุ ารเกดิ เสย้ี นทิ่ม
ตำและทำใหLเตียงเรียบตึง ลดการเกิดแผลกดทบั สำหรับผูLปวk ยหลังการใชอL ปุ กรณ=ไมLพายในการทำเตยี งตHางๆ
สามารถทำใหกL ารทำเตียงตาH งๆนนั้ งHายขึน้ และไมHตLองใชแL รงในการยกเบาะที่มีผปLู kวยเพอื่ สอดผLาปเู ตียงซ่ึงชHวยลด
ปญt หาดาL นสขุ ภาพของเจLาหนLาท่ี

คำสำคญั : การทำตยี ง, ไม7พาย

92

1. ความเปน1 มาและความสำคัญของปญ; หา

เมื่อบุคคลอยูHในภาวะเจ็บปkวย จะไมHมีความสุขทั้งทำงดLานรHางกายและจิตใจ การพยาบาลเพื่อสHงเสริม
ความสุขสบายแกHบุคคลเมื่อบุคคลอยูHในภาวะเจ็บปkวยนั้น จึงนับเปuนเรื่อง ที่มีความสำคัญ และเปuนสิ่งที่พยาบาล
ควรตระหนักถึง เนื่องจากความสุขสบายทั้งทำงรHางกาย และจิตใจจะชHวยสHงเสริมใหLผูLปkวยมีความสุขกายสุขใจ
สามารถอดทนตHอความเจ็บปkวยไดL ดังนั้นพยาบาลจึงจำเปuนตLองรูLหลักการและเทคนิคปฏิบัติการพยาบาลดLาน
ความสุขสบาย เพื่อชHวยขจัดสิ่งไมHกHอใหLเกิดความไมHสุขสบายในผูLปkวย นอกจากนั้นแลLวยังจะตLองสามารถจัด
กิจกรรมการพยาบาลที่ชHวยสนับสนุนใหLผูLปkวยเกิดความสุขสบายไดL การดูแลสิ่งตHางๆที่อยูHรอบๆตัวผูLปkวย ซึ่ง
สภาพแวดลLอมในโรงพยาบาลมีความสำคัญและมีอิทธิพลตHอผูLปkวยอยHางมาก สภาพแวดลLอม ที่สะอาดและไดLรับ
การดูแลทุกวัน รวมทั้งการมีการระบายอากาศที่เหมาะสม และปราศจาก กลิ่นรบกวน การจัดวางสิ่งของเปuน
ระเบียบ ยHอมสบายตา ไมHเปuนที่สะสมของเชื้อโรค และเนื่องดLวย การดูแลสุขวิทยาของผูLปkวย ในสHวนของการทำ
เตียงที่จะตLองทำใหLเตียงเรียบตึงนั้นจะตLองใชLวิธีการเตรียมที่แตกตHางกันไป ลักษณะของเตียงก็มีความแตกตHางกัน
ปtญหาที่พบคือ มีอุบัติเหตุเสี้ยนไมLทิ่มมือของบุคลากร จึงคิดคLนนวัตกรรมไมLพายสอดผLาปูเตียงเพื่อชHวยเตียงเรียบ
ตึงขึ้นและยังสามารถปvองกันอุบัติเหตุเสี้ยนไมLทิ่มตำแกHบุคลากร และการทำเตียงใหLตึงยังชHวยลดการเกิดแผลกดทับ
ในผLูปวk ยทีพ่ ลกิ ตะแคงตวั เองไดนL อL ยหรอื ไมHไดLเลยไดอL กี ดวL ย

2.วตั ถุประสงคขB องโครงการ
1.เพือ่ ชวH ยลดอบุ ัตเิ หตเุ ส้ยี นไมทL มิ่ ตำจากการทำเตียง
2.เพอ่ื ชHวยใหเL ตยี งเรียบตึงลดการเกิดแผลกดทับในผูLปkวยท่นี อนตดิ เตยี ง

3.กลุ(มเปFาหมาย
บคุ ลากรผปLู ฏบิ ตั งิ าน

4.กระบวนการพัฒนำ (ขน้ั ตอนplan do check act)

กจิ กรรม เดอื น มกราคม 2565 กุมภาพนั ธB 2565

Plan 1-5 6-10 11-14 15 15 16 31
ประชมุ กับบุคลากรในหอผูLปkวยและศึกษาหา
ขLอมลู ปtญหาที่พบ
เสนอนวัตกรรมหวั หนLาหอผLูปวk ยเพ่ือพิจารณา

93

สรปุ นวตั กรรมและวางแผนงาน
Do
ประดิษฐ=และนำเสนอนวตั กรรม
Check
ทอดลองใชLนวัตกรรมจรงิ
Act
ปรับปรุงนวตั กรรมและถาH ยทอด

5.รายละเอยี ดและวิธีการใชf
ขณะเตรียมเตียงผLูปkวยตาH งๆ และหลงั อาบน้ำผปLู kวยบนเตยี ง เปล่ียนผาL ปูเตียงหลงั จากนน้ั ใชไL มพL ายสอด

และดนั ผาL เขLาใตเL บาะนอนและตรวจสอบความเรียบตงึ ของเตยี งรอบๆเพือ่ ใหLตึงทั่วเตยี ง

ภาพท่ี 1 การทำเตยี งกHอนใชไL มLพายและหลงั ใชLไมพL าย
ท่ีมา: หอผLูปkวยศัลยกรรมชาย โรงพยาบาลนครปฐม

94

6.ผลการดำเนนิ งาน

ศึกษาประสิทธผิ ลของนวัตกรรม เตยี งตงึ ดLวยหนงึ่ ไมLพายนี้ ชHวยลดอบุ ตั ิเหตกุ ารเกดิ เส้ียนทมิ่ ตำและทำใหL
เตยี งเรียบตึงไมเH กิดแผลกดทับสำหรับผLูปkวยหลงั การใชอL ุปกรณ=ไมLพายในการทำเตียงตHางๆสามารถทำใหกL ารทำ
เตียงตHางๆนั้นงHายขึ้นและไมHตLองใชLแรงในการยกเบาะทมี่ ผี Lูปkวยเพื่อสอดผาL ปูเตียง

คุณลักษณะคอื เปuนอปุ กรณท= ีพ่ กพาไดLสะดวก ชวH ยผHอนแรงในการปูเตียง สามารถประหยัดคนในการปู
เตยี งและมีความสะดวกในการใชLงาน ทัง้ ยังสามารถประหยัดกำลงั คนในการปูเตียง ลดความเส่ยี งของอุบัติเหตทุ ี่
อาจจะเกดิ ขึ้นในขณะทป่ี ูเตยี งและ ชHวยลดปญt หาดLานสขุ ภาพของเจLาหนLาที่ โดยเปuนความรHวมมอื ของเจLาหนาL ทีท่ กุ
คนในหนวH ยงาน ไดLรบั การสนับสนนุ จากผLบู ริหารและไดLรบั การยอมรบั จากญาติผูLปวk ยทัง้ นย้ี งั มปี ญt หาและอุปสรร
คอื กรณีผLาปูเกาH อาจทำใหLผLาปขู าดไดLถLาผูใL ชไL มHมคี วามระมดั ระวงั (กรณีญาตชิ Hวยปู)และบางครั้งผูปL วk ยอาจนำมาใชL
เปนu อาวุธเน่ืองจากเกบ็ ไวLทปี่ ลายเตียงผปูL วk ย/ไมHมีทเี่ ก็บท่มี ดิ ชดิ

แบบประเมินความพึงพอใจ
เกณฑร= ะดับการใหLคะแนนของความพงึ พอใจ

1 หมายถึง พอใจนLอยทีส่ ุด 2 หมายถงึ พอใจนอL ย
3 หมายถึง พอใจปานกลาง 4 หมายถึง พอใจมาก
5 หมายถึง พอใจมากท่ีสดุ

ตารางที่ 1 หอผูปf วk ยศลั ยกรรมชาย โรงพยาบาลนครปฐม( n = 25 )

ลำดบั หัวขLอการประเมนิ ระดบั การวัด นอL ย
มาก มาก ปาน นLอย ทีส่ ุด
1 อุปกรณท= พี่ กพาไดLสะดวก ท่สี ุด กลาง 2 1
2 ชวH ยผอH นแรงในการปูเตยี ง 54 3 (คน)
3 ชHวยลดอุบตั เิ หตกุ ารเกิดเสี้ยนท่มิ ตำ (คน) (คน) (คน) (คน)
0
8 17 0 0
0
9 16 0 0
0
19 4 2 0

95

4 ชวH ยลดปtญหาดLานสุขภาพของเจาL หนาL ที่ 5 13 3 2 2
5 ใชLงHายสะดวกข้ันตอนไมHซบั ซLอน 23 1 1 0 0
6 วัสดอุ ุปกรณ=ทใ่ี ชทL ำนวัตกรรมมคี วามแขง็ แรงทน 21 3 1 0 0

ทำนและมีความปลอดภยั ตอH การใชLงาน 14 9 1.16 0.3 0.3
ความถส่ี ะสม 70 36 3.5 0.6 0.3
คะแนนที่ไดL
คะแนนรวม 110.4
คะแนนเฉล่ีย 4.41

ค(าเฉลยี่ ระดับความพงึ พอใจ
คาH เฉลีย่ 4.51 – 5.00 หมายถงึ พึงพอใจมากท่สี ุด คาH เฉลย่ี 3.51 – 4.50 หมายถงึ พึงพอใจมาก
คาH เฉลี่ย 2.51 – 3.50 หมายถงึ พึงพอใจปานกลาง คHาเฉลยี่ 1.51 – 2.50 หมายถงึ พงึ พอใจนอL ย
คาH เฉลีย่ 1.00 – 1.50 หมายถงึ พึงพอใจนLอยทีส่ ุด
จากการสรุปผลความพึงพอใจจากการทำนวัตกรรมไปใชLงานจรงิ ไดLคาH เฉล่ีย 4.41 หมายถึง พึงพอใจมาก
7.ขfอเสนอแนะ

1. ควรมีการใหLความรLแู กผH Lูปฏิบัต/ิ มีคูHมือการใชงL าน
2. ควรมีทีเ่ กบ็ ใหมL ดิ ชดิ , ปลอดภัย และ ปรับขนำดใหLมขี นำดเลก็ ลงหรือตามการใชงL าน
3. ควรเผยแพรHไมHยงั หอผLปู วk ยอน่ื ๆในโรงพยาบาลนครปฐมและโรงพยาบาลท่ัวประเทศ


Click to View FlipBook Version